• 04-04-68/04 : หมี CNN / "FRIDAY JASON" ศุกร์ สยิวกิ้ว! EP13

    อย่าคิดว่าคนไม่รู้ทันมรึง อีเหลี่ยมจัด! อยู่ดีดี จัดวาระแทรก "กาสิโอ๊ะ" เพื่อเรียกแขกเพื่อ? สับขาหลอก เบี่ยงเบนประเด็นกงศุลเหี้ยที่เชียงใหม่..พ่องดิ? หลังแผ่นดินไหว หลายฝ่ายจับโป๊ะ 9/11 ใครกำกับ MADE IN C HIA ก่อนมรึงจะสาวไส้ไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังฝังระเบิดรากฐานตึกสตง. ชิงตัดตอนก่อนด้วย "กาสิโอ๊ะ" งานเผาน่ะมรึง? ล่อ คปท.ช่วยออกมาไล่ ในทางกลับกัน มรึงยิ่งเปิดเผยโฉมหน้าแท้จริงออกมา ยิ่งดิ้น ยิ่งหลุด รู้หรือไม่ กลุ่มคปท.(เฉพาะกิจ) มีเพ่น้องเสื้อแดง เข้าร่วมด้วย กลายร่างเป็นเสื้อหลากสี เค้าจะไปเอาคืนมรึงที่ตอแหลทั้งตระกูล หน่วยข่าวกรองเค้ารู้นานแล้ว ว่าจะมีการก่อวินาศกรรมในกทม. โดยอาศัย HAARP นำ แล้วจัดฉากระเบิดตึก เหมือนที่มรึงทำให้นิวยอร์คนั่นแหละ เป้าหมายให้สภาไปวนอยู่ในอ่างที่มรึงเตรียมรอไว้ กู้ภัย หน่วยแพทย์ทำงาน เป้าหมายเดียว ยิงปืนนัดเดียว เหี้ยได้เกิดเป็นฝูง 1.ทำลายเศรษฐกิจอาเซียน 2.สร้างสถานการณ์เบิกงบแดร๊กต่อ 3.บิดเบือน ปิดบังการมีอยู่จริงของกงศุลเหี้ยที่เชียงใหม่ ที่ซ่อนไอ้เครื่องเหี้ยเอาไว้ 4.สร้างความตื่นตระหนก เพิ่มอำนาจต่อรองให้วอชิงตัน ไม่อยากโดนอีก สวามิภักดิ์กูซะ 5.ส่งสัญญาน WWIII ท้าทายจีน รัสเซีย สั่งสอนชาติอาเซียนที่ปั่นใจ ลองมาดูฝั่งขั้วใหม่กันบ้าง จีนใช้โอกาสนี้ คุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ในอโยธยา ถึงเวลารึยัง? ที่ต้องจริงจังกับการปราบปรามคอรัปชั่นทั้งแผ่นดิน ศรีธนญชัยเงียบ พูดแค่สั้นๆ "รอเปลี่ยนหัวก่อน" เอาให้เหี้ยหนีตายเผ่นออกนอกให้หมด ทุกอย่างจะ RE-SET 0 ทันที โดยเฉพาะต้นน้ำขบวนการยุติธรรมที่มันเหี้ยกันจนสุดซอย ประชาชนไร้ที่พึ่งพิง ภาคประชาชนต้องออกมาทำหน้าที่แทนอีตำหนวด เพราะแดร๊กภาษีประชาชนแต่ทำงานให้เหี้ยทุนสีเทาทั้งโลก ความสวยงามจะเกิดขึ้นได้ ด้วยความสามัคคี พ่อสอนเอาไว้ จำได้มั้ย? เมื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน ไม่มีสีอื่นใด นอกจากสีธงไตร์รงค์แล้วไซร้ ควายจะกลายร่าง สิตจะกลับคืนมา แล้วเวลาของเหี้ยจะสิ้นสุดลง หอคอยเค้ารอเวลาที่ใช่ จังหวะที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียโดยใช่เหตุ เงื่อนไขเดียวที่วังยอมไฟเขียว คือความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชน หากใครแตะต้องสิ่งนี้ กองทัพจะออกมาเคลียร์ปัญหาทั้งหมดให้เอง โดยที่อีกากีเสนียดจัญไร จะถูกพักงานทันที ซื้อตำแหน่งมา แล้วใครมันจะทำเพื่อประชาชนแท้จริง เข้ามาก็ถอนทุนคืน หมายังรู้?

    อยู่ดีดี อีโมดี้จะมาเยือนไทย ใครสั่งรึจ๊ะ? งัดกันอยู่ ด้วยแรงมหาอำนาจโลก อีโมดี้มา ต้องมีเรื่องขอร้อง มันไม่มาเสียเวลาที่นี่ดอก หากไม่จำเป็น เดาไม่ยาก จีนสร้างเส้นทางสายไหมผ่านไทย อีแขกภาระตะก็ไม่ยอมสิจ๊ะ เดี๋ยวสร้างเส้นทางโรตีผ่านไทยบ้าง เอาให้มันชัดไปเลย จะแดร๊กโรตี หรือจะแดร๊กเป็ดปักกิ่ง เลือกเอา? ใครสั่งให้มรึงเข้าหากันล่ะ ทุกวันนี้ อีแขกภาระตะเสียหมาไปยกใหญ่ หลังเสือกหน้าด้านอยู่ทั้ง BRICS และกระโดดไปอยู่กลุ่มความมั่นคงแปซิฟิคของเหี้ย มันย้อนแย้งกันมั้ยล่ะ? ลีลาอีแขกภาระตะไม่มีอะไรมาก เต้นไป รำไป 10 บาทไป 120 บาทมา หาแดร๊กกับดอกเบี้ย อาเซียนไทยคือฮับ จุดยุทธศาสตร์หลักสำคัญ นี่คือเรื่องการถ่วงดุลอำนาจ ช่วงหลังจีนไม่ทนกับความเน่าเฟะของข้าราชการไทย เพราะมรึงทำความเสียหายต่อภูมิภาค ไม่ใช่แค่แผ่นดินสยามเท่านั้น แผนใครล่ะ? อีโมดี้ หางโผล่ทันที เตรียมเสนอขายอาวุธให้ไทยด้วย ขอซ้อมรบด้วย นั่นแค่หน้าฉาก หลังฉากคือเส้นทางการค้า และโลจิสติคที่อีแขกต้องใช้ไทยในอนาคต หากมหาสมุทรอินเดียมีภัยเกิดขึ้น กูก็ต้องมีทางออกเช่นกัน เพราะทุกวันนี้ เหี้ยพยายามปิดช่องมหาสมุทรอินเดียไม่ให้จีนออกได้นั่นเอง แต่สายไปเสียแล้ว หยวนดิจิตอลกำลังจะมา อีแขกไม่รอช้า เอา รูปีดิจิตอลมั้ยจ๊ะ เพราะไทยบาทเสถียรที่สุดในบรรดาค่าเงินอาเซียน ไม่นับอีลอดช่อง ที่เหี้ยวอชิงตันแบ็คอัพอยู่ ค่าเงินแข็งโป๊ก เพราะผูกกับดอลล่าร์ไงล่ะ ลองย้ายออกสิ ตกทันที หมายังรู้? รอดูละครอีโมดี้ เยือนไทย มันไม่ธรรมดาดอก มาตอนนี้ เพราะถูกเร่งให้มาหา ใครหนอ ที่สั่งมรึงได้?

    ประโคมกันหย่าย "ยักษ์ตื่น" เดี๋ยวมีแผ่นดินไหวมาอีก อยู่เป็น 100 ปี มีไม่บ่อย มาไม่มาก ทำไมเฉพาะช่วงนี้ วิกฤตขาลงเหี้ย มาถี่ยับล่ะ? มันใช่ธรรมชาติเหรอ? มันสั่งได้เหรอ? เครื่องฝังอยู่เชียงใหม่เหรอ? หน่วยข่าวกรองรู้ตัวคนสั่งแล้ว รู้ที่ซ่อนเครื่องจักรสังหารแล้ว แล้วยังไงต่อ? แกล้งหลับต่อเหรอ? จีนก็มีทีเด็ดเหมือนกัน ระวังเดี๋ยวมรึงอาจร้องเสียงหลง หากอีหินเหลืองเกิดสำลักควันขึ้นมา ไอรุนแรงหนักที่สุดในรอบ 100 ปี อันนี้ ช่วยไม่ได้ เพราะมรึงแกว่งเท้าหาเสี้ยนเอง อะไรน่ะ แผนเปลี่ยนเมืองหลวงอโยธยา จากบางกอก เป็นโคราช จริงดิ? อนาคต ใครบอกมรึงว่าอโยธยาจะมีเมืองหลวงแค่แห่งเดียวกันล่ะ? ทุกอย่างมันมีเหตุและผล และเค้าเตรียมการล่วงหน้าเอาไว้แล้ว ถึงได้ทำรถไฟฟ้าความเร็วสูงเข้าอีสาน แต่ในขณะที่ ถนนสู่ภาคใต้ พังแล้วพังอีก มันมีนัยยะแฝงเสมอ ไม่มีอะไรหลบซ่อนในกอไผ่ได้นานดอกน่ะ อีสานจะกลายเป็นฮับด้านคมนาคม โลจิสติค ภาคใต้คือฮับพลังงาน ภาคเหนือคือฮับท่องเที่ยว ภาคกลางคือฮับศูนย์กลางอาหารโลก ทุกอย่างมีพิมพ์เขียว โลกกำหนดทิศทางไทย เราจะอยู่กันอย่างไร อยู่ที่การตัดสินครั้งสำคัญนี้ เมื่อการเปลี่ยนแปลงเข้ามา เราต้องแน่วแน่เด็ดขาด ว่าจะเดินไปทิศทางไหน เราเสียเวลากับปชต.ตอแหลมากว่า 93 ปีแล้ว จากนี้ คือเดินในแบบที่เป็นของตัวเราเองได้ แต่ต้องทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ก่อน ทุกอย่างที่พูดถึงจะเกิดขึ้นได้จริง การต่อสู้ของขั้วอำนาจโลก ที่แฝงตัวอยู่ในไทย จะทำให้เกิดแรงต่อต้านของสังคมวงกว้าง ใครจะหลอกใช้เราก็ดี หรือจะดันเราขึ้นสู่เวทีโลกก็ดี ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น อยากจะเกิด หรืออยากจะดับกันล่ะ?

    ไวรัลทั่วโลก SOFT POWER ไทยมาเต็ม เกณฑ์ไทย ฮาแตกที่สุดใน 3 โลก มาหมด พระ สาว(สอง) กองเชียร์ ชุดใหญ่ไฟกระพริบ นี่มันงานคอนเสริต์เหรอ? ฝรั่งงง.. หเกิดแผ่นดินไหว รถติดกันทั้งกทม. คนขับ TAXI ปวดขี้ ถามฝรั่ง "ขับเป็นบ่?" YES ปุ๊บ มรึงมาขับ กูจะไปขี้ ฝรั่งอึ้ง เกิดมาเพิ่งเคยเจอ ไอ้สัส! ถ่ายคลิปเล่าประสบการณ์ AMAZING THAILAND นี่แหละ เสน่ห์ของไทย วิถีไทย อะไรก็ได้ กฎเกณฑ์ไม่ต้อง ตามสบายไทยแลนด์ ยังไม่พอ หนังกำลังจะออกฉาย "พระเครื่อง" นี่ก็ส่งสัญญาน พระไทยโกอินเตอร์น่ะมรึง ล่อกันที องค์ละ 20 ล้าน แท้ ปลอม ใครพิสูจน์? แต่ที่แน่ๆ ฟอกเงินกันมันส์ ใครคิดแผนนี้ล่ะ? เหี้ยมันก็คอยจะจ้องแต่ฟอกเงิน แปลว่าธุรกิจสีเทา มันโตเร็วเกินไป เงินมี แต่ใช้ไม่ได้ ต้องเอามาฟอกก่อนจ๊ะ? กาสิโอ๊ะ ไม่ได้เปิดดอก อย่ากังวล มันผิดกฎหมายมาตั้งแต่ต้น หากมันทำได้ คงมีไปนานแล้ว สังคมไทยเริ่มตระหนักถึงพิษร้ายของสิ่งอบายมุก ส่วนควายไทย เอาหมด หากสดชื่น จ่ายสด งดเชื่อ เบื่อทวง กู YES ทันที สุดท้าย สิ่งเดียวที่ยังค้ำจุนจิตใจคนไทยอยู่ ณ ตอนนี้ นอกจากเรื่องเหี้ยๆ บัดซบทั้งหลาย คงเหลือแต่ "หวย" ความหวังของคนทั้งชาติ ใครบอก คนไทยไม่ติดการพนัน กูเถียงใจขาด? 555+

    ปล.ไอ้สัส! เป็นไง ราคาคุย? ออกตัวเกียร์ 5 แรงจัด จุดจบเกียร์ถอยหลัง เพียง 72 ชั่วโมง กระจอกกว่าที่คิด กองเรือเหี้ยกระจุย กระจาย แตกทัพหนีหางจุกตูดตามเดิม โดนจัดหนัก โดรนพิฆาต ขีปนาวุธร่อน ล่อเป้าอย่างเมามันส์ อีทรัมปป์หน้าแหกยับ ช่วยด้วยเจ้านาย? เยเมนประกาศลั่น 600000 ตรีน พร้อมรอกระตืบมรึงอยู่ มาให้ไว ส่งมาอีก กำลังเครื่องร้อน? ช็อคแดร๊ก! อีทรัมปป์ประกาศกำแพงภาษีวันเดียว ตลาดหุ้นร่วง แดงทั้งกระดาน โลกเมินสหรัฐ หันไปค้าขายกันเอง กูล่ะเบื่อมรึงฉิบหาย? ทั้งหมดที่มรึงทำ ก็เพื่อโดดเดี่ยวอเมริกาสิน่ะ แตกแผ่นดิน แยกกันไปเลย อีลา อีช้าง อยู่ร่วมแผ่นดินกันไม่ได้อีกต่อไป CIVIL WAR จะมา ก็เมื่อปากท้องควายมันร้องไงล่ะ? กระแสเรียกแขกมาเต็ม พรรคเพื่อพ่อมรึง ตายคาตรีนโซเชี่ยล สับแหลกตามฟอร์ม มันไม่สนดอกว่าอะไรจะเกิดขึ้น เป้าหมายเดียวที่รับงานอียิวเหี้ยมา คือทำลายความสามัคคีคนในชาติ เหมือนที่มรึงทำมาสำเร็จเมื่อ 17 ปีก่อน แบ่งคน กับควาย แยกจากกัน แต่วันนึง ควายจะกลับมาอยู่กับคนอีกครั้ง เพราะไม่มีที่ไป? อีมาครง ห้าวเป้ง ใบสั่งเยรูซาเล็ม ประกาศท้ารบสงครามการค้ากับอีทรัมปป์ ดึง EU ฉิบหายตามกัน หลังไม่มีจะแดร๊กมานานแล้ว ฝั่งยุโรปตะวันออกเตรียมยิ้ม กูกลับบ้านดีกว่า อยู่กับพวกมรึงมีแต่เสนียดจัญไร? อีเบียร์หมดสภาพ เงินคงคลังแทบไม่เหลือ หมดไปกับค่าพลังงานควายล้ม ไม่ต้องทำมาหาแดร๊กอะไรอีกแล้ว เชิญมรึงไปตายในสงครามปาหี่ต่อเหอะ ไอ้สัส! มากันหย่าย ชี้เป้าเหรอจ๊ะ รอยเลื่อนใต้ รอยเลื่อนเหนือ รอยเลื่อนอีสาน เอาที่สบายใจล่ะกัน ไอ้สัส! ชงให้สื่อตีกันนัว เพื่อข่มขวัญ เพื่อชี้เป้า ว่าใครคือรายต่อไปสิน่ะ? สงครามปราสาทแดร๊กมีจริง กูถามจริงเหอะ ใครอยู่มาเป็น 100 ปี มีแบบนี้กี่ครั้ง แล้วเวลามันมา มันจะบอกมรึงล่วงหน้าด้วยน่ะเนี่ย โง่กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว? แค่ปิดกงศุลเหี้ยที่เชียงใหม่ ไทยปลอดภัยทันที เรื่องง่ายๆ ที่ผู้ใหญ่ไม่ทำ ไม่เอา เพราะควายไม่ตายก่อน แผ่นดินจะสูงขึ้นได้อย่างไร? โปรดเข้าใจ ศรีธนญชัยบ้าง!

    หมี CNN(เมษาเลือด ยังมีอะไรรอช็อคอยู่อีกเยอะ เพราะดวงเมืองมันมาถึงสุดทางแล้วจ๊ะ มันต้องระเบิดออก มันต้องปะทะ ดวงเมืองต้องใช้โลหิตเหี้ยและควายไทยบัดซบล้างตรีนผู้กอบกู้แผ่นดิน ล้างมนต์สะกดเหี้ย และสิ่งอัปรียจัญไรทั้งหลายให้ออกไปจากดินแดนสุวรรณภูมิ ไม่เขื่อ อย่าลบหลู่ มีเหี้ยเล่นของใส่วัง เล่นของใส่ศาลหลักเมือง แต่เบื้องบนเค้ารู้ แก้ปุ๊บทันที ส่งเสนียดย้อนกลับตัวคนทำทันที ไม่รู้ว่ามีแบบนี้ด้วย จนพรรคพวก ขาไสยศาสตร์ ชี้เป้าให้ดวงตาเห็นธรรม ของจากอีขะแมร์ทั้งนั้น ของพม่าไม่เท่าไหร่ ศาสตรารบ การศึก พิธีกรรม คือเรื่องมองข้ามไม่ได้เลย เอาล่ะจิ แสงทำงานเต็มกำลัง ความชั่วมืดบอดทั้งหลาย มรึงตายห่าคาตรีนแน่)
    04 เมษายน 68
    17.45 น.

    ------------------------------------------------------------------------—
    เข้าถ้ำ RONIN คลิกที่ LINK ตามนี้ : https://line.me/R/ti/p/@mheecnn

    หรือเข้า LINE OFFICIAL ACCOUNT
    https://voom-studio.line.biz/account/@hfs0310u/voom หรือเสิร์หหาใน LINE ได้ที่ @hfs0310u

    **เพจหลักของหมี CNN คือ**
    https://www.minds.com/mheecnn2/

    เพจ VK ของรัสเซีย พิมคำว่า Frank Mheecnn
    www.vk.com/id448335733

    **เพจหมี CNN ใน Twitter ตัวใหม่ล่าสุด!**
    https://twitter.com/CnnMhee

    **เพจหมี CNN ใน FB ห้องปิด ตัวใหม่ล่าสุด(2568)**
    ชื่อเพจ "SUBPRAYUTH THALUFAH" สัปยุทธ ทะลุฟ้า
    https://www.facebook.com/profile.php?id=61573193903186
    04-04-68/04 : หมี CNN / "FRIDAY JASON" ศุกร์ สยิวกิ้ว! EP13 อย่าคิดว่าคนไม่รู้ทันมรึง อีเหลี่ยมจัด! อยู่ดีดี จัดวาระแทรก "กาสิโอ๊ะ" เพื่อเรียกแขกเพื่อ? สับขาหลอก เบี่ยงเบนประเด็นกงศุลเหี้ยที่เชียงใหม่..พ่องดิ? หลังแผ่นดินไหว หลายฝ่ายจับโป๊ะ 9/11 ใครกำกับ MADE IN C HIA ก่อนมรึงจะสาวไส้ไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังฝังระเบิดรากฐานตึกสตง. ชิงตัดตอนก่อนด้วย "กาสิโอ๊ะ" งานเผาน่ะมรึง? ล่อ คปท.ช่วยออกมาไล่ ในทางกลับกัน มรึงยิ่งเปิดเผยโฉมหน้าแท้จริงออกมา ยิ่งดิ้น ยิ่งหลุด รู้หรือไม่ กลุ่มคปท.(เฉพาะกิจ) มีเพ่น้องเสื้อแดง เข้าร่วมด้วย กลายร่างเป็นเสื้อหลากสี เค้าจะไปเอาคืนมรึงที่ตอแหลทั้งตระกูล หน่วยข่าวกรองเค้ารู้นานแล้ว ว่าจะมีการก่อวินาศกรรมในกทม. โดยอาศัย HAARP นำ แล้วจัดฉากระเบิดตึก เหมือนที่มรึงทำให้นิวยอร์คนั่นแหละ เป้าหมายให้สภาไปวนอยู่ในอ่างที่มรึงเตรียมรอไว้ กู้ภัย หน่วยแพทย์ทำงาน เป้าหมายเดียว ยิงปืนนัดเดียว เหี้ยได้เกิดเป็นฝูง 1.ทำลายเศรษฐกิจอาเซียน 2.สร้างสถานการณ์เบิกงบแดร๊กต่อ 3.บิดเบือน ปิดบังการมีอยู่จริงของกงศุลเหี้ยที่เชียงใหม่ ที่ซ่อนไอ้เครื่องเหี้ยเอาไว้ 4.สร้างความตื่นตระหนก เพิ่มอำนาจต่อรองให้วอชิงตัน ไม่อยากโดนอีก สวามิภักดิ์กูซะ 5.ส่งสัญญาน WWIII ท้าทายจีน รัสเซีย สั่งสอนชาติอาเซียนที่ปั่นใจ ลองมาดูฝั่งขั้วใหม่กันบ้าง จีนใช้โอกาสนี้ คุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ในอโยธยา ถึงเวลารึยัง? ที่ต้องจริงจังกับการปราบปรามคอรัปชั่นทั้งแผ่นดิน ศรีธนญชัยเงียบ พูดแค่สั้นๆ "รอเปลี่ยนหัวก่อน" เอาให้เหี้ยหนีตายเผ่นออกนอกให้หมด ทุกอย่างจะ RE-SET 0 ทันที โดยเฉพาะต้นน้ำขบวนการยุติธรรมที่มันเหี้ยกันจนสุดซอย ประชาชนไร้ที่พึ่งพิง ภาคประชาชนต้องออกมาทำหน้าที่แทนอีตำหนวด เพราะแดร๊กภาษีประชาชนแต่ทำงานให้เหี้ยทุนสีเทาทั้งโลก ความสวยงามจะเกิดขึ้นได้ ด้วยความสามัคคี พ่อสอนเอาไว้ จำได้มั้ย? เมื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน ไม่มีสีอื่นใด นอกจากสีธงไตร์รงค์แล้วไซร้ ควายจะกลายร่าง สิตจะกลับคืนมา แล้วเวลาของเหี้ยจะสิ้นสุดลง หอคอยเค้ารอเวลาที่ใช่ จังหวะที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียโดยใช่เหตุ เงื่อนไขเดียวที่วังยอมไฟเขียว คือความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชน หากใครแตะต้องสิ่งนี้ กองทัพจะออกมาเคลียร์ปัญหาทั้งหมดให้เอง โดยที่อีกากีเสนียดจัญไร จะถูกพักงานทันที ซื้อตำแหน่งมา แล้วใครมันจะทำเพื่อประชาชนแท้จริง เข้ามาก็ถอนทุนคืน หมายังรู้? อยู่ดีดี อีโมดี้จะมาเยือนไทย ใครสั่งรึจ๊ะ? งัดกันอยู่ ด้วยแรงมหาอำนาจโลก อีโมดี้มา ต้องมีเรื่องขอร้อง มันไม่มาเสียเวลาที่นี่ดอก หากไม่จำเป็น เดาไม่ยาก จีนสร้างเส้นทางสายไหมผ่านไทย อีแขกภาระตะก็ไม่ยอมสิจ๊ะ เดี๋ยวสร้างเส้นทางโรตีผ่านไทยบ้าง เอาให้มันชัดไปเลย จะแดร๊กโรตี หรือจะแดร๊กเป็ดปักกิ่ง เลือกเอา? ใครสั่งให้มรึงเข้าหากันล่ะ ทุกวันนี้ อีแขกภาระตะเสียหมาไปยกใหญ่ หลังเสือกหน้าด้านอยู่ทั้ง BRICS และกระโดดไปอยู่กลุ่มความมั่นคงแปซิฟิคของเหี้ย มันย้อนแย้งกันมั้ยล่ะ? ลีลาอีแขกภาระตะไม่มีอะไรมาก เต้นไป รำไป 10 บาทไป 120 บาทมา หาแดร๊กกับดอกเบี้ย อาเซียนไทยคือฮับ จุดยุทธศาสตร์หลักสำคัญ นี่คือเรื่องการถ่วงดุลอำนาจ ช่วงหลังจีนไม่ทนกับความเน่าเฟะของข้าราชการไทย เพราะมรึงทำความเสียหายต่อภูมิภาค ไม่ใช่แค่แผ่นดินสยามเท่านั้น แผนใครล่ะ? อีโมดี้ หางโผล่ทันที เตรียมเสนอขายอาวุธให้ไทยด้วย ขอซ้อมรบด้วย นั่นแค่หน้าฉาก หลังฉากคือเส้นทางการค้า และโลจิสติคที่อีแขกต้องใช้ไทยในอนาคต หากมหาสมุทรอินเดียมีภัยเกิดขึ้น กูก็ต้องมีทางออกเช่นกัน เพราะทุกวันนี้ เหี้ยพยายามปิดช่องมหาสมุทรอินเดียไม่ให้จีนออกได้นั่นเอง แต่สายไปเสียแล้ว หยวนดิจิตอลกำลังจะมา อีแขกไม่รอช้า เอา รูปีดิจิตอลมั้ยจ๊ะ เพราะไทยบาทเสถียรที่สุดในบรรดาค่าเงินอาเซียน ไม่นับอีลอดช่อง ที่เหี้ยวอชิงตันแบ็คอัพอยู่ ค่าเงินแข็งโป๊ก เพราะผูกกับดอลล่าร์ไงล่ะ ลองย้ายออกสิ ตกทันที หมายังรู้? รอดูละครอีโมดี้ เยือนไทย มันไม่ธรรมดาดอก มาตอนนี้ เพราะถูกเร่งให้มาหา ใครหนอ ที่สั่งมรึงได้? ประโคมกันหย่าย "ยักษ์ตื่น" เดี๋ยวมีแผ่นดินไหวมาอีก อยู่เป็น 100 ปี มีไม่บ่อย มาไม่มาก ทำไมเฉพาะช่วงนี้ วิกฤตขาลงเหี้ย มาถี่ยับล่ะ? มันใช่ธรรมชาติเหรอ? มันสั่งได้เหรอ? เครื่องฝังอยู่เชียงใหม่เหรอ? หน่วยข่าวกรองรู้ตัวคนสั่งแล้ว รู้ที่ซ่อนเครื่องจักรสังหารแล้ว แล้วยังไงต่อ? แกล้งหลับต่อเหรอ? จีนก็มีทีเด็ดเหมือนกัน ระวังเดี๋ยวมรึงอาจร้องเสียงหลง หากอีหินเหลืองเกิดสำลักควันขึ้นมา ไอรุนแรงหนักที่สุดในรอบ 100 ปี อันนี้ ช่วยไม่ได้ เพราะมรึงแกว่งเท้าหาเสี้ยนเอง อะไรน่ะ แผนเปลี่ยนเมืองหลวงอโยธยา จากบางกอก เป็นโคราช จริงดิ? อนาคต ใครบอกมรึงว่าอโยธยาจะมีเมืองหลวงแค่แห่งเดียวกันล่ะ? ทุกอย่างมันมีเหตุและผล และเค้าเตรียมการล่วงหน้าเอาไว้แล้ว ถึงได้ทำรถไฟฟ้าความเร็วสูงเข้าอีสาน แต่ในขณะที่ ถนนสู่ภาคใต้ พังแล้วพังอีก มันมีนัยยะแฝงเสมอ ไม่มีอะไรหลบซ่อนในกอไผ่ได้นานดอกน่ะ อีสานจะกลายเป็นฮับด้านคมนาคม โลจิสติค ภาคใต้คือฮับพลังงาน ภาคเหนือคือฮับท่องเที่ยว ภาคกลางคือฮับศูนย์กลางอาหารโลก ทุกอย่างมีพิมพ์เขียว โลกกำหนดทิศทางไทย เราจะอยู่กันอย่างไร อยู่ที่การตัดสินครั้งสำคัญนี้ เมื่อการเปลี่ยนแปลงเข้ามา เราต้องแน่วแน่เด็ดขาด ว่าจะเดินไปทิศทางไหน เราเสียเวลากับปชต.ตอแหลมากว่า 93 ปีแล้ว จากนี้ คือเดินในแบบที่เป็นของตัวเราเองได้ แต่ต้องทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ก่อน ทุกอย่างที่พูดถึงจะเกิดขึ้นได้จริง การต่อสู้ของขั้วอำนาจโลก ที่แฝงตัวอยู่ในไทย จะทำให้เกิดแรงต่อต้านของสังคมวงกว้าง ใครจะหลอกใช้เราก็ดี หรือจะดันเราขึ้นสู่เวทีโลกก็ดี ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น อยากจะเกิด หรืออยากจะดับกันล่ะ? ไวรัลทั่วโลก SOFT POWER ไทยมาเต็ม เกณฑ์ไทย ฮาแตกที่สุดใน 3 โลก มาหมด พระ สาว(สอง) กองเชียร์ ชุดใหญ่ไฟกระพริบ นี่มันงานคอนเสริต์เหรอ? ฝรั่งงง.. หเกิดแผ่นดินไหว รถติดกันทั้งกทม. คนขับ TAXI ปวดขี้ ถามฝรั่ง "ขับเป็นบ่?" YES ปุ๊บ มรึงมาขับ กูจะไปขี้ ฝรั่งอึ้ง เกิดมาเพิ่งเคยเจอ ไอ้สัส! ถ่ายคลิปเล่าประสบการณ์ AMAZING THAILAND นี่แหละ เสน่ห์ของไทย วิถีไทย อะไรก็ได้ กฎเกณฑ์ไม่ต้อง ตามสบายไทยแลนด์ ยังไม่พอ หนังกำลังจะออกฉาย "พระเครื่อง" นี่ก็ส่งสัญญาน พระไทยโกอินเตอร์น่ะมรึง ล่อกันที องค์ละ 20 ล้าน แท้ ปลอม ใครพิสูจน์? แต่ที่แน่ๆ ฟอกเงินกันมันส์ ใครคิดแผนนี้ล่ะ? เหี้ยมันก็คอยจะจ้องแต่ฟอกเงิน แปลว่าธุรกิจสีเทา มันโตเร็วเกินไป เงินมี แต่ใช้ไม่ได้ ต้องเอามาฟอกก่อนจ๊ะ? กาสิโอ๊ะ ไม่ได้เปิดดอก อย่ากังวล มันผิดกฎหมายมาตั้งแต่ต้น หากมันทำได้ คงมีไปนานแล้ว สังคมไทยเริ่มตระหนักถึงพิษร้ายของสิ่งอบายมุก ส่วนควายไทย เอาหมด หากสดชื่น จ่ายสด งดเชื่อ เบื่อทวง กู YES ทันที สุดท้าย สิ่งเดียวที่ยังค้ำจุนจิตใจคนไทยอยู่ ณ ตอนนี้ นอกจากเรื่องเหี้ยๆ บัดซบทั้งหลาย คงเหลือแต่ "หวย" ความหวังของคนทั้งชาติ ใครบอก คนไทยไม่ติดการพนัน กูเถียงใจขาด? 555+ ปล.ไอ้สัส! เป็นไง ราคาคุย? ออกตัวเกียร์ 5 แรงจัด จุดจบเกียร์ถอยหลัง เพียง 72 ชั่วโมง กระจอกกว่าที่คิด กองเรือเหี้ยกระจุย กระจาย แตกทัพหนีหางจุกตูดตามเดิม โดนจัดหนัก โดรนพิฆาต ขีปนาวุธร่อน ล่อเป้าอย่างเมามันส์ อีทรัมปป์หน้าแหกยับ ช่วยด้วยเจ้านาย? เยเมนประกาศลั่น 600000 ตรีน พร้อมรอกระตืบมรึงอยู่ มาให้ไว ส่งมาอีก กำลังเครื่องร้อน? ช็อคแดร๊ก! อีทรัมปป์ประกาศกำแพงภาษีวันเดียว ตลาดหุ้นร่วง แดงทั้งกระดาน โลกเมินสหรัฐ หันไปค้าขายกันเอง กูล่ะเบื่อมรึงฉิบหาย? ทั้งหมดที่มรึงทำ ก็เพื่อโดดเดี่ยวอเมริกาสิน่ะ แตกแผ่นดิน แยกกันไปเลย อีลา อีช้าง อยู่ร่วมแผ่นดินกันไม่ได้อีกต่อไป CIVIL WAR จะมา ก็เมื่อปากท้องควายมันร้องไงล่ะ? กระแสเรียกแขกมาเต็ม พรรคเพื่อพ่อมรึง ตายคาตรีนโซเชี่ยล สับแหลกตามฟอร์ม มันไม่สนดอกว่าอะไรจะเกิดขึ้น เป้าหมายเดียวที่รับงานอียิวเหี้ยมา คือทำลายความสามัคคีคนในชาติ เหมือนที่มรึงทำมาสำเร็จเมื่อ 17 ปีก่อน แบ่งคน กับควาย แยกจากกัน แต่วันนึง ควายจะกลับมาอยู่กับคนอีกครั้ง เพราะไม่มีที่ไป? อีมาครง ห้าวเป้ง ใบสั่งเยรูซาเล็ม ประกาศท้ารบสงครามการค้ากับอีทรัมปป์ ดึง EU ฉิบหายตามกัน หลังไม่มีจะแดร๊กมานานแล้ว ฝั่งยุโรปตะวันออกเตรียมยิ้ม กูกลับบ้านดีกว่า อยู่กับพวกมรึงมีแต่เสนียดจัญไร? อีเบียร์หมดสภาพ เงินคงคลังแทบไม่เหลือ หมดไปกับค่าพลังงานควายล้ม ไม่ต้องทำมาหาแดร๊กอะไรอีกแล้ว เชิญมรึงไปตายในสงครามปาหี่ต่อเหอะ ไอ้สัส! มากันหย่าย ชี้เป้าเหรอจ๊ะ รอยเลื่อนใต้ รอยเลื่อนเหนือ รอยเลื่อนอีสาน เอาที่สบายใจล่ะกัน ไอ้สัส! ชงให้สื่อตีกันนัว เพื่อข่มขวัญ เพื่อชี้เป้า ว่าใครคือรายต่อไปสิน่ะ? สงครามปราสาทแดร๊กมีจริง กูถามจริงเหอะ ใครอยู่มาเป็น 100 ปี มีแบบนี้กี่ครั้ง แล้วเวลามันมา มันจะบอกมรึงล่วงหน้าด้วยน่ะเนี่ย โง่กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว? แค่ปิดกงศุลเหี้ยที่เชียงใหม่ ไทยปลอดภัยทันที เรื่องง่ายๆ ที่ผู้ใหญ่ไม่ทำ ไม่เอา เพราะควายไม่ตายก่อน แผ่นดินจะสูงขึ้นได้อย่างไร? โปรดเข้าใจ ศรีธนญชัยบ้าง! หมี CNN(เมษาเลือด ยังมีอะไรรอช็อคอยู่อีกเยอะ เพราะดวงเมืองมันมาถึงสุดทางแล้วจ๊ะ มันต้องระเบิดออก มันต้องปะทะ ดวงเมืองต้องใช้โลหิตเหี้ยและควายไทยบัดซบล้างตรีนผู้กอบกู้แผ่นดิน ล้างมนต์สะกดเหี้ย และสิ่งอัปรียจัญไรทั้งหลายให้ออกไปจากดินแดนสุวรรณภูมิ ไม่เขื่อ อย่าลบหลู่ มีเหี้ยเล่นของใส่วัง เล่นของใส่ศาลหลักเมือง แต่เบื้องบนเค้ารู้ แก้ปุ๊บทันที ส่งเสนียดย้อนกลับตัวคนทำทันที ไม่รู้ว่ามีแบบนี้ด้วย จนพรรคพวก ขาไสยศาสตร์ ชี้เป้าให้ดวงตาเห็นธรรม ของจากอีขะแมร์ทั้งนั้น ของพม่าไม่เท่าไหร่ ศาสตรารบ การศึก พิธีกรรม คือเรื่องมองข้ามไม่ได้เลย เอาล่ะจิ แสงทำงานเต็มกำลัง ความชั่วมืดบอดทั้งหลาย มรึงตายห่าคาตรีนแน่) 04 เมษายน 68 17.45 น. ------------------------------------------------------------------------— เข้าถ้ำ RONIN คลิกที่ LINK ตามนี้ : https://line.me/R/ti/p/@mheecnn หรือเข้า LINE OFFICIAL ACCOUNT https://voom-studio.line.biz/account/@hfs0310u/voom หรือเสิร์หหาใน LINE ได้ที่ @hfs0310u **เพจหลักของหมี CNN คือ** https://www.minds.com/mheecnn2/ เพจ VK ของรัสเซีย พิมคำว่า Frank Mheecnn www.vk.com/id448335733 **เพจหมี CNN ใน Twitter ตัวใหม่ล่าสุด!** https://twitter.com/CnnMhee **เพจหมี CNN ใน FB ห้องปิด ตัวใหม่ล่าสุด(2568)** ชื่อเพจ "SUBPRAYUTH THALUFAH" สัปยุทธ ทะลุฟ้า https://www.facebook.com/profile.php?id=61573193903186
    LINE.ME
    title
    description
    0 Comments 0 Shares 81 Views 0 Reviews
  • การพังถล่มของตึกสูงแห่งหนึ่งในสร้างโดยบริษัทจีนในกรุงเทพฯ ได้รื้อฟื้นความกังวลที่มีมานานเกี่ยวกับความปลอดภัยในการก่อสร้างและศักยภาพของปักกิ่งในการควบคุมมาตรฐานคุณภาพของโครงการทั้งหลายในต่างแดน อย่างไรก็ตามในจีนแผ่นดินใหญ่ เสียงวิพาษ์วิจารณ์ดังกล่าวได้หายวับไปอย่างรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์แดนมังกร ตามรายงานของเรดิโอฟรีเอเชีย
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000031265
    การพังถล่มของตึกสูงแห่งหนึ่งในสร้างโดยบริษัทจีนในกรุงเทพฯ ได้รื้อฟื้นความกังวลที่มีมานานเกี่ยวกับความปลอดภัยในการก่อสร้างและศักยภาพของปักกิ่งในการควบคุมมาตรฐานคุณภาพของโครงการทั้งหลายในต่างแดน อย่างไรก็ตามในจีนแผ่นดินใหญ่ เสียงวิพาษ์วิจารณ์ดังกล่าวได้หายวับไปอย่างรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์แดนมังกร ตามรายงานของเรดิโอฟรีเอเชีย . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000031265
    Like
    Haha
    6
    0 Comments 0 Shares 1090 Views 0 Reviews
  • หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว RIA Novosti เกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ของจีนและมุมมองของปักกิ่งเกี่ยวกับนโยบายปลดอาวุธ ระหว่างเยือนมอสโก ประเทศรัสเซีย

    ➡️ จีนยึดมั่นในยุทธศาสตร์การป้องกันตนเองด้วยอาวุธนิวเคลียร์ และไม่เคยมีเจตนาแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์กับประเทศใด

    ➡️ ปักกิ่งยังคงรักษาคลังอาวุธนิวเคลียร์ในระดับต่ำเท่าที่จำเป็นสำหรับความมั่นคงของชาติ

    ➡️ กองกำลังนิวเคลียร์ของจีน นับว่ามีส่วนสนับสนุนที่สำคัญต่อสันติภาพของโลก

    ➡️ การปลดอาวุธนิวเคลียร์ต้องดำเนินการเป็นขั้นตอน และยึดตามหลักการไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อความมั่นคงของจีนและของประเทศใด


    ➡️ จำนวนอาวุธนิวเคลียร์ของจีนยังห่างไกลจากจำนวนที่สหรัฐอเมริกาครอบครองไว้อย่างที่ไม่สามารถมาเปรียบเทียบกันได้

    ➡️ ข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ให้จีนเข้าร่วมการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์นั้นไม่ยุติธรรมและไม่สมจริง

    ➡️ สหรัฐฯ ต้องลดบทบาทของอาวุธนิวเคลียร์ในนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ หยุดสร้าง "พันธมิตรนิวเคลียร์" การป้องกันขีปนาวุธระดับโลก และติดตั้งขีปนาวุธภาคพื้นดินพิสัยกลางและกองกำลังยุทธศาสตร์อื่น ๆ ใกล้ชายแดนประเทศอื่นได้แล้ว
    หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว RIA Novosti เกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ของจีนและมุมมองของปักกิ่งเกี่ยวกับนโยบายปลดอาวุธ ระหว่างเยือนมอสโก ประเทศรัสเซีย ➡️ จีนยึดมั่นในยุทธศาสตร์การป้องกันตนเองด้วยอาวุธนิวเคลียร์ และไม่เคยมีเจตนาแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์กับประเทศใด ➡️ ปักกิ่งยังคงรักษาคลังอาวุธนิวเคลียร์ในระดับต่ำเท่าที่จำเป็นสำหรับความมั่นคงของชาติ ➡️ กองกำลังนิวเคลียร์ของจีน นับว่ามีส่วนสนับสนุนที่สำคัญต่อสันติภาพของโลก ➡️ การปลดอาวุธนิวเคลียร์ต้องดำเนินการเป็นขั้นตอน และยึดตามหลักการไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อความมั่นคงของจีนและของประเทศใด ➡️ จำนวนอาวุธนิวเคลียร์ของจีนยังห่างไกลจากจำนวนที่สหรัฐอเมริกาครอบครองไว้อย่างที่ไม่สามารถมาเปรียบเทียบกันได้ ➡️ ข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ให้จีนเข้าร่วมการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์นั้นไม่ยุติธรรมและไม่สมจริง ➡️ สหรัฐฯ ต้องลดบทบาทของอาวุธนิวเคลียร์ในนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ หยุดสร้าง "พันธมิตรนิวเคลียร์" การป้องกันขีปนาวุธระดับโลก และติดตั้งขีปนาวุธภาคพื้นดินพิสัยกลางและกองกำลังยุทธศาสตร์อื่น ๆ ใกล้ชายแดนประเทศอื่นได้แล้ว
    0 Comments 0 Shares 214 Views 0 Reviews
  • คาดว่าประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนจะเดินทางเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเดือนหน้า ขณะที่ปักกิ่งเร่งดำเนินการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในช่วงรัฐบาลชุดที่สองของโดนัลด์ ทรัมป์แหล่งข่าวทางการทูตระบุว่า สีจิ้นผิงมีแนวโน้มที่จะออกเดินทางในช่วงกลางเดือนเมษายน โดยแวะพักที่เวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชา แหล่งข่าวรายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่ามีแผนให้ผู้นำจีนใช้เวลา 3 วันในมาเลเซียแหล่งข่าวอีกรายซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อเช่นกัน กล่าวว่าการเยือนมาเลเซียครั้งนี้จะสานต่อจากการพบปะระหว่างสีจิ้นผิงกับนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมที่ปักกิ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แหล่งข่าวเสริมว่าการเดินทางครั้งนี้ "จะดีอย่างแน่นอน" สำหรับการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีการเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งนี้จะถือเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของสีจิ้นผิงในปีนี้ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จีนกำลังผลักดันให้สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแสดงตนเป็นหุ้นส่วนระดับภูมิภาคที่น่าเชื่อถือและมีความรับผิดชอบนอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของวอชิงตันที่มีต่อภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทรัมป์ดูเหมือนจะตั้งคำถามถึงคุณค่าของพันธมิตรและหุ้นส่วนทางประวัติศาสตร์ของตนจีนมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นและมั่นคงกับภูมิภาคนี้ แต่จีนยังมีข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับหลายประเทศมายาวนานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนในทะเลจีนใต้
    คาดว่าประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนจะเดินทางเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเดือนหน้า ขณะที่ปักกิ่งเร่งดำเนินการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในช่วงรัฐบาลชุดที่สองของโดนัลด์ ทรัมป์แหล่งข่าวทางการทูตระบุว่า สีจิ้นผิงมีแนวโน้มที่จะออกเดินทางในช่วงกลางเดือนเมษายน โดยแวะพักที่เวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชา แหล่งข่าวรายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่ามีแผนให้ผู้นำจีนใช้เวลา 3 วันในมาเลเซียแหล่งข่าวอีกรายซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อเช่นกัน กล่าวว่าการเยือนมาเลเซียครั้งนี้จะสานต่อจากการพบปะระหว่างสีจิ้นผิงกับนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมที่ปักกิ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แหล่งข่าวเสริมว่าการเดินทางครั้งนี้ "จะดีอย่างแน่นอน" สำหรับการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีการเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งนี้จะถือเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของสีจิ้นผิงในปีนี้ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จีนกำลังผลักดันให้สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแสดงตนเป็นหุ้นส่วนระดับภูมิภาคที่น่าเชื่อถือและมีความรับผิดชอบนอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของวอชิงตันที่มีต่อภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทรัมป์ดูเหมือนจะตั้งคำถามถึงคุณค่าของพันธมิตรและหุ้นส่วนทางประวัติศาสตร์ของตนจีนมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นและมั่นคงกับภูมิภาคนี้ แต่จีนยังมีข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับหลายประเทศมายาวนานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนในทะเลจีนใต้
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 219 Views 0 Reviews
  • SiCarrier Technologies จากจีนกำลังก้าวสู่เวทีเซมิคอนดักเตอร์โลกด้วยการนำเสนอเครื่องมือการผลิตที่ครบวงจร ซึ่งอาจช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากตะวันตก ความเชื่อมโยงกับ Huawei และการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนช่วยให้บริษัทพัฒนานวัตกรรมได้รวดเร็ว แม้ต้องใช้เวลาเพื่อพิสูจน์ความสามารถของอุปกรณ์ แต่ก้าวนี้สะท้อนถึงความทะเยอทะยานของจีนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

    เครือข่ายการวิจัยและพัฒนา:
    - บริษัทมีศูนย์วิจัยในเมืองสำคัญของจีน เช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และซีอาน รวมถึงทีมวิศวกรจากบริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น ASML และ Applied Materials.

    อุปกรณ์ที่โดดเด่น:
    - SiCarrier นำเสนอเครื่องมือที่สามารถทำงานในกระบวนการหลากหลาย เช่น การเคลือบด้วยวิธี ALD, CVD, PVD รวมถึงอุปกรณ์ตรวจสอบ เช่น กล้องจุลทรรศน์กำลังอะตอม (AFM) และเครื่องวัดความหนาของฟิล์ม.

    แผนการสร้างระบบที่เป็นเอกเทศ:
    - SiCarrier อาจร่วมมือกับ Huawei เพื่อสร้างกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้เฉพาะเครื่องมือจากจีน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายปีก่อนที่โรงงานดังกล่าวจะพร้อมใช้งาน.

    ความท้าทาย:
    - ยังไม่ชัดเจนว่าอุปกรณ์ที่นำเสนอสามารถใช้งานร่วมกับระบบการผลิตที่มีอยู่ หรือมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการผลิตระดับอุตสาหกรรมหรือไม่.

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/chinas-sicarrier-challenges-u-s-and-eu-with-full-spectrum-of-chipmaking-equipment-huawei-linked-firm-makes-an-impressive-debut
    SiCarrier Technologies จากจีนกำลังก้าวสู่เวทีเซมิคอนดักเตอร์โลกด้วยการนำเสนอเครื่องมือการผลิตที่ครบวงจร ซึ่งอาจช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากตะวันตก ความเชื่อมโยงกับ Huawei และการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนช่วยให้บริษัทพัฒนานวัตกรรมได้รวดเร็ว แม้ต้องใช้เวลาเพื่อพิสูจน์ความสามารถของอุปกรณ์ แต่ก้าวนี้สะท้อนถึงความทะเยอทะยานของจีนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เครือข่ายการวิจัยและพัฒนา: - บริษัทมีศูนย์วิจัยในเมืองสำคัญของจีน เช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และซีอาน รวมถึงทีมวิศวกรจากบริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น ASML และ Applied Materials. อุปกรณ์ที่โดดเด่น: - SiCarrier นำเสนอเครื่องมือที่สามารถทำงานในกระบวนการหลากหลาย เช่น การเคลือบด้วยวิธี ALD, CVD, PVD รวมถึงอุปกรณ์ตรวจสอบ เช่น กล้องจุลทรรศน์กำลังอะตอม (AFM) และเครื่องวัดความหนาของฟิล์ม. แผนการสร้างระบบที่เป็นเอกเทศ: - SiCarrier อาจร่วมมือกับ Huawei เพื่อสร้างกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้เฉพาะเครื่องมือจากจีน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายปีก่อนที่โรงงานดังกล่าวจะพร้อมใช้งาน. ความท้าทาย: - ยังไม่ชัดเจนว่าอุปกรณ์ที่นำเสนอสามารถใช้งานร่วมกับระบบการผลิตที่มีอยู่ หรือมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการผลิตระดับอุตสาหกรรมหรือไม่. https://www.tomshardware.com/tech-industry/chinas-sicarrier-challenges-u-s-and-eu-with-full-spectrum-of-chipmaking-equipment-huawei-linked-firm-makes-an-impressive-debut
    0 Comments 0 Shares 280 Views 0 Reviews
  • รัฐบาล #จีน มีคำสั่งไปยังรัฐวิสากิจทั้งหมดให้ระงับการทำข้อตกลงทางธุรกิจใหม่ๆ กับบริษัทที่เชื่อมโยงกับครอบครัวของ ลี กาชิง (Li Ka-shing) อภิมหาเศรษฐีชาวฮ่องกง หลังจากที่เจ้าสัวคนดังรายนี้ยอมขายกิจการท่าเรือ 2 แห่งใน #คลองปานามา ให้กับกลุ่ม #BlackRock ของสหรัฐฯ ตามรายงานของสำนักข่าว Bloomberg.ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่ CK Hutchison ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทของ ลี ที่ดำเนินธุรกิจหลากหลายตั้งแต่โทรคมนาคมไปจนถึงค้าปลีกถูกรัฐบาลจีนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกรณีที่ไปยอมทำข้อตกลงขายท่าเรือให้กับบริษัทของสหรัฐฯ.CK Hutchison ซึ่งมีฐานอยู่ที่ฮ่องกงได้ตกลงขายกิจการท่าเรือเกือบทั้งหมดที่มีอยู่ทั่วโลก รวมถึงทรัพย์สินในจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างคลองปานามา ในดีลซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถระดมเงินสดได้มากกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ.รายงานของ Bloomberg วันนี้ (27 มี.ค.) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของปักกิ่งได้มีคำสั่งไปยังรัฐวิสาหกิจจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วให้ระงับการทำข้อตกลงทางธุรกิจใหม่ๆ กับกลุ่มบริษัทของตระกูล ลี กาชิง ทว่าคำสั่งนี้ไม่กระทบต่อข้อตกลงที่มีอยู่เดิม.รายงานระบุด้วยว่า หน่วยงานกำกับของจีนกำลังตรวจสอบการลงทุนของครอบครัว ลี กาชิง ทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่และต่างประเทศ เพื่อให้เข้าใจขอบเขตธุรกิจของพวกเขาดียิ่งขึ้น.ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ Ta Kung Pao ซึ่งเป็นสื่อโปรจีนในฮ่องกงได้ตีพิมพ์บทบรรณาธิการหลายฉบับวิพากษ์วิจารณ์ดีลขายท่าเรือของ CK Hutchison ว่าเป็นการทำลายผลประโยชน์ของชาติ และเป็นการทรยศต่อจีน.สำนักงานกิจการฮ่องกงและมาเก๊าของจีนได้รีโพสต์บทบรรณาธิการบางฉบับลงบนเว็บไซต์ของหน่วยงานด้วย ซึ่งทำให้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าปักกิ่งจะต้องดำเนินการบางอย่างเพื่อสกัดขัดขวางข้อตกลงนี้.แหล่งข่าวให้ข้อมูลกับรอยเตอร์ว่า หน่วยงานกำกับดูแลของจีนซึ่งได้รับคำสั่งมาจากคณะผู้นำส่วนกลางได้เริ่มตรวจสอบรายละเอียดของข้อตกลงขายท่าเรือคลองปานามาแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าปักกิ่งนั้นไม่พอใจที่ CK Hutchison ยอมถอนการลงทุนตามแรงกดดันของสหรัฐฯ.ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาแถลงชื่นชมข้อตกลงนี้ หลังจากที่เคยเรียกร้องให้ปลดปล่อยคลองปานามาจากอิทธิพลของจีน.ที่มา: รอยเตอร์
    รัฐบาล #จีน มีคำสั่งไปยังรัฐวิสากิจทั้งหมดให้ระงับการทำข้อตกลงทางธุรกิจใหม่ๆ กับบริษัทที่เชื่อมโยงกับครอบครัวของ ลี กาชิง (Li Ka-shing) อภิมหาเศรษฐีชาวฮ่องกง หลังจากที่เจ้าสัวคนดังรายนี้ยอมขายกิจการท่าเรือ 2 แห่งใน #คลองปานามา ให้กับกลุ่ม #BlackRock ของสหรัฐฯ ตามรายงานของสำนักข่าว Bloomberg.ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่ CK Hutchison ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทของ ลี ที่ดำเนินธุรกิจหลากหลายตั้งแต่โทรคมนาคมไปจนถึงค้าปลีกถูกรัฐบาลจีนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกรณีที่ไปยอมทำข้อตกลงขายท่าเรือให้กับบริษัทของสหรัฐฯ.CK Hutchison ซึ่งมีฐานอยู่ที่ฮ่องกงได้ตกลงขายกิจการท่าเรือเกือบทั้งหมดที่มีอยู่ทั่วโลก รวมถึงทรัพย์สินในจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างคลองปานามา ในดีลซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถระดมเงินสดได้มากกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ.รายงานของ Bloomberg วันนี้ (27 มี.ค.) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของปักกิ่งได้มีคำสั่งไปยังรัฐวิสาหกิจจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วให้ระงับการทำข้อตกลงทางธุรกิจใหม่ๆ กับกลุ่มบริษัทของตระกูล ลี กาชิง ทว่าคำสั่งนี้ไม่กระทบต่อข้อตกลงที่มีอยู่เดิม.รายงานระบุด้วยว่า หน่วยงานกำกับของจีนกำลังตรวจสอบการลงทุนของครอบครัว ลี กาชิง ทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่และต่างประเทศ เพื่อให้เข้าใจขอบเขตธุรกิจของพวกเขาดียิ่งขึ้น.ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ Ta Kung Pao ซึ่งเป็นสื่อโปรจีนในฮ่องกงได้ตีพิมพ์บทบรรณาธิการหลายฉบับวิพากษ์วิจารณ์ดีลขายท่าเรือของ CK Hutchison ว่าเป็นการทำลายผลประโยชน์ของชาติ และเป็นการทรยศต่อจีน.สำนักงานกิจการฮ่องกงและมาเก๊าของจีนได้รีโพสต์บทบรรณาธิการบางฉบับลงบนเว็บไซต์ของหน่วยงานด้วย ซึ่งทำให้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าปักกิ่งจะต้องดำเนินการบางอย่างเพื่อสกัดขัดขวางข้อตกลงนี้.แหล่งข่าวให้ข้อมูลกับรอยเตอร์ว่า หน่วยงานกำกับดูแลของจีนซึ่งได้รับคำสั่งมาจากคณะผู้นำส่วนกลางได้เริ่มตรวจสอบรายละเอียดของข้อตกลงขายท่าเรือคลองปานามาแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าปักกิ่งนั้นไม่พอใจที่ CK Hutchison ยอมถอนการลงทุนตามแรงกดดันของสหรัฐฯ.ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาแถลงชื่นชมข้อตกลงนี้ หลังจากที่เคยเรียกร้องให้ปลดปล่อยคลองปานามาจากอิทธิพลของจีน.ที่มา: รอยเตอร์
    0 Comments 0 Shares 394 Views 0 Reviews
  • รายงานข่าวกรองอเมริกาฉบับปีล่าสุดระบุ จีนยังคงเป็นภัยคุกคามทางทหารและไซเบอร์อันดับหนึ่ง อีกทั้งมีแสนยานุภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ไม่สม่ำเสมอ ในเรื่องสมรรถนะสำหรับการเข้ายึดไต้หวัน โดยรวมถึงการป้องปราม หรือกระทั่งเอาชนะการแทรกแซงทางทหารของอเมริกาถ้าจำเป็น นอกจากนั้นปักกิ่งยังเล็งขึ้นเป็นมหาอำนาจด้านเอไอแทนที่วอชิงตันภายในปี 2030
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000028981
    รายงานข่าวกรองอเมริกาฉบับปีล่าสุดระบุ จีนยังคงเป็นภัยคุกคามทางทหารและไซเบอร์อันดับหนึ่ง อีกทั้งมีแสนยานุภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ไม่สม่ำเสมอ ในเรื่องสมรรถนะสำหรับการเข้ายึดไต้หวัน โดยรวมถึงการป้องปราม หรือกระทั่งเอาชนะการแทรกแซงทางทหารของอเมริกาถ้าจำเป็น นอกจากนั้นปักกิ่งยังเล็งขึ้นเป็นมหาอำนาจด้านเอไอแทนที่วอชิงตันภายในปี 2030 . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000028981
    Like
    5
    0 Comments 0 Shares 1637 Views 0 Reviews
  • “แพทองธาร” เปิด รร.โรสวูด ดินเนอร์หัวหน้าพรรคร่วมฯ ติวเข้มเตรียมความพร้อมก่อนซักฟอก ไม่เปิดให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวภายใน เผย เมนูเมนคอร์ส เป็ดปักกิ่ง ปลาหิมะ เนื้อวากิวย่างพริกไทยดำ หอยเป๋าฮื้อแอฟริกัน

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000027244
    “แพทองธาร” เปิด รร.โรสวูด ดินเนอร์หัวหน้าพรรคร่วมฯ ติวเข้มเตรียมความพร้อมก่อนซักฟอก ไม่เปิดให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวภายใน เผย เมนูเมนคอร์ส เป็ดปักกิ่ง ปลาหิมะ เนื้อวากิวย่างพริกไทยดำ หอยเป๋าฮื้อแอฟริกัน อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000027244
    Like
    Haha
    Love
    7
    0 Comments 0 Shares 905 Views 0 Reviews
  • จีนไม่ยอมเสียท่าเรือคลองปานามา 📌สั่งตรวจสอบดีลขาย CK Hutchison มูลค่า $22.8 พันล้าน ให้ BlackRock ดึงประเด็นความมั่นคง-กฎหมายต่อต้านการผูกขาด 📌หลังสหรัฐฯ แสดงความยินดี ฮ่องกง-ปักกิ่งประณามเป็น "การกลั่นแกล้ง" ทางเศรษฐกิจ ด้าน CK Hutchison ยืนยันเป็นธุรกรรมเชิงพาณิชย์👉รัฐบาลจีนกำลังตรวจสอบข้อตกลงการขายท่าเรือบริเวณคลองปานามาของบริษัท CK Hutchison จากฮ่องกงให้กับกลุ่มนักลงทุนที่นำโดยบริษัท BlackRock ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นดีลมูลค่า 22.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสองประเทศ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ปักกิ่งได้สั่งการให้หน่วยงานหลายแห่งดำเนินการตรวจสอบธุรกรรมดังกล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด ซึ่งเป็นคำสั่งจากผู้นำระดับสูงของจีน ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้แสดงความยินดีกับข้อตกลงนี้ก่อนหน้านี้ ทั้งที่ในอดีตเคยกล่าวหาว่าจีนพยายามควบคุมเส้นทางน้ำสำคัญทางยุทธศาสตร์แห่งนี้ และเรียกร้องให้ "ถอดคลองปานามาออกจากการควบคุมของจีน" อย่างไรก็ตาม หนึ่งสัปดาห์หลังการประกาศข้อตกลง สำนักงานกิจการฮ่องกงและมาเก๊าของจีนได้เผยแพร่บทวิจารณ์ที่เรียกการขายครั้งนี้ว่าเป็น "การทรยศต่อจีน" และละเลยผลประโยชน์ของชาติ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนได้กล่าวว่า "จีนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการละเมิดหรือบ่อนทำลายสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของประเทศอื่นๆ ด้วยการบังคับขู่เข็ญทางเศรษฐกิจและการกลั่นแกล้ง" ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงของจอห์น ลี ผู้นำฮ่องกง ที่เรียกร้องให้รัฐบาลต่างประเทศจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่ยุติธรรมสำหรับองค์กรธุรกิจ ด้านบริษัท CK Hutchison ยืนยันว่าข้อตกลงนี้ "มีลักษณะเชิงพาณิชย์ล้วนๆ และไม่เกี่ยวข้องกับรายงานข่าวการเมืองล่าสุดเกี่ยวกับท่าเรือปานามา" และระบุว่าได้ตกลงเจรจากับกลุ่ม BlackRock แต่เพียงผู้เดียวเป็นเวลา 145 วัน แม้ข้อตกลงยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจีนจะสามารถใช้กลไกใดในการยับยั้งการขายนี้ได้หรือไม่ เนื่องจากธุรกิจที่ Hutchison กำลังขายมีฐานอยู่นอกประเทศจีนและฮ่องกง อีกทั้งบริษัทเองก็จดทะเบียนในหมู่เกาะเคย์แมน #imctnews รายงาน
    จีนไม่ยอมเสียท่าเรือคลองปานามา 📌สั่งตรวจสอบดีลขาย CK Hutchison มูลค่า $22.8 พันล้าน ให้ BlackRock ดึงประเด็นความมั่นคง-กฎหมายต่อต้านการผูกขาด 📌หลังสหรัฐฯ แสดงความยินดี ฮ่องกง-ปักกิ่งประณามเป็น "การกลั่นแกล้ง" ทางเศรษฐกิจ ด้าน CK Hutchison ยืนยันเป็นธุรกรรมเชิงพาณิชย์👉รัฐบาลจีนกำลังตรวจสอบข้อตกลงการขายท่าเรือบริเวณคลองปานามาของบริษัท CK Hutchison จากฮ่องกงให้กับกลุ่มนักลงทุนที่นำโดยบริษัท BlackRock ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นดีลมูลค่า 22.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสองประเทศ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ปักกิ่งได้สั่งการให้หน่วยงานหลายแห่งดำเนินการตรวจสอบธุรกรรมดังกล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงและการละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด ซึ่งเป็นคำสั่งจากผู้นำระดับสูงของจีน ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้แสดงความยินดีกับข้อตกลงนี้ก่อนหน้านี้ ทั้งที่ในอดีตเคยกล่าวหาว่าจีนพยายามควบคุมเส้นทางน้ำสำคัญทางยุทธศาสตร์แห่งนี้ และเรียกร้องให้ "ถอดคลองปานามาออกจากการควบคุมของจีน" อย่างไรก็ตาม หนึ่งสัปดาห์หลังการประกาศข้อตกลง สำนักงานกิจการฮ่องกงและมาเก๊าของจีนได้เผยแพร่บทวิจารณ์ที่เรียกการขายครั้งนี้ว่าเป็น "การทรยศต่อจีน" และละเลยผลประโยชน์ของชาติ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนได้กล่าวว่า "จีนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการละเมิดหรือบ่อนทำลายสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของประเทศอื่นๆ ด้วยการบังคับขู่เข็ญทางเศรษฐกิจและการกลั่นแกล้ง" ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงของจอห์น ลี ผู้นำฮ่องกง ที่เรียกร้องให้รัฐบาลต่างประเทศจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่ยุติธรรมสำหรับองค์กรธุรกิจ ด้านบริษัท CK Hutchison ยืนยันว่าข้อตกลงนี้ "มีลักษณะเชิงพาณิชย์ล้วนๆ และไม่เกี่ยวข้องกับรายงานข่าวการเมืองล่าสุดเกี่ยวกับท่าเรือปานามา" และระบุว่าได้ตกลงเจรจากับกลุ่ม BlackRock แต่เพียงผู้เดียวเป็นเวลา 145 วัน แม้ข้อตกลงยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจีนจะสามารถใช้กลไกใดในการยับยั้งการขายนี้ได้หรือไม่ เนื่องจากธุรกิจที่ Hutchison กำลังขายมีฐานอยู่นอกประเทศจีนและฮ่องกง อีกทั้งบริษัทเองก็จดทะเบียนในหมู่เกาะเคย์แมน #imctnews รายงาน
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 428 Views 0 Reviews
  • ทางการปักกิ่งออกมาปกป้องไทย กรณีสหรัฐฯ จำกัดวีซ่าและกำหนดมาตรการคว่ำบาตรอื่นๆ เล่นงานพวกเจ้าหน้าที่ไทย ต่อกรณีเนรเทศชาวอุยกูร์กลับไปยังจีน ยืนยันความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างปักกิ่งกับกรุงเทพฯ ในการปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองและความเคลื่อนไหวข้ามชายแดนอื่นๆ ที่ผิดกฎหมาย ที่อเมริกาไม่มีสิทธิแทรกแซงใดๆ
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000025699
    ทางการปักกิ่งออกมาปกป้องไทย กรณีสหรัฐฯ จำกัดวีซ่าและกำหนดมาตรการคว่ำบาตรอื่นๆ เล่นงานพวกเจ้าหน้าที่ไทย ต่อกรณีเนรเทศชาวอุยกูร์กลับไปยังจีน ยืนยันความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างปักกิ่งกับกรุงเทพฯ ในการปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองและความเคลื่อนไหวข้ามชายแดนอื่นๆ ที่ผิดกฎหมาย ที่อเมริกาไม่มีสิทธิแทรกแซงใดๆ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000025699
    Like
    Love
    18
    0 Comments 0 Shares 1794 Views 0 Reviews
  • ข่าวนี้น่าสนใจมากครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่กรุงปักกิ่งเตรียมนำหลักสูตรเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สำหรับนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในปีนี้ ซึ่งแสดงถึงความพยายามของจีนในการเร่งพัฒนาศักยภาพด้าน AI และสร้างบุคลากรที่เชี่ยวชาญในสาขานี้

    เรื่องเริ่มจากที่ทุกโรงเรียนในปักกิ่งจะจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับ AI อย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อปี โดยเริ่มในเดือนกันยายนนี้ หลักสูตรดังกล่าวอาจเป็นวิชาหลักหรือบูรณาการร่วมกับวิชาอื่น เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศหรือวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งนำเทคนิคการสอนแบบใหม่มาใช้ เช่น การใช้ AI เป็นผู้ช่วยวิจัยและเครื่องมือเรียนรู้ผ่านการสนทนากับคอมพิวเตอร์

    นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยม เพื่อช่วยปั้นนักเรียนให้เป็น "คนเก่งด้านนวัตกรรมตั้งแต่วัยเยาว์" และยังสอดคล้องกับทิศทางของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างจริงจัง

    ในมุมของเทคโนโลยีเอง จีนยังคงพัฒนารูปแบบ AI ใหม่ๆ เช่น Manus ซึ่งมีความสามารถเหนือกว่าแชทบอททั่วไป ขณะเดียวกัน บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba ก็ได้เปิดตัวโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยใช้งบประมาณและข้อมูลน้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับการแข่งขันระดับโลก

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/14/beijing-to-roll-out-ai-lessons-for-primary-secondary-students
    ข่าวนี้น่าสนใจมากครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่กรุงปักกิ่งเตรียมนำหลักสูตรเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สำหรับนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในปีนี้ ซึ่งแสดงถึงความพยายามของจีนในการเร่งพัฒนาศักยภาพด้าน AI และสร้างบุคลากรที่เชี่ยวชาญในสาขานี้ เรื่องเริ่มจากที่ทุกโรงเรียนในปักกิ่งจะจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับ AI อย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อปี โดยเริ่มในเดือนกันยายนนี้ หลักสูตรดังกล่าวอาจเป็นวิชาหลักหรือบูรณาการร่วมกับวิชาอื่น เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศหรือวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งนำเทคนิคการสอนแบบใหม่มาใช้ เช่น การใช้ AI เป็นผู้ช่วยวิจัยและเครื่องมือเรียนรู้ผ่านการสนทนากับคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยม เพื่อช่วยปั้นนักเรียนให้เป็น "คนเก่งด้านนวัตกรรมตั้งแต่วัยเยาว์" และยังสอดคล้องกับทิศทางของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างจริงจัง ในมุมของเทคโนโลยีเอง จีนยังคงพัฒนารูปแบบ AI ใหม่ๆ เช่น Manus ซึ่งมีความสามารถเหนือกว่าแชทบอททั่วไป ขณะเดียวกัน บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba ก็ได้เปิดตัวโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยใช้งบประมาณและข้อมูลน้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับการแข่งขันระดับโลก https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/14/beijing-to-roll-out-ai-lessons-for-primary-secondary-students
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Beijing to roll out AI lessons for primary, secondary students
    China's AI industry has gained international attention this year after DeepSeek released a new version of its AI chatbot in January, sending shockwaves across global markets.
    0 Comments 0 Shares 271 Views 0 Reviews
  • ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ที่ได้พัฒนา ทรานซิสเตอร์ GAAFET แบบ 2 มิติที่ไม่ใช้ซิลิคอน เป็นครั้งแรกในโลก โดยใช้วัสดุ บิสมัทออกซีซีลีไนด์ (Bi₂O₂Se) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่สำคัญมากในยุคโพสต์ซิลิคอนและการพัฒนาเทคโนโลยีระดับแองสตรอม

    ทรานซิสเตอร์ที่พัฒนาขึ้นนี้มีการออกแบบแบบ Gate-All-Around Field-Effect Transistor (GAAFET) ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดที่เหนือกว่าเทคโนโลยี MOSFET และ FINFET โดยโครงสร้างแบบนี้ช่วยให้การควบคุมการสื่อสารระหว่าง source และ gate มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างมาก และการเปลี่ยนมาใช้วัสดุ 2 มิติอย่าง Bi₂O₂Se ยังช่วยแก้ปัญหาความสามารถในการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนที่ลดลงเมื่อเข้าสู่ระดับนาโนเมตร

    ทีมวิจัยระบุว่าทรานซิสเตอร์นี้เป็นการเปลี่ยนแนวทางอย่างสิ้นเชิง (หรือที่เรียกว่าการ "เปลี่ยนเลน") จากการพัฒนาเทคโนโลยีเดิม ๆ ที่ใช้ซิลิคอน โดยพวกเขาได้ทดสอบประสิทธิภาพของเทคโนโลยีนี้ และพบว่าสามารถทำงานได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์จาก Intel, TSMC และ Samsung ในเงื่อนไขการทำงานเดียวกัน

    ความก้าวหน้านี้มีความสำคัญมากสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศจีน ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับข้อจำกัดทางเทคโนโลยีจากสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ เนื่องจากถูกตัดขาดจากเครื่องมือผลิตที่สำคัญ เช่น ระบบ EUV lithography ทีมวิจัยจึงมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้จีนก้าวข้ามอุปสรรคในปัจจุบันไปยังจุดที่เหนือกว่าด้วยทรานซิสเตอร์แบบ 2 มิติที่มีศักยภาพมากขึ้น

    การพัฒนานี้อาจเป็นก้าวแรกของการปฏิวัติในวงการเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะสำหรับชิปที่มีระดับการผลิตต่ำกว่า 1 นาโนเมตร ซึ่งเทคโนโลยีนี้อาจนำมาประยุกต์ใช้ในอุปกรณ์ขั้นสูง เช่น AI และ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนในการใช้พลังงาน

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/chinese-university-designed-worlds-first-silicon-free-2d-gaafet-transistor-new-bismuth-based-tech-is-both-the-fastest-and-lowest-power-transistor-yet
    ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ที่ได้พัฒนา ทรานซิสเตอร์ GAAFET แบบ 2 มิติที่ไม่ใช้ซิลิคอน เป็นครั้งแรกในโลก โดยใช้วัสดุ บิสมัทออกซีซีลีไนด์ (Bi₂O₂Se) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่สำคัญมากในยุคโพสต์ซิลิคอนและการพัฒนาเทคโนโลยีระดับแองสตรอม ทรานซิสเตอร์ที่พัฒนาขึ้นนี้มีการออกแบบแบบ Gate-All-Around Field-Effect Transistor (GAAFET) ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดที่เหนือกว่าเทคโนโลยี MOSFET และ FINFET โดยโครงสร้างแบบนี้ช่วยให้การควบคุมการสื่อสารระหว่าง source และ gate มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างมาก และการเปลี่ยนมาใช้วัสดุ 2 มิติอย่าง Bi₂O₂Se ยังช่วยแก้ปัญหาความสามารถในการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนที่ลดลงเมื่อเข้าสู่ระดับนาโนเมตร ทีมวิจัยระบุว่าทรานซิสเตอร์นี้เป็นการเปลี่ยนแนวทางอย่างสิ้นเชิง (หรือที่เรียกว่าการ "เปลี่ยนเลน") จากการพัฒนาเทคโนโลยีเดิม ๆ ที่ใช้ซิลิคอน โดยพวกเขาได้ทดสอบประสิทธิภาพของเทคโนโลยีนี้ และพบว่าสามารถทำงานได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์จาก Intel, TSMC และ Samsung ในเงื่อนไขการทำงานเดียวกัน ความก้าวหน้านี้มีความสำคัญมากสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศจีน ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับข้อจำกัดทางเทคโนโลยีจากสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ เนื่องจากถูกตัดขาดจากเครื่องมือผลิตที่สำคัญ เช่น ระบบ EUV lithography ทีมวิจัยจึงมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้จีนก้าวข้ามอุปสรรคในปัจจุบันไปยังจุดที่เหนือกว่าด้วยทรานซิสเตอร์แบบ 2 มิติที่มีศักยภาพมากขึ้น การพัฒนานี้อาจเป็นก้าวแรกของการปฏิวัติในวงการเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะสำหรับชิปที่มีระดับการผลิตต่ำกว่า 1 นาโนเมตร ซึ่งเทคโนโลยีนี้อาจนำมาประยุกต์ใช้ในอุปกรณ์ขั้นสูง เช่น AI และ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนในการใช้พลังงาน https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/chinese-university-designed-worlds-first-silicon-free-2d-gaafet-transistor-new-bismuth-based-tech-is-both-the-fastest-and-lowest-power-transistor-yet
    0 Comments 0 Shares 408 Views 0 Reviews
  • รัสเซียให้คุณค่าอย่างยิ่งในความสัมพันธ์กับจีน และมุ่งมั่นเติมเต็มทุกพันธสัญญาที่มีต่อคู่หูแห่งนี้ จากคำประกาศกร้าวของเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศมอสโก ระบุความพยายามใดๆของสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกกับปักกิ่ง จะไม่มีวันได้ผล

    อ่านต่อ..https://sondhitalk.com/detail/9680000024113
    รัสเซียให้คุณค่าอย่างยิ่งในความสัมพันธ์กับจีน และมุ่งมั่นเติมเต็มทุกพันธสัญญาที่มีต่อคู่หูแห่งนี้ จากคำประกาศกร้าวของเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศมอสโก ระบุความพยายามใดๆของสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกกับปักกิ่ง จะไม่มีวันได้ผล อ่านต่อ..https://sondhitalk.com/detail/9680000024113
    Like
    Haha
    Love
    Yay
    32
    0 Comments 0 Shares 2512 Views 1 Reviews
  • นวัตกรรมสุดยอด ของ จีน

    เครื่องยนต์ไอพ่น ความเร็วที่ 16 มัค จุดระเบิดแบบ oblique (ODE) ซึ่งใช้น้ํามันก๊าดการบินทั่วไป ทําให้สมรรถนะนี้ในระหว่างการทดสอบที่อุโมงค์โช้ค JF-12 ในปักกิ่ง ผลลัพธ์แสดงอัตราการเผาไหม้ที่เร็วกว่า scramjets แบบดั้งเดิม 1,000 เท่า โดยช่วงการทํางานระหว่าง Mach 6 - Mach 16 ซึ่งเครื่องยนต์เจ็ตส่วนใหญ่ล้มเหลว

    เครื่องยนต์นี้ กำลังจะถูกติดตั้งบน เครื่องบินขับไล่เจเนอเรชั่นที่6 ของจีน จะมีความก้าวล้ำหน้ามากกว่า..สหรัฐฯ
    นวัตกรรมสุดยอด ของ จีน เครื่องยนต์ไอพ่น ความเร็วที่ 16 มัค จุดระเบิดแบบ oblique (ODE) ซึ่งใช้น้ํามันก๊าดการบินทั่วไป ทําให้สมรรถนะนี้ในระหว่างการทดสอบที่อุโมงค์โช้ค JF-12 ในปักกิ่ง ผลลัพธ์แสดงอัตราการเผาไหม้ที่เร็วกว่า scramjets แบบดั้งเดิม 1,000 เท่า โดยช่วงการทํางานระหว่าง Mach 6 - Mach 16 ซึ่งเครื่องยนต์เจ็ตส่วนใหญ่ล้มเหลว เครื่องยนต์นี้ กำลังจะถูกติดตั้งบน เครื่องบินขับไล่เจเนอเรชั่นที่6 ของจีน จะมีความก้าวล้ำหน้ามากกว่า..สหรัฐฯ
    0 Comments 0 Shares 163 Views 0 Reviews
  • "เอามั้ยล่ะ!!"
    พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ ตอบโต้สถานทูตจีนประจำอเมริกา ที่บอกว่าปักกิ่งพร้อมต่อสู้ "ในทุกรูปแบบของสงคราม" โดยระบุว่า “เราเตรียมพร้อมตลอดเวลา แม้ว่าเราแสวงหาสันติภาพ แต่เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงครามเช่นกัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมสหรัฐถึงเดินหน้าเสริมความเข้มแข็งด้านการทหาร”

    ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า สถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โพสต์บน "X" ว่า “หากสหรัฐต้องการทำสงคราม ไม่ว่าจะเป็นสงครามภาษี สงครามการค้า หรือสงครามประเภทใดก็ตาม เราพร้อมจะสู้จนถึงที่สุด”

    เฮกเซธ เน้นย้ำว่า เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องมีความแข็งแกร่ง

    “นั่นคือเหตุผลที่เรากำลังสร้างกองทัพของเราขึ้นมาใหม่ นั่นคือเหตุผลที่เรากำลังสร้างความยับยั้งชั่งใจขึ้นใหม่ในอุดมการณ์ของนักรบ เรากำลังอาศัยอยู่ในโลกที่อันตราย ซึ่งมีประเทศที่มีอำนาจและกำลังรุ่งเรืองซึ่งมีอุดมการณ์ที่แตกต่างกันมาก”
    "เอามั้ยล่ะ!!" พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ ตอบโต้สถานทูตจีนประจำอเมริกา ที่บอกว่าปักกิ่งพร้อมต่อสู้ "ในทุกรูปแบบของสงคราม" โดยระบุว่า “เราเตรียมพร้อมตลอดเวลา แม้ว่าเราแสวงหาสันติภาพ แต่เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงครามเช่นกัน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมสหรัฐถึงเดินหน้าเสริมความเข้มแข็งด้านการทหาร” ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า สถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โพสต์บน "X" ว่า “หากสหรัฐต้องการทำสงคราม ไม่ว่าจะเป็นสงครามภาษี สงครามการค้า หรือสงครามประเภทใดก็ตาม เราพร้อมจะสู้จนถึงที่สุด” เฮกเซธ เน้นย้ำว่า เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องมีความแข็งแกร่ง “นั่นคือเหตุผลที่เรากำลังสร้างกองทัพของเราขึ้นมาใหม่ นั่นคือเหตุผลที่เรากำลังสร้างความยับยั้งชั่งใจขึ้นใหม่ในอุดมการณ์ของนักรบ เรากำลังอาศัยอยู่ในโลกที่อันตราย ซึ่งมีประเทศที่มีอำนาจและกำลังรุ่งเรืองซึ่งมีอุดมการณ์ที่แตกต่างกันมาก”
    0 Comments 0 Shares 290 Views 0 Reviews
  • 6 มี.ค. 2568 นสพ.South China Morning Post ของฮ่องกง รายงานข่าว Chinese credit ratings firm downgrades Thailand over crime scandals and economic prospects ระบุว่า ไชนา เฉิงซิน (China Chengxin) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงปักกิ่งของจีน ได้ลดระดับ “ความน่าเชื่อถือ (Credit)” ของประเทศไทยจาก A- เป็น BBB+ หลังจากเกิดเหตุการณ์อาชญากรรมข้ามพรมแดนที่เป็นข่าวโด่งดังหลายครั้งการที่ระดับลดลง หมายความว่าความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือของไทยได้รับการจัดประเภทเป็น “ปานกลาง (Normal)” แทนที่จะเป็น "ต่ำ (Low)" ในขณะที่สถานะทางเศรษฐกิจและการเงินของไทยได้รับการจัดอันดับเป็น “ปกติ (Fine)” แทนที่จะเป็น “แข็งแกร่ง (Strong)”
    6 มี.ค. 2568 นสพ.South China Morning Post ของฮ่องกง รายงานข่าว Chinese credit ratings firm downgrades Thailand over crime scandals and economic prospects ระบุว่า ไชนา เฉิงซิน (China Chengxin) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงปักกิ่งของจีน ได้ลดระดับ “ความน่าเชื่อถือ (Credit)” ของประเทศไทยจาก A- เป็น BBB+ หลังจากเกิดเหตุการณ์อาชญากรรมข้ามพรมแดนที่เป็นข่าวโด่งดังหลายครั้งการที่ระดับลดลง หมายความว่าความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือของไทยได้รับการจัดประเภทเป็น “ปานกลาง (Normal)” แทนที่จะเป็น "ต่ำ (Low)" ในขณะที่สถานะทางเศรษฐกิจและการเงินของไทยได้รับการจัดอันดับเป็น “ปกติ (Fine)” แทนที่จะเป็น “แข็งแกร่ง (Strong)”
    0 Comments 0 Shares 289 Views 0 Reviews
  • สหรัฐฯ พร้อมเข้าสู่สงครามกับจีนถ้าจำเป็น จากคำประกาศกร้าวของกระทรวงกลาโหมอเมริกา (เพนตากอน) ความเห็นซึ่งมีขึ้นตามหลังปักกิ่งบอกว่าพร้อมต่อสู้ในทุกรูปแบบของสงคราม ท่ามกลางความเคลื่อนไหวรีดภาษีตอบโต้กันไปมา ที่กำลังลุกลามกลายเป็นสงครามการค้าระหว่าง 2 ชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก
    .
    พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ แสดงจุดยืนของอเมริกาอย่างชัดเจน ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ ในวันพุธ (5 มี.ค.) ตอบโต้สถานทูตจีนประจำอเมริกา ที่บอกว่าปักกิ่งพร้อมต่อสู้ "ในทุกรูปแบบของสงคราม"
    .
    "เราก็พร้อม" เฮกเซธบอก พร้อมระบุ "ใครที่มีสันติภาพมาช้านาน ต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม" ทั้งนี้เขาเน้นย้ำว่านี่คือเหตุผลว่าทำไมสหรัฐฯ ถึงเดินหน้าเสริมความเข้มแข็งด้านการทหาร
    .
    เขากล่าวว่า "เราอยู่ในโลกที่อันตราย เต็มไปด้วยบรรดาประเทศที่มีพลังอำนาจและอิทธิพล ที่มีอุดมการณ์แตกต่างกันอย่างมาก" เฮกเซธระบุ "พวกเขาเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมอย่างรวดเร็ว ปรับปรุงเทคโนโลยีให้มีความทันสมัย พวกเขาต้องการแทนที่สหรัฐฯ"
    .
    อย่างไรก็ตาม เฮกเซธ เน้นว่าการคงไว้ซึ่งความเข้มแข็งทางทหาร คือกุญแจหลักสำหรับหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง "ถ้าเราต้องการปรามสงครามกับจีนหรือชาติอื่นๆ เราจำเป็นต้องเข้มแข็ง"
    .
    รัฐมนตรีกลาโหมรายนี้ระบุด้วยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีความสำคัญที่ยอดเยี่้ยมกับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และกำลังเสาะแสวงหาความร่วมมือกับความเป็นหุ้นส่วนในสิ่งที่เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม เฮกเซธ เน้นว่าบทบาทของเขาในฐานะรัฐมนตรีกลาโหม จำเป็นต้องรับประกันความพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ของการเผชิญหน้าใดๆ
    .
    ความเห็นของเขามีขึ้นหลังจากเมื่อช่วงเย็นวันอังคาร (4 มี.ค.) จีนบอกว่าพวกเขาจะตอบโต้ หากว่าสหรัฐฯ เดินหน้าสงครามการค้าหรือสงครามรีดภาษี ตามหลัง ทรัมป์ ตัดสินใจขึ้นภาษีเท่าตัวสินค้านำเข้าจากจีน จาก 10% เป็น 20% มาตรการนี้มีขึ้นหลังจากรัฐบาลชุดก่อนของทรัมป์ เคยรีดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ย้อนกลับไปในปี 2018 และ 2019 คิดเป็นมูลค่ากว่า 370,000 ล้านดอลลาร์
    .
    "ถ้าสงครามคือสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสงครามรีดภาษี สงครามการค้า หรือสงครามรูปแบบอื่นๆ รูปแบบใดก็ตาม เราพร้อมสู้จนถึงจุดจบ" หลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุในถ้อยแถลง
    .
    ในการตอบโต้อย่างทันควันต่อมาตรการของทรัมป์ ทางปักกิ่งได้แถลงขึ้นภาษีอีก 10% ถึง 15% ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารต่างๆ ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ นอกจากนี้ พวกเขายังกำหนดข้อจำกัดด้านการส่งออกและการลงทุนกับบริษัทต่างๆ ของอเมริกา 25 แห่ง อ้างถึงความกังวลด้านความมั่นคง
    .
    ปักกิ่งยังได้ยื่นฟ้องต่อองค์การการค้าโลก (WTO) กล่าวอ้างว่ามาตรการรรีดภาษีของสหรัฐฯ ละเมิดกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้วอชิงตันคลี่คลายข้อพิพาทนี้ผ่านการเจรจา
    .
    ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนเคยปะทุขึ้นในปี 2018 ครั้งที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก โดยเขากำหนดมาตรการรีดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน อ้างถึงการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่ยุติธรรมและการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา ความเคลื่อนไหวกระตุ้นการตอบโต้กันไปมา จนลุกลามบานปลายกระทบต่อตลาดโลกและห่วงโซ่อุปทานโลก
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000021626
    ..............
    Sondhi X
    สหรัฐฯ พร้อมเข้าสู่สงครามกับจีนถ้าจำเป็น จากคำประกาศกร้าวของกระทรวงกลาโหมอเมริกา (เพนตากอน) ความเห็นซึ่งมีขึ้นตามหลังปักกิ่งบอกว่าพร้อมต่อสู้ในทุกรูปแบบของสงคราม ท่ามกลางความเคลื่อนไหวรีดภาษีตอบโต้กันไปมา ที่กำลังลุกลามกลายเป็นสงครามการค้าระหว่าง 2 ชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก . พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ แสดงจุดยืนของอเมริกาอย่างชัดเจน ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ ในวันพุธ (5 มี.ค.) ตอบโต้สถานทูตจีนประจำอเมริกา ที่บอกว่าปักกิ่งพร้อมต่อสู้ "ในทุกรูปแบบของสงคราม" . "เราก็พร้อม" เฮกเซธบอก พร้อมระบุ "ใครที่มีสันติภาพมาช้านาน ต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม" ทั้งนี้เขาเน้นย้ำว่านี่คือเหตุผลว่าทำไมสหรัฐฯ ถึงเดินหน้าเสริมความเข้มแข็งด้านการทหาร . เขากล่าวว่า "เราอยู่ในโลกที่อันตราย เต็มไปด้วยบรรดาประเทศที่มีพลังอำนาจและอิทธิพล ที่มีอุดมการณ์แตกต่างกันอย่างมาก" เฮกเซธระบุ "พวกเขาเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมอย่างรวดเร็ว ปรับปรุงเทคโนโลยีให้มีความทันสมัย พวกเขาต้องการแทนที่สหรัฐฯ" . อย่างไรก็ตาม เฮกเซธ เน้นว่าการคงไว้ซึ่งความเข้มแข็งทางทหาร คือกุญแจหลักสำหรับหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง "ถ้าเราต้องการปรามสงครามกับจีนหรือชาติอื่นๆ เราจำเป็นต้องเข้มแข็ง" . รัฐมนตรีกลาโหมรายนี้ระบุด้วยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีความสำคัญที่ยอดเยี่้ยมกับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และกำลังเสาะแสวงหาความร่วมมือกับความเป็นหุ้นส่วนในสิ่งที่เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม เฮกเซธ เน้นว่าบทบาทของเขาในฐานะรัฐมนตรีกลาโหม จำเป็นต้องรับประกันความพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ของการเผชิญหน้าใดๆ . ความเห็นของเขามีขึ้นหลังจากเมื่อช่วงเย็นวันอังคาร (4 มี.ค.) จีนบอกว่าพวกเขาจะตอบโต้ หากว่าสหรัฐฯ เดินหน้าสงครามการค้าหรือสงครามรีดภาษี ตามหลัง ทรัมป์ ตัดสินใจขึ้นภาษีเท่าตัวสินค้านำเข้าจากจีน จาก 10% เป็น 20% มาตรการนี้มีขึ้นหลังจากรัฐบาลชุดก่อนของทรัมป์ เคยรีดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ย้อนกลับไปในปี 2018 และ 2019 คิดเป็นมูลค่ากว่า 370,000 ล้านดอลลาร์ . "ถ้าสงครามคือสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสงครามรีดภาษี สงครามการค้า หรือสงครามรูปแบบอื่นๆ รูปแบบใดก็ตาม เราพร้อมสู้จนถึงจุดจบ" หลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุในถ้อยแถลง . ในการตอบโต้อย่างทันควันต่อมาตรการของทรัมป์ ทางปักกิ่งได้แถลงขึ้นภาษีอีก 10% ถึง 15% ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารต่างๆ ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ นอกจากนี้ พวกเขายังกำหนดข้อจำกัดด้านการส่งออกและการลงทุนกับบริษัทต่างๆ ของอเมริกา 25 แห่ง อ้างถึงความกังวลด้านความมั่นคง . ปักกิ่งยังได้ยื่นฟ้องต่อองค์การการค้าโลก (WTO) กล่าวอ้างว่ามาตรการรรีดภาษีของสหรัฐฯ ละเมิดกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้วอชิงตันคลี่คลายข้อพิพาทนี้ผ่านการเจรจา . ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนเคยปะทุขึ้นในปี 2018 ครั้งที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก โดยเขากำหนดมาตรการรีดภาษีสินค้านำเข้าจากจีน อ้างถึงการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่ยุติธรรมและการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา ความเคลื่อนไหวกระตุ้นการตอบโต้กันไปมา จนลุกลามบานปลายกระทบต่อตลาดโลกและห่วงโซ่อุปทานโลก . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000021626 .............. Sondhi X
    Like
    Love
    Haha
    Wow
    26
    0 Comments 1 Shares 2428 Views 1 Reviews
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะยกเว้นบรรดาผู้ผลิตรถยนต์จากมาตรการรีดภาษี 25% สินค้านำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกเป็นเวลา 1 เดือน ตราบใดที่พวกเขาปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเสรีที่มีอยู่ในปัจจุบัน จากการเปิดเผยของทำเนียบขาว
    .
    นกอจากนี้ ทำเนียบขาวยังเผยด้วยว่าประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดกว้างสำหรับพิจารณามอบข้อยกเว้นจากการรีดภาษีสำหรับสินค้าอื่นๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปแล้วเมื่อวันอังคาร (4 มี.ค.) ที่ผ่านมา
    .
    อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ แสดงจุดยืนว่าเขายังไม่ล้มเลิกสงครามการค้ากับแคนาดาและเม็กซิโก ในขณะที่เขาพยายามกดดันทั้ง 2 ประเทศ ที่ปราบปรามการลักลอบขนยาเฟนทานิล ทั้งนี้หลังจากพุดคุยทางโทรศัพท์กับ จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา ทรัมป์บอกว่าเขาไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ดีขึ้นแล้วหรือไม่
    .
    "เขาบอกว่ามันดีขึ้นแล้ว แต่ผมบอกกลับไปว่า มันยังไม่เพียงพอ" ทรัมป์เขียนบนทรัสต์โซเชียล สื่อสังคมออนไลน์ของเขาเอง ส่วนทำเนียบนายกรัฐมนตรีแคนาดาระบุว่า "การพูดคุยทางโทรศัพท์จบลงด้วยรูปแบบความเป็นมิตร!" พร้อมบอกว่าจะมีการเดินหน้าเจรจากันต่อไป
    .
    ข้อยกเว้นจากการถูกรีดภาษี กระตุ้นให้บรรดาหุ้นยานยนต์ฟื้นตัวถ้วนหน้า หลังจากความตึงเครียดทางการค้าที่ก่อความไม่แน่นอนแก่เหล่าผู้ประกอบการสหรัฐฯ และกัดเซาะความเชื่อมั่นผู้บริโภค ได้นำมาซึ่งแรงขายในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
    .
    ความเคลื่อนไหวยกเว้นภาษีเป็นเวลา 1 เดือน สำหรับรถยนต์และรถกระบะที่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ในเนื้อหาของข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา ตามกรอบของทรัมป์ จะเป็นประโยชน์กับฟอร์ดและจีเอ็ม 2 ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกา ตามความเห็นของนักวิเคราะห์
    .
    ขณะเดียวกัน ทรัมป์ อาจละเว้นรีดภาษี 10% พลังงานนำเข้าจากแคนาดา อย่างเช่นน้ำมันดิบและเบนซิน ที่ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเสรีที่มีชื่อว่า USMCA
    .
    คำขู่รีดภาษีของทรัมป์ ก่อความเสียหายร้ายแรงในความสัมพันธ์ระหว่าง 3 ชาติคู่หูทางการค้า แคนาดาตอบโต้ด้วยว่าการรีดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ อย่างเจาะจง ส่วน เม็กซิโก ก็ประกาศแก้แค้นเช่นกัน
    .
    การรีดภาษีเสี่ยงบั่นทอนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นของแคนาดา และยิ่งไปกว่านั้นอาจโหมกระพือภาวะถดถอย เนื่องจากประเทศแห่งนี้พึ่งพิงตลาดสหรัฐฯ ในการส่งออก คิดเป็นสัดส่วนถึง 75% และนำเข้าสินค้าจากอเมริกา คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของสินค้านำเข้าทั้งหมด
    .
    ความตึงเครียดทางการค้าอาจก่อความเจ็บปวดแก่สหรัฐฯ เช่นกัน จากข้อมูลใหม่ที่เผยแพร่ในวันพุธ (5 มี.ค.) พบว่าการเติบโตของการจ้างงานกำลังชะลอตัว เช่นเดียวกับค่าจ้างสำหรับแรงงานที่เปลี่ยนงานใหม่ก็ลดลง ขณะที่รายงานของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) พบความไม่แน่ใจอย่างกว้างขวางในหมู่ภาคธุรกิจทั่วอเมริกาต่อนโยบายต่างๆ ของทรัมป์ และบางธุรกิจถึงขั้นตัดสินใจปรับขึ้นราคาไปแล้ว โดยไม่รอให้มาตรการรีดภาษีมีผลบังคับใช้
    .
    นอกจากแคนาดาและเม็กซิโกแล้ว ทรัมป์ยังกำหนดมาตรการรีดภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีก 10% กระตุ้นให้ปักกิ่งตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมเช่นกัน
    .
    ถ้อยแถลงเกี่ยวกับการยกเว้นภาษี มีขึ้น 1 วันหลังจากทรัมป์พูดคุยทางโทรศัพท์กับซีอีโอของฟอร์ด จีเอ็ม และสเตลแลนทิส
    .
    รถยนต์ที่ผลิตโดยทั้ง 3 บริษัท จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของ USMCA ที่กำหนดให้ต้องมีชิ้นส่วนที่ผลิตในอเมริกาเหนือ 75% เพื่อที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าสู่ตลาดอเมริกา โดยไม่จำเป็นต้องเสียภาษีใดๆ
    .
    นอกจากนี้ กฎเกณฑ์ดังกล่าวยังบังคับให้ส่วนประกอบ 40% ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลต้องผลิตในสหรัฐฯ หรือแคนาดา และต้องเป็นชิ้นส่วนหลักๆ ในนั้นรวมถึงเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ตัวถังและโครงช่วงล่าง ในขณะที่รถกระบะนั้น กำหนดไว้ที่ 45%
    .
    แหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมเผยว่าบรรดาผู้ผลิตรถยนต์สนับสนุนการส่งเสริมการลงทุนของสหรัฐฯ แต่ต้องการความแน่นอนเกี่ยวกับนโยบายรีดภาษี เช่นเดียวกับกฎเกณฑ์ด้านมลพิษ ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงใดๆ
    .
    มาตรการยกเว้นนี้ ยังก่อประโยชน์กับรถยนต์แบรนด์ต่างชาติบางส่วน ที่มีฐานการผลิตขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ในนั้นรวมถึงฮอนด้าและโตโยต้า แต่คู่แข่งบางแห่งที่ไม่ปฏิบัติตามจะต้องถูกรีดภาษี 25% เต็มจำนวน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000021625
    ..............
    Sondhi X
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะยกเว้นบรรดาผู้ผลิตรถยนต์จากมาตรการรีดภาษี 25% สินค้านำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกเป็นเวลา 1 เดือน ตราบใดที่พวกเขาปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเสรีที่มีอยู่ในปัจจุบัน จากการเปิดเผยของทำเนียบขาว . นกอจากนี้ ทำเนียบขาวยังเผยด้วยว่าประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดกว้างสำหรับพิจารณามอบข้อยกเว้นจากการรีดภาษีสำหรับสินค้าอื่นๆ ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปแล้วเมื่อวันอังคาร (4 มี.ค.) ที่ผ่านมา . อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ แสดงจุดยืนว่าเขายังไม่ล้มเลิกสงครามการค้ากับแคนาดาและเม็กซิโก ในขณะที่เขาพยายามกดดันทั้ง 2 ประเทศ ที่ปราบปรามการลักลอบขนยาเฟนทานิล ทั้งนี้หลังจากพุดคุยทางโทรศัพท์กับ จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา ทรัมป์บอกว่าเขาไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ดีขึ้นแล้วหรือไม่ . "เขาบอกว่ามันดีขึ้นแล้ว แต่ผมบอกกลับไปว่า มันยังไม่เพียงพอ" ทรัมป์เขียนบนทรัสต์โซเชียล สื่อสังคมออนไลน์ของเขาเอง ส่วนทำเนียบนายกรัฐมนตรีแคนาดาระบุว่า "การพูดคุยทางโทรศัพท์จบลงด้วยรูปแบบความเป็นมิตร!" พร้อมบอกว่าจะมีการเดินหน้าเจรจากันต่อไป . ข้อยกเว้นจากการถูกรีดภาษี กระตุ้นให้บรรดาหุ้นยานยนต์ฟื้นตัวถ้วนหน้า หลังจากความตึงเครียดทางการค้าที่ก่อความไม่แน่นอนแก่เหล่าผู้ประกอบการสหรัฐฯ และกัดเซาะความเชื่อมั่นผู้บริโภค ได้นำมาซึ่งแรงขายในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา . ความเคลื่อนไหวยกเว้นภาษีเป็นเวลา 1 เดือน สำหรับรถยนต์และรถกระบะที่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ในเนื้อหาของข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา ตามกรอบของทรัมป์ จะเป็นประโยชน์กับฟอร์ดและจีเอ็ม 2 ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกา ตามความเห็นของนักวิเคราะห์ . ขณะเดียวกัน ทรัมป์ อาจละเว้นรีดภาษี 10% พลังงานนำเข้าจากแคนาดา อย่างเช่นน้ำมันดิบและเบนซิน ที่ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเสรีที่มีชื่อว่า USMCA . คำขู่รีดภาษีของทรัมป์ ก่อความเสียหายร้ายแรงในความสัมพันธ์ระหว่าง 3 ชาติคู่หูทางการค้า แคนาดาตอบโต้ด้วยว่าการรีดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ อย่างเจาะจง ส่วน เม็กซิโก ก็ประกาศแก้แค้นเช่นกัน . การรีดภาษีเสี่ยงบั่นทอนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นของแคนาดา และยิ่งไปกว่านั้นอาจโหมกระพือภาวะถดถอย เนื่องจากประเทศแห่งนี้พึ่งพิงตลาดสหรัฐฯ ในการส่งออก คิดเป็นสัดส่วนถึง 75% และนำเข้าสินค้าจากอเมริกา คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของสินค้านำเข้าทั้งหมด . ความตึงเครียดทางการค้าอาจก่อความเจ็บปวดแก่สหรัฐฯ เช่นกัน จากข้อมูลใหม่ที่เผยแพร่ในวันพุธ (5 มี.ค.) พบว่าการเติบโตของการจ้างงานกำลังชะลอตัว เช่นเดียวกับค่าจ้างสำหรับแรงงานที่เปลี่ยนงานใหม่ก็ลดลง ขณะที่รายงานของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) พบความไม่แน่ใจอย่างกว้างขวางในหมู่ภาคธุรกิจทั่วอเมริกาต่อนโยบายต่างๆ ของทรัมป์ และบางธุรกิจถึงขั้นตัดสินใจปรับขึ้นราคาไปแล้ว โดยไม่รอให้มาตรการรีดภาษีมีผลบังคับใช้ . นอกจากแคนาดาและเม็กซิโกแล้ว ทรัมป์ยังกำหนดมาตรการรีดภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีก 10% กระตุ้นให้ปักกิ่งตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมเช่นกัน . ถ้อยแถลงเกี่ยวกับการยกเว้นภาษี มีขึ้น 1 วันหลังจากทรัมป์พูดคุยทางโทรศัพท์กับซีอีโอของฟอร์ด จีเอ็ม และสเตลแลนทิส . รถยนต์ที่ผลิตโดยทั้ง 3 บริษัท จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของ USMCA ที่กำหนดให้ต้องมีชิ้นส่วนที่ผลิตในอเมริกาเหนือ 75% เพื่อที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าสู่ตลาดอเมริกา โดยไม่จำเป็นต้องเสียภาษีใดๆ . นอกจากนี้ กฎเกณฑ์ดังกล่าวยังบังคับให้ส่วนประกอบ 40% ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลต้องผลิตในสหรัฐฯ หรือแคนาดา และต้องเป็นชิ้นส่วนหลักๆ ในนั้นรวมถึงเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ตัวถังและโครงช่วงล่าง ในขณะที่รถกระบะนั้น กำหนดไว้ที่ 45% . แหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมเผยว่าบรรดาผู้ผลิตรถยนต์สนับสนุนการส่งเสริมการลงทุนของสหรัฐฯ แต่ต้องการความแน่นอนเกี่ยวกับนโยบายรีดภาษี เช่นเดียวกับกฎเกณฑ์ด้านมลพิษ ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงใดๆ . มาตรการยกเว้นนี้ ยังก่อประโยชน์กับรถยนต์แบรนด์ต่างชาติบางส่วน ที่มีฐานการผลิตขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ในนั้นรวมถึงฮอนด้าและโตโยต้า แต่คู่แข่งบางแห่งที่ไม่ปฏิบัติตามจะต้องถูกรีดภาษี 25% เต็มจำนวน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000021625 .............. Sondhi X
    Like
    Haha
    Love
    17
    0 Comments 0 Shares 2553 Views 0 Reviews
  • พวกผู้เชี่ยวชาญชี้ แผนการลงทุนมูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในอเมริกาของทีเอสเอ็มซี บริษัทไต้หวันที่เป็นผู้ผลิตชิปใหญ่ที่สุดของโลก อาจส่งผลให้ “โล่ซิลิคอน” ของไทเปอ่อนแอลง เปิดทางให้ทรัมป์เข้าควบคุมการผลิตชิปของทีเอสเอ็มซี หรือในทางกลับกันอาจทำให้ไต้หวัน “ปลอดภัยขึ้น” และสร้างความไว้วางใจระหว่างไทเปกับวอชิงตัน
    .
    ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง (ทีเอสเอ็มซี) ซึ่งเวลานี้มีฐานะเป็นผู้ผลิตเทคโนโลยีสำคัญ ที่กลายเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจโลก
    .
    ในสัปดาห์นี้ การประกาศลงทุนครั้งมหึมาในสหรัฐฯ ทำให้มูลค่าการลงทุนทั้งหมดของทีเอสเอ็มซีในอเมริกาเพิ่มเป็น 165,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบริษัทบอกว่า เป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่มีมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน
    .
    ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาไต้หวันขโมยอุตสาหกรรมชิปของอเมริกา พร้อมขู่รีดภาษี 100% และไทเปต้องรีบตอบสนองโดยให้สัญญาว่า จะลงทุนในอเมริกาเพิ่ม
    .
    เอเอฟพีเสนอรายงานที่ระบุว่า การลงทุนของทีเอสเอ็มซีครั้งนี้อาจมีนัยสำคัญสำหรับไต้หวัน ดังต่อไปนี้
    .
    โล่ซิลิคอน
    .
    ชิปเซมิคอนดักเตอร์ในปัจจุบันเป็นส่วนประกอบอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงทีวี รถยนต์ไฟฟ้า และขีปนาวุธ และชิปเหล่านี้กว่าครึ่งผลิตในไต้หวัน
    .
    การผลิตชิปที่กระจุกตัวอยู่ในไต้หวันถูกมองมานานแล้วว่าเป็น “โล่ซิลิคอน” ที่ปกป้องไต้หวันจากการรุกรานหรือการปิดล้อมของจีน อีกทั้งยังเป็นแรงจูงใจให้อเมริกากางปีกปกป้องไทเป
    .
    ช่วงหลายปีมานี้จีนเพิ่มความกดดันทางทหารต่อไต้หวันเพื่อผลักดันการอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือเกาะแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่และโรงงานผลิตชิปมากมายหลายแห่งของทีเอสเอ็มซี
    .
    ความเคลื่อนไหวของจีนทำให้มีเสียงเรียกร้องให้ทีเอสเอ็มซีย้ายการผลิตออกจากไต้หวันเพื่อป้องกันการชะงักงันด้านอุปทานหากถูกจีนโจมตี
    .
    เมื่อไม่นานมานี้ ทรัมป์เตือนว่า อาจเรียกเก็บภาษีชิปที่ผลิตนอกสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 25% หรือมากกว่านั้น ซึ่งนักวิเคราะห์คนหนึ่งระบุว่า อาจทำให้อุตสาหกรรมชิปเผชิญภาวะถดถอย
    .
    แม้การลงทุนล่าสุดคราวนี้ของทีเอสเอ็มซี น่าจะสามารถหลบเลี่ยงจากการข่มขู่รีดภาษีศุลกากรเช่นว่านี้ แต่ยังมีความกังวลว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจกระทบต่อเศรษฐกิจไต้หวันและทำให้ “โล่ซิลิคอน” ความมั่นคงของไต้หวันอ่อนแอลง
    .
    โก จูชุน สมาชิกรัฐสภาจากพรรคก๊กมินตั๋งซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้าน ชี้ว่า ยิ่งทีเอสเอ็มซีออกไปผลิตในอเมริกามากเท่าไหร่ ไต้หวันยิ่งหมดความสำคัญในแง่ภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้นเท่านั้น รวมทั้งยังลดแรงจูงใจต่ออเมริกาในการให้ความช่วยเหลือไต้หวันในอนาคต
    .
    การควบคุมทีเอสเอ็มซี
    .
    ผู้นำไต้หวันตระหนักดีถึงความเสี่ยงขณะพยายามรักษาการสนับสนุนจากวอชิงตัน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนด้านความมั่นคงที่สำคัญที่สุด และปกป้องสถานะผู้ทรงอิทธิพลในการผลิตชิปของไต้หวัน
    .
    สำนักงานของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ แถลงเมื่อวันอังคาร (4 มี.ค.) ว่า รัฐบาลจะตรวจสอบข้อตกลงของทีเอสเอ็มซีว่า สอดคล้องกับกฎหมายของไต้หวันหรือไม่ และทำให้แน่ใจว่า กระบวนการผลิตชิปขั้นสูงสุดจะยังคงอยู่ในไต้หวัน
    .
    ก่อนหน้านี้ ทีเอสเอ็มซีประกาศลงทุนมูลค่ากว่า 65,000 ล้านดอลลาร์ในการจัดตั้งโรงงาน 3 แห่งในรัฐแอริโซนาของอเมริกา โดยที่โรงงานแห่งแรกเริ่มต้นผลิตตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
    .
    สำหรับการลงทุน 100,000 ล้านดอลลาร์ซึ่งประกาศในสัปดาห์นี้ จะเป็นการขยายโครงการในอเมริกาด้วยการจัดตั้งโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ 3 แห่ง โรงงานบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง 2 แห่ง และศูนย์วิจัยและพัฒนา
    .
    ริชาร์ด หู รองผู้อำนวยการของกลุ่มคลังสมอง ที่ใช้ชื่อว่า ศูนย์เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคงของไต้หวัน ให้ความเห็นว่า ทรัมป์ต้องการป้องกันไม่ให้ทีเอสเอ็มซีตกอยู่ในมือจีน และทำให้บริษัทแห่งนี้เป็นสินทรัพย์ด้านเทคโนโลยีของอเมริกา
    .
    หูเสริมว่า เป้าหมายสูงสุดของทรัมป์คือ อเมริกาจะสามารถควบคุมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของทีเอสเอ็มซีทั้งหมดหรืออย่างมีนัยสำคัญ และทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมชิปของอเมริกา
    .
    การรับประกันความมั่นคง
    .
    อย่างไรก็ตาม ซู จื๋ออวิ๋น นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงจากสถาบันเพื่อการวิจัยด้านกลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติของไทเป มองโลกในแง่ดีมากกว่า โดยบอกว่า การลงทุนในสหรัฐฯ ของทีเอสเอ็มซีน่าจะทำให้ไต้หวัน “ปลอดภัยขึ้น” และช่วยส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมชิป อีกทั้งยังสร้างความไว้วางใจระหว่างไทเปกับวอชิงตัน และลดความกังวลของทรัมป์เกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของอเมริกา
    .
    ซูเสริมว่า ไต้หวันไม่ได้มีความสำคัญเพราะมีทีเอสเอ็มซีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงด้านภูมิยุทธศาสตร์ โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความสำคัญของเส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเลของโลกที่อยู่ใกล้ไต้หวัน
    .
    ทว่า เจมส์ อี้ฟาน เฉิน จากมหาวิทยาลัยตั้นเจียง เสนอมุมมองอีกด้านหนึ่งว่า ต้นทุนการผลิตในอเมริกาที่สูงกว่าอาจทำให้ราคาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชิปทีเอสเอ็มซีแพงขึ้น
    .
    นอกจากนั้น ยังไม่มีการรับประกันว่า การลงทุนจะทำให้ทรัมป์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ มีความโน้มเอียงมากขึ้นจริงๆ ที่จะปกป้องไต้หวัน
    .
    เหวิน ตี้ซุง นักวิชาการจากโกลบัล ไชน่า ฮับ ของกลุ่มคลังสมองในสหรัฐฯ แอตแลนติก เคาน์ซิล บอกว่า ผลลัพธ์จากข้อตกลงนี้ในแง่ความเต็มใจของอเมริกาในการปกป้องไต้หวันนั้นต้องพูดว่ายังไม่มีความชัดเจน โดยขึ้นอยู่กับความรู้สึกของทรัมป์ ณ ขณะนั้นมากกว่า รวมทั้งขึ้นอยู่กับว่า ปักกิ่งจะพยายามยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจกว่าไต้หวันหรือไม่
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000021621
    ..............
    Sondhi X
    พวกผู้เชี่ยวชาญชี้ แผนการลงทุนมูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในอเมริกาของทีเอสเอ็มซี บริษัทไต้หวันที่เป็นผู้ผลิตชิปใหญ่ที่สุดของโลก อาจส่งผลให้ “โล่ซิลิคอน” ของไทเปอ่อนแอลง เปิดทางให้ทรัมป์เข้าควบคุมการผลิตชิปของทีเอสเอ็มซี หรือในทางกลับกันอาจทำให้ไต้หวัน “ปลอดภัยขึ้น” และสร้างความไว้วางใจระหว่างไทเปกับวอชิงตัน . ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง (ทีเอสเอ็มซี) ซึ่งเวลานี้มีฐานะเป็นผู้ผลิตเทคโนโลยีสำคัญ ที่กลายเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจโลก . ในสัปดาห์นี้ การประกาศลงทุนครั้งมหึมาในสหรัฐฯ ทำให้มูลค่าการลงทุนทั้งหมดของทีเอสเอ็มซีในอเมริกาเพิ่มเป็น 165,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบริษัทบอกว่า เป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่มีมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน . ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาไต้หวันขโมยอุตสาหกรรมชิปของอเมริกา พร้อมขู่รีดภาษี 100% และไทเปต้องรีบตอบสนองโดยให้สัญญาว่า จะลงทุนในอเมริกาเพิ่ม . เอเอฟพีเสนอรายงานที่ระบุว่า การลงทุนของทีเอสเอ็มซีครั้งนี้อาจมีนัยสำคัญสำหรับไต้หวัน ดังต่อไปนี้ . โล่ซิลิคอน . ชิปเซมิคอนดักเตอร์ในปัจจุบันเป็นส่วนประกอบอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงทีวี รถยนต์ไฟฟ้า และขีปนาวุธ และชิปเหล่านี้กว่าครึ่งผลิตในไต้หวัน . การผลิตชิปที่กระจุกตัวอยู่ในไต้หวันถูกมองมานานแล้วว่าเป็น “โล่ซิลิคอน” ที่ปกป้องไต้หวันจากการรุกรานหรือการปิดล้อมของจีน อีกทั้งยังเป็นแรงจูงใจให้อเมริกากางปีกปกป้องไทเป . ช่วงหลายปีมานี้จีนเพิ่มความกดดันทางทหารต่อไต้หวันเพื่อผลักดันการอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือเกาะแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่และโรงงานผลิตชิปมากมายหลายแห่งของทีเอสเอ็มซี . ความเคลื่อนไหวของจีนทำให้มีเสียงเรียกร้องให้ทีเอสเอ็มซีย้ายการผลิตออกจากไต้หวันเพื่อป้องกันการชะงักงันด้านอุปทานหากถูกจีนโจมตี . เมื่อไม่นานมานี้ ทรัมป์เตือนว่า อาจเรียกเก็บภาษีชิปที่ผลิตนอกสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 25% หรือมากกว่านั้น ซึ่งนักวิเคราะห์คนหนึ่งระบุว่า อาจทำให้อุตสาหกรรมชิปเผชิญภาวะถดถอย . แม้การลงทุนล่าสุดคราวนี้ของทีเอสเอ็มซี น่าจะสามารถหลบเลี่ยงจากการข่มขู่รีดภาษีศุลกากรเช่นว่านี้ แต่ยังมีความกังวลว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจกระทบต่อเศรษฐกิจไต้หวันและทำให้ “โล่ซิลิคอน” ความมั่นคงของไต้หวันอ่อนแอลง . โก จูชุน สมาชิกรัฐสภาจากพรรคก๊กมินตั๋งซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้าน ชี้ว่า ยิ่งทีเอสเอ็มซีออกไปผลิตในอเมริกามากเท่าไหร่ ไต้หวันยิ่งหมดความสำคัญในแง่ภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้นเท่านั้น รวมทั้งยังลดแรงจูงใจต่ออเมริกาในการให้ความช่วยเหลือไต้หวันในอนาคต . การควบคุมทีเอสเอ็มซี . ผู้นำไต้หวันตระหนักดีถึงความเสี่ยงขณะพยายามรักษาการสนับสนุนจากวอชิงตัน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนด้านความมั่นคงที่สำคัญที่สุด และปกป้องสถานะผู้ทรงอิทธิพลในการผลิตชิปของไต้หวัน . สำนักงานของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ แถลงเมื่อวันอังคาร (4 มี.ค.) ว่า รัฐบาลจะตรวจสอบข้อตกลงของทีเอสเอ็มซีว่า สอดคล้องกับกฎหมายของไต้หวันหรือไม่ และทำให้แน่ใจว่า กระบวนการผลิตชิปขั้นสูงสุดจะยังคงอยู่ในไต้หวัน . ก่อนหน้านี้ ทีเอสเอ็มซีประกาศลงทุนมูลค่ากว่า 65,000 ล้านดอลลาร์ในการจัดตั้งโรงงาน 3 แห่งในรัฐแอริโซนาของอเมริกา โดยที่โรงงานแห่งแรกเริ่มต้นผลิตตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว . สำหรับการลงทุน 100,000 ล้านดอลลาร์ซึ่งประกาศในสัปดาห์นี้ จะเป็นการขยายโครงการในอเมริกาด้วยการจัดตั้งโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ 3 แห่ง โรงงานบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง 2 แห่ง และศูนย์วิจัยและพัฒนา . ริชาร์ด หู รองผู้อำนวยการของกลุ่มคลังสมอง ที่ใช้ชื่อว่า ศูนย์เพื่อการศึกษาด้านความมั่นคงของไต้หวัน ให้ความเห็นว่า ทรัมป์ต้องการป้องกันไม่ให้ทีเอสเอ็มซีตกอยู่ในมือจีน และทำให้บริษัทแห่งนี้เป็นสินทรัพย์ด้านเทคโนโลยีของอเมริกา . หูเสริมว่า เป้าหมายสูงสุดของทรัมป์คือ อเมริกาจะสามารถควบคุมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของทีเอสเอ็มซีทั้งหมดหรืออย่างมีนัยสำคัญ และทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมชิปของอเมริกา . การรับประกันความมั่นคง . อย่างไรก็ตาม ซู จื๋ออวิ๋น นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงจากสถาบันเพื่อการวิจัยด้านกลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติของไทเป มองโลกในแง่ดีมากกว่า โดยบอกว่า การลงทุนในสหรัฐฯ ของทีเอสเอ็มซีน่าจะทำให้ไต้หวัน “ปลอดภัยขึ้น” และช่วยส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมชิป อีกทั้งยังสร้างความไว้วางใจระหว่างไทเปกับวอชิงตัน และลดความกังวลของทรัมป์เกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของอเมริกา . ซูเสริมว่า ไต้หวันไม่ได้มีความสำคัญเพราะมีทีเอสเอ็มซีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงด้านภูมิยุทธศาสตร์ โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความสำคัญของเส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเลของโลกที่อยู่ใกล้ไต้หวัน . ทว่า เจมส์ อี้ฟาน เฉิน จากมหาวิทยาลัยตั้นเจียง เสนอมุมมองอีกด้านหนึ่งว่า ต้นทุนการผลิตในอเมริกาที่สูงกว่าอาจทำให้ราคาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชิปทีเอสเอ็มซีแพงขึ้น . นอกจากนั้น ยังไม่มีการรับประกันว่า การลงทุนจะทำให้ทรัมป์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ มีความโน้มเอียงมากขึ้นจริงๆ ที่จะปกป้องไต้หวัน . เหวิน ตี้ซุง นักวิชาการจากโกลบัล ไชน่า ฮับ ของกลุ่มคลังสมองในสหรัฐฯ แอตแลนติก เคาน์ซิล บอกว่า ผลลัพธ์จากข้อตกลงนี้ในแง่ความเต็มใจของอเมริกาในการปกป้องไต้หวันนั้นต้องพูดว่ายังไม่มีความชัดเจน โดยขึ้นอยู่กับความรู้สึกของทรัมป์ ณ ขณะนั้นมากกว่า รวมทั้งขึ้นอยู่กับว่า ปักกิ่งจะพยายามยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจกว่าไต้หวันหรือไม่ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000021621 .............. Sondhi X
    Like
    Haha
    Love
    14
    0 Comments 0 Shares 2389 Views 0 Reviews
  • รอยเตอร์เผยรายงานพิเศษ อ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ซึ่งระบุว่า แคนาดาและสหรัฐฯ เคยเสนอให้ที่พักพิงที่ชาวอุยกูร์ 48 คนที่ถูกกักอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 10 ปี ทว่ารัฐบาลไทยไม่ดำเนินการใดๆ เนื่องจากเกรงจะผิดใจกับ “จีน” จนสุดท้ายชาวอุยกูร์กลุ่มนี้ได้ถูกบังคับเนรเทศกลับไปยังแดนมังกรเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

    รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ออกมาปกป้องการตัดสินใจส่งชาวอุยกูร์กลับจีน ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงคัดค้านจากผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ โดยทางการไทยยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายและพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนทุกประการ

    องค์กรสิทธิมนุษยชนกล่าวหาจีนว่ากระทำการละเมิดกดขี่อย่างกว้างขวางต่อชาวอุยกูร์ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยมุสลิมที่มีอยู่ราวๆ 10 ล้านคนในภูมิภาคซินเจียง ขณะที่ปักกิ่งปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้มีการละเมิดสิทธิคนเหล่านี้

    ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้แถลงเมื่อวันจันทร์ (3) ว่า ไม่มีประเทศใดแสดงความจำนงอย่างหนักแน่นที่จะรับชาวอุยกูร์ 48 คนเข้าไปตั้งถิ่นฐาน

    “เรารอมานานกว่า 10 ปี และผมก็ได้พูดคุยกับประเทศใหญ่ๆ หลายชาติ แต่ไม่มีใครให้คำตอบที่ชัดเจน” เขาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

    อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ คนหนึ่งยืนยันกับรอยเตอร์ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เคยยื่นข้อเสนอรับชาวอุยกูร์ทั้ง 48 คนแล้ว

    “สหรัฐฯ พยายาทำงานร่วมกับไทยมาหลายปีเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์เช่นนี้ รวมถึงได้มีการย้ำข้อเสนออย่างต่อเนื่องว่าจะรับชาวอุยกูร์ไปตั้งถิ่นฐานในประเทศอื่น แม้แต่ในสหรัฐฯ เองด้วย ณ จุดหนึ่ง” เจ้าหน้าที่ผู้ไม่ประสงค์ออกนามกล่าว

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/around/detail/9680000021368

    #MGROnline #ชาวอุยกูร์
    รอยเตอร์เผยรายงานพิเศษ อ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ซึ่งระบุว่า แคนาดาและสหรัฐฯ เคยเสนอให้ที่พักพิงที่ชาวอุยกูร์ 48 คนที่ถูกกักอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 10 ปี ทว่ารัฐบาลไทยไม่ดำเนินการใดๆ เนื่องจากเกรงจะผิดใจกับ “จีน” จนสุดท้ายชาวอุยกูร์กลุ่มนี้ได้ถูกบังคับเนรเทศกลับไปยังแดนมังกรเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว • รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ออกมาปกป้องการตัดสินใจส่งชาวอุยกูร์กลับจีน ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงคัดค้านจากผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ โดยทางการไทยยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายและพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนทุกประการ • องค์กรสิทธิมนุษยชนกล่าวหาจีนว่ากระทำการละเมิดกดขี่อย่างกว้างขวางต่อชาวอุยกูร์ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยมุสลิมที่มีอยู่ราวๆ 10 ล้านคนในภูมิภาคซินเจียง ขณะที่ปักกิ่งปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้มีการละเมิดสิทธิคนเหล่านี้ • ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้แถลงเมื่อวันจันทร์ (3) ว่า ไม่มีประเทศใดแสดงความจำนงอย่างหนักแน่นที่จะรับชาวอุยกูร์ 48 คนเข้าไปตั้งถิ่นฐาน • “เรารอมานานกว่า 10 ปี และผมก็ได้พูดคุยกับประเทศใหญ่ๆ หลายชาติ แต่ไม่มีใครให้คำตอบที่ชัดเจน” เขาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน • อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ คนหนึ่งยืนยันกับรอยเตอร์ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เคยยื่นข้อเสนอรับชาวอุยกูร์ทั้ง 48 คนแล้ว • “สหรัฐฯ พยายาทำงานร่วมกับไทยมาหลายปีเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์เช่นนี้ รวมถึงได้มีการย้ำข้อเสนออย่างต่อเนื่องว่าจะรับชาวอุยกูร์ไปตั้งถิ่นฐานในประเทศอื่น แม้แต่ในสหรัฐฯ เองด้วย ณ จุดหนึ่ง” เจ้าหน้าที่ผู้ไม่ประสงค์ออกนามกล่าว • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/around/detail/9680000021368 • #MGROnline #ชาวอุยกูร์
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 435 Views 0 Reviews
  • สงครามการค้าระหว่างอเมริกากับหุ้นส่วนเศรษฐกิจและคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด 3 ชาติยิ่งบานปลายขยายตัว หลังจากทรัมป์ยืนยันว่ามาตรการขึ้นอัตราภาษีศุลกากรที่เงื้อง่าอยู่ เริ่มมีผลบังคับใช้กับแคนาดา เม็กซิโก และจีนแน่นอนส่งผลให้ปักกิ่งและออตตาวาประกาศตอบโต้แบบทันควัน ขณะที่เม็กซิโกก็ระบุเอาคืนแน่นอน แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียด
    .
    หลังเวลาเที่ยงคืนของวันจันทร์ (3 มี.ค.) ตามเวลาภาคตะวันออกของสหรัฐฯ (ซึ่งช้ากว่าเวลาเมืองไทย 12 ชั่วโมง) สินค้าแคนาดาและเม็กซิโกที่นำเข้าไปยังอเมริกา ซึ่งมีมูลค่ารวมกันสูงกว่า 918,000 ล้านดอลลาร์จะถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงขึ้น 25% รวด เวลาเดียวกันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังรีดภาษีจากสินค้านำเข้าจากจีนสูงขึ้นอีก 10% จากที่เพิ่มขึ้นไปแล้ว 10% เมื่อเดือนกุมภาพันธ์
    .
    ด้านนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด แถลงว่า แคนาดาจะตอบโต้โดยเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่ม 25% จากสินค้าอเมริกันมูลค่ากว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 21 วัน ขณะที่ประธานาธิบดี เกลาเดีย เชย์นเบาม์ ระบุว่าความเคลื่อนไหวช่นนี้ของสหรัฐฯไม่มีความชอบธรรม และประกาศจะตอบโต้กลับด้วยมาตรการภาษีของตัวเอง
    .
    ผู้นำหญิงของเม็กซิโกบอกว่า เธอจะประกาศรายการสินค้านำเข้าจากอเมริกาที่จะตกเป็นเป้าถูกขึ้นภาษีตอบโต้ในวันอาทิตย์ (9) นี้ ณ งานพิธีซึ่งกำหนดจัดขึ้นที่จัตุรัสใจกลางเมืองหลวงเม็กซิโกซิตี ท่าทีเช่นนี้ทำให้มองกันว่าการเลื่อนช้าออกไปเช่นนี้บ่งชี้ว่าเม็กซิโกยังคงมีความหวังที่จะเจรจาต่อรองกันก่อนเพื่อไม่ให้สงครามการค้าบานปลาย
    .
    แรกทีเดียวนั้น มาตรการภาษีศุลกากรสินค้าแคนาดาและเม็กซิโกจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ทว่า ทรัมป์ตกลงขยายเวลาออกไป 30 วันเพื่อเจรจาเพิ่มเติมกับสองประเทศคู่ค้าใหญ่ที่สุดของอเมริกา สำหรับเหตุผลในการขึ้นภาษีคือ เพื่อให้สองประเทศเพื่อนบ้านนี้จัดการปัญหาการลักลอบขนยาเสพติด โดยเฉพาะ เฟนทานิล และปัญหาการลักลอบเข้าเมืองผ่านดินแดนของประเทศทั้งสองเข้ามายังสหรัฐฯ
    .
    ขณะที่ทั้งสองชาติต่างยืนยันว่า มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหา ทว่า ทรัมป์กลับบอกเพิ่มเติมว่า จะลดภาษีศุลกากรต่อเมื่อการขาดดุลการค้าของอเมริกาต่อเม็กซิโกและแคนาดาสิ้นสุดลง ถึงแม้เรื่องหลังนี้ย่อมเป็นกระบวนการที่ไม่สามารถแก้ไขได้ตามกรอบเวลาทางการเมือง
    .
    มีผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์กันว่า มาตรการที่สหรัฐฯขึ้นภาษีศุลกากรกับแคนาดาและเม็กซิโก น่าจะส่งผลสะท้อนกลับกระทบถึงเศรษฐกิจอเมริกันอย่างแรงๆ และดังนั้นจึงอาจบังคับใช้ได้เพียงช่วงสั้นๆ และสิ่งที่ทรัมป์อาจเลือกกระทำต่อไป อาจเป็นการหันไปรีดภาษีจากสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป และอินเดีย รวมทั้งพวก ชิปคอมพิวเตอร์ ยานยนต์ และยาเวชภัณฑ์นำเข้าเพิ่มมากขึ้น
    .
    ในส่วนของจีนนั้น ปักกิ่งประณามการบังคับใช้มาตรการ “ตามอำเภอใจฝ่ายเดียว” เช่นนี้ของอเมริกา และประกาศตอบโต้ทันทีด้วยการเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่ม 15% จากสินค้าเกษตรและอาหารของอเมริกามูลค่า 21,000 ล้านดอลลาร์ มีผลตั้งแต่สัปดาห์หน้า รวมทั้งเพิ่มบริษัทอเมริกันอีก 25 แห่งในบัญชีรายชื่อบริษัทที่ถูกจำกัดการส่งออกและการลงทุนภายใต้เหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ
    .
    ทั้งนี้ จีนเป็นตลาดใหญ่ที่สุดที่รองรับสินค้าเกษตรของอเมริกา โดยปีที่แล้ว แม้จีนนำเข้าสินค้าเกษตรสหรัฐฯ ลดลงเป็นปีที่สอง แต่ก็ยังคงมีมูลค่าถึง 29,250 ล้านดอลลาร์ เท่าที่ผ่านมาภาคเศรษฐกิจนี้มักถูกใช้เป็นกระสอบทรายในยามที่สถานการณ์การค้าระหว่าง 2 ประเทศตึงเครียด โดยเฉพาะในเมื่อพวกรัฐที่เศรษฐกิจพึ่งพาการเกษตรอย่างมาก ยังเป็นพวกรัฐฐานเสียงของทรัมป์และรีพับลิกันอีกด้วย
    .
    ในวันอังคาร (3) กระทรวงการต่างประเทศจีนออกมาแถลงว่า จีนจะไม่ยอมจำนนต่อการรังแกหรือข่มขู่ และสำทับว่า การพยายามกดดันจีนเป็นการคำนวณผิดพลาด
    .
    อย่างไรก็ดี พวกนักวิเคราะห์เชื่อว่า ปักกิ่งยังหวังว่าจะสามารถเปิดการเจรจาสงบศึกกับคณะบริหารของทรัมป์ จึงกำหนดภาษีตอบโต้ในอัตราต่ำกว่า 20% เพื่อให้คณะผู้เจรจาของตนสามารถต่อรองและบรรลุข้อตกลงได้สำเร็จ ทว่าเมื่อการตอบโต้กันไปมาชักบานปลายออกไป มันก็อาจลดโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะประนีประนอมกันได้
    .
    เวลาเดียวกัน สำนักข่าวเอพีเสนอรายงานข่าวที่ระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ กำลังทำให้เศรษฐกิจของทั่วโลกผันผวนและไร้ความแน่นอน เนื่องจากไม่มีใครคาดเดาได้ว่า ทรัมป์จะทำอะไรต่อไป
    .
    การเรียกเก็บภาษีศุลกากรสินค้าแคนาดาและเม็กซิโกแบบเหวี่ยงแหยังมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของภาคอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ยานยนต์และวัสดุก่อสร้าง และเสี่ยงทำให้ค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มขึ้น
    .
    นักเศรษฐศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่า มาตรการภาษีของทรัมป์อาจทำให้ราคาผู้บริโภคในสหรัฐฯพุ่งขึ้น และเพิ่มความกดดันต่อการเติบโตและการจ้างงานในอเมริกา
    .
    มูลนิธิแท็กซ์ ฟาวน์เดชัน ของสหรัฐฯประเมินว่า มาตรการภาษีต่อแคนาดา เม็กซิโก และจีนจะทำให้อัตราเติบโตของอเมริกาหายไป 0.1% ทั้งนี้ ยังไม่คำนวณผลกระทบจากมาตรการตอบโต้ของทั้งสามชาติ
    .
    ไดแอน สวองค์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเคพีเอ็มจี เตือนว่า ถ้าทรัมป์ยังเดินตามแผนรีดภาษีต่อไป อัตราภาษีศุลกากรของอเมริกาอาจเพิ่มขึ้นถึงระดับสูงสุดนับจากปี 1936 ภายในต้นปีหน้า โดยที่ทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตของสหรัฐฯจะต้องเป็นผู้รับภาระหนักจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาษีศุลกากร ซึ่งอาจส่งผลตามมาทำให้ดีมานด์ลดลง และภาคธุรกิจต้องปลดพนักงานเพื่อควบคุมต้นทุน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000021232
    ..............
    Sondhi X
    สงครามการค้าระหว่างอเมริกากับหุ้นส่วนเศรษฐกิจและคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด 3 ชาติยิ่งบานปลายขยายตัว หลังจากทรัมป์ยืนยันว่ามาตรการขึ้นอัตราภาษีศุลกากรที่เงื้อง่าอยู่ เริ่มมีผลบังคับใช้กับแคนาดา เม็กซิโก และจีนแน่นอนส่งผลให้ปักกิ่งและออตตาวาประกาศตอบโต้แบบทันควัน ขณะที่เม็กซิโกก็ระบุเอาคืนแน่นอน แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียด . หลังเวลาเที่ยงคืนของวันจันทร์ (3 มี.ค.) ตามเวลาภาคตะวันออกของสหรัฐฯ (ซึ่งช้ากว่าเวลาเมืองไทย 12 ชั่วโมง) สินค้าแคนาดาและเม็กซิโกที่นำเข้าไปยังอเมริกา ซึ่งมีมูลค่ารวมกันสูงกว่า 918,000 ล้านดอลลาร์จะถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงขึ้น 25% รวด เวลาเดียวกันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังรีดภาษีจากสินค้านำเข้าจากจีนสูงขึ้นอีก 10% จากที่เพิ่มขึ้นไปแล้ว 10% เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ . ด้านนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด แถลงว่า แคนาดาจะตอบโต้โดยเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่ม 25% จากสินค้าอเมริกันมูลค่ากว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 21 วัน ขณะที่ประธานาธิบดี เกลาเดีย เชย์นเบาม์ ระบุว่าความเคลื่อนไหวช่นนี้ของสหรัฐฯไม่มีความชอบธรรม และประกาศจะตอบโต้กลับด้วยมาตรการภาษีของตัวเอง . ผู้นำหญิงของเม็กซิโกบอกว่า เธอจะประกาศรายการสินค้านำเข้าจากอเมริกาที่จะตกเป็นเป้าถูกขึ้นภาษีตอบโต้ในวันอาทิตย์ (9) นี้ ณ งานพิธีซึ่งกำหนดจัดขึ้นที่จัตุรัสใจกลางเมืองหลวงเม็กซิโกซิตี ท่าทีเช่นนี้ทำให้มองกันว่าการเลื่อนช้าออกไปเช่นนี้บ่งชี้ว่าเม็กซิโกยังคงมีความหวังที่จะเจรจาต่อรองกันก่อนเพื่อไม่ให้สงครามการค้าบานปลาย . แรกทีเดียวนั้น มาตรการภาษีศุลกากรสินค้าแคนาดาและเม็กซิโกจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ทว่า ทรัมป์ตกลงขยายเวลาออกไป 30 วันเพื่อเจรจาเพิ่มเติมกับสองประเทศคู่ค้าใหญ่ที่สุดของอเมริกา สำหรับเหตุผลในการขึ้นภาษีคือ เพื่อให้สองประเทศเพื่อนบ้านนี้จัดการปัญหาการลักลอบขนยาเสพติด โดยเฉพาะ เฟนทานิล และปัญหาการลักลอบเข้าเมืองผ่านดินแดนของประเทศทั้งสองเข้ามายังสหรัฐฯ . ขณะที่ทั้งสองชาติต่างยืนยันว่า มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหา ทว่า ทรัมป์กลับบอกเพิ่มเติมว่า จะลดภาษีศุลกากรต่อเมื่อการขาดดุลการค้าของอเมริกาต่อเม็กซิโกและแคนาดาสิ้นสุดลง ถึงแม้เรื่องหลังนี้ย่อมเป็นกระบวนการที่ไม่สามารถแก้ไขได้ตามกรอบเวลาทางการเมือง . มีผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์กันว่า มาตรการที่สหรัฐฯขึ้นภาษีศุลกากรกับแคนาดาและเม็กซิโก น่าจะส่งผลสะท้อนกลับกระทบถึงเศรษฐกิจอเมริกันอย่างแรงๆ และดังนั้นจึงอาจบังคับใช้ได้เพียงช่วงสั้นๆ และสิ่งที่ทรัมป์อาจเลือกกระทำต่อไป อาจเป็นการหันไปรีดภาษีจากสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป และอินเดีย รวมทั้งพวก ชิปคอมพิวเตอร์ ยานยนต์ และยาเวชภัณฑ์นำเข้าเพิ่มมากขึ้น . ในส่วนของจีนนั้น ปักกิ่งประณามการบังคับใช้มาตรการ “ตามอำเภอใจฝ่ายเดียว” เช่นนี้ของอเมริกา และประกาศตอบโต้ทันทีด้วยการเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่ม 15% จากสินค้าเกษตรและอาหารของอเมริกามูลค่า 21,000 ล้านดอลลาร์ มีผลตั้งแต่สัปดาห์หน้า รวมทั้งเพิ่มบริษัทอเมริกันอีก 25 แห่งในบัญชีรายชื่อบริษัทที่ถูกจำกัดการส่งออกและการลงทุนภายใต้เหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ . ทั้งนี้ จีนเป็นตลาดใหญ่ที่สุดที่รองรับสินค้าเกษตรของอเมริกา โดยปีที่แล้ว แม้จีนนำเข้าสินค้าเกษตรสหรัฐฯ ลดลงเป็นปีที่สอง แต่ก็ยังคงมีมูลค่าถึง 29,250 ล้านดอลลาร์ เท่าที่ผ่านมาภาคเศรษฐกิจนี้มักถูกใช้เป็นกระสอบทรายในยามที่สถานการณ์การค้าระหว่าง 2 ประเทศตึงเครียด โดยเฉพาะในเมื่อพวกรัฐที่เศรษฐกิจพึ่งพาการเกษตรอย่างมาก ยังเป็นพวกรัฐฐานเสียงของทรัมป์และรีพับลิกันอีกด้วย . ในวันอังคาร (3) กระทรวงการต่างประเทศจีนออกมาแถลงว่า จีนจะไม่ยอมจำนนต่อการรังแกหรือข่มขู่ และสำทับว่า การพยายามกดดันจีนเป็นการคำนวณผิดพลาด . อย่างไรก็ดี พวกนักวิเคราะห์เชื่อว่า ปักกิ่งยังหวังว่าจะสามารถเปิดการเจรจาสงบศึกกับคณะบริหารของทรัมป์ จึงกำหนดภาษีตอบโต้ในอัตราต่ำกว่า 20% เพื่อให้คณะผู้เจรจาของตนสามารถต่อรองและบรรลุข้อตกลงได้สำเร็จ ทว่าเมื่อการตอบโต้กันไปมาชักบานปลายออกไป มันก็อาจลดโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะประนีประนอมกันได้ . เวลาเดียวกัน สำนักข่าวเอพีเสนอรายงานข่าวที่ระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ กำลังทำให้เศรษฐกิจของทั่วโลกผันผวนและไร้ความแน่นอน เนื่องจากไม่มีใครคาดเดาได้ว่า ทรัมป์จะทำอะไรต่อไป . การเรียกเก็บภาษีศุลกากรสินค้าแคนาดาและเม็กซิโกแบบเหวี่ยงแหยังมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของภาคอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ยานยนต์และวัสดุก่อสร้าง และเสี่ยงทำให้ค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มขึ้น . นักเศรษฐศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่า มาตรการภาษีของทรัมป์อาจทำให้ราคาผู้บริโภคในสหรัฐฯพุ่งขึ้น และเพิ่มความกดดันต่อการเติบโตและการจ้างงานในอเมริกา . มูลนิธิแท็กซ์ ฟาวน์เดชัน ของสหรัฐฯประเมินว่า มาตรการภาษีต่อแคนาดา เม็กซิโก และจีนจะทำให้อัตราเติบโตของอเมริกาหายไป 0.1% ทั้งนี้ ยังไม่คำนวณผลกระทบจากมาตรการตอบโต้ของทั้งสามชาติ . ไดแอน สวองค์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเคพีเอ็มจี เตือนว่า ถ้าทรัมป์ยังเดินตามแผนรีดภาษีต่อไป อัตราภาษีศุลกากรของอเมริกาอาจเพิ่มขึ้นถึงระดับสูงสุดนับจากปี 1936 ภายในต้นปีหน้า โดยที่ทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตของสหรัฐฯจะต้องเป็นผู้รับภาระหนักจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาษีศุลกากร ซึ่งอาจส่งผลตามมาทำให้ดีมานด์ลดลง และภาคธุรกิจต้องปลดพนักงานเพื่อควบคุมต้นทุน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000021232 .............. Sondhi X
    Like
    8
    0 Comments 0 Shares 2469 Views 0 Reviews
  • จับตา "การประชุมสองสภา 2025 " ในบริบทพลวัตด้านอำนาจของจีนที่เปลี่ยนไป #การประชุมสองสภา (Two sessions) กิจกรรมทางการเมืองซึ่งมีความสำคัญที่สุดในรอบปีของจีน จะเปิดฉากขึ้นด้วยการประชุมของ #สภาที่ปรึกษาการเมืองแห่งประชาชนจีน ( CPPCC ) ในวันอังคาร ( 4 มี.ค.) ตามด้วยการประชุม #สภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ในวันพุธ ( 5 มี.ค.)การประชุมสองสภาถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการเฝ้าสังเกตการณ์แผนพัฒนาของจีน โดยในปีนี้จะมีการพิจารณาทบทวน #แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปีฉบับที่ 14 ( 2564-2568 ) เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายของประเทศต่อไปด้านนักวิเคราะห์มองว่า การประชุมสองสภาในปี 2568 เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทที่พลวัตหรือพลังการเคลื่อนไหวทางอำนาจ ( #power dynamics) ระหว่างสหรัฐฯกับจีนมีความแตกต่างไปอย่างมากจากเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งจีนประกาศยุทธศาสตร์การพัฒนาและเป็นช่วงรอยต่อระหว่างการสิ้นสุดวาระการบริหารประเทศของรัฐบาลประธานาธิบดี #โดนัลด์ ทรัมป์สมัยแรก การเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีโจ ไบเดน และการกลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯสมัยที่ 2 ของทรัมป์เมื่อเดือนมกราคมปีนี้แม้ทรัมป์และไบเดนขับเคี่ยวกันในทางการเมือง แต่ก็มีจุดยืนร่วมกันอย่างหนึ่งนั่นก็คือพยายามขัดขวางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีนทุกวิถีทาง สหรัฐฯ มีการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรและข้อจำกัดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนต่อจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลี่ เฉิง อาจารย์ด้านรัฐศาสตร์และผู้อำนวยการก่อตั้งศูนย์จีนร่วมสมัยและโลกแห่งมหาวิทยาลัยฮ่องกงมองว่า แม้ความท้าทายทางเศรษฐกิจภายในประเทศและแรงกดดันจากภายนอกกำลังรุมเร้าจีน แต่การเปลี่ยนแปลงอำนาจบนเวทีโลกไปในทิศทางที่เอื้อต่อจีนนั้นปรากฏชัดเจนยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา“ตะวันออกกำลังรุ่งเรือง และตะวันตกกำลังเสื่อมถอย” ตามที่ชาวจีนหลายคนเชื่อนั้นคือสิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่ในขณะนี้“จีนได้เปรียบตรงที่เน้นการพัฒนาในระยะยาวมากกว่าผลกำไรในระยะสั้น” อาจารย์เฉิงระบุตามรายงานเผยแพร่เมื่อปีที่แล้วของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม ( Information Technology and Innovation Foundation) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองในกรุงวอชิงตันนั้น ความพยายามที่ดำเนินมาหลายปีดูเหมือนว่าจะได้รับผลตอบแทนด้วยการที่จีนกลายเป็นผู้นำหรือคู่แข่งขันระดับโลกในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง 5 ภาคส่วน ได้แก่ หุ่นยนต์ พลังงานนิวเคลียร์ ยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ และคอมพิวเตอร์ควอนตัม นอกจากนี้จีนยังกำลังตามทันในอีก 4 ด้าน ได้แก่ สารเคมี เครื่องมือเครื่องจักร ยาชีวเภสัชภัณฑ์ ( biopharmaceuticals ) และเซมิคอนดักเตอร์อี้ว์ โจว อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลกาภิวัตน์และเทคโนโลยีจีนประจำวิทยาลัยวาสซาร์ในสหรัฐฯ มองว่า การประกาศแผนยุทธศาสตร์ Made in China 2025 ของจีนเมื่อปี 2558 ทำให้ความสำเร็จด้านเทคโนโลยีของจีนได้ก้าวไปไกลเกินกว่าที่ใครๆ เคยคาดคิด และเกินความคาดหวังของผู้วางแผนยุทธศาสตร์เองในตอนนั้นด้วยซ้ำนอกจากนี้ จีนยังเพิ่มการใช้อุปกรณ์ขั้นสูง เช่น โดรน เพื่อเร่งขับเคลื่อนการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยและใช้จุดยืนที่กล้าแสดงออกมากขึ้นในการเผชิญหน้าทางทะเลกับสหรัฐฯจึงคาดกันว่า ความพยายามในการรับมือกับนโยบายของทรัมป์และการพยายามรักษาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้เพิ่มมากขึ้น ควบคู่ไปกับความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ จะเป็นวาระสำคัญในการประชุมสองสมัยครั้งนี้และด้วยบริบทของพลวัตทางอำนาจระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่เปลี่ยนไป จึงน่าจับตามองว่า ที่ประชุมจะมีการตัดสินใจและการประกาศนโยบายอย่างใดบ้างการตั้งเป้าหมายจีดีพีเติบโตเป็นหนึ่งในการตั้งเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่ถูกจับตามองมากที่สุด รวมถึงการประกาศมาตรการเชิงนโยบายของรัฐบาลที่ตรงเป้าหมายมากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนการประกาศนโยบายด้านต่างประเทศ นโยบายด้านปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) และนวัตกรรม นโยบายที่คาดว่าจะประกาศเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อชีวิตของชาวจีน 1,400 ล้านคนและส่งกระทบต่อต่างชาติด้วยอย่างแน่นอนที่มา : เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ /โกลบอลไทมส์ภาพประกอบข่าว1 ภาพ : เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์2 นักข่าวกำลังทำงานที่ศูนย์สื่อมวลชนเพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมสองสภาประจำปีของจีนที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2568 - ภาพ : ซินหัว
    จับตา "การประชุมสองสภา 2025 " ในบริบทพลวัตด้านอำนาจของจีนที่เปลี่ยนไป #การประชุมสองสภา (Two sessions) กิจกรรมทางการเมืองซึ่งมีความสำคัญที่สุดในรอบปีของจีน จะเปิดฉากขึ้นด้วยการประชุมของ #สภาที่ปรึกษาการเมืองแห่งประชาชนจีน ( CPPCC ) ในวันอังคาร ( 4 มี.ค.) ตามด้วยการประชุม #สภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ในวันพุธ ( 5 มี.ค.)การประชุมสองสภาถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการเฝ้าสังเกตการณ์แผนพัฒนาของจีน โดยในปีนี้จะมีการพิจารณาทบทวน #แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปีฉบับที่ 14 ( 2564-2568 ) เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายของประเทศต่อไปด้านนักวิเคราะห์มองว่า การประชุมสองสภาในปี 2568 เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทที่พลวัตหรือพลังการเคลื่อนไหวทางอำนาจ ( #power dynamics) ระหว่างสหรัฐฯกับจีนมีความแตกต่างไปอย่างมากจากเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งจีนประกาศยุทธศาสตร์การพัฒนาและเป็นช่วงรอยต่อระหว่างการสิ้นสุดวาระการบริหารประเทศของรัฐบาลประธานาธิบดี #โดนัลด์ ทรัมป์สมัยแรก การเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีโจ ไบเดน และการกลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯสมัยที่ 2 ของทรัมป์เมื่อเดือนมกราคมปีนี้แม้ทรัมป์และไบเดนขับเคี่ยวกันในทางการเมือง แต่ก็มีจุดยืนร่วมกันอย่างหนึ่งนั่นก็คือพยายามขัดขวางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีนทุกวิถีทาง สหรัฐฯ มีการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรและข้อจำกัดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนต่อจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลี่ เฉิง อาจารย์ด้านรัฐศาสตร์และผู้อำนวยการก่อตั้งศูนย์จีนร่วมสมัยและโลกแห่งมหาวิทยาลัยฮ่องกงมองว่า แม้ความท้าทายทางเศรษฐกิจภายในประเทศและแรงกดดันจากภายนอกกำลังรุมเร้าจีน แต่การเปลี่ยนแปลงอำนาจบนเวทีโลกไปในทิศทางที่เอื้อต่อจีนนั้นปรากฏชัดเจนยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา“ตะวันออกกำลังรุ่งเรือง และตะวันตกกำลังเสื่อมถอย” ตามที่ชาวจีนหลายคนเชื่อนั้นคือสิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่ในขณะนี้“จีนได้เปรียบตรงที่เน้นการพัฒนาในระยะยาวมากกว่าผลกำไรในระยะสั้น” อาจารย์เฉิงระบุตามรายงานเผยแพร่เมื่อปีที่แล้วของมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม ( Information Technology and Innovation Foundation) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองในกรุงวอชิงตันนั้น ความพยายามที่ดำเนินมาหลายปีดูเหมือนว่าจะได้รับผลตอบแทนด้วยการที่จีนกลายเป็นผู้นำหรือคู่แข่งขันระดับโลกในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง 5 ภาคส่วน ได้แก่ หุ่นยนต์ พลังงานนิวเคลียร์ ยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ และคอมพิวเตอร์ควอนตัม นอกจากนี้จีนยังกำลังตามทันในอีก 4 ด้าน ได้แก่ สารเคมี เครื่องมือเครื่องจักร ยาชีวเภสัชภัณฑ์ ( biopharmaceuticals ) และเซมิคอนดักเตอร์อี้ว์ โจว อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลกาภิวัตน์และเทคโนโลยีจีนประจำวิทยาลัยวาสซาร์ในสหรัฐฯ มองว่า การประกาศแผนยุทธศาสตร์ Made in China 2025 ของจีนเมื่อปี 2558 ทำให้ความสำเร็จด้านเทคโนโลยีของจีนได้ก้าวไปไกลเกินกว่าที่ใครๆ เคยคาดคิด และเกินความคาดหวังของผู้วางแผนยุทธศาสตร์เองในตอนนั้นด้วยซ้ำนอกจากนี้ จีนยังเพิ่มการใช้อุปกรณ์ขั้นสูง เช่น โดรน เพื่อเร่งขับเคลื่อนการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยและใช้จุดยืนที่กล้าแสดงออกมากขึ้นในการเผชิญหน้าทางทะเลกับสหรัฐฯจึงคาดกันว่า ความพยายามในการรับมือกับนโยบายของทรัมป์และการพยายามรักษาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้เพิ่มมากขึ้น ควบคู่ไปกับความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ จะเป็นวาระสำคัญในการประชุมสองสมัยครั้งนี้และด้วยบริบทของพลวัตทางอำนาจระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่เปลี่ยนไป จึงน่าจับตามองว่า ที่ประชุมจะมีการตัดสินใจและการประกาศนโยบายอย่างใดบ้างการตั้งเป้าหมายจีดีพีเติบโตเป็นหนึ่งในการตั้งเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่ถูกจับตามองมากที่สุด รวมถึงการประกาศมาตรการเชิงนโยบายของรัฐบาลที่ตรงเป้าหมายมากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนการประกาศนโยบายด้านต่างประเทศ นโยบายด้านปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) และนวัตกรรม นโยบายที่คาดว่าจะประกาศเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อชีวิตของชาวจีน 1,400 ล้านคนและส่งกระทบต่อต่างชาติด้วยอย่างแน่นอนที่มา : เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ /โกลบอลไทมส์ภาพประกอบข่าว1 ภาพ : เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์2 นักข่าวกำลังทำงานที่ศูนย์สื่อมวลชนเพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมสองสภาประจำปีของจีนที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2568 - ภาพ : ซินหัว
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 706 Views 0 Reviews
  • มีการเปิดตัวชิปประมวลผลเซิร์ฟเวอร์ใหม่จาก Alibaba ที่ชื่อว่า "XuanTie C930" ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม RISC-V ที่พัฒนามาเพื่อการประมวลผล AI และ HPC (High Performance Computing) ชิปนี้ได้รับการเผยแพร่ที่การประชุม China RISC-V Ecosystem Conference ในกรุงปักกิ่ง โดยวิศวกรของ Alibaba มองว่าชิปนี้จะเปิดทางให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต

    แม้ว่าเราจะยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนคอร์ ความเร็วของชิป หรือขนาดแคช แต่ Alibaba มีประวัติในการพัฒนาชิปที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น Yitian 710 ที่เป็นชิปที่เร็วที่สุดสำหรับคลาวด์เซิร์ฟเวอร์เมื่อปีที่แล้ว การเปิดตัว XuanTie C930 นี้จึงถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ Alibaba มีส่วนสำคัญในตลาดชิปประมวลผล

    นอกจากนี้ Alibaba ยังได้ประกาศแผนการลงทุนมูลค่า 52 พันล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐาน AI และคลาวด์ในอีกสามปีข้างหน้า รวมถึงการพัฒนาชิป RISC-V รุ่นอื่น ๆ ที่จะตามมา ได้แก่ C908X, R908A และ XL200 ซึ่งออกแบบมาสำหรับการเร่งความเร็ว AI, การใช้งานในยานยนต์ และการเชื่อมต่อความเร็วสูงตามลำดับ

    สิ่งที่น่าสนใจคือการนำสถาปัตยกรรม RISC-V ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเปิดมาใช้ เนื่องจากการนำเข้าสถาปัตยกรรมที่มีอยู่จากสหรัฐฯ ถูกจำกัดโดยกฎหมายการส่งออกที่เข้มงวดของสหรัฐฯ การพัฒนา RISC-V ของจีนจึงถือว่าเป็นการสร้างเส้นทางใหม่ในการพัฒนาชิปที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/alibaba-launches-risc-v-based-xuantie-c930-server-cpu-ai-hpc-chip-ships-this-month-more-designs-to-follow
    มีการเปิดตัวชิปประมวลผลเซิร์ฟเวอร์ใหม่จาก Alibaba ที่ชื่อว่า "XuanTie C930" ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม RISC-V ที่พัฒนามาเพื่อการประมวลผล AI และ HPC (High Performance Computing) ชิปนี้ได้รับการเผยแพร่ที่การประชุม China RISC-V Ecosystem Conference ในกรุงปักกิ่ง โดยวิศวกรของ Alibaba มองว่าชิปนี้จะเปิดทางให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต แม้ว่าเราจะยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนคอร์ ความเร็วของชิป หรือขนาดแคช แต่ Alibaba มีประวัติในการพัฒนาชิปที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น Yitian 710 ที่เป็นชิปที่เร็วที่สุดสำหรับคลาวด์เซิร์ฟเวอร์เมื่อปีที่แล้ว การเปิดตัว XuanTie C930 นี้จึงถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ Alibaba มีส่วนสำคัญในตลาดชิปประมวลผล นอกจากนี้ Alibaba ยังได้ประกาศแผนการลงทุนมูลค่า 52 พันล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐาน AI และคลาวด์ในอีกสามปีข้างหน้า รวมถึงการพัฒนาชิป RISC-V รุ่นอื่น ๆ ที่จะตามมา ได้แก่ C908X, R908A และ XL200 ซึ่งออกแบบมาสำหรับการเร่งความเร็ว AI, การใช้งานในยานยนต์ และการเชื่อมต่อความเร็วสูงตามลำดับ สิ่งที่น่าสนใจคือการนำสถาปัตยกรรม RISC-V ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเปิดมาใช้ เนื่องจากการนำเข้าสถาปัตยกรรมที่มีอยู่จากสหรัฐฯ ถูกจำกัดโดยกฎหมายการส่งออกที่เข้มงวดของสหรัฐฯ การพัฒนา RISC-V ของจีนจึงถือว่าเป็นการสร้างเส้นทางใหม่ในการพัฒนาชิปที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/alibaba-launches-risc-v-based-xuantie-c930-server-cpu-ai-hpc-chip-ships-this-month-more-designs-to-follow
    0 Comments 0 Shares 245 Views 0 Reviews
  • DeepSeek บริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังถูกพูดถึงทั่วโลกในขณะนี้ สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการเทคโนโลยีด้วยโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพสูง และสามารถแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากต่างประเทศได้อย่างน่าทึ่ง แต่ที่น่าสนใจคือ จุดเริ่มต้นของบริษัทนี้มาจากเมืองหางโจว (Hangzhou) และมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) มหาวิทยาลัยชั้นนำที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีมานี้
    .
    มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ตั้งอยู่ในเมืองหางโจว ห่างจากนครเซี่ยงไฮ้ราว 175 กิโลเมตร เป็นเมืองศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพของจีน ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซิลิคอนวัลเลย์ของสหรัฐฯ แม้แต่ แจ๊คหม่า (Jack Ma)ผู้ก่อตั้ง Alibaba ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ ก็เริ่มต้นธุรกิจจากเมืองนี้ ก่อนที่เขาจะหายตัวไปจากสื่อหลังจากวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีนในปี 2563 จนกระทั่งกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้ในการพบปะกับสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ร่วมกับ เหลียง เหวินเฟิง (Liang Wenfeng) ผู้ก่อตั้ง DeepSeek และศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง
    .
    มหาวิทยาลัยเจ้อเจียงถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศสตาร์ทอัพที่กำลังรุ่งเรืองของเมืองหางโจว และมีเป้าหมายที่จะก้าวสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกภายในปี 2570 โดยมีต้นแบบที่ชัดเจนคือมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) แห่งสหรัฐฯ มากกว่าการเดินตามมหาวิทยาลัยดังในปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้
    .
    ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเจ้อเจียงมีนักศึกษาและอาจารย์รวมกันกว่า 70,000 คน กระจายอยู่ในวิทยาเขตทั้ง 7 แห่งของเมืองหางโจว และผลิตงานวิจัยออกมาเป็นจำนวนมาก โดยข้อมูลล่าสุดจาก Leiden Ranking ระบุว่า มหาวิทยาลัยเจ้อเจียงมีจำนวนผลงานตีพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์มากที่สุดในโลก และเป็นอันดับสองรองจากฮาร์วาร์ดในด้านจำนวนผลงานที่มีคุณภาพอยู่ใน 10% แรกของวงการวิชาการโลก
    .
    ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเจ้อเจียงหลายคนล้วนเป็นเศรษฐีแถวหน้าของจีน เช่น หวงเจิง (Colin Huang) ผู้ก่อตั้ง Pinduoduo และต้วน หย่งผิง (Duan Yongping) เจ้าพ่อธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
    .
    ปัจจุบันจีนกำลังจับตามองกลุ่มสตาร์ทอัพดาวรุ่งแห่งเมืองหางโจวที่เรียกกันว่า "มังกรน้อยทั้งหก" ซึ่ง DeepSeek ก็คือหนึ่งในนั้น เช่นเดียวกับ Manycore Tech สตาร์ทอัพด้านซอฟต์แวร์ 3D และ Deep Robotics สตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์สี่ขา (Quadruped Robot)
    .
    อย่างไรก็ตาม แม้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่มหาวิทยาลัยเจ้อเจียงยังมีความท้าทายอีกหลายประการ โดยเฉพาะในแง่ของการเงินที่ยังคงพึ่งพางบประมาณจากรัฐบาลเป็นหลัก และยังไม่มีเงินทุนกองทุนส่วนตัวที่มีขนาดใหญ่เทียบเท่ามหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก นอกจากนี้บุคลากรส่วนใหญ่ก็ยังเป็นชาวจีนแทบทั้งหมด โดยมีนักวิชาการต่างชาติที่เข้าร่วมไม่มากนัก เนื่องจากข้อจำกัดด้านสิทธิเสรีภาพและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
    .
    กระนั้นก็ตาม วิลเลียม เคอร์บี้ (William Kirby) นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านจีนจาก Harvard Business School ชี้ว่า "การเกิดขึ้นของมหาวิทยาลัยเช่นเจ้อเจียง แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในแวดวงการศึกษาระดับโลก" และถือเป็นก้าวสำคัญในการที่จีนจะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจด้านการศึกษาที่มีอิทธิพลระดับโลกภายในปี 2578 ตามที่รัฐบาลจีนวางเป้าหมายเอาไว้
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000020876
    ..............
    Sondhi X
    DeepSeek บริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังถูกพูดถึงทั่วโลกในขณะนี้ สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการเทคโนโลยีด้วยโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพสูง และสามารถแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากต่างประเทศได้อย่างน่าทึ่ง แต่ที่น่าสนใจคือ จุดเริ่มต้นของบริษัทนี้มาจากเมืองหางโจว (Hangzhou) และมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) มหาวิทยาลัยชั้นนำที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีมานี้ . มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ตั้งอยู่ในเมืองหางโจว ห่างจากนครเซี่ยงไฮ้ราว 175 กิโลเมตร เป็นเมืองศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพของจีน ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซิลิคอนวัลเลย์ของสหรัฐฯ แม้แต่ แจ๊คหม่า (Jack Ma)ผู้ก่อตั้ง Alibaba ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ ก็เริ่มต้นธุรกิจจากเมืองนี้ ก่อนที่เขาจะหายตัวไปจากสื่อหลังจากวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีนในปี 2563 จนกระทั่งกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้ในการพบปะกับสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ร่วมกับ เหลียง เหวินเฟิง (Liang Wenfeng) ผู้ก่อตั้ง DeepSeek และศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง . มหาวิทยาลัยเจ้อเจียงถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศสตาร์ทอัพที่กำลังรุ่งเรืองของเมืองหางโจว และมีเป้าหมายที่จะก้าวสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกภายในปี 2570 โดยมีต้นแบบที่ชัดเจนคือมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) แห่งสหรัฐฯ มากกว่าการเดินตามมหาวิทยาลัยดังในปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ . ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเจ้อเจียงมีนักศึกษาและอาจารย์รวมกันกว่า 70,000 คน กระจายอยู่ในวิทยาเขตทั้ง 7 แห่งของเมืองหางโจว และผลิตงานวิจัยออกมาเป็นจำนวนมาก โดยข้อมูลล่าสุดจาก Leiden Ranking ระบุว่า มหาวิทยาลัยเจ้อเจียงมีจำนวนผลงานตีพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์มากที่สุดในโลก และเป็นอันดับสองรองจากฮาร์วาร์ดในด้านจำนวนผลงานที่มีคุณภาพอยู่ใน 10% แรกของวงการวิชาการโลก . ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเจ้อเจียงหลายคนล้วนเป็นเศรษฐีแถวหน้าของจีน เช่น หวงเจิง (Colin Huang) ผู้ก่อตั้ง Pinduoduo และต้วน หย่งผิง (Duan Yongping) เจ้าพ่อธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น . ปัจจุบันจีนกำลังจับตามองกลุ่มสตาร์ทอัพดาวรุ่งแห่งเมืองหางโจวที่เรียกกันว่า "มังกรน้อยทั้งหก" ซึ่ง DeepSeek ก็คือหนึ่งในนั้น เช่นเดียวกับ Manycore Tech สตาร์ทอัพด้านซอฟต์แวร์ 3D และ Deep Robotics สตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์สี่ขา (Quadruped Robot) . อย่างไรก็ตาม แม้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่มหาวิทยาลัยเจ้อเจียงยังมีความท้าทายอีกหลายประการ โดยเฉพาะในแง่ของการเงินที่ยังคงพึ่งพางบประมาณจากรัฐบาลเป็นหลัก และยังไม่มีเงินทุนกองทุนส่วนตัวที่มีขนาดใหญ่เทียบเท่ามหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก นอกจากนี้บุคลากรส่วนใหญ่ก็ยังเป็นชาวจีนแทบทั้งหมด โดยมีนักวิชาการต่างชาติที่เข้าร่วมไม่มากนัก เนื่องจากข้อจำกัดด้านสิทธิเสรีภาพและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ . กระนั้นก็ตาม วิลเลียม เคอร์บี้ (William Kirby) นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านจีนจาก Harvard Business School ชี้ว่า "การเกิดขึ้นของมหาวิทยาลัยเช่นเจ้อเจียง แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในแวดวงการศึกษาระดับโลก" และถือเป็นก้าวสำคัญในการที่จีนจะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจด้านการศึกษาที่มีอิทธิพลระดับโลกภายในปี 2578 ตามที่รัฐบาลจีนวางเป้าหมายเอาไว้ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000020876 .............. Sondhi X
    Like
    Love
    6
    0 Comments 1 Shares 1870 Views 0 Reviews
  • มีข่าวล่าสุดจากการประชุม 2025 China RISC-V Ecosystem Conference ที่จัดขึ้นในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2025 โดยบริษัท SOPHGO ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรุ่นที่พัฒนาขึ้นจากชิป SG2044 ซึ่งเป็นชิปประสิทธิภาพสูงที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์และการประมวลผล AI นอกจากนี้ SOPHGO ยังได้นำเสนอการพัฒนาในด้านการรวมกันของสถาปัตยกรรม RISC-V และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ก้าวหน้าอย่างมาก

    รองประธานของ SOPHGO RISC-V ได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับ "การบุกเบิกของ RISC-V ด้วย AI: การรวมกันและนวัตกรรมเฮเทอโรจีนัส" (heterogeneous) โดยได้เน้นถึงความสำเร็จในการรวมสถาปัตยกรรม RISC-V กับเทคโนโลยี AI ซึ่งได้เปิดทางให้การประมวลผลและการใช้พลังงานคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล รวมถึงการพัฒนาโมเดลการทำนายขนาดใหญ่

    SOPHGO ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่ที่ใช้ชิป SG2044 แบ่งเป็น 3 ซีรีส์ ได้แก่:
    1) เซิร์ฟเวอร์การประมวลผล SRA3-40: รองรับการประมวลผลหลายแกน และการคำนวณที่แม่นยำหลากหลายรูปแบบ
    2) เซิร์ฟเวอร์การเก็บข้อมูล SRB3-40: รองรับไดรฟ์หลายตัว ความจุใหญ่ และการโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง
    3) เซิร์ฟเวอร์รวมการทำงาน SRM3-40: รองรับการทำนายโมเดลขนาดใหญ่ พลังการประมวลผลสูง และประหยัดพลังงาน

    เซิร์ฟเวอร์รุ่น SRA3-40 จะเป็นเซิร์ฟเวอร์ RISC-V สมรรถนะสูงรุ่นแรกที่รวมเข้ากับเฟรมเวิร์ก DeepSeek อย่างลึกซึ้ง การใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิป RISC-V นี้จะเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับบริษัทที่ต้องการใช้พลังการประมวลผลในระดับสูง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องการการคำนวณที่รวดเร็วและแม่นยำ

    ในงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้น SOPHGO ได้มีการแสดงสินค้าและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก บริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายการใช้งานของ RISC-V ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การประมวลผลประสิทธิภาพสูงและเทอร์มินัลอัจฉริยะ

    การพัฒนาเทคโนโลยีของ SOPHGO นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการก้าวสู่การเป็นผู้นำในด้านการรวมเทคโนโลยี RISC-V และ AI

    https://www.techpowerup.com/333496/sophgo-unveils-new-products-at-the-2025-china-risc-v-ecosystem-conference
    มีข่าวล่าสุดจากการประชุม 2025 China RISC-V Ecosystem Conference ที่จัดขึ้นในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2025 โดยบริษัท SOPHGO ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรุ่นที่พัฒนาขึ้นจากชิป SG2044 ซึ่งเป็นชิปประสิทธิภาพสูงที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์และการประมวลผล AI นอกจากนี้ SOPHGO ยังได้นำเสนอการพัฒนาในด้านการรวมกันของสถาปัตยกรรม RISC-V และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ก้าวหน้าอย่างมาก รองประธานของ SOPHGO RISC-V ได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับ "การบุกเบิกของ RISC-V ด้วย AI: การรวมกันและนวัตกรรมเฮเทอโรจีนัส" (heterogeneous) โดยได้เน้นถึงความสำเร็จในการรวมสถาปัตยกรรม RISC-V กับเทคโนโลยี AI ซึ่งได้เปิดทางให้การประมวลผลและการใช้พลังงานคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล รวมถึงการพัฒนาโมเดลการทำนายขนาดใหญ่ SOPHGO ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่ที่ใช้ชิป SG2044 แบ่งเป็น 3 ซีรีส์ ได้แก่: 1) เซิร์ฟเวอร์การประมวลผล SRA3-40: รองรับการประมวลผลหลายแกน และการคำนวณที่แม่นยำหลากหลายรูปแบบ 2) เซิร์ฟเวอร์การเก็บข้อมูล SRB3-40: รองรับไดรฟ์หลายตัว ความจุใหญ่ และการโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูง 3) เซิร์ฟเวอร์รวมการทำงาน SRM3-40: รองรับการทำนายโมเดลขนาดใหญ่ พลังการประมวลผลสูง และประหยัดพลังงาน เซิร์ฟเวอร์รุ่น SRA3-40 จะเป็นเซิร์ฟเวอร์ RISC-V สมรรถนะสูงรุ่นแรกที่รวมเข้ากับเฟรมเวิร์ก DeepSeek อย่างลึกซึ้ง การใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ชิป RISC-V นี้จะเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับบริษัทที่ต้องการใช้พลังการประมวลผลในระดับสูง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องการการคำนวณที่รวดเร็วและแม่นยำ ในงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้น SOPHGO ได้มีการแสดงสินค้าและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก บริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายการใช้งานของ RISC-V ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การประมวลผลประสิทธิภาพสูงและเทอร์มินัลอัจฉริยะ การพัฒนาเทคโนโลยีของ SOPHGO นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการก้าวสู่การเป็นผู้นำในด้านการรวมเทคโนโลยี RISC-V และ AI https://www.techpowerup.com/333496/sophgo-unveils-new-products-at-the-2025-china-risc-v-ecosystem-conference
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    SOPHGO Unveils New Products at the 2025 China RISC-V Ecosystem Conference
    On February 27-28, the 2025 China RISC-V Ecosystem Conference was grandly held at the Zhongguancun International Innovation Center in Beijing. As a core promoter in the RISC-V field, SOPHGO was invited to deliver a speech and prominently launch a series of new products based on the SG2044 chip, shar...
    0 Comments 0 Shares 355 Views 0 Reviews
More Results