• คนไทยต้องมีสติตามรู้ลมหายใจเข้า-ออก เช้า เที่ยง เย็น เป็นอย่างน้อย ซึ่งเป็นการอยู่ในกองกุศล..มิใช่ตามข่าวชาวบ้าน

    ยิ่งทำมากยิ่งดี กุศลทั้งหลายจะไหลลงสู่ใจของผู้ประพฤติธรรมนั้น เปรียบดังน้ำในมหาสมุทร ซึ่งเกิดจากสายน้ำทุกสายจากภูเขาสูง ไหลลงมารวมกัน

    ความสำเร็จสมหวังอันเกิดจากกุศลธรรมนั้น จึงมีมาทุกทิศทุกทาง ไม่นานเกินรอ แม้ไม่ได้คาดหวังตั้งใจมาก่อนก็ตาม

    #อานาปานสติ
    #กายาคตาสติ
    #พุทธวจน

    คนไทยต้องมีสติตามรู้ลมหายใจเข้า-ออก เช้า เที่ยง เย็น เป็นอย่างน้อย ซึ่งเป็นการอยู่ในกองกุศล..มิใช่ตามข่าวชาวบ้าน ยิ่งทำมากยิ่งดี กุศลทั้งหลายจะไหลลงสู่ใจของผู้ประพฤติธรรมนั้น เปรียบดังน้ำในมหาสมุทร ซึ่งเกิดจากสายน้ำทุกสายจากภูเขาสูง ไหลลงมารวมกัน ความสำเร็จสมหวังอันเกิดจากกุศลธรรมนั้น จึงมีมาทุกทิศทุกทาง ไม่นานเกินรอ แม้ไม่ได้คาดหวังตั้งใจมาก่อนก็ตาม #อานาปานสติ #กายาคตาสติ #พุทธวจน
    0 Comments 0 Shares 239 Views 0 Reviews
  • จำเป็นไหม ? เมื่อได้เกิดมาเป็นคนโชคดีแค่ไหน ได้มีสติ มีความกล้าหาญ มีความสามารถประพฤติพรหมจรรย์ได้ยอดเยี่ยม..

    มรรค ๘ คือ ทางปฏิบัติให้ถึงการดับไม่เหลือแห่งทุกข์ ...มรรคง่าย ทำง่าย หนึ่งเดียวเป็นทางเอก คือ
    "อานาปานสติ" เข้าถึงปัญญาและเจโตวิมุติได้ โดยไม่พักหลงอยู่กับการสวดมนต์ ทำวัตรเช้า-ทำวัตรเย็น และพิธีกรรมตามความเชื่อของปาริพาชกเหล่าอื่น ซึ่งพระพุทธเจ้ามิได้บัญญัติหรือสอนไว้

    จำเป็นไหม ? เมื่อได้เกิดมาเป็นคนโชคดีแค่ไหน ได้มีสติ มีความกล้าหาญ มีความสามารถประพฤติพรหมจรรย์ได้ยอดเยี่ยม.. มรรค ๘ คือ ทางปฏิบัติให้ถึงการดับไม่เหลือแห่งทุกข์ ...มรรคง่าย ทำง่าย หนึ่งเดียวเป็นทางเอก คือ "อานาปานสติ" เข้าถึงปัญญาและเจโตวิมุติได้ โดยไม่พักหลงอยู่กับการสวดมนต์ ทำวัตรเช้า-ทำวัตรเย็น และพิธีกรรมตามความเชื่อของปาริพาชกเหล่าอื่น ซึ่งพระพุทธเจ้ามิได้บัญญัติหรือสอนไว้
    0 Comments 0 Shares 224 Views 0 Reviews
  • จิตสุดท้ายจะออกจากร่างเป็นอย่างไร #หลวงตามหาบัว #ธรรมะ #จิตสุดท้าย #อานาปานสติ #ธรรมมะสอนใจ
    จิตสุดท้ายจะออกจากร่างเป็นอย่างไร #หลวงตามหาบัว #ธรรมะ #จิตสุดท้าย #อานาปานสติ #ธรรมมะสอนใจ
    Love
    1
    0 Comments 0 Shares 397 Views 20 1 Reviews
  • มรรค ๘ เรียงลำดับจาก ๑..๘

    เคยใคร่ครวญกันบ้างไหม เหตุใดพระพุทธเจ้าจัดมรรคเป็น ๓ กลุ่ม โดยไม่เรียงลำดับ..เป็น ศีล สมาธิ และปัญญา

    จาก ๓ กลุ่ม จัดทางปฏิบัติลงเหลือ ๒ ทาง ได้แก่ สมถะและวิปัสสนา

    จากมรรค ๒ ทาง เหลือมรรคง่ายเพียง ๑ ทาง คือ "อานาปานสติ"(มีสติหายใจเข้า..มีสติหายใจออก)

    ชาวพุทธจึงเดินมรรคได้ง่าย ๆ ตลอดเวลา หากไม่หลงอยู่ในดงพิธีกรรมของปาริพาชกเหล่าอื่น
    มรรค ๘ เรียงลำดับจาก ๑..๘ เคยใคร่ครวญกันบ้างไหม เหตุใดพระพุทธเจ้าจัดมรรคเป็น ๓ กลุ่ม โดยไม่เรียงลำดับ..เป็น ศีล สมาธิ และปัญญา จาก ๓ กลุ่ม จัดทางปฏิบัติลงเหลือ ๒ ทาง ได้แก่ สมถะและวิปัสสนา จากมรรค ๒ ทาง เหลือมรรคง่ายเพียง ๑ ทาง คือ "อานาปานสติ"(มีสติหายใจเข้า..มีสติหายใจออก) ชาวพุทธจึงเดินมรรคได้ง่าย ๆ ตลอดเวลา หากไม่หลงอยู่ในดงพิธีกรรมของปาริพาชกเหล่าอื่น
    0 Comments 0 Shares 194 Views 0 Reviews
  • การเจริญอสุภกรรมฐาน

    นอกจากวิธีงดสระผมหรืออาบน้ำเพื่อให้รู้สึกถึงอสุภ (ความไม่น่ารัก น่าใคร่) แล้ว ยังมีเทคนิคอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้เพื่อเสริมการปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้:

    1. พิจารณากายส่วนต่างๆ (ปฏิกูลมนสิการ)

    แยกร่างกายเป็นส่วนๆ: พิจารณาเส้นผม เล็บ ฟัน ผิวหนัง เลือด น้ำหนอง กระดูก ฯลฯ

    จินตนาการร่างกายสลายตัว: ลองนึกถึงสภาพร่างกายเมื่อถึงเวลาเน่าเปื่อย ผุพัง

    ทำความคุ้นชินกับความจริง: ทบทวนว่าอวัยวะเหล่านี้เป็นเพียงธาตุ ไม่ใช่สิ่งที่เราควรยึดมั่น

    2. ฝึกมองคนรอบตัวอย่างเป็นกลาง

    มองผู้อื่นไม่ใช่ด้วยความหลงใหลในรูปลักษณ์ แต่ให้จินตนาการว่าอีก 50 ปีข้างหน้า ร่างกายทุกคนก็ต้องเสื่อมสลาย

    มองเห็นธรรมดาของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย

    แทนที่จะเห็นความสวยงาม ให้มองว่าเป็นเพียงร่างกายที่ต้องพึ่งพิงอาหาร อากาศ และยังต้องขับของเสียออก

    3. ใช้สื่อช่วยฝึกสมาธิ

    ศึกษารูปภาพหรือวิดีโอของร่างกายมนุษย์ในสภาพผุพัง เช่น ซากศพ ภาพการผ่าตัด หรือสภาพเน่าเปื่อย

    ใช้เป็นเครื่องช่วยเตือนใจว่า ร่างกายเป็นเพียงธาตุที่ประกอบกันชั่วคราว

    4. ฝึกสมาธิให้จิตสงบก่อนเจริญอสุภ

    เริ่มต้นด้วยอานาปานสติ: การพิจารณาลมหายใจช่วยให้จิตใจสงบและพร้อมรับการพิจารณาที่ลึกซึ้งขึ้น

    ใช้สมาธิเป็นฐาน: เมื่อจิตสงบ จะสามารถพิจารณาอสุภได้อย่างชัดเจนโดยไม่ถูกความคิดดิบหรืออารมณ์กามรบกวน

    5. เจริญเมตตาควบคู่กับอสุภ

    หากรู้สึกว่าความรู้สึกดิบๆ ที่เกิดขึ้นเป็นแรงผลักดันที่ยากจะควบคุม ให้เสริมด้วยการแผ่เมตตา

    แผ่เมตตาให้ตัวเองและผู้อื่น: ความเมตตาจะช่วยปรับสมดุลจิตใจ ทำให้จิตไม่ติดอยู่กับความดิบที่เกิดจากกามคุณ

    6. การใช้สติรู้ทัน

    เมื่อเกิดความรู้สึกดิบในระหว่างปฏิบัติ ให้ใช้สติรู้ทันว่า "นี่คือความไม่เที่ยงของจิต"

    อย่าต่อต้านความรู้สึกเหล่านั้น แต่ให้มองเห็นว่าเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

    7. ระมัดระวังไม่บังคับตัวเองเกินไป

    หากกดดันตัวเองมากเกินไป อาจทำให้เกิดความเครียดและความต่อต้าน

    ให้ปฏิบัติด้วยใจที่ผ่อนคลาย เห็นการเจริญอสุภเป็นโอกาสฝึกปัญญา ไม่ใช่การบีบบังคับ

    ข้อควรระวัง

    การเจริญอสุภกรรมฐานอาจทำให้จิตเกิดความรู้สึกต่อต้าน หรือเกิดความเบื่อหน่ายในชีวิต ถ้าไม่พร้อมทางจิตใจควรทำในระดับที่พอดี

    ควรมีครูหรือผู้รู้ช่วยชี้แนะเป็นระยะ

    สรุป:
    อสุภกรรมฐานต้องใช้ความต่อเนื่องและสมาธิเป็นเครื่องนำทาง การฝึกในเบื้องต้นอาจเริ่มด้วยการพิจารณาอวัยวะหรือธรรมชาติของร่างกาย และใช้สติคอยดูแลจิตให้รู้สึกถึงความไม่เที่ยงของกายนี้ การเจริญอสุภไม่ใช่เพื่อความรังเกียจร่างกาย แต่เพื่อปล่อยวางและเห็นธรรมชาติของมันตามความเป็นจริง!
    การเจริญอสุภกรรมฐาน นอกจากวิธีงดสระผมหรืออาบน้ำเพื่อให้รู้สึกถึงอสุภ (ความไม่น่ารัก น่าใคร่) แล้ว ยังมีเทคนิคอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้เพื่อเสริมการปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้: 1. พิจารณากายส่วนต่างๆ (ปฏิกูลมนสิการ) แยกร่างกายเป็นส่วนๆ: พิจารณาเส้นผม เล็บ ฟัน ผิวหนัง เลือด น้ำหนอง กระดูก ฯลฯ จินตนาการร่างกายสลายตัว: ลองนึกถึงสภาพร่างกายเมื่อถึงเวลาเน่าเปื่อย ผุพัง ทำความคุ้นชินกับความจริง: ทบทวนว่าอวัยวะเหล่านี้เป็นเพียงธาตุ ไม่ใช่สิ่งที่เราควรยึดมั่น 2. ฝึกมองคนรอบตัวอย่างเป็นกลาง มองผู้อื่นไม่ใช่ด้วยความหลงใหลในรูปลักษณ์ แต่ให้จินตนาการว่าอีก 50 ปีข้างหน้า ร่างกายทุกคนก็ต้องเสื่อมสลาย มองเห็นธรรมดาของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย แทนที่จะเห็นความสวยงาม ให้มองว่าเป็นเพียงร่างกายที่ต้องพึ่งพิงอาหาร อากาศ และยังต้องขับของเสียออก 3. ใช้สื่อช่วยฝึกสมาธิ ศึกษารูปภาพหรือวิดีโอของร่างกายมนุษย์ในสภาพผุพัง เช่น ซากศพ ภาพการผ่าตัด หรือสภาพเน่าเปื่อย ใช้เป็นเครื่องช่วยเตือนใจว่า ร่างกายเป็นเพียงธาตุที่ประกอบกันชั่วคราว 4. ฝึกสมาธิให้จิตสงบก่อนเจริญอสุภ เริ่มต้นด้วยอานาปานสติ: การพิจารณาลมหายใจช่วยให้จิตใจสงบและพร้อมรับการพิจารณาที่ลึกซึ้งขึ้น ใช้สมาธิเป็นฐาน: เมื่อจิตสงบ จะสามารถพิจารณาอสุภได้อย่างชัดเจนโดยไม่ถูกความคิดดิบหรืออารมณ์กามรบกวน 5. เจริญเมตตาควบคู่กับอสุภ หากรู้สึกว่าความรู้สึกดิบๆ ที่เกิดขึ้นเป็นแรงผลักดันที่ยากจะควบคุม ให้เสริมด้วยการแผ่เมตตา แผ่เมตตาให้ตัวเองและผู้อื่น: ความเมตตาจะช่วยปรับสมดุลจิตใจ ทำให้จิตไม่ติดอยู่กับความดิบที่เกิดจากกามคุณ 6. การใช้สติรู้ทัน เมื่อเกิดความรู้สึกดิบในระหว่างปฏิบัติ ให้ใช้สติรู้ทันว่า "นี่คือความไม่เที่ยงของจิต" อย่าต่อต้านความรู้สึกเหล่านั้น แต่ให้มองเห็นว่าเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป 7. ระมัดระวังไม่บังคับตัวเองเกินไป หากกดดันตัวเองมากเกินไป อาจทำให้เกิดความเครียดและความต่อต้าน ให้ปฏิบัติด้วยใจที่ผ่อนคลาย เห็นการเจริญอสุภเป็นโอกาสฝึกปัญญา ไม่ใช่การบีบบังคับ ข้อควรระวัง การเจริญอสุภกรรมฐานอาจทำให้จิตเกิดความรู้สึกต่อต้าน หรือเกิดความเบื่อหน่ายในชีวิต ถ้าไม่พร้อมทางจิตใจควรทำในระดับที่พอดี ควรมีครูหรือผู้รู้ช่วยชี้แนะเป็นระยะ สรุป: อสุภกรรมฐานต้องใช้ความต่อเนื่องและสมาธิเป็นเครื่องนำทาง การฝึกในเบื้องต้นอาจเริ่มด้วยการพิจารณาอวัยวะหรือธรรมชาติของร่างกาย และใช้สติคอยดูแลจิตให้รู้สึกถึงความไม่เที่ยงของกายนี้ การเจริญอสุภไม่ใช่เพื่อความรังเกียจร่างกาย แต่เพื่อปล่อยวางและเห็นธรรมชาติของมันตามความเป็นจริง!
    0 Comments 0 Shares 474 Views 0 Reviews
  • สมาธิ: ระดับและองค์ประกอบสำคัญ

    สมาธิเริ่มต้นอย่างไร?
    สมาธิทุกระดับเริ่มต้นจาก สององค์ประกอบทางใจ:

    1. วิตักกะ (เล็ง): การตั้งจิตให้โฟกัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง


    2. วิจาระ (เชื่อมติด): การเชื่อมกระแสจิตกับสิ่งที่เล็งจนจิตแนบแน่นกับอารมณ์นั้น



    เมื่อจิตเชื่อมติดกับอารมณ์ที่เล็งไว้ จะเกิดสมาธิ ซึ่งแบ่งได้ตามระดับของปีติสุขและความตั้งมั่นของจิต


    ---

    ระดับของสมาธิ

    1. ขณิกสมาธิ:

    สมาธิชั่วขณะ เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว

    มีปีติสุขน้อย จิตสงบได้เพียงสั้นๆ

    มักเกิดในชีวิตประจำวัน เช่น การตั้งใจอ่านหนังสือ



    2. อุปจารสมาธิ:

    สมาธิระดับกลาง

    มีปีติสุขซาบซ่าน สงบวิเวก

    จิตใกล้จะรวมเป็นหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงจุดสูงสุด



    3. อัปปนาสมาธิ:

    สมาธิระดับสูงสุด

    จิตรวมเป็นหนึ่งเดียว

    เกิดปีติสุขอันละเอียดและมั่นคง





    ---

    ตัวอย่างการเข้าสมาธิด้วยอานาปานสติ

    1. เริ่มต้นด้วยวิตักกะ (เล็ง):

    ตั้งสติรู้ลมหายใจเข้า-ออก

    โฟกัสจิตที่ลมหายใจ



    2. เข้าสู่วิจาระ (เชื่อมติด):

    รู้ลมหายใจอย่างต่อเนื่อง

    สังเกตลมหายใจที่ยาว สั้น หรือการเคลื่อนไหวของร่างกาย

    จิตเริ่มเชื่อมติดกับลมหายใจ



    3. เข้าสมาธิ:

    เมื่อจิตเชื่อมติดกับลมหายใจ จะเกิดปีติสุข

    สมาธิจะพัฒนาตามระดับของความสงบและความแน่วแน่





    ---

    สมาธิในชีวิตประจำวัน
    หลักการของวิตักกะและวิจาระเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น:

    การอ่านหนังสือแบบใจจดใจจ่อ

    การทำงานที่สนุกและมุ่งมั่นไม่วอกแวก

    การนึกถึงสิ่งที่ทำให้ใจจดจ่อและเพลิดเพลิน



    ---

    ข้อสรุป:
    สมาธิไม่จำกัดเฉพาะในรูปแบบการปฏิบัติธรรม แต่เกิดจากการ รู้เห็นกายใจ และฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ จิตที่ตั้งมั่นและแนบแน่นกับอารมณ์อย่างเหมาะสมจะนำไปสู่ สัมมาสมาธิ ที่ช่วยสร้างความสงบและความเข้าใจในชีวิตอย่างลึกซึ้ง.

    สมาธิ: ระดับและองค์ประกอบสำคัญ สมาธิเริ่มต้นอย่างไร? สมาธิทุกระดับเริ่มต้นจาก สององค์ประกอบทางใจ: 1. วิตักกะ (เล็ง): การตั้งจิตให้โฟกัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง 2. วิจาระ (เชื่อมติด): การเชื่อมกระแสจิตกับสิ่งที่เล็งจนจิตแนบแน่นกับอารมณ์นั้น เมื่อจิตเชื่อมติดกับอารมณ์ที่เล็งไว้ จะเกิดสมาธิ ซึ่งแบ่งได้ตามระดับของปีติสุขและความตั้งมั่นของจิต --- ระดับของสมาธิ 1. ขณิกสมาธิ: สมาธิชั่วขณะ เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว มีปีติสุขน้อย จิตสงบได้เพียงสั้นๆ มักเกิดในชีวิตประจำวัน เช่น การตั้งใจอ่านหนังสือ 2. อุปจารสมาธิ: สมาธิระดับกลาง มีปีติสุขซาบซ่าน สงบวิเวก จิตใกล้จะรวมเป็นหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงจุดสูงสุด 3. อัปปนาสมาธิ: สมาธิระดับสูงสุด จิตรวมเป็นหนึ่งเดียว เกิดปีติสุขอันละเอียดและมั่นคง --- ตัวอย่างการเข้าสมาธิด้วยอานาปานสติ 1. เริ่มต้นด้วยวิตักกะ (เล็ง): ตั้งสติรู้ลมหายใจเข้า-ออก โฟกัสจิตที่ลมหายใจ 2. เข้าสู่วิจาระ (เชื่อมติด): รู้ลมหายใจอย่างต่อเนื่อง สังเกตลมหายใจที่ยาว สั้น หรือการเคลื่อนไหวของร่างกาย จิตเริ่มเชื่อมติดกับลมหายใจ 3. เข้าสมาธิ: เมื่อจิตเชื่อมติดกับลมหายใจ จะเกิดปีติสุข สมาธิจะพัฒนาตามระดับของความสงบและความแน่วแน่ --- สมาธิในชีวิตประจำวัน หลักการของวิตักกะและวิจาระเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น: การอ่านหนังสือแบบใจจดใจจ่อ การทำงานที่สนุกและมุ่งมั่นไม่วอกแวก การนึกถึงสิ่งที่ทำให้ใจจดจ่อและเพลิดเพลิน --- ข้อสรุป: สมาธิไม่จำกัดเฉพาะในรูปแบบการปฏิบัติธรรม แต่เกิดจากการ รู้เห็นกายใจ และฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ จิตที่ตั้งมั่นและแนบแน่นกับอารมณ์อย่างเหมาะสมจะนำไปสู่ สัมมาสมาธิ ที่ช่วยสร้างความสงบและความเข้าใจในชีวิตอย่างลึกซึ้ง.
    0 Comments 0 Shares 364 Views 0 Reviews
  • Ep. 18 ) อานาปานสติ . หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน • คุณลุงสนธิ ลิ้มทองกุล (งานมุฑิตาสักการะ เจริญอายุวัฒนมงคล #หลวงพ่ออลงกต วันอาทิตย์ ๘ ธ.ค ๒๕๖๗) • บ้านพระอาทิตย์ • สนธิทอล์คธรรม • ฝึกเจริญสติให้เป็นนิสัย
    Ep. 18 ) อานาปานสติ . หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน • คุณลุงสนธิ ลิ้มทองกุล (งานมุฑิตาสักการะ เจริญอายุวัฒนมงคล #หลวงพ่ออลงกต วันอาทิตย์ ๘ ธ.ค ๒๕๖๗) • บ้านพระอาทิตย์ • สนธิทอล์คธรรม • ฝึกเจริญสติให้เป็นนิสัย
    Love
    1
    0 Comments 0 Shares 704 Views 14 0 Reviews
  • อนุสติ (บาลี: อนุสฺสติ) หมายถึง กรรมฐานเป็นเครื่องระลึกถึง มี 10 อย่าง ได้แก่

    พุทธานุสติ การระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า
    ธัมมานุสติ การระลึกถึงพระคุณของพระธรรม
    สังฆานุสติ การระลึกถึงพระคุณของพระสงฆ์
    สีลานุสติ การระลึกถึงศีล ที่ตนเคยรักษาไว้ได้
    จาคานุสติ การระลึกถึงทาน ความดีที่ตนสร้างไว้
    เทวตานุสติ การระลึกถึงคุณที่ทำให้คนเป็นเทวดา เช่น หิริ โอตตัปปะ
    อุปสมานุสติ การระลึกถึงพระคุณของพระนิพพาน
    มรณานุสติChoawalit Chotwattanaphong [2] การระลึกถึงความตาย
    อานาปานสติ การระลึกถึงลมหายใจเข้าออก (อานาปาน + อนุสสติ = อานาปานุสสติ)
    กายคตาสติ การระลึกถึงความไม่งามปฏิกูลของอาการ 32 มีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นต้น
    เป็น 10 กรรมฐานในกรรมฐาน 40 กองได้แก่ กสิน 10, อนุสสติ 10, อสุภะ 10, พรหมวิหาร 4, อรูปฌาน 4, จตุธาตุววัตถาน 1, อาหาเรปฏิกูลสัญญา 1

    วิสุทธิมรรคระบุว่า พุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ สีลานุสติ จาคานุสติ เทวตานุสติ อุปสมานุสติ มรณสติ เป็นอารมณ์นิมิตทำสมาธิได้สูงสุดที่ระดับอุปจารสมาธิ กายคตาสติเป็นอารมณ์นิมิตรทำสมาธิได้สูงสุดที่ระดับปฐมฌาน (ฌานที่ 1) และอานาปานสติเป็นอารมณ์นิมิตรทำสมาธิได้สูงสุดที่ระดับจตุตถฌาน (ฌานที่ 4)
    อนุสติ (บาลี: อนุสฺสติ) หมายถึง กรรมฐานเป็นเครื่องระลึกถึง มี 10 อย่าง ได้แก่ พุทธานุสติ การระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า ธัมมานุสติ การระลึกถึงพระคุณของพระธรรม สังฆานุสติ การระลึกถึงพระคุณของพระสงฆ์ สีลานุสติ การระลึกถึงศีล ที่ตนเคยรักษาไว้ได้ จาคานุสติ การระลึกถึงทาน ความดีที่ตนสร้างไว้ เทวตานุสติ การระลึกถึงคุณที่ทำให้คนเป็นเทวดา เช่น หิริ โอตตัปปะ อุปสมานุสติ การระลึกถึงพระคุณของพระนิพพาน มรณานุสติ[1][2] การระลึกถึงความตาย อานาปานสติ การระลึกถึงลมหายใจเข้าออก (อานาปาน + อนุสสติ = อานาปานุสสติ) กายคตาสติ การระลึกถึงความไม่งามปฏิกูลของอาการ 32 มีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นต้น เป็น 10 กรรมฐานในกรรมฐาน 40 กองได้แก่ กสิน 10, อนุสสติ 10, อสุภะ 10, พรหมวิหาร 4, อรูปฌาน 4, จตุธาตุววัตถาน 1, อาหาเรปฏิกูลสัญญา 1 วิสุทธิมรรคระบุว่า พุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ สีลานุสติ จาคานุสติ เทวตานุสติ อุปสมานุสติ มรณสติ เป็นอารมณ์นิมิตทำสมาธิได้สูงสุดที่ระดับอุปจารสมาธิ กายคตาสติเป็นอารมณ์นิมิตรทำสมาธิได้สูงสุดที่ระดับปฐมฌาน (ฌานที่ 1) และอานาปานสติเป็นอารมณ์นิมิตรทำสมาธิได้สูงสุดที่ระดับจตุตถฌาน (ฌานที่ 4)
    0 Comments 0 Shares 391 Views 0 Reviews
  • แก่นสารสาระของการปฏิบัติคือจิต

    "การปฏิบัติ จุดตั้งต้นเริ่มจากจิตของเรา
    หลวงปู่มั่นถึงบอกว่าได้จิตก็ได้ธรรมะ
    ไม่ได้จิตก็ไม่ได้ธรรมะหรอก
    เห็นจิตก็คือการปฏิบัติธรรม
    มองจิตใจตัวเองไม่เห็นก็ไม่ได้ปฏิบัติ
    เพราะฉะนั้นอย่ามัวแต่หลงรูปแบบเกินไป
    จนลืมเนื้อหาแก่นสารสาระ
    แก่นสารสาระของการปฏิบัติก็คือจิตของเรานั่นเอง

    ทีแรกจะฝึกจิตให้ตั้งมั่น
    อาศัยสติรู้ทันจิตที่ไม่ตั้งมั่น เคล็ดลับมันอยู่ตรงนี้
    ทำกรรมฐานอะไรก็ได้ แต่มีสติรู้ทันจิตของตนเองไว้
    อย่างหลวงพ่อทำอานาปานสติบวกพุทโธ
    หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ
    แล้วจิตจะหนีไปคิด รู้ทัน จิตก็ตั้งมั่นขึ้นมา
    จิตจะไหลเข้าไปในแสงสว่าง รู้ทัน
    ลมหายใจระงับ จะกลายเป็นแสง
    จิตจะไหลเข้าไปที่แสง รู้ทัน
    เห็นไหม อยู่ที่การรู้ทันจิตตัวเอง

    ทันทีที่เรามีสติรู้ทันจิตตนเองได้
    จิตจะตั้งมั่นเด่นดวงขึ้นมา
    จิตจะเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานขึ้นมา
    คำว่าพุทธ พุทธะ พุทโธ
    ก็แปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
    พุทโธ พุทโธ
    ไม่ใช่เป็นแค่คำเรียกขาน นกแก้วนกขุนทองแบบนั้น
    พุทโธก็คือจิตนั่นเอง
    ถ้าเราไม่เรียนเข้ามาให้ถึงจิตถึงใจ
    ไม่มีวันเข้าใจศาสนาพุทธหรอก"

    หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
    21 มกราคม 2567

    🙏🙏🙏
    แก่นสารสาระของการปฏิบัติคือจิต "การปฏิบัติ จุดตั้งต้นเริ่มจากจิตของเรา หลวงปู่มั่นถึงบอกว่าได้จิตก็ได้ธรรมะ ไม่ได้จิตก็ไม่ได้ธรรมะหรอก เห็นจิตก็คือการปฏิบัติธรรม มองจิตใจตัวเองไม่เห็นก็ไม่ได้ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นอย่ามัวแต่หลงรูปแบบเกินไป จนลืมเนื้อหาแก่นสารสาระ แก่นสารสาระของการปฏิบัติก็คือจิตของเรานั่นเอง ทีแรกจะฝึกจิตให้ตั้งมั่น อาศัยสติรู้ทันจิตที่ไม่ตั้งมั่น เคล็ดลับมันอยู่ตรงนี้ ทำกรรมฐานอะไรก็ได้ แต่มีสติรู้ทันจิตของตนเองไว้ อย่างหลวงพ่อทำอานาปานสติบวกพุทโธ หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ แล้วจิตจะหนีไปคิด รู้ทัน จิตก็ตั้งมั่นขึ้นมา จิตจะไหลเข้าไปในแสงสว่าง รู้ทัน ลมหายใจระงับ จะกลายเป็นแสง จิตจะไหลเข้าไปที่แสง รู้ทัน เห็นไหม อยู่ที่การรู้ทันจิตตัวเอง ทันทีที่เรามีสติรู้ทันจิตตนเองได้ จิตจะตั้งมั่นเด่นดวงขึ้นมา จิตจะเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานขึ้นมา คำว่าพุทธ พุทธะ พุทโธ ก็แปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พุทโธ พุทโธ ไม่ใช่เป็นแค่คำเรียกขาน นกแก้วนกขุนทองแบบนั้น พุทโธก็คือจิตนั่นเอง ถ้าเราไม่เรียนเข้ามาให้ถึงจิตถึงใจ ไม่มีวันเข้าใจศาสนาพุทธหรอก" หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 21 มกราคม 2567 🙏🙏🙏
    0 Comments 0 Shares 368 Views 0 Reviews
  • ในการฝึกอานาปานสติ (การมีสติระลึกรู้ลมหายใจ) นั้น สิ่งสำคัญคือการแยกความแตกต่างระหว่างสมถะสมาธิและวิปัสสนา

    สมถะสมาธิ เกิดขึ้นเมื่อคุณจดจ่อกับลมหายใจเพียงอย่างเดียว โดยมุ่งเน้นไปที่ความสงบ เช่น การดูลมหายใจเข้า-ออกเพื่อให้จิตนิ่ง โดยไม่มีการสังเกตถึงความไม่เที่ยงหรือการแปรปรวนของลมหายใจ การทำแบบนี้จะช่วยให้จิตสงบเย็นและเกิดสมาธิที่มั่นคง แต่ยังไม่เกิดปัญญาในการรู้เห็นความจริงของกายและใจ

    วิปัสสนา เกิดขึ้นเมื่อคุณเริ่มสังเกตเห็นความไม่เที่ยง (อนิจจัง) ของลมหายใจ เช่น ลมหายใจที่ยาวบ้างสั้นบ้าง หรือความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่ยึดติดกับความสงบ แต่เน้นการเห็นความแปรเปลี่ยนของลมหายใจ นี่คือการใช้สติและปัญญาเพื่อตระหนักถึงธรรมชาติที่ไม่คงทน ไม่ใช่ตัวตนของสิ่งต่างๆ การฝึกแบบนี้จะนำไปสู่การเจริญวิปัสสนา และช่วยให้จิตคลายการยึดมั่นในสิ่งที่ไม่เที่ยง

    ในกระบวนการฝึก คุณสามารถเริ่มต้นด้วยสมถะ เพื่อทำให้จิตสงบก่อน เมื่อจิตสงบแล้ว ให้เริ่มพิจารณาความแปรปรวนและไม่เที่ยงของลมหายใจ ซึ่งจะช่วยนำไปสู่การเกิดปัญญาแบบวิปัสสนา

    สรุปได้ว่า:

    ถ้าคุณ จดจ่อกับลมหายใจท่าเดียว โดยไม่สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงใดๆ นั่นคือ สมถะสมาธิ.

    ถ้าคุณ สังเกตความไม่เที่ยง ของลมหายใจ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในกายและใจ นั่นคือ วิปัสสนา.


    ในการฝึกอานาปานสติ (การมีสติระลึกรู้ลมหายใจ) นั้น สิ่งสำคัญคือการแยกความแตกต่างระหว่างสมถะสมาธิและวิปัสสนา สมถะสมาธิ เกิดขึ้นเมื่อคุณจดจ่อกับลมหายใจเพียงอย่างเดียว โดยมุ่งเน้นไปที่ความสงบ เช่น การดูลมหายใจเข้า-ออกเพื่อให้จิตนิ่ง โดยไม่มีการสังเกตถึงความไม่เที่ยงหรือการแปรปรวนของลมหายใจ การทำแบบนี้จะช่วยให้จิตสงบเย็นและเกิดสมาธิที่มั่นคง แต่ยังไม่เกิดปัญญาในการรู้เห็นความจริงของกายและใจ วิปัสสนา เกิดขึ้นเมื่อคุณเริ่มสังเกตเห็นความไม่เที่ยง (อนิจจัง) ของลมหายใจ เช่น ลมหายใจที่ยาวบ้างสั้นบ้าง หรือความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่ยึดติดกับความสงบ แต่เน้นการเห็นความแปรเปลี่ยนของลมหายใจ นี่คือการใช้สติและปัญญาเพื่อตระหนักถึงธรรมชาติที่ไม่คงทน ไม่ใช่ตัวตนของสิ่งต่างๆ การฝึกแบบนี้จะนำไปสู่การเจริญวิปัสสนา และช่วยให้จิตคลายการยึดมั่นในสิ่งที่ไม่เที่ยง ในกระบวนการฝึก คุณสามารถเริ่มต้นด้วยสมถะ เพื่อทำให้จิตสงบก่อน เมื่อจิตสงบแล้ว ให้เริ่มพิจารณาความแปรปรวนและไม่เที่ยงของลมหายใจ ซึ่งจะช่วยนำไปสู่การเกิดปัญญาแบบวิปัสสนา สรุปได้ว่า: ถ้าคุณ จดจ่อกับลมหายใจท่าเดียว โดยไม่สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงใดๆ นั่นคือ สมถะสมาธิ. ถ้าคุณ สังเกตความไม่เที่ยง ของลมหายใจ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในกายและใจ นั่นคือ วิปัสสนา.
    0 Comments 0 Shares 155 Views 0 Reviews
  • บทสวดอิทัปปัจจยตาหรือ
    ปฏิจจสมุปบาท,
    อานาปานสติ,
    สัญญา 10 ประการ,
    จิตมโนวิญาณ,
    มรรค 8.
    บทธรรม"พุทธวจน" ดังกล่าวนี้ เมื่อชาวพุทธได้ศึกษาเล่าเรียนอย่างดีแล้ว จะได้ชื่อว่า เป็นบุตรของพระพุทธเจ้าโดยธรรม ซึ่งเป็นผู้ไม่ถอยกลับอีกต่อไป
    บทสวดอิทัปปัจจยตาหรือ ปฏิจจสมุปบาท, อานาปานสติ, สัญญา 10 ประการ, จิตมโนวิญาณ, มรรค 8. บทธรรม"พุทธวจน" ดังกล่าวนี้ เมื่อชาวพุทธได้ศึกษาเล่าเรียนอย่างดีแล้ว จะได้ชื่อว่า เป็นบุตรของพระพุทธเจ้าโดยธรรม ซึ่งเป็นผู้ไม่ถอยกลับอีกต่อไป
    0 Comments 1 Shares 248 Views 0 Reviews
  • ตกนรก เพราะเราเป็นผู้กระทำ #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน #หลวงตามหาบัว
    ตกนรก เพราะเราเป็นผู้กระทำ #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน #หลวงตามหาบัว
    0 Comments 0 Shares 856 Views 149 0 Reviews
  • เทวดาตกนรกเกิดจากกรรมอะไร#อานาปานสติ #หลวงตามหาบัว #ธรรมะ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน #ธรรมะสอนใจ #สติ
    เทวดาตกนรกเกิดจากกรรมอะไร#อานาปานสติ #หลวงตามหาบัว #ธรรมะ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน #ธรรมะสอนใจ #สติ
    0 Comments 0 Shares 885 Views 114 0 Reviews
  • จิตสุดท้ายจะออกจากร่างเป็นอย่างไร #หลวงตามหาบัว #ธรรมะ #จิตสุดท้าย #อานาปานสติ #ธรรมมะสอนใจ
    จิตสุดท้ายจะออกจากร่างเป็นอย่างไร #หลวงตามหาบัว #ธรรมะ #จิตสุดท้าย #อานาปานสติ #ธรรมมะสอนใจ
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 770 Views 79 0 Reviews
  • หมดบุญหมดกรรม #อานาปานสติ #ธรรมะ #ธรรมทาน #สติ#ธรรมชาติ #ธรรมะสอนใจ #หลวงตามหาบัว
    หมดบุญหมดกรรม #อานาปานสติ #ธรรมะ #ธรรมทาน #สติ#ธรรมชาติ #ธรรมะสอนใจ #หลวงตามหาบัว
    Love
    1
    0 Comments 0 Shares 785 Views 106 0 Reviews
  • #ปฏิบัติให้ถึงนิพพานในชาตินี้ #เสียงเทศน์ โดย #หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อน
    #ปฏิบัติให้ถึงนิพพานในชาตินี้ #เสียงเทศน์ โดย #หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อน
    Love
    Like
    5
    0 Comments 0 Shares 1057 Views 140 0 Reviews
  • #หลวงตามหาบัว เล่าเรื่องสมัยเด็ก ไปขโมยอ้อยป้าฝ้าย #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อน
    #หลวงตามหาบัว เล่าเรื่องสมัยเด็ก ไปขโมยอ้อยป้าฝ้าย #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อน
    Like
    Love
    4
    0 Comments 0 Shares 843 Views 105 0 Reviews
  • #หลวงตามหาบัว พูดถึง วิญญาณ ญาติ ๆ ที่มารับส่วนบุญกุศล #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อน
    #หลวงตามหาบัว พูดถึง วิญญาณ ญาติ ๆ ที่มารับส่วนบุญกุศล #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อน
    Like
    Love
    3
    0 Comments 1 Shares 879 Views 114 0 Reviews
  • #หลวงตามหาบัว เล่าเรื่องตลกขบขัน ฮา ๆ #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน
    #หลวงตามหาบัว เล่าเรื่องตลกขบขัน ฮา ๆ #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน
    Love
    1
    0 Comments 0 Shares 769 Views 90 0 Reviews
  • อายุขัย พระอรหันต์ #หลวงตามหาบัว#ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน
    อายุขัย พระอรหันต์ #หลวงตามหาบัว#ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน
    Like
    Love
    Haha
    6
    0 Comments 0 Shares 1030 Views 199 0 Reviews
  • พระผู้ใหญ่ รองพระผู้ใหญ่ #หลวงตามหาบัว #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน
    พระผู้ใหญ่ รองพระผู้ใหญ่ #หลวงตามหาบัว #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน
    Love
    Like
    5
    0 Comments 0 Shares 1008 Views 211 0 Reviews
  • หลวงตามหาบัว เมตตาสูบซิการ์ ลูกศิษย์ถวาย #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน #หลวงตามหาบัว
    หลวงตามหาบัว เมตตาสูบซิการ์ ลูกศิษย์ถวาย #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน #หลวงตามหาบัว
    Love
    Like
    4
    0 Comments 0 Shares 1012 Views 237 0 Reviews
  • ผีเปรตตายเฝ้าถ้ำ ปล้ำพระธุดงค์กรรมฐาน #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน #หลวงตามหาบัว
    ผีเปรตตายเฝ้าถ้ำ ปล้ำพระธุดงค์กรรมฐาน #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน #หลวงตามหาบัว
    Love
    2
    0 Comments 0 Shares 1027 Views 223 0 Reviews
  • ตกนรก เพราะเราเป็นผู้กระทำ #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน #หลวงตามหาบัว
    ตกนรก เพราะเราเป็นผู้กระทำ #ธรรมะ #อานาปานสติ #ทางพ้นทุกข์ #ธรรมทาน #ธรรมะก่อนนอน #หลวงตามหาบัว
    Like
    Love
    8
    2 Comments 1 Shares 1269 Views 771 1 Reviews
  • ทางปฏิบัติให้ถึงการดับไม่เหลือแห่งทุกข์ คือ "การเจริญสติ ตามรู้ลมหายใจ ให้เห็นการเกิด-ดับ" หรืออานาปานสติ หรือกายคตาสติ วิธีเดียวนี้ รวมถึงได้ทำ สมถะและวิป้สสนาบริบูรณ์.. ได้ทำศีล สมาธิ และปัญญาให้บริบูรณ์.. ได้ปฏิบัติตามมรรคมีองค์ 8 ครบถ้วนบริบูรณ์
    ทางปฏิบัติให้ถึงการดับไม่เหลือแห่งทุกข์ คือ "การเจริญสติ ตามรู้ลมหายใจ ให้เห็นการเกิด-ดับ" หรืออานาปานสติ หรือกายคตาสติ วิธีเดียวนี้ รวมถึงได้ทำ สมถะและวิป้สสนาบริบูรณ์.. ได้ทำศีล สมาธิ และปัญญาให้บริบูรณ์.. ได้ปฏิบัติตามมรรคมีองค์ 8 ครบถ้วนบริบูรณ์
    0 Comments 2 Shares 407 Views 94 0 Reviews
More Results