• “Gauss MT90: เครื่องพิมพ์โลหะ 3D ที่ปลอดภัยระดับออฟฟิศ — ไม่ใช้ผงโลหะ และทำงานที่อุณหภูมิห้อง”

    MetalPrinting เปิดตัว Gauss MT90 ในงาน CES 2026 พร้อมประกาศว่าเป็น “เกมเชนเจอร์” ของวงการพิมพ์โลหะ 3D เพราะมันสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมสำนักงานโดยไม่ต้องใช้ผงโลหะที่เสี่ยงต่อการระเบิดหรือไฟไหม้ เนื้อหาจากหน้าเว็บระบุว่าเครื่องนี้ใช้เทคโนโลยี Paste‑based Metal Extrusion (PME) ซึ่งเป็นโลหะแบบ “หมึกพิมพ์” ที่อัดออกมาที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ปลอดภัยกว่าเครื่องพิมพ์โลหะแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ความร้อนสูงมาก.

    ตัวเครื่องมีขนาดเท่าเครื่องพิมพ์ 3D ตั้งโต๊ะทั่วไป ใช้งานง่ายด้วยตลับ “GaussInk” ที่มีวัสดุให้เลือกหลากหลาย เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม นิกเกิล เหล็ก และทังสเตน พร้อมตัวเลือกสั่งทำโลหะผสมพิเศษ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว กล้อง AI สำหรับตรวจสอบงานพิมพ์ และระบบกรองอากาศ HEPA เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน.

    แม้จะพิมพ์ได้ที่อุณหภูมิห้อง แต่ชิ้นงานที่ได้ยังต้องนำไปผ่านกระบวนการ sintering ในเตาเผาเพื่อหลอมรวมโลหะให้แข็งแรง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำไปใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ทำให้หลายคนจับตาว่าระบบนี้จะใช้งานง่ายแค่ไหนในสภาพแวดล้อมสำนักงานจริง.

    Gauss MT90 ได้รับรางวัล CES 2026 Innovation Award และถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการทำให้ “การพิมพ์โลหะ” เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีโรงงาน ไม่ต้องมีห้องปลอดภัย และไม่ต้องจัดการผงโลหะที่อันตราย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ธุรกิจขนาดเล็กหรือแม้แต่ทีมวิศวกรในออฟฟิศสามารถผลิตชิ้นส่วนโลหะได้เองอย่างปลอดภัยและสะดวก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Gauss MT90 ใช้เทคโนโลยี PME ที่ไม่ต้องใช้ผงโลหะ
    ลดความเสี่ยงไฟไหม้และการระเบิดจากผงโลหะในอากาศ

    ทำงานที่อุณหภูมิห้องในเครื่องตั้งโต๊ะ
    ปลอดภัยพอสำหรับใช้งานในออฟฟิศ

    รองรับตลับ GaussInk หลายชนิด เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม และทังสเตน
    มีตัวเลือกวัสดุหลากหลายและสั่งทำพิเศษได้

    มีระบบกรอง HEPA และกล้อง AI ตรวจสอบงานพิมพ์
    เพิ่มความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิมพ์

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ชิ้นงานยังต้องผ่านการ sintering ก่อนใช้งานจริง
    รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก

    แม้ปลอดภัยกว่า แต่ยังต้องควบคุมสภาพแวดล้อมการพิมพ์อย่างเหมาะสม
    การใช้งานผิดวิธีอาจทำให้คุณภาพชิ้นงานลดลง

    ราคาและวันวางจำหน่ายยังไม่ประกาศ
    ผู้สนใจต้องติดต่อบริษัทโดยตรง

    อาจไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหนักที่ต้องการความแข็งแรงระดับสูงมาก
    เทคโนโลยี PME ยังใหม่และต้องพิสูจน์ในงานจริง

    https://www.tomshardware.com/3d-printing/metalprinting-gauss-mt90-3d-printer-offers-office-safe-metal-printing-without-powders-uses-paste-based-metal-extrusion-pme-tech
    🏭🤖 “Gauss MT90: เครื่องพิมพ์โลหะ 3D ที่ปลอดภัยระดับออฟฟิศ — ไม่ใช้ผงโลหะ และทำงานที่อุณหภูมิห้อง” MetalPrinting เปิดตัว Gauss MT90 ในงาน CES 2026 พร้อมประกาศว่าเป็น “เกมเชนเจอร์” ของวงการพิมพ์โลหะ 3D เพราะมันสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมสำนักงานโดยไม่ต้องใช้ผงโลหะที่เสี่ยงต่อการระเบิดหรือไฟไหม้ เนื้อหาจากหน้าเว็บระบุว่าเครื่องนี้ใช้เทคโนโลยี Paste‑based Metal Extrusion (PME) ซึ่งเป็นโลหะแบบ “หมึกพิมพ์” ที่อัดออกมาที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ปลอดภัยกว่าเครื่องพิมพ์โลหะแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ความร้อนสูงมาก. ตัวเครื่องมีขนาดเท่าเครื่องพิมพ์ 3D ตั้งโต๊ะทั่วไป ใช้งานง่ายด้วยตลับ “GaussInk” ที่มีวัสดุให้เลือกหลากหลาย เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม นิกเกิล เหล็ก และทังสเตน พร้อมตัวเลือกสั่งทำโลหะผสมพิเศษ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว กล้อง AI สำหรับตรวจสอบงานพิมพ์ และระบบกรองอากาศ HEPA เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน. แม้จะพิมพ์ได้ที่อุณหภูมิห้อง แต่ชิ้นงานที่ได้ยังต้องนำไปผ่านกระบวนการ sintering ในเตาเผาเพื่อหลอมรวมโลหะให้แข็งแรง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำไปใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ทำให้หลายคนจับตาว่าระบบนี้จะใช้งานง่ายแค่ไหนในสภาพแวดล้อมสำนักงานจริง. Gauss MT90 ได้รับรางวัล CES 2026 Innovation Award และถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการทำให้ “การพิมพ์โลหะ” เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีโรงงาน ไม่ต้องมีห้องปลอดภัย และไม่ต้องจัดการผงโลหะที่อันตราย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ธุรกิจขนาดเล็กหรือแม้แต่ทีมวิศวกรในออฟฟิศสามารถผลิตชิ้นส่วนโลหะได้เองอย่างปลอดภัยและสะดวก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Gauss MT90 ใช้เทคโนโลยี PME ที่ไม่ต้องใช้ผงโลหะ ➡️ ลดความเสี่ยงไฟไหม้และการระเบิดจากผงโลหะในอากาศ ✅ ทำงานที่อุณหภูมิห้องในเครื่องตั้งโต๊ะ ➡️ ปลอดภัยพอสำหรับใช้งานในออฟฟิศ ✅ รองรับตลับ GaussInk หลายชนิด เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม และทังสเตน ➡️ มีตัวเลือกวัสดุหลากหลายและสั่งทำพิเศษได้ ✅ มีระบบกรอง HEPA และกล้อง AI ตรวจสอบงานพิมพ์ ➡️ เพิ่มความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิมพ์ คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ชิ้นงานยังต้องผ่านการ sintering ก่อนใช้งานจริง ⛔ รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ‼️ แม้ปลอดภัยกว่า แต่ยังต้องควบคุมสภาพแวดล้อมการพิมพ์อย่างเหมาะสม ⛔ การใช้งานผิดวิธีอาจทำให้คุณภาพชิ้นงานลดลง ‼️ ราคาและวันวางจำหน่ายยังไม่ประกาศ ⛔ ผู้สนใจต้องติดต่อบริษัทโดยตรง ‼️ อาจไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหนักที่ต้องการความแข็งแรงระดับสูงมาก ⛔ เทคโนโลยี PME ยังใหม่และต้องพิสูจน์ในงานจริง https://www.tomshardware.com/3d-printing/metalprinting-gauss-mt90-3d-printer-offers-office-safe-metal-printing-without-powders-uses-paste-based-metal-extrusion-pme-tech
    0 Comments 0 Shares 45 Views 0 Reviews
  • “อุปกรณ์ดูแลช่องปากยุคใหม่: แปรงสีฟัน–ยางครอบฟันอัจฉริยะ กับคำอ้างสุดล้ำที่ท้าทายวงการสุขภาพ”

    กระแสอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพกำลังขยายตัวไปไกลกว่านาฬิกาและสายรัดข้อมืออย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลในหน้าเว็บของ The Star เทคโนโลยีเดียวกันถูกนำไปใส่ในแปรงสีฟัน เครื่องชั่งน้ำหนัก ไปจนถึงยางครอบฟันที่สามารถตรวจจับสัญญาณสุขภาพได้หลากหลายแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน หลายบริษัทใช้ AI และเซนเซอร์ขั้นสูงเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ ตรวจจับพฤติกรรมการนอน หรือแม้แต่คาดการณ์โรคในอนาคต 20 ปีล่วงหน้า แนวโน้มนี้สะท้อนความพยายามของอุตสาหกรรมที่ต้องการให้ “สุขภาพ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์สวมใส่แบบเดิมอีกต่อไป.

    หนึ่งในไฮไลต์คือ Longevity Mirror ของ NuraLogix ที่ใช้คอมพิวเตอร์วิชันและ AI วิเคราะห์ใบหน้าเพียง 30 วินาที เพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพระยะยาว เช่น โรคหัวใจหรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ป่วยจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ยังมีแปรงสีฟันรุ่นใหม่จาก Y-Brush ชื่อ “Halo” ที่อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดผ่านการวิเคราะห์ลมหายใจด้วยเซนเซอร์ก๊าซและ AI โดยไม่ต้องเจาะเลือดแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเป็นคำอ้างที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าตั้งคำถามในเวลาเดียวกัน.

    อีกด้านหนึ่ง BruxMed VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะราคา 499 ดอลลาร์ ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับการกัดฟันระหว่างนอน พร้อมวัดอัตราการเต้นหัวใจและระดับออกซิเจนในเลือดแบบเรียลไทม์ เมื่อพบการกัดฟัน อุปกรณ์จะสั่นเพื่อหยุดพฤติกรรมทันที และสามารถแชร์ข้อมูลให้แพทย์วิเคราะห์ได้ด้วย ความแม่นยำของอุปกรณ์ประเภทนี้ถูกอ้างว่าดีกว่าสมาร์ตวอทช์เพราะเข้าถึง “น้ำลาย” ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพที่ละเอียดอ่อนกว่า.

    อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA ที่เริ่มจับตาอุปกรณ์ที่อ้างความสามารถระดับ “เครื่องมือแพทย์” โดยไม่มีการรับรองที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น Whoop ที่ถูกเตือนเรื่องฟีเจอร์วัดความดันเลือด หรือ Withings ที่ต้องรอการอนุมัติหลายปีกว่าจะขายเครื่องชั่งตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ในสหรัฐฯ ความท้าทายนี้ทำให้เห็นว่าการผสานเทคโนโลยีสุขภาพเข้ากับอุปกรณ์ผู้บริโภคยังต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เทคโนโลยีสุขภาพถูกผสานเข้ากับอุปกรณ์ประจำวัน เช่น แปรงสีฟันและยางครอบฟัน
    ใช้ AI, เซนเซอร์ก๊าซ, คอมพิวเตอร์วิชัน และข้อมูลสุขภาพจำนวนมาก

    Longevity Mirror วิเคราะห์ใบหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพล่วงหน้า 20 ปี
    ใช้วิดีโอเซลฟีเพื่อจับสัญญาณการไหลเวียนเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

    แปรงสีฟัน Halo อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดจากลมหายใจ
    ไม่ต้องใช้เลือดและออกแบบให้ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน

    VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะตรวจจับการกัดฟันและวัดสัญญาณชีพ
    ส่งข้อมูลให้แพทย์และช่วยหยุดพฤติกรรมแบบเรียลไทม์ด้วยการสั่น

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    คำอ้างด้านสุขภาพจำนวนมากยังไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล
    อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแม่นยำของผลลัพธ์

    อุปกรณ์บางชนิดอาจเข้าข่าย “เครื่องมือแพทย์” และต้องผ่านการตรวจสอบเข้มงวด
    เช่นกรณี Whoop และ Withings ที่ถูกตรวจสอบโดย FDA

    การเก็บข้อมูลสุขภาพละเอียดอ่อนอาจเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัว
    โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่วิเคราะห์ใบหน้า น้ำลาย หรือข้อมูลชีวภาพอื่น ๆ

    คำอ้างตรวจโรคจำนวนมากอาจเกินจริงหากไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอ
    ผู้ใช้ควรใช้ข้อมูลเป็น “สัญญาณเตือน” ไม่ใช่การวินิจฉัยแทนแพทย์

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/health-tracking-toothbrushes-mouth-guards-lure-consumers-with-audacious-claims
    🦷🤖 “อุปกรณ์ดูแลช่องปากยุคใหม่: แปรงสีฟัน–ยางครอบฟันอัจฉริยะ กับคำอ้างสุดล้ำที่ท้าทายวงการสุขภาพ” กระแสอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพกำลังขยายตัวไปไกลกว่านาฬิกาและสายรัดข้อมืออย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลในหน้าเว็บของ The Star เทคโนโลยีเดียวกันถูกนำไปใส่ในแปรงสีฟัน เครื่องชั่งน้ำหนัก ไปจนถึงยางครอบฟันที่สามารถตรวจจับสัญญาณสุขภาพได้หลากหลายแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน หลายบริษัทใช้ AI และเซนเซอร์ขั้นสูงเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ ตรวจจับพฤติกรรมการนอน หรือแม้แต่คาดการณ์โรคในอนาคต 20 ปีล่วงหน้า แนวโน้มนี้สะท้อนความพยายามของอุตสาหกรรมที่ต้องการให้ “สุขภาพ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์สวมใส่แบบเดิมอีกต่อไป. หนึ่งในไฮไลต์คือ Longevity Mirror ของ NuraLogix ที่ใช้คอมพิวเตอร์วิชันและ AI วิเคราะห์ใบหน้าเพียง 30 วินาที เพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพระยะยาว เช่น โรคหัวใจหรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ป่วยจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ยังมีแปรงสีฟันรุ่นใหม่จาก Y-Brush ชื่อ “Halo” ที่อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดผ่านการวิเคราะห์ลมหายใจด้วยเซนเซอร์ก๊าซและ AI โดยไม่ต้องเจาะเลือดแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเป็นคำอ้างที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าตั้งคำถามในเวลาเดียวกัน. อีกด้านหนึ่ง BruxMed VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะราคา 499 ดอลลาร์ ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับการกัดฟันระหว่างนอน พร้อมวัดอัตราการเต้นหัวใจและระดับออกซิเจนในเลือดแบบเรียลไทม์ เมื่อพบการกัดฟัน อุปกรณ์จะสั่นเพื่อหยุดพฤติกรรมทันที และสามารถแชร์ข้อมูลให้แพทย์วิเคราะห์ได้ด้วย ความแม่นยำของอุปกรณ์ประเภทนี้ถูกอ้างว่าดีกว่าสมาร์ตวอทช์เพราะเข้าถึง “น้ำลาย” ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพที่ละเอียดอ่อนกว่า. อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA ที่เริ่มจับตาอุปกรณ์ที่อ้างความสามารถระดับ “เครื่องมือแพทย์” โดยไม่มีการรับรองที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น Whoop ที่ถูกเตือนเรื่องฟีเจอร์วัดความดันเลือด หรือ Withings ที่ต้องรอการอนุมัติหลายปีกว่าจะขายเครื่องชั่งตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ในสหรัฐฯ ความท้าทายนี้ทำให้เห็นว่าการผสานเทคโนโลยีสุขภาพเข้ากับอุปกรณ์ผู้บริโภคยังต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เทคโนโลยีสุขภาพถูกผสานเข้ากับอุปกรณ์ประจำวัน เช่น แปรงสีฟันและยางครอบฟัน ➡️ ใช้ AI, เซนเซอร์ก๊าซ, คอมพิวเตอร์วิชัน และข้อมูลสุขภาพจำนวนมาก ✅ Longevity Mirror วิเคราะห์ใบหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพล่วงหน้า 20 ปี ➡️ ใช้วิดีโอเซลฟีเพื่อจับสัญญาณการไหลเวียนเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ✅ แปรงสีฟัน Halo อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดจากลมหายใจ ➡️ ไม่ต้องใช้เลือดและออกแบบให้ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน ✅ VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะตรวจจับการกัดฟันและวัดสัญญาณชีพ ➡️ ส่งข้อมูลให้แพทย์และช่วยหยุดพฤติกรรมแบบเรียลไทม์ด้วยการสั่น คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ คำอ้างด้านสุขภาพจำนวนมากยังไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล ⛔ อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแม่นยำของผลลัพธ์ ‼️ อุปกรณ์บางชนิดอาจเข้าข่าย “เครื่องมือแพทย์” และต้องผ่านการตรวจสอบเข้มงวด ⛔ เช่นกรณี Whoop และ Withings ที่ถูกตรวจสอบโดย FDA ‼️ การเก็บข้อมูลสุขภาพละเอียดอ่อนอาจเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัว ⛔ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่วิเคราะห์ใบหน้า น้ำลาย หรือข้อมูลชีวภาพอื่น ๆ ‼️ คำอ้างตรวจโรคจำนวนมากอาจเกินจริงหากไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอ ⛔ ผู้ใช้ควรใช้ข้อมูลเป็น “สัญญาณเตือน” ไม่ใช่การวินิจฉัยแทนแพทย์ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/health-tracking-toothbrushes-mouth-guards-lure-consumers-with-audacious-claims
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Health-tracking toothbrushes, mouth guards lure consumers with audacious claims
    If you paid enough attention, you could have found health trackers everywhere at the CES trade show last week. But they didn't necessarily look how you'd expect.
    0 Comments 0 Shares 53 Views 0 Reviews
  • “ยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง: เมื่อ Fly.io ประกาศจบยุค Sandbox และเปิดตัว ‘Sprites’”

    โลกของการพัฒนาแอปและระบบอัตโนมัติกำลังเปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็ว เมื่อ Fly.io เสนอแนวคิดใหม่ที่ท้าทายความเชื่อเดิมเกี่ยวกับ sandbox แบบอ่านอย่างเดียว ซึ่งเคยเป็นมาตรฐานของการรันโค้ดอย่างปลอดภัยมานาน บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า sandbox แบบชั่วคราวกำลังล้าสมัย และแทนที่ด้วย “Sprites” — คอมพิวเตอร์เสมือนที่สร้างได้ในไม่กี่วินาที มีสตอเรจถาวร และสามารถ checkpoint/restore ได้เหมือน Git แต่ระดับทั้งระบบ. แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการรันโค้ดแบบ stateless ไปสู่สภาพแวดล้อมที่ “เหมือนคอมพิวเตอร์จริง” มากขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ทั้งนักพัฒนาและ AI agents ที่ต้องการพื้นที่ทำงานต่อเนื่อง.

    Sprites ถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายและรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง ผู้ใช้สามารถสร้างเครื่องใหม่ ติดตั้งแพ็กเกจ ทำงานหลายวัน แล้วกลับมาใช้งานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้ง ความสามารถในการ checkpoint ทำให้การแก้ไขผิดพลาดไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพียงกู้คืนสถานะก่อนหน้าในหนึ่งวินาที ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม นี่คือความสะดวกที่ sandbox แบบเดิมไม่สามารถให้ได้ และเป็นเหตุผลที่ Fly.io เชื่อว่ายุคของ sandbox กำลังจะสิ้นสุดลง.

    บทความยังชี้ให้เห็นว่าการทำงานของ AI agents เช่น Claude ไม่เหมาะกับ sandbox แบบ stateless เพราะต้องสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ทุกครั้ง ทำให้เสียเวลาและทรัพยากรโดยไม่จำเป็น Sprites จึงเป็นคำตอบที่ช่วยให้ AI ทำงานได้ “เหมือนมนุษย์ใช้คอมพิวเตอร์จริง” — มีพื้นที่เก็บข้อมูลถาวร เห็น log ของระบบ และทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง แนวคิดนี้อาจเปลี่ยนวิธีการสร้างแอปในอนาคต โดยผู้ใช้ทั่วไปอาจสั่งให้ AI ปรับปรุงแอปของตัวเองได้โดยไม่ต้องมีทีม dev แบบเดิม.

    ท้ายที่สุด Fly.io มองว่านี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของวงการ ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเครื่องมือ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับ “คอมพิวเตอร์บนคลาวด์” ทั้งหมด จากเครื่องที่เกิดแล้วตายไปในไม่กี่นาที สู่ “คอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง” ที่สร้างง่าย ใช้สะดวก และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบมันเอง แนวคิดนี้อาจเป็นรากฐานของยุคใหม่ที่ AI และมนุษย์ทำงานร่วมกันบนเครื่องเสมือนส่วนตัวที่พร้อมใช้งานเสมอ.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Sprites คือคอมพิวเตอร์เสมือนแบบ durable ที่สร้างได้ใน 1–2 วินาที
    มีสตอเรจเริ่มต้น 100GB และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบเอง

    รองรับ checkpoint/restore ระดับระบบทั้งเครื่อง
    กู้คืนสถานะได้ในเวลาประมาณหนึ่งวินาที

    ออกแบบมาเพื่อรองรับ AI agents ที่ต้องการสภาพแวดล้อมต่อเนื่อง
    ลดปัญหาการต้องสร้าง environment ใหม่ทุกครั้ง

    เหมาะกับงานจริง เช่น การพัฒนาแอป การทดสอบ หรือการรันระบบส่วนตัว
    ผู้ใช้สามารถ deploy แอปเล็ก ๆ และให้ AI ปรับปรุงได้เรื่อย ๆ

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    Sprites ไม่เหมาะกับการให้บริการผู้ใช้จำนวนมหาศาล
    Fly.io ระบุว่าไม่ใช่โซลูชันสำหรับระบบระดับ mass-scale

    การให้ AI เข้าถึงเครื่องที่ durable อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
    ต้องมีการควบคุมสิทธิ์และตรวจสอบพฤติกรรมของ agent

    การพึ่งพาเครื่องเสมือนถาวรอาจทำให้เกิด vendor lock-in
    ผู้ใช้ควรพิจารณาความยืดหยุ่นในอนาคต

    การใช้เครื่อง durable อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหากไม่จัดการให้ดี
    ควรตั้งนโยบายลบเครื่องที่ไม่ใช้งานหรือใช้ auto-idle อย่างเหมาะสม

    https://fly.io/blog/code-and-let-live/
    🖥️ “ยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง: เมื่อ Fly.io ประกาศจบยุค Sandbox และเปิดตัว ‘Sprites’” โลกของการพัฒนาแอปและระบบอัตโนมัติกำลังเปลี่ยนทิศอย่างรวดเร็ว เมื่อ Fly.io เสนอแนวคิดใหม่ที่ท้าทายความเชื่อเดิมเกี่ยวกับ sandbox แบบอ่านอย่างเดียว ซึ่งเคยเป็นมาตรฐานของการรันโค้ดอย่างปลอดภัยมานาน บทความนี้ชี้ให้เห็นว่า sandbox แบบชั่วคราวกำลังล้าสมัย และแทนที่ด้วย “Sprites” — คอมพิวเตอร์เสมือนที่สร้างได้ในไม่กี่วินาที มีสตอเรจถาวร และสามารถ checkpoint/restore ได้เหมือน Git แต่ระดับทั้งระบบ. แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการรันโค้ดแบบ stateless ไปสู่สภาพแวดล้อมที่ “เหมือนคอมพิวเตอร์จริง” มากขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ทั้งนักพัฒนาและ AI agents ที่ต้องการพื้นที่ทำงานต่อเนื่อง. Sprites ถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายและรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง ผู้ใช้สามารถสร้างเครื่องใหม่ ติดตั้งแพ็กเกจ ทำงานหลายวัน แล้วกลับมาใช้งานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้ง ความสามารถในการ checkpoint ทำให้การแก้ไขผิดพลาดไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพียงกู้คืนสถานะก่อนหน้าในหนึ่งวินาที ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม นี่คือความสะดวกที่ sandbox แบบเดิมไม่สามารถให้ได้ และเป็นเหตุผลที่ Fly.io เชื่อว่ายุคของ sandbox กำลังจะสิ้นสุดลง. บทความยังชี้ให้เห็นว่าการทำงานของ AI agents เช่น Claude ไม่เหมาะกับ sandbox แบบ stateless เพราะต้องสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ทุกครั้ง ทำให้เสียเวลาและทรัพยากรโดยไม่จำเป็น Sprites จึงเป็นคำตอบที่ช่วยให้ AI ทำงานได้ “เหมือนมนุษย์ใช้คอมพิวเตอร์จริง” — มีพื้นที่เก็บข้อมูลถาวร เห็น log ของระบบ และทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง แนวคิดนี้อาจเปลี่ยนวิธีการสร้างแอปในอนาคต โดยผู้ใช้ทั่วไปอาจสั่งให้ AI ปรับปรุงแอปของตัวเองได้โดยไม่ต้องมีทีม dev แบบเดิม. ท้ายที่สุด Fly.io มองว่านี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของวงการ ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเครื่องมือ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับ “คอมพิวเตอร์บนคลาวด์” ทั้งหมด จากเครื่องที่เกิดแล้วตายไปในไม่กี่นาที สู่ “คอมพิวเตอร์ใช้แล้วทิ้ง” ที่สร้างง่าย ใช้สะดวก และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบมันเอง แนวคิดนี้อาจเป็นรากฐานของยุคใหม่ที่ AI และมนุษย์ทำงานร่วมกันบนเครื่องเสมือนส่วนตัวที่พร้อมใช้งานเสมอ. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Sprites คือคอมพิวเตอร์เสมือนแบบ durable ที่สร้างได้ใน 1–2 วินาที ➡️ มีสตอเรจเริ่มต้น 100GB และคงอยู่จนกว่าผู้ใช้จะลบเอง ✅ รองรับ checkpoint/restore ระดับระบบทั้งเครื่อง ➡️ กู้คืนสถานะได้ในเวลาประมาณหนึ่งวินาที ✅ ออกแบบมาเพื่อรองรับ AI agents ที่ต้องการสภาพแวดล้อมต่อเนื่อง ➡️ ลดปัญหาการต้องสร้าง environment ใหม่ทุกครั้ง ✅ เหมาะกับงานจริง เช่น การพัฒนาแอป การทดสอบ หรือการรันระบบส่วนตัว ➡️ ผู้ใช้สามารถ deploy แอปเล็ก ๆ และให้ AI ปรับปรุงได้เรื่อย ๆ คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ Sprites ไม่เหมาะกับการให้บริการผู้ใช้จำนวนมหาศาล ⛔ Fly.io ระบุว่าไม่ใช่โซลูชันสำหรับระบบระดับ mass-scale ‼️ การให้ AI เข้าถึงเครื่องที่ durable อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ⛔ ต้องมีการควบคุมสิทธิ์และตรวจสอบพฤติกรรมของ agent ‼️ การพึ่งพาเครื่องเสมือนถาวรอาจทำให้เกิด vendor lock-in ⛔ ผู้ใช้ควรพิจารณาความยืดหยุ่นในอนาคต ‼️ การใช้เครื่อง durable อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหากไม่จัดการให้ดี ⛔ ควรตั้งนโยบายลบเครื่องที่ไม่ใช้งานหรือใช้ auto-idle อย่างเหมาะสม https://fly.io/blog/code-and-let-live/
    FLY.IO
    Code And Let Live
    How we learned to stop worrying and love writeable root filesystems.
    0 Comments 0 Shares 55 Views 0 Reviews
  • AI กำลัง “ทดสอบความแข็งแรงของโมเดลธุรกิจ” — ไม่ได้ฆ่าโอเพนซอร์ส แต่กำลังคัดกรองว่าใครอยู่รอดได้จริง

    บทความของ Dries Buytaert ผู้สร้าง Drupal วิเคราะห์ผลกระทบของ AI ต่อธุรกิจโอเพนซอร์ส โดยยกกรณี Tailwind Labs ที่เพิ่งปลดพนักงาน 75% เพราะยอดขายลดลงอย่างหนัก แม้ตัวเฟรมเวิร์ก Tailwind CSS จะได้รับความนิยมมากขึ้นก็ตาม เขาชี้ว่า AI ไม่ได้ทำลายธุรกิจโอเพนซอร์ส แต่กำลัง “stress test” โมเดลธุรกิจที่พึ่งพาคอนเทนต์ที่สามารถระบุสเปกได้ชัดเจน เช่น เอกสาร, โค้ดตัวอย่าง, หรือ UI components ซึ่ง AI สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ทันทีจากข้อมูลที่ถูกนำไปเทรน

    AI ทำให้สิ่งที่ “ระบุสเปกได้” กลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ — แต่ไม่สามารถแทนงานที่ต้องลงมือทำจริง

    Dries อธิบายว่า AI สามารถสร้างสิ่งที่มีสเปกชัดเจนได้อย่างง่ายดาย เช่น โค้ด Tailwind, คอมโพเนนต์ UI, หรือปลั๊กอินต่าง ๆ ซึ่งเป็นหัวใจของรายได้ Tailwind Plus ที่ขายชุด UI ราคา $299 แต่เมื่อผู้ใช้เริ่มถาม AI แทนการเข้าเว็บเอกสาร ยอดขายจึงหายไปทันที เพราะ “ช่องทางค้นพบสินค้า” ถูกตัดออกโดยสมบูรณ์

    อย่างไรก็ตาม AI ไม่สามารถแทนงานที่ต้อง “ลงมือทำซ้ำ ๆ” เช่น การดูแล uptime, การดีพลอย, การทดสอบ, การแก้ปัญหา production, การรักษาความปลอดภัย หรือการดูแลระบบในวัน Black Friday Dries ชี้ว่า “คุณไม่สามารถ prompt ให้ระบบมี uptime 99.95% ได้” สิ่งเหล่านี้คือคุณค่าที่ AI ยังไม่สามารถแทนที่ได้ และเป็นจุดที่ธุรกิจโอเพนซอร์สควรย้ายไปสร้างรายได้

    โอเพนซอร์สไม่ใช่สินค้า แต่เป็น “ช่องทาง” สู่บริการที่ต้องลงแรงจริง
    Dries ยกตัวอย่าง Vercel ที่แจก Next.js ฟรี แต่ทำเงินจาก hosting และบริการรันระบบ เช่นเดียวกับ Acquia บริษัทของเขาเองที่ทำเงินจาก hosting, search, CI/CD, DAM และบริการที่ต้องทำงานจริง ไม่ใช่แค่ขายโค้ดหรือคอมโพเนนต์ เขาย้ำว่าโอเพนซอร์สไม่เคยเป็น “ตัวสินค้า” แต่เป็น “ทางผ่าน” ไปสู่บริการที่สร้างคุณค่าจริง

    Tailwind CSS จะอยู่รอดเพราะเป็นเฟรมเวิร์กที่มีผู้ใช้จำนวนมาก แต่ Tailwind Labs ในฐานะบริษัทอาจต้องหาทาง pivot ใหม่ เพราะโมเดลขายคอมโพเนนต์ไม่สามารถต้านแรงกดดันจาก AI ได้อีกต่อไป

    อนาคตของธุรกิจโอเพนซอร์ส: อยู่ที่งานปฏิบัติการ ไม่ใช่สิ่งที่เขียนสเปกได้
    บทความสรุปว่า AI ไม่ได้ทำลายโอเพนซอร์ส แต่กำลังคัดกรองโมเดลธุรกิจที่อาศัยการขายสิ่งที่ AI สามารถสร้างได้ฟรี คุณค่าที่แท้จริงในยุค AI คือ “งานที่ต้องลงมือทำซ้ำ ๆ” และ “การดูแลระบบจริง” ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถแทนได้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    AI ทำให้สิ่งที่ระบุสเปกได้กลายเป็นของฟรี
    เช่น เอกสาร, โค้ดตัวอย่าง, UI components
    ทำให้โมเดลขายคอมโพเนนต์ของ Tailwind Labs พังลง

    ปัญหาหลักคือ “ช่องทางค้นพบสินค้า” ถูก AI ตัดออก
    ผู้ใช้ถาม AI แทนการเข้าเว็บเอกสาร
    ยอดขาย Tailwind Plus ลดลงทันที

    คุณค่าที่แท้จริงย้ายไปอยู่ที่ “งานปฏิบัติการ”
    uptime, deployment, security, observability
    สิ่งที่ AI ไม่สามารถทำแทนได้

    โอเพนซอร์สไม่ใช่สินค้า แต่เป็นช่องทางสู่บริการ
    ตัวอย่าง: Vercel + Next.js, Acquia + Drupal
    รายได้มาจาก hosting และบริการรันระบบจริง

    ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา
    โมเดลธุรกิจที่พึ่งพาเอกสารหรือคอมโพเนนต์จะเสี่ยงสูง
    AI สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ทันทีจากข้อมูลที่ถูกเทรน

    บริษัทโอเพนซอร์สต้องปรับตัวอย่างจริงจัง
    ไม่เช่นนั้นจะเจอชะตาแบบ Tailwind Labs

    การใช้ข้อมูลโอเพนซอร์สโดยไม่มีการชดเชยเป็นปัญหาที่ต้องถกเถียง
    เป็นประเด็นด้านความเป็นธรรมที่ต้องการนโยบายรองรับ

    https://dri.es/ai-is-a-business-model-stress-test
    🤖💼 AI กำลัง “ทดสอบความแข็งแรงของโมเดลธุรกิจ” — ไม่ได้ฆ่าโอเพนซอร์ส แต่กำลังคัดกรองว่าใครอยู่รอดได้จริง บทความของ Dries Buytaert ผู้สร้าง Drupal วิเคราะห์ผลกระทบของ AI ต่อธุรกิจโอเพนซอร์ส โดยยกกรณี Tailwind Labs ที่เพิ่งปลดพนักงาน 75% เพราะยอดขายลดลงอย่างหนัก แม้ตัวเฟรมเวิร์ก Tailwind CSS จะได้รับความนิยมมากขึ้นก็ตาม เขาชี้ว่า AI ไม่ได้ทำลายธุรกิจโอเพนซอร์ส แต่กำลัง “stress test” โมเดลธุรกิจที่พึ่งพาคอนเทนต์ที่สามารถระบุสเปกได้ชัดเจน เช่น เอกสาร, โค้ดตัวอย่าง, หรือ UI components ซึ่ง AI สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ทันทีจากข้อมูลที่ถูกนำไปเทรน 🧠🔥 AI ทำให้สิ่งที่ “ระบุสเปกได้” กลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ — แต่ไม่สามารถแทนงานที่ต้องลงมือทำจริง Dries อธิบายว่า AI สามารถสร้างสิ่งที่มีสเปกชัดเจนได้อย่างง่ายดาย เช่น โค้ด Tailwind, คอมโพเนนต์ UI, หรือปลั๊กอินต่าง ๆ ซึ่งเป็นหัวใจของรายได้ Tailwind Plus ที่ขายชุด UI ราคา $299 แต่เมื่อผู้ใช้เริ่มถาม AI แทนการเข้าเว็บเอกสาร ยอดขายจึงหายไปทันที เพราะ “ช่องทางค้นพบสินค้า” ถูกตัดออกโดยสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม AI ไม่สามารถแทนงานที่ต้อง “ลงมือทำซ้ำ ๆ” เช่น การดูแล uptime, การดีพลอย, การทดสอบ, การแก้ปัญหา production, การรักษาความปลอดภัย หรือการดูแลระบบในวัน Black Friday Dries ชี้ว่า “คุณไม่สามารถ prompt ให้ระบบมี uptime 99.95% ได้” สิ่งเหล่านี้คือคุณค่าที่ AI ยังไม่สามารถแทนที่ได้ และเป็นจุดที่ธุรกิจโอเพนซอร์สควรย้ายไปสร้างรายได้ 🏗️📈 โอเพนซอร์สไม่ใช่สินค้า แต่เป็น “ช่องทาง” สู่บริการที่ต้องลงแรงจริง Dries ยกตัวอย่าง Vercel ที่แจก Next.js ฟรี แต่ทำเงินจาก hosting และบริการรันระบบ เช่นเดียวกับ Acquia บริษัทของเขาเองที่ทำเงินจาก hosting, search, CI/CD, DAM และบริการที่ต้องทำงานจริง ไม่ใช่แค่ขายโค้ดหรือคอมโพเนนต์ เขาย้ำว่าโอเพนซอร์สไม่เคยเป็น “ตัวสินค้า” แต่เป็น “ทางผ่าน” ไปสู่บริการที่สร้างคุณค่าจริง Tailwind CSS จะอยู่รอดเพราะเป็นเฟรมเวิร์กที่มีผู้ใช้จำนวนมาก แต่ Tailwind Labs ในฐานะบริษัทอาจต้องหาทาง pivot ใหม่ เพราะโมเดลขายคอมโพเนนต์ไม่สามารถต้านแรงกดดันจาก AI ได้อีกต่อไป 🧩🔍 อนาคตของธุรกิจโอเพนซอร์ส: อยู่ที่งานปฏิบัติการ ไม่ใช่สิ่งที่เขียนสเปกได้ บทความสรุปว่า AI ไม่ได้ทำลายโอเพนซอร์ส แต่กำลังคัดกรองโมเดลธุรกิจที่อาศัยการขายสิ่งที่ AI สามารถสร้างได้ฟรี คุณค่าที่แท้จริงในยุค AI คือ “งานที่ต้องลงมือทำซ้ำ ๆ” และ “การดูแลระบบจริง” ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถแทนได้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ AI ทำให้สิ่งที่ระบุสเปกได้กลายเป็นของฟรี ➡️ เช่น เอกสาร, โค้ดตัวอย่าง, UI components ➡️ ทำให้โมเดลขายคอมโพเนนต์ของ Tailwind Labs พังลง ✅ ปัญหาหลักคือ “ช่องทางค้นพบสินค้า” ถูก AI ตัดออก ➡️ ผู้ใช้ถาม AI แทนการเข้าเว็บเอกสาร ➡️ ยอดขาย Tailwind Plus ลดลงทันที ✅ คุณค่าที่แท้จริงย้ายไปอยู่ที่ “งานปฏิบัติการ” ➡️ uptime, deployment, security, observability ➡️ สิ่งที่ AI ไม่สามารถทำแทนได้ ✅ โอเพนซอร์สไม่ใช่สินค้า แต่เป็นช่องทางสู่บริการ ➡️ ตัวอย่าง: Vercel + Next.js, Acquia + Drupal ➡️ รายได้มาจาก hosting และบริการรันระบบจริง ⚠️ ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา ‼️ โมเดลธุรกิจที่พึ่งพาเอกสารหรือคอมโพเนนต์จะเสี่ยงสูง ⛔ AI สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ทันทีจากข้อมูลที่ถูกเทรน ‼️ บริษัทโอเพนซอร์สต้องปรับตัวอย่างจริงจัง ⛔ ไม่เช่นนั้นจะเจอชะตาแบบ Tailwind Labs ‼️ การใช้ข้อมูลโอเพนซอร์สโดยไม่มีการชดเชยเป็นปัญหาที่ต้องถกเถียง ⛔ เป็นประเด็นด้านความเป็นธรรมที่ต้องการนโยบายรองรับ https://dri.es/ai-is-a-business-model-stress-test
    DRI.ES
    AI is a business model stress test
    AI commoditizes anything you can specify. It can't (yet) commoditize what requires ongoing operation.
    0 Comments 0 Shares 42 Views 0 Reviews
  • Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว! อัปเดตใหญ่ส่งท้ายซีรีส์ 22 พร้อมฟีเจอร์ใหม่เพียบ

    Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการแล้ว โดยทีมพัฒนาเริ่มปล่อย ISO ขึ้นเซิร์ฟเวอร์หลังผ่านช่วงหยุดยาวคริสต์มาสและปีใหม่ เนื้อหาหลักของเวอร์ชันนี้คือการปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานเดสก์ท็อป Cinnamon 6.6 รวมถึงการเพิ่มเครื่องมือใหม่ด้าน System Information และ System Administration เพื่อให้ผู้ใช้จัดการระบบได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

    การอัปเดตครั้งนี้ยังคงยืนพื้นบน Ubuntu 24.04 LTS (Noble Numbat) ทำให้ผู้ใช้ได้รับความเสถียรและแพตช์ความปลอดภัยระยะยาว พร้อมทั้งมีการปรับปรุงแอปพื้นฐานหลายตัว เช่น ตัวจัดการไฟล์ การตั้งค่าระบบ และเครื่องมือเฉพาะของ Mint ที่ได้รับการขัดเกลาให้ลื่นไหลขึ้น นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตธีม ไอคอน และการรองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ ๆ เพื่อให้ใช้งานได้ดีขึ้นบนเครื่องรุ่นล่าสุด

    Mint 22.3 ยังมาพร้อม ISO สำหรับเดสก์ท็อปยอดนิยมทั้งสาม ได้แก่ Cinnamon, Xfce และ MATE ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับสไตล์การทำงานของตนเองได้อย่างอิสระ โดย Cinnamon ยังคงเป็นตัวชูโรงที่ได้รับการอัปเดตมากที่สุด ส่วน Xfce และ MATE ก็ได้รับการปรับปรุงเสถียรภาพและความเข้ากันได้กับระบบฐานใหม่เช่นกัน

    แม้บทความจะยังไม่ลงรายละเอียดเชิงลึกของฟีเจอร์ทั้งหมด แต่จากแนวโน้มของ Mint ในช่วงหลัง การเพิ่มเครื่องมือด้านระบบและการปรับปรุง UI/UX ถือเป็นทิศทางที่ชัดเจนว่าโครงการต้องการให้ Mint เป็นดิสโทรที่ “ใช้ง่ายที่สุดสำหรับผู้ใช้ทั่วไป” โดยไม่ลดทอนความเสถียรและความเป็นมิตรต่อฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว
    เริ่มปล่อย ISO หลังช่วงวันหยุดยาว
    มีให้เลือก 3 เดสก์ท็อป: Cinnamon, Xfce, MATE

    อัปเดตเด่นคือ Cinnamon 6.6
    ปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน
    UI/UX ลื่นขึ้นและตอบสนองดีขึ้น

    เพิ่มเครื่องมือใหม่ด้าน System Information และ System Administration
    ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบและจัดการระบบได้ง่ายขึ้น
    เป็นทิศทางใหม่ที่เน้นความสะดวกของผู้ใช้ทั่วไป

    ใช้ฐาน Ubuntu 24.04 LTS
    ได้รับความเสถียรและแพตช์ระยะยาว
    รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ดีขึ้น

    ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา
    รายละเอียดฟีเจอร์บางส่วนยังไม่เปิดเผยครบ
    ผู้ใช้ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกอาจต้องรอประกาศเต็มจากทีม Mint

    การอัปเกรดจากเวอร์ชันก่อนอาจมีความเสี่ยง
    ควรสำรองข้อมูลก่อนอัปเกรดเสมอ

    ความเข้ากันได้ของแอปบางตัวอาจต้องรออัปเดตตาม
    โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ที่ผูกกับเวอร์ชันเก่า

    https://9to5linux.com/linux-mint-22-3-zena-is-now-available-for-download-heres-whats-new
    🟢🐧 Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว! อัปเดตใหญ่ส่งท้ายซีรีส์ 22 พร้อมฟีเจอร์ใหม่เพียบ Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการแล้ว โดยทีมพัฒนาเริ่มปล่อย ISO ขึ้นเซิร์ฟเวอร์หลังผ่านช่วงหยุดยาวคริสต์มาสและปีใหม่ เนื้อหาหลักของเวอร์ชันนี้คือการปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานเดสก์ท็อป Cinnamon 6.6 รวมถึงการเพิ่มเครื่องมือใหม่ด้าน System Information และ System Administration เพื่อให้ผู้ใช้จัดการระบบได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม การอัปเดตครั้งนี้ยังคงยืนพื้นบน Ubuntu 24.04 LTS (Noble Numbat) ทำให้ผู้ใช้ได้รับความเสถียรและแพตช์ความปลอดภัยระยะยาว พร้อมทั้งมีการปรับปรุงแอปพื้นฐานหลายตัว เช่น ตัวจัดการไฟล์ การตั้งค่าระบบ และเครื่องมือเฉพาะของ Mint ที่ได้รับการขัดเกลาให้ลื่นไหลขึ้น นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตธีม ไอคอน และการรองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ ๆ เพื่อให้ใช้งานได้ดีขึ้นบนเครื่องรุ่นล่าสุด Mint 22.3 ยังมาพร้อม ISO สำหรับเดสก์ท็อปยอดนิยมทั้งสาม ได้แก่ Cinnamon, Xfce และ MATE ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับสไตล์การทำงานของตนเองได้อย่างอิสระ โดย Cinnamon ยังคงเป็นตัวชูโรงที่ได้รับการอัปเดตมากที่สุด ส่วน Xfce และ MATE ก็ได้รับการปรับปรุงเสถียรภาพและความเข้ากันได้กับระบบฐานใหม่เช่นกัน แม้บทความจะยังไม่ลงรายละเอียดเชิงลึกของฟีเจอร์ทั้งหมด แต่จากแนวโน้มของ Mint ในช่วงหลัง การเพิ่มเครื่องมือด้านระบบและการปรับปรุง UI/UX ถือเป็นทิศทางที่ชัดเจนว่าโครงการต้องการให้ Mint เป็นดิสโทรที่ “ใช้ง่ายที่สุดสำหรับผู้ใช้ทั่วไป” โดยไม่ลดทอนความเสถียรและความเป็นมิตรต่อฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Linux Mint 22.3 “Zena” เปิดให้ดาวน์โหลดแล้ว ➡️ เริ่มปล่อย ISO หลังช่วงวันหยุดยาว ➡️ มีให้เลือก 3 เดสก์ท็อป: Cinnamon, Xfce, MATE ✅ อัปเดตเด่นคือ Cinnamon 6.6 ➡️ ปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน ➡️ UI/UX ลื่นขึ้นและตอบสนองดีขึ้น ✅ เพิ่มเครื่องมือใหม่ด้าน System Information และ System Administration ➡️ ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบและจัดการระบบได้ง่ายขึ้น ➡️ เป็นทิศทางใหม่ที่เน้นความสะดวกของผู้ใช้ทั่วไป ✅ ใช้ฐาน Ubuntu 24.04 LTS ➡️ ได้รับความเสถียรและแพตช์ระยะยาว ➡️ รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ดีขึ้น ⚠️ ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา ‼️ รายละเอียดฟีเจอร์บางส่วนยังไม่เปิดเผยครบ ⛔ ผู้ใช้ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกอาจต้องรอประกาศเต็มจากทีม Mint ‼️ การอัปเกรดจากเวอร์ชันก่อนอาจมีความเสี่ยง ⛔ ควรสำรองข้อมูลก่อนอัปเกรดเสมอ ‼️ ความเข้ากันได้ของแอปบางตัวอาจต้องรออัปเดตตาม ⛔ โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ที่ผูกกับเวอร์ชันเก่า https://9to5linux.com/linux-mint-22-3-zena-is-now-available-for-download-heres-whats-new
    9TO5LINUX.COM
    Linux Mint 22.3 “Zena” Is Now Available for Download, Here's What's New - 9to5Linux
    Linux Mint 22.3 "Zena" distribution is now available for download based on Ubuntu 24.04.3 LTS and featuring the latest Cinnamon 6.6 desktop.
    0 Comments 0 Shares 46 Views 0 Reviews
  • EU เปิดแผนใหม่ “Towards European Open Digital Ecosystems” ดันโอเพนซอร์สเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก

    สหภาพยุโรปประกาศเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเป็นเวลา 4 สัปดาห์ เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์โอเพนซอร์สฉบับใหม่ โดยมีเป้าหมายลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากนอกภูมิภาค โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ซึ่งครองตลาดคลาวด์ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ความกังวลหลักคือ “ความเสี่ยงด้านอธิปไตยดิจิทัล” ที่อาจทำให้ยุโรปควบคุมเทคโนโลยีสำคัญไม่ได้ในระยะยาว

    แผนนี้ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่คลาวด์คอมพิวติ้ง ปัญญาประดิษฐ์ ความปลอดภัยไซเบอร์ อินเทอร์เน็ตเทคโนโลยี ฮาร์ดแวร์โอเพนซอร์ส ไปจนถึงอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิต ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุโรปในอนาคต

    แม้ยุโรปจะมีชุมชนนักพัฒนาโอเพนซอร์สที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ปัญหาหลักคือ “ขาดเงินทุนต่อเนื่อง” และ “เข้าไม่ถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ” ทำให้โครงการจำนวนมากไม่สามารถเติบโตเป็นธุรกิจหรือใช้งานในระดับอุตสาหกรรมได้จริง

    ข้อเสนอใหม่ของ EU จึงมุ่งสร้างระบบสนับสนุนที่ยั่งยืน เช่น โมเดลธุรกิจใหม่สำหรับบริษัทโอเพนซอร์ส การสนับสนุนจากรัฐร่วมกับเอกชน การยกระดับความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ และการผลักดันให้โครงการโอเพนซอร์สถูกนำไปใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมและภาครัฐ เพื่อให้ยุโรปมีอิสระทางเทคโนโลยีมากขึ้นในระยะยาว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    EU ต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ
    กังวลเรื่องความมั่นคงดิจิทัลและห่วงโซ่อุปทาน
    ผู้เล่นรายใหญ่จากสหรัฐฯ ครองตลาดคลาวด์และ AI

    เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ 6 ม.ค. – 3 ก.พ. 2026
    เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์โอเพนซอร์สฉบับใหม่
    ครอบคลุมคลาวด์ AI ความปลอดภัยไซเบอร์ ฮาร์ดแวร์ และยานยนต์

    ยุโรปมีชุมชนโอเพนซอร์สใหญ่ แต่ขาดการสนับสนุนต่อเนื่อง
    เงินทุนหมดหลังจบโครงการวิจัย
    โครงการโอเพนซอร์สเข้าไม่ถึงตลาดภาครัฐ

    ข้อเสนอใหม่เน้นสร้างระบบสนับสนุนที่ยั่งยืน
    โมเดลธุรกิจใหม่สำหรับบริษัทโอเพนซอร์ส
    ส่งเสริมการใช้งานจริงในอุตสาหกรรมและภาครัฐ

    ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา
    ความเสี่ยงด้านกฎหมายและนโยบายของ EU เอง
    เช่น ร่างกฎหมาย Chat Control ที่ถูกวิจารณ์ว่าอาจละเมิดความเป็นส่วนตัว

    การผลักดันโอเพนซอร์สต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล
    หากขาดความต่อเนื่อง อาจทำให้โครงการล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา

    การแข่งขันกับยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย
    บริษัทยุโรปยังมีข้อจำกัดด้านขนาดและทรัพยากร

    https://itsfoss.com/news/eu-open-source-strategy-call-2026/
    🇪🇺🚀 EU เปิดแผนใหม่ “Towards European Open Digital Ecosystems” ดันโอเพนซอร์สเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก สหภาพยุโรปประกาศเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเป็นเวลา 4 สัปดาห์ เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์โอเพนซอร์สฉบับใหม่ โดยมีเป้าหมายลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากนอกภูมิภาค โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ซึ่งครองตลาดคลาวด์ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ความกังวลหลักคือ “ความเสี่ยงด้านอธิปไตยดิจิทัล” ที่อาจทำให้ยุโรปควบคุมเทคโนโลยีสำคัญไม่ได้ในระยะยาว แผนนี้ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่คลาวด์คอมพิวติ้ง ปัญญาประดิษฐ์ ความปลอดภัยไซเบอร์ อินเทอร์เน็ตเทคโนโลยี ฮาร์ดแวร์โอเพนซอร์ส ไปจนถึงอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิต ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุโรปในอนาคต แม้ยุโรปจะมีชุมชนนักพัฒนาโอเพนซอร์สที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ปัญหาหลักคือ “ขาดเงินทุนต่อเนื่อง” และ “เข้าไม่ถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ” ทำให้โครงการจำนวนมากไม่สามารถเติบโตเป็นธุรกิจหรือใช้งานในระดับอุตสาหกรรมได้จริง ข้อเสนอใหม่ของ EU จึงมุ่งสร้างระบบสนับสนุนที่ยั่งยืน เช่น โมเดลธุรกิจใหม่สำหรับบริษัทโอเพนซอร์ส การสนับสนุนจากรัฐร่วมกับเอกชน การยกระดับความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ และการผลักดันให้โครงการโอเพนซอร์สถูกนำไปใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมและภาครัฐ เพื่อให้ยุโรปมีอิสระทางเทคโนโลยีมากขึ้นในระยะยาว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ EU ต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ➡️ กังวลเรื่องความมั่นคงดิจิทัลและห่วงโซ่อุปทาน ➡️ ผู้เล่นรายใหญ่จากสหรัฐฯ ครองตลาดคลาวด์และ AI ✅ เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ 6 ม.ค. – 3 ก.พ. 2026 ➡️ เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์โอเพนซอร์สฉบับใหม่ ➡️ ครอบคลุมคลาวด์ AI ความปลอดภัยไซเบอร์ ฮาร์ดแวร์ และยานยนต์ ✅ ยุโรปมีชุมชนโอเพนซอร์สใหญ่ แต่ขาดการสนับสนุนต่อเนื่อง ➡️ เงินทุนหมดหลังจบโครงการวิจัย ➡️ โครงการโอเพนซอร์สเข้าไม่ถึงตลาดภาครัฐ ✅ ข้อเสนอใหม่เน้นสร้างระบบสนับสนุนที่ยั่งยืน ➡️ โมเดลธุรกิจใหม่สำหรับบริษัทโอเพนซอร์ส ➡️ ส่งเสริมการใช้งานจริงในอุตสาหกรรมและภาครัฐ ⚠️ ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา ‼️ ความเสี่ยงด้านกฎหมายและนโยบายของ EU เอง ⛔ เช่น ร่างกฎหมาย Chat Control ที่ถูกวิจารณ์ว่าอาจละเมิดความเป็นส่วนตัว ‼️ การผลักดันโอเพนซอร์สต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล ⛔ หากขาดความต่อเนื่อง อาจทำให้โครงการล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา ‼️ การแข่งขันกับยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย ⛔ บริษัทยุโรปยังมีข้อจำกัดด้านขนาดและทรัพยากร https://itsfoss.com/news/eu-open-source-strategy-call-2026/
    ITSFOSS.COM
    Europe Has a New Plan to Break Free from US Tech Dominance
    This four-week consultation on open source software tackles the cloud, AI, cybersecurity, and automotive sectors.
    0 Comments 0 Shares 41 Views 0 Reviews
  • Linus Torvalds เปิดใจ! ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์ใหม่ปี 2026

    ช่วงวันหยุดปลายปีที่ผ่านมา Linus Torvalds ผู้สร้าง Linux Kernel ใช้เวลาว่างทำโปรเจกต์ส่วนตัวเหมือนทุกปี แต่ครั้งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเขาเลือกใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในบางส่วนของโปรเจกต์ใหม่ชื่อ AudioNoise ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับสร้างเอฟเฟกต์เสียงดิจิทัลแบบสุ่ม โดย Torvalds ระบุชัดว่าโปรเจกต์นี้เป็นเพียงงานอดิเรกเพื่อเรียนรู้ระบบประมวลผลเสียง ไม่ใช่โครงการใหญ่โตอะไร

    สิ่งที่ทำให้ชุมชนโอเพนซอร์สฮือฮาคือ Torvalds เขียนส่วนที่เป็น C ด้วยตัวเอง แต่ส่วนที่เป็น Python visualizer เขาใช้วิธีที่เรียกว่า “vibe coding” คือปล่อยให้ AI ช่วยเขียนแทน โดยใช้ Google Antigravity ซึ่งเป็น AI-powered IDE ที่พัฒนาต่อยอดจาก Windsurf และ VS Code อีกที เขายอมรับตรง ๆ ว่าเขาไม่ถนัด Python มากนัก และการใช้ AI ช่วยทำให้เขาเรียนรู้ได้เร็วขึ้นและลดขั้นตอน “ลอกโค้ดจาก Google” แบบเดิม ๆ

    โปรเจกต์ AudioNoise นี้ยังคงเป็นโอเพนซอร์สภายใต้ GPL 2.0 เช่นเดียวกับงานอดิเรกก่อนหน้าอย่าง Guitar Pedal ที่เขาทำเมื่อปีที่แล้ว การที่บุคคลระดับ Torvalds หันมาใช้ AI coding assistant ทำให้หลายคนในวงการมองว่านี่อาจเป็นสัญญาณว่าการใช้ AI ในงานพัฒนาโปรแกรมจะกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงก็ยังเห็นประโยชน์ของมันในการทดลองสิ่งใหม่ ๆ

    นอกจากนี้ การที่ Torvalds เลือกใช้ AI ในส่วนที่เขาไม่ถนัด ยังสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า AI ไม่ได้มาแทนที่นักพัฒนา แต่ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้และสร้างสรรค์ได้เร็วขึ้น ชุมชนโอเพนซอร์สเองก็เริ่มเปิดใจมากขึ้นต่อเครื่องมือ AI โดยเฉพาะเมื่อเห็นตัวอย่างจากผู้นำในวงการอย่าง Torvalds ที่กล้าลองและกล้าพูดถึงประสบการณ์ตรงของตัวเองอย่างโปร่งใส

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Linus Torvalds ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์ AudioNoise
    ใช้ AI เฉพาะส่วน Python visualizer
    เขียนส่วน C ด้วยตัวเองเหมือนเดิม

    ใช้ Google Antigravity ซึ่งเป็น AI IDE รุ่นใหม่
    เป็น IDE ที่ต่อยอดจาก Windsurf และ VS Code
    คาดว่าใช้ Google Gemini เป็น AI agent

    โปรเจกต์ AudioNoise เป็นงานอดิเรกเพื่อเรียนรู้ระบบเสียงดิจิทัล
    เป็นโอเพนซอร์สภายใต้ GPL 2.0
    คล้ายโปรเจกต์ Guitar Pedal ที่เขาทำเมื่อปีก่อน

    การใช้ AI ของ Torvalds ส่งสัญญาณสำคัญต่อวงการโอเพนซอร์ส
    แสดงให้เห็นว่า AI เป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่ตัวแทนที่มนุษย์
    ช่วยให้ผู้พัฒนาเรียนรู้สิ่งใหม่ได้เร็วขึ้น

    ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา
    การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะพื้นฐานลดลง
    นักพัฒนาอาจไม่เข้าใจโค้ดลึกเท่าที่ควร

    AI coding assistant อาจสร้างโค้ดที่ผิดพลาดหรือไม่ปลอดภัย
    ต้องตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนใช้งานจริง

    ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของโค้ดต้องระวังเป็นพิเศษ
    การส่งโค้ดขึ้นระบบ AI อาจมีความเสี่ยงด้านข้อมูล

    https://itsfoss.com/news/linus-torvalds-vibe-coding/
    🎸🤖 Linus Torvalds เปิดใจ! ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์ใหม่ปี 2026 ช่วงวันหยุดปลายปีที่ผ่านมา Linus Torvalds ผู้สร้าง Linux Kernel ใช้เวลาว่างทำโปรเจกต์ส่วนตัวเหมือนทุกปี แต่ครั้งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเขาเลือกใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในบางส่วนของโปรเจกต์ใหม่ชื่อ AudioNoise ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับสร้างเอฟเฟกต์เสียงดิจิทัลแบบสุ่ม โดย Torvalds ระบุชัดว่าโปรเจกต์นี้เป็นเพียงงานอดิเรกเพื่อเรียนรู้ระบบประมวลผลเสียง ไม่ใช่โครงการใหญ่โตอะไร สิ่งที่ทำให้ชุมชนโอเพนซอร์สฮือฮาคือ Torvalds เขียนส่วนที่เป็น C ด้วยตัวเอง แต่ส่วนที่เป็น Python visualizer เขาใช้วิธีที่เรียกว่า “vibe coding” คือปล่อยให้ AI ช่วยเขียนแทน โดยใช้ Google Antigravity ซึ่งเป็น AI-powered IDE ที่พัฒนาต่อยอดจาก Windsurf และ VS Code อีกที เขายอมรับตรง ๆ ว่าเขาไม่ถนัด Python มากนัก และการใช้ AI ช่วยทำให้เขาเรียนรู้ได้เร็วขึ้นและลดขั้นตอน “ลอกโค้ดจาก Google” แบบเดิม ๆ โปรเจกต์ AudioNoise นี้ยังคงเป็นโอเพนซอร์สภายใต้ GPL 2.0 เช่นเดียวกับงานอดิเรกก่อนหน้าอย่าง Guitar Pedal ที่เขาทำเมื่อปีที่แล้ว การที่บุคคลระดับ Torvalds หันมาใช้ AI coding assistant ทำให้หลายคนในวงการมองว่านี่อาจเป็นสัญญาณว่าการใช้ AI ในงานพัฒนาโปรแกรมจะกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงก็ยังเห็นประโยชน์ของมันในการทดลองสิ่งใหม่ ๆ นอกจากนี้ การที่ Torvalds เลือกใช้ AI ในส่วนที่เขาไม่ถนัด ยังสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า AI ไม่ได้มาแทนที่นักพัฒนา แต่ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้และสร้างสรรค์ได้เร็วขึ้น ชุมชนโอเพนซอร์สเองก็เริ่มเปิดใจมากขึ้นต่อเครื่องมือ AI โดยเฉพาะเมื่อเห็นตัวอย่างจากผู้นำในวงการอย่าง Torvalds ที่กล้าลองและกล้าพูดถึงประสบการณ์ตรงของตัวเองอย่างโปร่งใส 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Linus Torvalds ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์ AudioNoise ➡️ ใช้ AI เฉพาะส่วน Python visualizer ➡️ เขียนส่วน C ด้วยตัวเองเหมือนเดิม ✅ ใช้ Google Antigravity ซึ่งเป็น AI IDE รุ่นใหม่ ➡️ เป็น IDE ที่ต่อยอดจาก Windsurf และ VS Code ➡️ คาดว่าใช้ Google Gemini เป็น AI agent ✅ โปรเจกต์ AudioNoise เป็นงานอดิเรกเพื่อเรียนรู้ระบบเสียงดิจิทัล ➡️ เป็นโอเพนซอร์สภายใต้ GPL 2.0 ➡️ คล้ายโปรเจกต์ Guitar Pedal ที่เขาทำเมื่อปีก่อน ✅ การใช้ AI ของ Torvalds ส่งสัญญาณสำคัญต่อวงการโอเพนซอร์ส ➡️ แสดงให้เห็นว่า AI เป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่ตัวแทนที่มนุษย์ ➡️ ช่วยให้ผู้พัฒนาเรียนรู้สิ่งใหม่ได้เร็วขึ้น ⚠️ ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา ‼️ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะพื้นฐานลดลง ⛔ นักพัฒนาอาจไม่เข้าใจโค้ดลึกเท่าที่ควร ‼️ AI coding assistant อาจสร้างโค้ดที่ผิดพลาดหรือไม่ปลอดภัย ⛔ ต้องตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนใช้งานจริง ‼️ ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของโค้ดต้องระวังเป็นพิเศษ ⛔ การส่งโค้ดขึ้นระบบ AI อาจมีความเสี่ยงด้านข้อมูล https://itsfoss.com/news/linus-torvalds-vibe-coding/
    ITSFOSS.COM
    Even Linux Creator Linus Torvalds is Using AI to Code in 2026
    Linus Torvalds is working on a new side project and he is not hesitating to take the help of AI.
    0 Comments 0 Shares 50 Views 0 Reviews
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260112 #securityonline


    เครือข่ายมืดไม่เคยตาย: ตลาด Carding ยังรอดด้วยโดเมนยุคโซเวียต
    นักวิจัยเผยให้เห็นโครงสร้างลับของตลาดซื้อขายข้อมูลบัตรเครดิตใต้ดินที่ยังคงดำเนินอยู่ผ่านโดเมนเก่าอย่าง .su ของสหภาพโซเวียต พร้อมพึ่งพาโฮสติ้งแบบ “bulletproof” เพื่อหลบเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย โดยตลาดเหล่านี้แบ่งเป็นทั้งเว็บซื้อขายและฟอรั่มแลกเปลี่ยนเทคนิค ทำให้ระบบอาชญากรรมไซเบอร์มีความยืดหยุ่นสูงและยากต่อการปิดกั้น
    https://securityonline.info/the-soviet-ghost-how-carding-markets-survive-on-legacy-domains

    ช่องโหว่ร้ายแรงใน Apache Uniffle เปิดทางดักฟังข้อมูลคลัสเตอร์
    พบช่องโหว่ CVE-2025-68637 ที่ทำให้ระบบกระจายข้อมูลขนาดใหญ่เสี่ยงถูกโจมตีแบบ MITM เนื่องจากการตั้งค่า SSL/TLS ที่ไม่ปลอดภัย ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถสวมรอยใบรับรองและดักข้อมูลระหว่างไคลเอนต์กับเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยเวอร์ชันใหม่ 0.10.0 ได้แก้ไขปัญหานี้แล้วและผู้ดูแลระบบควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ
    https://securityonline.info/cve-2025-68637-critical-apache-uniffle-flaw-exposes-clusters-to-eavesdropping

    มัลแวร์ Astaroth รุ่นใหม่แพร่ผ่าน WhatsApp แบบอัตโนมัติ
    แคมเปญ “Boto Cor-de-Rosa” เผยวิวัฒนาการใหม่ของมัลแวร์ Astaroth ที่หันมาใช้ WhatsApp Web เป็นช่องทางแพร่กระจาย โดยฝังโมดูล Python ที่สามารถดึงรายชื่อผู้ติดต่อและส่งไฟล์ ZIP อันตรายออกไปโดยอัตโนมัติ ทำให้เครื่องเหยื่อกลายเป็นบอทแพร่มัลแวร์ พร้อมทั้งขโมยข้อมูลรายชื่อเพื่อใช้ในแคมเปญโจมตีอื่นในอนาคต
    https://securityonline.info/boto-cor-de-rosa-banking-malware-astaroth-pivots-to-whatsapp-in-new-campaign

    ช่องโหว่ React Router เปิดช่องอ่านไฟล์เซิร์ฟเวอร์
    ช่องโหว่ CVE-2025-61686 ใน React Router ทำให้ผู้โจมตีสามารถชี้ session ID ไปยังไฟล์สำคัญบนเซิร์ฟเวอร์และดึงข้อมูลออกมาได้ หากแอปใช้ createFileSessionStorage() ร่วมกับคุกกี้ที่ไม่เซ็นกำกับ นอกจากนี้ยังมีช่องโหว่ XSS หลายรายการที่กระทบการทำงาน SSR และ SPA ทำให้ผู้พัฒนาต้องเร่งตรวจสอบเวอร์ชันและอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันการโจมตี
    https://securityonline.info/critical-react-router-flaws-cve-2025-61686-exposes-server-files

    RustyWater: มัลแวร์สายพันธุ์ใหม่ของ MuddyWater
    กลุ่ม APT ชื่อดัง MuddyWater ถูกพบว่าปรับยุทธวิธีครั้งใหญ่ด้วยการทิ้ง PowerShell และ VBS ที่เคยใช้มายาวนาน แล้วหันมาใช้มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ RustyWater ที่พัฒนาด้วยภาษา Rust เพื่อเพิ่มความล่องหนและหลบการตรวจจับ โดยเริ่มจากการส่งอีเมลลวงแนบไฟล์ Word ที่มีมาโครอันตราย ก่อนติดตั้ง implant ที่มีความสามารถครบเครื่องทั้งสื่อสารแบบ asynchronous, ฝังตัวใน registry และขยายโมดูลหลังเจาะระบบ เป้าหมายหลักคือหน่วยงานด้านการทูต การเงิน การเดินเรือ และโทรคมนาคมในตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มนี้กำลังยกระดับเครื่องมือให้ทันสมัยและตรวจจับยากขึ้นอย่างชัดเจน
    https://securityonline.info/rustywater-rising-muddywater-drops-powershell-for-stealthy-rust-implants

    กล้อง Vivotek รุ่นเก่าเสี่ยงถูกส่องสดทั่วโลก
    CERT Polska เปิดเผยว่ากล้องวงจรปิด Vivotek IP7137 ที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้วมีช่องโหว่ร้ายแรงถึง 4 รายการ ตั้งแต่การเปิดให้ใครก็ได้ดูภาพสดผ่าน RTSP โดยไม่ต้องล็อกอิน ไปจนถึงการเข้าถึงหน้าแอดมินโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน รวมถึงช่องโหว่สั่งรันคำสั่งและไต่ directory ได้ ทำให้ผู้ใช้เสี่ยงถูกสอดแนมและถูกยึดอุปกรณ์อย่างถาวรเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขอีกต่อไป ทางออกเดียวคือถอดออกจากระบบหรือแยกเครือข่ายอย่างเด็ดขาด
    https://securityonline.info/unpatched-exposed-legacy-vivotek-cameras-broadcast-live-video-to-all

    UAT-7290 กลุ่มแฮกเกอร์จีนขยายปฏิบัติการสู่ยุโรป
    Cisco Talos เปิดโปงกลุ่ม UAT-7290 ซึ่งเชื่อมโยงกับจีนว่ากำลังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในเอเชียใต้และขยายสู่ยุโรปตะวันออก โดยกลุ่มนี้ไม่เพียงสอดแนมข้อมูล แต่ยังสร้างโครงสร้าง ORB ให้แฮกเกอร์กลุ่มอื่นใช้เป็นเส้นทางโจมตี พร้อมใช้อาวุธเฉพาะทางอย่าง RushDrop, DriveSwitch, SilentRaid และ backdoor ชื่อ Bulbature ที่สามารถสลับเซิร์ฟเวอร์ C2 ได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้การกำจัดออกจากระบบเป็นเรื่องยากมาก
    https://securityonline.info/china-nexus-actor-uat-7290-caught-targeting-telecoms-in-south-asia-and-europe

    ช่องโหว่ InputPlumber ทำผู้ใช้ Linux Gaming เสี่ยงถูกยึดคีย์บอร์ด
    รายงานจากทีมความปลอดภัยของ SUSE พบว่า InputPlumber ซึ่งใช้ใน SteamOS มีช่องโหว่ร้ายแรงจากการขาดระบบยืนยันตัวตนบน D-Bus ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งสร้างอุปกรณ์อินพุตปลอมและส่งคีย์กดเข้า session ของผู้ใช้คนอื่นได้ รวมถึงอ่านไฟล์สำคัญอย่าง bash_history ผ่านช่องโหว่การ parse ไฟล์ หลังการเปิดเผย นักพัฒนาจึงออกแพตช์ในเวอร์ชัน v0.69.0 และ SteamOS ก็อัปเดตตามเพื่ออุดช่องโหว่ทั้งหมด
    https://securityonline.info/game-over-critical-inputplumber-flaws-expose-linux-gamers-to-hijacking

    Qualcomm–Samsung จับมือคุยดีลผลิตชิป 2nm
    Qualcomm ยืนยันระหว่างงาน CES 2026 ว่ากำลังเจรจากับ Samsung เพื่อกลับมาร่วมผลิตชิประดับ 2nm หลังเคยย้ายไปพึ่ง TSMC เต็มตัวเพราะปัญหาความร้อนและประสิทธิภาพในอดีต โดยดีลนี้สะท้อนการแข่งขันด้านกำลังผลิตที่ตึงตัว และอาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยีของ Samsung หากพิสูจน์คุณภาพได้สำเร็จ
    https://securityonline.info/the-2nm-reunion-qualcomm-confirms-samsung-foundry-talks-at-ces-2026

    Musk ลั่นเปิดซอร์สอัลกอริทึม X ทั้งระบบภายใน 7 วัน
    Elon Musk ประกาศจะเปิดซอร์สโค้ดอัลกอริทึมของ X ทั้งระบบ รวมถึงระบบแนะนำโฆษณา เพื่อแสดงความโปร่งใสท่ามกลางแรงกดดันจากหน่วยงานยุโรป พร้อมสัญญาว่าจะอัปเดตโค้ดเป็นประจำ ต่างจากครั้งก่อนที่ปล่อยแล้วปล่อยทิ้ง สะท้อนความพยายามกู้ศรัทธาผู้ใช้และนักพัฒนาในช่วงที่แพลตฟอร์มถูกจับตาอย่างหนัก
    https://securityonline.info/the-glass-box-musk-pledges-full-x-algorithm-ad-transparency-in-7-days

    ข้อมูล Instagram 17.5 ล้านบัญชีหลุดสู่ดาร์กเว็บ
    เกิดเหตุข้อมูลผู้ใช้ Instagram จำนวนกว่า 17.5 ล้านบัญชีถูกนำไปขายบนดาร์กเว็บ ครอบคลุมอีเมล เบอร์โทร และข้อมูลระบุตัวตน ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มได้รับอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่านปลอม ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้เปิด 2FA และตรวจสอบแอปที่เชื่อมต่อ ขณะที่ Meta ระบุว่าเป็นเพียงช่องโหว่การร้องขอรีเซ็ตรหัสผ่าน ไม่ใช่การเจาะระบบโดยตรง
    https://securityonline.info/the-solonik-leak-17-5-million-instagram-profiles-exposed-on-dark-web

    ช่องโหว่ OWASP CRS เปิดทางโจมตี WAF (เล่าเรื่องแทนเพราะถูกกรองเนื้อหา)
    มีรายงานว่าระบบกรองภัยคุกคามของเว็บ (WAF) ที่ใช้กฎ OWASP CRS พบช่องโหว่สำคัญที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับได้ ส่งผลให้เว็บไซต์จำนวนมากเสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบ XSS และการเจาะระบบรูปแบบอื่น แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคถูกจำกัดไว้สำหรับผู้สนับสนุน แต่ประเด็นนี้สะท้อนว่าระบบป้องกันเว็บยังต้องเฝ้าระวังและอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
    https://securityonline.info/wafs-wide-open-critical-owasp-crs-flaw-bypasses-filters
    📌🔐🟡 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟡🔐📌 #รวมข่าวIT #20260112 #securityonline 🕵️‍♂️ เครือข่ายมืดไม่เคยตาย: ตลาด Carding ยังรอดด้วยโดเมนยุคโซเวียต นักวิจัยเผยให้เห็นโครงสร้างลับของตลาดซื้อขายข้อมูลบัตรเครดิตใต้ดินที่ยังคงดำเนินอยู่ผ่านโดเมนเก่าอย่าง .su ของสหภาพโซเวียต พร้อมพึ่งพาโฮสติ้งแบบ “bulletproof” เพื่อหลบเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย โดยตลาดเหล่านี้แบ่งเป็นทั้งเว็บซื้อขายและฟอรั่มแลกเปลี่ยนเทคนิค ทำให้ระบบอาชญากรรมไซเบอร์มีความยืดหยุ่นสูงและยากต่อการปิดกั้น 🔗 https://securityonline.info/the-soviet-ghost-how-carding-markets-survive-on-legacy-domains ⚠️ 🔐 ช่องโหว่ร้ายแรงใน Apache Uniffle เปิดทางดักฟังข้อมูลคลัสเตอร์ พบช่องโหว่ CVE-2025-68637 ที่ทำให้ระบบกระจายข้อมูลขนาดใหญ่เสี่ยงถูกโจมตีแบบ MITM เนื่องจากการตั้งค่า SSL/TLS ที่ไม่ปลอดภัย ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถสวมรอยใบรับรองและดักข้อมูลระหว่างไคลเอนต์กับเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยเวอร์ชันใหม่ 0.10.0 ได้แก้ไขปัญหานี้แล้วและผู้ดูแลระบบควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-68637-critical-apache-uniffle-flaw-exposes-clusters-to-eavesdropping 🐟💬 มัลแวร์ Astaroth รุ่นใหม่แพร่ผ่าน WhatsApp แบบอัตโนมัติ แคมเปญ “Boto Cor-de-Rosa” เผยวิวัฒนาการใหม่ของมัลแวร์ Astaroth ที่หันมาใช้ WhatsApp Web เป็นช่องทางแพร่กระจาย โดยฝังโมดูล Python ที่สามารถดึงรายชื่อผู้ติดต่อและส่งไฟล์ ZIP อันตรายออกไปโดยอัตโนมัติ ทำให้เครื่องเหยื่อกลายเป็นบอทแพร่มัลแวร์ พร้อมทั้งขโมยข้อมูลรายชื่อเพื่อใช้ในแคมเปญโจมตีอื่นในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/boto-cor-de-rosa-banking-malware-astaroth-pivots-to-whatsapp-in-new-campaign 🛠️⚡ ช่องโหว่ React Router เปิดช่องอ่านไฟล์เซิร์ฟเวอร์ ช่องโหว่ CVE-2025-61686 ใน React Router ทำให้ผู้โจมตีสามารถชี้ session ID ไปยังไฟล์สำคัญบนเซิร์ฟเวอร์และดึงข้อมูลออกมาได้ หากแอปใช้ createFileSessionStorage() ร่วมกับคุกกี้ที่ไม่เซ็นกำกับ นอกจากนี้ยังมีช่องโหว่ XSS หลายรายการที่กระทบการทำงาน SSR และ SPA ทำให้ผู้พัฒนาต้องเร่งตรวจสอบเวอร์ชันและอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันการโจมตี 🔗 https://securityonline.info/critical-react-router-flaws-cve-2025-61686-exposes-server-files 🛡️ RustyWater: มัลแวร์สายพันธุ์ใหม่ของ MuddyWater กลุ่ม APT ชื่อดัง MuddyWater ถูกพบว่าปรับยุทธวิธีครั้งใหญ่ด้วยการทิ้ง PowerShell และ VBS ที่เคยใช้มายาวนาน แล้วหันมาใช้มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ RustyWater ที่พัฒนาด้วยภาษา Rust เพื่อเพิ่มความล่องหนและหลบการตรวจจับ โดยเริ่มจากการส่งอีเมลลวงแนบไฟล์ Word ที่มีมาโครอันตราย ก่อนติดตั้ง implant ที่มีความสามารถครบเครื่องทั้งสื่อสารแบบ asynchronous, ฝังตัวใน registry และขยายโมดูลหลังเจาะระบบ เป้าหมายหลักคือหน่วยงานด้านการทูต การเงิน การเดินเรือ และโทรคมนาคมในตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มนี้กำลังยกระดับเครื่องมือให้ทันสมัยและตรวจจับยากขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://securityonline.info/rustywater-rising-muddywater-drops-powershell-for-stealthy-rust-implants 📹 กล้อง Vivotek รุ่นเก่าเสี่ยงถูกส่องสดทั่วโลก CERT Polska เปิดเผยว่ากล้องวงจรปิด Vivotek IP7137 ที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้วมีช่องโหว่ร้ายแรงถึง 4 รายการ ตั้งแต่การเปิดให้ใครก็ได้ดูภาพสดผ่าน RTSP โดยไม่ต้องล็อกอิน ไปจนถึงการเข้าถึงหน้าแอดมินโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน รวมถึงช่องโหว่สั่งรันคำสั่งและไต่ directory ได้ ทำให้ผู้ใช้เสี่ยงถูกสอดแนมและถูกยึดอุปกรณ์อย่างถาวรเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขอีกต่อไป ทางออกเดียวคือถอดออกจากระบบหรือแยกเครือข่ายอย่างเด็ดขาด 🔗 https://securityonline.info/unpatched-exposed-legacy-vivotek-cameras-broadcast-live-video-to-all 🛰️ UAT-7290 กลุ่มแฮกเกอร์จีนขยายปฏิบัติการสู่ยุโรป Cisco Talos เปิดโปงกลุ่ม UAT-7290 ซึ่งเชื่อมโยงกับจีนว่ากำลังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในเอเชียใต้และขยายสู่ยุโรปตะวันออก โดยกลุ่มนี้ไม่เพียงสอดแนมข้อมูล แต่ยังสร้างโครงสร้าง ORB ให้แฮกเกอร์กลุ่มอื่นใช้เป็นเส้นทางโจมตี พร้อมใช้อาวุธเฉพาะทางอย่าง RushDrop, DriveSwitch, SilentRaid และ backdoor ชื่อ Bulbature ที่สามารถสลับเซิร์ฟเวอร์ C2 ได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้การกำจัดออกจากระบบเป็นเรื่องยากมาก 🔗 https://securityonline.info/china-nexus-actor-uat-7290-caught-targeting-telecoms-in-south-asia-and-europe 🎮 ช่องโหว่ InputPlumber ทำผู้ใช้ Linux Gaming เสี่ยงถูกยึดคีย์บอร์ด รายงานจากทีมความปลอดภัยของ SUSE พบว่า InputPlumber ซึ่งใช้ใน SteamOS มีช่องโหว่ร้ายแรงจากการขาดระบบยืนยันตัวตนบน D-Bus ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งสร้างอุปกรณ์อินพุตปลอมและส่งคีย์กดเข้า session ของผู้ใช้คนอื่นได้ รวมถึงอ่านไฟล์สำคัญอย่าง bash_history ผ่านช่องโหว่การ parse ไฟล์ หลังการเปิดเผย นักพัฒนาจึงออกแพตช์ในเวอร์ชัน v0.69.0 และ SteamOS ก็อัปเดตตามเพื่ออุดช่องโหว่ทั้งหมด 🔗 https://securityonline.info/game-over-critical-inputplumber-flaws-expose-linux-gamers-to-hijacking ⚙️ Qualcomm–Samsung จับมือคุยดีลผลิตชิป 2nm Qualcomm ยืนยันระหว่างงาน CES 2026 ว่ากำลังเจรจากับ Samsung เพื่อกลับมาร่วมผลิตชิประดับ 2nm หลังเคยย้ายไปพึ่ง TSMC เต็มตัวเพราะปัญหาความร้อนและประสิทธิภาพในอดีต โดยดีลนี้สะท้อนการแข่งขันด้านกำลังผลิตที่ตึงตัว และอาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยีของ Samsung หากพิสูจน์คุณภาพได้สำเร็จ 🔗 https://securityonline.info/the-2nm-reunion-qualcomm-confirms-samsung-foundry-talks-at-ces-2026 🔍 Musk ลั่นเปิดซอร์สอัลกอริทึม X ทั้งระบบภายใน 7 วัน Elon Musk ประกาศจะเปิดซอร์สโค้ดอัลกอริทึมของ X ทั้งระบบ รวมถึงระบบแนะนำโฆษณา เพื่อแสดงความโปร่งใสท่ามกลางแรงกดดันจากหน่วยงานยุโรป พร้อมสัญญาว่าจะอัปเดตโค้ดเป็นประจำ ต่างจากครั้งก่อนที่ปล่อยแล้วปล่อยทิ้ง สะท้อนความพยายามกู้ศรัทธาผู้ใช้และนักพัฒนาในช่วงที่แพลตฟอร์มถูกจับตาอย่างหนัก 🔗 https://securityonline.info/the-glass-box-musk-pledges-full-x-algorithm-ad-transparency-in-7-days 🕵️‍♂️ ข้อมูล Instagram 17.5 ล้านบัญชีหลุดสู่ดาร์กเว็บ เกิดเหตุข้อมูลผู้ใช้ Instagram จำนวนกว่า 17.5 ล้านบัญชีถูกนำไปขายบนดาร์กเว็บ ครอบคลุมอีเมล เบอร์โทร และข้อมูลระบุตัวตน ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มได้รับอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่านปลอม ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้เปิด 2FA และตรวจสอบแอปที่เชื่อมต่อ ขณะที่ Meta ระบุว่าเป็นเพียงช่องโหว่การร้องขอรีเซ็ตรหัสผ่าน ไม่ใช่การเจาะระบบโดยตรง 🔗 https://securityonline.info/the-solonik-leak-17-5-million-instagram-profiles-exposed-on-dark-web 🛡️ ช่องโหว่ OWASP CRS เปิดทางโจมตี WAF (เล่าเรื่องแทนเพราะถูกกรองเนื้อหา) มีรายงานว่าระบบกรองภัยคุกคามของเว็บ (WAF) ที่ใช้กฎ OWASP CRS พบช่องโหว่สำคัญที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับได้ ส่งผลให้เว็บไซต์จำนวนมากเสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบ XSS และการเจาะระบบรูปแบบอื่น แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคถูกจำกัดไว้สำหรับผู้สนับสนุน แต่ประเด็นนี้สะท้อนว่าระบบป้องกันเว็บยังต้องเฝ้าระวังและอัปเดตอย่างต่อเนื่อง 🔗 https://securityonline.info/wafs-wide-open-critical-owasp-crs-flaw-bypasses-filters
    0 Comments 0 Shares 75 Views 0 Reviews
  • ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ลงพื้นที่จังหวัดตราด ตรวจค้นและเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อสนับสนุนความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน
    .
    กองบัญชาการกองทัพไทย โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2 สนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เข้าตรวจค้นพื้นที่บ้านท่าเส้น ตำบลแหลมสกัด อำเภอเมือง จังหวัดตราด
    .
    จากการตรวจค้นพบระเบิดขว้าง TYPE-67 จำนวน 2 ลูก และสามารถเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยได้รวม 1,354 ตารางเมตร เพื่อคืนความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003200
    .
    #News1live #News1 #ศทช #ทุ่นระเบิด #จังหวัดตราด #ความมั่นคง
    ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ลงพื้นที่จังหวัดตราด ตรวจค้นและเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อสนับสนุนความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน . กองบัญชาการกองทัพไทย โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2 สนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เข้าตรวจค้นพื้นที่บ้านท่าเส้น ตำบลแหลมสกัด อำเภอเมือง จังหวัดตราด . จากการตรวจค้นพบระเบิดขว้าง TYPE-67 จำนวน 2 ลูก และสามารถเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยได้รวม 1,354 ตารางเมตร เพื่อคืนความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003200 . #News1live #News1 #ศทช #ทุ่นระเบิด #จังหวัดตราด #ความมั่นคง
    Like
    3
    0 Comments 0 Shares 92 Views 0 Reviews
  • การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าชะมวง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา กลายเป็นที่จับตา หลังผู้สมัครเพียงรายเดียวพ่ายแพ้ให้กับบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด หรือโหวตโน ในการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ
    .
    ผลการเลือกตั้งพบว่า นายหำ ขุนเศษเกื้อ ได้คะแนน 2,913 คะแนน ขณะที่บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดมีจำนวน 6,598 ใบ คิดเป็นกว่า 61 เปอร์เซ็นต์ ส่วนบัตรเสียมี 1,206 ใบ โดยก่อนหน้านี้ นายพยอม สังข์ทอง ผู้สมัครอีกราย ถูกลอบยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 และถูกขีดฆ่าชื่อออกจากบัตรเลือกตั้ง
    .
    ขณะนี้คดีการลอบยิงยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ โดยตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำความผิด ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการยุติธรรมและสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003140
    .
    #News1live #News1 #เลือกตั้งท้องถิ่น #สงขลา #โหวตโน #การเมืองท้องถิ่น
    การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าชะมวง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา กลายเป็นที่จับตา หลังผู้สมัครเพียงรายเดียวพ่ายแพ้ให้กับบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด หรือโหวตโน ในการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ . ผลการเลือกตั้งพบว่า นายหำ ขุนเศษเกื้อ ได้คะแนน 2,913 คะแนน ขณะที่บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดมีจำนวน 6,598 ใบ คิดเป็นกว่า 61 เปอร์เซ็นต์ ส่วนบัตรเสียมี 1,206 ใบ โดยก่อนหน้านี้ นายพยอม สังข์ทอง ผู้สมัครอีกราย ถูกลอบยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 และถูกขีดฆ่าชื่อออกจากบัตรเลือกตั้ง . ขณะนี้คดีการลอบยิงยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ โดยตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำความผิด ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการยุติธรรมและสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003140 . #News1live #News1 #เลือกตั้งท้องถิ่น #สงขลา #โหวตโน #การเมืองท้องถิ่น
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 95 Views 0 Reviews
  • เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางดึก คนร้ายก่อเหตุใช้วัตถุระเบิดลักษณะคล้าย “ปะทัดดัดแปลง” โยนใส่บริเวณบ้านนักข่าวในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์
    .
    แรงระเบิดทำให้รถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ข้างบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ตำรวจเร่งปิดพื้นที่ตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐาน
    .
    จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบคนร้ายก่อเหตุช่วงกลางดึก ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบเส้นทางหลบหนี
    .
    เบื้องต้นคาดว่าแรงจูงใจอาจเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่สื่อมวลชน หลังมีการนำเสนอข่าวที่กระทบต่อกลุ่มอิทธิพลและขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่
    .
    ตำรวจยืนยันจะเร่งคลี่คลายคดี และดูแลความปลอดภัยของผู้สื่อข่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นเหตุที่กระทบต่อเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อ
    .
    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9690000003068
    .
    #News1 #News1live #นักข่าว #ความปลอดภัยสื่อ #ประจวบคีรีขันธ์
    เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางดึก คนร้ายก่อเหตุใช้วัตถุระเบิดลักษณะคล้าย “ปะทัดดัดแปลง” โยนใส่บริเวณบ้านนักข่าวในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ . แรงระเบิดทำให้รถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ข้างบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ตำรวจเร่งปิดพื้นที่ตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐาน . จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบคนร้ายก่อเหตุช่วงกลางดึก ก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบเส้นทางหลบหนี . เบื้องต้นคาดว่าแรงจูงใจอาจเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่สื่อมวลชน หลังมีการนำเสนอข่าวที่กระทบต่อกลุ่มอิทธิพลและขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ . ตำรวจยืนยันจะเร่งคลี่คลายคดี และดูแลความปลอดภัยของผู้สื่อข่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นเหตุที่กระทบต่อเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อ . อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9690000003068 . #News1 #News1live #นักข่าว #ความปลอดภัยสื่อ #ประจวบคีรีขันธ์
    Like
    Love
    2
    0 Comments 0 Shares 88 Views 0 Reviews
  • ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เผยความเสียหายจากเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันในพื้นที่ 3 อำเภอ รวม 4 จุด มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นพุ่งเกือบ 60 ล้านบาท
    .
    จากการตรวจสอบพบว่าหัวจ่ายน้ำมันได้รับความเสียหายทั้งหมด ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มได้รับผลกระทบ กระจกแตกกระจาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย
    .
    ผู้ว่าฯ ย้ำภารกิจเร่งด่วนคือการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และฟื้นฟูความเชื่อมั่น พร้อมสั่งการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดในพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003110
    .
    #News1 #News1live #ยะลา #ความมั่นคง #เศรษฐกิจชายแดน
    ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เผยความเสียหายจากเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันในพื้นที่ 3 อำเภอ รวม 4 จุด มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นพุ่งเกือบ 60 ล้านบาท . จากการตรวจสอบพบว่าหัวจ่ายน้ำมันได้รับความเสียหายทั้งหมด ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มได้รับผลกระทบ กระจกแตกกระจาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย . ผู้ว่าฯ ย้ำภารกิจเร่งด่วนคือการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และฟื้นฟูความเชื่อมั่น พร้อมสั่งการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดในพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003110 . #News1 #News1live #ยะลา #ความมั่นคง #เศรษฐกิจชายแดน
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 87 Views 0 Reviews
  • ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการเร่งรัดการสืบสวนติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 11 แห่ง พร้อมกำชับการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด และยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยในทุกมิติ
    .
    โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ได้มอบหมายให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ประสานการทำงานทุกหน่วย รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่
    .
    ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงการดูแลด้านการรักษาและสวัสดิการผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันว่าตำรวจจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003077
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนใต้ #ความปลอดภัย #ตำรวจ #สถานการณ์ใต้
    ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการเร่งรัดการสืบสวนติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 11 แห่ง พร้อมกำชับการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด และยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยในทุกมิติ . โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ได้มอบหมายให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ประสานการทำงานทุกหน่วย รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ . ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงการดูแลด้านการรักษาและสวัสดิการผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันว่าตำรวจจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003077 . #News1live #News1 #ชายแดนใต้ #ความปลอดภัย #ตำรวจ #สถานการณ์ใต้
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 86 Views 0 Reviews
  • หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกประกาศเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ กำหนดห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานทั่วทั้งจังหวัดนราธิวาส ในช่วงเวลา 21.00–05.00 น. เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
    .
    มาตรการดังกล่าวเป็นการรับมือกับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ พร้อมเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบการเดินทางและยานพาหนะ โดยเฉพาะบริเวณจุดผ่านแดนชายแดนไทย–มาเลเซีย เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนและทรัพย์สิน
    .
    ทั้งนี้ การออกนอกเคหะสถานในช่วงเวลาที่กำหนด จะทำได้เฉพาะกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน และต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003021
    .
    #News1live #News1 #นราธิวาส #เคอร์ฟิว #ความปลอดภัย #ชายแดนใต้
    หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกประกาศเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ กำหนดห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานทั่วทั้งจังหวัดนราธิวาส ในช่วงเวลา 21.00–05.00 น. เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2569 เป็นต้นไป . มาตรการดังกล่าวเป็นการรับมือกับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ พร้อมเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบการเดินทางและยานพาหนะ โดยเฉพาะบริเวณจุดผ่านแดนชายแดนไทย–มาเลเซีย เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนและทรัพย์สิน . ทั้งนี้ การออกนอกเคหะสถานในช่วงเวลาที่กำหนด จะทำได้เฉพาะกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน และต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003021 . #News1live #News1 #นราธิวาส #เคอร์ฟิว #ความปลอดภัย #ชายแดนใต้
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 85 Views 0 Reviews
  • ความคืบหน้าเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หลังเกิดเหตุลอบก่อเหตุในสถานีบริการน้ำมันหลายจุด เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด พบร่องรอยคราบเลือดต้องสงสัย 1 จุด คาดว่าเป็นของผู้ก่อเหตุที่ได้รับบาดเจ็บก่อนหลบหนี
    .
    ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดแรงระเบิด 1 นาย ระหว่างเข้าปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ ได้รับการปฐมพยาบาลและอาการปลอดภัยแล้ว
    .
    จากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์ในหลายอำเภอมีลักษณะและวิธีการใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิด และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุซ้ำและดูแลความปลอดภัยของประชาชน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002991
    .
    #News1live #News1 #นราธิวาส #ชายแดนใต้ #ความไม่สงบ #ความปลอดภัย
    ความคืบหน้าเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หลังเกิดเหตุลอบก่อเหตุในสถานีบริการน้ำมันหลายจุด เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด พบร่องรอยคราบเลือดต้องสงสัย 1 จุด คาดว่าเป็นของผู้ก่อเหตุที่ได้รับบาดเจ็บก่อนหลบหนี . ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดแรงระเบิด 1 นาย ระหว่างเข้าปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ ได้รับการปฐมพยาบาลและอาการปลอดภัยแล้ว . จากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์ในหลายอำเภอมีลักษณะและวิธีการใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ภาพจากกล้องวงจรปิด และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุซ้ำและดูแลความปลอดภัยของประชาชน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002991 . #News1live #News1 #นราธิวาส #ชายแดนใต้ #ความไม่สงบ #ความปลอดภัย
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 91 Views 0 Reviews
  • จีน รัสเซีย และอิหร่าน เริ่มการซ้อมรบทางทะเลร่วมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในน่านน้ำใกล้แอฟริกาใต้ ภายใต้กรอบความร่วมมือ “BRICS Plus” โดยฝ่ายเจ้าภาพระบุว่าเป็นการฝึกเพื่อเสริมความปลอดภัยด้านการเดินเรือและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทางทะเล
    .
    การซ้อมรบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับหลายประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS Plus ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกถ่วงดุลอิทธิพลของชาติตะวันตกในเวทีโลก โดยมีบางประเทศเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์
    .
    ด้านกองทัพแอฟริกาใต้ยืนยันว่าการซ้อมรบเป็นความร่วมมือทางทหารตามปกติ ไม่ได้มุ่งเป้าเชิงการเมืองหรือเป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ ขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกจับตาในบริบทความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002888
    .
    #News1live #News1 #BRICSPlus #ซ้อมรบทางทะเล #การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์
    จีน รัสเซีย และอิหร่าน เริ่มการซ้อมรบทางทะเลร่วมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในน่านน้ำใกล้แอฟริกาใต้ ภายใต้กรอบความร่วมมือ “BRICS Plus” โดยฝ่ายเจ้าภาพระบุว่าเป็นการฝึกเพื่อเสริมความปลอดภัยด้านการเดินเรือและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทางทะเล . การซ้อมรบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับหลายประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS Plus ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกถ่วงดุลอิทธิพลของชาติตะวันตกในเวทีโลก โดยมีบางประเทศเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ . ด้านกองทัพแอฟริกาใต้ยืนยันว่าการซ้อมรบเป็นความร่วมมือทางทหารตามปกติ ไม่ได้มุ่งเป้าเชิงการเมืองหรือเป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ ขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกจับตาในบริบทความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002888 . #News1live #News1 #BRICSPlus #ซ้อมรบทางทะเล #การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 92 Views 0 Reviews
  • เกิดอุบัติเหตุรถตู้ทะเบียนกรุงเทพมหานคร เสียหลักชนเสาป้ายแสดงผลด่านชั่งน้ำหนักในพื้นที่อำเภอเมืองกำแพงเพชร ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถทั้งคัน
    .
    เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเข้าควบคุมสถานการณ์ พบคนขับติดอยู่ภายในรถและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นไม่พบผู้โดยสารรายอื่น โดยท้ายรถพบถังเชื้อเพลิง NGV
    .
    เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดจากภาพวงจรปิดและหลักฐานในที่เกิดเหตุ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประเมินความเสียหายบริเวณด่านชั่งน้ำหนัก
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002890
    .
    #News1live #News1 #กำแพงเพชร #อุบัติเหตุ #รถตู้ #ความปลอดภัยทางถนน
    เกิดอุบัติเหตุรถตู้ทะเบียนกรุงเทพมหานคร เสียหลักชนเสาป้ายแสดงผลด่านชั่งน้ำหนักในพื้นที่อำเภอเมืองกำแพงเพชร ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถทั้งคัน . เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเข้าควบคุมสถานการณ์ พบคนขับติดอยู่ภายในรถและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นไม่พบผู้โดยสารรายอื่น โดยท้ายรถพบถังเชื้อเพลิง NGV . เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดจากภาพวงจรปิดและหลักฐานในที่เกิดเหตุ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประเมินความเสียหายบริเวณด่านชั่งน้ำหนัก . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002890 . #News1live #News1 #กำแพงเพชร #อุบัติเหตุ #รถตู้ #ความปลอดภัยทางถนน
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 78 Views 0 Reviews
  • เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้สถานีบริการน้ำมัน ปตท. หลายแห่งได้รับความเสียหาย รวมแล้ว 11 จุด ในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
    .
    รายงานระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในหลายอำเภอพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีเหตุบริเวณหน้าหน่วยปฏิบัติการของตำรวจตระเวนชายแดนในอำเภอสุไหงโก-ลก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย โดยไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
    .
    แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเร่งติดตามผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงวันเลือกตั้งสมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002898
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนใต้ #ความมั่นคง #เลือกตั้งอบต #เหตุไม่สงบ
    เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้สถานีบริการน้ำมัน ปตท. หลายแห่งได้รับความเสียหาย รวมแล้ว 11 จุด ในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส . รายงานระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในหลายอำเภอพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีเหตุบริเวณหน้าหน่วยปฏิบัติการของตำรวจตระเวนชายแดนในอำเภอสุไหงโก-ลก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย โดยไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต . แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเร่งติดตามผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงวันเลือกตั้งสมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002898 . #News1live #News1 #ชายแดนใต้ #ความมั่นคง #เลือกตั้งอบต #เหตุไม่สงบ
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 73 Views 0 Reviews
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260111 #TechRadar

    Asus NUC 16 Pro: มินิพีซี AI แรงจัดรุ่นใหม่
    Asus เปิดตัว NUC 16 Pro มินิพีซีขนาดเล็กที่มาพร้อมชิป Intel Core Ultra X9 388H และกราฟิก Arc B390 ที่ให้พลังประมวลผล AI สูงถึง 180TOPS รองรับงานสร้างสรรค์ เกมระดับ 1080p และงานองค์กรได้อย่างคล่องตัว แม้กราฟิกจะยังไม่แซง Radeon 8060S แต่ก็โดดเด่นด้านประสิทธิภาพรวมและการเชื่อมต่อระดับโปร ทำให้เป็นหนึ่งในมินิพีซีที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้
    https://www.techradar.com/pro/asus-vies-for-fastest-mini-pc-ever-with-panther-lake-nuc-16-pro-b390-gpu-inside-the-core-ultra-x9-388h-impresses-but-wont-beat-the-8060s

    Ulefone RugKing: มือถือสายถึกราคาประหยัด
    Ulefone RugKing เป็นสมาร์ทโฟนสายลุยที่โดดเด่นด้วยความทนทานระดับ IP68/IP69K แบตเตอรี่ 9600 mAh และลำโพง 126dB ที่ดังสะใจ แม้ชิป Unisoc T7255 จะเก่าและประสิทธิภาพไม่สูง รวมถึงชาร์จช้า แต่ด้วยราคาต่ำกว่า $200 ทำให้รุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการมือถือใช้งานสมบุกสมบันในงานภาคสนามหรือกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่ต้องจ่ายแพง
    https://www.techradar.com/pro/phone-communications/ulefone-rugking-rugged-phone-review

    WiiM Sound vs Sonos Era 100: ศึกลำโพง Wi‑Fi เสียงดีคุ้มราคา
    การทดสอบเปรียบเทียบระหว่าง WiiM Sound และ Sonos Era 100 พบว่าทั้งคู่ให้คุณภาพเสียงดีแต่มีเอกลักษณ์ต่างกัน โดย Sonos เด่นด้านเสียงเบสและระบบปรับเสียงตามห้องที่แม่นยำกว่า ส่วน WiiM มีดีไซน์ล้ำพร้อมหน้าจอและรีโมตที่ใช้งานสะดวก แม้เบสจะบางกว่าเล็กน้อย ทำให้ Era 100 ดูคุ้มค่ากว่าในภาพรวม แต่ผู้ที่ชอบดีไซน์และความล้ำของฟีเจอร์อาจเลือก WiiM ได้ไม่ผิดหวัง
    https://www.techradar.com/audio/wireless-bluetooth-speakers/i-tested-wiims-wi-fi-speaker-against-the-sonos-era-100-heres-which-i-think-is-worth-buying

    ปี 2026 กับกระแส Geopatriation และอนาคตคลาวด์ทั่วโลก
    ผู้เชี่ยวชาญด้านคลาวด์คาดว่าในปี 2026 โลกจะเห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากการพึ่งพา hyperscaler ไปสู่โซลูชัน sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศมากขึ้น หลังเหตุการณ์ outage และความเสี่ยงด้านข้อมูลในปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน AI ที่ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาลกำลังผลักดันให้เกิดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ แต่ก็สร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงานทั่วโลก ทำให้ยุคใหม่ของคลาวด์ต้องบาลานซ์ระหว่างความสะดวก ความปลอดภัย และความยั่งยืน
    https://www.techradar.com/pro/cloud-faces-some-key-challenges-in-2026-we-spoke-to-these-experts-to-find-out-whats-next

    จาก Vibe Coding สู่ Vibe Selling: AI เปลี่ยนงานขายอย่างไร
    แนวคิด “vibe selling” คือการใช้ AI เป็นผู้ช่วยร่วมงานแบบโต้ตอบ ช่วยทำงานซ้ำซาก เช่น วิเคราะห์ข้อมูล เขียนอีเมล หรือสรุปการสนทนากับลูกค้า เพื่อให้เซลส์โฟกัสกับงานที่ต้องใช้มนุษย์จริง ๆ อย่างการสร้างความสัมพันธ์และปิดการขาย โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเซลส์ที่ใช้ AI สามารถสร้างรายได้มากขึ้นถึง 77% แม้ AI จะช่วยงานได้มาก แต่บทบาทของมนุษย์ยังสำคัญในด้านความเชื่อใจและความเข้าใจลูกค้า
    https://www.techradar.com/pro/from-vibe-coding-to-vibe-selling-how-ai-is-reshaping-the-art-of-selling

    “AI จะไม่มาแทนมนุษย์ แต่ทุกคนเลี่ยงไม่ได้” — มุมมองจาก CEO Lenovo
    เลอโนโวเผยวิสัยทัศน์ว่า AI PC จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ขององค์กร โดยคาดว่าภายในปี 2026 ครึ่งหนึ่งของคอมพิวเตอร์องค์กรจะเป็น AI PC พร้อมย้ำว่า AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความจำ และความคิดสร้างสรรค์ให้ทุกคน ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าต้นทุนและการวางแผนระยะยาวยังเป็นความท้าทายท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี
    https://www.techradar.com/pro/nobody-can-avoid-ai-but-it-will-not-replace-humans-lenovo-ceo-explains-why-your-next-work-pc-could-be-an-ai-enabled-device

    Lexar เปิดตัว “AI-Grade Stick” สตอเรจถอดเปลี่ยนร้อนทันทีสำหรับงาน AI
    Lexar เปิดตัวสตอเรจแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงาน AI โดยเฉพาะ จุดเด่นคือการถอดเปลี่ยนแบบ hot-swap ได้ทันทีโดยไม่ต้องปิดเครื่อง และให้ประสิทธิภาพสูงสำหรับงานประมวลผลต่อเนื่อง แม้จะยังไม่มีข้อมูลราคาและการรองรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์ แต่แนวคิดนี้ชี้ให้เห็นทิศทางใหม่ของสตอเรจแบบโมดูลาร์สำหรับแล็ปท็อปและเวิร์กสเตชันยุค AI
    https://www.techradar.com/pro/lexar-debuts-mysterious-ai-grade-stick-form-factor-that-promises-hot-swap-blazing-speeds-and-yes-ive-got-absolutely-no-clue-how-much-it-costs-and-whether-device-vendors-will-actually-use-it

    GMKtec EVO‑T2 มินิพีซีพลัง AI สูงกว่า Ryzen AI Max+ ถึง 50%
    GMKtec เปิดตัว EVO‑T2 มินิพีซีที่ใช้ชิป Intel Core Ultra X9 388H พร้อมพลังประมวลผล AI สูงถึง 180 TOPS ซึ่งมากกว่าคู่แข่งจาก AMD ถึง 50% ตัวเครื่องขนาดเล็กแต่รองรับ RAM สูงสุด 128GB, SSD สูงสุด 16TB และพอร์ตความเร็วสูงครบครัน เหมาะทั้งงานสร้างสรรค์และงาน AI หนัก ๆ โดย Intel CEO ยังมาเซ็นต้นแบบด้วยตัวเองในงาน CES 2026
    https://www.techradar.com/pro/gmktec-evo-t2-has-more-ai-firepower-than-ryzen-ai-max-395-mini-pc-core-ultra-x9-388h-delivers-180tops-50-percent-more-than-its-amd-rival

    Broadcom ปรับนิยาม “APU” ใหม่ในชิป Wi‑Fi 8 สำหรับเราเตอร์ยุคถัดไป
    Broadcom เปิดตัวชิป BCM4918 สำหรับเราเตอร์ Wi‑Fi 8 โดยนำคำว่า APU มาใช้ใหม่ในความหมายของชิปประมวลผลเครือข่ายที่รวม CPU, ระบบเร่งการประมวลผลแพ็กเก็ต, ความปลอดภัย และ AI ไว้ในตัวเดียว แม้ไม่มี GPU แต่รองรับ 10GbE และออกแบบให้เราเตอร์ทำงานคล้ายอุปกรณ์ edge computing มากขึ้น ซึ่งสะท้อนทิศทางใหม่ของฮาร์ดแวร์เครือข่ายในบ้าน
    https://www.techradar.com/pro/broadcom-reinvents-amds-apu-moniker-as-it-launches-wi-fi-8-chip-this-accelerated-processing-unit-doesnt-include-a-gpu-but-has-10gbe-connectivity

    Google Photos เตรียมเพิ่มตัวเลือก “ตั้งเวลาสำรองไฟล์” ควบคุมได้มากขึ้น
    Google Photos อาจเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ผู้ใช้ตั้งเวลาสำรองรูปและวิดีโอได้เอง แทนการสำรองอัตโนมัติเมื่อมีอินเทอร์เน็ตเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมการใช้ดาต้าและช่วงเวลาที่ต้องการให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น แม้ฟีเจอร์ยังไม่เปิดใช้งาน แต่โค้ดภายในแอปบ่งชี้ว่าการอัปเดตนี้ใกล้จะมาถึงแล้ว
    https://www.techradar.com/phones/android/google-photos-might-soon-give-you-more-control-over-how-your-photos-and-videos-are-backed-up
    📌📡🔴 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🔴📡📌 #รวมข่าวIT #20260111 #TechRadar 🖥️ Asus NUC 16 Pro: มินิพีซี AI แรงจัดรุ่นใหม่ Asus เปิดตัว NUC 16 Pro มินิพีซีขนาดเล็กที่มาพร้อมชิป Intel Core Ultra X9 388H และกราฟิก Arc B390 ที่ให้พลังประมวลผล AI สูงถึง 180TOPS รองรับงานสร้างสรรค์ เกมระดับ 1080p และงานองค์กรได้อย่างคล่องตัว แม้กราฟิกจะยังไม่แซง Radeon 8060S แต่ก็โดดเด่นด้านประสิทธิภาพรวมและการเชื่อมต่อระดับโปร ทำให้เป็นหนึ่งในมินิพีซีที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้ 🔗 https://www.techradar.com/pro/asus-vies-for-fastest-mini-pc-ever-with-panther-lake-nuc-16-pro-b390-gpu-inside-the-core-ultra-x9-388h-impresses-but-wont-beat-the-8060s 📱 Ulefone RugKing: มือถือสายถึกราคาประหยัด Ulefone RugKing เป็นสมาร์ทโฟนสายลุยที่โดดเด่นด้วยความทนทานระดับ IP68/IP69K แบตเตอรี่ 9600 mAh และลำโพง 126dB ที่ดังสะใจ แม้ชิป Unisoc T7255 จะเก่าและประสิทธิภาพไม่สูง รวมถึงชาร์จช้า แต่ด้วยราคาต่ำกว่า $200 ทำให้รุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการมือถือใช้งานสมบุกสมบันในงานภาคสนามหรือกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่ต้องจ่ายแพง 🔗 https://www.techradar.com/pro/phone-communications/ulefone-rugking-rugged-phone-review 🔊 WiiM Sound vs Sonos Era 100: ศึกลำโพง Wi‑Fi เสียงดีคุ้มราคา การทดสอบเปรียบเทียบระหว่าง WiiM Sound และ Sonos Era 100 พบว่าทั้งคู่ให้คุณภาพเสียงดีแต่มีเอกลักษณ์ต่างกัน โดย Sonos เด่นด้านเสียงเบสและระบบปรับเสียงตามห้องที่แม่นยำกว่า ส่วน WiiM มีดีไซน์ล้ำพร้อมหน้าจอและรีโมตที่ใช้งานสะดวก แม้เบสจะบางกว่าเล็กน้อย ทำให้ Era 100 ดูคุ้มค่ากว่าในภาพรวม แต่ผู้ที่ชอบดีไซน์และความล้ำของฟีเจอร์อาจเลือก WiiM ได้ไม่ผิดหวัง 🔗 https://www.techradar.com/audio/wireless-bluetooth-speakers/i-tested-wiims-wi-fi-speaker-against-the-sonos-era-100-heres-which-i-think-is-worth-buying 🌍 ปี 2026 กับกระแส Geopatriation และอนาคตคลาวด์ทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านคลาวด์คาดว่าในปี 2026 โลกจะเห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากการพึ่งพา hyperscaler ไปสู่โซลูชัน sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศมากขึ้น หลังเหตุการณ์ outage และความเสี่ยงด้านข้อมูลในปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน AI ที่ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาลกำลังผลักดันให้เกิดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ แต่ก็สร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงานทั่วโลก ทำให้ยุคใหม่ของคลาวด์ต้องบาลานซ์ระหว่างความสะดวก ความปลอดภัย และความยั่งยืน 🔗 https://www.techradar.com/pro/cloud-faces-some-key-challenges-in-2026-we-spoke-to-these-experts-to-find-out-whats-next 🤝 จาก Vibe Coding สู่ Vibe Selling: AI เปลี่ยนงานขายอย่างไร แนวคิด “vibe selling” คือการใช้ AI เป็นผู้ช่วยร่วมงานแบบโต้ตอบ ช่วยทำงานซ้ำซาก เช่น วิเคราะห์ข้อมูล เขียนอีเมล หรือสรุปการสนทนากับลูกค้า เพื่อให้เซลส์โฟกัสกับงานที่ต้องใช้มนุษย์จริง ๆ อย่างการสร้างความสัมพันธ์และปิดการขาย โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเซลส์ที่ใช้ AI สามารถสร้างรายได้มากขึ้นถึง 77% แม้ AI จะช่วยงานได้มาก แต่บทบาทของมนุษย์ยังสำคัญในด้านความเชื่อใจและความเข้าใจลูกค้า 🔗 https://www.techradar.com/pro/from-vibe-coding-to-vibe-selling-how-ai-is-reshaping-the-art-of-selling 🤖 “AI จะไม่มาแทนมนุษย์ แต่ทุกคนเลี่ยงไม่ได้” — มุมมองจาก CEO Lenovo เลอโนโวเผยวิสัยทัศน์ว่า AI PC จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ขององค์กร โดยคาดว่าภายในปี 2026 ครึ่งหนึ่งของคอมพิวเตอร์องค์กรจะเป็น AI PC พร้อมย้ำว่า AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความจำ และความคิดสร้างสรรค์ให้ทุกคน ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าต้นทุนและการวางแผนระยะยาวยังเป็นความท้าทายท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี 🔗 https://www.techradar.com/pro/nobody-can-avoid-ai-but-it-will-not-replace-humans-lenovo-ceo-explains-why-your-next-work-pc-could-be-an-ai-enabled-device ⚡ Lexar เปิดตัว “AI-Grade Stick” สตอเรจถอดเปลี่ยนร้อนทันทีสำหรับงาน AI Lexar เปิดตัวสตอเรจแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงาน AI โดยเฉพาะ จุดเด่นคือการถอดเปลี่ยนแบบ hot-swap ได้ทันทีโดยไม่ต้องปิดเครื่อง และให้ประสิทธิภาพสูงสำหรับงานประมวลผลต่อเนื่อง แม้จะยังไม่มีข้อมูลราคาและการรองรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์ แต่แนวคิดนี้ชี้ให้เห็นทิศทางใหม่ของสตอเรจแบบโมดูลาร์สำหรับแล็ปท็อปและเวิร์กสเตชันยุค AI 🔗 https://www.techradar.com/pro/lexar-debuts-mysterious-ai-grade-stick-form-factor-that-promises-hot-swap-blazing-speeds-and-yes-ive-got-absolutely-no-clue-how-much-it-costs-and-whether-device-vendors-will-actually-use-it 🖥️ GMKtec EVO‑T2 มินิพีซีพลัง AI สูงกว่า Ryzen AI Max+ ถึง 50% GMKtec เปิดตัว EVO‑T2 มินิพีซีที่ใช้ชิป Intel Core Ultra X9 388H พร้อมพลังประมวลผล AI สูงถึง 180 TOPS ซึ่งมากกว่าคู่แข่งจาก AMD ถึง 50% ตัวเครื่องขนาดเล็กแต่รองรับ RAM สูงสุด 128GB, SSD สูงสุด 16TB และพอร์ตความเร็วสูงครบครัน เหมาะทั้งงานสร้างสรรค์และงาน AI หนัก ๆ โดย Intel CEO ยังมาเซ็นต้นแบบด้วยตัวเองในงาน CES 2026 🔗 https://www.techradar.com/pro/gmktec-evo-t2-has-more-ai-firepower-than-ryzen-ai-max-395-mini-pc-core-ultra-x9-388h-delivers-180tops-50-percent-more-than-its-amd-rival 📡 Broadcom ปรับนิยาม “APU” ใหม่ในชิป Wi‑Fi 8 สำหรับเราเตอร์ยุคถัดไป Broadcom เปิดตัวชิป BCM4918 สำหรับเราเตอร์ Wi‑Fi 8 โดยนำคำว่า APU มาใช้ใหม่ในความหมายของชิปประมวลผลเครือข่ายที่รวม CPU, ระบบเร่งการประมวลผลแพ็กเก็ต, ความปลอดภัย และ AI ไว้ในตัวเดียว แม้ไม่มี GPU แต่รองรับ 10GbE และออกแบบให้เราเตอร์ทำงานคล้ายอุปกรณ์ edge computing มากขึ้น ซึ่งสะท้อนทิศทางใหม่ของฮาร์ดแวร์เครือข่ายในบ้าน 🔗 https://www.techradar.com/pro/broadcom-reinvents-amds-apu-moniker-as-it-launches-wi-fi-8-chip-this-accelerated-processing-unit-doesnt-include-a-gpu-but-has-10gbe-connectivity 📷 Google Photos เตรียมเพิ่มตัวเลือก “ตั้งเวลาสำรองไฟล์” ควบคุมได้มากขึ้น Google Photos อาจเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ผู้ใช้ตั้งเวลาสำรองรูปและวิดีโอได้เอง แทนการสำรองอัตโนมัติเมื่อมีอินเทอร์เน็ตเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมการใช้ดาต้าและช่วงเวลาที่ต้องการให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น แม้ฟีเจอร์ยังไม่เปิดใช้งาน แต่โค้ดภายในแอปบ่งชี้ว่าการอัปเดตนี้ใกล้จะมาถึงแล้ว 🔗 https://www.techradar.com/phones/android/google-photos-might-soon-give-you-more-control-over-how-your-photos-and-videos-are-backed-up
    0 Comments 0 Shares 153 Views 0 Reviews
  • จีน รัสเซียและอิหร่าน เริ่มซ้อมรบร่วมทางทะเลเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในน่านน้ำแอฟริกาใต้ ในวันเสาร์(10ม.ค.) ในสิ่งที่ประเทศเจ้าภาพให้คำนิยามว่าเป็นปฏิบัติการ BRICS Plus สำหรับรับประกันความปลอดภัยด้านการเดินเรือและกิจกรรมเศรษฐกิจทางทะเล อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS หลายชาติ
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000002917

    #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes #SondhiX #สนธิเล่าเรื่อง #กัมพูชายิงก่อน #CambodiaOpenedFire #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    จีน รัสเซียและอิหร่าน เริ่มซ้อมรบร่วมทางทะเลเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในน่านน้ำแอฟริกาใต้ ในวันเสาร์(10ม.ค.) ในสิ่งที่ประเทศเจ้าภาพให้คำนิยามว่าเป็นปฏิบัติการ BRICS Plus สำหรับรับประกันความปลอดภัยด้านการเดินเรือและกิจกรรมเศรษฐกิจทางทะเล อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS หลายชาติ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000002917 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes #SondhiX #สนธิเล่าเรื่อง #กัมพูชายิงก่อน #CambodiaOpenedFire #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
    Like
    3
    0 Comments 0 Shares 184 Views 0 Reviews
  • Linux ปลดล็อกพลัง AMD GPU ได้ลึกกว่า Windows ผ่าน RebelsTool — ควบคุมพลังงานระดับฮาร์ดแวร์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

    ยูทิลิตีใหม่ชื่อ RebelsTool กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการฮาร์ดแวร์ หลังจากถูกเผยแพร่โดยทีมงานจาก Igor’s Lab ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Linux ยังสามารถเข้าถึงการควบคุมพลังงานของ AMD GPU ได้ลึกกว่า Windows อย่างชัดเจน โดยเครื่องมือนี้ไม่ได้ทำงานผ่านไดรเวอร์ปกติ แต่เลือก “คุยกับฮาร์ดแวร์โดยตรง” ผ่านบัส I2C ที่เชื่อมต่อกับ System Management Unit (SMU) ของการ์ดจอ AMD RDNA 3 และ RDNA 4

    สิ่งที่ทำให้ RebelsTool แตกต่างคือ มันไม่ได้ปรับแต่งค่า Clock หรือ Voltage Curve แบบ MSI Afterburner แต่เลือก “หลอก” ระบบให้รายงานค่ากระแส–แรงดัน–พลังงานต่ำกว่าความจริง ทำให้ GPU สามารถดึงพลังงานได้มากขึ้นโดยไม่ชนลิมิตเดิมของไดรเวอร์ ผลลัพธ์คือประสิทธิภาพที่สูงขึ้น แต่ก็แลกมากับความเสี่ยงด้านเสถียรภาพและอุณหภูมิที่ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบเอง

    เครื่องมือนี้ยังทำงานแบบชั่วคราว เมื่อรีบูตระบบค่าทั้งหมดจะกลับสู่ปกติ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว แต่ก็ย้ำชัดว่า RebelsTool ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ระดับโปรที่เข้าใจการปรับแต่งฮาร์ดแวร์เชิงลึกเท่านั้น ไม่เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการแค่โอเวอร์คล็อกแบบปลอดภัยบน Windows

    ในภาพรวม RebelsTool สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างด้าน “เสรีภาพในการควบคุมฮาร์ดแวร์” ระหว่าง Linux และ Windows อย่างชัดเจน โดย Linux ยังคงเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เข้าถึงระดับล่างของระบบได้มากกว่า ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมสายม็อด–สายโอเวอร์คล็อกขั้นสูงยังคงเลือก Linux เป็นแพลตฟอร์มทดลองประสิทธิภาพของ GPU รุ่นใหม่ ๆ อยู่เสมอ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    RebelsTool ปลดล็อกการควบคุมพลังงาน AMD GPU ได้ลึกกว่าบน Windows
    ใช้วิธีสแกนบัส I2C เพื่อเข้าถึง SMU โดยตรง
    สามารถปรับค่ากระแส–แรงดัน–พลังงานแบบที่ไดรเวอร์ Windows ไม่อนุญาต

    ทำงานโดยการ “ลดค่าที่รายงาน” เพื่อให้ GPU ดึงพลังงานได้มากขึ้น
    ค่า More Power / More Amps / More Volts ถูกลดครึ่งหนึ่งเพื่อหลอกระบบ
    ส่งผลให้ GPU สามารถใช้พลังงานสูงขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพได้

    ค่าทั้งหมดเป็นแบบชั่วคราว
    รีบูตเครื่องแล้วค่าจะกลับสู่ค่าเดิม
    ลดความเสี่ยงจากการตั้งค่าผิดพลาดในระยะยาว

    มีความเสี่ยงด้านเสถียรภาพและความร้อน
    การดึงพลังงานเกินลิมิตอาจทำให้ระบบไม่เสถียร
    ผู้ใช้ต้องมีความรู้ด้านฮาร์ดแวร์ระดับสูงก่อนใช้งาน

    ไม่เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป
    RebelsTool ไม่ใช่เครื่องมือโอเวอร์คล็อกแบบง่าย ๆ
    Windows ยังจำกัดการเข้าถึงฮาร์ดแวร์ระดับล่างเพื่อความปลอดภัย

    https://wccftech.com/rebelstool-shows-how-linux-still-unlocks-amd-gpu-power-controls-windows-cant/
    🔧🔥 Linux ปลดล็อกพลัง AMD GPU ได้ลึกกว่า Windows ผ่าน RebelsTool — ควบคุมพลังงานระดับฮาร์ดแวร์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ยูทิลิตีใหม่ชื่อ RebelsTool กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการฮาร์ดแวร์ หลังจากถูกเผยแพร่โดยทีมงานจาก Igor’s Lab ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Linux ยังสามารถเข้าถึงการควบคุมพลังงานของ AMD GPU ได้ลึกกว่า Windows อย่างชัดเจน โดยเครื่องมือนี้ไม่ได้ทำงานผ่านไดรเวอร์ปกติ แต่เลือก “คุยกับฮาร์ดแวร์โดยตรง” ผ่านบัส I2C ที่เชื่อมต่อกับ System Management Unit (SMU) ของการ์ดจอ AMD RDNA 3 และ RDNA 4 สิ่งที่ทำให้ RebelsTool แตกต่างคือ มันไม่ได้ปรับแต่งค่า Clock หรือ Voltage Curve แบบ MSI Afterburner แต่เลือก “หลอก” ระบบให้รายงานค่ากระแส–แรงดัน–พลังงานต่ำกว่าความจริง ทำให้ GPU สามารถดึงพลังงานได้มากขึ้นโดยไม่ชนลิมิตเดิมของไดรเวอร์ ผลลัพธ์คือประสิทธิภาพที่สูงขึ้น แต่ก็แลกมากับความเสี่ยงด้านเสถียรภาพและอุณหภูมิที่ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบเอง เครื่องมือนี้ยังทำงานแบบชั่วคราว เมื่อรีบูตระบบค่าทั้งหมดจะกลับสู่ปกติ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว แต่ก็ย้ำชัดว่า RebelsTool ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ระดับโปรที่เข้าใจการปรับแต่งฮาร์ดแวร์เชิงลึกเท่านั้น ไม่เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการแค่โอเวอร์คล็อกแบบปลอดภัยบน Windows ในภาพรวม RebelsTool สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างด้าน “เสรีภาพในการควบคุมฮาร์ดแวร์” ระหว่าง Linux และ Windows อย่างชัดเจน โดย Linux ยังคงเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เข้าถึงระดับล่างของระบบได้มากกว่า ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมสายม็อด–สายโอเวอร์คล็อกขั้นสูงยังคงเลือก Linux เป็นแพลตฟอร์มทดลองประสิทธิภาพของ GPU รุ่นใหม่ ๆ อยู่เสมอ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ RebelsTool ปลดล็อกการควบคุมพลังงาน AMD GPU ได้ลึกกว่าบน Windows ➡️ ใช้วิธีสแกนบัส I2C เพื่อเข้าถึง SMU โดยตรง ➡️ สามารถปรับค่ากระแส–แรงดัน–พลังงานแบบที่ไดรเวอร์ Windows ไม่อนุญาต ✅ ทำงานโดยการ “ลดค่าที่รายงาน” เพื่อให้ GPU ดึงพลังงานได้มากขึ้น ➡️ ค่า More Power / More Amps / More Volts ถูกลดครึ่งหนึ่งเพื่อหลอกระบบ ➡️ ส่งผลให้ GPU สามารถใช้พลังงานสูงขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพได้ ✅ ค่าทั้งหมดเป็นแบบชั่วคราว ➡️ รีบูตเครื่องแล้วค่าจะกลับสู่ค่าเดิม ➡️ ลดความเสี่ยงจากการตั้งค่าผิดพลาดในระยะยาว ‼️ มีความเสี่ยงด้านเสถียรภาพและความร้อน ⛔ การดึงพลังงานเกินลิมิตอาจทำให้ระบบไม่เสถียร ⛔ ผู้ใช้ต้องมีความรู้ด้านฮาร์ดแวร์ระดับสูงก่อนใช้งาน ‼️ ไม่เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป ⛔ RebelsTool ไม่ใช่เครื่องมือโอเวอร์คล็อกแบบง่าย ๆ ⛔ Windows ยังจำกัดการเข้าถึงฮาร์ดแวร์ระดับล่างเพื่อความปลอดภัย https://wccftech.com/rebelstool-shows-how-linux-still-unlocks-amd-gpu-power-controls-windows-cant/
    WCCFTECH.COM
    RebelsTool Shows How Linux Still Unlocks AMD GPU Power Controls Windows Can't
    A new utility called RebelsTool gives users a new way in unlocking additional performance of AMD RDNA 4 GPUs on Linux.
    0 Comments 0 Shares 82 Views 0 Reviews
  • How Will the Miracle Happen Today? — บทสะท้อนใจเรื่อง “ความเมตตาของคนแปลกหน้า”

    บทความนี้เป็นงานเขียนเชิงบันทึกความทรงจำที่งดงามและลึกซึ้ง ผู้เขียนเล่าย้อนถึงช่วงวัยหนุ่มที่ต้องอาศัย “ความเมตตาของคนแปลกหน้า” ตั้งแต่การโบกรถไปทำงานทุกวันบนถนน Route 22 จนถึงการเดินทางท่องเอเชียหลายปีเต็ม สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจไม่เคยเปลี่ยน คือความช่วยเหลือที่มาถึง “ตรงเวลาเสมอ” แม้จะไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้หยิบยื่นให้ในแต่ละวัน ความรู้สึกนี้ทำให้เขาตั้งคำถามกับตัวเองทุกเช้า— “วันนี้ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นอย่างไรนะ?”

    ผู้เขียนเล่าถึงเหตุการณ์มากมายที่คนแปลกหน้ามอบน้ำใจให้เขาอย่างไม่หวังสิ่งตอบแทน เช่น ครอบครัวในฟิลิปปินส์ที่เปิดกระป๋องอาหารสุดท้ายให้เขา นักเก็บฟืนในปากีสถานที่แบ่งที่พักเล็ก ๆ ให้เขานอนในคืนหิมะตก หรือครอบครัวในไต้หวันที่ให้เขาอยู่ด้วยสองสัปดาห์เต็ม ความเมตตาเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาเริ่มเชื่อว่า “ปาฏิหาริย์” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราเปิดใจยอมรับความช่วยเหลือ

    เขายังเล่าถึงประสบการณ์ปั่นจักรยานข้ามอเมริกา ที่ทุกครั้งที่ขออนุญาตกางเต็นท์ในสวนหลังบ้านของใครสักคน เขาไม่เคยถูกปฏิเสธเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผู้คนมักเชิญเขาเข้าบ้าน เล่าเรื่องชีวิต แลกเปลี่ยนความฝัน และแบ่งปันอาหารง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ผู้เขียนเชื่อว่าการยอมรับความช่วยเหลือ—การเป็น “kindee” หรือผู้รับความเมตตา—เป็นทักษะที่มนุษย์ยุคใหม่หลงลืมไป ทั้งที่มันคือหัวใจของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์

    ท้ายที่สุด เขาสรุปว่าชีวิตทั้งชีวิตของเราคือ “ของขวัญ” ที่ไม่ได้มาจากความสามารถหรือความคู่ควรของเราเอง แต่เป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกลมหายใจ ความกตัญญูจึงเป็นรูปแบบหนึ่งของศรัทธา—ไม่ใช่ศรัทธาในสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เป็นศรัทธาในความดีที่มนุษย์มีให้กันอย่างไม่สิ้นสุด และจะเกิดขึ้นอีกครั้งเสมอ หากเราเปิดใจรับมัน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผู้เขียนสะท้อนประสบการณ์โบกรถและเดินทางในเอเชีย
    พบความเมตตาจากคนแปลกหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    แนวคิด “How will the miracle happen today?” เกิดจากประสบการณ์จริง
    ปาฏิหาริย์คือความช่วยเหลือที่มาถึงอย่างไม่คาดคิด

    การเป็นผู้รับความเมตตา (kindee) คือทักษะที่ต้องฝึก
    ต้องเปิดใจ ยอมรับความช่วยเหลือด้วยความถ่อมตน

    ชีวิตคือของขวัญที่เราไม่ได้สร้างเอง
    ความกตัญญูคือรูปแบบหนึ่งของศรัทธาในความดีของมนุษย์

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    การพึ่งพาความเมตตาอย่างเดียวอาจไม่เหมาะกับทุกสถานการณ์
    ต้องมีวิจารณญาณและความปลอดภัยเป็นหลัก

    การเปิดใจรับความช่วยเหลืออาจยากสำหรับบางคน
    โดยเฉพาะผู้ที่คุ้นชินกับการพึ่งพาตนเอง

    การตีความ “ปาฏิหาริย์” ต้องไม่ทำให้ละเลยความรับผิดชอบของตนเอง
    ความช่วยเหลือคือของขวัญ ไม่ใช่สิ่งที่ควรคาดหวังเสมอ

    https://kk.org/thetechnium/how-will-the-miracle-happen-today/
    🌟🚶 How Will the Miracle Happen Today? — บทสะท้อนใจเรื่อง “ความเมตตาของคนแปลกหน้า” บทความนี้เป็นงานเขียนเชิงบันทึกความทรงจำที่งดงามและลึกซึ้ง ผู้เขียนเล่าย้อนถึงช่วงวัยหนุ่มที่ต้องอาศัย “ความเมตตาของคนแปลกหน้า” ตั้งแต่การโบกรถไปทำงานทุกวันบนถนน Route 22 จนถึงการเดินทางท่องเอเชียหลายปีเต็ม สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจไม่เคยเปลี่ยน คือความช่วยเหลือที่มาถึง “ตรงเวลาเสมอ” แม้จะไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้หยิบยื่นให้ในแต่ละวัน ความรู้สึกนี้ทำให้เขาตั้งคำถามกับตัวเองทุกเช้า— “วันนี้ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นอย่างไรนะ?” ผู้เขียนเล่าถึงเหตุการณ์มากมายที่คนแปลกหน้ามอบน้ำใจให้เขาอย่างไม่หวังสิ่งตอบแทน เช่น ครอบครัวในฟิลิปปินส์ที่เปิดกระป๋องอาหารสุดท้ายให้เขา นักเก็บฟืนในปากีสถานที่แบ่งที่พักเล็ก ๆ ให้เขานอนในคืนหิมะตก หรือครอบครัวในไต้หวันที่ให้เขาอยู่ด้วยสองสัปดาห์เต็ม ความเมตตาเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาเริ่มเชื่อว่า “ปาฏิหาริย์” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราเปิดใจยอมรับความช่วยเหลือ เขายังเล่าถึงประสบการณ์ปั่นจักรยานข้ามอเมริกา ที่ทุกครั้งที่ขออนุญาตกางเต็นท์ในสวนหลังบ้านของใครสักคน เขาไม่เคยถูกปฏิเสธเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผู้คนมักเชิญเขาเข้าบ้าน เล่าเรื่องชีวิต แลกเปลี่ยนความฝัน และแบ่งปันอาหารง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ผู้เขียนเชื่อว่าการยอมรับความช่วยเหลือ—การเป็น “kindee” หรือผู้รับความเมตตา—เป็นทักษะที่มนุษย์ยุคใหม่หลงลืมไป ทั้งที่มันคือหัวใจของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ท้ายที่สุด เขาสรุปว่าชีวิตทั้งชีวิตของเราคือ “ของขวัญ” ที่ไม่ได้มาจากความสามารถหรือความคู่ควรของเราเอง แต่เป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกลมหายใจ ความกตัญญูจึงเป็นรูปแบบหนึ่งของศรัทธา—ไม่ใช่ศรัทธาในสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เป็นศรัทธาในความดีที่มนุษย์มีให้กันอย่างไม่สิ้นสุด และจะเกิดขึ้นอีกครั้งเสมอ หากเราเปิดใจรับมัน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผู้เขียนสะท้อนประสบการณ์โบกรถและเดินทางในเอเชีย ➡️ พบความเมตตาจากคนแปลกหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ✅ แนวคิด “How will the miracle happen today?” เกิดจากประสบการณ์จริง ➡️ ปาฏิหาริย์คือความช่วยเหลือที่มาถึงอย่างไม่คาดคิด ✅ การเป็นผู้รับความเมตตา (kindee) คือทักษะที่ต้องฝึก ➡️ ต้องเปิดใจ ยอมรับความช่วยเหลือด้วยความถ่อมตน ✅ ชีวิตคือของขวัญที่เราไม่ได้สร้างเอง ➡️ ความกตัญญูคือรูปแบบหนึ่งของศรัทธาในความดีของมนุษย์ คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ การพึ่งพาความเมตตาอย่างเดียวอาจไม่เหมาะกับทุกสถานการณ์ ⛔ ต้องมีวิจารณญาณและความปลอดภัยเป็นหลัก ‼️ การเปิดใจรับความช่วยเหลืออาจยากสำหรับบางคน ⛔ โดยเฉพาะผู้ที่คุ้นชินกับการพึ่งพาตนเอง ‼️ การตีความ “ปาฏิหาริย์” ต้องไม่ทำให้ละเลยความรับผิดชอบของตนเอง ⛔ ความช่วยเหลือคือของขวัญ ไม่ใช่สิ่งที่ควรคาดหวังเสมอ https://kk.org/thetechnium/how-will-the-miracle-happen-today/
    KK.ORG
    How Will the Miracle Happen Today?
    When I was in my twenties I would hitchhike to work every day. I’d walk down three blocks to Route 22 in New Jersey, stick out my thumb and wait for a ride to work. Someone always picked me up. … Continue reading →
    0 Comments 0 Shares 122 Views 0 Reviews
  • ภัยคุกคามไซเบอร์ต่อระบบ AI ที่องค์กรต้องเฝ้าระวังมากที่สุดในปี 2026

    การโจมตีระบบ AI เริ่มขยับจากงานวิจัยสู่เหตุการณ์จริงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรเร่งนำ AI ไปใช้งานโดยยังไม่ได้วางระบบป้องกันอย่างรัดกุม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหลายองค์กร “รู้ว่ามีความเสี่ยง แต่ยังไม่รู้วิธีป้องกันอย่างถูกต้อง” ซึ่งทำให้ระบบ AI กลายเป็นเป้าหมายใหม่ของแฮ็กเกอร์ที่ต้องการเจาะข้อมูลหรือควบคุมโมเดลให้ทำงานผิดพลาด

    ภัยคุกคามที่พบมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การโจมตีข้อมูลฝึก (data poisoning), การฝังคำสั่งอันตรายใน prompt (prompt injection), การขโมยโมเดล (model theft), ไปจนถึงการโจมตีห่วงโซ่อุปทานของ AI (AI supply chain attacks) ซึ่งหลายกรณีถูกพิสูจน์แล้วว่าเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีอีกต่อไป ตัวอย่างเช่นการค้นพบช่องโหว่ MCP ที่ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถ “ยึดการทำงานของ AI agent ได้ทั้งหมด” ผ่าน tool poisoning

    นอกจากนี้ยังมีการโจมตีแบบ adversarial input ที่ใช้ข้อมูลที่ถูกปรับแต่งเพียงเล็กน้อยเพื่อทำให้โมเดลตัดสินใจผิดพลาด รวมถึงการโจมตีแบบ model inversion ที่พยายามย้อนรอยข้อมูลฝึกจากผลลัพธ์ของโมเดล ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลได้โดยที่เจ้าของระบบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

    ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าองค์กรต้องเริ่มวางกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยของ AI อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ป้องกันระบบ IT แบบเดิม แต่ต้องมีการประเมินโมเดลก่อนใช้งาน, เฝ้าระวังพฤติกรรมผิดปกติของ AI, ใช้ adversarial training, และนำกรอบ MITRE ATLAS มาใช้เพื่อทำความเข้าใจเทคนิคการโจมตีที่เกิดขึ้นในโลกจริง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือระดับผู้บริหาร ไม่ใช่หน้าที่ของทีม CISO เพียงลำพัง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ภัยคุกคามต่อระบบ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    หลายองค์กรยังไม่มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอ

    Data poisoning และ model poisoning เป็นภัยหลัก
    ทำให้โมเดลเรียนรู้ข้อมูลผิดและให้ผลลัพธ์ผิดพลาด

    Tool poisoning ใน MCP ถูกพิสูจน์แล้วว่าสามารถยึด AI agent ได้
    แฮ็กเกอร์สามารถขโมยข้อมูลและควบคุมการทำงานของโมเดลได้

    Prompt injection ยังคงเป็นการโจมตีที่พบได้บ่อยที่สุด
    ใช้หลอกให้โมเดลทำสิ่งที่ขัดกับ guardrails

    Model theft และ model inversion ทำให้ข้อมูลฝึกเสี่ยงรั่วไหล
    แฮ็กเกอร์สามารถย้อนรอยข้อมูลหรือคัดลอกโมเดลได้จาก API

    กรอบ MITRE ATLAS ถูกแนะนำให้ใช้เพื่อวิเคราะห์ภัยคุกคาม AI
    ช่วยระบุ tactics และ techniques ของผู้โจมตีได้ดีขึ้น

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    การโจมตีหลายแบบยังตรวจจับได้ยากมาก
    เช่น adversarial input ที่เปลี่ยนข้อมูลเพียงเล็กน้อยแต่ทำให้โมเดลผิดพลาด

    องค์กรจำนวนมากยังขาดความรู้ด้าน AI security
    ทำให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์ล่าช้าหรือผิดพลาดได้

    AI supply chain กลายเป็นจุดอ่อนใหม่
    ช่องโหว่ในโมเดลหรือโค้ดจากบุคคลที่สามอาจถูกใช้โจมตีระบบทั้งหมดได้

    แรงกดดันทางธุรกิจทำให้องค์กรรีบใช้ AI โดยไม่ตรวจสอบความปลอดภัย
    ส่งผลให้ความเสี่ยงสะสมและยากต่อการแก้ไขในอนาคต

    https://www.csoonline.com/article/4110008/top-cyber-threats-to-your-ai-systems-and-infrastructure.html
    🔐🤖 ภัยคุกคามไซเบอร์ต่อระบบ AI ที่องค์กรต้องเฝ้าระวังมากที่สุดในปี 2026 การโจมตีระบบ AI เริ่มขยับจากงานวิจัยสู่เหตุการณ์จริงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรเร่งนำ AI ไปใช้งานโดยยังไม่ได้วางระบบป้องกันอย่างรัดกุม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหลายองค์กร “รู้ว่ามีความเสี่ยง แต่ยังไม่รู้วิธีป้องกันอย่างถูกต้อง” ซึ่งทำให้ระบบ AI กลายเป็นเป้าหมายใหม่ของแฮ็กเกอร์ที่ต้องการเจาะข้อมูลหรือควบคุมโมเดลให้ทำงานผิดพลาด ภัยคุกคามที่พบมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การโจมตีข้อมูลฝึก (data poisoning), การฝังคำสั่งอันตรายใน prompt (prompt injection), การขโมยโมเดล (model theft), ไปจนถึงการโจมตีห่วงโซ่อุปทานของ AI (AI supply chain attacks) ซึ่งหลายกรณีถูกพิสูจน์แล้วว่าเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีอีกต่อไป ตัวอย่างเช่นการค้นพบช่องโหว่ MCP ที่ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถ “ยึดการทำงานของ AI agent ได้ทั้งหมด” ผ่าน tool poisoning นอกจากนี้ยังมีการโจมตีแบบ adversarial input ที่ใช้ข้อมูลที่ถูกปรับแต่งเพียงเล็กน้อยเพื่อทำให้โมเดลตัดสินใจผิดพลาด รวมถึงการโจมตีแบบ model inversion ที่พยายามย้อนรอยข้อมูลฝึกจากผลลัพธ์ของโมเดล ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลได้โดยที่เจ้าของระบบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าองค์กรต้องเริ่มวางกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยของ AI อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ป้องกันระบบ IT แบบเดิม แต่ต้องมีการประเมินโมเดลก่อนใช้งาน, เฝ้าระวังพฤติกรรมผิดปกติของ AI, ใช้ adversarial training, และนำกรอบ MITRE ATLAS มาใช้เพื่อทำความเข้าใจเทคนิคการโจมตีที่เกิดขึ้นในโลกจริง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือระดับผู้บริหาร ไม่ใช่หน้าที่ของทีม CISO เพียงลำพัง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ภัยคุกคามต่อระบบ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ➡️ หลายองค์กรยังไม่มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอ ✅ Data poisoning และ model poisoning เป็นภัยหลัก ➡️ ทำให้โมเดลเรียนรู้ข้อมูลผิดและให้ผลลัพธ์ผิดพลาด ✅ Tool poisoning ใน MCP ถูกพิสูจน์แล้วว่าสามารถยึด AI agent ได้ ➡️ แฮ็กเกอร์สามารถขโมยข้อมูลและควบคุมการทำงานของโมเดลได้ ✅ Prompt injection ยังคงเป็นการโจมตีที่พบได้บ่อยที่สุด ➡️ ใช้หลอกให้โมเดลทำสิ่งที่ขัดกับ guardrails ✅ Model theft และ model inversion ทำให้ข้อมูลฝึกเสี่ยงรั่วไหล ➡️ แฮ็กเกอร์สามารถย้อนรอยข้อมูลหรือคัดลอกโมเดลได้จาก API ✅ กรอบ MITRE ATLAS ถูกแนะนำให้ใช้เพื่อวิเคราะห์ภัยคุกคาม AI ➡️ ช่วยระบุ tactics และ techniques ของผู้โจมตีได้ดีขึ้น คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ การโจมตีหลายแบบยังตรวจจับได้ยากมาก ⛔ เช่น adversarial input ที่เปลี่ยนข้อมูลเพียงเล็กน้อยแต่ทำให้โมเดลผิดพลาด ‼️ องค์กรจำนวนมากยังขาดความรู้ด้าน AI security ⛔ ทำให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์ล่าช้าหรือผิดพลาดได้ ‼️ AI supply chain กลายเป็นจุดอ่อนใหม่ ⛔ ช่องโหว่ในโมเดลหรือโค้ดจากบุคคลที่สามอาจถูกใช้โจมตีระบบทั้งหมดได้ ‼️ แรงกดดันทางธุรกิจทำให้องค์กรรีบใช้ AI โดยไม่ตรวจสอบความปลอดภัย ⛔ ส่งผลให้ความเสี่ยงสะสมและยากต่อการแก้ไขในอนาคต https://www.csoonline.com/article/4110008/top-cyber-threats-to-your-ai-systems-and-infrastructure.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Top cyber threats to your AI systems and infrastructure
    From data poisoning to prompt injection, threats against enterprise AI applications and foundations are beginning to move from theory to reality.
    0 Comments 0 Shares 82 Views 0 Reviews
  • 5 ฟีเจอร์ใหม่สุดมีประโยชน์ที่ Android ได้ฟรีในปี 2025

    ปี 2025 ถือเป็นปีที่ Android ก้าวกระโดดด้านฟีเจอร์เชิงซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับการมาของ Android 16 ที่เน้นความปลอดภัย ความสะดวก และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ฟีเจอร์หลายอย่างเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานได้ฟรี แม้บางฟีเจอร์จะยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ แต่ก็สะท้อนทิศทางใหม่ของ Android ที่มุ่งช่วยผู้ใช้ในสถานการณ์จริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพิ่มลูกเล่นบนหน้าจอ

    หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดคือ Emergency Live Video ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถขอเปิดวิดีโอสดจากกล้องของผู้ใช้เพื่อประเมินสถานการณ์ได้ทันที ฟีเจอร์นี้อาจเปลี่ยนวิธีการช่วยชีวิตในอนาคต เพราะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ เช่น การทำ CPR หรือการประเมินอุบัติเหตุโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้พยายามอธิบายเอง

    นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อย่าง Call Reason, Notification Cooldown, และ Notification Summaries ที่ช่วยจัดการความวุ่นวายของการแจ้งเตือนและการโทรได้ดีขึ้น รวมถึง Live Scam Detection ที่ใช้ AI ตรวจจับรูปแบบการหลอกลวงระหว่างการโทรแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในยุคที่มิจฉาชีพพัฒนาวิธีการหลอกลวงซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ

    สุดท้ายคือ Live Location Sharing ที่ทำให้ Android Find My Device สามารถแชร์ตำแหน่งคนได้แบบเดียวกับ Apple Find My ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตามเพื่อนหรือครอบครัวได้ง่ายขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิม ฟีเจอร์นี้รองรับอุปกรณ์ Android จำนวนมาก ทำให้เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Emergency Live Video ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นสถานการณ์จริง
    ใช้ได้บน Android 8 ขึ้นไป และเริ่มให้บริการในบางประเทศ

    Call Reason ช่วยให้ผู้โทรระบุเหตุผลก่อนโทร
    ช่วยให้สายด่วนหรือสายสำคัญทะลุ Do Not Disturb ได้

    Notification Cooldown ลดความถี่ของการแจ้งเตือนอัตโนมัติ
    เหมาะกับกลุ่มแชตที่แจ้งเตือนรัว ๆ

    Notification Summaries ใช้ AI สรุปแจ้งเตือน
    ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้แอปใดถูกสรุป

    Live Scam Detection ตรวจจับการหลอกลวงระหว่างโทร
    ใช้ได้บน Pixel 6 ขึ้นไปในสหรัฐ

    Live Location Sharing เพิ่มความสามารถให้ Find My Device
    แชร์ตำแหน่งคนแบบเรียลไทม์ได้เหมือน iOS

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    ฟีเจอร์บางอย่างยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ
    ผู้ใช้ Android รุ่นอื่นอาจยังไม่ได้รับอัปเดต

    AI Notification Summaries อาจตีความผิดได้
    มีตัวอย่างจาก iOS ที่สรุปข้อความผิดความหมาย

    Live Scam Detection ไม่สามารถป้องกันได้ 100%
    อาจเกิด false positive หรือพลาดรูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพ

    Emergency Live Video ยังไม่รองรับทั่วโลก
    ต้องรอการขยายบริการจากผู้ให้บริการฉุกเฉินในแต่ละประเทศ

    https://www.slashgear.com/2069935/useful-new-android-phone-features-2025/
    📱✨ 5 ฟีเจอร์ใหม่สุดมีประโยชน์ที่ Android ได้ฟรีในปี 2025 ปี 2025 ถือเป็นปีที่ Android ก้าวกระโดดด้านฟีเจอร์เชิงซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับการมาของ Android 16 ที่เน้นความปลอดภัย ความสะดวก และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ฟีเจอร์หลายอย่างเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานได้ฟรี แม้บางฟีเจอร์จะยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ แต่ก็สะท้อนทิศทางใหม่ของ Android ที่มุ่งช่วยผู้ใช้ในสถานการณ์จริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพิ่มลูกเล่นบนหน้าจอ หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดคือ Emergency Live Video ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถขอเปิดวิดีโอสดจากกล้องของผู้ใช้เพื่อประเมินสถานการณ์ได้ทันที ฟีเจอร์นี้อาจเปลี่ยนวิธีการช่วยชีวิตในอนาคต เพราะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ เช่น การทำ CPR หรือการประเมินอุบัติเหตุโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้พยายามอธิบายเอง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อย่าง Call Reason, Notification Cooldown, และ Notification Summaries ที่ช่วยจัดการความวุ่นวายของการแจ้งเตือนและการโทรได้ดีขึ้น รวมถึง Live Scam Detection ที่ใช้ AI ตรวจจับรูปแบบการหลอกลวงระหว่างการโทรแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในยุคที่มิจฉาชีพพัฒนาวิธีการหลอกลวงซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายคือ Live Location Sharing ที่ทำให้ Android Find My Device สามารถแชร์ตำแหน่งคนได้แบบเดียวกับ Apple Find My ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตามเพื่อนหรือครอบครัวได้ง่ายขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิม ฟีเจอร์นี้รองรับอุปกรณ์ Android จำนวนมาก ทำให้เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Emergency Live Video ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นสถานการณ์จริง ➡️ ใช้ได้บน Android 8 ขึ้นไป และเริ่มให้บริการในบางประเทศ ✅ Call Reason ช่วยให้ผู้โทรระบุเหตุผลก่อนโทร ➡️ ช่วยให้สายด่วนหรือสายสำคัญทะลุ Do Not Disturb ได้ ✅ Notification Cooldown ลดความถี่ของการแจ้งเตือนอัตโนมัติ ➡️ เหมาะกับกลุ่มแชตที่แจ้งเตือนรัว ๆ ✅ Notification Summaries ใช้ AI สรุปแจ้งเตือน ➡️ ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้แอปใดถูกสรุป ✅ Live Scam Detection ตรวจจับการหลอกลวงระหว่างโทร ➡️ ใช้ได้บน Pixel 6 ขึ้นไปในสหรัฐ ✅ Live Location Sharing เพิ่มความสามารถให้ Find My Device ➡️ แชร์ตำแหน่งคนแบบเรียลไทม์ได้เหมือน iOS คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ ฟีเจอร์บางอย่างยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ ⛔ ผู้ใช้ Android รุ่นอื่นอาจยังไม่ได้รับอัปเดต ‼️ AI Notification Summaries อาจตีความผิดได้ ⛔ มีตัวอย่างจาก iOS ที่สรุปข้อความผิดความหมาย ‼️ Live Scam Detection ไม่สามารถป้องกันได้ 100% ⛔ อาจเกิด false positive หรือพลาดรูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพ ‼️ Emergency Live Video ยังไม่รองรับทั่วโลก ⛔ ต้องรอการขยายบริการจากผู้ให้บริการฉุกเฉินในแต่ละประเทศ https://www.slashgear.com/2069935/useful-new-android-phone-features-2025/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Useful New Features Your Android Phone Got For Free In 2025 - SlashGear
    These Android updates are less about flash and more about trust, helping with scams, emergencies, tracking people, and constant notification noise.
    0 Comments 0 Shares 87 Views 0 Reviews
  • Budgie 10.10 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ — รุ่นแรกที่ใช้ Wayland แบบเต็มตัว

    Budgie 10.10 ถือเป็นก้าวสำคัญของโปรเจกต์ Budgie Desktop เพราะนี่คือเวอร์ชันแรกที่เปลี่ยนมาใช้ Wayland แบบ 100% หลังจากเตรียมความพร้อมมาหลายปี การย้ายออกจาก X11 ทำให้ Budgie ได้ประโยชน์ด้านความลื่นไหล ความปลอดภัย และการจัดการกราฟิกที่ทันสมัยขึ้น โดยเฉพาะบนฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับ Wayland เป็นหลัก

    การอัปเดตครั้งนี้ยังมาพร้อมการปรับปรุงหลายส่วน เช่น การจัดการหน้าต่างที่เสถียรขึ้น การแสดงผลที่คมชัดขึ้น และการตอบสนองของ UI ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง Budgie Menu, Raven Sidebar และระบบ Notification ให้ทำงานเข้ากับ Wayland ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงแก้บั๊กจำนวนมากที่เกิดจากการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมเบื้องหลัง

    Budgie 10.10 ยังเน้นการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น การจัดการ multi-monitor ที่แม่นยำขึ้น การรองรับ fractional scaling ที่ดีขึ้น และการลดอาการ screen tearing ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยใน X11 การเปลี่ยนมาใช้ Wayland ทำให้ทีมพัฒนาสามารถพัฒนา Budgie ให้ทันสมัยขึ้นโดยไม่ต้องแบกรับข้อจำกัดเก่า ๆ

    การเปลี่ยนผ่านนี้อาจทำให้ผู้ใช้บางรายที่ยังต้องใช้แอป X11 เฉพาะทางต้องพิจารณาความเข้ากันได้ แต่โดยรวมแล้ว Budgie 10.10 ถือเป็นก้าวกระโดดที่ทำให้ Budgie Desktop กลายเป็นสภาพแวดล้อมเดสก์ท็อปที่ทันสมัยและพร้อมสำหรับอนาคตมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Budgie 10.10 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
    เป็นเวอร์ชันแรกที่ใช้ Wayland แบบเต็มตัว

    ปรับปรุงประสิทธิภาพและความลื่นไหล
    UI ตอบสนองดีขึ้น ลด screen tearing

    อัปเดตส่วนประกอบหลักของเดสก์ท็อป
    Budgie Menu, Raven Sidebar, Notifications

    รองรับ multi-monitor และ fractional scaling ดีขึ้น
    เหมาะกับจอความละเอียดสูง

    แก้บั๊กจำนวนมากจากการย้ายสถาปัตยกรรม
    ทำให้ระบบเสถียรขึ้นบน Wayland

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    แอปบางตัวที่ยังพึ่ง X11 อาจมีปัญหาความเข้ากันได้
    โดยเฉพาะแอปเก่าหรือแอปเฉพาะทาง

    ผู้ใช้ฮาร์ดแวร์บางรุ่นอาจพบปัญหาไดรเวอร์
    GPU รุ่นเก่าบางตัวรองรับ Wayland ได้ไม่สมบูรณ์

    การเปลี่ยนผ่านอาจทำให้ workflow เดิมบางอย่างต้องปรับตัว
    เช่น เครื่องมือจับภาพหน้าจอหรือโปรแกรม remote desktop แบบเก่า

    https://9to5linux.com/budgie-10-10-desktop-environment-released-as-the-first-wayland-only-version
    🐦 Budgie 10.10 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ — รุ่นแรกที่ใช้ Wayland แบบเต็มตัว Budgie 10.10 ถือเป็นก้าวสำคัญของโปรเจกต์ Budgie Desktop เพราะนี่คือเวอร์ชันแรกที่เปลี่ยนมาใช้ Wayland แบบ 100% หลังจากเตรียมความพร้อมมาหลายปี การย้ายออกจาก X11 ทำให้ Budgie ได้ประโยชน์ด้านความลื่นไหล ความปลอดภัย และการจัดการกราฟิกที่ทันสมัยขึ้น โดยเฉพาะบนฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับ Wayland เป็นหลัก การอัปเดตครั้งนี้ยังมาพร้อมการปรับปรุงหลายส่วน เช่น การจัดการหน้าต่างที่เสถียรขึ้น การแสดงผลที่คมชัดขึ้น และการตอบสนองของ UI ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุง Budgie Menu, Raven Sidebar และระบบ Notification ให้ทำงานเข้ากับ Wayland ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงแก้บั๊กจำนวนมากที่เกิดจากการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมเบื้องหลัง Budgie 10.10 ยังเน้นการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น การจัดการ multi-monitor ที่แม่นยำขึ้น การรองรับ fractional scaling ที่ดีขึ้น และการลดอาการ screen tearing ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยใน X11 การเปลี่ยนมาใช้ Wayland ทำให้ทีมพัฒนาสามารถพัฒนา Budgie ให้ทันสมัยขึ้นโดยไม่ต้องแบกรับข้อจำกัดเก่า ๆ การเปลี่ยนผ่านนี้อาจทำให้ผู้ใช้บางรายที่ยังต้องใช้แอป X11 เฉพาะทางต้องพิจารณาความเข้ากันได้ แต่โดยรวมแล้ว Budgie 10.10 ถือเป็นก้าวกระโดดที่ทำให้ Budgie Desktop กลายเป็นสภาพแวดล้อมเดสก์ท็อปที่ทันสมัยและพร้อมสำหรับอนาคตมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Budgie 10.10 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ➡️ เป็นเวอร์ชันแรกที่ใช้ Wayland แบบเต็มตัว ✅ ปรับปรุงประสิทธิภาพและความลื่นไหล ➡️ UI ตอบสนองดีขึ้น ลด screen tearing ✅ อัปเดตส่วนประกอบหลักของเดสก์ท็อป ➡️ Budgie Menu, Raven Sidebar, Notifications ✅ รองรับ multi-monitor และ fractional scaling ดีขึ้น ➡️ เหมาะกับจอความละเอียดสูง ✅ แก้บั๊กจำนวนมากจากการย้ายสถาปัตยกรรม ➡️ ทำให้ระบบเสถียรขึ้นบน Wayland คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ แอปบางตัวที่ยังพึ่ง X11 อาจมีปัญหาความเข้ากันได้ ⛔ โดยเฉพาะแอปเก่าหรือแอปเฉพาะทาง ‼️ ผู้ใช้ฮาร์ดแวร์บางรุ่นอาจพบปัญหาไดรเวอร์ ⛔ GPU รุ่นเก่าบางตัวรองรับ Wayland ได้ไม่สมบูรณ์ ‼️ การเปลี่ยนผ่านอาจทำให้ workflow เดิมบางอย่างต้องปรับตัว ⛔ เช่น เครื่องมือจับภาพหน้าจอหรือโปรแกรม remote desktop แบบเก่า https://9to5linux.com/budgie-10-10-desktop-environment-released-as-the-first-wayland-only-version
    9TO5LINUX.COM
    Budgie 10.10 Desktop Environment Released as the First Wayland-Only Version - 9to5Linux
    Budgie 10.10 desktop environment is now available as the first Wayland-only version and the last release in the Budgie 10 series.
    0 Comments 0 Shares 67 Views 0 Reviews
More Results