• สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปภาพรวมการดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หลังยกระดับมาตรการเข้ม 3 ด้าน ทั้งการรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และการบริหารจัดการ ส่งผลให้อุบัติเหตุทางถนนลดลงจากปีก่อน
    .
    พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ตำรวจทั่วประเทศได้ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และดูแลพื้นที่ในลักษณะเครือข่ายใยแมงมุม ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยว จุดจัดงาน และพื้นที่สำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนตลอดช่วงวันหยุดยาว
    .
    ในส่วนโครงการ “ฝากบ้านกับตำรวจ” มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 9,000 หลัง ระหว่างวันที่ 22 ธ.ค. 2568 – 5 ม.ค. 2569 ผลการดำเนินงานไม่พบเหตุร้าย บ้านทุกหลังปลอดภัยและส่งคืนเจ้าของครบถ้วน
    .
    ด้านสถิติอุบัติเหตุทางถนน ในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น พบจำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและความร่วมมือของประชาชน
    .
    ผบ.ตร. ขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนายที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ และขอบคุณประชาชนที่ร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมาย ทำให้เทศกาลปีใหม่ปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความปลอดภัยร่วมกัน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001678
    .
    #News1 #News1live #ตำรวจแห่งชาติ #ปีใหม่2569 #ความปลอดภัย #ฝากบ้านกับตำรวจ
    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปภาพรวมการดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หลังยกระดับมาตรการเข้ม 3 ด้าน ทั้งการรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และการบริหารจัดการ ส่งผลให้อุบัติเหตุทางถนนลดลงจากปีก่อน . พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ตำรวจทั่วประเทศได้ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และดูแลพื้นที่ในลักษณะเครือข่ายใยแมงมุม ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยว จุดจัดงาน และพื้นที่สำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนตลอดช่วงวันหยุดยาว . ในส่วนโครงการ “ฝากบ้านกับตำรวจ” มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 9,000 หลัง ระหว่างวันที่ 22 ธ.ค. 2568 – 5 ม.ค. 2569 ผลการดำเนินงานไม่พบเหตุร้าย บ้านทุกหลังปลอดภัยและส่งคืนเจ้าของครบถ้วน . ด้านสถิติอุบัติเหตุทางถนน ในช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น พบจำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและความร่วมมือของประชาชน . ผบ.ตร. ขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนายที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ และขอบคุณประชาชนที่ร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมาย ทำให้เทศกาลปีใหม่ปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความปลอดภัยร่วมกัน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001678 . #News1 #News1live #ตำรวจแห่งชาติ #ปีใหม่2569 #ความปลอดภัย #ฝากบ้านกับตำรวจ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 258 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตำรวจ ปคม. จับกุมวัยรุ่นสาววัย 23 ปี สมาชิกขบวนการลักลอบค้าบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ในภาคใต้ หลังขยายผลจากคดีขนส่งบุหรี่ไฟฟ้ากว่าแสนชิ้น มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท
    .
    การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้า 133,120 ชิ้น ที่ถูกซุกซ่อนในรถบรรทุก 6 ล้อ อำพรางปะปนกับสินค้าอื่น ก่อนขยายผลพบผู้ร่วมขบวนการรวม 9 ราย และออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง
    .
    เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ ขณะเตรียมเดินทางกลับจังหวัดสงขลาหลังเทศกาลปีใหม่ โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001519
    .
    #News1live #News1 #บุหรี่ไฟฟ้า #ปคม #อาชญากรรม #ลักลอบค้า
    ตำรวจ ปคม. จับกุมวัยรุ่นสาววัย 23 ปี สมาชิกขบวนการลักลอบค้าบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ในภาคใต้ หลังขยายผลจากคดีขนส่งบุหรี่ไฟฟ้ากว่าแสนชิ้น มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท . การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้า 133,120 ชิ้น ที่ถูกซุกซ่อนในรถบรรทุก 6 ล้อ อำพรางปะปนกับสินค้าอื่น ก่อนขยายผลพบผู้ร่วมขบวนการรวม 9 ราย และออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง . เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ ขณะเตรียมเดินทางกลับจังหวัดสงขลาหลังเทศกาลปีใหม่ โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001519 . #News1live #News1 #บุหรี่ไฟฟ้า #ปคม #อาชญากรรม #ลักลอบค้า
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 188 มุมมอง 0 รีวิว
  • ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพมหานครคืนวันสุดท้ายก่อนเปิดทำงานปีใหม่ เผชิญปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร ส่งผลให้การจราจรชะลอตัวสลับหยุดนิ่งหลายจุด คาดยืดเยื้อยาวถึงช่วงเช้าวันทำงานแรก
    .
    ค่ำวันนี้ (4 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่ามีรถยนต์หลั่งไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเย็น หลังประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ ภายหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่
    .
    บริเวณที่มีการจราจรหนาแน่นมาก คือช่วงก่อนขึ้นทางต่างระดับบางปะอิน ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 1 อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบรถเต็มทุกช่องทาง มีทั้งรถเลี้ยวเข้าออกปั๊มน้ำมัน รถเบี่ยงออกถนนพหลโยธินเพื่อขึ้นมอเตอร์เวย์ รวมถึงรถที่ชะลอความเร็วเพื่อขึ้น–ลงต่างระดับบางปะอิน มุ่งหน้าถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 และถนนพหลโยธินขาเข้ากรุงเทพมหานคร
    .
    สภาพการจราจรในจุดดังกล่าวเคลื่อนตัวได้ช้า สลับหยุดนิ่งเป็นช่วง ๆ ต่อเนื่องยาวประมาณ 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องเร่งอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการจราจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อระบายรถให้คล่องตัวมากที่สุด
    .
    ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณรถที่เดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะยังคงหนาแน่นต่อเนื่องตลอดทั้งคืนไปจนถึงช่วงเช้า เนื่องจากเป็นวันหยุดวันสุดท้ายของหลายหน่วยงาน ก่อนเริ่มต้นวันทำงานแรกหลังเทศกาลปีใหม่
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000805
    .
    #News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #กลับเข้ากรุง #ปีใหม่2569
    ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพมหานครคืนวันสุดท้ายก่อนเปิดทำงานปีใหม่ เผชิญปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร ส่งผลให้การจราจรชะลอตัวสลับหยุดนิ่งหลายจุด คาดยืดเยื้อยาวถึงช่วงเช้าวันทำงานแรก . ค่ำวันนี้ (4 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่ามีรถยนต์หลั่งไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเย็น หลังประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ ภายหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ . บริเวณที่มีการจราจรหนาแน่นมาก คือช่วงก่อนขึ้นทางต่างระดับบางปะอิน ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 1 อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบรถเต็มทุกช่องทาง มีทั้งรถเลี้ยวเข้าออกปั๊มน้ำมัน รถเบี่ยงออกถนนพหลโยธินเพื่อขึ้นมอเตอร์เวย์ รวมถึงรถที่ชะลอความเร็วเพื่อขึ้น–ลงต่างระดับบางปะอิน มุ่งหน้าถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 และถนนพหลโยธินขาเข้ากรุงเทพมหานคร . สภาพการจราจรในจุดดังกล่าวเคลื่อนตัวได้ช้า สลับหยุดนิ่งเป็นช่วง ๆ ต่อเนื่องยาวประมาณ 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องเร่งอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการจราจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อระบายรถให้คล่องตัวมากที่สุด . ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณรถที่เดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะยังคงหนาแน่นต่อเนื่องตลอดทั้งคืนไปจนถึงช่วงเช้า เนื่องจากเป็นวันหยุดวันสุดท้ายของหลายหน่วยงาน ก่อนเริ่มต้นวันทำงานแรกหลังเทศกาลปีใหม่ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000805 . #News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #กลับเข้ากรุง #ปีใหม่2569
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 308 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักท่องเที่ยวฮือฮา! พบ “เสือดำ” สัตว์ป่าคุ้มครองหายาก
    ออกมาเดินอวดโฉมอย่างชัดเจน
    บริเวณถนนทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง
    ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
    ช่วงเทศกาลปีใหม่ สร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างมาก
    .
    วันนี้ (4 ม.ค. 2569) นายมงคล ไชยภักดี
    หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า
    ได้รับภาพถ่ายจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
    ซึ่งสามารถบันทึกภาพ “เสือดำ”
    ขณะเดินออกมาจากชายป่า
    บริเวณกิโลเมตรที่ 21 ถนนทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง
    .
    จากการสังเกตพบว่า เสือดำตัวดังกล่าวเดินบนถนนอย่างสงบ
    ไม่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหรือหวาดกลัว
    ก่อนจะเดินกลับเข้าสู่ผืนป่าตามธรรมชาติ
    คาดว่าออกมาหาความอบอุ่น
    เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศในพื้นที่หนาวเย็น
    .
    หัวหน้าอุทยานฯ ระบุว่า
    ในช่วงฤดูหนาว สัตว์ป่าหลายชนิดมักออกมาหากินมากขึ้น
    ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว
    หากพบเห็นสัตว์ป่าให้เว้นระยะห่าง
    ไม่เข้าใกล้ ไม่ส่งเสียงดังรบกวน
    และห้ามให้อาหารสัตว์ป่าโดยเด็ดขาด
    .
    ทั้งนี้ การพบเห็นเสือดำครั้งนี้
    ถือเป็นสัญญาณที่ดีของความอุดมสมบูรณ์
    ของผืนป่าแก่งกระจาน
    และสะท้อนถึงความสำเร็จของการอนุรักษ์สัตว์ป่าไทย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000780
    .
    #News1 #News1live #เสือดำ #แก่งกระจาน #สัตว์ป่าคุ้มครอง #อนุรักษ์ธรรมชาติ #ท่องเที่ยวปีใหม่
    นักท่องเที่ยวฮือฮา! พบ “เสือดำ” สัตว์ป่าคุ้มครองหายาก ออกมาเดินอวดโฉมอย่างชัดเจน บริเวณถนนทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ช่วงเทศกาลปีใหม่ สร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างมาก . วันนี้ (4 ม.ค. 2569) นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า ได้รับภาพถ่ายจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งสามารถบันทึกภาพ “เสือดำ” ขณะเดินออกมาจากชายป่า บริเวณกิโลเมตรที่ 21 ถนนทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง . จากการสังเกตพบว่า เสือดำตัวดังกล่าวเดินบนถนนอย่างสงบ ไม่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหรือหวาดกลัว ก่อนจะเดินกลับเข้าสู่ผืนป่าตามธรรมชาติ คาดว่าออกมาหาความอบอุ่น เนื่องจากช่วงนี้สภาพอากาศในพื้นที่หนาวเย็น . หัวหน้าอุทยานฯ ระบุว่า ในช่วงฤดูหนาว สัตว์ป่าหลายชนิดมักออกมาหากินมากขึ้น ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว หากพบเห็นสัตว์ป่าให้เว้นระยะห่าง ไม่เข้าใกล้ ไม่ส่งเสียงดังรบกวน และห้ามให้อาหารสัตว์ป่าโดยเด็ดขาด . ทั้งนี้ การพบเห็นเสือดำครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของความอุดมสมบูรณ์ ของผืนป่าแก่งกระจาน และสะท้อนถึงความสำเร็จของการอนุรักษ์สัตว์ป่าไทย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000780 . #News1 #News1live #เสือดำ #แก่งกระจาน #สัตว์ป่าคุ้มครอง #อนุรักษ์ธรรมชาติ #ท่องเที่ยวปีใหม่
    Like
    Yay
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 282 มุมมอง 0 รีวิว
  • อ่างทองรถทะลัก! ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ
    หนาแน่นเต็มทุกช่อง เคลื่อนตัวช้า–สลับหยุดนิ่ง
    หลังประชาชนแห่เดินทางกลับช่วงหยุดยาวปีใหม่
    .
    เวลา 14.00 น. วันนี้ (4 ม.ค.) สภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย
    ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ผ่านพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่รอยต่อ
    อำเภอไชโย–อำเภอเมืองอ่างทอง ไปจนถึงรอยต่ออำเภอมหาราช
    จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง
    ใช้ความเร็วได้เพียง 30–40 กม./ชม. โดยเฉพาะบริเวณคอสะพาน
    และจุดทางร่วมทางแยก
    .
    สาเหตุจากประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ
    หลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ คาดปริมาณรถจะยัง
    สะสมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นและค่ำคืนนี้
    .
    ด้าน พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ระบุว่า
    ได้สั่งการเข้มกวดขันวินัยจราจรใน 10 ข้อหาหลัก
    โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่
    และขับรถเร็วเกินกำหนด
    .
    การกวดขันเมาแล้วขับช่วงปีใหม่นี้
    ดำเนินการเข้มกว่าสงกรานต์ถึง 2–3 เท่า
    คาดดำเนินคดีราว 150 ราย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
    และเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000771
    .
    #News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #ขากลับปีใหม่ #อ่างทอง #จราจร
    อ่างทองรถทะลัก! ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ หนาแน่นเต็มทุกช่อง เคลื่อนตัวช้า–สลับหยุดนิ่ง หลังประชาชนแห่เดินทางกลับช่วงหยุดยาวปีใหม่ . เวลา 14.00 น. วันนี้ (4 ม.ค.) สภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ผ่านพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่รอยต่อ อำเภอไชโย–อำเภอเมืองอ่างทอง ไปจนถึงรอยต่ออำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง ใช้ความเร็วได้เพียง 30–40 กม./ชม. โดยเฉพาะบริเวณคอสะพาน และจุดทางร่วมทางแยก . สาเหตุจากประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ หลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ คาดปริมาณรถจะยัง สะสมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นและค่ำคืนนี้ . ด้าน พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ระบุว่า ได้สั่งการเข้มกวดขันวินัยจราจรใน 10 ข้อหาหลัก โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ และขับรถเร็วเกินกำหนด . การกวดขันเมาแล้วขับช่วงปีใหม่นี้ ดำเนินการเข้มกว่าสงกรานต์ถึง 2–3 เท่า คาดดำเนินคดีราว 150 ราย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000771 . #News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #ขากลับปีใหม่ #อ่างทอง #จราจร
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 278 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตร.ระดมกำลังรับมือขากลับปีใหม่
    คาดวันนี้รถเข้ากรุงพุ่งกว่า 6.4 แสนคัน
    สั่งเปิดช่องทางพิเศษทุกสายหลัก
    .
    รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจการจราจรขากลับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ระบุภาพรวมการจราจรช่วงบ่ายยังคล่องตัว ไม่มีท้ายแถวสะสม แต่คาดช่วงเย็น–ค่ำ ปริมาณรถจะเพิ่มสูงขึ้น
    .
    ข้อมูลจากตำรวจทางหลวง ระบุว่าเมื่อวันที่ 3 ม.ค. มีรถเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครกว่า 636,453 คัน เพิ่มขึ้นจากปีใหม่ปีก่อนราว 17% และคาดว่าวันนี้จะมีรถเข้ากรุงเทพฯ ประมาณ 644,572 คัน ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายของการเดินทางกลับ
    .
    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งเปิดช่องทางพิเศษเร่งระบายรถในทุกเส้นทางหลัก โดยเฉพาะสายอีสาน ถนนมิตรภาพ, ถนน 24 โชคชัย–เดชอุดม, ทล.304 วังน้ำเขียว–กบินทร์บุรี และมอเตอร์เวย์ M6 ที่มีจุดคอขวดบางช่วง
    .
    สายเหนือ รถหนาแน่นบริเวณจุดซ่อมสร้างและแยกสัญญาณไฟบน ทล.117 และสายเอเชีย ก่อนเข้าสู่ต่างระดับบางปะอิน ขณะที่สายใต้ หนาแน่นบริเวณแยกวังมะนาว และถนนพระราม 2 ช่วงน้ำทะเลหนุน
    .
    ตำรวจทางหลวงย้ำ พร้อมบริหารจัดการจราจรเต็มกำลัง เปิด–ปิดช่องทางพิเศษตามสถานการณ์ และใช้กล้อง CCTV วิเคราะห์สภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดอุบัติเหตุ
    .
    ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางหรือขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000765
    .
    #News1 #News1live #จราจรปีใหม่ #รถขากลับ #ตำรวจทางหลวง #เปิดช่องทางพิเศษ
    ตร.ระดมกำลังรับมือขากลับปีใหม่ คาดวันนี้รถเข้ากรุงพุ่งกว่า 6.4 แสนคัน สั่งเปิดช่องทางพิเศษทุกสายหลัก . รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจการจราจรขากลับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ระบุภาพรวมการจราจรช่วงบ่ายยังคล่องตัว ไม่มีท้ายแถวสะสม แต่คาดช่วงเย็น–ค่ำ ปริมาณรถจะเพิ่มสูงขึ้น . ข้อมูลจากตำรวจทางหลวง ระบุว่าเมื่อวันที่ 3 ม.ค. มีรถเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครกว่า 636,453 คัน เพิ่มขึ้นจากปีใหม่ปีก่อนราว 17% และคาดว่าวันนี้จะมีรถเข้ากรุงเทพฯ ประมาณ 644,572 คัน ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายของการเดินทางกลับ . สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งเปิดช่องทางพิเศษเร่งระบายรถในทุกเส้นทางหลัก โดยเฉพาะสายอีสาน ถนนมิตรภาพ, ถนน 24 โชคชัย–เดชอุดม, ทล.304 วังน้ำเขียว–กบินทร์บุรี และมอเตอร์เวย์ M6 ที่มีจุดคอขวดบางช่วง . สายเหนือ รถหนาแน่นบริเวณจุดซ่อมสร้างและแยกสัญญาณไฟบน ทล.117 และสายเอเชีย ก่อนเข้าสู่ต่างระดับบางปะอิน ขณะที่สายใต้ หนาแน่นบริเวณแยกวังมะนาว และถนนพระราม 2 ช่วงน้ำทะเลหนุน . ตำรวจทางหลวงย้ำ พร้อมบริหารจัดการจราจรเต็มกำลัง เปิด–ปิดช่องทางพิเศษตามสถานการณ์ และใช้กล้อง CCTV วิเคราะห์สภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดอุบัติเหตุ . ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางหรือขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000765 . #News1 #News1live #จราจรปีใหม่ #รถขากลับ #ตำรวจทางหลวง #เปิดช่องทางพิเศษ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 343 มุมมอง 0 รีวิว
  • ถนนเอเชีย–พหลโยธิน แน่นตั้งแต่เช้า
    ประชาชนแห่กลับกรุง วันหยุดสุดท้ายปีใหม่
    .
    บรรยากาศการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครในวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ ยังคงคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยประชาชนจำนวนมากเร่งเดินทางกลับ หลังกลับภูมิลำเนาไปฉลองปีใหม่กับครอบครัว
    .
    สภาพการจราจรถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพฯ จากภาคเหนือ ช่วงสะพานต่างระดับอยุธยา ถึงบางปะอิน พบรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ต่อเนื่อง ด้วยความเร็วเฉลี่ยประมาณ 90–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    .
    เช่นเดียวกับถนนพหลโยธิน ช่วงอำเภอวังน้อย มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มีปริมาณรถมาก แต่ยังไม่ถึงขั้นติดขัด สามารถใช้ความเร็วได้ใกล้เคียงกัน
    .
    ขณะเดียวกัน ถนนสาย 347 มุ่งหน้าปทุมธานี และถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 ช่วงพระนครศรีอยุธยา ปริมาณรถเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ภาพรวมยังเคลื่อนตัวได้ดี
    .
    เจ้าหน้าที่คาดว่า ตลอดทั้งวันจนถึงช่วงค่ำ จะยังมีประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมตัวเริ่มทำงานในวันแรกหลังหยุดยาว
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000650
    .
    #News1 #News1live #จราจร #ถนนเอเชีย #พหลโยธิน #กลับกรุง #ปีใหม่2569
    ถนนเอเชีย–พหลโยธิน แน่นตั้งแต่เช้า ประชาชนแห่กลับกรุง วันหยุดสุดท้ายปีใหม่ . บรรยากาศการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครในวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ ยังคงคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยประชาชนจำนวนมากเร่งเดินทางกลับ หลังกลับภูมิลำเนาไปฉลองปีใหม่กับครอบครัว . สภาพการจราจรถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพฯ จากภาคเหนือ ช่วงสะพานต่างระดับอยุธยา ถึงบางปะอิน พบรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ต่อเนื่อง ด้วยความเร็วเฉลี่ยประมาณ 90–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง . เช่นเดียวกับถนนพหลโยธิน ช่วงอำเภอวังน้อย มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มีปริมาณรถมาก แต่ยังไม่ถึงขั้นติดขัด สามารถใช้ความเร็วได้ใกล้เคียงกัน . ขณะเดียวกัน ถนนสาย 347 มุ่งหน้าปทุมธานี และถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 ช่วงพระนครศรีอยุธยา ปริมาณรถเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ภาพรวมยังเคลื่อนตัวได้ดี . เจ้าหน้าที่คาดว่า ตลอดทั้งวันจนถึงช่วงค่ำ จะยังมีประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมตัวเริ่มทำงานในวันแรกหลังหยุดยาว . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000650 . #News1 #News1live #จราจร #ถนนเอเชีย #พหลโยธิน #กลับกรุง #ปีใหม่2569
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 302 มุมมอง 0 รีวิว
  • รถแน่นเอเชีย!! ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงผ่าน “อ่างทอง” เริ่มอืดจัด รถหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร สลับหยุดนิ่ง หลังประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ คาดปริมาณรถสะสมยาวถึงช่วงกลางคืน
    .
    เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 ม.ค. รายงานสภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ตั้งแต่รอยต่อ อ.ไชโย–อ.เมืองอ่างทอง ต่อเนื่องถึงรอยต่อ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา พบการจราจรหนาแน่น รถใช้ความเร็วได้เพียง 30–40 กม./ชม. และมีการติดสะสมสลับหยุดนิ่งตามคอสะพาน ทางร่วม และทางแยก
    .
    สาเหตุหลักมาจากประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อกลับไปทำงานตามปกติหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ โดยคาดว่าปริมาณรถจะยังสะสมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นและกลางคืน
    .
    ด้านศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดอ่างทอง แนะนำผู้ใช้รถหลีกเลี่ยงถนนสายเอเชีย โดยใช้เส้นทางเลี่ยง เช่น เส้นทางบ้านมหานาม–บ้านรี เลาะคลองชลประทานชัยนาท–อยุธยา และถนนสาย 309 สิงห์บุรี–ไชโย–เมืองอ่างทอง–ป่าโมก มุ่งหน้าออกอยุธยา
    .
    พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนน ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000403
    .
    #News1 #News1live #ถนนสายเอเชีย #รถติด #อ่างทอง #จราจรปีใหม่ #เดินทางกลับกทม
    รถแน่นเอเชีย!! ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงผ่าน “อ่างทอง” เริ่มอืดจัด รถหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร สลับหยุดนิ่ง หลังประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ คาดปริมาณรถสะสมยาวถึงช่วงกลางคืน . เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 ม.ค. รายงานสภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ตั้งแต่รอยต่อ อ.ไชโย–อ.เมืองอ่างทอง ต่อเนื่องถึงรอยต่อ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา พบการจราจรหนาแน่น รถใช้ความเร็วได้เพียง 30–40 กม./ชม. และมีการติดสะสมสลับหยุดนิ่งตามคอสะพาน ทางร่วม และทางแยก . สาเหตุหลักมาจากประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อกลับไปทำงานตามปกติหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ โดยคาดว่าปริมาณรถจะยังสะสมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็นและกลางคืน . ด้านศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดอ่างทอง แนะนำผู้ใช้รถหลีกเลี่ยงถนนสายเอเชีย โดยใช้เส้นทางเลี่ยง เช่น เส้นทางบ้านมหานาม–บ้านรี เลาะคลองชลประทานชัยนาท–อยุธยา และถนนสาย 309 สิงห์บุรี–ไชโย–เมืองอ่างทอง–ป่าโมก มุ่งหน้าออกอยุธยา . พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนน ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000403 . #News1 #News1live #ถนนสายเอเชีย #รถติด #อ่างทอง #จราจรปีใหม่ #เดินทางกลับกทม
    Like
    Love
    Yay
    5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 424 มุมมอง 0 รีวิว
  • รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังโซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปผู้ว่าราชการจังหวัดรายหนึ่ง ตำหนิการตั้งด่านตรวจของตำรวจช่วงเทศกาลปีใหม่ ย้ำการตั้งด่านเป็นมาตรการจำเป็น เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ลดอุบัติเหตุ และสกัดอาชญากรรม
    .
    พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว และได้สั่งการให้ผู้บังคับการในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน เพื่อรายงานและดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมยืนยันว่าการตั้งจุดตรวจจุดสกัดช่วงปีใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการดูแลความปลอดภัยในช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่นสูงสุดของปี
    .
    รอง ผบ.ตร. ย้ำว่า ภารกิจตั้งด่านมีเป้าหมายหลักเพื่อลดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียบนท้องถนน โดยเน้นบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดใน 10 ข้อหาหลัก เช่น เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
    .
    ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จุดตรวจจราจรในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา ยังสามารถจับกุมคดีอาชญากรรมอื่นได้จำนวนมาก ทั้งคดีคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ยาเสพติด สัตว์ป่าคุ้มครอง และวัตถุระเบิด สะท้อนบทบาทของด่านตรวจที่มากกว่าการดูแลวินัยจราจร
    .
    สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเป้าหมายสูงสุดคือ “ความปลอดภัยของประชาชน” พร้อมขอความร่วมมือประชาชนเข้าใจและสนับสนุนการทำงานของตำรวจ เพื่อให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ได้อย่างปลอดภัย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000204
    .
    #News1live #News1 #ตำรวจตั้งด่าน #ปีใหม่2569 #ลดอุบัติเหตุ #ความปลอดภัยบนท้องถนน #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังโซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปผู้ว่าราชการจังหวัดรายหนึ่ง ตำหนิการตั้งด่านตรวจของตำรวจช่วงเทศกาลปีใหม่ ย้ำการตั้งด่านเป็นมาตรการจำเป็น เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ลดอุบัติเหตุ และสกัดอาชญากรรม . พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว และได้สั่งการให้ผู้บังคับการในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน เพื่อรายงานและดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมยืนยันว่าการตั้งจุดตรวจจุดสกัดช่วงปีใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการดูแลความปลอดภัยในช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่นสูงสุดของปี . รอง ผบ.ตร. ย้ำว่า ภารกิจตั้งด่านมีเป้าหมายหลักเพื่อลดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียบนท้องถนน โดยเน้นบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดใน 10 ข้อหาหลัก เช่น เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง . ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จุดตรวจจราจรในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา ยังสามารถจับกุมคดีอาชญากรรมอื่นได้จำนวนมาก ทั้งคดีคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ยาเสพติด สัตว์ป่าคุ้มครอง และวัตถุระเบิด สะท้อนบทบาทของด่านตรวจที่มากกว่าการดูแลวินัยจราจร . สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเป้าหมายสูงสุดคือ “ความปลอดภัยของประชาชน” พร้อมขอความร่วมมือประชาชนเข้าใจและสนับสนุนการทำงานของตำรวจ เพื่อให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ได้อย่างปลอดภัย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000204 . #News1live #News1 #ตำรวจตั้งด่าน #ปีใหม่2569 #ลดอุบัติเหตุ #ความปลอดภัยบนท้องถนน #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    Like
    Sad
    4
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 513 มุมมอง 0 รีวิว
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนประชาชนเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ใช้ความระมัดระวัง ไม่ประมาท หลังยังมีการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวต่อเนื่อง ทำให้หลายเส้นทางมีปริมาณรถหนาแน่นเป็นช่วง ๆ
    .
    พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากผลการบังคับใช้กฎหมายจราจรในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ 7 วันควบคุมเข้มข้น พบการจับกุมใน 10 ข้อหาหลัก จำนวน 79,726 ราย รวม 2 วัน มีผู้ถูกจับกุมแล้ว 157,624 ราย สะท้อนพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
    .
    สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มข้นดูแลการจราจร เฝ้าระวังจุดเสี่ยง จุดตัด และเส้นทางหลัก พร้อมขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบสภาพรถ พักผ่อนให้เพียงพอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การเดินทางช่วงปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความปลอดภัย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000161
    .
    #News1live #News1 #เตือนภัยปีใหม่ #อุบัติเหตุทางถนน #จราจร
    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนประชาชนเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ใช้ความระมัดระวัง ไม่ประมาท หลังยังมีการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวต่อเนื่อง ทำให้หลายเส้นทางมีปริมาณรถหนาแน่นเป็นช่วง ๆ . พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากผลการบังคับใช้กฎหมายจราจรในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ 7 วันควบคุมเข้มข้น พบการจับกุมใน 10 ข้อหาหลัก จำนวน 79,726 ราย รวม 2 วัน มีผู้ถูกจับกุมแล้ว 157,624 ราย สะท้อนพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด . สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มข้นดูแลการจราจร เฝ้าระวังจุดเสี่ยง จุดตัด และเส้นทางหลัก พร้อมขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบสภาพรถ พักผ่อนให้เพียงพอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การเดินทางช่วงปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความปลอดภัย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000161 . #News1live #News1 #เตือนภัยปีใหม่ #อุบัติเหตุทางถนน #จราจร
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 507 มุมมอง 0 รีวิว
  • บรรยากาศการท่องเที่ยวรับปีใหม่ 2569 ที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาร่วมทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล และท่องเที่ยวแหล่งสำคัญของพื้นที่
    .
    ช่วงเช้าวันที่ 1 มกราคม 2569 พระมหาสุชาติ สิริปัญโญ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม นำพระสงฆ์กว่า 30 รูป ออกบิณฑบาตบริเวณสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนร่วมใส่บาตรรับพรปีใหม่ ก่อนเดินทางเที่ยวชมสะพานมอญ และล่องเรือชมวัดจมน้ำ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของสังขละบุรี
    .
    ดร.ณฐิสิณี เต็งเที่ยง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวอำเภอสังขละบุรี เปิดเผยว่า คาดว่าช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ราว 20,000–30,000 คน สร้างเงินหมุนเวียนจากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 150–200 ล้านบาท ส่งผลให้โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร และผู้ประกอบการท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000038
    .
    #News1live #News1 #สังขละบุรี #สะพานมอญ #ท่องเที่ยวปีใหม่ #ปีใหม่2569
    บรรยากาศการท่องเที่ยวรับปีใหม่ 2569 ที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาร่วมทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล และท่องเที่ยวแหล่งสำคัญของพื้นที่ . ช่วงเช้าวันที่ 1 มกราคม 2569 พระมหาสุชาติ สิริปัญโญ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม นำพระสงฆ์กว่า 30 รูป ออกบิณฑบาตบริเวณสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนร่วมใส่บาตรรับพรปีใหม่ ก่อนเดินทางเที่ยวชมสะพานมอญ และล่องเรือชมวัดจมน้ำ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของสังขละบุรี . ดร.ณฐิสิณี เต็งเที่ยง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวอำเภอสังขละบุรี เปิดเผยว่า คาดว่าช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ราว 20,000–30,000 คน สร้างเงินหมุนเวียนจากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 150–200 ล้านบาท ส่งผลให้โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร และผู้ประกอบการท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000038 . #News1live #News1 #สังขละบุรี #สะพานมอญ #ท่องเที่ยวปีใหม่ #ปีใหม่2569
    Like
    4
    1 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 558 มุมมอง 0 รีวิว
  • (ลงโพสต์ย้อนหลังเนื่องจากระบบขัดข้อง)

    ท่องเที่ยวหาดใหญ่ ค่อยๆ ฟื้นหลังน้ำลด

    เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา เมืองเศรษฐกิจภาคใต้ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 25 ปี เมื่อวันที่ 21 พ.ย. กินระยะเวลากว่า 1 สัปดาห์ แม้จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ความเสียหายทั้งบ้านเรือนนับแสนหลังคาเรือน กิจการและกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างล้มหายตายจาก ปิดกิจการ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลาประเมินความเสียหายคาดว่ามากกว่า 20,000 ล้านบาท

    ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ในฐานะที่หาดใหญ่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวมาเลเซีย ต่างเปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปยังที่อื่น เช่น เกาะลังกาวี แม้ชาวมาเลเซียจะมองว่าค่าครองชีพสูงเมื่อเทียบกับหาดใหญ่ ขณะเดียวกัน ยังมีนักท่องเที่ยวอีกส่วนหนึ่ง เปลี่ยนจุดหมายปลายทางในไทยไปยังภูเก็ต และกระบี่

    ปัจจุบัน โรงแรมในอำเภอหาดใหญ่ 196 แห่ง คิดเป็น 56% จากทั้งจังหวัดสงขลา 344 แห่ง จากการเปิดเผยของสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กับเว็บไซต์ข่าว The Star ของมาเลเซีย ระบุว่า โรงแรมประมาณ 95% ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างรุนแรง รวมถึงความเสียหายด้านโครงสร้าง และผลกระทบต่อห้องพักที่ต้องใช้เวลาซ่อมแซมและฟื้นฟูอย่างน้อย 1 เดือน

    ข้อมูลล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานหาดใหญ่ เปิดเผยว่า โรงแรมกลับมาเปิดให้บริการแล้ว 40% คาดว่าจะเพิ่มเป็น 70% ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะจัดงาน HATYAI NEW YEAR 2026 ที่สี่แยกโอเดียน ถนนธรรมนูญวิถี คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ไม่น้อยกว่า 50,000 คน สร้างเงินสะพัดประมาณ 500 ล้านบาท

    มีรายงานข่าวว่า ยังมีโครงการอื่นๆ ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เช่น กิจกรรม Smile in Hatyai หรือสิทธิพิเศษ Passport Privilege ซึ่งจะเป็นรูปเป็นร่างในเดือน ม.ค. 2569

    ล่าสุด ททท. ร่วมกับ หอการค้าจังหวัดสงขลา, YEC Songkhla และสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เปิดโครงการ Amazing Hatyai Happy Bus จัดรถโดยสาร 2 เส้นทางบริการฟรี เชื่อมต่อสถานที่สำคัญ เช่น สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ วงเวียนน้ำพุ มอ.หาดใหญ่ มีจุดเปลี่ยนเส้นทางที่ตลาดนัดฉื่อฉาง และตลาดกิมหยง ตั้งแต่บัดนี้ถึง 28 ก.พ. 2569

    ส่วนการรถไฟมาเลเซีย (KTM Berhad) กลับมาเดินรถขบวนรถไฟ My Sawasdee เส้นทางสถานี KL Sentral กรุงกัวลาลัมเปอร์ ถึงสถานีชุมทางหาดใหญ่ ประเทศไทย ออกเดินทางวันที่ 29 ธ.ค. เดินทางกลับวันที่ 1 ม.ค. 2569 ราคาเริ่มต้นที่ 95 ริงกิต

    อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการท่องเที่ยวหาดใหญ่อาจต้องฟื้นฟูสักระยะ อาจฟื้นตัวใกล้เคียงกับปกติช่วงเทศกาลตรุษจีน กลางเดือน ก.พ.2569 และเทศกาลสงกรานต์ กลางเดือน เม.ย.2569

    #Newskit
    (ลงโพสต์ย้อนหลังเนื่องจากระบบขัดข้อง) ท่องเที่ยวหาดใหญ่ ค่อยๆ ฟื้นหลังน้ำลด เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา เมืองเศรษฐกิจภาคใต้ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 25 ปี เมื่อวันที่ 21 พ.ย. กินระยะเวลากว่า 1 สัปดาห์ แม้จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ความเสียหายทั้งบ้านเรือนนับแสนหลังคาเรือน กิจการและกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างล้มหายตายจาก ปิดกิจการ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลาประเมินความเสียหายคาดว่ามากกว่า 20,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ในฐานะที่หาดใหญ่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวมาเลเซีย ต่างเปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปยังที่อื่น เช่น เกาะลังกาวี แม้ชาวมาเลเซียจะมองว่าค่าครองชีพสูงเมื่อเทียบกับหาดใหญ่ ขณะเดียวกัน ยังมีนักท่องเที่ยวอีกส่วนหนึ่ง เปลี่ยนจุดหมายปลายทางในไทยไปยังภูเก็ต และกระบี่ ปัจจุบัน โรงแรมในอำเภอหาดใหญ่ 196 แห่ง คิดเป็น 56% จากทั้งจังหวัดสงขลา 344 แห่ง จากการเปิดเผยของสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กับเว็บไซต์ข่าว The Star ของมาเลเซีย ระบุว่า โรงแรมประมาณ 95% ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างรุนแรง รวมถึงความเสียหายด้านโครงสร้าง และผลกระทบต่อห้องพักที่ต้องใช้เวลาซ่อมแซมและฟื้นฟูอย่างน้อย 1 เดือน ข้อมูลล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานหาดใหญ่ เปิดเผยว่า โรงแรมกลับมาเปิดให้บริการแล้ว 40% คาดว่าจะเพิ่มเป็น 70% ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะจัดงาน HATYAI NEW YEAR 2026 ที่สี่แยกโอเดียน ถนนธรรมนูญวิถี คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ไม่น้อยกว่า 50,000 คน สร้างเงินสะพัดประมาณ 500 ล้านบาท มีรายงานข่าวว่า ยังมีโครงการอื่นๆ ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เช่น กิจกรรม Smile in Hatyai หรือสิทธิพิเศษ Passport Privilege ซึ่งจะเป็นรูปเป็นร่างในเดือน ม.ค. 2569 ล่าสุด ททท. ร่วมกับ หอการค้าจังหวัดสงขลา, YEC Songkhla และสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เปิดโครงการ Amazing Hatyai Happy Bus จัดรถโดยสาร 2 เส้นทางบริการฟรี เชื่อมต่อสถานที่สำคัญ เช่น สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ วงเวียนน้ำพุ มอ.หาดใหญ่ มีจุดเปลี่ยนเส้นทางที่ตลาดนัดฉื่อฉาง และตลาดกิมหยง ตั้งแต่บัดนี้ถึง 28 ก.พ. 2569 ส่วนการรถไฟมาเลเซีย (KTM Berhad) กลับมาเดินรถขบวนรถไฟ My Sawasdee เส้นทางสถานี KL Sentral กรุงกัวลาลัมเปอร์ ถึงสถานีชุมทางหาดใหญ่ ประเทศไทย ออกเดินทางวันที่ 29 ธ.ค. เดินทางกลับวันที่ 1 ม.ค. 2569 ราคาเริ่มต้นที่ 95 ริงกิต อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการท่องเที่ยวหาดใหญ่อาจต้องฟื้นฟูสักระยะ อาจฟื้นตัวใกล้เคียงกับปกติช่วงเทศกาลตรุษจีน กลางเดือน ก.พ.2569 และเทศกาลสงกรานต์ กลางเดือน เม.ย.2569 #Newskit
    Like
    1
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 481 มุมมอง 0 รีวิว
  • ปีใหม่ 69 เปิดมอเตอร์เวย์ M6 วิ่งฉิวบางปะอินถึงนครราชสีมา

    ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 บางปะอิน-นครราชสีมา จะเปิดให้ประชาชนสัญจรเป็นการชั่วคราว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ช่วงบางปะอิน-ปากช่อง-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2568 ถึง 5 ม.ค. 2569 โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ลดความแออัดของเส้นทางหลักอย่างถนนพหลโยธิน และถนนมิตรภาพ รวมทั้งแบ่งเบาภาระการจราจรสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    โดยทิศทางขาออกกรุงเทพฯ จากด่านบางปะอิน-ปากช่อง เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 00.01 น. ถึง 1 ม.ค. 2569 เวลา 24.00 น. เท่านั้น เนื่องจากการก่อสร้างตอน 4 (สะพานข้ามหนองน้ำ) ยังไม่แล้วเสร็จ จึงต้องเบี่ยงการจราจรตั้งแต่กิโลเมตรที่ 10+150 ถึง 30+800 หลังจากนั้นทิศทางขาเข้ากรุงเทพฯ จากปากช่อง-บางปะอิน เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 2 ม.ค. 2569 เวลา 06.00 น. ถึง 5 ม.ค. 2569 เวลา 24.00 น. ส่วนช่วงปากช่อง-นครราชสีมา เปิดให้สัญจรสองทิศทางตลอด 24 ชั่วโมง

    สำหรับทางเข้า-ออกด่านบางปะอินจะมี 3 ทิศทาง ได้แก่ 1. ด้านถนนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงหมายเลข 9) เลยทางแยกต่างระดับเชียงราก (ทางหลวงหมายเลข 347) มุ่งหน้าบางปะอินเล็กน้อย 2. ด้านถนนพหลโยธิน เลยปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านใหญ่วังน้อย ขาขึ้น กม.54 3. ด้านทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 9 ก่อนถึงทางออกบางปะอิน โปรดสังเกตป้ายบอกทางสีน้ำเงิน ระบุว่า "มอเตอร์เวย์ M6 ปากช่อง นครราชสีมา" เนื่องจากแอปพลิเคชันบอกทางอาจยังไม่อัปเดตเส้นทาง

    เนื่องจากการเปิดใช้มอเตอร์เวย์ครั้งนี้ยังไม่เต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นใช้ได้เฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ อีกทั้งไม่มีปั๊มน้ำมันหรือ EV Charger กลางทาง จึงควรเติมน้ำมันหรือชาร์จไฟให้เพียงพอต่อการเดินทางระยะยาว ถ้ามาจากถนนพหลโยธิน เมื่อเลยทางแยกต่างระดับบางปะอิน กม.53-54 จะมีปั๊มน้ำมันเชลล์, บางจาก และ PTT Station แต่ถ้ามาจากมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 เลยทางแยกต่างระดับธัญบุรีไปแล้ว ใช้ทางออก 2 (คลองหลวง-หนองเสือ) จะมีปั๊มน้ำมัน PTT Station, บางจาก และคาลเท็กซ์ ที่เข้า-ออกทางหลักได้

    สำหรับผู้ที่มาจากภาคใต้ ผ่านถนนพระรามที่ 2 และจังหวัดสมุทรสาคร สามารถใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 ที่ด่านมหาชัย 1 ต่อเนื่องทางพิเศษกาญจนาภิเษกที่ด่านบางขุนเทียน ต่อเนื่องมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 ที่ด่านบางแก้ว เสียค่าผ่านทางที่ด่านทับช้าง และด่านธัญบุรี เพื่อเข้ามอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ได้ ซึ่งจากด่านมหาชัย 1 ถึงจังหวัดนครราชสีมา คิดเป็นระยะทางประมาณ 320 กิโลเมตร

    #Newskit
    ปีใหม่ 69 เปิดมอเตอร์เวย์ M6 วิ่งฉิวบางปะอินถึงนครราชสีมา ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 บางปะอิน-นครราชสีมา จะเปิดให้ประชาชนสัญจรเป็นการชั่วคราว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ช่วงบางปะอิน-ปากช่อง-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2568 ถึง 5 ม.ค. 2569 โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ลดความแออัดของเส้นทางหลักอย่างถนนพหลโยธิน และถนนมิตรภาพ รวมทั้งแบ่งเบาภาระการจราจรสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยทิศทางขาออกกรุงเทพฯ จากด่านบางปะอิน-ปากช่อง เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 00.01 น. ถึง 1 ม.ค. 2569 เวลา 24.00 น. เท่านั้น เนื่องจากการก่อสร้างตอน 4 (สะพานข้ามหนองน้ำ) ยังไม่แล้วเสร็จ จึงต้องเบี่ยงการจราจรตั้งแต่กิโลเมตรที่ 10+150 ถึง 30+800 หลังจากนั้นทิศทางขาเข้ากรุงเทพฯ จากปากช่อง-บางปะอิน เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 2 ม.ค. 2569 เวลา 06.00 น. ถึง 5 ม.ค. 2569 เวลา 24.00 น. ส่วนช่วงปากช่อง-นครราชสีมา เปิดให้สัญจรสองทิศทางตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับทางเข้า-ออกด่านบางปะอินจะมี 3 ทิศทาง ได้แก่ 1. ด้านถนนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงหมายเลข 9) เลยทางแยกต่างระดับเชียงราก (ทางหลวงหมายเลข 347) มุ่งหน้าบางปะอินเล็กน้อย 2. ด้านถนนพหลโยธิน เลยปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านใหญ่วังน้อย ขาขึ้น กม.54 3. ด้านทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 9 ก่อนถึงทางออกบางปะอิน โปรดสังเกตป้ายบอกทางสีน้ำเงิน ระบุว่า "มอเตอร์เวย์ M6 ปากช่อง นครราชสีมา" เนื่องจากแอปพลิเคชันบอกทางอาจยังไม่อัปเดตเส้นทาง เนื่องจากการเปิดใช้มอเตอร์เวย์ครั้งนี้ยังไม่เต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นใช้ได้เฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ อีกทั้งไม่มีปั๊มน้ำมันหรือ EV Charger กลางทาง จึงควรเติมน้ำมันหรือชาร์จไฟให้เพียงพอต่อการเดินทางระยะยาว ถ้ามาจากถนนพหลโยธิน เมื่อเลยทางแยกต่างระดับบางปะอิน กม.53-54 จะมีปั๊มน้ำมันเชลล์, บางจาก และ PTT Station แต่ถ้ามาจากมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 เลยทางแยกต่างระดับธัญบุรีไปแล้ว ใช้ทางออก 2 (คลองหลวง-หนองเสือ) จะมีปั๊มน้ำมัน PTT Station, บางจาก และคาลเท็กซ์ ที่เข้า-ออกทางหลักได้ สำหรับผู้ที่มาจากภาคใต้ ผ่านถนนพระรามที่ 2 และจังหวัดสมุทรสาคร สามารถใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 ที่ด่านมหาชัย 1 ต่อเนื่องทางพิเศษกาญจนาภิเษกที่ด่านบางขุนเทียน ต่อเนื่องมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 ที่ด่านบางแก้ว เสียค่าผ่านทางที่ด่านทับช้าง และด่านธัญบุรี เพื่อเข้ามอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ได้ ซึ่งจากด่านมหาชัย 1 ถึงจังหวัดนครราชสีมา คิดเป็นระยะทางประมาณ 320 กิโลเมตร #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 478 มุมมอง 0 รีวิว
  • กรมทางหลวง ปรับแผนเปิดทดลองใช้มอเตอร์เวย์ M6
    ช่วงบางปะอิน–นครราชสีมา เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม
    รองรับการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569
    .
    เปิดให้ใช้บริการฟรี ระหว่างวันที่
    26 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 รวม 11 วัน
    โดยช่วงบางปะอิน–ปากช่อง เปิดสลับทิศทางการเดินรถ
    ขาออกจากกรุงเทพฯ 26 ธ.ค. 68 – 1 ม.ค. 69
    ขาเข้ากรุงเทพฯ 2 ม.ค. 69 – 5 ม.ค. 69
    .
    ขณะที่ช่วงปากช่อง–นครราชสีมา
    เปิดให้สัญจรได้ 2 ทิศทาง ตลอด 24 ชั่วโมง
    อนุญาตเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ
    กำหนดความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม.
    .
    กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทาง
    ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจร
    เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122117
    .
    #News1live #News1 #มอเตอร์เวย์M6 #ปีใหม่2569 #เดินทางภาคอีสาน
    กรมทางหลวง ปรับแผนเปิดทดลองใช้มอเตอร์เวย์ M6 ช่วงบางปะอิน–นครราชสีมา เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม รองรับการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 . เปิดให้ใช้บริการฟรี ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 รวม 11 วัน โดยช่วงบางปะอิน–ปากช่อง เปิดสลับทิศทางการเดินรถ ขาออกจากกรุงเทพฯ 26 ธ.ค. 68 – 1 ม.ค. 69 ขาเข้ากรุงเทพฯ 2 ม.ค. 69 – 5 ม.ค. 69 . ขณะที่ช่วงปากช่อง–นครราชสีมา เปิดให้สัญจรได้ 2 ทิศทาง ตลอด 24 ชั่วโมง อนุญาตเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ กำหนดความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. . กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทาง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทาง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000122117 . #News1live #News1 #มอเตอร์เวย์M6 #ปีใหม่2569 #เดินทางภาคอีสาน
    Like
    Love
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 488 มุมมอง 0 รีวิว
  • นายอำเภอเบตง นำกำลังตำรวจ ทหาร อส. และภาคประชาชน ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เพื่อสร้างความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในช่วงก่อนวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่
    .
    การปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการระหว่างวันที่ 17–25 ธันวาคม เน้นตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และลาดตระเวนตามเส้นทางสำคัญ เพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว
    .
    เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนย้ำเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดช่วงวันหยุดยาว เพื่อรองรับการเดินทางและการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง
    .
    อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000121565
    .
    #News1live #News1 #เบตง #ยะลา #กวาดล้างอาชญากรรม #คริสต์มาส #ปีใหม่2569 #ความปลอดภัย
    นายอำเภอเบตง นำกำลังตำรวจ ทหาร อส. และภาคประชาชน ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เพื่อสร้างความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในช่วงก่อนวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ . การปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการระหว่างวันที่ 17–25 ธันวาคม เน้นตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และลาดตระเวนตามเส้นทางสำคัญ เพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว . เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนย้ำเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดช่วงวันหยุดยาว เพื่อรองรับการเดินทางและการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง . อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000121565 . #News1live #News1 #เบตง #ยะลา #กวาดล้างอาชญากรรม #คริสต์มาส #ปีใหม่2569 #ความปลอดภัย
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 369 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตำรวจระดมกำลังกวาดล้างอาชญากรรมช่วงก่อนวันคริสต์มาสและวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยจัดพิธีปล่อยแถวเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วย เพื่อดูแลความปลอดภัยประชาชนและนักท่องเที่ยว
    .
    การปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการระหว่างวันที่ 17–25 ธันวาคม เป็นเวลา 9 วัน เน้นป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และตรวจความพร้อมของกำลังพลและอุปกรณ์
    .
    สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย ควบคู่การรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย เมาไม่ขับ และประชาสัมพันธ์โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในช่วงเทศกาล
    .
    อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000121532
    .
    #News1live #News1 #ตำรวจ #กวาดล้างอาชญากรรม #คริสต์มาส #ปีใหม่2569 #ความปลอดภัยประชาชน #จราจร
    ตำรวจระดมกำลังกวาดล้างอาชญากรรมช่วงก่อนวันคริสต์มาสและวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยจัดพิธีปล่อยแถวเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วย เพื่อดูแลความปลอดภัยประชาชนและนักท่องเที่ยว . การปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการระหว่างวันที่ 17–25 ธันวาคม เป็นเวลา 9 วัน เน้นป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และตรวจความพร้อมของกำลังพลและอุปกรณ์ . สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย ควบคู่การรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย เมาไม่ขับ และประชาสัมพันธ์โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในช่วงเทศกาล . อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9680000121532 . #News1live #News1 #ตำรวจ #กวาดล้างอาชญากรรม #คริสต์มาส #ปีใหม่2569 #ความปลอดภัยประชาชน #จราจร
    Like
    Haha
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 447 มุมมอง 0 รีวิว
  • เปลี่ยนภาพจำ บขส. รถทัวร์ใหม่-พนักงานต้อนรับสีชมพู

    รถโดยสารใหม่สีชมพู ยี่ห้อเอ็ม.อา.เอ็น (M.A.N) สัญชาติเยอรมนี ของบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ซึ่งเช่ารถโดยสารจำนวน 311 คัน จากบริษัท อิทธิพรอิมปอร์ต จำกัด เป็นเวลา 5 ปี วงเงิน 3,018 ล้านบาท เพื่อทดแทนรถโดยสารรุ่นเก่าที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 10-30 ปี ในทุกเส้นทางทั่วประเทศ ล่าสุดได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2568 และทยอยรับรถจนครบ 311 คันภายในปลายเดือน ธ.ค.2568 โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 จะพยายามใช้รถรุ่นใหม่ทั้งระบบ และหยุดใช้รถรุ่นเก่าทั้งหมด

    พร้อมกันนี้ ยังได้เปลี่ยนแบบฟอร์มชุดพนักงานต้อนรับ และพนักงานขับรถหญิง โทนสีชมพูทั้งหมด นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวว่า ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ บขส. ทั้งเรื่องของรถ ชุดพนักงาน และการให้บริการเป็นภาพจำใหม่ สีชมพู ซึ่งเป็นสีแห่งความรักความอบอุ่น และเข้าถึงง่าย

    สำหรับรถโดยสารใหม่ มีความยาว 12 เมตร 3 มาตรฐาน ได้แก่ 1. รถปรับอากาศชั้น 1 VIP จำนวน 24 ที่นั่ง 2. รถปรับอากาศชั้น 1 พิเศษ จำนวน 32 ที่นั่ง และ 3. รถปรับอากาศชั้น 1 จำนวน 36 ที่นั่ง ใช้เครื่องยนต์มาตรฐาน Euro 5 ช่วยลดมลพิษทางอากาศ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ภายในรถมีสิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ ห้องน้ำ ช่องเก็บสัมภาระ ช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือ และบริการไว-ไฟฟรี พร้อมระบบ GPS และกล้อง CCTV

    ในรอบปีที่ผ่านมา บขส.ได้พัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง เช่น การเปิดเส้นทางเดินรถเชื่อมต่อท่าอากาศยาน 3 เส้นทาง สุวรรณภูมิ-พัทยา, ดอนเมือง-พัทยา ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุด และดอนเมือง-หัวหิน การเพิ่มบริการส่งพัสดุถึงบ้าน นำร่องพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ปัจจุบันมีรายได้ 1,988 ล้านบาท ขาดทุน 170 ล้านบาท ขาดทุนสะสมตั้งแต่ช่วงโควิด-19 รวม 3,000 ล้านบาท ตั้งเป้าภายใน 2 ปี จะสร้างรายได้ 3,500 ล้านบาทต่อปี กำไร 1,000 ล้านบาทต่อปี และแก้ขาดทุนสะสม เพื่อให้ บขส.อยู่ได้โดยไม่ของบประมาณจากรัฐ

    ปัจจุบัน บขส.ให้บริการรวม 62 เส้นทาง 175 เที่ยววิ่งต่อวัน แบ่งเป็นภาคเหนือ 19 เส้นทาง 68 เที่ยววิ่งต่อวัน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก 18 เส้นทาง 58 เที่ยววิ่งต่อวัน และภาคใต้ 25 เส้นทาง 49 เที่ยววิ่งต่อวัน โดยมีช่องทางจำหน่ายตั๋วโดยสารอย่างเป็นทางการ ได้แก่ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพมหานคร (จตุจักร ตลิ่งชัน และเอกมัย) สถานีเดินรถ บขส. ทั่วประเทศ เว็บไซต์ transport.co.th แอปพลิเคชัน E-Ticket เฟซบุ๊ก BorKorSor99 และไลน์ @TCL99

    #Newskit
    เปลี่ยนภาพจำ บขส. รถทัวร์ใหม่-พนักงานต้อนรับสีชมพู รถโดยสารใหม่สีชมพู ยี่ห้อเอ็ม.อา.เอ็น (M.A.N) สัญชาติเยอรมนี ของบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ซึ่งเช่ารถโดยสารจำนวน 311 คัน จากบริษัท อิทธิพรอิมปอร์ต จำกัด เป็นเวลา 5 ปี วงเงิน 3,018 ล้านบาท เพื่อทดแทนรถโดยสารรุ่นเก่าที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 10-30 ปี ในทุกเส้นทางทั่วประเทศ ล่าสุดได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2568 และทยอยรับรถจนครบ 311 คันภายในปลายเดือน ธ.ค.2568 โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 จะพยายามใช้รถรุ่นใหม่ทั้งระบบ และหยุดใช้รถรุ่นเก่าทั้งหมด พร้อมกันนี้ ยังได้เปลี่ยนแบบฟอร์มชุดพนักงานต้อนรับ และพนักงานขับรถหญิง โทนสีชมพูทั้งหมด นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวว่า ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ บขส. ทั้งเรื่องของรถ ชุดพนักงาน และการให้บริการเป็นภาพจำใหม่ สีชมพู ซึ่งเป็นสีแห่งความรักความอบอุ่น และเข้าถึงง่าย สำหรับรถโดยสารใหม่ มีความยาว 12 เมตร 3 มาตรฐาน ได้แก่ 1. รถปรับอากาศชั้น 1 VIP จำนวน 24 ที่นั่ง 2. รถปรับอากาศชั้น 1 พิเศษ จำนวน 32 ที่นั่ง และ 3. รถปรับอากาศชั้น 1 จำนวน 36 ที่นั่ง ใช้เครื่องยนต์มาตรฐาน Euro 5 ช่วยลดมลพิษทางอากาศ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ภายในรถมีสิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ ห้องน้ำ ช่องเก็บสัมภาระ ช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือ และบริการไว-ไฟฟรี พร้อมระบบ GPS และกล้อง CCTV ในรอบปีที่ผ่านมา บขส.ได้พัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง เช่น การเปิดเส้นทางเดินรถเชื่อมต่อท่าอากาศยาน 3 เส้นทาง สุวรรณภูมิ-พัทยา, ดอนเมือง-พัทยา ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุด และดอนเมือง-หัวหิน การเพิ่มบริการส่งพัสดุถึงบ้าน นำร่องพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ปัจจุบันมีรายได้ 1,988 ล้านบาท ขาดทุน 170 ล้านบาท ขาดทุนสะสมตั้งแต่ช่วงโควิด-19 รวม 3,000 ล้านบาท ตั้งเป้าภายใน 2 ปี จะสร้างรายได้ 3,500 ล้านบาทต่อปี กำไร 1,000 ล้านบาทต่อปี และแก้ขาดทุนสะสม เพื่อให้ บขส.อยู่ได้โดยไม่ของบประมาณจากรัฐ ปัจจุบัน บขส.ให้บริการรวม 62 เส้นทาง 175 เที่ยววิ่งต่อวัน แบ่งเป็นภาคเหนือ 19 เส้นทาง 68 เที่ยววิ่งต่อวัน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก 18 เส้นทาง 58 เที่ยววิ่งต่อวัน และภาคใต้ 25 เส้นทาง 49 เที่ยววิ่งต่อวัน โดยมีช่องทางจำหน่ายตั๋วโดยสารอย่างเป็นทางการ ได้แก่ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพมหานคร (จตุจักร ตลิ่งชัน และเอกมัย) สถานีเดินรถ บขส. ทั่วประเทศ เว็บไซต์ transport.co.th แอปพลิเคชัน E-Ticket เฟซบุ๊ก BorKorSor99 และไลน์ @TCL99 #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 924 มุมมอง 0 รีวิว
  • ถอนเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคาร กสิกรไทยรองรับ 2 รูปแบบ

    ในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน 2568 ที่ผ่านมา แต่ละธนาคารได้สำรองเงินสดเพื่อรองรับการใช้จ่าย ซึ่งพบว่าแต่ละธนาคารเปิดเผยตัวเลขจำนวนเครื่องเอทีเอ็มในปัจจุบัน โดยธนาคารไทยพาณิชย์ ยังคงมีเครื่องเอทีเอ็มมากที่สุดในประเทศ รวม 9,937 เครื่องแม้จะลดลงไม่ถึงหลักหมื่น จากเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2567 รวม 10,398 เครื่อง ลดลง 461 เครื่องก็ตาม

    ส่วนธนาคารอื่นๆ อาทิ ธนาคารกสิกรไทย 8,200 เครื่อง ธนาคารกรุงเทพ 8,000 เครื่อง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 5,425 เครื่อง ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) 2,406 เครื่อง ธ.ก.ส. 2,300 เครื่อง ขณะที่ธนาคารกรุงไทยไม่ได้เปิดเผย ข้อมูลล่าสุดไตรมาส 3/2567 มี 8,151 เครื่อง นอกนั้นเป็นธนาคารขนาดเล็ก เช่น ธนาคารยูโอบี 344 เครื่อง และบางธนาคารอย่างซีไอเอ็มบี ไทย ยกเลิกบริการเครื่องเอทีเอ็มไปเมื่อปี 2563 ทดแทนด้วยบริการบัตรเดบิตถอนเงินฟรีทุกตู้ทั่วไทย

    แม้ว่าบริการถอนเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคารเกิดขึ้นเมื่อปี 2564 แต่ก็เป็นไปในลักษณะให้บริการกับธนาคารขนาดเล็กและขนาดกลาง เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้บริการกับธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ก่อนจะมี ธ.ก.ส. ธนาคารไทยเครดิต และทีทีบี ตามมา แต่เมื่อสองธนาคารยักษ์อย่างธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกสิกรไทย ให้บริการถอนเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคารร่วมกัน ยิ่งทำให้บริการถอนเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคารเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น รวมทั้งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ลูกค้ายอมเสียค่าธรรมเนียมเพื่อประหยัดเวลา ไม่ต้องการค้นหาตู้เอทีเอ็มธนาคารตัวเอง

    ตัวกลางในการให้บริการมาจากบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ (ITMX) ที่ต่อยอดบริการถอนเงินไม่ใช้บัตร ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมข้ามธนาคารได้ผ่านระบบ ITMX’s Single Payment และ ATM Switching ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานเดิมสำหรับบริการถอนเงินสดข้ามธนาคาร ปัจจุบันรองรับทั้งการทำรายการแบบ One-Time-Password (OTP) และแบบ QR Code

    ล่าสุดตู้ K ATM ธนาคารกสิกรไทย รองรับการถอนเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคารได้ทั้งสองรูปแบบ เช่น แอปฯ Bangkok Bank ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แอปฯ SCB Easy ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) แอปฯ KKP Mobile ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) แอปฯ LHB You ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และล่าสุดแอปฯ MyMo ธนาคารออมสิน ค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับธนาคารเจ้าของโมบายแอปพลิเคชัน อยู่ที่ประมาณ 10-15 บาทต่อรายการ จึงน่าสนใจว่าอาจมีธนาคารอื่นให้บริการรองรับทั้งสองรูปแบบตามมา สร้างรายได้จากค่าธรรมเนียม ทดแทนค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตที่มีแนวโน้มลดลง

    #Newskit
    ถอนเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคาร กสิกรไทยรองรับ 2 รูปแบบ ในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน 2568 ที่ผ่านมา แต่ละธนาคารได้สำรองเงินสดเพื่อรองรับการใช้จ่าย ซึ่งพบว่าแต่ละธนาคารเปิดเผยตัวเลขจำนวนเครื่องเอทีเอ็มในปัจจุบัน โดยธนาคารไทยพาณิชย์ ยังคงมีเครื่องเอทีเอ็มมากที่สุดในประเทศ รวม 9,937 เครื่องแม้จะลดลงไม่ถึงหลักหมื่น จากเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2567 รวม 10,398 เครื่อง ลดลง 461 เครื่องก็ตาม ส่วนธนาคารอื่นๆ อาทิ ธนาคารกสิกรไทย 8,200 เครื่อง ธนาคารกรุงเทพ 8,000 เครื่อง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 5,425 เครื่อง ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) 2,406 เครื่อง ธ.ก.ส. 2,300 เครื่อง ขณะที่ธนาคารกรุงไทยไม่ได้เปิดเผย ข้อมูลล่าสุดไตรมาส 3/2567 มี 8,151 เครื่อง นอกนั้นเป็นธนาคารขนาดเล็ก เช่น ธนาคารยูโอบี 344 เครื่อง และบางธนาคารอย่างซีไอเอ็มบี ไทย ยกเลิกบริการเครื่องเอทีเอ็มไปเมื่อปี 2563 ทดแทนด้วยบริการบัตรเดบิตถอนเงินฟรีทุกตู้ทั่วไทย แม้ว่าบริการถอนเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคารเกิดขึ้นเมื่อปี 2564 แต่ก็เป็นไปในลักษณะให้บริการกับธนาคารขนาดเล็กและขนาดกลาง เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้บริการกับธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ก่อนจะมี ธ.ก.ส. ธนาคารไทยเครดิต และทีทีบี ตามมา แต่เมื่อสองธนาคารยักษ์อย่างธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกสิกรไทย ให้บริการถอนเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคารร่วมกัน ยิ่งทำให้บริการถอนเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคารเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น รวมทั้งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ลูกค้ายอมเสียค่าธรรมเนียมเพื่อประหยัดเวลา ไม่ต้องการค้นหาตู้เอทีเอ็มธนาคารตัวเอง ตัวกลางในการให้บริการมาจากบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ (ITMX) ที่ต่อยอดบริการถอนเงินไม่ใช้บัตร ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมข้ามธนาคารได้ผ่านระบบ ITMX’s Single Payment และ ATM Switching ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานเดิมสำหรับบริการถอนเงินสดข้ามธนาคาร ปัจจุบันรองรับทั้งการทำรายการแบบ One-Time-Password (OTP) และแบบ QR Code ล่าสุดตู้ K ATM ธนาคารกสิกรไทย รองรับการถอนเงินไม่ใช้บัตรข้ามธนาคารได้ทั้งสองรูปแบบ เช่น แอปฯ Bangkok Bank ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แอปฯ SCB Easy ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) แอปฯ KKP Mobile ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) แอปฯ LHB You ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และล่าสุดแอปฯ MyMo ธนาคารออมสิน ค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับธนาคารเจ้าของโมบายแอปพลิเคชัน อยู่ที่ประมาณ 10-15 บาทต่อรายการ จึงน่าสนใจว่าอาจมีธนาคารอื่นให้บริการรองรับทั้งสองรูปแบบตามมา สร้างรายได้จากค่าธรรมเนียม ทดแทนค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตที่มีแนวโน้มลดลง #Newskit
    Like
    Love
    5
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1157 มุมมอง 0 รีวิว
  • พระราม 2 เจ็บแต่จบ? ปิดทางหลักเร็วขึ้น 1 ทุ่มตรง

    วันจันทร์ที่ 3 ก.พ.2568 คนที่บ้านอยู่โซนถนนพระรามที่ 2 ช่วงมหาชัยเมืองใหม่ ถึงทางแยกต่างระดับบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร หากทำงานที่กรุงเทพฯ หลังเลิกงานคงต้องเดินทางกลับบ้านเร็วขึ้น หรือคนที่จะไปยังภาคใต้ คงต้องเผื่อเวลาในช่วงเย็นเป็นพิเศษ เพราะกรมทางหลวงจะปิดช่องทางหลักเร็วขึ้น จาก 2 ทุ่มเป็น 1 ทุ่มตรงทุกคืน เพื่อเร่งการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว จนกว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ

    นับเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่กรมทางหลวงตัดสินใจเจ็บแต่จบ ยอมรับเสียงตำหนิจากผู้ใช้รถใช้ถนนกว่า 256,000 คันต่อวัน เพื่อให้ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธามีเวลาเพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายแล้วเสร็จภายในปลายปี 2568 ตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม หลังจากที่ผ่านมาพบว่าการก่อสร้างเป็นไปอย่างล่าช้า เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งต้องหยุดก่อสร้าง โดยเฉพาะเหตุการณ์คานสะพานถล่มลงมา บริเวณทางแยกต่างระดับเอกชัย มีผู้เสียชีวิต 6 ราย

    ย้อนกลับไปก่อนเทศกาลปีใหม่ 2567 แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการก่อสร้างโดยปิดช่องทางหลัก ตั้งแต่เวลา 3 ทุ่มถึงตี 4 นั้นไม่เพียงพอ เพราะกว่าจะเตรียมการทั้งก่อนและหลังปิดถนนก็ใช้เวลานาน อีกทั้งระยะเวลาในการก่อสร้างก็มีเวลาให้น้อยมาก เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน บางครั้งก็เกิดปัญหาทางเทคนิคระหว่างก่อสร้างก็มี ที่ผ่านมาเคยมีแนวคิดขยายเวลาปิดช่องทางหลัก แม้จะมีผลกระทบกับผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มขึ้น ซึ่งโดยปกติก็เจอแบบนี้อยู่แล้ว แต่ก็น้อมรับ

    กระทั่งวันที่ 1 เม.ย.2567 ได้ขยายเวลาเป็น 2 ทุ่มถึงตีห้าครึ่ง และในปี 2568 กำลังจะขยายเวลาเป็น 1 ทุ่มถึงตี 5 ครึ่ง

    โครงการมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 เริ่มต้นก่อสร้างช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย ระยะทาง 8.2 กิโลเมตร มาตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. 2562 แบ่งเป็น 3 สัญญา ใช้งบประมาณแผ่นดิน 10,477.386 ล้านบาท ผ่านมาแล้วกว่า 5 ปีครึ่ง คืบหน้า 98.253% ส่วนช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 16.4 กิโลเมตร ลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2565 แบ่งเป็น 10 สัญญา วงเงินก่อสร้าง 18,759 ล้านบาท ใช้เงินกองทุนมอเตอร์เวย์ ผ่านมาแล้ว 3 ปีเต็ม คืบหน้าเพียง 67.556%

    เดิมนายสุริยะประกาศว่าทั้งโครงการทางพิเศษสายพระราม 3–ดาวคะนอง–วงแหวนฯ ตะวันตก ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 ต้องแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือน มิ.ย.2568 แต่เมื่อเจออุบัติเหตุใหญ่ ประกอบกับช่วงเทศกาลปีใหม่ต้องหยุดก่อสร้าง จึงเลื่อนเป้าหมายภายในปลายปี 2568 ถึงกระนั้นตำนานถนนเจ็ดชั่วโคตร ถึงวันนี้ก็ไม่อาจหมดไป

    #Newskit
    -----
    [วันนี้วันสุดท้าย] ลุ้นรับฟรี บัตร Touch 'n Go มาเลเซีย สำหรับผู้อ่าน Newskit บน Thaitimes ร่วมสนุกได้ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2568 คลิก >>> https://forms.gle/sCSp9i1Ub9KDjYZg9

    ประกาศรายชื่อผู้โชคดี 3 ก.พ. 2568 ที่เพจ Newskit ใน Thaitimes

    พระราม 2 เจ็บแต่จบ? ปิดทางหลักเร็วขึ้น 1 ทุ่มตรง วันจันทร์ที่ 3 ก.พ.2568 คนที่บ้านอยู่โซนถนนพระรามที่ 2 ช่วงมหาชัยเมืองใหม่ ถึงทางแยกต่างระดับบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร หากทำงานที่กรุงเทพฯ หลังเลิกงานคงต้องเดินทางกลับบ้านเร็วขึ้น หรือคนที่จะไปยังภาคใต้ คงต้องเผื่อเวลาในช่วงเย็นเป็นพิเศษ เพราะกรมทางหลวงจะปิดช่องทางหลักเร็วขึ้น จาก 2 ทุ่มเป็น 1 ทุ่มตรงทุกคืน เพื่อเร่งการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว จนกว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ นับเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่กรมทางหลวงตัดสินใจเจ็บแต่จบ ยอมรับเสียงตำหนิจากผู้ใช้รถใช้ถนนกว่า 256,000 คันต่อวัน เพื่อให้ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธามีเวลาเพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายแล้วเสร็จภายในปลายปี 2568 ตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม หลังจากที่ผ่านมาพบว่าการก่อสร้างเป็นไปอย่างล่าช้า เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งต้องหยุดก่อสร้าง โดยเฉพาะเหตุการณ์คานสะพานถล่มลงมา บริเวณทางแยกต่างระดับเอกชัย มีผู้เสียชีวิต 6 ราย ย้อนกลับไปก่อนเทศกาลปีใหม่ 2567 แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการก่อสร้างโดยปิดช่องทางหลัก ตั้งแต่เวลา 3 ทุ่มถึงตี 4 นั้นไม่เพียงพอ เพราะกว่าจะเตรียมการทั้งก่อนและหลังปิดถนนก็ใช้เวลานาน อีกทั้งระยะเวลาในการก่อสร้างก็มีเวลาให้น้อยมาก เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน บางครั้งก็เกิดปัญหาทางเทคนิคระหว่างก่อสร้างก็มี ที่ผ่านมาเคยมีแนวคิดขยายเวลาปิดช่องทางหลัก แม้จะมีผลกระทบกับผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มขึ้น ซึ่งโดยปกติก็เจอแบบนี้อยู่แล้ว แต่ก็น้อมรับ กระทั่งวันที่ 1 เม.ย.2567 ได้ขยายเวลาเป็น 2 ทุ่มถึงตีห้าครึ่ง และในปี 2568 กำลังจะขยายเวลาเป็น 1 ทุ่มถึงตี 5 ครึ่ง โครงการมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 เริ่มต้นก่อสร้างช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย ระยะทาง 8.2 กิโลเมตร มาตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. 2562 แบ่งเป็น 3 สัญญา ใช้งบประมาณแผ่นดิน 10,477.386 ล้านบาท ผ่านมาแล้วกว่า 5 ปีครึ่ง คืบหน้า 98.253% ส่วนช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 16.4 กิโลเมตร ลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2565 แบ่งเป็น 10 สัญญา วงเงินก่อสร้าง 18,759 ล้านบาท ใช้เงินกองทุนมอเตอร์เวย์ ผ่านมาแล้ว 3 ปีเต็ม คืบหน้าเพียง 67.556% เดิมนายสุริยะประกาศว่าทั้งโครงการทางพิเศษสายพระราม 3–ดาวคะนอง–วงแหวนฯ ตะวันตก ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 ต้องแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือน มิ.ย.2568 แต่เมื่อเจออุบัติเหตุใหญ่ ประกอบกับช่วงเทศกาลปีใหม่ต้องหยุดก่อสร้าง จึงเลื่อนเป้าหมายภายในปลายปี 2568 ถึงกระนั้นตำนานถนนเจ็ดชั่วโคตร ถึงวันนี้ก็ไม่อาจหมดไป #Newskit ----- [วันนี้วันสุดท้าย] ลุ้นรับฟรี บัตร Touch 'n Go มาเลเซีย สำหรับผู้อ่าน Newskit บน Thaitimes ร่วมสนุกได้ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2568 คลิก >>> https://forms.gle/sCSp9i1Ub9KDjYZg9 ประกาศรายชื่อผู้โชคดี 3 ก.พ. 2568 ที่เพจ Newskit ใน Thaitimes
    Like
    Haha
    Yay
    7
    1 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 1418 มุมมอง 0 รีวิว
  • ความไม่สงบชายแดนใต้ ปัญหาที่คอยตบหน้ารัฐบาลไม่มีวันจบ
    นับจากเหตุการณ์ปล้นปืนในปี 2547อันเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นเหตุการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จวบจนวันนี้เป็นเวลากว่า 20ปี ที่ผ่านมา ที่รัฐบาลไทยภายใต้การบริหารของรัฐบาล 10 ชุด นายกรัฐมนตรี 8 คนไม่สามารถแก้ไขปัญหาความรุนแรงได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
    ตัวเลขของผู้เสียชีวิต มีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งไทยพุทธ และมุสลิมเสียชีวิตมากกว่าเจ็ดพันคน บาดเจ็บและพิการทุพพลภาพมากกว่า2พัน คนใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องรวมกันแล้วมากกว่า 3.13แสนล้านบาท
    ล่าสุดหลังผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่ไปได้สัปดาห์เดียว 14 มกราคม 68โจรใต้ได้ก่อเหตุวางระเบิดและยิงซ้ําเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นครูโรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนเสียชีวิตอีก 2 นายที่จังหวัดนราธิวาส สิ่งที่สร้างความสะเทือนใจจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ก็คือผู้เสียชีวิตทั้ง2 นายเป็นพ่อลูกทําหน้าที่ครูโรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนในพื้นที่บ้านไอกึนเนาะ จังหวัดนราธิวาส โดยผู้เป็นพ่อคือพันตํารวจโทสุวิทย์ ช่วยเทวฤทธิ์อายุ 56 ปีเป็นครูใหญ่ของโรงเรียน ส่วนลูกชายคือดาบตํารวจโดมช่วยเทวฤทธิ์ อายุ 35ปี เป็นครูอาสาโรงเรียนเดียวกัน
    ครูสุวิทย์เคยเปิดใจให้สัมภาษณ์ว่าผมตั้งใจไว้ตั้งแต่เด็กสักวันจะเป็นครูอยากช่วยเหลือเด็กในพื้นที่ที่ทุรกันดารจึงเข้ามาเป็นครู โดยได้สิทธิสอบบรรจุ ครูคุรุทายาทเมื่อได้จึงเลือกที่จะทํางานในพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาสที่ใครๆก็ไม่อยากมาแต่ผมกลับมองว่าเป็นโอกาสดี
    ที่จะได้ทํางานสนองงานพระราชดําริทุกพระองค์ได้อย่างเต็มที่ การสูญเสียวีรบุรุษครูตํารวจตระเวนชายแดนครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับการเย้ยหยันตบหน้ารัฐบาลไทยว่ารัฐไทยหมดน้ํายาแพ้พ่ายโจรก่อการร้ายชายแดนใต้ตลอดกาล งส์โพธิ์ดำขอไว้อาลัยแก่ครูผู้เสียสละจากเหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนใต้ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ติดตามข่าวซีฟๆแบบนี้ได้ที่
    #คิงส์โพธิ์ดำ
    ความไม่สงบชายแดนใต้ ปัญหาที่คอยตบหน้ารัฐบาลไม่มีวันจบ นับจากเหตุการณ์ปล้นปืนในปี 2547อันเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นเหตุการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จวบจนวันนี้เป็นเวลากว่า 20ปี ที่ผ่านมา ที่รัฐบาลไทยภายใต้การบริหารของรัฐบาล 10 ชุด นายกรัฐมนตรี 8 คนไม่สามารถแก้ไขปัญหาความรุนแรงได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ตัวเลขของผู้เสียชีวิต มีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งไทยพุทธ และมุสลิมเสียชีวิตมากกว่าเจ็ดพันคน บาดเจ็บและพิการทุพพลภาพมากกว่า2พัน คนใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องรวมกันแล้วมากกว่า 3.13แสนล้านบาท ล่าสุดหลังผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่ไปได้สัปดาห์เดียว 14 มกราคม 68โจรใต้ได้ก่อเหตุวางระเบิดและยิงซ้ําเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นครูโรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนเสียชีวิตอีก 2 นายที่จังหวัดนราธิวาส สิ่งที่สร้างความสะเทือนใจจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ก็คือผู้เสียชีวิตทั้ง2 นายเป็นพ่อลูกทําหน้าที่ครูโรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนในพื้นที่บ้านไอกึนเนาะ จังหวัดนราธิวาส โดยผู้เป็นพ่อคือพันตํารวจโทสุวิทย์ ช่วยเทวฤทธิ์อายุ 56 ปีเป็นครูใหญ่ของโรงเรียน ส่วนลูกชายคือดาบตํารวจโดมช่วยเทวฤทธิ์ อายุ 35ปี เป็นครูอาสาโรงเรียนเดียวกัน ครูสุวิทย์เคยเปิดใจให้สัมภาษณ์ว่าผมตั้งใจไว้ตั้งแต่เด็กสักวันจะเป็นครูอยากช่วยเหลือเด็กในพื้นที่ที่ทุรกันดารจึงเข้ามาเป็นครู โดยได้สิทธิสอบบรรจุ ครูคุรุทายาทเมื่อได้จึงเลือกที่จะทํางานในพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาสที่ใครๆก็ไม่อยากมาแต่ผมกลับมองว่าเป็นโอกาสดี ที่จะได้ทํางานสนองงานพระราชดําริทุกพระองค์ได้อย่างเต็มที่ การสูญเสียวีรบุรุษครูตํารวจตระเวนชายแดนครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับการเย้ยหยันตบหน้ารัฐบาลไทยว่ารัฐไทยหมดน้ํายาแพ้พ่ายโจรก่อการร้ายชายแดนใต้ตลอดกาล งส์โพธิ์ดำขอไว้อาลัยแก่ครูผู้เสียสละจากเหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนใต้ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ติดตามข่าวซีฟๆแบบนี้ได้ที่ #คิงส์โพธิ์ดำ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1612 มุมมอง 0 รีวิว
  • ต่อนยอนสู่ปีนัง ขบวนรถไฟ My Sawasdee

    หลังการรถไฟมาลายา (KTM Berhad) ประเทศมาเลเซีย ประสบความสำเร็จในการเปิดให้บริการขบวนรถพิเศษ My Sawasdee เส้นทางกัวลาลัมเปอร์-หาดใหญ่ ในช่วงวันหยุดยาวของมาเลเซีย นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2565 ล่าสุดเมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ที่ผ่านมา เปิดตัวรถไฟขบวนพิเศษ My Sawasdee Penang Edition เส้นทางจากสถานีบัตเตอร์เวิร์ธ (Butterworth) รัฐปีนัง ไปยังสถานีชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา ให้บริการระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.2567 ถึง 5 ม.ค.2568

    เฟซบุ๊ก "แซม ญาณบ้าน" นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้บริการ เปิดเผยว่า ขบวนรถดังกล่าวจำหน่ายตั๋วเที่ยวเดียวในราคา 45 ริงกิต (ประมาณ 346 บาท) เน้นสำหรับชาวมาเลเซียที่จะไปเที่ยวหาดใหญ่ เพราะออกจากสถานีบัตเตอร์เวิร์ธ 7 โมงเช้า ถึงปลายทางหาดใหญ่ประมาณเที่ยงวัน ส่วนขากลับออกจากหาดใหญ่เวลาประมาณ 15.00 น. ตามเวลาประเทศไทย จอดที่สถานีปาดังเบซาร์ เพื่อลงตราประทับจากตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก่อนจอดส่งผู้โดยสารตามรายทาง รวม 5 สถานี

    ก่อนเข้าสถานีปาดังเบซาร์ เจ้าหน้าที่จะกำชับเรื่องการกรอกบัตรขาเข้าดิจิทัลของมาเลเซีย (MDAC) สำหรับชาวต่างชาติ และต้องนำสิ่งของทุกอย่างลงจากรถไฟ รวมทั้งน้ำดื่มและอาหาร เข้า ตม. เพื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

    ตู้โดยสารที่ใช้เป็นตู้โดยสารปรับอากาศ คล้ายรถนั่งปรับอากาศชั้น 2 ในไทย เมื่อถึงสถานีปาดังเบซาร์ ให้นั่งรอในขบวนรถระหว่าง ตม. ไทยและมาเลเซียลงตราประทับนักท่องเที่ยวขาออกจากมาเลเซีย ไปขบวน 950 และ 46 ให้หมดก่อน ประมาณ 30 นาทีจึงให้ผู้โดยสารออกมาลงตราประทับ เสร็จเรียบร้อยแล้ว และไม่มีผู้โดยสารขึ้นระหว่างทางก่อนถึงสถานีบัตเตอร์เวิร์ธ ก็ปล่อยขบวนรถก่อนเวลาเกือบ 20 นาที แต่ปรากฎว่าต้องรอหลีกให้รถไฟ KTM Komuter มาถึงทีหลังให้แซงไปก่อน ถึงจะออกรถได้

    แม้จะถึงสถานีบัตเตอร์เวิร์ธ 21.36 น. ตามเวลามาเลเซีย แต่ขึ้นเรือเฟอร์รี่ไม่ทันรอบ 21.30 น. ต้องรอเรือรอบถัดไป 23.00 น. ถึงจะเข้าไปบนเกาะปีนัง จึงแนะว่าถ้าไม่เร่งรีบก็น่าสนใจ แต่ถ้าต้องทำเวลาจริงๆ ใช้บริการ KTM Komuter ดีกว่า เพราะใช้เวลาจากสถานีปาดังเบซาร์ ถึงสถานีบัตเตอร์เวิร์ธไม่ถึง 2 ชั่วโมง

    สำหรับความคืบหน้าการเดินรถไฟ บัตเตอร์เวิร์ธ-กรุงเทพอภิวัฒน์ ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวบูเลทิน มูเทียรา (Buletin Mutiara) รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย รายงานว่า นายวง ฮอน ไว ประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งรัฐปีนัง กล่าวต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งรัฐปีนัง เมื่อเดือน พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา ว่าจะเริ่มให้บริการในช่วงต้นปี 2568

    #Newskit
    ต่อนยอนสู่ปีนัง ขบวนรถไฟ My Sawasdee หลังการรถไฟมาลายา (KTM Berhad) ประเทศมาเลเซีย ประสบความสำเร็จในการเปิดให้บริการขบวนรถพิเศษ My Sawasdee เส้นทางกัวลาลัมเปอร์-หาดใหญ่ ในช่วงวันหยุดยาวของมาเลเซีย นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2565 ล่าสุดเมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ที่ผ่านมา เปิดตัวรถไฟขบวนพิเศษ My Sawasdee Penang Edition เส้นทางจากสถานีบัตเตอร์เวิร์ธ (Butterworth) รัฐปีนัง ไปยังสถานีชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา ให้บริการระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.2567 ถึง 5 ม.ค.2568 เฟซบุ๊ก "แซม ญาณบ้าน" นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้บริการ เปิดเผยว่า ขบวนรถดังกล่าวจำหน่ายตั๋วเที่ยวเดียวในราคา 45 ริงกิต (ประมาณ 346 บาท) เน้นสำหรับชาวมาเลเซียที่จะไปเที่ยวหาดใหญ่ เพราะออกจากสถานีบัตเตอร์เวิร์ธ 7 โมงเช้า ถึงปลายทางหาดใหญ่ประมาณเที่ยงวัน ส่วนขากลับออกจากหาดใหญ่เวลาประมาณ 15.00 น. ตามเวลาประเทศไทย จอดที่สถานีปาดังเบซาร์ เพื่อลงตราประทับจากตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก่อนจอดส่งผู้โดยสารตามรายทาง รวม 5 สถานี ก่อนเข้าสถานีปาดังเบซาร์ เจ้าหน้าที่จะกำชับเรื่องการกรอกบัตรขาเข้าดิจิทัลของมาเลเซีย (MDAC) สำหรับชาวต่างชาติ และต้องนำสิ่งของทุกอย่างลงจากรถไฟ รวมทั้งน้ำดื่มและอาหาร เข้า ตม. เพื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ตู้โดยสารที่ใช้เป็นตู้โดยสารปรับอากาศ คล้ายรถนั่งปรับอากาศชั้น 2 ในไทย เมื่อถึงสถานีปาดังเบซาร์ ให้นั่งรอในขบวนรถระหว่าง ตม. ไทยและมาเลเซียลงตราประทับนักท่องเที่ยวขาออกจากมาเลเซีย ไปขบวน 950 และ 46 ให้หมดก่อน ประมาณ 30 นาทีจึงให้ผู้โดยสารออกมาลงตราประทับ เสร็จเรียบร้อยแล้ว และไม่มีผู้โดยสารขึ้นระหว่างทางก่อนถึงสถานีบัตเตอร์เวิร์ธ ก็ปล่อยขบวนรถก่อนเวลาเกือบ 20 นาที แต่ปรากฎว่าต้องรอหลีกให้รถไฟ KTM Komuter มาถึงทีหลังให้แซงไปก่อน ถึงจะออกรถได้ แม้จะถึงสถานีบัตเตอร์เวิร์ธ 21.36 น. ตามเวลามาเลเซีย แต่ขึ้นเรือเฟอร์รี่ไม่ทันรอบ 21.30 น. ต้องรอเรือรอบถัดไป 23.00 น. ถึงจะเข้าไปบนเกาะปีนัง จึงแนะว่าถ้าไม่เร่งรีบก็น่าสนใจ แต่ถ้าต้องทำเวลาจริงๆ ใช้บริการ KTM Komuter ดีกว่า เพราะใช้เวลาจากสถานีปาดังเบซาร์ ถึงสถานีบัตเตอร์เวิร์ธไม่ถึง 2 ชั่วโมง สำหรับความคืบหน้าการเดินรถไฟ บัตเตอร์เวิร์ธ-กรุงเทพอภิวัฒน์ ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวบูเลทิน มูเทียรา (Buletin Mutiara) รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย รายงานว่า นายวง ฮอน ไว ประธานคณะกรรมการการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งรัฐปีนัง กล่าวต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งรัฐปีนัง เมื่อเดือน พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา ว่าจะเริ่มให้บริการในช่วงต้นปี 2568 #Newskit
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1510 มุมมอง 0 รีวิว
  • รายงานข่าวออนไลนี้ 7 HD เมื่อ 6 มกราคม 2568 ระบุว่าอดีตที่ปรึกษา WHO แฉภาครัฐปกปิดตัวเลขตาย-เจ็บ ช่วงเทศกาลต่ำกว่าความเป็นจริง 10 เท่า เผยรายงานจาก สธ. บาดเจ็บกว่า 3 หมื่น ตาย 537 แต่รัฐแถลงแค่หลักพันตายกว่า 436 ราย มอร์เตอร์ไซค์ยังคงครองแชมป์เจ็บตายสูงสุด ขณะเด็กอายุต่ำกว่า 20 ดื่มแล้วขับร่วม 4,000 คน

    พญ.ชไมพันธุ์ สันติกาญจน์ อดีตที่ปรึกษาด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการประจำองค์การอนามัยโลกภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ (Regional advisor WHO SEARO, Ret. ) และหัวหน้าโครงการขับเคลื่อนไทยปลอดจากภัยจักรยานยนต์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)และ มูลนิธิสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ (Public Policy Studies Institute Foundation เปิดเผยถึงการแถลงตัวเลขการบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเทศกาลปีใหม่ 10 วันอันตราย โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ว่า

    เห็นตัวเลขที่ทางราชการแถลงแล้ว รู้สึกได้ถึงความไม่ตรงไปตรงมาของภาครัฐในการที่จะแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนเพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตของคนไทย ตัวเลขที่แถลงสรุปว่าอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 10 วันของการรณรงค์ (27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,467 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 2,376 คน ผู้เสียชีวิต รวม 436 คน ซึ่งห่างจากตัวเลขที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ของ กระทรวงสาธารณสุขถึง 10 เท่า

    อดีตที่ปรึกษาด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการประจำองค์การอนามัยโลก ให้ข้อมูลว่า ตัวเลขการบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่รายงานโดยกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 07.20 น. วันที่ 6 มกราคม 2568 สรุปตัวเลขการบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ระหว่าง 27ธ.ค.2567 – 5 ม.ค. 2568 จากทั่วประเทศ ว่า มีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 31,572 ราย เสียชีวิต 537 ราย ใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินหรือ 16,026 ราย ผู้บาดเจ็บเข้ารักษาตัวในรพ. 8,347 ราย

    “เฉพาะตัวเลขคนเสียชีวิตก็ต่างกันถึง 101 ราย คนร้อยกว่าคนตายแต่ไม่มีรายงานตัวเลข แปลว่าอะไร ยิ่งตัวเลขการบาดเจ็บต่างกันหลักหมื่น ดิฉันจากเมืองไทยไปกว่า 20 ปี แต่ระบบการรายงานตัวเลขยังเป็นแบบเดิม ตั้งเป้าโดยใช้จำนวนตายมาวัดในหลายจังหวัดมีประวัติการแอบซ่อนจำนวนเคสมาตั้งแต่สมัยการตั้งเป้าไข้เลือดออกกับสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งโดยหลักการการตั้งเป้าต้องมีเป้า input (งบประมาน) และ output ผลงานประกอบคู่กันด้วยเพื่อดูว่าทำจริงหรือแค่ซ่อนเคส ทั้ง ๆ ที่มีการตั้งจุดตรวจหลักถึง 1,768 จุด จัดชุดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมากถึง 50,114 คน แต่ตัวเลขที่รายงานกับตกหล่นมากขนาดนี้ ” พญ.ชไมพันธุ์ กล่าว และว่า สาเหตุการบาดเจ็บและเสียชีวิต มาจากการดื่มแล้วขับถึง 4,798 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กที่อายุน้อยกว่า 20 ปี ดื่มแล้วขับถึง 4,080 ราย

    “ดิฉันรู้สึกผิดหวังที่รัฐบาลที่แล้วต่อมาจนถึงรัฐบาลนี้ รวมทั้งพรรคฝ่ายค้านบางพรรคการเมือง ที่พยายามส่งสัญญาณ ถึงประชาชนเรื่องการลดภาษีไวน์ หรือการเปิดให้ดื่มเหล้าโดยไม่คุมเวลา ขยายเปิดผับถึงตีสี่ ขนาดยังไม่เต็มระบบก็เริ่มส่งสัญญาณถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุ แต่เวลานี้ ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีหน้าที่ต้องดูแลคนเจ็บคนตายพากันร้องระงมว่าปัญหาเหล้าพุ่งสูงมาก สูงขนาดที่คนติดเหล้ามาผ่าไส้ติ่งแต่กลับอาละวาดในห้องฉุกเฉิน หอผู้ป่วย จนหวาดกลัวไปกันหมดทั้งคนไข้ทั้งเจ้าหน้าที่ รปภ. เป็น 10 ยังเอาไม่อยู่”อดีตที่ปรึกษาด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการประจำองค์การอนามัยโลก บอก

    พญ.ชไมพันธุ์ กล่าวว่า มีตัวเลขเดียวที่รัฐบาลพูดความจริงกับประชาชน นั่นก็คือ ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ยังคงเป็นรถจักรยานยนต์หรือมอร์เตอร์ไซค์ เป็นสัดส่วนสูงถึง 84.3 % .ในบางจังหวัดที่มีตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ 20 นาทีต่อ1 คน หมายถึงมีการตายชั่วโมงละ 3 คนในช่วงเทศกาล

    ทั้งนี้ ตนมองว่า การส่งสัญญาณจากภาครัฐในหลาย ๆ เรื่องเป็นสิ่งที่น่ากังวล อย่างเช่น รัฐบาลที่แล้วส่งสัญญาณและส่งเสริมเรื่องขับรถเร็วโดยเพิ่มความเร็วบนถนนแค่สี่ท่อนไม่ใช่ทั่วประเทศแต่ประกาศให้คนรู้สึกเหมือนกับเพิ่มความเร็วแล้วทั่วประเทศเป็น 120 ซึ่งไม่ถูกต้อง การสื่อสารของรัฐบาลล้มเหลวในแง่ที่จะสร้างความเข้าใจและตระหนักรู้ให้กับประชาชนโดยสิ้นเชิง
    รายงานข่าวออนไลนี้ 7 HD เมื่อ 6 มกราคม 2568 ระบุว่าอดีตที่ปรึกษา WHO แฉภาครัฐปกปิดตัวเลขตาย-เจ็บ ช่วงเทศกาลต่ำกว่าความเป็นจริง 10 เท่า เผยรายงานจาก สธ. บาดเจ็บกว่า 3 หมื่น ตาย 537 แต่รัฐแถลงแค่หลักพันตายกว่า 436 ราย มอร์เตอร์ไซค์ยังคงครองแชมป์เจ็บตายสูงสุด ขณะเด็กอายุต่ำกว่า 20 ดื่มแล้วขับร่วม 4,000 คน พญ.ชไมพันธุ์ สันติกาญจน์ อดีตที่ปรึกษาด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการประจำองค์การอนามัยโลกภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ (Regional advisor WHO SEARO, Ret. ) และหัวหน้าโครงการขับเคลื่อนไทยปลอดจากภัยจักรยานยนต์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)และ มูลนิธิสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ (Public Policy Studies Institute Foundation เปิดเผยถึงการแถลงตัวเลขการบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเทศกาลปีใหม่ 10 วันอันตราย โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ว่า เห็นตัวเลขที่ทางราชการแถลงแล้ว รู้สึกได้ถึงความไม่ตรงไปตรงมาของภาครัฐในการที่จะแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนเพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตของคนไทย ตัวเลขที่แถลงสรุปว่าอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 10 วันของการรณรงค์ (27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,467 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 2,376 คน ผู้เสียชีวิต รวม 436 คน ซึ่งห่างจากตัวเลขที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ของ กระทรวงสาธารณสุขถึง 10 เท่า อดีตที่ปรึกษาด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการประจำองค์การอนามัยโลก ให้ข้อมูลว่า ตัวเลขการบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่รายงานโดยกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 07.20 น. วันที่ 6 มกราคม 2568 สรุปตัวเลขการบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ระหว่าง 27ธ.ค.2567 – 5 ม.ค. 2568 จากทั่วประเทศ ว่า มีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 31,572 ราย เสียชีวิต 537 ราย ใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินหรือ 16,026 ราย ผู้บาดเจ็บเข้ารักษาตัวในรพ. 8,347 ราย “เฉพาะตัวเลขคนเสียชีวิตก็ต่างกันถึง 101 ราย คนร้อยกว่าคนตายแต่ไม่มีรายงานตัวเลข แปลว่าอะไร ยิ่งตัวเลขการบาดเจ็บต่างกันหลักหมื่น ดิฉันจากเมืองไทยไปกว่า 20 ปี แต่ระบบการรายงานตัวเลขยังเป็นแบบเดิม ตั้งเป้าโดยใช้จำนวนตายมาวัดในหลายจังหวัดมีประวัติการแอบซ่อนจำนวนเคสมาตั้งแต่สมัยการตั้งเป้าไข้เลือดออกกับสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งโดยหลักการการตั้งเป้าต้องมีเป้า input (งบประมาน) และ output ผลงานประกอบคู่กันด้วยเพื่อดูว่าทำจริงหรือแค่ซ่อนเคส ทั้ง ๆ ที่มีการตั้งจุดตรวจหลักถึง 1,768 จุด จัดชุดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมากถึง 50,114 คน แต่ตัวเลขที่รายงานกับตกหล่นมากขนาดนี้ ” พญ.ชไมพันธุ์ กล่าว และว่า สาเหตุการบาดเจ็บและเสียชีวิต มาจากการดื่มแล้วขับถึง 4,798 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กที่อายุน้อยกว่า 20 ปี ดื่มแล้วขับถึง 4,080 ราย “ดิฉันรู้สึกผิดหวังที่รัฐบาลที่แล้วต่อมาจนถึงรัฐบาลนี้ รวมทั้งพรรคฝ่ายค้านบางพรรคการเมือง ที่พยายามส่งสัญญาณ ถึงประชาชนเรื่องการลดภาษีไวน์ หรือการเปิดให้ดื่มเหล้าโดยไม่คุมเวลา ขยายเปิดผับถึงตีสี่ ขนาดยังไม่เต็มระบบก็เริ่มส่งสัญญาณถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องอุบัติเหตุ แต่เวลานี้ ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีหน้าที่ต้องดูแลคนเจ็บคนตายพากันร้องระงมว่าปัญหาเหล้าพุ่งสูงมาก สูงขนาดที่คนติดเหล้ามาผ่าไส้ติ่งแต่กลับอาละวาดในห้องฉุกเฉิน หอผู้ป่วย จนหวาดกลัวไปกันหมดทั้งคนไข้ทั้งเจ้าหน้าที่ รปภ. เป็น 10 ยังเอาไม่อยู่”อดีตที่ปรึกษาด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการประจำองค์การอนามัยโลก บอก พญ.ชไมพันธุ์ กล่าวว่า มีตัวเลขเดียวที่รัฐบาลพูดความจริงกับประชาชน นั่นก็คือ ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ยังคงเป็นรถจักรยานยนต์หรือมอร์เตอร์ไซค์ เป็นสัดส่วนสูงถึง 84.3 % .ในบางจังหวัดที่มีตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ 20 นาทีต่อ1 คน หมายถึงมีการตายชั่วโมงละ 3 คนในช่วงเทศกาล ทั้งนี้ ตนมองว่า การส่งสัญญาณจากภาครัฐในหลาย ๆ เรื่องเป็นสิ่งที่น่ากังวล อย่างเช่น รัฐบาลที่แล้วส่งสัญญาณและส่งเสริมเรื่องขับรถเร็วโดยเพิ่มความเร็วบนถนนแค่สี่ท่อนไม่ใช่ทั่วประเทศแต่ประกาศให้คนรู้สึกเหมือนกับเพิ่มความเร็วแล้วทั่วประเทศเป็น 120 ซึ่งไม่ถูกต้อง การสื่อสารของรัฐบาลล้มเหลวในแง่ที่จะสร้างความเข้าใจและตระหนักรู้ให้กับประชาชนโดยสิ้นเชิง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 894 มุมมอง 0 รีวิว
  • มอเตอร์เวย์กาญจนบุรี ทำติดท็อปไฟว์เคานต์ดาวน์

    ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 น่าสนใจกับชุดข้อมูลการเคลื่อนที่ของประชากรจากโทรศัพท์มือถือ (Mobility Data) ของสองค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ เอไอเอส และทรู-ดีแทค เปิดเผยจังหวัดที่นักท่องเที่ยวเดินทางช่วงปีใหม่ และใช้งานข้อมูลมือถือ (Data) สูงสุด หากไม่นับกรุงเทพฯ พบว่ามี 3 จังหวัดที่มีการใช้งานมากที่สุด ได้แก่ นครราชสีมา กาญจนบุรี และเชียงใหม่

    โดยเอไอเอสเปิดเผยจังหวัดที่มีการใช้งานข้อมูลมือถือสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1. กรุงเทพมหานคร 2. นครราชสีมา 3. เชียงใหม่ 4. กาญจนบุรี และ 5. ชลบุรี โดยโซเชียลมีเดียที่นิยมใช้งานมากที่สุด ได้แก่ 1. เฟซบุ๊ก 2. ติ๊กต็อก 3. ยูทูบ 4. อินสตาแกรม 5. ไลน์ ด้านทรู-ดีแทค เปิดเผยนักท่องเที่ยวเดินทางและกลับภูมิลำเนาช่วงปีใหม่มากสุด 10 อันดับ คือ 1. นครราชสีมา 2. เพชรบูรณ์ 3. อุบลราชธานี 4. ศรีสะเกษ 5. กาญจนบุรี 6. ขอนแก่น 7. เชียงใหม่ 8. บุรีรัมย์ 9. นครสวรรค์ 10. สุรินทร์

    กล่าวถึงจังหวัดกาญจนบุรี แม้จะไม่ได้จัดงานเคานต์ดาวน์อย่างยิ่งใหญ่ แบบชนิดที่ว่าประชันกันระดับประเทศ แต่ก็มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างมหาศาล ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กิโลเมตร จากปกติเปิดเฉพาะด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก (ถนนมาลัยแมน) ถึงด่านกาญจนบุรีเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างนนทบุรีและปทุมธานีสนใจทดลองใช้เส้นทางเป็นจำนวนมาก

    นับตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2567 ถึง 2 ม.ค. 2568 พบว่าช่วงบางใหญ่-นครปฐม มีปริมาณการจราจรรวม 276,316 คัน ส่วนช่วงนครปฐม-กาญจนบุรี มีปริมาณการจราจรรวม 219,181 คัน แบ่งเบาปริมาณจราจรบนถนนเพชรเกษม ช่วง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้ถึง 23% และถนนแสงชูโต ช่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้ถึง 43% ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี คาดการณ์ว่าเทศกาลปีใหม่ 2568 จะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากการเปิดใช้มอเตอร์เวย์ที่ช่วยลดเวลาการเดินทาง รวมทั้งอากาศเย็น 16-18 องศาเซลเซียส

    อย่างไรก็ตาม ในการเปิดใช้มอเตอร์เวย์ระยะแรก เกิดการจราจรติดขัดบริเวณแยกวังสารภี ซึ่งรับรถมาจากด่านกาญจนบุรี รวมทั้งยังมีการก่อสร้างสะพานข้ามแยกวังสารภีและแยกแก่งเสี้ยน คาดว่าแล้วเสร็จในปี 2570 ส่วนกรมทางหลวงเปิดใช้มอเตอร์เวย์หมายเลข 81 ชั่วคราว ระหว่างด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก ถึงด่านกาญจนบุรี ระยะทาง 51 กิโลเมตร ทุกวันศุกร์ เวลา 15.00 น. ถึงวันจันทร์ เวลา 12.00 น. จนกว่างานระบบ O&M จะแล้วเสร็จ

    #Newskit
    มอเตอร์เวย์กาญจนบุรี ทำติดท็อปไฟว์เคานต์ดาวน์ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 น่าสนใจกับชุดข้อมูลการเคลื่อนที่ของประชากรจากโทรศัพท์มือถือ (Mobility Data) ของสองค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ เอไอเอส และทรู-ดีแทค เปิดเผยจังหวัดที่นักท่องเที่ยวเดินทางช่วงปีใหม่ และใช้งานข้อมูลมือถือ (Data) สูงสุด หากไม่นับกรุงเทพฯ พบว่ามี 3 จังหวัดที่มีการใช้งานมากที่สุด ได้แก่ นครราชสีมา กาญจนบุรี และเชียงใหม่ โดยเอไอเอสเปิดเผยจังหวัดที่มีการใช้งานข้อมูลมือถือสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1. กรุงเทพมหานคร 2. นครราชสีมา 3. เชียงใหม่ 4. กาญจนบุรี และ 5. ชลบุรี โดยโซเชียลมีเดียที่นิยมใช้งานมากที่สุด ได้แก่ 1. เฟซบุ๊ก 2. ติ๊กต็อก 3. ยูทูบ 4. อินสตาแกรม 5. ไลน์ ด้านทรู-ดีแทค เปิดเผยนักท่องเที่ยวเดินทางและกลับภูมิลำเนาช่วงปีใหม่มากสุด 10 อันดับ คือ 1. นครราชสีมา 2. เพชรบูรณ์ 3. อุบลราชธานี 4. ศรีสะเกษ 5. กาญจนบุรี 6. ขอนแก่น 7. เชียงใหม่ 8. บุรีรัมย์ 9. นครสวรรค์ 10. สุรินทร์ กล่าวถึงจังหวัดกาญจนบุรี แม้จะไม่ได้จัดงานเคานต์ดาวน์อย่างยิ่งใหญ่ แบบชนิดที่ว่าประชันกันระดับประเทศ แต่ก็มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างมหาศาล ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กิโลเมตร จากปกติเปิดเฉพาะด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก (ถนนมาลัยแมน) ถึงด่านกาญจนบุรีเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างนนทบุรีและปทุมธานีสนใจทดลองใช้เส้นทางเป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2567 ถึง 2 ม.ค. 2568 พบว่าช่วงบางใหญ่-นครปฐม มีปริมาณการจราจรรวม 276,316 คัน ส่วนช่วงนครปฐม-กาญจนบุรี มีปริมาณการจราจรรวม 219,181 คัน แบ่งเบาปริมาณจราจรบนถนนเพชรเกษม ช่วง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้ถึง 23% และถนนแสงชูโต ช่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้ถึง 43% ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี คาดการณ์ว่าเทศกาลปีใหม่ 2568 จะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากการเปิดใช้มอเตอร์เวย์ที่ช่วยลดเวลาการเดินทาง รวมทั้งอากาศเย็น 16-18 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม ในการเปิดใช้มอเตอร์เวย์ระยะแรก เกิดการจราจรติดขัดบริเวณแยกวังสารภี ซึ่งรับรถมาจากด่านกาญจนบุรี รวมทั้งยังมีการก่อสร้างสะพานข้ามแยกวังสารภีและแยกแก่งเสี้ยน คาดว่าแล้วเสร็จในปี 2570 ส่วนกรมทางหลวงเปิดใช้มอเตอร์เวย์หมายเลข 81 ชั่วคราว ระหว่างด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก ถึงด่านกาญจนบุรี ระยะทาง 51 กิโลเมตร ทุกวันศุกร์ เวลา 15.00 น. ถึงวันจันทร์ เวลา 12.00 น. จนกว่างานระบบ O&M จะแล้วเสร็จ #Newskit
    Like
    6
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1814 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวด่วน!
    เกิดเหตุคนร้ายขับรถยนต์กระบะด้วยความเร็วสูงพุ่งชนกลุ่มคนบนถนนเบอร์บอน เมืองนิวออร์ลีนส์ สหรัฐอเมริกา ขณะมีการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ราย บาดเจ็บอีก 30 ราย

    พยานในเหตุการณ์เล่าว่า คนร้ายที่ก่อเหตุลงจากรถและมีเสียงปืนยิงปะทะกับตำรวจ ทางการท้องถิ่นเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ เบื้องต้นยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้

    จากรูปที่สองและสามรถกระบะสีขาว ตามรายงานแจ้งว่าเป็นรถของคนร้ายที่ก่อเหตุ
    ข่าวด่วน! เกิดเหตุคนร้ายขับรถยนต์กระบะด้วยความเร็วสูงพุ่งชนกลุ่มคนบนถนนเบอร์บอน เมืองนิวออร์ลีนส์ สหรัฐอเมริกา ขณะมีการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ราย บาดเจ็บอีก 30 ราย พยานในเหตุการณ์เล่าว่า คนร้ายที่ก่อเหตุลงจากรถและมีเสียงปืนยิงปะทะกับตำรวจ ทางการท้องถิ่นเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ เบื้องต้นยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ จากรูปที่สองและสามรถกระบะสีขาว ตามรายงานแจ้งว่าเป็นรถของคนร้ายที่ก่อเหตุ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 685 มุมมอง 0 รีวิว
  • “อาทิตย์ บุญทัน” ผู้สมัคร ส.อบจ.หนองคาย พรรคประชาชน ประสบอุบัติเหตุรถยนต์แหกโค้งเสียหลักลงข้างทาง ชนป้าย-เกาะกลางถนน เสียชีวิตวันส่งท้ายปีเก่า ขณะจะไปรับภรรยาไปงานศพ

    วันนี้(1 ม.ค.) ที่ห้องประชุมพระใส ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดหนองคาย นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานการประชุมรับฟังรายงานอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ซึ่งเมื่อวาน(31 ธ.ค.)ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุ 2 ครั้ง บาดเจ็บ 1 ราย เสียชีวิต 1 ราย อุบัติเหตุสะสม 5 วัน 16 ครั้ง บาดเจ็บ 13 ราย เสียชีวิต 3 ราย

    สำหรับผู้เสียชีวิตเมื่อวานนี้ คือนายอาทิตย์ บุญทัน อายุ 40 ปี เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.)หนองคาย เขตอำเภอรัตนวาปี จากพรรคประชาชน ซึ่งเกิดอุบัติเหตุเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ของเมื่อวานที่ผ่านมา โดยทาง ร.ต.ท.เอกพร พูลบุญ พนังงานสอบสวน สภ.รัตนวาปี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถยนต์เสียหลักลงข้างทาง บริเวณถนนปากคาด-โพนพิสัย ต.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย เมื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เสียหลักลงข้างทางได้รับความเสียหาย และพบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุคือนายอาทิตย์ บุญทัน จึงประสานไปยังแพทย์เวรทำการชันสูตรศพ และรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่านายอาทิตย์อาจขับรถด้วยความเร็ว จุดที่เกิดอุบัติเหตุเป็นทางโค้ง ทำให้รถเสียหลักตกข้างทาง โดยสภาพที่เกิดเหตุมีรอยเบรกยาวกว่า 20 เมตรบนถนนฝั่งขาเข้า อ.รัตนวาปี มาจากโพนพิสัย และพุ่งชนป้ายบอกทางและเกาะกลางถนน พลิกคว่ำลงในร่องถนนอีกฝั่ง

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>
    https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000000123

    #MGROnline #อาทิตย์บุญทัน #หนองคาย #พรรคประชาชน
    “อาทิตย์ บุญทัน” ผู้สมัคร ส.อบจ.หนองคาย พรรคประชาชน ประสบอุบัติเหตุรถยนต์แหกโค้งเสียหลักลงข้างทาง ชนป้าย-เกาะกลางถนน เสียชีวิตวันส่งท้ายปีเก่า ขณะจะไปรับภรรยาไปงานศพ • วันนี้(1 ม.ค.) ที่ห้องประชุมพระใส ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดหนองคาย นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานการประชุมรับฟังรายงานอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ซึ่งเมื่อวาน(31 ธ.ค.)ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุ 2 ครั้ง บาดเจ็บ 1 ราย เสียชีวิต 1 ราย อุบัติเหตุสะสม 5 วัน 16 ครั้ง บาดเจ็บ 13 ราย เสียชีวิต 3 ราย • สำหรับผู้เสียชีวิตเมื่อวานนี้ คือนายอาทิตย์ บุญทัน อายุ 40 ปี เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.)หนองคาย เขตอำเภอรัตนวาปี จากพรรคประชาชน ซึ่งเกิดอุบัติเหตุเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ของเมื่อวานที่ผ่านมา โดยทาง ร.ต.ท.เอกพร พูลบุญ พนังงานสอบสวน สภ.รัตนวาปี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถยนต์เสียหลักลงข้างทาง บริเวณถนนปากคาด-โพนพิสัย ต.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย เมื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เสียหลักลงข้างทางได้รับความเสียหาย และพบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุคือนายอาทิตย์ บุญทัน จึงประสานไปยังแพทย์เวรทำการชันสูตรศพ และรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ • เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่านายอาทิตย์อาจขับรถด้วยความเร็ว จุดที่เกิดอุบัติเหตุเป็นทางโค้ง ทำให้รถเสียหลักตกข้างทาง โดยสภาพที่เกิดเหตุมีรอยเบรกยาวกว่า 20 เมตรบนถนนฝั่งขาเข้า อ.รัตนวาปี มาจากโพนพิสัย และพุ่งชนป้ายบอกทางและเกาะกลางถนน พลิกคว่ำลงในร่องถนนอีกฝั่ง • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000000123 • #MGROnline #อาทิตย์บุญทัน #หนองคาย #พรรคประชาชน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 814 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts