• ทักษะด้าน AI และ Cloud ทำให้เงินเดือนในสายไอทีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2024 โดยเฉพาะผู้ที่เชี่ยวชาญ Natural Language Processing, AWS และ Blockchain คาดว่า แนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปในปี 2025 นอกจากนี้ คนที่ทำงานด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากเป็นงานที่ท้าทายและเปิดโอกาสให้เรียนรู้มากขึ้น Dice ยังแนะนำว่า การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงานเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการเติบโตของเงินเดือน

    ✅ ทักษะที่ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปี 2024
    - Natural Language Processing (NLP): $131,621 (+21%)
    - AWS CodeWhisperer: $117,821 (+16%)
    - Amazon Redshift: $134,103 (+15%)
    - BigQuery: $120,434 (+15%)
    - COBOL: $130,243 (+15%)
    - Ruby: $136,920 (+13%)
    - AI ทั่วไป: $130,277 (+12%)
    - Blockchain: $113,143 (+12%)
    - Oracle eBusiness: $121,227 (+12%)
    - Application Delivery: $123,336 (+11%)

    ✅ AI ช่วยให้พนักงานมีความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้น
    - ผู้ที่ทำงานในโครงการด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าผู้ที่ทำงานในสายอื่น แม้จะได้รับเงินเดือนเท่ากัน
    - Dice ระบุว่า AI มอบผลประโยชน์ที่มากกว่าการเงิน เช่น ความท้าทายและโอกาสในการเรียนรู้

    ✅ แนวคิด "Goldilocks Zone" ของการเปลี่ยนงานในสายไอที
    - การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงาน ส่งผลให้เงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง $142,000
    - อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนงานมากกว่า 10 ครั้งอาจส่งผลเสียต่อรายได้
    - Dice แนะนำให้เลือกเปลี่ยนงาน อย่างมีกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต

    ✅ แนวโน้มของสภาพแวดล้อมการทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
    - ผู้หญิงที่ทำงานในวงการเทคโนโลยีมาเกิน 20 ปี มีโอกาสมากกว่า 1.5 เท่า ที่จะระบุว่า วัฒนธรรมองค์กรดีขึ้นกว่าชายในอุตสาหกรรมเดียวกัน

    https://www.zdnet.com/home-and-office/work-life/these-tech-skills-drove-the-biggest-salary-increases-over-the-past-year/
    ทักษะด้าน AI และ Cloud ทำให้เงินเดือนในสายไอทีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2024 โดยเฉพาะผู้ที่เชี่ยวชาญ Natural Language Processing, AWS และ Blockchain คาดว่า แนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปในปี 2025 นอกจากนี้ คนที่ทำงานด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากเป็นงานที่ท้าทายและเปิดโอกาสให้เรียนรู้มากขึ้น Dice ยังแนะนำว่า การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงานเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการเติบโตของเงินเดือน ✅ ทักษะที่ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปี 2024 - Natural Language Processing (NLP): $131,621 (+21%) - AWS CodeWhisperer: $117,821 (+16%) - Amazon Redshift: $134,103 (+15%) - BigQuery: $120,434 (+15%) - COBOL: $130,243 (+15%) - Ruby: $136,920 (+13%) - AI ทั่วไป: $130,277 (+12%) - Blockchain: $113,143 (+12%) - Oracle eBusiness: $121,227 (+12%) - Application Delivery: $123,336 (+11%) ✅ AI ช่วยให้พนักงานมีความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้น - ผู้ที่ทำงานในโครงการด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าผู้ที่ทำงานในสายอื่น แม้จะได้รับเงินเดือนเท่ากัน - Dice ระบุว่า AI มอบผลประโยชน์ที่มากกว่าการเงิน เช่น ความท้าทายและโอกาสในการเรียนรู้ ✅ แนวคิด "Goldilocks Zone" ของการเปลี่ยนงานในสายไอที - การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงาน ส่งผลให้เงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง $142,000 - อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนงานมากกว่า 10 ครั้งอาจส่งผลเสียต่อรายได้ - Dice แนะนำให้เลือกเปลี่ยนงาน อย่างมีกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต ✅ แนวโน้มของสภาพแวดล้อมการทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี - ผู้หญิงที่ทำงานในวงการเทคโนโลยีมาเกิน 20 ปี มีโอกาสมากกว่า 1.5 เท่า ที่จะระบุว่า วัฒนธรรมองค์กรดีขึ้นกว่าชายในอุตสาหกรรมเดียวกัน https://www.zdnet.com/home-and-office/work-life/these-tech-skills-drove-the-biggest-salary-increases-over-the-past-year/
    WWW.ZDNET.COM
    These tech skills drove the biggest salary increases over the past year
    A new tech salaries report suggests that working with AI boosts both pay and satisfaction - but it also cautions that excessive job hopping can work against you.
    0 Comments 0 Shares 59 Views 0 Reviews
  • 10 แนวทางบริหารจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ CISOs แนะนำ 🔒🛡️

    ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญกับ การจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัย (Vulnerability Management) มากขึ้น เนื่องจากการละเลยในอดีตทำให้เกิด ความเสี่ยงทางธุรกิจ อย่างมหาศาล โดย CISOs (Chief Information Security Officers) หลายคนได้แบ่งปันบทเรียนและแนวทางที่ช่วยให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ทางไซเบอร์ได้

    ✅ 1. สร้างวัฒนธรรมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในองค์กร
    - องค์กรต้องมี แนวคิดที่เน้นความปลอดภัย โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น การโจมตี Log4J หรือ Ransomware
    - CISOs ย้ำว่า ต้องทำให้ความปลอดภัยเป็นวาระสำคัญระดับ CEO และคณะกรรมการบริษัท

    ✅ 2. เอกสารและกระบวนการที่ชัดเจน
    - ทุกขั้นตอนต้องมีการ บันทึกและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการช่องโหว่

    ✅ 3. กำหนดกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน
    - หลายองค์กรใช้กรอบงาน NIST หรือ ISO 27001 และปรับให้เข้ากับความต้องการขององค์กร
    - บางบริษัทมี ระบบบูรณาการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อมีการควบรวมกิจการ

    ✅ 4. ระบุข้อมูลความปลอดภัยที่จำเป็น
    - ไม่ใช่แค่การตรวจสอบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แต่ต้องกำหนด ข้อมูลที่จำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยง

    ✅ 5. บูรณาการข้อมูลให้เป็นระบบ
    - CISOs ต้องเข้าใจว่า ข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่ควรส่งถึงใครบ้าง และต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อได้รับข้อมูล

    ✅ 6. ตั้งค่ามาตรวัดเพื่อจัดลำดับความสำคัญ
    - ระบบต้องมีการ ประเมินมูลค่าธุรกิจของสินทรัพย์ที่มีช่องโหว่ และพิจารณาว่า มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอหรือไม่

    ✅ 7. ตั้งค่า SLA เพื่อกำหนดขอบเขตเวลาแก้ไขปัญหา
    - ต้องมี Service Level Agreements (SLA) เพื่อกำหนดระยะเวลาที่ต้องแก้ไขช่องโหว่
    - หากทีมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามกำหนด ต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการต่อไป

    ✅ 8. พัฒนาแผนฉุกเฉินสำหรับแพตช์ระบบ
    - กรณี Log4Shell และ SolarWinds เป็นบทเรียนว่าองค์กรต้องมี แผนฉุกเฉินสำหรับการแพตช์ระบบในเหตุการณ์เร่งด่วน

    ✅ 9. ปรับเป้าหมายและแรงจูงใจให้สอดคล้องกัน
    - ต้องมี การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่าย IT, DevOps, Security และฝ่ายธุรกิจ
    - บางองค์กรใช้ ค่าตอบแทนและโบนัสเพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับความปลอดภัย

    ✅ 10. ทดสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
    - เปลี่ยนจาก Penetration Testing แบบรายปี เป็น Continuous Security Testing
    - ใช้แนวทาง Threat-Informed Defense เพื่อ ทดสอบความสามารถของมาตรการป้องกัน

    https://www.csoonline.com/article/3853759/10-best-practices-for-vulnerability-management-according-to-cisos.html
    10 แนวทางบริหารจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ CISOs แนะนำ 🔒🛡️ ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญกับ การจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัย (Vulnerability Management) มากขึ้น เนื่องจากการละเลยในอดีตทำให้เกิด ความเสี่ยงทางธุรกิจ อย่างมหาศาล โดย CISOs (Chief Information Security Officers) หลายคนได้แบ่งปันบทเรียนและแนวทางที่ช่วยให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ทางไซเบอร์ได้ ✅ 1. สร้างวัฒนธรรมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในองค์กร - องค์กรต้องมี แนวคิดที่เน้นความปลอดภัย โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น การโจมตี Log4J หรือ Ransomware - CISOs ย้ำว่า ต้องทำให้ความปลอดภัยเป็นวาระสำคัญระดับ CEO และคณะกรรมการบริษัท ✅ 2. เอกสารและกระบวนการที่ชัดเจน - ทุกขั้นตอนต้องมีการ บันทึกและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการช่องโหว่ ✅ 3. กำหนดกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน - หลายองค์กรใช้กรอบงาน NIST หรือ ISO 27001 และปรับให้เข้ากับความต้องการขององค์กร - บางบริษัทมี ระบบบูรณาการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อมีการควบรวมกิจการ ✅ 4. ระบุข้อมูลความปลอดภัยที่จำเป็น - ไม่ใช่แค่การตรวจสอบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แต่ต้องกำหนด ข้อมูลที่จำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยง ✅ 5. บูรณาการข้อมูลให้เป็นระบบ - CISOs ต้องเข้าใจว่า ข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่ควรส่งถึงใครบ้าง และต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อได้รับข้อมูล ✅ 6. ตั้งค่ามาตรวัดเพื่อจัดลำดับความสำคัญ - ระบบต้องมีการ ประเมินมูลค่าธุรกิจของสินทรัพย์ที่มีช่องโหว่ และพิจารณาว่า มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอหรือไม่ ✅ 7. ตั้งค่า SLA เพื่อกำหนดขอบเขตเวลาแก้ไขปัญหา - ต้องมี Service Level Agreements (SLA) เพื่อกำหนดระยะเวลาที่ต้องแก้ไขช่องโหว่ - หากทีมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามกำหนด ต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการต่อไป ✅ 8. พัฒนาแผนฉุกเฉินสำหรับแพตช์ระบบ - กรณี Log4Shell และ SolarWinds เป็นบทเรียนว่าองค์กรต้องมี แผนฉุกเฉินสำหรับการแพตช์ระบบในเหตุการณ์เร่งด่วน ✅ 9. ปรับเป้าหมายและแรงจูงใจให้สอดคล้องกัน - ต้องมี การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่าย IT, DevOps, Security และฝ่ายธุรกิจ - บางองค์กรใช้ ค่าตอบแทนและโบนัสเพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ✅ 10. ทดสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง - เปลี่ยนจาก Penetration Testing แบบรายปี เป็น Continuous Security Testing - ใช้แนวทาง Threat-Informed Defense เพื่อ ทดสอบความสามารถของมาตรการป้องกัน https://www.csoonline.com/article/3853759/10-best-practices-for-vulnerability-management-according-to-cisos.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    10 best practices for vulnerability management according to CISOs
    After years of neglect, organizations are investing in vulnerability management programs to address business risk. A dozen CISOs offer lessons learned and best practices.
    0 Comments 0 Shares 70 Views 0 Reviews
  • Apple ฉลองครบรอบ 49 ปี จากบริษัทเล็ก ๆ ในโรงรถจนกลายเป็นแบรนด์ระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมาตลอดหลายทศวรรษ Macintosh และ iPhone เป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อการใช้คอมพิวเตอร์และมือถือ ขณะที่ระบบนิเวศของ Apple ทำให้ทุกอุปกรณ์ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ล่าสุด Apple มุ่งหน้าสู่เทคโนโลยี AR และชิปเซ็ตที่พัฒนาเอง ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในอนาคต

    ✅ Apple I จุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนวงการคอมพิวเตอร์
    - Steve Jobs และ Steve Wozniak สร้าง Apple I ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ท้าทายแนวคิดเดิมของวงการเทคโนโลยี

    ✅ Macintosh—GUI ที่นำไปสู่ยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์
    - Macintosh ทำให้ การใช้งานคอมพิวเตอร์ง่ายขึ้น ด้วย กราฟิกอินเทอร์เฟซ (GUI) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม

    ✅ iPod และ iPhone ปฏิวัติวิธีการฟังเพลงและสื่อสาร
    - iPod ทำให้การพกพาเพลงเป็นเรื่องง่ายด้วยแนวคิด "1000 เพลงในกระเป๋า"
    - iPhone เปิดตัวในปี 2007 และกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงวิธีการใช้โทรศัพท์มือถือ ทั้งด้านการถ่ายภาพ, แอปพลิเคชัน และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

    ✅ Apple สร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ
    - ระบบปฏิบัติการ iOS, macOS, watchOS, visionOS และ iPadOS ทำให้ทุกอุปกรณ์สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
    - เปิดตัวบริการ Apple Music, iCloud, Apple TV+ และ Apple News เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ในหลายด้าน

    ✅ Apple พัฒนาเทคโนโลยีของตนเองแทนการพึ่งพาซัพพลายเออร์
    - เปิดตัวชิป M-series ที่ให้ประสิทธิภาพสูงและใช้พลังงานน้อย
    - เปิดตัว C1 Modem เพื่อลดการพึ่งพาชิปสื่อสารจากผู้ผลิตภายนอก

    ✅ Vision Pro—ก้าวเข้าสู่เทคโนโลยี AR และอนาคตของคอมพิวเตอร์
    - Apple เปิดตัว Vision Pro ซึ่งเป็นอุปกรณ์ AR ที่แสดงถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในอนาคต
    - นักวิเคราะห์มองว่า Apple อาจนำ AR มาใช้ในผลิตภัณฑ์อีกหลายตัว

    https://wccftech.com/apple-turns-49-today-innovation-and-vision/
    Apple ฉลองครบรอบ 49 ปี จากบริษัทเล็ก ๆ ในโรงรถจนกลายเป็นแบรนด์ระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมาตลอดหลายทศวรรษ Macintosh และ iPhone เป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อการใช้คอมพิวเตอร์และมือถือ ขณะที่ระบบนิเวศของ Apple ทำให้ทุกอุปกรณ์ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ล่าสุด Apple มุ่งหน้าสู่เทคโนโลยี AR และชิปเซ็ตที่พัฒนาเอง ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในอนาคต ✅ Apple I จุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนวงการคอมพิวเตอร์ - Steve Jobs และ Steve Wozniak สร้าง Apple I ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ท้าทายแนวคิดเดิมของวงการเทคโนโลยี ✅ Macintosh—GUI ที่นำไปสู่ยุคใหม่ของคอมพิวเตอร์ - Macintosh ทำให้ การใช้งานคอมพิวเตอร์ง่ายขึ้น ด้วย กราฟิกอินเทอร์เฟซ (GUI) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม ✅ iPod และ iPhone ปฏิวัติวิธีการฟังเพลงและสื่อสาร - iPod ทำให้การพกพาเพลงเป็นเรื่องง่ายด้วยแนวคิด "1000 เพลงในกระเป๋า" - iPhone เปิดตัวในปี 2007 และกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงวิธีการใช้โทรศัพท์มือถือ ทั้งด้านการถ่ายภาพ, แอปพลิเคชัน และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ✅ Apple สร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ - ระบบปฏิบัติการ iOS, macOS, watchOS, visionOS และ iPadOS ทำให้ทุกอุปกรณ์สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น - เปิดตัวบริการ Apple Music, iCloud, Apple TV+ และ Apple News เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ในหลายด้าน ✅ Apple พัฒนาเทคโนโลยีของตนเองแทนการพึ่งพาซัพพลายเออร์ - เปิดตัวชิป M-series ที่ให้ประสิทธิภาพสูงและใช้พลังงานน้อย - เปิดตัว C1 Modem เพื่อลดการพึ่งพาชิปสื่อสารจากผู้ผลิตภายนอก ✅ Vision Pro—ก้าวเข้าสู่เทคโนโลยี AR และอนาคตของคอมพิวเตอร์ - Apple เปิดตัว Vision Pro ซึ่งเป็นอุปกรณ์ AR ที่แสดงถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในอนาคต - นักวิเคราะห์มองว่า Apple อาจนำ AR มาใช้ในผลิตภัณฑ์อีกหลายตัว https://wccftech.com/apple-turns-49-today-innovation-and-vision/
    WCCFTECH.COM
    From A Small Garage To A Global Icon, Apple Turns 49 Today, Changing The Tech World Forever With Its Vision, Innovation, And Unstoppable Momentum
    Apple turns 49 today, and it has changed the entire world as we know it in terms of innovation, design, and the relentless pursuit of excellence.
    0 Comments 0 Shares 143 Views 0 Reviews
  • นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอซากะเสนอแนวคิดใช้เนื้อเยื่อมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้ คุณสมบัติของกล้ามเนื้อที่ตอบสนองต่อแรงกด เพื่อช่วยประมวลผลข้อมูล แนวคิดนี้อาจนำไปใช้ใน อุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ โดยที่ร่างกายทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบคำนวณ นักวิจัยพบว่า เทคนิคนี้มีความแม่นยำสูงกว่าวิธีดั้งเดิม แต่ยังต้องมีการศึกษาต่อไป

    ✅ หลักการของ reservoir computing และเนื้อเยื่อมนุษย์
    - ระบบนี้ใช้ เนื้อเยื่ออ่อนที่สามารถตอบสนองต่อแรงกดและความเครียดทางกายภาพ เพื่อทำหน้าที่เป็น "reservoir" ในการประมวลผลข้อมูล
    - นักวิจัยใช้ อัลตราซาวด์เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของข้อมือ และพบว่า รูปแบบการบิดตัวของกล้ามเนื้อสามารถอ่านค่าเป็นข้อมูลได้

    ✅ ศักยภาพของเทคโนโลยีนี้—อาจนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่
    - นักวิจัยเสนอว่า เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์
    - แทนที่อุปกรณ์จะใช้ ซีพียูภายนอก ระบบอาจสามารถประมวลผลโดยใช้ เนื้อเยื่อของมนุษย์เอง

    ✅ การทดสอบพบว่ามีความแม่นยำสูงกว่าโมเดลที่ไม่ได้พิจารณาคุณสมบัติเนื้อเยื่อ
    - ระบบสามารถ คาดการณ์ผลลัพธ์ในระบบไดนามิกที่ไม่เป็นเชิงเส้นได้แม่นยำกว่าปกติ
    - โมเดลนี้อาจช่วยให้ AI สามารถทำงานร่วมกับร่างกายมนุษย์ได้ดีขึ้น

    ✅ แนวคิดนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
    - นักวิจัยระบุว่า ยังมีงานวิจัยอีกมากที่ต้องดำเนินการ ก่อนที่จะสามารถนำไปใช้จริงได้
    - อาจต้องศึกษาว่า เนื้อเยื่อของมนุษย์สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีเพียงใด

    https://www.techradar.com/pro/humans-as-hardware-no-not-the-name-of-a-new-matrix-movie-prequel-but-a-shocking-idea-about-human-tissue
    นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอซากะเสนอแนวคิดใช้เนื้อเยื่อมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้ คุณสมบัติของกล้ามเนื้อที่ตอบสนองต่อแรงกด เพื่อช่วยประมวลผลข้อมูล แนวคิดนี้อาจนำไปใช้ใน อุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ โดยที่ร่างกายทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบคำนวณ นักวิจัยพบว่า เทคนิคนี้มีความแม่นยำสูงกว่าวิธีดั้งเดิม แต่ยังต้องมีการศึกษาต่อไป ✅ หลักการของ reservoir computing และเนื้อเยื่อมนุษย์ - ระบบนี้ใช้ เนื้อเยื่ออ่อนที่สามารถตอบสนองต่อแรงกดและความเครียดทางกายภาพ เพื่อทำหน้าที่เป็น "reservoir" ในการประมวลผลข้อมูล - นักวิจัยใช้ อัลตราซาวด์เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของข้อมือ และพบว่า รูปแบบการบิดตัวของกล้ามเนื้อสามารถอ่านค่าเป็นข้อมูลได้ ✅ ศักยภาพของเทคโนโลยีนี้—อาจนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ - นักวิจัยเสนอว่า เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ เช่น สมาร์ทวอทช์ - แทนที่อุปกรณ์จะใช้ ซีพียูภายนอก ระบบอาจสามารถประมวลผลโดยใช้ เนื้อเยื่อของมนุษย์เอง ✅ การทดสอบพบว่ามีความแม่นยำสูงกว่าโมเดลที่ไม่ได้พิจารณาคุณสมบัติเนื้อเยื่อ - ระบบสามารถ คาดการณ์ผลลัพธ์ในระบบไดนามิกที่ไม่เป็นเชิงเส้นได้แม่นยำกว่าปกติ - โมเดลนี้อาจช่วยให้ AI สามารถทำงานร่วมกับร่างกายมนุษย์ได้ดีขึ้น ✅ แนวคิดนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม - นักวิจัยระบุว่า ยังมีงานวิจัยอีกมากที่ต้องดำเนินการ ก่อนที่จะสามารถนำไปใช้จริงได้ - อาจต้องศึกษาว่า เนื้อเยื่อของมนุษย์สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีเพียงใด https://www.techradar.com/pro/humans-as-hardware-no-not-the-name-of-a-new-matrix-movie-prequel-but-a-shocking-idea-about-human-tissue
    0 Comments 0 Shares 141 Views 0 Reviews
  • Intel เปิดตัว AI Assistant ที่ช่วยให้คำแนะนำในเกม Black Myth: Wukong โดยใช้ NPU ลดภาระบน GPU และเพิ่มเฟรมเรต อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการทดสอบจริงว่าระบบนี้ใช้งานได้ดีแค่ไหน ในขณะที่ Microsoft และ Nvidia ก็กำลังพัฒนา AI ผู้ช่วยสำหรับเกมของตัวเอง คาดว่าเทคโนโลยีนี้จะพัฒนาขึ้นเมื่อชิปใหม่อย่าง Lunar Lake Core Ultra 200V และ AMD Ryzen AI 300 เปิดตัว

    Microsoft และ Nvidia กำลังพัฒนา AI ผู้ช่วยสำหรับเกม
    - Microsoft กำลังพัฒนา Copilot Gaming AI Coach สำหรับเกม Minecraft และ Overwatch
    - Nvidia เปิดตัว AI Assistant ที่เน้นปรับแต่งประสิทธิภาพ ไม่ใช่การให้คำแนะนำการเล่น

    ผลกระทบต่อเฟรมเรตเกม
    - Intel แสดงให้เห็นว่าเมื่อใช้ AI Assistant ผ่าน NPU เฟรมเรตเพิ่มขึ้นจาก 103 FPS เป็น 108 FPS
    - แต่เมื่อรันผ่าน GPU เฟรมเรตลดลงเหลือ 94 FPS

    อนาคตของ AI ในเกมบนแพลตฟอร์มใหม่
    - ชิปใหม่อย่าง Intel Lunar Lake Core Ultra 200V และ AMD Strix Point Ryzen AI 300 จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น (50 TOPS) ซึ่งอาจช่วยให้ AI Assistant ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

    คำถามสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบ
    - Intel ยังไม่ยืนยันว่า Black Myth: Wukong ที่ใช้สาธิตเป็นเกมจริงหรือเป็นวิดีโอแนวคิด
    - AI Assistant ยังไม่ได้รับการทดสอบในสถานการณ์จริง

    https://www.techspot.com/news/107358-intel-shows-off-game-ai-assistant-running-core.html
    Intel เปิดตัว AI Assistant ที่ช่วยให้คำแนะนำในเกม Black Myth: Wukong โดยใช้ NPU ลดภาระบน GPU และเพิ่มเฟรมเรต อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการทดสอบจริงว่าระบบนี้ใช้งานได้ดีแค่ไหน ในขณะที่ Microsoft และ Nvidia ก็กำลังพัฒนา AI ผู้ช่วยสำหรับเกมของตัวเอง คาดว่าเทคโนโลยีนี้จะพัฒนาขึ้นเมื่อชิปใหม่อย่าง Lunar Lake Core Ultra 200V และ AMD Ryzen AI 300 เปิดตัว Microsoft และ Nvidia กำลังพัฒนา AI ผู้ช่วยสำหรับเกม - Microsoft กำลังพัฒนา Copilot Gaming AI Coach สำหรับเกม Minecraft และ Overwatch - Nvidia เปิดตัว AI Assistant ที่เน้นปรับแต่งประสิทธิภาพ ไม่ใช่การให้คำแนะนำการเล่น ผลกระทบต่อเฟรมเรตเกม - Intel แสดงให้เห็นว่าเมื่อใช้ AI Assistant ผ่าน NPU เฟรมเรตเพิ่มขึ้นจาก 103 FPS เป็น 108 FPS - แต่เมื่อรันผ่าน GPU เฟรมเรตลดลงเหลือ 94 FPS อนาคตของ AI ในเกมบนแพลตฟอร์มใหม่ - ชิปใหม่อย่าง Intel Lunar Lake Core Ultra 200V และ AMD Strix Point Ryzen AI 300 จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น (50 TOPS) ซึ่งอาจช่วยให้ AI Assistant ทำงานได้ดียิ่งขึ้น คำถามสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบ - Intel ยังไม่ยืนยันว่า Black Myth: Wukong ที่ใช้สาธิตเป็นเกมจริงหรือเป็นวิดีโอแนวคิด - AI Assistant ยังไม่ได้รับการทดสอบในสถานการณ์จริง https://www.techspot.com/news/107358-intel-shows-off-game-ai-assistant-running-core.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Intel shows off in-game AI assistant running on Core Ultra 200HX
    Intel recently showcased how running generative AI programs on its new NPUs might benefit gamers. Although several companies have promoted the gaming-related potential of NPUs, these benefits...
    0 Comments 0 Shares 141 Views 0 Reviews
  • Anthropic ใช้เทคนิค Circuit Tracing เพื่อติดตามวิธีการประมวลผลของ Claude ซึ่งเผยให้เห็นถึงกระบวนการแก้ปัญหาที่แปลกใหม่ เช่น การประมวลแนวคิดข้ามภาษา การคำนวณในรูปแบบสร้างสรรค์ และการแต่งบทกวีที่วางแผนล่วงหน้า งานนี้ช่วยให้เราเริ่มเข้าใจการทำงานของ LLMs มากขึ้น แต่ยังมีเรื่องที่ต้องศึกษาอีกมาก

    การเชื่อมโยงระหว่างภาษาต่าง ๆ:
    - การทดลองพบว่า Claude ใช้ "วงจรภาษากลาง" ในการตอบคำถาม เช่น คำถามว่า "อะไรคือตรงข้ามของคำว่าเล็ก" ในหลายภาษา Claude จะหาความหมายในแนวคิดเชิงนามธรรม (abstract concepts) ก่อนเลือกคำศัพท์ในภาษาเฉพาะ แสดงถึงความสามารถในการประมวลผลข้ามภาษา.

    การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ไม่ธรรมดา:
    - Claude ใช้วิธีคำนวณที่ดูแปลก เช่น การประมาณตัวเลขที่ใกล้เคียง ("40ish and 60ish") แล้วรวมข้อมูลอื่น ๆ เพื่อหาคำตอบ โดยไม่ใช้วิธีการแก้โจทย์แบบทั่วไปที่เรียนในโรงเรียน.

    การแต่งบทกวี:
    - Claude สามารถวางแผนล่วงหน้า เช่น การเลือกคำสุดท้ายสำหรับร้อยกรองก่อนสร้างประโยคที่เหลือ ซึ่งแสดงถึงศักยภาพในการมองภาพรวมและความสามารถที่ไม่ใช่แค่การคาดเดาคำศัพท์ต่อ ๆ ไปตามลำดับ.

    ความหมายเชิงลึกของ Circuit Tracing:
    - การศึกษานี้เป็นแค่ "ยอดของภูเขาน้ำแข็ง" เพราะการแกะรอยกระบวนการของ AI ยังคงใช้เวลามาก และยังมีสิ่งที่ต้องค้นหาอีกมากมายในอนาคต

    https://www.techspot.com/news/107347-finally-beginning-understand-how-llms-work-no-they.html
    Anthropic ใช้เทคนิค Circuit Tracing เพื่อติดตามวิธีการประมวลผลของ Claude ซึ่งเผยให้เห็นถึงกระบวนการแก้ปัญหาที่แปลกใหม่ เช่น การประมวลแนวคิดข้ามภาษา การคำนวณในรูปแบบสร้างสรรค์ และการแต่งบทกวีที่วางแผนล่วงหน้า งานนี้ช่วยให้เราเริ่มเข้าใจการทำงานของ LLMs มากขึ้น แต่ยังมีเรื่องที่ต้องศึกษาอีกมาก การเชื่อมโยงระหว่างภาษาต่าง ๆ: - การทดลองพบว่า Claude ใช้ "วงจรภาษากลาง" ในการตอบคำถาม เช่น คำถามว่า "อะไรคือตรงข้ามของคำว่าเล็ก" ในหลายภาษา Claude จะหาความหมายในแนวคิดเชิงนามธรรม (abstract concepts) ก่อนเลือกคำศัพท์ในภาษาเฉพาะ แสดงถึงความสามารถในการประมวลผลข้ามภาษา. การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ไม่ธรรมดา: - Claude ใช้วิธีคำนวณที่ดูแปลก เช่น การประมาณตัวเลขที่ใกล้เคียง ("40ish and 60ish") แล้วรวมข้อมูลอื่น ๆ เพื่อหาคำตอบ โดยไม่ใช้วิธีการแก้โจทย์แบบทั่วไปที่เรียนในโรงเรียน. การแต่งบทกวี: - Claude สามารถวางแผนล่วงหน้า เช่น การเลือกคำสุดท้ายสำหรับร้อยกรองก่อนสร้างประโยคที่เหลือ ซึ่งแสดงถึงศักยภาพในการมองภาพรวมและความสามารถที่ไม่ใช่แค่การคาดเดาคำศัพท์ต่อ ๆ ไปตามลำดับ. ความหมายเชิงลึกของ Circuit Tracing: - การศึกษานี้เป็นแค่ "ยอดของภูเขาน้ำแข็ง" เพราะการแกะรอยกระบวนการของ AI ยังคงใช้เวลามาก และยังมีสิ่งที่ต้องค้นหาอีกมากมายในอนาคต https://www.techspot.com/news/107347-finally-beginning-understand-how-llms-work-no-they.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    We are finally beginning to understand how LLMs work: No, they don't simply predict word after word
    Circuit tracing is a relatively new technique that lets researchers track how an AI model builds its answers step by step – like following the wiring in...
    0 Comments 0 Shares 143 Views 0 Reviews
  • 31 มีนา “วันเจษฎาบดินทร์” ระลึกพระนั่งเกล้าฯ ผู้ให้กำเนิด "เงินถุงแดง" ไถ่บ้านไถ่เมือง

    ✨ วันแห่งประวัติศาสตร์ไทย ที่ไม่ควรลืม ✨ วันที่ 31 มีนาคมของทุกปี ได้รับการประกาศจากคณะรัฐมนตรีให้เป็น “วันระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า” หรือเรียกกันว่า “วันเจษฎาบดินทร์” 💛

    เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์จักรี ผู้วางรากฐานสำคัญให้กับการค้า การป้องกันประเทศ การทำนุบำรุงศาสนา และเป็นผู้นำแนวคิดการเก็บออม ไว้ให้ชาติบ้านเมืองในยามคับขัน ที่รู้จักกันในนาม “เงินถุงแดง” 💰

    🏯 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 กับสมเด็จพระศรีสุลาลัย หรือเจ้าจอมมารดาเรียม ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2331 ที่พระราชวังเดิม ธนบุรี 🏰

    พระองค์มีพระนามเดิมว่า “หม่อมเจ้าชายทับ” ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็น “กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์” และขึ้นครองราชสมบัติเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 ทรงมีพระชนมพรรษา 37 ปี

    ตลอดรัชสมัยกว่า 27 ปี พระองค์ทรงใช้พระปรีชาญาณ ในการบริหารบ้านเมืองอย่างรอบคอบ ทรงวางระบบเศรษฐกิจ 📈 ขยายเส้นทางการค้า 🌏 และจัดสรรรายได้แผ่นดินอย่างเป็นระบบ เพื่อความมั่นคงในอนาคต 🇹🇭

    👑 จุดเริ่มต้นของคำว่า “พระมหาเจษฎาราชเจ้า” พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามใหม่อย่างย่อว่า “พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาเจษฎาธิบดินทร์ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว”

    โดยคำว่า “เจษฎา” หมายถึง เลิศล้ำ ยอดเยี่ยม และ “บดินทร์” หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน ดังนั้น “พระมหาเจษฎาราชเจ้า” จึงหมายถึง “พระเจ้าแผ่นดินผู้ยิ่งใหญ่และเป็นเลิศ” ✨

    🧭 รัชสมัยแห่งความมั่นคงและเจริญรุ่งเรือง พระองค์ทรงส่งเสริมการค้าขายกับต่างชาติ โดยเฉพาะกับจีน และประเทศทางตะวันตก อย่างอังกฤษและสหรัฐฯ มีการลงนามในสนธิสัญญาเบอร์นี พ.ศ. 2369 และสนธิสัญญากับอเมริกาใน พ.ศ. 2375 ซึ่งเป็นสนธิสัญญาฉบับแรก ระหว่างสหรัฐอเมริกา กับประเทศในเอเชียตะวันออก 🌐

    พระองค์ทรงวางรากฐานเศรษฐกิจการค้า เสริมสร้างรายได้แผ่นดิน โดยมีระบบภาษีใหม่ถึง 38 รายการ และทรงปกครองด้วยพระปรีชาญาณอย่างเด็ดขาด รวมถึงการสร้างคลอง เพื่อใช้ในสงครามและการพาณิชย์ เช่น คลองบางขุนเทียน คลองหมาหอน 🚤

    📚 “เงินถุงแดง” ตำนานที่กลายเป็นจริง หนึ่งในมรดกที่สำคัญที่สุ ดจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ เงินถุงแดง หรือ “พระคลังข้างที่” 💼

    📌 พระคลังข้างที่ คือ พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ที่สะสมไว้ใช้ในยามจำเป็นของแผ่นดิน พระองค์ทรงประหยัดมัธยัสถ์ และตั้งพระราชดำริว่า “เก็บไว้เพื่อไถ่บ้านไถ่เมือง” ในยามเกิดภัยพิบัติหรือสงคราม

    ต่อมาในเหตุการณ์ ร.ศ. 112 หรือ พ.ศ. 2436 เมื่อฝรั่งเศสบุกเรือรบ เข้ายึดดินแดนของไทย และเรียกร้องค่าปรับสงคราม 3,000,000 ฟรังก์ รัฐบาลสยามจึงได้นำเงินถุงแดง ออกมาใช้ในการไถ่แผ่นดิน 💸

    📆 เหตุการณ์ ร.ศ.112 และการใช้ “เงินถุงแดง” ไถ่ชาติ

    🔥 ความขัดแย้งไทย - ฝรั่งเศส ใน พ.ศ. 2436 ฝรั่งเศสกล่าวหาไทย ว่าเป็นฝ่ายเริ่มต้นสงคราม โดยอ้างเหตุการณ์ที่แม่น้ำโขง ที่กองกำลังไทยสังหารทหารฝรั่งเศส ทำให้ฝรั่งเศสส่งเรือรบ เข้าปิดล้อมแม่น้ำเจ้าพระยา

    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตึงเครียด ในระดับที่ชาติอาจล่มสลาย 💣 ฝรั่งเศสยื่นคำขาดให้ไทยจ่ายค่าปรับ และยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง

    🧾 ตัวเลขที่มากมาย
    ค่าเสียหายที่เรียกร้อง = 2,000,000 ฟรังก์
    เงินมัดจำเพิ่มเติม = 1,000,000 ฟรังก์
    รวมเป็น 3,000,000 ฟรังก์ ประมาณ 1.6 ล้านบาท ในขณะนั้น

    📤 แหล่งเงินสำคัญ เงินที่นำมาใช้จ่ายครั้งนั้น มาจาก “พระคลังข้างที่” ซึ่งเป็นเงินส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ 3 ที่ถูกเก็บไว้ในถุงแดงอย่างเงียบงัน 😌

    🧠 ข้อเท็จจริงหรือแค่ตำนาน? เงินถุงแดงมีจริงหรือไม่ 🤔 มีบางความเห็นในยุคปัจจุบัน ที่ตั้งข้อสังเกตว่า “เงินถุงแดง” อาจไม่มีอยู่จริง และเป็นแค่เรื่องเล่าขาน แต่เมื่อพิจารณาหลักฐานจากหลายแหล่ง ทั้ง

    📖 หนังสือพิมพ์ Le Monde Illustré ของฝรั่งเศส
    📚 หนังสือ “เหตุการณ์ ร.ศ.112 และเรื่องเสียเขตแดนใน ร.5”
    📜 พระราชนิพนธ์ และคำกราบบังคมทูล ของกรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์

    ต่างยืนยันว่า มีการชำระเงินมัดจำด้วยเหรียญเม็กซิกัน จำนวนกว่า 800,000 เหรียญ หรือประมาณ 23 ตัน ที่ขนส่งออกไปจากกรุงเทพฯ 🚢

    🔍 วิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ เงินถุงแดงสะท้อนอะไร? เงินถุงแดงไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ ของความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจ ของรัชกาลที่ 3 แต่ยังสะท้อนถึงแนวคิด “เงินสำรองแผ่นดิน” ซึ่งในภายหลัง ก็กลายเป็นแนวคิดตั้งต้นของ “ทุนสำรองระหว่างประเทศ” ในรูปแบบที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ 🌎💹

    📖 พระราชสมัญญา แห่งพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ต่อมาใน พ.ศ. 2541 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้พระราชทานพระราชสมัญญา “พระมหาเจษฎาราชเจ้า”

    ตามมาด้วยใน พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2558 ได้มีการถวายพระราชสมัญญาเพิ่มเติม ได้แก่
    - พระบิดาแห่งการค้าไทย 🛍
    - พระบิดาแห่งการพาณิชย์นาวีไทย 🚢
    - พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย 🌿

    🧡 วันเจษฎาบดินทร์ 31 มีนาคม วันแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย คณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ 31 มีนาคมของทุกปี เป็น “วันเจษฎาบดินทร์” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แห่งรัชกาลที่ 3 แม้ไม่ใช่วันหยุดราชการ แต่ถือเป็น วันสำคัญของชาติไทย 🗓🇹🇭

    💬 รัชกาลที่ 3 กับมรดกที่คนไทยไม่ควรลืม พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่เพียงเป็นกษัตริย์ ที่ทรงพระปรีชาสามารถ ด้านการค้าและเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังทรงเป็นกษัตริย์ที่ “เตรียมพร้อม” รับสถานการณ์ล่วงหน้าอย่างชาญฉลาด 💼💪

    “เงินถุงแดง” คือสัญลักษณ์ของ วินัยทางการเงินระดับชาติ และความห่วงใยต่อแผ่นดิน ของพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 310848 มี.ค. 2568

    📌 #วันเจษฎาบดินทร์ #พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว #เงินถุงแดง #ราชวงศ์จักรี #ประวัติศาสตร์ไทย #รัชกาลที่3 #รศ112 #บทเรียนจากอดีต #พระมหาเจษฎาราชเจ้า #อธิปไตยไทย
    31 มีนา “วันเจษฎาบดินทร์” ระลึกพระนั่งเกล้าฯ ผู้ให้กำเนิด "เงินถุงแดง" ไถ่บ้านไถ่เมือง ✨ วันแห่งประวัติศาสตร์ไทย ที่ไม่ควรลืม ✨ วันที่ 31 มีนาคมของทุกปี ได้รับการประกาศจากคณะรัฐมนตรีให้เป็น “วันระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า” หรือเรียกกันว่า “วันเจษฎาบดินทร์” 💛 เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์จักรี ผู้วางรากฐานสำคัญให้กับการค้า การป้องกันประเทศ การทำนุบำรุงศาสนา และเป็นผู้นำแนวคิดการเก็บออม ไว้ให้ชาติบ้านเมืองในยามคับขัน ที่รู้จักกันในนาม “เงินถุงแดง” 💰 🏯 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 กับสมเด็จพระศรีสุลาลัย หรือเจ้าจอมมารดาเรียม ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2331 ที่พระราชวังเดิม ธนบุรี 🏰 พระองค์มีพระนามเดิมว่า “หม่อมเจ้าชายทับ” ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็น “กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์” และขึ้นครองราชสมบัติเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 ทรงมีพระชนมพรรษา 37 ปี ตลอดรัชสมัยกว่า 27 ปี พระองค์ทรงใช้พระปรีชาญาณ ในการบริหารบ้านเมืองอย่างรอบคอบ ทรงวางระบบเศรษฐกิจ 📈 ขยายเส้นทางการค้า 🌏 และจัดสรรรายได้แผ่นดินอย่างเป็นระบบ เพื่อความมั่นคงในอนาคต 🇹🇭 👑 จุดเริ่มต้นของคำว่า “พระมหาเจษฎาราชเจ้า” พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามใหม่อย่างย่อว่า “พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาเจษฎาธิบดินทร์ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว” โดยคำว่า “เจษฎา” หมายถึง เลิศล้ำ ยอดเยี่ยม และ “บดินทร์” หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน ดังนั้น “พระมหาเจษฎาราชเจ้า” จึงหมายถึง “พระเจ้าแผ่นดินผู้ยิ่งใหญ่และเป็นเลิศ” ✨ 🧭 รัชสมัยแห่งความมั่นคงและเจริญรุ่งเรือง พระองค์ทรงส่งเสริมการค้าขายกับต่างชาติ โดยเฉพาะกับจีน และประเทศทางตะวันตก อย่างอังกฤษและสหรัฐฯ มีการลงนามในสนธิสัญญาเบอร์นี พ.ศ. 2369 และสนธิสัญญากับอเมริกาใน พ.ศ. 2375 ซึ่งเป็นสนธิสัญญาฉบับแรก ระหว่างสหรัฐอเมริกา กับประเทศในเอเชียตะวันออก 🌐 พระองค์ทรงวางรากฐานเศรษฐกิจการค้า เสริมสร้างรายได้แผ่นดิน โดยมีระบบภาษีใหม่ถึง 38 รายการ และทรงปกครองด้วยพระปรีชาญาณอย่างเด็ดขาด รวมถึงการสร้างคลอง เพื่อใช้ในสงครามและการพาณิชย์ เช่น คลองบางขุนเทียน คลองหมาหอน 🚤 📚 “เงินถุงแดง” ตำนานที่กลายเป็นจริง หนึ่งในมรดกที่สำคัญที่สุ ดจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ เงินถุงแดง หรือ “พระคลังข้างที่” 💼 📌 พระคลังข้างที่ คือ พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ที่สะสมไว้ใช้ในยามจำเป็นของแผ่นดิน พระองค์ทรงประหยัดมัธยัสถ์ และตั้งพระราชดำริว่า “เก็บไว้เพื่อไถ่บ้านไถ่เมือง” ในยามเกิดภัยพิบัติหรือสงคราม ต่อมาในเหตุการณ์ ร.ศ. 112 หรือ พ.ศ. 2436 เมื่อฝรั่งเศสบุกเรือรบ เข้ายึดดินแดนของไทย และเรียกร้องค่าปรับสงคราม 3,000,000 ฟรังก์ รัฐบาลสยามจึงได้นำเงินถุงแดง ออกมาใช้ในการไถ่แผ่นดิน 💸 📆 เหตุการณ์ ร.ศ.112 และการใช้ “เงินถุงแดง” ไถ่ชาติ 🔥 ความขัดแย้งไทย - ฝรั่งเศส ใน พ.ศ. 2436 ฝรั่งเศสกล่าวหาไทย ว่าเป็นฝ่ายเริ่มต้นสงคราม โดยอ้างเหตุการณ์ที่แม่น้ำโขง ที่กองกำลังไทยสังหารทหารฝรั่งเศส ทำให้ฝรั่งเศสส่งเรือรบ เข้าปิดล้อมแม่น้ำเจ้าพระยา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตึงเครียด ในระดับที่ชาติอาจล่มสลาย 💣 ฝรั่งเศสยื่นคำขาดให้ไทยจ่ายค่าปรับ และยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง 🧾 ตัวเลขที่มากมาย ค่าเสียหายที่เรียกร้อง = 2,000,000 ฟรังก์ เงินมัดจำเพิ่มเติม = 1,000,000 ฟรังก์ รวมเป็น 3,000,000 ฟรังก์ ประมาณ 1.6 ล้านบาท ในขณะนั้น 📤 แหล่งเงินสำคัญ เงินที่นำมาใช้จ่ายครั้งนั้น มาจาก “พระคลังข้างที่” ซึ่งเป็นเงินส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ 3 ที่ถูกเก็บไว้ในถุงแดงอย่างเงียบงัน 😌 🧠 ข้อเท็จจริงหรือแค่ตำนาน? เงินถุงแดงมีจริงหรือไม่ 🤔 มีบางความเห็นในยุคปัจจุบัน ที่ตั้งข้อสังเกตว่า “เงินถุงแดง” อาจไม่มีอยู่จริง และเป็นแค่เรื่องเล่าขาน แต่เมื่อพิจารณาหลักฐานจากหลายแหล่ง ทั้ง 📖 หนังสือพิมพ์ Le Monde Illustré ของฝรั่งเศส 📚 หนังสือ “เหตุการณ์ ร.ศ.112 และเรื่องเสียเขตแดนใน ร.5” 📜 พระราชนิพนธ์ และคำกราบบังคมทูล ของกรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์ ต่างยืนยันว่า มีการชำระเงินมัดจำด้วยเหรียญเม็กซิกัน จำนวนกว่า 800,000 เหรียญ หรือประมาณ 23 ตัน ที่ขนส่งออกไปจากกรุงเทพฯ 🚢 🔍 วิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ เงินถุงแดงสะท้อนอะไร? เงินถุงแดงไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ ของความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจ ของรัชกาลที่ 3 แต่ยังสะท้อนถึงแนวคิด “เงินสำรองแผ่นดิน” ซึ่งในภายหลัง ก็กลายเป็นแนวคิดตั้งต้นของ “ทุนสำรองระหว่างประเทศ” ในรูปแบบที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ 🌎💹 📖 พระราชสมัญญา แห่งพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ต่อมาใน พ.ศ. 2541 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้พระราชทานพระราชสมัญญา “พระมหาเจษฎาราชเจ้า” ตามมาด้วยใน พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2558 ได้มีการถวายพระราชสมัญญาเพิ่มเติม ได้แก่ - พระบิดาแห่งการค้าไทย 🛍 - พระบิดาแห่งการพาณิชย์นาวีไทย 🚢 - พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย 🌿 🧡 วันเจษฎาบดินทร์ 31 มีนาคม วันแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย คณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ 31 มีนาคมของทุกปี เป็น “วันเจษฎาบดินทร์” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แห่งรัชกาลที่ 3 แม้ไม่ใช่วันหยุดราชการ แต่ถือเป็น วันสำคัญของชาติไทย 🗓🇹🇭 💬 รัชกาลที่ 3 กับมรดกที่คนไทยไม่ควรลืม พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่เพียงเป็นกษัตริย์ ที่ทรงพระปรีชาสามารถ ด้านการค้าและเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังทรงเป็นกษัตริย์ที่ “เตรียมพร้อม” รับสถานการณ์ล่วงหน้าอย่างชาญฉลาด 💼💪 “เงินถุงแดง” คือสัญลักษณ์ของ วินัยทางการเงินระดับชาติ และความห่วงใยต่อแผ่นดิน ของพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 310848 มี.ค. 2568 📌 #วันเจษฎาบดินทร์ #พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว #เงินถุงแดง #ราชวงศ์จักรี #ประวัติศาสตร์ไทย #รัชกาลที่3 #รศ112 #บทเรียนจากอดีต #พระมหาเจษฎาราชเจ้า #อธิปไตยไทย
    0 Comments 0 Shares 337 Views 0 Reviews
  • Google NotebookLM เปิดตัวฟีเจอร์ Mind Maps ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลด้วย AI ในรูปแบบแผนภาพ ผู้ใช้สามารถใช้ฟีเจอร์นี้วางแผนสวนหรือเรียนรู้ DIY ได้อย่างง่ายดาย แม้จะมีข้อจำกัดในข้อมูลที่บางครั้งไม่เจาะจง แต่ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการจัดระเบียบความคิดและเรียนรู้แนวคิดใหม่

    การประยุกต์ใช้งานจริง:
    - ผู้เขียนทดลองใช้ Mind Maps ในสองสถานการณ์ ได้แก่ การวางแผนสวน และการเรียนรู้วิธีทำงาน DIY ที่เกี่ยวข้องกับซ่อมแซมบ้าน ซึ่งช่วยให้การจัดระเบียบข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น.

    ข้อดีของ Mind Maps:
    - AI ใน NotebookLM สามารถสร้างการเชื่อมโยงของแนวคิดและข้อมูลได้อย่างชัดเจน เช่น การแยกแยะหัวข้อย่อยในงานที่ซับซ้อน ทำให้ผู้ใช้สามารถวางแผนและค้นหาวิธีการแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น.

    ข้อจำกัดที่พบ:
    - ฟีเจอร์นี้ยังมีข้อจำกัด เช่น การแนะนำข้อมูลทั่วไปที่อาจไม่เจาะจงต่อสถานการณ์ หรือการเชื่อมโยงที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันในบางครั้ง เช่น การเชื่อมโยงหัวข้อการทำปุ๋ยหมักกับการแต่งเพลงสวน.

    การปรับปรุงในอนาคต:
    - ผู้เขียนเสนอว่า NotebookLM ควรมีฟีเจอร์การปรับแต่งแผนภาพด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตัดหรือแก้ไขข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้น.

    https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/i-tried-mind-maps-in-notebooklm-and-its-my-new-favorite-feature
    Google NotebookLM เปิดตัวฟีเจอร์ Mind Maps ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลด้วย AI ในรูปแบบแผนภาพ ผู้ใช้สามารถใช้ฟีเจอร์นี้วางแผนสวนหรือเรียนรู้ DIY ได้อย่างง่ายดาย แม้จะมีข้อจำกัดในข้อมูลที่บางครั้งไม่เจาะจง แต่ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการจัดระเบียบความคิดและเรียนรู้แนวคิดใหม่ การประยุกต์ใช้งานจริง: - ผู้เขียนทดลองใช้ Mind Maps ในสองสถานการณ์ ได้แก่ การวางแผนสวน และการเรียนรู้วิธีทำงาน DIY ที่เกี่ยวข้องกับซ่อมแซมบ้าน ซึ่งช่วยให้การจัดระเบียบข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น. ข้อดีของ Mind Maps: - AI ใน NotebookLM สามารถสร้างการเชื่อมโยงของแนวคิดและข้อมูลได้อย่างชัดเจน เช่น การแยกแยะหัวข้อย่อยในงานที่ซับซ้อน ทำให้ผู้ใช้สามารถวางแผนและค้นหาวิธีการแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น. ข้อจำกัดที่พบ: - ฟีเจอร์นี้ยังมีข้อจำกัด เช่น การแนะนำข้อมูลทั่วไปที่อาจไม่เจาะจงต่อสถานการณ์ หรือการเชื่อมโยงที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันในบางครั้ง เช่น การเชื่อมโยงหัวข้อการทำปุ๋ยหมักกับการแต่งเพลงสวน. การปรับปรุงในอนาคต: - ผู้เขียนเสนอว่า NotebookLM ควรมีฟีเจอร์การปรับแต่งแผนภาพด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตัดหรือแก้ไขข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้น. https://www.techradar.com/computing/artificial-intelligence/i-tried-mind-maps-in-notebooklm-and-its-my-new-favorite-feature
    0 Comments 0 Shares 227 Views 0 Reviews
  • EU กำลังพิจารณามาตรการที่อาจกระทบต่อบริการ VPN โดยต้องการให้เก็บข้อมูลเพื่อตรวจสอบ แต่แนวคิดนี้ถูกมองว่าอาจทำลายความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้และสร้างปัญหาความปลอดภัยด้านข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญเน้นว่าสิทธิพลเมืองและความปลอดภัยของระบบยังเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

    จุดยืนของ EU:
    - HLG ถูกตั้งขึ้นเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ “การเข้าถึงข้อมูลเพื่อการบังคับใช้กฎหมาย” โดยมีเป้าหมายในการทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้งานในชีวิตประจำวันสามารถถูกตรวจสอบได้ตลอดเวลา ทั้งสมาร์ทโฟน, IoT และรถยนต์

    ผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัว:
    - ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากมีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อเข้าถึงข้อมูล ผู้ใช้อาจต้องพก “สปายแวร์ของรัฐ” ในมือถือ ขณะที่การบังคับให้ VPN เก็บข้อมูลเมทาดาต้า เช่น ตำแหน่ง หรือเวลาใช้งาน จะทำลายหลักการไม่เก็บข้อมูล (no-log policy) ของบริการที่เน้นความเป็นส่วนตัว

    สมดุลความปลอดภัยและสิทธิพลเมือง:
    - รายงานยังยอมรับว่าการเข้ารหัสเป็นสิ่งสำคัญต่อความปลอดภัย เช่น การป้องกันการโจรกรรมข้อมูล และการสอดแนมจากภาครัฐ แต่การเปิดช่องทางการเข้าถึงโดยกฎหมายอาจนำไปสู่การสูญเสียความปลอดภัยทางข้อมูลได้

    ข้อกังวลจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี:
    - ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า “การเข้ารหัสทำงานได้สมบูรณ์หรือถูกทำลายทั้งหมด” ไม่สามารถสร้าง “ทางเข้าลับ” (backdoor) ที่ยังคงความปลอดภัยได้ ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาทางเทคนิคในข้อเสนอของกฎหมาย

    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/vpn-services-may-soon-become-a-new-target-of-eu-lawmakers-after-being-deemed-a-key-challenge
    EU กำลังพิจารณามาตรการที่อาจกระทบต่อบริการ VPN โดยต้องการให้เก็บข้อมูลเพื่อตรวจสอบ แต่แนวคิดนี้ถูกมองว่าอาจทำลายความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้และสร้างปัญหาความปลอดภัยด้านข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญเน้นว่าสิทธิพลเมืองและความปลอดภัยของระบบยังเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม จุดยืนของ EU: - HLG ถูกตั้งขึ้นเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ “การเข้าถึงข้อมูลเพื่อการบังคับใช้กฎหมาย” โดยมีเป้าหมายในการทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้งานในชีวิตประจำวันสามารถถูกตรวจสอบได้ตลอดเวลา ทั้งสมาร์ทโฟน, IoT และรถยนต์ ผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัว: - ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากมีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อเข้าถึงข้อมูล ผู้ใช้อาจต้องพก “สปายแวร์ของรัฐ” ในมือถือ ขณะที่การบังคับให้ VPN เก็บข้อมูลเมทาดาต้า เช่น ตำแหน่ง หรือเวลาใช้งาน จะทำลายหลักการไม่เก็บข้อมูล (no-log policy) ของบริการที่เน้นความเป็นส่วนตัว สมดุลความปลอดภัยและสิทธิพลเมือง: - รายงานยังยอมรับว่าการเข้ารหัสเป็นสิ่งสำคัญต่อความปลอดภัย เช่น การป้องกันการโจรกรรมข้อมูล และการสอดแนมจากภาครัฐ แต่การเปิดช่องทางการเข้าถึงโดยกฎหมายอาจนำไปสู่การสูญเสียความปลอดภัยทางข้อมูลได้ ข้อกังวลจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี: - ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า “การเข้ารหัสทำงานได้สมบูรณ์หรือถูกทำลายทั้งหมด” ไม่สามารถสร้าง “ทางเข้าลับ” (backdoor) ที่ยังคงความปลอดภัยได้ ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาทางเทคนิคในข้อเสนอของกฎหมาย https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/vpn-services-may-soon-become-a-new-target-of-eu-lawmakers-after-being-deemed-a-key-challenge
    0 Comments 0 Shares 249 Views 0 Reviews
  • นักวิจัยจาก JPMorgan Chase และพันธมิตรได้พัฒนาโปรโตคอลใหม่ที่สามารถสร้างตัวเลขแบบสุ่มจริง (Truly Random Numbers) โดยใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัมรุ่นปัจจุบัน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เครื่องจักรควอนตัมไม่เพียงเป็นแนวคิดทางทฤษฎี แต่มีการนำมาใช้ในงานที่เป็นประโยชน์จริง โดยโปรโตคอลนี้ช่วยให้สามารถสร้างตัวเลขสุ่มที่ได้รับการรับรอง (Certified Randomness) ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในด้านการเงิน การเข้ารหัส และความปลอดภัยสูงสุด

    ข้อดีของตัวเลขสุ่มที่ได้รับการรับรอง:
    - ตัวเลขสุ่มนี้มีคุณสมบัติสามประการ ได้แก่ การมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้, มีการรับรองทางคณิตศาสตร์อย่างเข้มงวด, และไม่สามารถถูกปรับเปลี่ยนโดยผู้ไม่หวังดี ซึ่งโปรโตคอลนี้แก้ปัญหาที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปไม่สามารถทำได้.

    การประยุกต์ใช้ในระบบที่ต้องการความปลอดภัยสูง:
    - การสร้างตัวเลขสุ่มนี้สามารถนำไปใช้ในกระบวนการสร้างกุญแจเข้ารหัส (Encryption Key) ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ซึ่งช่วยป้องกันการโจมตีด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต.

    การทดสอบและเทคโนโลยีที่ใช้:
    - โปรโตคอลนี้ถูกทดสอบบนคอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบ 56-qubit ของ Quantinuum ที่ใช้ Random Circuit Sampling (RCS) เพื่อลดเวลาประมวลผลจาก 100 วินาที (ในคอมพิวเตอร์ทั่วไป) เหลือเพียง 2 วินาที และผลลัพธ์ได้รับการตรวจสอบโดยซูเปอร์คอมพิวเตอร์เพื่อรับรองความสุ่ม.

    ความคาดหวังในอนาคต:
    - แม้จะยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แต่โปรโตคอลนี้แสดงถึงศักยภาพของคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต ที่อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการป้องกันและจัดการข้อมูลระดับสูง.

    https://www.csoonline.com/article/3855710/researchers-claim-their-protocol-can-create-truly-random-numbers-on-a-current-quantum-computer.html
    นักวิจัยจาก JPMorgan Chase และพันธมิตรได้พัฒนาโปรโตคอลใหม่ที่สามารถสร้างตัวเลขแบบสุ่มจริง (Truly Random Numbers) โดยใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัมรุ่นปัจจุบัน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เครื่องจักรควอนตัมไม่เพียงเป็นแนวคิดทางทฤษฎี แต่มีการนำมาใช้ในงานที่เป็นประโยชน์จริง โดยโปรโตคอลนี้ช่วยให้สามารถสร้างตัวเลขสุ่มที่ได้รับการรับรอง (Certified Randomness) ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในด้านการเงิน การเข้ารหัส และความปลอดภัยสูงสุด ข้อดีของตัวเลขสุ่มที่ได้รับการรับรอง: - ตัวเลขสุ่มนี้มีคุณสมบัติสามประการ ได้แก่ การมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้, มีการรับรองทางคณิตศาสตร์อย่างเข้มงวด, และไม่สามารถถูกปรับเปลี่ยนโดยผู้ไม่หวังดี ซึ่งโปรโตคอลนี้แก้ปัญหาที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปไม่สามารถทำได้. การประยุกต์ใช้ในระบบที่ต้องการความปลอดภัยสูง: - การสร้างตัวเลขสุ่มนี้สามารถนำไปใช้ในกระบวนการสร้างกุญแจเข้ารหัส (Encryption Key) ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ซึ่งช่วยป้องกันการโจมตีด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต. การทดสอบและเทคโนโลยีที่ใช้: - โปรโตคอลนี้ถูกทดสอบบนคอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบ 56-qubit ของ Quantinuum ที่ใช้ Random Circuit Sampling (RCS) เพื่อลดเวลาประมวลผลจาก 100 วินาที (ในคอมพิวเตอร์ทั่วไป) เหลือเพียง 2 วินาที และผลลัพธ์ได้รับการตรวจสอบโดยซูเปอร์คอมพิวเตอร์เพื่อรับรองความสุ่ม. ความคาดหวังในอนาคต: - แม้จะยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แต่โปรโตคอลนี้แสดงถึงศักยภาพของคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต ที่อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการป้องกันและจัดการข้อมูลระดับสูง. https://www.csoonline.com/article/3855710/researchers-claim-their-protocol-can-create-truly-random-numbers-on-a-current-quantum-computer.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Researchers claim their protocol can create truly random numbers on a current quantum computer
    Work could be useful in high security environments, says industry analyst.
    0 Comments 0 Shares 206 Views 0 Reviews
  • Nothing ได้เปิดตัวโปรเจกต์ Community Edition สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่น Phone (3a) โดยให้แฟน ๆ ของแบรนด์ร่วมออกแบบและพัฒนาฟีเจอร์ที่ตรงกับความต้องการจริงของผู้ใช้งาน หลังจากประสบความสำเร็จจากรุ่น Phone (2a) Community Edition ในปีก่อน ที่ขายหมดในเวลาเพียง 15 นาที Nothing กำลังใช้โอกาสนี้เพื่อสร้างความผูกพันกับชุมชน พร้อมเพิ่มความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ในตลาดสมาร์ทโฟนที่มีการแข่งขันสูง

    การปรับแต่งเฉพาะตัวโดยแฟน ๆ:
    - ผู้ใช้งานสามารถมีส่วนร่วมในสามด้านหลัก ได้แก่ การออกแบบฮาร์ดแวร์ การปรับแต่งซอฟต์แวร์ และการพัฒนาอุปกรณ์เสริม พร้อมทั้งเสนอแนวคิดด้านการตลาดผ่านกระบวนการที่เปิดกว้างจนถึงวันที่ 23 เมษายน 2025.

    รูปแบบการทำงานร่วมกัน:
    - หลังปิดรับการส่งไอเดีย จะมีการโหวตชุมชนเพื่อเลือกแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุด โดย Nothing จะเริ่มพัฒนาฟีเจอร์เหล่านั้นต่อไป และประกาศผลผู้ชนะในเดือนเมษายน.

    การยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน:
    - รุ่น Community Edition ยังคงใช้สเปคพื้นฐานของ Phone (3a) เช่น หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.77 นิ้ว และชิป Snapdragon 7s Gen 3 แต่เพิ่มความน่าสนใจด้วยการออกแบบและฟีเจอร์ที่สะท้อนความต้องการของผู้ใช้งานจริง.

    จุดเด่นในการแข่งขัน:
    - Nothing สร้างจุดต่างจากแบรนด์ใหญ่ ๆ อย่าง Apple และ Samsung ด้วยการให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของและความพิเศษให้กับผลิตภัณฑ์.

    https://wccftech.com/nothing-once-again-puts-creativity-in-the-hands-of-its-fans-by-announcing-the-phone-3a-community-edition-project/
    Nothing ได้เปิดตัวโปรเจกต์ Community Edition สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่น Phone (3a) โดยให้แฟน ๆ ของแบรนด์ร่วมออกแบบและพัฒนาฟีเจอร์ที่ตรงกับความต้องการจริงของผู้ใช้งาน หลังจากประสบความสำเร็จจากรุ่น Phone (2a) Community Edition ในปีก่อน ที่ขายหมดในเวลาเพียง 15 นาที Nothing กำลังใช้โอกาสนี้เพื่อสร้างความผูกพันกับชุมชน พร้อมเพิ่มความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ในตลาดสมาร์ทโฟนที่มีการแข่งขันสูง การปรับแต่งเฉพาะตัวโดยแฟน ๆ: - ผู้ใช้งานสามารถมีส่วนร่วมในสามด้านหลัก ได้แก่ การออกแบบฮาร์ดแวร์ การปรับแต่งซอฟต์แวร์ และการพัฒนาอุปกรณ์เสริม พร้อมทั้งเสนอแนวคิดด้านการตลาดผ่านกระบวนการที่เปิดกว้างจนถึงวันที่ 23 เมษายน 2025. รูปแบบการทำงานร่วมกัน: - หลังปิดรับการส่งไอเดีย จะมีการโหวตชุมชนเพื่อเลือกแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุด โดย Nothing จะเริ่มพัฒนาฟีเจอร์เหล่านั้นต่อไป และประกาศผลผู้ชนะในเดือนเมษายน. การยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน: - รุ่น Community Edition ยังคงใช้สเปคพื้นฐานของ Phone (3a) เช่น หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.77 นิ้ว และชิป Snapdragon 7s Gen 3 แต่เพิ่มความน่าสนใจด้วยการออกแบบและฟีเจอร์ที่สะท้อนความต้องการของผู้ใช้งานจริง. จุดเด่นในการแข่งขัน: - Nothing สร้างจุดต่างจากแบรนด์ใหญ่ ๆ อย่าง Apple และ Samsung ด้วยการให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของและความพิเศษให้กับผลิตภัณฑ์. https://wccftech.com/nothing-once-again-puts-creativity-in-the-hands-of-its-fans-by-announcing-the-phone-3a-community-edition-project/
    WCCFTECH.COM
    Nothing Once Again Puts Creativity In The Hands Of Its Fans By Announcing The Phone (3a) Community Edition Project
    Nothing has brought back its special edition driven by the users ideas which is the Nothing Phone (3a) Community Edition
    0 Comments 0 Shares 204 Views 0 Reviews
  • ข่าวนี้รายงานการสำรวจที่จัดขึ้นโดย Western Digital เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการสำรองข้อมูลของผู้ใช้งานในยุคดิจิทัล พบว่ากว่า 87% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีการสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะด้วยวิธีอัตโนมัติหรือด้วยตนเอง สาเหตุหลักที่กระตุ้นให้ผู้คนสำรองข้อมูลคือความกังวลเรื่องการสูญเสียไฟล์สำคัญ การต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่ม และการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม 63% ของผู้ตอบยังคงประสบปัญหาการสูญเสียข้อมูลจากอุบัติเหตุ เช่น การลบไฟล์โดยไม่ตั้งใจ หรือการโจมตีทางไซเบอร์

    เรื่องราวที่เน้นความสำคัญของการสำรองข้อมูล:
    - ในการผลิตภาพยนตร์เรื่อง Toy Story 2 มีการลบไฟล์แอนิเมชันส่วนใหญ่โดยไม่ตั้งใจ ซึ่งถึงแม้จะมีการสำรองข้อมูลไว้ แต่ไฟล์เหล่านั้นบางส่วนก็เกิดความเสียหาย อย่างไรก็ตาม ทีมงานสามารถกู้คืนไฟล์และสร้างภาพยนตร์ได้สำเร็จ.
    - อีกกรณีหนึ่งคือเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ศูนย์ข้อมูลของ OVHcloud ในปี 2021 ทำให้หลายเว็บไซต์และบริการสูญเสียข้อมูลสำคัญ ผู้ที่ใช้บริการสำรองข้อมูลเพิ่มเติมสามารถกู้คืนข้อมูลได้ แต่ผู้ที่พึ่งพาเพียงการจัดเก็บในศูนย์ข้อมูลสูญเสียข้อมูลไปอย่างถาวร.

    การสำรองข้อมูลในยุคใหม่:
    - แนวคิด 3-2-1 Backup Strategy ถูกแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งหมายถึงการเก็บข้อมูล 3 ชุดบนสื่อ 2 ประเภท และ 1 ชุดนอกสถานที่.
    - การสำรองข้อมูลแบบไฮบริดที่ผสมผสานระหว่างคลาวด์และอุปกรณ์เก็บข้อมูลภายนอกกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากข้อจำกัดของพื้นที่จัดเก็บฟรีในคลาวด์.

    https://www.techspot.com/news/107304-surprisingly-87-people-back-up-their-data-but.html
    ข่าวนี้รายงานการสำรวจที่จัดขึ้นโดย Western Digital เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการสำรองข้อมูลของผู้ใช้งานในยุคดิจิทัล พบว่ากว่า 87% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีการสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะด้วยวิธีอัตโนมัติหรือด้วยตนเอง สาเหตุหลักที่กระตุ้นให้ผู้คนสำรองข้อมูลคือความกังวลเรื่องการสูญเสียไฟล์สำคัญ การต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่ม และการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม 63% ของผู้ตอบยังคงประสบปัญหาการสูญเสียข้อมูลจากอุบัติเหตุ เช่น การลบไฟล์โดยไม่ตั้งใจ หรือการโจมตีทางไซเบอร์ เรื่องราวที่เน้นความสำคัญของการสำรองข้อมูล: - ในการผลิตภาพยนตร์เรื่อง Toy Story 2 มีการลบไฟล์แอนิเมชันส่วนใหญ่โดยไม่ตั้งใจ ซึ่งถึงแม้จะมีการสำรองข้อมูลไว้ แต่ไฟล์เหล่านั้นบางส่วนก็เกิดความเสียหาย อย่างไรก็ตาม ทีมงานสามารถกู้คืนไฟล์และสร้างภาพยนตร์ได้สำเร็จ. - อีกกรณีหนึ่งคือเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ศูนย์ข้อมูลของ OVHcloud ในปี 2021 ทำให้หลายเว็บไซต์และบริการสูญเสียข้อมูลสำคัญ ผู้ที่ใช้บริการสำรองข้อมูลเพิ่มเติมสามารถกู้คืนข้อมูลได้ แต่ผู้ที่พึ่งพาเพียงการจัดเก็บในศูนย์ข้อมูลสูญเสียข้อมูลไปอย่างถาวร. การสำรองข้อมูลในยุคใหม่: - แนวคิด 3-2-1 Backup Strategy ถูกแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งหมายถึงการเก็บข้อมูล 3 ชุดบนสื่อ 2 ประเภท และ 1 ชุดนอกสถานที่. - การสำรองข้อมูลแบบไฮบริดที่ผสมผสานระหว่างคลาวด์และอุปกรณ์เก็บข้อมูลภายนอกกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากข้อจำกัดของพื้นที่จัดเก็บฟรีในคลาวด์. https://www.techspot.com/news/107304-surprisingly-87-people-back-up-their-data-but.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Surprisingly, 87% of people back up their data, but data loss accidents persist
    Despite these efforts, data loss remains widespread: 63 percent of respondents reported losing data due to device failures, accidental deletions, or cyberattacks.
    0 Comments 0 Shares 228 Views 0 Reviews
  • นักฟิสิกส์กลุ่มหนึ่งได้เผยแนวคิดเกี่ยวกับการใช้พลังงานจากการหมุนของโลกเพื่อผลิตไฟฟ้า โดยผลการทดลองล่าสุดของพวกเขาแสดงให้เห็นว่าอาจเป็นไปได้ที่จะสร้างกระแสไฟฟ้าผ่านสนามแม่เหล็กของโลก งานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Physical Review Research และอ้างอิงงานจากปี 2016 รวมถึงแนวคิดที่ย้อนกลับไปถึงปี 1832

    การทดลองใช้กระบอกทรงกระบอกที่ทำจาก manganese-zinc ferrite ในมุมที่เฉพาะเจาะจง และวัดกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 18 ไมโครโวลต์ เมื่อหมุนกระบอกไป 90 องศา กระแสไฟฟ้ากลับกลายเป็นศูนย์ และกลับมาอีกครั้งด้วยสัญญาณตรงข้ามเมื่อหมุนไปอีก 90 องศา อย่างไรก็ตาม หากใช้กระบอกแบบตัน กลับไม่มีแรงดันไฟฟ้าเกิดขึ้นเลย

    ผลกระทบจากการใช้อุปกรณ์อื่น:
    - การทดลองในกรง Faraday ไม่สามารถสร้างแรงดันไฟฟ้าได้ แสดงให้เห็นว่าผลลัพธ์นี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกปิดกั้น.

    ความแม่นยำของการทดลอง:
    - การทดลองดำเนินการในห้องทดลองใต้ดินที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อลดสิ่งรบกวน เช่น คลื่นวิทยุหรือความร้อน.

    ข้อจำกัดและการต่อยอด:
    - แม้ว่าผลลัพธ์จะเป็นที่น่าตื่นเต้น แต่การสร้างกระแสไฟฟ้าที่ได้ยังเล็กมาก และยังต้องการการทดลองซ้ำโดยกลุ่มวิจัยอื่น ๆ เพื่อยืนยันผลลัพธ์.

    ศักยภาพในการประยุกต์ใช้ในอนาคต:
    - หากแนวคิดนี้ได้รับการพัฒนา การใช้พลังงานจากการหมุนของโลกอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการผลิตพลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานฟอสซิล.

    https://www.techspot.com/news/107303-scientists-use-earth-rotational-energy-generate-electricity.html
    นักฟิสิกส์กลุ่มหนึ่งได้เผยแนวคิดเกี่ยวกับการใช้พลังงานจากการหมุนของโลกเพื่อผลิตไฟฟ้า โดยผลการทดลองล่าสุดของพวกเขาแสดงให้เห็นว่าอาจเป็นไปได้ที่จะสร้างกระแสไฟฟ้าผ่านสนามแม่เหล็กของโลก งานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Physical Review Research และอ้างอิงงานจากปี 2016 รวมถึงแนวคิดที่ย้อนกลับไปถึงปี 1832 การทดลองใช้กระบอกทรงกระบอกที่ทำจาก manganese-zinc ferrite ในมุมที่เฉพาะเจาะจง และวัดกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 18 ไมโครโวลต์ เมื่อหมุนกระบอกไป 90 องศา กระแสไฟฟ้ากลับกลายเป็นศูนย์ และกลับมาอีกครั้งด้วยสัญญาณตรงข้ามเมื่อหมุนไปอีก 90 องศา อย่างไรก็ตาม หากใช้กระบอกแบบตัน กลับไม่มีแรงดันไฟฟ้าเกิดขึ้นเลย ผลกระทบจากการใช้อุปกรณ์อื่น: - การทดลองในกรง Faraday ไม่สามารถสร้างแรงดันไฟฟ้าได้ แสดงให้เห็นว่าผลลัพธ์นี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกปิดกั้น. ความแม่นยำของการทดลอง: - การทดลองดำเนินการในห้องทดลองใต้ดินที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อลดสิ่งรบกวน เช่น คลื่นวิทยุหรือความร้อน. ข้อจำกัดและการต่อยอด: - แม้ว่าผลลัพธ์จะเป็นที่น่าตื่นเต้น แต่การสร้างกระแสไฟฟ้าที่ได้ยังเล็กมาก และยังต้องการการทดลองซ้ำโดยกลุ่มวิจัยอื่น ๆ เพื่อยืนยันผลลัพธ์. ศักยภาพในการประยุกต์ใช้ในอนาคต: - หากแนวคิดนี้ได้รับการพัฒนา การใช้พลังงานจากการหมุนของโลกอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการผลิตพลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานฟอสซิล. https://www.techspot.com/news/107303-scientists-use-earth-rotational-energy-generate-electricity.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Scientists use Earth's rotational energy to generate electricity
    The study, published in the journal Physical Review Research, builds on work the team conducted back in 2016 and an idea dating back to at least 1832....
    0 Comments 0 Shares 135 Views 0 Reviews
  • AlexNet ซอร์สโค้ด AI ที่เริ่มต้นความสำเร็จของ deep learning ในปี 2012 ได้รับการเปิดเผยสู่สาธารณะใน GitHub ครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Computer History Museum และ Google โค้ดนี้เปลี่ยนแปลงการวิจัย AI ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ในยุคของเรา ตั้งแต่การวิเคราะห์ภาพจนถึงการสร้างเนื้อหาด้วย AI

    บทบาทของ AlexNet:
    - AlexNet เป็นโครงข่ายประสาทเทียมที่ช่วยยกระดับความสามารถของคอมพิวเตอร์ในการรู้จำและจัดประเภทภาพ ซอร์สโค้ดนี้พัฒนาด้วย NVIDIA CUDA และชุดข้อมูล ImageNet ที่สร้างโดยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการฝึกโครงข่ายประสาทเทียม.

    ความร่วมมือทางวิชาการ:
    - AlexNet พัฒนาขึ้นภายใต้การดูแลของ Geoffrey Hinton และ Ilya Sutskever ซึ่งเป็นผู้บุกเบิก AI โดยแนวคิดของพวกเขาช่วยเปิดทางให้เกิดการใช้งาน GPU ในการฝึก deep neural networks.

    ความสำเร็จในการวิจัย:
    - AlexNet ทำให้วงการเริ่มยอมรับพลังของ deep learning หลังนำเสนอในงานประชุมวิทยาการคอมพิวเตอร์ในปี 2012 แม้ว่าจะไม่ได้รับความสนใจในทันที แต่ Yann LeCun นักวิจัยชื่อดังมองว่านี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ.

    มรดกของ AlexNet:
    - ความสำเร็จของมันนำไปสู่การพัฒนา AI ที่สามารถเอาชนะผู้เล่นเกม Go รู้จำคำพูด และสร้างงานศิลปะ การเปิดเผยซอร์สโค้ดครั้งนี้ถือเป็นการให้เกียรติแก่งานวิจัยที่ช่วยสร้างพื้นฐานของ AI ในทุกวันนี้.

    https://www.techspot.com/news/107299-game-changing-ai-code-started-all-now-open.html
    AlexNet ซอร์สโค้ด AI ที่เริ่มต้นความสำเร็จของ deep learning ในปี 2012 ได้รับการเปิดเผยสู่สาธารณะใน GitHub ครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Computer History Museum และ Google โค้ดนี้เปลี่ยนแปลงการวิจัย AI ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ในยุคของเรา ตั้งแต่การวิเคราะห์ภาพจนถึงการสร้างเนื้อหาด้วย AI บทบาทของ AlexNet: - AlexNet เป็นโครงข่ายประสาทเทียมที่ช่วยยกระดับความสามารถของคอมพิวเตอร์ในการรู้จำและจัดประเภทภาพ ซอร์สโค้ดนี้พัฒนาด้วย NVIDIA CUDA และชุดข้อมูล ImageNet ที่สร้างโดยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการฝึกโครงข่ายประสาทเทียม. ความร่วมมือทางวิชาการ: - AlexNet พัฒนาขึ้นภายใต้การดูแลของ Geoffrey Hinton และ Ilya Sutskever ซึ่งเป็นผู้บุกเบิก AI โดยแนวคิดของพวกเขาช่วยเปิดทางให้เกิดการใช้งาน GPU ในการฝึก deep neural networks. ความสำเร็จในการวิจัย: - AlexNet ทำให้วงการเริ่มยอมรับพลังของ deep learning หลังนำเสนอในงานประชุมวิทยาการคอมพิวเตอร์ในปี 2012 แม้ว่าจะไม่ได้รับความสนใจในทันที แต่ Yann LeCun นักวิจัยชื่อดังมองว่านี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ. มรดกของ AlexNet: - ความสำเร็จของมันนำไปสู่การพัฒนา AI ที่สามารถเอาชนะผู้เล่นเกม Go รู้จำคำพูด และสร้างงานศิลปะ การเปิดเผยซอร์สโค้ดครั้งนี้ถือเป็นการให้เกียรติแก่งานวิจัยที่ช่วยสร้างพื้นฐานของ AI ในทุกวันนี้. https://www.techspot.com/news/107299-game-changing-ai-code-started-all-now-open.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Before ChatGPT, there was AlexNet: the AI code that started it all is now open source
    That's thanks to a collaborative effort between the Computer History Museum and Google. The source code, originally written by University of Toronto graduate student Alex Krizhevsky, has...
    0 Comments 0 Shares 242 Views 0 Reviews
  • Nissan กำลังคืนฟอร์มด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ 3 รุ่น ทั้ง Leaf โฉมใหม่ในร่าง SUV ที่วิ่งได้ไกลกว่าเดิม Micra รุ่นน่ารักที่ดึงดูดลูกค้า และ Juke ที่ออกแบบทันสมัยเพื่อตลาดยุโรป การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ Nissan กลับมาสู่เส้นทางนวัตกรรมและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดรถไฟฟ้าได้อย่างลงตัว

    Leaf โฉมใหม่ในร่าง SUV:
    - Nissan Leaf รุ่นใหม่จะใช้แพลตฟอร์ม CMF-EV เดียวกับรุ่น Ariya พร้อมเพิ่มระยะการวิ่งได้เกินกว่า 372 ไมล์ เหมาะสำหรับการเดินทางไกล นอกจากนี้ยังเปลี่ยนมาใช้พอร์ตชาร์จ NACS ซึ่งสามารถใช้กับเครือข่าย Supercharger ของ Tesla ได้ เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในอเมริกา.

    การออกแบบของ Micra รุ่นใหม่:
    - Micra ซึ่งใช้พื้นฐานร่วมกับ Renault 5 ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่ "น่ารัก" และมีไฟหน้าแบบกลม LED ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากคอนเซปต์ 20-23 ที่เคยเปิดตัว.

    การกลับมาของ Juke รุ่นที่ 3:
    - Juke รุ่นใหม่จะมีการออกแบบที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิด Hyper Punk ซึ่งเพิ่มความทันสมัยและดึงดูดตลาดยุโรปอีกครั้ง.

    การตอบสนองต่อการแข่งขัน:
    - เมื่อเทียบกับคู่แข่งเช่น Kia, Hyundai และ Peugeot ที่มีไลน์อัพรถไฟฟ้าหลากหลาย Nissan มีความท้าทายอย่างมากในตลาด แต่การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงการกลับมาสู่รากฐานของความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่เคยเป็นเอกลักษณ์.

    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/nissan-is-back-to-its-bold-best-with-new-ev-lineup-thats-led-by-a-third-generation-leaf-and-yes-its-an-suv
    Nissan กำลังคืนฟอร์มด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ 3 รุ่น ทั้ง Leaf โฉมใหม่ในร่าง SUV ที่วิ่งได้ไกลกว่าเดิม Micra รุ่นน่ารักที่ดึงดูดลูกค้า และ Juke ที่ออกแบบทันสมัยเพื่อตลาดยุโรป การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ Nissan กลับมาสู่เส้นทางนวัตกรรมและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดรถไฟฟ้าได้อย่างลงตัว Leaf โฉมใหม่ในร่าง SUV: - Nissan Leaf รุ่นใหม่จะใช้แพลตฟอร์ม CMF-EV เดียวกับรุ่น Ariya พร้อมเพิ่มระยะการวิ่งได้เกินกว่า 372 ไมล์ เหมาะสำหรับการเดินทางไกล นอกจากนี้ยังเปลี่ยนมาใช้พอร์ตชาร์จ NACS ซึ่งสามารถใช้กับเครือข่าย Supercharger ของ Tesla ได้ เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าในอเมริกา. การออกแบบของ Micra รุ่นใหม่: - Micra ซึ่งใช้พื้นฐานร่วมกับ Renault 5 ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่ "น่ารัก" และมีไฟหน้าแบบกลม LED ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากคอนเซปต์ 20-23 ที่เคยเปิดตัว. การกลับมาของ Juke รุ่นที่ 3: - Juke รุ่นใหม่จะมีการออกแบบที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิด Hyper Punk ซึ่งเพิ่มความทันสมัยและดึงดูดตลาดยุโรปอีกครั้ง. การตอบสนองต่อการแข่งขัน: - เมื่อเทียบกับคู่แข่งเช่น Kia, Hyundai และ Peugeot ที่มีไลน์อัพรถไฟฟ้าหลากหลาย Nissan มีความท้าทายอย่างมากในตลาด แต่การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงการกลับมาสู่รากฐานของความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่เคยเป็นเอกลักษณ์. https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/nissan-is-back-to-its-bold-best-with-new-ev-lineup-thats-led-by-a-third-generation-leaf-and-yes-its-an-suv
    0 Comments 0 Shares 190 Views 0 Reviews
  • Napster ถูกขายให้กับ Infinite Reality ที่วางแผนเปลี่ยนโฉมใหม่เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลเพลงที่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้ฟัง CEO ที่มากด้วยประสบการณ์จะยังคงนำทีมเพื่อสร้าง Napster ในยุคดิจิทัล แม้ว่าตลาดจะมีความท้าทายสูง แต่การกลับมาครั้งนี้อาจเป็นอีกบทหนึ่งของตำนาน Napster ที่น่าจับตามอง

    ยุคใหม่ของ Napster:
    - Infinite Reality มีความตั้งใจที่จะเพิ่มฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับ livestreaming อีคอมเมิร์ซ และการจัดการชุมชนดิจิทัล เพื่อทำให้แพลตฟอร์มนี้เหมาะกับยุคที่เน้นประสบการณ์สมจริง.
    - Napster ยังวางแผนใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ใช้.

    ผู้นำที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรม:
    - CEO ของ Napster, Jon Vlassopulos ซึ่งมีประสบการณ์จาก Roblox และเคยลงทุนใน Napster รุ่นแรก จะยังคงนำทัพการพัฒนาของแบรนด์ในยุคนี้.

    ความท้าทายในอุตสาหกรรม:
    - การเปลี่ยนโฉมของ Napster มาพร้อมกับช่วงเวลาท้าทาย เมื่อผู้บริโภคเริ่มลดการสมัครสมาชิกแบบชำระเงินในบริการสตรีมเพลง และหันไปใช้บริการที่สนับสนุนโฆษณาหรือครีเอเตอร์อิสระแทน.

    บทบาทในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี:
    - Napster เคยเป็นต้นแบบสำคัญที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีด้วยแนวคิดการทำลายโครงสร้างของอุตสาหกรรมดั้งเดิม เช่นเดียวกับที่ผู้ก่อตั้ง Shawn Fanning และ Sean Parker เคยทำ.

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/26/napster-sold-to-tech-firm-infinite-reality-for-us207mil
    Napster ถูกขายให้กับ Infinite Reality ที่วางแผนเปลี่ยนโฉมใหม่เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลเพลงที่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้ฟัง CEO ที่มากด้วยประสบการณ์จะยังคงนำทีมเพื่อสร้าง Napster ในยุคดิจิทัล แม้ว่าตลาดจะมีความท้าทายสูง แต่การกลับมาครั้งนี้อาจเป็นอีกบทหนึ่งของตำนาน Napster ที่น่าจับตามอง ยุคใหม่ของ Napster: - Infinite Reality มีความตั้งใจที่จะเพิ่มฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับ livestreaming อีคอมเมิร์ซ และการจัดการชุมชนดิจิทัล เพื่อทำให้แพลตฟอร์มนี้เหมาะกับยุคที่เน้นประสบการณ์สมจริง. - Napster ยังวางแผนใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ใช้. ผู้นำที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรม: - CEO ของ Napster, Jon Vlassopulos ซึ่งมีประสบการณ์จาก Roblox และเคยลงทุนใน Napster รุ่นแรก จะยังคงนำทัพการพัฒนาของแบรนด์ในยุคนี้. ความท้าทายในอุตสาหกรรม: - การเปลี่ยนโฉมของ Napster มาพร้อมกับช่วงเวลาท้าทาย เมื่อผู้บริโภคเริ่มลดการสมัครสมาชิกแบบชำระเงินในบริการสตรีมเพลง และหันไปใช้บริการที่สนับสนุนโฆษณาหรือครีเอเตอร์อิสระแทน. บทบาทในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี: - Napster เคยเป็นต้นแบบสำคัญที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีด้วยแนวคิดการทำลายโครงสร้างของอุตสาหกรรมดั้งเดิม เช่นเดียวกับที่ผู้ก่อตั้ง Shawn Fanning และ Sean Parker เคยทำ. https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/26/napster-sold-to-tech-firm-infinite-reality-for-us207mil
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Napster sold to tech firm Infinite Reality for US$207mil
    The music-streaming service Napster has sold for US$207mil (RM915mil) to the tech firm Infinite Reality.
    0 Comments 0 Shares 164 Views 0 Reviews
  • เอกอัครราชทูตหาน จื้อเฉียง ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ “การทูตประเทศใหญ่” ทางไชน่ามีเดียกรุ๊ป (CMG)

    เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษทางโทรศัพท์ในรายการ “การทูตประเทศใหญ่” ของทางไชน่ามีเดียกรุ๊ป (CMG) โดยมีการพูดคุยในประเด็นความสัมพันธ์จีน-ไทยในวาระ 50 ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย ความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น การหลอกลวงทางโทรคมนาคม รวมถึงความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างรถไฟจีน-ไทยระยะที่ 2 โดยรายการสัมภาษณ์ดังกล่าวออกอากาศเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2568

    ผู้สื่อข่าว CMG: ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวระหว่างการพบปะกับนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตรของไทยว่ามิตรภาพจีน-ไทยมีรากฐานลึกซึ้งนับพันปี และคำกล่าวที่ว่า “จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ยังมั่นคงเหนียวแน่นตลอดมา ในฐานะเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ท่านมองแนวคิดนี้อย่างไร และปีนี้มีความหมายพิเศษต่อความสัมพันธ์จีน-ไทยอย่างไร

    เอกอัครราชทูตหาน จื้อเฉียง: “จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” มีความหมาย 3 ประการ คือจีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ดีที่เชื่อมต่อกันด้วยภูเขาและแม่น้ำ เป็นเครือญาติที่ดีที่เชื่อมต่อกันด้วยสายเลือด และเป็นหุ้นส่วนที่ดีที่มีอนาคตร่วมกัน จีนและไทยร่วมมือกันบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ความเท่าเทียม ความไว้วางใจระหว่างกัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยเป็นแบบอย่างของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและการพัฒนาร่วมกัน เดือนพฤศจิกายน ปี 2565 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เดินทางเยือนประเทศไทยครั้งประวัติศาสตร์ และได้ร่วมกับผู้นำไทยในการกำหนดวิสัยทัศน์การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน-ไทย ซึ่งเป็นการเติมเต็มความหมายของคำว่า “จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ให้มีความหมายที่ทันสมัยมากขึ้น และชี้นำทิศทางการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในอนาคต

    ปีนี้เป็นปีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับความสัมพันธ์จีน-ไทย เราได้กำหนดให้เป็น “ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย 50 ปี” รวมทั้งคำขวัญร่วมกันว่า “จีน - ไทยสานใจกัน ร่วมสร้างฝันประชาคม” สำหรับปีนี้ เราจะใช้โอกาสสำคัญนี้ในการสรุปประสบการณ์อันเป็นประโยชน์จากการร่วมมือกันตลอด 50 ปีที่ผ่านมา และเปิดศักราชใหม่แห่งความสัมพันธ์จีน-ไทยในอนาคต

    ผู้สื่อข่าว CMG: ปัจจุบัน จีนและไทยกำลังดำเนินความร่วมมือหลายโครงการเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์ เช่น การหลอกลวงทางโทรศัพท์และออนไลน์ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองเมียวดีของเมียนมา ความคืบหน้าของปฏิบัติการนี้เป็นอย่างไร

    เอกอัครราชทูตหาน จื้อเฉียง: การหลอกลวงทางไซเบอร์เป็นภัยคุกคามข้ามพรมแดนที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะในเมืองเมียวดีของเมียนมา ซึ่งปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของแก๊งอาชญากรรมทางไซเบอร์ ช่วงที่ผ่านมา จีน-ไทย-เมียนมา ได้ร่วมมือกันเปิดปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ ทำให้สามารถทำลายเครือข่ายอาชญากรรมได้หลายจุด และจับกุมผู้ต้องสงสัยจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสามประเทศในการปราบปรามการหลอกลวงทางไซเบอร์และปกป้องความมั่นคงในภูมิภาค

    ก้าวต่อไป จีน-ไทย-เมียนมาจะดำเนินมาตรการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดนเช่นการหลอกลวงทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง เราจะขยายความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกบังคับให้กระทำผิด จับกุมตัวการใหญ่ของกลุ่มอาชญากรและกวาดล้างศูนย์คอลเซ็นเตอร์ เพื่อปกป้องความปลอดภัยทางชีวิตและทรัพย์สินของพลเมืองจีนและประชาชนของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค

    ผู้สื่อข่าว CMG: คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติแผนการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-ไทย ระยะที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2573 แม้ว่าระยะที่ 1 ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้รัฐบาลไทยตัดสินใจเดินหน้าโครงการนี้

    เอกอัครราชทูตหาน จื้อเฉียง: ในระหว่างการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ผู้นำทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินโครงการรถไฟจีน-ไทย และการส่งเสริมแนวคิดการเชื่อมโยงระหว่างจีน-ลาว-ไทยอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายไทยได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะเร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟจีน-ไทย ระยะที่ 1 และจะเริ่มต้นโครงการระยะที่ 2 ภายในปีนี้

    ฝ่ายไทยได้อนุมัติแผนการก่อสร้างโครงการระยะที่ 2 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยต่อโครงการรถไฟจีน-ไทย และมีความหมายสำคัญต่อการก่อสร้างรถไฟจีน-ไทยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เราชื่นชมในการตัดสินใจของฝ่ายไทย และท่าทีที่แสดงถึงความมุ่งมั่นนี้อย่างสูง ฝ่ายจีนก็จะให้การสนับสนุนและความร่วมมืออย่างเต็มที่เพื่อให้โครงการดำเนินไปอย่างราบรื่น

    ในความเป็นจริงนั้น รถไฟจีน-ไทยเป็นเส้นทางการคมนาคมทางบกเส้นใหม่ระหว่างจีนและไทย และยังเป็นส่วนสำคัญของเส้นทางการคมนาคมหลักในคาบสมุทรอินโดจีน ทุกคนทราบดีว่า รถไฟจีน-ลาว ได้เปิดให้บริการมาเป็นเวลาเกือบ 3 ปีแล้ว การที่รถไฟจีน-ไทยแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายการเชื่อมโยงระหว่างจีน-ลาว-ไทย และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชนทั้งสามประเทศ ในอนาคต รถไฟจีน-ไทยจะขยายไปทางทิศใต้เชื่อมต่อกับเครือข่ายรถไฟของมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการเชื่อมโยงระหว่างจีนกับประเทศในอาเซียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

    ผู้สื่อข่าว CMG: ไทยเพิ่งได้รับการรับรองให้เป็นหุ้นส่วนพันธมิตรของกลุ่มประเทศ BRICS อย่างเป็นทางการ อีกทั้งในกลไกต่าง ๆ เช่น ความร่วมมือจีน-อาเซียน และความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ไทยก็มีบทบาทสำคัญ ในสถานการณ์ปัจจุบัน จีนและไทยจะร่วมกันเสริมสร้างบทบาทกลไกพหุภาคีของประเทศโลกใต้ (Global South) อย่างไร

    เอกอัครราชทูตหาน จื้อเฉียง: ไทยเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือพันธมิตรที่สำคัญของจีนในกลไกพหุภาคี อีกทั้งเป็นสมาชิกสำคัญของอาเซียน และได้เข้าร่วมกลุ่ม BRICS อย่างเป็นทางการ อีกทั้งยังเป็นประธานร่วมของความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง และมีบทบาทสำคัญในหลายองค์กรระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค

    จากสถานการณ์ระหว่างประเทศในปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง กลุ่มประเทศโลกใต้ กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทาย ไทยได้แสดงการสนับสนุนอย่างชัดเจนต่อแนวคิดการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างมนุษยชาติ รวมถึงการสนับสนุนแนวคิดการพัฒนาระดับโลก แนวคิดความมั่นคงระดับโลก และแนวคิดอารยธรรมระดับโลก ซึ่งเสนอโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน จีนและไทยควรเสริมสร้างการสื่อสารและความร่วมมือให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งผลักดันและปฏิบัติตามหลักการพหุภาคีและการเปิดกว้างในระดับภูมิภาคให้เห็นเป็นรูปธรรมที่แท้จริง เพื่อร่วมส่งเสริมความหลากหลายและความเป็นระเบียบของโลก ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและเป็นธรรม เพื่อร่วมกันสร้างระบบการปกครองโลกตามหลักธรรมาภิบาลอย่างสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น

    ที่มา https://www.facebook.com/share/p/18t7wHFRgk/?mibextid=wwXIfr
    เอกอัครราชทูตหาน จื้อเฉียง ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ “การทูตประเทศใหญ่” ทางไชน่ามีเดียกรุ๊ป (CMG) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษทางโทรศัพท์ในรายการ “การทูตประเทศใหญ่” ของทางไชน่ามีเดียกรุ๊ป (CMG) โดยมีการพูดคุยในประเด็นความสัมพันธ์จีน-ไทยในวาระ 50 ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย ความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น การหลอกลวงทางโทรคมนาคม รวมถึงความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างรถไฟจีน-ไทยระยะที่ 2 โดยรายการสัมภาษณ์ดังกล่าวออกอากาศเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าว CMG: ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวระหว่างการพบปะกับนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตรของไทยว่ามิตรภาพจีน-ไทยมีรากฐานลึกซึ้งนับพันปี และคำกล่าวที่ว่า “จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ยังมั่นคงเหนียวแน่นตลอดมา ในฐานะเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ท่านมองแนวคิดนี้อย่างไร และปีนี้มีความหมายพิเศษต่อความสัมพันธ์จีน-ไทยอย่างไร เอกอัครราชทูตหาน จื้อเฉียง: “จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” มีความหมาย 3 ประการ คือจีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ดีที่เชื่อมต่อกันด้วยภูเขาและแม่น้ำ เป็นเครือญาติที่ดีที่เชื่อมต่อกันด้วยสายเลือด และเป็นหุ้นส่วนที่ดีที่มีอนาคตร่วมกัน จีนและไทยร่วมมือกันบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ความเท่าเทียม ความไว้วางใจระหว่างกัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยเป็นแบบอย่างของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและการพัฒนาร่วมกัน เดือนพฤศจิกายน ปี 2565 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เดินทางเยือนประเทศไทยครั้งประวัติศาสตร์ และได้ร่วมกับผู้นำไทยในการกำหนดวิสัยทัศน์การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน-ไทย ซึ่งเป็นการเติมเต็มความหมายของคำว่า “จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ให้มีความหมายที่ทันสมัยมากขึ้น และชี้นำทิศทางการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในอนาคต ปีนี้เป็นปีที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับความสัมพันธ์จีน-ไทย เราได้กำหนดให้เป็น “ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย 50 ปี” รวมทั้งคำขวัญร่วมกันว่า “จีน - ไทยสานใจกัน ร่วมสร้างฝันประชาคม” สำหรับปีนี้ เราจะใช้โอกาสสำคัญนี้ในการสรุปประสบการณ์อันเป็นประโยชน์จากการร่วมมือกันตลอด 50 ปีที่ผ่านมา และเปิดศักราชใหม่แห่งความสัมพันธ์จีน-ไทยในอนาคต ผู้สื่อข่าว CMG: ปัจจุบัน จีนและไทยกำลังดำเนินความร่วมมือหลายโครงการเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์ เช่น การหลอกลวงทางโทรศัพท์และออนไลน์ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองเมียวดีของเมียนมา ความคืบหน้าของปฏิบัติการนี้เป็นอย่างไร เอกอัครราชทูตหาน จื้อเฉียง: การหลอกลวงทางไซเบอร์เป็นภัยคุกคามข้ามพรมแดนที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะในเมืองเมียวดีของเมียนมา ซึ่งปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของแก๊งอาชญากรรมทางไซเบอร์ ช่วงที่ผ่านมา จีน-ไทย-เมียนมา ได้ร่วมมือกันเปิดปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ ทำให้สามารถทำลายเครือข่ายอาชญากรรมได้หลายจุด และจับกุมผู้ต้องสงสัยจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสามประเทศในการปราบปรามการหลอกลวงทางไซเบอร์และปกป้องความมั่นคงในภูมิภาค ก้าวต่อไป จีน-ไทย-เมียนมาจะดำเนินมาตรการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดนเช่นการหลอกลวงทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง เราจะขยายความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกบังคับให้กระทำผิด จับกุมตัวการใหญ่ของกลุ่มอาชญากรและกวาดล้างศูนย์คอลเซ็นเตอร์ เพื่อปกป้องความปลอดภัยทางชีวิตและทรัพย์สินของพลเมืองจีนและประชาชนของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค ผู้สื่อข่าว CMG: คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติแผนการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-ไทย ระยะที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2573 แม้ว่าระยะที่ 1 ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้รัฐบาลไทยตัดสินใจเดินหน้าโครงการนี้ เอกอัครราชทูตหาน จื้อเฉียง: ในระหว่างการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ผู้นำทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินโครงการรถไฟจีน-ไทย และการส่งเสริมแนวคิดการเชื่อมโยงระหว่างจีน-ลาว-ไทยอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายไทยได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะเร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟจีน-ไทย ระยะที่ 1 และจะเริ่มต้นโครงการระยะที่ 2 ภายในปีนี้ ฝ่ายไทยได้อนุมัติแผนการก่อสร้างโครงการระยะที่ 2 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยต่อโครงการรถไฟจีน-ไทย และมีความหมายสำคัญต่อการก่อสร้างรถไฟจีน-ไทยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เราชื่นชมในการตัดสินใจของฝ่ายไทย และท่าทีที่แสดงถึงความมุ่งมั่นนี้อย่างสูง ฝ่ายจีนก็จะให้การสนับสนุนและความร่วมมืออย่างเต็มที่เพื่อให้โครงการดำเนินไปอย่างราบรื่น ในความเป็นจริงนั้น รถไฟจีน-ไทยเป็นเส้นทางการคมนาคมทางบกเส้นใหม่ระหว่างจีนและไทย และยังเป็นส่วนสำคัญของเส้นทางการคมนาคมหลักในคาบสมุทรอินโดจีน ทุกคนทราบดีว่า รถไฟจีน-ลาว ได้เปิดให้บริการมาเป็นเวลาเกือบ 3 ปีแล้ว การที่รถไฟจีน-ไทยแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายการเชื่อมโยงระหว่างจีน-ลาว-ไทย และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชนทั้งสามประเทศ ในอนาคต รถไฟจีน-ไทยจะขยายไปทางทิศใต้เชื่อมต่อกับเครือข่ายรถไฟของมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการเชื่อมโยงระหว่างจีนกับประเทศในอาเซียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผู้สื่อข่าว CMG: ไทยเพิ่งได้รับการรับรองให้เป็นหุ้นส่วนพันธมิตรของกลุ่มประเทศ BRICS อย่างเป็นทางการ อีกทั้งในกลไกต่าง ๆ เช่น ความร่วมมือจีน-อาเซียน และความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ไทยก็มีบทบาทสำคัญ ในสถานการณ์ปัจจุบัน จีนและไทยจะร่วมกันเสริมสร้างบทบาทกลไกพหุภาคีของประเทศโลกใต้ (Global South) อย่างไร เอกอัครราชทูตหาน จื้อเฉียง: ไทยเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือพันธมิตรที่สำคัญของจีนในกลไกพหุภาคี อีกทั้งเป็นสมาชิกสำคัญของอาเซียน และได้เข้าร่วมกลุ่ม BRICS อย่างเป็นทางการ อีกทั้งยังเป็นประธานร่วมของความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง และมีบทบาทสำคัญในหลายองค์กรระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค จากสถานการณ์ระหว่างประเทศในปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง กลุ่มประเทศโลกใต้ กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทาย ไทยได้แสดงการสนับสนุนอย่างชัดเจนต่อแนวคิดการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างมนุษยชาติ รวมถึงการสนับสนุนแนวคิดการพัฒนาระดับโลก แนวคิดความมั่นคงระดับโลก และแนวคิดอารยธรรมระดับโลก ซึ่งเสนอโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน จีนและไทยควรเสริมสร้างการสื่อสารและความร่วมมือให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งผลักดันและปฏิบัติตามหลักการพหุภาคีและการเปิดกว้างในระดับภูมิภาคให้เห็นเป็นรูปธรรมที่แท้จริง เพื่อร่วมส่งเสริมความหลากหลายและความเป็นระเบียบของโลก ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและเป็นธรรม เพื่อร่วมกันสร้างระบบการปกครองโลกตามหลักธรรมาภิบาลอย่างสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น ที่มา https://www.facebook.com/share/p/18t7wHFRgk/?mibextid=wwXIfr
    0 Comments 0 Shares 417 Views 0 Reviews
  • Perplexity บริษัท AI เสนอแผนเข้าซื้อ TikTok ในสหรัฐฯ อีกครั้ง โดยจะสร้างอัลกอริทึมใหม่ เพิ่มฟีเจอร์ Community Notes และเปิดระบบแนะนำเนื้อหาให้เป็นโอเพ่นซอร์ส รวมถึงยกระดับโครงสร้าง AI ด้วยเทคโนโลยี NVIDIA เพื่อทำให้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่น่าไว้วางใจที่สุด แม้ความท้าทายด้านเงินทุนและการแข่งขันในตลาดยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่ แต่แนวคิดนี้อาจเปลี่ยนโฉมการใช้งาน TikTok ในอนาคต

    การปรับเปลี่ยนและฟีเจอร์ใหม่:
    - การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่รวมถึงการนำระบบ Community Notes ซึ่งช่วยเพิ่มบริบทและข้อเท็จจริงใต้โพสต์ โดยแนวคิดนี้ได้รับความนิยมในแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น X (เดิมคือ Twitter) และกำลังจะถูกนำมาใช้ใน Facebook และ Instagram.
    - การเปิดอัลกอริทึม "For You" ให้เป็นโอเพ่นซอร์ส ซึ่ง Perplexity ระบุว่าจะช่วยสร้างความโปร่งใสและความไว้วางใจในแพลตฟอร์ม.

    การพัฒนาเทคโนโลยี AI ใหม่:
    - Perplexity เสนอการปรับโครงสร้าง AI Infrastructure ของ TikTok ด้วยเทคโนโลยี NVIDIA Dynamo เพื่อยกระดับการค้นหาและความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ใช้งานที่เชื่อมบัญชีกับ Perplexity.

    การลดความเสี่ยงจากการควบคุมตลาด:
    - Perplexity ชี้ให้เห็นถึงความกังวลว่าหาก TikTok ถูกซื้อโดยกลุ่มนักลงทุนหรือคู่แข่งรายอื่น อาจทำให้ ByteDance ยังคงมีอิทธิพลต่ออัลกอริทึม หรือเกิดการผูกขาดในตลาดวิดีโอแบบสั้น.

    สถานการณ์ปัจจุบันและการเมือง:
    - TikTok มีเส้นตายถึงวันที่ 5 เมษายน 2025 ในการหาผู้ซื้อในสหรัฐฯ ตามคำสั่งบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแบน.

    https://www.techspot.com/news/107261-perplexity-wants-buy-tiktok-vows-rebuild-algorithm-add.html
    Perplexity บริษัท AI เสนอแผนเข้าซื้อ TikTok ในสหรัฐฯ อีกครั้ง โดยจะสร้างอัลกอริทึมใหม่ เพิ่มฟีเจอร์ Community Notes และเปิดระบบแนะนำเนื้อหาให้เป็นโอเพ่นซอร์ส รวมถึงยกระดับโครงสร้าง AI ด้วยเทคโนโลยี NVIDIA เพื่อทำให้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่น่าไว้วางใจที่สุด แม้ความท้าทายด้านเงินทุนและการแข่งขันในตลาดยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่ แต่แนวคิดนี้อาจเปลี่ยนโฉมการใช้งาน TikTok ในอนาคต การปรับเปลี่ยนและฟีเจอร์ใหม่: - การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่รวมถึงการนำระบบ Community Notes ซึ่งช่วยเพิ่มบริบทและข้อเท็จจริงใต้โพสต์ โดยแนวคิดนี้ได้รับความนิยมในแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น X (เดิมคือ Twitter) และกำลังจะถูกนำมาใช้ใน Facebook และ Instagram. - การเปิดอัลกอริทึม "For You" ให้เป็นโอเพ่นซอร์ส ซึ่ง Perplexity ระบุว่าจะช่วยสร้างความโปร่งใสและความไว้วางใจในแพลตฟอร์ม. การพัฒนาเทคโนโลยี AI ใหม่: - Perplexity เสนอการปรับโครงสร้าง AI Infrastructure ของ TikTok ด้วยเทคโนโลยี NVIDIA Dynamo เพื่อยกระดับการค้นหาและความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ใช้งานที่เชื่อมบัญชีกับ Perplexity. การลดความเสี่ยงจากการควบคุมตลาด: - Perplexity ชี้ให้เห็นถึงความกังวลว่าหาก TikTok ถูกซื้อโดยกลุ่มนักลงทุนหรือคู่แข่งรายอื่น อาจทำให้ ByteDance ยังคงมีอิทธิพลต่ออัลกอริทึม หรือเกิดการผูกขาดในตลาดวิดีโอแบบสั้น. สถานการณ์ปัจจุบันและการเมือง: - TikTok มีเส้นตายถึงวันที่ 5 เมษายน 2025 ในการหาผู้ซื้อในสหรัฐฯ ตามคำสั่งบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแบน. https://www.techspot.com/news/107261-perplexity-wants-buy-tiktok-vows-rebuild-algorithm-add.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Perplexity still wants to buy TikTok, vows to rebuild algorithm and add community notes
    Perplexity first proposed a merger with TikTok's US operations in January. The plan would see the US government hold 50% ownership of the company but have no...
    0 Comments 0 Shares 232 Views 0 Reviews
  • Pat Gelsinger ได้เข้ามาบริหาร Gloo บริษัทที่มุ่งสร้างเทคโนโลยีสำหรับองค์กรศรัทธาและชุมชนความเชื่อ เขามีแผนพัฒนาคลาวด์เฉพาะสำหรับวงการนี้ และผลักดันให้ AI เป็นเครื่องมือที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยองค์กรศรัทธาเชื่อมต่อผู้คนและพัฒนาชุมชน แนวคิดนี้สะท้อนถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง

    การพัฒนาคลาวด์เฉพาะวงการศรัทธา:
    - หนึ่งในโครงการแรกของ Gelsinger คือการสร้างคลาวด์ "Vertical Cloud" สำหรับองค์กรศรัทธา โดยเน้นให้ AI มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนชุมชน.

    ความสัมพันธ์กับเทคโนโลยี AI:
    - Gloo ใช้โมเดล AI จาก DeepSeek เนื่องจากมีธรรมชาติแบบโอเพ่นซอร์สและสามารถรวมเข้ากับระบบได้ง่าย แม้จะมีการโต้เถียงเกี่ยวกับวิธีการฝึกโมเดลของ DeepSeek แต่ Gelsinger เน้นความโปร่งใสและการมีมาตรฐานในกระบวนการ.

    การนำเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างมนุษยธรรม:
    - เขาให้ความสำคัญกับการใช้ AI ที่ "ส่งเสริม" มากกว่าทำลาย เพื่อช่วยให้เทคโนโลยีสนับสนุนประสบการณ์มนุษย์อย่างแท้จริง.

    เป้าหมายของ Gloo:
    - นอกจากจะเป็นพื้นที่ดิจิทัลสำหรับผู้นำศรัทธาแล้ว Gloo ยังมีเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมต่อชุมชน เช่น การกระจายสื่อคริสเตียน และสนับสนุนองค์กรศรัทธาในการเข้าถึงสมาชิกใหม่.

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/pat-gelsinger-becomes-executive-chairman-head-of-technology-at-church-focused-platform-gloo
    Pat Gelsinger ได้เข้ามาบริหาร Gloo บริษัทที่มุ่งสร้างเทคโนโลยีสำหรับองค์กรศรัทธาและชุมชนความเชื่อ เขามีแผนพัฒนาคลาวด์เฉพาะสำหรับวงการนี้ และผลักดันให้ AI เป็นเครื่องมือที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยองค์กรศรัทธาเชื่อมต่อผู้คนและพัฒนาชุมชน แนวคิดนี้สะท้อนถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง การพัฒนาคลาวด์เฉพาะวงการศรัทธา: - หนึ่งในโครงการแรกของ Gelsinger คือการสร้างคลาวด์ "Vertical Cloud" สำหรับองค์กรศรัทธา โดยเน้นให้ AI มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนชุมชน. ความสัมพันธ์กับเทคโนโลยี AI: - Gloo ใช้โมเดล AI จาก DeepSeek เนื่องจากมีธรรมชาติแบบโอเพ่นซอร์สและสามารถรวมเข้ากับระบบได้ง่าย แม้จะมีการโต้เถียงเกี่ยวกับวิธีการฝึกโมเดลของ DeepSeek แต่ Gelsinger เน้นความโปร่งใสและการมีมาตรฐานในกระบวนการ. การนำเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างมนุษยธรรม: - เขาให้ความสำคัญกับการใช้ AI ที่ "ส่งเสริม" มากกว่าทำลาย เพื่อช่วยให้เทคโนโลยีสนับสนุนประสบการณ์มนุษย์อย่างแท้จริง. เป้าหมายของ Gloo: - นอกจากจะเป็นพื้นที่ดิจิทัลสำหรับผู้นำศรัทธาแล้ว Gloo ยังมีเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมต่อชุมชน เช่น การกระจายสื่อคริสเตียน และสนับสนุนองค์กรศรัทธาในการเข้าถึงสมาชิกใหม่. https://www.tomshardware.com/tech-industry/pat-gelsinger-becomes-executive-chairman-head-of-technology-at-church-focused-platform-gloo
    0 Comments 0 Shares 249 Views 0 Reviews
  • 👨‍👩‍👧‍👦 การตีไม่ใช่การสอน: เจาะลึก พ.ร.บ.ใหม่ ห้ามทารุณกรรมบุตร พ.ศ. 2568
    เมื่อกฎหมายบอกว่า "พ่อแม่ตีลูกไม่ได้": ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของครอบครัวไทย

    📌 เจาะลึกถึงกฎหมายใหม่ห้ามตีลูก พ.ศ. 2568 ซึ่งระบุชัดเจนว่า การทำโทษต้องไม่เป็นการทารุณกรรม หรือรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจ แนวทางการปรับทัศนคติพ่อแม่ สู่การเลี้ยงดูเชิงบวก

    ✨ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ในสังคมไทยที่ผ่านมา คำว่า "ไม้เรียวคือรัก" หรือ "ตีเพราะรัก" เป็นสิ่งที่หลายครอบครัว เติบโตมาพร้อมกับแนวคิดนี้ แต่ปัจจุบัน เมื่อสังคมเปลี่ยน โลกเปลี่ยน และองค์ความรู้ด้านจิตวิทยาเด็ก พัฒนาไปมากขึ้น ก็เริ่มมีคำถามว่า...

    👉 “การตีลูก = การอบรมจริงหรือ?”

    และแล้ว... คำตอบจากรัฐ ก็มาในรูปแบบของ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป 🗓️

    📖 พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือการแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1567 (2) ซึ่งแต่เดิมเคยระบุว่า ผู้ใช้อำนาจปกครอง พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง สามารถทำโทษบุตร เพื่ออบรมสั่งสอนได้ตามสมควร

    แต่ในฉบับใหม่ ปี 2568 นี้ ระบุเพิ่มเติมไว้อย่างชัดเจนว่า 👇

    “ทำโทษบุตรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน หรือปรับพฤติกรรม โดยต้องไม่เป็นการกระทำทารุณกรรม หรือทำร้ายด้วยความรุนแรงต่อร่างกาย หรือจิตใจ หรือกระทำโดยมิชอบ”

    📌 สรุปคือ พ่อแม่ ยังสามารถอบรมลูกได้ แต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรง หรือการกระทำที่เป็นอันตราย ทั้งทางกายและจิตใจ

    ❓ ทำไมถึงต้องออกกฎหมายนี้? สาเหตุหลัก ๆ ของการออกกฎหมายนี้ มาจากหลายปัจจัยรวมกัน เช่น

    📉 ผลกระทบทางจิตใจ เด็กที่ถูกตีบ่อย มีแนวโน้มจะขาดความมั่นใจ เกิดบาดแผลทางใจเรื้อรัง

    😢 การใช้ความรุนแรง แฝงรูปแบบการทารุณกรรม ที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำว่า "การสั่งสอน"

    🤝 ความรับผิดชอบของรัฐไทย ในฐานะภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (UNCRC) ที่ต้องปกป้องสิทธิเด็ กจากความรุนแรงทุกรูปแบบ

    🔄 การพัฒนาแนวทางเลี้ยงดูเชิงบวก (Positive Parenting) ที่เริ่มเป็นมาตรฐานสากล

    ⚖️ หัวใจสำคัญของกฎหมาย “ตีลูกไม่ได้” หมายถึงอะไร หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า กฎหมายนี้ ห้ามไม่ให้พ่อแม่อบรมลูกเลย ❌ แต่ในความจริงแล้ว...

    👉 "การสั่งสอนลูกยังทำได้" แต่ต้องเป็นการสั่งสอน ที่ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ดูถูก หรือทำให้ลูกเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ

    ตัวอย่างของพฤติกรรมที่ “ผิด” ตามกฎหมายใหม่
    - ตีด้วยของแข็ง เช่น ไม้แข็ง, สายไฟ
    - ดุด่าด้วยคำรุนแรง หรือดูถูก
    - บังคับให้ลูกกลัว หรือรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า
    - ทำโทษด้วยวิธีที่ขัดกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

    💔 ทัศนคติแบบเดิม ความเข้าใจผิดที่ส่งผลเสีย “ลูกโดนตีตอนเด็ก โตขึ้นมาถึงรู้จักผิดชอบชั่วดี” ประโยคนี้คือความเข้าใจผิด ที่ฝังรากลึกในหลายครอบครัว 😓

    แต่ข้อมูลจากจิตแพทย์เด็ก และองค์กรเพื่อสิทธิเด็กทั่วโลก ชี้ว่า... เด็กที่เติบโตในครอบครัว ที่ใช้ความรุนแรง มักจะมีแนวโน้ม ถ่ายทอดความรุนแรงนั้นต่อไป

    นั่นคือวงจรของ “ความรุนแรงในครอบครัว” ที่ไม่เคยสิ้นสุด 💢 กฎหมายใหม่นี้จึงไม่ได้มาเพื่อ "ลงโทษพ่อแม่" แต่เพื่อหยุดวงจรของความรุนแรงตั้งแต่ต้นทาง

    🌈 การเลี้ยงลูกเชิงบวก แนวคิดนี้เรียกว่า Positive Discipline หรือ Positive Parenting
    เป็นการสั่งสอนลูกโดยใช้ความเข้าใจ ความรัก และเหตุผล มากกว่าความกลัวหรือการบังคับ

    หลักการสำคัญ มีดังนี้
    - สร้างวินัยด้วยข้อตกลง ไม่ใช่การขู่เข็ญ
    - สอนให้ลูกรับผิดชอบ ไม่ใช่รู้สึกผิด
    - ใช้ “ผลลัพธ์ตามธรรมชาติ” แทน “การลงโทษ”

    ตัวอย่าง แทนที่จะตีลูกที่ไม่ยอมทำการบ้าน → อธิบายผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น เช่น คะแนนไม่ดี หรือไม่มีเวลาเล่น

    🛠️ วิธีอบรมลูกโดยไม่ใช้ความรุนแรง
    - ใช้เวลาฟังลูกมากขึ้น 👂 ให้ลูกพูดสิ่งที่รู้สึกหรือคิด โดยไม่ตัดสิน
    - สร้างกฎร่วมกันในบ้าน 📜 เด็กจะเชื่อฟังมากขึ้น ถ้ารู้สึกว่าเขามีส่วนร่วม
    - สอนด้วยเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์ 💬 เวลาลูกทำผิด ให้ถาม-ตอบ ชวนคิดถึงผลกระทบ
    - เสริมแรงทางบวก 🌟 ชมลูกเมื่อทำสิ่งที่ดี แทนที่จะเน้นเฉพาะเวลาทำผิด
    - เป็นแบบอย่างที่ดี 👨‍👩‍👧 เด็กเรียนรู้พฤติกรรม จากการสังเกตพ่อแม่

    📣 เสียงสะท้อนจากสังคมไทย หลังการประกาศกฎหมายฉบับนี้ มีทั้งเสียงเห็นด้วย และเสียงที่ยัง “ไม่เข้าใจ”

    เสียงเห็นด้วย “กฎหมายนี้ช่วยให้พ่อแม่ หันมาสนใจพัฒนาวิธีสื่อสารกับลูกมากขึ้น ไม่ใช้แต่กำลัง” 🙌

    เสียงคัดค้าน “กลัวว่าเด็กจะไม่กลัว ไม่เชื่อฟัง ถ้าพ่อแม่ไม่มีสิทธิ์ทำโทษ”

    สิ่งสำคัญคือ การสร้างความเข้าใจใหม่ว่า 👉 การสร้างวินัย ไม่เท่ากับการใช้กำลัง

    🧠 พ่อแม่ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
    - เรียนรู้เรื่อง จิตวิทยาพัฒนาการเด็ก
    - เข้าอบรมเรื่อง การเลี้ยงลูกเชิงบวก ที่หลายหน่วยงานจัดขึ้น
    - พูดคุยแลกเปลี่ยนกับครอบครัวอื่น ๆ เพื่อหาแนวทางใหม่
    - ตระหนักว่า “ความรุนแรง” ไม่ได้ช่วยให้ลูกดีขึ้น แต่ ทำให้ห่างกันมากขึ้น

    ❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
    Q1 ถ้าแค่ตีเบา ๆ ยังผิดกฎหมายไหม?
    A ถ้าการตีทำให้เด็กเจ็บทั้งกายหรือใจ หรือทำด้วยอารมณ์ ไม่ถือว่าเบา และอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย

    Q2 แล้วจะอบรมลูกที่ดื้อยังไงดี?
    A ใช้หลักการ "พูด-ฟัง-เข้าใจ" และเสริมแรงทางบวก เช่น ให้รางวัลเมื่อทำดี

    Q3 ถ้าลูกก้าวร้าวก่อน พ่อแม่ต้องทำยังไง?
    A หลีกเลี่ยงการตอบโต้ ใช้วิธีตั้งสติ พูดคุยหลังเหตุการณ์สงบลง

    Q4 จะรู้ได้ยังไง ว่าเราทำผิดตามกฎหมายหรือไม่?
    A หากมีการทำโทษที่รุนแรง หรือทำให้เด็กรู้สึกด้อยค่า อาจเข้าข่ายผิด

    Q5 กฎหมายนี้ใช้กับครู หรือเฉพาะพ่อแม่?
    A แม้จะเน้นที่ผู้ปกครอง แต่หลักการเดียวกัน ควรใช้กับผู้ใหญ่ทุกคนที่ดูแลเด็ก

    Q6 ถ้ารู้ว่ามีคนใช้ความรุนแรงกับเด็ก จะทำอย่างไร?
    A แจ้งสำนักงานพัฒนาสังคม หรือมูลนิธิเพื่อเด็ก เช่น มูลนิธิเด็ก หรือสายด่วน 1300

    📌 การเลี้ยงลูกในยุคใหม่ ต้องอาศัยทั้งความรัก ความเข้าใจ และการเรียนรู้ พระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ได้มาเพื่อควบคุมพ่อแม่ แต่มาเพื่อปกป้องเด็ก

    การตี ไม่ใช่การสอนอีกต่อไป... และลูกก็สมควรได้รับการอบรม อย่างมีศักดิ์ศรี ❤️

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 252012 มี.ค. 2568

    📲 #ห้ามตีลูก #กฎหมายใหม่2568 #การเลี้ยงลูกเชิงบวก #สิทธิเด็กไทย #ราชกิจจานุเบกษา #ครอบครัวไทย #ตีไม่ใช่สอน #เลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ #จิตวิทยาเด็ก #พ่อแม่ยุคใหม่
    👨‍👩‍👧‍👦 การตีไม่ใช่การสอน: เจาะลึก พ.ร.บ.ใหม่ ห้ามทารุณกรรมบุตร พ.ศ. 2568 เมื่อกฎหมายบอกว่า "พ่อแม่ตีลูกไม่ได้": ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของครอบครัวไทย 📌 เจาะลึกถึงกฎหมายใหม่ห้ามตีลูก พ.ศ. 2568 ซึ่งระบุชัดเจนว่า การทำโทษต้องไม่เป็นการทารุณกรรม หรือรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจ แนวทางการปรับทัศนคติพ่อแม่ สู่การเลี้ยงดูเชิงบวก ✨ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ในสังคมไทยที่ผ่านมา คำว่า "ไม้เรียวคือรัก" หรือ "ตีเพราะรัก" เป็นสิ่งที่หลายครอบครัว เติบโตมาพร้อมกับแนวคิดนี้ แต่ปัจจุบัน เมื่อสังคมเปลี่ยน โลกเปลี่ยน และองค์ความรู้ด้านจิตวิทยาเด็ก พัฒนาไปมากขึ้น ก็เริ่มมีคำถามว่า... 👉 “การตีลูก = การอบรมจริงหรือ?” และแล้ว... คำตอบจากรัฐ ก็มาในรูปแบบของ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป 🗓️ 📖 พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือการแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1567 (2) ซึ่งแต่เดิมเคยระบุว่า ผู้ใช้อำนาจปกครอง พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง สามารถทำโทษบุตร เพื่ออบรมสั่งสอนได้ตามสมควร แต่ในฉบับใหม่ ปี 2568 นี้ ระบุเพิ่มเติมไว้อย่างชัดเจนว่า 👇 “ทำโทษบุตรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน หรือปรับพฤติกรรม โดยต้องไม่เป็นการกระทำทารุณกรรม หรือทำร้ายด้วยความรุนแรงต่อร่างกาย หรือจิตใจ หรือกระทำโดยมิชอบ” 📌 สรุปคือ พ่อแม่ ยังสามารถอบรมลูกได้ แต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรง หรือการกระทำที่เป็นอันตราย ทั้งทางกายและจิตใจ ❓ ทำไมถึงต้องออกกฎหมายนี้? สาเหตุหลัก ๆ ของการออกกฎหมายนี้ มาจากหลายปัจจัยรวมกัน เช่น 📉 ผลกระทบทางจิตใจ เด็กที่ถูกตีบ่อย มีแนวโน้มจะขาดความมั่นใจ เกิดบาดแผลทางใจเรื้อรัง 😢 การใช้ความรุนแรง แฝงรูปแบบการทารุณกรรม ที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำว่า "การสั่งสอน" 🤝 ความรับผิดชอบของรัฐไทย ในฐานะภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (UNCRC) ที่ต้องปกป้องสิทธิเด็ กจากความรุนแรงทุกรูปแบบ 🔄 การพัฒนาแนวทางเลี้ยงดูเชิงบวก (Positive Parenting) ที่เริ่มเป็นมาตรฐานสากล ⚖️ หัวใจสำคัญของกฎหมาย “ตีลูกไม่ได้” หมายถึงอะไร หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า กฎหมายนี้ ห้ามไม่ให้พ่อแม่อบรมลูกเลย ❌ แต่ในความจริงแล้ว... 👉 "การสั่งสอนลูกยังทำได้" แต่ต้องเป็นการสั่งสอน ที่ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ดูถูก หรือทำให้ลูกเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ ตัวอย่างของพฤติกรรมที่ “ผิด” ตามกฎหมายใหม่ - ตีด้วยของแข็ง เช่น ไม้แข็ง, สายไฟ - ดุด่าด้วยคำรุนแรง หรือดูถูก - บังคับให้ลูกกลัว หรือรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า - ทำโทษด้วยวิธีที่ขัดกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 💔 ทัศนคติแบบเดิม ความเข้าใจผิดที่ส่งผลเสีย “ลูกโดนตีตอนเด็ก โตขึ้นมาถึงรู้จักผิดชอบชั่วดี” ประโยคนี้คือความเข้าใจผิด ที่ฝังรากลึกในหลายครอบครัว 😓 แต่ข้อมูลจากจิตแพทย์เด็ก และองค์กรเพื่อสิทธิเด็กทั่วโลก ชี้ว่า... เด็กที่เติบโตในครอบครัว ที่ใช้ความรุนแรง มักจะมีแนวโน้ม ถ่ายทอดความรุนแรงนั้นต่อไป นั่นคือวงจรของ “ความรุนแรงในครอบครัว” ที่ไม่เคยสิ้นสุด 💢 กฎหมายใหม่นี้จึงไม่ได้มาเพื่อ "ลงโทษพ่อแม่" แต่เพื่อหยุดวงจรของความรุนแรงตั้งแต่ต้นทาง 🌈 การเลี้ยงลูกเชิงบวก แนวคิดนี้เรียกว่า Positive Discipline หรือ Positive Parenting เป็นการสั่งสอนลูกโดยใช้ความเข้าใจ ความรัก และเหตุผล มากกว่าความกลัวหรือการบังคับ หลักการสำคัญ มีดังนี้ - สร้างวินัยด้วยข้อตกลง ไม่ใช่การขู่เข็ญ - สอนให้ลูกรับผิดชอบ ไม่ใช่รู้สึกผิด - ใช้ “ผลลัพธ์ตามธรรมชาติ” แทน “การลงโทษ” ตัวอย่าง แทนที่จะตีลูกที่ไม่ยอมทำการบ้าน → อธิบายผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น เช่น คะแนนไม่ดี หรือไม่มีเวลาเล่น 🛠️ วิธีอบรมลูกโดยไม่ใช้ความรุนแรง - ใช้เวลาฟังลูกมากขึ้น 👂 ให้ลูกพูดสิ่งที่รู้สึกหรือคิด โดยไม่ตัดสิน - สร้างกฎร่วมกันในบ้าน 📜 เด็กจะเชื่อฟังมากขึ้น ถ้ารู้สึกว่าเขามีส่วนร่วม - สอนด้วยเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์ 💬 เวลาลูกทำผิด ให้ถาม-ตอบ ชวนคิดถึงผลกระทบ - เสริมแรงทางบวก 🌟 ชมลูกเมื่อทำสิ่งที่ดี แทนที่จะเน้นเฉพาะเวลาทำผิด - เป็นแบบอย่างที่ดี 👨‍👩‍👧 เด็กเรียนรู้พฤติกรรม จากการสังเกตพ่อแม่ 📣 เสียงสะท้อนจากสังคมไทย หลังการประกาศกฎหมายฉบับนี้ มีทั้งเสียงเห็นด้วย และเสียงที่ยัง “ไม่เข้าใจ” เสียงเห็นด้วย “กฎหมายนี้ช่วยให้พ่อแม่ หันมาสนใจพัฒนาวิธีสื่อสารกับลูกมากขึ้น ไม่ใช้แต่กำลัง” 🙌 เสียงคัดค้าน “กลัวว่าเด็กจะไม่กลัว ไม่เชื่อฟัง ถ้าพ่อแม่ไม่มีสิทธิ์ทำโทษ” สิ่งสำคัญคือ การสร้างความเข้าใจใหม่ว่า 👉 การสร้างวินัย ไม่เท่ากับการใช้กำลัง 🧠 พ่อแม่ต้องเตรียมตัวอย่างไร? - เรียนรู้เรื่อง จิตวิทยาพัฒนาการเด็ก - เข้าอบรมเรื่อง การเลี้ยงลูกเชิงบวก ที่หลายหน่วยงานจัดขึ้น - พูดคุยแลกเปลี่ยนกับครอบครัวอื่น ๆ เพื่อหาแนวทางใหม่ - ตระหนักว่า “ความรุนแรง” ไม่ได้ช่วยให้ลูกดีขึ้น แต่ ทำให้ห่างกันมากขึ้น ❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQs) Q1 ถ้าแค่ตีเบา ๆ ยังผิดกฎหมายไหม? A ถ้าการตีทำให้เด็กเจ็บทั้งกายหรือใจ หรือทำด้วยอารมณ์ ไม่ถือว่าเบา และอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย Q2 แล้วจะอบรมลูกที่ดื้อยังไงดี? A ใช้หลักการ "พูด-ฟัง-เข้าใจ" และเสริมแรงทางบวก เช่น ให้รางวัลเมื่อทำดี Q3 ถ้าลูกก้าวร้าวก่อน พ่อแม่ต้องทำยังไง? A หลีกเลี่ยงการตอบโต้ ใช้วิธีตั้งสติ พูดคุยหลังเหตุการณ์สงบลง Q4 จะรู้ได้ยังไง ว่าเราทำผิดตามกฎหมายหรือไม่? A หากมีการทำโทษที่รุนแรง หรือทำให้เด็กรู้สึกด้อยค่า อาจเข้าข่ายผิด Q5 กฎหมายนี้ใช้กับครู หรือเฉพาะพ่อแม่? A แม้จะเน้นที่ผู้ปกครอง แต่หลักการเดียวกัน ควรใช้กับผู้ใหญ่ทุกคนที่ดูแลเด็ก Q6 ถ้ารู้ว่ามีคนใช้ความรุนแรงกับเด็ก จะทำอย่างไร? A แจ้งสำนักงานพัฒนาสังคม หรือมูลนิธิเพื่อเด็ก เช่น มูลนิธิเด็ก หรือสายด่วน 1300 📌 การเลี้ยงลูกในยุคใหม่ ต้องอาศัยทั้งความรัก ความเข้าใจ และการเรียนรู้ พระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ได้มาเพื่อควบคุมพ่อแม่ แต่มาเพื่อปกป้องเด็ก การตี ไม่ใช่การสอนอีกต่อไป... และลูกก็สมควรได้รับการอบรม อย่างมีศักดิ์ศรี ❤️ ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 252012 มี.ค. 2568 📲 #ห้ามตีลูก #กฎหมายใหม่2568 #การเลี้ยงลูกเชิงบวก #สิทธิเด็กไทย #ราชกิจจานุเบกษา #ครอบครัวไทย #ตีไม่ใช่สอน #เลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ #จิตวิทยาเด็ก #พ่อแม่ยุคใหม่
    0 Comments 0 Shares 534 Views 0 Reviews
  • Vibe Coding เป็นแนวคิดใหม่ในวงการพัฒนาโปรแกรม โดยใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดให้นักพัฒนามีเวลาไปโฟกัสกับงานที่ซับซ้อนและสร้างสรรค์มากขึ้น นักพัฒนามืออาชีพต่างแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสและความเสี่ยงของวิธีนี้ หลายคนเชื่อว่า AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาการพัฒนาโค้ดได้ อย่างไรก็ตาม หากปล่อยให้ AI ทำงานโดยไม่มีการตรวจสอบ อาจเสี่ยงต่อปัญหาความปลอดภัยและคุณภาพของโค้ด ซึ่งแนวคิดนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทั้งในวงการพัฒนาซอฟต์แวร์และการศึกษา

    ประโยชน์ของ Vibe Coding:
    - ผู้พัฒนาบางรายรายงานว่า AI สามารถช่วยพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ได้รวดเร็ว เช่น การสร้างต้นแบบฟังก์ชันภายใน 20 นาที โดยลดเวลาที่ใช้ในการพัฒนาไปอย่างมาก.
    - Vibe Coding ทำให้นักพัฒนาสามารถมุ่งไปที่การแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์และซับซ้อนมากขึ้น แทนที่จะเสียเวลาทำงานที่ซ้ำซ้อน.

    ข้อจำกัดและความเสี่ยง:
    - นักพัฒนามือใหม่หรือคนที่ไม่มีพื้นฐานการเขียนโค้ด อาจสร้างโค้ดที่ไม่ปลอดภัย เช่น มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย หรือโค้ดที่ยากต่อการบำรุงรักษา.
    - การใช้ AI สร้างโค้ดโดยไม่มีมนุษย์ตรวจสอบอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาด เช่น การใช้งานข้อมูลส่วนตัวผิดวิธี.

    ความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการศึกษาและการเรียนรู้:
    - AI ไม่เพียงช่วยในด้านการพัฒนาโค้ดเท่านั้น แต่ยังสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการเรียนรู้ เช่น การทำให้การเรียนการสอนมีความสร้างสรรค์และลดความกดดันจากการท่องจำ.

    https://www.zdnet.com/article/10-professional-developers-on-the-true-promise-and-peril-of-vibe-coding/
    Vibe Coding เป็นแนวคิดใหม่ในวงการพัฒนาโปรแกรม โดยใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดให้นักพัฒนามีเวลาไปโฟกัสกับงานที่ซับซ้อนและสร้างสรรค์มากขึ้น นักพัฒนามืออาชีพต่างแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสและความเสี่ยงของวิธีนี้ หลายคนเชื่อว่า AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาการพัฒนาโค้ดได้ อย่างไรก็ตาม หากปล่อยให้ AI ทำงานโดยไม่มีการตรวจสอบ อาจเสี่ยงต่อปัญหาความปลอดภัยและคุณภาพของโค้ด ซึ่งแนวคิดนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทั้งในวงการพัฒนาซอฟต์แวร์และการศึกษา ประโยชน์ของ Vibe Coding: - ผู้พัฒนาบางรายรายงานว่า AI สามารถช่วยพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ได้รวดเร็ว เช่น การสร้างต้นแบบฟังก์ชันภายใน 20 นาที โดยลดเวลาที่ใช้ในการพัฒนาไปอย่างมาก. - Vibe Coding ทำให้นักพัฒนาสามารถมุ่งไปที่การแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์และซับซ้อนมากขึ้น แทนที่จะเสียเวลาทำงานที่ซ้ำซ้อน. ข้อจำกัดและความเสี่ยง: - นักพัฒนามือใหม่หรือคนที่ไม่มีพื้นฐานการเขียนโค้ด อาจสร้างโค้ดที่ไม่ปลอดภัย เช่น มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย หรือโค้ดที่ยากต่อการบำรุงรักษา. - การใช้ AI สร้างโค้ดโดยไม่มีมนุษย์ตรวจสอบอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาด เช่น การใช้งานข้อมูลส่วนตัวผิดวิธี. ความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการศึกษาและการเรียนรู้: - AI ไม่เพียงช่วยในด้านการพัฒนาโค้ดเท่านั้น แต่ยังสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการเรียนรู้ เช่น การทำให้การเรียนการสอนมีความสร้างสรรค์และลดความกดดันจากการท่องจำ. https://www.zdnet.com/article/10-professional-developers-on-the-true-promise-and-peril-of-vibe-coding/
    WWW.ZDNET.COM
    10 professional developers on the true promise and peril of vibe coding
    Is vibe coding the future of software or a security nightmare in disguise? Here's how experienced developers are responding to the latest AI-fueled coding craze.
    0 Comments 0 Shares 223 Views 0 Reviews
  • 🕌🇸🇦 50 ปี ลอบปลงพระชนม์กษัตริย์ไฟซาล แห่งซาอุดีอาระเบีย ราชนัดดามีอาการทางจิต ปลิดชีพลุง 3 นัดซ้อน เสยคาง-ข้างหู เบื้องลึกโศกนาฏกรรมสะเทือนโลก 🕊️🔫

    📌 ย้อนเหตุการณ์สะเทือนโลก เมื่อ 50 ปี ที่ผ่านมา เหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์กษัตริย์ไฟซาล แห่งซาอุฯ โดยเจ้าชายผู้มีอาการทางจิต พร้อมเผยข้อเท็จจริงที่หลายคนไม่เคยรู้ ผลกระทบที่ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน

    🕌 ย้อนรอยโศกนาฏกรรมแห่งราชวงศ์ซาอุฯ 25 มีนาคม พ.ศ. 2518... เช้าวันอังคารที่เงียบเหงาในกรุงริยาด กลับกลายเป็นวันแห่งโศกนาฏกรรมระดับโลก เมื่อ "สมเด็จพระราชาธิบดีไฟซาล บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอุด" ผู้นำสูงสุดแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ต้องสิ้นพระชนม์ด้วยฝีมือของเจ้าชาย ซึ่งเป็น "หลานชายแท้ ๆ" จากการลอบยิงระยะประชิด 3 นัดซ้อน ในพระราชวังหลวง... 💔🔫

    เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ความสูญเสียของราชวงศ์ หากแต่ส่งผลสะเทือนทั้งโลก โดยเฉพาะโลกมุสลิม ที่ยังคงสั่นคลอน กับคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอย่างแท้จริงว่า...

    "ทำไมเจ้าชายจึงลั่นไก?" 🤯

    📖 เรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ "สมเด็จพระราชาธิบดีไฟซาล บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอุด" ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อปี พ.ศ. 2507 ทรงเป็นที่รู้จักในฐานะกษัตริย์ผู้มีวิสัยทัศน์ 🌍✨

    พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการลดการพึ่งพาน้ำมัน ⛽️ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 🏗️ การส่งเสริมการศึกษา 📚 และการวางแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ในระยะยาว

    นอกจากนี้ กษัตริย์ไฟซาลยังเป็นผู้นำ ในการต่อต้านอิสราเอลอย่างแข็งกร้าว ในช่วงสงคราม Yom Kippur และมีบทบาทสำคัญในการใช้ “นโยบายน้ำมันเป็นอาวุธ” (Oil Weapon Policy) กดดันตะวันตก ในช่วงวิกฤตน้ำมันปี 2516 🛢️⚖️

    พระองค์จึงเป็นทั้งผู้นำเชิงกลยุทธ์ และนักปฏิรูปผู้ทรงพลังของซาอุดีอาระเบีย

    😱 เหตุการณ์ลอบสังหาร เช้าแห่งความมืดมิด เช้าวันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2518 ในพระราชวังหลวง กรุงริยาด 🇸🇦 "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด บิน อับดุลลาซิซ อัล ซาอุด" หลานชายแท้ ๆ ของกษัตริย์ไฟซาล ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดี พร้อมคณะผู้แทนจากประเทศคูเวต

    ขณะนั้นไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า…

    ทันทีที่กษัตริย์โน้มพระองค์ลง เพื่อจุมพิตเจ้าชายตามธรรมเนียม เจ้าชายกลับชักปืนพกสั้นออกมา แล้วยิงไปที่คางและข้างพระกรรณของกษัตริย์ 3 นัดซ้อน 🔫💥

    ราชองครักษ์พยายามจะโต้ตอบทันที แต่ “ชีค อาห์เมด ซากีห์ ยามานี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงปิโตรเลียมและทรัพยากรธรรมชาติ ได้ตะโกนห้ามไม่ให้สังหารเจ้าชายผู้ก่อเหตุ ทำให้เจ้าชายถูกจับกุมแทน

    👑 "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด" เป็นพระราชโอรสของเจ้าชายมูซาอิด พระอนุชาของกษัตริย์ไฟซาล เคยศึกษาที่สหรัฐอเมริกา 🇺🇸 และมีประวัติพฤติกรรมแปลกประหลาดหลายอย่าง เช่น...

    - ถูกจับที่สหรัฯอเมริกา จากคดีครอบครองยาเสพติด 💊
    - มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม และมีแนวคิดเสรีนิยมแบบตะวันตก 🌐
    - เคยมีความขัดแย้งภายในราชวงศ์ 📉

    รายงานจากนักจิตแพทย์หลายฝ่ายตรงกันว่า เจ้าชายทรงมีอาการ “โรคจิตเภท” (Schizophrenia) 😵‍💫

    อาการที่สังเกตได้คือ
    - ความหวาดระแวง (Paranoia)
    - ความคิดหลงผิด (Delusions)
    - พฤติกรรมรุนแรง และขาดการควบคุมตนเอง

    ❓ แรงจูงใจเบื้องหลังการลอบสังหาร แม้การสอบสวนจะสรุปว่า เจ้าชายไฟซาลก่อเหตุเพียงลำพัง แต่แรงจูงใจยังคงเป็นปริศนา 🤔

    ข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้ ได้แก่
    - แก้แค้นให้เจ้าชายคาลิด พระเชษฐาซึ่งเสียชีวิตจากการต่อสู้ กับกองกำลังรัฐในปี 2509 ⚔️
    - อาการป่วยจิตเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมรุนแรง โดยไม่มีแรงจูงใจทางการเมืองชัดเจน 💭
    - ความไม่พอใจต่อราชวงศ์ เจ้าชายรู้สึกถูกจำกัดเสรีภาพ หลังกลับจากสหรัฐฯ 🗽
    - แรงกระตุ้นจากภายนอก บางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจมี "ตะวันตก" อยู่เบื้องหลัง 🤫 แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน

    ⚖️ หลังจากเหตุการณ์ไม่นาน "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด" ถูกนำตัวขึ้นศาล ในข้อหาลอบปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์

    ศาลตัดสินให้ บั่นพระเศียรกลางจัตุรัสสาธารณะ ในกรุงริยาด ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายชารีอะห์ ของซาอุดีอาระเบีย ✝️⚔️

    การลงโทษต่อหน้าประชาชน ถูกใช้เพื่อส่งสารถึงประชาชนว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้จะเป็นเจ้าชายก็ตาม 👑❌⚖️

    🧠 จิตวิทยากับโศกนาฏกรรม ความเชื่อมโยงของ "โรคจิตเภท" จากคำวินิจฉัยของคณะจิตแพทย์พบว่าเจ้าชายไฟซาลมีอาการของ "โรคจิตเภท" ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีความคิดที่หลงผิด ไม่สามารถแยกแยะความจริง จากจินตนาการได้อย่างถูกต้อง 🤯

    อาการเด่นที่สังเกตได้คือ
    - ความหวาดระแวงว่า ถูกคุกคาม
    - อารมณ์ไม่คงที่
    - มีการตัดสินใจที่ผิดเพี้ยน
    - การรับรู้ผิดปกติอย่างรุนแรง

    💡สิ่งสำคัญคือ โรคจิตเภทไม่ใช่ความผิดของผู้ป่วย แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเวลานั้น การวินิจฉัยและการรักษา ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร

    🕵️‍♂️ เรื่องจริงที่โลกไม่ค่อยรู้
    📌 เจ้าชายเคยถูกจับในสหรัฐอเมริกา ในคดีครอบครองยาเสพติด
    📌 กษัตริย์ไฟซาลมีเป้าหมายลดการพึ่งพาน้ำมัน พัฒนาการศึกษา
    📌 บางแหล่งข่าวสงสัยว่า ตะวันตกอาจเกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร
    📌 "ชีค ยามานี" รัฐมนตรีน้ำมัน เป็นผู้หยุดราชองครักษ์ ไม่ให้สังหารเจ้าชายทันที

    🧩 โศกนาฏกรรมที่กลายเป็นบทเรียนแห่งโลก สะท้อนให้เห็นว่า... แม้จะอยู่ในพระราชวังสูงสุด หรือมีพระยศสูงส่งเพียงใด ก็ไม่อาจหนีจาก "ความเป็นมนุษย์" และ "ความเปราะบางของจิตใจ" ได้เลย

    กษัตริย์ไฟซาล อาจจากโลกนี้ไปด้วยความเจ็บปวด... แต่พระองค์ได้ทิ้งมรดกแห่งวิสัยทัศน์ ไว้ให้ซาอุดีอาระเบียก้าวหน้า ต่อมาอีกหลายทศวรรษ 🕊️

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 251024 มี.ค. 2568

    📲 #กษัตริย์ไฟซาล #ลอบสังหารซาอุ #ประวัติศาสตร์ซาอุ #โศกนาฏกรรมซาอุดีอาระเบีย #จิตเวชในราชวงศ์ #ซาอุยุค70 #เจ้าชายไฟซาล #ราชวงศ์อาหรับ #เรื่องจริงไม่เคยรู้ #FaisalBinAbdulAziz
    🕌🇸🇦 50 ปี ลอบปลงพระชนม์กษัตริย์ไฟซาล แห่งซาอุดีอาระเบีย ราชนัดดามีอาการทางจิต ปลิดชีพลุง 3 นัดซ้อน เสยคาง-ข้างหู เบื้องลึกโศกนาฏกรรมสะเทือนโลก 🕊️🔫 📌 ย้อนเหตุการณ์สะเทือนโลก เมื่อ 50 ปี ที่ผ่านมา เหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์กษัตริย์ไฟซาล แห่งซาอุฯ โดยเจ้าชายผู้มีอาการทางจิต พร้อมเผยข้อเท็จจริงที่หลายคนไม่เคยรู้ ผลกระทบที่ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน 🕌 ย้อนรอยโศกนาฏกรรมแห่งราชวงศ์ซาอุฯ 25 มีนาคม พ.ศ. 2518... เช้าวันอังคารที่เงียบเหงาในกรุงริยาด กลับกลายเป็นวันแห่งโศกนาฏกรรมระดับโลก เมื่อ "สมเด็จพระราชาธิบดีไฟซาล บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอุด" ผู้นำสูงสุดแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ต้องสิ้นพระชนม์ด้วยฝีมือของเจ้าชาย ซึ่งเป็น "หลานชายแท้ ๆ" จากการลอบยิงระยะประชิด 3 นัดซ้อน ในพระราชวังหลวง... 💔🔫 เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ความสูญเสียของราชวงศ์ หากแต่ส่งผลสะเทือนทั้งโลก โดยเฉพาะโลกมุสลิม ที่ยังคงสั่นคลอน กับคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอย่างแท้จริงว่า... "ทำไมเจ้าชายจึงลั่นไก?" 🤯 📖 เรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ "สมเด็จพระราชาธิบดีไฟซาล บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอุด" ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อปี พ.ศ. 2507 ทรงเป็นที่รู้จักในฐานะกษัตริย์ผู้มีวิสัยทัศน์ 🌍✨ พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการลดการพึ่งพาน้ำมัน ⛽️ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 🏗️ การส่งเสริมการศึกษา 📚 และการวางแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ในระยะยาว นอกจากนี้ กษัตริย์ไฟซาลยังเป็นผู้นำ ในการต่อต้านอิสราเอลอย่างแข็งกร้าว ในช่วงสงคราม Yom Kippur และมีบทบาทสำคัญในการใช้ “นโยบายน้ำมันเป็นอาวุธ” (Oil Weapon Policy) กดดันตะวันตก ในช่วงวิกฤตน้ำมันปี 2516 🛢️⚖️ พระองค์จึงเป็นทั้งผู้นำเชิงกลยุทธ์ และนักปฏิรูปผู้ทรงพลังของซาอุดีอาระเบีย 😱 เหตุการณ์ลอบสังหาร เช้าแห่งความมืดมิด เช้าวันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2518 ในพระราชวังหลวง กรุงริยาด 🇸🇦 "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด บิน อับดุลลาซิซ อัล ซาอุด" หลานชายแท้ ๆ ของกษัตริย์ไฟซาล ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดี พร้อมคณะผู้แทนจากประเทศคูเวต ขณะนั้นไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า… ทันทีที่กษัตริย์โน้มพระองค์ลง เพื่อจุมพิตเจ้าชายตามธรรมเนียม เจ้าชายกลับชักปืนพกสั้นออกมา แล้วยิงไปที่คางและข้างพระกรรณของกษัตริย์ 3 นัดซ้อน 🔫💥 ราชองครักษ์พยายามจะโต้ตอบทันที แต่ “ชีค อาห์เมด ซากีห์ ยามานี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงปิโตรเลียมและทรัพยากรธรรมชาติ ได้ตะโกนห้ามไม่ให้สังหารเจ้าชายผู้ก่อเหตุ ทำให้เจ้าชายถูกจับกุมแทน 👑 "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด" เป็นพระราชโอรสของเจ้าชายมูซาอิด พระอนุชาของกษัตริย์ไฟซาล เคยศึกษาที่สหรัฐอเมริกา 🇺🇸 และมีประวัติพฤติกรรมแปลกประหลาดหลายอย่าง เช่น... - ถูกจับที่สหรัฯอเมริกา จากคดีครอบครองยาเสพติด 💊 - มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม และมีแนวคิดเสรีนิยมแบบตะวันตก 🌐 - เคยมีความขัดแย้งภายในราชวงศ์ 📉 รายงานจากนักจิตแพทย์หลายฝ่ายตรงกันว่า เจ้าชายทรงมีอาการ “โรคจิตเภท” (Schizophrenia) 😵‍💫 อาการที่สังเกตได้คือ - ความหวาดระแวง (Paranoia) - ความคิดหลงผิด (Delusions) - พฤติกรรมรุนแรง และขาดการควบคุมตนเอง ❓ แรงจูงใจเบื้องหลังการลอบสังหาร แม้การสอบสวนจะสรุปว่า เจ้าชายไฟซาลก่อเหตุเพียงลำพัง แต่แรงจูงใจยังคงเป็นปริศนา 🤔 ข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้ ได้แก่ - แก้แค้นให้เจ้าชายคาลิด พระเชษฐาซึ่งเสียชีวิตจากการต่อสู้ กับกองกำลังรัฐในปี 2509 ⚔️ - อาการป่วยจิตเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมรุนแรง โดยไม่มีแรงจูงใจทางการเมืองชัดเจน 💭 - ความไม่พอใจต่อราชวงศ์ เจ้าชายรู้สึกถูกจำกัดเสรีภาพ หลังกลับจากสหรัฐฯ 🗽 - แรงกระตุ้นจากภายนอก บางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจมี "ตะวันตก" อยู่เบื้องหลัง 🤫 แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ⚖️ หลังจากเหตุการณ์ไม่นาน "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด" ถูกนำตัวขึ้นศาล ในข้อหาลอบปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ ศาลตัดสินให้ บั่นพระเศียรกลางจัตุรัสสาธารณะ ในกรุงริยาด ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายชารีอะห์ ของซาอุดีอาระเบีย ✝️⚔️ การลงโทษต่อหน้าประชาชน ถูกใช้เพื่อส่งสารถึงประชาชนว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้จะเป็นเจ้าชายก็ตาม 👑❌⚖️ 🧠 จิตวิทยากับโศกนาฏกรรม ความเชื่อมโยงของ "โรคจิตเภท" จากคำวินิจฉัยของคณะจิตแพทย์พบว่าเจ้าชายไฟซาลมีอาการของ "โรคจิตเภท" ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีความคิดที่หลงผิด ไม่สามารถแยกแยะความจริง จากจินตนาการได้อย่างถูกต้อง 🤯 อาการเด่นที่สังเกตได้คือ - ความหวาดระแวงว่า ถูกคุกคาม - อารมณ์ไม่คงที่ - มีการตัดสินใจที่ผิดเพี้ยน - การรับรู้ผิดปกติอย่างรุนแรง 💡สิ่งสำคัญคือ โรคจิตเภทไม่ใช่ความผิดของผู้ป่วย แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเวลานั้น การวินิจฉัยและการรักษา ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร 🕵️‍♂️ เรื่องจริงที่โลกไม่ค่อยรู้ 📌 เจ้าชายเคยถูกจับในสหรัฐอเมริกา ในคดีครอบครองยาเสพติด 📌 กษัตริย์ไฟซาลมีเป้าหมายลดการพึ่งพาน้ำมัน พัฒนาการศึกษา 📌 บางแหล่งข่าวสงสัยว่า ตะวันตกอาจเกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร 📌 "ชีค ยามานี" รัฐมนตรีน้ำมัน เป็นผู้หยุดราชองครักษ์ ไม่ให้สังหารเจ้าชายทันที 🧩 โศกนาฏกรรมที่กลายเป็นบทเรียนแห่งโลก สะท้อนให้เห็นว่า... แม้จะอยู่ในพระราชวังสูงสุด หรือมีพระยศสูงส่งเพียงใด ก็ไม่อาจหนีจาก "ความเป็นมนุษย์" และ "ความเปราะบางของจิตใจ" ได้เลย กษัตริย์ไฟซาล อาจจากโลกนี้ไปด้วยความเจ็บปวด... แต่พระองค์ได้ทิ้งมรดกแห่งวิสัยทัศน์ ไว้ให้ซาอุดีอาระเบียก้าวหน้า ต่อมาอีกหลายทศวรรษ 🕊️ ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 251024 มี.ค. 2568 📲 #กษัตริย์ไฟซาล #ลอบสังหารซาอุ #ประวัติศาสตร์ซาอุ #โศกนาฏกรรมซาอุดีอาระเบีย #จิตเวชในราชวงศ์ #ซาอุยุค70 #เจ้าชายไฟซาล #ราชวงศ์อาหรับ #เรื่องจริงไม่เคยรู้ #FaisalBinAbdulAziz
    0 Comments 0 Shares 608 Views 0 Reviews
  • แนวคิด Reverse Movement คือ คำตอบที่ดีกว่าการผ่าตัดเข่า
    แนวคิด Reverse Movement คือ คำตอบที่ดีกว่าการผ่าตัดเข่า
    0 Comments 0 Shares 137 Views 3 0 Reviews
  • TDRI เตือนรัฐหยุดแจกเงินดิจิทัล หลังไปไม่ช่วยกระตุ้น ศก. แนะใช้งบแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวแทน

    (21 มี.ค. 68) ดร.สมชัย จิตสุชน เตือนรัฐ หยุดเดินหน้าโครงการเงินดิจิทัลในเฟสต่อไป แนะใช้งบแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวแทน ขณะที่เฟส 3 หนุนทบทวนเงื่อนไขเปิดทางใช้เงินหมื่นซื้อคอร์สอัปสกิล-รีสกิลได้ หวังพัฒนาทักษะคน เตือน รัฐบาลรับมือเศรษฐกิจซบเซา จากปัจจัยภายนอก-ในประเทศ โดยเฉพาะความปั่นป่วนจากสงครามการค้า – หนี้ครัวเรือนสูง ห่วงภาระการคลัง ทำเรตติงประเทศตก

    ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงนโยบายเงินดิจิทัลเฟส 3 ที่ให้กับผู้มีอายุ 16-20 ปีว่า มีการคาดการณ์กันว่าในเฟสที่ 3 นี้อาจได้ผลบ้าง เพราะกลุ่มคนที่แจกยังไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ที่ไม่มากนัก เมื่อได้เงินมาอาจจะใช้เร็ว แต่เชื่อว่าไม่น่าจะได้ผลมากกว่าเฟส 1 ที่มอบให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกลุ่มเปราะบาง อย่างไรก็ตามหากอยากให้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจจริง ๆ รัฐบาลควรละทิ้งแนวคิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวมากขึ้น และไม่ควรเปิดทางให้นำเงินจำนวนนี้ไปซื้ออะไรก็ได้ แต่ควรกำหนดให้ใช้ไปกับการหาความรู้ อัปสกิล รีสกิล ซึ่งเหมาะสมกับกลุ่มเยาวชนพอดี เพราะเป็นกลุ่มที่กำลังจะเข้าสู่กำลังแรงงานซึ่งอาจจะนำเงินจำนวนนี้ไปเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติมให้เป็นไปตามความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งแม้จะไม่เห็นผลในระยะสั้นมากนัก แต่ผลในระยะยาวจะดีกว่ากันมากเพราะเป็นการดึงศักยภาพของคนซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยได้ประโยชน์

    สำหรับกรณีที่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าทุกคนที่เข้าเงื่อนไขจะได้รับสิทธิทั้งหมดนั้น ดร.สมชัย กล่าวว่า เป็นการทำให้ตรงกับที่หาเสียงไว้ แต่เห็นชัดแล้วว่าการดำเนินโครงการทั้งเฟส 1- 2 รวมทั้งเฟส 3 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจไม่ดีจริงอย่างที่หาเสียงไว้ จึงควรทบทวน

    “ตอนที่หาเสียงไว้ และตอนที่เป็นรัฐบาลใหม่ ๆ บอกว่าโครงการนี้จะทำให้เศรษฐกิจเฟื่องฟู บางคนบอกจะทำให้ไทยหลุดกับดักประเทศรายได้ปานกลางได้ด้วยซ้ำ ซึ่งก็ไม่มีคนเชื่อ และวันนี้พิสูจน์แล้วว่าไม่จริง ในเมื่อมันพิสูจน์แล้วว่าไม่จริง ก็ไม่ควรจะเดินหน้าต่อ เรามองว่าเงินนี้นำไปทําอย่างอื่นที่มีประโยชน์ได้มากกว่าเยอะ” ดร.สมชัยระบุ

    เตือนหยุดสุรุ่ยสุร่ายแจกเงินหมื่น แนะใช้งบพัฒนาดิจิทัล อินเทอร์เน็ตฟรี ดึงศักยภาพคน หนุนเศรษฐกิจ ดร.สมชัย กล่าวด้วยว่า นอกจากงบประมาณหลายแสนล้านที่ต้องเสียไปจากการใช้จ่ายที่ไม่มีประสิทธิภาพ ยังมีต้นทุนค่าเสียโอกาสด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความสูญเสียที่มากกว่าตัวเงินเสียอีก เพราะอย่าลืมว่าวันนี้ภาคการคลังของไทยอ่อนแอมาก ประเทศไทยมีเงินน้อยลง ประชาชนก็มีเงินน้อยลง เพราะฉะนั้นนำเงินงบประมาณไปใช้ต้องคิดอย่างระมัดระวัง ถ้านำไปใช้ในเรื่องที่ไม่สมควรใช้ จนทำให้เรื่องที่สมควรใช้จะถูกตัดทิ้งไปก็น่าเสียดาย เช่น เรื่องการพัฒนาทักษะของคน การปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตโลกร้อน การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว รวมทั้งระบบสวัสดิการสังคมของไทยก็ยังมีปัญหาในบางจุด และเรื่องของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัล ซึ่งจะทําให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งกันดีขึ้น ทั้งหมดนี้จําเป็นต้องใช้เงินงบประมาณของรัฐบาลในการเดินหน้า แต่อาจถูกชะลอออกไปเพราะเอาเงินมาใช้ในเรื่องที่ไม่สมควรใช้แบบนี้ ดังนั้นไม่สนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าเงินดิจิทัลในเฟสต่อไปอีก

    “รัฐบาลควรนำงบประมาณไปลงทุนในเรื่องของดิจิทัล ทําอินเทอร์เน็ตฟรี ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเรื่องนี้จะช่วยได้มาก ในเรื่องของผลิตภาพของประชาชน เพราะเกิดการพัฒนาตัวเองและสร้างรายได้ ผมเชื่อว่ามีอัจฉริยะที่ซ่อนอยู่ตามซอกมุมต่าง ๆ ของประเทศอยู่มาก เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้รับโอกาส รัฐบาลก็ควรจัดสรรงบประมาณเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะได้ใช้ประโยชน์จากศักยภาพที่เขามีอยู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าทํา แต่คงไม่ได้ทํา ถ้าเกิดว่าต้องมาจ่ายเงินแบบสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้ไปเรื่อย ๆ” ดร.สมชัยระบุ

    สงครามการค้าจะทำเศรษฐกิจไทยซบเซา ห่วงภาคการคลังมีปัญหา หนี้รัฐ-ครัวเรือนสูงชนเพดาน ดร.สมชัย ในฐานะอดีตกนง.ยังมีข้อเสนอแนะต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่า ต้องพยายามแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากขึ้น อย่าเน้นระยะสั้น เช่น ดิจิทัลวอลเล็ต กาสิโน พนันออนไลน์ แต่ควรเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มมาตรการระยะยาวมากขึ้น และจะต้องเตรียมรับมือกับความยากลําบากที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสงครามการค้าที่คาดว่าจะมาแบบเต็มรูปแบบเมื่อเทียบกับยุคทรัมป์ 1.0 ต้องไม่ลืมว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในหลายปีที่ผ่านมาถูกมองว่าดีเกินไปจนน่าจะมาถึงอาจจะซบเซาลงตามวัฏจักร รวมทั้งเรื่องของสงครามยูเครนในยุโรป อาจส่งผลกระทบต่อไทยในฐานประเทศที่พึ่งพาการส่งออก และท่องเที่ยวมาก ขณะที่ในประเทศเองหนี้ครัวเรือนสูง ความสามารถในการผลิตไม่ได้ดีมากนัก เพราะฉะนั้นจะมีปัจจัยทั้งภายนอกและภายในเข้ามาพร้อมกัน

    “เศรษฐกิจคงซบเซาต่อไป และมองไป 4 ปีถัดไป ภาพก็จะคล้ายกันถ้าไม่ได้มีการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัว และถ้ามีการใช้จ่ายเงินอย่างไม่ระมัดระวังแบบนี้ ภาคการคลังจะมีปัญหา หนี้สาธารณะก็คงจะถึง 70 เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพีภายในไม่กี่ปีนี้ ในขณะที่ภาระการจ่ายหนี้ของรัฐบาล ทั้งดอกเบี้ย และเงินต้น ก็มีสิทธิ์ที่จะขึ้นไปใกล้ ๆ ชน 15 เปอร์เซ็นต์ที่กําหนดในกฎหมาย ทั้งหมดนี้จะทําให้เรตติ้งของภาครัฐไทยแย่ลงในสายตาของบริษัทประเมินเรตติง ซึ่งเป็นผลเสียระยะยาว เพราะว่าหมายถึง ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล และจะลามไปถึงภาคเอกชนอาจจะสูงขึ้น ซึ่งก็จะซ้ำเติมเรื่องของเศรษฐกิจเข้าไปอีก” ดร.สมชัยกล่าว

    Cr. #TheStatesTimes
    TDRI เตือนรัฐหยุดแจกเงินดิจิทัล หลังไปไม่ช่วยกระตุ้น ศก. แนะใช้งบแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวแทน (21 มี.ค. 68) ดร.สมชัย จิตสุชน เตือนรัฐ หยุดเดินหน้าโครงการเงินดิจิทัลในเฟสต่อไป แนะใช้งบแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวแทน ขณะที่เฟส 3 หนุนทบทวนเงื่อนไขเปิดทางใช้เงินหมื่นซื้อคอร์สอัปสกิล-รีสกิลได้ หวังพัฒนาทักษะคน เตือน รัฐบาลรับมือเศรษฐกิจซบเซา จากปัจจัยภายนอก-ในประเทศ โดยเฉพาะความปั่นป่วนจากสงครามการค้า – หนี้ครัวเรือนสูง ห่วงภาระการคลัง ทำเรตติงประเทศตก ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงนโยบายเงินดิจิทัลเฟส 3 ที่ให้กับผู้มีอายุ 16-20 ปีว่า มีการคาดการณ์กันว่าในเฟสที่ 3 นี้อาจได้ผลบ้าง เพราะกลุ่มคนที่แจกยังไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ที่ไม่มากนัก เมื่อได้เงินมาอาจจะใช้เร็ว แต่เชื่อว่าไม่น่าจะได้ผลมากกว่าเฟส 1 ที่มอบให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกลุ่มเปราะบาง อย่างไรก็ตามหากอยากให้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจจริง ๆ รัฐบาลควรละทิ้งแนวคิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวมากขึ้น และไม่ควรเปิดทางให้นำเงินจำนวนนี้ไปซื้ออะไรก็ได้ แต่ควรกำหนดให้ใช้ไปกับการหาความรู้ อัปสกิล รีสกิล ซึ่งเหมาะสมกับกลุ่มเยาวชนพอดี เพราะเป็นกลุ่มที่กำลังจะเข้าสู่กำลังแรงงานซึ่งอาจจะนำเงินจำนวนนี้ไปเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติมให้เป็นไปตามความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งแม้จะไม่เห็นผลในระยะสั้นมากนัก แต่ผลในระยะยาวจะดีกว่ากันมากเพราะเป็นการดึงศักยภาพของคนซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยได้ประโยชน์ สำหรับกรณีที่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าทุกคนที่เข้าเงื่อนไขจะได้รับสิทธิทั้งหมดนั้น ดร.สมชัย กล่าวว่า เป็นการทำให้ตรงกับที่หาเสียงไว้ แต่เห็นชัดแล้วว่าการดำเนินโครงการทั้งเฟส 1- 2 รวมทั้งเฟส 3 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจไม่ดีจริงอย่างที่หาเสียงไว้ จึงควรทบทวน “ตอนที่หาเสียงไว้ และตอนที่เป็นรัฐบาลใหม่ ๆ บอกว่าโครงการนี้จะทำให้เศรษฐกิจเฟื่องฟู บางคนบอกจะทำให้ไทยหลุดกับดักประเทศรายได้ปานกลางได้ด้วยซ้ำ ซึ่งก็ไม่มีคนเชื่อ และวันนี้พิสูจน์แล้วว่าไม่จริง ในเมื่อมันพิสูจน์แล้วว่าไม่จริง ก็ไม่ควรจะเดินหน้าต่อ เรามองว่าเงินนี้นำไปทําอย่างอื่นที่มีประโยชน์ได้มากกว่าเยอะ” ดร.สมชัยระบุ เตือนหยุดสุรุ่ยสุร่ายแจกเงินหมื่น แนะใช้งบพัฒนาดิจิทัล อินเทอร์เน็ตฟรี ดึงศักยภาพคน หนุนเศรษฐกิจ ดร.สมชัย กล่าวด้วยว่า นอกจากงบประมาณหลายแสนล้านที่ต้องเสียไปจากการใช้จ่ายที่ไม่มีประสิทธิภาพ ยังมีต้นทุนค่าเสียโอกาสด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความสูญเสียที่มากกว่าตัวเงินเสียอีก เพราะอย่าลืมว่าวันนี้ภาคการคลังของไทยอ่อนแอมาก ประเทศไทยมีเงินน้อยลง ประชาชนก็มีเงินน้อยลง เพราะฉะนั้นนำเงินงบประมาณไปใช้ต้องคิดอย่างระมัดระวัง ถ้านำไปใช้ในเรื่องที่ไม่สมควรใช้ จนทำให้เรื่องที่สมควรใช้จะถูกตัดทิ้งไปก็น่าเสียดาย เช่น เรื่องการพัฒนาทักษะของคน การปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตโลกร้อน การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว รวมทั้งระบบสวัสดิการสังคมของไทยก็ยังมีปัญหาในบางจุด และเรื่องของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัล ซึ่งจะทําให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งกันดีขึ้น ทั้งหมดนี้จําเป็นต้องใช้เงินงบประมาณของรัฐบาลในการเดินหน้า แต่อาจถูกชะลอออกไปเพราะเอาเงินมาใช้ในเรื่องที่ไม่สมควรใช้แบบนี้ ดังนั้นไม่สนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าเงินดิจิทัลในเฟสต่อไปอีก “รัฐบาลควรนำงบประมาณไปลงทุนในเรื่องของดิจิทัล ทําอินเทอร์เน็ตฟรี ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเรื่องนี้จะช่วยได้มาก ในเรื่องของผลิตภาพของประชาชน เพราะเกิดการพัฒนาตัวเองและสร้างรายได้ ผมเชื่อว่ามีอัจฉริยะที่ซ่อนอยู่ตามซอกมุมต่าง ๆ ของประเทศอยู่มาก เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้รับโอกาส รัฐบาลก็ควรจัดสรรงบประมาณเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะได้ใช้ประโยชน์จากศักยภาพที่เขามีอยู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าทํา แต่คงไม่ได้ทํา ถ้าเกิดว่าต้องมาจ่ายเงินแบบสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้ไปเรื่อย ๆ” ดร.สมชัยระบุ สงครามการค้าจะทำเศรษฐกิจไทยซบเซา ห่วงภาคการคลังมีปัญหา หนี้รัฐ-ครัวเรือนสูงชนเพดาน ดร.สมชัย ในฐานะอดีตกนง.ยังมีข้อเสนอแนะต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่า ต้องพยายามแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากขึ้น อย่าเน้นระยะสั้น เช่น ดิจิทัลวอลเล็ต กาสิโน พนันออนไลน์ แต่ควรเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มมาตรการระยะยาวมากขึ้น และจะต้องเตรียมรับมือกับความยากลําบากที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสงครามการค้าที่คาดว่าจะมาแบบเต็มรูปแบบเมื่อเทียบกับยุคทรัมป์ 1.0 ต้องไม่ลืมว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในหลายปีที่ผ่านมาถูกมองว่าดีเกินไปจนน่าจะมาถึงอาจจะซบเซาลงตามวัฏจักร รวมทั้งเรื่องของสงครามยูเครนในยุโรป อาจส่งผลกระทบต่อไทยในฐานประเทศที่พึ่งพาการส่งออก และท่องเที่ยวมาก ขณะที่ในประเทศเองหนี้ครัวเรือนสูง ความสามารถในการผลิตไม่ได้ดีมากนัก เพราะฉะนั้นจะมีปัจจัยทั้งภายนอกและภายในเข้ามาพร้อมกัน “เศรษฐกิจคงซบเซาต่อไป และมองไป 4 ปีถัดไป ภาพก็จะคล้ายกันถ้าไม่ได้มีการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัว และถ้ามีการใช้จ่ายเงินอย่างไม่ระมัดระวังแบบนี้ ภาคการคลังจะมีปัญหา หนี้สาธารณะก็คงจะถึง 70 เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพีภายในไม่กี่ปีนี้ ในขณะที่ภาระการจ่ายหนี้ของรัฐบาล ทั้งดอกเบี้ย และเงินต้น ก็มีสิทธิ์ที่จะขึ้นไปใกล้ ๆ ชน 15 เปอร์เซ็นต์ที่กําหนดในกฎหมาย ทั้งหมดนี้จะทําให้เรตติ้งของภาครัฐไทยแย่ลงในสายตาของบริษัทประเมินเรตติง ซึ่งเป็นผลเสียระยะยาว เพราะว่าหมายถึง ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล และจะลามไปถึงภาคเอกชนอาจจะสูงขึ้น ซึ่งก็จะซ้ำเติมเรื่องของเศรษฐกิจเข้าไปอีก” ดร.สมชัยกล่าว Cr. #TheStatesTimes
    0 Comments 0 Shares 572 Views 0 Reviews
  • “กรณ์” หนุนแนวคิด “ทักษิณ” ซื้อหนี้ พร้อมแนะ 10 ข้อเสนอสิ่งที่ควรทำ
    https://www.thai-tai.tv/news/17736/
    “กรณ์” หนุนแนวคิด “ทักษิณ” ซื้อหนี้ พร้อมแนะ 10 ข้อเสนอสิ่งที่ควรทำ https://www.thai-tai.tv/news/17736/
    0 Comments 0 Shares 107 Views 0 Reviews
More Results