• “The Suck Is Why We’re Here”: ทำไมความยากคือหัวใจของงานสร้างสรรค์

    ในบทความนี้ ผู้เขียนเล่าถึงประสบการณ์ที่มีคนสร้างโมเดล AI ที่เลียนแบบสไตล์การเขียนของเขา โดยนำงานเก่ามาฝึกและให้ AI เขียนต่อจากหัวข้อและย่อหน้าเปิดของโพสต์ปี 2025 ผลลัพธ์ที่ได้ “ดูเหมือนใช่ แต่ไม่ใช่” — เหมือนภาพ AI ที่ดูดีในแวบแรก แต่เมื่อมองนานขึ้นจะรู้สึกแปลก ๆ เพราะ AI มักเขียนผิดทิศทาง หรือให้ความมั่นใจในจุดที่มนุษย์จะลังเล และลังเลในจุดที่มนุษย์จะมั่นใจ

    ผู้เขียนจึงบอกกับผู้สร้างโมเดลว่า แม้ AI จะเขียนได้ “เหมือน” เขาแค่ไหน ก็ไม่มีวันแทนที่การเขียนของเขาได้ เพราะเขาไม่ได้เขียนบล็อกทุกวันเพื่อผลิต “ชิ้นงาน” แต่เพื่อฝึกสมอง ฝึกความคิด และรักษาคำมั่นสัญญาต่อผู้อ่าน การเขียนคือการออกกำลังกายทางความคิด ไม่ใช่แค่การสร้างผลลัพธ์ให้เสร็จเร็วที่สุด

    บทความยังอ้างถึง Ezra Klein ที่บอกว่า AI ไม่สามารถทำงานแทน “การคิด” ของมนุษย์ได้ เพราะการอ่าน การค้นคว้า และการเชื่อมโยงข้อมูลคือสิ่งที่ทำให้งานเขียนมีเอกลักษณ์ การให้ AI สรุปหนังสือแทนจึงเป็น “หายนะ” เพราะมันไม่รู้ว่าคุณอยากรู้อะไรจริง ๆ และจะไม่สร้างความเชื่อมโยงที่คุณจะสร้างเองเมื่ออ่านทุกคำด้วยตัวเอง

    สุดท้าย ผู้เขียนสรุปว่า AI จะทำให้โลกของงานเขียนยิ่งโดดเด่นสำหรับคนที่ “ไม่ลัด” เพราะยิ่งมีคนใช้ทางลัดมากเท่าไร คุณภาพเฉลี่ยก็จะลดลง และคนที่ยอมผ่านความยาก ความติดขัด และความอึดอัดของการคิดด้วยตัวเอง จะเป็นคนที่สร้างงานที่มีคุณค่าจริงในระยะยาว — เพราะ “The suck is why we’re here.” ความยากคือสนามฝึกที่แท้จริงของศิลปินและนักสร้างสรรค์ทุกคน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เหตุผลที่ AI ไม่สามารถแทนที่การเขียนของมนุษย์
    AI ขาดความเข้าใจเจตนาและความเชื่อมโยงเชิงลึก
    ผลงาน AI มัก “ดูดีแต่ผิดทิศ” เมื่ออ่านละเอียด
    การคิดคือหัวใจของงานเขียน ไม่ใช่แค่การผลิตข้อความ

    คุณค่าของการเขียนด้วยตัวเอง
    เป็นการฝึกสมองและความคิดอย่างสม่ำเสมอ
    เป็นพิธีกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างวินัยและความชัดเจน
    เป็นคำมั่นสัญญาต่อผู้อ่าน ไม่ใช่แค่การผลิตคอนเทนต์

    ความเสี่ยงของการใช้ AI เป็นทางลัด
    ทำให้ขาดการคิดเชิงลึกและการเชื่อมโยงข้อมูล
    ผลงานอาจกลายเป็น “สะพานความคิดที่เปราะบาง”
    ทำให้คุณภาพงานลดลงแม้ปริมาณจะเพิ่มขึ้น

    ผลกระทบต่อวงการสร้างสรรค์
    คนที่ใช้ทางลัดจะโดดเด่นน้อยลงเรื่อย ๆ
    คนที่ยอมผ่านความยากจะยิ่งโดดเด่นขึ้น
    ความยากกลายเป็นตัวคัดกรองศิลปินและนักคิดตัวจริง

    https://nik.art/the-suck-is-why-were-here/
    💡 “The Suck Is Why We’re Here”: ทำไมความยากคือหัวใจของงานสร้างสรรค์ ในบทความนี้ ผู้เขียนเล่าถึงประสบการณ์ที่มีคนสร้างโมเดล AI ที่เลียนแบบสไตล์การเขียนของเขา โดยนำงานเก่ามาฝึกและให้ AI เขียนต่อจากหัวข้อและย่อหน้าเปิดของโพสต์ปี 2025 ผลลัพธ์ที่ได้ “ดูเหมือนใช่ แต่ไม่ใช่” — เหมือนภาพ AI ที่ดูดีในแวบแรก แต่เมื่อมองนานขึ้นจะรู้สึกแปลก ๆ เพราะ AI มักเขียนผิดทิศทาง หรือให้ความมั่นใจในจุดที่มนุษย์จะลังเล และลังเลในจุดที่มนุษย์จะมั่นใจ ผู้เขียนจึงบอกกับผู้สร้างโมเดลว่า แม้ AI จะเขียนได้ “เหมือน” เขาแค่ไหน ก็ไม่มีวันแทนที่การเขียนของเขาได้ เพราะเขาไม่ได้เขียนบล็อกทุกวันเพื่อผลิต “ชิ้นงาน” แต่เพื่อฝึกสมอง ฝึกความคิด และรักษาคำมั่นสัญญาต่อผู้อ่าน การเขียนคือการออกกำลังกายทางความคิด ไม่ใช่แค่การสร้างผลลัพธ์ให้เสร็จเร็วที่สุด บทความยังอ้างถึง Ezra Klein ที่บอกว่า AI ไม่สามารถทำงานแทน “การคิด” ของมนุษย์ได้ เพราะการอ่าน การค้นคว้า และการเชื่อมโยงข้อมูลคือสิ่งที่ทำให้งานเขียนมีเอกลักษณ์ การให้ AI สรุปหนังสือแทนจึงเป็น “หายนะ” เพราะมันไม่รู้ว่าคุณอยากรู้อะไรจริง ๆ และจะไม่สร้างความเชื่อมโยงที่คุณจะสร้างเองเมื่ออ่านทุกคำด้วยตัวเอง สุดท้าย ผู้เขียนสรุปว่า AI จะทำให้โลกของงานเขียนยิ่งโดดเด่นสำหรับคนที่ “ไม่ลัด” เพราะยิ่งมีคนใช้ทางลัดมากเท่าไร คุณภาพเฉลี่ยก็จะลดลง และคนที่ยอมผ่านความยาก ความติดขัด และความอึดอัดของการคิดด้วยตัวเอง จะเป็นคนที่สร้างงานที่มีคุณค่าจริงในระยะยาว — เพราะ “The suck is why we’re here.” ความยากคือสนามฝึกที่แท้จริงของศิลปินและนักสร้างสรรค์ทุกคน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เหตุผลที่ AI ไม่สามารถแทนที่การเขียนของมนุษย์ ➡️ AI ขาดความเข้าใจเจตนาและความเชื่อมโยงเชิงลึก ➡️ ผลงาน AI มัก “ดูดีแต่ผิดทิศ” เมื่ออ่านละเอียด ➡️ การคิดคือหัวใจของงานเขียน ไม่ใช่แค่การผลิตข้อความ ✅ คุณค่าของการเขียนด้วยตัวเอง ➡️ เป็นการฝึกสมองและความคิดอย่างสม่ำเสมอ ➡️ เป็นพิธีกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างวินัยและความชัดเจน ➡️ เป็นคำมั่นสัญญาต่อผู้อ่าน ไม่ใช่แค่การผลิตคอนเทนต์ ‼️ ความเสี่ยงของการใช้ AI เป็นทางลัด ⛔ ทำให้ขาดการคิดเชิงลึกและการเชื่อมโยงข้อมูล ⛔ ผลงานอาจกลายเป็น “สะพานความคิดที่เปราะบาง” ⛔ ทำให้คุณภาพงานลดลงแม้ปริมาณจะเพิ่มขึ้น ‼️ ผลกระทบต่อวงการสร้างสรรค์ ⛔ คนที่ใช้ทางลัดจะโดดเด่นน้อยลงเรื่อย ๆ ⛔ คนที่ยอมผ่านความยากจะยิ่งโดดเด่นขึ้น ⛔ ความยากกลายเป็นตัวคัดกรองศิลปินและนักคิดตัวจริง https://nik.art/the-suck-is-why-were-here/
    NIK.ART
    The Suck Is Why We're Here | nik.art
    On a catchup call, I told my friend Nick Wignall how someone had trained an AI model to write blog posts in my style. It was a pure research exercise on their part. The idea was to train the tool on my past work, then give it the headlines and opening paragraphs of my 2025 […]
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 55 มุมมอง 0 รีวิว
  • อ่างทองรถทะลัก! ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ
    หนาแน่นเต็มทุกช่อง เคลื่อนตัวช้า–สลับหยุดนิ่ง
    หลังประชาชนแห่เดินทางกลับช่วงหยุดยาวปีใหม่
    .
    เวลา 14.00 น. วันนี้ (4 ม.ค.) สภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย
    ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ผ่านพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่รอยต่อ
    อำเภอไชโย–อำเภอเมืองอ่างทอง ไปจนถึงรอยต่ออำเภอมหาราช
    จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง
    ใช้ความเร็วได้เพียง 30–40 กม./ชม. โดยเฉพาะบริเวณคอสะพาน
    และจุดทางร่วมทางแยก
    .
    สาเหตุจากประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ
    หลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ คาดปริมาณรถจะยัง
    สะสมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นและค่ำคืนนี้
    .
    ด้าน พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ระบุว่า
    ได้สั่งการเข้มกวดขันวินัยจราจรใน 10 ข้อหาหลัก
    โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่
    และขับรถเร็วเกินกำหนด
    .
    การกวดขันเมาแล้วขับช่วงปีใหม่นี้
    ดำเนินการเข้มกว่าสงกรานต์ถึง 2–3 เท่า
    คาดดำเนินคดีราว 150 ราย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
    และเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000771
    .
    #News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #ขากลับปีใหม่ #อ่างทอง #จราจร
    อ่างทองรถทะลัก! ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ หนาแน่นเต็มทุกช่อง เคลื่อนตัวช้า–สลับหยุดนิ่ง หลังประชาชนแห่เดินทางกลับช่วงหยุดยาวปีใหม่ . เวลา 14.00 น. วันนี้ (4 ม.ค.) สภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ผ่านพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่รอยต่อ อำเภอไชโย–อำเภอเมืองอ่างทอง ไปจนถึงรอยต่ออำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง ใช้ความเร็วได้เพียง 30–40 กม./ชม. โดยเฉพาะบริเวณคอสะพาน และจุดทางร่วมทางแยก . สาเหตุจากประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ หลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ คาดปริมาณรถจะยัง สะสมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นและค่ำคืนนี้ . ด้าน พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ระบุว่า ได้สั่งการเข้มกวดขันวินัยจราจรใน 10 ข้อหาหลัก โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ และขับรถเร็วเกินกำหนด . การกวดขันเมาแล้วขับช่วงปีใหม่นี้ ดำเนินการเข้มกว่าสงกรานต์ถึง 2–3 เท่า คาดดำเนินคดีราว 150 ราย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000771 . #News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #ขากลับปีใหม่ #อ่างทอง #จราจร
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 196 มุมมอง 0 รีวิว
  • ถนนเอเชีย–พหลโยธิน แน่นตั้งแต่เช้า
    ประชาชนแห่กลับกรุง วันหยุดสุดท้ายปีใหม่
    .
    บรรยากาศการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครในวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ ยังคงคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยประชาชนจำนวนมากเร่งเดินทางกลับ หลังกลับภูมิลำเนาไปฉลองปีใหม่กับครอบครัว
    .
    สภาพการจราจรถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพฯ จากภาคเหนือ ช่วงสะพานต่างระดับอยุธยา ถึงบางปะอิน พบรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ต่อเนื่อง ด้วยความเร็วเฉลี่ยประมาณ 90–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    .
    เช่นเดียวกับถนนพหลโยธิน ช่วงอำเภอวังน้อย มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มีปริมาณรถมาก แต่ยังไม่ถึงขั้นติดขัด สามารถใช้ความเร็วได้ใกล้เคียงกัน
    .
    ขณะเดียวกัน ถนนสาย 347 มุ่งหน้าปทุมธานี และถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 ช่วงพระนครศรีอยุธยา ปริมาณรถเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ภาพรวมยังเคลื่อนตัวได้ดี
    .
    เจ้าหน้าที่คาดว่า ตลอดทั้งวันจนถึงช่วงค่ำ จะยังมีประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมตัวเริ่มทำงานในวันแรกหลังหยุดยาว
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000650
    .
    #News1 #News1live #จราจร #ถนนเอเชีย #พหลโยธิน #กลับกรุง #ปีใหม่2569
    ถนนเอเชีย–พหลโยธิน แน่นตั้งแต่เช้า ประชาชนแห่กลับกรุง วันหยุดสุดท้ายปีใหม่ . บรรยากาศการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครในวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ ยังคงคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยประชาชนจำนวนมากเร่งเดินทางกลับ หลังกลับภูมิลำเนาไปฉลองปีใหม่กับครอบครัว . สภาพการจราจรถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพฯ จากภาคเหนือ ช่วงสะพานต่างระดับอยุธยา ถึงบางปะอิน พบรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ต่อเนื่อง ด้วยความเร็วเฉลี่ยประมาณ 90–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง . เช่นเดียวกับถนนพหลโยธิน ช่วงอำเภอวังน้อย มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มีปริมาณรถมาก แต่ยังไม่ถึงขั้นติดขัด สามารถใช้ความเร็วได้ใกล้เคียงกัน . ขณะเดียวกัน ถนนสาย 347 มุ่งหน้าปทุมธานี และถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 ช่วงพระนครศรีอยุธยา ปริมาณรถเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ภาพรวมยังเคลื่อนตัวได้ดี . เจ้าหน้าที่คาดว่า ตลอดทั้งวันจนถึงช่วงค่ำ จะยังมีประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมตัวเริ่มทำงานในวันแรกหลังหยุดยาว . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000650 . #News1 #News1live #จราจร #ถนนเอเชีย #พหลโยธิน #กลับกรุง #ปีใหม่2569
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 220 มุมมอง 0 รีวิว
  • รถแน่นเอเชีย!! ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงผ่าน “อ่างทอง” เริ่มอืดจัด รถหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร สลับหยุดนิ่ง หลังประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ คาดปริมาณรถสะสมยาวถึงช่วงกลางคืน
    .
    เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 ม.ค. รายงานสภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ตั้งแต่รอยต่อ อ.ไชโย–อ.เมืองอ่างทอง ต่อเนื่องถึงรอยต่อ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา พบการจราจรหนาแน่น รถใช้ความเร็วได้เพียง 30–40 กม./ชม. และมีการติดสะสมสลับหยุดนิ่งตามคอสะพาน ทางร่วม และทางแยก
    .
    สาเหตุหลักมาจากประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อกลับไปทำงานตามปกติหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ โดยคาดว่าปริมาณรถจะยังสะสมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นและกลางคืน
    .
    ด้านศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดอ่างทอง แนะนำผู้ใช้รถหลีกเลี่ยงถนนสายเอเชีย โดยใช้เส้นทางเลี่ยง เช่น เส้นทางบ้านมหานาม–บ้านรี เลาะคลองชลประทานชัยนาท–อยุธยา และถนนสาย 309 สิงห์บุรี–ไชโย–เมืองอ่างทอง–ป่าโมก มุ่งหน้าออกอยุธยา
    .
    พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนน ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000403
    .
    #News1 #News1live #ถนนสายเอเชีย #รถติด #อ่างทอง #จราจรปีใหม่ #เดินทางกลับกทม
    รถแน่นเอเชีย!! ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงผ่าน “อ่างทอง” เริ่มอืดจัด รถหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร สลับหยุดนิ่ง หลังประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ คาดปริมาณรถสะสมยาวถึงช่วงกลางคืน . เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 ม.ค. รายงานสภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ตั้งแต่รอยต่อ อ.ไชโย–อ.เมืองอ่างทอง ต่อเนื่องถึงรอยต่อ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา พบการจราจรหนาแน่น รถใช้ความเร็วได้เพียง 30–40 กม./ชม. และมีการติดสะสมสลับหยุดนิ่งตามคอสะพาน ทางร่วม และทางแยก . สาเหตุหลักมาจากประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อกลับไปทำงานตามปกติหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ โดยคาดว่าปริมาณรถจะยังสะสมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นและกลางคืน . ด้านศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดอ่างทอง แนะนำผู้ใช้รถหลีกเลี่ยงถนนสายเอเชีย โดยใช้เส้นทางเลี่ยง เช่น เส้นทางบ้านมหานาม–บ้านรี เลาะคลองชลประทานชัยนาท–อยุธยา และถนนสาย 309 สิงห์บุรี–ไชโย–เมืองอ่างทอง–ป่าโมก มุ่งหน้าออกอยุธยา . พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนน ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000403 . #News1 #News1live #ถนนสายเอเชีย #รถติด #อ่างทอง #จราจรปีใหม่ #เดินทางกลับกทม
    Like
    Love
    Yay
    5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 348 มุมมอง 0 รีวิว
  • บรรยากาศการท่องเที่ยวรับปีใหม่ 2569 ที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาร่วมทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล และท่องเที่ยวแหล่งสำคัญของพื้นที่
    .
    ช่วงเช้าวันที่ 1 มกราคม 2569 พระมหาสุชาติ สิริปัญโญ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม นำพระสงฆ์กว่า 30 รูป ออกบิณฑบาตบริเวณสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนร่วมใส่บาตรรับพรปีใหม่ ก่อนเดินทางเที่ยวชมสะพานมอญ และล่องเรือชมวัดจมน้ำ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของสังขละบุรี
    .
    ดร.ณฐิสิณี เต็งเที่ยง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวอำเภอสังขละบุรี เปิดเผยว่า คาดว่าช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ราว 20,000–30,000 คน สร้างเงินหมุนเวียนจากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 150–200 ล้านบาท ส่งผลให้โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร และผู้ประกอบการท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000038
    .
    #News1live #News1 #สังขละบุรี #สะพานมอญ #ท่องเที่ยวปีใหม่ #ปีใหม่2569
    บรรยากาศการท่องเที่ยวรับปีใหม่ 2569 ที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาร่วมทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล และท่องเที่ยวแหล่งสำคัญของพื้นที่ . ช่วงเช้าวันที่ 1 มกราคม 2569 พระมหาสุชาติ สิริปัญโญ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม นำพระสงฆ์กว่า 30 รูป ออกบิณฑบาตบริเวณสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนร่วมใส่บาตรรับพรปีใหม่ ก่อนเดินทางเที่ยวชมสะพานมอญ และล่องเรือชมวัดจมน้ำ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของสังขละบุรี . ดร.ณฐิสิณี เต็งเที่ยง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวอำเภอสังขละบุรี เปิดเผยว่า คาดว่าช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ราว 20,000–30,000 คน สร้างเงินหมุนเวียนจากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 150–200 ล้านบาท ส่งผลให้โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร และผู้ประกอบการท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000038 . #News1live #News1 #สังขละบุรี #สะพานมอญ #ท่องเที่ยวปีใหม่ #ปีใหม่2569
    Like
    4
    1 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 477 มุมมอง 0 รีวิว
  • นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา ออกมาแสดงความยินดีและอ้างผลงานรัฐบาล หลังทหารกัมพูชา 18 นาย ได้รับการปล่อยตัวจากประเทศไทย ภายหลังถูกควบคุมตัวนาน 155 วัน ขณะที่สม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา เรียกร้องให้ไทยชดใช้ความเสียหายจากเหตุความขัดแย้งชายแดน
    .
    ฮุน มาเนต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่ารัฐบาลกัมพูชาให้ความสำคัญกับการนำทหารทั้ง 18 นายกลับประเทศ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลยึดหลักรับประกันชีวิต ความปลอดภัย และเสรีภาพของทหารทุกนาย โดยระบุว่าผลลัพธ์ดังกล่าวเกิดจากความพยายามอย่างไม่ลดละและความรับผิดชอบของรัฐบาล
    .
    ขณะเดียวกัน สม รังสี หัวหน้าฝ่ายค้านกัมพูชา โพสต์เรียกร้องให้ไทยรับผิดชอบความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน วัด ถนน สะพาน และบ้านเรือนของประชาชน พร้อมเสนอให้ยื่นฟ้องไทยต่อศาลระหว่างประเทศ โดยย้ำว่ากัมพูชาไม่ควรยอมรับข้อตกลงใด ๆ ที่มองว่าเป็นการยกดินแดนให้ประเทศไทย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000012
    .
    #News1live #News1 #ไทยกัมพูชา #ฮุนมาเนต #สมรังสี #ความขัดแย้งชายแดน
    นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา ออกมาแสดงความยินดีและอ้างผลงานรัฐบาล หลังทหารกัมพูชา 18 นาย ได้รับการปล่อยตัวจากประเทศไทย ภายหลังถูกควบคุมตัวนาน 155 วัน ขณะที่สม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา เรียกร้องให้ไทยชดใช้ความเสียหายจากเหตุความขัดแย้งชายแดน . ฮุน มาเนต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่ารัฐบาลกัมพูชาให้ความสำคัญกับการนำทหารทั้ง 18 นายกลับประเทศ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลยึดหลักรับประกันชีวิต ความปลอดภัย และเสรีภาพของทหารทุกนาย โดยระบุว่าผลลัพธ์ดังกล่าวเกิดจากความพยายามอย่างไม่ลดละและความรับผิดชอบของรัฐบาล . ขณะเดียวกัน สม รังสี หัวหน้าฝ่ายค้านกัมพูชา โพสต์เรียกร้องให้ไทยรับผิดชอบความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน วัด ถนน สะพาน และบ้านเรือนของประชาชน พร้อมเสนอให้ยื่นฟ้องไทยต่อศาลระหว่างประเทศ โดยย้ำว่ากัมพูชาไม่ควรยอมรับข้อตกลงใด ๆ ที่มองว่าเป็นการยกดินแดนให้ประเทศไทย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000012 . #News1live #News1 #ไทยกัมพูชา #ฮุนมาเนต #สมรังสี #ความขัดแย้งชายแดน
    Haha
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 398 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผู้คนทั่วโลกพร้อมใจกันเฉลิมฉลองส่งท้ายปี 2025 ต้อนรับปีใหม่ 2026 ด้วยการแสดงพลุไฟตระการตา ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็นและบรรยากาศแห่งความหวังต่อสิ่งดี ๆ ที่กำลังจะมาถึง
    .
    ช่วงเวลาเที่ยงคืนเริ่มต้นขึ้นตามลำดับพื้นที่ใกล้เส้นแบ่งเขตวันสากลในมหาสมุทรแปซิฟิก ก่อนขยายไปยังประเทศต่าง ๆ โดยนครซิดนีย์ของออสเตรเลียจัดการแสดงพลุไฟกว่า 40,000 นัด ทอดยาวตลอดแนวอ่าว รวมถึงบริเวณสะพานฮาร์เบอร์และอาคารโอเปรา เฮาส์ ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด
    .
    ขณะที่กรุงโซลของเกาหลีใต้มีการรวมตัวที่หอระฆังโพชินกัค ตีระฆัง 33 ครั้งตามประเพณี ส่วนหลายประเทศในยุโรป อเมริกา และอเมริกาใต้ จัดงานเฉลิมฉลองหลากหลายรูปแบบ ท่ามกลางอุณหภูมิต่ำและความหวังต่อสันติภาพ หลังหลายภูมิภาคเผชิญความขัดแย้งและวิกฤตยาวนาน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000020
    .
    #News1live #News1 #ปีใหม่2026 #ทั่วโลกฉลองปีใหม่ #ส่งท้ายปี2025
    ผู้คนทั่วโลกพร้อมใจกันเฉลิมฉลองส่งท้ายปี 2025 ต้อนรับปีใหม่ 2026 ด้วยการแสดงพลุไฟตระการตา ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็นและบรรยากาศแห่งความหวังต่อสิ่งดี ๆ ที่กำลังจะมาถึง . ช่วงเวลาเที่ยงคืนเริ่มต้นขึ้นตามลำดับพื้นที่ใกล้เส้นแบ่งเขตวันสากลในมหาสมุทรแปซิฟิก ก่อนขยายไปยังประเทศต่าง ๆ โดยนครซิดนีย์ของออสเตรเลียจัดการแสดงพลุไฟกว่า 40,000 นัด ทอดยาวตลอดแนวอ่าว รวมถึงบริเวณสะพานฮาร์เบอร์และอาคารโอเปรา เฮาส์ ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด . ขณะที่กรุงโซลของเกาหลีใต้มีการรวมตัวที่หอระฆังโพชินกัค ตีระฆัง 33 ครั้งตามประเพณี ส่วนหลายประเทศในยุโรป อเมริกา และอเมริกาใต้ จัดงานเฉลิมฉลองหลากหลายรูปแบบ ท่ามกลางอุณหภูมิต่ำและความหวังต่อสันติภาพ หลังหลายภูมิภาคเผชิญความขัดแย้งและวิกฤตยาวนาน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000020 . #News1live #News1 #ปีใหม่2026 #ทั่วโลกฉลองปีใหม่ #ส่งท้ายปี2025
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 350 มุมมอง 0 รีวิว
  • บทความกฎหมาย EP.49

    บรรทัดฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยความตกลงหยุดยิงในฐานะเครื่องมือแห่งสันติภาพและความมั่นคงร่วมกัน

    ความตกลงหยุดยิงมิได้เป็นเพียงการวางอาวุธในเชิงสัญลักษณ์หรือความยินยอมชั่วคราวตามเจตจำนงของคู่ขัดแย้งเท่านั้นแต่ถือเป็นนิติกรรมทางกฎหมายระหว่างประเทศที่มีสถานะเป็นข้อตกลงอย่างเป็นทางการซึ่งมีผลผูกพันในทางกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญภายใต้หลักการกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยความขัดแย้งทางอาวุธโดยสถานะของความตกลงหยุดยิงมักถูกตีความว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีตามกฎบัตรสหประชาชาติซึ่งกำหนดให้รัฐภาคีต้องพยายามหาทางออกผ่านการเจรจาและการประนีประนอมในทางนิติศาสตร์ข้อตกลงหยุดยิงเปรียบเสมือนสัญญาที่สร้างพื้นที่ปลอดการสู้รบและกำหนดพันธกรณีให้ฝ่ายต่างๆต้องยุติการรุกรานทั้งทางบกทางเรือและทางอากาศรวมถึงการกระทำใดๆที่เป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของอีกฝ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือนซึ่งถือเป็นวัตถุประสงค์หลักของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่ต้องการคุ้มครองบุคคลที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรบโดยตรงข้อกำหนดในความตกลงหยุดยิงมักจะประกอบด้วยมาตรการเชิงโครงสร้างที่ชัดเจนเช่นการกำหนดเส้นแบ่งเขตหยุดยิงการจัดตั้งเขตปลอดทหารและการจัดวางกลไกตรวจสอบโดยบุคคลที่สามเพื่อสร้างความไว้วางใจและรับประกันว่าทุกฝ่ายจะปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัดโดยไม่แสวงหาความได้เปรียบทางยุทธวิธีในระหว่างที่การยิงสงบลง

    ในมิติด้านกฎหมายมหาชนความตกลงหยุดยิงมีลักษณะที่ซับซ้อนเนื่องจากต้องอาศัยการตีความพฤติการณ์และข้อเท็จจริงในพื้นที่เพื่อประเมินความรับผิดชอบในกรณีที่มีการละเมิดสัญญาการหยุดยิงมักมีรายละเอียดที่ครอบคลุมไปถึงการจำกัดความเคลื่อนไหวของกองกำลังการส่งตัวเชลยศึกกลับประเทศและการอนุญาตให้หน่วยงานบรรเทาทุกข์เข้าถึงพื้นที่เพื่อมนุษยธรรมซึ่งพันธกรณีเหล่านี้หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดฝ่าฝืนย่อมถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่อาจนำไปสู่การพิจารณาในเวทีสากลหรือศาลระหว่างประเทศได้การทำข้อตกลงหยุดยิงจึงเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบทางกฎหมายในการร่างข้อความที่รัดกุมเพื่อหลีกเลี่ยงการตีความที่คลาดเคลื่อนอันจะนำไปสู่การปะทุของความรุนแรงรอบใหม่โดยหัวใจสำคัญคือการยอมรับในหลักความเสมอภาคและการเคารพกฎกติกาที่ร่วมกันสร้างขึ้นซึ่งมิใช่เพียงเพื่อยุติเสียงปืนในวันนี้แต่เป็นการวางรากฐานทางกฎหมายและระเบียบวินัยทหารเพื่อนำไปสู่การเจรจาสันติภาพอย่างยั่งยืนในอนาคตอันใกล้การที่คู่ขัดแย้งตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการหยุดยิงจึงเป็นการยืนยันถึงความเคารพต่อกฎเกณฑ์ของสังคมโลกและการให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนเหนือผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้นที่อาจแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างประเมินค่ามิได้

    สรุปได้ว่าความตกลงหยุดยิงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาวะสงครามกับสภาวะสันติภาพที่มั่นคงโดยมีกฎหมายเป็นรากฐานค้ำจุนความศักดิ์สิทธิ์ของข้อตกลงนั้นการหยุดยิงจึงไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่คือชัยชนะของเหตุผลและกระบวนการยุติธรรมที่มุ่งเน้นความปลอดภัยของมวลมนุษยชาติเหนือสิ่งอื่นใดความตกลงหยุดยิงในบริบทของพรมแดนไทยและกัมพูชาหรือพื้นที่ขัดแย้งใดๆในเอเชียล้วนเป็นประจักษ์พยานถึงความพยายามในการใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์และสร้างบรรยากาศแห่งการอยู่ร่วมกันโดยสันติซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานอันสูงสุดที่รัฐอธิปไตยพึงยึดถือปฏิบัติเพื่อจรรโลงไว้ซึ่งสันติภาพโลกตามหลักสากลสืบไป
    บทความกฎหมาย EP.49 บรรทัดฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยความตกลงหยุดยิงในฐานะเครื่องมือแห่งสันติภาพและความมั่นคงร่วมกัน ความตกลงหยุดยิงมิได้เป็นเพียงการวางอาวุธในเชิงสัญลักษณ์หรือความยินยอมชั่วคราวตามเจตจำนงของคู่ขัดแย้งเท่านั้นแต่ถือเป็นนิติกรรมทางกฎหมายระหว่างประเทศที่มีสถานะเป็นข้อตกลงอย่างเป็นทางการซึ่งมีผลผูกพันในทางกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญภายใต้หลักการกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยความขัดแย้งทางอาวุธโดยสถานะของความตกลงหยุดยิงมักถูกตีความว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีตามกฎบัตรสหประชาชาติซึ่งกำหนดให้รัฐภาคีต้องพยายามหาทางออกผ่านการเจรจาและการประนีประนอมในทางนิติศาสตร์ข้อตกลงหยุดยิงเปรียบเสมือนสัญญาที่สร้างพื้นที่ปลอดการสู้รบและกำหนดพันธกรณีให้ฝ่ายต่างๆต้องยุติการรุกรานทั้งทางบกทางเรือและทางอากาศรวมถึงการกระทำใดๆที่เป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตยของอีกฝ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือนซึ่งถือเป็นวัตถุประสงค์หลักของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่ต้องการคุ้มครองบุคคลที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรบโดยตรงข้อกำหนดในความตกลงหยุดยิงมักจะประกอบด้วยมาตรการเชิงโครงสร้างที่ชัดเจนเช่นการกำหนดเส้นแบ่งเขตหยุดยิงการจัดตั้งเขตปลอดทหารและการจัดวางกลไกตรวจสอบโดยบุคคลที่สามเพื่อสร้างความไว้วางใจและรับประกันว่าทุกฝ่ายจะปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัดโดยไม่แสวงหาความได้เปรียบทางยุทธวิธีในระหว่างที่การยิงสงบลง ในมิติด้านกฎหมายมหาชนความตกลงหยุดยิงมีลักษณะที่ซับซ้อนเนื่องจากต้องอาศัยการตีความพฤติการณ์และข้อเท็จจริงในพื้นที่เพื่อประเมินความรับผิดชอบในกรณีที่มีการละเมิดสัญญาการหยุดยิงมักมีรายละเอียดที่ครอบคลุมไปถึงการจำกัดความเคลื่อนไหวของกองกำลังการส่งตัวเชลยศึกกลับประเทศและการอนุญาตให้หน่วยงานบรรเทาทุกข์เข้าถึงพื้นที่เพื่อมนุษยธรรมซึ่งพันธกรณีเหล่านี้หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดฝ่าฝืนย่อมถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่อาจนำไปสู่การพิจารณาในเวทีสากลหรือศาลระหว่างประเทศได้การทำข้อตกลงหยุดยิงจึงเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบทางกฎหมายในการร่างข้อความที่รัดกุมเพื่อหลีกเลี่ยงการตีความที่คลาดเคลื่อนอันจะนำไปสู่การปะทุของความรุนแรงรอบใหม่โดยหัวใจสำคัญคือการยอมรับในหลักความเสมอภาคและการเคารพกฎกติกาที่ร่วมกันสร้างขึ้นซึ่งมิใช่เพียงเพื่อยุติเสียงปืนในวันนี้แต่เป็นการวางรากฐานทางกฎหมายและระเบียบวินัยทหารเพื่อนำไปสู่การเจรจาสันติภาพอย่างยั่งยืนในอนาคตอันใกล้การที่คู่ขัดแย้งตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการหยุดยิงจึงเป็นการยืนยันถึงความเคารพต่อกฎเกณฑ์ของสังคมโลกและการให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนเหนือผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้นที่อาจแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างประเมินค่ามิได้ สรุปได้ว่าความตกลงหยุดยิงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาวะสงครามกับสภาวะสันติภาพที่มั่นคงโดยมีกฎหมายเป็นรากฐานค้ำจุนความศักดิ์สิทธิ์ของข้อตกลงนั้นการหยุดยิงจึงไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่คือชัยชนะของเหตุผลและกระบวนการยุติธรรมที่มุ่งเน้นความปลอดภัยของมวลมนุษยชาติเหนือสิ่งอื่นใดความตกลงหยุดยิงในบริบทของพรมแดนไทยและกัมพูชาหรือพื้นที่ขัดแย้งใดๆในเอเชียล้วนเป็นประจักษ์พยานถึงความพยายามในการใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์และสร้างบรรยากาศแห่งการอยู่ร่วมกันโดยสันติซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานอันสูงสุดที่รัฐอธิปไตยพึงยึดถือปฏิบัติเพื่อจรรโลงไว้ซึ่งสันติภาพโลกตามหลักสากลสืบไป
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 418 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทัวร์เวียดนาม ดานัง เว้ ฮอยอัน พักบานาฮิลล์
    เดือน เม.ย. 69 19,899

    🗓 จำนวนวัน 4 วัน 3 คืน
    ✈ FD-แอร์เอเชีย
    พักโรงแรม

    บานาฮิลล์
    สะพานมือยักษ์
    นั่งเรือกระด้ง
    เมืองโบราณฮอยอัน
    เมืองโบราณฮอยอัน
    นั่งรถซิโคล่
    วัดหลินอึ๋ง
    Son Tra Marina

    รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี ">https://eTravelWay.com
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8

    LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f
    Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663
    Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626
    Tiktok : https://78s.me/903597
    : 021166395

    #ทัวร์เวียดนาม #vietnam #ทัวร์บานาฮิลล์ #banahills #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้
    #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1
    #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    ทัวร์เวียดนาม ดานัง เว้ ฮอยอัน พักบานาฮิลล์ 🎉 🗓️ เดือน เม.ย. 69 😍 19,899 🔥🔥 🗓 จำนวนวัน 4 วัน 3 คืน ✈ FD-แอร์เอเชีย 🏨 พักโรงแรม ⭐⭐⭐⭐ 📍 บานาฮิลล์ 📍 สะพานมือยักษ์ 📍 นั่งเรือกระด้ง 📍 เมืองโบราณฮอยอัน 📍 เมืองโบราณฮอยอัน 📍 นั่งรถซิโคล่ 📍 วัดหลินอึ๋ง 📍 Son Tra Marina รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี https://eTravelWay.com🔥 ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8 LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663 Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626 Tiktok : https://78s.me/903597 ☎️: 021166395 #ทัวร์เวียดนาม #vietnam #ทัวร์บานาฮิลล์ #banahills #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้ #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 477 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • ฝ่ายกัมพูชายอมรื้อถอนเขื่อนดักตะกอนบริเวณชายแดนทะเล หลังฝ่ายไทยส่งสัญญาณกดดันขั้นเด็ดขาด หากไม่ดำเนินการจะตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงบริเวณสะพานเกาะกง ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ
    .
    กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เปิดเผยว่า หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ได้เข้าควบคุมพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ฝั่งจังหวัดจันทบุรีและตราดได้โดยสมบูรณ์ พร้อมเร่งเสริมฐานที่มั่นรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคง
    .
    เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากการตรวจพบว่าฝ่ายกัมพูชาได้ก่อสร้างเขื่อนดักตะกอนยื่นลงทะเล บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 73 บ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ส่งผลให้ทิศทางกระแสน้ำเปลี่ยนและเกิดการกัดเซาะพื้นที่ฝั่งไทย
    .
    ฝ่ายไทยได้เปิดการเจรจากับฝ่ายทหารกัมพูชา พร้อมแจ้งเงื่อนไขชัดเจนให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวทันที โดยล่าสุดมีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาเริ่มดำเนินการรื้อถอนตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา
    .
    ทั้งนี้ ฝ่ายไทยจะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จนกว่าการรื้อถอนเขื่อนดักตะกอนความยาวประมาณ 300 เมตรจะแล้วเสร็จครบถ้วน และสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122822
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ตราด #ความมั่นคง #นาวิกโยธิน
    ฝ่ายกัมพูชายอมรื้อถอนเขื่อนดักตะกอนบริเวณชายแดนทะเล หลังฝ่ายไทยส่งสัญญาณกดดันขั้นเด็ดขาด หากไม่ดำเนินการจะตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงบริเวณสะพานเกาะกง ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ . กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เปิดเผยว่า หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ได้เข้าควบคุมพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ฝั่งจังหวัดจันทบุรีและตราดได้โดยสมบูรณ์ พร้อมเร่งเสริมฐานที่มั่นรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคง . เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากการตรวจพบว่าฝ่ายกัมพูชาได้ก่อสร้างเขื่อนดักตะกอนยื่นลงทะเล บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 73 บ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ส่งผลให้ทิศทางกระแสน้ำเปลี่ยนและเกิดการกัดเซาะพื้นที่ฝั่งไทย . ฝ่ายไทยได้เปิดการเจรจากับฝ่ายทหารกัมพูชา พร้อมแจ้งเงื่อนไขชัดเจนให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวทันที โดยล่าสุดมีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาเริ่มดำเนินการรื้อถอนตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา . ทั้งนี้ ฝ่ายไทยจะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จนกว่าการรื้อถอนเขื่อนดักตะกอนความยาวประมาณ 300 เมตรจะแล้วเสร็จครบถ้วน และสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122822 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ตราด #ความมั่นคง #นาวิกโยธิน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 470 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพไทยส่งสัญญาณไปยังชนชั้นนำของกัมพูชา ยืนยันจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่อง และจะไม่ยุติการโจมตีจนกว่าฝ่ายกัมพูชาจะยอมรับเงื่อนไขทั้ง 3 ประการที่รัฐบาลไทยเสนอ เพื่อเปิดทางสู่การหยุดยิงและการเจรจาสันติภาพ
    .
    พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ แถลงที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ระบุว่า การปฏิบัติการทางทหารของไทยตั้งแต่เริ่มต้น มุ่งเป้าเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น โดยกรณีที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นการโจมตีพื้นที่พลเรือนหรือสถานศึกษา เป็นข้อมูลบิดเบือนที่ไม่เป็นความจริง
    .
    โฆษกกองทัพอากาศยืนยันว่า เป้าหมายบางแห่ง เช่น กาสิโนร้าง ถูกใช้เป็นศูนย์บัญชาการทางทหารของฝ่ายกัมพูชา จึงจำเป็นต้องเข้าทำลายซ้ำ ขณะเดียวกันยังได้โจมตีสะพานโอจิก จังหวัดอุดรมีชัย ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ไปยังพื้นที่ปราสาทตาควายและเนิน 350 เพื่อริดรอนขีดความสามารถทางทหารของฝ่ายตรงข้าม
    .
    การโจมตีดังกล่าวใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูง มุ่งตัดเส้นทางสำหรับยานพาหนะทางทหาร โดยยังคงเปิดให้ประชาชนสามารถเดินเท้าหรือใช้รถจักรยานยนต์ข้ามได้ และหากตรวจพบว่ากัมพูชายังพยายามใช้เส้นทางดังกล่าวในการส่งกำลังบำรุง กองทัพไทยจะดำเนินการโจมตีซ้ำทันที
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122728
    .
    #News1live #News1 #กองทัพไทย #สถานการณ์ชายแดน #เนิน350 #ปราสาทตาควาย #ความมั่นคง
    กองทัพไทยส่งสัญญาณไปยังชนชั้นนำของกัมพูชา ยืนยันจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่อง และจะไม่ยุติการโจมตีจนกว่าฝ่ายกัมพูชาจะยอมรับเงื่อนไขทั้ง 3 ประการที่รัฐบาลไทยเสนอ เพื่อเปิดทางสู่การหยุดยิงและการเจรจาสันติภาพ . พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ แถลงที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ระบุว่า การปฏิบัติการทางทหารของไทยตั้งแต่เริ่มต้น มุ่งเป้าเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น โดยกรณีที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นการโจมตีพื้นที่พลเรือนหรือสถานศึกษา เป็นข้อมูลบิดเบือนที่ไม่เป็นความจริง . โฆษกกองทัพอากาศยืนยันว่า เป้าหมายบางแห่ง เช่น กาสิโนร้าง ถูกใช้เป็นศูนย์บัญชาการทางทหารของฝ่ายกัมพูชา จึงจำเป็นต้องเข้าทำลายซ้ำ ขณะเดียวกันยังได้โจมตีสะพานโอจิก จังหวัดอุดรมีชัย ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงกำลังพลและยุทโธปกรณ์ไปยังพื้นที่ปราสาทตาควายและเนิน 350 เพื่อริดรอนขีดความสามารถทางทหารของฝ่ายตรงข้าม . การโจมตีดังกล่าวใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูง มุ่งตัดเส้นทางสำหรับยานพาหนะทางทหาร โดยยังคงเปิดให้ประชาชนสามารถเดินเท้าหรือใช้รถจักรยานยนต์ข้ามได้ และหากตรวจพบว่ากัมพูชายังพยายามใช้เส้นทางดังกล่าวในการส่งกำลังบำรุง กองทัพไทยจะดำเนินการโจมตีซ้ำทันที . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122728 . #News1live #News1 #กองทัพไทย #สถานการณ์ชายแดน #เนิน350 #ปราสาทตาควาย #ความมั่นคง
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 596 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพอากาศไทยเปิดเผยการปฏิบัติการใช้เครื่องบิน F-16 โจมตี “สะพานโอร์จิก” ในจังหวัดอุดรมีชัยของกัมพูชา ด้วยอาวุธชั้นสูง เข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ เพื่อ ตัดเส้นทางการส่งกำลังพลและอาวุธ ไปยังพื้นที่เนิน 350 และปราสาทตาควาย
    .
    พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ ระบุว่า การโจมตีมุ่งเฉพาะโครงสร้างสะพานสำหรับยานพาหนะ เพื่อขัดขวางการลำเลียงกำลังบำรุงทางทหาร โดยยังเหลือโครงสร้างให้ประชาชนใช้เดินเท้าหรือรถจักรยานยนต์ได้ เพื่อลดผลกระทบต่อพลเรือน
    .
    โฆษกกองทัพอากาศย้ำว่า หากฝ่ายกัมพูชายังใช้เส้นทางดังกล่าวในการส่งกำลังไปแนวหน้า กองทัพอากาศพร้อมปฏิบัติการซ้ำ และจะดำเนินการทางทหารอย่างต่อเนื่อง จนกว่ากัมพูชาจะยอมรับเงื่อนไขทั้ง 3 ประการของรัฐบาลไทย เพื่อนำไปสู่การหยุดยิงและการเจรจาเพื่อสันติภาพ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122681
    .
    #News1live #News1 #กองทัพอากาศ #สะพานโอร์จิก #เนิน350 #ปราสาทตาควาย #สถานการณ์ชายแดน
    กองทัพอากาศไทยเปิดเผยการปฏิบัติการใช้เครื่องบิน F-16 โจมตี “สะพานโอร์จิก” ในจังหวัดอุดรมีชัยของกัมพูชา ด้วยอาวุธชั้นสูง เข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ เพื่อ ตัดเส้นทางการส่งกำลังพลและอาวุธ ไปยังพื้นที่เนิน 350 และปราสาทตาควาย . พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ ระบุว่า การโจมตีมุ่งเฉพาะโครงสร้างสะพานสำหรับยานพาหนะ เพื่อขัดขวางการลำเลียงกำลังบำรุงทางทหาร โดยยังเหลือโครงสร้างให้ประชาชนใช้เดินเท้าหรือรถจักรยานยนต์ได้ เพื่อลดผลกระทบต่อพลเรือน . โฆษกกองทัพอากาศย้ำว่า หากฝ่ายกัมพูชายังใช้เส้นทางดังกล่าวในการส่งกำลังไปแนวหน้า กองทัพอากาศพร้อมปฏิบัติการซ้ำ และจะดำเนินการทางทหารอย่างต่อเนื่อง จนกว่ากัมพูชาจะยอมรับเงื่อนไขทั้ง 3 ประการของรัฐบาลไทย เพื่อนำไปสู่การหยุดยิงและการเจรจาเพื่อสันติภาพ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122681 . #News1live #News1 #กองทัพอากาศ #สะพานโอร์จิก #เนิน350 #ปราสาทตาควาย #สถานการณ์ชายแดน
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 518 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผู้ว่าฯ มุกดาหาร นำคณะลงพื้นที่ตรวจเข้มการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ด่านศุลกากรสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 หลังมีมาตรการตัดการส่งน้ำมันไปยังกัมพูชา
    .
    ย้ำกำชับทุกหน่วยงานเพิ่มการตรวจสอบเชิงลึก ป้องกันลักลอบขนส่งน้ำมันอ้อมผ่าน สปป.ลาว ไปยังชายแดนลาว–กัมพูชา
    .
    ด่านศุลกากรระบุ ปริมาณการส่งออกน้ำมันผ่านด่านมุกดาหารเพิ่มขึ้นจากการย้ายเส้นทาง แต่ภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ และเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย
    .
    ผู้ว่าฯ ยืนยันเดินหน้าตรวจเข้มต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122307
    .
    #News1live #News1 #มุกดาหาร #ด่านชายแดน #ความมั่นคง
    ผู้ว่าฯ มุกดาหาร นำคณะลงพื้นที่ตรวจเข้มการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ด่านศุลกากรสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 หลังมีมาตรการตัดการส่งน้ำมันไปยังกัมพูชา . ย้ำกำชับทุกหน่วยงานเพิ่มการตรวจสอบเชิงลึก ป้องกันลักลอบขนส่งน้ำมันอ้อมผ่าน สปป.ลาว ไปยังชายแดนลาว–กัมพูชา . ด่านศุลกากรระบุ ปริมาณการส่งออกน้ำมันผ่านด่านมุกดาหารเพิ่มขึ้นจากการย้ายเส้นทาง แต่ภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ และเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย . ผู้ว่าฯ ยืนยันเดินหน้าตรวจเข้มต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122307 . #News1live #News1 #มุกดาหาร #ด่านชายแดน #ความมั่นคง
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 386 มุมมอง 0 รีวิว
  • ปีใหม่ 69 เปิดมอเตอร์เวย์ M6 วิ่งฉิวบางปะอินถึงนครราชสีมา

    ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 บางปะอิน-นครราชสีมา จะเปิดให้ประชาชนสัญจรเป็นการชั่วคราว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ช่วงบางปะอิน-ปากช่อง-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2568 ถึง 5 ม.ค. 2569 โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ลดความแออัดของเส้นทางหลักอย่างถนนพหลโยธิน และถนนมิตรภาพ รวมทั้งแบ่งเบาภาระการจราจรสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    โดยทิศทางขาออกกรุงเทพฯ จากด่านบางปะอิน-ปากช่อง เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 00.01 น. ถึง 1 ม.ค. 2569 เวลา 24.00 น. เท่านั้น เนื่องจากการก่อสร้างตอน 4 (สะพานข้ามหนองน้ำ) ยังไม่แล้วเสร็จ จึงต้องเบี่ยงการจราจรตั้งแต่กิโลเมตรที่ 10+150 ถึง 30+800 หลังจากนั้นทิศทางขาเข้ากรุงเทพฯ จากปากช่อง-บางปะอิน เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 2 ม.ค. 2569 เวลา 06.00 น. ถึง 5 ม.ค. 2569 เวลา 24.00 น. ส่วนช่วงปากช่อง-นครราชสีมา เปิดให้สัญจรสองทิศทางตลอด 24 ชั่วโมง

    สำหรับทางเข้า-ออกด่านบางปะอินจะมี 3 ทิศทาง ได้แก่ 1. ด้านถนนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงหมายเลข 9) เลยทางแยกต่างระดับเชียงราก (ทางหลวงหมายเลข 347) มุ่งหน้าบางปะอินเล็กน้อย 2. ด้านถนนพหลโยธิน เลยปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านใหญ่วังน้อย ขาขึ้น กม.54 3. ด้านทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 9 ก่อนถึงทางออกบางปะอิน โปรดสังเกตป้ายบอกทางสีน้ำเงิน ระบุว่า "มอเตอร์เวย์ M6 ปากช่อง นครราชสีมา" เนื่องจากแอปพลิเคชันบอกทางอาจยังไม่อัปเดตเส้นทาง

    เนื่องจากการเปิดใช้มอเตอร์เวย์ครั้งนี้ยังไม่เต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นใช้ได้เฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ อีกทั้งไม่มีปั๊มน้ำมันหรือ EV Charger กลางทาง จึงควรเติมน้ำมันหรือชาร์จไฟให้เพียงพอต่อการเดินทางระยะยาว ถ้ามาจากถนนพหลโยธิน เมื่อเลยทางแยกต่างระดับบางปะอิน กม.53-54 จะมีปั๊มน้ำมันเชลล์, บางจาก และ PTT Station แต่ถ้ามาจากมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 เลยทางแยกต่างระดับธัญบุรีไปแล้ว ใช้ทางออก 2 (คลองหลวง-หนองเสือ) จะมีปั๊มน้ำมัน PTT Station, บางจาก และคาลเท็กซ์ ที่เข้า-ออกทางหลักได้

    สำหรับผู้ที่มาจากภาคใต้ ผ่านถนนพระรามที่ 2 และจังหวัดสมุทรสาคร สามารถใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 ที่ด่านมหาชัย 1 ต่อเนื่องทางพิเศษกาญจนาภิเษกที่ด่านบางขุนเทียน ต่อเนื่องมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 ที่ด่านบางแก้ว เสียค่าผ่านทางที่ด่านทับช้าง และด่านธัญบุรี เพื่อเข้ามอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ได้ ซึ่งจากด่านมหาชัย 1 ถึงจังหวัดนครราชสีมา คิดเป็นระยะทางประมาณ 320 กิโลเมตร

    #Newskit
    ปีใหม่ 69 เปิดมอเตอร์เวย์ M6 วิ่งฉิวบางปะอินถึงนครราชสีมา ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 บางปะอิน-นครราชสีมา จะเปิดให้ประชาชนสัญจรเป็นการชั่วคราว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ช่วงบางปะอิน-ปากช่อง-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2568 ถึง 5 ม.ค. 2569 โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ลดความแออัดของเส้นทางหลักอย่างถนนพหลโยธิน และถนนมิตรภาพ รวมทั้งแบ่งเบาภาระการจราจรสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยทิศทางขาออกกรุงเทพฯ จากด่านบางปะอิน-ปากช่อง เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 00.01 น. ถึง 1 ม.ค. 2569 เวลา 24.00 น. เท่านั้น เนื่องจากการก่อสร้างตอน 4 (สะพานข้ามหนองน้ำ) ยังไม่แล้วเสร็จ จึงต้องเบี่ยงการจราจรตั้งแต่กิโลเมตรที่ 10+150 ถึง 30+800 หลังจากนั้นทิศทางขาเข้ากรุงเทพฯ จากปากช่อง-บางปะอิน เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 2 ม.ค. 2569 เวลา 06.00 น. ถึง 5 ม.ค. 2569 เวลา 24.00 น. ส่วนช่วงปากช่อง-นครราชสีมา เปิดให้สัญจรสองทิศทางตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับทางเข้า-ออกด่านบางปะอินจะมี 3 ทิศทาง ได้แก่ 1. ด้านถนนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงหมายเลข 9) เลยทางแยกต่างระดับเชียงราก (ทางหลวงหมายเลข 347) มุ่งหน้าบางปะอินเล็กน้อย 2. ด้านถนนพหลโยธิน เลยปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านใหญ่วังน้อย ขาขึ้น กม.54 3. ด้านทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 9 ก่อนถึงทางออกบางปะอิน โปรดสังเกตป้ายบอกทางสีน้ำเงิน ระบุว่า "มอเตอร์เวย์ M6 ปากช่อง นครราชสีมา" เนื่องจากแอปพลิเคชันบอกทางอาจยังไม่อัปเดตเส้นทาง เนื่องจากการเปิดใช้มอเตอร์เวย์ครั้งนี้ยังไม่เต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นใช้ได้เฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ อีกทั้งไม่มีปั๊มน้ำมันหรือ EV Charger กลางทาง จึงควรเติมน้ำมันหรือชาร์จไฟให้เพียงพอต่อการเดินทางระยะยาว ถ้ามาจากถนนพหลโยธิน เมื่อเลยทางแยกต่างระดับบางปะอิน กม.53-54 จะมีปั๊มน้ำมันเชลล์, บางจาก และ PTT Station แต่ถ้ามาจากมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 เลยทางแยกต่างระดับธัญบุรีไปแล้ว ใช้ทางออก 2 (คลองหลวง-หนองเสือ) จะมีปั๊มน้ำมัน PTT Station, บางจาก และคาลเท็กซ์ ที่เข้า-ออกทางหลักได้ สำหรับผู้ที่มาจากภาคใต้ ผ่านถนนพระรามที่ 2 และจังหวัดสมุทรสาคร สามารถใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 ที่ด่านมหาชัย 1 ต่อเนื่องทางพิเศษกาญจนาภิเษกที่ด่านบางขุนเทียน ต่อเนื่องมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 ที่ด่านบางแก้ว เสียค่าผ่านทางที่ด่านทับช้าง และด่านธัญบุรี เพื่อเข้ามอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ได้ ซึ่งจากด่านมหาชัย 1 ถึงจังหวัดนครราชสีมา คิดเป็นระยะทางประมาณ 320 กิโลเมตร #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 426 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตำรวจ สภ.บางพลีน้อย อายัดตัวคนขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ สอบปากคำ หลังเกิดอุบัติเหตุดัมพ์กระบะท้ายยกขึ้นชนสะพานลอย บนถนนบางนา-ตราด กม.34 ส่งผลให้คานสะพานขาดหล่นทับรถยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
    .
    เหตุเกิดช่วงกลางวันของวันที่ 18 ธ.ค. โดยคานสะพานลอยถล่มลงมาทับรถบรรทุกพ่วงขนดิน และรถกระบะบรรทุกไข่ ทำให้นายสังเวียน อายุ 59 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะบรรทุกไข่ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนคนขับรถบรรทุกพ่วงได้รับบาดเจ็บและถูกนำส่งโรงพยาบาล
    .
    จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบว่ารถบรรทุกพ่วงมีการยกดัมพ์กระบะขึ้นระหว่างขับขี่ ก่อนจะชนโครงสร้างสะพานลอยจนพังถล่ม ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการและกรมทางหลวงอยู่ระหว่างเร่งเคลื่อนย้ายซากสะพาน พร้อมแนะนำประชาชนเลี่ยงเส้นทาง และเตรียมซ่อมแซมความเสียหายโดยเร็ว
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000121889
    .
    #News1live #News1 #อุบัติเหตุ #สะพานลอยถล่ม #บางนาตราด #สมุทรปราการ #ตำรวจสอบสวน
    ตำรวจ สภ.บางพลีน้อย อายัดตัวคนขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ สอบปากคำ หลังเกิดอุบัติเหตุดัมพ์กระบะท้ายยกขึ้นชนสะพานลอย บนถนนบางนา-ตราด กม.34 ส่งผลให้คานสะพานขาดหล่นทับรถยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย . เหตุเกิดช่วงกลางวันของวันที่ 18 ธ.ค. โดยคานสะพานลอยถล่มลงมาทับรถบรรทุกพ่วงขนดิน และรถกระบะบรรทุกไข่ ทำให้นายสังเวียน อายุ 59 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะบรรทุกไข่ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนคนขับรถบรรทุกพ่วงได้รับบาดเจ็บและถูกนำส่งโรงพยาบาล . จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบว่ารถบรรทุกพ่วงมีการยกดัมพ์กระบะขึ้นระหว่างขับขี่ ก่อนจะชนโครงสร้างสะพานลอยจนพังถล่ม ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการและกรมทางหลวงอยู่ระหว่างเร่งเคลื่อนย้ายซากสะพาน พร้อมแนะนำประชาชนเลี่ยงเส้นทาง และเตรียมซ่อมแซมความเสียหายโดยเร็ว . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000121889 . #News1live #News1 #อุบัติเหตุ #สะพานลอยถล่ม #บางนาตราด #สมุทรปราการ #ตำรวจสอบสวน
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 617 มุมมอง 0 รีวิว
  • เกิดเหตุสะพานลอยหน้าตลาดนำชัย ถนนบางนาตราด กม.34 ถล่มลงมากลางถนน ทับรถบรรทุกและรถกระบะเสียหายหนัก มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเข้าช่วยเหลือ
    .
    เหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 18 ธันวาคม บริเวณตลาดนัดนำชัย ตำบลบางพลีน้อย อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลให้การจราจรขาเข้าได้รับผลกระทบหนัก ต้องปิดถนนทุกช่องทางชั่วคราว
    .
    ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเร่งเคลียร์พื้นที่ พร้อมตรวจสอบสาเหตุการถล่มของสะพานลอย โดยจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมต่อไป
    .
    อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000121717
    .
    #News1live #News1 #สะพานถล่ม #บางนาตราด #สมุทรปราการ #อุบัติเหตุ #ข่าวด่วน #การจราจร
    เกิดเหตุสะพานลอยหน้าตลาดนำชัย ถนนบางนาตราด กม.34 ถล่มลงมากลางถนน ทับรถบรรทุกและรถกระบะเสียหายหนัก มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเข้าช่วยเหลือ . เหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 18 ธันวาคม บริเวณตลาดนัดนำชัย ตำบลบางพลีน้อย อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลให้การจราจรขาเข้าได้รับผลกระทบหนัก ต้องปิดถนนทุกช่องทางชั่วคราว . ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเร่งเคลียร์พื้นที่ พร้อมตรวจสอบสาเหตุการถล่มของสะพานลอย โดยจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมต่อไป . อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000121717 . #News1live #News1 #สะพานถล่ม #บางนาตราด #สมุทรปราการ #อุบัติเหตุ #ข่าวด่วน #การจราจร
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 276 มุมมอง 0 รีวิว
  • Livorno Cruise Port — ประตูสู่ฟลอเรนซ์และปิซา เมืองศิลปะระดับโลกของอิตาลี
    เมืองลิโวร์โน เป็นท่าเรือสำคัญบนชายฝั่ง Tuscany
    และเป็น พอร์ตหลักของเรือสำราญยุโรป เช่น MSC, Costa, Royal Caribbean, Norwegian
    ที่นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่ Top Bucket List ของอิตาลี ทั้งฟลอเรนซ์และหอเอนปิซา!

    Terrazza Mascagni เทอราซซา มาสคาญี
    ลานจัตุรัสลายกระเบื้องหมากรุกสีขาว-ดำริมทะเล สร้างในช่วงปี 1920 ตั้งชื่อตามนักประพันธ์โอเปร่า Pietro Mascagni ชาวลิวอร์โน จุดเด่นคือ แนวราวระเบียงโค้งกว่า 4,000 เสา

    Venezia Nuova เวนิสใหม่
    ย่านนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 เพื่อเป็น ศูนย์กลางการค้าและท่าเรือในสมัยเมดิชี มีคลองที่เชื่อมต่อไปยังทะเล คล้ายเวนิส

    Fortezza Nuova ป้อมปราการนูโวว่า
    สร้างขึ้นโดยตระกูล Medici ในปี 1590 เพื่อป้องกันเมือง รูปแบบป้อมเป็น ดาวแปดแฉก มีคูน้ำรอบๆ และสะพานหิน ภายในเป็นสวนสาธารณะ

    Chiesa di San Ferdinando โบสถ์ซานเฟอร์ดินานโด
    สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ Giovanni Battista Foggini ตั้งชื่อตามนักบุญ Saint Ferdinand และยังเป็นการสดุดีดยุคเฟอร์ดินานโดด้วย

    ดูแพ็คเกจเรือทั้งหมด
    https://cruisedomain.com/
    LINE ID: @CruiseDomain 78s.me/c54029
    Facebook: CruiseDomain 78s.me/b8a121
    Youtube : CruiseDomain 78s.me/8af620
    : 0 2116 9696

    #LivornoCruisePort #Italy #TerrazzaMascagni #VeneziaNuova #FortezzaNuova #ChiesadiSanFerdinando #port #แพ็คเกจล่องเรือสำราญ #cruisedomain
    ⚓ Livorno Cruise Port — ประตูสู่ฟลอเรนซ์และปิซา เมืองศิลปะระดับโลกของอิตาลี 🌟 เมืองลิโวร์โน เป็นท่าเรือสำคัญบนชายฝั่ง Tuscany และเป็น พอร์ตหลักของเรือสำราญยุโรป เช่น MSC, Costa, Royal Caribbean, Norwegian ที่นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่ Top Bucket List ของอิตาลี ทั้งฟลอเรนซ์และหอเอนปิซา! 🇮🇹✨ ✅ Terrazza Mascagni ✨ เทอราซซา มาสคาญี ลานจัตุรัสลายกระเบื้องหมากรุกสีขาว-ดำริมทะเล สร้างในช่วงปี 1920 ตั้งชื่อตามนักประพันธ์โอเปร่า Pietro Mascagni ชาวลิวอร์โน จุดเด่นคือ แนวราวระเบียงโค้งกว่า 4,000 เสา ✅ Venezia Nuova ✨ เวนิสใหม่ ย่านนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 เพื่อเป็น ศูนย์กลางการค้าและท่าเรือในสมัยเมดิชี มีคลองที่เชื่อมต่อไปยังทะเล คล้ายเวนิส ✅ Fortezza Nuova ✨ ป้อมปราการนูโวว่า สร้างขึ้นโดยตระกูล Medici ในปี 1590 เพื่อป้องกันเมือง รูปแบบป้อมเป็น ดาวแปดแฉก มีคูน้ำรอบๆ และสะพานหิน ภายในเป็นสวนสาธารณะ ✅ Chiesa di San Ferdinando ✨ โบสถ์ซานเฟอร์ดินานโด สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ Giovanni Battista Foggini ตั้งชื่อตามนักบุญ Saint Ferdinand และยังเป็นการสดุดีดยุคเฟอร์ดินานโดด้วย ✅ดูแพ็คเกจเรือทั้งหมด https://cruisedomain.com/ LINE ID: @CruiseDomain 78s.me/c54029 Facebook: CruiseDomain 78s.me/b8a121 Youtube : CruiseDomain 78s.me/8af620 ☎️: 0 2116 9696 #LivornoCruisePort #Italy #TerrazzaMascagni #VeneziaNuova #FortezzaNuova #ChiesadiSanFerdinando #port #แพ็คเกจล่องเรือสำราญ #cruisedomain
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 452 มุมมอง 0 รีวิว
  • สุกี้ แห้ง น้ำ (เชิงสะพานฝั่งโรงเจ) กลมกล่อมไม่ราดน้ำจิ้มก่ะยังได้ #สมุทรปราการ #กินอะไรดี #ร้านดีบอกต่อ #อร่อยบอกต่อ #พิกัดของอร่อย #ต้องลอง #กิน #eat #food #streetfood #thaifood #thailand #thaitimes #kaiaminute
    สุกี้ แห้ง น้ำ (เชิงสะพานฝั่งโรงเจ) 💕กลมกล่อมไม่ราดน้ำจิ้มก่ะยังได้😍 #สมุทรปราการ #กินอะไรดี #ร้านดีบอกต่อ #อร่อยบอกต่อ #พิกัดของอร่อย #ต้องลอง #กิน #eat #food #streetfood #thaifood #thailand #thaitimes #kaiaminute
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 346 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • ปาดังเบซาร์-JB Sentral นั่งรถไฟยาวๆ จากไทยไปยะโฮร์

    เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. การรถไฟมาเลเซีย (KTM Berhad) ประกาศว่าจะเปิดเดินรถไฟ ETS เพิ่มเติมตามตารางเดินรถใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 ได้แก่ เส้นทาง KL Sentral - JB Sentral ระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์ กับเมืองยะโฮร์บาห์รู รัฐยะโฮร์ จากเดิมให้บริการวันละ 2 ขบวน เพิ่มเป็นวันละ 4 ขบวน ไป-กลับรวมวันละ 8 ขบวน รวมทั้งเส้นทางปาดังเบซาร์ (Padang Besar) ใกล้ชายแดนไทย-มาเลเซีย จากเดิมสิ้นสุดที่สถานีเซกามัต (Segamat) รัฐยะโฮร์ ได้ขยายการเดินรถไปถึงสถานี JB Sentral ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง 30 นาที

    โดยรถไฟจากปาดังเบซาร์ ไป JB Sentral ได้แก่ ขบวนที่ EG9449 ออกจากสถานีปาดังเบซาร์ 12.05 น. (หรือ 11.05 น. ตามเวลาประเทศไทย) ผ่านสถานี KL Sentral เวลา 17.50 น. ถึงปลายทาง JB Sentral เวลา 22.30 น.

    สำหรับผู้ที่มาจากประเทศไทย เพื่อไปยังขบวนดังกล่าว มีขบวนรถด่วนพิเศษที่ 45 กรุงเทพอภิวัฒน์-ปาดังเบซาร์ ออกจากกรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ เวลา 16.10 น. ถึงสถานีปาดังเบซาร์ 07.59 น. (08.59 น. เวลามาเลเซีย) นอกจากนี้ ยังมีขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 947 ชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ออกจากต้นทางเวลา 08.55 น. ถึงสถานีปาดังเบซาร์ 09.40 น. (10.40 น. เวลามาเลเซีย) แต่ถ้าเร็วกว่านั้นใช้บริการรถตู้จากสถานีขนส่งผู้โดยสารหาดใหญ่ ถึงหน้าด่านปาดังเบซาร์ ประทับตราหนังสือเดินทางแล้วขึ้นสะพานลอยมายังตัวสถานีได้ทันที

    ส่วนผู้ที่จะไปประเทศสิงคโปร์ด้วยรถไฟชัตเติลเตบราว (Shuttle Tebrau) เนื่องจากเที่ยวสุดท้าย 22.45 น. จึงคาดว่าไม่ทันเพราะต้องเผื่อเวลาอย่างน้อย 30 นาทีก่อนรถออก อาจต้องค้างคืนที่ยะโฮร์บาห์รู หรือเรียกแท็กซี่ข้ามแดนซึ่งเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก

    ส่วนเที่ยวกลับ ขบวนที่ EG9442 ออกจากสถานี JB Sentral เวลา 07.35 น. ผ่านสถานี KL Sentral เวลา 12.16 น. ถึงปลายทางปาดังเบซาร์ 17.53 น. (หรือ 16.53 น. ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่งไม่ทันขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 950 ปาดังเบซาร์-ชุมทางหาดใหญ่ รถออกเวลา 15.40 น. และรถตู้ประจำทางไปหาดใหญ่ ออกจากปาดังเบซาร์ 17.30 น. จำเป็นต้องนั่งรถตู้ป้ายดำ ค่าโดยสาร 30 ริงกิต

    สำหรับขบวนรถไฟ ETS ระหว่างสถานี KL Sentral ถึง JB Sentral แบ่งเป็นดังนี้

    จาก KL Sentral ถึง JB Sentral

    EP9523 ออก 07.55 ถึง 12.15 น.
    EP9531 ออก 15.15 ถึง 19.35 น.
    EP9533 ออก 17.35 ถึง 21.55 น.
    EP9537 ออก 21.10 ถึง 01.30 น.

    จาก JB Sentral ถึง KL Sentral

    EP9524 ออก 08.40 ถึง 13.00 น.
    EP9528 ออก 12.45 ถึง 17.05 น.
    EP9532 ออก 16.20 ถึง 20.40 น.
    EP9536 ออก 20.30 ถึง 00.50 น.

    #Newskit
    ปาดังเบซาร์-JB Sentral นั่งรถไฟยาวๆ จากไทยไปยะโฮร์ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. การรถไฟมาเลเซีย (KTM Berhad) ประกาศว่าจะเปิดเดินรถไฟ ETS เพิ่มเติมตามตารางเดินรถใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 ได้แก่ เส้นทาง KL Sentral - JB Sentral ระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์ กับเมืองยะโฮร์บาห์รู รัฐยะโฮร์ จากเดิมให้บริการวันละ 2 ขบวน เพิ่มเป็นวันละ 4 ขบวน ไป-กลับรวมวันละ 8 ขบวน รวมทั้งเส้นทางปาดังเบซาร์ (Padang Besar) ใกล้ชายแดนไทย-มาเลเซีย จากเดิมสิ้นสุดที่สถานีเซกามัต (Segamat) รัฐยะโฮร์ ได้ขยายการเดินรถไปถึงสถานี JB Sentral ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง 30 นาที โดยรถไฟจากปาดังเบซาร์ ไป JB Sentral ได้แก่ ขบวนที่ EG9449 ออกจากสถานีปาดังเบซาร์ 12.05 น. (หรือ 11.05 น. ตามเวลาประเทศไทย) ผ่านสถานี KL Sentral เวลา 17.50 น. ถึงปลายทาง JB Sentral เวลา 22.30 น. สำหรับผู้ที่มาจากประเทศไทย เพื่อไปยังขบวนดังกล่าว มีขบวนรถด่วนพิเศษที่ 45 กรุงเทพอภิวัฒน์-ปาดังเบซาร์ ออกจากกรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ เวลา 16.10 น. ถึงสถานีปาดังเบซาร์ 07.59 น. (08.59 น. เวลามาเลเซีย) นอกจากนี้ ยังมีขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 947 ชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ออกจากต้นทางเวลา 08.55 น. ถึงสถานีปาดังเบซาร์ 09.40 น. (10.40 น. เวลามาเลเซีย) แต่ถ้าเร็วกว่านั้นใช้บริการรถตู้จากสถานีขนส่งผู้โดยสารหาดใหญ่ ถึงหน้าด่านปาดังเบซาร์ ประทับตราหนังสือเดินทางแล้วขึ้นสะพานลอยมายังตัวสถานีได้ทันที ส่วนผู้ที่จะไปประเทศสิงคโปร์ด้วยรถไฟชัตเติลเตบราว (Shuttle Tebrau) เนื่องจากเที่ยวสุดท้าย 22.45 น. จึงคาดว่าไม่ทันเพราะต้องเผื่อเวลาอย่างน้อย 30 นาทีก่อนรถออก อาจต้องค้างคืนที่ยะโฮร์บาห์รู หรือเรียกแท็กซี่ข้ามแดนซึ่งเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก ส่วนเที่ยวกลับ ขบวนที่ EG9442 ออกจากสถานี JB Sentral เวลา 07.35 น. ผ่านสถานี KL Sentral เวลา 12.16 น. ถึงปลายทางปาดังเบซาร์ 17.53 น. (หรือ 16.53 น. ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่งไม่ทันขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 950 ปาดังเบซาร์-ชุมทางหาดใหญ่ รถออกเวลา 15.40 น. และรถตู้ประจำทางไปหาดใหญ่ ออกจากปาดังเบซาร์ 17.30 น. จำเป็นต้องนั่งรถตู้ป้ายดำ ค่าโดยสาร 30 ริงกิต สำหรับขบวนรถไฟ ETS ระหว่างสถานี KL Sentral ถึง JB Sentral แบ่งเป็นดังนี้ จาก KL Sentral ถึง JB Sentral EP9523 ออก 07.55 ถึง 12.15 น. EP9531 ออก 15.15 ถึง 19.35 น. EP9533 ออก 17.35 ถึง 21.55 น. EP9537 ออก 21.10 ถึง 01.30 น. จาก JB Sentral ถึง KL Sentral EP9524 ออก 08.40 ถึง 13.00 น. EP9528 ออก 12.45 ถึง 17.05 น. EP9532 ออก 16.20 ถึง 20.40 น. EP9536 ออก 20.30 ถึง 00.50 น. #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 291 มุมมอง 0 รีวิว
  • สะพานเกอร์นีย์ ปีนัง เข้าสู่เกาะเทียมอันดามัน

    อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงบนเกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. นายโจว คอน เยียว (Chow Kon Yeow) มุขมนตรีรัฐปีนัง เป็นประธานในพิธีเปิดสะพานเกอร์นีย์ (Gurney Bridge) เชื่อมระหว่างเกาะปีนัง บริเวณวงเวียนเกอร์นีย์ ไดร์ฟ (Gurney Drive) กับอันดามันไอส์แลนด์ (Andaman Island) โครงการอสังหาริมทรัพย์บนเกาะเทียมที่ผ่านการถมทะเล ของบริษัทอีสเทิร์น แอนด์ โอเรียนทัล (E&O) เป็นสะพานขนาด 8 ช่องจราจร ความยาว 1.2 กิโลเมตร พร้อมทางเดินเท้ากว้าง 4 เมตร มูลค่าโครงการ 350 ล้านริงกิต (2,700 ล้านบาท)

    นอกจากเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คริมชายฝั่งของอ่าวเกอร์นีย์แล้ว ยังช่วยย่นเวลาเดินทางเข้าโครงการฯ จากเดิมต้องเข้าจากถนนใหญ่ (ถนนตันจง โตคง) บริเวณห้างโลตัส ตันจงปีนัง ได้เพิ่มอีกหนึ่งช่องทางไปออกย่านเกอร์นีย์ไดร์ฟ บริเวณศูนย์การค้าเกอร์นีย์พลาซ่าได้ทันที ซึ่งนายก๊ก ตั๊ก เชียง (Kok Tuck Cheong) กรรมการผู้จัดการของ E&O ตั้งใจว่าจะสร้างเมืองที่เข้าถึงได้ภายใน 15 นาที เชื่อมต่อถึงกัน และมุ่งเน้นอนาคต นับจากนี้จะพัฒนาโครงการบนเกาะ ทั้งที่อยู่อาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์ในระยะต่อไป ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากรัฐบาล

    นายก๊กยังกล่าวกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น บูเลทิน มูเทียรา (Buletin Mutiara) ระบุว่า โครงการนี้เริ่มต้นในปี 2533 ที่รัฐบาลมอบสิทธิ์สัมปทานในการถมทะเลทั้งหมด 960 เอเคอร์ โดยพื้นที่แรก สเตรตส์คีย์ (Straits Quay) แล้วเสร็จมาหลายปี ตามมาด้วยเฟส 2A เปิดตัวห้องชุดไปแล้ว 3,700 ยูนิต กำลังขายแก่ผู้สนใจ รวมถึงที่ดินเปล่าที่หันหน้าไปทางสเตรตส์คีย์ด้วย ส่วนเฟส 2B ยังอยู่ระหว่างปรับปรุงพื้นที่ รวมทั้งหมด 506 เอเคอร์ พื้นที่ถมทะเลบางส่วนจะถูกส่งมอบให้แก่รัฐตามข้อตกลงการพัฒนาพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีถนนด้านข้างโครงการคอนโดมิเนียมซิตี้ออฟดรีม (COD) ที่มีแผนจะสร้างสะพานไปยังถนนเกอร์นีย์ในอนาคต

    อย่างไรก็ตาม ยังมีชาวปีนังอีกส่วนหนึ่งวิจารณ์ว่า โครงการนี้จะก่อให้เกิดการจราจรติดขัด ซึ่งมุขมนตรีรัฐปีนังยืนยันว่า กำลังให้ความสำคัญกับการจัดการจราจรอย่างมีความรับผิดชอบ ย้ำว่าสะพานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อกับเกาะอันดามัน บรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด ถึงกระนั้น เนื่องจากย่านเกอร์นีย์ไดร์ฟเป็นย่านศูนย์การค้า ทั้งเกอร์นีย์พลาซา เกอร์นีย์พารากอนมอลล์ แหล่งรวมสตรีทฟู้ด (Gurney Drive Hawker Center) และคอนโดมิเนียมจำนวนมาก รถติดทุกวันไม่เว้นวันหยุด ชาวปีนังจึงยังคงกังวลถึงปัญหาการจราจร จากโครงการมิกซ์ยูสมูลค่า 6 หมื่นล้านริงกิต (462,000 ล้านบาท) กันต่อไป

    #Newskit
    สะพานเกอร์นีย์ ปีนัง เข้าสู่เกาะเทียมอันดามัน อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงบนเกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. นายโจว คอน เยียว (Chow Kon Yeow) มุขมนตรีรัฐปีนัง เป็นประธานในพิธีเปิดสะพานเกอร์นีย์ (Gurney Bridge) เชื่อมระหว่างเกาะปีนัง บริเวณวงเวียนเกอร์นีย์ ไดร์ฟ (Gurney Drive) กับอันดามันไอส์แลนด์ (Andaman Island) โครงการอสังหาริมทรัพย์บนเกาะเทียมที่ผ่านการถมทะเล ของบริษัทอีสเทิร์น แอนด์ โอเรียนทัล (E&O) เป็นสะพานขนาด 8 ช่องจราจร ความยาว 1.2 กิโลเมตร พร้อมทางเดินเท้ากว้าง 4 เมตร มูลค่าโครงการ 350 ล้านริงกิต (2,700 ล้านบาท) นอกจากเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คริมชายฝั่งของอ่าวเกอร์นีย์แล้ว ยังช่วยย่นเวลาเดินทางเข้าโครงการฯ จากเดิมต้องเข้าจากถนนใหญ่ (ถนนตันจง โตคง) บริเวณห้างโลตัส ตันจงปีนัง ได้เพิ่มอีกหนึ่งช่องทางไปออกย่านเกอร์นีย์ไดร์ฟ บริเวณศูนย์การค้าเกอร์นีย์พลาซ่าได้ทันที ซึ่งนายก๊ก ตั๊ก เชียง (Kok Tuck Cheong) กรรมการผู้จัดการของ E&O ตั้งใจว่าจะสร้างเมืองที่เข้าถึงได้ภายใน 15 นาที เชื่อมต่อถึงกัน และมุ่งเน้นอนาคต นับจากนี้จะพัฒนาโครงการบนเกาะ ทั้งที่อยู่อาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์ในระยะต่อไป ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากรัฐบาล นายก๊กยังกล่าวกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น บูเลทิน มูเทียรา (Buletin Mutiara) ระบุว่า โครงการนี้เริ่มต้นในปี 2533 ที่รัฐบาลมอบสิทธิ์สัมปทานในการถมทะเลทั้งหมด 960 เอเคอร์ โดยพื้นที่แรก สเตรตส์คีย์ (Straits Quay) แล้วเสร็จมาหลายปี ตามมาด้วยเฟส 2A เปิดตัวห้องชุดไปแล้ว 3,700 ยูนิต กำลังขายแก่ผู้สนใจ รวมถึงที่ดินเปล่าที่หันหน้าไปทางสเตรตส์คีย์ด้วย ส่วนเฟส 2B ยังอยู่ระหว่างปรับปรุงพื้นที่ รวมทั้งหมด 506 เอเคอร์ พื้นที่ถมทะเลบางส่วนจะถูกส่งมอบให้แก่รัฐตามข้อตกลงการพัฒนาพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีถนนด้านข้างโครงการคอนโดมิเนียมซิตี้ออฟดรีม (COD) ที่มีแผนจะสร้างสะพานไปยังถนนเกอร์นีย์ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ยังมีชาวปีนังอีกส่วนหนึ่งวิจารณ์ว่า โครงการนี้จะก่อให้เกิดการจราจรติดขัด ซึ่งมุขมนตรีรัฐปีนังยืนยันว่า กำลังให้ความสำคัญกับการจัดการจราจรอย่างมีความรับผิดชอบ ย้ำว่าสะพานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อกับเกาะอันดามัน บรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด ถึงกระนั้น เนื่องจากย่านเกอร์นีย์ไดร์ฟเป็นย่านศูนย์การค้า ทั้งเกอร์นีย์พลาซา เกอร์นีย์พารากอนมอลล์ แหล่งรวมสตรีทฟู้ด (Gurney Drive Hawker Center) และคอนโดมิเนียมจำนวนมาก รถติดทุกวันไม่เว้นวันหยุด ชาวปีนังจึงยังคงกังวลถึงปัญหาการจราจร จากโครงการมิกซ์ยูสมูลค่า 6 หมื่นล้านริงกิต (462,000 ล้านบาท) กันต่อไป #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 387 มุมมอง 0 รีวิว
  • “Koralm Railway – ทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม Styria และ Carinthia”

    Koralm Railway เป็นส่วนหนึ่งของ Southern Line Vienna–Villach และถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับยุโรปที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน จุดเด่นคือการเชื่อมต่อเมือง Graz และ Klagenfurt ผ่านเทือกเขา Koralpe โดยใช้เส้นทางใหม่ที่ทันสมัยและปลอดภัย ทำให้เวลาเดินทางลดลงจากเดิมประมาณ 3 ชั่วโมงเหลือเพียง 45 นาที ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบขนส่งของออสเตรีย

    นอกจากการเดินทางที่รวดเร็วขึ้นแล้ว โครงการนี้ยังช่วยให้การเข้าถึงพื้นที่ Western Styria และ Southern Carinthia สะดวกขึ้น รวมถึงเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ฮังการี และ อิตาลี ได้ง่ายขึ้น ทำให้ Koralm Railway กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Baltic-Adriatic Corridor ซึ่งเป็นเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญของยุโรป

    ในเชิงเศรษฐกิจ การก่อสร้างเส้นทางใหม่นี้ช่วยสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยมีการสร้างสถานีและจุดหยุดใหม่กว่า 23 แห่ง พร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น อุโมงค์ยาว 50 กิโลเมตร และ สะพานกว่า 100 แห่ง รวมระยะทางทั้งหมด 130 กิโลเมตร

    ด้านสิ่งแวดล้อม Koralm Railway ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากการขนส่งสินค้าทางรถไฟปล่อย CO₂ น้อยกว่าการขนส่งด้วยรถบรรทุกถึง 15 เท่า ทำให้โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนด้านการเดินทาง แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของยุโรป

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Koralm Railway เชื่อม Graz–Klagenfurt ลดเวลาเดินทางจาก 3 ชั่วโมงเหลือ 45 นาที
    เป็นส่วนหนึ่งของ Southern Line Vienna–Villach และ Baltic-Adriatic Corridor
    มีอุโมงค์ยาว 50 กม., สะพานกว่า 100 แห่ง และสถานีใหม่ 23 แห่ง
    ระยะทางรวม 130 กม. ถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ระดับยุโรป

    ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Internet
    การขนส่งสินค้าทางรถไฟปล่อย CO₂ น้อยกว่ารถบรรทุกถึง 15 เท่า
    ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงานในภูมิภาค Styria และ Carinthia
    เชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ฮังการีและอิตาลี

    คำเตือน
    โครงการมีความซับซ้อนสูง ใช้เวลาสร้างหลายปีและต้องลงทุนมหาศาล
    การก่อสร้างอุโมงค์และสะพานอาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
    หากไม่บริหารจัดการดี อาจเกิดความล่าช้าและต้นทุนบานปลาย

    https://infrastruktur.oebb.at/en/projects-for-austria/railway-lines/southern-line-vienna-villach/koralm-railway
    🚆 “Koralm Railway – ทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม Styria และ Carinthia” Koralm Railway เป็นส่วนหนึ่งของ Southern Line Vienna–Villach และถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับยุโรปที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน จุดเด่นคือการเชื่อมต่อเมือง Graz และ Klagenfurt ผ่านเทือกเขา Koralpe โดยใช้เส้นทางใหม่ที่ทันสมัยและปลอดภัย ทำให้เวลาเดินทางลดลงจากเดิมประมาณ 3 ชั่วโมงเหลือเพียง 45 นาที ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบขนส่งของออสเตรีย นอกจากการเดินทางที่รวดเร็วขึ้นแล้ว โครงการนี้ยังช่วยให้การเข้าถึงพื้นที่ Western Styria และ Southern Carinthia สะดวกขึ้น รวมถึงเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ฮังการี และ อิตาลี ได้ง่ายขึ้น ทำให้ Koralm Railway กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Baltic-Adriatic Corridor ซึ่งเป็นเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญของยุโรป ในเชิงเศรษฐกิจ การก่อสร้างเส้นทางใหม่นี้ช่วยสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยมีการสร้างสถานีและจุดหยุดใหม่กว่า 23 แห่ง พร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น อุโมงค์ยาว 50 กิโลเมตร และ สะพานกว่า 100 แห่ง รวมระยะทางทั้งหมด 130 กิโลเมตร ด้านสิ่งแวดล้อม Koralm Railway ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากการขนส่งสินค้าทางรถไฟปล่อย CO₂ น้อยกว่าการขนส่งด้วยรถบรรทุกถึง 15 เท่า ทำให้โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนด้านการเดินทาง แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของยุโรป 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Koralm Railway เชื่อม Graz–Klagenfurt ลดเวลาเดินทางจาก 3 ชั่วโมงเหลือ 45 นาที ➡️ เป็นส่วนหนึ่งของ Southern Line Vienna–Villach และ Baltic-Adriatic Corridor ➡️ มีอุโมงค์ยาว 50 กม., สะพานกว่า 100 แห่ง และสถานีใหม่ 23 แห่ง ➡️ ระยะทางรวม 130 กม. ถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ระดับยุโรป ✅ ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Internet ➡️ การขนส่งสินค้าทางรถไฟปล่อย CO₂ น้อยกว่ารถบรรทุกถึง 15 เท่า ➡️ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงานในภูมิภาค Styria และ Carinthia ➡️ เชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ฮังการีและอิตาลี ‼️ คำเตือน ⛔ โครงการมีความซับซ้อนสูง ใช้เวลาสร้างหลายปีและต้องลงทุนมหาศาล ⛔ การก่อสร้างอุโมงค์และสะพานอาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ⛔ หากไม่บริหารจัดการดี อาจเกิดความล่าช้าและต้นทุนบานปลาย https://infrastruktur.oebb.at/en/projects-for-austria/railway-lines/southern-line-vienna-villach/koralm-railway
    INFRASTRUKTUR.OEBB.AT
    Koralm railway
    A fast and safe service between Styria and Carinthia: That’s the Koralm Railway. It’s part of the new Southern Line in Austria and one of the most important infrastructure projects in Europe.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 364 มุมมอง 0 รีวิว
  • สร้อยตะกรุดหลวงปู่แก้ว วัดสะพานไม้แก่น จ.สงขลา
    สร้อยตะกรุดหลวงปู่แก้ว วัดสะพานไม้แก่น จ.สงขลา ปี2538 // พระดีพิธีใหญ่ พระเกจิชื่อดังที่ชาวปักษ์ใต้ ต่างเลื่อมใสศรัทธาอย่างดียิ่ง // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ

    ** พุทธคุณ มหาอำนาจ คงกระพัน มหาอุด ให้โชค ให้ลาภ โภคทรัพย์ ช่วยส่งเสริมให้กิจการค้าขายดี ร่ำรวยเงินทอง ความมั่งคั่ง เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ มีประสบการณ์มากมาย สามารถหยุดปืน หยุดระเบิด สะกดพลังภูตผีปิศาจจอมมารร้ายกระทั่งสัตว์ป่าอสรพิษ **

    ** หลวงปู่แก้ว วัดสะพานไม้แก่น อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ท่านเป็นผู้หนึ่งที่นั่งเจริญพุทธมนต์ในพิธีปลุกเสกหลวงปู่ทวดเนื้อว่านรุ่นแรก วัดช้างให้ ปี พ.ศ. 2497 พระเครื่องที่ท่านสร้างก่อเกิดประสบการณ์มากมาย สามารถหยุดปืน หยุดระเบิด สะกดพลังภูตผีปิศาจจอมมารร้ายกระทั่งสัตว์ป่าอสรพิษ มีประสบการณ์จากเหตุการณ์สามจังหวัดชายแดนใต้มาแล้ว และสามารถสยบระเบิดที่เกาะบาหลีเมื่อไม่นานมานี้ และล่าสุดชาวมาเลเซียโดนกุญไสย (เวทมนต์สายดำ) หาผู้ที่มีวิชาทั่วทั้งมาเลเซียหมดแล้วก็ไม่สามารถแก้ไขได้ คณะลูกศิษย์ท่านจึงนำตัวมาที่วัดสะพานไม้แก่น ทันทีที่ลงจากรถปิกอัพที่หน้ากุฏิ มองไปที่หน้าของท่านก็เป็นลมหมดสติ (กลับหายเป็นปกติ) โดยที่ท่านยังไม่ทันทำอะไรเลย ชาวไทยและชาวมาเลเซีย จึงเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านมาก **

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    สร้อยตะกรุดหลวงปู่แก้ว วัดสะพานไม้แก่น จ.สงขลา สร้อยตะกรุดหลวงปู่แก้ว วัดสะพานไม้แก่น จ.สงขลา ปี2538 // พระดีพิธีใหญ่ พระเกจิชื่อดังที่ชาวปักษ์ใต้ ต่างเลื่อมใสศรัทธาอย่างดียิ่ง // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ ** พุทธคุณ มหาอำนาจ คงกระพัน มหาอุด ให้โชค ให้ลาภ โภคทรัพย์ ช่วยส่งเสริมให้กิจการค้าขายดี ร่ำรวยเงินทอง ความมั่งคั่ง เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ มีประสบการณ์มากมาย สามารถหยุดปืน หยุดระเบิด สะกดพลังภูตผีปิศาจจอมมารร้ายกระทั่งสัตว์ป่าอสรพิษ ** ** หลวงปู่แก้ว วัดสะพานไม้แก่น อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ท่านเป็นผู้หนึ่งที่นั่งเจริญพุทธมนต์ในพิธีปลุกเสกหลวงปู่ทวดเนื้อว่านรุ่นแรก วัดช้างให้ ปี พ.ศ. 2497 พระเครื่องที่ท่านสร้างก่อเกิดประสบการณ์มากมาย สามารถหยุดปืน หยุดระเบิด สะกดพลังภูตผีปิศาจจอมมารร้ายกระทั่งสัตว์ป่าอสรพิษ มีประสบการณ์จากเหตุการณ์สามจังหวัดชายแดนใต้มาแล้ว และสามารถสยบระเบิดที่เกาะบาหลีเมื่อไม่นานมานี้ และล่าสุดชาวมาเลเซียโดนกุญไสย (เวทมนต์สายดำ) หาผู้ที่มีวิชาทั่วทั้งมาเลเซียหมดแล้วก็ไม่สามารถแก้ไขได้ คณะลูกศิษย์ท่านจึงนำตัวมาที่วัดสะพานไม้แก่น ทันทีที่ลงจากรถปิกอัพที่หน้ากุฏิ มองไปที่หน้าของท่านก็เป็นลมหมดสติ (กลับหายเป็นปกติ) โดยที่ท่านยังไม่ทันทำอะไรเลย ชาวไทยและชาวมาเลเซีย จึงเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านมาก ** ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 361 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพอากาศไทยเปิดปฏิบัติการเช้าวันนี้ เมื่อ F-16 เข้าทำลายสะพานจัยจุมเนี้ยะในจังหวัดโพธิสัตว์ของกัมพูชา ลึกเข้าไปจากชายแดนไทยราว 4–5 กิโลเมตร เพื่อสกัดเส้นทางลำเลียงกำลังบำรุงของฝ่ายกัมพูชา หลังเพจ Army Military Force เผยภาพจุดถูกโจมตีและยืนยันว่าเป็นปฏิบัติการเพื่อตัดโครงสร้างการสนับสนุนของผู้รุกราน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000119745
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #สถานการณ์ชายแดน #F16 #กองทัพอากาศไทย #กัมพูชา #ความมั่นคง
    กองทัพอากาศไทยเปิดปฏิบัติการเช้าวันนี้ เมื่อ F-16 เข้าทำลายสะพานจัยจุมเนี้ยะในจังหวัดโพธิสัตว์ของกัมพูชา ลึกเข้าไปจากชายแดนไทยราว 4–5 กิโลเมตร เพื่อสกัดเส้นทางลำเลียงกำลังบำรุงของฝ่ายกัมพูชา หลังเพจ Army Military Force เผยภาพจุดถูกโจมตีและยืนยันว่าเป็นปฏิบัติการเพื่อตัดโครงสร้างการสนับสนุนของผู้รุกราน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000119745 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #สถานการณ์ชายแดน #F16 #กองทัพอากาศไทย #กัมพูชา #ความมั่นคง
    Like
    Haha
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 357 มุมมอง 0 รีวิว
  • วันนี้(13 ธ.ค.) เมื่อเวลา 07.00 น.เพจ Army Military Force ได้โพสต์ภาพสะพานในกัมพูชาซึ่งถูกระเบิดจากเครื่องบินรบ F-16 ของกองทัพอากาศไทยยิงทำลาย พร้อมระบุข้อความว่า “ด่วน! เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาเครื่องบินรบ F-16 ของกองทัพอากาศไทย ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศทิ้งระเบิดทำลายสะพานจัยจุมเนี้ยะ ต.ทมอดา อ.เวียลเวง จ.โพธิสัตว์ ลึกเข้าไปในดินแดนกัมพูชา 4-5 กิโลเมตร เพื่อตัดเส้นทางขนส่งกำลังบำรุงของฝ่ายผู้รุกราน”
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000119747

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    วันนี้(13 ธ.ค.) เมื่อเวลา 07.00 น.เพจ Army Military Force ได้โพสต์ภาพสะพานในกัมพูชาซึ่งถูกระเบิดจากเครื่องบินรบ F-16 ของกองทัพอากาศไทยยิงทำลาย พร้อมระบุข้อความว่า “ด่วน! เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาเครื่องบินรบ F-16 ของกองทัพอากาศไทย ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศทิ้งระเบิดทำลายสะพานจัยจุมเนี้ยะ ต.ทมอดา อ.เวียลเวง จ.โพธิสัตว์ ลึกเข้าไปในดินแดนกัมพูชา 4-5 กิโลเมตร เพื่อตัดเส้นทางขนส่งกำลังบำรุงของฝ่ายผู้รุกราน” . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000119747 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Haha
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 463 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลองเชิง ตอนที่ 8

    “ลองเชิง”
    ตอน 8
    เขาว่ากันว่า สิ่งที่อเมริกาสนใจ และใส่ใจที่สุดในตะวันออกกลางคือ น้ำมัน กับอิสราเอลเท่านั้น ที่เถียงกันคือ ใน 2 สิ่ง อเมริกาห่วงสิ่งไหนมากกว่ากัน
    ที่เขาว่ากันแบบนั้น ก็คงไม่ผิดในเชิงการเมือง แต่ ในเชิงยุทธศาสตร์ ผมว่าอเมริกาคงสนใจแค่ 1 สิ่ง ในตะวันออกกลาง คืออเมริกา “จะต้องได้” ตะวันออกกลางทั้งหมดต่างหาก อย่างที่ผมเกริ่นมาในตอนก่อนๆ แต่อเมริกาจะกินตะวันออกกลางทั้งหมด อเมริกาก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะห่วงว่าจะมีใครย้อนศร ส่วจรวดมาใส่ไข่แดงของอเมริกา ที่อยู่ในตะวันออกกลางคือ อิสราเอล จนเละทั้งใบ
    ไม่ใช่อเมริการักอิสราเอลมากนักหรอก แต่ยิวที่ขี่คอรัฐบาลอเมริกานั่นสิ ที่อเมริกาต้องห่วง และยิวในอเมริกาก็มีมากเสียด้วย เรียกดาราดังๆเชื้อสายยิวๆ มาเข้าฉากทั้งหมด รัฐบาลอเมริกันอาจพังง่ายๆ ตั้งแต่ผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับ ดาราตุ๊กตาทอง สื่อทุกรูปแบบ อยู่ในมือยิวเกือบทั้งนั้น อาวุธที่ทำให้อเมริกาเซได้ โดยไม่ต้องถล่มตลาดหุ้น หรือใช้จรวดยิง ก็คือ ใช้ดารากับสื่อนี่แหละครับ เอาหน้าเด่นๆ ผลัดกันมาออกรายการ ตีข่าวเข้าไปทุกวัน คนบ้าดารา เคลิ้มตาม เดี๋ยวก็ได้มีการลาออก หรือเปลี่ยนนโยบายกันให้เห็น
    แต่ไม่ได้หมายความว่า อเมริกาจะไม่มีวันทิ้งยิว …
    อัสซาด คนพ่อ Hafez Assad นั้น เป็นนักยุทธศาสตร์ตัวยง เหลี่ยมลึก มองไกล เขาดูแล้วว่า อิสราเอลเป็นจุดสำคัญที่สุดของตะวันออกกลาง ผมจึงชื่นชมอังกฤษ ไอ้ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้ายนักว่า มันสุดยอด(ชั่ว)จริงๆ ที่เอายิวไปอยู่ในตะวันออกกลางได้ และให้อยู่ในจุดนั้น
    ลองกลับไปดูแผนที่นะครับ และนึกถึงข้อตกลงของอังกฤษกับผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยว่า สมัยนั้น เขาตกลงแบ่งสมบัติกันอย่างไร สรุปว่า ประเทศที่มีทางออกสู่เมดิเตอร์เรเนียนทั้งหมดคือ ตุรกี ซีเรีย เลบานอน และอิสราเอล ยาวมาจนถึงอียิปต์ ตกอยู่ในความดูแลของอังกฤษกับพวก เพื่ออังกฤษและพวกจะได้คุมทางออกไปทะเล จำไว้นะครับ เรื่องการคุมทางออกทะเล เป็นยุทธศาสตร์สำคัญอันหนึ่ง
    แต่มาภายหลัง เมื่อตุรกี ซีเรีย เลบานอน ได้รับเอกราช สามารถปกครองบ้านเมืองตัวเองได้ โดยไม่ต้องฟังอังกฤษกับพวกแล้ว อเมริกาที่รับไม้ดูแลตะวันออกกลางต่อจากอังกฤษ จึงต้องทุ่มสร้างความมั่นคงให้กับอิสราเอล ไข่แดงของตัว และสร้างความมั่นคงให้อิยิปต์ด้วยในช่วงแรก เพื่อเป็นกำแพงพิงหลังให้อิสราเอล ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามซื้อเลบานอนอยู่หลายรอบ สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง
    อัสซาด คนพ่อ เห็นอย่างนั้นก็รู้ว่า อิสราเอล แม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่ถ้าอเมริกาเสริมเหล็กใ้ห้จนแข็งขนาดนั้น ต่อไปซีเรียจะเหนื่อย เขาจึงสนับสนุนให้มีการสร้างกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ในเลบานอน ที่อยู่ติดหลังบ้านอิสราเอลขึ้นมา ไว้เป็นด่านกั้นให้ซีเรียชั้นหนึ่งก่อน ส่วนเลบานอนก็ไม่ปฏิเสธ เพราะตัวเองยิ่งแย่ใหญ่ หน้าเกือบจะชนก้นอิสราเอลอยู่แล้ว และนี่ ก็เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้อิสราเอลเกลียดซีเรีย อย่างไม่มีวันเลิก
    กลับมาที่แผนชั่วของอเมริกาใน ตะวันออกกลาง ตัวละครใหญ่สำคัญที่สุด 3 รายคือ อิหร่าน อิสราเอล และซาอุดิอารเบีย นั้น อเมริกาจับมาอยู่ในมือแล้ว คือ 2 รายหลัง เหลือรายแรกคือ อิหร่าน ที่อเมริกาเพียรจับ แต่จับๆ หลุดๆ ตั้งแต่ช่วง ค.ศ.1950 กว่าๆ แต่ไม่เคยอยู่หมัดอยู่มือถาวร อเมริกาจึงต้องวางแผนใหม่อยู่เรื่อย
    จะครองโลก ไม่ใช่คิดวันนี้ ครองพรุ่งนี้ เขาวางแผนกันมาหลายสิบปี บางทีร้อยปี ก็มี จะต่อสู้หรือต่อต้าน ก็เช่นเดียวกัน เขาก็ต้องวางแผนนาน สนามซีเรีย ช่วงนี้จะนั่งดูรายวัน ก็ควรทำความเข้าใจก่อนว่า ใครเล่นอะไร ที่ไหน เพราะอะไร ไม่อย่างนั้น ก็แค่รู้ แต่ไม่เข้าใจ
    อเมริกาวางแผนที่จะกินอิหร่านหลายรูปแบบ รูปแบบสุดท้าย คือ เรื่องนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นละครซื้อเวลา แผนจริงรุ่นแรก ที่อเมริกาเดินเพื่อกินอิหร่าน คือ แผนบุกอิรัค ของเหยี่ยวกระหายเลือด คาวบอยบุช กับดิกเชนีย์ เมื่อ ปี ค.ศ.2003 ซึ่งเป็นไปตามแผนการจัดระเบียบโลกใหม่ New World Order ที่บุชตัวพ่อ ประกาศ ในปี ค.ศ.1991 เมื่อคิดว่า สหภาพโซเวียตล่มสลายตายสนิท
    แต่ภายหลัง ในช่วงประมาณปี ค.ศ.2000 ไอ้ที่คิดว่าตายสนิท ดันฟื้นเป็นรัสเซีย ที่ทำท่าจะเฟื่องต่อเสียด้วยซ้ำ และไอ้ที่คิดว่าดีแต่ค้าขายอย่างจีน ก็ทำท่าจะโตเร็วเกินไป แผนจัดการอิหร่าน เพื่อยึดตะวันออกกลาง และผ่ากลาง รัสเซียกับจีน จึงต้องรีบดำเนินการ
    แต่อยู่ดีๆ จะไปยึดอิหร่าน ที่ใหญ่เอาเรื่อง และก็ผูกสัมพันธ์กับรัสเซียมาตลอด คงไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะเซ่อซ่าวิ่งลุยเข้าไปง่ายๆ อเมริกาจึงคิดทุบรอบนอกอิหร่านก่อน และยุทธศาสตร์ทุบรอบนอก หรือทุบข้างในให้น่วมก่อนกิน นี่ ดูเหมือนจะเป็นยุทธศาสตร์ยอดนิยมของค่ายตะวันตก
    อิรัคและซัดดัม จึงถูกเลือกเป็นทั้งเป้าหมายจริง และเป็นเป้าหมายหลอกในขณะเดียวกัน อเมริกาไม่เคยกินเด้งเดียว อเมริกาต้องการครอบครองอิรัค เพื่อเอาน้ำมัน และใช้เป็นสะพานเพื่อเข้าไปบุกซีเรียและอิหร่านอีกต่อหนึ่ง ขณะเดียวกัน ก็เป็นการตัดเส้นทางเลี้ยงกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ ของเลบานอน ที่อยู่ติดกับประตูหลังบ้านของอิสราเอล ที่ทั้งอิหร่านและซีเรียส่งเสียเลี้ยงดู เพื่ออิสราเอลจะได้ปลอดภัย เห็นความแสบ ซับซ้อนของอเมริกาไหมครับ
    แผนนี้ ถ้าสำเร็จ มันจะเป็นการทลายค่ายต่อต้านอเมริกาอย่างถาวร ได้ดูแลยิว และผ่ารัสเซียจากจีน เป็นการตัดตอน 2 ประเทศใหญ่ เตรียมก้าวไปครองโลก คิดแล้วน่าเคลิ้มใจ
    อเมริกา ยังฝันเฟื่องต่อไปอีกว่า เมื่อยึดอิรัค กำจัดซัดดัมแล้ว จะจัดให้อิรัคมีการเลือกตั้ง เป็นประชาธิปไตย ซึ่งจะทำให้อิรัค เป็นมิตรที่ดีของอิสราเอล คอยช่วยเหลืออิสราเอล และช่วยด่าซีเรีย กับด่าอิหร่าน เป็นการปูพื้น เตรียมการให้อเมริกาบุก 2 ประเทศนั้นต่อ ระหว่างที่อ่านย่อหน้านี้ จะได้อารมณ์มาก ถ้านึกถึงหน้าคาวบอยบุซ ไปด้วยนะครับ จะได้ซึ้งถึงฝันเฟื่องของคาวบอย ว่ามัน
    เห่ย ขนาดไหน
    อเมริกา ไม่ได้เพียงประเมินตัวเองผิด อเมริกายังประเมินคู่ต่อสู้ของตัวผิดอีกด้วย การบุกอิรัค จึงกลายเป็นเรื่องหายนะของอเม ริกา และเป็นหายนะของอิรัคด้วย เพราะตามสูตรของอเมริกา เมื่อครอบครองไม่ได้ ก็ทำลายเสีย แล้วอิรัค ก็กลายเป็นรัฐล้มเหลว เช่นเดียวกับลิเบีย และอื่นๆ
    สำหรับอเมริกา ในการจะบุกซีเรีย อเมริกาต้องใช้สูตรสำเร็จ เอาปูนป้ายหน้า
    อัสซาดก่อนว่า ไอ้หมอนี่เป็นผู้นำที่เลว เผด็จการ ขี้โกง ไร้มนุษยธรรม ฯลฯ เหมือนอย่างที้ป้ายหน้า ซัดดัม กัดดาฟี ทำนองนั้น สูตรสำเร็จนี้ คนอ่านนิทานท่องได้ จำขึ้นใจกันแล้วทั้งนั้น
    แต่สำหรับซีเรีย สูตรสำเร็จแค่นั้นคงไม่พอ เพราะซีเรียก็แหลมคม และมีเพื่อน
    แล้วในปี ค.ศ.2005 จึงเกิดเรื่องการวางระเบิดคาร์บอม ใส่ขบวนรถของนายราฟิค ฮาริริ Rafiq Hariri อดีตนายกรัฐมนตรีเลบานอน ข่าวบอกว่าเป็นฝีมือของกลุ่มเฮสบอลเลาะห์กองกำลังติดอาวุธของเลบานอน ที่อยู่คนละข้างกับกลุ่มของฮาริริ
    บังเอิญ ฮาริริ ดันเป็นคนที่ (มีคนสั่งให้) ซาอุ (จ่าย) สนับสนุนให้เป็นใหญ่ในเลบานอน เอาไว้เป็นหนาม อยู่กลางกลุ่มพวกอิหร่านและซีเรียในเลบานอน เรื่องมันจึงไม่ใช่การวางระเบิดระดับธรรมดา สื่อฟอกย้อม ลงข่าวว่า ซีเรียต้องรับผิดชอบ เพราะตอนนั้นซีเรีย ดูแลด้านความมั่นคงให้แก่เลบานอน ตามสัญญา Taif Accord
    แม้จะดมกลิ่นระเบิดไม่ได้จากมือไหน แต่คาร์บอมรายการนี้ ก็ค่อนข้างชัดว่า น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนป้ายสีให้อัสซาด นอกจากนี้ หัวหน้าอาหรับสายสุนนี่ โดยเฉพาะสุนนี่ในเลบานอน ต่างออกมาประสานเสียงกันว่า ซีเรียต้องรับผิดชอบในการลอบฆ่านี้ ผลสุดท้าย กองทัพซีเรียก็ต้องถอนกำลังออกไปจากเลบานอน และเลบานอนก็อยู่ในความดูแลของ กลุ่มเฮสบอลเลาะห์ กับกองกำลังที่เรียกว่า “กองกำลังร่วม 14 มีนา” ที่ตั้งขึ้นทันที ที่ ฮาริริ ถูกฆ่าตาย และไม่ถูกกับกลุ่มเฮสบอลเลาะห์
    เลบานอน ก็เริ่มมีความวุ่นวาย
    หลังจากนั้น เสียงไม่เอาซีเรีย ไม่เอาอัสซาด ก็เริ่มระบาดดังขึ้นในเลบานอน สื่อในเลบานอน ตีข่าวด่าซีเรียทุกวัน กองกำลังร่วม 14 มีนา ก็แข็งกร้าวขึ้นทุกวัน และกระดาษสีเขียวตรานกอินทรีย์ ปนกลิ่นแพะ ก็ปลิวว่อนในเลบานอน
    นี่คือจุดเริ่มต้นของการรวมกำลังโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด ที่มาจากสาระพัดพันธ์ุและสาระพัด เป้าหมาย
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    7 ต.ค. 2558
    ลองเชิง ตอนที่ 8 “ลองเชิง” ตอน 8 เขาว่ากันว่า สิ่งที่อเมริกาสนใจ และใส่ใจที่สุดในตะวันออกกลางคือ น้ำมัน กับอิสราเอลเท่านั้น ที่เถียงกันคือ ใน 2 สิ่ง อเมริกาห่วงสิ่งไหนมากกว่ากัน ที่เขาว่ากันแบบนั้น ก็คงไม่ผิดในเชิงการเมือง แต่ ในเชิงยุทธศาสตร์ ผมว่าอเมริกาคงสนใจแค่ 1 สิ่ง ในตะวันออกกลาง คืออเมริกา “จะต้องได้” ตะวันออกกลางทั้งหมดต่างหาก อย่างที่ผมเกริ่นมาในตอนก่อนๆ แต่อเมริกาจะกินตะวันออกกลางทั้งหมด อเมริกาก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะห่วงว่าจะมีใครย้อนศร ส่วจรวดมาใส่ไข่แดงของอเมริกา ที่อยู่ในตะวันออกกลางคือ อิสราเอล จนเละทั้งใบ ไม่ใช่อเมริการักอิสราเอลมากนักหรอก แต่ยิวที่ขี่คอรัฐบาลอเมริกานั่นสิ ที่อเมริกาต้องห่วง และยิวในอเมริกาก็มีมากเสียด้วย เรียกดาราดังๆเชื้อสายยิวๆ มาเข้าฉากทั้งหมด รัฐบาลอเมริกันอาจพังง่ายๆ ตั้งแต่ผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับ ดาราตุ๊กตาทอง สื่อทุกรูปแบบ อยู่ในมือยิวเกือบทั้งนั้น อาวุธที่ทำให้อเมริกาเซได้ โดยไม่ต้องถล่มตลาดหุ้น หรือใช้จรวดยิง ก็คือ ใช้ดารากับสื่อนี่แหละครับ เอาหน้าเด่นๆ ผลัดกันมาออกรายการ ตีข่าวเข้าไปทุกวัน คนบ้าดารา เคลิ้มตาม เดี๋ยวก็ได้มีการลาออก หรือเปลี่ยนนโยบายกันให้เห็น แต่ไม่ได้หมายความว่า อเมริกาจะไม่มีวันทิ้งยิว … อัสซาด คนพ่อ Hafez Assad นั้น เป็นนักยุทธศาสตร์ตัวยง เหลี่ยมลึก มองไกล เขาดูแล้วว่า อิสราเอลเป็นจุดสำคัญที่สุดของตะวันออกกลาง ผมจึงชื่นชมอังกฤษ ไอ้ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้ายนักว่า มันสุดยอด(ชั่ว)จริงๆ ที่เอายิวไปอยู่ในตะวันออกกลางได้ และให้อยู่ในจุดนั้น ลองกลับไปดูแผนที่นะครับ และนึกถึงข้อตกลงของอังกฤษกับผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยว่า สมัยนั้น เขาตกลงแบ่งสมบัติกันอย่างไร สรุปว่า ประเทศที่มีทางออกสู่เมดิเตอร์เรเนียนทั้งหมดคือ ตุรกี ซีเรีย เลบานอน และอิสราเอล ยาวมาจนถึงอียิปต์ ตกอยู่ในความดูแลของอังกฤษกับพวก เพื่ออังกฤษและพวกจะได้คุมทางออกไปทะเล จำไว้นะครับ เรื่องการคุมทางออกทะเล เป็นยุทธศาสตร์สำคัญอันหนึ่ง แต่มาภายหลัง เมื่อตุรกี ซีเรีย เลบานอน ได้รับเอกราช สามารถปกครองบ้านเมืองตัวเองได้ โดยไม่ต้องฟังอังกฤษกับพวกแล้ว อเมริกาที่รับไม้ดูแลตะวันออกกลางต่อจากอังกฤษ จึงต้องทุ่มสร้างความมั่นคงให้กับอิสราเอล ไข่แดงของตัว และสร้างความมั่นคงให้อิยิปต์ด้วยในช่วงแรก เพื่อเป็นกำแพงพิงหลังให้อิสราเอล ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามซื้อเลบานอนอยู่หลายรอบ สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง อัสซาด คนพ่อ เห็นอย่างนั้นก็รู้ว่า อิสราเอล แม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่ถ้าอเมริกาเสริมเหล็กใ้ห้จนแข็งขนาดนั้น ต่อไปซีเรียจะเหนื่อย เขาจึงสนับสนุนให้มีการสร้างกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ในเลบานอน ที่อยู่ติดหลังบ้านอิสราเอลขึ้นมา ไว้เป็นด่านกั้นให้ซีเรียชั้นหนึ่งก่อน ส่วนเลบานอนก็ไม่ปฏิเสธ เพราะตัวเองยิ่งแย่ใหญ่ หน้าเกือบจะชนก้นอิสราเอลอยู่แล้ว และนี่ ก็เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้อิสราเอลเกลียดซีเรีย อย่างไม่มีวันเลิก กลับมาที่แผนชั่วของอเมริกาใน ตะวันออกกลาง ตัวละครใหญ่สำคัญที่สุด 3 รายคือ อิหร่าน อิสราเอล และซาอุดิอารเบีย นั้น อเมริกาจับมาอยู่ในมือแล้ว คือ 2 รายหลัง เหลือรายแรกคือ อิหร่าน ที่อเมริกาเพียรจับ แต่จับๆ หลุดๆ ตั้งแต่ช่วง ค.ศ.1950 กว่าๆ แต่ไม่เคยอยู่หมัดอยู่มือถาวร อเมริกาจึงต้องวางแผนใหม่อยู่เรื่อย จะครองโลก ไม่ใช่คิดวันนี้ ครองพรุ่งนี้ เขาวางแผนกันมาหลายสิบปี บางทีร้อยปี ก็มี จะต่อสู้หรือต่อต้าน ก็เช่นเดียวกัน เขาก็ต้องวางแผนนาน สนามซีเรีย ช่วงนี้จะนั่งดูรายวัน ก็ควรทำความเข้าใจก่อนว่า ใครเล่นอะไร ที่ไหน เพราะอะไร ไม่อย่างนั้น ก็แค่รู้ แต่ไม่เข้าใจ อเมริกาวางแผนที่จะกินอิหร่านหลายรูปแบบ รูปแบบสุดท้าย คือ เรื่องนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นละครซื้อเวลา แผนจริงรุ่นแรก ที่อเมริกาเดินเพื่อกินอิหร่าน คือ แผนบุกอิรัค ของเหยี่ยวกระหายเลือด คาวบอยบุช กับดิกเชนีย์ เมื่อ ปี ค.ศ.2003 ซึ่งเป็นไปตามแผนการจัดระเบียบโลกใหม่ New World Order ที่บุชตัวพ่อ ประกาศ ในปี ค.ศ.1991 เมื่อคิดว่า สหภาพโซเวียตล่มสลายตายสนิท แต่ภายหลัง ในช่วงประมาณปี ค.ศ.2000 ไอ้ที่คิดว่าตายสนิท ดันฟื้นเป็นรัสเซีย ที่ทำท่าจะเฟื่องต่อเสียด้วยซ้ำ และไอ้ที่คิดว่าดีแต่ค้าขายอย่างจีน ก็ทำท่าจะโตเร็วเกินไป แผนจัดการอิหร่าน เพื่อยึดตะวันออกกลาง และผ่ากลาง รัสเซียกับจีน จึงต้องรีบดำเนินการ แต่อยู่ดีๆ จะไปยึดอิหร่าน ที่ใหญ่เอาเรื่อง และก็ผูกสัมพันธ์กับรัสเซียมาตลอด คงไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะเซ่อซ่าวิ่งลุยเข้าไปง่ายๆ อเมริกาจึงคิดทุบรอบนอกอิหร่านก่อน และยุทธศาสตร์ทุบรอบนอก หรือทุบข้างในให้น่วมก่อนกิน นี่ ดูเหมือนจะเป็นยุทธศาสตร์ยอดนิยมของค่ายตะวันตก อิรัคและซัดดัม จึงถูกเลือกเป็นทั้งเป้าหมายจริง และเป็นเป้าหมายหลอกในขณะเดียวกัน อเมริกาไม่เคยกินเด้งเดียว อเมริกาต้องการครอบครองอิรัค เพื่อเอาน้ำมัน และใช้เป็นสะพานเพื่อเข้าไปบุกซีเรียและอิหร่านอีกต่อหนึ่ง ขณะเดียวกัน ก็เป็นการตัดเส้นทางเลี้ยงกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ ของเลบานอน ที่อยู่ติดกับประตูหลังบ้านของอิสราเอล ที่ทั้งอิหร่านและซีเรียส่งเสียเลี้ยงดู เพื่ออิสราเอลจะได้ปลอดภัย เห็นความแสบ ซับซ้อนของอเมริกาไหมครับ แผนนี้ ถ้าสำเร็จ มันจะเป็นการทลายค่ายต่อต้านอเมริกาอย่างถาวร ได้ดูแลยิว และผ่ารัสเซียจากจีน เป็นการตัดตอน 2 ประเทศใหญ่ เตรียมก้าวไปครองโลก คิดแล้วน่าเคลิ้มใจ อเมริกา ยังฝันเฟื่องต่อไปอีกว่า เมื่อยึดอิรัค กำจัดซัดดัมแล้ว จะจัดให้อิรัคมีการเลือกตั้ง เป็นประชาธิปไตย ซึ่งจะทำให้อิรัค เป็นมิตรที่ดีของอิสราเอล คอยช่วยเหลืออิสราเอล และช่วยด่าซีเรีย กับด่าอิหร่าน เป็นการปูพื้น เตรียมการให้อเมริกาบุก 2 ประเทศนั้นต่อ ระหว่างที่อ่านย่อหน้านี้ จะได้อารมณ์มาก ถ้านึกถึงหน้าคาวบอยบุซ ไปด้วยนะครับ จะได้ซึ้งถึงฝันเฟื่องของคาวบอย ว่ามัน เห่ย ขนาดไหน อเมริกา ไม่ได้เพียงประเมินตัวเองผิด อเมริกายังประเมินคู่ต่อสู้ของตัวผิดอีกด้วย การบุกอิรัค จึงกลายเป็นเรื่องหายนะของอเม ริกา และเป็นหายนะของอิรัคด้วย เพราะตามสูตรของอเมริกา เมื่อครอบครองไม่ได้ ก็ทำลายเสีย แล้วอิรัค ก็กลายเป็นรัฐล้มเหลว เช่นเดียวกับลิเบีย และอื่นๆ สำหรับอเมริกา ในการจะบุกซีเรีย อเมริกาต้องใช้สูตรสำเร็จ เอาปูนป้ายหน้า อัสซาดก่อนว่า ไอ้หมอนี่เป็นผู้นำที่เลว เผด็จการ ขี้โกง ไร้มนุษยธรรม ฯลฯ เหมือนอย่างที้ป้ายหน้า ซัดดัม กัดดาฟี ทำนองนั้น สูตรสำเร็จนี้ คนอ่านนิทานท่องได้ จำขึ้นใจกันแล้วทั้งนั้น แต่สำหรับซีเรีย สูตรสำเร็จแค่นั้นคงไม่พอ เพราะซีเรียก็แหลมคม และมีเพื่อน แล้วในปี ค.ศ.2005 จึงเกิดเรื่องการวางระเบิดคาร์บอม ใส่ขบวนรถของนายราฟิค ฮาริริ Rafiq Hariri อดีตนายกรัฐมนตรีเลบานอน ข่าวบอกว่าเป็นฝีมือของกลุ่มเฮสบอลเลาะห์กองกำลังติดอาวุธของเลบานอน ที่อยู่คนละข้างกับกลุ่มของฮาริริ บังเอิญ ฮาริริ ดันเป็นคนที่ (มีคนสั่งให้) ซาอุ (จ่าย) สนับสนุนให้เป็นใหญ่ในเลบานอน เอาไว้เป็นหนาม อยู่กลางกลุ่มพวกอิหร่านและซีเรียในเลบานอน เรื่องมันจึงไม่ใช่การวางระเบิดระดับธรรมดา สื่อฟอกย้อม ลงข่าวว่า ซีเรียต้องรับผิดชอบ เพราะตอนนั้นซีเรีย ดูแลด้านความมั่นคงให้แก่เลบานอน ตามสัญญา Taif Accord แม้จะดมกลิ่นระเบิดไม่ได้จากมือไหน แต่คาร์บอมรายการนี้ ก็ค่อนข้างชัดว่า น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนป้ายสีให้อัสซาด นอกจากนี้ หัวหน้าอาหรับสายสุนนี่ โดยเฉพาะสุนนี่ในเลบานอน ต่างออกมาประสานเสียงกันว่า ซีเรียต้องรับผิดชอบในการลอบฆ่านี้ ผลสุดท้าย กองทัพซีเรียก็ต้องถอนกำลังออกไปจากเลบานอน และเลบานอนก็อยู่ในความดูแลของ กลุ่มเฮสบอลเลาะห์ กับกองกำลังที่เรียกว่า “กองกำลังร่วม 14 มีนา” ที่ตั้งขึ้นทันที ที่ ฮาริริ ถูกฆ่าตาย และไม่ถูกกับกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ เลบานอน ก็เริ่มมีความวุ่นวาย หลังจากนั้น เสียงไม่เอาซีเรีย ไม่เอาอัสซาด ก็เริ่มระบาดดังขึ้นในเลบานอน สื่อในเลบานอน ตีข่าวด่าซีเรียทุกวัน กองกำลังร่วม 14 มีนา ก็แข็งกร้าวขึ้นทุกวัน และกระดาษสีเขียวตรานกอินทรีย์ ปนกลิ่นแพะ ก็ปลิวว่อนในเลบานอน นี่คือจุดเริ่มต้นของการรวมกำลังโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด ที่มาจากสาระพัดพันธ์ุและสาระพัด เป้าหมาย สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 7 ต.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 665 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts