- 11761 คนติดตามเรื่องนี้
- 6565 โพสต์
- 4042 รูปภาพ
- 2503 วิดีโอ
- 249 รีวิว 4.9
- ข่าวและการเมือง
อัปเดตล่าสุด
- สหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา เปลือยตัวตนมหาอำนาจ ไทย ต้องระวังหลังบ้าน
.
การโจมตีเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ พร้อมการจับกุมผู้นำประเทศ สะท้อนทิศทางการเมืองโลกที่กำลังเปลี่ยนจากการกดดันทางการทูต สู่การใช้กำลังโดยตรง ภายใต้ข้ออ้างด้านความมั่นคงที่ยังเต็มไปด้วยคำถาม
.
เบื้องหลังปฏิบัติการครั้งนี้ ถูกจับตาว่าไม่ได้หยุดอยู่แค่ข้อกล่าวหาเรื่องยาเสพติด แต่โยงถึงทรัพยากรพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน และการแข่งขันอำนาจกับจีน รวมถึงบทบาทของกลุ่ม BRICS
.
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนชัดว่า กติกาสากลและหลักอธิปไตยของรัฐกำลังถูกลดทอน เมื่ออำนาจกลายเป็นตัวกำหนดทิศทางโลกมากขึ้น
.
สำหรับประเทศไทย แม้จะอยู่ไกลทางภูมิศาสตร์ แต่ผลกระทบด้านราคาน้ำมัน ความมั่นคง และการวางตัวทางการทูตท่ามกลางมหาอำนาจ เป็นสิ่งที่ต้องจับตาและระวัง “หลังบ้าน” อย่างรอบคอบ
.
อ่านต่อ >>
https://news1live.com/detail/9690000000829
.
#News1live #News1 #ปมร้อนข่าวลึก
#truthfromthailand #newsupdate
#การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์ #สหรัฐอเมริกา #เวเนซุเอลา
สหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา เปลือยตัวตนมหาอำนาจ ไทย ต้องระวังหลังบ้าน . การโจมตีเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ พร้อมการจับกุมผู้นำประเทศ สะท้อนทิศทางการเมืองโลกที่กำลังเปลี่ยนจากการกดดันทางการทูต สู่การใช้กำลังโดยตรง ภายใต้ข้ออ้างด้านความมั่นคงที่ยังเต็มไปด้วยคำถาม . เบื้องหลังปฏิบัติการครั้งนี้ ถูกจับตาว่าไม่ได้หยุดอยู่แค่ข้อกล่าวหาเรื่องยาเสพติด แต่โยงถึงทรัพยากรพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน และการแข่งขันอำนาจกับจีน รวมถึงบทบาทของกลุ่ม BRICS . เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนชัดว่า กติกาสากลและหลักอธิปไตยของรัฐกำลังถูกลดทอน เมื่ออำนาจกลายเป็นตัวกำหนดทิศทางโลกมากขึ้น . สำหรับประเทศไทย แม้จะอยู่ไกลทางภูมิศาสตร์ แต่ผลกระทบด้านราคาน้ำมัน ความมั่นคง และการวางตัวทางการทูตท่ามกลางมหาอำนาจ เป็นสิ่งที่ต้องจับตาและระวัง “หลังบ้าน” อย่างรอบคอบ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000829 . #News1live #News1 #ปมร้อนข่าวลึก #truthfromthailand #newsupdate #การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์ #สหรัฐอเมริกา #เวเนซุเอลา0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 3 มุมมอง 0 รีวิวกรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อกดถูกใจ แชร์ และแสดงความคิดเห็น! - ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แก้ไขปัญหากลุ่มช่างภาพเจ้าถิ่น หลังมีการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถึงพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยวรายอื่นออกจากพื้นที่สาธารณะ เพื่อเอื้อประโยชน์เฉพาะผู้ว่าจ้างของตนเอง จนสร้างความไม่พอใจในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และเสี่ยงกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ
.
ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาโดยด่วน เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายและส่งผลเสียต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว โดยได้มอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานงานกับทุกฝ่ายทันที
.
จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้หารือร่วมกับตัวแทนวัดอรุณฯ เพื่อกำหนดแนวทางจัดระเบียบการใช้พื้นที่ถ่ายภาพภายในวัด ให้เป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะดวก และประสบการณ์ที่ดีของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก
.
ขณะเดียวกัน ได้ขอความร่วมมือจากกลุ่มช่างภาพให้ปฏิบัติต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วยความสุภาพ ไม่กีดกันหรือสร้างแรงกดดัน และให้ใช้งานพื้นที่สาธารณะอย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มาเยือน
.
ทั้งนี้ ตำรวจท่องเที่ยวเตรียมนัดประชุมร่วมกับคณะกรรมการวัดอรุณฯ ในวันที่ 5 มกราคมนี้ เพื่อกำหนดมาตรการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก และรักษาภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศในระยะยาว
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000761
.
#news1 #ตำรวจท่องเที่ยว #วัดอรุณ #ท่องเที่ยวไทย #จัดระเบียบ #ภาพลักษณ์ประเทศ
ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แก้ไขปัญหากลุ่มช่างภาพเจ้าถิ่น หลังมีการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถึงพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยวรายอื่นออกจากพื้นที่สาธารณะ เพื่อเอื้อประโยชน์เฉพาะผู้ว่าจ้างของตนเอง จนสร้างความไม่พอใจในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และเสี่ยงกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ . ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาโดยด่วน เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายและส่งผลเสียต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว โดยได้มอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานงานกับทุกฝ่ายทันที . จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้หารือร่วมกับตัวแทนวัดอรุณฯ เพื่อกำหนดแนวทางจัดระเบียบการใช้พื้นที่ถ่ายภาพภายในวัด ให้เป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะดวก และประสบการณ์ที่ดีของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก . ขณะเดียวกัน ได้ขอความร่วมมือจากกลุ่มช่างภาพให้ปฏิบัติต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วยความสุภาพ ไม่กีดกันหรือสร้างแรงกดดัน และให้ใช้งานพื้นที่สาธารณะอย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มาเยือน . ทั้งนี้ ตำรวจท่องเที่ยวเตรียมนัดประชุมร่วมกับคณะกรรมการวัดอรุณฯ ในวันที่ 5 มกราคมนี้ เพื่อกำหนดมาตรการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก และรักษาภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศในระยะยาว . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000761 . #news1 #ตำรวจท่องเที่ยว #วัดอรุณ #ท่องเที่ยวไทย #จัดระเบียบ #ภาพลักษณ์ประเทศ0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 8 มุมมอง 0 รีวิว - “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ออกมาชี้แจงกรณีหลายฝ่ายตั้งคำถามเหตุใดจึงไม่มีการออกเสียงประชามติล่วงหน้า โดยย้ำชัดว่า ไม่ใช่เรื่องของการบริหารจัดการ แต่เป็นเพราะกฎหมายกำหนดให้การออกเสียงประชามติมีได้เพียงวันเดียว หากดำเนินการเกินจากที่กฎหมายบัญญัติ อาจทำให้การทำประชามติเป็นโมฆะได้
.
อย่างไรก็ตาม กฎหมายเปิดช่องให้ประชาชนสามารถ “ออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด” ได้ในวันเดียวกับวันลงประชามติ คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งแตกต่างจากการเลือกตั้ง สส. ที่สามารถลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์
.
เลขาธิการ กกต. ระบุว่า การเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า กับการออกเสียงประชามตินอกเขต เป็นคนละกระบวนการ แม้จะถูกจัดให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้กัน เนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้วันเลือกตั้งทั่วไปและวันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกัน จึงทำให้ประชาชนต้องวางแผนการใช้สิทธิ์มากขึ้น
.
พร้อมกันนี้ กกต. แนะนำ 4 แนวทางเพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ์ ได้แก่
1) ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติพร้อมกันในวันที่ 8 ก.พ.
2) ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. และไปออกเสียงประชามตินอกเขตในวันที่ 8 ก.พ.
3) เลือกใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างเดียว และแจ้งเหตุไม่อาจไปออกเสียงประชามติ จะไม่ถูกตัดสิทธิ์
4) การลงทะเบียนสามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้ ภายในกำหนดไม่เกินวันที่ 5 ม.ค.นี้
.
กกต. ย้ำให้ประชาชนตรวจสอบสิทธิ์และตัดสินใจลงทะเบียนให้ตรงกับแผนการเดินทาง เพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองของตนเองอย่างครบถ้วน
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000819
.
#news1 #กกต #ประชามติ #เลือกตั้ง2569 #สิทธิเลือกตั้ง #แสวงบุญมี
“แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ออกมาชี้แจงกรณีหลายฝ่ายตั้งคำถามเหตุใดจึงไม่มีการออกเสียงประชามติล่วงหน้า โดยย้ำชัดว่า ไม่ใช่เรื่องของการบริหารจัดการ แต่เป็นเพราะกฎหมายกำหนดให้การออกเสียงประชามติมีได้เพียงวันเดียว หากดำเนินการเกินจากที่กฎหมายบัญญัติ อาจทำให้การทำประชามติเป็นโมฆะได้ . อย่างไรก็ตาม กฎหมายเปิดช่องให้ประชาชนสามารถ “ออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด” ได้ในวันเดียวกับวันลงประชามติ คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งแตกต่างจากการเลือกตั้ง สส. ที่สามารถลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ . เลขาธิการ กกต. ระบุว่า การเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า กับการออกเสียงประชามตินอกเขต เป็นคนละกระบวนการ แม้จะถูกจัดให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้กัน เนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้วันเลือกตั้งทั่วไปและวันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกัน จึงทำให้ประชาชนต้องวางแผนการใช้สิทธิ์มากขึ้น . พร้อมกันนี้ กกต. แนะนำ 4 แนวทางเพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ์ ได้แก่ 1) ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติพร้อมกันในวันที่ 8 ก.พ. 2) ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. และไปออกเสียงประชามตินอกเขตในวันที่ 8 ก.พ. 3) เลือกใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างเดียว และแจ้งเหตุไม่อาจไปออกเสียงประชามติ จะไม่ถูกตัดสิทธิ์ 4) การลงทะเบียนสามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้ ภายในกำหนดไม่เกินวันที่ 5 ม.ค.นี้ . กกต. ย้ำให้ประชาชนตรวจสอบสิทธิ์และตัดสินใจลงทะเบียนให้ตรงกับแผนการเดินทาง เพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองของตนเองอย่างครบถ้วน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000819 . #news1 #กกต #ประชามติ #เลือกตั้ง2569 #สิทธิเลือกตั้ง #แสวงบุญมี0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 7 มุมมอง 0 รีวิว - สถานการณ์เวเนซุเอลายังร้อนแรง หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกโรงข่มขู่ผู้นำคนใหม่ของเวเนซุเอลาอย่างตรงไปตรงมา ว่าจะต้อง “ชดใช้ราคาแพง” หากไม่ยอมร่วมมือกับวอชิงตัน ภายหลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกจับกุม “นิโคลัส มาดูโร” อดีตประธานาธิบดี พร้อมภรรยา ส่งตัวไปดำเนินคดีในศาลนิวยอร์ก
.
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า หาก “เดลซี โรดริเกซ” ซึ่งได้รับการรับรองจากกองทัพเวเนซุเอลาในฐานะรักษาการประธานาธิบดี ไม่ทำในสิ่งที่สหรัฐฯ เห็นว่า “ถูกต้อง” เธออาจต้องเผชิญผลลัพธ์ที่รุนแรงยิ่งกว่ามาดูโร พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ พร้อมทำงานกับคณะรัฐมนตรีเดิม ตราบใดที่เปิดทางให้วอชิงตันเข้าถึงทรัพยากรน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา
.
ขณะที่รัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่าไม่ได้ทำสงครามกับเวเนซุเอลา แต่กำลังต่อสู้กับเครือข่ายค้ายาเสพติด รัฐมนตรีต่างประเทศ “มาร์โก รูบิโอ” ระบุว่าสหรัฐฯ ยังไม่มุ่งเป้าเปลี่ยนการปกครองทั้งระบบหรือจัดการเลือกตั้งใหม่ ทว่าแรงกดดันยังคงดำเนินต่อไป โดยกองเรือสหรัฐฯ จะประจำการในทะเลแคริบเบียน เพื่อปิดกั้นการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาเป็นเครื่องต่อรอง
.
แม้กรุงการากัสจะกลับสู่ความสงบในระดับหนึ่ง และประชาชนเริ่มใช้ชีวิตตามปกติ แต่คำขู่ของทรัมป์และท่าทีแข็งกร้าวของวอชิงตัน ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงยุทธศาสตร์ระยะยาวของสหรัฐฯ ว่าจะเป็นเพียงแรงกดดันทางเศรษฐกิจ หรือกำลังปูทางไปสู่การควบคุมประเทศที่มีแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเต็มรูปแบบ
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000828
.
#news1 #Trump #Venezuela #Maduro #น้ำมันโลก #การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา
สถานการณ์เวเนซุเอลายังร้อนแรง หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกโรงข่มขู่ผู้นำคนใหม่ของเวเนซุเอลาอย่างตรงไปตรงมา ว่าจะต้อง “ชดใช้ราคาแพง” หากไม่ยอมร่วมมือกับวอชิงตัน ภายหลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกจับกุม “นิโคลัส มาดูโร” อดีตประธานาธิบดี พร้อมภรรยา ส่งตัวไปดำเนินคดีในศาลนิวยอร์ก . ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า หาก “เดลซี โรดริเกซ” ซึ่งได้รับการรับรองจากกองทัพเวเนซุเอลาในฐานะรักษาการประธานาธิบดี ไม่ทำในสิ่งที่สหรัฐฯ เห็นว่า “ถูกต้อง” เธออาจต้องเผชิญผลลัพธ์ที่รุนแรงยิ่งกว่ามาดูโร พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ พร้อมทำงานกับคณะรัฐมนตรีเดิม ตราบใดที่เปิดทางให้วอชิงตันเข้าถึงทรัพยากรน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา . ขณะที่รัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่าไม่ได้ทำสงครามกับเวเนซุเอลา แต่กำลังต่อสู้กับเครือข่ายค้ายาเสพติด รัฐมนตรีต่างประเทศ “มาร์โก รูบิโอ” ระบุว่าสหรัฐฯ ยังไม่มุ่งเป้าเปลี่ยนการปกครองทั้งระบบหรือจัดการเลือกตั้งใหม่ ทว่าแรงกดดันยังคงดำเนินต่อไป โดยกองเรือสหรัฐฯ จะประจำการในทะเลแคริบเบียน เพื่อปิดกั้นการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาเป็นเครื่องต่อรอง . แม้กรุงการากัสจะกลับสู่ความสงบในระดับหนึ่ง และประชาชนเริ่มใช้ชีวิตตามปกติ แต่คำขู่ของทรัมป์และท่าทีแข็งกร้าวของวอชิงตัน ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงยุทธศาสตร์ระยะยาวของสหรัฐฯ ว่าจะเป็นเพียงแรงกดดันทางเศรษฐกิจ หรือกำลังปูทางไปสู่การควบคุมประเทศที่มีแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเต็มรูปแบบ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000828 . #news1 #Trump #Venezuela #Maduro #น้ำมันโลก #การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 8 มุมมอง 0 รีวิว - แม้สหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จในการใช้ปฏิบัติการทางทหารแบบสายฟ้าแลบ จับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภรรยาออกนอกประเทศได้จริง แต่คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ จะ “เข้าบริหารเวเนซุเอลา” กลับยังเต็มไปด้วยคำถาม และไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าการบริหารดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างไร
.
ทรัมป์กล่าวระหว่างแถลงข่าวที่มาร์-อา-ลาโก ว่า สหรัฐฯ จะดูแลเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว โดยมีมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม และแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม อยู่เบื้องหลังการดำเนินการ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ปรากฏสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมรัฐบาลหรือกองทัพเวเนซุเอลาในภาคสนามจริง
.
ขณะที่ทรัมป์อ้างว่า รองประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ ได้สาบานตนขึ้นเป็นผู้นำและหารือกับสหรัฐฯ แล้ว ฝ่ายเวเนซุเอลากลับปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยโรดริเกซยืนยันผ่านโทรทัศน์ของรัฐว่า มาดูโรยังเป็นผู้นำที่ชอบธรรม พร้อมประณามการกระทำของสหรัฐฯ ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
.
ในทางปฏิบัติ กรุงการากัสยังอยู่ในสภาพสับสน บางพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า ประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาประท้วงต่อต้านสหรัฐฯ ขณะที่กองกำลังติดอาวุธท้องถิ่นยังคงปรากฏตัวตามจุดยุทธศาสตร์ แต่ยังไม่เห็นการตั้งรัฐบาลใหม่หรือโครงสร้างบริหารภายใต้การกำกับของสหรัฐฯ อย่างเป็นรูปธรรม
.
ทรัมป์ยังเชื่อมโยงปฏิบัติการครั้งนี้กับอุตสาหกรรมน้ำมัน โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และใช้รายได้จากน้ำมันเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารประเทศ ทว่าแนวคิดดังกล่าวยังไม่ถูกแปลงเป็นแผนงานหรือกรอบกฎหมายที่ชัดเจน
.
ขณะเดียวกัน ประเด็นความชอบธรรมทางกฎหมายยังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ทั้งจากนักกฎหมายระหว่างประเทศและนักการเมืองสหรัฐฯ เอง โดยฝ่ายเดโมแครตบางส่วนมองว่าการใช้กำลังโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา อาจเป็นการย้อนกลับไปสู่ยุคการแทรกแซงทางการเมืองในลาตินอเมริกา
.
ทั้งหมดนี้ทำให้คำประกาศของทรัมป์เรื่อง “การบริหารเวเนซุเอลา” แม้จะเริ่มต้นด้วยการจับกุมผู้นำประเทศได้จริง แต่ยังคงเป็นเพียงถ้อยแถลงทางการเมือง ที่โลกต้องจับตาว่าจะพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนผ่านอำนาจ การยึดครอง หรือความปั่นป่วนรอบใหม่ในภูมิภาคนี้
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000817
.
#News1 #news1live #เวเนซุเอลา #Trump #Maduro #การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา #LatinAmerica
แม้สหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จในการใช้ปฏิบัติการทางทหารแบบสายฟ้าแลบ จับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภรรยาออกนอกประเทศได้จริง แต่คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ จะ “เข้าบริหารเวเนซุเอลา” กลับยังเต็มไปด้วยคำถาม และไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าการบริหารดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างไร . ทรัมป์กล่าวระหว่างแถลงข่าวที่มาร์-อา-ลาโก ว่า สหรัฐฯ จะดูแลเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว โดยมีมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม และแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม อยู่เบื้องหลังการดำเนินการ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ปรากฏสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมรัฐบาลหรือกองทัพเวเนซุเอลาในภาคสนามจริง . ขณะที่ทรัมป์อ้างว่า รองประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ ได้สาบานตนขึ้นเป็นผู้นำและหารือกับสหรัฐฯ แล้ว ฝ่ายเวเนซุเอลากลับปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยโรดริเกซยืนยันผ่านโทรทัศน์ของรัฐว่า มาดูโรยังเป็นผู้นำที่ชอบธรรม พร้อมประณามการกระทำของสหรัฐฯ ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ . ในทางปฏิบัติ กรุงการากัสยังอยู่ในสภาพสับสน บางพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า ประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาประท้วงต่อต้านสหรัฐฯ ขณะที่กองกำลังติดอาวุธท้องถิ่นยังคงปรากฏตัวตามจุดยุทธศาสตร์ แต่ยังไม่เห็นการตั้งรัฐบาลใหม่หรือโครงสร้างบริหารภายใต้การกำกับของสหรัฐฯ อย่างเป็นรูปธรรม . ทรัมป์ยังเชื่อมโยงปฏิบัติการครั้งนี้กับอุตสาหกรรมน้ำมัน โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และใช้รายได้จากน้ำมันเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารประเทศ ทว่าแนวคิดดังกล่าวยังไม่ถูกแปลงเป็นแผนงานหรือกรอบกฎหมายที่ชัดเจน . ขณะเดียวกัน ประเด็นความชอบธรรมทางกฎหมายยังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ทั้งจากนักกฎหมายระหว่างประเทศและนักการเมืองสหรัฐฯ เอง โดยฝ่ายเดโมแครตบางส่วนมองว่าการใช้กำลังโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา อาจเป็นการย้อนกลับไปสู่ยุคการแทรกแซงทางการเมืองในลาตินอเมริกา . ทั้งหมดนี้ทำให้คำประกาศของทรัมป์เรื่อง “การบริหารเวเนซุเอลา” แม้จะเริ่มต้นด้วยการจับกุมผู้นำประเทศได้จริง แต่ยังคงเป็นเพียงถ้อยแถลงทางการเมือง ที่โลกต้องจับตาว่าจะพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนผ่านอำนาจ การยึดครอง หรือความปั่นป่วนรอบใหม่ในภูมิภาคนี้ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000817 . #News1 #news1live #เวเนซุเอลา #Trump #Maduro #การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา #LatinAmerica0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 8 มุมมอง 0 รีวิว - กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน
.
เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ
.
ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส
.
ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812
.
#News1 #news1Live #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง
กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน . เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ . ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส . ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812 . #News1 #news1Live #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 8 มุมมอง 0 รีวิว - กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน
.
เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ
.
ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส
.
ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812
.
#News1 #news1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง
กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน . เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ . ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส . ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812 . #News1 #news1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 8 มุมมอง 0 รีวิว - ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพมหานครคืนวันสุดท้ายก่อนเปิดทำงานปีใหม่ เผชิญปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร ส่งผลให้การจราจรชะลอตัวสลับหยุดนิ่งหลายจุด คาดยืดเยื้อยาวถึงช่วงเช้าวันทำงานแรก
.
ค่ำวันนี้ (4 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่ามีรถยนต์หลั่งไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเย็น หลังประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ ภายหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่
.
บริเวณที่มีการจราจรหนาแน่นมาก คือช่วงก่อนขึ้นทางต่างระดับบางปะอิน ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 1 อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบรถเต็มทุกช่องทาง มีทั้งรถเลี้ยวเข้าออกปั๊มน้ำมัน รถเบี่ยงออกถนนพหลโยธินเพื่อขึ้นมอเตอร์เวย์ รวมถึงรถที่ชะลอความเร็วเพื่อขึ้น–ลงต่างระดับบางปะอิน มุ่งหน้าถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 และถนนพหลโยธินขาเข้ากรุงเทพมหานคร
.
สภาพการจราจรในจุดดังกล่าวเคลื่อนตัวได้ช้า สลับหยุดนิ่งเป็นช่วง ๆ ต่อเนื่องยาวประมาณ 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องเร่งอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการจราจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อระบายรถให้คล่องตัวมากที่สุด
.
ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณรถที่เดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะยังคงหนาแน่นต่อเนื่องตลอดทั้งคืนไปจนถึงช่วงเช้า เนื่องจากเป็นวันหยุดวันสุดท้ายของหลายหน่วยงาน ก่อนเริ่มต้นวันทำงานแรกหลังเทศกาลปีใหม่
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000805
.
#News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #กลับเข้ากรุง #ปีใหม่2569
ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพมหานครคืนวันสุดท้ายก่อนเปิดทำงานปีใหม่ เผชิญปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร ส่งผลให้การจราจรชะลอตัวสลับหยุดนิ่งหลายจุด คาดยืดเยื้อยาวถึงช่วงเช้าวันทำงานแรก . ค่ำวันนี้ (4 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่ามีรถยนต์หลั่งไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเย็น หลังประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ ภายหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ . บริเวณที่มีการจราจรหนาแน่นมาก คือช่วงก่อนขึ้นทางต่างระดับบางปะอิน ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 1 อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบรถเต็มทุกช่องทาง มีทั้งรถเลี้ยวเข้าออกปั๊มน้ำมัน รถเบี่ยงออกถนนพหลโยธินเพื่อขึ้นมอเตอร์เวย์ รวมถึงรถที่ชะลอความเร็วเพื่อขึ้น–ลงต่างระดับบางปะอิน มุ่งหน้าถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 และถนนพหลโยธินขาเข้ากรุงเทพมหานคร . สภาพการจราจรในจุดดังกล่าวเคลื่อนตัวได้ช้า สลับหยุดนิ่งเป็นช่วง ๆ ต่อเนื่องยาวประมาณ 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องเร่งอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการจราจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อระบายรถให้คล่องตัวมากที่สุด . ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณรถที่เดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะยังคงหนาแน่นต่อเนื่องตลอดทั้งคืนไปจนถึงช่วงเช้า เนื่องจากเป็นวันหยุดวันสุดท้ายของหลายหน่วยงาน ก่อนเริ่มต้นวันทำงานแรกหลังเทศกาลปีใหม่ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000805 . #News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #กลับเข้ากรุง #ปีใหม่25690 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 9 มุมมอง 0 รีวิว - สระแก้วเร่งประเมินความเสียหายบ้านเรือนประชาชน จากผลกระทบสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา หลังพบบ้านเรือนพังเสียหายทั้งหลังแล้วประมาณ 10 หลัง ยืนยันให้เงินเยียวยาหลังละ 230,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ของรัฐ พร้อมเร่งช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
.
กรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเงินเยียวยาเพียง 5,700 บาท ล่าสุดทางอำเภอโคกสูงชี้แจงว่าเป็นเงินช่วยเหลือเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีเลขที่บ้าน ไม่ใช่ตัวบ้านพักอาศัย ซึ่งบ้านที่เสียหายเกิน 70% จะได้รับเงินเยียวยาเต็มตามเกณฑ์
.
ขณะเดียวกันยังมีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายต่ำกว่า 70% อยู่ระหว่างการประเมินเพิ่มเติมอีกกว่า 100 หลังคาเรือน โดยทีมงานจะลงพื้นที่ช่วงวันที่ 7–8 มกราคมนี้ ยืนยันไม่ทอดทิ้งประชาชน และจะเร่งประสานงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมและเหมาะสมกับความเสียหายมากที่สุด
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000790
.
#News1 #News1live #สระแก้ว #ชายแดนไทยกัมพูชา #เยียวยาประชาชน
สระแก้วเร่งประเมินความเสียหายบ้านเรือนประชาชน จากผลกระทบสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา หลังพบบ้านเรือนพังเสียหายทั้งหลังแล้วประมาณ 10 หลัง ยืนยันให้เงินเยียวยาหลังละ 230,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ของรัฐ พร้อมเร่งช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน . กรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเงินเยียวยาเพียง 5,700 บาท ล่าสุดทางอำเภอโคกสูงชี้แจงว่าเป็นเงินช่วยเหลือเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีเลขที่บ้าน ไม่ใช่ตัวบ้านพักอาศัย ซึ่งบ้านที่เสียหายเกิน 70% จะได้รับเงินเยียวยาเต็มตามเกณฑ์ . ขณะเดียวกันยังมีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายต่ำกว่า 70% อยู่ระหว่างการประเมินเพิ่มเติมอีกกว่า 100 หลังคาเรือน โดยทีมงานจะลงพื้นที่ช่วงวันที่ 7–8 มกราคมนี้ ยืนยันไม่ทอดทิ้งประชาชน และจะเร่งประสานงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมและเหมาะสมกับความเสียหายมากที่สุด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000790 . #News1 #News1live #สระแก้ว #ชายแดนไทยกัมพูชา #เยียวยาประชาชน0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 14 มุมมอง 0 รีวิว1
- นครปฐม – “บิ๊กอ้อ” พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สภ.สามพราน มอบนโยบายเข้มด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ควบคู่การบริการประชาชน พร้อมกำชับดูแลสวัสดิการและขวัญกำลังใจของกำลังพล เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้ประชาชน
.
ผบช.ภ.7 ตรวจแถวกำลังพล ตรวจจุดบริการประชาชนแบบ One Stop Service และห้องควบคุมผู้ต้องหา เน้นความพร้อมด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และการใช้กล้อง CCTV ให้สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน พร้อมย้ำให้สถานีตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง
.
ด้านการทำงาน กำชับพนักงานสอบสวนรับแจ้งความทุกคดีตามระเบียบ เน้นงานเชิงรุก ลงพื้นที่พบประชาชนแบบ Stop Walk & Talk สร้างเครือข่ายความร่วมมือ ขณะที่งานป้องกันปราบปรามให้เข้มงวดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะยาเสพติด อาวุธปืน และอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ
.
พร้อมกันนี้ยังเน้นมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและช่วงเทศกาลสำคัญ ควบคู่การดูแลสวัสดิการตำรวจผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000781
.
#News1 #News1live #ตำรวจภูธรภาค7 #สภสามพราน #ความปลอดภัยประชาชน
นครปฐม – “บิ๊กอ้อ” พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สภ.สามพราน มอบนโยบายเข้มด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ควบคู่การบริการประชาชน พร้อมกำชับดูแลสวัสดิการและขวัญกำลังใจของกำลังพล เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้ประชาชน . ผบช.ภ.7 ตรวจแถวกำลังพล ตรวจจุดบริการประชาชนแบบ One Stop Service และห้องควบคุมผู้ต้องหา เน้นความพร้อมด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และการใช้กล้อง CCTV ให้สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน พร้อมย้ำให้สถานีตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง . ด้านการทำงาน กำชับพนักงานสอบสวนรับแจ้งความทุกคดีตามระเบียบ เน้นงานเชิงรุก ลงพื้นที่พบประชาชนแบบ Stop Walk & Talk สร้างเครือข่ายความร่วมมือ ขณะที่งานป้องกันปราบปรามให้เข้มงวดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะยาเสพติด อาวุธปืน และอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ . พร้อมกันนี้ยังเน้นมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและช่วงเทศกาลสำคัญ ควบคู่การดูแลสวัสดิการตำรวจผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000781 . #News1 #News1live #ตำรวจภูธรภาค7 #สภสามพราน #ความปลอดภัยประชาชน0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 14 มุมมอง 0 รีวิว1
- “ยศชนัน” ยิ้มรับ ไม่ติดโผตัวเต็งนายกรัฐมนตรีจากนิด้าโพล ระบุพร้อมน้อมรับทุกความคิดเห็นของประชาชน ไม่กังวลกระแสชาตินิยมกลบนโยบาย แย้มพรรคเพื่อไทยเตรียมเปิดนโยบายรอบสอง วันที่ 8 ม.ค.นี้ หลังลงพื้นที่ เติมเต็มสิ่งที่ประชาชนต้องการ
.
เมื่อเวลา 17.25 น. วันที่ 4 ม.ค. ที่ชุมชนคลองเตย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมเปิดนโยบายรอบสอง ว่า เป็นนโยบายที่ต่อยอดจากการลงพื้นที่ของแกนนำและผู้สมัครในแต่ละภาค เพื่อนำสิ่งที่ยังขาดมาปรับเติมให้ตรงกับความต้องการของประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
.
นายยศชนัน ระบุว่า ไม่กังวลที่หลายพรรคทยอยเปิดนโยบายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เพราะเป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรค สิ่งสำคัญคือการทำให้นโยบายตอบโจทย์ประชาชนจริง พร้อมย้ำว่า วันนี้ประเทศมีหลายปัญหาที่รัฐต้องเข้ามาหนุนช่วยอย่างเป็นรูปธรรม
.
ส่วนกรณีผลสำรวจของนิด้าโพลที่พรรคเพื่อไทยไม่ติดโผในบางพื้นที่ นายยศชนัน ระบุว่า ถือเป็นสิทธิ์ของประชาชนและพร้อมรับฟังทุกความเห็น พร้อมย้ำว่ายังมีเวลาอีกกว่าหนึ่งเดือนให้พิสูจน์ว่านโยบายสามารถส่งถึงมือประชาชนได้จริง ขณะเดียวกันก็มีหลายโพลที่คะแนนยังนำ ซึ่งถือเป็นกำลังใจให้ทีมงานเดินหน้าทำงานต่อไป
.
นายยศชนัน ยังยิ้มรับกระแสตอบรับจากประชาชนในการลงพื้นที่ พร้อมระบุว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจากตัวบุคคลเพียงคนเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกันของผู้สมัครและทีมพรรค ที่ช่วยกันสื่อสารนโยบายอย่างใกล้ชิด ทำให้ประชาชนจดจำและให้การตอบรับที่ดีมากขึ้น
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000793
.
#News1 #News1live #เพื่อไทย #ยศชนัน #นิด้าโพล #เลือกตั้ง
“ยศชนัน” ยิ้มรับ ไม่ติดโผตัวเต็งนายกรัฐมนตรีจากนิด้าโพล ระบุพร้อมน้อมรับทุกความคิดเห็นของประชาชน ไม่กังวลกระแสชาตินิยมกลบนโยบาย แย้มพรรคเพื่อไทยเตรียมเปิดนโยบายรอบสอง วันที่ 8 ม.ค.นี้ หลังลงพื้นที่ เติมเต็มสิ่งที่ประชาชนต้องการ . เมื่อเวลา 17.25 น. วันที่ 4 ม.ค. ที่ชุมชนคลองเตย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมเปิดนโยบายรอบสอง ว่า เป็นนโยบายที่ต่อยอดจากการลงพื้นที่ของแกนนำและผู้สมัครในแต่ละภาค เพื่อนำสิ่งที่ยังขาดมาปรับเติมให้ตรงกับความต้องการของประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด . นายยศชนัน ระบุว่า ไม่กังวลที่หลายพรรคทยอยเปิดนโยบายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เพราะเป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรค สิ่งสำคัญคือการทำให้นโยบายตอบโจทย์ประชาชนจริง พร้อมย้ำว่า วันนี้ประเทศมีหลายปัญหาที่รัฐต้องเข้ามาหนุนช่วยอย่างเป็นรูปธรรม . ส่วนกรณีผลสำรวจของนิด้าโพลที่พรรคเพื่อไทยไม่ติดโผในบางพื้นที่ นายยศชนัน ระบุว่า ถือเป็นสิทธิ์ของประชาชนและพร้อมรับฟังทุกความเห็น พร้อมย้ำว่ายังมีเวลาอีกกว่าหนึ่งเดือนให้พิสูจน์ว่านโยบายสามารถส่งถึงมือประชาชนได้จริง ขณะเดียวกันก็มีหลายโพลที่คะแนนยังนำ ซึ่งถือเป็นกำลังใจให้ทีมงานเดินหน้าทำงานต่อไป . นายยศชนัน ยังยิ้มรับกระแสตอบรับจากประชาชนในการลงพื้นที่ พร้อมระบุว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจากตัวบุคคลเพียงคนเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกันของผู้สมัครและทีมพรรค ที่ช่วยกันสื่อสารนโยบายอย่างใกล้ชิด ทำให้ประชาชนจดจำและให้การตอบรับที่ดีมากขึ้น . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000793 . #News1 #News1live #เพื่อไทย #ยศชนัน #นิด้าโพล #เลือกตั้ง0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 12 มุมมอง 0 รีวิว - ไล่ล่าขบวนการยานรก! กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย นบ.ยส.24 สนธิกำลังหลายหน่วย ปฏิบัติการสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 600,000 เม็ด หลังคนร้ายทิ้งรถและของกลางก่อนอาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่า
.
เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) บก.ควบคุมที่ 3 (ร.8) ภายใต้การอำนวยการของกองทัพภาคที่ 2 สนธิกำลังร่วมกับร้อย.ฉก.ทพ.2109 ร้อย.ฉก.ทพ.2102 และ สภ.ปากชม ปฏิบัติการเฝ้าตรวจตามเส้นทางต้องสงสัย หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านพื้นที่ อ.ปากชม จ.เลย
.
กระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ตรงตามข้อมูลเป้าหมาย เมื่อแสดงตัวขอตรวจค้น ผู้ต้องสงสัยได้เร่งเครื่องหลบหนี ก่อนมุ่งหน้าไปยังพื้นที่บ้านโนนสูงใหม่ หมู่ 15 ต.บ้านหยวก อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี แล้วทิ้งกระสอบสีดำจำนวน 3 กระสอบไว้ในป่าอ้อยใกล้กระท่อมไม่มีเลขที่ ก่อนอาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่าไป
.
จากการตรวจสอบของกลาง พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 600,000 เม็ด พร้อมตรวจยึดรถยนต์อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ จำนวน 1 คัน ไว้เป็นของกลาง เบื้องต้นยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้
.
เจ้าหน้าที่ได้บันทึกหลักฐานภาพถ่ายและวิดีโอ ก่อนนำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้ สภ.ปากชม เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ขยายผล และติดตามผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000716
.
#News1 #News1live #นบยส24 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #สกัดยาบ้า #ข่าวอาชญากรรม
ไล่ล่าขบวนการยานรก! กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย นบ.ยส.24 สนธิกำลังหลายหน่วย ปฏิบัติการสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 600,000 เม็ด หลังคนร้ายทิ้งรถและของกลางก่อนอาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่า . เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) บก.ควบคุมที่ 3 (ร.8) ภายใต้การอำนวยการของกองทัพภาคที่ 2 สนธิกำลังร่วมกับร้อย.ฉก.ทพ.2109 ร้อย.ฉก.ทพ.2102 และ สภ.ปากชม ปฏิบัติการเฝ้าตรวจตามเส้นทางต้องสงสัย หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านพื้นที่ อ.ปากชม จ.เลย . กระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ตรงตามข้อมูลเป้าหมาย เมื่อแสดงตัวขอตรวจค้น ผู้ต้องสงสัยได้เร่งเครื่องหลบหนี ก่อนมุ่งหน้าไปยังพื้นที่บ้านโนนสูงใหม่ หมู่ 15 ต.บ้านหยวก อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี แล้วทิ้งกระสอบสีดำจำนวน 3 กระสอบไว้ในป่าอ้อยใกล้กระท่อมไม่มีเลขที่ ก่อนอาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่าไป . จากการตรวจสอบของกลาง พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 600,000 เม็ด พร้อมตรวจยึดรถยนต์อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ จำนวน 1 คัน ไว้เป็นของกลาง เบื้องต้นยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ . เจ้าหน้าที่ได้บันทึกหลักฐานภาพถ่ายและวิดีโอ ก่อนนำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้ สภ.ปากชม เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ขยายผล และติดตามผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000716 . #News1 #News1live #นบยส24 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #สกัดยาบ้า #ข่าวอาชญากรรม0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 14 มุมมอง 0 รีวิว - กกต.แจ้งเตือนประชาชน พรุ่งนี้ (5 ม.ค.) เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า และการออกเสียงประชามตินอกเขต–นอกราชอาณาจักร สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอให้รีบดำเนินการภายในกำหนด
.
วันนี้ (4 ม.ค.) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ที่ไม่สะดวกไปใช้สิทธิ ณ หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ให้ยื่นลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้า ภายในวันพรุ่งนี้ (5 ม.ค.) เพื่อไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569
.
การลงทะเบียนสามารถยื่นได้ต่อนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น หรือเอกอัครราชทูตหรือผู้ได้รับมอบหมาย ภายในเวลา 16.30 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2569 หรือยื่นทางไปรษณีย์โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ รวมถึงยื่นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (เฉพาะนอกเขต–นอกราชอาณาจักร) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบจะปิดอัตโนมัติเวลา 24.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
.
สำหรับการออกเสียงประชามติ ผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน่วยออกเสียงตามทะเบียนบ้าน ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนใช้ออกเสียงนอกเขต นอกราชอาณาจักร หรือสถานที่ออกเสียงสำหรับคนพิการ ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ภายในวันพรุ่งนี้เช่นกัน โดยใช้ช่องทางเดียวกัน
.
ทั้งนี้ การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า หรือออกเสียงประชามตินอกเขต ต้องเลือกสถานที่ที่ไม่ใช่จังหวัดตามทะเบียนบ้านของตนเอง หากลงทะเบียนผิดเขตจะไม่สามารถใช้สิทธิได้
.
ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน กกต. www.ect.go.th หรือสอบถามสายด่วน 1444
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000772
.
#News1 #News1live #กกต #เลือกตั้งล่วงหน้า #ประชามติ #ใช้สิทธิเลือกตั้ง
กกต.แจ้งเตือนประชาชน พรุ่งนี้ (5 ม.ค.) เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า และการออกเสียงประชามตินอกเขต–นอกราชอาณาจักร สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอให้รีบดำเนินการภายในกำหนด . วันนี้ (4 ม.ค.) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ที่ไม่สะดวกไปใช้สิทธิ ณ หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ให้ยื่นลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้า ภายในวันพรุ่งนี้ (5 ม.ค.) เพื่อไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 . การลงทะเบียนสามารถยื่นได้ต่อนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น หรือเอกอัครราชทูตหรือผู้ได้รับมอบหมาย ภายในเวลา 16.30 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2569 หรือยื่นทางไปรษณีย์โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ รวมถึงยื่นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (เฉพาะนอกเขต–นอกราชอาณาจักร) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบจะปิดอัตโนมัติเวลา 24.00 น. ตามเวลาประเทศไทย . สำหรับการออกเสียงประชามติ ผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน่วยออกเสียงตามทะเบียนบ้าน ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนใช้ออกเสียงนอกเขต นอกราชอาณาจักร หรือสถานที่ออกเสียงสำหรับคนพิการ ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ภายในวันพรุ่งนี้เช่นกัน โดยใช้ช่องทางเดียวกัน . ทั้งนี้ การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า หรือออกเสียงประชามตินอกเขต ต้องเลือกสถานที่ที่ไม่ใช่จังหวัดตามทะเบียนบ้านของตนเอง หากลงทะเบียนผิดเขตจะไม่สามารถใช้สิทธิได้ . ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน กกต. www.ect.go.th หรือสอบถามสายด่วน 1444 . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000772 . #News1 #News1live #กกต #เลือกตั้งล่วงหน้า #ประชามติ #ใช้สิทธิเลือกตั้ง0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 13 มุมมอง 0 รีวิว - นักท่องเที่ยวฮือฮา! พบ “เสือดำ” สัตว์ป่าคุ้มครองหายาก
ออกมาเดินอวดโฉมอย่างชัดเจน
บริเวณถนนทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง
ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
ช่วงเทศกาลปีใหม่ สร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างมาก
.
วันนี้ (4 ม.ค. 2569) นายมงคล ไชยภักดี
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า
ได้รับภาพถ่ายจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
ซึ่งสามารถบันทึกภาพ “เสือดำ”
ขณะเดินออกมาจากชายป่า
บริเวณกิโลเมตรที่ 21 ถนนทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง
.
จากการสังเกตพบว่า เสือดำตัวดังกล่าวเดินบนถนนอย่างสงบ
ไม่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหรือหวาดกลัว
ก่อนจะเดินกลับเข้าสู่ผืนป่าตามธรรมชาติ
คาดว่าออกมาหาความอบอุ่น
เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศในพื้นที่หนาวเย็น
.
หัวหน้าอุทยานฯ ระบุว่า
ในช่วงฤดูหนาว สัตว์ป่าหลายชนิดมักออกมาหากินมากขึ้น
ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว
หากพบเห็นสัตว์ป่าให้เว้นระยะห่าง
ไม่เข้าใกล้ ไม่ส่งเสียงดังรบกวน
และห้ามให้อาหารสัตว์ป่าโดยเด็ดขาด
.
ทั้งนี้ การพบเห็นเสือดำครั้งนี้
ถือเป็นสัญญาณที่ดีของความอุดมสมบูรณ์
ของผืนป่าแก่งกระจาน
และสะท้อนถึงความสำเร็จของการอนุรักษ์สัตว์ป่าไทย
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000780
.
#News1 #News1live #เสือดำ #แก่งกระจาน #สัตว์ป่าคุ้มครอง #อนุรักษ์ธรรมชาติ #ท่องเที่ยวปีใหม่
นักท่องเที่ยวฮือฮา! พบ “เสือดำ” สัตว์ป่าคุ้มครองหายาก ออกมาเดินอวดโฉมอย่างชัดเจน บริเวณถนนทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ช่วงเทศกาลปีใหม่ สร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างมาก . วันนี้ (4 ม.ค. 2569) นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า ได้รับภาพถ่ายจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งสามารถบันทึกภาพ “เสือดำ” ขณะเดินออกมาจากชายป่า บริเวณกิโลเมตรที่ 21 ถนนทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง . จากการสังเกตพบว่า เสือดำตัวดังกล่าวเดินบนถนนอย่างสงบ ไม่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหรือหวาดกลัว ก่อนจะเดินกลับเข้าสู่ผืนป่าตามธรรมชาติ คาดว่าออกมาหาความอบอุ่น เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศในพื้นที่หนาวเย็น . หัวหน้าอุทยานฯ ระบุว่า ในช่วงฤดูหนาว สัตว์ป่าหลายชนิดมักออกมาหากินมากขึ้น ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว หากพบเห็นสัตว์ป่าให้เว้นระยะห่าง ไม่เข้าใกล้ ไม่ส่งเสียงดังรบกวน และห้ามให้อาหารสัตว์ป่าโดยเด็ดขาด . ทั้งนี้ การพบเห็นเสือดำครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของความอุดมสมบูรณ์ ของผืนป่าแก่งกระจาน และสะท้อนถึงความสำเร็จของการอนุรักษ์สัตว์ป่าไทย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000780 . #News1 #News1live #เสือดำ #แก่งกระจาน #สัตว์ป่าคุ้มครอง #อนุรักษ์ธรรมชาติ #ท่องเที่ยวปีใหม่0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 99 มุมมอง 0 รีวิว
3
- ไทยโต้ 8 ประเด็น! ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา
ชี้ชัดกัมพูชาใช้ “สงครามข่าวสาร” บิดเบือนข้อเท็จจริง
สวนทางพฤติกรรมรุกล้ำอธิปไตยไทย ใช้พื้นที่พลเรือนเป็นฐานทหาร
ใช้โล่มนุษย์ และละทิ้งร่างทหารของตนเอง ขัดหลักมนุษยธรรม
.
วันนี้ (4 ม.ค. 2569) ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา
ชี้แจงข้อกล่าวหาที่กัมพูชาอ้างว่าไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
และหลักมนุษยธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกต 8 ประเด็นสำคัญ
ยืนยันฝ่ายไทยมีหลักฐานชัดเจนว่ากำลังติดอาวุธกัมพูชา
รุกล้ำเข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่อธิปไตยของไทย
.
ศูนย์แถลงข่าวระบุว่า กัมพูชานำกำลังทหารและอาวุธ
เข้าไปตั้งในพื้นที่ชุมชน ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์
และยิงโจมตีจากพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่
เพิ่มความเสี่ยงต่อพลเรือนของตนเองอย่างร้ายแรง
.
ฝ่ายไทยยังมีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือน
โครงสร้างพื้นฐาน และชุมชนฝั่งไทย
ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร
เข้าข่ายการโจมตีพลเรือนโดยตรง
ซึ่งเป็นอาชญากรรมสงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศ
.
นอกจากนี้ กัมพูชายังยั่วยุให้เกิดการปะทะอย่างเป็นระบบ
ทั้งการเคลื่อนกำลัง การยิงข้ามแดน
และการละเมิดแนวหยุดยิง
รวมถึงไม่เก็บกู้ร่างทหารของตนเอง
ขัดต่อหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน
.
ศูนย์แถลงข่าวย้ำว่า ประเทศไทยยึดหลัก
“ข้อเท็จจริงต้องมาก่อนวาทกรรม”
พร้อมเปิดให้มีการตรวจสอบโดยกลไกระหว่างประเทศที่เป็นกลาง
และเรียกร้องให้ประชาคมโลกพิจารณาสถานการณ์
บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและหลักฐานที่ตรวจสอบได้
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000756
.
#News1 #News1live #ชายแดนไทยกัมพูชา #สงครามข่าวสาร #อธิปไตย #กฎหมายระหว่างประเทศ #หลักมนุษยธรรม
ไทยโต้ 8 ประเด็น! ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ชัดกัมพูชาใช้ “สงครามข่าวสาร” บิดเบือนข้อเท็จจริง สวนทางพฤติกรรมรุกล้ำอธิปไตยไทย ใช้พื้นที่พลเรือนเป็นฐานทหาร ใช้โล่มนุษย์ และละทิ้งร่างทหารของตนเอง ขัดหลักมนุษยธรรม . วันนี้ (4 ม.ค. 2569) ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้แจงข้อกล่าวหาที่กัมพูชาอ้างว่าไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกต 8 ประเด็นสำคัญ ยืนยันฝ่ายไทยมีหลักฐานชัดเจนว่ากำลังติดอาวุธกัมพูชา รุกล้ำเข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่อธิปไตยของไทย . ศูนย์แถลงข่าวระบุว่า กัมพูชานำกำลังทหารและอาวุธ เข้าไปตั้งในพื้นที่ชุมชน ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ และยิงโจมตีจากพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่ เพิ่มความเสี่ยงต่อพลเรือนของตนเองอย่างร้ายแรง . ฝ่ายไทยยังมีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และชุมชนฝั่งไทย ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร เข้าข่ายการโจมตีพลเรือนโดยตรง ซึ่งเป็นอาชญากรรมสงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศ . นอกจากนี้ กัมพูชายังยั่วยุให้เกิดการปะทะอย่างเป็นระบบ ทั้งการเคลื่อนกำลัง การยิงข้ามแดน และการละเมิดแนวหยุดยิง รวมถึงไม่เก็บกู้ร่างทหารของตนเอง ขัดต่อหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน . ศูนย์แถลงข่าวย้ำว่า ประเทศไทยยึดหลัก “ข้อเท็จจริงต้องมาก่อนวาทกรรม” พร้อมเปิดให้มีการตรวจสอบโดยกลไกระหว่างประเทศที่เป็นกลาง และเรียกร้องให้ประชาคมโลกพิจารณาสถานการณ์ บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและหลักฐานที่ตรวจสอบได้ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000756 . #News1 #News1live #ชายแดนไทยกัมพูชา #สงครามข่าวสาร #อธิปไตย #กฎหมายระหว่างประเทศ #หลักมนุษยธรรม0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 89 มุมมอง 2 รีวิว
4
- อ่างทองรถทะลัก! ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ
หนาแน่นเต็มทุกช่อง เคลื่อนตัวช้า–สลับหยุดนิ่ง
หลังประชาชนแห่เดินทางกลับช่วงหยุดยาวปีใหม่
.
เวลา 14.00 น. วันนี้ (4 ม.ค.) สภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย
ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ผ่านพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่รอยต่อ
อำเภอไชโย–อำเภอเมืองอ่างทอง ไปจนถึงรอยต่ออำเภอมหาราช
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง
ใช้ความเร็วได้เพียง 30–40 กม./ชม. โดยเฉพาะบริเวณคอสะพาน
และจุดทางร่วมทางแยก
.
สาเหตุจากประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ
หลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ คาดปริมาณรถจะยัง
สะสมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นและค่ำคืนนี้
.
ด้าน พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ระบุว่า
ได้สั่งการเข้มกวดขันวินัยจราจรใน 10 ข้อหาหลัก
โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่
และขับรถเร็วเกินกำหนด
.
การกวดขันเมาแล้วขับช่วงปีใหม่นี้
ดำเนินการเข้มกว่าสงกรานต์ถึง 2–3 เท่า
คาดดำเนินคดีราว 150 ราย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
และเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชน
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000771
.
#News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #ขากลับปีใหม่ #อ่างทอง #จราจร
อ่างทองรถทะลัก! ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ หนาแน่นเต็มทุกช่อง เคลื่อนตัวช้า–สลับหยุดนิ่ง หลังประชาชนแห่เดินทางกลับช่วงหยุดยาวปีใหม่ . เวลา 14.00 น. วันนี้ (4 ม.ค.) สภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ผ่านพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่รอยต่อ อำเภอไชโย–อำเภอเมืองอ่างทอง ไปจนถึงรอยต่ออำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง ใช้ความเร็วได้เพียง 30–40 กม./ชม. โดยเฉพาะบริเวณคอสะพาน และจุดทางร่วมทางแยก . สาเหตุจากประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ หลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ คาดปริมาณรถจะยัง สะสมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นและค่ำคืนนี้ . ด้าน พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ระบุว่า ได้สั่งการเข้มกวดขันวินัยจราจรใน 10 ข้อหาหลัก โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ และขับรถเร็วเกินกำหนด . การกวดขันเมาแล้วขับช่วงปีใหม่นี้ ดำเนินการเข้มกว่าสงกรานต์ถึง 2–3 เท่า คาดดำเนินคดีราว 150 ราย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000771 . #News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #ขากลับปีใหม่ #อ่างทอง #จราจร0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 81 มุมมอง 0 รีวิว1
- ปปป.เตรียมส่งสำนวนคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบน
ให้ ป.ป.ช.พิจารณาพรุ่งนี้ (5 ม.ค.)
.
รอง ผบช.ก. เผยความคืบหน้าคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ถูกกล่าวหาติดสินบนเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เพื่อช่วยเหลือคดีพัวพันเว็บพนันออนไลน์
.
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ระบุว่า พนักงานสอบสวน บก.ปปป. จะเดินทางไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ในวันพรุ่งนี้ เพื่อส่งมอบสำนวนคดีให้ ป.ป.ช. พิจารณาตามขั้นตอนทางกฎหมาย
.
หลังจากรับสำนวนแล้ว ป.ป.ช. จะมีระยะเวลาพิจารณาภายใน 30 วัน ว่าจะรับเรื่องไว้ดำเนินการเอง หรือส่งกลับให้พนักงานสอบสวนของตำรวจดำเนินการต่อ
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000766
.
#News1 #News1live #ปปป #ปปช #บิ๊กโจ๊ก #คดีสินบน #คดีเว็บพนัน
ปปป.เตรียมส่งสำนวนคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบน ให้ ป.ป.ช.พิจารณาพรุ่งนี้ (5 ม.ค.) . รอง ผบช.ก. เผยความคืบหน้าคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ถูกกล่าวหาติดสินบนเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เพื่อช่วยเหลือคดีพัวพันเว็บพนันออนไลน์ . พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ระบุว่า พนักงานสอบสวน บก.ปปป. จะเดินทางไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ในวันพรุ่งนี้ เพื่อส่งมอบสำนวนคดีให้ ป.ป.ช. พิจารณาตามขั้นตอนทางกฎหมาย . หลังจากรับสำนวนแล้ว ป.ป.ช. จะมีระยะเวลาพิจารณาภายใน 30 วัน ว่าจะรับเรื่องไว้ดำเนินการเอง หรือส่งกลับให้พนักงานสอบสวนของตำรวจดำเนินการต่อ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000766 . #News1 #News1live #ปปป #ปปช #บิ๊กโจ๊ก #คดีสินบน #คดีเว็บพนัน0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว2
- ตร.ระดมกำลังรับมือขากลับปีใหม่
คาดวันนี้รถเข้ากรุงพุ่งกว่า 6.4 แสนคัน
สั่งเปิดช่องทางพิเศษทุกสายหลัก
.
รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจการจราจรขากลับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ระบุภาพรวมการจราจรช่วงบ่ายยังคล่องตัว ไม่มีท้ายแถวสะสม แต่คาดช่วงเย็น–ค่ำ ปริมาณรถจะเพิ่มสูงขึ้น
.
ข้อมูลจากตำรวจทางหลวง ระบุว่าเมื่อวันที่ 3 ม.ค. มีรถเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครกว่า 636,453 คัน เพิ่มขึ้นจากปีใหม่ปีก่อนราว 17% และคาดว่าวันนี้จะมีรถเข้ากรุงเทพฯ ประมาณ 644,572 คัน ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายของการเดินทางกลับ
.
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งเปิดช่องทางพิเศษเร่งระบายรถในทุกเส้นทางหลัก โดยเฉพาะสายอีสาน ถนนมิตรภาพ, ถนน 24 โชคชัย–เดชอุดม, ทล.304 วังน้ำเขียว–กบินทร์บุรี และมอเตอร์เวย์ M6 ที่มีจุดคอขวดบางช่วง
.
สายเหนือ รถหนาแน่นบริเวณจุดซ่อมสร้างและแยกสัญญาณไฟบน ทล.117 และสายเอเชีย ก่อนเข้าสู่ต่างระดับบางปะอิน ขณะที่สายใต้ หนาแน่นบริเวณแยกวังมะนาว และถนนพระราม 2 ช่วงน้ำทะเลหนุน
.
ตำรวจทางหลวงย้ำ พร้อมบริหารจัดการจราจรเต็มกำลัง เปิด–ปิดช่องทางพิเศษตามสถานการณ์ และใช้กล้อง CCTV วิเคราะห์สภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดอุบัติเหตุ
.
ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางหรือขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000765
.
#News1 #News1live #จราจรปีใหม่ #รถขากลับ #ตำรวจทางหลวง #เปิดช่องทางพิเศษตร.ระดมกำลังรับมือขากลับปีใหม่ คาดวันนี้รถเข้ากรุงพุ่งกว่า 6.4 แสนคัน สั่งเปิดช่องทางพิเศษทุกสายหลัก . รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจการจราจรขากลับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ระบุภาพรวมการจราจรช่วงบ่ายยังคล่องตัว ไม่มีท้ายแถวสะสม แต่คาดช่วงเย็น–ค่ำ ปริมาณรถจะเพิ่มสูงขึ้น . ข้อมูลจากตำรวจทางหลวง ระบุว่าเมื่อวันที่ 3 ม.ค. มีรถเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครกว่า 636,453 คัน เพิ่มขึ้นจากปีใหม่ปีก่อนราว 17% และคาดว่าวันนี้จะมีรถเข้ากรุงเทพฯ ประมาณ 644,572 คัน ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายของการเดินทางกลับ . สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งเปิดช่องทางพิเศษเร่งระบายรถในทุกเส้นทางหลัก โดยเฉพาะสายอีสาน ถนนมิตรภาพ, ถนน 24 โชคชัย–เดชอุดม, ทล.304 วังน้ำเขียว–กบินทร์บุรี และมอเตอร์เวย์ M6 ที่มีจุดคอขวดบางช่วง . สายเหนือ รถหนาแน่นบริเวณจุดซ่อมสร้างและแยกสัญญาณไฟบน ทล.117 และสายเอเชีย ก่อนเข้าสู่ต่างระดับบางปะอิน ขณะที่สายใต้ หนาแน่นบริเวณแยกวังมะนาว และถนนพระราม 2 ช่วงน้ำทะเลหนุน . ตำรวจทางหลวงย้ำ พร้อมบริหารจัดการจราจรเต็มกำลัง เปิด–ปิดช่องทางพิเศษตามสถานการณ์ และใช้กล้อง CCTV วิเคราะห์สภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดอุบัติเหตุ . ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางหรือขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000765 . #News1 #News1live #จราจรปีใหม่ #รถขากลับ #ตำรวจทางหลวง #เปิดช่องทางพิเศษ0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 81 มุมมอง 0 รีวิว1
- “ทรัมป์” ส่งสัญญาณชัด
สหรัฐฯ เตรียมร่วมบริหารเวเนซุเอลา
จนกว่าจะ “กลับเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง”
.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ จะร่วมทำงานกับทีมบริหาร เพื่อดูแลเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว หลังการจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร
.
ทรัมป์กล่าวที่สโมสร Mar-a-Lago ว่า ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทีมเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา จะเป็นผู้ดูแลและบริหารประเทศ พร้อมยืนยันว่า สหรัฐฯ จะนำเวเนซุเอลากลับมาอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง
.
ขณะกล่าวถ้อยแถลง ทรัมป์ยืนอยู่ต่อหน้ารูบิโอ เฮกเซธ และประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม พล.อ.แดน เคน สะท้อนบทบาทโดยตรงของฝ่ายบริหารและกองทัพสหรัฐฯ
.
ทรัมป์ระบุว่า รูบิโอและเฮกเซธจะทำงานร่วมกับประชาชนชาวเวเนซุเอลา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสุญญากาศทางอำนาจ พร้อมไม่ปิดความเป็นไปได้ของการใช้กำลังทางทหาร โดยกล่าวชัดว่า “เราไม่กลัวการส่งทหารลงพื้นที่จริง”
.
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังย้ำแผนฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยให้บริษัทน้ำมันเป็นผู้ลงทุนหลัก เนื่องจากเวเนซุเอลามีแหล่งน้ำมันดิบสำรองขนาดใหญ่
.
แม้จะไม่ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน แต่ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ จะยังคงอยู่ในเวเนซุเอลา จนกว่าประเทศจะกลับเข้าสู่เสถียรภาพ
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000657
.
#News1 #News1live #สหรัฐฯ #ทรัมป์ #รูบิโอ #เฮกเซธ #เวเนซุเอลา #ข่าวต่างประเทศ“ทรัมป์” ส่งสัญญาณชัด สหรัฐฯ เตรียมร่วมบริหารเวเนซุเอลา จนกว่าจะ “กลับเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้อง” . ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ จะร่วมทำงานกับทีมบริหาร เพื่อดูแลเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว หลังการจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร . ทรัมป์กล่าวที่สโมสร Mar-a-Lago ว่า ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทีมเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา จะเป็นผู้ดูแลและบริหารประเทศ พร้อมยืนยันว่า สหรัฐฯ จะนำเวเนซุเอลากลับมาอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง . ขณะกล่าวถ้อยแถลง ทรัมป์ยืนอยู่ต่อหน้ารูบิโอ เฮกเซธ และประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม พล.อ.แดน เคน สะท้อนบทบาทโดยตรงของฝ่ายบริหารและกองทัพสหรัฐฯ . ทรัมป์ระบุว่า รูบิโอและเฮกเซธจะทำงานร่วมกับประชาชนชาวเวเนซุเอลา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสุญญากาศทางอำนาจ พร้อมไม่ปิดความเป็นไปได้ของการใช้กำลังทางทหาร โดยกล่าวชัดว่า “เราไม่กลัวการส่งทหารลงพื้นที่จริง” . นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังย้ำแผนฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยให้บริษัทน้ำมันเป็นผู้ลงทุนหลัก เนื่องจากเวเนซุเอลามีแหล่งน้ำมันดิบสำรองขนาดใหญ่ . แม้จะไม่ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน แต่ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ จะยังคงอยู่ในเวเนซุเอลา จนกว่าประเทศจะกลับเข้าสู่เสถียรภาพ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000657 . #News1 #News1live #สหรัฐฯ #ทรัมป์ #รูบิโอ #เฮกเซธ #เวเนซุเอลา #ข่าวต่างประเทศ0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 88 มุมมอง 0 รีวิว - ถนนเอเชีย–พหลโยธิน แน่นตั้งแต่เช้า
ประชาชนแห่กลับกรุง วันหยุดสุดท้ายปีใหม่
.
บรรยากาศการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครในวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ ยังคงคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยประชาชนจำนวนมากเร่งเดินทางกลับ หลังกลับภูมิลำเนาไปฉลองปีใหม่กับครอบครัว
.
สภาพการจราจรถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพฯ จากภาคเหนือ ช่วงสะพานต่างระดับอยุธยา ถึงบางปะอิน พบรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ต่อเนื่อง ด้วยความเร็วเฉลี่ยประมาณ 90–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
.
เช่นเดียวกับถนนพหลโยธิน ช่วงอำเภอวังน้อย มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มีปริมาณรถมาก แต่ยังไม่ถึงขั้นติดขัด สามารถใช้ความเร็วได้ใกล้เคียงกัน
.
ขณะเดียวกัน ถนนสาย 347 มุ่งหน้าปทุมธานี และถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 ช่วงพระนครศรีอยุธยา ปริมาณรถเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ภาพรวมยังเคลื่อนตัวได้ดี
.
เจ้าหน้าที่คาดว่า ตลอดทั้งวันจนถึงช่วงค่ำ จะยังมีประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมตัวเริ่มทำงานในวันแรกหลังหยุดยาว
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000650
.
#News1 #News1live #จราจร #ถนนเอเชีย #พหลโยธิน #กลับกรุง #ปีใหม่2569ถนนเอเชีย–พหลโยธิน แน่นตั้งแต่เช้า ประชาชนแห่กลับกรุง วันหยุดสุดท้ายปีใหม่ . บรรยากาศการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครในวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ ยังคงคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยประชาชนจำนวนมากเร่งเดินทางกลับ หลังกลับภูมิลำเนาไปฉลองปีใหม่กับครอบครัว . สภาพการจราจรถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพฯ จากภาคเหนือ ช่วงสะพานต่างระดับอยุธยา ถึงบางปะอิน พบรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ต่อเนื่อง ด้วยความเร็วเฉลี่ยประมาณ 90–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง . เช่นเดียวกับถนนพหลโยธิน ช่วงอำเภอวังน้อย มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มีปริมาณรถมาก แต่ยังไม่ถึงขั้นติดขัด สามารถใช้ความเร็วได้ใกล้เคียงกัน . ขณะเดียวกัน ถนนสาย 347 มุ่งหน้าปทุมธานี และถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 ช่วงพระนครศรีอยุธยา ปริมาณรถเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ภาพรวมยังเคลื่อนตัวได้ดี . เจ้าหน้าที่คาดว่า ตลอดทั้งวันจนถึงช่วงค่ำ จะยังมีประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมตัวเริ่มทำงานในวันแรกหลังหยุดยาว . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000650 . #News1 #News1live #จราจร #ถนนเอเชีย #พหลโยธิน #กลับกรุง #ปีใหม่25690 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 104 มุมมอง 0 รีวิว1
- ชายแดนกาญจนบุรี กับแรงจูงใจแรงงานเถื่อน
หนีสงคราม–หนีเกณฑ์ทหาร–หวังโอกาสทำกินในไทย
.
กาญจนบุรี จังหวัดชายแดนตะวันตกของไทย มีแนวพรมแดนติดเมียนมายาวกว่า 371 กิโลเมตร เต็มไปด้วยช่องทางเข้า–ออกตามธรรมชาติจำนวนมาก ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศไทย
.
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังการรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2564 สถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบที่ยืดเยื้อ ได้กลายเป็น “แรงผลัก” สำคัญให้ประชาชนจำนวนมากตัดสินใจหลบหนีออกนอกประเทศ
.
จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การประกาศบังคับเกณฑ์ทหารของรัฐบาลทหารเมียนมา ทั้งชายและหญิง ส่งผลให้คนจำนวนมากเลือกเสี่ยงชีวิตข้ามแดน แทนการถูกส่งเข้าสู่สมรภูมิที่ไม่รู้จุดจบ
.
ข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงสะท้อนภาพชัดเจน ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีการจับกุมแรงงานชาวเมียนมาลักลอบเข้าเมืองในพื้นที่กาญจนบุรีกว่า 13,900 คน บางช่วงเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้วันละเกือบ 100 คน
.
อย่างไรก็ตาม แรงจูงใจไม่ได้มีเพียงสงคราม แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจเมียนมาที่ทรุดหนัก การขาดแคลนงาน และรายได้ไม่เพียงพอ ทำให้ประเทศไทยถูกมองเป็น “ดินแดนแห่งโอกาส” แม้ต้องเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย
.
ขบวนการนายหน้าลักลอบขนแรงงานจึงเติบโตอย่างเป็นระบบ แรงงานบางรายยอมขายบ้าน ขายที่ดิน หรือกู้เงิน เพื่อจ่ายค่านายหน้า แต่ปลายทางกลับไม่เป็นไปตามฝัน เมื่อถูกจับกุม ผลักดันกลับประเทศ และต้องเผชิญความเสี่ยงซ้ำอีกครั้ง
.
ขณะเดียวกัน มติ ครม. ที่ผ่อนผันแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายให้ทำงานได้ถึง 31 มีนาคม 2569 แม้มีเจตนาดี แต่ถูกจับตาว่าอาจกลายเป็นช่องว่างให้ขบวนการนายหน้าใช้หลอกแรงงานเพิ่ม
.
จังหวัดกาญจนบุรีจึงเสนอแนวทางแก้ไขเชิงโครงสร้าง ด้วยการผลักดันศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) เพื่อดึงแรงงานเข้าสู่ระบบ ลดแรงจูงใจลักลอบเข้าเมือง และตัดวงจรนายหน้า
.
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ “จับกุม” แต่คือการจัดการต้นตอของปัญหา ว่าจะเปลี่ยนแรงงานเถื่อนให้กลายเป็นแรงงานในระบบได้มากเพียงใด ก่อนวงจรการหลบหนีจะหมุนซ้ำไม่รู้จบ
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000656
.
#News1 #News1live #แรงงานต่างด้าว #แรงงานเถื่อน #ชายแดนกาญจนบุรี #เมียนมา #หนีสงครามชายแดนกาญจนบุรี กับแรงจูงใจแรงงานเถื่อน หนีสงคราม–หนีเกณฑ์ทหาร–หวังโอกาสทำกินในไทย . กาญจนบุรี จังหวัดชายแดนตะวันตกของไทย มีแนวพรมแดนติดเมียนมายาวกว่า 371 กิโลเมตร เต็มไปด้วยช่องทางเข้า–ออกตามธรรมชาติจำนวนมาก ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศไทย . ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังการรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2564 สถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบที่ยืดเยื้อ ได้กลายเป็น “แรงผลัก” สำคัญให้ประชาชนจำนวนมากตัดสินใจหลบหนีออกนอกประเทศ . จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การประกาศบังคับเกณฑ์ทหารของรัฐบาลทหารเมียนมา ทั้งชายและหญิง ส่งผลให้คนจำนวนมากเลือกเสี่ยงชีวิตข้ามแดน แทนการถูกส่งเข้าสู่สมรภูมิที่ไม่รู้จุดจบ . ข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงสะท้อนภาพชัดเจน ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีการจับกุมแรงงานชาวเมียนมาลักลอบเข้าเมืองในพื้นที่กาญจนบุรีกว่า 13,900 คน บางช่วงเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้วันละเกือบ 100 คน . อย่างไรก็ตาม แรงจูงใจไม่ได้มีเพียงสงคราม แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจเมียนมาที่ทรุดหนัก การขาดแคลนงาน และรายได้ไม่เพียงพอ ทำให้ประเทศไทยถูกมองเป็น “ดินแดนแห่งโอกาส” แม้ต้องเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย . ขบวนการนายหน้าลักลอบขนแรงงานจึงเติบโตอย่างเป็นระบบ แรงงานบางรายยอมขายบ้าน ขายที่ดิน หรือกู้เงิน เพื่อจ่ายค่านายหน้า แต่ปลายทางกลับไม่เป็นไปตามฝัน เมื่อถูกจับกุม ผลักดันกลับประเทศ และต้องเผชิญความเสี่ยงซ้ำอีกครั้ง . ขณะเดียวกัน มติ ครม. ที่ผ่อนผันแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายให้ทำงานได้ถึง 31 มีนาคม 2569 แม้มีเจตนาดี แต่ถูกจับตาว่าอาจกลายเป็นช่องว่างให้ขบวนการนายหน้าใช้หลอกแรงงานเพิ่ม . จังหวัดกาญจนบุรีจึงเสนอแนวทางแก้ไขเชิงโครงสร้าง ด้วยการผลักดันศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) เพื่อดึงแรงงานเข้าสู่ระบบ ลดแรงจูงใจลักลอบเข้าเมือง และตัดวงจรนายหน้า . โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ “จับกุม” แต่คือการจัดการต้นตอของปัญหา ว่าจะเปลี่ยนแรงงานเถื่อนให้กลายเป็นแรงงานในระบบได้มากเพียงใด ก่อนวงจรการหลบหนีจะหมุนซ้ำไม่รู้จบ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000656 . #News1 #News1live #แรงงานต่างด้าว #แรงงานเถื่อน #ชายแดนกาญจนบุรี #เมียนมา #หนีสงคราม0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 102 มุมมอง 0 รีวิว1
- อิหร่านส่งสัญญาณแข็งกร้าว ไม่ยอมจำนน
หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ขู่แทรกแซง ช่วยผู้ประท้วงต้านรัฐบาล
.
อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกแถลงย้ำชัดว่า อิหร่าน “จะไม่ยอมศิโรราบต่อศัตรู” ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งสัญญาณพร้อมเข้าหนุนหลังผู้ประท้วง ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและเงินเฟ้อพุ่งสูง
.
คอเมเนอี ระบุว่า การประท้วงด้านเศรษฐกิจเป็นสิทธิของประชาชน และรัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเรียกร้อง แต่ยืนยันว่าการก่อจลาจลและความรุนแรงจะไม่ถูกยอมรับ พร้อมเตือนว่าผู้ก่อความไม่สงบจะถูก “สั่งสอน”
.
ขณะเดียวกัน กลุ่มสิทธิมนุษยชนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และถูกจับกุมเพิ่มขึ้นกว่า 130 คน จากการประท้วงที่ลุกลามหลายเมืองทั่วประเทศ ท่ามกลางการปราบปรามด้วยแก๊สน้ำตาและการเผชิญหน้าบนท้องถนน
.
ด้านทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ “พร้อมเต็มที่” ต่อสถานการณ์ในอิหร่าน แม้ยังไม่ระบุแนวทางปฏิบัติชัดเจน ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อรัฐบาลเตหะราน ซึ่งกำลังเผชิญทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การคว่ำบาตร และแรงสั่นคลอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000631
.
#News1 #News1live #อิหร่าน #ทรัมป์ #ประท้วงอิหร่าน #ข่าวต่างประเทศอิหร่านส่งสัญญาณแข็งกร้าว ไม่ยอมจำนน หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ขู่แทรกแซง ช่วยผู้ประท้วงต้านรัฐบาล . อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกแถลงย้ำชัดว่า อิหร่าน “จะไม่ยอมศิโรราบต่อศัตรู” ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งสัญญาณพร้อมเข้าหนุนหลังผู้ประท้วง ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและเงินเฟ้อพุ่งสูง . คอเมเนอี ระบุว่า การประท้วงด้านเศรษฐกิจเป็นสิทธิของประชาชน และรัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเรียกร้อง แต่ยืนยันว่าการก่อจลาจลและความรุนแรงจะไม่ถูกยอมรับ พร้อมเตือนว่าผู้ก่อความไม่สงบจะถูก “สั่งสอน” . ขณะเดียวกัน กลุ่มสิทธิมนุษยชนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และถูกจับกุมเพิ่มขึ้นกว่า 130 คน จากการประท้วงที่ลุกลามหลายเมืองทั่วประเทศ ท่ามกลางการปราบปรามด้วยแก๊สน้ำตาและการเผชิญหน้าบนท้องถนน . ด้านทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ “พร้อมเต็มที่” ต่อสถานการณ์ในอิหร่าน แม้ยังไม่ระบุแนวทางปฏิบัติชัดเจน ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อรัฐบาลเตหะราน ซึ่งกำลังเผชิญทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การคว่ำบาตร และแรงสั่นคลอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000631 . #News1 #News1live #อิหร่าน #ทรัมป์ #ประท้วงอิหร่าน #ข่าวต่างประเทศ0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 136 มุมมอง 0 รีวิว2
- ไทยโต้กลับกัมพูชา ไม่รุกล้ำแดนเขมร ย้ำหลักการสันติวิธีกองทัพไทยออกมาชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหาจากฝ่ายกัมพูชาอย่างชัดเจน กรณีอ้างว่าฝ่ายไทยเข้าไปยึดครองพื้นที่ใน 4 จังหวัดตามแนวชายแดน โดยยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดของกองทัพไทยเป็นการปฏิบัติภารกิจภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย ไม่ได้รุกล้ำดินแดนกัมพูชาแต่อย่างใด และยังคงยึดมั่นแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
.
ฝ่ายไทยชี้ว่า ความขัดแย้งดังกล่าวมีรากเหง้ามาจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับแนวเส้นเขตแดนที่ยืดเยื้อมานานหลายสิบปี โดยในอดีตฝ่ายกัมพูชามีการรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยหลายจุด ทั้งการวางกำลัง ตั้งฐานทหาร รวมถึงการสนับสนุนให้มีการก่อสร้างบ้านเรือนและชุมชนพลเรือนในพื้นที่ฝั่งไทย ซึ่งประเทศไทยได้ยื่นหนังสือประท้วงผ่านกลไกความร่วมมือ MOU 43 มาแล้วนับร้อยครั้ง
.
กองทัพไทยย้ำว่า การจัดระเบียบและควบคุมพื้นที่ในปัจจุบัน เป็นการดำเนินการภายในอธิปไตยของไทยอย่างถูกต้อง และเชื่อว่าฝ่ายกัมพูชาอาจคุ้นชินกับการเข้ามาอยู่ในพื้นที่บางจุดเป็นเวลานาน จนเกิดความเข้าใจผิดว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของตนเอง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันฝ่ายกัมพูชาได้ยอมรับข้อเท็จจริงแล้วว่า พื้นที่เหล่านี้เป็นเขตอธิปไตยของไทย ไม่ใช่ดินแดนของกัมพูชาตามที่กล่าวอ้าง
.
ขณะเดียวกัน ภายหลังการมีผลบังคับใช้ของข้อตกลงหยุดยิง ฝ่ายไทยได้ออกแถลงย้ำจุดยืนต่อประชาคมระหว่างประเทศว่า ประเทศไทยเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศ ปฏิบัติตามหลักการไม่ใช้กำลังตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
.
ประเทศไทยยังยืนยันแนวทางแก้ไขปัญหาข้อพิพาทชายแดนด้วยสันติวิธี ผ่านการเจรจาทวิภาคี โดยเฉพาะกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา เพื่อคลี่คลายปัญหาอย่างยั่งยืน และรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศในระยะยาว
.
อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9690000000653
.
#News1live #News1 #ข่าว #ชายแดนไทยกัมพูชา #อธิปไตยไทย #สันติวิธี #สถานการณ์ชายแดน #newsupdate #truthfromthailandไทยโต้กลับกัมพูชา ไม่รุกล้ำแดนเขมร ย้ำหลักการสันติวิธีกองทัพไทยออกมาชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหาจากฝ่ายกัมพูชาอย่างชัดเจน กรณีอ้างว่าฝ่ายไทยเข้าไปยึดครองพื้นที่ใน 4 จังหวัดตามแนวชายแดน โดยยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดของกองทัพไทยเป็นการปฏิบัติภารกิจภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย ไม่ได้รุกล้ำดินแดนกัมพูชาแต่อย่างใด และยังคงยึดมั่นแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ . ฝ่ายไทยชี้ว่า ความขัดแย้งดังกล่าวมีรากเหง้ามาจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับแนวเส้นเขตแดนที่ยืดเยื้อมานานหลายสิบปี โดยในอดีตฝ่ายกัมพูชามีการรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยหลายจุด ทั้งการวางกำลัง ตั้งฐานทหาร รวมถึงการสนับสนุนให้มีการก่อสร้างบ้านเรือนและชุมชนพลเรือนในพื้นที่ฝั่งไทย ซึ่งประเทศไทยได้ยื่นหนังสือประท้วงผ่านกลไกความร่วมมือ MOU 43 มาแล้วนับร้อยครั้ง . กองทัพไทยย้ำว่า การจัดระเบียบและควบคุมพื้นที่ในปัจจุบัน เป็นการดำเนินการภายในอธิปไตยของไทยอย่างถูกต้อง และเชื่อว่าฝ่ายกัมพูชาอาจคุ้นชินกับการเข้ามาอยู่ในพื้นที่บางจุดเป็นเวลานาน จนเกิดความเข้าใจผิดว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของตนเอง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันฝ่ายกัมพูชาได้ยอมรับข้อเท็จจริงแล้วว่า พื้นที่เหล่านี้เป็นเขตอธิปไตยของไทย ไม่ใช่ดินแดนของกัมพูชาตามที่กล่าวอ้าง . ขณะเดียวกัน ภายหลังการมีผลบังคับใช้ของข้อตกลงหยุดยิง ฝ่ายไทยได้ออกแถลงย้ำจุดยืนต่อประชาคมระหว่างประเทศว่า ประเทศไทยเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศ ปฏิบัติตามหลักการไม่ใช้กำลังตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด . ประเทศไทยยังยืนยันแนวทางแก้ไขปัญหาข้อพิพาทชายแดนด้วยสันติวิธี ผ่านการเจรจาทวิภาคี โดยเฉพาะกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา เพื่อคลี่คลายปัญหาอย่างยั่งยืน และรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศในระยะยาว . อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9690000000653 . #News1live #News1 #ข่าว #ชายแดนไทยกัมพูชา #อธิปไตยไทย #สันติวิธี #สถานการณ์ชายแดน #newsupdate #truthfromthailand0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 158 มุมมอง 0 รีวิว
3
- ปชป.หวังปักธงกทม. 10 คน ‘ส้ม' เปิดศึกกองทัพต่อเนื่อง โต้เดือดวาทกรรมด้อยค่าทหาร พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าลุยสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าคว้า ส.ส.ราว 10 ที่นั่ง ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในช่วงโค้งสุดท้าย โดยประเมินจากกระแสตอบรับในพื้นที่และผลโพลที่สะท้อนแนวโน้มคะแนนที่ดีขึ้น พร้อมชูนโยบายที่ทำได้จริงและการเมืองสุจริตเป็นจุดขายหลัก
.
ขณะเดียวกัน บรรยากาศการเมืองยังร้อนแรงจากความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพ จากกรณีวาทกรรมวิพากษ์กองทัพและข้อเสนอปฏิรูปศาลทหาร ซึ่งนำไปสู่การตอบโต้กันอย่างเผ็ดร้อน สะท้อนรอยร้าวทางความคิด และความท้าทายของความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองกับสถาบันทหารในสังคมไทย
.
ทั้งสองประเด็นสะท้อนภาพการเลือกตั้งที่ไม่ได้แข่งขันกันแค่ในสนามคะแนนเสียง แต่ยังเป็นการปะทะทางแนวคิด นโยบาย และท่าทีต่อโครงสร้างอำนาจสำคัญของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ
.
อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9690000000654
.
#News1live #News1 #ข่าว #การเมือง #เลือกตั้ง #กรุงเทพมหานคร #ประชาธิปัตย์ #พรรคประชาชน #กองทัพ #truthfromthailand #newsupdateปชป.หวังปักธงกทม. 10 คน ‘ส้ม' เปิดศึกกองทัพต่อเนื่อง โต้เดือดวาทกรรมด้อยค่าทหาร พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าลุยสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าคว้า ส.ส.ราว 10 ที่นั่ง ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในช่วงโค้งสุดท้าย โดยประเมินจากกระแสตอบรับในพื้นที่และผลโพลที่สะท้อนแนวโน้มคะแนนที่ดีขึ้น พร้อมชูนโยบายที่ทำได้จริงและการเมืองสุจริตเป็นจุดขายหลัก . ขณะเดียวกัน บรรยากาศการเมืองยังร้อนแรงจากความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพ จากกรณีวาทกรรมวิพากษ์กองทัพและข้อเสนอปฏิรูปศาลทหาร ซึ่งนำไปสู่การตอบโต้กันอย่างเผ็ดร้อน สะท้อนรอยร้าวทางความคิด และความท้าทายของความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองกับสถาบันทหารในสังคมไทย . ทั้งสองประเด็นสะท้อนภาพการเลือกตั้งที่ไม่ได้แข่งขันกันแค่ในสนามคะแนนเสียง แต่ยังเป็นการปะทะทางแนวคิด นโยบาย และท่าทีต่อโครงสร้างอำนาจสำคัญของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ . อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9690000000654 . #News1live #News1 #ข่าว #การเมือง #เลือกตั้ง #กรุงเทพมหานคร #ประชาธิปัตย์ #พรรคประชาชน #กองทัพ #truthfromthailand #newsupdate0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 140 มุมมอง 0 รีวิว1
- กัมพูชาออกอาการแรง
หลังไทยยึดเรือต้องสงสัยลักลอบขนน้ำมัน
โวยละเมิด “เสรีภาพการเดินเรือ” ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
.
สื่อกัมพูชา ขแมร์ทูเดย์ รายงานว่า การที่กองทัพเรือไทยเข้ายึดเรือต้องสงสัยลำหนึ่งในอ่าวไทย ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าลักลอบขนเชื้อเพลิงไปยังกัมพูชา ได้สร้างเสียงวิพากษ์จากนักกฎหมายและภาคธุรกิจกัมพูชา โดยอ้างว่าไทยอาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิในการเดินเรือ
.
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ เข้าสกัดเรือลำหนึ่งบริเวณตอนใต้ของเกาะเสม็ดราว 50 ไมล์ทะเล หลังพบว่าเรือไม่แสดงชื่อ เลขทะเบียน ไม่ชักธง และไม่เปิดระบบ AIS โดยมีลูกเรือชาวเมียนมาและกัมพูชารวม 5 คน
.
ฝ่ายไทยระบุว่า การสกัดยึดมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการลักลอบขนเชื้อเพลิง รวมถึงการละเมิดกฎหมายทางทะเลและกฎหมายแรงงานต่างด้าว ก่อนนำเรือไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ฐานทัพเรือสัตหีบ
.
อย่างไรก็ตาม สื่อกัมพูชาอ้างผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ระบุว่า อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) รับรองเสรีภาพการเดินเรือในน่านน้ำสากลและเขตเศรษฐกิจจำเพาะ พร้อมตั้งข้อกล่าวหาว่าการควบคุมทางทะเลของไทยอาจเป็นการใช้มาตรการเกินขอบเขต
.
ขณะเดียวกัน หอการค้าสหรัฐฯ ในกัมพูชา (AMCHAM) แสดงความกังวลว่า การสกัดกั้นเส้นทางเชื้อเพลิงอาจกระทบการค้า ต้นทุนขนส่ง และวิถีชีวิตประชาชน พร้อมเตือนว่าการเล็งเป้าสินค้าพลังงาน อาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดลุกลามโดยไม่จำเป็น
.
การโวยของกัมพูชามีขึ้นไม่นาน หลังทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ภายหลังเหตุปะทะตามแนวชายแดน และไทยได้ปล่อยทหารกัมพูชา 18 นาย ภายใต้เงื่อนไขหยุดยิง
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000644
.
#News1 #News1live #ไทยกัมพูชา #อ่าวไทย #เรือลอบขนน้ำมัน #กองทัพเรือ #ข่าวความมั่นคงกัมพูชาออกอาการแรง หลังไทยยึดเรือต้องสงสัยลักลอบขนน้ำมัน โวยละเมิด “เสรีภาพการเดินเรือ” ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ . สื่อกัมพูชา ขแมร์ทูเดย์ รายงานว่า การที่กองทัพเรือไทยเข้ายึดเรือต้องสงสัยลำหนึ่งในอ่าวไทย ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าลักลอบขนเชื้อเพลิงไปยังกัมพูชา ได้สร้างเสียงวิพากษ์จากนักกฎหมายและภาคธุรกิจกัมพูชา โดยอ้างว่าไทยอาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิในการเดินเรือ . เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ เข้าสกัดเรือลำหนึ่งบริเวณตอนใต้ของเกาะเสม็ดราว 50 ไมล์ทะเล หลังพบว่าเรือไม่แสดงชื่อ เลขทะเบียน ไม่ชักธง และไม่เปิดระบบ AIS โดยมีลูกเรือชาวเมียนมาและกัมพูชารวม 5 คน . ฝ่ายไทยระบุว่า การสกัดยึดมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการลักลอบขนเชื้อเพลิง รวมถึงการละเมิดกฎหมายทางทะเลและกฎหมายแรงงานต่างด้าว ก่อนนำเรือไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ฐานทัพเรือสัตหีบ . อย่างไรก็ตาม สื่อกัมพูชาอ้างผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ระบุว่า อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) รับรองเสรีภาพการเดินเรือในน่านน้ำสากลและเขตเศรษฐกิจจำเพาะ พร้อมตั้งข้อกล่าวหาว่าการควบคุมทางทะเลของไทยอาจเป็นการใช้มาตรการเกินขอบเขต . ขณะเดียวกัน หอการค้าสหรัฐฯ ในกัมพูชา (AMCHAM) แสดงความกังวลว่า การสกัดกั้นเส้นทางเชื้อเพลิงอาจกระทบการค้า ต้นทุนขนส่ง และวิถีชีวิตประชาชน พร้อมเตือนว่าการเล็งเป้าสินค้าพลังงาน อาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดลุกลามโดยไม่จำเป็น . การโวยของกัมพูชามีขึ้นไม่นาน หลังทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ภายหลังเหตุปะทะตามแนวชายแดน และไทยได้ปล่อยทหารกัมพูชา 18 นาย ภายใต้เงื่อนไขหยุดยิง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000644 . #News1 #News1live #ไทยกัมพูชา #อ่าวไทย #เรือลอบขนน้ำมัน #กองทัพเรือ #ข่าวความมั่นคง0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 145 มุมมอง 0 รีวิว
2
เรื่องราวเพิ่มเติม