• หลักฐานชัด 10 อดีต สส.เอี่ยวทุนเทา! : [THE MESSAGE]

    นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผยกรณีจะเปิดเผยชื่อ 10 อดีต สส. และผู้สมัคร สส. ที่เกี่ยวข้องกับทุนสีเทา ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบมีมากกว่าหนึ่งพรรค พบหลักฐานและเส้นทางการเงิน และยังจะมีทยอยออกมาอีก ยืนยัน ไม่ใช่เป็นการตัดเกมคู่แข่งทางการเมือง ส่วนจะเชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ มาให้ข้อมูลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ รมว.ยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)
    หลักฐานชัด 10 อดีต สส.เอี่ยวทุนเทา! : [THE MESSAGE] นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผยกรณีจะเปิดเผยชื่อ 10 อดีต สส. และผู้สมัคร สส. ที่เกี่ยวข้องกับทุนสีเทา ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบมีมากกว่าหนึ่งพรรค พบหลักฐานและเส้นทางการเงิน และยังจะมีทยอยออกมาอีก ยืนยัน ไม่ใช่เป็นการตัดเกมคู่แข่งทางการเมือง ส่วนจะเชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ มาให้ข้อมูลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ รมว.ยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 75 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • เจาะลึกเหตุการณ์ BGP Route Leak ในเวเนซุเอลา — Cloudflare ชี้เป็นความผิดพลาดเชิงเทคนิค ไม่ใช่ปฏิบัติการจงใจ

    เหตุการณ์ความวุ่นวายด้านการเมืองในเวเนซุเอลาได้ทำให้หลายฝ่ายจับตาความผิดปกติบนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานว่าเกิด BGP route leak ในประเทศช่วงวันที่ 2 มกราคม ซึ่งตรงกับช่วงข่าวการจับกุม Nicolás Maduro โดยสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม Cloudflare ได้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและพบว่าเหตุการณ์นี้ มีแนวโน้มสูงว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของ ISP CANTV (AS8048) มากกว่าจะเป็นการโจมตีหรือปฏิบัติการแทรกแซงใดๆ

    จากข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม พบว่า AS8048 มีเหตุการณ์ route leak ถึง 11 ครั้ง ซึ่งเป็นรูปแบบซ้ำๆ และเข้าข่าย “Type 1 Hairpin Route Leak” ตามนิยาม RFC7908 นั่นคือการนำเส้นทางจากผู้ให้บริการรายหนึ่งไปประกาศต่อให้ผู้ให้บริการอีกรายหนึ่ง ซึ่งผิดหลัก “valley-free routing” ของ BGP โดยตรง การกระทำเช่นนี้อาจทำให้เส้นทางอินเทอร์เน็ตผิดเพี้ยน ช้าลง หรือไหลผ่านเส้นทางที่ไม่ควรเกิดขึ้น

    สิ่งที่น่าสนใจคือ prefix ที่ถูก leak ทั้งหมดมาจาก AS21980 (Dayco Telecom) ซึ่งเป็น ลูกค้าของ AS8048 อยู่แล้ว นั่นหมายความว่า CANTV ไม่ได้มีเหตุผลใดที่จะต้อง “ดักข้อมูล” ผ่านการ leak เส้นทาง เพราะพวกเขาเป็น upstream provider อยู่แล้ว อีกทั้งเส้นทางที่ประกาศยังถูก “prepend” ชื่อ AS8048 ซ้ำหลายครั้ง ทำให้เส้นทางนั้น ไม่น่าดึงดูด สำหรับเครือข่ายอื่น หากต้องการทำ MITM จริง พวกเขาควรทำให้เส้นทาง “น่าส่งผ่าน” มากกว่า

    เมื่อรวมกับข้อเท็จจริงที่ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ห่างกันประมาณหนึ่งชั่วโมง และเริ่มขึ้นก่อนเหตุการณ์ทางการเมืองกว่า 12 ชั่วโมง จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็น ปัญหาการตั้งค่า export policy ที่ผิดพลาด มากกว่าการจงใจแทรกแซงข้อมูลใดๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ BGP anomaly
    AS8048 (CANTV) ทำการประกาศเส้นทางผิดพลาดให้ AS52320
    Prefix ที่ถูก leak มาจาก AS21980 ซึ่งเป็นลูกค้าของ AS8048

    เหตุผลที่ Cloudflare มองว่าไม่ใช่การโจมตี
    เส้นทางถูก prepend หลายครั้ง ทำให้ไม่น่าดึงดูดสำหรับ MITM
    AS8048 มีประวัติ route leak แบบเดียวกันหลายครั้งก่อนหน้า

    ความเสี่ยงและผลกระทบจาก route leak
    อาจทำให้เส้นทางอินเทอร์เน็ตผิดเพี้ยนและช้าลง
    หากเกิดกับเครือข่ายสำคัญ อาจกระทบความเสถียรของอินเทอร์เน็ตระดับภูมิภาค

    ข้อควรระวังด้านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต
    การไม่ใช้ RPKI/ROV ไม่สามารถป้องกันปัญหาแบบ path anomaly ได้
    หากไม่มี ASPA หรือ RFC9234 อาจเกิด route leak ซ้ำได้ในอนาคต

    https://blog.cloudflare.com/bgp-route-leak-venezuela/
    🌐 เจาะลึกเหตุการณ์ BGP Route Leak ในเวเนซุเอลา — Cloudflare ชี้เป็นความผิดพลาดเชิงเทคนิค ไม่ใช่ปฏิบัติการจงใจ เหตุการณ์ความวุ่นวายด้านการเมืองในเวเนซุเอลาได้ทำให้หลายฝ่ายจับตาความผิดปกติบนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานว่าเกิด BGP route leak ในประเทศช่วงวันที่ 2 มกราคม ซึ่งตรงกับช่วงข่าวการจับกุม Nicolás Maduro โดยสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม Cloudflare ได้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและพบว่าเหตุการณ์นี้ มีแนวโน้มสูงว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของ ISP CANTV (AS8048) มากกว่าจะเป็นการโจมตีหรือปฏิบัติการแทรกแซงใดๆ จากข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม พบว่า AS8048 มีเหตุการณ์ route leak ถึง 11 ครั้ง ซึ่งเป็นรูปแบบซ้ำๆ และเข้าข่าย “Type 1 Hairpin Route Leak” ตามนิยาม RFC7908 นั่นคือการนำเส้นทางจากผู้ให้บริการรายหนึ่งไปประกาศต่อให้ผู้ให้บริการอีกรายหนึ่ง ซึ่งผิดหลัก “valley-free routing” ของ BGP โดยตรง การกระทำเช่นนี้อาจทำให้เส้นทางอินเทอร์เน็ตผิดเพี้ยน ช้าลง หรือไหลผ่านเส้นทางที่ไม่ควรเกิดขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือ prefix ที่ถูก leak ทั้งหมดมาจาก AS21980 (Dayco Telecom) ซึ่งเป็น ลูกค้าของ AS8048 อยู่แล้ว นั่นหมายความว่า CANTV ไม่ได้มีเหตุผลใดที่จะต้อง “ดักข้อมูล” ผ่านการ leak เส้นทาง เพราะพวกเขาเป็น upstream provider อยู่แล้ว อีกทั้งเส้นทางที่ประกาศยังถูก “prepend” ชื่อ AS8048 ซ้ำหลายครั้ง ทำให้เส้นทางนั้น ไม่น่าดึงดูด สำหรับเครือข่ายอื่น หากต้องการทำ MITM จริง พวกเขาควรทำให้เส้นทาง “น่าส่งผ่าน” มากกว่า เมื่อรวมกับข้อเท็จจริงที่ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ห่างกันประมาณหนึ่งชั่วโมง และเริ่มขึ้นก่อนเหตุการณ์ทางการเมืองกว่า 12 ชั่วโมง จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็น ปัญหาการตั้งค่า export policy ที่ผิดพลาด มากกว่าการจงใจแทรกแซงข้อมูลใดๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ BGP anomaly ➡️ AS8048 (CANTV) ทำการประกาศเส้นทางผิดพลาดให้ AS52320 ➡️ Prefix ที่ถูก leak มาจาก AS21980 ซึ่งเป็นลูกค้าของ AS8048 ✅ เหตุผลที่ Cloudflare มองว่าไม่ใช่การโจมตี ➡️ เส้นทางถูก prepend หลายครั้ง ทำให้ไม่น่าดึงดูดสำหรับ MITM ➡️ AS8048 มีประวัติ route leak แบบเดียวกันหลายครั้งก่อนหน้า ‼️ ความเสี่ยงและผลกระทบจาก route leak ⛔ อาจทำให้เส้นทางอินเทอร์เน็ตผิดเพี้ยนและช้าลง ⛔ หากเกิดกับเครือข่ายสำคัญ อาจกระทบความเสถียรของอินเทอร์เน็ตระดับภูมิภาค ‼️ ข้อควรระวังด้านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต ⛔ การไม่ใช้ RPKI/ROV ไม่สามารถป้องกันปัญหาแบบ path anomaly ได้ ⛔ หากไม่มี ASPA หรือ RFC9234 อาจเกิด route leak ซ้ำได้ในอนาคต https://blog.cloudflare.com/bgp-route-leak-venezuela/
    BLOG.CLOUDFLARE.COM
    A closer look at a BGP anomaly in Venezuela
    There has been speculation about the cause of a BGP anomaly observed in Venezuela on January 2. We take a look at BGP route leaks, and dive into what the data suggests caused the anomaly in question.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 44 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตำรวจชั้นประทวนในกลุ่มผู้ร้องเรียน ออกมาเปิดเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง ยืนยันว่าเคยถูก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ทำร้ายร่างกายจริง และการถอนคำร้องเรียนในอดีตไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ
    .
    เอกสารระบุว่า ตำรวจชั้นประทวนหลายรายถูกเรียกตัวโดย พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ ให้ไปถอนคำร้องที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมถูกกำหนดข้อความให้เขียนตามแบบ รวมถึงการพาดพิงถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ทั้งที่ผู้ร้องยืนยันว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และไม่ต้องการเขียนพาดพิงบุคคลที่สาม
    .
    ตำรวจบางรายให้ข้อมูลว่า มีการกดดันทั้งทางตรงและทางอ้อม บางรายถูกตามตัวถึงบ้าน และถูกย้ำว่าต้องเขียนตามที่สั่งเพื่อให้เรื่องยุติ โดยระบุว่าการเผยแพร่เอกสารและภาพข่าวก่อนหน้านี้ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและการดำเนินชีวิต
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002317
    .
    #News1live #News1 #บิ๊กโจ๊ก #บิ๊กแป๊ะ #ตำรวจ #ข่าวอาชญากรรม
    ตำรวจชั้นประทวนในกลุ่มผู้ร้องเรียน ออกมาเปิดเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง ยืนยันว่าเคยถูก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ทำร้ายร่างกายจริง และการถอนคำร้องเรียนในอดีตไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ . เอกสารระบุว่า ตำรวจชั้นประทวนหลายรายถูกเรียกตัวโดย พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ ให้ไปถอนคำร้องที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมถูกกำหนดข้อความให้เขียนตามแบบ รวมถึงการพาดพิงถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ทั้งที่ผู้ร้องยืนยันว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และไม่ต้องการเขียนพาดพิงบุคคลที่สาม . ตำรวจบางรายให้ข้อมูลว่า มีการกดดันทั้งทางตรงและทางอ้อม บางรายถูกตามตัวถึงบ้าน และถูกย้ำว่าต้องเขียนตามที่สั่งเพื่อให้เรื่องยุติ โดยระบุว่าการเผยแพร่เอกสารและภาพข่าวก่อนหน้านี้ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและการดำเนินชีวิต . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002317 . #News1live #News1 #บิ๊กโจ๊ก #บิ๊กแป๊ะ #ตำรวจ #ข่าวอาชญากรรม
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 140 มุมมอง 0 รีวิว
  • “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตรอง ผบ.ตร. โดยยืนยันว่า ขณะนี้สำนวนทั้งหมดได้ส่งถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว และตำรวจมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่งต่อให้ ป.ป.ช. อย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าไม่มีอคติ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
    .
    พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า หากมีพยานหรือบุคคลใดประสงค์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาให้ถ้อยคำได้ และตำรวจจะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยัง ป.ป.ช. ตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง
    .
    ในส่วนของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในพยานสำคัญในคดี รอง ผบช.ก. ยอมรับว่าเจ้าตัวเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัว จนเกิดความเครียดอย่างรุนแรง แต่ได้ตัดสินใจยืนหยัดต่อสู้กับข้อเท็จจริง พร้อมยอมรับผลตามกระบวนการยุติธรรม
    .
    รอง ผบช.ก. ยังย้ำความเชื่อมั่นต่อการทำงานของ ป.ป.ช. ว่าเป็นองค์กรที่ประชาชนยังสามารถพึ่งพาได้ พร้อมระบุว่าการปรับเปลี่ยนหน้าที่กรรมการที่เกี่ยวข้องกับคดี จะช่วยให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบและโปร่งใสมากขึ้น
    .
    News1 จะติดตามความเคลื่อนไหวของคดีนี้อย่างใกล้ชิด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001692
    .
    #News1 #News1live #บิ๊กเต่า #ปปช #คดีดัง #กระบวนการยุติธรรม
    “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตรอง ผบ.ตร. โดยยืนยันว่า ขณะนี้สำนวนทั้งหมดได้ส่งถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว และตำรวจมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่งต่อให้ ป.ป.ช. อย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าไม่มีอคติ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย . พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า หากมีพยานหรือบุคคลใดประสงค์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาให้ถ้อยคำได้ และตำรวจจะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยัง ป.ป.ช. ตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง . ในส่วนของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในพยานสำคัญในคดี รอง ผบช.ก. ยอมรับว่าเจ้าตัวเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัว จนเกิดความเครียดอย่างรุนแรง แต่ได้ตัดสินใจยืนหยัดต่อสู้กับข้อเท็จจริง พร้อมยอมรับผลตามกระบวนการยุติธรรม . รอง ผบช.ก. ยังย้ำความเชื่อมั่นต่อการทำงานของ ป.ป.ช. ว่าเป็นองค์กรที่ประชาชนยังสามารถพึ่งพาได้ พร้อมระบุว่าการปรับเปลี่ยนหน้าที่กรรมการที่เกี่ยวข้องกับคดี จะช่วยให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบและโปร่งใสมากขึ้น . News1 จะติดตามความเคลื่อนไหวของคดีนี้อย่างใกล้ชิด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001692 . #News1 #News1live #บิ๊กเต่า #ปปช #คดีดัง #กระบวนการยุติธรรม
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 203 มุมมอง 0 รีวิว
  • “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” ออกโรงโต้เดือด หลังทนายความของ “บิ๊กโจ๊ก” พาดพิงกล่าวหามีข้อตกลงแลกเปลี่ยนคดี ยืนยันพยานคดีทองเป็นคนละส่วนกับคดีเว็บพนันมินนี่ ชี้เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง
    .
    พ.ต.อ.ภาคภูมิ ระบุ การให้สัมภาษณ์ของทนายมีลักษณะโจมตีใส่ร้ายครอบครัว ปล่อยข้อมูลเท็จคล้ายนำปฏิบัติการไอโอมาใช้ ย้ำชัดคดีของภรรยาและน้องภรรยาไม่เกี่ยวกับการเป็นพยานในคดีทอง พร้อมยืนยันน้องภรรยาเข้ามอบตัวตั้งแต่ปี 2566 แล้ว
    .
    พร้อมตั้งข้อสังเกตกรณีผู้กล่าวหาบางรายเลือกแจ้งความในพื้นที่อื่น ทั้งที่เหตุเกิดคนละจังหวัด ชี้อาจมีเครือข่ายเชื่อมโยงกัน
    .
    พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมรับหมดศรัทธาอดีตผู้บังคับบัญชา พร้อมท้า “บิ๊กโจ๊ก” ออกมาพูดความจริงต่อสาธารณะ ยืนยันพร้อมเผชิญหน้า หรือโฟนอิน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001664
    .
    #News1 #News1live #บิ๊กโจ๊ก #ภาคภูมิ #คดีดัง #การเมืองตำรวจ
    “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” ออกโรงโต้เดือด หลังทนายความของ “บิ๊กโจ๊ก” พาดพิงกล่าวหามีข้อตกลงแลกเปลี่ยนคดี ยืนยันพยานคดีทองเป็นคนละส่วนกับคดีเว็บพนันมินนี่ ชี้เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง . พ.ต.อ.ภาคภูมิ ระบุ การให้สัมภาษณ์ของทนายมีลักษณะโจมตีใส่ร้ายครอบครัว ปล่อยข้อมูลเท็จคล้ายนำปฏิบัติการไอโอมาใช้ ย้ำชัดคดีของภรรยาและน้องภรรยาไม่เกี่ยวกับการเป็นพยานในคดีทอง พร้อมยืนยันน้องภรรยาเข้ามอบตัวตั้งแต่ปี 2566 แล้ว . พร้อมตั้งข้อสังเกตกรณีผู้กล่าวหาบางรายเลือกแจ้งความในพื้นที่อื่น ทั้งที่เหตุเกิดคนละจังหวัด ชี้อาจมีเครือข่ายเชื่อมโยงกัน . พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมรับหมดศรัทธาอดีตผู้บังคับบัญชา พร้อมท้า “บิ๊กโจ๊ก” ออกมาพูดความจริงต่อสาธารณะ ยืนยันพร้อมเผชิญหน้า หรือโฟนอิน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001664 . #News1 #News1live #บิ๊กโจ๊ก #ภาคภูมิ #คดีดัง #การเมืองตำรวจ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 198 มุมมอง 0 รีวิว
  • พรรคประชาชน เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเร่งตรวจสอบกรณีมีการติดป้ายข้อความ “ไม่เลือกพรรคประชาชนเขมร” ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ระบุไม่ควรใช้การหาเสียงที่สร้างความเกลียดชังในช่วงเลือกตั้ง
    .
    นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้จัดทำป้ายดังกล่าว พร้อมย้ำว่าการหาเสียงควรอยู่บนพื้นฐานของการนำเสนอนโยบายและจุดยืนทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา และขอให้ กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรักษาความโปร่งใสของการเลือกตั้ง
    .
    นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่ากระแสตอบรับของพรรคยังอยู่ในระดับดี แม้จะถูกตั้งคำถามในหลายพื้นที่ พร้อมระบุว่าพรรคประชาชนให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องควบคู่กับประเด็นอื่น และจะใช้เวทีปราศรัยสื่อสารนโยบายกับประชาชนให้มากขึ้น
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001635
    .
    #News1live #News1 #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #กกต #การเมือง
    พรรคประชาชน เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเร่งตรวจสอบกรณีมีการติดป้ายข้อความ “ไม่เลือกพรรคประชาชนเขมร” ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ระบุไม่ควรใช้การหาเสียงที่สร้างความเกลียดชังในช่วงเลือกตั้ง . นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้จัดทำป้ายดังกล่าว พร้อมย้ำว่าการหาเสียงควรอยู่บนพื้นฐานของการนำเสนอนโยบายและจุดยืนทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา และขอให้ กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรักษาความโปร่งใสของการเลือกตั้ง . นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่ากระแสตอบรับของพรรคยังอยู่ในระดับดี แม้จะถูกตั้งคำถามในหลายพื้นที่ พร้อมระบุว่าพรรคประชาชนให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องควบคู่กับประเด็นอื่น และจะใช้เวทีปราศรัยสื่อสารนโยบายกับประชาชนให้มากขึ้น . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001635 . #News1live #News1 #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #กกต #การเมือง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 173 มุมมอง 0 รีวิว
  • กัมพูชายอมรับผ่านแถลงการณ์ว่า อาวุธที่กองทัพไทยตรวจยึดได้ในพื้นที่กาสิโนทมอดา เป็นของฝ่ายกัมพูชาเอง หลังจากก่อนหน้านี้ปฏิเสธและกล่าวหาว่าไทยรุกล้ำอธิปไตย พร้อมอ้างว่าการยึดอาวุธเป็นการปล้นจากเจ้าหน้าที่กัมพูชา
    .
    โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า จากการเข้าควบคุมพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยไทย นาวิกโยธินตรวจพบคลังอาวุธจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ดัดแปลงจากทุ่นระเบิดรถถังและกระสุนปืนใหญ่ เข้าข่ายอาวุธต้องห้ามตามอนุสัญญาออตตาวาอย่างชัดเจน
    .
    กองทัพเรือย้ำว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตนเป็นภาคี ยุติการบิดเบือนข้อเท็จจริง และร่วมแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001539
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทมอดา #ความมั่นคง #การเมืองระหว่างประเทศ
    กัมพูชายอมรับผ่านแถลงการณ์ว่า อาวุธที่กองทัพไทยตรวจยึดได้ในพื้นที่กาสิโนทมอดา เป็นของฝ่ายกัมพูชาเอง หลังจากก่อนหน้านี้ปฏิเสธและกล่าวหาว่าไทยรุกล้ำอธิปไตย พร้อมอ้างว่าการยึดอาวุธเป็นการปล้นจากเจ้าหน้าที่กัมพูชา . โฆษกกองทัพเรือ ระบุว่า จากการเข้าควบคุมพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยไทย นาวิกโยธินตรวจพบคลังอาวุธจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ดัดแปลงจากทุ่นระเบิดรถถังและกระสุนปืนใหญ่ เข้าข่ายอาวุธต้องห้ามตามอนุสัญญาออตตาวาอย่างชัดเจน . กองทัพเรือย้ำว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตนเป็นภาคี ยุติการบิดเบือนข้อเท็จจริง และร่วมแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001539 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทมอดา #ความมั่นคง #การเมืองระหว่างประเทศ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 137 มุมมอง 0 รีวิว
  • รองผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กรณี “โจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม อ้างมีความพยายามดำเนินคดีซ้ำในคดีพัวพันเว็บพนันออนไลน์ ทั้งที่อยู่ในอำนาจการสอบสวนของ ป.ป.ช.
    .
    พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. ระบุว่า ได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดแล้ว ตั้งแต่ สอท.1 ถึง สอท.5 เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบและรวดเร็ว พร้อมย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยไม่เลือกปฏิบัติ
    .
    ขณะเดียวกัน รอง ผบช.สอท. ยังกล่าวถึงการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ว่า เป็นวาระสำคัญทั้งระดับชาติและนานาชาติ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากตำรวจทุกระดับ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์และประชาชน เพื่อปิดกั้นการเข้าถึงและลดผลกระทบต่อสังคม
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000111060
    .
    #News1live #News1 #ตำรวจไซเบอร์ #บิ๊กโจ๊ก #เว็บพนัน #กระบวนการยุติธรรม
    รองผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กรณี “โจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม อ้างมีความพยายามดำเนินคดีซ้ำในคดีพัวพันเว็บพนันออนไลน์ ทั้งที่อยู่ในอำนาจการสอบสวนของ ป.ป.ช. . พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. ระบุว่า ได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดแล้ว ตั้งแต่ สอท.1 ถึง สอท.5 เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบและรวดเร็ว พร้อมย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยไม่เลือกปฏิบัติ . ขณะเดียวกัน รอง ผบช.สอท. ยังกล่าวถึงการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ว่า เป็นวาระสำคัญทั้งระดับชาติและนานาชาติ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากตำรวจทุกระดับ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์และประชาชน เพื่อปิดกั้นการเข้าถึงและลดผลกระทบต่อสังคม . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000111060 . #News1live #News1 #ตำรวจไซเบอร์ #บิ๊กโจ๊ก #เว็บพนัน #กระบวนการยุติธรรม
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 75 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทหารไทยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุทหารกัมพูชายิงปืน ค. ใส่ฐานที่มั่นเนิน 469 ช่องบก ถูกนำตัวส่งรักษาถึงมือแพทย์โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานีแล้ว.
    .
    ผู้บาดเจ็บคือ จ.ส.อ.ปรัชญา พิลาชัย ผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อยทหารราบ 6021 ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณต้นแขนขวา แพทย์ประเมินเป็นผู้ป่วยระดับสีเขียว อาการไม่สาหัสและไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต.
    .
    กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ พร้อมกำชับทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่.
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001241
    .
    #News1live #News1 #ช่องบก #ทหารไทย #ชายแดนไทยกัมพูชา #รอตรวจสอบ
    ทหารไทยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุทหารกัมพูชายิงปืน ค. ใส่ฐานที่มั่นเนิน 469 ช่องบก ถูกนำตัวส่งรักษาถึงมือแพทย์โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานีแล้ว. . ผู้บาดเจ็บคือ จ.ส.อ.ปรัชญา พิลาชัย ผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อยทหารราบ 6021 ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณต้นแขนขวา แพทย์ประเมินเป็นผู้ป่วยระดับสีเขียว อาการไม่สาหัสและไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต. . กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ พร้อมกำชับทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่. . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001241 . #News1live #News1 #ช่องบก #ทหารไทย #ชายแดนไทยกัมพูชา #รอตรวจสอบ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 192 มุมมอง 0 รีวิว
  • ด่วน!! เกิดเหตุทหารกัมพูชายิงปืน ค. เข้ามายังพื้นที่เนิน 469 ช่องบก ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 มกราคม ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย จากสะเก็ดระเบิด.
    .
    รายงานระบุว่า เหตุเกิดเมื่อเวลา 07.25 น. ผู้บาดเจ็บคือ จ.ส.อ.ปรัชญา พิลาชัย ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนขวา ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว ขณะที่ฝ่ายไทยยังไม่มีการยิงตอบโต้.
    .
    ด้านแม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยหากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป พร้อมขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงอย่างเป็นทางการ.
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001185
    .
    #News1live #News1 #ด่วน #ช่องบก #ชายแดนไทยกัมพูชา #รอตรวจสอบ
    ด่วน!! เกิดเหตุทหารกัมพูชายิงปืน ค. เข้ามายังพื้นที่เนิน 469 ช่องบก ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 มกราคม ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย จากสะเก็ดระเบิด. . รายงานระบุว่า เหตุเกิดเมื่อเวลา 07.25 น. ผู้บาดเจ็บคือ จ.ส.อ.ปรัชญา พิลาชัย ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนขวา ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว ขณะที่ฝ่ายไทยยังไม่มีการยิงตอบโต้. . ด้านแม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยหากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป พร้อมขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงอย่างเป็นทางการ. . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001185 . #News1live #News1 #ด่วน #ช่องบก #ชายแดนไทยกัมพูชา #รอตรวจสอบ
    Angry
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 212 มุมมอง 1 รีวิว
  • เพจด้านความมั่นคงออกมาเปิดข้อสังเกต กรณีสื่อกัมพูชาเผยแพร่ภาพอ้างว่ากองทัพไทยยิงปืน ค. ใส่พื้นที่พลเรือน โดยระบุว่าภาพดังกล่าวมีพิรุธหลายประเด็น และไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง.
    .
    จากการตรวจสอบพบว่า ลูกปืน ค. ในภาพยังไม่ได้ดึงสลักนิรภัย ซึ่งตามขั้นตอนก่อนการยิงต้องถอดออกก่อน อีกทั้งยังเป็นกระสุนขนาด 82 มม. สายโซเวียต–จีน ซึ่งกองทัพไทยไม่มีใช้งาน โดยไทยใช้กระสุนขนาด 81 มม. เท่านั้น.
    .
    นอกจากนี้ กระสุนดังกล่าวยังเป็นชนิดปล่อยควัน White Phosphorus ซึ่งเป็นชนิดที่ฝ่ายกัมพูชาเคยกล่าวหาไทยว่าละเมิดอนุสัญญาอาวุธเคมี ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นการจัดฉากและบิดเบือนข้อมูลเพื่อสร้างกระแสข่าว.
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001063
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวความมั่นคง #จับโป๊ะ #ปืนค
    เพจด้านความมั่นคงออกมาเปิดข้อสังเกต กรณีสื่อกัมพูชาเผยแพร่ภาพอ้างว่ากองทัพไทยยิงปืน ค. ใส่พื้นที่พลเรือน โดยระบุว่าภาพดังกล่าวมีพิรุธหลายประเด็น และไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง. . จากการตรวจสอบพบว่า ลูกปืน ค. ในภาพยังไม่ได้ดึงสลักนิรภัย ซึ่งตามขั้นตอนก่อนการยิงต้องถอดออกก่อน อีกทั้งยังเป็นกระสุนขนาด 82 มม. สายโซเวียต–จีน ซึ่งกองทัพไทยไม่มีใช้งาน โดยไทยใช้กระสุนขนาด 81 มม. เท่านั้น. . นอกจากนี้ กระสุนดังกล่าวยังเป็นชนิดปล่อยควัน White Phosphorus ซึ่งเป็นชนิดที่ฝ่ายกัมพูชาเคยกล่าวหาไทยว่าละเมิดอนุสัญญาอาวุธเคมี ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นการจัดฉากและบิดเบือนข้อมูลเพื่อสร้างกระแสข่าว. . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001063 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวความมั่นคง #จับโป๊ะ #ปืนค
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 229 มุมมอง 0 รีวิว
  • พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นำสำนวนคดีและพยานหลักฐานจำนวนมาก ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง 6 ราย กรณีเอี่ยวการให้สินบน โดยยืนยันว่าการทำคดีเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร.
    .
    พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า สำนวนคดีประกอบด้วยเอกสารราว 10,000 หน้า บรรจุใน 38 แฟ้ม พร้อมคลิปวิดีโอหลักฐาน โดยผู้ถูกกล่าวหามีทั้งข้าราชการปัจจุบัน อดีตข้าราชการ และพลเรือน รวม 6 ราย พร้อมย้ำว่าการสอบสวนคืบหน้าแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และมีพยานหลักฐานเพียงพอ.
    .
    รอง ผบช.ก. ยืนยันว่า ป.ป.ช. แสดงท่าทีพร้อมตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา หากพบการกระทำผิดก็เปิดทางให้ตำรวจดำเนินการเต็มที่ พร้อมย้ำว่าคดีนี้เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ไม่ได้สะท้อนภาพรวมของทั้งองค์กร.
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001014
    .
    #News1live #News1 #บิ๊กเต่า #ปปช #คดีสินบน #บิ๊กโจ๊ก
    พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นำสำนวนคดีและพยานหลักฐานจำนวนมาก ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง 6 ราย กรณีเอี่ยวการให้สินบน โดยยืนยันว่าการทำคดีเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร. . พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า สำนวนคดีประกอบด้วยเอกสารราว 10,000 หน้า บรรจุใน 38 แฟ้ม พร้อมคลิปวิดีโอหลักฐาน โดยผู้ถูกกล่าวหามีทั้งข้าราชการปัจจุบัน อดีตข้าราชการ และพลเรือน รวม 6 ราย พร้อมย้ำว่าการสอบสวนคืบหน้าแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และมีพยานหลักฐานเพียงพอ. . รอง ผบช.ก. ยืนยันว่า ป.ป.ช. แสดงท่าทีพร้อมตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา หากพบการกระทำผิดก็เปิดทางให้ตำรวจดำเนินการเต็มที่ พร้อมย้ำว่าคดีนี้เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ไม่ได้สะท้อนภาพรวมของทั้งองค์กร. . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001014 . #News1live #News1 #บิ๊กเต่า #ปปช #คดีสินบน #บิ๊กโจ๊ก
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 218 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แก้ไขปัญหากลุ่มช่างภาพเจ้าถิ่น หลังมีการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถึงพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยวรายอื่นออกจากพื้นที่สาธารณะ เพื่อเอื้อประโยชน์เฉพาะผู้ว่าจ้างของตนเอง จนสร้างความไม่พอใจในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และเสี่ยงกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ
    .
    ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาโดยด่วน เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายและส่งผลเสียต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว โดยได้มอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานงานกับทุกฝ่ายทันที
    .
    จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้หารือร่วมกับตัวแทนวัดอรุณฯ เพื่อกำหนดแนวทางจัดระเบียบการใช้พื้นที่ถ่ายภาพภายในวัด ให้เป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะดวก และประสบการณ์ที่ดีของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก
    .
    ขณะเดียวกัน ได้ขอความร่วมมือจากกลุ่มช่างภาพให้ปฏิบัติต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วยความสุภาพ ไม่กีดกันหรือสร้างแรงกดดัน และให้ใช้งานพื้นที่สาธารณะอย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มาเยือน
    .
    ทั้งนี้ ตำรวจท่องเที่ยวเตรียมนัดประชุมร่วมกับคณะกรรมการวัดอรุณฯ ในวันที่ 5 มกราคมนี้ เพื่อกำหนดมาตรการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก และรักษาภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศในระยะยาว
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000761
    .
    #news1 #ตำรวจท่องเที่ยว #วัดอรุณ #ท่องเที่ยวไทย #จัดระเบียบ #ภาพลักษณ์ประเทศ
    ตำรวจท่องเที่ยวลงพื้นที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แก้ไขปัญหากลุ่มช่างภาพเจ้าถิ่น หลังมีการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถึงพฤติกรรมกีดกันนักท่องเที่ยวรายอื่นออกจากพื้นที่สาธารณะ เพื่อเอื้อประโยชน์เฉพาะผู้ว่าจ้างของตนเอง จนสร้างความไม่พอใจในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และเสี่ยงกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ . ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาโดยด่วน เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายและส่งผลเสียต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว โดยได้มอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานงานกับทุกฝ่ายทันที . จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้หารือร่วมกับตัวแทนวัดอรุณฯ เพื่อกำหนดแนวทางจัดระเบียบการใช้พื้นที่ถ่ายภาพภายในวัด ให้เป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะดวก และประสบการณ์ที่ดีของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก . ขณะเดียวกัน ได้ขอความร่วมมือจากกลุ่มช่างภาพให้ปฏิบัติต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วยความสุภาพ ไม่กีดกันหรือสร้างแรงกดดัน และให้ใช้งานพื้นที่สาธารณะอย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มาเยือน . ทั้งนี้ ตำรวจท่องเที่ยวเตรียมนัดประชุมร่วมกับคณะกรรมการวัดอรุณฯ ในวันที่ 5 มกราคมนี้ เพื่อกำหนดมาตรการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก และรักษาภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศในระยะยาว . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000761 . #news1 #ตำรวจท่องเที่ยว #วัดอรุณ #ท่องเที่ยวไทย #จัดระเบียบ #ภาพลักษณ์ประเทศ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 237 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน
    .
    เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ
    .
    ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส
    .
    ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812
    .
    #News1 #news1Live #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง
    กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน . เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ . ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส . ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812 . #News1 #news1Live #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 229 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน
    .
    เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ
    .
    ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส
    .
    ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812
    .
    #News1 #news1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง
    กองทัพไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชาหยุดการสื่อสารในลักษณะยั่วยุและบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ขัดต่อข้อตกลงลดความตึงเครียด และผิดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงข้อ 14 และ 16 กระทบความไว้วางใจระหว่างกัน . เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากมีการกล่าวหาโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และเป็นการเคลื่อนไหวเชิงยั่วยุที่บั่นทอนบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ . ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การสื่อสารในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชางดการนำเสนอข่าวหรือการกระทำที่มีลักษณะยั่วยุ และหันมาใช้กลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ตกลงร่วมกันอย่างโปร่งใส . ทั้งนี้ ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงอย่างสม่ำเสมอ ตามแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการหยุดยิง ข้อ 14 และข้อ 16 รวมถึงยึดแนวทางการเจรจา การทูต และกลไกสันติวิธี เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000812 . #News1 #news1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #หยุดยิง #สันติวิธี #ความมั่นคง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 224 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไทยโต้ 8 ประเด็น! ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา
    ชี้ชัดกัมพูชาใช้ “สงครามข่าวสาร” บิดเบือนข้อเท็จจริง
    สวนทางพฤติกรรมรุกล้ำอธิปไตยไทย ใช้พื้นที่พลเรือนเป็นฐานทหาร
    ใช้โล่มนุษย์ และละทิ้งร่างทหารของตนเอง ขัดหลักมนุษยธรรม
    .
    วันนี้ (4 ม.ค. 2569) ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา
    ชี้แจงข้อกล่าวหาที่กัมพูชาอ้างว่าไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
    และหลักมนุษยธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกต 8 ประเด็นสำคัญ
    ยืนยันฝ่ายไทยมีหลักฐานชัดเจนว่ากำลังติดอาวุธกัมพูชา
    รุกล้ำเข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่อธิปไตยของไทย
    .
    ศูนย์แถลงข่าวระบุว่า กัมพูชานำกำลังทหารและอาวุธ
    เข้าไปตั้งในพื้นที่ชุมชน ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์
    และยิงโจมตีจากพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่
    เพิ่มความเสี่ยงต่อพลเรือนของตนเองอย่างร้ายแรง
    .
    ฝ่ายไทยยังมีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือน
    โครงสร้างพื้นฐาน และชุมชนฝั่งไทย
    ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร
    เข้าข่ายการโจมตีพลเรือนโดยตรง
    ซึ่งเป็นอาชญากรรมสงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศ
    .
    นอกจากนี้ กัมพูชายังยั่วยุให้เกิดการปะทะอย่างเป็นระบบ
    ทั้งการเคลื่อนกำลัง การยิงข้ามแดน
    และการละเมิดแนวหยุดยิง
    รวมถึงไม่เก็บกู้ร่างทหารของตนเอง
    ขัดต่อหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน
    .
    ศูนย์แถลงข่าวย้ำว่า ประเทศไทยยึดหลัก
    “ข้อเท็จจริงต้องมาก่อนวาทกรรม”
    พร้อมเปิดให้มีการตรวจสอบโดยกลไกระหว่างประเทศที่เป็นกลาง
    และเรียกร้องให้ประชาคมโลกพิจารณาสถานการณ์
    บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและหลักฐานที่ตรวจสอบได้
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000756
    .
    #News1 #News1live #ชายแดนไทยกัมพูชา #สงครามข่าวสาร #อธิปไตย #กฎหมายระหว่างประเทศ #หลักมนุษยธรรม
    ไทยโต้ 8 ประเด็น! ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ชัดกัมพูชาใช้ “สงครามข่าวสาร” บิดเบือนข้อเท็จจริง สวนทางพฤติกรรมรุกล้ำอธิปไตยไทย ใช้พื้นที่พลเรือนเป็นฐานทหาร ใช้โล่มนุษย์ และละทิ้งร่างทหารของตนเอง ขัดหลักมนุษยธรรม . วันนี้ (4 ม.ค. 2569) ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้แจงข้อกล่าวหาที่กัมพูชาอ้างว่าไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกต 8 ประเด็นสำคัญ ยืนยันฝ่ายไทยมีหลักฐานชัดเจนว่ากำลังติดอาวุธกัมพูชา รุกล้ำเข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่อธิปไตยของไทย . ศูนย์แถลงข่าวระบุว่า กัมพูชานำกำลังทหารและอาวุธ เข้าไปตั้งในพื้นที่ชุมชน ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ และยิงโจมตีจากพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่ เพิ่มความเสี่ยงต่อพลเรือนของตนเองอย่างร้ายแรง . ฝ่ายไทยยังมีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และชุมชนฝั่งไทย ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร เข้าข่ายการโจมตีพลเรือนโดยตรง ซึ่งเป็นอาชญากรรมสงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศ . นอกจากนี้ กัมพูชายังยั่วยุให้เกิดการปะทะอย่างเป็นระบบ ทั้งการเคลื่อนกำลัง การยิงข้ามแดน และการละเมิดแนวหยุดยิง รวมถึงไม่เก็บกู้ร่างทหารของตนเอง ขัดต่อหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน . ศูนย์แถลงข่าวย้ำว่า ประเทศไทยยึดหลัก “ข้อเท็จจริงต้องมาก่อนวาทกรรม” พร้อมเปิดให้มีการตรวจสอบโดยกลไกระหว่างประเทศที่เป็นกลาง และเรียกร้องให้ประชาคมโลกพิจารณาสถานการณ์ บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและหลักฐานที่ตรวจสอบได้ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000756 . #News1 #News1live #ชายแดนไทยกัมพูชา #สงครามข่าวสาร #อธิปไตย #กฎหมายระหว่างประเทศ #หลักมนุษยธรรม
    Like
    Haha
    Yay
    4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 231 มุมมอง 2 รีวิว
  • ไทยโต้กลับกัมพูชา ไม่รุกล้ำแดนเขมร ย้ำหลักการสันติวิธีกองทัพไทยออกมาชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหาจากฝ่ายกัมพูชาอย่างชัดเจน กรณีอ้างว่าฝ่ายไทยเข้าไปยึดครองพื้นที่ใน 4 จังหวัดตามแนวชายแดน โดยยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดของกองทัพไทยเป็นการปฏิบัติภารกิจภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย ไม่ได้รุกล้ำดินแดนกัมพูชาแต่อย่างใด และยังคงยึดมั่นแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
    .
    ฝ่ายไทยชี้ว่า ความขัดแย้งดังกล่าวมีรากเหง้ามาจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับแนวเส้นเขตแดนที่ยืดเยื้อมานานหลายสิบปี โดยในอดีตฝ่ายกัมพูชามีการรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยหลายจุด ทั้งการวางกำลัง ตั้งฐานทหาร รวมถึงการสนับสนุนให้มีการก่อสร้างบ้านเรือนและชุมชนพลเรือนในพื้นที่ฝั่งไทย ซึ่งประเทศไทยได้ยื่นหนังสือประท้วงผ่านกลไกความร่วมมือ MOU 43 มาแล้วนับร้อยครั้ง
    .
    กองทัพไทยย้ำว่า การจัดระเบียบและควบคุมพื้นที่ในปัจจุบัน เป็นการดำเนินการภายในอธิปไตยของไทยอย่างถูกต้อง และเชื่อว่าฝ่ายกัมพูชาอาจคุ้นชินกับการเข้ามาอยู่ในพื้นที่บางจุดเป็นเวลานาน จนเกิดความเข้าใจผิดว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของตนเอง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันฝ่ายกัมพูชาได้ยอมรับข้อเท็จจริงแล้วว่า พื้นที่เหล่านี้เป็นเขตอธิปไตยของไทย ไม่ใช่ดินแดนของกัมพูชาตามที่กล่าวอ้าง
    .
    ขณะเดียวกัน ภายหลังการมีผลบังคับใช้ของข้อตกลงหยุดยิง ฝ่ายไทยได้ออกแถลงย้ำจุดยืนต่อประชาคมระหว่างประเทศว่า ประเทศไทยเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศ ปฏิบัติตามหลักการไม่ใช้กำลังตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
    .
    ประเทศไทยยังยืนยันแนวทางแก้ไขปัญหาข้อพิพาทชายแดนด้วยสันติวิธี ผ่านการเจรจาทวิภาคี โดยเฉพาะกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา เพื่อคลี่คลายปัญหาอย่างยั่งยืน และรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศในระยะยาว
    .
    อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9690000000653
    .
    #News1live #News1 #ข่าว #ชายแดนไทยกัมพูชา #อธิปไตยไทย #สันติวิธี #สถานการณ์ชายแดน #newsupdate #truthfromthailand
    ไทยโต้กลับกัมพูชา ไม่รุกล้ำแดนเขมร ย้ำหลักการสันติวิธีกองทัพไทยออกมาชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหาจากฝ่ายกัมพูชาอย่างชัดเจน กรณีอ้างว่าฝ่ายไทยเข้าไปยึดครองพื้นที่ใน 4 จังหวัดตามแนวชายแดน โดยยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดของกองทัพไทยเป็นการปฏิบัติภารกิจภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย ไม่ได้รุกล้ำดินแดนกัมพูชาแต่อย่างใด และยังคงยึดมั่นแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ . ฝ่ายไทยชี้ว่า ความขัดแย้งดังกล่าวมีรากเหง้ามาจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับแนวเส้นเขตแดนที่ยืดเยื้อมานานหลายสิบปี โดยในอดีตฝ่ายกัมพูชามีการรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยหลายจุด ทั้งการวางกำลัง ตั้งฐานทหาร รวมถึงการสนับสนุนให้มีการก่อสร้างบ้านเรือนและชุมชนพลเรือนในพื้นที่ฝั่งไทย ซึ่งประเทศไทยได้ยื่นหนังสือประท้วงผ่านกลไกความร่วมมือ MOU 43 มาแล้วนับร้อยครั้ง . กองทัพไทยย้ำว่า การจัดระเบียบและควบคุมพื้นที่ในปัจจุบัน เป็นการดำเนินการภายในอธิปไตยของไทยอย่างถูกต้อง และเชื่อว่าฝ่ายกัมพูชาอาจคุ้นชินกับการเข้ามาอยู่ในพื้นที่บางจุดเป็นเวลานาน จนเกิดความเข้าใจผิดว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของตนเอง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันฝ่ายกัมพูชาได้ยอมรับข้อเท็จจริงแล้วว่า พื้นที่เหล่านี้เป็นเขตอธิปไตยของไทย ไม่ใช่ดินแดนของกัมพูชาตามที่กล่าวอ้าง . ขณะเดียวกัน ภายหลังการมีผลบังคับใช้ของข้อตกลงหยุดยิง ฝ่ายไทยได้ออกแถลงย้ำจุดยืนต่อประชาคมระหว่างประเทศว่า ประเทศไทยเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศ ปฏิบัติตามหลักการไม่ใช้กำลังตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด . ประเทศไทยยังยืนยันแนวทางแก้ไขปัญหาข้อพิพาทชายแดนด้วยสันติวิธี ผ่านการเจรจาทวิภาคี โดยเฉพาะกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา เพื่อคลี่คลายปัญหาอย่างยั่งยืน และรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศในระยะยาว . อ่านต่อ… https://news1live.com/detail/9690000000653 . #News1live #News1 #ข่าว #ชายแดนไทยกัมพูชา #อธิปไตยไทย #สันติวิธี #สถานการณ์ชายแดน #newsupdate #truthfromthailand
    Like
    Haha
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 289 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทบ.ยันพื้นที่อยู่ในอธิปไตยไทย!! “โฆษก ทบ.” ชี้ชัดพื้นที่ที่ฝ่ายไทยควบคุมถูกกัมพูชารุกล้ำมานานกว่า 40 ปี ใช้กลไกตามกรอบ MOU แล้วแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ซ้ำยังมีท่าทีคุกคาม จึงจำเป็นต้องจัดระเบียบพื้นที่ ไม่ใช่การรุกราน
    .
    จากกรณีสื่อต่างประเทศบางสำนักรายงานว่าไทยใช้กำลัง “ยึดดินแดน” และห้ามชาวกัมพูชากลับบ้านพัก ล่าสุด (2 ม.ค.69) “พล.ต.วินธัย สุวารี” โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า การนำเสนอดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน
    .
    โฆษก ทบ. ระบุว่า พื้นที่ที่ฝ่ายไทยเข้าไปควบคุมในปัจจุบัน เป็นพื้นที่ในอธิปไตยไทยที่ฝ่ายกัมพูชานำกำลังทหารและประชาชนเข้ามารุกล้ำตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมาย ทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศมาอย่างยาวนาน โดยมีรัฐให้การสนับสนุน
    .
    ที่ผ่านมา ฝ่ายไทยใช้กลไกตามกรอบ “MOU” ทั้งการยื่นหนังสือประท้วงและกระบวนการทางปกครองมาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ อีกทั้งยังพบการรุกล้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    .
    ก่อนเกิดการปะทะ ฝ่ายกัมพูชายังมีพฤติกรรมยั่วยุและคุกคามด้วยกำลังทหารในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดน ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องใช้สิทธิป้องกันตนเอง ภายใต้กรอบกฎหมายสากล และใช้กำลังในสัดส่วนที่เหมาะสม
    .
    กองทัพบกยืนยันว่า การดำเนินการของไทยเป็นการควบคุมและจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนในอาณาเขตไทย ตามแนวเส้นปฏิบัติการ ไม่ใช่การรุกรานหรือยึดครองดินแดนของกัมพูชาแต่อย่างใด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000407
    .
    #News1live #News1 #กองทัพบก #โฆษกทบ #ชายแดนไทยกัมพูชา #อธิปไตยไทย #MOU
    ทบ.ยันพื้นที่อยู่ในอธิปไตยไทย!! “โฆษก ทบ.” ชี้ชัดพื้นที่ที่ฝ่ายไทยควบคุมถูกกัมพูชารุกล้ำมานานกว่า 40 ปี ใช้กลไกตามกรอบ MOU แล้วแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ซ้ำยังมีท่าทีคุกคาม จึงจำเป็นต้องจัดระเบียบพื้นที่ ไม่ใช่การรุกราน . จากกรณีสื่อต่างประเทศบางสำนักรายงานว่าไทยใช้กำลัง “ยึดดินแดน” และห้ามชาวกัมพูชากลับบ้านพัก ล่าสุด (2 ม.ค.69) “พล.ต.วินธัย สุวารี” โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า การนำเสนอดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน . โฆษก ทบ. ระบุว่า พื้นที่ที่ฝ่ายไทยเข้าไปควบคุมในปัจจุบัน เป็นพื้นที่ในอธิปไตยไทยที่ฝ่ายกัมพูชานำกำลังทหารและประชาชนเข้ามารุกล้ำตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมาย ทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศมาอย่างยาวนาน โดยมีรัฐให้การสนับสนุน . ที่ผ่านมา ฝ่ายไทยใช้กลไกตามกรอบ “MOU” ทั้งการยื่นหนังสือประท้วงและกระบวนการทางปกครองมาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ อีกทั้งยังพบการรุกล้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง . ก่อนเกิดการปะทะ ฝ่ายกัมพูชายังมีพฤติกรรมยั่วยุและคุกคามด้วยกำลังทหารในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดน ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องใช้สิทธิป้องกันตนเอง ภายใต้กรอบกฎหมายสากล และใช้กำลังในสัดส่วนที่เหมาะสม . กองทัพบกยืนยันว่า การดำเนินการของไทยเป็นการควบคุมและจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนในอาณาเขตไทย ตามแนวเส้นปฏิบัติการ ไม่ใช่การรุกรานหรือยึดครองดินแดนของกัมพูชาแต่อย่างใด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000407 . #News1live #News1 #กองทัพบก #โฆษกทบ #ชายแดนไทยกัมพูชา #อธิปไตยไทย #MOU
    Like
    Love
    4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 379 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 5

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 5
    หลังจากอเมริกาใช้ซีไอเอ ไปปฏิบัติการที่ลิเบีย จนเก็บกัดดาฟีและอาวุธกัดดาฟีไปหมด เรื่องควรจะเงียบ ปิดปากกันให้หมด และชาวบ้านอย่างผม ก็คงจะไม่มีโอกาสเอาเรื่องมาปูดต่อได้ แต่ดันมีคนระดับทูตของอเมริกาถูกฆ่าตายเกี่ยวเนื่องกับปฏิบัติการนี้ แล้วจะปิดปากกันหมดยังไงไหว
    เมื่อสตีเวนส์ ทูตอเมริกาประจำลิเบียถูกฆ่า สื่อก็ตามคุ้ย… ตกลงใครฆ่าทูต
    สตีเวนส์ ….เขาว่าซีไอเอ ฆ่าปิดปากทูตประเทศตัวเอง หรือเพราะทูตรู้เรื่องการขนอาวุธไปให้กบฏซีเรีย ไม่ใช่แค่รู้นะ เป็นคนประสานงานด้วยแน่ะ … กระทรวงต่างประเทศอเมริกาบอก ไม่ช่าย….. ทูตถูกพวกกบฏลิเบียแตกคอกฆ่าตายต่างหากน่า ….กบฏแตกคอกบ้าบอที่ไหน ก็อเมริกาจ้างมาทั้งนั้น….
    ในที่สุดรัฐสภาของอเมริกา แบกหน้าต่อไปไม่ไหว จึงให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน
    การสอบสวนเป็นไปอย่างอืดอาด เพราะจำเลยคือซีไอเอ และพยานปากสำคัญคือคุณนายหน้าโหดคลินตัน ผู้ซึ่งกำลังจะเป็นว่าที่ประธานาธิบดีแดนเถื่อนคนต่อไป แบบนี้ ผลการสอบคงออกมายาก
    Judicial Watch (JW) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชน มีนักกฏหมายเป็นสมาชิกมากมาย ทนไม่ไหว ยื่นคำร้องต่อศาล …ข้าแต่ศาลที่เคารพ ประชาชนขอใช้สิทธิตามกฏหมาย เกี่ยวกับข้อมูลที่ควรเปิดเผยแก่ประชาชนขอรับ เรื่องทูตของเรา ที่ไปถูกฆ่าตายที่เบงกาซี ลิเบีย นี่มันอะไรกันแน่ขอรับ….
    แม้คดียังไม่เสร็จสิ้น แต่จากคำร้องของ JW ทำให้ศาลมีคำสั่งให้หน่วยงานของอเมริกา เปิดเผยข้อมูลหลายรายการ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณที่ลิเบียออกมา ให้ประชาชนรู้ และข้อมูลรายการหนึ่ง แม้จะอยู่ในเรื่องลิเบีย แต่ก็เกี่ยวโยงมาถึงซีเรีย และน่าจะทำให้เรา “เห็น” ไส้เน่าของอเมริกา เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ซีเรีย (รวมถึงที่ลิเบีย และอื่นๆ ถ้าเราต่อภาพเป็น)
    เอกสารของ US Defense Intelligence Agency (DIA) เป็นหนึ่งในเอกสารมากมายที่ JW ได้มาจากคำสั่งศาล
    มีรายงานความเห็นในของ DIA เดือนสิงหาคม ค.ศ.2012 สรุปเรื่องในซีเรีย ส่วนที่เกี่ยวข้องและน่าสนใจว่า
    …กลุ่มซาลาฟี มุสลิมบราเธอร์ฮูด และ AQI เป็นกำลังหลักในการสู้รบของพวกกบฏในซีเรีย
    ….AQI ซึ่งเป็นผู้เริ่มตั้งรัฐอิสลาม Islamic State และสนับสนุนฝ่ายกบฏซีเรียตั้งแต่ต้น แต่ความดังมาแผ่วในช่วงปี 2009 และ 2010 ได้กลับขึ้นมามีชื่อเสียงใหม่จากเหตุการณ์กบฏในซีเรีย ทำให้กลุ่มเคร่งศาสนาและกลุ่มชนเผ่าอื่น หันมาให้ความเห็นใจกับพวกกบฏ ขณะเดียวกัน ฝ่ายตะวันตก(อเมริกากับพวก) กลุ่มประเทศแถบอ่าว(ในตะวันออกกลาง) อิสราเอลและตุรกี เป็นผู้ให้การสนับสนุนกับฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ส่วนรัสเซีย จีน และอิหร่าน ให้การสนับสนุนกับรัฐบาลซีเรีย
    DIA ยังประเมินไว้ด้วยว่า ISI (Islamic State in iraq) จะประกาศตั้งรัฐอิสลาม Islamic State โดยการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ก่อการร้ายต่างๆ ที่ปฏิบัติการอยู่ในซีเรียและอิรัค เพื่อโดดเดี่ยวรัฐบาลอัสสาด ซึ่งผู้สนับสนุนฝ่ายต่อต้านอัสสาด ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ส่งผลในการ “ขัดขวาง” การขยายตัวของกลุ่มชีอ่ะ (อิหร่านและอิรัค)
    และในที่สุด ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ไม่กี่ปีหลังจากนั้น ในปี ค.ศ.2014 Al Baghdadi ก็ประกาศการรวมตัวกลุ่มผู้ก่อการร้ายต่างๆ และ ตั้งกลุ่มISIS ขึ้นมา และตั้งรัฐอิสลาม .. เป็นไปตามที่ผู้สนับสนุนฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลอัสสาดต้องการ เพื่อเป็นการโดดเดี่ยวรัฐบาลอัสสาด…
    ถ้าเอกสารของ DIA 7 หน้า ดังกล่าว มันยังมองไม่เห็นชัดว่า ใครสร้างใครสนับสนุนไอซิส ลองมาดูสื่ออื่น โดยเฉพาะสื่อของอเมริกาเอง พูดถึงเรื่องไอซิสบ้าง
    New York Times ระบุว่า ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นเสนาธิการ วางแผนให้ไอซิสบุกอิรัคจนยึดโมซุล เมืองน้ำมันดกได้ ในปี ค.ศ.2014 คือ นายพล อิบราฮิม อัล- ดูริ Ibrahim al-Douri ซึ่งเป็นมือขวาของซัดดัม
    น่าสนใจว่า ในปี ค.ศ.2003 เมื่ออเมริกากำลังไล่ล่าซัดดัม นายพล อัล-ดูริ ถูกขึ้นบัญซี เป็นบุคคลที่ต้องถูก(อเมริกา)เก็บหมายเลข 3 แต่ อัล-ดูริ ก็หนีการล่าของอเมริกาได้ ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนดวงดีอย่างร้ายกาจ หรือ ด้วยการขายนายตัวเองให้กับศัตรู
    ในปี ค.ศ.2009 เมื่ออิรัคเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาใหม่ นายพลเดวิด เพทรุส David Petraeus ในฐานะผู้บัญชาการใหญ่ของอเมริกา ให้สัมภาษณ์ว่า อัล-ดูริอยู่ในซีเรีย แต่รัฐบาลอิรัคบอกว่า อัล-ดูริ อยู่ในการ์ตา อยู่แต่ละที่ น่าสนใจทั้งนั้น แต่ก็แปลก อเมริกาก็รู้ว่าอยู่ที่ไหน ทำไมไม่ไปจับมาจัดการล่ะครับ ก็ยังอยู่ในบัญชีรายชื่อที่ต้องการตัวนี่ ….ตกลงมันเป็นเรื่อง บ้อท่า หรือกากี่นั้ง
    ปี ค.ศ.2009 อัล-ดูริ ยังไม่ถูกจับ ไม่รู้เพราะอะไรกันแน่ แต่ปี ค.ศ.2014 อัล-ดูริ กลายเป็นผู้นำกองกำลังไอซิส ไปสู้กับกองทัพของอิรัค กองทัพอิรัคสู้ไปถอยไป แล้วไอซิสก็ยึดเมืองโมซุล พร้อมอาวุธของอเมริกันมาจนหมดเกลี้ยง อเมริกาที่ว่าแน่ๆ ไล่บี้ไล่ล่า กัดดาฟี ซัดดัมจนเหลือแต่ชื่อ แต่ อัล-ดูริ คนเดียวอเมริกาจับไม่ได้ แถมปล่อยให้อัล-ดูริ ยึดโมซุลไปหน้าตาเฉย หลังจากนั้น อเมริกาแก้เก้อ เรียกพรรคพวกรวมพลเป็นกองบินร่วม ไปไล่ถล่มไอซิสที่อิรัค เพราะไอซิสแสดงโชว์ฆ่าตัดคอ บ่อย(น้อย)ไปหน่อย บทแบบนี้ ผมว่าคงต้องเปลี่ยนแล้วนะท่านใบตองแห้ง อายแทนว่ะ ไหนๆจะต้มกันแล้ว เอาน้ำซุปยี่ห้อดีกว่านี้ได้ไหม
    ที่ทุเรศเหลือเชื่อ 2 อาทิตย์ผ่านไป หลังจากอเมริกาถูกไอซิสปาดหน้า ยึดเอาโมซุล และอาวุธกองพะเนิน รวมทั้งรถราสารพัด ที่อเมริกาขนเอามาให้กองทัพอิรัคไปได้ แต่อเมริกาก็ทำตัวเหมือนทองเก๊ โดนไฟแรงขนาดไหนก็ไม่ร้อน นอกจากออกมาพูดว่า เรามีความเป็นห่วงในสถานการณ์ที่อิรัค และเราจะส่งกองกำลัง 275 นาย เข้าไปดูแลชาวอเมริกันในอิรัค เยี่ยมเลยครับลูกพี่ ทองเก๊จริงๆ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    29 พ.ย. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 5 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 5 หลังจากอเมริกาใช้ซีไอเอ ไปปฏิบัติการที่ลิเบีย จนเก็บกัดดาฟีและอาวุธกัดดาฟีไปหมด เรื่องควรจะเงียบ ปิดปากกันให้หมด และชาวบ้านอย่างผม ก็คงจะไม่มีโอกาสเอาเรื่องมาปูดต่อได้ แต่ดันมีคนระดับทูตของอเมริกาถูกฆ่าตายเกี่ยวเนื่องกับปฏิบัติการนี้ แล้วจะปิดปากกันหมดยังไงไหว เมื่อสตีเวนส์ ทูตอเมริกาประจำลิเบียถูกฆ่า สื่อก็ตามคุ้ย… ตกลงใครฆ่าทูต สตีเวนส์ ….เขาว่าซีไอเอ ฆ่าปิดปากทูตประเทศตัวเอง หรือเพราะทูตรู้เรื่องการขนอาวุธไปให้กบฏซีเรีย ไม่ใช่แค่รู้นะ เป็นคนประสานงานด้วยแน่ะ … กระทรวงต่างประเทศอเมริกาบอก ไม่ช่าย….. ทูตถูกพวกกบฏลิเบียแตกคอกฆ่าตายต่างหากน่า ….กบฏแตกคอกบ้าบอที่ไหน ก็อเมริกาจ้างมาทั้งนั้น…. ในที่สุดรัฐสภาของอเมริกา แบกหน้าต่อไปไม่ไหว จึงให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน การสอบสวนเป็นไปอย่างอืดอาด เพราะจำเลยคือซีไอเอ และพยานปากสำคัญคือคุณนายหน้าโหดคลินตัน ผู้ซึ่งกำลังจะเป็นว่าที่ประธานาธิบดีแดนเถื่อนคนต่อไป แบบนี้ ผลการสอบคงออกมายาก Judicial Watch (JW) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชน มีนักกฏหมายเป็นสมาชิกมากมาย ทนไม่ไหว ยื่นคำร้องต่อศาล …ข้าแต่ศาลที่เคารพ ประชาชนขอใช้สิทธิตามกฏหมาย เกี่ยวกับข้อมูลที่ควรเปิดเผยแก่ประชาชนขอรับ เรื่องทูตของเรา ที่ไปถูกฆ่าตายที่เบงกาซี ลิเบีย นี่มันอะไรกันแน่ขอรับ…. แม้คดียังไม่เสร็จสิ้น แต่จากคำร้องของ JW ทำให้ศาลมีคำสั่งให้หน่วยงานของอเมริกา เปิดเผยข้อมูลหลายรายการ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณที่ลิเบียออกมา ให้ประชาชนรู้ และข้อมูลรายการหนึ่ง แม้จะอยู่ในเรื่องลิเบีย แต่ก็เกี่ยวโยงมาถึงซีเรีย และน่าจะทำให้เรา “เห็น” ไส้เน่าของอเมริกา เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ซีเรีย (รวมถึงที่ลิเบีย และอื่นๆ ถ้าเราต่อภาพเป็น) เอกสารของ US Defense Intelligence Agency (DIA) เป็นหนึ่งในเอกสารมากมายที่ JW ได้มาจากคำสั่งศาล มีรายงานความเห็นในของ DIA เดือนสิงหาคม ค.ศ.2012 สรุปเรื่องในซีเรีย ส่วนที่เกี่ยวข้องและน่าสนใจว่า …กลุ่มซาลาฟี มุสลิมบราเธอร์ฮูด และ AQI เป็นกำลังหลักในการสู้รบของพวกกบฏในซีเรีย ….AQI ซึ่งเป็นผู้เริ่มตั้งรัฐอิสลาม Islamic State และสนับสนุนฝ่ายกบฏซีเรียตั้งแต่ต้น แต่ความดังมาแผ่วในช่วงปี 2009 และ 2010 ได้กลับขึ้นมามีชื่อเสียงใหม่จากเหตุการณ์กบฏในซีเรีย ทำให้กลุ่มเคร่งศาสนาและกลุ่มชนเผ่าอื่น หันมาให้ความเห็นใจกับพวกกบฏ ขณะเดียวกัน ฝ่ายตะวันตก(อเมริกากับพวก) กลุ่มประเทศแถบอ่าว(ในตะวันออกกลาง) อิสราเอลและตุรกี เป็นผู้ให้การสนับสนุนกับฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ส่วนรัสเซีย จีน และอิหร่าน ให้การสนับสนุนกับรัฐบาลซีเรีย DIA ยังประเมินไว้ด้วยว่า ISI (Islamic State in iraq) จะประกาศตั้งรัฐอิสลาม Islamic State โดยการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ก่อการร้ายต่างๆ ที่ปฏิบัติการอยู่ในซีเรียและอิรัค เพื่อโดดเดี่ยวรัฐบาลอัสสาด ซึ่งผู้สนับสนุนฝ่ายต่อต้านอัสสาด ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ส่งผลในการ “ขัดขวาง” การขยายตัวของกลุ่มชีอ่ะ (อิหร่านและอิรัค) และในที่สุด ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ไม่กี่ปีหลังจากนั้น ในปี ค.ศ.2014 Al Baghdadi ก็ประกาศการรวมตัวกลุ่มผู้ก่อการร้ายต่างๆ และ ตั้งกลุ่มISIS ขึ้นมา และตั้งรัฐอิสลาม .. เป็นไปตามที่ผู้สนับสนุนฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลอัสสาดต้องการ เพื่อเป็นการโดดเดี่ยวรัฐบาลอัสสาด… ถ้าเอกสารของ DIA 7 หน้า ดังกล่าว มันยังมองไม่เห็นชัดว่า ใครสร้างใครสนับสนุนไอซิส ลองมาดูสื่ออื่น โดยเฉพาะสื่อของอเมริกาเอง พูดถึงเรื่องไอซิสบ้าง New York Times ระบุว่า ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นเสนาธิการ วางแผนให้ไอซิสบุกอิรัคจนยึดโมซุล เมืองน้ำมันดกได้ ในปี ค.ศ.2014 คือ นายพล อิบราฮิม อัล- ดูริ Ibrahim al-Douri ซึ่งเป็นมือขวาของซัดดัม น่าสนใจว่า ในปี ค.ศ.2003 เมื่ออเมริกากำลังไล่ล่าซัดดัม นายพล อัล-ดูริ ถูกขึ้นบัญซี เป็นบุคคลที่ต้องถูก(อเมริกา)เก็บหมายเลข 3 แต่ อัล-ดูริ ก็หนีการล่าของอเมริกาได้ ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนดวงดีอย่างร้ายกาจ หรือ ด้วยการขายนายตัวเองให้กับศัตรู ในปี ค.ศ.2009 เมื่ออิรัคเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาใหม่ นายพลเดวิด เพทรุส David Petraeus ในฐานะผู้บัญชาการใหญ่ของอเมริกา ให้สัมภาษณ์ว่า อัล-ดูริอยู่ในซีเรีย แต่รัฐบาลอิรัคบอกว่า อัล-ดูริ อยู่ในการ์ตา อยู่แต่ละที่ น่าสนใจทั้งนั้น แต่ก็แปลก อเมริกาก็รู้ว่าอยู่ที่ไหน ทำไมไม่ไปจับมาจัดการล่ะครับ ก็ยังอยู่ในบัญชีรายชื่อที่ต้องการตัวนี่ ….ตกลงมันเป็นเรื่อง บ้อท่า หรือกากี่นั้ง ปี ค.ศ.2009 อัล-ดูริ ยังไม่ถูกจับ ไม่รู้เพราะอะไรกันแน่ แต่ปี ค.ศ.2014 อัล-ดูริ กลายเป็นผู้นำกองกำลังไอซิส ไปสู้กับกองทัพของอิรัค กองทัพอิรัคสู้ไปถอยไป แล้วไอซิสก็ยึดเมืองโมซุล พร้อมอาวุธของอเมริกันมาจนหมดเกลี้ยง อเมริกาที่ว่าแน่ๆ ไล่บี้ไล่ล่า กัดดาฟี ซัดดัมจนเหลือแต่ชื่อ แต่ อัล-ดูริ คนเดียวอเมริกาจับไม่ได้ แถมปล่อยให้อัล-ดูริ ยึดโมซุลไปหน้าตาเฉย หลังจากนั้น อเมริกาแก้เก้อ เรียกพรรคพวกรวมพลเป็นกองบินร่วม ไปไล่ถล่มไอซิสที่อิรัค เพราะไอซิสแสดงโชว์ฆ่าตัดคอ บ่อย(น้อย)ไปหน่อย บทแบบนี้ ผมว่าคงต้องเปลี่ยนแล้วนะท่านใบตองแห้ง อายแทนว่ะ ไหนๆจะต้มกันแล้ว เอาน้ำซุปยี่ห้อดีกว่านี้ได้ไหม ที่ทุเรศเหลือเชื่อ 2 อาทิตย์ผ่านไป หลังจากอเมริกาถูกไอซิสปาดหน้า ยึดเอาโมซุล และอาวุธกองพะเนิน รวมทั้งรถราสารพัด ที่อเมริกาขนเอามาให้กองทัพอิรัคไปได้ แต่อเมริกาก็ทำตัวเหมือนทองเก๊ โดนไฟแรงขนาดไหนก็ไม่ร้อน นอกจากออกมาพูดว่า เรามีความเป็นห่วงในสถานการณ์ที่อิรัค และเราจะส่งกองกำลัง 275 นาย เข้าไปดูแลชาวอเมริกันในอิรัค เยี่ยมเลยครับลูกพี่ ทองเก๊จริงๆ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 29 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 211 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพไทยออกโรงโต้ข่าวสื่อต่างชาติ หลังมีการรายงานว่าไทยใช้กำลัง “ยึดดินแดน” และ “ห้ามชาวกัมพูชากลับเข้าบ้าน” ยืนยันไม่เป็นความจริง!! การปฏิบัติการของฝ่ายไทยเกิดขึ้นภายในอาณาเขตประเทศไทย และเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เท่านั้น
    .
    ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ระบุว่า รายงานข่าวดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของพื้นที่ โดยไทยไม่ได้รุกรานหรือยึดครองดินแดนของกัมพูชา แต่เป็นการดำเนินการในพื้นที่ของไทย หรือพื้นที่ใกล้บริเวณที่มีข้ออ้างสิทธิทับซ้อน ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการตามกลไกทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศ
    .
    การดำเนินการของไทยมีเป้าหมายชัดเจน คือ คุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน ป้องกันการละเมิดอธิปไตย และควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ความขัดแย้งลุกลาม พร้อมยึดหลักการใช้กำลังเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วน ตามกฎหมายระหว่างประเทศ
    .
    กองทัพไทยย้ำยึดมั่นในสันติวิธี การเจรจา และความร่วมมือกับทุกฝ่าย พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนต่างประเทศ นำเสนอข่าวอย่างรอบด้าน ใช้ถ้อยคำที่สะท้อนสถานะทางกฎหมายของพื้นที่อย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในเวทีนานาชาติ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000276
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #กองทัพไทย #โต้ข่าวสื่อนอก #อธิปไตยไทย #ความมั่นคง #ข่าวต่างประเทศ
    กองทัพไทยออกโรงโต้ข่าวสื่อต่างชาติ หลังมีการรายงานว่าไทยใช้กำลัง “ยึดดินแดน” และ “ห้ามชาวกัมพูชากลับเข้าบ้าน” ยืนยันไม่เป็นความจริง!! การปฏิบัติการของฝ่ายไทยเกิดขึ้นภายในอาณาเขตประเทศไทย และเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เท่านั้น . ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ระบุว่า รายงานข่าวดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของพื้นที่ โดยไทยไม่ได้รุกรานหรือยึดครองดินแดนของกัมพูชา แต่เป็นการดำเนินการในพื้นที่ของไทย หรือพื้นที่ใกล้บริเวณที่มีข้ออ้างสิทธิทับซ้อน ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการตามกลไกทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศ . การดำเนินการของไทยมีเป้าหมายชัดเจน คือ คุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน ป้องกันการละเมิดอธิปไตย และควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ความขัดแย้งลุกลาม พร้อมยึดหลักการใช้กำลังเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วน ตามกฎหมายระหว่างประเทศ . กองทัพไทยย้ำยึดมั่นในสันติวิธี การเจรจา และความร่วมมือกับทุกฝ่าย พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนต่างประเทศ นำเสนอข่าวอย่างรอบด้าน ใช้ถ้อยคำที่สะท้อนสถานะทางกฎหมายของพื้นที่อย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในเวทีนานาชาติ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000276 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #กองทัพไทย #โต้ข่าวสื่อนอก #อธิปไตยไทย #ความมั่นคง #ข่าวต่างประเทศ
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 371 มุมมอง 0 รีวิว
  • รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังโซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปผู้ว่าราชการจังหวัดรายหนึ่ง ตำหนิการตั้งด่านตรวจของตำรวจช่วงเทศกาลปีใหม่ ย้ำการตั้งด่านเป็นมาตรการจำเป็น เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ลดอุบัติเหตุ และสกัดอาชญากรรม
    .
    พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว และได้สั่งการให้ผู้บังคับการในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน เพื่อรายงานและดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมยืนยันว่าการตั้งจุดตรวจจุดสกัดช่วงปีใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการดูแลความปลอดภัยในช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่นสูงสุดของปี
    .
    รอง ผบ.ตร. ย้ำว่า ภารกิจตั้งด่านมีเป้าหมายหลักเพื่อลดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียบนท้องถนน โดยเน้นบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดใน 10 ข้อหาหลัก เช่น เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
    .
    ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จุดตรวจจราจรในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา ยังสามารถจับกุมคดีอาชญากรรมอื่นได้จำนวนมาก ทั้งคดีคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ยาเสพติด สัตว์ป่าคุ้มครอง และวัตถุระเบิด สะท้อนบทบาทของด่านตรวจที่มากกว่าการดูแลวินัยจราจร
    .
    สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเป้าหมายสูงสุดคือ “ความปลอดภัยของประชาชน” พร้อมขอความร่วมมือประชาชนเข้าใจและสนับสนุนการทำงานของตำรวจ เพื่อให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ได้อย่างปลอดภัย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000204
    .
    #News1live #News1 #ตำรวจตั้งด่าน #ปีใหม่2569 #ลดอุบัติเหตุ #ความปลอดภัยบนท้องถนน #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังโซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปผู้ว่าราชการจังหวัดรายหนึ่ง ตำหนิการตั้งด่านตรวจของตำรวจช่วงเทศกาลปีใหม่ ย้ำการตั้งด่านเป็นมาตรการจำเป็น เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ลดอุบัติเหตุ และสกัดอาชญากรรม . พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว และได้สั่งการให้ผู้บังคับการในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน เพื่อรายงานและดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมยืนยันว่าการตั้งจุดตรวจจุดสกัดช่วงปีใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการดูแลความปลอดภัยในช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่นสูงสุดของปี . รอง ผบ.ตร. ย้ำว่า ภารกิจตั้งด่านมีเป้าหมายหลักเพื่อลดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียบนท้องถนน โดยเน้นบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดใน 10 ข้อหาหลัก เช่น เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง . ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จุดตรวจจราจรในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา ยังสามารถจับกุมคดีอาชญากรรมอื่นได้จำนวนมาก ทั้งคดีคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ยาเสพติด สัตว์ป่าคุ้มครอง และวัตถุระเบิด สะท้อนบทบาทของด่านตรวจที่มากกว่าการดูแลวินัยจราจร . สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเป้าหมายสูงสุดคือ “ความปลอดภัยของประชาชน” พร้อมขอความร่วมมือประชาชนเข้าใจและสนับสนุนการทำงานของตำรวจ เพื่อให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ได้อย่างปลอดภัย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000204 . #News1live #News1 #ตำรวจตั้งด่าน #ปีใหม่2569 #ลดอุบัติเหตุ #ความปลอดภัยบนท้องถนน #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    Like
    Sad
    4
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 467 มุมมอง 0 รีวิว
  • ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 2 พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงกรณีถูกตั้งคำถามเรื่องการเคลมผลงานกฎหมายคุกคามทางเพศ ยืนยันการทำงานมีที่มาและตรวจสอบได้ พร้อมระบุว่าการผลักดันเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยเป็น สส. ปี 2562
    .
    ดร.พัชรินทร์ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้ร่วมผลักดันกฎหมายด้านอาชญากรรมทางเพศมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตั้งกรรมาธิการศึกษา และการเสนอร่างกฎหมาย รวมถึง พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในคดีทางเพศ หรือที่รู้จักกันว่า “กฎหมายฉีดไข่ฝ่อ” ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ขณะที่ร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับการกระทำชำเราและการคุกคามทางเพศ ไม่สามารถเข้าสู่การพิจารณาได้ทันก่อนยุบสภา
    .
    ต่อมาได้มีการประสานกับพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล และ สส.ของพรรค นำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร จนมีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน พร้อมย้ำว่าไม่ได้เคลมผลงานของใคร แต่เป็นการกล่าวถึงข้อเท็จจริงตามกระบวนการทำงาน และขอให้สังคมร่วมกันใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปกป้องสิทธิ และไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000003
    .
    #News1live #News1 #ดรส้ม #กฎหมายคุกคามทางเพศ #ภูมิใจไทย
    ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 2 พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงกรณีถูกตั้งคำถามเรื่องการเคลมผลงานกฎหมายคุกคามทางเพศ ยืนยันการทำงานมีที่มาและตรวจสอบได้ พร้อมระบุว่าการผลักดันเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยเป็น สส. ปี 2562 . ดร.พัชรินทร์ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้ร่วมผลักดันกฎหมายด้านอาชญากรรมทางเพศมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตั้งกรรมาธิการศึกษา และการเสนอร่างกฎหมาย รวมถึง พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในคดีทางเพศ หรือที่รู้จักกันว่า “กฎหมายฉีดไข่ฝ่อ” ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ขณะที่ร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับการกระทำชำเราและการคุกคามทางเพศ ไม่สามารถเข้าสู่การพิจารณาได้ทันก่อนยุบสภา . ต่อมาได้มีการประสานกับพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล และ สส.ของพรรค นำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร จนมีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน พร้อมย้ำว่าไม่ได้เคลมผลงานของใคร แต่เป็นการกล่าวถึงข้อเท็จจริงตามกระบวนการทำงาน และขอให้สังคมร่วมกันใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปกป้องสิทธิ และไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000003 . #News1live #News1 #ดรส้ม #กฎหมายคุกคามทางเพศ #ภูมิใจไทย
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 468 มุมมอง 0 รีวิว
  • บทความกฎหมาย EP.50

    ข่าวกรองคือกระบวนการทางปัญญาที่มีความหมายลึกซึ้งกว่าเพียงการรับรู้ข้อมูลข่าวสารทั่วไปเพราะในทางกฎหมายและระเบียบปฏิบัติของรัฐข่าวกรองเปรียบเสมือนพยานหลักฐานที่ผ่านการกลั่นกรองและตรวจสอบความถูกต้องมาอย่างเป็นระบบเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลนั้นมีน้ำหนักน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจในระดับยุทธศาสตร์ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของความมั่นคงข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบย่อมถือเป็นเพียงข่าวลือหรือข่าวสารดิบที่ไม่สามารถนำมาอ้างอิงเป็นฐานในการใช้อำนาจตามกฎหมายได้การที่หน่วยงานรัฐจะดำเนินมาตรการใดๆที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนหรือการดำเนินนโยบายระหว่างประเทศจำเป็นต้องอาศัยข่าวกรองที่มีความแม่นยำสูงมีแหล่งที่มาที่ชัดเจนและได้รับการยืนยันผ่านกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์หรือการสืบสวนเชิงลึกเพื่อให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรมที่กำหนดว่าการใช้อำนาจรัฐต้องตั้งอยู่บนฐานของข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วเท่านั้นกระบวนการเปลี่ยนข่าวสารให้กลายเป็นข่าวกรองจึงถือเป็นพันธกิจหลักที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและการยึดมั่นในระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจนำไปสู่ความเสียหายต่อส่วนรวมหรือการละเมิดสิทธิของบุคคลโดยมิชอบ

    ในมิติด้านกฎหมายมหาชนและการตีความพยานหลักฐานการนิยามว่าข่าวกรองคือข่าวที่ได้รับการตรวจสอบหลักฐานแล้วว่าเชื่อถือได้สะท้อนถึงมาตรฐานการพิสูจน์ที่เข้มงวดคล้ายคลึงกับหลักการรับฟังพยานหลักฐานในชั้นศาลซึ่งต้องมีการตรวจสอบความเชื่อมโยงและความสมเหตุสมผลของข้อมูลในทุกมิติข่าวกรองที่มีคุณภาพจึงต้องประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญคือความถูกต้องความทันสมัยและความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์โดยมีกฎหมายรองรับบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการแสวงหาข้อเท็จจริงภายใต้ขอบเขตที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้การทำหน้าที่ของหน่วยข่าวกรองทหารหรือหน่วยงานความมั่นคงจึงไม่ใช่เพียงการรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุดแต่คือการวิเคราะห์แยกแยะระหว่างความจริงกับความลวงโดยใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีและสติปัญญาของมนุษย์ผสมผสานกันเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อสรุปที่มีพยานหลักฐานสนับสนุนอย่างแน่นหนาความน่าเชื่อถือของข่าวกรองจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้รัฐสามารถพยากรณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าและยับยั้งภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพตามหลักการป้องกันก่อนเกิดเหตุซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในราชอาณาจักรและการคุ้มครองอธิปไตยของชาติในโลกยุคข้อมูลข่าวสารที่เต็มไปด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริง

    โดยสรุปแล้วข่าวกรองจึงมิใช่เพียงคำจำกัดความของการรู้แจ้งเห็นจริงในเหตุการณ์ต่างๆเท่านั้นแต่เป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดินที่ให้ความสำคัญกับการพิสูจน์ทราบความจริงก่อนการตัดสินใจดำเนินการใดๆในนามของรัฐการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการข่าวกรองจึงเท่ากับการรักษามาตรฐานความยุติธรรมและความปลอดภัยของสังคมโดยรวมเพราะเมื่อข่าวกรองมีความชัดเจนและปราศจากข้อสงสัยย่อมทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเป็นธรรมและมีพยานหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ซึ่งจะส่งผลให้รัฐสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนานาชาติได้อย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของความจริงที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นระบบและสมบูรณ์ที่สุดในฐานะที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความมั่นคงของชาติในทุกมิติ
    บทความกฎหมาย EP.50 ข่าวกรองคือกระบวนการทางปัญญาที่มีความหมายลึกซึ้งกว่าเพียงการรับรู้ข้อมูลข่าวสารทั่วไปเพราะในทางกฎหมายและระเบียบปฏิบัติของรัฐข่าวกรองเปรียบเสมือนพยานหลักฐานที่ผ่านการกลั่นกรองและตรวจสอบความถูกต้องมาอย่างเป็นระบบเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลนั้นมีน้ำหนักน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจในระดับยุทธศาสตร์ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของความมั่นคงข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบย่อมถือเป็นเพียงข่าวลือหรือข่าวสารดิบที่ไม่สามารถนำมาอ้างอิงเป็นฐานในการใช้อำนาจตามกฎหมายได้การที่หน่วยงานรัฐจะดำเนินมาตรการใดๆที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนหรือการดำเนินนโยบายระหว่างประเทศจำเป็นต้องอาศัยข่าวกรองที่มีความแม่นยำสูงมีแหล่งที่มาที่ชัดเจนและได้รับการยืนยันผ่านกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์หรือการสืบสวนเชิงลึกเพื่อให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรมที่กำหนดว่าการใช้อำนาจรัฐต้องตั้งอยู่บนฐานของข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วเท่านั้นกระบวนการเปลี่ยนข่าวสารให้กลายเป็นข่าวกรองจึงถือเป็นพันธกิจหลักที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและการยึดมั่นในระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจนำไปสู่ความเสียหายต่อส่วนรวมหรือการละเมิดสิทธิของบุคคลโดยมิชอบ ในมิติด้านกฎหมายมหาชนและการตีความพยานหลักฐานการนิยามว่าข่าวกรองคือข่าวที่ได้รับการตรวจสอบหลักฐานแล้วว่าเชื่อถือได้สะท้อนถึงมาตรฐานการพิสูจน์ที่เข้มงวดคล้ายคลึงกับหลักการรับฟังพยานหลักฐานในชั้นศาลซึ่งต้องมีการตรวจสอบความเชื่อมโยงและความสมเหตุสมผลของข้อมูลในทุกมิติข่าวกรองที่มีคุณภาพจึงต้องประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญคือความถูกต้องความทันสมัยและความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์โดยมีกฎหมายรองรับบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการแสวงหาข้อเท็จจริงภายใต้ขอบเขตที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้การทำหน้าที่ของหน่วยข่าวกรองทหารหรือหน่วยงานความมั่นคงจึงไม่ใช่เพียงการรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุดแต่คือการวิเคราะห์แยกแยะระหว่างความจริงกับความลวงโดยใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีและสติปัญญาของมนุษย์ผสมผสานกันเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อสรุปที่มีพยานหลักฐานสนับสนุนอย่างแน่นหนาความน่าเชื่อถือของข่าวกรองจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้รัฐสามารถพยากรณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าและยับยั้งภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพตามหลักการป้องกันก่อนเกิดเหตุซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในราชอาณาจักรและการคุ้มครองอธิปไตยของชาติในโลกยุคข้อมูลข่าวสารที่เต็มไปด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยสรุปแล้วข่าวกรองจึงมิใช่เพียงคำจำกัดความของการรู้แจ้งเห็นจริงในเหตุการณ์ต่างๆเท่านั้นแต่เป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดินที่ให้ความสำคัญกับการพิสูจน์ทราบความจริงก่อนการตัดสินใจดำเนินการใดๆในนามของรัฐการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการข่าวกรองจึงเท่ากับการรักษามาตรฐานความยุติธรรมและความปลอดภัยของสังคมโดยรวมเพราะเมื่อข่าวกรองมีความชัดเจนและปราศจากข้อสงสัยย่อมทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเป็นธรรมและมีพยานหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ซึ่งจะส่งผลให้รัฐสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนานาชาติได้อย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของความจริงที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นระบบและสมบูรณ์ที่สุดในฐานะที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความมั่นคงของชาติในทุกมิติ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 324 มุมมอง 0 รีวิว
  • “ยึดพื้นที่ได้ ไม่ได้แปลว่าพื้นที่ปลอดภัย” — นี่คือความจริงของสนามรบยุคใหม่ที่ประชาชนควรเข้าใจ
    .
    กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภาพหลักฐานการตรวจพบกับระเบิดและทุ่นระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ “เนิน 350” สะท้อนข้อเท็จจริงสำคัญของการปฏิบัติการทางทหารว่า แม้จะสามารถเข้าควบคุมและยึดพื้นที่เป้าหมายได้แล้ว แต่การรุกคืบต่อไปกลับไม่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน
    .
    ในทางทหาร ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “ความฝืดในสนามรบ” หมายถึงปัจจัยที่ทำให้การปฏิบัติการชะลอตัว แม้ฝ่ายหนึ่งจะได้เปรียบเชิงพื้นที่แล้วก็ตาม โดยกรณีของเนิน 350 ปัจจัยหลักคือสนามทุ่นระเบิดและกับระเบิดแสวงเครื่องที่ถูกฝังและพรางไว้ทั้งใต้ดินและบนผิวพื้นที่
    .
    แม้พื้นที่จะอยู่ในการควบคุมของฝ่ายเราแล้ว แต่ยังไม่ถือว่าปลอดภัย กำลังพลไม่สามารถเคลื่อนย้าย เสริมกำลัง หรือใช้ยุทโธปกรณ์หนัก เช่น รถถัง ยานเกราะ รวมถึงการลำเลียงเวชภัณฑ์ได้อย่างอิสระ ทุกย่างก้าวต้องหยุดหรือชะลอ เพื่อรอการเข้าพื้นที่ของทหารช่างในการตรวจค้น กู้ และทำลายทุ่นระเบิดอย่างเป็นขั้นตอนและรอบคอบ
    .
    กับระเบิดคือภัยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มีอานุภาพร้ายแรงถึงชีวิต เพียงก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียทันที ทำให้การรบต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด แม้จะเป็นพื้นที่ที่ยึดครองได้แล้วก็ตาม
    .
    ผลที่ตามมาคือ
    – การรุกต้องชะลอลง ไม่สามารถเร่งปฏิบัติการได้
    – การใช้พื้นที่ยังจำกัด ไม่อาจเคลื่อนกำลังหรือยุทโธปกรณ์ได้เต็มที่
    – เพิ่มภาระด้านความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่
    ..
    ทั้งนี้ ความล่าช้าในสนามรบไม่ได้สะท้อนถึงความอ่อนแอของกองกำลัง หากแต่เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์อย่างรับผิดชอบ เพื่อรักษาชีวิตกำลังพล ลดการสูญเสียที่ไม่จำเป็น และควบคุมสถานการณ์อย่างรอบคอบที่สุด
    .
    สนามรบที่เต็มไปด้วยทุ่นระเบิด คือสนามรบที่แม้จะมีชัยเหนือข้าศึกแล้ว ก็ยังไม่อาจประมาทได้ ทุกตารางเมตรอาจแฝงอันตราย และทุกนาทีที่การปฏิบัติการช้าลง คือความพยายามรักษาชีวิตของทหารแนวหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ
    .
    นี่คือความจริงของ “ความฝืดในสนามรบ” ที่สังคมควรรับรู้และทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้
    .
    อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123773
    .
    #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #เนิน350 #สนามรบ #ความมั่นคง #ข่าววิเคราะห์
    “ยึดพื้นที่ได้ ไม่ได้แปลว่าพื้นที่ปลอดภัย” — นี่คือความจริงของสนามรบยุคใหม่ที่ประชาชนควรเข้าใจ . กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภาพหลักฐานการตรวจพบกับระเบิดและทุ่นระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ “เนิน 350” สะท้อนข้อเท็จจริงสำคัญของการปฏิบัติการทางทหารว่า แม้จะสามารถเข้าควบคุมและยึดพื้นที่เป้าหมายได้แล้ว แต่การรุกคืบต่อไปกลับไม่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน . ในทางทหาร ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “ความฝืดในสนามรบ” หมายถึงปัจจัยที่ทำให้การปฏิบัติการชะลอตัว แม้ฝ่ายหนึ่งจะได้เปรียบเชิงพื้นที่แล้วก็ตาม โดยกรณีของเนิน 350 ปัจจัยหลักคือสนามทุ่นระเบิดและกับระเบิดแสวงเครื่องที่ถูกฝังและพรางไว้ทั้งใต้ดินและบนผิวพื้นที่ . แม้พื้นที่จะอยู่ในการควบคุมของฝ่ายเราแล้ว แต่ยังไม่ถือว่าปลอดภัย กำลังพลไม่สามารถเคลื่อนย้าย เสริมกำลัง หรือใช้ยุทโธปกรณ์หนัก เช่น รถถัง ยานเกราะ รวมถึงการลำเลียงเวชภัณฑ์ได้อย่างอิสระ ทุกย่างก้าวต้องหยุดหรือชะลอ เพื่อรอการเข้าพื้นที่ของทหารช่างในการตรวจค้น กู้ และทำลายทุ่นระเบิดอย่างเป็นขั้นตอนและรอบคอบ . กับระเบิดคือภัยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มีอานุภาพร้ายแรงถึงชีวิต เพียงก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียทันที ทำให้การรบต้องดำเนินไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด แม้จะเป็นพื้นที่ที่ยึดครองได้แล้วก็ตาม . ผลที่ตามมาคือ – การรุกต้องชะลอลง ไม่สามารถเร่งปฏิบัติการได้ – การใช้พื้นที่ยังจำกัด ไม่อาจเคลื่อนกำลังหรือยุทโธปกรณ์ได้เต็มที่ – เพิ่มภาระด้านความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ .. ทั้งนี้ ความล่าช้าในสนามรบไม่ได้สะท้อนถึงความอ่อนแอของกองกำลัง หากแต่เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์อย่างรับผิดชอบ เพื่อรักษาชีวิตกำลังพล ลดการสูญเสียที่ไม่จำเป็น และควบคุมสถานการณ์อย่างรอบคอบที่สุด . สนามรบที่เต็มไปด้วยทุ่นระเบิด คือสนามรบที่แม้จะมีชัยเหนือข้าศึกแล้ว ก็ยังไม่อาจประมาทได้ ทุกตารางเมตรอาจแฝงอันตราย และทุกนาทีที่การปฏิบัติการช้าลง คือความพยายามรักษาชีวิตของทหารแนวหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ . นี่คือความจริงของ “ความฝืดในสนามรบ” ที่สังคมควรรับรู้และทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ . อ่านเพิ่มเติม >> https://news1live.com/detail/9680000123773 . #News1live #News1 #ชายแดนไทยกัมพูชา #เนิน350 #สนามรบ #ความมั่นคง #ข่าววิเคราะห์
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 446 มุมมอง 0 รีวิว
  • จินนี่ ตอนที่ 5

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จินนี่”
    ตอน 5 (จบ)
    สงสัยเพราะไอ้ถังขยะฝาแฝด ดันวิเคราะห์เรื่องรัสเซียยาตราเข้าไปในตะวันออกกลางต่างกัน โอบามาจึง
    ยังไม่ขยับออกจากมุมมืด แค่แก้เก้อ สั่งให้รัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกา จัดให้มีการถกเรื่องซีเรียที่นครเวียนนา เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ.2015 ระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น รัสเซีย อเมริกา สหภาพยุโรป ซาอุดิอารเบีย ตุรกี และอิหร่าน รวมทั้งตัวแทนของสหประชาชาติ แต่ไม่มีตัวแทนของซีเรียเข้าร่วมประชุมด้วย …. ไอ้เวร จะถกกันเรื่องบ้านเขาแต่ไม่ถามคนในบ้านเขาเลยนะ ว่า เขาต้องการอย่างไร
    และในที่สุด การประชุมก็จบลง ด้วยการสรุปว่า ยังไม่มีข้อตกลง .. เจ๋งเป้งจริงๆ แล้วแบบนี้ พี่เบิ้มใบตองแห้งจะ
    ฟ้อนต่อยังไงครับ 2 เดือนกว่าแล้วนะ พรรคพวกก็งงลูกหาบก็ถามกันเซ็งแซ่ ถาดพร้อม ชุดพร้อม จะเอายังไงจะให้ไปเซิ้งที่ไหนบอกมาเลยครับเจ้านาย
    เจ้านายจะสั่งยังไงดีล่ะ ยังจุกหูไม่หาย หลังจากฟังเพลงด่ารัสเซียคนละเสียงจากไอ้ถังฝาแฝด
    แค่ถังขยะ 2 ใบกลัวเจ้านาย จะมึนไม่พอ ปรากฏว่า ถังขยะใหญ่อีกใบของอเมริกา Brookings Institute ดันออกบทความเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 2015 ชื่อ Russia’s military is proving Western punditry wrong” สรุปให้เห็นภาพ หรือ ศักยภาพ ของกองทัพรัสเซียในตะวันออกกลาง มาคนละแนวกับคู่แฝด โดยเฉพาะแฝดตัวที่ดูเหมือนเป็นผู้กำกับฝูงนกอินทรี แบบนี้ เจ้านายคงไม่ใช่แค่จุกหู อาจจะถึงจุกหางเอาด้วย
    ถัง Brookings บอกว่า เมื่อรัสเซียยกทัพเข้าไปในตะวันออกกลางใหม่ๆ นักวิเคราะห์ต่างจับตามอง และเสียงส่วน
    ใหญ่สรุปว่า รัสเซียคงไปได้ไม่กี่น้ำ บางคนบอกว่ากองทัพรัสเซียอ่อนแอ แถมสนิมขึ้นเขรอะแล้วด้วย
    แต่จากการรบของรัสเซียในตะวันออกกลาง เท่าที่ผ่านมาดูเหมือนจะทำให้นักวิเคราะห์เหล่านั้น หน้าแหกไปตามๆกัน
    ในการรบทางอากาศ ฝูงบินรัสเซีย บินโจมตีวันละประมาณ 48 ถึง 96 เที่ยว นับเป็นจำนวนเที่ยว เท่ากับที่
    กองกำลังฝ่ายที่ต่อต้านอัสสาด (ที่อเมริกาสนับสนุน) ทำได้ ในเวลา 1 เดือน… เอ็งทำรายงานแบบนี้ จะให้
    เจ้านายออกจากมุมมืดยังไงวะ
    นอกจากนี้ ฝ่ายรัสเซียได้เด็ดหัวหน้าฝ่ายกบฏ Captain Basil Zamo ที่เป็นกำลังสำคัญของฝ่ายต่อต้านอัสสาด
    ไปเรียบร้อย ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม และผู้บัญชาการรบที่หน่วยNour al-din al-Zinki ก็เสียชีวิตด้วยจากการ
    โจมตีครั้งอื่นของรัสเซีย
    คำถามว่า รัสเซียจะรักษาระดับการโจมตีทางอากาศเช่นนี้ต่อไปได้ไหมถัง Brookings บอกว่า เป็นไปได้ และแถม
    บอกว่า ยามนี้คงไม่มีพรรคพวกเรารายไหนในกลุ่มนาโต้จะสู้กับรัสเซียทางอากาศได้ด้วยซ้ำ …..อ้าว วิเคราะห์
    แบบนี้ เดี๋ยวได้ตกงานกันหมด
    ทางทะเลล่ะ เป็นอย่างไร นักวิเคราะห์บอก เห็นเขาบอกว่าสนิมเขรอะเช่นกัน แต่ที่ไหนได้เจ้านายครับ รัสเซียกลับ
    นำกองทัพเรือรุ่นใหม่มาใช้ เป็นเรือรบขนาดกลาง แต่สามารถยิงจรวดจากฐานประจำเรือได้ในระยะ 900 ไมล์
    ศักยภาพนี้ของรัสเซีย ไม่มีใครรู้มาก่อน เปรียบเทียบกับเรือรบขนาด 2 ,900 ตัน และ 3,100 ตัน combat
    ship เช่น Freedom กับ Independence ของอเมริกา ซึ่งใหญ่กว่าเรือรัสเซียมาก ยังไม่มีเครื่องยิงจรวด
    ประจำเรือ ในอานุภาพระดับเท่ากับรัสเซียเลยนะเจ้านาย
    เป็นเรื่องที่ทำให้เห็นว่า ข้อมูลที่ทางตะวันตกมี เกี่ยวกับอาวุธรัสเซีย ดูเหมือนจะเป็นข้อมูลที่ตกรุ่น และทำให้ฝ่าย
    ตะวันตก ประเมินกองทัพรัสเซียผิดพลาด ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการรบของรัสเซียในตะวันออก
    กลาง ดูเหมือนจะทำให้สายตาของตะวันตกที่เคยมองรัสเซียเปลี่ยนไป แต่จะทำให้เกมเปลี่ยนไปเลยหรือไม่
    คงต้องดูจากการขยับหมากของอเมริกา
    ก่อนขยับหมาก ดูเหมือนอเมริกาจะใช้เวลาตรวจสอบศักยภาพของรัสเซียหลายรูปแบบ และใช้เวลานานเอาเรื่อง เหมือนกับซื้อเวลา ก็อเมริกาใหญ่นี่นะ ขืนเซ่อซ่า ออกไปผิดท่า กระจอกไม่ทันกินน้ำหงายท้องผลึ่ง คงมีค่อนโลกหัวร่อเยาะ ผมคนนึงละ รับรองทั้งซ้ำ ทั้งเติมไม่มีเว้น
    อเมริกาจะไม่คิดมากได้อย่างไร 70 ปี ที่ผ่านมาอเมริกาเคยรบกับกองทัพใหญ่ที่ไหนบ้าง หนสุดท้ายที่รบจริงคือ
    สงครามเวียตนาม นั่นมัน 40 กว่าปีมาแล้วนะครับ แล้วอีกฝ่ายก็ตัวเล็กผอมเกร็ง อาวุธส่วนใหญ่ ก็เป็นของเก่าที่
    ฝรั่งเศสทิ้งไว้ หรือ ที่รัสเซียส่งมาให้ทดลองใช้ แต่ฝ่ายอเมริกายกมาเต็มอัตราศึก ครบเครื่อง แถมหลอกลากเอา
    สมันน้อย สมันใหญ่แถวนี้ ไปเข้าแถวช่วยรบกับเขาด้วย ส่วนฝ่ายเวียตนามรบมาแบบเดี่ยวๆ แล้วเป็นยังไงครับ
    รบไป 8 ปี อเมริกาฉิบหายรุ่ย แล้วก็ไม่ได้ชนะจริงๆ ต้องไปทำข้อตกลงหย่าศึก ไม่เข็ดหรือวะ
    ส่วนรายการอิรัค ลิเบีย อาฟกานิสถาน มันเป็นเรื่องผู้ใหญ่รังแกเด็ก ขี่ช้างเข้าไปจับตั๊กกะแตน จะไปรบที เหมือนไป
    ตากอากาศ ทั้งชุด ทั้งอาหารพร้อม ไอติมยังมีกินเลยรบแบบนี้ไม่ชนะก็เอาหัวไปทิ่มบ่อตายเสียดีกว่า แต่คราวนี้ อเมริกาจะเจอรุ่นใหญ่ด้วยกัน มีอาวุธเหมือนกัน ยังไม่รู้แน่ว่าของใครดีกว่ากัน ที่สำคัญ อาจไม่ได้มาแบบ
    เดี่ยวๆ อเมริกาคงต้องคิดแยะ
    อเมริกา มี 2 ทางเลือกทางเลือก
    หนึ่ง คือ เล่นสกปรกสาระพัดวิธี ใต้โต๊ะใต้น้ำ บนดินบนฟ้า หลอกล่อให้ฝูงไอ้ปื้ด ออกมาล่อรัสเซียให้งอมจนเกือบเละก่อน หลังจากนั้น อเมริกาจึงค่อยยกทัพใหญ่ออกมาลุย แบบนี้เป็นสไตล์จิ๊กโก๋ใบตองแห้งของแท้ ไม่มีราศีผู้นำโลกหมายเลขหนึ่งติดอยู่เลย
    หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คือ อเมริกาเคลื่อนทัพใหญ่ออกมาลุยกันเลยเท่านั้น ถ้าเป็นทางเลือกนี้ก็คงเล่นกันเต็มรูป
    แบบ แนวกว้าง ยาวไปเกือบทั่วโลก
    แล้วมีโอกาสไหม ที่อเมริกาจะไม่รบ ใช้การเจรจา หรือทำเกียร์ว่าง ปล่อยให้คุณพี่ปูตินว่าการตะวันออกกลาง
    ตามสะดวก คิดว่าเป็นไปได้ไหมครับ
    ผมตอบแทนอเมริกาไม่ได้หรอก แต่ในฐานะคนคุ้นเคย เฝ้าดูเฝ้าด่ามาตลอด 2 ปีกว่า ผมมองว่า ถ้าคุณพี่ปูติน แกมายืนถอดเสื้อเบ่งกล้ามมัดๆ ให้ดูอยู่แถวตะวันออกกลาง แล้วอเมริกายังนั่งแอบอยู่ในมุมห้อง สั่งให้สื่อตีข่าวกลับไปกลับมาทุกวันแต่ไม่ออกไปเจอหน้าก็เหมือนกับว่า อเมริกายอมยกตำแหน่งพี่เบิ้มให้รัสเซียไป อเมริกาจะทำใจยอมเสียตำแหน่งพี่เบิ้มได้หรือโดยเฉพาะให้กับรัสเซีย
    แต่อเมริกา อาจซื้อเวลา เล่นบทเจรจา ฟ้อนไปฟ้อนมาก่อน เพราะยังตั้งหลักจัดทัพไม่ทันคุณพี่ปูตินแกเคลื่อน
    ทัพมาเร็วเกินคาด ข่าวกรองของอเมริกา ที่ว่าแน่ๆ ทำงานไม่ทัน แต่รับรอง ระหว่างจัดทัพหลวง ทัพหน้าคง
    ออกมาแน่ แต่เป็นกองทัพจิ้งหรีด โดยการปั่นให้ไอ้ปื้ดแถวตะวันออกกลาง ออกมาเป็นแสน คุณพี่ปูติน ก็เตรียมรับมือไว้แล้วกัน
    เมื่อยังไงก็ต้องรบ และกำลังเตรียมจัดทัพ อเมริกาจึงกัดฟัน ปล่อยคุณจินนี่ ที่มีเจ้าของเป็นผีดิบสายเหยี่ยว
    จอมโหด จอมตะกละ ออกมาขู่รัสเซีย ว่า อยากจะเล่นเกมไหน จะเล่นเกมแบบสายเหยี่ยว ที่มีถังขยะ CFR
    หนุนมาตลอด ไม่ใช่เหยี่ยวปีกห้อย แบบไอ้ใบตองแห้งที่นั่งกัดเล็บอยู่ในมุมห้อง แถม คุณจีนนี่ ยังลากเอาผีดิบพันธุ์อังกฤษปนยิว รวมทั้งคนขายชาติ มาเป็นการตบหน้ารัสเซียอีกด้วย จะเล่นแบบนี้ไหม หรือรัสเซีย จะพอใจแค่กินขนมเค้กซีเรียด้วยกันแล้วก็กลับบ้านไป ไม่เสียหน้า ไม่ฉิบหายไปตามๆกันอย่างที่ท่านประธานถังขยะเสนอ
    ดูๆ เหมือนคำขู่ แต่ไม่รู้จะเป็นขู่ไปถอยไป หรือเปล่านะ
    แต่ผมเดาว่า คุณพี่ปูติน ไม่ใช่คนกลัวผีดิบ ไม่ว่าพันธุ์ไหนและคงไม่ชอบกินขนมเค้กด้วยและอเมริกาน่าจะรู้คำตอบนี้แล้ว ถึงมีรายการเขย่าขวัญฝ่ายรัสเซียให้ดู แต่ผมเกรงว่า นาฬิกาจะเริ่มนับถอยหลังไปแล้ว เมื่อมีการสอยเครื่องบินโดยสารของรัสเซีย เมื่อวันวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    7 พ.ย. 2558
    จินนี่ ตอนที่ 5 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จินนี่” ตอน 5 (จบ) สงสัยเพราะไอ้ถังขยะฝาแฝด ดันวิเคราะห์เรื่องรัสเซียยาตราเข้าไปในตะวันออกกลางต่างกัน โอบามาจึง ยังไม่ขยับออกจากมุมมืด แค่แก้เก้อ สั่งให้รัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกา จัดให้มีการถกเรื่องซีเรียที่นครเวียนนา เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ.2015 ระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น รัสเซีย อเมริกา สหภาพยุโรป ซาอุดิอารเบีย ตุรกี และอิหร่าน รวมทั้งตัวแทนของสหประชาชาติ แต่ไม่มีตัวแทนของซีเรียเข้าร่วมประชุมด้วย …. ไอ้เวร จะถกกันเรื่องบ้านเขาแต่ไม่ถามคนในบ้านเขาเลยนะ ว่า เขาต้องการอย่างไร และในที่สุด การประชุมก็จบลง ด้วยการสรุปว่า ยังไม่มีข้อตกลง .. เจ๋งเป้งจริงๆ แล้วแบบนี้ พี่เบิ้มใบตองแห้งจะ ฟ้อนต่อยังไงครับ 2 เดือนกว่าแล้วนะ พรรคพวกก็งงลูกหาบก็ถามกันเซ็งแซ่ ถาดพร้อม ชุดพร้อม จะเอายังไงจะให้ไปเซิ้งที่ไหนบอกมาเลยครับเจ้านาย เจ้านายจะสั่งยังไงดีล่ะ ยังจุกหูไม่หาย หลังจากฟังเพลงด่ารัสเซียคนละเสียงจากไอ้ถังฝาแฝด แค่ถังขยะ 2 ใบกลัวเจ้านาย จะมึนไม่พอ ปรากฏว่า ถังขยะใหญ่อีกใบของอเมริกา Brookings Institute ดันออกบทความเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 2015 ชื่อ Russia’s military is proving Western punditry wrong” สรุปให้เห็นภาพ หรือ ศักยภาพ ของกองทัพรัสเซียในตะวันออกกลาง มาคนละแนวกับคู่แฝด โดยเฉพาะแฝดตัวที่ดูเหมือนเป็นผู้กำกับฝูงนกอินทรี แบบนี้ เจ้านายคงไม่ใช่แค่จุกหู อาจจะถึงจุกหางเอาด้วย ถัง Brookings บอกว่า เมื่อรัสเซียยกทัพเข้าไปในตะวันออกกลางใหม่ๆ นักวิเคราะห์ต่างจับตามอง และเสียงส่วน ใหญ่สรุปว่า รัสเซียคงไปได้ไม่กี่น้ำ บางคนบอกว่ากองทัพรัสเซียอ่อนแอ แถมสนิมขึ้นเขรอะแล้วด้วย แต่จากการรบของรัสเซียในตะวันออกกลาง เท่าที่ผ่านมาดูเหมือนจะทำให้นักวิเคราะห์เหล่านั้น หน้าแหกไปตามๆกัน ในการรบทางอากาศ ฝูงบินรัสเซีย บินโจมตีวันละประมาณ 48 ถึง 96 เที่ยว นับเป็นจำนวนเที่ยว เท่ากับที่ กองกำลังฝ่ายที่ต่อต้านอัสสาด (ที่อเมริกาสนับสนุน) ทำได้ ในเวลา 1 เดือน… เอ็งทำรายงานแบบนี้ จะให้ เจ้านายออกจากมุมมืดยังไงวะ นอกจากนี้ ฝ่ายรัสเซียได้เด็ดหัวหน้าฝ่ายกบฏ Captain Basil Zamo ที่เป็นกำลังสำคัญของฝ่ายต่อต้านอัสสาด ไปเรียบร้อย ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม และผู้บัญชาการรบที่หน่วยNour al-din al-Zinki ก็เสียชีวิตด้วยจากการ โจมตีครั้งอื่นของรัสเซีย คำถามว่า รัสเซียจะรักษาระดับการโจมตีทางอากาศเช่นนี้ต่อไปได้ไหมถัง Brookings บอกว่า เป็นไปได้ และแถม บอกว่า ยามนี้คงไม่มีพรรคพวกเรารายไหนในกลุ่มนาโต้จะสู้กับรัสเซียทางอากาศได้ด้วยซ้ำ …..อ้าว วิเคราะห์ แบบนี้ เดี๋ยวได้ตกงานกันหมด ทางทะเลล่ะ เป็นอย่างไร นักวิเคราะห์บอก เห็นเขาบอกว่าสนิมเขรอะเช่นกัน แต่ที่ไหนได้เจ้านายครับ รัสเซียกลับ นำกองทัพเรือรุ่นใหม่มาใช้ เป็นเรือรบขนาดกลาง แต่สามารถยิงจรวดจากฐานประจำเรือได้ในระยะ 900 ไมล์ ศักยภาพนี้ของรัสเซีย ไม่มีใครรู้มาก่อน เปรียบเทียบกับเรือรบขนาด 2 ,900 ตัน และ 3,100 ตัน combat ship เช่น Freedom กับ Independence ของอเมริกา ซึ่งใหญ่กว่าเรือรัสเซียมาก ยังไม่มีเครื่องยิงจรวด ประจำเรือ ในอานุภาพระดับเท่ากับรัสเซียเลยนะเจ้านาย เป็นเรื่องที่ทำให้เห็นว่า ข้อมูลที่ทางตะวันตกมี เกี่ยวกับอาวุธรัสเซีย ดูเหมือนจะเป็นข้อมูลที่ตกรุ่น และทำให้ฝ่าย ตะวันตก ประเมินกองทัพรัสเซียผิดพลาด ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการรบของรัสเซียในตะวันออก กลาง ดูเหมือนจะทำให้สายตาของตะวันตกที่เคยมองรัสเซียเปลี่ยนไป แต่จะทำให้เกมเปลี่ยนไปเลยหรือไม่ คงต้องดูจากการขยับหมากของอเมริกา ก่อนขยับหมาก ดูเหมือนอเมริกาจะใช้เวลาตรวจสอบศักยภาพของรัสเซียหลายรูปแบบ และใช้เวลานานเอาเรื่อง เหมือนกับซื้อเวลา ก็อเมริกาใหญ่นี่นะ ขืนเซ่อซ่า ออกไปผิดท่า กระจอกไม่ทันกินน้ำหงายท้องผลึ่ง คงมีค่อนโลกหัวร่อเยาะ ผมคนนึงละ รับรองทั้งซ้ำ ทั้งเติมไม่มีเว้น อเมริกาจะไม่คิดมากได้อย่างไร 70 ปี ที่ผ่านมาอเมริกาเคยรบกับกองทัพใหญ่ที่ไหนบ้าง หนสุดท้ายที่รบจริงคือ สงครามเวียตนาม นั่นมัน 40 กว่าปีมาแล้วนะครับ แล้วอีกฝ่ายก็ตัวเล็กผอมเกร็ง อาวุธส่วนใหญ่ ก็เป็นของเก่าที่ ฝรั่งเศสทิ้งไว้ หรือ ที่รัสเซียส่งมาให้ทดลองใช้ แต่ฝ่ายอเมริกายกมาเต็มอัตราศึก ครบเครื่อง แถมหลอกลากเอา สมันน้อย สมันใหญ่แถวนี้ ไปเข้าแถวช่วยรบกับเขาด้วย ส่วนฝ่ายเวียตนามรบมาแบบเดี่ยวๆ แล้วเป็นยังไงครับ รบไป 8 ปี อเมริกาฉิบหายรุ่ย แล้วก็ไม่ได้ชนะจริงๆ ต้องไปทำข้อตกลงหย่าศึก ไม่เข็ดหรือวะ ส่วนรายการอิรัค ลิเบีย อาฟกานิสถาน มันเป็นเรื่องผู้ใหญ่รังแกเด็ก ขี่ช้างเข้าไปจับตั๊กกะแตน จะไปรบที เหมือนไป ตากอากาศ ทั้งชุด ทั้งอาหารพร้อม ไอติมยังมีกินเลยรบแบบนี้ไม่ชนะก็เอาหัวไปทิ่มบ่อตายเสียดีกว่า แต่คราวนี้ อเมริกาจะเจอรุ่นใหญ่ด้วยกัน มีอาวุธเหมือนกัน ยังไม่รู้แน่ว่าของใครดีกว่ากัน ที่สำคัญ อาจไม่ได้มาแบบ เดี่ยวๆ อเมริกาคงต้องคิดแยะ อเมริกา มี 2 ทางเลือกทางเลือก หนึ่ง คือ เล่นสกปรกสาระพัดวิธี ใต้โต๊ะใต้น้ำ บนดินบนฟ้า หลอกล่อให้ฝูงไอ้ปื้ด ออกมาล่อรัสเซียให้งอมจนเกือบเละก่อน หลังจากนั้น อเมริกาจึงค่อยยกทัพใหญ่ออกมาลุย แบบนี้เป็นสไตล์จิ๊กโก๋ใบตองแห้งของแท้ ไม่มีราศีผู้นำโลกหมายเลขหนึ่งติดอยู่เลย หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คือ อเมริกาเคลื่อนทัพใหญ่ออกมาลุยกันเลยเท่านั้น ถ้าเป็นทางเลือกนี้ก็คงเล่นกันเต็มรูป แบบ แนวกว้าง ยาวไปเกือบทั่วโลก แล้วมีโอกาสไหม ที่อเมริกาจะไม่รบ ใช้การเจรจา หรือทำเกียร์ว่าง ปล่อยให้คุณพี่ปูตินว่าการตะวันออกกลาง ตามสะดวก คิดว่าเป็นไปได้ไหมครับ ผมตอบแทนอเมริกาไม่ได้หรอก แต่ในฐานะคนคุ้นเคย เฝ้าดูเฝ้าด่ามาตลอด 2 ปีกว่า ผมมองว่า ถ้าคุณพี่ปูติน แกมายืนถอดเสื้อเบ่งกล้ามมัดๆ ให้ดูอยู่แถวตะวันออกกลาง แล้วอเมริกายังนั่งแอบอยู่ในมุมห้อง สั่งให้สื่อตีข่าวกลับไปกลับมาทุกวันแต่ไม่ออกไปเจอหน้าก็เหมือนกับว่า อเมริกายอมยกตำแหน่งพี่เบิ้มให้รัสเซียไป อเมริกาจะทำใจยอมเสียตำแหน่งพี่เบิ้มได้หรือโดยเฉพาะให้กับรัสเซีย แต่อเมริกา อาจซื้อเวลา เล่นบทเจรจา ฟ้อนไปฟ้อนมาก่อน เพราะยังตั้งหลักจัดทัพไม่ทันคุณพี่ปูตินแกเคลื่อน ทัพมาเร็วเกินคาด ข่าวกรองของอเมริกา ที่ว่าแน่ๆ ทำงานไม่ทัน แต่รับรอง ระหว่างจัดทัพหลวง ทัพหน้าคง ออกมาแน่ แต่เป็นกองทัพจิ้งหรีด โดยการปั่นให้ไอ้ปื้ดแถวตะวันออกกลาง ออกมาเป็นแสน คุณพี่ปูติน ก็เตรียมรับมือไว้แล้วกัน เมื่อยังไงก็ต้องรบ และกำลังเตรียมจัดทัพ อเมริกาจึงกัดฟัน ปล่อยคุณจินนี่ ที่มีเจ้าของเป็นผีดิบสายเหยี่ยว จอมโหด จอมตะกละ ออกมาขู่รัสเซีย ว่า อยากจะเล่นเกมไหน จะเล่นเกมแบบสายเหยี่ยว ที่มีถังขยะ CFR หนุนมาตลอด ไม่ใช่เหยี่ยวปีกห้อย แบบไอ้ใบตองแห้งที่นั่งกัดเล็บอยู่ในมุมห้อง แถม คุณจีนนี่ ยังลากเอาผีดิบพันธุ์อังกฤษปนยิว รวมทั้งคนขายชาติ มาเป็นการตบหน้ารัสเซียอีกด้วย จะเล่นแบบนี้ไหม หรือรัสเซีย จะพอใจแค่กินขนมเค้กซีเรียด้วยกันแล้วก็กลับบ้านไป ไม่เสียหน้า ไม่ฉิบหายไปตามๆกันอย่างที่ท่านประธานถังขยะเสนอ ดูๆ เหมือนคำขู่ แต่ไม่รู้จะเป็นขู่ไปถอยไป หรือเปล่านะ แต่ผมเดาว่า คุณพี่ปูติน ไม่ใช่คนกลัวผีดิบ ไม่ว่าพันธุ์ไหนและคงไม่ชอบกินขนมเค้กด้วยและอเมริกาน่าจะรู้คำตอบนี้แล้ว ถึงมีรายการเขย่าขวัญฝ่ายรัสเซียให้ดู แต่ผมเกรงว่า นาฬิกาจะเริ่มนับถอยหลังไปแล้ว เมื่อมีการสอยเครื่องบินโดยสารของรัสเซีย เมื่อวันวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 7 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 618 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts