• ผ่านช่วงหาเสียงมาได้ระยะหนึ่ง แต่เมื่อมองทั้งจากผลสำรวจและบรรยากาศจริงในสนามเลือกตั้ง ต้องยอมรับว่ายังไม่มีพรรคใดที่สร้างกระแส “ปัง” ได้อย่างชัดเจน
    .
    สภาพกระแสที่เอื่อยๆ แบบนี้ กลับเป็นจังหวะได้เปรียบของพรรคภูมิใจไทย ที่มีเครือข่ายบ้านใหญ่แข็งแรงในต่างจังหวัด และได้แรงหนุนจากกระแสชาตินิยมในช่วงสถานการณ์ชายแดน
    .
    ขณะที่พรรคเพื่อไทย เลือกตั้งหลักรักษาฐานเดิม วางตัวเป็นพรรคตัวแปรสำคัญ เพื่อคงอำนาจต่อรองในการจัดตั้งรัฐบาล มากกว่าการเร่งสร้างกระแสใหม่
    .
    แต่พรรคที่ถูกจับตาหนักที่สุด คือ พรรคประชาชน ซึ่งยังเผชิญปัญหา “ไม่ปัง” ทั้งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และสารที่สื่อสารออกไปยังไม่โดนใจประชาชนในวงกว้าง
    .
    วาทกรรมเดิมอย่าง “มีเรา ไม่มีเทา” ต้องสะดุดจากกรณีผู้สมัคร ส.ส. ถูกจับในคดีอาชญากรรม ทำให้คำพูดที่เคยใช้กดดันคู่แข่ง กลับย้อนมาสร้างคำถามกับพรรคเอง
    .
    ยิ่งเมื่อเจอสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา ภาพจำเรื่องการ “ด้อยค่าทหาร” ในอดีต ถูกนำกลับมาตีความซ้ำ และกลายเป็นแรงต้านในพื้นที่ต่างจังหวัด
    .
    ท่ามกลางกระแสที่ไม่แรงพอจะแลนด์สไลด์ ทำให้พรรคประชาชนถูกมองว่าอาจต้องเผชิญทางเลือกสำคัญ ระหว่างยึดอุดมการณ์เดิม กับการเปิดทางสู่การเมืองเชิงอำนาจ
    .
    คำถามจึงไม่ใช่แค่ใครจะได้ที่นั่งมากที่สุด
    แต่คือ พรรคส้มจะยังยืนยัน “ไม่มีเทา”
    หรือกำลังเดินไปสู่สูตรใหม่แบบ “มีเรา มีเทา” เพื่อโอกาสร่วมรัฐบาล
    .
    อ่านบทวิเคราะห์เต็ม
    https://news1live.com/detail/9690000002288
    .
    #News1live #News1 #เมืองไทย360องศา #พรรคประชาชน #ภูมิใจไทย #เพื่อไทย #เลือกตั้ง #การเมืองไทย
    ผ่านช่วงหาเสียงมาได้ระยะหนึ่ง แต่เมื่อมองทั้งจากผลสำรวจและบรรยากาศจริงในสนามเลือกตั้ง ต้องยอมรับว่ายังไม่มีพรรคใดที่สร้างกระแส “ปัง” ได้อย่างชัดเจน . สภาพกระแสที่เอื่อยๆ แบบนี้ กลับเป็นจังหวะได้เปรียบของพรรคภูมิใจไทย ที่มีเครือข่ายบ้านใหญ่แข็งแรงในต่างจังหวัด และได้แรงหนุนจากกระแสชาตินิยมในช่วงสถานการณ์ชายแดน . ขณะที่พรรคเพื่อไทย เลือกตั้งหลักรักษาฐานเดิม วางตัวเป็นพรรคตัวแปรสำคัญ เพื่อคงอำนาจต่อรองในการจัดตั้งรัฐบาล มากกว่าการเร่งสร้างกระแสใหม่ . แต่พรรคที่ถูกจับตาหนักที่สุด คือ พรรคประชาชน ซึ่งยังเผชิญปัญหา “ไม่ปัง” ทั้งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และสารที่สื่อสารออกไปยังไม่โดนใจประชาชนในวงกว้าง . วาทกรรมเดิมอย่าง “มีเรา ไม่มีเทา” ต้องสะดุดจากกรณีผู้สมัคร ส.ส. ถูกจับในคดีอาชญากรรม ทำให้คำพูดที่เคยใช้กดดันคู่แข่ง กลับย้อนมาสร้างคำถามกับพรรคเอง . ยิ่งเมื่อเจอสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา ภาพจำเรื่องการ “ด้อยค่าทหาร” ในอดีต ถูกนำกลับมาตีความซ้ำ และกลายเป็นแรงต้านในพื้นที่ต่างจังหวัด . ท่ามกลางกระแสที่ไม่แรงพอจะแลนด์สไลด์ ทำให้พรรคประชาชนถูกมองว่าอาจต้องเผชิญทางเลือกสำคัญ ระหว่างยึดอุดมการณ์เดิม กับการเปิดทางสู่การเมืองเชิงอำนาจ . คำถามจึงไม่ใช่แค่ใครจะได้ที่นั่งมากที่สุด แต่คือ พรรคส้มจะยังยืนยัน “ไม่มีเทา” หรือกำลังเดินไปสู่สูตรใหม่แบบ “มีเรา มีเทา” เพื่อโอกาสร่วมรัฐบาล . อ่านบทวิเคราะห์เต็ม https://news1live.com/detail/9690000002288 . #News1live #News1 #เมืองไทย360องศา #พรรคประชาชน #ภูมิใจไทย #เพื่อไทย #เลือกตั้ง #การเมืองไทย
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 26 มุมมอง 0 รีวิว
  • สนามเลือกตั้งจังหวัดสกลนครคึกคัก โดยเฉพาะเขต 6 ที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย เปิดเกมลงพื้นที่อำเภอเจริญศิลป์ อ้อนขอคะแนนเสียงจากชาวบ้าน หวังชิงเก้าอี้จากแชมป์เก่าพรรคเพื่อไทย
    .
    นายบรม เอ่งฉ้วน ผู้สมัคร ส.ส. สกลนคร เขต 6 เบอร์ 5 พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน ย้ำขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้คนในพื้นที่ แม้ไม่ใช่คนสกลนครโดยกำเนิด แต่ยืนยันอาศัยและทำงานในพื้นที่มากว่า 12 ปี พร้อมนำประสบการณ์ด้านธุรกิจมาพัฒนาชุมชนและเกษตรกร
    .
    ศึกเลือกตั้งเขต 6 สกลนคร ครอบคลุมพื้นที่ อ.พังโคน อ.เจริญศิลป์ และ อ.วานรนิวาส บรรยากาศหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างผู้สมัครหน้าใหม่กับแชมป์เก่าที่ครองพื้นที่มาอย่างยาวนาน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001618
    .
    #News1 #News1live #เลือกตั้ง2569 #สกลนคร #ภูมิใจไทย #การเมือง
    สนามเลือกตั้งจังหวัดสกลนครคึกคัก โดยเฉพาะเขต 6 ที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย เปิดเกมลงพื้นที่อำเภอเจริญศิลป์ อ้อนขอคะแนนเสียงจากชาวบ้าน หวังชิงเก้าอี้จากแชมป์เก่าพรรคเพื่อไทย . นายบรม เอ่งฉ้วน ผู้สมัคร ส.ส. สกลนคร เขต 6 เบอร์ 5 พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน ย้ำขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้คนในพื้นที่ แม้ไม่ใช่คนสกลนครโดยกำเนิด แต่ยืนยันอาศัยและทำงานในพื้นที่มากว่า 12 ปี พร้อมนำประสบการณ์ด้านธุรกิจมาพัฒนาชุมชนและเกษตรกร . ศึกเลือกตั้งเขต 6 สกลนคร ครอบคลุมพื้นที่ อ.พังโคน อ.เจริญศิลป์ และ อ.วานรนิวาส บรรยากาศหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างผู้สมัครหน้าใหม่กับแชมป์เก่าที่ครองพื้นที่มาอย่างยาวนาน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001618 . #News1 #News1live #เลือกตั้ง2569 #สกลนคร #ภูมิใจไทย #การเมือง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 139 มุมมอง 0 รีวิว
  • จีนเปิดตัวระบบอาวุธไมโครเวฟพลังงานสูงรุ่นใหม่ “เฮอร์ริเคน 3000” (Hurricane 3000) ที่สามารถทำลายอากาศยานไร้คนขับและฝูงโดรนได้ในระยะไกลกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งถูกระบุว่ามีรัศมีปฏิบัติการเหนือกว่าระบบระดับเดียวกันของกองทัพสหรัฐฯ
    .
    นอร์อินโค (Norinco) รัฐวิสาหกิจด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของจีน ระบุว่า อาวุธดังกล่าวเป็นระบบไมโครเวฟพลังงานสูงติดตั้งบนรถบรรทุก รองรับภารกิจป้องกันทางอากาศหลายรูปแบบ และเคยปรากฏโฉมต่อสาธารณชนครั้งแรกในการสวนสนามทางทหารเมื่อเดือนกันยายน 2568
    .
    ผู้เชี่ยวชาญของนอร์อินโคเผยว่า ระยะการทำลายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ระบบนี้ยกระดับจากการป้องกันเฉพาะจุด ไปสู่การป้องกันพื้นที่ในวงกว้าง สามารถรับมือภัยคุกคามจากโดรนขนาดเล็กและการโจมตีแบบฝูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    .
    เทคโนโลยีดังกล่าวสะท้อนการแข่งขันด้านอาวุธพลังงานกำกับ (Directed Energy Weapons) ที่ทวีความเข้มข้นขึ้นในเวทีความมั่นคงโลก
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001609
    .
    #News1 #News1live #จีน #อาวุธไมโครเวฟ #โดรน #ความมั่นคงโลก
    จีนเปิดตัวระบบอาวุธไมโครเวฟพลังงานสูงรุ่นใหม่ “เฮอร์ริเคน 3000” (Hurricane 3000) ที่สามารถทำลายอากาศยานไร้คนขับและฝูงโดรนได้ในระยะไกลกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งถูกระบุว่ามีรัศมีปฏิบัติการเหนือกว่าระบบระดับเดียวกันของกองทัพสหรัฐฯ . นอร์อินโค (Norinco) รัฐวิสาหกิจด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของจีน ระบุว่า อาวุธดังกล่าวเป็นระบบไมโครเวฟพลังงานสูงติดตั้งบนรถบรรทุก รองรับภารกิจป้องกันทางอากาศหลายรูปแบบ และเคยปรากฏโฉมต่อสาธารณชนครั้งแรกในการสวนสนามทางทหารเมื่อเดือนกันยายน 2568 . ผู้เชี่ยวชาญของนอร์อินโคเผยว่า ระยะการทำลายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ระบบนี้ยกระดับจากการป้องกันเฉพาะจุด ไปสู่การป้องกันพื้นที่ในวงกว้าง สามารถรับมือภัยคุกคามจากโดรนขนาดเล็กและการโจมตีแบบฝูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ . เทคโนโลยีดังกล่าวสะท้อนการแข่งขันด้านอาวุธพลังงานกำกับ (Directed Energy Weapons) ที่ทวีความเข้มข้นขึ้นในเวทีความมั่นคงโลก . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001609 . #News1 #News1live #จีน #อาวุธไมโครเวฟ #โดรน #ความมั่นคงโลก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 143 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 4

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 4
    หลังจากสับคอต่อ คู่แข่งของสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เยอรมัน กับญี่ปุ่น จนคอตั้งหัวตรงบนบ่าไม่เป็น ไปเรียบร้อยในปี ค.ศ.1945 ตลอดเวลา 70 ปี หลังจากนั้น อเมริกาก็คร่ำเคร่ง อยู่กับการวางกองกำลังหลายชั้น สลับซับซ้อน เพื่อเป็นการปิดล้อมรัสเซียกับจีน รายหนึ่งอยู่ heartland กล่องดวงใจของยูเรเซีย อีกราย แม้จะอยู่นอกกล่อง แต่ก็อยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน ไม่ใช่ห่างคนละซีกโลกเหมือนตัว เกิดเขาเอื้อมมาคว้าเอากล่องดวงใจไปครองได้ก่อน อเมริกาจะทำยังไง คิดแล้วก็เสียวจนปวดท้อง อย่างนี้ มันก็ต้องวางแผนซ่อนกันหน่อย
    อเมริกาเห็นตัวอย่าง จากการเป็นผู้นำโลกของจักรภพอังกฤษ ที่(เคย) เป็นนักล่าอาณานิคมหมายเลขหนึ่ง มีจุดโหว่แยะ อเมริกาจึงสร้างเสื้อคลุมประชาธิปไตย มาใส่หลอกชาวบ้าน เพื่อปิดจุดโหว่ ทำเป็นปิด แต่ ยุทธศาสตร์ของจริงอเมริกา ก็ไม่ได้ต่างกับของอังกฤษ มันเป็นการสร้างจักรวรรดิอเมริกา ขึ้นมาแทนที่จักรภพอังกฤษ เพื่อมาเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก ที่มีเป้าหมายที่จะไม่ให้รัสเซีย หรือจีน เข้ามาชิงตำแหน่งมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งนี้ไปอย่างเด็ดขาด
    อันที่จริงในปี ค.ศ.1943 สองปีก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลง ครูแมคซึ่งแก่มากแล้ว แต่ยังมองโลกกลมเหมือนเดิม ได้เขียนบทความชื่อ ” The Round World and the Winning of Peace” โลกกลมกับชัยชนะของสันติภาพ ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ที่ใหญ่คับโลก เตือนสติอเมริกา ไว้ว่า
    …..”dream of a global air power” would not change geopolitical basics … If the Soviet Union emerges from this war as conqueror of Germany .. she must rank as the greatest land power on the globe… controlling the greatest natural fortress on earth”
    …..ความฝันของการเป็นเจ้าแห่งเวหา ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ …..ถ้าโซเวียต เกิดเป็นผู้ชนะเยอรมันในสงครามครั้งนี้ โซเวียตจะกลายเป็นมหาอำนาจใหญ่ยิ่งแห่งภาคพื้นดินของโลก …และเป็นผู้ครอบครองดินแดน ที่มีป้อมปราการทางธรรมชาติ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้….
    ดูเหมือนบทความของครูแมค จะกลายเป็นตัวเร่ง ให้อเมริกาออกคำสั่งประหารสหภาพโซเวียต
    และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง อเมริกาก็ประกาศศักราชแห่งเสรีภาพ Pax Americana ด้วยการเริ่มรายการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ที่อยู่ฝ่ายเดียวกันในตอนทำสงครามโลก โดยการใช้อำนาจทางกองทัพเรือของตน รายล้อมรอบยูเรเซียไว้จนหมดสิ้น เสื้อคลุมเสรีภาพทำงานหนักมาก
    – กองทัพเรือที่ 6 ตั้งฐานไว้ที่เมืองเนเปิลส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 เพื่อควบคุมมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
    – กองทัพเรือที่ 7 ตั้งฐานไว้ที่อ่าวซูบิคของฟิลิปปีนส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1947 เพื่อควบคุมแปซิฟิคด้านตะวันตก
    – กองทัพเรือที่ 5 ตั้งฐานไว้ที่บาห์เรน ที่อ่าวเปอร์เซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995
    ทั้ง heartland และ rimland อยู่ในวงล้อมเรียบร้อย
    ต่อจากนั้น อเมริกาก็ใช้อำนาจทางด้านการทูต เข้ามาเสริมการปิดล้อมทางทหารอีกชั้น ด้วยการลากและจูงลูกหาบ มาเป็นสมาชิกองค์กรนาโต้ The North Atlantic Treaty Organization ในปี ค.ศ.1949
    ยังไม่พอใช่ไหม เสื้อคลุมเสรีภาพยังครอบคลุมไม่พอ ….. อเมริกาจึงตั้ง The Middle East Treaty Organization ในปี ค.ศ.1955
    อ้าว แล้วแถวเอเซียล่ะ….ไม่รอดหรอกน่า…. แล้ว The Southeast Asia Treaty Organization หรือที่เราเรียกกันว่า ซีโต้ ก็เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1954 และ US -Japan Securty Treaty ในปี ค.ศ.1951 ก็ตามมา
    ถึงปี ค.ศ.1955 อเมริกาตั้งเครือข่ายฐานทัพไว้เกือบทั่วโลก ประมาณ 450 ฐานทัพ ใน 36 ประเทศ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมรัสเซียและจีน เป็นยุทธศาสตร์ ที่เหมือนบังเอิญสร้างจากทฤษฏีครูแมค ทั้งปิดทั้งล้อม พวกที่อยู่บนแผ่นดิน โดยพวกที่อยู่บนเกาะ…
    สงครามเย็นเลิกในปี ค.ศ.1991 แต่การปิดล้อมรัสเซียกับจีน กลับเพิ่มมากขึ้น ฐานทัพอเมริกันเพิ่มเป็นกว่า 700 แห่ง มีเครื่องบินรบประมาณ 1,763 เครื่อง ประจำการพร้อมรบ มีอาวุธนิวเคลียร์และระบบต้านการโจมตีทางจรวดกว่า 1,000 ชุด มีเรือรบประมาณ 600 ลำ รวมทั้งหัวรบนิวเคลียร์ 15 ลูก ทั้งหมดเชื่อมโยงกันด้วยระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม
    อ่าวเปอร์เซีย ถูกเลือกให้เป็นจุดศูนย์กลาง ของยุทธศาสตร์ของอเมริกาในการปิดล้อม World Island และบริเวณอ่าวเปอร์เซีย จึงถูกอเมริกาเข้าไปแทรกแซงมากที่สุด ทั้งทางตรง ทางอ้อม เปิดเผย และแปลงตัว หรือ พรางตัว
    การปฏิวัติในอิหร่านเพื่อเปลี่ยนตัวผู้ปกครอง การโค่นล้มซัดดัมแห่งอิรัค การสร้างนักรบมูจาฮิดีนของอาฟกานิสถาน ทั้งหมดล้วนเป็นแผนตามยุทธศาสตร์ของอเมริกา ที่ต้องการสร้างความสั่นคลอนให้กับโซเวียตในทางตรง และทางอ้อมทั้งสิ้น ถ้าเอาแผนที่มาดูบริเวณที่ตั้งของประเทศเหล่านี้ คงจะเข้าใจการเดินหมากของอเมริกามากขึ้น
    ขนาดเจอแผนตามยุทธศาสตร์ แบบจัดหนักขนาดนี้ แต่โซเวียตก็ยังไม่ตายสนิทสมใจอเมริกา ไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ที่ปรึกษาของพณฯ ท่านถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ จึงเสนอให้ใช้ปฏิบัติการ Operation Cyclone ในช่วงปี ค.ศ.1980 กว่าๆ ที่ใช้งบสูงถึงปีละประมาณ 500 ล้านเหรียญ เพื่อจัดตั้งกองทัพมุสลิม เอาไว้โจมตีเอเซียกลาง และจัดส่งอิสลามหัวรุนแรงเข้าไปในโซเวียต heartland
    ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับกองทัพของอาฟกานิสถาน ที่เคยเป็นเพื่อนกับโซเวียต และค่อยๆแซะให้ยุโรปตะวันออก แยกตัวมาจากการเกาะกลุ่มกับโซเวียต
    เมื่อมีผู้ถามไอ้คุณแสบ เบรซินสกี้ ภายหลังว่า คิดยังไงถึงสร้างกองกำลังมุสลิม ที่ภายหลังก็กลายเป็นปัญหากับอเมริกาเอง ไอ้คุณแสบย้อนถามกลับว่า อะไรสำคัญกว่าในประวัติศาสตร์ของโลก พวกตาลีบัน หรือการล่มสลายของสหภาพโซเวียต?
    คำตอบนี้ น่าจะทำให้เราเริ่มรู้จัก “ยุทธศาสตร์” ของอเมริกา….
    แม้อเมริกาจะมีชัยชนะจากสงครามเย็น โซเวียตล่มสลายตามแผน แต่ชัยชนะนั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนสภาพทางภูมิศาสตร์ของ World Island ได้
    หลังจากทุบกำแพงเบอร์ลินทิ้งลง ในปี ค.ศ.1989 อเมริกาก็รีบร่างนโยบายต่างประเทศขึ้นมาใหม่อีกอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นปฏิบัติการยุค “หลัง” สงครามเย็น มันก็คือการปิดล้อมต่อนั่นแหละ แต่มาในรูปแบบใหม่ ด้วยการยึดอ่าวเปอร์เซียเป็นที่มั่น โดยใช้การบุกคูเวตของซัดดัมเป็นข้ออ้าง…
    ปี ค.ศ.2003 เมื่ออเมริกาบุกอิรัค Paul Kennedy นักประวัติศาสตร์ชื่อดังของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ที่เห็นพ้องกับทฤษฏีของครูแมค ได้เขียนในสื่ออังกฤษ The Guardian ว่า … ขณะนี้ ทหารจำนวนหลายแสนของอเมริกา กำลังอยู่ที่ชายขอบ rimland ของยูเรเซีย ดูเหมือนว่า อเมริกากำลังเดินตามคำเตือนของครูแมค โดยมุ่งมั่นที่จะควบคุม ” จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ ” the geographical pivot of history
    เวลาผ่านไป อเมริกาก็เพิ่มการปิดล้อม เหนือชั้นขึ้นไปอีก แค่เอาทหารไปประจำการ boots on the ground มันยังล้อมไม่ถึงใจ ครอบคลุมไม่ได้หมด อเมริกาจึงใช้ ลูกตา และอาวุธลอยฟ้า ที่เรียกว่า “โดรน” drone เพิ่มเข้ามา
    ปี ค.ศ.2011 กองทัพอากาศอเมริกันร่วมงานกับซีไอเอ สร้างฐานโดรนขึ้นมารอบ World Island ตั้งแต่ ซินโยเนลลาในซิซีลี ไปจนถึง อินเซอลิกที่ตุรกี ลงมาที่จิบูติ ตรงทะเลแดง ขึ้นไปที่กาตาร์ อาบูดาบี ที่อ่าวเปอร์เซีย ออกมาต่อที่หมู่เกาะซีเชลล์ ในมหาสมุทรอินเดีย จาลาละบัด โคสต์ กันดาหาร์ ชินดัน ในอาฟกานิสถาน ลงมาแปซิฟิก แซมบิโอก้า ในฟิลิปปินส์ รวมทั้งที่สนามบินแอนเดอร์สัน ที่เกาะกวม โฮ๊ย… ไล่อ่านชื่อตามแผนที่เสียลูกตาแทบหลุด
    เพนตากอนจ่ายเงิน สำหรับโครนลอยฟ้าไปแค่ 1 หมื่นล้านเหรียญ เพื่อสร้างฝูงโดรนตาเหยี่ยว Global Hawk 99 ตัว ที่ติดตั้งกล้องสำรวจพื้นที่รัศมีหลายร้อยไมล์ มีเครื่องอีเลคโทรนิคที่พร้อมสื่อสารเป็นเวลานานติดต่อกันถึง 35 ชั่วโมง และในระยะทางไม่น้อยกว่า 8,700 ไมล์
    แค่เขียนเล่าก็เหนื่อยแล้วครับ ไม่รู้ว่ามันเป็นบ้าอะไร ถ้ามันบ้าทฤษฏีครูแมคนัก ทำไมมันไม่ได้คิดต่อจากที่ครูแมคพูดเลยหรือ … แม้แต่การเป็นเจ้าเวหา ก็ใช่ว่าจะเอาชนะรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    25 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 4 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 4 หลังจากสับคอต่อ คู่แข่งของสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ เยอรมัน กับญี่ปุ่น จนคอตั้งหัวตรงบนบ่าไม่เป็น ไปเรียบร้อยในปี ค.ศ.1945 ตลอดเวลา 70 ปี หลังจากนั้น อเมริกาก็คร่ำเคร่ง อยู่กับการวางกองกำลังหลายชั้น สลับซับซ้อน เพื่อเป็นการปิดล้อมรัสเซียกับจีน รายหนึ่งอยู่ heartland กล่องดวงใจของยูเรเซีย อีกราย แม้จะอยู่นอกกล่อง แต่ก็อยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน ไม่ใช่ห่างคนละซีกโลกเหมือนตัว เกิดเขาเอื้อมมาคว้าเอากล่องดวงใจไปครองได้ก่อน อเมริกาจะทำยังไง คิดแล้วก็เสียวจนปวดท้อง อย่างนี้ มันก็ต้องวางแผนซ่อนกันหน่อย อเมริกาเห็นตัวอย่าง จากการเป็นผู้นำโลกของจักรภพอังกฤษ ที่(เคย) เป็นนักล่าอาณานิคมหมายเลขหนึ่ง มีจุดโหว่แยะ อเมริกาจึงสร้างเสื้อคลุมประชาธิปไตย มาใส่หลอกชาวบ้าน เพื่อปิดจุดโหว่ ทำเป็นปิด แต่ ยุทธศาสตร์ของจริงอเมริกา ก็ไม่ได้ต่างกับของอังกฤษ มันเป็นการสร้างจักรวรรดิอเมริกา ขึ้นมาแทนที่จักรภพอังกฤษ เพื่อมาเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก ที่มีเป้าหมายที่จะไม่ให้รัสเซีย หรือจีน เข้ามาชิงตำแหน่งมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งนี้ไปอย่างเด็ดขาด อันที่จริงในปี ค.ศ.1943 สองปีก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จะสิ้นสุดลง ครูแมคซึ่งแก่มากแล้ว แต่ยังมองโลกกลมเหมือนเดิม ได้เขียนบทความชื่อ ” The Round World and the Winning of Peace” โลกกลมกับชัยชนะของสันติภาพ ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ที่ใหญ่คับโลก เตือนสติอเมริกา ไว้ว่า …..”dream of a global air power” would not change geopolitical basics … If the Soviet Union emerges from this war as conqueror of Germany .. she must rank as the greatest land power on the globe… controlling the greatest natural fortress on earth” …..ความฝันของการเป็นเจ้าแห่งเวหา ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ …..ถ้าโซเวียต เกิดเป็นผู้ชนะเยอรมันในสงครามครั้งนี้ โซเวียตจะกลายเป็นมหาอำนาจใหญ่ยิ่งแห่งภาคพื้นดินของโลก …และเป็นผู้ครอบครองดินแดน ที่มีป้อมปราการทางธรรมชาติ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้…. ดูเหมือนบทความของครูแมค จะกลายเป็นตัวเร่ง ให้อเมริกาออกคำสั่งประหารสหภาพโซเวียต และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง อเมริกาก็ประกาศศักราชแห่งเสรีภาพ Pax Americana ด้วยการเริ่มรายการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ที่อยู่ฝ่ายเดียวกันในตอนทำสงครามโลก โดยการใช้อำนาจทางกองทัพเรือของตน รายล้อมรอบยูเรเซียไว้จนหมดสิ้น เสื้อคลุมเสรีภาพทำงานหนักมาก – กองทัพเรือที่ 6 ตั้งฐานไว้ที่เมืองเนเปิลส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 เพื่อควบคุมมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน – กองทัพเรือที่ 7 ตั้งฐานไว้ที่อ่าวซูบิคของฟิลิปปีนส์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1947 เพื่อควบคุมแปซิฟิคด้านตะวันตก – กองทัพเรือที่ 5 ตั้งฐานไว้ที่บาห์เรน ที่อ่าวเปอร์เซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 ทั้ง heartland และ rimland อยู่ในวงล้อมเรียบร้อย ต่อจากนั้น อเมริกาก็ใช้อำนาจทางด้านการทูต เข้ามาเสริมการปิดล้อมทางทหารอีกชั้น ด้วยการลากและจูงลูกหาบ มาเป็นสมาชิกองค์กรนาโต้ The North Atlantic Treaty Organization ในปี ค.ศ.1949 ยังไม่พอใช่ไหม เสื้อคลุมเสรีภาพยังครอบคลุมไม่พอ ….. อเมริกาจึงตั้ง The Middle East Treaty Organization ในปี ค.ศ.1955 อ้าว แล้วแถวเอเซียล่ะ….ไม่รอดหรอกน่า…. แล้ว The Southeast Asia Treaty Organization หรือที่เราเรียกกันว่า ซีโต้ ก็เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1954 และ US -Japan Securty Treaty ในปี ค.ศ.1951 ก็ตามมา ถึงปี ค.ศ.1955 อเมริกาตั้งเครือข่ายฐานทัพไว้เกือบทั่วโลก ประมาณ 450 ฐานทัพ ใน 36 ประเทศ เพื่อเอาไว้ปิดล้อมรัสเซียและจีน เป็นยุทธศาสตร์ ที่เหมือนบังเอิญสร้างจากทฤษฏีครูแมค ทั้งปิดทั้งล้อม พวกที่อยู่บนแผ่นดิน โดยพวกที่อยู่บนเกาะ… สงครามเย็นเลิกในปี ค.ศ.1991 แต่การปิดล้อมรัสเซียกับจีน กลับเพิ่มมากขึ้น ฐานทัพอเมริกันเพิ่มเป็นกว่า 700 แห่ง มีเครื่องบินรบประมาณ 1,763 เครื่อง ประจำการพร้อมรบ มีอาวุธนิวเคลียร์และระบบต้านการโจมตีทางจรวดกว่า 1,000 ชุด มีเรือรบประมาณ 600 ลำ รวมทั้งหัวรบนิวเคลียร์ 15 ลูก ทั้งหมดเชื่อมโยงกันด้วยระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม อ่าวเปอร์เซีย ถูกเลือกให้เป็นจุดศูนย์กลาง ของยุทธศาสตร์ของอเมริกาในการปิดล้อม World Island และบริเวณอ่าวเปอร์เซีย จึงถูกอเมริกาเข้าไปแทรกแซงมากที่สุด ทั้งทางตรง ทางอ้อม เปิดเผย และแปลงตัว หรือ พรางตัว การปฏิวัติในอิหร่านเพื่อเปลี่ยนตัวผู้ปกครอง การโค่นล้มซัดดัมแห่งอิรัค การสร้างนักรบมูจาฮิดีนของอาฟกานิสถาน ทั้งหมดล้วนเป็นแผนตามยุทธศาสตร์ของอเมริกา ที่ต้องการสร้างความสั่นคลอนให้กับโซเวียตในทางตรง และทางอ้อมทั้งสิ้น ถ้าเอาแผนที่มาดูบริเวณที่ตั้งของประเทศเหล่านี้ คงจะเข้าใจการเดินหมากของอเมริกามากขึ้น ขนาดเจอแผนตามยุทธศาสตร์ แบบจัดหนักขนาดนี้ แต่โซเวียตก็ยังไม่ตายสนิทสมใจอเมริกา ไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ที่ปรึกษาของพณฯ ท่านถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ จึงเสนอให้ใช้ปฏิบัติการ Operation Cyclone ในช่วงปี ค.ศ.1980 กว่าๆ ที่ใช้งบสูงถึงปีละประมาณ 500 ล้านเหรียญ เพื่อจัดตั้งกองทัพมุสลิม เอาไว้โจมตีเอเซียกลาง และจัดส่งอิสลามหัวรุนแรงเข้าไปในโซเวียต heartland ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นกับกองทัพของอาฟกานิสถาน ที่เคยเป็นเพื่อนกับโซเวียต และค่อยๆแซะให้ยุโรปตะวันออก แยกตัวมาจากการเกาะกลุ่มกับโซเวียต เมื่อมีผู้ถามไอ้คุณแสบ เบรซินสกี้ ภายหลังว่า คิดยังไงถึงสร้างกองกำลังมุสลิม ที่ภายหลังก็กลายเป็นปัญหากับอเมริกาเอง ไอ้คุณแสบย้อนถามกลับว่า อะไรสำคัญกว่าในประวัติศาสตร์ของโลก พวกตาลีบัน หรือการล่มสลายของสหภาพโซเวียต? คำตอบนี้ น่าจะทำให้เราเริ่มรู้จัก “ยุทธศาสตร์” ของอเมริกา…. แม้อเมริกาจะมีชัยชนะจากสงครามเย็น โซเวียตล่มสลายตามแผน แต่ชัยชนะนั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนสภาพทางภูมิศาสตร์ของ World Island ได้ หลังจากทุบกำแพงเบอร์ลินทิ้งลง ในปี ค.ศ.1989 อเมริกาก็รีบร่างนโยบายต่างประเทศขึ้นมาใหม่อีกอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นปฏิบัติการยุค “หลัง” สงครามเย็น มันก็คือการปิดล้อมต่อนั่นแหละ แต่มาในรูปแบบใหม่ ด้วยการยึดอ่าวเปอร์เซียเป็นที่มั่น โดยใช้การบุกคูเวตของซัดดัมเป็นข้ออ้าง… ปี ค.ศ.2003 เมื่ออเมริกาบุกอิรัค Paul Kennedy นักประวัติศาสตร์ชื่อดังของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ที่เห็นพ้องกับทฤษฏีของครูแมค ได้เขียนในสื่ออังกฤษ The Guardian ว่า … ขณะนี้ ทหารจำนวนหลายแสนของอเมริกา กำลังอยู่ที่ชายขอบ rimland ของยูเรเซีย ดูเหมือนว่า อเมริกากำลังเดินตามคำเตือนของครูแมค โดยมุ่งมั่นที่จะควบคุม ” จุดสำคัญทางภูมิศาสตร์ ที่สร้างประวัติศาสตร์ ” the geographical pivot of history เวลาผ่านไป อเมริกาก็เพิ่มการปิดล้อม เหนือชั้นขึ้นไปอีก แค่เอาทหารไปประจำการ boots on the ground มันยังล้อมไม่ถึงใจ ครอบคลุมไม่ได้หมด อเมริกาจึงใช้ ลูกตา และอาวุธลอยฟ้า ที่เรียกว่า “โดรน” drone เพิ่มเข้ามา ปี ค.ศ.2011 กองทัพอากาศอเมริกันร่วมงานกับซีไอเอ สร้างฐานโดรนขึ้นมารอบ World Island ตั้งแต่ ซินโยเนลลาในซิซีลี ไปจนถึง อินเซอลิกที่ตุรกี ลงมาที่จิบูติ ตรงทะเลแดง ขึ้นไปที่กาตาร์ อาบูดาบี ที่อ่าวเปอร์เซีย ออกมาต่อที่หมู่เกาะซีเชลล์ ในมหาสมุทรอินเดีย จาลาละบัด โคสต์ กันดาหาร์ ชินดัน ในอาฟกานิสถาน ลงมาแปซิฟิก แซมบิโอก้า ในฟิลิปปินส์ รวมทั้งที่สนามบินแอนเดอร์สัน ที่เกาะกวม โฮ๊ย… ไล่อ่านชื่อตามแผนที่เสียลูกตาแทบหลุด เพนตากอนจ่ายเงิน สำหรับโครนลอยฟ้าไปแค่ 1 หมื่นล้านเหรียญ เพื่อสร้างฝูงโดรนตาเหยี่ยว Global Hawk 99 ตัว ที่ติดตั้งกล้องสำรวจพื้นที่รัศมีหลายร้อยไมล์ มีเครื่องอีเลคโทรนิคที่พร้อมสื่อสารเป็นเวลานานติดต่อกันถึง 35 ชั่วโมง และในระยะทางไม่น้อยกว่า 8,700 ไมล์ แค่เขียนเล่าก็เหนื่อยแล้วครับ ไม่รู้ว่ามันเป็นบ้าอะไร ถ้ามันบ้าทฤษฏีครูแมคนัก ทำไมมันไม่ได้คิดต่อจากที่ครูแมคพูดเลยหรือ … แม้แต่การเป็นเจ้าเวหา ก็ใช่ว่าจะเอาชนะรากฐานของภูมิศาสตร์การเมืองได้ …. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 25 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 164 มุมมอง 0 รีวิว
  • แฮกเกอร์สร้างงานศิลป์บนแผ่นฟลอปปี้ — เปลี่ยนข้อมูลแม่เหล็กให้กลายเป็นภาพพิกเซลลับด้วย pbm2track

    ไอเดียสุดสร้างสรรค์จากนักพัฒนารายหนึ่งได้ปลุกชีวิตใหม่ให้กับ แผ่นฟลอปปี้ดิสก์ ที่หลายคนคิดว่าไร้ค่าในยุค SSD และแฟลชไดรฟ์ โดยใช้เครื่องมือชื่อ pbm2track เพื่อ “วาดภาพ” ลงบนแผ่นฟลอปปี้ผ่าน track timing diagram ซึ่งเป็นกราฟที่ปกติใช้ตรวจสอบความผิดพลาดของข้อมูลบนแผ่นดิสก์ เนื้อหาจากหน้าเว็บอธิบายว่าเครื่องมือนี้สามารถจัดเรียงจังหวะของสัญญาณแม่เหล็กให้กลายเป็นภาพพิกเซลขาวดำได้อย่างน่าทึ่ง

    เบื้องหลังของเทคนิคนี้คือการใช้ “เวลา” เป็นพิกัดของ “ตำแหน่ง” โดยปกติหัวอ่านของฟลอปปี้จะตรวจจับการกลับขั้วแม่เหล็ก (flux transitions) เพื่อแปลงเป็นข้อมูล แต่ pbm2track จงใจทำให้จังหวะเหล่านี้ “คลาดเคลื่อนอย่างตั้งใจ” เพื่อให้แต่ละจุดบนกราฟเรียงตัวเป็นภาพ เมื่อรวมหลายพันจุดตามร่องแทร็กของแผ่น ก็จะเกิดเป็นภาพพิกเซลที่ซ่อนอยู่ในสนามแม่เหล็กของแผ่นดิสก์

    เครื่องมือนี้สามารถสร้างไดอะแกรมจำลองได้โดยไม่ต้องมีแผ่นจริง แต่ถ้าใครมีฟลอปปี้เหลืออยู่ก็สามารถเขียนภาพลงไปได้จริง อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนาเตือนว่าอาจไม่สำเร็จในทุกฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะไดรฟ์ที่ไม่รองรับการเขียนข้อมูลดิบแบบ “raw flux” และแนะนำให้ใช้คอนโทรลเลอร์อย่าง GreaseWeazle เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

    แม้ภาพที่ได้จะยังมีอาการ “เบลอ” เล็กน้อย แต่โปรเจกต์นี้ถือเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะและเทคโนโลยีที่น่าสนใจมาก และเป็นอีกหนึ่งวิธีในการรีไซเคิลแผ่นฟลอปปี้ให้กลายเป็นของสะสมหรือผลงานศิลป์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    pbm2track เปลี่ยนสัญญาณแม่เหล็กบนฟลอปปี้ให้กลายเป็นภาพพิกเซล
    ใช้การควบคุมจังหวะ flux transitions เพื่อสร้างภาพบน track timing diagram

    เทคนิคใช้เวลาเป็นพิกัดของตำแหน่งภาพ
    เรียงสัญญาณหลายพันจุดให้เป็นภาพขาวดำ

    สามารถเขียนภาพลงแผ่นจริงได้ หากฮาร์ดแวร์รองรับ
    แนะนำให้ใช้ GreaseWeazle เพื่อผลลัพธ์ที่เสถียร

    เป็นโปรเจกต์เพื่อความสนุกและความสร้างสรรค์ ไม่ได้มีประโยชน์เชิงใช้งานจริง
    เหมาะกับสายเรโทรคอมพิวติ้งและนักสะสม

    https://www.tomshardware.com/pc-components/storage/developer-turns-floppy-disks-into-secret-black-and-white-picture-canvases-pbm2track-paints-pixel-art-into-the-disks-magnetic-timing-diagram
    🖨️ แฮกเกอร์สร้างงานศิลป์บนแผ่นฟลอปปี้ — เปลี่ยนข้อมูลแม่เหล็กให้กลายเป็นภาพพิกเซลลับด้วย pbm2track ไอเดียสุดสร้างสรรค์จากนักพัฒนารายหนึ่งได้ปลุกชีวิตใหม่ให้กับ แผ่นฟลอปปี้ดิสก์ ที่หลายคนคิดว่าไร้ค่าในยุค SSD และแฟลชไดรฟ์ โดยใช้เครื่องมือชื่อ pbm2track เพื่อ “วาดภาพ” ลงบนแผ่นฟลอปปี้ผ่าน track timing diagram ซึ่งเป็นกราฟที่ปกติใช้ตรวจสอบความผิดพลาดของข้อมูลบนแผ่นดิสก์ เนื้อหาจากหน้าเว็บอธิบายว่าเครื่องมือนี้สามารถจัดเรียงจังหวะของสัญญาณแม่เหล็กให้กลายเป็นภาพพิกเซลขาวดำได้อย่างน่าทึ่ง เบื้องหลังของเทคนิคนี้คือการใช้ “เวลา” เป็นพิกัดของ “ตำแหน่ง” โดยปกติหัวอ่านของฟลอปปี้จะตรวจจับการกลับขั้วแม่เหล็ก (flux transitions) เพื่อแปลงเป็นข้อมูล แต่ pbm2track จงใจทำให้จังหวะเหล่านี้ “คลาดเคลื่อนอย่างตั้งใจ” เพื่อให้แต่ละจุดบนกราฟเรียงตัวเป็นภาพ เมื่อรวมหลายพันจุดตามร่องแทร็กของแผ่น ก็จะเกิดเป็นภาพพิกเซลที่ซ่อนอยู่ในสนามแม่เหล็กของแผ่นดิสก์ เครื่องมือนี้สามารถสร้างไดอะแกรมจำลองได้โดยไม่ต้องมีแผ่นจริง แต่ถ้าใครมีฟลอปปี้เหลืออยู่ก็สามารถเขียนภาพลงไปได้จริง อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนาเตือนว่าอาจไม่สำเร็จในทุกฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะไดรฟ์ที่ไม่รองรับการเขียนข้อมูลดิบแบบ “raw flux” และแนะนำให้ใช้คอนโทรลเลอร์อย่าง GreaseWeazle เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แม้ภาพที่ได้จะยังมีอาการ “เบลอ” เล็กน้อย แต่โปรเจกต์นี้ถือเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะและเทคโนโลยีที่น่าสนใจมาก และเป็นอีกหนึ่งวิธีในการรีไซเคิลแผ่นฟลอปปี้ให้กลายเป็นของสะสมหรือผลงานศิลป์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ pbm2track เปลี่ยนสัญญาณแม่เหล็กบนฟลอปปี้ให้กลายเป็นภาพพิกเซล ➡️ ใช้การควบคุมจังหวะ flux transitions เพื่อสร้างภาพบน track timing diagram ✅ เทคนิคใช้เวลาเป็นพิกัดของตำแหน่งภาพ ➡️ เรียงสัญญาณหลายพันจุดให้เป็นภาพขาวดำ ✅ สามารถเขียนภาพลงแผ่นจริงได้ หากฮาร์ดแวร์รองรับ ➡️ แนะนำให้ใช้ GreaseWeazle เพื่อผลลัพธ์ที่เสถียร ✅ เป็นโปรเจกต์เพื่อความสนุกและความสร้างสรรค์ ไม่ได้มีประโยชน์เชิงใช้งานจริง ➡️ เหมาะกับสายเรโทรคอมพิวติ้งและนักสะสม https://www.tomshardware.com/pc-components/storage/developer-turns-floppy-disks-into-secret-black-and-white-picture-canvases-pbm2track-paints-pixel-art-into-the-disks-magnetic-timing-diagram
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 76 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพสหรัฐทดสอบเลเซอร์ 20,000W บนยานพาหนะ: อาวุธต่อต้านโดรนที่ทรงพลังขึ้นกว่าเดิม

    กองทัพสหรัฐกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันโดรนอย่างจริงจัง หลังจากภัยคุกคามจากโดรนราคาถูกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสนามรบยุคใหม่ ล่าสุดได้มีการทดสอบระบบเลเซอร์พลังงานสูง 20,000 วัตต์ (20 kW) ที่ติดตั้งบนยานพาหนะทางทหาร ซึ่งเป็นเวอร์ชันอัปเกรดของระบบที่เรียกว่า LOCUST (Laser-Ordnance Combat Unit for Strategic Targets). การอัปเกรดครั้งนี้ทำให้ระบบสามารถทำลายโดรนได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมอย่างชัดเจน.

    ระบบเลเซอร์รุ่นใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับโดรนหลายประเภท ตั้งแต่โดรนสอดแนมขนาดเล็ก ไปจนถึงโดรนโจมตีแบบ kamikaze ที่กำลังถูกใช้ในสงครามหลายพื้นที่ทั่วโลก จุดเด่นของเลเซอร์คือสามารถยิงได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องใช้กระสุน และต้นทุนต่อการยิงต่ำมากเมื่อเทียบกับระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบเดิม เช่น ขีปนาวุธสกัดกั้นที่มีราคาสูงหลายหมื่นถึงหลายแสนดอลลาร์ต่อครั้ง.

    การทดสอบล่าสุดแสดงให้เห็นว่า LOCUST รุ่นอัปเดตสามารถ “ล็อกเป้าและทำลายโดรน” ได้อย่างมีเสถียรภาพ แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีการรบกวนสูงหรือมีโดรนหลายลำเข้ามาพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระบบติดตามเป้าหมาย (tracking) และระบบควบคุมความร้อน ทำให้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานขึ้นโดยไม่เกิดปัญหาความร้อนสะสม.

    แม้เทคโนโลยีนี้จะยังอยู่ในช่วงทดสอบ แต่หลายฝ่ายมองว่าเลเซอร์พลังงานสูงจะกลายเป็น “อาวุธหลัก” ในการป้องกันโดรนในอนาคต เพราะมีต้นทุนต่ำ ใช้งานง่าย และสามารถติดตั้งบนยานพาหนะหลายประเภทได้ หากพัฒนาเต็มรูปแบบสำเร็จ อาจเปลี่ยนสมดุลของสงครามยุคโดรนไปอย่างสิ้นเชิง.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ระบบเลเซอร์ LOCUST รุ่นใหม่มีพลังสูงขึ้น
    ใช้เลเซอร์ 20,000W ทำลายโดรนได้เร็วกว่าเดิม
    ระบบ tracking และการควบคุมความร้อนถูกปรับปรุงให้เสถียรขึ้น

    ออกแบบมาเพื่อรับมือภัยคุกคามโดรนยุคใหม่
    รับมือโดรนสอดแนมและโดรนโจมตีแบบ kamikaze
    ยิงได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องใช้กระสุน ลดต้นทุนต่อการยิงอย่างมาก

    เหมาะสำหรับการติดตั้งบนยานพาหนะหลากหลายประเภท
    ใช้พลังงานจากระบบไฟฟ้าของรถทหาร
    สามารถเคลื่อนที่และยิงได้ในสถานการณ์จริง

    ข้อควรระวังและข้อจำกัด
    เลเซอร์อาจมีประสิทธิภาพลดลงในสภาพอากาศแย่ เช่น หมอกหรือฝุ่นหนา
    ต้องการระบบระบายความร้อนที่ดีมากเพื่อป้องกันความร้อนสะสม

    ยังอยู่ในช่วงทดสอบ
    ยังไม่พร้อมใช้งานในสนามรบจริง
    ต้องผ่านการทดสอบความทนทานและความปลอดภัยเพิ่มเติม

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/us-army-tests-20-000w-vehicle-mounted-laser-systems-for-drone-defense-updated-locust-device-is-now-more-lethal-against-drones
    🔫 กองทัพสหรัฐทดสอบเลเซอร์ 20,000W บนยานพาหนะ: อาวุธต่อต้านโดรนที่ทรงพลังขึ้นกว่าเดิม กองทัพสหรัฐกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันโดรนอย่างจริงจัง หลังจากภัยคุกคามจากโดรนราคาถูกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสนามรบยุคใหม่ ล่าสุดได้มีการทดสอบระบบเลเซอร์พลังงานสูง 20,000 วัตต์ (20 kW) ที่ติดตั้งบนยานพาหนะทางทหาร ซึ่งเป็นเวอร์ชันอัปเกรดของระบบที่เรียกว่า LOCUST (Laser-Ordnance Combat Unit for Strategic Targets). การอัปเกรดครั้งนี้ทำให้ระบบสามารถทำลายโดรนได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมอย่างชัดเจน. ระบบเลเซอร์รุ่นใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับโดรนหลายประเภท ตั้งแต่โดรนสอดแนมขนาดเล็ก ไปจนถึงโดรนโจมตีแบบ kamikaze ที่กำลังถูกใช้ในสงครามหลายพื้นที่ทั่วโลก จุดเด่นของเลเซอร์คือสามารถยิงได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องใช้กระสุน และต้นทุนต่อการยิงต่ำมากเมื่อเทียบกับระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบเดิม เช่น ขีปนาวุธสกัดกั้นที่มีราคาสูงหลายหมื่นถึงหลายแสนดอลลาร์ต่อครั้ง. การทดสอบล่าสุดแสดงให้เห็นว่า LOCUST รุ่นอัปเดตสามารถ “ล็อกเป้าและทำลายโดรน” ได้อย่างมีเสถียรภาพ แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีการรบกวนสูงหรือมีโดรนหลายลำเข้ามาพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระบบติดตามเป้าหมาย (tracking) และระบบควบคุมความร้อน ทำให้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานขึ้นโดยไม่เกิดปัญหาความร้อนสะสม. แม้เทคโนโลยีนี้จะยังอยู่ในช่วงทดสอบ แต่หลายฝ่ายมองว่าเลเซอร์พลังงานสูงจะกลายเป็น “อาวุธหลัก” ในการป้องกันโดรนในอนาคต เพราะมีต้นทุนต่ำ ใช้งานง่าย และสามารถติดตั้งบนยานพาหนะหลายประเภทได้ หากพัฒนาเต็มรูปแบบสำเร็จ อาจเปลี่ยนสมดุลของสงครามยุคโดรนไปอย่างสิ้นเชิง. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ระบบเลเซอร์ LOCUST รุ่นใหม่มีพลังสูงขึ้น ➡️ ใช้เลเซอร์ 20,000W ทำลายโดรนได้เร็วกว่าเดิม ➡️ ระบบ tracking และการควบคุมความร้อนถูกปรับปรุงให้เสถียรขึ้น ✅ ออกแบบมาเพื่อรับมือภัยคุกคามโดรนยุคใหม่ ➡️ รับมือโดรนสอดแนมและโดรนโจมตีแบบ kamikaze ➡️ ยิงได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องใช้กระสุน ลดต้นทุนต่อการยิงอย่างมาก ✅ เหมาะสำหรับการติดตั้งบนยานพาหนะหลากหลายประเภท ➡️ ใช้พลังงานจากระบบไฟฟ้าของรถทหาร ➡️ สามารถเคลื่อนที่และยิงได้ในสถานการณ์จริง ‼️ ข้อควรระวังและข้อจำกัด ⛔ เลเซอร์อาจมีประสิทธิภาพลดลงในสภาพอากาศแย่ เช่น หมอกหรือฝุ่นหนา ⛔ ต้องการระบบระบายความร้อนที่ดีมากเพื่อป้องกันความร้อนสะสม ‼️ ยังอยู่ในช่วงทดสอบ ⛔ ยังไม่พร้อมใช้งานในสนามรบจริง ⛔ ต้องผ่านการทดสอบความทนทานและความปลอดภัยเพิ่มเติม https://www.tomshardware.com/tech-industry/us-army-tests-20-000w-vehicle-mounted-laser-systems-for-drone-defense-updated-locust-device-is-now-more-lethal-against-drones
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 119 มุมมอง 0 รีวิว
  • “The Suck Is Why We’re Here”: ทำไมความยากคือหัวใจของงานสร้างสรรค์

    ในบทความนี้ ผู้เขียนเล่าถึงประสบการณ์ที่มีคนสร้างโมเดล AI ที่เลียนแบบสไตล์การเขียนของเขา โดยนำงานเก่ามาฝึกและให้ AI เขียนต่อจากหัวข้อและย่อหน้าเปิดของโพสต์ปี 2025 ผลลัพธ์ที่ได้ “ดูเหมือนใช่ แต่ไม่ใช่” — เหมือนภาพ AI ที่ดูดีในแวบแรก แต่เมื่อมองนานขึ้นจะรู้สึกแปลก ๆ เพราะ AI มักเขียนผิดทิศทาง หรือให้ความมั่นใจในจุดที่มนุษย์จะลังเล และลังเลในจุดที่มนุษย์จะมั่นใจ

    ผู้เขียนจึงบอกกับผู้สร้างโมเดลว่า แม้ AI จะเขียนได้ “เหมือน” เขาแค่ไหน ก็ไม่มีวันแทนที่การเขียนของเขาได้ เพราะเขาไม่ได้เขียนบล็อกทุกวันเพื่อผลิต “ชิ้นงาน” แต่เพื่อฝึกสมอง ฝึกความคิด และรักษาคำมั่นสัญญาต่อผู้อ่าน การเขียนคือการออกกำลังกายทางความคิด ไม่ใช่แค่การสร้างผลลัพธ์ให้เสร็จเร็วที่สุด

    บทความยังอ้างถึง Ezra Klein ที่บอกว่า AI ไม่สามารถทำงานแทน “การคิด” ของมนุษย์ได้ เพราะการอ่าน การค้นคว้า และการเชื่อมโยงข้อมูลคือสิ่งที่ทำให้งานเขียนมีเอกลักษณ์ การให้ AI สรุปหนังสือแทนจึงเป็น “หายนะ” เพราะมันไม่รู้ว่าคุณอยากรู้อะไรจริง ๆ และจะไม่สร้างความเชื่อมโยงที่คุณจะสร้างเองเมื่ออ่านทุกคำด้วยตัวเอง

    สุดท้าย ผู้เขียนสรุปว่า AI จะทำให้โลกของงานเขียนยิ่งโดดเด่นสำหรับคนที่ “ไม่ลัด” เพราะยิ่งมีคนใช้ทางลัดมากเท่าไร คุณภาพเฉลี่ยก็จะลดลง และคนที่ยอมผ่านความยาก ความติดขัด และความอึดอัดของการคิดด้วยตัวเอง จะเป็นคนที่สร้างงานที่มีคุณค่าจริงในระยะยาว — เพราะ “The suck is why we’re here.” ความยากคือสนามฝึกที่แท้จริงของศิลปินและนักสร้างสรรค์ทุกคน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เหตุผลที่ AI ไม่สามารถแทนที่การเขียนของมนุษย์
    AI ขาดความเข้าใจเจตนาและความเชื่อมโยงเชิงลึก
    ผลงาน AI มัก “ดูดีแต่ผิดทิศ” เมื่ออ่านละเอียด
    การคิดคือหัวใจของงานเขียน ไม่ใช่แค่การผลิตข้อความ

    คุณค่าของการเขียนด้วยตัวเอง
    เป็นการฝึกสมองและความคิดอย่างสม่ำเสมอ
    เป็นพิธีกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างวินัยและความชัดเจน
    เป็นคำมั่นสัญญาต่อผู้อ่าน ไม่ใช่แค่การผลิตคอนเทนต์

    ความเสี่ยงของการใช้ AI เป็นทางลัด
    ทำให้ขาดการคิดเชิงลึกและการเชื่อมโยงข้อมูล
    ผลงานอาจกลายเป็น “สะพานความคิดที่เปราะบาง”
    ทำให้คุณภาพงานลดลงแม้ปริมาณจะเพิ่มขึ้น

    ผลกระทบต่อวงการสร้างสรรค์
    คนที่ใช้ทางลัดจะโดดเด่นน้อยลงเรื่อย ๆ
    คนที่ยอมผ่านความยากจะยิ่งโดดเด่นขึ้น
    ความยากกลายเป็นตัวคัดกรองศิลปินและนักคิดตัวจริง

    https://nik.art/the-suck-is-why-were-here/
    💡 “The Suck Is Why We’re Here”: ทำไมความยากคือหัวใจของงานสร้างสรรค์ ในบทความนี้ ผู้เขียนเล่าถึงประสบการณ์ที่มีคนสร้างโมเดล AI ที่เลียนแบบสไตล์การเขียนของเขา โดยนำงานเก่ามาฝึกและให้ AI เขียนต่อจากหัวข้อและย่อหน้าเปิดของโพสต์ปี 2025 ผลลัพธ์ที่ได้ “ดูเหมือนใช่ แต่ไม่ใช่” — เหมือนภาพ AI ที่ดูดีในแวบแรก แต่เมื่อมองนานขึ้นจะรู้สึกแปลก ๆ เพราะ AI มักเขียนผิดทิศทาง หรือให้ความมั่นใจในจุดที่มนุษย์จะลังเล และลังเลในจุดที่มนุษย์จะมั่นใจ ผู้เขียนจึงบอกกับผู้สร้างโมเดลว่า แม้ AI จะเขียนได้ “เหมือน” เขาแค่ไหน ก็ไม่มีวันแทนที่การเขียนของเขาได้ เพราะเขาไม่ได้เขียนบล็อกทุกวันเพื่อผลิต “ชิ้นงาน” แต่เพื่อฝึกสมอง ฝึกความคิด และรักษาคำมั่นสัญญาต่อผู้อ่าน การเขียนคือการออกกำลังกายทางความคิด ไม่ใช่แค่การสร้างผลลัพธ์ให้เสร็จเร็วที่สุด บทความยังอ้างถึง Ezra Klein ที่บอกว่า AI ไม่สามารถทำงานแทน “การคิด” ของมนุษย์ได้ เพราะการอ่าน การค้นคว้า และการเชื่อมโยงข้อมูลคือสิ่งที่ทำให้งานเขียนมีเอกลักษณ์ การให้ AI สรุปหนังสือแทนจึงเป็น “หายนะ” เพราะมันไม่รู้ว่าคุณอยากรู้อะไรจริง ๆ และจะไม่สร้างความเชื่อมโยงที่คุณจะสร้างเองเมื่ออ่านทุกคำด้วยตัวเอง สุดท้าย ผู้เขียนสรุปว่า AI จะทำให้โลกของงานเขียนยิ่งโดดเด่นสำหรับคนที่ “ไม่ลัด” เพราะยิ่งมีคนใช้ทางลัดมากเท่าไร คุณภาพเฉลี่ยก็จะลดลง และคนที่ยอมผ่านความยาก ความติดขัด และความอึดอัดของการคิดด้วยตัวเอง จะเป็นคนที่สร้างงานที่มีคุณค่าจริงในระยะยาว — เพราะ “The suck is why we’re here.” ความยากคือสนามฝึกที่แท้จริงของศิลปินและนักสร้างสรรค์ทุกคน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เหตุผลที่ AI ไม่สามารถแทนที่การเขียนของมนุษย์ ➡️ AI ขาดความเข้าใจเจตนาและความเชื่อมโยงเชิงลึก ➡️ ผลงาน AI มัก “ดูดีแต่ผิดทิศ” เมื่ออ่านละเอียด ➡️ การคิดคือหัวใจของงานเขียน ไม่ใช่แค่การผลิตข้อความ ✅ คุณค่าของการเขียนด้วยตัวเอง ➡️ เป็นการฝึกสมองและความคิดอย่างสม่ำเสมอ ➡️ เป็นพิธีกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างวินัยและความชัดเจน ➡️ เป็นคำมั่นสัญญาต่อผู้อ่าน ไม่ใช่แค่การผลิตคอนเทนต์ ‼️ ความเสี่ยงของการใช้ AI เป็นทางลัด ⛔ ทำให้ขาดการคิดเชิงลึกและการเชื่อมโยงข้อมูล ⛔ ผลงานอาจกลายเป็น “สะพานความคิดที่เปราะบาง” ⛔ ทำให้คุณภาพงานลดลงแม้ปริมาณจะเพิ่มขึ้น ‼️ ผลกระทบต่อวงการสร้างสรรค์ ⛔ คนที่ใช้ทางลัดจะโดดเด่นน้อยลงเรื่อย ๆ ⛔ คนที่ยอมผ่านความยากจะยิ่งโดดเด่นขึ้น ⛔ ความยากกลายเป็นตัวคัดกรองศิลปินและนักคิดตัวจริง https://nik.art/the-suck-is-why-were-here/
    NIK.ART
    The Suck Is Why We're Here | nik.art
    On a catchup call, I told my friend Nick Wignall how someone had trained an AI model to write blog posts in my style. It was a pure research exercise on their part. The idea was to train the tool on my past work, then give it the headlines and opening paragraphs of my 2025 […]
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 62 มุมมอง 0 รีวิว
  • RondoDoX กลับมาถล่มอีกครั้ง: หลักฐานหลุดเผยแคมเปญโจมตี Next.js และ IoT ยาวนาน 9 เดือน

    RondoDoX หนึ่งในบ็อตเน็ตที่เคยสร้างความปั่นป่วนในโลกไซเบอร์ ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมอาวุธใหม่ที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม จากเดิมที่เน้นโจมตีเราเตอร์ทั่วไป บ็อตเน็ตตัวนี้ได้ยกระดับเป้าหมายไปสู่ระบบระดับองค์กร โดยเฉพาะเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้เฟรมเวิร์ก Next.js ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่บริษัทใหญ่ทั่วโลกใช้งาน รายงานล่าสุดจาก CloudSEK เปิดเผยว่าแคมเปญนี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานถึง 9 เดือน และอาศัยช่องโหว่ล้ำสมัยเพื่อเจาะระบบตั้งแต่สมาร์ทโฮมไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์องค์กร

    การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังนักวิจัยพบ “บันทึกคำสั่ง C2 ที่ถูกเปิดเผย” ซึ่งเป็นหลักฐานที่ผู้โจมตีทิ้งไว้โดยไม่ตั้งใจ บันทึกเหล่านี้ครอบคลุมช่วงเดือนมีนาคมถึงธันวาคม 2025 และเผยให้เห็นพฤติกรรมการโจมตีอย่างละเอียด รวมถึงการนำช่องโหว่ใหม่อย่าง React2Shell มาใช้เจาะ Next.js Server Actions ซึ่งมีช่องโหว่ด้าน prototype pollution ที่นำไปสู่การรันโค้ดจากระยะไกล (RCE) ได้อย่างสมบูรณ์

    แม้จะขยายการโจมตีไปยังระบบเว็บสมัยใหม่ RondoDoX ก็ยังไม่ละทิ้งสนามล่าดั้งเดิมอย่างอุปกรณ์ IoT รายงานระบุว่าบ็อตเน็ตยังคงยิงการโจมตีแบบอัตโนมัติทุกชั่วโมงใส่อุปกรณ์อินเทอร์เน็ต เช่น เราเตอร์ D-Link, TP-Link, Netgear, Linksys, ASUS รวมถึงกล้อง IP โดยตัวมัลแวร์ถูกออกแบบให้รองรับสถาปัตยกรรมแทบทุกแบบ ตั้งแต่ x86, ARM ไปจนถึง PowerPC ทำให้สามารถแพร่กระจายได้ทั้งในคลาวด์และอุปกรณ์ปลายทาง

    เมื่อเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้แล้ว RondoDoX จะไม่หยุดเพียงแค่ติดตั้งตัวเอง แต่ยังสแกนกระบวนการในระบบทุก 45 วินาทีเพื่อฆ่ามัลแวร์คู่แข่งทั้งหมด ทำให้มันครอบครองอุปกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ ความสามารถในการโจมตีทั้ง IoT รุ่นเก่าและแอปพลิเคชัน Next.js รุ่นใหม่ ทำให้ RondoDoX กลายเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่อันตรายที่สุดในปี 2025

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    RondoDoX เปิดแคมเปญโจมตีต่อเนื่อง 9 เดือน (มี.ค.–ธ.ค. 2025)
    ใช้ช่องโหว่ React2Shell เจาะ Next.js Server Actions
    ช่องโหว่ Next.js ทำให้เกิด RCE ผ่าน deserialization flaw
    โจมตี IoT อย่างต่อเนื่องทุกชั่วโมง
    เป้าหมายรวมถึงเราเตอร์ D-Link, TP-Link, Netgear, Linksys, ASUS และกล้อง IP
    มัลแวร์รองรับหลายสถาปัตยกรรม: x86, ARM, MIPS, PowerPC
    ฆ่ามัลแวร์คู่แข่งทุก 45 วินาทีเพื่อยึดอุปกรณ์แบบถาวร

    คำเตือนด้านความปลอดภัย
    องค์กรที่ใช้ Next.js รุ่นที่มีช่องโหว่เสี่ยงถูกยึดเซิร์ฟเวอร์เต็มรูปแบบ
    อุปกรณ์ IoT ที่ไม่ได้อัปเดตเฟิร์มแวร์มีความเสี่ยงสูงมาก
    บ็อตเน็ตที่รองรับหลายสถาปัตยกรรมสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็ว
    การฆ่ามัลแวร์คู่แข่งทำให้การตรวจจับยากขึ้นและเพิ่มความเสียหาย

    https://securityonline.info/rondodox-strikes-back-exposed-logs-reveal-massive-9-month-campaign-targeting-next-js-and-iot/
    ⚔️🕸️ RondoDoX กลับมาถล่มอีกครั้ง: หลักฐานหลุดเผยแคมเปญโจมตี Next.js และ IoT ยาวนาน 9 เดือน RondoDoX หนึ่งในบ็อตเน็ตที่เคยสร้างความปั่นป่วนในโลกไซเบอร์ ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมอาวุธใหม่ที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม จากเดิมที่เน้นโจมตีเราเตอร์ทั่วไป บ็อตเน็ตตัวนี้ได้ยกระดับเป้าหมายไปสู่ระบบระดับองค์กร โดยเฉพาะเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้เฟรมเวิร์ก Next.js ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่บริษัทใหญ่ทั่วโลกใช้งาน รายงานล่าสุดจาก CloudSEK เปิดเผยว่าแคมเปญนี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานถึง 9 เดือน และอาศัยช่องโหว่ล้ำสมัยเพื่อเจาะระบบตั้งแต่สมาร์ทโฮมไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์องค์กร การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังนักวิจัยพบ “บันทึกคำสั่ง C2 ที่ถูกเปิดเผย” ซึ่งเป็นหลักฐานที่ผู้โจมตีทิ้งไว้โดยไม่ตั้งใจ บันทึกเหล่านี้ครอบคลุมช่วงเดือนมีนาคมถึงธันวาคม 2025 และเผยให้เห็นพฤติกรรมการโจมตีอย่างละเอียด รวมถึงการนำช่องโหว่ใหม่อย่าง React2Shell มาใช้เจาะ Next.js Server Actions ซึ่งมีช่องโหว่ด้าน prototype pollution ที่นำไปสู่การรันโค้ดจากระยะไกล (RCE) ได้อย่างสมบูรณ์ แม้จะขยายการโจมตีไปยังระบบเว็บสมัยใหม่ RondoDoX ก็ยังไม่ละทิ้งสนามล่าดั้งเดิมอย่างอุปกรณ์ IoT รายงานระบุว่าบ็อตเน็ตยังคงยิงการโจมตีแบบอัตโนมัติทุกชั่วโมงใส่อุปกรณ์อินเทอร์เน็ต เช่น เราเตอร์ D-Link, TP-Link, Netgear, Linksys, ASUS รวมถึงกล้อง IP โดยตัวมัลแวร์ถูกออกแบบให้รองรับสถาปัตยกรรมแทบทุกแบบ ตั้งแต่ x86, ARM ไปจนถึง PowerPC ทำให้สามารถแพร่กระจายได้ทั้งในคลาวด์และอุปกรณ์ปลายทาง เมื่อเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้แล้ว RondoDoX จะไม่หยุดเพียงแค่ติดตั้งตัวเอง แต่ยังสแกนกระบวนการในระบบทุก 45 วินาทีเพื่อฆ่ามัลแวร์คู่แข่งทั้งหมด ทำให้มันครอบครองอุปกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ ความสามารถในการโจมตีทั้ง IoT รุ่นเก่าและแอปพลิเคชัน Next.js รุ่นใหม่ ทำให้ RondoDoX กลายเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่อันตรายที่สุดในปี 2025 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ RondoDoX เปิดแคมเปญโจมตีต่อเนื่อง 9 เดือน (มี.ค.–ธ.ค. 2025) ➡️ ใช้ช่องโหว่ React2Shell เจาะ Next.js Server Actions ➡️ ช่องโหว่ Next.js ทำให้เกิด RCE ผ่าน deserialization flaw ➡️ โจมตี IoT อย่างต่อเนื่องทุกชั่วโมง ➡️ เป้าหมายรวมถึงเราเตอร์ D-Link, TP-Link, Netgear, Linksys, ASUS และกล้อง IP ➡️ มัลแวร์รองรับหลายสถาปัตยกรรม: x86, ARM, MIPS, PowerPC ➡️ ฆ่ามัลแวร์คู่แข่งทุก 45 วินาทีเพื่อยึดอุปกรณ์แบบถาวร ‼️ คำเตือนด้านความปลอดภัย ⛔ องค์กรที่ใช้ Next.js รุ่นที่มีช่องโหว่เสี่ยงถูกยึดเซิร์ฟเวอร์เต็มรูปแบบ ⛔ อุปกรณ์ IoT ที่ไม่ได้อัปเดตเฟิร์มแวร์มีความเสี่ยงสูงมาก ⛔ บ็อตเน็ตที่รองรับหลายสถาปัตยกรรมสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็ว ⛔ การฆ่ามัลแวร์คู่แข่งทำให้การตรวจจับยากขึ้นและเพิ่มความเสียหาย https://securityonline.info/rondodox-strikes-back-exposed-logs-reveal-massive-9-month-campaign-targeting-next-js-and-iot/
    SECURITYONLINE.INFO
    "RondoDoX" Strikes Back: Exposed Logs Reveal Massive 9-Month Campaign Targeting Next.js and IoT
    CloudSEK uncovers the RondoDoX botnet's expansion into enterprise Next.js apps via the React2Shell exploit, alongside global IoT compromises.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 82 มุมมอง 0 รีวิว
  • แม้สหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จในการใช้ปฏิบัติการทางทหารแบบสายฟ้าแลบ จับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภรรยาออกนอกประเทศได้จริง แต่คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ จะ “เข้าบริหารเวเนซุเอลา” กลับยังเต็มไปด้วยคำถาม และไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าการบริหารดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างไร
    .
    ทรัมป์กล่าวระหว่างแถลงข่าวที่มาร์-อา-ลาโก ว่า สหรัฐฯ จะดูแลเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว โดยมีมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม และแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม อยู่เบื้องหลังการดำเนินการ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ปรากฏสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมรัฐบาลหรือกองทัพเวเนซุเอลาในภาคสนามจริง
    .
    ขณะที่ทรัมป์อ้างว่า รองประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ ได้สาบานตนขึ้นเป็นผู้นำและหารือกับสหรัฐฯ แล้ว ฝ่ายเวเนซุเอลากลับปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยโรดริเกซยืนยันผ่านโทรทัศน์ของรัฐว่า มาดูโรยังเป็นผู้นำที่ชอบธรรม พร้อมประณามการกระทำของสหรัฐฯ ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
    .
    ในทางปฏิบัติ กรุงการากัสยังอยู่ในสภาพสับสน บางพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า ประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาประท้วงต่อต้านสหรัฐฯ ขณะที่กองกำลังติดอาวุธท้องถิ่นยังคงปรากฏตัวตามจุดยุทธศาสตร์ แต่ยังไม่เห็นการตั้งรัฐบาลใหม่หรือโครงสร้างบริหารภายใต้การกำกับของสหรัฐฯ อย่างเป็นรูปธรรม
    .
    ทรัมป์ยังเชื่อมโยงปฏิบัติการครั้งนี้กับอุตสาหกรรมน้ำมัน โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และใช้รายได้จากน้ำมันเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารประเทศ ทว่าแนวคิดดังกล่าวยังไม่ถูกแปลงเป็นแผนงานหรือกรอบกฎหมายที่ชัดเจน
    .
    ขณะเดียวกัน ประเด็นความชอบธรรมทางกฎหมายยังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ทั้งจากนักกฎหมายระหว่างประเทศและนักการเมืองสหรัฐฯ เอง โดยฝ่ายเดโมแครตบางส่วนมองว่าการใช้กำลังโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา อาจเป็นการย้อนกลับไปสู่ยุคการแทรกแซงทางการเมืองในลาตินอเมริกา
    .
    ทั้งหมดนี้ทำให้คำประกาศของทรัมป์เรื่อง “การบริหารเวเนซุเอลา” แม้จะเริ่มต้นด้วยการจับกุมผู้นำประเทศได้จริง แต่ยังคงเป็นเพียงถ้อยแถลงทางการเมือง ที่โลกต้องจับตาว่าจะพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนผ่านอำนาจ การยึดครอง หรือความปั่นป่วนรอบใหม่ในภูมิภาคนี้
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000817
    .
    #News1 #news1live #เวเนซุเอลา #Trump #Maduro #การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา #LatinAmerica
    แม้สหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จในการใช้ปฏิบัติการทางทหารแบบสายฟ้าแลบ จับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภรรยาออกนอกประเทศได้จริง แต่คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ จะ “เข้าบริหารเวเนซุเอลา” กลับยังเต็มไปด้วยคำถาม และไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าการบริหารดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างไร . ทรัมป์กล่าวระหว่างแถลงข่าวที่มาร์-อา-ลาโก ว่า สหรัฐฯ จะดูแลเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว โดยมีมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม และแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม อยู่เบื้องหลังการดำเนินการ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ปรากฏสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมรัฐบาลหรือกองทัพเวเนซุเอลาในภาคสนามจริง . ขณะที่ทรัมป์อ้างว่า รองประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ ได้สาบานตนขึ้นเป็นผู้นำและหารือกับสหรัฐฯ แล้ว ฝ่ายเวเนซุเอลากลับปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยโรดริเกซยืนยันผ่านโทรทัศน์ของรัฐว่า มาดูโรยังเป็นผู้นำที่ชอบธรรม พร้อมประณามการกระทำของสหรัฐฯ ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ . ในทางปฏิบัติ กรุงการากัสยังอยู่ในสภาพสับสน บางพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า ประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาประท้วงต่อต้านสหรัฐฯ ขณะที่กองกำลังติดอาวุธท้องถิ่นยังคงปรากฏตัวตามจุดยุทธศาสตร์ แต่ยังไม่เห็นการตั้งรัฐบาลใหม่หรือโครงสร้างบริหารภายใต้การกำกับของสหรัฐฯ อย่างเป็นรูปธรรม . ทรัมป์ยังเชื่อมโยงปฏิบัติการครั้งนี้กับอุตสาหกรรมน้ำมัน โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และใช้รายได้จากน้ำมันเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารประเทศ ทว่าแนวคิดดังกล่าวยังไม่ถูกแปลงเป็นแผนงานหรือกรอบกฎหมายที่ชัดเจน . ขณะเดียวกัน ประเด็นความชอบธรรมทางกฎหมายยังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ทั้งจากนักกฎหมายระหว่างประเทศและนักการเมืองสหรัฐฯ เอง โดยฝ่ายเดโมแครตบางส่วนมองว่าการใช้กำลังโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา อาจเป็นการย้อนกลับไปสู่ยุคการแทรกแซงทางการเมืองในลาตินอเมริกา . ทั้งหมดนี้ทำให้คำประกาศของทรัมป์เรื่อง “การบริหารเวเนซุเอลา” แม้จะเริ่มต้นด้วยการจับกุมผู้นำประเทศได้จริง แต่ยังคงเป็นเพียงถ้อยแถลงทางการเมือง ที่โลกต้องจับตาว่าจะพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนผ่านอำนาจ การยึดครอง หรือความปั่นป่วนรอบใหม่ในภูมิภาคนี้ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000817 . #News1 #news1live #เวเนซุเอลา #Trump #Maduro #การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา #LatinAmerica
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 275 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 สัปดาห์ที่ 19 "ฟูแล่ม พบ ลิเวอร์พูล" วันอาทิตย์ที่ 4 ม.ค. 2569 เวลา 22:15 น. ที่ สนาม คราเวน คอตเทจ
    ครึ่งแรก ฟูแล่ม ทำได้ดีขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 17 จากลูกยิงของ วิลสัน จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล ตามอยู่ 0 : 1
    ครึ่งเวลาหลัง ลิเวอร์พูล มายิงตีเสมอได้จาก เวียทซ์ ในนาทีที่ 57 และมาได้อีกลูกจาก กัดโป ในนาทีที่ 94 แต่ฟูแล่มมายิงตีเสมอในนาทีที่ 97 โดย รีด สุดท้ายจบลงที่ 2 : 2
    ลิเวอร์พูล ยังอยู่อันดับที่ 4 ต่อไป มี 34 คะแนน
    ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 สัปดาห์ที่ 19 "ฟูแล่ม พบ ลิเวอร์พูล" วันอาทิตย์ที่ 4 ม.ค. 2569 เวลา 22:15 น. ที่ สนาม คราเวน คอตเทจ ครึ่งแรก ฟูแล่ม ทำได้ดีขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 17 จากลูกยิงของ วิลสัน จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล ตามอยู่ 0 : 1 ครึ่งเวลาหลัง ลิเวอร์พูล มายิงตีเสมอได้จาก เวียทซ์ ในนาทีที่ 57 และมาได้อีกลูกจาก กัดโป ในนาทีที่ 94 แต่ฟูแล่มมายิงตีเสมอในนาทีที่ 97 โดย รีด สุดท้ายจบลงที่ 2 : 2 ลิเวอร์พูล ยังอยู่อันดับที่ 4 ต่อไป มี 34 คะแนน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 61 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 12

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 12
    จับลุงโอลองเข้าที่แล้ว คราวนี้ปาหี่ ก็ต้องเล่นฉากต่อไป ตัดกลับมาที่บ้านไอ้สองแสบ อเมริกาหน้าเครียด ทำเป็นถกกันว่า ตกลงจะเอาไงเรื่องไอซิส ในวันประชุม G8 ไม่กี่วันจากเกิดเหตุศุกร์ 13 ท่านใบตองแห้ง ยังบอกอยู่เลยว่า การที่อเมริกาเอากองทัพเข้าไป อาจจะเป็นเรื่องผิดพลาด เพราะวันนั้น ท่านใบตองแห้งยังล้อมคอกไม่เสร็จ จัดกองทัพไม่ทัน เลยต้องตีกรรเชียงไปก่อน
    ส่วนชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็บอกว่าต้องถามความเห็นกันในสภาก่อน และก็ยังจัดประชุมไม่ได้ เพราะคะแนนเสียงให้เรียกประชุมสภายังไม่พอ
    แปลว่าเป็นบทตีกรรเชียงถ่วงเวลาของไอ้สองแสบครับ เพราะทั้งอเมริกา และอังกฤษ ยังอ่านเกมรัสเซียไม่ขาด โดยเฉพาะในแง่อาวุธและกองกำลัง และที่สำคัญ ยังไม่แน่ใจท่าที ของตัวละครสำคัญ อีก 3 ราย
    (สำหรับท่านที่เข้ามาอ่านนิทานใหม่ๆ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ผมหมายถึงอังกฤษนะครับ มีคนว่ามาแล้ว ว่า ไม่ชอบที่ผมเรียกแบบนี้ แต่ผมชอบของผม ส่วนท่านใบตองแห้ง ก็มีผู้ถามมาเช่นกัน ว่าใครคะ ผมหมายถึง อเมริกา และหัวหน้าใหญ่ของอเมริกาครับ ที่ชอบออกอาการเหมือนไอ้ตัวที่นอนอยู่แถวหน้าประตูบ้านผม เวลามันเห็นลมพัดใบตองแห้ง มันเป็นต้องส่งเสียงทุกที ทั้งๆที่บางทีไม่อะไรเลย นอกจากใบตองแห้ง กับเงาของมันเอง หาเรื่องให้เราตื่นเต้นตามอยู่เรื่อย)
    ตัวละครสำคัญ 3 ราย เป็นใครนะ บางรายน่าจะเดากันถูก แต่บางรายอาจนึกไม่ถึงกัน
    รายที่หนึ่ง คือ จีน ที่คาดกันอยู่แล้วว่า อยู่เคียงข้างรัสเซีย แต่เคียงข้างขนาดไหนในการที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ที่อาจบานปลายไปเป็นการรบใหญ่ จะเคียงข้างหลัง แบบฝรั่งเศสกับอเมริกาที่ผลัดกันด่าหรือเปล่า หรือ เคียงข้างแบบไหล่ชนไหล่กัน เหมือนอเมริกากับอังกฤษ
    รายที่สอง คือ อินเดีย ที่ทั้งฝ่ายรัสเซียและฝ่ายอเมริกา ต่างก็อยากได้อินเดียเป็นพวกทั้งสิ้น เพราะ อินเดียถือเป็น swing state รายหนึ่ง ที่มีน้ำหนักมากทั้งในแง่เศรษฐกิจ และสถานที่ตั้ง
    เราจึงเห็นว่า ระหว่างที่รัสเซียไล่ถล่มฝ่ายกบฏอยู่ในซีเรีย และอเมริกาแสดงท่าเนือยๆ เหมือนไม่สนใจจะร่วมรายการใดด้วย แต่แท้จริงแล้ว ไอ้สองแสบแบ่งบทกันเล่น ชาวเกาะรับหน้าที่ถือปรอทวัดอุณหภูมิของจีนและอินเดียแทนอเมริกา โปรดอย่าลืมลิ้นการทูตอันยาวของอังกฤษ ที่สามารถตวัดให้สงครามโลกเกิดมาแล้วถึง 2 ครั้ง
    อาจมีผู้ค้านว่า อังกฤษน่าจะมีหมายเชิญ จีนและอินเดีย มานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเชิญมาวัดปรอท แต่ผมมีความเห็นว่า เชิญเมื่อไหร่ ไม่สำคัญเท่ากับ “ต้อนรับ” อย่างไร และผู้ที่ติดตามข่าว คงเห็นแล้วว่า อังกฤษต้อนรับจีน ชนิดครบเครื่องใหญ่ แบบที่เรียกว่า ปูพรมแดง ต่างกับอเมริกา ที่รับจีนก่อนหน้านั้น อย่างแทบจะเรียกว่า แบบเสียไม่ได้
    ส่วนการต้อนรับอินเดียก็ใหญ่โตเช่นเดียวกัน และผมเข้าใจว่า การวัดปรอทของอินเดีย คงออกมาได้ผลตามต้องการ ว่าไม่น่ามีโรคแทรกซ้อน ส่วนของจีนนั้น ปรอทคงทำงานไม่ค่อยแม่นยำ เพราะจีนไม่ได้ดูง่าย การขนเอาราชวงศ์ใส่มงกุฏเพชรเพียบมารับจีน นึกว่าจีนจะเคลิ้ม อังกฤษคงลืมไป ชุดงิ้วจีนใช่ว่าไม่มีเครื่องประดับแพรวพราวนะครับ แค่นี้คงไม่ทำให้จีนตื่นเต้น อีกอย่างจีนคงยังไม่อยากกลับไปติดฝิ่นอีก ต่างกับอินเดีย ที่ตอนนี้ทำท่าจะเป็นฝรั่งมากกว่าตะวันตกเอาด้วยซ้ำ
    รายที่สาม คือ ตุรกี ตุรกีนก 2 หัว ผมตามดูพฤติกรรมตุรกีมาประมาณ 2 ปี ว่า เมื่อถึงเวลาสำคัญ ตุรกี จะยืนตรงไหน การดูของผมไม่มีความหมายมากมาย มันเป็นการทดสอบว่า ทฤษฏีการวิเคราะห์ของตัวเอง ออกอ่าวหรือเปล่าเท่านั้น แต่ตุรกีจะยืนอยู่ทางไหน สำหรับอเมริกาและ รัสเซียต่างหาก ที่สำคัญอย่างยิ่ง
    และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตุรกี ก็ตอบข้อสงสัยของผม
    สื่อพากันลงข่าวใหญ่ว่า ตุรกีสอยเครื่องบินรบของรัสเซีย!
    ฮ้า … ตุรกีสอยทำไม หรือเราอาจจะต้องตั้งคำถามใหม่ว่า ใครสอยเครื่องบินรบรัสเซียกันแน่ แล้วทำไมตุรกีต้องเสือกมาออกรับแทน
    ผมว่า ตุรกีไม่มีความกล้าหาญพอที่จะยิงเครื่องบินรบรัสเซีย ตุรกีมีแต่ความถนัดกลิ้ง แต่ไม่ถนัดรบครับ อ้าวแล้วทะลึ่งไปสอยซูกอยของเขาทำไม ก็นั่นนะซี ถึงว่าไม่น่าจะใช่ฝีมือตุรกี
    ถ้างั้นใครสอยล่ะ ก็ใครล่ะที่มีฐานทัพใหญ่เบ้อเริ่มที่ Incirik ในตุรกี ก็ไม่พ้นอเมริกาอีก….
    ถ้าตุรกีไม่ได้สอย เป็นอเมริกาสอย อเมริกาทำ ทำไม และทำไมตุรกียอมสมอ้าง
    คำตอบมีเยอะแยะ
    คำตอบแรก คือ อเมริกาทำ เพราะต้องการสร้างเรื่อง หรือตอกลิ่มให้ตุรกีหลุดจากความสัมพันธ์กับฝ่ายรัสเซียโดยสิ้นเชิง เพราะ อย่าลืมว่า ตามทฤษฏีของไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ตุรกี เป็น 1 ใน 2 ประเทศ ที่สำคัญต่อแผนพิฆาตรัสเซีย
    ตุรกี รัสเซีย อิหร่าน มีสัมพันธ์ระหว่างกันมานาน และอเมริกาก็จับตาความสัมพันธ์ของ 3 หน่อ อย่างใกล้ชิด ยิ่งถ้าอิหร่านไปจับมือกับรัสเซีย อเมริกายิ่งต้องพยายามไม่ให้ตุรกีหลุดมือ
    ตุรกี มีทีท่าว่า ไม่ใช่แค่จับมือกับรัสเซีย แต่ยังจะจับมือกับจีน เพื่อนรักของรัสเซีย อีกด้วย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทานเรื่องเก่าๆ คงจำได้ว่า ตุรกีคิดจะสร้างระบบต่อต้านการยิงจรวด มาตั้งแต่ ค.ศ.2009 ตุรกี ประกาศเชิญชวนผู้มารับเหมาสร้างระบบ ฝ่ายตะวันตกส่งเข้าประกวดเพียบ รวมทั้งมีม้ามืด คือ จีน และตุรกีก็ประกาศ ในปี ค.ศ.2013 ว่า ม้ามืดเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก
    แบบนี้ก็งานเข้า ฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา ด่าเช็ดตุรกี ว่าอย่างนี้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดไต๋ให้จีนรู้ระบบความมั่นคงของทางฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะของอเมริกา นาโต้ ที่แชร์ระบบกับตุรกีน่ะสิ และอาจจะรู้ไปถึงรัสเซียด้วย มิฉิบหายกันหมดเรอะ หลังจากนั้น ก็มีการระเบิด การประท้วง เกิดขึ้นถี่ ที่ตุรกี แทบจะไม่เว้นแต่ละวัน บทแบบนี้คุ้นไหมครับ
    ตุรกี เลื่อนการประกาศการทำสัญญากับจีน ประมาณ 4 ครั้ง ในช่วงปีครึ่ง และในที่สุดก็ประกาศยกเลิกเมื่อประมาณต้นปี ค.ศ.2015 นี้เอง บอกว่า ไม่สร้างแล้วเว้ย และนั่นคงทำให้รัสเซียเห็นแล้วว่า อเมริกากำลังเดินเกม ตามแผนพิฆาตอย่างไม่มีหลุด อเมริกา ไม่มีทางปล่อยมือจากคอตุรกี
    คำตอบที่สอง ที่ผมคิดว่าอเมริกาน่าจะเป็นคนสอยซูกอย เพราะอเมริกาน่าจะต้องการเปลี่ยนสนามรบ มารบในแถบตุรกี ที่ตุรกีสามารถใช้สิทธิยิงเครื่องบินรัสเซียและพวกได้ อย่างถูกต้องตามกฏนานาชาติ นอกจากนี้ อเมริกามีฐานทัพใหญ่ อยู่ในตุรกีหลายแห่ง และยังอยู่ใกล้กับกองทัพนาโต้ ที่มีอยู่เต็มด้านนั้น และมีทางหนีที่ไล่ ดีกว่าเข้าไปรบกับรัสเซียในเขตซีเรีย ที่นาโต้ยังไม่ได้เข้าไป และไม่แน่ว่าเข้าไปแล้วจะเจออะไร เพราะรัสเซียกับพวก ได้เข้าไปก่อนแล้ว ใครเข้าไปก่อนย่อมได้เปรียบ
    ถ้าอเมริกาต้องการเป็นฝ่ายกำหนดสนามรบ อเมริกาก็ต้องสร้างเรื่อง ให้รัสเซียโกรธจัดตุรกี โกรธพอที่ย้ายสนามรบจากซีเรีย มาตุรกี และดูเหมือน อเมริกาจะทำสำเร็จ คือทำให้รัสเซียโกรธ แต่จะได้ผลอื่นตามแผนของอเมริกา หรือไม่ ต้องดูกันต่อไป
    อย่างนี้ แปลว่า อเมริกาน่าจะกำลังจัดทัพ เตรียมตัวที่จะรบแล้ว ?!
    มาถึงคำถามต่อไป แล้วตุรกีรับสมอ้างว่า ตนเองเป็นฝ่ายยิงทำไม
    คำตอบ คือ ตุรกีอยู่กับฝ่ายเอาอเมริกามาตลอดเวลา ไม่เคยเปลี่ยนใจ เพราะตุรกีนั้นแม้จะอยู่ในตะวันออกกลาง แต่ก็ปลื้มตะวันตก เอียงไปทางฝรั่งตะวันตกมาตลอดตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ร้อยกว่าปีมาแล้วนะ ตุรกีเห็นอังกฤษเป็นต้นแบบอย่างไร ก็เห็นอยู่อย่างนั้น การมาคบค้ากับรัสเซีย อิหร่าน จีน ก็เพื่อผลประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ใช่น้ำใจไมตรีจริงจัง แม้จะเล่นบทงอนกับอเมริกา ก็ไม่ต่างกับบทงอนของอิสราเอล หรือ ซาอุดิอารเบีย มันเป็นบทงอนขึ้นราคา ทั้งนั้น
    รัสเซียและอิหร่าน คงเห็นไส้ในของตุรกีชัดแล้วจากกรณีซีเรีย ที่ตุรกี เป็นหนึ่งในโต้โผ ที่ไปจัดหนัก ทั้งนักรบเติมเงิน และอาวุธมาถล่มอัสสาด ถ้ารัสเซียเอียงไปทางตุรกี รัสเซียคงไม่เข้ามาในซีเรียแน่ ยกเว้นแต่ จะมีรายการตกลงต้ม 3 ชั้นกันไว้ และการสอยซูกอย คงเป็นอุบัติการณ์สำคัญ ที่ทำให้รัสเซียหลุดปากออกมาว่า เป็นการถูกแทงข้างหลัง
    เพราะฉะนั้น ในความเห็นผม เรื่องกบฏชาวเคิร์ด เรื่องลูกชายประธานาธิบดีตุรกี (ที่ถูกสื่อแดกเอาว่าเป็นสุลต่าน) ค้าน้ำมันกับไอซิส ไม่ใช่เป็นสาเหตุเกี่ยวกับการสอยซูกอยเลย
    ผมกลับมองว่า คุณพี่ปูตินนี่แสบไม่เบา เอาเรื่องลูกสุลต่านค้าน้ำมันกับไอซิสมากระจายหน้าจอ เพราะมันเป็นการซื้อน้ำมันราคาถูก ที่ใครๆ ก็ซื้อกันทั้งนั้น แต่คนที่กำลังกระอัก คือคนที่หวังจะขายน้ำมันราคาแพงต่างหาก แบบพวกเสี่ยปั้มใหญ่และก๊วน และอีกพวกที่สำคัญกว่าสำหรับอเมริกาคือ บริษัทน้ำมันของพวกตะวันตกเองนั่นแหละครับ ที่กำลังขาดรายได้จากน้ำมันไอซิสราคาถูก ที่กำลังกระจายในตลาด มันเป็นการแฉ ให้พวกเดียวเชือดกันเอง มึงอยากเป็นนกสองหัวดีนัก และเราก็คอยดูไปแล้วกันว่า ท่านสุลต่านจะนั่งบัลลังค์ได้นานไหม แม้จะยอมให้อ้างชื่อว่าเป็นคนสอยซูกอย
    วันนี้ขอจบการวิเคราะห์ ไว้แค่นี้ก่อน เราคงต้องจับตาดูว่า อเมริกา อังกฤษ อียู นาโต้ จะเคลื่อนไหวอย่างไร แต่ผมคาดว่า ยังจัดทัพกันไม่เสร็จครับ คงยังมีการตีกรรเชียงต่อ อีกสักฉาก 2 ฉาก และผมจะกลับมาเขียนตอนต่อไป ส่วนที่น่าจะเกี่ยวกับบ้านเรา หลังวันที่ 5 ธันวาคมนะครับ วันพ่อ ของดเขียนเรื่องไม่เป็นมงคลครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    4 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 12 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 12 จับลุงโอลองเข้าที่แล้ว คราวนี้ปาหี่ ก็ต้องเล่นฉากต่อไป ตัดกลับมาที่บ้านไอ้สองแสบ อเมริกาหน้าเครียด ทำเป็นถกกันว่า ตกลงจะเอาไงเรื่องไอซิส ในวันประชุม G8 ไม่กี่วันจากเกิดเหตุศุกร์ 13 ท่านใบตองแห้ง ยังบอกอยู่เลยว่า การที่อเมริกาเอากองทัพเข้าไป อาจจะเป็นเรื่องผิดพลาด เพราะวันนั้น ท่านใบตองแห้งยังล้อมคอกไม่เสร็จ จัดกองทัพไม่ทัน เลยต้องตีกรรเชียงไปก่อน ส่วนชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็บอกว่าต้องถามความเห็นกันในสภาก่อน และก็ยังจัดประชุมไม่ได้ เพราะคะแนนเสียงให้เรียกประชุมสภายังไม่พอ แปลว่าเป็นบทตีกรรเชียงถ่วงเวลาของไอ้สองแสบครับ เพราะทั้งอเมริกา และอังกฤษ ยังอ่านเกมรัสเซียไม่ขาด โดยเฉพาะในแง่อาวุธและกองกำลัง และที่สำคัญ ยังไม่แน่ใจท่าที ของตัวละครสำคัญ อีก 3 ราย (สำหรับท่านที่เข้ามาอ่านนิทานใหม่ๆ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ผมหมายถึงอังกฤษนะครับ มีคนว่ามาแล้ว ว่า ไม่ชอบที่ผมเรียกแบบนี้ แต่ผมชอบของผม ส่วนท่านใบตองแห้ง ก็มีผู้ถามมาเช่นกัน ว่าใครคะ ผมหมายถึง อเมริกา และหัวหน้าใหญ่ของอเมริกาครับ ที่ชอบออกอาการเหมือนไอ้ตัวที่นอนอยู่แถวหน้าประตูบ้านผม เวลามันเห็นลมพัดใบตองแห้ง มันเป็นต้องส่งเสียงทุกที ทั้งๆที่บางทีไม่อะไรเลย นอกจากใบตองแห้ง กับเงาของมันเอง หาเรื่องให้เราตื่นเต้นตามอยู่เรื่อย) ตัวละครสำคัญ 3 ราย เป็นใครนะ บางรายน่าจะเดากันถูก แต่บางรายอาจนึกไม่ถึงกัน รายที่หนึ่ง คือ จีน ที่คาดกันอยู่แล้วว่า อยู่เคียงข้างรัสเซีย แต่เคียงข้างขนาดไหนในการที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ที่อาจบานปลายไปเป็นการรบใหญ่ จะเคียงข้างหลัง แบบฝรั่งเศสกับอเมริกาที่ผลัดกันด่าหรือเปล่า หรือ เคียงข้างแบบไหล่ชนไหล่กัน เหมือนอเมริกากับอังกฤษ รายที่สอง คือ อินเดีย ที่ทั้งฝ่ายรัสเซียและฝ่ายอเมริกา ต่างก็อยากได้อินเดียเป็นพวกทั้งสิ้น เพราะ อินเดียถือเป็น swing state รายหนึ่ง ที่มีน้ำหนักมากทั้งในแง่เศรษฐกิจ และสถานที่ตั้ง เราจึงเห็นว่า ระหว่างที่รัสเซียไล่ถล่มฝ่ายกบฏอยู่ในซีเรีย และอเมริกาแสดงท่าเนือยๆ เหมือนไม่สนใจจะร่วมรายการใดด้วย แต่แท้จริงแล้ว ไอ้สองแสบแบ่งบทกันเล่น ชาวเกาะรับหน้าที่ถือปรอทวัดอุณหภูมิของจีนและอินเดียแทนอเมริกา โปรดอย่าลืมลิ้นการทูตอันยาวของอังกฤษ ที่สามารถตวัดให้สงครามโลกเกิดมาแล้วถึง 2 ครั้ง อาจมีผู้ค้านว่า อังกฤษน่าจะมีหมายเชิญ จีนและอินเดีย มานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเชิญมาวัดปรอท แต่ผมมีความเห็นว่า เชิญเมื่อไหร่ ไม่สำคัญเท่ากับ “ต้อนรับ” อย่างไร และผู้ที่ติดตามข่าว คงเห็นแล้วว่า อังกฤษต้อนรับจีน ชนิดครบเครื่องใหญ่ แบบที่เรียกว่า ปูพรมแดง ต่างกับอเมริกา ที่รับจีนก่อนหน้านั้น อย่างแทบจะเรียกว่า แบบเสียไม่ได้ ส่วนการต้อนรับอินเดียก็ใหญ่โตเช่นเดียวกัน และผมเข้าใจว่า การวัดปรอทของอินเดีย คงออกมาได้ผลตามต้องการ ว่าไม่น่ามีโรคแทรกซ้อน ส่วนของจีนนั้น ปรอทคงทำงานไม่ค่อยแม่นยำ เพราะจีนไม่ได้ดูง่าย การขนเอาราชวงศ์ใส่มงกุฏเพชรเพียบมารับจีน นึกว่าจีนจะเคลิ้ม อังกฤษคงลืมไป ชุดงิ้วจีนใช่ว่าไม่มีเครื่องประดับแพรวพราวนะครับ แค่นี้คงไม่ทำให้จีนตื่นเต้น อีกอย่างจีนคงยังไม่อยากกลับไปติดฝิ่นอีก ต่างกับอินเดีย ที่ตอนนี้ทำท่าจะเป็นฝรั่งมากกว่าตะวันตกเอาด้วยซ้ำ รายที่สาม คือ ตุรกี ตุรกีนก 2 หัว ผมตามดูพฤติกรรมตุรกีมาประมาณ 2 ปี ว่า เมื่อถึงเวลาสำคัญ ตุรกี จะยืนตรงไหน การดูของผมไม่มีความหมายมากมาย มันเป็นการทดสอบว่า ทฤษฏีการวิเคราะห์ของตัวเอง ออกอ่าวหรือเปล่าเท่านั้น แต่ตุรกีจะยืนอยู่ทางไหน สำหรับอเมริกาและ รัสเซียต่างหาก ที่สำคัญอย่างยิ่ง และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตุรกี ก็ตอบข้อสงสัยของผม สื่อพากันลงข่าวใหญ่ว่า ตุรกีสอยเครื่องบินรบของรัสเซีย! ฮ้า … ตุรกีสอยทำไม หรือเราอาจจะต้องตั้งคำถามใหม่ว่า ใครสอยเครื่องบินรบรัสเซียกันแน่ แล้วทำไมตุรกีต้องเสือกมาออกรับแทน ผมว่า ตุรกีไม่มีความกล้าหาญพอที่จะยิงเครื่องบินรบรัสเซีย ตุรกีมีแต่ความถนัดกลิ้ง แต่ไม่ถนัดรบครับ อ้าวแล้วทะลึ่งไปสอยซูกอยของเขาทำไม ก็นั่นนะซี ถึงว่าไม่น่าจะใช่ฝีมือตุรกี ถ้างั้นใครสอยล่ะ ก็ใครล่ะที่มีฐานทัพใหญ่เบ้อเริ่มที่ Incirik ในตุรกี ก็ไม่พ้นอเมริกาอีก…. ถ้าตุรกีไม่ได้สอย เป็นอเมริกาสอย อเมริกาทำ ทำไม และทำไมตุรกียอมสมอ้าง คำตอบมีเยอะแยะ คำตอบแรก คือ อเมริกาทำ เพราะต้องการสร้างเรื่อง หรือตอกลิ่มให้ตุรกีหลุดจากความสัมพันธ์กับฝ่ายรัสเซียโดยสิ้นเชิง เพราะ อย่าลืมว่า ตามทฤษฏีของไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ตุรกี เป็น 1 ใน 2 ประเทศ ที่สำคัญต่อแผนพิฆาตรัสเซีย ตุรกี รัสเซีย อิหร่าน มีสัมพันธ์ระหว่างกันมานาน และอเมริกาก็จับตาความสัมพันธ์ของ 3 หน่อ อย่างใกล้ชิด ยิ่งถ้าอิหร่านไปจับมือกับรัสเซีย อเมริกายิ่งต้องพยายามไม่ให้ตุรกีหลุดมือ ตุรกี มีทีท่าว่า ไม่ใช่แค่จับมือกับรัสเซีย แต่ยังจะจับมือกับจีน เพื่อนรักของรัสเซีย อีกด้วย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทานเรื่องเก่าๆ คงจำได้ว่า ตุรกีคิดจะสร้างระบบต่อต้านการยิงจรวด มาตั้งแต่ ค.ศ.2009 ตุรกี ประกาศเชิญชวนผู้มารับเหมาสร้างระบบ ฝ่ายตะวันตกส่งเข้าประกวดเพียบ รวมทั้งมีม้ามืด คือ จีน และตุรกีก็ประกาศ ในปี ค.ศ.2013 ว่า ม้ามืดเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก แบบนี้ก็งานเข้า ฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา ด่าเช็ดตุรกี ว่าอย่างนี้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดไต๋ให้จีนรู้ระบบความมั่นคงของทางฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะของอเมริกา นาโต้ ที่แชร์ระบบกับตุรกีน่ะสิ และอาจจะรู้ไปถึงรัสเซียด้วย มิฉิบหายกันหมดเรอะ หลังจากนั้น ก็มีการระเบิด การประท้วง เกิดขึ้นถี่ ที่ตุรกี แทบจะไม่เว้นแต่ละวัน บทแบบนี้คุ้นไหมครับ ตุรกี เลื่อนการประกาศการทำสัญญากับจีน ประมาณ 4 ครั้ง ในช่วงปีครึ่ง และในที่สุดก็ประกาศยกเลิกเมื่อประมาณต้นปี ค.ศ.2015 นี้เอง บอกว่า ไม่สร้างแล้วเว้ย และนั่นคงทำให้รัสเซียเห็นแล้วว่า อเมริกากำลังเดินเกม ตามแผนพิฆาตอย่างไม่มีหลุด อเมริกา ไม่มีทางปล่อยมือจากคอตุรกี คำตอบที่สอง ที่ผมคิดว่าอเมริกาน่าจะเป็นคนสอยซูกอย เพราะอเมริกาน่าจะต้องการเปลี่ยนสนามรบ มารบในแถบตุรกี ที่ตุรกีสามารถใช้สิทธิยิงเครื่องบินรัสเซียและพวกได้ อย่างถูกต้องตามกฏนานาชาติ นอกจากนี้ อเมริกามีฐานทัพใหญ่ อยู่ในตุรกีหลายแห่ง และยังอยู่ใกล้กับกองทัพนาโต้ ที่มีอยู่เต็มด้านนั้น และมีทางหนีที่ไล่ ดีกว่าเข้าไปรบกับรัสเซียในเขตซีเรีย ที่นาโต้ยังไม่ได้เข้าไป และไม่แน่ว่าเข้าไปแล้วจะเจออะไร เพราะรัสเซียกับพวก ได้เข้าไปก่อนแล้ว ใครเข้าไปก่อนย่อมได้เปรียบ ถ้าอเมริกาต้องการเป็นฝ่ายกำหนดสนามรบ อเมริกาก็ต้องสร้างเรื่อง ให้รัสเซียโกรธจัดตุรกี โกรธพอที่ย้ายสนามรบจากซีเรีย มาตุรกี และดูเหมือน อเมริกาจะทำสำเร็จ คือทำให้รัสเซียโกรธ แต่จะได้ผลอื่นตามแผนของอเมริกา หรือไม่ ต้องดูกันต่อไป อย่างนี้ แปลว่า อเมริกาน่าจะกำลังจัดทัพ เตรียมตัวที่จะรบแล้ว ?! มาถึงคำถามต่อไป แล้วตุรกีรับสมอ้างว่า ตนเองเป็นฝ่ายยิงทำไม คำตอบ คือ ตุรกีอยู่กับฝ่ายเอาอเมริกามาตลอดเวลา ไม่เคยเปลี่ยนใจ เพราะตุรกีนั้นแม้จะอยู่ในตะวันออกกลาง แต่ก็ปลื้มตะวันตก เอียงไปทางฝรั่งตะวันตกมาตลอดตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ร้อยกว่าปีมาแล้วนะ ตุรกีเห็นอังกฤษเป็นต้นแบบอย่างไร ก็เห็นอยู่อย่างนั้น การมาคบค้ากับรัสเซีย อิหร่าน จีน ก็เพื่อผลประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ใช่น้ำใจไมตรีจริงจัง แม้จะเล่นบทงอนกับอเมริกา ก็ไม่ต่างกับบทงอนของอิสราเอล หรือ ซาอุดิอารเบีย มันเป็นบทงอนขึ้นราคา ทั้งนั้น รัสเซียและอิหร่าน คงเห็นไส้ในของตุรกีชัดแล้วจากกรณีซีเรีย ที่ตุรกี เป็นหนึ่งในโต้โผ ที่ไปจัดหนัก ทั้งนักรบเติมเงิน และอาวุธมาถล่มอัสสาด ถ้ารัสเซียเอียงไปทางตุรกี รัสเซียคงไม่เข้ามาในซีเรียแน่ ยกเว้นแต่ จะมีรายการตกลงต้ม 3 ชั้นกันไว้ และการสอยซูกอย คงเป็นอุบัติการณ์สำคัญ ที่ทำให้รัสเซียหลุดปากออกมาว่า เป็นการถูกแทงข้างหลัง เพราะฉะนั้น ในความเห็นผม เรื่องกบฏชาวเคิร์ด เรื่องลูกชายประธานาธิบดีตุรกี (ที่ถูกสื่อแดกเอาว่าเป็นสุลต่าน) ค้าน้ำมันกับไอซิส ไม่ใช่เป็นสาเหตุเกี่ยวกับการสอยซูกอยเลย ผมกลับมองว่า คุณพี่ปูตินนี่แสบไม่เบา เอาเรื่องลูกสุลต่านค้าน้ำมันกับไอซิสมากระจายหน้าจอ เพราะมันเป็นการซื้อน้ำมันราคาถูก ที่ใครๆ ก็ซื้อกันทั้งนั้น แต่คนที่กำลังกระอัก คือคนที่หวังจะขายน้ำมันราคาแพงต่างหาก แบบพวกเสี่ยปั้มใหญ่และก๊วน และอีกพวกที่สำคัญกว่าสำหรับอเมริกาคือ บริษัทน้ำมันของพวกตะวันตกเองนั่นแหละครับ ที่กำลังขาดรายได้จากน้ำมันไอซิสราคาถูก ที่กำลังกระจายในตลาด มันเป็นการแฉ ให้พวกเดียวเชือดกันเอง มึงอยากเป็นนกสองหัวดีนัก และเราก็คอยดูไปแล้วกันว่า ท่านสุลต่านจะนั่งบัลลังค์ได้นานไหม แม้จะยอมให้อ้างชื่อว่าเป็นคนสอยซูกอย วันนี้ขอจบการวิเคราะห์ ไว้แค่นี้ก่อน เราคงต้องจับตาดูว่า อเมริกา อังกฤษ อียู นาโต้ จะเคลื่อนไหวอย่างไร แต่ผมคาดว่า ยังจัดทัพกันไม่เสร็จครับ คงยังมีการตีกรรเชียงต่อ อีกสักฉาก 2 ฉาก และผมจะกลับมาเขียนตอนต่อไป ส่วนที่น่าจะเกี่ยวกับบ้านเรา หลังวันที่ 5 ธันวาคมนะครับ วันพ่อ ของดเขียนเรื่องไม่เป็นมงคลครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 4 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 184 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 10

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 10
    เมื่อรัสเซียเข้าไปในซีเรีย ไอ้สามแสบ (อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล) แทบจะนึกไม่ถึงว่า รัสเซียจะกล้าเดินเข้ามาในสนามรบเร็วขนาดนี้ จริงๆ ไอ้สามแสบ ได้กลิ่นความท้าทายที่พวกมันไม่คุ้นมาพักใหญ่แล้ว บวกกับท่าทีและคำพูดของรัสเซียกับพวก ที่ขัดลูกตาพวกมันตั้งแต่วันประชุมสหประชาชาติแล้ว แต่มันยัง “ไม่อยาก” แน่ใจ เพราะไอ้สามแสบยังลับมีดไม่เสร็จ พวกมันยังไม่พร้อม….
    มันถามกันเอง ตกลงรัสเซียยั๊วะเรื่องแก๊สของซีเรีย อิหร่าน หรือมันก้าวข้ามเรื่องแก๊สไปแล้ว
    ไอ้สามแสบคิดหนัก ไม่มีอะไรดีไปกว่า ต้องทดสอบรัสเซีย ดูปฏิกริยาและที่สำคัญ ขอสูดกลิ่นความพร้อมของรัสเซียเสียก่อนว่า อยู่ในระดับไหน ก่อนที่พวกมันจะปรับแผนใหม่
    วันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 เครื่องบินโดยสารรัสเซียตกที่บริเวณไซไนของอียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ 224 คน ผ่านไปไม่ถึง 48 ชั่วโมง ไอ้สองแสบออกมาประสานเสียงว่า เครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกระเบิดของผู้ก่อการร้าย มันรู้กันเร็วจริง แต่ไอซิสมุดรูอยู่ที่ไหน ทำไมมันไม่เคยเห็น บอมบ์ผิดที่ตลอดเวลา ดาวเทียมมันมีมากเกือบเท่าดวงดาวในท้องฟ้า ทำไมมันถึงหาไอซิสไม่เจอ (แต่แหล่งพลังงานในบ้านเราอยู่ลึกขนาดไหน มันเสือกรู้หมดเลยนะ ไอ้เวร)
    รัสเซียยังไม่เห็นด้วยกับความเห็นที่แส่มาของไอ้สองแสบ ขอรอฟังรายงานการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อน ระหว่างนั้น รัสเซียเดินหน้าถล่มฝ่ายกบฏของซีเรียต่อไปอย่างไม่วอกแวก
    ทำไมเครื่องบินโดยสารรัสเซียถึงต้องตกในอียิปต์ ผมเขียนเรื่องราวระหว่างรัสเซีย อียิปต์ ฝรั่งเศสไว้แล้วส่วนหนึ่ง ที่เกี่ยวกับเรื่องเรือรบ Mistral ที่รัสเซียจ้างให้ฝรั่งเศสต่อให้ ฝรั่งเศสต่อเสร็จแต่ส่งมอบไม่ได้ เพราะภายใต้การบีบของอเมริกา รัสเซียถูกคว่ำบาตรจากอเมริกาและอียู อียิปต์ไม่อยู่ในอียู เลยเข้ามาร่วมรายการ เป็นผู้ซื้อเรือรบจากฝรั่งเศสเอาไปให้รัสเซียเช่าต่อ (รายละเอียดอยู่ในนิทานเรื่องลมหวนครับ) แต่ขอให้สังเกตดูว่า นับตั้งแต่วันที่เครื่องบินตก ประธานาธิบดี Sisi ของอียิปต์ กลายเป็นบุคคลสาบสูญ หรือเป็นใบ้
    ใครล่ะ ที่มีอานุภาพทำให้อียิปต์เป็นใบ้ ไอซิส ที่อ้างว่าแค่ใช้กระป๋องน้ำโซดาระเบิดเครื่องบินโดยสารรัสเซียหรือ ให้ราคาไอซิสมากไปหรือเปล่า
    ใครล่ะ ที่จัดการเสียจนมูบารัค พรมเช็ดเท้าที่รับใช้อเมริกามากว่า 30 ปี เมื่อถึงเวลาตามแผน อียิปต์ก็เกิดมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาบ้าง แล้วมูบารัคก็กลายเป็นอดีตประธานาธิบดี แถมต้องคดี ถูกจับไปนอนคุก ใครที่คิดจะรับใช้เป็นขี้ข้าอเมริกา ก็กลับไปทบทวนเรื่องของมูบารัคให้ดีๆแล้วกัน นี่เตือนในฐานะเป็นคนไทยด้วยกันนะครับ
    พอจัดการให้มูบารัคไป อเมริกาก็จัดการเอาประธานาธิบดี มอร์ซิ ของมุสลิมบราเธอร์ฮูดขึ้นมาแทน แรกๆ ก็จี๋จ๋าดี พอเห็นว่า คุณมอร์ซิ คุยกับทุกคน รวมทั้งอิหร่านด้วย คุณมอร์ซิ ก็เลยโดนอาถรรพ์ ต้องเก็บของออกไปเกือบไม่ทันเหมือนกัน
    คุณซิซีมาใหม่ ผมนึกว่าจะเหนียว ที่ไหนได้ แป๊บเดียว แกก็เสียวคอ เดินกลับไปหลบอยู่หลังปิรามิดเสียแล้ว แล้วอย่างนี้ คุณพี่ปูตินของผมจะได้เรือ Mistral มาใช้ไหมหนอ….ไม่ได้ คงไม่มาซีเรียนะครับ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    3 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 10 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 10 เมื่อรัสเซียเข้าไปในซีเรีย ไอ้สามแสบ (อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล) แทบจะนึกไม่ถึงว่า รัสเซียจะกล้าเดินเข้ามาในสนามรบเร็วขนาดนี้ จริงๆ ไอ้สามแสบ ได้กลิ่นความท้าทายที่พวกมันไม่คุ้นมาพักใหญ่แล้ว บวกกับท่าทีและคำพูดของรัสเซียกับพวก ที่ขัดลูกตาพวกมันตั้งแต่วันประชุมสหประชาชาติแล้ว แต่มันยัง “ไม่อยาก” แน่ใจ เพราะไอ้สามแสบยังลับมีดไม่เสร็จ พวกมันยังไม่พร้อม…. มันถามกันเอง ตกลงรัสเซียยั๊วะเรื่องแก๊สของซีเรีย อิหร่าน หรือมันก้าวข้ามเรื่องแก๊สไปแล้ว ไอ้สามแสบคิดหนัก ไม่มีอะไรดีไปกว่า ต้องทดสอบรัสเซีย ดูปฏิกริยาและที่สำคัญ ขอสูดกลิ่นความพร้อมของรัสเซียเสียก่อนว่า อยู่ในระดับไหน ก่อนที่พวกมันจะปรับแผนใหม่ วันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 เครื่องบินโดยสารรัสเซียตกที่บริเวณไซไนของอียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ 224 คน ผ่านไปไม่ถึง 48 ชั่วโมง ไอ้สองแสบออกมาประสานเสียงว่า เครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกระเบิดของผู้ก่อการร้าย มันรู้กันเร็วจริง แต่ไอซิสมุดรูอยู่ที่ไหน ทำไมมันไม่เคยเห็น บอมบ์ผิดที่ตลอดเวลา ดาวเทียมมันมีมากเกือบเท่าดวงดาวในท้องฟ้า ทำไมมันถึงหาไอซิสไม่เจอ (แต่แหล่งพลังงานในบ้านเราอยู่ลึกขนาดไหน มันเสือกรู้หมดเลยนะ ไอ้เวร) รัสเซียยังไม่เห็นด้วยกับความเห็นที่แส่มาของไอ้สองแสบ ขอรอฟังรายงานการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อน ระหว่างนั้น รัสเซียเดินหน้าถล่มฝ่ายกบฏของซีเรียต่อไปอย่างไม่วอกแวก ทำไมเครื่องบินโดยสารรัสเซียถึงต้องตกในอียิปต์ ผมเขียนเรื่องราวระหว่างรัสเซีย อียิปต์ ฝรั่งเศสไว้แล้วส่วนหนึ่ง ที่เกี่ยวกับเรื่องเรือรบ Mistral ที่รัสเซียจ้างให้ฝรั่งเศสต่อให้ ฝรั่งเศสต่อเสร็จแต่ส่งมอบไม่ได้ เพราะภายใต้การบีบของอเมริกา รัสเซียถูกคว่ำบาตรจากอเมริกาและอียู อียิปต์ไม่อยู่ในอียู เลยเข้ามาร่วมรายการ เป็นผู้ซื้อเรือรบจากฝรั่งเศสเอาไปให้รัสเซียเช่าต่อ (รายละเอียดอยู่ในนิทานเรื่องลมหวนครับ) แต่ขอให้สังเกตดูว่า นับตั้งแต่วันที่เครื่องบินตก ประธานาธิบดี Sisi ของอียิปต์ กลายเป็นบุคคลสาบสูญ หรือเป็นใบ้ ใครล่ะ ที่มีอานุภาพทำให้อียิปต์เป็นใบ้ ไอซิส ที่อ้างว่าแค่ใช้กระป๋องน้ำโซดาระเบิดเครื่องบินโดยสารรัสเซียหรือ ให้ราคาไอซิสมากไปหรือเปล่า ใครล่ะ ที่จัดการเสียจนมูบารัค พรมเช็ดเท้าที่รับใช้อเมริกามากว่า 30 ปี เมื่อถึงเวลาตามแผน อียิปต์ก็เกิดมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาบ้าง แล้วมูบารัคก็กลายเป็นอดีตประธานาธิบดี แถมต้องคดี ถูกจับไปนอนคุก ใครที่คิดจะรับใช้เป็นขี้ข้าอเมริกา ก็กลับไปทบทวนเรื่องของมูบารัคให้ดีๆแล้วกัน นี่เตือนในฐานะเป็นคนไทยด้วยกันนะครับ พอจัดการให้มูบารัคไป อเมริกาก็จัดการเอาประธานาธิบดี มอร์ซิ ของมุสลิมบราเธอร์ฮูดขึ้นมาแทน แรกๆ ก็จี๋จ๋าดี พอเห็นว่า คุณมอร์ซิ คุยกับทุกคน รวมทั้งอิหร่านด้วย คุณมอร์ซิ ก็เลยโดนอาถรรพ์ ต้องเก็บของออกไปเกือบไม่ทันเหมือนกัน คุณซิซีมาใหม่ ผมนึกว่าจะเหนียว ที่ไหนได้ แป๊บเดียว แกก็เสียวคอ เดินกลับไปหลบอยู่หลังปิรามิดเสียแล้ว แล้วอย่างนี้ คุณพี่ปูตินของผมจะได้เรือ Mistral มาใช้ไหมหนอ….ไม่ได้ คงไม่มาซีเรียนะครับ…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 3 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 123 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 9

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 9
    แผนตะวันออกกลางใหม่ หรือแผนพิฆาตรัสเซียของอเมริกาและพวก เดินมาตามจังหวะ แม้จะมีสดุดบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในแผน ไม่มีหลุดออกนอกกระดาน จนถึงวันที่คุณพี่ปูติน ยาตราทัพรัสเซียเข้ามาในซีเรียอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 30 เดือนกันยายน ค.ศ.2015 นั่นแหละ โดยรัสเซียประกาศว่า เป็นการยาตราเข้ามา ตามคำร้องขอของรัฐบาลซีเรีย
    วันนั้นอาจจะเป็นวันสำคัญ ที่จะได้ลงบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ และเด็กนักเรียนในอีก 50 ปี ข้างหน้า คงได้อ่านข้อความในหลักสูตรประวัติศาสตร์สากล ที่เขียนโดยตะวันตกว่า….. สงครามโลกครั้งที่ 3 มีสาเหตุมาจากการที่กองกำลังของรัสเซียบุกเข้าไปในซีเรีย เมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ.2015 ฝ่ายอเมริกาและพันธมิตร ได้พยายามปกป้องไม่ให้ตะวันออกกลางกลายเป็นดินแดนมิคสัญญี แต่ไม่สามารถทานความก้าวร้าวของรัสเซียได้….
    แต่เราๆ ที่อยู่ในช่วงเวลานี้ ที่เป็นเวลาสำคัญ ที่อาจจะมีเหตุการณ์ใหญ่ในโลกเกิดขึ้นได้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของโลก จะไม่สนใจใฝ่หาความจริงกันบ้างหรือ ไม่สนใจภาพใหญ่ทั้งโลก ก็น่าจะติดตามดูบ้างว่า มันจะมากระทบถึงบ้านเมืองเรา และตัวเราไหม จะได้เตรียมตัว เตรียมใจถูก
    ผมพยายามหาข้อมูลย้อนหลังเหตุการณ์มาเล่าให้ฟัง เท่าที่จะทำได้ตามสภาพของผม หวังว่าคงพอจะช่วยทำให้ท่านผู้อ่านเห็นอะไรเพิ่มเติมขึ้นบ้างว่า รัสเซียเข้าไปในซีเรียเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2015 ทำไม และหลังจากรัสเซียเข้าไปแล้ว มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และเพราะอะไร
    ท่านผู้อ่านอาจจะมีมุมมอง ข้อคิด และเรื่องเล่าของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับผม แต่ละคนก็อาจมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างมุมกัน
    ส่วนผมมีมุมมอง และความคิดเกี่ยวกับการเข้าไปตะวันออกกลางของรัสเซีย และเหตุการณ์ต่อเนื่องหลังจากที่รัสเซียเข้าไป อย่างนี้ครับ
    รัสเซียตัวเอกของเรื่อง คงรู้แผนพิฆาต ที่ไอ้สามแสบวางเอาไว้นานแล้ว อย่างน้อยก็ตั้งแต่ ค.ศ.1998 แต่เหตุการณ์ที่ทำให้รัสเซียเห็นชัด ก็วันที่เกิดการปฏิวัติยึดจอร์เจีย ในปี ค.ศ.2003 ที่อเมริกาเป็นผู้วางแผนให้ นับเป็นปฏิวัติหลากสีรายแรกที่เกิดขึ้นในยุโรปตะวันออก อเมริกาเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้จอร์เจีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 หลังจากจอร์เจียเป็นอิสระภายหลังที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย และอเมริกาวางตัวให้นายสากขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีจอร์เจีย เพื่ออเมริกาจะได้ชักใยจอร์เจียได้ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับจอร์เจียและนายสากได้ในนิทานเรื่อง “หักหน้า หักหลัง” กับ นิทาน เรื่องของนายสาก ครับ)
    จอร์เจีย เป็นอดีตรัฐบริวารของสหภาพโซเวียต ที่อยู่ใกล้กับเอเซียกลาง จอร์เจียไม่ได้มีพลังงานมากมายให้น่ากิน แล้วอเมริกาลงทุนวางแผนอมจอร์เจียทำไม ก็เพราะจอร์เจียเป็นทางเข้าหลังบ้านรัสเซีย ถ้าไม่มีแผนเข้าปล้นบ้านรัสเซีย จะเสือกไปปักหลักยึดเมืองเล็กๆ ท้ายบ้านเขาทำไม
    หลังจากจัดให้มีปฏิวัติสีกุหลาบในจอร์เจียในปี ค.ศ.2003 ในปี ค.ศ.2004 อเมริกาก็จัดให้มีปฏิวัติสีส้มในยูเครนต่อ มันเป็นการปิดล้อมรัสเซียรอบใหม่ เมื่อเห็นรัสเซียเริ่มยืนได้ ไม่ต่างกับการปิดล้อมสหภาพโซเวียตสมัยสงครามเย็น
    รัสเซียตอบโต้การปฏิวัติยูเครน ด้วยการผนวกไครเมียที่อยู่ติดกัน เหมือนเอาไม้คานมาขวางทางเข้าประตูหลังบ้านตัวเองไว้ ผลคือ รัสเซียถูกโลกประณามว่าก้าวร้าว อยู่ดีๆ ก็ไปยึดไครเมีย แต่เรื่องจอร์เจีย ยูเครน ที่อเมริกาเข้าไปจัดการผ่านทั้งมือเท้าของตน โลกไม่รู้เรื่อง ไม่มีใครด่าอเมริกา
    นอกจากนี้ อเมริกายังวางแผนลวงให้บรรดาประเทศในยุโรปตะวันออก ยกพวงกันเข้ามาอยู่ในนาโต้ หลังจากม่านเหล็กปิดฉาก (ปลอมๆ) แล้วแบบนี้ รัสเซียจะแปลออก รู้ตัวไหม ว่า อนาคตของตนจะเป็นอย่างไร
    รัสเซียรู้ตัวอย่างดี แต่รัสเซียยังไม่แข็งแรงพอ รัสเซียจึงตั้งหน้าสร้างบ้านให้แข็งแรง และสร้างสัมพันธ์หาเพื่อน หาแนวร่วม รอเวลาที่ตัวเองและเพื่อนจะพร้อม
    รัสเซียและเพื่อนคงคิดหนัก ด้วยรู้อยู่แก่ใจว่า เวลามีไม่มาก เพราะอีกฝ่ายนั้นลับมีดเตรียมเชือดรัสเซียมานานหลายสิบปีแล้ว และการเชือดนี้ แม้เป้าจะเล็งไปที่รัสเซียเป็นหมายเลขหนึ่ง แต่ถ้ารัสเซียโดนเชือด จีน อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ที่เป็นเสมือนเพื่อนร่วมสาบาน ก็คงไม่แคล้วโดนเฉือน โดนฉีกเป็นชิ้นๆด้วยเหมือนกัน ช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง
    แต่รัสเซียมีทางเลือก จะรอให้เขาลับมีดเสร็จ แล้วยกทัพมาเชือดตัวถึงในบ้าน หรือรัสเซียจะเดินเข้าไปกลางสนาม แล้วบอกว่า เรามาลุยกันเลยดีไหม ไหนๆ วันนั้นก็จะต้องมาถึงอยู่แล้ว เอามันตอนนี้แหละ ตอนที่อีกฝ่ายยังลับมีดใหญ่ไม่เสร็จ ส่งแต่ไอ้พวกนักรบเติมเงิน จะพันธุ์ไหนกลุ่มไหนบ้างคนจ่ายรู้เอง มารบแทนไปก่อน
    หรือรัสเซียจะเลือกนั่งหน้าตก หายใจไม่เต็มอกอยู่แต่ในมอสโคว์ รอคนใหญ่คนโตบัญชาว่า พณะท่านอยากได้อย่างไรในโลกนี้ แบบนี้ ก็เท่ากับรัสเซียที่โดนฝ่ายตะวันตกรุมสกรัมครั้งแล้ว ครั้งเล่า มาเป็นร้อยปีแล้ว ก็คงโดนรุมต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าชื่อรัสเซียจะหายไปจากแผนที่โลก หรือมีชื่อรัสเซียอยู่ในแผนที่โลกนี้ต่อไป แต่แปะติดอยู่กับพรมเช็ด…..
    ในที่สุดรัสเซียก็ตัดสินใจ เลือกเดินเข้าไปในสนามซีเรีย บ้านของเพื่อนเก่า ในวันที่เพื่อนเก่ากำลังถูกรุม จากสาระพัดพันธุ์ที่มาด้วยความ ชัง โลภ โง่เง่าและ งมงาย และถ้าซีเรียรับมือกับการรุมไม่อยู่ ฝ่ายรัสเซีย นอกจากจะเสียเพื่อนแล้ว พวกตัวก็มีสิทธิไปทั้งพวงได้เหมือนกัน……
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    3 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 9 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 9 แผนตะวันออกกลางใหม่ หรือแผนพิฆาตรัสเซียของอเมริกาและพวก เดินมาตามจังหวะ แม้จะมีสดุดบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในแผน ไม่มีหลุดออกนอกกระดาน จนถึงวันที่คุณพี่ปูติน ยาตราทัพรัสเซียเข้ามาในซีเรียอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 30 เดือนกันยายน ค.ศ.2015 นั่นแหละ โดยรัสเซียประกาศว่า เป็นการยาตราเข้ามา ตามคำร้องขอของรัฐบาลซีเรีย วันนั้นอาจจะเป็นวันสำคัญ ที่จะได้ลงบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ และเด็กนักเรียนในอีก 50 ปี ข้างหน้า คงได้อ่านข้อความในหลักสูตรประวัติศาสตร์สากล ที่เขียนโดยตะวันตกว่า….. สงครามโลกครั้งที่ 3 มีสาเหตุมาจากการที่กองกำลังของรัสเซียบุกเข้าไปในซีเรีย เมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ.2015 ฝ่ายอเมริกาและพันธมิตร ได้พยายามปกป้องไม่ให้ตะวันออกกลางกลายเป็นดินแดนมิคสัญญี แต่ไม่สามารถทานความก้าวร้าวของรัสเซียได้…. แต่เราๆ ที่อยู่ในช่วงเวลานี้ ที่เป็นเวลาสำคัญ ที่อาจจะมีเหตุการณ์ใหญ่ในโลกเกิดขึ้นได้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของโลก จะไม่สนใจใฝ่หาความจริงกันบ้างหรือ ไม่สนใจภาพใหญ่ทั้งโลก ก็น่าจะติดตามดูบ้างว่า มันจะมากระทบถึงบ้านเมืองเรา และตัวเราไหม จะได้เตรียมตัว เตรียมใจถูก ผมพยายามหาข้อมูลย้อนหลังเหตุการณ์มาเล่าให้ฟัง เท่าที่จะทำได้ตามสภาพของผม หวังว่าคงพอจะช่วยทำให้ท่านผู้อ่านเห็นอะไรเพิ่มเติมขึ้นบ้างว่า รัสเซียเข้าไปในซีเรียเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2015 ทำไม และหลังจากรัสเซียเข้าไปแล้ว มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และเพราะอะไร ท่านผู้อ่านอาจจะมีมุมมอง ข้อคิด และเรื่องเล่าของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับผม แต่ละคนก็อาจมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างมุมกัน ส่วนผมมีมุมมอง และความคิดเกี่ยวกับการเข้าไปตะวันออกกลางของรัสเซีย และเหตุการณ์ต่อเนื่องหลังจากที่รัสเซียเข้าไป อย่างนี้ครับ รัสเซียตัวเอกของเรื่อง คงรู้แผนพิฆาต ที่ไอ้สามแสบวางเอาไว้นานแล้ว อย่างน้อยก็ตั้งแต่ ค.ศ.1998 แต่เหตุการณ์ที่ทำให้รัสเซียเห็นชัด ก็วันที่เกิดการปฏิวัติยึดจอร์เจีย ในปี ค.ศ.2003 ที่อเมริกาเป็นผู้วางแผนให้ นับเป็นปฏิวัติหลากสีรายแรกที่เกิดขึ้นในยุโรปตะวันออก อเมริกาเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้จอร์เจีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 หลังจากจอร์เจียเป็นอิสระภายหลังที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย และอเมริกาวางตัวให้นายสากขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีจอร์เจีย เพื่ออเมริกาจะได้ชักใยจอร์เจียได้ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับจอร์เจียและนายสากได้ในนิทานเรื่อง “หักหน้า หักหลัง” กับ นิทาน เรื่องของนายสาก ครับ) จอร์เจีย เป็นอดีตรัฐบริวารของสหภาพโซเวียต ที่อยู่ใกล้กับเอเซียกลาง จอร์เจียไม่ได้มีพลังงานมากมายให้น่ากิน แล้วอเมริกาลงทุนวางแผนอมจอร์เจียทำไม ก็เพราะจอร์เจียเป็นทางเข้าหลังบ้านรัสเซีย ถ้าไม่มีแผนเข้าปล้นบ้านรัสเซีย จะเสือกไปปักหลักยึดเมืองเล็กๆ ท้ายบ้านเขาทำไม หลังจากจัดให้มีปฏิวัติสีกุหลาบในจอร์เจียในปี ค.ศ.2003 ในปี ค.ศ.2004 อเมริกาก็จัดให้มีปฏิวัติสีส้มในยูเครนต่อ มันเป็นการปิดล้อมรัสเซียรอบใหม่ เมื่อเห็นรัสเซียเริ่มยืนได้ ไม่ต่างกับการปิดล้อมสหภาพโซเวียตสมัยสงครามเย็น รัสเซียตอบโต้การปฏิวัติยูเครน ด้วยการผนวกไครเมียที่อยู่ติดกัน เหมือนเอาไม้คานมาขวางทางเข้าประตูหลังบ้านตัวเองไว้ ผลคือ รัสเซียถูกโลกประณามว่าก้าวร้าว อยู่ดีๆ ก็ไปยึดไครเมีย แต่เรื่องจอร์เจีย ยูเครน ที่อเมริกาเข้าไปจัดการผ่านทั้งมือเท้าของตน โลกไม่รู้เรื่อง ไม่มีใครด่าอเมริกา นอกจากนี้ อเมริกายังวางแผนลวงให้บรรดาประเทศในยุโรปตะวันออก ยกพวงกันเข้ามาอยู่ในนาโต้ หลังจากม่านเหล็กปิดฉาก (ปลอมๆ) แล้วแบบนี้ รัสเซียจะแปลออก รู้ตัวไหม ว่า อนาคตของตนจะเป็นอย่างไร รัสเซียรู้ตัวอย่างดี แต่รัสเซียยังไม่แข็งแรงพอ รัสเซียจึงตั้งหน้าสร้างบ้านให้แข็งแรง และสร้างสัมพันธ์หาเพื่อน หาแนวร่วม รอเวลาที่ตัวเองและเพื่อนจะพร้อม รัสเซียและเพื่อนคงคิดหนัก ด้วยรู้อยู่แก่ใจว่า เวลามีไม่มาก เพราะอีกฝ่ายนั้นลับมีดเตรียมเชือดรัสเซียมานานหลายสิบปีแล้ว และการเชือดนี้ แม้เป้าจะเล็งไปที่รัสเซียเป็นหมายเลขหนึ่ง แต่ถ้ารัสเซียโดนเชือด จีน อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ที่เป็นเสมือนเพื่อนร่วมสาบาน ก็คงไม่แคล้วโดนเฉือน โดนฉีกเป็นชิ้นๆด้วยเหมือนกัน ช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง แต่รัสเซียมีทางเลือก จะรอให้เขาลับมีดเสร็จ แล้วยกทัพมาเชือดตัวถึงในบ้าน หรือรัสเซียจะเดินเข้าไปกลางสนาม แล้วบอกว่า เรามาลุยกันเลยดีไหม ไหนๆ วันนั้นก็จะต้องมาถึงอยู่แล้ว เอามันตอนนี้แหละ ตอนที่อีกฝ่ายยังลับมีดใหญ่ไม่เสร็จ ส่งแต่ไอ้พวกนักรบเติมเงิน จะพันธุ์ไหนกลุ่มไหนบ้างคนจ่ายรู้เอง มารบแทนไปก่อน หรือรัสเซียจะเลือกนั่งหน้าตก หายใจไม่เต็มอกอยู่แต่ในมอสโคว์ รอคนใหญ่คนโตบัญชาว่า พณะท่านอยากได้อย่างไรในโลกนี้ แบบนี้ ก็เท่ากับรัสเซียที่โดนฝ่ายตะวันตกรุมสกรัมครั้งแล้ว ครั้งเล่า มาเป็นร้อยปีแล้ว ก็คงโดนรุมต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าชื่อรัสเซียจะหายไปจากแผนที่โลก หรือมีชื่อรัสเซียอยู่ในแผนที่โลกนี้ต่อไป แต่แปะติดอยู่กับพรมเช็ด….. ในที่สุดรัสเซียก็ตัดสินใจ เลือกเดินเข้าไปในสนามซีเรีย บ้านของเพื่อนเก่า ในวันที่เพื่อนเก่ากำลังถูกรุม จากสาระพัดพันธุ์ที่มาด้วยความ ชัง โลภ โง่เง่าและ งมงาย และถ้าซีเรียรับมือกับการรุมไม่อยู่ ฝ่ายรัสเซีย นอกจากจะเสียเพื่อนแล้ว พวกตัวก็มีสิทธิไปทั้งพวงได้เหมือนกัน…… สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 3 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 185 มุมมอง 0 รีวิว
  • ปชป.หวังปักธงกทม. 10 คน ‘ส้ม' เปิดศึกกองทัพต่อเนื่อง โต้เดือดวาทกรรมด้อยค่าทหาร พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าลุยสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าคว้า ส.ส.ราว 10 ที่นั่ง ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในช่วงโค้งสุดท้าย โดยประเมินจากกระแสตอบรับในพื้นที่และผลโพลที่สะท้อนแนวโน้มคะแนนที่ดีขึ้น พร้อมชูนโยบายที่ทำได้จริงและการเมืองสุจริตเป็นจุดขายหลัก
    .
    ขณะเดียวกัน บรรยากาศการเมืองยังร้อนแรงจากความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพ จากกรณีวาทกรรมวิพากษ์กองทัพและข้อเสนอปฏิรูปศาลทหาร ซึ่งนำไปสู่การตอบโต้กันอย่างเผ็ดร้อน สะท้อนรอยร้าวทางความคิด และความท้าทายของความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองกับสถาบันทหารในสังคมไทย
    .
    ทั้งสองประเด็นสะท้อนภาพการเลือกตั้งที่ไม่ได้แข่งขันกันแค่ในสนามคะแนนเสียง แต่ยังเป็นการปะทะทางแนวคิด นโยบาย และท่าทีต่อโครงสร้างอำนาจสำคัญของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ
    .
    อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9690000000654
    .
    #News1live #News1 #ข่าว #การเมือง #เลือกตั้ง #กรุงเทพมหานคร #ประชาธิปัตย์ #พรรคประชาชน #กองทัพ #truthfromthailand #newsupdate
    ปชป.หวังปักธงกทม. 10 คน ‘ส้ม' เปิดศึกกองทัพต่อเนื่อง โต้เดือดวาทกรรมด้อยค่าทหาร พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าลุยสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าคว้า ส.ส.ราว 10 ที่นั่ง ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในช่วงโค้งสุดท้าย โดยประเมินจากกระแสตอบรับในพื้นที่และผลโพลที่สะท้อนแนวโน้มคะแนนที่ดีขึ้น พร้อมชูนโยบายที่ทำได้จริงและการเมืองสุจริตเป็นจุดขายหลัก . ขณะเดียวกัน บรรยากาศการเมืองยังร้อนแรงจากความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพ จากกรณีวาทกรรมวิพากษ์กองทัพและข้อเสนอปฏิรูปศาลทหาร ซึ่งนำไปสู่การตอบโต้กันอย่างเผ็ดร้อน สะท้อนรอยร้าวทางความคิด และความท้าทายของความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองกับสถาบันทหารในสังคมไทย . ทั้งสองประเด็นสะท้อนภาพการเลือกตั้งที่ไม่ได้แข่งขันกันแค่ในสนามคะแนนเสียง แต่ยังเป็นการปะทะทางแนวคิด นโยบาย และท่าทีต่อโครงสร้างอำนาจสำคัญของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ . อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9690000000654 . #News1live #News1 #ข่าว #การเมือง #เลือกตั้ง #กรุงเทพมหานคร #ประชาธิปัตย์ #พรรคประชาชน #กองทัพ #truthfromthailand #newsupdate
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 214 มุมมอง 0 รีวิว
  • “โอกาสใหม่” สร้างความฮือฮาทางการเมือง เปิดตัว “ไข่มุก พริกไทย” หรือ น.ส.ปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์ นักร้องนำวงพริกไทย และนางสาวไทยจังหวัดแพร่ ปี 2568 หลานสาวของ “หมอทศพร เสรีรักษ์” ลงชิงสนามเลือกตั้ง สส.กรุงเทพมหานคร เขต 3 บางคอแหลม–ยานนาวา อย่างเป็นทางการ
    .
    การเปิดตัวครั้งนี้ ถูกจับตามองอย่างมากในแวดวงการเมืองเมืองกรุง หลัง “ไข่มุก” เคยผ่านประสบการณ์ทำงานด้านนโยบาย ในฐานะที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข และอนุกรรมาธิการกลั่นกรองเรื่องเข้าสภา ก่อนตัดสินใจก้าวสู่สนามเลือกตั้งเต็มตัว
    .
    ด้าน “หมอทศพร เสรีรักษ์” ระบุว่า พรรคโอกาสใหม่ ต้องการนำเสนอทางเลือกใหม่ให้ประชาชน ด้วยบุคลากรจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งนักบริหาร นักนโยบาย และคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ “ไข่มุก” ที่มุ่งผลักดันการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง และระบบสาธารณสุข ซึ่งยังเป็นโจทย์ใหญ่ของสังคมไทย
    .
    การส่ง “ไข่มุก พริกไทย” ลงชิง สส.เขต 3 ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวคนดังเข้าสู่การเมือง แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า “โอกาสใหม่” พร้อมลุยสนามเมืองหลวงอย่างจริงจัง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000283
    .
    #News1live #News1 #โอกาสใหม่ #ไข่มุกพริกไทย #หมอทศ #เลือกตั้งกทม #สสเขต3 #บางคอแหลม #ยานนาวา
    “โอกาสใหม่” สร้างความฮือฮาทางการเมือง เปิดตัว “ไข่มุก พริกไทย” หรือ น.ส.ปัณณรัตน์ พนิตสิรินันท์ นักร้องนำวงพริกไทย และนางสาวไทยจังหวัดแพร่ ปี 2568 หลานสาวของ “หมอทศพร เสรีรักษ์” ลงชิงสนามเลือกตั้ง สส.กรุงเทพมหานคร เขต 3 บางคอแหลม–ยานนาวา อย่างเป็นทางการ . การเปิดตัวครั้งนี้ ถูกจับตามองอย่างมากในแวดวงการเมืองเมืองกรุง หลัง “ไข่มุก” เคยผ่านประสบการณ์ทำงานด้านนโยบาย ในฐานะที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข และอนุกรรมาธิการกลั่นกรองเรื่องเข้าสภา ก่อนตัดสินใจก้าวสู่สนามเลือกตั้งเต็มตัว . ด้าน “หมอทศพร เสรีรักษ์” ระบุว่า พรรคโอกาสใหม่ ต้องการนำเสนอทางเลือกใหม่ให้ประชาชน ด้วยบุคลากรจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งนักบริหาร นักนโยบาย และคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ “ไข่มุก” ที่มุ่งผลักดันการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง และระบบสาธารณสุข ซึ่งยังเป็นโจทย์ใหญ่ของสังคมไทย . การส่ง “ไข่มุก พริกไทย” ลงชิง สส.เขต 3 ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวคนดังเข้าสู่การเมือง แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า “โอกาสใหม่” พร้อมลุยสนามเมืองหลวงอย่างจริงจัง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000283 . #News1live #News1 #โอกาสใหม่ #ไข่มุกพริกไทย #หมอทศ #เลือกตั้งกทม #สสเขต3 #บางคอแหลม #ยานนาวา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 378 มุมมอง 0 รีวิว
  • รัฐบาล “กัมพูชา” ส่งสัญญาณชัด เปลี่ยนแนวทางความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา จากภาคสนามสู่เวทีการทูต ย้ำไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเขตแดนใด ๆ ที่เกิดจากการใช้กำลัง พร้อมยึดกรอบ “MOU43” และกฎหมายระหว่างประเทศเป็นหลัก
    .
    เพ็น โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหตุให้ประชาชนสิ้นหวัง แต่เป็นบทเรียนที่กระตุ้นความสมัครสมานสามัคคี เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างสันติบนพื้นฐานของกฎหมาย โดยชี้ว่าการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย หลังการหยุดยิง เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นฟูความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ
    .
    โฆษกรัฐบาลกัมพูชาย้ำว่า ขั้นตอนต่อไปคือการคลี่คลายปัญหาเขตแดนผ่านกลไกทางเทคนิคและกฎหมายระหว่างประเทศ ตามจิตวิญญาณของถ้อยแถลงร่วมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป “GBC” เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 พร้อมระบุว่าการกระทำใดที่เบี่ยงเบนจากฉันทามติ ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
    .
    กัมพูชายืนยันจุดยืนเคารพเส้นเขตแดนเดิมตามเอกสารที่ได้รับการยอมรับในอดีต ทั้งสนธิสัญญาฝรั่งเศส–สยาม แผนที่ และบันทึกการปักปันเขตแดน พร้อมชี้ว่าพลังขับเคลื่อนสำคัญคือจุดยืนทางการทูตของผู้นำ เอกสารทางกฎหมายที่มั่นคง การสนับสนุนจากประชาคมโลก และความเป็นหนึ่งเดียวของประชาชนในชาติ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000217
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ศึกการทูต #MOU43 #การเมืองระหว่างประเทศ
    รัฐบาล “กัมพูชา” ส่งสัญญาณชัด เปลี่ยนแนวทางความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา จากภาคสนามสู่เวทีการทูต ย้ำไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเขตแดนใด ๆ ที่เกิดจากการใช้กำลัง พร้อมยึดกรอบ “MOU43” และกฎหมายระหว่างประเทศเป็นหลัก . เพ็น โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหตุให้ประชาชนสิ้นหวัง แต่เป็นบทเรียนที่กระตุ้นความสมัครสมานสามัคคี เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างสันติบนพื้นฐานของกฎหมาย โดยชี้ว่าการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย หลังการหยุดยิง เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นฟูความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ . โฆษกรัฐบาลกัมพูชาย้ำว่า ขั้นตอนต่อไปคือการคลี่คลายปัญหาเขตแดนผ่านกลไกทางเทคนิคและกฎหมายระหว่างประเทศ ตามจิตวิญญาณของถ้อยแถลงร่วมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป “GBC” เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 พร้อมระบุว่าการกระทำใดที่เบี่ยงเบนจากฉันทามติ ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง . กัมพูชายืนยันจุดยืนเคารพเส้นเขตแดนเดิมตามเอกสารที่ได้รับการยอมรับในอดีต ทั้งสนธิสัญญาฝรั่งเศส–สยาม แผนที่ และบันทึกการปักปันเขตแดน พร้อมชี้ว่าพลังขับเคลื่อนสำคัญคือจุดยืนทางการทูตของผู้นำ เอกสารทางกฎหมายที่มั่นคง การสนับสนุนจากประชาคมโลก และความเป็นหนึ่งเดียวของประชาชนในชาติ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000217 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ศึกการทูต #MOU43 #การเมืองระหว่างประเทศ
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 433 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 สัปดาห์ที่ 19 "ลิเวอร์พูล พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด" วันศุกร์ ที่ 2 ม.ค. 2569(คืนวันพฤหัสบดี) เวลา 00.30 น. ที่ สนามแอนฟิลด์
    ครึ่งแรกทำอะไรไม่ได้ เสมอกันไป 0 : 0
    เริ่มครึ่งหลัง มีจังหวะทำประตู แต่ขาดความแน่นอน จบเกมเสมอกันไป 0 : 0 ยังคงรั้งอันดับ 4 ของตารางต่อไป
    ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/26 สัปดาห์ที่ 19 "ลิเวอร์พูล พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด" วันศุกร์ ที่ 2 ม.ค. 2569(คืนวันพฤหัสบดี) เวลา 00.30 น. ที่ สนามแอนฟิลด์ ครึ่งแรกทำอะไรไม่ได้ เสมอกันไป 0 : 0 เริ่มครึ่งหลัง มีจังหวะทำประตู แต่ขาดความแน่นอน จบเกมเสมอกันไป 0 : 0 ยังคงรั้งอันดับ 4 ของตารางต่อไป
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 106 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 3

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 3
    ย้อนให้เห็นภาพกันหน่อย ไอซิส ISIS ที่เวลานี้กำลังขึ้นแท่น เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของโลก มีที่มาอย่างไร จะได้เข้าใจว่า ไอซิส นี่ เกี่ยวกับกลุ่มกบฏซีเรีย และเกี่ยวพันกับอเมริกาขนาดไหน
    เมื่ออเมริกานำกองทัพเข้าไปถล่มซัดดัมในอิรัค กลุ่มที่คอยตอด คอยซุ่มเล่นงานอเมริกาในช่วงปี ค.ศ.2004 คือ อัลไคด้า สาขาอิรัค (AQI) ที่นำโดย Abu Musab al-Zarkawi กลุ่มนี้มีชื่อว่า เป็นนักรบ โหดเหี้ยม ฆ่าไม่เลือก รวมทั้งฆ่าชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นอิสลามสุนนี่ หรือชีอ่ะ พวกเขาขึ้นชื่อในเรื่องการก่อการร้ายแบบพลีชีพ และการฆ่าตัดคอนักโทษ
    ความรุนแรงของ AQI ของ al-Zarkawi ก็ทำให้กลุ่มนี้ แตกคอกับ อัลไคด้ากลาง (AQC) AQI บอกไม่มีปัญหา งั้นเราแยกทางกันเดิน al-Zarkawi ไปตั้งกลุ่มใหม่ และชื่อเรียกกลุ่มใหม่ของตัวว่า Islamic State of Iraq (ISI) ต่อมาในปี ค.ศ.2006 มีข่าวว่า al-Zarkawi ถูกอเมริกาเก็บ และ ISI ได้หัวหน้าใหม่ ชื่อ Abu Bakr al-Baghdadi ขึ้นมาแทน น่าสนใจนะครับ
    ในปี ค.ศ.2011 ISI ประกาศเป็นนักรบจีฮัด และเตรียมขยายปฏิบัติการไปที่ซีเรีย แต่แล้วก็มีการแตกคอภายในกันอีก ในที่สุด Baghdadi ก็พาพรรคพวกแยกตัวออกมา แล้วเปลี่ยนชื่อกลุ่ม จาก ISI เป็น ISIS ในปี ค.ศ.2012 และย้ายฐานจากอิรัค มาอยู่ซีเรีย และในช่วงนี้ ISIS ดังเป็นพลุแตก ได้สมาชิกใหม่ เป็นหนุ่มอิสลามที่อยู่นอกตะวันออกกลาง หรือจากยุโรป เข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก
    ทำไม ISIS หรือ ไอซิส ถึงโด่งดัง และมีอานุภาพรุนแรงนัก เรื่องนี้ ต้องย้อนกลับไปที่เรื่องลิเบีย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทาน เรื่องแผนช้่วมาแล้ว ก็ถือว่าอ่านซ้ำ ให้เห็นความจัญไรชัดขึ้น และต่อกับปัจจุบันได้ แบบเห็นภาพเป็นแผ่นเดียวกันนะครับ
    เรื่องการไล่ล่ากัดดาฟีของลิเบีย ที่มีซีไอเอ เป็นดารานำแสดงนั้น นิทานเรามีเขียนถึงแล้ว (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของความโหดของอเมริกา ได้ในนิทานเรื่องแผนชั่ว ตอนนางสิงห์สั่งฆ่า) แต่ที่เรายังไม่ค่อยรู้กัน คือ เรื่องดารา ที่มารับบทเป็นกบฏลิเบียนั้น นำแสดงโดยกลุ่มนักรบจีฮัด กลุ่มเดียวกับนักรบที่กำลังต่อสู้กับกองทัพของอิรัคในตอนนี้ เรียกว่าสัญญาจ้างยาว ออกหลายฉากกันเลย
    เมื่อวันที่กลุ่มกบฏลิเบีย จับตัวกัดดาฟีได้ ด้วยความช่วยเหลือของอเมริกา และนาโต้นั้น ขณะที่กลุ่มกบฏกำลังเชือดกัดดาฟี พวกเขาตะโกนว่า Allah Akbar (อัลเลาะหฺ อัคบาร์) ซึ่งเป็นการประกาศตามปกติของพวกจีฮัด ก่อนฆ่าคนเพื่อพระเจ้า ทำนองนั้น แบบนี้ก็น่าจะมีคนงง อเมริกา นาโต้ เข้าไปไล่ฆ่ากัดดาฟี ด้วยข้อหาเป็นเผด็จการ ส่วนพวกทำการกบฏ ก็น่าจะเป็นพวกต้องการเป็นประชาธิปไตย เอ้า เชือดเผด็จการเสร็จ แล้วดันร้องขอบคุณพระเจ้า พวกจีฮัดนี่ ตกลงต้องการเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน น่างงไหมครับ
    หลังจากกัดดาฟีถูกเก็บ คลังอาวุธของกัดดาฟีก็ถูกกวาด หรือขโมยนั่นแหละ จนเกลี้ยง และขนออกมาจากลิเบีย มาที่ซีเรีย ผ่านทางตุรกี ใครนะ ที่คอยรับอาวุธอยู่ที่ซีเรีย… แต่คนที่ดูแลการขนส่งอาวุธ เขาว่าคือ Chris Stevens ทูตอเมริกันประจำลิเบีย ซึ่งดูแลประสานงานเรื่องนี้ ตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ.2011 และในที่สุด ทูต Stevens ก็ถูกฆ่าตายอยู่ในสถานกงสุลอเมริกา ที่เมืองเบงกาซี ลิเบีย เพียง 3 วัน ก่อนหน้าที่อาวุธลิเบียจะถูกส่งมาถึงซีเรีย
    นอกเหนือจากทูต Stevens แล้ว ฝ่ายประสานงานเรื่องนี้ คือ ซีไอเอ ตุรกี และกลุ่มกบฏซีเรีย ซึ่งร่วมกันวางแผน และจัดการขนส่ง โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นการควักกระเป๋าลงขันร่วมกัน ของโต้โผใหญ่ของฝ่ายสนับสนุนกบฏซีเรีย คือ ซาอุดิอารเบีย การ์ตา จอร์แดน อิสราเอลและตุรกี
    หลังจากอาวุธมาถึงซีเรีย ก็เป็นช่วงเดียวกับที่นักรบจีฮัดพากันทะลักเข้ามาในซีเรียด้วย นักรบรุ่นแรกที่เข้ามา ไม่ใช่พวกละอ่อน แต่เป็นระดับหัวหน้า หรือพวกเจนสนามแทบทั้งสิ้น เรื่องนี้ ไม่เป็นความลับ อเมริกาและพวก ที่สนับสนุนฝ่ายกบฏซีเรีย ก็รู้ดี และเมื่อฝ่ายกบฏซีเรีย ที่มีนักรบจีฮัดมาร่วมด้วย เริ่มเป็นฝ่ายได้เปรียบฝ่ายรัฐบาลอัสสาด และใช้ความรุนแรง มากขึ้น ทางวอชิงตันก็ต้องตอบคำถามมากขึ้น .. ไหนว่าฝ่ายกบฏที่เราสนับสนุน เป็นพวกไม่รุนแรงไง (moderate) ทำไมมีฆ่าตัดคอล่ะ…
    วอชิงตันไม่ตอบ และก็ไม่ได้ดำเนินการอะไร การรบกับรัฐบาลอัสสาด ก็ยังดำเนินต่อไป โดยกลุ่มเดิม และแบบเดิม
    Jamal Maarouf ผู้บัญชาการคนหนึ่งของกลุ่มกบฏซีเรีย ให้สัมภาษณ์ เมื่อ เมษายน ค.ศ.2014 ว่า นักรบที่ทางโต้โผใหญ่ส่งมาช่วยรบ คือ กลุ่มอัลไคด้าซีเรีย ซึ่งเรียกชื่อกลุ่มตัวเองว่า Al-Nusra ทางด้าน Al-Nusra ก็ให้ข่าวสอดคล้องกันว่า กลุ่มของตัวมาร่วมกับพวกกบฏซีเรีย เพราะต้องการให้ซีเรียปกครองด้วยกฏของศาสนา Sharia law
    แต่ความจริง Al-Nusra กับกลุ่มไอซิส ร่วมมือกันในการปฏิบัติการในซีเรียมาพักใหญ่แล้ว และเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 Al-Nursra ก็ประกาศเป็นทางการ ถึงการรวมกลุ่มกับกลุ่มไอซิส และมีฐานอยู่ทั้งในเขตซีเรีย และอิรัค
    แล้ว อเมริกา กับพวกตะวันตก รวมทั้งโต้โผใหญ่ในตะวันออกกลางทั้งหลาย รู้เรื่องนี้ไหม รู้สิ ยิ่งกว่ารู้อีก…..
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    28 พ.ย. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 3 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 3 ย้อนให้เห็นภาพกันหน่อย ไอซิส ISIS ที่เวลานี้กำลังขึ้นแท่น เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของโลก มีที่มาอย่างไร จะได้เข้าใจว่า ไอซิส นี่ เกี่ยวกับกลุ่มกบฏซีเรีย และเกี่ยวพันกับอเมริกาขนาดไหน เมื่ออเมริกานำกองทัพเข้าไปถล่มซัดดัมในอิรัค กลุ่มที่คอยตอด คอยซุ่มเล่นงานอเมริกาในช่วงปี ค.ศ.2004 คือ อัลไคด้า สาขาอิรัค (AQI) ที่นำโดย Abu Musab al-Zarkawi กลุ่มนี้มีชื่อว่า เป็นนักรบ โหดเหี้ยม ฆ่าไม่เลือก รวมทั้งฆ่าชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นอิสลามสุนนี่ หรือชีอ่ะ พวกเขาขึ้นชื่อในเรื่องการก่อการร้ายแบบพลีชีพ และการฆ่าตัดคอนักโทษ ความรุนแรงของ AQI ของ al-Zarkawi ก็ทำให้กลุ่มนี้ แตกคอกับ อัลไคด้ากลาง (AQC) AQI บอกไม่มีปัญหา งั้นเราแยกทางกันเดิน al-Zarkawi ไปตั้งกลุ่มใหม่ และชื่อเรียกกลุ่มใหม่ของตัวว่า Islamic State of Iraq (ISI) ต่อมาในปี ค.ศ.2006 มีข่าวว่า al-Zarkawi ถูกอเมริกาเก็บ และ ISI ได้หัวหน้าใหม่ ชื่อ Abu Bakr al-Baghdadi ขึ้นมาแทน น่าสนใจนะครับ ในปี ค.ศ.2011 ISI ประกาศเป็นนักรบจีฮัด และเตรียมขยายปฏิบัติการไปที่ซีเรีย แต่แล้วก็มีการแตกคอภายในกันอีก ในที่สุด Baghdadi ก็พาพรรคพวกแยกตัวออกมา แล้วเปลี่ยนชื่อกลุ่ม จาก ISI เป็น ISIS ในปี ค.ศ.2012 และย้ายฐานจากอิรัค มาอยู่ซีเรีย และในช่วงนี้ ISIS ดังเป็นพลุแตก ได้สมาชิกใหม่ เป็นหนุ่มอิสลามที่อยู่นอกตะวันออกกลาง หรือจากยุโรป เข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก ทำไม ISIS หรือ ไอซิส ถึงโด่งดัง และมีอานุภาพรุนแรงนัก เรื่องนี้ ต้องย้อนกลับไปที่เรื่องลิเบีย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทาน เรื่องแผนช้่วมาแล้ว ก็ถือว่าอ่านซ้ำ ให้เห็นความจัญไรชัดขึ้น และต่อกับปัจจุบันได้ แบบเห็นภาพเป็นแผ่นเดียวกันนะครับ เรื่องการไล่ล่ากัดดาฟีของลิเบีย ที่มีซีไอเอ เป็นดารานำแสดงนั้น นิทานเรามีเขียนถึงแล้ว (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของความโหดของอเมริกา ได้ในนิทานเรื่องแผนชั่ว ตอนนางสิงห์สั่งฆ่า) แต่ที่เรายังไม่ค่อยรู้กัน คือ เรื่องดารา ที่มารับบทเป็นกบฏลิเบียนั้น นำแสดงโดยกลุ่มนักรบจีฮัด กลุ่มเดียวกับนักรบที่กำลังต่อสู้กับกองทัพของอิรัคในตอนนี้ เรียกว่าสัญญาจ้างยาว ออกหลายฉากกันเลย เมื่อวันที่กลุ่มกบฏลิเบีย จับตัวกัดดาฟีได้ ด้วยความช่วยเหลือของอเมริกา และนาโต้นั้น ขณะที่กลุ่มกบฏกำลังเชือดกัดดาฟี พวกเขาตะโกนว่า Allah Akbar (อัลเลาะหฺ อัคบาร์) ซึ่งเป็นการประกาศตามปกติของพวกจีฮัด ก่อนฆ่าคนเพื่อพระเจ้า ทำนองนั้น แบบนี้ก็น่าจะมีคนงง อเมริกา นาโต้ เข้าไปไล่ฆ่ากัดดาฟี ด้วยข้อหาเป็นเผด็จการ ส่วนพวกทำการกบฏ ก็น่าจะเป็นพวกต้องการเป็นประชาธิปไตย เอ้า เชือดเผด็จการเสร็จ แล้วดันร้องขอบคุณพระเจ้า พวกจีฮัดนี่ ตกลงต้องการเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน น่างงไหมครับ หลังจากกัดดาฟีถูกเก็บ คลังอาวุธของกัดดาฟีก็ถูกกวาด หรือขโมยนั่นแหละ จนเกลี้ยง และขนออกมาจากลิเบีย มาที่ซีเรีย ผ่านทางตุรกี ใครนะ ที่คอยรับอาวุธอยู่ที่ซีเรีย… แต่คนที่ดูแลการขนส่งอาวุธ เขาว่าคือ Chris Stevens ทูตอเมริกันประจำลิเบีย ซึ่งดูแลประสานงานเรื่องนี้ ตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ.2011 และในที่สุด ทูต Stevens ก็ถูกฆ่าตายอยู่ในสถานกงสุลอเมริกา ที่เมืองเบงกาซี ลิเบีย เพียง 3 วัน ก่อนหน้าที่อาวุธลิเบียจะถูกส่งมาถึงซีเรีย นอกเหนือจากทูต Stevens แล้ว ฝ่ายประสานงานเรื่องนี้ คือ ซีไอเอ ตุรกี และกลุ่มกบฏซีเรีย ซึ่งร่วมกันวางแผน และจัดการขนส่ง โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นการควักกระเป๋าลงขันร่วมกัน ของโต้โผใหญ่ของฝ่ายสนับสนุนกบฏซีเรีย คือ ซาอุดิอารเบีย การ์ตา จอร์แดน อิสราเอลและตุรกี หลังจากอาวุธมาถึงซีเรีย ก็เป็นช่วงเดียวกับที่นักรบจีฮัดพากันทะลักเข้ามาในซีเรียด้วย นักรบรุ่นแรกที่เข้ามา ไม่ใช่พวกละอ่อน แต่เป็นระดับหัวหน้า หรือพวกเจนสนามแทบทั้งสิ้น เรื่องนี้ ไม่เป็นความลับ อเมริกาและพวก ที่สนับสนุนฝ่ายกบฏซีเรีย ก็รู้ดี และเมื่อฝ่ายกบฏซีเรีย ที่มีนักรบจีฮัดมาร่วมด้วย เริ่มเป็นฝ่ายได้เปรียบฝ่ายรัฐบาลอัสสาด และใช้ความรุนแรง มากขึ้น ทางวอชิงตันก็ต้องตอบคำถามมากขึ้น .. ไหนว่าฝ่ายกบฏที่เราสนับสนุน เป็นพวกไม่รุนแรงไง (moderate) ทำไมมีฆ่าตัดคอล่ะ… วอชิงตันไม่ตอบ และก็ไม่ได้ดำเนินการอะไร การรบกับรัฐบาลอัสสาด ก็ยังดำเนินต่อไป โดยกลุ่มเดิม และแบบเดิม Jamal Maarouf ผู้บัญชาการคนหนึ่งของกลุ่มกบฏซีเรีย ให้สัมภาษณ์ เมื่อ เมษายน ค.ศ.2014 ว่า นักรบที่ทางโต้โผใหญ่ส่งมาช่วยรบ คือ กลุ่มอัลไคด้าซีเรีย ซึ่งเรียกชื่อกลุ่มตัวเองว่า Al-Nusra ทางด้าน Al-Nusra ก็ให้ข่าวสอดคล้องกันว่า กลุ่มของตัวมาร่วมกับพวกกบฏซีเรีย เพราะต้องการให้ซีเรียปกครองด้วยกฏของศาสนา Sharia law แต่ความจริง Al-Nusra กับกลุ่มไอซิส ร่วมมือกันในการปฏิบัติการในซีเรียมาพักใหญ่แล้ว และเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 Al-Nursra ก็ประกาศเป็นทางการ ถึงการรวมกลุ่มกับกลุ่มไอซิส และมีฐานอยู่ทั้งในเขตซีเรีย และอิรัค แล้ว อเมริกา กับพวกตะวันตก รวมทั้งโต้โผใหญ่ในตะวันออกกลางทั้งหลาย รู้เรื่องนี้ไหม รู้สิ ยิ่งกว่ารู้อีก….. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 28 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 341 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 2

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 2
    ถ้อยแถลงของท่านใบตองแห้ง ผู้นำหมายเลขหนึ่งของโลก ต่อหน้าที่ประชุมใหญ่ระดับโลก เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.2015 ต้องจารึกไว้ ที่ไหนก็แล้วแต่ความสะดวกใจของแต่ละคน แต่ถ้าผมเป็นลุงโอลอง ผมคงเขียนใส่กระดาษแล้วเก็บไว้ที่นึง ที่ต้องเดินเหยียบทุกวันนั่นแหละ …
    …..มึงบี้กูสาระพัด กูก็อดทน เพราะเราเป็นเพื่อนกันมานาน สื่อมึงด่าคนทำงานในบ้านกูว่าไร้สมรรถภาพ กูก็อดทน แต่กูเจ็บนะ คนบ้านกูตายตั้งแยะ มึงทำข่าวหากินไปด่าไป กูก็ไม่ว่าอะไร ทั้งๆที่มันแสนจะทุเรศ แต่มันเป็นสันดานของพวกมึง มึงให้กูไปถล่มไอซิส ถึงรังที่ซีเรีย เฉี่ยวหัวปูตินไปหน่อยเดียว มึงนึกว่ากูไม่เสียวเหรอ กูเสียวนะ แต่กูก็ทำ เพราะมึงบอกว่า …..อเมริกาจะอยู่เคียงข้างฝรั่งเศสในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายครั้งนี้ …….เคียงข้าง ข้างไหนกันโว้ย ข้างหลังใช่ไหม ไอ้เวร ยังไม่ถึง 48 ชั่วโมงเลย มึงไปลอยหน้าบอกว่า เด็กมึงจะไม่เข้าไปรบในพื้นที่ …มึงพูดออกมางั้นได้ไง หา…
    ขอโทษนะครับใช้สรรพนามไม่สุภาพ แต่ผมเดาเอาว่า ในสถานการณ์เยี่ยงนี้ ลุงโอลองคงพูดทำนองนี้ อันที่จริง ถ้าจะว่ากันตามนิสัย และอารมณ์คนฝรั่งเศส ผมว่า เขาคงใช้ภาษาแรงกว่าที่ผมเขียนอีกแยะนะ
    ทำไม ท่านใบตองแห้งถึงถอยฉาก ไม่ส่งเด็กของตัวลงพื้นที่ซีเรียและอิรัคเพื่อถล่มไอซิส ตอนนี้อเมริกาเป็นพี่เบิ้มหมายเลขหนึ่งของโลกไม่ใช่หรือ ประกาศอย่างนี้ต่อหน้าผู้คนระดับโลก เขาจะนินทาเอาได้ว่า สงสัยเป็นประเภทเก่งแต่เวลาเห็นใบตองแห้งไหวจริงๆ เป็นถึงมหาอำนาจใหญ่ มีคนก้าวเข้าไปในพื้นที่ ที่ตัวเองทั้งคุม ทั้งวางแผน จะทำเฉยถอยฉาก… เชิญครับ ท่านปูติน เชิญท่านตามสบายเลย.. เป็นไปได้หรือครับ
    คงมีคนพาซื่อ บอกว่าเป็นไปได้ซิ การจะส่งกองทัพเข้าไปในต่างประเทศ อเมริกาต้องได้มติเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน มติปัจจุบัน อนุมัติให้ฝ่ายกองทัพทำได้เฉพาะการใช้อาวุธจากทางอากาศเท่านั้น คือ ได้แต่บินไปบอมบ์ แต่ไม่ให้ไปเหยียบพื้นที่เขา และแม้ตอนที่ฝรั่งเศสเกิดเรื่อง ศุกร์ 13 ใหม่ๆ ก็มีรายงานข่าวว่า มีกว่า 24 รัฐ ในอเมริกา ที่ยังไม่เห็นด้วย หากอเมริกาจะส่งทหารเข้าไปในซีเรีย
    ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น คงมีคนอเมริกันไม่น้อย ที่ยังไม่หายแหยงกับการตัดสินใจเข้าใปทำสงครามในบ้านคนอื่น ที่สำคัญ พวกเขาก็คงชักไม่แน่ใจว่า กู หรือญาติพี่น้องกู กำลังไปรบเพื่ออะไร หรือเพื่อใคร
    คนอเมริกันที่มีวัย เลยกลางคนอย่างผม หรือแม้แต่ผม ที่ไม่ใช่คนอเมริกัน ต่างก็ยังจำได้ถึงสงครามเวียตนาม ที่ทิ้งแผลและการดำเนินชีวิตที่มีฝันร้ายค้างอยู่ ส่วนวัยกลางคนขึ้นไป ก็คงจำได้ถึงสงครามในอาฟกานิสถาน อิรัค คูเวต ลิเบีย และคนรุ่นใหม่ ก็คงกำลังสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นที่ซีเรีย
    สงครามอาฟกานิสถาน เริ่มตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1979 เมื่ออเมริกาต้องการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ไม่ให้ลงมาใกล้ตะวันออกกลาง อเมริกาใช้อาฟกานิสถานเป็นสนามรบ โดยมีชาวอาฟกัน และชาวตะวันออกกลาง อย่างซาอุดิอารเบีย โดยเฉพาะดาราดวงเด่น ชื่อ บิน ลาเดน เป็นหัวหอกในการสู้รบกับโซเวียต เพราะอเมริกาบอกว่า โซเวียตจะมารุกราน ตะวันออกกลาง และทำลายอิสลาม
    ไม่มีอะไรที่จะทำให้ซาอุ ประสาทรับประทานมากไปกว่าการมายุ่งกับศาสนา และความเชื่อของตัว ซาอุทุ่มสุดตัว ทั้งเงิน ทั้งคน ไปช่วยอเมริกา รบอาฟกานิสถาน ต่อด้วยการรบกับกลุ่มอัลไคด้า และพวกตาลิบัน ผ่านมากี่สิบปีแล้ว ก็ยังรบไม่เสร็จ อเมริกามีแผนว่าจะถอนกำลังทหารออกจากอาฟกานิสถานในปี ค.ศ.2015 แต่พอถึงเดือนตุลาคม 2015 ก็เกิดเหตุการณ์บอมบ์ถล่มโรงพยาบาล โดยเครื่องบินของฝ่ายอเมริกา อเมริกาเลยเปลี่ยนใจ ไม่ถอนแล้ว เออ งง และอาฟกานิสถาน ก็จะยังเป็นสนามรบต่อไป แม้จะรบมากว่า 30 ปี แล้ว….
    สงครามคูเวต ที่ซัดดัมของอิรัค ยกทัพไปบุกคูเวต อเมริกาบอกทนดูไม่ไหว ต้องไปปราบซัดดัมจอมเผด็จการ ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แถมริอ่านมีนิวเคลียร์ อเมริกาเลยต้องตามมาปราบซัดดัมที่อิรัคต่อ อเมริกายกพลมา 5 แสน ซัดดัมตายสมใจ กำจัดเผด็จการไปได้แล้ว แต่หานิวเคลียร์ไม่เจอ แล้วประเทศอิรัคจบอย่างไร ก็อย่างที่เรารู้ละครับ ทุกวันนี้ อิรัคกลายเป็นเมืองแตกสาแหรกขาด น้ำสะอาดจะกินยังแทบหาไม่ได้ ไฟฟ้าเดี๋ยวมาเดี๋ยวดับ และชุกชุมไปด้วยผู้ก่อการร้าย
    ชาวอิรัคบอกว่า ซัดดัมเป็นเผด็จการก็จริง แต่ตอนนั้น ชาวอิรัคก็ยังมีบ้านอยู่ มีงานทำ มีอาหารกิน มีโรงพยาบาลให้เมียไปคลอดลูก และมีโรงเรียนให้ลูกไปเรียนหนังสือ แต่ตอนนี้ ชาวอิรัคบอกว่า ไอ้ที่มีๆ นั่น มันไม่เหลืออะไรแล้ว
    อเมริกาถล่มอิรัคเสียเรียบ บ้านช่อง โรงพยาบาล โรงเรียน แทบไม่เหลือ แล้วพวกเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อมาอย่างไร เติบโตมาอย่างไรครับ ถ้าไม่ใช่เป็นผู้อพยพลี้ภัย ก็เป็นผู้ก่อการร้าย
    สงครามที่ลิเบีย อเมริกาอ้างสาเหตุว่า กัดดาฟีก็เป็นเผด็จการอีกเช่นกัน จำเป็นต้องกำจัด แล้วลิเบีย ประเทศที่อเมริกากล่าวหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ลิเบียมีสวัสดิการทางสังคมดีที่สุดในตะวันออกกลาง และสวัสดิการหลายอย่าง อาจจะดีกว่าอเมริกาและพวกตะวันตกเสียอีก ก็กลายเป็นเมืองแตก ไม่ต่างกับอิรัค และชุกชุมไปด้วยผู้ก่อการร้าย อาวุธที่กัดดาฟีสะสมเอาไว้ให้พรรคพวกแถวอาฟริกา และตะวันออกกลาง ใช้สู้กับพวกตะวันตกที่มารังแก ถูกอเมริกากวาดไปเกลี้ยง และที่หมายปลายทางของอาวุธร้ายนั้น กลับไปอยู่ในมือ ของอัลไคด้า กับไอซิส ที่อยู่ในอิรัค และซีเรีย เออ มันอะไรกัน
    สงครามที่ซีเรีย สู้กันมานี่ ขึ้นปีที่ 5 แล้ว ซีเรียกลายเป็นสนามรบของสงครามกลางเมือง ด้วยเหตุผลที่ผมพยายามทำความเข้าใจ อเมริกาบอกว่ารัฐบาลอัสสาดเป็นเผด็จการ ทารุณต่อประชาชน จนเกิดกลุ่มกบฏที่ ไม่เอารัฐบาล กลุ่มกบฏนี้ ได้รับการสนับสนุนทั้งอาวุธและเงินทุน จากโต้โผใหญ่ฝ่ายอิสลามสุนนี่ คือ ซาอุดิอารเบีย การ์ตา คูเวต จอร์แดน และบรรดา ชาวอ่าวทั้งหลายในตะวันออกกลางที่เป็นสุนนี่ ในที่สุด ซีเรียก็กลายมาเป็นสนามสงครามตัวแทน ระหว่างอิสลาม 2 นิกาย สุนนี่สนับสนุนฝ่ายกบฏ ส่วนชีอ่ะสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลอัสสาด
    นอกจากนี้ยังมี อิสราเอล กับตุรกี ที่สนับสนุน ฝ่ายกบฏซีเรีย ด้วยเหตุผลทางการเมือง และผลประโยชน์ส่วนตัว
    แต่ทั้งหมด ก็อยู่ภายใต้การกำกับการแสดงของอเมริกากับพวกตะวันตก
    แล้วอเมริกากับพวกตะวันตก เกี่ยวพันกันกับพวกที่เรียกว่า “กลุ่มกบฏซีเรีย” ขนาดไหน
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    28 พ.ย. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 2 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 2 ถ้อยแถลงของท่านใบตองแห้ง ผู้นำหมายเลขหนึ่งของโลก ต่อหน้าที่ประชุมใหญ่ระดับโลก เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.2015 ต้องจารึกไว้ ที่ไหนก็แล้วแต่ความสะดวกใจของแต่ละคน แต่ถ้าผมเป็นลุงโอลอง ผมคงเขียนใส่กระดาษแล้วเก็บไว้ที่นึง ที่ต้องเดินเหยียบทุกวันนั่นแหละ … …..มึงบี้กูสาระพัด กูก็อดทน เพราะเราเป็นเพื่อนกันมานาน สื่อมึงด่าคนทำงานในบ้านกูว่าไร้สมรรถภาพ กูก็อดทน แต่กูเจ็บนะ คนบ้านกูตายตั้งแยะ มึงทำข่าวหากินไปด่าไป กูก็ไม่ว่าอะไร ทั้งๆที่มันแสนจะทุเรศ แต่มันเป็นสันดานของพวกมึง มึงให้กูไปถล่มไอซิส ถึงรังที่ซีเรีย เฉี่ยวหัวปูตินไปหน่อยเดียว มึงนึกว่ากูไม่เสียวเหรอ กูเสียวนะ แต่กูก็ทำ เพราะมึงบอกว่า …..อเมริกาจะอยู่เคียงข้างฝรั่งเศสในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายครั้งนี้ …….เคียงข้าง ข้างไหนกันโว้ย ข้างหลังใช่ไหม ไอ้เวร ยังไม่ถึง 48 ชั่วโมงเลย มึงไปลอยหน้าบอกว่า เด็กมึงจะไม่เข้าไปรบในพื้นที่ …มึงพูดออกมางั้นได้ไง หา… ขอโทษนะครับใช้สรรพนามไม่สุภาพ แต่ผมเดาเอาว่า ในสถานการณ์เยี่ยงนี้ ลุงโอลองคงพูดทำนองนี้ อันที่จริง ถ้าจะว่ากันตามนิสัย และอารมณ์คนฝรั่งเศส ผมว่า เขาคงใช้ภาษาแรงกว่าที่ผมเขียนอีกแยะนะ ทำไม ท่านใบตองแห้งถึงถอยฉาก ไม่ส่งเด็กของตัวลงพื้นที่ซีเรียและอิรัคเพื่อถล่มไอซิส ตอนนี้อเมริกาเป็นพี่เบิ้มหมายเลขหนึ่งของโลกไม่ใช่หรือ ประกาศอย่างนี้ต่อหน้าผู้คนระดับโลก เขาจะนินทาเอาได้ว่า สงสัยเป็นประเภทเก่งแต่เวลาเห็นใบตองแห้งไหวจริงๆ เป็นถึงมหาอำนาจใหญ่ มีคนก้าวเข้าไปในพื้นที่ ที่ตัวเองทั้งคุม ทั้งวางแผน จะทำเฉยถอยฉาก… เชิญครับ ท่านปูติน เชิญท่านตามสบายเลย.. เป็นไปได้หรือครับ คงมีคนพาซื่อ บอกว่าเป็นไปได้ซิ การจะส่งกองทัพเข้าไปในต่างประเทศ อเมริกาต้องได้มติเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน มติปัจจุบัน อนุมัติให้ฝ่ายกองทัพทำได้เฉพาะการใช้อาวุธจากทางอากาศเท่านั้น คือ ได้แต่บินไปบอมบ์ แต่ไม่ให้ไปเหยียบพื้นที่เขา และแม้ตอนที่ฝรั่งเศสเกิดเรื่อง ศุกร์ 13 ใหม่ๆ ก็มีรายงานข่าวว่า มีกว่า 24 รัฐ ในอเมริกา ที่ยังไม่เห็นด้วย หากอเมริกาจะส่งทหารเข้าไปในซีเรีย ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น คงมีคนอเมริกันไม่น้อย ที่ยังไม่หายแหยงกับการตัดสินใจเข้าใปทำสงครามในบ้านคนอื่น ที่สำคัญ พวกเขาก็คงชักไม่แน่ใจว่า กู หรือญาติพี่น้องกู กำลังไปรบเพื่ออะไร หรือเพื่อใคร คนอเมริกันที่มีวัย เลยกลางคนอย่างผม หรือแม้แต่ผม ที่ไม่ใช่คนอเมริกัน ต่างก็ยังจำได้ถึงสงครามเวียตนาม ที่ทิ้งแผลและการดำเนินชีวิตที่มีฝันร้ายค้างอยู่ ส่วนวัยกลางคนขึ้นไป ก็คงจำได้ถึงสงครามในอาฟกานิสถาน อิรัค คูเวต ลิเบีย และคนรุ่นใหม่ ก็คงกำลังสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นที่ซีเรีย สงครามอาฟกานิสถาน เริ่มตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1979 เมื่ออเมริกาต้องการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ไม่ให้ลงมาใกล้ตะวันออกกลาง อเมริกาใช้อาฟกานิสถานเป็นสนามรบ โดยมีชาวอาฟกัน และชาวตะวันออกกลาง อย่างซาอุดิอารเบีย โดยเฉพาะดาราดวงเด่น ชื่อ บิน ลาเดน เป็นหัวหอกในการสู้รบกับโซเวียต เพราะอเมริกาบอกว่า โซเวียตจะมารุกราน ตะวันออกกลาง และทำลายอิสลาม ไม่มีอะไรที่จะทำให้ซาอุ ประสาทรับประทานมากไปกว่าการมายุ่งกับศาสนา และความเชื่อของตัว ซาอุทุ่มสุดตัว ทั้งเงิน ทั้งคน ไปช่วยอเมริกา รบอาฟกานิสถาน ต่อด้วยการรบกับกลุ่มอัลไคด้า และพวกตาลิบัน ผ่านมากี่สิบปีแล้ว ก็ยังรบไม่เสร็จ อเมริกามีแผนว่าจะถอนกำลังทหารออกจากอาฟกานิสถานในปี ค.ศ.2015 แต่พอถึงเดือนตุลาคม 2015 ก็เกิดเหตุการณ์บอมบ์ถล่มโรงพยาบาล โดยเครื่องบินของฝ่ายอเมริกา อเมริกาเลยเปลี่ยนใจ ไม่ถอนแล้ว เออ งง และอาฟกานิสถาน ก็จะยังเป็นสนามรบต่อไป แม้จะรบมากว่า 30 ปี แล้ว…. สงครามคูเวต ที่ซัดดัมของอิรัค ยกทัพไปบุกคูเวต อเมริกาบอกทนดูไม่ไหว ต้องไปปราบซัดดัมจอมเผด็จการ ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แถมริอ่านมีนิวเคลียร์ อเมริกาเลยต้องตามมาปราบซัดดัมที่อิรัคต่อ อเมริกายกพลมา 5 แสน ซัดดัมตายสมใจ กำจัดเผด็จการไปได้แล้ว แต่หานิวเคลียร์ไม่เจอ แล้วประเทศอิรัคจบอย่างไร ก็อย่างที่เรารู้ละครับ ทุกวันนี้ อิรัคกลายเป็นเมืองแตกสาแหรกขาด น้ำสะอาดจะกินยังแทบหาไม่ได้ ไฟฟ้าเดี๋ยวมาเดี๋ยวดับ และชุกชุมไปด้วยผู้ก่อการร้าย ชาวอิรัคบอกว่า ซัดดัมเป็นเผด็จการก็จริง แต่ตอนนั้น ชาวอิรัคก็ยังมีบ้านอยู่ มีงานทำ มีอาหารกิน มีโรงพยาบาลให้เมียไปคลอดลูก และมีโรงเรียนให้ลูกไปเรียนหนังสือ แต่ตอนนี้ ชาวอิรัคบอกว่า ไอ้ที่มีๆ นั่น มันไม่เหลืออะไรแล้ว อเมริกาถล่มอิรัคเสียเรียบ บ้านช่อง โรงพยาบาล โรงเรียน แทบไม่เหลือ แล้วพวกเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อมาอย่างไร เติบโตมาอย่างไรครับ ถ้าไม่ใช่เป็นผู้อพยพลี้ภัย ก็เป็นผู้ก่อการร้าย สงครามที่ลิเบีย อเมริกาอ้างสาเหตุว่า กัดดาฟีก็เป็นเผด็จการอีกเช่นกัน จำเป็นต้องกำจัด แล้วลิเบีย ประเทศที่อเมริกากล่าวหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ลิเบียมีสวัสดิการทางสังคมดีที่สุดในตะวันออกกลาง และสวัสดิการหลายอย่าง อาจจะดีกว่าอเมริกาและพวกตะวันตกเสียอีก ก็กลายเป็นเมืองแตก ไม่ต่างกับอิรัค และชุกชุมไปด้วยผู้ก่อการร้าย อาวุธที่กัดดาฟีสะสมเอาไว้ให้พรรคพวกแถวอาฟริกา และตะวันออกกลาง ใช้สู้กับพวกตะวันตกที่มารังแก ถูกอเมริกากวาดไปเกลี้ยง และที่หมายปลายทางของอาวุธร้ายนั้น กลับไปอยู่ในมือ ของอัลไคด้า กับไอซิส ที่อยู่ในอิรัค และซีเรีย เออ มันอะไรกัน สงครามที่ซีเรีย สู้กันมานี่ ขึ้นปีที่ 5 แล้ว ซีเรียกลายเป็นสนามรบของสงครามกลางเมือง ด้วยเหตุผลที่ผมพยายามทำความเข้าใจ อเมริกาบอกว่ารัฐบาลอัสสาดเป็นเผด็จการ ทารุณต่อประชาชน จนเกิดกลุ่มกบฏที่ ไม่เอารัฐบาล กลุ่มกบฏนี้ ได้รับการสนับสนุนทั้งอาวุธและเงินทุน จากโต้โผใหญ่ฝ่ายอิสลามสุนนี่ คือ ซาอุดิอารเบีย การ์ตา คูเวต จอร์แดน และบรรดา ชาวอ่าวทั้งหลายในตะวันออกกลางที่เป็นสุนนี่ ในที่สุด ซีเรียก็กลายมาเป็นสนามสงครามตัวแทน ระหว่างอิสลาม 2 นิกาย สุนนี่สนับสนุนฝ่ายกบฏ ส่วนชีอ่ะสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลอัสสาด นอกจากนี้ยังมี อิสราเอล กับตุรกี ที่สนับสนุน ฝ่ายกบฏซีเรีย ด้วยเหตุผลทางการเมือง และผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ทั้งหมด ก็อยู่ภายใต้การกำกับการแสดงของอเมริกากับพวกตะวันตก แล้วอเมริกากับพวกตะวันตก เกี่ยวพันกันกับพวกที่เรียกว่า “กลุ่มกบฏซีเรีย” ขนาดไหน สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 28 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 391 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 1

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 1
    ปลายฝนต้นหนาว เรื่องราวใหญ่ๆทยอยเกิดขึ้น เหมือนมีไอ้จัญไรที่ไหน ตั้งใจก่อเหตุให้เป็นไปตามแผน….
    เริ่มด้วยเครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกยิงตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ ภายหลังมีหลักฐานอ้างว่าเป็นกลุ่มไอซิส ISIS ตามมาด้วยที่ฝรั่งเศส ระหว่างที่ชาวปารีสกำลังพักผ่อนหลังเลิกงานในคืนวันศุกร์ ก็ถูกผู้ก่อการร้าย ที่อ้างว่าเป็นไอซิส ล้อมยิงไล่ยิงกลางกรุงปารีสไม่รู้กี่จุด ทำเอาชาวฝรั่งเศสตายร้อยกว่าคน
    ทางการตามล่าไอซิสที่ว่าเป็นตัวการ แต่หนีไปกบดานถึงกรุงบรัสเซลล์ การไล่จับไอซิสที่บรัสเซลล์ ทำเอาบรัสเซลล์ต้องยกระดับภัยก่อการร้ายขึ้นไปสูงสุด
    ชาวฝรั่งเศสขวัญยังไม่เข้าที่ ส่วนชาวบรัสเซล์ก็ยังไม่หายงุนงงตกใจ จับหัวไม่ชนปลาย ดันมีข่าวใหม่เกิดขึ้นมาอีกว่า มีผู้ก่อการร้ายบุกเข้าไปในโรงแรมหรูที่ มาลี อาฟริกา จับเอาแขกโรงแรมเป็นตัวประกัน คราวนี้บอกไม่ใช่ไอซิส แต่เป็นผู้ก่อการร้ายพันธุ์อะไรไม่รู้ข่าวมั่วจัง แต่ว่ามีคนตายร่วมยี่สิบ สื่อตะวันตกออกข่าวออกน้อยมาก เพราะใบสั่งบอกว่า อัดฝรั่งเศสกับบรัสเซลล์ ให้หนักๆก่อน
    ผมนอนตามข่าวไปเรื่อยๆ คิดจะเขียนนิทานต่อ แต่ใจอยากจะดูอะไรอีกนิด ให้แน่ใจ
    แล้วเมื่อวานซืน (24 พ.ย.) ไอ้อีกนิด…. ก็เกิดขึ้น นักบินตุรกี ยิงเครื่องบินซูกอยของคุณพี่ปูตินร่วงไปหนึ่งลำ รัสเซียอ้างว่า เป็นการยิงในขณะที่เครื่องบินรัสเซีย กำลังบินอยู่ในเขตซีเรีย แต่ตุรกีก็อ้างว่า อยู่ในเขตตุรกี ใครอ้างอย่างไร ในที่สุดหลักฐานคงออกมาบอกเอง แต่ที่ผมสะกิดใจ คุณพี่ปูตินบอกว่า รายการนี้ เหมือน “ถูกแทงข้างหลัง….”
    คำพูดแบบนี้ นักเลงเขาไม่พูดกันง่ายๆ และเมื่อพูดแล้ว ไม่รู้เหตุการณ์ที่เกี่ยวพัน ทั้งทางตรงทางอ้อม จะเป็นอย่างไร เสียวครับ
    เรื่องราวทั้งหมดที่เขียนข้างต้น เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน นับว่าเป็นการเดินเรื่องที่เร็วมาก คำถามคือ เรื่องทั้งหมดเกี่ยวกันไหม ผมว่าเกี่ยว อาจมีบางท่านคิดว่า ที่ มาลีไม่เกี่ยวกัน แต่ผมว่ามันเกี่ยวกันทั้งนั้น
    ….ตอนนี้ คนที่กำลังนั่งเก้าอี้ร้อน ควันออกตูด ไม่ใช่ชื่อปูติน แต่เป็นลุงโอลอง ที่แม้อากาศแถวยุโรปจะเริ่มเย็นลง แต่เหงื่อหัวล้านของลุงโอลองออกจนซับไม่ทัน โอ้ย… ปวดใจนัก เจ็บใจลึก เสียงเหมือนลุงโอลองกำลังครวญคราง
    ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส เล่นแรงเหลือเกิน เหมือน เสาร์ 31 ตุลา ที่อียิปต์เลย แต่ในความเหมือน ก็มีความต่างอย่างน่าคิด
    เสาร์ 31 ตุลา เครื่องบินรัสเซียตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งลำจำนวน 224 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซีย ไม่กี่วัน หลังจากที่เครื่องตก สื่ออังกฤษ รวมทั้งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมายืนยันว่า เป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย หลังจากนั้น อเมริกาออกมาประทับตราว่า โอกาสที่ไม่ใช่ฝีมือผู้ก่อการร้าย แทบไม่มีเลย สื่อตะวันตก รายงานข่าวทั้งวัน แต่รัสเซียกับอียิปต์ ยังขอสงวนสิทธิ ไม่ลงความเห็น รอหลักฐานที่ชัดเจนก่อน
    ข่าวเสาร์ 31 ตุลา ที่สื่อตะวันตกรายงาน มีแต่ภาพซากเครื่องบินตก ถ่ายซ้ำไม่กี่ภาพ กับภาพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ กำลังเข้าคิวยาวอยู่ที่สนามบินในอียิปต์ รวมทั้งรายการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวอังกฤษว่า ลำบากมากไหม ทางการอียิปต์มาดูแลไหม ส่วนนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวรัสเซีย และก็เป็นลูกค้าขาใหญ่ของอียิปต์ตอนนี้ และน่าจะอยู่ในสภาพขวัญฝ่อ สื่อตะวันตกทำข่าวให้นิดหน่อยอย่างเสียไม่ได้
    ผ่านไปเกือบ 7 วัน คงเพิ่งนึกออกว่า เออมีชาวรัสเซียตายตั้งแยะว่ะ สื่อตะวันตกเลยทำข่าวเพิ่มให้อีกนิด หลังจากนั้น จึงทำข่าวพิธีสวดไว้อาลัยในโบสถ์ที่รัสเซีย ไม่มีการถ่ายทอดข่าวผู้นำชาติไหนออกมาแถลงข่าวเสียใจ หลังจากเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมงว่า เราอยู่เคียงข้างรัสเซียในคราวเคราะห์ร้ายหนักครั้งนี้ ไม่มีใครเปลี่ยนหน้าเฟซ เป็นรูปธงชาติรัสเซีย ชีวิตคนเหมือนมีค่า ตามแต่สื่อจะชึ้นำ…
    แต่ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส คงจะยังเป็นข่าว ที่สื่อตะวันตกเล่นต่ออีกพักใหญ่ หลังจากเริ่มรายงานกันแบบเรียลไทม์เกือบทั้งวันมาเกือบเดือนแล้ว ทุกวัน CNN ส่งทีมนักข่าวเบอร์ใหญ่มายื่นพล่ามเอง ปลุกมาหมด และเหมือนเดิม สื่ออังกฤษ รายงานเปรี้ยงก่อนเพื่อนว่า น่าจะเป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย ก่อนที่ไอซิสจะออกมาสมอ้าง
    อเมริการับลูก ไอซิสชั่วช้าเลวมาก เลวจนน่าคลื่นไส้ นักวิเคราะห์เปลี่ยนหน้ามาออกความเห็นกันทุกวันว่า ไอซิสทำ ไอซิสทำ และไอซิสก็รีบส่งคำขู่ว่า ป้ายหน้าแวะเยี่ยมวอชิงตันแน่นอน โอ้ย น่ากลัวจัง….
    วันที่ 16 พฤศจิกายน ลุงโอลอง เข้าไปแถลงในรัฐสภาฝรั่งเศส ด้วยสีหน้าเครียด ถึงความโหดของไอซิส และทำให้ฝรั่งเศส จำเป็นต้องประกาศสงคราม… กับไอซิส และขอประกาศภาวะฉุกเฉินต่อไปอีก 3 เดือน ….เราต้องเข้มแข็ง เราต้องจับมือกัน เราต้องเอาชนะ กวาดไอซิสให้เกลี้ยง…. เป็นการพูดที่เข้ม เครียด ลุงโอลองพูดเสร็จ ทั้งสภาลุกขึ้นยืนตบมือ และตามด้วยร้องเพลงชาติร่วมกัน
    ผมดูข่าวด้วยความสงสาร เศร้าใจ และเหนื่อยหน่าย
    ก่อนหน้าจะเข้าไปแถลงที่รัฐสภา หลังจากเกิดเหตุหมาดๆที่ปารีส ท่านใบตองแห้งกำชับลุงโอลองว่า อย่ามัวแต่ลอยชาย ต้องรีบไปบอมบ์ถล่มที่มั่นไอซิส ที่ซีเรีย ด่วนเลยนะ เดี๋ยวเขาจะว่าฝรั่งเศสแหย หรือแตกคอก …. วันรุ่งขึ้น ลุงโอลองรีบส่งเครื่องบินเจ็ท 20 ลำไปถล่มที่มั่นไอซิสในซีเรีย ไม่รู้กี่แห่ง
    ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว CNN ต่างประสานเสียงว่า งานข่าวกรองฝรั่งเศสห่วยแตกมาก ปล่อยให้เกิดเรื่องขนาดนี้โดยไม่รู้ตัวล่วงหน้าเลยเหรอ ฝรั่งเศสบอกรู้ แต่ไม่หมด
    รายการเครื่องบินโดยสารรัสเซียตกก็เหมือนกัน อังกฤษดูเหมือนรู้ดีจัง ออกมาว่าเป็นฉากๆ แถมบอกอีกว่า สงสัยข่าวกรองรัสเซียทำไมไม่รู้ข่าว คุณพี่ปูตินอัดกลับอังกฤษ ….คุณรู้ข่าวก่อน ทำไมคุณไม่บอกเราล่วงหน้า คุณปล่อยให้เครื่องเราตกก่อน แล้วค่อยบอกที่หลัง ว่ารู้ข่าวก่อนแล้วอย่างนั้นหรือ เล่นถามผ่าหน้าแบบนี้ อังกฤษก็จีบปากตอแหลต่อไม่ออก
    แต่ลุงโอลองไม่เหมือนกับคุณพี่ปูติน สงสัยยังตั้งตัวไม่ติด หรืออะไร มันยังติดคอ นักข่าว CNN เลยถือโอกาสเติมฟืน ระหว่างกำลังรายงานสด เห็นภาพชาวฝรั่งเศสที่กำลังยืนไว้อาลัยบ้าง เอาดอกไม้มาวางที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุ แล้วอยู่ดีๆ ฝูงชนเหล่านั้น ก็หน้าตื่นหันไปมา หลังจากนั้นพร้อมใจกัน ขวาหัน วิ่งตั้บๆๆๆ หน้าตื่นหายไปทั้งฝูง เหมือนถูกอะไรไล่มา
    นักข่าวรายงานว่า ไปตรวจสอบแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถามตำรวจ ก็บอกว่า ไม่รู้ว่าวิ่งหนีอะไรกัน…. ……นี่เห็นไหม ขนาดตำรวจนะ ยังไม่รู้เรื่องเลย เพิ่งเกิดเหตุร้ายหยกๆ ไม่ตื่นตัว มีแต่ตื่นเต้น แบบนี้ชาวบ้านก็ขวัญเสียหมด…. อีหนูนักข่าว ด่าฉอดๆ ไม่เลิก ฮู้ย บทมันต้องเล่นทั้งจิก ทั้งบี้ ทุกเรื่องแบบนี้เลยหรือครับ
    แต่มันก็มีการหักมุมอย่างเหลือเชื่อ การประชุม จี 20 ช่วงวันที่ 15-16 พ.ย. ที่ดินแดนของนกสองหัวตุรกี ท่านใบตองแห้งยืนแถลงตอนจบ ทำหน้าเครียด (อีกแล้ว) ด่าว่าไอซิส เลวจนเกินคำบรรยาย เราต้องกำจัด ไอซิสไม่ให้เหลือ ฯลฯ ขี้เกียจเขียนยาวครับ มันก็อีหรอบเดิมนะ ด่าเช็ดไม่มีเหลือ
    ….แล้วอเมริกาจะเอายังไงคร้าบ นักข่าวถามกันเซ็งแซ่ เห็นไอซิสขู่ว่า ป้ายหน้าจะไปวอชิงตันไม่ใช่เหรอคร้าบ ….
    ท่านใบตองแห้งทำหน้าขรีม บอกว่า การเอากองทัพ(อเมริกา) เข้าไปในซีเรีย ก็คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ซีเอนเอน ของท่านใบตองแห้งเอง ถึงกับใช้ประโยคว่า … A troop in Syria would be a mistake… การเอากองทัพ(ของเรา) เข้าไปในซีเรีย จะเป็นเรื่องผิดพลาด…
    .. ..หา…. นักข่าวมองหน้ากันเลิกลั่ก กูฟังผิดหรือเปล่าวะ เฮ้ย ท่านใบตองแห้ง สงสัยหยิบโพยผิด ไหนกำลังดุเดือด บอกว่า เราต้องกำจัดไอซิสไงคร้าบ..
    ท่านใบตองแห้งบอกว่า เรากำลังหาทางออกที่ดีกว่านั้น อ้อ … แปลว่า ยังไม่มีแผน หรือยังบี้ไม่ได้ที่ …
    โอ้ย ปวดจาย… ตาย (ห่า) กันไปเท่าไหร่แล้ว 2 ประเทศ ยังไม่ถึงใจ ยังไม่ได้ที่อีกหรือคร้าบ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    27 พ.ย. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 1 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 1 ปลายฝนต้นหนาว เรื่องราวใหญ่ๆทยอยเกิดขึ้น เหมือนมีไอ้จัญไรที่ไหน ตั้งใจก่อเหตุให้เป็นไปตามแผน…. เริ่มด้วยเครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกยิงตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ ภายหลังมีหลักฐานอ้างว่าเป็นกลุ่มไอซิส ISIS ตามมาด้วยที่ฝรั่งเศส ระหว่างที่ชาวปารีสกำลังพักผ่อนหลังเลิกงานในคืนวันศุกร์ ก็ถูกผู้ก่อการร้าย ที่อ้างว่าเป็นไอซิส ล้อมยิงไล่ยิงกลางกรุงปารีสไม่รู้กี่จุด ทำเอาชาวฝรั่งเศสตายร้อยกว่าคน ทางการตามล่าไอซิสที่ว่าเป็นตัวการ แต่หนีไปกบดานถึงกรุงบรัสเซลล์ การไล่จับไอซิสที่บรัสเซลล์ ทำเอาบรัสเซลล์ต้องยกระดับภัยก่อการร้ายขึ้นไปสูงสุด ชาวฝรั่งเศสขวัญยังไม่เข้าที่ ส่วนชาวบรัสเซล์ก็ยังไม่หายงุนงงตกใจ จับหัวไม่ชนปลาย ดันมีข่าวใหม่เกิดขึ้นมาอีกว่า มีผู้ก่อการร้ายบุกเข้าไปในโรงแรมหรูที่ มาลี อาฟริกา จับเอาแขกโรงแรมเป็นตัวประกัน คราวนี้บอกไม่ใช่ไอซิส แต่เป็นผู้ก่อการร้ายพันธุ์อะไรไม่รู้ข่าวมั่วจัง แต่ว่ามีคนตายร่วมยี่สิบ สื่อตะวันตกออกข่าวออกน้อยมาก เพราะใบสั่งบอกว่า อัดฝรั่งเศสกับบรัสเซลล์ ให้หนักๆก่อน ผมนอนตามข่าวไปเรื่อยๆ คิดจะเขียนนิทานต่อ แต่ใจอยากจะดูอะไรอีกนิด ให้แน่ใจ แล้วเมื่อวานซืน (24 พ.ย.) ไอ้อีกนิด…. ก็เกิดขึ้น นักบินตุรกี ยิงเครื่องบินซูกอยของคุณพี่ปูตินร่วงไปหนึ่งลำ รัสเซียอ้างว่า เป็นการยิงในขณะที่เครื่องบินรัสเซีย กำลังบินอยู่ในเขตซีเรีย แต่ตุรกีก็อ้างว่า อยู่ในเขตตุรกี ใครอ้างอย่างไร ในที่สุดหลักฐานคงออกมาบอกเอง แต่ที่ผมสะกิดใจ คุณพี่ปูตินบอกว่า รายการนี้ เหมือน “ถูกแทงข้างหลัง….” คำพูดแบบนี้ นักเลงเขาไม่พูดกันง่ายๆ และเมื่อพูดแล้ว ไม่รู้เหตุการณ์ที่เกี่ยวพัน ทั้งทางตรงทางอ้อม จะเป็นอย่างไร เสียวครับ เรื่องราวทั้งหมดที่เขียนข้างต้น เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน นับว่าเป็นการเดินเรื่องที่เร็วมาก คำถามคือ เรื่องทั้งหมดเกี่ยวกันไหม ผมว่าเกี่ยว อาจมีบางท่านคิดว่า ที่ มาลีไม่เกี่ยวกัน แต่ผมว่ามันเกี่ยวกันทั้งนั้น ….ตอนนี้ คนที่กำลังนั่งเก้าอี้ร้อน ควันออกตูด ไม่ใช่ชื่อปูติน แต่เป็นลุงโอลอง ที่แม้อากาศแถวยุโรปจะเริ่มเย็นลง แต่เหงื่อหัวล้านของลุงโอลองออกจนซับไม่ทัน โอ้ย… ปวดใจนัก เจ็บใจลึก เสียงเหมือนลุงโอลองกำลังครวญคราง ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส เล่นแรงเหลือเกิน เหมือน เสาร์ 31 ตุลา ที่อียิปต์เลย แต่ในความเหมือน ก็มีความต่างอย่างน่าคิด เสาร์ 31 ตุลา เครื่องบินรัสเซียตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งลำจำนวน 224 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซีย ไม่กี่วัน หลังจากที่เครื่องตก สื่ออังกฤษ รวมทั้งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมายืนยันว่า เป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย หลังจากนั้น อเมริกาออกมาประทับตราว่า โอกาสที่ไม่ใช่ฝีมือผู้ก่อการร้าย แทบไม่มีเลย สื่อตะวันตก รายงานข่าวทั้งวัน แต่รัสเซียกับอียิปต์ ยังขอสงวนสิทธิ ไม่ลงความเห็น รอหลักฐานที่ชัดเจนก่อน ข่าวเสาร์ 31 ตุลา ที่สื่อตะวันตกรายงาน มีแต่ภาพซากเครื่องบินตก ถ่ายซ้ำไม่กี่ภาพ กับภาพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ กำลังเข้าคิวยาวอยู่ที่สนามบินในอียิปต์ รวมทั้งรายการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวอังกฤษว่า ลำบากมากไหม ทางการอียิปต์มาดูแลไหม ส่วนนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวรัสเซีย และก็เป็นลูกค้าขาใหญ่ของอียิปต์ตอนนี้ และน่าจะอยู่ในสภาพขวัญฝ่อ สื่อตะวันตกทำข่าวให้นิดหน่อยอย่างเสียไม่ได้ ผ่านไปเกือบ 7 วัน คงเพิ่งนึกออกว่า เออมีชาวรัสเซียตายตั้งแยะว่ะ สื่อตะวันตกเลยทำข่าวเพิ่มให้อีกนิด หลังจากนั้น จึงทำข่าวพิธีสวดไว้อาลัยในโบสถ์ที่รัสเซีย ไม่มีการถ่ายทอดข่าวผู้นำชาติไหนออกมาแถลงข่าวเสียใจ หลังจากเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมงว่า เราอยู่เคียงข้างรัสเซียในคราวเคราะห์ร้ายหนักครั้งนี้ ไม่มีใครเปลี่ยนหน้าเฟซ เป็นรูปธงชาติรัสเซีย ชีวิตคนเหมือนมีค่า ตามแต่สื่อจะชึ้นำ… แต่ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส คงจะยังเป็นข่าว ที่สื่อตะวันตกเล่นต่ออีกพักใหญ่ หลังจากเริ่มรายงานกันแบบเรียลไทม์เกือบทั้งวันมาเกือบเดือนแล้ว ทุกวัน CNN ส่งทีมนักข่าวเบอร์ใหญ่มายื่นพล่ามเอง ปลุกมาหมด และเหมือนเดิม สื่ออังกฤษ รายงานเปรี้ยงก่อนเพื่อนว่า น่าจะเป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย ก่อนที่ไอซิสจะออกมาสมอ้าง อเมริการับลูก ไอซิสชั่วช้าเลวมาก เลวจนน่าคลื่นไส้ นักวิเคราะห์เปลี่ยนหน้ามาออกความเห็นกันทุกวันว่า ไอซิสทำ ไอซิสทำ และไอซิสก็รีบส่งคำขู่ว่า ป้ายหน้าแวะเยี่ยมวอชิงตันแน่นอน โอ้ย น่ากลัวจัง…. วันที่ 16 พฤศจิกายน ลุงโอลอง เข้าไปแถลงในรัฐสภาฝรั่งเศส ด้วยสีหน้าเครียด ถึงความโหดของไอซิส และทำให้ฝรั่งเศส จำเป็นต้องประกาศสงคราม… กับไอซิส และขอประกาศภาวะฉุกเฉินต่อไปอีก 3 เดือน ….เราต้องเข้มแข็ง เราต้องจับมือกัน เราต้องเอาชนะ กวาดไอซิสให้เกลี้ยง…. เป็นการพูดที่เข้ม เครียด ลุงโอลองพูดเสร็จ ทั้งสภาลุกขึ้นยืนตบมือ และตามด้วยร้องเพลงชาติร่วมกัน ผมดูข่าวด้วยความสงสาร เศร้าใจ และเหนื่อยหน่าย ก่อนหน้าจะเข้าไปแถลงที่รัฐสภา หลังจากเกิดเหตุหมาดๆที่ปารีส ท่านใบตองแห้งกำชับลุงโอลองว่า อย่ามัวแต่ลอยชาย ต้องรีบไปบอมบ์ถล่มที่มั่นไอซิส ที่ซีเรีย ด่วนเลยนะ เดี๋ยวเขาจะว่าฝรั่งเศสแหย หรือแตกคอก …. วันรุ่งขึ้น ลุงโอลองรีบส่งเครื่องบินเจ็ท 20 ลำไปถล่มที่มั่นไอซิสในซีเรีย ไม่รู้กี่แห่ง ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว CNN ต่างประสานเสียงว่า งานข่าวกรองฝรั่งเศสห่วยแตกมาก ปล่อยให้เกิดเรื่องขนาดนี้โดยไม่รู้ตัวล่วงหน้าเลยเหรอ ฝรั่งเศสบอกรู้ แต่ไม่หมด รายการเครื่องบินโดยสารรัสเซียตกก็เหมือนกัน อังกฤษดูเหมือนรู้ดีจัง ออกมาว่าเป็นฉากๆ แถมบอกอีกว่า สงสัยข่าวกรองรัสเซียทำไมไม่รู้ข่าว คุณพี่ปูตินอัดกลับอังกฤษ ….คุณรู้ข่าวก่อน ทำไมคุณไม่บอกเราล่วงหน้า คุณปล่อยให้เครื่องเราตกก่อน แล้วค่อยบอกที่หลัง ว่ารู้ข่าวก่อนแล้วอย่างนั้นหรือ เล่นถามผ่าหน้าแบบนี้ อังกฤษก็จีบปากตอแหลต่อไม่ออก แต่ลุงโอลองไม่เหมือนกับคุณพี่ปูติน สงสัยยังตั้งตัวไม่ติด หรืออะไร มันยังติดคอ นักข่าว CNN เลยถือโอกาสเติมฟืน ระหว่างกำลังรายงานสด เห็นภาพชาวฝรั่งเศสที่กำลังยืนไว้อาลัยบ้าง เอาดอกไม้มาวางที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุ แล้วอยู่ดีๆ ฝูงชนเหล่านั้น ก็หน้าตื่นหันไปมา หลังจากนั้นพร้อมใจกัน ขวาหัน วิ่งตั้บๆๆๆ หน้าตื่นหายไปทั้งฝูง เหมือนถูกอะไรไล่มา นักข่าวรายงานว่า ไปตรวจสอบแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถามตำรวจ ก็บอกว่า ไม่รู้ว่าวิ่งหนีอะไรกัน…. ……นี่เห็นไหม ขนาดตำรวจนะ ยังไม่รู้เรื่องเลย เพิ่งเกิดเหตุร้ายหยกๆ ไม่ตื่นตัว มีแต่ตื่นเต้น แบบนี้ชาวบ้านก็ขวัญเสียหมด…. อีหนูนักข่าว ด่าฉอดๆ ไม่เลิก ฮู้ย บทมันต้องเล่นทั้งจิก ทั้งบี้ ทุกเรื่องแบบนี้เลยหรือครับ แต่มันก็มีการหักมุมอย่างเหลือเชื่อ การประชุม จี 20 ช่วงวันที่ 15-16 พ.ย. ที่ดินแดนของนกสองหัวตุรกี ท่านใบตองแห้งยืนแถลงตอนจบ ทำหน้าเครียด (อีกแล้ว) ด่าว่าไอซิส เลวจนเกินคำบรรยาย เราต้องกำจัด ไอซิสไม่ให้เหลือ ฯลฯ ขี้เกียจเขียนยาวครับ มันก็อีหรอบเดิมนะ ด่าเช็ดไม่มีเหลือ ….แล้วอเมริกาจะเอายังไงคร้าบ นักข่าวถามกันเซ็งแซ่ เห็นไอซิสขู่ว่า ป้ายหน้าจะไปวอชิงตันไม่ใช่เหรอคร้าบ …. ท่านใบตองแห้งทำหน้าขรีม บอกว่า การเอากองทัพ(อเมริกา) เข้าไปในซีเรีย ก็คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ซีเอนเอน ของท่านใบตองแห้งเอง ถึงกับใช้ประโยคว่า … A troop in Syria would be a mistake… การเอากองทัพ(ของเรา) เข้าไปในซีเรีย จะเป็นเรื่องผิดพลาด… .. ..หา…. นักข่าวมองหน้ากันเลิกลั่ก กูฟังผิดหรือเปล่าวะ เฮ้ย ท่านใบตองแห้ง สงสัยหยิบโพยผิด ไหนกำลังดุเดือด บอกว่า เราต้องกำจัดไอซิสไงคร้าบ.. ท่านใบตองแห้งบอกว่า เรากำลังหาทางออกที่ดีกว่านั้น อ้อ … แปลว่า ยังไม่มีแผน หรือยังบี้ไม่ได้ที่ … โอ้ย ปวดจาย… ตาย (ห่า) กันไปเท่าไหร่แล้ว 2 ประเทศ ยังไม่ถึงใจ ยังไม่ได้ที่อีกหรือคร้าบ…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 27 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 430 มุมมอง 0 รีวิว
  • “ยึดพื้นที่ได้ ไม่ได้แปลว่าพื้นที่ปลอดภัย” — นี่คือความจริงของสนามรบยุคใหม่ที่ประชาชนควรเข้าใจ
    .
    กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภาพหลักฐานการตรวจพบกับระเบิดและทุ่นระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ “เนิน 350” สะท้อนข้อเท็จจริงสำคัญของการปฏิบัติการทางทหารว่า แม้จะสามารถเข้าควบคุมและยึดพื้นที่เป้าหมายได้แล้ว แต่การรุกคืบต่อไปกลับไม่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน
    .
    ในทางทหาร ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “ความฝืดในสนามรบ” หมายถึงปัจจัยที่ทำให้การปฏิบัติการชะลอตัว แม้ฝ่ายหนึ่งจะได้เปรียบเชิงพื้นที่แล้วก็ตาม โดยกรณีของเนิน 350 ปัจจัยหลักคือสนามทุ่นระเบิดและกับระเบิดแสวงเครื่องที่ถูกฝังและพรางไว้ทั้งใต้ดินและบนผิวพื้นที่
    .
    แม้พื้นที่จะอยู่ในการควบคุมของฝ่ายเราแล้ว แต่ยังไม่ถือว่าปลอดภัย กำลังพลไม่สามารถเคลื่อนย้าย เสริมกำลัง หรือใช้ยุทโธปกรณ์หนัก เช่น รถถัง ยานเกราะ รวมถึงการลำเลียงเวชภัณฑ์ได้อย่างอิสระ ทุกย่างก้าวต้องหยุดหรือชะลอ เพื่อรอการเข้าพื้นที่ของทหารช่างในการตรวจค้น กู้ และทำลายทุ่นระเบิดอย่างเป็นขั้นตอนและรอบคอบ
    .
    กับระเบิดคือภัยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มีอานุภาพร้ายแรงถึงชีวิต เพียงก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียทันที ทำให้การรบต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด แม้จะเป็นพื้นที่ที่ยึดครองได้แล้วก็ตาม
    .
    ผลที่ตามมาคือ
    – การรุกต้องชะลอลง ไม่สามารถเร่งปฏิบัติการได้
    – การใช้พื้นที่ยังจำกัด ไม่อาจเคลื่อนกำลังหรือยุทโธปกรณ์ได้เต็มที่
    – เพิ่มภาระด้านความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่
    ..
    ทั้งนี้ ความล่าช้าในสนามรบไม่ได้สะท้อนถึงความอ่อนแอของกองกำลัง หากแต่เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์อย่างรับผิดชอบ เพื่อรักษาชีวิตกำลังพล ลดการสูญเสียที่ไม่จำเป็น และควบคุมสถานการณ์อย่างรอบคอบที่สุด
    .
    สนามรบที่เต็มไปด้วยทุ่นระเบิด คือสนามรบที่แม้จะมีชัยเหนือข้าศึกแล้ว ก็ยังไม่อาจประมาทได้ ทุกตารางเมตรอาจแฝงอันตราย และทุกนาทีที่การปฏิบัติการช้าลง คือความพยายามรักษาชีวิตของทหารแนวหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ
    .
    นี่คือความจริงของ “ความฝืดในสนามรบ” ที่สังคมควรรับรู้และทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้
    .
    อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123773
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #เนิน350 #สนามรบ #ความมั่นคง #ข่าววิเคราะห์
    “ยึดพื้นที่ได้ ไม่ได้แปลว่าพื้นที่ปลอดภัย” — นี่คือความจริงของสนามรบยุคใหม่ที่ประชาชนควรเข้าใจ . กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภาพหลักฐานการตรวจพบกับระเบิดและทุ่นระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ “เนิน 350” สะท้อนข้อเท็จจริงสำคัญของการปฏิบัติการทางทหารว่า แม้จะสามารถเข้าควบคุมและยึดพื้นที่เป้าหมายได้แล้ว แต่การรุกคืบต่อไปกลับไม่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน . ในทางทหาร ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “ความฝืดในสนามรบ” หมายถึงปัจจัยที่ทำให้การปฏิบัติการชะลอตัว แม้ฝ่ายหนึ่งจะได้เปรียบเชิงพื้นที่แล้วก็ตาม โดยกรณีของเนิน 350 ปัจจัยหลักคือสนามทุ่นระเบิดและกับระเบิดแสวงเครื่องที่ถูกฝังและพรางไว้ทั้งใต้ดินและบนผิวพื้นที่ . แม้พื้นที่จะอยู่ในการควบคุมของฝ่ายเราแล้ว แต่ยังไม่ถือว่าปลอดภัย กำลังพลไม่สามารถเคลื่อนย้าย เสริมกำลัง หรือใช้ยุทโธปกรณ์หนัก เช่น รถถัง ยานเกราะ รวมถึงการลำเลียงเวชภัณฑ์ได้อย่างอิสระ ทุกย่างก้าวต้องหยุดหรือชะลอ เพื่อรอการเข้าพื้นที่ของทหารช่างในการตรวจค้น กู้ และทำลายทุ่นระเบิดอย่างเป็นขั้นตอนและรอบคอบ . กับระเบิดคือภัยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มีอานุภาพร้ายแรงถึงชีวิต เพียงก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียทันที ทำให้การรบต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด แม้จะเป็นพื้นที่ที่ยึดครองได้แล้วก็ตาม . ผลที่ตามมาคือ – การรุกต้องชะลอลง ไม่สามารถเร่งปฏิบัติการได้ – การใช้พื้นที่ยังจำกัด ไม่อาจเคลื่อนกำลังหรือยุทโธปกรณ์ได้เต็มที่ – เพิ่มภาระด้านความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ .. ทั้งนี้ ความล่าช้าในสนามรบไม่ได้สะท้อนถึงความอ่อนแอของกองกำลัง หากแต่เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์อย่างรับผิดชอบ เพื่อรักษาชีวิตกำลังพล ลดการสูญเสียที่ไม่จำเป็น และควบคุมสถานการณ์อย่างรอบคอบที่สุด . สนามรบที่เต็มไปด้วยทุ่นระเบิด คือสนามรบที่แม้จะมีชัยเหนือข้าศึกแล้ว ก็ยังไม่อาจประมาทได้ ทุกตารางเมตรอาจแฝงอันตราย และทุกนาทีที่การปฏิบัติการช้าลง คือความพยายามรักษาชีวิตของทหารแนวหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ . นี่คือความจริงของ “ความฝืดในสนามรบ” ที่สังคมควรรับรู้และทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ . อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123773 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #เนิน350 #สนามรบ #ความมั่นคง #ข่าววิเคราะห์
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 433 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประหาร!! โดรนป่วนสนามบิน : [Biz Talk]
    โทษสูงสุด ‘ประหารชีวิต’ อย่าคิดบินโดรนรบกวนการบิน ซึ่งเป็นเขตความมั่นคงสูงสุด/ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บูรณาการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ป้องกันการลักลอบใช้ โดรน ในพื้นที่รอบสนามบิน ย้ำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังไม่เข้าเขตการบิน /การขึ้น–ลงของอากาศยาน ตารางเที่ยวบิน การให้บริการผู้โดยสาร ยังปกติ
    ประหาร!! โดรนป่วนสนามบิน : [Biz Talk] โทษสูงสุด ‘ประหารชีวิต’ อย่าคิดบินโดรนรบกวนการบิน ซึ่งเป็นเขตความมั่นคงสูงสุด/ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บูรณาการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ป้องกันการลักลอบใช้ โดรน ในพื้นที่รอบสนามบิน ย้ำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังไม่เข้าเขตการบิน /การขึ้น–ลงของอากาศยาน ตารางเที่ยวบิน การให้บริการผู้โดยสาร ยังปกติ
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 300 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณีอากาศยานเฮลิคอปเตอร์แบบ ฮ.ท.212 ของกองทัพบก ประสบเหตุจำเป็นต้องลงฉุกเฉิน ขณะร่อนลง ณ สนามบินสุรินทร์ภักดี จังหวัดสุรินทร์ เมื่อเวลาประมาณ 17.19 น. วันที่ 22 ธันวาคม 2568

    จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้กำลังพลประจำอากาศยานได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยรวม 4 นาย เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมสถานการณ์และให้การช่วยเหลือโดยทันที ไม่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่แต่อย่างใด

    ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดถูกนำส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน โดยอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และอาการโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย

    ทั้งนี้ สาเหตุของเหตุการณ์อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ตามระเบียบและขั้นตอนของกองทัพบก เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นธรรมในทุกมิติ โดยกองทัพภาคที่ 2 จะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

    อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123388

    #News1live #News1 #กองทัพภาคที่2 #ฮ.เบลล์212 #สุรินทร์
    กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณีอากาศยานเฮลิคอปเตอร์แบบ ฮ.ท.212 ของกองทัพบก ประสบเหตุจำเป็นต้องลงฉุกเฉิน ขณะร่อนลง ณ สนามบินสุรินทร์ภักดี จังหวัดสุรินทร์ เมื่อเวลาประมาณ 17.19 น. วันที่ 22 ธันวาคม 2568 จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้กำลังพลประจำอากาศยานได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยรวม 4 นาย เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมสถานการณ์และให้การช่วยเหลือโดยทันที ไม่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่แต่อย่างใด ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดถูกนำส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน โดยอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และอาการโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ทั้งนี้ สาเหตุของเหตุการณ์อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ตามระเบียบและขั้นตอนของกองทัพบก เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นธรรมในทุกมิติ โดยกองทัพภาคที่ 2 จะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123388 #News1live #News1 #กองทัพภาคที่2 #ฮ.เบลล์212 #สุรินทร์
    Like
    Love
    4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 507 มุมมอง 0 รีวิว
  • “อาจารย์ช้าง” ออกโรงวิจารณ์ระบบการศึกษาไทย หลังพบข้อสอบแข่งขันวิทยาศาสตร์ระดับ ป.5 ใช้เนื้อหาฟิสิกส์ ม.4 ทั้งการแตกแรงเวกเตอร์ กฎของนิวตัน และตรีโกณมิติ ชี้ไม่ใช่ความเก่งของเด็ก แต่คือความล้มเหลวของผู้ใหญ่ที่ออกแบบการวัดผลผิดวัย

    อาจารย์ช้างระบุ ข้อสอบลักษณะนี้ไม่ได้วัดไหวพริบหรือการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ แต่กำลังวัดเพียงว่า “ใครมีเงินเรียนพิเศษล่วงหน้าได้มากกว่า” ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำ และเปลี่ยนสนามแข่งขันทางปัญญาให้กลายเป็นการแข่งขันทางฐานะครอบครัว

    พร้อมเตือนว่าการออกข้อสอบยากเกินหลักสูตร คือวิธีที่มักง่ายที่สุดของผู้ออกข้อสอบ และกำลังทำลายทั้งความมั่นใจ ความรักในการเรียนรู้ และความเชื่อของเด็กว่า ความพยายามมีความหมาย

    อาจารย์ช้างย้ำว่า การศึกษาที่ดีไม่ใช่ทำให้เด็ก “อึ้ง” แต่ต้องทำให้เด็ก “คิดได้” ในระดับวัยของเขา หากระบบยังยึดติดว่าข้อสอบยากคือเด็กเก่ง สังคมอาจได้ผู้ใหญ่ที่ท่องสูตรได้เร็ว แต่ไม่เข้าใจความยุติธรรมของสังคมในวันข้างหน้า

    อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123397

    #News1live #News1 #การศึกษาไทย #ข้อสอบผิดวัย #ความเหลื่อมล้ำ #เด็กไม่ใช่ปัญหา
    “อาจารย์ช้าง” ออกโรงวิจารณ์ระบบการศึกษาไทย หลังพบข้อสอบแข่งขันวิทยาศาสตร์ระดับ ป.5 ใช้เนื้อหาฟิสิกส์ ม.4 ทั้งการแตกแรงเวกเตอร์ กฎของนิวตัน และตรีโกณมิติ ชี้ไม่ใช่ความเก่งของเด็ก แต่คือความล้มเหลวของผู้ใหญ่ที่ออกแบบการวัดผลผิดวัย อาจารย์ช้างระบุ ข้อสอบลักษณะนี้ไม่ได้วัดไหวพริบหรือการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ แต่กำลังวัดเพียงว่า “ใครมีเงินเรียนพิเศษล่วงหน้าได้มากกว่า” ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำ และเปลี่ยนสนามแข่งขันทางปัญญาให้กลายเป็นการแข่งขันทางฐานะครอบครัว พร้อมเตือนว่าการออกข้อสอบยากเกินหลักสูตร คือวิธีที่มักง่ายที่สุดของผู้ออกข้อสอบ และกำลังทำลายทั้งความมั่นใจ ความรักในการเรียนรู้ และความเชื่อของเด็กว่า ความพยายามมีความหมาย อาจารย์ช้างย้ำว่า การศึกษาที่ดีไม่ใช่ทำให้เด็ก “อึ้ง” แต่ต้องทำให้เด็ก “คิดได้” ในระดับวัยของเขา หากระบบยังยึดติดว่าข้อสอบยากคือเด็กเก่ง สังคมอาจได้ผู้ใหญ่ที่ท่องสูตรได้เร็ว แต่ไม่เข้าใจความยุติธรรมของสังคมในวันข้างหน้า อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123397 #News1live #News1 #การศึกษาไทย #ข้อสอบผิดวัย #ความเหลื่อมล้ำ #เด็กไม่ใช่ปัญหา
    Like
    Love
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 452 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทภ.2 เผยผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย-ภูมะเขือ ยังคงมีการปะทะกันตลอดทั้งวันด้วยอาวุธประจำกายและอาวุธหนัก ไทยย้ำโบราณสถานไม่ใช่สนามรบ ยืนยันไทยใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ ปฏิบัติการทั้งหมดเป็นการป้องกันตนเอง
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123062

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    ทภ.2 เผยผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย-ภูมะเขือ ยังคงมีการปะทะกันตลอดทั้งวันด้วยอาวุธประจำกายและอาวุธหนัก ไทยย้ำโบราณสถานไม่ใช่สนามรบ ยืนยันไทยใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ ปฏิบัติการทั้งหมดเป็นการป้องกันตนเอง . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000123062 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    2
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 562 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts