• ความตึงเครียดจีน–ญี่ปุ่นปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังปักกิ่งประกาศห้ามส่งออก “สินค้าที่ใช้ประโยชน์ได้ 2 ทาง” ไปยังญี่ปุ่น โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคง และเชื่อมโยงกับท่าทีของฝ่ายญี่ปุ่นในประเด็นไต้หวัน
    .
    สินค้าดังกล่าวหมายถึงสินค้า เทคโนโลยี หรือซอฟต์แวร์ที่สามารถใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและทางทหาร รวมถึงแร่ธาตุหายากบางชนิดที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
    .
    กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า มาตรการมีผลบังคับใช้ทันที และการส่งออกสินค้าประเภทนี้เพื่อเสริมศักยภาพทางทหารของญี่ปุ่นถือเป็นสิ่งต้องห้าม หากฝ่าฝืนจะต้องรับผิดตามกฎหมาย
    .
    ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง ระบุว่ามาตรการดังกล่าว “ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง” และเบี่ยงเบนจากแนวปฏิบัติสากล พร้อมเรียกร้องให้จีนยกเลิกข้อจำกัดนี้
    .
    ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากจีนขยายมาตรการไปถึงการจำกัดการส่งออกแร่หายาก อาจกระทบอุตสาหกรรมญี่ปุ่นในวงกว้าง โดยเฉพาะภาคยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีความมั่นคง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001617
    .
    #News1 #News1live #จีนญี่ปุ่น #สินค้า2ทาง #แร่หายาก #เศรษฐกิจโลก #การเมืองระหว่างประเทศ
    ความตึงเครียดจีน–ญี่ปุ่นปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังปักกิ่งประกาศห้ามส่งออก “สินค้าที่ใช้ประโยชน์ได้ 2 ทาง” ไปยังญี่ปุ่น โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคง และเชื่อมโยงกับท่าทีของฝ่ายญี่ปุ่นในประเด็นไต้หวัน . สินค้าดังกล่าวหมายถึงสินค้า เทคโนโลยี หรือซอฟต์แวร์ที่สามารถใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและทางทหาร รวมถึงแร่ธาตุหายากบางชนิดที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง . กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า มาตรการมีผลบังคับใช้ทันที และการส่งออกสินค้าประเภทนี้เพื่อเสริมศักยภาพทางทหารของญี่ปุ่นถือเป็นสิ่งต้องห้าม หากฝ่าฝืนจะต้องรับผิดตามกฎหมาย . ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง ระบุว่ามาตรการดังกล่าว “ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง” และเบี่ยงเบนจากแนวปฏิบัติสากล พร้อมเรียกร้องให้จีนยกเลิกข้อจำกัดนี้ . ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากจีนขยายมาตรการไปถึงการจำกัดการส่งออกแร่หายาก อาจกระทบอุตสาหกรรมญี่ปุ่นในวงกว้าง โดยเฉพาะภาคยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีความมั่นคง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001617 . #News1 #News1live #จีนญี่ปุ่น #สินค้า2ทาง #แร่หายาก #เศรษฐกิจโลก #การเมืองระหว่างประเทศ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 9 มุมมอง 0 รีวิว
  • ความตึงเครียดจีน–ญี่ปุ่นทวีความรุนแรง หลังปักกิ่งประกาศคุมเข้มการส่งออก “สินค้าสองวัตถุประสงค์” ไปยังญี่ปุ่น ซึ่งอาจรวมถึงแร่หายากและวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ทั้งในภาคพลเรือนและการทหาร
    .
    กระทรวงพาณิชย์จีนระบุ มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ และเป็นการตอบโต้ท่าทีของฝ่ายญี่ปุ่นที่จีนมองว่าแทรกแซงกิจการภายใน โดยเฉพาะประเด็นไต้หวัน
    .
    แม้จีนยังไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าสินค้าใดบ้างจะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใหม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากจีนเข้มงวดการส่งออกแร่หายากจริง อาจกระทบภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นอย่างรุนแรง ตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีขั้นสูง ไปจนถึงระบบความมั่นคง
    .
    นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยโนมูระประเมินว่า หากการจำกัดการส่งออกกินเวลานานถึง 1 ปี ความเสียหายต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจสูงถึงกว่า 2.6 ล้านล้านเยน
    .
    ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นได้ยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการ ระบุว่ามาตรการของจีนเบี่ยงเบนจากหลักปฏิบัติสากล และเรียกร้องให้ยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าว
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001673
    .
    #News1 #News1live #จีนญี่ปุ่น #แร่หายาก #เศรษฐกิจโลก #ภูมิรัฐศาสตร์
    ความตึงเครียดจีน–ญี่ปุ่นทวีความรุนแรง หลังปักกิ่งประกาศคุมเข้มการส่งออก “สินค้าสองวัตถุประสงค์” ไปยังญี่ปุ่น ซึ่งอาจรวมถึงแร่หายากและวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ทั้งในภาคพลเรือนและการทหาร . กระทรวงพาณิชย์จีนระบุ มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ และเป็นการตอบโต้ท่าทีของฝ่ายญี่ปุ่นที่จีนมองว่าแทรกแซงกิจการภายใน โดยเฉพาะประเด็นไต้หวัน . แม้จีนยังไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าสินค้าใดบ้างจะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใหม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากจีนเข้มงวดการส่งออกแร่หายากจริง อาจกระทบภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นอย่างรุนแรง ตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีขั้นสูง ไปจนถึงระบบความมั่นคง . นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยโนมูระประเมินว่า หากการจำกัดการส่งออกกินเวลานานถึง 1 ปี ความเสียหายต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจสูงถึงกว่า 2.6 ล้านล้านเยน . ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นได้ยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการ ระบุว่ามาตรการของจีนเบี่ยงเบนจากหลักปฏิบัติสากล และเรียกร้องให้ยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าว . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001673 . #News1 #News1live #จีนญี่ปุ่น #แร่หายาก #เศรษฐกิจโลก #ภูมิรัฐศาสตร์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 9 มุมมอง 0 รีวิว
  • พรรคประชาชน เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเร่งตรวจสอบกรณีมีการติดป้ายข้อความ “ไม่เลือกพรรคประชาชนเขมร” ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ระบุไม่ควรใช้การหาเสียงที่สร้างความเกลียดชังในช่วงเลือกตั้ง
    .
    นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้จัดทำป้ายดังกล่าว พร้อมย้ำว่าการหาเสียงควรอยู่บนพื้นฐานของการนำเสนอนโยบายและจุดยืนทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา และขอให้ กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรักษาความโปร่งใสของการเลือกตั้ง
    .
    นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่ากระแสตอบรับของพรรคยังอยู่ในระดับดี แม้จะถูกตั้งคำถามในหลายพื้นที่ พร้อมระบุว่าพรรคประชาชนให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องควบคู่กับประเด็นอื่น และจะใช้เวทีปราศรัยสื่อสารนโยบายกับประชาชนให้มากขึ้น
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001635
    .
    #News1live #News1 #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #กกต #การเมือง
    พรรคประชาชน เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเร่งตรวจสอบกรณีมีการติดป้ายข้อความ “ไม่เลือกพรรคประชาชนเขมร” ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ระบุไม่ควรใช้การหาเสียงที่สร้างความเกลียดชังในช่วงเลือกตั้ง . นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้จัดทำป้ายดังกล่าว พร้อมย้ำว่าการหาเสียงควรอยู่บนพื้นฐานของการนำเสนอนโยบายและจุดยืนทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา และขอให้ กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรักษาความโปร่งใสของการเลือกตั้ง . นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่ากระแสตอบรับของพรรคยังอยู่ในระดับดี แม้จะถูกตั้งคำถามในหลายพื้นที่ พร้อมระบุว่าพรรคประชาชนให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องควบคู่กับประเด็นอื่น และจะใช้เวทีปราศรัยสื่อสารนโยบายกับประชาชนให้มากขึ้น . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001635 . #News1live #News1 #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #กกต #การเมือง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 9 มุมมอง 0 รีวิว
  • ท่องเที่ยวไทยขาลง หมดยุคทองทัวร์จีน

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในปี 2568 พบว่ามีจำนวน 32,974,321 คน ลดลง 7.23% จากปีที่ผ่านมา (35.54 ล้านคน) สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.53 ล้านล้านบาท ลดลง 4.71% จากปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2567) นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวสูงสุด กลับเป็นมาเลเซีย 4,520,856 คน ลดลง 9.54% จากปีที่ผ่านมา 4,952,078 คน

    ส่วนอันดับสอง จีน ลดลงจาก 6,733,162 คน ในปีที่ผ่านมา เหลือ 4,473,992 คน หรือลดลง 33.55% อันดับสาม อินเดีย 2,487,319 คน เพิ่มขึ้น 16.82% จากปีที่ผ่านมา 2,129,149 คน อันดับสี่ รัสเซีย 1,898,837 คน เพิ่มขึ้น 8.80% จากปีที่ผ่านมา 1,745,327 คน และอันดับห้า เกาหลีใต้ 1,555,227 คน ลดลง 16.79% จากปีที่ผ่านมา 1,868,945 คน

    เหตุที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงมีหลายปัจจัย เริ่มจากปัญหาสแกมเมอร์ตามแนวชายแดน ที่นักแสดงจีน ซิง ซิง ถูกหลอกไปที่ชายแดนฝั่งเมียนมา ทำให้ชาวจีนไม่กล้ามาไทยเพราะกังวลความปลอดภัย, สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดการปะทะตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 2568 เป็นต้นมา เหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในช่วงฤดูการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

    ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น กระทบต่อค่าครองชีพ ลดแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายในไทยน้อยลง รวมทั้งมาตรการสกัดฟรีวีซ่ารัน (Free-visa Run) ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ไม่นับรวมปัญหาการเมืองในประเทศจากการเปลี่ยนรัฐบาลในช่วงกลางปี ทำให้นโยบายไม่ต่อเนื่อง

    ในปี 2569 ททท. ว่าจ้างศิลปินชื่อดัง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ Amazing Thailand ในเวทีโลก ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ม.ค. พร้อมเชิญสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และผู้นำความคิดเห็นจากต่างประเทศเกือบ 100 รายเข้าร่วมงาน เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาโปรโมทการท่องเที่ยวไทย และล่าสุด นำศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ Henry Moodie เจาะตลาดยุโรปโดยเฉพาะ

    นอกจากนี้ ททท. เตรียมปรับเป้าหมายโดยใช้แนวคิด Value over Volume ไม่เน้นเติบโตเชิงตัวเลข แต่เน้นเติบโตจากการสร้างประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness & Medical Tourism), เศรษฐกิจวัฒนธรรมย่อย (Sub-Culture Economy) ตามความสนใจเฉพาะกลุ่ม, เศรษฐกิจยามค่ำคืน (Night Economy), เศรษฐกิจปลอดภาษีจากการชอปปิ้ง (Tax-free Economy), จัดตั้ง Tax-Free Zone ในเมืองหลัก เมืองรอง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวคุณภาพ

    #Newskit
    ท่องเที่ยวไทยขาลง หมดยุคทองทัวร์จีน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในปี 2568 พบว่ามีจำนวน 32,974,321 คน ลดลง 7.23% จากปีที่ผ่านมา (35.54 ล้านคน) สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.53 ล้านล้านบาท ลดลง 4.71% จากปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2567) นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวสูงสุด กลับเป็นมาเลเซีย 4,520,856 คน ลดลง 9.54% จากปีที่ผ่านมา 4,952,078 คน ส่วนอันดับสอง จีน ลดลงจาก 6,733,162 คน ในปีที่ผ่านมา เหลือ 4,473,992 คน หรือลดลง 33.55% อันดับสาม อินเดีย 2,487,319 คน เพิ่มขึ้น 16.82% จากปีที่ผ่านมา 2,129,149 คน อันดับสี่ รัสเซีย 1,898,837 คน เพิ่มขึ้น 8.80% จากปีที่ผ่านมา 1,745,327 คน และอันดับห้า เกาหลีใต้ 1,555,227 คน ลดลง 16.79% จากปีที่ผ่านมา 1,868,945 คน เหตุที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงมีหลายปัจจัย เริ่มจากปัญหาสแกมเมอร์ตามแนวชายแดน ที่นักแสดงจีน ซิง ซิง ถูกหลอกไปที่ชายแดนฝั่งเมียนมา ทำให้ชาวจีนไม่กล้ามาไทยเพราะกังวลความปลอดภัย, สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดการปะทะตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 2568 เป็นต้นมา เหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในช่วงฤดูการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น กระทบต่อค่าครองชีพ ลดแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายในไทยน้อยลง รวมทั้งมาตรการสกัดฟรีวีซ่ารัน (Free-visa Run) ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ไม่นับรวมปัญหาการเมืองในประเทศจากการเปลี่ยนรัฐบาลในช่วงกลางปี ทำให้นโยบายไม่ต่อเนื่อง ในปี 2569 ททท. ว่าจ้างศิลปินชื่อดัง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ Amazing Thailand ในเวทีโลก ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ม.ค. พร้อมเชิญสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และผู้นำความคิดเห็นจากต่างประเทศเกือบ 100 รายเข้าร่วมงาน เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาโปรโมทการท่องเที่ยวไทย และล่าสุด นำศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ Henry Moodie เจาะตลาดยุโรปโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ททท. เตรียมปรับเป้าหมายโดยใช้แนวคิด Value over Volume ไม่เน้นเติบโตเชิงตัวเลข แต่เน้นเติบโตจากการสร้างประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness & Medical Tourism), เศรษฐกิจวัฒนธรรมย่อย (Sub-Culture Economy) ตามความสนใจเฉพาะกลุ่ม, เศรษฐกิจยามค่ำคืน (Night Economy), เศรษฐกิจปลอดภาษีจากการชอปปิ้ง (Tax-free Economy), จัดตั้ง Tax-Free Zone ในเมืองหลัก เมืองรอง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวคุณภาพ #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 41 มุมมอง 0 รีวิว
  • จีนออกมาตอบโต้ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังอ้างว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องได้ครอบครองเกาะกรีนแลนด์ เนื่องจากมีเรือของจีนและรัสเซียอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ เลิกใช้วาทกรรม “ภัยคุกคามจากจีน” เป็นข้ออ้างแสวงหาผลประโยชน์
    .
    นายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า ข้ออ้างของสหรัฐฯ ไม่อาจปกปิดธาตุแท้ของนโยบายที่มุ่งใช้อำนาจแทรกแซงและแสวงหาผลประโยชน์ฝ่ายเดียว พร้อมย้ำว่าจีนมีสิทธิพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากับประเทศต่าง ๆ ตามปกติ
    .
    ขณะที่เดนมาร์กและกรีนแลนด์ออกมาคัดค้านอย่างหนัก โดยชี้ว่าการอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของทรัมป์เป็นเรื่องเหลวไหล และสหรัฐฯ ไม่มีสิทธิ์ผนวกดินแดนของผู้อื่น ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากยุโรปและประชาคมโลก
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001337
    .
    #News1live #News1 #ทรัมป์ #จีน #กรีนแลนด์ #การเมืองโลก
    จีนออกมาตอบโต้ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังอ้างว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องได้ครอบครองเกาะกรีนแลนด์ เนื่องจากมีเรือของจีนและรัสเซียอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ เลิกใช้วาทกรรม “ภัยคุกคามจากจีน” เป็นข้ออ้างแสวงหาผลประโยชน์ . นายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่า ข้ออ้างของสหรัฐฯ ไม่อาจปกปิดธาตุแท้ของนโยบายที่มุ่งใช้อำนาจแทรกแซงและแสวงหาผลประโยชน์ฝ่ายเดียว พร้อมย้ำว่าจีนมีสิทธิพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากับประเทศต่าง ๆ ตามปกติ . ขณะที่เดนมาร์กและกรีนแลนด์ออกมาคัดค้านอย่างหนัก โดยชี้ว่าการอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของทรัมป์เป็นเรื่องเหลวไหล และสหรัฐฯ ไม่มีสิทธิ์ผนวกดินแดนของผู้อื่น ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากยุโรปและประชาคมโลก . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001337 . #News1live #News1 #ทรัมป์ #จีน #กรีนแลนด์ #การเมืองโลก
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 84 มุมมอง 0 รีวิว
  • นายศุภชัย ใจสมุทร หรือ “บังซุป” แกนนำพรรคภูมิใจไทย เตรียมยื่นร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และปลัดกระทรวงฯ กรณีปล่อยให้เอกชนเก็บข้อมูลชีวมิติของประชาชนโดยมิชอบ.
    .
    นายศุภชัย ระบุว่า พบการทำบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงดีอี กับบริษัทเอกชนในเครือบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ระดับโลก ก่อนมีการดำเนินโครงการสแกนม่านตาแลกสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 1.2 ล้านราย ทั้งที่หน่วยงานกำกับเคยไม่อนุญาต.
    .
    แกนนำพรรคภูมิใจไทยชี้ว่า การเพิกเฉยไม่สั่งระงับหรือควบคุมโครงการดังกล่าว เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เสี่ยงทำให้ข้อมูลอ่อนไหวของประชาชนถูกนำไปใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมยืนยันจะดำเนินการตามกฎหมายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง.
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001204
    .
    #News1live #News1 #บังซุป #สแกมเมอร์ #ข้อมูลส่วนบุคคล #DSI #ปปช
    นายศุภชัย ใจสมุทร หรือ “บังซุป” แกนนำพรรคภูมิใจไทย เตรียมยื่นร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และปลัดกระทรวงฯ กรณีปล่อยให้เอกชนเก็บข้อมูลชีวมิติของประชาชนโดยมิชอบ. . นายศุภชัย ระบุว่า พบการทำบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงดีอี กับบริษัทเอกชนในเครือบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ระดับโลก ก่อนมีการดำเนินโครงการสแกนม่านตาแลกสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 1.2 ล้านราย ทั้งที่หน่วยงานกำกับเคยไม่อนุญาต. . แกนนำพรรคภูมิใจไทยชี้ว่า การเพิกเฉยไม่สั่งระงับหรือควบคุมโครงการดังกล่าว เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เสี่ยงทำให้ข้อมูลอ่อนไหวของประชาชนถูกนำไปใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมยืนยันจะดำเนินการตามกฎหมายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง. . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001204 . #News1live #News1 #บังซุป #สแกมเมอร์ #ข้อมูลส่วนบุคคล #DSI #ปปช
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 132 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 2

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 2
    อังกฤษ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ครองโลกผ่านความเป็นใหญ่ในน่านน้ำด้วยเรือปืน ชาวเกาะใหญ่ ร่อนไปรอบผืนแผ่นดินใหญ่ World Island (อาฟริกา เอเซีย และยุโรป) และสามารถปิดล้อมพวกที่อยู่ในบริเวณนั้น อย่างรัสเซียและจีนได้ ซึ่งในช่วงนั้น ทั้ง 2 ประเทศ เอาตัวเองแทบไม่รอด ทฤษฏีครูแมค มีอิทธิพลต่อชาวเกาะใหญ่ฯ และดูเหมือนชาวเกาะใหญ่ฯ ก็จะไม่มีวันยอมให้พวกอยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ World Island ชิงโลกไปครองอย่างเด็ดขาด
    อเมริกา ซึ่งก็เป็นชาวเกาะเหมือนกันตามทฤษฏีครูแมค แต่น่าจะเป็นเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวา (ฮา) ก็พร้อมใจที่จะรับมรดกของอังกฤษ ขึ้นเป็นผู้ครองโลก ต่อจากอังกฤษ ที่เยินหนักหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังจากอเมริการับมรดก ก็มีฐานทัพงอกขึ้นมาเต็ม ยิ่งกว่าดอกเห็ดในหน้าฝน ตั้งแต่แถวยุโรปยาวมาจนถึงญี่ปุ่น เพื่อมาปิดล้อม ดินแดนอันกว้างใหญ่ของยูเรเซีย
    การต่อสู้ทางภูมิศาสตร์การเมือง ระหว่างอำนาจทางทะเล กับอำนาจบนผืนแผ่นดินใหญ่ ยังดำเนินอยู่ต่อไป อเมริกาเดินหน้าหาทาง “ปิดล้อม” รัสเซียและจีน ด้วยวิธีต่างๆเหมือนเดิม แต่ยังมีนักยุทธศาสตร์อเมริกา รวมทั้งนักวิเคราะห์การเมืองในปัจจุบัน ดูเหมือนจะมองข้ามทฤษฏีครูแมค
    พวกนักยุทธศาสตร์ และนักวิเคราะห์การเมืองรุ่นใหม่ ต่างเชื่อว่า ด้วยกำลังทางทหารของอเมริกา ด้วยสถานะทางเศรษฐกิจ และการเป็นลูกพี่ใหญ่ทางสังคม จะทำให้อเมริกายังรักษาความเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งไว้ได้ต่อไปอีกนาน แม้จะมีสัญญานเริ่มส่งให้เห็นแล้วว่า มันก็ไม่แน่หรอกนาย แม้กระทั่งจักรวรรดิ ที่เคยยิ่งใหญ่กว่าอเมริกา ก็ยังมีเวลาร่วงหล่นเหมือนกัน แล้วอเมริกาจะอยู่นอกเหนือกฏแห่งธรรมชาติอยู่รายเดียวอย่างนั้นหรือ แต่ดูเหมือนนักยุทธศาสตร์ และนักวิเคราะห์การเมืองหลายราย จะไม่เชื่อในกฏแห่งธรรมชาติ
    ท่าน ศจ. ดร. โจเซฟ ไน จูเนียร์ Joseph Nye Jr นักรัฐศาสตร์การเมืองผู้ยิ่งใหญ่จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดของอเมริกา ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนให้อเมริกาใช้ “soft power” อำนาจที่ไม่ใช่ทางการทหาร (เขียนสั้นๆ แต่ความหมายกินไปไกล) ที่อเมริกากำลังขยันใช้อยู่ ประกาศว่า….. ศักยภาพของกองทัพอเมริกา กับเศรษฐกิจของอเมริกา ยังเป็นหนึ่งเดียวในโลก ไม่มีทางที่กองทัพ กองกำลังใด ไม่ว่าภายในหรือภายนอกประเทศ จะเข้ามาบดบังความยิ่งใหญ่ของอเมริกาได้เลย … นี่ มาแบบอเมริกาของแท้
    ท่านด๊อก จากฮาร์วาด ยังเย้ยต่อว่า ….และ ไอ้ใครที่พูดกันว่า ตอนนี้เป็นศตวรรษของจีนน่ะ the Chinese Century มันไปเอามาจากไหนกัน (วะ) รายได้ต่อหัวของคนจีนน่ะ รอไปอีก 10 ปี ก็ไม่รู้ว่าจะ (มีวัน) ทัน คนอเมริกันไหม …. จีนมีวิสัยทัศน์ที่ไหน พวกตาตี่มันตาสั้น เน้นแต่นโยบายสำหรับในบ้านตัวเองเท่านั้น โลกเขาไปถึงไหนแล้ว พวกตาตี่มองไปไม่ถึงหรอก ท่านด๊อก ยังแถมให้อีกดอกว่า จีนมีความเสียเปรียบอยู่แยะ ในด้านภูมิศาสตร์การเมืองภายในเอเซีย ที่อเมริกาชนะอย่างไม่ต้องออกแรง มาตั้งแต่ต้นแล้ว…..
    ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า ท่านด๊อก จากฮา_วาด นี่ น่าจะอาศัยอยู่ในรู…
    อำนาจทางทะเลและเรือปืน ควบคุมโลกอยู่มือได้ประมาณ 400 ปี ระหว่าง ค.ศ.1602 จนถึง 1922 มันเป็นการแข่งขันกันระหว่างมหาอำนาจ ที่จะยึด หรือควบคุมยูเรเซีย โดยการใช้เส้นทางในท้องทะเล ที่ยาวประมาณ 15,000 ไมล์ จากลอนดอนไปถึงโตเกียว เครื่องมือสำคัญที่ใช้ก็คือ เรือเดินทะเล อาวุธ และกำลังพล เวลาผ่านไป เรือรบมาแทนที่ ตามมาด้วยเรือดำน้ำ และเครื่องบินสาระพัดรุ่น มันเป็นการพัฒนาเรือ เครื่องบิน และอาวุธไปเรื่อยๆ เพื่อขยายแสนยานุภาพ และการควบคุมเส้นทางทะเล และควบคุมพวกที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านทางทะเล
    ในช่วงที่จักรภพอังกฤษ เหมือนกระเบื้องเฟื่องฟูลอยสูงสุด ประมาณปี ค.ศ.1900 อังกฤษมีกองเรือรบจำนวนถึง 300 ลำ มีป้อมทหารเรือประมาณ 30 แห่ง มีฐานทัพเรียงรายไปทั่วโลก ตั้งแต่แอตแลนติกเหนือที่สคาปา ลงมาเมดิเตอร์เรเนียนที่มอลต้า ไล่มาถึงสุเอซ บอมเบย์ สิงคโปร์ และ ฮ่องกง จักรภพอังกฤษใหญ่โต จนเห็นมหาสมุทรอินเดีย เหมือนเป็นสมบัติส่วนตัว คิดจะปิด จะเปิดเสียเมื่อไหร่ก็ได้ เพื่อกันไม่ให้พวกเปอร์เซียน และออโตมานเข้ามาสร้างท่าเรือในอ่าวเปอร์เซียได้
    นอกจากนี้ อังกฤษยังควบคุมแถบอารเบีย เมโสโปเตเมีย ซึ่งเป็นส่วนที่ครูแมคเรียกว่า ทางเข้าของยุโรปไปสู่มหาสมุทรอินเดีย และเป็นทางเข้าไปสู่ กล่องดวงใจของ World Island อีกด้วย
    ศตวรรษที่ 19 จึงเป็นช่วงเวลาของการต่อสู้ ของคู่แข่งขันทางภูมิศาสตร์การเมือง ที่เรียกกันว่า “the Great Game” ระหว่างฝ่ายหนึ่งคือ รัสเซีย ที่ตอนนั้น ดูเหมือนจะครอบครองพื้นที่ของ Heartland เกือบทั้งหมด จนถึงปากทางเข้าของยุโรป กับอีกฝ่ายหนึ่งคือ อังกฤษ ที่มาทางทะเลและเข้าไปยึดได้ส่วนหนึ่งของผืนแผ่นดินใหญ่อย่างอินเดีย ซึ่งนำความภาคภูมิมาให้อังกฤษ อย่างหาที่สุดมิได้ ถึงกับเรียกอินเดียว่า เป็นเพชรยอดมงกุฏของอังกฤษ
    ครูแมคจึงสรุปว่า เห็นชัดมั้ย นี่ไง คือการสู้ระหว่างอำนาจทางทะเล กับอำนาจทางผืนแผ่นดิน
    การชิงอินเดียได้ ทำให้อังกฤษยิ่งเชื่อว่า ทฤษฏีของครูแมค นำมาปรับใช้ เป็นแนวทางการวางยุทธศาสตร์ ที่จะควบคุม หรือครอบครองผืนแผ่นดินใหญ่ได้
    การแข่งขัน จึงเปลี่ยนเป็นระหว่าง อังกฤษ (เจ้าเก่า) กับ เยอรมัน (ที่อยู่ใกล้กับรัสเซีย heartland ตามทฤษฏี ครูแมค)
    ราวปี ค.ศ.1906 พวกมหาอำนาจ ต่างก็เร่งพัฒนากองทัพเรือของตนเองกันอย่างเต็มที่ อังกฤษลงทุนสูงสุด สร้างเรือรบที่ทันสมัยที่สุดในตอนนั้น คือ HMS Dreadnought น้ำหนัก 2 หมื่นตัน วิ่งได้เร็วถึง 21 น็อต มีปืนยิงเร็วขนาดลำกล้อง 12 นิ้ว ยิงกระสุนหนัก 850 ปอนด์ ระยะไกลถึง 12 ไมล์ ด้วยเป้าหมายที่จะยึด เยอรมัน ที่ขวางทางอังกฤษ ในการจะเข้าไปครอบครอง บริเวณที่เป็น heartland อีกต่อหนึ่ง
    จากการแข่งขันเพื่อความเป็นที่หนึ่งของกองทัพเรือ การรวมตัวของฝ่ายชาวเกาะ คือ อังกฤษ อเมริกา ญี่ปุ่น การที่เยอรมันคิดสร้างทางรถไฟสายเบอร์ลิน-แบกแดด ทางรถไฟที่อาจทำให้เยอรมันเข้าไปชิงน้ำมันในตะวันออกกลาง และเข้าถึง heartland ได้ก่อนอังกฤษ และที่สำคัญคือ การที่อังกฤษเอง ก็คิดจะไปครอบครองแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางก่อนคนอื่น เพื่อจะเอาไว้ใช้สร้างแสนยานุภาพของกองทัพเรืออังกฤษ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมพวกที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ตามแผนยุทธศาสตร์ใหญ่ของตน ทั้งหมดนั้นเป็นสาเหตุ ที่ทำให้อังกฤษคิดสร้างสงครามโลกครั้งที่ 1
    ไม่ว่าจะแยกออกมาเป็นเรื่องไหน ก็น่าคิดว่า แทบทุกเรื่อง เหมือนจะมาจากแนวคิดตามทฤษฏีของครูแมค และนำมาปรับสร้างเป็นสูตรยุทธศาสตร์ แทบทั้งนั้น
    และแม้เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1918 มีคนตายทั้งสิ้น ประมาณ 16 ล้านคน และรัสเซียที่อยู่ในกลาง heartland ก็เหมือนจะถูกปิดล้อมด้วยการให้ผจญอยู่กับการปฏิวัติ ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้สร้าง มีจุดมุ่งหมายที่จะให้รัสเซียถึงจุดจบในที่สุด …..แต่อิทธิพลความคิด ตามทฤษฏีของครูแมคก็ยังมีต่อมาถึงเยอรมัน ….
    ปี ค.ศ.1942 ท่านผู้นำของเยอรมัน จัดกองทัพจำนวนพล 1 ล้านนาย อาวุธหนักครบเครื่อง พร้อมรถถัง 500 คัน ข้ามแม่น้ำโวลก้า มุ่งหน้าไปเมืองสตาลินกราดของรัสเซีย แต่แล้วการบุกของท่านผู้นำ ก็จบลงด้วยกองทัพเยอรมัน บาดเจ็บไป 8 แสน 5 หมื่นคน ตาย หรือถูกจับ ขณะที่พยายามจะผ่านเข้าไปในเส้นทางด้านยุโรปตะวันออก เพื่อมุ่งหน้าไปชิงกล่องดวงใจของ World Island
    แล้วอเมริกา ก็เดินต้อยๆตามทฤษฏีของครูแมคกับเขาเหมือนกัน แม้จะชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว แต่ก็ยังพยายามที่จะควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญ 2 จุด คือ รัสเซีย และจีน ที่อยู่คนละปลายเขตของยูเรเซีย โดยการสร้างฐานทัพ ตามพิมพ์เขียวของอังกฤษ ไว้ตลอดเส้นทางเดินทะเล ที่ชัดเจนว่า เป็นการปิดล้อมพวกที่อยู่ใน World Island ไว้
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    23 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 2 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 2 อังกฤษ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ครองโลกผ่านความเป็นใหญ่ในน่านน้ำด้วยเรือปืน ชาวเกาะใหญ่ ร่อนไปรอบผืนแผ่นดินใหญ่ World Island (อาฟริกา เอเซีย และยุโรป) และสามารถปิดล้อมพวกที่อยู่ในบริเวณนั้น อย่างรัสเซียและจีนได้ ซึ่งในช่วงนั้น ทั้ง 2 ประเทศ เอาตัวเองแทบไม่รอด ทฤษฏีครูแมค มีอิทธิพลต่อชาวเกาะใหญ่ฯ และดูเหมือนชาวเกาะใหญ่ฯ ก็จะไม่มีวันยอมให้พวกอยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ World Island ชิงโลกไปครองอย่างเด็ดขาด อเมริกา ซึ่งก็เป็นชาวเกาะเหมือนกันตามทฤษฏีครูแมค แต่น่าจะเป็นเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวา (ฮา) ก็พร้อมใจที่จะรับมรดกของอังกฤษ ขึ้นเป็นผู้ครองโลก ต่อจากอังกฤษ ที่เยินหนักหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังจากอเมริการับมรดก ก็มีฐานทัพงอกขึ้นมาเต็ม ยิ่งกว่าดอกเห็ดในหน้าฝน ตั้งแต่แถวยุโรปยาวมาจนถึงญี่ปุ่น เพื่อมาปิดล้อม ดินแดนอันกว้างใหญ่ของยูเรเซีย การต่อสู้ทางภูมิศาสตร์การเมือง ระหว่างอำนาจทางทะเล กับอำนาจบนผืนแผ่นดินใหญ่ ยังดำเนินอยู่ต่อไป อเมริกาเดินหน้าหาทาง “ปิดล้อม” รัสเซียและจีน ด้วยวิธีต่างๆเหมือนเดิม แต่ยังมีนักยุทธศาสตร์อเมริกา รวมทั้งนักวิเคราะห์การเมืองในปัจจุบัน ดูเหมือนจะมองข้ามทฤษฏีครูแมค พวกนักยุทธศาสตร์ และนักวิเคราะห์การเมืองรุ่นใหม่ ต่างเชื่อว่า ด้วยกำลังทางทหารของอเมริกา ด้วยสถานะทางเศรษฐกิจ และการเป็นลูกพี่ใหญ่ทางสังคม จะทำให้อเมริกายังรักษาความเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งไว้ได้ต่อไปอีกนาน แม้จะมีสัญญานเริ่มส่งให้เห็นแล้วว่า มันก็ไม่แน่หรอกนาย แม้กระทั่งจักรวรรดิ ที่เคยยิ่งใหญ่กว่าอเมริกา ก็ยังมีเวลาร่วงหล่นเหมือนกัน แล้วอเมริกาจะอยู่นอกเหนือกฏแห่งธรรมชาติอยู่รายเดียวอย่างนั้นหรือ แต่ดูเหมือนนักยุทธศาสตร์ และนักวิเคราะห์การเมืองหลายราย จะไม่เชื่อในกฏแห่งธรรมชาติ ท่าน ศจ. ดร. โจเซฟ ไน จูเนียร์ Joseph Nye Jr นักรัฐศาสตร์การเมืองผู้ยิ่งใหญ่จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดของอเมริกา ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนให้อเมริกาใช้ “soft power” อำนาจที่ไม่ใช่ทางการทหาร (เขียนสั้นๆ แต่ความหมายกินไปไกล) ที่อเมริกากำลังขยันใช้อยู่ ประกาศว่า….. ศักยภาพของกองทัพอเมริกา กับเศรษฐกิจของอเมริกา ยังเป็นหนึ่งเดียวในโลก ไม่มีทางที่กองทัพ กองกำลังใด ไม่ว่าภายในหรือภายนอกประเทศ จะเข้ามาบดบังความยิ่งใหญ่ของอเมริกาได้เลย … นี่ มาแบบอเมริกาของแท้ ท่านด๊อก จากฮาร์วาด ยังเย้ยต่อว่า ….และ ไอ้ใครที่พูดกันว่า ตอนนี้เป็นศตวรรษของจีนน่ะ the Chinese Century มันไปเอามาจากไหนกัน (วะ) รายได้ต่อหัวของคนจีนน่ะ รอไปอีก 10 ปี ก็ไม่รู้ว่าจะ (มีวัน) ทัน คนอเมริกันไหม …. จีนมีวิสัยทัศน์ที่ไหน พวกตาตี่มันตาสั้น เน้นแต่นโยบายสำหรับในบ้านตัวเองเท่านั้น โลกเขาไปถึงไหนแล้ว พวกตาตี่มองไปไม่ถึงหรอก ท่านด๊อก ยังแถมให้อีกดอกว่า จีนมีความเสียเปรียบอยู่แยะ ในด้านภูมิศาสตร์การเมืองภายในเอเซีย ที่อเมริกาชนะอย่างไม่ต้องออกแรง มาตั้งแต่ต้นแล้ว….. ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า ท่านด๊อก จากฮา_วาด นี่ น่าจะอาศัยอยู่ในรู… อำนาจทางทะเลและเรือปืน ควบคุมโลกอยู่มือได้ประมาณ 400 ปี ระหว่าง ค.ศ.1602 จนถึง 1922 มันเป็นการแข่งขันกันระหว่างมหาอำนาจ ที่จะยึด หรือควบคุมยูเรเซีย โดยการใช้เส้นทางในท้องทะเล ที่ยาวประมาณ 15,000 ไมล์ จากลอนดอนไปถึงโตเกียว เครื่องมือสำคัญที่ใช้ก็คือ เรือเดินทะเล อาวุธ และกำลังพล เวลาผ่านไป เรือรบมาแทนที่ ตามมาด้วยเรือดำน้ำ และเครื่องบินสาระพัดรุ่น มันเป็นการพัฒนาเรือ เครื่องบิน และอาวุธไปเรื่อยๆ เพื่อขยายแสนยานุภาพ และการควบคุมเส้นทางทะเล และควบคุมพวกที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านทางทะเล ในช่วงที่จักรภพอังกฤษ เหมือนกระเบื้องเฟื่องฟูลอยสูงสุด ประมาณปี ค.ศ.1900 อังกฤษมีกองเรือรบจำนวนถึง 300 ลำ มีป้อมทหารเรือประมาณ 30 แห่ง มีฐานทัพเรียงรายไปทั่วโลก ตั้งแต่แอตแลนติกเหนือที่สคาปา ลงมาเมดิเตอร์เรเนียนที่มอลต้า ไล่มาถึงสุเอซ บอมเบย์ สิงคโปร์ และ ฮ่องกง จักรภพอังกฤษใหญ่โต จนเห็นมหาสมุทรอินเดีย เหมือนเป็นสมบัติส่วนตัว คิดจะปิด จะเปิดเสียเมื่อไหร่ก็ได้ เพื่อกันไม่ให้พวกเปอร์เซียน และออโตมานเข้ามาสร้างท่าเรือในอ่าวเปอร์เซียได้ นอกจากนี้ อังกฤษยังควบคุมแถบอารเบีย เมโสโปเตเมีย ซึ่งเป็นส่วนที่ครูแมคเรียกว่า ทางเข้าของยุโรปไปสู่มหาสมุทรอินเดีย และเป็นทางเข้าไปสู่ กล่องดวงใจของ World Island อีกด้วย ศตวรรษที่ 19 จึงเป็นช่วงเวลาของการต่อสู้ ของคู่แข่งขันทางภูมิศาสตร์การเมือง ที่เรียกกันว่า “the Great Game” ระหว่างฝ่ายหนึ่งคือ รัสเซีย ที่ตอนนั้น ดูเหมือนจะครอบครองพื้นที่ของ Heartland เกือบทั้งหมด จนถึงปากทางเข้าของยุโรป กับอีกฝ่ายหนึ่งคือ อังกฤษ ที่มาทางทะเลและเข้าไปยึดได้ส่วนหนึ่งของผืนแผ่นดินใหญ่อย่างอินเดีย ซึ่งนำความภาคภูมิมาให้อังกฤษ อย่างหาที่สุดมิได้ ถึงกับเรียกอินเดียว่า เป็นเพชรยอดมงกุฏของอังกฤษ ครูแมคจึงสรุปว่า เห็นชัดมั้ย นี่ไง คือการสู้ระหว่างอำนาจทางทะเล กับอำนาจทางผืนแผ่นดิน การชิงอินเดียได้ ทำให้อังกฤษยิ่งเชื่อว่า ทฤษฏีของครูแมค นำมาปรับใช้ เป็นแนวทางการวางยุทธศาสตร์ ที่จะควบคุม หรือครอบครองผืนแผ่นดินใหญ่ได้ การแข่งขัน จึงเปลี่ยนเป็นระหว่าง อังกฤษ (เจ้าเก่า) กับ เยอรมัน (ที่อยู่ใกล้กับรัสเซีย heartland ตามทฤษฏี ครูแมค) ราวปี ค.ศ.1906 พวกมหาอำนาจ ต่างก็เร่งพัฒนากองทัพเรือของตนเองกันอย่างเต็มที่ อังกฤษลงทุนสูงสุด สร้างเรือรบที่ทันสมัยที่สุดในตอนนั้น คือ HMS Dreadnought น้ำหนัก 2 หมื่นตัน วิ่งได้เร็วถึง 21 น็อต มีปืนยิงเร็วขนาดลำกล้อง 12 นิ้ว ยิงกระสุนหนัก 850 ปอนด์ ระยะไกลถึง 12 ไมล์ ด้วยเป้าหมายที่จะยึด เยอรมัน ที่ขวางทางอังกฤษ ในการจะเข้าไปครอบครอง บริเวณที่เป็น heartland อีกต่อหนึ่ง จากการแข่งขันเพื่อความเป็นที่หนึ่งของกองทัพเรือ การรวมตัวของฝ่ายชาวเกาะ คือ อังกฤษ อเมริกา ญี่ปุ่น การที่เยอรมันคิดสร้างทางรถไฟสายเบอร์ลิน-แบกแดด ทางรถไฟที่อาจทำให้เยอรมันเข้าไปชิงน้ำมันในตะวันออกกลาง และเข้าถึง heartland ได้ก่อนอังกฤษ และที่สำคัญคือ การที่อังกฤษเอง ก็คิดจะไปครอบครองแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลางก่อนคนอื่น เพื่อจะเอาไว้ใช้สร้างแสนยานุภาพของกองทัพเรืออังกฤษ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมพวกที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ตามแผนยุทธศาสตร์ใหญ่ของตน ทั้งหมดนั้นเป็นสาเหตุ ที่ทำให้อังกฤษคิดสร้างสงครามโลกครั้งที่ 1 ไม่ว่าจะแยกออกมาเป็นเรื่องไหน ก็น่าคิดว่า แทบทุกเรื่อง เหมือนจะมาจากแนวคิดตามทฤษฏีของครูแมค และนำมาปรับสร้างเป็นสูตรยุทธศาสตร์ แทบทั้งนั้น และแม้เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1918 มีคนตายทั้งสิ้น ประมาณ 16 ล้านคน และรัสเซียที่อยู่ในกลาง heartland ก็เหมือนจะถูกปิดล้อมด้วยการให้ผจญอยู่กับการปฏิวัติ ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้สร้าง มีจุดมุ่งหมายที่จะให้รัสเซียถึงจุดจบในที่สุด …..แต่อิทธิพลความคิด ตามทฤษฏีของครูแมคก็ยังมีต่อมาถึงเยอรมัน …. ปี ค.ศ.1942 ท่านผู้นำของเยอรมัน จัดกองทัพจำนวนพล 1 ล้านนาย อาวุธหนักครบเครื่อง พร้อมรถถัง 500 คัน ข้ามแม่น้ำโวลก้า มุ่งหน้าไปเมืองสตาลินกราดของรัสเซีย แต่แล้วการบุกของท่านผู้นำ ก็จบลงด้วยกองทัพเยอรมัน บาดเจ็บไป 8 แสน 5 หมื่นคน ตาย หรือถูกจับ ขณะที่พยายามจะผ่านเข้าไปในเส้นทางด้านยุโรปตะวันออก เพื่อมุ่งหน้าไปชิงกล่องดวงใจของ World Island แล้วอเมริกา ก็เดินต้อยๆตามทฤษฏีของครูแมคกับเขาเหมือนกัน แม้จะชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว แต่ก็ยังพยายามที่จะควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญ 2 จุด คือ รัสเซีย และจีน ที่อยู่คนละปลายเขตของยูเรเซีย โดยการสร้างฐานทัพ ตามพิมพ์เขียวของอังกฤษ ไว้ตลอดเส้นทางเดินทะเล ที่ชัดเจนว่า เป็นการปิดล้อมพวกที่อยู่ใน World Island ไว้ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 23 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 122 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 1

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 1
    ผมหายหน้าไปจากท่านผู้อ่านพักใหญ่ ไม่ได้หนีหนี้นะครับ แต่มันหมดแรง อยู่ๆ ร่างกายมันก็แผ่วไปเสียงั้นแหล่ะ ก็เป็นไปตามวัย แรงหมดก็นอน แรงหมดมาก ก็ต้องนอนมาก ผมก็เลยนอนเป็นดักแด้ รอให้ปีกงอก
    ก่อนจะกลายเป็นดักแด้ ผมได้เขียนนิทาน แผนจัญไร เล่ามาจนถึงตอนตุรกีถูกผีเข้า ลุกขึ้นสอยซูกอยของคุณพี่ปูติน โดยผมแจ้งกับท่านผู้อ่านไว้ว่า จะกลับมาเขียนแผนจัญไร ส่วนที่อาจจะเกี่ยวกับบ้านเราต่อ แต่ผมขอเปลี่ยนโปรแกรมนิทานเรื่องที่จะเล่าต่อนะครับ จะยังไม่เขียนเรื่องบ้านเรา แม้ตอนนี้เหตุการณ์ในบ้านเราจะมีเรื่องกวนใจบ้าง มันก็เป็นไปตามเแผนที่เขาตั้งใจจะให้เป็น เราก็ตามดูมันไป เพราะเป็นเรื่องในบ้านเรา แต่อย่าถึงกับเต้นตามกันทุกนาที เดี๋ยวเหนื่อยแย่ เก็บแรงไว้สู้ของจริงดีกว่าครับ
    ระหว่างผมนอนเป็นดักแด้ เหตุการณ์นอกบ้านก็เกิดขึ้นแยะ แต่เหตุการณ์เหล่านั้นเป็นไปตาม “อาการ” ก่อนที่จะมีการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ผมเลยอยากจะทบทวนยุทธศาสตร์ หรือแผนเดินหมาก ของแต่ละฝ่าย หรือแต่ละขั้วเสียหน่อย คือขั้วที่นำโดยอเมริกา กับขั้วที่นำโดย รัสเซีย จีน ผมแยกอย่างนี้ เพราะเชื่อว่า ขณะนี้ โลกเราแบ่งขั้วทางอำนาจ ทางการเมือง และทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ค่อนข้างชัดเจน เป็น 2 ขั้วอย่างนี้แล้ว
    ทุกประเทศต่างก็มียุทธศาสตร์ของตัวเอง ในการจะดำรงคงอยู่เป็นประเทศเอกราช ซึ่งมีทั้งยุทธศาสตร์ในยามสงบ และในยามทำศึกสงคราม และจะแพ้ชนะ จะเอาตัวรอดหรือไม่ ก็อยู่ที่ “ยุทธศาสตร์” นี่ละครับ อาวุธเยี่ยม กองกำลังแยะ แต่ถ้ายุทธศาสตร์ห่วย ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นผู้ชนะ
    และการวางแผนยุทธศาสตร์ เขาไม่ได้วางกันวันนี้ใช้พรุ่งนี้ แผนยุทธศาสตร์ เขาวางกันเป็นหลายสิบปีล่วงหน้า และไม่มีใครประกาศว่า ใครใช้ยุทธศาสตร์อะไร ที่มีประกาศให้ชาวบ้านรู้ ส่วนใหญ่ก็เป็นยุทธศาสตร์ลวง เราๆที่ตามดูอยู่ข้างทาง ก็เลยตกหลุมบ้างออกไปนอกอ่าวบ้าง เพราะมันยากที่จะเข้าใจ แต่ก็ไม่เหลือวิสัย ที่เราอาจจะพอรู้ได้บ้าง จากการติดตามเหตุการณ์ ศึกษาการเดินหมาก แล้วเอามาพิจารณาและวิเคราะห์ต่อ
    การเดินหมากแต่ละครั้งของแต่ละฝ่าย จึงเป็นเรื่องน่าสนใจ ส่วนจะทำให้เห็นปลายทางของหมากแต่ละตัวที่ถูกเดิน รวมทั้งสุดทางของผู้เดินหมากของแต่ละฝ่ายด้วยหรือไม่นั้น คงบอกไม่ได้หมด เพราะมันขึ้นกับปัจจัยอีกหลายอย่าง ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
    สำหรับท่านที่ตามอ่านนิทานมาตั้งแต่เรื่องแรกๆ คงจะจำได้ว่า ผมเขียนถึงผู้ที่ผมเรียกว่า “ครูแมค” บ่อยๆ
    เราจะเข้าใจเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ชัดขึ้น รวมทั้งอาจได้รู้จักยุทธศาสตร์ของทั้ง 2 ขั้ว ถ้าเรารู้จักทฤษฏีของครูแมค
    ครูแมค หรือชื่อเต็มว่า Sir Halford Mackinder เป็นผู้อำนวนการของสถาบันการศึกษา London School of Economics ที่มีชื่อเสียงมากของอังกฤษ นอกเหนือจากเป็นผู้อำนวยการสถาบัน ครูแมคยังเป็นยอดนักภูมิศาสตร์
    ในเดือนมกราคม ค.ศ.1904 ขณะที่อากาศของอังกฤษ เกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ เย็นยะเยือก ครูแมคก็บรรยายทฤษฏีของตนเองให้สมาชิกสมาคมภูมิศาสตร์ Royal Geographical Society ของชาวเกาะใหญ่ฟัง ให้หนาวเย็นขึ้นไปอีก ในหัวข้อเรื่อง “The Geographical Pivot of History”
    จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ ….
    มันเป็นหัวข้อของการบอกเล่าถึงทฤษฏีที่สะเทือนโลกจริงๆ เพราะเป็นทฤษฏีที่ทำให้โลกนี้เกิดสงครามโลกมาแล้วทั้ง 2 ครั้ง และน่าเป็นห่วงว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 หากจะเกิดขึ้น ก็น่าจะไม่พ้นจากความคิด ที่มาจากทฤษฏีของครูแมคอีกเช่นกัน
    คำบรรยายของครูแมค สรุปว่า
    …การเป็นมหาอำนาจในโลกต่อไปในอนาคต ไม่ได้อยู่ที่การควบคุมเส้นทางทะเล อย่างที่อังกฤษคิด เข้าใจ และดำเนินมาตลอด “อีกแล้ว” หมดแล้ว จบแล้ว แต่ในทางตรงกันข้าม ใครก็ตาม ที่เป็นผู้ควบคุมบริเวณผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ ยาวติดต่อกันเป็นแผง ที่เรียกว่า ยูโร-เอเซีย หรือ ยูเรเซีย ต่างหาก ที่จะเป็นมหาอำนาจในโลก….
    ครูแมค ยังนำแผนที่ ที่ทำขึ้นตามทฤษฏี มาแสดงประกอบการบรรยายให้เห็นแนวคิดของเขา ที่บอกว่า อาฟริกา เอเซีย และยุโรป ไม่ได้แยกออกจากกันเป็น 3 ทวีป แต่โดยความเป็นจริงแล้ว มันเป็นผืนแผ่นดินใหญ่แผ่นเดียวกัน ติดต่อกัน เหมือนเป็นเกาะใหญ่ของโลก World-Island ต่างหาก
    ทีนี้เข้าใจแล้วนะครับว่า ทำไมผมถึงเรียกอังกฤษว่า เป็นเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย เพราะไม่ได้ไปรวมอยู่กับพวก World-Island ได้เป็นเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็ดีถมถืดแล้ว จริงๆ น่าจะเป็นแค่หูด หรือติ่ง เท่านั้นเอง
    ครูแมคยังบอกอีกว่า
    …..heartland กล่องดวงใจ หรือส่วนที่เป็นแกนกลางของ World-Island คือบริเวณตั้งแต่อ่าวเปอร์เซีย ไปจนถึงแม่น้ำแยงซีของจีน ใหญ่ยาว 4000 ไมล์ มันเป็นบริเวณที่ใหญ่มหึมา จนผู้ที่จะมีโอกาสควบคุมบริเวณนี้ได้ ก็มีแต่พวกประเทศที่อยู่แถว rimland หรือชายขอบ เช่น แถบยุโรปตะวันออก ที่มีเขตแดนติดกับ heartland หรือไม่ก็พวกบรรดาประเทศ ที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเล แต่ก็อยู่ไกล จนแทบจะเป็นไปได้ยากว่า จะเข้าไปถึงบริเวณกล่องดวงใจ …
    ตามทฤษฏีข้างต้นของครูแมค heartland นั้น หมายถึง บริเวณที่เป็นสหภาพโซเวียต และยุโรปตะวันออก คือ บริเวณที่เยอรมัน ออสเตรีย โปแลนด์ ฮังการี ตั้งอยู่
    ครูแมคแถมอีกว่า การพยายามขุดคลองเจาะเข้าไปในแผ่นดิน ทำนองคลองสุเอซ มันก็แค่เสริมอำนาจ แต่ไม่พอหรอกที่จะเอาชนะพวกอยู่ด้านในกล่องดวงใจได้ …….ส่วนรางรถไฟที่จะวิ่งผ่านเข้าไปในทุ่งหญ้าสเตปป์ (ที่อยู่กลางรัสเซีย) นั่นต่างหากที่น่าสนใจ และจะทำให้ทุ่งหญ้าสเตปป์มีความหมายขึ้น เพราะมันจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย จากการขนส่งที่ใช้ทางทะเล จึงอาจจะเป็นตัวเปลี่ยนอำนาจ จากเส้นทางทะเล มาอยู่บนด้านในของแผ่นดินก็ได้…..
    แล้ว ครูแมค ก็สรุปว่า…
    “ใครที่ครอบครองยุโรปตะวันออก จะได้ควบคุมกล่องดวงใจ
    ใครที่ครอบครองกล่องดวงใจ จะได้ควบคุมบริเวณ World-Island
    ใครที่ครอบครอง World-Island จะได้ควบคุมโลก”
    ตามทฤษฏีของครูแมค บริเวณของ World Island มีเนื้อที่ใหญ่เท่ากับ 60% ของส่วนที่เป็นแผ่นดินของโลก ส่วนอเมริกา และออสเตรเลีย ก็เลยเป็นแต่เกาะเล็กกะจิ๊ดในทฤษฏีของครูแมค (จะใหญ่เท่ากับหัวนิ้วโป้งของเท้าขวา หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ผมเกิดไม่ทันที่จะได้มีโอกาสถามครูแมค)
    ตลอด 2 ชั่วโมง ของการบรรยายครั้งประวัติศาสตร์ของครูแมค ผู้ฟังต่างอึ้ง ทึ่ง และสงสัย แย่งกันถามครูแมคให้อธิบายต่อ ที่น่าสนใจคือ คำถามถึงการเป็นไปได้ ของการเข้าไปสู่กล่องดวงใจโดยทางอากาศ หรือโดยทางรางรถไฟ จำตรงนี้กันไว้นะครับ
    ครูแมคตอบแต่เพียงว่า …..วัตถุประสงค์ของผม ไม่ใช่การพยากรณ์ ว่า อนาคตของประเทศใดจะเป็นอย่างไร ผมเพียงแต่จะบอกว่า ภูมิศาสตร์นั้น สามารถนำไปปรับใช้ “สร้างสูตรทางการเมืองได้” … อนาคตของโลกจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่า พวกเราทั้งหลาย จะสามารถรักษาดุลยอำนาจในโลกอย่างไร ระหว่างประเทศที่อาศัยเส้นทางทะเล(พวกชาวเกาะ) กับ ประเทศ ที่อยู่แถบ heartland …ด้านในของพื้นดิน (พวกแแผ่นดินใหญ่)
    คำบรรยายของครูแมค น่าจะเป็นทั้งเข็มแทงใจดำใครบางคน
    …ฉิบหาย เกือบอดแดกแล้วสิกู…..
    และก็เป็นเข็มทิศ ในการสร้างยุทธศาสตร์ สำหรับหลายประเทศ
    วันที่ครูแมคบรรยาย นั่นมันนานกว่า 100 ปีแล้วนะครับ
    แต่น่าสนใจว่า ทั้ง 2 ขั้วอำนาจ เหมือนจะ เอาทฤษฏีของครูแมค
    มาปรับ “สร้างสูตรทางการเมือง” หรือ ยุทธศาสตร์ของตน และใช้จนถึงทุกวันนี้
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    22 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 1 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 1 ผมหายหน้าไปจากท่านผู้อ่านพักใหญ่ ไม่ได้หนีหนี้นะครับ แต่มันหมดแรง อยู่ๆ ร่างกายมันก็แผ่วไปเสียงั้นแหล่ะ ก็เป็นไปตามวัย แรงหมดก็นอน แรงหมดมาก ก็ต้องนอนมาก ผมก็เลยนอนเป็นดักแด้ รอให้ปีกงอก ก่อนจะกลายเป็นดักแด้ ผมได้เขียนนิทาน แผนจัญไร เล่ามาจนถึงตอนตุรกีถูกผีเข้า ลุกขึ้นสอยซูกอยของคุณพี่ปูติน โดยผมแจ้งกับท่านผู้อ่านไว้ว่า จะกลับมาเขียนแผนจัญไร ส่วนที่อาจจะเกี่ยวกับบ้านเราต่อ แต่ผมขอเปลี่ยนโปรแกรมนิทานเรื่องที่จะเล่าต่อนะครับ จะยังไม่เขียนเรื่องบ้านเรา แม้ตอนนี้เหตุการณ์ในบ้านเราจะมีเรื่องกวนใจบ้าง มันก็เป็นไปตามเแผนที่เขาตั้งใจจะให้เป็น เราก็ตามดูมันไป เพราะเป็นเรื่องในบ้านเรา แต่อย่าถึงกับเต้นตามกันทุกนาที เดี๋ยวเหนื่อยแย่ เก็บแรงไว้สู้ของจริงดีกว่าครับ ระหว่างผมนอนเป็นดักแด้ เหตุการณ์นอกบ้านก็เกิดขึ้นแยะ แต่เหตุการณ์เหล่านั้นเป็นไปตาม “อาการ” ก่อนที่จะมีการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ผมเลยอยากจะทบทวนยุทธศาสตร์ หรือแผนเดินหมาก ของแต่ละฝ่าย หรือแต่ละขั้วเสียหน่อย คือขั้วที่นำโดยอเมริกา กับขั้วที่นำโดย รัสเซีย จีน ผมแยกอย่างนี้ เพราะเชื่อว่า ขณะนี้ โลกเราแบ่งขั้วทางอำนาจ ทางการเมือง และทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ค่อนข้างชัดเจน เป็น 2 ขั้วอย่างนี้แล้ว ทุกประเทศต่างก็มียุทธศาสตร์ของตัวเอง ในการจะดำรงคงอยู่เป็นประเทศเอกราช ซึ่งมีทั้งยุทธศาสตร์ในยามสงบ และในยามทำศึกสงคราม และจะแพ้ชนะ จะเอาตัวรอดหรือไม่ ก็อยู่ที่ “ยุทธศาสตร์” นี่ละครับ อาวุธเยี่ยม กองกำลังแยะ แต่ถ้ายุทธศาสตร์ห่วย ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นผู้ชนะ และการวางแผนยุทธศาสตร์ เขาไม่ได้วางกันวันนี้ใช้พรุ่งนี้ แผนยุทธศาสตร์ เขาวางกันเป็นหลายสิบปีล่วงหน้า และไม่มีใครประกาศว่า ใครใช้ยุทธศาสตร์อะไร ที่มีประกาศให้ชาวบ้านรู้ ส่วนใหญ่ก็เป็นยุทธศาสตร์ลวง เราๆที่ตามดูอยู่ข้างทาง ก็เลยตกหลุมบ้างออกไปนอกอ่าวบ้าง เพราะมันยากที่จะเข้าใจ แต่ก็ไม่เหลือวิสัย ที่เราอาจจะพอรู้ได้บ้าง จากการติดตามเหตุการณ์ ศึกษาการเดินหมาก แล้วเอามาพิจารณาและวิเคราะห์ต่อ การเดินหมากแต่ละครั้งของแต่ละฝ่าย จึงเป็นเรื่องน่าสนใจ ส่วนจะทำให้เห็นปลายทางของหมากแต่ละตัวที่ถูกเดิน รวมทั้งสุดทางของผู้เดินหมากของแต่ละฝ่ายด้วยหรือไม่นั้น คงบอกไม่ได้หมด เพราะมันขึ้นกับปัจจัยอีกหลายอย่าง ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สำหรับท่านที่ตามอ่านนิทานมาตั้งแต่เรื่องแรกๆ คงจะจำได้ว่า ผมเขียนถึงผู้ที่ผมเรียกว่า “ครูแมค” บ่อยๆ เราจะเข้าใจเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ชัดขึ้น รวมทั้งอาจได้รู้จักยุทธศาสตร์ของทั้ง 2 ขั้ว ถ้าเรารู้จักทฤษฏีของครูแมค ครูแมค หรือชื่อเต็มว่า Sir Halford Mackinder เป็นผู้อำนวนการของสถาบันการศึกษา London School of Economics ที่มีชื่อเสียงมากของอังกฤษ นอกเหนือจากเป็นผู้อำนวยการสถาบัน ครูแมคยังเป็นยอดนักภูมิศาสตร์ ในเดือนมกราคม ค.ศ.1904 ขณะที่อากาศของอังกฤษ เกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ เย็นยะเยือก ครูแมคก็บรรยายทฤษฏีของตนเองให้สมาชิกสมาคมภูมิศาสตร์ Royal Geographical Society ของชาวเกาะใหญ่ฟัง ให้หนาวเย็นขึ้นไปอีก ในหัวข้อเรื่อง “The Geographical Pivot of History” จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ …. มันเป็นหัวข้อของการบอกเล่าถึงทฤษฏีที่สะเทือนโลกจริงๆ เพราะเป็นทฤษฏีที่ทำให้โลกนี้เกิดสงครามโลกมาแล้วทั้ง 2 ครั้ง และน่าเป็นห่วงว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 หากจะเกิดขึ้น ก็น่าจะไม่พ้นจากความคิด ที่มาจากทฤษฏีของครูแมคอีกเช่นกัน คำบรรยายของครูแมค สรุปว่า …การเป็นมหาอำนาจในโลกต่อไปในอนาคต ไม่ได้อยู่ที่การควบคุมเส้นทางทะเล อย่างที่อังกฤษคิด เข้าใจ และดำเนินมาตลอด “อีกแล้ว” หมดแล้ว จบแล้ว แต่ในทางตรงกันข้าม ใครก็ตาม ที่เป็นผู้ควบคุมบริเวณผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ ยาวติดต่อกันเป็นแผง ที่เรียกว่า ยูโร-เอเซีย หรือ ยูเรเซีย ต่างหาก ที่จะเป็นมหาอำนาจในโลก…. ครูแมค ยังนำแผนที่ ที่ทำขึ้นตามทฤษฏี มาแสดงประกอบการบรรยายให้เห็นแนวคิดของเขา ที่บอกว่า อาฟริกา เอเซีย และยุโรป ไม่ได้แยกออกจากกันเป็น 3 ทวีป แต่โดยความเป็นจริงแล้ว มันเป็นผืนแผ่นดินใหญ่แผ่นเดียวกัน ติดต่อกัน เหมือนเป็นเกาะใหญ่ของโลก World-Island ต่างหาก ทีนี้เข้าใจแล้วนะครับว่า ทำไมผมถึงเรียกอังกฤษว่า เป็นเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย เพราะไม่ได้ไปรวมอยู่กับพวก World-Island ได้เป็นเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็ดีถมถืดแล้ว จริงๆ น่าจะเป็นแค่หูด หรือติ่ง เท่านั้นเอง ครูแมคยังบอกอีกว่า …..heartland กล่องดวงใจ หรือส่วนที่เป็นแกนกลางของ World-Island คือบริเวณตั้งแต่อ่าวเปอร์เซีย ไปจนถึงแม่น้ำแยงซีของจีน ใหญ่ยาว 4000 ไมล์ มันเป็นบริเวณที่ใหญ่มหึมา จนผู้ที่จะมีโอกาสควบคุมบริเวณนี้ได้ ก็มีแต่พวกประเทศที่อยู่แถว rimland หรือชายขอบ เช่น แถบยุโรปตะวันออก ที่มีเขตแดนติดกับ heartland หรือไม่ก็พวกบรรดาประเทศ ที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเล แต่ก็อยู่ไกล จนแทบจะเป็นไปได้ยากว่า จะเข้าไปถึงบริเวณกล่องดวงใจ … ตามทฤษฏีข้างต้นของครูแมค heartland นั้น หมายถึง บริเวณที่เป็นสหภาพโซเวียต และยุโรปตะวันออก คือ บริเวณที่เยอรมัน ออสเตรีย โปแลนด์ ฮังการี ตั้งอยู่ ครูแมคแถมอีกว่า การพยายามขุดคลองเจาะเข้าไปในแผ่นดิน ทำนองคลองสุเอซ มันก็แค่เสริมอำนาจ แต่ไม่พอหรอกที่จะเอาชนะพวกอยู่ด้านในกล่องดวงใจได้ …….ส่วนรางรถไฟที่จะวิ่งผ่านเข้าไปในทุ่งหญ้าสเตปป์ (ที่อยู่กลางรัสเซีย) นั่นต่างหากที่น่าสนใจ และจะทำให้ทุ่งหญ้าสเตปป์มีความหมายขึ้น เพราะมันจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย จากการขนส่งที่ใช้ทางทะเล จึงอาจจะเป็นตัวเปลี่ยนอำนาจ จากเส้นทางทะเล มาอยู่บนด้านในของแผ่นดินก็ได้….. แล้ว ครูแมค ก็สรุปว่า… “ใครที่ครอบครองยุโรปตะวันออก จะได้ควบคุมกล่องดวงใจ ใครที่ครอบครองกล่องดวงใจ จะได้ควบคุมบริเวณ World-Island ใครที่ครอบครอง World-Island จะได้ควบคุมโลก” ตามทฤษฏีของครูแมค บริเวณของ World Island มีเนื้อที่ใหญ่เท่ากับ 60% ของส่วนที่เป็นแผ่นดินของโลก ส่วนอเมริกา และออสเตรเลีย ก็เลยเป็นแต่เกาะเล็กกะจิ๊ดในทฤษฏีของครูแมค (จะใหญ่เท่ากับหัวนิ้วโป้งของเท้าขวา หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ผมเกิดไม่ทันที่จะได้มีโอกาสถามครูแมค) ตลอด 2 ชั่วโมง ของการบรรยายครั้งประวัติศาสตร์ของครูแมค ผู้ฟังต่างอึ้ง ทึ่ง และสงสัย แย่งกันถามครูแมคให้อธิบายต่อ ที่น่าสนใจคือ คำถามถึงการเป็นไปได้ ของการเข้าไปสู่กล่องดวงใจโดยทางอากาศ หรือโดยทางรางรถไฟ จำตรงนี้กันไว้นะครับ ครูแมคตอบแต่เพียงว่า …..วัตถุประสงค์ของผม ไม่ใช่การพยากรณ์ ว่า อนาคตของประเทศใดจะเป็นอย่างไร ผมเพียงแต่จะบอกว่า ภูมิศาสตร์นั้น สามารถนำไปปรับใช้ “สร้างสูตรทางการเมืองได้” … อนาคตของโลกจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่า พวกเราทั้งหลาย จะสามารถรักษาดุลยอำนาจในโลกอย่างไร ระหว่างประเทศที่อาศัยเส้นทางทะเล(พวกชาวเกาะ) กับ ประเทศ ที่อยู่แถบ heartland …ด้านในของพื้นดิน (พวกแแผ่นดินใหญ่) คำบรรยายของครูแมค น่าจะเป็นทั้งเข็มแทงใจดำใครบางคน …ฉิบหาย เกือบอดแดกแล้วสิกู….. และก็เป็นเข็มทิศ ในการสร้างยุทธศาสตร์ สำหรับหลายประเทศ วันที่ครูแมคบรรยาย นั่นมันนานกว่า 100 ปีแล้วนะครับ แต่น่าสนใจว่า ทั้ง 2 ขั้วอำนาจ เหมือนจะ เอาทฤษฏีของครูแมค มาปรับ “สร้างสูตรทางการเมือง” หรือ ยุทธศาสตร์ของตน และใช้จนถึงทุกวันนี้ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 22 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 126 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฟินแลนด์ควบคุมเรือสินค้าต้องสงสัย หลังสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำถูกตัด

    ช่วงเช้าตรู่ของคืนปีใหม่ เกิดเหตุขัดข้องครั้งใหญ่ในสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำที่เชื่อมต่อฟินแลนด์และเอสโตเนีย ทำให้ผู้ให้บริการต้องเร่งเบี่ยงเส้นทางข้อมูลเพื่อให้บริการยังคงดำเนินต่อไปได้ แม้ระบบจะยังทำงานได้ แต่สาเหตุของความเสียหายกลับไม่ใช่ปัญหาทางเทคนิคธรรมดา เมื่อเจ้าหน้าที่พบเรือสินค้าขนาดใหญ่ชื่อ Fitburg ลากสมออยู่ตรงจุดที่สายเคเบิลขาดพอดี

    หน่วยยามฝั่งฟินแลนด์รีบส่งเฮลิคอปเตอร์และเรือตรวจการณ์เข้าไปควบคุมสถานการณ์ ก่อนสั่งให้เรือ Fitburg หยุดและนำไปยังท่าเรือเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ผลการตรวจพบว่าลูกเรือ 2 คนถูกจับกุม และอีก 2 คนถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ศุลกากรยังพบเหล็กจากรัสเซียที่อยู่ในบัญชีสินค้าต้องห้ามตามกฎการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป

    สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่ากังวลยิ่งขึ้น คือในวันเดียวกัน สายเคเบิลอีกเส้นที่เป็นของบริษัท Arelion ก็เกิดขัดข้องเช่นกัน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจเป็นการโจมตีแบบ “สงครามไฮบริด” ซึ่งเป็นการทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญโดยไม่ใช้กำลังทหารโดยตรง นักการเมืองฟินแลนด์หลายคนเตือนว่าสายเคเบิลใต้น้ำกำลังกลายเป็น “แนวหน้ารูปแบบใหม่” ของความมั่นคงประเทศ

    ปัจจุบัน เรือ Fitburg ถูกควบคุมไว้เพื่อรอผลการตรวจสอบจากหุ่นยนต์ใต้น้ำที่กำลังสำรวจบริเวณจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาว่าสมอเรือถูกปล่อยโดยอุบัติเหตุ หรือเป็นการกระทำที่มีเจตนาทำลายการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของภูมิภาคนี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
    สายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำระหว่างฟินแลนด์–เอสโตเนียขาดในคืนปีใหม่
    พบเรือ Fitburg ลากสมออยู่ตรงจุดเกิดเหตุ
    ลูกเรือ 2 คนถูกจับ และอีก 2 คนถูกสั่งห้ามเดินทาง

    ข้อมูลที่พบเพิ่มเติม
    พบเหล็กจากรัสเซียที่อยู่ในบัญชีสินค้าต้องห้ามของ EU
    สายเคเบิลอีกเส้นของบริษัท Arelion ขัดข้องในวันเดียวกัน
    เจ้าหน้าที่ใช้หุ่นยนต์ใต้น้ำตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ

    ความเสี่ยงด้านความมั่นคง
    ความเป็นไปได้ของ “สงครามไฮบริด” ที่มุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน
    ความเปราะบางของสายเคเบิลใต้น้ำที่เป็นหัวใจของการสื่อสารโลก
    ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ

    ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
    การสื่อสารระหว่างประเทศอาจหยุดชะงักหากสายสำรองไม่เพียงพอ
    ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศในภูมิภาคทะเลบอลติก
    ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการหยุดชะงักของข้อมูลสำคัญ

    https://hackread.com/finnish-detain-crew-undersea-internet-cable/
    🌊 ฟินแลนด์ควบคุมเรือสินค้าต้องสงสัย หลังสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำถูกตัด ช่วงเช้าตรู่ของคืนปีใหม่ เกิดเหตุขัดข้องครั้งใหญ่ในสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำที่เชื่อมต่อฟินแลนด์และเอสโตเนีย ทำให้ผู้ให้บริการต้องเร่งเบี่ยงเส้นทางข้อมูลเพื่อให้บริการยังคงดำเนินต่อไปได้ แม้ระบบจะยังทำงานได้ แต่สาเหตุของความเสียหายกลับไม่ใช่ปัญหาทางเทคนิคธรรมดา เมื่อเจ้าหน้าที่พบเรือสินค้าขนาดใหญ่ชื่อ Fitburg ลากสมออยู่ตรงจุดที่สายเคเบิลขาดพอดี หน่วยยามฝั่งฟินแลนด์รีบส่งเฮลิคอปเตอร์และเรือตรวจการณ์เข้าไปควบคุมสถานการณ์ ก่อนสั่งให้เรือ Fitburg หยุดและนำไปยังท่าเรือเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ผลการตรวจพบว่าลูกเรือ 2 คนถูกจับกุม และอีก 2 คนถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ศุลกากรยังพบเหล็กจากรัสเซียที่อยู่ในบัญชีสินค้าต้องห้ามตามกฎการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่ากังวลยิ่งขึ้น คือในวันเดียวกัน สายเคเบิลอีกเส้นที่เป็นของบริษัท Arelion ก็เกิดขัดข้องเช่นกัน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจเป็นการโจมตีแบบ “สงครามไฮบริด” ซึ่งเป็นการทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญโดยไม่ใช้กำลังทหารโดยตรง นักการเมืองฟินแลนด์หลายคนเตือนว่าสายเคเบิลใต้น้ำกำลังกลายเป็น “แนวหน้ารูปแบบใหม่” ของความมั่นคงประเทศ ปัจจุบัน เรือ Fitburg ถูกควบคุมไว้เพื่อรอผลการตรวจสอบจากหุ่นยนต์ใต้น้ำที่กำลังสำรวจบริเวณจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาว่าสมอเรือถูกปล่อยโดยอุบัติเหตุ หรือเป็นการกระทำที่มีเจตนาทำลายการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของภูมิภาคนี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ➡️ สายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำระหว่างฟินแลนด์–เอสโตเนียขาดในคืนปีใหม่ ➡️ พบเรือ Fitburg ลากสมออยู่ตรงจุดเกิดเหตุ ➡️ ลูกเรือ 2 คนถูกจับ และอีก 2 คนถูกสั่งห้ามเดินทาง ✅ ข้อมูลที่พบเพิ่มเติม ➡️ พบเหล็กจากรัสเซียที่อยู่ในบัญชีสินค้าต้องห้ามของ EU ➡️ สายเคเบิลอีกเส้นของบริษัท Arelion ขัดข้องในวันเดียวกัน ➡️ เจ้าหน้าที่ใช้หุ่นยนต์ใต้น้ำตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ‼️ ความเสี่ยงด้านความมั่นคง ⛔ ความเป็นไปได้ของ “สงครามไฮบริด” ที่มุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ⛔ ความเปราะบางของสายเคเบิลใต้น้ำที่เป็นหัวใจของการสื่อสารโลก ⛔ ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ‼️ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ⛔ การสื่อสารระหว่างประเทศอาจหยุดชะงักหากสายสำรองไม่เพียงพอ ⛔ ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศในภูมิภาคทะเลบอลติก ⛔ ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการหยุดชะงักของข้อมูลสำคัญ https://hackread.com/finnish-detain-crew-undersea-internet-cable/
    HACKREAD.COM
    Finnish Authorities Detain Crew After Undersea Internet Cable Severed
    Follow us on Bluesky, Twitter (X), Mastodon and Facebook at @Hackread
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 72 มุมมอง 0 รีวิว
  • สถานการณ์เวเนซุเอลายังร้อนแรง หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกโรงข่มขู่ผู้นำคนใหม่ของเวเนซุเอลาอย่างตรงไปตรงมา ว่าจะต้อง “ชดใช้ราคาแพง” หากไม่ยอมร่วมมือกับวอชิงตัน ภายหลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกจับกุม “นิโคลัส มาดูโร” อดีตประธานาธิบดี พร้อมภรรยา ส่งตัวไปดำเนินคดีในศาลนิวยอร์ก
    .
    ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า หาก “เดลซี โรดริเกซ” ซึ่งได้รับการรับรองจากกองทัพเวเนซุเอลาในฐานะรักษาการประธานาธิบดี ไม่ทำในสิ่งที่สหรัฐฯ เห็นว่า “ถูกต้อง” เธออาจต้องเผชิญผลลัพธ์ที่รุนแรงยิ่งกว่ามาดูโร พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ พร้อมทำงานกับคณะรัฐมนตรีเดิม ตราบใดที่เปิดทางให้วอชิงตันเข้าถึงทรัพยากรน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา
    .
    ขณะที่รัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่าไม่ได้ทำสงครามกับเวเนซุเอลา แต่กำลังต่อสู้กับเครือข่ายค้ายาเสพติด รัฐมนตรีต่างประเทศ “มาร์โก รูบิโอ” ระบุว่าสหรัฐฯ ยังไม่มุ่งเป้าเปลี่ยนการปกครองทั้งระบบหรือจัดการเลือกตั้งใหม่ ทว่าแรงกดดันยังคงดำเนินต่อไป โดยกองเรือสหรัฐฯ จะประจำการในทะเลแคริบเบียน เพื่อปิดกั้นการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาเป็นเครื่องต่อรอง
    .
    แม้กรุงการากัสจะกลับสู่ความสงบในระดับหนึ่ง และประชาชนเริ่มใช้ชีวิตตามปกติ แต่คำขู่ของทรัมป์และท่าทีแข็งกร้าวของวอชิงตัน ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงยุทธศาสตร์ระยะยาวของสหรัฐฯ ว่าจะเป็นเพียงแรงกดดันทางเศรษฐกิจ หรือกำลังปูทางไปสู่การควบคุมประเทศที่มีแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเต็มรูปแบบ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000828
    .
    #news1 #Trump #Venezuela #Maduro #น้ำมันโลก #การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา
    สถานการณ์เวเนซุเอลายังร้อนแรง หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกโรงข่มขู่ผู้นำคนใหม่ของเวเนซุเอลาอย่างตรงไปตรงมา ว่าจะต้อง “ชดใช้ราคาแพง” หากไม่ยอมร่วมมือกับวอชิงตัน ภายหลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกจับกุม “นิโคลัส มาดูโร” อดีตประธานาธิบดี พร้อมภรรยา ส่งตัวไปดำเนินคดีในศาลนิวยอร์ก . ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า หาก “เดลซี โรดริเกซ” ซึ่งได้รับการรับรองจากกองทัพเวเนซุเอลาในฐานะรักษาการประธานาธิบดี ไม่ทำในสิ่งที่สหรัฐฯ เห็นว่า “ถูกต้อง” เธออาจต้องเผชิญผลลัพธ์ที่รุนแรงยิ่งกว่ามาดูโร พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ พร้อมทำงานกับคณะรัฐมนตรีเดิม ตราบใดที่เปิดทางให้วอชิงตันเข้าถึงทรัพยากรน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา . ขณะที่รัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่าไม่ได้ทำสงครามกับเวเนซุเอลา แต่กำลังต่อสู้กับเครือข่ายค้ายาเสพติด รัฐมนตรีต่างประเทศ “มาร์โก รูบิโอ” ระบุว่าสหรัฐฯ ยังไม่มุ่งเป้าเปลี่ยนการปกครองทั้งระบบหรือจัดการเลือกตั้งใหม่ ทว่าแรงกดดันยังคงดำเนินต่อไป โดยกองเรือสหรัฐฯ จะประจำการในทะเลแคริบเบียน เพื่อปิดกั้นการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาเป็นเครื่องต่อรอง . แม้กรุงการากัสจะกลับสู่ความสงบในระดับหนึ่ง และประชาชนเริ่มใช้ชีวิตตามปกติ แต่คำขู่ของทรัมป์และท่าทีแข็งกร้าวของวอชิงตัน ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงยุทธศาสตร์ระยะยาวของสหรัฐฯ ว่าจะเป็นเพียงแรงกดดันทางเศรษฐกิจ หรือกำลังปูทางไปสู่การควบคุมประเทศที่มีแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเต็มรูปแบบ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000828 . #news1 #Trump #Venezuela #Maduro #น้ำมันโลก #การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 212 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 12

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 12
    จับลุงโอลองเข้าที่แล้ว คราวนี้ปาหี่ ก็ต้องเล่นฉากต่อไป ตัดกลับมาที่บ้านไอ้สองแสบ อเมริกาหน้าเครียด ทำเป็นถกกันว่า ตกลงจะเอาไงเรื่องไอซิส ในวันประชุม G8 ไม่กี่วันจากเกิดเหตุศุกร์ 13 ท่านใบตองแห้ง ยังบอกอยู่เลยว่า การที่อเมริกาเอากองทัพเข้าไป อาจจะเป็นเรื่องผิดพลาด เพราะวันนั้น ท่านใบตองแห้งยังล้อมคอกไม่เสร็จ จัดกองทัพไม่ทัน เลยต้องตีกรรเชียงไปก่อน
    ส่วนชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็บอกว่าต้องถามความเห็นกันในสภาก่อน และก็ยังจัดประชุมไม่ได้ เพราะคะแนนเสียงให้เรียกประชุมสภายังไม่พอ
    แปลว่าเป็นบทตีกรรเชียงถ่วงเวลาของไอ้สองแสบครับ เพราะทั้งอเมริกา และอังกฤษ ยังอ่านเกมรัสเซียไม่ขาด โดยเฉพาะในแง่อาวุธและกองกำลัง และที่สำคัญ ยังไม่แน่ใจท่าที ของตัวละครสำคัญ อีก 3 ราย
    (สำหรับท่านที่เข้ามาอ่านนิทานใหม่ๆ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ผมหมายถึงอังกฤษนะครับ มีคนว่ามาแล้ว ว่า ไม่ชอบที่ผมเรียกแบบนี้ แต่ผมชอบของผม ส่วนท่านใบตองแห้ง ก็มีผู้ถามมาเช่นกัน ว่าใครคะ ผมหมายถึง อเมริกา และหัวหน้าใหญ่ของอเมริกาครับ ที่ชอบออกอาการเหมือนไอ้ตัวที่นอนอยู่แถวหน้าประตูบ้านผม เวลามันเห็นลมพัดใบตองแห้ง มันเป็นต้องส่งเสียงทุกที ทั้งๆที่บางทีไม่อะไรเลย นอกจากใบตองแห้ง กับเงาของมันเอง หาเรื่องให้เราตื่นเต้นตามอยู่เรื่อย)
    ตัวละครสำคัญ 3 ราย เป็นใครนะ บางรายน่าจะเดากันถูก แต่บางรายอาจนึกไม่ถึงกัน
    รายที่หนึ่ง คือ จีน ที่คาดกันอยู่แล้วว่า อยู่เคียงข้างรัสเซีย แต่เคียงข้างขนาดไหนในการที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ที่อาจบานปลายไปเป็นการรบใหญ่ จะเคียงข้างหลัง แบบฝรั่งเศสกับอเมริกาที่ผลัดกันด่าหรือเปล่า หรือ เคียงข้างแบบไหล่ชนไหล่กัน เหมือนอเมริกากับอังกฤษ
    รายที่สอง คือ อินเดีย ที่ทั้งฝ่ายรัสเซียและฝ่ายอเมริกา ต่างก็อยากได้อินเดียเป็นพวกทั้งสิ้น เพราะ อินเดียถือเป็น swing state รายหนึ่ง ที่มีน้ำหนักมากทั้งในแง่เศรษฐกิจ และสถานที่ตั้ง
    เราจึงเห็นว่า ระหว่างที่รัสเซียไล่ถล่มฝ่ายกบฏอยู่ในซีเรีย และอเมริกาแสดงท่าเนือยๆ เหมือนไม่สนใจจะร่วมรายการใดด้วย แต่แท้จริงแล้ว ไอ้สองแสบแบ่งบทกันเล่น ชาวเกาะรับหน้าที่ถือปรอทวัดอุณหภูมิของจีนและอินเดียแทนอเมริกา โปรดอย่าลืมลิ้นการทูตอันยาวของอังกฤษ ที่สามารถตวัดให้สงครามโลกเกิดมาแล้วถึง 2 ครั้ง
    อาจมีผู้ค้านว่า อังกฤษน่าจะมีหมายเชิญ จีนและอินเดีย มานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเชิญมาวัดปรอท แต่ผมมีความเห็นว่า เชิญเมื่อไหร่ ไม่สำคัญเท่ากับ “ต้อนรับ” อย่างไร และผู้ที่ติดตามข่าว คงเห็นแล้วว่า อังกฤษต้อนรับจีน ชนิดครบเครื่องใหญ่ แบบที่เรียกว่า ปูพรมแดง ต่างกับอเมริกา ที่รับจีนก่อนหน้านั้น อย่างแทบจะเรียกว่า แบบเสียไม่ได้
    ส่วนการต้อนรับอินเดียก็ใหญ่โตเช่นเดียวกัน และผมเข้าใจว่า การวัดปรอทของอินเดีย คงออกมาได้ผลตามต้องการ ว่าไม่น่ามีโรคแทรกซ้อน ส่วนของจีนนั้น ปรอทคงทำงานไม่ค่อยแม่นยำ เพราะจีนไม่ได้ดูง่าย การขนเอาราชวงศ์ใส่มงกุฏเพชรเพียบมารับจีน นึกว่าจีนจะเคลิ้ม อังกฤษคงลืมไป ชุดงิ้วจีนใช่ว่าไม่มีเครื่องประดับแพรวพราวนะครับ แค่นี้คงไม่ทำให้จีนตื่นเต้น อีกอย่างจีนคงยังไม่อยากกลับไปติดฝิ่นอีก ต่างกับอินเดีย ที่ตอนนี้ทำท่าจะเป็นฝรั่งมากกว่าตะวันตกเอาด้วยซ้ำ
    รายที่สาม คือ ตุรกี ตุรกีนก 2 หัว ผมตามดูพฤติกรรมตุรกีมาประมาณ 2 ปี ว่า เมื่อถึงเวลาสำคัญ ตุรกี จะยืนตรงไหน การดูของผมไม่มีความหมายมากมาย มันเป็นการทดสอบว่า ทฤษฏีการวิเคราะห์ของตัวเอง ออกอ่าวหรือเปล่าเท่านั้น แต่ตุรกีจะยืนอยู่ทางไหน สำหรับอเมริกาและ รัสเซียต่างหาก ที่สำคัญอย่างยิ่ง
    และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตุรกี ก็ตอบข้อสงสัยของผม
    สื่อพากันลงข่าวใหญ่ว่า ตุรกีสอยเครื่องบินรบของรัสเซีย!
    ฮ้า … ตุรกีสอยทำไม หรือเราอาจจะต้องตั้งคำถามใหม่ว่า ใครสอยเครื่องบินรบรัสเซียกันแน่ แล้วทำไมตุรกีต้องเสือกมาออกรับแทน
    ผมว่า ตุรกีไม่มีความกล้าหาญพอที่จะยิงเครื่องบินรบรัสเซีย ตุรกีมีแต่ความถนัดกลิ้ง แต่ไม่ถนัดรบครับ อ้าวแล้วทะลึ่งไปสอยซูกอยของเขาทำไม ก็นั่นนะซี ถึงว่าไม่น่าจะใช่ฝีมือตุรกี
    ถ้างั้นใครสอยล่ะ ก็ใครล่ะที่มีฐานทัพใหญ่เบ้อเริ่มที่ Incirik ในตุรกี ก็ไม่พ้นอเมริกาอีก….
    ถ้าตุรกีไม่ได้สอย เป็นอเมริกาสอย อเมริกาทำ ทำไม และทำไมตุรกียอมสมอ้าง
    คำตอบมีเยอะแยะ
    คำตอบแรก คือ อเมริกาทำ เพราะต้องการสร้างเรื่อง หรือตอกลิ่มให้ตุรกีหลุดจากความสัมพันธ์กับฝ่ายรัสเซียโดยสิ้นเชิง เพราะ อย่าลืมว่า ตามทฤษฏีของไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ตุรกี เป็น 1 ใน 2 ประเทศ ที่สำคัญต่อแผนพิฆาตรัสเซีย
    ตุรกี รัสเซีย อิหร่าน มีสัมพันธ์ระหว่างกันมานาน และอเมริกาก็จับตาความสัมพันธ์ของ 3 หน่อ อย่างใกล้ชิด ยิ่งถ้าอิหร่านไปจับมือกับรัสเซีย อเมริกายิ่งต้องพยายามไม่ให้ตุรกีหลุดมือ
    ตุรกี มีทีท่าว่า ไม่ใช่แค่จับมือกับรัสเซีย แต่ยังจะจับมือกับจีน เพื่อนรักของรัสเซีย อีกด้วย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทานเรื่องเก่าๆ คงจำได้ว่า ตุรกีคิดจะสร้างระบบต่อต้านการยิงจรวด มาตั้งแต่ ค.ศ.2009 ตุรกี ประกาศเชิญชวนผู้มารับเหมาสร้างระบบ ฝ่ายตะวันตกส่งเข้าประกวดเพียบ รวมทั้งมีม้ามืด คือ จีน และตุรกีก็ประกาศ ในปี ค.ศ.2013 ว่า ม้ามืดเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก
    แบบนี้ก็งานเข้า ฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา ด่าเช็ดตุรกี ว่าอย่างนี้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดไต๋ให้จีนรู้ระบบความมั่นคงของทางฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะของอเมริกา นาโต้ ที่แชร์ระบบกับตุรกีน่ะสิ และอาจจะรู้ไปถึงรัสเซียด้วย มิฉิบหายกันหมดเรอะ หลังจากนั้น ก็มีการระเบิด การประท้วง เกิดขึ้นถี่ ที่ตุรกี แทบจะไม่เว้นแต่ละวัน บทแบบนี้คุ้นไหมครับ
    ตุรกี เลื่อนการประกาศการทำสัญญากับจีน ประมาณ 4 ครั้ง ในช่วงปีครึ่ง และในที่สุดก็ประกาศยกเลิกเมื่อประมาณต้นปี ค.ศ.2015 นี้เอง บอกว่า ไม่สร้างแล้วเว้ย และนั่นคงทำให้รัสเซียเห็นแล้วว่า อเมริกากำลังเดินเกม ตามแผนพิฆาตอย่างไม่มีหลุด อเมริกา ไม่มีทางปล่อยมือจากคอตุรกี
    คำตอบที่สอง ที่ผมคิดว่าอเมริกาน่าจะเป็นคนสอยซูกอย เพราะอเมริกาน่าจะต้องการเปลี่ยนสนามรบ มารบในแถบตุรกี ที่ตุรกีสามารถใช้สิทธิยิงเครื่องบินรัสเซียและพวกได้ อย่างถูกต้องตามกฏนานาชาติ นอกจากนี้ อเมริกามีฐานทัพใหญ่ อยู่ในตุรกีหลายแห่ง และยังอยู่ใกล้กับกองทัพนาโต้ ที่มีอยู่เต็มด้านนั้น และมีทางหนีที่ไล่ ดีกว่าเข้าไปรบกับรัสเซียในเขตซีเรีย ที่นาโต้ยังไม่ได้เข้าไป และไม่แน่ว่าเข้าไปแล้วจะเจออะไร เพราะรัสเซียกับพวก ได้เข้าไปก่อนแล้ว ใครเข้าไปก่อนย่อมได้เปรียบ
    ถ้าอเมริกาต้องการเป็นฝ่ายกำหนดสนามรบ อเมริกาก็ต้องสร้างเรื่อง ให้รัสเซียโกรธจัดตุรกี โกรธพอที่ย้ายสนามรบจากซีเรีย มาตุรกี และดูเหมือน อเมริกาจะทำสำเร็จ คือทำให้รัสเซียโกรธ แต่จะได้ผลอื่นตามแผนของอเมริกา หรือไม่ ต้องดูกันต่อไป
    อย่างนี้ แปลว่า อเมริกาน่าจะกำลังจัดทัพ เตรียมตัวที่จะรบแล้ว ?!
    มาถึงคำถามต่อไป แล้วตุรกีรับสมอ้างว่า ตนเองเป็นฝ่ายยิงทำไม
    คำตอบ คือ ตุรกีอยู่กับฝ่ายเอาอเมริกามาตลอดเวลา ไม่เคยเปลี่ยนใจ เพราะตุรกีนั้นแม้จะอยู่ในตะวันออกกลาง แต่ก็ปลื้มตะวันตก เอียงไปทางฝรั่งตะวันตกมาตลอดตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ร้อยกว่าปีมาแล้วนะ ตุรกีเห็นอังกฤษเป็นต้นแบบอย่างไร ก็เห็นอยู่อย่างนั้น การมาคบค้ากับรัสเซีย อิหร่าน จีน ก็เพื่อผลประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ใช่น้ำใจไมตรีจริงจัง แม้จะเล่นบทงอนกับอเมริกา ก็ไม่ต่างกับบทงอนของอิสราเอล หรือ ซาอุดิอารเบีย มันเป็นบทงอนขึ้นราคา ทั้งนั้น
    รัสเซียและอิหร่าน คงเห็นไส้ในของตุรกีชัดแล้วจากกรณีซีเรีย ที่ตุรกี เป็นหนึ่งในโต้โผ ที่ไปจัดหนัก ทั้งนักรบเติมเงิน และอาวุธมาถล่มอัสสาด ถ้ารัสเซียเอียงไปทางตุรกี รัสเซียคงไม่เข้ามาในซีเรียแน่ ยกเว้นแต่ จะมีรายการตกลงต้ม 3 ชั้นกันไว้ และการสอยซูกอย คงเป็นอุบัติการณ์สำคัญ ที่ทำให้รัสเซียหลุดปากออกมาว่า เป็นการถูกแทงข้างหลัง
    เพราะฉะนั้น ในความเห็นผม เรื่องกบฏชาวเคิร์ด เรื่องลูกชายประธานาธิบดีตุรกี (ที่ถูกสื่อแดกเอาว่าเป็นสุลต่าน) ค้าน้ำมันกับไอซิส ไม่ใช่เป็นสาเหตุเกี่ยวกับการสอยซูกอยเลย
    ผมกลับมองว่า คุณพี่ปูตินนี่แสบไม่เบา เอาเรื่องลูกสุลต่านค้าน้ำมันกับไอซิสมากระจายหน้าจอ เพราะมันเป็นการซื้อน้ำมันราคาถูก ที่ใครๆ ก็ซื้อกันทั้งนั้น แต่คนที่กำลังกระอัก คือคนที่หวังจะขายน้ำมันราคาแพงต่างหาก แบบพวกเสี่ยปั้มใหญ่และก๊วน และอีกพวกที่สำคัญกว่าสำหรับอเมริกาคือ บริษัทน้ำมันของพวกตะวันตกเองนั่นแหละครับ ที่กำลังขาดรายได้จากน้ำมันไอซิสราคาถูก ที่กำลังกระจายในตลาด มันเป็นการแฉ ให้พวกเดียวเชือดกันเอง มึงอยากเป็นนกสองหัวดีนัก และเราก็คอยดูไปแล้วกันว่า ท่านสุลต่านจะนั่งบัลลังค์ได้นานไหม แม้จะยอมให้อ้างชื่อว่าเป็นคนสอยซูกอย
    วันนี้ขอจบการวิเคราะห์ ไว้แค่นี้ก่อน เราคงต้องจับตาดูว่า อเมริกา อังกฤษ อียู นาโต้ จะเคลื่อนไหวอย่างไร แต่ผมคาดว่า ยังจัดทัพกันไม่เสร็จครับ คงยังมีการตีกรรเชียงต่อ อีกสักฉาก 2 ฉาก และผมจะกลับมาเขียนตอนต่อไป ส่วนที่น่าจะเกี่ยวกับบ้านเรา หลังวันที่ 5 ธันวาคมนะครับ วันพ่อ ของดเขียนเรื่องไม่เป็นมงคลครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    4 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 12 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 12 จับลุงโอลองเข้าที่แล้ว คราวนี้ปาหี่ ก็ต้องเล่นฉากต่อไป ตัดกลับมาที่บ้านไอ้สองแสบ อเมริกาหน้าเครียด ทำเป็นถกกันว่า ตกลงจะเอาไงเรื่องไอซิส ในวันประชุม G8 ไม่กี่วันจากเกิดเหตุศุกร์ 13 ท่านใบตองแห้ง ยังบอกอยู่เลยว่า การที่อเมริกาเอากองทัพเข้าไป อาจจะเป็นเรื่องผิดพลาด เพราะวันนั้น ท่านใบตองแห้งยังล้อมคอกไม่เสร็จ จัดกองทัพไม่ทัน เลยต้องตีกรรเชียงไปก่อน ส่วนชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็บอกว่าต้องถามความเห็นกันในสภาก่อน และก็ยังจัดประชุมไม่ได้ เพราะคะแนนเสียงให้เรียกประชุมสภายังไม่พอ แปลว่าเป็นบทตีกรรเชียงถ่วงเวลาของไอ้สองแสบครับ เพราะทั้งอเมริกา และอังกฤษ ยังอ่านเกมรัสเซียไม่ขาด โดยเฉพาะในแง่อาวุธและกองกำลัง และที่สำคัญ ยังไม่แน่ใจท่าที ของตัวละครสำคัญ อีก 3 ราย (สำหรับท่านที่เข้ามาอ่านนิทานใหม่ๆ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ผมหมายถึงอังกฤษนะครับ มีคนว่ามาแล้ว ว่า ไม่ชอบที่ผมเรียกแบบนี้ แต่ผมชอบของผม ส่วนท่านใบตองแห้ง ก็มีผู้ถามมาเช่นกัน ว่าใครคะ ผมหมายถึง อเมริกา และหัวหน้าใหญ่ของอเมริกาครับ ที่ชอบออกอาการเหมือนไอ้ตัวที่นอนอยู่แถวหน้าประตูบ้านผม เวลามันเห็นลมพัดใบตองแห้ง มันเป็นต้องส่งเสียงทุกที ทั้งๆที่บางทีไม่อะไรเลย นอกจากใบตองแห้ง กับเงาของมันเอง หาเรื่องให้เราตื่นเต้นตามอยู่เรื่อย) ตัวละครสำคัญ 3 ราย เป็นใครนะ บางรายน่าจะเดากันถูก แต่บางรายอาจนึกไม่ถึงกัน รายที่หนึ่ง คือ จีน ที่คาดกันอยู่แล้วว่า อยู่เคียงข้างรัสเซีย แต่เคียงข้างขนาดไหนในการที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ที่อาจบานปลายไปเป็นการรบใหญ่ จะเคียงข้างหลัง แบบฝรั่งเศสกับอเมริกาที่ผลัดกันด่าหรือเปล่า หรือ เคียงข้างแบบไหล่ชนไหล่กัน เหมือนอเมริกากับอังกฤษ รายที่สอง คือ อินเดีย ที่ทั้งฝ่ายรัสเซียและฝ่ายอเมริกา ต่างก็อยากได้อินเดียเป็นพวกทั้งสิ้น เพราะ อินเดียถือเป็น swing state รายหนึ่ง ที่มีน้ำหนักมากทั้งในแง่เศรษฐกิจ และสถานที่ตั้ง เราจึงเห็นว่า ระหว่างที่รัสเซียไล่ถล่มฝ่ายกบฏอยู่ในซีเรีย และอเมริกาแสดงท่าเนือยๆ เหมือนไม่สนใจจะร่วมรายการใดด้วย แต่แท้จริงแล้ว ไอ้สองแสบแบ่งบทกันเล่น ชาวเกาะรับหน้าที่ถือปรอทวัดอุณหภูมิของจีนและอินเดียแทนอเมริกา โปรดอย่าลืมลิ้นการทูตอันยาวของอังกฤษ ที่สามารถตวัดให้สงครามโลกเกิดมาแล้วถึง 2 ครั้ง อาจมีผู้ค้านว่า อังกฤษน่าจะมีหมายเชิญ จีนและอินเดีย มานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเชิญมาวัดปรอท แต่ผมมีความเห็นว่า เชิญเมื่อไหร่ ไม่สำคัญเท่ากับ “ต้อนรับ” อย่างไร และผู้ที่ติดตามข่าว คงเห็นแล้วว่า อังกฤษต้อนรับจีน ชนิดครบเครื่องใหญ่ แบบที่เรียกว่า ปูพรมแดง ต่างกับอเมริกา ที่รับจีนก่อนหน้านั้น อย่างแทบจะเรียกว่า แบบเสียไม่ได้ ส่วนการต้อนรับอินเดียก็ใหญ่โตเช่นเดียวกัน และผมเข้าใจว่า การวัดปรอทของอินเดีย คงออกมาได้ผลตามต้องการ ว่าไม่น่ามีโรคแทรกซ้อน ส่วนของจีนนั้น ปรอทคงทำงานไม่ค่อยแม่นยำ เพราะจีนไม่ได้ดูง่าย การขนเอาราชวงศ์ใส่มงกุฏเพชรเพียบมารับจีน นึกว่าจีนจะเคลิ้ม อังกฤษคงลืมไป ชุดงิ้วจีนใช่ว่าไม่มีเครื่องประดับแพรวพราวนะครับ แค่นี้คงไม่ทำให้จีนตื่นเต้น อีกอย่างจีนคงยังไม่อยากกลับไปติดฝิ่นอีก ต่างกับอินเดีย ที่ตอนนี้ทำท่าจะเป็นฝรั่งมากกว่าตะวันตกเอาด้วยซ้ำ รายที่สาม คือ ตุรกี ตุรกีนก 2 หัว ผมตามดูพฤติกรรมตุรกีมาประมาณ 2 ปี ว่า เมื่อถึงเวลาสำคัญ ตุรกี จะยืนตรงไหน การดูของผมไม่มีความหมายมากมาย มันเป็นการทดสอบว่า ทฤษฏีการวิเคราะห์ของตัวเอง ออกอ่าวหรือเปล่าเท่านั้น แต่ตุรกีจะยืนอยู่ทางไหน สำหรับอเมริกาและ รัสเซียต่างหาก ที่สำคัญอย่างยิ่ง และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตุรกี ก็ตอบข้อสงสัยของผม สื่อพากันลงข่าวใหญ่ว่า ตุรกีสอยเครื่องบินรบของรัสเซีย! ฮ้า … ตุรกีสอยทำไม หรือเราอาจจะต้องตั้งคำถามใหม่ว่า ใครสอยเครื่องบินรบรัสเซียกันแน่ แล้วทำไมตุรกีต้องเสือกมาออกรับแทน ผมว่า ตุรกีไม่มีความกล้าหาญพอที่จะยิงเครื่องบินรบรัสเซีย ตุรกีมีแต่ความถนัดกลิ้ง แต่ไม่ถนัดรบครับ อ้าวแล้วทะลึ่งไปสอยซูกอยของเขาทำไม ก็นั่นนะซี ถึงว่าไม่น่าจะใช่ฝีมือตุรกี ถ้างั้นใครสอยล่ะ ก็ใครล่ะที่มีฐานทัพใหญ่เบ้อเริ่มที่ Incirik ในตุรกี ก็ไม่พ้นอเมริกาอีก…. ถ้าตุรกีไม่ได้สอย เป็นอเมริกาสอย อเมริกาทำ ทำไม และทำไมตุรกียอมสมอ้าง คำตอบมีเยอะแยะ คำตอบแรก คือ อเมริกาทำ เพราะต้องการสร้างเรื่อง หรือตอกลิ่มให้ตุรกีหลุดจากความสัมพันธ์กับฝ่ายรัสเซียโดยสิ้นเชิง เพราะ อย่าลืมว่า ตามทฤษฏีของไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ตุรกี เป็น 1 ใน 2 ประเทศ ที่สำคัญต่อแผนพิฆาตรัสเซีย ตุรกี รัสเซีย อิหร่าน มีสัมพันธ์ระหว่างกันมานาน และอเมริกาก็จับตาความสัมพันธ์ของ 3 หน่อ อย่างใกล้ชิด ยิ่งถ้าอิหร่านไปจับมือกับรัสเซีย อเมริกายิ่งต้องพยายามไม่ให้ตุรกีหลุดมือ ตุรกี มีทีท่าว่า ไม่ใช่แค่จับมือกับรัสเซีย แต่ยังจะจับมือกับจีน เพื่อนรักของรัสเซีย อีกด้วย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทานเรื่องเก่าๆ คงจำได้ว่า ตุรกีคิดจะสร้างระบบต่อต้านการยิงจรวด มาตั้งแต่ ค.ศ.2009 ตุรกี ประกาศเชิญชวนผู้มารับเหมาสร้างระบบ ฝ่ายตะวันตกส่งเข้าประกวดเพียบ รวมทั้งมีม้ามืด คือ จีน และตุรกีก็ประกาศ ในปี ค.ศ.2013 ว่า ม้ามืดเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก แบบนี้ก็งานเข้า ฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา ด่าเช็ดตุรกี ว่าอย่างนี้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดไต๋ให้จีนรู้ระบบความมั่นคงของทางฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะของอเมริกา นาโต้ ที่แชร์ระบบกับตุรกีน่ะสิ และอาจจะรู้ไปถึงรัสเซียด้วย มิฉิบหายกันหมดเรอะ หลังจากนั้น ก็มีการระเบิด การประท้วง เกิดขึ้นถี่ ที่ตุรกี แทบจะไม่เว้นแต่ละวัน บทแบบนี้คุ้นไหมครับ ตุรกี เลื่อนการประกาศการทำสัญญากับจีน ประมาณ 4 ครั้ง ในช่วงปีครึ่ง และในที่สุดก็ประกาศยกเลิกเมื่อประมาณต้นปี ค.ศ.2015 นี้เอง บอกว่า ไม่สร้างแล้วเว้ย และนั่นคงทำให้รัสเซียเห็นแล้วว่า อเมริกากำลังเดินเกม ตามแผนพิฆาตอย่างไม่มีหลุด อเมริกา ไม่มีทางปล่อยมือจากคอตุรกี คำตอบที่สอง ที่ผมคิดว่าอเมริกาน่าจะเป็นคนสอยซูกอย เพราะอเมริกาน่าจะต้องการเปลี่ยนสนามรบ มารบในแถบตุรกี ที่ตุรกีสามารถใช้สิทธิยิงเครื่องบินรัสเซียและพวกได้ อย่างถูกต้องตามกฏนานาชาติ นอกจากนี้ อเมริกามีฐานทัพใหญ่ อยู่ในตุรกีหลายแห่ง และยังอยู่ใกล้กับกองทัพนาโต้ ที่มีอยู่เต็มด้านนั้น และมีทางหนีที่ไล่ ดีกว่าเข้าไปรบกับรัสเซียในเขตซีเรีย ที่นาโต้ยังไม่ได้เข้าไป และไม่แน่ว่าเข้าไปแล้วจะเจออะไร เพราะรัสเซียกับพวก ได้เข้าไปก่อนแล้ว ใครเข้าไปก่อนย่อมได้เปรียบ ถ้าอเมริกาต้องการเป็นฝ่ายกำหนดสนามรบ อเมริกาก็ต้องสร้างเรื่อง ให้รัสเซียโกรธจัดตุรกี โกรธพอที่ย้ายสนามรบจากซีเรีย มาตุรกี และดูเหมือน อเมริกาจะทำสำเร็จ คือทำให้รัสเซียโกรธ แต่จะได้ผลอื่นตามแผนของอเมริกา หรือไม่ ต้องดูกันต่อไป อย่างนี้ แปลว่า อเมริกาน่าจะกำลังจัดทัพ เตรียมตัวที่จะรบแล้ว ?! มาถึงคำถามต่อไป แล้วตุรกีรับสมอ้างว่า ตนเองเป็นฝ่ายยิงทำไม คำตอบ คือ ตุรกีอยู่กับฝ่ายเอาอเมริกามาตลอดเวลา ไม่เคยเปลี่ยนใจ เพราะตุรกีนั้นแม้จะอยู่ในตะวันออกกลาง แต่ก็ปลื้มตะวันตก เอียงไปทางฝรั่งตะวันตกมาตลอดตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ร้อยกว่าปีมาแล้วนะ ตุรกีเห็นอังกฤษเป็นต้นแบบอย่างไร ก็เห็นอยู่อย่างนั้น การมาคบค้ากับรัสเซีย อิหร่าน จีน ก็เพื่อผลประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ใช่น้ำใจไมตรีจริงจัง แม้จะเล่นบทงอนกับอเมริกา ก็ไม่ต่างกับบทงอนของอิสราเอล หรือ ซาอุดิอารเบีย มันเป็นบทงอนขึ้นราคา ทั้งนั้น รัสเซียและอิหร่าน คงเห็นไส้ในของตุรกีชัดแล้วจากกรณีซีเรีย ที่ตุรกี เป็นหนึ่งในโต้โผ ที่ไปจัดหนัก ทั้งนักรบเติมเงิน และอาวุธมาถล่มอัสสาด ถ้ารัสเซียเอียงไปทางตุรกี รัสเซียคงไม่เข้ามาในซีเรียแน่ ยกเว้นแต่ จะมีรายการตกลงต้ม 3 ชั้นกันไว้ และการสอยซูกอย คงเป็นอุบัติการณ์สำคัญ ที่ทำให้รัสเซียหลุดปากออกมาว่า เป็นการถูกแทงข้างหลัง เพราะฉะนั้น ในความเห็นผม เรื่องกบฏชาวเคิร์ด เรื่องลูกชายประธานาธิบดีตุรกี (ที่ถูกสื่อแดกเอาว่าเป็นสุลต่าน) ค้าน้ำมันกับไอซิส ไม่ใช่เป็นสาเหตุเกี่ยวกับการสอยซูกอยเลย ผมกลับมองว่า คุณพี่ปูตินนี่แสบไม่เบา เอาเรื่องลูกสุลต่านค้าน้ำมันกับไอซิสมากระจายหน้าจอ เพราะมันเป็นการซื้อน้ำมันราคาถูก ที่ใครๆ ก็ซื้อกันทั้งนั้น แต่คนที่กำลังกระอัก คือคนที่หวังจะขายน้ำมันราคาแพงต่างหาก แบบพวกเสี่ยปั้มใหญ่และก๊วน และอีกพวกที่สำคัญกว่าสำหรับอเมริกาคือ บริษัทน้ำมันของพวกตะวันตกเองนั่นแหละครับ ที่กำลังขาดรายได้จากน้ำมันไอซิสราคาถูก ที่กำลังกระจายในตลาด มันเป็นการแฉ ให้พวกเดียวเชือดกันเอง มึงอยากเป็นนกสองหัวดีนัก และเราก็คอยดูไปแล้วกันว่า ท่านสุลต่านจะนั่งบัลลังค์ได้นานไหม แม้จะยอมให้อ้างชื่อว่าเป็นคนสอยซูกอย วันนี้ขอจบการวิเคราะห์ ไว้แค่นี้ก่อน เราคงต้องจับตาดูว่า อเมริกา อังกฤษ อียู นาโต้ จะเคลื่อนไหวอย่างไร แต่ผมคาดว่า ยังจัดทัพกันไม่เสร็จครับ คงยังมีการตีกรรเชียงต่อ อีกสักฉาก 2 ฉาก และผมจะกลับมาเขียนตอนต่อไป ส่วนที่น่าจะเกี่ยวกับบ้านเรา หลังวันที่ 5 ธันวาคมนะครับ วันพ่อ ของดเขียนเรื่องไม่เป็นมงคลครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 4 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 133 มุมมอง 0 รีวิว
  • ชายแดนกาญจนบุรี กับแรงจูงใจแรงงานเถื่อน
    หนีสงคราม–หนีเกณฑ์ทหาร–หวังโอกาสทำกินในไทย
    .
    กาญจนบุรี จังหวัดชายแดนตะวันตกของไทย มีแนวพรมแดนติดเมียนมายาวกว่า 371 กิโลเมตร เต็มไปด้วยช่องทางเข้า–ออกตามธรรมชาติจำนวนมาก ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศไทย
    .
    ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังการรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2564 สถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบที่ยืดเยื้อ ได้กลายเป็น “แรงผลัก” สำคัญให้ประชาชนจำนวนมากตัดสินใจหลบหนีออกนอกประเทศ
    .
    จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การประกาศบังคับเกณฑ์ทหารของรัฐบาลทหารเมียนมา ทั้งชายและหญิง ส่งผลให้คนจำนวนมากเลือกเสี่ยงชีวิตข้ามแดน แทนการถูกส่งเข้าสู่สมรภูมิที่ไม่รู้จุดจบ
    .
    ข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงสะท้อนภาพชัดเจน ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีการจับกุมแรงงานชาวเมียนมาลักลอบเข้าเมืองในพื้นที่กาญจนบุรีกว่า 13,900 คน บางช่วงเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้วันละเกือบ 100 คน
    .
    อย่างไรก็ตาม แรงจูงใจไม่ได้มีเพียงสงคราม แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจเมียนมาที่ทรุดหนัก การขาดแคลนงาน และรายได้ไม่เพียงพอ ทำให้ประเทศไทยถูกมองเป็น “ดินแดนแห่งโอกาส” แม้ต้องเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย
    .
    ขบวนการนายหน้าลักลอบขนแรงงานจึงเติบโตอย่างเป็นระบบ แรงงานบางรายยอมขายบ้าน ขายที่ดิน หรือกู้เงิน เพื่อจ่ายค่านายหน้า แต่ปลายทางกลับไม่เป็นไปตามฝัน เมื่อถูกจับกุม ผลักดันกลับประเทศ และต้องเผชิญความเสี่ยงซ้ำอีกครั้ง
    .
    ขณะเดียวกัน มติ ครม. ที่ผ่อนผันแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายให้ทำงานได้ถึง 31 มีนาคม 2569 แม้มีเจตนาดี แต่ถูกจับตาว่าอาจกลายเป็นช่องว่างให้ขบวนการนายหน้าใช้หลอกแรงงานเพิ่ม
    .
    จังหวัดกาญจนบุรีจึงเสนอแนวทางแก้ไขเชิงโครงสร้าง ด้วยการผลักดันศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) เพื่อดึงแรงงานเข้าสู่ระบบ ลดแรงจูงใจลักลอบเข้าเมือง และตัดวงจรนายหน้า
    .
    โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ “จับกุม” แต่คือการจัดการต้นตอของปัญหา ว่าจะเปลี่ยนแรงงานเถื่อนให้กลายเป็นแรงงานในระบบได้มากเพียงใด ก่อนวงจรการหลบหนีจะหมุนซ้ำไม่รู้จบ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000656
    .
    #News1 #News1live #แรงงานต่างด้าว #แรงงานเถื่อน #ชายแดนกาญจนบุรี #เมียนมา #หนีสงคราม
    ชายแดนกาญจนบุรี กับแรงจูงใจแรงงานเถื่อน หนีสงคราม–หนีเกณฑ์ทหาร–หวังโอกาสทำกินในไทย . กาญจนบุรี จังหวัดชายแดนตะวันตกของไทย มีแนวพรมแดนติดเมียนมายาวกว่า 371 กิโลเมตร เต็มไปด้วยช่องทางเข้า–ออกตามธรรมชาติจำนวนมาก ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศไทย . ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังการรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2564 สถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบที่ยืดเยื้อ ได้กลายเป็น “แรงผลัก” สำคัญให้ประชาชนจำนวนมากตัดสินใจหลบหนีออกนอกประเทศ . จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การประกาศบังคับเกณฑ์ทหารของรัฐบาลทหารเมียนมา ทั้งชายและหญิง ส่งผลให้คนจำนวนมากเลือกเสี่ยงชีวิตข้ามแดน แทนการถูกส่งเข้าสู่สมรภูมิที่ไม่รู้จุดจบ . ข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงสะท้อนภาพชัดเจน ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีการจับกุมแรงงานชาวเมียนมาลักลอบเข้าเมืองในพื้นที่กาญจนบุรีกว่า 13,900 คน บางช่วงเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้วันละเกือบ 100 คน . อย่างไรก็ตาม แรงจูงใจไม่ได้มีเพียงสงคราม แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจเมียนมาที่ทรุดหนัก การขาดแคลนงาน และรายได้ไม่เพียงพอ ทำให้ประเทศไทยถูกมองเป็น “ดินแดนแห่งโอกาส” แม้ต้องเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย . ขบวนการนายหน้าลักลอบขนแรงงานจึงเติบโตอย่างเป็นระบบ แรงงานบางรายยอมขายบ้าน ขายที่ดิน หรือกู้เงิน เพื่อจ่ายค่านายหน้า แต่ปลายทางกลับไม่เป็นไปตามฝัน เมื่อถูกจับกุม ผลักดันกลับประเทศ และต้องเผชิญความเสี่ยงซ้ำอีกครั้ง . ขณะเดียวกัน มติ ครม. ที่ผ่อนผันแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายให้ทำงานได้ถึง 31 มีนาคม 2569 แม้มีเจตนาดี แต่ถูกจับตาว่าอาจกลายเป็นช่องว่างให้ขบวนการนายหน้าใช้หลอกแรงงานเพิ่ม . จังหวัดกาญจนบุรีจึงเสนอแนวทางแก้ไขเชิงโครงสร้าง ด้วยการผลักดันศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) เพื่อดึงแรงงานเข้าสู่ระบบ ลดแรงจูงใจลักลอบเข้าเมือง และตัดวงจรนายหน้า . โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ “จับกุม” แต่คือการจัดการต้นตอของปัญหา ว่าจะเปลี่ยนแรงงานเถื่อนให้กลายเป็นแรงงานในระบบได้มากเพียงใด ก่อนวงจรการหลบหนีจะหมุนซ้ำไม่รู้จบ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000656 . #News1 #News1live #แรงงานต่างด้าว #แรงงานเถื่อน #ชายแดนกาญจนบุรี #เมียนมา #หนีสงคราม
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 209 มุมมอง 0 รีวิว
  • อิหร่านส่งสัญญาณแข็งกร้าว ไม่ยอมจำนน
    หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ขู่แทรกแซง ช่วยผู้ประท้วงต้านรัฐบาล
    .
    อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกแถลงย้ำชัดว่า อิหร่าน “จะไม่ยอมศิโรราบต่อศัตรู” ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งสัญญาณพร้อมเข้าหนุนหลังผู้ประท้วง ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและเงินเฟ้อพุ่งสูง
    .
    คอเมเนอี ระบุว่า การประท้วงด้านเศรษฐกิจเป็นสิทธิของประชาชน และรัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเรียกร้อง แต่ยืนยันว่าการก่อจลาจลและความรุนแรงจะไม่ถูกยอมรับ พร้อมเตือนว่าผู้ก่อความไม่สงบจะถูก “สั่งสอน”
    .
    ขณะเดียวกัน กลุ่มสิทธิมนุษยชนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และถูกจับกุมเพิ่มขึ้นกว่า 130 คน จากการประท้วงที่ลุกลามหลายเมืองทั่วประเทศ ท่ามกลางการปราบปรามด้วยแก๊สน้ำตาและการเผชิญหน้าบนท้องถนน
    .
    ด้านทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ “พร้อมเต็มที่” ต่อสถานการณ์ในอิหร่าน แม้ยังไม่ระบุแนวทางปฏิบัติชัดเจน ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อรัฐบาลเตหะราน ซึ่งกำลังเผชิญทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การคว่ำบาตร และแรงสั่นคลอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000631
    .
    #News1 #News1live #อิหร่าน #ทรัมป์ #ประท้วงอิหร่าน #ข่าวต่างประเทศ
    อิหร่านส่งสัญญาณแข็งกร้าว ไม่ยอมจำนน หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ขู่แทรกแซง ช่วยผู้ประท้วงต้านรัฐบาล . อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกแถลงย้ำชัดว่า อิหร่าน “จะไม่ยอมศิโรราบต่อศัตรู” ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งสัญญาณพร้อมเข้าหนุนหลังผู้ประท้วง ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและเงินเฟ้อพุ่งสูง . คอเมเนอี ระบุว่า การประท้วงด้านเศรษฐกิจเป็นสิทธิของประชาชน และรัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเรียกร้อง แต่ยืนยันว่าการก่อจลาจลและความรุนแรงจะไม่ถูกยอมรับ พร้อมเตือนว่าผู้ก่อความไม่สงบจะถูก “สั่งสอน” . ขณะเดียวกัน กลุ่มสิทธิมนุษยชนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และถูกจับกุมเพิ่มขึ้นกว่า 130 คน จากการประท้วงที่ลุกลามหลายเมืองทั่วประเทศ ท่ามกลางการปราบปรามด้วยแก๊สน้ำตาและการเผชิญหน้าบนท้องถนน . ด้านทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ “พร้อมเต็มที่” ต่อสถานการณ์ในอิหร่าน แม้ยังไม่ระบุแนวทางปฏิบัติชัดเจน ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อรัฐบาลเตหะราน ซึ่งกำลังเผชิญทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การคว่ำบาตร และแรงสั่นคลอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000631 . #News1 #News1live #อิหร่าน #ทรัมป์ #ประท้วงอิหร่าน #ข่าวต่างประเทศ
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 194 มุมมอง 0 รีวิว
  • กัมพูชาออกอาการแรง
    หลังไทยยึดเรือต้องสงสัยลักลอบขนน้ำมัน
    โวยละเมิด “เสรีภาพการเดินเรือ” ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
    .
    สื่อกัมพูชา ขแมร์ทูเดย์ รายงานว่า การที่กองทัพเรือไทยเข้ายึดเรือต้องสงสัยลำหนึ่งในอ่าวไทย ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าลักลอบขนเชื้อเพลิงไปยังกัมพูชา ได้สร้างเสียงวิพากษ์จากนักกฎหมายและภาคธุรกิจกัมพูชา โดยอ้างว่าไทยอาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิในการเดินเรือ
    .
    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ เข้าสกัดเรือลำหนึ่งบริเวณตอนใต้ของเกาะเสม็ดราว 50 ไมล์ทะเล หลังพบว่าเรือไม่แสดงชื่อ เลขทะเบียน ไม่ชักธง และไม่เปิดระบบ AIS โดยมีลูกเรือชาวเมียนมาและกัมพูชารวม 5 คน
    .
    ฝ่ายไทยระบุว่า การสกัดยึดมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการลักลอบขนเชื้อเพลิง รวมถึงการละเมิดกฎหมายทางทะเลและกฎหมายแรงงานต่างด้าว ก่อนนำเรือไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ฐานทัพเรือสัตหีบ
    .
    อย่างไรก็ตาม สื่อกัมพูชาอ้างผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ระบุว่า อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) รับรองเสรีภาพการเดินเรือในน่านน้ำสากลและเขตเศรษฐกิจจำเพาะ พร้อมตั้งข้อกล่าวหาว่าการควบคุมทางทะเลของไทยอาจเป็นการใช้มาตรการเกินขอบเขต
    .
    ขณะเดียวกัน หอการค้าสหรัฐฯ ในกัมพูชา (AMCHAM) แสดงความกังวลว่า การสกัดกั้นเส้นทางเชื้อเพลิงอาจกระทบการค้า ต้นทุนขนส่ง และวิถีชีวิตประชาชน พร้อมเตือนว่าการเล็งเป้าสินค้าพลังงาน อาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดลุกลามโดยไม่จำเป็น
    .
    การโวยของกัมพูชามีขึ้นไม่นาน หลังทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ภายหลังเหตุปะทะตามแนวชายแดน และไทยได้ปล่อยทหารกัมพูชา 18 นาย ภายใต้เงื่อนไขหยุดยิง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000644
    .
    #News1 #News1live #ไทยกัมพูชา #อ่าวไทย #เรือลอบขนน้ำมัน #กองทัพเรือ #ข่าวความมั่นคง
    กัมพูชาออกอาการแรง หลังไทยยึดเรือต้องสงสัยลักลอบขนน้ำมัน โวยละเมิด “เสรีภาพการเดินเรือ” ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ . สื่อกัมพูชา ขแมร์ทูเดย์ รายงานว่า การที่กองทัพเรือไทยเข้ายึดเรือต้องสงสัยลำหนึ่งในอ่าวไทย ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าลักลอบขนเชื้อเพลิงไปยังกัมพูชา ได้สร้างเสียงวิพากษ์จากนักกฎหมายและภาคธุรกิจกัมพูชา โดยอ้างว่าไทยอาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิในการเดินเรือ . เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ เข้าสกัดเรือลำหนึ่งบริเวณตอนใต้ของเกาะเสม็ดราว 50 ไมล์ทะเล หลังพบว่าเรือไม่แสดงชื่อ เลขทะเบียน ไม่ชักธง และไม่เปิดระบบ AIS โดยมีลูกเรือชาวเมียนมาและกัมพูชารวม 5 คน . ฝ่ายไทยระบุว่า การสกัดยึดมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการลักลอบขนเชื้อเพลิง รวมถึงการละเมิดกฎหมายทางทะเลและกฎหมายแรงงานต่างด้าว ก่อนนำเรือไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ฐานทัพเรือสัตหีบ . อย่างไรก็ตาม สื่อกัมพูชาอ้างผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ระบุว่า อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) รับรองเสรีภาพการเดินเรือในน่านน้ำสากลและเขตเศรษฐกิจจำเพาะ พร้อมตั้งข้อกล่าวหาว่าการควบคุมทางทะเลของไทยอาจเป็นการใช้มาตรการเกินขอบเขต . ขณะเดียวกัน หอการค้าสหรัฐฯ ในกัมพูชา (AMCHAM) แสดงความกังวลว่า การสกัดกั้นเส้นทางเชื้อเพลิงอาจกระทบการค้า ต้นทุนขนส่ง และวิถีชีวิตประชาชน พร้อมเตือนว่าการเล็งเป้าสินค้าพลังงาน อาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดลุกลามโดยไม่จำเป็น . การโวยของกัมพูชามีขึ้นไม่นาน หลังทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ภายหลังเหตุปะทะตามแนวชายแดน และไทยได้ปล่อยทหารกัมพูชา 18 นาย ภายใต้เงื่อนไขหยุดยิง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000644 . #News1 #News1live #ไทยกัมพูชา #อ่าวไทย #เรือลอบขนน้ำมัน #กองทัพเรือ #ข่าวความมั่นคง
    Like
    Haha
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 211 มุมมอง 0 รีวิว
  • # สรุปเจาะลึก Sondhitalk EP.326: “วัฏจักร 80 ปี ที่โลกหนีไม่พ้น” — เมื่อประวัติศาสตร์กำลังหมุนมาทวงคืน

    **"ประวัติศาสตร์ไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่มันหมุนเป็นวงกลม"** คือหัวใจสำคัญของรายการในสัปดาห์นี้ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ได้หยิบยกทฤษฎีระดับโลกมาฉายภาพให้เห็นว่าทำไมปี 2569 (2026) ถึงเป็นช่วงเวลาที่ **"อันตรายที่สุด"** และทำไมไทยถึงกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะจากเพื่อนบ้าน
    ***
    ## 1. ถอดรหัสทฤษฎี “The Fourth Turning” (จุดเปลี่ยนที่ 4)

    รายการอ้างอิงหนังสือระดับตำนาน *The Fourth Turning* ของ Neil Howe และ William Strauss ที่ระบุว่ามนุษยชาติมีวงรอบประวัติศาสตร์ (Saeculum) กินเวลาประมาณ **80-100 ปี** (เทียบเท่าช่วงชีวิตคนหนึ่งรุ่น) ซึ่งใน 1 รอบ จะแบ่งย่อยเป็น 4 ฤดูกาล หรือ 4 ยุคสมัย (Turnings) ยุคละประมาณ 20 ปี:

    ### 1. The High (ยุคฟื้นฟู/รุ่งโรจน์)

    * **ลักษณะ:** สถาบันสังคมเข้มแข็ง ผู้คนสามัคคีกันเพื่อสร้างชาติใหม่ ทิศทางสังคมเป็นปึกแผ่น
    * **ช่วงเวลาในอดีต:** หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ยุค Baby Boomers เกิด)
    * **บรรยากาศ:** "เราจะทำอะไรเพื่อส่วนรวมได้บ้าง?"

    ### 2. The Awakening (ยุคตื่นรู้)

    * **ลักษณะ:** คนเริ่มตั้งคำถามกับระเบียบเก่า แสวงหาเสรีภาพทางจิตวิญญาณและความเป็นปัจเจก
    * **ช่วงเวลาในอดีต:** ยุคฮิปปี้, การประท้วงสงครามเวียดนาม
    * **บรรยากาศ:** "ทำไมเราต้องเชื่อฟังรัฐ? ฉันต้องการเป็นตัวของตัวเอง"

    ### 3. The Unraveling (ยุคเสื่อมถอย/แยกตัว)

    * **ลักษณะ:** ความเป็นปึกแผ่นของสังคมเริ่มคลายตัว สถาบันอ่อนแอลง ผู้คนมุ่งเน้นความสุขส่วนตัวและบริโภคนิยมสูงสุด
    * **ช่วงเวลาในอดีต:** ยุคฟองสบู่เศรษฐกิจ, วิกฤตต้มยำกุ้ง, วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์
    * **บรรยากาศ:** "ตัวใครตัวมัน มือใครยาวสาวได้สาวเอา"

    ### 4. The Crisis (ยุควิกฤต/กลียุค) — **"เรากำลังอยู่ที่นี่"**

    * **ลักษณะ:** เป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด โครงสร้างสังคมเก่าพังทลาย เกิดสงครามใหญ่ หรือวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง เพื่อ "รื้อและสร้างใหม่"
    * **ช่วงเวลาปัจจุบัน:** เริ่มต้นประมาณปี 2008 และจะพีคสูงสุดในช่วงนี้ (2025-2030)
    * **เป้าหมายของยุคนี้:** เคลียร์ปัญหาหมักหมม เพื่อส่งไม้ต่อให้ยุค The High รอบใหม่

    ***
    ## 2. สถานการณ์โลก: ทำไมต้อง "ปีนี้"?

    คุณสนธิชี้ให้เห็นว่าโลกเรากำลังเดินทางมาสู่ **"จุดพีคของ The Crisis"**

    * **สัญญาณชัดเจน:** สงครามรัสเซีย-ยูเครน, ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง, และความตึงเครียดจีน-สหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นอาการของโลกที่กำลัง "ผลัดใบ"
    * **ความเสี่ยง:** ในช่วง The Crisis สังคมจะต้องการ "ผู้นำที่เด็ดขาด" (Strongman) และมักจบลงด้วยสงครามแตกหัก (Total War) หรือการล่มสลายของระบบเงินตราเก่า

    ***
    ## 3. เจาะประเด็นร้อน: ไทย-กัมพูชา และเพื่อนบ้านที่ไม่น่าไว้ใจ

    เนื้อหาสำคัญใน EP นี้ยังเชื่อมโยงทฤษฎีโลกมาสู่บริบทไทย โดยเฉพาะประเด็น **"กัมพูชา"** (Cambodia):

    * **ประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม:** คุณสนธิย้อนอดีตให้เห็นว่า ไทยเคยมีบทบาทสำคัญในการ "กู้ชาติ" และช่วยเหลือเขมรจากการล่มสลายในยุคสงครามกลางเมืองและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
    * **ความจริงวันนี้:** แต่ปัจจุบัน กลับเกิดกระแส **Anti-Thai** (เกลียดชังไทย) ในกัมพูชา ซึ่งถูกปั่นกระแสเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองภายใน
    * **บทวิเคราะห์:** ไทยกำลังเผชิญกับเพื่อนบ้านที่ "ไม่สำนึกบุญคุณ" และพร้อมจะแทงข้างหลังเมื่อสบโอกาส ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เราต้องระวังตัวอย่างหนัก ไม่ใช่แค่มองโลกในแง่ดี

    ***

    ## 4. บทสรุป: How to Survive? (ทำอย่างไรให้รอด)

    ในเมื่อเราหนีวัฏจักร 80 ปีนี้ไม่พ้น สิ่งที่คุณสนธิฝากไว้เป็นข้อคิดคือ:

    1. **ยอมรับความจริง:** เลิกโลกสวยว่าทุกอย่างจะกลับไปเหมือนเดิม โลกกำลังเปลี่ยนครั้งใหญ่
    2. **รู้ทันคน:** ให้ระวัง "คนโง่ที่ขยัน" และ "คนเนรคุณ" เพราะในยุควิกฤต คนเหล่านี้จะสร้างความเสียหายมากที่สุด
    3. **เตรียมพร้อม:** ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และจิตใจ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะพาเราข้ามผ่านพายุลูกนี้ไปสู่วัฏจักรใหม่ได้

    ***

    **ที่มา:** Sondhitalk EP.326 "วัฏจักร 80 ปี ที่โลกหนีไม่พ้น" (3 มกราคม 2569)
    #Sondhitalk #วัฏจักร80ปี #TheFourthTurning #ประวัติศาสตร์โลก #ไทยกัมพูชา #สนธิลิ้มทองกุล
    # 🌏 สรุปเจาะลึก Sondhitalk EP.326: “วัฏจักร 80 ปี ที่โลกหนีไม่พ้น” — เมื่อประวัติศาสตร์กำลังหมุนมาทวงคืน **"ประวัติศาสตร์ไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่มันหมุนเป็นวงกลม"** คือหัวใจสำคัญของรายการในสัปดาห์นี้ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ได้หยิบยกทฤษฎีระดับโลกมาฉายภาพให้เห็นว่าทำไมปี 2569 (2026) ถึงเป็นช่วงเวลาที่ **"อันตรายที่สุด"** และทำไมไทยถึงกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะจากเพื่อนบ้าน *** ## 1. ถอดรหัสทฤษฎี “The Fourth Turning” (จุดเปลี่ยนที่ 4) รายการอ้างอิงหนังสือระดับตำนาน *The Fourth Turning* ของ Neil Howe และ William Strauss ที่ระบุว่ามนุษยชาติมีวงรอบประวัติศาสตร์ (Saeculum) กินเวลาประมาณ **80-100 ปี** (เทียบเท่าช่วงชีวิตคนหนึ่งรุ่น) ซึ่งใน 1 รอบ จะแบ่งย่อยเป็น 4 ฤดูกาล หรือ 4 ยุคสมัย (Turnings) ยุคละประมาณ 20 ปี: ### 🟢 1. The High (ยุคฟื้นฟู/รุ่งโรจน์) * **ลักษณะ:** สถาบันสังคมเข้มแข็ง ผู้คนสามัคคีกันเพื่อสร้างชาติใหม่ ทิศทางสังคมเป็นปึกแผ่น * **ช่วงเวลาในอดีต:** หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ยุค Baby Boomers เกิด) * **บรรยากาศ:** "เราจะทำอะไรเพื่อส่วนรวมได้บ้าง?" ### 🟡 2. The Awakening (ยุคตื่นรู้) * **ลักษณะ:** คนเริ่มตั้งคำถามกับระเบียบเก่า แสวงหาเสรีภาพทางจิตวิญญาณและความเป็นปัจเจก * **ช่วงเวลาในอดีต:** ยุคฮิปปี้, การประท้วงสงครามเวียดนาม * **บรรยากาศ:** "ทำไมเราต้องเชื่อฟังรัฐ? ฉันต้องการเป็นตัวของตัวเอง" ### 🟠 3. The Unraveling (ยุคเสื่อมถอย/แยกตัว) * **ลักษณะ:** ความเป็นปึกแผ่นของสังคมเริ่มคลายตัว สถาบันอ่อนแอลง ผู้คนมุ่งเน้นความสุขส่วนตัวและบริโภคนิยมสูงสุด * **ช่วงเวลาในอดีต:** ยุคฟองสบู่เศรษฐกิจ, วิกฤตต้มยำกุ้ง, วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ * **บรรยากาศ:** "ตัวใครตัวมัน มือใครยาวสาวได้สาวเอา" ### 🔴 4. The Crisis (ยุควิกฤต/กลียุค) — **"เรากำลังอยู่ที่นี่"** * **ลักษณะ:** เป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด โครงสร้างสังคมเก่าพังทลาย เกิดสงครามใหญ่ หรือวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง เพื่อ "รื้อและสร้างใหม่" * **ช่วงเวลาปัจจุบัน:** เริ่มต้นประมาณปี 2008 และจะพีคสูงสุดในช่วงนี้ (2025-2030) * **เป้าหมายของยุคนี้:** เคลียร์ปัญหาหมักหมม เพื่อส่งไม้ต่อให้ยุค The High รอบใหม่ *** ## 2. สถานการณ์โลก: ทำไมต้อง "ปีนี้"? คุณสนธิชี้ให้เห็นว่าโลกเรากำลังเดินทางมาสู่ **"จุดพีคของ The Crisis"** * **สัญญาณชัดเจน:** สงครามรัสเซีย-ยูเครน, ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง, และความตึงเครียดจีน-สหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นอาการของโลกที่กำลัง "ผลัดใบ" * **ความเสี่ยง:** ในช่วง The Crisis สังคมจะต้องการ "ผู้นำที่เด็ดขาด" (Strongman) และมักจบลงด้วยสงครามแตกหัก (Total War) หรือการล่มสลายของระบบเงินตราเก่า *** ## 3. เจาะประเด็นร้อน: ไทย-กัมพูชา และเพื่อนบ้านที่ไม่น่าไว้ใจ เนื้อหาสำคัญใน EP นี้ยังเชื่อมโยงทฤษฎีโลกมาสู่บริบทไทย โดยเฉพาะประเด็น **"กัมพูชา"** (Cambodia): * **ประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม:** คุณสนธิย้อนอดีตให้เห็นว่า ไทยเคยมีบทบาทสำคัญในการ "กู้ชาติ" และช่วยเหลือเขมรจากการล่มสลายในยุคสงครามกลางเมืองและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ * **ความจริงวันนี้:** แต่ปัจจุบัน กลับเกิดกระแส **Anti-Thai** (เกลียดชังไทย) ในกัมพูชา ซึ่งถูกปั่นกระแสเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองภายใน * **บทวิเคราะห์:** ไทยกำลังเผชิญกับเพื่อนบ้านที่ "ไม่สำนึกบุญคุณ" และพร้อมจะแทงข้างหลังเมื่อสบโอกาส ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เราต้องระวังตัวอย่างหนัก ไม่ใช่แค่มองโลกในแง่ดี *** ## 4. บทสรุป: How to Survive? (ทำอย่างไรให้รอด) ในเมื่อเราหนีวัฏจักร 80 ปีนี้ไม่พ้น สิ่งที่คุณสนธิฝากไว้เป็นข้อคิดคือ: 1. **ยอมรับความจริง:** เลิกโลกสวยว่าทุกอย่างจะกลับไปเหมือนเดิม โลกกำลังเปลี่ยนครั้งใหญ่ 2. **รู้ทันคน:** ให้ระวัง "คนโง่ที่ขยัน" และ "คนเนรคุณ" เพราะในยุควิกฤต คนเหล่านี้จะสร้างความเสียหายมากที่สุด 3. **เตรียมพร้อม:** ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และจิตใจ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะพาเราข้ามผ่านพายุลูกนี้ไปสู่วัฏจักรใหม่ได้ *** 📌 **ที่มา:** Sondhitalk EP.326 "วัฏจักร 80 ปี ที่โลกหนีไม่พ้น" (3 มกราคม 2569) #Sondhitalk #วัฏจักร80ปี #TheFourthTurning #ประวัติศาสตร์โลก #ไทยกัมพูชา #สนธิลิ้มทองกุล
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 244 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 7

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 7
    ทฤษฏีเอาปั้มไม่เอาคนนั้น อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล (ไอ้สามแสบ) ได้สมคบกันคิดมานานแล้ว และมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เมื่อประมาณปี ค.ศ.2006 โดยคุณนายคอนโดลีสซ่า ไรซ์ Condoleezza Rice เมื่อตอนเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา สมัยคาวบอยบุชเป็นประธานาธิบดี คุณนายคอนโด เป็นหญิงผิวดำ ที่ออกท่าว่ามีการศึกษาสูง เป็นอาจารย์สอนทางรัฐศาสตร์การเมือง ในมหาวิทยาลัยอันดับนำของอเมริกา
    คุณนายคอนโดให้สัมภาษณ์กับสื่อ ที่เมืองเทลาวิฟ อิสราเอล เมื่อเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.2006 ในวันทำพิธีเปิดสถานีส่งน้ำมันเส้นทาง Baku-Tbilisi-Ceyhan (BTC)ทางตะวันออกของเมดิเตอร์เรเนียน ว่า…..เรากำลังก้าวไปสู่ ตะวันออกกลางใหม่ “New Middle East” ……และคงไม่ใช่การบังเอิญ วันที่คุณนายให้สัมภาษณ์นั้น อิสราเอลกำลังโจมตีเลบานอน
    คุณนายคอนโดขยายต่อ …. ที่เรากำลังเห็นอยู่ (การโจมตีเลบานอนของอิสราเอล) …..มันอาจจะเป็นการเริ่มต้น ของตะวันออกกลางใหม่ ก็ได้นะ…และไม่ว่าเรา (อเมริกา) จะดำเนินการอย่างไรต่อไป มันหมายความว่า เราจะผลักดันไปสู่ตะวันออกกลางใหม่ ไม่ใช่ ตะวันออกกลางเดิม….อืม….
    แผนสร้างตะวันออกกลางใหม่ New Middle East เป็นแผนที่ปรับปรุงมาจากแผน Greater Middle East Project ที่เป็นการคิดร่วมกันของฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายกองทัพ และกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ.1996 สมัยท่านประธานาธิบดี คนที่นิยมเด็กฝึกงาน
    การให้สัมภาษณ์ของคุณนายคอนโด เป็นการยืนยันข่าวลือว่า อเมริกา อังกฤษ อิสราเอล ได้ร่วมกันวางแผนมาหลายปีแล้ว ที่จะสร้างการจราจลวุ่นวายให้เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง โดยให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น และขยายตัวตามแนวโค้งของบรรดาประเทศ ที่รายรอบสหภาพโซเวียต…
    ค.ศ.1996 Richard Perle และ Douglas Feith 2 ที่ปรึกษาใหญ่ของเพนตากอน ตั้งแต่สมัยบุชตัวพ่อ ได้เสนอแผนยุทธศาสตร์สำหรับอิสราเอลยุคใหม่ ภายใต้การนำของนายเนทันยาฮู ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลหมาดๆ ชื่อแผน A Clean Break: A New Strategy for Securing of the Realm ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ที่มีการระบุไว้ในแผนของวอชิงตัน ที่เสนอให้มีการกำจัด ซัดดัม ฮุสเซน ของอิรัค การใช้กำลังทหารกับปาเลสไตน์ และการโจมตีซีเรีย และเลบานอน
    นายเนทันยาฮู เพิ่งขึ้นมานั่งแท่นนายกใหม่ๆ ยังจับอุณหภูมิไม่ถูก บอกว่าแผนนี้เสี่ยงฉิบหาย ยังไม่ทันไร จะให้กูเล่นเกมหนัก แผน Perle- Feith จึงถูกเก็บเข้าลิ้นชัก
    ค.ศ.2001 คาวบอยบุช ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก มาพร้อมกับคำสั่งพ่อให้เปิดลิ้นชัก เอาแผน Perle-Feith ออกมาปัดฝุ่น บอกว่า นี่คือยุทธศาสตร์สำคัญระดับสูงสุดของเรานะลูกรัก แล้วทีมของลูกรัก ก็ทำการปรับปรุงแต่งหน้าแผน และตั้งชื่อแผนเสียใหม่ว่า Greater Middle East Project ส่วน Douglas Feith ก็ได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นรางวัล
    Greater Middle East มีฉากหน้า เป็นแผนปฏิรูปตะวันออกกลาง โดยให้ทุกประเทศใส่เสื้อคลุมประชาธิปไตย (ต้มแบบเดิมๆ แต่ก็ยังมีคนเชื่อเหมือนเดิม..เบื่อเขียนจังครับ) แต่ของจริงคือ แผนการควบคุมด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของตะวันออกกลาง รวมทั้งกินไปถึงแนวประเทศต่างๆตั้งแต่โมรอคโค ไปจนถึงเขตแดนของรัสเซียและจีน
    ตามแผนนี้ อเมริกา ด้วยความกระหายน้ำมันและเลือดของกลุ่มเหยี่ยว ที่นำโดยคาวบอยบุช
    เตรียมแผนที่จะควบคุมแหล่งน้ำมัน รวมไปจนถึง การผลิต การขายน้ำมัน ฯลฯ พร้อมทั้งควบคุมสถาบันการเงินในภูมิภาคทั้งหมดด้วย มันคือแผนกินรวบ หรือยึดตะวันออกกลางทั้งหมดเป็นอาณานิคมนั่นเอง….
    อเมริกาเตรียมจะเสนอแผนการนี้ในที่ประชุม G8 ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2004 โดยเรียกเป็นแผนระดับการทำงาน working paper G8-Greater Middle East Partnership เพื่อจัดแถวเรียงคิว
    แต่ G8 คือ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น รัสเซีย อังกฤษ และอเมริกา เอะ ไม่มีประเทศในตะวันออกกลางอยู่ในรายชื่อเลยนี่หว่า เวร กำลังจะถูกเคี้ยว แต่ยังไม่รู้ตัว แถมกำลังเดินจูงกันไปเข้าปากเขา…
    บังเอิญมีมือดี ส่งร่างแผนกินรวบนี้ไปให้สื่อ Al-Hayat ซึ่งตีพิมพ์เป็นภาษา
    อารบิกมีเครือข่ายกว้างขวาง ส่งออกไปทั่วภูมิภาค แถมมีบทความในนิตยสาร Le Monde Diplomatique เดือนเมษายน ค.ศ.2004 ลงเพิ่มให้อีกว่า นอกจากประเทศในตะวันออกกลาง ที่จะโดนเคี้ยวแล้ว อาฟกานิสถาน อิหร่าน ปากีสถาน ตุรกี ก็อาจโดนไปด้วย เพราะดันไปเรียงแถวกันอยู่ ตามแนวที่ไม่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกาอย่างรุนแรง…..หมายถึงใครนะ ที่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกา…
    หลังจากแผนกินรวบรั่ว ผู้ที่ออกมาคัดค้านแผนนี้อย่างรุนแรง คือ ประธานาธิบดีมูบารัคของอียิปต์ ตามมาด้วยกษัตริย์อับดุลลา ของซาอุดิอารเบีย คาวบอยบุชจึงสั่งเก็บแผนกินรวบ…. ไว้ชั่วคราวและชื่อของมูบารัค ก็คงถูกกากะบาด ตั้งแต่ตอนนั้น แล้วกษัตริย์อับดุลลาล่ะ ไม่โดนหรือพ่อ รอไปก่อนน่า อย่าเพิ่งใจร้อน ยังต้องเอาไว้ใช้งานอีกแยะ
    อันที่จริง อเมริกาและอังกฤษ เริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องประเทศ ที่มีบริเวณอยู่รายรอบสหภาพโซเวียต มานานเกือบ 40 ปีแล้ว ตั้งแต่สหภาพโซเวียตยังอยู่ดี
    ในปี ค.ศ.1978 นายชบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinski (เป็นอีกหนึ่งตัวแสบ ที่ผมสะอิดสะเอียนมาก เวลาที่ต้องเขียนถึง) ในฐานะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของท่านประธานาธิบดีถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ ได้พูดในการบรรยายว่า
    …..เราควรให้ความสนใจต่อ ” an arc of crisis” หรือ แนวโค้งที่จะสร้างวิกฤติได้ คือ บรรดาประเทศที่เรียงรายและมีบริเวณอยู่ติดกับสหภาพโซเวียต เริ่มตั้งแต่แนวชายฝั่งของมหาสมุทรอินเดีย ไล่มาจนถึงตุรกี ลงใต้มาถึงประเทศที่อยู่แถวแหลมอารเบีย และยาวไปจนถึงปลายแหลมของอาฟริกา….
    …..และจุดสำคัญ ที่จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อของแนวโค้ง คือ อิหร่าน…..
    …..แนวโค้งดังกล่าว มีความเปราะบาง ทั้งทางด้านสังคมและการเมือง แต่จะมีความหมายกับอเมริกาอย่างมากมาย……ความวุ่นวายของประเทศในแนวโค้ง นั้น ไม่ว่าจะมาจากทางการเมือง หรือสังคม สามารถสร้างความปวดหัวให้กับเรา หรือกับฝ่ายตรงกันข้ามของเราได้อย่างมหาศาล…..
    แล้วยุทธศาสตร์ของอเมริกาและอังกฤษ เกี่ยวกับสหภาพโซเวียต ก็มีการเปลี่ยนแปลง เกิดมีแนวความคิดที่จะเอากองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้ในการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ด้วยการสร้างความวุ่นวายในประเทศตามแนวโค้ง
    ทฤษฏีของเบรซินสกี้ ถูกนำไปขยายเป็นแผนยุทธศาสตร์ในปี ค.ศ.1979 โดย นายเบอร์นาร์ด ลิวอิส Bernard Lewis ชาวอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานข่าวกรอง และเป็นนักประวัติศาสตร์ ผู้ชำนาญโดยเฉพาะในบริเวณตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง ตามแผนยุทธศาสตร์นี้ อเมริกาจะสร้างกองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการ “ปิดล้อม”สหภาพโซเวียต และ”ควบคุม” ตะวันออกกลางต่อไปด้วย
    ในปี ค.ศ.1992 ลิวอิส เขียนบทความชื่อ “Rethinking the Middle East” (คิดอีกที เรื่องตะวันออกกลาง) ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังความคิด Council on Foreign Relations หรือ CFR ที่เป็นเสมือนผู้กำกับรัฐบาลอเมริกัน
    ลิวอิส เสนอความเห็นว่า เรา (แองโกลอเมริกัน) ควรมีนโยบายเกี่ยวกับตะวันออกกลางใหม่ เพื่อเป็นการรองรับการสิ้นสุดของสงครามเย็น และเป็นการจัดระเบียบโลกใหม่ สรุปง่ายๆ แบบภาษาแถวบ้านผม แปลว่า ต้องมีแผนดองรัสเซียไว้ในขวดโหลนั่นแหละครับ
    ย้อนไปในปี ค.ศ.1982 ผู้สื่อข่าวชาวอิสราเอล ชื่อ โอเด็ด ยีนอน Oded Yinon ก็เขียนบทความชิ้นสำคัญออกมา เป็นบทความที่อเมริกาและอังกฤษให้ความสนใจมาก สรุปว่า การล่มสลายของซีเรีย อิรัค และเลบานอน คือเป้าหมายสำคัญของอิสราเอล อิรัคจะแข็งแรงกว่าซีเรีย ถ้าปล่อยให้อยู่นานไป และนั่นเป็นการคุกคามต่อการเป็นอยู่ของอิสราเอล
    ในปี ค.ศ.1996 อเมริกาแจกงาน ให้อิสราเอล ทำหน้าที่ประสานงานใกล้ชิดกับตุรกี และจอร์แดน เผื่อเตรียมแผนปฏิบัติการร่วม ในการเด็ดซัดดัม ให้หลุดออกไปจากขั้วอำนาจในอิรัค
    ปี ค.ศ.2000 อเมริกาออกนโยบายที่เรียกว่า Project for the New American Century (PNAC) ศตวรรษใหม่ของอเมริกา จุดประสงค์เพื่อจัดทัพด้านความมั่นคงของอเมริกาเสียใหม่ โดยเฉพาะเพื่อให้ตะวันออกกลางอยู่ในการครอบครอง หรือควบคุมของอเมริกาอย่างเบ็ดเสร็จ โดยเน้นที่การกำจัด อิรัค และอิหร่าน
    และในที่สุด ในปี ค.ศ.2003 อเมริกาก็บุกอิรัคจริง และกำจัดซัดดัมจริง ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
    หลังจากนั้น แผนหรือโครงการ ตะวันออกกลางใหม่ New Middle East ของ “อเมริกา” ก็เปิดตัว ต่อสาธารณะ ในปี ค.ศ.2006….เฮ้อ…
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    1 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 7 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 7 ทฤษฏีเอาปั้มไม่เอาคนนั้น อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล (ไอ้สามแสบ) ได้สมคบกันคิดมานานแล้ว และมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เมื่อประมาณปี ค.ศ.2006 โดยคุณนายคอนโดลีสซ่า ไรซ์ Condoleezza Rice เมื่อตอนเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา สมัยคาวบอยบุชเป็นประธานาธิบดี คุณนายคอนโด เป็นหญิงผิวดำ ที่ออกท่าว่ามีการศึกษาสูง เป็นอาจารย์สอนทางรัฐศาสตร์การเมือง ในมหาวิทยาลัยอันดับนำของอเมริกา คุณนายคอนโดให้สัมภาษณ์กับสื่อ ที่เมืองเทลาวิฟ อิสราเอล เมื่อเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.2006 ในวันทำพิธีเปิดสถานีส่งน้ำมันเส้นทาง Baku-Tbilisi-Ceyhan (BTC)ทางตะวันออกของเมดิเตอร์เรเนียน ว่า…..เรากำลังก้าวไปสู่ ตะวันออกกลางใหม่ “New Middle East” ……และคงไม่ใช่การบังเอิญ วันที่คุณนายให้สัมภาษณ์นั้น อิสราเอลกำลังโจมตีเลบานอน คุณนายคอนโดขยายต่อ …. ที่เรากำลังเห็นอยู่ (การโจมตีเลบานอนของอิสราเอล) …..มันอาจจะเป็นการเริ่มต้น ของตะวันออกกลางใหม่ ก็ได้นะ…และไม่ว่าเรา (อเมริกา) จะดำเนินการอย่างไรต่อไป มันหมายความว่า เราจะผลักดันไปสู่ตะวันออกกลางใหม่ ไม่ใช่ ตะวันออกกลางเดิม….อืม…. แผนสร้างตะวันออกกลางใหม่ New Middle East เป็นแผนที่ปรับปรุงมาจากแผน Greater Middle East Project ที่เป็นการคิดร่วมกันของฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายกองทัพ และกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ.1996 สมัยท่านประธานาธิบดี คนที่นิยมเด็กฝึกงาน การให้สัมภาษณ์ของคุณนายคอนโด เป็นการยืนยันข่าวลือว่า อเมริกา อังกฤษ อิสราเอล ได้ร่วมกันวางแผนมาหลายปีแล้ว ที่จะสร้างการจราจลวุ่นวายให้เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง โดยให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น และขยายตัวตามแนวโค้งของบรรดาประเทศ ที่รายรอบสหภาพโซเวียต… ค.ศ.1996 Richard Perle และ Douglas Feith 2 ที่ปรึกษาใหญ่ของเพนตากอน ตั้งแต่สมัยบุชตัวพ่อ ได้เสนอแผนยุทธศาสตร์สำหรับอิสราเอลยุคใหม่ ภายใต้การนำของนายเนทันยาฮู ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลหมาดๆ ชื่อแผน A Clean Break: A New Strategy for Securing of the Realm ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ที่มีการระบุไว้ในแผนของวอชิงตัน ที่เสนอให้มีการกำจัด ซัดดัม ฮุสเซน ของอิรัค การใช้กำลังทหารกับปาเลสไตน์ และการโจมตีซีเรีย และเลบานอน นายเนทันยาฮู เพิ่งขึ้นมานั่งแท่นนายกใหม่ๆ ยังจับอุณหภูมิไม่ถูก บอกว่าแผนนี้เสี่ยงฉิบหาย ยังไม่ทันไร จะให้กูเล่นเกมหนัก แผน Perle- Feith จึงถูกเก็บเข้าลิ้นชัก ค.ศ.2001 คาวบอยบุช ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก มาพร้อมกับคำสั่งพ่อให้เปิดลิ้นชัก เอาแผน Perle-Feith ออกมาปัดฝุ่น บอกว่า นี่คือยุทธศาสตร์สำคัญระดับสูงสุดของเรานะลูกรัก แล้วทีมของลูกรัก ก็ทำการปรับปรุงแต่งหน้าแผน และตั้งชื่อแผนเสียใหม่ว่า Greater Middle East Project ส่วน Douglas Feith ก็ได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นรางวัล Greater Middle East มีฉากหน้า เป็นแผนปฏิรูปตะวันออกกลาง โดยให้ทุกประเทศใส่เสื้อคลุมประชาธิปไตย (ต้มแบบเดิมๆ แต่ก็ยังมีคนเชื่อเหมือนเดิม..เบื่อเขียนจังครับ) แต่ของจริงคือ แผนการควบคุมด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของตะวันออกกลาง รวมทั้งกินไปถึงแนวประเทศต่างๆตั้งแต่โมรอคโค ไปจนถึงเขตแดนของรัสเซียและจีน ตามแผนนี้ อเมริกา ด้วยความกระหายน้ำมันและเลือดของกลุ่มเหยี่ยว ที่นำโดยคาวบอยบุช เตรียมแผนที่จะควบคุมแหล่งน้ำมัน รวมไปจนถึง การผลิต การขายน้ำมัน ฯลฯ พร้อมทั้งควบคุมสถาบันการเงินในภูมิภาคทั้งหมดด้วย มันคือแผนกินรวบ หรือยึดตะวันออกกลางทั้งหมดเป็นอาณานิคมนั่นเอง…. อเมริกาเตรียมจะเสนอแผนการนี้ในที่ประชุม G8 ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2004 โดยเรียกเป็นแผนระดับการทำงาน working paper G8-Greater Middle East Partnership เพื่อจัดแถวเรียงคิว แต่ G8 คือ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น รัสเซีย อังกฤษ และอเมริกา เอะ ไม่มีประเทศในตะวันออกกลางอยู่ในรายชื่อเลยนี่หว่า เวร กำลังจะถูกเคี้ยว แต่ยังไม่รู้ตัว แถมกำลังเดินจูงกันไปเข้าปากเขา… บังเอิญมีมือดี ส่งร่างแผนกินรวบนี้ไปให้สื่อ Al-Hayat ซึ่งตีพิมพ์เป็นภาษา อารบิกมีเครือข่ายกว้างขวาง ส่งออกไปทั่วภูมิภาค แถมมีบทความในนิตยสาร Le Monde Diplomatique เดือนเมษายน ค.ศ.2004 ลงเพิ่มให้อีกว่า นอกจากประเทศในตะวันออกกลาง ที่จะโดนเคี้ยวแล้ว อาฟกานิสถาน อิหร่าน ปากีสถาน ตุรกี ก็อาจโดนไปด้วย เพราะดันไปเรียงแถวกันอยู่ ตามแนวที่ไม่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกาอย่างรุนแรง…..หมายถึงใครนะ ที่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกา… หลังจากแผนกินรวบรั่ว ผู้ที่ออกมาคัดค้านแผนนี้อย่างรุนแรง คือ ประธานาธิบดีมูบารัคของอียิปต์ ตามมาด้วยกษัตริย์อับดุลลา ของซาอุดิอารเบีย คาวบอยบุชจึงสั่งเก็บแผนกินรวบ…. ไว้ชั่วคราวและชื่อของมูบารัค ก็คงถูกกากะบาด ตั้งแต่ตอนนั้น แล้วกษัตริย์อับดุลลาล่ะ ไม่โดนหรือพ่อ รอไปก่อนน่า อย่าเพิ่งใจร้อน ยังต้องเอาไว้ใช้งานอีกแยะ อันที่จริง อเมริกาและอังกฤษ เริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องประเทศ ที่มีบริเวณอยู่รายรอบสหภาพโซเวียต มานานเกือบ 40 ปีแล้ว ตั้งแต่สหภาพโซเวียตยังอยู่ดี ในปี ค.ศ.1978 นายชบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinski (เป็นอีกหนึ่งตัวแสบ ที่ผมสะอิดสะเอียนมาก เวลาที่ต้องเขียนถึง) ในฐานะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของท่านประธานาธิบดีถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ ได้พูดในการบรรยายว่า …..เราควรให้ความสนใจต่อ ” an arc of crisis” หรือ แนวโค้งที่จะสร้างวิกฤติได้ คือ บรรดาประเทศที่เรียงรายและมีบริเวณอยู่ติดกับสหภาพโซเวียต เริ่มตั้งแต่แนวชายฝั่งของมหาสมุทรอินเดีย ไล่มาจนถึงตุรกี ลงใต้มาถึงประเทศที่อยู่แถวแหลมอารเบีย และยาวไปจนถึงปลายแหลมของอาฟริกา…. …..และจุดสำคัญ ที่จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อของแนวโค้ง คือ อิหร่าน….. …..แนวโค้งดังกล่าว มีความเปราะบาง ทั้งทางด้านสังคมและการเมือง แต่จะมีความหมายกับอเมริกาอย่างมากมาย……ความวุ่นวายของประเทศในแนวโค้ง นั้น ไม่ว่าจะมาจากทางการเมือง หรือสังคม สามารถสร้างความปวดหัวให้กับเรา หรือกับฝ่ายตรงกันข้ามของเราได้อย่างมหาศาล….. แล้วยุทธศาสตร์ของอเมริกาและอังกฤษ เกี่ยวกับสหภาพโซเวียต ก็มีการเปลี่ยนแปลง เกิดมีแนวความคิดที่จะเอากองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้ในการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ด้วยการสร้างความวุ่นวายในประเทศตามแนวโค้ง ทฤษฏีของเบรซินสกี้ ถูกนำไปขยายเป็นแผนยุทธศาสตร์ในปี ค.ศ.1979 โดย นายเบอร์นาร์ด ลิวอิส Bernard Lewis ชาวอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานข่าวกรอง และเป็นนักประวัติศาสตร์ ผู้ชำนาญโดยเฉพาะในบริเวณตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง ตามแผนยุทธศาสตร์นี้ อเมริกาจะสร้างกองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการ “ปิดล้อม”สหภาพโซเวียต และ”ควบคุม” ตะวันออกกลางต่อไปด้วย ในปี ค.ศ.1992 ลิวอิส เขียนบทความชื่อ “Rethinking the Middle East” (คิดอีกที เรื่องตะวันออกกลาง) ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังความคิด Council on Foreign Relations หรือ CFR ที่เป็นเสมือนผู้กำกับรัฐบาลอเมริกัน ลิวอิส เสนอความเห็นว่า เรา (แองโกลอเมริกัน) ควรมีนโยบายเกี่ยวกับตะวันออกกลางใหม่ เพื่อเป็นการรองรับการสิ้นสุดของสงครามเย็น และเป็นการจัดระเบียบโลกใหม่ สรุปง่ายๆ แบบภาษาแถวบ้านผม แปลว่า ต้องมีแผนดองรัสเซียไว้ในขวดโหลนั่นแหละครับ ย้อนไปในปี ค.ศ.1982 ผู้สื่อข่าวชาวอิสราเอล ชื่อ โอเด็ด ยีนอน Oded Yinon ก็เขียนบทความชิ้นสำคัญออกมา เป็นบทความที่อเมริกาและอังกฤษให้ความสนใจมาก สรุปว่า การล่มสลายของซีเรีย อิรัค และเลบานอน คือเป้าหมายสำคัญของอิสราเอล อิรัคจะแข็งแรงกว่าซีเรีย ถ้าปล่อยให้อยู่นานไป และนั่นเป็นการคุกคามต่อการเป็นอยู่ของอิสราเอล ในปี ค.ศ.1996 อเมริกาแจกงาน ให้อิสราเอล ทำหน้าที่ประสานงานใกล้ชิดกับตุรกี และจอร์แดน เผื่อเตรียมแผนปฏิบัติการร่วม ในการเด็ดซัดดัม ให้หลุดออกไปจากขั้วอำนาจในอิรัค ปี ค.ศ.2000 อเมริกาออกนโยบายที่เรียกว่า Project for the New American Century (PNAC) ศตวรรษใหม่ของอเมริกา จุดประสงค์เพื่อจัดทัพด้านความมั่นคงของอเมริกาเสียใหม่ โดยเฉพาะเพื่อให้ตะวันออกกลางอยู่ในการครอบครอง หรือควบคุมของอเมริกาอย่างเบ็ดเสร็จ โดยเน้นที่การกำจัด อิรัค และอิหร่าน และในที่สุด ในปี ค.ศ.2003 อเมริกาก็บุกอิรัคจริง และกำจัดซัดดัมจริง ทุกอย่างเป็นไปตามแผน หลังจากนั้น แผนหรือโครงการ ตะวันออกกลางใหม่ New Middle East ของ “อเมริกา” ก็เปิดตัว ต่อสาธารณะ ในปี ค.ศ.2006….เฮ้อ… สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 1 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 227 มุมมอง 0 รีวิว
  • บูรพาไม่แพ้ Ep.154 : โลกปี 2026 ปีแห่งการขับเคี่ยว-แข่งขัน
    .
    พอดแคส บูรพาไม่แพ้ ในตอนแรกของปีใหม่นี้ เราจะไล่เรียงสถานการณ์สำคัญต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในโลก ในปี 2569 นี้ และประเมินกันว่า โลกในปีนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง, เศรษฐกิจ และสังคม มีแนวโน้มจะเป็นยังไงกันบ้าง
    .
    คลิกฟัง >> https://www.youtube.com/watch?v=WZRWQrqCGeo
    .
    บูรพาไม่แพ้ #ปีใหม่2026
    บูรพาไม่แพ้ Ep.154 : โลกปี 2026 ปีแห่งการขับเคี่ยว-แข่งขัน . พอดแคส บูรพาไม่แพ้ ในตอนแรกของปีใหม่นี้ เราจะไล่เรียงสถานการณ์สำคัญต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในโลก ในปี 2569 นี้ และประเมินกันว่า โลกในปีนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง, เศรษฐกิจ และสังคม มีแนวโน้มจะเป็นยังไงกันบ้าง . คลิกฟัง >> https://www.youtube.com/watch?v=WZRWQrqCGeo . บูรพาไม่แพ้ #ปีใหม่2026
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 104 มุมมอง 0 รีวิว
  • กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขึ้นทะเบียน “มะยงชิดแม่ย่าสุโขทัย” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI รายการใหม่ นับเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 4 ของจังหวัดสุโขทัย ช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างชื่อเสียงให้ผลไม้พื้นถิ่นคุณภาพสูง
    .
    นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า มะยงชิดแม่ย่าสุโขทัยมีจุดเด่นคือผลขนาดใหญ่ สีเหลืองอมชมพูแดง เปลือกกรอบ เนื้อแน่น ไม่มีเสี้ยน ไม่มียาง และมีเม็ดเล็ก ซึ่งเป็นผลจากสภาพภูมิประเทศ ดิน น้ำ และภูมิปัญญาการดูแลสวนของเกษตรกรในพื้นที่ ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง
    .
    การขึ้นทะเบียน GI จะช่วยคุ้มครองชื่อเสียงสินค้า ป้องกันการแอบอ้าง เพิ่มความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ พร้อมต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการทำตลาด เพื่อเสริมเศรษฐกิจชุมชนของจังหวัดสุโขทัยอย่างยั่งยืน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000028
    .
    #News1live #News1 #สินค้าGI #มะยงชิดแม่ย่าสุโขทัย #สุโขทัย
    กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขึ้นทะเบียน “มะยงชิดแม่ย่าสุโขทัย” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI รายการใหม่ นับเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 4 ของจังหวัดสุโขทัย ช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างชื่อเสียงให้ผลไม้พื้นถิ่นคุณภาพสูง . นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า มะยงชิดแม่ย่าสุโขทัยมีจุดเด่นคือผลขนาดใหญ่ สีเหลืองอมชมพูแดง เปลือกกรอบ เนื้อแน่น ไม่มีเสี้ยน ไม่มียาง และมีเม็ดเล็ก ซึ่งเป็นผลจากสภาพภูมิประเทศ ดิน น้ำ และภูมิปัญญาการดูแลสวนของเกษตรกรในพื้นที่ ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง . การขึ้นทะเบียน GI จะช่วยคุ้มครองชื่อเสียงสินค้า ป้องกันการแอบอ้าง เพิ่มความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ พร้อมต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการทำตลาด เพื่อเสริมเศรษฐกิจชุมชนของจังหวัดสุโขทัยอย่างยั่งยืน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000028 . #News1live #News1 #สินค้าGI #มะยงชิดแม่ย่าสุโขทัย #สุโขทัย
    Like
    5
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 434 มุมมอง 0 รีวิว
  • (ลงโพสต์ย้อนหลังเนื่องจากระบบขัดข้อง)

    ท่องเที่ยวหาดใหญ่ ค่อยๆ ฟื้นหลังน้ำลด

    เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา เมืองเศรษฐกิจภาคใต้ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 25 ปี เมื่อวันที่ 21 พ.ย. กินระยะเวลากว่า 1 สัปดาห์ แม้จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ความเสียหายทั้งบ้านเรือนนับแสนหลังคาเรือน กิจการและกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างล้มหายตายจาก ปิดกิจการ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลาประเมินความเสียหายคาดว่ามากกว่า 20,000 ล้านบาท

    ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ในฐานะที่หาดใหญ่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวมาเลเซีย ต่างเปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปยังที่อื่น เช่น เกาะลังกาวี แม้ชาวมาเลเซียจะมองว่าค่าครองชีพสูงเมื่อเทียบกับหาดใหญ่ ขณะเดียวกัน ยังมีนักท่องเที่ยวอีกส่วนหนึ่ง เปลี่ยนจุดหมายปลายทางในไทยไปยังภูเก็ต และกระบี่

    ปัจจุบัน โรงแรมในอำเภอหาดใหญ่ 196 แห่ง คิดเป็น 56% จากทั้งจังหวัดสงขลา 344 แห่ง จากการเปิดเผยของสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กับเว็บไซต์ข่าว The Star ของมาเลเซีย ระบุว่า โรงแรมประมาณ 95% ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างรุนแรง รวมถึงความเสียหายด้านโครงสร้าง และผลกระทบต่อห้องพักที่ต้องใช้เวลาซ่อมแซมและฟื้นฟูอย่างน้อย 1 เดือน

    ข้อมูลล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานหาดใหญ่ เปิดเผยว่า โรงแรมกลับมาเปิดให้บริการแล้ว 40% คาดว่าจะเพิ่มเป็น 70% ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะจัดงาน HATYAI NEW YEAR 2026 ที่สี่แยกโอเดียน ถนนธรรมนูญวิถี คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ไม่น้อยกว่า 50,000 คน สร้างเงินสะพัดประมาณ 500 ล้านบาท

    มีรายงานข่าวว่า ยังมีโครงการอื่นๆ ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เช่น กิจกรรม Smile in Hatyai หรือสิทธิพิเศษ Passport Privilege ซึ่งจะเป็นรูปเป็นร่างในเดือน ม.ค. 2569

    ล่าสุด ททท. ร่วมกับ หอการค้าจังหวัดสงขลา, YEC Songkhla และสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เปิดโครงการ Amazing Hatyai Happy Bus จัดรถโดยสาร 2 เส้นทางบริการฟรี เชื่อมต่อสถานที่สำคัญ เช่น สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ วงเวียนน้ำพุ มอ.หาดใหญ่ มีจุดเปลี่ยนเส้นทางที่ตลาดนัดฉื่อฉาง และตลาดกิมหยง ตั้งแต่บัดนี้ถึง 28 ก.พ. 2569

    ส่วนการรถไฟมาเลเซีย (KTM Berhad) กลับมาเดินรถขบวนรถไฟ My Sawasdee เส้นทางสถานี KL Sentral กรุงกัวลาลัมเปอร์ ถึงสถานีชุมทางหาดใหญ่ ประเทศไทย ออกเดินทางวันที่ 29 ธ.ค. เดินทางกลับวันที่ 1 ม.ค. 2569 ราคาเริ่มต้นที่ 95 ริงกิต

    อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการท่องเที่ยวหาดใหญ่อาจต้องฟื้นฟูสักระยะ อาจฟื้นตัวใกล้เคียงกับปกติช่วงเทศกาลตรุษจีน กลางเดือน ก.พ.2569 และเทศกาลสงกรานต์ กลางเดือน เม.ย.2569

    #Newskit
    (ลงโพสต์ย้อนหลังเนื่องจากระบบขัดข้อง) ท่องเที่ยวหาดใหญ่ ค่อยๆ ฟื้นหลังน้ำลด เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา เมืองเศรษฐกิจภาคใต้ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 25 ปี เมื่อวันที่ 21 พ.ย. กินระยะเวลากว่า 1 สัปดาห์ แม้จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ความเสียหายทั้งบ้านเรือนนับแสนหลังคาเรือน กิจการและกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างล้มหายตายจาก ปิดกิจการ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลาประเมินความเสียหายคาดว่ามากกว่า 20,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ในฐานะที่หาดใหญ่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวมาเลเซีย ต่างเปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปยังที่อื่น เช่น เกาะลังกาวี แม้ชาวมาเลเซียจะมองว่าค่าครองชีพสูงเมื่อเทียบกับหาดใหญ่ ขณะเดียวกัน ยังมีนักท่องเที่ยวอีกส่วนหนึ่ง เปลี่ยนจุดหมายปลายทางในไทยไปยังภูเก็ต และกระบี่ ปัจจุบัน โรงแรมในอำเภอหาดใหญ่ 196 แห่ง คิดเป็น 56% จากทั้งจังหวัดสงขลา 344 แห่ง จากการเปิดเผยของสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กับเว็บไซต์ข่าว The Star ของมาเลเซีย ระบุว่า โรงแรมประมาณ 95% ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างรุนแรง รวมถึงความเสียหายด้านโครงสร้าง และผลกระทบต่อห้องพักที่ต้องใช้เวลาซ่อมแซมและฟื้นฟูอย่างน้อย 1 เดือน ข้อมูลล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานหาดใหญ่ เปิดเผยว่า โรงแรมกลับมาเปิดให้บริการแล้ว 40% คาดว่าจะเพิ่มเป็น 70% ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะจัดงาน HATYAI NEW YEAR 2026 ที่สี่แยกโอเดียน ถนนธรรมนูญวิถี คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ไม่น้อยกว่า 50,000 คน สร้างเงินสะพัดประมาณ 500 ล้านบาท มีรายงานข่าวว่า ยังมีโครงการอื่นๆ ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เช่น กิจกรรม Smile in Hatyai หรือสิทธิพิเศษ Passport Privilege ซึ่งจะเป็นรูปเป็นร่างในเดือน ม.ค. 2569 ล่าสุด ททท. ร่วมกับ หอการค้าจังหวัดสงขลา, YEC Songkhla และสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เปิดโครงการ Amazing Hatyai Happy Bus จัดรถโดยสาร 2 เส้นทางบริการฟรี เชื่อมต่อสถานที่สำคัญ เช่น สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ วงเวียนน้ำพุ มอ.หาดใหญ่ มีจุดเปลี่ยนเส้นทางที่ตลาดนัดฉื่อฉาง และตลาดกิมหยง ตั้งแต่บัดนี้ถึง 28 ก.พ. 2569 ส่วนการรถไฟมาเลเซีย (KTM Berhad) กลับมาเดินรถขบวนรถไฟ My Sawasdee เส้นทางสถานี KL Sentral กรุงกัวลาลัมเปอร์ ถึงสถานีชุมทางหาดใหญ่ ประเทศไทย ออกเดินทางวันที่ 29 ธ.ค. เดินทางกลับวันที่ 1 ม.ค. 2569 ราคาเริ่มต้นที่ 95 ริงกิต อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการท่องเที่ยวหาดใหญ่อาจต้องฟื้นฟูสักระยะ อาจฟื้นตัวใกล้เคียงกับปกติช่วงเทศกาลตรุษจีน กลางเดือน ก.พ.2569 และเทศกาลสงกรานต์ กลางเดือน เม.ย.2569 #Newskit
    Like
    1
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 385 มุมมอง 0 รีวิว
  • (ลงโพสต์ย้อนหลังเนื่องจากระบบขัดข้อง)

    2025 THAILAND VIRAL CALENDAR

    วันคืนล่วงไป มีอะไรเข้ามาบ้าง Newskit ขอนำเสนอปฎิทินไวรัลในรอบปี 2568 สะท้อนเหตุการณ์ที่เป็นกระแสในช่วงที่ผ่านมา

    มกราคม - นักร้องดัง แสตมป์ อภิวัชร์ กล่าวว่าหายไป 2 ปีเพราะภรรยาโดนคุกคาม แต่ถูกแฉกลับว่านอกใจภรรยาถึงขั้นมีคดีความ สุดท้ายเจ้าตัวยอมรับ

    กุมภาพันธ์ - สแกมเมอร์จากกลุ่มจีนเทาไม่มีใครแก้ไขได้ หลิว จงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีจากจีน ต้องลงไปปราบเองให้ราบคาบ ตัดไฟ ตัดเน็ต รับชาวจีนกลับไปดำเนินคดีที่บ้านเกิด

    มีนาคม - แผ่นดินไหวขนาด 8.2 จากประเทศเมียนมา สั่นสะเทือนถึงกรุงเทพฯ อาคาร สตง.แห่งใหม่ ย่านสวนจตุจักร สูง 30 ชั้นพังถล่มลงมา คนงานเสียชีวิต 89 ราย สูญหายอีก 7 ราย

    เมษายน - นักร้องดัง โตโน่ ภาคิน ถูกแฉว่านอกใจแฟนสาว ณิชา ไปคบอดีตผู้ช่วยผู้จัดการส่วนตัว เจ้าตัวขอโทษที่ทำผิด ด้านณิชาบอกมูฟออนแล้ว ไม่มีรีเทิร์น

    พฤษภาคม - จับกุมเจ้าคุณแย้ม เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จ.นครปฐม ยักยอกเงินวัดโอนให้สีกาคนสนิท เล่นพนันออนไลน์กว่า 300 ล้านบาท สองเดือนต่อมาจับกุมสีกากอล์ฟยั่วพระผู้ใหญ่ยักยอกเงินวัด ทำพุทธศาสนิกชนเสื่อมศรัทธา

    มิถุนายน - คลิปเสียงอังเคิล ปล่อยโดย ฮุน เซน แห่งกัมพูชา คุยกับ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อรองผลประโยชน์ชาติ อยากได้อะไรบอกหลานจัดให้ ทำคนไทยทั้งประเทศไม่พอใจกล่าวหาขายชาติ

    กรกฎาคม - กัมพูชาเปิดฉากใช้จรวด BM-21 ยิงใส่โรงพยาบาล บ้านเรือน ปั๊มน้ำมันฝั่งประเทศไทย เสียชีวิตกว่า 12 ราย เป็นจุดเริ่มต้นบาดแผลในใจคนไทย

    สิงหาคม - จับกุมหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ทุจริตเงินบริจาควัดช่วยเหลือผู้ป่วยเอชไอวี เป็นทรัพย์สิน ที่ดิน รถยนต์ ปล่อยกู้ให้ชาวบ้าน เสียหายกว่า 1 หมื่นล้านบาท

    กันยายน - หลุมยุบขนาดใหญ่หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ระหว่างก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วง เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ทำรถยนต์กลืนหายไป อาคาร สน.สามเสนทรุดตัวต้องทุบทิ้ง สาเหตุน้ำกัดเซาะใต้ดินเป็นโพรงและอุโมงค์ชำรุด

    ตุลาคม - ร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคตที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สิริพระชนมพรรษา 93 พรรษา

    พฤศจิกายน - น้ำท่วมหาดใหญ่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ โดยมวลน้ำจากเขาคอหงส์และ อ.นาหม่อม บ้านเรือนจมน้ำเสียหายกว่า 1 แสนหลังคาเรือน เศรษฐกิจเสียหายกว่า 2 หมื่นล้านบาท

    ธันวาคม - จับกุมนักแสดงสาว นานา ไรบีนา ข้อหาฉ้อโกงและความผิดตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงินฯ หลังผู้เสียหาย 17 รายแจ้งความถูกชักชวนลงทุนปล่อยกู้ เทรดหุ้น และร้านอาหารในต่างประเทศ ทั้งที่ไม่มีอยู่จริง เสียหายรวม 195 ล้านบาท

    #Newskit
    (ลงโพสต์ย้อนหลังเนื่องจากระบบขัดข้อง) 2025 THAILAND VIRAL CALENDAR วันคืนล่วงไป มีอะไรเข้ามาบ้าง Newskit ขอนำเสนอปฎิทินไวรัลในรอบปี 2568 สะท้อนเหตุการณ์ที่เป็นกระแสในช่วงที่ผ่านมา มกราคม - นักร้องดัง แสตมป์ อภิวัชร์ กล่าวว่าหายไป 2 ปีเพราะภรรยาโดนคุกคาม แต่ถูกแฉกลับว่านอกใจภรรยาถึงขั้นมีคดีความ สุดท้ายเจ้าตัวยอมรับ กุมภาพันธ์ - สแกมเมอร์จากกลุ่มจีนเทาไม่มีใครแก้ไขได้ หลิว จงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีจากจีน ต้องลงไปปราบเองให้ราบคาบ ตัดไฟ ตัดเน็ต รับชาวจีนกลับไปดำเนินคดีที่บ้านเกิด มีนาคม - แผ่นดินไหวขนาด 8.2 จากประเทศเมียนมา สั่นสะเทือนถึงกรุงเทพฯ อาคาร สตง.แห่งใหม่ ย่านสวนจตุจักร สูง 30 ชั้นพังถล่มลงมา คนงานเสียชีวิต 89 ราย สูญหายอีก 7 ราย เมษายน - นักร้องดัง โตโน่ ภาคิน ถูกแฉว่านอกใจแฟนสาว ณิชา ไปคบอดีตผู้ช่วยผู้จัดการส่วนตัว เจ้าตัวขอโทษที่ทำผิด ด้านณิชาบอกมูฟออนแล้ว ไม่มีรีเทิร์น พฤษภาคม - จับกุมเจ้าคุณแย้ม เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จ.นครปฐม ยักยอกเงินวัดโอนให้สีกาคนสนิท เล่นพนันออนไลน์กว่า 300 ล้านบาท สองเดือนต่อมาจับกุมสีกากอล์ฟยั่วพระผู้ใหญ่ยักยอกเงินวัด ทำพุทธศาสนิกชนเสื่อมศรัทธา มิถุนายน - คลิปเสียงอังเคิล ปล่อยโดย ฮุน เซน แห่งกัมพูชา คุยกับ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อรองผลประโยชน์ชาติ อยากได้อะไรบอกหลานจัดให้ ทำคนไทยทั้งประเทศไม่พอใจกล่าวหาขายชาติ กรกฎาคม - กัมพูชาเปิดฉากใช้จรวด BM-21 ยิงใส่โรงพยาบาล บ้านเรือน ปั๊มน้ำมันฝั่งประเทศไทย เสียชีวิตกว่า 12 ราย เป็นจุดเริ่มต้นบาดแผลในใจคนไทย สิงหาคม - จับกุมหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ทุจริตเงินบริจาควัดช่วยเหลือผู้ป่วยเอชไอวี เป็นทรัพย์สิน ที่ดิน รถยนต์ ปล่อยกู้ให้ชาวบ้าน เสียหายกว่า 1 หมื่นล้านบาท กันยายน - หลุมยุบขนาดใหญ่หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ระหว่างก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วง เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ทำรถยนต์กลืนหายไป อาคาร สน.สามเสนทรุดตัวต้องทุบทิ้ง สาเหตุน้ำกัดเซาะใต้ดินเป็นโพรงและอุโมงค์ชำรุด ตุลาคม - ร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคตที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สิริพระชนมพรรษา 93 พรรษา พฤศจิกายน - น้ำท่วมหาดใหญ่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ โดยมวลน้ำจากเขาคอหงส์และ อ.นาหม่อม บ้านเรือนจมน้ำเสียหายกว่า 1 แสนหลังคาเรือน เศรษฐกิจเสียหายกว่า 2 หมื่นล้านบาท ธันวาคม - จับกุมนักแสดงสาว นานา ไรบีนา ข้อหาฉ้อโกงและความผิดตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงินฯ หลังผู้เสียหาย 17 รายแจ้งความถูกชักชวนลงทุนปล่อยกู้ เทรดหุ้น และร้านอาหารในต่างประเทศ ทั้งที่ไม่มีอยู่จริง เสียหายรวม 195 ล้านบาท #Newskit
    Like
    1
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 571 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลมหวน ตอนที่ 2

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน”
    ตอน 2
    เขาว่าคนเราคบเพื่อนดี ย่อมเป็นศรีแก่ตัว
    ตั้งแต่ลมเริ่มหวน ชวนเพื่อนเก่ามานั่งนึกถึงความหลัง อีอิปต์ก็เหมือนชะตาจะเริ่มเปลี่ยน
    เมื่อประมาณ วันที่ 30 สิงหาคม นี้เอง (ค.ศ.2015) บริษัท ENI ยักษ์ใหญ่ทางด้านน้ำมันของอิตาลี ออกข่าวว่า ENI ได้เจอแหล่งแก๊สใหญ่มหึมา Zohr ที่อ่าวลึกของอียิปต์ ในเมดิเตอร์เรเนียน แหล่งแก๊ส Zohr นี้ อาจจะเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในโลกที่เจอก็ได้ อาจจะทำเอาแหล่งแก๊ส Leviathan ของอิสราเอล ที่ตีปี๊บตอนประกาศไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ว่าใหญ่ที่สุด กลายเป็นของเล่นเด็กไปเลย
    แหล่ง Zohr อยู่ห่างจากริมฝั่งอียิปต์ ประมาณ 100 ไมล์ และอยู่ลึกประมาณ 1,450 เมตร ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 100 ตาราง กม ประเมินว่า จะมีแก๊สประมาณ 850 พันล้านคิวบิกเมตร หรือเท่ากับน้ำมัน 5.5 พันล้านบาเรล
    ENI บอกว่า นอกจากเจอแก๊สแล้ว อาจจะเจอแหล่งน้ำมันในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย ในปริมาณที่อาจสูงถึง 1.1 ล้านล้านคิวบิกเมตร
    ENI ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของอิตาลี และเป็นผู้ผลิตน้ำมัน และแก๊สรายใหญ่ของอียิปต์ ตั้งแต่ ค.ศ.1954 โดยทำผ่าน IEOC บริษัทลูกได้ทำสัญญากับรัฐบาลอียิปต์ เมื่อเดือนมิถุนายนนี้ โดยตกลงจ่ายเงินให้อิยิปต์ เป็นจำนวน 2 พันล้านเหรียญ สำหรับการสำรวจแหล่งพลังงานในแถบไซนาย อ่าวสุเอซ และแถบเมดิเตอร์เรเนียน และตรงบริเวณสามเหลี่ยมไนล์
    การพบแหล่งแก๊ส Zohr ถือเป็นข่าวดีของทั้ง อิตาลีและอียิปต์ เพราะจะทำให้เศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ ที่กำลังอ่วม ลืมตาอ้าปากกับเขาได้เสียที และสำหรับอียิปต์ จะเปลี่ยนสถานะจากผู้นำเข้าแก๊ส เป็นผู้ส่งออกแก๊สเสียด้วยซ้ำ
    แต่ข่าวการพบแหล่งแก๊ส Zohr ของอียิปต์ ก็สร้างความแรงกระเพื่อมเอาเรื่อง
    รายแรกที่ออกมาส่งเสียง คงเดากันออก เป็นอิสราเอล ที่เพิ่งนอนฝันหวาน หลังเจอแหล่งแก๊ส Leviathan กับ Tamar รัฐมนตรีพลังงานของอิสราเอล บอกว่า การเจอแหล่ง Zohr ของอียิปต์อาจทำให้แผนส่งออกแก๊สของอิสราเอล กลายเป็นฝันร้าย หรือฝันสลายเลยก็ได้ จะทนไหวหรือครับ ลงทุนกันไปเยอะแยะ ค่าวิ่งล้อบบี้ ค่าหัวคิวก็จ่ายไปแล้ว
    หุ้นส่วนของอิสราเอล ในการสำรวจและผลิตแก๊ส คือ Noble Energy และ Delek Group รายแรกเป็นบริษัทฝั่งอเมริกา รายหลังฝั่งอิสราเอล
    Noble Energy ฝั่งอเมริกา มีชื่อผู้ถือหุ้นน่าสนใจ ชื่อ จอห์น แครี่ รัฐมนตรีต่างประเทศ ของใครไม่รู้ ซึ่งอ้างว่าถือมานานแล้ว ข่าวบอกว่า มูลค่าหุ้นในปี ค.ศ.2013 อยู่ที่ประมาณล้านกว่าเหรียญเอง จิ๊บจ๊อยมาก ก็นั่นมันคงเป็นราคาก่อนประกาศว่าอิสราเอลเจอแก็ส เมื่อถูกสื่อคุ้ยเจอว่าถือหุ้น คุณรัฐมนตรี ก็ตอบแบบโรเนียวว่า ผมมีสมบัติแยะ จำไม่ได้ว่า มีอะไรที่ไหนบ้าง
    นอกจาก Noble Energy จะมีชื่อรัฐมนตรีต่างประเทศของอเมริกาถือหุ้นแล้ว ยังมีกองทุนชื่อ BDS ถือหุ้นในมูลค่า ณ ต้นปี ค.ศ.2015 ประมาณ 118 ล้านเหรียญ เขาว่า เจ้าของกองทุนตัวจริง ชื่อ จอร์จ โซรอส เบื่อหูกับชื่อนี้ไหมครับ กองทุนนี้ เป็นที่สังเกตกันว่า เอาไว้ล่อแมงเม่าในตลาดหุ้น จากสถานการณ์เกี่ยวกับบริษัท
    ตั้งแต่มีข่าวว่าเจอแก๊ส ยังไม่ทันขุดได้ Noble Energy กับ Delek Group ก็มีแต่ข่าวว่ากัดกัน เกี่ยวกับการเป็นเจ้าของ และส่วนแบ่งมาตลอดเวลา ทำให้หุ้นขึ้น หุ้นลงสนุกสนาน แต่ฝ่ายทางการอิสราเอลชักไม่สนุกด้วย แสดงว่ากำลังมีใครคิดจับมือเล่นกลกันหรือยังไง
    ปลายปี ค.ศ.2014 อิสราเอลทำสัญญาว่าจะส่งแก๊สให้จอร์แดน เป็นเวลา 15 ปี ในราคา 1 หมื่น 5 พันล้านเหรียญ จากแหล่ง Leviathan ถือเป็นข้อตกลงทางการค้าระหว่างอิสราเอลกับจอร์แดน ที่ใหญ่ที่สุด แต่แล้วในเดือนธันวาคม ทางการอิสราเอลประกาศว่า จะไม่อนุญาตให้ Noble Energy กับ Delek เป็นผู้ดำเนินการขายแก๊ส ไม่ว่าจากแหล่ง Leviathan หรือ Tamar เพราะมีทีท่าว่า 2 บริษัท กำลังสมคบกันครอบงำตลาดแก๊ส แปลว่า ไอ้ 2 บริษัทจะฮั้วกันน่ะครับ ชาวบ้านก็จุกสิ และสัญญาที่ทำกับจอร์แดน ก็อาจจะต้องยกเลิกด้วย
    อย่างนี้ คุณหน้าตก จอห์น แครี่ ก็ต้องขยับ เดี๋ยวขาดทุนฉิบหาย พณ.ท่าน บอกกับอิสราเอลว่า สัญญาที่ Noble ทำกับจอร์แดนและอียิปต์ น่าจะเป็นผลดีกับอิสราเอลนะ มันเป็นเรื่องความมั่นคงของภูมิภาค เข้าใจไหม อูย….. นานๆที จะเห็นบทเข้มของคุณหน้าตก แต่ไม่ใช่มีแต่ท่านผู้ถือหุ้นหน้าตกที่เข้ามายุ่งนะ เขาว่า ที่จุ้นมาก่อนหน้านั้นคือ คุณผัวเมียคลินตัน ที่ผมยังหาโยงใยชัดๆไม่เจอ ซ่อนเก่งจัง ก็เป็นอดีตทนายทั้งคู่ มีแต่สื่อลงว่า ผัวเมียคู่นี้ ลุ้นเรื่อง Noble จนออกนอกหน้า อ้อ เล่นบทนักล๊อบบี้มีระดับ
    คราวนี้ เนทันยาฮู เข้าใจ มันเป็นเรื่องของความความมั่นคงนี่นะ เพราะฉะนั้น กฏหมายเรื่องการฮั้วกัน ก็เอามาใช้ไม่ได้สิ อย่างนี้ Noble ก็ทำสัญญาได้เหมือนเดิม หารูออกได้เก่งจังคุณยิว
    แต่เรื่องนี้ ทำให้นาย Steinitz รัฐมนตรีพลังงานของอิสราเอลบอกว่า การล่าช้าอย่างไม่เป็นเรื่องของอิสราเอล ทำให้เราเห็นโอกาสวิ่งผ่านหน้า และเลยเราไปแล้ว
    เดิม อิสราเอลมีแผนจะขายแก๊สส่วนหนึ่งให้อียิปต์ เพื่อเป็นการร่วมทุน ให้อียิปต์ไปขายต่อทางยุโรปใต้ เพราะอิยิปต์มีท่อส่งกับอิตาลี แต่ยังติดปัญหาว่า อิสราเอลจะเอาแก๊สจากแหล่ง Leviathan หรือ Tamar ไปขายให้อียิปต์ดีนะ ซึ่งตอนนั้น ผู้ถือหุ้นของทั้ง 2 แหล่ง น่าจะกำลังเล่นละครทะเลาะกันให้แมงเม่าดูอยู่ จนในที่สุด อเมริกา เข้ามาบีบอิสราเอลว่า ให้เอาจากแหล่ง Leviathan (ที่ฝั่งอเมริกาถือหุ้นมากกว่า) ทั้งๆที่ ระยะทางจากแหล่ง Tamar มาถึงอียิปต์ใกล้กว่า และประหยัดต้นทุนให้อียิปต์มากกว่า
    มาถึงตอนนี้ อียิปต์เจอแก๊สเองแล้ว เรื่องแก๊สอิสราเอล จึงน่าจะกลายเป็นไข่ฝ่อฝันค้าง แบบนี้คงมีคนฮึดฮัดขัดใจ
    ตกลงแล้วมันเกี่ยวกับคู่รักลมหวนเขายังไงนะลุง เกี่ยวสิครับ จำไม่ได้หรือ หัวโจกใหญ่ในตะวันออกกลางมี 3 ราย อิหร่าน ซาอุดิอารเบีย และ อิสราเอล แต่ละโจกก็พยายามหาพวกลำแข็งๆ มาสนับสนุนตัวทั้งนั้น ยามนี่ใครจะอยากได้พันธุ์ไม้เลี้อย
    อียิปต์ เคยรุ่ง และก็เคยร่วง ตอนร่วงก็ไม่มีใครสนใจ แถมจะถีบให้ห่างตัวเสียด้วยซ้ำ อิสราเอลส้มหล่นเจอแก๊ส กะจะมาขายอียิปต์ที่อยู่บ้านใกล้กัน เผื่ออียิปต์จะได้หือไม่ออก เพราะเห็นใครๆ ก็กลัวคนมีน้ำมัน คนมีแก๊สกันทั้งนั้น อิสราเอลมีแต่ปากกับเงา คราวนี้ขอใช้ของจริงบ้าง หนอย… อียิปต์ดันเจอแก๊สบ้าง อย่างนี้อิสราเอลก็อ้าปากค้าง อดงับ
    แค่นี้เหมือนยังจะไม่พอให้เห็นชัด อยู่ดีๆ เขาก็ลมหวนกัน แม้ยังไม่รู้ชัดว่าทำไม แต่ธรรมดา ลมมันไม่ค่อยพัดหวนนะครับ ยิ่งหวนแรงๆ ฮู้ย ขนลุกเลยครับ
    อัสสาดของซีเรียกำลังจะหล่น รัสเซียยังยกทัพเข้ามาช่วย ไม่ใช่รัสเซียดีจริง ซีเรียก็ต้องมีของดี คราวนี้ก็เช่นกัน อยู่ดีๆ Sisi บินถี่ ไปคุยกับคุณพี่ปูติน หลังจากนั้น ข่าวของคู่รักลมหวนก็ทยอยออกมา 2-3 เดือนมานี้ ไอ้ลูกกะตาที่จับจ้องอยู่แถวซีเรีย ก็ต้องคงตาแหกกว้าง กวาดไปถึงอียิปต์ด้วย
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    15 พ.ย. 2558
    ลมหวน ตอนที่ 2 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน” ตอน 2 เขาว่าคนเราคบเพื่อนดี ย่อมเป็นศรีแก่ตัว ตั้งแต่ลมเริ่มหวน ชวนเพื่อนเก่ามานั่งนึกถึงความหลัง อีอิปต์ก็เหมือนชะตาจะเริ่มเปลี่ยน เมื่อประมาณ วันที่ 30 สิงหาคม นี้เอง (ค.ศ.2015) บริษัท ENI ยักษ์ใหญ่ทางด้านน้ำมันของอิตาลี ออกข่าวว่า ENI ได้เจอแหล่งแก๊สใหญ่มหึมา Zohr ที่อ่าวลึกของอียิปต์ ในเมดิเตอร์เรเนียน แหล่งแก๊ส Zohr นี้ อาจจะเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในโลกที่เจอก็ได้ อาจจะทำเอาแหล่งแก๊ส Leviathan ของอิสราเอล ที่ตีปี๊บตอนประกาศไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ว่าใหญ่ที่สุด กลายเป็นของเล่นเด็กไปเลย แหล่ง Zohr อยู่ห่างจากริมฝั่งอียิปต์ ประมาณ 100 ไมล์ และอยู่ลึกประมาณ 1,450 เมตร ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 100 ตาราง กม ประเมินว่า จะมีแก๊สประมาณ 850 พันล้านคิวบิกเมตร หรือเท่ากับน้ำมัน 5.5 พันล้านบาเรล ENI บอกว่า นอกจากเจอแก๊สแล้ว อาจจะเจอแหล่งน้ำมันในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย ในปริมาณที่อาจสูงถึง 1.1 ล้านล้านคิวบิกเมตร ENI ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของอิตาลี และเป็นผู้ผลิตน้ำมัน และแก๊สรายใหญ่ของอียิปต์ ตั้งแต่ ค.ศ.1954 โดยทำผ่าน IEOC บริษัทลูกได้ทำสัญญากับรัฐบาลอียิปต์ เมื่อเดือนมิถุนายนนี้ โดยตกลงจ่ายเงินให้อิยิปต์ เป็นจำนวน 2 พันล้านเหรียญ สำหรับการสำรวจแหล่งพลังงานในแถบไซนาย อ่าวสุเอซ และแถบเมดิเตอร์เรเนียน และตรงบริเวณสามเหลี่ยมไนล์ การพบแหล่งแก๊ส Zohr ถือเป็นข่าวดีของทั้ง อิตาลีและอียิปต์ เพราะจะทำให้เศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ ที่กำลังอ่วม ลืมตาอ้าปากกับเขาได้เสียที และสำหรับอียิปต์ จะเปลี่ยนสถานะจากผู้นำเข้าแก๊ส เป็นผู้ส่งออกแก๊สเสียด้วยซ้ำ แต่ข่าวการพบแหล่งแก๊ส Zohr ของอียิปต์ ก็สร้างความแรงกระเพื่อมเอาเรื่อง รายแรกที่ออกมาส่งเสียง คงเดากันออก เป็นอิสราเอล ที่เพิ่งนอนฝันหวาน หลังเจอแหล่งแก๊ส Leviathan กับ Tamar รัฐมนตรีพลังงานของอิสราเอล บอกว่า การเจอแหล่ง Zohr ของอียิปต์อาจทำให้แผนส่งออกแก๊สของอิสราเอล กลายเป็นฝันร้าย หรือฝันสลายเลยก็ได้ จะทนไหวหรือครับ ลงทุนกันไปเยอะแยะ ค่าวิ่งล้อบบี้ ค่าหัวคิวก็จ่ายไปแล้ว หุ้นส่วนของอิสราเอล ในการสำรวจและผลิตแก๊ส คือ Noble Energy และ Delek Group รายแรกเป็นบริษัทฝั่งอเมริกา รายหลังฝั่งอิสราเอล Noble Energy ฝั่งอเมริกา มีชื่อผู้ถือหุ้นน่าสนใจ ชื่อ จอห์น แครี่ รัฐมนตรีต่างประเทศ ของใครไม่รู้ ซึ่งอ้างว่าถือมานานแล้ว ข่าวบอกว่า มูลค่าหุ้นในปี ค.ศ.2013 อยู่ที่ประมาณล้านกว่าเหรียญเอง จิ๊บจ๊อยมาก ก็นั่นมันคงเป็นราคาก่อนประกาศว่าอิสราเอลเจอแก็ส เมื่อถูกสื่อคุ้ยเจอว่าถือหุ้น คุณรัฐมนตรี ก็ตอบแบบโรเนียวว่า ผมมีสมบัติแยะ จำไม่ได้ว่า มีอะไรที่ไหนบ้าง นอกจาก Noble Energy จะมีชื่อรัฐมนตรีต่างประเทศของอเมริกาถือหุ้นแล้ว ยังมีกองทุนชื่อ BDS ถือหุ้นในมูลค่า ณ ต้นปี ค.ศ.2015 ประมาณ 118 ล้านเหรียญ เขาว่า เจ้าของกองทุนตัวจริง ชื่อ จอร์จ โซรอส เบื่อหูกับชื่อนี้ไหมครับ กองทุนนี้ เป็นที่สังเกตกันว่า เอาไว้ล่อแมงเม่าในตลาดหุ้น จากสถานการณ์เกี่ยวกับบริษัท ตั้งแต่มีข่าวว่าเจอแก๊ส ยังไม่ทันขุดได้ Noble Energy กับ Delek Group ก็มีแต่ข่าวว่ากัดกัน เกี่ยวกับการเป็นเจ้าของ และส่วนแบ่งมาตลอดเวลา ทำให้หุ้นขึ้น หุ้นลงสนุกสนาน แต่ฝ่ายทางการอิสราเอลชักไม่สนุกด้วย แสดงว่ากำลังมีใครคิดจับมือเล่นกลกันหรือยังไง ปลายปี ค.ศ.2014 อิสราเอลทำสัญญาว่าจะส่งแก๊สให้จอร์แดน เป็นเวลา 15 ปี ในราคา 1 หมื่น 5 พันล้านเหรียญ จากแหล่ง Leviathan ถือเป็นข้อตกลงทางการค้าระหว่างอิสราเอลกับจอร์แดน ที่ใหญ่ที่สุด แต่แล้วในเดือนธันวาคม ทางการอิสราเอลประกาศว่า จะไม่อนุญาตให้ Noble Energy กับ Delek เป็นผู้ดำเนินการขายแก๊ส ไม่ว่าจากแหล่ง Leviathan หรือ Tamar เพราะมีทีท่าว่า 2 บริษัท กำลังสมคบกันครอบงำตลาดแก๊ส แปลว่า ไอ้ 2 บริษัทจะฮั้วกันน่ะครับ ชาวบ้านก็จุกสิ และสัญญาที่ทำกับจอร์แดน ก็อาจจะต้องยกเลิกด้วย อย่างนี้ คุณหน้าตก จอห์น แครี่ ก็ต้องขยับ เดี๋ยวขาดทุนฉิบหาย พณ.ท่าน บอกกับอิสราเอลว่า สัญญาที่ Noble ทำกับจอร์แดนและอียิปต์ น่าจะเป็นผลดีกับอิสราเอลนะ มันเป็นเรื่องความมั่นคงของภูมิภาค เข้าใจไหม อูย….. นานๆที จะเห็นบทเข้มของคุณหน้าตก แต่ไม่ใช่มีแต่ท่านผู้ถือหุ้นหน้าตกที่เข้ามายุ่งนะ เขาว่า ที่จุ้นมาก่อนหน้านั้นคือ คุณผัวเมียคลินตัน ที่ผมยังหาโยงใยชัดๆไม่เจอ ซ่อนเก่งจัง ก็เป็นอดีตทนายทั้งคู่ มีแต่สื่อลงว่า ผัวเมียคู่นี้ ลุ้นเรื่อง Noble จนออกนอกหน้า อ้อ เล่นบทนักล๊อบบี้มีระดับ คราวนี้ เนทันยาฮู เข้าใจ มันเป็นเรื่องของความความมั่นคงนี่นะ เพราะฉะนั้น กฏหมายเรื่องการฮั้วกัน ก็เอามาใช้ไม่ได้สิ อย่างนี้ Noble ก็ทำสัญญาได้เหมือนเดิม หารูออกได้เก่งจังคุณยิว แต่เรื่องนี้ ทำให้นาย Steinitz รัฐมนตรีพลังงานของอิสราเอลบอกว่า การล่าช้าอย่างไม่เป็นเรื่องของอิสราเอล ทำให้เราเห็นโอกาสวิ่งผ่านหน้า และเลยเราไปแล้ว เดิม อิสราเอลมีแผนจะขายแก๊สส่วนหนึ่งให้อียิปต์ เพื่อเป็นการร่วมทุน ให้อียิปต์ไปขายต่อทางยุโรปใต้ เพราะอิยิปต์มีท่อส่งกับอิตาลี แต่ยังติดปัญหาว่า อิสราเอลจะเอาแก๊สจากแหล่ง Leviathan หรือ Tamar ไปขายให้อียิปต์ดีนะ ซึ่งตอนนั้น ผู้ถือหุ้นของทั้ง 2 แหล่ง น่าจะกำลังเล่นละครทะเลาะกันให้แมงเม่าดูอยู่ จนในที่สุด อเมริกา เข้ามาบีบอิสราเอลว่า ให้เอาจากแหล่ง Leviathan (ที่ฝั่งอเมริกาถือหุ้นมากกว่า) ทั้งๆที่ ระยะทางจากแหล่ง Tamar มาถึงอียิปต์ใกล้กว่า และประหยัดต้นทุนให้อียิปต์มากกว่า มาถึงตอนนี้ อียิปต์เจอแก๊สเองแล้ว เรื่องแก๊สอิสราเอล จึงน่าจะกลายเป็นไข่ฝ่อฝันค้าง แบบนี้คงมีคนฮึดฮัดขัดใจ ตกลงแล้วมันเกี่ยวกับคู่รักลมหวนเขายังไงนะลุง เกี่ยวสิครับ จำไม่ได้หรือ หัวโจกใหญ่ในตะวันออกกลางมี 3 ราย อิหร่าน ซาอุดิอารเบีย และ อิสราเอล แต่ละโจกก็พยายามหาพวกลำแข็งๆ มาสนับสนุนตัวทั้งนั้น ยามนี่ใครจะอยากได้พันธุ์ไม้เลี้อย อียิปต์ เคยรุ่ง และก็เคยร่วง ตอนร่วงก็ไม่มีใครสนใจ แถมจะถีบให้ห่างตัวเสียด้วยซ้ำ อิสราเอลส้มหล่นเจอแก๊ส กะจะมาขายอียิปต์ที่อยู่บ้านใกล้กัน เผื่ออียิปต์จะได้หือไม่ออก เพราะเห็นใครๆ ก็กลัวคนมีน้ำมัน คนมีแก๊สกันทั้งนั้น อิสราเอลมีแต่ปากกับเงา คราวนี้ขอใช้ของจริงบ้าง หนอย… อียิปต์ดันเจอแก๊สบ้าง อย่างนี้อิสราเอลก็อ้าปากค้าง อดงับ แค่นี้เหมือนยังจะไม่พอให้เห็นชัด อยู่ดีๆ เขาก็ลมหวนกัน แม้ยังไม่รู้ชัดว่าทำไม แต่ธรรมดา ลมมันไม่ค่อยพัดหวนนะครับ ยิ่งหวนแรงๆ ฮู้ย ขนลุกเลยครับ อัสสาดของซีเรียกำลังจะหล่น รัสเซียยังยกทัพเข้ามาช่วย ไม่ใช่รัสเซียดีจริง ซีเรียก็ต้องมีของดี คราวนี้ก็เช่นกัน อยู่ดีๆ Sisi บินถี่ ไปคุยกับคุณพี่ปูติน หลังจากนั้น ข่าวของคู่รักลมหวนก็ทยอยออกมา 2-3 เดือนมานี้ ไอ้ลูกกะตาที่จับจ้องอยู่แถวซีเรีย ก็ต้องคงตาแหกกว้าง กวาดไปถึงอียิปต์ด้วย สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 15 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 367 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลมหวน ตอนที่ 1

    เรื่องนี้ผมเขียนตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ ที่ 13 พย ตั้งใจจะเอาลงให้อ่านเช้าวันเสาร์ มาเจอเหตุการณ์ ศุกร์ 13 ที่ปารีส เลยต้องชลอไว้ แต่เห็นว่าเรื่องราวมันต่อเนื่องกัน และต่อเร็วเหลือเกิน เลยเอามาลงให้อ่านรวดเดียว และคงเห็นกันแล้วว่า รายการสกัดลมหวน รวมทั้งคิดบัญชี มันรุนแรงจริงๆ แล้วอย่างนี้ เรื่องมันจะจบ แบบต่างคนต่างอยู่ ได้หรือ……
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน”
    ตอน 1
    วันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 เครื่องบินโดยสารรัสเซียที่มีผู้โดยสารจำนวน 224 คน บินขึ้นจากเมือง Sharm El-Sheikh ในอิยิปต์ มุ่งหน้าไป St Petersburg เกิดเหตุร่วงลงพื้นดิน ผู้โดยสารลูกเรือเสียชีวิตหมด ข่าวสับสนอยู่หลายวัน ถึงสาเหตุของเครื่องบินตก ล่าสุดบอกว่า ถูกระเบิดจากในหรือนอกเครื่อง โดยอังกฤษออกมาปูดก่อนว่า เครื่องบินโดนระเบิด หลังจากนั้น อเมริการับลูก บอกมีความเป็นไปได้สูงมาก แต่อียิปต์ เจ้าของสถานที่ และรัสเซียผู้เสียหายยังไม่เห็นด้วย
    ทำไมต้องเป็นเครื่องบินรัสเซีย ที่มีชาวรัสเซียนั่งมาเต็มเครื่อง และทำไมต้องเกิดเหตุที่อียิปต์
    สื่อตะวันตกหัวรุนแรงบอกว่า นี่น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่ฝัก
    ฝ่ายการ์ตา และมักจะก่อเรื่องวุ่นวายแถบไซนายของในอียิปต์ ถ้าเป็นเรื่องจริง อียิปต์กับการ์ตา คงมองหน้ากันไม่สนิท
    อียิปต์ แม้จะถูกลากไปร่วมรายการถล่มเยเมนกับก๊วนเสี่ยปั๊มใหญ่ ซาอุดิอารเบียตั้งแต่เดือนมีนาคมต้นปี แต่ในเรื่องเกี่ยวกับซีเรีย อียิปต์ไม่ได้คอเดียวกับก๊วนเสี่ยปั๊มใหญ่ และ Adbel Fattah el-Sisi ประธานาธิบดีของอียิปต์ ออกจะไม่เห็นด้วยกับซาอุและการ์ต้าด้วยซ้ำ ที่มุ่งหน้าจะแก้ปัญหาซีเรีย ด้วยการเขี่ยอัสสาดให้พ้นไปจากซีเรียอย่างเดียว
    แต่เรื่องนี้ คงไม่น่าจะทำให้อียิปต์ถึงกับตกเป็น “เป้า”
    อียิปต์ มี “เรื่อง” ที่ทำให้มีคนขัดใจมากกว่านั้น
    นาย Abdel Fattah el- Sisi อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของอียิปต์ ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอียิปต์ ด้วยคะแนนเสียงถล่มทะลายเกือบเอกฉันท์ เมื่อประมาณปลายเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2014 และแค่ในช่วง 3 เดือนแรก จากที่รับตำแหน่ง เขาเดินทางไปพบกับคุณพี่ปูตินที่มอสโคว์ ถึง 3 ครั้ง หลังจากนั้น สัมพันธ์อียิปต์-รัสเซีย ก็ถูกสื่อตะวันตกจับจ้อง และตีข่าวว่า หรือ ลมกำลังหวน…
    รัสเซีย (สหภาพโซเวียตในขณะนั้น) กับอียิปต์ เคยเป็นมิตรรักกันมาก่อน ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะสมัยนายพลนัสเซอร์ เป็นประธานาธิบดีอียิปต์ แต่สัมพันธ์อียิปต์-รัสเซีย มาจางลงหลังจากที่ประธานาธิบดีอันวาร์ ซาดัด ที่สังกัดฝ่ายอเมริกาเต็มตัว ขึ้นมาปกครองอียิปต์แทนนัสเซอร์ ท่ามกลางข่าวลือว่า ซาดัต ที่เป็นมือขวาของนัสเซอร์ ดัดหลัง วางยาพิษนัสเซอร์จนเสียชีวิต แต่สื่อออกข่าวว่านัสเซอร์หัวใจวายตาย
    เมื่อซาดัตขึ้นปกครองอียิปต์ รายการแรกๆที่เขาทำคือ สั่งปลดที่ปรึกษาด้านการทหารชาวรัสเซียจำนวน 15,000 คน ส่งกลับบ้านหมด และหลังจากนั้นซาดัต ก็ประกาศสิ้นสุดสนธิสัญญาว่าด้วยความสัมพันธ์กับรัสเซีย ในปึ ค.ศ.1976 และกองทัพอียิปต์ก็กลายเป็นกองทัพ (ยุค) ของอเมริกา
    Sisi เป็นประธานาธิบดีได้แค่ 3 เดือน ไปจู๋จี๋กับคุณพี่ปูตินบ่อยขนาดนั้น ก็ต้องมีคนเขม็งมองจนตาคว่ำ เขาไปคุยอะไรกันนักหนา
    คู่รักลมหวนบอกว่า อียิปต์เป็นประเทศที่นำเข้าข้าวสาลีสูงสุดประเทศหนึ่ง ส่วนรัสเซียก็มีพื้นที่กว้างใหญ่ ปลูกข้าวสาลีส่งให้อียิปต์ถึง 1 ใน 4 ของจำนวนที่อียิปต์ต้องการ เราก็ไปคุยกันเรื่องข้าวสาลี … ไม่จริงมั้ง ซื้อข้าวขายข้าว มันจะต้องบินไปบินมา ไปซื้อขายด้วยตัวเองบ่อยงั้นเชียวหรือ เด็กๆ มันก็ทำได้
    คู่รักลมหวนบอก แล้วเราก็คุยเรื่องอาวุธ อย่าลืมว่า อียิปต์เคยมีกองทัพใหญ่ที่สุดในแถบตะวันออกกลาง ตั้งแต่สมัยที่ใครๆยังเลี้ยงอูฐอยู่เลย แต่ตอนนี้เหตุการณ์แถวบ้านเรา มันห่างกับคำว่า “สงบ” มากมาย เราจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงด้านกองทัพ และรัสเซียก็มีอาวุธทันสมัยเหมาะกับการใช้ของกองทัพเรา …
    แล้วอียิปต์ก็เลยทำสัญญาซื้ออาวุธจากรัสเซีย รอบแรกประมาณ 3.5 พันล้านเหรียญเท่านั้นเอง อียิปต์ไม่ได้รวยเหมือนเพื่อนบ้านนะ อาวุธที่ซื้อก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ระบบสกัดจรวดอันโด่งดัง จนถึงเครื่องบินรุ่น Sukhoi ที่บางกองทัพ ได้ยินชื่อแล้วขยาด ถึงขนาดมีทหารยื่นใบลาออกน่ะ … แน่ะ หลุดมาแล้ว เรื่องอาวุธ มีอะไรอีก บอกมาให้หมด
    อียิปต์ไม่รวยน้ำมัน ไม่มีพลังงานพอสร้างความสว่างให้ประเทศ ที่กำลังต้องฟื้นฟูเรื่องการท่องเที่ยว หลังจากไอ้ชั่วตัวไหนไม่รู้ มันมาจัดเทศกาลอาหรับสปริงแถวนี้ จนฉิบหายไปหมด อียิปต์เลยคิดจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดย Rosatom ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัสเซีย รับงานนี้ไปแล้ว … โอ้โห ชิ้นปลามัน นี่เขาคงคู่รักลมหวนจริง ๆนะ เล่นเอามีคนกินแห้วกันเป็นแถวๆ อย่างนี้ คู่รักคู่ขุด มิหงุดหงิด อิจฉาแย่หรือครับ
    มีอีกมั้ย รายการช๊อปปิ้ง ยังอมอะไรไว้ … อ้อ เราก็สั่งซื้อแก๊สจาก Rosnet ของรัสเซียด้วย มันเป็นเรื่องธรรมดานี่นะ เพราะรัสเซียเขาเจ้าพ่อแก๊สอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องตื่นเต้นกันเลย
    สำหรับ Sisi การเป็นเพื่อนกับรัสเซีย มีความหมายกับอียิปต์ ในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง อย่าลืมว่า สหภาพโซเวียตเป็นคนช่วยสร้างเขื่อนอัสวานให้อียิปต์ หลังจากที่อเมริกาทิ้งอียิปต์ในช่วงนัสเซอร์เป็นประธานาธิบดี สหภาพโซเวียตยังช่วยสร้างอู่ต่อเรือใหญ่ที่อเล็กซานเดรีย โรงถลุงเหล็ก และศูนย์อุตสาหกรรมอลูมิเนียมให้อียิปต์อีกด้วย
    สื่อตะวันตกค่ายชาวเกาะใหญ่บอกว่า ทั้งรัสเซียและอียิปต์ ต่างเจอความขมของตะวันตกเหมือนกัน และคงอยากจะสร้างสัมพันธ์ระหว่างพวกขม ด้วยกัน รัสเซียเจอเรื่องแซงชั่น อียิปต์เจอพิษอาหรับสปริง และ Sisi คงซึ้งในวิธีการโยนทิ้งพรมเช็ดเท้าของอเมริกา จากกรณี มูบารัคและมอร์ซิ ของกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่อเมริกาส่งเสริม เปรียบเทียบกับการที่รัสเซียเข้ามาช่วยเพื่อนเก่าอย่างซีเรีย แบบนี้ Sisi ก็คงไม่ต้องคิดมาก ในการเลือกใช้นโยบายลมหวลกับรัสเซีย
    และอียิปต์ก็มีความหมายกับรัสเซีย ไม่น้อยเช่นเดียวกัน
    ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน รัสเซียมีฐานทัพเรืออยู่ที่ซีเรียประเทศเดียว นี่ถ้าเหตุการณ์ในซีเรียมันยกระดับขึ้นเรื่อยๆ มีอียิปต์เป็นเพื่อนอยู่ริมทะเลแถบนั้นอีกราย มันก็ไม่เลว จะได้มานั่งรำลึกเรื่องความหลังด้วยกัน
    แน่นอนรายการลมหวนนี้ น่าจะสร้างความกังวล และหงุดหงิดให้แก่หลายคน และหลายมุม
    ขอแถมสักหน่อยครับ อาหรับสปริงในอียิปต์ ก็มาจากการจัดรายการของอเมริกานั่นเอง และเมื่อมอร์ซิ ของกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่อเมริกาก็เป็นฝ่ายหนุนอีกนั่นแหละ ขึ้นมาปกครองอียิปต์ อเมริกาก็ตัดความช่วยเหลือทางทหารที่เคยมีให้อียิปต์ทิ้งเสีย เพราะอ้างว่า อิยิปต์ไม่เป็นประชาธิปไตย มอร์ซิ ไม่ยอมจัดการเลือกตั้ง จริงๆ ไอ้มาตรการหลังเขาแบบนี้ของอเมริกา ก็มีดีเหมือนกันนะ ทำให้ท่านใบตองแห้ง มีอาชีพเสริม ทำหน้าที่เป็นพนักงานช่วยขายอาวุธรัสเซียให้คุณพี่ปูติน หมดเทอมเมื่อไหร่ ไปสมัครเป็นพนักงานประจำ ขายอาวุธของรัสเซียได้เลย ฮา
    ท่านใบตองแห้ง อย่าลืมไปทวงค่าคอมจากคุณพี่ปูตินนะครับ แต่จะได้ค่าคอมมาเป็นอะไร ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    15 พ.ย. 2558
    ลมหวน ตอนที่ 1 เรื่องนี้ผมเขียนตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ ที่ 13 พย ตั้งใจจะเอาลงให้อ่านเช้าวันเสาร์ มาเจอเหตุการณ์ ศุกร์ 13 ที่ปารีส เลยต้องชลอไว้ แต่เห็นว่าเรื่องราวมันต่อเนื่องกัน และต่อเร็วเหลือเกิน เลยเอามาลงให้อ่านรวดเดียว และคงเห็นกันแล้วว่า รายการสกัดลมหวน รวมทั้งคิดบัญชี มันรุนแรงจริงๆ แล้วอย่างนี้ เรื่องมันจะจบ แบบต่างคนต่างอยู่ ได้หรือ…… นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลมหวน” ตอน 1 วันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 เครื่องบินโดยสารรัสเซียที่มีผู้โดยสารจำนวน 224 คน บินขึ้นจากเมือง Sharm El-Sheikh ในอิยิปต์ มุ่งหน้าไป St Petersburg เกิดเหตุร่วงลงพื้นดิน ผู้โดยสารลูกเรือเสียชีวิตหมด ข่าวสับสนอยู่หลายวัน ถึงสาเหตุของเครื่องบินตก ล่าสุดบอกว่า ถูกระเบิดจากในหรือนอกเครื่อง โดยอังกฤษออกมาปูดก่อนว่า เครื่องบินโดนระเบิด หลังจากนั้น อเมริการับลูก บอกมีความเป็นไปได้สูงมาก แต่อียิปต์ เจ้าของสถานที่ และรัสเซียผู้เสียหายยังไม่เห็นด้วย ทำไมต้องเป็นเครื่องบินรัสเซีย ที่มีชาวรัสเซียนั่งมาเต็มเครื่อง และทำไมต้องเกิดเหตุที่อียิปต์ สื่อตะวันตกหัวรุนแรงบอกว่า นี่น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่ฝัก ฝ่ายการ์ตา และมักจะก่อเรื่องวุ่นวายแถบไซนายของในอียิปต์ ถ้าเป็นเรื่องจริง อียิปต์กับการ์ตา คงมองหน้ากันไม่สนิท อียิปต์ แม้จะถูกลากไปร่วมรายการถล่มเยเมนกับก๊วนเสี่ยปั๊มใหญ่ ซาอุดิอารเบียตั้งแต่เดือนมีนาคมต้นปี แต่ในเรื่องเกี่ยวกับซีเรีย อียิปต์ไม่ได้คอเดียวกับก๊วนเสี่ยปั๊มใหญ่ และ Adbel Fattah el-Sisi ประธานาธิบดีของอียิปต์ ออกจะไม่เห็นด้วยกับซาอุและการ์ต้าด้วยซ้ำ ที่มุ่งหน้าจะแก้ปัญหาซีเรีย ด้วยการเขี่ยอัสสาดให้พ้นไปจากซีเรียอย่างเดียว แต่เรื่องนี้ คงไม่น่าจะทำให้อียิปต์ถึงกับตกเป็น “เป้า” อียิปต์ มี “เรื่อง” ที่ทำให้มีคนขัดใจมากกว่านั้น นาย Abdel Fattah el- Sisi อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของอียิปต์ ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอียิปต์ ด้วยคะแนนเสียงถล่มทะลายเกือบเอกฉันท์ เมื่อประมาณปลายเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2014 และแค่ในช่วง 3 เดือนแรก จากที่รับตำแหน่ง เขาเดินทางไปพบกับคุณพี่ปูตินที่มอสโคว์ ถึง 3 ครั้ง หลังจากนั้น สัมพันธ์อียิปต์-รัสเซีย ก็ถูกสื่อตะวันตกจับจ้อง และตีข่าวว่า หรือ ลมกำลังหวน… รัสเซีย (สหภาพโซเวียตในขณะนั้น) กับอียิปต์ เคยเป็นมิตรรักกันมาก่อน ตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะสมัยนายพลนัสเซอร์ เป็นประธานาธิบดีอียิปต์ แต่สัมพันธ์อียิปต์-รัสเซีย มาจางลงหลังจากที่ประธานาธิบดีอันวาร์ ซาดัด ที่สังกัดฝ่ายอเมริกาเต็มตัว ขึ้นมาปกครองอียิปต์แทนนัสเซอร์ ท่ามกลางข่าวลือว่า ซาดัต ที่เป็นมือขวาของนัสเซอร์ ดัดหลัง วางยาพิษนัสเซอร์จนเสียชีวิต แต่สื่อออกข่าวว่านัสเซอร์หัวใจวายตาย เมื่อซาดัตขึ้นปกครองอียิปต์ รายการแรกๆที่เขาทำคือ สั่งปลดที่ปรึกษาด้านการทหารชาวรัสเซียจำนวน 15,000 คน ส่งกลับบ้านหมด และหลังจากนั้นซาดัต ก็ประกาศสิ้นสุดสนธิสัญญาว่าด้วยความสัมพันธ์กับรัสเซีย ในปึ ค.ศ.1976 และกองทัพอียิปต์ก็กลายเป็นกองทัพ (ยุค) ของอเมริกา Sisi เป็นประธานาธิบดีได้แค่ 3 เดือน ไปจู๋จี๋กับคุณพี่ปูตินบ่อยขนาดนั้น ก็ต้องมีคนเขม็งมองจนตาคว่ำ เขาไปคุยอะไรกันนักหนา คู่รักลมหวนบอกว่า อียิปต์เป็นประเทศที่นำเข้าข้าวสาลีสูงสุดประเทศหนึ่ง ส่วนรัสเซียก็มีพื้นที่กว้างใหญ่ ปลูกข้าวสาลีส่งให้อียิปต์ถึง 1 ใน 4 ของจำนวนที่อียิปต์ต้องการ เราก็ไปคุยกันเรื่องข้าวสาลี … ไม่จริงมั้ง ซื้อข้าวขายข้าว มันจะต้องบินไปบินมา ไปซื้อขายด้วยตัวเองบ่อยงั้นเชียวหรือ เด็กๆ มันก็ทำได้ คู่รักลมหวนบอก แล้วเราก็คุยเรื่องอาวุธ อย่าลืมว่า อียิปต์เคยมีกองทัพใหญ่ที่สุดในแถบตะวันออกกลาง ตั้งแต่สมัยที่ใครๆยังเลี้ยงอูฐอยู่เลย แต่ตอนนี้เหตุการณ์แถวบ้านเรา มันห่างกับคำว่า “สงบ” มากมาย เราจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงด้านกองทัพ และรัสเซียก็มีอาวุธทันสมัยเหมาะกับการใช้ของกองทัพเรา … แล้วอียิปต์ก็เลยทำสัญญาซื้ออาวุธจากรัสเซีย รอบแรกประมาณ 3.5 พันล้านเหรียญเท่านั้นเอง อียิปต์ไม่ได้รวยเหมือนเพื่อนบ้านนะ อาวุธที่ซื้อก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ระบบสกัดจรวดอันโด่งดัง จนถึงเครื่องบินรุ่น Sukhoi ที่บางกองทัพ ได้ยินชื่อแล้วขยาด ถึงขนาดมีทหารยื่นใบลาออกน่ะ … แน่ะ หลุดมาแล้ว เรื่องอาวุธ มีอะไรอีก บอกมาให้หมด อียิปต์ไม่รวยน้ำมัน ไม่มีพลังงานพอสร้างความสว่างให้ประเทศ ที่กำลังต้องฟื้นฟูเรื่องการท่องเที่ยว หลังจากไอ้ชั่วตัวไหนไม่รู้ มันมาจัดเทศกาลอาหรับสปริงแถวนี้ จนฉิบหายไปหมด อียิปต์เลยคิดจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดย Rosatom ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของรัสเซีย รับงานนี้ไปแล้ว … โอ้โห ชิ้นปลามัน นี่เขาคงคู่รักลมหวนจริง ๆนะ เล่นเอามีคนกินแห้วกันเป็นแถวๆ อย่างนี้ คู่รักคู่ขุด มิหงุดหงิด อิจฉาแย่หรือครับ มีอีกมั้ย รายการช๊อปปิ้ง ยังอมอะไรไว้ … อ้อ เราก็สั่งซื้อแก๊สจาก Rosnet ของรัสเซียด้วย มันเป็นเรื่องธรรมดานี่นะ เพราะรัสเซียเขาเจ้าพ่อแก๊สอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องตื่นเต้นกันเลย สำหรับ Sisi การเป็นเพื่อนกับรัสเซีย มีความหมายกับอียิปต์ ในด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง อย่าลืมว่า สหภาพโซเวียตเป็นคนช่วยสร้างเขื่อนอัสวานให้อียิปต์ หลังจากที่อเมริกาทิ้งอียิปต์ในช่วงนัสเซอร์เป็นประธานาธิบดี สหภาพโซเวียตยังช่วยสร้างอู่ต่อเรือใหญ่ที่อเล็กซานเดรีย โรงถลุงเหล็ก และศูนย์อุตสาหกรรมอลูมิเนียมให้อียิปต์อีกด้วย สื่อตะวันตกค่ายชาวเกาะใหญ่บอกว่า ทั้งรัสเซียและอียิปต์ ต่างเจอความขมของตะวันตกเหมือนกัน และคงอยากจะสร้างสัมพันธ์ระหว่างพวกขม ด้วยกัน รัสเซียเจอเรื่องแซงชั่น อียิปต์เจอพิษอาหรับสปริง และ Sisi คงซึ้งในวิธีการโยนทิ้งพรมเช็ดเท้าของอเมริกา จากกรณี มูบารัคและมอร์ซิ ของกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่อเมริกาส่งเสริม เปรียบเทียบกับการที่รัสเซียเข้ามาช่วยเพื่อนเก่าอย่างซีเรีย แบบนี้ Sisi ก็คงไม่ต้องคิดมาก ในการเลือกใช้นโยบายลมหวลกับรัสเซีย และอียิปต์ก็มีความหมายกับรัสเซีย ไม่น้อยเช่นเดียวกัน ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน รัสเซียมีฐานทัพเรืออยู่ที่ซีเรียประเทศเดียว นี่ถ้าเหตุการณ์ในซีเรียมันยกระดับขึ้นเรื่อยๆ มีอียิปต์เป็นเพื่อนอยู่ริมทะเลแถบนั้นอีกราย มันก็ไม่เลว จะได้มานั่งรำลึกเรื่องความหลังด้วยกัน แน่นอนรายการลมหวนนี้ น่าจะสร้างความกังวล และหงุดหงิดให้แก่หลายคน และหลายมุม ขอแถมสักหน่อยครับ อาหรับสปริงในอียิปต์ ก็มาจากการจัดรายการของอเมริกานั่นเอง และเมื่อมอร์ซิ ของกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่อเมริกาก็เป็นฝ่ายหนุนอีกนั่นแหละ ขึ้นมาปกครองอียิปต์ อเมริกาก็ตัดความช่วยเหลือทางทหารที่เคยมีให้อียิปต์ทิ้งเสีย เพราะอ้างว่า อิยิปต์ไม่เป็นประชาธิปไตย มอร์ซิ ไม่ยอมจัดการเลือกตั้ง จริงๆ ไอ้มาตรการหลังเขาแบบนี้ของอเมริกา ก็มีดีเหมือนกันนะ ทำให้ท่านใบตองแห้ง มีอาชีพเสริม ทำหน้าที่เป็นพนักงานช่วยขายอาวุธรัสเซียให้คุณพี่ปูติน หมดเทอมเมื่อไหร่ ไปสมัครเป็นพนักงานประจำ ขายอาวุธของรัสเซียได้เลย ฮา ท่านใบตองแห้ง อย่าลืมไปทวงค่าคอมจากคุณพี่ปูตินนะครับ แต่จะได้ค่าคอมมาเป็นอะไร ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 15 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 500 มุมมอง 0 รีวิว
  • จินนี่ ตอนที่ 4

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จินนี่”
    ตอน 4
    อเมริกากำลังคิดอะไรอยู่ หรืออเมริกา รออะไร
    อเมริกาน่าจะกำลัง “ทำความเข้าใจ หรือทำความรู้จัก” กับศักยภาพกองทัพของรัสเซียของจริง จากการรบของรัสเซียในตะวันออกกลาง ไม่ใช่จากกระดาษรายงาน ของเหล่านักวิเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญ หรือถังความคิด รายใดรายหนึ่ง
    เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ประมาณ 2 เดือนหลังจากเฝ้าดูลีลาของรัสเซียในตะวันออกกลาง นาย Richard N Haass ประธานถังขยะความคิดหมายเลขหนึ่งของอเมริกา The Council on Foreign Relations หรือ CFR ถังขยะที่เชื่อกันว่า น่าจะเป็นผู้กำกับฝูงนกอินทรีตัวจริง ก็ลงมือเขียนรายงาน ชื่อ “Testing Putin in Syria ”
    ท่านประธานถังขยะ สรุปว่า ชัดเจนว่าการเข้าไปในตะวันออกกลางของปูติน เหมือนไปต่อท่อหายใจให้กับอัสสาดของซีเรีย แต่ขณะเดียวกัน ปูตินก็ใช้โอกาสนี้ บอกให้โลกรู้ว่า รัสเซียยังอยู่นะ และอยู่แบบแข็งแรงด้วย เป็นการเบี่ยงเบน จากความจริงว่า เศรษฐกิจในบ้านรัสเซียกำลังหดเหี่ยว และเพื่อให้ผู้คนลืมเรื่องยูเครนไปด้วย ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อสร้างคะแนนเสียงให้กับตัวเองในรัสเซียนั่นแหละ
    มีหลายคนเป็นห่วงว่า การที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ไม่ใช่จะทำให้ อัสสาดเผด็จการจอมโหดแข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกไอซิสโตขึ้นอีกด้วย เพราะการที่รัสเซียมุ่งหน้าแต่จะทำลายศัตรูของอัสสาด เท่ากับเปิดโอกาส ให้ไอซิสขยายพันธ์ง่ายขึ้นอีกด้วย
    นอกจากนี้ยังมีผู้ห่วงว่า รัสเซีย จะเป็นคนเริ่มสงครามเย็นในตะวันออกกลาง ด้วยการปิดล้อม ประเทศที่อยู่คนละฝ่ายกับอัสสาด แต่ท่านประธานถังขยะ บอกว่า ลืมไปได้เลย รัสเซียไม่มีปัญญารับมือกับการเปิดศึกหลายด้านหรอก เพราะนโยบายต่างประเทศแบบนั้น มันมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งสภาพทางเศรษฐกิจ กับสภาพกองทัพของรัสเซีย ไม่เอื้อให้รัสเซียเล่นได้ขนาดนั้น และก็ไม่แน่ว่า ชาวรัสเซียจะสนับสนุนปูติน ให้ทำเช่นนั้นด้วย
    ก็เหลือแต่ว่าปูติน ยังอยากจะเพลินกับการปกครอง แบบรวบอำนาจของตน ไปอีกนานไหมล่ะ ทุกอย่างมันมีขอบเขต และมีราคาทั้งสิ้น และปูตินอย่าลืมว่า เมื่อไอซิสแข็งแรงขึ้น ไม่นานเกินรอ คงได้เห็นนักรบพลีชีพ ไปก่อระเบิดในมอสโคว์แน่นอน (ขณะที่เขียนนี่ มอสโคว์ยังไม่มีระเบิดพลีชีพ แต่เครื่องบินโดยสารของรัสเซียโดนมือมืดสอยร่วงไปแล้ว นับว่าท่านประธานถังขยะ อ่านเกมขาด.!?)
    ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า ปูตินคิดเรื่องซีเรีย ถึงขนาดไหน ถึงขนาดจะเอาอัสสาดไว้ ไม่ว่าต้วเองจะฉิบหายแค่ไหนอย่างนั้นหรือ หรือเอาแค่ว่า รัสเซียก็สามารถมีส่วน ในการจัดการตะวันออกกลางด้วย โดยไม่ต้องเอาเรื่องอัสสาดมาเกี่ยว
    ประธานถังขยะ แนะนำว่า ระหว่างที่ท่าทีของรัสเซียยังไม่ชัดเจน อเมริกาเอง ควรเลือกดำเนินการ 2 อย่างควบคู่กันไป ทางหนึ่งคือ จัดการดุลยอำนาจในบริเวณซีเรียเสียใหม่ ด้วยการสนับสนุนชาวเคิร์ด กับพวกสุนนี่บางกลุ่มเหมือนเดิม ขณะเดียวกันก็เดินหน้าถล่มไอซิสจากทางอากาศต่อไป เหมือนเดิมอีกเหมือนกัน
    ขณะเดียวกัน ก็พยายามดำเนินการทางการทูต เพื่อนำไปสู่ “การแบ่งซีเรีย” !!!!
    โดยแบ่งซีเรียออกเป็นส่วนๆ และแยกการปกครอง ของแต่ละส่วนออกจากกัน น่าจะเป็นสูตรที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่าย ไม่ว่าอเมริกา หรือใคร ก็คงไม่ได้สนใจจริงจังใช่ไหม ที่จะรักษารัฐบาลของซีเรีย ที่มีอำนาจควบคุมซีเรียทั้งหมดหรอก
    และด้วยการดำเนินการอย่างนี้ อเมริกาก็สามารถที่จะให้รัสเซีย และแม้แต่ อิหร่าน ก็เข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่ง (เค๊ก) ซีเรียด้วยกัน แบบนี้ ปูตินก็น่าจะพอใจ เพราะได้หน้ากำลังดี คุ้มกับราคาที่เสียไปในการเข้ามาในซีเรีย
    …ดูเหมือน บทความนี้จะเป็นการโยนหินถามทาง ระหว่างที่ท่านหัวหน้าใบตองแห้งกำลังนั่งกัดเล็บ อยู่ในมุมมืดของห้องทำงานที่ทำเนียบขาว รอผลสรุปจากพวกลูกกระเป๋ง ก่อนจะวางยุทธศาสตร์ หาทางเดินให้ตัวเอง….
    แต่ผมขอเพิ่มสักหน่อยว่า บทความของท่านประธานถังขยะ นี่มันยั่วยวน กวนส้นจริงๆ ส่อสันดานอเมริกาของแท้อย่างชัดเจน ทั้งดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ไม่มีใครเก่งวิเศษเท่ามึง ที่ดีแต่ปาก แต่ จริงๆก็ขี้ขลาดเอาตัวรอด งก และยังหน้าด้าน เห็นแก่ได้ แม้กระทั่งลางแพ้รออยู่ข้างหน้า … มึงคิดได้ยังไง อยู่ดีๆจะเสนอแบ่งประเทศเขา….. เราต้องจำวิธีคิดแบบนี้ของไอ้ใบตองแห้งให้ดีๆ นะครับ
    เห็นการวิเคราะห์ของฝั่งวอชิงตันแล้ว คราวนี้ลองไปฟัง การวิเคราะห์ของอีกฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกกันบ้างครับ
    2 วัน ก่อนหน้าที่เรื่อง คุณจีนนี่ จะออกมาเป็นข่าว ถังขยะความคิดของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ Chatham House คู่แฝดของ CFR ก็ออกบทความเหมือนกัน ชื่อ Putin’s Gamble in Syria เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ.2015
    สรุปว่า ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสมัยสหภาพโซเวียต หรือเป็นรัสเซียใหม่ ยังไม่เคยมีก้าวไหนของรัสเซียที่ท้าทาย เท่ากับการเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับซีเรียของนายปูตินครั้งนี้ ส่วนใหญ่ เวลาที่รัสเซียมีกิจกรรมนอกพื้นที่ตัวเอง ก็มักจะเกี่ยวข้องโดยตรง กับเรื่องของรัสเซียเอง แต่ครั้งนี้ ดูเหมือนไม่ใช่เช่นนั้น
    เมื่อวันที่นายปูติน บินไปนิวยอร์ค เพื่อพบหน้ากับนายโอบามา ในการประชุมใหญ่ของสหประชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปูติน พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมานั้น ในวันนั้น กองทัพของรัสเซีย เครื่องบินรบ รวมทั้งนาวิกโยธินของรัสเซีย และเรือบรรทุกครื่องบิน Moskva ทั้งหมด ได้ไปประจำการณ์อยู่ที่ท่าเรือ Latakia/Tartous ที่อยู่ทางเหนือของซีเรีย เรียบร้อยหมดแล้ว และเมื่อปูติน
    พบกับโอบามา เขาก็คงจะบอกกับโอบามา ว่ารัสเซียจะใช้ของที่เอาไปอยู่ตรงนั้นอย่างไร และจริงๆ ภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากนั้น ฝูงบิน Sukhoi ของรัสเซีย ก็เริ่มโจมตีกลุ่มไอซิส ที่ al-Rakaa แล้ว รวมทั้งโจมตีกลุ่มกองกำลังฝ่ายกบฏซีเรีย ที่อเมริกาและพวก ที่นำโดยซาอุดิอารเบีย และตุรกี เป็นผู้สนับสนุนอีกด้วย
    การจู่โจมของรัสเซีย นับเป็นปรากฏการณ์ ที่น่าตื่นเต้นอย่างมากในตะวันออกกลาง แม้ว่าจะปูตินจะพารัสเซียเข้าไปอยู่ในความเสี่ยงสูง แต่ก็ต้องยอมรับว่า ปูตินยังมียุทธศาสตร์ ในขณะที่โอบามาเอง กำลังนั่งมึนหาทางไปไม่เจอ แต่ปูตินเข้าไปอยู่ในพื้นที่แล้ว เพื่อให้แน่ใจว่า ตัวเองจะต้องอยู่ตรงนั้น เมื่อวันตัดสินชะตาของซีเรียเกิดขึ้น แต่โอบามา ยังคงนั่งเงียบอยู่
    ผลกระทบในตะวันออกกลาง จากการเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับซีเรียของรัสเซีย มีสูงยิ่ง เมื่อเปรียบเทียบระหว่างฝ่ายสุนนี่ที่ต่อต้านอัสสาด (ซาอุดิอารเบีย การ์ตา ตุรกี) กับฝ่ายรัสเซีย ที่สนับสนุน อัสสาด รวมทั้งความไม่เด็ดขาดของโอบามา เมื่อเทียบกับปูติน
    ถังขยะของชาวเกาะบอกว่า มีสิ่งที่น่าสนใจอีก 2 รายการ คือ สัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอียิปต์ ที่ดูเหมือนนับวันจะใกล้ชิดกันมากขึ้น ขณะที่อิทธิพลของอเมริกา ที่มีต่ออียิปต์ดูเหมือนจะจางลง (มิน่า เครื่องบินรัสเซีย ถึงต้องถูกสอยร่วงที่อียิปต์ เดี๋ยวจะใกล้ชิดกันมากไป..)
    แต่ที่น่าสนใจที่สุด คือ การที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เนทันยาฮู บินไปหา ปูติน เมื่อปลายเดือนสิงหาคม โดยการแจ้งล่วงหน้าเพียง 24 ชั่วโมง
    หนังสือพิมพ์ Haaretz ซึ่งเป็นสื่อมีเสียงดังมากในอิสราเอล สรุปการเดินทางไปมอสโคว์ของเนทันยาฮูว่า “เป็นการแสดงให้เห็นว่า อำนาจของอเมริกาในตะวันออกกลาง เป็นอดีตไปเสียแล้ว…”
    ถังของชาวเกาะ สรุปส่งท้ายว่า โอกาสที่อเมริกา จะกลับมามีอำนาจเหมือนเดิม มีแค่ทางเดียว คือ อเมริกาต้องเคลื่อนตัวเองเข้ามาในตะวันออกกลางเสียใหม่ และอย่างรวดเร็ว และจัดการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในซีเรีย
    เป็นถังขยะแฝดกันก็จริง และทุกทีก็มักจะวิเคราะห์แบบประสานเสียงกัน โดยเฉพาะเวลาร้องเพลงด่ารัสเซีย เอ แต่ทำไมเรื่องรัสเซียอุ้มซีเรียคราวนี้ คู่แฝดเหมือนแตกเสียงกัน แต่จะถึงกับแตกคอกันหรือไม่… ดูไปก่อนนะครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    6 พ.ย. 2558
    จินนี่ ตอนที่ 4 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จินนี่” ตอน 4 อเมริกากำลังคิดอะไรอยู่ หรืออเมริกา รออะไร อเมริกาน่าจะกำลัง “ทำความเข้าใจ หรือทำความรู้จัก” กับศักยภาพกองทัพของรัสเซียของจริง จากการรบของรัสเซียในตะวันออกกลาง ไม่ใช่จากกระดาษรายงาน ของเหล่านักวิเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญ หรือถังความคิด รายใดรายหนึ่ง เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ประมาณ 2 เดือนหลังจากเฝ้าดูลีลาของรัสเซียในตะวันออกกลาง นาย Richard N Haass ประธานถังขยะความคิดหมายเลขหนึ่งของอเมริกา The Council on Foreign Relations หรือ CFR ถังขยะที่เชื่อกันว่า น่าจะเป็นผู้กำกับฝูงนกอินทรีตัวจริง ก็ลงมือเขียนรายงาน ชื่อ “Testing Putin in Syria ” ท่านประธานถังขยะ สรุปว่า ชัดเจนว่าการเข้าไปในตะวันออกกลางของปูติน เหมือนไปต่อท่อหายใจให้กับอัสสาดของซีเรีย แต่ขณะเดียวกัน ปูตินก็ใช้โอกาสนี้ บอกให้โลกรู้ว่า รัสเซียยังอยู่นะ และอยู่แบบแข็งแรงด้วย เป็นการเบี่ยงเบน จากความจริงว่า เศรษฐกิจในบ้านรัสเซียกำลังหดเหี่ยว และเพื่อให้ผู้คนลืมเรื่องยูเครนไปด้วย ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อสร้างคะแนนเสียงให้กับตัวเองในรัสเซียนั่นแหละ มีหลายคนเป็นห่วงว่า การที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ไม่ใช่จะทำให้ อัสสาดเผด็จการจอมโหดแข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกไอซิสโตขึ้นอีกด้วย เพราะการที่รัสเซียมุ่งหน้าแต่จะทำลายศัตรูของอัสสาด เท่ากับเปิดโอกาส ให้ไอซิสขยายพันธ์ง่ายขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้ห่วงว่า รัสเซีย จะเป็นคนเริ่มสงครามเย็นในตะวันออกกลาง ด้วยการปิดล้อม ประเทศที่อยู่คนละฝ่ายกับอัสสาด แต่ท่านประธานถังขยะ บอกว่า ลืมไปได้เลย รัสเซียไม่มีปัญญารับมือกับการเปิดศึกหลายด้านหรอก เพราะนโยบายต่างประเทศแบบนั้น มันมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งสภาพทางเศรษฐกิจ กับสภาพกองทัพของรัสเซีย ไม่เอื้อให้รัสเซียเล่นได้ขนาดนั้น และก็ไม่แน่ว่า ชาวรัสเซียจะสนับสนุนปูติน ให้ทำเช่นนั้นด้วย ก็เหลือแต่ว่าปูติน ยังอยากจะเพลินกับการปกครอง แบบรวบอำนาจของตน ไปอีกนานไหมล่ะ ทุกอย่างมันมีขอบเขต และมีราคาทั้งสิ้น และปูตินอย่าลืมว่า เมื่อไอซิสแข็งแรงขึ้น ไม่นานเกินรอ คงได้เห็นนักรบพลีชีพ ไปก่อระเบิดในมอสโคว์แน่นอน (ขณะที่เขียนนี่ มอสโคว์ยังไม่มีระเบิดพลีชีพ แต่เครื่องบินโดยสารของรัสเซียโดนมือมืดสอยร่วงไปแล้ว นับว่าท่านประธานถังขยะ อ่านเกมขาด.!?) ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า ปูตินคิดเรื่องซีเรีย ถึงขนาดไหน ถึงขนาดจะเอาอัสสาดไว้ ไม่ว่าต้วเองจะฉิบหายแค่ไหนอย่างนั้นหรือ หรือเอาแค่ว่า รัสเซียก็สามารถมีส่วน ในการจัดการตะวันออกกลางด้วย โดยไม่ต้องเอาเรื่องอัสสาดมาเกี่ยว ประธานถังขยะ แนะนำว่า ระหว่างที่ท่าทีของรัสเซียยังไม่ชัดเจน อเมริกาเอง ควรเลือกดำเนินการ 2 อย่างควบคู่กันไป ทางหนึ่งคือ จัดการดุลยอำนาจในบริเวณซีเรียเสียใหม่ ด้วยการสนับสนุนชาวเคิร์ด กับพวกสุนนี่บางกลุ่มเหมือนเดิม ขณะเดียวกันก็เดินหน้าถล่มไอซิสจากทางอากาศต่อไป เหมือนเดิมอีกเหมือนกัน ขณะเดียวกัน ก็พยายามดำเนินการทางการทูต เพื่อนำไปสู่ “การแบ่งซีเรีย” !!!! โดยแบ่งซีเรียออกเป็นส่วนๆ และแยกการปกครอง ของแต่ละส่วนออกจากกัน น่าจะเป็นสูตรที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่าย ไม่ว่าอเมริกา หรือใคร ก็คงไม่ได้สนใจจริงจังใช่ไหม ที่จะรักษารัฐบาลของซีเรีย ที่มีอำนาจควบคุมซีเรียทั้งหมดหรอก และด้วยการดำเนินการอย่างนี้ อเมริกาก็สามารถที่จะให้รัสเซีย และแม้แต่ อิหร่าน ก็เข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่ง (เค๊ก) ซีเรียด้วยกัน แบบนี้ ปูตินก็น่าจะพอใจ เพราะได้หน้ากำลังดี คุ้มกับราคาที่เสียไปในการเข้ามาในซีเรีย …ดูเหมือน บทความนี้จะเป็นการโยนหินถามทาง ระหว่างที่ท่านหัวหน้าใบตองแห้งกำลังนั่งกัดเล็บ อยู่ในมุมมืดของห้องทำงานที่ทำเนียบขาว รอผลสรุปจากพวกลูกกระเป๋ง ก่อนจะวางยุทธศาสตร์ หาทางเดินให้ตัวเอง…. แต่ผมขอเพิ่มสักหน่อยว่า บทความของท่านประธานถังขยะ นี่มันยั่วยวน กวนส้นจริงๆ ส่อสันดานอเมริกาของแท้อย่างชัดเจน ทั้งดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ไม่มีใครเก่งวิเศษเท่ามึง ที่ดีแต่ปาก แต่ จริงๆก็ขี้ขลาดเอาตัวรอด งก และยังหน้าด้าน เห็นแก่ได้ แม้กระทั่งลางแพ้รออยู่ข้างหน้า … มึงคิดได้ยังไง อยู่ดีๆจะเสนอแบ่งประเทศเขา….. เราต้องจำวิธีคิดแบบนี้ของไอ้ใบตองแห้งให้ดีๆ นะครับ เห็นการวิเคราะห์ของฝั่งวอชิงตันแล้ว คราวนี้ลองไปฟัง การวิเคราะห์ของอีกฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกกันบ้างครับ 2 วัน ก่อนหน้าที่เรื่อง คุณจีนนี่ จะออกมาเป็นข่าว ถังขยะความคิดของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ Chatham House คู่แฝดของ CFR ก็ออกบทความเหมือนกัน ชื่อ Putin’s Gamble in Syria เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ.2015 สรุปว่า ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสมัยสหภาพโซเวียต หรือเป็นรัสเซียใหม่ ยังไม่เคยมีก้าวไหนของรัสเซียที่ท้าทาย เท่ากับการเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับซีเรียของนายปูตินครั้งนี้ ส่วนใหญ่ เวลาที่รัสเซียมีกิจกรรมนอกพื้นที่ตัวเอง ก็มักจะเกี่ยวข้องโดยตรง กับเรื่องของรัสเซียเอง แต่ครั้งนี้ ดูเหมือนไม่ใช่เช่นนั้น เมื่อวันที่นายปูติน บินไปนิวยอร์ค เพื่อพบหน้ากับนายโอบามา ในการประชุมใหญ่ของสหประชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปูติน พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมานั้น ในวันนั้น กองทัพของรัสเซีย เครื่องบินรบ รวมทั้งนาวิกโยธินของรัสเซีย และเรือบรรทุกครื่องบิน Moskva ทั้งหมด ได้ไปประจำการณ์อยู่ที่ท่าเรือ Latakia/Tartous ที่อยู่ทางเหนือของซีเรีย เรียบร้อยหมดแล้ว และเมื่อปูติน พบกับโอบามา เขาก็คงจะบอกกับโอบามา ว่ารัสเซียจะใช้ของที่เอาไปอยู่ตรงนั้นอย่างไร และจริงๆ ภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากนั้น ฝูงบิน Sukhoi ของรัสเซีย ก็เริ่มโจมตีกลุ่มไอซิส ที่ al-Rakaa แล้ว รวมทั้งโจมตีกลุ่มกองกำลังฝ่ายกบฏซีเรีย ที่อเมริกาและพวก ที่นำโดยซาอุดิอารเบีย และตุรกี เป็นผู้สนับสนุนอีกด้วย การจู่โจมของรัสเซีย นับเป็นปรากฏการณ์ ที่น่าตื่นเต้นอย่างมากในตะวันออกกลาง แม้ว่าจะปูตินจะพารัสเซียเข้าไปอยู่ในความเสี่ยงสูง แต่ก็ต้องยอมรับว่า ปูตินยังมียุทธศาสตร์ ในขณะที่โอบามาเอง กำลังนั่งมึนหาทางไปไม่เจอ แต่ปูตินเข้าไปอยู่ในพื้นที่แล้ว เพื่อให้แน่ใจว่า ตัวเองจะต้องอยู่ตรงนั้น เมื่อวันตัดสินชะตาของซีเรียเกิดขึ้น แต่โอบามา ยังคงนั่งเงียบอยู่ ผลกระทบในตะวันออกกลาง จากการเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับซีเรียของรัสเซีย มีสูงยิ่ง เมื่อเปรียบเทียบระหว่างฝ่ายสุนนี่ที่ต่อต้านอัสสาด (ซาอุดิอารเบีย การ์ตา ตุรกี) กับฝ่ายรัสเซีย ที่สนับสนุน อัสสาด รวมทั้งความไม่เด็ดขาดของโอบามา เมื่อเทียบกับปูติน ถังขยะของชาวเกาะบอกว่า มีสิ่งที่น่าสนใจอีก 2 รายการ คือ สัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอียิปต์ ที่ดูเหมือนนับวันจะใกล้ชิดกันมากขึ้น ขณะที่อิทธิพลของอเมริกา ที่มีต่ออียิปต์ดูเหมือนจะจางลง (มิน่า เครื่องบินรัสเซีย ถึงต้องถูกสอยร่วงที่อียิปต์ เดี๋ยวจะใกล้ชิดกันมากไป..) แต่ที่น่าสนใจที่สุด คือ การที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เนทันยาฮู บินไปหา ปูติน เมื่อปลายเดือนสิงหาคม โดยการแจ้งล่วงหน้าเพียง 24 ชั่วโมง หนังสือพิมพ์ Haaretz ซึ่งเป็นสื่อมีเสียงดังมากในอิสราเอล สรุปการเดินทางไปมอสโคว์ของเนทันยาฮูว่า “เป็นการแสดงให้เห็นว่า อำนาจของอเมริกาในตะวันออกกลาง เป็นอดีตไปเสียแล้ว…” ถังของชาวเกาะ สรุปส่งท้ายว่า โอกาสที่อเมริกา จะกลับมามีอำนาจเหมือนเดิม มีแค่ทางเดียว คือ อเมริกาต้องเคลื่อนตัวเองเข้ามาในตะวันออกกลางเสียใหม่ และอย่างรวดเร็ว และจัดการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในซีเรีย เป็นถังขยะแฝดกันก็จริง และทุกทีก็มักจะวิเคราะห์แบบประสานเสียงกัน โดยเฉพาะเวลาร้องเพลงด่ารัสเซีย เอ แต่ทำไมเรื่องรัสเซียอุ้มซีเรียคราวนี้ คู่แฝดเหมือนแตกเสียงกัน แต่จะถึงกับแตกคอกันหรือไม่… ดูไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 6 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 526 มุมมอง 0 รีวิว
  • เคย์ซี บาร์เน็ตต์ ประธานหอการค้าอเมริกันในกัมพูชา ผู้ออกมาประณามไทย ที่แท้ก็เป็นสุนัขรับใช้รัฐบาลฮุนเซน เพราะนอกจากทำธุรกิจหากินแล้ว ยังเป็นที่ปรึกษา และกรรมการในคณะทำงานด้านบัญชี ภาษี และหลักทรัพย์ของกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังกัมพูชา
    #คิงส์โพธิ์แดง
    เคย์ซี บาร์เน็ตต์ ประธานหอการค้าอเมริกันในกัมพูชา ผู้ออกมาประณามไทย ที่แท้ก็เป็นสุนัขรับใช้รัฐบาลฮุนเซน เพราะนอกจากทำธุรกิจหากินแล้ว ยังเป็นที่ปรึกษา และกรรมการในคณะทำงานด้านบัญชี ภาษี และหลักทรัพย์ของกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังกัมพูชา #คิงส์โพธิ์แดง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 155 มุมมอง 0 รีวิว
  • GnuCash 5.14 อัปเดตใหญ่: เพิ่มการรองรับ US Bonds และยกระดับระบบดึงข้อมูลการเงิน

    GnuCash 5.14 มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่สำคัญอย่างการรองรับ US Bonds ผ่านโมดูล Finance::Quote ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถดึงราคาของพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภท E, EE และ I ได้โดยตรงจากแหล่งข้อมูลออนไลน์ การเพิ่มความสามารถนี้สะท้อนทิศทางของ GnuCash ที่ต้องการเป็นเครื่องมือบัญชีส่วนบุคคลและธุรกิจขนาดเล็กที่ตอบโจทย์การลงทุนยุคใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้ที่ต้องการติดตามสินทรัพย์หลากหลายประเภทในพอร์ตเดียว

    การอัปเดตครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อเนื่องในการทำให้ GnuCash รองรับสินทรัพย์ทางการเงินที่ซับซ้อนขึ้น ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เติบโตในปี 2025 เมื่อผู้ใช้ทั่วไปเริ่มลงทุนในตราสารหนี้มากขึ้น ทั้งเพื่อกระจายความเสี่ยงและเพื่อรับผลตอบแทนที่มั่นคงกว่าในสภาวะเศรษฐกิจผันผวน การรองรับ US Bonds จึงเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ GnuCash แข่งขันกับซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ได้ดีขึ้น

    นอกจากนี้ การอัปเดตยังคงเน้นความเสถียรและการแก้ไขบั๊กในหลายส่วน ซึ่งเป็นจุดแข็งของโครงการโอเพ่นซอร์สที่มีชุมชนผู้ใช้และผู้พัฒนาขนาดใหญ่ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องนี้ทำให้ GnuCash ยังคงเป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์บัญชีฟรีที่ได้รับความนิยมสูงสุดบน Linux, Windows และ macOS โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการความโปร่งใสและความสามารถในการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังอย่างละเอียด

    ในภาพรวม GnuCash 5.14 เป็นอัปเดตที่แม้จะดูเล็ก แต่มีผลต่อผู้ใช้ที่ลงทุนในตราสารหนี้อย่างชัดเจน และยังเป็นสัญญาณว่าทีมพัฒนากำลังผลักดันให้ซอฟต์แวร์รองรับสินทรัพย์ทางการเงินที่หลากหลายขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ทันกับความต้องการของผู้ใช้ยุคใหม่

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ฟีเจอร์ใหม่ใน GnuCash 5.14
    รองรับ US Bonds (E, EE, I) ผ่าน Finance::Quote
    ดึงข้อมูลราคาพันธบัตรได้โดยตรงจากแหล่งข้อมูลออนไลน์

    ทิศทางการพัฒนา
    เน้นรองรับสินทรัพย์การเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น
    ปรับปรุงเสถียรภาพและแก้ไขบั๊กอย่างต่อเนื่อง

    ประเด็นที่ผู้ใช้ควรระวัง
    การดึงข้อมูล Finance::Quote อาจขึ้นกับความพร้อมของแหล่งข้อมูลภายนอก
    ผู้ใช้ที่ไม่อัปเดตโมดูล Perl อาจพบปัญหาการดึงข้อมูล

    คำแนะนำสำหรับผู้ใช้
    อัปเดต GnuCash และ Finance::Quote ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลพันธบัตรก่อนบันทึกในบัญชี

    https://9to5linux.com/gnucash-5-14-open-source-accounting-software-adds-support-for-us-bonds
    💵 GnuCash 5.14 อัปเดตใหญ่: เพิ่มการรองรับ US Bonds และยกระดับระบบดึงข้อมูลการเงิน GnuCash 5.14 มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่สำคัญอย่างการรองรับ US Bonds ผ่านโมดูล Finance::Quote ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถดึงราคาของพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภท E, EE และ I ได้โดยตรงจากแหล่งข้อมูลออนไลน์ การเพิ่มความสามารถนี้สะท้อนทิศทางของ GnuCash ที่ต้องการเป็นเครื่องมือบัญชีส่วนบุคคลและธุรกิจขนาดเล็กที่ตอบโจทย์การลงทุนยุคใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้ที่ต้องการติดตามสินทรัพย์หลากหลายประเภทในพอร์ตเดียว การอัปเดตครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อเนื่องในการทำให้ GnuCash รองรับสินทรัพย์ทางการเงินที่ซับซ้อนขึ้น ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เติบโตในปี 2025 เมื่อผู้ใช้ทั่วไปเริ่มลงทุนในตราสารหนี้มากขึ้น ทั้งเพื่อกระจายความเสี่ยงและเพื่อรับผลตอบแทนที่มั่นคงกว่าในสภาวะเศรษฐกิจผันผวน การรองรับ US Bonds จึงเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ GnuCash แข่งขันกับซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การอัปเดตยังคงเน้นความเสถียรและการแก้ไขบั๊กในหลายส่วน ซึ่งเป็นจุดแข็งของโครงการโอเพ่นซอร์สที่มีชุมชนผู้ใช้และผู้พัฒนาขนาดใหญ่ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องนี้ทำให้ GnuCash ยังคงเป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์บัญชีฟรีที่ได้รับความนิยมสูงสุดบน Linux, Windows และ macOS โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการความโปร่งใสและความสามารถในการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังอย่างละเอียด ในภาพรวม GnuCash 5.14 เป็นอัปเดตที่แม้จะดูเล็ก แต่มีผลต่อผู้ใช้ที่ลงทุนในตราสารหนี้อย่างชัดเจน และยังเป็นสัญญาณว่าทีมพัฒนากำลังผลักดันให้ซอฟต์แวร์รองรับสินทรัพย์ทางการเงินที่หลากหลายขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ทันกับความต้องการของผู้ใช้ยุคใหม่ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ฟีเจอร์ใหม่ใน GnuCash 5.14 ➡️ รองรับ US Bonds (E, EE, I) ผ่าน Finance::Quote ➡️ ดึงข้อมูลราคาพันธบัตรได้โดยตรงจากแหล่งข้อมูลออนไลน์ ✅ ทิศทางการพัฒนา ➡️ เน้นรองรับสินทรัพย์การเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ➡️ ปรับปรุงเสถียรภาพและแก้ไขบั๊กอย่างต่อเนื่อง ‼️ ประเด็นที่ผู้ใช้ควรระวัง ⛔ การดึงข้อมูล Finance::Quote อาจขึ้นกับความพร้อมของแหล่งข้อมูลภายนอก ⛔ ผู้ใช้ที่ไม่อัปเดตโมดูล Perl อาจพบปัญหาการดึงข้อมูล ‼️ คำแนะนำสำหรับผู้ใช้ ⛔ อัปเดต GnuCash และ Finance::Quote ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ⛔ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลพันธบัตรก่อนบันทึกในบัญชี https://9to5linux.com/gnucash-5-14-open-source-accounting-software-adds-support-for-us-bonds
    9TO5LINUX.COM
    GnuCash 5.14 Open-Source Accounting Software Adds Support for US Bonds - 9to5Linux
    GnuCash 5.14 open-source, free, and cross-platform accounting software is now available for download with various improvements and bug fixes.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 211 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts