• สนธิเล่าเรื่อง 12-01-69
    .
    เช้าวันจันทร์วันนี้ ที่บ้านพระอาทิตย์อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิ 20 องศา อาหารเช้าวันนี้จึงเป็นอาหารอุ่น ๆ อย่าง 'ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ' ส่วนวงประชุมของ คุณสนธิ อ.ปานเทพ กับ ทีมงานคุยทุกเรื่องกับสนธิ นั้นพูดคุยกันหลายเรื่องตั้งแต่การเลือกตั้งท้องถิ่น การเมืองภายในประเทศ ไปจนถึงสถานการณ์การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ทั้งเรื่องอิหร่าน เวเนซุเอลา กรีนแลนด์ เรื่อยไปจนถึงภาวะเศรษฐกิจการเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ... จะมีเรื่องอะไรบ้างต้องติดตาม
    .
    คลิกชม >> https://www.youtube.com/watch?v=FnH3fwA0yF0
    .
    #สนธิเล่าเรื่อง #SondhiTalk #เลือกตั้ง #อิหร่าน #เวเนซุเอลา #สหรัฐ #เปโตรดอลลาร์
    สนธิเล่าเรื่อง 12-01-69 . เช้าวันจันทร์วันนี้ ที่บ้านพระอาทิตย์อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิ 20 องศา อาหารเช้าวันนี้จึงเป็นอาหารอุ่น ๆ อย่าง 'ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ' ส่วนวงประชุมของ คุณสนธิ อ.ปานเทพ กับ ทีมงานคุยทุกเรื่องกับสนธิ นั้นพูดคุยกันหลายเรื่องตั้งแต่การเลือกตั้งท้องถิ่น การเมืองภายในประเทศ ไปจนถึงสถานการณ์การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ทั้งเรื่องอิหร่าน เวเนซุเอลา กรีนแลนด์ เรื่อยไปจนถึงภาวะเศรษฐกิจการเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ... จะมีเรื่องอะไรบ้างต้องติดตาม . คลิกชม >> https://www.youtube.com/watch?v=FnH3fwA0yF0 . #สนธิเล่าเรื่อง #SondhiTalk #เลือกตั้ง #อิหร่าน #เวเนซุเอลา #สหรัฐ #เปโตรดอลลาร์
    0 Comments 0 Shares 2 Views 0 Reviews
  • สื่อกัมพูชาอ้างอิงข้อมูลทางการ ระบุว่าการค้าระหว่างกัมพูชาและไทยในปีที่ผ่านมา ลดลงเพียงราว 15 เปอร์เซ็นต์ แม้มีการปิดด่านชายแดนทางบกเป็นเวลาหลายเดือน
    .
    รายงานของ KPT English ระบุว่า มูลค่าการค้ารวมสองประเทศอยู่ที่ประมาณ 3,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปีก่อนหน้า โดยการส่งออกของกัมพูชาไปไทยลดลงกว่า 14 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การนำเข้าจากไทยลดลงราว 15 เปอร์เซ็นต์ ด้านโฆษกกระทรวงพาณิชย์กัมพูชายืนยันว่า การค้าทวิภาคียังคงดำเนินต่อผ่านเส้นทางทางทะเลและผ่านประเทศลาว
    .
    ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์กัมพูชาระบุว่า การค้าระหว่างประเทศโดยรวมของกัมพูชาในปี 2025 ยังคงขยายตัว เพิ่มขึ้นถึง 18 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนการรักษาห่วงโซ่อุปทานและตลาดสำคัญ แม้เผชิญข้อจำกัดด้านพรมแดน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003177
    .
    #News1live #News1 #ไทยกัมพูชา #การค้าชายแดน #เศรษฐกิจอาเซียน
    สื่อกัมพูชาอ้างอิงข้อมูลทางการ ระบุว่าการค้าระหว่างกัมพูชาและไทยในปีที่ผ่านมา ลดลงเพียงราว 15 เปอร์เซ็นต์ แม้มีการปิดด่านชายแดนทางบกเป็นเวลาหลายเดือน . รายงานของ KPT English ระบุว่า มูลค่าการค้ารวมสองประเทศอยู่ที่ประมาณ 3,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปีก่อนหน้า โดยการส่งออกของกัมพูชาไปไทยลดลงกว่า 14 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การนำเข้าจากไทยลดลงราว 15 เปอร์เซ็นต์ ด้านโฆษกกระทรวงพาณิชย์กัมพูชายืนยันว่า การค้าทวิภาคียังคงดำเนินต่อผ่านเส้นทางทางทะเลและผ่านประเทศลาว . ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์กัมพูชาระบุว่า การค้าระหว่างประเทศโดยรวมของกัมพูชาในปี 2025 ยังคงขยายตัว เพิ่มขึ้นถึง 18 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนการรักษาห่วงโซ่อุปทานและตลาดสำคัญ แม้เผชิญข้อจำกัดด้านพรมแดน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003177 . #News1live #News1 #ไทยกัมพูชา #การค้าชายแดน #เศรษฐกิจอาเซียน
    0 Comments 0 Shares 17 Views 0 Reviews
  • รู้หรือไม่? คนกรุงเทพฯ กว่า 7 ใน 10 กำลังเผชิญภาวะ “หมดไฟในการทำงาน” จากการทำงานหนักและความเครียดสะสม
    .
    แพทย์ชี้ชัด “Burnout” ไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่คือภาวะที่ต้องได้รับการดูแล หากปล่อยไว้ อาจพัฒนาไปสู่โรคนอนไม่หลับ หรือภาวะซึมเศร้าได้
    .
    งานวิจัยในไทยพบ คนทำงานที่มีความเครียดระดับกลางถึงรุนแรงสูงถึง 76% และกว่าครึ่งมีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย สอดคล้องกับสถานการณ์ทั่วโลก ที่ “Burnout” ทำให้เศรษฐกิจโลกสูญเสียมูลค่ามหาศาล
    .
    ผู้เชี่ยวชาญชี้ การพักผ่อนและการเข้าถึงการรักษาคือสิทธิของลูกจ้าง ขณะที่องค์กรต้องตระหนักว่าปัญหาสุขภาพจิต ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่กระทบทั้งประสิทธิภาพงานและคนในระยะยาว
    .
    หากเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า เบื่อหน่าย ไม่อยากกลับไปทำงาน อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเหล่านี้
    .
    อ่านเต็ม >> https://news1live.com/detail/9690000003095
    .
    #News1 #Burnout #สุขภาพจิต #คนทำงาน #หมดไฟ #ข่าวสังคม
    รู้หรือไม่? คนกรุงเทพฯ กว่า 7 ใน 10 กำลังเผชิญภาวะ “หมดไฟในการทำงาน” จากการทำงานหนักและความเครียดสะสม . แพทย์ชี้ชัด “Burnout” ไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่คือภาวะที่ต้องได้รับการดูแล หากปล่อยไว้ อาจพัฒนาไปสู่โรคนอนไม่หลับ หรือภาวะซึมเศร้าได้ . งานวิจัยในไทยพบ คนทำงานที่มีความเครียดระดับกลางถึงรุนแรงสูงถึง 76% และกว่าครึ่งมีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย สอดคล้องกับสถานการณ์ทั่วโลก ที่ “Burnout” ทำให้เศรษฐกิจโลกสูญเสียมูลค่ามหาศาล . ผู้เชี่ยวชาญชี้ การพักผ่อนและการเข้าถึงการรักษาคือสิทธิของลูกจ้าง ขณะที่องค์กรต้องตระหนักว่าปัญหาสุขภาพจิต ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่กระทบทั้งประสิทธิภาพงานและคนในระยะยาว . หากเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า เบื่อหน่าย ไม่อยากกลับไปทำงาน อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนเหล่านี้ . อ่านเต็ม >> https://news1live.com/detail/9690000003095 . #News1 #Burnout #สุขภาพจิต #คนทำงาน #หมดไฟ #ข่าวสังคม
    Love
    1
    0 Comments 0 Shares 32 Views 0 Reviews
  • ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เผยความเสียหายจากเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันในพื้นที่ 3 อำเภอ รวม 4 จุด มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นพุ่งเกือบ 60 ล้านบาท
    .
    จากการตรวจสอบพบว่าหัวจ่ายน้ำมันได้รับความเสียหายทั้งหมด ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มได้รับผลกระทบ กระจกแตกกระจาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย
    .
    ผู้ว่าฯ ย้ำภารกิจเร่งด่วนคือการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และฟื้นฟูความเชื่อมั่น พร้อมสั่งการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดในพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003110
    .
    #News1 #News1live #ยะลา #ความมั่นคง #เศรษฐกิจชายแดน
    ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เผยความเสียหายจากเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันในพื้นที่ 3 อำเภอ รวม 4 จุด มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นพุ่งเกือบ 60 ล้านบาท . จากการตรวจสอบพบว่าหัวจ่ายน้ำมันได้รับความเสียหายทั้งหมด ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มได้รับผลกระทบ กระจกแตกกระจาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย . ผู้ว่าฯ ย้ำภารกิจเร่งด่วนคือการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และฟื้นฟูความเชื่อมั่น พร้อมสั่งการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดในพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003110 . #News1 #News1live #ยะลา #ความมั่นคง #เศรษฐกิจชายแดน
    0 Comments 0 Shares 31 Views 0 Reviews
  • จีน รัสเซีย และอิหร่าน เริ่มการซ้อมรบทางทะเลร่วมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในน่านน้ำใกล้แอฟริกาใต้ ภายใต้กรอบความร่วมมือ “BRICS Plus” โดยฝ่ายเจ้าภาพระบุว่าเป็นการฝึกเพื่อเสริมความปลอดภัยด้านการเดินเรือและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทางทะเล
    .
    การซ้อมรบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับหลายประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS Plus ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกถ่วงดุลอิทธิพลของชาติตะวันตกในเวทีโลก โดยมีบางประเทศเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์
    .
    ด้านกองทัพแอฟริกาใต้ยืนยันว่าการซ้อมรบเป็นความร่วมมือทางทหารตามปกติ ไม่ได้มุ่งเป้าเชิงการเมืองหรือเป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ ขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกจับตาในบริบทความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002888
    .
    #News1live #News1 #BRICSPlus #ซ้อมรบทางทะเล #การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์
    จีน รัสเซีย และอิหร่าน เริ่มการซ้อมรบทางทะเลร่วมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในน่านน้ำใกล้แอฟริกาใต้ ภายใต้กรอบความร่วมมือ “BRICS Plus” โดยฝ่ายเจ้าภาพระบุว่าเป็นการฝึกเพื่อเสริมความปลอดภัยด้านการเดินเรือและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทางทะเล . การซ้อมรบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับหลายประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS Plus ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกถ่วงดุลอิทธิพลของชาติตะวันตกในเวทีโลก โดยมีบางประเทศเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ . ด้านกองทัพแอฟริกาใต้ยืนยันว่าการซ้อมรบเป็นความร่วมมือทางทหารตามปกติ ไม่ได้มุ่งเป้าเชิงการเมืองหรือเป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ ขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกจับตาในบริบทความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002888 . #News1live #News1 #BRICSPlus #ซ้อมรบทางทะเล #การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 32 Views 0 Reviews
  • ลายใบตอง ตอนที่ 1

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง”
    ตอน 1
    ที่อียิปต์ เดือนกรกฏาคม ค.ศ.2015 ชาวไคโรต่างแตกตื่น พวกเขาได้ยินเสียงเครื่องยนตร์ดังกระหึ่มลั่นท้องฟ้าของกรุงไคโร พวกเขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นเสียงของอะไร หลายคนบอกว่า มันน่าเป็นเสียงเครื่องบินนะ …ชาวไคโรยิ่งตาเหลือก นี่ใครกำลังจะเฉี่ยวมาเจาะกบาลเราหรือไง
    มันเป็นเสียงของฝูงเครื่องบินรบ F-16s จำนวน 8 ลำ ของอเมริกา ใหม่เอี่ยม เพิ่งแกะออกมาจากโรงผลิต ส่งตรงมาจากวอชิงตัน เครื่องบินทั้ง 8 ลำ บินต่ำเมื่อผ่านใจกลางเมืองไคโร หลังจากนั้นก็ปล่อยควัน สีแดง ขาว และดำ เป็นทางยาว…. มันเป็นสีของธงชาติอียิปต์….
    มันมีความหมายมาก สำหรับประธานาธิบดี เอล ซิซิ Abdel Fattah el-Sisi
    มันเป็นเครื่องหมายที่ไม่ใช่แค่แสดงถึงอำนาจของ เอล ซิซิ ในอิยิปต์เท่านั้น แต่มันยังแสดงให้เห็นว่า เอล ซิซิ กำลังขี่คอ พณ. โอบามา ที่พยายามจะบี้เขาทุกวิถีทาง ตั้งแต่เขาทำการปฏิวัติ ในปี ค.ศ.2013 ไล่ตะเพิดประธานาธิบดี มอร์ซิ ที่อเมริกาสนับสนุน ลงจากตำแหน่ง แล้วลากเอามาเข้าคุก ดำเนินคดี และพิพากษาตัดสินประหารชีวิตมอร์ซิอีกด้วย
    แต่นั่น ดูเหมือนจะยังไม่ทำให้ซิซิแน่ใจว่าเขาคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ไหนๆ ก็ปฏิวัติแล้ว เอล ซิซิ เลยจัดการถอนหนาม ขุดรากโค่นตอ ผู้ที่มาทำการประท้วงการปฏิวัติของเขา ด้วยการจับผู้ประท้วงเข้าคุกไปหลายพันคน รวมทั้งนักการเมืองที่ออกมาต่อต้าน และปราบประชาชนที่ออกมาทำการประท้วง ด้วยการยิงร่วงไปประมาณพันคน
    อเมริกาโกรธ ซิซิ จนพูดแทบไม่ออก พณ. ใบตองแห้งบอกว่า นี่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง และทำลายประชาธิปไตย… อย่างนี้เราจะติดต่อกับอียิปต์ต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่เคารพหลักการ ไม่เห็นคุณค่าของอุดมการณ์ อย่างที่เราเห็น….
    เอล ซิซิ เป็นนายพล รุ่นเก๋า เขี้ยวยาว ไม่ต่างกับมูบารัค ที่อเมริกาใช้อย่างกับพรมเช็ดเท้า เมื่อหมดประโยชน์ อเมริกาก็เอาพรมเช็ดเท้าโยนทิ้ง…ปล่อยให้ถูกจับไปเข้าคุก ซิซิ จะมีชะตากรรมเหมือนมูบารัคหรือเปล่า
    ไม่กี่อาทิตย์หลังจากนั้น พณ. ใบตองแห้ง ก็สั่งทำโทษ ซิซิอย่างรุนแรง อเมริการะงับการส่งอาวุธทุกประเภท รถถัง เครื่องบิน รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ สำหรับการรบรุ่นใหม่เอี่ยม ที่เตรียมส่งให้อียิปต์ทั้งหมด และระงับการโอนเงินสดจำนวน 260 ล้านเหรียญอีกด้วย (ข่าวไม่ได้บอกว่าเป็นค่าอะไร! )
    ยังไม่หมด….พณ. ใบตองแห้ง ยังเตรียมการที่จะระงับการส่งงบช่วยเหลือทางการทหาร ที่อเมริกาจ่ายสนับสนุนให้อียิปต์ เป็นรายปี จำนวนปีละ 1.3 พันล้านเหรียญทุกปี เป็นเงินที่ทางไคโร ต้องการอย่างมาก และใช้เกลี้ยงทุกปี
    ข่าวว่า มันเป็นงบช่วยเหลือทางทหาร ที่อเมริกาจ่ายให้สูงสุดมากกว่าประเทศใดๆ ในโลก ยกเว้นแต่ของอิสราเอลเท่านั้น
    ทางวอชิงตันยังพิจารณาต่ออีกว่า มาตรการลงโทษอียิปต์ แค่นี้พอไหม หรือเราควรจะเพิ่มการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเข้าไปด้วย
    ที่ปรึกษา พณ. ใบตองแห้ง เสียงแตก แบ่งเป็น 2 ค่าย ค่ายด้านความมั่นคง นำโดย เบน โรดส์ Ben Rhodes และคุณนายซาแมนต้า พาวเวอร์ Samantha Powers ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันเป็นทูตอเมริกาประจำสหประชาชาติ บอกว่า เราต้องเอาเรื่องงบทหารมาบีบให้ ซิซิ ประพฤติตัวดีขึ้น ทางด้านสิทธิมนุษยชน กับเรื่องประชาธิปไตยด้วยสิ
    แต่อีกค่าย ที่มี รม.ตปท. คนหน้าแก่ จอห์น แครี่ หรือจอห์นเงี้ยว ของ อ ทนง นายชัค เฮเกล รม กลาโหมสมัยนั้น รวมทั้ง คุณหน้าเต้าหูบูดของผม แอช คาร์เตอร์ ต่างสนับสนุนให้ส่งงบ อุ้มอียิปต์ต่อไป อ้างว่า การตัดงบ ไม่ได้เป็นการทำโทษซิซิหรอก แต่อเมริกาเองจะเสียหายมากกว่านะ
    ทั้ง 2 ค่ายทะเลาะกันเองนานเป็นเดือนๆ แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะจัดการกับอียิปต์แบบไหน และจะบี้ เอล ซิซิ อย่างไรดี ในที่สุด ทั้ง 2 ค่าย ต่างฝ่ายต่างบีบไข่ซิซิพร้อมกัน แบบนี้ซิซิก็จุกจนหน้าเขียว …. มึงจะเอายังไงกับกู กูมึนไปหมดแล้วนะ เดี๋ยวข้างนึงก็กระตุกให้ทำอย่างโง้น อีกข้างก็กระตุกให้ทำอย่างงี้ …..แบบนี้กูก็ยานหมด แล้วซิซิก็เลยทำทุกอย่าง…. ตามใจตัวเอง ฮา
    แต่แล้วอยู่ดีๆ ประมาณเดือนมีนาคม ค.ศ.2015 ปีที่แล้ว พณ. ใบตองแห้ง ก็ โทรศัพท์ไปหาซิซิ บอกว่า ตกลงอเมริกาจะส่งอาวุธต่างๆ รวมทั้งเครื่องบิน F-16s และโอนเงินสด 260 ล้านเหรียญตามที่ตกลงกันให้นะ อ้อ แล้ว เรื่องที่ว่าอเมริกาจะทบทวน การส่งงบสนับสนุน รายปี 1.3 พันล้านเหรียญ นั่น เราไม่บล๊อกแล้วนะเพื่อน …ทุกอย่างเหมือนเดิม… เออ มาแปลก ไม่รู้ พณ. ใบตองแห้งกำลังคิดอะไร
    เจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง ทำหน้าเครียด บอกเมื่อปลายปี 2015
    …จะแปลกอะไร ก็เราแพ้ไง …. ไม่ว่าเราจะใช้นโยบายแบบไหนในอียิปต์ เราก็ไม่สามารถจะ “จัดการ” อียิปต์ได้อย่างที่เราต้องการ ไม่เหมือนสมัยที่มูบารัคปกครองอียิปต์ ….ก็อเมริกาเสือกคลายมือ ที่กำลังบีบไข่ซิซิเสียเองนี่…..
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    15 ม.ค. 2559
    ลายใบตอง ตอนที่ 1 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง” ตอน 1 ที่อียิปต์ เดือนกรกฏาคม ค.ศ.2015 ชาวไคโรต่างแตกตื่น พวกเขาได้ยินเสียงเครื่องยนตร์ดังกระหึ่มลั่นท้องฟ้าของกรุงไคโร พวกเขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นเสียงของอะไร หลายคนบอกว่า มันน่าเป็นเสียงเครื่องบินนะ …ชาวไคโรยิ่งตาเหลือก นี่ใครกำลังจะเฉี่ยวมาเจาะกบาลเราหรือไง มันเป็นเสียงของฝูงเครื่องบินรบ F-16s จำนวน 8 ลำ ของอเมริกา ใหม่เอี่ยม เพิ่งแกะออกมาจากโรงผลิต ส่งตรงมาจากวอชิงตัน เครื่องบินทั้ง 8 ลำ บินต่ำเมื่อผ่านใจกลางเมืองไคโร หลังจากนั้นก็ปล่อยควัน สีแดง ขาว และดำ เป็นทางยาว…. มันเป็นสีของธงชาติอียิปต์…. มันมีความหมายมาก สำหรับประธานาธิบดี เอล ซิซิ Abdel Fattah el-Sisi มันเป็นเครื่องหมายที่ไม่ใช่แค่แสดงถึงอำนาจของ เอล ซิซิ ในอิยิปต์เท่านั้น แต่มันยังแสดงให้เห็นว่า เอล ซิซิ กำลังขี่คอ พณ. โอบามา ที่พยายามจะบี้เขาทุกวิถีทาง ตั้งแต่เขาทำการปฏิวัติ ในปี ค.ศ.2013 ไล่ตะเพิดประธานาธิบดี มอร์ซิ ที่อเมริกาสนับสนุน ลงจากตำแหน่ง แล้วลากเอามาเข้าคุก ดำเนินคดี และพิพากษาตัดสินประหารชีวิตมอร์ซิอีกด้วย แต่นั่น ดูเหมือนจะยังไม่ทำให้ซิซิแน่ใจว่าเขาคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ไหนๆ ก็ปฏิวัติแล้ว เอล ซิซิ เลยจัดการถอนหนาม ขุดรากโค่นตอ ผู้ที่มาทำการประท้วงการปฏิวัติของเขา ด้วยการจับผู้ประท้วงเข้าคุกไปหลายพันคน รวมทั้งนักการเมืองที่ออกมาต่อต้าน และปราบประชาชนที่ออกมาทำการประท้วง ด้วยการยิงร่วงไปประมาณพันคน อเมริกาโกรธ ซิซิ จนพูดแทบไม่ออก พณ. ใบตองแห้งบอกว่า นี่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง และทำลายประชาธิปไตย… อย่างนี้เราจะติดต่อกับอียิปต์ต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่เคารพหลักการ ไม่เห็นคุณค่าของอุดมการณ์ อย่างที่เราเห็น…. เอล ซิซิ เป็นนายพล รุ่นเก๋า เขี้ยวยาว ไม่ต่างกับมูบารัค ที่อเมริกาใช้อย่างกับพรมเช็ดเท้า เมื่อหมดประโยชน์ อเมริกาก็เอาพรมเช็ดเท้าโยนทิ้ง…ปล่อยให้ถูกจับไปเข้าคุก ซิซิ จะมีชะตากรรมเหมือนมูบารัคหรือเปล่า ไม่กี่อาทิตย์หลังจากนั้น พณ. ใบตองแห้ง ก็สั่งทำโทษ ซิซิอย่างรุนแรง อเมริการะงับการส่งอาวุธทุกประเภท รถถัง เครื่องบิน รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ สำหรับการรบรุ่นใหม่เอี่ยม ที่เตรียมส่งให้อียิปต์ทั้งหมด และระงับการโอนเงินสดจำนวน 260 ล้านเหรียญอีกด้วย (ข่าวไม่ได้บอกว่าเป็นค่าอะไร! ) ยังไม่หมด….พณ. ใบตองแห้ง ยังเตรียมการที่จะระงับการส่งงบช่วยเหลือทางการทหาร ที่อเมริกาจ่ายสนับสนุนให้อียิปต์ เป็นรายปี จำนวนปีละ 1.3 พันล้านเหรียญทุกปี เป็นเงินที่ทางไคโร ต้องการอย่างมาก และใช้เกลี้ยงทุกปี ข่าวว่า มันเป็นงบช่วยเหลือทางทหาร ที่อเมริกาจ่ายให้สูงสุดมากกว่าประเทศใดๆ ในโลก ยกเว้นแต่ของอิสราเอลเท่านั้น ทางวอชิงตันยังพิจารณาต่ออีกว่า มาตรการลงโทษอียิปต์ แค่นี้พอไหม หรือเราควรจะเพิ่มการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเข้าไปด้วย ที่ปรึกษา พณ. ใบตองแห้ง เสียงแตก แบ่งเป็น 2 ค่าย ค่ายด้านความมั่นคง นำโดย เบน โรดส์ Ben Rhodes และคุณนายซาแมนต้า พาวเวอร์ Samantha Powers ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันเป็นทูตอเมริกาประจำสหประชาชาติ บอกว่า เราต้องเอาเรื่องงบทหารมาบีบให้ ซิซิ ประพฤติตัวดีขึ้น ทางด้านสิทธิมนุษยชน กับเรื่องประชาธิปไตยด้วยสิ แต่อีกค่าย ที่มี รม.ตปท. คนหน้าแก่ จอห์น แครี่ หรือจอห์นเงี้ยว ของ อ ทนง นายชัค เฮเกล รม กลาโหมสมัยนั้น รวมทั้ง คุณหน้าเต้าหูบูดของผม แอช คาร์เตอร์ ต่างสนับสนุนให้ส่งงบ อุ้มอียิปต์ต่อไป อ้างว่า การตัดงบ ไม่ได้เป็นการทำโทษซิซิหรอก แต่อเมริกาเองจะเสียหายมากกว่านะ ทั้ง 2 ค่ายทะเลาะกันเองนานเป็นเดือนๆ แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะจัดการกับอียิปต์แบบไหน และจะบี้ เอล ซิซิ อย่างไรดี ในที่สุด ทั้ง 2 ค่าย ต่างฝ่ายต่างบีบไข่ซิซิพร้อมกัน แบบนี้ซิซิก็จุกจนหน้าเขียว …. มึงจะเอายังไงกับกู กูมึนไปหมดแล้วนะ เดี๋ยวข้างนึงก็กระตุกให้ทำอย่างโง้น อีกข้างก็กระตุกให้ทำอย่างงี้ …..แบบนี้กูก็ยานหมด แล้วซิซิก็เลยทำทุกอย่าง…. ตามใจตัวเอง ฮา แต่แล้วอยู่ดีๆ ประมาณเดือนมีนาคม ค.ศ.2015 ปีที่แล้ว พณ. ใบตองแห้ง ก็ โทรศัพท์ไปหาซิซิ บอกว่า ตกลงอเมริกาจะส่งอาวุธต่างๆ รวมทั้งเครื่องบิน F-16s และโอนเงินสด 260 ล้านเหรียญตามที่ตกลงกันให้นะ อ้อ แล้ว เรื่องที่ว่าอเมริกาจะทบทวน การส่งงบสนับสนุน รายปี 1.3 พันล้านเหรียญ นั่น เราไม่บล๊อกแล้วนะเพื่อน …ทุกอย่างเหมือนเดิม… เออ มาแปลก ไม่รู้ พณ. ใบตองแห้งกำลังคิดอะไร เจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง ทำหน้าเครียด บอกเมื่อปลายปี 2015 …จะแปลกอะไร ก็เราแพ้ไง …. ไม่ว่าเราจะใช้นโยบายแบบไหนในอียิปต์ เราก็ไม่สามารถจะ “จัดการ” อียิปต์ได้อย่างที่เราต้องการ ไม่เหมือนสมัยที่มูบารัคปกครองอียิปต์ ….ก็อเมริกาเสือกคลายมือ ที่กำลังบีบไข่ซิซิเสียเองนี่….. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 15 ม.ค. 2559
    0 Comments 0 Shares 54 Views 0 Reviews
  • "ไมดินมาร์ท" ค้าปลีกไซซ์เล็ก เจาะพื้นที่ชนบทมาเลเซีย

    ไมดิน โมฮัมหมัด โฮลดิ้ง (MYDIN) ธุรกิจค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในมาเลเซีย เปิดร้านไมดินมาร์ท (MYDIN MART) สาขาล่าสุด ในเมืองปาร์เซมัส รัฐกลันตัน เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่ชนบท สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของชุมชน ซึ่งปัจจุบันนิยมซื้อของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันใกล้บ้าน มากกว่าเดินทางเข้าเมือง

    นายอามีร์ อาลี ไมดิน กรรมการผู้จัดการไมดินฯ กล่าวกับ Sinar Harian สื่อมาเลเซีย ว่า การเปิดสาขาไมดินมาร์ท นอกจากทำให้คนในพื้นที่ชนบทเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น ผ่านการจ้างงานและกิจกรรมทางธุรกิจอีกด้วย ปัจจุบันประชาชนในพื้นที่ชนบทจำนวนมาก ไม่ต้องการเดินทางเข้าเมืองอีกต่อไป ดังนั้นจึงเปิดสาขาเล็กๆ ที่เน้นจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวัน ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนท้องถิ่น

    การเปิดสาขาไมดินมาร์ทแต่ละแห่ง ใช้เงินลงทุนประมาณ 1.5 ล้านริงกิต (ประมาณ 12 ล้านบาท) สามารถสร้างโอกาสการจ้างงานให้กับคนในท้องถิ่นได้ประมาณ 30 ถึง 35 คน ปัจจุบันไมดินมาร์ทมีสาขา 30 แห่ง จากสาขาไมดินทั้งหมด 72 แห่ง โดยไฮดิน ไฮเปอร์มาร์เก็ต มี 25 แห่ง ซึ่งบริษัทฯ วางแผนที่จะเปิดสาขาไมดินมาร์ทเพิ่มอีก 20 แห่งทั่วประเทศ

    สำหรับไมดิน ขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้าในราคาขายส่ง ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1957 โดยนายไมดิน โมฮาเหม็ด จากร้านไม้เล็กๆ บนจาลัน (ถนน) ต็อก ฮาคิม เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ใกล้ชายแดนไทย-มาเลเซีย จำหน่ายสินค้าจากประเทศไทยในราคาถูก รวมทั้งจำหน่ายของเล่นอย่างไพ่อะลาดิน ส่งตรงจากร้านของบิดาในเกาะปีนัง ต่อมาในปี ค.ศ.1979 ได้ขยายสาขาไปยังกัวลาตรังกานู รัฐตรังกานู และในปี ค.ศ.1989 ขยับเข้าไปยังเขตแคลงวัลเลย์ เปิดร้านไมดินสาขาแรกที่จาลันมัสยิดอินเดีย กรุงกัวลาลัมเปอร์

    ที่ผ่านมาไมดินมีร้านค้าหลากหลายรูปแบบ ทั้งไมดินซูเปอร์มาร์เก็ต ไมดินเอ็มโพเรียม (ร้านค้าส่งแบบสแตนด์อะโลน) ไมดินบาร์ซา ร้านสะดวกซื้อไมมาร์ท ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียม แซมส์ โกรเชอรี่ (SAM's Groceria) 2 สาขา ที่ศูนย์การค้านูเซ็นทรัล กัวลาลัมเปอร์ และศูนย์การค้าสเตรทส์ คีย์ บนเกาะปีนัง โดยมีทายาทอย่างนายอามีร์ อาลี ไมดิน สืบทอดกิจการจากบิดาที่ล่วงลับในปี ค.ศ.2016 สำหรับนักท่องเที่ยวจากไทย ส่วนหนึ่งนิยมชอปปิ้งที่ห้างไมดิน ทั้งที่กรุงกัวลาลัมเปอร์และเกาะปีนัง โดยเฉพาะขนมหวานและช็อกโกแลตซึ่งราคาถูกกว่าที่อื่น

    #Newskit
    "ไมดินมาร์ท" ค้าปลีกไซซ์เล็ก เจาะพื้นที่ชนบทมาเลเซีย ไมดิน โมฮัมหมัด โฮลดิ้ง (MYDIN) ธุรกิจค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในมาเลเซีย เปิดร้านไมดินมาร์ท (MYDIN MART) สาขาล่าสุด ในเมืองปาร์เซมัส รัฐกลันตัน เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่ชนบท สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของชุมชน ซึ่งปัจจุบันนิยมซื้อของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันใกล้บ้าน มากกว่าเดินทางเข้าเมือง นายอามีร์ อาลี ไมดิน กรรมการผู้จัดการไมดินฯ กล่าวกับ Sinar Harian สื่อมาเลเซีย ว่า การเปิดสาขาไมดินมาร์ท นอกจากทำให้คนในพื้นที่ชนบทเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น ผ่านการจ้างงานและกิจกรรมทางธุรกิจอีกด้วย ปัจจุบันประชาชนในพื้นที่ชนบทจำนวนมาก ไม่ต้องการเดินทางเข้าเมืองอีกต่อไป ดังนั้นจึงเปิดสาขาเล็กๆ ที่เน้นจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวัน ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนท้องถิ่น การเปิดสาขาไมดินมาร์ทแต่ละแห่ง ใช้เงินลงทุนประมาณ 1.5 ล้านริงกิต (ประมาณ 12 ล้านบาท) สามารถสร้างโอกาสการจ้างงานให้กับคนในท้องถิ่นได้ประมาณ 30 ถึง 35 คน ปัจจุบันไมดินมาร์ทมีสาขา 30 แห่ง จากสาขาไมดินทั้งหมด 72 แห่ง โดยไฮดิน ไฮเปอร์มาร์เก็ต มี 25 แห่ง ซึ่งบริษัทฯ วางแผนที่จะเปิดสาขาไมดินมาร์ทเพิ่มอีก 20 แห่งทั่วประเทศ สำหรับไมดิน ขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้าในราคาขายส่ง ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1957 โดยนายไมดิน โมฮาเหม็ด จากร้านไม้เล็กๆ บนจาลัน (ถนน) ต็อก ฮาคิม เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ใกล้ชายแดนไทย-มาเลเซีย จำหน่ายสินค้าจากประเทศไทยในราคาถูก รวมทั้งจำหน่ายของเล่นอย่างไพ่อะลาดิน ส่งตรงจากร้านของบิดาในเกาะปีนัง ต่อมาในปี ค.ศ.1979 ได้ขยายสาขาไปยังกัวลาตรังกานู รัฐตรังกานู และในปี ค.ศ.1989 ขยับเข้าไปยังเขตแคลงวัลเลย์ เปิดร้านไมดินสาขาแรกที่จาลันมัสยิดอินเดีย กรุงกัวลาลัมเปอร์ ที่ผ่านมาไมดินมีร้านค้าหลากหลายรูปแบบ ทั้งไมดินซูเปอร์มาร์เก็ต ไมดินเอ็มโพเรียม (ร้านค้าส่งแบบสแตนด์อะโลน) ไมดินบาร์ซา ร้านสะดวกซื้อไมมาร์ท ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียม แซมส์ โกรเชอรี่ (SAM's Groceria) 2 สาขา ที่ศูนย์การค้านูเซ็นทรัล กัวลาลัมเปอร์ และศูนย์การค้าสเตรทส์ คีย์ บนเกาะปีนัง โดยมีทายาทอย่างนายอามีร์ อาลี ไมดิน สืบทอดกิจการจากบิดาที่ล่วงลับในปี ค.ศ.2016 สำหรับนักท่องเที่ยวจากไทย ส่วนหนึ่งนิยมชอปปิ้งที่ห้างไมดิน ทั้งที่กรุงกัวลาลัมเปอร์และเกาะปีนัง โดยเฉพาะขนมหวานและช็อกโกแลตซึ่งราคาถูกกว่าที่อื่น #Newskit
    1 Comments 0 Shares 57 Views 0 Reviews
  • เหรียญครูบาดวงดี วัดท่าจำปี จ.เชียงใหม่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ปี2549
    เหรียญครูบาดวงดี ดวงดี-มีเงิน-อยู่ดี-มีสุข วัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ปี2549 // พระดี พิธีใหญ๋ เนื่องในโอกาส ธนาคารไทยพานิชย์ ครบ100ปี // พระสถาพสวยมาก พระสถาพเดิมๆ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >>

    ** พุทธคุณด้านเมตตามหานิยม ค้าขาย มีกำไร มีโชคลาภ โภคทรัพย์ และความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน ทำอะไรก็ดี มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต เหมาะอย่างยิ่งในยุคเศรษฐกิจเช่นนี้ **

    ** หลวงปู่ครูบาดวงดี สุภัทโท วัดท่าจำปี (พระมงคลวิสุต) เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ท่านเกิด 24 เม.ย. 2449 มรณภาพ 6 ก.พ. 2553 อายุ 103 ปี 81 พรรษา ท่านมีชื่อเสียงด้านวัตรปฏิบัติเคร่งครัด เมตตาสูง และช่วยพัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรือง เป็นที่เคารพรักของศิษยานุศิษย์และชาวบ้านอย่างมาก **

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพเดิมๆ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    เหรียญครูบาดวงดี วัดท่าจำปี จ.เชียงใหม่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ปี2549 เหรียญครูบาดวงดี ดวงดี-มีเงิน-อยู่ดี-มีสุข วัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ปี2549 // พระดี พิธีใหญ๋ เนื่องในโอกาส ธนาคารไทยพานิชย์ ครบ100ปี // พระสถาพสวยมาก พระสถาพเดิมๆ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >> ** พุทธคุณด้านเมตตามหานิยม ค้าขาย มีกำไร มีโชคลาภ โภคทรัพย์ และความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน ทำอะไรก็ดี มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต เหมาะอย่างยิ่งในยุคเศรษฐกิจเช่นนี้ ** ** หลวงปู่ครูบาดวงดี สุภัทโท วัดท่าจำปี (พระมงคลวิสุต) เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ท่านเกิด 24 เม.ย. 2449 มรณภาพ 6 ก.พ. 2553 อายุ 103 ปี 81 พรรษา ท่านมีชื่อเสียงด้านวัตรปฏิบัติเคร่งครัด เมตตาสูง และช่วยพัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรือง เป็นที่เคารพรักของศิษยานุศิษย์และชาวบ้านอย่างมาก ** ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพเดิมๆ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 Comments 0 Shares 33 Views 0 Reviews
  • การติดอยู่ในบ่วงความสำเร็จจนคุ้นชิน แล้วในวันหนึ่งทุกอย่างพังทลายลง จนเกินจะรับมือไหว

    นั่นคือที่สุดของการเผชิญหน้ากับ ความเปราะบาง (Fragility) ของความสำเร็จที่ดูมั่นคง แต่แท้จริงแล้วขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ มิอาจคาดการณ์ได้ ซึ่งต้องปรับมุมมองให้มองตามความจริงว่า ความสำเร็จนั้นเป็นเพียง "เส้นทาง" ไม่ใช่ "จุดหมาย" พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ โดยฝึกการยอมรับความไม่แน่นอน, สร้างความภาคภูมิใจในตัวเองจากภายใน (Internal Validation), และพัฒนาความสามารถในการปรับตัว (Resilience) เพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงของชีวิต.

    ความหมายของ "ติดอยู่ในบ่วงความสำเร็จ"
    • ความสุขจากความสำเร็จชั่วคราว: เราอาจพึ่งพา "ความรู้สึกดี" จากการได้รับคำชม/รางวัล จนหลงลืมการพัฒนาตัวเองทั้งในมิติ Outside in และ Inside out อย่างต่อเนื่อง.
    • ความกลัวที่จะสูญเสีย: กลัวความสำเร็จจะหายไป ทำให้กดดันตัวเองมากเกินไป หรือไม่กล้าเสี่ยง.
    • การยึดติดกับผลลัพธ์: มองว่าตัวเองคือ "ผู้สำเร็จ" แต่เมื่อผลลัพธ์เปลี่ยนไป อาจรู้สึกเหมือนตัวเองหมดคุณค่า.

    ทำไมถึง "พังทลายในชั่วข้ามคืน"
    • ความไม่แน่นอนของโลก: เศรษฐกิจ, เทคโนโลยี, หรือแม้แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝัน สามารถส่งผลกระทบต่อธุรกิจหรืออาชีพได้อย่างรวดเร็ว.
    • ความเสี่ยงที่ถูกมองข้าม: การประมาทเมื่อประสบความสำเร็จ อาจทำให้ละเลยการวางแผนสำรอง และการหลงลืมทางเลือกอื่น (Another choice) อันหลากหลาย

    วิธีรับมือและสร้างความมั่นคงที่แท้จริง
    • เปลี่ยนมุมมองความสำเร็จ: มองว่าความสำเร็จคือผลลัพธ์จากการเติบโตในทุกๆ วัน ไม่ใช่สถานะคงที่.
    • สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ (Resilience):
    • การฝึกสติ: อยู่กับปัจจุบัน และยอมรับความรู้สึก, ความผิดพลาด, หรือความสูญเสีย โดยไม่ตัดสินตัวเอง.
    • การสร้างคุณค่าจากภายใน: หาคุณค่าในตัวเองจากความพยายาม, ความรู้, หรือความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ใช่จากสถานะภายนอกเพียงอย่างเดียว.
    • การเรียนรู้ตลอดชีวิต: พัฒนาทักษะใหม่ๆ และเปิดรับโอกาสใหม่ๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองหยุดนิ่ง.
    • วางแผนฉุกเฉิน (Contingency Plan): เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเสมอ, เช่น การกระจายความเสี่ยงทางการเงิน, การมีทักษะสำรอง.
    • หาความสมดุล: อย่าทุ่มเทให้กับงานจนละเลยสุขภาพและการพักผ่อน เพราะร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงคือรากฐานสำคัญ.

    การเผชิญความจริง ที่ว่าทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้คือ จุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืน และทำให้เราพร้อมที่จะสร้างความสำเร็จครั้งใหม่ได้เสมอ แม้อาจไม่ใช่ Level เดิม...ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม
    เพราะบางครั้งสิ่ง " สามัญ " สภาวะ " ธรรมดา " อาจนำพาความสุขมาทำให้หัวใจเราชุ่มชื่นได้มากกว่า ความสำเร็จ ก็เป็นได้

    @ คืนวันที่ 4 มกราคม ปี 2569
    การติดอยู่ในบ่วงความสำเร็จจนคุ้นชิน แล้วในวันหนึ่งทุกอย่างพังทลายลง จนเกินจะรับมือไหว นั่นคือที่สุดของการเผชิญหน้ากับ ความเปราะบาง (Fragility) ของความสำเร็จที่ดูมั่นคง แต่แท้จริงแล้วขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ มิอาจคาดการณ์ได้ ซึ่งต้องปรับมุมมองให้มองตามความจริงว่า ความสำเร็จนั้นเป็นเพียง "เส้นทาง" ไม่ใช่ "จุดหมาย" พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ โดยฝึกการยอมรับความไม่แน่นอน, สร้างความภาคภูมิใจในตัวเองจากภายใน (Internal Validation), และพัฒนาความสามารถในการปรับตัว (Resilience) เพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงของชีวิต. ความหมายของ "ติดอยู่ในบ่วงความสำเร็จ" • ความสุขจากความสำเร็จชั่วคราว: เราอาจพึ่งพา "ความรู้สึกดี" จากการได้รับคำชม/รางวัล จนหลงลืมการพัฒนาตัวเองทั้งในมิติ Outside in และ Inside out อย่างต่อเนื่อง. • ความกลัวที่จะสูญเสีย: กลัวความสำเร็จจะหายไป ทำให้กดดันตัวเองมากเกินไป หรือไม่กล้าเสี่ยง. • การยึดติดกับผลลัพธ์: มองว่าตัวเองคือ "ผู้สำเร็จ" แต่เมื่อผลลัพธ์เปลี่ยนไป อาจรู้สึกเหมือนตัวเองหมดคุณค่า. ทำไมถึง "พังทลายในชั่วข้ามคืน" • ความไม่แน่นอนของโลก: เศรษฐกิจ, เทคโนโลยี, หรือแม้แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝัน สามารถส่งผลกระทบต่อธุรกิจหรืออาชีพได้อย่างรวดเร็ว. • ความเสี่ยงที่ถูกมองข้าม: การประมาทเมื่อประสบความสำเร็จ อาจทำให้ละเลยการวางแผนสำรอง และการหลงลืมทางเลือกอื่น (Another choice) อันหลากหลาย • วิธีรับมือและสร้างความมั่นคงที่แท้จริง • เปลี่ยนมุมมองความสำเร็จ: มองว่าความสำเร็จคือผลลัพธ์จากการเติบโตในทุกๆ วัน ไม่ใช่สถานะคงที่. • สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ (Resilience): • การฝึกสติ: อยู่กับปัจจุบัน และยอมรับความรู้สึก, ความผิดพลาด, หรือความสูญเสีย โดยไม่ตัดสินตัวเอง. • การสร้างคุณค่าจากภายใน: หาคุณค่าในตัวเองจากความพยายาม, ความรู้, หรือความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ใช่จากสถานะภายนอกเพียงอย่างเดียว. • การเรียนรู้ตลอดชีวิต: พัฒนาทักษะใหม่ๆ และเปิดรับโอกาสใหม่ๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองหยุดนิ่ง. • วางแผนฉุกเฉิน (Contingency Plan): เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเสมอ, เช่น การกระจายความเสี่ยงทางการเงิน, การมีทักษะสำรอง. • หาความสมดุล: อย่าทุ่มเทให้กับงานจนละเลยสุขภาพและการพักผ่อน เพราะร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงคือรากฐานสำคัญ. การเผชิญความจริง ที่ว่าทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้คือ จุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืน และทำให้เราพร้อมที่จะสร้างความสำเร็จครั้งใหม่ได้เสมอ แม้อาจไม่ใช่ Level เดิม...ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะบางครั้งสิ่ง " สามัญ " สภาวะ " ธรรมดา " อาจนำพาความสุขมาทำให้หัวใจเราชุ่มชื่นได้มากกว่า ความสำเร็จ ก็เป็นได้ @ คืนวันที่ 4 มกราคม ปี 2569
    0 Comments 0 Shares 70 Views 0 Reviews
  • จีน รัสเซียและอิหร่าน เริ่มซ้อมรบร่วมทางทะเลเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในน่านน้ำแอฟริกาใต้ ในวันเสาร์(10ม.ค.) ในสิ่งที่ประเทศเจ้าภาพให้คำนิยามว่าเป็นปฏิบัติการ BRICS Plus สำหรับรับประกันความปลอดภัยด้านการเดินเรือและกิจกรรมเศรษฐกิจทางทะเล อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS หลายชาติ
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000002917

    #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes #SondhiX #สนธิเล่าเรื่อง #กัมพูชายิงก่อน #CambodiaOpenedFire #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    จีน รัสเซียและอิหร่าน เริ่มซ้อมรบร่วมทางทะเลเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในน่านน้ำแอฟริกาใต้ ในวันเสาร์(10ม.ค.) ในสิ่งที่ประเทศเจ้าภาพให้คำนิยามว่าเป็นปฏิบัติการ BRICS Plus สำหรับรับประกันความปลอดภัยด้านการเดินเรือและกิจกรรมเศรษฐกิจทางทะเล อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS หลายชาติ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000002917 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes #SondhiX #สนธิเล่าเรื่อง #กัมพูชายิงก่อน #CambodiaOpenedFire #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 117 Views 0 Reviews
  • บรรยากาศงานวันเด็กแห่งชาติของกองทัพอากาศคึกคัก หลังประชาชนและเยาวชนนับแสนแห่เข้าชมการแสดงการบินของเครื่องบินขับไล่ F-16 และ Gripen โดยผู้บัญชาการทหารอากาศยืนยันว่าเป็นอากาศยานที่ปฏิบัติภารกิจจริงในการป้องกันประเทศ
    .
    พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ระบุว่า ดีใจและภาคภูมิใจที่เห็นเยาวชนให้ความสนใจ พร้อมคาดหวังว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า จะได้เห็นบรรยากาศที่เยาวชนมีความรักชาติ และเทิดทูนสถาบันหลักของชาติอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้มีผู้ลงทะเบียนร่วมชมการแสดงการบินกว่า 100,000 คน ยังไม่รวมผู้เข้าร่วมแบบวอล์กอิน
    .
    ผบ.ทอ.กล่าวว่า ความมั่นคงของประเทศต้องควบคู่ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการทหาร พร้อมย้ำว่ากองทัพอากาศต้องพัฒนาศักยภาพให้ทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งไซเบอร์ อวกาศ และโดรน รวมถึงการเปิดโอกาสให้สุภาพสตรีสมัครเป็นนักบินรบ เพื่อร่วมเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002813
    .
    #News1live #News1 #วันเด็กแห่งชาติ #กองทัพอากาศ #F16 #Gripen
    บรรยากาศงานวันเด็กแห่งชาติของกองทัพอากาศคึกคัก หลังประชาชนและเยาวชนนับแสนแห่เข้าชมการแสดงการบินของเครื่องบินขับไล่ F-16 และ Gripen โดยผู้บัญชาการทหารอากาศยืนยันว่าเป็นอากาศยานที่ปฏิบัติภารกิจจริงในการป้องกันประเทศ . พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ระบุว่า ดีใจและภาคภูมิใจที่เห็นเยาวชนให้ความสนใจ พร้อมคาดหวังว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า จะได้เห็นบรรยากาศที่เยาวชนมีความรักชาติ และเทิดทูนสถาบันหลักของชาติอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้มีผู้ลงทะเบียนร่วมชมการแสดงการบินกว่า 100,000 คน ยังไม่รวมผู้เข้าร่วมแบบวอล์กอิน . ผบ.ทอ.กล่าวว่า ความมั่นคงของประเทศต้องควบคู่ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการทหาร พร้อมย้ำว่ากองทัพอากาศต้องพัฒนาศักยภาพให้ทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งไซเบอร์ อวกาศ และโดรน รวมถึงการเปิดโอกาสให้สุภาพสตรีสมัครเป็นนักบินรบ เพื่อร่วมเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002813 . #News1live #News1 #วันเด็กแห่งชาติ #กองทัพอากาศ #F16 #Gripen
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 119 Views 0 Reviews
  • บูรพาไม่แพ้ Ep.155 : Make JAPAN Great Again เงินเยนญี่ปุ่นป่วนโลก
    .
    ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา หลายๆ คนเลือกที่จะไปเที่ยวที่ ประเทศญี่ปุ่น เพราะว่าในตอนนี้ค่าเงินเยนถูกเป็นประวัติการณ์ 100 เยนเท่ากับราว ๆ 20 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าเงินเยนอ่อนค่าลง อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
    .
    สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว ค่าเงินเยนที่ถูก ทำให้เราไปเที่ยว และใช้จ่ายในญี่ปุ่นได้มากขึ้น แต่ว่าค่าเงินเยนที่อ่อนค่ามากแบบนี้ไม่ใช่ภาวะปกติอย่างแน่นอน แต่เป็น “เจตนา” ของรัฐบาลญี่ปุ่นที่จะ “สร้างญี่ปุ่นให้ยิ่งใหญ่” อีกครั้ง แต่ว่าการกระทำดังกล่าวก็จะทำให้เกิดความปั่นป่วนต่อระบบเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยเราก็จะได้รับผลกระทบด้วย
    .
    พอดแคส บูรพาไม่แพ้ วันนี้ เราจะวิเคราะห์เรื่องเงินเยนที่อ่อนค่าลงเป็นประวัติการณ์ ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการทำอะไรกันแน่ และระบบการเงินโลก รวมถึงประเทศไทย จะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง ?
    .
    คลิกฟัง >> https://www.youtube.com/watch?v=kMEZGBTBtLs
    .
    #บูรพาไม่แพ้ #เงินเยน #เงินเยนญี่ปุ่น #เศรษฐกิจญี่ปุ่น
    บูรพาไม่แพ้ Ep.155 : Make JAPAN Great Again เงินเยนญี่ปุ่นป่วนโลก . ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา หลายๆ คนเลือกที่จะไปเที่ยวที่ ประเทศญี่ปุ่น เพราะว่าในตอนนี้ค่าเงินเยนถูกเป็นประวัติการณ์ 100 เยนเท่ากับราว ๆ 20 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าเงินเยนอ่อนค่าลง อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน . สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว ค่าเงินเยนที่ถูก ทำให้เราไปเที่ยว และใช้จ่ายในญี่ปุ่นได้มากขึ้น แต่ว่าค่าเงินเยนที่อ่อนค่ามากแบบนี้ไม่ใช่ภาวะปกติอย่างแน่นอน แต่เป็น “เจตนา” ของรัฐบาลญี่ปุ่นที่จะ “สร้างญี่ปุ่นให้ยิ่งใหญ่” อีกครั้ง แต่ว่าการกระทำดังกล่าวก็จะทำให้เกิดความปั่นป่วนต่อระบบเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยเราก็จะได้รับผลกระทบด้วย . พอดแคส บูรพาไม่แพ้ วันนี้ เราจะวิเคราะห์เรื่องเงินเยนที่อ่อนค่าลงเป็นประวัติการณ์ ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการทำอะไรกันแน่ และระบบการเงินโลก รวมถึงประเทศไทย จะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง ? . คลิกฟัง >> https://www.youtube.com/watch?v=kMEZGBTBtLs . #บูรพาไม่แพ้ #เงินเยน #เงินเยนญี่ปุ่น #เศรษฐกิจญี่ปุ่น
    0 Comments 0 Shares 73 Views 0 Reviews
  • ธุรกิจปี 69 ใครรุ่ง ใครร่วง? : [Biz Talk]

    เทรนด์ธุรกิจ ฝ่าพิษเศรษฐกิจไทยปี 69 ที่อาจโตต่ำกว่า 2 % ได้ คือ ธุรกิจเกี่ยวกับ ESG ,Health และ Digital ที่เป็นดาวรุ่ง ตามเมกะเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ ส่วนธุรกิจน่าห่วง เป็นดาวร่วงปี 69 เช่น เน็ตคาเฟ่, ร้านขายหนังสือ ที่โมเดลธุรกิจไม่ตอบโจทย์โลกดิจิทัล
    ธุรกิจปี 69 ใครรุ่ง ใครร่วง? : [Biz Talk] เทรนด์ธุรกิจ ฝ่าพิษเศรษฐกิจไทยปี 69 ที่อาจโตต่ำกว่า 2 % ได้ คือ ธุรกิจเกี่ยวกับ ESG ,Health และ Digital ที่เป็นดาวรุ่ง ตามเมกะเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ ส่วนธุรกิจน่าห่วง เป็นดาวร่วงปี 69 เช่น เน็ตคาเฟ่, ร้านขายหนังสือ ที่โมเดลธุรกิจไม่ตอบโจทย์โลกดิจิทัล
    0 Comments 0 Shares 146 Views 0 0 Reviews
  • นักวิจัยเปลี่ยนนมบูดให้กลายเป็นวัสดุสำหรับ 3D Printing — พลิกของเสียเกษตรให้เป็นพลาสติกชีวภาพทางเลือก

    งานวิจัยจาก University of Wisconsin–Platteville กำลังสร้างความสนใจอย่างมากในวงการ 3D Printing เพราะทีมนักวิจัยสามารถ เปลี่ยนนมบูดและของเสียจากอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นม ให้กลายเป็นวัสดุชีวภาพที่ใช้พิมพ์ 3 มิติได้จริง แนวคิดนี้เกิดจากปัญหานมส่วนเกินที่ต้องทิ้งในช่วงโควิด ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมพัฒนาวิธีสกัดโปรตีนอย่าง casein และ whey จากนมเสีย แล้วนำไปผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุที่มีคุณสมบัติคล้ายพลาสติกสำหรับใช้ในเครื่องพิมพ์ 3D

    สิ่งที่ทำให้โครงการนี้โดดเด่นคือมันไม่ใช่แค่การทดลองในห้องครัว แต่เป็นงานวิศวกรรมวัสดุเต็มรูปแบบ นักวิจัยต้องใช้เวลาหลายปีในการปรับสัดส่วนโปรตีน ความบริสุทธิ์ และการผสมผสานกับพอลิเมอร์ เพื่อให้ได้วัสดุที่ แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่ทำให้หัวฉีดของเครื่องพิมพ์อุดตัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้วัสดุชีวภาพหลายชนิดไม่สามารถใช้งานจริงได้ในตลาด 3D Printing

    งานนี้ยังสอดคล้องกับความพยายามของวงการ 3D Printing ที่ต้องการลดขยะพลาสติก เช่น การรีไซเคิลชิ้นงานที่พิมพ์พลาด การผลิตเส้นใยจากขวด PET หรือการพัฒนาวัสดุที่ย่อยสลายได้เอง แต่การใช้ ของเสียจากอาหาร มาเป็นวัตถุดิบถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพราะช่วยลดทั้งขยะอาหารและการพึ่งพาปิโตรเลียมในเวลาเดียวกัน

    หากเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ ผลกระทบอาจกว้างไกลกว่าที่คิด ทั้งการสร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกร การลดต้นทุนวัตถุดิบสำหรับผู้ผลิตวัสดุ 3D Printing และการเปิดประตูสู่วัสดุชีวภาพรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำวิทยาศาสตร์มาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์และใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    แนวคิดหลักของงานวิจัย
    สกัดโปรตีนจากนมบูด เช่น casein และ whey
    ผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุพิมพ์ 3 มิติที่ใช้งานได้จริง

    จุดเด่นของวัสดุใหม่นี้
    แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่อุดตันหัวฉีด
    ใช้กับเครื่องพิมพ์ 3D ที่มีอยู่แล้วได้ทันที

    บริบทและแรงบันดาลใจ
    เกิดจากปัญหานมส่วนเกินช่วงโควิดที่ต้องทิ้งจำนวนมาก
    เปลี่ยนของเสียเกษตรให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง

    ผลกระทบที่เป็นไปได้
    ลดการใช้พลาสติกจากปิโตรเลียม
    เพิ่มโอกาสรายได้ใหม่ให้ผู้ผลิตนมและอุตสาหกรรมวัสดุ

    ข้อควรระวังหรือประเด็นที่ต้องติดตาม
    ความพร้อมเชิงพาณิชย์
    ต้องพิสูจน์ว่าผลิตได้ในปริมาณมากและต้นทุนแข่งขันได้

    ความทนทานของวัสดุ
    ต้องทดสอบเพิ่มเติมในงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง

    มาตรฐานความปลอดภัย
    วัสดุชีวภาพใหม่ต้องผ่านการรับรองก่อนใช้งานในอุตสาหกรรม

    https://www.tomshardware.com/3d-printing/researchers-turn-spoiled-milk-into-3d-printing-materials-extracted-proteins-from-dairy-waste-combined-with-polymers-to-create-plastic-alternative
    🥛🧪 นักวิจัยเปลี่ยนนมบูดให้กลายเป็นวัสดุสำหรับ 3D Printing — พลิกของเสียเกษตรให้เป็นพลาสติกชีวภาพทางเลือก งานวิจัยจาก University of Wisconsin–Platteville กำลังสร้างความสนใจอย่างมากในวงการ 3D Printing เพราะทีมนักวิจัยสามารถ เปลี่ยนนมบูดและของเสียจากอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นม ให้กลายเป็นวัสดุชีวภาพที่ใช้พิมพ์ 3 มิติได้จริง แนวคิดนี้เกิดจากปัญหานมส่วนเกินที่ต้องทิ้งในช่วงโควิด ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมพัฒนาวิธีสกัดโปรตีนอย่าง casein และ whey จากนมเสีย แล้วนำไปผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุที่มีคุณสมบัติคล้ายพลาสติกสำหรับใช้ในเครื่องพิมพ์ 3D สิ่งที่ทำให้โครงการนี้โดดเด่นคือมันไม่ใช่แค่การทดลองในห้องครัว แต่เป็นงานวิศวกรรมวัสดุเต็มรูปแบบ นักวิจัยต้องใช้เวลาหลายปีในการปรับสัดส่วนโปรตีน ความบริสุทธิ์ และการผสมผสานกับพอลิเมอร์ เพื่อให้ได้วัสดุที่ แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่ทำให้หัวฉีดของเครื่องพิมพ์อุดตัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้วัสดุชีวภาพหลายชนิดไม่สามารถใช้งานจริงได้ในตลาด 3D Printing งานนี้ยังสอดคล้องกับความพยายามของวงการ 3D Printing ที่ต้องการลดขยะพลาสติก เช่น การรีไซเคิลชิ้นงานที่พิมพ์พลาด การผลิตเส้นใยจากขวด PET หรือการพัฒนาวัสดุที่ย่อยสลายได้เอง แต่การใช้ ของเสียจากอาหาร มาเป็นวัตถุดิบถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพราะช่วยลดทั้งขยะอาหารและการพึ่งพาปิโตรเลียมในเวลาเดียวกัน หากเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ ผลกระทบอาจกว้างไกลกว่าที่คิด ทั้งการสร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกร การลดต้นทุนวัตถุดิบสำหรับผู้ผลิตวัสดุ 3D Printing และการเปิดประตูสู่วัสดุชีวภาพรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำวิทยาศาสตร์มาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์และใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ แนวคิดหลักของงานวิจัย ➡️ สกัดโปรตีนจากนมบูด เช่น casein และ whey ➡️ ผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุพิมพ์ 3 มิติที่ใช้งานได้จริง ✅ จุดเด่นของวัสดุใหม่นี้ ➡️ แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่อุดตันหัวฉีด ➡️ ใช้กับเครื่องพิมพ์ 3D ที่มีอยู่แล้วได้ทันที ✅ บริบทและแรงบันดาลใจ ➡️ เกิดจากปัญหานมส่วนเกินช่วงโควิดที่ต้องทิ้งจำนวนมาก ➡️ เปลี่ยนของเสียเกษตรให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง ✅ ผลกระทบที่เป็นไปได้ ➡️ ลดการใช้พลาสติกจากปิโตรเลียม ➡️ เพิ่มโอกาสรายได้ใหม่ให้ผู้ผลิตนมและอุตสาหกรรมวัสดุ ⚠️ ข้อควรระวังหรือประเด็นที่ต้องติดตาม ‼️ ความพร้อมเชิงพาณิชย์ ⛔ ต้องพิสูจน์ว่าผลิตได้ในปริมาณมากและต้นทุนแข่งขันได้ ‼️ ความทนทานของวัสดุ ⛔ ต้องทดสอบเพิ่มเติมในงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง ‼️ มาตรฐานความปลอดภัย ⛔ วัสดุชีวภาพใหม่ต้องผ่านการรับรองก่อนใช้งานในอุตสาหกรรม https://www.tomshardware.com/3d-printing/researchers-turn-spoiled-milk-into-3d-printing-materials-extracted-proteins-from-dairy-waste-combined-with-polymers-to-create-plastic-alternative
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Researchers turn spoiled milk into 3D printing materials — extracted proteins from dairy waste combined with polymers to create plastic alternative
    This work turns what would otherwise be an agricultural liability into a potential input for advanced manufacturing.
    0 Comments 0 Shares 117 Views 0 Reviews
  • หมากรุก ตอนที่ 10

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 10 (จบ)
    สรุปว่า ยุทธศาสตร์ของอเมริกาคือ ยุทธศาสตร์เพื่อการ “ครองโลกแต่ผู้เดียว” ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมา
    ส่วนยุทธศาสตร์ของรัสเซีย น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “รัสเซียแกร่งกล้า” ที่สร้างบ้านเมืองให้แข็งแกร่งขึ้นมาใหม่ได้ และพร้อมแล้วที่จะบอกกับอเมริกาว่า “พอได้แล้วนะ” อเมริกาไม่ได้เป็นผู้กำหนดชะตาของทุกประเทศในโลกนี้อีกแล้ว การก้าวเข้าไปในซีเรีย และตะวันออกกลางของรัสเซีย มันแปลได้อย่างนั้น
    และยุทธศาสตร์ของจีน น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “จีนยิ่งใหญ่” หรือประเภทมังกรทะยานฟ้า เรื่องปิดล้อมจีนจบแล้ว อย่าได้คิดเชียวว่า จะมีใครมาปิด มาล้อมจีนได้อีก ไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ หรือกำลังทหาร ไม่มีทางแล้ว
    และตามยุทธศาสตร์ของทั้ง 3 ผู้ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานเช่นเดียวกัน 3 เรื่อง เพื่อจะเดินหน้าตามแผนของตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือ
    – มีอาวุธที่สุดยอด
    – มีกองกำลังที่ยิ่งใหญ่
    – ได้ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ
    เรื่องอาวุธ ผมไม่ขอวิเคราะห์ ใครมีอาวุธสุดยอดกว่าใคร เชื่อว่าไม่มีใครรู้จริงทั้งหมด นอกจากจะอยู่วงในสุดของแต่ละประเทศ และจะรู้จริงก็ตอนลงมือโซ้ยกันนั่นแหละครับ
    ส่วนยุทธศาสตร์ในการใช้อาวุธ จะใช้รูปแบบขนาด ระยะยิง จากฐานใดบ้าง มันคือแผนการรบ คนที่จะรู้แผนการรบจริงคือ ผู้บัญชาการรบ ผมเป็นแค่คนเล่านิทาน ไม่บังอาจไปวิจารณ์ฝ่ายใด คงบอกได้แต่ว่า ถ้าอเมริกาต้องเจอ รัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และปากีสถาน พร้อมกัน ผมว่า อเมริกาคงคิดหนัก นาโตถึงยังเป็นใบ้ และญี่ปุ่น ที่คิดจะแบกถาดให้อเมริกา วันนี้ น่าจะยังใช้เวลาหาถาดอีกนาน
    เรื่องกองกำลังของอเมริกา ต้องนับรวมทั้ง ทหารจริง ทหารรับจ้าง ทั้งของตัวเอง และของลูกหาบ ที่ครอบคลุม และแอบซ่อนอยู่ตามฐานทัพทั่วโลก และตอนนี้ คงต้องนับรวมเครือข่ายของผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินเข้าไปด้วย แปลว่า อเมริกาน่าจะมีแยะจริงๆ
    แต่ผมก็ยังเชื่อว่า อเมริกา เดี่ยวๆ ไม่มีกำลังพลมากกว่า รัสเซียเดี่ยว หรือจีนเดี่ยวอยู่แล้ว ยิ่งกำลังพลรัสเซียบวกจีน อเมริกายิ่งไม่มีทางเทียบ อเมริกาจึงต้องเช็คชื่อ เรียกลูกหาบมาเกือบทั้งโลก อย่างที่อเมริกากำลังดำเนินการอยู่
    คุณพี่ปูติน เดินหมากรุกเข้าไปในซีเรีย นี่จะเต็ม 3 เดือนแล้วนะครับ อเมริกายังเล่นหมากหลบ หมากเลี่ยง หมากเขก แต่ยังไม่ออกหมากรุกกลับ เข้าใจว่า คงยังเล่นหมากเก็บ “นับหัว” เอาเข้าคอกให้ครบเสียก่อน
    ส่วนเรื่องครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เล่านิทานมา 2 ปีกว่า มาจนถึงเรื่องนี้ ตอนนี้ คิดว่าอเมริกาพูดได้เต็มปากหรือไม่ว่า ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ของโลกไว้ได้แล้ว
    มันก็ย้อนกลับมาที่เดิมว่า ยุทธศาสตร์ที่แต่ละฝ่ายใช้ และการเดินหมากตามยุทธศาสตร์ได้ผลอย่างไร การเดินหมากแบบลุยกินดะไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่า จะทำให้ชนะเสมอไป ขณะเดียวกัน การเดินหมาก ที่เหมือนขยับไม่กี่ตา แต่ขยับอีกที ก็รุกฆาตแล้ว ก็อาจเกิดขึ้นได้เหมือนกัน
    ตลอดเวลา 70 ปีที่ผ่านมา อเมริกาเดินหมาก เหมือนกินดะได้ไปเกือบทั่วโลกแล้ว แต่การเดินหมากช่วงหลังของอเมริกา ดันสะดุดหัวแม่ตีนตัวเอง หัวทิ่มอย่างไม่น่าเชื่อ จากกระดาษซับไพรม์ใบบางๆ ที่ทำให้ตอนนี้อเมริกายังกระเป๋าฉีก ตูดขาด แต่อเมริกาสร้างเรื่องอื่นขึ้นมากลบ สื่อก็ช่วยพาเลี้ยว ชาวบ้านก็เลยลืม
    ปี ค.ศ.2007 เมื่ออเมริกาเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ จากเรื่องซับไพรม์ subprime ที่บริษัทเงินทุนจอมตะกละของอเมริกา เอาเอกสารลูกหนี้เงินกู้ซื้อบ้าน ไปขายลดต่ออีกหลายทอด จนไหม้เกรียม ลูกหนี้คนเดียว มีเจ้าหนี้ยืนเรียงคิวคอย พอเศรษฐกิจไม่ดี ลูกหนี้เจ็ง ไม่มีเงินผ่อนส่ง ไอ้พวกที่ซื้อไว้เป็นทอดๆ เรียงคิวคอย ก็ม่อยกะรอก ล้มตามกันเป็นพรวน และทำให้เศรษฐกิจอเมริกาสะอึกพรวด นักการเงินแก้ปัญหาหนี้เสียของบริษัทการเงิน ด้วยการเอาเงินรัฐมาอุ้มบริษัทการเงินเป็นจำนวนมหาศาล ตามสูตรสำเร็จ หลังจากนั้น ก็ลามไปกันใหญ่ และวันนี้อเมริกาก็มีหนี้กองโต ต้องลดงบ ตัดงบ ที่รวมไปถึงงบทางกองทัพด้วย
    สรุปสั้นๆ ว่า อเมริกาตูดขาดมาเกือบสิบปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังขาดอยู่ แต่ยังต้องทำหน้าใหญ่เอาไว้ แต่พินิจให้ดีๆ เถิดครับ หน้า พณ.ใบตองแห้ง กับ พณ.กลาโหม เวลาแถลงอะไรเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ที่ต้องยกกองกำลังเข้าไปที่ไหน ทำหน้าเหมือนกับกินข้าวบูดมันเน่ามาทั้งนั้น แถมถ้าจำเป็นต้องส่งกำลังไปเพื่อรักษาหน้า ก็เป็นหลักร้อย ส่วนอาวุธ ส่วนใหญ่ก็เป็นโดรน ไม่มีคนขับ อเมริกาถึงยืนยันว่า no boots on the ground อยู่ตลอดเวลาได้แต่คอยชี้นิ้วสั่ง โอลอง เอ็งไปซิ แคมารอน เอ็งด้วย เอะ แล้วอเมริกาหายไปไหน แค่ส่งไปที่ละร้อย สองร้อยคน แถวซีเรีย อีรัค ขายหน้าพี่เบิ้มหมด
    แต่ถึงอย่างนั้น เป็นประเทศมหาอำนาจมา 70 ปี สั่งซ้ายหันขวาหัน ให้มาเลียมือเลียตีนได้หมด แค่ตูดขาดไม่ถึง 10 ปี หมากเด็ด หายหมด หมากรุก ไม่มี อย่างนั้นหรือครับ แบบนี้จะแปลว่าอะไร
    แปลว่า อเมริกาซ่อนหมากเด็ด เตรียมไว้รุกฆาต หรือแปลว่าอเมริการบไม่เป็น หรือไม่มีปัญญายกทัพมารบแล้ว…
    น่าสังเกตว่า อเมริกาอาจจะถนัดแต่การรบแบบปฏิบัติการ หรือรบแบบกองโจรไปปล้นประเทศที่ไม่ทางสู้มากกว่า หรือไม่ก็ใช้ทหารรับจ้าง ที่เรียกเสียหรูว่า contractor หรือ security advisor เป็นผู้ไป “ดำเนินการ” ไม่ใช่การรบจริง เต็มรูปแบบทางกำลังทหาร
    ตลอดเวลาประมาณ 70 ที่ผ่านมา มีเพียง 2,3 ครั้งเท่านั้น ที่เป็นการรบจริง คือ ในสงครามเกาหลี และสงครามเวียตนามเท่านั้น นั่นมันก็กว่า 50 ปีมาแล้ว นอกนั้น มันเป็นการปฏิบัติการโดยพวกทหารรับจ้าง กับทหารนอกระบบ ที่เรียกว่า “stay behind” เครือข่ายหลังฉาก หรือเครือข่ายที่ซ่อนเร้นเกือบทั้งสิ้น แม้ในสมัยสงครามอิรัค อเมริกาก็ใช้ทหารรับจ้างมาก พอๆกับทหารในกองทัพ ถึงได้งบบานฉิบหายไป ส่วนนาโต้เอง ก็ไม่ได้มีกองกำลังทหารจริงทั้งหมด ใช้เครือข่าย stay behind กับ contractor มากเช่นเดียวกัน
    แต่ระหว่างเกือบ 10 ที่เศรษฐกิจอเมริกาสะอึก ฝั่งรัสเซียจีน แม้จะไม่ได้ฉลุย แต่ก็น่าจะมีอะไรดี ไม่งั้นรัสเซียคงไม่หาญกล้ายกพลเข้าไปที่ซีเรีย และการยกพลของรัสเซียครั้งนี้ คุณพี่ปูตินเล่นยกมาเป็นกองทัพ ทั้งบกเรืออากาศ มีเรือรบ มีเครื่องบิน มีรถถัง ทหารราบจำนวนแสน
    แล้วอเมริกาเดินหมากยังไงครับ ตอนนี้เป็นหมากพูด หรือหมากพ่น อย่าเป็นหมากเผ่นก็แล้วกัน
    เมื่อไม่นานมานี่ พณ. ใบตองแห้ง ออกมาพูดเองว่า ไอซิสแผ่วแล้วนะ พื้นที่ที่ยึดไปในอิรัคเหลือน้อยแล้ว ที่ซีเรียก็เช่นเดียวกัน หายไปแยะ ก็ใช่ซิ รัสเซียถล่มเสียราบ กองกำลังร่วมของอเมริกา เข้าไป 4 ปีกว่า ไอซิสมีแต่งอกเพิ่ม รัสเซียมาไม่ถึง 3 เดือน ไอซิสมุดรูหนีออกไปทางลิเบียหมด แต่ พณ.ใบตอง แห้งยังออกมาพูดเอาคะแนน แถมขู่พวกตัวหัวหน้าไอซิสอีกว่า you are next ต่อไปคือพวกเอ็ง ….เป็นการขู่ผ่านสื่อออกทีวี ….เห็นสันดานใบตองแห้งชัดจริงๆ
    ตกลงถึงวันนี้ ผมยังไม่เห็นหมากเด็ด หมากรุก อะไรที่จะทำให้ผมเชื่อว่า อเมริกาเป็นนักยุทธศาสตร์ทางด้านการรบ เอาละ มันยังไม่ถึงเวลารบจริง เพราะฉะนั้นตอนนี้ ต้องดูการเดินหมาก “เตรียมรบ” มากกว่า ว่าของใครล้ำลึกเด็ดขาดกว่ากัน คือดูตัวหมาก ที่แต่ละฝ่าย เลือกเอามาเดิน เลือกกิน หรือเลือกทิ้ง
    ตามทฤษฏีของไอ้แสบเบรสินสกี้ หมากตัวสำคัญในตะวันออกกลาง มี 2 ตัว คือ อิหร่าน กับตุรกี วันนี้เราเห็นชัดว่า อิหร่าน เปิดเผยว่าอยู่ขั้วรัสเซียจีน แผนบีบด้วยนิวเคลียร์ บีบอิหร่านไม่สำเร็จ
    ในตะวันออกกลางจึงเหลือตุรกี ที่เป็นหมากให้ดูว่า รัสเซียเสียตุรกี หรือรัสเซียถีบตุรกีทิ้ง และถ้าอเมริกาเลือกตุรกีมาเป็นหมากฝ่ายตัว เป็นเรื่องดี หรือ ซวยของอเมริกา
    ถัดมาเป็นหมาก แถวมหาสมุทรอินเดีย ใกล้บ้านเราเข้ามาหน่อย
    ปากีสถาน ก็เป็นหมากที่น่าสนใจตามดูเช่นเดียวกัน ว่า ปากีสถานทิ้งอเมริกา หรืออเมริกาทิ้งปากีสถาน และมาเลือกอินเดีย เพราะหมาก 2 ตัวนี้ คงจะอยู่ข้างเดียวกันยาก แม้ตอนนี้จะมีความพยายาม แต่นั่นแหละ แขกเป็นนักเล่นกล ไม่รู้ว่าอเมริกาจะรู้จักตำนานนี้ไหม
    อเมริกา จะเลือกเดินหมากอินเดียเพราะอะไร และอเมริกาได้ หรืออเมริกาเสีย ในการเสียปากีสถาน และ (ยังไม่แน่ว่าจะ) ได้ อินเดีย
    ช่วงนี้ดูหมาก 3 ตัวนี้ไว้เท่านั้นแหละครับ ตุรกี ปากีสถาน อืนเดีย การเดินหมาก 3 ตัวนี้ จะทำให้เห็นว่า ยุทธศาตร์ฝ่ายไหน ลึกซึ้ง และฝ่ายใด กำลังเดินหมาก รุก……
    หลังปีใหม่ ค่อยมาอ่านนิทานต่อนะครับ
    ระหว่างข้ามปี ใช้ชีวิตสบายๆ สวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ทำกุศล ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้เกิดสวัสดิมงคลแก่บ้านเมือง ตัวเองและครอบครัว และโชคดีตลอดปีใหม่ นะครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    31 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 10 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 10 (จบ) สรุปว่า ยุทธศาสตร์ของอเมริกาคือ ยุทธศาสตร์เพื่อการ “ครองโลกแต่ผู้เดียว” ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ส่วนยุทธศาสตร์ของรัสเซีย น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “รัสเซียแกร่งกล้า” ที่สร้างบ้านเมืองให้แข็งแกร่งขึ้นมาใหม่ได้ และพร้อมแล้วที่จะบอกกับอเมริกาว่า “พอได้แล้วนะ” อเมริกาไม่ได้เป็นผู้กำหนดชะตาของทุกประเทศในโลกนี้อีกแล้ว การก้าวเข้าไปในซีเรีย และตะวันออกกลางของรัสเซีย มันแปลได้อย่างนั้น และยุทธศาสตร์ของจีน น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “จีนยิ่งใหญ่” หรือประเภทมังกรทะยานฟ้า เรื่องปิดล้อมจีนจบแล้ว อย่าได้คิดเชียวว่า จะมีใครมาปิด มาล้อมจีนได้อีก ไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ หรือกำลังทหาร ไม่มีทางแล้ว และตามยุทธศาสตร์ของทั้ง 3 ผู้ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานเช่นเดียวกัน 3 เรื่อง เพื่อจะเดินหน้าตามแผนของตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือ – มีอาวุธที่สุดยอด – มีกองกำลังที่ยิ่งใหญ่ – ได้ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เรื่องอาวุธ ผมไม่ขอวิเคราะห์ ใครมีอาวุธสุดยอดกว่าใคร เชื่อว่าไม่มีใครรู้จริงทั้งหมด นอกจากจะอยู่วงในสุดของแต่ละประเทศ และจะรู้จริงก็ตอนลงมือโซ้ยกันนั่นแหละครับ ส่วนยุทธศาสตร์ในการใช้อาวุธ จะใช้รูปแบบขนาด ระยะยิง จากฐานใดบ้าง มันคือแผนการรบ คนที่จะรู้แผนการรบจริงคือ ผู้บัญชาการรบ ผมเป็นแค่คนเล่านิทาน ไม่บังอาจไปวิจารณ์ฝ่ายใด คงบอกได้แต่ว่า ถ้าอเมริกาต้องเจอ รัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และปากีสถาน พร้อมกัน ผมว่า อเมริกาคงคิดหนัก นาโตถึงยังเป็นใบ้ และญี่ปุ่น ที่คิดจะแบกถาดให้อเมริกา วันนี้ น่าจะยังใช้เวลาหาถาดอีกนาน เรื่องกองกำลังของอเมริกา ต้องนับรวมทั้ง ทหารจริง ทหารรับจ้าง ทั้งของตัวเอง และของลูกหาบ ที่ครอบคลุม และแอบซ่อนอยู่ตามฐานทัพทั่วโลก และตอนนี้ คงต้องนับรวมเครือข่ายของผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินเข้าไปด้วย แปลว่า อเมริกาน่าจะมีแยะจริงๆ แต่ผมก็ยังเชื่อว่า อเมริกา เดี่ยวๆ ไม่มีกำลังพลมากกว่า รัสเซียเดี่ยว หรือจีนเดี่ยวอยู่แล้ว ยิ่งกำลังพลรัสเซียบวกจีน อเมริกายิ่งไม่มีทางเทียบ อเมริกาจึงต้องเช็คชื่อ เรียกลูกหาบมาเกือบทั้งโลก อย่างที่อเมริกากำลังดำเนินการอยู่ คุณพี่ปูติน เดินหมากรุกเข้าไปในซีเรีย นี่จะเต็ม 3 เดือนแล้วนะครับ อเมริกายังเล่นหมากหลบ หมากเลี่ยง หมากเขก แต่ยังไม่ออกหมากรุกกลับ เข้าใจว่า คงยังเล่นหมากเก็บ “นับหัว” เอาเข้าคอกให้ครบเสียก่อน ส่วนเรื่องครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เล่านิทานมา 2 ปีกว่า มาจนถึงเรื่องนี้ ตอนนี้ คิดว่าอเมริกาพูดได้เต็มปากหรือไม่ว่า ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ของโลกไว้ได้แล้ว มันก็ย้อนกลับมาที่เดิมว่า ยุทธศาสตร์ที่แต่ละฝ่ายใช้ และการเดินหมากตามยุทธศาสตร์ได้ผลอย่างไร การเดินหมากแบบลุยกินดะไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่า จะทำให้ชนะเสมอไป ขณะเดียวกัน การเดินหมาก ที่เหมือนขยับไม่กี่ตา แต่ขยับอีกที ก็รุกฆาตแล้ว ก็อาจเกิดขึ้นได้เหมือนกัน ตลอดเวลา 70 ปีที่ผ่านมา อเมริกาเดินหมาก เหมือนกินดะได้ไปเกือบทั่วโลกแล้ว แต่การเดินหมากช่วงหลังของอเมริกา ดันสะดุดหัวแม่ตีนตัวเอง หัวทิ่มอย่างไม่น่าเชื่อ จากกระดาษซับไพรม์ใบบางๆ ที่ทำให้ตอนนี้อเมริกายังกระเป๋าฉีก ตูดขาด แต่อเมริกาสร้างเรื่องอื่นขึ้นมากลบ สื่อก็ช่วยพาเลี้ยว ชาวบ้านก็เลยลืม ปี ค.ศ.2007 เมื่ออเมริกาเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ จากเรื่องซับไพรม์ subprime ที่บริษัทเงินทุนจอมตะกละของอเมริกา เอาเอกสารลูกหนี้เงินกู้ซื้อบ้าน ไปขายลดต่ออีกหลายทอด จนไหม้เกรียม ลูกหนี้คนเดียว มีเจ้าหนี้ยืนเรียงคิวคอย พอเศรษฐกิจไม่ดี ลูกหนี้เจ็ง ไม่มีเงินผ่อนส่ง ไอ้พวกที่ซื้อไว้เป็นทอดๆ เรียงคิวคอย ก็ม่อยกะรอก ล้มตามกันเป็นพรวน และทำให้เศรษฐกิจอเมริกาสะอึกพรวด นักการเงินแก้ปัญหาหนี้เสียของบริษัทการเงิน ด้วยการเอาเงินรัฐมาอุ้มบริษัทการเงินเป็นจำนวนมหาศาล ตามสูตรสำเร็จ หลังจากนั้น ก็ลามไปกันใหญ่ และวันนี้อเมริกาก็มีหนี้กองโต ต้องลดงบ ตัดงบ ที่รวมไปถึงงบทางกองทัพด้วย สรุปสั้นๆ ว่า อเมริกาตูดขาดมาเกือบสิบปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังขาดอยู่ แต่ยังต้องทำหน้าใหญ่เอาไว้ แต่พินิจให้ดีๆ เถิดครับ หน้า พณ.ใบตองแห้ง กับ พณ.กลาโหม เวลาแถลงอะไรเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ที่ต้องยกกองกำลังเข้าไปที่ไหน ทำหน้าเหมือนกับกินข้าวบูดมันเน่ามาทั้งนั้น แถมถ้าจำเป็นต้องส่งกำลังไปเพื่อรักษาหน้า ก็เป็นหลักร้อย ส่วนอาวุธ ส่วนใหญ่ก็เป็นโดรน ไม่มีคนขับ อเมริกาถึงยืนยันว่า no boots on the ground อยู่ตลอดเวลาได้แต่คอยชี้นิ้วสั่ง โอลอง เอ็งไปซิ แคมารอน เอ็งด้วย เอะ แล้วอเมริกาหายไปไหน แค่ส่งไปที่ละร้อย สองร้อยคน แถวซีเรีย อีรัค ขายหน้าพี่เบิ้มหมด แต่ถึงอย่างนั้น เป็นประเทศมหาอำนาจมา 70 ปี สั่งซ้ายหันขวาหัน ให้มาเลียมือเลียตีนได้หมด แค่ตูดขาดไม่ถึง 10 ปี หมากเด็ด หายหมด หมากรุก ไม่มี อย่างนั้นหรือครับ แบบนี้จะแปลว่าอะไร แปลว่า อเมริกาซ่อนหมากเด็ด เตรียมไว้รุกฆาต หรือแปลว่าอเมริการบไม่เป็น หรือไม่มีปัญญายกทัพมารบแล้ว… น่าสังเกตว่า อเมริกาอาจจะถนัดแต่การรบแบบปฏิบัติการ หรือรบแบบกองโจรไปปล้นประเทศที่ไม่ทางสู้มากกว่า หรือไม่ก็ใช้ทหารรับจ้าง ที่เรียกเสียหรูว่า contractor หรือ security advisor เป็นผู้ไป “ดำเนินการ” ไม่ใช่การรบจริง เต็มรูปแบบทางกำลังทหาร ตลอดเวลาประมาณ 70 ที่ผ่านมา มีเพียง 2,3 ครั้งเท่านั้น ที่เป็นการรบจริง คือ ในสงครามเกาหลี และสงครามเวียตนามเท่านั้น นั่นมันก็กว่า 50 ปีมาแล้ว นอกนั้น มันเป็นการปฏิบัติการโดยพวกทหารรับจ้าง กับทหารนอกระบบ ที่เรียกว่า “stay behind” เครือข่ายหลังฉาก หรือเครือข่ายที่ซ่อนเร้นเกือบทั้งสิ้น แม้ในสมัยสงครามอิรัค อเมริกาก็ใช้ทหารรับจ้างมาก พอๆกับทหารในกองทัพ ถึงได้งบบานฉิบหายไป ส่วนนาโต้เอง ก็ไม่ได้มีกองกำลังทหารจริงทั้งหมด ใช้เครือข่าย stay behind กับ contractor มากเช่นเดียวกัน แต่ระหว่างเกือบ 10 ที่เศรษฐกิจอเมริกาสะอึก ฝั่งรัสเซียจีน แม้จะไม่ได้ฉลุย แต่ก็น่าจะมีอะไรดี ไม่งั้นรัสเซียคงไม่หาญกล้ายกพลเข้าไปที่ซีเรีย และการยกพลของรัสเซียครั้งนี้ คุณพี่ปูตินเล่นยกมาเป็นกองทัพ ทั้งบกเรืออากาศ มีเรือรบ มีเครื่องบิน มีรถถัง ทหารราบจำนวนแสน แล้วอเมริกาเดินหมากยังไงครับ ตอนนี้เป็นหมากพูด หรือหมากพ่น อย่าเป็นหมากเผ่นก็แล้วกัน เมื่อไม่นานมานี่ พณ. ใบตองแห้ง ออกมาพูดเองว่า ไอซิสแผ่วแล้วนะ พื้นที่ที่ยึดไปในอิรัคเหลือน้อยแล้ว ที่ซีเรียก็เช่นเดียวกัน หายไปแยะ ก็ใช่ซิ รัสเซียถล่มเสียราบ กองกำลังร่วมของอเมริกา เข้าไป 4 ปีกว่า ไอซิสมีแต่งอกเพิ่ม รัสเซียมาไม่ถึง 3 เดือน ไอซิสมุดรูหนีออกไปทางลิเบียหมด แต่ พณ.ใบตอง แห้งยังออกมาพูดเอาคะแนน แถมขู่พวกตัวหัวหน้าไอซิสอีกว่า you are next ต่อไปคือพวกเอ็ง ….เป็นการขู่ผ่านสื่อออกทีวี ….เห็นสันดานใบตองแห้งชัดจริงๆ ตกลงถึงวันนี้ ผมยังไม่เห็นหมากเด็ด หมากรุก อะไรที่จะทำให้ผมเชื่อว่า อเมริกาเป็นนักยุทธศาสตร์ทางด้านการรบ เอาละ มันยังไม่ถึงเวลารบจริง เพราะฉะนั้นตอนนี้ ต้องดูการเดินหมาก “เตรียมรบ” มากกว่า ว่าของใครล้ำลึกเด็ดขาดกว่ากัน คือดูตัวหมาก ที่แต่ละฝ่าย เลือกเอามาเดิน เลือกกิน หรือเลือกทิ้ง ตามทฤษฏีของไอ้แสบเบรสินสกี้ หมากตัวสำคัญในตะวันออกกลาง มี 2 ตัว คือ อิหร่าน กับตุรกี วันนี้เราเห็นชัดว่า อิหร่าน เปิดเผยว่าอยู่ขั้วรัสเซียจีน แผนบีบด้วยนิวเคลียร์ บีบอิหร่านไม่สำเร็จ ในตะวันออกกลางจึงเหลือตุรกี ที่เป็นหมากให้ดูว่า รัสเซียเสียตุรกี หรือรัสเซียถีบตุรกีทิ้ง และถ้าอเมริกาเลือกตุรกีมาเป็นหมากฝ่ายตัว เป็นเรื่องดี หรือ ซวยของอเมริกา ถัดมาเป็นหมาก แถวมหาสมุทรอินเดีย ใกล้บ้านเราเข้ามาหน่อย ปากีสถาน ก็เป็นหมากที่น่าสนใจตามดูเช่นเดียวกัน ว่า ปากีสถานทิ้งอเมริกา หรืออเมริกาทิ้งปากีสถาน และมาเลือกอินเดีย เพราะหมาก 2 ตัวนี้ คงจะอยู่ข้างเดียวกันยาก แม้ตอนนี้จะมีความพยายาม แต่นั่นแหละ แขกเป็นนักเล่นกล ไม่รู้ว่าอเมริกาจะรู้จักตำนานนี้ไหม อเมริกา จะเลือกเดินหมากอินเดียเพราะอะไร และอเมริกาได้ หรืออเมริกาเสีย ในการเสียปากีสถาน และ (ยังไม่แน่ว่าจะ) ได้ อินเดีย ช่วงนี้ดูหมาก 3 ตัวนี้ไว้เท่านั้นแหละครับ ตุรกี ปากีสถาน อืนเดีย การเดินหมาก 3 ตัวนี้ จะทำให้เห็นว่า ยุทธศาตร์ฝ่ายไหน ลึกซึ้ง และฝ่ายใด กำลังเดินหมาก รุก…… หลังปีใหม่ ค่อยมาอ่านนิทานต่อนะครับ ระหว่างข้ามปี ใช้ชีวิตสบายๆ สวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ทำกุศล ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้เกิดสวัสดิมงคลแก่บ้านเมือง ตัวเองและครอบครัว และโชคดีตลอดปีใหม่ นะครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 31 ธ.ค. 2558
    0 Comments 0 Shares 221 Views 0 Reviews
  • หมากรุก ตอนที่ 9

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 9
    จีนไม่ได้วางระบบเส้นทางรางรถไฟอย่างเดียว คนและสินค้าไปมาได้ ก็ต้องมีเส้นทางให้น้ำมันละแก๊สส่งไปมาได้ด้วย จีนทำสัญญาสร้างท่อส่งน้ำมันและแก๊ส จากเกือบทุกแหล่งพลังงานในยูเรเซีย มาสู่แหล่งชุมชนและอุตสาหกรรมในจีน ทางส่วนเหนือ ส่วนกลาง และตะวันออกเฉียงใต้ การสร้างเริ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน สร้างไปได้ 10 ปี ค.ศ.2009 China National Petroleum Corporation (CNPC) หน่วยงานที่ดูแลด้านพลังงาน ซึ่งเป็นของรัฐก็ทำพิธีเปิดท่อส่งน้ำมัน เส้นทางจากท้องน้อยรัสเซีย คาซัคสถาน-จีน ระยะทางสุดท้าย เป็นท่อส่งเส้นทางยาว 1,400 ไมล์ จากทะเลสาปแคสเปียนมาถึงซินเจียง
    CNPC ยังร่วมมือกับท้องน้อยรัสเซียอีกรายคือ เติร์กเมนิสถาน สร้างท่อส่งแก๊สยาว 1,200 ไมล์ ขนานคู่มากับเส้นของ คาซัคสถาน เป็นการนำพลังงานจากภูมิภาคเดียวกันมาสู่จีน เป็นเติร์กเมนเดียวกัน กับที่ไม่ยอมร่วมรายการกับ Nabucco นั่นแหละ ….แบบนี้ อเมริกา ก็หน้าแหก อีกสิ ครั้งที่เท่าไหร่ จำไม่ได้แล้ว มันแยะจัง
    นอกจากนี้ จีนยังสร้างท่อส่งจากอ่าวเบงกอล ผ่านพม่า ข้ามไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เส้นทางยาวถึง 1,500 ไมล์ เพื่อส่งน้ำมัน ที่จีนซื้อจากตะวันออกกลางและพม่า เพื่อเลี่ยงการถูกรัดคอ จากการใช้เส้นทางส่งน้ำมันทางเรือ ผ่านช่องแคบมะละกา ที่ลูกหาบของอเมริกาคุม อาเฮียรอบคอบนะ
    และรายการท่อส่งแก๊สบันลือโลกระหว่างรัสเซียกับจีน มูลค่า 400 พันล้าน อายุ 30 ปี ที่ Gazprom ของรัสเซีย ที่คุณพี่ปูตินตั้งใจจะส่งให้อาเฮียเพื่อนรักอุ่นทั้งปี ด้วยการส่งแก๊ส
    ปีละ 38 พันล้านคิวบิกเมตร ท่อส่งนี้เป็นเครือข่ายที่ยาวจากไซบีเรีย ไปถึงแมนจูเรีย
    ระบบท่อส่งของจีน เมื่อรวมกับเครือข่ายท่อส่งของรัสเซีย ที่แผ่กว้างขึ้นบนลงล่างยาวไปถึงยุโรปส่วนต่างๆ และมาต่อกับตะวันออกกลาง เข้าเครือข่ายท่อส่งของอิหร่านแล้ว เครือข่ายท่อส่งของพันธมิตรด้านรัสเซียจีนอิหร่าน ซึ่งตอนนี้น่าจะนับรวมปากีสถาน ที่เขาว่าได้แหกคอก ออกมาจากแก๊งใบตองแห้งเรียบร้อยแล้ว น่าจะทำให้เห็นว่า การเดินหมากของฝ่ายรัสเซียจีนบวกอิหร่าน โดยการสร้างเครือข่ายท่อส่ง และระบบขนส่งทางบก สร้างเครือข่ายทางรถไฟความเร็วสูง เป็นการเดินหมากยุทธศาสตร์ที่สร้างการเชื่อมโยง สร้างความเจริญ สร้างรายได้ และสร้างสัมพันธ์ระหว่างกัน ระหว่างผู้ที่อยู่ในบริเวณ World Island ขณะเดียวกัน ก็เป็นการสร้างพลัง อำนาจต่อรอง และความกดดัน ได้อย่างน่าสนใจด้วย
    และในยามศึกสงคราม เส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์การรบ จีน รัสเซีย มองไกลนะครับ อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ คิดอาศัยเส้นทางทางเรืออย่างเดียว ก็เข้าทางเขา
    แต่ยุทธศาสตร์ของฝ่ายรัสเซียจีน ไม่ได้มีเพียงเครือข่ายท่อส่งและราง
    ในขั้นตอนที่ 2 ของการสร้างตามยุทธศาสตร์ รัสเซีย จีน ยังสร้างเครือข่ายด้านเศรษฐกิจการค้า ด้วยยุทธศาสตร์จับมือกันรอด จับมือกันรวย ด้วยการสร้าง “เครื่องคานอำนาจ” ทางเศรษฐกิจอีกด้วย
    รัสเซีย-จีน ตั้งกลุ่ม SCO เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ในปี ค.ศ.2001 นำโดยจีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีสถาน ทาจิกีสถาน และอุซเบกีสถาน นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมสังเกตุการณ์ เช่นอิหร่าน เบลารุส มองโกเลีย อาฟกานิสถาน ปากีสถาน และอินเดีย และการที่รัสเซียและจีน สร้างราง สร้างท่อส่งข้ามทวีปได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ด้วยกัน โดยเฉพาะจากพวกท้องน้อยทรงเสน่ห์ ที่ตอนนี้ ยังรอดตัวจากการถูกทุบจากอีกฝ่าย
    นอกจากนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.2014 จีนยังประกาศการก่อตั้ง ธนาคารเพื่อการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคของเอเซีย Asian Infrastructure Investment Bank หรือ ไออิบ AIIB มันเป็นทางเลือก สำหรับประเทศที่ต้องการกู้เงินเพื่อมาพัฒนา และผลจากการพัฒนาตกอยู่กับประเทศนั้น ไม่ใช่เดินเข้าไปกู้เงินธนาคารไหน แล้วดันถูกธนาคารที่ให้กู้ ต้มคนกู้จนฉิบหายล้มละลายแทบต้องขายประเทศ อย่างที่ World Bank, IMF ทำกับทั่วโลก กู้ไปกู้มา คนกู้เจ๊งหนักไปกว่าเดิม แล้วจะไปกู้ทำไม
    ไออิบ มี 14 ประเทศมาร่วมด้วย แม้กระทั่งพวกลูกหาบฝั่งอเมริกา เช่น เยอรมัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ก็มา แต่ผม ที่ไม่เชื่อใจพวกตะวันตกง่ายๆ ก็ยังตะขิดตะขวงใจ มาร่วมทำไม (วะ) มันคงมองเห็นโอกาสที่จะใช้หม้อใบใหม่ต้มต่อ
    แต่ ก้าวสำคัญของจีนคือ แผนการสร้างราง สร้างท่อส่ง และถนน จากจีนทางด้านตะวันตก ไปสุดทางที่กวาดาร์ Gwadar ของปากีสถาน เพื่อเตรียมไว้เป็นท่าเรือ ที่จีนอาจจะใช้ในการทหารได้ในอนาคต เป็นการมองการณ์ไกล และเป็นการเดินหมากรุก ที่จีนกล้าเล่น เพราะปากีสถาน ก็มีชื่อว่า “เคย” อยู่ในกำมือของอเมริกา ไม่ต่างกับ หมากตุรกี ที่รัสเซียกำลังเล่น ทั้งๆ ที่รู้ว่า ตุรกี ก็มีหลายหัว…
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    30 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 9 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 9 จีนไม่ได้วางระบบเส้นทางรางรถไฟอย่างเดียว คนและสินค้าไปมาได้ ก็ต้องมีเส้นทางให้น้ำมันละแก๊สส่งไปมาได้ด้วย จีนทำสัญญาสร้างท่อส่งน้ำมันและแก๊ส จากเกือบทุกแหล่งพลังงานในยูเรเซีย มาสู่แหล่งชุมชนและอุตสาหกรรมในจีน ทางส่วนเหนือ ส่วนกลาง และตะวันออกเฉียงใต้ การสร้างเริ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน สร้างไปได้ 10 ปี ค.ศ.2009 China National Petroleum Corporation (CNPC) หน่วยงานที่ดูแลด้านพลังงาน ซึ่งเป็นของรัฐก็ทำพิธีเปิดท่อส่งน้ำมัน เส้นทางจากท้องน้อยรัสเซีย คาซัคสถาน-จีน ระยะทางสุดท้าย เป็นท่อส่งเส้นทางยาว 1,400 ไมล์ จากทะเลสาปแคสเปียนมาถึงซินเจียง CNPC ยังร่วมมือกับท้องน้อยรัสเซียอีกรายคือ เติร์กเมนิสถาน สร้างท่อส่งแก๊สยาว 1,200 ไมล์ ขนานคู่มากับเส้นของ คาซัคสถาน เป็นการนำพลังงานจากภูมิภาคเดียวกันมาสู่จีน เป็นเติร์กเมนเดียวกัน กับที่ไม่ยอมร่วมรายการกับ Nabucco นั่นแหละ ….แบบนี้ อเมริกา ก็หน้าแหก อีกสิ ครั้งที่เท่าไหร่ จำไม่ได้แล้ว มันแยะจัง นอกจากนี้ จีนยังสร้างท่อส่งจากอ่าวเบงกอล ผ่านพม่า ข้ามไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เส้นทางยาวถึง 1,500 ไมล์ เพื่อส่งน้ำมัน ที่จีนซื้อจากตะวันออกกลางและพม่า เพื่อเลี่ยงการถูกรัดคอ จากการใช้เส้นทางส่งน้ำมันทางเรือ ผ่านช่องแคบมะละกา ที่ลูกหาบของอเมริกาคุม อาเฮียรอบคอบนะ และรายการท่อส่งแก๊สบันลือโลกระหว่างรัสเซียกับจีน มูลค่า 400 พันล้าน อายุ 30 ปี ที่ Gazprom ของรัสเซีย ที่คุณพี่ปูตินตั้งใจจะส่งให้อาเฮียเพื่อนรักอุ่นทั้งปี ด้วยการส่งแก๊ส ปีละ 38 พันล้านคิวบิกเมตร ท่อส่งนี้เป็นเครือข่ายที่ยาวจากไซบีเรีย ไปถึงแมนจูเรีย ระบบท่อส่งของจีน เมื่อรวมกับเครือข่ายท่อส่งของรัสเซีย ที่แผ่กว้างขึ้นบนลงล่างยาวไปถึงยุโรปส่วนต่างๆ และมาต่อกับตะวันออกกลาง เข้าเครือข่ายท่อส่งของอิหร่านแล้ว เครือข่ายท่อส่งของพันธมิตรด้านรัสเซียจีนอิหร่าน ซึ่งตอนนี้น่าจะนับรวมปากีสถาน ที่เขาว่าได้แหกคอก ออกมาจากแก๊งใบตองแห้งเรียบร้อยแล้ว น่าจะทำให้เห็นว่า การเดินหมากของฝ่ายรัสเซียจีนบวกอิหร่าน โดยการสร้างเครือข่ายท่อส่ง และระบบขนส่งทางบก สร้างเครือข่ายทางรถไฟความเร็วสูง เป็นการเดินหมากยุทธศาสตร์ที่สร้างการเชื่อมโยง สร้างความเจริญ สร้างรายได้ และสร้างสัมพันธ์ระหว่างกัน ระหว่างผู้ที่อยู่ในบริเวณ World Island ขณะเดียวกัน ก็เป็นการสร้างพลัง อำนาจต่อรอง และความกดดัน ได้อย่างน่าสนใจด้วย และในยามศึกสงคราม เส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์การรบ จีน รัสเซีย มองไกลนะครับ อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ คิดอาศัยเส้นทางทางเรืออย่างเดียว ก็เข้าทางเขา แต่ยุทธศาสตร์ของฝ่ายรัสเซียจีน ไม่ได้มีเพียงเครือข่ายท่อส่งและราง ในขั้นตอนที่ 2 ของการสร้างตามยุทธศาสตร์ รัสเซีย จีน ยังสร้างเครือข่ายด้านเศรษฐกิจการค้า ด้วยยุทธศาสตร์จับมือกันรอด จับมือกันรวย ด้วยการสร้าง “เครื่องคานอำนาจ” ทางเศรษฐกิจอีกด้วย รัสเซีย-จีน ตั้งกลุ่ม SCO เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ในปี ค.ศ.2001 นำโดยจีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีสถาน ทาจิกีสถาน และอุซเบกีสถาน นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมสังเกตุการณ์ เช่นอิหร่าน เบลารุส มองโกเลีย อาฟกานิสถาน ปากีสถาน และอินเดีย และการที่รัสเซียและจีน สร้างราง สร้างท่อส่งข้ามทวีปได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ด้วยกัน โดยเฉพาะจากพวกท้องน้อยทรงเสน่ห์ ที่ตอนนี้ ยังรอดตัวจากการถูกทุบจากอีกฝ่าย นอกจากนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.2014 จีนยังประกาศการก่อตั้ง ธนาคารเพื่อการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคของเอเซีย Asian Infrastructure Investment Bank หรือ ไออิบ AIIB มันเป็นทางเลือก สำหรับประเทศที่ต้องการกู้เงินเพื่อมาพัฒนา และผลจากการพัฒนาตกอยู่กับประเทศนั้น ไม่ใช่เดินเข้าไปกู้เงินธนาคารไหน แล้วดันถูกธนาคารที่ให้กู้ ต้มคนกู้จนฉิบหายล้มละลายแทบต้องขายประเทศ อย่างที่ World Bank, IMF ทำกับทั่วโลก กู้ไปกู้มา คนกู้เจ๊งหนักไปกว่าเดิม แล้วจะไปกู้ทำไม ไออิบ มี 14 ประเทศมาร่วมด้วย แม้กระทั่งพวกลูกหาบฝั่งอเมริกา เช่น เยอรมัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ก็มา แต่ผม ที่ไม่เชื่อใจพวกตะวันตกง่ายๆ ก็ยังตะขิดตะขวงใจ มาร่วมทำไม (วะ) มันคงมองเห็นโอกาสที่จะใช้หม้อใบใหม่ต้มต่อ แต่ ก้าวสำคัญของจีนคือ แผนการสร้างราง สร้างท่อส่ง และถนน จากจีนทางด้านตะวันตก ไปสุดทางที่กวาดาร์ Gwadar ของปากีสถาน เพื่อเตรียมไว้เป็นท่าเรือ ที่จีนอาจจะใช้ในการทหารได้ในอนาคต เป็นการมองการณ์ไกล และเป็นการเดินหมากรุก ที่จีนกล้าเล่น เพราะปากีสถาน ก็มีชื่อว่า “เคย” อยู่ในกำมือของอเมริกา ไม่ต่างกับ หมากตุรกี ที่รัสเซียกำลังเล่น ทั้งๆ ที่รู้ว่า ตุรกี ก็มีหลายหัว… สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 30 ธ.ค. 2558
    0 Comments 0 Shares 192 Views 0 Reviews
  • ราคาน้ำมันโลก ขาลง? 09/01/69 #กะเทาะหุ้น #ราคาน้ำมัน #น้ำมันโลก #ตลาดหุ้น #เศรษฐกิจ
    ราคาน้ำมันโลก ขาลง? 09/01/69 #กะเทาะหุ้น #ราคาน้ำมัน #น้ำมันโลก #ตลาดหุ้น #เศรษฐกิจ
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 194 Views 0 0 Reviews
  • ฟันธงหุ้นไทย 69 บวกครั้งแรกรอบ 4 ปี 09/01/69 #กะเทาะหุ้น #ตลาดหุ้น #หุ้นไทย #เศรษฐกิจ #การลงทุน
    ฟันธงหุ้นไทย 69 บวกครั้งแรกรอบ 4 ปี 09/01/69 #กะเทาะหุ้น #ตลาดหุ้น #หุ้นไทย #เศรษฐกิจ #การลงทุน
    0 Comments 0 Shares 193 Views 0 0 Reviews
  • หลักฐานชัด 10 อดีต สส.เอี่ยวทุนเทา! : [THE MESSAGE]

    นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผยกรณีจะเปิดเผยชื่อ 10 อดีต สส. และผู้สมัคร สส. ที่เกี่ยวข้องกับทุนสีเทา ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบมีมากกว่าหนึ่งพรรค พบหลักฐานและเส้นทางการเงิน และยังจะมีทยอยออกมาอีก ยืนยัน ไม่ใช่เป็นการตัดเกมคู่แข่งทางการเมือง ส่วนจะเชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ มาให้ข้อมูลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ รมว.ยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)
    หลักฐานชัด 10 อดีต สส.เอี่ยวทุนเทา! : [THE MESSAGE] นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผยกรณีจะเปิดเผยชื่อ 10 อดีต สส. และผู้สมัคร สส. ที่เกี่ยวข้องกับทุนสีเทา ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบมีมากกว่าหนึ่งพรรค พบหลักฐานและเส้นทางการเงิน และยังจะมีทยอยออกมาอีก ยืนยัน ไม่ใช่เป็นการตัดเกมคู่แข่งทางการเมือง ส่วนจะเชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ มาให้ข้อมูลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ รมว.ยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 247 Views 0 0 Reviews
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ประกาศแผนเตรียมนำสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานภายใต้สหประชาชาติหลายสิบแห่ง โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาติสหรัฐฯ
    .
    รายชื่อองค์กรที่อยู่ระหว่างการถอนตัว ครอบคลุมทั้งองค์กรนอกสหประชาชาติ 35 แห่ง และหน่วยงานของสหประชาชาติ 31 แห่ง รวมถึงกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ และกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ โดยทำเนียบขาวระบุว่าการถอนตัวจะหมายถึงการยุติการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนทางการเงินในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต
    .
    ทำเนียบขาวชี้ว่า องค์กรเหล่านี้ส่งเสริมนโยบายระดับโลกที่ขัดกับอธิปไตยและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับองค์กรระหว่างรัฐบาล อนุสัญญา และสนธิสัญญาระหว่างประเทศทั้งหมด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001968
    .
    #News1live #News1 #สหรัฐอเมริกา #โดนัลด์ทรัมป์ #สหประชาชาติ #การเมืองโลก
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ประกาศแผนเตรียมนำสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานภายใต้สหประชาชาติหลายสิบแห่ง โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาติสหรัฐฯ . รายชื่อองค์กรที่อยู่ระหว่างการถอนตัว ครอบคลุมทั้งองค์กรนอกสหประชาชาติ 35 แห่ง และหน่วยงานของสหประชาชาติ 31 แห่ง รวมถึงกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ และกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ โดยทำเนียบขาวระบุว่าการถอนตัวจะหมายถึงการยุติการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนทางการเงินในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต . ทำเนียบขาวชี้ว่า องค์กรเหล่านี้ส่งเสริมนโยบายระดับโลกที่ขัดกับอธิปไตยและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับองค์กรระหว่างรัฐบาล อนุสัญญา และสนธิสัญญาระหว่างประเทศทั้งหมด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001968 . #News1live #News1 #สหรัฐอเมริกา #โดนัลด์ทรัมป์ #สหประชาชาติ #การเมืองโลก
    Like
    1
    0 Comments 1 Shares 335 Views 0 Reviews
  • วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และทีมที่ปรึกษา กำลังพิจารณาแผนระยะยาวเพื่อครอบงำอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา โดยตั้งเป้าว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจช่วยลดราคาน้ำมันโลกลงเหลือราว 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
    .
    รายงานระบุว่า หนึ่งในแนวคิดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการที่สหรัฐฯ จะเข้าไปควบคุมรัฐวิสาหกิจน้ำมัน PDVSA ของเวเนซุเอลาบางส่วน รวมถึงการเข้าซื้อและทำการตลาดน้ำมันส่วนใหญ่ของบริษัท ขณะที่รอยเตอร์ยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลดังกล่าวได้ และทำเนียบขาวยังไม่ออกมาแสดงความเห็น
    .
    ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ และเวเนซุเอลาเพิ่งบรรลุข้อตกลงเปิดทางให้สหรัฐฯ เข้าถึงน้ำมันดิบของเวเนซุเอลามูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการขยับความสัมพันธ์ด้านพลังงาน ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ยังดำเนินอยู่
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002034
    .
    #News1live #News1 #ทรัมป์ #เวเนซุเอลา #PDVSA #ราคาน้ำมัน
    วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และทีมที่ปรึกษา กำลังพิจารณาแผนระยะยาวเพื่อครอบงำอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา โดยตั้งเป้าว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจช่วยลดราคาน้ำมันโลกลงเหลือราว 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล . รายงานระบุว่า หนึ่งในแนวคิดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการที่สหรัฐฯ จะเข้าไปควบคุมรัฐวิสาหกิจน้ำมัน PDVSA ของเวเนซุเอลาบางส่วน รวมถึงการเข้าซื้อและทำการตลาดน้ำมันส่วนใหญ่ของบริษัท ขณะที่รอยเตอร์ยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลดังกล่าวได้ และทำเนียบขาวยังไม่ออกมาแสดงความเห็น . ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ และเวเนซุเอลาเพิ่งบรรลุข้อตกลงเปิดทางให้สหรัฐฯ เข้าถึงน้ำมันดิบของเวเนซุเอลามูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการขยับความสัมพันธ์ด้านพลังงาน ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ยังดำเนินอยู่ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002034 . #News1live #News1 #ทรัมป์ #เวเนซุเอลา #PDVSA #ราคาน้ำมัน
    0 Comments 0 Shares 316 Views 0 Reviews
  • หมากรุก ตอนที่ 8

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 8
    มาดูทางด้านจีนบ้าง เพราะยุทธศาสตร์รัสเซียจีน แม้จะแยกกัน แต่ก็สอดคล้องและเสริมกัน
    การพุ่งเป็นพลุของจีนทางด้านเศรษฐกิจในศตวรรษใหม่นี้ เป็นเรื่องน่าตกใจของอเมริกา แต่น่าสนใจสำหรับชาวโลก
    ยุทธศาสตร์จีนก็เป็นเรื่องใหม่ ที่ก้าวข้ามเรื่องของอำนาจทางเส้นทางน้ำที่ครอบโลกมาถึง 400 ปี แทนที่จีน จะมุ่งหน้าแต่จะสร้างแสนยานุภาพทางกองทัพเรือเพื่อ มาใช้อำนาจทางทะเล อย่างที่อังกฤษทำ หรือสร้างแสนยานุภาพทางอากาศ อย่างที่อเมริกาทำ จีนกลับใช้ยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายทำนองเดียวกับรัสเซีย
    รัสเซีย สร้างเครือข่ายท่อส่ง จีน สร้างเครือข่ายเส้นทางรถไฟ
    เหมือนเป็นการใช้ทฤษฏีครูแมค มาปรับหาสูตรยุทธศาสตร์ใหม่ แต่กลับทางกับความคิดของตะวันตก จีนกลับวิ่งเข้าไปในผืนแผ่นดิน World Island ไปถึงอาฟริกา เอเซีย และยุโรป มันเป็นการใช้ทฤษฏีภูมิศาสตร์การเมืองพื้นฐาน มาสร้างและเชื่อมชาวผืนแผ่นดินใหญ่ให้ใกล้ชิดกันเข้ามาอีก และทำให้ World Island กลับแข่งแกร่งขึ้นไปอีก
    จีนใช้เวลาเตรียมตัวอยู่หลายสิบปี วางแผนอย่างระมัดระวัง เป็น 2 ขั้นตอน
    ขั้นตอนแรก จีนใช้วิธีเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้า ระหว่างประเทศที่อยู่ใน World Island เข้าด้วยกันด้วยระบบการคมนาคม จีนวางเครือข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจำนวนมาก ควบคู่กับการวางท่อส่งน้ำมันและแก๊ส ยาวตลอดแนวอันกว้างไกลของยูเรเซีย ระหว่างเส้นทางยาว จีนยังต่อเส้นทางรถไฟเข้าไปในเมืองสำคัญต่างๆ ขึ้นไปทางเหนือ ลงไปทางใต้ เหมือนเป็นเครือข่ายก้างปลายักษ์ของเส้นทางรถไฟ
    นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการขนส่งสินค้าทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ รวมทั้งน้ำมัน และแร่ธาตุ ในปริมาณที่สูงมากได้พร้อมกัน ไปทางรถไฟเที่ยวเดียวกัน และข้ามทวีปทางบกได้ มันเป็นเส้นทางที่ยาวประมาณ 7,000 ไมล์ จากยิวูของจีน ถึงมาดริดของสเปน การขนส่งสินค้าครั้งละมากๆ มีทางเลือกแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งเส้นทางเรือแต่อย่างเดียวอีกต่อไป และอำนาจของฝ่ายอยู่เกาะ ก็เริ่มจะเสทือน
    ยุทธศาสตร์รางรถไฟของจีน ทำให้เกิดอำนาจต่อรอง ที่ไม่ได้มาจากอาวุธ อย่างที่อเมริกาก็นึกไม่ถึง เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์สร้างท่อส่งของรัสเซีย และขณะเดียวกัน ดูเหมือนเส้นทางราง กลับเป็นการ “ตัด” การเชื่อมโยงด้านกำลังทหารของอเมริกาไปในขณะเดียวกันด้วย….อย่านึกว่าอา เฮียเก่งแต่การค้า
    ครูแมค เคยเขียนบทความเมื่อปี ค.ศ.1904 ว่า แม้เส้นทางรถไฟรางเดี่ยว ทรานส์ไซบีเรีย ที่มีความยาวประมาณ 5,700 ไมล์ ยาวที่สุดในโลกขณะนั้น ที่วิ่งข้ามไปสุดทวีป จากมอสโคว์ไปวลาดิวอสสต็อก จะไม่แน่นอน และไม่ปลอดภัย แต่ครูแมคเชื่อว่า ต่อไปในไม่ช้า ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของรัสเซีย และมองโกเลีย ที่เต็มไปด้วยพลังงานและแร่ธาตุธรรมชาติมากมายจนประเมินไม่ถูกนั้น จะมีการเชื่อมต่อกันทางการค้า ที่การขนส่งทางเส้นทางเรือ แทบจะทำอะไรไม่ได้
    ครูแมค ประเมินไว้ไม่ผิดเรื่อง แต่อาจจะพลาดเรื่องเวลา เพราะพวกชาวเกาะของครูแมคเองนั่นแหละ เป็นฝ่ายจัดส่งพวกปฏิวัติมาให้รัสเซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1917 และส่งให้จีนในปี ค.ศ.1949 และต่อด้วยสงครามเย็นเสียอีกหลายสิบปี การสร้างเครือข่ายทางบกของ heartland กับพวก เลยมาสายไปหน่อย แต่ก็ “มาแล้ว” และยุทธศาสตร์เก่าๆ ที่ชาวเกาะสร้างขึ้น เพื่อมาใช้ขวางการเชื่อม ระหว่างชาวแผ่นดินใหญ่ก็ดูเหมือนจะใช้ “ยาก” ขึ้นเสียแล้ว
    ในขณะที่กลุ่มชาวเกาะ ยังติดกับอยู่กับนโยบายของตัว ที่แปลงมาจากทฤษฏีของครูแมค ในลักษณะการปิดล้อมและทำลาย โดยสร้างเครือข่ายฐานทัพ กับเครือข่ายผู้ก่อการร้าย แต่อาเฮียแถวปักกิ่ง กลับมองทฤษฏีของครูแมคจากสายตาและความคิดของผู้ที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ว่าเราจะสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อการค้า และสร้างธุรกิจกับพวกอยู่แผ่นดินใหญ่ด้วยกันอย่างไร
    แม้ชาวเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวาอย่างอเมริกา จะสร้างระบบถนนไฮเวย์ระหว่างรัฐมานานแล้วตั้งแต่ช่วงปี คศ 1950 ก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้ กับการวางเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศ แบบก้างปลาของอาเฮีย
    ในช่วงปี 2007 ถึง 2014 เส้นทางรถไฟแบบก้างปลา ของจีนยาว 9,000 ไมล์ ที่วิ่งผ่านข้ามไปมาระหว่างเมือง สามารถบรรทุกผู้โดยสารวันละ 2.5 ล้านคน ด้วยความเร็ว 240 ไมล์ต่อชั่วโมง และเมื่อระบบนี้เสร็จสมบูรณ์ ในปี ค.ศ.2030 ระยะทางรถไฟจะเพิ่มเป็น 16,000 ไมล์ ถึงปลายทางเมืองใหญ่ทั้งหมดของจีน
    หลังจากสร้างระบบรางในบ้านจนเป็นที่พอใจ จีนเริ่มยืดตัวออกไปนอกบ้าน ในปี ค.ศ.2008 รัสเซียและเยอรมันก็จับมือกับจีน เชื่อมต่อรางเส้นทางยูเรเซีย เส้นทางหนึ่งขึ้นเหนือ ไปตามเส้นทางทรานส์ไซบีเรียเดิม อีกเส้นลงใต้ วิ่งตามเส้นทางสายไหมเดิม ผ่านคาซัคสถาน ทั้ง 2 เส้นทางบรรจบกันที่มอสโคว์ จากนั้น วิ่งต่อไปจนถึงแฮมเบอร์ก ของเยอรมัน มันเป็นการเชื่อมยูเรเซียเข้าด้วยกัน
    เส้นทางใต้นั้น รถไฟบรรทุกสินค้า สามารถขนส่งสินค้าระหว่างจีน กับเยอรมัน เช่น สินค้าทางอุตสาหกรรม ส่วนประกอบของรถยนต์ ไปตามเส้นทางยาวประมาณ 6,700 ไมล์ จากเมืองไลปซิกในเยอรมัน ไปถึงเมืองชงชิงของจีน โดยใช้เวลาประมาณ 20 วัน เทียบกับเส้นทางขนส่งสินค้าประเภทเดียวกันทางเรือ ที่ใช้เวลา 35 วัน ประหยัดเวลาไปเกือบครึ่ง มันเป็นการลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย ที่มีความหมายสำหรับคนค้าขาย
    ตอนนี้ จีน คือตลาดใหญ่ของรถเบนซ์กับบีเอ็ม นะครับ เสี่ยตัวจริงทั้งนั้น เยอรมันถึงต้องบริการส่งถึงหน้าบ้าน
    ในปี ค.ศ.2013 Deutsche Bahn AG (การรถไฟเยอรมัน) เตรียมแผนที่จะสร้างอีกเส้นทาง ระหว่างแฮมเบอร์กในเยอรมัน ไป Zhengzhou ซึ่งจะทำให้การขนส่งระหว่างเยอรมันกับจีน ลดลงเหลือแค่ 15 วัน ส่วนคาซัคสถาน ก็จะสร้างเส้นทางจาก ฉ่งชิงไปดุสเบร์กของเยอรมัน ใช้เวลาวิ่ง 15 วันเท่ากัน
    ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2014 จีนประกาศแผนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ที่ยาวที่สุด มูลค่า 230 พันล้านเหรียญ ตามแผนนี้ รถไฟจะใช้เวลาวิ่งระยะทางประมาณ 4,300 ไมล์ ระหว่างปักกิ่งกับ มอสโคว์ เพียงแค่ 2 วัน จะไปหาเพื่อนไม่ต้องใช้เวลานาน
    นอกจากนี้ จีน ได้ตกลงที่จะสร้างเส้นทางเลียบชายฝั่ง ระหว่างจีนกับ ปากีสถาน พร้อมกับมีถนนไฮเวย์ เส้นทางรถไฟ และท่อส่ง ไปกันเป็นแผงยาวเกือบ 2,000 ไมล์ จากคัชการ์ในซินเจียง ที่อยู่สุดทางตะวันตกของจีน เพื่อไปออกท่าเรือ กวาดาร์ที่ปากีสถาน ที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.2007 และจีนไปลงทุนสร้างสาธารณูปโภค พร้อมอาคาร เพิ่มที่ท่าเรือกวาดาร์ ริมทะเลอารเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากอ่าวเปอร์เซียเพียง 370 ไมล์
    ในปี ค.ศ.2011 จีนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลงใต้มาถึงลาว มูลค่า 6.2 พันล้านเหรียญ และมีแผนจะสร้างเส้นทางที่ขนส่งผู้โดยสาร และ สินค้า จากคุนหมิงถึงสิงคโปร์ โดยใช้เวลาเพียง10 ชั่วโมง แผนนี้ ถ้าสำเร็จ จะทำให้ช่องแคบมะละกาไร้ความหมายไปสำหรับหลายประเทศ และคำขู่ที่ส่งเสียงมานาน อาจจะไม่ต่างกับเสียงลมพัดใบตองแห้ง….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    29 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 8 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 8 มาดูทางด้านจีนบ้าง เพราะยุทธศาสตร์รัสเซียจีน แม้จะแยกกัน แต่ก็สอดคล้องและเสริมกัน การพุ่งเป็นพลุของจีนทางด้านเศรษฐกิจในศตวรรษใหม่นี้ เป็นเรื่องน่าตกใจของอเมริกา แต่น่าสนใจสำหรับชาวโลก ยุทธศาสตร์จีนก็เป็นเรื่องใหม่ ที่ก้าวข้ามเรื่องของอำนาจทางเส้นทางน้ำที่ครอบโลกมาถึง 400 ปี แทนที่จีน จะมุ่งหน้าแต่จะสร้างแสนยานุภาพทางกองทัพเรือเพื่อ มาใช้อำนาจทางทะเล อย่างที่อังกฤษทำ หรือสร้างแสนยานุภาพทางอากาศ อย่างที่อเมริกาทำ จีนกลับใช้ยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายทำนองเดียวกับรัสเซีย รัสเซีย สร้างเครือข่ายท่อส่ง จีน สร้างเครือข่ายเส้นทางรถไฟ เหมือนเป็นการใช้ทฤษฏีครูแมค มาปรับหาสูตรยุทธศาสตร์ใหม่ แต่กลับทางกับความคิดของตะวันตก จีนกลับวิ่งเข้าไปในผืนแผ่นดิน World Island ไปถึงอาฟริกา เอเซีย และยุโรป มันเป็นการใช้ทฤษฏีภูมิศาสตร์การเมืองพื้นฐาน มาสร้างและเชื่อมชาวผืนแผ่นดินใหญ่ให้ใกล้ชิดกันเข้ามาอีก และทำให้ World Island กลับแข่งแกร่งขึ้นไปอีก จีนใช้เวลาเตรียมตัวอยู่หลายสิบปี วางแผนอย่างระมัดระวัง เป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก จีนใช้วิธีเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้า ระหว่างประเทศที่อยู่ใน World Island เข้าด้วยกันด้วยระบบการคมนาคม จีนวางเครือข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจำนวนมาก ควบคู่กับการวางท่อส่งน้ำมันและแก๊ส ยาวตลอดแนวอันกว้างไกลของยูเรเซีย ระหว่างเส้นทางยาว จีนยังต่อเส้นทางรถไฟเข้าไปในเมืองสำคัญต่างๆ ขึ้นไปทางเหนือ ลงไปทางใต้ เหมือนเป็นเครือข่ายก้างปลายักษ์ของเส้นทางรถไฟ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการขนส่งสินค้าทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ รวมทั้งน้ำมัน และแร่ธาตุ ในปริมาณที่สูงมากได้พร้อมกัน ไปทางรถไฟเที่ยวเดียวกัน และข้ามทวีปทางบกได้ มันเป็นเส้นทางที่ยาวประมาณ 7,000 ไมล์ จากยิวูของจีน ถึงมาดริดของสเปน การขนส่งสินค้าครั้งละมากๆ มีทางเลือกแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งเส้นทางเรือแต่อย่างเดียวอีกต่อไป และอำนาจของฝ่ายอยู่เกาะ ก็เริ่มจะเสทือน ยุทธศาสตร์รางรถไฟของจีน ทำให้เกิดอำนาจต่อรอง ที่ไม่ได้มาจากอาวุธ อย่างที่อเมริกาก็นึกไม่ถึง เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์สร้างท่อส่งของรัสเซีย และขณะเดียวกัน ดูเหมือนเส้นทางราง กลับเป็นการ “ตัด” การเชื่อมโยงด้านกำลังทหารของอเมริกาไปในขณะเดียวกันด้วย….อย่านึกว่าอา เฮียเก่งแต่การค้า ครูแมค เคยเขียนบทความเมื่อปี ค.ศ.1904 ว่า แม้เส้นทางรถไฟรางเดี่ยว ทรานส์ไซบีเรีย ที่มีความยาวประมาณ 5,700 ไมล์ ยาวที่สุดในโลกขณะนั้น ที่วิ่งข้ามไปสุดทวีป จากมอสโคว์ไปวลาดิวอสสต็อก จะไม่แน่นอน และไม่ปลอดภัย แต่ครูแมคเชื่อว่า ต่อไปในไม่ช้า ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของรัสเซีย และมองโกเลีย ที่เต็มไปด้วยพลังงานและแร่ธาตุธรรมชาติมากมายจนประเมินไม่ถูกนั้น จะมีการเชื่อมต่อกันทางการค้า ที่การขนส่งทางเส้นทางเรือ แทบจะทำอะไรไม่ได้ ครูแมค ประเมินไว้ไม่ผิดเรื่อง แต่อาจจะพลาดเรื่องเวลา เพราะพวกชาวเกาะของครูแมคเองนั่นแหละ เป็นฝ่ายจัดส่งพวกปฏิวัติมาให้รัสเซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1917 และส่งให้จีนในปี ค.ศ.1949 และต่อด้วยสงครามเย็นเสียอีกหลายสิบปี การสร้างเครือข่ายทางบกของ heartland กับพวก เลยมาสายไปหน่อย แต่ก็ “มาแล้ว” และยุทธศาสตร์เก่าๆ ที่ชาวเกาะสร้างขึ้น เพื่อมาใช้ขวางการเชื่อม ระหว่างชาวแผ่นดินใหญ่ก็ดูเหมือนจะใช้ “ยาก” ขึ้นเสียแล้ว ในขณะที่กลุ่มชาวเกาะ ยังติดกับอยู่กับนโยบายของตัว ที่แปลงมาจากทฤษฏีของครูแมค ในลักษณะการปิดล้อมและทำลาย โดยสร้างเครือข่ายฐานทัพ กับเครือข่ายผู้ก่อการร้าย แต่อาเฮียแถวปักกิ่ง กลับมองทฤษฏีของครูแมคจากสายตาและความคิดของผู้ที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ว่าเราจะสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อการค้า และสร้างธุรกิจกับพวกอยู่แผ่นดินใหญ่ด้วยกันอย่างไร แม้ชาวเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวาอย่างอเมริกา จะสร้างระบบถนนไฮเวย์ระหว่างรัฐมานานแล้วตั้งแต่ช่วงปี คศ 1950 ก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้ กับการวางเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศ แบบก้างปลาของอาเฮีย ในช่วงปี 2007 ถึง 2014 เส้นทางรถไฟแบบก้างปลา ของจีนยาว 9,000 ไมล์ ที่วิ่งผ่านข้ามไปมาระหว่างเมือง สามารถบรรทุกผู้โดยสารวันละ 2.5 ล้านคน ด้วยความเร็ว 240 ไมล์ต่อชั่วโมง และเมื่อระบบนี้เสร็จสมบูรณ์ ในปี ค.ศ.2030 ระยะทางรถไฟจะเพิ่มเป็น 16,000 ไมล์ ถึงปลายทางเมืองใหญ่ทั้งหมดของจีน หลังจากสร้างระบบรางในบ้านจนเป็นที่พอใจ จีนเริ่มยืดตัวออกไปนอกบ้าน ในปี ค.ศ.2008 รัสเซียและเยอรมันก็จับมือกับจีน เชื่อมต่อรางเส้นทางยูเรเซีย เส้นทางหนึ่งขึ้นเหนือ ไปตามเส้นทางทรานส์ไซบีเรียเดิม อีกเส้นลงใต้ วิ่งตามเส้นทางสายไหมเดิม ผ่านคาซัคสถาน ทั้ง 2 เส้นทางบรรจบกันที่มอสโคว์ จากนั้น วิ่งต่อไปจนถึงแฮมเบอร์ก ของเยอรมัน มันเป็นการเชื่อมยูเรเซียเข้าด้วยกัน เส้นทางใต้นั้น รถไฟบรรทุกสินค้า สามารถขนส่งสินค้าระหว่างจีน กับเยอรมัน เช่น สินค้าทางอุตสาหกรรม ส่วนประกอบของรถยนต์ ไปตามเส้นทางยาวประมาณ 6,700 ไมล์ จากเมืองไลปซิกในเยอรมัน ไปถึงเมืองชงชิงของจีน โดยใช้เวลาประมาณ 20 วัน เทียบกับเส้นทางขนส่งสินค้าประเภทเดียวกันทางเรือ ที่ใช้เวลา 35 วัน ประหยัดเวลาไปเกือบครึ่ง มันเป็นการลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย ที่มีความหมายสำหรับคนค้าขาย ตอนนี้ จีน คือตลาดใหญ่ของรถเบนซ์กับบีเอ็ม นะครับ เสี่ยตัวจริงทั้งนั้น เยอรมันถึงต้องบริการส่งถึงหน้าบ้าน ในปี ค.ศ.2013 Deutsche Bahn AG (การรถไฟเยอรมัน) เตรียมแผนที่จะสร้างอีกเส้นทาง ระหว่างแฮมเบอร์กในเยอรมัน ไป Zhengzhou ซึ่งจะทำให้การขนส่งระหว่างเยอรมันกับจีน ลดลงเหลือแค่ 15 วัน ส่วนคาซัคสถาน ก็จะสร้างเส้นทางจาก ฉ่งชิงไปดุสเบร์กของเยอรมัน ใช้เวลาวิ่ง 15 วันเท่ากัน ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2014 จีนประกาศแผนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ที่ยาวที่สุด มูลค่า 230 พันล้านเหรียญ ตามแผนนี้ รถไฟจะใช้เวลาวิ่งระยะทางประมาณ 4,300 ไมล์ ระหว่างปักกิ่งกับ มอสโคว์ เพียงแค่ 2 วัน จะไปหาเพื่อนไม่ต้องใช้เวลานาน นอกจากนี้ จีน ได้ตกลงที่จะสร้างเส้นทางเลียบชายฝั่ง ระหว่างจีนกับ ปากีสถาน พร้อมกับมีถนนไฮเวย์ เส้นทางรถไฟ และท่อส่ง ไปกันเป็นแผงยาวเกือบ 2,000 ไมล์ จากคัชการ์ในซินเจียง ที่อยู่สุดทางตะวันตกของจีน เพื่อไปออกท่าเรือ กวาดาร์ที่ปากีสถาน ที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.2007 และจีนไปลงทุนสร้างสาธารณูปโภค พร้อมอาคาร เพิ่มที่ท่าเรือกวาดาร์ ริมทะเลอารเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากอ่าวเปอร์เซียเพียง 370 ไมล์ ในปี ค.ศ.2011 จีนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลงใต้มาถึงลาว มูลค่า 6.2 พันล้านเหรียญ และมีแผนจะสร้างเส้นทางที่ขนส่งผู้โดยสาร และ สินค้า จากคุนหมิงถึงสิงคโปร์ โดยใช้เวลาเพียง10 ชั่วโมง แผนนี้ ถ้าสำเร็จ จะทำให้ช่องแคบมะละกาไร้ความหมายไปสำหรับหลายประเทศ และคำขู่ที่ส่งเสียงมานาน อาจจะไม่ต่างกับเสียงลมพัดใบตองแห้ง…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 29 ธ.ค. 2558
    0 Comments 0 Shares 294 Views 0 Reviews
  • Facts talks การเมืองแบบ พรรคเศรษฐกิจ

    https://www.youtube.com/live/T4Bk1lXq5UM?si=vRG7_yQsSo03-ED7
    Facts talks การเมืองแบบ พรรคเศรษฐกิจ https://www.youtube.com/live/T4Bk1lXq5UM?si=vRG7_yQsSo03-ED7
    - YouTube
    เพลิดเพลินไปกับวิดีโอและเพลงที่คุณชอบ อัปโหลดเนื้อหาต้นฉบับ และแชร์เนื้อหาทั้งหมดกับเพื่อน ครอบครัว และผู้คนทั่วโลกบน YouTube
    0 Comments 0 Shares 55 Views 0 Reviews


  • ความหวัง เศรษฐกิจไทย? (08/01/69) #news1 #กะเทาะหุ้น #ตลาดหุ้น #หุ้น #เศรษฐกิจไทย
    ความหวัง เศรษฐกิจไทย? (08/01/69) #news1 #กะเทาะหุ้น #ตลาดหุ้น #หุ้น #เศรษฐกิจไทย
    0 Comments 0 Shares 213 Views 0 0 Reviews
  • หุ้นโลกใหม่? รุ่งข้ามปี 08/01/69 #กะเทาะหุ้น #หุ้นโลกใหม่ #ตลาดหุ้น #เศรษฐกิจ #การลงทุน
    หุ้นโลกใหม่? รุ่งข้ามปี 08/01/69 #กะเทาะหุ้น #หุ้นโลกใหม่ #ตลาดหุ้น #เศรษฐกิจ #การลงทุน
    0 Comments 0 Shares 187 Views 0 0 Reviews
More Results