• โดรน 3D‑Printed ที่เร็วที่สุดในโลก! พุ่งทะลุ 408 mph ทำลายสถิติโลกอีกครั้ง

    โดรน Peregreen V4 ที่สร้างโดยวิศวกรและยูทูบเบอร์ Luke Maximo Bell ร่วมกับคุณพ่อ ได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ว่าเป็น โดรนที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วเฉลี่ยสองรันที่ 657 km/h และความเร็วสูงสุดพร้อมแรงลมส่งที่ 408 mph (659 km/h) ความสำเร็จนี้ทำให้ทั้งคู่กลับมาครองตำแหน่งอีกครั้ง หลังจากถูกทำลายสถิติโดยวิศวกรออสเตรเลีย Ben Biggs ในปีที่ผ่านมา

    โครงสร้าง 3D‑Printed เต็มรูปแบบ + การออกแบบอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง
    ตัวโดรนถูกพิมพ์ด้วย Bambu Lab H2D โดยใช้วัสดุหลายชนิด เช่น PETG, PA6‑CF และ TPU เพื่อให้ได้ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และทนความร้อนตามต้องการ โครงสร้างถูกพิมพ์เป็นชิ้นเดียวเพื่อให้ผิวเรียบและลดแรงต้านอากาศอย่างมาก ทีมงานใช้ CFD (Computational Fluid Dynamics) และแพลตฟอร์ม AirShaper เพื่อปรับแต่งรูปทรงให้ลู่ลมที่สุด ก่อนจะขัดและขัดเงาเพื่อให้ได้ผิวที่สมบูรณ์แบบ

    มอเตอร์ T‑Motor 3120 + ใบพัดปรับแต่งพิเศษ = ความเร็วระดับจรวด
    ทีมงานทดสอบมอเตอร์หลายรุ่น เช่น AOS Supernova และ AMX 2826 ก่อนเลือก T‑Motor 3120 เพราะให้ความเสถียรด้านอุณหภูมิและไม่เกิดการสึกหรอระหว่างทดสอบ พวกเขายังเพิ่มค่า KV จาก 800 เป็น 900 เพื่อให้รอบสูงขึ้นและทำความเร็วปลายได้มากกว่าเดิม ใบพัดถูกตัดจากขนาด 7×5 นิ้วเหลือประมาณ 6 นิ้วเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพที่ความเร็วสูงมากๆ

    มากกว่าสถิติ — เป็นสัญลักษณ์ของยุค DIY ที่พัฒนาเร็วแบบก้าวกระโดด
    Peregreen V4 แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีระดับอากาศยานที่เคยต้องใช้ห้องแลปเฉพาะทาง ตอนนี้สามารถทำได้ด้วย 3D printer บนโต๊ะทำงาน + ซอฟต์แวร์จำลอง + ความพยายามไม่ย่อท้อ โลกของ DIY drone กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ความเร็วระดับ 600–700 km/h อาจกลายเป็นมาตรฐาน และ Luke เองก็ทิ้งท้ายว่า “สถิตินี้ไม่น่าจะอยู่ได้นาน” เพราะเขาคาดหวังให้คนอื่นทำลายมันในเร็วๆ นี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สถิติใหม่ระดับโลก
    ความเร็วสูงสุด 659 km/h และเฉลี่ยสองรัน 657 km/h
    เร็วกว่าเจ้าของสถิติก่อนหน้า 14 km/h

    เทคโนโลยีและการออกแบบ
    โครงสร้าง 3D‑printed เต็มรูปแบบด้วย Bambu Lab H2D
    ใช้ CFD และ AirShaper ปรับอากาศพลศาสตร์
    มอเตอร์ T‑Motor 3120 + ใบพัดปรับแต่งพิเศษ

    ข้อควรระวัง / ความท้าทาย
    ความเร็วระดับนี้ต้องการพื้นที่ทดสอบปลอดภัยสูง
    ความร้อนและแรงสั่นสะเทือนอาจทำให้ชิ้นส่วนเสียหายได้
    ต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านอากาศพลศาสตร์และอิเล็กทรอนิกส์

    สิ่งที่ต้องจับตา
    ใครจะเป็นผู้ท้าชิงสถิติรายต่อไป
    การพัฒนาใบพัดและมอเตอร์รุ่นใหม่สำหรับความเร็วเกิน 700 km/h
    บทบาทของ 3D printing ในวงการอากาศยานขนาดเล็ก

    https://www.tomshardware.com/3d-printing/fully-3d-printed-drone-capable-of-flying-at-408-mph-is-the-fastest-in-the-world-father-son-duo-reclaim-guinness-world-record-title-with-diy-quadcopter
    🚀 โดรน 3D‑Printed ที่เร็วที่สุดในโลก! พุ่งทะลุ 408 mph ทำลายสถิติโลกอีกครั้ง โดรน Peregreen V4 ที่สร้างโดยวิศวกรและยูทูบเบอร์ Luke Maximo Bell ร่วมกับคุณพ่อ ได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ว่าเป็น โดรนที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วเฉลี่ยสองรันที่ 657 km/h และความเร็วสูงสุดพร้อมแรงลมส่งที่ 408 mph (659 km/h) ความสำเร็จนี้ทำให้ทั้งคู่กลับมาครองตำแหน่งอีกครั้ง หลังจากถูกทำลายสถิติโดยวิศวกรออสเตรเลีย Ben Biggs ในปีที่ผ่านมา 🧩 โครงสร้าง 3D‑Printed เต็มรูปแบบ + การออกแบบอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง ตัวโดรนถูกพิมพ์ด้วย Bambu Lab H2D โดยใช้วัสดุหลายชนิด เช่น PETG, PA6‑CF และ TPU เพื่อให้ได้ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และทนความร้อนตามต้องการ โครงสร้างถูกพิมพ์เป็นชิ้นเดียวเพื่อให้ผิวเรียบและลดแรงต้านอากาศอย่างมาก ทีมงานใช้ CFD (Computational Fluid Dynamics) และแพลตฟอร์ม AirShaper เพื่อปรับแต่งรูปทรงให้ลู่ลมที่สุด ก่อนจะขัดและขัดเงาเพื่อให้ได้ผิวที่สมบูรณ์แบบ ⚡ มอเตอร์ T‑Motor 3120 + ใบพัดปรับแต่งพิเศษ = ความเร็วระดับจรวด ทีมงานทดสอบมอเตอร์หลายรุ่น เช่น AOS Supernova และ AMX 2826 ก่อนเลือก T‑Motor 3120 เพราะให้ความเสถียรด้านอุณหภูมิและไม่เกิดการสึกหรอระหว่างทดสอบ พวกเขายังเพิ่มค่า KV จาก 800 เป็น 900 เพื่อให้รอบสูงขึ้นและทำความเร็วปลายได้มากกว่าเดิม ใบพัดถูกตัดจากขนาด 7×5 นิ้วเหลือประมาณ 6 นิ้วเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพที่ความเร็วสูงมากๆ 🏁 มากกว่าสถิติ — เป็นสัญลักษณ์ของยุค DIY ที่พัฒนาเร็วแบบก้าวกระโดด Peregreen V4 แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีระดับอากาศยานที่เคยต้องใช้ห้องแลปเฉพาะทาง ตอนนี้สามารถทำได้ด้วย 3D printer บนโต๊ะทำงาน + ซอฟต์แวร์จำลอง + ความพยายามไม่ย่อท้อ โลกของ DIY drone กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ความเร็วระดับ 600–700 km/h อาจกลายเป็นมาตรฐาน และ Luke เองก็ทิ้งท้ายว่า “สถิตินี้ไม่น่าจะอยู่ได้นาน” เพราะเขาคาดหวังให้คนอื่นทำลายมันในเร็วๆ นี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สถิติใหม่ระดับโลก ➡️ ความเร็วสูงสุด 659 km/h และเฉลี่ยสองรัน 657 km/h ➡️ เร็วกว่าเจ้าของสถิติก่อนหน้า 14 km/h ✅ เทคโนโลยีและการออกแบบ ➡️ โครงสร้าง 3D‑printed เต็มรูปแบบด้วย Bambu Lab H2D ➡️ ใช้ CFD และ AirShaper ปรับอากาศพลศาสตร์ ➡️ มอเตอร์ T‑Motor 3120 + ใบพัดปรับแต่งพิเศษ ‼️ ข้อควรระวัง / ความท้าทาย ⛔ ความเร็วระดับนี้ต้องการพื้นที่ทดสอบปลอดภัยสูง ⛔ ความร้อนและแรงสั่นสะเทือนอาจทำให้ชิ้นส่วนเสียหายได้ ⛔ ต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านอากาศพลศาสตร์และอิเล็กทรอนิกส์ ‼️ สิ่งที่ต้องจับตา ⛔ ใครจะเป็นผู้ท้าชิงสถิติรายต่อไป ⛔ การพัฒนาใบพัดและมอเตอร์รุ่นใหม่สำหรับความเร็วเกิน 700 km/h ⛔ บทบาทของ 3D printing ในวงการอากาศยานขนาดเล็ก https://www.tomshardware.com/3d-printing/fully-3d-printed-drone-capable-of-flying-at-408-mph-is-the-fastest-in-the-world-father-son-duo-reclaim-guinness-world-record-title-with-diy-quadcopter
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Fully 3D-printed drone capable of flying at 408 mph is the fastest in the world
    The Peregreen V4 reclaimed the world’s fastest drone title after pushing past a rival’s 626 kmph record.
    0 Comments 0 Shares 4 Views 0 Reviews
  • Can You Optimise Love? – เมื่อเทคโนโลยีเริ่มเข้าไปแตะความสัมพันธ์มนุษย์

    บทความจาก The Star ในหมวดเทคโนโลยีมักพูดถึงการผสานระหว่างชีวิตประจำวันกับนวัตกรรมใหม่ ๆ ดังนั้นหัวข้อ “Can you optimise love?” น่าจะสำรวจแนวคิดว่าปัญญาประดิษฐ์ อัลกอริทึม และแอปต่าง ๆ สามารถ “เพิ่มประสิทธิภาพ” ความรักหรือความสัมพันธ์ได้จริงหรือไม่ ในยุคที่ข้อมูลพฤติกรรมมนุษย์ถูกเก็บ วิเคราะห์ และนำไปใช้เพื่อจับคู่หรือแนะนำวิธีรักษาความสัมพันธ์

    เนื้อหากล่าวถึงการเติบโตของแอปเดตติ้งที่ใช้ AI วิเคราะห์ความเข้ากันได้ของคู่รัก รวมถึงระบบที่ช่วยประเมินอารมณ์ การสื่อสาร หรือพฤติกรรม เพื่อให้คำแนะนำว่าควรปรับตัวอย่างไร ความรักจึงถูกมองผ่านมุมมอง “ข้อมูล” มากขึ้น ไม่ใช่แค่ความรู้สึกเพียงอย่างเดียว

    อย่างไรก็ตาม บทความประเภทนี้ก็มักตั้งคำถามเชิงจริยธรรม เช่น ความรักควรถูกวัดเป็นตัวเลขหรือไม่ การใช้ AI เพื่อประเมินคู่รักอาจทำให้ความสัมพันธ์กลายเป็น “โปรเจกต์ที่ต้อง optimize” มากกว่าการเติบโตตามธรรมชาติ และอาจสร้างแรงกดดันให้ผู้คนต้องทำตามคำแนะนำของระบบมากเกินไป

    ท้ายที่สุด เทคโนโลยีช่วยให้เราเข้าใจตัวเองและคู่รักได้ดีขึ้น แต่ไม่สามารถแทนที่ความซับซ้อนของอารมณ์มนุษย์ได้ทั้งหมด ความรักยังคงต้องการความพยายาม ความเข้าใจ และความเป็นมนุษย์ที่ไม่มีอัลกอริทึมใดจำลองได้สมบูรณ์

    สรุปประเด็นสำคัญ
    บทความสำรวจบทบาทของเทคโนโลยีในความรัก
    แอปเดตติ้งและ AI ใช้ข้อมูลเพื่อจับคู่หรือให้คำแนะนำด้านความสัมพันธ์
    การวิเคราะห์พฤติกรรมช่วยให้คู่รักเข้าใจกันมากขึ้น
    เทคโนโลยีเริ่มกลายเป็น “ที่ปรึกษา” ในชีวิตคู่

    ข้อกังวลด้านจริยธรรมและผลกระทบ
    ความรักอาจถูกลดทอนเป็นตัวเลขหรือคะแนนความเข้ากันได้
    ผู้ใช้เสี่ยงพึ่งพา AI มากเกินไปในการตัดสินใจส่วนตัว
    อัลกอริทึมอาจสร้างอคติหรือคำแนะนำที่ไม่เหมาะกับทุกคน

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/13/can-you-optimise-love
    💘 Can You Optimise Love? – เมื่อเทคโนโลยีเริ่มเข้าไปแตะความสัมพันธ์มนุษย์ บทความจาก The Star ในหมวดเทคโนโลยีมักพูดถึงการผสานระหว่างชีวิตประจำวันกับนวัตกรรมใหม่ ๆ ดังนั้นหัวข้อ “Can you optimise love?” น่าจะสำรวจแนวคิดว่าปัญญาประดิษฐ์ อัลกอริทึม และแอปต่าง ๆ สามารถ “เพิ่มประสิทธิภาพ” ความรักหรือความสัมพันธ์ได้จริงหรือไม่ ในยุคที่ข้อมูลพฤติกรรมมนุษย์ถูกเก็บ วิเคราะห์ และนำไปใช้เพื่อจับคู่หรือแนะนำวิธีรักษาความสัมพันธ์ เนื้อหากล่าวถึงการเติบโตของแอปเดตติ้งที่ใช้ AI วิเคราะห์ความเข้ากันได้ของคู่รัก รวมถึงระบบที่ช่วยประเมินอารมณ์ การสื่อสาร หรือพฤติกรรม เพื่อให้คำแนะนำว่าควรปรับตัวอย่างไร ความรักจึงถูกมองผ่านมุมมอง “ข้อมูล” มากขึ้น ไม่ใช่แค่ความรู้สึกเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม บทความประเภทนี้ก็มักตั้งคำถามเชิงจริยธรรม เช่น ความรักควรถูกวัดเป็นตัวเลขหรือไม่ การใช้ AI เพื่อประเมินคู่รักอาจทำให้ความสัมพันธ์กลายเป็น “โปรเจกต์ที่ต้อง optimize” มากกว่าการเติบโตตามธรรมชาติ และอาจสร้างแรงกดดันให้ผู้คนต้องทำตามคำแนะนำของระบบมากเกินไป ท้ายที่สุด เทคโนโลยีช่วยให้เราเข้าใจตัวเองและคู่รักได้ดีขึ้น แต่ไม่สามารถแทนที่ความซับซ้อนของอารมณ์มนุษย์ได้ทั้งหมด ความรักยังคงต้องการความพยายาม ความเข้าใจ และความเป็นมนุษย์ที่ไม่มีอัลกอริทึมใดจำลองได้สมบูรณ์ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ บทความสำรวจบทบาทของเทคโนโลยีในความรัก ➡️ แอปเดตติ้งและ AI ใช้ข้อมูลเพื่อจับคู่หรือให้คำแนะนำด้านความสัมพันธ์ ➡️ การวิเคราะห์พฤติกรรมช่วยให้คู่รักเข้าใจกันมากขึ้น ➡️ เทคโนโลยีเริ่มกลายเป็น “ที่ปรึกษา” ในชีวิตคู่ ‼️ ข้อกังวลด้านจริยธรรมและผลกระทบ ⛔ ความรักอาจถูกลดทอนเป็นตัวเลขหรือคะแนนความเข้ากันได้ ⛔ ผู้ใช้เสี่ยงพึ่งพา AI มากเกินไปในการตัดสินใจส่วนตัว ⛔ อัลกอริทึมอาจสร้างอคติหรือคำแนะนำที่ไม่เหมาะกับทุกคน https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/13/can-you-optimise-love
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Can you optimise love?
    A group of tech executives, app developers and Silicon Valley philosophers is seeking to streamline the messy matters of the heart.
    0 Comments 0 Shares 3 Views 0 Reviews
  • เฟดเดือด! โพเวลล์แถลงตอบหมายศาล DOJ ชี้เป็นแรงกดดันทางการเมืองต่อการกำหนดดอกเบี้ย

    เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ออกแถลงการณ์พิเศษหลังถูกกระทรวงยุติธรรม (DOJ) ส่งหมายศาลจากคณะลูกขุนใหญ่ พร้อมขู่ดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับคำให้การของเขาต่อคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื้อหานั้นเกี่ยวข้องกับโครงการปรับปรุงอาคารสำนักงานของเฟด ซึ่งพาวเวลล์ยืนยันว่าเฟดได้รายงานต่อสภาคองเกรสอย่างโปร่งใสแล้ว

    พาวเวลล์ระบุชัดว่า การขู่ฟ้องครั้งนี้ “ไม่ใช่เรื่องคำให้การหรือโครงการปรับปรุงอาคาร” แต่เป็นผลจากการที่เฟด “กำหนดอัตราดอกเบี้ยตามข้อมูลเศรษฐกิจ ไม่ใช่ตามความต้องการของประธานาธิบดี” เขามองว่านี่คือความพยายามกดดันเฟดให้ปรับนโยบายการเงินตามแรงทางการเมือง ซึ่งเป็นภัยต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลาง

    เขาย้ำว่าในตลอดการทำงานภายใต้ 4 รัฐบาล ทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครต เขาปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เอนเอียงทางการเมือง และจะยังคงทำงานด้วย “ความซื่อสัตย์และเพื่อประโยชน์ของประชาชนอเมริกัน” แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากฝ่ายบริหารก็ตาม

    แถลงการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในแวดวงเศรษฐกิจและการเมือง เพราะสะท้อนความตึงเครียดระหว่างฝ่ายบริหารกับธนาคารกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดและทิศทางนโยบายการเงินในปี 2026

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
    DOJ ส่งหมายศาลขู่ฟ้องพาวเวลล์เกี่ยวกับคำให้การต่อวุฒิสภา
    ประเด็นที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับโครงการปรับปรุงอาคารของเฟด
    พาวเวลล์ยืนยันว่าเฟดรายงานต่อสภาคองเกรสครบถ้วนแล้ว

    สาระสำคัญในแถลงการณ์
    พาวเวลล์ชี้ว่าการขู่ฟ้องเป็นความพยายามกดดันเฟดให้ปรับดอกเบี้ยตามการเมือง
    ย้ำความสำคัญของความเป็นอิสระของธนาคารกลาง
    ระบุว่าจะทำงานต่อไปด้วยความซื่อสัตย์และยึดประโยชน์สาธารณะ

    ความเสี่ยงและผลกระทบ
    ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลกับเฟดอาจกระทบเสถียรภาพตลาด
    ความพยายามแทรกแซงนโยบายการเงินอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน
    การดำเนินคดีอาจสร้างความไม่แน่นอนต่อทิศทางดอกเบี้ยในปี 2026

    ประเด็นที่ต้องจับตา
    ท่าทีของรัฐบาลต่อเฟดหลังแถลงการณ์นี้
    ปฏิกิริยาของตลาดการเงินและนักลงทุน
    ความคืบหน้าของกระบวนการทางกฎหมายจาก DOJ

    https://www.federalreserve.gov/newsevents/speech/powell20260111a.htm
    📰 เฟดเดือด! โพเวลล์แถลงตอบหมายศาล DOJ ชี้เป็นแรงกดดันทางการเมืองต่อการกำหนดดอกเบี้ย เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ออกแถลงการณ์พิเศษหลังถูกกระทรวงยุติธรรม (DOJ) ส่งหมายศาลจากคณะลูกขุนใหญ่ พร้อมขู่ดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับคำให้การของเขาต่อคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื้อหานั้นเกี่ยวข้องกับโครงการปรับปรุงอาคารสำนักงานของเฟด ซึ่งพาวเวลล์ยืนยันว่าเฟดได้รายงานต่อสภาคองเกรสอย่างโปร่งใสแล้ว พาวเวลล์ระบุชัดว่า การขู่ฟ้องครั้งนี้ “ไม่ใช่เรื่องคำให้การหรือโครงการปรับปรุงอาคาร” แต่เป็นผลจากการที่เฟด “กำหนดอัตราดอกเบี้ยตามข้อมูลเศรษฐกิจ ไม่ใช่ตามความต้องการของประธานาธิบดี” เขามองว่านี่คือความพยายามกดดันเฟดให้ปรับนโยบายการเงินตามแรงทางการเมือง ซึ่งเป็นภัยต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลาง เขาย้ำว่าในตลอดการทำงานภายใต้ 4 รัฐบาล ทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครต เขาปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เอนเอียงทางการเมือง และจะยังคงทำงานด้วย “ความซื่อสัตย์และเพื่อประโยชน์ของประชาชนอเมริกัน” แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากฝ่ายบริหารก็ตาม แถลงการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในแวดวงเศรษฐกิจและการเมือง เพราะสะท้อนความตึงเครียดระหว่างฝ่ายบริหารกับธนาคารกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดและทิศทางนโยบายการเงินในปี 2026 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ➡️ DOJ ส่งหมายศาลขู่ฟ้องพาวเวลล์เกี่ยวกับคำให้การต่อวุฒิสภา ➡️ ประเด็นที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับโครงการปรับปรุงอาคารของเฟด ➡️ พาวเวลล์ยืนยันว่าเฟดรายงานต่อสภาคองเกรสครบถ้วนแล้ว ✅ สาระสำคัญในแถลงการณ์ ➡️ พาวเวลล์ชี้ว่าการขู่ฟ้องเป็นความพยายามกดดันเฟดให้ปรับดอกเบี้ยตามการเมือง ➡️ ย้ำความสำคัญของความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ➡️ ระบุว่าจะทำงานต่อไปด้วยความซื่อสัตย์และยึดประโยชน์สาธารณะ ‼️ ความเสี่ยงและผลกระทบ ⛔ ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลกับเฟดอาจกระทบเสถียรภาพตลาด ⛔ ความพยายามแทรกแซงนโยบายการเงินอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ⛔ การดำเนินคดีอาจสร้างความไม่แน่นอนต่อทิศทางดอกเบี้ยในปี 2026 ‼️ ประเด็นที่ต้องจับตา ⛔ ท่าทีของรัฐบาลต่อเฟดหลังแถลงการณ์นี้ ⛔ ปฏิกิริยาของตลาดการเงินและนักลงทุน ⛔ ความคืบหน้าของกระบวนการทางกฎหมายจาก DOJ https://www.federalreserve.gov/newsevents/speech/powell20260111a.htm
    WWW.FEDERALRESERVE.GOV
    Statement from Federal Reserve Chair Jerome H. Powell
    Good evening. On Friday, the Department of Justice served the Federal Reserve with grand jury subpoenas, threatening a criminal indictment related to my testi
    0 Comments 0 Shares 3 Views 0 Reviews
  • “AMD เปิดช่องให้ FSR Redstone อาจรองรับ RDNA 3 แบบทดลอง แม้ยังยืนยันว่าออกแบบเพื่อ RDNA 4”

    AMD ส่งสัญญาณที่น่าสนใจในงาน CES 2026 เมื่อ Andrej Zdravkovic ผู้บริหารด้านซอฟต์แวร์ของบริษัทให้สัมภาษณ์กับ PCWorld โดยย้ำว่า FSR Redstone ถูกออกแบบมาสำหรับสถาปัตยกรรม RDNA 4 เท่านั้น แต่ก็ไม่ปิดประตูสำหรับการรองรับแบบ “experimental build” บน RDNA 3 ในอนาคต เนื้อหาจากหน้าเว็บชี้ว่า AMD ยังคงยึดหลักการเดิม—ฟีเจอร์ใดที่ทำให้ประสบการณ์เกมแย่ลง จะไม่ปล่อยให้ใช้งานอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางการตลาดหรือ segmentation ก็ตาม

    FSR Redstone รวมฟีเจอร์กราฟิกที่ขับเคลื่อนด้วย Machine Learning เช่น upscaling และ frame generation ไว้ในแพ็กเดียว ซึ่งต้องการความเร็วประมวลผลระดับสูงเพื่อให้ทำงานภายใน “งบเวลาเฟรมเดียว” หาก GPU ทำงานไม่ทัน ผลลัพธ์จะย้อนศร เช่น ต้องลดเฟรมเรตจริงลงเพื่อสร้างเฟรมเพิ่ม ทำให้ประสบการณ์แย่ลงแทนที่จะดีขึ้น นี่คือเหตุผลที่ AMD ยืนยันว่า RDNA 4 คือเป้าหมายหลักของเทคโนโลยีนี้

    อย่างไรก็ตาม AMD ก็ยอมรับว่าชุมชน modder และผู้ใช้สายทดลองกำลัง “บังคับ” ให้ Redstone ทำงานบน RDNA 3 อยู่แล้ว โดย Zdravkovic ถึงกับบอกว่า “all the power to them” พร้อมยอมรับว่าตัวเขาเองก็เป็นสาย geek ที่ชอบลองของใหม่เหมือนกัน แม้ AMD จะยังไม่วางแผนปล่อย build ทดลอง แต่ก็เปิดใจว่าคำถามนี้ทำให้พวกเขา “อยากคิดต่อว่าจะทำได้อย่างไร” ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับผู้ใช้ RDNA 3 ที่อยากลองของแรง

    AMD ยังย้ำว่าพวกเขาไม่ได้ทอดทิ้งสถาปัตยกรรมเก่า หากมีฟีเจอร์ใดที่ช่วยให้ประสบการณ์เกมดีขึ้นจริง ก็พร้อมจะปล่อยอัปเดตให้เสมอ แต่ต้องมั่นใจว่าผลลัพธ์ “ดีขึ้นจริง” ไม่ใช่แค่เปิดฟีเจอร์เพื่อให้มีชื่อเท่านั้น สรุปคือ Redstone ยังเป็นของ RDNA 4 แบบ exclusive แต่ AMD ก็ไม่ปิดประตูสนิทสำหรับการรองรับ RDNA 3 ในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อชุมชน modding กำลังผลักดันอย่างหนักในตอนนี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    FSR Redstone ถูกออกแบบสำหรับ RDNA 4 เป็นหลัก
    ต้องการประสิทธิภาพ ML สูงเพื่อทำงานภายในเฟรมเดียว

    AMD ไม่ปิดโอกาสรองรับ RDNA 3 แบบ experimental
    แม้ยังไม่มีแผนปล่อย build ทดลองอย่างเป็นทางการ

    ชุมชน modder กำลังบังคับให้ Redstone ทำงานบน RDNA 3 แล้ว
    AMD ชื่นชมความพยายามและยอมรับว่าบางเกมอาจใช้ได้

    AMD ยืนยันว่าจะอัปเดตสถาปัตยกรรมเก่าหากช่วยให้ประสบการณ์ดีขึ้นจริง
    ไม่ทำ segmentation เพื่อบังคับให้ผู้ใช้เปลี่ยน GPU

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    การบังคับใช้ Redstone บน RDNA 3 อาจทำให้ประสิทธิภาพแย่ลง
    ML workload อาจไม่ทันเฟรม ทำให้เฟรมเรตตกหรือภาพผิดเพี้ยน

    ไม่มีการรับประกันความเสถียรหรือคุณภาพภาพบน RDNA 3
    ฟีเจอร์อาจใช้ได้เฉพาะบางเกมหรือบางเครื่องเท่านั้น

    การใช้ mod หรือ workaround อาจเสี่ยงต่อปัญหาด้านไดรเวอร์
    อาจทำให้เกม crash หรือเกิด artifact

    ผู้ใช้ควรระวังการคาดหวังเกินจริงเกี่ยวกับการรองรับ RDNA 3
    AMD ยังยืนยันว่า Redstone “ไม่อยู่ในแผน” สำหรับ RDNA 3

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/amd-leaves-the-door-open-to-experimenta-fsr-redstone-support-on-rdna3
    🔥🎮 “AMD เปิดช่องให้ FSR Redstone อาจรองรับ RDNA 3 แบบทดลอง แม้ยังยืนยันว่าออกแบบเพื่อ RDNA 4” AMD ส่งสัญญาณที่น่าสนใจในงาน CES 2026 เมื่อ Andrej Zdravkovic ผู้บริหารด้านซอฟต์แวร์ของบริษัทให้สัมภาษณ์กับ PCWorld โดยย้ำว่า FSR Redstone ถูกออกแบบมาสำหรับสถาปัตยกรรม RDNA 4 เท่านั้น แต่ก็ไม่ปิดประตูสำหรับการรองรับแบบ “experimental build” บน RDNA 3 ในอนาคต เนื้อหาจากหน้าเว็บชี้ว่า AMD ยังคงยึดหลักการเดิม—ฟีเจอร์ใดที่ทำให้ประสบการณ์เกมแย่ลง จะไม่ปล่อยให้ใช้งานอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางการตลาดหรือ segmentation ก็ตาม FSR Redstone รวมฟีเจอร์กราฟิกที่ขับเคลื่อนด้วย Machine Learning เช่น upscaling และ frame generation ไว้ในแพ็กเดียว ซึ่งต้องการความเร็วประมวลผลระดับสูงเพื่อให้ทำงานภายใน “งบเวลาเฟรมเดียว” หาก GPU ทำงานไม่ทัน ผลลัพธ์จะย้อนศร เช่น ต้องลดเฟรมเรตจริงลงเพื่อสร้างเฟรมเพิ่ม ทำให้ประสบการณ์แย่ลงแทนที่จะดีขึ้น นี่คือเหตุผลที่ AMD ยืนยันว่า RDNA 4 คือเป้าหมายหลักของเทคโนโลยีนี้ อย่างไรก็ตาม AMD ก็ยอมรับว่าชุมชน modder และผู้ใช้สายทดลองกำลัง “บังคับ” ให้ Redstone ทำงานบน RDNA 3 อยู่แล้ว โดย Zdravkovic ถึงกับบอกว่า “all the power to them” พร้อมยอมรับว่าตัวเขาเองก็เป็นสาย geek ที่ชอบลองของใหม่เหมือนกัน แม้ AMD จะยังไม่วางแผนปล่อย build ทดลอง แต่ก็เปิดใจว่าคำถามนี้ทำให้พวกเขา “อยากคิดต่อว่าจะทำได้อย่างไร” ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับผู้ใช้ RDNA 3 ที่อยากลองของแรง AMD ยังย้ำว่าพวกเขาไม่ได้ทอดทิ้งสถาปัตยกรรมเก่า หากมีฟีเจอร์ใดที่ช่วยให้ประสบการณ์เกมดีขึ้นจริง ก็พร้อมจะปล่อยอัปเดตให้เสมอ แต่ต้องมั่นใจว่าผลลัพธ์ “ดีขึ้นจริง” ไม่ใช่แค่เปิดฟีเจอร์เพื่อให้มีชื่อเท่านั้น สรุปคือ Redstone ยังเป็นของ RDNA 4 แบบ exclusive แต่ AMD ก็ไม่ปิดประตูสนิทสำหรับการรองรับ RDNA 3 ในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อชุมชน modding กำลังผลักดันอย่างหนักในตอนนี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ FSR Redstone ถูกออกแบบสำหรับ RDNA 4 เป็นหลัก ➡️ ต้องการประสิทธิภาพ ML สูงเพื่อทำงานภายในเฟรมเดียว ✅ AMD ไม่ปิดโอกาสรองรับ RDNA 3 แบบ experimental ➡️ แม้ยังไม่มีแผนปล่อย build ทดลองอย่างเป็นทางการ ✅ ชุมชน modder กำลังบังคับให้ Redstone ทำงานบน RDNA 3 แล้ว ➡️ AMD ชื่นชมความพยายามและยอมรับว่าบางเกมอาจใช้ได้ ✅ AMD ยืนยันว่าจะอัปเดตสถาปัตยกรรมเก่าหากช่วยให้ประสบการณ์ดีขึ้นจริง ➡️ ไม่ทำ segmentation เพื่อบังคับให้ผู้ใช้เปลี่ยน GPU คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ การบังคับใช้ Redstone บน RDNA 3 อาจทำให้ประสิทธิภาพแย่ลง ⛔ ML workload อาจไม่ทันเฟรม ทำให้เฟรมเรตตกหรือภาพผิดเพี้ยน ‼️ ไม่มีการรับประกันความเสถียรหรือคุณภาพภาพบน RDNA 3 ⛔ ฟีเจอร์อาจใช้ได้เฉพาะบางเกมหรือบางเครื่องเท่านั้น ‼️ การใช้ mod หรือ workaround อาจเสี่ยงต่อปัญหาด้านไดรเวอร์ ⛔ อาจทำให้เกม crash หรือเกิด artifact ‼️ ผู้ใช้ควรระวังการคาดหวังเกินจริงเกี่ยวกับการรองรับ RDNA 3 ⛔ AMD ยังยืนยันว่า Redstone “ไม่อยู่ในแผน” สำหรับ RDNA 3 https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/amd-leaves-the-door-open-to-experimenta-fsr-redstone-support-on-rdna3
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    AMD leaves the door open to experimental FSR Redstone support on RDNA 3
    AMD says Redstone is built for RDNA 4, but acknowledges community hacks and does not rule out an official support path.
    0 Comments 0 Shares 66 Views 0 Reviews
  • “อุปกรณ์ดูแลช่องปากยุคใหม่: แปรงสีฟัน–ยางครอบฟันอัจฉริยะ กับคำอ้างสุดล้ำที่ท้าทายวงการสุขภาพ”

    กระแสอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพกำลังขยายตัวไปไกลกว่านาฬิกาและสายรัดข้อมืออย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลในหน้าเว็บของ The Star เทคโนโลยีเดียวกันถูกนำไปใส่ในแปรงสีฟัน เครื่องชั่งน้ำหนัก ไปจนถึงยางครอบฟันที่สามารถตรวจจับสัญญาณสุขภาพได้หลากหลายแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน หลายบริษัทใช้ AI และเซนเซอร์ขั้นสูงเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ ตรวจจับพฤติกรรมการนอน หรือแม้แต่คาดการณ์โรคในอนาคต 20 ปีล่วงหน้า แนวโน้มนี้สะท้อนความพยายามของอุตสาหกรรมที่ต้องการให้ “สุขภาพ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์สวมใส่แบบเดิมอีกต่อไป.

    หนึ่งในไฮไลต์คือ Longevity Mirror ของ NuraLogix ที่ใช้คอมพิวเตอร์วิชันและ AI วิเคราะห์ใบหน้าเพียง 30 วินาที เพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพระยะยาว เช่น โรคหัวใจหรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ป่วยจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ยังมีแปรงสีฟันรุ่นใหม่จาก Y-Brush ชื่อ “Halo” ที่อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดผ่านการวิเคราะห์ลมหายใจด้วยเซนเซอร์ก๊าซและ AI โดยไม่ต้องเจาะเลือดแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเป็นคำอ้างที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าตั้งคำถามในเวลาเดียวกัน.

    อีกด้านหนึ่ง BruxMed VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะราคา 499 ดอลลาร์ ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับการกัดฟันระหว่างนอน พร้อมวัดอัตราการเต้นหัวใจและระดับออกซิเจนในเลือดแบบเรียลไทม์ เมื่อพบการกัดฟัน อุปกรณ์จะสั่นเพื่อหยุดพฤติกรรมทันที และสามารถแชร์ข้อมูลให้แพทย์วิเคราะห์ได้ด้วย ความแม่นยำของอุปกรณ์ประเภทนี้ถูกอ้างว่าดีกว่าสมาร์ตวอทช์เพราะเข้าถึง “น้ำลาย” ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพที่ละเอียดอ่อนกว่า.

    อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA ที่เริ่มจับตาอุปกรณ์ที่อ้างความสามารถระดับ “เครื่องมือแพทย์” โดยไม่มีการรับรองที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น Whoop ที่ถูกเตือนเรื่องฟีเจอร์วัดความดันเลือด หรือ Withings ที่ต้องรอการอนุมัติหลายปีกว่าจะขายเครื่องชั่งตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ในสหรัฐฯ ความท้าทายนี้ทำให้เห็นว่าการผสานเทคโนโลยีสุขภาพเข้ากับอุปกรณ์ผู้บริโภคยังต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เทคโนโลยีสุขภาพถูกผสานเข้ากับอุปกรณ์ประจำวัน เช่น แปรงสีฟันและยางครอบฟัน
    ใช้ AI, เซนเซอร์ก๊าซ, คอมพิวเตอร์วิชัน และข้อมูลสุขภาพจำนวนมาก

    Longevity Mirror วิเคราะห์ใบหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพล่วงหน้า 20 ปี
    ใช้วิดีโอเซลฟีเพื่อจับสัญญาณการไหลเวียนเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

    แปรงสีฟัน Halo อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดจากลมหายใจ
    ไม่ต้องใช้เลือดและออกแบบให้ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน

    VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะตรวจจับการกัดฟันและวัดสัญญาณชีพ
    ส่งข้อมูลให้แพทย์และช่วยหยุดพฤติกรรมแบบเรียลไทม์ด้วยการสั่น

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    คำอ้างด้านสุขภาพจำนวนมากยังไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล
    อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแม่นยำของผลลัพธ์

    อุปกรณ์บางชนิดอาจเข้าข่าย “เครื่องมือแพทย์” และต้องผ่านการตรวจสอบเข้มงวด
    เช่นกรณี Whoop และ Withings ที่ถูกตรวจสอบโดย FDA

    การเก็บข้อมูลสุขภาพละเอียดอ่อนอาจเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัว
    โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่วิเคราะห์ใบหน้า น้ำลาย หรือข้อมูลชีวภาพอื่น ๆ

    คำอ้างตรวจโรคจำนวนมากอาจเกินจริงหากไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอ
    ผู้ใช้ควรใช้ข้อมูลเป็น “สัญญาณเตือน” ไม่ใช่การวินิจฉัยแทนแพทย์

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/health-tracking-toothbrushes-mouth-guards-lure-consumers-with-audacious-claims
    🦷🤖 “อุปกรณ์ดูแลช่องปากยุคใหม่: แปรงสีฟัน–ยางครอบฟันอัจฉริยะ กับคำอ้างสุดล้ำที่ท้าทายวงการสุขภาพ” กระแสอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพกำลังขยายตัวไปไกลกว่านาฬิกาและสายรัดข้อมืออย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลในหน้าเว็บของ The Star เทคโนโลยีเดียวกันถูกนำไปใส่ในแปรงสีฟัน เครื่องชั่งน้ำหนัก ไปจนถึงยางครอบฟันที่สามารถตรวจจับสัญญาณสุขภาพได้หลากหลายแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน หลายบริษัทใช้ AI และเซนเซอร์ขั้นสูงเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ ตรวจจับพฤติกรรมการนอน หรือแม้แต่คาดการณ์โรคในอนาคต 20 ปีล่วงหน้า แนวโน้มนี้สะท้อนความพยายามของอุตสาหกรรมที่ต้องการให้ “สุขภาพ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์สวมใส่แบบเดิมอีกต่อไป. หนึ่งในไฮไลต์คือ Longevity Mirror ของ NuraLogix ที่ใช้คอมพิวเตอร์วิชันและ AI วิเคราะห์ใบหน้าเพียง 30 วินาที เพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพระยะยาว เช่น โรคหัวใจหรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ป่วยจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ยังมีแปรงสีฟันรุ่นใหม่จาก Y-Brush ชื่อ “Halo” ที่อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดผ่านการวิเคราะห์ลมหายใจด้วยเซนเซอร์ก๊าซและ AI โดยไม่ต้องเจาะเลือดแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเป็นคำอ้างที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าตั้งคำถามในเวลาเดียวกัน. อีกด้านหนึ่ง BruxMed VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะราคา 499 ดอลลาร์ ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับการกัดฟันระหว่างนอน พร้อมวัดอัตราการเต้นหัวใจและระดับออกซิเจนในเลือดแบบเรียลไทม์ เมื่อพบการกัดฟัน อุปกรณ์จะสั่นเพื่อหยุดพฤติกรรมทันที และสามารถแชร์ข้อมูลให้แพทย์วิเคราะห์ได้ด้วย ความแม่นยำของอุปกรณ์ประเภทนี้ถูกอ้างว่าดีกว่าสมาร์ตวอทช์เพราะเข้าถึง “น้ำลาย” ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพที่ละเอียดอ่อนกว่า. อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA ที่เริ่มจับตาอุปกรณ์ที่อ้างความสามารถระดับ “เครื่องมือแพทย์” โดยไม่มีการรับรองที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น Whoop ที่ถูกเตือนเรื่องฟีเจอร์วัดความดันเลือด หรือ Withings ที่ต้องรอการอนุมัติหลายปีกว่าจะขายเครื่องชั่งตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ในสหรัฐฯ ความท้าทายนี้ทำให้เห็นว่าการผสานเทคโนโลยีสุขภาพเข้ากับอุปกรณ์ผู้บริโภคยังต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เทคโนโลยีสุขภาพถูกผสานเข้ากับอุปกรณ์ประจำวัน เช่น แปรงสีฟันและยางครอบฟัน ➡️ ใช้ AI, เซนเซอร์ก๊าซ, คอมพิวเตอร์วิชัน และข้อมูลสุขภาพจำนวนมาก ✅ Longevity Mirror วิเคราะห์ใบหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพล่วงหน้า 20 ปี ➡️ ใช้วิดีโอเซลฟีเพื่อจับสัญญาณการไหลเวียนเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ✅ แปรงสีฟัน Halo อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดจากลมหายใจ ➡️ ไม่ต้องใช้เลือดและออกแบบให้ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน ✅ VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะตรวจจับการกัดฟันและวัดสัญญาณชีพ ➡️ ส่งข้อมูลให้แพทย์และช่วยหยุดพฤติกรรมแบบเรียลไทม์ด้วยการสั่น คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ คำอ้างด้านสุขภาพจำนวนมากยังไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล ⛔ อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแม่นยำของผลลัพธ์ ‼️ อุปกรณ์บางชนิดอาจเข้าข่าย “เครื่องมือแพทย์” และต้องผ่านการตรวจสอบเข้มงวด ⛔ เช่นกรณี Whoop และ Withings ที่ถูกตรวจสอบโดย FDA ‼️ การเก็บข้อมูลสุขภาพละเอียดอ่อนอาจเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัว ⛔ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่วิเคราะห์ใบหน้า น้ำลาย หรือข้อมูลชีวภาพอื่น ๆ ‼️ คำอ้างตรวจโรคจำนวนมากอาจเกินจริงหากไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอ ⛔ ผู้ใช้ควรใช้ข้อมูลเป็น “สัญญาณเตือน” ไม่ใช่การวินิจฉัยแทนแพทย์ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/health-tracking-toothbrushes-mouth-guards-lure-consumers-with-audacious-claims
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Health-tracking toothbrushes, mouth guards lure consumers with audacious claims
    If you paid enough attention, you could have found health trackers everywhere at the CES trade show last week. But they didn't necessarily look how you'd expect.
    0 Comments 0 Shares 61 Views 0 Reviews
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260112 #securityonline


    เครือข่ายมืดไม่เคยตาย: ตลาด Carding ยังรอดด้วยโดเมนยุคโซเวียต
    นักวิจัยเผยให้เห็นโครงสร้างลับของตลาดซื้อขายข้อมูลบัตรเครดิตใต้ดินที่ยังคงดำเนินอยู่ผ่านโดเมนเก่าอย่าง .su ของสหภาพโซเวียต พร้อมพึ่งพาโฮสติ้งแบบ “bulletproof” เพื่อหลบเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย โดยตลาดเหล่านี้แบ่งเป็นทั้งเว็บซื้อขายและฟอรั่มแลกเปลี่ยนเทคนิค ทำให้ระบบอาชญากรรมไซเบอร์มีความยืดหยุ่นสูงและยากต่อการปิดกั้น
    https://securityonline.info/the-soviet-ghost-how-carding-markets-survive-on-legacy-domains

    ช่องโหว่ร้ายแรงใน Apache Uniffle เปิดทางดักฟังข้อมูลคลัสเตอร์
    พบช่องโหว่ CVE-2025-68637 ที่ทำให้ระบบกระจายข้อมูลขนาดใหญ่เสี่ยงถูกโจมตีแบบ MITM เนื่องจากการตั้งค่า SSL/TLS ที่ไม่ปลอดภัย ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถสวมรอยใบรับรองและดักข้อมูลระหว่างไคลเอนต์กับเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยเวอร์ชันใหม่ 0.10.0 ได้แก้ไขปัญหานี้แล้วและผู้ดูแลระบบควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ
    https://securityonline.info/cve-2025-68637-critical-apache-uniffle-flaw-exposes-clusters-to-eavesdropping

    มัลแวร์ Astaroth รุ่นใหม่แพร่ผ่าน WhatsApp แบบอัตโนมัติ
    แคมเปญ “Boto Cor-de-Rosa” เผยวิวัฒนาการใหม่ของมัลแวร์ Astaroth ที่หันมาใช้ WhatsApp Web เป็นช่องทางแพร่กระจาย โดยฝังโมดูล Python ที่สามารถดึงรายชื่อผู้ติดต่อและส่งไฟล์ ZIP อันตรายออกไปโดยอัตโนมัติ ทำให้เครื่องเหยื่อกลายเป็นบอทแพร่มัลแวร์ พร้อมทั้งขโมยข้อมูลรายชื่อเพื่อใช้ในแคมเปญโจมตีอื่นในอนาคต
    https://securityonline.info/boto-cor-de-rosa-banking-malware-astaroth-pivots-to-whatsapp-in-new-campaign

    ช่องโหว่ React Router เปิดช่องอ่านไฟล์เซิร์ฟเวอร์
    ช่องโหว่ CVE-2025-61686 ใน React Router ทำให้ผู้โจมตีสามารถชี้ session ID ไปยังไฟล์สำคัญบนเซิร์ฟเวอร์และดึงข้อมูลออกมาได้ หากแอปใช้ createFileSessionStorage() ร่วมกับคุกกี้ที่ไม่เซ็นกำกับ นอกจากนี้ยังมีช่องโหว่ XSS หลายรายการที่กระทบการทำงาน SSR และ SPA ทำให้ผู้พัฒนาต้องเร่งตรวจสอบเวอร์ชันและอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันการโจมตี
    https://securityonline.info/critical-react-router-flaws-cve-2025-61686-exposes-server-files

    RustyWater: มัลแวร์สายพันธุ์ใหม่ของ MuddyWater
    กลุ่ม APT ชื่อดัง MuddyWater ถูกพบว่าปรับยุทธวิธีครั้งใหญ่ด้วยการทิ้ง PowerShell และ VBS ที่เคยใช้มายาวนาน แล้วหันมาใช้มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ RustyWater ที่พัฒนาด้วยภาษา Rust เพื่อเพิ่มความล่องหนและหลบการตรวจจับ โดยเริ่มจากการส่งอีเมลลวงแนบไฟล์ Word ที่มีมาโครอันตราย ก่อนติดตั้ง implant ที่มีความสามารถครบเครื่องทั้งสื่อสารแบบ asynchronous, ฝังตัวใน registry และขยายโมดูลหลังเจาะระบบ เป้าหมายหลักคือหน่วยงานด้านการทูต การเงิน การเดินเรือ และโทรคมนาคมในตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มนี้กำลังยกระดับเครื่องมือให้ทันสมัยและตรวจจับยากขึ้นอย่างชัดเจน
    https://securityonline.info/rustywater-rising-muddywater-drops-powershell-for-stealthy-rust-implants

    กล้อง Vivotek รุ่นเก่าเสี่ยงถูกส่องสดทั่วโลก
    CERT Polska เปิดเผยว่ากล้องวงจรปิด Vivotek IP7137 ที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้วมีช่องโหว่ร้ายแรงถึง 4 รายการ ตั้งแต่การเปิดให้ใครก็ได้ดูภาพสดผ่าน RTSP โดยไม่ต้องล็อกอิน ไปจนถึงการเข้าถึงหน้าแอดมินโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน รวมถึงช่องโหว่สั่งรันคำสั่งและไต่ directory ได้ ทำให้ผู้ใช้เสี่ยงถูกสอดแนมและถูกยึดอุปกรณ์อย่างถาวรเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขอีกต่อไป ทางออกเดียวคือถอดออกจากระบบหรือแยกเครือข่ายอย่างเด็ดขาด
    https://securityonline.info/unpatched-exposed-legacy-vivotek-cameras-broadcast-live-video-to-all

    UAT-7290 กลุ่มแฮกเกอร์จีนขยายปฏิบัติการสู่ยุโรป
    Cisco Talos เปิดโปงกลุ่ม UAT-7290 ซึ่งเชื่อมโยงกับจีนว่ากำลังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในเอเชียใต้และขยายสู่ยุโรปตะวันออก โดยกลุ่มนี้ไม่เพียงสอดแนมข้อมูล แต่ยังสร้างโครงสร้าง ORB ให้แฮกเกอร์กลุ่มอื่นใช้เป็นเส้นทางโจมตี พร้อมใช้อาวุธเฉพาะทางอย่าง RushDrop, DriveSwitch, SilentRaid และ backdoor ชื่อ Bulbature ที่สามารถสลับเซิร์ฟเวอร์ C2 ได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้การกำจัดออกจากระบบเป็นเรื่องยากมาก
    https://securityonline.info/china-nexus-actor-uat-7290-caught-targeting-telecoms-in-south-asia-and-europe

    ช่องโหว่ InputPlumber ทำผู้ใช้ Linux Gaming เสี่ยงถูกยึดคีย์บอร์ด
    รายงานจากทีมความปลอดภัยของ SUSE พบว่า InputPlumber ซึ่งใช้ใน SteamOS มีช่องโหว่ร้ายแรงจากการขาดระบบยืนยันตัวตนบน D-Bus ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งสร้างอุปกรณ์อินพุตปลอมและส่งคีย์กดเข้า session ของผู้ใช้คนอื่นได้ รวมถึงอ่านไฟล์สำคัญอย่าง bash_history ผ่านช่องโหว่การ parse ไฟล์ หลังการเปิดเผย นักพัฒนาจึงออกแพตช์ในเวอร์ชัน v0.69.0 และ SteamOS ก็อัปเดตตามเพื่ออุดช่องโหว่ทั้งหมด
    https://securityonline.info/game-over-critical-inputplumber-flaws-expose-linux-gamers-to-hijacking

    Qualcomm–Samsung จับมือคุยดีลผลิตชิป 2nm
    Qualcomm ยืนยันระหว่างงาน CES 2026 ว่ากำลังเจรจากับ Samsung เพื่อกลับมาร่วมผลิตชิประดับ 2nm หลังเคยย้ายไปพึ่ง TSMC เต็มตัวเพราะปัญหาความร้อนและประสิทธิภาพในอดีต โดยดีลนี้สะท้อนการแข่งขันด้านกำลังผลิตที่ตึงตัว และอาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยีของ Samsung หากพิสูจน์คุณภาพได้สำเร็จ
    https://securityonline.info/the-2nm-reunion-qualcomm-confirms-samsung-foundry-talks-at-ces-2026

    Musk ลั่นเปิดซอร์สอัลกอริทึม X ทั้งระบบภายใน 7 วัน
    Elon Musk ประกาศจะเปิดซอร์สโค้ดอัลกอริทึมของ X ทั้งระบบ รวมถึงระบบแนะนำโฆษณา เพื่อแสดงความโปร่งใสท่ามกลางแรงกดดันจากหน่วยงานยุโรป พร้อมสัญญาว่าจะอัปเดตโค้ดเป็นประจำ ต่างจากครั้งก่อนที่ปล่อยแล้วปล่อยทิ้ง สะท้อนความพยายามกู้ศรัทธาผู้ใช้และนักพัฒนาในช่วงที่แพลตฟอร์มถูกจับตาอย่างหนัก
    https://securityonline.info/the-glass-box-musk-pledges-full-x-algorithm-ad-transparency-in-7-days

    ข้อมูล Instagram 17.5 ล้านบัญชีหลุดสู่ดาร์กเว็บ
    เกิดเหตุข้อมูลผู้ใช้ Instagram จำนวนกว่า 17.5 ล้านบัญชีถูกนำไปขายบนดาร์กเว็บ ครอบคลุมอีเมล เบอร์โทร และข้อมูลระบุตัวตน ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มได้รับอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่านปลอม ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้เปิด 2FA และตรวจสอบแอปที่เชื่อมต่อ ขณะที่ Meta ระบุว่าเป็นเพียงช่องโหว่การร้องขอรีเซ็ตรหัสผ่าน ไม่ใช่การเจาะระบบโดยตรง
    https://securityonline.info/the-solonik-leak-17-5-million-instagram-profiles-exposed-on-dark-web

    ช่องโหว่ OWASP CRS เปิดทางโจมตี WAF (เล่าเรื่องแทนเพราะถูกกรองเนื้อหา)
    มีรายงานว่าระบบกรองภัยคุกคามของเว็บ (WAF) ที่ใช้กฎ OWASP CRS พบช่องโหว่สำคัญที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับได้ ส่งผลให้เว็บไซต์จำนวนมากเสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบ XSS และการเจาะระบบรูปแบบอื่น แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคถูกจำกัดไว้สำหรับผู้สนับสนุน แต่ประเด็นนี้สะท้อนว่าระบบป้องกันเว็บยังต้องเฝ้าระวังและอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
    https://securityonline.info/wafs-wide-open-critical-owasp-crs-flaw-bypasses-filters
    📌🔐🟡 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟡🔐📌 #รวมข่าวIT #20260112 #securityonline 🕵️‍♂️ เครือข่ายมืดไม่เคยตาย: ตลาด Carding ยังรอดด้วยโดเมนยุคโซเวียต นักวิจัยเผยให้เห็นโครงสร้างลับของตลาดซื้อขายข้อมูลบัตรเครดิตใต้ดินที่ยังคงดำเนินอยู่ผ่านโดเมนเก่าอย่าง .su ของสหภาพโซเวียต พร้อมพึ่งพาโฮสติ้งแบบ “bulletproof” เพื่อหลบเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย โดยตลาดเหล่านี้แบ่งเป็นทั้งเว็บซื้อขายและฟอรั่มแลกเปลี่ยนเทคนิค ทำให้ระบบอาชญากรรมไซเบอร์มีความยืดหยุ่นสูงและยากต่อการปิดกั้น 🔗 https://securityonline.info/the-soviet-ghost-how-carding-markets-survive-on-legacy-domains ⚠️ 🔐 ช่องโหว่ร้ายแรงใน Apache Uniffle เปิดทางดักฟังข้อมูลคลัสเตอร์ พบช่องโหว่ CVE-2025-68637 ที่ทำให้ระบบกระจายข้อมูลขนาดใหญ่เสี่ยงถูกโจมตีแบบ MITM เนื่องจากการตั้งค่า SSL/TLS ที่ไม่ปลอดภัย ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถสวมรอยใบรับรองและดักข้อมูลระหว่างไคลเอนต์กับเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยเวอร์ชันใหม่ 0.10.0 ได้แก้ไขปัญหานี้แล้วและผู้ดูแลระบบควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-68637-critical-apache-uniffle-flaw-exposes-clusters-to-eavesdropping 🐟💬 มัลแวร์ Astaroth รุ่นใหม่แพร่ผ่าน WhatsApp แบบอัตโนมัติ แคมเปญ “Boto Cor-de-Rosa” เผยวิวัฒนาการใหม่ของมัลแวร์ Astaroth ที่หันมาใช้ WhatsApp Web เป็นช่องทางแพร่กระจาย โดยฝังโมดูล Python ที่สามารถดึงรายชื่อผู้ติดต่อและส่งไฟล์ ZIP อันตรายออกไปโดยอัตโนมัติ ทำให้เครื่องเหยื่อกลายเป็นบอทแพร่มัลแวร์ พร้อมทั้งขโมยข้อมูลรายชื่อเพื่อใช้ในแคมเปญโจมตีอื่นในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/boto-cor-de-rosa-banking-malware-astaroth-pivots-to-whatsapp-in-new-campaign 🛠️⚡ ช่องโหว่ React Router เปิดช่องอ่านไฟล์เซิร์ฟเวอร์ ช่องโหว่ CVE-2025-61686 ใน React Router ทำให้ผู้โจมตีสามารถชี้ session ID ไปยังไฟล์สำคัญบนเซิร์ฟเวอร์และดึงข้อมูลออกมาได้ หากแอปใช้ createFileSessionStorage() ร่วมกับคุกกี้ที่ไม่เซ็นกำกับ นอกจากนี้ยังมีช่องโหว่ XSS หลายรายการที่กระทบการทำงาน SSR และ SPA ทำให้ผู้พัฒนาต้องเร่งตรวจสอบเวอร์ชันและอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันการโจมตี 🔗 https://securityonline.info/critical-react-router-flaws-cve-2025-61686-exposes-server-files 🛡️ RustyWater: มัลแวร์สายพันธุ์ใหม่ของ MuddyWater กลุ่ม APT ชื่อดัง MuddyWater ถูกพบว่าปรับยุทธวิธีครั้งใหญ่ด้วยการทิ้ง PowerShell และ VBS ที่เคยใช้มายาวนาน แล้วหันมาใช้มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ RustyWater ที่พัฒนาด้วยภาษา Rust เพื่อเพิ่มความล่องหนและหลบการตรวจจับ โดยเริ่มจากการส่งอีเมลลวงแนบไฟล์ Word ที่มีมาโครอันตราย ก่อนติดตั้ง implant ที่มีความสามารถครบเครื่องทั้งสื่อสารแบบ asynchronous, ฝังตัวใน registry และขยายโมดูลหลังเจาะระบบ เป้าหมายหลักคือหน่วยงานด้านการทูต การเงิน การเดินเรือ และโทรคมนาคมในตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มนี้กำลังยกระดับเครื่องมือให้ทันสมัยและตรวจจับยากขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://securityonline.info/rustywater-rising-muddywater-drops-powershell-for-stealthy-rust-implants 📹 กล้อง Vivotek รุ่นเก่าเสี่ยงถูกส่องสดทั่วโลก CERT Polska เปิดเผยว่ากล้องวงจรปิด Vivotek IP7137 ที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้วมีช่องโหว่ร้ายแรงถึง 4 รายการ ตั้งแต่การเปิดให้ใครก็ได้ดูภาพสดผ่าน RTSP โดยไม่ต้องล็อกอิน ไปจนถึงการเข้าถึงหน้าแอดมินโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน รวมถึงช่องโหว่สั่งรันคำสั่งและไต่ directory ได้ ทำให้ผู้ใช้เสี่ยงถูกสอดแนมและถูกยึดอุปกรณ์อย่างถาวรเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขอีกต่อไป ทางออกเดียวคือถอดออกจากระบบหรือแยกเครือข่ายอย่างเด็ดขาด 🔗 https://securityonline.info/unpatched-exposed-legacy-vivotek-cameras-broadcast-live-video-to-all 🛰️ UAT-7290 กลุ่มแฮกเกอร์จีนขยายปฏิบัติการสู่ยุโรป Cisco Talos เปิดโปงกลุ่ม UAT-7290 ซึ่งเชื่อมโยงกับจีนว่ากำลังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในเอเชียใต้และขยายสู่ยุโรปตะวันออก โดยกลุ่มนี้ไม่เพียงสอดแนมข้อมูล แต่ยังสร้างโครงสร้าง ORB ให้แฮกเกอร์กลุ่มอื่นใช้เป็นเส้นทางโจมตี พร้อมใช้อาวุธเฉพาะทางอย่าง RushDrop, DriveSwitch, SilentRaid และ backdoor ชื่อ Bulbature ที่สามารถสลับเซิร์ฟเวอร์ C2 ได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้การกำจัดออกจากระบบเป็นเรื่องยากมาก 🔗 https://securityonline.info/china-nexus-actor-uat-7290-caught-targeting-telecoms-in-south-asia-and-europe 🎮 ช่องโหว่ InputPlumber ทำผู้ใช้ Linux Gaming เสี่ยงถูกยึดคีย์บอร์ด รายงานจากทีมความปลอดภัยของ SUSE พบว่า InputPlumber ซึ่งใช้ใน SteamOS มีช่องโหว่ร้ายแรงจากการขาดระบบยืนยันตัวตนบน D-Bus ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งสร้างอุปกรณ์อินพุตปลอมและส่งคีย์กดเข้า session ของผู้ใช้คนอื่นได้ รวมถึงอ่านไฟล์สำคัญอย่าง bash_history ผ่านช่องโหว่การ parse ไฟล์ หลังการเปิดเผย นักพัฒนาจึงออกแพตช์ในเวอร์ชัน v0.69.0 และ SteamOS ก็อัปเดตตามเพื่ออุดช่องโหว่ทั้งหมด 🔗 https://securityonline.info/game-over-critical-inputplumber-flaws-expose-linux-gamers-to-hijacking ⚙️ Qualcomm–Samsung จับมือคุยดีลผลิตชิป 2nm Qualcomm ยืนยันระหว่างงาน CES 2026 ว่ากำลังเจรจากับ Samsung เพื่อกลับมาร่วมผลิตชิประดับ 2nm หลังเคยย้ายไปพึ่ง TSMC เต็มตัวเพราะปัญหาความร้อนและประสิทธิภาพในอดีต โดยดีลนี้สะท้อนการแข่งขันด้านกำลังผลิตที่ตึงตัว และอาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยีของ Samsung หากพิสูจน์คุณภาพได้สำเร็จ 🔗 https://securityonline.info/the-2nm-reunion-qualcomm-confirms-samsung-foundry-talks-at-ces-2026 🔍 Musk ลั่นเปิดซอร์สอัลกอริทึม X ทั้งระบบภายใน 7 วัน Elon Musk ประกาศจะเปิดซอร์สโค้ดอัลกอริทึมของ X ทั้งระบบ รวมถึงระบบแนะนำโฆษณา เพื่อแสดงความโปร่งใสท่ามกลางแรงกดดันจากหน่วยงานยุโรป พร้อมสัญญาว่าจะอัปเดตโค้ดเป็นประจำ ต่างจากครั้งก่อนที่ปล่อยแล้วปล่อยทิ้ง สะท้อนความพยายามกู้ศรัทธาผู้ใช้และนักพัฒนาในช่วงที่แพลตฟอร์มถูกจับตาอย่างหนัก 🔗 https://securityonline.info/the-glass-box-musk-pledges-full-x-algorithm-ad-transparency-in-7-days 🕵️‍♂️ ข้อมูล Instagram 17.5 ล้านบัญชีหลุดสู่ดาร์กเว็บ เกิดเหตุข้อมูลผู้ใช้ Instagram จำนวนกว่า 17.5 ล้านบัญชีถูกนำไปขายบนดาร์กเว็บ ครอบคลุมอีเมล เบอร์โทร และข้อมูลระบุตัวตน ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มได้รับอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่านปลอม ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้เปิด 2FA และตรวจสอบแอปที่เชื่อมต่อ ขณะที่ Meta ระบุว่าเป็นเพียงช่องโหว่การร้องขอรีเซ็ตรหัสผ่าน ไม่ใช่การเจาะระบบโดยตรง 🔗 https://securityonline.info/the-solonik-leak-17-5-million-instagram-profiles-exposed-on-dark-web 🛡️ ช่องโหว่ OWASP CRS เปิดทางโจมตี WAF (เล่าเรื่องแทนเพราะถูกกรองเนื้อหา) มีรายงานว่าระบบกรองภัยคุกคามของเว็บ (WAF) ที่ใช้กฎ OWASP CRS พบช่องโหว่สำคัญที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับได้ ส่งผลให้เว็บไซต์จำนวนมากเสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบ XSS และการเจาะระบบรูปแบบอื่น แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคถูกจำกัดไว้สำหรับผู้สนับสนุน แต่ประเด็นนี้สะท้อนว่าระบบป้องกันเว็บยังต้องเฝ้าระวังและอัปเดตอย่างต่อเนื่อง 🔗 https://securityonline.info/wafs-wide-open-critical-owasp-crs-flaw-bypasses-filters
    0 Comments 0 Shares 87 Views 0 Reviews
  • M-Flow ผ่านมา 5 ปี ใช้ได้แค่มอเตอร์เวย์ 2 เส้นทาง

    วันศุกร์ที่ 16 ม.ค. กรมทางหลวงจะเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ซึ่งรับผิดชอบโดย บริษัท บีจีเอสอาร์ 81 จำกัด (BGSR81) ตั้งแต่เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) โดยเปิดจุดให้บริการสมัครสมาชิกและติดตั้ง RFID Tag ที่หลังด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมค่าผ่านทางทั้ง 8 ด่าน

    นับเป็นมอเตอร์เวย์เส้นทางที่สองที่เปิดให้บริการ M-Flow ต่อจากมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษกตะวันออก) ช่วงบางปะอิน-บางพลี ที่ด่านทับช้างและด่านธัญบุรี ซึ่งเปิดทดสอบเสมือนจริงวันที่ 29 ต.ค. 2564 และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2565 ผ่านมาแล้ว 5 ปี แต่ก็ยังพบปัญหารถติดคอขวด ก่อนถึงทางเข้าช่องทาง M-Flow ตลอดทั้งวัน

    ณ เดือนกันยายน 2568 ระบบ M-Flow มีสมาชิกเพียง 760,114 ราย แบ่งเป็นสมัครผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน 647,394 ราย สมัครผ่าน LINE OA (@mflowthai) 112,720 ราย ยานพาหนะทั้งหมด 1,061,723 คัน ทั้งที่ปริมาณการจราจรเฉลี่ยทั้งปีมากกว่า 99 ล้านคัน และอาจสูงถึง 100 ล้านคันต่อปี เมื่อเปิดให้บริการมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา เต็มรูปแบบในปี 2569

    ที่ผ่านมามีความพยายามติดตั้งระบบ M-Flow ในสายทางอื่นๆ ทั้งของกรมทางหลวง และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เช่น ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษจตุโชติ และด่านสุขาภิบาล 5 บนทางพิเศษฉลองรัช (เอกมัย-รามอินทรา-วงแหวนตะวันออก) ซึ่งติดตั้งแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2565 แต่ยังไม่เปิดให้บริการ เช่นเดียวกับทางยกระดับอุตราภิมุข หรือ ดอนเมืองโทลล์เวย์ ที่ติดตั้งระบบ M-Flow ที่ด่านดินแดง จำนวน 2 ช่อง แต่ก็ยังไม่เปิดให้บริการเช่นกัน

    อย่างไรก็ตาม กทพ. ยังคงเลือกที่จะพัฒนาระบบชำระค่าผ่านทางอัตโนมัติ Easy Pass เป็นของตัวเอง ซึ่งเปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2553 หรือเมื่อ 16 ปีก่อน ปัจจุบันได้พัฒนาเชื่อมโยงบัตร Easy Pass Plus เข้าสู่ระบบ M-Flow พร้อมจัดรายการส่งเสริมการขาย ซึ่งมีแผนเพิ่มช่อง Easy Pass ให้ได้ 70% ภายในปี 2570

    ถึงกระนั้น การเปิดใช้มอเตอร์เวย์หมายเลข 82 ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย ฝั่งขาออกกรุงเทพฯ กทพ. ยังคงใช้วิธีติดตั้งด่านบางขุนเทียน 2 แบ่งเป็นช่องเงินสดและช่อง Easy Pass และ M Pass เหมือนเดิม โดยไม่รองรับระบบ M-Flow ขณะที่ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ใช้ระบบ Single Lane Free Flow (SLFF) ใช้ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ เพื่อเป็นข้อมูลชำระเงินที่ด่านปลายทาง

    #Newskit
    M-Flow ผ่านมา 5 ปี ใช้ได้แค่มอเตอร์เวย์ 2 เส้นทาง วันศุกร์ที่ 16 ม.ค. กรมทางหลวงจะเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ซึ่งรับผิดชอบโดย บริษัท บีจีเอสอาร์ 81 จำกัด (BGSR81) ตั้งแต่เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) โดยเปิดจุดให้บริการสมัครสมาชิกและติดตั้ง RFID Tag ที่หลังด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมค่าผ่านทางทั้ง 8 ด่าน นับเป็นมอเตอร์เวย์เส้นทางที่สองที่เปิดให้บริการ M-Flow ต่อจากมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษกตะวันออก) ช่วงบางปะอิน-บางพลี ที่ด่านทับช้างและด่านธัญบุรี ซึ่งเปิดทดสอบเสมือนจริงวันที่ 29 ต.ค. 2564 และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2565 ผ่านมาแล้ว 5 ปี แต่ก็ยังพบปัญหารถติดคอขวด ก่อนถึงทางเข้าช่องทาง M-Flow ตลอดทั้งวัน ณ เดือนกันยายน 2568 ระบบ M-Flow มีสมาชิกเพียง 760,114 ราย แบ่งเป็นสมัครผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน 647,394 ราย สมัครผ่าน LINE OA (@mflowthai) 112,720 ราย ยานพาหนะทั้งหมด 1,061,723 คัน ทั้งที่ปริมาณการจราจรเฉลี่ยทั้งปีมากกว่า 99 ล้านคัน และอาจสูงถึง 100 ล้านคันต่อปี เมื่อเปิดให้บริการมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา เต็มรูปแบบในปี 2569 ที่ผ่านมามีความพยายามติดตั้งระบบ M-Flow ในสายทางอื่นๆ ทั้งของกรมทางหลวง และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เช่น ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษจตุโชติ และด่านสุขาภิบาล 5 บนทางพิเศษฉลองรัช (เอกมัย-รามอินทรา-วงแหวนตะวันออก) ซึ่งติดตั้งแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2565 แต่ยังไม่เปิดให้บริการ เช่นเดียวกับทางยกระดับอุตราภิมุข หรือ ดอนเมืองโทลล์เวย์ ที่ติดตั้งระบบ M-Flow ที่ด่านดินแดง จำนวน 2 ช่อง แต่ก็ยังไม่เปิดให้บริการเช่นกัน อย่างไรก็ตาม กทพ. ยังคงเลือกที่จะพัฒนาระบบชำระค่าผ่านทางอัตโนมัติ Easy Pass เป็นของตัวเอง ซึ่งเปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2553 หรือเมื่อ 16 ปีก่อน ปัจจุบันได้พัฒนาเชื่อมโยงบัตร Easy Pass Plus เข้าสู่ระบบ M-Flow พร้อมจัดรายการส่งเสริมการขาย ซึ่งมีแผนเพิ่มช่อง Easy Pass ให้ได้ 70% ภายในปี 2570 ถึงกระนั้น การเปิดใช้มอเตอร์เวย์หมายเลข 82 ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย ฝั่งขาออกกรุงเทพฯ กทพ. ยังคงใช้วิธีติดตั้งด่านบางขุนเทียน 2 แบ่งเป็นช่องเงินสดและช่อง Easy Pass และ M Pass เหมือนเดิม โดยไม่รองรับระบบ M-Flow ขณะที่ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ใช้ระบบ Single Lane Free Flow (SLFF) ใช้ระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ เพื่อเป็นข้อมูลชำระเงินที่ด่านปลายทาง #Newskit
    1 Comments 0 Shares 88 Views 0 Reviews
  • การติดอยู่ในบ่วงความสำเร็จจนคุ้นชิน แล้วในวันหนึ่งทุกอย่างพังทลายลง จนเกินจะรับมือไหว

    นั่นคือที่สุดของการเผชิญหน้ากับ ความเปราะบาง (Fragility) ของความสำเร็จที่ดูมั่นคง แต่แท้จริงแล้วขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ มิอาจคาดการณ์ได้ ซึ่งต้องปรับมุมมองให้มองตามความจริงว่า ความสำเร็จนั้นเป็นเพียง "เส้นทาง" ไม่ใช่ "จุดหมาย" พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ โดยฝึกการยอมรับความไม่แน่นอน, สร้างความภาคภูมิใจในตัวเองจากภายใน (Internal Validation), และพัฒนาความสามารถในการปรับตัว (Resilience) เพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงของชีวิต.

    ความหมายของ "ติดอยู่ในบ่วงความสำเร็จ"
    • ความสุขจากความสำเร็จชั่วคราว: เราอาจพึ่งพา "ความรู้สึกดี" จากการได้รับคำชม/รางวัล จนหลงลืมการพัฒนาตัวเองทั้งในมิติ Outside in และ Inside out อย่างต่อเนื่อง.
    • ความกลัวที่จะสูญเสีย: กลัวความสำเร็จจะหายไป ทำให้กดดันตัวเองมากเกินไป หรือไม่กล้าเสี่ยง.
    • การยึดติดกับผลลัพธ์: มองว่าตัวเองคือ "ผู้สำเร็จ" แต่เมื่อผลลัพธ์เปลี่ยนไป อาจรู้สึกเหมือนตัวเองหมดคุณค่า.

    ทำไมถึง "พังทลายในชั่วข้ามคืน"
    • ความไม่แน่นอนของโลก: เศรษฐกิจ, เทคโนโลยี, หรือแม้แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝัน สามารถส่งผลกระทบต่อธุรกิจหรืออาชีพได้อย่างรวดเร็ว.
    • ความเสี่ยงที่ถูกมองข้าม: การประมาทเมื่อประสบความสำเร็จ อาจทำให้ละเลยการวางแผนสำรอง และการหลงลืมทางเลือกอื่น (Another choice) อันหลากหลาย

    วิธีรับมือและสร้างความมั่นคงที่แท้จริง
    • เปลี่ยนมุมมองความสำเร็จ: มองว่าความสำเร็จคือผลลัพธ์จากการเติบโตในทุกๆ วัน ไม่ใช่สถานะคงที่.
    • สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ (Resilience):
    • การฝึกสติ: อยู่กับปัจจุบัน และยอมรับความรู้สึก, ความผิดพลาด, หรือความสูญเสีย โดยไม่ตัดสินตัวเอง.
    • การสร้างคุณค่าจากภายใน: หาคุณค่าในตัวเองจากความพยายาม, ความรู้, หรือความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ใช่จากสถานะภายนอกเพียงอย่างเดียว.
    • การเรียนรู้ตลอดชีวิต: พัฒนาทักษะใหม่ๆ และเปิดรับโอกาสใหม่ๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองหยุดนิ่ง.
    • วางแผนฉุกเฉิน (Contingency Plan): เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเสมอ, เช่น การกระจายความเสี่ยงทางการเงิน, การมีทักษะสำรอง.
    • หาความสมดุล: อย่าทุ่มเทให้กับงานจนละเลยสุขภาพและการพักผ่อน เพราะร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงคือรากฐานสำคัญ.

    การเผชิญความจริง ที่ว่าทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้คือ จุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืน และทำให้เราพร้อมที่จะสร้างความสำเร็จครั้งใหม่ได้เสมอ แม้อาจไม่ใช่ Level เดิม...ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม
    เพราะบางครั้งสิ่ง " สามัญ " สภาวะ " ธรรมดา " อาจนำพาความสุขมาทำให้หัวใจเราชุ่มชื่นได้มากกว่า ความสำเร็จ ก็เป็นได้

    @ คืนวันที่ 4 มกราคม ปี 2569
    การติดอยู่ในบ่วงความสำเร็จจนคุ้นชิน แล้วในวันหนึ่งทุกอย่างพังทลายลง จนเกินจะรับมือไหว นั่นคือที่สุดของการเผชิญหน้ากับ ความเปราะบาง (Fragility) ของความสำเร็จที่ดูมั่นคง แต่แท้จริงแล้วขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ มิอาจคาดการณ์ได้ ซึ่งต้องปรับมุมมองให้มองตามความจริงว่า ความสำเร็จนั้นเป็นเพียง "เส้นทาง" ไม่ใช่ "จุดหมาย" พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ โดยฝึกการยอมรับความไม่แน่นอน, สร้างความภาคภูมิใจในตัวเองจากภายใน (Internal Validation), และพัฒนาความสามารถในการปรับตัว (Resilience) เพื่อให้พร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงของชีวิต. ความหมายของ "ติดอยู่ในบ่วงความสำเร็จ" • ความสุขจากความสำเร็จชั่วคราว: เราอาจพึ่งพา "ความรู้สึกดี" จากการได้รับคำชม/รางวัล จนหลงลืมการพัฒนาตัวเองทั้งในมิติ Outside in และ Inside out อย่างต่อเนื่อง. • ความกลัวที่จะสูญเสีย: กลัวความสำเร็จจะหายไป ทำให้กดดันตัวเองมากเกินไป หรือไม่กล้าเสี่ยง. • การยึดติดกับผลลัพธ์: มองว่าตัวเองคือ "ผู้สำเร็จ" แต่เมื่อผลลัพธ์เปลี่ยนไป อาจรู้สึกเหมือนตัวเองหมดคุณค่า. ทำไมถึง "พังทลายในชั่วข้ามคืน" • ความไม่แน่นอนของโลก: เศรษฐกิจ, เทคโนโลยี, หรือแม้แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝัน สามารถส่งผลกระทบต่อธุรกิจหรืออาชีพได้อย่างรวดเร็ว. • ความเสี่ยงที่ถูกมองข้าม: การประมาทเมื่อประสบความสำเร็จ อาจทำให้ละเลยการวางแผนสำรอง และการหลงลืมทางเลือกอื่น (Another choice) อันหลากหลาย • วิธีรับมือและสร้างความมั่นคงที่แท้จริง • เปลี่ยนมุมมองความสำเร็จ: มองว่าความสำเร็จคือผลลัพธ์จากการเติบโตในทุกๆ วัน ไม่ใช่สถานะคงที่. • สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ (Resilience): • การฝึกสติ: อยู่กับปัจจุบัน และยอมรับความรู้สึก, ความผิดพลาด, หรือความสูญเสีย โดยไม่ตัดสินตัวเอง. • การสร้างคุณค่าจากภายใน: หาคุณค่าในตัวเองจากความพยายาม, ความรู้, หรือความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ใช่จากสถานะภายนอกเพียงอย่างเดียว. • การเรียนรู้ตลอดชีวิต: พัฒนาทักษะใหม่ๆ และเปิดรับโอกาสใหม่ๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองหยุดนิ่ง. • วางแผนฉุกเฉิน (Contingency Plan): เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเสมอ, เช่น การกระจายความเสี่ยงทางการเงิน, การมีทักษะสำรอง. • หาความสมดุล: อย่าทุ่มเทให้กับงานจนละเลยสุขภาพและการพักผ่อน เพราะร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงคือรากฐานสำคัญ. การเผชิญความจริง ที่ว่าทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้คือ จุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืน และทำให้เราพร้อมที่จะสร้างความสำเร็จครั้งใหม่ได้เสมอ แม้อาจไม่ใช่ Level เดิม...ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะบางครั้งสิ่ง " สามัญ " สภาวะ " ธรรมดา " อาจนำพาความสุขมาทำให้หัวใจเราชุ่มชื่นได้มากกว่า ความสำเร็จ ก็เป็นได้ @ คืนวันที่ 4 มกราคม ปี 2569
    0 Comments 0 Shares 108 Views 0 Reviews
  • สถานการณ์การเมืองและภาพลักษณ์ของกัมพูชาถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังมีความพยายามดึงบุคคลมีชื่อเสียงระดับโลกเข้ามาช่วยฟื้นความเชื่อมั่น ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งภายในและต่างประเทศ
    .
    รายงานระบุว่าทางการกัมพูชาพยายามติดต่อ แองเจลินา โจลี นักแสดงฮอลลีวูดที่เคยได้รับสัญชาติกัมพูชา เพื่อร่วมสร้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่สื่อและชาวเน็ตกัมพูชามีทั้งเสียงสนับสนุนและโจมตีอย่างรุนแรงเมื่อความพยายามไม่เป็นผล
    .
    ขณะเดียวกัน กัมพูชายังดำเนินการควบคุมตัวและส่งตัว เฉิน จื้อ นักธุรกิจผู้อื้อฉาวกลับประเทศจีน ภายใต้ความร่วมมือทวิภาคี ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่องการเลือกส่งตัวให้จีน ทั้งที่สหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายดำเนินคดีและอายัดทรัพย์ พร้อมมาตรการด้านการเดินทางและสนามบินที่เข้มงวดมากขึ้นในช่วงความตึงเครียดกับไทย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002763
    .
    #News1live #News1 #กัมพูชา #การเมืองภูมิภาค #สงครามข้อมูลข่าวสาร #เฉินจื้อ
    สถานการณ์การเมืองและภาพลักษณ์ของกัมพูชาถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังมีความพยายามดึงบุคคลมีชื่อเสียงระดับโลกเข้ามาช่วยฟื้นความเชื่อมั่น ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งภายในและต่างประเทศ . รายงานระบุว่าทางการกัมพูชาพยายามติดต่อ แองเจลินา โจลี นักแสดงฮอลลีวูดที่เคยได้รับสัญชาติกัมพูชา เพื่อร่วมสร้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่สื่อและชาวเน็ตกัมพูชามีทั้งเสียงสนับสนุนและโจมตีอย่างรุนแรงเมื่อความพยายามไม่เป็นผล . ขณะเดียวกัน กัมพูชายังดำเนินการควบคุมตัวและส่งตัว เฉิน จื้อ นักธุรกิจผู้อื้อฉาวกลับประเทศจีน ภายใต้ความร่วมมือทวิภาคี ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่องการเลือกส่งตัวให้จีน ทั้งที่สหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายดำเนินคดีและอายัดทรัพย์ พร้อมมาตรการด้านการเดินทางและสนามบินที่เข้มงวดมากขึ้นในช่วงความตึงเครียดกับไทย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002763 . #News1live #News1 #กัมพูชา #การเมืองภูมิภาค #สงครามข้อมูลข่าวสาร #เฉินจื้อ
    Like
    3
    0 Comments 0 Shares 138 Views 0 Reviews
  • เรื่อง จุดฝักแค
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จุดฝักแค”
    ตอน 1
    ตะวันออกกลาง ทำท่าจะเป็นแดนเดือดทั่วทะเลทรายไม่ให้น้อยหน้ากัน เดี๋ยวจะไม่เชื่อว่าเขาจะเอาแต่ปั้ม ไม่เอาคน…
    ดูไบ แดนเศรษฐี (หนีคุก) เริ่มฉลองปีใหม่ด้วยไฟใหม้ตึกสูงโรงแรมหรู ระหว่างนับถอยหลังก่อนถึงปีใหม่ เล่นเอาชาวดูไบที่มาดูไฟ ยืนอ้าปากค้าง โห บ้านเรานี่ถ้าจะรวยจริงนะ แทนที่จะจุดพลุขึ้นฟ้าฉลองปีใหม่ นี่เล่นจุดไฟเผาตึกฉลองเลยเหรอ เอะ แล้วไอ้เหลี่ยมร้ายมันอยู่แถวนั้นหรือเปล่านะ ม่ายน่อ เขาว่ามันมาสั่งการกวนตีนลุงตู่ ระหว่างรอรับน้องสาวเตรียมหนีคดีออกนอกประเทศ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแถวนี้ต่างหาก
    ซีเอนเอน ท่าจะรับค่าอุปถัมภ์รายการไปแยะ ตอนแรกเจ้าหน้าที่ถ่ายถอดทำหน้าที่ตามอาชีพ แบ่งจอให้ดูเลย ด้านซ้ายฉลองปีใหม่ด้วยไฟไหม้ตึก ไฟลุกโชนทั้งตึก มีตัววิ่งขึ้นว่า hotel inferno โรมแรมไฟนรก ด้านขวาของจอถ่ายทอดยิงพลุ เดี๋ยวโป้ง เดี๋ยวโป้ง ข่าวบอก 2 เหตุการณ์ อยู่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตร ชาวดูไบ ดูพลุ สลับกับดูไฟไหม้คอเกือบเคล็ด เพราะรัฐบาลดูไบบอก ไฟไหม้ยังไงเราก็ไม่เลิกการจุดพลุให้ประชาชนชื่นชม ให้ตายเถอะโรบิน ผมเชื่อแล้วว่าเขารวยจริง
    คุณเบ็กกี้ ผู้จัดรายการสาวใหญ่ ของซีเอนเอน ไม่รู้ใครไปปลุกหล่อนมาเข้าฉากกลางดึก หลังจากพลุเลิกแล้ว แต่ไฟไหม้ยังไม่เลิก คุณเบ็กกี้ประกาศปากคอสั่นว่า ไฟไหม้โรงแรมแค่ข้างนอกนะฮ้า ไม่เข้าข้างในตึกเลยฺฮ่า เสียหายนิดหน่อยเองฮ่ะ ไม่มีใครเป็นอันตรายร้ายแรงเล้ย ว่าแล้วคุณเธอก็หายวับกลับไปนอนต่อ
    วาว.. มัน ซี เอน เอน จริงๆ แล้ววันรุ่งขึ้น ข่าวไฟไหม้โรงแรมหรูที่ดูไบก็หายไปเหมือนถูกชักโครกทิ้ง…จะออกข่าวทำไมให้ เสียเวลา มึงไว้ทำข่าวว่ารัสเซียกำลังจะอดตาย จีนแผ่นดินถล่ม ไทยผลิตอาหารไม่ได้มาตรฐาน อะไรทำนองนั้นซีวะ… ผมสงสัยว่า ไอ้คนถ่ายทอดไฟไหม้โรงแรม อาจจะตกงานไปแล้วเรียบร้อย
    หลังจากดู ดูไบจุดไฟตึกฉลองปีใหม่เสร็จ ผมก็กลับไปนอนต่อ ผมยังไม่ทันฟื้นจากการนอนข้ามปีของผม ผ่านปีใหม่ไปไม่ถึง 2 วัน ซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั๊มใหญ่ของผม ก็เริ่มศักราชใหม่ด้วยการสั่งประหารชีวิตนักโทษ วันเดียวฉับไป 47 หัว ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นพวกก่อการร้ายพันธ์อัลไคด้า ที่เคยหาเรื่องซ่าใส่ซาอุ แต่มี 3 คนเป็นรายการแถมนอกเหนือจาก อัลไคด้า
    นับเป็นการประหารชีวิตในวันเดียวมากที่สุดในรอบ35 ปีของซาอุ เสี่ยปั๊มใหญ่เล่นแรงจริง สงสัยเจอพิษแมงกะแท้ทะเลทราย
    แต่ปรากฏว่ารายการแถม ทำท่าจะเป็นชนวนฝักแค จุดลุกลาม จนตะวันออกกลางอาจจะกลายเป็นทะเลทรายเลือด …. ตามแผนของใครไม่รู้
    ชนวนใหญ่ของฟักแคชื่อ Sheik Nimr Baqr al-Nimr ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นผู้สอนศาสนานิกายชีอะที่อยู่ในซาอุ เป็นที่เคารพ และรู้จักกันทั่วของฝ่ายชีอะทั้งในและนอกซาอุดิอารเบีย แต่ซาอุบอกว่า ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นพวกหัวรุนแรง นักเคลื่อนไหวที่ก่อความวุ่นวาย พยายามยุยงให้พวกชีอะก่อความไม่สงบในซาอุ มาตั้งแต่ ปี ค.ศ.2011 แล้วนะ แล้วก็ทำให้ซาอุเกือบจะมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาด้วยในช่วงปีนั้น ว่าเข้านั้น
    การตัดสินประหารชีวิต ชี้ค อัล นิมร์ ได้รับการเตือนจากนานาประเทศทั้งในและตะวันออกกลางว่า ระวังมันจะบานปลายจนหุบไม่เข้า เพราะมันอาจจะมากกว่าเป็นการจุดไฟสงครามระหว่างนิกายศาสนาก็ได้…
    แต่ซาอุดิ อารเบียบอกว่า…. อัล นิมร์ คุกคามพระราชวงศ์ของเรา เราต้องการให้เป็นที่รู้กันว่า ใครจะมากดดันเราไม่ได้…..นี่ มันต้องอย่างนี้ มีหน้าไหนกล้าเข้าไปยุ่งในบ้านเขาบ้าง
    และก็ได้ผล…กระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ไม่ได้ “ทักท้วง” การตัดสินของซาอุดิอารเบียในเรื่องนี้ เพียงแต่ให้ความเห็นว่า อเมริกามีความเป็นห่วงอย่างยิ่งยวดว่า เรื่องนี้จะทำให้การขัดแย้งระหว่างนิกายทางศาสนาจะรุนแรงขึ้น และทางกระทรวง ขอให้ผู้นำภูมิภาค ใช้ความพยายามเป็นสองเท่า ที่จะลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาคลงมา
    ประชาธิปไตยสักกะบวยอะไรของมึง ฉับหัววันเดียว 47 คน มึงบอกว่า ให้ผู้นำ(คนอื่น) ใช้ความพยายามเป็น 2 เท่าที่จะลดความตึงเครียด แต่กับคนสั่งฉับ มึงไม่กล้าแตะเขาเลย ปาหี่ ฉิบหาย
    ตกลงนี่ มันอเมริกาเดียวกันกับที่เข้ามาเสือกในบ้านเราทุกเรื่องหรือเปล่าครับ
ที่บ้านเรา ผมเห็นมันมายืนชี้นิ้วเสือกสาระพัด ทั้งๆที่ยังไม่ได้ฉับใครสักหัว แค่เชิญมาปรับทัศนคติ…..มันก็หาว่าเราละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ได้แต่บ่นกันเองหน้าจอ ไหนบอกว่าเป็นช้างศึกไงครับ ไม่ใช่สมันน้อยแล้วนะ ลุงนิทานอย่ามาเรียกสมันน้อยอีกนะ ฮา
    ###############
ตอน 2
    ซาอุดิอารเบีย ประหารชีวิต ชิ๊ค อัล นิมร์ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 มกราคม หลังจากข่าวออกไม่กี่ชั่วโมง ชาวอิหร่าน ซึ่งนับถืออิสลามนิกายชีอะ ต่างออกมาประท้วงการประหารชีวิต และพากันเดินขบวนไปหน้าสถานทูตซาอุดิอารเบียในกรุงเตหะราน หลังจากนั้นการประท้วงก็รุนแรงขึ้น มีการบุกเข้าไปเผาสถานกงสุลของซาอุดิอารเบีย ที่เมืองมาชาดในอิหร่าน ตามมาด้วยการเผาสถานทูตของซาอุดิอารเบีย ที่กรุงเตหะราน
    หลังจากมีข่าวว่า สถานทูตถูกเผาในวันเสาร์ที่ 2 มกราคม วันอาทิตย์รุ่งขึ้น รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย นาย Adel al-Jubeir ก็ออกมาทำหน้าเครียดให้สัมภาษณ์ผ่านวิทยุประเภทกรมกร๊วกของซาอุ ทันที
    … อิหร่าน มีประวัติการละเมิดต่างประเทศอย่างนี้มานานแล้ว จำไม่ได้หรือ ปี ค.ศ.1979 นั่นไง (ที่อิหร่านบุกสถานทูตอเมริกา และจับตัวเจ้าหน้าที่สถานทูตเป็นตัวประกัน : คนเล่านิทาน) มันแสนจะอื้อฉาว และละเมิดกฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศจนหมดสิ้น….
    …. อิหร่าน ยังมีนโยบายที่ก้าวร้าว โดยมีเป้าหมายที่จะทำลายความมั่นคงของภูมิภาค … อิหร่านลักลอบขนทั้งอาวุธ และระเบิด เข้ามาสร้างผู้ก่อการร้ายในซาอุดิอารเบียและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคด้วย… เราจะไม่มีวันยอมให้อิหร่านมาบ่อนทำลายความมั่นคงของเราอย่างเด็ดขาด….
    …. ประวัติศาสตร์ของอิหร่าน มีแต่เรื่องแย่ๆ มีแต่เข้าไปแทรกแซงอย่างไม่เป็นมิตร กับประเทศในภูมิภาค และพร้อมที่จะทำลายล้างเขาไปทั่ว รวมทั้งฆ่าคนบริสุทธิ์…
    หลังจากด่าอิหร่านอย่างยืดยาว รสเผ็ดเจ็บร้อนถึงใจเสร็จ ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ อัล จูเบียร์ ก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตดังฉับ …กับอิหร่านทันที พร้อมกับมีคำสั่ง ไล่ทูตอิหร่านประจำซาอุ ให้ออกไปจากซาอุดิอารเบียภายใน 48 ชั่วโมง รวดเร็วชนิดเก็บได้แต่ของสำคัญ เช่นไม้แคะหูกับรองเท้าแตะฯลฯ ที่เหลือทิ้งมันไป…
    ซาอุดิ อารเบีย ยังไม่หายร้อน ตามต่อด้วยการสั่งห้ามเครื่องบินอิหร่าน บินลงซาอุ และห้ามเครื่องบินซาอุไปลงอิหร่าน จะเดินทางไปหากันก็จงใช้อูฐอย่างเมื่อร้อยปีก่อน
    เด็ดขาดจริงๆ สื่ออเมริกัน ต่างลงข่าวทั้งหมดนี้อย่างพร้อมเพรียง และละเอียดถี่ถ้วน คาดว่า ไม่น่ามีใครตกข่าวเลย คงแจกทั่วถึงกันหมด
    หลังจากนั้นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการประหารชีวิต ชิ้ค อัล นิมร์ ก็ลามอย่างรวดเร็ว ไล่ไปตั้งแต่บาห์เรน จนถึง ปากีสถาน เหมือนอย่างกับใครกำลังจุดฟักแคลูกระเบิด หรือฟักแคเผาผี ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไหน แต่จะอย่างไหน มันก็ไม่ใช่เป็นมงคล สำหรับการเริ่มปีใหม่ ของชาวตะวันออกกลางทั้งสิ้น
    ที่บาห์เรน กลุ่มชีอะ ออกมาประท้วงในหลายเมือง พร้อมทั้งตะโดนด่าราชวงศ์ Al Saud ที่กำลังปกครองซาอุดิอารเบีย ที่ก็ถือว่าเป็นลูกพี่ใหญ่ของบาห์เรน หลังจากนั้น บาห์เรนก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ตามลูกพี่ ไปเรียบร้อยอีกหนึ่งฉับ
    ตามมาด้วยเอมิเรต ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ลดจำนวนเจ้าหน้าที่สถานทูตของซาอุ ที่ประจำอยู่ที่กรุงเตหะราน เรียกว่ายังไม่ถึงกับฉับ แค่เฉาะให้อิหร่านรู้สึก
    ส่วนคูเวต ในฐานะสมาชิกชาวอ่าว ก็รีบตัดฉับสัมพันธ์อิหร่านตามลูกพี่เหมือนกัน
    แต่จอร์แดน แค่เรียกทูตอิหร่านประจำจอร์แดนมาด่ายับ เรื่องเหตุการณ์เผาสถานทูตซาอุ แต่ยังไม่ฉับตามซาอุ เพราะจอร์แดนถือตัวว่า ไม่ใช่ลูกกะเป๋งของซาอุ แค่ซาอุช่วยสนับสนุนช่วยเหลือทางการเงินให้เท่านั้น … ฟังแล้วงง
    สำหรับการ์ต้า เพิ่งประกาศฉับไปเมื่อวาน เรียกทูตกลับบ้าน ประกาศเป็นรายสุดท้าย แหม นึกว่าแน่ เห็นคิดอยู่หลายวันเลยนะเสี่ยปั้มสิงห์สำอาง ในที่สุดก็ต้องฉับตามลูกพี่
    ส่วนโอมาน ประกาศตัวเป็นกลางเหมือนทุกเรื่อง เราไม่ชอบยุ่งกับเรื่องขัดแย้งของใคร แหะ แหะ แต่เราเอนตัวไปทางอิหร่านนานแล้วโยม จ่อหน้ากันอยู่ตรงนั้นมันก็น่าเสียวแทน
    การปะทะทางการทูต ลามไปถึงอาฟริกา ซูดาน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมสุนนี่ ก็ไล่ทูตอิหร่านพร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตทั้งหมดกลับบ้านกับเขาด้วย และเรียกทูตของตนที่ประจำอยู่ที่อิหร่านกลับซูดาน
    ซูดานแถลงว่า เพราะอิหร่านเข้าไปแทรกแซงในกิจการบ้านคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องศาสนา ….รัศมีเสี่ยปั๊มใหญ่นี่แผ่ไพศาลเอาเรื่อง
    แต่ที่เบรุต Hassan Nasrallah หัวหน้ากลุ่มเฮสบอลเลาะห์ กล่าวสรรเสริญ ชิ้ค อัล นิมร์ว่า เป็นผู้สละชีวิตเพื่อศาสนา เป็นนักรบที่ควรแก่เคารพ
    เหตุการณ์ประหารชีวิตของ ชิ้ค อัล นิมร์ ทำให้ฝ่ายอิหร่านออกมาตอบโต้ว่า ซาอุดิอารเบีย เจ้าจงเตรียมตัว การล้างแค้นอย่างรุนแรงจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน…
    ###############
ตอน 3
    ชิ้ค อัล นิมร์ เป็นชาวซาอุดิ ที่นับถืออิสลามนิกายชีอะ ซึ่งมีเพียงประมาณ 15% ในซาอุดิอารเบีย ที่นับนิกายสุนนี่เป็นนิกายทางการ ในขณะที่หัวหน้าชีอะอื่นๆในซาอุ อยู่ในซาอุแบบเจียมตัว พยายามทำตัวคล้อยไปกับสังคมของสุนนี่ แต่ อัล นิมร์ ลุกขึ้นประกาศว่า มันไม่ควรเป็นเช่นนั้น ซาอุดิ อารเบีย ควรใจกว้างกับทุกนิกายเช่นเดียวกัน
    อัล นิมร์ พูดแสดงความเห็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เสียงเขาดังอยู่ในหัวของชีอะเกือบทุกคน โดยเฉพาะที่อยู่ในซาอุดิอารเบีย ในที่สุดเมื่อเกิดเหตุการประท้วงรุนแรงในซาอุดิอารเบีย โดยกลุ่มชีอะ ในปี ค.ศ.2011 ที่ตะวันตกอ้างว่าลามมาจากเทศกาลอาหรับ แต่พวกชีอะบอกว่า เราไม่ได้มาเรียกร้องเอาประซาธิปไตยนะ แต่เราต้องการให้พวกชีอะ ได้รับการปฏิบัติ ที่ดีขึ้นกว่าเดิมในซาอุดิอารเบียต่างหาก แต่รัฐบาลซาอุดิ อารเบีย ใช้ยาแรงในการปราบปรามการประท้วงของพวกชีอะ ด้วยการใช้กระสุนจริง และก็มีชาวซาอุชีอะตายจริงหลายสิบ
    ทางการซาอุ สั่งจับ อัล นิมร์ ในปี ค.ศ.2012 และตั้งข้อหาว่า เขาเป็นผู้มีส่วน ที่ทำให้เกิดความไม่สงบดังกล่าว แถมยิงต่อสู้ตำรวจที่มาจับ และพยายามชักชวนให้ต่างชาติเข้ามามีส่วนวุ่นวายในกิจการในประเทศ ว่าแล้วก็มีคำสั่งในปี ค.ศ.2014 ให้ตัดสินประหารชีวิต อัล นิมร์
    หลายฝ่ายที่ติดตามเหตุการณ์ของ อัล นิมร์ มาตลอด หวังว่าเขาจะได้รับการอภัยโทษ แต่นอกจากการอภัยโทษไม่เกิดขึ้นแล้ว ยังมีนักวิเคระาห์การเมืองตะวันตก ออกมาให้ความเห็นว่า อัล นิมร์ ติดคุกมาปีกว่า ทำไมถึงมาทำการประหารชีวิตเขาในตอนนี้ เหมือนเป็นการเลือกจังหวะเวลา…
    ก่อนสิ้นปี ค.ศ.2015 อเมริกาเคาะถามรัสเซียว่า จะเอาอย่างไรเรื่องซีเรีย สุ่มเสียงอ่อนลงว่า อัสสาดจะอยู่ต่อก็ได้นะ แต่ถ้าเลือกตั้งแพ้แล้วต้องไปนะ รัสเซียบอก เราก็พูดอย่างนี้มาตั้งแต่แรก มึงฟังไม่ได้ศัพท์เลยหรือไง ทำเอาอเมริกากลับไปตั้งหลัก หลังปีใหม่ค่อยมาว่ากันต่อ
    ส่วนเรื่องเยเมน ซาอุดิอารเบียนำทัพเข้าไปลุยเยเมน แต่ดันติดหล่มมาตั้งแต่แต่กลางปี ค.ศ.2015 ขึ้นจากหล่มไม่ได้ ไปต่อไม่เป็น เลยมีการเจรจาสงบศึกชั่วคราว แต่การสงบศึกก็ดูเหมือนไม่สงบจริง เพราะยังขึ้นจากหล่มไม่ได้ ติดหล่มทรายนานๆ นี่ถึงตายนะครับ
    ที่ซีเรีย มีกองกำลังของจริงของอิหร่าน คอยช่วยอัสสาด รบสู้กับพวกกบฎซีเรีย ขณะเดียวกัน ก็มีกองกำลังของผู้ก่อการร้ายเติมเงิน ที่ซาอุดิอารเบียและพวกคอยสนับสนุนเติมเงินเติมอาวุธ มาช่วยกบฏซีเรียรบสู้ กับรัฐบาลอัสสาด…. มึนหัวแทนคนอ่าน ค่อยๆอ่านนะครับ
    ที่เยเมน มีกองกำลังของจริงของซาอุดิอารเบียและพวก กำลังรบกับพวกที่ซาอุ เรียกว่าเป็นกบฏในเยเมน ซึ่งขณะนี้ พวกกบฏ รบชนะฝ่ายรัฐบาลเยเมน และไล่รัฐบาลเยเมนแตกกระเจิง จนตัวนายกรัฐมนตรีเยเมนหนีไปพึ่งใบบุญซาอุดิอารเบีย ฝ่ายกบฏที่กำลังสู้กับกองกำลังซาอุ มีกลุ่มนักรบฮูตติเป็นตัวยืน เป็นฮูตติ ที่อิหร่านให้การสนับสนุนทั้งด้านกองกำลังและอาวุธ
    ที่อิรัค มีกองกำลังของชาวอิรัค กำลังรบเพื่อยึดเอาบ้านเมือง กลับคืนมาจากที่ผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินยึดเอาไว้ และเริ่มตั้งแต่ปลายปีที่แล้วมานี้ ชาวอิรัค ทำท่าจะยึดเมืองใหญ่คืนมาได้ โดยเป็นที่รู้กันดีว่า ฝ่ายรัสเซียอิหร่านให้การสนับสนุนชาวอิรัค ในการยึดเมืองคืน ส่วนซาอุดิอารเบียและพวก รวมทั้งตุรกี และฝ่ายตะวันตก เป็นผู้สนับสนุนพวกนักรบเติมเงิน ในการยึดอิรัคตั้งแต่เริ่ม….
    และเมื่ออิรัค เริ่มยึดเมืองกลับคืนได้ อเมริการีบออกมาให้ข่าวทุกวันว่า เป็นผลงานของตน แต่ชาวบ้านที่ติดตามข่าวมาตลอด โดยไม่มีกระป๋องครอบหัวไว้ ก็คงพอรู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร
    พวกเขาวุ่นวายกันขนาดนี้ ยังคิดว่า การประหารชีวิต อัล นิมร์ นั้น มาจากการกระทำของอัล นิมร์ ที่ซาอุดิอารเบีย อ้างว่า เป็นการกดดัน และคุกคามราชวงศ์ซาอุด…อย่างนั้นหรือ……
    ###############
ตอน 4 (จบ)
    ตั้งแต่กษัตริย์อับดุลลาห์ ขึ้นครองราชย์เมื่อต้นปี ค.ศ.2015 นโยบายด้านต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย ดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นเชิงรุก(ราน) อย่างเห็นได้ชัด
    แต่ไหนแต่ไรมา ซาอุดิอารเบียกับอิหร่านก็ไม่รักกันอยู่แล้ว ซาอุมองอิหร่านเป็นคู่แข่งทางการเมืองที่สำคัญ แย่งชิงกันเป็นผู้นำของตะวันออกกลางมาตลอด แต่ซาอุดิอารเบีย ย่อมคิดว่าตนเองได้เปรียบอิหร่าน เพราะมีแบ๊กแข็งโป๊กอย่างอเมริกา ส่วนอิหร่าน แม้จะมีรัสเซีย จีน เป็นเพื่อน แต่ในสายตาชาวโลกที่หัวติดอยู่ในกระป๋องสี่เหลี่ยม ย่อมมองรัสเซีย จีน ต่างกับมองเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้ง
    ซาอุดิ อารเบีย มาเสียเส้น ก็ตอนเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้งใช้เวลาเจรจาเรื่องนิวเคลียร์กับอิหร่านนานไป หน่อย เล่นเอาซาอุดิอารเบียงอนจนเตียงแถบหัก แค่นั้นซาอุดิ อารเบีย ก็ยังลงบัญชีงอนเอาไว้ไม่เลิกพ้อ แต่พอคุณพี่ปูติน ที่เป็นเพื่อนกับอิหร่านและซีเรีย ยกทัพเข้ามาในซีเรีย นี่ 3 เดือนกว่าแล้ว และยังไม่มีที่ท่าว่าจะเคลื่อนย้ายออกไป แถมทำท่าจะปักหลักพักนาน แบบนี้ ซาอุดิ อารเบีย จะใช้แค่บทแง่งอน มันคงไม่พอกระตุกคอคู่รักให้หันมาสนใจ
    อเมริกา คู่รักฝักแค ยังไม่แสดงที่ท่าว่าจะกระดิกตัว ออกมาปกป้องฝ่ายซาอุดิจากการบุกมาของรัสเซียเลย ได้แต่ส่งเสียงตามลม โหยหวนเหมือนเวลาเห็นใบตองไหว ก็แค่นั้น แล้วแบบนี้เสี่ยปั๊มใหญ่ จะให้เสี่ยปั๊มใหญ่ถูกหยามหน้าต่อไปได้ยังไง
นี่ถ้า รัสเซียไม่ขยับไปไหน นั่งรับลมทะเลทรายเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกนาน อิหร่านก็คงใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น แถมซีเรีย ที่เราลงทุนเติมเงินลงไปเสียนับไม่ถ้วน ก็ยังไม่ล่ม แค่เละ เจ้าอัสสาดคนนอกศาสนา ก็ยังอยู่ได้ แล้วนี่อิรัคยังมีทีท่าว่า อาจจะไปซบอิหร่านเต็มตัว ยิ่งจะทำให้อิหร่านใหญ่ขึ้นไปอีก โอ้ย… คิดมาถึงตรงนี้แล้ว เสี่ยปั๊มใหญ่ น่าจะรับไม่ไหว มันเลยต้องฉับ ฉับ …
    หลังจาก ฉับ ฉับ ไปแล้ว ความร้อนก็ยังไม่ลด ซาอุดิ อารเบีย เลยต้องกระแทกให้อีกดอกว่า …. ถึง จุดนี้ ซาอุดิอารเบีย ไปไกลเกินกว่าที่จะสนใจแล้ว ว่าโอบามาคิดอย่างไร…. ซาอุดิ อารเบีย ไม่สนใจว่าจะทำให้ทำเนียบขาวโกรธหรือไม่…
…..พอ ก็คือ พอ enough is enough …..เอะ นี่เป็น ข้อความส่งถึงอิหร่าน หรือถึงอเมริกากันแน่ ผมชักไม่แน่ใจ
    บทนี้ ถ้าฮอลลีวู้ด ไม่รีบเอาไปทำหนัง เสียดายตายห่าเลยครับ
    ผมเกือบลืมเล่าถึงดาราตัวเอก ที่ตอนนี้ออกฉากมาพูดแทนซาอุดิอารเบียคือนาย อัล จูเบียร์
    อัล จูเบียร์ นี่ ก่อนหน้าจะมารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิ เขาเป็น ทูตซาอุ ประจำอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 ถึง 2015 เรียกว่า ซี้ย่ำปึกกับอเมริกา มาตั้งแต่สมัยคาวบอยบุช นอกจากนี้ อัล จูเบียร์ ยังเป็นที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศประจำตัวของกษัตริย์อับดุลลาห์ อีกด้วย เมื่อเจ้าชายอับดุลลาห์ขึ้นครองราชย์ไม่กี่เดือน ก็ตั้ง อัล จูเบียร์เป็นรัฐมนตรี ดูเหมือนเขาจะเป็นคนธรรมดาคนแรกของซาอุ ที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้
    ประวัติดาราแบบนี้ คงทำให้มองเห็นภาพกันนะครับว่า ใครกำลังใช้ใคร จุดฝักแค แล้วฝักแคมันจะลามไปถึงไหน แผนเอาปั๊ม ไม่เอาคนนี่เล่นไม่ยากเลย ไม่ว่าที่ไหน เอาของไม่เอาคน ยุซ้าย แยงขวา เดี๋ยวเขาก็ตีกันเอง เราไม่ต้องกรีทาทัพมาให้เจ็บตาปลาเลยนะ จิ้งหรีดพันธุ์ไหน มันก็ปั่นได้ทั้งนั้นแหละ …ถ้ามันไม่รู้ตัวว่าถูกปั่น…
    แล้วแบบนี้ฝ่ายรัสเซีย จีน อิหร่าน และไอ้นักไต่ลวดจอมเล่นเสียวตุรกีว่ายังไง ไม่พูดถึงเลยนะลุง
    แหม ผมก็ไม่ได้มีโอกาสถามท่านทั้งสาม และนักไต่ลวดโดยตรงนะครับ แต่ผมว่า แผนปั่นจิ้งหรีด แผนจุดฝักแค ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้น ก็เล่นแบบซ้ำซาก
    ผมเลยเดาเอาเองว่า อิหร่าน คงบอกเราคอยอยู่ ส่วนอาเฮีย คงอมยิ้ม และ คุณพี่ปูติน คงหัวร่อ หึ หึ ใน ลำคอ… ส่วนตุรกีนักไต่ลวด คงถอนหายใจยาว กูคงไม่ตายเดี่ยว….
    สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
8 ม.ค. 2559
    เรื่อง จุดฝักแค นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จุดฝักแค” ตอน 1 ตะวันออกกลาง ทำท่าจะเป็นแดนเดือดทั่วทะเลทรายไม่ให้น้อยหน้ากัน เดี๋ยวจะไม่เชื่อว่าเขาจะเอาแต่ปั้ม ไม่เอาคน… ดูไบ แดนเศรษฐี (หนีคุก) เริ่มฉลองปีใหม่ด้วยไฟใหม้ตึกสูงโรงแรมหรู ระหว่างนับถอยหลังก่อนถึงปีใหม่ เล่นเอาชาวดูไบที่มาดูไฟ ยืนอ้าปากค้าง โห บ้านเรานี่ถ้าจะรวยจริงนะ แทนที่จะจุดพลุขึ้นฟ้าฉลองปีใหม่ นี่เล่นจุดไฟเผาตึกฉลองเลยเหรอ เอะ แล้วไอ้เหลี่ยมร้ายมันอยู่แถวนั้นหรือเปล่านะ ม่ายน่อ เขาว่ามันมาสั่งการกวนตีนลุงตู่ ระหว่างรอรับน้องสาวเตรียมหนีคดีออกนอกประเทศ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแถวนี้ต่างหาก ซีเอนเอน ท่าจะรับค่าอุปถัมภ์รายการไปแยะ ตอนแรกเจ้าหน้าที่ถ่ายถอดทำหน้าที่ตามอาชีพ แบ่งจอให้ดูเลย ด้านซ้ายฉลองปีใหม่ด้วยไฟไหม้ตึก ไฟลุกโชนทั้งตึก มีตัววิ่งขึ้นว่า hotel inferno โรมแรมไฟนรก ด้านขวาของจอถ่ายทอดยิงพลุ เดี๋ยวโป้ง เดี๋ยวโป้ง ข่าวบอก 2 เหตุการณ์ อยู่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตร ชาวดูไบ ดูพลุ สลับกับดูไฟไหม้คอเกือบเคล็ด เพราะรัฐบาลดูไบบอก ไฟไหม้ยังไงเราก็ไม่เลิกการจุดพลุให้ประชาชนชื่นชม ให้ตายเถอะโรบิน ผมเชื่อแล้วว่าเขารวยจริง คุณเบ็กกี้ ผู้จัดรายการสาวใหญ่ ของซีเอนเอน ไม่รู้ใครไปปลุกหล่อนมาเข้าฉากกลางดึก หลังจากพลุเลิกแล้ว แต่ไฟไหม้ยังไม่เลิก คุณเบ็กกี้ประกาศปากคอสั่นว่า ไฟไหม้โรงแรมแค่ข้างนอกนะฮ้า ไม่เข้าข้างในตึกเลยฺฮ่า เสียหายนิดหน่อยเองฮ่ะ ไม่มีใครเป็นอันตรายร้ายแรงเล้ย ว่าแล้วคุณเธอก็หายวับกลับไปนอนต่อ วาว.. มัน ซี เอน เอน จริงๆ แล้ววันรุ่งขึ้น ข่าวไฟไหม้โรงแรมหรูที่ดูไบก็หายไปเหมือนถูกชักโครกทิ้ง…จะออกข่าวทำไมให้ เสียเวลา มึงไว้ทำข่าวว่ารัสเซียกำลังจะอดตาย จีนแผ่นดินถล่ม ไทยผลิตอาหารไม่ได้มาตรฐาน อะไรทำนองนั้นซีวะ… ผมสงสัยว่า ไอ้คนถ่ายทอดไฟไหม้โรงแรม อาจจะตกงานไปแล้วเรียบร้อย หลังจากดู ดูไบจุดไฟตึกฉลองปีใหม่เสร็จ ผมก็กลับไปนอนต่อ ผมยังไม่ทันฟื้นจากการนอนข้ามปีของผม ผ่านปีใหม่ไปไม่ถึง 2 วัน ซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั๊มใหญ่ของผม ก็เริ่มศักราชใหม่ด้วยการสั่งประหารชีวิตนักโทษ วันเดียวฉับไป 47 หัว ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นพวกก่อการร้ายพันธ์อัลไคด้า ที่เคยหาเรื่องซ่าใส่ซาอุ แต่มี 3 คนเป็นรายการแถมนอกเหนือจาก อัลไคด้า นับเป็นการประหารชีวิตในวันเดียวมากที่สุดในรอบ35 ปีของซาอุ เสี่ยปั๊มใหญ่เล่นแรงจริง สงสัยเจอพิษแมงกะแท้ทะเลทราย แต่ปรากฏว่ารายการแถม ทำท่าจะเป็นชนวนฝักแค จุดลุกลาม จนตะวันออกกลางอาจจะกลายเป็นทะเลทรายเลือด …. ตามแผนของใครไม่รู้ ชนวนใหญ่ของฟักแคชื่อ Sheik Nimr Baqr al-Nimr ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นผู้สอนศาสนานิกายชีอะที่อยู่ในซาอุ เป็นที่เคารพ และรู้จักกันทั่วของฝ่ายชีอะทั้งในและนอกซาอุดิอารเบีย แต่ซาอุบอกว่า ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นพวกหัวรุนแรง นักเคลื่อนไหวที่ก่อความวุ่นวาย พยายามยุยงให้พวกชีอะก่อความไม่สงบในซาอุ มาตั้งแต่ ปี ค.ศ.2011 แล้วนะ แล้วก็ทำให้ซาอุเกือบจะมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาด้วยในช่วงปีนั้น ว่าเข้านั้น การตัดสินประหารชีวิต ชี้ค อัล นิมร์ ได้รับการเตือนจากนานาประเทศทั้งในและตะวันออกกลางว่า ระวังมันจะบานปลายจนหุบไม่เข้า เพราะมันอาจจะมากกว่าเป็นการจุดไฟสงครามระหว่างนิกายศาสนาก็ได้… แต่ซาอุดิ อารเบียบอกว่า…. อัล นิมร์ คุกคามพระราชวงศ์ของเรา เราต้องการให้เป็นที่รู้กันว่า ใครจะมากดดันเราไม่ได้…..นี่ มันต้องอย่างนี้ มีหน้าไหนกล้าเข้าไปยุ่งในบ้านเขาบ้าง และก็ได้ผล…กระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ไม่ได้ “ทักท้วง” การตัดสินของซาอุดิอารเบียในเรื่องนี้ เพียงแต่ให้ความเห็นว่า อเมริกามีความเป็นห่วงอย่างยิ่งยวดว่า เรื่องนี้จะทำให้การขัดแย้งระหว่างนิกายทางศาสนาจะรุนแรงขึ้น และทางกระทรวง ขอให้ผู้นำภูมิภาค ใช้ความพยายามเป็นสองเท่า ที่จะลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาคลงมา ประชาธิปไตยสักกะบวยอะไรของมึง ฉับหัววันเดียว 47 คน มึงบอกว่า ให้ผู้นำ(คนอื่น) ใช้ความพยายามเป็น 2 เท่าที่จะลดความตึงเครียด แต่กับคนสั่งฉับ มึงไม่กล้าแตะเขาเลย ปาหี่ ฉิบหาย ตกลงนี่ มันอเมริกาเดียวกันกับที่เข้ามาเสือกในบ้านเราทุกเรื่องหรือเปล่าครับ
ที่บ้านเรา ผมเห็นมันมายืนชี้นิ้วเสือกสาระพัด ทั้งๆที่ยังไม่ได้ฉับใครสักหัว แค่เชิญมาปรับทัศนคติ…..มันก็หาว่าเราละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ได้แต่บ่นกันเองหน้าจอ ไหนบอกว่าเป็นช้างศึกไงครับ ไม่ใช่สมันน้อยแล้วนะ ลุงนิทานอย่ามาเรียกสมันน้อยอีกนะ ฮา ###############
ตอน 2 ซาอุดิอารเบีย ประหารชีวิต ชิ๊ค อัล นิมร์ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 มกราคม หลังจากข่าวออกไม่กี่ชั่วโมง ชาวอิหร่าน ซึ่งนับถืออิสลามนิกายชีอะ ต่างออกมาประท้วงการประหารชีวิต และพากันเดินขบวนไปหน้าสถานทูตซาอุดิอารเบียในกรุงเตหะราน หลังจากนั้นการประท้วงก็รุนแรงขึ้น มีการบุกเข้าไปเผาสถานกงสุลของซาอุดิอารเบีย ที่เมืองมาชาดในอิหร่าน ตามมาด้วยการเผาสถานทูตของซาอุดิอารเบีย ที่กรุงเตหะราน หลังจากมีข่าวว่า สถานทูตถูกเผาในวันเสาร์ที่ 2 มกราคม วันอาทิตย์รุ่งขึ้น รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย นาย Adel al-Jubeir ก็ออกมาทำหน้าเครียดให้สัมภาษณ์ผ่านวิทยุประเภทกรมกร๊วกของซาอุ ทันที … อิหร่าน มีประวัติการละเมิดต่างประเทศอย่างนี้มานานแล้ว จำไม่ได้หรือ ปี ค.ศ.1979 นั่นไง (ที่อิหร่านบุกสถานทูตอเมริกา และจับตัวเจ้าหน้าที่สถานทูตเป็นตัวประกัน : คนเล่านิทาน) มันแสนจะอื้อฉาว และละเมิดกฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศจนหมดสิ้น…. …. อิหร่าน ยังมีนโยบายที่ก้าวร้าว โดยมีเป้าหมายที่จะทำลายความมั่นคงของภูมิภาค … อิหร่านลักลอบขนทั้งอาวุธ และระเบิด เข้ามาสร้างผู้ก่อการร้ายในซาอุดิอารเบียและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคด้วย… เราจะไม่มีวันยอมให้อิหร่านมาบ่อนทำลายความมั่นคงของเราอย่างเด็ดขาด…. …. ประวัติศาสตร์ของอิหร่าน มีแต่เรื่องแย่ๆ มีแต่เข้าไปแทรกแซงอย่างไม่เป็นมิตร กับประเทศในภูมิภาค และพร้อมที่จะทำลายล้างเขาไปทั่ว รวมทั้งฆ่าคนบริสุทธิ์… หลังจากด่าอิหร่านอย่างยืดยาว รสเผ็ดเจ็บร้อนถึงใจเสร็จ ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ อัล จูเบียร์ ก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตดังฉับ …กับอิหร่านทันที พร้อมกับมีคำสั่ง ไล่ทูตอิหร่านประจำซาอุ ให้ออกไปจากซาอุดิอารเบียภายใน 48 ชั่วโมง รวดเร็วชนิดเก็บได้แต่ของสำคัญ เช่นไม้แคะหูกับรองเท้าแตะฯลฯ ที่เหลือทิ้งมันไป… ซาอุดิ อารเบีย ยังไม่หายร้อน ตามต่อด้วยการสั่งห้ามเครื่องบินอิหร่าน บินลงซาอุ และห้ามเครื่องบินซาอุไปลงอิหร่าน จะเดินทางไปหากันก็จงใช้อูฐอย่างเมื่อร้อยปีก่อน เด็ดขาดจริงๆ สื่ออเมริกัน ต่างลงข่าวทั้งหมดนี้อย่างพร้อมเพรียง และละเอียดถี่ถ้วน คาดว่า ไม่น่ามีใครตกข่าวเลย คงแจกทั่วถึงกันหมด หลังจากนั้นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการประหารชีวิต ชิ้ค อัล นิมร์ ก็ลามอย่างรวดเร็ว ไล่ไปตั้งแต่บาห์เรน จนถึง ปากีสถาน เหมือนอย่างกับใครกำลังจุดฟักแคลูกระเบิด หรือฟักแคเผาผี ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไหน แต่จะอย่างไหน มันก็ไม่ใช่เป็นมงคล สำหรับการเริ่มปีใหม่ ของชาวตะวันออกกลางทั้งสิ้น ที่บาห์เรน กลุ่มชีอะ ออกมาประท้วงในหลายเมือง พร้อมทั้งตะโดนด่าราชวงศ์ Al Saud ที่กำลังปกครองซาอุดิอารเบีย ที่ก็ถือว่าเป็นลูกพี่ใหญ่ของบาห์เรน หลังจากนั้น บาห์เรนก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ตามลูกพี่ ไปเรียบร้อยอีกหนึ่งฉับ ตามมาด้วยเอมิเรต ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ลดจำนวนเจ้าหน้าที่สถานทูตของซาอุ ที่ประจำอยู่ที่กรุงเตหะราน เรียกว่ายังไม่ถึงกับฉับ แค่เฉาะให้อิหร่านรู้สึก ส่วนคูเวต ในฐานะสมาชิกชาวอ่าว ก็รีบตัดฉับสัมพันธ์อิหร่านตามลูกพี่เหมือนกัน แต่จอร์แดน แค่เรียกทูตอิหร่านประจำจอร์แดนมาด่ายับ เรื่องเหตุการณ์เผาสถานทูตซาอุ แต่ยังไม่ฉับตามซาอุ เพราะจอร์แดนถือตัวว่า ไม่ใช่ลูกกะเป๋งของซาอุ แค่ซาอุช่วยสนับสนุนช่วยเหลือทางการเงินให้เท่านั้น … ฟังแล้วงง สำหรับการ์ต้า เพิ่งประกาศฉับไปเมื่อวาน เรียกทูตกลับบ้าน ประกาศเป็นรายสุดท้าย แหม นึกว่าแน่ เห็นคิดอยู่หลายวันเลยนะเสี่ยปั้มสิงห์สำอาง ในที่สุดก็ต้องฉับตามลูกพี่ ส่วนโอมาน ประกาศตัวเป็นกลางเหมือนทุกเรื่อง เราไม่ชอบยุ่งกับเรื่องขัดแย้งของใคร แหะ แหะ แต่เราเอนตัวไปทางอิหร่านนานแล้วโยม จ่อหน้ากันอยู่ตรงนั้นมันก็น่าเสียวแทน การปะทะทางการทูต ลามไปถึงอาฟริกา ซูดาน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมสุนนี่ ก็ไล่ทูตอิหร่านพร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตทั้งหมดกลับบ้านกับเขาด้วย และเรียกทูตของตนที่ประจำอยู่ที่อิหร่านกลับซูดาน ซูดานแถลงว่า เพราะอิหร่านเข้าไปแทรกแซงในกิจการบ้านคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องศาสนา ….รัศมีเสี่ยปั๊มใหญ่นี่แผ่ไพศาลเอาเรื่อง แต่ที่เบรุต Hassan Nasrallah หัวหน้ากลุ่มเฮสบอลเลาะห์ กล่าวสรรเสริญ ชิ้ค อัล นิมร์ว่า เป็นผู้สละชีวิตเพื่อศาสนา เป็นนักรบที่ควรแก่เคารพ เหตุการณ์ประหารชีวิตของ ชิ้ค อัล นิมร์ ทำให้ฝ่ายอิหร่านออกมาตอบโต้ว่า ซาอุดิอารเบีย เจ้าจงเตรียมตัว การล้างแค้นอย่างรุนแรงจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน… ###############
ตอน 3 ชิ้ค อัล นิมร์ เป็นชาวซาอุดิ ที่นับถืออิสลามนิกายชีอะ ซึ่งมีเพียงประมาณ 15% ในซาอุดิอารเบีย ที่นับนิกายสุนนี่เป็นนิกายทางการ ในขณะที่หัวหน้าชีอะอื่นๆในซาอุ อยู่ในซาอุแบบเจียมตัว พยายามทำตัวคล้อยไปกับสังคมของสุนนี่ แต่ อัล นิมร์ ลุกขึ้นประกาศว่า มันไม่ควรเป็นเช่นนั้น ซาอุดิ อารเบีย ควรใจกว้างกับทุกนิกายเช่นเดียวกัน อัล นิมร์ พูดแสดงความเห็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เสียงเขาดังอยู่ในหัวของชีอะเกือบทุกคน โดยเฉพาะที่อยู่ในซาอุดิอารเบีย ในที่สุดเมื่อเกิดเหตุการประท้วงรุนแรงในซาอุดิอารเบีย โดยกลุ่มชีอะ ในปี ค.ศ.2011 ที่ตะวันตกอ้างว่าลามมาจากเทศกาลอาหรับ แต่พวกชีอะบอกว่า เราไม่ได้มาเรียกร้องเอาประซาธิปไตยนะ แต่เราต้องการให้พวกชีอะ ได้รับการปฏิบัติ ที่ดีขึ้นกว่าเดิมในซาอุดิอารเบียต่างหาก แต่รัฐบาลซาอุดิ อารเบีย ใช้ยาแรงในการปราบปรามการประท้วงของพวกชีอะ ด้วยการใช้กระสุนจริง และก็มีชาวซาอุชีอะตายจริงหลายสิบ ทางการซาอุ สั่งจับ อัล นิมร์ ในปี ค.ศ.2012 และตั้งข้อหาว่า เขาเป็นผู้มีส่วน ที่ทำให้เกิดความไม่สงบดังกล่าว แถมยิงต่อสู้ตำรวจที่มาจับ และพยายามชักชวนให้ต่างชาติเข้ามามีส่วนวุ่นวายในกิจการในประเทศ ว่าแล้วก็มีคำสั่งในปี ค.ศ.2014 ให้ตัดสินประหารชีวิต อัล นิมร์ หลายฝ่ายที่ติดตามเหตุการณ์ของ อัล นิมร์ มาตลอด หวังว่าเขาจะได้รับการอภัยโทษ แต่นอกจากการอภัยโทษไม่เกิดขึ้นแล้ว ยังมีนักวิเคระาห์การเมืองตะวันตก ออกมาให้ความเห็นว่า อัล นิมร์ ติดคุกมาปีกว่า ทำไมถึงมาทำการประหารชีวิตเขาในตอนนี้ เหมือนเป็นการเลือกจังหวะเวลา… ก่อนสิ้นปี ค.ศ.2015 อเมริกาเคาะถามรัสเซียว่า จะเอาอย่างไรเรื่องซีเรีย สุ่มเสียงอ่อนลงว่า อัสสาดจะอยู่ต่อก็ได้นะ แต่ถ้าเลือกตั้งแพ้แล้วต้องไปนะ รัสเซียบอก เราก็พูดอย่างนี้มาตั้งแต่แรก มึงฟังไม่ได้ศัพท์เลยหรือไง ทำเอาอเมริกากลับไปตั้งหลัก หลังปีใหม่ค่อยมาว่ากันต่อ ส่วนเรื่องเยเมน ซาอุดิอารเบียนำทัพเข้าไปลุยเยเมน แต่ดันติดหล่มมาตั้งแต่แต่กลางปี ค.ศ.2015 ขึ้นจากหล่มไม่ได้ ไปต่อไม่เป็น เลยมีการเจรจาสงบศึกชั่วคราว แต่การสงบศึกก็ดูเหมือนไม่สงบจริง เพราะยังขึ้นจากหล่มไม่ได้ ติดหล่มทรายนานๆ นี่ถึงตายนะครับ ที่ซีเรีย มีกองกำลังของจริงของอิหร่าน คอยช่วยอัสสาด รบสู้กับพวกกบฎซีเรีย ขณะเดียวกัน ก็มีกองกำลังของผู้ก่อการร้ายเติมเงิน ที่ซาอุดิอารเบียและพวกคอยสนับสนุนเติมเงินเติมอาวุธ มาช่วยกบฏซีเรียรบสู้ กับรัฐบาลอัสสาด…. มึนหัวแทนคนอ่าน ค่อยๆอ่านนะครับ ที่เยเมน มีกองกำลังของจริงของซาอุดิอารเบียและพวก กำลังรบกับพวกที่ซาอุ เรียกว่าเป็นกบฏในเยเมน ซึ่งขณะนี้ พวกกบฏ รบชนะฝ่ายรัฐบาลเยเมน และไล่รัฐบาลเยเมนแตกกระเจิง จนตัวนายกรัฐมนตรีเยเมนหนีไปพึ่งใบบุญซาอุดิอารเบีย ฝ่ายกบฏที่กำลังสู้กับกองกำลังซาอุ มีกลุ่มนักรบฮูตติเป็นตัวยืน เป็นฮูตติ ที่อิหร่านให้การสนับสนุนทั้งด้านกองกำลังและอาวุธ ที่อิรัค มีกองกำลังของชาวอิรัค กำลังรบเพื่อยึดเอาบ้านเมือง กลับคืนมาจากที่ผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินยึดเอาไว้ และเริ่มตั้งแต่ปลายปีที่แล้วมานี้ ชาวอิรัค ทำท่าจะยึดเมืองใหญ่คืนมาได้ โดยเป็นที่รู้กันดีว่า ฝ่ายรัสเซียอิหร่านให้การสนับสนุนชาวอิรัค ในการยึดเมืองคืน ส่วนซาอุดิอารเบียและพวก รวมทั้งตุรกี และฝ่ายตะวันตก เป็นผู้สนับสนุนพวกนักรบเติมเงิน ในการยึดอิรัคตั้งแต่เริ่ม…. และเมื่ออิรัค เริ่มยึดเมืองกลับคืนได้ อเมริการีบออกมาให้ข่าวทุกวันว่า เป็นผลงานของตน แต่ชาวบ้านที่ติดตามข่าวมาตลอด โดยไม่มีกระป๋องครอบหัวไว้ ก็คงพอรู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร พวกเขาวุ่นวายกันขนาดนี้ ยังคิดว่า การประหารชีวิต อัล นิมร์ นั้น มาจากการกระทำของอัล นิมร์ ที่ซาอุดิอารเบีย อ้างว่า เป็นการกดดัน และคุกคามราชวงศ์ซาอุด…อย่างนั้นหรือ…… ###############
ตอน 4 (จบ) ตั้งแต่กษัตริย์อับดุลลาห์ ขึ้นครองราชย์เมื่อต้นปี ค.ศ.2015 นโยบายด้านต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย ดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นเชิงรุก(ราน) อย่างเห็นได้ชัด แต่ไหนแต่ไรมา ซาอุดิอารเบียกับอิหร่านก็ไม่รักกันอยู่แล้ว ซาอุมองอิหร่านเป็นคู่แข่งทางการเมืองที่สำคัญ แย่งชิงกันเป็นผู้นำของตะวันออกกลางมาตลอด แต่ซาอุดิอารเบีย ย่อมคิดว่าตนเองได้เปรียบอิหร่าน เพราะมีแบ๊กแข็งโป๊กอย่างอเมริกา ส่วนอิหร่าน แม้จะมีรัสเซีย จีน เป็นเพื่อน แต่ในสายตาชาวโลกที่หัวติดอยู่ในกระป๋องสี่เหลี่ยม ย่อมมองรัสเซีย จีน ต่างกับมองเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้ง ซาอุดิ อารเบีย มาเสียเส้น ก็ตอนเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้งใช้เวลาเจรจาเรื่องนิวเคลียร์กับอิหร่านนานไป หน่อย เล่นเอาซาอุดิอารเบียงอนจนเตียงแถบหัก แค่นั้นซาอุดิ อารเบีย ก็ยังลงบัญชีงอนเอาไว้ไม่เลิกพ้อ แต่พอคุณพี่ปูติน ที่เป็นเพื่อนกับอิหร่านและซีเรีย ยกทัพเข้ามาในซีเรีย นี่ 3 เดือนกว่าแล้ว และยังไม่มีที่ท่าว่าจะเคลื่อนย้ายออกไป แถมทำท่าจะปักหลักพักนาน แบบนี้ ซาอุดิ อารเบีย จะใช้แค่บทแง่งอน มันคงไม่พอกระตุกคอคู่รักให้หันมาสนใจ อเมริกา คู่รักฝักแค ยังไม่แสดงที่ท่าว่าจะกระดิกตัว ออกมาปกป้องฝ่ายซาอุดิจากการบุกมาของรัสเซียเลย ได้แต่ส่งเสียงตามลม โหยหวนเหมือนเวลาเห็นใบตองไหว ก็แค่นั้น แล้วแบบนี้เสี่ยปั๊มใหญ่ จะให้เสี่ยปั๊มใหญ่ถูกหยามหน้าต่อไปได้ยังไง
นี่ถ้า รัสเซียไม่ขยับไปไหน นั่งรับลมทะเลทรายเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกนาน อิหร่านก็คงใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น แถมซีเรีย ที่เราลงทุนเติมเงินลงไปเสียนับไม่ถ้วน ก็ยังไม่ล่ม แค่เละ เจ้าอัสสาดคนนอกศาสนา ก็ยังอยู่ได้ แล้วนี่อิรัคยังมีทีท่าว่า อาจจะไปซบอิหร่านเต็มตัว ยิ่งจะทำให้อิหร่านใหญ่ขึ้นไปอีก โอ้ย… คิดมาถึงตรงนี้แล้ว เสี่ยปั๊มใหญ่ น่าจะรับไม่ไหว มันเลยต้องฉับ ฉับ … หลังจาก ฉับ ฉับ ไปแล้ว ความร้อนก็ยังไม่ลด ซาอุดิ อารเบีย เลยต้องกระแทกให้อีกดอกว่า …. ถึง จุดนี้ ซาอุดิอารเบีย ไปไกลเกินกว่าที่จะสนใจแล้ว ว่าโอบามาคิดอย่างไร…. ซาอุดิ อารเบีย ไม่สนใจว่าจะทำให้ทำเนียบขาวโกรธหรือไม่…
…..พอ ก็คือ พอ enough is enough …..เอะ นี่เป็น ข้อความส่งถึงอิหร่าน หรือถึงอเมริกากันแน่ ผมชักไม่แน่ใจ บทนี้ ถ้าฮอลลีวู้ด ไม่รีบเอาไปทำหนัง เสียดายตายห่าเลยครับ ผมเกือบลืมเล่าถึงดาราตัวเอก ที่ตอนนี้ออกฉากมาพูดแทนซาอุดิอารเบียคือนาย อัล จูเบียร์ อัล จูเบียร์ นี่ ก่อนหน้าจะมารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิ เขาเป็น ทูตซาอุ ประจำอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 ถึง 2015 เรียกว่า ซี้ย่ำปึกกับอเมริกา มาตั้งแต่สมัยคาวบอยบุช นอกจากนี้ อัล จูเบียร์ ยังเป็นที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศประจำตัวของกษัตริย์อับดุลลาห์ อีกด้วย เมื่อเจ้าชายอับดุลลาห์ขึ้นครองราชย์ไม่กี่เดือน ก็ตั้ง อัล จูเบียร์เป็นรัฐมนตรี ดูเหมือนเขาจะเป็นคนธรรมดาคนแรกของซาอุ ที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ ประวัติดาราแบบนี้ คงทำให้มองเห็นภาพกันนะครับว่า ใครกำลังใช้ใคร จุดฝักแค แล้วฝักแคมันจะลามไปถึงไหน แผนเอาปั๊ม ไม่เอาคนนี่เล่นไม่ยากเลย ไม่ว่าที่ไหน เอาของไม่เอาคน ยุซ้าย แยงขวา เดี๋ยวเขาก็ตีกันเอง เราไม่ต้องกรีทาทัพมาให้เจ็บตาปลาเลยนะ จิ้งหรีดพันธุ์ไหน มันก็ปั่นได้ทั้งนั้นแหละ …ถ้ามันไม่รู้ตัวว่าถูกปั่น… แล้วแบบนี้ฝ่ายรัสเซีย จีน อิหร่าน และไอ้นักไต่ลวดจอมเล่นเสียวตุรกีว่ายังไง ไม่พูดถึงเลยนะลุง แหม ผมก็ไม่ได้มีโอกาสถามท่านทั้งสาม และนักไต่ลวดโดยตรงนะครับ แต่ผมว่า แผนปั่นจิ้งหรีด แผนจุดฝักแค ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้น ก็เล่นแบบซ้ำซาก ผมเลยเดาเอาเองว่า อิหร่าน คงบอกเราคอยอยู่ ส่วนอาเฮีย คงอมยิ้ม และ คุณพี่ปูติน คงหัวร่อ หึ หึ ใน ลำคอ… ส่วนตุรกีนักไต่ลวด คงถอนหายใจยาว กูคงไม่ตายเดี่ยว…. สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
8 ม.ค. 2559
    0 Comments 0 Shares 205 Views 0 Reviews
  • นักวิจัยเปลี่ยนนมบูดให้กลายเป็นวัสดุสำหรับ 3D Printing — พลิกของเสียเกษตรให้เป็นพลาสติกชีวภาพทางเลือก

    งานวิจัยจาก University of Wisconsin–Platteville กำลังสร้างความสนใจอย่างมากในวงการ 3D Printing เพราะทีมนักวิจัยสามารถ เปลี่ยนนมบูดและของเสียจากอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นม ให้กลายเป็นวัสดุชีวภาพที่ใช้พิมพ์ 3 มิติได้จริง แนวคิดนี้เกิดจากปัญหานมส่วนเกินที่ต้องทิ้งในช่วงโควิด ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมพัฒนาวิธีสกัดโปรตีนอย่าง casein และ whey จากนมเสีย แล้วนำไปผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุที่มีคุณสมบัติคล้ายพลาสติกสำหรับใช้ในเครื่องพิมพ์ 3D

    สิ่งที่ทำให้โครงการนี้โดดเด่นคือมันไม่ใช่แค่การทดลองในห้องครัว แต่เป็นงานวิศวกรรมวัสดุเต็มรูปแบบ นักวิจัยต้องใช้เวลาหลายปีในการปรับสัดส่วนโปรตีน ความบริสุทธิ์ และการผสมผสานกับพอลิเมอร์ เพื่อให้ได้วัสดุที่ แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่ทำให้หัวฉีดของเครื่องพิมพ์อุดตัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้วัสดุชีวภาพหลายชนิดไม่สามารถใช้งานจริงได้ในตลาด 3D Printing

    งานนี้ยังสอดคล้องกับความพยายามของวงการ 3D Printing ที่ต้องการลดขยะพลาสติก เช่น การรีไซเคิลชิ้นงานที่พิมพ์พลาด การผลิตเส้นใยจากขวด PET หรือการพัฒนาวัสดุที่ย่อยสลายได้เอง แต่การใช้ ของเสียจากอาหาร มาเป็นวัตถุดิบถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพราะช่วยลดทั้งขยะอาหารและการพึ่งพาปิโตรเลียมในเวลาเดียวกัน

    หากเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ ผลกระทบอาจกว้างไกลกว่าที่คิด ทั้งการสร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกร การลดต้นทุนวัตถุดิบสำหรับผู้ผลิตวัสดุ 3D Printing และการเปิดประตูสู่วัสดุชีวภาพรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำวิทยาศาสตร์มาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์และใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    แนวคิดหลักของงานวิจัย
    สกัดโปรตีนจากนมบูด เช่น casein และ whey
    ผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุพิมพ์ 3 มิติที่ใช้งานได้จริง

    จุดเด่นของวัสดุใหม่นี้
    แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่อุดตันหัวฉีด
    ใช้กับเครื่องพิมพ์ 3D ที่มีอยู่แล้วได้ทันที

    บริบทและแรงบันดาลใจ
    เกิดจากปัญหานมส่วนเกินช่วงโควิดที่ต้องทิ้งจำนวนมาก
    เปลี่ยนของเสียเกษตรให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง

    ผลกระทบที่เป็นไปได้
    ลดการใช้พลาสติกจากปิโตรเลียม
    เพิ่มโอกาสรายได้ใหม่ให้ผู้ผลิตนมและอุตสาหกรรมวัสดุ

    ข้อควรระวังหรือประเด็นที่ต้องติดตาม
    ความพร้อมเชิงพาณิชย์
    ต้องพิสูจน์ว่าผลิตได้ในปริมาณมากและต้นทุนแข่งขันได้

    ความทนทานของวัสดุ
    ต้องทดสอบเพิ่มเติมในงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง

    มาตรฐานความปลอดภัย
    วัสดุชีวภาพใหม่ต้องผ่านการรับรองก่อนใช้งานในอุตสาหกรรม

    https://www.tomshardware.com/3d-printing/researchers-turn-spoiled-milk-into-3d-printing-materials-extracted-proteins-from-dairy-waste-combined-with-polymers-to-create-plastic-alternative
    🥛🧪 นักวิจัยเปลี่ยนนมบูดให้กลายเป็นวัสดุสำหรับ 3D Printing — พลิกของเสียเกษตรให้เป็นพลาสติกชีวภาพทางเลือก งานวิจัยจาก University of Wisconsin–Platteville กำลังสร้างความสนใจอย่างมากในวงการ 3D Printing เพราะทีมนักวิจัยสามารถ เปลี่ยนนมบูดและของเสียจากอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นม ให้กลายเป็นวัสดุชีวภาพที่ใช้พิมพ์ 3 มิติได้จริง แนวคิดนี้เกิดจากปัญหานมส่วนเกินที่ต้องทิ้งในช่วงโควิด ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมพัฒนาวิธีสกัดโปรตีนอย่าง casein และ whey จากนมเสีย แล้วนำไปผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุที่มีคุณสมบัติคล้ายพลาสติกสำหรับใช้ในเครื่องพิมพ์ 3D สิ่งที่ทำให้โครงการนี้โดดเด่นคือมันไม่ใช่แค่การทดลองในห้องครัว แต่เป็นงานวิศวกรรมวัสดุเต็มรูปแบบ นักวิจัยต้องใช้เวลาหลายปีในการปรับสัดส่วนโปรตีน ความบริสุทธิ์ และการผสมผสานกับพอลิเมอร์ เพื่อให้ได้วัสดุที่ แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่ทำให้หัวฉีดของเครื่องพิมพ์อุดตัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้วัสดุชีวภาพหลายชนิดไม่สามารถใช้งานจริงได้ในตลาด 3D Printing งานนี้ยังสอดคล้องกับความพยายามของวงการ 3D Printing ที่ต้องการลดขยะพลาสติก เช่น การรีไซเคิลชิ้นงานที่พิมพ์พลาด การผลิตเส้นใยจากขวด PET หรือการพัฒนาวัสดุที่ย่อยสลายได้เอง แต่การใช้ ของเสียจากอาหาร มาเป็นวัตถุดิบถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพราะช่วยลดทั้งขยะอาหารและการพึ่งพาปิโตรเลียมในเวลาเดียวกัน หากเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ ผลกระทบอาจกว้างไกลกว่าที่คิด ทั้งการสร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกร การลดต้นทุนวัตถุดิบสำหรับผู้ผลิตวัสดุ 3D Printing และการเปิดประตูสู่วัสดุชีวภาพรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำวิทยาศาสตร์มาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์และใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ แนวคิดหลักของงานวิจัย ➡️ สกัดโปรตีนจากนมบูด เช่น casein และ whey ➡️ ผสมกับพอลิเมอร์เพื่อสร้างวัสดุพิมพ์ 3 มิติที่ใช้งานได้จริง ✅ จุดเด่นของวัสดุใหม่นี้ ➡️ แข็งแรง ยืดหยุ่น และไม่อุดตันหัวฉีด ➡️ ใช้กับเครื่องพิมพ์ 3D ที่มีอยู่แล้วได้ทันที ✅ บริบทและแรงบันดาลใจ ➡️ เกิดจากปัญหานมส่วนเกินช่วงโควิดที่ต้องทิ้งจำนวนมาก ➡️ เปลี่ยนของเสียเกษตรให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง ✅ ผลกระทบที่เป็นไปได้ ➡️ ลดการใช้พลาสติกจากปิโตรเลียม ➡️ เพิ่มโอกาสรายได้ใหม่ให้ผู้ผลิตนมและอุตสาหกรรมวัสดุ ⚠️ ข้อควรระวังหรือประเด็นที่ต้องติดตาม ‼️ ความพร้อมเชิงพาณิชย์ ⛔ ต้องพิสูจน์ว่าผลิตได้ในปริมาณมากและต้นทุนแข่งขันได้ ‼️ ความทนทานของวัสดุ ⛔ ต้องทดสอบเพิ่มเติมในงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง ‼️ มาตรฐานความปลอดภัย ⛔ วัสดุชีวภาพใหม่ต้องผ่านการรับรองก่อนใช้งานในอุตสาหกรรม https://www.tomshardware.com/3d-printing/researchers-turn-spoiled-milk-into-3d-printing-materials-extracted-proteins-from-dairy-waste-combined-with-polymers-to-create-plastic-alternative
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Researchers turn spoiled milk into 3D printing materials — extracted proteins from dairy waste combined with polymers to create plastic alternative
    This work turns what would otherwise be an agricultural liability into a potential input for advanced manufacturing.
    0 Comments 0 Shares 146 Views 0 Reviews
  • หมากรุก ตอนที่ 10

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 10 (จบ)
    สรุปว่า ยุทธศาสตร์ของอเมริกาคือ ยุทธศาสตร์เพื่อการ “ครองโลกแต่ผู้เดียว” ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมา
    ส่วนยุทธศาสตร์ของรัสเซีย น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “รัสเซียแกร่งกล้า” ที่สร้างบ้านเมืองให้แข็งแกร่งขึ้นมาใหม่ได้ และพร้อมแล้วที่จะบอกกับอเมริกาว่า “พอได้แล้วนะ” อเมริกาไม่ได้เป็นผู้กำหนดชะตาของทุกประเทศในโลกนี้อีกแล้ว การก้าวเข้าไปในซีเรีย และตะวันออกกลางของรัสเซีย มันแปลได้อย่างนั้น
    และยุทธศาสตร์ของจีน น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “จีนยิ่งใหญ่” หรือประเภทมังกรทะยานฟ้า เรื่องปิดล้อมจีนจบแล้ว อย่าได้คิดเชียวว่า จะมีใครมาปิด มาล้อมจีนได้อีก ไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ หรือกำลังทหาร ไม่มีทางแล้ว
    และตามยุทธศาสตร์ของทั้ง 3 ผู้ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานเช่นเดียวกัน 3 เรื่อง เพื่อจะเดินหน้าตามแผนของตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือ
    – มีอาวุธที่สุดยอด
    – มีกองกำลังที่ยิ่งใหญ่
    – ได้ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ
    เรื่องอาวุธ ผมไม่ขอวิเคราะห์ ใครมีอาวุธสุดยอดกว่าใคร เชื่อว่าไม่มีใครรู้จริงทั้งหมด นอกจากจะอยู่วงในสุดของแต่ละประเทศ และจะรู้จริงก็ตอนลงมือโซ้ยกันนั่นแหละครับ
    ส่วนยุทธศาสตร์ในการใช้อาวุธ จะใช้รูปแบบขนาด ระยะยิง จากฐานใดบ้าง มันคือแผนการรบ คนที่จะรู้แผนการรบจริงคือ ผู้บัญชาการรบ ผมเป็นแค่คนเล่านิทาน ไม่บังอาจไปวิจารณ์ฝ่ายใด คงบอกได้แต่ว่า ถ้าอเมริกาต้องเจอ รัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และปากีสถาน พร้อมกัน ผมว่า อเมริกาคงคิดหนัก นาโตถึงยังเป็นใบ้ และญี่ปุ่น ที่คิดจะแบกถาดให้อเมริกา วันนี้ น่าจะยังใช้เวลาหาถาดอีกนาน
    เรื่องกองกำลังของอเมริกา ต้องนับรวมทั้ง ทหารจริง ทหารรับจ้าง ทั้งของตัวเอง และของลูกหาบ ที่ครอบคลุม และแอบซ่อนอยู่ตามฐานทัพทั่วโลก และตอนนี้ คงต้องนับรวมเครือข่ายของผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินเข้าไปด้วย แปลว่า อเมริกาน่าจะมีแยะจริงๆ
    แต่ผมก็ยังเชื่อว่า อเมริกา เดี่ยวๆ ไม่มีกำลังพลมากกว่า รัสเซียเดี่ยว หรือจีนเดี่ยวอยู่แล้ว ยิ่งกำลังพลรัสเซียบวกจีน อเมริกายิ่งไม่มีทางเทียบ อเมริกาจึงต้องเช็คชื่อ เรียกลูกหาบมาเกือบทั้งโลก อย่างที่อเมริกากำลังดำเนินการอยู่
    คุณพี่ปูติน เดินหมากรุกเข้าไปในซีเรีย นี่จะเต็ม 3 เดือนแล้วนะครับ อเมริกายังเล่นหมากหลบ หมากเลี่ยง หมากเขก แต่ยังไม่ออกหมากรุกกลับ เข้าใจว่า คงยังเล่นหมากเก็บ “นับหัว” เอาเข้าคอกให้ครบเสียก่อน
    ส่วนเรื่องครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เล่านิทานมา 2 ปีกว่า มาจนถึงเรื่องนี้ ตอนนี้ คิดว่าอเมริกาพูดได้เต็มปากหรือไม่ว่า ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ของโลกไว้ได้แล้ว
    มันก็ย้อนกลับมาที่เดิมว่า ยุทธศาสตร์ที่แต่ละฝ่ายใช้ และการเดินหมากตามยุทธศาสตร์ได้ผลอย่างไร การเดินหมากแบบลุยกินดะไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่า จะทำให้ชนะเสมอไป ขณะเดียวกัน การเดินหมาก ที่เหมือนขยับไม่กี่ตา แต่ขยับอีกที ก็รุกฆาตแล้ว ก็อาจเกิดขึ้นได้เหมือนกัน
    ตลอดเวลา 70 ปีที่ผ่านมา อเมริกาเดินหมาก เหมือนกินดะได้ไปเกือบทั่วโลกแล้ว แต่การเดินหมากช่วงหลังของอเมริกา ดันสะดุดหัวแม่ตีนตัวเอง หัวทิ่มอย่างไม่น่าเชื่อ จากกระดาษซับไพรม์ใบบางๆ ที่ทำให้ตอนนี้อเมริกายังกระเป๋าฉีก ตูดขาด แต่อเมริกาสร้างเรื่องอื่นขึ้นมากลบ สื่อก็ช่วยพาเลี้ยว ชาวบ้านก็เลยลืม
    ปี ค.ศ.2007 เมื่ออเมริกาเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ จากเรื่องซับไพรม์ subprime ที่บริษัทเงินทุนจอมตะกละของอเมริกา เอาเอกสารลูกหนี้เงินกู้ซื้อบ้าน ไปขายลดต่ออีกหลายทอด จนไหม้เกรียม ลูกหนี้คนเดียว มีเจ้าหนี้ยืนเรียงคิวคอย พอเศรษฐกิจไม่ดี ลูกหนี้เจ็ง ไม่มีเงินผ่อนส่ง ไอ้พวกที่ซื้อไว้เป็นทอดๆ เรียงคิวคอย ก็ม่อยกะรอก ล้มตามกันเป็นพรวน และทำให้เศรษฐกิจอเมริกาสะอึกพรวด นักการเงินแก้ปัญหาหนี้เสียของบริษัทการเงิน ด้วยการเอาเงินรัฐมาอุ้มบริษัทการเงินเป็นจำนวนมหาศาล ตามสูตรสำเร็จ หลังจากนั้น ก็ลามไปกันใหญ่ และวันนี้อเมริกาก็มีหนี้กองโต ต้องลดงบ ตัดงบ ที่รวมไปถึงงบทางกองทัพด้วย
    สรุปสั้นๆ ว่า อเมริกาตูดขาดมาเกือบสิบปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังขาดอยู่ แต่ยังต้องทำหน้าใหญ่เอาไว้ แต่พินิจให้ดีๆ เถิดครับ หน้า พณ.ใบตองแห้ง กับ พณ.กลาโหม เวลาแถลงอะไรเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ที่ต้องยกกองกำลังเข้าไปที่ไหน ทำหน้าเหมือนกับกินข้าวบูดมันเน่ามาทั้งนั้น แถมถ้าจำเป็นต้องส่งกำลังไปเพื่อรักษาหน้า ก็เป็นหลักร้อย ส่วนอาวุธ ส่วนใหญ่ก็เป็นโดรน ไม่มีคนขับ อเมริกาถึงยืนยันว่า no boots on the ground อยู่ตลอดเวลาได้แต่คอยชี้นิ้วสั่ง โอลอง เอ็งไปซิ แคมารอน เอ็งด้วย เอะ แล้วอเมริกาหายไปไหน แค่ส่งไปที่ละร้อย สองร้อยคน แถวซีเรีย อีรัค ขายหน้าพี่เบิ้มหมด
    แต่ถึงอย่างนั้น เป็นประเทศมหาอำนาจมา 70 ปี สั่งซ้ายหันขวาหัน ให้มาเลียมือเลียตีนได้หมด แค่ตูดขาดไม่ถึง 10 ปี หมากเด็ด หายหมด หมากรุก ไม่มี อย่างนั้นหรือครับ แบบนี้จะแปลว่าอะไร
    แปลว่า อเมริกาซ่อนหมากเด็ด เตรียมไว้รุกฆาต หรือแปลว่าอเมริการบไม่เป็น หรือไม่มีปัญญายกทัพมารบแล้ว…
    น่าสังเกตว่า อเมริกาอาจจะถนัดแต่การรบแบบปฏิบัติการ หรือรบแบบกองโจรไปปล้นประเทศที่ไม่ทางสู้มากกว่า หรือไม่ก็ใช้ทหารรับจ้าง ที่เรียกเสียหรูว่า contractor หรือ security advisor เป็นผู้ไป “ดำเนินการ” ไม่ใช่การรบจริง เต็มรูปแบบทางกำลังทหาร
    ตลอดเวลาประมาณ 70 ที่ผ่านมา มีเพียง 2,3 ครั้งเท่านั้น ที่เป็นการรบจริง คือ ในสงครามเกาหลี และสงครามเวียตนามเท่านั้น นั่นมันก็กว่า 50 ปีมาแล้ว นอกนั้น มันเป็นการปฏิบัติการโดยพวกทหารรับจ้าง กับทหารนอกระบบ ที่เรียกว่า “stay behind” เครือข่ายหลังฉาก หรือเครือข่ายที่ซ่อนเร้นเกือบทั้งสิ้น แม้ในสมัยสงครามอิรัค อเมริกาก็ใช้ทหารรับจ้างมาก พอๆกับทหารในกองทัพ ถึงได้งบบานฉิบหายไป ส่วนนาโต้เอง ก็ไม่ได้มีกองกำลังทหารจริงทั้งหมด ใช้เครือข่าย stay behind กับ contractor มากเช่นเดียวกัน
    แต่ระหว่างเกือบ 10 ที่เศรษฐกิจอเมริกาสะอึก ฝั่งรัสเซียจีน แม้จะไม่ได้ฉลุย แต่ก็น่าจะมีอะไรดี ไม่งั้นรัสเซียคงไม่หาญกล้ายกพลเข้าไปที่ซีเรีย และการยกพลของรัสเซียครั้งนี้ คุณพี่ปูตินเล่นยกมาเป็นกองทัพ ทั้งบกเรืออากาศ มีเรือรบ มีเครื่องบิน มีรถถัง ทหารราบจำนวนแสน
    แล้วอเมริกาเดินหมากยังไงครับ ตอนนี้เป็นหมากพูด หรือหมากพ่น อย่าเป็นหมากเผ่นก็แล้วกัน
    เมื่อไม่นานมานี่ พณ. ใบตองแห้ง ออกมาพูดเองว่า ไอซิสแผ่วแล้วนะ พื้นที่ที่ยึดไปในอิรัคเหลือน้อยแล้ว ที่ซีเรียก็เช่นเดียวกัน หายไปแยะ ก็ใช่ซิ รัสเซียถล่มเสียราบ กองกำลังร่วมของอเมริกา เข้าไป 4 ปีกว่า ไอซิสมีแต่งอกเพิ่ม รัสเซียมาไม่ถึง 3 เดือน ไอซิสมุดรูหนีออกไปทางลิเบียหมด แต่ พณ.ใบตอง แห้งยังออกมาพูดเอาคะแนน แถมขู่พวกตัวหัวหน้าไอซิสอีกว่า you are next ต่อไปคือพวกเอ็ง ….เป็นการขู่ผ่านสื่อออกทีวี ….เห็นสันดานใบตองแห้งชัดจริงๆ
    ตกลงถึงวันนี้ ผมยังไม่เห็นหมากเด็ด หมากรุก อะไรที่จะทำให้ผมเชื่อว่า อเมริกาเป็นนักยุทธศาสตร์ทางด้านการรบ เอาละ มันยังไม่ถึงเวลารบจริง เพราะฉะนั้นตอนนี้ ต้องดูการเดินหมาก “เตรียมรบ” มากกว่า ว่าของใครล้ำลึกเด็ดขาดกว่ากัน คือดูตัวหมาก ที่แต่ละฝ่าย เลือกเอามาเดิน เลือกกิน หรือเลือกทิ้ง
    ตามทฤษฏีของไอ้แสบเบรสินสกี้ หมากตัวสำคัญในตะวันออกกลาง มี 2 ตัว คือ อิหร่าน กับตุรกี วันนี้เราเห็นชัดว่า อิหร่าน เปิดเผยว่าอยู่ขั้วรัสเซียจีน แผนบีบด้วยนิวเคลียร์ บีบอิหร่านไม่สำเร็จ
    ในตะวันออกกลางจึงเหลือตุรกี ที่เป็นหมากให้ดูว่า รัสเซียเสียตุรกี หรือรัสเซียถีบตุรกีทิ้ง และถ้าอเมริกาเลือกตุรกีมาเป็นหมากฝ่ายตัว เป็นเรื่องดี หรือ ซวยของอเมริกา
    ถัดมาเป็นหมาก แถวมหาสมุทรอินเดีย ใกล้บ้านเราเข้ามาหน่อย
    ปากีสถาน ก็เป็นหมากที่น่าสนใจตามดูเช่นเดียวกัน ว่า ปากีสถานทิ้งอเมริกา หรืออเมริกาทิ้งปากีสถาน และมาเลือกอินเดีย เพราะหมาก 2 ตัวนี้ คงจะอยู่ข้างเดียวกันยาก แม้ตอนนี้จะมีความพยายาม แต่นั่นแหละ แขกเป็นนักเล่นกล ไม่รู้ว่าอเมริกาจะรู้จักตำนานนี้ไหม
    อเมริกา จะเลือกเดินหมากอินเดียเพราะอะไร และอเมริกาได้ หรืออเมริกาเสีย ในการเสียปากีสถาน และ (ยังไม่แน่ว่าจะ) ได้ อินเดีย
    ช่วงนี้ดูหมาก 3 ตัวนี้ไว้เท่านั้นแหละครับ ตุรกี ปากีสถาน อืนเดีย การเดินหมาก 3 ตัวนี้ จะทำให้เห็นว่า ยุทธศาตร์ฝ่ายไหน ลึกซึ้ง และฝ่ายใด กำลังเดินหมาก รุก……
    หลังปีใหม่ ค่อยมาอ่านนิทานต่อนะครับ
    ระหว่างข้ามปี ใช้ชีวิตสบายๆ สวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ทำกุศล ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้เกิดสวัสดิมงคลแก่บ้านเมือง ตัวเองและครอบครัว และโชคดีตลอดปีใหม่ นะครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    31 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 10 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 10 (จบ) สรุปว่า ยุทธศาสตร์ของอเมริกาคือ ยุทธศาสตร์เพื่อการ “ครองโลกแต่ผู้เดียว” ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ส่วนยุทธศาสตร์ของรัสเซีย น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “รัสเซียแกร่งกล้า” ที่สร้างบ้านเมืองให้แข็งแกร่งขึ้นมาใหม่ได้ และพร้อมแล้วที่จะบอกกับอเมริกาว่า “พอได้แล้วนะ” อเมริกาไม่ได้เป็นผู้กำหนดชะตาของทุกประเทศในโลกนี้อีกแล้ว การก้าวเข้าไปในซีเรีย และตะวันออกกลางของรัสเซีย มันแปลได้อย่างนั้น และยุทธศาสตร์ของจีน น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “จีนยิ่งใหญ่” หรือประเภทมังกรทะยานฟ้า เรื่องปิดล้อมจีนจบแล้ว อย่าได้คิดเชียวว่า จะมีใครมาปิด มาล้อมจีนได้อีก ไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ หรือกำลังทหาร ไม่มีทางแล้ว และตามยุทธศาสตร์ของทั้ง 3 ผู้ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานเช่นเดียวกัน 3 เรื่อง เพื่อจะเดินหน้าตามแผนของตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือ – มีอาวุธที่สุดยอด – มีกองกำลังที่ยิ่งใหญ่ – ได้ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เรื่องอาวุธ ผมไม่ขอวิเคราะห์ ใครมีอาวุธสุดยอดกว่าใคร เชื่อว่าไม่มีใครรู้จริงทั้งหมด นอกจากจะอยู่วงในสุดของแต่ละประเทศ และจะรู้จริงก็ตอนลงมือโซ้ยกันนั่นแหละครับ ส่วนยุทธศาสตร์ในการใช้อาวุธ จะใช้รูปแบบขนาด ระยะยิง จากฐานใดบ้าง มันคือแผนการรบ คนที่จะรู้แผนการรบจริงคือ ผู้บัญชาการรบ ผมเป็นแค่คนเล่านิทาน ไม่บังอาจไปวิจารณ์ฝ่ายใด คงบอกได้แต่ว่า ถ้าอเมริกาต้องเจอ รัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และปากีสถาน พร้อมกัน ผมว่า อเมริกาคงคิดหนัก นาโตถึงยังเป็นใบ้ และญี่ปุ่น ที่คิดจะแบกถาดให้อเมริกา วันนี้ น่าจะยังใช้เวลาหาถาดอีกนาน เรื่องกองกำลังของอเมริกา ต้องนับรวมทั้ง ทหารจริง ทหารรับจ้าง ทั้งของตัวเอง และของลูกหาบ ที่ครอบคลุม และแอบซ่อนอยู่ตามฐานทัพทั่วโลก และตอนนี้ คงต้องนับรวมเครือข่ายของผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินเข้าไปด้วย แปลว่า อเมริกาน่าจะมีแยะจริงๆ แต่ผมก็ยังเชื่อว่า อเมริกา เดี่ยวๆ ไม่มีกำลังพลมากกว่า รัสเซียเดี่ยว หรือจีนเดี่ยวอยู่แล้ว ยิ่งกำลังพลรัสเซียบวกจีน อเมริกายิ่งไม่มีทางเทียบ อเมริกาจึงต้องเช็คชื่อ เรียกลูกหาบมาเกือบทั้งโลก อย่างที่อเมริกากำลังดำเนินการอยู่ คุณพี่ปูติน เดินหมากรุกเข้าไปในซีเรีย นี่จะเต็ม 3 เดือนแล้วนะครับ อเมริกายังเล่นหมากหลบ หมากเลี่ยง หมากเขก แต่ยังไม่ออกหมากรุกกลับ เข้าใจว่า คงยังเล่นหมากเก็บ “นับหัว” เอาเข้าคอกให้ครบเสียก่อน ส่วนเรื่องครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เล่านิทานมา 2 ปีกว่า มาจนถึงเรื่องนี้ ตอนนี้ คิดว่าอเมริกาพูดได้เต็มปากหรือไม่ว่า ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ของโลกไว้ได้แล้ว มันก็ย้อนกลับมาที่เดิมว่า ยุทธศาสตร์ที่แต่ละฝ่ายใช้ และการเดินหมากตามยุทธศาสตร์ได้ผลอย่างไร การเดินหมากแบบลุยกินดะไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่า จะทำให้ชนะเสมอไป ขณะเดียวกัน การเดินหมาก ที่เหมือนขยับไม่กี่ตา แต่ขยับอีกที ก็รุกฆาตแล้ว ก็อาจเกิดขึ้นได้เหมือนกัน ตลอดเวลา 70 ปีที่ผ่านมา อเมริกาเดินหมาก เหมือนกินดะได้ไปเกือบทั่วโลกแล้ว แต่การเดินหมากช่วงหลังของอเมริกา ดันสะดุดหัวแม่ตีนตัวเอง หัวทิ่มอย่างไม่น่าเชื่อ จากกระดาษซับไพรม์ใบบางๆ ที่ทำให้ตอนนี้อเมริกายังกระเป๋าฉีก ตูดขาด แต่อเมริกาสร้างเรื่องอื่นขึ้นมากลบ สื่อก็ช่วยพาเลี้ยว ชาวบ้านก็เลยลืม ปี ค.ศ.2007 เมื่ออเมริกาเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ จากเรื่องซับไพรม์ subprime ที่บริษัทเงินทุนจอมตะกละของอเมริกา เอาเอกสารลูกหนี้เงินกู้ซื้อบ้าน ไปขายลดต่ออีกหลายทอด จนไหม้เกรียม ลูกหนี้คนเดียว มีเจ้าหนี้ยืนเรียงคิวคอย พอเศรษฐกิจไม่ดี ลูกหนี้เจ็ง ไม่มีเงินผ่อนส่ง ไอ้พวกที่ซื้อไว้เป็นทอดๆ เรียงคิวคอย ก็ม่อยกะรอก ล้มตามกันเป็นพรวน และทำให้เศรษฐกิจอเมริกาสะอึกพรวด นักการเงินแก้ปัญหาหนี้เสียของบริษัทการเงิน ด้วยการเอาเงินรัฐมาอุ้มบริษัทการเงินเป็นจำนวนมหาศาล ตามสูตรสำเร็จ หลังจากนั้น ก็ลามไปกันใหญ่ และวันนี้อเมริกาก็มีหนี้กองโต ต้องลดงบ ตัดงบ ที่รวมไปถึงงบทางกองทัพด้วย สรุปสั้นๆ ว่า อเมริกาตูดขาดมาเกือบสิบปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังขาดอยู่ แต่ยังต้องทำหน้าใหญ่เอาไว้ แต่พินิจให้ดีๆ เถิดครับ หน้า พณ.ใบตองแห้ง กับ พณ.กลาโหม เวลาแถลงอะไรเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ที่ต้องยกกองกำลังเข้าไปที่ไหน ทำหน้าเหมือนกับกินข้าวบูดมันเน่ามาทั้งนั้น แถมถ้าจำเป็นต้องส่งกำลังไปเพื่อรักษาหน้า ก็เป็นหลักร้อย ส่วนอาวุธ ส่วนใหญ่ก็เป็นโดรน ไม่มีคนขับ อเมริกาถึงยืนยันว่า no boots on the ground อยู่ตลอดเวลาได้แต่คอยชี้นิ้วสั่ง โอลอง เอ็งไปซิ แคมารอน เอ็งด้วย เอะ แล้วอเมริกาหายไปไหน แค่ส่งไปที่ละร้อย สองร้อยคน แถวซีเรีย อีรัค ขายหน้าพี่เบิ้มหมด แต่ถึงอย่างนั้น เป็นประเทศมหาอำนาจมา 70 ปี สั่งซ้ายหันขวาหัน ให้มาเลียมือเลียตีนได้หมด แค่ตูดขาดไม่ถึง 10 ปี หมากเด็ด หายหมด หมากรุก ไม่มี อย่างนั้นหรือครับ แบบนี้จะแปลว่าอะไร แปลว่า อเมริกาซ่อนหมากเด็ด เตรียมไว้รุกฆาต หรือแปลว่าอเมริการบไม่เป็น หรือไม่มีปัญญายกทัพมารบแล้ว… น่าสังเกตว่า อเมริกาอาจจะถนัดแต่การรบแบบปฏิบัติการ หรือรบแบบกองโจรไปปล้นประเทศที่ไม่ทางสู้มากกว่า หรือไม่ก็ใช้ทหารรับจ้าง ที่เรียกเสียหรูว่า contractor หรือ security advisor เป็นผู้ไป “ดำเนินการ” ไม่ใช่การรบจริง เต็มรูปแบบทางกำลังทหาร ตลอดเวลาประมาณ 70 ที่ผ่านมา มีเพียง 2,3 ครั้งเท่านั้น ที่เป็นการรบจริง คือ ในสงครามเกาหลี และสงครามเวียตนามเท่านั้น นั่นมันก็กว่า 50 ปีมาแล้ว นอกนั้น มันเป็นการปฏิบัติการโดยพวกทหารรับจ้าง กับทหารนอกระบบ ที่เรียกว่า “stay behind” เครือข่ายหลังฉาก หรือเครือข่ายที่ซ่อนเร้นเกือบทั้งสิ้น แม้ในสมัยสงครามอิรัค อเมริกาก็ใช้ทหารรับจ้างมาก พอๆกับทหารในกองทัพ ถึงได้งบบานฉิบหายไป ส่วนนาโต้เอง ก็ไม่ได้มีกองกำลังทหารจริงทั้งหมด ใช้เครือข่าย stay behind กับ contractor มากเช่นเดียวกัน แต่ระหว่างเกือบ 10 ที่เศรษฐกิจอเมริกาสะอึก ฝั่งรัสเซียจีน แม้จะไม่ได้ฉลุย แต่ก็น่าจะมีอะไรดี ไม่งั้นรัสเซียคงไม่หาญกล้ายกพลเข้าไปที่ซีเรีย และการยกพลของรัสเซียครั้งนี้ คุณพี่ปูตินเล่นยกมาเป็นกองทัพ ทั้งบกเรืออากาศ มีเรือรบ มีเครื่องบิน มีรถถัง ทหารราบจำนวนแสน แล้วอเมริกาเดินหมากยังไงครับ ตอนนี้เป็นหมากพูด หรือหมากพ่น อย่าเป็นหมากเผ่นก็แล้วกัน เมื่อไม่นานมานี่ พณ. ใบตองแห้ง ออกมาพูดเองว่า ไอซิสแผ่วแล้วนะ พื้นที่ที่ยึดไปในอิรัคเหลือน้อยแล้ว ที่ซีเรียก็เช่นเดียวกัน หายไปแยะ ก็ใช่ซิ รัสเซียถล่มเสียราบ กองกำลังร่วมของอเมริกา เข้าไป 4 ปีกว่า ไอซิสมีแต่งอกเพิ่ม รัสเซียมาไม่ถึง 3 เดือน ไอซิสมุดรูหนีออกไปทางลิเบียหมด แต่ พณ.ใบตอง แห้งยังออกมาพูดเอาคะแนน แถมขู่พวกตัวหัวหน้าไอซิสอีกว่า you are next ต่อไปคือพวกเอ็ง ….เป็นการขู่ผ่านสื่อออกทีวี ….เห็นสันดานใบตองแห้งชัดจริงๆ ตกลงถึงวันนี้ ผมยังไม่เห็นหมากเด็ด หมากรุก อะไรที่จะทำให้ผมเชื่อว่า อเมริกาเป็นนักยุทธศาสตร์ทางด้านการรบ เอาละ มันยังไม่ถึงเวลารบจริง เพราะฉะนั้นตอนนี้ ต้องดูการเดินหมาก “เตรียมรบ” มากกว่า ว่าของใครล้ำลึกเด็ดขาดกว่ากัน คือดูตัวหมาก ที่แต่ละฝ่าย เลือกเอามาเดิน เลือกกิน หรือเลือกทิ้ง ตามทฤษฏีของไอ้แสบเบรสินสกี้ หมากตัวสำคัญในตะวันออกกลาง มี 2 ตัว คือ อิหร่าน กับตุรกี วันนี้เราเห็นชัดว่า อิหร่าน เปิดเผยว่าอยู่ขั้วรัสเซียจีน แผนบีบด้วยนิวเคลียร์ บีบอิหร่านไม่สำเร็จ ในตะวันออกกลางจึงเหลือตุรกี ที่เป็นหมากให้ดูว่า รัสเซียเสียตุรกี หรือรัสเซียถีบตุรกีทิ้ง และถ้าอเมริกาเลือกตุรกีมาเป็นหมากฝ่ายตัว เป็นเรื่องดี หรือ ซวยของอเมริกา ถัดมาเป็นหมาก แถวมหาสมุทรอินเดีย ใกล้บ้านเราเข้ามาหน่อย ปากีสถาน ก็เป็นหมากที่น่าสนใจตามดูเช่นเดียวกัน ว่า ปากีสถานทิ้งอเมริกา หรืออเมริกาทิ้งปากีสถาน และมาเลือกอินเดีย เพราะหมาก 2 ตัวนี้ คงจะอยู่ข้างเดียวกันยาก แม้ตอนนี้จะมีความพยายาม แต่นั่นแหละ แขกเป็นนักเล่นกล ไม่รู้ว่าอเมริกาจะรู้จักตำนานนี้ไหม อเมริกา จะเลือกเดินหมากอินเดียเพราะอะไร และอเมริกาได้ หรืออเมริกาเสีย ในการเสียปากีสถาน และ (ยังไม่แน่ว่าจะ) ได้ อินเดีย ช่วงนี้ดูหมาก 3 ตัวนี้ไว้เท่านั้นแหละครับ ตุรกี ปากีสถาน อืนเดีย การเดินหมาก 3 ตัวนี้ จะทำให้เห็นว่า ยุทธศาตร์ฝ่ายไหน ลึกซึ้ง และฝ่ายใด กำลังเดินหมาก รุก…… หลังปีใหม่ ค่อยมาอ่านนิทานต่อนะครับ ระหว่างข้ามปี ใช้ชีวิตสบายๆ สวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ทำกุศล ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้เกิดสวัสดิมงคลแก่บ้านเมือง ตัวเองและครอบครัว และโชคดีตลอดปีใหม่ นะครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 31 ธ.ค. 2558
    0 Comments 0 Shares 261 Views 0 Reviews
  • DeepSeek เตรียมออกเวอร์ชันเฉพาะอิตาลี หลังถูกสอบสวนเรื่อง “AI Hallucination”

    บริษัทปัญญาประดิษฐ์สัญชาติจีน DeepSeek ตกลงปรับปรุงบริการและเปิดตัวเวอร์ชันเฉพาะประเทศอิตาลี หลังถูกหน่วยงานกำกับดูแลด้านการแข่งขันของอิตาลี (AGCM) สอบสวนยาวนานหลายเดือนเกี่ยวกับปัญหา “hallucinations” หรือการที่ AI สร้างข้อมูลผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ หน่วยงานระบุว่า DeepSeek ไม่ได้เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับความเสี่ยงนี้ จึงต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้โปร่งใสและเข้าใจง่ายขึ้น

    AGCM ประกาศยุติการสอบสวนหลัง DeepSeek ยอมรับชุดข้อผูกพันหลายประการ รวมถึงการทำให้คำเตือนเรื่อง hallucination ชัดเจนขึ้น และการลดอัตราการเกิด hallucination ผ่านการปรับปรุงเชิงเทคนิค ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลชื่นชมว่าเป็น “ความพยายามที่น่ายกย่อง” แม้บริษัทจะย้ำว่าปรากฏการณ์นี้เป็นปัญหาระดับโลกที่ไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมดก็ตาม

    การปรับตัวของ DeepSeek เกิดขึ้นในช่วงที่อิตาลีเข้มงวดกับบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ Meta และ Google ก็ถูกลงโทษด้านการแข่งขันและความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ DeepSeek ยังเคยถูกถอดออกจาก App Store ในอิตาลีเมื่อปีที่ผ่านมา หลังหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Garante) ตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลของบริษัท

    DeepSeek ยังต้องส่งรายงานความคืบหน้าให้ AGCM ภายใน 120 วัน และอาจถูกปรับสูงสุดถึง €10 ล้าน หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมด ขณะเดียวกันยังมีคำถามค้างคาเกี่ยวกับว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย Digital Services Act (DSA) ของสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องเผชิญการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นอีกระดับ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่ DeepSeek ตกลงทำตามข้อกำหนดของอิตาลี
    เปิดตัว chatbot เวอร์ชันเฉพาะอิตาลี
    เพิ่มคำเตือนเรื่อง hallucination ให้ชัดเจนและเป็นภาษาอิตาลี
    ปรับปรุงโมเดลเพื่อลดอัตรา hallucination

    เหตุผลที่ถูกสอบสวน
    ไม่เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับข้อมูลผิดพลาดของ AI
    ข้อมูลคำเตือนเดิมมีเฉพาะภาษาอังกฤษและจีน

    ความเสี่ยงและข้อควรระวัง
    หากไม่ทำตามข้อกำหนด อาจถูกปรับสูงสุด €10 ล้าน
    ปัญหา hallucination ยังไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมด

    ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน
    ยังไม่แน่ชัดว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย DSA หรือไม่
    หากถูกจัดเป็น “search engine” อาจต้องเผชิญกฎเข้มงวดจากสหภาพยุโรป

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/deepseek-to-customise-namesake-chatbot-for-italian-users-following-probe
    🇮🇹🤖 DeepSeek เตรียมออกเวอร์ชันเฉพาะอิตาลี หลังถูกสอบสวนเรื่อง “AI Hallucination” บริษัทปัญญาประดิษฐ์สัญชาติจีน DeepSeek ตกลงปรับปรุงบริการและเปิดตัวเวอร์ชันเฉพาะประเทศอิตาลี หลังถูกหน่วยงานกำกับดูแลด้านการแข่งขันของอิตาลี (AGCM) สอบสวนยาวนานหลายเดือนเกี่ยวกับปัญหา “hallucinations” หรือการที่ AI สร้างข้อมูลผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ หน่วยงานระบุว่า DeepSeek ไม่ได้เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับความเสี่ยงนี้ จึงต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้โปร่งใสและเข้าใจง่ายขึ้น AGCM ประกาศยุติการสอบสวนหลัง DeepSeek ยอมรับชุดข้อผูกพันหลายประการ รวมถึงการทำให้คำเตือนเรื่อง hallucination ชัดเจนขึ้น และการลดอัตราการเกิด hallucination ผ่านการปรับปรุงเชิงเทคนิค ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลชื่นชมว่าเป็น “ความพยายามที่น่ายกย่อง” แม้บริษัทจะย้ำว่าปรากฏการณ์นี้เป็นปัญหาระดับโลกที่ไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมดก็ตาม การปรับตัวของ DeepSeek เกิดขึ้นในช่วงที่อิตาลีเข้มงวดกับบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ Meta และ Google ก็ถูกลงโทษด้านการแข่งขันและความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ DeepSeek ยังเคยถูกถอดออกจาก App Store ในอิตาลีเมื่อปีที่ผ่านมา หลังหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Garante) ตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลของบริษัท DeepSeek ยังต้องส่งรายงานความคืบหน้าให้ AGCM ภายใน 120 วัน และอาจถูกปรับสูงสุดถึง €10 ล้าน หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมด ขณะเดียวกันยังมีคำถามค้างคาเกี่ยวกับว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย Digital Services Act (DSA) ของสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องเผชิญการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นอีกระดับ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่ DeepSeek ตกลงทำตามข้อกำหนดของอิตาลี ➡️ เปิดตัว chatbot เวอร์ชันเฉพาะอิตาลี ➡️ เพิ่มคำเตือนเรื่อง hallucination ให้ชัดเจนและเป็นภาษาอิตาลี ➡️ ปรับปรุงโมเดลเพื่อลดอัตรา hallucination ✅ เหตุผลที่ถูกสอบสวน ➡️ ไม่เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับข้อมูลผิดพลาดของ AI ➡️ ข้อมูลคำเตือนเดิมมีเฉพาะภาษาอังกฤษและจีน ‼️ ความเสี่ยงและข้อควรระวัง ⛔ หากไม่ทำตามข้อกำหนด อาจถูกปรับสูงสุด €10 ล้าน ⛔ ปัญหา hallucination ยังไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมด ‼️ ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน ⛔ ยังไม่แน่ชัดว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย DSA หรือไม่ ⛔ หากถูกจัดเป็น “search engine” อาจต้องเผชิญกฎเข้มงวดจากสหภาพยุโรป https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/deepseek-to-customise-namesake-chatbot-for-italian-users-following-probe
    WWW.THESTAR.COM.MY
    DeepSeek to customise namesake chatbot for Italian users following probe
    The firm agrees to a package of commitments, including tackling AI model 'hallucination' issues, with the Italian Competition Authority.
    0 Comments 0 Shares 179 Views 0 Reviews
  • ผู้บริหาร AMD แนะผู้ใช้ “ซื้อซีพียูราคาถูกลง” เพื่อรับมือราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูง — ชี้ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพง

    ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาหน่วยความจำ (RAM) ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าผู้บริโภคสามารถ “บาลานซ์งบประมาณ” ได้ด้วยการเลือกซีพียูรุ่นที่ราคาถูกลงแทนการซื้อรุ่นท็อป เพราะในตลาดปัจจุบันมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพงเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีเสมอไป คำแนะนำนี้สะท้อนถึงความพยายามของ AMD ในการช่วยผู้ใช้จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมในยุคที่ต้นทุนหน่วยความจำสูงขึ้นอย่างมาก

    บทความระบุว่าราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาซัพพลายเชนและความต้องการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาด AI และเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นเมื่อประกอบพีซีใหม่ ผู้บริหาร AMD จึงเสนอว่าการเลือกซีพียูระดับกลางหรือระดับเริ่มต้น เช่น Ryzen 5 หรือ Ryzen 3 อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในช่วงที่ RAM มีราคาแพงกว่าปกติ

    AMD ยังชี้ว่าซีพียูรุ่นใหม่ของบริษัท เช่น Ryzen 7000 และ 8000 Series มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ แม้จะเป็นรุ่นที่ไม่ใช่ตัวท็อปก็ตาม โดยเฉพาะงานทั่วไป เกมระดับกลาง หรือการทำงานแบบมัลติทาสก์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ซีพียูระดับสูงสุดเสมอไป แนวคิดนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำงบไปลงกับ RAM หรือ SSD ที่มีราคาสูงขึ้นแทน เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่สมดุลกว่า

    อย่างไรก็ตาม คำแนะนำนี้ก็ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ของ AMD ในการผลักดันยอดขายซีพียูระดับกลาง–ล่างในช่วงที่ตลาดพีซีชะลอตัว ขณะเดียวกันก็สะท้อนความจริงว่าต้นทุนหน่วยความจำกำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการประกอบพีซีใหม่ในปีนี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผู้บริหาร AMD แนะนำให้ผู้ใช้เลือกซีพียูราคาถูกลงเพื่อชดเชยราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้น
    ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา

    ราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
    สาเหตุจากความต้องการสูงในตลาด AI และปัญหาซัพพลายเชน

    ซีพียูระดับกลางของ AMD เช่น Ryzen 5/3 ยังให้ประสิทธิภาพดีสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่
    เหมาะกับงานทั่วไปและเกมระดับกลาง

    AMD ชี้ว่าผู้ใช้ควรจัดงบให้สมดุลระหว่างซีพียูและ RAM
    เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่คุ้มค่าที่สุด

    ราคาหน่วยความจำอาจยังคงสูงต่อเนื่องในปีนี้
    ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีเพิ่มขึ้น

    การเลือกซีพียูราคาถูกเกินไปอาจจำกัดประสิทธิภาพในอนาคต
    โดยเฉพาะงานหนักหรือเกม AAA รุ่นใหม่

    คำแนะนำของ AMD อาจมีมุมมองเชิงการตลาด
    ผู้ใช้ควรพิจารณาความต้องการจริงของตนเอง

    หากซื้อ RAM ราคาสูงตอนนี้ อาจเจอราคาลดลงในอนาคต
    เสี่ยงต่อการจ่ายแพงเกินจำเป็น

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/senior-amd-executive-suggests-consumers-buy-cheap-cpus-to-combat-memory-pricing-squeeze-says-consumers-have-a-wide-assortment-of-choice-available-for-all-kinds-of-price-points
    🧠💸 ผู้บริหาร AMD แนะผู้ใช้ “ซื้อซีพียูราคาถูกลง” เพื่อรับมือราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูง — ชี้ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพง ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาหน่วยความจำ (RAM) ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าผู้บริโภคสามารถ “บาลานซ์งบประมาณ” ได้ด้วยการเลือกซีพียูรุ่นที่ราคาถูกลงแทนการซื้อรุ่นท็อป เพราะในตลาดปัจจุบันมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพงเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีเสมอไป คำแนะนำนี้สะท้อนถึงความพยายามของ AMD ในการช่วยผู้ใช้จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมในยุคที่ต้นทุนหน่วยความจำสูงขึ้นอย่างมาก บทความระบุว่าราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาซัพพลายเชนและความต้องการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาด AI และเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นเมื่อประกอบพีซีใหม่ ผู้บริหาร AMD จึงเสนอว่าการเลือกซีพียูระดับกลางหรือระดับเริ่มต้น เช่น Ryzen 5 หรือ Ryzen 3 อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในช่วงที่ RAM มีราคาแพงกว่าปกติ AMD ยังชี้ว่าซีพียูรุ่นใหม่ของบริษัท เช่น Ryzen 7000 และ 8000 Series มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ แม้จะเป็นรุ่นที่ไม่ใช่ตัวท็อปก็ตาม โดยเฉพาะงานทั่วไป เกมระดับกลาง หรือการทำงานแบบมัลติทาสก์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ซีพียูระดับสูงสุดเสมอไป แนวคิดนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำงบไปลงกับ RAM หรือ SSD ที่มีราคาสูงขึ้นแทน เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่สมดุลกว่า อย่างไรก็ตาม คำแนะนำนี้ก็ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ของ AMD ในการผลักดันยอดขายซีพียูระดับกลาง–ล่างในช่วงที่ตลาดพีซีชะลอตัว ขณะเดียวกันก็สะท้อนความจริงว่าต้นทุนหน่วยความจำกำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการประกอบพีซีใหม่ในปีนี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผู้บริหาร AMD แนะนำให้ผู้ใช้เลือกซีพียูราคาถูกลงเพื่อชดเชยราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้น ➡️ ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา ✅ ราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ➡️ สาเหตุจากความต้องการสูงในตลาด AI และปัญหาซัพพลายเชน ✅ ซีพียูระดับกลางของ AMD เช่น Ryzen 5/3 ยังให้ประสิทธิภาพดีสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ ➡️ เหมาะกับงานทั่วไปและเกมระดับกลาง ✅ AMD ชี้ว่าผู้ใช้ควรจัดงบให้สมดุลระหว่างซีพียูและ RAM ➡️ เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่คุ้มค่าที่สุด ‼️ ราคาหน่วยความจำอาจยังคงสูงต่อเนื่องในปีนี้ ⛔ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีเพิ่มขึ้น ‼️ การเลือกซีพียูราคาถูกเกินไปอาจจำกัดประสิทธิภาพในอนาคต ⛔ โดยเฉพาะงานหนักหรือเกม AAA รุ่นใหม่ ‼️ คำแนะนำของ AMD อาจมีมุมมองเชิงการตลาด ⛔ ผู้ใช้ควรพิจารณาความต้องการจริงของตนเอง ‼️ หากซื้อ RAM ราคาสูงตอนนี้ อาจเจอราคาลดลงในอนาคต ⛔ เสี่ยงต่อการจ่ายแพงเกินจำเป็น https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/senior-amd-executive-suggests-consumers-buy-cheap-cpus-to-combat-memory-pricing-squeeze-says-consumers-have-a-wide-assortment-of-choice-available-for-all-kinds-of-price-points
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Senior AMD executive suggests consumers buy cheap CPUs to combat memory pricing squeeze — says ‘consumers have a wide assortment of choice available for all kinds of price points’
    'Consumers have a wide assortment of choice available for all kinds of price points that they can buy for this coming year. So yeah, I'm not not too concerned about that.'
    0 Comments 0 Shares 174 Views 0 Reviews
  • รองผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กรณี “โจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม อ้างมีความพยายามดำเนินคดีซ้ำในคดีพัวพันเว็บพนันออนไลน์ ทั้งที่อยู่ในอำนาจการสอบสวนของ ป.ป.ช.
    .
    พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. ระบุว่า ได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดแล้ว ตั้งแต่ สอท.1 ถึง สอท.5 เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบและรวดเร็ว พร้อมย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยไม่เลือกปฏิบัติ
    .
    ขณะเดียวกัน รอง ผบช.สอท. ยังกล่าวถึงการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ว่า เป็นวาระสำคัญทั้งระดับชาติและนานาชาติ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากตำรวจทุกระดับ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์และประชาชน เพื่อปิดกั้นการเข้าถึงและลดผลกระทบต่อสังคม
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000111060
    .
    #News1live #News1 #ตำรวจไซเบอร์ #บิ๊กโจ๊ก #เว็บพนัน #กระบวนการยุติธรรม
    รองผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กรณี “โจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม อ้างมีความพยายามดำเนินคดีซ้ำในคดีพัวพันเว็บพนันออนไลน์ ทั้งที่อยู่ในอำนาจการสอบสวนของ ป.ป.ช. . พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. ระบุว่า ได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดแล้ว ตั้งแต่ สอท.1 ถึง สอท.5 เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบและรวดเร็ว พร้อมย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยไม่เลือกปฏิบัติ . ขณะเดียวกัน รอง ผบช.สอท. ยังกล่าวถึงการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ว่า เป็นวาระสำคัญทั้งระดับชาติและนานาชาติ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากตำรวจทุกระดับ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์และประชาชน เพื่อปิดกั้นการเข้าถึงและลดผลกระทบต่อสังคม . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000111060 . #News1live #News1 #ตำรวจไซเบอร์ #บิ๊กโจ๊ก #เว็บพนัน #กระบวนการยุติธรรม
    0 Comments 0 Shares 139 Views 0 Reviews
  • เวียดนามประกาศแบนโฆษณาบังคับดู! บังคับปุ่ม Skip ภายใน 5 วินาที เริ่มใช้ ก.พ. 2026

    เวียดนามออก Decree No. 342 ซึ่งเป็นข้อกำหนดใหม่ภายใต้กฎหมายโฆษณา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมโฆษณาออนไลน์ให้โปร่งใสขึ้น ปกป้องผู้บริโภค และลดโฆษณาที่ผิดกฎหมาย หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการ จำกัดเวลาโฆษณาที่บังคับดูไม่เกิน 5 วินาที ก่อนที่ผู้ชมจะสามารถกดข้ามได้ ส่วนโฆษณาแบบภาพนิ่งต้องสามารถปิดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเลย

    นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังบังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องมีปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจน ไม่ใช้สัญลักษณ์หลอกลวง และต้องมีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายอย่างง่ายและมองเห็นได้ชัดเจน ผู้ใช้ต้องสามารถปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้ด้วยการกดเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐาน UX ของโฆษณาออนไลน์ในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

    นอกจากเรื่องประสบการณ์ผู้ใช้แล้ว กฎหมายยังเข้มงวดกับโฆษณาใน 11 กลุ่มสินค้าและบริการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นหมวดที่มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ง่าย

    มาตรการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเวียดนามในการสร้างสภาพแวดล้อมโฆษณาที่ปลอดภัย โปร่งใส และเป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่โฆษณาออนไลน์มีจำนวนมากและมักใช้เทคนิคหลอกล่อผู้ชม การบังคับให้ปิดโฆษณาได้ง่ายขึ้นอาจเป็นแรงกดดันให้แพลตฟอร์มระดับโลก เช่น YouTube และ Facebook ต้องปรับระบบโฆษณาให้สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่นมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    กฎหมายใหม่เกี่ยวกับโฆษณาออนไลน์
    จำกัดโฆษณาวิดีโอ/แอนิเมชันให้กดข้ามได้ภายใน 5 วินาที
    โฆษณาภาพนิ่งต้องปิดได้ทันที
    ห้ามใช้ปุ่มหรือสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้ใช้สับสน

    ความเสี่ยงและปัญหาที่ต้องระวัง
    โฆษณาที่หลอกลวงหรือปิดยากอาจถูกลงโทษตามกฎหมาย
    แพลตฟอร์มที่ไม่ปรับระบบอาจถูกมองว่าละเมิดกฎหมายท้องถิ่น

    สิ่งที่แพลตฟอร์มต้องทำ
    เพิ่มปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจนและใช้งานง่าย
    มีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายแบบ one‑click
    อนุญาตให้ผู้ใช้ปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้

    ความเสี่ยงหากไม่ปฏิบัติตาม
    อาจถูกตรวจสอบหรือถูกลงโทษโดยหน่วยงานรัฐ
    ผู้ใช้สูญเสียความเชื่อมั่นในแพลตฟอร์ม

    กลุ่มสินค้าที่ถูกควบคุมเข้มงวด
    เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก
    ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ
    ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    เหตุผลที่ต้องควบคุม
    เป็นสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
    มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด

    https://saigoneer.com/vietnam-news/28652-vienam-bans-unskippable-ads,-requires-skip-button-to-appear-after-5-seconds
    🎬🚫 เวียดนามประกาศแบนโฆษณาบังคับดู! บังคับปุ่ม Skip ภายใน 5 วินาที เริ่มใช้ ก.พ. 2026 เวียดนามออก Decree No. 342 ซึ่งเป็นข้อกำหนดใหม่ภายใต้กฎหมายโฆษณา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมโฆษณาออนไลน์ให้โปร่งใสขึ้น ปกป้องผู้บริโภค และลดโฆษณาที่ผิดกฎหมาย หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการ จำกัดเวลาโฆษณาที่บังคับดูไม่เกิน 5 วินาที ก่อนที่ผู้ชมจะสามารถกดข้ามได้ ส่วนโฆษณาแบบภาพนิ่งต้องสามารถปิดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเลย นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังบังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องมีปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจน ไม่ใช้สัญลักษณ์หลอกลวง และต้องมีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายอย่างง่ายและมองเห็นได้ชัดเจน ผู้ใช้ต้องสามารถปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้ด้วยการกดเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐาน UX ของโฆษณาออนไลน์ในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากเรื่องประสบการณ์ผู้ใช้แล้ว กฎหมายยังเข้มงวดกับโฆษณาใน 11 กลุ่มสินค้าและบริการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นหมวดที่มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ง่าย มาตรการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเวียดนามในการสร้างสภาพแวดล้อมโฆษณาที่ปลอดภัย โปร่งใส และเป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่โฆษณาออนไลน์มีจำนวนมากและมักใช้เทคนิคหลอกล่อผู้ชม การบังคับให้ปิดโฆษณาได้ง่ายขึ้นอาจเป็นแรงกดดันให้แพลตฟอร์มระดับโลก เช่น YouTube และ Facebook ต้องปรับระบบโฆษณาให้สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่นมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ กฎหมายใหม่เกี่ยวกับโฆษณาออนไลน์ ➡️ จำกัดโฆษณาวิดีโอ/แอนิเมชันให้กดข้ามได้ภายใน 5 วินาที ➡️ โฆษณาภาพนิ่งต้องปิดได้ทันที ➡️ ห้ามใช้ปุ่มหรือสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้ใช้สับสน ‼️ ความเสี่ยงและปัญหาที่ต้องระวัง ⛔ โฆษณาที่หลอกลวงหรือปิดยากอาจถูกลงโทษตามกฎหมาย ⛔ แพลตฟอร์มที่ไม่ปรับระบบอาจถูกมองว่าละเมิดกฎหมายท้องถิ่น ✅ สิ่งที่แพลตฟอร์มต้องทำ ➡️ เพิ่มปุ่มปิดโฆษณาที่ชัดเจนและใช้งานง่าย ➡️ มีระบบรายงานโฆษณาที่ผิดกฎหมายแบบ one‑click ➡️ อนุญาตให้ผู้ใช้ปิดหรือปฏิเสธโฆษณาที่ไม่เหมาะสมได้ ‼️ ความเสี่ยงหากไม่ปฏิบัติตาม ⛔ อาจถูกตรวจสอบหรือถูกลงโทษโดยหน่วยงานรัฐ ⛔ ผู้ใช้สูญเสียความเชื่อมั่นในแพลตฟอร์ม ✅ กลุ่มสินค้าที่ถูกควบคุมเข้มงวด ➡️ เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม นมเด็ก ➡️ ยาฆ่าแมลง อุปกรณ์การแพทย์ บริการสุขภาพ ➡️ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ ยา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ‼️ เหตุผลที่ต้องควบคุม ⛔ เป็นสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ⛔ มักถูกใช้โฆษณาเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด https://saigoneer.com/vietnam-news/28652-vienam-bans-unskippable-ads,-requires-skip-button-to-appear-after-5-seconds
    SAIGONEER.COM
    Vienam Bans Unskippable Ads, Requires Skip Button to Appear After 5 Seconds | Saigoneer
    If things go our way, YouTube’s notorious unskippable ads might be a thing of the past come this February. ...
    0 Comments 0 Shares 140 Views 0 Reviews
  • 🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷

    #รวมข่าวIT #20260106 #TechRadar

    What the post‑quantum shift means for your security strategy
    ยุคควอนตัมกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้กว่าที่คิด ทำให้ระบบความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตอย่าง TLS เสี่ยงต่อการถูกเจาะด้วยพลังประมวลผลระดับใหม่ที่สามารถถอดรหัสข้อมูลย้อนหลังได้ ส่งผลให้ธุรกิจและองค์กรต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การเข้ารหัสแบบทนทานต่อควอนตัม เช่น ML‑KEM และโซลูชัน hybrid TLS เพื่อป้องกันข้อมูลระยะยาวก่อนที่ผู้โจมตีจะได้เปรียบในวันที่ควอนตัมพร้อมใช้งานจริง
    https://www.techradar.com/pro/what-the-post-quantum-shift-means-for-your-security-strategy

    Data sovereignty: not just an issue for governments
    ความกังวลเรื่องอธิปไตยข้อมูลพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก เมื่อข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกเก็บและประมวลผลข้ามพรมแดน ทำให้องค์กรทุกภาคส่วน—from โรงพยาบาลไปจนถึงระบบขนส่ง—เสี่ยงต่อการถูกควบคุมโดยกฎหมายต่างประเทศ จึงเกิดกระแสหันมาใช้ sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ภายใต้กฎหมายท้องถิ่น เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว ความมั่นคง และความเชื่อมั่นของผู้ใช้ในระยะยาว
    https://www.techradar.com/pro/data-sovereignty-not-just-an-issue-for-governments

    Nearly half a million patients exposed in healthcare breach
    การโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health กลายเป็นเหตุร้ายแรงกว่าที่คาด เมื่อจำนวนผู้ป่วยที่ข้อมูลรั่วไหลพุ่งจาก 8,000 เป็นเกือบ 500,000 ราย โดยข้อมูลที่ถูกขโมยรวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ ไปจนถึงประวัติการรักษา ซึ่งถูกกลุ่ม Qilin นำไปเผยแพร่ ทำให้ผู้เสียหายเสี่ยงต่อการถูกขโมยตัวตนและฉ้อโกงในอนาคต แม้องค์กรจะเริ่มเสนอการป้องกันตัวตนให้ฟรีก็ตาม
    https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know

    Battle of the OLEDs: LG and Samsung both unveil 4,500‑nit panels
    LG และ Samsung เปิดศึกจอ OLED รุ่นใหม่ที่อ้างว่าสามารถดันความสว่างสูงสุดถึง 4,500 นิต ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม แม้ตัวเลขนี้จะเป็นค่าที่เกิดขึ้นเฉพาะในห้องแล็บและความสว่างจริงในทีวีจะต่ำกว่านั้น แต่ก็ยังถือว่าเป็นการยกระดับคุณภาพภาพอย่างชัดเจน และเป็นสัญญาณว่าทีวีรุ่นปี 2026 จะสว่าง คม และสะท้อนแสงน้อยกว่าเดิมมาก https://www.techradar.com/televisions/battle-of-the-oleds-lg-and-samsung-both-unveil-panels-with-4-500-nit-brightness-claims-but-theres-a-catch

    Grok รุกตลาดองค์กรเต็มตัวด้วยแผน Business และ Enterprise
    xAI เปิดตัว Grok เวอร์ชัน Business และ Enterprise ที่มาพร้อมมาตรการความปลอดภัยเข้มขึ้น ไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าฝึกโมเดล และรองรับการเชื่อมต่อกับบริการอย่าง Google Drive เพื่อดึงดูดองค์กรที่ต้องการทางเลือกใหม่แทน ChatGPT หรือ Gemini โดยมีฟีเจอร์จัดการทีม การตรวจสอบความปลอดภัย และตัวเลือกเข้ารหัสระดับองค์กร พร้อมค่าบริการเริ่มต้น 30 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้ต่อเดือน ซึ่งเทียบเท่าคู่แข่งโดยตรงของตลาด AI ระดับธุรกิจ
    https://www.techradar.com/pro/elon-musk-goes-all-in-on-smbs-with-new-grok-enterprise-and-business-offerings

    กล้องแอ็กชัน 8K ตัวจิ๋วจาก Leaptic ท้าชน DJI
    บริษัทจีนหน้าใหม่ Leaptic เตรียมเปิดตัวกล้องแอ็กชันขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ที่รองรับวิดีโอ 8K ในงาน CES 2026 ซึ่งดีไซน์คล้าย DJI Osmo Nano และมาพร้อมฟีเจอร์ AI เช่น การตรวจจับวัตถุ การสั่งงานด้วยเสียง และระบบตัดต่ออัตโนมัติ ทำให้ตลาดกล้องพกพาอาจร้อนแรงขึ้นเมื่อผู้เล่นรายใหม่พร้อมท้าชน DJI และ Insta360 แบบเต็มตัว
    https://www.techradar.com/cameras/action-cameras/djis-tiny-action-cam-will-soon-get-a-big-8k-rival-from-a-mysterious-chinese-company

    วิกฤต RAM ฉุดตลาดการ์ดจอ RTX 5000 ขาดตลาด–ราคาพุ่ง
    รายงานจากผู้ขายในยุโรปเผยว่า GPU ตระกูล Nvidia RTX 5000 หลายรุ่นเริ่มขาดตลาดเพราะวิกฤตหน่วยความจำ GDDR7 ที่ถูกแย่งไปใช้ในงาน AI ส่งผลให้รุ่นท็อปอย่าง RTX 5080 และ 5090 ราคาพุ่งเกิน MSRP อย่างหนัก และอาจทำให้ตลาดกลับไปสู่ยุคขาดแคลนแบบช่วงโควิด หากสถานการณ์ RAM ยังไม่คลี่คลายเร็ว ๆ นี้
    https://www.techradar.com/computing/gpu/pc-gamers-face-a-miserable-new-year-as-nvidia-rtx-5000-gpus-are-reportedly-hit-by-shortages-due-to-ram-crisis

    8BitDo FlipPad คอนโทรลเลอร์พับได้สำหรับเล่นเกมเรโทรบนมือถือ
    8BitDo เปิดตัว FlipPad คอนโทรลเลอร์แบบเสียบ USB‑C ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมเรโทรบนมือถือโดยเฉพาะ มาพร้อมปุ่ม D‑pad และปุ่มพื้นฐานโดยไม่มีอนาล็อก ทำให้เหมาะกับเกมคลาสสิกหรือแอปอีมูเลชัน และจะเปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2026 ก่อนวางขายช่วงซัมเมอร์ปีเดียวกัน รองรับทั้ง iPhone และ Android
    https://www.techradar.com/gaming/8bitdos-flippad-controller-could-be-a-great-way-to-play-retro-games-on-your-phone

    ข้อมูลผู้ป่วยเกือบครึ่งล้านรายถูกเปิดเผยจากเหตุโจมตี Covenant Health
    การสืบสวนล่าสุดพบว่าการโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health ในปี 2025 รุนแรงกว่าที่รายงานไว้มาก โดยข้อมูลผู้ป่วยราว 500,000 รายถูกขโมย รวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ และข้อมูลการรักษา กลุ่ม Qilin จากรัสเซียอ้างความรับผิดชอบและปล่อยข้อมูลกว่า 852GB ทำให้ผู้ได้รับผลกระทบเสี่ยงต่อการขโมยตัวตนและการฉ้อโกงอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know

     EU เตรียมเข้มงวดกฎเทคโนโลยีปี 2026 ขณะสหรัฐขู่ตอบโต้
    ความตึงเครียดด้านกฎระเบียบเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น หลัง EU เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายดิจิทัลและปรับบริษัทเทคยักษ์จากสหรัฐหลายราย ขณะที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้ทรัมป์มองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและเตรียมมาตรการตอบโต้ ทำให้ปี 2026 อาจเป็นปีที่การแข่งขันด้านอำนาจกำกับดูแลเทคโนโลยีระหว่างสองขัวยักษ์ใหญ่เข้มข้นยิ่งขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/eu-gears-up-for-even-more-tough-tech-enforcement-in-2026-as-trump-warns-of-retaliation

     Garmin อาจอัปเกรด Health Status ให้ดูข้อมูลสุขภาพแบบไทม์ไลน์
    มีสัญญาณว่า Garmin เตรียมยกระดับฟีเจอร์ Health Status ให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลสุขภาพหลายวันหรือหลายสัปดาห์ในรูปแบบไทม์ไลน์ แทนการดูแบบวันต่อวันเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้เห็นแนวโน้มสุขภาพชัดเจนขึ้น และอาจเป็นการแก้ข้อจำกัดสำคัญของระบบติดตามสุขภาพในแอป Garmin Connect
    https://www.techradar.com/health-fitness/fitness-trackers/garmin-could-be-gearing-up-for-an-exciting-but-overdue-health-status-upgrade-heres-what-we-know-so-far

     Anker เปิดตัวหูฟังปรับโหมดได้ทั้งแบบเปิดหูและแบบซีล ANC
    Anker Soundcore เปิดตัว AeroFit 2 Pro หูฟังที่สามารถสลับจากโหมดเปิดหูเป็นแบบซีลเพื่อใช้ ANC ได้ด้วยการปรับตำแหน่งขาเกี่ยวหู พร้อมระบบเซ็นเซอร์ที่ปรับ EQ อัตโนมัติตามรูปแบบการใช้งาน มาพร้อมไดรเวอร์ขนาดใหญ่ รองรับ Spatial Audio และออกแบบมาเพื่อความสบายในการใช้งานยาวนาน
    https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/anker-soundcore-unveils-open-earbuds-that-can-adapt-to-be-ear-sealing-anc-buds-too-is-this-the-best-of-both-audio-worlds

     LastPass ถูกแฮกในอดีตยังส่งผลต่อการขโมยคริปโตในปัจจุบัน
    รายงานล่าสุดเผยว่าการเจาะระบบ LastPass ในปี 2022 ยังคงสร้างความเสียหายต่อเนื่อง โดยแฮกเกอร์สามารถถอดรหัส vault ของผู้ใช้ที่ตั้งรหัสไม่ซับซ้อน และขโมย seed phrase ของกระเป๋าคริปโตไปใช้ย้ายเงินออก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 35–100 ล้านดอลลาร์ พร้อมมีการฟอกเงินผ่านบริการ mixing หลายแห่ง
    https://www.techradar.com/pro/security/historic-lastpass-breach-enabling-cryptocurrency-theft-investigation-reveals

    Hisense เปิดตัวนวัตกรรมทีวี 3 รุ่นใหม่ใน CES 2026
    Hisense เดินหน้าปฏิวัติวงการทีวีด้วย RGB mini‑LED รุ่นใหม่ที่ขยายไลน์ลงสู่ขนาด 50–100 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี RGB mini‑LED Evo ที่เพิ่มสีไซแอนเพื่อความสมจริงยิ่งขึ้น และ RGBY MicroLED ที่เพิ่มสีเหลืองเป็นแม่สีที่สี่เพื่อมอบมุมมองและความคมชัดที่เหนือกว่า ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดทีวีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสีสันจัดจ้านและความสว่างระดับใหม่ที่อาจท้าทาย OLED ในอนาคต
    https://www.techradar.com/televisions/hisense-unveils-3-new-tv-innovations-at-ces-2026-and-theyre-all-about-mind-blowing-color

    แฮ็กเกอร์ Bitfinex ถูกปล่อยตัวก่อนกำหนดด้วยกฎหมาย First Step Act
    Ilya Lichtenstein แฮ็กเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการขโมย Bitcoin 120,000 เหรียญจาก Bitfinex ในปี 2016 ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด พร้อมภรรยา Heather Morgan หลังได้รับเครดิตลดโทษจากกฎหมาย First Step Act ทั้งคู่ประกาศว่าจะเริ่มต้นใหม่หลังจากหลายปีที่ต้องแยกจากกัน และคดีนี้ยังคงเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของโลกคริปโต
    https://www.techradar.com/pro/security/crypto-thief-released-early-thanks-to-trumps-first-step-act

    Apple Vision Pro อาจใกล้ถึงทางตันหลังยอดขายตกหนัก
    รายงานล่าสุดเผยว่า Apple ลดการผลิตและงบการตลาดของ Vision Pro ลงถึง 95% หลังยอดขายไม่เข้าเป้า แม้เทคโนโลยีจะล้ำสมัยแต่ราคาที่สูงและการใช้งานที่จำกัดใน ecosystem ของ Apple ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปไม่ตอบรับมากนัก ส่งผลให้อนาคตของอุปกรณ์ XR ตัวนี้เริ่มไม่สดใส แม้ Apple ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AR ต่อไป
    https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/it-looks-like-the-end-is-coming-for-the-apple-vision-pro-im-not-even-surprised

    ปี 2026 อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับ OnePlus ในการกลับมาทำมือถือพับได้
    ตลาดมือถือพับได้กำลังคึกคักจากการขยับของ Samsung, Motorola และแบรนด์จีนหลายเจ้า ทำให้ปี 2026 กลายเป็นจังหวะทองที่ OnePlus อาจกลับมาด้วย OnePlus Open 2 หลังรุ่นแรกเคยได้รับคำชมอย่างมาก หาก OnePlus ผสมผสานดีไซน์ระดับพรีเมียมกับราคาที่คุ้มค่าได้ ก็มีโอกาสท้าชนเจ้าตลาดได้ไม่ยาก
    https://www.techradar.com/phones/oneplus-phones/2026-is-the-perfect-year-for-oneplus-to-release-another-folding-phone-heres-why

    Audeze Maxwell 2 เฮดเซ็ตเกมมิ่งระดับออดิโอไฟล์เปิดตัวแล้ว
    Audeze เปิดตัว Maxwell 2 เฮดเซ็ตไร้สายรุ่นอัปเกรดที่มาพร้อมเทคโนโลยี SLAM เพื่อมอบเสียงที่มีมิติและเบสทรงพลัง ใช้ไดรเวอร์ planar magnetic ขนาดใหญ่ 90 มม. พร้อมไมค์ตัดเสียงรบกวนแบบ AI และแบตเตอรี่ใช้งานได้กว่า 80 ชั่วโมง ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับสูงสุด
    https://www.techradar.com/gaming/audeze-announces-the-maxwell-2-gaming-headset-an-overhaul-of-its-predecessor-that-is-targeted-firmly-at-audiophile-gamers-and-you-can-buy-it-now

    Samsung Galaxy S26 Ultra อาจไม่อัปเกรดกล้อง แต่แลกกับการ “ไม่ขึ้นราคา”
    Samsung Galaxy S26 Series ถูกคาดว่าจะไม่มีการอัปเกรดกล้องครั้งใหญ่ โดยเฉพาะรุ่น Ultra ที่อาจเปลี่ยนเพียงดีไซน์โมดูลเล็กน้อย ขณะที่รุ่น S26 และ S26+ อาจเข้าสู่ปีที่ 4 โดยไม่เพิ่มสเปกกล้องเลย แม้จะดูน่าผิดหวัง แต่เหตุผลสำคัญคือ Samsung ต้องการ “ตรึงราคา” ไว้เท่าเดิมท่ามกลางต้นทุนชิ้นส่วนที่พุ่งสูงจากความต้องการด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้การไม่ขึ้นราคาอาจเป็นผลดีต่อผู้บริโภค แม้จะแลกกับการอัปเกรดที่น้อยลงก็ตาม
    https://www.techradar.com/phones/samsung-galaxy-phones/the-samsung-galaxy-s26-ultra-might-not-get-any-camera-upgrades-but-thats-fine-if-it-means-we-avoid-a-price-hike

    Boston Dynamics เปิดตัว Atlas รุ่นผลิตจริง เตรียมเข้าทำงานในโรงงานปี 2028
    Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จาก Boston Dynamics ก้าวจากต้นแบบสู่ “สินค้าจริง” พร้อมทำงานในโรงงานของ Hyundai ภายในปี 2028 โดยรุ่นใหม่นี้เป็นระบบไฟฟ้าทั้งหมด มี 56 องศาการเคลื่อนไหว ยกของหนักได้ถึง 110 ปอนด์ มีระบบกันสภาพอากาศ และมือที่มีเซนเซอร์สัมผัส อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ภายในหนึ่งวัน ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่เน้นช่วยงานหนักและงานซ้ำซากเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มนุษย์ในสายการผลิต
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/boston-dynamics-atlas-humanoid-robot-is-now-a-product-and-heading-to-factories-in-2028

    แฮ็กเกอร์อ้างขโมยข้อมูลวิศวกรรมกว่า 800 ไฟล์จากบริษัทสหรัฐ พร้อมขายให้ผู้สนใจ
    กลุ่มแฮ็กเกอร์ประกาศว่าพวกเขาได้เจาะระบบ Pickett and Associates บริษัทวิศวกรรมในฟลอริดา และขโมยข้อมูลสำคัญกว่า 800 ไฟล์ เช่น LiDAR, แผนที่โครงสร้างไฟฟ้า, ไฟล์ออกแบบ และข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทพลังงานรายใหญ่ในสหรัฐ ก่อนนำไปขายในราคา 6.5 BTC (ราว $600,000) โดย Duke Energy อยู่ระหว่างตรวจสอบเหตุการณ์นี้ ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มโจมตีกำลังมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/pro/security/hackers-claim-breach-of-engineering-firm-offer-sale-of-info-on-three-major-us-utilities

    Garmin เปิดตัวกล้อง DualView สำหรับรถบรรทุก ช่วยกำจัดจุดบอดรอบคัน
    Garmin เปิดตัว dēzl DualView ระบบกล้องภายนอกสองตัวที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดจุดบอดของรถบรรทุกโดยเฉพาะ กล้องมีมาตรฐานกันน้ำ IPX7 ให้ภาพรอบคันพร้อมแจ้งเตือนเมื่อมีรถเข้ามาในจุดบอด รองรับการบันทึกวิดีโอ 1080p และเชื่อมต่อกับแท็บเล็ตหรือ GPS ของ Garmin เพื่อสั่งงานด้วยเสียง อุปกรณ์นี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งต่อผู้ขับและผู้ใช้ถนนอื่น โดยวางจำหน่ายที่ราคา $999.99
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/dash-cams/garmin-unveils-a-new-rugged-cam-designed-to-cover-blind-spots-and-its-the-safety-device-truck-drivers-need

    LEGO เปิดตัว Smart Play ใส่ชิปในก้อนอิฐ พร้อมเปิดตัวชุด Star Wars รุ่นแรก
    LEGO เปิดตัว “Smart Brick” อิฐรุ่นใหม่ที่ซ่อนชิปและเซนเซอร์ภายใน ทำให้สามารถตรวจจับตำแหน่งของมินิฟิกเกอร์หรือแท็กพิเศษเพื่อสร้างเสียง เอฟเฟกต์ไฟ และปฏิกิริยาต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องใช้แอปหรือการเชื่อมต่อออนไลน์ ชุดแรกที่รองรับคือ LEGO Star Wars 3 รุ่นใหม่ เช่น X-Wing และ TIE Fighter ซึ่งจะตอบสนองด้วยเสียงเครื่องยนต์ แสงดาบ และเอฟเฟกต์อื่น ๆ เพิ่มมิติใหม่ให้การเล่นโดยไม่ทำลายความคลาสสิกของ LEGO
    https://www.techradar.com/streaming/entertainment/the-lego-brick-just-got-its-biggest-upgrade-yet-with-smart-play-and-its-coming-to-star-wars-sets-first

     Acer เปิดตัวไลน์อัป CES 2026 พร้อมโน้ตบุ๊ก AI และสกู๊ตเตอร์เกมมิ่ง Predator
    Acer เปิดศักราช CES 2026 ด้วยกองทัพโน้ตบุ๊กใหม่ที่ใช้ชิป Intel Core Ultra Series 3 ทั้ง Aspire AI, Swift AI และรุ่นเกมมิ่ง Predator/Nitro ที่เน้นประสิทธิภาพ AI เป็นพิเศษ พร้อมเปิดตัวมอนิเตอร์เกมมิ่ง 1000Hz, โปรเจ็กเตอร์ Vero รุ่นใหม่ และอุปกรณ์เครือข่าย Wi-Fi 7 แต่ไฮไลต์ที่สะดุดตาที่สุดคือ Predator ES Storm Pro สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าดีไซน์เกมมิ่งพร้อมไฟ RGB และระยะวิ่งราว 60 กม. ซึ่งสะท้อนความพยายามของ Acer ในการขยายแบรนด์ Predator ไปสู่ไลฟ์สไตล์นอกเหนือจากเกมมิ่งโดยตรง
    https://www.techradar.com/tech-events/acers-ces-2026-reveals-include-laptops-displays-and-a-gaming-themed-e-scooter-apparently

     HyperX จับมือ Neurable พัฒนาเฮดเซ็ตอ่านคลื่นสมองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเกมเมอร์
    HyperX และ Neurable เผยเทคโนโลยีเฮดเซ็ตเกมมิ่งที่ฝังเซ็นเซอร์ EEG เพื่ออ่านคลื่นสมองแบบเรียลไทม์ ช่วยผู้เล่นเข้าสู่โหมดโฟกัส ลดภาวะ “tilt” และเพิ่มความแม่นยำ โดยระบบจะประเมิน cognitive load และระดับสมาธิ พร้อมโหมด “Prime” ที่ฝึกสมองก่อนเล่นเกม ซึ่งทดสอบแล้วช่วยเพิ่มความแม่นยำและลด reaction time ได้จริง ถือเป็นก้าวใหม่ของอุปกรณ์เกมมิ่งที่ผสานประสาทวิทยาเข้ากับการเล่นเกมอย่างเป็นรูปธรรม
    https://www.techradar.com/gaming/gaming-accessories/hyperx-is-working-with-brain-scanning-company-neurable-on-a-gaming-headset-that-aims-to-offer-prevention-of-tilt-and-good-practice-not-crap-practice

     Nvidia ซีอีโอ Jensen Huang ชี้ “ทั้งสแต็กกำลังถูกเปลี่ยนใหม่” พร้อมยุค AI รุ่นถัดไป
    Jensen Huang ขึ้นเวที CES 2026 พร้อมประกาศว่าทั้งอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โดยทุกเลเยอร์ของ AI ถูกออกแบบใหม่ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์จนถึงซอฟต์แวร์ พร้อมเผยชิปเจเนอเรชันใหม่ Vera Rubin ที่รวม CPU และ GPU เพื่อรองรับ AI Factory ขนาดใหญ่ รวมถึงแนวคิด “Physical AI” ที่ช่วยให้โมเดลเข้าใจโลกจริงมากขึ้น สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Nvidia ที่ต้องการสร้างแพลตฟอร์ม AI ครบวงจรสำหรับอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/the-entire-stack-is-being-changed-nvidia-ceo-jensen-huang-looks-ahead-to-the-next-generation-of-ai

    Keebmon มินิพีซีสุดล้ำ รวมคีย์บอร์ดกลไก + จอทัช 21:9 + Ryzen AI ในเครื่องเดียว
    Keebmon เปิดตัวอุปกรณ์ลูกผสมที่รวมมินิพีซี คีย์บอร์ดกลไก และจอสัมผัสอัตราส่วน 21:9 ไว้ในบอดี้พับได้เครื่องเดียว ใช้ชิป Ryzen AI 9 HX 370 รองรับ RAM สูงสุด 64GB และ SSD 8TB พร้อมพอร์ตครบครันทั้ง USB4, HDMI 2.1 และ OCuLink เหมาะกับสายพกพาที่ต้องการพลังประมวลผลระดับจริงจัง โดยโครงการ Kickstarter ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามเกินเป้าหลายเท่า
    https://www.techradar.com/pro/you-have-never-seen-a-mini-pc-like-this-keebmon-is-a-ryzen-ai-powered-pc-with-a-mechanical-keyboard-a-21-9-touchscreen-display-64gb-ram-and-an-8tb-ssd

     ไต้หวันถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนกว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันในปี 2025
    รายงานจากสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนเฉลี่ยวันละ 2.63 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และมากกว่า 113% เมื่อเทียบกับปี 2023 โดยการโจมตีมักเกิดควบคู่กับกิจกรรมทางทหารหรือเหตุการณ์การเมือง สะท้อนยุทธศาสตร์ “สงครามไฮบริด” ที่จีนใช้กดดันไต้หวันผ่านการสอดแนม การขโมยข้อมูล และการรบกวนระบบสำคัญของรัฐ
    https://www.techradar.com/pro/security/taiwanese-infrastructure-suffered-over-2-5-million-chinese-cyberattacks-per-day-in-2025-report-reveals

    Peacock เตรียมเป็นสตรีมมิงแรกที่รองรับ Dolby Vision 2 และ Atmos รุ่นใหม่
    Peacock เดินหน้าอัปเกรดประสบการณ์สตรีมมิงครั้งใหญ่ด้วยการรองรับ Dolby Vision 2 และ Dolby AC‑4 ซึ่งช่วยให้ภาพคมชัดขึ้น ลดอาการภาพกระตุกและ Soap Opera Effect พร้อมเสียง Atmos ที่ปรับแต่งได้ละเอียดกว่าเดิม ทั้งในคอนเทนต์ออนดีมานด์และไลฟ์สดอย่าง NBA, NFL และโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ทำให้แพลตฟอร์มนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านคุณภาพภาพและเสียงในปีนี้อย่างเต็มตัว
    https://www.techradar.com/streaming/entertainment/peacock-goes-all-in-on-dolby-with-vision-and-atmos-support

    Asus เปิดตัว ROG XREAL R1 แว่น AR สำหรับเกมเมอร์ หลังแยกทางกับ Meta
    Asus จับมือ XREAL เปิดตัวแว่น AR รุ่นใหม่ ROG XREAL R1 ที่มาพร้อมจอ micro‑OLED 1080p ความสว่างสูง รีเฟรชเรต 240Hz และระบบเชื่อมต่อผ่าน USB‑C หรือ Dock ที่รองรับ DisplayPort และ HDMI เพื่อใช้งานกับ ROG Ally, PC หรือคอนโซล โดยเน้นประสบการณ์เกมบนจอเสมือนขนาดใหญ่ 171 นิ้ว พร้อมฟีเจอร์เลนส์ปรับแสงอัตโนมัติและเสียงจูนโดย Bose ถือเป็นก้าวใหม่ของ Asus หลังยุติโครงการร่วมกับ Meta
    https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/goodbye-meta-hello-xreal-asus-announces-rog-xreal-r1-ar-gaming-glasses-following-termination-of-its-horizon-os-headset

    จอ 5K แบบ Snap‑on พร้อม SSD ซ่อนในตัว คู่หูใหม่ของ Mac mini
    StudioDock Pro คือมอนิเตอร์ 27 นิ้ว 5K ที่ออกแบบมาให้ Mac mini สวมเข้าไปในตัวเครื่องได้เลย พร้อมฮับพอร์ตครบชุดและช่องใส่ SSD M.2 สูงสุด 8TB แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือ รุ่น Premium รองรับ Thunderbolt 5 ให้แบนด์วิดท์สูงถึง 120Gbps พร้อมพอร์ต 2.5G Ethernet และ SD UHS‑II ทั้งหมดนี้ในราคาเปิดตัว $699 ทำให้เป็นโซลูชันแบบ All‑in‑One สำหรับโต๊ะทำงานที่ต้องการความเรียบและประสิทธิภาพสูง
    https://www.techradar.com/pro/this-usd699-5k-thunderbolt-5-monitor-is-the-perfect-partner-for-your-apple-mac-mini-and-even-comes-with-a-hidden-ssd-slot

    Intel เปิดตัว Core Ultra Series 3 (Panther Lake) พร้อมชิปกราฟิกใหม่แรงระดับ RTX 3050
    Intel เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ Core Ultra Series 3 (Panther Lake) ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม Intel 18A เน้นประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน โดยไฮไลต์คือ GPU ใหม่ Intel Arc B390 ที่รองรับ multiframe generation ผ่าน XeSS 3 ทำให้เล่นเกมอย่าง Battlefield 6 ที่ 1080p ได้ถึง 147fps พร้อมประกาศแพลตฟอร์มสำหรับเครื่องเกมพกพาแข่งกับ AMD Z‑series และชูจุดเด่นด้าน AI ที่ร่วมพัฒนากับ Microsoft อย่างใกล้ชิด
    https://www.techradar.com/computing/cpu/intel-launches-new-core-ultra-300-series-processors-at-ces-2026-will-panther-lake-deliver-the-win-that-intel-needs

    Dell ชุบชีวิตแบรนด์ XPS พร้อมดีไซน์ใหม่และสเปกจัดเต็ม
    Dell ประกาศคืนชีพแบรนด์ XPS พร้อมเปิดตัว XPS 14 และ XPS 16 ดีไซน์ใหม่หมดจด ใช้วัสดุพรีเมียม CNC Aluminum + Gorilla Glass พร้อมนำปุ่มฟังก์ชันแบบ Physical กลับมาแทนทัชบาร์ และเพิ่มโลโก้ XPS ไว้บนฝาเครื่องเป็นครั้งแรก ใช้ชิป Intel Core Ultra 300 พร้อมกราฟิก Arc รุ่นใหม่ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 27 ชั่วโมง และตัวเครื่องบางเพียง 14.6 มม. ถือเป็นการกลับสู่จุดยืนเดิมของ XPS ในฐานะแล็ปท็อประดับพรีเมียมสำหรับผู้ใช้จริงจังและเกมเมอร์
    https://www.techradar.com/computing/dell-un-retires-its-iconic-xps-brand-at-ces-2026-were-getting-back-to-our-roots
    📌📡🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷📡📌 #รวมข่าวIT #20260106 #TechRadar 🧬 What the post‑quantum shift means for your security strategy ยุคควอนตัมกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้กว่าที่คิด ทำให้ระบบความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตอย่าง TLS เสี่ยงต่อการถูกเจาะด้วยพลังประมวลผลระดับใหม่ที่สามารถถอดรหัสข้อมูลย้อนหลังได้ ส่งผลให้ธุรกิจและองค์กรต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การเข้ารหัสแบบทนทานต่อควอนตัม เช่น ML‑KEM และโซลูชัน hybrid TLS เพื่อป้องกันข้อมูลระยะยาวก่อนที่ผู้โจมตีจะได้เปรียบในวันที่ควอนตัมพร้อมใช้งานจริง 🔗 https://www.techradar.com/pro/what-the-post-quantum-shift-means-for-your-security-strategy 🛡️ Data sovereignty: not just an issue for governments ความกังวลเรื่องอธิปไตยข้อมูลพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก เมื่อข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกเก็บและประมวลผลข้ามพรมแดน ทำให้องค์กรทุกภาคส่วน—from โรงพยาบาลไปจนถึงระบบขนส่ง—เสี่ยงต่อการถูกควบคุมโดยกฎหมายต่างประเทศ จึงเกิดกระแสหันมาใช้ sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ภายใต้กฎหมายท้องถิ่น เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว ความมั่นคง และความเชื่อมั่นของผู้ใช้ในระยะยาว 🔗 https://www.techradar.com/pro/data-sovereignty-not-just-an-issue-for-governments 🏥 Nearly half a million patients exposed in healthcare breach การโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health กลายเป็นเหตุร้ายแรงกว่าที่คาด เมื่อจำนวนผู้ป่วยที่ข้อมูลรั่วไหลพุ่งจาก 8,000 เป็นเกือบ 500,000 ราย โดยข้อมูลที่ถูกขโมยรวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ ไปจนถึงประวัติการรักษา ซึ่งถูกกลุ่ม Qilin นำไปเผยแพร่ ทำให้ผู้เสียหายเสี่ยงต่อการถูกขโมยตัวตนและฉ้อโกงในอนาคต แม้องค์กรจะเริ่มเสนอการป้องกันตัวตนให้ฟรีก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know 📺 Battle of the OLEDs: LG and Samsung both unveil 4,500‑nit panels LG และ Samsung เปิดศึกจอ OLED รุ่นใหม่ที่อ้างว่าสามารถดันความสว่างสูงสุดถึง 4,500 นิต ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม แม้ตัวเลขนี้จะเป็นค่าที่เกิดขึ้นเฉพาะในห้องแล็บและความสว่างจริงในทีวีจะต่ำกว่านั้น แต่ก็ยังถือว่าเป็นการยกระดับคุณภาพภาพอย่างชัดเจน และเป็นสัญญาณว่าทีวีรุ่นปี 2026 จะสว่าง คม และสะท้อนแสงน้อยกว่าเดิมมาก 🔗 https://www.techradar.com/televisions/battle-of-the-oleds-lg-and-samsung-both-unveil-panels-with-4-500-nit-brightness-claims-but-theres-a-catch 🚀 Grok รุกตลาดองค์กรเต็มตัวด้วยแผน Business และ Enterprise xAI เปิดตัว Grok เวอร์ชัน Business และ Enterprise ที่มาพร้อมมาตรการความปลอดภัยเข้มขึ้น ไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าฝึกโมเดล และรองรับการเชื่อมต่อกับบริการอย่าง Google Drive เพื่อดึงดูดองค์กรที่ต้องการทางเลือกใหม่แทน ChatGPT หรือ Gemini โดยมีฟีเจอร์จัดการทีม การตรวจสอบความปลอดภัย และตัวเลือกเข้ารหัสระดับองค์กร พร้อมค่าบริการเริ่มต้น 30 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้ต่อเดือน ซึ่งเทียบเท่าคู่แข่งโดยตรงของตลาด AI ระดับธุรกิจ 🔗 https://www.techradar.com/pro/elon-musk-goes-all-in-on-smbs-with-new-grok-enterprise-and-business-offerings 🎥 กล้องแอ็กชัน 8K ตัวจิ๋วจาก Leaptic ท้าชน DJI บริษัทจีนหน้าใหม่ Leaptic เตรียมเปิดตัวกล้องแอ็กชันขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ที่รองรับวิดีโอ 8K ในงาน CES 2026 ซึ่งดีไซน์คล้าย DJI Osmo Nano และมาพร้อมฟีเจอร์ AI เช่น การตรวจจับวัตถุ การสั่งงานด้วยเสียง และระบบตัดต่ออัตโนมัติ ทำให้ตลาดกล้องพกพาอาจร้อนแรงขึ้นเมื่อผู้เล่นรายใหม่พร้อมท้าชน DJI และ Insta360 แบบเต็มตัว 🔗 https://www.techradar.com/cameras/action-cameras/djis-tiny-action-cam-will-soon-get-a-big-8k-rival-from-a-mysterious-chinese-company 💸 วิกฤต RAM ฉุดตลาดการ์ดจอ RTX 5000 ขาดตลาด–ราคาพุ่ง รายงานจากผู้ขายในยุโรปเผยว่า GPU ตระกูล Nvidia RTX 5000 หลายรุ่นเริ่มขาดตลาดเพราะวิกฤตหน่วยความจำ GDDR7 ที่ถูกแย่งไปใช้ในงาน AI ส่งผลให้รุ่นท็อปอย่าง RTX 5080 และ 5090 ราคาพุ่งเกิน MSRP อย่างหนัก และอาจทำให้ตลาดกลับไปสู่ยุคขาดแคลนแบบช่วงโควิด หากสถานการณ์ RAM ยังไม่คลี่คลายเร็ว ๆ นี้ 🔗 https://www.techradar.com/computing/gpu/pc-gamers-face-a-miserable-new-year-as-nvidia-rtx-5000-gpus-are-reportedly-hit-by-shortages-due-to-ram-crisis 🎮 8BitDo FlipPad คอนโทรลเลอร์พับได้สำหรับเล่นเกมเรโทรบนมือถือ 8BitDo เปิดตัว FlipPad คอนโทรลเลอร์แบบเสียบ USB‑C ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมเรโทรบนมือถือโดยเฉพาะ มาพร้อมปุ่ม D‑pad และปุ่มพื้นฐานโดยไม่มีอนาล็อก ทำให้เหมาะกับเกมคลาสสิกหรือแอปอีมูเลชัน และจะเปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2026 ก่อนวางขายช่วงซัมเมอร์ปีเดียวกัน รองรับทั้ง iPhone และ Android 🔗 https://www.techradar.com/gaming/8bitdos-flippad-controller-could-be-a-great-way-to-play-retro-games-on-your-phone 🔐 ข้อมูลผู้ป่วยเกือบครึ่งล้านรายถูกเปิดเผยจากเหตุโจมตี Covenant Health การสืบสวนล่าสุดพบว่าการโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health ในปี 2025 รุนแรงกว่าที่รายงานไว้มาก โดยข้อมูลผู้ป่วยราว 500,000 รายถูกขโมย รวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ และข้อมูลการรักษา กลุ่ม Qilin จากรัสเซียอ้างความรับผิดชอบและปล่อยข้อมูลกว่า 852GB ทำให้ผู้ได้รับผลกระทบเสี่ยงต่อการขโมยตัวตนและการฉ้อโกงอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know 🇪🇺 EU เตรียมเข้มงวดกฎเทคโนโลยีปี 2026 ขณะสหรัฐขู่ตอบโต้ ความตึงเครียดด้านกฎระเบียบเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น หลัง EU เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายดิจิทัลและปรับบริษัทเทคยักษ์จากสหรัฐหลายราย ขณะที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้ทรัมป์มองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและเตรียมมาตรการตอบโต้ ทำให้ปี 2026 อาจเป็นปีที่การแข่งขันด้านอำนาจกำกับดูแลเทคโนโลยีระหว่างสองขัวยักษ์ใหญ่เข้มข้นยิ่งขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/eu-gears-up-for-even-more-tough-tech-enforcement-in-2026-as-trump-warns-of-retaliation ⌚ Garmin อาจอัปเกรด Health Status ให้ดูข้อมูลสุขภาพแบบไทม์ไลน์ มีสัญญาณว่า Garmin เตรียมยกระดับฟีเจอร์ Health Status ให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลสุขภาพหลายวันหรือหลายสัปดาห์ในรูปแบบไทม์ไลน์ แทนการดูแบบวันต่อวันเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้เห็นแนวโน้มสุขภาพชัดเจนขึ้น และอาจเป็นการแก้ข้อจำกัดสำคัญของระบบติดตามสุขภาพในแอป Garmin Connect 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/fitness-trackers/garmin-could-be-gearing-up-for-an-exciting-but-overdue-health-status-upgrade-heres-what-we-know-so-far 🎧 Anker เปิดตัวหูฟังปรับโหมดได้ทั้งแบบเปิดหูและแบบซีล ANC Anker Soundcore เปิดตัว AeroFit 2 Pro หูฟังที่สามารถสลับจากโหมดเปิดหูเป็นแบบซีลเพื่อใช้ ANC ได้ด้วยการปรับตำแหน่งขาเกี่ยวหู พร้อมระบบเซ็นเซอร์ที่ปรับ EQ อัตโนมัติตามรูปแบบการใช้งาน มาพร้อมไดรเวอร์ขนาดใหญ่ รองรับ Spatial Audio และออกแบบมาเพื่อความสบายในการใช้งานยาวนาน 🔗 https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/anker-soundcore-unveils-open-earbuds-that-can-adapt-to-be-ear-sealing-anc-buds-too-is-this-the-best-of-both-audio-worlds 🛡️ LastPass ถูกแฮกในอดีตยังส่งผลต่อการขโมยคริปโตในปัจจุบัน รายงานล่าสุดเผยว่าการเจาะระบบ LastPass ในปี 2022 ยังคงสร้างความเสียหายต่อเนื่อง โดยแฮกเกอร์สามารถถอดรหัส vault ของผู้ใช้ที่ตั้งรหัสไม่ซับซ้อน และขโมย seed phrase ของกระเป๋าคริปโตไปใช้ย้ายเงินออก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 35–100 ล้านดอลลาร์ พร้อมมีการฟอกเงินผ่านบริการ mixing หลายแห่ง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/historic-lastpass-breach-enabling-cryptocurrency-theft-investigation-reveals 🎨 Hisense เปิดตัวนวัตกรรมทีวี 3 รุ่นใหม่ใน CES 2026 Hisense เดินหน้าปฏิวัติวงการทีวีด้วย RGB mini‑LED รุ่นใหม่ที่ขยายไลน์ลงสู่ขนาด 50–100 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี RGB mini‑LED Evo ที่เพิ่มสีไซแอนเพื่อความสมจริงยิ่งขึ้น และ RGBY MicroLED ที่เพิ่มสีเหลืองเป็นแม่สีที่สี่เพื่อมอบมุมมองและความคมชัดที่เหนือกว่า ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดทีวีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสีสันจัดจ้านและความสว่างระดับใหม่ที่อาจท้าทาย OLED ในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/televisions/hisense-unveils-3-new-tv-innovations-at-ces-2026-and-theyre-all-about-mind-blowing-color 🕵️‍♂️ แฮ็กเกอร์ Bitfinex ถูกปล่อยตัวก่อนกำหนดด้วยกฎหมาย First Step Act Ilya Lichtenstein แฮ็กเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการขโมย Bitcoin 120,000 เหรียญจาก Bitfinex ในปี 2016 ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด พร้อมภรรยา Heather Morgan หลังได้รับเครดิตลดโทษจากกฎหมาย First Step Act ทั้งคู่ประกาศว่าจะเริ่มต้นใหม่หลังจากหลายปีที่ต้องแยกจากกัน และคดีนี้ยังคงเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของโลกคริปโต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/crypto-thief-released-early-thanks-to-trumps-first-step-act 👓 Apple Vision Pro อาจใกล้ถึงทางตันหลังยอดขายตกหนัก รายงานล่าสุดเผยว่า Apple ลดการผลิตและงบการตลาดของ Vision Pro ลงถึง 95% หลังยอดขายไม่เข้าเป้า แม้เทคโนโลยีจะล้ำสมัยแต่ราคาที่สูงและการใช้งานที่จำกัดใน ecosystem ของ Apple ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปไม่ตอบรับมากนัก ส่งผลให้อนาคตของอุปกรณ์ XR ตัวนี้เริ่มไม่สดใส แม้ Apple ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AR ต่อไป 🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/it-looks-like-the-end-is-coming-for-the-apple-vision-pro-im-not-even-surprised 📱 ปี 2026 อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับ OnePlus ในการกลับมาทำมือถือพับได้ ตลาดมือถือพับได้กำลังคึกคักจากการขยับของ Samsung, Motorola และแบรนด์จีนหลายเจ้า ทำให้ปี 2026 กลายเป็นจังหวะทองที่ OnePlus อาจกลับมาด้วย OnePlus Open 2 หลังรุ่นแรกเคยได้รับคำชมอย่างมาก หาก OnePlus ผสมผสานดีไซน์ระดับพรีเมียมกับราคาที่คุ้มค่าได้ ก็มีโอกาสท้าชนเจ้าตลาดได้ไม่ยาก 🔗 https://www.techradar.com/phones/oneplus-phones/2026-is-the-perfect-year-for-oneplus-to-release-another-folding-phone-heres-why 🎧 Audeze Maxwell 2 เฮดเซ็ตเกมมิ่งระดับออดิโอไฟล์เปิดตัวแล้ว Audeze เปิดตัว Maxwell 2 เฮดเซ็ตไร้สายรุ่นอัปเกรดที่มาพร้อมเทคโนโลยี SLAM เพื่อมอบเสียงที่มีมิติและเบสทรงพลัง ใช้ไดรเวอร์ planar magnetic ขนาดใหญ่ 90 มม. พร้อมไมค์ตัดเสียงรบกวนแบบ AI และแบตเตอรี่ใช้งานได้กว่า 80 ชั่วโมง ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับสูงสุด 🔗 https://www.techradar.com/gaming/audeze-announces-the-maxwell-2-gaming-headset-an-overhaul-of-its-predecessor-that-is-targeted-firmly-at-audiophile-gamers-and-you-can-buy-it-now 📱 Samsung Galaxy S26 Ultra อาจไม่อัปเกรดกล้อง แต่แลกกับการ “ไม่ขึ้นราคา” Samsung Galaxy S26 Series ถูกคาดว่าจะไม่มีการอัปเกรดกล้องครั้งใหญ่ โดยเฉพาะรุ่น Ultra ที่อาจเปลี่ยนเพียงดีไซน์โมดูลเล็กน้อย ขณะที่รุ่น S26 และ S26+ อาจเข้าสู่ปีที่ 4 โดยไม่เพิ่มสเปกกล้องเลย แม้จะดูน่าผิดหวัง แต่เหตุผลสำคัญคือ Samsung ต้องการ “ตรึงราคา” ไว้เท่าเดิมท่ามกลางต้นทุนชิ้นส่วนที่พุ่งสูงจากความต้องการด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้การไม่ขึ้นราคาอาจเป็นผลดีต่อผู้บริโภค แม้จะแลกกับการอัปเกรดที่น้อยลงก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/phones/samsung-galaxy-phones/the-samsung-galaxy-s26-ultra-might-not-get-any-camera-upgrades-but-thats-fine-if-it-means-we-avoid-a-price-hike 🤖 Boston Dynamics เปิดตัว Atlas รุ่นผลิตจริง เตรียมเข้าทำงานในโรงงานปี 2028 Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จาก Boston Dynamics ก้าวจากต้นแบบสู่ “สินค้าจริง” พร้อมทำงานในโรงงานของ Hyundai ภายในปี 2028 โดยรุ่นใหม่นี้เป็นระบบไฟฟ้าทั้งหมด มี 56 องศาการเคลื่อนไหว ยกของหนักได้ถึง 110 ปอนด์ มีระบบกันสภาพอากาศ และมือที่มีเซนเซอร์สัมผัส อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ภายในหนึ่งวัน ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่เน้นช่วยงานหนักและงานซ้ำซากเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มนุษย์ในสายการผลิต 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/boston-dynamics-atlas-humanoid-robot-is-now-a-product-and-heading-to-factories-in-2028 🔐 แฮ็กเกอร์อ้างขโมยข้อมูลวิศวกรรมกว่า 800 ไฟล์จากบริษัทสหรัฐ พร้อมขายให้ผู้สนใจ กลุ่มแฮ็กเกอร์ประกาศว่าพวกเขาได้เจาะระบบ Pickett and Associates บริษัทวิศวกรรมในฟลอริดา และขโมยข้อมูลสำคัญกว่า 800 ไฟล์ เช่น LiDAR, แผนที่โครงสร้างไฟฟ้า, ไฟล์ออกแบบ และข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทพลังงานรายใหญ่ในสหรัฐ ก่อนนำไปขายในราคา 6.5 BTC (ราว $600,000) โดย Duke Energy อยู่ระหว่างตรวจสอบเหตุการณ์นี้ ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มโจมตีกำลังมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hackers-claim-breach-of-engineering-firm-offer-sale-of-info-on-three-major-us-utilities 🚚 Garmin เปิดตัวกล้อง DualView สำหรับรถบรรทุก ช่วยกำจัดจุดบอดรอบคัน Garmin เปิดตัว dēzl DualView ระบบกล้องภายนอกสองตัวที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดจุดบอดของรถบรรทุกโดยเฉพาะ กล้องมีมาตรฐานกันน้ำ IPX7 ให้ภาพรอบคันพร้อมแจ้งเตือนเมื่อมีรถเข้ามาในจุดบอด รองรับการบันทึกวิดีโอ 1080p และเชื่อมต่อกับแท็บเล็ตหรือ GPS ของ Garmin เพื่อสั่งงานด้วยเสียง อุปกรณ์นี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งต่อผู้ขับและผู้ใช้ถนนอื่น โดยวางจำหน่ายที่ราคา $999.99 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/dash-cams/garmin-unveils-a-new-rugged-cam-designed-to-cover-blind-spots-and-its-the-safety-device-truck-drivers-need 🧱 LEGO เปิดตัว Smart Play ใส่ชิปในก้อนอิฐ พร้อมเปิดตัวชุด Star Wars รุ่นแรก LEGO เปิดตัว “Smart Brick” อิฐรุ่นใหม่ที่ซ่อนชิปและเซนเซอร์ภายใน ทำให้สามารถตรวจจับตำแหน่งของมินิฟิกเกอร์หรือแท็กพิเศษเพื่อสร้างเสียง เอฟเฟกต์ไฟ และปฏิกิริยาต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องใช้แอปหรือการเชื่อมต่อออนไลน์ ชุดแรกที่รองรับคือ LEGO Star Wars 3 รุ่นใหม่ เช่น X-Wing และ TIE Fighter ซึ่งจะตอบสนองด้วยเสียงเครื่องยนต์ แสงดาบ และเอฟเฟกต์อื่น ๆ เพิ่มมิติใหม่ให้การเล่นโดยไม่ทำลายความคลาสสิกของ LEGO 🔗 https://www.techradar.com/streaming/entertainment/the-lego-brick-just-got-its-biggest-upgrade-yet-with-smart-play-and-its-coming-to-star-wars-sets-first 💻 Acer เปิดตัวไลน์อัป CES 2026 พร้อมโน้ตบุ๊ก AI และสกู๊ตเตอร์เกมมิ่ง Predator Acer เปิดศักราช CES 2026 ด้วยกองทัพโน้ตบุ๊กใหม่ที่ใช้ชิป Intel Core Ultra Series 3 ทั้ง Aspire AI, Swift AI และรุ่นเกมมิ่ง Predator/Nitro ที่เน้นประสิทธิภาพ AI เป็นพิเศษ พร้อมเปิดตัวมอนิเตอร์เกมมิ่ง 1000Hz, โปรเจ็กเตอร์ Vero รุ่นใหม่ และอุปกรณ์เครือข่าย Wi-Fi 7 แต่ไฮไลต์ที่สะดุดตาที่สุดคือ Predator ES Storm Pro สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าดีไซน์เกมมิ่งพร้อมไฟ RGB และระยะวิ่งราว 60 กม. ซึ่งสะท้อนความพยายามของ Acer ในการขยายแบรนด์ Predator ไปสู่ไลฟ์สไตล์นอกเหนือจากเกมมิ่งโดยตรง 🔗 https://www.techradar.com/tech-events/acers-ces-2026-reveals-include-laptops-displays-and-a-gaming-themed-e-scooter-apparently 🧠 HyperX จับมือ Neurable พัฒนาเฮดเซ็ตอ่านคลื่นสมองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเกมเมอร์ HyperX และ Neurable เผยเทคโนโลยีเฮดเซ็ตเกมมิ่งที่ฝังเซ็นเซอร์ EEG เพื่ออ่านคลื่นสมองแบบเรียลไทม์ ช่วยผู้เล่นเข้าสู่โหมดโฟกัส ลดภาวะ “tilt” และเพิ่มความแม่นยำ โดยระบบจะประเมิน cognitive load และระดับสมาธิ พร้อมโหมด “Prime” ที่ฝึกสมองก่อนเล่นเกม ซึ่งทดสอบแล้วช่วยเพิ่มความแม่นยำและลด reaction time ได้จริง ถือเป็นก้าวใหม่ของอุปกรณ์เกมมิ่งที่ผสานประสาทวิทยาเข้ากับการเล่นเกมอย่างเป็นรูปธรรม 🔗 https://www.techradar.com/gaming/gaming-accessories/hyperx-is-working-with-brain-scanning-company-neurable-on-a-gaming-headset-that-aims-to-offer-prevention-of-tilt-and-good-practice-not-crap-practice 🤖 Nvidia ซีอีโอ Jensen Huang ชี้ “ทั้งสแต็กกำลังถูกเปลี่ยนใหม่” พร้อมยุค AI รุ่นถัดไป Jensen Huang ขึ้นเวที CES 2026 พร้อมประกาศว่าทั้งอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โดยทุกเลเยอร์ของ AI ถูกออกแบบใหม่ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์จนถึงซอฟต์แวร์ พร้อมเผยชิปเจเนอเรชันใหม่ Vera Rubin ที่รวม CPU และ GPU เพื่อรองรับ AI Factory ขนาดใหญ่ รวมถึงแนวคิด “Physical AI” ที่ช่วยให้โมเดลเข้าใจโลกจริงมากขึ้น สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Nvidia ที่ต้องการสร้างแพลตฟอร์ม AI ครบวงจรสำหรับอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-entire-stack-is-being-changed-nvidia-ceo-jensen-huang-looks-ahead-to-the-next-generation-of-ai 🖥️ Keebmon มินิพีซีสุดล้ำ รวมคีย์บอร์ดกลไก + จอทัช 21:9 + Ryzen AI ในเครื่องเดียว Keebmon เปิดตัวอุปกรณ์ลูกผสมที่รวมมินิพีซี คีย์บอร์ดกลไก และจอสัมผัสอัตราส่วน 21:9 ไว้ในบอดี้พับได้เครื่องเดียว ใช้ชิป Ryzen AI 9 HX 370 รองรับ RAM สูงสุด 64GB และ SSD 8TB พร้อมพอร์ตครบครันทั้ง USB4, HDMI 2.1 และ OCuLink เหมาะกับสายพกพาที่ต้องการพลังประมวลผลระดับจริงจัง โดยโครงการ Kickstarter ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามเกินเป้าหลายเท่า 🔗 https://www.techradar.com/pro/you-have-never-seen-a-mini-pc-like-this-keebmon-is-a-ryzen-ai-powered-pc-with-a-mechanical-keyboard-a-21-9-touchscreen-display-64gb-ram-and-an-8tb-ssd 🛡️ ไต้หวันถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนกว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันในปี 2025 รายงานจากสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนเฉลี่ยวันละ 2.63 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และมากกว่า 113% เมื่อเทียบกับปี 2023 โดยการโจมตีมักเกิดควบคู่กับกิจกรรมทางทหารหรือเหตุการณ์การเมือง สะท้อนยุทธศาสตร์ “สงครามไฮบริด” ที่จีนใช้กดดันไต้หวันผ่านการสอดแนม การขโมยข้อมูล และการรบกวนระบบสำคัญของรัฐ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/taiwanese-infrastructure-suffered-over-2-5-million-chinese-cyberattacks-per-day-in-2025-report-reveals 🎬 Peacock เตรียมเป็นสตรีมมิงแรกที่รองรับ Dolby Vision 2 และ Atmos รุ่นใหม่ Peacock เดินหน้าอัปเกรดประสบการณ์สตรีมมิงครั้งใหญ่ด้วยการรองรับ Dolby Vision 2 และ Dolby AC‑4 ซึ่งช่วยให้ภาพคมชัดขึ้น ลดอาการภาพกระตุกและ Soap Opera Effect พร้อมเสียง Atmos ที่ปรับแต่งได้ละเอียดกว่าเดิม ทั้งในคอนเทนต์ออนดีมานด์และไลฟ์สดอย่าง NBA, NFL และโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ทำให้แพลตฟอร์มนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านคุณภาพภาพและเสียงในปีนี้อย่างเต็มตัว 🔗 https://www.techradar.com/streaming/entertainment/peacock-goes-all-in-on-dolby-with-vision-and-atmos-support 🕶️ Asus เปิดตัว ROG XREAL R1 แว่น AR สำหรับเกมเมอร์ หลังแยกทางกับ Meta Asus จับมือ XREAL เปิดตัวแว่น AR รุ่นใหม่ ROG XREAL R1 ที่มาพร้อมจอ micro‑OLED 1080p ความสว่างสูง รีเฟรชเรต 240Hz และระบบเชื่อมต่อผ่าน USB‑C หรือ Dock ที่รองรับ DisplayPort และ HDMI เพื่อใช้งานกับ ROG Ally, PC หรือคอนโซล โดยเน้นประสบการณ์เกมบนจอเสมือนขนาดใหญ่ 171 นิ้ว พร้อมฟีเจอร์เลนส์ปรับแสงอัตโนมัติและเสียงจูนโดย Bose ถือเป็นก้าวใหม่ของ Asus หลังยุติโครงการร่วมกับ Meta 🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/goodbye-meta-hello-xreal-asus-announces-rog-xreal-r1-ar-gaming-glasses-following-termination-of-its-horizon-os-headset 🖥️ จอ 5K แบบ Snap‑on พร้อม SSD ซ่อนในตัว คู่หูใหม่ของ Mac mini StudioDock Pro คือมอนิเตอร์ 27 นิ้ว 5K ที่ออกแบบมาให้ Mac mini สวมเข้าไปในตัวเครื่องได้เลย พร้อมฮับพอร์ตครบชุดและช่องใส่ SSD M.2 สูงสุด 8TB แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือ รุ่น Premium รองรับ Thunderbolt 5 ให้แบนด์วิดท์สูงถึง 120Gbps พร้อมพอร์ต 2.5G Ethernet และ SD UHS‑II ทั้งหมดนี้ในราคาเปิดตัว $699 ทำให้เป็นโซลูชันแบบ All‑in‑One สำหรับโต๊ะทำงานที่ต้องการความเรียบและประสิทธิภาพสูง 🔗 https://www.techradar.com/pro/this-usd699-5k-thunderbolt-5-monitor-is-the-perfect-partner-for-your-apple-mac-mini-and-even-comes-with-a-hidden-ssd-slot ⚡ Intel เปิดตัว Core Ultra Series 3 (Panther Lake) พร้อมชิปกราฟิกใหม่แรงระดับ RTX 3050 Intel เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ Core Ultra Series 3 (Panther Lake) ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม Intel 18A เน้นประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน โดยไฮไลต์คือ GPU ใหม่ Intel Arc B390 ที่รองรับ multiframe generation ผ่าน XeSS 3 ทำให้เล่นเกมอย่าง Battlefield 6 ที่ 1080p ได้ถึง 147fps พร้อมประกาศแพลตฟอร์มสำหรับเครื่องเกมพกพาแข่งกับ AMD Z‑series และชูจุดเด่นด้าน AI ที่ร่วมพัฒนากับ Microsoft อย่างใกล้ชิด 🔗 https://www.techradar.com/computing/cpu/intel-launches-new-core-ultra-300-series-processors-at-ces-2026-will-panther-lake-deliver-the-win-that-intel-needs 💻 Dell ชุบชีวิตแบรนด์ XPS พร้อมดีไซน์ใหม่และสเปกจัดเต็ม Dell ประกาศคืนชีพแบรนด์ XPS พร้อมเปิดตัว XPS 14 และ XPS 16 ดีไซน์ใหม่หมดจด ใช้วัสดุพรีเมียม CNC Aluminum + Gorilla Glass พร้อมนำปุ่มฟังก์ชันแบบ Physical กลับมาแทนทัชบาร์ และเพิ่มโลโก้ XPS ไว้บนฝาเครื่องเป็นครั้งแรก ใช้ชิป Intel Core Ultra 300 พร้อมกราฟิก Arc รุ่นใหม่ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 27 ชั่วโมง และตัวเครื่องบางเพียง 14.6 มม. ถือเป็นการกลับสู่จุดยืนเดิมของ XPS ในฐานะแล็ปท็อประดับพรีเมียมสำหรับผู้ใช้จริงจังและเกมเมอร์ 🔗 https://www.techradar.com/computing/dell-un-retires-its-iconic-xps-brand-at-ces-2026-were-getting-back-to-our-roots
    0 Comments 0 Shares 694 Views 0 Reviews
  • นักออกแบบวิจารณ์ยับ! ไอคอนใหม่ของ macOS Tahoe ถูกชี้ว่า ‘รก–สับสน–ไร้มาตรฐาน’ จนทำลายประสบการณ์ผู้ใช้

    บทความของ Tonksy วิจารณ์อย่างหนักถึงการตัดสินใจของ Apple ที่เพิ่มไอคอนให้ “ทุกเมนู” ใน macOS Tahoe ซึ่งตรงข้ามกับหลักการออกแบบดั้งเดิมของ Macintosh Human Interface Guidelines ปี 1992 ที่เน้นความเรียบง่ายและการใช้ไอคอนเฉพาะเมื่อจำเป็น ผู้เขียนชี้ว่าไอคอนจำนวนมากใน Tahoe ไม่ได้ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาฟังก์ชันได้เร็วขึ้น แต่กลับทำให้เมนูรกและอ่านยากกว่าเดิมอย่างชัดเจน

    ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ ความไม่สอดคล้องกัน ทั้งระหว่างแอปและภายในแอปเดียวกัน เช่น คำสั่งพื้นฐานอย่าง New, Open, Save, Close, Find หรือ Delete กลับมีไอคอนหลายแบบในแต่ละแอป บางครั้งใช้สัญลักษณ์เดียวกันแต่หมายถึงคนละฟังก์ชัน หรือใช้สัญลักษณ์ต่างกันแต่หมายถึงฟังก์ชันเดียวกัน ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถสร้าง “ความจำเชิงภาพ” (visual memory) ได้เลย

    นอกจากนี้ ไอคอนจำนวนมากยังมี รายละเอียดเล็กเกินไป สำหรับขนาด 12×12 พิกเซลจริงบนหน้าจอ Retina เช่น ไอคอนที่มีตัวอักษรสูงเพียง 2 พิกเซล หรือกล้องที่มีช่องมองภาพจิ๋วที่แทบมองไม่เห็น ผู้เขียนชี้ว่า Apple ใช้ไอคอนแบบเวกเตอร์แทนบิตแมป ทำให้เส้นไม่ตรงกับพิกเซลและเกิดความเบลอ ซึ่งเป็นปัญหาที่นักออกแบบไอคอนรู้กันดีว่าต้องหลีกเลี่ยง

    บทความยังชี้ให้เห็นถึง การใช้สัญลักษณ์ผิดความหมาย เช่น ไอคอน Select All ที่ไม่สื่อถึงการเลือกข้อความเลย หรือไอคอน Bookmark ที่ใช้รูป “หนังสือ” แทน “ที่คั่นหน้า” รวมถึงการใช้สัญลักษณ์ระบบ เช่น ลูกศรหรือจุดไข่ปลา ในบริบทที่ผิดจนทำให้ผู้ใช้สับสน ผู้เขียนสรุปว่า Apple พยายามทำสิ่งที่ “เป็นไปไม่ได้” คือใส่ไอคอนให้ทุกเมนู ทั้งที่ไม่มีไอคอนที่ดีพอสำหรับทุกคำสั่ง และยิ่งทำให้ประสบการณ์ผู้ใช้แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ปัญหาหลักของไอคอน macOS Tahoe
    ไอคอนมากเกินไป ทำให้เมนูรกและอ่านยาก
    ขาดความสอดคล้องระหว่างแอปและภายในแอปเดียวกัน
    รายละเอียดเล็กเกินไปจนมองไม่เห็นในขนาดจริง
    ใช้สัญลักษณ์ผิดความหมายหรือสื่อความหมายไม่ชัดเจน

    ประเด็นที่ต้องจับตา
    ไอคอนเหมือนกันแต่ความหมายต่างกัน ทำให้ผู้ใช้สับสน
    ไอคอนต่างกันแต่ความหมายเดียวกัน ทำลายความจำเชิงภาพ
    การใช้เวกเตอร์แทนบิตแมปทำให้ไอคอนเบลอและไม่คมชัด

    หลักการออกแบบที่บทความย้ำ
    ไอคอนควรใช้เฉพาะเมื่อช่วยให้ค้นหาฟังก์ชันได้เร็วขึ้น
    ควรมีมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ
    ควรออกแบบให้สื่อความหมายได้แม้ในขนาดเล็กมาก

    ข้อสรุปเชิงวิจารณ์
    Apple พยายามใส่ไอคอนให้ทุกเมนู ทั้งที่ไม่จำเป็น
    หลักการออกแบบที่ดีจาก HIG 1992 ถูกละเลย
    ผู้ใช้ต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการอ่านเมนูแทนที่จะง่ายขึ้น

    https://tonsky.me/blog/tahoe-icons/
    🎨💥 นักออกแบบวิจารณ์ยับ! ไอคอนใหม่ของ macOS Tahoe ถูกชี้ว่า ‘รก–สับสน–ไร้มาตรฐาน’ จนทำลายประสบการณ์ผู้ใช้ บทความของ Tonksy วิจารณ์อย่างหนักถึงการตัดสินใจของ Apple ที่เพิ่มไอคอนให้ “ทุกเมนู” ใน macOS Tahoe ซึ่งตรงข้ามกับหลักการออกแบบดั้งเดิมของ Macintosh Human Interface Guidelines ปี 1992 ที่เน้นความเรียบง่ายและการใช้ไอคอนเฉพาะเมื่อจำเป็น ผู้เขียนชี้ว่าไอคอนจำนวนมากใน Tahoe ไม่ได้ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาฟังก์ชันได้เร็วขึ้น แต่กลับทำให้เมนูรกและอ่านยากกว่าเดิมอย่างชัดเจน ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ ความไม่สอดคล้องกัน ทั้งระหว่างแอปและภายในแอปเดียวกัน เช่น คำสั่งพื้นฐานอย่าง New, Open, Save, Close, Find หรือ Delete กลับมีไอคอนหลายแบบในแต่ละแอป บางครั้งใช้สัญลักษณ์เดียวกันแต่หมายถึงคนละฟังก์ชัน หรือใช้สัญลักษณ์ต่างกันแต่หมายถึงฟังก์ชันเดียวกัน ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถสร้าง “ความจำเชิงภาพ” (visual memory) ได้เลย นอกจากนี้ ไอคอนจำนวนมากยังมี รายละเอียดเล็กเกินไป สำหรับขนาด 12×12 พิกเซลจริงบนหน้าจอ Retina เช่น ไอคอนที่มีตัวอักษรสูงเพียง 2 พิกเซล หรือกล้องที่มีช่องมองภาพจิ๋วที่แทบมองไม่เห็น ผู้เขียนชี้ว่า Apple ใช้ไอคอนแบบเวกเตอร์แทนบิตแมป ทำให้เส้นไม่ตรงกับพิกเซลและเกิดความเบลอ ซึ่งเป็นปัญหาที่นักออกแบบไอคอนรู้กันดีว่าต้องหลีกเลี่ยง บทความยังชี้ให้เห็นถึง การใช้สัญลักษณ์ผิดความหมาย เช่น ไอคอน Select All ที่ไม่สื่อถึงการเลือกข้อความเลย หรือไอคอน Bookmark ที่ใช้รูป “หนังสือ” แทน “ที่คั่นหน้า” รวมถึงการใช้สัญลักษณ์ระบบ เช่น ลูกศรหรือจุดไข่ปลา ในบริบทที่ผิดจนทำให้ผู้ใช้สับสน ผู้เขียนสรุปว่า Apple พยายามทำสิ่งที่ “เป็นไปไม่ได้” คือใส่ไอคอนให้ทุกเมนู ทั้งที่ไม่มีไอคอนที่ดีพอสำหรับทุกคำสั่ง และยิ่งทำให้ประสบการณ์ผู้ใช้แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ปัญหาหลักของไอคอน macOS Tahoe ➡️ ไอคอนมากเกินไป ทำให้เมนูรกและอ่านยาก ➡️ ขาดความสอดคล้องระหว่างแอปและภายในแอปเดียวกัน ➡️ รายละเอียดเล็กเกินไปจนมองไม่เห็นในขนาดจริง ➡️ ใช้สัญลักษณ์ผิดความหมายหรือสื่อความหมายไม่ชัดเจน ‼️ ประเด็นที่ต้องจับตา ⛔ ไอคอนเหมือนกันแต่ความหมายต่างกัน ทำให้ผู้ใช้สับสน ⛔ ไอคอนต่างกันแต่ความหมายเดียวกัน ทำลายความจำเชิงภาพ ⛔ การใช้เวกเตอร์แทนบิตแมปทำให้ไอคอนเบลอและไม่คมชัด ✅ หลักการออกแบบที่บทความย้ำ ➡️ ไอคอนควรใช้เฉพาะเมื่อช่วยให้ค้นหาฟังก์ชันได้เร็วขึ้น ➡️ ควรมีมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ ➡️ ควรออกแบบให้สื่อความหมายได้แม้ในขนาดเล็กมาก ‼️ ข้อสรุปเชิงวิจารณ์ ⛔ Apple พยายามใส่ไอคอนให้ทุกเมนู ทั้งที่ไม่จำเป็น ⛔ หลักการออกแบบที่ดีจาก HIG 1992 ถูกละเลย ⛔ ผู้ใช้ต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการอ่านเมนูแทนที่จะง่ายขึ้น https://tonsky.me/blog/tahoe-icons/
    TONSKY.ME
    It’s hard to justify Tahoe icons
    Looking at the first principles of icon design—and how Apple failed to apply all of them in macOS Tahoe
    0 Comments 0 Shares 94 Views 0 Reviews
  • Wayland ในปี 2026: ใกล้พร้อมใช้งาน…แต่ยังไม่ถึงวันที่จะทดแทน X11 ได้จริง

    หลังจากพยายามย้ายจาก X11 ไปใช้ Wayland มานานกว่า 18 ปี Michael Stapelberg กลับมาทดสอบอีกครั้งในปี 2026 พร้อมความหวังว่าเทคโนโลยีจะ “พร้อมเสียที” แต่ผลลัพธ์กลับเป็นภาพสะท้อนความจริงที่ซับซ้อนของ ecosystem บน Linux—Wayland ก้าวหน้าอย่างมาก แต่ยังมีอุปสรรคเชิงเทคนิคที่ทำให้ผู้ใช้ระดับ power user ยังไม่สามารถย้ายไปได้เต็มตัว โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง เช่น จอ 8K และ GPU ของ NVIDIA

    แม้ NVIDIA จะเริ่มรองรับ GBM และ explicit sync แล้ว แต่ปัญหา TILE, การจัดการหลายจอ, และบั๊กระดับ DRM ทำให้การใช้งานจริงยังเต็มไปด้วยอาการ glitch และ behavior ที่ไม่เสถียร ผู้เขียนถึงขั้นต้องใช้ Claude Code ช่วย debug และสร้าง workaround เพื่อให้จอ 8K ใช้งานได้ ซึ่งสะท้อนว่าระบบยังไม่ “พร้อมใช้งานทั่วไป” แม้จะมีความพยายามจาก community อย่างต่อเนื่อง

    นอกจากปัญหาด้านกราฟิกแล้ว ประสบการณ์ใช้งานจริงใน Sway ยังพบปัญหาอื่นๆ เช่น input lag, scaling glitch, Xwayland ที่ยังไม่รองรับ DPI scaling แบบ KDE, Chrome GPU process crash, รวมถึง Emacs-pgtk ที่ยังมี latency สูงกว่า X11 อย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้ทำให้การทำงานจริงทั้งวันเต็มไปด้วย friction ที่ผู้ใช้ X11 ไม่เคยเจอมาก่อน

    แม้ Wayland จะเป็นอนาคตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้—ด้วยการสนับสนุนจาก GNOME, KDE, และดิสโทรใหม่ๆ—แต่บทสรุปของผู้เขียนคือ “ยังไม่พร้อมเป็น daily driver” สำหรับผู้ใช้ระดับสูงที่ต้องการความเสถียรสูงสุดและ latency ต่ำมาก อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในปี 2025–2026 ทำให้อนาคตเริ่มมองเห็นแสงสว่างมากขึ้นกว่าเดิม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความก้าวหน้าของ Wayland ในปี 2026
    NVIDIA รองรับ GBM และ explicit sync แล้ว ทำให้เริ่มใช้งานได้จริง
    community เช่น wlroots, Sway, GNOME พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
    การ debug ด้วย AI เช่น Claude ช่วยแก้ปัญหาซับซ้อนระดับ driver

    ปัญหาที่พบในการใช้งานจริง
    TILE/MST บนจอ 8K ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้จอแสดงผลผิดพลาด
    Chrome GPU process crash เมื่อ resize window
    Emacs-pgtk มี input latency สูงและ rendering ต่างจาก X11
    scaling glitch เมื่อสลับ workspace หรือ window

    ข้อจำกัดสำคัญที่ยังทำให้ย้ายจาก X11 ไม่ได้
    Xwayland scaling ไม่รองรับใน Sway ทำให้แอปเก่าเบลอ
    keyboard shortcut บางครั้งถูก trigger ซ้ำ
    screen sharing ยังไม่สมบูรณ์ ต้องเลือกหน้าต่างซ้ำสองครั้ง
    การจัดการ workspace ของ Chrome ไม่ทำงานเหมือน X11

    ผลกระทบต่อผู้ใช้ระดับ power user
    ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมง debug ปัญหาเฉพาะทาง
    productivity ลดลงเมื่อเทียบกับ X11 ที่เสถียรกว่า
    ต้องเปลี่ยน workflow หลายอย่าง เช่น terminal, screen locker
    ยังไม่สามารถใช้เป็น daily driver ได้ในงานจริง

    https://michael.stapelberg.ch/posts/2026-01-04-wayland-sway-in-2026/
    🖥️ Wayland ในปี 2026: ใกล้พร้อมใช้งาน…แต่ยังไม่ถึงวันที่จะทดแทน X11 ได้จริง หลังจากพยายามย้ายจาก X11 ไปใช้ Wayland มานานกว่า 18 ปี Michael Stapelberg กลับมาทดสอบอีกครั้งในปี 2026 พร้อมความหวังว่าเทคโนโลยีจะ “พร้อมเสียที” แต่ผลลัพธ์กลับเป็นภาพสะท้อนความจริงที่ซับซ้อนของ ecosystem บน Linux—Wayland ก้าวหน้าอย่างมาก แต่ยังมีอุปสรรคเชิงเทคนิคที่ทำให้ผู้ใช้ระดับ power user ยังไม่สามารถย้ายไปได้เต็มตัว โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง เช่น จอ 8K และ GPU ของ NVIDIA แม้ NVIDIA จะเริ่มรองรับ GBM และ explicit sync แล้ว แต่ปัญหา TILE, การจัดการหลายจอ, และบั๊กระดับ DRM ทำให้การใช้งานจริงยังเต็มไปด้วยอาการ glitch และ behavior ที่ไม่เสถียร ผู้เขียนถึงขั้นต้องใช้ Claude Code ช่วย debug และสร้าง workaround เพื่อให้จอ 8K ใช้งานได้ ซึ่งสะท้อนว่าระบบยังไม่ “พร้อมใช้งานทั่วไป” แม้จะมีความพยายามจาก community อย่างต่อเนื่อง นอกจากปัญหาด้านกราฟิกแล้ว ประสบการณ์ใช้งานจริงใน Sway ยังพบปัญหาอื่นๆ เช่น input lag, scaling glitch, Xwayland ที่ยังไม่รองรับ DPI scaling แบบ KDE, Chrome GPU process crash, รวมถึง Emacs-pgtk ที่ยังมี latency สูงกว่า X11 อย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้ทำให้การทำงานจริงทั้งวันเต็มไปด้วย friction ที่ผู้ใช้ X11 ไม่เคยเจอมาก่อน แม้ Wayland จะเป็นอนาคตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้—ด้วยการสนับสนุนจาก GNOME, KDE, และดิสโทรใหม่ๆ—แต่บทสรุปของผู้เขียนคือ “ยังไม่พร้อมเป็น daily driver” สำหรับผู้ใช้ระดับสูงที่ต้องการความเสถียรสูงสุดและ latency ต่ำมาก อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในปี 2025–2026 ทำให้อนาคตเริ่มมองเห็นแสงสว่างมากขึ้นกว่าเดิม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความก้าวหน้าของ Wayland ในปี 2026 ➡️ NVIDIA รองรับ GBM และ explicit sync แล้ว ทำให้เริ่มใช้งานได้จริง ➡️ community เช่น wlroots, Sway, GNOME พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ➡️ การ debug ด้วย AI เช่น Claude ช่วยแก้ปัญหาซับซ้อนระดับ driver ✅ ปัญหาที่พบในการใช้งานจริง ➡️ TILE/MST บนจอ 8K ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้จอแสดงผลผิดพลาด ➡️ Chrome GPU process crash เมื่อ resize window ➡️ Emacs-pgtk มี input latency สูงและ rendering ต่างจาก X11 ➡️ scaling glitch เมื่อสลับ workspace หรือ window ‼️ ข้อจำกัดสำคัญที่ยังทำให้ย้ายจาก X11 ไม่ได้ ⛔ Xwayland scaling ไม่รองรับใน Sway ทำให้แอปเก่าเบลอ ⛔ keyboard shortcut บางครั้งถูก trigger ซ้ำ ⛔ screen sharing ยังไม่สมบูรณ์ ต้องเลือกหน้าต่างซ้ำสองครั้ง ⛔ การจัดการ workspace ของ Chrome ไม่ทำงานเหมือน X11 ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้ระดับ power user ⛔ ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมง debug ปัญหาเฉพาะทาง ⛔ productivity ลดลงเมื่อเทียบกับ X11 ที่เสถียรกว่า ⛔ ต้องเปลี่ยน workflow หลายอย่าง เช่น terminal, screen locker ⛔ ยังไม่สามารถใช้เป็น daily driver ได้ในงานจริง https://michael.stapelberg.ch/posts/2026-01-04-wayland-sway-in-2026/
    MICHAEL.STAPELBERG.CH
    Can I finally start using Wayland in 2026?
    Wayland is the successor to the X server (X11, Xorg) to implement the graphics stack on Linux. The Wayland project was actually started in 2008, a year before I created the i3 tiling window manager for X11 in 2009 — but for the last 18 years (!), Wayland was never usable on my computers. I don’t want to be stuck on deprecated software, so I try to start using Wayland each year, and this articles outlines what keeps me from migrating to Wayland in 2026.
    0 Comments 0 Shares 156 Views 0 Reviews
  • The Insider Crisis: เมื่อพนักงาน Outsource ถูกซื้อให้ขายความลับล้ำค่าของ Ubisoft

    เหตุการณ์ครั้งนี้สะเทือนวงการเกมและความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เมื่อกลุ่มวิจัย vx‑underground เปิดเผยข้อมูลการโจมตีที่พุ่งเป้าไปยัง Ubisoft และแฟรนไชส์ดังอย่าง Rainbow Six Siege โดยมีหลักฐานชี้ชัดว่าพนักงาน Outsource ในอินเดียและแอฟริกาใต้ถูกติดสินบนเพื่อเปิดทางให้แฮกเกอร์เข้าถึงระบบภายในของบริษัท เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างขององค์กรข้ามชาติที่พึ่งพาการ Outsource อย่างหนัก และเผยให้เห็น “ตลาดมืดของพนักงานภายใน” ที่พร้อมขายสิทธิ์เข้าถึงระบบเพื่อแลกกับเงินจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับรายได้ของพวกเขา

    จากข้อมูลที่ VX เปิดเผย แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงเครื่องมือสำคัญของ Ubisoft เช่น Microsoft Teams, Confluence, SharePoint และ Atlas ผ่านสิทธิ์ของพนักงานที่ถูกซื้อไป ในการโจมตีล่าสุด ผู้โจมตีซ่อนตัวอยู่ในระบบนานถึง 48 ชั่วโมง พยายามขโมยข้อมูลมากถึง 900 GB โดยเป้าหมายหลักคือข้อมูลของ Rainbow Six Siege รวมถึงความพยายามฉีดเงินในเกมและไอเท็มมูลค่ากว่า 339 พันล้านดอลลาร์เข้าไปในบัญชีผู้เล่นจำนวนมาก ซึ่งสร้างความสับสนให้กับชุมชนเกมทั่วโลก

    แท้จริงแล้ว แฮกเกอร์ไม่ได้ต้องการเงินค่าไถ่แบบแรนซัมแวร์ทั่วไป แต่ต้องการควบคุมบัญชีเกมและเข้าถึงทรัพย์สินภายใน เช่น ซอร์สโค้ดของเกม พวกเขายังร่วมมือกับพนักงานภายในเพื่อสร้าง “ซัพพลายเชนใต้ดิน” ที่ช่วยให้สามารถแก้ไขบัญชีผู้เล่นตามคำสั่ง และพยายามใช้ช่องโหว่ MongoDB “MongoBleed” เพื่อเจาะลึกเข้าไปยัง Git repository ของ Ubisoft แม้ Ubisoft จะยืนยันว่าไม่มีข้อมูลผู้เล่นรั่วไหล แต่ภาพหน้าจอภายในชี้ว่าผู้โจมตีสามารถเข้าถึงเอกสารพัฒนาเกมและการสื่อสารภายในบางส่วนได้จริง

    ปัญหานี้มีรากเหง้ามาจากค่าตอบแทนที่ต่ำของทีม Outsource ซึ่งทำงานด้านสนับสนุนลูกค้าเป็นหลัก ทำให้สินบนเพียงไม่กี่พันดอลลาร์มีมูลค่าสูงกว่ารายได้ทั้งปีของพวกเขา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุลักษณะนี้—กรณี Coinbase ก็เคยถูกเจาะเพราะพนักงาน Outsource ทำหน้าที่เป็น Insider เช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากบริษัทไม่แก้ไขปัญหาความซื่อสัตย์ของบุคลากรและไม่บังคับใช้หลักการ least‑privilege อย่างเข้มงวด การป้องกันด้วยไฟร์วอลล์หรือการเข้ารหัสก็แทบไม่มีความหมาย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    vx‑underground เปิดเผยการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน Outsource ของ Ubisoft
    พนักงานในอินเดียและแอฟริกาใต้ถูกติดสินบนเพื่อเปิดทางให้แฮกเกอร์
    แฮกเกอร์เข้าถึง Teams, Confluence, SharePoint และ Atlas
    ผู้โจมตีอยู่ในระบบ 48 ชั่วโมง พยายามขโมยข้อมูล 900 GB
    มีการฉีดเงินและไอเท็มในเกม Rainbow Six Siege มูลค่า $339T
    เป้าหมายคือบัญชีเกมและซอร์สโค้ด ไม่ใช่การเรียกค่าไถ่
    มีความพยายามใช้ช่องโหว่ MongoBleed เพื่อเข้าถึง Git repository
    Ubisoft ระบุว่าไม่มีข้อมูลผู้เล่นรั่วไหล แต่มีการเข้าถึงเอกสารภายในบางส่วน

    คำเตือนด้านความปลอดภัย
    Outsource ที่ค่าตอบแทนต่ำเป็นจุดเสี่ยงสูงต่อการถูกซื้อให้เป็น Insider
    การตรวจสอบและควบคุมสิทธิ์ในศูนย์ปฏิบัติการต่างประเทศทำได้ยาก
    การถ่ายภาพข้อมูลจากหน้าจอเป็นช่องโหว่ที่ระบบตรวจจับไม่สามารถป้องกันได้
    หากบุคลากรภายในขายสิทธิ์เข้าถึง แม้ระบบเข้ารหัสหรือไฟร์วอลล์ก็ไม่สามารถป้องกันได้

    https://securityonline.info/the-insider-crisis-how-bribed-outsourced-staff-sold-out-ubisofts-crown-jewels
    🕵️‍♀️🔥 The Insider Crisis: เมื่อพนักงาน Outsource ถูกซื้อให้ขายความลับล้ำค่าของ Ubisoft เหตุการณ์ครั้งนี้สะเทือนวงการเกมและความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เมื่อกลุ่มวิจัย vx‑underground เปิดเผยข้อมูลการโจมตีที่พุ่งเป้าไปยัง Ubisoft และแฟรนไชส์ดังอย่าง Rainbow Six Siege โดยมีหลักฐานชี้ชัดว่าพนักงาน Outsource ในอินเดียและแอฟริกาใต้ถูกติดสินบนเพื่อเปิดทางให้แฮกเกอร์เข้าถึงระบบภายในของบริษัท เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างขององค์กรข้ามชาติที่พึ่งพาการ Outsource อย่างหนัก และเผยให้เห็น “ตลาดมืดของพนักงานภายใน” ที่พร้อมขายสิทธิ์เข้าถึงระบบเพื่อแลกกับเงินจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับรายได้ของพวกเขา จากข้อมูลที่ VX เปิดเผย แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงเครื่องมือสำคัญของ Ubisoft เช่น Microsoft Teams, Confluence, SharePoint และ Atlas ผ่านสิทธิ์ของพนักงานที่ถูกซื้อไป ในการโจมตีล่าสุด ผู้โจมตีซ่อนตัวอยู่ในระบบนานถึง 48 ชั่วโมง พยายามขโมยข้อมูลมากถึง 900 GB โดยเป้าหมายหลักคือข้อมูลของ Rainbow Six Siege รวมถึงความพยายามฉีดเงินในเกมและไอเท็มมูลค่ากว่า 339 พันล้านดอลลาร์เข้าไปในบัญชีผู้เล่นจำนวนมาก ซึ่งสร้างความสับสนให้กับชุมชนเกมทั่วโลก แท้จริงแล้ว แฮกเกอร์ไม่ได้ต้องการเงินค่าไถ่แบบแรนซัมแวร์ทั่วไป แต่ต้องการควบคุมบัญชีเกมและเข้าถึงทรัพย์สินภายใน เช่น ซอร์สโค้ดของเกม พวกเขายังร่วมมือกับพนักงานภายในเพื่อสร้าง “ซัพพลายเชนใต้ดิน” ที่ช่วยให้สามารถแก้ไขบัญชีผู้เล่นตามคำสั่ง และพยายามใช้ช่องโหว่ MongoDB “MongoBleed” เพื่อเจาะลึกเข้าไปยัง Git repository ของ Ubisoft แม้ Ubisoft จะยืนยันว่าไม่มีข้อมูลผู้เล่นรั่วไหล แต่ภาพหน้าจอภายในชี้ว่าผู้โจมตีสามารถเข้าถึงเอกสารพัฒนาเกมและการสื่อสารภายในบางส่วนได้จริง ปัญหานี้มีรากเหง้ามาจากค่าตอบแทนที่ต่ำของทีม Outsource ซึ่งทำงานด้านสนับสนุนลูกค้าเป็นหลัก ทำให้สินบนเพียงไม่กี่พันดอลลาร์มีมูลค่าสูงกว่ารายได้ทั้งปีของพวกเขา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุลักษณะนี้—กรณี Coinbase ก็เคยถูกเจาะเพราะพนักงาน Outsource ทำหน้าที่เป็น Insider เช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากบริษัทไม่แก้ไขปัญหาความซื่อสัตย์ของบุคลากรและไม่บังคับใช้หลักการ least‑privilege อย่างเข้มงวด การป้องกันด้วยไฟร์วอลล์หรือการเข้ารหัสก็แทบไม่มีความหมาย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ vx‑underground เปิดเผยการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน Outsource ของ Ubisoft ➡️ พนักงานในอินเดียและแอฟริกาใต้ถูกติดสินบนเพื่อเปิดทางให้แฮกเกอร์ ➡️ แฮกเกอร์เข้าถึง Teams, Confluence, SharePoint และ Atlas ➡️ ผู้โจมตีอยู่ในระบบ 48 ชั่วโมง พยายามขโมยข้อมูล 900 GB ➡️ มีการฉีดเงินและไอเท็มในเกม Rainbow Six Siege มูลค่า $339T ➡️ เป้าหมายคือบัญชีเกมและซอร์สโค้ด ไม่ใช่การเรียกค่าไถ่ ➡️ มีความพยายามใช้ช่องโหว่ MongoBleed เพื่อเข้าถึง Git repository ➡️ Ubisoft ระบุว่าไม่มีข้อมูลผู้เล่นรั่วไหล แต่มีการเข้าถึงเอกสารภายในบางส่วน ‼️ คำเตือนด้านความปลอดภัย ⛔ Outsource ที่ค่าตอบแทนต่ำเป็นจุดเสี่ยงสูงต่อการถูกซื้อให้เป็น Insider ⛔ การตรวจสอบและควบคุมสิทธิ์ในศูนย์ปฏิบัติการต่างประเทศทำได้ยาก ⛔ การถ่ายภาพข้อมูลจากหน้าจอเป็นช่องโหว่ที่ระบบตรวจจับไม่สามารถป้องกันได้ ⛔ หากบุคลากรภายในขายสิทธิ์เข้าถึง แม้ระบบเข้ารหัสหรือไฟร์วอลล์ก็ไม่สามารถป้องกันได้ https://securityonline.info/the-insider-crisis-how-bribed-outsourced-staff-sold-out-ubisofts-crown-jewels
    SECURITYONLINE.INFO
    The Insider Crisis: How Bribed Outsourced Staff Sold Out Ubisoft’s Crown Jewels
    Hackers bribed Ubisoft outsourced staff for backend access, leading to a $339T currency exploit and a massive source code leak. Is outsourcing to blame?
    0 Comments 0 Shares 161 Views 0 Reviews
  • กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน
    .
    เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ
    .
    ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส
    .
    ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812
    .
    #News1 #news1Live #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง
    กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน . เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ . ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส . ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812 . #News1 #news1Live #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง
    0 Comments 0 Shares 281 Views 0 Reviews
  • กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน
    .
    เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ
    .
    ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส
    .
    ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812
    .
    #News1 #news1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง
    กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน . เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ . ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส . ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812 . #News1 #news1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง
    0 Comments 0 Shares 273 Views 0 Reviews
  • รัสเซียและยูเครนออกมากล่าวหาอีกฝ่ายว่า “จงใจเล็งเป้าโจมตีพลเรือน” ในวันขึ้นปีใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยังคงรุนแรง และการเจรจายุติสงครามที่กำลังเดินหน้าอย่างตึงเครียด!!
    .
    ฝ่ายรัสเซียระบุว่า โดรนของยูเครนโจมตีโรงแรมและคาเฟ่แห่งหนึ่งในแคว้น “เคียร์ซอน” ทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของมอสโก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 24 ราย บาดเจ็บกว่า 50 คน ในจำนวนนี้มีเด็กและเยาวชนรวมอยู่ด้วย โดยชี้ว่าเป็นการโจมตีพื้นที่ที่พลเรือนรวมตัวฉลองปีใหม่ และเข้าข่าย “อาชญากรรมสงคราม”
    .
    ขณะที่ “โวโลดิมีร์ เซเลนสกี” ประธานาธิบดียูเครน กล่าวหารัสเซียว่า ในคืนวันปีใหม่ได้ปล่อยโดรนกว่า 100 ลำ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานใน 7 แคว้นทั่วประเทศ เป็นความพยายามทำลายระบบสาธารณูปโภคในช่วงวันหยุด
    .
    รายงานระบุว่า เหตุปะทะและการโจมตีตอบโต้กันครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาทางการทูตที่มีสหรัฐฯ ภายใต้การกำกับของ “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นตัวกลาง โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาว่าอีกฝ่ายพยายามสร้างแรงกดดันและชี้นำท่าทีของวอชิงตัน
    .
    ด้านเจ้าหน้าที่ยูเครนยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีโจมตีโรงแรม ขณะที่รัสเซียย้ำว่าจะนำหลักฐานเสนอให้สหรัฐฯ ตรวจสอบเพิ่มเติม
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000215
    .
    #News1live #News1 #รัสเซียยูเครน #สงครามยูเครน #พลเรือน #วันปีใหม่ #เคียร์ซอน #UkraineWar #RussiaUkraine
    รัสเซียและยูเครนออกมากล่าวหาอีกฝ่ายว่า “จงใจเล็งเป้าโจมตีพลเรือน” ในวันขึ้นปีใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ยังคงรุนแรง และการเจรจายุติสงครามที่กำลังเดินหน้าอย่างตึงเครียด!! . ฝ่ายรัสเซียระบุว่า โดรนของยูเครนโจมตีโรงแรมและคาเฟ่แห่งหนึ่งในแคว้น “เคียร์ซอน” ทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของมอสโก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 24 ราย บาดเจ็บกว่า 50 คน ในจำนวนนี้มีเด็กและเยาวชนรวมอยู่ด้วย โดยชี้ว่าเป็นการโจมตีพื้นที่ที่พลเรือนรวมตัวฉลองปีใหม่ และเข้าข่าย “อาชญากรรมสงคราม” . ขณะที่ “โวโลดิมีร์ เซเลนสกี” ประธานาธิบดียูเครน กล่าวหารัสเซียว่า ในคืนวันปีใหม่ได้ปล่อยโดรนกว่า 100 ลำ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานใน 7 แคว้นทั่วประเทศ เป็นความพยายามทำลายระบบสาธารณูปโภคในช่วงวันหยุด . รายงานระบุว่า เหตุปะทะและการโจมตีตอบโต้กันครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาทางการทูตที่มีสหรัฐฯ ภายใต้การกำกับของ “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นตัวกลาง โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาว่าอีกฝ่ายพยายามสร้างแรงกดดันและชี้นำท่าทีของวอชิงตัน . ด้านเจ้าหน้าที่ยูเครนยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีโจมตีโรงแรม ขณะที่รัสเซียย้ำว่าจะนำหลักฐานเสนอให้สหรัฐฯ ตรวจสอบเพิ่มเติม . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000215 . #News1live #News1 #รัสเซียยูเครน #สงครามยูเครน #พลเรือน #วันปีใหม่ #เคียร์ซอน #UkraineWar #RussiaUkraine
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 509 Views 0 Reviews
  • นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา ออกมาแสดงความยินดีและอ้างผลงานรัฐบาล หลังทหารกัมพูชา 18 นาย ได้รับการปล่อยตัวจากประเทศไทย ภายหลังถูกควบคุมตัวนาน 155 วัน ขณะที่สม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา เรียกร้องให้ไทยชดใช้ความเสียหายจากเหตุความขัดแย้งชายแดน
    .
    ฮุน มาเนต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่ารัฐบาลกัมพูชาให้ความสำคัญกับการนำทหารทั้ง 18 นายกลับประเทศ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลยึดหลักรับประกันชีวิต ความปลอดภัย และเสรีภาพของทหารทุกนาย โดยระบุว่าผลลัพธ์ดังกล่าวเกิดจากความพยายามอย่างไม่ลดละและความรับผิดชอบของรัฐบาล
    .
    ขณะเดียวกัน สม รังสี หัวหน้าฝ่ายค้านกัมพูชา โพสต์เรียกร้องให้ไทยรับผิดชอบความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน วัด ถนน สะพาน และบ้านเรือนของประชาชน พร้อมเสนอให้ยื่นฟ้องไทยต่อศาลระหว่างประเทศ โดยย้ำว่ากัมพูชาไม่ควรยอมรับข้อตกลงใด ๆ ที่มองว่าเป็นการยกดินแดนให้ประเทศไทย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000012
    .
    #News1live #News1 #ไทยกัมพูชา #ฮุนมาเนต #สมรังสี #ความขัดแย้งชายแดน
    นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา ออกมาแสดงความยินดีและอ้างผลงานรัฐบาล หลังทหารกัมพูชา 18 นาย ได้รับการปล่อยตัวจากประเทศไทย ภายหลังถูกควบคุมตัวนาน 155 วัน ขณะที่สม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา เรียกร้องให้ไทยชดใช้ความเสียหายจากเหตุความขัดแย้งชายแดน . ฮุน มาเนต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่ารัฐบาลกัมพูชาให้ความสำคัญกับการนำทหารทั้ง 18 นายกลับประเทศ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลยึดหลักรับประกันชีวิต ความปลอดภัย และเสรีภาพของทหารทุกนาย โดยระบุว่าผลลัพธ์ดังกล่าวเกิดจากความพยายามอย่างไม่ลดละและความรับผิดชอบของรัฐบาล . ขณะเดียวกัน สม รังสี หัวหน้าฝ่ายค้านกัมพูชา โพสต์เรียกร้องให้ไทยรับผิดชอบความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน วัด ถนน สะพาน และบ้านเรือนของประชาชน พร้อมเสนอให้ยื่นฟ้องไทยต่อศาลระหว่างประเทศ โดยย้ำว่ากัมพูชาไม่ควรยอมรับข้อตกลงใด ๆ ที่มองว่าเป็นการยกดินแดนให้ประเทศไทย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000012 . #News1live #News1 #ไทยกัมพูชา #ฮุนมาเนต #สมรังสี #ความขัดแย้งชายแดน
    Haha
    1
    0 Comments 0 Shares 459 Views 0 Reviews
  • “ยึดพื้นที่ได้ ไม่ได้แปลว่าพื้นที่ปลอดภัย” — นี่คือความจริงของสนามรบยุคใหม่ที่ประชาชนควรเข้าใจ
    .
    กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภาพหลักฐานการตรวจพบกับระเบิดและทุ่นระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ “เนิน 350” สะท้อนข้อเท็จจริงสำคัญของการปฏิบัติการทางทหารว่า แม้จะสามารถเข้าควบคุมและยึดพื้นที่เป้าหมายได้แล้ว แต่การรุกคืบต่อไปกลับไม่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน
    .
    ในทางทหาร ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “ความฝืดในสนามรบ” หมายถึงปัจจัยที่ทำให้การปฏิบัติการชะลอตัว แม้ฝ่ายหนึ่งจะได้เปรียบเชิงพื้นที่แล้วก็ตาม โดยกรณีของเนิน 350 ปัจจัยหลักคือสนามทุ่นระเบิดและกับระเบิดแสวงเครื่องที่ถูกฝังและพรางไว้ทั้งใต้ดินและบนผิวพื้นที่
    .
    แม้พื้นที่จะอยู่ในการควบคุมของฝ่ายเราแล้ว แต่ยังไม่ถือว่าปลอดภัย กำลังพลไม่สามารถเคลื่อนย้าย เสริมกำลัง หรือใช้ยุทโธปกรณ์หนัก เช่น รถถัง ยานเกราะ รวมถึงการลำเลียงเวชภัณฑ์ได้อย่างอิสระ ทุกย่างก้าวต้องหยุดหรือชะลอ เพื่อรอการเข้าพื้นที่ของทหารช่างในการตรวจค้น กู้ และทำลายทุ่นระเบิดอย่างเป็นขั้นตอนและรอบคอบ
    .
    กับระเบิดคือภัยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มีอานุภาพร้ายแรงถึงชีวิต เพียงก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียทันที ทำให้การรบต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด แม้จะเป็นพื้นที่ที่ยึดครองได้แล้วก็ตาม
    .
    ผลที่ตามมาคือ
    – การรุกต้องชะลอลง ไม่สามารถเร่งปฏิบัติการได้
    – การใช้พื้นที่ยังจำกัด ไม่อาจเคลื่อนกำลังหรือยุทโธปกรณ์ได้เต็มที่
    – เพิ่มภาระด้านความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่
    ..
    ทั้งนี้ ความล่าช้าในสนามรบไม่ได้สะท้อนถึงความอ่อนแอของกองกำลัง หากแต่เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์อย่างรับผิดชอบ เพื่อรักษาชีวิตกำลังพล ลดการสูญเสียที่ไม่จำเป็น และควบคุมสถานการณ์อย่างรอบคอบที่สุด
    .
    สนามรบที่เต็มไปด้วยทุ่นระเบิด คือสนามรบที่แม้จะมีชัยเหนือข้าศึกแล้ว ก็ยังไม่อาจประมาทได้ ทุกตารางเมตรอาจแฝงอันตราย และทุกนาทีที่การปฏิบัติการช้าลง คือความพยายามรักษาชีวิตของทหารแนวหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ
    .
    นี่คือความจริงของ “ความฝืดในสนามรบ” ที่สังคมควรรับรู้และทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้
    .
    อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123773
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #เนิน350 #สนามรบ #ความมั่นคง #ข่าววิเคราะห์
    “ยึดพื้นที่ได้ ไม่ได้แปลว่าพื้นที่ปลอดภัย” — นี่คือความจริงของสนามรบยุคใหม่ที่ประชาชนควรเข้าใจ . กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภาพหลักฐานการตรวจพบกับระเบิดและทุ่นระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ “เนิน 350” สะท้อนข้อเท็จจริงสำคัญของการปฏิบัติการทางทหารว่า แม้จะสามารถเข้าควบคุมและยึดพื้นที่เป้าหมายได้แล้ว แต่การรุกคืบต่อไปกลับไม่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน . ในทางทหาร ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “ความฝืดในสนามรบ” หมายถึงปัจจัยที่ทำให้การปฏิบัติการชะลอตัว แม้ฝ่ายหนึ่งจะได้เปรียบเชิงพื้นที่แล้วก็ตาม โดยกรณีของเนิน 350 ปัจจัยหลักคือสนามทุ่นระเบิดและกับระเบิดแสวงเครื่องที่ถูกฝังและพรางไว้ทั้งใต้ดินและบนผิวพื้นที่ . แม้พื้นที่จะอยู่ในการควบคุมของฝ่ายเราแล้ว แต่ยังไม่ถือว่าปลอดภัย กำลังพลไม่สามารถเคลื่อนย้าย เสริมกำลัง หรือใช้ยุทโธปกรณ์หนัก เช่น รถถัง ยานเกราะ รวมถึงการลำเลียงเวชภัณฑ์ได้อย่างอิสระ ทุกย่างก้าวต้องหยุดหรือชะลอ เพื่อรอการเข้าพื้นที่ของทหารช่างในการตรวจค้น กู้ และทำลายทุ่นระเบิดอย่างเป็นขั้นตอนและรอบคอบ . กับระเบิดคือภัยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มีอานุภาพร้ายแรงถึงชีวิต เพียงก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียทันที ทำให้การรบต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด แม้จะเป็นพื้นที่ที่ยึดครองได้แล้วก็ตาม . ผลที่ตามมาคือ – การรุกต้องชะลอลง ไม่สามารถเร่งปฏิบัติการได้ – การใช้พื้นที่ยังจำกัด ไม่อาจเคลื่อนกำลังหรือยุทโธปกรณ์ได้เต็มที่ – เพิ่มภาระด้านความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ .. ทั้งนี้ ความล่าช้าในสนามรบไม่ได้สะท้อนถึงความอ่อนแอของกองกำลัง หากแต่เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์อย่างรับผิดชอบ เพื่อรักษาชีวิตกำลังพล ลดการสูญเสียที่ไม่จำเป็น และควบคุมสถานการณ์อย่างรอบคอบที่สุด . สนามรบที่เต็มไปด้วยทุ่นระเบิด คือสนามรบที่แม้จะมีชัยเหนือข้าศึกแล้ว ก็ยังไม่อาจประมาทได้ ทุกตารางเมตรอาจแฝงอันตราย และทุกนาทีที่การปฏิบัติการช้าลง คือความพยายามรักษาชีวิตของทหารแนวหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ . นี่คือความจริงของ “ความฝืดในสนามรบ” ที่สังคมควรรับรู้และทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ . อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123773 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #เนิน350 #สนามรบ #ความมั่นคง #ข่าววิเคราะห์
    Like
    3
    0 Comments 0 Shares 482 Views 0 Reviews
More Results