• ราคาพุ่ง! Raspberry Pi และ Mini PC แทบไม่ต่างกันอีกต่อไป หลัง DRAM ขาดตลาดหนัก

    ราคาของอุปกรณ์ทำโฮมแลบกำลังพุ่งขึ้นพร้อมกันทั้งฝั่ง Raspberry Pi 5 และ Mini PC ที่ใช้ Intel N100/N150 จนเกิด “ภาวะราคาเท่ากัน” แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ข้อมูลจากการตรวจสอบของ Jeff Geerling และการยืนยันโดย Tom’s Hardware ระบุว่า ชุด Raspberry Pi 5 (16GB + SSD + เคส + PSU) และ GMKTec Nucbox G3 Plus มีราคาแทบไม่ต่างกันเลยในปี 2026

    สาเหตุหลักมาจาก ต้นทุน DRAM และ Flash ที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 100% รวมถึงความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้า ทำให้ผู้ผลิต Mini PC ต้องขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน Raspberry Pi ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันจนต้องเปิดตัวรุ่น Pi 5 แบบ 1GB เพื่อคงราคาเริ่มต้นไว้ที่ $45

    ผลลัพธ์คือผู้ที่ต้องการสร้างโฮมแลบต้องชั่งใจมากขึ้นระหว่าง พลังประมวลผลที่สูงกว่า (Mini PC) กับ การใช้พลังงานต่ำกว่า (Raspberry Pi) เพราะต้นทุนรวมของทั้งสองแพลตฟอร์มแทบไม่ต่างกันอีกต่อไป นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า วิกฤตราคา DRAM อาจลากยาวหลายปี ทำให้สถานการณ์นี้อาจไม่ใช่เรื่องชั่วคราว

    ในภาพรวม ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Geerling เชื่อว่า “ปีนี้จะเป็นปีแห่งการนำฮาร์ดแวร์เก่ากลับมาใช้ใหม่” เพราะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดท่ามกลางราคาที่พุ่งสูงของอุปกรณ์ใหม่ทุกประเภทในตลาดโฮมแลบ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ราคาของ Raspberry Pi และ Mini PC ใกล้เคียงกันมาก
    Raspberry Pi 5 ชุด 16GB พร้อม SSD และอุปกรณ์เสริมแตะ $246.95
    GMKTec Nucbox G3 Plus ราคา $246.99 ในปี 2026

    ต้นทุน DRAM และ Flash พุ่งสูงทั่วโลก
    ผู้ผลิต Mini PC ต้องขึ้นราคาทุกรุ่น
    Raspberry Pi ก็ได้รับผลกระทบจนต้องเปิดตัวรุ่น 1GB เพื่อคุมราคาเริ่มต้น

    Mini PC ยังแรงกว่า แต่กินไฟมากกว่า
    Intel N100/N150 ให้ประสิทธิภาพสูงกว่า Pi 5 อย่างชัดเจน
    แต่ Raspberry Pi ยังคงเป็นแชมป์ด้านการใช้พลังงานต่ำที่สุดในกลุ่มนี้

    ความเสี่ยงและข้อควรระวังจากสถานการณ์นี้
    ราคาหน่วยความจำอาจยังพุ่งต่อเนื่องหลายปี
    ต้นทุนสร้างโฮมแลบอาจสูงขึ้นจนไม่คุ้มสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่

    https://www.tomshardware.com/raspberry-pi/raspberry-pi-and-mini-pc-home-lab-prices-hit-parity-as-dram-costs-skyrocket-price-hikes-force-hobbyists-to-weigh-up-performance-versus-power-consumption
    💸 ราคาพุ่ง! Raspberry Pi และ Mini PC แทบไม่ต่างกันอีกต่อไป หลัง DRAM ขาดตลาดหนัก ราคาของอุปกรณ์ทำโฮมแลบกำลังพุ่งขึ้นพร้อมกันทั้งฝั่ง Raspberry Pi 5 และ Mini PC ที่ใช้ Intel N100/N150 จนเกิด “ภาวะราคาเท่ากัน” แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ข้อมูลจากการตรวจสอบของ Jeff Geerling และการยืนยันโดย Tom’s Hardware ระบุว่า ชุด Raspberry Pi 5 (16GB + SSD + เคส + PSU) และ GMKTec Nucbox G3 Plus มีราคาแทบไม่ต่างกันเลยในปี 2026 สาเหตุหลักมาจาก ต้นทุน DRAM และ Flash ที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 100% รวมถึงความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้า ทำให้ผู้ผลิต Mini PC ต้องขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน Raspberry Pi ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันจนต้องเปิดตัวรุ่น Pi 5 แบบ 1GB เพื่อคงราคาเริ่มต้นไว้ที่ $45 ผลลัพธ์คือผู้ที่ต้องการสร้างโฮมแลบต้องชั่งใจมากขึ้นระหว่าง พลังประมวลผลที่สูงกว่า (Mini PC) กับ การใช้พลังงานต่ำกว่า (Raspberry Pi) เพราะต้นทุนรวมของทั้งสองแพลตฟอร์มแทบไม่ต่างกันอีกต่อไป นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า วิกฤตราคา DRAM อาจลากยาวหลายปี ทำให้สถานการณ์นี้อาจไม่ใช่เรื่องชั่วคราว ในภาพรวม ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Geerling เชื่อว่า “ปีนี้จะเป็นปีแห่งการนำฮาร์ดแวร์เก่ากลับมาใช้ใหม่” เพราะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดท่ามกลางราคาที่พุ่งสูงของอุปกรณ์ใหม่ทุกประเภทในตลาดโฮมแลบ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ราคาของ Raspberry Pi และ Mini PC ใกล้เคียงกันมาก ➡️ Raspberry Pi 5 ชุด 16GB พร้อม SSD และอุปกรณ์เสริมแตะ $246.95 ➡️ GMKTec Nucbox G3 Plus ราคา $246.99 ในปี 2026 ✅ ต้นทุน DRAM และ Flash พุ่งสูงทั่วโลก ➡️ ผู้ผลิต Mini PC ต้องขึ้นราคาทุกรุ่น ➡️ Raspberry Pi ก็ได้รับผลกระทบจนต้องเปิดตัวรุ่น 1GB เพื่อคุมราคาเริ่มต้น ✅ Mini PC ยังแรงกว่า แต่กินไฟมากกว่า ➡️ Intel N100/N150 ให้ประสิทธิภาพสูงกว่า Pi 5 อย่างชัดเจน ➡️ แต่ Raspberry Pi ยังคงเป็นแชมป์ด้านการใช้พลังงานต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ ‼️ ความเสี่ยงและข้อควรระวังจากสถานการณ์นี้ ⛔ ราคาหน่วยความจำอาจยังพุ่งต่อเนื่องหลายปี ⛔ ต้นทุนสร้างโฮมแลบอาจสูงขึ้นจนไม่คุ้มสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ https://www.tomshardware.com/raspberry-pi/raspberry-pi-and-mini-pc-home-lab-prices-hit-parity-as-dram-costs-skyrocket-price-hikes-force-hobbyists-to-weigh-up-performance-versus-power-consumption
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 16 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 4

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 4
    หลังจากสับคอต่อ คู่แข่งของสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เยอรมัน กับญี่ปุ่น จนคอตั้งหัวตรงบนบ่าไม่เป็น ไปเรียบร้อยในปี ค.ศ.1945 ตลอดเวลา 70 ปี หลังจากนั้น อเมริกาก็คร่ำเคร่ง อยู่กับการวางกองกำลังหลายชั้น สลับซับซ้อน เพื่อเป็นการปิดล้อมรัสเซียกับจีน รายหนึ่งอยู่ heartland กล่องดวงใจของยูเรเซีย อีกราย แม้จะอยู่นอกกล่อง แต่ก็อยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน ไม่ใช่ห่างคนละซีกโลกเหมือนตัว เกิดเขาเอื้อมมาคว้าเอากล่องดวงใจไปครองได้ก่อน อเมริกาจะทำยังไง คิดแล้วก็เสียวจนปวดท้อง อย่างนี้ มันก็ต้องวางแผนซ่อนกันหน่อย
    อเมริกาเห็นตัวอย่าง จากการเป็นผู้นำโลกของจักรภพอังกฤษ ที่(เคย) เป็นนักล่าอาณานิคมหมายเลขหนึ่ง มีจุดโหว่แยะ อเมริกาจึงสร้างเสื้อคลุมประชาธิปไตย มาใส่หลอกชาวบ้าน เพื่อปิดจุดโหว่ ทำเป็นปิด แต่ ยุทธศาสตร์ของจริงอเมริกา ก็ไม่ได้ต่างกับของอังกฤษ มันเป็นการสร้างจักรวรรดิอเมริกา ขึ้นมาแทนที่จักรภพอังกฤษ เพื่อมาเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก ที่มีเป้าหมายที่จะไม่ให้รัสเซีย หรือจีน เข้ามาชิงตำแหน่งมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งนี้ไปอย่างเด็ดขาด
    อันที่จริงในปี ค.ศ.1943 สองปีก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลง ครูแมคซึ่งแก่มากแล้ว แต่ยังมองโลกกลมเหมือนเดิม ได้เขียนบทความชื่อ ” The Round World and the Winning of Peace” โลกกลมกับชัยชนะของสันติภาพ ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ที่ใหญ่คับโลก เตือนสติอเมริกา ไว้ว่า
    …..”dream of a global air power” would not change geopolitical basics … If the Soviet Union emerges from this war as conqueror of Germany .. she must rank as the greatest land power on the globe… controlling the greatest natural fortress on earth”
    …..ความฝันของการเป็นเจ้าแห่งเวหา ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ …..ถ้าโซเวียต เกิดเป็นผู้ชนะเยอรมันในสงครามครั้งนี้ โซเวียตจะกลายเป็นมหาอำนาจใหญ่ยิ่งแห่งภาคพื้นดินของโลก …และเป็นผู้ครอบครองดินแดน ที่มีป้อมปราการทางธรรมชาติ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้….
    ดูเหมือนบทความของครูแมค จะกลายเป็นตัวเร่ง ให้อเมริกาออกคำสั่งประหารสหภาพโซเวียต
    และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง อเมริกาก็ประกาศศักราชแห่งเสรีภาพ Pax Americana ด้วยการเริ่มรายการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ที่อยู่ฝ่ายเดียวกันในตอนทำสงครามโลก โดยการใช้อำนาจทางกองทัพเรือของตน รายล้อมรอบยูเรเซียไว้จนหมดสิ้น เสื้อคลุมเสรีภาพทำงานหนักมาก
    – กองทัพเรือที่ 6 ตั้งฐานไว้ที่เมืองเนเปิลส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 เพื่อควบคุมมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
    – กองทัพเรือที่ 7 ตั้งฐานไว้ที่อ่าวซูบิคของฟิลิปปีนส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1947 เพื่อควบคุมแปซิฟิคด้านตะวันตก
    – กองทัพเรือที่ 5 ตั้งฐานไว้ที่บาห์เรน ที่อ่าวเปอร์เซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995
    ทั้ง heartland และ rimland อยู่ในวงล้อมเรียบร้อย
    ต่อจากนั้น อเมริกาก็ใช้อำนาจทางด้านการทูต เข้ามาเสริมการปิดล้อมทางทหารอีกชั้น ด้วยการลากและจูงลูกหาบ มาเป็นสมาชิกองค์กรนาโต้ The North Atlantic Treaty Organization ในปี ค.ศ.1949
    ยังไม่พอใช่ไหม เสื้อคลุมเสรีภาพยังครอบคลุมไม่พอ ….. อเมริกาจึงตั้ง The Middle East Treaty Organization ในปี ค.ศ.1955
    อ้าว แล้วแถวเอเซียล่ะ….ไม่รอดหรอกน่า…. แล้ว The Southeast Asia Treaty Organization หรือที่เราเรียกกันว่า ซีโต้ ก็เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1954 และ US -Japan Securty Treaty ในปี ค.ศ.1951 ก็ตามมา
    ถึงปี ค.ศ.1955 อเมริกาตั้งเครือข่ายฐานทัพไว้เกือบทั่วโลก ประมาณ 450 ฐานทัพ ใน 36 ประเทศ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมรัสเซียและจีน เป็นยุทธศาสตร์ ที่เหมือนบังเอิญสร้างจากทฤษฏีครูแมค ทั้งปิดทั้งล้อม พวกที่อยู่บนแผ่นดิน โดยพวกที่อยู่บนเกาะ…
    สงครามเย็นเลิกในปี ค.ศ.1991 แต่การปิดล้อมรัสเซียกับจีน กลับเพิ่มมากขึ้น ฐานทัพอเมริกันเพิ่มเป็นกว่า 700 แห่ง มีเครื่องบินรบประมาณ 1,763 เครื่อง ประจำการพร้อมรบ มีอาวุธนิวเคลียร์และระบบต้านการโจมตีทางจรวดกว่า 1,000 ชุด มีเรือรบประมาณ 600 ลำ รวมทั้งหัวรบนิวเคลียร์ 15 ลูก ทั้งหมดเชื่อมโยงกันด้วยระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม
    อ่าวเปอร์เซีย ถูกเลือกให้เป็นจุดศูนย์กลาง ของยุทธศาสตร์ของอเมริกาในการปิดล้อม World Island และบริเวณอ่าวเปอร์เซีย จึงถูกอเมริกาเข้าไปแทรกแซงมากที่สุด ทั้งทางตรง ทางอ้อม เปิดเผย และแปลงตัว หรือ พรางตัว
    การปฏิวัติในอิหร่านเพื่อเปลี่ยนตัวผู้ปกครอง การโค่นล้มซัดดัมแห่งอิรัค การสร้างนักรบมูจาฮิดีนของอาฟกานิสถาน ทั้งหมดล้วนเป็นแผนตามยุทธศาสตร์ของอเมริกา ที่ต้องการสร้างความสั่นคลอนให้กับโซเวียตในทางตรง และทางอ้อมทั้งสิ้น ถ้าเอาแผนที่มาดูบริเวณที่ตั้งของประเทศเหล่านี้ คงจะเข้าใจการเดินหมากของอเมริกามากขึ้น
    ขนาดเจอแผนตามยุทธศาสตร์ แบบจัดหนักขนาดนี้ แต่โซเวียตก็ยังไม่ตายสนิทสมใจอเมริกา ไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ที่ปรึกษาของพณฯ ท่านถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ จึงเสนอให้ใช้ปฏิบัติการ Operation Cyclone ในช่วงปี ค.ศ.1980 กว่าๆ ที่ใช้งบสูงถึงปีละประมาณ 500 ล้านเหรียญ เพื่อจัดตั้งกองทัพมุสลิม เอาไว้โจมตีเอเซียกลาง และจัดส่งอิสลามหัวรุนแรงเข้าไปในโซเวียต heartland
    ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับกองทัพของอาฟกานิสถาน ที่เคยเป็นเพื่อนกับโซเวียต และค่อยๆแซะให้ยุโรปตะวันออก แยกตัวมาจากการเกาะกลุ่มกับโซเวียต
    เมื่อมีผู้ถามไอ้คุณแสบ เบรซินสกี้ ภายหลังว่า คิดยังไงถึงสร้างกองกำลังมุสลิม ที่ภายหลังก็กลายเป็นปัญหากับอเมริกาเอง ไอ้คุณแสบย้อนถามกลับว่า อะไรสำคัญกว่าในประวัติศาสตร์ของโลก พวกตาลีบัน หรือการล่มสลายของสหภาพโซเวียต?
    คำตอบนี้ น่าจะทำให้เราเริ่มรู้จัก “ยุทธศาสตร์” ของอเมริกา….
    แม้อเมริกาจะมีชัยชนะจากสงครามเย็น โซเวียตล่มสลายตามแผน แต่ชัยชนะนั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนสภาพทางภูมิศาสตร์ของ World Island ได้
    หลังจากทุบกำแพงเบอร์ลินทิ้งลง ในปี ค.ศ.1989 อเมริกาก็รีบร่างนโยบายต่างประเทศขึ้นมาใหม่อีกอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นปฏิบัติการยุค “หลัง” สงครามเย็น มันก็คือการปิดล้อมต่อนั่นแหละ แต่มาในรูปแบบใหม่ ด้วยการยึดอ่าวเปอร์เซียเป็นที่มั่น โดยใช้การบุกคูเวตของซัดดัมเป็นข้ออ้าง…
    ปี ค.ศ.2003 เมื่ออเมริกาบุกอิรัค Paul Kennedy นักประวัติศาสตร์ชื่อดังของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ที่เห็นพ้องกับทฤษฏีของครูแมค ได้เขียนในสื่ออังกฤษ The Guardian ว่า … ขณะนี้ ทหารจำนวนหลายแสนของอเมริกา กำลังอยู่ที่ชายขอบ rimland ของยูเรเซีย ดูเหมือนว่า อเมริกากำลังเดินตามคำเตือนของครูแมค โดยมุ่งมั่นที่จะควบคุม ” จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ ” the geographical pivot of history
    เวลาผ่านไป อเมริกาก็เพิ่มการปิดล้อม เหนือชั้นขึ้นไปอีก แค่เอาทหารไปประจำการ boots on the ground มันยังล้อมไม่ถึงใจ ครอบคลุมไม่ได้หมด อเมริกาจึงใช้ ลูกตา และอาวุธลอยฟ้า ที่เรียกว่า “โดรน” drone เพิ่มเข้ามา
    ปี ค.ศ.2011 กองทัพอากาศอเมริกันร่วมงานกับซีไอเอ สร้างฐานโดรนขึ้นมารอบ World Island ตั้งแต่ ซินโยเนลลาในซิซีลี ไปจนถึง อินเซอลิกที่ตุรกี ลงมาที่จิบูติ ตรงทะเลแดง ขึ้นไปที่กาตาร์ อาบูดาบี ที่อ่าวเปอร์เซีย ออกมาต่อที่หมู่เกาะซีเชลล์ ในมหาสมุทรอินเดีย จาลาละบัด โคสต์ กันดาหาร์ ชินดัน ในอาฟกานิสถาน ลงมาแปซิฟิก แซมบิโอก้า ในฟิลิปปินส์ รวมทั้งที่สนามบินแอนเดอร์สัน ที่เกาะกวม โฮ๊ย… ไล่อ่านชื่อตามแผนที่เสียลูกตาแทบหลุด
    เพนตากอนจ่ายเงิน สำหรับโครนลอยฟ้าไปแค่ 1 หมื่นล้านเหรียญ เพื่อสร้างฝูงโดรนตาเหยี่ยว Global Hawk 99 ตัว ที่ติดตั้งกล้องสำรวจพื้นที่รัศมีหลายร้อยไมล์ มีเครื่องอีเลคโทรนิคที่พร้อมสื่อสารเป็นเวลานานติดต่อกันถึง 35 ชั่วโมง และในระยะทางไม่น้อยกว่า 8,700 ไมล์
    แค่เขียนเล่าก็เหนื่อยแล้วครับ ไม่รู้ว่ามันเป็นบ้าอะไร ถ้ามันบ้าทฤษฏีครูแมคนัก ทำไมมันไม่ได้คิดต่อจากที่ครูแมคพูดเลยหรือ … แม้แต่การเป็นเจ้าเวหา ก็ใช่ว่าจะเอาชนะรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    25 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 4 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 4 หลังจากสับคอต่อ คู่แข่งของสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เยอรมัน กับญี่ปุ่น จนคอตั้งหัวตรงบนบ่าไม่เป็น ไปเรียบร้อยในปี ค.ศ.1945 ตลอดเวลา 70 ปี หลังจากนั้น อเมริกาก็คร่ำเคร่ง อยู่กับการวางกองกำลังหลายชั้น สลับซับซ้อน เพื่อเป็นการปิดล้อมรัสเซียกับจีน รายหนึ่งอยู่ heartland กล่องดวงใจของยูเรเซีย อีกราย แม้จะอยู่นอกกล่อง แต่ก็อยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน ไม่ใช่ห่างคนละซีกโลกเหมือนตัว เกิดเขาเอื้อมมาคว้าเอากล่องดวงใจไปครองได้ก่อน อเมริกาจะทำยังไง คิดแล้วก็เสียวจนปวดท้อง อย่างนี้ มันก็ต้องวางแผนซ่อนกันหน่อย อเมริกาเห็นตัวอย่าง จากการเป็นผู้นำโลกของจักรภพอังกฤษ ที่(เคย) เป็นนักล่าอาณานิคมหมายเลขหนึ่ง มีจุดโหว่แยะ อเมริกาจึงสร้างเสื้อคลุมประชาธิปไตย มาใส่หลอกชาวบ้าน เพื่อปิดจุดโหว่ ทำเป็นปิด แต่ ยุทธศาสตร์ของจริงอเมริกา ก็ไม่ได้ต่างกับของอังกฤษ มันเป็นการสร้างจักรวรรดิอเมริกา ขึ้นมาแทนที่จักรภพอังกฤษ เพื่อมาเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก ที่มีเป้าหมายที่จะไม่ให้รัสเซีย หรือจีน เข้ามาชิงตำแหน่งมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งนี้ไปอย่างเด็ดขาด อันที่จริงในปี ค.ศ.1943 สองปีก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลง ครูแมคซึ่งแก่มากแล้ว แต่ยังมองโลกกลมเหมือนเดิม ได้เขียนบทความชื่อ ” The Round World and the Winning of Peace” โลกกลมกับชัยชนะของสันติภาพ ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ที่ใหญ่คับโลก เตือนสติอเมริกา ไว้ว่า …..”dream of a global air power” would not change geopolitical basics … If the Soviet Union emerges from this war as conqueror of Germany .. she must rank as the greatest land power on the globe… controlling the greatest natural fortress on earth” …..ความฝันของการเป็นเจ้าแห่งเวหา ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ …..ถ้าโซเวียต เกิดเป็นผู้ชนะเยอรมันในสงครามครั้งนี้ โซเวียตจะกลายเป็นมหาอำนาจใหญ่ยิ่งแห่งภาคพื้นดินของโลก …และเป็นผู้ครอบครองดินแดน ที่มีป้อมปราการทางธรรมชาติ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้…. ดูเหมือนบทความของครูแมค จะกลายเป็นตัวเร่ง ให้อเมริกาออกคำสั่งประหารสหภาพโซเวียต และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง อเมริกาก็ประกาศศักราชแห่งเสรีภาพ Pax Americana ด้วยการเริ่มรายการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ที่อยู่ฝ่ายเดียวกันในตอนทำสงครามโลก โดยการใช้อำนาจทางกองทัพเรือของตน รายล้อมรอบยูเรเซียไว้จนหมดสิ้น เสื้อคลุมเสรีภาพทำงานหนักมาก – กองทัพเรือที่ 6 ตั้งฐานไว้ที่เมืองเนเปิลส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 เพื่อควบคุมมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน – กองทัพเรือที่ 7 ตั้งฐานไว้ที่อ่าวซูบิคของฟิลิปปีนส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1947 เพื่อควบคุมแปซิฟิคด้านตะวันตก – กองทัพเรือที่ 5 ตั้งฐานไว้ที่บาห์เรน ที่อ่าวเปอร์เซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 ทั้ง heartland และ rimland อยู่ในวงล้อมเรียบร้อย ต่อจากนั้น อเมริกาก็ใช้อำนาจทางด้านการทูต เข้ามาเสริมการปิดล้อมทางทหารอีกชั้น ด้วยการลากและจูงลูกหาบ มาเป็นสมาชิกองค์กรนาโต้ The North Atlantic Treaty Organization ในปี ค.ศ.1949 ยังไม่พอใช่ไหม เสื้อคลุมเสรีภาพยังครอบคลุมไม่พอ ….. อเมริกาจึงตั้ง The Middle East Treaty Organization ในปี ค.ศ.1955 อ้าว แล้วแถวเอเซียล่ะ….ไม่รอดหรอกน่า…. แล้ว The Southeast Asia Treaty Organization หรือที่เราเรียกกันว่า ซีโต้ ก็เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1954 และ US -Japan Securty Treaty ในปี ค.ศ.1951 ก็ตามมา ถึงปี ค.ศ.1955 อเมริกาตั้งเครือข่ายฐานทัพไว้เกือบทั่วโลก ประมาณ 450 ฐานทัพ ใน 36 ประเทศ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมรัสเซียและจีน เป็นยุทธศาสตร์ ที่เหมือนบังเอิญสร้างจากทฤษฏีครูแมค ทั้งปิดทั้งล้อม พวกที่อยู่บนแผ่นดิน โดยพวกที่อยู่บนเกาะ… สงครามเย็นเลิกในปี ค.ศ.1991 แต่การปิดล้อมรัสเซียกับจีน กลับเพิ่มมากขึ้น ฐานทัพอเมริกันเพิ่มเป็นกว่า 700 แห่ง มีเครื่องบินรบประมาณ 1,763 เครื่อง ประจำการพร้อมรบ มีอาวุธนิวเคลียร์และระบบต้านการโจมตีทางจรวดกว่า 1,000 ชุด มีเรือรบประมาณ 600 ลำ รวมทั้งหัวรบนิวเคลียร์ 15 ลูก ทั้งหมดเชื่อมโยงกันด้วยระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม อ่าวเปอร์เซีย ถูกเลือกให้เป็นจุดศูนย์กลาง ของยุทธศาสตร์ของอเมริกาในการปิดล้อม World Island และบริเวณอ่าวเปอร์เซีย จึงถูกอเมริกาเข้าไปแทรกแซงมากที่สุด ทั้งทางตรง ทางอ้อม เปิดเผย และแปลงตัว หรือ พรางตัว การปฏิวัติในอิหร่านเพื่อเปลี่ยนตัวผู้ปกครอง การโค่นล้มซัดดัมแห่งอิรัค การสร้างนักรบมูจาฮิดีนของอาฟกานิสถาน ทั้งหมดล้วนเป็นแผนตามยุทธศาสตร์ของอเมริกา ที่ต้องการสร้างความสั่นคลอนให้กับโซเวียตในทางตรง และทางอ้อมทั้งสิ้น ถ้าเอาแผนที่มาดูบริเวณที่ตั้งของประเทศเหล่านี้ คงจะเข้าใจการเดินหมากของอเมริกามากขึ้น ขนาดเจอแผนตามยุทธศาสตร์ แบบจัดหนักขนาดนี้ แต่โซเวียตก็ยังไม่ตายสนิทสมใจอเมริกา ไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ที่ปรึกษาของพณฯ ท่านถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ จึงเสนอให้ใช้ปฏิบัติการ Operation Cyclone ในช่วงปี ค.ศ.1980 กว่าๆ ที่ใช้งบสูงถึงปีละประมาณ 500 ล้านเหรียญ เพื่อจัดตั้งกองทัพมุสลิม เอาไว้โจมตีเอเซียกลาง และจัดส่งอิสลามหัวรุนแรงเข้าไปในโซเวียต heartland ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับกองทัพของอาฟกานิสถาน ที่เคยเป็นเพื่อนกับโซเวียต และค่อยๆแซะให้ยุโรปตะวันออก แยกตัวมาจากการเกาะกลุ่มกับโซเวียต เมื่อมีผู้ถามไอ้คุณแสบ เบรซินสกี้ ภายหลังว่า คิดยังไงถึงสร้างกองกำลังมุสลิม ที่ภายหลังก็กลายเป็นปัญหากับอเมริกาเอง ไอ้คุณแสบย้อนถามกลับว่า อะไรสำคัญกว่าในประวัติศาสตร์ของโลก พวกตาลีบัน หรือการล่มสลายของสหภาพโซเวียต? คำตอบนี้ น่าจะทำให้เราเริ่มรู้จัก “ยุทธศาสตร์” ของอเมริกา…. แม้อเมริกาจะมีชัยชนะจากสงครามเย็น โซเวียตล่มสลายตามแผน แต่ชัยชนะนั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนสภาพทางภูมิศาสตร์ของ World Island ได้ หลังจากทุบกำแพงเบอร์ลินทิ้งลง ในปี ค.ศ.1989 อเมริกาก็รีบร่างนโยบายต่างประเทศขึ้นมาใหม่อีกอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นปฏิบัติการยุค “หลัง” สงครามเย็น มันก็คือการปิดล้อมต่อนั่นแหละ แต่มาในรูปแบบใหม่ ด้วยการยึดอ่าวเปอร์เซียเป็นที่มั่น โดยใช้การบุกคูเวตของซัดดัมเป็นข้ออ้าง… ปี ค.ศ.2003 เมื่ออเมริกาบุกอิรัค Paul Kennedy นักประวัติศาสตร์ชื่อดังของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ที่เห็นพ้องกับทฤษฏีของครูแมค ได้เขียนในสื่ออังกฤษ The Guardian ว่า … ขณะนี้ ทหารจำนวนหลายแสนของอเมริกา กำลังอยู่ที่ชายขอบ rimland ของยูเรเซีย ดูเหมือนว่า อเมริกากำลังเดินตามคำเตือนของครูแมค โดยมุ่งมั่นที่จะควบคุม ” จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ ” the geographical pivot of history เวลาผ่านไป อเมริกาก็เพิ่มการปิดล้อม เหนือชั้นขึ้นไปอีก แค่เอาทหารไปประจำการ boots on the ground มันยังล้อมไม่ถึงใจ ครอบคลุมไม่ได้หมด อเมริกาจึงใช้ ลูกตา และอาวุธลอยฟ้า ที่เรียกว่า “โดรน” drone เพิ่มเข้ามา ปี ค.ศ.2011 กองทัพอากาศอเมริกันร่วมงานกับซีไอเอ สร้างฐานโดรนขึ้นมารอบ World Island ตั้งแต่ ซินโยเนลลาในซิซีลี ไปจนถึง อินเซอลิกที่ตุรกี ลงมาที่จิบูติ ตรงทะเลแดง ขึ้นไปที่กาตาร์ อาบูดาบี ที่อ่าวเปอร์เซีย ออกมาต่อที่หมู่เกาะซีเชลล์ ในมหาสมุทรอินเดีย จาลาละบัด โคสต์ กันดาหาร์ ชินดัน ในอาฟกานิสถาน ลงมาแปซิฟิก แซมบิโอก้า ในฟิลิปปินส์ รวมทั้งที่สนามบินแอนเดอร์สัน ที่เกาะกวม โฮ๊ย… ไล่อ่านชื่อตามแผนที่เสียลูกตาแทบหลุด เพนตากอนจ่ายเงิน สำหรับโครนลอยฟ้าไปแค่ 1 หมื่นล้านเหรียญ เพื่อสร้างฝูงโดรนตาเหยี่ยว Global Hawk 99 ตัว ที่ติดตั้งกล้องสำรวจพื้นที่รัศมีหลายร้อยไมล์ มีเครื่องอีเลคโทรนิคที่พร้อมสื่อสารเป็นเวลานานติดต่อกันถึง 35 ชั่วโมง และในระยะทางไม่น้อยกว่า 8,700 ไมล์ แค่เขียนเล่าก็เหนื่อยแล้วครับ ไม่รู้ว่ามันเป็นบ้าอะไร ถ้ามันบ้าทฤษฏีครูแมคนัก ทำไมมันไม่ได้คิดต่อจากที่ครูแมคพูดเลยหรือ … แม้แต่การเป็นเจ้าเวหา ก็ใช่ว่าจะเอาชนะรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ …. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 25 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 40 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 3

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 3
    ก่อนจะเข้าไปถึงยุทธศาสตร์ หรือแผนเดินหมากของแต่ละฝ่าย เรามาทำความรู้จักกับบริเวณที่เป็นส่วนสำคัญของการสร้างยุทธศาสตร์ของทั้ง 2 ฝ่าย ในช่วงประมาณ 25 – 30 ปีที่ผ่านมา นั่นคือบริเวณที่ครูแมค เรียกว่า “heartland” หรือ ที่ผมเรียกว่า “กล่องดวงใจ” ของผืนแผ่นดืนอันกว้างใหญ่ ที่ครูแมคเรียกว่า “World Island”
    heartland หรือ กล่องดวงใจ ในปัจจุบันคือ บริเวณ ที่เป็นรัสเซีย เอเซียกลาง (บางทีเรียกกันว่าบอลข่าน) และคอเคซัส
    ส่วนใหญ่เรารู้จักรัสเซียกันดีแล้ว รัสเซีย เป็นประเทศที่มีบริเวณกว้างใหญ่ที่สุดในโลก มีเขตแดนติดต่อกับเพื่อนบ้านถึง 14 ประเทศ แต่เรารู้จักเอเซียกลางและคอเคซัสน้อยมาก ทั้งที่ 2 บริเวณนั้น เป็นส่วนสำคัญของกล่องดวงใจ และเป็นสาเหตุใหญ่ ที่ทำให้ส่วนอื่นในโลก เสทือนและวุ่นวายไปหมด
    เอเซียกลาง เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต เมื่อสหภาพล่มสลายในปี ค.ศ.1991 ประเทศที่อยู่ในเอเซียกลาง ก็ทยอยกันประกาศอิสรภาพ เกิดประเทศใหม่ 5 ประเทศ คือ คาซัคสถาน (ที่มีบริวณกว้างใหญ่ที่สุด) คีร์กิสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอูซเบกิซสถาน นอกจากเรียกเอเซียกลางแล้ว บางทีก็เรียกกันว่า บอลข่าน หรือเรียกกันว่า “ท้องน้อย” soft under belly ของรัสเซีย ผมว่า ชื่อหลังนี้ ทำให้เห็นความหมาย และความสำคัญของเอเซียกลางได้ชัดดี
    เอเซียกลาง ครอบคลุมเนื้อที่ ตั้งเแต่บริเวณทะเลสาปแคสเปียน ยาวไปจนถึงเขตแดนของจีน และลงล่างมาชนอิหร่าน ยาวออกขวาไปถึงปากีสถาน
    เอเซียกลางเป็นแหล่งรวมของสาระพัดเผ่าพันธุ์ ตั้งแต่เปอร์เซีย เติร์ก จีน สลาฟ รัสเซีย ฯลฯ นับถือศาสนาต่างๆ มีทั้ง มุสลิม คริสเตียน ยิว ฮินดู และพุทธ
    ส่วนสำคัญของเอเซียกลางคือ บริเวณที่เรียกว่า คอเคซัส Causasus เป็นดินแดน อยู่ระหว่างทะเลดำกับทะเลสาบแคสเปียน บริเวณนี้มีชนกลุ่มน้อยประมาณ 50 กลุ่ม มีภาษาพูดหลากหลาย แต่ภาษากลางที่ใช้สื่อสารกัน คือ ภาษาของชาวอาเซอร์ไบจัน Azerbaijan กับ อาร์เมเนีย Armenia
    คงมีคนรู้จัก อาเซอร์ไบจัน น้อยมาก บางคนคงแทบไม่เคยได้ยินเลย แต่เชื่อไหมครับ ว่า มีหอการค้า ระหว่างอเมริกากับอาเซอร์ไบจัน ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1995 แล้วนะ และหอการค้ารายนี้ มันคงสำคัญมาก ถึงกับต้องมี ท่านประธานหอ กรรมการ และที่ปรึกษาอย่างเช่น ไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิ๊ก เชนี่ อดีตรองประธานาธิบดี สมัยคาวบอยบุช, เจมส์ เบเกอร์ ที่ 3 อดีต รม ต.ปท ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของตระกูลบุช , ไอ้แสบหนึ่ง เฮนรี่ คิสซิงเจอร์, เบรนท์ สโควครอฟ และแน่นอน ที่ขาดไม่ได้คือ ไอ้แสบสอง ชบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinski ….ที่อาจจะแสบกว่า ไอ้แสบหนึ่ง
    น่าสนใจนะครับ ไอ้พวกนี้จับกลุ่มคิดจะทำอะไร ไม่เคยเป็นเรื่องดี
    คอเคซัส โดยเฉพาะตรงบริเวณทะเลสาปแคสเปียน เป็นบริเวณที่มีแหล่งพลังงาน อุดมสมบูรณ์มหาศาล เป็นอันดับสามของโลก น่ากินอย่างบอกไม่ถูก ที่สำคัญน้อยคนจะมีโอกาสเข้าไปกิน ท้องน้อยของรัสเซีย มีเสน่ห์รุนแรงเหลือเกิน
    อาเซอร์ไบจัน ที่อยู่ในบริเวณคอเคซัส และคาร์ซัคสถานที่อยู่ตรงกลางท้องน้อย มีทางเข้าไปสู่แหล่งน้ำมันในทะเลสาปแคสเปียน ส่วนเติร์กเมนิสถาน และอุซเบกิสถาน อีก 2 ประเทศ ที่อยู่บริเวณท้องน้อยเหมือนกัน มีแหล่งแก๊สมหึมา ที่เขาว่า อาจจะใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ ท้องน้อยเสน่ห์แรง ยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ เช่น ยูเรเนียม ทองคำ ทองแดง แมงกานีส ทังสเตน และสังกะสี เสน่ห์แรงอย่างนี้ ก็คงมีแต่คนอยากจะเป็นเจ้าของท้องน้อยของรัสเซีย
    อเมริกา เริ่มศึกษาเกี่ยวกับท้องน้อยของรัสเซีย อย่างน้อย ก็ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1992 เรียกว่า พอสหภาพโซเวียตแตกสลายหมาดๆ ยังเอาธงลงจากเสายังไม่หมดดี อเมริกาก็เตรียมตัวเข้าไปปล้นต่อแล้ว เพราะมีเอกสารของเพนตากอน ในปี ค.ศ.1992 ระบุว่า
    ” ….เป้าหมายแรกของเรา คือ เราต้องทำทุกอย่าง ที่จะไม่ให้มีคู่แข่งเกิดขึ้น ในบริเวณดินแดน ส่วนที่เคยเป็นสหภาพโซเวียต เรามองไปถึงการที่เราจะเข้าไปมีอำนาจปกครอง หรือครอบครองบริเวณนั้น…..และเราจำเป็น ที่จะต้องทำทุกประการ เพื่อเป็นการป้องกัน ไม่ให้อำนาจใด โดยลำพัง หรือ โดยร่วมกัน เข้ามามีอำนาจเหนือบริเวณดังกล่าว…. ซึ่งมีทรัพยากรล้นเหลือ พอที่จะสร้างอำนาจในการครอบครองโลกได้ …. ยุทธศาสตร์ของเรา จึงต้อง “กลับมา” เน้นที่จุดนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้มี “การเกิดใหม่” ของผู้ที่จะมีโอกาสเป็นคู่แข่งของเรา….”
    และนี่ น่าจะเป็นที่มาของยุทธศาสตร์ ครองโลกและปิดล้อมของอเมริกา ส่วนผู้ที่จะมีโอกาสเป็นคู่แข่งของอเมริกา ในช่วงนั้น น่าจะหมายถึงรัสเซีย ทายาทของสหภาพโซเวียต ที่เพิ่งถูกอเมริกาและพวก รุมกำจัด คือเตรียมฆ่าล้างโคตรกันเลย
    ส่วน Rand National Defense Research Institute ถังความคิดด้านความมั่นคงของอเมริกา ก็สรุปทำนองเดียวกันว่า เป้าใหม่ที่อเมริกาต้องมอง (จริงๆ คือ ยึด ) คือ เอเซียกลาง
    นอกจากนี้ Graham Fuller (จำชื่อเขาได้ไหมครับ จำไม่ได้ไม่เป็นไร แต่อย่าเพิ่งลืมแล้วกัน ) ซึ่งเป็นอดีตหน้าหน่วยซีไอเอประจำอยู่ที่เมืองคาบุล อาฟกานิสถาน บอกว่า … เพราะบริเวณที่ตั้งของเอเซียกลาง มีความหมายอย่างยิ่ง ต่อยุทธศาสตร์ของอเมริกา การเอาเอเซียกลางมาอยู่ในความควบคุมของอเมริกา จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น…..
    ส่วนไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ก็เขียนไว้ใน The Grand Chess Board ตอนนึงว่า….. ยูเรเซียบอลข่าน … เป็นจุดเชื่อมสำคัญ สู่แหล่งพลังงานที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ของทั้งฝ่ายตะวันตก และฝ่ายตะวันออก และเป็นจุดที่อย่างน้อย 3 ใน 4 ประเทศ ที่เรียงรายกันอยู่รอบบอลข่าน คือ รัสเซีย ตุรกี อิหร่าน และจีน กำลังความสนใจในเชิงการเมืองในภูมิภาคแถบนั้น
    ไอ้คุณแสบเขียนไว้ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1997 นะครับ
    ในหนังสือเล่มเดียวกัน ไอ้คุณแสบยังวิเคราะห์ไว้ด้วยว่า สงครามช่วงชิงความเป็นใหญ่ the first great war รายการแรกของศตวรรษที่ 21 จะเกิดขึ้นในแถบบอลข่าน และ 4 ปีต่อมาจากที่ไอ้คุณแสบเขียนไว้ อเมริกาและนาโต้ ก็บุกอาฟกานิสถาน ซึ่งมีอาณาเขตอยู่ติดกับบอลข่านหรือเอเซียกลาง อย่างชนิดชิดจนได้ยินเสียงหายใจ
    มันเป็นการยึดครองทางทหาร ที่นานที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    24 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 3 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 3 ก่อนจะเข้าไปถึงยุทธศาสตร์ หรือแผนเดินหมากของแต่ละฝ่าย เรามาทำความรู้จักกับบริเวณที่เป็นส่วนสำคัญของการสร้างยุทธศาสตร์ของทั้ง 2 ฝ่าย ในช่วงประมาณ 25 – 30 ปีที่ผ่านมา นั่นคือบริเวณที่ครูแมค เรียกว่า “heartland” หรือ ที่ผมเรียกว่า “กล่องดวงใจ” ของผืนแผ่นดืนอันกว้างใหญ่ ที่ครูแมคเรียกว่า “World Island” heartland หรือ กล่องดวงใจ ในปัจจุบันคือ บริเวณ ที่เป็นรัสเซีย เอเซียกลาง (บางทีเรียกกันว่าบอลข่าน) และคอเคซัส ส่วนใหญ่เรารู้จักรัสเซียกันดีแล้ว รัสเซีย เป็นประเทศที่มีบริเวณกว้างใหญ่ที่สุดในโลก มีเขตแดนติดต่อกับเพื่อนบ้านถึง 14 ประเทศ แต่เรารู้จักเอเซียกลางและคอเคซัสน้อยมาก ทั้งที่ 2 บริเวณนั้น เป็นส่วนสำคัญของกล่องดวงใจ และเป็นสาเหตุใหญ่ ที่ทำให้ส่วนอื่นในโลก เสทือนและวุ่นวายไปหมด เอเซียกลาง เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต เมื่อสหภาพล่มสลายในปี ค.ศ.1991 ประเทศที่อยู่ในเอเซียกลาง ก็ทยอยกันประกาศอิสรภาพ เกิดประเทศใหม่ 5 ประเทศ คือ คาซัคสถาน (ที่มีบริวณกว้างใหญ่ที่สุด) คีร์กิสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอูซเบกิซสถาน นอกจากเรียกเอเซียกลางแล้ว บางทีก็เรียกกันว่า บอลข่าน หรือเรียกกันว่า “ท้องน้อย” soft under belly ของรัสเซีย ผมว่า ชื่อหลังนี้ ทำให้เห็นความหมาย และความสำคัญของเอเซียกลางได้ชัดดี เอเซียกลาง ครอบคลุมเนื้อที่ ตั้งเแต่บริเวณทะเลสาปแคสเปียน ยาวไปจนถึงเขตแดนของจีน และลงล่างมาชนอิหร่าน ยาวออกขวาไปถึงปากีสถาน เอเซียกลางเป็นแหล่งรวมของสาระพัดเผ่าพันธุ์ ตั้งแต่เปอร์เซีย เติร์ก จีน สลาฟ รัสเซีย ฯลฯ นับถือศาสนาต่างๆ มีทั้ง มุสลิม คริสเตียน ยิว ฮินดู และพุทธ ส่วนสำคัญของเอเซียกลางคือ บริเวณที่เรียกว่า คอเคซัส Causasus เป็นดินแดน อยู่ระหว่างทะเลดำกับทะเลสาบแคสเปียน บริเวณนี้มีชนกลุ่มน้อยประมาณ 50 กลุ่ม มีภาษาพูดหลากหลาย แต่ภาษากลางที่ใช้สื่อสารกัน คือ ภาษาของชาวอาเซอร์ไบจัน Azerbaijan กับ อาร์เมเนีย Armenia คงมีคนรู้จัก อาเซอร์ไบจัน น้อยมาก บางคนคงแทบไม่เคยได้ยินเลย แต่เชื่อไหมครับ ว่า มีหอการค้า ระหว่างอเมริกากับอาเซอร์ไบจัน ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1995 แล้วนะ และหอการค้ารายนี้ มันคงสำคัญมาก ถึงกับต้องมี ท่านประธานหอ กรรมการ และที่ปรึกษาอย่างเช่น ไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิ๊ก เชนี่ อดีตรองประธานาธิบดี สมัยคาวบอยบุช, เจมส์ เบเกอร์ ที่ 3 อดีต รม ต.ปท ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของตระกูลบุช , ไอ้แสบหนึ่ง เฮนรี่ คิสซิงเจอร์, เบรนท์ สโควครอฟ และแน่นอน ที่ขาดไม่ได้คือ ไอ้แสบสอง ชบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinski ….ที่อาจจะแสบกว่า ไอ้แสบหนึ่ง น่าสนใจนะครับ ไอ้พวกนี้จับกลุ่มคิดจะทำอะไร ไม่เคยเป็นเรื่องดี คอเคซัส โดยเฉพาะตรงบริเวณทะเลสาปแคสเปียน เป็นบริเวณที่มีแหล่งพลังงาน อุดมสมบูรณ์มหาศาล เป็นอันดับสามของโลก น่ากินอย่างบอกไม่ถูก ที่สำคัญน้อยคนจะมีโอกาสเข้าไปกิน ท้องน้อยของรัสเซีย มีเสน่ห์รุนแรงเหลือเกิน อาเซอร์ไบจัน ที่อยู่ในบริเวณคอเคซัส และคาร์ซัคสถานที่อยู่ตรงกลางท้องน้อย มีทางเข้าไปสู่แหล่งน้ำมันในทะเลสาปแคสเปียน ส่วนเติร์กเมนิสถาน และอุซเบกิสถาน อีก 2 ประเทศ ที่อยู่บริเวณท้องน้อยเหมือนกัน มีแหล่งแก๊สมหึมา ที่เขาว่า อาจจะใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ ท้องน้อยเสน่ห์แรง ยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุสำคัญ เช่น ยูเรเนียม ทองคำ ทองแดง แมงกานีส ทังสเตน และสังกะสี เสน่ห์แรงอย่างนี้ ก็คงมีแต่คนอยากจะเป็นเจ้าของท้องน้อยของรัสเซีย อเมริกา เริ่มศึกษาเกี่ยวกับท้องน้อยของรัสเซีย อย่างน้อย ก็ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1992 เรียกว่า พอสหภาพโซเวียตแตกสลายหมาดๆ ยังเอาธงลงจากเสายังไม่หมดดี อเมริกาก็เตรียมตัวเข้าไปปล้นต่อแล้ว เพราะมีเอกสารของเพนตากอน ในปี ค.ศ.1992 ระบุว่า ” ….เป้าหมายแรกของเรา คือ เราต้องทำทุกอย่าง ที่จะไม่ให้มีคู่แข่งเกิดขึ้น ในบริเวณดินแดน ส่วนที่เคยเป็นสหภาพโซเวียต เรามองไปถึงการที่เราจะเข้าไปมีอำนาจปกครอง หรือครอบครองบริเวณนั้น…..และเราจำเป็น ที่จะต้องทำทุกประการ เพื่อเป็นการป้องกัน ไม่ให้อำนาจใด โดยลำพัง หรือ โดยร่วมกัน เข้ามามีอำนาจเหนือบริเวณดังกล่าว…. ซึ่งมีทรัพยากรล้นเหลือ พอที่จะสร้างอำนาจในการครอบครองโลกได้ …. ยุทธศาสตร์ของเรา จึงต้อง “กลับมา” เน้นที่จุดนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้มี “การเกิดใหม่” ของผู้ที่จะมีโอกาสเป็นคู่แข่งของเรา….” และนี่ น่าจะเป็นที่มาของยุทธศาสตร์ ครองโลกและปิดล้อมของอเมริกา ส่วนผู้ที่จะมีโอกาสเป็นคู่แข่งของอเมริกา ในช่วงนั้น น่าจะหมายถึงรัสเซีย ทายาทของสหภาพโซเวียต ที่เพิ่งถูกอเมริกาและพวก รุมกำจัด คือเตรียมฆ่าล้างโคตรกันเลย ส่วน Rand National Defense Research Institute ถังความคิดด้านความมั่นคงของอเมริกา ก็สรุปทำนองเดียวกันว่า เป้าใหม่ที่อเมริกาต้องมอง (จริงๆ คือ ยึด ) คือ เอเซียกลาง นอกจากนี้ Graham Fuller (จำชื่อเขาได้ไหมครับ จำไม่ได้ไม่เป็นไร แต่อย่าเพิ่งลืมแล้วกัน ) ซึ่งเป็นอดีตหน้าหน่วยซีไอเอประจำอยู่ที่เมืองคาบุล อาฟกานิสถาน บอกว่า … เพราะบริเวณที่ตั้งของเอเซียกลาง มีความหมายอย่างยิ่ง ต่อยุทธศาสตร์ของอเมริกา การเอาเอเซียกลางมาอยู่ในความควบคุมของอเมริกา จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น….. ส่วนไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ก็เขียนไว้ใน The Grand Chess Board ตอนนึงว่า….. ยูเรเซียบอลข่าน … เป็นจุดเชื่อมสำคัญ สู่แหล่งพลังงานที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ของทั้งฝ่ายตะวันตก และฝ่ายตะวันออก และเป็นจุดที่อย่างน้อย 3 ใน 4 ประเทศ ที่เรียงรายกันอยู่รอบบอลข่าน คือ รัสเซีย ตุรกี อิหร่าน และจีน กำลังความสนใจในเชิงการเมืองในภูมิภาคแถบนั้น ไอ้คุณแสบเขียนไว้ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1997 นะครับ ในหนังสือเล่มเดียวกัน ไอ้คุณแสบยังวิเคราะห์ไว้ด้วยว่า สงครามช่วงชิงความเป็นใหญ่ the first great war รายการแรกของศตวรรษที่ 21 จะเกิดขึ้นในแถบบอลข่าน และ 4 ปีต่อมาจากที่ไอ้คุณแสบเขียนไว้ อเมริกาและนาโต้ ก็บุกอาฟกานิสถาน ซึ่งมีอาณาเขตอยู่ติดกับบอลข่านหรือเอเซียกลาง อย่างชนิดชิดจนได้ยินเสียงหายใจ มันเป็นการยึดครองทางทหาร ที่นานที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 24 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 35 มุมมอง 0 รีวิว
  • เหรียญพระครูใบฎีกาบุญมา สมาจาโร วัดใหม่ท่าสาย จ.นครศรีธรรมราช ปี2539
    เหรียญพระครูใบฎีกาบุญมา สมาจาโร "พ่อท่านไข่" เนื้อกะไหล่เงิน วัดใหม่ท่าสาย อำเภอพรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ปี2539 // พระดีพิธีขลัง !! // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //# รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >>

    ** พุทธคุณเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย โชคลาภ และ ป้องกันภัยนานาชนิด เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง การเงิน โชคลาภ การงานก้าวหน้า เจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดปลอดภัย ป้องกันภัยอันตราย และบารมีอำนาจ **

    ** วัดใหม่ท่าสายสร้างขึ้นประมาณปีพุทธศักราช 2466-2469 ก่อนจะร้างไม่มีพระภิกษุจำพรรษา เนื่องจากเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการบุกผ่านของกองทัพญี่ปุ่น(ตามตำนานญี่ปุ่นขึ้นท่าแพ) หลังสงครามสงบ ก็ได้มีการบูรณะจัดตั้งขึ้นใหม่ ให้ชื่อว่าวัดใหม่ ประกอบกับพื้นที่บ้านท่าสาย เลยเรียกกันต่อมาว่า "วัดใหม่ ท่าสาย" ได้รับ วิสุงคามสีมา เมื่อปีพุทธศักราช 2497 เป็นวัดมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อปีพุทธศักราช 2531 ได้มีการนมัสการนิมนต์ท่านพระครูโสภณสีลาจาร(ขณะยังทรงสมณศักดิ์เป็นพระใบฎีกาบุญมา สมาจาโร "พ่อท่านไข่") มาอยู่จำพรรษาและดำรงตำแหน่งสมภารเจ้าอาวาส โดยมีพระทองคุ้ม ปสันโน เป็นพระลูกวัดคอยช่วยเหลืออุปฐาก **

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    เหรียญพระครูใบฎีกาบุญมา สมาจาโร วัดใหม่ท่าสาย จ.นครศรีธรรมราช ปี2539 เหรียญพระครูใบฎีกาบุญมา สมาจาโร "พ่อท่านไข่" เนื้อกะไหล่เงิน วัดใหม่ท่าสาย อำเภอพรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ปี2539 // พระดีพิธีขลัง !! // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //# รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >> ** พุทธคุณเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย โชคลาภ และ ป้องกันภัยนานาชนิด เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง การเงิน โชคลาภ การงานก้าวหน้า เจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดปลอดภัย ป้องกันภัยอันตราย และบารมีอำนาจ ** ** วัดใหม่ท่าสายสร้างขึ้นประมาณปีพุทธศักราช 2466-2469 ก่อนจะร้างไม่มีพระภิกษุจำพรรษา เนื่องจากเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการบุกผ่านของกองทัพญี่ปุ่น(ตามตำนานญี่ปุ่นขึ้นท่าแพ) หลังสงครามสงบ ก็ได้มีการบูรณะจัดตั้งขึ้นใหม่ ให้ชื่อว่าวัดใหม่ ประกอบกับพื้นที่บ้านท่าสาย เลยเรียกกันต่อมาว่า "วัดใหม่ ท่าสาย" ได้รับ วิสุงคามสีมา เมื่อปีพุทธศักราช 2497 เป็นวัดมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อปีพุทธศักราช 2531 ได้มีการนมัสการนิมนต์ท่านพระครูโสภณสีลาจาร(ขณะยังทรงสมณศักดิ์เป็นพระใบฎีกาบุญมา สมาจาโร "พ่อท่านไข่") มาอยู่จำพรรษาและดำรงตำแหน่งสมภารเจ้าอาวาส โดยมีพระทองคุ้ม ปสันโน เป็นพระลูกวัดคอยช่วยเหลืออุปฐาก ** ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 31 มุมมอง 0 รีวิว
  • เหรียญพระประจำวันอาทิตย์ หลัง ปีแพะ ปีมะแม วัดไทรใหญ่ นนทบุรี
    เหรียญพระประจำวันอาทิตย์ หลัง ปีแพะ ปีมะแม เนื้อกะไหล่ทองลงยาแดง วัดไทรใหญ่ นนทบุรี // พระดีพิธีขลัง !! // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //# รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >>

    ** พุทธคุณเด่นเรื่องเมตตาอ่อนโยน เสริมโชคลาภ การเงิน เสริมดวงชะตาให้เจริญรุ่งเรือง มีลาภยศสรรเสริญโดยปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ **

    ** พระประจำวันอาทิตย์คือ “พระพุทธรูปปางถวายเนตร” มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปที่อยู่ในพระอิริยาบถยืน ลืมพระเนตรทั้งสองมองเพ่งไปข้างหน้า ส่วนพระหัตถ์ทั้งสองประสานกันอยู่ระหว่างพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาทับซ้อนเหลื่อมพระหัตถ์ซ้าย อยู่ในพระอาการสังวรทอดพระเนตรดูต้นพระศรีมหาโพธิ์ โดยมีที่มาจากเมื่อครั้งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณและได้ประทับเสวยวิมุตติสุข หรือ “สุขที่เกิดจากความสงบ” ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นเวลา 7 วัน จากนั้นจึงเสด็จไปประทับยืนที่กลางแจ้งทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นพระศรีมหาโพธิ์ และทอดพระเนตรต้นพระศรีมหาโพธิ์โดยไม่กะพริบพระเนตรเลยแม้แต่น้อยตลอดระยะเวลา 7 วัน จึงนับได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นนิมิตมหามงคลจนได้รับการขนานนามว่า “อนิมิสเจดีย์” มาจนถึงปัจจุบัน ทำให้พุทธศาสนิกชนสร้างพระพุทธรูปปางนี้ขึ้นเรียกว่า “ปางถวายเนตร” **

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ


    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    เหรียญพระประจำวันอาทิตย์ หลัง ปีแพะ ปีมะแม วัดไทรใหญ่ นนทบุรี เหรียญพระประจำวันอาทิตย์ หลัง ปีแพะ ปีมะแม เนื้อกะไหล่ทองลงยาแดง วัดไทรใหญ่ นนทบุรี // พระดีพิธีขลัง !! // พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //# รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >> ** พุทธคุณเด่นเรื่องเมตตาอ่อนโยน เสริมโชคลาภ การเงิน เสริมดวงชะตาให้เจริญรุ่งเรือง มีลาภยศสรรเสริญโดยปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ** ** พระประจำวันอาทิตย์คือ “พระพุทธรูปปางถวายเนตร” มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปที่อยู่ในพระอิริยาบถยืน ลืมพระเนตรทั้งสองมองเพ่งไปข้างหน้า ส่วนพระหัตถ์ทั้งสองประสานกันอยู่ระหว่างพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาทับซ้อนเหลื่อมพระหัตถ์ซ้าย อยู่ในพระอาการสังวรทอดพระเนตรดูต้นพระศรีมหาโพธิ์ โดยมีที่มาจากเมื่อครั้งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณและได้ประทับเสวยวิมุตติสุข หรือ “สุขที่เกิดจากความสงบ” ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นเวลา 7 วัน จากนั้นจึงเสด็จไปประทับยืนที่กลางแจ้งทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นพระศรีมหาโพธิ์ และทอดพระเนตรต้นพระศรีมหาโพธิ์โดยไม่กะพริบพระเนตรเลยแม้แต่น้อยตลอดระยะเวลา 7 วัน จึงนับได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นนิมิตมหามงคลจนได้รับการขนานนามว่า “อนิมิสเจดีย์” มาจนถึงปัจจุบัน ทำให้พุทธศาสนิกชนสร้างพระพุทธรูปปางนี้ขึ้นเรียกว่า “ปางถวายเนตร” ** ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 23 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷

    #รวมข่าวIT #20260106 #TechRadar

    What the post‑quantum shift means for your security strategy
    ยุคควอนตัมกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้กว่าที่คิด ทำให้ระบบความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตอย่าง TLS เสี่ยงต่อการถูกเจาะด้วยพลังประมวลผลระดับใหม่ที่สามารถถอดรหัสข้อมูลย้อนหลังได้ ส่งผลให้ธุรกิจและองค์กรต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การเข้ารหัสแบบทนทานต่อควอนตัม เช่น ML‑KEM และโซลูชัน hybrid TLS เพื่อป้องกันข้อมูลระยะยาวก่อนที่ผู้โจมตีจะได้เปรียบในวันที่ควอนตัมพร้อมใช้งานจริง
    https://www.techradar.com/pro/what-the-post-quantum-shift-means-for-your-security-strategy

    Data sovereignty: not just an issue for governments
    ความกังวลเรื่องอธิปไตยข้อมูลพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก เมื่อข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกเก็บและประมวลผลข้ามพรมแดน ทำให้องค์กรทุกภาคส่วน—from โรงพยาบาลไปจนถึงระบบขนส่ง—เสี่ยงต่อการถูกควบคุมโดยกฎหมายต่างประเทศ จึงเกิดกระแสหันมาใช้ sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ภายใต้กฎหมายท้องถิ่น เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว ความมั่นคง และความเชื่อมั่นของผู้ใช้ในระยะยาว
    https://www.techradar.com/pro/data-sovereignty-not-just-an-issue-for-governments

    Nearly half a million patients exposed in healthcare breach
    การโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health กลายเป็นเหตุร้ายแรงกว่าที่คาด เมื่อจำนวนผู้ป่วยที่ข้อมูลรั่วไหลพุ่งจาก 8,000 เป็นเกือบ 500,000 ราย โดยข้อมูลที่ถูกขโมยรวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ ไปจนถึงประวัติการรักษา ซึ่งถูกกลุ่ม Qilin นำไปเผยแพร่ ทำให้ผู้เสียหายเสี่ยงต่อการถูกขโมยตัวตนและฉ้อโกงในอนาคต แม้องค์กรจะเริ่มเสนอการป้องกันตัวตนให้ฟรีก็ตาม
    https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know

    Battle of the OLEDs: LG and Samsung both unveil 4,500‑nit panels
    LG และ Samsung เปิดศึกจอ OLED รุ่นใหม่ที่อ้างว่าสามารถดันความสว่างสูงสุดถึง 4,500 นิต ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม แม้ตัวเลขนี้จะเป็นค่าที่เกิดขึ้นเฉพาะในห้องแล็บและความสว่างจริงในทีวีจะต่ำกว่านั้น แต่ก็ยังถือว่าเป็นการยกระดับคุณภาพภาพอย่างชัดเจน และเป็นสัญญาณว่าทีวีรุ่นปี 2026 จะสว่าง คม และสะท้อนแสงน้อยกว่าเดิมมาก https://www.techradar.com/televisions/battle-of-the-oleds-lg-and-samsung-both-unveil-panels-with-4-500-nit-brightness-claims-but-theres-a-catch

    Grok รุกตลาดองค์กรเต็มตัวด้วยแผน Business และ Enterprise
    xAI เปิดตัว Grok เวอร์ชัน Business และ Enterprise ที่มาพร้อมมาตรการความปลอดภัยเข้มขึ้น ไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าฝึกโมเดล และรองรับการเชื่อมต่อกับบริการอย่าง Google Drive เพื่อดึงดูดองค์กรที่ต้องการทางเลือกใหม่แทน ChatGPT หรือ Gemini โดยมีฟีเจอร์จัดการทีม การตรวจสอบความปลอดภัย และตัวเลือกเข้ารหัสระดับองค์กร พร้อมค่าบริการเริ่มต้น 30 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้ต่อเดือน ซึ่งเทียบเท่าคู่แข่งโดยตรงของตลาด AI ระดับธุรกิจ
    https://www.techradar.com/pro/elon-musk-goes-all-in-on-smbs-with-new-grok-enterprise-and-business-offerings

    กล้องแอ็กชัน 8K ตัวจิ๋วจาก Leaptic ท้าชน DJI
    บริษัทจีนหน้าใหม่ Leaptic เตรียมเปิดตัวกล้องแอ็กชันขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ที่รองรับวิดีโอ 8K ในงาน CES 2026 ซึ่งดีไซน์คล้าย DJI Osmo Nano และมาพร้อมฟีเจอร์ AI เช่น การตรวจจับวัตถุ การสั่งงานด้วยเสียง และระบบตัดต่ออัตโนมัติ ทำให้ตลาดกล้องพกพาอาจร้อนแรงขึ้นเมื่อผู้เล่นรายใหม่พร้อมท้าชน DJI และ Insta360 แบบเต็มตัว
    https://www.techradar.com/cameras/action-cameras/djis-tiny-action-cam-will-soon-get-a-big-8k-rival-from-a-mysterious-chinese-company

    วิกฤต RAM ฉุดตลาดการ์ดจอ RTX 5000 ขาดตลาด–ราคาพุ่ง
    รายงานจากผู้ขายในยุโรปเผยว่า GPU ตระกูล Nvidia RTX 5000 หลายรุ่นเริ่มขาดตลาดเพราะวิกฤตหน่วยความจำ GDDR7 ที่ถูกแย่งไปใช้ในงาน AI ส่งผลให้รุ่นท็อปอย่าง RTX 5080 และ 5090 ราคาพุ่งเกิน MSRP อย่างหนัก และอาจทำให้ตลาดกลับไปสู่ยุคขาดแคลนแบบช่วงโควิด หากสถานการณ์ RAM ยังไม่คลี่คลายเร็ว ๆ นี้
    https://www.techradar.com/computing/gpu/pc-gamers-face-a-miserable-new-year-as-nvidia-rtx-5000-gpus-are-reportedly-hit-by-shortages-due-to-ram-crisis

    8BitDo FlipPad คอนโทรลเลอร์พับได้สำหรับเล่นเกมเรโทรบนมือถือ
    8BitDo เปิดตัว FlipPad คอนโทรลเลอร์แบบเสียบ USB‑C ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมเรโทรบนมือถือโดยเฉพาะ มาพร้อมปุ่ม D‑pad และปุ่มพื้นฐานโดยไม่มีอนาล็อก ทำให้เหมาะกับเกมคลาสสิกหรือแอปอีมูเลชัน และจะเปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2026 ก่อนวางขายช่วงซัมเมอร์ปีเดียวกัน รองรับทั้ง iPhone และ Android
    https://www.techradar.com/gaming/8bitdos-flippad-controller-could-be-a-great-way-to-play-retro-games-on-your-phone

    ข้อมูลผู้ป่วยเกือบครึ่งล้านรายถูกเปิดเผยจากเหตุโจมตี Covenant Health
    การสืบสวนล่าสุดพบว่าการโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health ในปี 2025 รุนแรงกว่าที่รายงานไว้มาก โดยข้อมูลผู้ป่วยราว 500,000 รายถูกขโมย รวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ และข้อมูลการรักษา กลุ่ม Qilin จากรัสเซียอ้างความรับผิดชอบและปล่อยข้อมูลกว่า 852GB ทำให้ผู้ได้รับผลกระทบเสี่ยงต่อการขโมยตัวตนและการฉ้อโกงอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know

     EU เตรียมเข้มงวดกฎเทคโนโลยีปี 2026 ขณะสหรัฐขู่ตอบโต้
    ความตึงเครียดด้านกฎระเบียบเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น หลัง EU เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายดิจิทัลและปรับบริษัทเทคยักษ์จากสหรัฐหลายราย ขณะที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้ทรัมป์มองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและเตรียมมาตรการตอบโต้ ทำให้ปี 2026 อาจเป็นปีที่การแข่งขันด้านอำนาจกำกับดูแลเทคโนโลยีระหว่างสองขัวยักษ์ใหญ่เข้มข้นยิ่งขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/eu-gears-up-for-even-more-tough-tech-enforcement-in-2026-as-trump-warns-of-retaliation

     Garmin อาจอัปเกรด Health Status ให้ดูข้อมูลสุขภาพแบบไทม์ไลน์
    มีสัญญาณว่า Garmin เตรียมยกระดับฟีเจอร์ Health Status ให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลสุขภาพหลายวันหรือหลายสัปดาห์ในรูปแบบไทม์ไลน์ แทนการดูแบบวันต่อวันเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้เห็นแนวโน้มสุขภาพชัดเจนขึ้น และอาจเป็นการแก้ข้อจำกัดสำคัญของระบบติดตามสุขภาพในแอป Garmin Connect
    https://www.techradar.com/health-fitness/fitness-trackers/garmin-could-be-gearing-up-for-an-exciting-but-overdue-health-status-upgrade-heres-what-we-know-so-far

     Anker เปิดตัวหูฟังปรับโหมดได้ทั้งแบบเปิดหูและแบบซีล ANC
    Anker Soundcore เปิดตัว AeroFit 2 Pro หูฟังที่สามารถสลับจากโหมดเปิดหูเป็นแบบซีลเพื่อใช้ ANC ได้ด้วยการปรับตำแหน่งขาเกี่ยวหู พร้อมระบบเซ็นเซอร์ที่ปรับ EQ อัตโนมัติตามรูปแบบการใช้งาน มาพร้อมไดรเวอร์ขนาดใหญ่ รองรับ Spatial Audio และออกแบบมาเพื่อความสบายในการใช้งานยาวนาน
    https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/anker-soundcore-unveils-open-earbuds-that-can-adapt-to-be-ear-sealing-anc-buds-too-is-this-the-best-of-both-audio-worlds

     LastPass ถูกแฮกในอดีตยังส่งผลต่อการขโมยคริปโตในปัจจุบัน
    รายงานล่าสุดเผยว่าการเจาะระบบ LastPass ในปี 2022 ยังคงสร้างความเสียหายต่อเนื่อง โดยแฮกเกอร์สามารถถอดรหัส vault ของผู้ใช้ที่ตั้งรหัสไม่ซับซ้อน และขโมย seed phrase ของกระเป๋าคริปโตไปใช้ย้ายเงินออก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 35–100 ล้านดอลลาร์ พร้อมมีการฟอกเงินผ่านบริการ mixing หลายแห่ง
    https://www.techradar.com/pro/security/historic-lastpass-breach-enabling-cryptocurrency-theft-investigation-reveals

    Hisense เปิดตัวนวัตกรรมทีวี 3 รุ่นใหม่ใน CES 2026
    Hisense เดินหน้าปฏิวัติวงการทีวีด้วย RGB mini‑LED รุ่นใหม่ที่ขยายไลน์ลงสู่ขนาด 50–100 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี RGB mini‑LED Evo ที่เพิ่มสีไซแอนเพื่อความสมจริงยิ่งขึ้น และ RGBY MicroLED ที่เพิ่มสีเหลืองเป็นแม่สีที่สี่เพื่อมอบมุมมองและความคมชัดที่เหนือกว่า ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดทีวีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสีสันจัดจ้านและความสว่างระดับใหม่ที่อาจท้าทาย OLED ในอนาคต
    https://www.techradar.com/televisions/hisense-unveils-3-new-tv-innovations-at-ces-2026-and-theyre-all-about-mind-blowing-color

    แฮ็กเกอร์ Bitfinex ถูกปล่อยตัวก่อนกำหนดด้วยกฎหมาย First Step Act
    Ilya Lichtenstein แฮ็กเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการขโมย Bitcoin 120,000 เหรียญจาก Bitfinex ในปี 2016 ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด พร้อมภรรยา Heather Morgan หลังได้รับเครดิตลดโทษจากกฎหมาย First Step Act ทั้งคู่ประกาศว่าจะเริ่มต้นใหม่หลังจากหลายปีที่ต้องแยกจากกัน และคดีนี้ยังคงเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของโลกคริปโต
    https://www.techradar.com/pro/security/crypto-thief-released-early-thanks-to-trumps-first-step-act

    Apple Vision Pro อาจใกล้ถึงทางตันหลังยอดขายตกหนัก
    รายงานล่าสุดเผยว่า Apple ลดการผลิตและงบการตลาดของ Vision Pro ลงถึง 95% หลังยอดขายไม่เข้าเป้า แม้เทคโนโลยีจะล้ำสมัยแต่ราคาที่สูงและการใช้งานที่จำกัดใน ecosystem ของ Apple ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปไม่ตอบรับมากนัก ส่งผลให้อนาคตของอุปกรณ์ XR ตัวนี้เริ่มไม่สดใส แม้ Apple ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AR ต่อไป
    https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/it-looks-like-the-end-is-coming-for-the-apple-vision-pro-im-not-even-surprised

    ปี 2026 อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับ OnePlus ในการกลับมาทำมือถือพับได้
    ตลาดมือถือพับได้กำลังคึกคักจากการขยับของ Samsung, Motorola และแบรนด์จีนหลายเจ้า ทำให้ปี 2026 กลายเป็นจังหวะทองที่ OnePlus อาจกลับมาด้วย OnePlus Open 2 หลังรุ่นแรกเคยได้รับคำชมอย่างมาก หาก OnePlus ผสมผสานดีไซน์ระดับพรีเมียมกับราคาที่คุ้มค่าได้ ก็มีโอกาสท้าชนเจ้าตลาดได้ไม่ยาก
    https://www.techradar.com/phones/oneplus-phones/2026-is-the-perfect-year-for-oneplus-to-release-another-folding-phone-heres-why

    Audeze Maxwell 2 เฮดเซ็ตเกมมิ่งระดับออดิโอไฟล์เปิดตัวแล้ว
    Audeze เปิดตัว Maxwell 2 เฮดเซ็ตไร้สายรุ่นอัปเกรดที่มาพร้อมเทคโนโลยี SLAM เพื่อมอบเสียงที่มีมิติและเบสทรงพลัง ใช้ไดรเวอร์ planar magnetic ขนาดใหญ่ 90 มม. พร้อมไมค์ตัดเสียงรบกวนแบบ AI และแบตเตอรี่ใช้งานได้กว่า 80 ชั่วโมง ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับสูงสุด
    https://www.techradar.com/gaming/audeze-announces-the-maxwell-2-gaming-headset-an-overhaul-of-its-predecessor-that-is-targeted-firmly-at-audiophile-gamers-and-you-can-buy-it-now

    Samsung Galaxy S26 Ultra อาจไม่อัปเกรดกล้อง แต่แลกกับการ “ไม่ขึ้นราคา”
    Samsung Galaxy S26 Series ถูกคาดว่าจะไม่มีการอัปเกรดกล้องครั้งใหญ่ โดยเฉพาะรุ่น Ultra ที่อาจเปลี่ยนเพียงดีไซน์โมดูลเล็กน้อย ขณะที่รุ่น S26 และ S26+ อาจเข้าสู่ปีที่ 4 โดยไม่เพิ่มสเปกกล้องเลย แม้จะดูน่าผิดหวัง แต่เหตุผลสำคัญคือ Samsung ต้องการ “ตรึงราคา” ไว้เท่าเดิมท่ามกลางต้นทุนชิ้นส่วนที่พุ่งสูงจากความต้องการด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้การไม่ขึ้นราคาอาจเป็นผลดีต่อผู้บริโภค แม้จะแลกกับการอัปเกรดที่น้อยลงก็ตาม
    https://www.techradar.com/phones/samsung-galaxy-phones/the-samsung-galaxy-s26-ultra-might-not-get-any-camera-upgrades-but-thats-fine-if-it-means-we-avoid-a-price-hike

    Boston Dynamics เปิดตัว Atlas รุ่นผลิตจริง เตรียมเข้าทำงานในโรงงานปี 2028
    Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จาก Boston Dynamics ก้าวจากต้นแบบสู่ “สินค้าจริง” พร้อมทำงานในโรงงานของ Hyundai ภายในปี 2028 โดยรุ่นใหม่นี้เป็นระบบไฟฟ้าทั้งหมด มี 56 องศาการเคลื่อนไหว ยกของหนักได้ถึง 110 ปอนด์ มีระบบกันสภาพอากาศ และมือที่มีเซนเซอร์สัมผัส อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ภายในหนึ่งวัน ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่เน้นช่วยงานหนักและงานซ้ำซากเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มนุษย์ในสายการผลิต
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/boston-dynamics-atlas-humanoid-robot-is-now-a-product-and-heading-to-factories-in-2028

    แฮ็กเกอร์อ้างขโมยข้อมูลวิศวกรรมกว่า 800 ไฟล์จากบริษัทสหรัฐ พร้อมขายให้ผู้สนใจ
    กลุ่มแฮ็กเกอร์ประกาศว่าพวกเขาได้เจาะระบบ Pickett and Associates บริษัทวิศวกรรมในฟลอริดา และขโมยข้อมูลสำคัญกว่า 800 ไฟล์ เช่น LiDAR, แผนที่โครงสร้างไฟฟ้า, ไฟล์ออกแบบ และข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทพลังงานรายใหญ่ในสหรัฐ ก่อนนำไปขายในราคา 6.5 BTC (ราว $600,000) โดย Duke Energy อยู่ระหว่างตรวจสอบเหตุการณ์นี้ ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มโจมตีกำลังมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/pro/security/hackers-claim-breach-of-engineering-firm-offer-sale-of-info-on-three-major-us-utilities

    Garmin เปิดตัวกล้อง DualView สำหรับรถบรรทุก ช่วยกำจัดจุดบอดรอบคัน
    Garmin เปิดตัว dēzl DualView ระบบกล้องภายนอกสองตัวที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดจุดบอดของรถบรรทุกโดยเฉพาะ กล้องมีมาตรฐานกันน้ำ IPX7 ให้ภาพรอบคันพร้อมแจ้งเตือนเมื่อมีรถเข้ามาในจุดบอด รองรับการบันทึกวิดีโอ 1080p และเชื่อมต่อกับแท็บเล็ตหรือ GPS ของ Garmin เพื่อสั่งงานด้วยเสียง อุปกรณ์นี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งต่อผู้ขับและผู้ใช้ถนนอื่น โดยวางจำหน่ายที่ราคา $999.99
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/dash-cams/garmin-unveils-a-new-rugged-cam-designed-to-cover-blind-spots-and-its-the-safety-device-truck-drivers-need

    LEGO เปิดตัว Smart Play ใส่ชิปในก้อนอิฐ พร้อมเปิดตัวชุด Star Wars รุ่นแรก
    LEGO เปิดตัว “Smart Brick” อิฐรุ่นใหม่ที่ซ่อนชิปและเซนเซอร์ภายใน ทำให้สามารถตรวจจับตำแหน่งของมินิฟิกเกอร์หรือแท็กพิเศษเพื่อสร้างเสียง เอฟเฟกต์ไฟ และปฏิกิริยาต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องใช้แอปหรือการเชื่อมต่อออนไลน์ ชุดแรกที่รองรับคือ LEGO Star Wars 3 รุ่นใหม่ เช่น X-Wing และ TIE Fighter ซึ่งจะตอบสนองด้วยเสียงเครื่องยนต์ แสงดาบ และเอฟเฟกต์อื่น ๆ เพิ่มมิติใหม่ให้การเล่นโดยไม่ทำลายความคลาสสิกของ LEGO
    https://www.techradar.com/streaming/entertainment/the-lego-brick-just-got-its-biggest-upgrade-yet-with-smart-play-and-its-coming-to-star-wars-sets-first

     Acer เปิดตัวไลน์อัป CES 2026 พร้อมโน้ตบุ๊ก AI และสกู๊ตเตอร์เกมมิ่ง Predator
    Acer เปิดศักราช CES 2026 ด้วยกองทัพโน้ตบุ๊กใหม่ที่ใช้ชิป Intel Core Ultra Series 3 ทั้ง Aspire AI, Swift AI และรุ่นเกมมิ่ง Predator/Nitro ที่เน้นประสิทธิภาพ AI เป็นพิเศษ พร้อมเปิดตัวมอนิเตอร์เกมมิ่ง 1000Hz, โปรเจ็กเตอร์ Vero รุ่นใหม่ และอุปกรณ์เครือข่าย Wi-Fi 7 แต่ไฮไลต์ที่สะดุดตาที่สุดคือ Predator ES Storm Pro สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าดีไซน์เกมมิ่งพร้อมไฟ RGB และระยะวิ่งราว 60 กม. ซึ่งสะท้อนความพยายามของ Acer ในการขยายแบรนด์ Predator ไปสู่ไลฟ์สไตล์นอกเหนือจากเกมมิ่งโดยตรง
    https://www.techradar.com/tech-events/acers-ces-2026-reveals-include-laptops-displays-and-a-gaming-themed-e-scooter-apparently

     HyperX จับมือ Neurable พัฒนาเฮดเซ็ตอ่านคลื่นสมองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเกมเมอร์
    HyperX และ Neurable เผยเทคโนโลยีเฮดเซ็ตเกมมิ่งที่ฝังเซ็นเซอร์ EEG เพื่ออ่านคลื่นสมองแบบเรียลไทม์ ช่วยผู้เล่นเข้าสู่โหมดโฟกัส ลดภาวะ “tilt” และเพิ่มความแม่นยำ โดยระบบจะประเมิน cognitive load และระดับสมาธิ พร้อมโหมด “Prime” ที่ฝึกสมองก่อนเล่นเกม ซึ่งทดสอบแล้วช่วยเพิ่มความแม่นยำและลด reaction time ได้จริง ถือเป็นก้าวใหม่ของอุปกรณ์เกมมิ่งที่ผสานประสาทวิทยาเข้ากับการเล่นเกมอย่างเป็นรูปธรรม
    https://www.techradar.com/gaming/gaming-accessories/hyperx-is-working-with-brain-scanning-company-neurable-on-a-gaming-headset-that-aims-to-offer-prevention-of-tilt-and-good-practice-not-crap-practice

     Nvidia ซีอีโอ Jensen Huang ชี้ “ทั้งสแต็กกำลังถูกเปลี่ยนใหม่” พร้อมยุค AI รุ่นถัดไป
    Jensen Huang ขึ้นเวที CES 2026 พร้อมประกาศว่าทั้งอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โดยทุกเลเยอร์ของ AI ถูกออกแบบใหม่ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์จนถึงซอฟต์แวร์ พร้อมเผยชิปเจเนอเรชันใหม่ Vera Rubin ที่รวม CPU และ GPU เพื่อรองรับ AI Factory ขนาดใหญ่ รวมถึงแนวคิด “Physical AI” ที่ช่วยให้โมเดลเข้าใจโลกจริงมากขึ้น สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Nvidia ที่ต้องการสร้างแพลตฟอร์ม AI ครบวงจรสำหรับอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/the-entire-stack-is-being-changed-nvidia-ceo-jensen-huang-looks-ahead-to-the-next-generation-of-ai

    Keebmon มินิพีซีสุดล้ำ รวมคีย์บอร์ดกลไก + จอทัช 21:9 + Ryzen AI ในเครื่องเดียว
    Keebmon เปิดตัวอุปกรณ์ลูกผสมที่รวมมินิพีซี คีย์บอร์ดกลไก และจอสัมผัสอัตราส่วน 21:9 ไว้ในบอดี้พับได้เครื่องเดียว ใช้ชิป Ryzen AI 9 HX 370 รองรับ RAM สูงสุด 64GB และ SSD 8TB พร้อมพอร์ตครบครันทั้ง USB4, HDMI 2.1 และ OCuLink เหมาะกับสายพกพาที่ต้องการพลังประมวลผลระดับจริงจัง โดยโครงการ Kickstarter ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามเกินเป้าหลายเท่า
    https://www.techradar.com/pro/you-have-never-seen-a-mini-pc-like-this-keebmon-is-a-ryzen-ai-powered-pc-with-a-mechanical-keyboard-a-21-9-touchscreen-display-64gb-ram-and-an-8tb-ssd

     ไต้หวันถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนกว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันในปี 2025
    รายงานจากสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนเฉลี่ยวันละ 2.63 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และมากกว่า 113% เมื่อเทียบกับปี 2023 โดยการโจมตีมักเกิดควบคู่กับกิจกรรมทางทหารหรือเหตุการณ์การเมือง สะท้อนยุทธศาสตร์ “สงครามไฮบริด” ที่จีนใช้กดดันไต้หวันผ่านการสอดแนม การขโมยข้อมูล และการรบกวนระบบสำคัญของรัฐ
    https://www.techradar.com/pro/security/taiwanese-infrastructure-suffered-over-2-5-million-chinese-cyberattacks-per-day-in-2025-report-reveals

    Peacock เตรียมเป็นสตรีมมิงแรกที่รองรับ Dolby Vision 2 และ Atmos รุ่นใหม่
    Peacock เดินหน้าอัปเกรดประสบการณ์สตรีมมิงครั้งใหญ่ด้วยการรองรับ Dolby Vision 2 และ Dolby AC‑4 ซึ่งช่วยให้ภาพคมชัดขึ้น ลดอาการภาพกระตุกและ Soap Opera Effect พร้อมเสียง Atmos ที่ปรับแต่งได้ละเอียดกว่าเดิม ทั้งในคอนเทนต์ออนดีมานด์และไลฟ์สดอย่าง NBA, NFL และโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ทำให้แพลตฟอร์มนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านคุณภาพภาพและเสียงในปีนี้อย่างเต็มตัว
    https://www.techradar.com/streaming/entertainment/peacock-goes-all-in-on-dolby-with-vision-and-atmos-support

    Asus เปิดตัว ROG XREAL R1 แว่น AR สำหรับเกมเมอร์ หลังแยกทางกับ Meta
    Asus จับมือ XREAL เปิดตัวแว่น AR รุ่นใหม่ ROG XREAL R1 ที่มาพร้อมจอ micro‑OLED 1080p ความสว่างสูง รีเฟรชเรต 240Hz และระบบเชื่อมต่อผ่าน USB‑C หรือ Dock ที่รองรับ DisplayPort และ HDMI เพื่อใช้งานกับ ROG Ally, PC หรือคอนโซล โดยเน้นประสบการณ์เกมบนจอเสมือนขนาดใหญ่ 171 นิ้ว พร้อมฟีเจอร์เลนส์ปรับแสงอัตโนมัติและเสียงจูนโดย Bose ถือเป็นก้าวใหม่ของ Asus หลังยุติโครงการร่วมกับ Meta
    https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/goodbye-meta-hello-xreal-asus-announces-rog-xreal-r1-ar-gaming-glasses-following-termination-of-its-horizon-os-headset

    จอ 5K แบบ Snap‑on พร้อม SSD ซ่อนในตัว คู่หูใหม่ของ Mac mini
    StudioDock Pro คือมอนิเตอร์ 27 นิ้ว 5K ที่ออกแบบมาให้ Mac mini สวมเข้าไปในตัวเครื่องได้เลย พร้อมฮับพอร์ตครบชุดและช่องใส่ SSD M.2 สูงสุด 8TB แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือ รุ่น Premium รองรับ Thunderbolt 5 ให้แบนด์วิดท์สูงถึง 120Gbps พร้อมพอร์ต 2.5G Ethernet และ SD UHS‑II ทั้งหมดนี้ในราคาเปิดตัว $699 ทำให้เป็นโซลูชันแบบ All‑in‑One สำหรับโต๊ะทำงานที่ต้องการความเรียบและประสิทธิภาพสูง
    https://www.techradar.com/pro/this-usd699-5k-thunderbolt-5-monitor-is-the-perfect-partner-for-your-apple-mac-mini-and-even-comes-with-a-hidden-ssd-slot

    Intel เปิดตัว Core Ultra Series 3 (Panther Lake) พร้อมชิปกราฟิกใหม่แรงระดับ RTX 3050
    Intel เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ Core Ultra Series 3 (Panther Lake) ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม Intel 18A เน้นประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน โดยไฮไลต์คือ GPU ใหม่ Intel Arc B390 ที่รองรับ multiframe generation ผ่าน XeSS 3 ทำให้เล่นเกมอย่าง Battlefield 6 ที่ 1080p ได้ถึง 147fps พร้อมประกาศแพลตฟอร์มสำหรับเครื่องเกมพกพาแข่งกับ AMD Z‑series และชูจุดเด่นด้าน AI ที่ร่วมพัฒนากับ Microsoft อย่างใกล้ชิด
    https://www.techradar.com/computing/cpu/intel-launches-new-core-ultra-300-series-processors-at-ces-2026-will-panther-lake-deliver-the-win-that-intel-needs

    Dell ชุบชีวิตแบรนด์ XPS พร้อมดีไซน์ใหม่และสเปกจัดเต็ม
    Dell ประกาศคืนชีพแบรนด์ XPS พร้อมเปิดตัว XPS 14 และ XPS 16 ดีไซน์ใหม่หมดจด ใช้วัสดุพรีเมียม CNC Aluminum + Gorilla Glass พร้อมนำปุ่มฟังก์ชันแบบ Physical กลับมาแทนทัชบาร์ และเพิ่มโลโก้ XPS ไว้บนฝาเครื่องเป็นครั้งแรก ใช้ชิป Intel Core Ultra 300 พร้อมกราฟิก Arc รุ่นใหม่ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 27 ชั่วโมง และตัวเครื่องบางเพียง 14.6 มม. ถือเป็นการกลับสู่จุดยืนเดิมของ XPS ในฐานะแล็ปท็อประดับพรีเมียมสำหรับผู้ใช้จริงจังและเกมเมอร์
    https://www.techradar.com/computing/dell-un-retires-its-iconic-xps-brand-at-ces-2026-were-getting-back-to-our-roots
    📌📡🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷📡📌 #รวมข่าวIT #20260106 #TechRadar 🧬 What the post‑quantum shift means for your security strategy ยุคควอนตัมกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้กว่าที่คิด ทำให้ระบบความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตอย่าง TLS เสี่ยงต่อการถูกเจาะด้วยพลังประมวลผลระดับใหม่ที่สามารถถอดรหัสข้อมูลย้อนหลังได้ ส่งผลให้ธุรกิจและองค์กรต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การเข้ารหัสแบบทนทานต่อควอนตัม เช่น ML‑KEM และโซลูชัน hybrid TLS เพื่อป้องกันข้อมูลระยะยาวก่อนที่ผู้โจมตีจะได้เปรียบในวันที่ควอนตัมพร้อมใช้งานจริง 🔗 https://www.techradar.com/pro/what-the-post-quantum-shift-means-for-your-security-strategy 🛡️ Data sovereignty: not just an issue for governments ความกังวลเรื่องอธิปไตยข้อมูลพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก เมื่อข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกเก็บและประมวลผลข้ามพรมแดน ทำให้องค์กรทุกภาคส่วน—from โรงพยาบาลไปจนถึงระบบขนส่ง—เสี่ยงต่อการถูกควบคุมโดยกฎหมายต่างประเทศ จึงเกิดกระแสหันมาใช้ sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ภายใต้กฎหมายท้องถิ่น เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว ความมั่นคง และความเชื่อมั่นของผู้ใช้ในระยะยาว 🔗 https://www.techradar.com/pro/data-sovereignty-not-just-an-issue-for-governments 🏥 Nearly half a million patients exposed in healthcare breach การโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health กลายเป็นเหตุร้ายแรงกว่าที่คาด เมื่อจำนวนผู้ป่วยที่ข้อมูลรั่วไหลพุ่งจาก 8,000 เป็นเกือบ 500,000 ราย โดยข้อมูลที่ถูกขโมยรวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ ไปจนถึงประวัติการรักษา ซึ่งถูกกลุ่ม Qilin นำไปเผยแพร่ ทำให้ผู้เสียหายเสี่ยงต่อการถูกขโมยตัวตนและฉ้อโกงในอนาคต แม้องค์กรจะเริ่มเสนอการป้องกันตัวตนให้ฟรีก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know 📺 Battle of the OLEDs: LG and Samsung both unveil 4,500‑nit panels LG และ Samsung เปิดศึกจอ OLED รุ่นใหม่ที่อ้างว่าสามารถดันความสว่างสูงสุดถึง 4,500 นิต ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม แม้ตัวเลขนี้จะเป็นค่าที่เกิดขึ้นเฉพาะในห้องแล็บและความสว่างจริงในทีวีจะต่ำกว่านั้น แต่ก็ยังถือว่าเป็นการยกระดับคุณภาพภาพอย่างชัดเจน และเป็นสัญญาณว่าทีวีรุ่นปี 2026 จะสว่าง คม และสะท้อนแสงน้อยกว่าเดิมมาก 🔗 https://www.techradar.com/televisions/battle-of-the-oleds-lg-and-samsung-both-unveil-panels-with-4-500-nit-brightness-claims-but-theres-a-catch 🚀 Grok รุกตลาดองค์กรเต็มตัวด้วยแผน Business และ Enterprise xAI เปิดตัว Grok เวอร์ชัน Business และ Enterprise ที่มาพร้อมมาตรการความปลอดภัยเข้มขึ้น ไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าฝึกโมเดล และรองรับการเชื่อมต่อกับบริการอย่าง Google Drive เพื่อดึงดูดองค์กรที่ต้องการทางเลือกใหม่แทน ChatGPT หรือ Gemini โดยมีฟีเจอร์จัดการทีม การตรวจสอบความปลอดภัย และตัวเลือกเข้ารหัสระดับองค์กร พร้อมค่าบริการเริ่มต้น 30 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้ต่อเดือน ซึ่งเทียบเท่าคู่แข่งโดยตรงของตลาด AI ระดับธุรกิจ 🔗 https://www.techradar.com/pro/elon-musk-goes-all-in-on-smbs-with-new-grok-enterprise-and-business-offerings 🎥 กล้องแอ็กชัน 8K ตัวจิ๋วจาก Leaptic ท้าชน DJI บริษัทจีนหน้าใหม่ Leaptic เตรียมเปิดตัวกล้องแอ็กชันขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ที่รองรับวิดีโอ 8K ในงาน CES 2026 ซึ่งดีไซน์คล้าย DJI Osmo Nano และมาพร้อมฟีเจอร์ AI เช่น การตรวจจับวัตถุ การสั่งงานด้วยเสียง และระบบตัดต่ออัตโนมัติ ทำให้ตลาดกล้องพกพาอาจร้อนแรงขึ้นเมื่อผู้เล่นรายใหม่พร้อมท้าชน DJI และ Insta360 แบบเต็มตัว 🔗 https://www.techradar.com/cameras/action-cameras/djis-tiny-action-cam-will-soon-get-a-big-8k-rival-from-a-mysterious-chinese-company 💸 วิกฤต RAM ฉุดตลาดการ์ดจอ RTX 5000 ขาดตลาด–ราคาพุ่ง รายงานจากผู้ขายในยุโรปเผยว่า GPU ตระกูล Nvidia RTX 5000 หลายรุ่นเริ่มขาดตลาดเพราะวิกฤตหน่วยความจำ GDDR7 ที่ถูกแย่งไปใช้ในงาน AI ส่งผลให้รุ่นท็อปอย่าง RTX 5080 และ 5090 ราคาพุ่งเกิน MSRP อย่างหนัก และอาจทำให้ตลาดกลับไปสู่ยุคขาดแคลนแบบช่วงโควิด หากสถานการณ์ RAM ยังไม่คลี่คลายเร็ว ๆ นี้ 🔗 https://www.techradar.com/computing/gpu/pc-gamers-face-a-miserable-new-year-as-nvidia-rtx-5000-gpus-are-reportedly-hit-by-shortages-due-to-ram-crisis 🎮 8BitDo FlipPad คอนโทรลเลอร์พับได้สำหรับเล่นเกมเรโทรบนมือถือ 8BitDo เปิดตัว FlipPad คอนโทรลเลอร์แบบเสียบ USB‑C ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมเรโทรบนมือถือโดยเฉพาะ มาพร้อมปุ่ม D‑pad และปุ่มพื้นฐานโดยไม่มีอนาล็อก ทำให้เหมาะกับเกมคลาสสิกหรือแอปอีมูเลชัน และจะเปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2026 ก่อนวางขายช่วงซัมเมอร์ปีเดียวกัน รองรับทั้ง iPhone และ Android 🔗 https://www.techradar.com/gaming/8bitdos-flippad-controller-could-be-a-great-way-to-play-retro-games-on-your-phone 🔐 ข้อมูลผู้ป่วยเกือบครึ่งล้านรายถูกเปิดเผยจากเหตุโจมตี Covenant Health การสืบสวนล่าสุดพบว่าการโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health ในปี 2025 รุนแรงกว่าที่รายงานไว้มาก โดยข้อมูลผู้ป่วยราว 500,000 รายถูกขโมย รวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ และข้อมูลการรักษา กลุ่ม Qilin จากรัสเซียอ้างความรับผิดชอบและปล่อยข้อมูลกว่า 852GB ทำให้ผู้ได้รับผลกระทบเสี่ยงต่อการขโมยตัวตนและการฉ้อโกงอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know 🇪🇺 EU เตรียมเข้มงวดกฎเทคโนโลยีปี 2026 ขณะสหรัฐขู่ตอบโต้ ความตึงเครียดด้านกฎระเบียบเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น หลัง EU เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายดิจิทัลและปรับบริษัทเทคยักษ์จากสหรัฐหลายราย ขณะที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้ทรัมป์มองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและเตรียมมาตรการตอบโต้ ทำให้ปี 2026 อาจเป็นปีที่การแข่งขันด้านอำนาจกำกับดูแลเทคโนโลยีระหว่างสองขัวยักษ์ใหญ่เข้มข้นยิ่งขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/eu-gears-up-for-even-more-tough-tech-enforcement-in-2026-as-trump-warns-of-retaliation ⌚ Garmin อาจอัปเกรด Health Status ให้ดูข้อมูลสุขภาพแบบไทม์ไลน์ มีสัญญาณว่า Garmin เตรียมยกระดับฟีเจอร์ Health Status ให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลสุขภาพหลายวันหรือหลายสัปดาห์ในรูปแบบไทม์ไลน์ แทนการดูแบบวันต่อวันเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้เห็นแนวโน้มสุขภาพชัดเจนขึ้น และอาจเป็นการแก้ข้อจำกัดสำคัญของระบบติดตามสุขภาพในแอป Garmin Connect 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/fitness-trackers/garmin-could-be-gearing-up-for-an-exciting-but-overdue-health-status-upgrade-heres-what-we-know-so-far 🎧 Anker เปิดตัวหูฟังปรับโหมดได้ทั้งแบบเปิดหูและแบบซีล ANC Anker Soundcore เปิดตัว AeroFit 2 Pro หูฟังที่สามารถสลับจากโหมดเปิดหูเป็นแบบซีลเพื่อใช้ ANC ได้ด้วยการปรับตำแหน่งขาเกี่ยวหู พร้อมระบบเซ็นเซอร์ที่ปรับ EQ อัตโนมัติตามรูปแบบการใช้งาน มาพร้อมไดรเวอร์ขนาดใหญ่ รองรับ Spatial Audio และออกแบบมาเพื่อความสบายในการใช้งานยาวนาน 🔗 https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/anker-soundcore-unveils-open-earbuds-that-can-adapt-to-be-ear-sealing-anc-buds-too-is-this-the-best-of-both-audio-worlds 🛡️ LastPass ถูกแฮกในอดีตยังส่งผลต่อการขโมยคริปโตในปัจจุบัน รายงานล่าสุดเผยว่าการเจาะระบบ LastPass ในปี 2022 ยังคงสร้างความเสียหายต่อเนื่อง โดยแฮกเกอร์สามารถถอดรหัส vault ของผู้ใช้ที่ตั้งรหัสไม่ซับซ้อน และขโมย seed phrase ของกระเป๋าคริปโตไปใช้ย้ายเงินออก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 35–100 ล้านดอลลาร์ พร้อมมีการฟอกเงินผ่านบริการ mixing หลายแห่ง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/historic-lastpass-breach-enabling-cryptocurrency-theft-investigation-reveals 🎨 Hisense เปิดตัวนวัตกรรมทีวี 3 รุ่นใหม่ใน CES 2026 Hisense เดินหน้าปฏิวัติวงการทีวีด้วย RGB mini‑LED รุ่นใหม่ที่ขยายไลน์ลงสู่ขนาด 50–100 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี RGB mini‑LED Evo ที่เพิ่มสีไซแอนเพื่อความสมจริงยิ่งขึ้น และ RGBY MicroLED ที่เพิ่มสีเหลืองเป็นแม่สีที่สี่เพื่อมอบมุมมองและความคมชัดที่เหนือกว่า ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดทีวีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสีสันจัดจ้านและความสว่างระดับใหม่ที่อาจท้าทาย OLED ในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/televisions/hisense-unveils-3-new-tv-innovations-at-ces-2026-and-theyre-all-about-mind-blowing-color 🕵️‍♂️ แฮ็กเกอร์ Bitfinex ถูกปล่อยตัวก่อนกำหนดด้วยกฎหมาย First Step Act Ilya Lichtenstein แฮ็กเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการขโมย Bitcoin 120,000 เหรียญจาก Bitfinex ในปี 2016 ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด พร้อมภรรยา Heather Morgan หลังได้รับเครดิตลดโทษจากกฎหมาย First Step Act ทั้งคู่ประกาศว่าจะเริ่มต้นใหม่หลังจากหลายปีที่ต้องแยกจากกัน และคดีนี้ยังคงเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของโลกคริปโต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/crypto-thief-released-early-thanks-to-trumps-first-step-act 👓 Apple Vision Pro อาจใกล้ถึงทางตันหลังยอดขายตกหนัก รายงานล่าสุดเผยว่า Apple ลดการผลิตและงบการตลาดของ Vision Pro ลงถึง 95% หลังยอดขายไม่เข้าเป้า แม้เทคโนโลยีจะล้ำสมัยแต่ราคาที่สูงและการใช้งานที่จำกัดใน ecosystem ของ Apple ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปไม่ตอบรับมากนัก ส่งผลให้อนาคตของอุปกรณ์ XR ตัวนี้เริ่มไม่สดใส แม้ Apple ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AR ต่อไป 🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/it-looks-like-the-end-is-coming-for-the-apple-vision-pro-im-not-even-surprised 📱 ปี 2026 อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับ OnePlus ในการกลับมาทำมือถือพับได้ ตลาดมือถือพับได้กำลังคึกคักจากการขยับของ Samsung, Motorola และแบรนด์จีนหลายเจ้า ทำให้ปี 2026 กลายเป็นจังหวะทองที่ OnePlus อาจกลับมาด้วย OnePlus Open 2 หลังรุ่นแรกเคยได้รับคำชมอย่างมาก หาก OnePlus ผสมผสานดีไซน์ระดับพรีเมียมกับราคาที่คุ้มค่าได้ ก็มีโอกาสท้าชนเจ้าตลาดได้ไม่ยาก 🔗 https://www.techradar.com/phones/oneplus-phones/2026-is-the-perfect-year-for-oneplus-to-release-another-folding-phone-heres-why 🎧 Audeze Maxwell 2 เฮดเซ็ตเกมมิ่งระดับออดิโอไฟล์เปิดตัวแล้ว Audeze เปิดตัว Maxwell 2 เฮดเซ็ตไร้สายรุ่นอัปเกรดที่มาพร้อมเทคโนโลยี SLAM เพื่อมอบเสียงที่มีมิติและเบสทรงพลัง ใช้ไดรเวอร์ planar magnetic ขนาดใหญ่ 90 มม. พร้อมไมค์ตัดเสียงรบกวนแบบ AI และแบตเตอรี่ใช้งานได้กว่า 80 ชั่วโมง ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับสูงสุด 🔗 https://www.techradar.com/gaming/audeze-announces-the-maxwell-2-gaming-headset-an-overhaul-of-its-predecessor-that-is-targeted-firmly-at-audiophile-gamers-and-you-can-buy-it-now 📱 Samsung Galaxy S26 Ultra อาจไม่อัปเกรดกล้อง แต่แลกกับการ “ไม่ขึ้นราคา” Samsung Galaxy S26 Series ถูกคาดว่าจะไม่มีการอัปเกรดกล้องครั้งใหญ่ โดยเฉพาะรุ่น Ultra ที่อาจเปลี่ยนเพียงดีไซน์โมดูลเล็กน้อย ขณะที่รุ่น S26 และ S26+ อาจเข้าสู่ปีที่ 4 โดยไม่เพิ่มสเปกกล้องเลย แม้จะดูน่าผิดหวัง แต่เหตุผลสำคัญคือ Samsung ต้องการ “ตรึงราคา” ไว้เท่าเดิมท่ามกลางต้นทุนชิ้นส่วนที่พุ่งสูงจากความต้องการด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้การไม่ขึ้นราคาอาจเป็นผลดีต่อผู้บริโภค แม้จะแลกกับการอัปเกรดที่น้อยลงก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/phones/samsung-galaxy-phones/the-samsung-galaxy-s26-ultra-might-not-get-any-camera-upgrades-but-thats-fine-if-it-means-we-avoid-a-price-hike 🤖 Boston Dynamics เปิดตัว Atlas รุ่นผลิตจริง เตรียมเข้าทำงานในโรงงานปี 2028 Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จาก Boston Dynamics ก้าวจากต้นแบบสู่ “สินค้าจริง” พร้อมทำงานในโรงงานของ Hyundai ภายในปี 2028 โดยรุ่นใหม่นี้เป็นระบบไฟฟ้าทั้งหมด มี 56 องศาการเคลื่อนไหว ยกของหนักได้ถึง 110 ปอนด์ มีระบบกันสภาพอากาศ และมือที่มีเซนเซอร์สัมผัส อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ภายในหนึ่งวัน ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่เน้นช่วยงานหนักและงานซ้ำซากเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มนุษย์ในสายการผลิต 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/boston-dynamics-atlas-humanoid-robot-is-now-a-product-and-heading-to-factories-in-2028 🔐 แฮ็กเกอร์อ้างขโมยข้อมูลวิศวกรรมกว่า 800 ไฟล์จากบริษัทสหรัฐ พร้อมขายให้ผู้สนใจ กลุ่มแฮ็กเกอร์ประกาศว่าพวกเขาได้เจาะระบบ Pickett and Associates บริษัทวิศวกรรมในฟลอริดา และขโมยข้อมูลสำคัญกว่า 800 ไฟล์ เช่น LiDAR, แผนที่โครงสร้างไฟฟ้า, ไฟล์ออกแบบ และข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทพลังงานรายใหญ่ในสหรัฐ ก่อนนำไปขายในราคา 6.5 BTC (ราว $600,000) โดย Duke Energy อยู่ระหว่างตรวจสอบเหตุการณ์นี้ ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มโจมตีกำลังมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hackers-claim-breach-of-engineering-firm-offer-sale-of-info-on-three-major-us-utilities 🚚 Garmin เปิดตัวกล้อง DualView สำหรับรถบรรทุก ช่วยกำจัดจุดบอดรอบคัน Garmin เปิดตัว dēzl DualView ระบบกล้องภายนอกสองตัวที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดจุดบอดของรถบรรทุกโดยเฉพาะ กล้องมีมาตรฐานกันน้ำ IPX7 ให้ภาพรอบคันพร้อมแจ้งเตือนเมื่อมีรถเข้ามาในจุดบอด รองรับการบันทึกวิดีโอ 1080p และเชื่อมต่อกับแท็บเล็ตหรือ GPS ของ Garmin เพื่อสั่งงานด้วยเสียง อุปกรณ์นี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งต่อผู้ขับและผู้ใช้ถนนอื่น โดยวางจำหน่ายที่ราคา $999.99 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/dash-cams/garmin-unveils-a-new-rugged-cam-designed-to-cover-blind-spots-and-its-the-safety-device-truck-drivers-need 🧱 LEGO เปิดตัว Smart Play ใส่ชิปในก้อนอิฐ พร้อมเปิดตัวชุด Star Wars รุ่นแรก LEGO เปิดตัว “Smart Brick” อิฐรุ่นใหม่ที่ซ่อนชิปและเซนเซอร์ภายใน ทำให้สามารถตรวจจับตำแหน่งของมินิฟิกเกอร์หรือแท็กพิเศษเพื่อสร้างเสียง เอฟเฟกต์ไฟ และปฏิกิริยาต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องใช้แอปหรือการเชื่อมต่อออนไลน์ ชุดแรกที่รองรับคือ LEGO Star Wars 3 รุ่นใหม่ เช่น X-Wing และ TIE Fighter ซึ่งจะตอบสนองด้วยเสียงเครื่องยนต์ แสงดาบ และเอฟเฟกต์อื่น ๆ เพิ่มมิติใหม่ให้การเล่นโดยไม่ทำลายความคลาสสิกของ LEGO 🔗 https://www.techradar.com/streaming/entertainment/the-lego-brick-just-got-its-biggest-upgrade-yet-with-smart-play-and-its-coming-to-star-wars-sets-first 💻 Acer เปิดตัวไลน์อัป CES 2026 พร้อมโน้ตบุ๊ก AI และสกู๊ตเตอร์เกมมิ่ง Predator Acer เปิดศักราช CES 2026 ด้วยกองทัพโน้ตบุ๊กใหม่ที่ใช้ชิป Intel Core Ultra Series 3 ทั้ง Aspire AI, Swift AI และรุ่นเกมมิ่ง Predator/Nitro ที่เน้นประสิทธิภาพ AI เป็นพิเศษ พร้อมเปิดตัวมอนิเตอร์เกมมิ่ง 1000Hz, โปรเจ็กเตอร์ Vero รุ่นใหม่ และอุปกรณ์เครือข่าย Wi-Fi 7 แต่ไฮไลต์ที่สะดุดตาที่สุดคือ Predator ES Storm Pro สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าดีไซน์เกมมิ่งพร้อมไฟ RGB และระยะวิ่งราว 60 กม. ซึ่งสะท้อนความพยายามของ Acer ในการขยายแบรนด์ Predator ไปสู่ไลฟ์สไตล์นอกเหนือจากเกมมิ่งโดยตรง 🔗 https://www.techradar.com/tech-events/acers-ces-2026-reveals-include-laptops-displays-and-a-gaming-themed-e-scooter-apparently 🧠 HyperX จับมือ Neurable พัฒนาเฮดเซ็ตอ่านคลื่นสมองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเกมเมอร์ HyperX และ Neurable เผยเทคโนโลยีเฮดเซ็ตเกมมิ่งที่ฝังเซ็นเซอร์ EEG เพื่ออ่านคลื่นสมองแบบเรียลไทม์ ช่วยผู้เล่นเข้าสู่โหมดโฟกัส ลดภาวะ “tilt” และเพิ่มความแม่นยำ โดยระบบจะประเมิน cognitive load และระดับสมาธิ พร้อมโหมด “Prime” ที่ฝึกสมองก่อนเล่นเกม ซึ่งทดสอบแล้วช่วยเพิ่มความแม่นยำและลด reaction time ได้จริง ถือเป็นก้าวใหม่ของอุปกรณ์เกมมิ่งที่ผสานประสาทวิทยาเข้ากับการเล่นเกมอย่างเป็นรูปธรรม 🔗 https://www.techradar.com/gaming/gaming-accessories/hyperx-is-working-with-brain-scanning-company-neurable-on-a-gaming-headset-that-aims-to-offer-prevention-of-tilt-and-good-practice-not-crap-practice 🤖 Nvidia ซีอีโอ Jensen Huang ชี้ “ทั้งสแต็กกำลังถูกเปลี่ยนใหม่” พร้อมยุค AI รุ่นถัดไป Jensen Huang ขึ้นเวที CES 2026 พร้อมประกาศว่าทั้งอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โดยทุกเลเยอร์ของ AI ถูกออกแบบใหม่ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์จนถึงซอฟต์แวร์ พร้อมเผยชิปเจเนอเรชันใหม่ Vera Rubin ที่รวม CPU และ GPU เพื่อรองรับ AI Factory ขนาดใหญ่ รวมถึงแนวคิด “Physical AI” ที่ช่วยให้โมเดลเข้าใจโลกจริงมากขึ้น สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Nvidia ที่ต้องการสร้างแพลตฟอร์ม AI ครบวงจรสำหรับอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-entire-stack-is-being-changed-nvidia-ceo-jensen-huang-looks-ahead-to-the-next-generation-of-ai 🖥️ Keebmon มินิพีซีสุดล้ำ รวมคีย์บอร์ดกลไก + จอทัช 21:9 + Ryzen AI ในเครื่องเดียว Keebmon เปิดตัวอุปกรณ์ลูกผสมที่รวมมินิพีซี คีย์บอร์ดกลไก และจอสัมผัสอัตราส่วน 21:9 ไว้ในบอดี้พับได้เครื่องเดียว ใช้ชิป Ryzen AI 9 HX 370 รองรับ RAM สูงสุด 64GB และ SSD 8TB พร้อมพอร์ตครบครันทั้ง USB4, HDMI 2.1 และ OCuLink เหมาะกับสายพกพาที่ต้องการพลังประมวลผลระดับจริงจัง โดยโครงการ Kickstarter ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามเกินเป้าหลายเท่า 🔗 https://www.techradar.com/pro/you-have-never-seen-a-mini-pc-like-this-keebmon-is-a-ryzen-ai-powered-pc-with-a-mechanical-keyboard-a-21-9-touchscreen-display-64gb-ram-and-an-8tb-ssd 🛡️ ไต้หวันถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนกว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันในปี 2025 รายงานจากสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนเฉลี่ยวันละ 2.63 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และมากกว่า 113% เมื่อเทียบกับปี 2023 โดยการโจมตีมักเกิดควบคู่กับกิจกรรมทางทหารหรือเหตุการณ์การเมือง สะท้อนยุทธศาสตร์ “สงครามไฮบริด” ที่จีนใช้กดดันไต้หวันผ่านการสอดแนม การขโมยข้อมูล และการรบกวนระบบสำคัญของรัฐ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/taiwanese-infrastructure-suffered-over-2-5-million-chinese-cyberattacks-per-day-in-2025-report-reveals 🎬 Peacock เตรียมเป็นสตรีมมิงแรกที่รองรับ Dolby Vision 2 และ Atmos รุ่นใหม่ Peacock เดินหน้าอัปเกรดประสบการณ์สตรีมมิงครั้งใหญ่ด้วยการรองรับ Dolby Vision 2 และ Dolby AC‑4 ซึ่งช่วยให้ภาพคมชัดขึ้น ลดอาการภาพกระตุกและ Soap Opera Effect พร้อมเสียง Atmos ที่ปรับแต่งได้ละเอียดกว่าเดิม ทั้งในคอนเทนต์ออนดีมานด์และไลฟ์สดอย่าง NBA, NFL และโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ทำให้แพลตฟอร์มนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านคุณภาพภาพและเสียงในปีนี้อย่างเต็มตัว 🔗 https://www.techradar.com/streaming/entertainment/peacock-goes-all-in-on-dolby-with-vision-and-atmos-support 🕶️ Asus เปิดตัว ROG XREAL R1 แว่น AR สำหรับเกมเมอร์ หลังแยกทางกับ Meta Asus จับมือ XREAL เปิดตัวแว่น AR รุ่นใหม่ ROG XREAL R1 ที่มาพร้อมจอ micro‑OLED 1080p ความสว่างสูง รีเฟรชเรต 240Hz และระบบเชื่อมต่อผ่าน USB‑C หรือ Dock ที่รองรับ DisplayPort และ HDMI เพื่อใช้งานกับ ROG Ally, PC หรือคอนโซล โดยเน้นประสบการณ์เกมบนจอเสมือนขนาดใหญ่ 171 นิ้ว พร้อมฟีเจอร์เลนส์ปรับแสงอัตโนมัติและเสียงจูนโดย Bose ถือเป็นก้าวใหม่ของ Asus หลังยุติโครงการร่วมกับ Meta 🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/goodbye-meta-hello-xreal-asus-announces-rog-xreal-r1-ar-gaming-glasses-following-termination-of-its-horizon-os-headset 🖥️ จอ 5K แบบ Snap‑on พร้อม SSD ซ่อนในตัว คู่หูใหม่ของ Mac mini StudioDock Pro คือมอนิเตอร์ 27 นิ้ว 5K ที่ออกแบบมาให้ Mac mini สวมเข้าไปในตัวเครื่องได้เลย พร้อมฮับพอร์ตครบชุดและช่องใส่ SSD M.2 สูงสุด 8TB แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือ รุ่น Premium รองรับ Thunderbolt 5 ให้แบนด์วิดท์สูงถึง 120Gbps พร้อมพอร์ต 2.5G Ethernet และ SD UHS‑II ทั้งหมดนี้ในราคาเปิดตัว $699 ทำให้เป็นโซลูชันแบบ All‑in‑One สำหรับโต๊ะทำงานที่ต้องการความเรียบและประสิทธิภาพสูง 🔗 https://www.techradar.com/pro/this-usd699-5k-thunderbolt-5-monitor-is-the-perfect-partner-for-your-apple-mac-mini-and-even-comes-with-a-hidden-ssd-slot ⚡ Intel เปิดตัว Core Ultra Series 3 (Panther Lake) พร้อมชิปกราฟิกใหม่แรงระดับ RTX 3050 Intel เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ Core Ultra Series 3 (Panther Lake) ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม Intel 18A เน้นประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน โดยไฮไลต์คือ GPU ใหม่ Intel Arc B390 ที่รองรับ multiframe generation ผ่าน XeSS 3 ทำให้เล่นเกมอย่าง Battlefield 6 ที่ 1080p ได้ถึง 147fps พร้อมประกาศแพลตฟอร์มสำหรับเครื่องเกมพกพาแข่งกับ AMD Z‑series และชูจุดเด่นด้าน AI ที่ร่วมพัฒนากับ Microsoft อย่างใกล้ชิด 🔗 https://www.techradar.com/computing/cpu/intel-launches-new-core-ultra-300-series-processors-at-ces-2026-will-panther-lake-deliver-the-win-that-intel-needs 💻 Dell ชุบชีวิตแบรนด์ XPS พร้อมดีไซน์ใหม่และสเปกจัดเต็ม Dell ประกาศคืนชีพแบรนด์ XPS พร้อมเปิดตัว XPS 14 และ XPS 16 ดีไซน์ใหม่หมดจด ใช้วัสดุพรีเมียม CNC Aluminum + Gorilla Glass พร้อมนำปุ่มฟังก์ชันแบบ Physical กลับมาแทนทัชบาร์ และเพิ่มโลโก้ XPS ไว้บนฝาเครื่องเป็นครั้งแรก ใช้ชิป Intel Core Ultra 300 พร้อมกราฟิก Arc รุ่นใหม่ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 27 ชั่วโมง และตัวเครื่องบางเพียง 14.6 มม. ถือเป็นการกลับสู่จุดยืนเดิมของ XPS ในฐานะแล็ปท็อประดับพรีเมียมสำหรับผู้ใช้จริงจังและเกมเมอร์ 🔗 https://www.techradar.com/computing/dell-un-retires-its-iconic-xps-brand-at-ces-2026-were-getting-back-to-our-roots
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 132 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฟรีแลนซ์รับงานสร้างเว็บเพจเดียว แต่สุดท้ายได้ค่าจ้าง $21,000 — เรื่องจริงที่สะท้อนความวุ่นวายในองค์กรใหญ่

    เรื่องราวเริ่มจากงานง่าย ๆ ที่ควรใช้เวลาเพียงหนึ่งวัน: สร้าง หน้า HTML เดียว พร้อมแอนิเมชันเล็กน้อยและวิดีโอฝัง แต่เมื่อบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งติดต่อ Ibrahim Diallo อย่างเร่งด่วน เขาจึงเสนอราคาแบบระมัดระวังที่ 20 ชั่วโมง = $1,500 พร้อมเดินทางไปทำงานที่สำนักงานดาวเทียมของบริษัท 25 ไมล์จากบ้าน แต่ทันทีที่เริ่มงาน เขากลับพบว่าบริษัทไม่มีไฟล์ ไม่มีข้อมูล และไม่มีใครตอบอีเมล ทำให้วันแรกทั้งวันหมดไปกับการตั้งค่าเครื่อง

    สิ่งที่ควรเป็นงาน 3 วัน กลายเป็น 7 สัปดาห์ ของการนั่งรออีเมล กินข้าวฟรี และทำงานแทบไม่ได้เลย เพราะทุกครั้งที่เขาขอไฟล์หรือข้อมูล จะถูกโยนข้ามทีมไปมาแบบไร้ทิศทาง บางคนไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร บางคนอยู่ลาพักร้อน บางคนตอบช้าเป็นสัปดาห์ จนเขาต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ “ขุดอีเมล” เหมือนนักโบราณคดีเพื่อหาคำตอบ ทั้งหมดนี้เพื่อทำหน้าเว็บเพียงหน้าเดียว

    เมื่อเขาทำงานเสร็จและส่งให้ทีมผ่าน GitHub การรีวิวงานก็แทบไม่มีความหมาย เพราะทีมประชุมกันเรื่องอื่น และเพียงแค่พูดว่า “โอเค เดี๋ยว merge ให้คืนนี้” หลังจากนั้น Diallo ต้องเผชิญความจริงที่ว่าเขาใช้เวลา 7 สัปดาห์เต็มในโปรเจกต์ที่ควรใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง เขาจึงส่งใบแจ้งหนี้ตามจำนวนชั่วโมงจริง รวมเป็น $18,000 แม้จะรู้สึกผิด แต่ก็เป็นเวลาที่เขาทำงานให้บริษัทจริง

    สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ ผู้จัดการกลับตอบกลับมาพร้อม “คำนวณใหม่” ให้เขา — และพบว่าบริษัทติดค้างเขา $21,000 ไม่ใช่ $18,000 เขาจึงได้รับเงินมากกว่าที่คิด และเรื่องนี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความไร้ประสิทธิภาพขององค์กรใหญ่ ที่บางครั้งทำให้โปรเจกต์ง่าย ๆ กลายเป็นค่าใช้จ่ายมหาศาลโดยไม่จำเป็น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่อง
    งานที่ควรใช้เวลา 1 วัน ถูกยืดเป็น 7 สัปดาห์
    บริษัทไม่มีไฟล์ ไม่มีข้อมูล และตอบอีเมลช้ามาก
    Diallo ส่งใบแจ้งหนี้ $18,000 แต่บริษัทคำนวณให้ใหม่เป็น $21,000

    ประเด็นที่สะท้อนปัญหาองค์กร
    การสื่อสารภายในที่แย่ทำให้โปรเจกต์ล่าช้า
    การโยนอีเมลข้ามทีมทำให้ไม่มีใครรับผิดชอบ
    ความไร้ประสิทธิภาพทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

    มุมมองของผู้เขียน
    เขาไม่ได้ตั้งใจ “โกง” แต่ทำงานตามเวลาที่บริษัททำให้เสียไป
    เขาเรียนรู้ว่าบริษัทใหญ่มีความซับซ้อนและช้าโดยธรรมชาติ
    งานง่าย ๆ อาจกลายเป็นรายได้ก้อนใหญ่เพราะระบบภายในที่วุ่นวาย

    ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้
    ฟรีแลนซ์ควรประเมินเวลารวม “งานที่ไม่ใช่งาน” เช่น การรอไฟล์
    บริษัทควรมีระบบส่งต่อข้อมูลที่ชัดเจน
    ความล่าช้าขององค์กรอาจสร้างต้นทุนที่สูงกว่าที่คิด

    https://idiallo.com/blog/18000-dollars-static-web-page
    💸🧑‍💻 ฟรีแลนซ์รับงานสร้างเว็บเพจเดียว แต่สุดท้ายได้ค่าจ้าง $21,000 — เรื่องจริงที่สะท้อนความวุ่นวายในองค์กรใหญ่ เรื่องราวเริ่มจากงานง่าย ๆ ที่ควรใช้เวลาเพียงหนึ่งวัน: สร้าง หน้า HTML เดียว พร้อมแอนิเมชันเล็กน้อยและวิดีโอฝัง แต่เมื่อบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งติดต่อ Ibrahim Diallo อย่างเร่งด่วน เขาจึงเสนอราคาแบบระมัดระวังที่ 20 ชั่วโมง = $1,500 พร้อมเดินทางไปทำงานที่สำนักงานดาวเทียมของบริษัท 25 ไมล์จากบ้าน แต่ทันทีที่เริ่มงาน เขากลับพบว่าบริษัทไม่มีไฟล์ ไม่มีข้อมูล และไม่มีใครตอบอีเมล ทำให้วันแรกทั้งวันหมดไปกับการตั้งค่าเครื่อง สิ่งที่ควรเป็นงาน 3 วัน กลายเป็น 7 สัปดาห์ ของการนั่งรออีเมล กินข้าวฟรี และทำงานแทบไม่ได้เลย เพราะทุกครั้งที่เขาขอไฟล์หรือข้อมูล จะถูกโยนข้ามทีมไปมาแบบไร้ทิศทาง บางคนไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร บางคนอยู่ลาพักร้อน บางคนตอบช้าเป็นสัปดาห์ จนเขาต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ “ขุดอีเมล” เหมือนนักโบราณคดีเพื่อหาคำตอบ ทั้งหมดนี้เพื่อทำหน้าเว็บเพียงหน้าเดียว เมื่อเขาทำงานเสร็จและส่งให้ทีมผ่าน GitHub การรีวิวงานก็แทบไม่มีความหมาย เพราะทีมประชุมกันเรื่องอื่น และเพียงแค่พูดว่า “โอเค เดี๋ยว merge ให้คืนนี้” หลังจากนั้น Diallo ต้องเผชิญความจริงที่ว่าเขาใช้เวลา 7 สัปดาห์เต็มในโปรเจกต์ที่ควรใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง เขาจึงส่งใบแจ้งหนี้ตามจำนวนชั่วโมงจริง รวมเป็น $18,000 แม้จะรู้สึกผิด แต่ก็เป็นเวลาที่เขาทำงานให้บริษัทจริง สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ ผู้จัดการกลับตอบกลับมาพร้อม “คำนวณใหม่” ให้เขา — และพบว่าบริษัทติดค้างเขา $21,000 ไม่ใช่ $18,000 เขาจึงได้รับเงินมากกว่าที่คิด และเรื่องนี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความไร้ประสิทธิภาพขององค์กรใหญ่ ที่บางครั้งทำให้โปรเจกต์ง่าย ๆ กลายเป็นค่าใช้จ่ายมหาศาลโดยไม่จำเป็น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่อง ➡️ งานที่ควรใช้เวลา 1 วัน ถูกยืดเป็น 7 สัปดาห์ ➡️ บริษัทไม่มีไฟล์ ไม่มีข้อมูล และตอบอีเมลช้ามาก ➡️ Diallo ส่งใบแจ้งหนี้ $18,000 แต่บริษัทคำนวณให้ใหม่เป็น $21,000 ‼️ ประเด็นที่สะท้อนปัญหาองค์กร ⛔ การสื่อสารภายในที่แย่ทำให้โปรเจกต์ล่าช้า ⛔ การโยนอีเมลข้ามทีมทำให้ไม่มีใครรับผิดชอบ ⛔ ความไร้ประสิทธิภาพทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น ✅ มุมมองของผู้เขียน ➡️ เขาไม่ได้ตั้งใจ “โกง” แต่ทำงานตามเวลาที่บริษัททำให้เสียไป ➡️ เขาเรียนรู้ว่าบริษัทใหญ่มีความซับซ้อนและช้าโดยธรรมชาติ ➡️ งานง่าย ๆ อาจกลายเป็นรายได้ก้อนใหญ่เพราะระบบภายในที่วุ่นวาย ‼️ ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้ ⛔ ฟรีแลนซ์ควรประเมินเวลารวม “งานที่ไม่ใช่งาน” เช่น การรอไฟล์ ⛔ บริษัทควรมีระบบส่งต่อข้อมูลที่ชัดเจน ⛔ ความล่าช้าขององค์กรอาจสร้างต้นทุนที่สูงกว่าที่คิด https://idiallo.com/blog/18000-dollars-static-web-page
    IDIALLO.COM
    I charged $18,000 for a Static HTML Page
    Not too long ago, I made a living working as a contractor where I would hop from project to project. Some were short term where I would work for a week and quickly deliver my service. Others lasted a
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 40 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักออกแบบวิจารณ์ยับ! ไอคอนใหม่ของ macOS Tahoe ถูกชี้ว่า ‘รก–สับสน–ไร้มาตรฐาน’ จนทำลายประสบการณ์ผู้ใช้

    บทความของ Tonksy วิจารณ์อย่างหนักถึงการตัดสินใจของ Apple ที่เพิ่มไอคอนให้ “ทุกเมนู” ใน macOS Tahoe ซึ่งตรงข้ามกับหลักการออกแบบดั้งเดิมของ Macintosh Human Interface Guidelines ปี 1992 ที่เน้นความเรียบง่ายและการใช้ไอคอนเฉพาะเมื่อจำเป็น ผู้เขียนชี้ว่าไอคอนจำนวนมากใน Tahoe ไม่ได้ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาฟังก์ชันได้เร็วขึ้น แต่กลับทำให้เมนูรกและอ่านยากกว่าเดิมอย่างชัดเจน

    ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ ความไม่สอดคล้องกัน ทั้งระหว่างแอปและภายในแอปเดียวกัน เช่น คำสั่งพื้นฐานอย่าง New, Open, Save, Close, Find หรือ Delete กลับมีไอคอนหลายแบบในแต่ละแอป บางครั้งใช้สัญลักษณ์เดียวกันแต่หมายถึงคนละฟังก์ชัน หรือใช้สัญลักษณ์ต่างกันแต่หมายถึงฟังก์ชันเดียวกัน ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถสร้าง “ความจำเชิงภาพ” (visual memory) ได้เลย

    นอกจากนี้ ไอคอนจำนวนมากยังมี รายละเอียดเล็กเกินไป สำหรับขนาด 12×12 พิกเซลจริงบนหน้าจอ Retina เช่น ไอคอนที่มีตัวอักษรสูงเพียง 2 พิกเซล หรือกล้องที่มีช่องมองภาพจิ๋วที่แทบมองไม่เห็น ผู้เขียนชี้ว่า Apple ใช้ไอคอนแบบเวกเตอร์แทนบิตแมป ทำให้เส้นไม่ตรงกับพิกเซลและเกิดความเบลอ ซึ่งเป็นปัญหาที่นักออกแบบไอคอนรู้กันดีว่าต้องหลีกเลี่ยง

    บทความยังชี้ให้เห็นถึง การใช้สัญลักษณ์ผิดความหมาย เช่น ไอคอน Select All ที่ไม่สื่อถึงการเลือกข้อความเลย หรือไอคอน Bookmark ที่ใช้รูป “หนังสือ” แทน “ที่คั่นหน้า” รวมถึงการใช้สัญลักษณ์ระบบ เช่น ลูกศรหรือจุดไข่ปลา ในบริบทที่ผิดจนทำให้ผู้ใช้สับสน ผู้เขียนสรุปว่า Apple พยายามทำสิ่งที่ “เป็นไปไม่ได้” คือใส่ไอคอนให้ทุกเมนู ทั้งที่ไม่มีไอคอนที่ดีพอสำหรับทุกคำสั่ง และยิ่งทำให้ประสบการณ์ผู้ใช้แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ปัญหาหลักของไอคอน macOS Tahoe
    ไอคอนมากเกินไป ทำให้เมนูรกและอ่านยาก
    ขาดความสอดคล้องระหว่างแอปและภายในแอปเดียวกัน
    รายละเอียดเล็กเกินไปจนมองไม่เห็นในขนาดจริง
    ใช้สัญลักษณ์ผิดความหมายหรือสื่อความหมายไม่ชัดเจน

    ประเด็นที่ต้องจับตา
    ไอคอนเหมือนกันแต่ความหมายต่างกัน ทำให้ผู้ใช้สับสน
    ไอคอนต่างกันแต่ความหมายเดียวกัน ทำลายความจำเชิงภาพ
    การใช้เวกเตอร์แทนบิตแมปทำให้ไอคอนเบลอและไม่คมชัด

    หลักการออกแบบที่บทความย้ำ
    ไอคอนควรใช้เฉพาะเมื่อช่วยให้ค้นหาฟังก์ชันได้เร็วขึ้น
    ควรมีมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ
    ควรออกแบบให้สื่อความหมายได้แม้ในขนาดเล็กมาก

    ข้อสรุปเชิงวิจารณ์
    Apple พยายามใส่ไอคอนให้ทุกเมนู ทั้งที่ไม่จำเป็น
    หลักการออกแบบที่ดีจาก HIG 1992 ถูกละเลย
    ผู้ใช้ต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการอ่านเมนูแทนที่จะง่ายขึ้น

    https://tonsky.me/blog/tahoe-icons/
    🎨💥 นักออกแบบวิจารณ์ยับ! ไอคอนใหม่ของ macOS Tahoe ถูกชี้ว่า ‘รก–สับสน–ไร้มาตรฐาน’ จนทำลายประสบการณ์ผู้ใช้ บทความของ Tonksy วิจารณ์อย่างหนักถึงการตัดสินใจของ Apple ที่เพิ่มไอคอนให้ “ทุกเมนู” ใน macOS Tahoe ซึ่งตรงข้ามกับหลักการออกแบบดั้งเดิมของ Macintosh Human Interface Guidelines ปี 1992 ที่เน้นความเรียบง่ายและการใช้ไอคอนเฉพาะเมื่อจำเป็น ผู้เขียนชี้ว่าไอคอนจำนวนมากใน Tahoe ไม่ได้ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาฟังก์ชันได้เร็วขึ้น แต่กลับทำให้เมนูรกและอ่านยากกว่าเดิมอย่างชัดเจน ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ ความไม่สอดคล้องกัน ทั้งระหว่างแอปและภายในแอปเดียวกัน เช่น คำสั่งพื้นฐานอย่าง New, Open, Save, Close, Find หรือ Delete กลับมีไอคอนหลายแบบในแต่ละแอป บางครั้งใช้สัญลักษณ์เดียวกันแต่หมายถึงคนละฟังก์ชัน หรือใช้สัญลักษณ์ต่างกันแต่หมายถึงฟังก์ชันเดียวกัน ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถสร้าง “ความจำเชิงภาพ” (visual memory) ได้เลย นอกจากนี้ ไอคอนจำนวนมากยังมี รายละเอียดเล็กเกินไป สำหรับขนาด 12×12 พิกเซลจริงบนหน้าจอ Retina เช่น ไอคอนที่มีตัวอักษรสูงเพียง 2 พิกเซล หรือกล้องที่มีช่องมองภาพจิ๋วที่แทบมองไม่เห็น ผู้เขียนชี้ว่า Apple ใช้ไอคอนแบบเวกเตอร์แทนบิตแมป ทำให้เส้นไม่ตรงกับพิกเซลและเกิดความเบลอ ซึ่งเป็นปัญหาที่นักออกแบบไอคอนรู้กันดีว่าต้องหลีกเลี่ยง บทความยังชี้ให้เห็นถึง การใช้สัญลักษณ์ผิดความหมาย เช่น ไอคอน Select All ที่ไม่สื่อถึงการเลือกข้อความเลย หรือไอคอน Bookmark ที่ใช้รูป “หนังสือ” แทน “ที่คั่นหน้า” รวมถึงการใช้สัญลักษณ์ระบบ เช่น ลูกศรหรือจุดไข่ปลา ในบริบทที่ผิดจนทำให้ผู้ใช้สับสน ผู้เขียนสรุปว่า Apple พยายามทำสิ่งที่ “เป็นไปไม่ได้” คือใส่ไอคอนให้ทุกเมนู ทั้งที่ไม่มีไอคอนที่ดีพอสำหรับทุกคำสั่ง และยิ่งทำให้ประสบการณ์ผู้ใช้แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ปัญหาหลักของไอคอน macOS Tahoe ➡️ ไอคอนมากเกินไป ทำให้เมนูรกและอ่านยาก ➡️ ขาดความสอดคล้องระหว่างแอปและภายในแอปเดียวกัน ➡️ รายละเอียดเล็กเกินไปจนมองไม่เห็นในขนาดจริง ➡️ ใช้สัญลักษณ์ผิดความหมายหรือสื่อความหมายไม่ชัดเจน ‼️ ประเด็นที่ต้องจับตา ⛔ ไอคอนเหมือนกันแต่ความหมายต่างกัน ทำให้ผู้ใช้สับสน ⛔ ไอคอนต่างกันแต่ความหมายเดียวกัน ทำลายความจำเชิงภาพ ⛔ การใช้เวกเตอร์แทนบิตแมปทำให้ไอคอนเบลอและไม่คมชัด ✅ หลักการออกแบบที่บทความย้ำ ➡️ ไอคอนควรใช้เฉพาะเมื่อช่วยให้ค้นหาฟังก์ชันได้เร็วขึ้น ➡️ ควรมีมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ ➡️ ควรออกแบบให้สื่อความหมายได้แม้ในขนาดเล็กมาก ‼️ ข้อสรุปเชิงวิจารณ์ ⛔ Apple พยายามใส่ไอคอนให้ทุกเมนู ทั้งที่ไม่จำเป็น ⛔ หลักการออกแบบที่ดีจาก HIG 1992 ถูกละเลย ⛔ ผู้ใช้ต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการอ่านเมนูแทนที่จะง่ายขึ้น https://tonsky.me/blog/tahoe-icons/
    TONSKY.ME
    It’s hard to justify Tahoe icons
    Looking at the first principles of icon design—and how Apple failed to apply all of them in macOS Tahoe
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 31 มุมมอง 0 รีวิว
  • COCOS 4 เปิดซอร์สเต็มรูปแบบ—ก้าวใหม่ของเอนจินเกมเอเชียสู่เวทีโลก

    COCOS ซึ่งเป็นเอนจินเกมยอดนิยมในตลาดเอเชีย โดยเฉพาะเกมมือถือและเกมเบา ๆ ได้ประกาศข่าวใหญ่รับปี 2026 ด้วยการเปิดตัว COCOS 4 ภายใต้ MIT License แบบโอเพ่นซอร์สเต็มรูปแบบ หลังจากที่บริษัท SUD เข้าซื้อกิจการในปี 2025 ด้วยมูลค่า 72 ล้านดอลลาร์ การเปิดซอร์สครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางครั้งสำคัญของแพลตฟอร์มเกมที่เคยเป็นแบบ proprietary มาก่อน

    การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการแยก Engine ออกจาก Editor อย่างชัดเจน โดย COCOS หมายถึง “เอนจิน” เท่านั้น ส่วน IDE ใหม่ชื่อ PinK จะรับหน้าที่เป็นเครื่องมือพัฒนาแบบเต็มรูปแบบ พร้อมระบบ Agents และฟีเจอร์ด้านภาพที่ย้ายมาจาก Cocos Creator เดิม การเปิดซอร์สครั้งนี้ยังรวมถึง engine core, cross‑platform code, COCOS CLI และโหมด headless ของ IDE

    SUD ระบุว่าการเปิดซอร์สไม่ใช่เพื่อการค้าโดยตรง แต่เพื่อสร้างระบบนิเวศนักพัฒนาให้เติบโต โดยเฉพาะการผลักดันให้ COCOS กลายเป็น AI‑native engine ที่ AI สามารถอ่านโค้ดและช่วยพัฒนาได้ง่ายขึ้น พร้อมหวังให้เกิด Pull Requests จำนวนมากเพื่อสร้าง “วงจรพัฒนาแบบฟีดแบ็กลูป” ที่แข็งแรงขึ้นในระดับโลก

    ในด้านทิศทางการพัฒนา COCOS 4 ยังคงต่อยอดจาก Creator 3.x พร้อมรองรับ SemVer อย่างเคร่งครัด ฟีเจอร์ใหม่จะมาในรูปแบบ MCPs/Agents ตัวเอนจินจะเบาขึ้น เร็วขึ้น และรองรับแพลตฟอร์มมากขึ้น เช่น Steam พร้อมแก้บั๊กเก่า ๆ อย่าง Spine และปรับปรุงประสิทธิภาพด้าน rich text และ lists นอกจากนี้นักพัฒนายังสามารถแก้ไขทุกส่วนของเอนจิน หรือแม้แต่สร้างเอนจินใหม่จาก COCOS 4 ได้เลย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์จากข่าว
    COCOS 4 เปิดซอร์สภายใต้ MIT License
    Engine และ Editor แยกออกจากกันอย่างเป็นทางการ
    PinK กลายเป็น IDE ใหม่พร้อมระบบ Agents
    รวม engine core, cross‑platform code, CLI และ headless IDE

    ประเด็นที่ต้องจับตา
    การเปลี่ยนผ่านจาก Cocos Creator อาจทำให้ผู้ใช้เดิมต้องปรับตัว
    ฟีเจอร์บางอย่างจะย้ายไป PinK ในอนาคต อาจเกิด fragmentation ชั่วคราว
    การเปิดซอร์สอาจดึงดูดโค้ดจากหลายทิศทาง ต้องมีการจัดการคุณภาพ

    ทิศทางการพัฒนาในอนาคต
    เน้น AI‑native development ผ่าน MCPs/Agents
    เอนจินเบาและเร็วขึ้น รองรับอุปกรณ์หลากหลาย
    ขยายแพลตฟอร์มไปยัง Steam และอื่น ๆ

    ความเสี่ยงด้าน ecosystem
    การพึ่งพา community contributions อาจทำให้คุณภาพไม่สม่ำเสมอ
    ผู้พัฒนาเกมเชิงพาณิชย์ต้องประเมินความเสถียรของเวอร์ชันใหม่

    https://itsfoss.com/news/cocos-4-game-engine/
    🎮✨ COCOS 4 เปิดซอร์สเต็มรูปแบบ—ก้าวใหม่ของเอนจินเกมเอเชียสู่เวทีโลก COCOS ซึ่งเป็นเอนจินเกมยอดนิยมในตลาดเอเชีย โดยเฉพาะเกมมือถือและเกมเบา ๆ ได้ประกาศข่าวใหญ่รับปี 2026 ด้วยการเปิดตัว COCOS 4 ภายใต้ MIT License แบบโอเพ่นซอร์สเต็มรูปแบบ หลังจากที่บริษัท SUD เข้าซื้อกิจการในปี 2025 ด้วยมูลค่า 72 ล้านดอลลาร์ การเปิดซอร์สครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางครั้งสำคัญของแพลตฟอร์มเกมที่เคยเป็นแบบ proprietary มาก่อน การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการแยก Engine ออกจาก Editor อย่างชัดเจน โดย COCOS หมายถึง “เอนจิน” เท่านั้น ส่วน IDE ใหม่ชื่อ PinK จะรับหน้าที่เป็นเครื่องมือพัฒนาแบบเต็มรูปแบบ พร้อมระบบ Agents และฟีเจอร์ด้านภาพที่ย้ายมาจาก Cocos Creator เดิม การเปิดซอร์สครั้งนี้ยังรวมถึง engine core, cross‑platform code, COCOS CLI และโหมด headless ของ IDE SUD ระบุว่าการเปิดซอร์สไม่ใช่เพื่อการค้าโดยตรง แต่เพื่อสร้างระบบนิเวศนักพัฒนาให้เติบโต โดยเฉพาะการผลักดันให้ COCOS กลายเป็น AI‑native engine ที่ AI สามารถอ่านโค้ดและช่วยพัฒนาได้ง่ายขึ้น พร้อมหวังให้เกิด Pull Requests จำนวนมากเพื่อสร้าง “วงจรพัฒนาแบบฟีดแบ็กลูป” ที่แข็งแรงขึ้นในระดับโลก ในด้านทิศทางการพัฒนา COCOS 4 ยังคงต่อยอดจาก Creator 3.x พร้อมรองรับ SemVer อย่างเคร่งครัด ฟีเจอร์ใหม่จะมาในรูปแบบ MCPs/Agents ตัวเอนจินจะเบาขึ้น เร็วขึ้น และรองรับแพลตฟอร์มมากขึ้น เช่น Steam พร้อมแก้บั๊กเก่า ๆ อย่าง Spine และปรับปรุงประสิทธิภาพด้าน rich text และ lists นอกจากนี้นักพัฒนายังสามารถแก้ไขทุกส่วนของเอนจิน หรือแม้แต่สร้างเอนจินใหม่จาก COCOS 4 ได้เลย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์จากข่าว ➡️ COCOS 4 เปิดซอร์สภายใต้ MIT License ➡️ Engine และ Editor แยกออกจากกันอย่างเป็นทางการ ➡️ PinK กลายเป็น IDE ใหม่พร้อมระบบ Agents ➡️ รวม engine core, cross‑platform code, CLI และ headless IDE ‼️ ประเด็นที่ต้องจับตา ⛔ การเปลี่ยนผ่านจาก Cocos Creator อาจทำให้ผู้ใช้เดิมต้องปรับตัว ⛔ ฟีเจอร์บางอย่างจะย้ายไป PinK ในอนาคต อาจเกิด fragmentation ชั่วคราว ⛔ การเปิดซอร์สอาจดึงดูดโค้ดจากหลายทิศทาง ต้องมีการจัดการคุณภาพ ✅ ทิศทางการพัฒนาในอนาคต ➡️ เน้น AI‑native development ผ่าน MCPs/Agents ➡️ เอนจินเบาและเร็วขึ้น รองรับอุปกรณ์หลากหลาย ➡️ ขยายแพลตฟอร์มไปยัง Steam และอื่น ๆ ‼️ ความเสี่ยงด้าน ecosystem ⛔ การพึ่งพา community contributions อาจทำให้คุณภาพไม่สม่ำเสมอ ⛔ ผู้พัฒนาเกมเชิงพาณิชย์ต้องประเมินความเสถียรของเวอร์ชันใหม่ https://itsfoss.com/news/cocos-4-game-engine/
    ITSFOSS.COM
    First Good News of 2026!COCOS 4 Game Engine Goes Open Source
    Previously proprietary, this game engine is now fully open source.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 40 มุมมอง 0 รีวิว
  • ช่องโหว่ใหม่ CVE‑2025‑43530 ทำ macOS เสี่ยงถูกควบคุมเครื่องแบบไร้การอนุญาต

    ช่องโหว่ใหม่ที่ถูกเปิดเผยใน macOS ภายใต้รหัส CVE‑2025‑43530 ทำให้ระบบป้องกันความเป็นส่วนตัวของ Apple หรือ TCC (Transparency, Consent, and Control) ถูกเจาะทะลุอีกครั้ง โดยนักวิจัยด้านความปลอดภัย Mickey Jin พบว่ามีจุดอ่อนใน ScreenReader.framework ซึ่งเกี่ยวข้องกับฟีเจอร์ VoiceOver ทำให้ผู้โจมตีสามารถสั่งงานระบบได้โดยไม่ต้องผ่านหน้าต่างขออนุญาตใด ๆ

    แก่นของปัญหาอยู่ที่บริการ com.apple.scrod ซึ่งใช้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของโปรเซสที่ร้องขอสิทธิ์ แต่ระบบตรวจสอบนี้มีข้อบกพร่องสองจุด ได้แก่ การเชื่อใจไฟล์ที่มีลายเซ็น Apple มากเกินไป และช่องโหว่แบบ TOCTOU (Time-of-Check Time-of-Use) ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสลับไฟล์ระหว่างการตรวจสอบได้ ทำให้สามารถแอบอ้างเป็นโปรเซสที่ถูกต้องได้ง่ายขึ้น

    เมื่อผู้โจมตีหลอกระบบสำเร็จ พวกเขาจะสามารถใช้ AppleScript เพื่อควบคุมเครื่องได้เสมือนเป็น “ผู้ใช้เงา” เช่น สั่ง Finder, เปิดไฟล์, เข้าถึงข้อมูลส่วนตัว หรือแม้แต่ดึงข้อมูลที่ปกติถูกป้องกันโดย TCC เช่น รูปภาพ รายชื่อผู้ติดต่อ หรือข้อมูลตำแหน่ง โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย

    Apple ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว โดยระบุว่าได้ “ปรับปรุงการตรวจสอบ” เพื่อปิดช่องโหว่นี้ ผู้ใช้ macOS ทุกคนจึงควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันการถูกโจมตีผ่านช่องโหว่ดังกล่าว ซึ่งมีโค้ดตัวอย่างถูกเผยแพร่สู่สาธารณะแล้ว ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ช่องโหว่และสาเหตุ
    เกิดจากจุดอ่อนใน ScreenReader.framework และบริการ com.apple.scrod
    ระบบเชื่อใจไฟล์ที่มีลายเซ็น Apple มากเกินไป
    มีช่องโหว่แบบ TOCTOU ทำให้สลับไฟล์ระหว่างตรวจสอบได้

    ผลกระทบ
    ผู้โจมตีสามารถรัน AppleScript โดยไม่ต้องขออนุญาต
    เข้าถึงข้อมูลส่วนตัว เช่น รูปภาพ รายชื่อ หรือข้อมูลตำแหน่ง
    ควบคุมเครื่องได้เหมือนเป็นผู้ใช้จริง

    ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
    โค้ดโจมตีถูกเผยแพร่แล้ว ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
    อาจถูกใช้ร่วมกับมัลแวร์เพื่อควบคุมเครื่องแบบเงียบ ๆ
    ผู้ใช้ที่ไม่อัปเดต macOS เสี่ยงถูกเจาะระบบสูงมาก

    วิธีป้องกัน
    อัปเดต macOS เป็นเวอร์ชันล่าสุดทันที
    หลีกเลี่ยงการรันไฟล์หรือแอปที่ไม่รู้จัก
    ตรวจสอบสิทธิ์ Accessibility และ Automation ใน System Settings

    https://securityonline.info/new-tcc-bypass-cve-2025-43530-exposes-macos-to-unchecked-automation/
    🛡️ ช่องโหว่ใหม่ CVE‑2025‑43530 ทำ macOS เสี่ยงถูกควบคุมเครื่องแบบไร้การอนุญาต ช่องโหว่ใหม่ที่ถูกเปิดเผยใน macOS ภายใต้รหัส CVE‑2025‑43530 ทำให้ระบบป้องกันความเป็นส่วนตัวของ Apple หรือ TCC (Transparency, Consent, and Control) ถูกเจาะทะลุอีกครั้ง โดยนักวิจัยด้านความปลอดภัย Mickey Jin พบว่ามีจุดอ่อนใน ScreenReader.framework ซึ่งเกี่ยวข้องกับฟีเจอร์ VoiceOver ทำให้ผู้โจมตีสามารถสั่งงานระบบได้โดยไม่ต้องผ่านหน้าต่างขออนุญาตใด ๆ แก่นของปัญหาอยู่ที่บริการ com.apple.scrod ซึ่งใช้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของโปรเซสที่ร้องขอสิทธิ์ แต่ระบบตรวจสอบนี้มีข้อบกพร่องสองจุด ได้แก่ การเชื่อใจไฟล์ที่มีลายเซ็น Apple มากเกินไป และช่องโหว่แบบ TOCTOU (Time-of-Check Time-of-Use) ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสลับไฟล์ระหว่างการตรวจสอบได้ ทำให้สามารถแอบอ้างเป็นโปรเซสที่ถูกต้องได้ง่ายขึ้น เมื่อผู้โจมตีหลอกระบบสำเร็จ พวกเขาจะสามารถใช้ AppleScript เพื่อควบคุมเครื่องได้เสมือนเป็น “ผู้ใช้เงา” เช่น สั่ง Finder, เปิดไฟล์, เข้าถึงข้อมูลส่วนตัว หรือแม้แต่ดึงข้อมูลที่ปกติถูกป้องกันโดย TCC เช่น รูปภาพ รายชื่อผู้ติดต่อ หรือข้อมูลตำแหน่ง โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย Apple ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้ว โดยระบุว่าได้ “ปรับปรุงการตรวจสอบ” เพื่อปิดช่องโหว่นี้ ผู้ใช้ macOS ทุกคนจึงควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันการถูกโจมตีผ่านช่องโหว่ดังกล่าว ซึ่งมีโค้ดตัวอย่างถูกเผยแพร่สู่สาธารณะแล้ว ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ช่องโหว่และสาเหตุ ➡️ เกิดจากจุดอ่อนใน ScreenReader.framework และบริการ com.apple.scrod ➡️ ระบบเชื่อใจไฟล์ที่มีลายเซ็น Apple มากเกินไป ➡️ มีช่องโหว่แบบ TOCTOU ทำให้สลับไฟล์ระหว่างตรวจสอบได้ ✅ ผลกระทบ ➡️ ผู้โจมตีสามารถรัน AppleScript โดยไม่ต้องขออนุญาต ➡️ เข้าถึงข้อมูลส่วนตัว เช่น รูปภาพ รายชื่อ หรือข้อมูลตำแหน่ง ➡️ ควบคุมเครื่องได้เหมือนเป็นผู้ใช้จริง ‼️ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง ⛔ โค้ดโจมตีถูกเผยแพร่แล้ว ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ⛔ อาจถูกใช้ร่วมกับมัลแวร์เพื่อควบคุมเครื่องแบบเงียบ ๆ ⛔ ผู้ใช้ที่ไม่อัปเดต macOS เสี่ยงถูกเจาะระบบสูงมาก ✅ วิธีป้องกัน ➡️ อัปเดต macOS เป็นเวอร์ชันล่าสุดทันที ➡️ หลีกเลี่ยงการรันไฟล์หรือแอปที่ไม่รู้จัก ➡️ ตรวจสอบสิทธิ์ Accessibility และ Automation ใน System Settings https://securityonline.info/new-tcc-bypass-cve-2025-43530-exposes-macos-to-unchecked-automation/
    SECURITYONLINE.INFO
    New TCC Bypass (CVE-2025-43530) Exposes macOS to Unchecked Automation
    Researcher Mickey Jin uncovers CVE-2025-43530, a critical TCC bypass in macOS allowing attackers to hijack user data via accessibility tools.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 38 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนการของทรัมป์ในการฮุบอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาและขอให้บริษัทอเมริกันเข้าไปลงทุนฟื้นโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรมหนักหลังถูกละเลยและถูกนานาชาติแซงก์ชันมานาน ดูจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะนอกจากต้องใช้เวลาหลายปีและเงินทุนก้อนใหญ่กว่าจะสามารถเพิ่มกำลังผลิตจำนวนมากได้แล้ว ปัญหาเฉพาะหน้าที่สำคัญกว่านั้นอาจเป็นการหาทางโน้มน้าวให้บริษัทพลังงานกล้าขนเงินเข้าไปลงทุนทั้งที่สถานการณ์ทางการเมืองในเวเนซุเอลายังไร้ความแน่นอน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001168

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    แผนการของทรัมป์ในการฮุบอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาและขอให้บริษัทอเมริกันเข้าไปลงทุนฟื้นโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรมหนักหลังถูกละเลยและถูกนานาชาติแซงก์ชันมานาน ดูจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะนอกจากต้องใช้เวลาหลายปีและเงินทุนก้อนใหญ่กว่าจะสามารถเพิ่มกำลังผลิตจำนวนมากได้แล้ว ปัญหาเฉพาะหน้าที่สำคัญกว่านั้นอาจเป็นการหาทางโน้มน้าวให้บริษัทพลังงานกล้าขนเงินเข้าไปลงทุนทั้งที่สถานการณ์ทางการเมืองในเวเนซุเอลายังไร้ความแน่นอน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001168 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    Haha
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 95 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 2

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 2
    อังกฤษ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ครองโลกผ่านความเป็นใหญ่ในน่านน้ำด้วยเรือปืน ชาวเกาะใหญ่ ร่อนไปรอบผืนแผ่นดินใหญ่ World Island (อาฟริกา เอเซีย และยุโรป) และสามารถปิดล้อมพวกที่อยู่ในบริเวณนั้น อย่างรัสเซียและจีนได้ ซึ่งในช่วงนั้น ทั้ง 2 ประเทศ เอาตัวเองแทบไม่รอด ทฤษฏีครูแมค มีอิทธิพลต่อชาวเกาะใหญ่ฯ และดูเหมือนชาวเกาะใหญ่ฯ ก็จะไม่มีวันยอมให้พวกอยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ World Island ชิงโลกไปครองอย่างเด็ดขาด
    อเมริกา ซึ่งก็เป็นชาวเกาะเหมือนกันตามทฤษฏีครูแมค แต่น่าจะเป็นเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวา (ฮา) ก็พร้อมใจที่จะรับมรดกของอังกฤษ ขึ้นเป็นผู้ครองโลก ต่อจากอังกฤษ ที่เยินหนักหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังจากอเมริการับมรดก ก็มีฐานทัพงอกขึ้นมาเต็ม ยิ่งกว่าดอกเห็ดในหน้าฝน ตั้งแต่แถวยุโรปยาวมาจนถึงญี่ปุ่น เพื่อมาปิดล้อม ดินแดนอันกว้างใหญ่ของยูเรเซีย
    การต่อสู้ทางภูมิศาสตร์การเมือง ระหว่างอำนาจทางทะเล กับอำนาจบนผืนแผ่นดินใหญ่ ยังดำเนินอยู่ต่อไป อเมริกาเดินหน้าหาทาง “ปิดล้อม” รัสเซียและจีน ด้วยวิธีต่างๆเหมือนเดิม แต่ยังมีนักยุทธศาสตร์อเมริกา รวมทั้งนักวิเคราะห์การเมืองในปัจจุบัน ดูเหมือนจะมองข้ามทฤษฏีครูแมค
    พวกนักยุทธศาสตร์ และนักวิเคราะห์การเมืองรุ่นใหม่ ต่างเชื่อว่า ด้วยกำลังทางทหารของอเมริกา ด้วยสถานะทางเศรษฐกิจ และการเป็นลูกพี่ใหญ่ทางสังคม จะทำให้อเมริกายังรักษาความเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งไว้ได้ต่อไปอีกนาน แม้จะมีสัญญานเริ่มส่งให้เห็นแล้วว่า มันก็ไม่แน่หรอกนาย แม้กระทั่งจักรวรรดิ ที่เคยยิ่งใหญ่กว่าอเมริกา ก็ยังมีเวลาร่วงหล่นเหมือนกัน แล้วอเมริกาจะอยู่นอกเหนือกฏแห่งธรรมชาติอยู่รายเดียวอย่างนั้นหรือ แต่ดูเหมือนนักยุทธศาสตร์ และนักวิเคราะห์การเมืองหลายราย จะไม่เชื่อในกฏแห่งธรรมชาติ
    ท่าน ศจ. ดร. โจเซฟ ไน จูเนียร์ Joseph Nye Jr นักรัฐศาสตร์การเมืองผู้ยิ่งใหญ่จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดของอเมริกา ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนให้อเมริกาใช้ “soft power” อำนาจที่ไม่ใช่ทางการทหาร (เขียนสั้นๆ แต่ความหมายกินไปไกล) ที่อเมริกากำลังขยันใช้อยู่ ประกาศว่า….. ศักยภาพของกองทัพอเมริกา กับเศรษฐกิจของอเมริกา ยังเป็นหนึ่งเดียวในโลก ไม่มีทางที่กองทัพ กองกำลังใด ไม่ว่าภายในหรือภายนอกประเทศ จะเข้ามาบดบังความยิ่งใหญ่ของอเมริกาได้เลย … นี่ มาแบบอเมริกาของแท้
    ท่านด๊อก จากฮาร์วาด ยังเย้ยต่อว่า ….และ ไอ้ใครที่พูดกันว่า ตอนนี้เป็นศตวรรษของจีนน่ะ the Chinese Century มันไปเอามาจากไหนกัน (วะ) รายได้ต่อหัวของคนจีนน่ะ รอไปอีก 10 ปี ก็ไม่รู้ว่าจะ (มีวัน) ทัน คนอเมริกันไหม …. จีนมีวิสัยทัศน์ที่ไหน พวกตาตี่มันตาสั้น เน้นแต่นโยบายสำหรับในบ้านตัวเองเท่านั้น โลกเขาไปถึงไหนแล้ว พวกตาตี่มองไปไม่ถึงหรอก ท่านด๊อก ยังแถมให้อีกดอกว่า จีนมีความเสียเปรียบอยู่แยะ ในด้านภูมิศาสตร์การเมืองภายในเอเซีย ที่อเมริกาชนะอย่างไม่ต้องออกแรง มาตั้งแต่ต้นแล้ว…..
    ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า ท่านด๊อก จากฮา_วาด นี่ น่าจะอาศัยอยู่ในรู…
    อำนาจทางทะเลและเรือปืน ควบคุมโลกอยู่มือได้ประมาณ 400 ปี ระหว่าง ค.ศ.1602 จนถึง 1922 มันเป็นการแข่งขันกันระหว่างมหาอำนาจ ที่จะยึด หรือควบคุมยูเรเซีย โดยการใช้เส้นทางในท้องทะเล ที่ยาวประมาณ 15,000 ไมล์ จากลอนดอนไปถึงโตเกียว เครื่องมือสำคัญที่ใช้ก็คือ เรือเดินทะเล อาวุธ และกำลังพล เวลาผ่านไป เรือรบมาแทนที่ ตามมาด้วยเรือดำน้ำ และเครื่องบินสาระพัดรุ่น มันเป็นการพัฒนาเรือ เครื่องบิน และอาวุธไปเรื่อยๆ เพื่อขยายแสนยานุภาพ และการควบคุมเส้นทางทะเล และควบคุมพวกที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านทางทะเล
    ในช่วงที่จักรภพอังกฤษ เหมือนกระเบื้องเฟื่องฟูลอยสูงสุด ประมาณปี ค.ศ.1900 อังกฤษมีกองเรือรบจำนวนถึง 300 ลำ มีป้อมทหารเรือประมาณ 30 แห่ง มีฐานทัพเรียงรายไปทั่วโลก ตั้งแต่แอตแลนติกเหนือที่สคาปา ลงมาเมดิเตอร์เรเนียนที่มอลต้า ไล่มาถึงสุเอซ บอมเบย์ สิงคโปร์ และ ฮ่องกง จักรภพอังกฤษใหญ่โต จนเห็นมหาสมุทรอินเดีย เหมือนเป็นสมบัติส่วนตัว คิดจะปิด จะเปิดเสียเมื่อไหร่ก็ได้ เพื่อกันไม่ให้พวกเปอร์เซียน และออโตมานเข้ามาสร้างท่าเรือในอ่าวเปอร์เซียได้
    นอกจากนี้ อังกฤษยังควบคุมแถบอารเบีย เมโสโปเตเมีย ซึ่งเป็นส่วนที่ครูแมคเรียกว่า ทางเข้าของยุโรปไปสู่มหาสมุทรอินเดีย และเป็นทางเข้าไปสู่ กล่องดวงใจของ World Island อีกด้วย
    ศตวรรษที่ 19 จึงเป็นช่วงเวลาของการต่อสู้ ของคู่แข่งขันทางภูมิศาสตร์การเมือง ที่เรียกกันว่า “the Great Game” ระหว่างฝ่ายหนึ่งคือ รัสเซีย ที่ตอนนั้น ดูเหมือนจะครอบครองพื้นที่ของ Heartland เกือบทั้งหมด จนถึงปากทางเข้าของยุโรป กับอีกฝ่ายหนึ่งคือ อังกฤษ ที่มาทางทะเลและเข้าไปยึดได้ส่วนหนึ่งของผืนแผ่นดินใหญ่อย่างอินเดีย ซึ่งนำความภาคภูมิมาให้อังกฤษ อย่างหาที่สุดมิได้ ถึงกับเรียกอินเดียว่า เป็นเพชรยอดมงกุฏของอังกฤษ
    ครูแมคจึงสรุปว่า เห็นชัดมั้ย นี่ไง คือการสู้ระหว่างอำนาจทางทะเล กับอำนาจทางผืนแผ่นดิน
    การชิงอินเดียได้ ทำให้อังกฤษยิ่งเชื่อว่า ทฤษฏีของครูแมค นำมาปรับใช้ เป็นแนวทางการวางยุทธศาสตร์ ที่จะควบคุม หรือครอบครองผืนแผ่นดินใหญ่ได้
    การแข่งขัน จึงเปลี่ยนเป็นระหว่าง อังกฤษ (เจ้าเก่า) กับ เยอรมัน (ที่อยู่ใกล้กับรัสเซีย heartland ตามทฤษฏี ครูแมค)
    ราวปี ค.ศ.1906 พวกมหาอำนาจ ต่างก็เร่งพัฒนากองทัพเรือของตนเองกันอย่างเต็มที่ อังกฤษลงทุนสูงสุด สร้างเรือรบที่ทันสมัยที่สุดในตอนนั้น คือ HMS Dreadnought น้ำหนัก 2 หมื่นตัน วิ่งได้เร็วถึง 21 น็อต มีปืนยิงเร็วขนาดลำกล้อง 12 นิ้ว ยิงกระสุนหนัก 850 ปอนด์ ระยะไกลถึง 12 ไมล์ ด้วยเป้าหมายที่จะยึด เยอรมัน ที่ขวางทางอังกฤษ ในการจะเข้าไปครอบครอง บริเวณที่เป็น heartland อีกต่อหนึ่ง
    จากการแข่งขันเพื่อความเป็นที่หนึ่งของกองทัพเรือ การรวมตัวของฝ่ายชาวเกาะ คือ อังกฤษ อเมริกา ญี่ปุ่น การที่เยอรมันคิดสร้างทางรถไฟสายเบอร์ลิน-แบกแดด ทางรถไฟที่อาจทำให้เยอรมันเข้าไปชิงน้ำมันในตะวันออกกลาง และเข้าถึง heartland ได้ก่อนอังกฤษ และที่สำคัญคือ การที่อังกฤษเอง ก็คิดจะไปครอบครองแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางก่อนคนอื่น เพื่อจะเอาไว้ใช้สร้างแสนยานุภาพของกองทัพเรืออังกฤษ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมพวกที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ตามแผนยุทธศาสตร์ใหญ่ของตน ทั้งหมดนั้นเป็นสาเหตุ ที่ทำให้อังกฤษคิดสร้างสงครามโลกครั้งที่ 1
    ไม่ว่าจะแยกออกมาเป็นเรื่องไหน ก็น่าคิดว่า แทบทุกเรื่อง เหมือนจะมาจากแนวคิดตามทฤษฏีของครูแมค และนำมาปรับสร้างเป็นสูตรยุทธศาสตร์ แทบทั้งนั้น
    และแม้เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1918 มีคนตายทั้งสิ้น ประมาณ 16 ล้านคน และรัสเซียที่อยู่ในกลาง heartland ก็เหมือนจะถูกปิดล้อมด้วยการให้ผจญอยู่กับการปฏิวัติ ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้สร้าง มีจุดมุ่งหมายที่จะให้รัสเซียถึงจุดจบในที่สุด …..แต่อิทธิพลความคิด ตามทฤษฏีของครูแมคก็ยังมีต่อมาถึงเยอรมัน ….
    ปี ค.ศ.1942 ท่านผู้นำของเยอรมัน จัดกองทัพจำนวนพล 1 ล้านนาย อาวุธหนักครบเครื่อง พร้อมรถถัง 500 คัน ข้ามแม่น้ำโวลก้า มุ่งหน้าไปเมืองสตาลินกราดของรัสเซีย แต่แล้วการบุกของท่านผู้นำ ก็จบลงด้วยกองทัพเยอรมัน บาดเจ็บไป 8 แสน 5 หมื่นคน ตาย หรือถูกจับ ขณะที่พยายามจะผ่านเข้าไปในเส้นทางด้านยุโรปตะวันออก เพื่อมุ่งหน้าไปชิงกล่องดวงใจของ World Island
    แล้วอเมริกา ก็เดินต้อยๆตามทฤษฏีของครูแมคกับเขาเหมือนกัน แม้จะชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว แต่ก็ยังพยายามที่จะควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญ 2 จุด คือ รัสเซีย และจีน ที่อยู่คนละปลายเขตของยูเรเซีย โดยการสร้างฐานทัพ ตามพิมพ์เขียวของอังกฤษ ไว้ตลอดเส้นทางเดินทะเล ที่ชัดเจนว่า เป็นการปิดล้อมพวกที่อยู่ใน World Island ไว้
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    23 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 2 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 2 อังกฤษ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ครองโลกผ่านความเป็นใหญ่ในน่านน้ำด้วยเรือปืน ชาวเกาะใหญ่ ร่อนไปรอบผืนแผ่นดินใหญ่ World Island (อาฟริกา เอเซีย และยุโรป) และสามารถปิดล้อมพวกที่อยู่ในบริเวณนั้น อย่างรัสเซียและจีนได้ ซึ่งในช่วงนั้น ทั้ง 2 ประเทศ เอาตัวเองแทบไม่รอด ทฤษฏีครูแมค มีอิทธิพลต่อชาวเกาะใหญ่ฯ และดูเหมือนชาวเกาะใหญ่ฯ ก็จะไม่มีวันยอมให้พวกอยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ World Island ชิงโลกไปครองอย่างเด็ดขาด อเมริกา ซึ่งก็เป็นชาวเกาะเหมือนกันตามทฤษฏีครูแมค แต่น่าจะเป็นเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวา (ฮา) ก็พร้อมใจที่จะรับมรดกของอังกฤษ ขึ้นเป็นผู้ครองโลก ต่อจากอังกฤษ ที่เยินหนักหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังจากอเมริการับมรดก ก็มีฐานทัพงอกขึ้นมาเต็ม ยิ่งกว่าดอกเห็ดในหน้าฝน ตั้งแต่แถวยุโรปยาวมาจนถึงญี่ปุ่น เพื่อมาปิดล้อม ดินแดนอันกว้างใหญ่ของยูเรเซีย การต่อสู้ทางภูมิศาสตร์การเมือง ระหว่างอำนาจทางทะเล กับอำนาจบนผืนแผ่นดินใหญ่ ยังดำเนินอยู่ต่อไป อเมริกาเดินหน้าหาทาง “ปิดล้อม” รัสเซียและจีน ด้วยวิธีต่างๆเหมือนเดิม แต่ยังมีนักยุทธศาสตร์อเมริกา รวมทั้งนักวิเคราะห์การเมืองในปัจจุบัน ดูเหมือนจะมองข้ามทฤษฏีครูแมค พวกนักยุทธศาสตร์ และนักวิเคราะห์การเมืองรุ่นใหม่ ต่างเชื่อว่า ด้วยกำลังทางทหารของอเมริกา ด้วยสถานะทางเศรษฐกิจ และการเป็นลูกพี่ใหญ่ทางสังคม จะทำให้อเมริกายังรักษาความเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งไว้ได้ต่อไปอีกนาน แม้จะมีสัญญานเริ่มส่งให้เห็นแล้วว่า มันก็ไม่แน่หรอกนาย แม้กระทั่งจักรวรรดิ ที่เคยยิ่งใหญ่กว่าอเมริกา ก็ยังมีเวลาร่วงหล่นเหมือนกัน แล้วอเมริกาจะอยู่นอกเหนือกฏแห่งธรรมชาติอยู่รายเดียวอย่างนั้นหรือ แต่ดูเหมือนนักยุทธศาสตร์ และนักวิเคราะห์การเมืองหลายราย จะไม่เชื่อในกฏแห่งธรรมชาติ ท่าน ศจ. ดร. โจเซฟ ไน จูเนียร์ Joseph Nye Jr นักรัฐศาสตร์การเมืองผู้ยิ่งใหญ่จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดของอเมริกา ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนให้อเมริกาใช้ “soft power” อำนาจที่ไม่ใช่ทางการทหาร (เขียนสั้นๆ แต่ความหมายกินไปไกล) ที่อเมริกากำลังขยันใช้อยู่ ประกาศว่า….. ศักยภาพของกองทัพอเมริกา กับเศรษฐกิจของอเมริกา ยังเป็นหนึ่งเดียวในโลก ไม่มีทางที่กองทัพ กองกำลังใด ไม่ว่าภายในหรือภายนอกประเทศ จะเข้ามาบดบังความยิ่งใหญ่ของอเมริกาได้เลย … นี่ มาแบบอเมริกาของแท้ ท่านด๊อก จากฮาร์วาด ยังเย้ยต่อว่า ….และ ไอ้ใครที่พูดกันว่า ตอนนี้เป็นศตวรรษของจีนน่ะ the Chinese Century มันไปเอามาจากไหนกัน (วะ) รายได้ต่อหัวของคนจีนน่ะ รอไปอีก 10 ปี ก็ไม่รู้ว่าจะ (มีวัน) ทัน คนอเมริกันไหม …. จีนมีวิสัยทัศน์ที่ไหน พวกตาตี่มันตาสั้น เน้นแต่นโยบายสำหรับในบ้านตัวเองเท่านั้น โลกเขาไปถึงไหนแล้ว พวกตาตี่มองไปไม่ถึงหรอก ท่านด๊อก ยังแถมให้อีกดอกว่า จีนมีความเสียเปรียบอยู่แยะ ในด้านภูมิศาสตร์การเมืองภายในเอเซีย ที่อเมริกาชนะอย่างไม่ต้องออกแรง มาตั้งแต่ต้นแล้ว….. ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า ท่านด๊อก จากฮา_วาด นี่ น่าจะอาศัยอยู่ในรู… อำนาจทางทะเลและเรือปืน ควบคุมโลกอยู่มือได้ประมาณ 400 ปี ระหว่าง ค.ศ.1602 จนถึง 1922 มันเป็นการแข่งขันกันระหว่างมหาอำนาจ ที่จะยึด หรือควบคุมยูเรเซีย โดยการใช้เส้นทางในท้องทะเล ที่ยาวประมาณ 15,000 ไมล์ จากลอนดอนไปถึงโตเกียว เครื่องมือสำคัญที่ใช้ก็คือ เรือเดินทะเล อาวุธ และกำลังพล เวลาผ่านไป เรือรบมาแทนที่ ตามมาด้วยเรือดำน้ำ และเครื่องบินสาระพัดรุ่น มันเป็นการพัฒนาเรือ เครื่องบิน และอาวุธไปเรื่อยๆ เพื่อขยายแสนยานุภาพ และการควบคุมเส้นทางทะเล และควบคุมพวกที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านทางทะเล ในช่วงที่จักรภพอังกฤษ เหมือนกระเบื้องเฟื่องฟูลอยสูงสุด ประมาณปี ค.ศ.1900 อังกฤษมีกองเรือรบจำนวนถึง 300 ลำ มีป้อมทหารเรือประมาณ 30 แห่ง มีฐานทัพเรียงรายไปทั่วโลก ตั้งแต่แอตแลนติกเหนือที่สคาปา ลงมาเมดิเตอร์เรเนียนที่มอลต้า ไล่มาถึงสุเอซ บอมเบย์ สิงคโปร์ และ ฮ่องกง จักรภพอังกฤษใหญ่โต จนเห็นมหาสมุทรอินเดีย เหมือนเป็นสมบัติส่วนตัว คิดจะปิด จะเปิดเสียเมื่อไหร่ก็ได้ เพื่อกันไม่ให้พวกเปอร์เซียน และออโตมานเข้ามาสร้างท่าเรือในอ่าวเปอร์เซียได้ นอกจากนี้ อังกฤษยังควบคุมแถบอารเบีย เมโสโปเตเมีย ซึ่งเป็นส่วนที่ครูแมคเรียกว่า ทางเข้าของยุโรปไปสู่มหาสมุทรอินเดีย และเป็นทางเข้าไปสู่ กล่องดวงใจของ World Island อีกด้วย ศตวรรษที่ 19 จึงเป็นช่วงเวลาของการต่อสู้ ของคู่แข่งขันทางภูมิศาสตร์การเมือง ที่เรียกกันว่า “the Great Game” ระหว่างฝ่ายหนึ่งคือ รัสเซีย ที่ตอนนั้น ดูเหมือนจะครอบครองพื้นที่ของ Heartland เกือบทั้งหมด จนถึงปากทางเข้าของยุโรป กับอีกฝ่ายหนึ่งคือ อังกฤษ ที่มาทางทะเลและเข้าไปยึดได้ส่วนหนึ่งของผืนแผ่นดินใหญ่อย่างอินเดีย ซึ่งนำความภาคภูมิมาให้อังกฤษ อย่างหาที่สุดมิได้ ถึงกับเรียกอินเดียว่า เป็นเพชรยอดมงกุฏของอังกฤษ ครูแมคจึงสรุปว่า เห็นชัดมั้ย นี่ไง คือการสู้ระหว่างอำนาจทางทะเล กับอำนาจทางผืนแผ่นดิน การชิงอินเดียได้ ทำให้อังกฤษยิ่งเชื่อว่า ทฤษฏีของครูแมค นำมาปรับใช้ เป็นแนวทางการวางยุทธศาสตร์ ที่จะควบคุม หรือครอบครองผืนแผ่นดินใหญ่ได้ การแข่งขัน จึงเปลี่ยนเป็นระหว่าง อังกฤษ (เจ้าเก่า) กับ เยอรมัน (ที่อยู่ใกล้กับรัสเซีย heartland ตามทฤษฏี ครูแมค) ราวปี ค.ศ.1906 พวกมหาอำนาจ ต่างก็เร่งพัฒนากองทัพเรือของตนเองกันอย่างเต็มที่ อังกฤษลงทุนสูงสุด สร้างเรือรบที่ทันสมัยที่สุดในตอนนั้น คือ HMS Dreadnought น้ำหนัก 2 หมื่นตัน วิ่งได้เร็วถึง 21 น็อต มีปืนยิงเร็วขนาดลำกล้อง 12 นิ้ว ยิงกระสุนหนัก 850 ปอนด์ ระยะไกลถึง 12 ไมล์ ด้วยเป้าหมายที่จะยึด เยอรมัน ที่ขวางทางอังกฤษ ในการจะเข้าไปครอบครอง บริเวณที่เป็น heartland อีกต่อหนึ่ง จากการแข่งขันเพื่อความเป็นที่หนึ่งของกองทัพเรือ การรวมตัวของฝ่ายชาวเกาะ คือ อังกฤษ อเมริกา ญี่ปุ่น การที่เยอรมันคิดสร้างทางรถไฟสายเบอร์ลิน-แบกแดด ทางรถไฟที่อาจทำให้เยอรมันเข้าไปชิงน้ำมันในตะวันออกกลาง และเข้าถึง heartland ได้ก่อนอังกฤษ และที่สำคัญคือ การที่อังกฤษเอง ก็คิดจะไปครอบครองแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางก่อนคนอื่น เพื่อจะเอาไว้ใช้สร้างแสนยานุภาพของกองทัพเรืออังกฤษ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมพวกที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ตามแผนยุทธศาสตร์ใหญ่ของตน ทั้งหมดนั้นเป็นสาเหตุ ที่ทำให้อังกฤษคิดสร้างสงครามโลกครั้งที่ 1 ไม่ว่าจะแยกออกมาเป็นเรื่องไหน ก็น่าคิดว่า แทบทุกเรื่อง เหมือนจะมาจากแนวคิดตามทฤษฏีของครูแมค และนำมาปรับสร้างเป็นสูตรยุทธศาสตร์ แทบทั้งนั้น และแม้เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1918 มีคนตายทั้งสิ้น ประมาณ 16 ล้านคน และรัสเซียที่อยู่ในกลาง heartland ก็เหมือนจะถูกปิดล้อมด้วยการให้ผจญอยู่กับการปฏิวัติ ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้สร้าง มีจุดมุ่งหมายที่จะให้รัสเซียถึงจุดจบในที่สุด …..แต่อิทธิพลความคิด ตามทฤษฏีของครูแมคก็ยังมีต่อมาถึงเยอรมัน …. ปี ค.ศ.1942 ท่านผู้นำของเยอรมัน จัดกองทัพจำนวนพล 1 ล้านนาย อาวุธหนักครบเครื่อง พร้อมรถถัง 500 คัน ข้ามแม่น้ำโวลก้า มุ่งหน้าไปเมืองสตาลินกราดของรัสเซีย แต่แล้วการบุกของท่านผู้นำ ก็จบลงด้วยกองทัพเยอรมัน บาดเจ็บไป 8 แสน 5 หมื่นคน ตาย หรือถูกจับ ขณะที่พยายามจะผ่านเข้าไปในเส้นทางด้านยุโรปตะวันออก เพื่อมุ่งหน้าไปชิงกล่องดวงใจของ World Island แล้วอเมริกา ก็เดินต้อยๆตามทฤษฏีของครูแมคกับเขาเหมือนกัน แม้จะชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว แต่ก็ยังพยายามที่จะควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญ 2 จุด คือ รัสเซีย และจีน ที่อยู่คนละปลายเขตของยูเรเซีย โดยการสร้างฐานทัพ ตามพิมพ์เขียวของอังกฤษ ไว้ตลอดเส้นทางเดินทะเล ที่ชัดเจนว่า เป็นการปิดล้อมพวกที่อยู่ใน World Island ไว้ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 23 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 111 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 1

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 1
    ผมหายหน้าไปจากท่านผู้อ่านพักใหญ่ ไม่ได้หนีหนี้นะครับ แต่มันหมดแรง อยู่ๆ ร่างกายมันก็แผ่วไปเสียงั้นแหล่ะ ก็เป็นไปตามวัย แรงหมดก็นอน แรงหมดมาก ก็ต้องนอนมาก ผมก็เลยนอนเป็นดักแด้ รอให้ปีกงอก
    ก่อนจะกลายเป็นดักแด้ ผมได้เขียนนิทาน แผนจัญไร เล่ามาจนถึงตอนตุรกีถูกผีเข้า ลุกขึ้นสอยซูกอยของคุณพี่ปูติน โดยผมแจ้งกับท่านผู้อ่านไว้ว่า จะกลับมาเขียนแผนจัญไร ส่วนที่อาจจะเกี่ยวกับบ้านเราต่อ แต่ผมขอเปลี่ยนโปรแกรมนิทานเรื่องที่จะเล่าต่อนะครับ จะยังไม่เขียนเรื่องบ้านเรา แม้ตอนนี้เหตุการณ์ในบ้านเราจะมีเรื่องกวนใจบ้าง มันก็เป็นไปตามเแผนที่เขาตั้งใจจะให้เป็น เราก็ตามดูมันไป เพราะเป็นเรื่องในบ้านเรา แต่อย่าถึงกับเต้นตามกันทุกนาที เดี๋ยวเหนื่อยแย่ เก็บแรงไว้สู้ของจริงดีกว่าครับ
    ระหว่างผมนอนเป็นดักแด้ เหตุการณ์นอกบ้านก็เกิดขึ้นแยะ แต่เหตุการณ์เหล่านั้นเป็นไปตาม “อาการ” ก่อนที่จะมีการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ผมเลยอยากจะทบทวนยุทธศาสตร์ หรือแผนเดินหมาก ของแต่ละฝ่าย หรือแต่ละขั้วเสียหน่อย คือขั้วที่นำโดยอเมริกา กับขั้วที่นำโดย รัสเซีย จีน ผมแยกอย่างนี้ เพราะเชื่อว่า ขณะนี้ โลกเราแบ่งขั้วทางอำนาจ ทางการเมือง และทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ค่อนข้างชัดเจน เป็น 2 ขั้วอย่างนี้แล้ว
    ทุกประเทศต่างก็มียุทธศาสตร์ของตัวเอง ในการจะดำรงคงอยู่เป็นประเทศเอกราช ซึ่งมีทั้งยุทธศาสตร์ในยามสงบ และในยามทำศึกสงคราม และจะแพ้ชนะ จะเอาตัวรอดหรือไม่ ก็อยู่ที่ “ยุทธศาสตร์” นี่ละครับ อาวุธเยี่ยม กองกำลังแยะ แต่ถ้ายุทธศาสตร์ห่วย ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นผู้ชนะ
    และการวางแผนยุทธศาสตร์ เขาไม่ได้วางกันวันนี้ใช้พรุ่งนี้ แผนยุทธศาสตร์ เขาวางกันเป็นหลายสิบปีล่วงหน้า และไม่มีใครประกาศว่า ใครใช้ยุทธศาสตร์อะไร ที่มีประกาศให้ชาวบ้านรู้ ส่วนใหญ่ก็เป็นยุทธศาสตร์ลวง เราๆที่ตามดูอยู่ข้างทาง ก็เลยตกหลุมบ้างออกไปนอกอ่าวบ้าง เพราะมันยากที่จะเข้าใจ แต่ก็ไม่เหลือวิสัย ที่เราอาจจะพอรู้ได้บ้าง จากการติดตามเหตุการณ์ ศึกษาการเดินหมาก แล้วเอามาพิจารณาและวิเคราะห์ต่อ
    การเดินหมากแต่ละครั้งของแต่ละฝ่าย จึงเป็นเรื่องน่าสนใจ ส่วนจะทำให้เห็นปลายทางของหมากแต่ละตัวที่ถูกเดิน รวมทั้งสุดทางของผู้เดินหมากของแต่ละฝ่ายด้วยหรือไม่นั้น คงบอกไม่ได้หมด เพราะมันขึ้นกับปัจจัยอีกหลายอย่าง ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
    สำหรับท่านที่ตามอ่านนิทานมาตั้งแต่เรื่องแรกๆ คงจะจำได้ว่า ผมเขียนถึงผู้ที่ผมเรียกว่า “ครูแมค” บ่อยๆ
    เราจะเข้าใจเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ชัดขึ้น รวมทั้งอาจได้รู้จักยุทธศาสตร์ของทั้ง 2 ขั้ว ถ้าเรารู้จักทฤษฏีของครูแมค
    ครูแมค หรือชื่อเต็มว่า Sir Halford Mackinder เป็นผู้อำนวนการของสถาบันการศึกษา London School of Economics ที่มีชื่อเสียงมากของอังกฤษ นอกเหนือจากเป็นผู้อำนวยการสถาบัน ครูแมคยังเป็นยอดนักภูมิศาสตร์
    ในเดือนมกราคม ค.ศ.1904 ขณะที่อากาศของอังกฤษ เกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ เย็นยะเยือก ครูแมคก็บรรยายทฤษฏีของตนเองให้สมาชิกสมาคมภูมิศาสตร์ Royal Geographical Society ของชาวเกาะใหญ่ฟัง ให้หนาวเย็นขึ้นไปอีก ในหัวข้อเรื่อง “The Geographical Pivot of History”
    จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ ….
    มันเป็นหัวข้อของการบอกเล่าถึงทฤษฏีที่สะเทือนโลกจริงๆ เพราะเป็นทฤษฏีที่ทำให้โลกนี้เกิดสงครามโลกมาแล้วทั้ง 2 ครั้ง และน่าเป็นห่วงว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 หากจะเกิดขึ้น ก็น่าจะไม่พ้นจากความคิด ที่มาจากทฤษฏีของครูแมคอีกเช่นกัน
    คำบรรยายของครูแมค สรุปว่า
    …การเป็นมหาอำนาจในโลกต่อไปในอนาคต ไม่ได้อยู่ที่การควบคุมเส้นทางทะเล อย่างที่อังกฤษคิด เข้าใจ และดำเนินมาตลอด “อีกแล้ว” หมดแล้ว จบแล้ว แต่ในทางตรงกันข้าม ใครก็ตาม ที่เป็นผู้ควบคุมบริเวณผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ ยาวติดต่อกันเป็นแผง ที่เรียกว่า ยูโร-เอเซีย หรือ ยูเรเซีย ต่างหาก ที่จะเป็นมหาอำนาจในโลก….
    ครูแมค ยังนำแผนที่ ที่ทำขึ้นตามทฤษฏี มาแสดงประกอบการบรรยายให้เห็นแนวคิดของเขา ที่บอกว่า อาฟริกา เอเซีย และยุโรป ไม่ได้แยกออกจากกันเป็น 3 ทวีป แต่โดยความเป็นจริงแล้ว มันเป็นผืนแผ่นดินใหญ่แผ่นเดียวกัน ติดต่อกัน เหมือนเป็นเกาะใหญ่ของโลก World-Island ต่างหาก
    ทีนี้เข้าใจแล้วนะครับว่า ทำไมผมถึงเรียกอังกฤษว่า เป็นเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย เพราะไม่ได้ไปรวมอยู่กับพวก World-Island ได้เป็นเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็ดีถมถืดแล้ว จริงๆ น่าจะเป็นแค่หูด หรือติ่ง เท่านั้นเอง
    ครูแมคยังบอกอีกว่า
    …..heartland กล่องดวงใจ หรือส่วนที่เป็นแกนกลางของ World-Island คือบริเวณตั้งแต่อ่าวเปอร์เซีย ไปจนถึงแม่น้ำแยงซีของจีน ใหญ่ยาว 4000 ไมล์ มันเป็นบริเวณที่ใหญ่มหึมา จนผู้ที่จะมีโอกาสควบคุมบริเวณนี้ได้ ก็มีแต่พวกประเทศที่อยู่แถว rimland หรือชายขอบ เช่น แถบยุโรปตะวันออก ที่มีเขตแดนติดกับ heartland หรือไม่ก็พวกบรรดาประเทศ ที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเล แต่ก็อยู่ไกล จนแทบจะเป็นไปได้ยากว่า จะเข้าไปถึงบริเวณกล่องดวงใจ …
    ตามทฤษฏีข้างต้นของครูแมค heartland นั้น หมายถึง บริเวณที่เป็นสหภาพโซเวียต และยุโรปตะวันออก คือ บริเวณที่เยอรมัน ออสเตรีย โปแลนด์ ฮังการี ตั้งอยู่
    ครูแมคแถมอีกว่า การพยายามขุดคลองเจาะเข้าไปในแผ่นดิน ทำนองคลองสุเอซ มันก็แค่เสริมอำนาจ แต่ไม่พอหรอกที่จะเอาชนะพวกอยู่ด้านในกล่องดวงใจได้ …….ส่วนรางรถไฟที่จะวิ่งผ่านเข้าไปในทุ่งหญ้าสเตปป์ (ที่อยู่กลางรัสเซีย) นั่นต่างหากที่น่าสนใจ และจะทำให้ทุ่งหญ้าสเตปป์มีความหมายขึ้น เพราะมันจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย จากการขนส่งที่ใช้ทางทะเล จึงอาจจะเป็นตัวเปลี่ยนอำนาจ จากเส้นทางทะเล มาอยู่บนด้านในของแผ่นดินก็ได้…..
    แล้ว ครูแมค ก็สรุปว่า…
    “ใครที่ครอบครองยุโรปตะวันออก จะได้ควบคุมกล่องดวงใจ
    ใครที่ครอบครองกล่องดวงใจ จะได้ควบคุมบริเวณ World-Island
    ใครที่ครอบครอง World-Island จะได้ควบคุมโลก”
    ตามทฤษฏีของครูแมค บริเวณของ World Island มีเนื้อที่ใหญ่เท่ากับ 60% ของส่วนที่เป็นแผ่นดินของโลก ส่วนอเมริกา และออสเตรเลีย ก็เลยเป็นแต่เกาะเล็กกะจิ๊ดในทฤษฏีของครูแมค (จะใหญ่เท่ากับหัวนิ้วโป้งของเท้าขวา หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ผมเกิดไม่ทันที่จะได้มีโอกาสถามครูแมค)
    ตลอด 2 ชั่วโมง ของการบรรยายครั้งประวัติศาสตร์ของครูแมค ผู้ฟังต่างอึ้ง ทึ่ง และสงสัย แย่งกันถามครูแมคให้อธิบายต่อ ที่น่าสนใจคือ คำถามถึงการเป็นไปได้ ของการเข้าไปสู่กล่องดวงใจโดยทางอากาศ หรือโดยทางรางรถไฟ จำตรงนี้กันไว้นะครับ
    ครูแมคตอบแต่เพียงว่า …..วัตถุประสงค์ของผม ไม่ใช่การพยากรณ์ ว่า อนาคตของประเทศใดจะเป็นอย่างไร ผมเพียงแต่จะบอกว่า ภูมิศาสตร์นั้น สามารถนำไปปรับใช้ “สร้างสูตรทางการเมืองได้” … อนาคตของโลกจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่า พวกเราทั้งหลาย จะสามารถรักษาดุลยอำนาจในโลกอย่างไร ระหว่างประเทศที่อาศัยเส้นทางทะเล(พวกชาวเกาะ) กับ ประเทศ ที่อยู่แถบ heartland …ด้านในของพื้นดิน (พวกแแผ่นดินใหญ่)
    คำบรรยายของครูแมค น่าจะเป็นทั้งเข็มแทงใจดำใครบางคน
    …ฉิบหาย เกือบอดแดกแล้วสิกู…..
    และก็เป็นเข็มทิศ ในการสร้างยุทธศาสตร์ สำหรับหลายประเทศ
    วันที่ครูแมคบรรยาย นั่นมันนานกว่า 100 ปีแล้วนะครับ
    แต่น่าสนใจว่า ทั้ง 2 ขั้วอำนาจ เหมือนจะ เอาทฤษฏีของครูแมค
    มาปรับ “สร้างสูตรทางการเมือง” หรือ ยุทธศาสตร์ของตน และใช้จนถึงทุกวันนี้
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    22 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 1 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 1 ผมหายหน้าไปจากท่านผู้อ่านพักใหญ่ ไม่ได้หนีหนี้นะครับ แต่มันหมดแรง อยู่ๆ ร่างกายมันก็แผ่วไปเสียงั้นแหล่ะ ก็เป็นไปตามวัย แรงหมดก็นอน แรงหมดมาก ก็ต้องนอนมาก ผมก็เลยนอนเป็นดักแด้ รอให้ปีกงอก ก่อนจะกลายเป็นดักแด้ ผมได้เขียนนิทาน แผนจัญไร เล่ามาจนถึงตอนตุรกีถูกผีเข้า ลุกขึ้นสอยซูกอยของคุณพี่ปูติน โดยผมแจ้งกับท่านผู้อ่านไว้ว่า จะกลับมาเขียนแผนจัญไร ส่วนที่อาจจะเกี่ยวกับบ้านเราต่อ แต่ผมขอเปลี่ยนโปรแกรมนิทานเรื่องที่จะเล่าต่อนะครับ จะยังไม่เขียนเรื่องบ้านเรา แม้ตอนนี้เหตุการณ์ในบ้านเราจะมีเรื่องกวนใจบ้าง มันก็เป็นไปตามเแผนที่เขาตั้งใจจะให้เป็น เราก็ตามดูมันไป เพราะเป็นเรื่องในบ้านเรา แต่อย่าถึงกับเต้นตามกันทุกนาที เดี๋ยวเหนื่อยแย่ เก็บแรงไว้สู้ของจริงดีกว่าครับ ระหว่างผมนอนเป็นดักแด้ เหตุการณ์นอกบ้านก็เกิดขึ้นแยะ แต่เหตุการณ์เหล่านั้นเป็นไปตาม “อาการ” ก่อนที่จะมีการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ผมเลยอยากจะทบทวนยุทธศาสตร์ หรือแผนเดินหมาก ของแต่ละฝ่าย หรือแต่ละขั้วเสียหน่อย คือขั้วที่นำโดยอเมริกา กับขั้วที่นำโดย รัสเซีย จีน ผมแยกอย่างนี้ เพราะเชื่อว่า ขณะนี้ โลกเราแบ่งขั้วทางอำนาจ ทางการเมือง และทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ค่อนข้างชัดเจน เป็น 2 ขั้วอย่างนี้แล้ว ทุกประเทศต่างก็มียุทธศาสตร์ของตัวเอง ในการจะดำรงคงอยู่เป็นประเทศเอกราช ซึ่งมีทั้งยุทธศาสตร์ในยามสงบ และในยามทำศึกสงคราม และจะแพ้ชนะ จะเอาตัวรอดหรือไม่ ก็อยู่ที่ “ยุทธศาสตร์” นี่ละครับ อาวุธเยี่ยม กองกำลังแยะ แต่ถ้ายุทธศาสตร์ห่วย ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นผู้ชนะ และการวางแผนยุทธศาสตร์ เขาไม่ได้วางกันวันนี้ใช้พรุ่งนี้ แผนยุทธศาสตร์ เขาวางกันเป็นหลายสิบปีล่วงหน้า และไม่มีใครประกาศว่า ใครใช้ยุทธศาสตร์อะไร ที่มีประกาศให้ชาวบ้านรู้ ส่วนใหญ่ก็เป็นยุทธศาสตร์ลวง เราๆที่ตามดูอยู่ข้างทาง ก็เลยตกหลุมบ้างออกไปนอกอ่าวบ้าง เพราะมันยากที่จะเข้าใจ แต่ก็ไม่เหลือวิสัย ที่เราอาจจะพอรู้ได้บ้าง จากการติดตามเหตุการณ์ ศึกษาการเดินหมาก แล้วเอามาพิจารณาและวิเคราะห์ต่อ การเดินหมากแต่ละครั้งของแต่ละฝ่าย จึงเป็นเรื่องน่าสนใจ ส่วนจะทำให้เห็นปลายทางของหมากแต่ละตัวที่ถูกเดิน รวมทั้งสุดทางของผู้เดินหมากของแต่ละฝ่ายด้วยหรือไม่นั้น คงบอกไม่ได้หมด เพราะมันขึ้นกับปัจจัยอีกหลายอย่าง ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สำหรับท่านที่ตามอ่านนิทานมาตั้งแต่เรื่องแรกๆ คงจะจำได้ว่า ผมเขียนถึงผู้ที่ผมเรียกว่า “ครูแมค” บ่อยๆ เราจะเข้าใจเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ชัดขึ้น รวมทั้งอาจได้รู้จักยุทธศาสตร์ของทั้ง 2 ขั้ว ถ้าเรารู้จักทฤษฏีของครูแมค ครูแมค หรือชื่อเต็มว่า Sir Halford Mackinder เป็นผู้อำนวนการของสถาบันการศึกษา London School of Economics ที่มีชื่อเสียงมากของอังกฤษ นอกเหนือจากเป็นผู้อำนวยการสถาบัน ครูแมคยังเป็นยอดนักภูมิศาสตร์ ในเดือนมกราคม ค.ศ.1904 ขณะที่อากาศของอังกฤษ เกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ เย็นยะเยือก ครูแมคก็บรรยายทฤษฏีของตนเองให้สมาชิกสมาคมภูมิศาสตร์ Royal Geographical Society ของชาวเกาะใหญ่ฟัง ให้หนาวเย็นขึ้นไปอีก ในหัวข้อเรื่อง “The Geographical Pivot of History” จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ …. มันเป็นหัวข้อของการบอกเล่าถึงทฤษฏีที่สะเทือนโลกจริงๆ เพราะเป็นทฤษฏีที่ทำให้โลกนี้เกิดสงครามโลกมาแล้วทั้ง 2 ครั้ง และน่าเป็นห่วงว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 หากจะเกิดขึ้น ก็น่าจะไม่พ้นจากความคิด ที่มาจากทฤษฏีของครูแมคอีกเช่นกัน คำบรรยายของครูแมค สรุปว่า …การเป็นมหาอำนาจในโลกต่อไปในอนาคต ไม่ได้อยู่ที่การควบคุมเส้นทางทะเล อย่างที่อังกฤษคิด เข้าใจ และดำเนินมาตลอด “อีกแล้ว” หมดแล้ว จบแล้ว แต่ในทางตรงกันข้าม ใครก็ตาม ที่เป็นผู้ควบคุมบริเวณผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ ยาวติดต่อกันเป็นแผง ที่เรียกว่า ยูโร-เอเซีย หรือ ยูเรเซีย ต่างหาก ที่จะเป็นมหาอำนาจในโลก…. ครูแมค ยังนำแผนที่ ที่ทำขึ้นตามทฤษฏี มาแสดงประกอบการบรรยายให้เห็นแนวคิดของเขา ที่บอกว่า อาฟริกา เอเซีย และยุโรป ไม่ได้แยกออกจากกันเป็น 3 ทวีป แต่โดยความเป็นจริงแล้ว มันเป็นผืนแผ่นดินใหญ่แผ่นเดียวกัน ติดต่อกัน เหมือนเป็นเกาะใหญ่ของโลก World-Island ต่างหาก ทีนี้เข้าใจแล้วนะครับว่า ทำไมผมถึงเรียกอังกฤษว่า เป็นเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย เพราะไม่ได้ไปรวมอยู่กับพวก World-Island ได้เป็นเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็ดีถมถืดแล้ว จริงๆ น่าจะเป็นแค่หูด หรือติ่ง เท่านั้นเอง ครูแมคยังบอกอีกว่า …..heartland กล่องดวงใจ หรือส่วนที่เป็นแกนกลางของ World-Island คือบริเวณตั้งแต่อ่าวเปอร์เซีย ไปจนถึงแม่น้ำแยงซีของจีน ใหญ่ยาว 4000 ไมล์ มันเป็นบริเวณที่ใหญ่มหึมา จนผู้ที่จะมีโอกาสควบคุมบริเวณนี้ได้ ก็มีแต่พวกประเทศที่อยู่แถว rimland หรือชายขอบ เช่น แถบยุโรปตะวันออก ที่มีเขตแดนติดกับ heartland หรือไม่ก็พวกบรรดาประเทศ ที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเล แต่ก็อยู่ไกล จนแทบจะเป็นไปได้ยากว่า จะเข้าไปถึงบริเวณกล่องดวงใจ … ตามทฤษฏีข้างต้นของครูแมค heartland นั้น หมายถึง บริเวณที่เป็นสหภาพโซเวียต และยุโรปตะวันออก คือ บริเวณที่เยอรมัน ออสเตรีย โปแลนด์ ฮังการี ตั้งอยู่ ครูแมคแถมอีกว่า การพยายามขุดคลองเจาะเข้าไปในแผ่นดิน ทำนองคลองสุเอซ มันก็แค่เสริมอำนาจ แต่ไม่พอหรอกที่จะเอาชนะพวกอยู่ด้านในกล่องดวงใจได้ …….ส่วนรางรถไฟที่จะวิ่งผ่านเข้าไปในทุ่งหญ้าสเตปป์ (ที่อยู่กลางรัสเซีย) นั่นต่างหากที่น่าสนใจ และจะทำให้ทุ่งหญ้าสเตปป์มีความหมายขึ้น เพราะมันจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย จากการขนส่งที่ใช้ทางทะเล จึงอาจจะเป็นตัวเปลี่ยนอำนาจ จากเส้นทางทะเล มาอยู่บนด้านในของแผ่นดินก็ได้….. แล้ว ครูแมค ก็สรุปว่า… “ใครที่ครอบครองยุโรปตะวันออก จะได้ควบคุมกล่องดวงใจ ใครที่ครอบครองกล่องดวงใจ จะได้ควบคุมบริเวณ World-Island ใครที่ครอบครอง World-Island จะได้ควบคุมโลก” ตามทฤษฏีของครูแมค บริเวณของ World Island มีเนื้อที่ใหญ่เท่ากับ 60% ของส่วนที่เป็นแผ่นดินของโลก ส่วนอเมริกา และออสเตรเลีย ก็เลยเป็นแต่เกาะเล็กกะจิ๊ดในทฤษฏีของครูแมค (จะใหญ่เท่ากับหัวนิ้วโป้งของเท้าขวา หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ผมเกิดไม่ทันที่จะได้มีโอกาสถามครูแมค) ตลอด 2 ชั่วโมง ของการบรรยายครั้งประวัติศาสตร์ของครูแมค ผู้ฟังต่างอึ้ง ทึ่ง และสงสัย แย่งกันถามครูแมคให้อธิบายต่อ ที่น่าสนใจคือ คำถามถึงการเป็นไปได้ ของการเข้าไปสู่กล่องดวงใจโดยทางอากาศ หรือโดยทางรางรถไฟ จำตรงนี้กันไว้นะครับ ครูแมคตอบแต่เพียงว่า …..วัตถุประสงค์ของผม ไม่ใช่การพยากรณ์ ว่า อนาคตของประเทศใดจะเป็นอย่างไร ผมเพียงแต่จะบอกว่า ภูมิศาสตร์นั้น สามารถนำไปปรับใช้ “สร้างสูตรทางการเมืองได้” … อนาคตของโลกจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่า พวกเราทั้งหลาย จะสามารถรักษาดุลยอำนาจในโลกอย่างไร ระหว่างประเทศที่อาศัยเส้นทางทะเล(พวกชาวเกาะ) กับ ประเทศ ที่อยู่แถบ heartland …ด้านในของพื้นดิน (พวกแแผ่นดินใหญ่) คำบรรยายของครูแมค น่าจะเป็นทั้งเข็มแทงใจดำใครบางคน …ฉิบหาย เกือบอดแดกแล้วสิกู….. และก็เป็นเข็มทิศ ในการสร้างยุทธศาสตร์ สำหรับหลายประเทศ วันที่ครูแมคบรรยาย นั่นมันนานกว่า 100 ปีแล้วนะครับ แต่น่าสนใจว่า ทั้ง 2 ขั้วอำนาจ เหมือนจะ เอาทฤษฏีของครูแมค มาปรับ “สร้างสูตรทางการเมือง” หรือ ยุทธศาสตร์ของตน และใช้จนถึงทุกวันนี้ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 22 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 115 มุมมอง 0 รีวิว
  • คิงส์ไม่ใช่ติ่งลุง ยังรับไม่ได้เลย เวลาพวกมึงดูถูกดูหมิ่นคนอื่นทำได้ พอโดนเองบ้างกลับเล่นบทเหยื่อถูกกระทำ
    #คิงส์โพธิ์แดง
    คิงส์ไม่ใช่ติ่งลุง ยังรับไม่ได้เลย เวลาพวกมึงดูถูกดูหมิ่นคนอื่นทำได้ พอโดนเองบ้างกลับเล่นบทเหยื่อถูกกระทำ #คิงส์โพธิ์แดง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 40 มุมมอง 0 รีวิว
  • วอลเลย์บอล เนชั่นลีก 2026 (05/01/69) #news1 #ข่าววันนี้ #ข่าวดัง #TikTokกีฬา #วอลเลย์บอล
    วอลเลย์บอล เนชั่นลีก 2026 (05/01/69) #news1 #ข่าววันนี้ #ข่าวดัง #TikTokกีฬา #วอลเลย์บอล
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 130 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • กล้องโทรทรรศน์ยักษ์สแกนดาวหาง 3I/ATLAS หาหลักฐานเอเลียน แต่พบเพียง ‘ความเงียบ’ จากอวกาศ

    การสแกนครั้งใหญ่ของโครงการ Breakthrough Listen ใช้กล้องโทรทรรศน์ Green Bank ขนาด 100 เมตร เพื่อตรวจจับสัญญาณเทคโนโลยีจากดาวหางระหว่างดวงดาว 3I/ATLAS ก่อนที่มันจะเฉียดโลกในเดือนธันวาคม 2025 ผลลัพธ์คือ “ความเงียบสนิท” ไม่มีสัญญาณใดบ่งชี้ถึงสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา แต่การค้นพบนี้กลับยิ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์สนุกกับการตั้งคำถามใหม่ๆ เกี่ยวกับวัตถุจากนอกระบบสุริยะของเรา

    3I/ATLAS ถูกค้นพบในเดือนกรกฎาคม 2025 และถูกยืนยันว่าเดินทางมาจากนอกระบบสุริยะ เช่นเดียวกับ Oumuamua และ 2I/Borisov ในอดีต แม้รูปลักษณ์และพฤติกรรมของมันจะสอดคล้องกับ “ดาวหางธรรมดา” แต่โอกาสที่จะตรวจสอบวัตถุจากต่างระบบอย่างใกล้ชิดนั้นหาได้ยากมาก นักวิจัยจึงไม่พลาดที่จะฟังสัญญาณวิทยุจากมัน แม้จะรู้ว่าโอกาสพบสิ่งผิดปกติแทบเป็นศูนย์ก็ตาม

    การสแกนใช้เทคนิค ABACAD ที่สลับการชี้กล้องไปยังดาวหางและพื้นที่อื่นของท้องฟ้าเพื่อกรองสัญญาณรบกวน หลังการประมวลผลพบสัญญาณต้องสงสัย 9 รายการ แต่ทั้งหมดเป็นสัญญาณรบกวนจากเทคโนโลยีมนุษย์เอง ไม่ใช่จากดาวหาง 3I/ATLAS แม้จะเป็นผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ แต่นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า “การไม่พบอะไรเลย ก็ยังเป็นข้อมูลที่มีค่า” เพราะช่วยยืนยันว่า 3I/ATLAS ไม่ใช่ยานสำรวจหรือสถานีส่งสัญญาณของเอเลียน

    แม้ผลลัพธ์จะธรรมดา แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนความสำคัญของการสำรวจวัตถุระหว่างดวงดาว ซึ่งอาจช่วยพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับในอนาคต และเปิดประตูสู่การค้นพบที่คาดไม่ถึง การตั้งคำถามและตรวจสอบแม้ในสิ่งที่ดูไม่น่าจะมีอะไร คือหัวใจของวิทยาศาสตร์ และเป็นแรงบันดาลใจให้การสำรวจอวกาศก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    โครงการ Breakthrough Listen ใช้กล้อง Green Bank สแกนหาสัญญาณเทคโนโลยีจากดาวหาง 3I/ATLAS
    ไม่พบสัญญาณใดที่มาจากดาวหาง มีเพียงสัญญาณรบกวนจากเทคโนโลยีมนุษย์
    3I/ATLAS เป็นดาวหางจากนอกระบบสุริยะที่เฉียดโลกในปี 2025
    นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่าการ “ไม่พบอะไร” ก็ยังเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการวิจัย

    คำเตือนหรือข้อควรระวังจากข้อมูลข่าว
    การตีความวัตถุระหว่างดวงดาวว่าเป็น “ยานเอเลียน” อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด หากไม่มีหลักฐานรองรับ
    สัญญาณวิทยุที่ตรวจพบอาจเป็นสัญญาณรบกวนจากมนุษย์เสมอ ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด
    การคาดเดาเกินจริงเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างดาวอาจเบี่ยงเบนความสนใจจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีข้อมูลจริง
    วัตถุจากนอกระบบสุริยะยังมีข้อมูลจำกัด การสรุปผลเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการตีความ

    https://www.sciencealert.com/a-giant-telescope-searched-3i-atlas-for-signs-of-aliens-heres-why
    🛰️ กล้องโทรทรรศน์ยักษ์สแกนดาวหาง 3I/ATLAS หาหลักฐานเอเลียน แต่พบเพียง ‘ความเงียบ’ จากอวกาศ การสแกนครั้งใหญ่ของโครงการ Breakthrough Listen ใช้กล้องโทรทรรศน์ Green Bank ขนาด 100 เมตร เพื่อตรวจจับสัญญาณเทคโนโลยีจากดาวหางระหว่างดวงดาว 3I/ATLAS ก่อนที่มันจะเฉียดโลกในเดือนธันวาคม 2025 ผลลัพธ์คือ “ความเงียบสนิท” ไม่มีสัญญาณใดบ่งชี้ถึงสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา แต่การค้นพบนี้กลับยิ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์สนุกกับการตั้งคำถามใหม่ๆ เกี่ยวกับวัตถุจากนอกระบบสุริยะของเรา 3I/ATLAS ถูกค้นพบในเดือนกรกฎาคม 2025 และถูกยืนยันว่าเดินทางมาจากนอกระบบสุริยะ เช่นเดียวกับ Oumuamua และ 2I/Borisov ในอดีต แม้รูปลักษณ์และพฤติกรรมของมันจะสอดคล้องกับ “ดาวหางธรรมดา” แต่โอกาสที่จะตรวจสอบวัตถุจากต่างระบบอย่างใกล้ชิดนั้นหาได้ยากมาก นักวิจัยจึงไม่พลาดที่จะฟังสัญญาณวิทยุจากมัน แม้จะรู้ว่าโอกาสพบสิ่งผิดปกติแทบเป็นศูนย์ก็ตาม การสแกนใช้เทคนิค ABACAD ที่สลับการชี้กล้องไปยังดาวหางและพื้นที่อื่นของท้องฟ้าเพื่อกรองสัญญาณรบกวน หลังการประมวลผลพบสัญญาณต้องสงสัย 9 รายการ แต่ทั้งหมดเป็นสัญญาณรบกวนจากเทคโนโลยีมนุษย์เอง ไม่ใช่จากดาวหาง 3I/ATLAS แม้จะเป็นผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ แต่นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า “การไม่พบอะไรเลย ก็ยังเป็นข้อมูลที่มีค่า” เพราะช่วยยืนยันว่า 3I/ATLAS ไม่ใช่ยานสำรวจหรือสถานีส่งสัญญาณของเอเลียน แม้ผลลัพธ์จะธรรมดา แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนความสำคัญของการสำรวจวัตถุระหว่างดวงดาว ซึ่งอาจช่วยพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับในอนาคต และเปิดประตูสู่การค้นพบที่คาดไม่ถึง การตั้งคำถามและตรวจสอบแม้ในสิ่งที่ดูไม่น่าจะมีอะไร คือหัวใจของวิทยาศาสตร์ และเป็นแรงบันดาลใจให้การสำรวจอวกาศก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ โครงการ Breakthrough Listen ใช้กล้อง Green Bank สแกนหาสัญญาณเทคโนโลยีจากดาวหาง 3I/ATLAS ➡️ ไม่พบสัญญาณใดที่มาจากดาวหาง มีเพียงสัญญาณรบกวนจากเทคโนโลยีมนุษย์ ➡️ 3I/ATLAS เป็นดาวหางจากนอกระบบสุริยะที่เฉียดโลกในปี 2025 ➡️ นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่าการ “ไม่พบอะไร” ก็ยังเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการวิจัย ‼️ คำเตือนหรือข้อควรระวังจากข้อมูลข่าว ⛔ การตีความวัตถุระหว่างดวงดาวว่าเป็น “ยานเอเลียน” อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด หากไม่มีหลักฐานรองรับ ⛔ สัญญาณวิทยุที่ตรวจพบอาจเป็นสัญญาณรบกวนจากมนุษย์เสมอ ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ⛔ การคาดเดาเกินจริงเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างดาวอาจเบี่ยงเบนความสนใจจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีข้อมูลจริง ⛔ วัตถุจากนอกระบบสุริยะยังมีข้อมูลจำกัด การสรุปผลเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการตีความ https://www.sciencealert.com/a-giant-telescope-searched-3i-atlas-for-signs-of-aliens-heres-why
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    A Giant Telescope Searched 3I/ATLAS For Signs of Aliens. Here's Why.
    A dedicated scan for signs of radio-transmitting technology in interstellar comet 3I/ATLAS has come back with absolute cometary radio silence.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 74 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไล่ล่าขบวนการยานรก! กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย นบ.ยส.24 สนธิกำลังหลายหน่วย ปฏิบัติการสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 600,000 เม็ด หลังคนร้ายทิ้งรถและของกลางก่อนอาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่า
    .
    เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) บก.ควบคุมที่ 3 (ร.8) ภายใต้การอำนวยการของกองทัพภาคที่ 2 สนธิกำลังร่วมกับร้อย.ฉก.ทพ.2109 ร้อย.ฉก.ทพ.2102 และ สภ.ปากชม ปฏิบัติการเฝ้าตรวจตามเส้นทางต้องสงสัย หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านพื้นที่ อ.ปากชม จ.เลย
    .
    กระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ตรงตามข้อมูลเป้าหมาย เมื่อแสดงตัวขอตรวจค้น ผู้ต้องสงสัยได้เร่งเครื่องหลบหนี ก่อนมุ่งหน้าไปยังพื้นที่บ้านโนนสูงใหม่ หมู่ 15 ต.บ้านหยวก อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี แล้วทิ้งกระสอบสีดำจำนวน 3 กระสอบไว้ในป่าอ้อยใกล้กระท่อมไม่มีเลขที่ ก่อนอาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่าไป
    .
    จากการตรวจสอบของกลาง พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 600,000 เม็ด พร้อมตรวจยึดรถยนต์อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ จำนวน 1 คัน ไว้เป็นของกลาง เบื้องต้นยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้
    .
    เจ้าหน้าที่ได้บันทึกหลักฐานภาพถ่ายและวิดีโอ ก่อนนำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้ สภ.ปากชม เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ขยายผล และติดตามผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000716
    .
    #News1 #News1live #นบยส24 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #สกัดยาบ้า #ข่าวอาชญากรรม
    ไล่ล่าขบวนการยานรก! กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย นบ.ยส.24 สนธิกำลังหลายหน่วย ปฏิบัติการสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 600,000 เม็ด หลังคนร้ายทิ้งรถและของกลางก่อนอาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่า . เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) บก.ควบคุมที่ 3 (ร.8) ภายใต้การอำนวยการของกองทัพภาคที่ 2 สนธิกำลังร่วมกับร้อย.ฉก.ทพ.2109 ร้อย.ฉก.ทพ.2102 และ สภ.ปากชม ปฏิบัติการเฝ้าตรวจตามเส้นทางต้องสงสัย หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านพื้นที่ อ.ปากชม จ.เลย . กระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ตรงตามข้อมูลเป้าหมาย เมื่อแสดงตัวขอตรวจค้น ผู้ต้องสงสัยได้เร่งเครื่องหลบหนี ก่อนมุ่งหน้าไปยังพื้นที่บ้านโนนสูงใหม่ หมู่ 15 ต.บ้านหยวก อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี แล้วทิ้งกระสอบสีดำจำนวน 3 กระสอบไว้ในป่าอ้อยใกล้กระท่อมไม่มีเลขที่ ก่อนอาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่าไป . จากการตรวจสอบของกลาง พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 600,000 เม็ด พร้อมตรวจยึดรถยนต์อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ จำนวน 1 คัน ไว้เป็นของกลาง เบื้องต้นยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ . เจ้าหน้าที่ได้บันทึกหลักฐานภาพถ่ายและวิดีโอ ก่อนนำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้ สภ.ปากชม เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ขยายผล และติดตามผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000716 . #News1 #News1live #นบยส24 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #สกัดยาบ้า #ข่าวอาชญากรรม
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 137 มุมมอง 0 รีวิว
  • คอลัมน์รายสะดวก
    "เปิดหน้า" ให้ชัดไปเลย!
    ถึงเวลา "เลือกข้าง" เมื่อ "ความเป็นกลาง" ไม่มีจริง

    ---------

    "...เหตุที่ผมอยากเขียนเรื่องตามที่พาดหัวไว้นี้รับปีใหม่ เพราะว่าต้นเดือนหน้า (กุมภาพันธ์ 2569) ก็จะมีการเลือกตั้งทั่วไป หลังนายกฯ ประกาศยุบสภาเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา... นี่ประการหนึ่ง

    อีกประการหนึ่ง... เป็น "ความอึดอัด" ส่วนตัวของผมเอง

    ก็เลยอยากเขียนอะไรในเชิง "ท้าทาย" วงการสื่อไทยซะหน่อย..."

    ---------

    อ่านบทความเต็ม
    https://sites.google.com/view/weerapat-articles/homepage/archives/2026-01-05
    คอลัมน์รายสะดวก "เปิดหน้า" ให้ชัดไปเลย! ถึงเวลา "เลือกข้าง" เมื่อ "ความเป็นกลาง" ไม่มีจริง --------- "...เหตุที่ผมอยากเขียนเรื่องตามที่พาดหัวไว้นี้รับปีใหม่ เพราะว่าต้นเดือนหน้า (กุมภาพันธ์ 2569) ก็จะมีการเลือกตั้งทั่วไป หลังนายกฯ ประกาศยุบสภาเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา... นี่ประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง... เป็น "ความอึดอัด" ส่วนตัวของผมเอง ก็เลยอยากเขียนอะไรในเชิง "ท้าทาย" วงการสื่อไทยซะหน่อย..." --------- อ่านบทความเต็ม https://sites.google.com/view/weerapat-articles/homepage/archives/2026-01-05
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 56 มุมมอง 0 รีวิว
  • พบช่องโหว่ใน Libsodium หลังใช้งานมา 13 ปี — แต่กระทบเฉพาะผู้ใช้ฟังก์ชันระดับล่าง

    Libsodium ซึ่งเป็นไลบรารีเข้ารหัสยอดนิยมที่เน้นความง่ายและความปลอดภัย เพิ่งพบช่องโหว่สำคัญในฟังก์ชันตรวจสอบความถูกต้องของจุดบนเส้นโค้ง Edwards25519 โดยช่องโหว่นี้เกิดจากการลืมตรวจสอบเงื่อนไขหนึ่ง ทำให้จุดที่ไม่อยู่ใน main subgroup สามารถ “หลุดรอด” การตรวจสอบได้ แม้จะควรถูกปฏิเสธก็ตาม

    ปัญหานี้เกิดขึ้นในฟังก์ชัน crypto_core_ed25519_is_valid_point() ซึ่งควรตรวจสอบว่าจุดที่รับเข้ามาอยู่ในกลุ่มหลัก (order L) หรือไม่ โดยปกติจะตรวจสอบว่าหลังคูณด้วย L แล้วต้องได้ identity point แต่โค้ดเดิมตรวจสอบเพียงว่า X = 0 แต่ลืมตรวจสอบว่า Y = Z ทำให้จุดบางประเภท เช่น Q + (0, -1) ผ่านการตรวจสอบได้แม้จะไม่ถูกต้อง

    แม้ช่องโหว่นี้จะดูน่ากังวล แต่ผู้เขียนย้ำว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ถูกกระทบ เพราะฟังก์ชันนี้เป็นฟังก์ชันระดับล่างที่ high‑level API เช่น crypto_sign_* ไม่ได้ใช้เลย อีกทั้ง public key ที่สร้างด้วยฟังก์ชันมาตรฐานของ Libsodium ก็ปลอดภัยอยู่แล้ว ปัญหานี้จะกระทบเฉพาะผู้ที่ใช้ฟังก์ชันดังกล่าวเพื่อตรวจสอบจุดจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือผู้ที่สร้างโปรโตคอลเข้ารหัสเองโดยตรง

    การแก้ไขถูกปล่อยทันทีหลังพบปัญหา โดยเพิ่มการตรวจสอบ Y = Z เข้าไป และแพ็กเกจทั้งหมดที่ออกหลังวันที่ 30 ธันวาคม 2025 ได้รวมแพตช์นี้แล้ว ผู้เขียนยังแนะนำให้ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยสูงใช้ Ristretto255 แทน Edwards25519 เพราะปลอดภัยกว่าในเรื่อง cofactor และไม่ต้องตรวจสอบ subgroup เพิ่มเติมเลย

    ช่องโหว่เกิดจากอะไร?
    ฟังก์ชัน crypto_core_ed25519_is_valid_point() ลืมตรวจสอบเงื่อนไข Y = Z
    ทำให้จุดบางประเภทที่ไม่อยู่ใน main subgroup ผ่านการตรวจสอบได้
    เกิดจากการลืมพอร์ตโค้ดจาก Zig มายัง Libsodium

    ใครได้รับผลกระทบ?
    ผู้ใช้ Libsodium เวอร์ชัน ≤ 1.0.20
    ผู้ที่ใช้ฟังก์ชันตรวจสอบจุดระดับล่างกับข้อมูลจาก untrusted sources
    ผู้ที่สร้างโปรโตคอลเข้ารหัสเองบน Edwards25519

    ใคร “ไม่” ได้รับผลกระทบ?
    ผู้ใช้ high‑level API เช่น crypto_sign_*
    ผู้ใช้ public key ที่สร้างด้วยฟังก์ชันมาตรฐานของ Libsodium
    ผู้ใช้ Ristretto255 ซึ่งปลอดภัยกว่าโดยออกแบบ

    การแก้ไขและคำแนะนำ
    แพตช์ถูกปล่อยแล้วในแพ็กเกจหลัง 30 ธ.ค. 2025
    เพิ่มการตรวจสอบ Y = Z เพื่อปิดช่องโหว่
    แนะนำให้ใช้ Ristretto255 สำหรับโปรโตคอลใหม่

    https://00f.net/2025/12/30/libsodium-vulnerability/
    🔐 พบช่องโหว่ใน Libsodium หลังใช้งานมา 13 ปี — แต่กระทบเฉพาะผู้ใช้ฟังก์ชันระดับล่าง Libsodium ซึ่งเป็นไลบรารีเข้ารหัสยอดนิยมที่เน้นความง่ายและความปลอดภัย เพิ่งพบช่องโหว่สำคัญในฟังก์ชันตรวจสอบความถูกต้องของจุดบนเส้นโค้ง Edwards25519 โดยช่องโหว่นี้เกิดจากการลืมตรวจสอบเงื่อนไขหนึ่ง ทำให้จุดที่ไม่อยู่ใน main subgroup สามารถ “หลุดรอด” การตรวจสอบได้ แม้จะควรถูกปฏิเสธก็ตาม ปัญหานี้เกิดขึ้นในฟังก์ชัน crypto_core_ed25519_is_valid_point() ซึ่งควรตรวจสอบว่าจุดที่รับเข้ามาอยู่ในกลุ่มหลัก (order L) หรือไม่ โดยปกติจะตรวจสอบว่าหลังคูณด้วย L แล้วต้องได้ identity point แต่โค้ดเดิมตรวจสอบเพียงว่า X = 0 แต่ลืมตรวจสอบว่า Y = Z ทำให้จุดบางประเภท เช่น Q + (0, -1) ผ่านการตรวจสอบได้แม้จะไม่ถูกต้อง แม้ช่องโหว่นี้จะดูน่ากังวล แต่ผู้เขียนย้ำว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ถูกกระทบ เพราะฟังก์ชันนี้เป็นฟังก์ชันระดับล่างที่ high‑level API เช่น crypto_sign_* ไม่ได้ใช้เลย อีกทั้ง public key ที่สร้างด้วยฟังก์ชันมาตรฐานของ Libsodium ก็ปลอดภัยอยู่แล้ว ปัญหานี้จะกระทบเฉพาะผู้ที่ใช้ฟังก์ชันดังกล่าวเพื่อตรวจสอบจุดจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือผู้ที่สร้างโปรโตคอลเข้ารหัสเองโดยตรง การแก้ไขถูกปล่อยทันทีหลังพบปัญหา โดยเพิ่มการตรวจสอบ Y = Z เข้าไป และแพ็กเกจทั้งหมดที่ออกหลังวันที่ 30 ธันวาคม 2025 ได้รวมแพตช์นี้แล้ว ผู้เขียนยังแนะนำให้ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยสูงใช้ Ristretto255 แทน Edwards25519 เพราะปลอดภัยกว่าในเรื่อง cofactor และไม่ต้องตรวจสอบ subgroup เพิ่มเติมเลย ✅ ช่องโหว่เกิดจากอะไร? ➡️ ฟังก์ชัน crypto_core_ed25519_is_valid_point() ลืมตรวจสอบเงื่อนไข Y = Z ➡️ ทำให้จุดบางประเภทที่ไม่อยู่ใน main subgroup ผ่านการตรวจสอบได้ ➡️ เกิดจากการลืมพอร์ตโค้ดจาก Zig มายัง Libsodium ✅ ใครได้รับผลกระทบ? ➡️ ผู้ใช้ Libsodium เวอร์ชัน ≤ 1.0.20 ➡️ ผู้ที่ใช้ฟังก์ชันตรวจสอบจุดระดับล่างกับข้อมูลจาก untrusted sources ➡️ ผู้ที่สร้างโปรโตคอลเข้ารหัสเองบน Edwards25519 ‼️ ใคร “ไม่” ได้รับผลกระทบ? ⛔ ผู้ใช้ high‑level API เช่น crypto_sign_* ⛔ ผู้ใช้ public key ที่สร้างด้วยฟังก์ชันมาตรฐานของ Libsodium ⛔ ผู้ใช้ Ristretto255 ซึ่งปลอดภัยกว่าโดยออกแบบ ✅ การแก้ไขและคำแนะนำ ➡️ แพตช์ถูกปล่อยแล้วในแพ็กเกจหลัง 30 ธ.ค. 2025 ➡️ เพิ่มการตรวจสอบ Y = Z เพื่อปิดช่องโหว่ ➡️ แนะนำให้ใช้ Ristretto255 สำหรับโปรโตคอลใหม่ https://00f.net/2025/12/30/libsodium-vulnerability/
    00F.NET
    A vulnerability in libsodium
    Libsodium is now 13 years old!
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 54 มุมมอง 0 รีวิว
  • เขายกเลิกสัญญาหนังสือของตัวเอง — เรื่องจริงของนักเขียนที่เกือบมีหนังสือ แต่เลือกเดินออกมา

    Austin Henley เล่าเรื่องราวการเดินทางที่เริ่มจากความฝันอยากเขียนหนังสือ ไปจนถึงการเซ็นสัญญากับสำนักพิมพ์ใหญ่ แต่สุดท้ายกลับตัดสินใจ “ยกเลิกสัญญา” ทั้งหมด แม้จะเขียนต้นฉบับไปแล้วหนึ่งส่วนสามก็ตาม จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อบล็อกของเขาได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปี 2020–2022 ทำให้สำนักพิมพ์หลายแห่งติดต่อเข้ามา แต่เขาปฏิเสธทั้งหมดเพราะอยาก self‑publish จนกระทั่งมีบรรณาธิการคนหนึ่งที่มีพื้นฐานคล้ายกัน ทำให้เขารู้สึกว่า “นี่แหละใช่” และตัดสินใจเซ็นสัญญาในที่สุด

    เขาเสนอไอเดียหนังสือที่รวมโปรเจกต์โปรแกรมมิงคลาสสิก เช่น ray tracer, compiler, game, emulator ซึ่งเป็นสไตล์ที่แฟนบล็อกของเขาชื่นชอบมาก สำนักพิมพ์ก็เห็นด้วยและเริ่มต้นกระบวนการอย่างเป็นทางการ ทั้งการกำหนดหัวข้อย่อยทุกบท, จำนวนหน้า, จำนวนภาพประกอบ, และกำหนดส่งต้นฉบับ พร้อมเงินล่วงหน้า $5,000 ซึ่งเขายอมรับว่า “แทบไม่มีค่าอะไรเลย” เมื่อเทียบกับเวลาที่ต้องใช้

    แต่เมื่อเริ่มเขียนจริง ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เขาถูกเร่งส่งต้นฉบับตลอดเวลา ถูกขอให้ “ทำเนื้อหาให้โง่ลง” เพื่อตลาดกว้างขึ้น และถูกกดดันให้เพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับ AI ทั้งที่ขัดกับคอนเซปต์หนังสือโดยสิ้นเชิง ความสนุกในการเขียนหายไป เหลือเพียงความเครียดและความรู้สึกว่าหนังสือกำลังจะกลายเป็นงานที่ไร้ตัวตนของเขาเอง

    เมื่อชีวิตจริงเริ่มยุ่ง—งานด้าน AI, ความเป็นไปได้ที่จะย้ายงาน, และงานแต่งงานที่ใกล้เข้ามา—เขาตัดสินใจหยุดทั้งหมด และขอ “แช่แข็งโปรเจกต์” จนสุดท้ายสำนักพิมพ์ยกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ และคืนสิทธิ์ทั้งหมดให้เขา เขายังรักไอเดียหนังสือเล่มนี้ และประกาศว่าจะ self‑publish แทน พร้อมเปิดให้พรีออเดอร์ e‑book แล้วในตอนท้ายของบทความ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ทำไมเขาถึงเซ็นสัญญาหนังสือ
    บล็อกดังมากจนสำนักพิมพ์ติดต่อหลายเจ้า
    บรรณาธิการคนหนึ่งมีพื้นฐานคล้ายกัน ทำให้รู้สึก “ใช่”
    อยากทำหนังสือรวมโปรเจกต์โปรแกรมมิงคลาสสิก

    ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทำงานกับสำนักพิมพ์
    ถูกเร่งส่งต้นฉบับตลอดเวลา
    ถูกขอให้ลดความซับซ้อนของเนื้อหา
    ถูกกดดันให้เพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับ AI
    กระบวนการทำงานทำให้หมดความสนุกในการเขียน

    เหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจยกเลิกสัญญา
    ชีวิตยุ่งมาก ทั้งงานใหม่และงานแต่ง
    ไม่อยากให้หนังสือกลายเป็นงานที่ไร้ตัวตน
    ไม่ชอบกระบวนการของสำนักพิมพ์ที่เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ
    รู้สึกว่าหนังสือแบบนี้อาจถูก AI กลืนตลาด

    https://austinhenley.com/blog/canceledbookdeal.html
    📚 เขายกเลิกสัญญาหนังสือของตัวเอง — เรื่องจริงของนักเขียนที่เกือบมีหนังสือ แต่เลือกเดินออกมา Austin Henley เล่าเรื่องราวการเดินทางที่เริ่มจากความฝันอยากเขียนหนังสือ ไปจนถึงการเซ็นสัญญากับสำนักพิมพ์ใหญ่ แต่สุดท้ายกลับตัดสินใจ “ยกเลิกสัญญา” ทั้งหมด แม้จะเขียนต้นฉบับไปแล้วหนึ่งส่วนสามก็ตาม จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อบล็อกของเขาได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปี 2020–2022 ทำให้สำนักพิมพ์หลายแห่งติดต่อเข้ามา แต่เขาปฏิเสธทั้งหมดเพราะอยาก self‑publish จนกระทั่งมีบรรณาธิการคนหนึ่งที่มีพื้นฐานคล้ายกัน ทำให้เขารู้สึกว่า “นี่แหละใช่” และตัดสินใจเซ็นสัญญาในที่สุด เขาเสนอไอเดียหนังสือที่รวมโปรเจกต์โปรแกรมมิงคลาสสิก เช่น ray tracer, compiler, game, emulator ซึ่งเป็นสไตล์ที่แฟนบล็อกของเขาชื่นชอบมาก สำนักพิมพ์ก็เห็นด้วยและเริ่มต้นกระบวนการอย่างเป็นทางการ ทั้งการกำหนดหัวข้อย่อยทุกบท, จำนวนหน้า, จำนวนภาพประกอบ, และกำหนดส่งต้นฉบับ พร้อมเงินล่วงหน้า $5,000 ซึ่งเขายอมรับว่า “แทบไม่มีค่าอะไรเลย” เมื่อเทียบกับเวลาที่ต้องใช้ แต่เมื่อเริ่มเขียนจริง ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เขาถูกเร่งส่งต้นฉบับตลอดเวลา ถูกขอให้ “ทำเนื้อหาให้โง่ลง” เพื่อตลาดกว้างขึ้น และถูกกดดันให้เพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับ AI ทั้งที่ขัดกับคอนเซปต์หนังสือโดยสิ้นเชิง ความสนุกในการเขียนหายไป เหลือเพียงความเครียดและความรู้สึกว่าหนังสือกำลังจะกลายเป็นงานที่ไร้ตัวตนของเขาเอง เมื่อชีวิตจริงเริ่มยุ่ง—งานด้าน AI, ความเป็นไปได้ที่จะย้ายงาน, และงานแต่งงานที่ใกล้เข้ามา—เขาตัดสินใจหยุดทั้งหมด และขอ “แช่แข็งโปรเจกต์” จนสุดท้ายสำนักพิมพ์ยกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ และคืนสิทธิ์ทั้งหมดให้เขา เขายังรักไอเดียหนังสือเล่มนี้ และประกาศว่าจะ self‑publish แทน พร้อมเปิดให้พรีออเดอร์ e‑book แล้วในตอนท้ายของบทความ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ทำไมเขาถึงเซ็นสัญญาหนังสือ ➡️ บล็อกดังมากจนสำนักพิมพ์ติดต่อหลายเจ้า ➡️ บรรณาธิการคนหนึ่งมีพื้นฐานคล้ายกัน ทำให้รู้สึก “ใช่” ➡️ อยากทำหนังสือรวมโปรเจกต์โปรแกรมมิงคลาสสิก ✅ ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทำงานกับสำนักพิมพ์ ➡️ ถูกเร่งส่งต้นฉบับตลอดเวลา ➡️ ถูกขอให้ลดความซับซ้อนของเนื้อหา ➡️ ถูกกดดันให้เพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับ AI ➡️ กระบวนการทำงานทำให้หมดความสนุกในการเขียน ‼️ เหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจยกเลิกสัญญา ⛔ ชีวิตยุ่งมาก ทั้งงานใหม่และงานแต่ง ⛔ ไม่อยากให้หนังสือกลายเป็นงานที่ไร้ตัวตน ⛔ ไม่ชอบกระบวนการของสำนักพิมพ์ที่เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ ⛔ รู้สึกว่าหนังสือแบบนี้อาจถูก AI กลืนตลาด https://austinhenley.com/blog/canceledbookdeal.html
    AUSTINHENLEY.COM
    I canceled my book deal
    I've always wanted to write a book, and I was close, but not this time.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 68 มุมมอง 0 รีวิว
  • “How I rebooted my social life” — เมื่อชีวิตสบายเกินไปจนความสัมพันธ์หายไป

    บทความนี้เล่าเรื่องราวส่วนตัวของ James O’Malley ที่พบว่าชีวิตของเขา “ดีเกินไป” จนทำให้ความสัมพันธ์ทางสังคมหายไปโดยไม่รู้ตัว แม้เขาจะมีบ้านที่น่าอยู่ งานที่ทำจากที่บ้านได้ทั้งหมด และความสะดวกสบายรอบด้าน แต่สิ่งที่ค่อย ๆ หายไปคือการพบปะผู้คนจริง ๆ จนทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวและเหมือนกำลัง “เสียสติ” อยู่เงียบ ๆ

    เขาอธิบายว่าปัจจัยที่ทำให้สังคมของเขาหายไปเกิดจากหลายอย่าง ทั้งการทำงานจากบ้าน 100%, การไม่มีลูก, เพื่อนที่มีครอบครัวจนไม่ค่อยเจอกัน, และความสบายที่ทำให้ไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านเลย ความสบายเหล่านี้ทำให้เขา “over-optimize” ชีวิตจนตัดตัวเองออกจากโลกภายนอกโดยไม่ตั้งใจ

    จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาตระหนักว่าแม้จะมีเพื่อนมากมายบนอินเทอร์เน็ต แต่เขา “ไม่มีชุมชน” อยู่จริง ๆ เขาเคยต่อต้านแนวคิดเรื่องชุมชนเพราะมองว่ามันจำกัดเสรีภาพ แต่เมื่อถึงจุดที่ความสัมพันธ์หายไป เขากลับพบว่าชุมชนคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการอย่างลึกซึ้ง ทั้งเพื่อความผูกพัน ความหมาย และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่ง

    สุดท้ายเขาตัดสินใจ “สร้างชุมชนขึ้นเอง” โดยเริ่มจากการจัดงานวันเกิดเล็ก ๆ แล้วขยายเป็นกิจกรรมพบปะรายเดือน เชิญเพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ และคนรู้จักหลวม ๆ ให้มารวมตัวกัน ผลลัพธ์คือเขาได้สร้างเครือข่ายสังคมใหม่ที่แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม และทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นอย่างมาก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตผู้เขียน
    ชีวิตสบายจนไม่ต้องออกจากบ้าน
    ความสัมพันธ์หายไปเพราะทำงานจากบ้านและเพื่อนมีครอบครัว
    มีเพื่อนออนไลน์มาก แต่ไม่มี “ชุมชนจริง”

    สิ่งที่ผู้เขียนค้นพบ
    มนุษย์ต้องการชุมชนเพื่อความผูกพันและสุขภาพจิต
    ชุมชนช่วยสร้างความหมายและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง
    การต่อต้านชุมชนเพราะกลัว “ค่านิยมกดทับ” อาจทำให้โดดเดี่ยว

    ข้อควรระวังหรือบทเรียนสำคัญ
    การอยู่บ้านมากเกินไปอาจทำให้ความสัมพันธ์ค่อย ๆ หายไป
    ความสบายอาจทำให้เราตัดตัวเองออกจากโลกโดยไม่รู้ตัว
    การรอให้ชุมชนเกิดขึ้นเองอาจไม่เคยเกิดขึ้นเลย

    https://takes.jamesomalley.co.uk/p/this-might-be-oversharing
    🧑‍🤝‍🧑 “How I rebooted my social life” — เมื่อชีวิตสบายเกินไปจนความสัมพันธ์หายไป บทความนี้เล่าเรื่องราวส่วนตัวของ James O’Malley ที่พบว่าชีวิตของเขา “ดีเกินไป” จนทำให้ความสัมพันธ์ทางสังคมหายไปโดยไม่รู้ตัว แม้เขาจะมีบ้านที่น่าอยู่ งานที่ทำจากที่บ้านได้ทั้งหมด และความสะดวกสบายรอบด้าน แต่สิ่งที่ค่อย ๆ หายไปคือการพบปะผู้คนจริง ๆ จนทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวและเหมือนกำลัง “เสียสติ” อยู่เงียบ ๆ เขาอธิบายว่าปัจจัยที่ทำให้สังคมของเขาหายไปเกิดจากหลายอย่าง ทั้งการทำงานจากบ้าน 100%, การไม่มีลูก, เพื่อนที่มีครอบครัวจนไม่ค่อยเจอกัน, และความสบายที่ทำให้ไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านเลย ความสบายเหล่านี้ทำให้เขา “over-optimize” ชีวิตจนตัดตัวเองออกจากโลกภายนอกโดยไม่ตั้งใจ จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาตระหนักว่าแม้จะมีเพื่อนมากมายบนอินเทอร์เน็ต แต่เขา “ไม่มีชุมชน” อยู่จริง ๆ เขาเคยต่อต้านแนวคิดเรื่องชุมชนเพราะมองว่ามันจำกัดเสรีภาพ แต่เมื่อถึงจุดที่ความสัมพันธ์หายไป เขากลับพบว่าชุมชนคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการอย่างลึกซึ้ง ทั้งเพื่อความผูกพัน ความหมาย และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่ง สุดท้ายเขาตัดสินใจ “สร้างชุมชนขึ้นเอง” โดยเริ่มจากการจัดงานวันเกิดเล็ก ๆ แล้วขยายเป็นกิจกรรมพบปะรายเดือน เชิญเพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ และคนรู้จักหลวม ๆ ให้มารวมตัวกัน ผลลัพธ์คือเขาได้สร้างเครือข่ายสังคมใหม่ที่แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม และทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นอย่างมาก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตผู้เขียน ➡️ ชีวิตสบายจนไม่ต้องออกจากบ้าน ➡️ ความสัมพันธ์หายไปเพราะทำงานจากบ้านและเพื่อนมีครอบครัว ➡️ มีเพื่อนออนไลน์มาก แต่ไม่มี “ชุมชนจริง” ✅ สิ่งที่ผู้เขียนค้นพบ ➡️ มนุษย์ต้องการชุมชนเพื่อความผูกพันและสุขภาพจิต ➡️ ชุมชนช่วยสร้างความหมายและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ➡️ การต่อต้านชุมชนเพราะกลัว “ค่านิยมกดทับ” อาจทำให้โดดเดี่ยว ‼️ ข้อควรระวังหรือบทเรียนสำคัญ ⛔ การอยู่บ้านมากเกินไปอาจทำให้ความสัมพันธ์ค่อย ๆ หายไป ⛔ ความสบายอาจทำให้เราตัดตัวเองออกจากโลกโดยไม่รู้ตัว ⛔ การรอให้ชุมชนเกิดขึ้นเองอาจไม่เคยเกิดขึ้นเลย https://takes.jamesomalley.co.uk/p/this-might-be-oversharing
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 74 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 บล็อกเกอร์ที่โด่งดังที่สุดบน Hacker News ปี 2025

    ปี 2025 เป็นปีที่มีการแข่งขันดุเดือดในโลกบล็อกเกอร์สายเทคบน Hacker News และจากข้อมูลสรุปปลายปี พบว่ามี 5 คนที่โดดเด่นที่สุด ทั้งในด้านจำนวนโพสต์ คุณภาพเนื้อหา และความนิยมจากชุมชน โดยอันดับหนึ่งยังคงเป็น Simon Willison ที่ครองตำแหน่ง 3 ปีซ้อนด้วยสไตล์การเขียนที่ตรงไปตรงมาและไม่ขายของใด ๆ เลย

    Jeff Geerling คว้าอันดับ 2 แบบเฉียดฉิวเพียง 9 คะแนนจากอันดับ 3 โดยเขาโดดเด่นจากการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ Raspberry Pi และฮาร์ดแวร์ พร้อมเขียนบล็อกประกอบวิดีโออย่างพิถีพิถัน ไม่ใช่แค่แปะ transcript แบบที่หลายคนทำ ส่วนอันดับ 3 คือ Sean Goedecke ที่กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงหลังโพสต์เกี่ยวกับการทำงานใน Big Tech จนติดท็อป 100 ของปี และโพสต์ของเขาเข้าหน้าแรกถึง 47 ครั้งในปีเดียว

    อันดับ 4 คือ Brian Krebs นักข่าวสายสืบสวนด้านไซเบอร์ที่อยู่ในท็อป 10 ของ HN มานานกว่า 11 ปี โดยปีนี้มีโพสต์หนึ่งเกี่ยวกับการเมืองที่ขึ้นอันดับ 1 แต่ถูกลบเพราะโดน flag จำนวนมาก ซึ่งเป็นชะตากรรมของโพสต์การเมืองบน HN บ่อยครั้ง ปิดท้ายด้วย Neal Agarwal ที่ทำงานแนว interactive art ทุกโพสต์ของเขาขึ้นหน้าแรก และครึ่งหนึ่งขึ้นอันดับ 1 ของวัน ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเขาเช่นกัน

    นอกจากนี้ยังมีเกร็ดน่าสนใจ เช่น John Gruber กลับมาติดท็อป 10 ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2020 และ Mahad Kalam ที่ติดอันดับ 21 ด้วยโพสต์เดียวแต่กลายเป็นโพสต์ยอดนิยมที่สุดของปี แสดงให้เห็นว่าบางครั้ง “โพสต์เดียวก็เปลี่ยนชีวิตได้” บน Hacker News

    สรุปประเด็นสำคัญ
    5 บล็อกเกอร์ยอดนิยมปี 2025
    Simon Willison — ครองอันดับ 1 สามปีซ้อน, เขียนกว่า 1,000 โพสต์ในปีเดียว
    Jeff Geerling — อันดับ 2 แบบเฉียดฉิว, เน้นฮาร์ดแวร์และ Raspberry Pi
    Sean Goedecke — ดาวรุ่ง, โพสต์เข้าหน้าแรก 47 ครั้ง
    Brian Krebs — นักข่าวไซเบอร์ระดับตำนาน, ติดท็อป 10 เกือบทุกปี
    Neal Agarwal — งาน interactive art ทุกโพสต์ขึ้นหน้าแรก

    สิ่งที่ทำให้พวกเขาโดดเด่น
    เนื้อหาชัดเจน มีความเห็นเฉพาะตัว
    เขียนสม่ำเสมอและมีคุณภาพ
    เข้าใจสิ่งที่ชุมชน HN สนใจ
    ไม่ขายของ ไม่โฆษณาแฝง

    เกร็ดที่ควรรู้
    โพสต์การเมืองมักถูก flag และหายจากหน้าแรกเร็ว
    ความสำเร็จบน HN มี “ดวง” เข้ามาเกี่ยวข้องไม่น้อย
    บล็อกเกอร์หน้าใหม่อาจต้องโพสต์หลายครั้งกว่าจะติดหน้าแรก

    https://refactoringenglish.com/blog/2025-hn-top-5/
    📰 5 บล็อกเกอร์ที่โด่งดังที่สุดบน Hacker News ปี 2025 ปี 2025 เป็นปีที่มีการแข่งขันดุเดือดในโลกบล็อกเกอร์สายเทคบน Hacker News และจากข้อมูลสรุปปลายปี พบว่ามี 5 คนที่โดดเด่นที่สุด ทั้งในด้านจำนวนโพสต์ คุณภาพเนื้อหา และความนิยมจากชุมชน โดยอันดับหนึ่งยังคงเป็น Simon Willison ที่ครองตำแหน่ง 3 ปีซ้อนด้วยสไตล์การเขียนที่ตรงไปตรงมาและไม่ขายของใด ๆ เลย Jeff Geerling คว้าอันดับ 2 แบบเฉียดฉิวเพียง 9 คะแนนจากอันดับ 3 โดยเขาโดดเด่นจากการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ Raspberry Pi และฮาร์ดแวร์ พร้อมเขียนบล็อกประกอบวิดีโออย่างพิถีพิถัน ไม่ใช่แค่แปะ transcript แบบที่หลายคนทำ ส่วนอันดับ 3 คือ Sean Goedecke ที่กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงหลังโพสต์เกี่ยวกับการทำงานใน Big Tech จนติดท็อป 100 ของปี และโพสต์ของเขาเข้าหน้าแรกถึง 47 ครั้งในปีเดียว อันดับ 4 คือ Brian Krebs นักข่าวสายสืบสวนด้านไซเบอร์ที่อยู่ในท็อป 10 ของ HN มานานกว่า 11 ปี โดยปีนี้มีโพสต์หนึ่งเกี่ยวกับการเมืองที่ขึ้นอันดับ 1 แต่ถูกลบเพราะโดน flag จำนวนมาก ซึ่งเป็นชะตากรรมของโพสต์การเมืองบน HN บ่อยครั้ง ปิดท้ายด้วย Neal Agarwal ที่ทำงานแนว interactive art ทุกโพสต์ของเขาขึ้นหน้าแรก และครึ่งหนึ่งขึ้นอันดับ 1 ของวัน ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จที่สุดของเขาเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเกร็ดน่าสนใจ เช่น John Gruber กลับมาติดท็อป 10 ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2020 และ Mahad Kalam ที่ติดอันดับ 21 ด้วยโพสต์เดียวแต่กลายเป็นโพสต์ยอดนิยมที่สุดของปี แสดงให้เห็นว่าบางครั้ง “โพสต์เดียวก็เปลี่ยนชีวิตได้” บน Hacker News 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ 5 บล็อกเกอร์ยอดนิยมปี 2025 ➡️ Simon Willison — ครองอันดับ 1 สามปีซ้อน, เขียนกว่า 1,000 โพสต์ในปีเดียว ➡️ Jeff Geerling — อันดับ 2 แบบเฉียดฉิว, เน้นฮาร์ดแวร์และ Raspberry Pi ➡️ Sean Goedecke — ดาวรุ่ง, โพสต์เข้าหน้าแรก 47 ครั้ง ➡️ Brian Krebs — นักข่าวไซเบอร์ระดับตำนาน, ติดท็อป 10 เกือบทุกปี ➡️ Neal Agarwal — งาน interactive art ทุกโพสต์ขึ้นหน้าแรก ✅ สิ่งที่ทำให้พวกเขาโดดเด่น ➡️ เนื้อหาชัดเจน มีความเห็นเฉพาะตัว ➡️ เขียนสม่ำเสมอและมีคุณภาพ ➡️ เข้าใจสิ่งที่ชุมชน HN สนใจ ➡️ ไม่ขายของ ไม่โฆษณาแฝง ‼️ เกร็ดที่ควรรู้ ⛔ โพสต์การเมืองมักถูก flag และหายจากหน้าแรกเร็ว ⛔ ความสำเร็จบน HN มี “ดวง” เข้ามาเกี่ยวข้องไม่น้อย ⛔ บล็อกเกอร์หน้าใหม่อาจต้องโพสต์หลายครั้งกว่าจะติดหน้าแรก https://refactoringenglish.com/blog/2025-hn-top-5/
    REFACTORINGENGLISH.COM
    The Most Popular Blogs of Hacker News in 2025
    Who were the most popular personal bloggers of 2025, and what made them successful on Hacker News?
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 75 มุมมอง 0 รีวิว
  • 4 แอป Linux ที่ผู้เขียนใช้บ่อยที่สุดในปี 2025 — เครื่องมือโอเพ่นซอร์สที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น

    ปี 2025 เป็นปีที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงสำหรับผู้เขียนบทความต้นฉบับ ทั้งในด้านงานและชีวิตส่วนตัว แต่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้น เขากลับพบว่าแอปโอเพ่นซอร์สบน Linux หลายตัวช่วยให้การทำงานราบรื่นขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนบทความ การจัดการไฟล์ การตรวจสอบระบบ หรือแม้แต่การอ่านหนังสืออีบุ๊ก ทั้งหมดนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ workflow ที่ขาดไม่ได้เลยในปีที่ผ่านมา

    หนึ่งในแอปที่โดดเด่นคือ Converseen ซึ่งใช้แทน XnConvert สำหรับการแปลงภาพจำนวนมาก โดยเฉพาะการย่อไฟล์ PNG ให้เล็กลงเพื่อใช้ในบทความ นอกจากนี้ยังมี Packet ที่ช่วยส่งไฟล์ระหว่าง Linux กับ Android ได้ง่ายขึ้นผ่าน Quick Share โดยไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่มในมือถือ ทำให้การทำงานข้ามอุปกรณ์สะดวกขึ้นมาก

    สำหรับงานตรวจสอบระบบ ผู้เขียนเลือกใช้ Btop++ ซึ่งเป็น system monitor แบบเทอร์มินัลที่สวยงามและใช้งานง่าย แถมยังใช้เป็น screensaver แบบเท่ ๆ ได้อีกด้วย ส่วนงานอ่านและจัดการอีบุ๊กก็มี Calibre ที่ช่วยจัดการ metadata, แปลงไฟล์ และซิงก์กับ eReader ได้อย่างครบเครื่อง รวมถึงฟีเจอร์ AI ใหม่ที่ช่วยพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือได้ด้วย

    แอปเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ecosystem ของ Linux เติบโตขึ้นมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และผู้ใช้สามารถสร้าง workflow ที่ทรงพลังได้โดยไม่ต้องพึ่งซอฟต์แวร์ proprietary เลยแม้แต่น้อย ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ของโอเพ่นซอร์สที่ยังคงแข็งแรงและน่าตื่นเต้นเสมอ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    แอปที่ผู้เขียนใช้บ่อยที่สุดในปี 2025
    Converseen — แปลงภาพแบบ batch, รองรับกว่า 100 ฟอร์แมต
    Packet — ส่งไฟล์ Linux ↔ Android ผ่าน Quick Share
    Btop++ — system monitor สวยงาม ใช้งานง่าย
    Calibre — จัดการอีบุ๊กครบวงจร พร้อมฟีเจอร์ AI

    เหตุผลที่แอปเหล่านี้โดดเด่น
    ช่วยลดเวลาทำงานซ้ำ ๆ
    ทำงานข้ามอุปกรณ์ได้สะดวก
    เพิ่มความเข้าใจระบบด้วยข้อมูลแบบ real-time
    ทำให้การอ่านและจัดการหนังสือง่ายขึ้นมาก

    ข้อควรระวังหรือข้อจำกัด
    แอปบางตัวอาจต้องติดตั้งผ่าน repo เสริม
    Packet อาจทำงานได้ไม่เต็มที่บน Android รุ่นเก่า
    Calibre ใช้ทรัพยากรพอสมควรบนเครื่องสเปกต่ำ

    https://itsfoss.com/news/my-choice-linux-apps-2025/
    🧰 4 แอป Linux ที่ผู้เขียนใช้บ่อยที่สุดในปี 2025 — เครื่องมือโอเพ่นซอร์สที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ปี 2025 เป็นปีที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงสำหรับผู้เขียนบทความต้นฉบับ ทั้งในด้านงานและชีวิตส่วนตัว แต่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้น เขากลับพบว่าแอปโอเพ่นซอร์สบน Linux หลายตัวช่วยให้การทำงานราบรื่นขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนบทความ การจัดการไฟล์ การตรวจสอบระบบ หรือแม้แต่การอ่านหนังสืออีบุ๊ก ทั้งหมดนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ workflow ที่ขาดไม่ได้เลยในปีที่ผ่านมา หนึ่งในแอปที่โดดเด่นคือ Converseen ซึ่งใช้แทน XnConvert สำหรับการแปลงภาพจำนวนมาก โดยเฉพาะการย่อไฟล์ PNG ให้เล็กลงเพื่อใช้ในบทความ นอกจากนี้ยังมี Packet ที่ช่วยส่งไฟล์ระหว่าง Linux กับ Android ได้ง่ายขึ้นผ่าน Quick Share โดยไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่มในมือถือ ทำให้การทำงานข้ามอุปกรณ์สะดวกขึ้นมาก สำหรับงานตรวจสอบระบบ ผู้เขียนเลือกใช้ Btop++ ซึ่งเป็น system monitor แบบเทอร์มินัลที่สวยงามและใช้งานง่าย แถมยังใช้เป็น screensaver แบบเท่ ๆ ได้อีกด้วย ส่วนงานอ่านและจัดการอีบุ๊กก็มี Calibre ที่ช่วยจัดการ metadata, แปลงไฟล์ และซิงก์กับ eReader ได้อย่างครบเครื่อง รวมถึงฟีเจอร์ AI ใหม่ที่ช่วยพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือได้ด้วย แอปเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ecosystem ของ Linux เติบโตขึ้นมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และผู้ใช้สามารถสร้าง workflow ที่ทรงพลังได้โดยไม่ต้องพึ่งซอฟต์แวร์ proprietary เลยแม้แต่น้อย ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ของโอเพ่นซอร์สที่ยังคงแข็งแรงและน่าตื่นเต้นเสมอ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ แอปที่ผู้เขียนใช้บ่อยที่สุดในปี 2025 ➡️ Converseen — แปลงภาพแบบ batch, รองรับกว่า 100 ฟอร์แมต ➡️ Packet — ส่งไฟล์ Linux ↔ Android ผ่าน Quick Share ➡️ Btop++ — system monitor สวยงาม ใช้งานง่าย ➡️ Calibre — จัดการอีบุ๊กครบวงจร พร้อมฟีเจอร์ AI ✅ เหตุผลที่แอปเหล่านี้โดดเด่น ➡️ ช่วยลดเวลาทำงานซ้ำ ๆ ➡️ ทำงานข้ามอุปกรณ์ได้สะดวก ➡️ เพิ่มความเข้าใจระบบด้วยข้อมูลแบบ real-time ➡️ ทำให้การอ่านและจัดการหนังสือง่ายขึ้นมาก ‼️ ข้อควรระวังหรือข้อจำกัด ⛔ แอปบางตัวอาจต้องติดตั้งผ่าน repo เสริม ⛔ Packet อาจทำงานได้ไม่เต็มที่บน Android รุ่นเก่า ⛔ Calibre ใช้ทรัพยากรพอสมควรบนเครื่องสเปกต่ำ https://itsfoss.com/news/my-choice-linux-apps-2025/
    ITSFOSS.COM
    These are the Linux Apps I Couldn't Live Without in 2025
    These open source gems have helped me refine my workflow.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • Inkscape 1.4.3 อัปเดตใหม่! ปรับปรุง PDF Import และ Text on Path ให้แม่นยำกว่าเดิม

    Inkscape 1.4.3 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะอัปเดตบำรุงรุ่นที่สองของซีรีส์ 1.4 โดยเน้นการแก้ไขบั๊กและปรับปรุงประสิทธิภาพเป็นหลัก แต่ก็มีการอัปเกรดสำคัญที่ผู้ใช้งานสายออกแบบต้องยิ้มออก นั่นคือการปรับปรุงระบบนำเข้าไฟล์ PDF ให้แม่นยำขึ้น ลดปัญหาการเพี้ยนของฟอนต์และเลย์เอาต์ รวมถึงการปรับปรุงฟีเจอร์ Text on Path ให้ทำงานได้เสถียรและคาดเดาได้มากกว่าเดิม ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่นักออกแบบใช้บ่อยในการสร้างโลโก้และกราฟิกเชิงศิลป์

    นอกจากนี้ Inkscape 1.4.3 ยังแก้ปัญหาการ ungroup กลุ่มวัตถุขนาดใหญ่ที่เคยทำให้โปรแกรมหน่วงหรือค้าง รวมถึงปรับปรุงการแปลง stroke เป็น path, pattern และ gradient เพื่อไม่ให้ข้อมูลสูญหายระหว่างการแปลง ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ใช้หลายคนเจอมานาน โดยเฉพาะงานที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ไฟล์สำหรับงานพิมพ์หรือการทำเลเซอร์คัต

    เมื่อมองในภาพรวม อัปเดตนี้ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่แบบหวือหวา แต่เน้นความเสถียรและความแม่นยำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของงานออกแบบระดับมืออาชีพ อีกทั้งยังช่วยให้ Inkscape ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมในหมู่ผู้ใช้ที่ต้องการเครื่องมือออกแบบเวกเตอร์แบบโอเพ่นซอร์ส ใช้ได้ฟรี และรองรับหลายแพลตฟอร์มทั้ง Linux, macOS และ Windows

    ในขณะเดียวกัน ชุมชนผู้พัฒนา Inkscape ยังคงเดินหน้าปรับปรุงซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง ทำให้โปรแกรมเติบโตอย่างมั่นคงและตอบโจทย์ผู้ใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในยุคที่งานออกแบบดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว และความต้องการเครื่องมือที่ยืดหยุ่นและฟรีมีมากขึ้นทั่วโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์จากอัปเดต Inkscape 1.4.3
    ปรับปรุงการนำเข้า PDF ให้แม่นยำขึ้น ลดปัญหาฟอนต์เพี้ยนและเลย์เอาต์ผิดรูป
    Text on Path ทำงานเสถียรขึ้น เหมาะกับงานโลโก้และกราฟิกเชิงศิลป์
    แก้ปัญหา ungroup กลุ่มใหญ่ที่เคยทำให้โปรแกรมค้างหรือช้า
    การแปลง stroke → path, pattern, gradient ไม่ทำให้ข้อมูลสูญหายอีกต่อไป

    ความสำคัญของอัปเดตนี้ต่อผู้ใช้งาน
    เพิ่มความเสถียรในการทำงานระดับมืออาชีพ
    ลดความเสี่ยงของไฟล์เสียหรือข้อมูลหายระหว่างการแปลงวัตถุ
    เหมาะกับงานพิมพ์ งานเลเซอร์คัต และงานออกแบบที่ต้องการความละเอียดสูง

    ข้อควรระวังหรือสิ่งที่ควรทราบ
    ผู้ใช้ที่มีปลั๊กอินเก่าอาจต้องตรวจสอบความเข้ากันได้กับเวอร์ชันใหม่
    ไฟล์ที่สร้างจากเวอร์ชันเก่ามากอาจมีพฤติกรรมแตกต่างเล็กน้อยเมื่อเปิดใน 1.4.3
    ควรสำรองไฟล์งานก่อนอัปเดตเพื่อป้องกันปัญหาที่ไม่คาดคิด

    https://9to5linux.com/inkscape-1-4-3-open-source-svg-editor-improves-pdf-import-and-text-on-path
    🎨 Inkscape 1.4.3 อัปเดตใหม่! ปรับปรุง PDF Import และ Text on Path ให้แม่นยำกว่าเดิม Inkscape 1.4.3 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะอัปเดตบำรุงรุ่นที่สองของซีรีส์ 1.4 โดยเน้นการแก้ไขบั๊กและปรับปรุงประสิทธิภาพเป็นหลัก แต่ก็มีการอัปเกรดสำคัญที่ผู้ใช้งานสายออกแบบต้องยิ้มออก นั่นคือการปรับปรุงระบบนำเข้าไฟล์ PDF ให้แม่นยำขึ้น ลดปัญหาการเพี้ยนของฟอนต์และเลย์เอาต์ รวมถึงการปรับปรุงฟีเจอร์ Text on Path ให้ทำงานได้เสถียรและคาดเดาได้มากกว่าเดิม ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่นักออกแบบใช้บ่อยในการสร้างโลโก้และกราฟิกเชิงศิลป์ นอกจากนี้ Inkscape 1.4.3 ยังแก้ปัญหาการ ungroup กลุ่มวัตถุขนาดใหญ่ที่เคยทำให้โปรแกรมหน่วงหรือค้าง รวมถึงปรับปรุงการแปลง stroke เป็น path, pattern และ gradient เพื่อไม่ให้ข้อมูลสูญหายระหว่างการแปลง ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ใช้หลายคนเจอมานาน โดยเฉพาะงานที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ไฟล์สำหรับงานพิมพ์หรือการทำเลเซอร์คัต เมื่อมองในภาพรวม อัปเดตนี้ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่แบบหวือหวา แต่เน้นความเสถียรและความแม่นยำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของงานออกแบบระดับมืออาชีพ อีกทั้งยังช่วยให้ Inkscape ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมในหมู่ผู้ใช้ที่ต้องการเครื่องมือออกแบบเวกเตอร์แบบโอเพ่นซอร์ส ใช้ได้ฟรี และรองรับหลายแพลตฟอร์มทั้ง Linux, macOS และ Windows ในขณะเดียวกัน ชุมชนผู้พัฒนา Inkscape ยังคงเดินหน้าปรับปรุงซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง ทำให้โปรแกรมเติบโตอย่างมั่นคงและตอบโจทย์ผู้ใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในยุคที่งานออกแบบดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว และความต้องการเครื่องมือที่ยืดหยุ่นและฟรีมีมากขึ้นทั่วโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์จากอัปเดต Inkscape 1.4.3 ➡️ ปรับปรุงการนำเข้า PDF ให้แม่นยำขึ้น ลดปัญหาฟอนต์เพี้ยนและเลย์เอาต์ผิดรูป ➡️ Text on Path ทำงานเสถียรขึ้น เหมาะกับงานโลโก้และกราฟิกเชิงศิลป์ ➡️ แก้ปัญหา ungroup กลุ่มใหญ่ที่เคยทำให้โปรแกรมค้างหรือช้า ➡️ การแปลง stroke → path, pattern, gradient ไม่ทำให้ข้อมูลสูญหายอีกต่อไป ✅ ความสำคัญของอัปเดตนี้ต่อผู้ใช้งาน ➡️ เพิ่มความเสถียรในการทำงานระดับมืออาชีพ ➡️ ลดความเสี่ยงของไฟล์เสียหรือข้อมูลหายระหว่างการแปลงวัตถุ ➡️ เหมาะกับงานพิมพ์ งานเลเซอร์คัต และงานออกแบบที่ต้องการความละเอียดสูง ‼️ ข้อควรระวังหรือสิ่งที่ควรทราบ ⛔ ผู้ใช้ที่มีปลั๊กอินเก่าอาจต้องตรวจสอบความเข้ากันได้กับเวอร์ชันใหม่ ⛔ ไฟล์ที่สร้างจากเวอร์ชันเก่ามากอาจมีพฤติกรรมแตกต่างเล็กน้อยเมื่อเปิดใน 1.4.3 ⛔ ควรสำรองไฟล์งานก่อนอัปเดตเพื่อป้องกันปัญหาที่ไม่คาดคิด https://9to5linux.com/inkscape-1-4-3-open-source-svg-editor-improves-pdf-import-and-text-on-path
    9TO5LINUX.COM
    Inkscape 1.4.3 Open-Source SVG Editor Improves PDF Import and Text on Path - 9to5Linux
    Inkscape 1.4.3 open-source SVG (Scalable Vector Graphics) editor is now available for download with new features and enhancements.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 75 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 12

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 12
    จับลุงโอลองเข้าที่แล้ว คราวนี้ปาหี่ ก็ต้องเล่นฉากต่อไป ตัดกลับมาที่บ้านไอ้สองแสบ อเมริกาหน้าเครียด ทำเป็นถกกันว่า ตกลงจะเอาไงเรื่องไอซิส ในวันประชุม G8 ไม่กี่วันจากเกิดเหตุศุกร์ 13 ท่านใบตองแห้ง ยังบอกอยู่เลยว่า การที่อเมริกาเอากองทัพเข้าไป อาจจะเป็นเรื่องผิดพลาด เพราะวันนั้น ท่านใบตองแห้งยังล้อมคอกไม่เสร็จ จัดกองทัพไม่ทัน เลยต้องตีกรรเชียงไปก่อน
    ส่วนชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็บอกว่าต้องถามความเห็นกันในสภาก่อน และก็ยังจัดประชุมไม่ได้ เพราะคะแนนเสียงให้เรียกประชุมสภายังไม่พอ
    แปลว่าเป็นบทตีกรรเชียงถ่วงเวลาของไอ้สองแสบครับ เพราะทั้งอเมริกา และอังกฤษ ยังอ่านเกมรัสเซียไม่ขาด โดยเฉพาะในแง่อาวุธและกองกำลัง และที่สำคัญ ยังไม่แน่ใจท่าที ของตัวละครสำคัญ อีก 3 ราย
    (สำหรับท่านที่เข้ามาอ่านนิทานใหม่ๆ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ผมหมายถึงอังกฤษนะครับ มีคนว่ามาแล้ว ว่า ไม่ชอบที่ผมเรียกแบบนี้ แต่ผมชอบของผม ส่วนท่านใบตองแห้ง ก็มีผู้ถามมาเช่นกัน ว่าใครคะ ผมหมายถึง อเมริกา และหัวหน้าใหญ่ของอเมริกาครับ ที่ชอบออกอาการเหมือนไอ้ตัวที่นอนอยู่แถวหน้าประตูบ้านผม เวลามันเห็นลมพัดใบตองแห้ง มันเป็นต้องส่งเสียงทุกที ทั้งๆที่บางทีไม่อะไรเลย นอกจากใบตองแห้ง กับเงาของมันเอง หาเรื่องให้เราตื่นเต้นตามอยู่เรื่อย)
    ตัวละครสำคัญ 3 ราย เป็นใครนะ บางรายน่าจะเดากันถูก แต่บางรายอาจนึกไม่ถึงกัน
    รายที่หนึ่ง คือ จีน ที่คาดกันอยู่แล้วว่า อยู่เคียงข้างรัสเซีย แต่เคียงข้างขนาดไหนในการที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ที่อาจบานปลายไปเป็นการรบใหญ่ จะเคียงข้างหลัง แบบฝรั่งเศสกับอเมริกาที่ผลัดกันด่าหรือเปล่า หรือ เคียงข้างแบบไหล่ชนไหล่กัน เหมือนอเมริกากับอังกฤษ
    รายที่สอง คือ อินเดีย ที่ทั้งฝ่ายรัสเซียและฝ่ายอเมริกา ต่างก็อยากได้อินเดียเป็นพวกทั้งสิ้น เพราะ อินเดียถือเป็น swing state รายหนึ่ง ที่มีน้ำหนักมากทั้งในแง่เศรษฐกิจ และสถานที่ตั้ง
    เราจึงเห็นว่า ระหว่างที่รัสเซียไล่ถล่มฝ่ายกบฏอยู่ในซีเรีย และอเมริกาแสดงท่าเนือยๆ เหมือนไม่สนใจจะร่วมรายการใดด้วย แต่แท้จริงแล้ว ไอ้สองแสบแบ่งบทกันเล่น ชาวเกาะรับหน้าที่ถือปรอทวัดอุณหภูมิของจีนและอินเดียแทนอเมริกา โปรดอย่าลืมลิ้นการทูตอันยาวของอังกฤษ ที่สามารถตวัดให้สงครามโลกเกิดมาแล้วถึง 2 ครั้ง
    อาจมีผู้ค้านว่า อังกฤษน่าจะมีหมายเชิญ จีนและอินเดีย มานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเชิญมาวัดปรอท แต่ผมมีความเห็นว่า เชิญเมื่อไหร่ ไม่สำคัญเท่ากับ “ต้อนรับ” อย่างไร และผู้ที่ติดตามข่าว คงเห็นแล้วว่า อังกฤษต้อนรับจีน ชนิดครบเครื่องใหญ่ แบบที่เรียกว่า ปูพรมแดง ต่างกับอเมริกา ที่รับจีนก่อนหน้านั้น อย่างแทบจะเรียกว่า แบบเสียไม่ได้
    ส่วนการต้อนรับอินเดียก็ใหญ่โตเช่นเดียวกัน และผมเข้าใจว่า การวัดปรอทของอินเดีย คงออกมาได้ผลตามต้องการ ว่าไม่น่ามีโรคแทรกซ้อน ส่วนของจีนนั้น ปรอทคงทำงานไม่ค่อยแม่นยำ เพราะจีนไม่ได้ดูง่าย การขนเอาราชวงศ์ใส่มงกุฏเพชรเพียบมารับจีน นึกว่าจีนจะเคลิ้ม อังกฤษคงลืมไป ชุดงิ้วจีนใช่ว่าไม่มีเครื่องประดับแพรวพราวนะครับ แค่นี้คงไม่ทำให้จีนตื่นเต้น อีกอย่างจีนคงยังไม่อยากกลับไปติดฝิ่นอีก ต่างกับอินเดีย ที่ตอนนี้ทำท่าจะเป็นฝรั่งมากกว่าตะวันตกเอาด้วยซ้ำ
    รายที่สาม คือ ตุรกี ตุรกีนก 2 หัว ผมตามดูพฤติกรรมตุรกีมาประมาณ 2 ปี ว่า เมื่อถึงเวลาสำคัญ ตุรกี จะยืนตรงไหน การดูของผมไม่มีความหมายมากมาย มันเป็นการทดสอบว่า ทฤษฏีการวิเคราะห์ของตัวเอง ออกอ่าวหรือเปล่าเท่านั้น แต่ตุรกีจะยืนอยู่ทางไหน สำหรับอเมริกาและ รัสเซียต่างหาก ที่สำคัญอย่างยิ่ง
    และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตุรกี ก็ตอบข้อสงสัยของผม
    สื่อพากันลงข่าวใหญ่ว่า ตุรกีสอยเครื่องบินรบของรัสเซีย!
    ฮ้า … ตุรกีสอยทำไม หรือเราอาจจะต้องตั้งคำถามใหม่ว่า ใครสอยเครื่องบินรบรัสเซียกันแน่ แล้วทำไมตุรกีต้องเสือกมาออกรับแทน
    ผมว่า ตุรกีไม่มีความกล้าหาญพอที่จะยิงเครื่องบินรบรัสเซีย ตุรกีมีแต่ความถนัดกลิ้ง แต่ไม่ถนัดรบครับ อ้าวแล้วทะลึ่งไปสอยซูกอยของเขาทำไม ก็นั่นนะซี ถึงว่าไม่น่าจะใช่ฝีมือตุรกี
    ถ้างั้นใครสอยล่ะ ก็ใครล่ะที่มีฐานทัพใหญ่เบ้อเริ่มที่ Incirik ในตุรกี ก็ไม่พ้นอเมริกาอีก….
    ถ้าตุรกีไม่ได้สอย เป็นอเมริกาสอย อเมริกาทำ ทำไม และทำไมตุรกียอมสมอ้าง
    คำตอบมีเยอะแยะ
    คำตอบแรก คือ อเมริกาทำ เพราะต้องการสร้างเรื่อง หรือตอกลิ่มให้ตุรกีหลุดจากความสัมพันธ์กับฝ่ายรัสเซียโดยสิ้นเชิง เพราะ อย่าลืมว่า ตามทฤษฏีของไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ตุรกี เป็น 1 ใน 2 ประเทศ ที่สำคัญต่อแผนพิฆาตรัสเซีย
    ตุรกี รัสเซีย อิหร่าน มีสัมพันธ์ระหว่างกันมานาน และอเมริกาก็จับตาความสัมพันธ์ของ 3 หน่อ อย่างใกล้ชิด ยิ่งถ้าอิหร่านไปจับมือกับรัสเซีย อเมริกายิ่งต้องพยายามไม่ให้ตุรกีหลุดมือ
    ตุรกี มีทีท่าว่า ไม่ใช่แค่จับมือกับรัสเซีย แต่ยังจะจับมือกับจีน เพื่อนรักของรัสเซีย อีกด้วย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทานเรื่องเก่าๆ คงจำได้ว่า ตุรกีคิดจะสร้างระบบต่อต้านการยิงจรวด มาตั้งแต่ ค.ศ.2009 ตุรกี ประกาศเชิญชวนผู้มารับเหมาสร้างระบบ ฝ่ายตะวันตกส่งเข้าประกวดเพียบ รวมทั้งมีม้ามืด คือ จีน และตุรกีก็ประกาศ ในปี ค.ศ.2013 ว่า ม้ามืดเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก
    แบบนี้ก็งานเข้า ฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา ด่าเช็ดตุรกี ว่าอย่างนี้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดไต๋ให้จีนรู้ระบบความมั่นคงของทางฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะของอเมริกา นาโต้ ที่แชร์ระบบกับตุรกีน่ะสิ และอาจจะรู้ไปถึงรัสเซียด้วย มิฉิบหายกันหมดเรอะ หลังจากนั้น ก็มีการระเบิด การประท้วง เกิดขึ้นถี่ ที่ตุรกี แทบจะไม่เว้นแต่ละวัน บทแบบนี้คุ้นไหมครับ
    ตุรกี เลื่อนการประกาศการทำสัญญากับจีน ประมาณ 4 ครั้ง ในช่วงปีครึ่ง และในที่สุดก็ประกาศยกเลิกเมื่อประมาณต้นปี ค.ศ.2015 นี้เอง บอกว่า ไม่สร้างแล้วเว้ย และนั่นคงทำให้รัสเซียเห็นแล้วว่า อเมริกากำลังเดินเกม ตามแผนพิฆาตอย่างไม่มีหลุด อเมริกา ไม่มีทางปล่อยมือจากคอตุรกี
    คำตอบที่สอง ที่ผมคิดว่าอเมริกาน่าจะเป็นคนสอยซูกอย เพราะอเมริกาน่าจะต้องการเปลี่ยนสนามรบ มารบในแถบตุรกี ที่ตุรกีสามารถใช้สิทธิยิงเครื่องบินรัสเซียและพวกได้ อย่างถูกต้องตามกฏนานาชาติ นอกจากนี้ อเมริกามีฐานทัพใหญ่ อยู่ในตุรกีหลายแห่ง และยังอยู่ใกล้กับกองทัพนาโต้ ที่มีอยู่เต็มด้านนั้น และมีทางหนีที่ไล่ ดีกว่าเข้าไปรบกับรัสเซียในเขตซีเรีย ที่นาโต้ยังไม่ได้เข้าไป และไม่แน่ว่าเข้าไปแล้วจะเจออะไร เพราะรัสเซียกับพวก ได้เข้าไปก่อนแล้ว ใครเข้าไปก่อนย่อมได้เปรียบ
    ถ้าอเมริกาต้องการเป็นฝ่ายกำหนดสนามรบ อเมริกาก็ต้องสร้างเรื่อง ให้รัสเซียโกรธจัดตุรกี โกรธพอที่ย้ายสนามรบจากซีเรีย มาตุรกี และดูเหมือน อเมริกาจะทำสำเร็จ คือทำให้รัสเซียโกรธ แต่จะได้ผลอื่นตามแผนของอเมริกา หรือไม่ ต้องดูกันต่อไป
    อย่างนี้ แปลว่า อเมริกาน่าจะกำลังจัดทัพ เตรียมตัวที่จะรบแล้ว ?!
    มาถึงคำถามต่อไป แล้วตุรกีรับสมอ้างว่า ตนเองเป็นฝ่ายยิงทำไม
    คำตอบ คือ ตุรกีอยู่กับฝ่ายเอาอเมริกามาตลอดเวลา ไม่เคยเปลี่ยนใจ เพราะตุรกีนั้นแม้จะอยู่ในตะวันออกกลาง แต่ก็ปลื้มตะวันตก เอียงไปทางฝรั่งตะวันตกมาตลอดตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ร้อยกว่าปีมาแล้วนะ ตุรกีเห็นอังกฤษเป็นต้นแบบอย่างไร ก็เห็นอยู่อย่างนั้น การมาคบค้ากับรัสเซีย อิหร่าน จีน ก็เพื่อผลประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ใช่น้ำใจไมตรีจริงจัง แม้จะเล่นบทงอนกับอเมริกา ก็ไม่ต่างกับบทงอนของอิสราเอล หรือ ซาอุดิอารเบีย มันเป็นบทงอนขึ้นราคา ทั้งนั้น
    รัสเซียและอิหร่าน คงเห็นไส้ในของตุรกีชัดแล้วจากกรณีซีเรีย ที่ตุรกี เป็นหนึ่งในโต้โผ ที่ไปจัดหนัก ทั้งนักรบเติมเงิน และอาวุธมาถล่มอัสสาด ถ้ารัสเซียเอียงไปทางตุรกี รัสเซียคงไม่เข้ามาในซีเรียแน่ ยกเว้นแต่ จะมีรายการตกลงต้ม 3 ชั้นกันไว้ และการสอยซูกอย คงเป็นอุบัติการณ์สำคัญ ที่ทำให้รัสเซียหลุดปากออกมาว่า เป็นการถูกแทงข้างหลัง
    เพราะฉะนั้น ในความเห็นผม เรื่องกบฏชาวเคิร์ด เรื่องลูกชายประธานาธิบดีตุรกี (ที่ถูกสื่อแดกเอาว่าเป็นสุลต่าน) ค้าน้ำมันกับไอซิส ไม่ใช่เป็นสาเหตุเกี่ยวกับการสอยซูกอยเลย
    ผมกลับมองว่า คุณพี่ปูตินนี่แสบไม่เบา เอาเรื่องลูกสุลต่านค้าน้ำมันกับไอซิสมากระจายหน้าจอ เพราะมันเป็นการซื้อน้ำมันราคาถูก ที่ใครๆ ก็ซื้อกันทั้งนั้น แต่คนที่กำลังกระอัก คือคนที่หวังจะขายน้ำมันราคาแพงต่างหาก แบบพวกเสี่ยปั้มใหญ่และก๊วน และอีกพวกที่สำคัญกว่าสำหรับอเมริกาคือ บริษัทน้ำมันของพวกตะวันตกเองนั่นแหละครับ ที่กำลังขาดรายได้จากน้ำมันไอซิสราคาถูก ที่กำลังกระจายในตลาด มันเป็นการแฉ ให้พวกเดียวเชือดกันเอง มึงอยากเป็นนกสองหัวดีนัก และเราก็คอยดูไปแล้วกันว่า ท่านสุลต่านจะนั่งบัลลังค์ได้นานไหม แม้จะยอมให้อ้างชื่อว่าเป็นคนสอยซูกอย
    วันนี้ขอจบการวิเคราะห์ ไว้แค่นี้ก่อน เราคงต้องจับตาดูว่า อเมริกา อังกฤษ อียู นาโต้ จะเคลื่อนไหวอย่างไร แต่ผมคาดว่า ยังจัดทัพกันไม่เสร็จครับ คงยังมีการตีกรรเชียงต่อ อีกสักฉาก 2 ฉาก และผมจะกลับมาเขียนตอนต่อไป ส่วนที่น่าจะเกี่ยวกับบ้านเรา หลังวันที่ 5 ธันวาคมนะครับ วันพ่อ ของดเขียนเรื่องไม่เป็นมงคลครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    4 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 12 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 12 จับลุงโอลองเข้าที่แล้ว คราวนี้ปาหี่ ก็ต้องเล่นฉากต่อไป ตัดกลับมาที่บ้านไอ้สองแสบ อเมริกาหน้าเครียด ทำเป็นถกกันว่า ตกลงจะเอาไงเรื่องไอซิส ในวันประชุม G8 ไม่กี่วันจากเกิดเหตุศุกร์ 13 ท่านใบตองแห้ง ยังบอกอยู่เลยว่า การที่อเมริกาเอากองทัพเข้าไป อาจจะเป็นเรื่องผิดพลาด เพราะวันนั้น ท่านใบตองแห้งยังล้อมคอกไม่เสร็จ จัดกองทัพไม่ทัน เลยต้องตีกรรเชียงไปก่อน ส่วนชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็บอกว่าต้องถามความเห็นกันในสภาก่อน และก็ยังจัดประชุมไม่ได้ เพราะคะแนนเสียงให้เรียกประชุมสภายังไม่พอ แปลว่าเป็นบทตีกรรเชียงถ่วงเวลาของไอ้สองแสบครับ เพราะทั้งอเมริกา และอังกฤษ ยังอ่านเกมรัสเซียไม่ขาด โดยเฉพาะในแง่อาวุธและกองกำลัง และที่สำคัญ ยังไม่แน่ใจท่าที ของตัวละครสำคัญ อีก 3 ราย (สำหรับท่านที่เข้ามาอ่านนิทานใหม่ๆ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ผมหมายถึงอังกฤษนะครับ มีคนว่ามาแล้ว ว่า ไม่ชอบที่ผมเรียกแบบนี้ แต่ผมชอบของผม ส่วนท่านใบตองแห้ง ก็มีผู้ถามมาเช่นกัน ว่าใครคะ ผมหมายถึง อเมริกา และหัวหน้าใหญ่ของอเมริกาครับ ที่ชอบออกอาการเหมือนไอ้ตัวที่นอนอยู่แถวหน้าประตูบ้านผม เวลามันเห็นลมพัดใบตองแห้ง มันเป็นต้องส่งเสียงทุกที ทั้งๆที่บางทีไม่อะไรเลย นอกจากใบตองแห้ง กับเงาของมันเอง หาเรื่องให้เราตื่นเต้นตามอยู่เรื่อย) ตัวละครสำคัญ 3 ราย เป็นใครนะ บางรายน่าจะเดากันถูก แต่บางรายอาจนึกไม่ถึงกัน รายที่หนึ่ง คือ จีน ที่คาดกันอยู่แล้วว่า อยู่เคียงข้างรัสเซีย แต่เคียงข้างขนาดไหนในการที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ที่อาจบานปลายไปเป็นการรบใหญ่ จะเคียงข้างหลัง แบบฝรั่งเศสกับอเมริกาที่ผลัดกันด่าหรือเปล่า หรือ เคียงข้างแบบไหล่ชนไหล่กัน เหมือนอเมริกากับอังกฤษ รายที่สอง คือ อินเดีย ที่ทั้งฝ่ายรัสเซียและฝ่ายอเมริกา ต่างก็อยากได้อินเดียเป็นพวกทั้งสิ้น เพราะ อินเดียถือเป็น swing state รายหนึ่ง ที่มีน้ำหนักมากทั้งในแง่เศรษฐกิจ และสถานที่ตั้ง เราจึงเห็นว่า ระหว่างที่รัสเซียไล่ถล่มฝ่ายกบฏอยู่ในซีเรีย และอเมริกาแสดงท่าเนือยๆ เหมือนไม่สนใจจะร่วมรายการใดด้วย แต่แท้จริงแล้ว ไอ้สองแสบแบ่งบทกันเล่น ชาวเกาะรับหน้าที่ถือปรอทวัดอุณหภูมิของจีนและอินเดียแทนอเมริกา โปรดอย่าลืมลิ้นการทูตอันยาวของอังกฤษ ที่สามารถตวัดให้สงครามโลกเกิดมาแล้วถึง 2 ครั้ง อาจมีผู้ค้านว่า อังกฤษน่าจะมีหมายเชิญ จีนและอินเดีย มานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเชิญมาวัดปรอท แต่ผมมีความเห็นว่า เชิญเมื่อไหร่ ไม่สำคัญเท่ากับ “ต้อนรับ” อย่างไร และผู้ที่ติดตามข่าว คงเห็นแล้วว่า อังกฤษต้อนรับจีน ชนิดครบเครื่องใหญ่ แบบที่เรียกว่า ปูพรมแดง ต่างกับอเมริกา ที่รับจีนก่อนหน้านั้น อย่างแทบจะเรียกว่า แบบเสียไม่ได้ ส่วนการต้อนรับอินเดียก็ใหญ่โตเช่นเดียวกัน และผมเข้าใจว่า การวัดปรอทของอินเดีย คงออกมาได้ผลตามต้องการ ว่าไม่น่ามีโรคแทรกซ้อน ส่วนของจีนนั้น ปรอทคงทำงานไม่ค่อยแม่นยำ เพราะจีนไม่ได้ดูง่าย การขนเอาราชวงศ์ใส่มงกุฏเพชรเพียบมารับจีน นึกว่าจีนจะเคลิ้ม อังกฤษคงลืมไป ชุดงิ้วจีนใช่ว่าไม่มีเครื่องประดับแพรวพราวนะครับ แค่นี้คงไม่ทำให้จีนตื่นเต้น อีกอย่างจีนคงยังไม่อยากกลับไปติดฝิ่นอีก ต่างกับอินเดีย ที่ตอนนี้ทำท่าจะเป็นฝรั่งมากกว่าตะวันตกเอาด้วยซ้ำ รายที่สาม คือ ตุรกี ตุรกีนก 2 หัว ผมตามดูพฤติกรรมตุรกีมาประมาณ 2 ปี ว่า เมื่อถึงเวลาสำคัญ ตุรกี จะยืนตรงไหน การดูของผมไม่มีความหมายมากมาย มันเป็นการทดสอบว่า ทฤษฏีการวิเคราะห์ของตัวเอง ออกอ่าวหรือเปล่าเท่านั้น แต่ตุรกีจะยืนอยู่ทางไหน สำหรับอเมริกาและ รัสเซียต่างหาก ที่สำคัญอย่างยิ่ง และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตุรกี ก็ตอบข้อสงสัยของผม สื่อพากันลงข่าวใหญ่ว่า ตุรกีสอยเครื่องบินรบของรัสเซีย! ฮ้า … ตุรกีสอยทำไม หรือเราอาจจะต้องตั้งคำถามใหม่ว่า ใครสอยเครื่องบินรบรัสเซียกันแน่ แล้วทำไมตุรกีต้องเสือกมาออกรับแทน ผมว่า ตุรกีไม่มีความกล้าหาญพอที่จะยิงเครื่องบินรบรัสเซีย ตุรกีมีแต่ความถนัดกลิ้ง แต่ไม่ถนัดรบครับ อ้าวแล้วทะลึ่งไปสอยซูกอยของเขาทำไม ก็นั่นนะซี ถึงว่าไม่น่าจะใช่ฝีมือตุรกี ถ้างั้นใครสอยล่ะ ก็ใครล่ะที่มีฐานทัพใหญ่เบ้อเริ่มที่ Incirik ในตุรกี ก็ไม่พ้นอเมริกาอีก…. ถ้าตุรกีไม่ได้สอย เป็นอเมริกาสอย อเมริกาทำ ทำไม และทำไมตุรกียอมสมอ้าง คำตอบมีเยอะแยะ คำตอบแรก คือ อเมริกาทำ เพราะต้องการสร้างเรื่อง หรือตอกลิ่มให้ตุรกีหลุดจากความสัมพันธ์กับฝ่ายรัสเซียโดยสิ้นเชิง เพราะ อย่าลืมว่า ตามทฤษฏีของไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ตุรกี เป็น 1 ใน 2 ประเทศ ที่สำคัญต่อแผนพิฆาตรัสเซีย ตุรกี รัสเซีย อิหร่าน มีสัมพันธ์ระหว่างกันมานาน และอเมริกาก็จับตาความสัมพันธ์ของ 3 หน่อ อย่างใกล้ชิด ยิ่งถ้าอิหร่านไปจับมือกับรัสเซีย อเมริกายิ่งต้องพยายามไม่ให้ตุรกีหลุดมือ ตุรกี มีทีท่าว่า ไม่ใช่แค่จับมือกับรัสเซีย แต่ยังจะจับมือกับจีน เพื่อนรักของรัสเซีย อีกด้วย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทานเรื่องเก่าๆ คงจำได้ว่า ตุรกีคิดจะสร้างระบบต่อต้านการยิงจรวด มาตั้งแต่ ค.ศ.2009 ตุรกี ประกาศเชิญชวนผู้มารับเหมาสร้างระบบ ฝ่ายตะวันตกส่งเข้าประกวดเพียบ รวมทั้งมีม้ามืด คือ จีน และตุรกีก็ประกาศ ในปี ค.ศ.2013 ว่า ม้ามืดเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก แบบนี้ก็งานเข้า ฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา ด่าเช็ดตุรกี ว่าอย่างนี้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดไต๋ให้จีนรู้ระบบความมั่นคงของทางฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะของอเมริกา นาโต้ ที่แชร์ระบบกับตุรกีน่ะสิ และอาจจะรู้ไปถึงรัสเซียด้วย มิฉิบหายกันหมดเรอะ หลังจากนั้น ก็มีการระเบิด การประท้วง เกิดขึ้นถี่ ที่ตุรกี แทบจะไม่เว้นแต่ละวัน บทแบบนี้คุ้นไหมครับ ตุรกี เลื่อนการประกาศการทำสัญญากับจีน ประมาณ 4 ครั้ง ในช่วงปีครึ่ง และในที่สุดก็ประกาศยกเลิกเมื่อประมาณต้นปี ค.ศ.2015 นี้เอง บอกว่า ไม่สร้างแล้วเว้ย และนั่นคงทำให้รัสเซียเห็นแล้วว่า อเมริกากำลังเดินเกม ตามแผนพิฆาตอย่างไม่มีหลุด อเมริกา ไม่มีทางปล่อยมือจากคอตุรกี คำตอบที่สอง ที่ผมคิดว่าอเมริกาน่าจะเป็นคนสอยซูกอย เพราะอเมริกาน่าจะต้องการเปลี่ยนสนามรบ มารบในแถบตุรกี ที่ตุรกีสามารถใช้สิทธิยิงเครื่องบินรัสเซียและพวกได้ อย่างถูกต้องตามกฏนานาชาติ นอกจากนี้ อเมริกามีฐานทัพใหญ่ อยู่ในตุรกีหลายแห่ง และยังอยู่ใกล้กับกองทัพนาโต้ ที่มีอยู่เต็มด้านนั้น และมีทางหนีที่ไล่ ดีกว่าเข้าไปรบกับรัสเซียในเขตซีเรีย ที่นาโต้ยังไม่ได้เข้าไป และไม่แน่ว่าเข้าไปแล้วจะเจออะไร เพราะรัสเซียกับพวก ได้เข้าไปก่อนแล้ว ใครเข้าไปก่อนย่อมได้เปรียบ ถ้าอเมริกาต้องการเป็นฝ่ายกำหนดสนามรบ อเมริกาก็ต้องสร้างเรื่อง ให้รัสเซียโกรธจัดตุรกี โกรธพอที่ย้ายสนามรบจากซีเรีย มาตุรกี และดูเหมือน อเมริกาจะทำสำเร็จ คือทำให้รัสเซียโกรธ แต่จะได้ผลอื่นตามแผนของอเมริกา หรือไม่ ต้องดูกันต่อไป อย่างนี้ แปลว่า อเมริกาน่าจะกำลังจัดทัพ เตรียมตัวที่จะรบแล้ว ?! มาถึงคำถามต่อไป แล้วตุรกีรับสมอ้างว่า ตนเองเป็นฝ่ายยิงทำไม คำตอบ คือ ตุรกีอยู่กับฝ่ายเอาอเมริกามาตลอดเวลา ไม่เคยเปลี่ยนใจ เพราะตุรกีนั้นแม้จะอยู่ในตะวันออกกลาง แต่ก็ปลื้มตะวันตก เอียงไปทางฝรั่งตะวันตกมาตลอดตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ร้อยกว่าปีมาแล้วนะ ตุรกีเห็นอังกฤษเป็นต้นแบบอย่างไร ก็เห็นอยู่อย่างนั้น การมาคบค้ากับรัสเซีย อิหร่าน จีน ก็เพื่อผลประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ใช่น้ำใจไมตรีจริงจัง แม้จะเล่นบทงอนกับอเมริกา ก็ไม่ต่างกับบทงอนของอิสราเอล หรือ ซาอุดิอารเบีย มันเป็นบทงอนขึ้นราคา ทั้งนั้น รัสเซียและอิหร่าน คงเห็นไส้ในของตุรกีชัดแล้วจากกรณีซีเรีย ที่ตุรกี เป็นหนึ่งในโต้โผ ที่ไปจัดหนัก ทั้งนักรบเติมเงิน และอาวุธมาถล่มอัสสาด ถ้ารัสเซียเอียงไปทางตุรกี รัสเซียคงไม่เข้ามาในซีเรียแน่ ยกเว้นแต่ จะมีรายการตกลงต้ม 3 ชั้นกันไว้ และการสอยซูกอย คงเป็นอุบัติการณ์สำคัญ ที่ทำให้รัสเซียหลุดปากออกมาว่า เป็นการถูกแทงข้างหลัง เพราะฉะนั้น ในความเห็นผม เรื่องกบฏชาวเคิร์ด เรื่องลูกชายประธานาธิบดีตุรกี (ที่ถูกสื่อแดกเอาว่าเป็นสุลต่าน) ค้าน้ำมันกับไอซิส ไม่ใช่เป็นสาเหตุเกี่ยวกับการสอยซูกอยเลย ผมกลับมองว่า คุณพี่ปูตินนี่แสบไม่เบา เอาเรื่องลูกสุลต่านค้าน้ำมันกับไอซิสมากระจายหน้าจอ เพราะมันเป็นการซื้อน้ำมันราคาถูก ที่ใครๆ ก็ซื้อกันทั้งนั้น แต่คนที่กำลังกระอัก คือคนที่หวังจะขายน้ำมันราคาแพงต่างหาก แบบพวกเสี่ยปั้มใหญ่และก๊วน และอีกพวกที่สำคัญกว่าสำหรับอเมริกาคือ บริษัทน้ำมันของพวกตะวันตกเองนั่นแหละครับ ที่กำลังขาดรายได้จากน้ำมันไอซิสราคาถูก ที่กำลังกระจายในตลาด มันเป็นการแฉ ให้พวกเดียวเชือดกันเอง มึงอยากเป็นนกสองหัวดีนัก และเราก็คอยดูไปแล้วกันว่า ท่านสุลต่านจะนั่งบัลลังค์ได้นานไหม แม้จะยอมให้อ้างชื่อว่าเป็นคนสอยซูกอย วันนี้ขอจบการวิเคราะห์ ไว้แค่นี้ก่อน เราคงต้องจับตาดูว่า อเมริกา อังกฤษ อียู นาโต้ จะเคลื่อนไหวอย่างไร แต่ผมคาดว่า ยังจัดทัพกันไม่เสร็จครับ คงยังมีการตีกรรเชียงต่อ อีกสักฉาก 2 ฉาก และผมจะกลับมาเขียนตอนต่อไป ส่วนที่น่าจะเกี่ยวกับบ้านเรา หลังวันที่ 5 ธันวาคมนะครับ วันพ่อ ของดเขียนเรื่องไม่เป็นมงคลครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 4 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 122 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts