• คนที่คอยยังคงคอยอยู่อย่างนั้น
    คนที่ฝันยังคงฝันคะนึงถึง
    คนที่เพ้อยังคงเพ้อยังรำพึง
    คนที่ซึ้งยังอยากซึ้งอีกสักครั้ง
    คนที่รักยังคงรักอยู่อย่างนั้น
    คนที่หวั่นยังคงหวั่นในความหวัง
    คนที่ท้อยังคงท้อทุกข์เสียจัง
    คนที่นั่งยังคงนั่งไม่ยอมนอน
    คนหลายคนคอยรักเธอคิดถึงเธอ
    คนหลายคนถึงคอยเก้อก็คอยก่อน
    คนหลายคนมาคอยเว้ามาคอยวอน
    คนหลายคนต้องรุ่มร้อนเพราะรักเธอ
    คนไม่จริงไม่เคยจริงไม่เคยจริง
    คนกลอกกลิ้งก็กลอกกลิ้งอยู่เสมอ
    คนหลอกลวงช่างหลอกลวงเสียจริงเออ
    คนแบบเธอนั่นแหละเธอคนแบบนั้น
    คนอะไรช่างกระไรช่างใจร้าย
    คนจะตายเจ็บจะตายก็คือฉัน
    หลงรักเธอเผลอใจห้ามไม่ทัน
    อยู่กับฝันลมลมอย่างตรมตรอม
    คนที่คอยยังคงคอยอยู่อย่างนั้น คนที่ฝันยังคงฝันคะนึงถึง คนที่เพ้อยังคงเพ้อยังรำพึง คนที่ซึ้งยังอยากซึ้งอีกสักครั้ง คนที่รักยังคงรักอยู่อย่างนั้น คนที่หวั่นยังคงหวั่นในความหวัง คนที่ท้อยังคงท้อทุกข์เสียจัง คนที่นั่งยังคงนั่งไม่ยอมนอน คนหลายคนคอยรักเธอคิดถึงเธอ คนหลายคนถึงคอยเก้อก็คอยก่อน คนหลายคนมาคอยเว้ามาคอยวอน คนหลายคนต้องรุ่มร้อนเพราะรักเธอ คนไม่จริงไม่เคยจริงไม่เคยจริง คนกลอกกลิ้งก็กลอกกลิ้งอยู่เสมอ คนหลอกลวงช่างหลอกลวงเสียจริงเออ คนแบบเธอนั่นแหละเธอคนแบบนั้น คนอะไรช่างกระไรช่างใจร้าย คนจะตายเจ็บจะตายก็คือฉัน หลงรักเธอเผลอใจห้ามไม่ทัน อยู่กับฝันลมลมอย่างตรมตรอม
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 28 มุมมอง 0 รีวิว
  • พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ สักลายที่เป็นภาษาอาหรับ "كافر" ที่ตรงกับภาษาอังกฤษ 'Infidel' (Kafir) ซึ่งมีความหมายว่าพวกนอกรีต ไม่เลื่อมใสต่อสิ่งใด หรือพวกไม่มีศาสนา ที่หมายถึงผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า ปฏิเสธพระองค์ ละทิ้งสัญลักษณ์ของพระองค์
    พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ สักลายที่เป็นภาษาอาหรับ "كافر" ที่ตรงกับภาษาอังกฤษ 'Infidel' (Kafir) ซึ่งมีความหมายว่าพวกนอกรีต ไม่เลื่อมใสต่อสิ่งใด หรือพวกไม่มีศาสนา ที่หมายถึงผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า ปฏิเสธพระองค์ ละทิ้งสัญลักษณ์ของพระองค์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 98 มุมมอง 0 รีวิว
  • วันนี้คงอยู่ไม่สุข ฝนทำท่าจะตกแต่ไม่ตก แต่ก็ต้องรดน้ำต้นไม้ถึง 4 รอบ ทั้งร้อนทั้งฝนไม่ตกง่าย ถ้าจะสอบท้องถิ่น ก็สอบให้ได้ทำงาน ตวจ. อย่าทำเลย กทม. วุ่นวายสุดๆ เทศบาลบ้านนอกคอกนามีตั้งเยอะแยะ ดันให้บรรจุ กทม. แบบนี้ผมมองว่าผิดปกติแล้วนะ วันนึงบอกสอบท้องถิ่น อีกวันบอกสอบ กทม. เอาสักอย่างเหอะ สอบท้องถิ่นบ้านนอกคอกนาดีกว่า กทม.เรื่องมากเกิ๊น
    วันนี้คงอยู่ไม่สุข ฝนทำท่าจะตกแต่ไม่ตก แต่ก็ต้องรดน้ำต้นไม้ถึง 4 รอบ ทั้งร้อนทั้งฝนไม่ตกง่าย ถ้าจะสอบท้องถิ่น ก็สอบให้ได้ทำงาน ตวจ. อย่าทำเลย กทม. วุ่นวายสุดๆ เทศบาลบ้านนอกคอกนามีตั้งเยอะแยะ ดันให้บรรจุ กทม. แบบนี้ผมมองว่าผิดปกติแล้วนะ วันนึงบอกสอบท้องถิ่น อีกวันบอกสอบ กทม. เอาสักอย่างเหอะ สอบท้องถิ่นบ้านนอกคอกนาดีกว่า กทม.เรื่องมากเกิ๊น
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 34 มุมมอง 0 รีวิว
  • คุณแม่บอกเหนื่อยจริงๆ แต่มีความสุขเห็นลูกหลานมีความสุข เพลินใจ ได้มาพักตามที่ชอบอืม..สักวันเราก้อจักเป็นแบบนี้
    คุณแม่บอกเหนื่อยจริงๆ แต่มีความสุขเห็นลูกหลานมีความสุข เพลินใจ ได้มาพักตามที่ชอบอืม..สักวันเราก้อจักเป็นแบบนี้
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 19 มุมมอง 0 รีวิว
  • กฏหมายเมื่อวานมันตอกย้ำความรู้สึกที่ว่า
    "ไม่กล้ามีลูก !"
    ....
    หลายคนถาม lit nit บ่อย ๆ ว่าทำไมไม่มีลูกสักที บอกตามตรงว่า "กลัว"
    - กลัวหนึ่งคือโลกในยุคปัจจุบันทุกอย่างมันหมุนไปด้วยเงิน
    - กลัวสองคือโลกในยุคปัจจุบันมันมีเรื่องให้สุ่มเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา
    ....
    และตอนนี้ก็มีเรื่องให้กลัวเป็นเรื่องที่สาม เมื่อสิทธิของสถาบันครอบครัวถูกลิดรอนให้อยู่ในภาวะที่สุ่มเสี่ยงทางกฏหมาย
    ....
    การตีเพื่ออบสั่งสอนไม่ใช่การทารุณกรรม กฏหมายเดิมก็เอื้อให้ศาลใช้ดุลพินิจแยกแยะได้อยู่แล้ว แต่เมื่อยกเลิก การตีเพื่ออบรมสั่งสอนจึงเหมารวมอยู่ในการทารุณกรรม แบบนี้จะมีลูกเพื่อให้มากดดันตัวเองทำไม
    ....
    เรายึดถือแนวทางของชาติอื่น งานวิจัยในบางมุม มากกว่าประสบการณ์และวัฒนธรรมที่ผ่านมาหลายปีซึ่งถือได้ว่าเป็นงานวิจัยได้เช่นกัน ?
    ...
    ก็ได้แค่เขียนในพื้นที่เล็ก ๆ ของเรา สิ่งที่ทำได้มากกว่านี้อีกนิดคือเลือกตั้งรอบหน้า โหวดโนแน่นอน
    #อยากได้การเมืองแบบใหม่จัง เสียดายก็แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นกลุ่มไหนมีพฤติกรรมที่จะนำพาไปสู่ความฝันนั้นเลย
    กฏหมายเมื่อวานมันตอกย้ำความรู้สึกที่ว่า "ไม่กล้ามีลูก !" .... หลายคนถาม lit nit บ่อย ๆ ว่าทำไมไม่มีลูกสักที บอกตามตรงว่า "กลัว" - กลัวหนึ่งคือโลกในยุคปัจจุบันทุกอย่างมันหมุนไปด้วยเงิน - กลัวสองคือโลกในยุคปัจจุบันมันมีเรื่องให้สุ่มเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา .... และตอนนี้ก็มีเรื่องให้กลัวเป็นเรื่องที่สาม เมื่อสิทธิของสถาบันครอบครัวถูกลิดรอนให้อยู่ในภาวะที่สุ่มเสี่ยงทางกฏหมาย .... การตีเพื่ออบสั่งสอนไม่ใช่การทารุณกรรม กฏหมายเดิมก็เอื้อให้ศาลใช้ดุลพินิจแยกแยะได้อยู่แล้ว แต่เมื่อยกเลิก การตีเพื่ออบรมสั่งสอนจึงเหมารวมอยู่ในการทารุณกรรม แบบนี้จะมีลูกเพื่อให้มากดดันตัวเองทำไม .... เรายึดถือแนวทางของชาติอื่น งานวิจัยในบางมุม มากกว่าประสบการณ์และวัฒนธรรมที่ผ่านมาหลายปีซึ่งถือได้ว่าเป็นงานวิจัยได้เช่นกัน ? ... ก็ได้แค่เขียนในพื้นที่เล็ก ๆ ของเรา สิ่งที่ทำได้มากกว่านี้อีกนิดคือเลือกตั้งรอบหน้า โหวดโนแน่นอน #อยากได้การเมืองแบบใหม่จัง เสียดายก็แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นกลุ่มไหนมีพฤติกรรมที่จะนำพาไปสู่ความฝันนั้นเลย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 60 มุมมอง 0 รีวิว
  • สักการะหลวงพ่อโตวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร
    สักการะหลวงพ่อโตวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 7 มุมมอง 0 รีวิว
  • สักการะหลวงพ่อโต วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร
    สักการะหลวงพ่อโต วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 8 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🌸✨ ฮ่องกง สงกรานต์ 13-15 เม.ย. 68 / 14-16 เม.ย. 68 ✨🌸
    บินสบายๆ กับ EK-เอมิเรตส์แอร์ไลน์ ✈️
    จำนวนวัน: 3 วัน 2 คืน 🗓️

    🎢 สนุกเต็มวันที่ดิสนีย์แลนด์ 🌟 ดินแดนแห่งความสุขสำหรับทุกคน!
    🙏 สักการะ เทพเจ้าแชกงหมิว เพื่อความเป็นสิริมงคล ✨
    💖 ขอพรความรักที่ วัดหวังต้าเซียน 🏯

    📅 รีบจองด่วน! ที่นั่งมีจำนวนจำกัด! 🎉
    #ฮ่องกง #สงกรานต์68 #ทัวร์ฮ่องกง #ดิสนีย์แลนด์ #ขอพรเทพเจ้า #แชกงหมิว #วัดหวังต้าเซียน #เที่ยวฮ่องกง #เอมิเรตส์แอร์ไลน์ #ทัวร์สงกรานต์
    🌸✨ ฮ่องกง สงกรานต์ 13-15 เม.ย. 68 / 14-16 เม.ย. 68 ✨🌸 บินสบายๆ กับ EK-เอมิเรตส์แอร์ไลน์ ✈️ จำนวนวัน: 3 วัน 2 คืน 🗓️ 🎢 สนุกเต็มวันที่ดิสนีย์แลนด์ 🌟 ดินแดนแห่งความสุขสำหรับทุกคน! 🙏 สักการะ เทพเจ้าแชกงหมิว เพื่อความเป็นสิริมงคล ✨ 💖 ขอพรความรักที่ วัดหวังต้าเซียน 🏯 📅 รีบจองด่วน! ที่นั่งมีจำนวนจำกัด! 🎉 #ฮ่องกง #สงกรานต์68 #ทัวร์ฮ่องกง #ดิสนีย์แลนด์ #ขอพรเทพเจ้า #แชกงหมิว #วัดหวังต้าเซียน #เที่ยวฮ่องกง #เอมิเรตส์แอร์ไลน์ #ทัวร์สงกรานต์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 44 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข้าแด่เทพเทวดา ผู้เป็นสักขีพยานในการรักษาทรัพย์ ตั้งแต่อดีตชาติจวบจนปัจจุบัน บุญกุศลใดก็ตาม ทรัพย์ใดก็ตามที่ ข้าพเจ้าพึงสั่งสมมา ให้ข้าพเจ้าได้มาเกิดเป็นมนุษย์ในดินแดนสุวรรณภูมิ ได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าได้พบบวรพระพุทธศาสนา ได้พบพระศรีคเณศ ได้พบพญานาคราชหรือทวยเทพเทวดาพระองค์ใดที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอใช้เวลาที่มีอยู่ในภพชาตินี้ในการทำนุบำรุงประเทศชาติบ้านเมืองและศาสนา ขอการดูแลบำรุงอุดหนุนตนเองครอบครัววงศ์ตระกูลให้มีอิสรภาพให้สำเร็จสะดวกสบาย ทรัพย์ใดมีอยู่จริงทั้งที่ดิน ทั้งใต้น้ำ ทั้งที่อากาศ ขอให้หลั่งไหลเข้ามาในชีวิตข้าพเจ้า จะมาในรูปแบบใดก็ดี ขอให้มาอย่างถูกต้อง ขอให้มาเป็นภูมิปัญญาอันเป็นประเสริฐขอให้มาเป็นภูมิปัญญาอันประเสริฐ เป็นบ่อเกิดแห่งความดีทั้งปวง
    #พลัมเฮร่า
    #เรือนเทพพฤกษารื่นรมย์

    น้อมกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เชียง ปัณณวิชญ์
    ค่ะ...
    ข้าแด่เทพเทวดา ผู้เป็นสักขีพยานในการรักษาทรัพย์ ตั้งแต่อดีตชาติจวบจนปัจจุบัน บุญกุศลใดก็ตาม ทรัพย์ใดก็ตามที่ ข้าพเจ้าพึงสั่งสมมา ให้ข้าพเจ้าได้มาเกิดเป็นมนุษย์ในดินแดนสุวรรณภูมิ ได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าได้พบบวรพระพุทธศาสนา ได้พบพระศรีคเณศ ได้พบพญานาคราชหรือทวยเทพเทวดาพระองค์ใดที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอใช้เวลาที่มีอยู่ในภพชาตินี้ในการทำนุบำรุงประเทศชาติบ้านเมืองและศาสนา ขอการดูแลบำรุงอุดหนุนตนเองครอบครัววงศ์ตระกูลให้มีอิสรภาพให้สำเร็จสะดวกสบาย ทรัพย์ใดมีอยู่จริงทั้งที่ดิน ทั้งใต้น้ำ ทั้งที่อากาศ ขอให้หลั่งไหลเข้ามาในชีวิตข้าพเจ้า จะมาในรูปแบบใดก็ดี ขอให้มาอย่างถูกต้อง ขอให้มาเป็นภูมิปัญญาอันเป็นประเสริฐขอให้มาเป็นภูมิปัญญาอันประเสริฐ เป็นบ่อเกิดแห่งความดีทั้งปวง #พลัมเฮร่า #เรือนเทพพฤกษารื่นรมย์ น้อมกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เชียง ปัณณวิชญ์ ค่ะ...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 73 มุมมอง 0 รีวิว
  • เหรียญท้าวกุเวรมหาราช รุ่นกฐินพระราชทาน วัดมัชฌิมาวาส วัดกลาง จ.สงขลา
    เหรียญท้าวกุเวรมหาราช รุ่นกฐินพระราชทาน วัดมัชฌิมาวาส วัดกลาง จ.สงขลา // พระดีพิธีใหญ่ เทพผู้บันดาลความมั่งคั่ง ร่ำรวย ทรัพย์สมบัติเงินทองและโชคลาภ //พระสถาพสวยมาก ผิวหิ้ง พระดูง่าย หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ //

    ** พุทธคุณในด้านบันดาลความร่ำรวยและโชคลาภ อุดมโภคทรัพย์ เจริญในลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง อำนาจวาสนา เสริมโชคเสริมลาภ ช่วยปกป้องคุ้มครอง จากสิ่งชั่วร้าย ภูตผีปีศาจ มนตร์ดําต่างๆ >>>ผู้ใด ที่มี ท้าวกุเวร ไว้สักการะบูชา มักจะเกิดความร่ำรวยมีลาภทันตาเห็น >>

    ** วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองสงขลามาช้านานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งชาวสงขลาจะเรียกกันติดปากว่า"วัดกลาง" เป็นที่ประดิษฐานของท้าวกุเวรมหาราชอันเป็นเป้าหมายของฉันในการไปสักการะในครั้งนี้ ฉันไปถึงวัดในช่วงเย็น จอดรถด้านนอกบริเวณกำแพงวัดแล้วจึงเดินเข้าไปในวัด แดดร่มลมตก อากาศกำลังดี จึงเดินทอดน่องชื่นชมทัศนียภาพภายในวัดไปด้วย >>


    ** พระสถาพสวยมาก ผิวหิ้ง พระดูง่าย หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    เหรียญท้าวกุเวรมหาราช รุ่นกฐินพระราชทาน วัดมัชฌิมาวาส วัดกลาง จ.สงขลา เหรียญท้าวกุเวรมหาราช รุ่นกฐินพระราชทาน วัดมัชฌิมาวาส วัดกลาง จ.สงขลา // พระดีพิธีใหญ่ เทพผู้บันดาลความมั่งคั่ง ร่ำรวย ทรัพย์สมบัติเงินทองและโชคลาภ //พระสถาพสวยมาก ผิวหิ้ง พระดูง่าย หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ // ** พุทธคุณในด้านบันดาลความร่ำรวยและโชคลาภ อุดมโภคทรัพย์ เจริญในลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง อำนาจวาสนา เสริมโชคเสริมลาภ ช่วยปกป้องคุ้มครอง จากสิ่งชั่วร้าย ภูตผีปีศาจ มนตร์ดําต่างๆ >>>ผู้ใด ที่มี ท้าวกุเวร ไว้สักการะบูชา มักจะเกิดความร่ำรวยมีลาภทันตาเห็น >> ** วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองสงขลามาช้านานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งชาวสงขลาจะเรียกกันติดปากว่า"วัดกลาง" เป็นที่ประดิษฐานของท้าวกุเวรมหาราชอันเป็นเป้าหมายของฉันในการไปสักการะในครั้งนี้ ฉันไปถึงวัดในช่วงเย็น จอดรถด้านนอกบริเวณกำแพงวัดแล้วจึงเดินเข้าไปในวัด แดดร่มลมตก อากาศกำลังดี จึงเดินทอดน่องชื่นชมทัศนียภาพภายในวัดไปด้วย >> ** พระสถาพสวยมาก ผิวหิ้ง พระดูง่าย หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 131 มุมมอง 0 รีวิว
  • เบียร์บิดเบือนเรื่องพระเจ้าสุทโธทนะ เบียร์บอกว่าพระพุทธเจ้าสอนจนพระเจ้าสุทโธทนะ เลิกดูดวง เลิกทำพิธีกรรม

    เบียร์ ไปอ่านพระไตรปิฎกบ้าง พระพุทธเจ้าได้เทศนา สอนพระเจ้าสุทโธนะในช่วงที่พระเจ้าสุทโธนะป่วยหนัก ใกล้สิ้นพระชนม์ จะไปเลิกดูดวง เลิกทำพิธีอะไรก่อน พระเจ้าสุทโธนะฟังธรรมจบ ก็บรรลุอรหันต์ และปรินิพพานในตอนนั้นเลย เรื่องนี้ใครๆ เขาก็รู้ แต่เธอไม่รู้ แล้วก็เอาไปพูด ให้คนที่เขาไม่รู้ ยิ่งไม่รู้ยิ่งเข้าใจผิด สงสารคนที่ฟังนะ ฟังแล้วเข้าใจผิดกันไปหมด

    เบียร์อย่าพูดมั่ว พูดผิด พูดซ้ำพูดซาก แล้วก็คิดว่าตัวเองถูกอีก คือไม่มีอะไรถูกเลยที่พูดมาเนี่ย และเรื่องเดรัจฉานวิชาเนี่ย เมื่อไหร่เธอจะกล้ามาเคลียร์กับฉันซึ่งหน้าสักที

    https://youtu.be/TN8q3QlaRfM?si=EG94gSh6xfnN4wJf

    Anuparb Lorwong-ngam อาร์ตนั่งฟังอยู่ได้ยังไง รู้ว่าเขาพูดผิด แต่ไม่พูดแก้อะไรเลย อาร์ตนั่งฟังอยู่ได้ยังไง ทนฟังอยู่ได้ยังไงน้อง
    เบียร์บิดเบือนเรื่องพระเจ้าสุทโธทนะ เบียร์บอกว่าพระพุทธเจ้าสอนจนพระเจ้าสุทโธทนะ เลิกดูดวง เลิกทำพิธีกรรม เบียร์ ไปอ่านพระไตรปิฎกบ้าง พระพุทธเจ้าได้เทศนา สอนพระเจ้าสุทโธนะในช่วงที่พระเจ้าสุทโธนะป่วยหนัก ใกล้สิ้นพระชนม์ จะไปเลิกดูดวง เลิกทำพิธีอะไรก่อน พระเจ้าสุทโธนะฟังธรรมจบ ก็บรรลุอรหันต์ และปรินิพพานในตอนนั้นเลย เรื่องนี้ใครๆ เขาก็รู้ แต่เธอไม่รู้ แล้วก็เอาไปพูด ให้คนที่เขาไม่รู้ ยิ่งไม่รู้ยิ่งเข้าใจผิด สงสารคนที่ฟังนะ ฟังแล้วเข้าใจผิดกันไปหมด เบียร์อย่าพูดมั่ว พูดผิด พูดซ้ำพูดซาก แล้วก็คิดว่าตัวเองถูกอีก คือไม่มีอะไรถูกเลยที่พูดมาเนี่ย และเรื่องเดรัจฉานวิชาเนี่ย เมื่อไหร่เธอจะกล้ามาเคลียร์กับฉันซึ่งหน้าสักที https://youtu.be/TN8q3QlaRfM?si=EG94gSh6xfnN4wJf Anuparb Lorwong-ngam อาร์ตนั่งฟังอยู่ได้ยังไง รู้ว่าเขาพูดผิด แต่ไม่พูดแก้อะไรเลย อาร์ตนั่งฟังอยู่ได้ยังไง ทนฟังอยู่ได้ยังไงน้อง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 124 มุมมอง 0 รีวิว
  • วันนี้ตื่นตัวมากเลย อ่านหนังสือเตรียมสอบราชการ แต่ก็ต้องลุยทำโจทย์สักตั้ง ทำวนๆไป ส่วนคณิตศาสตร์ ผมว่าจะหาวิธีทำที่เจ๋งที่สุดและสร้างโจทย์แคลคูลัสและการคำนวนเชิงวิศวกรรมเพื่อฝึกฝนวิธีการคำนวณวิเคราะห์ด้านวิศวกรรม ในแง่ของสารสนเทศ ข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์มากกว่าครับ และจะพยายามอ่านหนังสือสอบ กพ. แต่ไม่เน้นอ่านนาน อ่าน 30 นาที ดีเลย์ อ่าน 45 น. ดีเลย์ อ่าน 1 ชม. ดีเลย์ และทำโจทย์เพ่ิมความเข้าใจอีก 30-1 ชม. และ ดีเลย์ เพื่อพักผ่อน เบรก ไรงี้ ไม่งั้นสมองพังแน่ๆ
    วันนี้ตื่นตัวมากเลย อ่านหนังสือเตรียมสอบราชการ แต่ก็ต้องลุยทำโจทย์สักตั้ง ทำวนๆไป ส่วนคณิตศาสตร์ ผมว่าจะหาวิธีทำที่เจ๋งที่สุดและสร้างโจทย์แคลคูลัสและการคำนวนเชิงวิศวกรรมเพื่อฝึกฝนวิธีการคำนวณวิเคราะห์ด้านวิศวกรรม ในแง่ของสารสนเทศ ข้อมูลและระบบคอมพิวเตอร์มากกว่าครับ และจะพยายามอ่านหนังสือสอบ กพ. แต่ไม่เน้นอ่านนาน อ่าน 30 นาที ดีเลย์ อ่าน 45 น. ดีเลย์ อ่าน 1 ชม. ดีเลย์ และทำโจทย์เพ่ิมความเข้าใจอีก 30-1 ชม. และ ดีเลย์ เพื่อพักผ่อน เบรก ไรงี้ ไม่งั้นสมองพังแน่ๆ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 126 มุมมอง 0 รีวิว
  • อย่างปั่น!!! วิโรจน์ ลั่น! ผมถอนคำพูดให้ได้ แต่ขอก่อนประท้วงช่วยร้อง "กี้ กี้" สักสองครั้งได้ไหมครับ
    https://www.thai-tai.tv/news/17787/
    อย่างปั่น!!! วิโรจน์ ลั่น! ผมถอนคำพูดให้ได้ แต่ขอก่อนประท้วงช่วยร้อง "กี้ กี้" สักสองครั้งได้ไหมครับ https://www.thai-tai.tv/news/17787/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 41 มุมมอง 0 รีวิว
  • หลังครองรักกันมายาวนาน 18 ปี และได้จูงมือจดทะเบียนสมรสกันไปเมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวานนี้ (22 ม.ค. 68) พิธีกรคนเก่ง “วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา” ก็ได้ควงหวานใจ “โอ๊ต อัครพล จับจิตรใจดล” จัดพิธีฉลองมงคลสมรสสุดโรแมนติกและอลังการ โดยเนรมิตพารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ให้หอมอบอวนไปด้วยกลิ่นไอรัก ภายใต้คอนเซปต์ WANDOLAND OF LOVE ที่ได้แรงบัลดาลมาจาก ดินแดนมหัศจรรย์แห่งความสุข เพื่อชวนทุกคนเดินทางเข้าสู่โลกแห่งเรื่องราวความรักของทั้งคู่

    ซึ่งงานนี้ นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ได้ให้เกียรติเป็นประธานในงานมงคลสมรส พร้อมด้วยครอบครัว และแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงเพื่อนพ้องศิลปินดารา ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานกันอย่างคับคั่ง ด้วยลุคแฟชั่นแบบจัดเต็ม อาทิ มดดํา คชาภา , แต้ว ณฐพร, มิว นิษฐา , วิน-เมธวิน , ลูกเกด-เมทินี , เป้ย ปานวาด , ต่อ-ธนภพ , นาย ณภัทร , เจเจ กฤษณภูมิ , ต้าเหนิง กัญญาวีร์ , เอมี่ กลิ่นประทุม , ซี ศิวัฒน์ , ต้นหอม ศกุนตลา , วุ้นเส้น วิริฒิพา , คริส หอวัง , แพนเค้ก เขมนิจ , ก้อย รัชวิน , ตูน อาทิวราห์ , เฌอปราง อารีย์กุล , รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ฯลฯ

    โดยบรรยากาศภายในงาน เต็มไปด้วยความสุขและความสนุกสนาน ก่อนปิดท้ายด้วยอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดว้าว ที่โชว์แสง สี เสียง สุดตระการตา จากเหล่าศิลปินในวงการที่มาร่วมสร้างสีสันบันเทิง ได้แก่ ตู่ ภพธร, ติ๊นา-คริสติน่า อากีล่าร์, ดา เอ็นโดรฟิน, มาช่า วัฒนพานิช, ทาทา ยัง, รัดเกล้า อามระดิษ, จิ๋ว ปิยนุช , กระแต อาร์สยาม พร้อมด้วยดีเจทั้งไทยและต่างประเทศ อย่าง DJ Wukong และ DJ Bomber Selecta ที่หมุนเวียนมาโชว์แบบจัดเต็ม เรียกได้ว่าอิ่มเอมหัวใจ สนุกครบรส

    #MGROnline #วู้ดดี้วุฒิธร #โอ๊ตอัครพล
    หลังครองรักกันมายาวนาน 18 ปี และได้จูงมือจดทะเบียนสมรสกันไปเมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวานนี้ (22 ม.ค. 68) พิธีกรคนเก่ง “วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา” ก็ได้ควงหวานใจ “โอ๊ต อัครพล จับจิตรใจดล” จัดพิธีฉลองมงคลสมรสสุดโรแมนติกและอลังการ โดยเนรมิตพารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ให้หอมอบอวนไปด้วยกลิ่นไอรัก ภายใต้คอนเซปต์ WANDOLAND OF LOVE ที่ได้แรงบัลดาลมาจาก ดินแดนมหัศจรรย์แห่งความสุข เพื่อชวนทุกคนเดินทางเข้าสู่โลกแห่งเรื่องราวความรักของทั้งคู่ • ซึ่งงานนี้ นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ได้ให้เกียรติเป็นประธานในงานมงคลสมรส พร้อมด้วยครอบครัว และแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงเพื่อนพ้องศิลปินดารา ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานกันอย่างคับคั่ง ด้วยลุคแฟชั่นแบบจัดเต็ม อาทิ มดดํา คชาภา , แต้ว ณฐพร, มิว นิษฐา , วิน-เมธวิน , ลูกเกด-เมทินี , เป้ย ปานวาด , ต่อ-ธนภพ , นาย ณภัทร , เจเจ กฤษณภูมิ , ต้าเหนิง กัญญาวีร์ , เอมี่ กลิ่นประทุม , ซี ศิวัฒน์ , ต้นหอม ศกุนตลา , วุ้นเส้น วิริฒิพา , คริส หอวัง , แพนเค้ก เขมนิจ , ก้อย รัชวิน , ตูน อาทิวราห์ , เฌอปราง อารีย์กุล , รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ฯลฯ • โดยบรรยากาศภายในงาน เต็มไปด้วยความสุขและความสนุกสนาน ก่อนปิดท้ายด้วยอาฟเตอร์ปาร์ตี้สุดว้าว ที่โชว์แสง สี เสียง สุดตระการตา จากเหล่าศิลปินในวงการที่มาร่วมสร้างสีสันบันเทิง ได้แก่ ตู่ ภพธร, ติ๊นา-คริสติน่า อากีล่าร์, ดา เอ็นโดรฟิน, มาช่า วัฒนพานิช, ทาทา ยัง, รัดเกล้า อามระดิษ, จิ๋ว ปิยนุช , กระแต อาร์สยาม พร้อมด้วยดีเจทั้งไทยและต่างประเทศ อย่าง DJ Wukong และ DJ Bomber Selecta ที่หมุนเวียนมาโชว์แบบจัดเต็ม เรียกได้ว่าอิ่มเอมหัวใจ สนุกครบรส • #MGROnline #วู้ดดี้วุฒิธร #โอ๊ตอัครพล
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 279 มุมมอง 0 รีวิว
  • รู้จักใช้ เข้าใจเงิน ตอนที่ 2
    .
    การครองชีวิตอย่างมีกิน มีใช้เสมอกันตลอดชีวิตนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าจะอยู่ในวัยทำงานหาเงินหรือวัยพ้นทำงานที่พลังในการหารายได้ลดน้อยลง หากใช้เงินในวัยทำงานอย่างไม่มีการวางแผนเพื่ออนาคตอย่างดีแล้ว ชีวิตในวัยบั้นปลายก็จะลำบาก
    .
    แผนการอดออมในช่วงวัยทำงาน เพื่อเก็บเงินไว้ใช้ เพื่อความมั่นคงในอนาคต เปรียบเสทอนการ “ยอมจน (วันนี้) เพื่อรวย (วันข้างหน้า)” ในขณะที่หากไม่มีแผนอดออมเพื่ออนาคต มีเงินเท่าใดใช้ไปอย่างสนุกในวัยทำงาน จะเปรียบเสมือนกับการ ราย (วันนี้) เพื่อจน (วันข้างหน้า)
    .
    มนุษย์ทุกคนสามารถเลือกชีวิตของตนเองได้ว่าจะสนุกสนานในการใช้เงินในวันนี้แต่ไม่มีอนาคตที่มั่นคง หรือจะยอมทนลำบากด้านเงินทองในวันนี้ เพื่ออนาคตที่มั่นคงในวันข้างหน้า อย่าลืมว่าชีวิตเป็นเรื่องของการเลือก และการยอมรับผล จากการเลือกนั่น
    .
    อย่างไรที่เรียกว่า “รวย” รายได้แบ่งออกเป็น 2 ชนิดตามลักษณะของแหล่งที่มา อย่างแรกต้องออกแรงทำงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง อย่างที่ 2 ไม่ต้องออกแรงทำงาน เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า ฯลฯ เมื่อใดที่มาตราฐานการครองชีพอยู่ในระดับสุขสบาย มีปัจจัยสี่ และความสะดวกสบายอื่นๆ อย่างครบถ้วนในระดับหนึ่ง และมีรายได้จากการไม่ต้องทำงานสูงกว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ก็เรียกได้ว่าเป็น “คนรวย” แล้ว
    .
    การทำงานก่อให้เกิดรายได้ และรายได้นั้นก็ต้องจ่ายออกไปเป็นค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า ค่าเดินทาง ค่าบันเทิงหย่อนใจ ฯลฯ เดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่า หากไม่ระวัง รายได้ทั้งเดือนจะหมดสิ้นไป หรืออาจต้องขอจากพ่อแม่ หรือผู้ใหญ่เพิ่มเติม หรืออาจต้องกู้ยิมเพิ่มเติมจนเป็นหนี้เป็นสิน อย่างนี้เรียกว่าไม่มีเงินออม
    .
    The Richest Man in Babylon ซึ่งเขียนโดย G.S. Clason เมื่อ 100 ปีก่อน เป็นหนังสือที่มียอดขายรวมมากกว่า 1.5 ล้านเล่ม หนังสือเล่มนี้สอนเรื่องการสร้างความร่ำรวยด้วยการออม และการลงทุนที่ชาญฉลาดในรูปแบบของนิทาน สถานที่คือ เมืองบาบิโลนของอณาจักรเมโสโปเตเมีย แหล่งวัฒนธรรมเก่าแก่ของโลกเมื่อประมาณ 5,000 ปีมาแล้ว
    .
    เรื่องมีอยู่ว่า... 2 หนุ่มช่างซ่อมล้อรถ และนักดนตรีของเมืองนี้มีภรรยาและลูกที่ต้องเลี้ยงดู ทำให้เขาทั้ง 2 ต้องดิ้นรนทำงานหาเงินอย่างหนักเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด ทั้งสองหารือกันว่า ทำอย่างไรจึงจะรวย จึงพากันไปถามอาร์กอด คนรวยที่สุดในบาบิโลน ทั้งคู่ถามว่าเขามีโชคอย่างไรจึงร่ำรวยเช่นนี้ได้ อาร์กอดตอบว่า การคิดว่าโชคคือตัวการสำคัญที่ทำให้คนร่ำรวยนั้นผิดถนัด เหตุที่ทั้ง 2 ยากจนก็เพราะไม่รู้กฏเกี่ยวกับการสร้างความมั่งคั่ง ตัวเขาได้เรียนรู้ความลับของการเป็นคนรวย จากคนให้กู้เงินที่ว่า “ส่วนหนึ่งของเงินที่หามาได้จะต้องเก็บไว้ให้มันเป็นของเราเสมอ
    .
    ทั้งสองจึงถามต่อว่า “ก็เงินที่เราหามาได้ มันไม่ใช่ของเราทั้งหมดหรอกหรือ” อาร์กอดตอบว่า ไม่ใช่ เพราะเมื่อมีรายได้ ค่าใช้จ่ายเพื่อการครองชีพและหาความสุขก็จะกินมันไปหมด ตัวเราจะกลายเป็นทาสของงาน มีชีวิตและความสุขบ้างไปวัน ๆ เท่านั้น ถ้าจะให้รายได้บางส่วนเป็นของเราเองอย่างแท้จริงแล้ว ต้องกันส่วนหนึ่งออกมาต่างหาก โดยไม่นำไปใช้จ่าย เงินที่กันออกไปนี้ ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของรายได้
    .
    เงินที่กันไว้นี้ เมื่อสะสมหลายปีเข้า ก็จะเป็นก้อนใหญ่และสร้างรายได้ให้เราได้ ( เช่น เอาไปให้คนกู้ หรือปลูกบ้านเช่า) โดยเราไม่ต้องทำงาน เมื่อเริ่มต้นอาจมีไม่มาก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญต้องยึดกฏที่ว่า “ต้องจ่ายเงินให้ตัวเราเองก่อนเสมอ” กล่าวคือ ทำให้ส่วนหนึ่งของรายได้มาเป็นของเรา ทั้งนี้ไม่ว่าจะหามาได้มากหรือน้อยเพียงใด
    .
    สิ่งที่ อาร์กอด พูดถึงนี้ก็คือ “เงินออม” นั่นเอง ถ้าคนทำงานปล่อยให้เงินที่หามาได้ ถูกใช้จ่ายไปตามยถากรรมแล้ว ก็ถือได้ว่าเขาไม่ได้เป็นเจ้าของเงินที่หามาได้เลย เพราะเขาไม่ได้จ่ายเงินเป็นรางวัลให้ตัวเอง และเก็บไว้เป็นของเขาเอง. เงินออมเป็นรางวัลที่ผู้ทำงานต้องกันไว้ให้ตนเองเสมอ ปัจจุบันอัตราที่ควรกันไว้นี้เข้มข้นกว่าสมัย บาบิโลน อาร์กอดสมัยใหม่แนะนำว่า ให้กันเงินไว้อย่างต่ำร้อยละ 15 ของรายได้
    .
    ความสำคัญของการออมสรุปได้ดังนี้
    ประการแรก : การออมสม่ำเสมอเป็นการสะสมเงินรางวัลของผู้ทำงาน เพื่อให้เป็นเงินก้อนไปลงทุนในกิจกรรมซึ่งจะนำผลตอบแทนในรูปอื่นที่มิได้มาจากการตรากตรำออกแรงหาเงินมาให้เจ้าของ เช่น ดอกเบี้ยค่าเช่า
    ประการที่สอง : การออมเงินทำให้เกิดกระบวนการ “เงินทำงานรับใช้” ขึ้น โดยเจ้าของไม่ต้องออกแรงก็ได้ผลตอบแทนดังกล่าวแล้วในข้อแรก
    ประการที่สาม : การออมเป็นการสร้างนิสัยให้รู้จักประหยัด เพราะยิ่งใช้จ่ายน้อยเท่าใดก็สามารถออมได้มากเพียงนั้น
    ประการสุดท้าย : ถ้าไม่มีการออม ก็ไม่มีการลงทุนในอนาคต เพราะการขยายกิจการเดิมหรือลงทุนใหม่ล้วนต้องการเงินลงทุนเพิ่มทั้งสิ้น และเงินลงทุนนั้นต้องมาจากที่ใดสักแห่ง ถ้าไม่มาจากเงินออมที่เกิดจากการกันส่วนหนึ่งของรายได้ไว้ ก็ต้องมาจากเงินกู้ยืม ซึ่งเงินกู้ยืมนั้น วันหนึ่งก็ต้องใช้คืนเจ้าของพร้อมด้วยดอกเบี้ย การออมจึงเป็นแหล่งเงินของการลงทุนที่ถูกกว่าการกู้ยืม
    .
    เศรษฐศาสตร์ให้คำจำกัดความว่า เงินออมคือส่วนของรายได้ที่เหลือจากการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค ในกรณีของรายได้ที่เหลือจากการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค ในกรณีของอาร์กอดที่ให้กันเงินออมไว้ร้อยละ 10 ของรายได้เลยนั้น มีความหมายว่าบังคับให้บริโภคเพียงร้อยละ 90 ของรายได้เท่านั้น
    .
    ตราบใดที่สามารถควบคุมการใช้จ่ายจนมีเงินเหลือออมแล้ว อานุภาพอันเกิดจากการมีวินัยบังคับใจตนเองนี้จะทำให้เงินออมเติบโตขึ้นได้อย่างเหลือเชื่อด้วย “ดีเอ็นเอ” ที่ฝังตัวอยู่ในเงินออมที่มีชื่อว่า “ดอกเบี้ยทบต้น”
    รู้จักใช้ เข้าใจเงิน ตอนที่ 2 . การครองชีวิตอย่างมีกิน มีใช้เสมอกันตลอดชีวิตนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าจะอยู่ในวัยทำงานหาเงินหรือวัยพ้นทำงานที่พลังในการหารายได้ลดน้อยลง หากใช้เงินในวัยทำงานอย่างไม่มีการวางแผนเพื่ออนาคตอย่างดีแล้ว ชีวิตในวัยบั้นปลายก็จะลำบาก . แผนการอดออมในช่วงวัยทำงาน เพื่อเก็บเงินไว้ใช้ เพื่อความมั่นคงในอนาคต เปรียบเสทอนการ “ยอมจน (วันนี้) เพื่อรวย (วันข้างหน้า)” ในขณะที่หากไม่มีแผนอดออมเพื่ออนาคต มีเงินเท่าใดใช้ไปอย่างสนุกในวัยทำงาน จะเปรียบเสมือนกับการ ราย (วันนี้) เพื่อจน (วันข้างหน้า) . มนุษย์ทุกคนสามารถเลือกชีวิตของตนเองได้ว่าจะสนุกสนานในการใช้เงินในวันนี้แต่ไม่มีอนาคตที่มั่นคง หรือจะยอมทนลำบากด้านเงินทองในวันนี้ เพื่ออนาคตที่มั่นคงในวันข้างหน้า อย่าลืมว่าชีวิตเป็นเรื่องของการเลือก และการยอมรับผล จากการเลือกนั่น . อย่างไรที่เรียกว่า “รวย” รายได้แบ่งออกเป็น 2 ชนิดตามลักษณะของแหล่งที่มา อย่างแรกต้องออกแรงทำงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง อย่างที่ 2 ไม่ต้องออกแรงทำงาน เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า ฯลฯ เมื่อใดที่มาตราฐานการครองชีพอยู่ในระดับสุขสบาย มีปัจจัยสี่ และความสะดวกสบายอื่นๆ อย่างครบถ้วนในระดับหนึ่ง และมีรายได้จากการไม่ต้องทำงานสูงกว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ก็เรียกได้ว่าเป็น “คนรวย” แล้ว . การทำงานก่อให้เกิดรายได้ และรายได้นั้นก็ต้องจ่ายออกไปเป็นค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า ค่าเดินทาง ค่าบันเทิงหย่อนใจ ฯลฯ เดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่า หากไม่ระวัง รายได้ทั้งเดือนจะหมดสิ้นไป หรืออาจต้องขอจากพ่อแม่ หรือผู้ใหญ่เพิ่มเติม หรืออาจต้องกู้ยิมเพิ่มเติมจนเป็นหนี้เป็นสิน อย่างนี้เรียกว่าไม่มีเงินออม . The Richest Man in Babylon ซึ่งเขียนโดย G.S. Clason เมื่อ 100 ปีก่อน เป็นหนังสือที่มียอดขายรวมมากกว่า 1.5 ล้านเล่ม หนังสือเล่มนี้สอนเรื่องการสร้างความร่ำรวยด้วยการออม และการลงทุนที่ชาญฉลาดในรูปแบบของนิทาน สถานที่คือ เมืองบาบิโลนของอณาจักรเมโสโปเตเมีย แหล่งวัฒนธรรมเก่าแก่ของโลกเมื่อประมาณ 5,000 ปีมาแล้ว . เรื่องมีอยู่ว่า... 2 หนุ่มช่างซ่อมล้อรถ และนักดนตรีของเมืองนี้มีภรรยาและลูกที่ต้องเลี้ยงดู ทำให้เขาทั้ง 2 ต้องดิ้นรนทำงานหาเงินอย่างหนักเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด ทั้งสองหารือกันว่า ทำอย่างไรจึงจะรวย จึงพากันไปถามอาร์กอด คนรวยที่สุดในบาบิโลน ทั้งคู่ถามว่าเขามีโชคอย่างไรจึงร่ำรวยเช่นนี้ได้ อาร์กอดตอบว่า การคิดว่าโชคคือตัวการสำคัญที่ทำให้คนร่ำรวยนั้นผิดถนัด เหตุที่ทั้ง 2 ยากจนก็เพราะไม่รู้กฏเกี่ยวกับการสร้างความมั่งคั่ง ตัวเขาได้เรียนรู้ความลับของการเป็นคนรวย จากคนให้กู้เงินที่ว่า “ส่วนหนึ่งของเงินที่หามาได้จะต้องเก็บไว้ให้มันเป็นของเราเสมอ . ทั้งสองจึงถามต่อว่า “ก็เงินที่เราหามาได้ มันไม่ใช่ของเราทั้งหมดหรอกหรือ” อาร์กอดตอบว่า ไม่ใช่ เพราะเมื่อมีรายได้ ค่าใช้จ่ายเพื่อการครองชีพและหาความสุขก็จะกินมันไปหมด ตัวเราจะกลายเป็นทาสของงาน มีชีวิตและความสุขบ้างไปวัน ๆ เท่านั้น ถ้าจะให้รายได้บางส่วนเป็นของเราเองอย่างแท้จริงแล้ว ต้องกันส่วนหนึ่งออกมาต่างหาก โดยไม่นำไปใช้จ่าย เงินที่กันออกไปนี้ ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของรายได้ . เงินที่กันไว้นี้ เมื่อสะสมหลายปีเข้า ก็จะเป็นก้อนใหญ่และสร้างรายได้ให้เราได้ ( เช่น เอาไปให้คนกู้ หรือปลูกบ้านเช่า) โดยเราไม่ต้องทำงาน เมื่อเริ่มต้นอาจมีไม่มาก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญต้องยึดกฏที่ว่า “ต้องจ่ายเงินให้ตัวเราเองก่อนเสมอ” กล่าวคือ ทำให้ส่วนหนึ่งของรายได้มาเป็นของเรา ทั้งนี้ไม่ว่าจะหามาได้มากหรือน้อยเพียงใด . สิ่งที่ อาร์กอด พูดถึงนี้ก็คือ “เงินออม” นั่นเอง ถ้าคนทำงานปล่อยให้เงินที่หามาได้ ถูกใช้จ่ายไปตามยถากรรมแล้ว ก็ถือได้ว่าเขาไม่ได้เป็นเจ้าของเงินที่หามาได้เลย เพราะเขาไม่ได้จ่ายเงินเป็นรางวัลให้ตัวเอง และเก็บไว้เป็นของเขาเอง. เงินออมเป็นรางวัลที่ผู้ทำงานต้องกันไว้ให้ตนเองเสมอ ปัจจุบันอัตราที่ควรกันไว้นี้เข้มข้นกว่าสมัย บาบิโลน อาร์กอดสมัยใหม่แนะนำว่า ให้กันเงินไว้อย่างต่ำร้อยละ 15 ของรายได้ . ความสำคัญของการออมสรุปได้ดังนี้ ประการแรก : การออมสม่ำเสมอเป็นการสะสมเงินรางวัลของผู้ทำงาน เพื่อให้เป็นเงินก้อนไปลงทุนในกิจกรรมซึ่งจะนำผลตอบแทนในรูปอื่นที่มิได้มาจากการตรากตรำออกแรงหาเงินมาให้เจ้าของ เช่น ดอกเบี้ยค่าเช่า ประการที่สอง : การออมเงินทำให้เกิดกระบวนการ “เงินทำงานรับใช้” ขึ้น โดยเจ้าของไม่ต้องออกแรงก็ได้ผลตอบแทนดังกล่าวแล้วในข้อแรก ประการที่สาม : การออมเป็นการสร้างนิสัยให้รู้จักประหยัด เพราะยิ่งใช้จ่ายน้อยเท่าใดก็สามารถออมได้มากเพียงนั้น ประการสุดท้าย : ถ้าไม่มีการออม ก็ไม่มีการลงทุนในอนาคต เพราะการขยายกิจการเดิมหรือลงทุนใหม่ล้วนต้องการเงินลงทุนเพิ่มทั้งสิ้น และเงินลงทุนนั้นต้องมาจากที่ใดสักแห่ง ถ้าไม่มาจากเงินออมที่เกิดจากการกันส่วนหนึ่งของรายได้ไว้ ก็ต้องมาจากเงินกู้ยืม ซึ่งเงินกู้ยืมนั้น วันหนึ่งก็ต้องใช้คืนเจ้าของพร้อมด้วยดอกเบี้ย การออมจึงเป็นแหล่งเงินของการลงทุนที่ถูกกว่าการกู้ยืม . เศรษฐศาสตร์ให้คำจำกัดความว่า เงินออมคือส่วนของรายได้ที่เหลือจากการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค ในกรณีของรายได้ที่เหลือจากการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค ในกรณีของอาร์กอดที่ให้กันเงินออมไว้ร้อยละ 10 ของรายได้เลยนั้น มีความหมายว่าบังคับให้บริโภคเพียงร้อยละ 90 ของรายได้เท่านั้น . ตราบใดที่สามารถควบคุมการใช้จ่ายจนมีเงินเหลือออมแล้ว อานุภาพอันเกิดจากการมีวินัยบังคับใจตนเองนี้จะทำให้เงินออมเติบโตขึ้นได้อย่างเหลือเชื่อด้วย “ดีเอ็นเอ” ที่ฝังตัวอยู่ในเงินออมที่มีชื่อว่า “ดอกเบี้ยทบต้น”
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 260 มุมมอง 0 รีวิว
  • โปรดอย่าปิดตายประตูใจจะได้ไหมเออ
    แง้มสักหน่อยเน้อนิดนึงขอแค่หนึ่งน้อย
    อย่าให้ฉันต้องงัดแงะเป็นแผลเป็นรอย
    ประเดี๋ยวด่างพร้อยพลอยช้ำโดยไม่จำเป็น
    โปรดเปิดประตูหัวใจเปิดได้ไหมเอ่ย
    เปิดออกมาเลยห้องใจเปิดมาให้เห็น
    ฉันคอยแวะเวียนเพียรเฝ้าทั้งเช้าทั้งเย็น
    ด้วยหัวใจเต้นตุ้มต่อมคอยด้อมด้อมมอง
    จะปิดประตูหัวใจไปทำไมหนา
    ฉันแวะเวียนมาค่ำเช้าเก้อจนเศร้าหมอง
    ให้ฉันเข้าไปข้างในสมดั่งใจปอง
    แล้วค่อยปิดห้องหัวใจได้ไหมละเธอ
    โปรดอย่าปิดตายประตูใจจะได้ไหมเออ แง้มสักหน่อยเน้อนิดนึงขอแค่หนึ่งน้อย อย่าให้ฉันต้องงัดแงะเป็นแผลเป็นรอย ประเดี๋ยวด่างพร้อยพลอยช้ำโดยไม่จำเป็น โปรดเปิดประตูหัวใจเปิดได้ไหมเอ่ย เปิดออกมาเลยห้องใจเปิดมาให้เห็น ฉันคอยแวะเวียนเพียรเฝ้าทั้งเช้าทั้งเย็น ด้วยหัวใจเต้นตุ้มต่อมคอยด้อมด้อมมอง จะปิดประตูหัวใจไปทำไมหนา ฉันแวะเวียนมาค่ำเช้าเก้อจนเศร้าหมอง ให้ฉันเข้าไปข้างในสมดั่งใจปอง แล้วค่อยปิดห้องหัวใจได้ไหมละเธอ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 81 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🔥 19 ปี โศกนาฏกรรมศาลท้าวมหาพรหม หนุ่มป่วยจิตบุกทุบ รุมสกรัมดับกลางราชประสงค์! 😱

    📝 ย้อนเหตุการณ์ช็อก 19 ปี ที่ผ่านมา! หนุ่มป่วยจิตบุกทุบศาลท้าวมหาพรหม ชาวบ้านรุมสกรัมจนเสียชีวิต แรงศรัทธาและแรงแค้น ปะทะกันอย่างรุนแรง!

    📚 ✨ 19 ปี ผ่านไป กับเหตุการณ์ที่ยังฝังใจคนไทย วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2549 🌙 เช้ามืดที่ราชประสงค์ เวลาตีหนึ่ง กลายเป็นเวทีของเหตุการณ์ ที่คนไทยทั้งประเทศไม่อาจลืม... เมื่อชายหนุ่มรายหนึ่ง บุกเข้าไปในศาลท้าวมหาพรหม กลางสี่แยกสำคัญ ทุบองค์พระพรหมจนแตกละเอียด ก่อนจะถูกชาวบ้านรุมทำร้าย จนเสียชีวิตต่อหน้าสายตาคนมากมาย 😢

    เรื่องราวครั้งนั้น ไม่ใช่เพียงข่าวฆาตกรรม แต่เป็นโศกนาฏกรรมที่ก่อให้เกิดคำถาม และข้อถกเถียงเกี่ยวกับศรัทธา ความเชื่อ และปัญหาทางสุขภาพจิตในสังคมไทย 📖

    🔎 เวลาประมาณตีหนึ่งของวันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2549 🚨 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งเหตุ มีชายคนหนึ่งถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต หน้าทางเข้าโรงแรมเอราวัณ จุดศูนย์กลางของศรัทธาและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ กลางกรุงเทพมหานคร 🏙️

    🎯 ชายคนดังกล่าว อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาว พับขาขึ้นมา เขามีรอยสักคำว่า "อามีน" บริเวณแผ่นหลัง พบค้อนและเหล็กเสียบร่ม ในพื้นที่ใกล้ศพ องค์ท้าวมหาพรหมถูกทุบจนแตกละเอียด เหลือแต่ฐาน 😢 ไม่มีเอกสารแสดงตัวตน พบเพียงบุหรี่ ยาเส้น ไฟแช็ก และเงิน 8 บาท
    ต่อมา

    พ่อของชายหนุ่มได้มายืนยันตัวตน ว่าผู้เคราะห์ร้ายชื่อ นายธนกร ภักดีผล อายุ 27 ปี ป่วยเป็นโรคจิตเวชมานานกว่า 6 ปี 🧠

    🛕 ศาลท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ เป็นมากกว่าสถานที่สักการะ 😇 แต่เป็นศูนย์รวมความเชื่อของคนไทย และชาวต่างชาติที่ศรัทธาใน "องค์มหาพรหม" เทพผู้ประทานพรให้สมปรารถนาในสิ่งที่หวัง

    📌 สร้างขึ้นปี 2499 โดยบริษัทสหโรงแรมไทย และการท่องเที่ยว จำกัด เพื่อแก้เคล็ดฤกษ์ที่ไม่ดี ตามความเชื่อโหราศาสตร์ องค์พระพรหมปั้นจากปูนปลาสเตอร์ ปิดทอง โดยกรมศิลปากร กลายเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจ ผู้คนมาขอพรเรื่องความสำเร็จ ในชีวิตและการงาน 🙏

    💥 ความเชื่อกับความกลัว ปฏิกิริยาของผู้คนต่อเหตุการณ์ หลังเหตุการณ์ หน้าศาลท้าวมหาพรหม เต็มไปด้วยความเศร้าโศก และตื่นตระหนก 😭 ผู้ศรัทธาหลายคนร่ำไห้ เชื่อว่านี่คือ "ลางร้าย" ที่บอกเหตุการณ์ไม่ดี ที่จะเกิดขึ้นในบ้านเมืองไทย 🇹🇭

    นายภิญโญ พงศ์เจริญ นักโหราศาสตร์ชื่อดัง กล่าวว่า นี่เป็นสัญญาณจากฟ้าดิน ว่าเกิดสิ่งไม่เป็นมงคล ⚡

    🩺 ประเด็นปัญหาทางสังคม บทเรียนจากโศกนาฏกรรม สุขภาพจิต คือเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม! 🧠 นายธนกรป่วยเป็นโรคจิตเวชมานาน แต่ไม่มีระบบสวัสดิการที่เพียงพอ ในการดูแลรักษา พ่อต้องพาไปโรงพยาบาลถึง 4 แห่ง แต่ไม่ได้ผลถาวร 😓

    🚨 ประเด็นที่สังคมควรถาม
    - ทำไมถึงไม่มีการช่วยเหลือทันทีจากตำรวจ 191 ที่พ่อโทรแจ้งก่อนเหิดเหตุ?
    - ระบบสุขภาพจิตของไทย รองรับผู้ป่วยเรื้อรังเพียงพอหรือไม่?
    - ประชาทัณฑ์คือความยุติธรรม หรืออารมณ์ชั่ววูบ?

    🛠️ บูรณะศาลท้าวมหาพรหม เยียวยาความรู้สึกคนไทย หลังเหตุการณ์ โรงแรมเอราวัณและกรมศิลปากร เร่งบูรณะองค์ท้าวมหาพรหม 🔧 โดยใช้เทคนิคใหม่ เช่น ใยหิน ปูนเขียว แกนสเตนเลส และทองเหลืองจากสวีเดน พร้อมปิดทองใหม่ทุกจุด ✨

    📅 ในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 มีพิธีบวงสรวงใหญ่ และเชิญองค์ท้าวมหาพรหม กลับประดิษฐาน ณ จุดเดิม ช่วยปลุกขวัญ และฟื้นฟูศรัทธาประชาชนอีกครั้ง 🙏

    💣 เหตุการณ์ระเบิดปี 2558 ฝันร้ายซ้ำสองที่ไม่มีใครอยากจำ วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558 เวลา 18.55 น. เกิดเหตุระเบิดกลางศาลท้าวมหาพรหมอีกครั้ง 🔥 ด้วยระเบิดทีเอ็นทีหนัก 5 กก. มีผู้เสียชีวิตทันที 16 ราย และบาดเจ็บกว่า 70 คน

    แรงระเบิดทำให้องค์มหาพรหม เสียหายอย่างหนัก ต้องบูรณะด้วยงบประมาณกว่า 70,000 บาท ภายในเวลาเพียง 9 วัน ⚒️

    📉 วิเคราะห์ผลกระทบทางสังคม ศรัทธา และความมั่นคง คำถามใหญ่ที่เกิดขึ้น 🤔 รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคง สามารถป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ได้แค่ไหน? ศรัทธายังเป็นพลังบวก หรือกำลังกลายเป็นเครื่องมือสร้างความหวาดกลัวในสังคม?

    💡 ทางออกที่ควรพิจารณา เพิ่มการดูแลผู้ป่วยจิตเวช และสร้างระบบรับมือวิกฤตสุขภาพจิต ที่มีประสิทธิภาพ เสริมความเข้มแข็งในการป้องกันเหตุอาชญากรรม ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

    📝 ศรัทธา...ยังคงอยู่ หรือเลือนหายไป? 19 ปีผ่านไป เหตุการณ์ที่ศาลท้าวมหาพรหม ยังสอนว่า "ศรัทธา" อาจเป็นทั้งพลังสร้างสรรค์ และพลังทำลายได้ ถ้าไม่รู้จักใช้มันให้ถูกที่ถูกทาง 🙏✨

    สิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้จากอดีต ไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ในรูปแบบใหม่อีกครั้ง 💔

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 210927 มี.ค. 2568

    📣 #ท้าวมหาพรหม #ศาลเอราวัณ #ศรัทธามหาชน #เหตุการณ์ราชประสงค์ #สุขภาพจิต #รุมประชาทัณฑ์ #บูรณะศาลท้าวมหาพรหม #ระเบิดราชประสงค์ #ข่าวอาชญากรรม #สังคมไทยวันนี้
    🔥 19 ปี โศกนาฏกรรมศาลท้าวมหาพรหม หนุ่มป่วยจิตบุกทุบ รุมสกรัมดับกลางราชประสงค์! 😱 📝 ย้อนเหตุการณ์ช็อก 19 ปี ที่ผ่านมา! หนุ่มป่วยจิตบุกทุบศาลท้าวมหาพรหม ชาวบ้านรุมสกรัมจนเสียชีวิต แรงศรัทธาและแรงแค้น ปะทะกันอย่างรุนแรง! 📚 ✨ 19 ปี ผ่านไป กับเหตุการณ์ที่ยังฝังใจคนไทย วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2549 🌙 เช้ามืดที่ราชประสงค์ เวลาตีหนึ่ง กลายเป็นเวทีของเหตุการณ์ ที่คนไทยทั้งประเทศไม่อาจลืม... เมื่อชายหนุ่มรายหนึ่ง บุกเข้าไปในศาลท้าวมหาพรหม กลางสี่แยกสำคัญ ทุบองค์พระพรหมจนแตกละเอียด ก่อนจะถูกชาวบ้านรุมทำร้าย จนเสียชีวิตต่อหน้าสายตาคนมากมาย 😢 เรื่องราวครั้งนั้น ไม่ใช่เพียงข่าวฆาตกรรม แต่เป็นโศกนาฏกรรมที่ก่อให้เกิดคำถาม และข้อถกเถียงเกี่ยวกับศรัทธา ความเชื่อ และปัญหาทางสุขภาพจิตในสังคมไทย 📖 🔎 เวลาประมาณตีหนึ่งของวันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2549 🚨 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งเหตุ มีชายคนหนึ่งถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต หน้าทางเข้าโรงแรมเอราวัณ จุดศูนย์กลางของศรัทธาและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ กลางกรุงเทพมหานคร 🏙️ 🎯 ชายคนดังกล่าว อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาว พับขาขึ้นมา เขามีรอยสักคำว่า "อามีน" บริเวณแผ่นหลัง พบค้อนและเหล็กเสียบร่ม ในพื้นที่ใกล้ศพ องค์ท้าวมหาพรหมถูกทุบจนแตกละเอียด เหลือแต่ฐาน 😢 ไม่มีเอกสารแสดงตัวตน พบเพียงบุหรี่ ยาเส้น ไฟแช็ก และเงิน 8 บาท ต่อมา พ่อของชายหนุ่มได้มายืนยันตัวตน ว่าผู้เคราะห์ร้ายชื่อ นายธนกร ภักดีผล อายุ 27 ปี ป่วยเป็นโรคจิตเวชมานานกว่า 6 ปี 🧠 🛕 ศาลท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ เป็นมากกว่าสถานที่สักการะ 😇 แต่เป็นศูนย์รวมความเชื่อของคนไทย และชาวต่างชาติที่ศรัทธาใน "องค์มหาพรหม" เทพผู้ประทานพรให้สมปรารถนาในสิ่งที่หวัง 📌 สร้างขึ้นปี 2499 โดยบริษัทสหโรงแรมไทย และการท่องเที่ยว จำกัด เพื่อแก้เคล็ดฤกษ์ที่ไม่ดี ตามความเชื่อโหราศาสตร์ องค์พระพรหมปั้นจากปูนปลาสเตอร์ ปิดทอง โดยกรมศิลปากร กลายเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจ ผู้คนมาขอพรเรื่องความสำเร็จ ในชีวิตและการงาน 🙏 💥 ความเชื่อกับความกลัว ปฏิกิริยาของผู้คนต่อเหตุการณ์ หลังเหตุการณ์ หน้าศาลท้าวมหาพรหม เต็มไปด้วยความเศร้าโศก และตื่นตระหนก 😭 ผู้ศรัทธาหลายคนร่ำไห้ เชื่อว่านี่คือ "ลางร้าย" ที่บอกเหตุการณ์ไม่ดี ที่จะเกิดขึ้นในบ้านเมืองไทย 🇹🇭 นายภิญโญ พงศ์เจริญ นักโหราศาสตร์ชื่อดัง กล่าวว่า นี่เป็นสัญญาณจากฟ้าดิน ว่าเกิดสิ่งไม่เป็นมงคล ⚡ 🩺 ประเด็นปัญหาทางสังคม บทเรียนจากโศกนาฏกรรม สุขภาพจิต คือเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม! 🧠 นายธนกรป่วยเป็นโรคจิตเวชมานาน แต่ไม่มีระบบสวัสดิการที่เพียงพอ ในการดูแลรักษา พ่อต้องพาไปโรงพยาบาลถึง 4 แห่ง แต่ไม่ได้ผลถาวร 😓 🚨 ประเด็นที่สังคมควรถาม - ทำไมถึงไม่มีการช่วยเหลือทันทีจากตำรวจ 191 ที่พ่อโทรแจ้งก่อนเหิดเหตุ? - ระบบสุขภาพจิตของไทย รองรับผู้ป่วยเรื้อรังเพียงพอหรือไม่? - ประชาทัณฑ์คือความยุติธรรม หรืออารมณ์ชั่ววูบ? 🛠️ บูรณะศาลท้าวมหาพรหม เยียวยาความรู้สึกคนไทย หลังเหตุการณ์ โรงแรมเอราวัณและกรมศิลปากร เร่งบูรณะองค์ท้าวมหาพรหม 🔧 โดยใช้เทคนิคใหม่ เช่น ใยหิน ปูนเขียว แกนสเตนเลส และทองเหลืองจากสวีเดน พร้อมปิดทองใหม่ทุกจุด ✨ 📅 ในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 มีพิธีบวงสรวงใหญ่ และเชิญองค์ท้าวมหาพรหม กลับประดิษฐาน ณ จุดเดิม ช่วยปลุกขวัญ และฟื้นฟูศรัทธาประชาชนอีกครั้ง 🙏 💣 เหตุการณ์ระเบิดปี 2558 ฝันร้ายซ้ำสองที่ไม่มีใครอยากจำ วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558 เวลา 18.55 น. เกิดเหตุระเบิดกลางศาลท้าวมหาพรหมอีกครั้ง 🔥 ด้วยระเบิดทีเอ็นทีหนัก 5 กก. มีผู้เสียชีวิตทันที 16 ราย และบาดเจ็บกว่า 70 คน แรงระเบิดทำให้องค์มหาพรหม เสียหายอย่างหนัก ต้องบูรณะด้วยงบประมาณกว่า 70,000 บาท ภายในเวลาเพียง 9 วัน ⚒️ 📉 วิเคราะห์ผลกระทบทางสังคม ศรัทธา และความมั่นคง คำถามใหญ่ที่เกิดขึ้น 🤔 รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคง สามารถป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ได้แค่ไหน? ศรัทธายังเป็นพลังบวก หรือกำลังกลายเป็นเครื่องมือสร้างความหวาดกลัวในสังคม? 💡 ทางออกที่ควรพิจารณา เพิ่มการดูแลผู้ป่วยจิตเวช และสร้างระบบรับมือวิกฤตสุขภาพจิต ที่มีประสิทธิภาพ เสริมความเข้มแข็งในการป้องกันเหตุอาชญากรรม ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 📝 ศรัทธา...ยังคงอยู่ หรือเลือนหายไป? 19 ปีผ่านไป เหตุการณ์ที่ศาลท้าวมหาพรหม ยังสอนว่า "ศรัทธา" อาจเป็นทั้งพลังสร้างสรรค์ และพลังทำลายได้ ถ้าไม่รู้จักใช้มันให้ถูกที่ถูกทาง 🙏✨ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้จากอดีต ไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ในรูปแบบใหม่อีกครั้ง 💔 ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 210927 มี.ค. 2568 📣 #ท้าวมหาพรหม #ศาลเอราวัณ #ศรัทธามหาชน #เหตุการณ์ราชประสงค์ #สุขภาพจิต #รุมประชาทัณฑ์ #บูรณะศาลท้าวมหาพรหม #ระเบิดราชประสงค์ #ข่าวอาชญากรรม #สังคมไทยวันนี้
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 471 มุมมอง 0 รีวิว
  • ค่ำคืนคืนนี้มีใจที่ไหนบ้างเอ่ย
    น้องหนาวจังเลยหนาวใจอยากหาใจห่ม
    หนาวในน้ำค้างอีกทั้งหนาวในสายลม
    ซุกใต้ผ้าห่มไม่หายหนาวกายหนาวใจ
    อันว่าหนาวลมห่มผ้าก็ซาลงแล้ว
    ได้นอนกอดแมวประทังก็ยังพอไหว
    ถ้าหากเหน็บหนาวหนักจริงก็จะผิงไฟ
    แต่หนาวที่ใจหน๊าวหนาวเกินจะกล่าวความ
    ค่ำคืนคืนนี้มีใจที่ไหนบ้างหนอ
    น้องนอนหนาวรอหัวใจมันเฝ้าไถ่ถาม
    จะมีมั่งไหมหากทราบจะขอทาบทาม
    อยากจะติดตามติดต่อใจหล่อหล่อสักใจ
    คอยเหม่อมองหาหัวใจของใครคนนั้น
    พี่จะแบ่งปันสักห้องให้น้องได้ไหม
    น้องนี้เหน็บหนาวเฝ้าคอยเหนื่อยนอยด์ทรวงใน
    พี่จะเห็นใจให้ใจน้องไหมคนดี
    ค่ำคืนคืนนี้มีใจที่ไหนบ้างเอ่ย น้องหนาวจังเลยหนาวใจอยากหาใจห่ม หนาวในน้ำค้างอีกทั้งหนาวในสายลม ซุกใต้ผ้าห่มไม่หายหนาวกายหนาวใจ อันว่าหนาวลมห่มผ้าก็ซาลงแล้ว ได้นอนกอดแมวประทังก็ยังพอไหว ถ้าหากเหน็บหนาวหนักจริงก็จะผิงไฟ แต่หนาวที่ใจหน๊าวหนาวเกินจะกล่าวความ ค่ำคืนคืนนี้มีใจที่ไหนบ้างหนอ น้องนอนหนาวรอหัวใจมันเฝ้าไถ่ถาม จะมีมั่งไหมหากทราบจะขอทาบทาม อยากจะติดตามติดต่อใจหล่อหล่อสักใจ คอยเหม่อมองหาหัวใจของใครคนนั้น พี่จะแบ่งปันสักห้องให้น้องได้ไหม น้องนี้เหน็บหนาวเฝ้าคอยเหนื่อยนอยด์ทรวงใน พี่จะเห็นใจให้ใจน้องไหมคนดี
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 133 มุมมอง 0 รีวิว
  • สัปดาห์นี้มาโพสต์เร็วกว่าปกติเพราะ Storyฯ จะไปเที่ยววีคเอนด์นี้ เลยรีบมาคุยให้ฟังเกี่ยวกับเกร็ดเล็กๆ จากละครจีนโบราณเรื่อง <ดุจฝันบันดาลใจ> ซึ่งมีเรื่องราวให้พูดคุยเกี่ยวกับวัฒนธรรมไม่น้อย มีตอนหนึ่งที่หนึ่งในตัวละครสมทบคือซูวุ่ยถูกกักบริเวณโดยแม่ของนาง และจะสามารถก้าวเท้าออกจากบ้านได้ก็ต่อเมื่อนางเรียนงานปัก ‘เปี้ยนซิ่ว’ ได้สำเร็จ สร้างความหนักใจให้แก่นางนัก เป็นการบอกเล่าให้พวกเราทราบได้ว่า งานปักชนิดนี้ยากนักหนา

    ‘เปี้ยนซิ่ว’ (汴绣)คืออะไร? มันคือสไตล์การปักที่มีมาแต่สมัยซ่งเหนือ มีชื่อมาจากเมืองหลวงเปี้ยนจิง (หรือที่เราคุ้นหูว่าตงจิง) บ้างเรียกว่า ‘ซ่งซิ่ว’ (宋绣) บ้างจำแนกละเอียดกว่านั้นว่า เปี้ยนซิ่วเป็นงานชาววังในขณะที่ซ่งซิ่วเป็นงานของชาวบ้านทั่วไป

    Storyฯ ลองไปหาข้อมูลดูเลยพบเจอคลิปวีดีโอนี้ https://www.youtube.com/watch?v=y0eKsCI4cVk เลยอยากให้เพื่อนๆ ได้ลองดูกัน อาจจะยาวสักนิด แต่จะเห็นภาพได้ดีถึงขั้นตอนการทำต่างๆ ตั้งแต่เลือกผ้าจนปลดออกจากสะดึง และที่สำคัญมีการซูมให้ดูถึงรายละเอียดของงานปักที่ทำเอา Storyฯ รู้สึกทึ่งไม่น้อย

    งานปักจีนโบราณพัฒนาขึ้นมากในสมัยถังแต่ในสมัยนั้นยังมีเทคนิคการปักไม่กี่แบบ และเมื่อมาถึงสมัยซ่งก็ได้รับการพัฒนายิ่งขึ้นไปอีกเป็นกว่ายี่สิบเทคนิค จากบันทึกโบราณพบว่างานปักเปี้ยนซิ่วโดยหลักเกิดขึ้นจากในวัง เรียกได้ว่าเป็นงานปักชาววัง รับผิดชอบงานฉลองพระองค์และของใช้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในวัง ความนิยมและเทคนิคการปักได้รับความสำคัญจนถึงกับมีการก่อตั้งวิทยาลัยเฉพาะทาง (เหวินซิ่วย่วน / 文绣院) ขึ้นเมื่อปี 1005 มีช่างปักกว่าสามร้อยคน

    เปี้ยนซิ่วถูกหลงลืมไปตามกาลเวลาจนแทบจะสูญหาย มีไม่กี่คนที่ยังสืบทอดมาภายหลังจากสิ้นราชวงศ์ งานเปี้ยนซิ่วรับการฟื้นฟูเมื่อมีผู้ที่สืบทอดเอาผลงานเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองครบสิบปีของการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปีค.ศ. 1959 โดยผลงานที่สร้างชื่อเสียงชิ้นนี้ก็คืองานปัก <ชิงหมิงซ่างเหอถู> เป็นผลงานที่ได้รับการชื่นชมเป็นอย่างมากจากประธานเหมา และปัจจุบันถูกจัดเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์วังต้องห้าม (ดูได้จากรูป 1 และรูป 2 บน และจากคลิปวีดีโอที่เป็นการสาธิตการปัก) ต่อมาเปี้ยนซิ่วถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในห้าของสไตล์การปักที่โด่งดังที่สุดของจีน จัดเป็นศิลปะแห่งชาติแขนงหนึ่ง มีการสืบทอดอย่างเป็นทางการ

    เอกลักษณ์ของเปี้ยนซิ่วคืออะไร?

    เปี้ยนซิ่วขึ้นชื่อว่าเป็นงานละเอียด ใช้เส้นด้ายเพียงหนึ่งหรือสองเส้นเท่านั้น (หมายเหตุ หากสังเกตดีๆ ไหมปักที่เราใช้ทั่วไปปัจจุบันนี้เป็นเกลียวที่ประกอบขึ้นจากด้ายปักหลายเส้น) นำมาปักจนทึบโดยไม่เห็นรอยช่องไฟใดๆ ริมขอบลายปักเลย และอาศัยเทคนิคการปักต่างๆ ไม่ว่าจะความหนานูน ทิศทางของฝีเข็มที่แตกต่าง หรือการคัดสีไหม เพื่อสร้างมิติให้แก่ภาพปัก เพราะเอกลักษณ์ของเปี้ยนซิ่วนี้คือการนำงานศิลปะภาพวาดพู่กันจีนมาถ่ายทอดลงบนผืนผ้า ไม่ว่าจะเป็นลายภูผาวารี นก ดอกไม้ คนและสัตว์ รวมถึงบทกวีโคลงกลอนด้วย (ดูตัวอย่างได้ในรูป 2) เรียกได้ว่า งานปักสมัยซ่งนี้ ไม่เพียงปักสิ่งของใช้สอย แต่เป็นงานศิลปะที่มีไว้ชมอีกด้วย (เช่นภาพติดผนัง ภาพติดฉากกั้น ฯลฯ) นอกจากนี้ ยังมีการปักแบบสองด้าน ไม่แพ้งานปักสไตล์ชื่อดังอื่นๆ ของจีนที่เราอาจเคยผ่านตากันมา

    Storyฯ รู้สึกว่า เขียนอย่างไรก็บรรยายความงามของเปี้ยนซิ่วออกมาไม่ได้เพียงพอ ยังอยากให้เพื่อนเพจเข้าไปดูคลิปวีดิโอตามคลิปข้างบน ชอบไม่ชอบอะไรมาเม้นท์ให้ฟังกันบ้างนะคะ

    (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory)

    Credit รูปภาพจาก:
    https://baike.baidu.com/item/雁归西窗月
    https://www.tvzn.com/15774/role/226234.html
    https://www.youtube.com/watch?v=y0eKsCI4cVk
    http://m.news.xixik.com/content/55c6bf156997ce9f/
    http://5b0988e595225.cdn.sohucs.com/images/20190514/7e22d3dd9d0244ddada007df51228ee0.jpeg
    Credit ข้อมูลรวบรวมจาก:
    http://www.yxhenan.com/info/kf/scyjl_13025_1289.html
    https://kknews.cc/collect/4xyn5m2.html
    https://baike.baidu.com/item/汴绣/1124193
    #ดุจฝันบันดาลใจ #เปี้ยนซิ่ว #ซ่งซิ่ว #งานปักจีนโบราณ #ชิงหมิงซ่างเหอถู
    สัปดาห์นี้มาโพสต์เร็วกว่าปกติเพราะ Storyฯ จะไปเที่ยววีคเอนด์นี้ เลยรีบมาคุยให้ฟังเกี่ยวกับเกร็ดเล็กๆ จากละครจีนโบราณเรื่อง <ดุจฝันบันดาลใจ> ซึ่งมีเรื่องราวให้พูดคุยเกี่ยวกับวัฒนธรรมไม่น้อย มีตอนหนึ่งที่หนึ่งในตัวละครสมทบคือซูวุ่ยถูกกักบริเวณโดยแม่ของนาง และจะสามารถก้าวเท้าออกจากบ้านได้ก็ต่อเมื่อนางเรียนงานปัก ‘เปี้ยนซิ่ว’ ได้สำเร็จ สร้างความหนักใจให้แก่นางนัก เป็นการบอกเล่าให้พวกเราทราบได้ว่า งานปักชนิดนี้ยากนักหนา ‘เปี้ยนซิ่ว’ (汴绣)คืออะไร? มันคือสไตล์การปักที่มีมาแต่สมัยซ่งเหนือ มีชื่อมาจากเมืองหลวงเปี้ยนจิง (หรือที่เราคุ้นหูว่าตงจิง) บ้างเรียกว่า ‘ซ่งซิ่ว’ (宋绣) บ้างจำแนกละเอียดกว่านั้นว่า เปี้ยนซิ่วเป็นงานชาววังในขณะที่ซ่งซิ่วเป็นงานของชาวบ้านทั่วไป Storyฯ ลองไปหาข้อมูลดูเลยพบเจอคลิปวีดีโอนี้ https://www.youtube.com/watch?v=y0eKsCI4cVk เลยอยากให้เพื่อนๆ ได้ลองดูกัน อาจจะยาวสักนิด แต่จะเห็นภาพได้ดีถึงขั้นตอนการทำต่างๆ ตั้งแต่เลือกผ้าจนปลดออกจากสะดึง และที่สำคัญมีการซูมให้ดูถึงรายละเอียดของงานปักที่ทำเอา Storyฯ รู้สึกทึ่งไม่น้อย งานปักจีนโบราณพัฒนาขึ้นมากในสมัยถังแต่ในสมัยนั้นยังมีเทคนิคการปักไม่กี่แบบ และเมื่อมาถึงสมัยซ่งก็ได้รับการพัฒนายิ่งขึ้นไปอีกเป็นกว่ายี่สิบเทคนิค จากบันทึกโบราณพบว่างานปักเปี้ยนซิ่วโดยหลักเกิดขึ้นจากในวัง เรียกได้ว่าเป็นงานปักชาววัง รับผิดชอบงานฉลองพระองค์และของใช้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในวัง ความนิยมและเทคนิคการปักได้รับความสำคัญจนถึงกับมีการก่อตั้งวิทยาลัยเฉพาะทาง (เหวินซิ่วย่วน / 文绣院) ขึ้นเมื่อปี 1005 มีช่างปักกว่าสามร้อยคน เปี้ยนซิ่วถูกหลงลืมไปตามกาลเวลาจนแทบจะสูญหาย มีไม่กี่คนที่ยังสืบทอดมาภายหลังจากสิ้นราชวงศ์ งานเปี้ยนซิ่วรับการฟื้นฟูเมื่อมีผู้ที่สืบทอดเอาผลงานเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองครบสิบปีของการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปีค.ศ. 1959 โดยผลงานที่สร้างชื่อเสียงชิ้นนี้ก็คืองานปัก <ชิงหมิงซ่างเหอถู> เป็นผลงานที่ได้รับการชื่นชมเป็นอย่างมากจากประธานเหมา และปัจจุบันถูกจัดเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์วังต้องห้าม (ดูได้จากรูป 1 และรูป 2 บน และจากคลิปวีดีโอที่เป็นการสาธิตการปัก) ต่อมาเปี้ยนซิ่วถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในห้าของสไตล์การปักที่โด่งดังที่สุดของจีน จัดเป็นศิลปะแห่งชาติแขนงหนึ่ง มีการสืบทอดอย่างเป็นทางการ เอกลักษณ์ของเปี้ยนซิ่วคืออะไร? เปี้ยนซิ่วขึ้นชื่อว่าเป็นงานละเอียด ใช้เส้นด้ายเพียงหนึ่งหรือสองเส้นเท่านั้น (หมายเหตุ หากสังเกตดีๆ ไหมปักที่เราใช้ทั่วไปปัจจุบันนี้เป็นเกลียวที่ประกอบขึ้นจากด้ายปักหลายเส้น) นำมาปักจนทึบโดยไม่เห็นรอยช่องไฟใดๆ ริมขอบลายปักเลย และอาศัยเทคนิคการปักต่างๆ ไม่ว่าจะความหนานูน ทิศทางของฝีเข็มที่แตกต่าง หรือการคัดสีไหม เพื่อสร้างมิติให้แก่ภาพปัก เพราะเอกลักษณ์ของเปี้ยนซิ่วนี้คือการนำงานศิลปะภาพวาดพู่กันจีนมาถ่ายทอดลงบนผืนผ้า ไม่ว่าจะเป็นลายภูผาวารี นก ดอกไม้ คนและสัตว์ รวมถึงบทกวีโคลงกลอนด้วย (ดูตัวอย่างได้ในรูป 2) เรียกได้ว่า งานปักสมัยซ่งนี้ ไม่เพียงปักสิ่งของใช้สอย แต่เป็นงานศิลปะที่มีไว้ชมอีกด้วย (เช่นภาพติดผนัง ภาพติดฉากกั้น ฯลฯ) นอกจากนี้ ยังมีการปักแบบสองด้าน ไม่แพ้งานปักสไตล์ชื่อดังอื่นๆ ของจีนที่เราอาจเคยผ่านตากันมา Storyฯ รู้สึกว่า เขียนอย่างไรก็บรรยายความงามของเปี้ยนซิ่วออกมาไม่ได้เพียงพอ ยังอยากให้เพื่อนเพจเข้าไปดูคลิปวีดิโอตามคลิปข้างบน ชอบไม่ชอบอะไรมาเม้นท์ให้ฟังกันบ้างนะคะ (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory) Credit รูปภาพจาก: https://baike.baidu.com/item/雁归西窗月 https://www.tvzn.com/15774/role/226234.html https://www.youtube.com/watch?v=y0eKsCI4cVk http://m.news.xixik.com/content/55c6bf156997ce9f/ http://5b0988e595225.cdn.sohucs.com/images/20190514/7e22d3dd9d0244ddada007df51228ee0.jpeg Credit ข้อมูลรวบรวมจาก: http://www.yxhenan.com/info/kf/scyjl_13025_1289.html https://kknews.cc/collect/4xyn5m2.html https://baike.baidu.com/item/汴绣/1124193 #ดุจฝันบันดาลใจ #เปี้ยนซิ่ว #ซ่งซิ่ว #งานปักจีนโบราณ #ชิงหมิงซ่างเหอถู
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 386 มุมมอง 0 รีวิว
  • มีการเปิดเผยหน้าตาของ อาบู ฮัมซา โฆษกกองพลอัลกุฎส์ของฮามาส ที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลเมื่อสองวันก่อน รวมถึงครอบครัวและลูกๆของเขาด้วย

    หลายคนคงคาดหวังว่าเขาจะมีหนวดเครายาว และมีรอยสักตามตัวที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงว่า “ความตายจงมีแด่พวกนอกศาสนา”

    เปล่าเลย! เขาเป็นเพียงชาวปาเลสไตน์ธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ต่อสู้เพื่อปลดปล่อยประชาชนของเขาจากการถูกยึดครองโดยอิสราเอล
    มีการเปิดเผยหน้าตาของ อาบู ฮัมซา โฆษกกองพลอัลกุฎส์ของฮามาส ที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลเมื่อสองวันก่อน รวมถึงครอบครัวและลูกๆของเขาด้วย หลายคนคงคาดหวังว่าเขาจะมีหนวดเครายาว และมีรอยสักตามตัวที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงว่า “ความตายจงมีแด่พวกนอกศาสนา” เปล่าเลย! เขาเป็นเพียงชาวปาเลสไตน์ธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ต่อสู้เพื่อปลดปล่อยประชาชนของเขาจากการถูกยึดครองโดยอิสราเอล
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 208 มุมมอง 0 รีวิว
  • “สันติ” ยัน สปส.ซื้อตึก SKYY9 ไร้ดีลการเมือง ไม่ได้คุย “สุชาติ” แม้อยู่พรรคเดียวกัน ระบุลูกชายเก่งอสังหาฯ ซื้อตึกเก่ารีโนเวทขาย ไม่รู้คนซื้อไปขายต่อให้ใคร ลั่น “ตระกูลพร้อมพัฒน์-พร้อมทวีสิทธิ์” ไม่เกี่ยวเรื่องนี้ ยัน ไม่ฟ้องคนพาดพิง ชี้ ตึกราคาสูง ทำเลดี ปรับปรุงมหาศาล

    เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 20 มีนาคม ที่อาคารรัชดา วัน ถ.รัชดาภิเษก นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีต รมช.สาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีถูกตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทของลูกชายมีความเชื่อมโยงกับการขายตึก Skyy9 ให้กับสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ว่า จริงๆ แล้วเรื่องอสังหาริมทรัพย์นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ลูกชายตน มีความรู้ความสามารถ จบปริญญาโทจากอังกฤษด้านอสังหาริมทรัพย์ ตนเลยปล่อยให้เขาบริหารจัดการในบริษัท วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน จำกัด

    ผู้สื่อข่าวถามว่า การซื้อตึกของ สปส. ไม่ได้เป็นดีลพิเศษในขณะที่อยู่กับพรรคเดียวกับ รมว.แรงงาน ในยุคนั้นใช่หรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า ตามที่นายพัฒนาได้พูดไป ตอนที่เขาไปซื้อตึกนี้มาจากบริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ บสก. เขาก็ยังต้องไปซื้อห้องอื่นๆ ในอดีตที่ขายกันไปแล้วกลับมา จนสามารถรวมเป็นตึกเดียวกันภายใต้เจ้าของเดียว ตอนนั้นเขามาหารือกับตนว่าอยากจะรีโนเวท พอสักพักเมื่อมีคนรู้ข่าวว่าตึกหลังนี้มีเจ้าของเดียวแล้ว มีคนสนใจจำนวนมาก ตนรู้แค่เพียงตอนที่เขาขาย ประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท ให้กับบริษัทของฝรั่งที่มาจดทะเบียนในเมืองไทย เป็นกองทุนที่ใหญ่มาก วันที่เขาซื้อก็จ่ายเงินเลยทั้งหมด พอจ่ายแล้วมันก็แล้วกัน เราไม่รู้อะไรอีกเลยว่าเขาจะเอาไปทำอะไร รู้เพียงแต่ว่าเขาเอาไปรีโนเวท ตนนั่งรถผ่านก็เห็นว่าสวยมาก มารู้อีกทีตอนมีข่าวจากสื่อมวลชนว่าตึกหลังนี้ได้มีการขายไป โดย สปส.เป็นเจ้าของ ในราคา 7 พันล้านบาทบวกลบ

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/politics/detail/9680000026647

    #MGROnline #SKYY9
    “สันติ” ยัน สปส.ซื้อตึก SKYY9 ไร้ดีลการเมือง ไม่ได้คุย “สุชาติ” แม้อยู่พรรคเดียวกัน ระบุลูกชายเก่งอสังหาฯ ซื้อตึกเก่ารีโนเวทขาย ไม่รู้คนซื้อไปขายต่อให้ใคร ลั่น “ตระกูลพร้อมพัฒน์-พร้อมทวีสิทธิ์” ไม่เกี่ยวเรื่องนี้ ยัน ไม่ฟ้องคนพาดพิง ชี้ ตึกราคาสูง ทำเลดี ปรับปรุงมหาศาล • เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 20 มีนาคม ที่อาคารรัชดา วัน ถ.รัชดาภิเษก นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีต รมช.สาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีถูกตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทของลูกชายมีความเชื่อมโยงกับการขายตึก Skyy9 ให้กับสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ว่า จริงๆ แล้วเรื่องอสังหาริมทรัพย์นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ลูกชายตน มีความรู้ความสามารถ จบปริญญาโทจากอังกฤษด้านอสังหาริมทรัพย์ ตนเลยปล่อยให้เขาบริหารจัดการในบริษัท วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน จำกัด • ผู้สื่อข่าวถามว่า การซื้อตึกของ สปส. ไม่ได้เป็นดีลพิเศษในขณะที่อยู่กับพรรคเดียวกับ รมว.แรงงาน ในยุคนั้นใช่หรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า ตามที่นายพัฒนาได้พูดไป ตอนที่เขาไปซื้อตึกนี้มาจากบริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ บสก. เขาก็ยังต้องไปซื้อห้องอื่นๆ ในอดีตที่ขายกันไปแล้วกลับมา จนสามารถรวมเป็นตึกเดียวกันภายใต้เจ้าของเดียว ตอนนั้นเขามาหารือกับตนว่าอยากจะรีโนเวท พอสักพักเมื่อมีคนรู้ข่าวว่าตึกหลังนี้มีเจ้าของเดียวแล้ว มีคนสนใจจำนวนมาก ตนรู้แค่เพียงตอนที่เขาขาย ประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท ให้กับบริษัทของฝรั่งที่มาจดทะเบียนในเมืองไทย เป็นกองทุนที่ใหญ่มาก วันที่เขาซื้อก็จ่ายเงินเลยทั้งหมด พอจ่ายแล้วมันก็แล้วกัน เราไม่รู้อะไรอีกเลยว่าเขาจะเอาไปทำอะไร รู้เพียงแต่ว่าเขาเอาไปรีโนเวท ตนนั่งรถผ่านก็เห็นว่าสวยมาก มารู้อีกทีตอนมีข่าวจากสื่อมวลชนว่าตึกหลังนี้ได้มีการขายไป โดย สปส.เป็นเจ้าของ ในราคา 7 พันล้านบาทบวกลบ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/politics/detail/9680000026647 • #MGROnline #SKYY9
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 313 มุมมอง 0 รีวิว
  • ซื้อหนี้ประชาชน อันตรายบนศีลธรรม

    เป็นที่วิจารณ์ไม่หยุด สำหรับแนวคิดรับซื้อหนี้จากประชาชนทั้งหมดออกจากระบบธนาคาร แล้วให้ประชาชนค่อยๆ ผ่อน ไม่ต้องชำระเต็มจำนวน ให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำมาหากินใหม่ โดยอ้างว่าจะให้หนี้สินคนไทยหมดไป ไม่ต้องใช้เงินรัฐสักบาท ให้เอกชนลงทุน แม้แนวคิดดูเลื่อนลอย แต่ก็เป็นความกังวลของสังคมไทย นักกลยุทธ์การลงทุนรายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า "การซื้อหนี้ 16 ล้านล้านบาท ไม่มีเอกชนหน้าโง่ที่ไหนซื้อหนี้ราคาสูงแล้วมาแฮร์คัต (Hair Cut หรือปิดจบด้วยเงินก้อน) ให้ลูกหนี้ ถ้ารัฐไม่ล้างผลาญงบฯ จ่ายส่วนต่างให้" มีชาวเน็ตแชร์ออกไปนับร้อยครั้ง

    นายยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) กล่าวว่า แนวคิดการรับซื้อหนี้เสียของประชาชน จากธนาคารพาณิชย์มาบริหารจัดการ กรอบสำคัญคือต้องมองให้ครบ บูรณาการผลกระทบต่างๆ สำคัญคือที่มาของเงินมาจากไหน เพราะอาจจะเป็นภาระทางการคลังได้ และคำนึงผลกระทบเชิง Moral hazard ต้องหาจุดตรงกลางในการช่วยเหลือ

    ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาแบงก์ชาติยึดหลักแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน 3 ประการ คือ 1. ต้องสนับสนุนวินัยทางการเงินที่ดี ไม่สร้างแรงจูงใจที่ผิด ทำให้เกิดปัญหา Moral hazard 2. สนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อของลูกหนี้ในระยะข้างหน้า และ 3. ต้องแก้ปัญหาหนี้อย่างตรงจุด และเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบการเงินในภาพรวม

    Moral hazard หรือภัยทางศีลธรรม อันตรายบนศีลธรรม จรรยาสามานย์ แล้วแต่จะเรียก เกิดขึ้นเมื่อผู้มีส่วนได้เสียคือลูกหนี้ มีแรงจูงใจหรือมีสิ่งล่อใจแล้วเอาเปรียบอีกฝ่ายโดยเพิ่มความเสี่ยงให้ตัวเอง เพราะรู้ดีว่าถ้าล้มเมื่อไหร่เดี๋ยวก็ได้รับการช่วยเหลือ เปรียบคนเบี้ยวหนี้กองทุน กยศ.คิดว่าเดี๋ยวรัฐบาลจะลดยอดหนี้ให้ ชาวนาไม่ฟังทางการทำนาในฤดูแล้ง เมื่อเสียหายก็ได้เงินชดเชยจากรัฐบาล เป็นเครื่องมือให้นักการเมืองฉวยโอกาสสร้างคะแนนนิยมเอาเปรียบประชาชนผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

    การซื้อหนี้จากธนาคารแล้วให้ประชาชนค่อยๆ ผ่อน เหมือนเริ่มต้นจะสวยหรูแต่ขมขื่นระยะยาว เฉกเช่นบริษัทสินเชื่อแห่งหนึ่ง เปิดฉากกวาดลูกค้าจากค่ายอื่นแล้วได้ลูกค้ากลุ่มที่เป็นปัญหา มีประวัติผิดนัดชำระหนี้จากที่อื่นย้ายหนีจำนวนมาก สุดท้ายก็สร้างปัญหา ผลประกอบการขาดทุนย่อยยับ แล้วขายพอร์ตสินเชื่อให้กับผู้สนใจรายใหม่ จากนั้นรายใหม่ก็อาจนำไปเล่นแร่แปรธาตุ เช่น ปล่อยหุ้นกู้แล้วไม่จ่ายคืน กลายเป็นมันนี่เกมที่อาจทำให้นักลงทุนซึ่งเป็นคนธรรมดาอาจถึงขั้นสิ้นเนื้อประดาตัว

    #Newskit
    ซื้อหนี้ประชาชน อันตรายบนศีลธรรม เป็นที่วิจารณ์ไม่หยุด สำหรับแนวคิดรับซื้อหนี้จากประชาชนทั้งหมดออกจากระบบธนาคาร แล้วให้ประชาชนค่อยๆ ผ่อน ไม่ต้องชำระเต็มจำนวน ให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำมาหากินใหม่ โดยอ้างว่าจะให้หนี้สินคนไทยหมดไป ไม่ต้องใช้เงินรัฐสักบาท ให้เอกชนลงทุน แม้แนวคิดดูเลื่อนลอย แต่ก็เป็นความกังวลของสังคมไทย นักกลยุทธ์การลงทุนรายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า "การซื้อหนี้ 16 ล้านล้านบาท ไม่มีเอกชนหน้าโง่ที่ไหนซื้อหนี้ราคาสูงแล้วมาแฮร์คัต (Hair Cut หรือปิดจบด้วยเงินก้อน) ให้ลูกหนี้ ถ้ารัฐไม่ล้างผลาญงบฯ จ่ายส่วนต่างให้" มีชาวเน็ตแชร์ออกไปนับร้อยครั้ง นายยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) กล่าวว่า แนวคิดการรับซื้อหนี้เสียของประชาชน จากธนาคารพาณิชย์มาบริหารจัดการ กรอบสำคัญคือต้องมองให้ครบ บูรณาการผลกระทบต่างๆ สำคัญคือที่มาของเงินมาจากไหน เพราะอาจจะเป็นภาระทางการคลังได้ และคำนึงผลกระทบเชิง Moral hazard ต้องหาจุดตรงกลางในการช่วยเหลือ ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาแบงก์ชาติยึดหลักแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน 3 ประการ คือ 1. ต้องสนับสนุนวินัยทางการเงินที่ดี ไม่สร้างแรงจูงใจที่ผิด ทำให้เกิดปัญหา Moral hazard 2. สนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อของลูกหนี้ในระยะข้างหน้า และ 3. ต้องแก้ปัญหาหนี้อย่างตรงจุด และเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบการเงินในภาพรวม Moral hazard หรือภัยทางศีลธรรม อันตรายบนศีลธรรม จรรยาสามานย์ แล้วแต่จะเรียก เกิดขึ้นเมื่อผู้มีส่วนได้เสียคือลูกหนี้ มีแรงจูงใจหรือมีสิ่งล่อใจแล้วเอาเปรียบอีกฝ่ายโดยเพิ่มความเสี่ยงให้ตัวเอง เพราะรู้ดีว่าถ้าล้มเมื่อไหร่เดี๋ยวก็ได้รับการช่วยเหลือ เปรียบคนเบี้ยวหนี้กองทุน กยศ.คิดว่าเดี๋ยวรัฐบาลจะลดยอดหนี้ให้ ชาวนาไม่ฟังทางการทำนาในฤดูแล้ง เมื่อเสียหายก็ได้เงินชดเชยจากรัฐบาล เป็นเครื่องมือให้นักการเมืองฉวยโอกาสสร้างคะแนนนิยมเอาเปรียบประชาชนผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การซื้อหนี้จากธนาคารแล้วให้ประชาชนค่อยๆ ผ่อน เหมือนเริ่มต้นจะสวยหรูแต่ขมขื่นระยะยาว เฉกเช่นบริษัทสินเชื่อแห่งหนึ่ง เปิดฉากกวาดลูกค้าจากค่ายอื่นแล้วได้ลูกค้ากลุ่มที่เป็นปัญหา มีประวัติผิดนัดชำระหนี้จากที่อื่นย้ายหนีจำนวนมาก สุดท้ายก็สร้างปัญหา ผลประกอบการขาดทุนย่อยยับ แล้วขายพอร์ตสินเชื่อให้กับผู้สนใจรายใหม่ จากนั้นรายใหม่ก็อาจนำไปเล่นแร่แปรธาตุ เช่น ปล่อยหุ้นกู้แล้วไม่จ่ายคืน กลายเป็นมันนี่เกมที่อาจทำให้นักลงทุนซึ่งเป็นคนธรรมดาอาจถึงขั้นสิ้นเนื้อประดาตัว #Newskit
    Like
    Sad
    4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 392 มุมมอง 0 รีวิว
  • ย้อนตำนานทักษิณ ทำแคปิตอล โอเค

    นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยต่อกลุ่มคนเสื้อแดงที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ตอนหนึ่งระบุว่า วันก่อนคิดกับนายกฯ (แพทองธาร ชินวัตร) ดังๆ ทำอย่างไรจะให้หนี้สินคนไทยหมดไปได้ คิดดังๆ ว่าเราจะซื้อหนี้ทั้งหมด ซื้อหนี้ประชาชนออกจากระบบธนาคารดีหรือไม่ แล้วให้ประชาชนค่อยๆ ผ่อน ไม่ต้องชำระเต็มจำนวน ให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำมาหากินใหม่ ไม่ต้องใช้เงินรัฐสักบาทสามารถให้เอกชนลงทุน เรียกเสียงฮือฮาแก่ผู้สนับสนุน แม้จะไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็ทำให้ย้อนถึงสมัยเป็นนักธุรกิจ ตระกูลชินวัตรทำธุรกิจสินเชื่อบุคคลมาก่อน ภายใต้ชื่อ "แคปปิตอล โอเค"

    ปี 2546 กลุ่มชิน คอร์ปอเรชั่น ของตระกูลชินวัตร ร่วมทุนกับดีบีเอส แบงก์ ลิมิเต็ด ประเทศสิงคโปร์ เจ้าของธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ ในขณะนั้น ก่อตั้งบริษัท แคปปิตอล โอเค จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ทั้งสินเชื่อไม่มีหลักประกัน บัตรเครดิต และสินเชื่อเช่าซื้อต่างๆ โดยกลุ่มชินคอร์ปฯ ถือหุ้น 60% และดีบีเอส 40% ผ่านไป 2 ปีมีลูกค้าราว 6 แสนราย ส่วนมากเป็นสินเชื่อบุคคล 60% สินเชื่อเช่าซื้อ 30% และบัตรเครดิต 10%

    23 ม.ค. 2549 ตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ขายหุ้นชินคอร์ปฯ ให้แก่ เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ ประเทศสิงคโปร์ จำนวน 1,487.74 ล้านหุ้น รวม 73,271.20 ล้านบาท ทำให้แคปปิตอล โอเค ไม่ได้เป็นของตระกูลชินวัตรอีกต่อไป หลังจากนั้นเมื่อรัฐบาลทักษิณถูกประชาชนชุมนุมขับไล่และเกิดรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ธุรกิจสินเชื่อของแคปิตอลโอเคเริ่มซบเซา แม้กลุ่มชินคอร์ปฯ ซื้อหุ้นที่เหลือจากดีบีเอส กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 99.99% และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 5,200 ล้านบาท แต่สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น

    ในที่สุดเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2550 กลุ่มชินคอร์ปฯ จึงได้ขายหุ้นแคปปิตอล โอเค ซึ่งขณะนั้นมีทุนจดทะเบียน 7,500 ล้านบาท ให้กับ 2 บริษัท ได้แก่ เอแคป แอ๊ดไวเซอรี่ (ACAP) และออริกซ์ คอร์ปอเรชั่น (บริษัทย่อยของ ORIX) เพื่อลดภาระผลขาดทุนจากการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัทฯ และลดภาระการสนับสนุนเงินทุนแก่แคปปิตอล โอเค ในอนาคต หลังจากนั้นเมื่อเศรษฐกิจซบเซา ปลายปี 2552 แคปปิตอล โอเค จึงหยุดการให้สินเชื่อลูกค้าบุคคลในที่สุด

    ปัจจุบัน แคปปิตอล โอเค เป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ACAP ซึ่งมีปัญหาการผิดนัดชําระหนี้หุ้นกู้รวม 7 รุ่น กว่า 4,000 ล้านบาท เคยถูกสำนักงาน ก.ล.ต.กล่าวโทษอดีตผู้บริหารกรณีทุจริต และผู้ถือหุ้นกู้กำลังร้องเรียนหน่วยงานทีเกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบธรรมาภิบาล

    #Newskit
    ย้อนตำนานทักษิณ ทำแคปิตอล โอเค นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยต่อกลุ่มคนเสื้อแดงที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ตอนหนึ่งระบุว่า วันก่อนคิดกับนายกฯ (แพทองธาร ชินวัตร) ดังๆ ทำอย่างไรจะให้หนี้สินคนไทยหมดไปได้ คิดดังๆ ว่าเราจะซื้อหนี้ทั้งหมด ซื้อหนี้ประชาชนออกจากระบบธนาคารดีหรือไม่ แล้วให้ประชาชนค่อยๆ ผ่อน ไม่ต้องชำระเต็มจำนวน ให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ทำมาหากินใหม่ ไม่ต้องใช้เงินรัฐสักบาทสามารถให้เอกชนลงทุน เรียกเสียงฮือฮาแก่ผู้สนับสนุน แม้จะไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็ทำให้ย้อนถึงสมัยเป็นนักธุรกิจ ตระกูลชินวัตรทำธุรกิจสินเชื่อบุคคลมาก่อน ภายใต้ชื่อ "แคปปิตอล โอเค" ปี 2546 กลุ่มชิน คอร์ปอเรชั่น ของตระกูลชินวัตร ร่วมทุนกับดีบีเอส แบงก์ ลิมิเต็ด ประเทศสิงคโปร์ เจ้าของธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ ในขณะนั้น ก่อตั้งบริษัท แคปปิตอล โอเค จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ทั้งสินเชื่อไม่มีหลักประกัน บัตรเครดิต และสินเชื่อเช่าซื้อต่างๆ โดยกลุ่มชินคอร์ปฯ ถือหุ้น 60% และดีบีเอส 40% ผ่านไป 2 ปีมีลูกค้าราว 6 แสนราย ส่วนมากเป็นสินเชื่อบุคคล 60% สินเชื่อเช่าซื้อ 30% และบัตรเครดิต 10% 23 ม.ค. 2549 ตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ขายหุ้นชินคอร์ปฯ ให้แก่ เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ ประเทศสิงคโปร์ จำนวน 1,487.74 ล้านหุ้น รวม 73,271.20 ล้านบาท ทำให้แคปปิตอล โอเค ไม่ได้เป็นของตระกูลชินวัตรอีกต่อไป หลังจากนั้นเมื่อรัฐบาลทักษิณถูกประชาชนชุมนุมขับไล่และเกิดรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ธุรกิจสินเชื่อของแคปิตอลโอเคเริ่มซบเซา แม้กลุ่มชินคอร์ปฯ ซื้อหุ้นที่เหลือจากดีบีเอส กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 99.99% และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 5,200 ล้านบาท แต่สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น ในที่สุดเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2550 กลุ่มชินคอร์ปฯ จึงได้ขายหุ้นแคปปิตอล โอเค ซึ่งขณะนั้นมีทุนจดทะเบียน 7,500 ล้านบาท ให้กับ 2 บริษัท ได้แก่ เอแคป แอ๊ดไวเซอรี่ (ACAP) และออริกซ์ คอร์ปอเรชั่น (บริษัทย่อยของ ORIX) เพื่อลดภาระผลขาดทุนจากการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัทฯ และลดภาระการสนับสนุนเงินทุนแก่แคปปิตอล โอเค ในอนาคต หลังจากนั้นเมื่อเศรษฐกิจซบเซา ปลายปี 2552 แคปปิตอล โอเค จึงหยุดการให้สินเชื่อลูกค้าบุคคลในที่สุด ปัจจุบัน แคปปิตอล โอเค เป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ACAP ซึ่งมีปัญหาการผิดนัดชําระหนี้หุ้นกู้รวม 7 รุ่น กว่า 4,000 ล้านบาท เคยถูกสำนักงาน ก.ล.ต.กล่าวโทษอดีตผู้บริหารกรณีทุจริต และผู้ถือหุ้นกู้กำลังร้องเรียนหน่วยงานทีเกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบธรรมาภิบาล #Newskit
    Sad
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 345 มุมมอง 0 รีวิว
  • มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกกลุ่มฮูตีว่า “สัตว์ประหลาดที่น่ากลัว” (terrifying monster) ในระหว่างการพูดกล่าวหาอิหร่านว่า : Iran has created this terrifying monster(the Houthis) and now they must take responsibility for it.

    “กลุ่มฮูตีไม่ใช่รัฐบาลของเยเมน กลุ่มฮูตีไม่มีความสามารถที่จะทำสิ่งที่พวกเขาทำได้หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากอิหร่าน กลุ่มฮูตีได้เรียนรู้วิธีสร้างโดรนต่อต้านเรือขั้นสูง แต่เทคโนโลยีนี้มาจากที่ไหนสักแห่ง อิหร่านกำลังช่วยเหลือกลุ่มฮูตีในการสร้างสิ่งเหล่านี้และจัดหาเงินทุนให้กับพวกเขาเพื่อดำเนินการดังกล่าว อิหร่านสร้างสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวนี้ขึ้นมา และตอนนี้พวกเขาต้องรับผิดชอบมัน”
    — มาร์โก รูบิโอมาร์โก รูบิโอ

    สิ่งที่ทุกคนควรต้องรู้ :
    ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สหรัฐและอิสราเอลร่วมมือกันสังหารชาวปาเลสไตน์ เลบานอน และซีเรียไปแล้วกว่า 100,000 ราย
    มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกกลุ่มฮูตีว่า “สัตว์ประหลาดที่น่ากลัว” (terrifying monster) ในระหว่างการพูดกล่าวหาอิหร่านว่า : Iran has created this terrifying monster(the Houthis) and now they must take responsibility for it. “กลุ่มฮูตีไม่ใช่รัฐบาลของเยเมน กลุ่มฮูตีไม่มีความสามารถที่จะทำสิ่งที่พวกเขาทำได้หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากอิหร่าน กลุ่มฮูตีได้เรียนรู้วิธีสร้างโดรนต่อต้านเรือขั้นสูง แต่เทคโนโลยีนี้มาจากที่ไหนสักแห่ง อิหร่านกำลังช่วยเหลือกลุ่มฮูตีในการสร้างสิ่งเหล่านี้และจัดหาเงินทุนให้กับพวกเขาเพื่อดำเนินการดังกล่าว อิหร่านสร้างสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวนี้ขึ้นมา และตอนนี้พวกเขาต้องรับผิดชอบมัน” — มาร์โก รูบิโอมาร์โก รูบิโอ สิ่งที่ทุกคนควรต้องรู้ : ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สหรัฐและอิสราเอลร่วมมือกันสังหารชาวปาเลสไตน์ เลบานอน และซีเรียไปแล้วกว่า 100,000 ราย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 348 มุมมอง 0 รีวิว
  • วันนี้ตื่นมาได้ขับถ่ายจนค่อยๆหายปวดท้องไปสักที รู้สึกโล่งมาก วันนี้เลยทำอะไรได้อย่างสบายๆไม่ต้องเครียด ยกเว้นพรุ่งนี้ที่ต้องไปธุระที่ท่าน้ำนนท์แต่เช้า
    วันนี้ตื่นมาได้ขับถ่ายจนค่อยๆหายปวดท้องไปสักที รู้สึกโล่งมาก วันนี้เลยทำอะไรได้อย่างสบายๆไม่ต้องเครียด ยกเว้นพรุ่งนี้ที่ต้องไปธุระที่ท่าน้ำนนท์แต่เช้า
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 160 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts