• 12 มีนาคม 2568-เพจวิเคราะห์บอลจริงจังเขียนบทความน่าสนใจว่ามาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ มารับงานตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 สิ่งแรกที่เธอต้องเจอคือ "หนี้สิน" ที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ทิ้งไว้ให้เงินในบัญชีของสมาคม ณ วันนั้น มีทั้งหมด 27.7 ล้านบาท ส่วนหนี้สินมี 132.6 ล้านบาท แปลว่า ยุคของมาดามแป้งต้องเริ่มแบบติดลบ 105 ล้านบาทย้อนกลับไปดูวันสุดท้าย ของพล.ต.อ.สมยศ ในฐานะนายกสมาคม เขาบอกว่า "อิจฉาคนที่จะเข้ามาเป็นนายกฯ คนใหม่ ที่เข้ามาแล้วมีพร้อมทุกอย่าง ตอนที่ผมเข้ามามีแค่กุญแจดอกเดียวใช้เปิดเข้าสมาคม คนเรามันวาสนาไม่เท่ากันจริงๆ" โอเค... พล.ต.อ.สมยศ อาจเริ่มต้นด้วยกุญแจดอกเดียว ไขเข้าไปในห้องแล้วเจอแต่ความว่างเปล่าแต่กับเคสของมาดามแป้ง เธอเอากุญแจดอกนั้นไขเข้าไป แล้วเจอ "กองหนี้สินมหาศาล" ที่เธอไม่ได้ก่อ แต่ต้องเป็นคนชดใช้ในวันนี้ (11 มีนาคม) มาดามแป้งแถลงผลงาน ครบ 1 ปีที่เข้ามาเป็นนายกสมาคม แต่สาเหตุที่สื่อมวลชนมหาศาลมาทำข่าววันนี้ ไม่ใช่เรื่องผลงานดังกล่าว ทุกคนอยากรู้แค่ว่า "มาดามแป้ง จะจัดการปัญหาหนี้สิน 360 ล้านบาทกับสยามสปอร์ตอย่างไร?" ผมขอสรุป 2 คดีของสมาคมกับสยามสปอร์ตนิดเดียวครับ ---------------คดีที่ 1 สยามสปอร์ต ฟ้อง สมาคมฟุตบอล 1,401 ล้านบาท โทษฐานฉีกสัญญาผู้ถือสิทธิประโยชน์ไทยลีก โดยไม่ได้รับความเห็นชอบศาลชั้นต้น : สมาคมต้องจ่ายค่าเสียหาย 50 ล้านบาท บวกดอกเบี้ยศาลอุทธรณ์ : สมาคมต้องจ่ายค่าเสียหาย 450 ล้านบาท บวกดอกเบี้ยศาลฎีกา : สมาคมต้องจ่ายค่าเสียหาย 360 ล้านบาท บวกดอกเบี้ยสมาคมแพ้คดีทุกศาล เพราะต่อให้คุณจะไม่ชอบสัญญาขนาดไหน คุณก็ไปฉีกสัญญาที่เซ็นกันแล้วอย่างถูกต้องไม่ได้ มาดามแป้งบอกว่า หนี้สินไม่ได้มีแค่เงินต้น 360 ล้าน แต่ดอกเบี้ยก็มหาศาลมาก เกิน 200 ล้านบาทแน่นอน---------------คดีที่ 2 สมาคมฟุตบอล ฟ้อง สยามสปอร์ต ขอเอาทรัพย์สินคืน 1,139 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าสยามสปอร์ต ทำเงินจากการเป็นผู้ถือสิทธิประโยชน์ แต่ไม่ยอมส่งมอบเงินให้สมาคมศาลชั้นต้น : สยามสปอร์ต ต้องจ่ายค่าเสียหาย 99 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยศาลอุทธรณ์ : ยกฟ้อง ศาลฎีกา : ไม่รับฎีกาคดีที่สมาคมฟ้องสยามสปอร์ต จบแล้วเช่นกัน ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า ไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าสยามสปอร์ตกั๊กเงินเอาไว้เอง ทำให้บทสรุปของคดีนี้ สยามสปอร์ตชนะอีกคดี ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายแม้แต่บาทเดียว---------------ในการปะทะกันบนศาลครั้งนี้ สยามสปอร์ตเป็นฝ่ายชนะโดยสมบูรณ์ไปแล้ว ทั้ง 2 คดี และสมาคมต้องหาเงินมหาศาลเอามาชำระหนี้แปลว่า มาดามแป้ง มารับตำแหน่งนายกสมาคม 1 ปี เธอมีหนี้สิ้นเริ่มต้น 105 ล้านบาท ตามด้วยหนี้ก้อนที่สองของสยามสปอร์ต (เงินต้น + ดอกเบี้ย) อีก 560 ล้านบาท รวมแล้วกลมๆ สมาคมมีหนี้สิ้นทั้งหมด 665 ล้านบาท ที่ต้องชดใช้ในทางกฎหมายนั้น คนที่ฉีกสัญญาของสยามสปอร์ตคือ "นิติบุคคล" ไม่ใช่ตัว "สมยศ" แปลว่า ภาระหนี้สิ้นเหล่านี้ มาดามแป้งในฐานะนายกสมาคมคนปัจจุบัน ต้องเป็นคนหาเงินมาชำระให้เจ้าหนี้ถ้าเธอหาเงินไม่ได้ สมาคมอาจจะถูกยึดทรัพย์ สำนักงานที่ทำการสมาคมก็จะโดนยึดเอาไปจ่ายหนี้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นจุดอ่อนไหวของมาดามแป้งอย่างมาก เพราะถ้าสมาคมที่ก่อตั้งมา 110 ปี ต้องล่มสลาย โดนยึดทุกอย่างในยุคของเธอ มันจะเป็นตราบาปที่ติดในใจเธอไปตลอดเมื่อพูดถึงตรงนี้ มาดามแป้งร้องไห้ เธอบอกว่า "แป้งมาด้วยเจตนาดี ทุกคนคงจะเห็นใจแป้งบ้าง สิ่งที่แป้งเจอเนี่ย แป้งทำเต็มที่ ในฐานะผู้หญิงคนแรกที่เป็นนายกสมาคมฟุตบอลคนแรกของทวีปเอเชีย เข้ามาไม่มีอะไรเลย มีแต่หนี้ แป้งไม่เคยดราม่า แต่ว่าแป้งคิดว่า แป้งทำงานมาได้ถึงขนาดนี้ แป้งเต็มที่แล้ว ""แป้งแค่ขอความเห็นใจ และขอกำลังใจ จากแฟนบอลและสื่อมวลชน เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ต้องถูกแก้ด้วยแป้งและสภากรรมการ แต่เรื่องหนี้สินมันไม่ได้เกิดขึ้นในยุคแป้ง แต่แป้งต้องมารับทุกสิ่งทุกอย่าง แป้งเป็นคน และเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจเหมือนกัน"ถ้าเราพูดกันแบบตรงๆ เลย ตลอด 1 ปีของมาดามแป้ง เธอก็มีผลงานไม่เลวหลายอย่าง เช่น พาทีมชาติไทยมีอันดับโลกต่ำกว่าร้อย ครั้งแรกในรอบ 16 ปี, หาเงินมาจ่ายให้สโมสรไทยลีกได้สำเร็จ รวมถึง จัดงานฟีฟ่า คองเกรสได้เยี่ยมจนได้รับคำชมแน่นอน มาดามแป้งไม่ได้เพอร์เฟ็กต์ ทุกคนทราบดี เรื่องโปรแกรมเลื่อนไทยลีกจนชุลมุน เธอก็ยังจัดการไม่ดีนัก แต่อย่างน้อย การต่อสู้ในสภาพที่สมาคมเจอหนี้มหาศาลขนาดนี้ ถือว่าโอเคแล้วสำหรับเรื่องการใช้หนี้ เมื่อศาลมีฎีกามาแล้ว ยังไงก็ต้องหาเงินมาชดใช้ โชคดีที่ทางมาดามแป้ง กับ ระวิ โหลทอง เจ้าของสยามสปอร์ต สนิทสนมกันดี ก็อาจจะพอประนีประนอม ยืดเวลาจ่ายกันได้อยู่จริงอยู่ แม้ศาลจะระบุว่า คนที่ต้องใช้หนี้ คือสมาคมฟุตบอลซึ่งเป็นนิติบุคคล แต่มาดามแป้งรู้สึกว่าการกระทำที่สร้างความเสียหายขนาดนี้ ไม่แฟร์เลยที่ พล.ต.อ.สมยศ จะรอดไปดื้อๆ โดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรดังนั้นเธอจึงศึกษาข้อมูล และค้นพบว่ามีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76 ที่ระบุว่า "นิติบุคคลที่ต้องชดใช้ความเสียหาย สามารถไล่เบี้ย ฟ้องร้องคืนจากคนที่ก่อความเสียหายได้" มาดามแป้ง จึงเตรียมฟ้อง พล.ต.อ.สมยศ และ สภากรรมการชุดก่อน ในมาตรา 76 นี้ โทษฐานฉีกสัญญากับสยามสปอร์ตโดยพลการ จนสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับสมาคม เรื่องนี้จะขึ้นสู่ศาลแน่นอน ก็ต้องมาดูกันว่า สมาคมฟุตบอลจะสามารถทวงเงินคืนสักก้อน จากพล.ต.อ.สมยศ และสภากรรมการชุดเก่าได้หรือไม่ ---------------ในงานแถลงข่าวครั้งนี้ ไฮไลท์ของจริง ที่มาดามแป้งอยากเล่า ไม่ใช่คดีของสยามสปอร์ต แต่เป็นการแฉพล.ต.อ.สมยศ แบบ "เละ" อัดทุกอย่างจนกระจุยไปหมด ในวันแรกที่มาดามแป้งมารับงานเป็นนายกสมาคมคนใหม่ เมื่อเจอหนี้สินร้อยล้านกว่าบาท ทำให้เธอตั้งคำถามว่า แล้วเงินก้อนต่างๆ ที่สมาคมได้รับมาก่อนหน้านี้ หายไปไหนหมด?ทำให้เธอตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจชื่อ "คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน" นำโดย นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเลย ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องคดีฟอกเงิน มาไล่เช็กรายรับ-รายจ่าย ของสมาคมยุคก่อนว่า เงินมันไปอยู่ไหนบ้างสิ่งที่ค้นเจอจากการตรวจสอบมีหลายอย่าง ที่แปลก [ เรื่องแปลกอย่างที่ 1 ] คดีที่สมาคม ฟ้อง สยามสปอร์ต 1,139 ล้านบาท สมาคมของพล.ต.อ.สมยศ ได้ติดต่อทนายความเอาไว้ และมีการตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายการว่าความแล้วเรียบร้อยศาลชั้นต้น 750,000 บาท, ศาลอุทธรณ์ 300,000 บาท และ ศาลฎีกา 300,000 บาท เป็นค่าวิชาชีพของทีมทนายความในศาลชั้นต้น กับ ศาลอุทธรณ์ก็จ่ายกันไป ตามราคา แต่พอถึงศาลฎีกา (ที่ศาลไม่รับฟ้องด้วย) จากตัวเลขที่ตกลงกัน 3 แสนบาท อยู่ๆ ทางสมาคมไปจ่ายให้ทนายความ เป็นจำนวน 30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาดื้อๆ 100 เท่าโดยการจ่ายเงิน 30 ล้านบาท เกิดขึ้นก่อน พล.ต.อ.สมยศ จะหมดวาระไม่ถึง 1 เดือนเท่านั้น ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เป็นไปได้หรือ ที่จะว่าความด้วยราคา 30 ล้านบาท? แล้วทำไมถึงจ่ายแพงกว่าร้อยเท่าจากเดิมที่ตกลงกัน นี่คือการ "ทิ้งทวน" เอาเงินก้อนสุดท้าย ก่อนจะอำลาตำแหน่งหรือเปล่า ก็ไม่สามารถตอบได้[ เรื่องแปลกอย่างที่ 2 ] ทุกๆ ปี ฟีฟ่าจะจ่ายเงินสนับสนุนให้สมาคมฟุตบอลทั่วโลกปีละ 1,250,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่พอมาดามแป้งเข้ามาทำงานในปีแรก ฟีฟ่ากลับจ่ายให้แค่ 750,000 ดอลลาร์เท่านั้น หายไป 5 แสนเหรียญทีมงานของมาดามแป้งจึงไปค้นข้อมูล ปรากฏว่า สมาคมยุคพล.ต.อ.สมยศ ไปขอกู้เงินจากฟีฟ่า ในวันที่ 9 ตุลาคม 2563 เป็นจำนวน 5 ล้านดอลลาร์ (155 ล้านบาท)ฟีฟ่าจ่ายให้ 5 ล้านดอลลาร์ตามคำขอ โดยแจ้งสมาคมให้ชดใช้คืน ด้วยการผ่อนจ่าย 10 ปี (2564-2573) ปีละ 5 แสนดอลลาร์ ซึ่งทางฟีฟ่าจะหักเอาเลย จากเงินสนับสนุนที่จะให้สมาคมเป็นรายปีนั่นคือเหตุผลที่สมาคมยุคมาดามแป้ง จะเงินหายไป 5 แสนเหรียญ (16.8 ล้านบาท) ทุกปี จนถึงปี 2573นี่เป็นเรื่องที่มาดามแป้งเฮิร์ทมาก เพราะเธอหมดวาระนายกสมาคม ในปี 2571 เท่ากับว่าเธอต้องจ่าย 5 แสนเหรียญที่ พล.ต.อ.สมยศก่อขึ้นมาไปเรื่อยๆ จนจบวาระของเธอเลยด้วยซ้ำขณะที่ 5 ล้านดอลลาร์ที่ได้มาจากฟีฟ่าตอนแรกสุด ก็ไม่รู้อยู่ไหนแล้ว จับมือใครดมไม่ได้ มีข่าวว่าเอามาใช้จ่ายในช่วงโควิด ที่ไม่มีรายได้ แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง[ เรื่องแปลกอย่างที่ 3 ]พล.ต.อ.สมยศ ตัดสินใจขาย Data Analytics และ Gaming Right ของ ฟุตบอลไทยลีก และ ทีมชาติไทย ให้กับบริษัท Perform จากมาเลเซียทั้งสองอย่างคือ สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดของฟุตบอลไทย เช่น เปอร์เซ็นต์การครองบอล, จำนวนใบเหลือง-ใบเหลือง, จำนวนนาทีที่ลงสนาม, ระยะทางการวิ่งของผู้เล่นแต่ละคน ข้อมูลเหล่านี้ สามารถเอาไปใช้ในอะไรก็ได้ เช่น เอาไปสร้างเกมแฟนตาซี, เอาไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับโต๊ะพนัน หรือถ้าคิด worst case คือเอาสถิติเหล่านี้มาศึกษาทั้งไทยลีก หรือทีมชาติก็ได้ เพื่อที่ชาติเพื่อนบ้านจะได้แซงหน้าเราไปได้ในอนาคต พล.ต.อ.สมยศ ขายสิทธิ์ Data Analytics และ Gaming Right ยาวไปจนถึงปี 2571 ซึ่งมาดามแป้ง พยายามขอซื้อคืน เพราะไม่อยากให้ข้อมูลบอลไทยรั่วไหล แต่บริษัท Perform ไม่ขาย เงินที่ได้จากการขายลิขสิทธิ์ก้อนนี้ "ไม่รู้อยู่ไหน" แต่ปัญหาไม่ใช่แค่เรื่องเงินเท่านั้น มันเป็นข้อมูลภายในของฟุตบอลไทย ที่ไม่รู้ว่าประเทศอื่นจะเอาไปใช้ทำอะไรก็ไม่รู้ เป็นเรื่องที่น่ากังวลเหมือนกัน[ เรื่องแปลกอย่างที่ 4 ]ในวงการฟุตบอลไทยนั้น เป็นธรรมเนียม ที่นายกสมาคมจะไม่รับเงินเดือนกัน คือผมไม่ได้บอกว่า ดีหรือเปล่า แต่ธรรมเนียมปฏิบัติเขาทำกันมาแบบนี้ คนที่ลงสมัครนายกสมาคมจะรู้แต่แรกโดยธรรมชาติอย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สมยศ เป็นคนแรกที่รับเงินเดือนในฐานะนายกสมาคม โดยตั้งเงินเดือนให้ตัวเอง เป็นจำนวน 5 แสนบาท ไม่เพียงแค่นั้น ยังรับเงินอีกทาง ในฐานะผู้บริหารของบริษัท ไทยลีก อีกจำนวน 5 แสนบาท รวมแล้วเป็นเงินทั้งสิ้นเดือนละ 1 ล้านบาทเคยมีคนไปสอบถามในเรื่องนี้ แต่พล.ต.อ.สมยศ ก็อธิบายว่า รับเงินเดือนมาก็จริง แต่ก็มีการบริจาคกลับคืนให้สมาคม เป็นจำนวน 32 ล้านบาท ไม่ได้เอาไปทั้งหมดขนาดนั้นปัญหาในเรื่องนี้คือ ทีมตรวจสอบของมาดามแป้งไปหาเงิน 32 ล้านที่ว่านี้ และ "ยังไม่พบ" จนถึงตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าเงินก้อนนี้อยู่ไหน ไม่รู้ว่ามีการบริจาคจริงตามที่พูดหรือเปล่า---------------มาดามแป้งใช้เวลาแถลงข่าวทั้งหมด 64 นาที เล่าทุกอย่าง แบบตรงไปตรงมา เธอยืนยันว่า "ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัว กับ พล.ต.อ.สมยศ แต่จำเป็นต้องทำ เพื่อทวงเงินที่เป็นของสมาคมกลับคืนมา เพราะสมาคมฟุตบอลต้องเดินหน้าต่อไปให้ได้" ทีนี้ เมื่อฝั่งสมาคมโจมตีใส่อย่างหนักหน่วงแล้ว ก็ถึงคิวของ พล.ต.อ.สมยศ ต้องออกมาอธิบายตัวเอง ว่าข้อสงสัยต่างๆ ที่มาดามแป้งพูดถึงนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ค่าทนาย 30 ล้าน มันก็แปลกจริงๆ นั่นแหละน่าคิดนะ ว่าเงินก้อนโตที่เข้าออกสมาคม จำนวนมากกว่าร้อยล้าน สุดท้ายมันหายไปไหนหมด ทำไมเหลือแต่หนี้สินทิ้งเอาไว้สำหรับประเด็นที่เราต้องติดตาม มีหลายอย่าง เช่น ในปี 2571 ที่จะหมดสัญญากับผู้ถือสิทธิประโยชน์รายปัจจุบัน (แพลนบี) และ เจ้าของลิขสิทธิ์เสื้อแข่งทีมชาติ (วอร์ริกซ์) สมาคมจะเดินหมากอย่างไรต่อ จะเซ็นกัน 8 ปีแบบเดิมอีกไหม รวมถึง การเจรจาหาทางชำระหนี้สยามสปอร์ตจะทำอย่างไร เมื่อไม่มีเงินในบัญชีเลย จะเล่นแร่แปรธาตุ หาเงินจากไหนได้บ้าง? นี่คือช่วงเวลาที่มาดามแป้งต้องใช้กลยุทธ์ธุรกิจทุกอย่าง รวมถึงคอนเน็กชั่นทั้งหมดที่เธอมี ในการประคองให้สมาคมรอดพ้นวิกฤติไปให้ได้หลังจบงานแถลงข่าว มาดามแป้งเดินมาขอบคุณสื่อมวลชน และพอเธอเดินมาถึง ผมถามเธอว่า "เจอแบบนี้ ภาระหนี้สินหลายร้อยล้านที่ตัวเองไม่ได้ก่อ เคยคิดจะลาออกไหมครับ?" มาดามแป้ง หยุดคิด แล้วตอบผมว่า "เคยคิดนะคะ" "แต่เราได้กำลังใจจากคนมากมาย นายกสมาคมประเทศอื่นในเอเชีย ก็บอกว่าอยู่ต่อเถอะ เพราะเราทำงานได้ดีแล้ว มันก็เลยมีพลังที่จะสู้ต่อ""และที่สำคัญ ถ้าเราไม่ทำ ถ้าเราไม่แก้ปัญหานี้ แล้วจะปล่อยให้ใครจะมาแก้ ดังนั้นก็ต้องสู้ค่ะ"ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวการแถลงข่าว ที่เดือดดาลที่สุดของสมาคมฟุตบอล มาดามแป้งเริ่มด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้มในการแถลงผลงาน ตามด้วยอารมณ์โมโห ก่อนจะปิดท้ายด้วยน้ำตาเข้าใจเธอครับ ถ้าอยู่ๆ ต้องมารับภาระหนี้สินร้อยล้านแบบไม่ทันตั้งตัวขนาดนี้ คงทั้งแค้น ทั้งเศร้าเป็นธรรมดาการเป็นผู้นำองค์กร ที่ต้องแบกรับความคาดหวังทุกอย่าง มันไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ วันนี้มาดามแป้งทำให้เห็นว่า เธอก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่มีความอ่อนไหว เสียใจได้ ร้องไห้เป็น แต่แม้จะเสียใจแค่ไหน ก็ต้องปาดน้ำตาแล้วแก้ปัญหากันต่อปิดท้ายในเรื่องนี้ สิ่งที่น่าจับตาที่สุดคือ ความโปร่งใสของอดีตนายกฯ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่เข้ามารับตำแหน่ง กับสโลแกนว่า "มาจับโจร" แต่ตอนนี้กลับโดนข้อครหามากมาย เหมือนว่าเขาเป็นโจรเสียเองสมมุติว่า เขาไม่ได้ทำอะไรผิด บริหารงานด้วยความบริสุทธิ์ใจมาตลอด ก็ไม่เห็นต้องกลัวการตรวจสอบ คนซื่อสัตย์ย่อมต้องหาคำอธิบายทุกอย่างได้อยู่แล้ว แต่ในทางตรงข้าม ถ้ามีจิตใจคิดทุจริต หวังใช้สมาคมฟุตบอลในการกอบโกยผลประโยชน์ล่ะก็ รับรองได้ว่าเรื่องนี้ จะไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอนเพราะถ้าหากคนเป็นผู้นำ ยังไม่ตรงไปตรงมา มีนอกมีในอยู่ตลอด แล้วอนาคตของวงการฟุตบอลไทยจะเป็นอย่างไร ... แค่คิดก็สิ้นหวังแล้ว
    12 มีนาคม 2568-เพจวิเคราะห์บอลจริงจังเขียนบทความน่าสนใจว่ามาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ มารับงานตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 สิ่งแรกที่เธอต้องเจอคือ "หนี้สิน" ที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ทิ้งไว้ให้เงินในบัญชีของสมาคม ณ วันนั้น มีทั้งหมด 27.7 ล้านบาท ส่วนหนี้สินมี 132.6 ล้านบาท แปลว่า ยุคของมาดามแป้งต้องเริ่มแบบติดลบ 105 ล้านบาทย้อนกลับไปดูวันสุดท้าย ของพล.ต.อ.สมยศ ในฐานะนายกสมาคม เขาบอกว่า "อิจฉาคนที่จะเข้ามาเป็นนายกฯ คนใหม่ ที่เข้ามาแล้วมีพร้อมทุกอย่าง ตอนที่ผมเข้ามามีแค่กุญแจดอกเดียวใช้เปิดเข้าสมาคม คนเรามันวาสนาไม่เท่ากันจริงๆ" โอเค... พล.ต.อ.สมยศ อาจเริ่มต้นด้วยกุญแจดอกเดียว ไขเข้าไปในห้องแล้วเจอแต่ความว่างเปล่าแต่กับเคสของมาดามแป้ง เธอเอากุญแจดอกนั้นไขเข้าไป แล้วเจอ "กองหนี้สินมหาศาล" ที่เธอไม่ได้ก่อ แต่ต้องเป็นคนชดใช้ในวันนี้ (11 มีนาคม) มาดามแป้งแถลงผลงาน ครบ 1 ปีที่เข้ามาเป็นนายกสมาคม แต่สาเหตุที่สื่อมวลชนมหาศาลมาทำข่าววันนี้ ไม่ใช่เรื่องผลงานดังกล่าว ทุกคนอยากรู้แค่ว่า "มาดามแป้ง จะจัดการปัญหาหนี้สิน 360 ล้านบาทกับสยามสปอร์ตอย่างไร?" ผมขอสรุป 2 คดีของสมาคมกับสยามสปอร์ตนิดเดียวครับ ---------------คดีที่ 1 สยามสปอร์ต ฟ้อง สมาคมฟุตบอล 1,401 ล้านบาท โทษฐานฉีกสัญญาผู้ถือสิทธิประโยชน์ไทยลีก โดยไม่ได้รับความเห็นชอบศาลชั้นต้น : สมาคมต้องจ่ายค่าเสียหาย 50 ล้านบาท บวกดอกเบี้ยศาลอุทธรณ์ : สมาคมต้องจ่ายค่าเสียหาย 450 ล้านบาท บวกดอกเบี้ยศาลฎีกา : สมาคมต้องจ่ายค่าเสียหาย 360 ล้านบาท บวกดอกเบี้ยสมาคมแพ้คดีทุกศาล เพราะต่อให้คุณจะไม่ชอบสัญญาขนาดไหน คุณก็ไปฉีกสัญญาที่เซ็นกันแล้วอย่างถูกต้องไม่ได้ มาดามแป้งบอกว่า หนี้สินไม่ได้มีแค่เงินต้น 360 ล้าน แต่ดอกเบี้ยก็มหาศาลมาก เกิน 200 ล้านบาทแน่นอน---------------คดีที่ 2 สมาคมฟุตบอล ฟ้อง สยามสปอร์ต ขอเอาทรัพย์สินคืน 1,139 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าสยามสปอร์ต ทำเงินจากการเป็นผู้ถือสิทธิประโยชน์ แต่ไม่ยอมส่งมอบเงินให้สมาคมศาลชั้นต้น : สยามสปอร์ต ต้องจ่ายค่าเสียหาย 99 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยศาลอุทธรณ์ : ยกฟ้อง ศาลฎีกา : ไม่รับฎีกาคดีที่สมาคมฟ้องสยามสปอร์ต จบแล้วเช่นกัน ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า ไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าสยามสปอร์ตกั๊กเงินเอาไว้เอง ทำให้บทสรุปของคดีนี้ สยามสปอร์ตชนะอีกคดี ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายแม้แต่บาทเดียว---------------ในการปะทะกันบนศาลครั้งนี้ สยามสปอร์ตเป็นฝ่ายชนะโดยสมบูรณ์ไปแล้ว ทั้ง 2 คดี และสมาคมต้องหาเงินมหาศาลเอามาชำระหนี้แปลว่า มาดามแป้ง มารับตำแหน่งนายกสมาคม 1 ปี เธอมีหนี้สิ้นเริ่มต้น 105 ล้านบาท ตามด้วยหนี้ก้อนที่สองของสยามสปอร์ต (เงินต้น + ดอกเบี้ย) อีก 560 ล้านบาท รวมแล้วกลมๆ สมาคมมีหนี้สิ้นทั้งหมด 665 ล้านบาท ที่ต้องชดใช้ในทางกฎหมายนั้น คนที่ฉีกสัญญาของสยามสปอร์ตคือ "นิติบุคคล" ไม่ใช่ตัว "สมยศ" แปลว่า ภาระหนี้สิ้นเหล่านี้ มาดามแป้งในฐานะนายกสมาคมคนปัจจุบัน ต้องเป็นคนหาเงินมาชำระให้เจ้าหนี้ถ้าเธอหาเงินไม่ได้ สมาคมอาจจะถูกยึดทรัพย์ สำนักงานที่ทำการสมาคมก็จะโดนยึดเอาไปจ่ายหนี้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นจุดอ่อนไหวของมาดามแป้งอย่างมาก เพราะถ้าสมาคมที่ก่อตั้งมา 110 ปี ต้องล่มสลาย โดนยึดทุกอย่างในยุคของเธอ มันจะเป็นตราบาปที่ติดในใจเธอไปตลอดเมื่อพูดถึงตรงนี้ มาดามแป้งร้องไห้ เธอบอกว่า "แป้งมาด้วยเจตนาดี ทุกคนคงจะเห็นใจแป้งบ้าง สิ่งที่แป้งเจอเนี่ย แป้งทำเต็มที่ ในฐานะผู้หญิงคนแรกที่เป็นนายกสมาคมฟุตบอลคนแรกของทวีปเอเชีย เข้ามาไม่มีอะไรเลย มีแต่หนี้ แป้งไม่เคยดราม่า แต่ว่าแป้งคิดว่า แป้งทำงานมาได้ถึงขนาดนี้ แป้งเต็มที่แล้ว ""แป้งแค่ขอความเห็นใจ และขอกำลังใจ จากแฟนบอลและสื่อมวลชน เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ต้องถูกแก้ด้วยแป้งและสภากรรมการ แต่เรื่องหนี้สินมันไม่ได้เกิดขึ้นในยุคแป้ง แต่แป้งต้องมารับทุกสิ่งทุกอย่าง แป้งเป็นคน และเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจเหมือนกัน"ถ้าเราพูดกันแบบตรงๆ เลย ตลอด 1 ปีของมาดามแป้ง เธอก็มีผลงานไม่เลวหลายอย่าง เช่น พาทีมชาติไทยมีอันดับโลกต่ำกว่าร้อย ครั้งแรกในรอบ 16 ปี, หาเงินมาจ่ายให้สโมสรไทยลีกได้สำเร็จ รวมถึง จัดงานฟีฟ่า คองเกรสได้เยี่ยมจนได้รับคำชมแน่นอน มาดามแป้งไม่ได้เพอร์เฟ็กต์ ทุกคนทราบดี เรื่องโปรแกรมเลื่อนไทยลีกจนชุลมุน เธอก็ยังจัดการไม่ดีนัก แต่อย่างน้อย การต่อสู้ในสภาพที่สมาคมเจอหนี้มหาศาลขนาดนี้ ถือว่าโอเคแล้วสำหรับเรื่องการใช้หนี้ เมื่อศาลมีฎีกามาแล้ว ยังไงก็ต้องหาเงินมาชดใช้ โชคดีที่ทางมาดามแป้ง กับ ระวิ โหลทอง เจ้าของสยามสปอร์ต สนิทสนมกันดี ก็อาจจะพอประนีประนอม ยืดเวลาจ่ายกันได้อยู่จริงอยู่ แม้ศาลจะระบุว่า คนที่ต้องใช้หนี้ คือสมาคมฟุตบอลซึ่งเป็นนิติบุคคล แต่มาดามแป้งรู้สึกว่าการกระทำที่สร้างความเสียหายขนาดนี้ ไม่แฟร์เลยที่ พล.ต.อ.สมยศ จะรอดไปดื้อๆ โดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรดังนั้นเธอจึงศึกษาข้อมูล และค้นพบว่ามีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76 ที่ระบุว่า "นิติบุคคลที่ต้องชดใช้ความเสียหาย สามารถไล่เบี้ย ฟ้องร้องคืนจากคนที่ก่อความเสียหายได้" มาดามแป้ง จึงเตรียมฟ้อง พล.ต.อ.สมยศ และ สภากรรมการชุดก่อน ในมาตรา 76 นี้ โทษฐานฉีกสัญญากับสยามสปอร์ตโดยพลการ จนสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับสมาคม เรื่องนี้จะขึ้นสู่ศาลแน่นอน ก็ต้องมาดูกันว่า สมาคมฟุตบอลจะสามารถทวงเงินคืนสักก้อน จากพล.ต.อ.สมยศ และสภากรรมการชุดเก่าได้หรือไม่ ---------------ในงานแถลงข่าวครั้งนี้ ไฮไลท์ของจริง ที่มาดามแป้งอยากเล่า ไม่ใช่คดีของสยามสปอร์ต แต่เป็นการแฉพล.ต.อ.สมยศ แบบ "เละ" อัดทุกอย่างจนกระจุยไปหมด ในวันแรกที่มาดามแป้งมารับงานเป็นนายกสมาคมคนใหม่ เมื่อเจอหนี้สินร้อยล้านกว่าบาท ทำให้เธอตั้งคำถามว่า แล้วเงินก้อนต่างๆ ที่สมาคมได้รับมาก่อนหน้านี้ หายไปไหนหมด?ทำให้เธอตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจชื่อ "คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน" นำโดย นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเลย ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องคดีฟอกเงิน มาไล่เช็กรายรับ-รายจ่าย ของสมาคมยุคก่อนว่า เงินมันไปอยู่ไหนบ้างสิ่งที่ค้นเจอจากการตรวจสอบมีหลายอย่าง ที่แปลก [ เรื่องแปลกอย่างที่ 1 ] คดีที่สมาคม ฟ้อง สยามสปอร์ต 1,139 ล้านบาท สมาคมของพล.ต.อ.สมยศ ได้ติดต่อทนายความเอาไว้ และมีการตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายการว่าความแล้วเรียบร้อยศาลชั้นต้น 750,000 บาท, ศาลอุทธรณ์ 300,000 บาท และ ศาลฎีกา 300,000 บาท เป็นค่าวิชาชีพของทีมทนายความในศาลชั้นต้น กับ ศาลอุทธรณ์ก็จ่ายกันไป ตามราคา แต่พอถึงศาลฎีกา (ที่ศาลไม่รับฟ้องด้วย) จากตัวเลขที่ตกลงกัน 3 แสนบาท อยู่ๆ ทางสมาคมไปจ่ายให้ทนายความ เป็นจำนวน 30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาดื้อๆ 100 เท่าโดยการจ่ายเงิน 30 ล้านบาท เกิดขึ้นก่อน พล.ต.อ.สมยศ จะหมดวาระไม่ถึง 1 เดือนเท่านั้น ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เป็นไปได้หรือ ที่จะว่าความด้วยราคา 30 ล้านบาท? แล้วทำไมถึงจ่ายแพงกว่าร้อยเท่าจากเดิมที่ตกลงกัน นี่คือการ "ทิ้งทวน" เอาเงินก้อนสุดท้าย ก่อนจะอำลาตำแหน่งหรือเปล่า ก็ไม่สามารถตอบได้[ เรื่องแปลกอย่างที่ 2 ] ทุกๆ ปี ฟีฟ่าจะจ่ายเงินสนับสนุนให้สมาคมฟุตบอลทั่วโลกปีละ 1,250,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่พอมาดามแป้งเข้ามาทำงานในปีแรก ฟีฟ่ากลับจ่ายให้แค่ 750,000 ดอลลาร์เท่านั้น หายไป 5 แสนเหรียญทีมงานของมาดามแป้งจึงไปค้นข้อมูล ปรากฏว่า สมาคมยุคพล.ต.อ.สมยศ ไปขอกู้เงินจากฟีฟ่า ในวันที่ 9 ตุลาคม 2563 เป็นจำนวน 5 ล้านดอลลาร์ (155 ล้านบาท)ฟีฟ่าจ่ายให้ 5 ล้านดอลลาร์ตามคำขอ โดยแจ้งสมาคมให้ชดใช้คืน ด้วยการผ่อนจ่าย 10 ปี (2564-2573) ปีละ 5 แสนดอลลาร์ ซึ่งทางฟีฟ่าจะหักเอาเลย จากเงินสนับสนุนที่จะให้สมาคมเป็นรายปีนั่นคือเหตุผลที่สมาคมยุคมาดามแป้ง จะเงินหายไป 5 แสนเหรียญ (16.8 ล้านบาท) ทุกปี จนถึงปี 2573นี่เป็นเรื่องที่มาดามแป้งเฮิร์ทมาก เพราะเธอหมดวาระนายกสมาคม ในปี 2571 เท่ากับว่าเธอต้องจ่าย 5 แสนเหรียญที่ พล.ต.อ.สมยศก่อขึ้นมาไปเรื่อยๆ จนจบวาระของเธอเลยด้วยซ้ำขณะที่ 5 ล้านดอลลาร์ที่ได้มาจากฟีฟ่าตอนแรกสุด ก็ไม่รู้อยู่ไหนแล้ว จับมือใครดมไม่ได้ มีข่าวว่าเอามาใช้จ่ายในช่วงโควิด ที่ไม่มีรายได้ แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง[ เรื่องแปลกอย่างที่ 3 ]พล.ต.อ.สมยศ ตัดสินใจขาย Data Analytics และ Gaming Right ของ ฟุตบอลไทยลีก และ ทีมชาติไทย ให้กับบริษัท Perform จากมาเลเซียทั้งสองอย่างคือ สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดของฟุตบอลไทย เช่น เปอร์เซ็นต์การครองบอล, จำนวนใบเหลือง-ใบเหลือง, จำนวนนาทีที่ลงสนาม, ระยะทางการวิ่งของผู้เล่นแต่ละคน ข้อมูลเหล่านี้ สามารถเอาไปใช้ในอะไรก็ได้ เช่น เอาไปสร้างเกมแฟนตาซี, เอาไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับโต๊ะพนัน หรือถ้าคิด worst case คือเอาสถิติเหล่านี้มาศึกษาทั้งไทยลีก หรือทีมชาติก็ได้ เพื่อที่ชาติเพื่อนบ้านจะได้แซงหน้าเราไปได้ในอนาคต พล.ต.อ.สมยศ ขายสิทธิ์ Data Analytics และ Gaming Right ยาวไปจนถึงปี 2571 ซึ่งมาดามแป้ง พยายามขอซื้อคืน เพราะไม่อยากให้ข้อมูลบอลไทยรั่วไหล แต่บริษัท Perform ไม่ขาย เงินที่ได้จากการขายลิขสิทธิ์ก้อนนี้ "ไม่รู้อยู่ไหน" แต่ปัญหาไม่ใช่แค่เรื่องเงินเท่านั้น มันเป็นข้อมูลภายในของฟุตบอลไทย ที่ไม่รู้ว่าประเทศอื่นจะเอาไปใช้ทำอะไรก็ไม่รู้ เป็นเรื่องที่น่ากังวลเหมือนกัน[ เรื่องแปลกอย่างที่ 4 ]ในวงการฟุตบอลไทยนั้น เป็นธรรมเนียม ที่นายกสมาคมจะไม่รับเงินเดือนกัน คือผมไม่ได้บอกว่า ดีหรือเปล่า แต่ธรรมเนียมปฏิบัติเขาทำกันมาแบบนี้ คนที่ลงสมัครนายกสมาคมจะรู้แต่แรกโดยธรรมชาติอย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สมยศ เป็นคนแรกที่รับเงินเดือนในฐานะนายกสมาคม โดยตั้งเงินเดือนให้ตัวเอง เป็นจำนวน 5 แสนบาท ไม่เพียงแค่นั้น ยังรับเงินอีกทาง ในฐานะผู้บริหารของบริษัท ไทยลีก อีกจำนวน 5 แสนบาท รวมแล้วเป็นเงินทั้งสิ้นเดือนละ 1 ล้านบาทเคยมีคนไปสอบถามในเรื่องนี้ แต่พล.ต.อ.สมยศ ก็อธิบายว่า รับเงินเดือนมาก็จริง แต่ก็มีการบริจาคกลับคืนให้สมาคม เป็นจำนวน 32 ล้านบาท ไม่ได้เอาไปทั้งหมดขนาดนั้นปัญหาในเรื่องนี้คือ ทีมตรวจสอบของมาดามแป้งไปหาเงิน 32 ล้านที่ว่านี้ และ "ยังไม่พบ" จนถึงตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าเงินก้อนนี้อยู่ไหน ไม่รู้ว่ามีการบริจาคจริงตามที่พูดหรือเปล่า---------------มาดามแป้งใช้เวลาแถลงข่าวทั้งหมด 64 นาที เล่าทุกอย่าง แบบตรงไปตรงมา เธอยืนยันว่า "ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัว กับ พล.ต.อ.สมยศ แต่จำเป็นต้องทำ เพื่อทวงเงินที่เป็นของสมาคมกลับคืนมา เพราะสมาคมฟุตบอลต้องเดินหน้าต่อไปให้ได้" ทีนี้ เมื่อฝั่งสมาคมโจมตีใส่อย่างหนักหน่วงแล้ว ก็ถึงคิวของ พล.ต.อ.สมยศ ต้องออกมาอธิบายตัวเอง ว่าข้อสงสัยต่างๆ ที่มาดามแป้งพูดถึงนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ค่าทนาย 30 ล้าน มันก็แปลกจริงๆ นั่นแหละน่าคิดนะ ว่าเงินก้อนโตที่เข้าออกสมาคม จำนวนมากกว่าร้อยล้าน สุดท้ายมันหายไปไหนหมด ทำไมเหลือแต่หนี้สินทิ้งเอาไว้สำหรับประเด็นที่เราต้องติดตาม มีหลายอย่าง เช่น ในปี 2571 ที่จะหมดสัญญากับผู้ถือสิทธิประโยชน์รายปัจจุบัน (แพลนบี) และ เจ้าของลิขสิทธิ์เสื้อแข่งทีมชาติ (วอร์ริกซ์) สมาคมจะเดินหมากอย่างไรต่อ จะเซ็นกัน 8 ปีแบบเดิมอีกไหม รวมถึง การเจรจาหาทางชำระหนี้สยามสปอร์ตจะทำอย่างไร เมื่อไม่มีเงินในบัญชีเลย จะเล่นแร่แปรธาตุ หาเงินจากไหนได้บ้าง? นี่คือช่วงเวลาที่มาดามแป้งต้องใช้กลยุทธ์ธุรกิจทุกอย่าง รวมถึงคอนเน็กชั่นทั้งหมดที่เธอมี ในการประคองให้สมาคมรอดพ้นวิกฤติไปให้ได้หลังจบงานแถลงข่าว มาดามแป้งเดินมาขอบคุณสื่อมวลชน และพอเธอเดินมาถึง ผมถามเธอว่า "เจอแบบนี้ ภาระหนี้สินหลายร้อยล้านที่ตัวเองไม่ได้ก่อ เคยคิดจะลาออกไหมครับ?" มาดามแป้ง หยุดคิด แล้วตอบผมว่า "เคยคิดนะคะ" "แต่เราได้กำลังใจจากคนมากมาย นายกสมาคมประเทศอื่นในเอเชีย ก็บอกว่าอยู่ต่อเถอะ เพราะเราทำงานได้ดีแล้ว มันก็เลยมีพลังที่จะสู้ต่อ""และที่สำคัญ ถ้าเราไม่ทำ ถ้าเราไม่แก้ปัญหานี้ แล้วจะปล่อยให้ใครจะมาแก้ ดังนั้นก็ต้องสู้ค่ะ"ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวการแถลงข่าว ที่เดือดดาลที่สุดของสมาคมฟุตบอล มาดามแป้งเริ่มด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้มในการแถลงผลงาน ตามด้วยอารมณ์โมโห ก่อนจะปิดท้ายด้วยน้ำตาเข้าใจเธอครับ ถ้าอยู่ๆ ต้องมารับภาระหนี้สินร้อยล้านแบบไม่ทันตั้งตัวขนาดนี้ คงทั้งแค้น ทั้งเศร้าเป็นธรรมดาการเป็นผู้นำองค์กร ที่ต้องแบกรับความคาดหวังทุกอย่าง มันไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ วันนี้มาดามแป้งทำให้เห็นว่า เธอก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่มีความอ่อนไหว เสียใจได้ ร้องไห้เป็น แต่แม้จะเสียใจแค่ไหน ก็ต้องปาดน้ำตาแล้วแก้ปัญหากันต่อปิดท้ายในเรื่องนี้ สิ่งที่น่าจับตาที่สุดคือ ความโปร่งใสของอดีตนายกฯ สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่เข้ามารับตำแหน่ง กับสโลแกนว่า "มาจับโจร" แต่ตอนนี้กลับโดนข้อครหามากมาย เหมือนว่าเขาเป็นโจรเสียเองสมมุติว่า เขาไม่ได้ทำอะไรผิด บริหารงานด้วยความบริสุทธิ์ใจมาตลอด ก็ไม่เห็นต้องกลัวการตรวจสอบ คนซื่อสัตย์ย่อมต้องหาคำอธิบายทุกอย่างได้อยู่แล้ว แต่ในทางตรงข้าม ถ้ามีจิตใจคิดทุจริต หวังใช้สมาคมฟุตบอลในการกอบโกยผลประโยชน์ล่ะก็ รับรองได้ว่าเรื่องนี้ จะไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอนเพราะถ้าหากคนเป็นผู้นำ ยังไม่ตรงไปตรงมา มีนอกมีในอยู่ตลอด แล้วอนาคตของวงการฟุตบอลไทยจะเป็นอย่างไร ... แค่คิดก็สิ้นหวังแล้ว
    Like
    1
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 738 มุมมอง 0 รีวิว
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี่ เปิดปฎิบัติการทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ "มินนี่" รอบสอง หลังจากที่เคยถูกจับแต่ไม่เข็ดหลาบ

    เมื่อเช้าวันที่ 4 มีนาคม 2568 ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี่ (สอท) หรือตำรวจไซเบอร์ นำกำลังตรวจค้น 9 จุด ทั้งในกรุงเทพมหานคร / จังหวัดเลย และ จังหวัดใกล้เคียง จับตัว น.ส.ธันยนันท์ สุจริตชินศรี หรือ มินนี่ ไว้ได้ และควบคุมผู้ต้องหาตามหมายจับในเครือข่ายพนันออนไลน์"มินนี่"กว่า 30 หมายจับ นำตัวไปดำเนินคดี

    สำหรับ น.ส.ธันยนันท์ สุจริตชินศรี เคยตกเป็นข่าวดัง ถูกจับในคดีพนันออนไลน์ ฟอกเงิน เมื่อสองปีก่อน โดยคดีที่ถูกจับส่งผลกระเทือนถึงตำรวจใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากมีภาพสนิทสนมใกล้ชิดกัน และ มีเส้นเงินพัวพัน ขณะนี้ คดีอยู่ในขั้นอัยการ

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000021011

    #MGROnline #มินนี่ #พนันออนไลน์ #ฟอกเงิน
    เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี่ เปิดปฎิบัติการทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ "มินนี่" รอบสอง หลังจากที่เคยถูกจับแต่ไม่เข็ดหลาบ • เมื่อเช้าวันที่ 4 มีนาคม 2568 ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี่ (สอท) หรือตำรวจไซเบอร์ นำกำลังตรวจค้น 9 จุด ทั้งในกรุงเทพมหานคร / จังหวัดเลย และ จังหวัดใกล้เคียง จับตัว น.ส.ธันยนันท์ สุจริตชินศรี หรือ มินนี่ ไว้ได้ และควบคุมผู้ต้องหาตามหมายจับในเครือข่ายพนันออนไลน์"มินนี่"กว่า 30 หมายจับ นำตัวไปดำเนินคดี • สำหรับ น.ส.ธันยนันท์ สุจริตชินศรี เคยตกเป็นข่าวดัง ถูกจับในคดีพนันออนไลน์ ฟอกเงิน เมื่อสองปีก่อน โดยคดีที่ถูกจับส่งผลกระเทือนถึงตำรวจใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากมีภาพสนิทสนมใกล้ชิดกัน และ มีเส้นเงินพัวพัน ขณะนี้ คดีอยู่ในขั้นอัยการ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000021011 • #MGROnline #มินนี่ #พนันออนไลน์ #ฟอกเงิน
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 302 มุมมอง 0 รีวิว
  • “เจ๊กัน ดอนเมือง” สานต่อประกวด “มิสแกรนด์เลย 2025” จาก “แอนนา ทีวีพูล” แต่ยอมรับหมดกับแอนนาไปหลายสิบล้าน ไม่ขอตอบหมด 18 ล้าน ลั่นเคยโกรธเพราะไม่สู้ ทำให้ลูกชายไม่คุยด้วย แจงอีกฝ่ายไม่ดีทำไมยังคบ เผยแอนนาฝากบอกทุกคนไม่ต้องรอ คงไม่ได้ออกจากเรือนจำ

    เป็นเพื่อนสนิทของ “วรินทร วัตรสังข์” หรือ “แอนนา ทีวีพูล” เคยหยิบยื่นเงินให้ความช่วยเหลือหมดเงินไปหลายสิบล้าน สำหรับ “เจ๊กัน ดอนเมือง” ล่าสุดเจ้าตัวได้มาเป็นพีดีประกวด “มิสแกรนด์เลย 2025” ซึ่งเป็นการสานต่อแอนนา ที่เคยเป็นพีดีมาก่อนหน้านี้ งานนี้เจ๊กัน ดอนเมืองเผยทั้งน้ำตา เคยโกรธแอนนามากถึงขั้นไม่ไปเยี่ยมไปหาในเรือนจำ เพราะทำให้หมดเงินไปหลายสิบล้าน ลูกชายไม่คุยด้วยเพราะเอาที่ลูกชายไปค้ำประกันให้ แต่ถึงเป็นคนไม่ดีในสายตาคนทั่วไป แต่ทำไมเจ๊กัน ดอนเมืองถึงยังคบอยู่จนทุกวันนี้

    “อย่างตอนนี้เรามาเป็นพีดีจังหวัดเลย เราก็ได้ไปบอกกับแอนนา เพราะว่าเมื่อวันที่ 10 เราไปเยี่ยมแบบใกล้ชิดมา ก็ไปนั่งเล่าให้นางฟัง ว่าฉันทำอะไรไปบ้าง นางก็บอกว่าเลิศมาก เธอทำดีแล้ว มันได้ เธอทำไปเลยเธอมั่นใจไปเลย แต่เขาก็ฝากบอกถึงทุกคนว่าไม่ต้องรอ ไม่ได้ออก ซึ่งนางก็พูดติดตลก เวลาเราร้องไห้เยอะๆ นางก็บอกว่าไม่ต้องรอนะ มันก็ช็อตเรา

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/entertainment/detail/9680000004210

    #MGROnline #เจ๊กันดอนเมือง #มิสแกรนด์เลย2025 #แอนนาทีวีพูล
    “เจ๊กัน ดอนเมือง” สานต่อประกวด “มิสแกรนด์เลย 2025” จาก “แอนนา ทีวีพูล” แต่ยอมรับหมดกับแอนนาไปหลายสิบล้าน ไม่ขอตอบหมด 18 ล้าน ลั่นเคยโกรธเพราะไม่สู้ ทำให้ลูกชายไม่คุยด้วย แจงอีกฝ่ายไม่ดีทำไมยังคบ เผยแอนนาฝากบอกทุกคนไม่ต้องรอ คงไม่ได้ออกจากเรือนจำ • เป็นเพื่อนสนิทของ “วรินทร วัตรสังข์” หรือ “แอนนา ทีวีพูล” เคยหยิบยื่นเงินให้ความช่วยเหลือหมดเงินไปหลายสิบล้าน สำหรับ “เจ๊กัน ดอนเมือง” ล่าสุดเจ้าตัวได้มาเป็นพีดีประกวด “มิสแกรนด์เลย 2025” ซึ่งเป็นการสานต่อแอนนา ที่เคยเป็นพีดีมาก่อนหน้านี้ งานนี้เจ๊กัน ดอนเมืองเผยทั้งน้ำตา เคยโกรธแอนนามากถึงขั้นไม่ไปเยี่ยมไปหาในเรือนจำ เพราะทำให้หมดเงินไปหลายสิบล้าน ลูกชายไม่คุยด้วยเพราะเอาที่ลูกชายไปค้ำประกันให้ แต่ถึงเป็นคนไม่ดีในสายตาคนทั่วไป แต่ทำไมเจ๊กัน ดอนเมืองถึงยังคบอยู่จนทุกวันนี้ • “อย่างตอนนี้เรามาเป็นพีดีจังหวัดเลย เราก็ได้ไปบอกกับแอนนา เพราะว่าเมื่อวันที่ 10 เราไปเยี่ยมแบบใกล้ชิดมา ก็ไปนั่งเล่าให้นางฟัง ว่าฉันทำอะไรไปบ้าง นางก็บอกว่าเลิศมาก เธอทำดีแล้ว มันได้ เธอทำไปเลยเธอมั่นใจไปเลย แต่เขาก็ฝากบอกถึงทุกคนว่าไม่ต้องรอ ไม่ได้ออก ซึ่งนางก็พูดติดตลก เวลาเราร้องไห้เยอะๆ นางก็บอกว่าไม่ต้องรอนะ มันก็ช็อตเรา • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/entertainment/detail/9680000004210 • #MGROnline #เจ๊กันดอนเมือง #มิสแกรนด์เลย2025 #แอนนาทีวีพูล
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 434 มุมมอง 0 รีวิว
  • เลย- เช้านี้หนาวจัดที่บ้านหินสอ อ.ภูเรือ อุณหภูมิลดเหลือ 0 องศาฯ เกิดปรากฎการณ์แม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็งขาวโพลนบนยอดหญ้าเป็นลานกว้าง ชาวบ้านต้องผิงไฟไล่หนาว ขณะที่แม่ค้าตลาดเช้าเทศบาลเมืองเลยพากัน สวมเสื้อกันหนาว 3 ชั้น เผยหนาวเย็นสุดๆในรอบ 30 ปี โดยพื้นที่ราบเฉลี่ย 6-7 องศาฯ

    ผู้สื่อข่าวรายงานในพื้นที่จังหวัดเลยอากาศค่อนข้างหนาวเย็นมากเพราะโอบล้อมไปด้วยภูเขา ประชาชนตามชุมชน หมู่บ้านต่างก่อไฟผิงให้ความอบอุ่นกับร่างกาย ล่าสุดเช้าวันนี้(13ม.ค.)มีรายงานว่า ที่บริเวณหมู่บ้านหินสอ ต.ปลาบ่า อ.ภูเรือ ได้เกิดปรากฎการณ์แม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็งบริเวนท้ายหมู่บ้าน เกิดบริเวณลานหญ้า และบนฟางข้าว

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/local/detail/9680000003547

    #MGROnline #เลย #แม่คะนิ้ง #น้ำค้างแข็ง
    เลย- เช้านี้หนาวจัดที่บ้านหินสอ อ.ภูเรือ อุณหภูมิลดเหลือ 0 องศาฯ เกิดปรากฎการณ์แม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็งขาวโพลนบนยอดหญ้าเป็นลานกว้าง ชาวบ้านต้องผิงไฟไล่หนาว ขณะที่แม่ค้าตลาดเช้าเทศบาลเมืองเลยพากัน สวมเสื้อกันหนาว 3 ชั้น เผยหนาวเย็นสุดๆในรอบ 30 ปี โดยพื้นที่ราบเฉลี่ย 6-7 องศาฯ • ผู้สื่อข่าวรายงานในพื้นที่จังหวัดเลยอากาศค่อนข้างหนาวเย็นมากเพราะโอบล้อมไปด้วยภูเขา ประชาชนตามชุมชน หมู่บ้านต่างก่อไฟผิงให้ความอบอุ่นกับร่างกาย ล่าสุดเช้าวันนี้(13ม.ค.)มีรายงานว่า ที่บริเวณหมู่บ้านหินสอ ต.ปลาบ่า อ.ภูเรือ ได้เกิดปรากฎการณ์แม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็งบริเวนท้ายหมู่บ้าน เกิดบริเวณลานหญ้า และบนฟางข้าว • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/local/detail/9680000003547 • #MGROnline #เลย #แม่คะนิ้ง #น้ำค้างแข็ง
    Wow
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 336 มุมมอง 0 รีวิว
  • ย้อนรอย 20 ปีช้างป่าภูกระดึง ทำร้ายนักท่องเที่ยวดับ 5

    การเสียชีวิตของ น.ส.จีรนันท์ ปัญญาประเสริฐยิ่ง อายุ 49 ปี นักท่องเที่ยวชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ถูกช้างป่าทำร้ายร่างกาย บริเวณเส้นทางหลังองค์พระพุทธเมตตา-น้ำตกเพ็ญพบใหม่ หลังศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย เมื่อเวลาประมาณ 09.47 น. ของวันที่ 11 ธ.ค. 2567 นับเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวไม่มีใครคาดคิดมาก่อน หากย้อนกลับไปในรอบ 20 ปี มีผู้เสียชีวิตจากการถูกช้างป่าภูกระดึงทำร้ายร่างกายที่เป็นข่าว รวมแล้ว 5 ราย

    ได้แก่ วันที่ 25 ก.พ. 2547 เวลาประมาณ 04.00 น. พระประพนธ์ วิจาธโร อายุ 27 ปี และพระเฉลิมเกียรติ สิขันลโย อายุ 26 ปี ถูกช้างป่าทำร้ายจนมรณภาพ ขณะปักกลดพักอยู่ที่ลานพระแก้ว ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าวังกวางประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นวันที่ 4 พ.ค. 2548 เวลาประมาณ 05.30 น. น.ส.สุคนธ์ ภัทรกรรม อายุ 50 ปี ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต ห่างจากผานกแอ่น จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นของภูกระดึง 150 เมตร และล่าสุดเมื่อ 11 ปีก่อน นายประเสริฐ ชุมพล อายุ 57 ปี พนักงานราชการ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่เก็บขยะ ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2556 ขณะนำขยะเปียกทิ้งลงหลุมบริเวณบ่อทิ้งขยะ ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 1 กิโลเมตร

    แม้ทางอุทยานฯ จะมีมาตรการเฝ้าระวัง โดยทุกเช้าจะจัดชุดเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวน ถ้าพบรอยเท้าช้างใหม่ หรือขี้ช้างใหม่ จะประกาศผ่านเสียงตามสายปิดเส้นทางนั้นทันที และตามแผนเผชิญเหตุถ้ามีช้างผ่านมา เจ้าหน้าที่จะจะส่งรถไถมาผลักดันช้าง ตามมาด้วยรถกระบะโฟร์วีลมารับนักท่องเที่ยว แต่ล่าสุดได้ประกาศปิดเส้นทางน้ำตกเพ็ญพบใหม่และทุกเส้นทางที่ช้างป่าออกมา พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เกิดเหตุและลาดตระเวนในจุดเสี่ยงอย่างเข้มข้น

    อีกปัญหาหนึ่งคือช้างป่าในจังหวัดเลยเพิ่มปริมาณทุกปี ทำให้แหล่งอาหารหากินไม่เพียงพอต่อความต้องการของช้างป่า และออกไปหากินนอกเขต ข้อมูลจากสถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง เมื่อปี 2566 พบว่ามีช้างป่ามากกว่า 320 ตัว อาศัยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงเกือบ 200 ตัว อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 65-70 ตัว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อภูกระแต 53 ตัว ออกมาหาแหล่งที่อยู่ใหม่และแหล่งอาหาร เข้าพื้นที่อำเภอภูกระดึง ภูเรือ ด่านซ้าย ภูหลวง ท่าลี่ หนองหิน และผาขาว สร้างผลกระทบ และสร้างความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าในพื้นที่ และเนื่องจากเป็นสัตว์ใหญ่ ถ้าไม่ได้กินก็มีอาการเครียด จากสถิติตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง ส.ค. 2566 ช้างป่าทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต 4 ราย และช้างป่าถูกยิงตาย 1 ตัว

    #Newskit
    ย้อนรอย 20 ปีช้างป่าภูกระดึง ทำร้ายนักท่องเที่ยวดับ 5 การเสียชีวิตของ น.ส.จีรนันท์ ปัญญาประเสริฐยิ่ง อายุ 49 ปี นักท่องเที่ยวชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ถูกช้างป่าทำร้ายร่างกาย บริเวณเส้นทางหลังองค์พระพุทธเมตตา-น้ำตกเพ็ญพบใหม่ หลังศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย เมื่อเวลาประมาณ 09.47 น. ของวันที่ 11 ธ.ค. 2567 นับเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวไม่มีใครคาดคิดมาก่อน หากย้อนกลับไปในรอบ 20 ปี มีผู้เสียชีวิตจากการถูกช้างป่าภูกระดึงทำร้ายร่างกายที่เป็นข่าว รวมแล้ว 5 ราย ได้แก่ วันที่ 25 ก.พ. 2547 เวลาประมาณ 04.00 น. พระประพนธ์ วิจาธโร อายุ 27 ปี และพระเฉลิมเกียรติ สิขันลโย อายุ 26 ปี ถูกช้างป่าทำร้ายจนมรณภาพ ขณะปักกลดพักอยู่ที่ลานพระแก้ว ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าวังกวางประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นวันที่ 4 พ.ค. 2548 เวลาประมาณ 05.30 น. น.ส.สุคนธ์ ภัทรกรรม อายุ 50 ปี ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต ห่างจากผานกแอ่น จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นของภูกระดึง 150 เมตร และล่าสุดเมื่อ 11 ปีก่อน นายประเสริฐ ชุมพล อายุ 57 ปี พนักงานราชการ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่เก็บขยะ ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2556 ขณะนำขยะเปียกทิ้งลงหลุมบริเวณบ่อทิ้งขยะ ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 1 กิโลเมตร แม้ทางอุทยานฯ จะมีมาตรการเฝ้าระวัง โดยทุกเช้าจะจัดชุดเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวน ถ้าพบรอยเท้าช้างใหม่ หรือขี้ช้างใหม่ จะประกาศผ่านเสียงตามสายปิดเส้นทางนั้นทันที และตามแผนเผชิญเหตุถ้ามีช้างผ่านมา เจ้าหน้าที่จะจะส่งรถไถมาผลักดันช้าง ตามมาด้วยรถกระบะโฟร์วีลมารับนักท่องเที่ยว แต่ล่าสุดได้ประกาศปิดเส้นทางน้ำตกเพ็ญพบใหม่และทุกเส้นทางที่ช้างป่าออกมา พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เกิดเหตุและลาดตระเวนในจุดเสี่ยงอย่างเข้มข้น อีกปัญหาหนึ่งคือช้างป่าในจังหวัดเลยเพิ่มปริมาณทุกปี ทำให้แหล่งอาหารหากินไม่เพียงพอต่อความต้องการของช้างป่า และออกไปหากินนอกเขต ข้อมูลจากสถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง เมื่อปี 2566 พบว่ามีช้างป่ามากกว่า 320 ตัว อาศัยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงเกือบ 200 ตัว อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 65-70 ตัว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อภูกระแต 53 ตัว ออกมาหาแหล่งที่อยู่ใหม่และแหล่งอาหาร เข้าพื้นที่อำเภอภูกระดึง ภูเรือ ด่านซ้าย ภูหลวง ท่าลี่ หนองหิน และผาขาว สร้างผลกระทบ และสร้างความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าในพื้นที่ และเนื่องจากเป็นสัตว์ใหญ่ ถ้าไม่ได้กินก็มีอาการเครียด จากสถิติตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง ส.ค. 2566 ช้างป่าทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต 4 ราย และช้างป่าถูกยิงตาย 1 ตัว #Newskit
    Like
    Love
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 777 มุมมอง 0 รีวิว
  • เลย-คืบหน้าตามล่าชายคลั่งยิง3ศพที่อำเภอหนองบัวลำภู ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งจาก สภ.ศรีบุญเรือง สภ.เอราวัณ และภูธรจังหวัดเลยสนธิกำลังปิดล้อมป่าอ้อย ทุ่งนา ใกล้กับวัดภูคำเป้ บ้านห้วยป่าน ต.ผาสาม อ.เอราวัณ หลังชายคลั่งขอข้าวแม่ครัวของวัดกินในสภาพอิดโรยและสีหน้าท่าทางหวาดระแวง

    จากกรณีมีเหตุยิงกันเสียชีวิตที่ตำบลโนนม่วง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ทราบคนร้ายชื่อ นายสามารถ อายุ 54 ปี ได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนี และมีกระแสข่าว คนร้ายได้ขับขี่จักรยานยนต์ เข้าได้หลบหนีเข้ามาในเขตจังหวัดเลย โดยมีพลเมืองดีได้พบเห็นลักษณะคล้ายคนร้ายในรูปตามข่าว ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ผ่านมาทางวัดป่าภูคำเป้ ต.ผาสามยอด ซึ่งอยู่ในเขตของอำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>
    https://mgronline.com/local/detail/9670000114162

    #MGROnline #เลย #เตือนภัย #คนร้าย #ก่อเหตุ #ชายคลั่ง #ด่วน #คลั่งยา #หลบหนี
    เลย-คืบหน้าตามล่าชายคลั่งยิง3ศพที่อำเภอหนองบัวลำภู ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งจาก สภ.ศรีบุญเรือง สภ.เอราวัณ และภูธรจังหวัดเลยสนธิกำลังปิดล้อมป่าอ้อย ทุ่งนา ใกล้กับวัดภูคำเป้ บ้านห้วยป่าน ต.ผาสาม อ.เอราวัณ หลังชายคลั่งขอข้าวแม่ครัวของวัดกินในสภาพอิดโรยและสีหน้าท่าทางหวาดระแวง • จากกรณีมีเหตุยิงกันเสียชีวิตที่ตำบลโนนม่วง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ทราบคนร้ายชื่อ นายสามารถ อายุ 54 ปี ได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนี และมีกระแสข่าว คนร้ายได้ขับขี่จักรยานยนต์ เข้าได้หลบหนีเข้ามาในเขตจังหวัดเลย โดยมีพลเมืองดีได้พบเห็นลักษณะคล้ายคนร้ายในรูปตามข่าว ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ผ่านมาทางวัดป่าภูคำเป้ ต.ผาสามยอด ซึ่งอยู่ในเขตของอำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/local/detail/9670000114162 • #MGROnline #เลย #เตือนภัย #คนร้าย #ก่อเหตุ #ชายคลั่ง #ด่วน #คลั่งยา #หลบหนี
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 586 มุมมอง 0 รีวิว
  • คืบหน้าตามล่าชายคลั่งยิง3ศพที่อำเภอหนองบัวลำภู ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งจาก สภ.ศรีบุญเรือง สภ.เอราวัณ และภูธรจังหวัดเลยสนธิกำลังปิดล้อมป่าอ้อย ทุ่งนา ใกล้กับวัดภูคำเป้ บ้านห้วยป่าน ต.ผาสาม อ.เอราวัณ หลังชายคลั่งขอข้าวแม่ครัวของวัดกินในสภาพอิดโรยและสีหน้าท่าทางหวาดระแวง

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000114162

    #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    คืบหน้าตามล่าชายคลั่งยิง3ศพที่อำเภอหนองบัวลำภู ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งจาก สภ.ศรีบุญเรือง สภ.เอราวัณ และภูธรจังหวัดเลยสนธิกำลังปิดล้อมป่าอ้อย ทุ่งนา ใกล้กับวัดภูคำเป้ บ้านห้วยป่าน ต.ผาสาม อ.เอราวัณ หลังชายคลั่งขอข้าวแม่ครัวของวัดกินในสภาพอิดโรยและสีหน้าท่าทางหวาดระแวง อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000114162 #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    Like
    Angry
    8
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1483 มุมมอง 0 รีวิว
  • "ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง" ขุนเขามหาเสน่ห์แห่งเมืองเลย ที่ดึงดูดให้ผู้คนไปพิชิตสักครั้งในชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่า สร้างรายได้ให้ชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน

    ภูกระดึง ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของประเทศไทย
    ปกติแล้ว ทุกๆ ปี ภูกระดึงจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวได้ในช่วง 1 ตุลาคม - 31 พฤษภาคม

    #สุขนิยามสยามโสภา #สยามโสภา #ภูกระดึง #จังหวัดเลย #เที่ยวเขา #เดินป่า #อุทยานแห่งชาติ #thaitimes #thaitimesสยามโสภา
    "ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง" ขุนเขามหาเสน่ห์แห่งเมืองเลย ที่ดึงดูดให้ผู้คนไปพิชิตสักครั้งในชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่า สร้างรายได้ให้ชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน ภูกระดึง ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของประเทศไทย ปกติแล้ว ทุกๆ ปี ภูกระดึงจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวได้ในช่วง 1 ตุลาคม - 31 พฤษภาคม #สุขนิยามสยามโสภา #สยามโสภา #ภูกระดึง #จังหวัดเลย #เที่ยวเขา #เดินป่า #อุทยานแห่งชาติ #thaitimes #thaitimesสยามโสภา
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 948 มุมมอง 124 1 รีวิว
  • #thaitimesข่าวท่องเที่ยว

    ☆อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย
    ☆เพจ
    》》
    https://www.facebook.com/share/hg5KEHL5MUfdqSAb/?mibextid=qi2Omg
    《《

    🎉1 ตุลาคม เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวและพักแรมบนภูกระดึง

    วันนี้ (วันที่ 1 ตุลาคม 2567) อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้เปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง ประจำปีการท่องเที่ยว พ.ศ. 2568 โดย นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้มอบหมายให้ นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง เดินทางมาเป็นประธานในพิธี ในปีนี้อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนมากกว่า 300 คน

    ซึ่งรูปแบบของพิธีการเป็นไปอย่างเรียบง่าย โดยมีกำหนดการ ดังนี้
    เวลา 05.30 น.
    - ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมกิจกรรม และมอบของที่ระลึกสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมเปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง ประจำปีการท่องเที่ยว 2568
    เวลา 06.00 น.
    - ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน พร้อมกัน ณ บริเวณด่านตรวจ 3 ทางเดินขึ้นเขา
    - ประธานในพิธีเดินทางมาถึงบริเวณพิธี
    - หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึงเชิญประธานในพิธีจุดธูป-เทียน บูชาพระรัตนตรัย และไหว้ศาลเจ้าปู่ภูกระดึง
    - หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กล่าวรายงาน
    - ประธานกล่าวเปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง ประจำปีการท่องเที่ยว 2568
    - ประธานลั่นระฆังชัยเปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง
    เวลา 06.30 น. ปล่อยตัวนักท่องเที่ยว และผู้ร่วมงานเดินทางขึ้นเขา
    และในปีนี้อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้มอบรางวัลพิเศษ ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 30 รางวัล โดยแบ่งเป็น

    1. ผู้พิชิตยอดภูกระดึง 10 คนแรก (ประเภทนักวิ่งไป-กลับ)
    2. ผู้พิชิตยอดภูกระดึง 10 คนแรก (ประเภทนักท่องเที่ยวทั่วไป)
    3. ผู้นำขยะลงมาจากยอดภูกระดึง 10 คนแรก ในวันที่ 2 ตุลาคม 2567 โดยต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 1 กิโลกรัม

    อีกทั้งในปีนี้อุทยานแห่งชาติภูกระดึงยังให้ความสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อม และความสะอาด โดยขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวทุกท่านงดใช้ขยะพลาสติก โฟม ในเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อคงไว้ซึ่งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงสืบไป
    ■■■■■■■■■
    #อุทยานแห่งชาติภูกระดึง #ภูกระดึง #Phukraduengnationalpark #Phukradueng
    #thaitimes #thaitimesเที่ยวไทย #thaitimesมะนาวก้าวเดิน #thaitimesmanowjourney
    #thaitimesข่าวท่องเที่ยว ☆อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย ☆เพจ 》》 https://www.facebook.com/share/hg5KEHL5MUfdqSAb/?mibextid=qi2Omg 《《 🎉1 ตุลาคม เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวและพักแรมบนภูกระดึง วันนี้ (วันที่ 1 ตุลาคม 2567) อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้เปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง ประจำปีการท่องเที่ยว พ.ศ. 2568 โดย นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้มอบหมายให้ นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง เดินทางมาเป็นประธานในพิธี ในปีนี้อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนมากกว่า 300 คน ซึ่งรูปแบบของพิธีการเป็นไปอย่างเรียบง่าย โดยมีกำหนดการ ดังนี้ เวลา 05.30 น. - ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมกิจกรรม และมอบของที่ระลึกสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมเปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง ประจำปีการท่องเที่ยว 2568 เวลา 06.00 น. - ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน พร้อมกัน ณ บริเวณด่านตรวจ 3 ทางเดินขึ้นเขา - ประธานในพิธีเดินทางมาถึงบริเวณพิธี - หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึงเชิญประธานในพิธีจุดธูป-เทียน บูชาพระรัตนตรัย และไหว้ศาลเจ้าปู่ภูกระดึง - หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กล่าวรายงาน - ประธานกล่าวเปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง ประจำปีการท่องเที่ยว 2568 - ประธานลั่นระฆังชัยเปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง เวลา 06.30 น. ปล่อยตัวนักท่องเที่ยว และผู้ร่วมงานเดินทางขึ้นเขา และในปีนี้อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้มอบรางวัลพิเศษ ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 30 รางวัล โดยแบ่งเป็น 1. ผู้พิชิตยอดภูกระดึง 10 คนแรก (ประเภทนักวิ่งไป-กลับ) 2. ผู้พิชิตยอดภูกระดึง 10 คนแรก (ประเภทนักท่องเที่ยวทั่วไป) 3. ผู้นำขยะลงมาจากยอดภูกระดึง 10 คนแรก ในวันที่ 2 ตุลาคม 2567 โดยต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 1 กิโลกรัม อีกทั้งในปีนี้อุทยานแห่งชาติภูกระดึงยังให้ความสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อม และความสะอาด โดยขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวทุกท่านงดใช้ขยะพลาสติก โฟม ในเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อคงไว้ซึ่งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงสืบไป ■■■■■■■■■ #อุทยานแห่งชาติภูกระดึง #ภูกระดึง #Phukraduengnationalpark #Phukradueng #thaitimes #thaitimesเที่ยวไทย #thaitimesมะนาวก้าวเดิน #thaitimesmanowjourney
    Like
    Love
    8
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1328 มุมมอง 0 รีวิว
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงพระเมตตา ทรงจัดทำถุงพระราชทานสำหรับเด็กเพื่อเชิญไปพระราชแก่ผู้ประสบอุทกภัยในภาคต่างๆ

    เมื่อวันอังคารที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๘.๒๗ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ลงในถุงพระราชทานสำหรับเด็ก จำนวน ๑,๐๐๐ ถุง เพื่อเชิญไปพระราชทานแก่เด็กในพื้นที่ประสบอุทกภัยในภาคต่างๆ

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยครอบครัวราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กแรกเกิดและเด็กเล็กที่ประสบอุทกภัยร้ายแรง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดทำถุงพระราชทานสำหรับเด็กเล็กและจัดหาสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับเด็กบรรจุลงในถุงพระราชทาน อาทิ ตุ๊กตาผ้าห่ม เป้อุ้มเด็ก นมผง อาหารเด็ก ผ้าอ้อมสำเร็จรูป สำลี ฟองน้ำเช็ดตัว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และผลิตภัณฑ์ซักล้างสำหรับเด็ก โดยจัดพระราชทานสำหรับเด็กตั้งแต่
    แรกเกิดถึงอายุ ๒ ปี เพิ่มเติมจากถุงพระราชทานทั่วไป

    ทั้งนี้ จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เป็นเหตุให้เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ในบริเวณพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อยู่ติดแม่น้ำโขง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน บาดเจ็บ และเสียชีวิต รวมถึงเกิดความเสียหายแก่บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ องคมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับหน่วยราชการในพระองค์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนของราษฎรในเบื้องต้น โดยนำสิ่งของพระราชทานไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ ตาก พิษณุโลก หนองคาย และจังหวัดเลย อีกทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน และจัดรถครัวสนามปรุงอาหารให้กับประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ที่ประสบภัยต่าง ๆ เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีความจำเป็นในการฟื้นฟูและ
    ทำความสะอาดบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีดินโคลนที่มากับน้ำเป็นจำนวนมากทับถมอยู่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง พร้อมอุปกรณ์ประกอบ ให้แก่กองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา สำหรับนำไปช่วยเหลือราษฎร ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่ช่วยทุ่นแรงในการทำความสะอาดและฟื้นฟูบ้านเรือน ที่สาธารณประโยชน์ วัด ถนน และสถานที่ราชการ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปรกติโดยเร็ว นอกจากนั้น พระมหากรุณาธิคุณยังครอบคลุมถึงกลุ่มบุคคลที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนด้วยจิตสาธารณะ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติงาน ในการนี้ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพวงมาลาไปวางที่หน้าหีบศพผู้ใหญ่บ้านที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการศพแก่จิตอาสาที่เสียชีวิต พระราชทานทุนการศึกษาแก่บุตรของผู้เสียชีวิต รวมทั้งทรงรับจิตอาสาที่ได้รับบาดเจ็บไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยมีพระเมตตาและพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในการพระราชทานความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมทั้งได้มีพระราชกระแสทรงห่วงใยประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุดังกล่าว และมีพระราชกระแสทรงชื่นชม และพระราชทานกำลังใจ แก่จิตอาสาจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ซึ่งต่างเสียสละกำลังกาย กำลังปัญญา และกำลังทรัพย์ มาร่วมกันปฏิบัติการให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย แม้การช่วยเหลือจะเป็นไปอย่างยากลำบากท่ามกลางกระแสน้ำไหลเชี่ยว และข้อจำกัดต่าง ๆ แต่ทุกภาคส่วน และจิตอาสา ต่างร่วมมือร่วมใจกันอย่างเต็มกำลัง ด้วยความรัก ความปรารถนาดี
    ต่อกัน เป็นเครื่องมือสำคัญทำให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เป็นไปตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการให้ทุกคนมีจิตอาสา พร้อมที่จะเสียสละ และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนสามารถทำให้สถานการณ์รุนแรงคลี่คลายลงได้ตามลำดับ

    #ทรงพระเจริญ
    #สืบสานรักษาต่อยอด
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงพระเมตตา ทรงจัดทำถุงพระราชทานสำหรับเด็กเพื่อเชิญไปพระราชแก่ผู้ประสบอุทกภัยในภาคต่างๆ เมื่อวันอังคารที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๘.๒๗ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ลงในถุงพระราชทานสำหรับเด็ก จำนวน ๑,๐๐๐ ถุง เพื่อเชิญไปพระราชทานแก่เด็กในพื้นที่ประสบอุทกภัยในภาคต่างๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยครอบครัวราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กแรกเกิดและเด็กเล็กที่ประสบอุทกภัยร้ายแรง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดทำถุงพระราชทานสำหรับเด็กเล็กและจัดหาสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับเด็กบรรจุลงในถุงพระราชทาน อาทิ ตุ๊กตาผ้าห่ม เป้อุ้มเด็ก นมผง อาหารเด็ก ผ้าอ้อมสำเร็จรูป สำลี ฟองน้ำเช็ดตัว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และผลิตภัณฑ์ซักล้างสำหรับเด็ก โดยจัดพระราชทานสำหรับเด็กตั้งแต่ แรกเกิดถึงอายุ ๒ ปี เพิ่มเติมจากถุงพระราชทานทั่วไป ทั้งนี้ จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เป็นเหตุให้เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ในบริเวณพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อยู่ติดแม่น้ำโขง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน บาดเจ็บ และเสียชีวิต รวมถึงเกิดความเสียหายแก่บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ องคมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับหน่วยราชการในพระองค์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนของราษฎรในเบื้องต้น โดยนำสิ่งของพระราชทานไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ ตาก พิษณุโลก หนองคาย และจังหวัดเลย อีกทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน และจัดรถครัวสนามปรุงอาหารให้กับประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ที่ประสบภัยต่าง ๆ เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย แต่ยังมีความจำเป็นในการฟื้นฟูและ ทำความสะอาดบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีดินโคลนที่มากับน้ำเป็นจำนวนมากทับถมอยู่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง พร้อมอุปกรณ์ประกอบ ให้แก่กองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา สำหรับนำไปช่วยเหลือราษฎร ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่ช่วยทุ่นแรงในการทำความสะอาดและฟื้นฟูบ้านเรือน ที่สาธารณประโยชน์ วัด ถนน และสถานที่ราชการ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปรกติโดยเร็ว นอกจากนั้น พระมหากรุณาธิคุณยังครอบคลุมถึงกลุ่มบุคคลที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนด้วยจิตสาธารณะ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่และจิตอาสาเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติงาน ในการนี้ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพวงมาลาไปวางที่หน้าหีบศพผู้ใหญ่บ้านที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการศพแก่จิตอาสาที่เสียชีวิต พระราชทานทุนการศึกษาแก่บุตรของผู้เสียชีวิต รวมทั้งทรงรับจิตอาสาที่ได้รับบาดเจ็บไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยมีพระเมตตาและพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในการพระราชทานความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมทั้งได้มีพระราชกระแสทรงห่วงใยประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุดังกล่าว และมีพระราชกระแสทรงชื่นชม และพระราชทานกำลังใจ แก่จิตอาสาจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ซึ่งต่างเสียสละกำลังกาย กำลังปัญญา และกำลังทรัพย์ มาร่วมกันปฏิบัติการให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย แม้การช่วยเหลือจะเป็นไปอย่างยากลำบากท่ามกลางกระแสน้ำไหลเชี่ยว และข้อจำกัดต่าง ๆ แต่ทุกภาคส่วน และจิตอาสา ต่างร่วมมือร่วมใจกันอย่างเต็มกำลัง ด้วยความรัก ความปรารถนาดี ต่อกัน เป็นเครื่องมือสำคัญทำให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เป็นไปตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการให้ทุกคนมีจิตอาสา พร้อมที่จะเสียสละ และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนสามารถทำให้สถานการณ์รุนแรงคลี่คลายลงได้ตามลำดับ #ทรงพระเจริญ #สืบสานรักษาต่อยอด
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1116 มุมมอง 48 0 รีวิว
  • "ภูกระดึง" ขุนเขามหาเสน่ห์แห่งเมืองเลย ที่ดึงดูดให้ผู้คนไปพิชิตสักครั้งในชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่า สร้างรายได้ให้ชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน
    ภูกระดึง ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของประเทศไทย มีลักษณะเป็นภูเขาหินทรายยอดตัดรูปหัวใจ โดยคำว่า ภูกระดึง มาจากคำว่า ภู แปลว่า ภูเขา และ กระดึง แปลว่า กระดิ่ง เป็นภาษาถิ่นของจังหวัดเลย ภูกระดึง จึงแปลได้ว่า ระฆังใหญ่
    ●เส้นทางเดินเท้าขึ้นภูกระดึง มีระยะทางประมาณ 5.5 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินอีก 3.5 กิโลเมตร เพื่อไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและจุดพักแรม เรียกว่า “ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกลาง” บริเวณนั้นจะมีให้บริการทั้งบ้านพัก ลานกางเต็นท์ ร้านค้า ร้านอาหาร
    ■■■■■■■■
    ●ฟิตร่างกายให้พร้อม แล้วแบกเป้ไปพิชิตภูกระดึงกัน แหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนชอบปีนเขา วิวสวย บรรยากาศดี ชีวิตนี้ต้องไปสักครั้ง!
    🗓 เปิดเฉพาะ 1 ต.ค. – 31 พ.ค. ของทุกปี งานนี้ต้องห้ามพลาด!
    ■■■■■■■■
    #ภูกระดึง #ท่องเที่ยวจังหวัดเลย #มะนาวก้าวเดิน #thaitimes #thaitimesmanowjourney #thaitimesมะนาวก้าวเดิน #thaitimesเที่ยวไทย
    "ภูกระดึง" ขุนเขามหาเสน่ห์แห่งเมืองเลย ที่ดึงดูดให้ผู้คนไปพิชิตสักครั้งในชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่า สร้างรายได้ให้ชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน ภูกระดึง ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของประเทศไทย มีลักษณะเป็นภูเขาหินทรายยอดตัดรูปหัวใจ โดยคำว่า ภูกระดึง มาจากคำว่า ภู แปลว่า ภูเขา และ กระดึง แปลว่า กระดิ่ง เป็นภาษาถิ่นของจังหวัดเลย ภูกระดึง จึงแปลได้ว่า ระฆังใหญ่ ●เส้นทางเดินเท้าขึ้นภูกระดึง มีระยะทางประมาณ 5.5 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินอีก 3.5 กิโลเมตร เพื่อไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและจุดพักแรม เรียกว่า “ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกลาง” บริเวณนั้นจะมีให้บริการทั้งบ้านพัก ลานกางเต็นท์ ร้านค้า ร้านอาหาร ■■■■■■■■ ●ฟิตร่างกายให้พร้อม แล้วแบกเป้ไปพิชิตภูกระดึงกัน แหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนชอบปีนเขา วิวสวย บรรยากาศดี ชีวิตนี้ต้องไปสักครั้ง! 🗓 เปิดเฉพาะ 1 ต.ค. – 31 พ.ค. ของทุกปี งานนี้ต้องห้ามพลาด! ■■■■■■■■ #ภูกระดึง #ท่องเที่ยวจังหวัดเลย #มะนาวก้าวเดิน #thaitimes #thaitimesmanowjourney #thaitimesมะนาวก้าวเดิน #thaitimesเที่ยวไทย
    Like
    Love
    5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1457 มุมมอง 479 0 รีวิว