• ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ลงพื้นที่จังหวัดตราด ตรวจค้นและเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อสนับสนุนความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน
    .
    กองบัญชาการกองทัพไทย โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2 สนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เข้าตรวจค้นพื้นที่บ้านท่าเส้น ตำบลแหลมสกัด อำเภอเมือง จังหวัดตราด
    .
    จากการตรวจค้นพบระเบิดขว้าง TYPE-67 จำนวน 2 ลูก และสามารถเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยได้รวม 1,354 ตารางเมตร เพื่อคืนความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003200
    .
    #News1live #News1 #ศทช #ทุ่นระเบิด #จังหวัดตราด #ความมั่นคง
    ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ลงพื้นที่จังหวัดตราด ตรวจค้นและเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อสนับสนุนความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน . กองบัญชาการกองทัพไทย โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2 สนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เข้าตรวจค้นพื้นที่บ้านท่าเส้น ตำบลแหลมสกัด อำเภอเมือง จังหวัดตราด . จากการตรวจค้นพบระเบิดขว้าง TYPE-67 จำนวน 2 ลูก และสามารถเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยได้รวม 1,354 ตารางเมตร เพื่อคืนความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003200 . #News1live #News1 #ศทช #ทุ่นระเบิด #จังหวัดตราด #ความมั่นคง
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 43 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฝ่ายกัมพูชายอมรื้อถอนเขื่อนดักตะกอนบริเวณชายแดนทะเล หลังฝ่ายไทยส่งสัญญาณกดดันขั้นเด็ดขาด หากไม่ดำเนินการจะตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงบริเวณสะพานเกาะกง ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ
    .
    กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เปิดเผยว่า หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ได้เข้าควบคุมพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ฝั่งจังหวัดจันทบุรีและตราดได้โดยสมบูรณ์ พร้อมเร่งเสริมฐานที่มั่นรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคง
    .
    เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากการตรวจพบว่าฝ่ายกัมพูชาได้ก่อสร้างเขื่อนดักตะกอนยื่นลงทะเล บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 73 บ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ส่งผลให้ทิศทางกระแสน้ำเปลี่ยนและเกิดการกัดเซาะพื้นที่ฝั่งไทย
    .
    ฝ่ายไทยได้เปิดการเจรจากับฝ่ายทหารกัมพูชา พร้อมแจ้งเงื่อนไขชัดเจนให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวทันที โดยล่าสุดมีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาเริ่มดำเนินการรื้อถอนตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา
    .
    ทั้งนี้ ฝ่ายไทยจะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จนกว่าการรื้อถอนเขื่อนดักตะกอนความยาวประมาณ 300 เมตรจะแล้วเสร็จครบถ้วน และสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122822
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ตราด #ความมั่นคง #นาวิกโยธิน
    ฝ่ายกัมพูชายอมรื้อถอนเขื่อนดักตะกอนบริเวณชายแดนทะเล หลังฝ่ายไทยส่งสัญญาณกดดันขั้นเด็ดขาด หากไม่ดำเนินการจะตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงบริเวณสะพานเกาะกง ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ . กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เปิดเผยว่า หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ได้เข้าควบคุมพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ฝั่งจังหวัดจันทบุรีและตราดได้โดยสมบูรณ์ พร้อมเร่งเสริมฐานที่มั่นรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคง . เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากการตรวจพบว่าฝ่ายกัมพูชาได้ก่อสร้างเขื่อนดักตะกอนยื่นลงทะเล บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 73 บ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ส่งผลให้ทิศทางกระแสน้ำเปลี่ยนและเกิดการกัดเซาะพื้นที่ฝั่งไทย . ฝ่ายไทยได้เปิดการเจรจากับฝ่ายทหารกัมพูชา พร้อมแจ้งเงื่อนไขชัดเจนให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวทันที โดยล่าสุดมีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาเริ่มดำเนินการรื้อถอนตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา . ทั้งนี้ ฝ่ายไทยจะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จนกว่าการรื้อถอนเขื่อนดักตะกอนความยาวประมาณ 300 เมตรจะแล้วเสร็จครบถ้วน และสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122822 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ตราด #ความมั่นคง #นาวิกโยธิน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 494 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพเรือเผยแพร่วิดีโอปฏิบัติการเครื่องบิน F-16 ของกองทัพอากาศไทย ยิงถล่มเป้าหมาย ก่อนกำลังนาวิกโยธินเข้าควบคุมและยึดคืนพื้นที่กาสิโนทมอดา และบ้านท่าเส้น ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ได้สำเร็จ
    .
    พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวถูกฝ่ายกัมพูชาใช้เป็นฐานที่มั่นทางทหาร มีการเสริมกำลัง พลซุ่มยิง จุดควบคุมพื้นที่ และส่วนปฏิบัติการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศไทย
    .
    การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังร่วมระหว่างกองทัพเรือ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กับกองทัพอากาศ ภายใต้แผนที่รัดกุมและคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนเป็นสำคัญ
    .
    ผลการปฏิบัติการ ฝ่ายไทยสามารถยึดพื้นที่เป้าหมายได้โดยสมบูรณ์ ไม่มีการสูญเสียกำลังพลหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ และสามารถตรวจยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ของฝ่ายตรงข้ามได้จำนวนหนึ่ง อยู่ระหว่างการตรวจสอบตามขั้นตอน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122733
    .
    #News1live #News1 #กองทัพเรือ #นาวิกโยธิน #F16 #ตราด #สถานการณ์ชายแดน
    กองทัพเรือเผยแพร่วิดีโอปฏิบัติการเครื่องบิน F-16 ของกองทัพอากาศไทย ยิงถล่มเป้าหมาย ก่อนกำลังนาวิกโยธินเข้าควบคุมและยึดคืนพื้นที่กาสิโนทมอดา และบ้านท่าเส้น ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ได้สำเร็จ . พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวถูกฝ่ายกัมพูชาใช้เป็นฐานที่มั่นทางทหาร มีการเสริมกำลัง พลซุ่มยิง จุดควบคุมพื้นที่ และส่วนปฏิบัติการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศไทย . การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังร่วมระหว่างกองทัพเรือ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กับกองทัพอากาศ ภายใต้แผนที่รัดกุมและคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนเป็นสำคัญ . ผลการปฏิบัติการ ฝ่ายไทยสามารถยึดพื้นที่เป้าหมายได้โดยสมบูรณ์ ไม่มีการสูญเสียกำลังพลหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ และสามารถตรวจยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ของฝ่ายตรงข้ามได้จำนวนหนึ่ง อยู่ระหว่างการตรวจสอบตามขั้นตอน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122733 . #News1live #News1 #กองทัพเรือ #นาวิกโยธิน #F16 #ตราด #สถานการณ์ชายแดน
    Like
    Love
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 654 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพเรือปูพรมตรวจค้นพื้นที่บ้าน 3 หลัง บ้านหนองรี จังหวัดตราด หลังสามารถยึดคืนพื้นที่ได้ พบคลังทุ่นระเบิดของฝ่ายกัมพูชาจำนวนมาก
    .
    ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือเปิดเผยว่า ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลซึ่งดัดแปลงมาจากทุ่นระเบิดดักรถถัง จำนวน 16 ลูก และยังพบทุ่นระเบิดเพิ่มเติมกระจายอยู่ในบริเวณโดยรอบพื้นที่
    .
    กองทัพเรือระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการจงใจสร้างอันตรายโดยไม่ระบุเป้าหมาย และเข้าข่ายละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมถึงขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา
    .
    กองทัพไทยยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงของรัฐ และความปลอดภัยของประชาชน ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรมอย่างเคร่งครัด
    .
    อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000121765
    .
    #News1live #News1 #กองทัพเรือ #บ้านสามหลัง #ตราด #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทุ่นระเบิด #ความมั่นคง
    #ทำลายให้สิ้น #เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
    กองทัพเรือปูพรมตรวจค้นพื้นที่บ้าน 3 หลัง บ้านหนองรี จังหวัดตราด หลังสามารถยึดคืนพื้นที่ได้ พบคลังทุ่นระเบิดของฝ่ายกัมพูชาจำนวนมาก . ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือเปิดเผยว่า ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลซึ่งดัดแปลงมาจากทุ่นระเบิดดักรถถัง จำนวน 16 ลูก และยังพบทุ่นระเบิดเพิ่มเติมกระจายอยู่ในบริเวณโดยรอบพื้นที่ . กองทัพเรือระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการจงใจสร้างอันตรายโดยไม่ระบุเป้าหมาย และเข้าข่ายละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมถึงขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา . กองทัพไทยยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงของรัฐ และความปลอดภัยของประชาชน ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรมอย่างเคร่งครัด . อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000121765 . #News1live #News1 #กองทัพเรือ #บ้านสามหลัง #ตราด #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทุ่นระเบิด #ความมั่นคง #ทำลายให้สิ้น #เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 555 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพเรือเผยคลิปปฏิบัติการทหารนาวิกโยธินบุกยึดคืนพื้นที่บ้านหนองรี หรือบ้านสามหลัง จังหวัดตราด หลังขับไล่กำลังฝ่ายตรงข้ามออกจากดินแดนไทยได้สำเร็จ และสถาปนาความมั่นคงในพื้นที่
    .
    ภายหลังการยึดพื้นที่ ทหารนาวิกโยธินได้ร่วมกันปักธงชาติไทย ร้องเพลงชาติ และกล่าวคำปฏิญาณปกป้องอธิปไตย สะท้อนภารกิจรักษาผืนแผ่นดินและความมั่นคงของชาติ
    .
    กองทัพเรือยืนยันการปฏิบัติการเป็นไปตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักสิทธิมนุษยชน โดยบูรณาการกำลังร่วมกับกองทัพอากาศเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่
    .
    อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000121638
    .
    #News1live #News1 #กองทัพเรือ #นาวิกโยธิน #บ้านสามหลัง #ตราด #อธิปไตยไทย #ความมั่นคง #ทำลายให้สิ้น #เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
    กองทัพเรือเผยคลิปปฏิบัติการทหารนาวิกโยธินบุกยึดคืนพื้นที่บ้านหนองรี หรือบ้านสามหลัง จังหวัดตราด หลังขับไล่กำลังฝ่ายตรงข้ามออกจากดินแดนไทยได้สำเร็จ และสถาปนาความมั่นคงในพื้นที่ . ภายหลังการยึดพื้นที่ ทหารนาวิกโยธินได้ร่วมกันปักธงชาติไทย ร้องเพลงชาติ และกล่าวคำปฏิญาณปกป้องอธิปไตย สะท้อนภารกิจรักษาผืนแผ่นดินและความมั่นคงของชาติ . กองทัพเรือยืนยันการปฏิบัติการเป็นไปตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักสิทธิมนุษยชน โดยบูรณาการกำลังร่วมกับกองทัพอากาศเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ . อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000121638 . #News1live #News1 #กองทัพเรือ #นาวิกโยธิน #บ้านสามหลัง #ตราด #อธิปไตยไทย #ความมั่นคง #ทำลายให้สิ้น #เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 462 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพเรือยืนยัน หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด สามารถยึดพื้นที่บ้าน 3 หลัง จังหวัดตราด ได้สำเร็จ 100% หลังการปฏิบัติการตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง โดยขณะนี้ธงชาติไทยได้ถูกปักและโบกสะบัดในพื้นที่อย่างชัดเจน
    .
    ขณะเดียวกัน กองทัพบกเปิดเผยภาพรวมผลกระทบจากการสู้รบตามแนวชายแดน พบพื้นที่ได้รับความเสียหายจากกระสุนตกแล้วรวม 105 จุด ครอบคลุมหลายจังหวัดชายแดน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 27 หลัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และกระทบสถานพยาบาล ศาสนสถาน และสถานศึกษา
    .
    ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ระบุว่า ได้จัดทำคำชี้แจงเหตุสู้รบถึง 16 ภาษา เพื่อสื่อสารกับนานาชาติ พร้อมย้ำว่าฝ่ายไทยจะรวบรวมหลักฐานการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนและกติกาสากล เพื่อนำเสนอในเวทีระหว่างประเทศต่อไป
    .
    อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000121539
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #นยตราด #กองทัพเรือ #กองทัพบก #ธงชาติไทย #ความมั่นคง #ทำลายให้สิ้น #เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
    กองทัพเรือยืนยัน หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด สามารถยึดพื้นที่บ้าน 3 หลัง จังหวัดตราด ได้สำเร็จ 100% หลังการปฏิบัติการตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง โดยขณะนี้ธงชาติไทยได้ถูกปักและโบกสะบัดในพื้นที่อย่างชัดเจน . ขณะเดียวกัน กองทัพบกเปิดเผยภาพรวมผลกระทบจากการสู้รบตามแนวชายแดน พบพื้นที่ได้รับความเสียหายจากกระสุนตกแล้วรวม 105 จุด ครอบคลุมหลายจังหวัดชายแดน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 27 หลัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และกระทบสถานพยาบาล ศาสนสถาน และสถานศึกษา . ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ระบุว่า ได้จัดทำคำชี้แจงเหตุสู้รบถึง 16 ภาษา เพื่อสื่อสารกับนานาชาติ พร้อมย้ำว่าฝ่ายไทยจะรวบรวมหลักฐานการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนและกติกาสากล เพื่อนำเสนอในเวทีระหว่างประเทศต่อไป . อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000121539 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #นยตราด #กองทัพเรือ #กองทัพบก #ธงชาติไทย #ความมั่นคง #ทำลายให้สิ้น #เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
    Like
    4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 550 มุมมอง 0 รีวิว
  • สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านจังหวัดตราด คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี หลังผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ยืนยันว่ากองทัพเรือและกองทัพอากาศสามารถควบคุมพื้นที่ได้ตามแผน ปฏิบัติการลิดรอนกำลังฝ่ายตรงข้ามจนสิ้นสภาพแล้ว
    .
    การปฏิบัติการภายใต้ยุทธการ “ตราดปราบปรปักษ์” ทำให้ขณะนี้ฝ่ายไทยเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์อย่างสมบูรณ์ แม้ยังมีการเคลียร์พื้นที่ตามแผน แต่ไม่มีการตอบโต้จากฝ่ายตรงข้าม พร้อมย้ำว่าโดรนที่พบเป็นเพียงการก่อกวนทางจิตวิทยา ไม่กระทบความปลอดภัยประชาชน
    .
    กองทัพให้ความมั่นใจกับชาวตราดว่า อีกไม่นานประชาชนที่อพยพจะสามารถกลับบ้านได้ โดยเหตุปะทะที่ผ่านมาไม่มีผู้เสียชีวิต และไม่มีประชาชนได้รับอันตราย
    .
    อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000121448
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ตราด #กองทัพเรือ #กองทัพอากาศ #นาวิกโยธิน #ความมั่นคง #ทำลายให้สิ้น #เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
    สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านจังหวัดตราด คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี หลังผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ยืนยันว่ากองทัพเรือและกองทัพอากาศสามารถควบคุมพื้นที่ได้ตามแผน ปฏิบัติการลิดรอนกำลังฝ่ายตรงข้ามจนสิ้นสภาพแล้ว . การปฏิบัติการภายใต้ยุทธการ “ตราดปราบปรปักษ์” ทำให้ขณะนี้ฝ่ายไทยเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์อย่างสมบูรณ์ แม้ยังมีการเคลียร์พื้นที่ตามแผน แต่ไม่มีการตอบโต้จากฝ่ายตรงข้าม พร้อมย้ำว่าโดรนที่พบเป็นเพียงการก่อกวนทางจิตวิทยา ไม่กระทบความปลอดภัยประชาชน . กองทัพให้ความมั่นใจกับชาวตราดว่า อีกไม่นานประชาชนที่อพยพจะสามารถกลับบ้านได้ โดยเหตุปะทะที่ผ่านมาไม่มีผู้เสียชีวิต และไม่มีประชาชนได้รับอันตราย . อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000121448 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ตราด #กองทัพเรือ #กองทัพอากาศ #นาวิกโยธิน #ความมั่นคง #ทำลายให้สิ้น #เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
    Like
    Love
    4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 505 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพคอนเฟิร์ม ยกเลิกเคอร์ฟิวส์จังหวัดตราด หลังสามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้แล้ว พร้อมย้ำให้จับตาท่าทีของกัมพูชา ว่าจะตอบรับเงื่อนไขหยุดยิง 3 ข้อของฝ่ายไทยหรือไม่
    .
    พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุว่า การหยุดยิงจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อกัมพูชาปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างครบถ้วน ได้แก่
    .
    1. กัมพูชาต้องประกาศหยุดยิงก่อน ในฐานะฝ่ายที่รุกล้ำพื้นที่ไทย
    2. การหยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง ไม่ใช่หยุดแล้วกลับมาใช้ความรุนแรงซ้ำ
    3. ต้องร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างจริงจังและจริงใจ
    .
    ย้ำว่าขณะนี้ฝ่ายกัมพูชายังโจมตีต่อเนื่องตลอดแนวชายแดน ใช้จรวดหลายลำกล้อง BM-21 โจมตีพื้นที่ที่ฝ่ายไทยยึดได้ ทั้งบริเวณช่องอานม้า เนิน 677 เนิน 350 และปราสาทตาควาย
    .
    กองทัพยังชี้แจงกรณีเฟกนิวส์จากกัมพูชา ที่อ้างว่าจับทหารไทยได้และยึดปราสาทตาควาย ยืนยันไม่เป็นความจริง พร้อมระบุชัด ฝ่ายไทยปักธงชาติยึดพื้นที่ปราสาทตาควายได้แล้ว โดยภาพที่เผยแพร่เป็นการใช้ AI บิดเบือน
    .
    ด้านกองทัพเรือยืนยัน การยกเลิกเคอร์ฟิวส์ จ.ตราด เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ หลังสถานการณ์อยู่ในการควบคุม
    .
    อ่านต่อ >>> https://news1live.com/detail/9680000121121
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ยกเลิกเคอร์ฟิวส์ #หยุดยิง #กองทัพไทย #เฟกนิวส์ #ทำลายให้สิ้น
    กองทัพคอนเฟิร์ม ยกเลิกเคอร์ฟิวส์จังหวัดตราด หลังสามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้แล้ว พร้อมย้ำให้จับตาท่าทีของกัมพูชา ว่าจะตอบรับเงื่อนไขหยุดยิง 3 ข้อของฝ่ายไทยหรือไม่ . พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุว่า การหยุดยิงจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อกัมพูชาปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างครบถ้วน ได้แก่ . 1. กัมพูชาต้องประกาศหยุดยิงก่อน ในฐานะฝ่ายที่รุกล้ำพื้นที่ไทย 2. การหยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง ไม่ใช่หยุดแล้วกลับมาใช้ความรุนแรงซ้ำ 3. ต้องร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างจริงจังและจริงใจ . ย้ำว่าขณะนี้ฝ่ายกัมพูชายังโจมตีต่อเนื่องตลอดแนวชายแดน ใช้จรวดหลายลำกล้อง BM-21 โจมตีพื้นที่ที่ฝ่ายไทยยึดได้ ทั้งบริเวณช่องอานม้า เนิน 677 เนิน 350 และปราสาทตาควาย . กองทัพยังชี้แจงกรณีเฟกนิวส์จากกัมพูชา ที่อ้างว่าจับทหารไทยได้และยึดปราสาทตาควาย ยืนยันไม่เป็นความจริง พร้อมระบุชัด ฝ่ายไทยปักธงชาติยึดพื้นที่ปราสาทตาควายได้แล้ว โดยภาพที่เผยแพร่เป็นการใช้ AI บิดเบือน . ด้านกองทัพเรือยืนยัน การยกเลิกเคอร์ฟิวส์ จ.ตราด เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ หลังสถานการณ์อยู่ในการควบคุม . อ่านต่อ >>> https://news1live.com/detail/9680000121121 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ยกเลิกเคอร์ฟิวส์ #หยุดยิง #กองทัพไทย #เฟกนิวส์ #ทำลายให้สิ้น
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 526 มุมมอง 0 รีวิว
  • โฆษกกองทัพเรือเผยพบฝ่ายกัมพูชาแทรกซึมในพื้นที่จังหวัดตราด พยายามก่อวินาศกรรมต่อสถานที่ทางทหารและหน่วยราชการ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดเร่งยกระดับมาตรการความมั่นคง ประกาศห้ามออกนอกเคหสถานในบางพื้นที่ ตั้งด่านตรวจ และเพิ่มการรักษาความปลอดภัย ย้ำสถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายความมั่นคง ขอประชาชนติดตามข้อมูลจากทางการและงดเผยแพร่ข้อมูลที่กระทบความมั่นคง
    .
    อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000120314
    .
    #News1live #News1 #กองทัพเรือ #ตราด #ความมั่นคง #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทำลายให้สิ้น #เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
    โฆษกกองทัพเรือเผยพบฝ่ายกัมพูชาแทรกซึมในพื้นที่จังหวัดตราด พยายามก่อวินาศกรรมต่อสถานที่ทางทหารและหน่วยราชการ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดเร่งยกระดับมาตรการความมั่นคง ประกาศห้ามออกนอกเคหสถานในบางพื้นที่ ตั้งด่านตรวจ และเพิ่มการรักษาความปลอดภัย ย้ำสถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายความมั่นคง ขอประชาชนติดตามข้อมูลจากทางการและงดเผยแพร่ข้อมูลที่กระทบความมั่นคง . อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000120314 . #News1live #News1 #กองทัพเรือ #ตราด #ความมั่นคง #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทำลายให้สิ้น #เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
    Like
    Sad
    5
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 388 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพเรือประกาศกำหนดเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ในพื้นที่จังหวัดตราด เพื่อยกระดับมาตรการความมั่นคง จากสถานการณ์ชายแดนที่ยังตึงเครียด
    .
    เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2568 เวลา 08.52 น. กปช.จต. แจ้งบังคับใช้เคอร์ฟิวช่วงเวลา 19.00–05.00 น. ครอบคลุม อ.เมืองตราด คลองใหญ่ บ่อไร่ เขาสมิง และแหลมงอบ ยกเว้น อ.เกาะช้าง และ อ.เกาะกูด เริ่มมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
    .
    กองทัพเรือยืนยันการบังคับใช้จะเป็นไปอย่างเหมาะสมตามกฎหมายกฎอัยการศึก เพื่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000120063
    .
    #News1live #News1 #เคอร์ฟิว #ตราด #กองทัพเรือ #ความมั่นคง #สถานการณ์ชายแดน #ทำลายให้สิ้น #เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
    กองทัพเรือประกาศกำหนดเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ในพื้นที่จังหวัดตราด เพื่อยกระดับมาตรการความมั่นคง จากสถานการณ์ชายแดนที่ยังตึงเครียด . เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2568 เวลา 08.52 น. กปช.จต. แจ้งบังคับใช้เคอร์ฟิวช่วงเวลา 19.00–05.00 น. ครอบคลุม อ.เมืองตราด คลองใหญ่ บ่อไร่ เขาสมิง และแหลมงอบ ยกเว้น อ.เกาะช้าง และ อ.เกาะกูด เริ่มมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป . กองทัพเรือยืนยันการบังคับใช้จะเป็นไปอย่างเหมาะสมตามกฎหมายกฎอัยการศึก เพื่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000120063 . #News1live #News1 #เคอร์ฟิว #ตราด #กองทัพเรือ #ความมั่นคง #สถานการณ์ชายแดน #ทำลายให้สิ้น #เพื่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์
    Like
    4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 436 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพเรือเปิดเผยสถานการณ์ความตึงเครียดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้านจังหวัดตราด พบกัมพูชาเพิ่มกำลังทหารอย่างต่อเนื่อง พร้อมขุดคูเลตและสร้างบังเกอร์คอนกรีตใต้ดินบริเวณบ้าน 3 หลัง อำเภอชำราก ใช้เป็นที่มั่นทางทหารและฐานยิงอาวุธสนับสนุนข้ามแดน
    .
    นาวาเอก นรา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า โครงสร้างใต้ดินดังกล่าวเป็นภัยคุกคาม ทำให้ไม่สามารถนำกำลังทหารราบนาวิกโยธินเข้ายึดพื้นที่ได้โดยตรง กองทัพจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องบิน F-16 เข้าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ เพื่อเปิดทางให้กำลังนาวิกโยธินควบคุมพื้นที่อย่างปลอดภัย
    .
    รายงานข่าวกรองยังพบว่า กัมพูชาได้เสริมกำลังทหารในพื้นที่จันทบุรีและตราด ทั้งบริเวณด่านผักกาด บ้านหนองลีบน และแนวชายแดนใกล้เคียง สะท้อนเจตนาสร้างแรงกดดันและภัยคุกคามต่ออธิปไตยไทย
    .
    กองทัพยืนยันจะดำรงการปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในความพร้อมของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ที่ทำงานเต็มกำลังเพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ
    .
    อ่านรายละเอียด >> https://news1live.com/detail/9680000119497
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #กองทัพเรือ #F16 #นาวิกโยธิน #ตราด #ความมั่นคง #ทำลายให้สิ้นสภาพ
    กองทัพเรือเปิดเผยสถานการณ์ความตึงเครียดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้านจังหวัดตราด พบกัมพูชาเพิ่มกำลังทหารอย่างต่อเนื่อง พร้อมขุดคูเลตและสร้างบังเกอร์คอนกรีตใต้ดินบริเวณบ้าน 3 หลัง อำเภอชำราก ใช้เป็นที่มั่นทางทหารและฐานยิงอาวุธสนับสนุนข้ามแดน . นาวาเอก นรา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า โครงสร้างใต้ดินดังกล่าวเป็นภัยคุกคาม ทำให้ไม่สามารถนำกำลังทหารราบนาวิกโยธินเข้ายึดพื้นที่ได้โดยตรง กองทัพจึงจำเป็นต้องใช้เครื่องบิน F-16 เข้าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ เพื่อเปิดทางให้กำลังนาวิกโยธินควบคุมพื้นที่อย่างปลอดภัย . รายงานข่าวกรองยังพบว่า กัมพูชาได้เสริมกำลังทหารในพื้นที่จันทบุรีและตราด ทั้งบริเวณด่านผักกาด บ้านหนองลีบน และแนวชายแดนใกล้เคียง สะท้อนเจตนาสร้างแรงกดดันและภัยคุกคามต่ออธิปไตยไทย . กองทัพยืนยันจะดำรงการปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในความพร้อมของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ที่ทำงานเต็มกำลังเพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ . อ่านรายละเอียด >> https://news1live.com/detail/9680000119497 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #กองทัพเรือ #F16 #นาวิกโยธิน #ตราด #ความมั่นคง #ทำลายให้สิ้นสภาพ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 483 มุมมอง 0 รีวิว
  • 555,ว่าแล้ว แปลกๆมากพวกนี้ มันเป็นขบวนการจริงๆ,ร่ำรวยผิดปกติด้วย โชว์บ้าน โชว์รถหรูสาระพัด อวดร่ำอวดรวย เหยียดคนอื่นด้วย,มีนายใหญ่คุ้มหัวแน่นอนจึงกล้าหาญ,นอมินีตัวโชว์ให้เป็นตัวเอกออกเดินหน้าโรง,เรียกเหยื่อ.,จิตใจคนเรามิอาจดูผิวเผินได้,สิ่งที่กายวาจาแสดงออกผ่านสื่ออาจอีกเรื่อง,ลับหลังก็อีกเรื่อง สตอรี่อีกไม่เอามารวมด้วยมากมายตรึม,คนเดอะแก๊งพวกนี้.

    ..โรงงานไม่ได้ผลิตรถ ไม่ได้ประกอบรถรุ่นนี้ ไม่มีบันทึกการสร้างรถรุ่นนี้ มันไปผลิตในโรงงานไหนว่ะ ,สิทธิบัตรใบอนุญาตการผลิตการสร้างโรงงานนี้ผูกขาดหลักอย่างเป็นทางการ,แม้มีผลิตจากโรงงานอื่นคือคู่แข่ง ก็ต้องบันทึก ปล.จดหมายเหตุไว้ของเหตุการณ์ที่เกิดรถรุ่นนี้ขึ้น,หรือบันทึกแสดงความเสียใจที่ตนไม่ได้งานการผลิตมาล่ะ ท้ายเล่มของรุ่นนี้ แล้วทางวัดต้องจัดงานปลุกเสกใหญ่โตให้เกียรติชื่อครูบาอาจารย์ที่จัดสร้างเหรียญ เพื่อศิริมงคลต่อเหรียญเองในรุ่นนั้นๆ,ทางวัดเองต้องให้อนุญาตโรงงานรถโรงงานผลิตเหรียญด้วยว่าสั่งสร้างเท่านั้นเท่านี้บันทึกส่งรถส่งเหรียญให้ใครจับจองด้วย,ตามรุ่นพิเศษอีก ราคาแพงที่ผลิตตอบสนองความต้องการพิเศษตามขั้นตอนกระบวนดารผลิตใครได้ก่อนหลังอีก.,ก่อนปี2508ยังมีบันทึกสาระพัดทั้งจากทางวัดเองและโรงปั้มรับมอบใบอนุญาตสร้าง,ถ้าจะสร้างเพิ่มสร้างเสริมผลิตเพิ่มผลิตเสริมต้องขออนุญาตวัดอีก,คณะกรรมการวัดต้องรับรู้ทั่วทั้งวัด เพราะมันคือชื่อเสียงเกียรติยศของครูบาอาจารย์และชื่อเสียงวัดด้วย,มิอาจปล่อยเลอะเทอะได้,อย่าลืมว่า พระวัดนี้อาจมีใครบรรลุธรรม สามารถหยั่งเห็นถึงเหตุที่เกิดขึ้นในอนาคตได้แบบปัจจุบันนี้ คณะท่านจึงมีแผนการรับมือไว้แล้วด้วย,โดยตัวแปลที่เห็นปัจจุบันคือ ตระกูลผู้สร้างรับงานทางวัดมาตลอด ไม่มีบันทึก ไม่มีประวัติสร้างพระรุ่นนี้เลย,จึงเป็นข้อสังเกตุใหญ่ที่สามารถตีตกได้,ทางหุ้น หากมีอะไรผิดปกติ ถูกแขวนถูกหยุดถูกห้ามทำการซื้อขายก่อนทันที,ต้องถูกตรวจสอบก่อนนั้นเอง,นี้อะไรมุ่งพานิชย์อย่างเดียว,คนออกมาปกป้องเขาก็ไม่ผิดหรอก,คนซื้อมาแล้ว ซื้อมาเองด้วยเงินตนเองจะ100ล้านก็เงินตนเองไม่ผิดหรอก,แต่อย่าบิดประเด็นคือร่วมกันตรวจสอบเหรียญ สืบหาว่าความจริงของเหรียญนี้ มันมีค่าจริงแบบใด ค่าเท็จแบบใดร่วมกันสร้างมาตราฐานพระเครื่องไทย,เหรียญพระมันต้องดูองค์ประกอบทั้งหมดร่วมกัน,เพราะปัจจุบันมันปลอมเหรียญกันง่ายๆมากเพราะเทคโนโลยีมันล้ำสมัยมาก,
    ..เอาประเด็นแค่โรงปั้มไม่ได้ผลิต ก็งานงอกงานเข้าแล้ว,มันเสริม มันเพิ่มมาจากไหน.,ยิ่งถ้าหากทางวัดบอกผ่านบันทึกแก่วัดเจ้าของเรื่องว่า..ไม่เคยอนุญาตใป้โรงงานโรงผลิตใดๆมาสร้างพระรุ่นนี้อีก ยิ่งจบเลย,

    ..วงการพระคือวิถีฟอกเงินที่ง่ายที่สุด,ไม่ต่างจากบ่อนคาสิโนจังหวัดตราดหรือตลอดพรมแดนไทยเรา ที่สามารถทำอะไรก็ได้ รวมทั้งฟอกเงินมหาศาลนั้นๆ

    https://youtube.com/watch?v=dn4AfTXrI5I&si=sMZVFYrP0HAYKwWV
    555,ว่าแล้ว แปลกๆมากพวกนี้ มันเป็นขบวนการจริงๆ,ร่ำรวยผิดปกติด้วย โชว์บ้าน โชว์รถหรูสาระพัด อวดร่ำอวดรวย เหยียดคนอื่นด้วย,มีนายใหญ่คุ้มหัวแน่นอนจึงกล้าหาญ,นอมินีตัวโชว์ให้เป็นตัวเอกออกเดินหน้าโรง,เรียกเหยื่อ.,จิตใจคนเรามิอาจดูผิวเผินได้,สิ่งที่กายวาจาแสดงออกผ่านสื่ออาจอีกเรื่อง,ลับหลังก็อีกเรื่อง สตอรี่อีกไม่เอามารวมด้วยมากมายตรึม,คนเดอะแก๊งพวกนี้. ..โรงงานไม่ได้ผลิตรถ ไม่ได้ประกอบรถรุ่นนี้ ไม่มีบันทึกการสร้างรถรุ่นนี้ มันไปผลิตในโรงงานไหนว่ะ ,สิทธิบัตรใบอนุญาตการผลิตการสร้างโรงงานนี้ผูกขาดหลักอย่างเป็นทางการ,แม้มีผลิตจากโรงงานอื่นคือคู่แข่ง ก็ต้องบันทึก ปล.จดหมายเหตุไว้ของเหตุการณ์ที่เกิดรถรุ่นนี้ขึ้น,หรือบันทึกแสดงความเสียใจที่ตนไม่ได้งานการผลิตมาล่ะ ท้ายเล่มของรุ่นนี้ แล้วทางวัดต้องจัดงานปลุกเสกใหญ่โตให้เกียรติชื่อครูบาอาจารย์ที่จัดสร้างเหรียญ เพื่อศิริมงคลต่อเหรียญเองในรุ่นนั้นๆ,ทางวัดเองต้องให้อนุญาตโรงงานรถโรงงานผลิตเหรียญด้วยว่าสั่งสร้างเท่านั้นเท่านี้บันทึกส่งรถส่งเหรียญให้ใครจับจองด้วย,ตามรุ่นพิเศษอีก ราคาแพงที่ผลิตตอบสนองความต้องการพิเศษตามขั้นตอนกระบวนดารผลิตใครได้ก่อนหลังอีก.,ก่อนปี2508ยังมีบันทึกสาระพัดทั้งจากทางวัดเองและโรงปั้มรับมอบใบอนุญาตสร้าง,ถ้าจะสร้างเพิ่มสร้างเสริมผลิตเพิ่มผลิตเสริมต้องขออนุญาตวัดอีก,คณะกรรมการวัดต้องรับรู้ทั่วทั้งวัด เพราะมันคือชื่อเสียงเกียรติยศของครูบาอาจารย์และชื่อเสียงวัดด้วย,มิอาจปล่อยเลอะเทอะได้,อย่าลืมว่า พระวัดนี้อาจมีใครบรรลุธรรม สามารถหยั่งเห็นถึงเหตุที่เกิดขึ้นในอนาคตได้แบบปัจจุบันนี้ คณะท่านจึงมีแผนการรับมือไว้แล้วด้วย,โดยตัวแปลที่เห็นปัจจุบันคือ ตระกูลผู้สร้างรับงานทางวัดมาตลอด ไม่มีบันทึก ไม่มีประวัติสร้างพระรุ่นนี้เลย,จึงเป็นข้อสังเกตุใหญ่ที่สามารถตีตกได้,ทางหุ้น หากมีอะไรผิดปกติ ถูกแขวนถูกหยุดถูกห้ามทำการซื้อขายก่อนทันที,ต้องถูกตรวจสอบก่อนนั้นเอง,นี้อะไรมุ่งพานิชย์อย่างเดียว,คนออกมาปกป้องเขาก็ไม่ผิดหรอก,คนซื้อมาแล้ว ซื้อมาเองด้วยเงินตนเองจะ100ล้านก็เงินตนเองไม่ผิดหรอก,แต่อย่าบิดประเด็นคือร่วมกันตรวจสอบเหรียญ สืบหาว่าความจริงของเหรียญนี้ มันมีค่าจริงแบบใด ค่าเท็จแบบใดร่วมกันสร้างมาตราฐานพระเครื่องไทย,เหรียญพระมันต้องดูองค์ประกอบทั้งหมดร่วมกัน,เพราะปัจจุบันมันปลอมเหรียญกันง่ายๆมากเพราะเทคโนโลยีมันล้ำสมัยมาก, ..เอาประเด็นแค่โรงปั้มไม่ได้ผลิต ก็งานงอกงานเข้าแล้ว,มันเสริม มันเพิ่มมาจากไหน.,ยิ่งถ้าหากทางวัดบอกผ่านบันทึกแก่วัดเจ้าของเรื่องว่า..ไม่เคยอนุญาตใป้โรงงานโรงผลิตใดๆมาสร้างพระรุ่นนี้อีก ยิ่งจบเลย, ..วงการพระคือวิถีฟอกเงินที่ง่ายที่สุด,ไม่ต่างจากบ่อนคาสิโนจังหวัดตราดหรือตลอดพรมแดนไทยเรา ที่สามารถทำอะไรก็ได้ รวมทั้งฟอกเงินมหาศาลนั้นๆ https://youtube.com/watch?v=dn4AfTXrI5I&si=sMZVFYrP0HAYKwWV
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 581 มุมมอง 0 รีวิว
  • กำแพงรั้วลวดหนามสำคัญมากกับการป้องกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยเราเพื่อตัดตอนเหตุร้า,ยทั้งหมดที่คนเขมรจะก่อขึ้นกับคนไทยเราหรือทางผ่านในการก่ออาชญากรรมทั้งหมดก็ด้วย,กับพวกนี้ คนเขมรนี้ ในหมู่เผ่าพันธุ์สันดานคนทรยศเนรคุณหักหลังไม่ซื่อสัตย์ของจริงคนเขมรพวกนี้ต้องถูกจัดการแบบนีันั้นถูกต้องแล้ว,เวียดนามสร้างรั้วลวดหนามกับมันคนเขมรถือว่าถูกต้องเช่นกัน.

    ทหารอย่าตีเนียนไม่พยายามสร้างรั้วลวดหนามกำแพงนี้ตลอดแนวเลย, ต้องชัดเจนเหมือนในอดีตในการจะสร้างกำแพงรั้วลวดหนามถาวรจริงตลอดแนวพรมแดน ไม่เว้นช่วงใดๆหรือเฉพาะจุด, ตลอดแนวพรมแดนต้องเห็นกำแพงรั้วลวดหนามกีดกั้นคนเขมรทุกๆตารางนิ้ว,มันสามารถป้องกันภัยต่างๆได้หมดเกือบทุกๆมิติที่ติดเขมรชาติคนเถื่อนนี้,รัฐบาลหรือทหารสร้างไม่ได้ก็ออกไปสะ,เรา..ประชาชนทั่วประเทศจะลงมือสร้างเอง,ทหารมีไว้ทำไมก็อาจจริงล่ะงานนี้,กลับลิ้นไปมาถือว่าใช้ไม่ได้ ตลอดรัฐบาลนี้ด้วย,หากทำไม่จบ,ก็ออกไปตั้งแต่เดือนนี้เสีย.,นี้คือความมั่นคงอธิปไตยด้านความปลอดภัยของประชาชนคนไทยเบื้องต้นชัดเจน,จะหวาดกลัวว่าขนของหนีภาษีหรือค้าของเถื่อนในหมู่พวกคนชั่วไม่สามารถที่จะทำการขนของเถื่อนได้ใช่หรือไม่,เกรงใจมันเหรอ เว้นบางจุดให้พอทำมาหากินในหมู่คนชั่วบ้างเช่นนั้นเหรอ,ใครชั่วหนีเข้าออกไทย ไปเขมรก็จะพอรอดพ้นคดีนั้นเหรอ,ในจุดที่ไม่สร้างรั้วลวดหนามนั้น,ตลอดแนวพรมแดนเขมรทั้งหมด ต้องมีรั้วลวดหนามทั้งหมด,ใครจะมาใช้ช่องทางธรรมชาติแบบอดีตฝันไปเลย.,ทหารไทย กองทัพไทยอย่าทำลายความเชื่อใจในกองทหารไทย,เพราะก่อนหน้านี้เรา..คนไทยก็เห็นด้วยว่ามีทหารไว้ทำไม ที่หนองจานถูกยึดครองโดยเขมรตั้งแต่ อ.วีระถูกจับ,ตลอดพรมแดนเขมรกับไทย เขมรมันยึดครองด้วยหลายจุดแน่นอนมิใช่แค่11จุดในปัจจุบันที่แฉหรอกเพราะระยะทางมันกว่า800กม.นะ,11จุดแค่จุดเด่นดังเป็นข่าวแค่นั้น,
    ..ทหารไทยอย่าทรยศประชาชนในการสร้างรั้วลวดหนาม,เจตจำนงเดิม จุดยืนต้องชัดเจน ทหารการเมือง นายพลการเมืองสมควรถูกกำจัดออกจากกองทัพไทยได้แล้ว,แบบกะแต่จะเรียกร้องเปิดด่านนั้นล่ะ,การทุจริต คตโกงในกองทัพมันก็มากมายยิ่งในอดีต,แต่เรา..ประชาชนเพียงมองข้ามแค่นั้น, สุดๆอาจยุบกำลังพลทหารทิ้งเลยหากไม่เกิดเหตุบิ๊กกุ้งเอาสถานะศักดิ์ทหารไทยกลับคืนมา,แม่ทัพภาค1,มาด้อยค่าทหารเหยียบซ้ำอีกที่ละเว้นไม่ปฏิบัติการยึดคืนแบบแม่ทัพภาคที่2,บัดสบมาก,เรา..ประชาชนถ้าลงมติได้จะร่วมกันยุบกองทัพภาค1ทิ้งทั้งหมดเลย,ให้กองทัพภาคที่2เข้าควบคุมพื้นที่หน่วยทัพทั้งหมดนี้แท้,อุบาทก์สุดๆคือบ่อนคาสิโนจังหวัดตราด,อยู่บนดินแท้ๆกลับไม่มีตา ไม่รับรู้อะไรถูกอะไรผิด สั่งการในสิ่งที่ถูกต้อง ยึดพื้นที่1:50,000 ตาม ร.9 เราที่ใช้อัตรานี้ร่วมกับทหารไทยเราทั่วประเทศ.
    ..รัฐบาลอนุทินหากปาหี่ก็สมควรไปก่อนสิ้นเดือนตุลา.นี้เถอะ,แผ่นดินไทยและอธิปไตยไทยตลอดความปลอดถัยของประชาชนไทยเราต้องมาก่อน.
    กำแพงรั้วลวดหนามสำคัญมากกับการป้องกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยเราเพื่อตัดตอนเหตุร้า,ยทั้งหมดที่คนเขมรจะก่อขึ้นกับคนไทยเราหรือทางผ่านในการก่ออาชญากรรมทั้งหมดก็ด้วย,กับพวกนี้ คนเขมรนี้ ในหมู่เผ่าพันธุ์สันดานคนทรยศเนรคุณหักหลังไม่ซื่อสัตย์ของจริงคนเขมรพวกนี้ต้องถูกจัดการแบบนีันั้นถูกต้องแล้ว,เวียดนามสร้างรั้วลวดหนามกับมันคนเขมรถือว่าถูกต้องเช่นกัน. ทหารอย่าตีเนียนไม่พยายามสร้างรั้วลวดหนามกำแพงนี้ตลอดแนวเลย, ต้องชัดเจนเหมือนในอดีตในการจะสร้างกำแพงรั้วลวดหนามถาวรจริงตลอดแนวพรมแดน ไม่เว้นช่วงใดๆหรือเฉพาะจุด, ตลอดแนวพรมแดนต้องเห็นกำแพงรั้วลวดหนามกีดกั้นคนเขมรทุกๆตารางนิ้ว,มันสามารถป้องกันภัยต่างๆได้หมดเกือบทุกๆมิติที่ติดเขมรชาติคนเถื่อนนี้,รัฐบาลหรือทหารสร้างไม่ได้ก็ออกไปสะ,เรา..ประชาชนทั่วประเทศจะลงมือสร้างเอง,ทหารมีไว้ทำไมก็อาจจริงล่ะงานนี้,กลับลิ้นไปมาถือว่าใช้ไม่ได้ ตลอดรัฐบาลนี้ด้วย,หากทำไม่จบ,ก็ออกไปตั้งแต่เดือนนี้เสีย.,นี้คือความมั่นคงอธิปไตยด้านความปลอดภัยของประชาชนคนไทยเบื้องต้นชัดเจน,จะหวาดกลัวว่าขนของหนีภาษีหรือค้าของเถื่อนในหมู่พวกคนชั่วไม่สามารถที่จะทำการขนของเถื่อนได้ใช่หรือไม่,เกรงใจมันเหรอ เว้นบางจุดให้พอทำมาหากินในหมู่คนชั่วบ้างเช่นนั้นเหรอ,ใครชั่วหนีเข้าออกไทย ไปเขมรก็จะพอรอดพ้นคดีนั้นเหรอ,ในจุดที่ไม่สร้างรั้วลวดหนามนั้น,ตลอดแนวพรมแดนเขมรทั้งหมด ต้องมีรั้วลวดหนามทั้งหมด,ใครจะมาใช้ช่องทางธรรมชาติแบบอดีตฝันไปเลย.,ทหารไทย กองทัพไทยอย่าทำลายความเชื่อใจในกองทหารไทย,เพราะก่อนหน้านี้เรา..คนไทยก็เห็นด้วยว่ามีทหารไว้ทำไม ที่หนองจานถูกยึดครองโดยเขมรตั้งแต่ อ.วีระถูกจับ,ตลอดพรมแดนเขมรกับไทย เขมรมันยึดครองด้วยหลายจุดแน่นอนมิใช่แค่11จุดในปัจจุบันที่แฉหรอกเพราะระยะทางมันกว่า800กม.นะ,11จุดแค่จุดเด่นดังเป็นข่าวแค่นั้น, ..ทหารไทยอย่าทรยศประชาชนในการสร้างรั้วลวดหนาม,เจตจำนงเดิม จุดยืนต้องชัดเจน ทหารการเมือง นายพลการเมืองสมควรถูกกำจัดออกจากกองทัพไทยได้แล้ว,แบบกะแต่จะเรียกร้องเปิดด่านนั้นล่ะ,การทุจริต คตโกงในกองทัพมันก็มากมายยิ่งในอดีต,แต่เรา..ประชาชนเพียงมองข้ามแค่นั้น, สุดๆอาจยุบกำลังพลทหารทิ้งเลยหากไม่เกิดเหตุบิ๊กกุ้งเอาสถานะศักดิ์ทหารไทยกลับคืนมา,แม่ทัพภาค1,มาด้อยค่าทหารเหยียบซ้ำอีกที่ละเว้นไม่ปฏิบัติการยึดคืนแบบแม่ทัพภาคที่2,บัดสบมาก,เรา..ประชาชนถ้าลงมติได้จะร่วมกันยุบกองทัพภาค1ทิ้งทั้งหมดเลย,ให้กองทัพภาคที่2เข้าควบคุมพื้นที่หน่วยทัพทั้งหมดนี้แท้,อุบาทก์สุดๆคือบ่อนคาสิโนจังหวัดตราด,อยู่บนดินแท้ๆกลับไม่มีตา ไม่รับรู้อะไรถูกอะไรผิด สั่งการในสิ่งที่ถูกต้อง ยึดพื้นที่1:50,000 ตาม ร.9 เราที่ใช้อัตรานี้ร่วมกับทหารไทยเราทั่วประเทศ. ..รัฐบาลอนุทินหากปาหี่ก็สมควรไปก่อนสิ้นเดือนตุลา.นี้เถอะ,แผ่นดินไทยและอธิปไตยไทยตลอดความปลอดถัยของประชาชนไทยเราต้องมาก่อน.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 880 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฝรั่งหัวใจไทยบินไกลสู่ชายแดน มอบโซล่าเซลล์ อาหารแห้ง ให้ตำรวจตระเวนชายแดนจังหวัดตราด
    https://www.thai-tai.tv/news/21747/
    .
    #ตำรวจตระเวนชายแดน #โซล่าเซลล์ #ชายแดนตราด #MarkShelley #ปกป้องอธิปไตย #ขาดแคลนไฟฟ้า #ตชด116
    ฝรั่งหัวใจไทยบินไกลสู่ชายแดน มอบโซล่าเซลล์ อาหารแห้ง ให้ตำรวจตระเวนชายแดนจังหวัดตราด https://www.thai-tai.tv/news/21747/ . #ตำรวจตระเวนชายแดน #โซล่าเซลล์ #ชายแดนตราด #MarkShelley #ปกป้องอธิปไตย #ขาดแคลนไฟฟ้า #ตชด116
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 425 มุมมอง 0 รีวิว
  • วิธีปลุกประชาชนตื่นรับรู้ กระตือรือร้นในการรับรู้ มันมีหลายวิธี คือยึดก่อนที่เป็นของไทย บนแผ่นดินไทยก็ส่วนหนึ่ง แบบยึดปราสาทนั้นล่ะ หรือ ทำลายทิ้งทันทีแบบบ่อนคาสิโนจึงค่อยรายงานทีหลัง,หรือแบบตาควายทำลายเลยเพราะดินแดนของเรา สร้างใหม่ได้ เขมรมาใช้ตาควายเป็นตัวประกันฝันสลายเลย,เพราะวัตถุธาตุเราสร้างใหม่ซ่อมแซมได้,การปล่อยศัตรูมิใช่วิสัยสนามรบ,
    ..กองทัพไทยเรา มีปัญหาภายในจริงๆ,ระหว่างกองทัพบูรพาพยัคฆ์ที่โหนเจ้ามานาน โหนชื่อว่าทหารพระราชินี ถือว่าเสียพระเกียรติมาก,สมควรยุบขบวนการชื่อนี้ทิ้งทันที มันสร้างวิถีแตกแยกในกองทัพไทยได้ ไม่เป็นปึกแผ่นใจเดียวกันเลย,แม่ทัพภาค2สู้เขมรเอาเป็นเอาตาย,หันมาดูแม่ทัพภาค1.เสือกนิ่งเฉยตลอดทั้งภาคตะวันออก สุดท้ายแต่ละเรื่องที่สื่อและกูรูแฉตัวตนออกมาของทั้งกองทัพภาค1ถือว่าเสมือนเป็นภัยความมั่นคงต่ออธิปไตยไทยชาติไทยตนเองทั้งสิ้น บ่อนคาสิโนเขมรในจังหวัดตราดคือรากเหง้าชัดเจน,ทหารดีๆภายในกองทัพภาค1ต้องเสื่อมเสียเกียรติไปด้วย,ศาลทหารไทยไม่ทำหน้าที่,มีการเมืองภายในศาลทหารชัดเจน เสื่อมเสียเกียรติภูมิมากของศาลทหาร ที่ไม่ยอมจัดการผู้บังคับบัญชาชั่วเลวในกองทัพตนเองเลย ปล่อยปละละเลยทั้งที่การข่าวตนมีโคตรๆมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว,เป็นสายให้ทหารตำรวจก็สายไปแต่เสือกปล่อยลักษณะสร้างบ่อนคาสิโน ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา เน็ต จนครบวงจร หน่วยข่าวกรองทหาร ศาลทหารเราละเว้นการปฏิบัติหน้าที่กำจัดคนชั่วเลวในกองทัพตนเสียเอง.
    ..วงการทหารและกองทัพไทยตนกวาดล้างกำจัดทำความสะอาดภายในกองทัพตนอย่างใหญ่หลวงจริงๆ,ประชาชนแบบเราๆสนับสนุนทหารน้ำดีทำการกวาดล้างทหารชั่วนายพลชั่วอดีตผู้นำกองทัพชั่วทันทีทั้งหมด,ตลอดรมต.กลาโหมทุกๆคนในอดีตที่ผ่านมาด้วยที่สร้างหายนะใหญ่หลวงต่อพิบัติภัยอธิปไตยดินแดนไทยแผ่นดินไทยเรานี้,พวกนี้ต้องถือกำจัดและลงโทษทุกๆคน.

    https://youtube.com/shorts/WgCWNsy-rQM?si=hkAZzSlpCUeSZayb

    วิธีปลุกประชาชนตื่นรับรู้ กระตือรือร้นในการรับรู้ มันมีหลายวิธี คือยึดก่อนที่เป็นของไทย บนแผ่นดินไทยก็ส่วนหนึ่ง แบบยึดปราสาทนั้นล่ะ หรือ ทำลายทิ้งทันทีแบบบ่อนคาสิโนจึงค่อยรายงานทีหลัง,หรือแบบตาควายทำลายเลยเพราะดินแดนของเรา สร้างใหม่ได้ เขมรมาใช้ตาควายเป็นตัวประกันฝันสลายเลย,เพราะวัตถุธาตุเราสร้างใหม่ซ่อมแซมได้,การปล่อยศัตรูมิใช่วิสัยสนามรบ, ..กองทัพไทยเรา มีปัญหาภายในจริงๆ,ระหว่างกองทัพบูรพาพยัคฆ์ที่โหนเจ้ามานาน โหนชื่อว่าทหารพระราชินี ถือว่าเสียพระเกียรติมาก,สมควรยุบขบวนการชื่อนี้ทิ้งทันที มันสร้างวิถีแตกแยกในกองทัพไทยได้ ไม่เป็นปึกแผ่นใจเดียวกันเลย,แม่ทัพภาค2สู้เขมรเอาเป็นเอาตาย,หันมาดูแม่ทัพภาค1.เสือกนิ่งเฉยตลอดทั้งภาคตะวันออก สุดท้ายแต่ละเรื่องที่สื่อและกูรูแฉตัวตนออกมาของทั้งกองทัพภาค1ถือว่าเสมือนเป็นภัยความมั่นคงต่ออธิปไตยไทยชาติไทยตนเองทั้งสิ้น บ่อนคาสิโนเขมรในจังหวัดตราดคือรากเหง้าชัดเจน,ทหารดีๆภายในกองทัพภาค1ต้องเสื่อมเสียเกียรติไปด้วย,ศาลทหารไทยไม่ทำหน้าที่,มีการเมืองภายในศาลทหารชัดเจน เสื่อมเสียเกียรติภูมิมากของศาลทหาร ที่ไม่ยอมจัดการผู้บังคับบัญชาชั่วเลวในกองทัพตนเองเลย ปล่อยปละละเลยทั้งที่การข่าวตนมีโคตรๆมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว,เป็นสายให้ทหารตำรวจก็สายไปแต่เสือกปล่อยลักษณะสร้างบ่อนคาสิโน ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา เน็ต จนครบวงจร หน่วยข่าวกรองทหาร ศาลทหารเราละเว้นการปฏิบัติหน้าที่กำจัดคนชั่วเลวในกองทัพตนเสียเอง. ..วงการทหารและกองทัพไทยตนกวาดล้างกำจัดทำความสะอาดภายในกองทัพตนอย่างใหญ่หลวงจริงๆ,ประชาชนแบบเราๆสนับสนุนทหารน้ำดีทำการกวาดล้างทหารชั่วนายพลชั่วอดีตผู้นำกองทัพชั่วทันทีทั้งหมด,ตลอดรมต.กลาโหมทุกๆคนในอดีตที่ผ่านมาด้วยที่สร้างหายนะใหญ่หลวงต่อพิบัติภัยอธิปไตยดินแดนไทยแผ่นดินไทยเรานี้,พวกนี้ต้องถือกำจัดและลงโทษทุกๆคน. https://youtube.com/shorts/WgCWNsy-rQM?si=hkAZzSlpCUeSZayb
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 770 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพเปิดแผนที่ 17 จุดตลอดแนวชายแดนจังหวัดตราด พบฐานทหารกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยไทย ละเมิดเอ็มโอยู 43 เจรจาให้ถอนออกไปแล้ว ฝ่ายกัมพูชารับปาก เริ่ม 3 จุดบ้านชำรากก่อน และต้องติดตามผลต่อไป

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000089056

    #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire #เขมรลักลอบวางระเบิด
    กองทัพเปิดแผนที่ 17 จุดตลอดแนวชายแดนจังหวัดตราด พบฐานทหารกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยไทย ละเมิดเอ็มโอยู 43 เจรจาให้ถอนออกไปแล้ว ฝ่ายกัมพูชารับปาก เริ่ม 3 จุดบ้านชำรากก่อน และต้องติดตามผลต่อไป อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000089056 #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire #เขมรลักลอบวางระเบิด
    Like
    Haha
    5
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 546 มุมมอง 0 รีวิว
  • พลตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ รองโฆษกกองทัพเรือเผยภาพทหารกัมพูชารุกล้ำพื้นที่ 17 จุด ในจังหวัดตราด มายาวนานหลายปีในพื้นที่ ต.ตะกาง ต.ชำราก ต.แหลมกลัด ต.ไม้รูด อ.เมืองตราด และ อ.คลองใหญ่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับฝ่ายกัมพูชา
    พลตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ รองโฆษกกองทัพเรือเผยภาพทหารกัมพูชารุกล้ำพื้นที่ 17 จุด ในจังหวัดตราด มายาวนานหลายปีในพื้นที่ ต.ตะกาง ต.ชำราก ต.แหลมกลัด ต.ไม้รูด อ.เมืองตราด และ อ.คลองใหญ่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับฝ่ายกัมพูชา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 311 มุมมอง 0 รีวิว
  • ชายแดนจังหวัดตราด พบโดรนกัมพูชาบินมาจากทิศทางฐานทมอดา จ.โพธิสัตว์ ของกัมพชา ติดชายแดนตราด จำนวนกว่า 10 ลำ เจ้าหน้าที่จับตาใกล้ชิด
    .
    เมื่อเวลา 20.47 น. ของวันที่ 14 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ลอยวนอยู่เหนือพื้นที่ ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด ติดชายแดนบ้านทมอดา จังหวัดโพธิสัตว์ ประเทศกัมพูชา
    .
    ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ใช้กล้องอินฟาเรด (Night Vision) ตรวจสอบ พบว่าภายในช่วงเวลา 2 ชั่วโมง มีโดรนบินขึ้นจากฝั่งกัมพูชามากกว่า 10 ลำ และวนเวียนเข้ามาเหนือพื้นที่ ต.ชำราก โดยต้นทางสันนิษฐานว่ามาจากฐานทหารกัมพูชาในพื้นที่บ้านทมอดา ซึ่งตามแผนที่ L7018 (มาตราส่วน 1:50,000) ถือเป็นจุดที่กัมพูชารุกล้ำเข้ามาสร้างฐานบนดินแดนฝั่งไทย
    .
    แหล่งข่าวเผยว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีการพบโดรนกัมพูชาบินเข้ามาในพื้นที่ไทยต่อเนื่อง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้จากฝ่ายไทย

    เครดิตเพจ: ตราดโพสต์นิวส์
    ชายแดนจังหวัดตราด พบโดรนกัมพูชาบินมาจากทิศทางฐานทมอดา จ.โพธิสัตว์ ของกัมพชา ติดชายแดนตราด จำนวนกว่า 10 ลำ เจ้าหน้าที่จับตาใกล้ชิด . เมื่อเวลา 20.47 น. ของวันที่ 14 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ลอยวนอยู่เหนือพื้นที่ ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด ติดชายแดนบ้านทมอดา จังหวัดโพธิสัตว์ ประเทศกัมพูชา . ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ใช้กล้องอินฟาเรด (Night Vision) ตรวจสอบ พบว่าภายในช่วงเวลา 2 ชั่วโมง มีโดรนบินขึ้นจากฝั่งกัมพูชามากกว่า 10 ลำ และวนเวียนเข้ามาเหนือพื้นที่ ต.ชำราก โดยต้นทางสันนิษฐานว่ามาจากฐานทหารกัมพูชาในพื้นที่บ้านทมอดา ซึ่งตามแผนที่ L7018 (มาตราส่วน 1:50,000) ถือเป็นจุดที่กัมพูชารุกล้ำเข้ามาสร้างฐานบนดินแดนฝั่งไทย . แหล่งข่าวเผยว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีการพบโดรนกัมพูชาบินเข้ามาในพื้นที่ไทยต่อเนื่อง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้จากฝ่ายไทย เครดิตเพจ: ตราดโพสต์นิวส์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 455 มุมมอง 0 0 รีวิว


  • จังหวัดปัจจันตคิรีเขตร หรือ จังหวัดเกาะกง

    เมืองปัจจันตคิรีเขตร
    เมือง
    พ.ศ. 2398 – 2447
    ยุคทางประวัติศาสตร์ รัตนโกสินทร์
    • ก่อตั้ง
    พ.ศ. 2398
    • ฝรั่งเศสไม่ยอมคืนดินแดน
    30 ธันวาคม พ.ศ. 2447

    เมืองตราด
    กัมพูชาในอารักขาของฝรั่งเศส
    ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ กัมพูชา
    จังหวัดปัจจันตคิรีเขตรChoawalit Chotwattanaphong หรือบางเอกสารจะเรียกว่า ปัตจันตคีรีเขตร์ บ้าง ประจันต์คิรีเขตต์ บ้าง[2] เป็นเมืองเดิมของราชอาณาจักรสยามในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเมืองหน้าด่านทางชายฝั่งทะเลตะวันออกที่มีความสำคัญเทียบเท่าจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ในอดีต มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เกาะกง เขตจังหวัดเกาะกงในประเทศกัมพูชาปัจจุบัน ดินแดนจังหวัดนี้ตกเป็นของฝรั่งเศสพร้อมกับหัวเมืองฝั่งขวาแม่น้ำโขง คือ แขวงไชยบุรีและแขวงจำปาศักดิ์ เมื่อ พ.ศ. 2447

    ประวัติ

    Map of Siam in 1900
    แต่เดิมมาเกาะกงเป็นจังหวัดของราชอาณาจักรเขมร แต่มาถึงสมัยที่เขมรตกเป็นประเทศราชอยู่ในอำนาจของสยาม พระเจ้ากรุงสยามก็มีพระบรมราชโองการให้ตั้งเกาะกงให้เป็นส่วนหนึ่งของเมืองตราด

    เมื่อปี พ.ศ. 2398 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการให้ตั้งเกาะกง โดยพระราชทานนามเมืองนี้ว่า เมืองปัจจันตคีรีเขตต์ เพื่อให้เป็นเมืองหน้าด่านทางชายฝั่งทะเลตะวันออกของไทย เนื่องจากเป็นเมืองที่มีเขตติดต่อกับเขมรและญวน

    เหตุที่รัชกาลที่ 4 พระราชทานนามเกาะกงว่า ปัจจันตคิรีเขตร ก็เพื่อให้คล้องจองกับชื่อเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ทางด้านภาคตะวันตกของไทย ซึ่งตั้งอยู่ในแนวรุ้ง (Latitude) เดียวกัน[3]

    ถึง พ.ศ. 2422 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์จัดตั้งสถานีทหารเรือขึ้นตามชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกที่เมืองชลบุรี บางพระ อำเภอบางละมุง เมืองระยอง เมืองแกลง เมืองจันทบุรี อำเภอขลุง เมืองตราด เมืองปัจจันตคิรีเขตร และเกาะเสม็ดนอก เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากฝรั่งเศสทางทะเล

    ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2435 ฝรั่งเศสได้เริ่มดำเนินการทางทหารใช้กำลังเข้าบีบบังคับสยาม โดยยกกองทัพมาเข้าขับไล่ทหารไทยให้ถอยร่นออกจากดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ทำให้ความยุ่งยากทางชายแดนเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการปรึกษาการป้องกันพระราชอาณาเขตขึ้น และจัดกองบัญชาการทัพอยู่ตามหัวเมืองชายทะเลแต่ละด้านขึ้นด้วย

    ในปี พ.ศ. 2436 รัฐบาลสยามได้แต่งตั้งให้นายพลเรือจัตวาพระยาชลยุทธโยธินทร์ (André du Plésis de Richelieu) เป็นผู้จัดการป้องกันพระราชอาณาเขตทางหัวเมืองฝ่ายตะวันออก ทางกระทรวงการต่างประเทศได้มีคำสั่งมายังผู้ว่าราชการเมืองแถบนี้ ซึ่งรวมทั้งเมืองตราดและเมืองปัจจันตคิรีเขตรด้วย ให้ช่วยพระยาชลยุทธโยธินทร์จัดการทุกอย่างที่เกี่ยวกับการป้องกันพระราชอาณาเขต

    การเสียดินแดนจังหวัดปัจจันตคิรีเขตร

    การส่งมอบตราดให้กับฝรั่งเศส
    วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2436 เกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา เรือรบฝรั่งเศสสามารถฝ่าแนวป้องกันของสยามเข้ามาทอดสมอในกรุงเทพฯ ได้ ฝ่ายฝรั่งเศสยื่นคำขาดให้ฝ่ายไทยปฏิบัติตามเมื่อ 20 กรกฎาคม โดยให้เวลาตอบ 48 ชั่วโมง ฝ่ายไทยได้ตอบข้อเรียกร้องเมื่อ 22 กรกฎาคม แต่ไม่เป็นที่พอใจของฝ่ายฝรั่งเศส ดังนั้นในวันที่ 24 กรกฎาคม ฝรั่งเศสจึงประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย สองวันถัดมา (26 กรกฎาคม) ฝรั่งเศสได้สั่งให้ผู้บัญชาการกองเรือภาคตะวันออกไกลที่ไซ่ง่อนปิดล้อมอ่าวไทย ตั้งแต่แหลมเจ้าลายถึงบริเวณแหลมกระบัง และในวันที่ 29 กรกฎาคม ฝรั่งเศสได้ประกาศปิดล้อมอ่าวไทยครั้งที่ 2 โดยขยายเขตเพิ่มบริเวณเกาะเสม็ด จนถึงแหลมสิง รวม 2 เขต ฝ่ายไทยจำต้องยอมรับคำขาดของฝรั่งเศสที่ยื่นไว้แต่เดิมในวันเดียวกันนั้นเอง แต่ในวันรุ่งขึ้นฝรั่งเศสถือโอกาสยื่นคำขาดเพิ่มเติมอีก โดยประกาศยึดปากน้ำและเมืองจันทบุรีไว้เป็นประกัน และบังคับให้ไทยถอนตัวออกจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงอีกด้วย ไทยจำเป็นต้องยอมรับโดยไม่มีทางเลือก เมื่อฝ่ายไทยปฏิบัติตามคำขาดนั้นแล้ว ฝรั่งเศสจึงได้ยกเลิกการปิดอ่าวในวันที่ 3 สิงหาคม เวลา 12.00 น. แต่การยึดปากน้ำและเมืองจันทบุรียังคงยึดไว้ตามเดิม

    ต่อมาได้มีการทำสัญญาสงบศึกกันโดยหนังสือสัญญาฉบับลงวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) ในหนังสือสัญญาฉบับนี้ มีข้อความระบุไว้ในอนุสัญญาผนวกต่อท้ายหนังสือสัญญาข้อ 6 ว่า "คอนเวอนแมนต์ (Government - รัฐบาล) ฝรั่งเศสจะได้ตั้งอยู่ต่อไปที่เมืองจันทบุรี จนกว่าจะได้ทำการสำเร็จแล้วตามข้อความในหนังสือสัญญานี้…"

    แม้ทางฝ่ายไทยปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ฝรั่งเศสบีบบังคับทุกอย่าง ฝรั่งเศสก็ยังไม่ยอมถอนทหาร ยังคงยึดจันทบุรีไว้อีกเป็นเวลานานถึง 10 ปี เป็นเหตุให้ต้องมีการตกลงทำสัญญาขึ้นใหม่อีกฉบับหนึ่งคือ อนุสัญญาลงวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2445 แต่หนังสือฉบับนี้ฝรั่งเศสไม่ยอมให้สัตยาบันและไม่ถอนกำลังออกจากจันทบุรี จึงได้ตกลงมีสัญญาอีกฉบับหนึ่ง คือ สัญญาลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 คราวนี้ฝรั่งเศสจึงถอนกำลังออกจากจันทบุรี แต่ได้เข้ายึดครองเมืองตราดและบรรดาเกาะทั้งหลายภายใต้แหลมสิงลงไปซึ่งรวมถึงเกาะกงแทน ฝ่ายไทยจำต้องมอบเมืองตราดและเมืองประจันตคีรีเขตให้แก่ฝรั่งเศส ในวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2447

    พื้นที่ดังกล่าวได้ตกอยู่ในการยึดครองของฝรั่งเศส จนถึงวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 จึงได้มีการตกลงทำหนังสือสัญญาขึ้นอีกฉบับหนึ่งเรียกว่า "หนังสือสัญญาระหว่างสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยามกับเปรสสิเดนต์แห่งรีปัปลิคฝรั่งเศส" ฝรั่งเศสจึงคืนเมืองตราดให้ไทยตามเดิม แต่ฝ่ายไทยจะต้องยอมยกดินแดนเขมรส่วนใน (มณฑลบูรพา) คือ เมืองพระตะบอง เมืองเสียมราฐ และเมืองศรีโสภณ เป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยน แต่ปรากฏว่าเมืองปัจจันตคิรีเขตร (เกาะกง) นั้นฝรั่งเศสมิได้คืนให้ไทยแต่ประการใด ปัจจุบันเมืองปัจจันตคิรีเขตร (เกาะกง) จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของกัมพูชาไปโดยปริยาย[4]

    การสูญเสียแผ่นดินเกาะกงในสมัยนั้น ประวัติศาสตร์ของชาติไทยมิได้มีบันทึกการเสียดินแดนเกาะกงไว้แต่อย่างใด คงกล่าวโดยรวมในกรณีของดินแดนจังหวัดตราดเท่านั้น เพราะในขณะนั้นไทยต้องการดินแดนเขมรสูงเป็นอย่างมาก ซึ่งก็คือดินแดนอีสานตอนใต้ในปัจจุบัน โดยให้ยึดทิวเขาพนมดงรักเป็นเส้นเขตแดน ซึ่งฝรั่งเศสก็ยินยอม



    จังหวัดปัจจันตคิรีเขตร หรือ จังหวัดเกาะกง เมืองปัจจันตคิรีเขตร เมือง พ.ศ. 2398 – 2447 ยุคทางประวัติศาสตร์ รัตนโกสินทร์ • ก่อตั้ง พ.ศ. 2398 • ฝรั่งเศสไม่ยอมคืนดินแดน 30 ธันวาคม พ.ศ. 2447 เมืองตราด กัมพูชาในอารักขาของฝรั่งเศส ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ กัมพูชา จังหวัดปัจจันตคิรีเขตร[1] หรือบางเอกสารจะเรียกว่า ปัตจันตคีรีเขตร์ บ้าง ประจันต์คิรีเขตต์ บ้าง[2] เป็นเมืองเดิมของราชอาณาจักรสยามในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเมืองหน้าด่านทางชายฝั่งทะเลตะวันออกที่มีความสำคัญเทียบเท่าจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ในอดีต มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เกาะกง เขตจังหวัดเกาะกงในประเทศกัมพูชาปัจจุบัน ดินแดนจังหวัดนี้ตกเป็นของฝรั่งเศสพร้อมกับหัวเมืองฝั่งขวาแม่น้ำโขง คือ แขวงไชยบุรีและแขวงจำปาศักดิ์ เมื่อ พ.ศ. 2447 ประวัติ Map of Siam in 1900 แต่เดิมมาเกาะกงเป็นจังหวัดของราชอาณาจักรเขมร แต่มาถึงสมัยที่เขมรตกเป็นประเทศราชอยู่ในอำนาจของสยาม พระเจ้ากรุงสยามก็มีพระบรมราชโองการให้ตั้งเกาะกงให้เป็นส่วนหนึ่งของเมืองตราด เมื่อปี พ.ศ. 2398 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการให้ตั้งเกาะกง โดยพระราชทานนามเมืองนี้ว่า เมืองปัจจันตคีรีเขตต์ เพื่อให้เป็นเมืองหน้าด่านทางชายฝั่งทะเลตะวันออกของไทย เนื่องจากเป็นเมืองที่มีเขตติดต่อกับเขมรและญวน เหตุที่รัชกาลที่ 4 พระราชทานนามเกาะกงว่า ปัจจันตคิรีเขตร ก็เพื่อให้คล้องจองกับชื่อเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ทางด้านภาคตะวันตกของไทย ซึ่งตั้งอยู่ในแนวรุ้ง (Latitude) เดียวกัน[3] ถึง พ.ศ. 2422 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์จัดตั้งสถานีทหารเรือขึ้นตามชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกที่เมืองชลบุรี บางพระ อำเภอบางละมุง เมืองระยอง เมืองแกลง เมืองจันทบุรี อำเภอขลุง เมืองตราด เมืองปัจจันตคิรีเขตร และเกาะเสม็ดนอก เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากฝรั่งเศสทางทะเล ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2435 ฝรั่งเศสได้เริ่มดำเนินการทางทหารใช้กำลังเข้าบีบบังคับสยาม โดยยกกองทัพมาเข้าขับไล่ทหารไทยให้ถอยร่นออกจากดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ทำให้ความยุ่งยากทางชายแดนเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการปรึกษาการป้องกันพระราชอาณาเขตขึ้น และจัดกองบัญชาการทัพอยู่ตามหัวเมืองชายทะเลแต่ละด้านขึ้นด้วย ในปี พ.ศ. 2436 รัฐบาลสยามได้แต่งตั้งให้นายพลเรือจัตวาพระยาชลยุทธโยธินทร์ (André du Plésis de Richelieu) เป็นผู้จัดการป้องกันพระราชอาณาเขตทางหัวเมืองฝ่ายตะวันออก ทางกระทรวงการต่างประเทศได้มีคำสั่งมายังผู้ว่าราชการเมืองแถบนี้ ซึ่งรวมทั้งเมืองตราดและเมืองปัจจันตคิรีเขตรด้วย ให้ช่วยพระยาชลยุทธโยธินทร์จัดการทุกอย่างที่เกี่ยวกับการป้องกันพระราชอาณาเขต การเสียดินแดนจังหวัดปัจจันตคิรีเขตร การส่งมอบตราดให้กับฝรั่งเศส วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2436 เกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา เรือรบฝรั่งเศสสามารถฝ่าแนวป้องกันของสยามเข้ามาทอดสมอในกรุงเทพฯ ได้ ฝ่ายฝรั่งเศสยื่นคำขาดให้ฝ่ายไทยปฏิบัติตามเมื่อ 20 กรกฎาคม โดยให้เวลาตอบ 48 ชั่วโมง ฝ่ายไทยได้ตอบข้อเรียกร้องเมื่อ 22 กรกฎาคม แต่ไม่เป็นที่พอใจของฝ่ายฝรั่งเศส ดังนั้นในวันที่ 24 กรกฎาคม ฝรั่งเศสจึงประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย สองวันถัดมา (26 กรกฎาคม) ฝรั่งเศสได้สั่งให้ผู้บัญชาการกองเรือภาคตะวันออกไกลที่ไซ่ง่อนปิดล้อมอ่าวไทย ตั้งแต่แหลมเจ้าลายถึงบริเวณแหลมกระบัง และในวันที่ 29 กรกฎาคม ฝรั่งเศสได้ประกาศปิดล้อมอ่าวไทยครั้งที่ 2 โดยขยายเขตเพิ่มบริเวณเกาะเสม็ด จนถึงแหลมสิง รวม 2 เขต ฝ่ายไทยจำต้องยอมรับคำขาดของฝรั่งเศสที่ยื่นไว้แต่เดิมในวันเดียวกันนั้นเอง แต่ในวันรุ่งขึ้นฝรั่งเศสถือโอกาสยื่นคำขาดเพิ่มเติมอีก โดยประกาศยึดปากน้ำและเมืองจันทบุรีไว้เป็นประกัน และบังคับให้ไทยถอนตัวออกจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงอีกด้วย ไทยจำเป็นต้องยอมรับโดยไม่มีทางเลือก เมื่อฝ่ายไทยปฏิบัติตามคำขาดนั้นแล้ว ฝรั่งเศสจึงได้ยกเลิกการปิดอ่าวในวันที่ 3 สิงหาคม เวลา 12.00 น. แต่การยึดปากน้ำและเมืองจันทบุรียังคงยึดไว้ตามเดิม ต่อมาได้มีการทำสัญญาสงบศึกกันโดยหนังสือสัญญาฉบับลงวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) ในหนังสือสัญญาฉบับนี้ มีข้อความระบุไว้ในอนุสัญญาผนวกต่อท้ายหนังสือสัญญาข้อ 6 ว่า "คอนเวอนแมนต์ (Government - รัฐบาล) ฝรั่งเศสจะได้ตั้งอยู่ต่อไปที่เมืองจันทบุรี จนกว่าจะได้ทำการสำเร็จแล้วตามข้อความในหนังสือสัญญานี้…" แม้ทางฝ่ายไทยปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ฝรั่งเศสบีบบังคับทุกอย่าง ฝรั่งเศสก็ยังไม่ยอมถอนทหาร ยังคงยึดจันทบุรีไว้อีกเป็นเวลานานถึง 10 ปี เป็นเหตุให้ต้องมีการตกลงทำสัญญาขึ้นใหม่อีกฉบับหนึ่งคือ อนุสัญญาลงวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2445 แต่หนังสือฉบับนี้ฝรั่งเศสไม่ยอมให้สัตยาบันและไม่ถอนกำลังออกจากจันทบุรี จึงได้ตกลงมีสัญญาอีกฉบับหนึ่ง คือ สัญญาลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 คราวนี้ฝรั่งเศสจึงถอนกำลังออกจากจันทบุรี แต่ได้เข้ายึดครองเมืองตราดและบรรดาเกาะทั้งหลายภายใต้แหลมสิงลงไปซึ่งรวมถึงเกาะกงแทน ฝ่ายไทยจำต้องมอบเมืองตราดและเมืองประจันตคีรีเขตให้แก่ฝรั่งเศส ในวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2447 พื้นที่ดังกล่าวได้ตกอยู่ในการยึดครองของฝรั่งเศส จนถึงวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 จึงได้มีการตกลงทำหนังสือสัญญาขึ้นอีกฉบับหนึ่งเรียกว่า "หนังสือสัญญาระหว่างสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยามกับเปรสสิเดนต์แห่งรีปัปลิคฝรั่งเศส" ฝรั่งเศสจึงคืนเมืองตราดให้ไทยตามเดิม แต่ฝ่ายไทยจะต้องยอมยกดินแดนเขมรส่วนใน (มณฑลบูรพา) คือ เมืองพระตะบอง เมืองเสียมราฐ และเมืองศรีโสภณ เป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยน แต่ปรากฏว่าเมืองปัจจันตคิรีเขตร (เกาะกง) นั้นฝรั่งเศสมิได้คืนให้ไทยแต่ประการใด ปัจจุบันเมืองปัจจันตคิรีเขตร (เกาะกง) จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของกัมพูชาไปโดยปริยาย[4] การสูญเสียแผ่นดินเกาะกงในสมัยนั้น ประวัติศาสตร์ของชาติไทยมิได้มีบันทึกการเสียดินแดนเกาะกงไว้แต่อย่างใด คงกล่าวโดยรวมในกรณีของดินแดนจังหวัดตราดเท่านั้น เพราะในขณะนั้นไทยต้องการดินแดนเขมรสูงเป็นอย่างมาก ซึ่งก็คือดินแดนอีสานตอนใต้ในปัจจุบัน โดยให้ยึดทิวเขาพนมดงรักเป็นเส้นเขตแดน ซึ่งฝรั่งเศสก็ยินยอม
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 1222 มุมมอง 0 รีวิว
  • สื่อเขมรปล่อยข่าวแต่เช้า อ้างไทยวางแผนใช้เครื่องบินโจมตีเบา AT6 TH บินขึ้นจากจังหวัดตราด เพื่อยิงขีปนาวุธติด GPS สังหาร “ฮุนเซน-ฮุนมาเนต”

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000073993

    #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    สื่อเขมรปล่อยข่าวแต่เช้า อ้างไทยวางแผนใช้เครื่องบินโจมตีเบา AT6 TH บินขึ้นจากจังหวัดตราด เพื่อยิงขีปนาวุธติด GPS สังหาร “ฮุนเซน-ฮุนมาเนต” อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000073993 #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    1
    2 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 393 มุมมอง 0 รีวิว
  • 05.35น. เช้ามืดวันนี้, ชาวกัมพูชาในจังหวัดเกาะกงแห่เติมนํ้ามันที่ ปั๊ม ปตท.เกาะกง หลังทหารกัมพูชาขยายความขัดแย้ง ด้วยการเปิดแนวรบที่สองและปะทะกันกับนาวิกโยธินไทยที่บ้านชำราก จังหวัดตราด
    05.35น. เช้ามืดวันนี้, ชาวกัมพูชาในจังหวัดเกาะกงแห่เติมนํ้ามันที่ ปั๊ม ปตท.เกาะกง หลังทหารกัมพูชาขยายความขัดแย้ง ด้วยการเปิดแนวรบที่สองและปะทะกันกับนาวิกโยธินไทยที่บ้านชำราก จังหวัดตราด
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 518 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • เกาะกูด (Koh Kood) เป็นเกาะสวยงามในจังหวัดตราด ทางภาคตะวันออกของไทย ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ชายหาดขาวสะอาด และน้ำทะเลใสสีมรกต! **นี่คือสถานที่ท่าสนใจและกิจกรรมแนะนำในบริเวณเกาะกูด:**

    1. **ชายหาดสวยงาม:**
    * **หาดตาดใหญ่ (Tad Mai Beach):** หาดหลักที่ยาวและสวยที่สุดของเกาะ มีทรายขาวละเอียด น้ำใส บรรยากาศสงบ ร้านอาหารและที่พักตั้งเรียงราย (แต่ไม่หนาแน่นเหมือนเกาะอื่น) เหมาะสำหรับว่ายน้ำและพักผ่อน
    * **หาดคลองเจ้า (Klong Chao Beach):** เป็นส่วนหนึ่งของอ่าวคลองเจ้า มีทรายขาวนุ่ม น้ำใสเงียบสงบ เป็นที่ตั้งของรีสอร์ทระดับหรูหลายแห่ง และเป็นจุดเริ่มต้นไปน้ำตกคลองเจ้า
    * **หาดบางเบ้า (Bang Bao Beach):** ชายหาดโค้งรูปครึ่งวงกลม น้ำตื้นใสสีฟ้าเขียวสวยมาก เหมาะสำหรับเล่นน้ำและพักผ่อน บรรยากาศโรแมนติก โดยเฉพาะเวลาพระอาทิตย์ตก
    * **หาดหมาก (Mak Beach):** หาดยาวเงียบสงบ ทรายขาวละเอียด น้ำใสสวย อยู่ทางตะวันออกของเกาะ บรรยากาศเป็นส่วนตัวมากกว่า
    * **หาดเต่า (Tao Beach):** หาดเล็กสวยรูปทรงโค้งมน ทรายขาวละเอียด น้ำใสมาก เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

    2. **น้ำตกธรรมชาติ:**
    * **น้ำตกคลองเจ้า (Klong Chao Waterfall):** น้ำตกชื่อดังและสวยที่สุดของเกาะกูด มีถึง 3 ชั้น ชั้นบนสุดสูงประมาณ 15 เมตร สามารถลงเล่นน้ำในแอ่งน้ำกว้างได้ (โดยเฉพาะชั้นล่าง) เดินเท้าเข้าจากหาดคลองเจ้าไม่ไกลมาก หรือล่องเรือคายัคเข้าไปก็ได้
    * **น้ำตกคลองจิต (Klong Jig Waterfall):** น้ำตกขนาดกลางที่สวยงาม มีแอ่งน้ำให้เล่นได้ บรรยากาศร่มรื่น เดินเท้าเข้าไปจากถนนหลัก
    * **น้ำตกค้างคาว (Khao Yai Waterfall):** เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสูงหลายชั้น บางช่วงต้องปีนป่ายเล็กน้อย เหมาะสำหรับคนชอบผจญภัยเบาๆ

    3. **จุดชมวิวและสถานที่สำคัญ:**
    * **จุดชมวิวอ่าวตานิด (Ao Tanit Viewpoint):** จุดชมวิวมุมสูงที่สวยงามมาก เห็นอ่าวตานิดและทะเลสีฟ้าเข้มสลับฟ้าใส มองเห็นเกาะช้างไกลๆ บางวันเห็นได้ชัดเจน
    * **จุดชมวิวเรือรบหลวงประแส (HTMS Prasae Viewpoint):** จุดชมวิวที่มองเห็นทิวทัศน์ทะเลกว้างและเกาะน้อยใหญ่ รวมถึงเห็นซากเรือรบหลวงประแสที่จมอยู่ใต้น้ำ (ต้องดำน้ำดู)
    * **วัดคลองมาด (Wat Khlong Mad):** วัดเพียงแห่งเดียวบนเกาะกูด สถาปัตยกรรมเรียบง่าย สะท้อนวิถีชีวิตชาวบ้าน สงบร่มเย็น
    * **ประภาคารเกาะกูด (Koh Kood Lighthouse):** ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของเกาะ เป็นจุดชมวิวทะเลและพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง

    4. **เกาะบริวารและจุดดำน้ำ:**
    * **เกาะกระดาด (Koh Kradat):** เกาะเล็กๆ ใกล้เกาะกูด มีหาดทรายขาวยาว น้ำตื้นใสมาก เหมาะสำหรับเล่นน้ำและพักผ่อน (มักรวมอยู่ในทริป Island Hopping)
    * **เกาะไม้ซี้ (Koh Mai Si):** เกาะหินขนาดเล็กที่มีหาดทรายสวยงาม เป็นจุดดำน้ำตื้นดูปะการังน้ำตื้นและฝูงปลา
    * **เกาะรัง (Koh Rang):** เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มีแนวปะการังสมบูรณ์สวยงามหลายจุด (เช่น Hin Rap, Hin Sam Sao, Hin Kuak Ma) **เป็นจุดดำน้ำลึก (Scuba Diving) และดำน้ำตื้น (Snorkeling) ที่ดีที่สุดรอบเกาะกูด** มักเห็นเต่าทะเล ปลาสวยงามหลากสี
    * **กองหินริเชลิว (Hin Richelieu Rock):** แหล่งดำน้ำระดับโลกที่อยู่ไม่ไกลจากเกาะกูดมากนัก (ใช้เวลาเรือเร็วประมาณ 1 ชม.) ขึ้นชื่อเรื่องการพบปลามอร์เรย์ยักษ์ ปลาการ์ตูนหลากชนิด และความหลากหลายทางชีวภาพ (เหมาะสำหรับนักดำน้ำที่มีประสบการณ์)

    5. **กิจกรรมน่าสนใจ:**
    * **ล่องเรือคายัค (Kayaking):** ล่องไปตามคลองชลเจ้า (คลองน้ำเค็ม) ที่มีป่าชายเลนสวยงาม เงียบสงบ เห็นระบบนิเวศชายฝั่ง หรือพายไปตามชายหาดต่างๆ
    * **ทริปตกปลา (Fishing Trip):** ออกไปตกปลาทะเลน้ำลึกรอบๆ เกาะกูด
    * **ปั่นจักรยาน/ขับรถ ATV:** สำรวจธรรมชาติและวิถีชีวิตท้องถิ่นภายในเกาะ ซึ่งมีถนนลาดยางบางส่วนและถนนลูกรัง
    * **นวดสปา:** ผ่อนคลายด้วยการนวดแผนไทยหรือสปาในบรรยากาศรีสอร์ทริมทะเล
    * **ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน:** ดูสวนยางพารา สวนผลไม้ (เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน) หรือชุมชนประมงเล็กๆ

    **คำแนะนำเพิ่มเติม:**

    * **การเดินทาง:** ไปเกาะกูดค่อนข้างใช้เวลา ต้องนั่งเรือจากท่าเรือแหลมงอบ (ตราด) ประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง (แล้วแต่ประเภทเรือ) หรือนั่งเครื่องบินเล็กจากสนามบินอู่ตะเภา (พัทยา) หรือบางแสน มาลงที่เกาะกูดโดยตรง
    * **สภาพเกาะ:** เกาะกูดยังคงความเป็นธรรมชาติสูง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขา ถนนบางสายยังเป็นลูกรัง การสัญจรหลักบนเกาะคือรถสองแถวรับจ้าง (Taxi Truck) หรือมอเตอร์ไซค์เช่า
    * **บรรยากาศ:** ค่อนข้างสงบ เงียบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง ไม่เหมาะสำหรับคนที่หาความบันเทิงเริงรมย์แบบเกาะพีพีหรือภูเก็ต
    * **ช่วงเวลา:** ฤดูท่องเที่ยวคือช่วง **พฤศจิกายน - เมษายน** (อากาศดี ทะเลสวย น้ำตกมีน้ำ) ควรหลีกเลี่ยงฤดูมรสุม (พฤษภาคม - ตุลาคม) เพราะลมแรง มีฝนตกหนัก และบางที่พัก/เรืออาจปิดให้บริการ

    เกาะกูดคือสวรรค์ของคนรักธรรมชาติและความสงบ หากคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนให้ไกลจากความวุ่นวาย ชายหาดสวยๆ น้ำทะเลใสๆ และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เกาะกูดคือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม!
    เกาะกูด (Koh Kood) เป็นเกาะสวยงามในจังหวัดตราด ทางภาคตะวันออกของไทย ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ชายหาดขาวสะอาด และน้ำทะเลใสสีมรกต! **นี่คือสถานที่ท่าสนใจและกิจกรรมแนะนำในบริเวณเกาะกูด:** 1. **ชายหาดสวยงาม:** * **หาดตาดใหญ่ (Tad Mai Beach):** หาดหลักที่ยาวและสวยที่สุดของเกาะ มีทรายขาวละเอียด น้ำใส บรรยากาศสงบ ร้านอาหารและที่พักตั้งเรียงราย (แต่ไม่หนาแน่นเหมือนเกาะอื่น) เหมาะสำหรับว่ายน้ำและพักผ่อน * **หาดคลองเจ้า (Klong Chao Beach):** เป็นส่วนหนึ่งของอ่าวคลองเจ้า มีทรายขาวนุ่ม น้ำใสเงียบสงบ เป็นที่ตั้งของรีสอร์ทระดับหรูหลายแห่ง และเป็นจุดเริ่มต้นไปน้ำตกคลองเจ้า * **หาดบางเบ้า (Bang Bao Beach):** ชายหาดโค้งรูปครึ่งวงกลม น้ำตื้นใสสีฟ้าเขียวสวยมาก เหมาะสำหรับเล่นน้ำและพักผ่อน บรรยากาศโรแมนติก โดยเฉพาะเวลาพระอาทิตย์ตก * **หาดหมาก (Mak Beach):** หาดยาวเงียบสงบ ทรายขาวละเอียด น้ำใสสวย อยู่ทางตะวันออกของเกาะ บรรยากาศเป็นส่วนตัวมากกว่า * **หาดเต่า (Tao Beach):** หาดเล็กสวยรูปทรงโค้งมน ทรายขาวละเอียด น้ำใสมาก เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง 2. **น้ำตกธรรมชาติ:** * **น้ำตกคลองเจ้า (Klong Chao Waterfall):** น้ำตกชื่อดังและสวยที่สุดของเกาะกูด มีถึง 3 ชั้น ชั้นบนสุดสูงประมาณ 15 เมตร สามารถลงเล่นน้ำในแอ่งน้ำกว้างได้ (โดยเฉพาะชั้นล่าง) เดินเท้าเข้าจากหาดคลองเจ้าไม่ไกลมาก หรือล่องเรือคายัคเข้าไปก็ได้ * **น้ำตกคลองจิต (Klong Jig Waterfall):** น้ำตกขนาดกลางที่สวยงาม มีแอ่งน้ำให้เล่นได้ บรรยากาศร่มรื่น เดินเท้าเข้าไปจากถนนหลัก * **น้ำตกค้างคาว (Khao Yai Waterfall):** เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสูงหลายชั้น บางช่วงต้องปีนป่ายเล็กน้อย เหมาะสำหรับคนชอบผจญภัยเบาๆ 3. **จุดชมวิวและสถานที่สำคัญ:** * **จุดชมวิวอ่าวตานิด (Ao Tanit Viewpoint):** จุดชมวิวมุมสูงที่สวยงามมาก เห็นอ่าวตานิดและทะเลสีฟ้าเข้มสลับฟ้าใส มองเห็นเกาะช้างไกลๆ บางวันเห็นได้ชัดเจน * **จุดชมวิวเรือรบหลวงประแส (HTMS Prasae Viewpoint):** จุดชมวิวที่มองเห็นทิวทัศน์ทะเลกว้างและเกาะน้อยใหญ่ รวมถึงเห็นซากเรือรบหลวงประแสที่จมอยู่ใต้น้ำ (ต้องดำน้ำดู) * **วัดคลองมาด (Wat Khlong Mad):** วัดเพียงแห่งเดียวบนเกาะกูด สถาปัตยกรรมเรียบง่าย สะท้อนวิถีชีวิตชาวบ้าน สงบร่มเย็น * **ประภาคารเกาะกูด (Koh Kood Lighthouse):** ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของเกาะ เป็นจุดชมวิวทะเลและพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง 4. **เกาะบริวารและจุดดำน้ำ:** * **เกาะกระดาด (Koh Kradat):** เกาะเล็กๆ ใกล้เกาะกูด มีหาดทรายขาวยาว น้ำตื้นใสมาก เหมาะสำหรับเล่นน้ำและพักผ่อน (มักรวมอยู่ในทริป Island Hopping) * **เกาะไม้ซี้ (Koh Mai Si):** เกาะหินขนาดเล็กที่มีหาดทรายสวยงาม เป็นจุดดำน้ำตื้นดูปะการังน้ำตื้นและฝูงปลา * **เกาะรัง (Koh Rang):** เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มีแนวปะการังสมบูรณ์สวยงามหลายจุด (เช่น Hin Rap, Hin Sam Sao, Hin Kuak Ma) **เป็นจุดดำน้ำลึก (Scuba Diving) และดำน้ำตื้น (Snorkeling) ที่ดีที่สุดรอบเกาะกูด** มักเห็นเต่าทะเล ปลาสวยงามหลากสี * **กองหินริเชลิว (Hin Richelieu Rock):** แหล่งดำน้ำระดับโลกที่อยู่ไม่ไกลจากเกาะกูดมากนัก (ใช้เวลาเรือเร็วประมาณ 1 ชม.) ขึ้นชื่อเรื่องการพบปลามอร์เรย์ยักษ์ ปลาการ์ตูนหลากชนิด และความหลากหลายทางชีวภาพ (เหมาะสำหรับนักดำน้ำที่มีประสบการณ์) 5. **กิจกรรมน่าสนใจ:** * **ล่องเรือคายัค (Kayaking):** ล่องไปตามคลองชลเจ้า (คลองน้ำเค็ม) ที่มีป่าชายเลนสวยงาม เงียบสงบ เห็นระบบนิเวศชายฝั่ง หรือพายไปตามชายหาดต่างๆ * **ทริปตกปลา (Fishing Trip):** ออกไปตกปลาทะเลน้ำลึกรอบๆ เกาะกูด * **ปั่นจักรยาน/ขับรถ ATV:** สำรวจธรรมชาติและวิถีชีวิตท้องถิ่นภายในเกาะ ซึ่งมีถนนลาดยางบางส่วนและถนนลูกรัง * **นวดสปา:** ผ่อนคลายด้วยการนวดแผนไทยหรือสปาในบรรยากาศรีสอร์ทริมทะเล * **ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน:** ดูสวนยางพารา สวนผลไม้ (เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน) หรือชุมชนประมงเล็กๆ **คำแนะนำเพิ่มเติม:** * **การเดินทาง:** ไปเกาะกูดค่อนข้างใช้เวลา ต้องนั่งเรือจากท่าเรือแหลมงอบ (ตราด) ประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง (แล้วแต่ประเภทเรือ) หรือนั่งเครื่องบินเล็กจากสนามบินอู่ตะเภา (พัทยา) หรือบางแสน มาลงที่เกาะกูดโดยตรง * **สภาพเกาะ:** เกาะกูดยังคงความเป็นธรรมชาติสูง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขา ถนนบางสายยังเป็นลูกรัง การสัญจรหลักบนเกาะคือรถสองแถวรับจ้าง (Taxi Truck) หรือมอเตอร์ไซค์เช่า * **บรรยากาศ:** ค่อนข้างสงบ เงียบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง ไม่เหมาะสำหรับคนที่หาความบันเทิงเริงรมย์แบบเกาะพีพีหรือภูเก็ต * **ช่วงเวลา:** ฤดูท่องเที่ยวคือช่วง **พฤศจิกายน - เมษายน** (อากาศดี ทะเลสวย น้ำตกมีน้ำ) ควรหลีกเลี่ยงฤดูมรสุม (พฤษภาคม - ตุลาคม) เพราะลมแรง มีฝนตกหนัก และบางที่พัก/เรืออาจปิดให้บริการ เกาะกูดคือสวรรค์ของคนรักธรรมชาติและความสงบ หากคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนให้ไกลจากความวุ่นวาย ชายหาดสวยๆ น้ำทะเลใสๆ และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เกาะกูดคือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม!
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1312 มุมมอง 0 รีวิว
  • วันนี้ (27 มิ.ย.) นายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวระหว่างการปราศรัยต่อสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพระวิหาร ตอบโต้ข้อกล่าวหาของฝ่ายไทยที่ว่ากัมพูชายังคงซื้อไฟฟ้าจากไทย 6 จุด โดยถามว่าสถานที่เหล่านี้อยู่ที่ไหนกันแน่

    นายฮุนเซนกล่าวว่า หากมีสถานที่ดังกล่าวอยู่จริง ฝ่ายไทยควรระบุให้ชัดเจนในวันนี้ เพราะกัมพูชาต้องการทราบเช่นกัน เพื่อยุติการซื้อไฟฟ้าในจุดดังกล่าวทันที “แต่หากคุณไม่สามารถให้ข้อมูลดังกล่าวได้ และไม่สามารถยืนยันได้ในวันนี้ แสดงว่าคุณไม่เหมาะกับการอ้างสิทธิดังกล่าว”

    “คุณกล่าวหาว่ากัมพูชาได้รับข้อมูลเท็จ แต่เมื่อเราชี้แจงเรื่องดังกล่าว คุณกลับขอโทษผม คุณไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี แม้แต่ตอนที่กระทรวงการต่างประเทศของคุณดูหมิ่นประเทศของผม คุณก็ไม่รู้ตัวและต่อมาก็ขอโทษผมทางโทรศัพท์ หากคุณเตรียมที่จะตัดขาดเรา เราก็จะรีบดำเนินการและตัดขาดคุณก่อน” นายฮุนเซนกล่าว

    กัมพูชาตั้งเป้าหมายที่จะรักษาข้อตกลงทางธุรกิจกับไทยมาโดยตลอด แต่เมื่อมีการคุกคาม กัมพูชาก็มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตเพียงพออยู่แล้ว แม้จะเป็นเช่นนั้น กัมพูชายังคงเคารพสัญญาที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับคำเตือน กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากระงับบริการเหล่านั้นโดยฝ่ายเดียว และหาทางเลือกอื่น ในจังหวัดเกาะกง กัมพูชามีไฟฟ้าอยู่แล้ว 50 เมกะวัตต์ แต่เนื่องจากมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ กัมพูชาจึงยังคงจัดหาไฟฟ้าจากจังหวัดตราดของไทย เมื่อเกิดภัยคุกคาม นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาจึงสั่งระงับการซื้อไฟฟ้าจากทันที

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000060587

    #Thaitimes #MGROnline #ฮุนเซน #ทักษิณ #แพทองธาร #นายกรัฐมนตรี #กัมพูชา #ไทย
    วันนี้ (27 มิ.ย.) นายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวระหว่างการปราศรัยต่อสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพระวิหาร ตอบโต้ข้อกล่าวหาของฝ่ายไทยที่ว่ากัมพูชายังคงซื้อไฟฟ้าจากไทย 6 จุด โดยถามว่าสถานที่เหล่านี้อยู่ที่ไหนกันแน่ • นายฮุนเซนกล่าวว่า หากมีสถานที่ดังกล่าวอยู่จริง ฝ่ายไทยควรระบุให้ชัดเจนในวันนี้ เพราะกัมพูชาต้องการทราบเช่นกัน เพื่อยุติการซื้อไฟฟ้าในจุดดังกล่าวทันที “แต่หากคุณไม่สามารถให้ข้อมูลดังกล่าวได้ และไม่สามารถยืนยันได้ในวันนี้ แสดงว่าคุณไม่เหมาะกับการอ้างสิทธิดังกล่าว” • “คุณกล่าวหาว่ากัมพูชาได้รับข้อมูลเท็จ แต่เมื่อเราชี้แจงเรื่องดังกล่าว คุณกลับขอโทษผม คุณไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี แม้แต่ตอนที่กระทรวงการต่างประเทศของคุณดูหมิ่นประเทศของผม คุณก็ไม่รู้ตัวและต่อมาก็ขอโทษผมทางโทรศัพท์ หากคุณเตรียมที่จะตัดขาดเรา เราก็จะรีบดำเนินการและตัดขาดคุณก่อน” นายฮุนเซนกล่าว • กัมพูชาตั้งเป้าหมายที่จะรักษาข้อตกลงทางธุรกิจกับไทยมาโดยตลอด แต่เมื่อมีการคุกคาม กัมพูชาก็มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตเพียงพออยู่แล้ว แม้จะเป็นเช่นนั้น กัมพูชายังคงเคารพสัญญาที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับคำเตือน กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากระงับบริการเหล่านั้นโดยฝ่ายเดียว และหาทางเลือกอื่น ในจังหวัดเกาะกง กัมพูชามีไฟฟ้าอยู่แล้ว 50 เมกะวัตต์ แต่เนื่องจากมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ กัมพูชาจึงยังคงจัดหาไฟฟ้าจากจังหวัดตราดของไทย เมื่อเกิดภัยคุกคาม นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาจึงสั่งระงับการซื้อไฟฟ้าจากทันที • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000060587 • #Thaitimes #MGROnline #ฮุนเซน #ทักษิณ #แพทองธาร #นายกรัฐมนตรี #กัมพูชา #ไทย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 382 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตามที่เกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงบริเวณแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) มีสัญญาจำหน่ายไฟฟ้าให้กับราชอาณาจักรกัมพูชาจำนวน 8 จุดซื้อขายไฟฟ้านั้น สถานะปัจจุบัน (26 มิถุนายน 2568 เวลา 20.00 น.) PEA ยังมิได้ดำเนินการงดจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ราชอาณาจักรกัมพูชาแต่อย่างใด ทั้งนี้จากข้อมูล
    การตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าตามจุดซื้อขายทั้ง 8 จุด นั้น ราชอาณาจักรกัมพูชา มิได้มีการใช้พลังงานไฟฟ้าจาก PEA โดยมีหน่วยการใช้ไฟฟ้าเป็น 0 ทั้ง 8 จุดซื้อขายไฟฟ้า ดังนี้

    1.เทศบาลบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว → อำเภอปอยเปตจังหวัดบันเตียเมียนเจย วงจรที่ 1 และ วงจรที่ 2
    2. อำเภอกาบเชิง (ช่องจอม) จังหวัดสุรินทร์ → บ้านโอเสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย
    3. บ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด → บ้านหาดทรายยาว จังหวัดเกาะกง
    4. บ้านซับตารี อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี → อำเภอพนมปรึก จังหวัดพระตะบอง
    5. บ้านสวนส้ม อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี → บ้านโอลั๊ว อำเภอกร็อมเรียง จังหวัดพระตะบอง
    6. บ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว → อำเภอสำเภาลูน จังหวัดพระตะบอง
    7. บ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี → อำเภอกร็อมเรียง จังหวัดพระตะบอง
    8. บ้านหนองปรือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว → อำเภอมาลัย จังหวัดบันเตียเมียนเจย

    สำหรับเงื่อนไขการงดจำหน่ายไฟฟ้าและยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้า PEA สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    1. คู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้าหรือตัวแทนรัฐ (สถานทูตกัมพูชา รัฐกัมพูชา) ทำหนังสือขอยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและงดจำหน่ายไฟฟ้า
    2. สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีหนังสือแจ้ง PEAให้ดำเนินการงดจำหน่ายไฟฟ้าและยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
    3. ไม่ดำเนินการตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า เช่น ไม่ชำระค่าไฟฟ้าภายในเวลาที่กำหนด หรือ หลักประกันการใช้ไฟฟ้าไม่ครบถ้วน เป็นต้น
    ตามที่เกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงบริเวณแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) มีสัญญาจำหน่ายไฟฟ้าให้กับราชอาณาจักรกัมพูชาจำนวน 8 จุดซื้อขายไฟฟ้านั้น สถานะปัจจุบัน (26 มิถุนายน 2568 เวลา 20.00 น.) PEA ยังมิได้ดำเนินการงดจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ราชอาณาจักรกัมพูชาแต่อย่างใด ทั้งนี้จากข้อมูล การตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าตามจุดซื้อขายทั้ง 8 จุด นั้น ราชอาณาจักรกัมพูชา มิได้มีการใช้พลังงานไฟฟ้าจาก PEA โดยมีหน่วยการใช้ไฟฟ้าเป็น 0 ทั้ง 8 จุดซื้อขายไฟฟ้า ดังนี้ 1.เทศบาลบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว → อำเภอปอยเปตจังหวัดบันเตียเมียนเจย วงจรที่ 1 และ วงจรที่ 2 2. อำเภอกาบเชิง (ช่องจอม) จังหวัดสุรินทร์ → บ้านโอเสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย 3. บ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด → บ้านหาดทรายยาว จังหวัดเกาะกง 4. บ้านซับตารี อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี → อำเภอพนมปรึก จังหวัดพระตะบอง 5. บ้านสวนส้ม อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี → บ้านโอลั๊ว อำเภอกร็อมเรียง จังหวัดพระตะบอง 6. บ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว → อำเภอสำเภาลูน จังหวัดพระตะบอง 7. บ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี → อำเภอกร็อมเรียง จังหวัดพระตะบอง 8. บ้านหนองปรือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว → อำเภอมาลัย จังหวัดบันเตียเมียนเจย สำหรับเงื่อนไขการงดจำหน่ายไฟฟ้าและยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้า PEA สามารถดำเนินการได้ดังนี้ 1. คู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้าหรือตัวแทนรัฐ (สถานทูตกัมพูชา รัฐกัมพูชา) ทำหนังสือขอยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและงดจำหน่ายไฟฟ้า 2. สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีหนังสือแจ้ง PEAให้ดำเนินการงดจำหน่ายไฟฟ้าและยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 3. ไม่ดำเนินการตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า เช่น ไม่ชำระค่าไฟฟ้าภายในเวลาที่กำหนด หรือ หลักประกันการใช้ไฟฟ้าไม่ครบถ้วน เป็นต้น
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 897 มุมมอง 0 รีวิว
  • กัมพูชาเป็นประเทศราชของไทยอยู่เกือบร้อยกว่าปีในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ก่อนไทยจะเสียดินแดนกัมพูชาให้กับฝรั่งเศส ดังนั้นกัมพูชาจึงได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมไทยไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักองค์ด้วงซึ่งทรงเติบโตในกรุงเทพกว่า 27 ปี เมื่อทรงกลับไปครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์กัมพูชาแล้วก็ทรงนำศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของราชสำนักไทยกลับไปยังกัมพูชาด้วย ยกตัวอย่างเช่น โขน ละคร และนาฏยศิลป์ของกัมพูชานั้นได้ครูโขนและครูนาฏศิลป์ไทยไปสอนและถ่ายทอดท่ารำ และแม้กระทั่งบทร้องบทละครก็ได้รับอิทธิพลไปจากไทยทั้งสิ้นดังที่ศาสตราจารย์ พลตรี หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เขียนเล่าไว้ในหนังสือโครงกระดูกในตู้ และคุณชายคึกฤทธิ์ ได้เขียนกลอนบริภาษเขมรเอาไว้ว่า

    "สัปดาห์นี้มีเรื่องความเมืองใหญ่ ไทยถูกฟ้องขับไล่ขึ้นโรงศาล
    เคยเป็นเรื่องโต้เถียงกันมานาน ที่ยอดเขาพระวิหารรู้ทั่วกัน
    กะลาครอบมานานโบราณว่า พอแลเห็นท้องฟ้าก็หุนหัน
    คิดว่าตนนั้นใหญ่ใครไม่ทัน ทำกำเริบเสิบสันทุกอย่างไป
    อันคนไทยนั้นสุภาพไม่หยาบหยาม เห็นใครหย่อนอ่อนความก็ยกให้
    ถึงล่วงเกินพลาดพลั้งยังอภัย ด้วยเห็นใจว่ายังเยาว์เบาความคิด
    เขียนบทความด่าตะบึงถึงหัวหู ไทยก็ยังนิ่งอยู่ไม่ถือผิด
    สั่งถอนทูตเอิกเกริกเลิกเป็นมิตร แล้วกลับติดตามต่อขอคืนดี
    ไทยก็ยอมตามใจไม่ดึงดื้อ เพราะไทยถือเขมรผองเหมือนน้องพี่
    คิดตกลงปลงกันได้ด้วยไมตรี ถึงคราวนี้ใจเขมรแลเห็นกัน
    หากไทยจำล้ำเลิกบ้างอ้างขอบเขต เมืองเขมรทั้งประเทศของใครนั่น?
    ใครเล่าตั้งวงศ์กษัตริย์ปัจจุบัน องค์ด้วงนั้นคือใครที่ไหนมา?
    เป็นเพียงเจ้าไม่มีศาลซมซานวิ่ง ได้แอบอิงอำนาจไทยจึงใหญ่กล้า
    ทัพไทยช่วยปราบศัตรูกู้พารา สถาปนาจัดระบอบให้ครอบครอง
    ได้เดชไทยไปคุ้มกะลาหัว จึงตั้งตัวขึ้นมาอย่างจองหอง
    เป็นข้าขัณฑสีมาฝ่าละออง ส่งดอกไม้เงินทองตลอดมา
    ไม่เหลียวดูโภไคไอศวรรย์ ทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นหนักหนา
    ฝีมือไทยแน่นักประจักษ์ตา เพราะทรงพระกรุณาประทานไป
    มีพระคุณจุนเจือเหลือประมาณ ถึงลูกหลานกลับเนรคุณได้
    สมกับคำโบราณท่านว่าไว้ อย่าไว้ใจเขมรเห็นจริงเอย…

    ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
    หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์
    18 ตุลาคม 2502

    สำหรับคนเขมรแล้ว เมื่อคราวเขมรแตกจากเขมรแดง โดยพลพต มีชาวเขมรหนีตายเข้ามาที่เขาล้านจังหวัดตราด นับแสนคน มาในสภาพโครงกระดูกเดินได้ อดอยาก เจ็บป่วย ปางตาย อุจจาระ ปัสสาวะกลาดเกลื่อนเหม็นคลุ้งไปทั้งเขาล้าน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยม ให้การช่วยเหลือ ทรงประทับแรมท่ามกลางผู้อพยพชาวเขมรนับแสนคน ในฐานะองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ได้ทรงให้สภากาชาดไทยจัดตั้งค่ายช่วยเหลือผู้อพยพหนีตายนับแสนคน ทรงงานหนักอย่างไม่ทรงรังเกียจด้วยพระเมตตาสูงสุดต่อชาวกัมพูชาพลัดบ้านพลัดถิ่นที่หนีตายมาพึ่งพระบารมี ทรงมีพระราชเสาวนีย์พระราชทานว่า “ฉันตัดสินใจที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เหล่านี้ เท่าที่กำลังความสามารถของฉันจะมี”

    ในเหตุการณ์นั้นมีนายทหารหนุ่มคนหนึ่งโดยเสด็จและถวายงานในการช่วยเหลือชาวกัมพูชาอย่างใกล้ชิดคือในหลวงรัชกาลที่ 10 (ขณะนั้นทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร) ทรงลาดตระเวนถวายอารักขา ดูแลความปลอดภัยของพระราชมารดาผู้ทรงมุ่งมั่นทรงงานช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างเต็มที่ และทรงได้ถวายงานในการช่วยเหลือพี่น้องชาวกัมพูชาที่บ้านแตกสาแหรกขาดจนต้องหนีร้อนมาพึ่งเย็นพึ่งพระบรมโพธิสมภารอีกเช่นกัน

    กัมพูชาเป็นประเทศราชของไทยอยู่เกือบร้อยกว่าปีในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ก่อนไทยจะเสียดินแดนกัมพูชาให้กับฝรั่งเศส ดังนั้นกัมพูชาจึงได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมไทยไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักองค์ด้วงซึ่งทรงเติบโตในกรุงเทพกว่า 27 ปี เมื่อทรงกลับไปครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์กัมพูชาแล้วก็ทรงนำศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของราชสำนักไทยกลับไปยังกัมพูชาด้วย ยกตัวอย่างเช่น โขน ละคร และนาฏยศิลป์ของกัมพูชานั้นได้ครูโขนและครูนาฏศิลป์ไทยไปสอนและถ่ายทอดท่ารำ และแม้กระทั่งบทร้องบทละครก็ได้รับอิทธิพลไปจากไทยทั้งสิ้นดังที่ศาสตราจารย์ พลตรี หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เขียนเล่าไว้ในหนังสือโครงกระดูกในตู้ และคุณชายคึกฤทธิ์ ได้เขียนกลอนบริภาษเขมรเอาไว้ว่า "สัปดาห์นี้มีเรื่องความเมืองใหญ่ ไทยถูกฟ้องขับไล่ขึ้นโรงศาล เคยเป็นเรื่องโต้เถียงกันมานาน ที่ยอดเขาพระวิหารรู้ทั่วกัน กะลาครอบมานานโบราณว่า พอแลเห็นท้องฟ้าก็หุนหัน คิดว่าตนนั้นใหญ่ใครไม่ทัน ทำกำเริบเสิบสันทุกอย่างไป อันคนไทยนั้นสุภาพไม่หยาบหยาม เห็นใครหย่อนอ่อนความก็ยกให้ ถึงล่วงเกินพลาดพลั้งยังอภัย ด้วยเห็นใจว่ายังเยาว์เบาความคิด เขียนบทความด่าตะบึงถึงหัวหู ไทยก็ยังนิ่งอยู่ไม่ถือผิด สั่งถอนทูตเอิกเกริกเลิกเป็นมิตร แล้วกลับติดตามต่อขอคืนดี ไทยก็ยอมตามใจไม่ดึงดื้อ เพราะไทยถือเขมรผองเหมือนน้องพี่ คิดตกลงปลงกันได้ด้วยไมตรี ถึงคราวนี้ใจเขมรแลเห็นกัน หากไทยจำล้ำเลิกบ้างอ้างขอบเขต เมืองเขมรทั้งประเทศของใครนั่น? ใครเล่าตั้งวงศ์กษัตริย์ปัจจุบัน องค์ด้วงนั้นคือใครที่ไหนมา? เป็นเพียงเจ้าไม่มีศาลซมซานวิ่ง ได้แอบอิงอำนาจไทยจึงใหญ่กล้า ทัพไทยช่วยปราบศัตรูกู้พารา สถาปนาจัดระบอบให้ครอบครอง ได้เดชไทยไปคุ้มกะลาหัว จึงตั้งตัวขึ้นมาอย่างจองหอง เป็นข้าขัณฑสีมาฝ่าละออง ส่งดอกไม้เงินทองตลอดมา ไม่เหลียวดูโภไคไอศวรรย์ ทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นหนักหนา ฝีมือไทยแน่นักประจักษ์ตา เพราะทรงพระกรุณาประทานไป มีพระคุณจุนเจือเหลือประมาณ ถึงลูกหลานกลับเนรคุณได้ สมกับคำโบราณท่านว่าไว้ อย่าไว้ใจเขมรเห็นจริงเอย… ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ 18 ตุลาคม 2502 สำหรับคนเขมรแล้ว เมื่อคราวเขมรแตกจากเขมรแดง โดยพลพต มีชาวเขมรหนีตายเข้ามาที่เขาล้านจังหวัดตราด นับแสนคน มาในสภาพโครงกระดูกเดินได้ อดอยาก เจ็บป่วย ปางตาย อุจจาระ ปัสสาวะกลาดเกลื่อนเหม็นคลุ้งไปทั้งเขาล้าน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยม ให้การช่วยเหลือ ทรงประทับแรมท่ามกลางผู้อพยพชาวเขมรนับแสนคน ในฐานะองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ได้ทรงให้สภากาชาดไทยจัดตั้งค่ายช่วยเหลือผู้อพยพหนีตายนับแสนคน ทรงงานหนักอย่างไม่ทรงรังเกียจด้วยพระเมตตาสูงสุดต่อชาวกัมพูชาพลัดบ้านพลัดถิ่นที่หนีตายมาพึ่งพระบารมี ทรงมีพระราชเสาวนีย์พระราชทานว่า “ฉันตัดสินใจที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เหล่านี้ เท่าที่กำลังความสามารถของฉันจะมี” ในเหตุการณ์นั้นมีนายทหารหนุ่มคนหนึ่งโดยเสด็จและถวายงานในการช่วยเหลือชาวกัมพูชาอย่างใกล้ชิดคือในหลวงรัชกาลที่ 10 (ขณะนั้นทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร) ทรงลาดตระเวนถวายอารักขา ดูแลความปลอดภัยของพระราชมารดาผู้ทรงมุ่งมั่นทรงงานช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างเต็มที่ และทรงได้ถวายงานในการช่วยเหลือพี่น้องชาวกัมพูชาที่บ้านแตกสาแหรกขาดจนต้องหนีร้อนมาพึ่งเย็นพึ่งพระบรมโพธิสมภารอีกเช่นกัน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 859 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts