• รถแน่นเอเชีย!! ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงผ่าน “อ่างทอง” เริ่มอืดจัด รถหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร สลับหยุดนิ่ง หลังประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ คาดปริมาณรถสะสมยาวถึงช่วงกลางคืน
    .
    เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 ม.ค. รายงานสภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ตั้งแต่รอยต่อ อ.ไชโย–อ.เมืองอ่างทอง ต่อเนื่องถึงรอยต่อ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา พบการจราจรหนาแน่น รถใช้ความเร็วได้เพียง 30–40 กม./ชม. และมีการติดสะสมสลับหยุดนิ่งตามคอสะพาน ทางร่วม และทางแยก
    .
    สาเหตุหลักมาจากประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อกลับไปทำงานตามปกติหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ โดยคาดว่าปริมาณรถจะยังสะสมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นและกลางคืน
    .
    ด้านศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดอ่างทอง แนะนำผู้ใช้รถหลีกเลี่ยงถนนสายเอเชีย โดยใช้เส้นทางเลี่ยง เช่น เส้นทางบ้านมหานาม–บ้านรี เลาะคลองชลประทานชัยนาท–อยุธยา และถนนสาย 309 สิงห์บุรี–ไชโย–เมืองอ่างทอง–ป่าโมก มุ่งหน้าออกอยุธยา
    .
    พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนน ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000403
    .
    #News1 #News1live #ถนนสายเอเชีย #รถติด #อ่างทอง #จราจรปีใหม่ #เดินทางกลับกทม
    รถแน่นเอเชีย!! ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงผ่าน “อ่างทอง” เริ่มอืดจัด รถหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร สลับหยุดนิ่ง หลังประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ คาดปริมาณรถสะสมยาวถึงช่วงกลางคืน . เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 ม.ค. รายงานสภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ตั้งแต่รอยต่อ อ.ไชโย–อ.เมืองอ่างทอง ต่อเนื่องถึงรอยต่อ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา พบการจราจรหนาแน่น รถใช้ความเร็วได้เพียง 30–40 กม./ชม. และมีการติดสะสมสลับหยุดนิ่งตามคอสะพาน ทางร่วม และทางแยก . สาเหตุหลักมาจากประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อกลับไปทำงานตามปกติหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ โดยคาดว่าปริมาณรถจะยังสะสมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นและกลางคืน . ด้านศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดอ่างทอง แนะนำผู้ใช้รถหลีกเลี่ยงถนนสายเอเชีย โดยใช้เส้นทางเลี่ยง เช่น เส้นทางบ้านมหานาม–บ้านรี เลาะคลองชลประทานชัยนาท–อยุธยา และถนนสาย 309 สิงห์บุรี–ไชโย–เมืองอ่างทอง–ป่าโมก มุ่งหน้าออกอยุธยา . พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนน ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000403 . #News1 #News1live #ถนนสายเอเชีย #รถติด #อ่างทอง #จราจรปีใหม่ #เดินทางกลับกทม
    Like
    Love
    Yay
    5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 157 มุมมอง 0 รีวิว
  • ยุคใหม่ของการติดตั้งแอปบน Linux: 7 เครื่องมือจัดการ GitHub Binaries ที่ช่วยลดงานซ้ำซ้อน

    โลกของ Linux กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อซอฟต์แวร์จำนวนมากเลือกปล่อยเป็น pre‑compiled binaries บน GitHub Releases แทนการเข้าระบบแพ็กเกจของดิสโทรแบบดั้งเดิม ทำให้ผู้ใช้ต้องคอยเข้าไปดาวน์โหลดไฟล์เองอยู่บ่อยครั้ง บทความจาก It’s FOSS ชี้ให้เห็นว่าเครื่องมือรุ่นใหม่เหล่านี้ช่วย “ปิดช่องว่าง” ระหว่างแพ็กเกจเมเนเจอร์แบบเดิมกับโลกของ GitHub ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    หนึ่งในเครื่องมือที่โดดเด่นคือ Eget ซึ่งช่วยดาวน์โหลดและติดตั้งไบนารีจาก GitHub โดยอัตโนมัติ เพียงระบุชื่อรีโป มันจะเลือกไฟล์ที่เหมาะกับสถาปัตยกรรมของระบบให้ทันที นอกจากนี้ยังมี deb‑get ที่นำแนวคิด apt-get มาประยุกต์ใช้กับ .deb จาก GitHub, PPA และลิงก์ตรง ทำให้ผู้ใช้ Ubuntu และ Debian สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์นอกรีโปได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

    ฝั่ง GUI ก็มี Autonomix ที่ใช้ GTK4 + libadwaita ให้หน้าตาทันสมัย รองรับทั้ง .deb, .rpm, AppImage, Flatpak และ Snap พร้อมระบบติดตามเวอร์ชันในตัว ส่วนเครื่องมืออย่าง bin, Install Release, stew และ AFX ก็เน้นความสามารถเฉพาะทาง เช่น การจัดการหลายแหล่งซอฟต์แวร์, การซิงก์สถานะข้ามเครื่อง, การติดตั้งแบบ declarative และการจัดการปลั๊กอินเชลล์อย่างเป็นระบบ

    ภาพรวมแล้ว เครื่องมือเหล่านี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Linux ที่กำลังเคลื่อนสู่โลกที่ผู้พัฒนาปล่อยซอฟต์แวร์เองมากขึ้น และผู้ใช้ต้องการระบบจัดการไบนารีที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม ไม่ต้องรอแพ็กเกจจากดิสโทร และยังสามารถอัปเดตได้อัตโนมัติแบบแพ็กเกจเมเนเจอร์ดั้งเดิม ถือเป็นการผสมผสานระหว่างความคล่องตัวของ GitHub กับความสะดวกของระบบจัดการแพ็กเกจที่ผู้ใช้คุ้นเคย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เครื่องมือเด่นสำหรับจัดการ GitHub Binaries
    deb‑get: apt‑get สำหรับ .deb จาก GitHub, PPA, direct download
    Autonomix: ตัวเลือก GUI รองรับหลายฟอร์แมต เช่น deb/rpm/AppImage/Flatpak/Snap
    Eget: ดาวน์โหลดไบนารีอัตโนมัติจาก GitHub พร้อมเลือกไฟล์ที่ตรงสถาปัตยกรรม
    Install Release: ซิงก์สถานะแพ็กเกจข้ามเครื่องผ่านไฟล์ JSON
    bin: จัดการไบนารีจากหลายแหล่ง เช่น GitHub, GitLab, Docker, Hashicorp
    stew: ระบบ declarative ผ่าน Stewfile + UI แบบ interactive
    AFX: จัดการปลั๊กอินเชลล์ + ไบนารีด้วย YAML config

    ข้อควรระวังและข้อจำกัด
    ต้องพึ่งพา GitHub API ซึ่งอาจเจอ rate‑limit หากไม่ใช้ token
    บางเครื่องมือยังใหม่มาก เช่น Autonomix อาจมีบั๊กหรือฟีเจอร์ไม่ครบ
    การติดตั้งไบนารีนอกรีโปอาจขาดการตรวจสอบความปลอดภัยจากดิสโทร
    ระบบ declarative หรือ multi‑source อาจซับซ้อนสำหรับผู้ใช้ใหม่

    https://itsfoss.com/github-binaries-tools/
    📦⚙️ ยุคใหม่ของการติดตั้งแอปบน Linux: 7 เครื่องมือจัดการ GitHub Binaries ที่ช่วยลดงานซ้ำซ้อน โลกของ Linux กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อซอฟต์แวร์จำนวนมากเลือกปล่อยเป็น pre‑compiled binaries บน GitHub Releases แทนการเข้าระบบแพ็กเกจของดิสโทรแบบดั้งเดิม ทำให้ผู้ใช้ต้องคอยเข้าไปดาวน์โหลดไฟล์เองอยู่บ่อยครั้ง บทความจาก It’s FOSS ชี้ให้เห็นว่าเครื่องมือรุ่นใหม่เหล่านี้ช่วย “ปิดช่องว่าง” ระหว่างแพ็กเกจเมเนเจอร์แบบเดิมกับโลกของ GitHub ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในเครื่องมือที่โดดเด่นคือ Eget ซึ่งช่วยดาวน์โหลดและติดตั้งไบนารีจาก GitHub โดยอัตโนมัติ เพียงระบุชื่อรีโป มันจะเลือกไฟล์ที่เหมาะกับสถาปัตยกรรมของระบบให้ทันที นอกจากนี้ยังมี deb‑get ที่นำแนวคิด apt-get มาประยุกต์ใช้กับ .deb จาก GitHub, PPA และลิงก์ตรง ทำให้ผู้ใช้ Ubuntu และ Debian สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์นอกรีโปได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ฝั่ง GUI ก็มี Autonomix ที่ใช้ GTK4 + libadwaita ให้หน้าตาทันสมัย รองรับทั้ง .deb, .rpm, AppImage, Flatpak และ Snap พร้อมระบบติดตามเวอร์ชันในตัว ส่วนเครื่องมืออย่าง bin, Install Release, stew และ AFX ก็เน้นความสามารถเฉพาะทาง เช่น การจัดการหลายแหล่งซอฟต์แวร์, การซิงก์สถานะข้ามเครื่อง, การติดตั้งแบบ declarative และการจัดการปลั๊กอินเชลล์อย่างเป็นระบบ ภาพรวมแล้ว เครื่องมือเหล่านี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Linux ที่กำลังเคลื่อนสู่โลกที่ผู้พัฒนาปล่อยซอฟต์แวร์เองมากขึ้น และผู้ใช้ต้องการระบบจัดการไบนารีที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม ไม่ต้องรอแพ็กเกจจากดิสโทร และยังสามารถอัปเดตได้อัตโนมัติแบบแพ็กเกจเมเนเจอร์ดั้งเดิม ถือเป็นการผสมผสานระหว่างความคล่องตัวของ GitHub กับความสะดวกของระบบจัดการแพ็กเกจที่ผู้ใช้คุ้นเคย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เครื่องมือเด่นสำหรับจัดการ GitHub Binaries ➡️ deb‑get: apt‑get สำหรับ .deb จาก GitHub, PPA, direct download ➡️ Autonomix: ตัวเลือก GUI รองรับหลายฟอร์แมต เช่น deb/rpm/AppImage/Flatpak/Snap ➡️ Eget: ดาวน์โหลดไบนารีอัตโนมัติจาก GitHub พร้อมเลือกไฟล์ที่ตรงสถาปัตยกรรม ➡️ Install Release: ซิงก์สถานะแพ็กเกจข้ามเครื่องผ่านไฟล์ JSON ➡️ bin: จัดการไบนารีจากหลายแหล่ง เช่น GitHub, GitLab, Docker, Hashicorp ➡️ stew: ระบบ declarative ผ่าน Stewfile + UI แบบ interactive ➡️ AFX: จัดการปลั๊กอินเชลล์ + ไบนารีด้วย YAML config ‼️ ข้อควรระวังและข้อจำกัด ⛔ ต้องพึ่งพา GitHub API ซึ่งอาจเจอ rate‑limit หากไม่ใช้ token ⛔ บางเครื่องมือยังใหม่มาก เช่น Autonomix อาจมีบั๊กหรือฟีเจอร์ไม่ครบ ⛔ การติดตั้งไบนารีนอกรีโปอาจขาดการตรวจสอบความปลอดภัยจากดิสโทร ⛔ ระบบ declarative หรือ multi‑source อาจซับซ้อนสำหรับผู้ใช้ใหม่ https://itsfoss.com/github-binaries-tools/
    ITSFOSS.COM
    Stop Manually Checking GitHub Releases — These Tools Automatically Install & Update Apps on Linux
    These handy utilities tools simplify installing and managing binaries from GitHub releases on Linux.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 209 มุมมอง 0 รีวิว
  • elementary OS 8.1 ออกแล้ว: อัปเกรดครั้งใหญ่เพื่อความลื่นไหลและปลอดภัยกว่าเดิม

    elementary OS 8.1 มาพร้อมการปรับปรุงครั้งสำคัญที่เน้นประสบการณ์ผู้ใช้ ความปลอดภัย และความเข้ากันได้กับฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ โดยอัปเดตนี้สร้างบนฐาน Ubuntu 24.04 LTS ทำให้ระบบมีความเสถียรและรองรับอุปกรณ์ได้กว้างขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ ทีมพัฒนาได้แก้ไขปัญหามากกว่า 1,100 รายการจากเสียงสะท้อนของผู้ใช้ ทำให้เวอร์ชันนี้เป็นหนึ่งในอัปเดตที่ “เนียนที่สุด” ของ elementary OS ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา.

    ในด้านประสบการณ์ใช้งาน ผู้ใช้จะได้พบกับ Dock ที่ฉลาดขึ้น การจัดการ Workspace ที่สะดวกกว่าเดิม และฟีเจอร์ Background Portal ที่ช่วยให้เห็นว่าแอปใดกำลังทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างโปร่งใส รวมถึงการปรับปรุงด้าน Accessibility ที่ทำให้ผู้พิการทางสายตาสามารถติดตั้งระบบได้ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของระบบปฏิบัติการสายดีไซน์นี้.

    ด้านความปลอดภัย Secure Session ถูกตั้งเป็นค่าเริ่มต้น ทำให้การใช้งานทั่วไปปลอดภัยขึ้น เช่น หน้าต่างยืนยันรหัสผ่านที่ป้องกันการขโมยโฟกัสจากแอปอื่น และระบบอัปเดตที่ฉลาดขึ้น ไม่รบกวนผู้ใช้ และไม่กินเน็ตบนเครือข่ายแบบจำกัดข้อมูล ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิด “ปลอดภัยแต่ไม่รบกวน” ที่ elementary OS ยึดถือมาโดยตลอด.

    สุดท้าย elementary OS 8.1 ยังเปิดตัวเวอร์ชัน ARM64 อย่างเป็นทางการ รองรับอุปกรณ์อย่าง Apple Silicon และ Raspberry Pi ที่ใช้ UEFI ทำให้ระบบนี้ก้าวเข้าสู่โลก ARM อย่างเต็มตัว พร้อมแอปพื้นฐานที่ได้รับการปรับปรุง เช่น Maps, Monitor, Music และ GNOME Web 48.3 ที่เร็วขึ้นกว่าเดิม ถือเป็นอัปเดตที่ทั้งเบา ลื่น และทันสมัยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    อัปเดตด้านประสบการณ์ผู้ใช้ (UI/UX)
    Dock ใหม่รองรับ Workspace Switcher และ Background Portal
    Dark Mode แบบ “snooze” และการปรับปรุง Reduce Motion
    Accessibility ดีขึ้นจนผู้พิการทางสายตาติดตั้งระบบได้เอง

    AppCenter ฉลาดขึ้น
    แสดงคะแนนรีวิวแบบเปอร์เซ็นต์จาก ODRS
    จัดเรียงแอปตามวันที่อัปเดต และแสดงป้าย In-app purchase

    ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว
    Secure Session เป็นค่าเริ่มต้น
    หน้าต่างใส่รหัสผ่านป้องกันการขโมยโฟกัส

    ระบบอัปเดตที่เสถียรและไม่รบกวน
    แสดงขนาดไฟล์ก่อนดาวน์โหลด
    ไม่ดาวน์โหลดอัตโนมัติบนเครือข่ายแบบจำกัดข้อมูล

    รองรับ ARM64 อย่างเป็นทางการ
    ใช้งานได้บน Apple Silicon และ Raspberry Pi ที่รองรับ UEFI

    ข้อควรระวัง / จุดที่ผู้ใช้อาจต้องรู้ก่อนอัปเดต
    Secure Session อาจทำให้บางแอปเก่าหรือไดรเวอร์ไม่รองรับ
    ARM64 ยังอาจมีแอปบางตัวที่ไม่พร้อมใช้งานเต็มรูปแบบ
    การเปลี่ยนแปลง UI อาจทำให้ผู้ใช้เก่าต้องปรับตัวเล็กน้อย

    https://itsfoss.com/news/elementary-os-8-1-release/
    🖥️ elementary OS 8.1 ออกแล้ว: อัปเกรดครั้งใหญ่เพื่อความลื่นไหลและปลอดภัยกว่าเดิม elementary OS 8.1 มาพร้อมการปรับปรุงครั้งสำคัญที่เน้นประสบการณ์ผู้ใช้ ความปลอดภัย และความเข้ากันได้กับฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ โดยอัปเดตนี้สร้างบนฐาน Ubuntu 24.04 LTS ทำให้ระบบมีความเสถียรและรองรับอุปกรณ์ได้กว้างขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ ทีมพัฒนาได้แก้ไขปัญหามากกว่า 1,100 รายการจากเสียงสะท้อนของผู้ใช้ ทำให้เวอร์ชันนี้เป็นหนึ่งในอัปเดตที่ “เนียนที่สุด” ของ elementary OS ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา. ในด้านประสบการณ์ใช้งาน ผู้ใช้จะได้พบกับ Dock ที่ฉลาดขึ้น การจัดการ Workspace ที่สะดวกกว่าเดิม และฟีเจอร์ Background Portal ที่ช่วยให้เห็นว่าแอปใดกำลังทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างโปร่งใส รวมถึงการปรับปรุงด้าน Accessibility ที่ทำให้ผู้พิการทางสายตาสามารถติดตั้งระบบได้ด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของระบบปฏิบัติการสายดีไซน์นี้. ด้านความปลอดภัย Secure Session ถูกตั้งเป็นค่าเริ่มต้น ทำให้การใช้งานทั่วไปปลอดภัยขึ้น เช่น หน้าต่างยืนยันรหัสผ่านที่ป้องกันการขโมยโฟกัสจากแอปอื่น และระบบอัปเดตที่ฉลาดขึ้น ไม่รบกวนผู้ใช้ และไม่กินเน็ตบนเครือข่ายแบบจำกัดข้อมูล ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิด “ปลอดภัยแต่ไม่รบกวน” ที่ elementary OS ยึดถือมาโดยตลอด. สุดท้าย elementary OS 8.1 ยังเปิดตัวเวอร์ชัน ARM64 อย่างเป็นทางการ รองรับอุปกรณ์อย่าง Apple Silicon และ Raspberry Pi ที่ใช้ UEFI ทำให้ระบบนี้ก้าวเข้าสู่โลก ARM อย่างเต็มตัว พร้อมแอปพื้นฐานที่ได้รับการปรับปรุง เช่น Maps, Monitor, Music และ GNOME Web 48.3 ที่เร็วขึ้นกว่าเดิม ถือเป็นอัปเดตที่ทั้งเบา ลื่น และทันสมัยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ อัปเดตด้านประสบการณ์ผู้ใช้ (UI/UX) ➡️ Dock ใหม่รองรับ Workspace Switcher และ Background Portal ➡️ Dark Mode แบบ “snooze” และการปรับปรุง Reduce Motion ➡️ Accessibility ดีขึ้นจนผู้พิการทางสายตาติดตั้งระบบได้เอง ✅ AppCenter ฉลาดขึ้น ➡️ แสดงคะแนนรีวิวแบบเปอร์เซ็นต์จาก ODRS ➡️ จัดเรียงแอปตามวันที่อัปเดต และแสดงป้าย In-app purchase ✅ ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ➡️ Secure Session เป็นค่าเริ่มต้น ➡️ หน้าต่างใส่รหัสผ่านป้องกันการขโมยโฟกัส ✅ ระบบอัปเดตที่เสถียรและไม่รบกวน ➡️ แสดงขนาดไฟล์ก่อนดาวน์โหลด ➡️ ไม่ดาวน์โหลดอัตโนมัติบนเครือข่ายแบบจำกัดข้อมูล ✅ รองรับ ARM64 อย่างเป็นทางการ ➡️ ใช้งานได้บน Apple Silicon และ Raspberry Pi ที่รองรับ UEFI ‼️ ข้อควรระวัง / จุดที่ผู้ใช้อาจต้องรู้ก่อนอัปเดต ⛔ Secure Session อาจทำให้บางแอปเก่าหรือไดรเวอร์ไม่รองรับ ⛔ ARM64 ยังอาจมีแอปบางตัวที่ไม่พร้อมใช้งานเต็มรูปแบบ ⛔ การเปลี่ยนแปลง UI อาจทำให้ผู้ใช้เก่าต้องปรับตัวเล็กน้อย https://itsfoss.com/news/elementary-os-8-1-release/
    ITSFOSS.COM
    Christmas Comes Early With elementary OS 8.1 Release
    Based on Ubuntu 24.04 LTS with Secure Session as default and many other improvements.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 168 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Chromebook ที่ควรเลิกเชื่อได้แล้ว

    แม้ Chromebook จะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2011 ในฐานะแล็ปท็อปราคาประหยัดสำหรับงานพื้นฐาน แต่ภาพจำในยุคแรกยังคงติดอยู่ในหัวของผู้ใช้จำนวนมาก ทั้งเรื่องอายุการใช้งานสั้น ทำอะไรไม่ได้มาก และต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม Chromebook ในปี 2025 ได้พัฒนาไปไกลกว่านั้นมาก ทั้งในด้านซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และ ecosystem ที่รองรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากขึ้น

    หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ “Chromebook อยู่ได้ไม่นาน” ซึ่งเคยเป็นจริงในยุคแรก แต่ปัจจุบัน Google ให้การอัปเดตยาวถึง 10 ปี สำหรับรุ่นที่ผลิตตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไป ทำให้เทียบชั้นกับ Windows และ macOS ได้อย่างสบาย นอกจากนี้ยังมีทางเลือกอย่าง ChromeOS Flex หรือการติดตั้งลินุกซ์เพื่อยืดอายุเครื่องเก่าได้อีกด้วย

    อีกความเชื่อที่ยังวนเวียนคือ “Chromebook เล่นเกมไม่ได้” แม้จะไม่ใช่เครื่องเกมโดยตรง แต่ Chromebook รุ่นใหม่รองรับ Linux apps, Android games และบริการสตรีมเกมอย่าง GeForce Now ทำให้เล่นเกมอินดี้หรือเกมเบาๆ ได้มากกว่าที่หลายคนคิด รวมถึงการติดตั้ง Steam เวอร์ชันลินุกซ์ในบางรุ่น แม้จะต้องอาศัยความพยายามเพิ่มขึ้นเล็กน้อยก็ตาม

    สุดท้าย ความเชื่อว่า “Chromebook ไม่ใช่แล็ปท็อปจริง” ก็เริ่มไม่ตรงกับความเป็นจริงอีกต่อไป เพราะ Chromebook รองรับอุปกรณ์เสริมหลากหลาย ตั้งแต่จอภาพภายนอก 2 จอ ไปจนถึง drawing tablet และยังรองรับไฟล์หลากหลายประเภท รวมถึงแอป Android และเว็บแอปที่ครอบคลุมการใช้งานส่วนใหญ่ของผู้ใช้ทั่วไปแล้ว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Chromebook วันนี้ไม่เหมือนเมื่อสิบปีก่อน
    ได้รับอัปเดตยาว 10 ปีสำหรับรุ่นใหม่
    มีตัวเลือกยืดอายุ เช่น ChromeOS Flex และลินุกซ์

    เรื่องเล่นเกมไม่ใช่จุดอ่อนเสมอไป
    รองรับ Android games, Linux apps และ GeForce Now
    สามารถติดตั้ง Steam เวอร์ชันลินุกซ์ในบางรุ่น

    รองรับการใช้งานจริงมากกว่าที่คิด
    ใช้อุปกรณ์เสริมได้หลากหลาย เช่น external monitors, drawing tablets
    รองรับไฟล์และแอปพื้นฐานที่ผู้ใช้ทั่วไปต้องการ

    เรื่อง “คุ้มค่าเสมอ” ไม่จริงในทุกช่วงราคา
    รุ่นราคาถูกคุ้มมาก แต่รุ่นราคา 500 ดอลลาร์ขึ้นไปเริ่มสู้ Windows ไม่ได้

    สิ่งที่ต้องระวัง
    Chromebook ยังพึ่งอินเทอร์เน็ตในหลายงาน แม้จะดีขึ้นมากแล้ว
    ไม่เหมาะกับงานเฉพาะทาง เช่น Photoshop หรือซอฟต์แวร์ระดับโปร
    รุ่นแพงอาจไม่คุ้มเมื่อเทียบกับแล็ปท็อป Windows ในราคาใกล้เคียง

    https://www.slashgear.com/2054499/chromebook-myths-stop-believing/
    💻 5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Chromebook ที่ควรเลิกเชื่อได้แล้ว แม้ Chromebook จะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2011 ในฐานะแล็ปท็อปราคาประหยัดสำหรับงานพื้นฐาน แต่ภาพจำในยุคแรกยังคงติดอยู่ในหัวของผู้ใช้จำนวนมาก ทั้งเรื่องอายุการใช้งานสั้น ทำอะไรไม่ได้มาก และต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม Chromebook ในปี 2025 ได้พัฒนาไปไกลกว่านั้นมาก ทั้งในด้านซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และ ecosystem ที่รองรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากขึ้น หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ “Chromebook อยู่ได้ไม่นาน” ซึ่งเคยเป็นจริงในยุคแรก แต่ปัจจุบัน Google ให้การอัปเดตยาวถึง 10 ปี สำหรับรุ่นที่ผลิตตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไป ทำให้เทียบชั้นกับ Windows และ macOS ได้อย่างสบาย นอกจากนี้ยังมีทางเลือกอย่าง ChromeOS Flex หรือการติดตั้งลินุกซ์เพื่อยืดอายุเครื่องเก่าได้อีกด้วย อีกความเชื่อที่ยังวนเวียนคือ “Chromebook เล่นเกมไม่ได้” แม้จะไม่ใช่เครื่องเกมโดยตรง แต่ Chromebook รุ่นใหม่รองรับ Linux apps, Android games และบริการสตรีมเกมอย่าง GeForce Now ทำให้เล่นเกมอินดี้หรือเกมเบาๆ ได้มากกว่าที่หลายคนคิด รวมถึงการติดตั้ง Steam เวอร์ชันลินุกซ์ในบางรุ่น แม้จะต้องอาศัยความพยายามเพิ่มขึ้นเล็กน้อยก็ตาม สุดท้าย ความเชื่อว่า “Chromebook ไม่ใช่แล็ปท็อปจริง” ก็เริ่มไม่ตรงกับความเป็นจริงอีกต่อไป เพราะ Chromebook รองรับอุปกรณ์เสริมหลากหลาย ตั้งแต่จอภาพภายนอก 2 จอ ไปจนถึง drawing tablet และยังรองรับไฟล์หลากหลายประเภท รวมถึงแอป Android และเว็บแอปที่ครอบคลุมการใช้งานส่วนใหญ่ของผู้ใช้ทั่วไปแล้ว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Chromebook วันนี้ไม่เหมือนเมื่อสิบปีก่อน ➡️ ได้รับอัปเดตยาว 10 ปีสำหรับรุ่นใหม่ ➡️ มีตัวเลือกยืดอายุ เช่น ChromeOS Flex และลินุกซ์ ✅ เรื่องเล่นเกมไม่ใช่จุดอ่อนเสมอไป ➡️ รองรับ Android games, Linux apps และ GeForce Now ➡️ สามารถติดตั้ง Steam เวอร์ชันลินุกซ์ในบางรุ่น ✅ รองรับการใช้งานจริงมากกว่าที่คิด ➡️ ใช้อุปกรณ์เสริมได้หลากหลาย เช่น external monitors, drawing tablets ➡️ รองรับไฟล์และแอปพื้นฐานที่ผู้ใช้ทั่วไปต้องการ ✅ เรื่อง “คุ้มค่าเสมอ” ไม่จริงในทุกช่วงราคา ➡️ รุ่นราคาถูกคุ้มมาก แต่รุ่นราคา 500 ดอลลาร์ขึ้นไปเริ่มสู้ Windows ไม่ได้ ‼️ สิ่งที่ต้องระวัง ⛔ Chromebook ยังพึ่งอินเทอร์เน็ตในหลายงาน แม้จะดีขึ้นมากแล้ว ⛔ ไม่เหมาะกับงานเฉพาะทาง เช่น Photoshop หรือซอฟต์แวร์ระดับโปร ⛔ รุ่นแพงอาจไม่คุ้มเมื่อเทียบกับแล็ปท็อป Windows ในราคาใกล้เคียง https://www.slashgear.com/2054499/chromebook-myths-stop-believing/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Chromebook Myths You Need To Stop Believing - SlashGear
    Chromebooks evolved past web-only basics. Debunking five big myths on updates, peripherals, app hacks, and when they beat pricier Windows rigs for most folks.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 219 มุมมอง 0 รีวิว
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกประกาศเตือนภัยกลุ่มข้าราชการบำนาญและผู้สูงอายุ หลังพบแก๊งสแกมเมอร์ใช้สารพัดอุบายหลอกลวงออนไลน์ โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก และเกิดความเสียหายตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงเกือบ 1 ล้านบาทต่อราย
    .
    พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า คนร้ายมักแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานด้านสวัสดิการ โทรศัพท์เข้าหาเหยื่อโดยใช้ข้อมูลส่วนตัวที่รั่วไหล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกให้เพิ่มเพื่อนใน LINE และส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอปปลอม ซึ่งเป็นมัลแวร์ควบคุมโทรศัพท์จากระยะไกล
    .
    กลโกงที่พบบ่อยคือการหลอกให้เหยื่อเปลี่ยนภาษาแอปธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้สูงอายุสับสนและถูกหลอกให้โอนเงินโดยไม่รู้ตัว จากข้อมูลศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ พบว่ากลุ่มอายุ 60–74 ปี เป็นเป้าหมายหลักของขบวนการนี้
    .
    ตำรวจย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อสายแปลกหน้า ไม่กดลิงก์ ไม่ติดตั้งแอปนอกแหล่งที่เชื่อถือ และห้ามเปลี่ยนภาษาแอปธนาคารตามคำบอก หากสงสัยสามารถติดต่อสายด่วน 1441 หรือโทรแจ้งเหตุ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122657
    .
    #News1live #News1 #เตือนภัยสแกมเมอร์ #ข้าราชการบำนาญ #ภัยออนไลน์ #หลอกโอนเงิน
    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกประกาศเตือนภัยกลุ่มข้าราชการบำนาญและผู้สูงอายุ หลังพบแก๊งสแกมเมอร์ใช้สารพัดอุบายหลอกลวงออนไลน์ โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก และเกิดความเสียหายตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงเกือบ 1 ล้านบาทต่อราย . พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า คนร้ายมักแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานด้านสวัสดิการ โทรศัพท์เข้าหาเหยื่อโดยใช้ข้อมูลส่วนตัวที่รั่วไหล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกให้เพิ่มเพื่อนใน LINE และส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอปปลอม ซึ่งเป็นมัลแวร์ควบคุมโทรศัพท์จากระยะไกล . กลโกงที่พบบ่อยคือการหลอกให้เหยื่อเปลี่ยนภาษาแอปธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้สูงอายุสับสนและถูกหลอกให้โอนเงินโดยไม่รู้ตัว จากข้อมูลศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ พบว่ากลุ่มอายุ 60–74 ปี เป็นเป้าหมายหลักของขบวนการนี้ . ตำรวจย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อสายแปลกหน้า ไม่กดลิงก์ ไม่ติดตั้งแอปนอกแหล่งที่เชื่อถือ และห้ามเปลี่ยนภาษาแอปธนาคารตามคำบอก หากสงสัยสามารถติดต่อสายด่วน 1441 หรือโทรแจ้งเหตุ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122657 . #News1live #News1 #เตือนภัยสแกมเมอร์ #ข้าราชการบำนาญ #ภัยออนไลน์ #หลอกโอนเงิน
    Like
    Love
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 512 มุมมอง 0 รีวิว
  • MS-PC Farm B860I Mini-ITX รุ่นแรกที่มี 4 DIMM

    Maxsun เปิดตัวเมนบอร์ด MS-PC Farm B860I ซึ่งเป็น Mini-ITX รุ่นแรกในตลาด consumer ที่มี 4 DIMM slots รองรับหน่วยความจำ DDR5 สูงสุดถึง 256GB พร้อมฟีเจอร์ระดับเซิร์ฟเวอร์ เช่น IPMI remote management และ PCIe 5.0 MCIO expansion

    โดยปกติเมนบอร์ด Mini-ITX จะมีเพียง 2 DIMM slots ทำให้จำกัดความจุหน่วยความจำ แต่ Maxsun ได้สร้างความแตกต่างด้วย MS-PC Farm B860I ที่มีถึง 4 DIMM slots ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในตลาด consumer ที่พบในฟอร์มแฟกเตอร์นี้. สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งหน่วยความจำ DDR5 ได้สูงสุดถึง 256GB ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นไปได้เฉพาะในเมนบอร์ดขนาดใหญ่หรือรุ่นสำหรับเซิร์ฟเวอร์

    ฟีเจอร์ระดับเซิร์ฟเวอร์ในบอร์ด consumer
    นอกจากความจุหน่วยความจำที่มากขึ้นแล้ว บอร์ดนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ที่ปกติพบในเซิร์ฟเวอร์ เช่น IPMI remote management ที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบและควบคุมเมนบอร์ดจากระยะไกลได้ รวมถึง MCIO connection ที่รองรับการขยาย PCIe 5.0 สำหรับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลความเร็วสูง.

    การใช้งานและกลุ่มเป้าหมาย
    Maxsun เปิดตัวบอร์ดนี้ภายใต้ซีรีส์ “Farm” โดยเน้นตลาด internet cafes และ eSports ที่ต้องการเครื่องขนาดเล็กแต่ทรงพลัง การออกแบบระบบระบายความร้อนก็ถูกปรับปรุงเพื่อรองรับการทำงานหนักต่อเนื่อง เช่น การเล่นเกมหรือการประมวลผลที่ใช้หน่วยความจำสูง.

    จุดเด่นและข้อควรระวัง
    แม้จะเป็นก้าวสำคัญสำหรับ Mini-ITX แต่การเพิ่ม DIMM slots อาจทำให้การจัดการพื้นที่ PCB ซับซ้อนขึ้น และผู้ใช้ต้องพิจารณาเรื่องค่าใช้จ่ายของ DDR5 ความจุสูง รวมถึงความเข้ากันได้กับระบบที่ใช้งานอยู่

    สรุปเป็นหัวข้อ
    คุณสมบัติหลักของ MS-PC Farm B860I
    Mini-ITX รุ่นแรกในตลาด consumer ที่มี 4 DIMM slots
    รองรับ DDR5 สูงสุด 256GB

    ฟีเจอร์ระดับเซิร์ฟเวอร์
    IPMI remote management สำหรับควบคุมจากระยะไกล
    MCIO connection รองรับ PCIe 5.0 expansion

    กลุ่มเป้าหมายและการใช้งาน
    เน้น internet cafes และ eSports
    ระบบระบายความร้อนปรับปรุงเพื่อรองรับ workload หนัก

    ข้อควรระวัง
    ค่าใช้จ่ายสูงสำหรับ DDR5 ความจุใหญ่
    ต้องตรวจสอบความเข้ากันได้กับระบบที่ใช้งานอยู่

    https://wccftech.com/maxsun-debuts-ms-pc-farm-b860i/
    🖥️ MS-PC Farm B860I Mini-ITX รุ่นแรกที่มี 4 DIMM Maxsun เปิดตัวเมนบอร์ด MS-PC Farm B860I ซึ่งเป็น Mini-ITX รุ่นแรกในตลาด consumer ที่มี 4 DIMM slots รองรับหน่วยความจำ DDR5 สูงสุดถึง 256GB พร้อมฟีเจอร์ระดับเซิร์ฟเวอร์ เช่น IPMI remote management และ PCIe 5.0 MCIO expansion โดยปกติเมนบอร์ด Mini-ITX จะมีเพียง 2 DIMM slots ทำให้จำกัดความจุหน่วยความจำ แต่ Maxsun ได้สร้างความแตกต่างด้วย MS-PC Farm B860I ที่มีถึง 4 DIMM slots ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในตลาด consumer ที่พบในฟอร์มแฟกเตอร์นี้. สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งหน่วยความจำ DDR5 ได้สูงสุดถึง 256GB ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นไปได้เฉพาะในเมนบอร์ดขนาดใหญ่หรือรุ่นสำหรับเซิร์ฟเวอร์ ⚡ ฟีเจอร์ระดับเซิร์ฟเวอร์ในบอร์ด consumer นอกจากความจุหน่วยความจำที่มากขึ้นแล้ว บอร์ดนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ที่ปกติพบในเซิร์ฟเวอร์ เช่น IPMI remote management ที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบและควบคุมเมนบอร์ดจากระยะไกลได้ รวมถึง MCIO connection ที่รองรับการขยาย PCIe 5.0 สำหรับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลความเร็วสูง. 🌐 การใช้งานและกลุ่มเป้าหมาย Maxsun เปิดตัวบอร์ดนี้ภายใต้ซีรีส์ “Farm” โดยเน้นตลาด internet cafes และ eSports ที่ต้องการเครื่องขนาดเล็กแต่ทรงพลัง การออกแบบระบบระบายความร้อนก็ถูกปรับปรุงเพื่อรองรับการทำงานหนักต่อเนื่อง เช่น การเล่นเกมหรือการประมวลผลที่ใช้หน่วยความจำสูง. ⚠️ จุดเด่นและข้อควรระวัง แม้จะเป็นก้าวสำคัญสำหรับ Mini-ITX แต่การเพิ่ม DIMM slots อาจทำให้การจัดการพื้นที่ PCB ซับซ้อนขึ้น และผู้ใช้ต้องพิจารณาเรื่องค่าใช้จ่ายของ DDR5 ความจุสูง รวมถึงความเข้ากันได้กับระบบที่ใช้งานอยู่ 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ คุณสมบัติหลักของ MS-PC Farm B860I ➡️ Mini-ITX รุ่นแรกในตลาด consumer ที่มี 4 DIMM slots ➡️ รองรับ DDR5 สูงสุด 256GB ✅ ฟีเจอร์ระดับเซิร์ฟเวอร์ ➡️ IPMI remote management สำหรับควบคุมจากระยะไกล ➡️ MCIO connection รองรับ PCIe 5.0 expansion ✅ กลุ่มเป้าหมายและการใช้งาน ➡️ เน้น internet cafes และ eSports ➡️ ระบบระบายความร้อนปรับปรุงเพื่อรองรับ workload หนัก ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ ค่าใช้จ่ายสูงสำหรับ DDR5 ความจุใหญ่ ⛔ ต้องตรวจสอบความเข้ากันได้กับระบบที่ใช้งานอยู่ https://wccftech.com/maxsun-debuts-ms-pc-farm-b860i/
    WCCFTECH.COM
    Maxsun Debuts MS-PC Farm B860I, A Rare Four DIMM Mini ITX Motherboard
    Motherboard maker Maxsun has launched a few new Intel motherboards including a model called MS-PC Farm B860I with 4 DIMMs.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 201 มุมมอง 0 รีวิว
  • วิธีติดตั้ง Linux Kernel 6.18 LTS บน Ubuntu 25.10 และ 25.04
    Linux Kernel 6.18 ได้รับการประกาศเป็น LTS (Long-Term Support) ซึ่งจะได้รับการดูแลจนถึงเดือนธันวาคม 2027 ทำให้ผู้ใช้ Ubuntu รุ่นใหม่อย่าง 25.10 (Questing Quokka) และ 25.04 (Plucky Puffin) สามารถอัปเดตไปใช้ kernel รุ่นนี้เพื่อความเสถียรและการรองรับฮาร์ดแวร์ล่าสุดได้

    ขั้นตอนการติดตั้ง
    1️⃣ เพิ่ม Ubuntu Mainline Kernel PPA Archive ดาวน์โหลดไฟล์ .deb ที่เกี่ยวข้องจาก PPA ของ Ubuntu mainline kernel

    2️⃣ ไฟล์ที่ต้องติดตั้ง
    linux-image-unsigned-6.18.0-061800-generic_amd64.deb
    linux-modules-6.18.0-061800-generic_amd64.deb
    linux-headers-6.18.0-061800-generic_amd64.deb
    linux-headers-6.18.0-061800_all.deb

    3️⃣ ติดตั้งด้วย dpkg ใช้คำสั่ง:

    sudo dpkg -i *.deb

    4️⃣ รีบูตเครื่อง หลังการติดตั้ง ให้รีบูตเพื่อเข้าสู่ kernel ใหม่

    สิ่งที่ได้รับจาก Kernel 6.18 LTS
    รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ ๆ รวมถึงอุปกรณ์จาก Intel และ AMD
    ปรับปรุงประสิทธิภาพและความเสถียรของระบบไฟล์
    แก้ไขบั๊กและเพิ่มความปลอดภัยในระดับ kernel
    ได้รับการดูแลระยะยาวจนถึงปี 2027

    สรุปสาระสำคัญและคำเตือน
    Linux Kernel 6.18 ได้รับสถานะ LTS
    จะได้รับการดูแลจนถึงเดือนธันวาคม 2027

    รองรับ Ubuntu 25.10 และ 25.04
    สามารถติดตั้งผ่านไฟล์ .deb จาก mainline PPA

    ขั้นตอนติดตั้งง่าย
    ดาวน์โหลดไฟล์, ใช้ dpkg -i, และรีบูตเครื่อง

    ประโยชน์จาก Kernel ใหม่
    รองรับฮาร์ดแวร์ล่าสุด, ปรับปรุงเสถียรภาพ และเพิ่มความปลอดภัย

    คำเตือนต่อผู้ใช้ทั่วไป
    การติดตั้ง kernel mainline อาจทำให้บาง driver หรือโมดูลไม่เข้ากันกับระบบ

    ความเสี่ยงด้านระบบ production
    ควรทดสอบบนเครื่องทดลองก่อนนำไปใช้จริง เพื่อหลีกเลี่ยง downtime

    https://9to5linux.com/how-to-install-linux-kernel-6-18-lts-on-ubuntu-25-10-and-ubuntu-25-04
    🐧 วิธีติดตั้ง Linux Kernel 6.18 LTS บน Ubuntu 25.10 และ 25.04 Linux Kernel 6.18 ได้รับการประกาศเป็น LTS (Long-Term Support) ซึ่งจะได้รับการดูแลจนถึงเดือนธันวาคม 2027 ทำให้ผู้ใช้ Ubuntu รุ่นใหม่อย่าง 25.10 (Questing Quokka) และ 25.04 (Plucky Puffin) สามารถอัปเดตไปใช้ kernel รุ่นนี้เพื่อความเสถียรและการรองรับฮาร์ดแวร์ล่าสุดได้ ⚙️ ขั้นตอนการติดตั้ง 1️⃣ เพิ่ม Ubuntu Mainline Kernel PPA Archive ดาวน์โหลดไฟล์ .deb ที่เกี่ยวข้องจาก PPA ของ Ubuntu mainline kernel 2️⃣ ไฟล์ที่ต้องติดตั้ง 🎗️ linux-image-unsigned-6.18.0-061800-generic_amd64.deb 🎗️ linux-modules-6.18.0-061800-generic_amd64.deb 🎗️ linux-headers-6.18.0-061800-generic_amd64.deb 🎗️ linux-headers-6.18.0-061800_all.deb 3️⃣ ติดตั้งด้วย dpkg ใช้คำสั่ง: sudo dpkg -i *.deb 4️⃣ รีบูตเครื่อง หลังการติดตั้ง ให้รีบูตเพื่อเข้าสู่ kernel ใหม่ 🛡️ สิ่งที่ได้รับจาก Kernel 6.18 LTS 🎗️ รองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ ๆ รวมถึงอุปกรณ์จาก Intel และ AMD 🎗️ ปรับปรุงประสิทธิภาพและความเสถียรของระบบไฟล์ 🎗️ แก้ไขบั๊กและเพิ่มความปลอดภัยในระดับ kernel 🎗️ ได้รับการดูแลระยะยาวจนถึงปี 2027 📌 สรุปสาระสำคัญและคำเตือน ✅ Linux Kernel 6.18 ได้รับสถานะ LTS ➡️ จะได้รับการดูแลจนถึงเดือนธันวาคม 2027 ✅ รองรับ Ubuntu 25.10 และ 25.04 ➡️ สามารถติดตั้งผ่านไฟล์ .deb จาก mainline PPA ✅ ขั้นตอนติดตั้งง่าย ➡️ ดาวน์โหลดไฟล์, ใช้ dpkg -i, และรีบูตเครื่อง ✅ ประโยชน์จาก Kernel ใหม่ ➡️ รองรับฮาร์ดแวร์ล่าสุด, ปรับปรุงเสถียรภาพ และเพิ่มความปลอดภัย ‼️ คำเตือนต่อผู้ใช้ทั่วไป ⛔ การติดตั้ง kernel mainline อาจทำให้บาง driver หรือโมดูลไม่เข้ากันกับระบบ ‼️ ความเสี่ยงด้านระบบ production ⛔ ควรทดสอบบนเครื่องทดลองก่อนนำไปใช้จริง เพื่อหลีกเลี่ยง downtime https://9to5linux.com/how-to-install-linux-kernel-6-18-lts-on-ubuntu-25-10-and-ubuntu-25-04
    9TO5LINUX.COM
    How to Install Linux Kernel 6.18 LTS on Ubuntu 25.10 and Ubuntu 25.04 - 9to5Linux
    You can now install the latest and greatest Linux 6.18 LTS kernel series on your Ubuntu 25.04 and Ubuntu 25.10 distributions. Here’s how!
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 180 มุมมอง 0 รีวิว
  • PhotoPrism: ทางเลือกใหม่แทน Google Photos

    PhotoPrism เป็นแอปจัดการรูปภาพที่ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวในบ้าน (homelab) โดยใช้ Docker Compose จุดเด่นคือ การประมวลผลทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเครื่องของผู้ใช้ ทำให้รูปถ่ายไม่ถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลฝึกโมเดลธุรกิจของบริษัทอื่น ภาพถ่ายจึงยังคงเป็น “ความทรงจำของคุณ” ภายใต้การควบคุมของคุณเอง

    ขั้นตอนการติดตั้งและการตั้งค่า
    การติดตั้ง PhotoPrism ต้องมีพื้นฐานการใช้ Linux command line และ Docker โดยเริ่มจากการสร้างโฟลเดอร์โปรเจกต์ ดาวน์โหลดไฟล์ docker-compose.yml และแก้ไขค่าที่สำคัญ เช่น รหัสผ่าน admin, ตำแหน่งโฟลเดอร์ภาพต้นฉบับ, และ พอร์ตการเชื่อมต่อ หลังจากนั้นใช้คำสั่ง docker compose up -d เพื่อรันระบบใน background

    เมื่อระบบเริ่มทำงาน ผู้ใช้สามารถเข้าผ่านเว็บอินเทอร์เฟซที่ http://localhost:2342 และสั่งให้ PhotoPrism ทำการ index รูปภาพทั้งหมด เพื่อสร้าง metadata, thumbnails และวิเคราะห์ด้วย AI เช่น การจดจำใบหน้าและวัตถุ กระบวนการนี้อาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหากมีคลังภาพขนาดใหญ่ แต่จะเกิดขึ้นเพียงครั้งแรกเท่านั้น

    ความเป็นส่วนตัวและการดูแลระบบ
    PhotoPrism มีตัวเลือกการตั้งค่าหลากหลาย เช่น ปิดการจดจำใบหน้าเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว หรือปรับคุณภาพ thumbnail เพื่อประหยัดพื้นที่ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่า reverse proxy เช่น Nginx หรือ Caddy เพื่อให้เข้าถึงจากภายนอก LAN ได้อย่างปลอดภัย ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบเรื่อง การสำรองข้อมูลและการอัปเดตระบบเอง ซึ่งถือเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับการได้สิทธิ์ควบคุมข้อมูลอย่างเต็มที่

    การใช้งานบนมือถือและการขยายระบบ
    PhotoPrism รองรับการเข้าถึงผ่าน Progressive Web App (PWA) ที่สามารถติดตั้งเป็น shortcut บนมือถือ รวมถึงแอปเสริมอย่าง Gallery for PhotoPrism (Android) และ PhotoSync (Android/iOS) เพื่อซิงค์ภาพได้สะดวก ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นจากคลังภาพเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายระบบ homelab ให้รองรับคลังภาพขนาดใหญ่ขึ้นตามความต้องการ

    สรุปสาระสำคัญและคำเตือน
    PhotoPrism เป็นทางเลือกแทน Google Photos
    ทำงานแบบ self-hosted และเน้นความเป็นส่วนตัว

    ติดตั้งผ่าน Docker Compose
    ต้องแก้ไขค่าใน docker-compose.yml เช่นรหัสผ่านและโฟลเดอร์ภาพ

    ระบบ AI ช่วยจัดการภาพ
    มีการจดจำใบหน้าและวัตถุ แต่สามารถปิดได้เพื่อความเป็นส่วนตัว

    รองรับการใช้งานบนมือถือ
    ผ่าน PWA และแอปเสริมเช่น PhotoSync

    คำเตือนเรื่องการดูแลระบบเอง
    ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบการสำรองข้อมูลและอัปเดตระบบ

    ข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์
    หากเครื่องมี RAM หรือ CPU ต่ำ อาจทำให้การ index ใช้เวลานานมาก

    https://itsfoss.com/self-hosting-photoprism/
    🖼️ PhotoPrism: ทางเลือกใหม่แทน Google Photos PhotoPrism เป็นแอปจัดการรูปภาพที่ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวในบ้าน (homelab) โดยใช้ Docker Compose จุดเด่นคือ การประมวลผลทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเครื่องของผู้ใช้ ทำให้รูปถ่ายไม่ถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลฝึกโมเดลธุรกิจของบริษัทอื่น ภาพถ่ายจึงยังคงเป็น “ความทรงจำของคุณ” ภายใต้การควบคุมของคุณเอง ⚙️ ขั้นตอนการติดตั้งและการตั้งค่า การติดตั้ง PhotoPrism ต้องมีพื้นฐานการใช้ Linux command line และ Docker โดยเริ่มจากการสร้างโฟลเดอร์โปรเจกต์ ดาวน์โหลดไฟล์ docker-compose.yml และแก้ไขค่าที่สำคัญ เช่น รหัสผ่าน admin, ตำแหน่งโฟลเดอร์ภาพต้นฉบับ, และ พอร์ตการเชื่อมต่อ หลังจากนั้นใช้คำสั่ง docker compose up -d เพื่อรันระบบใน background เมื่อระบบเริ่มทำงาน ผู้ใช้สามารถเข้าผ่านเว็บอินเทอร์เฟซที่ http://localhost:2342 และสั่งให้ PhotoPrism ทำการ index รูปภาพทั้งหมด เพื่อสร้าง metadata, thumbnails และวิเคราะห์ด้วย AI เช่น การจดจำใบหน้าและวัตถุ กระบวนการนี้อาจใช้เวลาหลายชั่วโมงหากมีคลังภาพขนาดใหญ่ แต่จะเกิดขึ้นเพียงครั้งแรกเท่านั้น 🔒 ความเป็นส่วนตัวและการดูแลระบบ PhotoPrism มีตัวเลือกการตั้งค่าหลากหลาย เช่น ปิดการจดจำใบหน้าเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว หรือปรับคุณภาพ thumbnail เพื่อประหยัดพื้นที่ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่า reverse proxy เช่น Nginx หรือ Caddy เพื่อให้เข้าถึงจากภายนอก LAN ได้อย่างปลอดภัย ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบเรื่อง การสำรองข้อมูลและการอัปเดตระบบเอง ซึ่งถือเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับการได้สิทธิ์ควบคุมข้อมูลอย่างเต็มที่ 📱 การใช้งานบนมือถือและการขยายระบบ PhotoPrism รองรับการเข้าถึงผ่าน Progressive Web App (PWA) ที่สามารถติดตั้งเป็น shortcut บนมือถือ รวมถึงแอปเสริมอย่าง Gallery for PhotoPrism (Android) และ PhotoSync (Android/iOS) เพื่อซิงค์ภาพได้สะดวก ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นจากคลังภาพเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายระบบ homelab ให้รองรับคลังภาพขนาดใหญ่ขึ้นตามความต้องการ 📌 สรุปสาระสำคัญและคำเตือน ✅ PhotoPrism เป็นทางเลือกแทน Google Photos ➡️ ทำงานแบบ self-hosted และเน้นความเป็นส่วนตัว ✅ ติดตั้งผ่าน Docker Compose ➡️ ต้องแก้ไขค่าใน docker-compose.yml เช่นรหัสผ่านและโฟลเดอร์ภาพ ✅ ระบบ AI ช่วยจัดการภาพ ➡️ มีการจดจำใบหน้าและวัตถุ แต่สามารถปิดได้เพื่อความเป็นส่วนตัว ✅ รองรับการใช้งานบนมือถือ ➡️ ผ่าน PWA และแอปเสริมเช่น PhotoSync ‼️ คำเตือนเรื่องการดูแลระบบเอง ⛔ ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบการสำรองข้อมูลและอัปเดตระบบ ‼️ ข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ ⛔ หากเครื่องมี RAM หรือ CPU ต่ำ อาจทำให้การ index ใช้เวลานานมาก https://itsfoss.com/self-hosting-photoprism/
    ITSFOSS.COM
    What Google Photos? Self-Hosting Photo Storage with PhotoPrism Using Docker in My Homelab
    PhotoPrism offers one path toward that goal of data ownership. With PhotoPrism, your vacation photos don’t become training data for someone else’s business model. They remain what they actually are, your memories, under your control.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 248 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20251218 #TechRadar

    มินิพีซีราคาสุดคุ้มที่ AI ยังยกนิ้วให้
    เรื่องนี้เล่าถึงการท้าทายตัวเองของนักเขียนที่พยายามประกอบคอมให้แรงกว่ามินิพีซี Machenike ที่ขายในราคาเพียง 379 ดอลลาร์ แต่สุดท้ายกลับแพ้ เพราะแค่ CPU และ RAM ก็เกือบเท่าราคาทั้งเครื่องแล้ว เมื่อรวมทุกชิ้นส่วน ค่าใช้จ่ายพุ่งไปเกือบ 570 ดอลลาร์ ยังไม่รวมค่าไลเซนส์ Windows อีก ทำให้เห็นชัดว่าการซื้อเครื่องสำเร็จรูปในช่วงที่ตลาดชิ้นส่วนแพงขึ้นนั้นคุ้มกว่าเยอะ AI อย่าง ChatGPT ถึงกับบอกว่า “คุ้มสุด ๆ” ส่วน Gemini ก็ว่า “ราคานี้บ้าไปแล้ว” สรุปคือใครที่อยากได้เครื่องแรง ๆ ในงบจำกัด การซื้อสำเร็จรูปคือทางเลือกที่ไม่เสียเวลาและไม่เจ็บกระเป๋า
    https://www.techradar.com/pro/chatgpt-calls-this-mini-pc-a-steal-while-gemini-says-its-insane-value-for-money-meet-the-usd379-amd-ryzen-7-8745hs-powerhouse-that-ai-is-raving-about

    ปัญหา Windows ล่าสุดที่ทำธุรกิจปวดหัว
    Microsoft ออกแพตช์ประจำเดือนธันวาคม แต่ดันทำให้บริการ MSMQ บน Windows Server และ Windows 10 สำหรับองค์กรมีปัญหา ส่งผลให้แอปและเว็บไซต์ที่ใช้ IIS ทำงานผิดพลาด ทั้งคิวที่ไม่ทำงาน การเขียนข้อมูลล้มเหลว และข้อความแจ้งว่า “ทรัพยากรไม่เพียงพอ” ทั้งที่จริง ๆ มีอยู่เต็ม ๆ ตอนนี้ Microsoft ยังไม่มีแพตช์แก้ไขถาวร แต่แนะนำให้ธุรกิจติดต่อฝ่ายสนับสนุนโดยตรงเพื่อหาทางแก้หรือย้อนกลับการอัปเดตไปก่อน
    https://www.techradar.com/pro/security/having-windows-app-issues-microsoft-is-making-businesses-reach-out-directly-to-get-a-fix

    สิ่งที่ต้องจำเมื่อใช้แชตบอท AI
    บทความนี้เตือนว่าเวลาคุยกับแชตบอท AI อย่าลืมว่าข้อมูลที่เราพิมพ์ไปอาจไม่หายไปไหน บางครั้งบริษัทที่พัฒนา AI มีทีมงานที่เห็นข้อมูลจริง ๆ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนตัว เช่น วันเกิดหรือเลขบัญชี หากไม่ได้ลบออกก่อน การแชร์เอกสารทั้งฉบับกับบอทก็เสี่ยงมาก เพราะข้อมูลอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดลต่อไปโดยไม่รู้ตัว ผู้เขียนจึงย้ำว่าทั้งธุรกิจและผู้ใช้ต้องมีวินัยในการจัดการข้อมูล ไม่ใช่แค่ปิดบัง แต่ต้องลบให้ถาวรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในยุคที่ AI ถูกใช้แพร่หลาย
    https://www.techradar.com/pro/5-things-businesses-and-users-should-remember-when-using-ai-chatbots

    ช่องโหว่เก่าของ Asus ที่ยังตามหลอกหลอน
    CISA ของสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนถึงช่องโหว่ในโปรแกรม Asus Live Update ที่เคยถูกโจมตีตั้งแต่ปี 2018–2019 โดยมีการฝังโค้ดอันตรายลงในเซิร์ฟเวอร์อัปเดต ทำให้เครื่องที่ดาวน์โหลดตัวติดตั้งบางรุ่นถูกควบคุมได้ ช่องโหว่นี้ถูกจัดเป็นระดับวิกฤติ และหน่วยงานรัฐต้องแก้ไขภายในต้นเดือนมกราคม แม้โปรแกรมจะหมดการสนับสนุนไปแล้ว แต่ก็ยังมีผลกับเครื่องที่ใช้เวอร์ชันเก่า ๆ องค์กรเอกชนก็ถูกแนะนำให้รีบอัปเดตหรือหยุดใช้งานเช่นกัน
    https://www.techradar.com/pro/security/cisa-reveals-warning-on-asus-software-flaw-heres-what-you-need-to-do-to-stay-safe

    กริ่งประตู Ring ที่พูดตอบเองได้ด้วย Alexa+
    Ring เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Alexa+ Greetings ที่ใช้ AI ช่วยตอบคนที่มากดกริ่ง โดยมันสามารถแยกแยะว่าใครมา เช่น คนส่งของ เพื่อน หรือแม้แต่เซลส์แมน แล้วตอบกลับตามคำสั่งที่เจ้าของตั้งไว้ เช่น บอกให้วางพัสดุไว้หลังบ้าน หรือปฏิเสธการขายตรงอย่างสุภาพ ฟีเจอร์นี้ยังสามารถตอบคำถามต่อเนื่องได้ เช่น ถ้าต้องเซ็นรับของ Alexa+ ก็จะบอกให้ส่งกลับไปที่ศูนย์ ฟีเจอร์กำลังทยอยเปิดให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ และแคนาดา ถือเป็นการยกระดับความสะดวกสบายของบ้านอัจฉริยะอีกขั้น
    https://www.techradar.com/home/smart-home/your-ring-doorbell-can-now-use-alexa-to-identify-whos-calling-and-give-them-an-appropriate-greeting

    ช่องโหว่ใหม่ใน Cisco ที่ถูกโจมตีแล้ว
    Cisco ออกมาเตือนว่ามีการค้นพบช่องโหว่แบบ zero-day ที่ถูกใช้โจมตีจริงแล้ว โดยกลุ่มแฮ็กเกอร์จากจีนเป็นผู้เกี่ยวข้อง ช่องโหว่นี้กระทบกับลูกค้าที่ใช้ซอฟต์แวร์ของ Cisco ทำให้ระบบถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นภัยร้ายแรงที่กำลังเกิดขึ้นจริง และ Cisco กำลังเร่งออกแพตช์แก้ไขเพื่อป้องกันการโจมตีเพิ่มเติม
    https://www.techradar.com/pro/security/cisco-says-chinese-hackers-are-exploiting-its-customers-with-a-new-zero-day

    รีวิว Agile CRM ปี 2026
    Agile CRM ถูกรีวิวอีกครั้งในปี 2026 โดยเน้นไปที่การใช้งานสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและกลาง จุดเด่นคือการรวมเครื่องมือด้านการตลาด การขาย และการบริการลูกค้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ทีมงานสามารถติดตามลูกค้าได้ครบวงจร แต่ก็มีข้อจำกัดในด้านการปรับแต่งและการรองรับการขยายตัวสำหรับองค์กรใหญ่ รีวิวนี้จึงชี้ว่า Agile CRM เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการโซลูชันครบวงจรในราคาที่เข้าถึงได้
    https://www.techradar.com/pro/software-services/agile-crm-review

    จาก SaaS สู่ AI: การเปลี่ยนแปลงที่ผู้นำต้องเผชิญ
    บทความนี้เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรมที่ผู้นำองค์กรต้องรับมือ ตั้งแต่การเปลี่ยนผ่านจาก SaaS ไปสู่การใช้ AI อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่เรื่องเครื่องมือ แต่ยังรวมถึงการปรับตัวของทีมงาน วัฒนธรรมองค์กร และการกำกับดูแล การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกมองว่าเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่ต้องจัดการอย่างรอบคอบ
    https://www.techradar.com/pro/from-saas-to-ai-the-technological-and-cultural-shifts-leaders-must-confront

    โค้ดที่ AI สร้างมีบั๊กมากกว่ามนุษย์
    รายงานล่าสุดชี้ว่าโค้ดที่สร้างโดย AI มีแนวโน้มจะมีบั๊กและข้อผิดพลาดมากกว่าที่มนุษย์เขียนเอง แม้ AI จะช่วยให้การพัฒนาเร็วขึ้น แต่ก็ทำให้ทีมงานต้องเสียเวลาในการตรวจสอบและแก้ไขมากขึ้น บทความนี้จึงเตือนว่าการใช้ AI ในการเขียนโค้ดควรถูกมองเป็นเครื่องมือช่วย ไม่ใช่การแทนที่นักพัฒนา
    https://www.techradar.com/pro/security/ai-generated-code-contains-more-bugs-and-errors-than-human-output

    รีวิว Geekom AX8 Max mini PC
    Geekom AX8 Max mini PC ถูกรีวิวโดยเน้นไปที่ความคุ้มค่าและประสิทธิภาพในเครื่องเล็ก ๆ รุ่นนี้มาพร้อมสเปกที่ตอบโจทย์ทั้งงานทั่วไปและการใช้งานที่ต้องการพลังประมวลผลสูงในขนาดกะทัดรัด ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากได้เครื่องเล็กแต่แรง
    https://www.techradar.com/computing/geekom-ax8-max-mini-pc-review

    Google Maps เข้าใจคำพูดด้วย Gemini
    ผู้เขียนทดลองใช้ Gemini คุยกับ Google Maps ด้วยเสียง พบว่ามันสามารถตีความคำพูดที่ซับซ้อน เช่น “พาไปที่ร้านกาแฟที่อยู่ใกล้ ๆ และเปิดตอนนี้” ได้อย่างแม่นยำ ไม่ใช่แค่เส้นทาง แต่ยังรวมถึงเงื่อนไขเพิ่มเติม ทำให้การใช้งานแผนที่สะดวกขึ้นมาก ถือเป็นการยกระดับจากการพิมพ์หรือกดเลือกไปสู่การสื่อสารแบบธรรมชาติ
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/gemini/i-tried-talking-to-google-maps-with-gemini-and-it-actually-understood-what-i-wanted

    Ford เปลี่ยนโฟกัสจากรถไฟฟ้าไปสู่แบตเตอรี่ยักษ์
    Ford กำลังปรับกลยุทธ์จากการผลิตรถบรรทุกไฟฟ้าไปสู่การสร้างระบบแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อใช้กับโครงข่ายไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วสหรัฐฯ โดยมีแผนสร้างกำลังการผลิตถึง 20GWh การเปลี่ยนทิศนี้สะท้อนว่าตลาดรถไฟฟ้าอาจไม่ใช่เส้นทางเดียว แต่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานก็เป็นโอกาสใหม่ที่ใหญ่ไม่แพ้กัน
    https://www.techradar.com/pro/ford-is-switching-some-battery-focus-from-cars-to-data-centers-with-plans-for-huge-20gwh-capacity

    คนรุ่นใหม่หลงรัก Microsoft Excel
    ผลสำรวจเผยว่าคนทำงานสายการเงินรุ่นใหม่มีความผูกพันกับ Excel มากกว่ารุ่นก่อน ๆ แม้จะมีเครื่องมือคู่แข่งออกมาแข่งหลายสิบปี แต่ Excel ยังคงเป็นเครื่องมือหลักที่พวกเขาเลือกใช้ ความภักดีนี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความคุ้นเคยที่ฝังลึกในวัฒนธรรมการทำงาน
    https://www.techradar.com/pro/security/more-than-half-of-workers-say-they-really-love-excel-and-surprisingly-enough-its-younger-workers-who-are-apparently-more-infatuated

    Nex Playground คอนโซลราคาประหยัดสำหรับครอบครัว
    รีวิว Nex Playground ชี้ว่าเป็นเครื่องเล่นเกมที่ราคาถูกกว่า แต่ยังมอบประสบการณ์สนุกสำหรับทุกคนในบ้าน แม้จะไม่แรงเท่าคอนโซลใหญ่ แต่ก็เพียงพอสำหรับเกมที่เล่นร่วมกัน ถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับครอบครัวที่อยากได้ความบันเทิงโดยไม่ต้องจ่ายแพง
    https://www.techradar.com/gaming/nex-playground-review

    ระวังอีเมลปลอมจาก PayPal
    ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ามีการใช้ระบบสมัครสมาชิกของ PayPal ในทางที่ผิด ส่งอีเมลปลอมแจ้งการซื้อเพื่อหลอกให้ผู้ใช้กดลิงก์หรือให้ข้อมูลส่วนตัว แม้จะดูเหมือนอีเมลจริง แต่จริง ๆ เป็นการฟิชชิ่งที่อันตราย ผู้ใช้จึงต้องตรวจสอบทุกครั้งก่อนคลิกลิงก์หรือยืนยันการชำระเงิน
    https://www.techradar.com/pro/security/paypal-user-beware-experts-warn-subscriptions-being-abused-to-send-fake-purchase-emails

    Urban VPN Proxy แอบสอดส่องผู้ใช้
    มีการเปิดเผยว่า Urban VPN Proxy ซึ่งเป็นบริการฟรี กำลังถูกใช้เพื่อสอดแนมข้อมูลผู้ใช้ โดยเก็บข้อมูลการใช้งานและอาจส่งต่อไปยังบุคคลที่สาม ทำให้ผู้ใช้ที่คิดว่าได้ความปลอดภัยจาก VPN กลับเสี่ยงต่อการถูกละเมิดความเป็นส่วนตัว บทความนี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ VPN ฟรี และเลือกบริการที่มีความน่าเชื่อถือแทน
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/urban-vpn-proxy-is-the-latest-free-vpn-spying-on-users-heres-how-to-stay-safe

    Proton VPN รองรับ Linux มากขึ้น
    Proton VPN ได้ขยายการรองรับไปยังอุปกรณ์ Linux เพิ่มเติม ทำให้ผู้ใช้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการนี้สามารถติดตั้งและใช้งานแอปอย่างเป็นทางการได้ง่ายขึ้น ถือเป็นการเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ที่ต้องการเชื่อมต่อ VPN บนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/official-proton-vpn-app-lands-on-even-more-linux-devices

    📌📡🟠 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟠📡📌 #รวมข่าวIT #20251218 #TechRadar 🖥️ มินิพีซีราคาสุดคุ้มที่ AI ยังยกนิ้วให้ เรื่องนี้เล่าถึงการท้าทายตัวเองของนักเขียนที่พยายามประกอบคอมให้แรงกว่ามินิพีซี Machenike ที่ขายในราคาเพียง 379 ดอลลาร์ แต่สุดท้ายกลับแพ้ เพราะแค่ CPU และ RAM ก็เกือบเท่าราคาทั้งเครื่องแล้ว เมื่อรวมทุกชิ้นส่วน ค่าใช้จ่ายพุ่งไปเกือบ 570 ดอลลาร์ ยังไม่รวมค่าไลเซนส์ Windows อีก ทำให้เห็นชัดว่าการซื้อเครื่องสำเร็จรูปในช่วงที่ตลาดชิ้นส่วนแพงขึ้นนั้นคุ้มกว่าเยอะ AI อย่าง ChatGPT ถึงกับบอกว่า “คุ้มสุด ๆ” ส่วน Gemini ก็ว่า “ราคานี้บ้าไปแล้ว” สรุปคือใครที่อยากได้เครื่องแรง ๆ ในงบจำกัด การซื้อสำเร็จรูปคือทางเลือกที่ไม่เสียเวลาและไม่เจ็บกระเป๋า 🔗 https://www.techradar.com/pro/chatgpt-calls-this-mini-pc-a-steal-while-gemini-says-its-insane-value-for-money-meet-the-usd379-amd-ryzen-7-8745hs-powerhouse-that-ai-is-raving-about ⚠️ ปัญหา Windows ล่าสุดที่ทำธุรกิจปวดหัว Microsoft ออกแพตช์ประจำเดือนธันวาคม แต่ดันทำให้บริการ MSMQ บน Windows Server และ Windows 10 สำหรับองค์กรมีปัญหา ส่งผลให้แอปและเว็บไซต์ที่ใช้ IIS ทำงานผิดพลาด ทั้งคิวที่ไม่ทำงาน การเขียนข้อมูลล้มเหลว และข้อความแจ้งว่า “ทรัพยากรไม่เพียงพอ” ทั้งที่จริง ๆ มีอยู่เต็ม ๆ ตอนนี้ Microsoft ยังไม่มีแพตช์แก้ไขถาวร แต่แนะนำให้ธุรกิจติดต่อฝ่ายสนับสนุนโดยตรงเพื่อหาทางแก้หรือย้อนกลับการอัปเดตไปก่อน 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/having-windows-app-issues-microsoft-is-making-businesses-reach-out-directly-to-get-a-fix 🤖 สิ่งที่ต้องจำเมื่อใช้แชตบอท AI บทความนี้เตือนว่าเวลาคุยกับแชตบอท AI อย่าลืมว่าข้อมูลที่เราพิมพ์ไปอาจไม่หายไปไหน บางครั้งบริษัทที่พัฒนา AI มีทีมงานที่เห็นข้อมูลจริง ๆ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนตัว เช่น วันเกิดหรือเลขบัญชี หากไม่ได้ลบออกก่อน การแชร์เอกสารทั้งฉบับกับบอทก็เสี่ยงมาก เพราะข้อมูลอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดลต่อไปโดยไม่รู้ตัว ผู้เขียนจึงย้ำว่าทั้งธุรกิจและผู้ใช้ต้องมีวินัยในการจัดการข้อมูล ไม่ใช่แค่ปิดบัง แต่ต้องลบให้ถาวรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในยุคที่ AI ถูกใช้แพร่หลาย 🔗 https://www.techradar.com/pro/5-things-businesses-and-users-should-remember-when-using-ai-chatbots 🔒 ช่องโหว่เก่าของ Asus ที่ยังตามหลอกหลอน CISA ของสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนถึงช่องโหว่ในโปรแกรม Asus Live Update ที่เคยถูกโจมตีตั้งแต่ปี 2018–2019 โดยมีการฝังโค้ดอันตรายลงในเซิร์ฟเวอร์อัปเดต ทำให้เครื่องที่ดาวน์โหลดตัวติดตั้งบางรุ่นถูกควบคุมได้ ช่องโหว่นี้ถูกจัดเป็นระดับวิกฤติ และหน่วยงานรัฐต้องแก้ไขภายในต้นเดือนมกราคม แม้โปรแกรมจะหมดการสนับสนุนไปแล้ว แต่ก็ยังมีผลกับเครื่องที่ใช้เวอร์ชันเก่า ๆ องค์กรเอกชนก็ถูกแนะนำให้รีบอัปเดตหรือหยุดใช้งานเช่นกัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/cisa-reveals-warning-on-asus-software-flaw-heres-what-you-need-to-do-to-stay-safe 🏠 กริ่งประตู Ring ที่พูดตอบเองได้ด้วย Alexa+ Ring เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Alexa+ Greetings ที่ใช้ AI ช่วยตอบคนที่มากดกริ่ง โดยมันสามารถแยกแยะว่าใครมา เช่น คนส่งของ เพื่อน หรือแม้แต่เซลส์แมน แล้วตอบกลับตามคำสั่งที่เจ้าของตั้งไว้ เช่น บอกให้วางพัสดุไว้หลังบ้าน หรือปฏิเสธการขายตรงอย่างสุภาพ ฟีเจอร์นี้ยังสามารถตอบคำถามต่อเนื่องได้ เช่น ถ้าต้องเซ็นรับของ Alexa+ ก็จะบอกให้ส่งกลับไปที่ศูนย์ ฟีเจอร์กำลังทยอยเปิดให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ และแคนาดา ถือเป็นการยกระดับความสะดวกสบายของบ้านอัจฉริยะอีกขั้น 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/your-ring-doorbell-can-now-use-alexa-to-identify-whos-calling-and-give-them-an-appropriate-greeting 🛡️ ช่องโหว่ใหม่ใน Cisco ที่ถูกโจมตีแล้ว Cisco ออกมาเตือนว่ามีการค้นพบช่องโหว่แบบ zero-day ที่ถูกใช้โจมตีจริงแล้ว โดยกลุ่มแฮ็กเกอร์จากจีนเป็นผู้เกี่ยวข้อง ช่องโหว่นี้กระทบกับลูกค้าที่ใช้ซอฟต์แวร์ของ Cisco ทำให้ระบบถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นภัยร้ายแรงที่กำลังเกิดขึ้นจริง และ Cisco กำลังเร่งออกแพตช์แก้ไขเพื่อป้องกันการโจมตีเพิ่มเติม 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/cisco-says-chinese-hackers-are-exploiting-its-customers-with-a-new-zero-day 📊 รีวิว Agile CRM ปี 2026 Agile CRM ถูกรีวิวอีกครั้งในปี 2026 โดยเน้นไปที่การใช้งานสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและกลาง จุดเด่นคือการรวมเครื่องมือด้านการตลาด การขาย และการบริการลูกค้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ทีมงานสามารถติดตามลูกค้าได้ครบวงจร แต่ก็มีข้อจำกัดในด้านการปรับแต่งและการรองรับการขยายตัวสำหรับองค์กรใหญ่ รีวิวนี้จึงชี้ว่า Agile CRM เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการโซลูชันครบวงจรในราคาที่เข้าถึงได้ 🔗 https://www.techradar.com/pro/software-services/agile-crm-review 🌐 จาก SaaS สู่ AI: การเปลี่ยนแปลงที่ผู้นำต้องเผชิญ บทความนี้เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรมที่ผู้นำองค์กรต้องรับมือ ตั้งแต่การเปลี่ยนผ่านจาก SaaS ไปสู่การใช้ AI อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่เรื่องเครื่องมือ แต่ยังรวมถึงการปรับตัวของทีมงาน วัฒนธรรมองค์กร และการกำกับดูแล การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกมองว่าเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่ต้องจัดการอย่างรอบคอบ 🔗 https://www.techradar.com/pro/from-saas-to-ai-the-technological-and-cultural-shifts-leaders-must-confront 🐞 โค้ดที่ AI สร้างมีบั๊กมากกว่ามนุษย์ รายงานล่าสุดชี้ว่าโค้ดที่สร้างโดย AI มีแนวโน้มจะมีบั๊กและข้อผิดพลาดมากกว่าที่มนุษย์เขียนเอง แม้ AI จะช่วยให้การพัฒนาเร็วขึ้น แต่ก็ทำให้ทีมงานต้องเสียเวลาในการตรวจสอบและแก้ไขมากขึ้น บทความนี้จึงเตือนว่าการใช้ AI ในการเขียนโค้ดควรถูกมองเป็นเครื่องมือช่วย ไม่ใช่การแทนที่นักพัฒนา 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/ai-generated-code-contains-more-bugs-and-errors-than-human-output 💻 รีวิว Geekom AX8 Max mini PC Geekom AX8 Max mini PC ถูกรีวิวโดยเน้นไปที่ความคุ้มค่าและประสิทธิภาพในเครื่องเล็ก ๆ รุ่นนี้มาพร้อมสเปกที่ตอบโจทย์ทั้งงานทั่วไปและการใช้งานที่ต้องการพลังประมวลผลสูงในขนาดกะทัดรัด ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากได้เครื่องเล็กแต่แรง 🔗 https://www.techradar.com/computing/geekom-ax8-max-mini-pc-review 🗺️ Google Maps เข้าใจคำพูดด้วย Gemini ผู้เขียนทดลองใช้ Gemini คุยกับ Google Maps ด้วยเสียง พบว่ามันสามารถตีความคำพูดที่ซับซ้อน เช่น “พาไปที่ร้านกาแฟที่อยู่ใกล้ ๆ และเปิดตอนนี้” ได้อย่างแม่นยำ ไม่ใช่แค่เส้นทาง แต่ยังรวมถึงเงื่อนไขเพิ่มเติม ทำให้การใช้งานแผนที่สะดวกขึ้นมาก ถือเป็นการยกระดับจากการพิมพ์หรือกดเลือกไปสู่การสื่อสารแบบธรรมชาติ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/gemini/i-tried-talking-to-google-maps-with-gemini-and-it-actually-understood-what-i-wanted 🔋 Ford เปลี่ยนโฟกัสจากรถไฟฟ้าไปสู่แบตเตอรี่ยักษ์ Ford กำลังปรับกลยุทธ์จากการผลิตรถบรรทุกไฟฟ้าไปสู่การสร้างระบบแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อใช้กับโครงข่ายไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วสหรัฐฯ โดยมีแผนสร้างกำลังการผลิตถึง 20GWh การเปลี่ยนทิศนี้สะท้อนว่าตลาดรถไฟฟ้าอาจไม่ใช่เส้นทางเดียว แต่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานก็เป็นโอกาสใหม่ที่ใหญ่ไม่แพ้กัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/ford-is-switching-some-battery-focus-from-cars-to-data-centers-with-plans-for-huge-20gwh-capacity 📈 คนรุ่นใหม่หลงรัก Microsoft Excel ผลสำรวจเผยว่าคนทำงานสายการเงินรุ่นใหม่มีความผูกพันกับ Excel มากกว่ารุ่นก่อน ๆ แม้จะมีเครื่องมือคู่แข่งออกมาแข่งหลายสิบปี แต่ Excel ยังคงเป็นเครื่องมือหลักที่พวกเขาเลือกใช้ ความภักดีนี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความคุ้นเคยที่ฝังลึกในวัฒนธรรมการทำงาน 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/more-than-half-of-workers-say-they-really-love-excel-and-surprisingly-enough-its-younger-workers-who-are-apparently-more-infatuated 🎮 Nex Playground คอนโซลราคาประหยัดสำหรับครอบครัว รีวิว Nex Playground ชี้ว่าเป็นเครื่องเล่นเกมที่ราคาถูกกว่า แต่ยังมอบประสบการณ์สนุกสำหรับทุกคนในบ้าน แม้จะไม่แรงเท่าคอนโซลใหญ่ แต่ก็เพียงพอสำหรับเกมที่เล่นร่วมกัน ถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับครอบครัวที่อยากได้ความบันเทิงโดยไม่ต้องจ่ายแพง 🔗 https://www.techradar.com/gaming/nex-playground-review 💳 ระวังอีเมลปลอมจาก PayPal ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ามีการใช้ระบบสมัครสมาชิกของ PayPal ในทางที่ผิด ส่งอีเมลปลอมแจ้งการซื้อเพื่อหลอกให้ผู้ใช้กดลิงก์หรือให้ข้อมูลส่วนตัว แม้จะดูเหมือนอีเมลจริง แต่จริง ๆ เป็นการฟิชชิ่งที่อันตราย ผู้ใช้จึงต้องตรวจสอบทุกครั้งก่อนคลิกลิงก์หรือยืนยันการชำระเงิน 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/paypal-user-beware-experts-warn-subscriptions-being-abused-to-send-fake-purchase-emails 🌐 Urban VPN Proxy แอบสอดส่องผู้ใช้ มีการเปิดเผยว่า Urban VPN Proxy ซึ่งเป็นบริการฟรี กำลังถูกใช้เพื่อสอดแนมข้อมูลผู้ใช้ โดยเก็บข้อมูลการใช้งานและอาจส่งต่อไปยังบุคคลที่สาม ทำให้ผู้ใช้ที่คิดว่าได้ความปลอดภัยจาก VPN กลับเสี่ยงต่อการถูกละเมิดความเป็นส่วนตัว บทความนี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ VPN ฟรี และเลือกบริการที่มีความน่าเชื่อถือแทน 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/urban-vpn-proxy-is-the-latest-free-vpn-spying-on-users-heres-how-to-stay-safe 🐧 Proton VPN รองรับ Linux มากขึ้น Proton VPN ได้ขยายการรองรับไปยังอุปกรณ์ Linux เพิ่มเติม ทำให้ผู้ใช้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการนี้สามารถติดตั้งและใช้งานแอปอย่างเป็นทางการได้ง่ายขึ้น ถือเป็นการเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ที่ต้องการเชื่อมต่อ VPN บนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/official-proton-vpn-app-lands-on-even-more-linux-devices
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 767 มุมมอง 0 รีวิว
  • เกมโชว์ Are You The One? ถูกพิสูจน์ว่าเป็น “เงินฟรี”

    บล็อกเล่าเรื่องจากประสบการณ์ผู้เขียนที่ติดตามรายการ Are You The One? ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันชายและหญิงจำนวนเท่ากัน โดยแต่ละคนมี “คู่ที่สมบูรณ์แบบ” ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า หากทุกคนจับคู่ถูกต้องทั้งหมด จะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์

    ผู้เขียนอธิบายกลไกสำคัญของเกม เช่น Truth Booths (ห้องตรวจสอบคู่ที่เลือกว่าตรงหรือไม่) และ Match Ups (การจับคู่รวมทุกคนแล้วบอกจำนวนคู่ที่ถูกต้อง แต่ไม่บอกว่าใครถูก) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ตัดตัวเลือกที่ผิดออกไปเรื่อย ๆ คล้ายกับเกม “Guess Who?”

    จากการจำลองด้วยคณิตศาสตร์ พบว่าแม้การเลือกแบบสุ่มก็ยังมีโอกาสสูงที่จะได้ข้อมูลเพียงพอเพื่อหาคู่ที่ถูกต้องทั้งหมดก่อนจบเกม และเมื่อใช้กลยุทธ์เชิงทฤษฎีสารสนเทศ เช่น เลือกการจับคู่ที่ให้ข้อมูลมากที่สุดในแต่ละครั้ง ผลลัพธ์ยิ่งชัดเจนว่าผู้เล่นสามารถ “ล็อก” คำตอบได้เร็วกว่าการเลือกตามความรู้สึก

    นอกจากนี้ ผู้เขียนยังเปรียบเทียบการเล่นจริงกับการจำลอง พบว่าผู้เข้าแข่งขันในชีวิตจริงมักใช้เวลาเกินความจำเป็น เพราะไม่สามารถติดตามข้อมูลเชิงซับซ้อนทั้งหมดได้ แต่หากใช้โมเดลคณิตศาสตร์ช่วย จะสามารถหาคู่ที่ถูกต้องได้ตั้งแต่กลางซีซัน ซึ่งสะท้อนว่ารางวัล 1 ล้านดอลลาร์แทบจะเป็น “เงินฟรี” สำหรับผู้ที่ใช้กลยุทธ์เชิงข้อมูล

    สรุปประเด็นสำคัญ
    กติกาของเกม
    ผู้เข้าแข่งขันต้องจับคู่ชาย-หญิงให้ถูกทั้งหมดเพื่อชิงเงิน 1 ล้านดอลลาร์
    ใช้ Truth Booths และ Match Ups เป็นแหล่งข้อมูลหลัก

    การวิเคราะห์เชิงคณิตศาสตร์
    การเลือกแบบสุ่มยังมีโอกาสสูงที่จะชนะ
    ใช้ทฤษฎีสารสนเทศช่วยลดจำนวนตัวเลือกได้เร็วขึ้น

    ผลการจำลอง
    โมเดลคณิตศาสตร์สามารถหาคู่ที่ถูกต้องได้ตั้งแต่กลางซีซัน
    ผู้เข้าแข่งขันจริงมักใช้เวลานานเพราะไม่สามารถประมวลผลข้อมูลทั้งหมด

    ข้อสังเกตและคำเตือน
    เกมถูกออกแบบให้ดูเหมือนยาก แต่จริง ๆ แล้วโครงสร้างข้อมูลทำให้โอกาสชนะสูงมาก
    หากผู้เล่นไม่ใช้กลยุทธ์ อาจเสียเวลาและพลาดโอกาสแม้มีข้อมูลเพียงพอ

    https://blog.owenlacey.dev/posts/are-you-the-one-is-free-money/
    เกมโชว์ Are You The One? ถูกพิสูจน์ว่าเป็น “เงินฟรี” บล็อกเล่าเรื่องจากประสบการณ์ผู้เขียนที่ติดตามรายการ Are You The One? ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันชายและหญิงจำนวนเท่ากัน โดยแต่ละคนมี “คู่ที่สมบูรณ์แบบ” ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า หากทุกคนจับคู่ถูกต้องทั้งหมด จะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ ผู้เขียนอธิบายกลไกสำคัญของเกม เช่น Truth Booths (ห้องตรวจสอบคู่ที่เลือกว่าตรงหรือไม่) และ Match Ups (การจับคู่รวมทุกคนแล้วบอกจำนวนคู่ที่ถูกต้อง แต่ไม่บอกว่าใครถูก) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ตัดตัวเลือกที่ผิดออกไปเรื่อย ๆ คล้ายกับเกม “Guess Who?” จากการจำลองด้วยคณิตศาสตร์ พบว่าแม้การเลือกแบบสุ่มก็ยังมีโอกาสสูงที่จะได้ข้อมูลเพียงพอเพื่อหาคู่ที่ถูกต้องทั้งหมดก่อนจบเกม และเมื่อใช้กลยุทธ์เชิงทฤษฎีสารสนเทศ เช่น เลือกการจับคู่ที่ให้ข้อมูลมากที่สุดในแต่ละครั้ง ผลลัพธ์ยิ่งชัดเจนว่าผู้เล่นสามารถ “ล็อก” คำตอบได้เร็วกว่าการเลือกตามความรู้สึก นอกจากนี้ ผู้เขียนยังเปรียบเทียบการเล่นจริงกับการจำลอง พบว่าผู้เข้าแข่งขันในชีวิตจริงมักใช้เวลาเกินความจำเป็น เพราะไม่สามารถติดตามข้อมูลเชิงซับซ้อนทั้งหมดได้ แต่หากใช้โมเดลคณิตศาสตร์ช่วย จะสามารถหาคู่ที่ถูกต้องได้ตั้งแต่กลางซีซัน ซึ่งสะท้อนว่ารางวัล 1 ล้านดอลลาร์แทบจะเป็น “เงินฟรี” สำหรับผู้ที่ใช้กลยุทธ์เชิงข้อมูล 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ กติกาของเกม ➡️ ผู้เข้าแข่งขันต้องจับคู่ชาย-หญิงให้ถูกทั้งหมดเพื่อชิงเงิน 1 ล้านดอลลาร์ ➡️ ใช้ Truth Booths และ Match Ups เป็นแหล่งข้อมูลหลัก ✅ การวิเคราะห์เชิงคณิตศาสตร์ ➡️ การเลือกแบบสุ่มยังมีโอกาสสูงที่จะชนะ ➡️ ใช้ทฤษฎีสารสนเทศช่วยลดจำนวนตัวเลือกได้เร็วขึ้น ✅ ผลการจำลอง ➡️ โมเดลคณิตศาสตร์สามารถหาคู่ที่ถูกต้องได้ตั้งแต่กลางซีซัน ➡️ ผู้เข้าแข่งขันจริงมักใช้เวลานานเพราะไม่สามารถประมวลผลข้อมูลทั้งหมด ‼️ ข้อสังเกตและคำเตือน ⛔ เกมถูกออกแบบให้ดูเหมือนยาก แต่จริง ๆ แล้วโครงสร้างข้อมูลทำให้โอกาสชนะสูงมาก ⛔ หากผู้เล่นไม่ใช้กลยุทธ์ อาจเสียเวลาและพลาดโอกาสแม้มีข้อมูลเพียงพอ https://blog.owenlacey.dev/posts/are-you-the-one-is-free-money/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 150 มุมมอง 0 รีวิว
  • ALPR Watch – เฝ้าระวังการใช้เทคโนโลยีสอดส่องในท้องถิ่น

    แพลตฟอร์ม ALPR Watch ทำหน้าที่สแกนวาระการประชุมของสภาท้องถิ่นทั่วสหรัฐฯ เพื่อค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเฝ้าระวัง เช่น “license plate reader” หรือ “facial recognition” จากนั้นจะแสดงผลบนแผนที่ว่าพื้นที่ใดกำลังมีการหารือเรื่องนี้อยู่ จุดประสงค์คือเพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามและเข้าไปมีส่วนร่วมได้ทันเวลา

    ปัจจุบันมีการติดตั้งกล้อง ALPR และระบบเฝ้าระวังมากกว่า 80,000 ตัวทั่วประเทศ ซึ่งสามารถบันทึกการเคลื่อนไหวของประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง สร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่บันทึกการเดินทางในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การไปซื้อของ ไปพบแพทย์ ไปโบสถ์ หรือแม้แต่การเดินทางส่วนตัวอื่น ๆ

    หนึ่งในบริษัทที่โดดเด่นคือ Flock Safety ซึ่งผลิตและจำหน่ายกล้อง ALPR ให้กับชุมชนและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย กล้องเหล่านี้สามารถบันทึกข้อมูลละเอียด เช่น หมายเลขทะเบียนรถ รุ่น สี และลักษณะเฉพาะของรถ ก่อนจะส่งต่อข้อมูลเข้าสู่เครือข่ายขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน ทำให้เกิด “เว็บสอดส่อง” ที่ครอบคลุมประชาชนจำนวนมหาศาล

    สิ่งที่น่ากังวลคือ “Slippery Slope” หรือการขยายขอบเขตการใช้งานเกินวัตถุประสงค์เดิม เช่น จากการใช้เพื่อแก้ไขอาชญากรรม กลายเป็นการใช้เพื่อบังคับกฎหมายคนเข้าเมือง หรือการแชร์ข้อมูลกับหน่วยงานอื่น ๆ โดยไม่มีการกำกับดูแลที่ชัดเจน ซึ่งอาจกระทบต่อสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชนอย่างรุนแรง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ALPR Watch ติดตามการประชุมท้องถิ่น
    สแกนวาระการประชุมเพื่อหาคำที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเฝ้าระวัง
    แสดงผลบนแผนที่เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม

    การแพร่หลายของกล้อง ALPR
    มีมากกว่า 80,000 ตัวทั่วสหรัฐฯ
    บันทึกการเคลื่อนไหวของประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

    บทบาทของ Flock Safety
    ผลิตกล้อง ALPR ที่บันทึกข้อมูลละเอียดของรถ
    สร้างเครือข่ายข้อมูลที่แชร์ระหว่างหน่วยงาน

    ความเสี่ยงจากการขยายการใช้งาน (Slippery Slope)
    ใช้เกินวัตถุประสงค์ เช่น บังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง
    ขาดการกำกับดูแลและการตรวจสอบที่โปร่งใส

    https://alpr.watch/
    🚨 ALPR Watch – เฝ้าระวังการใช้เทคโนโลยีสอดส่องในท้องถิ่น แพลตฟอร์ม ALPR Watch ทำหน้าที่สแกนวาระการประชุมของสภาท้องถิ่นทั่วสหรัฐฯ เพื่อค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเฝ้าระวัง เช่น “license plate reader” หรือ “facial recognition” จากนั้นจะแสดงผลบนแผนที่ว่าพื้นที่ใดกำลังมีการหารือเรื่องนี้อยู่ จุดประสงค์คือเพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามและเข้าไปมีส่วนร่วมได้ทันเวลา ปัจจุบันมีการติดตั้งกล้อง ALPR และระบบเฝ้าระวังมากกว่า 80,000 ตัวทั่วประเทศ ซึ่งสามารถบันทึกการเคลื่อนไหวของประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง สร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่บันทึกการเดินทางในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การไปซื้อของ ไปพบแพทย์ ไปโบสถ์ หรือแม้แต่การเดินทางส่วนตัวอื่น ๆ หนึ่งในบริษัทที่โดดเด่นคือ Flock Safety ซึ่งผลิตและจำหน่ายกล้อง ALPR ให้กับชุมชนและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย กล้องเหล่านี้สามารถบันทึกข้อมูลละเอียด เช่น หมายเลขทะเบียนรถ รุ่น สี และลักษณะเฉพาะของรถ ก่อนจะส่งต่อข้อมูลเข้าสู่เครือข่ายขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงหลายหน่วยงาน ทำให้เกิด “เว็บสอดส่อง” ที่ครอบคลุมประชาชนจำนวนมหาศาล สิ่งที่น่ากังวลคือ “Slippery Slope” หรือการขยายขอบเขตการใช้งานเกินวัตถุประสงค์เดิม เช่น จากการใช้เพื่อแก้ไขอาชญากรรม กลายเป็นการใช้เพื่อบังคับกฎหมายคนเข้าเมือง หรือการแชร์ข้อมูลกับหน่วยงานอื่น ๆ โดยไม่มีการกำกับดูแลที่ชัดเจน ซึ่งอาจกระทบต่อสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชนอย่างรุนแรง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ALPR Watch ติดตามการประชุมท้องถิ่น ➡️ สแกนวาระการประชุมเพื่อหาคำที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเฝ้าระวัง ➡️ แสดงผลบนแผนที่เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ✅ การแพร่หลายของกล้อง ALPR ➡️ มีมากกว่า 80,000 ตัวทั่วสหรัฐฯ ➡️ บันทึกการเคลื่อนไหวของประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ✅ บทบาทของ Flock Safety ➡️ ผลิตกล้อง ALPR ที่บันทึกข้อมูลละเอียดของรถ ➡️ สร้างเครือข่ายข้อมูลที่แชร์ระหว่างหน่วยงาน ‼️ ความเสี่ยงจากการขยายการใช้งาน (Slippery Slope) ⛔ ใช้เกินวัตถุประสงค์ เช่น บังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง ⛔ ขาดการกำกับดูแลและการตรวจสอบที่โปร่งใส https://alpr.watch/
    ALPR.WATCH
    ALPR Watch – Track Surveillance Tech in Local Government
    Track ALPR, Flock Safety cameras, and surveillance tech discussions in your local government meetings. Get alerts and take action.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 201 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷
    #รวมข่าวIT #20251216 #TechRadar

    LG เปิดตัวทีวี Micro RGB evo ที่ CES 2026
    LG กำลังสร้างความฮือฮาในงาน CES 2026 ด้วยการเปิดตัวทีวีรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Micro RGB evo ซึ่งเปลี่ยนหลอดไฟ LED แบบเดิมไปเป็นหลอดไฟสีแดง เขียว และน้ำเงินขนาดจิ๋ว เพื่อควบคุมแสงและสีได้ละเอียดขึ้น ผลลัพธ์คือภาพที่สว่างสดใสและสีสันจัดเต็มใกล้เคียง OLED แต่ยังคงความสว่างสูงของ LCD จุดเด่นคือการครอบคลุมสีครบทั้ง BT.2020, DCI-P3 และ Adobe RGB พร้อมระบบประมวลผล α11 AI Gen 3 ที่ช่วยอัปสเกลภาพให้คมชัดขึ้น ถือเป็นการพยายามปิดช่องว่างระหว่าง LCD และ OLED ที่น่าสนใจมากสำหรับคนรักภาพคมชัดและสีสดใส
    https://www.techradar.com/televisions/lg-reveals-micro-rgb-evo-tv-with-bold-claims-of-perfect-color

    Netflix เลิกใช้ Google Cast แต่ Apple TV บน Android นำกลับมาอีกครั้ง
    Netflix เคยยกเลิกฟีเจอร์ Google Cast ที่ให้ผู้ใช้ส่งภาพจากมือถือขึ้นจอทีวี แต่ล่าสุด Apple TV บน Android กลับนำฟีเจอร์นี้กลับมา ทำให้ผู้ใช้สามารถสตรีมคอนเทนต์จากมือถือไปยังทีวีได้อีกครั้ง การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการแข่งขันในตลาดสตรีมมิ่งที่ยังคงดุเดือด และการที่ Apple พยายามทำให้บริการของตนเข้าถึงผู้ใช้ Android ได้สะดวกขึ้น
    https://www.techradar.com/streaming/apple-tv-plus/netflix-dropped-google-cast-now-apple-tv-for-android-just-brought-it-back

    NAS พกพาใส่ SSD 4 ตัว พร้อมพลัง Intel N150
    มีการเปิดตัวอุปกรณ์ NAS ขนาดเล็กที่ดูเหมือนวิทยุทรานซิสเตอร์เก่า แต่ภายในบรรจุ SSD ได้ถึง 4 ตัว ใช้พลังจาก Intel N150 และมีพอร์ต LAN 2.5Gb สองช่อง รวมถึง RAM 12GB จุดขายคือความสามารถในการพกพาและเก็บข้อมูลได้มาก แต่ก็มีค่าใช้จ่ายแฝงที่อาจเกินความคาดหมาย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการระบบจัดเก็บข้อมูลที่คล่องตัวและมีสไตล์ไม่เหมือนใคร
    https://www.techradar.com/pro/is-that-your-grandads-transistor-radio-no-its-a-4-ssd-nas-with-two-2-5gb-lan-ports-12gb-ram-and-a-cracking-name-the-orange-colored-youyeetoo-nestdisk

    นักพัฒนาสร้างกล่องสำรองข้อมูล iPhone แบบออฟไลน์
    นักพัฒนารายหนึ่งได้สร้างอุปกรณ์สำรองข้อมูล iPhone ที่ไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์ แต่ใช้การเชื่อมต่อผ่าน USB และเข้ารหัสข้อมูลเพื่อเก็บไว้ในเครื่องโดยตรง ถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ไม่อยากจ่ายค่าบริการ iCloud หรือกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลบนคลาวด์ แม้จะยังไม่เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป แต่แนวคิดนี้สะท้อนถึงความต้องการควบคุมข้อมูลส่วนตัวมากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/want-to-back-up-your-iphone-securely-without-paying-the-apple-tax-theres-a-hack-for-that-but-it-isnt-for-everyone-yet

    วิกฤติ RAM อาจกระทบหนักต่อโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง
    ตลาดโน้ตบุ๊กเกมมิ่งกำลังเผชิญปัญหาวิกฤติ RAM ที่อาจทำให้เครื่องเล่นเกมประสิทธิภาพสูงมีราคาสูงขึ้นและหายากขึ้น เหตุผลมาจากความต้องการหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ทั้งจาก AI และการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ส่งผลให้ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กเกมมิ่งต้องปรับตัวและอาจทำให้ผู้เล่นเกมต้องจ่ายแพงกว่าเดิมเพื่อได้เครื่องที่แรงพอ
    https://www.techradar.com/computing/memory/the-ram-crisis-will-be-a-disaster-for-gaming-laptops-heres-why

    Slop: คำแห่งปีที่สะท้อนอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยขยะดิจิทัล
    ปีนี้ Merriam-Webster เลือกคำว่า “Slop” เป็น Word of the Year 2025 เพื่ออธิบายเนื้อหาดิจิทัลคุณภาพต่ำที่ถูกผลิตขึ้นอย่างมหาศาลด้วย AI ไม่ว่าจะเป็นบทความ ภาพ วิดีโอ หรือพอดแคสต์ หลายอย่างดูเหมือนจะสร้างได้ง่ายแต่กลับทำให้โลกออนไลน์เต็มไปด้วยสิ่งที่คนเรียกว่า “AI slop” จนยากจะแยกออกว่าอะไรคือผลงานมนุษย์จริงๆ และอะไรคือสิ่งที่เครื่องจักรสร้างขึ้นมา เรื่องนี้สะท้อนว่าพลังของเครื่องมือ AI ถูกส่งถึงมือผู้ใช้เร็วเกินไปโดยที่ยังไม่ทันคิดถึงผลกระทบ ทำให้เราต้องเผชิญกับทะเลข้อมูลที่ปะปนทั้งคุณภาพและขยะไปพร้อมกัน
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/we-filled-the-internet-with-garbage-and-now-slop-is-the-word-of-the-year-nice-going-ai

    Super X: แท็บเล็ตลูกผสมที่แรงระดับเดสก์ท็อป
    OneXPlayer เปิดตัว Super X อุปกรณ์ลูกผสมที่รวมแท็บเล็ตกับพลังการประมวลผลระดับเดสก์ท็อป หน้าจอใหญ่ถึง 14 นิ้ว มาพร้อมซีพียู 16 คอร์ GPU ระดับ 5060-class และ RAM สูงสุด 128GB จุดเด่นคือการออกแบบระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ทำให้เครื่องเล็กแต่ยังคงประสิทธิภาพสูง เหมาะกับคนที่อยากได้ความแรงแบบ PC แต่ยังพกพาได้สะดวก แม้ราคาคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 2000 ดอลลาร์ แต่ถือเป็นการยกระดับแท็บเล็ตให้ก้าวไปอีกขั้น
    https://www.techradar.com/pro/a-water-cooled-amd-ai-14-inch-tablet-with-16-cpu-cores-a-5060-class-gpu-and-128gb-ram-is-exactly-what-i-need-for-christmas-i-dont-think-it-will-cost-less-than-usd2000-though

    SSD จิ๋วแต่แรง: Samsung เปิดตัว PCIe Gen5 รุ่นใหม่
    Samsung เผยโฉม SSD รุ่น PM9E1 ที่มาในขนาดเล็กเพียง 22 x 42 มม. แต่รองรับมาตรฐาน PCIe Gen5 ทำให้ได้ความเร็วสูงและความจุที่จริงจัง แม้จะมาแบบเงียบๆ แต่ถือเป็นการขยายตลาดสู่กลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการอุปกรณ์เก็บข้อมูลขนาดเล็กแต่ไม่ลดทอนประสิทธิภาพ เหมาะกับโน้ตบุ๊กหรืออุปกรณ์พกพาที่ต้องการความเร็วระดับสูงสุดในพื้นที่จำกัด
    https://www.techradar.com/pro/samsungs-surprising-stealth-superfast-ssd-surfaces-silently-pm9e1-turns-out-to-be-a-mini-9100-pro-measuring-just-22-x-42mm-with-pcie-gen5-capabilities

    DoomScroll: เว็บไซต์ใหม่รวมแผนที่ Doom แบบไม่รู้จบ
    แฟนเกม Doom ได้เฮ เมื่อมีเว็บไซต์ใหม่ชื่อ DoomScroll ที่รวบรวมแผนที่เกม Doom ไว้ให้เลือกเล่นได้ไม่รู้จบผ่านเบราว์เซอร์ ผู้เล่นสามารถเข้าไปเลือกแผนที่ที่ชอบแล้วเล่นได้ทันที ถือเป็นการเปิดคลังเกมคลาสสิกให้เข้าถึงง่ายขึ้น และยังทำให้ชุมชนผู้เล่นสามารถแชร์ผลงานกันได้สะดวกขึ้นด้วย
    https://www.techradar.com/gaming/pc-gaming/new-doomscroll-website-is-an-endless-library-of-doom-maps-you-can-pick-from-and-play-in-your-browser

    หน่วยความจำแห่งอนาคต: Kioxia พัฒนา 3D DRAM
    Kioxia ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยี 3D DRAM โดยใช้ stacked oxide-semiconductors ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความหนาแน่นของหน่วยความจำ แม้จะยังไม่พร้อมสู่ตลาดผู้บริโภคในทันที แต่ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมหน่วยความจำในทศวรรษหน้า ทำให้คาดหวังได้ว่าอนาคตเราจะได้เห็น RAM ที่เร็วขึ้นและราคาถูกลง
    https://www.techradar.com/pro/crying-over-expensive-ram-kioxia-may-have-cracked-the-3d-ram-puzzle-paving-the-way-for-cheaper-faster-memory-but-it-probably-wont-reach-the-market-till-the-next-decade

    Apple อุดช่องโหว่ Zero-Day สุดอันตราย
    Apple ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ร้ายแรงใน WebKit ที่ถูกใช้โจมตีแบบเจาะจงบุคคลระดับสูง โดยช่องโหว่นี้อาจเปิดทางให้แฮกเกอร์เข้าควบคุมเครื่องจากระยะไกลได้ ทีม Google TAG และ Apple ร่วมกันค้นพบและแก้ไข ซึ่งถือเป็นการทำงานร่วมกันที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก การอัปเดตครอบคลุมทั้ง iOS, iPadOS, macOS, watchOS, tvOS, visionOS และ Safari ผู้ใช้ทั่วไปแม้จะไม่ใช่เป้าหมายหลัก แต่ก็ถูกแนะนำให้รีบอัปเดตเพื่อความปลอดภัยทันที
    https://www.techradar.com/pro/security/apple-says-it-fixed-zero-day-flaws-used-for-sophisticated-attacks

    CEO Windscribe วิจารณ์การแบน VPN สำหรับเด็ก
    Windscribe ผู้ให้บริการ VPN ออกมาแสดงความเห็นว่าการห้ามเด็กใช้ VPN เป็น “วิธีแก้ที่แย่ที่สุด” เพราะ VPN ไม่ใช่เครื่องมืออันตราย แต่กลับเป็นสิ่งที่ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย การแบนอาจทำให้เด็กขาดโอกาสในการเรียนรู้การใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย และยังไม่แก้ปัญหาที่แท้จริงของการใช้งานออนไลน์
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/banning-vpns-for-kids-is-the-dumbest-possible-fix-windscribe-ceo

    กล้องวงจรปิดแบตเตอรี่ไร้ขีดจำกัด
    มีการเปิดตัวกล้องวงจรปิดรุ่นใหม่ที่ชูจุดขายเรื่อง “แบตเตอรี่ไม่จำกัด” สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จบ่อย ๆ ราคาก็ไม่สูงอย่างที่คิด ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น กล้องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยต่อเนื่องโดยไม่ต้องยุ่งยากกับการบำรุงรักษาแบตเตอรี่
    https://www.techradar.com/home/smart-home/this-home-security-cam-monitors-your-property-24-7-with-unlimited-battery-life-and-it-costs-less-than-you-might-expect

    Garmin เผลอหลุดข้อมูล Vivosmart 6
    Garmin มีข่าวหลุดเกี่ยวกับสมาร์ทแทร็กเกอร์รุ่นใหม่ Vivosmart 6 ที่คาดว่าจะมาพร้อมการอัปเกรดสำคัญเหนือรุ่นก่อน แม้ยังไม่มีรายละเอียดเต็ม แต่คาดว่าจะมีฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการติดตามการออกกำลังกายที่แม่นยำขึ้น การหลุดครั้งนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ที่ติดตามอุปกรณ์สวมใส่ของ Garmin อยู่แล้ว
    https://www.techradar.com/health-fitness/fitness-trackers/garmin-just-leaked-its-vivosmart-6-tracker-and-it-might-come-with-one-major-upgrade-over-its-predecessor

    แอป Freedom Chat ทำข้อมูลผู้ใช้หลุด
    มีรายงานว่าแอปแชทชื่อ Freedom Chat เผยข้อมูลผู้ใช้โดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งหมายเลขโทรศัพท์และรายละเอียดอื่น ๆ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แอปนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าขาดมาตรการป้องกันที่รัดกุม และอาจทำให้ผู้ใช้เสี่ยงต่อการถูกโจมตีหรือการละเมิดข้อมูล
    https://www.techradar.com/pro/security/messaging-app-freedom-chat-exposes-user-phone-numbers-and-more-heres-what-we-know

    Google เปิดฟีเจอร์แปลสดผ่านหูฟัง
    Google กำลังยกระดับการสื่อสารข้ามภาษาให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ “Live Translation” ที่สามารถใช้งานได้กับหูฟังทุกยี่ห้อ ไม่จำกัดเฉพาะ Pixel Buds อีกต่อไป โดยเริ่มทดสอบในสหรัฐฯ เม็กซิโก และอินเดีย ฟีเจอร์นี้ไม่เพียงแค่แปลคำต่อคำ แต่ยังรักษาน้ำเสียง จังหวะ และอารมณ์ของผู้พูด ทำให้การสนทนาเป็นธรรมชาติมากขึ้น นอกจากนี้ Google ยังปรับปรุงระบบ Gemini ให้เข้าใจสำนวนและภาษาพูด เช่น “stealing my thunder” ที่ไม่สามารถแปลตรงตัวได้ พร้อมทั้งเพิ่มเครื่องมือช่วยเรียนภาษา เช่น การให้คำแนะนำด้านการออกเสียง และระบบติดตามความก้าวหน้า ฟีเจอร์นี้รองรับกว่า 70 ภาษา และมีแผนจะขยายไปยัง iOS ในปี 2026
    https://www.techradar.com/computing/software/google-smashes-language-barriers-with-live-translation-for-any-earbuds-on-android-heres-how-it-works

    อีเมลไม่ใช่จุดอ่อน แต่การตั้งค่าคลาวด์ต่างหาก
    หลายครั้งที่เกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล อีเมลมักถูกมองว่าเป็นตัวการ แต่จริง ๆ แล้วปัญหามาจากการตั้งค่าคลาวด์ที่ผิดพลาดมากกว่า กว่า 99% ของความล้มเหลวด้านความปลอดภัยเกิดจากผู้ใช้เอง เช่น คลิกลิงก์ฟิชชิ่ง ใช้รหัสผ่านซ้ำ หรือจัดการข้อมูลผิดพลาด การโทษอีเมลจึงเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจไปจากต้นเหตุที่แท้จริง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการป้องกันควรเริ่มจากการเข้ารหัสข้อมูล การเสริมความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการ และการฝึกอบรมผู้ใช้ให้รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ เมื่อผู้ใช้มีความรู้และระบบถูกเข้ารหัสอย่างดี อีเมลก็จะกลายเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/your-email-app-isnt-the-weak-link-but-your-cloud-configuration-probably-is

    Microsoft ขยายโครงการ Bug Bounty
    Microsoft ประกาศปรับโครงการ Bug Bounty ครั้งใหญ่ เปิดให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยสามารถส่งรายงานช่องโหว่ได้ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์และบริการ แม้บางโปรแกรมจะไม่มีการตั้งค่ารางวัลอย่างเป็นทางการก็ตาม แนวทางใหม่นี้เรียกว่า “In Scope by Default” ซึ่งหมายความว่าหากช่องโหว่มีผลกระทบต่อบริการออนไลน์ของ Microsoft ก็จะได้รับเงินรางวัลตามระดับความรุนแรง โดยปีที่ผ่านมา Microsoft จ่ายเงินรางวัลไปกว่า 17 ล้านดอลลาร์ มากกว่า Google ที่จ่ายราว 11.8 ล้านดอลลาร์ การขยายนี้ครอบคลุมทั้งโค้ดของ Microsoft โค้ดจากบุคคลที่สาม และโอเพ่นซอร์ส ถือเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบความปลอดภัยในวงกว้างยิ่งขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/security/microsoft-will-expand-bug-bounties-even-on-programs-without-official-payouts

    Oracle ทุ่มมหาศาลกับดีลศูนย์ข้อมูล
    Oracle กำลังเดินเกมครั้งใหญ่ในโลกคลาวด์และศูนย์ข้อมูล ล่าสุดมีการเปิดเผยว่าได้ทำสัญญาเช่าศูนย์ข้อมูลและคลาวด์รวมมูลค่าถึง 248 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทยอยเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2026 ไปจนถึง 2028 และกินเวลายาวนานถึง 15–19 ปี การขยายตัวนี้เกิดจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากลูกค้าใหญ่ ๆ อย่าง Meta, Nvidia และ OpenAI ที่เพิ่งเซ็นสัญญาเพิ่มอีก 300 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ Oracle ต้องเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าและลงทุนเพิ่มหนี้อีกหลายหมื่นล้าน แม้จะเป็นภาระ แต่ก็สะท้อนว่าบริษัทกำลังเดิมพันอนาคตไว้กับการเติบโตของตลาด AI และคลาวด์อย่างเต็มที่
    https://www.techradar.com/pro/oracle-reportedly-signs-major-huge-cloud-data-center-deals-in-the-last-quarter-nearly-usd250-billion-in-new-commitments-revealed

    ChatGPT 5.2 vs Gemini 3
    มีการทดสอบเปรียบเทียบสองแชตบอทที่โด่งดังที่สุดในโลกตอนนี้ คือ ChatGPT 5.2 และ Gemini 3 ผู้เขียนลองใช้งานจริงเพื่อดูว่าใครตอบโจทย์ได้ดีกว่า ผลลัพธ์ออกมาน่าสนใจเพราะแต่ละตัวมีจุดแข็งต่างกัน ChatGPT 5.2 โดดเด่นเรื่องการให้คำตอบที่ละเอียดและมีความคิดเชิงลึก ส่วน Gemini 3 เน้นความเร็วและความกระชับในการสื่อสาร การแข่งขันนี้สะท้อนว่าตลาด AI กำลังร้อนแรง และผู้ใช้ก็มีทางเลือกมากขึ้นตามสไตล์ที่ต้องการ
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpt-5-2-vs-gemini-3-i-tried-the-worlds-most-popular-chatbots-to-see-which-is-best-and-the-result-might-surprise-you

    โลกเสมือนที่มีหัวใจมนุษย์
    เรื่องราวของ Victoria Fard ศิลปินที่ใช้พลังของคอมพิวเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon สร้างโลกเสมือนที่เต็มไปด้วยความรู้สึกและความเป็นมนุษย์ เธอไม่ได้มองเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ แต่ใช้มันเพื่อถ่ายทอดความทรงจำ ความรู้สึก และเรื่องราวที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ผลงานของเธอจึงไม่ใช่แค่ภาพสวย ๆ แต่เป็นการสร้างพื้นที่ที่ผู้คนสามารถสัมผัสความเป็นมนุษย์ผ่านโลกดิจิทัลได้อย่างลึกซึ้ง
    https://www.techradar.com/tech/memories-in-pixel-how-victoria-fard-uses-a-pc-powered-by-snapdragon-to-build-worlds-that-are-deeply-human

    ซีอีโอยังเดินหน้าลงทุน AI แม้ผลลัพธ์ไม่ชัด
    แม้หลายบริษัทจะยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากการลงทุนใน AI แต่ซีอีโอจำนวนมากก็ยังคงเดินหน้าทุ่มงบต่อไป เหตุผลคือพวกเขามองว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่ไม่สามารถมองข้ามได้ และหากหยุดลงทุนอาจเสียโอกาสในอนาคต ถึงแม้จะมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน แต่การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าการลงทุนใน AI จะเป็นกุญแจสำคัญในการแข่งขันระยะยาว
    https://www.techradar.com/pro/ceos-seem-determined-to-keep-spending-on-ai-despite-mixed-success

    ศาลรัสเซียสั่งอายัดทรัพย์ Google ในฝรั่งเศส
    มีข่าวใหญ่จากยุโรป เมื่อศาลรัสเซียมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินของ Google ในฝรั่งเศสมูลค่ากว่า 129 ล้านดอลลาร์ สาเหตุเกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางกฎหมายและการดำเนินธุรกิจที่ซับซ้อนในหลายประเทศ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงแรงกดดันที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีต้องเผชิญในระดับโลก ทั้งจากกฎระเบียบและความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน
    https://www.techradar.com/pro/security/russian-court-ruling-could-see-usd129-million-freeze-on-some-of-googles-french-assets

    Microsoft เจอศึกใหญ่เรื่อง Cloud Licensing ในสหราชอาณาจักร
    เรื่องนี้เริ่มจากการที่ Microsoft ถูกกล่าวหาว่ากำหนดเงื่อนไขการใช้งาน Windows Server บน Cloud ของคู่แข่งอย่าง AWS และ Google Cloud ให้ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูง จนทำให้หลายองค์กรในสหราชอาณาจักรเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก คดีนี้ถูกยื่นต่อศาล Competition Appeal Tribunal โดยมีองค์กรกว่า 59,000 แห่งเข้าร่วมเป็นกลุ่มฟ้องร้อง หาก Microsoft ถูกตัดสินว่าผิดจริง อาจต้องจ่ายค่าชดเชยสูงถึง 2 พันล้านปอนด์ ขณะที่ Microsoft ยืนยันว่าเป็นเพียงการกล่าวหาเกินจริงจากกลุ่มทนายและผู้สนับสนุน แต่แรงกดดันก็ยังคงมีต่อเนื่อง เพราะ Google เองก็เคยร้องเรียนเรื่องนี้ต่อ EU มาก่อนแล้ว
    https://www.techradar.com/pro/microsoft-is-back-in-court-in-the-uk-over-unfair-cloud-licensing-claims

    UGreen เปิดตัว eGPU Dock ท้าชน Razer ในตลาด eGPU ที่กำลังร้อนแรง
    UGreen ได้เปิดตัว Linkstation eGPU Dock ที่มาพร้อมพลังงานในตัวถึง 850W และพอร์ตเชื่อมต่อใหม่อย่าง Oculink และ USB4 จุดเด่นคือราคาประมาณ 325 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับ Razer Core X V2 แต่เหนือกว่าตรงที่มี PSU ในตัวและรองรับการ์ดจอขนาดใหญ่ถึง 370 มม. อย่างไรก็ตาม ดีไซน์ของ UGreen ยังเปิดโล่งมากกว่า Razer ที่มีโครงสร้างปิด ทำให้บางคนกังวลเรื่องความปลอดภัยของการ์ดจอ ถึงอย่างนั้น นี่ก็ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ตลาดใหม่ที่น่าจับตามองของ UGreen ที่เดิมทำอุปกรณ์เสริมอย่าง Dock และ Charger
    https://www.techradar.com/computing/gpu/its-a-great-time-to-buy-an-egpu-and-ugreens-new-razer-rival-has-two-major-tricks-up-its-sleeve

    วิกฤติ RAM อาจทำให้สมาร์ทโฟนถอยหลังในปี 2026
    นักวิเคราะห์เตือนว่าความต้องการ RAM ที่สูงขึ้นจากศูนย์ข้อมูล AI กำลังทำให้ราคาพุ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอาจต้องลดสเปกลง แทนที่จะเพิ่ม RAM เป็น 16GB ในรุ่นเรือธงใหม่ อาจยังคงอยู่ที่ 12GB หรือบางรุ่นอาจลดลงเหลือ 8GB สำหรับรุ่นกลาง และ 4GB สำหรับรุ่นล่าง ทั้งนี้แม้จะเป็นการคาดการณ์ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูง เพราะตลาด AI กำลังดูดซับทรัพยากรไปอย่างมหาศาล ซึ่งอาจย้อนแย้งกับการพัฒนา AI บนมือถือที่ต้องใช้ RAM มากเช่นกัน
    https://www.techradar.com/phones/the-ram-crisis-will-see-smartphone-specs-go-backwards-in-2026-experts-warn-heres-why

    Apple ควรทำ Smart Ring เพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากของ Smartwatch
    ผู้เขียนเล่าประสบการณ์ตรงว่าแม้ Apple Watch จะมีฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกายที่ยอดเยี่ยม แต่ก็สร้างความลำบากใจเพราะเขาเป็นคนรักนาฬิกากลไกและไม่อยากละทิ้งการใส่นาฬิกาแบบดั้งเดิม จนต้องใส่นาฬิกาสองเรือนบนข้อมือเดียวกัน ซึ่งทั้งไม่สะดวกและน่าขัน เขาจึงเสนอว่า Apple ควรทำ Smart Ring ที่สามารถติดตามสุขภาพได้เหมือน Apple Watch แต่เล็กกะทัดรัดและไม่รบกวนการใส่นาฬิกาแบบดั้งเดิม หาก Apple ทำจริงก็อาจกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่พลิกเกมในปี 2026
    https://www.techradar.com/health-fitness/smartwatches/apple-needs-to-make-a-smart-ring-to-save-me-from-this-ridiculous-situation

    รีวิวซอฟต์แวร์ Idea Spectrum Realtime Landscaping Pro 2025
    นี่คือโปรแกรมออกแบบภูมิทัศน์ที่ให้คุณสร้างสวนเสมือนจริงได้จากคอมพิวเตอร์ Windows จุดเด่นคืออินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย มีคลังพืชกว่า 6,000 ชนิด และวัตถุสามมิติหลากหลาย ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ไปจนถึงรถยนต์ พร้อมระบบแอนิเมชันที่ทำให้งานออกแบบดูมีชีวิตชีวา โปรแกรมยังมี Wizard ที่ช่วยให้การสร้างบ้าน สระน้ำ หรือสวนทำได้รวดเร็ว แม้จะมีข้อจำกัดว่าใช้ได้เฉพาะ Windows และอาจหน่วงเมื่อโปรเจ็กต์ซับซ้อน แต่ก็ถือเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ
    https://www.techradar.com/pro/software-services/idea-spectrum-realtime-landscaping-pro-review

    📌📡🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷📡📌 #รวมข่าวIT #20251216 #TechRadar 🖥️ LG เปิดตัวทีวี Micro RGB evo ที่ CES 2026 LG กำลังสร้างความฮือฮาในงาน CES 2026 ด้วยการเปิดตัวทีวีรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Micro RGB evo ซึ่งเปลี่ยนหลอดไฟ LED แบบเดิมไปเป็นหลอดไฟสีแดง เขียว และน้ำเงินขนาดจิ๋ว เพื่อควบคุมแสงและสีได้ละเอียดขึ้น ผลลัพธ์คือภาพที่สว่างสดใสและสีสันจัดเต็มใกล้เคียง OLED แต่ยังคงความสว่างสูงของ LCD จุดเด่นคือการครอบคลุมสีครบทั้ง BT.2020, DCI-P3 และ Adobe RGB พร้อมระบบประมวลผล α11 AI Gen 3 ที่ช่วยอัปสเกลภาพให้คมชัดขึ้น ถือเป็นการพยายามปิดช่องว่างระหว่าง LCD และ OLED ที่น่าสนใจมากสำหรับคนรักภาพคมชัดและสีสดใส 🔗 https://www.techradar.com/televisions/lg-reveals-micro-rgb-evo-tv-with-bold-claims-of-perfect-color 📺 Netflix เลิกใช้ Google Cast แต่ Apple TV บน Android นำกลับมาอีกครั้ง Netflix เคยยกเลิกฟีเจอร์ Google Cast ที่ให้ผู้ใช้ส่งภาพจากมือถือขึ้นจอทีวี แต่ล่าสุด Apple TV บน Android กลับนำฟีเจอร์นี้กลับมา ทำให้ผู้ใช้สามารถสตรีมคอนเทนต์จากมือถือไปยังทีวีได้อีกครั้ง การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการแข่งขันในตลาดสตรีมมิ่งที่ยังคงดุเดือด และการที่ Apple พยายามทำให้บริการของตนเข้าถึงผู้ใช้ Android ได้สะดวกขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/streaming/apple-tv-plus/netflix-dropped-google-cast-now-apple-tv-for-android-just-brought-it-back 💾 NAS พกพาใส่ SSD 4 ตัว พร้อมพลัง Intel N150 มีการเปิดตัวอุปกรณ์ NAS ขนาดเล็กที่ดูเหมือนวิทยุทรานซิสเตอร์เก่า แต่ภายในบรรจุ SSD ได้ถึง 4 ตัว ใช้พลังจาก Intel N150 และมีพอร์ต LAN 2.5Gb สองช่อง รวมถึง RAM 12GB จุดขายคือความสามารถในการพกพาและเก็บข้อมูลได้มาก แต่ก็มีค่าใช้จ่ายแฝงที่อาจเกินความคาดหมาย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการระบบจัดเก็บข้อมูลที่คล่องตัวและมีสไตล์ไม่เหมือนใคร 🔗 https://www.techradar.com/pro/is-that-your-grandads-transistor-radio-no-its-a-4-ssd-nas-with-two-2-5gb-lan-ports-12gb-ram-and-a-cracking-name-the-orange-colored-youyeetoo-nestdisk 🔐 นักพัฒนาสร้างกล่องสำรองข้อมูล iPhone แบบออฟไลน์ นักพัฒนารายหนึ่งได้สร้างอุปกรณ์สำรองข้อมูล iPhone ที่ไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์ แต่ใช้การเชื่อมต่อผ่าน USB และเข้ารหัสข้อมูลเพื่อเก็บไว้ในเครื่องโดยตรง ถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ไม่อยากจ่ายค่าบริการ iCloud หรือกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลบนคลาวด์ แม้จะยังไม่เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป แต่แนวคิดนี้สะท้อนถึงความต้องการควบคุมข้อมูลส่วนตัวมากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/want-to-back-up-your-iphone-securely-without-paying-the-apple-tax-theres-a-hack-for-that-but-it-isnt-for-everyone-yet 🎮 วิกฤติ RAM อาจกระทบหนักต่อโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง ตลาดโน้ตบุ๊กเกมมิ่งกำลังเผชิญปัญหาวิกฤติ RAM ที่อาจทำให้เครื่องเล่นเกมประสิทธิภาพสูงมีราคาสูงขึ้นและหายากขึ้น เหตุผลมาจากความต้องการหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ทั้งจาก AI และการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ส่งผลให้ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กเกมมิ่งต้องปรับตัวและอาจทำให้ผู้เล่นเกมต้องจ่ายแพงกว่าเดิมเพื่อได้เครื่องที่แรงพอ 🔗 https://www.techradar.com/computing/memory/the-ram-crisis-will-be-a-disaster-for-gaming-laptops-heres-why 🗑️ Slop: คำแห่งปีที่สะท้อนอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยขยะดิจิทัล ปีนี้ Merriam-Webster เลือกคำว่า “Slop” เป็น Word of the Year 2025 เพื่ออธิบายเนื้อหาดิจิทัลคุณภาพต่ำที่ถูกผลิตขึ้นอย่างมหาศาลด้วย AI ไม่ว่าจะเป็นบทความ ภาพ วิดีโอ หรือพอดแคสต์ หลายอย่างดูเหมือนจะสร้างได้ง่ายแต่กลับทำให้โลกออนไลน์เต็มไปด้วยสิ่งที่คนเรียกว่า “AI slop” จนยากจะแยกออกว่าอะไรคือผลงานมนุษย์จริงๆ และอะไรคือสิ่งที่เครื่องจักรสร้างขึ้นมา เรื่องนี้สะท้อนว่าพลังของเครื่องมือ AI ถูกส่งถึงมือผู้ใช้เร็วเกินไปโดยที่ยังไม่ทันคิดถึงผลกระทบ ทำให้เราต้องเผชิญกับทะเลข้อมูลที่ปะปนทั้งคุณภาพและขยะไปพร้อมกัน 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/we-filled-the-internet-with-garbage-and-now-slop-is-the-word-of-the-year-nice-going-ai 💻 Super X: แท็บเล็ตลูกผสมที่แรงระดับเดสก์ท็อป OneXPlayer เปิดตัว Super X อุปกรณ์ลูกผสมที่รวมแท็บเล็ตกับพลังการประมวลผลระดับเดสก์ท็อป หน้าจอใหญ่ถึง 14 นิ้ว มาพร้อมซีพียู 16 คอร์ GPU ระดับ 5060-class และ RAM สูงสุด 128GB จุดเด่นคือการออกแบบระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ทำให้เครื่องเล็กแต่ยังคงประสิทธิภาพสูง เหมาะกับคนที่อยากได้ความแรงแบบ PC แต่ยังพกพาได้สะดวก แม้ราคาคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 2000 ดอลลาร์ แต่ถือเป็นการยกระดับแท็บเล็ตให้ก้าวไปอีกขั้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/a-water-cooled-amd-ai-14-inch-tablet-with-16-cpu-cores-a-5060-class-gpu-and-128gb-ram-is-exactly-what-i-need-for-christmas-i-dont-think-it-will-cost-less-than-usd2000-though 💾 SSD จิ๋วแต่แรง: Samsung เปิดตัว PCIe Gen5 รุ่นใหม่ Samsung เผยโฉม SSD รุ่น PM9E1 ที่มาในขนาดเล็กเพียง 22 x 42 มม. แต่รองรับมาตรฐาน PCIe Gen5 ทำให้ได้ความเร็วสูงและความจุที่จริงจัง แม้จะมาแบบเงียบๆ แต่ถือเป็นการขยายตลาดสู่กลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการอุปกรณ์เก็บข้อมูลขนาดเล็กแต่ไม่ลดทอนประสิทธิภาพ เหมาะกับโน้ตบุ๊กหรืออุปกรณ์พกพาที่ต้องการความเร็วระดับสูงสุดในพื้นที่จำกัด 🔗 https://www.techradar.com/pro/samsungs-surprising-stealth-superfast-ssd-surfaces-silently-pm9e1-turns-out-to-be-a-mini-9100-pro-measuring-just-22-x-42mm-with-pcie-gen5-capabilities 🎮 DoomScroll: เว็บไซต์ใหม่รวมแผนที่ Doom แบบไม่รู้จบ แฟนเกม Doom ได้เฮ เมื่อมีเว็บไซต์ใหม่ชื่อ DoomScroll ที่รวบรวมแผนที่เกม Doom ไว้ให้เลือกเล่นได้ไม่รู้จบผ่านเบราว์เซอร์ ผู้เล่นสามารถเข้าไปเลือกแผนที่ที่ชอบแล้วเล่นได้ทันที ถือเป็นการเปิดคลังเกมคลาสสิกให้เข้าถึงง่ายขึ้น และยังทำให้ชุมชนผู้เล่นสามารถแชร์ผลงานกันได้สะดวกขึ้นด้วย 🔗 https://www.techradar.com/gaming/pc-gaming/new-doomscroll-website-is-an-endless-library-of-doom-maps-you-can-pick-from-and-play-in-your-browser 🧠 หน่วยความจำแห่งอนาคต: Kioxia พัฒนา 3D DRAM Kioxia ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยี 3D DRAM โดยใช้ stacked oxide-semiconductors ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความหนาแน่นของหน่วยความจำ แม้จะยังไม่พร้อมสู่ตลาดผู้บริโภคในทันที แต่ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมหน่วยความจำในทศวรรษหน้า ทำให้คาดหวังได้ว่าอนาคตเราจะได้เห็น RAM ที่เร็วขึ้นและราคาถูกลง 🔗 https://www.techradar.com/pro/crying-over-expensive-ram-kioxia-may-have-cracked-the-3d-ram-puzzle-paving-the-way-for-cheaper-faster-memory-but-it-probably-wont-reach-the-market-till-the-next-decade 🛡️ Apple อุดช่องโหว่ Zero-Day สุดอันตราย Apple ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ร้ายแรงใน WebKit ที่ถูกใช้โจมตีแบบเจาะจงบุคคลระดับสูง โดยช่องโหว่นี้อาจเปิดทางให้แฮกเกอร์เข้าควบคุมเครื่องจากระยะไกลได้ ทีม Google TAG และ Apple ร่วมกันค้นพบและแก้ไข ซึ่งถือเป็นการทำงานร่วมกันที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก การอัปเดตครอบคลุมทั้ง iOS, iPadOS, macOS, watchOS, tvOS, visionOS และ Safari ผู้ใช้ทั่วไปแม้จะไม่ใช่เป้าหมายหลัก แต่ก็ถูกแนะนำให้รีบอัปเดตเพื่อความปลอดภัยทันที 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/apple-says-it-fixed-zero-day-flaws-used-for-sophisticated-attacks 🌐 CEO Windscribe วิจารณ์การแบน VPN สำหรับเด็ก Windscribe ผู้ให้บริการ VPN ออกมาแสดงความเห็นว่าการห้ามเด็กใช้ VPN เป็น “วิธีแก้ที่แย่ที่สุด” เพราะ VPN ไม่ใช่เครื่องมืออันตราย แต่กลับเป็นสิ่งที่ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย การแบนอาจทำให้เด็กขาดโอกาสในการเรียนรู้การใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย และยังไม่แก้ปัญหาที่แท้จริงของการใช้งานออนไลน์ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/banning-vpns-for-kids-is-the-dumbest-possible-fix-windscribe-ceo 📷 กล้องวงจรปิดแบตเตอรี่ไร้ขีดจำกัด มีการเปิดตัวกล้องวงจรปิดรุ่นใหม่ที่ชูจุดขายเรื่อง “แบตเตอรี่ไม่จำกัด” สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จบ่อย ๆ ราคาก็ไม่สูงอย่างที่คิด ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น กล้องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยต่อเนื่องโดยไม่ต้องยุ่งยากกับการบำรุงรักษาแบตเตอรี่ 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/this-home-security-cam-monitors-your-property-24-7-with-unlimited-battery-life-and-it-costs-less-than-you-might-expect ⌚ Garmin เผลอหลุดข้อมูล Vivosmart 6 Garmin มีข่าวหลุดเกี่ยวกับสมาร์ทแทร็กเกอร์รุ่นใหม่ Vivosmart 6 ที่คาดว่าจะมาพร้อมการอัปเกรดสำคัญเหนือรุ่นก่อน แม้ยังไม่มีรายละเอียดเต็ม แต่คาดว่าจะมีฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการติดตามการออกกำลังกายที่แม่นยำขึ้น การหลุดครั้งนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ที่ติดตามอุปกรณ์สวมใส่ของ Garmin อยู่แล้ว 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/fitness-trackers/garmin-just-leaked-its-vivosmart-6-tracker-and-it-might-come-with-one-major-upgrade-over-its-predecessor 🔒 แอป Freedom Chat ทำข้อมูลผู้ใช้หลุด มีรายงานว่าแอปแชทชื่อ Freedom Chat เผยข้อมูลผู้ใช้โดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งหมายเลขโทรศัพท์และรายละเอียดอื่น ๆ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แอปนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าขาดมาตรการป้องกันที่รัดกุม และอาจทำให้ผู้ใช้เสี่ยงต่อการถูกโจมตีหรือการละเมิดข้อมูล 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/messaging-app-freedom-chat-exposes-user-phone-numbers-and-more-heres-what-we-know 🎧 Google เปิดฟีเจอร์แปลสดผ่านหูฟัง Google กำลังยกระดับการสื่อสารข้ามภาษาให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ “Live Translation” ที่สามารถใช้งานได้กับหูฟังทุกยี่ห้อ ไม่จำกัดเฉพาะ Pixel Buds อีกต่อไป โดยเริ่มทดสอบในสหรัฐฯ เม็กซิโก และอินเดีย ฟีเจอร์นี้ไม่เพียงแค่แปลคำต่อคำ แต่ยังรักษาน้ำเสียง จังหวะ และอารมณ์ของผู้พูด ทำให้การสนทนาเป็นธรรมชาติมากขึ้น นอกจากนี้ Google ยังปรับปรุงระบบ Gemini ให้เข้าใจสำนวนและภาษาพูด เช่น “stealing my thunder” ที่ไม่สามารถแปลตรงตัวได้ พร้อมทั้งเพิ่มเครื่องมือช่วยเรียนภาษา เช่น การให้คำแนะนำด้านการออกเสียง และระบบติดตามความก้าวหน้า ฟีเจอร์นี้รองรับกว่า 70 ภาษา และมีแผนจะขยายไปยัง iOS ในปี 2026 🔗 https://www.techradar.com/computing/software/google-smashes-language-barriers-with-live-translation-for-any-earbuds-on-android-heres-how-it-works 📧 อีเมลไม่ใช่จุดอ่อน แต่การตั้งค่าคลาวด์ต่างหาก หลายครั้งที่เกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล อีเมลมักถูกมองว่าเป็นตัวการ แต่จริง ๆ แล้วปัญหามาจากการตั้งค่าคลาวด์ที่ผิดพลาดมากกว่า กว่า 99% ของความล้มเหลวด้านความปลอดภัยเกิดจากผู้ใช้เอง เช่น คลิกลิงก์ฟิชชิ่ง ใช้รหัสผ่านซ้ำ หรือจัดการข้อมูลผิดพลาด การโทษอีเมลจึงเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจไปจากต้นเหตุที่แท้จริง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการป้องกันควรเริ่มจากการเข้ารหัสข้อมูล การเสริมความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการ และการฝึกอบรมผู้ใช้ให้รู้เท่าทันภัยไซเบอร์ เมื่อผู้ใช้มีความรู้และระบบถูกเข้ารหัสอย่างดี อีเมลก็จะกลายเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/your-email-app-isnt-the-weak-link-but-your-cloud-configuration-probably-is 🛡️ Microsoft ขยายโครงการ Bug Bounty Microsoft ประกาศปรับโครงการ Bug Bounty ครั้งใหญ่ เปิดให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยสามารถส่งรายงานช่องโหว่ได้ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์และบริการ แม้บางโปรแกรมจะไม่มีการตั้งค่ารางวัลอย่างเป็นทางการก็ตาม แนวทางใหม่นี้เรียกว่า “In Scope by Default” ซึ่งหมายความว่าหากช่องโหว่มีผลกระทบต่อบริการออนไลน์ของ Microsoft ก็จะได้รับเงินรางวัลตามระดับความรุนแรง โดยปีที่ผ่านมา Microsoft จ่ายเงินรางวัลไปกว่า 17 ล้านดอลลาร์ มากกว่า Google ที่จ่ายราว 11.8 ล้านดอลลาร์ การขยายนี้ครอบคลุมทั้งโค้ดของ Microsoft โค้ดจากบุคคลที่สาม และโอเพ่นซอร์ส ถือเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบความปลอดภัยในวงกว้างยิ่งขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/microsoft-will-expand-bug-bounties-even-on-programs-without-official-payouts 🏢 Oracle ทุ่มมหาศาลกับดีลศูนย์ข้อมูล Oracle กำลังเดินเกมครั้งใหญ่ในโลกคลาวด์และศูนย์ข้อมูล ล่าสุดมีการเปิดเผยว่าได้ทำสัญญาเช่าศูนย์ข้อมูลและคลาวด์รวมมูลค่าถึง 248 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทยอยเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2026 ไปจนถึง 2028 และกินเวลายาวนานถึง 15–19 ปี การขยายตัวนี้เกิดจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากลูกค้าใหญ่ ๆ อย่าง Meta, Nvidia และ OpenAI ที่เพิ่งเซ็นสัญญาเพิ่มอีก 300 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ Oracle ต้องเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าและลงทุนเพิ่มหนี้อีกหลายหมื่นล้าน แม้จะเป็นภาระ แต่ก็สะท้อนว่าบริษัทกำลังเดิมพันอนาคตไว้กับการเติบโตของตลาด AI และคลาวด์อย่างเต็มที่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/oracle-reportedly-signs-major-huge-cloud-data-center-deals-in-the-last-quarter-nearly-usd250-billion-in-new-commitments-revealed 🤖 ChatGPT 5.2 vs Gemini 3 มีการทดสอบเปรียบเทียบสองแชตบอทที่โด่งดังที่สุดในโลกตอนนี้ คือ ChatGPT 5.2 และ Gemini 3 ผู้เขียนลองใช้งานจริงเพื่อดูว่าใครตอบโจทย์ได้ดีกว่า ผลลัพธ์ออกมาน่าสนใจเพราะแต่ละตัวมีจุดแข็งต่างกัน ChatGPT 5.2 โดดเด่นเรื่องการให้คำตอบที่ละเอียดและมีความคิดเชิงลึก ส่วน Gemini 3 เน้นความเร็วและความกระชับในการสื่อสาร การแข่งขันนี้สะท้อนว่าตลาด AI กำลังร้อนแรง และผู้ใช้ก็มีทางเลือกมากขึ้นตามสไตล์ที่ต้องการ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpt-5-2-vs-gemini-3-i-tried-the-worlds-most-popular-chatbots-to-see-which-is-best-and-the-result-might-surprise-you 🎨 โลกเสมือนที่มีหัวใจมนุษย์ เรื่องราวของ Victoria Fard ศิลปินที่ใช้พลังของคอมพิวเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon สร้างโลกเสมือนที่เต็มไปด้วยความรู้สึกและความเป็นมนุษย์ เธอไม่ได้มองเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ แต่ใช้มันเพื่อถ่ายทอดความทรงจำ ความรู้สึก และเรื่องราวที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ผลงานของเธอจึงไม่ใช่แค่ภาพสวย ๆ แต่เป็นการสร้างพื้นที่ที่ผู้คนสามารถสัมผัสความเป็นมนุษย์ผ่านโลกดิจิทัลได้อย่างลึกซึ้ง 🔗 https://www.techradar.com/tech/memories-in-pixel-how-victoria-fard-uses-a-pc-powered-by-snapdragon-to-build-worlds-that-are-deeply-human 💼 ซีอีโอยังเดินหน้าลงทุน AI แม้ผลลัพธ์ไม่ชัด แม้หลายบริษัทจะยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากการลงทุนใน AI แต่ซีอีโอจำนวนมากก็ยังคงเดินหน้าทุ่มงบต่อไป เหตุผลคือพวกเขามองว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่ไม่สามารถมองข้ามได้ และหากหยุดลงทุนอาจเสียโอกาสในอนาคต ถึงแม้จะมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอน แต่การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าการลงทุนใน AI จะเป็นกุญแจสำคัญในการแข่งขันระยะยาว 🔗 https://www.techradar.com/pro/ceos-seem-determined-to-keep-spending-on-ai-despite-mixed-success ⚖️ ศาลรัสเซียสั่งอายัดทรัพย์ Google ในฝรั่งเศส มีข่าวใหญ่จากยุโรป เมื่อศาลรัสเซียมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินของ Google ในฝรั่งเศสมูลค่ากว่า 129 ล้านดอลลาร์ สาเหตุเกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางกฎหมายและการดำเนินธุรกิจที่ซับซ้อนในหลายประเทศ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงแรงกดดันที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีต้องเผชิญในระดับโลก ทั้งจากกฎระเบียบและความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/russian-court-ruling-could-see-usd129-million-freeze-on-some-of-googles-french-assets 📰 Microsoft เจอศึกใหญ่เรื่อง Cloud Licensing ในสหราชอาณาจักร เรื่องนี้เริ่มจากการที่ Microsoft ถูกกล่าวหาว่ากำหนดเงื่อนไขการใช้งาน Windows Server บน Cloud ของคู่แข่งอย่าง AWS และ Google Cloud ให้ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูง จนทำให้หลายองค์กรในสหราชอาณาจักรเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก คดีนี้ถูกยื่นต่อศาล Competition Appeal Tribunal โดยมีองค์กรกว่า 59,000 แห่งเข้าร่วมเป็นกลุ่มฟ้องร้อง หาก Microsoft ถูกตัดสินว่าผิดจริง อาจต้องจ่ายค่าชดเชยสูงถึง 2 พันล้านปอนด์ ขณะที่ Microsoft ยืนยันว่าเป็นเพียงการกล่าวหาเกินจริงจากกลุ่มทนายและผู้สนับสนุน แต่แรงกดดันก็ยังคงมีต่อเนื่อง เพราะ Google เองก็เคยร้องเรียนเรื่องนี้ต่อ EU มาก่อนแล้ว 🔗 https://www.techradar.com/pro/microsoft-is-back-in-court-in-the-uk-over-unfair-cloud-licensing-claims 🎮 UGreen เปิดตัว eGPU Dock ท้าชน Razer ในตลาด eGPU ที่กำลังร้อนแรง UGreen ได้เปิดตัว Linkstation eGPU Dock ที่มาพร้อมพลังงานในตัวถึง 850W และพอร์ตเชื่อมต่อใหม่อย่าง Oculink และ USB4 จุดเด่นคือราคาประมาณ 325 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับ Razer Core X V2 แต่เหนือกว่าตรงที่มี PSU ในตัวและรองรับการ์ดจอขนาดใหญ่ถึง 370 มม. อย่างไรก็ตาม ดีไซน์ของ UGreen ยังเปิดโล่งมากกว่า Razer ที่มีโครงสร้างปิด ทำให้บางคนกังวลเรื่องความปลอดภัยของการ์ดจอ ถึงอย่างนั้น นี่ก็ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ตลาดใหม่ที่น่าจับตามองของ UGreen ที่เดิมทำอุปกรณ์เสริมอย่าง Dock และ Charger 🔗 https://www.techradar.com/computing/gpu/its-a-great-time-to-buy-an-egpu-and-ugreens-new-razer-rival-has-two-major-tricks-up-its-sleeve 📱 วิกฤติ RAM อาจทำให้สมาร์ทโฟนถอยหลังในปี 2026 นักวิเคราะห์เตือนว่าความต้องการ RAM ที่สูงขึ้นจากศูนย์ข้อมูล AI กำลังทำให้ราคาพุ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอาจต้องลดสเปกลง แทนที่จะเพิ่ม RAM เป็น 16GB ในรุ่นเรือธงใหม่ อาจยังคงอยู่ที่ 12GB หรือบางรุ่นอาจลดลงเหลือ 8GB สำหรับรุ่นกลาง และ 4GB สำหรับรุ่นล่าง ทั้งนี้แม้จะเป็นการคาดการณ์ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูง เพราะตลาด AI กำลังดูดซับทรัพยากรไปอย่างมหาศาล ซึ่งอาจย้อนแย้งกับการพัฒนา AI บนมือถือที่ต้องใช้ RAM มากเช่นกัน 🔗 https://www.techradar.com/phones/the-ram-crisis-will-see-smartphone-specs-go-backwards-in-2026-experts-warn-heres-why 💍 Apple ควรทำ Smart Ring เพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากของ Smartwatch ผู้เขียนเล่าประสบการณ์ตรงว่าแม้ Apple Watch จะมีฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกายที่ยอดเยี่ยม แต่ก็สร้างความลำบากใจเพราะเขาเป็นคนรักนาฬิกากลไกและไม่อยากละทิ้งการใส่นาฬิกาแบบดั้งเดิม จนต้องใส่นาฬิกาสองเรือนบนข้อมือเดียวกัน ซึ่งทั้งไม่สะดวกและน่าขัน เขาจึงเสนอว่า Apple ควรทำ Smart Ring ที่สามารถติดตามสุขภาพได้เหมือน Apple Watch แต่เล็กกะทัดรัดและไม่รบกวนการใส่นาฬิกาแบบดั้งเดิม หาก Apple ทำจริงก็อาจกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่พลิกเกมในปี 2026 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/smartwatches/apple-needs-to-make-a-smart-ring-to-save-me-from-this-ridiculous-situation 🌳 รีวิวซอฟต์แวร์ Idea Spectrum Realtime Landscaping Pro 2025 นี่คือโปรแกรมออกแบบภูมิทัศน์ที่ให้คุณสร้างสวนเสมือนจริงได้จากคอมพิวเตอร์ Windows จุดเด่นคืออินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย มีคลังพืชกว่า 6,000 ชนิด และวัตถุสามมิติหลากหลาย ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ไปจนถึงรถยนต์ พร้อมระบบแอนิเมชันที่ทำให้งานออกแบบดูมีชีวิตชีวา โปรแกรมยังมี Wizard ที่ช่วยให้การสร้างบ้าน สระน้ำ หรือสวนทำได้รวดเร็ว แม้จะมีข้อจำกัดว่าใช้ได้เฉพาะ Windows และอาจหน่วงเมื่อโปรเจ็กต์ซับซ้อน แต่ก็ถือเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ 🔗 https://www.techradar.com/pro/software-services/idea-spectrum-realtime-landscaping-pro-review
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1128 มุมมอง 0 รีวิว
  • ExtrudeX: เครื่องรีไซเคิลฟิลาเมนต์สำหรับบ้าน

    ExtrudeX ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาขยะพลาสติกจากงานพิมพ์ 3 มิติที่มักเกิดจาก supports, failed prints และเศษเหลือใช้ โดยผู้ใช้สามารถสร้างเครื่องนี้เองจากไฟล์ STL ที่ทีมงาน Creative3DP แจกให้ พร้อมซื้ออุปกรณ์เสริมเช่น มอเตอร์, ตัวควบคุมอุณหภูมิ และพัดลม ในราคาประมาณ 180–250 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าถูกกว่าการซื้อเครื่องรีไซเคิลเชิงพาณิชย์หลายเท่า.

    วิธีการทำงาน
    เครื่อง ExtrudeX มี hopper สำหรับใส่เม็ดพลาสติก (pellets) ที่ผสมจากพลาสติกใหม่ 60% และเศษรีไซเคิล 40% จากนั้นเม็ดจะถูกทำให้ร้อนและดันออกทางหัวฉีด ก่อนจะถูก puller ดึงออกเป็นเส้นฟิลาเมนต์ต่อเนื่อง มีพัดลมช่วยทำให้เส้นเย็นตัวเร็วและแข็งแรงขึ้น ผู้ใช้สามารถติดตั้ง gauge meter เพื่อตรวจสอบเส้นผ่านศูนย์กลางของฟิลาเมนต์แบบเรียลไทม์ได้.

    จุดเด่นและความเป็นมิตรต่อผู้ใช้
    เครื่องนี้ถูกออกแบบให้ พกพาได้ มีหูหิ้วสำหรับเคลื่อนย้าย และมีคู่มือการประกอบพร้อมวิดีโอสอนการใช้งาน ExtrudeX ไม่ได้ขายเป็นเครื่องสำเร็จ แต่ขายเป็น blueprint และไฟล์ STL ผ่าน Kickstarter โดยราคาเริ่มต้นที่ 49 ดอลลาร์สำหรับผู้สนับสนุนทั่วไป และ 109 ดอลลาร์สำหรับผู้ที่ต้องการสิทธิ์เชิงพาณิชย์.

    ผลกระทบต่อวงการ 3D Printing
    แม้ ExtrudeX จะยังไม่สามารถรีไซเคิลได้ 100% แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดขยะพลาสติกในงานพิมพ์ 3 มิติ และช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถทดลองสร้างฟิลาเมนต์เองได้ที่บ้าน ถือเป็นการผสมผสานระหว่าง Maker Culture และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจ.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    คุณสมบัติของ ExtrudeX
    สร้างได้เองจากไฟล์ STL และฮาร์ดแวร์ราคาประหยัด
    ใช้เม็ดพลาสติกผสม 60% ใหม่ + 40% รีไซเคิล
    มีระบบ puller และพัดลมช่วยให้เส้นฟิลาเมนต์แข็งแรง

    การทำงานและการใช้งาน
    Hopper ใส่เม็ดพลาสติก → barrel ทำให้ร้อน → nozzle ดันออก
    Puller ดึงเส้นต่อเนื่องและ gauge meter ตรวจสอบขนาด
    พกพาได้ มีหูหิ้วและคู่มือการประกอบ

    Kickstarter Campaign
    ราคาเริ่มต้น 49 ดอลลาร์สำหรับ blueprint
    109 ดอลลาร์สำหรับสิทธิ์เชิงพาณิชย์
    มีการสนับสนุนแบบ one-on-one และวิดีโอสอน

    ผลกระทบต่อวงการ
    ลดขยะพลาสติกจากงานพิมพ์ 3 มิติ
    เปิดโอกาสให้ Maker สร้างฟิลาเมนต์เองที่บ้าน
    เป็นแนวทางใหม่ในการรีไซเคิลที่เข้าถึงง่าย

    ข้อควรระวัง
    ไม่สามารถรีไซเคิลได้ 100% (ต้องผสมพลาสติกใหม่)
    คุณภาพฟิลาเมนต์อาจยังไม่เสถียรเท่าเชิงพาณิชย์
    ต้องบดเศษพลาสติกให้เป็นเม็ดก่อนใช้งาน

    https://www.tomshardware.com/3d-printing/the-extrudex-machine-wants-to-turn-your-3d-printing-waste-into-reusable-filament-all-at-home-this-kickstarter-project-is-itself-3d-printable-with-minimal-hardware-costs
    ♻️ ExtrudeX: เครื่องรีไซเคิลฟิลาเมนต์สำหรับบ้าน ExtrudeX ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาขยะพลาสติกจากงานพิมพ์ 3 มิติที่มักเกิดจาก supports, failed prints และเศษเหลือใช้ โดยผู้ใช้สามารถสร้างเครื่องนี้เองจากไฟล์ STL ที่ทีมงาน Creative3DP แจกให้ พร้อมซื้ออุปกรณ์เสริมเช่น มอเตอร์, ตัวควบคุมอุณหภูมิ และพัดลม ในราคาประมาณ 180–250 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าถูกกว่าการซื้อเครื่องรีไซเคิลเชิงพาณิชย์หลายเท่า. ⚙️ วิธีการทำงาน เครื่อง ExtrudeX มี hopper สำหรับใส่เม็ดพลาสติก (pellets) ที่ผสมจากพลาสติกใหม่ 60% และเศษรีไซเคิล 40% จากนั้นเม็ดจะถูกทำให้ร้อนและดันออกทางหัวฉีด ก่อนจะถูก puller ดึงออกเป็นเส้นฟิลาเมนต์ต่อเนื่อง มีพัดลมช่วยทำให้เส้นเย็นตัวเร็วและแข็งแรงขึ้น ผู้ใช้สามารถติดตั้ง gauge meter เพื่อตรวจสอบเส้นผ่านศูนย์กลางของฟิลาเมนต์แบบเรียลไทม์ได้. 💡 จุดเด่นและความเป็นมิตรต่อผู้ใช้ เครื่องนี้ถูกออกแบบให้ พกพาได้ มีหูหิ้วสำหรับเคลื่อนย้าย และมีคู่มือการประกอบพร้อมวิดีโอสอนการใช้งาน ExtrudeX ไม่ได้ขายเป็นเครื่องสำเร็จ แต่ขายเป็น blueprint และไฟล์ STL ผ่าน Kickstarter โดยราคาเริ่มต้นที่ 49 ดอลลาร์สำหรับผู้สนับสนุนทั่วไป และ 109 ดอลลาร์สำหรับผู้ที่ต้องการสิทธิ์เชิงพาณิชย์. 🌍 ผลกระทบต่อวงการ 3D Printing แม้ ExtrudeX จะยังไม่สามารถรีไซเคิลได้ 100% แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดขยะพลาสติกในงานพิมพ์ 3 มิติ และช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถทดลองสร้างฟิลาเมนต์เองได้ที่บ้าน ถือเป็นการผสมผสานระหว่าง Maker Culture และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจ. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ คุณสมบัติของ ExtrudeX ➡️ สร้างได้เองจากไฟล์ STL และฮาร์ดแวร์ราคาประหยัด ➡️ ใช้เม็ดพลาสติกผสม 60% ใหม่ + 40% รีไซเคิล ➡️ มีระบบ puller และพัดลมช่วยให้เส้นฟิลาเมนต์แข็งแรง ✅ การทำงานและการใช้งาน ➡️ Hopper ใส่เม็ดพลาสติก → barrel ทำให้ร้อน → nozzle ดันออก ➡️ Puller ดึงเส้นต่อเนื่องและ gauge meter ตรวจสอบขนาด ➡️ พกพาได้ มีหูหิ้วและคู่มือการประกอบ ✅ Kickstarter Campaign ➡️ ราคาเริ่มต้น 49 ดอลลาร์สำหรับ blueprint ➡️ 109 ดอลลาร์สำหรับสิทธิ์เชิงพาณิชย์ ➡️ มีการสนับสนุนแบบ one-on-one และวิดีโอสอน ✅ ผลกระทบต่อวงการ ➡️ ลดขยะพลาสติกจากงานพิมพ์ 3 มิติ ➡️ เปิดโอกาสให้ Maker สร้างฟิลาเมนต์เองที่บ้าน ➡️ เป็นแนวทางใหม่ในการรีไซเคิลที่เข้าถึงง่าย ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ ไม่สามารถรีไซเคิลได้ 100% (ต้องผสมพลาสติกใหม่) ⛔ คุณภาพฟิลาเมนต์อาจยังไม่เสถียรเท่าเชิงพาณิชย์ ⛔ ต้องบดเศษพลาสติกให้เป็นเม็ดก่อนใช้งาน https://www.tomshardware.com/3d-printing/the-extrudex-machine-wants-to-turn-your-3d-printing-waste-into-reusable-filament-all-at-home-this-kickstarter-project-is-itself-3d-printable-with-minimal-hardware-costs
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 303 มุมมอง 0 รีวิว
  • SparkyLinux 2025.12 “Tiamat” เปิดตัวแล้ว

    ทีมพัฒนา SparkyLinux ได้ปล่อยเวอร์ชันใหม่ในซีรีส์ semi-rolling คือ 2025.12 (codename Tiamat) โดยใช้ฐานจาก Debian Forky (Testing) และมาพร้อม Linux Kernel 6.17 เป็นค่าเริ่มต้น ผู้ใช้ยังสามารถติดตั้ง Kernel 6.18 ได้จาก repository เพื่อรองรับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่

    อัปเดตเดสก์ท็อปและซอฟต์แวร์
    เวอร์ชันนี้มาพร้อมกับเดสก์ท็อปที่อัปเดต เช่น LXQt 2.2, KDE Plasma 6.5.3, และ Cinnamon 6.6 รวมถึง Firefox 146 และเครื่องมืออื่น ๆ ที่ปรับปรุงให้เข้ากับระบบใหม่ ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมกับตนเองได้มากขึ้น

    จุดเด่นของการออกแบบ semi-rolling
    SparkyLinux ใช้โมเดล semi-rolling release ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องติดตั้งระบบใหม่ทุกครั้ง แต่ยังคงมี snapshot release เช่น 2025.12 เพื่อให้ผู้ใช้ใหม่สามารถติดตั้งได้ง่ายและมั่นใจว่าได้ระบบที่เสถียร

    ความสำคัญต่อชุมชน Linux
    การออกเวอร์ชันนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SparkyLinux ในการเป็นทางเลือกที่เบาและยืดหยุ่นสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการระบบที่ทันสมัย แต่ไม่ซับซ้อนเกินไป เหมาะทั้งสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและนักพัฒนาที่ต้องการทดสอบฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของ Debian Testing

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ฐานระบบและ Kernel
    ใช้ Debian Forky (Testing)
    มาพร้อม Linux Kernel 6.17 และรองรับ Kernel 6.18

    เดสก์ท็อปและซอฟต์แวร์
    LXQt 2.2, KDE Plasma 6.5.3, Cinnamon 6.6
    Firefox 146 และเครื่องมือรุ่นใหม่

    โมเดล semi-rolling
    ได้รับอัปเดตต่อเนื่องโดยไม่ต้องติดตั้งใหม่
    มี snapshot release เพื่อความเสถียร

    คำเตือนสำหรับผู้ใช้
    การใช้ Debian Testing อาจมีบั๊กหรือความไม่เข้ากันของแพ็กเกจ
    ควรตรวจสอบ compatibility ของฮาร์ดแวร์ก่อนอัปเดต Kernel

    https://9to5linux.com/sparkylinux-2025-12-tiamat-released-with-debian-forky-base-linux-kernel-6-17
    🐉 SparkyLinux 2025.12 “Tiamat” เปิดตัวแล้ว ทีมพัฒนา SparkyLinux ได้ปล่อยเวอร์ชันใหม่ในซีรีส์ semi-rolling คือ 2025.12 (codename Tiamat) โดยใช้ฐานจาก Debian Forky (Testing) และมาพร้อม Linux Kernel 6.17 เป็นค่าเริ่มต้น ผู้ใช้ยังสามารถติดตั้ง Kernel 6.18 ได้จาก repository เพื่อรองรับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ ⚙️ อัปเดตเดสก์ท็อปและซอฟต์แวร์ เวอร์ชันนี้มาพร้อมกับเดสก์ท็อปที่อัปเดต เช่น LXQt 2.2, KDE Plasma 6.5.3, และ Cinnamon 6.6 รวมถึง Firefox 146 และเครื่องมืออื่น ๆ ที่ปรับปรุงให้เข้ากับระบบใหม่ ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมกับตนเองได้มากขึ้น 📦 จุดเด่นของการออกแบบ semi-rolling SparkyLinux ใช้โมเดล semi-rolling release ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องติดตั้งระบบใหม่ทุกครั้ง แต่ยังคงมี snapshot release เช่น 2025.12 เพื่อให้ผู้ใช้ใหม่สามารถติดตั้งได้ง่ายและมั่นใจว่าได้ระบบที่เสถียร 🌍 ความสำคัญต่อชุมชน Linux การออกเวอร์ชันนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SparkyLinux ในการเป็นทางเลือกที่เบาและยืดหยุ่นสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการระบบที่ทันสมัย แต่ไม่ซับซ้อนเกินไป เหมาะทั้งสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและนักพัฒนาที่ต้องการทดสอบฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของ Debian Testing 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ฐานระบบและ Kernel ➡️ ใช้ Debian Forky (Testing) ➡️ มาพร้อม Linux Kernel 6.17 และรองรับ Kernel 6.18 ✅ เดสก์ท็อปและซอฟต์แวร์ ➡️ LXQt 2.2, KDE Plasma 6.5.3, Cinnamon 6.6 ➡️ Firefox 146 และเครื่องมือรุ่นใหม่ ✅ โมเดล semi-rolling ➡️ ได้รับอัปเดตต่อเนื่องโดยไม่ต้องติดตั้งใหม่ ➡️ มี snapshot release เพื่อความเสถียร ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ใช้ ⛔ การใช้ Debian Testing อาจมีบั๊กหรือความไม่เข้ากันของแพ็กเกจ ⛔ ควรตรวจสอบ compatibility ของฮาร์ดแวร์ก่อนอัปเดต Kernel https://9to5linux.com/sparkylinux-2025-12-tiamat-released-with-debian-forky-base-linux-kernel-6-17
    9TO5LINUX.COM
    SparkyLinux 2025.12 "Tiamat" Released with Debian Forky Base, Linux Kernel 6.17 - 9to5Linux
    SparkyLinux 2025.12 distribution is now available for download based on Debian Testing/Forky and powered by Linux kernel 6.17.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 125 มุมมอง 0 รีวิว
  • 7 โครงการที่ถูก Ubuntu ยกเลิก แต่เราก็ยังคิดถึงมันอยู่

    Ubuntu One: ความฝันคลาวด์ที่ไม่ยั่งยืน
    Ubuntu เคยเปิดตัว Ubuntu One เพื่อเป็นบริการคลาวด์เก็บไฟล์และซิงก์ข้อมูล คล้ายกับ iCloud ของ Apple โดยให้พื้นที่ฟรี 5GB และสามารถซื้อเพิ่มได้ รวมถึงมีบริการซื้อเพลงผ่าน Ubuntu One Music Store แต่สุดท้ายถูกยกเลิกในปี 2014 เพราะไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งที่ให้พื้นที่ฟรีมากกว่า และ Canonical ต้องการโฟกัสไปที่การพัฒนาแพลตฟอร์มอื่น

    Convergence และ Ubuntu Edge: ความพยายามสู่สมาร์ทโฟน
    Canonical เคยมีความฝันที่จะทำให้ Ubuntu รันได้ทั้งบน PC, Tablet และ Smartphone ผ่านแนวคิด Convergence และเปิดตัวโครงการ Ubuntu Edge สมาร์ทโฟนที่ใช้ Ubuntu โดยระดมทุนผ่าน crowdfunding ได้กว่า 12 ล้านดอลลาร์ แต่ไม่ถึงเป้าหมาย 32 ล้าน ทำให้โครงการต้องปิดตัวไป อย่างไรก็ตามแนวคิดนี้ยังคงถูกนำไปใช้ในเทคโนโลยีอย่าง Samsung DeX ในปัจจุบัน

    Ubuntu Unity และ Mir: การทดลองที่ไม่รอด
    Ubuntu เคยพัฒนา Unity Desktop Environment และ Mir Display Server เพื่อสร้างเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่ผู้ใช้จำนวนมากไม่พอใจกับการเปลี่ยนแปลง และสุดท้าย Canonical ต้องยกเลิก Unity ในปี 2017 และกลับมาใช้ GNOME ที่ปรับแต่งใหม่ ส่วน Mir ก็ถูกลดบทบาทไปใช้กับ IoT แทน ไม่ได้ถูกใช้ในเดสก์ท็อปอีกต่อไป

    Wubi และ Ubuntu Make: เครื่องมือที่ถูกลืม
    Wubi Installer เคยทำให้ผู้ใช้ Windows สามารถติดตั้ง Ubuntu ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องแก้ไขพาร์ทิชัน แต่ถูกยกเลิกเพราะมีปัญหาความเข้ากันได้
    Ubuntu Make เป็น CLI สำหรับติดตั้งเครื่องมือพัฒนา เช่น Atom หรือ VS Code แต่ถูกแทนที่ด้วย Snap ที่ใช้ง่ายกว่าและปลอดภัยกว่า

    สรุปประเด็นสำคัญ
    โครงการที่ถูกยกเลิก
    Ubuntu One (Cloud + Music Store)
    Ubuntu Edge และ Convergence (สมาร์ทโฟน Ubuntu)
    Unity Desktop และ Mir Display Server
    Wubi Installer และ Ubuntu Make

    เหตุผลหลักที่ล้มเหลว
    แข่งขันไม่ได้กับคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่า
    ขาดเงินทุนและการสนับสนุนจากผู้ใช้
    ผู้ใช้ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใหญ่
    เทคโนโลยีใหม่เข้ามาแทนที่

    คำเตือนสำหรับผู้ใช้และนักพัฒนา
    การพัฒนาโครงการใหม่โดยไม่ประเมินตลาด อาจทำให้สูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์
    การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ฟังเสียงผู้ใช้ อาจนำไปสู่การต่อต้านและความล้มเหลว

    https://itsfoss.com/projects-ditched-by-ubuntu/
    🏗️ 7 โครงการที่ถูก Ubuntu ยกเลิก แต่เราก็ยังคิดถึงมันอยู่ 🗂️ Ubuntu One: ความฝันคลาวด์ที่ไม่ยั่งยืน Ubuntu เคยเปิดตัว Ubuntu One เพื่อเป็นบริการคลาวด์เก็บไฟล์และซิงก์ข้อมูล คล้ายกับ iCloud ของ Apple โดยให้พื้นที่ฟรี 5GB และสามารถซื้อเพิ่มได้ รวมถึงมีบริการซื้อเพลงผ่าน Ubuntu One Music Store แต่สุดท้ายถูกยกเลิกในปี 2014 เพราะไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งที่ให้พื้นที่ฟรีมากกว่า และ Canonical ต้องการโฟกัสไปที่การพัฒนาแพลตฟอร์มอื่น 📱 Convergence และ Ubuntu Edge: ความพยายามสู่สมาร์ทโฟน Canonical เคยมีความฝันที่จะทำให้ Ubuntu รันได้ทั้งบน PC, Tablet และ Smartphone ผ่านแนวคิด Convergence และเปิดตัวโครงการ Ubuntu Edge สมาร์ทโฟนที่ใช้ Ubuntu โดยระดมทุนผ่าน crowdfunding ได้กว่า 12 ล้านดอลลาร์ แต่ไม่ถึงเป้าหมาย 32 ล้าน ทำให้โครงการต้องปิดตัวไป อย่างไรก็ตามแนวคิดนี้ยังคงถูกนำไปใช้ในเทคโนโลยีอย่าง Samsung DeX ในปัจจุบัน 🖥️ Ubuntu Unity และ Mir: การทดลองที่ไม่รอด Ubuntu เคยพัฒนา Unity Desktop Environment และ Mir Display Server เพื่อสร้างเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่ผู้ใช้จำนวนมากไม่พอใจกับการเปลี่ยนแปลง และสุดท้าย Canonical ต้องยกเลิก Unity ในปี 2017 และกลับมาใช้ GNOME ที่ปรับแต่งใหม่ ส่วน Mir ก็ถูกลดบทบาทไปใช้กับ IoT แทน ไม่ได้ถูกใช้ในเดสก์ท็อปอีกต่อไป 💿 Wubi และ Ubuntu Make: เครื่องมือที่ถูกลืม 💠 Wubi Installer เคยทำให้ผู้ใช้ Windows สามารถติดตั้ง Ubuntu ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องแก้ไขพาร์ทิชัน แต่ถูกยกเลิกเพราะมีปัญหาความเข้ากันได้ 💠 Ubuntu Make เป็น CLI สำหรับติดตั้งเครื่องมือพัฒนา เช่น Atom หรือ VS Code แต่ถูกแทนที่ด้วย Snap ที่ใช้ง่ายกว่าและปลอดภัยกว่า 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ โครงการที่ถูกยกเลิก ➡️ Ubuntu One (Cloud + Music Store) ➡️ Ubuntu Edge และ Convergence (สมาร์ทโฟน Ubuntu) ➡️ Unity Desktop และ Mir Display Server ➡️ Wubi Installer และ Ubuntu Make ✅ เหตุผลหลักที่ล้มเหลว ➡️ แข่งขันไม่ได้กับคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่า ➡️ ขาดเงินทุนและการสนับสนุนจากผู้ใช้ ➡️ ผู้ใช้ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ➡️ เทคโนโลยีใหม่เข้ามาแทนที่ ‼️ คำเตือนสำหรับผู้ใช้และนักพัฒนา ⛔ การพัฒนาโครงการใหม่โดยไม่ประเมินตลาด อาจทำให้สูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ ⛔ การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ฟังเสียงผู้ใช้ อาจนำไปสู่การต่อต้านและความล้มเหลว https://itsfoss.com/projects-ditched-by-ubuntu/
    ITSFOSS.COM
    7 Projects Killed by Ubuntu (But I Still Miss Them)
    Over the span of the past 15 years, Ubuntu started several projects. Not all of them are active today. And yet, they live in our memory.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 291 มุมมอง 0 รีวิว
  • เครื่องมือใหม่ SnapScope ตรวจสอบ Snap Packages

    Snap packages เป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันในชุมชน Linux มานาน ทั้งเรื่องการเปิดโปรแกรมช้า การพึ่งพา Snap Store ที่เป็น proprietary และการที่ dependency ไม่ได้รับการอัปเดตทันเวลา ล่าสุด Alan Pope นักพัฒนาในชุมชน Ubuntu ได้สร้างเครื่องมือชื่อ SnapScope เพื่อแก้ปัญหาด้านความปลอดภัย โดยสามารถสแกนแพ็กเกจ Snap เพื่อหาช่องโหว่ที่มีการบันทึกไว้ในฐานข้อมูล CVE

    วิธีการทำงานของ SnapScope
    ผู้ใช้เพียงแค่ใส่ชื่อแพ็กเกจหรือ publisher ลงในช่องค้นหา SnapScope จะสแกนและแสดงผลช่องโหว่ที่พบ พร้อมแบ่งระดับความรุนแรงเป็น KEV, CRITICAL, HIGH, MEDIUM และ LOW ข้อมูลเหล่านี้ดึงมาจาก Grype ซึ่งเป็น open-source scanner สำหรับ container และ filesystem โดยปัจจุบันรองรับเฉพาะแพ็กเกจ x86_64 แต่มีแผนจะขยายไปยังแพลตฟอร์มอื่นในอนาคต

    ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ
    หน้าแรกของ SnapScope ยังมีกราฟแสดงแพ็กเกจที่ถูกสแกนล่าสุด และแพ็กเกจที่มีจำนวนช่องโหว่มากที่สุด ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถติดตามแนวโน้มความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น เครื่องมือนี้ถูกสร้างขึ้นในงาน Chainguard’s Vibelympics ซึ่งเป็นการแข่งขันที่นักพัฒนาสร้างโปรเจกต์สร้างสรรค์เพื่อการกุศล

    ใครควรใช้ SnapScope
    ผู้ดูแลระบบ (Sys Admins): ใช้ตรวจสอบ Snap ที่ติดตั้งในองค์กร
    นักพัฒนา: ตรวจสอบแพ็กเกจที่ดูแลว่ามี CVE ใดต้องแก้ไข
    ผู้ใช้ทั่วไปที่ใส่ใจความปลอดภัย: ตรวจสอบก่อนติดตั้ง Snap ใหม่ ๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    SnapScope คือเครื่องมือสแกน Snap
    ตรวจสอบช่องโหว่จากฐานข้อมูล CVE
    แสดงผลตามระดับความรุนแรง

    ฟีเจอร์หลัก
    รองรับ x86_64 packages
    ใช้ข้อมูลจาก Grype scanner
    มีกราฟแสดงแพ็กเกจที่เสี่ยงสูงสุด

    กลุ่มผู้ใช้เป้าหมาย
    Sys Admins ที่ต้อง audit ระบบ
    นักพัฒนาที่ดูแล Snap packages
    ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการความมั่นใจ

    คำเตือนด้านความปลอดภัย
    Snap ที่มี dependency ไม่อัปเดตอาจเสี่ยงต่อการโจมตี
    หากไม่ตรวจสอบก่อนติดตั้ง อาจนำช่องโหว่เข้าสู่ระบบโดยไม่รู้ตัว

    https://itsfoss.com/news/check-snap-packages-vulnerabilities/
    🔍 เครื่องมือใหม่ SnapScope ตรวจสอบ Snap Packages Snap packages เป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันในชุมชน Linux มานาน ทั้งเรื่องการเปิดโปรแกรมช้า การพึ่งพา Snap Store ที่เป็น proprietary และการที่ dependency ไม่ได้รับการอัปเดตทันเวลา ล่าสุด Alan Pope นักพัฒนาในชุมชน Ubuntu ได้สร้างเครื่องมือชื่อ SnapScope เพื่อแก้ปัญหาด้านความปลอดภัย โดยสามารถสแกนแพ็กเกจ Snap เพื่อหาช่องโหว่ที่มีการบันทึกไว้ในฐานข้อมูล CVE ⚙️ วิธีการทำงานของ SnapScope ผู้ใช้เพียงแค่ใส่ชื่อแพ็กเกจหรือ publisher ลงในช่องค้นหา SnapScope จะสแกนและแสดงผลช่องโหว่ที่พบ พร้อมแบ่งระดับความรุนแรงเป็น KEV, CRITICAL, HIGH, MEDIUM และ LOW ข้อมูลเหล่านี้ดึงมาจาก Grype ซึ่งเป็น open-source scanner สำหรับ container และ filesystem โดยปัจจุบันรองรับเฉพาะแพ็กเกจ x86_64 แต่มีแผนจะขยายไปยังแพลตฟอร์มอื่นในอนาคต 📊 ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ หน้าแรกของ SnapScope ยังมีกราฟแสดงแพ็กเกจที่ถูกสแกนล่าสุด และแพ็กเกจที่มีจำนวนช่องโหว่มากที่สุด ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถติดตามแนวโน้มความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น เครื่องมือนี้ถูกสร้างขึ้นในงาน Chainguard’s Vibelympics ซึ่งเป็นการแข่งขันที่นักพัฒนาสร้างโปรเจกต์สร้างสรรค์เพื่อการกุศล 🌐 ใครควรใช้ SnapScope ผู้ดูแลระบบ (Sys Admins): ใช้ตรวจสอบ Snap ที่ติดตั้งในองค์กร นักพัฒนา: ตรวจสอบแพ็กเกจที่ดูแลว่ามี CVE ใดต้องแก้ไข ผู้ใช้ทั่วไปที่ใส่ใจความปลอดภัย: ตรวจสอบก่อนติดตั้ง Snap ใหม่ ๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ SnapScope คือเครื่องมือสแกน Snap ➡️ ตรวจสอบช่องโหว่จากฐานข้อมูล CVE ➡️ แสดงผลตามระดับความรุนแรง ✅ ฟีเจอร์หลัก ➡️ รองรับ x86_64 packages ➡️ ใช้ข้อมูลจาก Grype scanner ➡️ มีกราฟแสดงแพ็กเกจที่เสี่ยงสูงสุด ✅ กลุ่มผู้ใช้เป้าหมาย ➡️ Sys Admins ที่ต้อง audit ระบบ ➡️ นักพัฒนาที่ดูแล Snap packages ➡️ ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการความมั่นใจ ‼️ คำเตือนด้านความปลอดภัย ⛔ Snap ที่มี dependency ไม่อัปเดตอาจเสี่ยงต่อการโจมตี ⛔ หากไม่ตรวจสอบก่อนติดตั้ง อาจนำช่องโหว่เข้าสู่ระบบโดยไม่รู้ตัว https://itsfoss.com/news/check-snap-packages-vulnerabilities/
    ITSFOSS.COM
    Check Your Snap Packages for Vulnerabilities With This Vibe-Coded Tool
    Snapscope makes it easy to scan any Snap package for security issues.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 148 มุมมอง 0 รีวิว
  • สะพานเกอร์นีย์ ปีนัง เข้าสู่เกาะเทียมอันดามัน

    อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงบนเกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. นายโจว คอน เยียว (Chow Kon Yeow) มุขมนตรีรัฐปีนัง เป็นประธานในพิธีเปิดสะพานเกอร์นีย์ (Gurney Bridge) เชื่อมระหว่างเกาะปีนัง บริเวณวงเวียนเกอร์นีย์ ไดร์ฟ (Gurney Drive) กับอันดามันไอส์แลนด์ (Andaman Island) โครงการอสังหาริมทรัพย์บนเกาะเทียมที่ผ่านการถมทะเล ของบริษัทอีสเทิร์น แอนด์ โอเรียนทัล (E&O) เป็นสะพานขนาด 8 ช่องจราจร ความยาว 1.2 กิโลเมตร พร้อมทางเดินเท้ากว้าง 4 เมตร มูลค่าโครงการ 350 ล้านริงกิต (2,700 ล้านบาท)

    นอกจากเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คริมชายฝั่งของอ่าวเกอร์นีย์แล้ว ยังช่วยย่นเวลาเดินทางเข้าโครงการฯ จากเดิมต้องเข้าจากถนนใหญ่ (ถนนตันจง โตคง) บริเวณห้างโลตัส ตันจงปีนัง ได้เพิ่มอีกหนึ่งช่องทางไปออกย่านเกอร์นีย์ไดร์ฟ บริเวณศูนย์การค้าเกอร์นีย์พลาซ่าได้ทันที ซึ่งนายก๊ก ตั๊ก เชียง (Kok Tuck Cheong) กรรมการผู้จัดการของ E&O ตั้งใจว่าจะสร้างเมืองที่เข้าถึงได้ภายใน 15 นาที เชื่อมต่อถึงกัน และมุ่งเน้นอนาคต นับจากนี้จะพัฒนาโครงการบนเกาะ ทั้งที่อยู่อาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์ในระยะต่อไป ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากรัฐบาล

    นายก๊กยังกล่าวกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น บูเลทิน มูเทียรา (Buletin Mutiara) ระบุว่า โครงการนี้เริ่มต้นในปี 2533 ที่รัฐบาลมอบสิทธิ์สัมปทานในการถมทะเลทั้งหมด 960 เอเคอร์ โดยพื้นที่แรก สเตรตส์คีย์ (Straits Quay) แล้วเสร็จมาหลายปี ตามมาด้วยเฟส 2A เปิดตัวห้องชุดไปแล้ว 3,700 ยูนิต กำลังขายแก่ผู้สนใจ รวมถึงที่ดินเปล่าที่หันหน้าไปทางสเตรตส์คีย์ด้วย ส่วนเฟส 2B ยังอยู่ระหว่างปรับปรุงพื้นที่ รวมทั้งหมด 506 เอเคอร์ พื้นที่ถมทะเลบางส่วนจะถูกส่งมอบให้แก่รัฐตามข้อตกลงการพัฒนาพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีถนนด้านข้างโครงการคอนโดมิเนียมซิตี้ออฟดรีม (COD) ที่มีแผนจะสร้างสะพานไปยังถนนเกอร์นีย์ในอนาคต

    อย่างไรก็ตาม ยังมีชาวปีนังอีกส่วนหนึ่งวิจารณ์ว่า โครงการนี้จะก่อให้เกิดการจราจรติดขัด ซึ่งมุขมนตรีรัฐปีนังยืนยันว่า กำลังให้ความสำคัญกับการจัดการจราจรอย่างมีความรับผิดชอบ ย้ำว่าสะพานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อกับเกาะอันดามัน บรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด ถึงกระนั้น เนื่องจากย่านเกอร์นีย์ไดร์ฟเป็นย่านศูนย์การค้า ทั้งเกอร์นีย์พลาซา เกอร์นีย์พารากอนมอลล์ แหล่งรวมสตรีทฟู้ด (Gurney Drive Hawker Center) และคอนโดมิเนียมจำนวนมาก รถติดทุกวันไม่เว้นวันหยุด ชาวปีนังจึงยังคงกังวลถึงปัญหาการจราจร จากโครงการมิกซ์ยูสมูลค่า 6 หมื่นล้านริงกิต (462,000 ล้านบาท) กันต่อไป

    #Newskit
    สะพานเกอร์นีย์ ปีนัง เข้าสู่เกาะเทียมอันดามัน อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงบนเกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. นายโจว คอน เยียว (Chow Kon Yeow) มุขมนตรีรัฐปีนัง เป็นประธานในพิธีเปิดสะพานเกอร์นีย์ (Gurney Bridge) เชื่อมระหว่างเกาะปีนัง บริเวณวงเวียนเกอร์นีย์ ไดร์ฟ (Gurney Drive) กับอันดามันไอส์แลนด์ (Andaman Island) โครงการอสังหาริมทรัพย์บนเกาะเทียมที่ผ่านการถมทะเล ของบริษัทอีสเทิร์น แอนด์ โอเรียนทัล (E&O) เป็นสะพานขนาด 8 ช่องจราจร ความยาว 1.2 กิโลเมตร พร้อมทางเดินเท้ากว้าง 4 เมตร มูลค่าโครงการ 350 ล้านริงกิต (2,700 ล้านบาท) นอกจากเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คริมชายฝั่งของอ่าวเกอร์นีย์แล้ว ยังช่วยย่นเวลาเดินทางเข้าโครงการฯ จากเดิมต้องเข้าจากถนนใหญ่ (ถนนตันจง โตคง) บริเวณห้างโลตัส ตันจงปีนัง ได้เพิ่มอีกหนึ่งช่องทางไปออกย่านเกอร์นีย์ไดร์ฟ บริเวณศูนย์การค้าเกอร์นีย์พลาซ่าได้ทันที ซึ่งนายก๊ก ตั๊ก เชียง (Kok Tuck Cheong) กรรมการผู้จัดการของ E&O ตั้งใจว่าจะสร้างเมืองที่เข้าถึงได้ภายใน 15 นาที เชื่อมต่อถึงกัน และมุ่งเน้นอนาคต นับจากนี้จะพัฒนาโครงการบนเกาะ ทั้งที่อยู่อาศัยและพื้นที่เชิงพาณิชย์ในระยะต่อไป ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากรัฐบาล นายก๊กยังกล่าวกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น บูเลทิน มูเทียรา (Buletin Mutiara) ระบุว่า โครงการนี้เริ่มต้นในปี 2533 ที่รัฐบาลมอบสิทธิ์สัมปทานในการถมทะเลทั้งหมด 960 เอเคอร์ โดยพื้นที่แรก สเตรตส์คีย์ (Straits Quay) แล้วเสร็จมาหลายปี ตามมาด้วยเฟส 2A เปิดตัวห้องชุดไปแล้ว 3,700 ยูนิต กำลังขายแก่ผู้สนใจ รวมถึงที่ดินเปล่าที่หันหน้าไปทางสเตรตส์คีย์ด้วย ส่วนเฟส 2B ยังอยู่ระหว่างปรับปรุงพื้นที่ รวมทั้งหมด 506 เอเคอร์ พื้นที่ถมทะเลบางส่วนจะถูกส่งมอบให้แก่รัฐตามข้อตกลงการพัฒนาพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีถนนด้านข้างโครงการคอนโดมิเนียมซิตี้ออฟดรีม (COD) ที่มีแผนจะสร้างสะพานไปยังถนนเกอร์นีย์ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ยังมีชาวปีนังอีกส่วนหนึ่งวิจารณ์ว่า โครงการนี้จะก่อให้เกิดการจราจรติดขัด ซึ่งมุขมนตรีรัฐปีนังยืนยันว่า กำลังให้ความสำคัญกับการจัดการจราจรอย่างมีความรับผิดชอบ ย้ำว่าสะพานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อกับเกาะอันดามัน บรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด ถึงกระนั้น เนื่องจากย่านเกอร์นีย์ไดร์ฟเป็นย่านศูนย์การค้า ทั้งเกอร์นีย์พลาซา เกอร์นีย์พารากอนมอลล์ แหล่งรวมสตรีทฟู้ด (Gurney Drive Hawker Center) และคอนโดมิเนียมจำนวนมาก รถติดทุกวันไม่เว้นวันหยุด ชาวปีนังจึงยังคงกังวลถึงปัญหาการจราจร จากโครงการมิกซ์ยูสมูลค่า 6 หมื่นล้านริงกิต (462,000 ล้านบาท) กันต่อไป #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 337 มุมมอง 0 รีวิว
  • ‘ประชาธิปัตย์’ พรรคการเมืองแรก ที่เข้าหารือสภาอุตสาหกรรมฯ รับฟังข้อเสนอแนะ เตรียมเข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งใหม่ในปี 69 เป็นวิถีใหม่ของนักการเมืองไทย จากเดิมจะรอให้เป็น สส. หรือ รัฐมนตรีก่อน แล้วค่อยรับฟังเสียงเอกชน ไปจัดทำนโยบายบริหารประเทศ /เปรียบเศรษฐกิจไทยวันนี้ เหมือน‘รถติดหล่ม’ ต้องใช้แรงมหาศาล ‘ดึงรถพ้นหล่ม’
    ‘ประชาธิปัตย์’ พรรคการเมืองแรก ที่เข้าหารือสภาอุตสาหกรรมฯ รับฟังข้อเสนอแนะ เตรียมเข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งใหม่ในปี 69 เป็นวิถีใหม่ของนักการเมืองไทย จากเดิมจะรอให้เป็น สส. หรือ รัฐมนตรีก่อน แล้วค่อยรับฟังเสียงเอกชน ไปจัดทำนโยบายบริหารประเทศ /เปรียบเศรษฐกิจไทยวันนี้ เหมือน‘รถติดหล่ม’ ต้องใช้แรงมหาศาล ‘ดึงรถพ้นหล่ม’
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 255 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • ดาวเคราะห์นอกระบบ WASP-121b กับหางก๊าซยักษ์สองเส้น

    ทีมนักดาราศาสตร์ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (JWST) ตรวจพบปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนบนดาวเคราะห์นอกระบบ WASP-121b หรือที่เรียกว่า Tylos ซึ่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 880 ปีแสง ดาวเคราะห์แก๊สยักษ์นี้กำลังสูญเสียบรรยากาศอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็น หางก๊าซฮีเลียมสองเส้นขนาดมหึมา ที่ทอดยาวครอบคลุมเกือบ 60% ของวงโคจรรอบดาวแม่

    การค้นพบที่ไม่ธรรมดา
    ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์เคยพบดาวเคราะห์ที่มีบรรยากาศรั่วไหล แต่ส่วนใหญ่จะเห็นเพียงชั่วคราวเมื่อดาวเคราะห์เคลื่อนผ่านหน้าดาวแม่ ครั้งนี้ JWST สามารถติดตามการรั่วไหลตลอดวงโคจรเต็มรอบกว่า 30 ชั่วโมง ทำให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดที่สุดเกี่ยวกับการสูญเสียบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบ

    ปริศนาของหางคู่
    สิ่งที่ทำให้นักวิจัยประหลาดใจคือการเกิดหางสองเส้นที่พุ่งไปคนละทิศทาง หางหนึ่งทอดตามหลังดาวเคราะห์ ขณะที่อีกหางหนึ่งกลับพุ่งนำหน้า ซึ่งแบบจำลองเดิมไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจน นักวิทยาศาสตร์คาดว่าแรงโน้มถ่วงของดาวแม่และลมดาวฤกษ์อาจมีบทบาทในการกำหนดทิศทางของหางเหล่านี้

    ความหมายต่อวิวัฒนาการดาวเคราะห์
    การค้นพบนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจว่าดาวเคราะห์แก๊สยักษ์อาจสูญเสียบรรยากาศจนกลายเป็นดาวเคราะห์หินในอนาคต การศึกษาลักษณะการรั่วไหลของก๊าซจะช่วยให้นักดาราศาสตร์สร้างแบบจำลองใหม่ ๆ เกี่ยวกับวิวัฒนาการของดาวเคราะห์และความเป็นไปได้ในการเกิดระบบที่คล้ายโลก

    สรุปสาระสำคัญ
    การค้นพบจาก JWST
    พบดาว WASP-121b มีหางก๊าซฮีเลียมสองเส้น
    ครอบคลุมเกือบ 60% ของวงโคจร

    ความพิเศษ
    เป็นครั้งแรกที่ติดตามการรั่วไหลตลอดวงโคจรเต็มรอบ
    หางหนึ่งตามหลัง อีกหางหนึ่งนำหน้า

    ความหมายทางวิทยาศาสตร์
    ช่วยเข้าใจการสูญเสียบรรยากาศของดาวเคราะห์
    อาจอธิบายการเปลี่ยนจากดาวแก๊สยักษ์เป็นดาวหิน

    ข้อจำกัดและปริศนา
    แบบจำลองปัจจุบันยังไม่สามารถอธิบายหางคู่ได้ครบถ้วน
    ต้องการการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อสร้างแบบจำลอง 3D ที่แม่นยำ

    https://www.sciencealert.com/jwst-catches-record-breaking-planet-sprouting-two-enormous-tails
    🌌 ดาวเคราะห์นอกระบบ WASP-121b กับหางก๊าซยักษ์สองเส้น ทีมนักดาราศาสตร์ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (JWST) ตรวจพบปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนบนดาวเคราะห์นอกระบบ WASP-121b หรือที่เรียกว่า Tylos ซึ่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 880 ปีแสง ดาวเคราะห์แก๊สยักษ์นี้กำลังสูญเสียบรรยากาศอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็น หางก๊าซฮีเลียมสองเส้นขนาดมหึมา ที่ทอดยาวครอบคลุมเกือบ 60% ของวงโคจรรอบดาวแม่ 🔬 การค้นพบที่ไม่ธรรมดา ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์เคยพบดาวเคราะห์ที่มีบรรยากาศรั่วไหล แต่ส่วนใหญ่จะเห็นเพียงชั่วคราวเมื่อดาวเคราะห์เคลื่อนผ่านหน้าดาวแม่ ครั้งนี้ JWST สามารถติดตามการรั่วไหลตลอดวงโคจรเต็มรอบกว่า 30 ชั่วโมง ทำให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดที่สุดเกี่ยวกับการสูญเสียบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบ 🌪️ ปริศนาของหางคู่ สิ่งที่ทำให้นักวิจัยประหลาดใจคือการเกิดหางสองเส้นที่พุ่งไปคนละทิศทาง หางหนึ่งทอดตามหลังดาวเคราะห์ ขณะที่อีกหางหนึ่งกลับพุ่งนำหน้า ซึ่งแบบจำลองเดิมไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจน นักวิทยาศาสตร์คาดว่าแรงโน้มถ่วงของดาวแม่และลมดาวฤกษ์อาจมีบทบาทในการกำหนดทิศทางของหางเหล่านี้ 🚀 ความหมายต่อวิวัฒนาการดาวเคราะห์ การค้นพบนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจว่าดาวเคราะห์แก๊สยักษ์อาจสูญเสียบรรยากาศจนกลายเป็นดาวเคราะห์หินในอนาคต การศึกษาลักษณะการรั่วไหลของก๊าซจะช่วยให้นักดาราศาสตร์สร้างแบบจำลองใหม่ ๆ เกี่ยวกับวิวัฒนาการของดาวเคราะห์และความเป็นไปได้ในการเกิดระบบที่คล้ายโลก 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ การค้นพบจาก JWST ➡️ พบดาว WASP-121b มีหางก๊าซฮีเลียมสองเส้น ➡️ ครอบคลุมเกือบ 60% ของวงโคจร ✅ ความพิเศษ ➡️ เป็นครั้งแรกที่ติดตามการรั่วไหลตลอดวงโคจรเต็มรอบ ➡️ หางหนึ่งตามหลัง อีกหางหนึ่งนำหน้า ✅ ความหมายทางวิทยาศาสตร์ ➡️ ช่วยเข้าใจการสูญเสียบรรยากาศของดาวเคราะห์ ➡️ อาจอธิบายการเปลี่ยนจากดาวแก๊สยักษ์เป็นดาวหิน ‼️ ข้อจำกัดและปริศนา ⛔ แบบจำลองปัจจุบันยังไม่สามารถอธิบายหางคู่ได้ครบถ้วน ⛔ ต้องการการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อสร้างแบบจำลอง 3D ที่แม่นยำ https://www.sciencealert.com/jwst-catches-record-breaking-planet-sprouting-two-enormous-tails
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    JWST Catches Record-Breaking Planet Sprouting Two Enormous Tails
    About 880 light-years from Earth, a hot mess of an exoplanet is slowly spilling its atmosphere into space, creating two enormous tails of helium that stretch more than halfway around its star.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 249 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 ทางเลือกแทน Apple CarPlay ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก

    Magic Box – กล่องแปลง CarPlay เป็น Android เต็มรูปแบบ
    Magic Box เป็นอุปกรณ์ที่เสียบเข้ากับพอร์ต USB ของรถ แล้วหลอกให้รถคิดว่ากำลังรัน CarPlay แต่จริง ๆ แล้วมันส่งต่อระบบ Android OS เต็มรูปแบบ ไปยังหน้าจอรถ ผู้ใช้สามารถติดตั้งแอปจาก Google Play Store ได้ทุกชนิด เช่น YouTube, Netflix, หรือแอปนำทางอื่น ๆ โดยไม่ต้องพึ่งสมาร์ทโฟน

    GROM VLine / NavTool – อัปเกรดรถหรูรุ่นเก่า
    สำหรับรถหรูรุ่นเก่าอย่าง Lexus หรือ Infiniti ที่ระบบ infotainment ล้าสมัย GROM VLine และ NavTool ช่วยเพิ่มความสามารถสมัยใหม่โดยไม่ต้องเปลี่ยนหัวเครื่องเสียงเดิม อุปกรณ์นี้เชื่อมต่อกับสายไฟเดิม ทำให้ยังคงใช้ฟังก์ชันเดิม เช่น ปุ่มบนพวงมาลัยและกล้องถอยหลัง แต่เพิ่มการรองรับ Google Maps, Waze และ Spotify ได้

    OpenAuto Pro – ระบบ DIY ด้วย Raspberry Pi
    สำหรับสายเทคนิค OpenAuto Pro เปิดโอกาสให้สร้างระบบ infotainment เองบน Raspberry Pi ผู้ใช้สามารถออกแบบหน้าจอ, เพิ่มเกจวัด OBD-II, หรือแม้แต่ควบคุมระบบปรับอากาศผ่านซอฟต์แวร์ที่เขียนเอง ถือเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นที่สุด แต่ต้องมีทักษะด้านเทคนิคพอสมควร

    Native Android Automotive OS – ระบบฝังตัวจากผู้ผลิต
    ผู้ผลิตรถยนต์อย่าง GM และ Rivian กำลังเลิกใช้ CarPlay แล้วหันไปใช้ Android Automotive OS ซึ่งเป็นระบบที่ฝังอยู่ในรถโดยตรง ทำให้แอปอย่าง Google Maps และ Spotify ทำงานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ระบบนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์รถ เช่น ตรวจสอบแบตเตอรี่ EV และแนะนำเส้นทางไปยังสถานีชาร์จ

    Aftermarket Android Head Units – จอใหญ่แทนเครื่องเสียงเดิม
    สำหรับรถรุ่นเก่า สามารถเปลี่ยนเครื่องเสียงเป็น Android Head Unit ที่มาพร้อมจอสัมผัสขนาดใหญ่และระบบ Android เต็มรูปแบบ ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์, เก็บเพลงในเครื่อง, และใช้แอปตรวจสอบเครื่องยนต์ผ่าน OBD-II ได้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Magic Box
    แปลง CarPlay เป็น Android เต็มรูปแบบ
    ติดตั้งแอปได้ทุกชนิดจาก Google Play

    GROM VLine / NavTool
    อัปเกรดรถหรูรุ่นเก่าโดยไม่เปลี่ยนเครื่องเสียง
    รองรับ Google Maps, Waze, Spotify

    OpenAuto Pro
    ระบบ DIY ด้วย Raspberry Pi
    เพิ่มเกจวัด OBD-II และปรับแต่งได้เต็มที่

    Android Automotive OS
    ระบบฝังตัวจากผู้ผลิตรถยนต์
    ทำงานโดยไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟน

    Android Head Units
    จอสัมผัสใหญ่แทนเครื่องเสียงเดิม
    รองรับแผนที่ออฟไลน์และแอปตรวจสอบเครื่องยนต์

    คำเตือนด้านความปลอดภัยและการใช้งาน
    อุปกรณ์เสริมบางชนิดอาจทำให้หมดประกันรถ
    ระบบ DIY ต้องใช้ทักษะสูงและเสี่ยงต่อความผิดพลาด

    https://www.slashgear.com/2049901/carplay-alternatives-you-didnt-realize-existed/
    🧭 5 ทางเลือกแทน Apple CarPlay ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก 🚗 Magic Box – กล่องแปลง CarPlay เป็น Android เต็มรูปแบบ Magic Box เป็นอุปกรณ์ที่เสียบเข้ากับพอร์ต USB ของรถ แล้วหลอกให้รถคิดว่ากำลังรัน CarPlay แต่จริง ๆ แล้วมันส่งต่อระบบ Android OS เต็มรูปแบบ ไปยังหน้าจอรถ ผู้ใช้สามารถติดตั้งแอปจาก Google Play Store ได้ทุกชนิด เช่น YouTube, Netflix, หรือแอปนำทางอื่น ๆ โดยไม่ต้องพึ่งสมาร์ทโฟน 🏎️ GROM VLine / NavTool – อัปเกรดรถหรูรุ่นเก่า สำหรับรถหรูรุ่นเก่าอย่าง Lexus หรือ Infiniti ที่ระบบ infotainment ล้าสมัย GROM VLine และ NavTool ช่วยเพิ่มความสามารถสมัยใหม่โดยไม่ต้องเปลี่ยนหัวเครื่องเสียงเดิม อุปกรณ์นี้เชื่อมต่อกับสายไฟเดิม ทำให้ยังคงใช้ฟังก์ชันเดิม เช่น ปุ่มบนพวงมาลัยและกล้องถอยหลัง แต่เพิ่มการรองรับ Google Maps, Waze และ Spotify ได้ 🛠️ OpenAuto Pro – ระบบ DIY ด้วย Raspberry Pi สำหรับสายเทคนิค OpenAuto Pro เปิดโอกาสให้สร้างระบบ infotainment เองบน Raspberry Pi ผู้ใช้สามารถออกแบบหน้าจอ, เพิ่มเกจวัด OBD-II, หรือแม้แต่ควบคุมระบบปรับอากาศผ่านซอฟต์แวร์ที่เขียนเอง ถือเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นที่สุด แต่ต้องมีทักษะด้านเทคนิคพอสมควร 🚙 Native Android Automotive OS – ระบบฝังตัวจากผู้ผลิต ผู้ผลิตรถยนต์อย่าง GM และ Rivian กำลังเลิกใช้ CarPlay แล้วหันไปใช้ Android Automotive OS ซึ่งเป็นระบบที่ฝังอยู่ในรถโดยตรง ทำให้แอปอย่าง Google Maps และ Spotify ทำงานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ระบบนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์รถ เช่น ตรวจสอบแบตเตอรี่ EV และแนะนำเส้นทางไปยังสถานีชาร์จ 📱 Aftermarket Android Head Units – จอใหญ่แทนเครื่องเสียงเดิม สำหรับรถรุ่นเก่า สามารถเปลี่ยนเครื่องเสียงเป็น Android Head Unit ที่มาพร้อมจอสัมผัสขนาดใหญ่และระบบ Android เต็มรูปแบบ ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์, เก็บเพลงในเครื่อง, และใช้แอปตรวจสอบเครื่องยนต์ผ่าน OBD-II ได้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Magic Box ➡️ แปลง CarPlay เป็น Android เต็มรูปแบบ ➡️ ติดตั้งแอปได้ทุกชนิดจาก Google Play ✅ GROM VLine / NavTool ➡️ อัปเกรดรถหรูรุ่นเก่าโดยไม่เปลี่ยนเครื่องเสียง ➡️ รองรับ Google Maps, Waze, Spotify ✅ OpenAuto Pro ➡️ ระบบ DIY ด้วย Raspberry Pi ➡️ เพิ่มเกจวัด OBD-II และปรับแต่งได้เต็มที่ ✅ Android Automotive OS ➡️ ระบบฝังตัวจากผู้ผลิตรถยนต์ ➡️ ทำงานโดยไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟน ✅ Android Head Units ➡️ จอสัมผัสใหญ่แทนเครื่องเสียงเดิม ➡️ รองรับแผนที่ออฟไลน์และแอปตรวจสอบเครื่องยนต์ ‼️ คำเตือนด้านความปลอดภัยและการใช้งาน ⛔ อุปกรณ์เสริมบางชนิดอาจทำให้หมดประกันรถ ⛔ ระบบ DIY ต้องใช้ทักษะสูงและเสี่ยงต่อความผิดพลาด https://www.slashgear.com/2049901/carplay-alternatives-you-didnt-realize-existed/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Alternatives To Apple CarPlay That You Didn't Realize Existed - SlashGear
    If you're an iPhone user, Apple CarPlay is not the end-all, be-all of hands-free navigation utilities. Check out these uncommon, but useful alternatives.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 260 มุมมอง 0 รีวิว
  • หนอนริบบิ้นอายุยืนที่สุดในโลก

    หนอนริบบิ้นสายพันธุ์ Baseodiscus punnetti ที่ชื่อเล่นว่า “B” กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม Nemertea เท่าที่เคยบันทึกได้ โดยมีอายุราว 26–30 ปี การค้นพบนี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อการศึกษาความยืนยาวของสัตว์ทะเล

    นักชีววิทยา Jon Allen จากมหาวิทยาลัย William & Mary ได้เลี้ยงหนอนริบบิ้นชื่อ “B” มาตั้งแต่ปี 2005 หลังจากได้รับมาจากมหาวิทยาลัย North Carolina ปัจจุบันการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมและการติดตามพฤติกรรมบ่งชี้ว่า B มีอายุอย่างน้อย 26 ปี และอาจใกล้ 30 ปี ซึ่งทำให้มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม Nemertea ที่เคยมีการบันทึก

    ความสำคัญทางวิทยาศาสตร์
    ก่อนหน้านี้ ข้อมูลอายุของหนอนริบบิ้นแทบไม่มีการบันทึกเลย โดยตัวที่เคยมีรายงานมากที่สุดมีอายุเพียง 3 ปี การค้นพบนี้จึงเพิ่มขอบเขตความรู้ขึ้นถึงสิบเท่า และชี้ให้เห็นว่าหนอนริบบิ้นอาจมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศทะเลในฐานะนักล่าที่มีอายุยืนยาวกว่าที่เคยเข้าใจ

    การเดินทางของ “B”
    ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา B ได้เดินทางไปหลายแห่งในสหรัฐฯ ตั้งแต่รัฐวอชิงตันไปจนถึงเวอร์จิเนีย โดยถูกเลี้ยงในตู้ที่มีดินโคลนเพื่อให้มันเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ การดูแลอย่างต่อเนื่องทำให้สามารถติดตามพฤติกรรมและสุขภาพของมันได้อย่างละเอียด

    ความหมายต่อการวิจัยอนาคต
    การค้นพบนี้ไม่เพียงแต่เติมเต็มช่องว่างความรู้เกี่ยวกับอายุขัยของสัตว์ทะเล แต่ยังอาจช่วยนักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกความยืนยาวของสิ่งมีชีวิต และนำไปสู่การศึกษาด้านชีววิทยาการชราภาพ รวมถึงการประเมินผลกระทบทางนิเวศวิทยาของสัตว์นักล่าที่มีอายุยืน

    สรุปเป็นหัวข้อ
    การค้นพบหนอนริบบิ้นอายุยืน
    “B” มีอายุราว 26–30 ปี
    เป็นสิ่งมีชีวิตที่อายุมากที่สุดในกลุ่ม Nemertea

    ความสำคัญทางวิทยาศาสตร์
    เพิ่มข้อมูลอายุขัยจาก 3 ปีเป็น 30 ปี
    ชี้ให้เห็นบทบาทใหม่ในระบบนิเวศทะเล

    การเดินทางและการเลี้ยงดู
    ถูกเลี้ยงตั้งแต่ปี 2005 ในหลายรัฐของสหรัฐฯ
    ใช้ตู้ดินโคลนเพื่อจำลองสภาพธรรมชาติ

    ความหมายต่ออนาคตการวิจัย
    เปิดทางสู่การศึกษาเรื่องความยืนยาวของสิ่งมีชีวิต
    อาจช่วยทำความเข้าใจชีววิทยาการชราภาพ

    ข้อควรระวังและข้อจำกัด
    ข้อมูลอายุยังคงเป็นการประมาณ ไม่ใช่วันเกิดที่แน่นอน
    การเลี้ยงในสภาพแวดล้อมควบคุมอาจไม่สะท้อนธรรมชาติทั้งหมด
    ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความยืนยาวในสายพันธุ์อื่น

    https://www.sciencealert.com/this-insanely-long-ribbon-worm-turns-out-to-be-the-oldest-on-record
    🪱 หนอนริบบิ้นอายุยืนที่สุดในโลก หนอนริบบิ้นสายพันธุ์ Baseodiscus punnetti ที่ชื่อเล่นว่า “B” กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม Nemertea เท่าที่เคยบันทึกได้ โดยมีอายุราว 26–30 ปี การค้นพบนี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่ต่อการศึกษาความยืนยาวของสัตว์ทะเล นักชีววิทยา Jon Allen จากมหาวิทยาลัย William & Mary ได้เลี้ยงหนอนริบบิ้นชื่อ “B” มาตั้งแต่ปี 2005 หลังจากได้รับมาจากมหาวิทยาลัย North Carolina ปัจจุบันการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมและการติดตามพฤติกรรมบ่งชี้ว่า B มีอายุอย่างน้อย 26 ปี และอาจใกล้ 30 ปี ซึ่งทำให้มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม Nemertea ที่เคยมีการบันทึก 🔬 ความสำคัญทางวิทยาศาสตร์ ก่อนหน้านี้ ข้อมูลอายุของหนอนริบบิ้นแทบไม่มีการบันทึกเลย โดยตัวที่เคยมีรายงานมากที่สุดมีอายุเพียง 3 ปี การค้นพบนี้จึงเพิ่มขอบเขตความรู้ขึ้นถึงสิบเท่า และชี้ให้เห็นว่าหนอนริบบิ้นอาจมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศทะเลในฐานะนักล่าที่มีอายุยืนยาวกว่าที่เคยเข้าใจ 🌍 การเดินทางของ “B” ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา B ได้เดินทางไปหลายแห่งในสหรัฐฯ ตั้งแต่รัฐวอชิงตันไปจนถึงเวอร์จิเนีย โดยถูกเลี้ยงในตู้ที่มีดินโคลนเพื่อให้มันเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ การดูแลอย่างต่อเนื่องทำให้สามารถติดตามพฤติกรรมและสุขภาพของมันได้อย่างละเอียด 🧩 ความหมายต่อการวิจัยอนาคต การค้นพบนี้ไม่เพียงแต่เติมเต็มช่องว่างความรู้เกี่ยวกับอายุขัยของสัตว์ทะเล แต่ยังอาจช่วยนักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกความยืนยาวของสิ่งมีชีวิต และนำไปสู่การศึกษาด้านชีววิทยาการชราภาพ รวมถึงการประเมินผลกระทบทางนิเวศวิทยาของสัตว์นักล่าที่มีอายุยืน 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ การค้นพบหนอนริบบิ้นอายุยืน ➡️ “B” มีอายุราว 26–30 ปี ➡️ เป็นสิ่งมีชีวิตที่อายุมากที่สุดในกลุ่ม Nemertea ✅ ความสำคัญทางวิทยาศาสตร์ ➡️ เพิ่มข้อมูลอายุขัยจาก 3 ปีเป็น 30 ปี ➡️ ชี้ให้เห็นบทบาทใหม่ในระบบนิเวศทะเล ✅ การเดินทางและการเลี้ยงดู ➡️ ถูกเลี้ยงตั้งแต่ปี 2005 ในหลายรัฐของสหรัฐฯ ➡️ ใช้ตู้ดินโคลนเพื่อจำลองสภาพธรรมชาติ ✅ ความหมายต่ออนาคตการวิจัย ➡️ เปิดทางสู่การศึกษาเรื่องความยืนยาวของสิ่งมีชีวิต ➡️ อาจช่วยทำความเข้าใจชีววิทยาการชราภาพ ‼️ ข้อควรระวังและข้อจำกัด ⛔ ข้อมูลอายุยังคงเป็นการประมาณ ไม่ใช่วันเกิดที่แน่นอน ⛔ การเลี้ยงในสภาพแวดล้อมควบคุมอาจไม่สะท้อนธรรมชาติทั้งหมด ⛔ ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความยืนยาวในสายพันธุ์อื่น https://www.sciencealert.com/this-insanely-long-ribbon-worm-turns-out-to-be-the-oldest-on-record
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    This Insanely Long Ribbon Worm Turns Out to Be The Oldest on Record
    Biologist Jon Allen is the proud owner of the world's oldest ribbon worm on record.
    Wow
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 284 มุมมอง 0 รีวิว
  • ซอฟต์แวร์ติดตามตำแหน่ง GPU

    Nvidia เปิดตัวระบบ GPU Fleet Management Software ที่สามารถตรวจสอบตำแหน่งจริงของ GPU ในศูนย์ข้อมูลทั่วโลก โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวบรวมเข้าสู่ NGC Platform เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถเห็นภาพรวมและรายงานสถานะของ GPU ได้แบบเรียลไทม์ จุดเด่นคือการช่วยป้องกันการลักลอบนำชิปไปใช้งานในพื้นที่ที่ถูกห้าม เช่น การส่งออกไปยังประเทศที่ถูกคว่ำบาตร

    การตรวจสอบพลังงานและประสิทธิภาพ
    ซอฟต์แวร์นี้ยังสามารถตรวจสอบ การใช้พลังงาน, แบนด์วิดท์หน่วยความจำ และสุขภาพการเชื่อมต่อ ของ GPU ทั้งหมดในระบบ เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถปรับโหลดงาน ลดความไม่สมดุล และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานต่อวัตต์ได้สูงสุด ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการศูนย์ข้อมูลที่มีการใช้งาน AI หนักหน่วง

    การจัดการความร้อนและอายุการใช้งาน
    อีกหนึ่งฟังก์ชันสำคัญคือการตรวจสอบ อุณหภูมิและการไหลเวียนอากาศ เพื่อป้องกันการเกิดจุดร้อน (hotspot) ที่อาจทำให้ GPU เสื่อมสภาพเร็วขึ้น การตรวจสอบนี้ช่วยลดความเสี่ยงของการ thermal throttling และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ในสภาพแวดล้อมที่มีความหนาแน่นสูง

    ความโปร่งใสและข้อจำกัด
    แม้ระบบสามารถตรวจสอบตำแหน่ง GPU ได้ แต่ Nvidia ยืนยันว่า ซอฟต์แวร์นี้ไม่มีฟังก์ชัน kill switch หรือการควบคุมจากระยะไกลเพื่อปิดการทำงานของ GPU โดยเป็นเพียงระบบสังเกตการณ์ที่ผู้ใช้ต้องติดตั้งเอง และเป็น open-source client agent ที่สามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ซอฟต์แวร์ใหม่ของ Nvidia
    สามารถติดตามตำแหน่งจริงของ GPU ในศูนย์ข้อมูล

    ฟังก์ชันตรวจสอบพลังงานและประสิทธิภาพ
    ช่วยปรับโหลดงานและเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์

    การจัดการความร้อน
    ตรวจสอบอุณหภูมิและการไหลเวียนอากาศเพื่อยืดอายุการใช้งาน GPU

    ความโปร่งใสของระบบ
    เป็น open-source agent ที่ติดตั้งโดยลูกค้า ไม่มีฟังก์ชันปิด GPU จากระยะไกล

    ข้อจำกัดของการป้องกันการลักลอบ
    แม้ตรวจสอบตำแหน่งได้ แต่ไม่สามารถหยุดการใช้งาน GPU ที่ถูกลักลอบนำไปใช้

    ความเสี่ยงด้านความร้อนในศูนย์ข้อมูล
    หากไม่จัดการ airflow อย่างเหมาะสม อาจเกิด thermal throttling และลดประสิทธิภาพ

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidia-details-new-software-that-enables-location-tracking-for-ai-gpus-opt-in-remote-data-center-gpu-fleet-management-includes-power-usage-and-thermal-monitoring
    🛰️ ซอฟต์แวร์ติดตามตำแหน่ง GPU Nvidia เปิดตัวระบบ GPU Fleet Management Software ที่สามารถตรวจสอบตำแหน่งจริงของ GPU ในศูนย์ข้อมูลทั่วโลก โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวบรวมเข้าสู่ NGC Platform เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถเห็นภาพรวมและรายงานสถานะของ GPU ได้แบบเรียลไทม์ จุดเด่นคือการช่วยป้องกันการลักลอบนำชิปไปใช้งานในพื้นที่ที่ถูกห้าม เช่น การส่งออกไปยังประเทศที่ถูกคว่ำบาตร ⚡ การตรวจสอบพลังงานและประสิทธิภาพ ซอฟต์แวร์นี้ยังสามารถตรวจสอบ การใช้พลังงาน, แบนด์วิดท์หน่วยความจำ และสุขภาพการเชื่อมต่อ ของ GPU ทั้งหมดในระบบ เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถปรับโหลดงาน ลดความไม่สมดุล และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานต่อวัตต์ได้สูงสุด ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการศูนย์ข้อมูลที่มีการใช้งาน AI หนักหน่วง 🌡️ การจัดการความร้อนและอายุการใช้งาน อีกหนึ่งฟังก์ชันสำคัญคือการตรวจสอบ อุณหภูมิและการไหลเวียนอากาศ เพื่อป้องกันการเกิดจุดร้อน (hotspot) ที่อาจทำให้ GPU เสื่อมสภาพเร็วขึ้น การตรวจสอบนี้ช่วยลดความเสี่ยงของการ thermal throttling และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ในสภาพแวดล้อมที่มีความหนาแน่นสูง 🔒 ความโปร่งใสและข้อจำกัด แม้ระบบสามารถตรวจสอบตำแหน่ง GPU ได้ แต่ Nvidia ยืนยันว่า ซอฟต์แวร์นี้ไม่มีฟังก์ชัน kill switch หรือการควบคุมจากระยะไกลเพื่อปิดการทำงานของ GPU โดยเป็นเพียงระบบสังเกตการณ์ที่ผู้ใช้ต้องติดตั้งเอง และเป็น open-source client agent ที่สามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ซอฟต์แวร์ใหม่ของ Nvidia ➡️ สามารถติดตามตำแหน่งจริงของ GPU ในศูนย์ข้อมูล ✅ ฟังก์ชันตรวจสอบพลังงานและประสิทธิภาพ ➡️ ช่วยปรับโหลดงานและเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์ ✅ การจัดการความร้อน ➡️ ตรวจสอบอุณหภูมิและการไหลเวียนอากาศเพื่อยืดอายุการใช้งาน GPU ✅ ความโปร่งใสของระบบ ➡️ เป็น open-source agent ที่ติดตั้งโดยลูกค้า ไม่มีฟังก์ชันปิด GPU จากระยะไกล ‼️ ข้อจำกัดของการป้องกันการลักลอบ ⛔ แม้ตรวจสอบตำแหน่งได้ แต่ไม่สามารถหยุดการใช้งาน GPU ที่ถูกลักลอบนำไปใช้ ‼️ ความเสี่ยงด้านความร้อนในศูนย์ข้อมูล ⛔ หากไม่จัดการ airflow อย่างเหมาะสม อาจเกิด thermal throttling และลดประสิทธิภาพ https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidia-details-new-software-that-enables-location-tracking-for-ai-gpus-opt-in-remote-data-center-gpu-fleet-management-includes-power-usage-and-thermal-monitoring
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 361 มุมมอง 0 รีวิว
  • “OpenAI เปิดตัวระบบ Skills ใน ChatGPT และ Codex CLI”

    OpenAI ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Skills ลงใน ChatGPT และ Codex CLI โดยแนวคิดนี้เริ่มต้นจาก Anthropic ที่เปิดตัวระบบคล้ายกันในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา “Skill” คือโฟลเดอร์ที่มีไฟล์ Markdown และทรัพยากรเสริม ทำให้โมเดลสามารถใช้งานได้เหมือนปลั๊กอินที่เพิ่มความสามารถเฉพาะด้าน เช่น การทำงานกับสเปรดชีต ไฟล์ Word หรือ PDF

    ใน ChatGPT ระบบ Skills ถูกซ่อนอยู่ในโฟลเดอร์ /home/oai/skills ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ผ่านการสั่งงาน ตัวอย่างเช่นการสร้าง PDF ที่มีการสรุปข้อมูล โดยโมเดลจะอ่านไฟล์ skill.md เพื่อทำตามแนวทางการสร้างเอกสาร และยังสามารถปรับแต่งผลลัพธ์ เช่น เปลี่ยนฟอนต์เมื่อพบว่ามีปัญหากับตัวอักษรพิเศษ

    สำหรับ Codex CLI มีการเพิ่มการรองรับ Skills ผ่านการตั้งค่าในโฟลเดอร์ ~/.codex/skills ผู้ใช้สามารถติดตั้งปลั๊กอินใหม่ได้ง่าย ๆ เช่น การสร้างปลั๊กอิน Datasette ที่เพิ่มฟังก์ชัน cowsay โดยเพียงแค่ใส่โค้ดลงในโฟลเดอร์และเปิดใช้งานด้วยคำสั่ง --enable skills

    สิ่งที่น่าสนใจคือ OpenAI เลือกใช้วิธีการประมวลผล PDF โดยแปลงเป็นภาพ PNG ต่อหน้า แล้วส่งให้โมเดลที่รองรับ Vision วิเคราะห์ เพื่อรักษารูปแบบและกราฟิกที่อาจสูญหายหากใช้การดึงข้อความเพียงอย่างเดียว แนวทางนี้สะท้อนถึงความพยายามในการทำให้โมเดลเข้าใจข้อมูลเชิงโครงสร้างและภาพมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    OpenAI เพิ่มระบบ Skills ใน ChatGPT และ Codex CLI
    Skills คือโฟลเดอร์ที่มีไฟล์ Markdown และทรัพยากรเสริม
    ChatGPT ใช้ Skills ในการสร้างและจัดการเอกสาร เช่น PDF, DOCX, Spreadsheets
    Codex CLI รองรับการติดตั้งปลั๊กอินใหม่ผ่านโฟลเดอร์ ~/.codex/skills

    ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Internet
    Anthropic เคยเปิดตัวระบบ Skills ก่อนหน้านี้ และ OpenAI นำแนวคิดมาใช้
    การแปลง PDF เป็น PNG ต่อหน้าเพื่อให้โมเดล Vision วิเคราะห์ เป็นวิธีรักษารูปแบบเอกสาร
    ระบบ Skills อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับการขยายความสามารถของ LLM

    คำเตือน
    การใช้ Skills ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยของปลั๊กอินที่ติดตั้งจากภายนอก
    หากไม่มีการกำกับดูแล อาจเกิดการใช้ Skills ที่มีโค้ดไม่ปลอดภัยหรือเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว
    การพึ่งพา Skills ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ อาจทำให้โมเดลทำงานผิดพลาดหรือสร้างผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด

    https://simonwillison.net/2025/Dec/12/openai-skills/
    🤖 “OpenAI เปิดตัวระบบ Skills ใน ChatGPT และ Codex CLI” OpenAI ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Skills ลงใน ChatGPT และ Codex CLI โดยแนวคิดนี้เริ่มต้นจาก Anthropic ที่เปิดตัวระบบคล้ายกันในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา “Skill” คือโฟลเดอร์ที่มีไฟล์ Markdown และทรัพยากรเสริม ทำให้โมเดลสามารถใช้งานได้เหมือนปลั๊กอินที่เพิ่มความสามารถเฉพาะด้าน เช่น การทำงานกับสเปรดชีต ไฟล์ Word หรือ PDF ใน ChatGPT ระบบ Skills ถูกซ่อนอยู่ในโฟลเดอร์ /home/oai/skills ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ผ่านการสั่งงาน ตัวอย่างเช่นการสร้าง PDF ที่มีการสรุปข้อมูล โดยโมเดลจะอ่านไฟล์ skill.md เพื่อทำตามแนวทางการสร้างเอกสาร และยังสามารถปรับแต่งผลลัพธ์ เช่น เปลี่ยนฟอนต์เมื่อพบว่ามีปัญหากับตัวอักษรพิเศษ สำหรับ Codex CLI มีการเพิ่มการรองรับ Skills ผ่านการตั้งค่าในโฟลเดอร์ ~/.codex/skills ผู้ใช้สามารถติดตั้งปลั๊กอินใหม่ได้ง่าย ๆ เช่น การสร้างปลั๊กอิน Datasette ที่เพิ่มฟังก์ชัน cowsay โดยเพียงแค่ใส่โค้ดลงในโฟลเดอร์และเปิดใช้งานด้วยคำสั่ง --enable skills สิ่งที่น่าสนใจคือ OpenAI เลือกใช้วิธีการประมวลผล PDF โดยแปลงเป็นภาพ PNG ต่อหน้า แล้วส่งให้โมเดลที่รองรับ Vision วิเคราะห์ เพื่อรักษารูปแบบและกราฟิกที่อาจสูญหายหากใช้การดึงข้อความเพียงอย่างเดียว แนวทางนี้สะท้อนถึงความพยายามในการทำให้โมเดลเข้าใจข้อมูลเชิงโครงสร้างและภาพมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ OpenAI เพิ่มระบบ Skills ใน ChatGPT และ Codex CLI ➡️ Skills คือโฟลเดอร์ที่มีไฟล์ Markdown และทรัพยากรเสริม ➡️ ChatGPT ใช้ Skills ในการสร้างและจัดการเอกสาร เช่น PDF, DOCX, Spreadsheets ➡️ Codex CLI รองรับการติดตั้งปลั๊กอินใหม่ผ่านโฟลเดอร์ ~/.codex/skills ✅ ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Internet ➡️ Anthropic เคยเปิดตัวระบบ Skills ก่อนหน้านี้ และ OpenAI นำแนวคิดมาใช้ ➡️ การแปลง PDF เป็น PNG ต่อหน้าเพื่อให้โมเดล Vision วิเคราะห์ เป็นวิธีรักษารูปแบบเอกสาร ➡️ ระบบ Skills อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับการขยายความสามารถของ LLM ‼️ คำเตือน ⛔ การใช้ Skills ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยของปลั๊กอินที่ติดตั้งจากภายนอก ⛔ หากไม่มีการกำกับดูแล อาจเกิดการใช้ Skills ที่มีโค้ดไม่ปลอดภัยหรือเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว ⛔ การพึ่งพา Skills ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ อาจทำให้โมเดลทำงานผิดพลาดหรือสร้างผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด https://simonwillison.net/2025/Dec/12/openai-skills/
    SIMONWILLISON.NET
    OpenAI are quietly adopting skills, now available in ChatGPT and Codex CLI
    One of the things that most excited me about Anthropic’s new Skills mechanism back in October is how easy it looked for other platforms to implement. A skill is just …
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 284 มุมมอง 0 รีวิว
  • Aircela: น้ำมันเบนซินจากอากาศ

    บริษัท Aircela จากนิวยอร์กกำลังสร้างนวัตกรรมที่ดูเหมือนฝัน คือเครื่องจักรที่สามารถดึง คาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศ แล้วเปลี่ยนเป็น น้ำมันเบนซินปลอดฟอสซิล เครื่องนี้มีขนาดประมาณ 6 ฟุตสูง และ 3 ฟุตกว้าง ใช้สารละลายน้ำผสมโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ในการจับ CO₂ ก่อนจะแยกน้ำเป็นไฮโดรเจนและออกซิเจน แล้วนำไฮโดรเจนกับ CO₂ มาสร้างเป็นเมทานอล และสุดท้ายแปรสภาพเป็นน้ำมันเบนซินที่ไม่มีสารพิษอย่างกำมะถันหรือโลหะหนัก

    ประสิทธิภาพและการทำงาน
    เครื่อง Aircela สามารถจับ CO₂ ได้ราว 10 กิโลกรัมต่อวัน และผลิตน้ำมันเบนซินได้ประมาณ 1 แกลลอนต่อวัน โดยมีถังเก็บเชื้อเพลิงได้ถึง 17 แกลลอน ซึ่งหมายความว่าต้องใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ในการผลิตน้ำมันเต็มถังสำหรับรถยนต์ทั่วไป แม้จะยังไม่เร็วพอสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเชื้อเพลิงสะอาด

    ผลกระทบและความเป็นไปได้
    หากเทคโนโลยีนี้ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมาก จุดเด่นคือสามารถติดตั้งได้ทั้งในบ้านหรือพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงน้ำมันเชื้อเพลิงยาก คล้ายกับการใช้ แผงโซลาร์เซลล์แบบโมดูลาร์ ที่สามารถเชื่อมต่อหลายเครื่องเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต

    แผนการในอนาคต
    Aircela ตั้งเป้าที่จะเปิดตัวเชิงพาณิชย์ในปี 2026 และหวังให้เชื้อเพลิงที่ผลิตได้มีราคาสมเหตุสมผลใกล้เคียงกับน้ำมันเบนซินทั่วไป หากสำเร็จ จะเป็นการปฏิวัติวงการพลังงานและการเดินทาง โดยเฉพาะในยุคที่โลกกำลังมองหาทางออกจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศ

    สรุปสาระสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Aircela พัฒนาเครื่องผลิตน้ำมันเบนซินจากอากาศ น้ำ และคาร์บอน
    เครื่องจับ CO₂ ได้ 10 กก./วัน ผลิตน้ำมัน 1 แกลลอน/วัน
    ถังเก็บได้ 17 แกลลอน ใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ในการผลิตเต็มถัง

    ผลกระทบ
    ลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิล
    ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
    ใช้งานได้ทั้งบ้านและพื้นที่ห่างไกล

    อนาคต
    ตั้งเป้าเปิดตัวเชิงพาณิชย์ในปี 2026
    ราคาน้ำมันสะอาดใกล้เคียงกับน้ำมันทั่วไป

    คำเตือน
    ปริมาณการผลิตยังน้อย ไม่เหมาะกับการใช้งานจริงในตอนนี้
    ต้องใช้เวลานานกว่าจะได้เชื้อเพลิงเต็มถัง
    ยังไม่เปิดเผยต้นทุนเครื่องและราคาน้ำมันที่ผลิตได้

    https://www.slashgear.com/2048896/ev-alternative-clean-fuel-aircela-gas-from-air-water-carbon/
    🌱 Aircela: น้ำมันเบนซินจากอากาศ บริษัท Aircela จากนิวยอร์กกำลังสร้างนวัตกรรมที่ดูเหมือนฝัน คือเครื่องจักรที่สามารถดึง คาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศ แล้วเปลี่ยนเป็น น้ำมันเบนซินปลอดฟอสซิล เครื่องนี้มีขนาดประมาณ 6 ฟุตสูง และ 3 ฟุตกว้าง ใช้สารละลายน้ำผสมโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ในการจับ CO₂ ก่อนจะแยกน้ำเป็นไฮโดรเจนและออกซิเจน แล้วนำไฮโดรเจนกับ CO₂ มาสร้างเป็นเมทานอล และสุดท้ายแปรสภาพเป็นน้ำมันเบนซินที่ไม่มีสารพิษอย่างกำมะถันหรือโลหะหนัก ⚙️ ประสิทธิภาพและการทำงาน เครื่อง Aircela สามารถจับ CO₂ ได้ราว 10 กิโลกรัมต่อวัน และผลิตน้ำมันเบนซินได้ประมาณ 1 แกลลอนต่อวัน โดยมีถังเก็บเชื้อเพลิงได้ถึง 17 แกลลอน ซึ่งหมายความว่าต้องใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ในการผลิตน้ำมันเต็มถังสำหรับรถยนต์ทั่วไป แม้จะยังไม่เร็วพอสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเชื้อเพลิงสะอาด 🌐 ผลกระทบและความเป็นไปได้ หากเทคโนโลยีนี้ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมาก จุดเด่นคือสามารถติดตั้งได้ทั้งในบ้านหรือพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงน้ำมันเชื้อเพลิงยาก คล้ายกับการใช้ แผงโซลาร์เซลล์แบบโมดูลาร์ ที่สามารถเชื่อมต่อหลายเครื่องเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต 🔮 แผนการในอนาคต Aircela ตั้งเป้าที่จะเปิดตัวเชิงพาณิชย์ในปี 2026 และหวังให้เชื้อเพลิงที่ผลิตได้มีราคาสมเหตุสมผลใกล้เคียงกับน้ำมันเบนซินทั่วไป หากสำเร็จ จะเป็นการปฏิวัติวงการพลังงานและการเดินทาง โดยเฉพาะในยุคที่โลกกำลังมองหาทางออกจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศ 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Aircela พัฒนาเครื่องผลิตน้ำมันเบนซินจากอากาศ น้ำ และคาร์บอน ➡️ เครื่องจับ CO₂ ได้ 10 กก./วัน ผลิตน้ำมัน 1 แกลลอน/วัน ➡️ ถังเก็บได้ 17 แกลลอน ใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ในการผลิตเต็มถัง ✅ ผลกระทบ ➡️ ลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิล ➡️ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ➡️ ใช้งานได้ทั้งบ้านและพื้นที่ห่างไกล ✅ อนาคต ➡️ ตั้งเป้าเปิดตัวเชิงพาณิชย์ในปี 2026 ➡️ ราคาน้ำมันสะอาดใกล้เคียงกับน้ำมันทั่วไป ‼️ คำเตือน ⛔ ปริมาณการผลิตยังน้อย ไม่เหมาะกับการใช้งานจริงในตอนนี้ ⛔ ต้องใช้เวลานานกว่าจะได้เชื้อเพลิงเต็มถัง ⛔ ยังไม่เปิดเผยต้นทุนเครื่องและราคาน้ำมันที่ผลิตได้ https://www.slashgear.com/2048896/ev-alternative-clean-fuel-aircela-gas-from-air-water-carbon/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    This Ambitious Startup Says Its Machine Can Make Gasoline Out Of Thin Air - SlashGear
    A New York-based company called Aircela says its machine is able to capture 10 kilograms of CO2 and convert it into one gallon of gasoline each day.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 296 มุมมอง 0 รีวิว
  • Oracle เลื่อนโครงการศูนย์ข้อมูล AI

    Oracle ได้ปรับกำหนดการสร้างศูนย์ข้อมูล AI ภายใต้โครงการ Stargate ที่ร่วมกับ OpenAI และ SoftBank จากปี 2027 ไปเป็นปี 2028 โดยสาเหตุหลักคือการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะและวัสดุที่จำเป็นต่อการก่อสร้าง แม้จะเลื่อนเวลา แต่ขอบเขตโครงการยังคงเดิม คือการสร้างศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อรองรับการประมวลผล AI

    ขนาดโครงการที่ทะเยอทะยาน
    ตามสัญญาที่ลงนามในเดือนกรกฎาคม Oracle จะสร้างศูนย์ข้อมูลที่รองรับ 2 ล้าน AI accelerators และใช้พลังงาน 5 GW ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อเสร็จสมบูรณ์ แม้จะมีการเลื่อน แต่ Oracle ยืนยันว่าโครงการยังคงเดินหน้าตามแผน และจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการฝึกและใช้งานโมเดล AI ขนาดใหญ่

    ตัวอย่างความสำเร็จที่ผ่านมา
    Oracle ยกตัวอย่าง SuperCluster ใน Abilene, Texas ที่สามารถติดตั้ง GPU ของ Nvidia ได้เกือบ 200,000 ตัวภายในเวลาไม่กี่เดือน เพื่อแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีความสามารถในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ แม้จะมีอุปสรรคด้านวัสดุและแรงงาน

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม AI
    การล่าช้าของโครงการนี้สะท้อนถึงปัญหาที่อุตสาหกรรม AI เผชิญทั่วโลก ทั้งการขาดแคลนพลังงาน วัสดุ และแรงงานที่มีทักษะ หากไม่สามารถแก้ไขได้ทันเวลา อาจทำให้การขยายตัวของ AI ชะลอลง และส่งผลต่อความสามารถในการรองรับโมเดลใหม่ ๆ ที่ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Oracle เลื่อนโครงการ
    จากปี 2027 ไปเป็นปี 2028
    สาเหตุจากการขาดแคลนแรงงานและวัสดุ

    ขนาดโครงการ
    รองรับ 2 ล้าน AI accelerators
    ใช้พลังงาน 5 GW

    ตัวอย่างความสำเร็จ
    SuperCluster ใน Texas ติดตั้ง GPU ได้เกือบ 200,000 ตัว
    แสดงศักยภาพการสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
    ปัญหาการขาดแคลนพลังงานและวัสดุทั่วโลก
    อาจทำให้การขยายตัวของ AI ชะลอลง

    คำเตือนและข้อจำกัด
    การล่าช้าอาจกระทบต่อการรองรับโมเดล AI รุ่นใหม่
    ความเสี่ยงจากการพึ่งพาทรัพยากรที่หายากและแรงงานที่มีทักษะ

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/oracle-reportedly-delays-several-new-openai-data-centers-because-of-shortages-tight-material-and-labor-supply-frustrate-expansion-plans-possibly-by-a-year-or-more
    🏗️ Oracle เลื่อนโครงการศูนย์ข้อมูล AI Oracle ได้ปรับกำหนดการสร้างศูนย์ข้อมูล AI ภายใต้โครงการ Stargate ที่ร่วมกับ OpenAI และ SoftBank จากปี 2027 ไปเป็นปี 2028 โดยสาเหตุหลักคือการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะและวัสดุที่จำเป็นต่อการก่อสร้าง แม้จะเลื่อนเวลา แต่ขอบเขตโครงการยังคงเดิม คือการสร้างศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อรองรับการประมวลผล AI ⚡ ขนาดโครงการที่ทะเยอทะยาน ตามสัญญาที่ลงนามในเดือนกรกฎาคม Oracle จะสร้างศูนย์ข้อมูลที่รองรับ 2 ล้าน AI accelerators และใช้พลังงาน 5 GW ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อเสร็จสมบูรณ์ แม้จะมีการเลื่อน แต่ Oracle ยืนยันว่าโครงการยังคงเดินหน้าตามแผน และจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการฝึกและใช้งานโมเดล AI ขนาดใหญ่ 🔧 ตัวอย่างความสำเร็จที่ผ่านมา Oracle ยกตัวอย่าง SuperCluster ใน Abilene, Texas ที่สามารถติดตั้ง GPU ของ Nvidia ได้เกือบ 200,000 ตัวภายในเวลาไม่กี่เดือน เพื่อแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีความสามารถในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ แม้จะมีอุปสรรคด้านวัสดุและแรงงาน 🌐 ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม AI การล่าช้าของโครงการนี้สะท้อนถึงปัญหาที่อุตสาหกรรม AI เผชิญทั่วโลก ทั้งการขาดแคลนพลังงาน วัสดุ และแรงงานที่มีทักษะ หากไม่สามารถแก้ไขได้ทันเวลา อาจทำให้การขยายตัวของ AI ชะลอลง และส่งผลต่อความสามารถในการรองรับโมเดลใหม่ ๆ ที่ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Oracle เลื่อนโครงการ ➡️ จากปี 2027 ไปเป็นปี 2028 ➡️ สาเหตุจากการขาดแคลนแรงงานและวัสดุ ✅ ขนาดโครงการ ➡️ รองรับ 2 ล้าน AI accelerators ➡️ ใช้พลังงาน 5 GW ✅ ตัวอย่างความสำเร็จ ➡️ SuperCluster ใน Texas ติดตั้ง GPU ได้เกือบ 200,000 ตัว ➡️ แสดงศักยภาพการสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ✅ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม ➡️ ปัญหาการขาดแคลนพลังงานและวัสดุทั่วโลก ➡️ อาจทำให้การขยายตัวของ AI ชะลอลง ‼️ คำเตือนและข้อจำกัด ⛔ การล่าช้าอาจกระทบต่อการรองรับโมเดล AI รุ่นใหม่ ⛔ ความเสี่ยงจากการพึ่งพาทรัพยากรที่หายากและแรงงานที่มีทักษะ https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/oracle-reportedly-delays-several-new-openai-data-centers-because-of-shortages-tight-material-and-labor-supply-frustrate-expansion-plans-possibly-by-a-year-or-more
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 298 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts