• ประเทศที่ไม่มีหิมะ แต่ชนะตลอด เด็กไทยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศอีกครั้ง
    โชว์ฝีมือแกะสลักหิมะสุดอลัง คว้าแชมป์แกะสลักหิมะนานาชาติ 2026

    #Newsstory #News1 #ข่าวTikTok #FightingFrostTH #แกะสลักหิมะนานาชาติ
    ประเทศที่ไม่มีหิมะ แต่ชนะตลอด เด็กไทยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศอีกครั้ง โชว์ฝีมือแกะสลักหิมะสุดอลัง คว้าแชมป์แกะสลักหิมะนานาชาติ 2026 #Newsstory #News1 #ข่าวTikTok #FightingFrostTH #แกะสลักหิมะนานาชาติ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 0 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • Debian ขาดทีมดูแลข้อมูลส่วนบุคคล — โครงการเปิดรับอาสาสมัครด่วน

    Debian ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรเจกต์โอเพ่นซอร์สที่สำคัญที่สุดของโลก กำลังเผชิญปัญหาใหญ่เมื่อ ทีม Data Protection Team ยุติบทบาททั้งหมด ทำให้ไม่มีผู้รับผิดชอบด้านคำขอข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายยุโรป (GDPR) อีกต่อไป สถานการณ์นี้ทำให้ Debian Project Leader ต้องออกมาขอความช่วยเหลือจากชุมชนโดยตรง

    ทีมนี้มีบทบาทสำคัญตั้งแต่ปี 2018 ในการจัดทำ นโยบายความเป็นส่วนตัว, ตอบคำถามจากบุคคลภายนอกเกี่ยวกับข้อมูลที่ Debian เก็บไว้ และให้คำปรึกษาแก่ทีมภายในเกี่ยวกับข้อกำหนดด้านข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อสมาชิกทั้งสามคนถอนตัวออกจากตำแหน่งพร้อมกัน ทำให้ภาระทั้งหมดตกอยู่ที่ผู้นำโครงการเพียงคนเดียว ซึ่งไม่สามารถรองรับปริมาณงานได้ในระยะยาว

    การไม่มีทีมดูแลข้อมูลส่วนบุคคลอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ Debian ในฐานะระบบปฏิบัติการที่ถูกใช้งานในองค์กรจำนวนมากทั่วโลก ทั้งในเซิร์ฟเวอร์, โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และดิสโทรลูกอย่าง Ubuntu หากไม่สามารถตอบสนองคำขอด้านข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามกฎหมาย อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายหรือความเสี่ยงด้านความเชื่อมั่นของผู้ใช้

    Debian จึงประกาศเชิญชวนผู้ที่สนใจด้านความเป็นส่วนตัวและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลเข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร โดยต้องเป็นผู้ที่สามารถอุทิศเวลาให้กับงานที่ละเอียดอ่อนและต้องรับผิดชอบสูง เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและรักษามาตรฐานความปลอดภัยของผู้ใช้ทั่วโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ทีม Data Protection Team ของ Debian ยุติบทบาททั้งหมด
    ไม่มีผู้ดูแลคำขอข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย GDPR

    ทีมนี้มีหน้าที่จัดทำและดูแลนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Debian
    รวมถึงตอบคำถามจากบุคคลภายนอกเกี่ยวกับข้อมูลที่ Debian เก็บ

    Debian Project Leader ต้องรับภาระงานทั้งหมดชั่วคราว
    ซึ่งไม่สามารถรองรับได้ในระยะยาว

    Debian เปิดรับอาสาสมัครใหม่เพื่อเข้ามารับหน้าที่นี้
    ต้องเป็นผู้ที่มีเวลาและความรับผิดชอบสูง

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    การไม่มีทีมดูแลข้อมูลส่วนบุคคลอาจทำให้ Debian เสี่ยงต่อการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย GDPR
    อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายหรือค่าปรับ

    ความล่าช้าในการตอบคำขอข้อมูลส่วนบุคคลอาจกระทบความเชื่อมั่นของผู้ใช้
    โดยเฉพาะองค์กรที่ใช้ Debian ในระบบสำคัญ

    ภาระงานตกอยู่ที่ผู้นำโครงการเพียงคนเดียว
    เสี่ยงต่อความผิดพลาดหรือการตอบสนองไม่ทันต่อคำขอจำนวนมาก

    https://itsfoss.com/news/debian-data-protection-team/
    📰 🛡️ Debian ขาดทีมดูแลข้อมูลส่วนบุคคล — โครงการเปิดรับอาสาสมัครด่วน Debian ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรเจกต์โอเพ่นซอร์สที่สำคัญที่สุดของโลก กำลังเผชิญปัญหาใหญ่เมื่อ ทีม Data Protection Team ยุติบทบาททั้งหมด ทำให้ไม่มีผู้รับผิดชอบด้านคำขอข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายยุโรป (GDPR) อีกต่อไป สถานการณ์นี้ทำให้ Debian Project Leader ต้องออกมาขอความช่วยเหลือจากชุมชนโดยตรง ทีมนี้มีบทบาทสำคัญตั้งแต่ปี 2018 ในการจัดทำ นโยบายความเป็นส่วนตัว, ตอบคำถามจากบุคคลภายนอกเกี่ยวกับข้อมูลที่ Debian เก็บไว้ และให้คำปรึกษาแก่ทีมภายในเกี่ยวกับข้อกำหนดด้านข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อสมาชิกทั้งสามคนถอนตัวออกจากตำแหน่งพร้อมกัน ทำให้ภาระทั้งหมดตกอยู่ที่ผู้นำโครงการเพียงคนเดียว ซึ่งไม่สามารถรองรับปริมาณงานได้ในระยะยาว การไม่มีทีมดูแลข้อมูลส่วนบุคคลอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ Debian ในฐานะระบบปฏิบัติการที่ถูกใช้งานในองค์กรจำนวนมากทั่วโลก ทั้งในเซิร์ฟเวอร์, โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และดิสโทรลูกอย่าง Ubuntu หากไม่สามารถตอบสนองคำขอด้านข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามกฎหมาย อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายหรือความเสี่ยงด้านความเชื่อมั่นของผู้ใช้ Debian จึงประกาศเชิญชวนผู้ที่สนใจด้านความเป็นส่วนตัวและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลเข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร โดยต้องเป็นผู้ที่สามารถอุทิศเวลาให้กับงานที่ละเอียดอ่อนและต้องรับผิดชอบสูง เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและรักษามาตรฐานความปลอดภัยของผู้ใช้ทั่วโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ทีม Data Protection Team ของ Debian ยุติบทบาททั้งหมด ➡️ ไม่มีผู้ดูแลคำขอข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย GDPR ✅ ทีมนี้มีหน้าที่จัดทำและดูแลนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Debian ➡️ รวมถึงตอบคำถามจากบุคคลภายนอกเกี่ยวกับข้อมูลที่ Debian เก็บ ✅ Debian Project Leader ต้องรับภาระงานทั้งหมดชั่วคราว ➡️ ซึ่งไม่สามารถรองรับได้ในระยะยาว ✅ Debian เปิดรับอาสาสมัครใหม่เพื่อเข้ามารับหน้าที่นี้ ➡️ ต้องเป็นผู้ที่มีเวลาและความรับผิดชอบสูง คำเตือน / ความเสี่ยง ‼️ การไม่มีทีมดูแลข้อมูลส่วนบุคคลอาจทำให้ Debian เสี่ยงต่อการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย GDPR ⛔ อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายหรือค่าปรับ ‼️ ความล่าช้าในการตอบคำขอข้อมูลส่วนบุคคลอาจกระทบความเชื่อมั่นของผู้ใช้ ⛔ โดยเฉพาะองค์กรที่ใช้ Debian ในระบบสำคัญ ‼️ ภาระงานตกอยู่ที่ผู้นำโครงการเพียงคนเดียว ⛔ เสี่ยงต่อความผิดพลาดหรือการตอบสนองไม่ทันต่อคำขอจำนวนมาก https://itsfoss.com/news/debian-data-protection-team/
    ITSFOSS.COM
    Debian's Data Protection Team is No More, Maybe You Can Help?
    With no one left to handle data protection requests, the project is looking for new volunteers.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 16 มุมมอง 0 รีวิว
  • Fedora 44 เตรียมเป็นดิสโทรแรกที่ใช้ Plasma Login Manager แทน SDDM

    Fedora 44 กำลังจะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลก KDE โดยประกาศว่าจะเป็นดิสโทรแรกที่นำ Plasma Login Manager (PLM) มาใช้เป็นตัวล็อกอินหลักแทน SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการมาถึงของ KDE Plasma 6.6 และการยุติการรองรับ X11 ใน Plasma 6.8 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า KDE กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Wayland อย่างเต็มตัว

    PLM ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับอนาคตของเดสก์ท็อป Linux แม้โครงการจะยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab แต่ทีม KDE ยืนยันว่ารุ่นที่จะปล่อยพร้อม Plasma 6.6 นั้นพร้อมใช้งานจริงแล้ว และ Fedora ก็มั่นใจพอที่จะนำมาใช้เป็นค่าเริ่มต้น

    อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ที่เคยติดตั้ง ธีม SDDM แบบ custom จะได้รับผลกระทบ เพราะ PLM ยังไม่รองรับธีมแบบเดิม หากต้องการใช้ธีมเหล่านั้นต่อ ผู้ใช้จำเป็นต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl และติดตั้งแพ็กเกจที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง

    Fedora ยังเปิดให้ผู้ใช้ทดสอบ PLM ได้แล้วบน Rawhide โดยติดตั้งแพ็กเกจ plasma-login-manager และเปิดใช้งานบริการ plasmalogin.service แต่ผู้เขียนบทความระบุว่าการทดสอบบน VM ยังมีปัญหาอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับฟีเจอร์ใหม่ระดับระบบแสดงผล

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Fedora 44 จะใช้ Plasma Login Manager (PLM) เป็นตัวล็อกอินเริ่มต้น
    แทนที่ SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี

    PLM จะมาพร้อม KDE Plasma 6.6
    รองรับ HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader

    KDE Plasma 6.8 จะเลิกสนับสนุน X11
    Wayland จะเป็น session หลักอย่างเป็นทางการ

    Fedora เปิดให้ทดสอบ PLM บน Rawhide แล้ว
    ติดตั้งด้วย sudo dnf install plasma-login-manager kcm-plasmalogin

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    ผู้ใช้ที่มี custom SDDM theme จะใช้งานต่อไม่ได้บน PLM
    ต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl

    PLM ยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab
    อาจมีบั๊กหรือปัญหาบน VM และฮาร์ดแวร์บางรุ่น

    การเปลี่ยนผ่านสู่ Wayland อาจทำให้แอปบางตัวมีปัญหา
    โดยเฉพาะแอปเก่าที่พึ่งพา X11

    https://itsfoss.com/news/fedora-44-plasma-login-manager/
    📰 💻 Fedora 44 เตรียมเป็นดิสโทรแรกที่ใช้ Plasma Login Manager แทน SDDM Fedora 44 กำลังจะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลก KDE โดยประกาศว่าจะเป็นดิสโทรแรกที่นำ Plasma Login Manager (PLM) มาใช้เป็นตัวล็อกอินหลักแทน SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการมาถึงของ KDE Plasma 6.6 และการยุติการรองรับ X11 ใน Plasma 6.8 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า KDE กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Wayland อย่างเต็มตัว PLM ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับอนาคตของเดสก์ท็อป Linux แม้โครงการจะยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab แต่ทีม KDE ยืนยันว่ารุ่นที่จะปล่อยพร้อม Plasma 6.6 นั้นพร้อมใช้งานจริงแล้ว และ Fedora ก็มั่นใจพอที่จะนำมาใช้เป็นค่าเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ที่เคยติดตั้ง ธีม SDDM แบบ custom จะได้รับผลกระทบ เพราะ PLM ยังไม่รองรับธีมแบบเดิม หากต้องการใช้ธีมเหล่านั้นต่อ ผู้ใช้จำเป็นต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl และติดตั้งแพ็กเกจที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง Fedora ยังเปิดให้ผู้ใช้ทดสอบ PLM ได้แล้วบน Rawhide โดยติดตั้งแพ็กเกจ plasma-login-manager และเปิดใช้งานบริการ plasmalogin.service แต่ผู้เขียนบทความระบุว่าการทดสอบบน VM ยังมีปัญหาอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับฟีเจอร์ใหม่ระดับระบบแสดงผล 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Fedora 44 จะใช้ Plasma Login Manager (PLM) เป็นตัวล็อกอินเริ่มต้น ➡️ แทนที่ SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี ✅ PLM จะมาพร้อม KDE Plasma 6.6 ➡️ รองรับ HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader ✅ KDE Plasma 6.8 จะเลิกสนับสนุน X11 ➡️ Wayland จะเป็น session หลักอย่างเป็นทางการ ✅ Fedora เปิดให้ทดสอบ PLM บน Rawhide แล้ว ➡️ ติดตั้งด้วย sudo dnf install plasma-login-manager kcm-plasmalogin คำเตือน / ความเสี่ยง ‼️ ผู้ใช้ที่มี custom SDDM theme จะใช้งานต่อไม่ได้บน PLM ⛔ ต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl ‼️ PLM ยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab ⛔ อาจมีบั๊กหรือปัญหาบน VM และฮาร์ดแวร์บางรุ่น ‼️ การเปลี่ยนผ่านสู่ Wayland อาจทำให้แอปบางตัวมีปัญหา ⛔ โดยเฉพาะแอปเก่าที่พึ่งพา X11 https://itsfoss.com/news/fedora-44-plasma-login-manager/
    ITSFOSS.COM
    Fedora 44 Will Be the First Distro to Adopt KDE's Plasma Login Manager
    The move replaces SDDM but means giving up on custom login themes.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 7 มุมมอง 0 รีวิว
  • โมเมนตัมตลาดยังดี ถ้าตัดDELTAออก (08/01/69) #news1 #คุยคุ้ยหุ้น #ตลาดหุ้น #หุ้น
    โมเมนตัมตลาดยังดี ถ้าตัดDELTAออก (08/01/69) #news1 #คุยคุ้ยหุ้น #ตลาดหุ้น #หุ้น
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 28 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • Anomalies in the financial reports of a power company : Part 1
    Date : 8 January 2026

    ## 1. Revenue and profit trends versus cost environment

    - Company ’s core operating revenues show only modest growth over 2022–2024, while gross profit and operating profit do not decrease in line with the sharp increase and subsequent volatility in fuel and power purchase costs during the same period.
    - This pattern suggests that profit figures may appear “smoother” than would be expected given the external cost pressures, raising concerns about possible use of classification, timing, or presentation of income and expenses to stabilise reported earnings.

    **Audit concerns**

    - Whether revenue recognition and expense classification policies have been applied consistently, or selectively adjusted to maintain stable profit margins.
    - Whether there are any year‑end manual adjustments or reclassifications (e.g. moving items to “other income”) that significantly affect operating profit.

    ***

    ## 2. Property, plant and equipment and construction in progress

    - The carrying amounts of property, plant and equipment (PPE) and construction in progress (CIP) increase significantly over 2022–2024, reflecting large capital expenditures in network and system projects.
    - However, depreciation expense does not rise proportionately with the growth in PPE balances, especially in 2023–2024, which may indicate extensions of useful lives, changes in residual values, or delayed capitalisation/commissioning decisions that reduce current‑period expenses.

    **Audit concerns**

    - Whether useful lives, residual values and depreciation methods have been revised in a manner that is adequately supported and disclosed, or primarily to reduce depreciation expense.
    - Whether CIP projects are tested for impairment or re‑assessed for capitalisation criteria when there are delays, scope changes, or lower‑than‑expected economic benefits.

    To be continued—————————————————————————————————————————————
    #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    Anomalies in the financial reports of a power company : Part 1 Date : 8 January 2026 ## 1. Revenue and profit trends versus cost environment - Company ’s core operating revenues show only modest growth over 2022–2024, while gross profit and operating profit do not decrease in line with the sharp increase and subsequent volatility in fuel and power purchase costs during the same period. - This pattern suggests that profit figures may appear “smoother” than would be expected given the external cost pressures, raising concerns about possible use of classification, timing, or presentation of income and expenses to stabilise reported earnings. **Audit concerns** - Whether revenue recognition and expense classification policies have been applied consistently, or selectively adjusted to maintain stable profit margins. - Whether there are any year‑end manual adjustments or reclassifications (e.g. moving items to “other income”) that significantly affect operating profit. *** ## 2. Property, plant and equipment and construction in progress - The carrying amounts of property, plant and equipment (PPE) and construction in progress (CIP) increase significantly over 2022–2024, reflecting large capital expenditures in network and system projects. - However, depreciation expense does not rise proportionately with the growth in PPE balances, especially in 2023–2024, which may indicate extensions of useful lives, changes in residual values, or delayed capitalisation/commissioning decisions that reduce current‑period expenses. **Audit concerns** - Whether useful lives, residual values and depreciation methods have been revised in a manner that is adequately supported and disclosed, or primarily to reduce depreciation expense. - Whether CIP projects are tested for impairment or re‑assessed for capitalisation criteria when there are delays, scope changes, or lower‑than‑expected economic benefits. To be continued————————————————————————————————————————————— #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 15 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทัวร์เกาหลี ทัวร์ปูซาน เที่ยวเต็ม
    เดินทาง มี.ค. / พ.ค. 69 6,999

    🗓 จำนวนวัน4 วัน 2 คืน
    ✈ BX แอร์ปูซาน / LJ จินแอร์ / 7Cเจจูแอร์
    พักโรงแรม

    หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน
    ซงโดสกายวอล์ก
    โบสถ์คริสต์จุกซอง
    หอประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค นูรีมารู
    โอรยุกโดสกายวอล์ก
    แฮอุนแด มูฟวี่ สตรีท
    วัดแฮดง ยงกุงซา

    รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี ">https://eTravelWay.com
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8

    LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f
    Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663
    Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626
    Tiktok : https://78s.me/903597
    : 021166395

    #เกาหลี #ปูซาน #korea #busan #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้
    #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1
    #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    ทัวร์เกาหลี ทัวร์ปูซาน เที่ยวเต็ม 🇰🇷 🗓️ เดินทาง มี.ค. / พ.ค. 69 😍 6,999 🔥🔥 🗓 จำนวนวัน4 วัน 2 คืน ✈ BX แอร์ปูซาน / LJ จินแอร์ / 7Cเจจูแอร์ 🏨 พักโรงแรม ⭐⭐⭐ 📍 หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน 📍 ซงโดสกายวอล์ก 📍 โบสถ์คริสต์จุกซอง 📍 หอประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค นูรีมารู 📍 โอรยุกโดสกายวอล์ก 📍 แฮอุนแด มูฟวี่ สตรีท 📍 วัดแฮดง ยงกุงซา รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี https://eTravelWay.com🔥 ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8 LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663 Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626 Tiktok : https://78s.me/903597 ☎️: 021166395 #เกาหลี #ปูซาน #korea #busan #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้ #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 36 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • ทัวร์เกาหลี เที่ยวปูซาน โซล
    เดินทาง มี.ค. 69 เริ่ม 12,999

    🗓 จำนวนวัน 5 วัน 3 คืน
    ✈ BX แอร์ปูซาน / LJ จินแอร์ / 7Cเจจูแอร์
    พักโรงแรม

    หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน
    วัดแฮดง ยงกุงซา
    ชายหาดแฮอุนแด
    ตลาดแฮอุนแดไนท์มาร์เก็ต
    อิสระเที่ยวเอง 1 วัน

    รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี ">https://eTravelWay.com
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8

    LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f
    Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663
    Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626
    Tiktok : https://78s.me/903597
    : 021166395

    #เกาหลี #ปูซาน #korea #busan #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้
    #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1
    #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    ทัวร์เกาหลี เที่ยวปูซาน โซล 🇰🇷 🗓️ เดินทาง มี.ค. 69 😍 เริ่ม 12,999 🔥🔥 🗓 จำนวนวัน 5 วัน 3 คืน ✈ BX แอร์ปูซาน / LJ จินแอร์ / 7Cเจจูแอร์ 🏨 พักโรงแรม ⭐⭐⭐ 📍 หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน 📍 วัดแฮดง ยงกุงซา 📍 ชายหาดแฮอุนแด 📍 ตลาดแฮอุนแดไนท์มาร์เก็ต 📍 อิสระเที่ยวเอง 1 วัน รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี https://eTravelWay.com🔥 ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8 LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663 Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626 Tiktok : https://78s.me/903597 ☎️: 021166395 #เกาหลี #ปูซาน #korea #busan #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้ #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 37 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • เจาะอินไซต์ท่องเที่ยวมาเลเซีย ห้างสรรพสินค้าคือหัวใจหลัก

    ประเทศมาเลเซียประกาศแคมเปญ Visit Malaysia 2026 เมื่อวันที่ 1 ม.ค.มีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 43 ล้านคน จาก 11 เดือนของปี 2568 อยู่ที่ 38.3 ล้านคน โดยจะจัดกิจกรรมมากกว่า 300 รายการตลอดปี ไฮไลท์สำคัญได้แก่ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลอีดิลฟิตรี เทศกาลดีปาวาลี และเทศกาลคริสต์มาส รวมถึงการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลทาดาวกามาตัน (Tadau Kaamatan) ในรัฐซาบาห์ และเทศกาลกาไวดายัก (Gawai Dayak) ของฝั่งมาเลเซียตะวันออก

    อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจการท่องเที่ยวในประเทศ ปี 2567 (Domestic Tourism Survey 2024) ของกรมสถิติมาเลเซีย (DOSM) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือน ก.ย.2568 พบว่าหากเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Visitors) และนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Tourists) กลับพบว่าห้างสรรพสินค้า คือหัวใจหลักของการท่องเที่ยวมาเลเซีย เพราะจากข้อมูลเกือบทุกรัฐ โดยเฉพาะกรุงกัวลาลัมเปอร์ สลังงอร์ ยะโฮร์ และปีนัง จะเห็นว่าห้างสรรพสินค้าติดอันดับ 1 ใน 5 ทั้งสองกลุ่ม

    กรุงกัวลาลัมเปอร์ จุดหมายปลายทางยอดนิยมสามอันดับแรก คือ ห้างสรรพสินค้าโซโก้ (SOGO) ศูนย์การค้ามิดวัลเลย์เมกามอลล์ (Mid Valley Megamall) และศูนย์การค้าซูเรียเคแอลซีซี (Suria KLCC) ปิโตรนาสทาวเวอร์ แต่ต่างกันตรงที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปยังศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ เช่น พาวิลเลียน กัวลาลัมเปอร์ (Pavilion Kuala Lumpur) และเบอร์จายา ไทมส์ สแควร์ (Berjaya Times Square) ขณะที่คนในประเทศเลือกจะไปตลาดปีตาลิง (Petaling Street Market) ย่านไชน่าทาวน์ และปาซาร์เซนี (Pasar Seni) หรือตลาดกลางกัวลาลัมเปอร์

    ส่วนรัฐปีนัง (Penang) นักท่องเที่ยวในประเทศนิยมไปศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างควีนส์เบย์มอลล์ (Queensbay Mall) ซันเวย์คาร์นิวัลมอลล์ (Sunway Carnival Mall) เกอร์นีย์พลาซา (Gurney Plaza) แม้ชาวต่างชาตินิยมไปปีนังฮิลล์ (Penang Hill หรือ Bukit Bendera) หาดบาตูเฟอร์ริงกี (Pantai Batu Ferringhi) อุทยานแห่งชาติปีนัง (Taman Negara Pulau Pinang) และสวนสนุกเอสเคป (ESCAPE) ก็ตาม แต่ก็มีควีนส์เบย์มอลล์ติดอันดับ

    อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น หาดเจอนัง (Pantai Cenang) ในลังกาวี รัฐเคดะห์, อุทยานทางทะเลในซาบาห์ รวมทั้งกลุ่มครอบครัวนิยมไปยังคาเมรอนไฮแลนด์ (Cameron Highlands) เกนติ้งไฮแลนด์ (Genting Highlands) ในรัฐปะหัง และจอนเกอร์สตรีท (Jonker Street) ในรัฐมะละกา แม้คนในท้องถิ่นจะเน้นไปห้างฯ ขนาดใหญ่ในรัฐอื่น และชายหาดที่เดินทางสะดวกก็ตาม

    #Newskit
    เจาะอินไซต์ท่องเที่ยวมาเลเซีย ห้างสรรพสินค้าคือหัวใจหลัก ประเทศมาเลเซียประกาศแคมเปญ Visit Malaysia 2026 เมื่อวันที่ 1 ม.ค.มีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 43 ล้านคน จาก 11 เดือนของปี 2568 อยู่ที่ 38.3 ล้านคน โดยจะจัดกิจกรรมมากกว่า 300 รายการตลอดปี ไฮไลท์สำคัญได้แก่ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลอีดิลฟิตรี เทศกาลดีปาวาลี และเทศกาลคริสต์มาส รวมถึงการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลทาดาวกามาตัน (Tadau Kaamatan) ในรัฐซาบาห์ และเทศกาลกาไวดายัก (Gawai Dayak) ของฝั่งมาเลเซียตะวันออก อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจการท่องเที่ยวในประเทศ ปี 2567 (Domestic Tourism Survey 2024) ของกรมสถิติมาเลเซีย (DOSM) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือน ก.ย.2568 พบว่าหากเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Visitors) และนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Tourists) กลับพบว่าห้างสรรพสินค้า คือหัวใจหลักของการท่องเที่ยวมาเลเซีย เพราะจากข้อมูลเกือบทุกรัฐ โดยเฉพาะกรุงกัวลาลัมเปอร์ สลังงอร์ ยะโฮร์ และปีนัง จะเห็นว่าห้างสรรพสินค้าติดอันดับ 1 ใน 5 ทั้งสองกลุ่ม กรุงกัวลาลัมเปอร์ จุดหมายปลายทางยอดนิยมสามอันดับแรก คือ ห้างสรรพสินค้าโซโก้ (SOGO) ศูนย์การค้ามิดวัลเลย์เมกามอลล์ (Mid Valley Megamall) และศูนย์การค้าซูเรียเคแอลซีซี (Suria KLCC) ปิโตรนาสทาวเวอร์ แต่ต่างกันตรงที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปยังศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ เช่น พาวิลเลียน กัวลาลัมเปอร์ (Pavilion Kuala Lumpur) และเบอร์จายา ไทมส์ สแควร์ (Berjaya Times Square) ขณะที่คนในประเทศเลือกจะไปตลาดปีตาลิง (Petaling Street Market) ย่านไชน่าทาวน์ และปาซาร์เซนี (Pasar Seni) หรือตลาดกลางกัวลาลัมเปอร์ ส่วนรัฐปีนัง (Penang) นักท่องเที่ยวในประเทศนิยมไปศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างควีนส์เบย์มอลล์ (Queensbay Mall) ซันเวย์คาร์นิวัลมอลล์ (Sunway Carnival Mall) เกอร์นีย์พลาซา (Gurney Plaza) แม้ชาวต่างชาตินิยมไปปีนังฮิลล์ (Penang Hill หรือ Bukit Bendera) หาดบาตูเฟอร์ริงกี (Pantai Batu Ferringhi) อุทยานแห่งชาติปีนัง (Taman Negara Pulau Pinang) และสวนสนุกเอสเคป (ESCAPE) ก็ตาม แต่ก็มีควีนส์เบย์มอลล์ติดอันดับ อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น หาดเจอนัง (Pantai Cenang) ในลังกาวี รัฐเคดะห์, อุทยานทางทะเลในซาบาห์ รวมทั้งกลุ่มครอบครัวนิยมไปยังคาเมรอนไฮแลนด์ (Cameron Highlands) เกนติ้งไฮแลนด์ (Genting Highlands) ในรัฐปะหัง และจอนเกอร์สตรีท (Jonker Street) ในรัฐมะละกา แม้คนในท้องถิ่นจะเน้นไปห้างฯ ขนาดใหญ่ในรัฐอื่น และชายหาดที่เดินทางสะดวกก็ตาม #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 71 มุมมอง 0 รีวิว
  • อวสานเฉิน จื้อ กัมพูชาจับแล้วส่งจีน

    เมื่อแรงกดดันที่มีต่อกัมพูชาให้จัดการขบวนการสแกมเมอร์ ในที่สุด นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) หรือ วินเซนต์ (Vincent) วัย 39 ปี ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัทปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Prince Holding Group) ถูกทางการกัมพูชาจับกุมและส่งตัวกลับประเทศจีนไปแล้ว หลังถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังขบวนการฉ้อโกงและฟอกเงิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่ รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ สร้างความเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งที่ผ่านมา นายเฉิน จื้อ เคยมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลกัมพูชา ภายใต้บงการของนายฮุน เซน ถึงขนาดได้รับยศ "เนี๊ยะออกญา" (Neak Oknha) มาแล้ว

    กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ออกแถลงการณ์ระบุว่า ทางการกัมพูชาจับกุมชาวจีน 3 คน คือ นายเฉิน จื้อ นายซู จี เหลียง (Xu Ji Liang) และนายเซา จี ฮุ่ย (Shao Ji Hui) ตามคำขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศจีน ภายใต้ความร่วมมือต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. หลังทางการกัมพูชาและจีนสืบสวนร่วมกันหลายเดือน อีกทั้งสัญชาติกัมพูชาของนายเฉิน จื้อ ได้ถูกเพิกถอนไปแล้วเมื่อเดือน ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา

    นายเฉิน จื้อ เกิดที่มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เริ่มต้นทำบริษัทเกมออนไลน์ขนาดเล็ก ย้ายไปประเทศกัมพูชาเมื่อปี 2553 เข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ ก่อนสละสัญชาติจีนและได้รับสัญชาติกัมพูชาเมื่อปี 2557 เขาก่อตั้งบริษัทปรินซ์ กรุ๊ป เมื่อปี 2558 ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การธนาคาร การเงิน การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ เทคโนโลยี อาหารและเครื่องดื่ม ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ มากกว่า 100 แห่งในกัมพูชา และมีนิคมเทคโนโลยีในเมืองสีหนุวิลล์ ในทางการเมืองเป็นที่ปรึกษาให้กับนายซอร์ เค็ง อดีต รมว.มหาดไทยกัมพูชา ในปี 2560 และลงทุนร่วมกับ นายซอร์ โสกา ลูกชายของนายซอร์ เค็ง ลงทุนโครงการจินเป่ย บริเวณชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม

    เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2568 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา ยื่นฟ้องยึดทรัพย์บิตคอยน์ของนายเฉิน จื้อ มูลค่า 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังถูกดำเนินคดีในข้อหาคบคิดฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และคบคิดฟอกเงิน โดยใช้วิธีบังคับผู้คนในศูนย์สแกมเมอร์ หลอกลวงให้เหยื่อลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล เรียกว่ากลโกงเชือดหมู (Pig butchering) สร้างความเสียหายหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากผู้เสียหายในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก หลังจากนั้นถูกทางการฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และไทย ได้อายัดทรัพย์สินรวมกันไม่น้อยกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ชาวกัมพูชาแห่ถอนเงินออกจากธนาคารปรินซ์แบงก์ กลายเป็นวิกฤตถอนเงินฝากครั้งใหญ่ (Bank Run) มาแล้ว

    #Newskit
    อวสานเฉิน จื้อ กัมพูชาจับแล้วส่งจีน เมื่อแรงกดดันที่มีต่อกัมพูชาให้จัดการขบวนการสแกมเมอร์ ในที่สุด นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) หรือ วินเซนต์ (Vincent) วัย 39 ปี ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัทปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Prince Holding Group) ถูกทางการกัมพูชาจับกุมและส่งตัวกลับประเทศจีนไปแล้ว หลังถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังขบวนการฉ้อโกงและฟอกเงิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่ รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ สร้างความเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งที่ผ่านมา นายเฉิน จื้อ เคยมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลกัมพูชา ภายใต้บงการของนายฮุน เซน ถึงขนาดได้รับยศ "เนี๊ยะออกญา" (Neak Oknha) มาแล้ว กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ออกแถลงการณ์ระบุว่า ทางการกัมพูชาจับกุมชาวจีน 3 คน คือ นายเฉิน จื้อ นายซู จี เหลียง (Xu Ji Liang) และนายเซา จี ฮุ่ย (Shao Ji Hui) ตามคำขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศจีน ภายใต้ความร่วมมือต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อวันที่ 6 ม.ค. หลังทางการกัมพูชาและจีนสืบสวนร่วมกันหลายเดือน อีกทั้งสัญชาติกัมพูชาของนายเฉิน จื้อ ได้ถูกเพิกถอนไปแล้วเมื่อเดือน ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา นายเฉิน จื้อ เกิดที่มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เริ่มต้นทำบริษัทเกมออนไลน์ขนาดเล็ก ย้ายไปประเทศกัมพูชาเมื่อปี 2553 เข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ ก่อนสละสัญชาติจีนและได้รับสัญชาติกัมพูชาเมื่อปี 2557 เขาก่อตั้งบริษัทปรินซ์ กรุ๊ป เมื่อปี 2558 ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การธนาคาร การเงิน การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ เทคโนโลยี อาหารและเครื่องดื่ม ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ มากกว่า 100 แห่งในกัมพูชา และมีนิคมเทคโนโลยีในเมืองสีหนุวิลล์ ในทางการเมืองเป็นที่ปรึกษาให้กับนายซอร์ เค็ง อดีต รมว.มหาดไทยกัมพูชา ในปี 2560 และลงทุนร่วมกับ นายซอร์ โสกา ลูกชายของนายซอร์ เค็ง ลงทุนโครงการจินเป่ย บริเวณชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2568 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา ยื่นฟ้องยึดทรัพย์บิตคอยน์ของนายเฉิน จื้อ มูลค่า 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังถูกดำเนินคดีในข้อหาคบคิดฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และคบคิดฟอกเงิน โดยใช้วิธีบังคับผู้คนในศูนย์สแกมเมอร์ หลอกลวงให้เหยื่อลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล เรียกว่ากลโกงเชือดหมู (Pig butchering) สร้างความเสียหายหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากผู้เสียหายในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก หลังจากนั้นถูกทางการฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และไทย ได้อายัดทรัพย์สินรวมกันไม่น้อยกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ชาวกัมพูชาแห่ถอนเงินออกจากธนาคารปรินซ์แบงก์ กลายเป็นวิกฤตถอนเงินฝากครั้งใหญ่ (Bank Run) มาแล้ว #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 94 มุมมอง 0 รีวิว
  • เกมแล้ว! “เฉิน จื้อ” เจ้าพ่อสแกมเมอร์กัมพูชา ถูกจับกุมและถูกส่งตัวกลับจีนแล้ว
    .
    สื่อฮ่องกงรายงานว่า นายวินเซนต์ เฉิน หรือ “เฉิน จื้อ” มหาเศรษฐีกัมพูชาเชื้อสายจีน ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ถูกทางการกัมพูชาจับกุม ก่อนส่งตัวกลับไปยังประเทศจีน เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนในคดีอาชญากรรมข้ามชาติ
    .
    เฉิน จื้อ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายศูนย์หลอกลวงออนไลน์ (Scam Compounds) ขนาดใหญ่ในกัมพูชา มีข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน มูลค่าความเสียหายมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.2 แสนล้านบาท
    .
    กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวสร้างความเสียหายแก่เหยื่อทั่วโลก โดยเฉพาะการหลอกลงทุนและหลอกโอนเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล ล่าสุดมีการยึดบิตคอยน์ที่เชื่อมโยงกับคดี มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์
    .
    รายงานยังระบุว่า โครงการและนิคมเทคโนโลยีในเมืองสีหนุวิลล์ ภายใต้การบริหารของ Prince Group ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวง มีแรงงานจำนวนมากถูกล่อลวงมาทำงานและถูกบังคับให้ร่วมขบวนการสแกมเมอร์
    .
    ก่อนหน้านี้ ทรัพย์สินของเครือ Prince Group ถูกอายัดทั้งในฮ่องกงและไต้หวัน รวมถึงรถหรูจำนวนมาก และถูกทางการสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
    .
    การจับกุมและส่งตัว “เฉิน จื้อ” กลับจีนครั้งนี้ ถูกจับตาว่าอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกวาดล้างขบวนการสแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001883
    .
    #News1 #News1live #เฉินจื้อ #เจ้าพ่อสแกมเมอร์กัมพูชา #สแกมเมอร์ #อาชญากรรมข้ามชาติ #ฟอกเงิน
    เกมแล้ว! “เฉิน จื้อ” เจ้าพ่อสแกมเมอร์กัมพูชา ถูกจับกุมและถูกส่งตัวกลับจีนแล้ว . สื่อฮ่องกงรายงานว่า นายวินเซนต์ เฉิน หรือ “เฉิน จื้อ” มหาเศรษฐีกัมพูชาเชื้อสายจีน ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ถูกทางการกัมพูชาจับกุม ก่อนส่งตัวกลับไปยังประเทศจีน เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนในคดีอาชญากรรมข้ามชาติ . เฉิน จื้อ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายศูนย์หลอกลวงออนไลน์ (Scam Compounds) ขนาดใหญ่ในกัมพูชา มีข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน มูลค่าความเสียหายมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.2 แสนล้านบาท . กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวสร้างความเสียหายแก่เหยื่อทั่วโลก โดยเฉพาะการหลอกลงทุนและหลอกโอนเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล ล่าสุดมีการยึดบิตคอยน์ที่เชื่อมโยงกับคดี มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ . รายงานยังระบุว่า โครงการและนิคมเทคโนโลยีในเมืองสีหนุวิลล์ ภายใต้การบริหารของ Prince Group ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวง มีแรงงานจำนวนมากถูกล่อลวงมาทำงานและถูกบังคับให้ร่วมขบวนการสแกมเมอร์ . ก่อนหน้านี้ ทรัพย์สินของเครือ Prince Group ถูกอายัดทั้งในฮ่องกงและไต้หวัน รวมถึงรถหรูจำนวนมาก และถูกทางการสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ . การจับกุมและส่งตัว “เฉิน จื้อ” กลับจีนครั้งนี้ ถูกจับตาว่าอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกวาดล้างขบวนการสแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001883 . #News1 #News1live #เฉินจื้อ #เจ้าพ่อสแกมเมอร์กัมพูชา #สแกมเมอร์ #อาชญากรรมข้ามชาติ #ฟอกเงิน
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 122 มุมมอง 0 รีวิว
  • สาวเขมรร่ำไห้กลางตลาด หลังถูกจับกุมแรงงานเถื่อน ไม่อยากถูกผลักดันกลับกัมพูชา
    .
    ตำรวจพัทยา สนธิกำลังหลายหน่วย ทั้งตำรวจท่องเที่ยว และตรวจคนเข้าเมือง ลงพื้นที่กวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ภายในตลาดรัตนากร ถนนเทพประสิทธิ์ เมืองพัทยา
    .
    จากการตรวจสอบแผงขายผลไม้ 8 แผง พบแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ ลาว กัมพูชา และเมียนมา รวม 25 คน เป็นชาย 17 คน หญิง 8 คน ในจำนวนนี้มีเอกสารถูกต้อง 21 คน ที่เหลือเป็นกลุ่มโอเวอร์สเตย์และหลบหนีเข้าเมือง
    .
    เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวแรงงานที่กระทำผิด ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนผลักดันออกนอกราชอาณาจักร ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    .
    ระหว่างการจับกุม ปรากฏภาพหญิงชาวกัมพูชารายหนึ่งถึงกับร่ำไห้ บอกไม่อยากกลับประเทศบ้านเกิด ระบุว่าเข้ามาทำงานในประเทศไทยตั้งแต่อายุ 18 ปี ทำงานส่งเงินกลับครอบครัวในกัมพูชามานานกว่า 10 ปี และรักประเทศไทยเหมือนบ้านหลังที่สอง
    .
    ด้านตำรวจยืนยัน การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายควบคุมแรงงานต่างด้าว เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม และดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมเดินหน้ากวดขันอย่างต่อเนื่อง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001861
    .
    #News1 #News1live #แรงงานเถื่อน #พัทยา #แรงงานกัมพูชา #กวาดล้างแรงงาน #ตำรวจพัทยา
    สาวเขมรร่ำไห้กลางตลาด หลังถูกจับกุมแรงงานเถื่อน ไม่อยากถูกผลักดันกลับกัมพูชา . ตำรวจพัทยา สนธิกำลังหลายหน่วย ทั้งตำรวจท่องเที่ยว และตรวจคนเข้าเมือง ลงพื้นที่กวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ภายในตลาดรัตนากร ถนนเทพประสิทธิ์ เมืองพัทยา . จากการตรวจสอบแผงขายผลไม้ 8 แผง พบแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ ลาว กัมพูชา และเมียนมา รวม 25 คน เป็นชาย 17 คน หญิง 8 คน ในจำนวนนี้มีเอกสารถูกต้อง 21 คน ที่เหลือเป็นกลุ่มโอเวอร์สเตย์และหลบหนีเข้าเมือง . เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวแรงงานที่กระทำผิด ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนผลักดันออกนอกราชอาณาจักร ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ . ระหว่างการจับกุม ปรากฏภาพหญิงชาวกัมพูชารายหนึ่งถึงกับร่ำไห้ บอกไม่อยากกลับประเทศบ้านเกิด ระบุว่าเข้ามาทำงานในประเทศไทยตั้งแต่อายุ 18 ปี ทำงานส่งเงินกลับครอบครัวในกัมพูชามานานกว่า 10 ปี และรักประเทศไทยเหมือนบ้านหลังที่สอง . ด้านตำรวจยืนยัน การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายควบคุมแรงงานต่างด้าว เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม และดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมเดินหน้ากวดขันอย่างต่อเนื่อง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001861 . #News1 #News1live #แรงงานเถื่อน #พัทยา #แรงงานกัมพูชา #กวาดล้างแรงงาน #ตำรวจพัทยา
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 122 มุมมอง 0 รีวิว
  • ระทึกกลางโทลเวย์! รถกระบะไฟไหม้รุนแรง สองตายายพิการหวิดถูกย่างสด โชคดีหนีออกมาทัน
    .
    เกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์บนด่วนโทลเวย์ ช่วงรังสิต มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ สร้างความแตกตื่นให้ผู้ใช้รถใช้ถนน เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรชั่วคราวเกรงเกิดอันตราย
    .
    รถคันเกิดเหตุเป็นรถกระบะอีซูซุ สีฟ้า ถูกไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณห้องเครื่อง เพลิงโหมลุกท่วมทั้งคัน กลุ่มควันพวยพุ่งปกคลุมถนน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้
    .
    คนขับรถเล่าว่า เพิ่งพาญาติซึ่งเป็นผู้พิการไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิต ขณะขับกลับบ้านย่านดอนเมือง รถเกิดเบรกไม่อยู่และมีไฟลุกขึ้นบริเวณฝากระโปรงหน้า จึงรีบจอดรถและช่วยกันพาผู้ป่วยลงจากรถหนีออกมาอย่างหวุดหวิด
    .
    เหตุการณ์ครั้งนี้โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุเพลิงไหม้อย่างละเอียด พร้อมเปิดการจราจรกลับสู่ภาวะปกติ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001822
    .
    #News1 #News1live #ไฟไหม้รถ #โทลเวย์ #หนีตาย #อุบัติเหตุ #ปทุมธานี
    ระทึกกลางโทลเวย์! รถกระบะไฟไหม้รุนแรง สองตายายพิการหวิดถูกย่างสด โชคดีหนีออกมาทัน . เกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์บนด่วนโทลเวย์ ช่วงรังสิต มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ สร้างความแตกตื่นให้ผู้ใช้รถใช้ถนน เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรชั่วคราวเกรงเกิดอันตราย . รถคันเกิดเหตุเป็นรถกระบะอีซูซุ สีฟ้า ถูกไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณห้องเครื่อง เพลิงโหมลุกท่วมทั้งคัน กลุ่มควันพวยพุ่งปกคลุมถนน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ . คนขับรถเล่าว่า เพิ่งพาญาติซึ่งเป็นผู้พิการไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิต ขณะขับกลับบ้านย่านดอนเมือง รถเกิดเบรกไม่อยู่และมีไฟลุกขึ้นบริเวณฝากระโปรงหน้า จึงรีบจอดรถและช่วยกันพาผู้ป่วยลงจากรถหนีออกมาอย่างหวุดหวิด . เหตุการณ์ครั้งนี้โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุเพลิงไหม้อย่างละเอียด พร้อมเปิดการจราจรกลับสู่ภาวะปกติ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001822 . #News1 #News1live #ไฟไหม้รถ #โทลเวย์ #หนีตาย #อุบัติเหตุ #ปทุมธานี
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 106 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตำรวจทางหลวงรวบอดีตพนักงานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ดัง ตระเวนหลอกขายโปรเด็ด ก่อนเชิดเงินมัดจำหนี พบเหยื่อกระจายทั่วประเทศ
    .
    กองบังคับการตำรวจทางหลวง นำกำลังเข้าจับกุมชายวัย 37 ปี อดีตพนักงานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มือถือชื่อดัง ตามหมายจับศาลจังหวัดชัยนาท ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และปลอมแปลงเอกสาร หลังหลบหนีไปกบดานอยู่ในโรงแรมพื้นที่ จ.เชียงราย
    .
    คดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมาก โดยผู้ต้องหาแอบอ้างเป็นพนักงานบริษัทมือถือ เสนอโปรโมชันติดตั้งอินเทอร์เน็ต พร้อมอ้างว่ามีของแถม ทั้งป้ายไฟ ตู้แช่ และทีวีฟรี ทำให้พ่อค้าแม่ค้าตามตลาดนัดหลงเชื่อ ยอมจ่ายเงินมัดจำรายละ 650 บาท ก่อนเชิดเงินหาย
    .
    ต่อมาผู้เสียหายตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาไม่ได้เป็นพนักงานบริษัทดังกล่าวแล้ว จึงรวมกลุ่มเข้าแจ้งความในหลายพื้นที่ กระทั่งตำรวจสืบสวนติดตามตัวจนสามารถจับกุมได้
    .
    สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001802
    .
    #News1 #News1live #ตำรวจทางหลวง #ฉ้อโกงประชาชน #โปรมือถือ #หลอกขายโปร #จับกุม
    ตำรวจทางหลวงรวบอดีตพนักงานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ดัง ตระเวนหลอกขายโปรเด็ด ก่อนเชิดเงินมัดจำหนี พบเหยื่อกระจายทั่วประเทศ . กองบังคับการตำรวจทางหลวง นำกำลังเข้าจับกุมชายวัย 37 ปี อดีตพนักงานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มือถือชื่อดัง ตามหมายจับศาลจังหวัดชัยนาท ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และปลอมแปลงเอกสาร หลังหลบหนีไปกบดานอยู่ในโรงแรมพื้นที่ จ.เชียงราย . คดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมาก โดยผู้ต้องหาแอบอ้างเป็นพนักงานบริษัทมือถือ เสนอโปรโมชันติดตั้งอินเทอร์เน็ต พร้อมอ้างว่ามีของแถม ทั้งป้ายไฟ ตู้แช่ และทีวีฟรี ทำให้พ่อค้าแม่ค้าตามตลาดนัดหลงเชื่อ ยอมจ่ายเงินมัดจำรายละ 650 บาท ก่อนเชิดเงินหาย . ต่อมาผู้เสียหายตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาไม่ได้เป็นพนักงานบริษัทดังกล่าวแล้ว จึงรวมกลุ่มเข้าแจ้งความในหลายพื้นที่ กระทั่งตำรวจสืบสวนติดตามตัวจนสามารถจับกุมได้ . สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001802 . #News1 #News1live #ตำรวจทางหลวง #ฉ้อโกงประชาชน #โปรมือถือ #หลอกขายโปร #จับกุม
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 116 มุมมอง 0 รีวิว
  • กลืนอุดมการณ์ หวังผลทางการเมือง : คนเคาะข่าว 7-01-69
    .
    ร่วมสนทนา
    รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ คณะสถิติประยุกต์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
    .
    ดำเนินรายการโดย กิตติมา ธารารัตนกุล
    .
    #คนเคาะข่าว #news1 #พรรคประชาชน #การเมือง #ม112 #หาเสียงเลือกตั้ง
    .
    https://www.youtube.com/watch?v=M76x7Qbv4OY
    กลืนอุดมการณ์ หวังผลทางการเมือง : คนเคาะข่าว 7-01-69 . ร่วมสนทนา รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ คณะสถิติประยุกต์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) . ดำเนินรายการโดย กิตติมา ธารารัตนกุล . #คนเคาะข่าว #news1 #พรรคประชาชน #การเมือง #ม112 #หาเสียงเลือกตั้ง . https://www.youtube.com/watch?v=M76x7Qbv4OY
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 49 มุมมอง 0 รีวิว
  • “ยศชนัน” เผยผลโพลภายในพรรคเพื่อไทย คะแนนนิยมในพื้นที่กรุงเทพมหานครปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังลงพื้นที่พบปะประชาชนสม่ำเสมอ ชูนโยบายลดรายจ่าย เพิ่มโอกาสการเดินทาง และย้ำว่าจำนวนนโยบายไม่สำคัญเท่าการทำได้จริง
    .
    นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องทำให้เข้าใจปัญหาของคนกรุงเทพฯ มากขึ้น โดยเฉพาะค่าครองชีพ การเดินทาง ยาเสพติด และความเหลื่อมล้ำ ซึ่งพรรคพยายามออกแบบนโยบายให้เป็นรูปธรรมและตอบโจทย์ชีวิตจริง
    .
    ยกตัวอย่างนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย การลดค่าไฟฟ้าผ่านการใช้พลังงานทดแทน รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้ให้ประชาชน พร้อมย้ำว่าการลดรายจ่าย ปลดหนี้ และเพิ่มรายได้ คือหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาเมืองหลวง
    .
    ขณะเดียวกัน ยังเผยว่าเวทีปราศรัยใหญ่กรุงเทพมหานครในวันพรุ่งนี้ จะเปิดนโยบายด้านสังคมและการลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นประเด็นที่พรรคให้ความสำคัญและลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นมาอย่างต่อเนื่อง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001709
    .
    #News1 #News1live #เพื่อไทย #ยศชนัน #เลือกตั้ง2569 #การเมืองกรุงเทพ #นโยบายลดรายจ่าย
    “ยศชนัน” เผยผลโพลภายในพรรคเพื่อไทย คะแนนนิยมในพื้นที่กรุงเทพมหานครปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังลงพื้นที่พบปะประชาชนสม่ำเสมอ ชูนโยบายลดรายจ่าย เพิ่มโอกาสการเดินทาง และย้ำว่าจำนวนนโยบายไม่สำคัญเท่าการทำได้จริง . นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องทำให้เข้าใจปัญหาของคนกรุงเทพฯ มากขึ้น โดยเฉพาะค่าครองชีพ การเดินทาง ยาเสพติด และความเหลื่อมล้ำ ซึ่งพรรคพยายามออกแบบนโยบายให้เป็นรูปธรรมและตอบโจทย์ชีวิตจริง . ยกตัวอย่างนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย การลดค่าไฟฟ้าผ่านการใช้พลังงานทดแทน รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้ให้ประชาชน พร้อมย้ำว่าการลดรายจ่าย ปลดหนี้ และเพิ่มรายได้ คือหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาเมืองหลวง . ขณะเดียวกัน ยังเผยว่าเวทีปราศรัยใหญ่กรุงเทพมหานครในวันพรุ่งนี้ จะเปิดนโยบายด้านสังคมและการลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นประเด็นที่พรรคให้ความสำคัญและลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นมาอย่างต่อเนื่อง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001709 . #News1 #News1live #เพื่อไทย #ยศชนัน #เลือกตั้ง2569 #การเมืองกรุงเทพ #นโยบายลดรายจ่าย
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 165 มุมมอง 0 รีวิว
  • “อภิสิทธิ์” นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยผู้สมัคร สส.เขต 9 “ชาญวัฒนา” หาเสียง พร้อมย้ำจุดยืนทำการเมืองสุจริต ไม่ซื้อเสียง และขอแรงประชาชนร่วมกันปราบทุนเทา
    .
    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดมั่นอุดมการณ์และความผูกพันกับพี่น้องชาวภาคใต้อย่างยาวนาน พร้อมยืนยันว่าพรรคพร้อมกลับมาเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน โดยเฉพาะการผลักดันนโยบายด้านปากท้อง ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน และการประมง
    .
    นอกจากนี้ ยังชูนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งมอเตอร์เวย์และระบบรถไฟ เพื่อยกระดับการคมนาคมให้เข้าถึงทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงมากขึ้น
    .
    หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ประเทศว่า รัฐบาลทำงานล่าช้าในหลายประเด็น จนทำให้ต่างชาติต้องเข้ามามีบทบาทจัดการปัญหาสแกมเมอร์ พร้อมชวนประชาชนเลือกการเมืองที่สุจริต โปร่งใส และไม่รับเงินซื้อเสียง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001701
    .
    #News1 #News1live #ประชาธิปัตย์ #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #เลือกตั้ง2569 #นครศรีธรรมราช #การเมืองสุจริต
    “อภิสิทธิ์” นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยผู้สมัคร สส.เขต 9 “ชาญวัฒนา” หาเสียง พร้อมย้ำจุดยืนทำการเมืองสุจริต ไม่ซื้อเสียง และขอแรงประชาชนร่วมกันปราบทุนเทา . นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดมั่นอุดมการณ์และความผูกพันกับพี่น้องชาวภาคใต้อย่างยาวนาน พร้อมยืนยันว่าพรรคพร้อมกลับมาเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน โดยเฉพาะการผลักดันนโยบายด้านปากท้อง ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน และการประมง . นอกจากนี้ ยังชูนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งมอเตอร์เวย์และระบบรถไฟ เพื่อยกระดับการคมนาคมให้เข้าถึงทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงมากขึ้น . หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ประเทศว่า รัฐบาลทำงานล่าช้าในหลายประเด็น จนทำให้ต่างชาติต้องเข้ามามีบทบาทจัดการปัญหาสแกมเมอร์ พร้อมชวนประชาชนเลือกการเมืองที่สุจริต โปร่งใส และไม่รับเงินซื้อเสียง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001701 . #News1 #News1live #ประชาธิปัตย์ #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #เลือกตั้ง2569 #นครศรีธรรมราช #การเมืองสุจริต
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 152 มุมมอง 0 รีวิว
  • “พีระพันธุ์” ตั้งคำถามถึงการคงอยู่ของ MOU 43 และ MOU 44 ระหว่างไทย–กัมพูชา โดยระบุว่าเป็นข้อตกลงที่ไทยไม่ได้ประโยชน์ แต่กลับเสี่ยงกระทบต่ออธิปไตยของประเทศ
    .
    หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติระบุว่า MOU 43 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเขตแดนบนบก ไม่มีความจำเป็นต่อการเจรจาระหว่างประเทศ เพราะไทย–กัมพูชามีเส้นเขตแดนตามสนธิสัญญาเดิมที่ชัดเจนอยู่แล้ว หากมีการเจรจาใหม่จนทำให้แผ่นดินไทยเสียหาย ต้องมีผู้รับผิดชอบ
    .
    ขณะที่ MOU 44 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเขตแดนทางทะเล ถูกมองว่าไทยเสียเปรียบมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะกรณีการกำหนดเส้นเขตแดนจากหลักที่ 73 และการถมทะเลของฝั่งกัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อทรัพยากรพลังงานและผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว
    .
    นายพีระพันธุ์ตั้งข้อสังเกตว่า ตอนทำข้อตกลงไม่เคยถามประชาชน แต่พอจะยกเลิกกลับอ้างว่าต้องถามความเห็นก่อน พร้อมย้ำว่าหากข้อตกลงใดไม่เป็นธรรม ไทยควรยกเลิกและเจรจาใหม่เฉพาะในส่วนที่ไม่เสียเปรียบ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001707
    .
    #News1 #News1live #MOU43 #MOU44 #ชายแดนไทยกัมพูชา #อธิปไตยไทย #การเมือง
    “พีระพันธุ์” ตั้งคำถามถึงการคงอยู่ของ MOU 43 และ MOU 44 ระหว่างไทย–กัมพูชา โดยระบุว่าเป็นข้อตกลงที่ไทยไม่ได้ประโยชน์ แต่กลับเสี่ยงกระทบต่ออธิปไตยของประเทศ . หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติระบุว่า MOU 43 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเขตแดนบนบก ไม่มีความจำเป็นต่อการเจรจาระหว่างประเทศ เพราะไทย–กัมพูชามีเส้นเขตแดนตามสนธิสัญญาเดิมที่ชัดเจนอยู่แล้ว หากมีการเจรจาใหม่จนทำให้แผ่นดินไทยเสียหาย ต้องมีผู้รับผิดชอบ . ขณะที่ MOU 44 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเขตแดนทางทะเล ถูกมองว่าไทยเสียเปรียบมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะกรณีการกำหนดเส้นเขตแดนจากหลักที่ 73 และการถมทะเลของฝั่งกัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อทรัพยากรพลังงานและผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว . นายพีระพันธุ์ตั้งข้อสังเกตว่า ตอนทำข้อตกลงไม่เคยถามประชาชน แต่พอจะยกเลิกกลับอ้างว่าต้องถามความเห็นก่อน พร้อมย้ำว่าหากข้อตกลงใดไม่เป็นธรรม ไทยควรยกเลิกและเจรจาใหม่เฉพาะในส่วนที่ไม่เสียเปรียบ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001707 . #News1 #News1live #MOU43 #MOU44 #ชายแดนไทยกัมพูชา #อธิปไตยไทย #การเมือง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 159 มุมมอง 0 รีวิว
  • ความตึงเครียดจีน–ญี่ปุ่นปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังปักกิ่งประกาศห้ามส่งออก “สินค้าที่ใช้ประโยชน์ได้ 2 ทาง” ไปยังญี่ปุ่น โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคง และเชื่อมโยงกับท่าทีของฝ่ายญี่ปุ่นในประเด็นไต้หวัน
    .
    สินค้าดังกล่าวหมายถึงสินค้า เทคโนโลยี หรือซอฟต์แวร์ที่สามารถใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและทางทหาร รวมถึงแร่ธาตุหายากบางชนิดที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
    .
    กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า มาตรการมีผลบังคับใช้ทันที และการส่งออกสินค้าประเภทนี้เพื่อเสริมศักยภาพทางทหารของญี่ปุ่นถือเป็นสิ่งต้องห้าม หากฝ่าฝืนจะต้องรับผิดตามกฎหมาย
    .
    ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง ระบุว่ามาตรการดังกล่าว “ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง” และเบี่ยงเบนจากแนวปฏิบัติสากล พร้อมเรียกร้องให้จีนยกเลิกข้อจำกัดนี้
    .
    ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากจีนขยายมาตรการไปถึงการจำกัดการส่งออกแร่หายาก อาจกระทบอุตสาหกรรมญี่ปุ่นในวงกว้าง โดยเฉพาะภาคยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีความมั่นคง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001617
    .
    #News1 #News1live #จีนญี่ปุ่น #สินค้า2ทาง #แร่หายาก #เศรษฐกิจโลก #การเมืองระหว่างประเทศ
    ความตึงเครียดจีน–ญี่ปุ่นปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังปักกิ่งประกาศห้ามส่งออก “สินค้าที่ใช้ประโยชน์ได้ 2 ทาง” ไปยังญี่ปุ่น โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคง และเชื่อมโยงกับท่าทีของฝ่ายญี่ปุ่นในประเด็นไต้หวัน . สินค้าดังกล่าวหมายถึงสินค้า เทคโนโลยี หรือซอฟต์แวร์ที่สามารถใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและทางทหาร รวมถึงแร่ธาตุหายากบางชนิดที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง . กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า มาตรการมีผลบังคับใช้ทันที และการส่งออกสินค้าประเภทนี้เพื่อเสริมศักยภาพทางทหารของญี่ปุ่นถือเป็นสิ่งต้องห้าม หากฝ่าฝืนจะต้องรับผิดตามกฎหมาย . ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง ระบุว่ามาตรการดังกล่าว “ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง” และเบี่ยงเบนจากแนวปฏิบัติสากล พร้อมเรียกร้องให้จีนยกเลิกข้อจำกัดนี้ . ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากจีนขยายมาตรการไปถึงการจำกัดการส่งออกแร่หายาก อาจกระทบอุตสาหกรรมญี่ปุ่นในวงกว้าง โดยเฉพาะภาคยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีความมั่นคง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001617 . #News1 #News1live #จีนญี่ปุ่น #สินค้า2ทาง #แร่หายาก #เศรษฐกิจโลก #การเมืองระหว่างประเทศ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 157 มุมมอง 0 รีวิว
  • ความตึงเครียดจีน–ญี่ปุ่นทวีความรุนแรง หลังปักกิ่งประกาศคุมเข้มการส่งออก “สินค้าสองวัตถุประสงค์” ไปยังญี่ปุ่น ซึ่งอาจรวมถึงแร่หายากและวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ทั้งในภาคพลเรือนและการทหาร
    .
    กระทรวงพาณิชย์จีนระบุ มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ และเป็นการตอบโต้ท่าทีของฝ่ายญี่ปุ่นที่จีนมองว่าแทรกแซงกิจการภายใน โดยเฉพาะประเด็นไต้หวัน
    .
    แม้จีนยังไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าสินค้าใดบ้างจะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใหม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากจีนเข้มงวดการส่งออกแร่หายากจริง อาจกระทบภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นอย่างรุนแรง ตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีขั้นสูง ไปจนถึงระบบความมั่นคง
    .
    นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยโนมูระประเมินว่า หากการจำกัดการส่งออกกินเวลานานถึง 1 ปี ความเสียหายต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจสูงถึงกว่า 2.6 ล้านล้านเยน
    .
    ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นได้ยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการ ระบุว่ามาตรการของจีนเบี่ยงเบนจากหลักปฏิบัติสากล และเรียกร้องให้ยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าว
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001673
    .
    #News1 #News1live #จีนญี่ปุ่น #แร่หายาก #เศรษฐกิจโลก #ภูมิรัฐศาสตร์
    ความตึงเครียดจีน–ญี่ปุ่นทวีความรุนแรง หลังปักกิ่งประกาศคุมเข้มการส่งออก “สินค้าสองวัตถุประสงค์” ไปยังญี่ปุ่น ซึ่งอาจรวมถึงแร่หายากและวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ทั้งในภาคพลเรือนและการทหาร . กระทรวงพาณิชย์จีนระบุ มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ และเป็นการตอบโต้ท่าทีของฝ่ายญี่ปุ่นที่จีนมองว่าแทรกแซงกิจการภายใน โดยเฉพาะประเด็นไต้หวัน . แม้จีนยังไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าสินค้าใดบ้างจะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใหม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากจีนเข้มงวดการส่งออกแร่หายากจริง อาจกระทบภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นอย่างรุนแรง ตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีขั้นสูง ไปจนถึงระบบความมั่นคง . นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยโนมูระประเมินว่า หากการจำกัดการส่งออกกินเวลานานถึง 1 ปี ความเสียหายต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจสูงถึงกว่า 2.6 ล้านล้านเยน . ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นได้ยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการ ระบุว่ามาตรการของจีนเบี่ยงเบนจากหลักปฏิบัติสากล และเรียกร้องให้ยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าว . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001673 . #News1 #News1live #จีนญี่ปุ่น #แร่หายาก #เศรษฐกิจโลก #ภูมิรัฐศาสตร์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 149 มุมมอง 0 รีวิว
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปภาพรวมการดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หลังยกระดับมาตรการเข้ม 3 ด้าน ทั้งการรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และการบริหารจัดการ ส่งผลให้อุบัติเหตุทางถนนลดลงจากปีก่อน
    .
    พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ตำรวจทั่วประเทศได้ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และดูแลพื้นที่ในลักษณะเครือข่ายใยแมงมุม ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยว จุดจัดงาน และพื้นที่สำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนตลอดช่วงวันหยุดยาว
    .
    ในส่วนโครงการ “ฝากบ้านกับตำรวจ” มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 9,000 หลัง ระหว่างวันที่ 22 ธ.ค. 2568 – 5 ม.ค. 2569 ผลการดำเนินงานไม่พบเหตุร้าย บ้านทุกหลังปลอดภัยและส่งคืนเจ้าของครบถ้วน
    .
    ด้านสถิติอุบัติเหตุทางถนน ในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น พบจำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและความร่วมมือของประชาชน
    .
    ผบ.ตร. ขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนายที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ และขอบคุณประชาชนที่ร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมาย ทำให้เทศกาลปีใหม่ปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความปลอดภัยร่วมกัน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001678
    .
    #News1 #News1live #ตำรวจแห่งชาติ #ปีใหม่2569 #ความปลอดภัย #ฝากบ้านกับตำรวจ
    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปภาพรวมการดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หลังยกระดับมาตรการเข้ม 3 ด้าน ทั้งการรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และการบริหารจัดการ ส่งผลให้อุบัติเหตุทางถนนลดลงจากปีก่อน . พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ตำรวจทั่วประเทศได้ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และดูแลพื้นที่ในลักษณะเครือข่ายใยแมงมุม ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยว จุดจัดงาน และพื้นที่สำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนตลอดช่วงวันหยุดยาว . ในส่วนโครงการ “ฝากบ้านกับตำรวจ” มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 9,000 หลัง ระหว่างวันที่ 22 ธ.ค. 2568 – 5 ม.ค. 2569 ผลการดำเนินงานไม่พบเหตุร้าย บ้านทุกหลังปลอดภัยและส่งคืนเจ้าของครบถ้วน . ด้านสถิติอุบัติเหตุทางถนน ในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น พบจำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและความร่วมมือของประชาชน . ผบ.ตร. ขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนายที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ และขอบคุณประชาชนที่ร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมาย ทำให้เทศกาลปีใหม่ปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความปลอดภัยร่วมกัน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001678 . #News1 #News1live #ตำรวจแห่งชาติ #ปีใหม่2569 #ความปลอดภัย #ฝากบ้านกับตำรวจ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 149 มุมมอง 0 รีวิว
  • มีรายงานปรากฏคลิปสนทนาที่ถูกอ้างว่าเป็นบทสนทนาระหว่างบุคคลหลายฝ่าย ซึ่งพาดพิงถึงอดีตรอง ผบ.ตร. “บิ๊กโจ๊ก” และ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ในประเด็นการนำทองคำไปเกี่ยวข้องกับการวิ่งเต้นคดีเว็บพนันออนไลน์
    .
    เนื้อหาในคลิปดังกล่าว เป็นลักษณะการพูดคุยหารือถึงสถานการณ์คดี และความกังวลหากประเด็นสินบนถูกเปิดโปงต่อสาธารณะ โดยมีการกล่าวอ้างถึงแนวคิดให้ลูกน้องรับผิดแทน และการนำทองคำไปเสนอให้กรรมการ ป.ป.ช.บางราย ซึ่งมีรายงานว่ากรรมการอีกรายปฏิเสธไม่รับ
    .
    มีช่วงหนึ่งของการสนทนาที่พาดพิงถึงการคืนทองคำ และความไม่สบายใจของผู้เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าทองดังกล่าวไม่ใช่ของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และไม่ประสงค์เข้าไปเกี่ยวข้อง เนื่องจากเกรงอันตราย
    .
    ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในขั้นการกล่าวอ้างจากคลิปที่ถูกเผยแพร่ในสื่อ และยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากบุคคลที่ถูกพาดพิงทุกฝ่าย
    .
    News1 จะติดตามความคืบหน้า และการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001671
    .
    #News1 #News1live #คลิปหลุด #คดีดัง #ปปช #เว็บพนัน
    มีรายงานปรากฏคลิปสนทนาที่ถูกอ้างว่าเป็นบทสนทนาระหว่างบุคคลหลายฝ่าย ซึ่งพาดพิงถึงอดีตรอง ผบ.ตร. “บิ๊กโจ๊ก” และ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ในประเด็นการนำทองคำไปเกี่ยวข้องกับการวิ่งเต้นคดีเว็บพนันออนไลน์ . เนื้อหาในคลิปดังกล่าว เป็นลักษณะการพูดคุยหารือถึงสถานการณ์คดี และความกังวลหากประเด็นสินบนถูกเปิดโปงต่อสาธารณะ โดยมีการกล่าวอ้างถึงแนวคิดให้ลูกน้องรับผิดแทน และการนำทองคำไปเสนอให้กรรมการ ป.ป.ช.บางราย ซึ่งมีรายงานว่ากรรมการอีกรายปฏิเสธไม่รับ . มีช่วงหนึ่งของการสนทนาที่พาดพิงถึงการคืนทองคำ และความไม่สบายใจของผู้เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าทองดังกล่าวไม่ใช่ของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ และไม่ประสงค์เข้าไปเกี่ยวข้อง เนื่องจากเกรงอันตราย . ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในขั้นการกล่าวอ้างจากคลิปที่ถูกเผยแพร่ในสื่อ และยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากบุคคลที่ถูกพาดพิงทุกฝ่าย . News1 จะติดตามความคืบหน้า และการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001671 . #News1 #News1live #คลิปหลุด #คดีดัง #ปปช #เว็บพนัน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 137 มุมมอง 0 รีวิว
  • “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตรอง ผบ.ตร. โดยยืนยันว่า ขณะนี้สำนวนทั้งหมดได้ส่งถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว และตำรวจมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่งต่อให้ ป.ป.ช. อย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าไม่มีอคติ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
    .
    พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า หากมีพยานหรือบุคคลใดประสงค์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาให้ถ้อยคำได้ และตำรวจจะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยัง ป.ป.ช. ตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง
    .
    ในส่วนของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในพยานสำคัญในคดี รอง ผบช.ก. ยอมรับว่าเจ้าตัวเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัว จนเกิดความเครียดอย่างรุนแรง แต่ได้ตัดสินใจยืนหยัดต่อสู้กับข้อเท็จจริง พร้อมยอมรับผลตามกระบวนการยุติธรรม
    .
    รอง ผบช.ก. ยังย้ำความเชื่อมั่นต่อการทำงานของ ป.ป.ช. ว่าเป็นองค์กรที่ประชาชนยังสามารถพึ่งพาได้ พร้อมระบุว่าการปรับเปลี่ยนหน้าที่กรรมการที่เกี่ยวข้องกับคดี จะช่วยให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบและโปร่งใสมากขึ้น
    .
    News1 จะติดตามความเคลื่อนไหวของคดีนี้อย่างใกล้ชิด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001692
    .
    #News1 #News1live #บิ๊กเต่า #ปปช #คดีดัง #กระบวนการยุติธรรม
    “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตรอง ผบ.ตร. โดยยืนยันว่า ขณะนี้สำนวนทั้งหมดได้ส่งถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว และตำรวจมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่งต่อให้ ป.ป.ช. อย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าไม่มีอคติ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย . พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า หากมีพยานหรือบุคคลใดประสงค์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาให้ถ้อยคำได้ และตำรวจจะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยัง ป.ป.ช. ตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง . ในส่วนของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในพยานสำคัญในคดี รอง ผบช.ก. ยอมรับว่าเจ้าตัวเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัว จนเกิดความเครียดอย่างรุนแรง แต่ได้ตัดสินใจยืนหยัดต่อสู้กับข้อเท็จจริง พร้อมยอมรับผลตามกระบวนการยุติธรรม . รอง ผบช.ก. ยังย้ำความเชื่อมั่นต่อการทำงานของ ป.ป.ช. ว่าเป็นองค์กรที่ประชาชนยังสามารถพึ่งพาได้ พร้อมระบุว่าการปรับเปลี่ยนหน้าที่กรรมการที่เกี่ยวข้องกับคดี จะช่วยให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบและโปร่งใสมากขึ้น . News1 จะติดตามความเคลื่อนไหวของคดีนี้อย่างใกล้ชิด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001692 . #News1 #News1live #บิ๊กเต่า #ปปช #คดีดัง #กระบวนการยุติธรรม
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 142 มุมมอง 0 รีวิว
  • “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” ออกโรงโต้เดือด หลังทนายความของ “บิ๊กโจ๊ก” พาดพิงกล่าวหามีข้อตกลงแลกเปลี่ยนคดี ยืนยันพยานคดีทองเป็นคนละส่วนกับคดีเว็บพนันมินนี่ ชี้เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง
    .
    พ.ต.อ.ภาคภูมิ ระบุ การให้สัมภาษณ์ของทนายมีลักษณะโจมตีใส่ร้ายครอบครัว ปล่อยข้อมูลเท็จคล้ายนำปฏิบัติการไอโอมาใช้ ย้ำชัดคดีของภรรยาและน้องภรรยาไม่เกี่ยวกับการเป็นพยานในคดีทอง พร้อมยืนยันน้องภรรยาเข้ามอบตัวตั้งแต่ปี 2566 แล้ว
    .
    พร้อมตั้งข้อสังเกตกรณีผู้กล่าวหาบางรายเลือกแจ้งความในพื้นที่อื่น ทั้งที่เหตุเกิดคนละจังหวัด ชี้อาจมีเครือข่ายเชื่อมโยงกัน
    .
    พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมรับหมดศรัทธาอดีตผู้บังคับบัญชา พร้อมท้า “บิ๊กโจ๊ก” ออกมาพูดความจริงต่อสาธารณะ ยืนยันพร้อมเผชิญหน้า หรือโฟนอิน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001664
    .
    #News1 #News1live #บิ๊กโจ๊ก #ภาคภูมิ #คดีดัง #การเมืองตำรวจ
    “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” ออกโรงโต้เดือด หลังทนายความของ “บิ๊กโจ๊ก” พาดพิงกล่าวหามีข้อตกลงแลกเปลี่ยนคดี ยืนยันพยานคดีทองเป็นคนละส่วนกับคดีเว็บพนันมินนี่ ชี้เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง . พ.ต.อ.ภาคภูมิ ระบุ การให้สัมภาษณ์ของทนายมีลักษณะโจมตีใส่ร้ายครอบครัว ปล่อยข้อมูลเท็จคล้ายนำปฏิบัติการไอโอมาใช้ ย้ำชัดคดีของภรรยาและน้องภรรยาไม่เกี่ยวกับการเป็นพยานในคดีทอง พร้อมยืนยันน้องภรรยาเข้ามอบตัวตั้งแต่ปี 2566 แล้ว . พร้อมตั้งข้อสังเกตกรณีผู้กล่าวหาบางรายเลือกแจ้งความในพื้นที่อื่น ทั้งที่เหตุเกิดคนละจังหวัด ชี้อาจมีเครือข่ายเชื่อมโยงกัน . พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมรับหมดศรัทธาอดีตผู้บังคับบัญชา พร้อมท้า “บิ๊กโจ๊ก” ออกมาพูดความจริงต่อสาธารณะ ยืนยันพร้อมเผชิญหน้า หรือโฟนอิน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001664 . #News1 #News1live #บิ๊กโจ๊ก #ภาคภูมิ #คดีดัง #การเมืองตำรวจ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 146 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไม่รอด! เด็กปั๊มแอบยักยอกเงินนายจ้างกว่า 200,000 บาท หลังเจ้าของปั๊มไว้ใจให้เป็นผู้นำเงินไปฝากธนาคาร ก่อนนำไปเล่นบาคาร่าออนไลน์ สุดท้ายถูกตำรวจติดตามจับกุม
    .
    เหตุเกิดในพื้นที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ผู้ต้องหาอาศัยความไว้ใจของเจ้าของปั๊ม แอบนำเงินสดของปั๊มน้ำมันไปเล่นพนันออนไลน์ต่อเนื่องนานราว 1 เดือน จนเงินหายไปกว่า 2 แสนบาท ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่
    .
    ต่อมาแม่และภรรยาของผู้ต้องหาได้ช่วยเจรจาคืนเงินบางส่วน และขอผ่อนชำระที่เหลือ แต่ผู้ต้องหาขาดส่งเป็นเวลานาน กระทั่งถูกศาลออกหมายจับ
    .
    ล่าสุดเจ้าหน้าที่ ตชด.437 เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ โดยเจ้าตัวยอมรับสารภาพทั้งหมด พร้อมกล่าวขอโทษนายจ้างและครอบครัว ยืนยันพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001652
    .
    #News1 #News1live #อาชญากรรม #ยักยอกเงิน #พนันออนไลน์ #บาคาร่า
    ไม่รอด! เด็กปั๊มแอบยักยอกเงินนายจ้างกว่า 200,000 บาท หลังเจ้าของปั๊มไว้ใจให้เป็นผู้นำเงินไปฝากธนาคาร ก่อนนำไปเล่นบาคาร่าออนไลน์ สุดท้ายถูกตำรวจติดตามจับกุม . เหตุเกิดในพื้นที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ผู้ต้องหาอาศัยความไว้ใจของเจ้าของปั๊ม แอบนำเงินสดของปั๊มน้ำมันไปเล่นพนันออนไลน์ต่อเนื่องนานราว 1 เดือน จนเงินหายไปกว่า 2 แสนบาท ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่ . ต่อมาแม่และภรรยาของผู้ต้องหาได้ช่วยเจรจาคืนเงินบางส่วน และขอผ่อนชำระที่เหลือ แต่ผู้ต้องหาขาดส่งเป็นเวลานาน กระทั่งถูกศาลออกหมายจับ . ล่าสุดเจ้าหน้าที่ ตชด.437 เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ โดยเจ้าตัวยอมรับสารภาพทั้งหมด พร้อมกล่าวขอโทษนายจ้างและครอบครัว ยืนยันพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001652 . #News1 #News1live #อาชญากรรม #ยักยอกเงิน #พนันออนไลน์ #บาคาร่า
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 136 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตำรวจรวบหนุ่มใหญ่วัย 51 ปี ก่อเหตุแทง รปภ.เพื่อนร่วมงานเสียชีวิต ภายในบริษัทชื่อดังย่านบางกะปิ หลังมีปัญหาขัดแย้งสะสมเรื่องการเข้าเวรผลัดดึก ก่อนหลบหนีข้ามจังหวัด
    .
    เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2568 พบศพ รปภ.ชายวัย 51 ปี เสียชีวิตภายในป้อมรักษาความปลอดภัย ซอยรามคำแหง 26 สภาพถูกแทงด้วยอาวุธมีคมหลายแผล เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน
    .
    ความคืบหน้าล่าสุด ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หลังหลบหนีผ่านหลายจังหวัด โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า มีปัญหาทะเลาะกับผู้ตายมานานจากเรื่องงานและการจัดเวรดึก
    .
    คืนเกิดเหตุ ผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ไปหาผู้ตาย ก่อนมีปากเสียงและใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิต แล้วหลบหนีออกจากพื้นที่ เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” และพกพาอาวุธมีดในที่สาธารณะ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001639
    .
    #News1 #News1live #อาชญากรรม #แทงกันตาย #บางกะปิ #รปภ
    ตำรวจรวบหนุ่มใหญ่วัย 51 ปี ก่อเหตุแทง รปภ.เพื่อนร่วมงานเสียชีวิต ภายในบริษัทชื่อดังย่านบางกะปิ หลังมีปัญหาขัดแย้งสะสมเรื่องการเข้าเวรผลัดดึก ก่อนหลบหนีข้ามจังหวัด . เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2568 พบศพ รปภ.ชายวัย 51 ปี เสียชีวิตภายในป้อมรักษาความปลอดภัย ซอยรามคำแหง 26 สภาพถูกแทงด้วยอาวุธมีคมหลายแผล เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน . ความคืบหน้าล่าสุด ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หลังหลบหนีผ่านหลายจังหวัด โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า มีปัญหาทะเลาะกับผู้ตายมานานจากเรื่องงานและการจัดเวรดึก . คืนเกิดเหตุ ผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ไปหาผู้ตาย ก่อนมีปากเสียงและใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิต แล้วหลบหนีออกจากพื้นที่ เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” และพกพาอาวุธมีดในที่สาธารณะ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001639 . #News1 #News1live #อาชญากรรม #แทงกันตาย #บางกะปิ #รปภ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 135 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts