• พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นำสำนวนคดีและพยานหลักฐานจำนวนมาก ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง 6 ราย กรณีเอี่ยวการให้สินบน โดยยืนยันว่าการทำคดีเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร.
    .
    พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า สำนวนคดีประกอบด้วยเอกสารราว 10,000 หน้า บรรจุใน 38 แฟ้ม พร้อมคลิปวิดีโอหลักฐาน โดยผู้ถูกกล่าวหามีทั้งข้าราชการปัจจุบัน อดีตข้าราชการ และพลเรือน รวม 6 ราย พร้อมย้ำว่าการสอบสวนคืบหน้าแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และมีพยานหลักฐานเพียงพอ.
    .
    รอง ผบช.ก. ยืนยันว่า ป.ป.ช. แสดงท่าทีพร้อมตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา หากพบการกระทำผิดก็เปิดทางให้ตำรวจดำเนินการเต็มที่ พร้อมย้ำว่าคดีนี้เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ไม่ได้สะท้อนภาพรวมของทั้งองค์กร.
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001014
    .
    #News1live #News1 #บิ๊กเต่า #ปปช #คดีสินบน #บิ๊กโจ๊ก
    พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นำสำนวนคดีและพยานหลักฐานจำนวนมาก ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง 6 ราย กรณีเอี่ยวการให้สินบน โดยยืนยันว่าการทำคดีเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร. . พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า สำนวนคดีประกอบด้วยเอกสารราว 10,000 หน้า บรรจุใน 38 แฟ้ม พร้อมคลิปวิดีโอหลักฐาน โดยผู้ถูกกล่าวหามีทั้งข้าราชการปัจจุบัน อดีตข้าราชการ และพลเรือน รวม 6 ราย พร้อมย้ำว่าการสอบสวนคืบหน้าแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และมีพยานหลักฐานเพียงพอ. . รอง ผบช.ก. ยืนยันว่า ป.ป.ช. แสดงท่าทีพร้อมตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา หากพบการกระทำผิดก็เปิดทางให้ตำรวจดำเนินการเต็มที่ พร้อมย้ำว่าคดีนี้เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ไม่ได้สะท้อนภาพรวมของทั้งองค์กร. . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001014 . #News1live #News1 #บิ๊กเต่า #ปปช #คดีสินบน #บิ๊กโจ๊ก
    0 Comments 0 Shares 9 Views 0 Reviews
  • สถานการณ์อาวุธปืนในประเทศไทยถูกจับตาอีกครั้ง หลังข้อมูลชี้มีปืนเถื่อนมากกว่า 4 ล้านกระบอก ขณะที่ปืนถูกกฎหมายรวมแล้วกว่า 10 ล้านกระบอก ท่ามกลางสถิติคดีฆ่าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง.
    .
    ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มีการกำชับเข้มงวดการออกใบอนุญาตและควบคุมการใช้อาวุธปืน หลังพบคดีฆ่าในรอบ 3 ปี มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากปืนมีทะเบียน และจำนวนไม่น้อยเป็นปืนที่ถูกนำไปใช้ผิดมือ สะท้อนช่องโหว่การกำกับดูแล.
    .
    หลายฝ่ายชี้ว่า พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ.2490 ถูกใช้มานานกว่า 79 ปี ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน จึงเรียกร้องให้เร่งแก้ไขกฎหมาย เพื่ออุดช่องโหว่ ลดการเข้าถึงอาวุธปืน และลดความรุนแรงในสังคม.
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000972
    .
    #News1live #News1 #ปืนเถื่อน #อาวุธปืน #กาญจนบุรี #ความปลอดภัยประชาชน
    สถานการณ์อาวุธปืนในประเทศไทยถูกจับตาอีกครั้ง หลังข้อมูลชี้มีปืนเถื่อนมากกว่า 4 ล้านกระบอก ขณะที่ปืนถูกกฎหมายรวมแล้วกว่า 10 ล้านกระบอก ท่ามกลางสถิติคดีฆ่าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง. . ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มีการกำชับเข้มงวดการออกใบอนุญาตและควบคุมการใช้อาวุธปืน หลังพบคดีฆ่าในรอบ 3 ปี มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากปืนมีทะเบียน และจำนวนไม่น้อยเป็นปืนที่ถูกนำไปใช้ผิดมือ สะท้อนช่องโหว่การกำกับดูแล. . หลายฝ่ายชี้ว่า พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ.2490 ถูกใช้มานานกว่า 79 ปี ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน จึงเรียกร้องให้เร่งแก้ไขกฎหมาย เพื่ออุดช่องโหว่ ลดการเข้าถึงอาวุธปืน และลดความรุนแรงในสังคม. . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000972 . #News1live #News1 #ปืนเถื่อน #อาวุธปืน #กาญจนบุรี #ความปลอดภัยประชาชน
    0 Comments 0 Shares 11 Views 0 Reviews
  • เหรียญตาหลวงเผือก วัดพระเจดีย์งาม จ.สงขลา
    เหรียญตาหลวงเผือก วาจาสิทธิ์ หล่อแบบโบราณ (หลังตอกโค็ด"เจดีย์" ) วัดพระเจดีย์งาม จ.สงขลา ปี2557 // พระดีพิธีใหญ่ ปลุกเสกที่โบสถ์ มหาอุต ณ.วัดเจดีย์งาม พิธีปลุกเสก เดี่ยว ข้ามคืน 5 คืน 5 พระครู 5 วัด โดยพระครู ที่มีอายุมากในอำเภอระโนด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา // พระสภาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >>

    ** พุทธคุณ แคล้วคลาด มหาอุตม์ คงกระพัน หนังเหนียว ป้องกันภัยอันตรายทั้งปวง กันเสนียดจัญไร ค้าขายดีและเสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง เพื่อเพิ่มพูนเมตตามหานิยม หนุนดวง เสริมชีวิตให้ดีขึ้น

    ** เหรียญตาหลวงเผือก วัดพระเจดีย์งาม จ.สงขลา ปี2557 สร้างโดย วิธี เททองหล่อแบบโปราณ เมื่อ วันจันท์ ที่12 พ.ค. 2557 ขึ้น14ค่ำ เดือน 6 พิธีปลุกเสก เดี่ยว ข้ามคืน 5 คืน 5 พระครู 5 วัด โดยพระครูที่มีอายุมากในอำเภอระโนด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา
    ประกอบด้วย
    พระครู โอภาสธรรม (ท่านแสง) เจ้าอาวาสวัดศิลาลอย ปลุกเสกข้ามคืน เมื่อ วันที่ 12 ถึง 13 ก.ย.2557
    พระครู ปภัศน์วรคุณ(ท่านข่าว)เจ้าอาวาสวัดบ้านใหม่ ปลุกเสกข้ามคืน
    เมื่อ วันที่ 13 ถึง 14 ก.ย.2557
    พระครู ประกาศธรรมกิจ(ท่านประมูล)เจ้าอาวาสวัดประดู่ ปลุกเสกข้ามคืนเมื่อ วันที่ 14 ถึง 15 ก.ย.2557
    พระครู จิตสังวราชิคุณ เจ้าอาวาสวัดคูวา ปลุกเสกข้ามคืน
    เมื่อ วันที่ 16 ถึง 17 ก.ย.2557
    ปลุกเสกที่โบสถ์ มหาอุต ณ.วัดเจดีย์งาม ตำบล บ่อตรุ อ.ระโนด จ.สงขลา **

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    เหรียญตาหลวงเผือก วัดพระเจดีย์งาม จ.สงขลา เหรียญตาหลวงเผือก วาจาสิทธิ์ หล่อแบบโบราณ (หลังตอกโค็ด"เจดีย์" ) วัดพระเจดีย์งาม จ.สงขลา ปี2557 // พระดีพิธีใหญ่ ปลุกเสกที่โบสถ์ มหาอุต ณ.วัดเจดีย์งาม พิธีปลุกเสก เดี่ยว ข้ามคืน 5 คืน 5 พระครู 5 วัด โดยพระครู ที่มีอายุมากในอำเภอระโนด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา // พระสภาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >> ** พุทธคุณ แคล้วคลาด มหาอุตม์ คงกระพัน หนังเหนียว ป้องกันภัยอันตรายทั้งปวง กันเสนียดจัญไร ค้าขายดีและเสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง เพื่อเพิ่มพูนเมตตามหานิยม หนุนดวง เสริมชีวิตให้ดีขึ้น ** เหรียญตาหลวงเผือก วัดพระเจดีย์งาม จ.สงขลา ปี2557 สร้างโดย วิธี เททองหล่อแบบโปราณ เมื่อ วันจันท์ ที่12 พ.ค. 2557 ขึ้น14ค่ำ เดือน 6 พิธีปลุกเสก เดี่ยว ข้ามคืน 5 คืน 5 พระครู 5 วัด โดยพระครูที่มีอายุมากในอำเภอระโนด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ประกอบด้วย พระครู โอภาสธรรม (ท่านแสง) เจ้าอาวาสวัดศิลาลอย ปลุกเสกข้ามคืน เมื่อ วันที่ 12 ถึง 13 ก.ย.2557 พระครู ปภัศน์วรคุณ(ท่านข่าว)เจ้าอาวาสวัดบ้านใหม่ ปลุกเสกข้ามคืน เมื่อ วันที่ 13 ถึง 14 ก.ย.2557 พระครู ประกาศธรรมกิจ(ท่านประมูล)เจ้าอาวาสวัดประดู่ ปลุกเสกข้ามคืนเมื่อ วันที่ 14 ถึง 15 ก.ย.2557 พระครู จิตสังวราชิคุณ เจ้าอาวาสวัดคูวา ปลุกเสกข้ามคืน เมื่อ วันที่ 16 ถึง 17 ก.ย.2557 ปลุกเสกที่โบสถ์ มหาอุต ณ.วัดเจดีย์งาม ตำบล บ่อตรุ อ.ระโนด จ.สงขลา ** ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 Comments 0 Shares 4 Views 0 Reviews
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260105 #TechRadar

    LG เปิดตัว C6 / C6H OLED รุ่นใหม่ ต่างกันชัดเรื่องความสว่างและพาเนล
    LG เปิดตัวทีวี OLED C6 สองรุ่นคือ C6 และ C6H โดยรุ่น C6H ใช้พาเนล Primary RGB Tandem แบบเดียวกับ G5 ทำให้สว่างกว่า สีสดกว่า แต่มีเฉพาะขนาดใหญ่ 77 และ 83 นิ้ว ส่วน C6 ปกติยังใกล้เคียง C5 แต่ได้ชิปประมวลผล Alpha 11 Gen 3 ตัวใหม่ที่ช่วยอัปสเกลภาพและรองรับฟีเจอร์ระดับเรือธงเหมือน G6 แม้ความสว่างจะด้อยกว่าในรุ่นเล็กก็ตาม
    https://www.techradar.com/televisions/the-lg-c6-oled-tv-comes-in-two-versions-and-ones-way-better-than-the-other-heres-what-you-need-to-know

    Intel ครองชาร์ตราคาต่อประสิทธิภาพ PassMark ทิ้ง AMD แบบไม่ต้องพึ่งของลดราคา
    ผลจัดอันดับ PassMark ชี้ว่า Intel ครอง 7 อันดับจาก 10 อันดับ CPU คุ้มค่าที่สุด แม้ AMD จะได้อันดับ 1–2 แต่เกิดจากรุ่น Ryzen 5 ที่ลดราคาล้างสต็อก ทำให้ไม่สะท้อนประสิทธิภาพจริงของรุ่นใหม่ ๆ ขณะที่ Intel ทำคะแนนคุ้มค่าครอบคลุมหลายช่วงราคา จึงเหมาะกับผู้ต้องการความแรงต่อเงินที่เสถียรกว่าในตลาดปัจจุบัน
    https://www.techradar.com/pro/intel-beats-amd-on-sheer-value-as-it-ranks-7-cpus-in-passmarks-top-10-price-performance-leaderboard-amd-gets-number-1-but-its-just-an-entry-level-ryzen-5-on-clearance-sales

    7 เกมกระดานช่วยให้มกราคม 2026 ไม่น่าเบื่อ ทั้งเล่นง่าย เล่นยาก และเหมาะทุกวัย
    คอลัมนิสต์เกมกระดานแนะนำ 7 เกมเด่นประจำเดือนมกราคม 2026 ตั้งแต่เกมวางแผนอย่าง Railroad Tiles, เกมปาร์ตี้อย่าง Sounds Fishy และ Herd Mentality ไปจนถึงเกม TCG อย่าง Riftbound และเกมกลยุทธ์หนัก ๆ อย่าง Arcs โดยทุกเกมถูกคัดมาเพื่อให้เล่นได้ทั้งมือใหม่และสายฮาร์ดคอร์ ช่วยให้ช่วงต้นปีสนุกขึ้นแม้จะอากาศหนาวหรืออยู่บ้านมากขึ้นก็ตาม
    https://www.techradar.com/tech/im-a-huge-board-games-fan-here-are-the-7-best-ones-to-help-you-survive-january-2026

    Xreal 1S แว่น AR จอเสมือน 200 นิ้ว เน้นความเรียบง่ายและความคมชัด
    Xreal 1S เป็นแว่น AR แบบ “จอเสมือน” ที่ไม่ใช่สมาร์ตกลาสเต็มรูปแบบ แต่โดดเด่นด้วยจอ Micro‑OLED ความสว่างสูง 700 nits รีเฟรชเรต 120Hz และน้ำหนักเบาเพียง 84 กรัม ใช้งานง่ายแค่เสียบ USB‑C ก็ได้จอใหญ่เหมือนพกโรงหนังไปทุกที่ เหมาะกับดูหนัง เล่นเกม หรือใช้เป็นจอเสริม แม้ยังมีข้อจำกัดเรื่องมุมมองและฟีเจอร์ 3D ที่ยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม
    https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/the-xreal-1s-glasses-put-a-big-virtual-screen-in-front-of-your-face-and-im-loving-the-simplicity-and-pure-entertainment-value

    หลุด Samsung Galaxy S26 Ultra เผยสีใหม่ ดีไซน์กล้องหรูขึ้น และ S Pen โค้งรับตัวเครื่อง
    ข้อมูลหลุดล่าสุดของ Galaxy S26 Ultra ระบุว่าจะมีสีใหม่อย่าง Black Shadow, White Shadow, Galactial Blue และ Ultravioiet พร้อมดีไซน์วงแหวนกล้องแบบโลหะที่ดูพรีเมียมกว่าเดิม และ S Pen รุ่นใหม่ที่โค้งรับขอบเครื่องมากขึ้น แม้การอัปเกรดส่วนใหญ่จะเป็นเชิงดีไซน์ แต่คาดว่าจะเปิดตัวกุมภาพันธ์และวางขายมีนาคมตามรอบเดิมของซีรีส์ S
    https://www.techradar.com/phones/samsung-galaxy-phones/new-samsung-galaxy-s26-ultra-leaks-tip-colors-camera-and-s-pen-changes-here-are-all-the-details

    ExpressVPN ปรับโฉมครั้งใหญ่ ทำความเป็นส่วนตัวให้ “เข้าถึงได้จริง” ในปี 2026
    ExpressVPN เดินหน้าปรับโครงสร้างราคาใหม่เป็น 3 แพ็กเกจ พร้อมแก้ปัญหาเชิงวิศวกรรมที่ค้างคามานานอย่าง Split Tunneling บน macOS และผลักดันมาตรฐาน Post‑Quantum WireGuard เพื่อรับมือภัยคุกคามยุคควอนตัม ทำให้บริการ VPN ที่เคยถูกมองว่าแพง กลายเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายขึ้นและพร้อมสำหรับอนาคตของความปลอดภัยออนไลน์
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/expressvpns-road-to-accessible-privacy-is-it-really-possible-in-2026

    USB ครบรอบ 30 ปี—เส้นทางจากความวุ่นวายสู่มาตรฐานที่โลกใช้ร่วมกัน
    จากยุคที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เต็มไปด้วยพอร์ตสารพัดแบบ USB 1.0 ในปี 1996 กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติการเชื่อมต่อ จนพัฒนาต่อเนื่องสู่ USB 2.0, 3.0, USB4 และท้ายที่สุด USB‑C ที่กลายเป็นมาตรฐานกลางของอุปกรณ์ทั่วโลกในปัจจุบัน ทั้งในด้านความเร็ว ความสะดวก และความเข้ากันได้ที่แทบไร้ข้อจำกัด
    https://www.techradar.com/pro/usbs-hit-the-scene-30-years-ago-this-month-we-look-back-on-its-jhourney-to-standardization-success

    วิธีล้างหม้อทอดไร้น้ำมันให้สะอาดเหมือนใหม่ ง่ายกว่าที่คิด
    หม้อทอดไร้น้ำมันแม้ใช้น้ำมันน้อย แต่คราบไขมันและเศษอาหารยังสะสมได้ง่าย บทความนี้แนะนำวิธีทำความสะอาดทั้งภายนอกและภายในอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การใช้ผ้าชุบน้ำสบู่อุ่น การล้างชิ้นส่วนที่ถอดได้ ไปจนถึงเทคนิคแก้กลิ่นติดเครื่องด้วยเลมอน เพื่อให้หม้อทอดใช้งานได้ดีและปลอดกลิ่นไม่พึงประสงค์
    https://www.techradar.com/home/air-fryers/how-to-give-your-air-fryer-a-deep-clean

    ชิป AI แบบโฟโตนิกของจีน อ้างเร็วกว่า Nvidia A100 ถึง 100 เท่าในงานเฉพาะทาง
    นักวิจัยจีนเปิดตัวชิป AI แบบใช้แสง (photonic) ที่ออกแบบมาเพื่อประมวลผลงาน generative เฉพาะด้าน เช่น การสร้างภาพหรือวิดีโอ โดยอ้างว่าสามารถทำงานเร็วกว่า GPU อย่าง Nvidia A100 ถึง 100 เท่าในบางกรณี แม้ยังเป็นงานวิจัยในห้องทดลอง แต่สะท้อนศักยภาพของการประมวลผลด้วยแสงที่อาจเปลี่ยนเกมในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/not-exactly-a-deepseek-moment-for-ai-accelerators-but-this-chinese-optical-chip-may-well-be-100x-faster-than-nvidias-a100-on-some-tasks

    ศึก CPU ตัวท็อป—AMD Ryzen 9 9950X3D แรงกว่าเล็กน้อย แต่ Intel Core Ultra 9 285K คุ้มค่ากว่า
    ผลทดสอบล่าสุดเผยว่า Ryzen 9 9950X3D ของ AMD แม้ทำคะแนนรวมสูงกว่าเล็กน้อย แต่ราคาที่แพงกว่ามากทำให้ความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพเอนเอียงไปทาง Intel Core Ultra 9 285K ที่ให้พลังใกล้เคียงกัน ใช้ไฟน้อยกว่า และราคาถูกกว่าชัดเจน กลายเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและเกมเมอร์
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/pro/the-core-9-ultra-285k-is-intels-fastest-cpu-and-costs-under-usd500-so-why-is-it-so-much-cheaper-compared-to-amd-usd679-ryzen-9-9950x3d
    📌📡🟡 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 📡📌 #รวมข่าวIT #20260105 #TechRadar 📺 LG เปิดตัว C6 / C6H OLED รุ่นใหม่ ต่างกันชัดเรื่องความสว่างและพาเนล LG เปิดตัวทีวี OLED C6 สองรุ่นคือ C6 และ C6H โดยรุ่น C6H ใช้พาเนล Primary RGB Tandem แบบเดียวกับ G5 ทำให้สว่างกว่า สีสดกว่า แต่มีเฉพาะขนาดใหญ่ 77 และ 83 นิ้ว ส่วน C6 ปกติยังใกล้เคียง C5 แต่ได้ชิปประมวลผล Alpha 11 Gen 3 ตัวใหม่ที่ช่วยอัปสเกลภาพและรองรับฟีเจอร์ระดับเรือธงเหมือน G6 แม้ความสว่างจะด้อยกว่าในรุ่นเล็กก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/televisions/the-lg-c6-oled-tv-comes-in-two-versions-and-ones-way-better-than-the-other-heres-what-you-need-to-know 🖥️ Intel ครองชาร์ตราคาต่อประสิทธิภาพ PassMark ทิ้ง AMD แบบไม่ต้องพึ่งของลดราคา ผลจัดอันดับ PassMark ชี้ว่า Intel ครอง 7 อันดับจาก 10 อันดับ CPU คุ้มค่าที่สุด แม้ AMD จะได้อันดับ 1–2 แต่เกิดจากรุ่น Ryzen 5 ที่ลดราคาล้างสต็อก ทำให้ไม่สะท้อนประสิทธิภาพจริงของรุ่นใหม่ ๆ ขณะที่ Intel ทำคะแนนคุ้มค่าครอบคลุมหลายช่วงราคา จึงเหมาะกับผู้ต้องการความแรงต่อเงินที่เสถียรกว่าในตลาดปัจจุบัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/intel-beats-amd-on-sheer-value-as-it-ranks-7-cpus-in-passmarks-top-10-price-performance-leaderboard-amd-gets-number-1-but-its-just-an-entry-level-ryzen-5-on-clearance-sales 🎲 7 เกมกระดานช่วยให้มกราคม 2026 ไม่น่าเบื่อ ทั้งเล่นง่าย เล่นยาก และเหมาะทุกวัย คอลัมนิสต์เกมกระดานแนะนำ 7 เกมเด่นประจำเดือนมกราคม 2026 ตั้งแต่เกมวางแผนอย่าง Railroad Tiles, เกมปาร์ตี้อย่าง Sounds Fishy และ Herd Mentality ไปจนถึงเกม TCG อย่าง Riftbound และเกมกลยุทธ์หนัก ๆ อย่าง Arcs โดยทุกเกมถูกคัดมาเพื่อให้เล่นได้ทั้งมือใหม่และสายฮาร์ดคอร์ ช่วยให้ช่วงต้นปีสนุกขึ้นแม้จะอากาศหนาวหรืออยู่บ้านมากขึ้นก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/tech/im-a-huge-board-games-fan-here-are-the-7-best-ones-to-help-you-survive-january-2026 🕶️ Xreal 1S แว่น AR จอเสมือน 200 นิ้ว เน้นความเรียบง่ายและความคมชัด Xreal 1S เป็นแว่น AR แบบ “จอเสมือน” ที่ไม่ใช่สมาร์ตกลาสเต็มรูปแบบ แต่โดดเด่นด้วยจอ Micro‑OLED ความสว่างสูง 700 nits รีเฟรชเรต 120Hz และน้ำหนักเบาเพียง 84 กรัม ใช้งานง่ายแค่เสียบ USB‑C ก็ได้จอใหญ่เหมือนพกโรงหนังไปทุกที่ เหมาะกับดูหนัง เล่นเกม หรือใช้เป็นจอเสริม แม้ยังมีข้อจำกัดเรื่องมุมมองและฟีเจอร์ 3D ที่ยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/the-xreal-1s-glasses-put-a-big-virtual-screen-in-front-of-your-face-and-im-loving-the-simplicity-and-pure-entertainment-value 📱 หลุด Samsung Galaxy S26 Ultra เผยสีใหม่ ดีไซน์กล้องหรูขึ้น และ S Pen โค้งรับตัวเครื่อง ข้อมูลหลุดล่าสุดของ Galaxy S26 Ultra ระบุว่าจะมีสีใหม่อย่าง Black Shadow, White Shadow, Galactial Blue และ Ultravioiet พร้อมดีไซน์วงแหวนกล้องแบบโลหะที่ดูพรีเมียมกว่าเดิม และ S Pen รุ่นใหม่ที่โค้งรับขอบเครื่องมากขึ้น แม้การอัปเกรดส่วนใหญ่จะเป็นเชิงดีไซน์ แต่คาดว่าจะเปิดตัวกุมภาพันธ์และวางขายมีนาคมตามรอบเดิมของซีรีส์ S 🔗 https://www.techradar.com/phones/samsung-galaxy-phones/new-samsung-galaxy-s26-ultra-leaks-tip-colors-camera-and-s-pen-changes-here-are-all-the-details 🔐 ExpressVPN ปรับโฉมครั้งใหญ่ ทำความเป็นส่วนตัวให้ “เข้าถึงได้จริง” ในปี 2026 ExpressVPN เดินหน้าปรับโครงสร้างราคาใหม่เป็น 3 แพ็กเกจ พร้อมแก้ปัญหาเชิงวิศวกรรมที่ค้างคามานานอย่าง Split Tunneling บน macOS และผลักดันมาตรฐาน Post‑Quantum WireGuard เพื่อรับมือภัยคุกคามยุคควอนตัม ทำให้บริการ VPN ที่เคยถูกมองว่าแพง กลายเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายขึ้นและพร้อมสำหรับอนาคตของความปลอดภัยออนไลน์ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/expressvpns-road-to-accessible-privacy-is-it-really-possible-in-2026 🔌 USB ครบรอบ 30 ปี—เส้นทางจากความวุ่นวายสู่มาตรฐานที่โลกใช้ร่วมกัน จากยุคที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เต็มไปด้วยพอร์ตสารพัดแบบ USB 1.0 ในปี 1996 กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติการเชื่อมต่อ จนพัฒนาต่อเนื่องสู่ USB 2.0, 3.0, USB4 และท้ายที่สุด USB‑C ที่กลายเป็นมาตรฐานกลางของอุปกรณ์ทั่วโลกในปัจจุบัน ทั้งในด้านความเร็ว ความสะดวก และความเข้ากันได้ที่แทบไร้ข้อจำกัด 🔗 https://www.techradar.com/pro/usbs-hit-the-scene-30-years-ago-this-month-we-look-back-on-its-jhourney-to-standardization-success 🍳 วิธีล้างหม้อทอดไร้น้ำมันให้สะอาดเหมือนใหม่ ง่ายกว่าที่คิด หม้อทอดไร้น้ำมันแม้ใช้น้ำมันน้อย แต่คราบไขมันและเศษอาหารยังสะสมได้ง่าย บทความนี้แนะนำวิธีทำความสะอาดทั้งภายนอกและภายในอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การใช้ผ้าชุบน้ำสบู่อุ่น การล้างชิ้นส่วนที่ถอดได้ ไปจนถึงเทคนิคแก้กลิ่นติดเครื่องด้วยเลมอน เพื่อให้หม้อทอดใช้งานได้ดีและปลอดกลิ่นไม่พึงประสงค์ 🔗 https://www.techradar.com/home/air-fryers/how-to-give-your-air-fryer-a-deep-clean 💡 ชิป AI แบบโฟโตนิกของจีน อ้างเร็วกว่า Nvidia A100 ถึง 100 เท่าในงานเฉพาะทาง นักวิจัยจีนเปิดตัวชิป AI แบบใช้แสง (photonic) ที่ออกแบบมาเพื่อประมวลผลงาน generative เฉพาะด้าน เช่น การสร้างภาพหรือวิดีโอ โดยอ้างว่าสามารถทำงานเร็วกว่า GPU อย่าง Nvidia A100 ถึง 100 เท่าในบางกรณี แม้ยังเป็นงานวิจัยในห้องทดลอง แต่สะท้อนศักยภาพของการประมวลผลด้วยแสงที่อาจเปลี่ยนเกมในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/not-exactly-a-deepseek-moment-for-ai-accelerators-but-this-chinese-optical-chip-may-well-be-100x-faster-than-nvidias-a100-on-some-tasks 🖥️ ศึก CPU ตัวท็อป—AMD Ryzen 9 9950X3D แรงกว่าเล็กน้อย แต่ Intel Core Ultra 9 285K คุ้มค่ากว่า ผลทดสอบล่าสุดเผยว่า Ryzen 9 9950X3D ของ AMD แม้ทำคะแนนรวมสูงกว่าเล็กน้อย แต่ราคาที่แพงกว่ามากทำให้ความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพเอนเอียงไปทาง Intel Core Ultra 9 285K ที่ให้พลังใกล้เคียงกัน ใช้ไฟน้อยกว่า และราคาถูกกว่าชัดเจน กลายเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและเกมเมอร์ ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/pro/the-core-9-ultra-285k-is-intels-fastest-cpu-and-costs-under-usd500-so-why-is-it-so-much-cheaper-compared-to-amd-usd679-ryzen-9-9950x3d
    0 Comments 0 Shares 15 Views 0 Reviews
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260105 #securityonline

    Systems over Slop: วิสัยทัศน์ AI ปี 2026 ของ Satya Nadella จุดกระแส “Microslop”
    Nadella ประกาศแนวคิดใหม่ผลักดันอุตสาหกรรม AI จากการแข่งขัน “โมเดลใหญ่แค่ไหน” ไปสู่ยุค “ระบบที่ทำงานจริง” พร้อมชี้ว่า AI ควรเป็นโครงช่วยเสริมศักยภาพมนุษย์มากกว่าผลิตคอนเทนต์ไร้คุณภาพ แต่คำพูดเรื่อง “slop” กลับจุดกระแสวิจารณ์หนักบนโซเชียล โดยผู้ใช้จำนวนมากมองว่า Microsoft ควรแก้ปัญหา Copilot ที่ยังให้ข้อมูลผิดพลาดก่อนจะพูดเรื่องคุณภาพ AI ทำให้แฮชแท็ก “Microslop” ติดเทรนด์ ขณะที่ทิศทางใหม่ของ Microsoft มุ่งสร้าง AI แบบตัวแทน (agent) ที่ทำงานร่วมกับแอปต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประโยชน์จริงในชีวิตประจำวัน
    https://securityonline.info/systems-over-slop-nadellas-2026-ai-vision-sparks-microslop-revolt

    PS5 สะเทือน: คีย์ BootROM หลุด ทำระบบความปลอดภัยพังแบบแก้ไม่ได้
    แฮ็กเกอร์ไม่ทราบชื่อปล่อยคีย์ BootROM ของ PS5 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถเจาะลึกสถาปัตยกรรมเครื่องและอาจนำไปสู่การสร้างเฟิร์มแวร์ดัดแปลงหรือรันเกมแบบไม่จำกัดในอนาคต แม้ Sony จะออกคีย์ใหม่ในรุ่นผลิตถัดไปได้ แต่เครื่องที่ขายไปแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ ทำให้การรั่วครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรงที่สุดของคอนโซลยุคใหม่
    https://securityonline.info/the-unpatchable-leak-sonys-ps5-security-crumples-as-bootrom-keys-hit-the-web

    Bitfinex Hacker: Ilya Lichtenstein ได้รับอิสรภาพก่อนกำหนดจากกฎหมายยุค Trump
    Ilya Lichtenstein แฮ็กเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการขโมย Bitcoin ครั้งใหญ่ของ Bitfinex ในปี 2016 ถูกปล่อยตัวก่อนกำหนดหลังรับโทษเพียงหนึ่งปีจากโทษจำคุกห้าปี อันเป็นผลจากกฎหมายปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ลงนามโดยประธานาธิบดี Trump โดยเขายอมรับผิดทั้งหมดเพื่อปกป้องภรรยา และหลังได้รับอิสรภาพประกาศว่าจะหันมาทำงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์เพื่อชดเชยสังคม
    https://securityonline.info/the-hacker-returns-bitfinex-mastermind-ilya-lichtenstein-freed-early-via-trump-law

    Telegram เปิดปี 2026 ด้วยฟีเจอร์สรุปโพสต์ด้วย AI ผ่านเครือข่าย Cocoon
    Telegram อัปเดตใหม่บน iOS เพิ่มฟีเจอร์สรุปเนื้อหายาวในช่องด้วย AI ที่ประมวลผลผ่านเครือข่าย Cocoon แบบกระจายศูนย์ เน้นความเป็นส่วนตัวด้วยการเข้ารหัสทุกคำขอก่อนส่ง พร้อมปรับปรุงเอฟเฟกต์ Liquid Glass ให้สวยงามและลื่นไหลยิ่งขึ้น แม้ Android และ Windows จะยังไม่ได้ฟีเจอร์นี้ แต่คาดว่าจะตามมาในอนาคต
    https://securityonline.info/private-intelligence-telegrams-2026-update-brings-ai-summaries-via-the-cocoon-network

    CVE-2026-21440: ช่องโหว่ร้ายแรงใน AdonisJS เปิดทางเขียนไฟล์ทับและรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์
    พบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน AdonisJS โดยเฉพาะแพ็กเกจ bodyparser ที่ยอมให้ผู้โจมตีอัปโหลดไฟล์พร้อมชื่อที่มี path traversal ทำให้สามารถเขียนไฟล์ไปยังตำแหน่งสำคัญของระบบ และอาจนำไปสู่การรันโค้ด (RCE) ได้ ผู้พัฒนาถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ https://securityonline.info/cve-2026-21440-new-adonisjs-9-2-critical-flaw-allows-arbitrary-file-writes-and-rce

    Sliver C2 โผล่ในปฏิบัติการเจาะ FortiWeb เจาะลึกเหยื่อกว่า 30 รายใน 8 วัน
    รายงานเผยกลุ่มผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ React2Shell เพื่อฝัง Sliver C2 ลงในอุปกรณ์ FortiWeb พร้อมใช้เทคนิคพรางตัว เช่น FRP และ microsocks ที่ถูกปลอมเป็นบริการพิมพ์ CUPS เพื่อซ่อนทราฟฟิก ทำให้สามารถเข้าถึงระบบองค์กรในบังกลาเทศและปากีสถานได้อย่างแนบเนียน โดยแคมเปญนี้ชี้ให้เห็นช่องโหว่ใหญ่ของอุปกรณ์ edge ที่ขาดระบบตรวจจับภัยคุกคามในตัว
    https://securityonline.info/sliver-in-the-stack-exposed-logs-reveal-targeted-fortiweb-exploitation-campaign

    VVS Stealer มัลแวร์ล่องหน ใช้ Pyarmor ซ่อนโค้ดก่อนขโมยบัญชี Discord
    มัลแวร์ VVS Stealer ที่ถูกขายใน Telegram ใช้ Pyarmor เพื่อเข้ารหัสโค้ด Python ทำให้สแกนไม่เจอ ก่อนจะฉีดโค้ดลงในแอป Discord เพื่อขโมยโทเคน เข้าถึงบัญชี ดูข้อมูลบัตร และดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์กว่า 10 ตัว พร้อมหลอกผู้ใช้ด้วยหน้าต่าง “Fatal Error” ปลอม ทั้งหมดนี้ในราคาขายเพียงหลักสิบยูโร ทำให้ผู้ไม่เชี่ยวชาญก็เข้าถึงเครื่องมือระดับสูงได้
    https://securityonline.info/the-invisible-predator-how-vvs-stealer-abuses-pyarmor-to-ghost-discord-accounts

    CVE-2025-66848: ช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ JD Cloud เปิดทางยึดเครื่องแบบ root
    พบช่องโหว่ในเราเตอร์ JD Cloud หลายรุ่นที่ปล่อยข้อมูล MAC และ feedid ผ่าน API ทำให้ผู้โจมตีสร้างโทเคนแอดมินปลอมได้ ก่อนใช้ช่องโหว่ command injection ในบริการ DDNS เพื่อเปิด backdoor และยึดสิทธิ์ root แบบเต็มตัว ส่งผลให้ผู้ใช้ตามบ้านและธุรกิจเสี่ยงถูกดักข้อมูลหรือถูกใช้เป็นฐานโจมตีต่อ
    https://securityonline.info/cve-2025-66848-critical-flaw-in-jd-cloud-routers-grants-hackers-root-access

    Transparent Tribe ใช้ไฟล์ JLPT ปลอมล่อเหยื่ออินเดียในแคมเปญจารกรรมแบบ Fileless
    กลุ่ม APT36 ใช้ไฟล์ LNK ปลอมที่ปลอมตัวเป็น PDF เกี่ยวกับข้อสอบ JLPT เพื่อหลอกเหยื่อในอินเดีย โดยไฟล์จะเรียกใช้ mshta.exe เพื่อรันสคริปต์อันตรายแบบ fileless พร้อมตรวจสอบโปรแกรมแอนติไวรัสในเครื่องและปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม ก่อนทำงานเป็น RAT เต็มรูปแบบที่สามารถดึงไฟล์ จับภาพหน้าจอ และขโมยข้อมูลสำคัญได้
    https://securityonline.info/transparent-tribe-weaponizes-jlpt-tests-in-new-cyber-espionage-campaign-against-india

    หลอกต่ออายุโดเมนปลอม: แคมเปญฟิชชิ่ง WordPress ขโมยบัตรเครดิตผ่าน Telegram
    อีเมลปลอมแจ้งเตือนต่ออายุโดเมนพาเหยื่อไปยังหน้า checkout ปลอมที่เลียนแบบ WordPress อย่างแนบเนียน เก็บข้อมูลบัตรเครดิตและ OTP 3-D Secure แล้วส่งไปยัง Telegram bot ของผู้โจมตี โดยระบบถูกออกแบบให้ “ยืนยันล้มเหลว” เสมอเพื่อหลอกให้เหยื่อกรอก OTP ซ้ำหลายครั้ง เพิ่มโอกาสขโมยธุรกรรมได้สำเร็จ
    https://securityonline.info/new-wordpress-phishing-scam-steals-credit-cards-via-telegram

    OpenAI เล็งซื้อ Pinterest มูลค่า 17 พันล้านดอลลาร์
    OpenAI ถูกเผยว่ากำลังพิจารณาเข้าซื้อ Pinterest เพื่อเสริมพลังข้อมูลภาพจำนวนมหาศาล โครงสร้างโฆษณาที่พร้อมใช้งาน และเครือข่ายร้านค้าขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยยกระดับโมเดลมัลติโหมดและต่อยอดรายได้เชิงพาณิชย์ให้แข็งแกร่งขึ้น โดย Pinterest ถือเป็น “สมุดภาพดิจิทัล” ที่เต็มไปด้วยข้อมูลภาพพร้อมคำอธิบายที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการฝึก AI ขนาดใหญ่ และยังช่วยให้ OpenAI แข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่าง Google ได้มั่นคงยิ่งขึ้น
    https://securityonline.info/the-scrapbook-strategy-why-openai-is-betting-17-billion-on-pinterest

    ช่องโหว่ร้ายแรงในซอฟต์แวร์ Eaton UPS เสี่ยงถูกยึดระบบ
    Eaton ออกประกาศเตือนด่วนเกี่ยวกับช่องโหว่ความปลอดภัยระดับสูงในซอฟต์แวร์ UPS Companion ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดอันตรายบนเครื่องได้ผ่านปัญหา DLL Hijacking และ Unquoted Search Path โดยช่องโหว่นี้กระทบทุกเวอร์ชันก่อน 3.0 และแนะนำให้ผู้ใช้รีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์สำคัญที่เชื่อมต่ออยู่
    https://securityonline.info/eaton-ups-software-flaws-expose-systems-to-high-risk-code-execution

    DarkSpectre ปฏิบัติการจารกรรมผ่านส่วนขยายเบราว์เซอร์กว่า 8.8 ล้านราย
    Koi Security เปิดโปงปฏิบัติการสอดแนมไซเบอร์ระดับรัฐชื่อ “DarkSpectre” ที่แฝงตัวในส่วนขยาย Chrome, Edge และ Firefox กว่า 300 ตัวมานานเกือบสิบปี โดยเริ่มจากการทำตัวเหมือนส่วนขยายปกติสะสมผู้ใช้ ก่อนอัปเดตเป็นมัลแวร์เพื่อขโมยข้อมูลประชุมองค์กรและข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ซึ่งเชื่อมโยงกับหลายแคมเปญใหญ่ เช่น ShadyPanda และ GhostPoster ทำให้ผู้ใช้หลายล้านรายตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
    https://securityonline.info/the-sleeper-in-your-browser-how-darkspectre-turned-8-8-million-extensions-into-state-aligned-spies

    ช่องโหว่ Zero‑Click ใน PrestaShop เสี่ยงถูกยึดบัญชีจากอีเมลเพียงฉบับเดียว
    มีการเปิดเผยช่องโหว่ร้ายแรงในระบบ Checkout ของ PrestaShop ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้ายึดบัญชีผู้ใช้ได้เพียงแค่รู้ที่อยู่อีเมล โดยไม่ต้องมีการคลิกหรือโต้ตอบใด ๆ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อร้านค้าออนไลน์และข้อมูลลูกค้าอย่างมาก พร้อมมีการเผยแพร่ PoC แล้ว ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
    https://securityonline.info/zero-click-hijack-the-prestashop-checkout-flaw-that-turns-emails-into-full-account-access-poc-publishes

    เรื่องเล่าจากโลกไซเบอร์: วันที่ QNAP ต้องเผชิญเงามืด
    ลองนึกภาพบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เก็บข้อมูลอย่าง QNAP ที่ปกติทำงานเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลัง แต่วันหนึ่งกลับพบสัญญาณผิดปกติในระบบของลูกค้าทั่วโลก ไฟล์บางส่วนถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เส้นทางข้อมูลบางจุดถูกแก้ไขอย่างแยบยล และมีร่องรอยของการสแกนหาช่องโหว่แบบเป็นระบบ ทีมวิศวกรของ QNAP ต้องระดมกำลังทั้งคืนเพื่อไล่หาต้นตอ จนพบว่ามีช่องโหว่ที่เปิดให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเจาะเข้ามาได้หากตั้งค่าระบบไม่รัดกุม พวกเขารีบออกแพตช์ แนะนำวิธีป้องกัน และแจ้งเตือนผู้ใช้ทั่วโลกให้รีบอัปเดต ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามไปมากกว่านี้ เหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญว่าแม้แต่ระบบที่ดูปลอดภัย ก็ยังต้องเฝ้าระวังและอัปเดตอยู่เสมอ เพราะในโลกไซเบอร์ ไม่มีใครปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์
    https://securityonline.info/qnap-patches-high-severity-sql-injection-and-path-traversal-flaws/
    📌🔐🟡 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟡🔐📌 #รวมข่าวIT #20260105 #securityonline 🧠 Systems over Slop: วิสัยทัศน์ AI ปี 2026 ของ Satya Nadella จุดกระแส “Microslop” Nadella ประกาศแนวคิดใหม่ผลักดันอุตสาหกรรม AI จากการแข่งขัน “โมเดลใหญ่แค่ไหน” ไปสู่ยุค “ระบบที่ทำงานจริง” พร้อมชี้ว่า AI ควรเป็นโครงช่วยเสริมศักยภาพมนุษย์มากกว่าผลิตคอนเทนต์ไร้คุณภาพ แต่คำพูดเรื่อง “slop” กลับจุดกระแสวิจารณ์หนักบนโซเชียล โดยผู้ใช้จำนวนมากมองว่า Microsoft ควรแก้ปัญหา Copilot ที่ยังให้ข้อมูลผิดพลาดก่อนจะพูดเรื่องคุณภาพ AI ทำให้แฮชแท็ก “Microslop” ติดเทรนด์ ขณะที่ทิศทางใหม่ของ Microsoft มุ่งสร้าง AI แบบตัวแทน (agent) ที่ทำงานร่วมกับแอปต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประโยชน์จริงในชีวิตประจำวัน 🔗 https://securityonline.info/systems-over-slop-nadellas-2026-ai-vision-sparks-microslop-revolt 🎮 PS5 สะเทือน: คีย์ BootROM หลุด ทำระบบความปลอดภัยพังแบบแก้ไม่ได้ แฮ็กเกอร์ไม่ทราบชื่อปล่อยคีย์ BootROM ของ PS5 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถเจาะลึกสถาปัตยกรรมเครื่องและอาจนำไปสู่การสร้างเฟิร์มแวร์ดัดแปลงหรือรันเกมแบบไม่จำกัดในอนาคต แม้ Sony จะออกคีย์ใหม่ในรุ่นผลิตถัดไปได้ แต่เครื่องที่ขายไปแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ ทำให้การรั่วครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรงที่สุดของคอนโซลยุคใหม่ 🔗 https://securityonline.info/the-unpatchable-leak-sonys-ps5-security-crumples-as-bootrom-keys-hit-the-web 💰 Bitfinex Hacker: Ilya Lichtenstein ได้รับอิสรภาพก่อนกำหนดจากกฎหมายยุค Trump Ilya Lichtenstein แฮ็กเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการขโมย Bitcoin ครั้งใหญ่ของ Bitfinex ในปี 2016 ถูกปล่อยตัวก่อนกำหนดหลังรับโทษเพียงหนึ่งปีจากโทษจำคุกห้าปี อันเป็นผลจากกฎหมายปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ลงนามโดยประธานาธิบดี Trump โดยเขายอมรับผิดทั้งหมดเพื่อปกป้องภรรยา และหลังได้รับอิสรภาพประกาศว่าจะหันมาทำงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์เพื่อชดเชยสังคม 🔗 https://securityonline.info/the-hacker-returns-bitfinex-mastermind-ilya-lichtenstein-freed-early-via-trump-law 📱 Telegram เปิดปี 2026 ด้วยฟีเจอร์สรุปโพสต์ด้วย AI ผ่านเครือข่าย Cocoon Telegram อัปเดตใหม่บน iOS เพิ่มฟีเจอร์สรุปเนื้อหายาวในช่องด้วย AI ที่ประมวลผลผ่านเครือข่าย Cocoon แบบกระจายศูนย์ เน้นความเป็นส่วนตัวด้วยการเข้ารหัสทุกคำขอก่อนส่ง พร้อมปรับปรุงเอฟเฟกต์ Liquid Glass ให้สวยงามและลื่นไหลยิ่งขึ้น แม้ Android และ Windows จะยังไม่ได้ฟีเจอร์นี้ แต่คาดว่าจะตามมาในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/private-intelligence-telegrams-2026-update-brings-ai-summaries-via-the-cocoon-network ⚠️ CVE-2026-21440: ช่องโหว่ร้ายแรงใน AdonisJS เปิดทางเขียนไฟล์ทับและรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ พบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน AdonisJS โดยเฉพาะแพ็กเกจ bodyparser ที่ยอมให้ผู้โจมตีอัปโหลดไฟล์พร้อมชื่อที่มี path traversal ทำให้สามารถเขียนไฟล์ไปยังตำแหน่งสำคัญของระบบ และอาจนำไปสู่การรันโค้ด (RCE) ได้ ผู้พัฒนาถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ 🔗 https://securityonline.info/cve-2026-21440-new-adonisjs-9-2-critical-flaw-allows-arbitrary-file-writes-and-rce 🕵️‍♂️ Sliver C2 โผล่ในปฏิบัติการเจาะ FortiWeb เจาะลึกเหยื่อกว่า 30 รายใน 8 วัน รายงานเผยกลุ่มผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ React2Shell เพื่อฝัง Sliver C2 ลงในอุปกรณ์ FortiWeb พร้อมใช้เทคนิคพรางตัว เช่น FRP และ microsocks ที่ถูกปลอมเป็นบริการพิมพ์ CUPS เพื่อซ่อนทราฟฟิก ทำให้สามารถเข้าถึงระบบองค์กรในบังกลาเทศและปากีสถานได้อย่างแนบเนียน โดยแคมเปญนี้ชี้ให้เห็นช่องโหว่ใหญ่ของอุปกรณ์ edge ที่ขาดระบบตรวจจับภัยคุกคามในตัว https://securityonline.info/sliver-in-the-stack-exposed-logs-reveal-targeted-fortiweb-exploitation-campaign 👻 VVS Stealer มัลแวร์ล่องหน ใช้ Pyarmor ซ่อนโค้ดก่อนขโมยบัญชี Discord มัลแวร์ VVS Stealer ที่ถูกขายใน Telegram ใช้ Pyarmor เพื่อเข้ารหัสโค้ด Python ทำให้สแกนไม่เจอ ก่อนจะฉีดโค้ดลงในแอป Discord เพื่อขโมยโทเคน เข้าถึงบัญชี ดูข้อมูลบัตร และดึงข้อมูลจากเบราว์เซอร์กว่า 10 ตัว พร้อมหลอกผู้ใช้ด้วยหน้าต่าง “Fatal Error” ปลอม ทั้งหมดนี้ในราคาขายเพียงหลักสิบยูโร ทำให้ผู้ไม่เชี่ยวชาญก็เข้าถึงเครื่องมือระดับสูงได้ 🔗 https://securityonline.info/the-invisible-predator-how-vvs-stealer-abuses-pyarmor-to-ghost-discord-accounts 📡 CVE-2025-66848: ช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ JD Cloud เปิดทางยึดเครื่องแบบ root พบช่องโหว่ในเราเตอร์ JD Cloud หลายรุ่นที่ปล่อยข้อมูล MAC และ feedid ผ่าน API ทำให้ผู้โจมตีสร้างโทเคนแอดมินปลอมได้ ก่อนใช้ช่องโหว่ command injection ในบริการ DDNS เพื่อเปิด backdoor และยึดสิทธิ์ root แบบเต็มตัว ส่งผลให้ผู้ใช้ตามบ้านและธุรกิจเสี่ยงถูกดักข้อมูลหรือถูกใช้เป็นฐานโจมตีต่อ 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-66848-critical-flaw-in-jd-cloud-routers-grants-hackers-root-access 🎭 Transparent Tribe ใช้ไฟล์ JLPT ปลอมล่อเหยื่ออินเดียในแคมเปญจารกรรมแบบ Fileless กลุ่ม APT36 ใช้ไฟล์ LNK ปลอมที่ปลอมตัวเป็น PDF เกี่ยวกับข้อสอบ JLPT เพื่อหลอกเหยื่อในอินเดีย โดยไฟล์จะเรียกใช้ mshta.exe เพื่อรันสคริปต์อันตรายแบบ fileless พร้อมตรวจสอบโปรแกรมแอนติไวรัสในเครื่องและปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม ก่อนทำงานเป็น RAT เต็มรูปแบบที่สามารถดึงไฟล์ จับภาพหน้าจอ และขโมยข้อมูลสำคัญได้ 🔗 https://securityonline.info/transparent-tribe-weaponizes-jlpt-tests-in-new-cyber-espionage-campaign-against-india 💳 หลอกต่ออายุโดเมนปลอม: แคมเปญฟิชชิ่ง WordPress ขโมยบัตรเครดิตผ่าน Telegram อีเมลปลอมแจ้งเตือนต่ออายุโดเมนพาเหยื่อไปยังหน้า checkout ปลอมที่เลียนแบบ WordPress อย่างแนบเนียน เก็บข้อมูลบัตรเครดิตและ OTP 3-D Secure แล้วส่งไปยัง Telegram bot ของผู้โจมตี โดยระบบถูกออกแบบให้ “ยืนยันล้มเหลว” เสมอเพื่อหลอกให้เหยื่อกรอก OTP ซ้ำหลายครั้ง เพิ่มโอกาสขโมยธุรกรรมได้สำเร็จ 🔗 https://securityonline.info/new-wordpress-phishing-scam-steals-credit-cards-via-telegram 🧠 OpenAI เล็งซื้อ Pinterest มูลค่า 17 พันล้านดอลลาร์ OpenAI ถูกเผยว่ากำลังพิจารณาเข้าซื้อ Pinterest เพื่อเสริมพลังข้อมูลภาพจำนวนมหาศาล โครงสร้างโฆษณาที่พร้อมใช้งาน และเครือข่ายร้านค้าขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยยกระดับโมเดลมัลติโหมดและต่อยอดรายได้เชิงพาณิชย์ให้แข็งแกร่งขึ้น โดย Pinterest ถือเป็น “สมุดภาพดิจิทัล” ที่เต็มไปด้วยข้อมูลภาพพร้อมคำอธิบายที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการฝึก AI ขนาดใหญ่ และยังช่วยให้ OpenAI แข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่าง Google ได้มั่นคงยิ่งขึ้น 🔗 https://securityonline.info/the-scrapbook-strategy-why-openai-is-betting-17-billion-on-pinterest ⚡ ช่องโหว่ร้ายแรงในซอฟต์แวร์ Eaton UPS เสี่ยงถูกยึดระบบ Eaton ออกประกาศเตือนด่วนเกี่ยวกับช่องโหว่ความปลอดภัยระดับสูงในซอฟต์แวร์ UPS Companion ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดอันตรายบนเครื่องได้ผ่านปัญหา DLL Hijacking และ Unquoted Search Path โดยช่องโหว่นี้กระทบทุกเวอร์ชันก่อน 3.0 และแนะนำให้ผู้ใช้รีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์สำคัญที่เชื่อมต่ออยู่ 🔗 https://securityonline.info/eaton-ups-software-flaws-expose-systems-to-high-risk-code-execution 🕵️‍♂️ DarkSpectre ปฏิบัติการจารกรรมผ่านส่วนขยายเบราว์เซอร์กว่า 8.8 ล้านราย Koi Security เปิดโปงปฏิบัติการสอดแนมไซเบอร์ระดับรัฐชื่อ “DarkSpectre” ที่แฝงตัวในส่วนขยาย Chrome, Edge และ Firefox กว่า 300 ตัวมานานเกือบสิบปี โดยเริ่มจากการทำตัวเหมือนส่วนขยายปกติสะสมผู้ใช้ ก่อนอัปเดตเป็นมัลแวร์เพื่อขโมยข้อมูลประชุมองค์กรและข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ซึ่งเชื่อมโยงกับหลายแคมเปญใหญ่ เช่น ShadyPanda และ GhostPoster ทำให้ผู้ใช้หลายล้านรายตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว 🔗 https://securityonline.info/the-sleeper-in-your-browser-how-darkspectre-turned-8-8-million-extensions-into-state-aligned-spies 🔓 ช่องโหว่ Zero‑Click ใน PrestaShop เสี่ยงถูกยึดบัญชีจากอีเมลเพียงฉบับเดียว มีการเปิดเผยช่องโหว่ร้ายแรงในระบบ Checkout ของ PrestaShop ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้ายึดบัญชีผู้ใช้ได้เพียงแค่รู้ที่อยู่อีเมล โดยไม่ต้องมีการคลิกหรือโต้ตอบใด ๆ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อร้านค้าออนไลน์และข้อมูลลูกค้าอย่างมาก พร้อมมีการเผยแพร่ PoC แล้ว ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว 🔗 https://securityonline.info/zero-click-hijack-the-prestashop-checkout-flaw-that-turns-emails-into-full-account-access-poc-publishes 🌩️ เรื่องเล่าจากโลกไซเบอร์: วันที่ QNAP ต้องเผชิญเงามืด ลองนึกภาพบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เก็บข้อมูลอย่าง QNAP ที่ปกติทำงานเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลัง แต่วันหนึ่งกลับพบสัญญาณผิดปกติในระบบของลูกค้าทั่วโลก ไฟล์บางส่วนถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เส้นทางข้อมูลบางจุดถูกแก้ไขอย่างแยบยล และมีร่องรอยของการสแกนหาช่องโหว่แบบเป็นระบบ ทีมวิศวกรของ QNAP ต้องระดมกำลังทั้งคืนเพื่อไล่หาต้นตอ จนพบว่ามีช่องโหว่ที่เปิดให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเจาะเข้ามาได้หากตั้งค่าระบบไม่รัดกุม พวกเขารีบออกแพตช์ แนะนำวิธีป้องกัน และแจ้งเตือนผู้ใช้ทั่วโลกให้รีบอัปเดต ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามไปมากกว่านี้ เหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนสำคัญว่าแม้แต่ระบบที่ดูปลอดภัย ก็ยังต้องเฝ้าระวังและอัปเดตอยู่เสมอ เพราะในโลกไซเบอร์ ไม่มีใครปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ 🔗 https://securityonline.info/qnap-patches-high-severity-sql-injection-and-path-traversal-flaws/
    SECURITYONLINE.INFO
    Systems over Slop: Nadella’s 2026 AI Vision Sparks "Microslop" Revolt
    Satya Nadella’s 2026 AI manifesto calls for a shift from "models to systems," but the #Microslop backlash proves users are tired of AI-generated junk.
    0 Comments 0 Shares 17 Views 0 Reviews
  • มาราธอน ทำไมต้องวิ่ง 42.195 กม.? (05/01/69) #news1 #ข่าววันนี้ #ข่าวดัง #TikTokกีฬา #วิ่งมาราธอน
    มาราธอน ทำไมต้องวิ่ง 42.195 กม.? (05/01/69) #news1 #ข่าววันนี้ #ข่าวดัง #TikTokกีฬา #วิ่งมาราธอน
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 31 Views 0 0 Reviews
  • ทัวร์โมร็อกโก
    เดือน มี.ค. - พ.ค. 69 เริ่ม 53,333

    🗓 จำนวนวัน 8 วัน 5 คืน
    ✈ TK-เตอร์กิช แอร์ไลน์
    พักโรงแรม &

    สุสานโมฮัมเหม็ดที่ 5
    พระราชวังบาเฮีย
    พระราชวังหลวง
    มัสยิดคูตูเบีย
    เชฟชาอูน
    ป้อมปราการอูดายา
    จตุรัสจามาเอล ฟานา
    ป้อมปราการทาอูเริท

    รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี ">https://eTravelWay.com
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8

    LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f
    Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663
    Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626
    Tiktok : https://78s.me/903597
    : 021166395

    #ทัวร์โมร็อกโก #โมร็อกโก mMorocco #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้
    #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1
    #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    ทัวร์โมร็อกโก 🇲🇦 🗓️ เดือน มี.ค. - พ.ค. 69 😍 เริ่ม 53,333 🔥🔥 🗓 จำนวนวัน 8 วัน 5 คืน ✈ TK-เตอร์กิช แอร์ไลน์ 🏨 พักโรงแรม ⭐⭐⭐ & ⭐⭐⭐⭐ 📍 สุสานโมฮัมเหม็ดที่ 5 📍 พระราชวังบาเฮีย 📍 พระราชวังหลวง 📍 มัสยิดคูตูเบีย 📍 เชฟชาอูน 📍 ป้อมปราการอูดายา 📍 จตุรัสจามาเอล ฟานา 📍 ป้อมปราการทาอูเริท รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี https://eTravelWay.com🔥 ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8 LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663 Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626 Tiktok : https://78s.me/903597 ☎️: 021166395 #ทัวร์โมร็อกโก #โมร็อกโก mMorocco #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้ #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    0 Comments 0 Shares 24 Views 0 0 Reviews
  • เที่ยวจีน เซี่ยงไฮ้
    เดินทาง ม.ค. - มี.ค. 69 เริ่ม 12,888

    🗓 จำนวนวัน 5 วัน 3 คืน
    ✈ 9C-สปริงแอร์ไลน์
    พักโรงแรม

    ทะเลสาบซีหู
    พิพิธภัณฑ์ซีหู
    หาดไว่ทาน
    ถนนหนานจิง
    Starbucks Reserve Roastery Shanghai
    POP MART
    อาคารพันต้นไม้
    Florentia Village Outlet

    รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี ">https://eTravelWay.com
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8

    LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f
    Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663
    Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626
    Tiktok : https://78s.me/903597
    : 021166395

    #ทัวร์จีน #shanghai #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้
    #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1
    #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    เที่ยวจีน เซี่ยงไฮ้ 🇨🇳 🗓️ เดินทาง ม.ค. - มี.ค. 69 😍 เริ่ม 12,888 🔥🔥 🗓 จำนวนวัน 5 วัน 3 คืน ✈ 9C-สปริงแอร์ไลน์ 🏨 พักโรงแรม ⭐⭐⭐ ทะเลสาบซีหู พิพิธภัณฑ์ซีหู 📍 หาดไว่ทาน 📍 ถนนหนานจิง 📍 Starbucks Reserve Roastery Shanghai 📍 POP MART 📍 อาคารพันต้นไม้ 📍 Florentia Village Outlet รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี https://eTravelWay.com🔥 ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8 LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663 Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626 Tiktok : https://78s.me/903597 ☎️: 021166395 #ทัวร์จีน #shanghai #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้ #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    0 Comments 0 Shares 23 Views 0 0 Reviews
  • เที่ยวเฉิงตู เขาสี่ดรุณี 4 วัน 2 คืน
    เดินทาง มี.ค. - มิ.ย. 69 10,888

    🗓 จำนวนวัน 4 วัน 2 คืน
    ✈ 3U-เสฉวน แอร์ไลน์
    พักโรงแรม

    ภูเขาสี่ดรุณี
    แพนด้าเซลฟี่
    ซอยกว้างซอยแคบ
    Chengdu SKP
    ตึกแฝดเฉิงตู
    ถนนคนเดินชุนซีลู่
    แพนด้ายักษ์ปีนตึก IFS
    ถนนคนเดินไท่กู่หลี่

    รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี ">https://eTravelWay.com
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8

    LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f
    Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663
    Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626
    Tiktok : https://78s.me/903597
    : 021166395

    #ทัวร์จีน #จีน #เฉิงตู #china #chengdu #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้
    #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1
    #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    เที่ยวเฉิงตู เขาสี่ดรุณี 🌺 4 วัน 2 คืน 🔥 🗓️ เดินทาง มี.ค. - มิ.ย. 69 😍 10,888 🔥🔥 🗓 จำนวนวัน 4 วัน 2 คืน ✈ 3U-เสฉวน แอร์ไลน์ 🏨 พักโรงแรม ⭐⭐⭐⭐ 📍 ภูเขาสี่ดรุณี 📍 แพนด้าเซลฟี่ 📍 ซอยกว้างซอยแคบ 📍 Chengdu SKP 📍 ตึกแฝดเฉิงตู 📍 ถนนคนเดินชุนซีลู่ 📍 แพนด้ายักษ์ปีนตึก IFS 📍 ถนนคนเดินไท่กู่หลี่ รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี https://eTravelWay.com🔥 ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8 LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663 Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626 Tiktok : https://78s.me/903597 ☎️: 021166395 #ทัวร์จีน #จีน #เฉิงตู #china #chengdu #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้ #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    0 Comments 0 Shares 23 Views 0 0 Reviews
  • ทัวร์ไต้หวัน ไทเป จีหลง 4 วัน 2 คืน
    เดินทาง ม.ค. - มี.ค. 69 เริ่ม 10,999

    🗓 จำนวนวัน 4 วัน 2 คืน
    ✈ VZ-ไทยเวียดเจ็ท แอร์
    พักโรงแรม

    วัดเทียนหยวน
    วัดหลงซาน
    ตึกไทเป 101
    อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก
    หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น
    ซีเหมินติง

    รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี ">https://eTravelWay.com
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8

    LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f
    Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663
    Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626
    Tiktok : https://78s.me/903597
    : 021166395

    #ทัวร์ไต้หวัน #ไต้หวัน #taiwan
    #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้ #ทัวร์ลดราคา
    #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1
    #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    ทัวร์ไต้หวัน ไทเป จีหลง 🇹🇼 4 วัน 2 คืน 🔥 🗓️ เดินทาง ม.ค. - มี.ค. 69 😍 เริ่ม 10,999 🔥🔥 🗓 จำนวนวัน 4 วัน 2 คืน ✈ VZ-ไทยเวียดเจ็ท แอร์ 🏨 พักโรงแรม ⭐⭐⭐⭐ 📍 วัดเทียนหยวน 📍 วัดหลงซาน 📍 ตึกไทเป 101 📍 อนุสรณ์สถานเจียงไคเชก 📍 หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น 📍 ซีเหมินติง รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี https://eTravelWay.com🔥 ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8 LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663 Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626 Tiktok : https://78s.me/903597 ☎️: 021166395 #ทัวร์ไต้หวัน #ไต้หวัน #taiwan #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้ #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    0 Comments 0 Shares 24 Views 0 0 Reviews
  • MediaTek หันหลังให้ชิปมือถือ! ทุ่มทรัพยากรสู่ AI ASIC เต็มตัว – Dimensity อาจถูกลดความสำคัญ

    กระแส AI ที่รุนแรงทั่วโลกกำลังเปลี่ยนทิศทางของอุตสาหกรรมชิปอย่างชัดเจน ล่าสุด MediaTek ถูกเปิดเผยว่ากำลัง ลดความสำคัญของแผนกชิปมือถือ และหันไปทุ่มทรัพยากรให้กับ AI ASICs และชิปยานยนต์ ซึ่งเป็นตลาด “Blue Ocean” ที่มีการแข่งขันต่ำแต่โอกาสเติบโตสูงอย่างมหาศาล

    รายงานจาก CTEE ของไต้หวันระบุว่า MediaTek ได้ย้ายบุคลากรและทรัพยากรจากทีม Dimensity ไปยังทีมพัฒนา AI ASIC โดยเฉพาะ หลังจากบริษัทมีบทบาทสำคัญในการช่วย Google พัฒนา TPU v7 Ironwood ผ่านการออกแบบโมดูล I/O ซึ่งเป็นการเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่จากเดิมที่ Google ทำงานร่วมกับ Broadcom เป็นหลัก

    MediaTek ยังเตรียมขยายความร่วมมือกับ Google ใน TPU รุ่นถัดไป ซึ่งจะเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในไตรมาส 3 ปี 2026 โดย Google ตั้งเป้าผลิต 5 ล้านชิ้นในปี 2027 และ 7 ล้านชิ้นในปี 2028 ทำให้ MediaTek และ Broadcom ต้องเพิ่มจำนวน wafer starts เพื่อรองรับความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

    บริษัทกำลังใช้จุดแข็งด้าน SerDes ความเร็วสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญสำหรับการเชื่อมต่อข้อมูลในศูนย์ข้อมูลและชิป AI โดยรุ่นปัจจุบันรองรับ 112Gb/s และกำลังพัฒนาเวอร์ชัน 224Gb/s เพื่อเพิ่มศักยภาพของ AI ASIC รุ่นใหม่ นอกจากนี้ MediaTek คาดว่าจะทำรายได้จาก AI ASIC สูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 และเพิ่มเป็น “หลายพันล้านดอลลาร์” ในปี 2027 ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของบริษัทอย่างชัดเจน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    MediaTek เปลี่ยนทิศทางธุรกิจ
    ลดความสำคัญของแผนกชิปมือถือ Dimensity
    ทุ่มทรัพยากรไปยัง AI ASICs และชิปยานยนต์
    ตลาด Blue Ocean = โอกาสสูง คู่แข่งน้อย

    ความร่วมมือกับ Google และเทคโนโลยีใหม่
    มีบทบาทสำคัญใน TPU v7 Ironwood
    เตรียมร่วมผลิต TPU รุ่นใหม่ในปี 2026–2028
    พัฒนา SerDes 224Gb/s สำหรับชิป AI รุ่นถัดไป

    ความเสี่ยงและข้อควรระวัง
    Dimensity อาจเสียความสามารถในการแข่งขันในอนาคต
    ตลาดมือถือยังมีคู่แข่งใหญ่ เช่น Apple และ Qualcomm
    การย้ายทรัพยากรอาจกระทบ roadmap ของชิปมือถือ

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
    ตลาด AI ASIC จะร้อนแรงขึ้นจากผู้เล่นรายใหม่
    ผู้ผลิตมือถืออาจต้องปรับตัวหาก Dimensity ชะลอการพัฒนา
    การแย่ง DRAM และ wafer อาจรุนแรงขึ้นจากความต้องการ AI

    https://wccftech.com/mediatek-shifts-resources-away-from-mobile-chips-and-towards-ai-asics-dimensity-chips-deprioritized/
    🤖 MediaTek หันหลังให้ชิปมือถือ! ทุ่มทรัพยากรสู่ AI ASIC เต็มตัว – Dimensity อาจถูกลดความสำคัญ กระแส AI ที่รุนแรงทั่วโลกกำลังเปลี่ยนทิศทางของอุตสาหกรรมชิปอย่างชัดเจน ล่าสุด MediaTek ถูกเปิดเผยว่ากำลัง ลดความสำคัญของแผนกชิปมือถือ และหันไปทุ่มทรัพยากรให้กับ AI ASICs และชิปยานยนต์ ซึ่งเป็นตลาด “Blue Ocean” ที่มีการแข่งขันต่ำแต่โอกาสเติบโตสูงอย่างมหาศาล รายงานจาก CTEE ของไต้หวันระบุว่า MediaTek ได้ย้ายบุคลากรและทรัพยากรจากทีม Dimensity ไปยังทีมพัฒนา AI ASIC โดยเฉพาะ หลังจากบริษัทมีบทบาทสำคัญในการช่วย Google พัฒนา TPU v7 Ironwood ผ่านการออกแบบโมดูล I/O ซึ่งเป็นการเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่จากเดิมที่ Google ทำงานร่วมกับ Broadcom เป็นหลัก MediaTek ยังเตรียมขยายความร่วมมือกับ Google ใน TPU รุ่นถัดไป ซึ่งจะเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในไตรมาส 3 ปี 2026 โดย Google ตั้งเป้าผลิต 5 ล้านชิ้นในปี 2027 และ 7 ล้านชิ้นในปี 2028 ทำให้ MediaTek และ Broadcom ต้องเพิ่มจำนวน wafer starts เพื่อรองรับความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บริษัทกำลังใช้จุดแข็งด้าน SerDes ความเร็วสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญสำหรับการเชื่อมต่อข้อมูลในศูนย์ข้อมูลและชิป AI โดยรุ่นปัจจุบันรองรับ 112Gb/s และกำลังพัฒนาเวอร์ชัน 224Gb/s เพื่อเพิ่มศักยภาพของ AI ASIC รุ่นใหม่ นอกจากนี้ MediaTek คาดว่าจะทำรายได้จาก AI ASIC สูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 และเพิ่มเป็น “หลายพันล้านดอลลาร์” ในปี 2027 ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของบริษัทอย่างชัดเจน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ MediaTek เปลี่ยนทิศทางธุรกิจ ➡️ ลดความสำคัญของแผนกชิปมือถือ Dimensity ➡️ ทุ่มทรัพยากรไปยัง AI ASICs และชิปยานยนต์ ➡️ ตลาด Blue Ocean = โอกาสสูง คู่แข่งน้อย ✅ ความร่วมมือกับ Google และเทคโนโลยีใหม่ ➡️ มีบทบาทสำคัญใน TPU v7 Ironwood ➡️ เตรียมร่วมผลิต TPU รุ่นใหม่ในปี 2026–2028 ➡️ พัฒนา SerDes 224Gb/s สำหรับชิป AI รุ่นถัดไป ‼️ ความเสี่ยงและข้อควรระวัง ⛔ Dimensity อาจเสียความสามารถในการแข่งขันในอนาคต ⛔ ตลาดมือถือยังมีคู่แข่งใหญ่ เช่น Apple และ Qualcomm ⛔ การย้ายทรัพยากรอาจกระทบ roadmap ของชิปมือถือ ‼️ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม ⛔ ตลาด AI ASIC จะร้อนแรงขึ้นจากผู้เล่นรายใหม่ ⛔ ผู้ผลิตมือถืออาจต้องปรับตัวหาก Dimensity ชะลอการพัฒนา ⛔ การแย่ง DRAM และ wafer อาจรุนแรงขึ้นจากความต้องการ AI https://wccftech.com/mediatek-shifts-resources-away-from-mobile-chips-and-towards-ai-asics-dimensity-chips-deprioritized/
    WCCFTECH.COM
    MediaTek's Bold Bet: Why Dimensity Chips Are Being Deprioritized for AI
    Now that MediaTek is actively deprioritizing its mobile chips division, we are unsure how long the Dimensity chips will remain competitive.
    0 Comments 0 Shares 17 Views 0 Reviews
  • Intel Diamond Rapids เปิดตัวดีไซน์ใหม่! แยก CBB Compute Tile และ IMH Memory Hub เพื่อยุคเซิร์ฟเวอร์แห่งอนาคต

    Intel เตรียมยกระดับสถาปัตยกรรม Xeon ครั้งใหญ่ในเจเนอเรชัน Diamond Rapids (DMR) โดยเปลี่ยนโครงสร้างภายในแบบเดิมทั้งหมด และแยกส่วนสำคัญของชิปออกเป็นสองไทล์ใหม่ ได้แก่ CBB (Core Building Block) สำหรับประมวลผล และ IMH (Integrated I/O & Memory Hub) สำหรับ I/O และ Memory Controller ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจาก Granite Rapids ที่รวม IMC ไว้บนไทล์เดียวกัน

    ข้อมูลนี้ถูกค้นพบจาก Linux Kernel patches ซึ่งเผยให้เห็นรายละเอียดเชิงลึกของการออกแบบใหม่ เช่น การมี discovery table แยกสำหรับแต่ละไทล์ และการใช้เส้นทาง PMON ที่ต่างกันระหว่าง CBB และ IMH นอกจากนี้ยังมีการยืนยันว่า Diamond Rapids จะรองรับ PCIe Gen6 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในปี 2026 และจะถูกใช้ในแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่ร่วมกับ Venice ของ Intel เช่นกัน

    Diamond Rapids ยังถูกคาดหมายว่าจะมีจำนวนคอร์สูงสุดถึง 192 คอร์ หรืออาจมากถึง 256 คอร์ ตามข่าวลือบางแหล่ง โดยใช้สถาปัตยกรรม Panther Cove P-Cores บนกระบวนการผลิต Intel 18A ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของบริษัท นอกจากนี้แพลตฟอร์ม LGA 9324 ยังรองรับ TDP สูงสุดถึง 650W สำหรับระบบหลายซ็อกเก็ต ทำให้เหมาะกับงานดาต้าเซ็นเตอร์และ AI workloads ที่ต้องการพลังประมวลผลสูงมาก

    ด้วยการแยก IMC ออกไปไว้บน IMH tile และย้ายไปอยู่บน base tile แบบเดียวกับ Clearwater Forest ทำให้ Diamond Rapids มีความยืดหยุ่นในการออกแบบมากขึ้น และสามารถเพิ่มจำนวน IMH dies ได้ถึงสองตัว ซึ่งช่วยเพิ่มแบนด์วิดท์และความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้อย่างมหาศาล นี่อาจเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของ Intel ในการกลับมาท้าชนตลาดเซิร์ฟเวอร์ระดับสูงในปี 2026

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ดีไซน์ใหม่ของ Diamond Rapids
    แยกเป็นสองไทล์: CBB (Compute) และ IMH (I/O + Memory Hub)
    IMH อาจมีได้สูงสุด 2 dies เพื่อเพิ่มแบนด์วิดท์
    IMC ถูกย้ายไปอยู่บน base tile แบบเดียวกับ Clearwater Forest

    เทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่รองรับ
    รองรับ PCIe Gen6 สำหรับแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่
    มี discovery table แยกสำหรับแต่ละไทล์
    เพิ่ม PMON types ใหม่ เช่น SCA, HAMVF, PCIE6 เป็นต้น

    ข้อควรระวังและประเด็นที่ยังไม่ยืนยัน
    จำนวนคอร์ 256 คอร์ยังเป็นเพียงข่าวลือ
    ยังไม่มีข้อมูลยืนยันด้าน clock speed หรือ memory bandwidth
    การเปลี่ยนดีไซน์อาจทำให้ ecosystem ต้องปรับตัวครั้งใหญ่

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซิร์ฟเวอร์
    การแยก IMH อาจทำให้การออกแบบเมนบอร์ดซับซ้อนขึ้น
    ผู้ผลิตต้องรองรับ TDP สูงสุดถึง 650W บน LGA 9324
    ตลาด AI/Cloud อาจได้ประโยชน์จากแบนด์วิดท์ที่สูงขึ้นมาก

    https://wccftech.com/intel-diamond-rapids-xeon-cpus-to-feature-cbb-compute-and-imh-memory-io-tiles/
    🧩 Intel Diamond Rapids เปิดตัวดีไซน์ใหม่! แยก CBB Compute Tile และ IMH Memory Hub เพื่อยุคเซิร์ฟเวอร์แห่งอนาคต Intel เตรียมยกระดับสถาปัตยกรรม Xeon ครั้งใหญ่ในเจเนอเรชัน Diamond Rapids (DMR) โดยเปลี่ยนโครงสร้างภายในแบบเดิมทั้งหมด และแยกส่วนสำคัญของชิปออกเป็นสองไทล์ใหม่ ได้แก่ CBB (Core Building Block) สำหรับประมวลผล และ IMH (Integrated I/O & Memory Hub) สำหรับ I/O และ Memory Controller ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจาก Granite Rapids ที่รวม IMC ไว้บนไทล์เดียวกัน ข้อมูลนี้ถูกค้นพบจาก Linux Kernel patches ซึ่งเผยให้เห็นรายละเอียดเชิงลึกของการออกแบบใหม่ เช่น การมี discovery table แยกสำหรับแต่ละไทล์ และการใช้เส้นทาง PMON ที่ต่างกันระหว่าง CBB และ IMH นอกจากนี้ยังมีการยืนยันว่า Diamond Rapids จะรองรับ PCIe Gen6 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในปี 2026 และจะถูกใช้ในแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่ร่วมกับ Venice ของ Intel เช่นกัน Diamond Rapids ยังถูกคาดหมายว่าจะมีจำนวนคอร์สูงสุดถึง 192 คอร์ หรืออาจมากถึง 256 คอร์ ตามข่าวลือบางแหล่ง โดยใช้สถาปัตยกรรม Panther Cove P-Cores บนกระบวนการผลิต Intel 18A ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของบริษัท นอกจากนี้แพลตฟอร์ม LGA 9324 ยังรองรับ TDP สูงสุดถึง 650W สำหรับระบบหลายซ็อกเก็ต ทำให้เหมาะกับงานดาต้าเซ็นเตอร์และ AI workloads ที่ต้องการพลังประมวลผลสูงมาก ด้วยการแยก IMC ออกไปไว้บน IMH tile และย้ายไปอยู่บน base tile แบบเดียวกับ Clearwater Forest ทำให้ Diamond Rapids มีความยืดหยุ่นในการออกแบบมากขึ้น และสามารถเพิ่มจำนวน IMH dies ได้ถึงสองตัว ซึ่งช่วยเพิ่มแบนด์วิดท์และความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้อย่างมหาศาล นี่อาจเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของ Intel ในการกลับมาท้าชนตลาดเซิร์ฟเวอร์ระดับสูงในปี 2026 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ดีไซน์ใหม่ของ Diamond Rapids ➡️ แยกเป็นสองไทล์: CBB (Compute) และ IMH (I/O + Memory Hub) ➡️ IMH อาจมีได้สูงสุด 2 dies เพื่อเพิ่มแบนด์วิดท์ ➡️ IMC ถูกย้ายไปอยู่บน base tile แบบเดียวกับ Clearwater Forest ✅ เทคโนโลยีและฟีเจอร์ที่รองรับ ➡️ รองรับ PCIe Gen6 สำหรับแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ยุคใหม่ ➡️ มี discovery table แยกสำหรับแต่ละไทล์ ➡️ เพิ่ม PMON types ใหม่ เช่น SCA, HAMVF, PCIE6 เป็นต้น ‼️ ข้อควรระวังและประเด็นที่ยังไม่ยืนยัน ⛔ จำนวนคอร์ 256 คอร์ยังเป็นเพียงข่าวลือ ⛔ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันด้าน clock speed หรือ memory bandwidth ⛔ การเปลี่ยนดีไซน์อาจทำให้ ecosystem ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ‼️ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเซิร์ฟเวอร์ ⛔ การแยก IMH อาจทำให้การออกแบบเมนบอร์ดซับซ้อนขึ้น ⛔ ผู้ผลิตต้องรองรับ TDP สูงสุดถึง 650W บน LGA 9324 ⛔ ตลาด AI/Cloud อาจได้ประโยชน์จากแบนด์วิดท์ที่สูงขึ้นมาก https://wccftech.com/intel-diamond-rapids-xeon-cpus-to-feature-cbb-compute-and-imh-memory-io-tiles/
    WCCFTECH.COM
    Intel Diamond Rapids "Xeon" CPUs To Feature Separate CBB "Core Building Block" and IMH "I/O + Integrated Memory Hub" Tiles
    Intel's next-gen Diamond Rapids "Xeon" CPUs will carry two brand new and separate tiles codenamed CBB and IMH.
    0 Comments 0 Shares 19 Views 0 Reviews
  • ทัวร์ฮ่องกง เซินเจิ้น พามู
    เดินทาง มี.ค. 69 6,969

    🗓 จำนวนวัน 3 วัน 2 คืน
    ✈ EK-เอมิเรตส์แอร์ไลน์
    พักโรงแรม

    วัดกวนอู
    เมืองโบราณหนานโถว
    เมืองจำลองฮอลแลนด์
    ช้อปปิ้ง COCO Park
    วัดแชกงหมิว
    วัดหวังต้าเซียน
    วัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ
    จิมซาจุ่ย

    รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี ">https://eTravelWay.com
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8

    LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f
    Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663
    Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626
    Tiktok : https://78s.me/903597
    : 021166395

    #ทัวร์ฮ่องกง #hongkong #เซินเจิ้น #shenzhen
    #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้ #ทัวร์ลดราคา
    #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1
    #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    ทัวร์ฮ่องกง 🇭🇰 เซินเจิ้น 🇨🇳 พามู 🙏 🗓️ เดินทาง มี.ค. 69 😍 6,969 🔥🔥 🗓 จำนวนวัน 3 วัน 2 คืน ✈ EK-เอมิเรตส์แอร์ไลน์ 🏨 พักโรงแรม ⭐⭐⭐⭐ 📍 วัดกวนอู 📍 เมืองโบราณหนานโถว 📍 เมืองจำลองฮอลแลนด์ 📍 ช้อปปิ้ง COCO Park 📍 วัดแชกงหมิว 📍 วัดหวังต้าเซียน 📍 วัดเจ้าแม่กวนอิมฮ่องฮำ 📍 จิมซาจุ่ย รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี https://eTravelWay.com🔥 ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8 LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663 Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626 Tiktok : https://78s.me/903597 ☎️: 021166395 #ทัวร์ฮ่องกง #hongkong #เซินเจิ้น #shenzhen #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้ #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    0 Comments 0 Shares 24 Views 0 0 Reviews
  • M5 Max แรงทะลุชิปโน้ตบุ๊ก! เบนช์มาร์กหลุดชี้แรงกว่า RTX 5070 Ti Laptop

    Apple เตรียมสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดชิปประมวลผลอีกครั้ง เมื่อมีข้อมูลประเมินประสิทธิภาพของ M5 Max หลุดออกมาจาก Reddit และถูกนำเสนอโดย Wccftech ซึ่งเผยให้เห็นว่าชิปตัวนี้อาจมีประสิทธิภาพด้านเกมสูงกว่า NVIDIA RTX 5070 Ti Laptop และเข้าใกล้ระดับ RTX 4070 Desktop อย่างน่าทึ่งในบางเกม

    ข้อมูลนี้มาจากการเปรียบเทียบเกม Cyberpunk 2077 และ Assassin’s Creed Shadows ที่ความละเอียด 1080p Ultra โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ Notebookcheck และการคาดการณ์จากประสิทธิภาพของ Apple Silicon รุ่นก่อนหน้า ทำให้เห็นว่า M5 Max มีการกระโดดด้านประสิทธิภาพแบบก้าวกระโดดจาก M4 Max มากกว่า 47–54% ในสองเกมนี้

    ใน Cyberpunk 2077 นั้น M5 Max ทำเฟรมเรตได้ 125 FPS ซึ่งสูงกว่า RTX 5070 Ti Laptop ที่ 120 FPS เล็กน้อย และตามหลัง RTX 4070 Desktop เพียง 0.79% เท่านั้น ขณะที่ใน Assassin’s Creed Shadows แม้ RTX 5070 Ti Laptop จะนำเล็กน้อย แต่ M5 Max ก็ยังทำได้ดีกว่า RTX 5060 Desktop อย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าชิป Apple Silicon รุ่นใหม่กำลังไล่จี้ตลาด GPU ระดับกลางอย่างจริงจัง

    อย่างไรก็ตาม Wccftech เตือนว่าข้อมูลนี้ยังเป็นเพียง “ประมาณการ” และยังมีคำถามสำคัญ เช่น จำนวน GPU cores ของ M5 Max, การเปิดใช้ MetalFX, frame generation หรือ ray tracing ซึ่งอาจมีผลต่อผลลัพธ์จริงเมื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการในครึ่งปีแรกของ 2026 นี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผลทดสอบเกมที่ประเมินของ M5 Max
    Cyberpunk 2077: 125 FPS (แรงกว่า RTX 5070 Ti Laptop 4%)
    Assassin’s Creed Shadows: 51 FPS (ช้ากว่า RTX 5070 Ti Laptop เล็กน้อย)
    เร็วกว่า M4 Max ถึง 47–54% ในสองเกมที่ทดสอบ

    จุดเด่นที่คาดว่าจะมาพร้อม M5 Max
    สถาปัตยกรรมใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์
    อาจรองรับ MetalFX และ frame generation รุ่นใหม่
    ประสิทธิภาพใกล้เคียง RTX 4070 Desktop ในบางเกม

    ข้อควรระวังในการตีความผลทดสอบ
    เป็นข้อมูล “ประมาณการ” ไม่ใช่ผลทดสอบจริงจากเครื่องขายจริง
    ไม่ระบุจำนวน GPU cores ของ M5 Max
    ไม่ชัดเจนว่ามีการเปิดใช้ upscaling หรือ frame generation หรือไม่

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
    Apple อาจเริ่มท้าชนตลาดเกมบนโน้ตบุ๊กมากขึ้น
    NVIDIA อาจต้องเร่งพัฒนา GPU Laptop ให้แรงขึ้น
    ผู้ใช้ Mac อาจได้ประสบการณ์เล่นเกมดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด

    https://wccftech.com/m5-max-estimated-gaming-benchmark-faster-than-laptop-rtx-5070-ti/
    🎮 M5 Max แรงทะลุชิปโน้ตบุ๊ก! เบนช์มาร์กหลุดชี้แรงกว่า RTX 5070 Ti Laptop Apple เตรียมสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดชิปประมวลผลอีกครั้ง เมื่อมีข้อมูลประเมินประสิทธิภาพของ M5 Max หลุดออกมาจาก Reddit และถูกนำเสนอโดย Wccftech ซึ่งเผยให้เห็นว่าชิปตัวนี้อาจมีประสิทธิภาพด้านเกมสูงกว่า NVIDIA RTX 5070 Ti Laptop และเข้าใกล้ระดับ RTX 4070 Desktop อย่างน่าทึ่งในบางเกม ข้อมูลนี้มาจากการเปรียบเทียบเกม Cyberpunk 2077 และ Assassin’s Creed Shadows ที่ความละเอียด 1080p Ultra โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ Notebookcheck และการคาดการณ์จากประสิทธิภาพของ Apple Silicon รุ่นก่อนหน้า ทำให้เห็นว่า M5 Max มีการกระโดดด้านประสิทธิภาพแบบก้าวกระโดดจาก M4 Max มากกว่า 47–54% ในสองเกมนี้ ใน Cyberpunk 2077 นั้น M5 Max ทำเฟรมเรตได้ 125 FPS ซึ่งสูงกว่า RTX 5070 Ti Laptop ที่ 120 FPS เล็กน้อย และตามหลัง RTX 4070 Desktop เพียง 0.79% เท่านั้น ขณะที่ใน Assassin’s Creed Shadows แม้ RTX 5070 Ti Laptop จะนำเล็กน้อย แต่ M5 Max ก็ยังทำได้ดีกว่า RTX 5060 Desktop อย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าชิป Apple Silicon รุ่นใหม่กำลังไล่จี้ตลาด GPU ระดับกลางอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม Wccftech เตือนว่าข้อมูลนี้ยังเป็นเพียง “ประมาณการ” และยังมีคำถามสำคัญ เช่น จำนวน GPU cores ของ M5 Max, การเปิดใช้ MetalFX, frame generation หรือ ray tracing ซึ่งอาจมีผลต่อผลลัพธ์จริงเมื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการในครึ่งปีแรกของ 2026 นี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผลทดสอบเกมที่ประเมินของ M5 Max ➡️ Cyberpunk 2077: 125 FPS (แรงกว่า RTX 5070 Ti Laptop 4%) ➡️ Assassin’s Creed Shadows: 51 FPS (ช้ากว่า RTX 5070 Ti Laptop เล็กน้อย) ➡️ เร็วกว่า M4 Max ถึง 47–54% ในสองเกมที่ทดสอบ ✅ จุดเด่นที่คาดว่าจะมาพร้อม M5 Max ➡️ สถาปัตยกรรมใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์ ➡️ อาจรองรับ MetalFX และ frame generation รุ่นใหม่ ➡️ ประสิทธิภาพใกล้เคียง RTX 4070 Desktop ในบางเกม ‼️ ข้อควรระวังในการตีความผลทดสอบ ⛔ เป็นข้อมูล “ประมาณการ” ไม่ใช่ผลทดสอบจริงจากเครื่องขายจริง ⛔ ไม่ระบุจำนวน GPU cores ของ M5 Max ⛔ ไม่ชัดเจนว่ามีการเปิดใช้ upscaling หรือ frame generation หรือไม่ ‼️ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม ⛔ Apple อาจเริ่มท้าชนตลาดเกมบนโน้ตบุ๊กมากขึ้น ⛔ NVIDIA อาจต้องเร่งพัฒนา GPU Laptop ให้แรงขึ้น ⛔ ผู้ใช้ Mac อาจได้ประสบการณ์เล่นเกมดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด https://wccftech.com/m5-max-estimated-gaming-benchmark-faster-than-laptop-rtx-5070-ti/
    WCCFTECH.COM
    Apple’s M5 Max To Outperform NVIDIA’s Laptop RTX 5070 Ti In One Gaming Benchmark, According To Estimated Comparison, Up To 54% Faster Than M4 Max
    A Redditor has provided a detailed performance comparison table that includes Apple’s M5 Max, which is slightly faster than the laptop RTX 5070 Ti
    0 Comments 0 Shares 18 Views 0 Reviews
  • Samsung เปิดตัวคอนเซ็ปต์สุดล้ำ! AI OLED Cassette & Turntable โชว์อนาคตจอวงกลมในยุค AI

    Samsung Display สร้างความฮือฮาในงาน CES 2026 ด้วยการเผยโฉมคอนเซ็ปต์อุปกรณ์ใหม่ที่ใช้จอ OLED ทรงกลม ทั้ง AI OLED Cassette และ AI OLED Turntable ซึ่งเป็นดีไซน์แนวเรโทรผสมเทคโนโลยีล้ำยุค จุดประสงค์คือโชว์ศักยภาพของจอ OLED รุ่นล่าสุดที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ AI รูปแบบใหม่ๆ ได้หลากหลาย

    AI OLED Cassette ใช้จอ OLED ทรงกลมขนาด 1.5 นิ้วสองจอ โดยหนึ่งจอทำหน้าที่คล้ายหน้าปัดสมาร์ตวอทช์ ส่วนอีกจอเป็นหน้าสถานะ พร้อมด้วยจอทรงรีด้านบนที่ดูเหมือนเป็นปุ่มหมุนหรือแผงควบคุมแบบสัมผัส ดีไซน์โดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องเล่นเทปยุคเก่า แต่ถูกยกระดับด้วยเทคโนโลยี AI และจอ OLED รุ่นใหม่

    ส่วน AI OLED Turntable ใช้จอ OLED ทรงกลมขนาดใหญ่ถึง 13.4 นิ้ว ให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องเล่นแผ่นเสียงยุคอนาล็อก แต่เปลี่ยนเป็นจอสัมผัสเต็มพื้นที่ แม้ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานจริงแบบไหน แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการโชว์ศักยภาพจอ OLED ทรงกลมในอุปกรณ์ AI รุ่นใหม่ๆ

    นอกจากสองคอนเซ็ปต์นี้ Samsung ยังโชว์เทคโนโลยี OLED อื่นๆ เช่น จอที่ทนทานขึ้นผ่านการทดสอบลูกเหล็กตกใส่และทดสอบความเย็นจัด รวมถึงจอสำหรับรถยนต์ จอ Ultra Thin OLED ที่เบาลง 30% และบางลง 30% และจอ XR microdisplay ความละเอียดสูงถึง 5,000 PPI สำหรับอุปกรณ์สวมศีรษะในอนาคตอีกด้วย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    คอนเซ็ปต์ใหม่ที่ Samsung นำมาโชว์ใน CES 2026
    AI OLED Cassette ใช้จอ OLED ทรงกลม 1.5 นิ้วสองจอ
    AI OLED Turntable ใช้จอ OLED ทรงกลมขนาด 13.4 นิ้ว
    ทั้งสองออกแบบแนวเรโทรผสมเทคโนโลยี AI

    จุดเด่นของเทคโนโลยี OLED รุ่นใหม่
    ความยืดหยุ่นสูง นำไปใช้กับอุปกรณ์ AI รูปแบบใหม่ได้
    ความทนทานเพิ่มขึ้น ผ่านการทดสอบแรงกระแทกและอุณหภูมิต่ำ
    จอ Ultra Thin OLED เบาและบางลง 30%

    ข้อควรระวังในการตีความคอนเซ็ปต์
    อุปกรณ์เหล่านี้ยังเป็นเพียงคอนเซ็ปต์ ไม่ใช่สินค้าจริง
    ฟีเจอร์การใช้งานจริงยังไม่เปิดเผย
    ดีไซน์อาจถูกปรับเปลี่ยนก่อนเข้าสู่ตลาด

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมจอภาพ
    ผู้ผลิตรายอื่นอาจต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีจอรูปทรงใหม่
    ตลาดอุปกรณ์ AI อาจเปลี่ยนไปสู่ดีไซน์เรโทรผสมอนาคต
    ความต้องการจอ OLED ทรงกลมอาจเพิ่มขึ้นในอุปกรณ์เฉพาะทาง

    https://www.tomshardware.com/monitors/samsung-teases-ai-oled-cassette-and-turntable-display-division-stretches-the-feasible-use-cases-for-its-latest-tech-at-ces-2026
    🎧 Samsung เปิดตัวคอนเซ็ปต์สุดล้ำ! AI OLED Cassette & Turntable โชว์อนาคตจอวงกลมในยุค AI Samsung Display สร้างความฮือฮาในงาน CES 2026 ด้วยการเผยโฉมคอนเซ็ปต์อุปกรณ์ใหม่ที่ใช้จอ OLED ทรงกลม ทั้ง AI OLED Cassette และ AI OLED Turntable ซึ่งเป็นดีไซน์แนวเรโทรผสมเทคโนโลยีล้ำยุค จุดประสงค์คือโชว์ศักยภาพของจอ OLED รุ่นล่าสุดที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ AI รูปแบบใหม่ๆ ได้หลากหลาย AI OLED Cassette ใช้จอ OLED ทรงกลมขนาด 1.5 นิ้วสองจอ โดยหนึ่งจอทำหน้าที่คล้ายหน้าปัดสมาร์ตวอทช์ ส่วนอีกจอเป็นหน้าสถานะ พร้อมด้วยจอทรงรีด้านบนที่ดูเหมือนเป็นปุ่มหมุนหรือแผงควบคุมแบบสัมผัส ดีไซน์โดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องเล่นเทปยุคเก่า แต่ถูกยกระดับด้วยเทคโนโลยี AI และจอ OLED รุ่นใหม่ ส่วน AI OLED Turntable ใช้จอ OLED ทรงกลมขนาดใหญ่ถึง 13.4 นิ้ว ให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องเล่นแผ่นเสียงยุคอนาล็อก แต่เปลี่ยนเป็นจอสัมผัสเต็มพื้นที่ แม้ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานจริงแบบไหน แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการโชว์ศักยภาพจอ OLED ทรงกลมในอุปกรณ์ AI รุ่นใหม่ๆ นอกจากสองคอนเซ็ปต์นี้ Samsung ยังโชว์เทคโนโลยี OLED อื่นๆ เช่น จอที่ทนทานขึ้นผ่านการทดสอบลูกเหล็กตกใส่และทดสอบความเย็นจัด รวมถึงจอสำหรับรถยนต์ จอ Ultra Thin OLED ที่เบาลง 30% และบางลง 30% และจอ XR microdisplay ความละเอียดสูงถึง 5,000 PPI สำหรับอุปกรณ์สวมศีรษะในอนาคตอีกด้วย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ คอนเซ็ปต์ใหม่ที่ Samsung นำมาโชว์ใน CES 2026 ➡️ AI OLED Cassette ใช้จอ OLED ทรงกลม 1.5 นิ้วสองจอ ➡️ AI OLED Turntable ใช้จอ OLED ทรงกลมขนาด 13.4 นิ้ว ➡️ ทั้งสองออกแบบแนวเรโทรผสมเทคโนโลยี AI ✅ จุดเด่นของเทคโนโลยี OLED รุ่นใหม่ ➡️ ความยืดหยุ่นสูง นำไปใช้กับอุปกรณ์ AI รูปแบบใหม่ได้ ➡️ ความทนทานเพิ่มขึ้น ผ่านการทดสอบแรงกระแทกและอุณหภูมิต่ำ ➡️ จอ Ultra Thin OLED เบาและบางลง 30% ‼️ ข้อควรระวังในการตีความคอนเซ็ปต์ ⛔ อุปกรณ์เหล่านี้ยังเป็นเพียงคอนเซ็ปต์ ไม่ใช่สินค้าจริง ⛔ ฟีเจอร์การใช้งานจริงยังไม่เปิดเผย ⛔ ดีไซน์อาจถูกปรับเปลี่ยนก่อนเข้าสู่ตลาด ‼️ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมจอภาพ ⛔ ผู้ผลิตรายอื่นอาจต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีจอรูปทรงใหม่ ⛔ ตลาดอุปกรณ์ AI อาจเปลี่ยนไปสู่ดีไซน์เรโทรผสมอนาคต ⛔ ความต้องการจอ OLED ทรงกลมอาจเพิ่มขึ้นในอุปกรณ์เฉพาะทาง https://www.tomshardware.com/monitors/samsung-teases-ai-oled-cassette-and-turntable-display-division-stretches-the-feasible-use-cases-for-its-latest-tech-at-ces-2026
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Samsung teases AI OLED Cassette and Turntable — display division stretches the feasible use cases for its latest tech at CES 2026
    These retro-analog designs showcase the firm's latest circular 1.5-inch and 13.4-inch OLED displays.
    0 Comments 0 Shares 22 Views 0 Reviews
  • Blu‑ray ครบรอบ 20 ปี: จากเทคโนโลยีล้ำยุคสู่สื่อเก็บข้อมูลที่ยังไม่ยอมตาย

    ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 20 ปีของ Blu‑ray Disc เทคโนโลยีสื่อเก็บข้อมูลที่เปิดตัวครั้งแรกต่อสาธารณะในงาน CES 2006 และกลายเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของ DVD อย่างเป็นทางการ จุดเด่นของ Blu‑ray คือความจุที่สูงกว่าเดิมหลายเท่า—จาก DVD 4.7GB กระโดดเป็น 25GB ต่อชั้น—ด้วยการใช้เลเซอร์สีน้ำเงิน‑ม่วงความยาวคลื่นสั้น ทำให้สามารถบันทึกข้อมูลได้หนาแน่นขึ้นอย่างมาก.

    แม้ยุคสตรีมมิงจะเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค แต่ Blu‑ray ก็ยังไม่หายไปไหน โดยเฉพาะในกลุ่มนักสะสมและผู้ที่ต้องการคุณภาพภาพ‑เสียงระดับสูงสุด เพราะแผ่น Blu‑ray 4K ยังให้บิตเรตสูงกว่าการสตรีมหลายเท่า ทำให้ภาพคมกว่า สีแม่นกว่า และเสียงสมบูรณ์กว่าอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังเป็นสื่อที่ “จับต้องได้” ซึ่งยังมีคุณค่าทางอารมณ์สำหรับหลายคน.

    อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเริ่มส่งสัญญาณถอยห่างจากสื่อประเภทนี้ เช่น Sony หยุดผลิตแผ่น Blu‑ray แบบบันทึกได้ในปี 2025 และ LG เลิกผลิตเครื่องเล่น Blu‑ray ตั้งแต่ปี 2024 ขณะที่คอมพิวเตอร์ยุคใหม่แทบไม่มีไดรฟ์ออปติคัลติดมาให้แล้ว ยกเว้นบางตลาดอย่างญี่ปุ่นที่ยังมีความต้องการสูงขึ้นในช่วง Windows 10 หมดอายุ.

    แม้จะถูกมองว่าใกล้ถึงจุดจบ แต่ Blu‑ray ก็ยังคงมีบทบาทในบางตลาด เช่น การจัดจำหน่ายภาพยนตร์คุณภาพสูง การเก็บข้อมูลระยะยาว และการใช้งานเฉพาะทางในบางอุตสาหกรรม ทำให้สื่อชนิดนี้ยังไม่ “ตายสนิท” และอาจยังอยู่กับเราไปอีกหลายปี.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Blu‑ray เปิดตัวครั้งแรกในปี 2006
    ใช้เลเซอร์สีน้ำเงิน‑ม่วง 405nm เพื่อเพิ่มความจุ
    ความจุสูงกว่า DVD หลายเท่า (25GB ต่อชั้น)

    ยังเป็นสื่อคุณภาพสูงที่เหนือกว่าสตรีมมิง
    บิตเรตสูงกว่า ทำให้ภาพและเสียงดีกว่า
    เป็นที่นิยมในกลุ่มนักสะสมและผู้รักคุณภาพ

    อุตสาหกรรมเริ่มลดการสนับสนุน
    Sony และ LG หยุดผลิตบางส่วนของสายผลิตภัณฑ์
    คอมพิวเตอร์ยุคใหม่แทบไม่มีไดรฟ์ออปติคัลแล้ว

    ข้อควรระวังและข้อจำกัด
    ความนิยมลดลงอย่างต่อเนื่องเพราะสตรีมมิงครองตลาด
    อุปกรณ์เล่น Blu‑ray หาซื้อยากขึ้นเรื่อย ๆ

    อนาคตอาจไม่สดใส
    ผู้ผลิตสื่อและฮาร์ดแวร์ทยอยถอนตัว
    ความเสี่ยงที่ Blu‑ray จะกลายเป็นสื่อเฉพาะกลุ่มในอนาคต

    https://www.tomshardware.com/pc-components/storage/blu-ray-hits-20-optical-disc-format-was-introduced-to-the-public-at-ces-2006
    💿 Blu‑ray ครบรอบ 20 ปี: จากเทคโนโลยีล้ำยุคสู่สื่อเก็บข้อมูลที่ยังไม่ยอมตาย ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 20 ปีของ Blu‑ray Disc เทคโนโลยีสื่อเก็บข้อมูลที่เปิดตัวครั้งแรกต่อสาธารณะในงาน CES 2006 และกลายเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของ DVD อย่างเป็นทางการ จุดเด่นของ Blu‑ray คือความจุที่สูงกว่าเดิมหลายเท่า—จาก DVD 4.7GB กระโดดเป็น 25GB ต่อชั้น—ด้วยการใช้เลเซอร์สีน้ำเงิน‑ม่วงความยาวคลื่นสั้น ทำให้สามารถบันทึกข้อมูลได้หนาแน่นขึ้นอย่างมาก. แม้ยุคสตรีมมิงจะเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค แต่ Blu‑ray ก็ยังไม่หายไปไหน โดยเฉพาะในกลุ่มนักสะสมและผู้ที่ต้องการคุณภาพภาพ‑เสียงระดับสูงสุด เพราะแผ่น Blu‑ray 4K ยังให้บิตเรตสูงกว่าการสตรีมหลายเท่า ทำให้ภาพคมกว่า สีแม่นกว่า และเสียงสมบูรณ์กว่าอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังเป็นสื่อที่ “จับต้องได้” ซึ่งยังมีคุณค่าทางอารมณ์สำหรับหลายคน. อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเริ่มส่งสัญญาณถอยห่างจากสื่อประเภทนี้ เช่น Sony หยุดผลิตแผ่น Blu‑ray แบบบันทึกได้ในปี 2025 และ LG เลิกผลิตเครื่องเล่น Blu‑ray ตั้งแต่ปี 2024 ขณะที่คอมพิวเตอร์ยุคใหม่แทบไม่มีไดรฟ์ออปติคัลติดมาให้แล้ว ยกเว้นบางตลาดอย่างญี่ปุ่นที่ยังมีความต้องการสูงขึ้นในช่วง Windows 10 หมดอายุ. แม้จะถูกมองว่าใกล้ถึงจุดจบ แต่ Blu‑ray ก็ยังคงมีบทบาทในบางตลาด เช่น การจัดจำหน่ายภาพยนตร์คุณภาพสูง การเก็บข้อมูลระยะยาว และการใช้งานเฉพาะทางในบางอุตสาหกรรม ทำให้สื่อชนิดนี้ยังไม่ “ตายสนิท” และอาจยังอยู่กับเราไปอีกหลายปี. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Blu‑ray เปิดตัวครั้งแรกในปี 2006 ➡️ ใช้เลเซอร์สีน้ำเงิน‑ม่วง 405nm เพื่อเพิ่มความจุ ➡️ ความจุสูงกว่า DVD หลายเท่า (25GB ต่อชั้น) ✅ ยังเป็นสื่อคุณภาพสูงที่เหนือกว่าสตรีมมิง ➡️ บิตเรตสูงกว่า ทำให้ภาพและเสียงดีกว่า ➡️ เป็นที่นิยมในกลุ่มนักสะสมและผู้รักคุณภาพ ✅ อุตสาหกรรมเริ่มลดการสนับสนุน ➡️ Sony และ LG หยุดผลิตบางส่วนของสายผลิตภัณฑ์ ➡️ คอมพิวเตอร์ยุคใหม่แทบไม่มีไดรฟ์ออปติคัลแล้ว ‼️ ข้อควรระวังและข้อจำกัด ⛔ ความนิยมลดลงอย่างต่อเนื่องเพราะสตรีมมิงครองตลาด ⛔ อุปกรณ์เล่น Blu‑ray หาซื้อยากขึ้นเรื่อย ๆ ‼️ อนาคตอาจไม่สดใส ⛔ ผู้ผลิตสื่อและฮาร์ดแวร์ทยอยถอนตัว ⛔ ความเสี่ยงที่ Blu‑ray จะกลายเป็นสื่อเฉพาะกลุ่มในอนาคต https://www.tomshardware.com/pc-components/storage/blu-ray-hits-20-optical-disc-format-was-introduced-to-the-public-at-ces-2006
    0 Comments 0 Shares 16 Views 0 Reviews
  • MSI RTX 5090 Lightning ทำลายสถิติก่อนเปิดตัว: การ์ดจอระดับมอนสเตอร์เพื่อสายโอเวอร์คล็อก

    MSI เตรียมปล่อยซีรีส์ GeForce RTX 5090 Lightning ซึ่งถูกพูดถึงอย่างหนักในวงการโอเวอร์คล็อก เพราะมีข้อมูลหลุดออกมาว่า การ์ดรุ่นนี้สามารถทำลายสถิติคะแนน benchmark ได้ก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะคะแนน 3DMark ที่สูงกว่ารุ่นเรือธงปัจจุบันแบบ “ทิ้งห่างหลายช่วงตัว”. จุดเด่นที่ทำให้หลายคนตื่นเต้นคือระบบภาคจ่ายไฟที่โหดที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตลาดการ์ดจอผู้บริโภค.

    หนึ่งในสเปกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ภาคจ่ายไฟ VRAM แบบ 40-phase ซึ่งถือว่าเกินมาตรฐานของการ์ดจอทั่วไปหลายเท่า ทำให้รองรับการโอเวอร์คล็อกหน่วยความจำได้อย่างเสถียร และลดอุณหภูมิได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมี คอนเนกเตอร์ไฟแบบ Dual 12V-2x6 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า MSI ตั้งใจให้รุ่น Lightning เป็น “สัตว์ร้ายสำหรับนักโอเวอร์คล็อกระดับโลก”.

    ดีไซน์ของการ์ดรุ่นนี้ยังคงเอกลักษณ์ของตระกูล Lightning คือเน้นความแข็งแรง พัดลมขนาดใหญ่ และฮีตซิงก์อลูมิเนียมที่กินพื้นที่หลายสล็อต ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ต้องเตรียมเคสขนาดใหญ่รองรับ แต่ก็แลกมากับประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่เหนือกว่าการ์ดทั่วไปอย่างมาก เหมาะสำหรับการใช้งานแบบ extreme เช่น LN2 หรือการดันความเร็วให้ทะลุขีดจำกัด.

    แม้ยังไม่มีวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ข้อมูลที่หลุดออกมาทำให้ RTX 5090 Lightning ถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็น “การ์ดจอที่แรงที่สุดในโลก” สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและนักโอเวอร์คล็อกมืออาชีพ ซึ่งอาจทำให้ตลาดการ์ดจอ high-end สั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อเปิดตัวจริง.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สเปกที่โดดเด่นของ RTX 5090 Lightning
    ภาคจ่ายไฟ VRAM แบบ 40-phase ที่ไม่เคยมีมาก่อน
    ใช้คอนเนกเตอร์ไฟ Dual 12V-2x6 รองรับพลังงานระดับสูงมาก

    ประสิทธิภาพที่ทำลายสถิติก่อนเปิดตัว
    คะแนน benchmark สูงกว่าการ์ดเรือธงปัจจุบันอย่างชัดเจน
    ถูกออกแบบมาสำหรับโอเวอร์คล็อกแบบ extreme เช่น LN2

    ดีไซน์และระบบระบายความร้อนระดับมอนสเตอร์
    ฮีตซิงก์ขนาดใหญ่และพัดลมแรงสูง
    เหมาะกับเคสขนาดใหญ่และระบบที่ต้องการเสถียรภาพสูง

    ข้อควรระวังและข้อจำกัด
    อาจกินไฟสูงมากจนต้องใช้ PSU ระดับ 1200W–1600W
    ขนาดการ์ดใหญ่ อาจไม่พอดีกับเคสทั่วไป

    ความเสี่ยงสำหรับสายโอเวอร์คล็อก
    การโอเวอร์คล็อกหนักอาจทำให้หมดประกัน
    ต้องมีระบบระบายความร้อนที่ดีมาก ไม่เช่นนั้นอาจเกิด thermal throttling

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/msis-rtx-5090-lightning-shatters-gpu-records-before-launch-40-phase-vram-and-dual-12v-2x6-connectors-turn-heads-on-upcoming-overclocking-monster
    ⚡ MSI RTX 5090 Lightning ทำลายสถิติก่อนเปิดตัว: การ์ดจอระดับมอนสเตอร์เพื่อสายโอเวอร์คล็อก MSI เตรียมปล่อยซีรีส์ GeForce RTX 5090 Lightning ซึ่งถูกพูดถึงอย่างหนักในวงการโอเวอร์คล็อก เพราะมีข้อมูลหลุดออกมาว่า การ์ดรุ่นนี้สามารถทำลายสถิติคะแนน benchmark ได้ก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะคะแนน 3DMark ที่สูงกว่ารุ่นเรือธงปัจจุบันแบบ “ทิ้งห่างหลายช่วงตัว”. จุดเด่นที่ทำให้หลายคนตื่นเต้นคือระบบภาคจ่ายไฟที่โหดที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตลาดการ์ดจอผู้บริโภค. หนึ่งในสเปกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ภาคจ่ายไฟ VRAM แบบ 40-phase ซึ่งถือว่าเกินมาตรฐานของการ์ดจอทั่วไปหลายเท่า ทำให้รองรับการโอเวอร์คล็อกหน่วยความจำได้อย่างเสถียร และลดอุณหภูมิได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมี คอนเนกเตอร์ไฟแบบ Dual 12V-2x6 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า MSI ตั้งใจให้รุ่น Lightning เป็น “สัตว์ร้ายสำหรับนักโอเวอร์คล็อกระดับโลก”. ดีไซน์ของการ์ดรุ่นนี้ยังคงเอกลักษณ์ของตระกูล Lightning คือเน้นความแข็งแรง พัดลมขนาดใหญ่ และฮีตซิงก์อลูมิเนียมที่กินพื้นที่หลายสล็อต ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ต้องเตรียมเคสขนาดใหญ่รองรับ แต่ก็แลกมากับประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่เหนือกว่าการ์ดทั่วไปอย่างมาก เหมาะสำหรับการใช้งานแบบ extreme เช่น LN2 หรือการดันความเร็วให้ทะลุขีดจำกัด. แม้ยังไม่มีวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ข้อมูลที่หลุดออกมาทำให้ RTX 5090 Lightning ถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็น “การ์ดจอที่แรงที่สุดในโลก” สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและนักโอเวอร์คล็อกมืออาชีพ ซึ่งอาจทำให้ตลาดการ์ดจอ high-end สั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อเปิดตัวจริง. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สเปกที่โดดเด่นของ RTX 5090 Lightning ➡️ ภาคจ่ายไฟ VRAM แบบ 40-phase ที่ไม่เคยมีมาก่อน ➡️ ใช้คอนเนกเตอร์ไฟ Dual 12V-2x6 รองรับพลังงานระดับสูงมาก ✅ ประสิทธิภาพที่ทำลายสถิติก่อนเปิดตัว ➡️ คะแนน benchmark สูงกว่าการ์ดเรือธงปัจจุบันอย่างชัดเจน ➡️ ถูกออกแบบมาสำหรับโอเวอร์คล็อกแบบ extreme เช่น LN2 ✅ ดีไซน์และระบบระบายความร้อนระดับมอนสเตอร์ ➡️ ฮีตซิงก์ขนาดใหญ่และพัดลมแรงสูง ➡️ เหมาะกับเคสขนาดใหญ่และระบบที่ต้องการเสถียรภาพสูง ‼️ ข้อควรระวังและข้อจำกัด ⛔ อาจกินไฟสูงมากจนต้องใช้ PSU ระดับ 1200W–1600W ⛔ ขนาดการ์ดใหญ่ อาจไม่พอดีกับเคสทั่วไป ‼️ ความเสี่ยงสำหรับสายโอเวอร์คล็อก ⛔ การโอเวอร์คล็อกหนักอาจทำให้หมดประกัน ⛔ ต้องมีระบบระบายความร้อนที่ดีมาก ไม่เช่นนั้นอาจเกิด thermal throttling https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/msis-rtx-5090-lightning-shatters-gpu-records-before-launch-40-phase-vram-and-dual-12v-2x6-connectors-turn-heads-on-upcoming-overclocking-monster
    0 Comments 0 Shares 20 Views 0 Reviews
  • เดนมาร์กเรียกร้องสหรัฐฯหยุด "คุกคาม" เกาะกรีนแลนด์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับสื่อมวลชนอเมริกาว่าเขาต้องการดินแดนแห่งนี้จริงๆ หนึ่งวันหลังวอชิงตันจับกุมผู้นำเวเนซุเอลา ในขณะเดียวกันภรรยาผู้ช่วยระดับสูงของผู้นำสหรัฐฯ ก็ได้โพสต์ภาพเป็นนัย เกาะกรีนแลนด์เป็นสีธงชาติอเมริกา พร้อมกับเขียนข้อความว่า "เร็วๆนี้"
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000000846

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    เดนมาร์กเรียกร้องสหรัฐฯหยุด "คุกคาม" เกาะกรีนแลนด์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับสื่อมวลชนอเมริกาว่าเขาต้องการดินแดนแห่งนี้จริงๆ หนึ่งวันหลังวอชิงตันจับกุมผู้นำเวเนซุเอลา ในขณะเดียวกันภรรยาผู้ช่วยระดับสูงของผู้นำสหรัฐฯ ก็ได้โพสต์ภาพเป็นนัย เกาะกรีนแลนด์เป็นสีธงชาติอเมริกา พร้อมกับเขียนข้อความว่า "เร็วๆนี้" . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000000846 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Yay
    Sad
    2
    0 Comments 0 Shares 41 Views 0 Reviews
  • Wayland ในปี 2026: ใกล้พร้อมใช้งาน…แต่ยังไม่ถึงวันที่จะทดแทน X11 ได้จริง

    หลังจากพยายามย้ายจาก X11 ไปใช้ Wayland มานานกว่า 18 ปี Michael Stapelberg กลับมาทดสอบอีกครั้งในปี 2026 พร้อมความหวังว่าเทคโนโลยีจะ “พร้อมเสียที” แต่ผลลัพธ์กลับเป็นภาพสะท้อนความจริงที่ซับซ้อนของ ecosystem บน Linux—Wayland ก้าวหน้าอย่างมาก แต่ยังมีอุปสรรคเชิงเทคนิคที่ทำให้ผู้ใช้ระดับ power user ยังไม่สามารถย้ายไปได้เต็มตัว โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง เช่น จอ 8K และ GPU ของ NVIDIA

    แม้ NVIDIA จะเริ่มรองรับ GBM และ explicit sync แล้ว แต่ปัญหา TILE, การจัดการหลายจอ, และบั๊กระดับ DRM ทำให้การใช้งานจริงยังเต็มไปด้วยอาการ glitch และ behavior ที่ไม่เสถียร ผู้เขียนถึงขั้นต้องใช้ Claude Code ช่วย debug และสร้าง workaround เพื่อให้จอ 8K ใช้งานได้ ซึ่งสะท้อนว่าระบบยังไม่ “พร้อมใช้งานทั่วไป” แม้จะมีความพยายามจาก community อย่างต่อเนื่อง

    นอกจากปัญหาด้านกราฟิกแล้ว ประสบการณ์ใช้งานจริงใน Sway ยังพบปัญหาอื่นๆ เช่น input lag, scaling glitch, Xwayland ที่ยังไม่รองรับ DPI scaling แบบ KDE, Chrome GPU process crash, รวมถึง Emacs-pgtk ที่ยังมี latency สูงกว่า X11 อย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้ทำให้การทำงานจริงทั้งวันเต็มไปด้วย friction ที่ผู้ใช้ X11 ไม่เคยเจอมาก่อน

    แม้ Wayland จะเป็นอนาคตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้—ด้วยการสนับสนุนจาก GNOME, KDE, และดิสโทรใหม่ๆ—แต่บทสรุปของผู้เขียนคือ “ยังไม่พร้อมเป็น daily driver” สำหรับผู้ใช้ระดับสูงที่ต้องการความเสถียรสูงสุดและ latency ต่ำมาก อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในปี 2025–2026 ทำให้อนาคตเริ่มมองเห็นแสงสว่างมากขึ้นกว่าเดิม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความก้าวหน้าของ Wayland ในปี 2026
    NVIDIA รองรับ GBM และ explicit sync แล้ว ทำให้เริ่มใช้งานได้จริง
    community เช่น wlroots, Sway, GNOME พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
    การ debug ด้วย AI เช่น Claude ช่วยแก้ปัญหาซับซ้อนระดับ driver

    ปัญหาที่พบในการใช้งานจริง
    TILE/MST บนจอ 8K ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้จอแสดงผลผิดพลาด
    Chrome GPU process crash เมื่อ resize window
    Emacs-pgtk มี input latency สูงและ rendering ต่างจาก X11
    scaling glitch เมื่อสลับ workspace หรือ window

    ข้อจำกัดสำคัญที่ยังทำให้ย้ายจาก X11 ไม่ได้
    Xwayland scaling ไม่รองรับใน Sway ทำให้แอปเก่าเบลอ
    keyboard shortcut บางครั้งถูก trigger ซ้ำ
    screen sharing ยังไม่สมบูรณ์ ต้องเลือกหน้าต่างซ้ำสองครั้ง
    การจัดการ workspace ของ Chrome ไม่ทำงานเหมือน X11

    ผลกระทบต่อผู้ใช้ระดับ power user
    ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมง debug ปัญหาเฉพาะทาง
    productivity ลดลงเมื่อเทียบกับ X11 ที่เสถียรกว่า
    ต้องเปลี่ยน workflow หลายอย่าง เช่น terminal, screen locker
    ยังไม่สามารถใช้เป็น daily driver ได้ในงานจริง

    https://michael.stapelberg.ch/posts/2026-01-04-wayland-sway-in-2026/
    🖥️ Wayland ในปี 2026: ใกล้พร้อมใช้งาน…แต่ยังไม่ถึงวันที่จะทดแทน X11 ได้จริง หลังจากพยายามย้ายจาก X11 ไปใช้ Wayland มานานกว่า 18 ปี Michael Stapelberg กลับมาทดสอบอีกครั้งในปี 2026 พร้อมความหวังว่าเทคโนโลยีจะ “พร้อมเสียที” แต่ผลลัพธ์กลับเป็นภาพสะท้อนความจริงที่ซับซ้อนของ ecosystem บน Linux—Wayland ก้าวหน้าอย่างมาก แต่ยังมีอุปสรรคเชิงเทคนิคที่ทำให้ผู้ใช้ระดับ power user ยังไม่สามารถย้ายไปได้เต็มตัว โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง เช่น จอ 8K และ GPU ของ NVIDIA แม้ NVIDIA จะเริ่มรองรับ GBM และ explicit sync แล้ว แต่ปัญหา TILE, การจัดการหลายจอ, และบั๊กระดับ DRM ทำให้การใช้งานจริงยังเต็มไปด้วยอาการ glitch และ behavior ที่ไม่เสถียร ผู้เขียนถึงขั้นต้องใช้ Claude Code ช่วย debug และสร้าง workaround เพื่อให้จอ 8K ใช้งานได้ ซึ่งสะท้อนว่าระบบยังไม่ “พร้อมใช้งานทั่วไป” แม้จะมีความพยายามจาก community อย่างต่อเนื่อง นอกจากปัญหาด้านกราฟิกแล้ว ประสบการณ์ใช้งานจริงใน Sway ยังพบปัญหาอื่นๆ เช่น input lag, scaling glitch, Xwayland ที่ยังไม่รองรับ DPI scaling แบบ KDE, Chrome GPU process crash, รวมถึง Emacs-pgtk ที่ยังมี latency สูงกว่า X11 อย่างชัดเจน สิ่งเหล่านี้ทำให้การทำงานจริงทั้งวันเต็มไปด้วย friction ที่ผู้ใช้ X11 ไม่เคยเจอมาก่อน แม้ Wayland จะเป็นอนาคตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้—ด้วยการสนับสนุนจาก GNOME, KDE, และดิสโทรใหม่ๆ—แต่บทสรุปของผู้เขียนคือ “ยังไม่พร้อมเป็น daily driver” สำหรับผู้ใช้ระดับสูงที่ต้องการความเสถียรสูงสุดและ latency ต่ำมาก อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในปี 2025–2026 ทำให้อนาคตเริ่มมองเห็นแสงสว่างมากขึ้นกว่าเดิม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความก้าวหน้าของ Wayland ในปี 2026 ➡️ NVIDIA รองรับ GBM และ explicit sync แล้ว ทำให้เริ่มใช้งานได้จริง ➡️ community เช่น wlroots, Sway, GNOME พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ➡️ การ debug ด้วย AI เช่น Claude ช่วยแก้ปัญหาซับซ้อนระดับ driver ✅ ปัญหาที่พบในการใช้งานจริง ➡️ TILE/MST บนจอ 8K ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้จอแสดงผลผิดพลาด ➡️ Chrome GPU process crash เมื่อ resize window ➡️ Emacs-pgtk มี input latency สูงและ rendering ต่างจาก X11 ➡️ scaling glitch เมื่อสลับ workspace หรือ window ‼️ ข้อจำกัดสำคัญที่ยังทำให้ย้ายจาก X11 ไม่ได้ ⛔ Xwayland scaling ไม่รองรับใน Sway ทำให้แอปเก่าเบลอ ⛔ keyboard shortcut บางครั้งถูก trigger ซ้ำ ⛔ screen sharing ยังไม่สมบูรณ์ ต้องเลือกหน้าต่างซ้ำสองครั้ง ⛔ การจัดการ workspace ของ Chrome ไม่ทำงานเหมือน X11 ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้ระดับ power user ⛔ ต้องเสียเวลาหลายชั่วโมง debug ปัญหาเฉพาะทาง ⛔ productivity ลดลงเมื่อเทียบกับ X11 ที่เสถียรกว่า ⛔ ต้องเปลี่ยน workflow หลายอย่าง เช่น terminal, screen locker ⛔ ยังไม่สามารถใช้เป็น daily driver ได้ในงานจริง https://michael.stapelberg.ch/posts/2026-01-04-wayland-sway-in-2026/
    MICHAEL.STAPELBERG.CH
    Can I finally start using Wayland in 2026?
    Wayland is the successor to the X server (X11, Xorg) to implement the graphics stack on Linux. The Wayland project was actually started in 2008, a year before I created the i3 tiling window manager for X11 in 2009 — but for the last 18 years (!), Wayland was never usable on my computers. I don’t want to be stuck on deprecated software, so I try to start using Wayland each year, and this articles outlines what keeps me from migrating to Wayland in 2026.
    0 Comments 0 Shares 20 Views 0 Reviews
  • AI ทำให้การพัฒนาเว็บ “สนุกอีกครั้ง”: เมื่อความซับซ้อนถูกลดทอนด้วยเครื่องมือยุคใหม่

    ในบทความนี้ Mattias Geniar เล่าถึงวิวัฒนาการของการพัฒนาเว็บตั้งแต่ยุค PHP 4, Dreamweaver และ jQuery ที่ทุกอย่างเรียบง่ายจนสามารถทำทั้งโปรเจกต์ได้คนเดียว มาถึงยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วย build pipelines, bundlers, CSS frameworks, observability และระบบที่ซับซ้อนจนยากจะตามให้ทัน โดยเฉพาะสำหรับนักพัฒนาเดี่ยวที่ต้องดูแลทั้ง frontend และ backend พร้อมกัน

    แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือการมาถึงของ AI ซึ่งช่วยลดภาระงานที่เคยหนักหน่วง ทั้งการเขียนโค้ด การแก้บั๊ก การออกแบบสถาปัตยกรรม และการจัดการงานซ้ำๆ ทำให้เขารู้สึกว่า “ควบคุมทั้งสแตกได้อีกครั้ง” และกลับมามีความมั่นใจในการเริ่มโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่เคยรู้สึกว่าใหญ่เกินตัว

    AI ยังช่วยให้เขาดึงประสบการณ์จากคนเก่งๆ ที่เคยร่วมงานด้วยกลับมาใช้ได้อีกครั้ง ผ่านการให้ AI เลียนแบบมาตรฐานการเขียนโค้ด วิธีคิด และแนวทางแก้ปัญหาของคนเหล่านั้น ทำให้ productivity เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และลดความรู้สึกท่วมท้นจากความซับซ้อนของเทคโนโลยีสมัยใหม่

    ท้ายที่สุด เขาบอกว่า AI ไม่ได้แค่ช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น แต่ยังคืน “พื้นที่สร้างสรรค์” ให้กับนักพัฒนาอีกครั้ง ทำให้มีเวลาคิดเรื่อง UX, UI และไอเดียใหม่ๆ มากกว่าการจมอยู่กับ pipeline หรือ boilerplate ที่กินพลังงานจิตใจในอดีต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความซับซ้อนของการพัฒนาเว็บยุคใหม่
    frontend เต็มไปด้วยเครื่องมือและมาตรฐานใหม่ เช่น bundlers, PWAs, Core Web Vitals
    backend ต้องรับมือกับ design patterns, observability, infra และ dependency จำนวนมาก
    นักพัฒนาเดี่ยวไม่สามารถ “ทำทุกอย่าง” ได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน

    AI เข้ามาช่วยลดช่องว่าง
    เครื่องมืออย่าง Claude และ Codex ช่วยเพิ่ม productivity อย่างมหาศาล
    AI ทำให้เริ่มโปรเจกต์ใหม่ได้เร็วขึ้น และลดความรู้สึกท่วมท้น
    สามารถใช้ AI เพื่อเลียนแบบมาตรฐานและแนวคิดของผู้เชี่ยวชาญที่เคยร่วมงานด้วย

    ความเสี่ยงและข้อควรระวัง
    การพึ่ง AI มากเกินไปอาจทำให้ขาดความเข้าใจพื้นฐานของระบบ
    โค้ดที่ AI สร้างอาจดูดีแต่มีปัญหาเชิงสถาปัตยกรรมซ่อนอยู่
    ความเร็วที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้มองข้ามการทดสอบหรือความปลอดภัย

    ผลกระทบต่อวงการพัฒนาเว็บ
    ความคาดหวังต่อ productivity ของนักพัฒนาอาจสูงขึ้น
    ทีมที่ไม่ใช้ AI อาจเสียเปรียบด้านความเร็วและคุณภาพ
    ความเหลื่อมล้ำด้านทักษะอาจเพิ่มขึ้นระหว่างคนที่ใช้ AI เป็นกับคนที่ไม่ใช้

    https://ma.ttias.be/web-development-is-fun-again/
    🚀 AI ทำให้การพัฒนาเว็บ “สนุกอีกครั้ง”: เมื่อความซับซ้อนถูกลดทอนด้วยเครื่องมือยุคใหม่ ในบทความนี้ Mattias Geniar เล่าถึงวิวัฒนาการของการพัฒนาเว็บตั้งแต่ยุค PHP 4, Dreamweaver และ jQuery ที่ทุกอย่างเรียบง่ายจนสามารถทำทั้งโปรเจกต์ได้คนเดียว มาถึงยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วย build pipelines, bundlers, CSS frameworks, observability และระบบที่ซับซ้อนจนยากจะตามให้ทัน โดยเฉพาะสำหรับนักพัฒนาเดี่ยวที่ต้องดูแลทั้ง frontend และ backend พร้อมกัน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือการมาถึงของ AI ซึ่งช่วยลดภาระงานที่เคยหนักหน่วง ทั้งการเขียนโค้ด การแก้บั๊ก การออกแบบสถาปัตยกรรม และการจัดการงานซ้ำๆ ทำให้เขารู้สึกว่า “ควบคุมทั้งสแตกได้อีกครั้ง” และกลับมามีความมั่นใจในการเริ่มโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่เคยรู้สึกว่าใหญ่เกินตัว AI ยังช่วยให้เขาดึงประสบการณ์จากคนเก่งๆ ที่เคยร่วมงานด้วยกลับมาใช้ได้อีกครั้ง ผ่านการให้ AI เลียนแบบมาตรฐานการเขียนโค้ด วิธีคิด และแนวทางแก้ปัญหาของคนเหล่านั้น ทำให้ productivity เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และลดความรู้สึกท่วมท้นจากความซับซ้อนของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ท้ายที่สุด เขาบอกว่า AI ไม่ได้แค่ช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น แต่ยังคืน “พื้นที่สร้างสรรค์” ให้กับนักพัฒนาอีกครั้ง ทำให้มีเวลาคิดเรื่อง UX, UI และไอเดียใหม่ๆ มากกว่าการจมอยู่กับ pipeline หรือ boilerplate ที่กินพลังงานจิตใจในอดีต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความซับซ้อนของการพัฒนาเว็บยุคใหม่ ➡️ frontend เต็มไปด้วยเครื่องมือและมาตรฐานใหม่ เช่น bundlers, PWAs, Core Web Vitals ➡️ backend ต้องรับมือกับ design patterns, observability, infra และ dependency จำนวนมาก ➡️ นักพัฒนาเดี่ยวไม่สามารถ “ทำทุกอย่าง” ได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน ✅ AI เข้ามาช่วยลดช่องว่าง ➡️ เครื่องมืออย่าง Claude และ Codex ช่วยเพิ่ม productivity อย่างมหาศาล ➡️ AI ทำให้เริ่มโปรเจกต์ใหม่ได้เร็วขึ้น และลดความรู้สึกท่วมท้น ➡️ สามารถใช้ AI เพื่อเลียนแบบมาตรฐานและแนวคิดของผู้เชี่ยวชาญที่เคยร่วมงานด้วย ‼️ ความเสี่ยงและข้อควรระวัง ⛔ การพึ่ง AI มากเกินไปอาจทำให้ขาดความเข้าใจพื้นฐานของระบบ ⛔ โค้ดที่ AI สร้างอาจดูดีแต่มีปัญหาเชิงสถาปัตยกรรมซ่อนอยู่ ⛔ ความเร็วที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้มองข้ามการทดสอบหรือความปลอดภัย ‼️ ผลกระทบต่อวงการพัฒนาเว็บ ⛔ ความคาดหวังต่อ productivity ของนักพัฒนาอาจสูงขึ้น ⛔ ทีมที่ไม่ใช้ AI อาจเสียเปรียบด้านความเร็วและคุณภาพ ⛔ ความเหลื่อมล้ำด้านทักษะอาจเพิ่มขึ้นระหว่างคนที่ใช้ AI เป็นกับคนที่ไม่ใช้ https://ma.ttias.be/web-development-is-fun-again/
    MA.TTIAS.BE
    Web development is fun again
    AI tools brought me back to levels of productivity I haven't felt in years. Web development is fun again.
    0 Comments 0 Shares 22 Views 0 Reviews
  • 21 บทเรียนจาก 14 ปีใน Google: สิ่งที่สำคัญกว่า “การเขียนโค้ดเก่ง”

    ประสบการณ์กว่า 14 ปีของ Addy Osmani ใน Google ทำให้เขาค้นพบว่าเส้นทางของวิศวกรซอฟต์แวร์ไม่ได้วัดกันที่ “ความเก่งด้านเทคนิค” เพียงอย่างเดียว แต่คือความสามารถในการทำงานร่วมกับคนอื่น การจัดการความไม่แน่นอน และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อทั้งทีมและผู้ใช้จริง บทเรียนเหล่านี้สะท้อนความจริงที่หลายคนมักเรียนรู้ช้าเกินไป—ว่าความสำเร็จในองค์กรใหญ่เกิดจากการเข้าใจ “ระบบนิเวศของงาน” มากกว่าการเขียนโค้ดเพียงลำพัง

    หนึ่งในหัวใจสำคัญคือ “การหมกมุ่นกับปัญหาของผู้ใช้” มากกว่าการหลงใหลในเทคโนโลยีใหม่ๆ วิศวกรที่สร้างคุณค่ามากที่สุดคือคนที่เข้าใจปัญหาจริงอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่คนที่เริ่มต้นด้วยโซลูชันแล้วค่อยหาปัญหาใส่ นอกจากนี้ เขายังเน้นว่าความสามารถในการร่วมกันหาคำตอบสำคัญกว่าการ “ถูกต้องคนเดียว” เพราะการชนะดีเบตอาจทำให้แพ้ทั้งโปรเจกต์ได้

    อีกบทเรียนที่โดดเด่นคือ “ความชัดเจนสำคัญกว่าความฉลาดล้ำ” โค้ดที่ดีไม่ใช่โค้ดที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือโค้ดที่คนอื่นอ่านแล้วเข้าใจง่ายที่สุด โดยเฉพาะในองค์กรใหญ่ที่โค้ดของคุณอาจถูกแก้ไขตอนตีสามในเหตุการณ์ outage นอกจากนี้ Addy ยังเตือนว่า “ความแปลกใหม่” ของเทคโนโลยีคือหนี้ที่ต้องชำระในอนาคต ทั้งด้านการบำรุงรักษา การสรรหาคน และความเสี่ยงในการใช้งาน

    ท้ายที่สุด เขาย้ำว่าความก้าวหน้าในอาชีพเกิดจากการสะสมประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง การเขียน การสอน การล้มเหลว และการเรียนรู้จากมัน—ทั้งหมดนี้คือดอกเบี้ยทบต้นของเส้นทางวิศวกรที่ยั่งยืน ไม่ใช่การหวังลัดหรือการไล่ตามเทคโนโลยีใหม่อย่างไร้ทิศทาง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    บทเรียนด้านการทำงานและความคิด
    เริ่มจากปัญหาของผู้ใช้ ไม่ใช่เทคโนโลยี
    การร่วมกันหาคำตอบสำคัญกว่าการ “ถูกต้อง”
    ความชัดเจนในโค้ดคือสัญลักษณ์ของความเป็น senior

    บทเรียนด้านเทคนิคและการออกแบบระบบ
    ความแปลกใหม่ของเทคโนโลยีคือหนี้ที่ต้องชำระ
    โค้ดที่ดีที่สุดคือโค้ดที่ไม่ต้องเขียน
    ทีมที่ช้า มักช้าเพราะ “ไม่ตรงกัน” ไม่ใช่เพราะคนไม่เก่ง

    ความเสี่ยงที่มักมองข้าม
    การพึ่ง abstraction มากเกินไปจนไม่เข้าใจพื้นฐาน
    การชนะดีเบตมากเกินไปจนสร้างแรงต้านเงียบ
    การทำ “glue work” แบบไร้ขอบเขตจนทำให้เส้นทางอาชีพชะงัก

    ผลกระทบต่อเส้นทางอาชีพ
    โค้ดดีอย่างเดียวไม่พอ หากไม่มีใครพูดแทนคุณในห้องประชุม
    การไล่ตามโปรโมชันโดยไม่รู้ว่าตัวเองแลกอะไรไป
    การไม่สร้างเครือข่าย ทำให้พลาดโอกาสในระยะยาว

    https://addyosmani.com/blog/21-lessons/
    🧭 21 บทเรียนจาก 14 ปีใน Google: สิ่งที่สำคัญกว่า “การเขียนโค้ดเก่ง” ประสบการณ์กว่า 14 ปีของ Addy Osmani ใน Google ทำให้เขาค้นพบว่าเส้นทางของวิศวกรซอฟต์แวร์ไม่ได้วัดกันที่ “ความเก่งด้านเทคนิค” เพียงอย่างเดียว แต่คือความสามารถในการทำงานร่วมกับคนอื่น การจัดการความไม่แน่นอน และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อทั้งทีมและผู้ใช้จริง บทเรียนเหล่านี้สะท้อนความจริงที่หลายคนมักเรียนรู้ช้าเกินไป—ว่าความสำเร็จในองค์กรใหญ่เกิดจากการเข้าใจ “ระบบนิเวศของงาน” มากกว่าการเขียนโค้ดเพียงลำพัง หนึ่งในหัวใจสำคัญคือ “การหมกมุ่นกับปัญหาของผู้ใช้” มากกว่าการหลงใหลในเทคโนโลยีใหม่ๆ วิศวกรที่สร้างคุณค่ามากที่สุดคือคนที่เข้าใจปัญหาจริงอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่คนที่เริ่มต้นด้วยโซลูชันแล้วค่อยหาปัญหาใส่ นอกจากนี้ เขายังเน้นว่าความสามารถในการร่วมกันหาคำตอบสำคัญกว่าการ “ถูกต้องคนเดียว” เพราะการชนะดีเบตอาจทำให้แพ้ทั้งโปรเจกต์ได้ อีกบทเรียนที่โดดเด่นคือ “ความชัดเจนสำคัญกว่าความฉลาดล้ำ” โค้ดที่ดีไม่ใช่โค้ดที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือโค้ดที่คนอื่นอ่านแล้วเข้าใจง่ายที่สุด โดยเฉพาะในองค์กรใหญ่ที่โค้ดของคุณอาจถูกแก้ไขตอนตีสามในเหตุการณ์ outage นอกจากนี้ Addy ยังเตือนว่า “ความแปลกใหม่” ของเทคโนโลยีคือหนี้ที่ต้องชำระในอนาคต ทั้งด้านการบำรุงรักษา การสรรหาคน และความเสี่ยงในการใช้งาน ท้ายที่สุด เขาย้ำว่าความก้าวหน้าในอาชีพเกิดจากการสะสมประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง การเขียน การสอน การล้มเหลว และการเรียนรู้จากมัน—ทั้งหมดนี้คือดอกเบี้ยทบต้นของเส้นทางวิศวกรที่ยั่งยืน ไม่ใช่การหวังลัดหรือการไล่ตามเทคโนโลยีใหม่อย่างไร้ทิศทาง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ บทเรียนด้านการทำงานและความคิด ➡️ เริ่มจากปัญหาของผู้ใช้ ไม่ใช่เทคโนโลยี ➡️ การร่วมกันหาคำตอบสำคัญกว่าการ “ถูกต้อง” ➡️ ความชัดเจนในโค้ดคือสัญลักษณ์ของความเป็น senior ✅ บทเรียนด้านเทคนิคและการออกแบบระบบ ➡️ ความแปลกใหม่ของเทคโนโลยีคือหนี้ที่ต้องชำระ ➡️ โค้ดที่ดีที่สุดคือโค้ดที่ไม่ต้องเขียน ➡️ ทีมที่ช้า มักช้าเพราะ “ไม่ตรงกัน” ไม่ใช่เพราะคนไม่เก่ง ‼️ ความเสี่ยงที่มักมองข้าม ⛔ การพึ่ง abstraction มากเกินไปจนไม่เข้าใจพื้นฐาน ⛔ การชนะดีเบตมากเกินไปจนสร้างแรงต้านเงียบ ⛔ การทำ “glue work” แบบไร้ขอบเขตจนทำให้เส้นทางอาชีพชะงัก ‼️ ผลกระทบต่อเส้นทางอาชีพ ⛔ โค้ดดีอย่างเดียวไม่พอ หากไม่มีใครพูดแทนคุณในห้องประชุม ⛔ การไล่ตามโปรโมชันโดยไม่รู้ว่าตัวเองแลกอะไรไป ⛔ การไม่สร้างเครือข่าย ทำให้พลาดโอกาสในระยะยาว https://addyosmani.com/blog/21-lessons/
    ADDYOSMANI.COM
    21 Lessons From 14 Years at Google
    Lessons learned from 14 years of engineering at Google, focusing on what truly matters beyond just writing great code.
    0 Comments 0 Shares 15 Views 0 Reviews
  • ทักษะไซเบอร์สำคัญกว่า “จำนวนคน” ในยุค AI: องค์กรต้องเร่งอัปสกิลก่อนถูกโจมตี

    รายงาน ISC2 Workforce Study ปี 2025 ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการความปลอดภัยไซเบอร์ เมื่อ “ช่องว่างทักษะ” กลายเป็นปัญหาหลักที่รุนแรงกว่า “จำนวนบุคลากร” ที่ไม่เพียงพอ องค์กรจำนวนมากแม้จะหยุดลดงบประมาณและชะลอการปลดพนักงานแล้ว แต่ความกดดันกลับเพิ่มขึ้น เพราะบุคลากรที่มีอยู่ยังขาดทักษะสำคัญในการรับมือภัยคุกคามยุคใหม่

    สิ่งที่น่าตกใจคือ 88% ของผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ระบุว่าองค์กรของตนเคยเกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างน้อยหนึ่งครั้งเพราะขาดทักษะที่จำเป็น และกว่า 59% ยอมรับว่าช่องว่างทักษะในทีมของตน “รุนแรงหรือวิกฤต” มากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ องค์กรจำนวนมากยังต้องให้บุคลากรที่ไม่เชี่ยวชาญเข้ามารับผิดชอบงานสำคัญ หรือปล่อยให้บางส่วนของระบบ “ไร้การป้องกัน” เพราะไม่มีคนที่มีความสามารถเพียงพอ

    ในอีกด้านหนึ่ง AI กลายเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย ผู้เชี่ยวชาญกว่า 69% ระบุว่าองค์กรของตนกำลังทดสอบหรือใช้งาน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย และกว่า 73% เชื่อว่า AI จะสร้างทักษะเฉพาะทางใหม่ๆ ที่จำเป็นต่ออาชีพนี้ อย่างไรก็ตาม การใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึก ไม่ใช่แค่การกดปุ่มใช้งาน ทำให้การอัปสกิลด้าน AI กลายเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนสำหรับบุคลากรทุกระดับ

    แม้ความกดดันจะสูง แต่รายงานยังเผยด้านบวกว่า 80% ของผู้เชี่ยวชาญยังรู้สึก “หลงใหล” ในงานด้านไซเบอร์ และ 87% เชื่อว่าอาชีพนี้จะยังคงมีความต้องการสูงในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความเหนื่อยล้าจากการต้องตามภัยคุกคามใหม่ๆ และภาระงานที่หนักยังคงเป็นปัญหาที่องค์กรต้องจัดการอย่างจริงจัง เพื่อรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไว้ในระยะยาว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ช่องว่างทักษะไซเบอร์กำลังรุนแรงขึ้น
    88% ขององค์กรเคยเกิดเหตุด้านความปลอดภัยเพราะขาดทักษะ
    59% ระบุว่าช่องว่างทักษะอยู่ในระดับ “รุนแรงหรือวิกฤต”
    องค์กรบางแห่งต้องใช้บุคลากรที่ไม่เชี่ยวชาญมารับงานสำคัญ

    AI กลายเป็นทักษะจำเป็นอันดับต้นๆ
    69% ขององค์กรกำลังใช้งานหรือทดสอบ AI
    73% เชื่อว่า AI จะสร้างทักษะเฉพาะทางใหม่
    48% เริ่มเรียนรู้พื้นฐาน AI ด้วยตนเอง

    ความเสี่ยงที่เกิดจากการขาดทักษะ
    ระบบบางส่วนถูกปล่อยให้ไร้การป้องกัน
    เกิดการตั้งค่าระบบผิดพลาด (misconfiguration)
    ไม่มีเวลาเพียงพอสำหรับการฝึกอบรมบุคลากร

    ผลกระทบต่อบุคลากรและองค์กร
    บุคลากร 48% รู้สึกเหนื่อยล้าจากการตามภัยคุกคาม
    ภาระงานสูงทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการลาออก
    องค์กรที่ไม่ลงทุนด้านทักษะจะเสี่ยงต่อเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น

    https://www.csoonline.com/article/4108270/cybersecurity-skills-matter-more-than-headcount-in-the-ai-era.html
    🤖 ทักษะไซเบอร์สำคัญกว่า “จำนวนคน” ในยุค AI: องค์กรต้องเร่งอัปสกิลก่อนถูกโจมตี รายงาน ISC2 Workforce Study ปี 2025 ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการความปลอดภัยไซเบอร์ เมื่อ “ช่องว่างทักษะ” กลายเป็นปัญหาหลักที่รุนแรงกว่า “จำนวนบุคลากร” ที่ไม่เพียงพอ องค์กรจำนวนมากแม้จะหยุดลดงบประมาณและชะลอการปลดพนักงานแล้ว แต่ความกดดันกลับเพิ่มขึ้น เพราะบุคลากรที่มีอยู่ยังขาดทักษะสำคัญในการรับมือภัยคุกคามยุคใหม่ สิ่งที่น่าตกใจคือ 88% ของผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ระบุว่าองค์กรของตนเคยเกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างน้อยหนึ่งครั้งเพราะขาดทักษะที่จำเป็น และกว่า 59% ยอมรับว่าช่องว่างทักษะในทีมของตน “รุนแรงหรือวิกฤต” มากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ องค์กรจำนวนมากยังต้องให้บุคลากรที่ไม่เชี่ยวชาญเข้ามารับผิดชอบงานสำคัญ หรือปล่อยให้บางส่วนของระบบ “ไร้การป้องกัน” เพราะไม่มีคนที่มีความสามารถเพียงพอ ในอีกด้านหนึ่ง AI กลายเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย ผู้เชี่ยวชาญกว่า 69% ระบุว่าองค์กรของตนกำลังทดสอบหรือใช้งาน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย และกว่า 73% เชื่อว่า AI จะสร้างทักษะเฉพาะทางใหม่ๆ ที่จำเป็นต่ออาชีพนี้ อย่างไรก็ตาม การใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึก ไม่ใช่แค่การกดปุ่มใช้งาน ทำให้การอัปสกิลด้าน AI กลายเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนสำหรับบุคลากรทุกระดับ แม้ความกดดันจะสูง แต่รายงานยังเผยด้านบวกว่า 80% ของผู้เชี่ยวชาญยังรู้สึก “หลงใหล” ในงานด้านไซเบอร์ และ 87% เชื่อว่าอาชีพนี้จะยังคงมีความต้องการสูงในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความเหนื่อยล้าจากการต้องตามภัยคุกคามใหม่ๆ และภาระงานที่หนักยังคงเป็นปัญหาที่องค์กรต้องจัดการอย่างจริงจัง เพื่อรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไว้ในระยะยาว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ช่องว่างทักษะไซเบอร์กำลังรุนแรงขึ้น ➡️ 88% ขององค์กรเคยเกิดเหตุด้านความปลอดภัยเพราะขาดทักษะ ➡️ 59% ระบุว่าช่องว่างทักษะอยู่ในระดับ “รุนแรงหรือวิกฤต” ➡️ องค์กรบางแห่งต้องใช้บุคลากรที่ไม่เชี่ยวชาญมารับงานสำคัญ ✅ AI กลายเป็นทักษะจำเป็นอันดับต้นๆ ➡️ 69% ขององค์กรกำลังใช้งานหรือทดสอบ AI ➡️ 73% เชื่อว่า AI จะสร้างทักษะเฉพาะทางใหม่ ➡️ 48% เริ่มเรียนรู้พื้นฐาน AI ด้วยตนเอง ‼️ ความเสี่ยงที่เกิดจากการขาดทักษะ ⛔ ระบบบางส่วนถูกปล่อยให้ไร้การป้องกัน ⛔ เกิดการตั้งค่าระบบผิดพลาด (misconfiguration) ⛔ ไม่มีเวลาเพียงพอสำหรับการฝึกอบรมบุคลากร ‼️ ผลกระทบต่อบุคลากรและองค์กร ⛔ บุคลากร 48% รู้สึกเหนื่อยล้าจากการตามภัยคุกคาม ⛔ ภาระงานสูงทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการลาออก ⛔ องค์กรที่ไม่ลงทุนด้านทักษะจะเสี่ยงต่อเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น https://www.csoonline.com/article/4108270/cybersecurity-skills-matter-more-than-headcount-in-the-ai-era.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Cybersecurity skills matter more than headcount in the AI era
    The latest ISC2 workforce study reveals that skills gaps are increasing as cybersecurity professionals adopt AI tools and report critical staffing needs across organizations.
    0 Comments 0 Shares 17 Views 0 Reviews
  • 5 กฎมารยาทอีเมลที่มืออาชีพทุกคนควรรู้ — สรุปจากหน้าที่คุณเปิดอยู่

    บทความนี้จาก SlashGear อธิบายอย่างชัดเจนว่าทำไม “อีเมล” ถึงยังเป็นทักษะสำคัญในโลกการทำงานยุคใหม่ แม้จะดูเหมือนเรื่องพื้นฐาน แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ไวยากรณ์ การตอบกลับ การตั้งค่าอัตโนมัติ และลายเซ็น ล้วนสะท้อนความเป็นมืออาชีพของผู้ส่งได้อย่างมาก เนื้อหาย้ำว่าอีเมลเป็นการสื่อสารแบบ asynchronous จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อให้ข้อความชัดเจนและไม่สร้างความเข้าใจผิด

    หนึ่งในหัวใจสำคัญคือ “ไวยากรณ์” เพราะภาษาที่ดีช่วยให้ข้อความมีความแม่นยำและลดความคลุมเครือ ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Douglas Rushkoff ยังกล่าวว่าแม้แต่ทวีตที่เขียนไม่ดี ก็สะท้อนความคิดที่ไม่เป็นระเบียบได้เช่นกัน ผู้เขียนแนะนำให้ตรวจทานอีเมลอย่างน้อยหนึ่งถึงสองรอบ และใช้เครื่องมือช่วย เช่น Grammarly หรือ Writing Tools บนสมาร์ทโฟน แต่ไม่ควรพึ่งพา AI มากเกินไปเพราะอาจแก้ผิดหรือแก้เกินความจำเป็นได้

    บทความยังกล่าวถึง “กฎ 24 ชั่วโมง” ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการติดตามอีเมล หากส่งอีเมลแล้วไม่ได้รับคำตอบ ควรรออย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนส่งตาม และไม่ควรเร่งรัดเกินไป งานวิจัยยังพบว่า 90% ของการตอบกลับเกิดขึ้นภายในหนึ่งวัน และครึ่งหนึ่งตอบภายใน 47 นาทีด้วยซ้ำ ทำให้การติดตามเร็วเกินไปอาจดูเร่งรัดหรือกดดันผู้รับโดยไม่จำเป็น

    สุดท้ายคือการตั้งค่า “Out-of-office auto‑reply”, การตรวจสอบชื่อผู้รับให้ถูกต้อง และการใช้ “ลายเซ็นอีเมล” ที่เหมาะสม ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ความเป็นมืออาชีพ และลดความผิดพลาดที่อาจสร้างความเสียหายได้ เช่น การส่งอีเมลผิดคน หรือการสื่อสารที่ไม่ครบถ้วน ลายเซ็นยังทำหน้าที่เหมือนนามบัตรดิจิทัลที่ช่วยให้ผู้รับรู้จักตัวตนและบทบาทของคุณได้ทันที

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากบทความ
    อีเมลเป็นช่องทางสื่อสารหลักในงานมืออาชีพ และต้องใส่ใจมารยาทในการเขียน
    ไวยากรณ์ที่ดีช่วยให้ข้อความชัดเจนและสะท้อนความเป็นมืออาชีพ
    ควรตรวจทานอีเมล 1–2 รอบ และใช้เครื่องมือช่วยอย่างเหมาะสม
    กฎ 24 ชั่วโมง: หากไม่ได้รับคำตอบ ให้รอ 24–48 ชม. ก่อนตามอีกครั้ง
    การตั้งค่า Out‑of‑office ช่วยลดความสับสนและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
    ควรตรวจสอบชื่อผู้รับและอีเมลปลายทางให้ถูกต้องเสมอ
    ลายเซ็นอีเมลช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพ

    ข้อควรระวัง
    การสะกดชื่อผู้รับผิดเป็นความผิดพลาดที่สร้างความรู้สึกไม่ดีได้มาก
    การส่งอีเมลผิดคนอาจนำไปสู่เหตุการณ์น่าอายหรือข้อมูลรั่วไหลได้
    การพึ่งพา AI แก้ไวยากรณ์มากเกินไปอาจทำให้ข้อความผิดเพี้ยนหรือไม่เป็นธรรมชาติ

    https://www.slashgear.com/2065809/professional-email-etiquette-rules-explained/
    ✉️💼 5 กฎมารยาทอีเมลที่มืออาชีพทุกคนควรรู้ — สรุปจากหน้าที่คุณเปิดอยู่ บทความนี้จาก SlashGear อธิบายอย่างชัดเจนว่าทำไม “อีเมล” ถึงยังเป็นทักษะสำคัญในโลกการทำงานยุคใหม่ แม้จะดูเหมือนเรื่องพื้นฐาน แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ไวยากรณ์ การตอบกลับ การตั้งค่าอัตโนมัติ และลายเซ็น ล้วนสะท้อนความเป็นมืออาชีพของผู้ส่งได้อย่างมาก เนื้อหาย้ำว่าอีเมลเป็นการสื่อสารแบบ asynchronous จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อให้ข้อความชัดเจนและไม่สร้างความเข้าใจผิด หนึ่งในหัวใจสำคัญคือ “ไวยากรณ์” เพราะภาษาที่ดีช่วยให้ข้อความมีความแม่นยำและลดความคลุมเครือ ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Douglas Rushkoff ยังกล่าวว่าแม้แต่ทวีตที่เขียนไม่ดี ก็สะท้อนความคิดที่ไม่เป็นระเบียบได้เช่นกัน ผู้เขียนแนะนำให้ตรวจทานอีเมลอย่างน้อยหนึ่งถึงสองรอบ และใช้เครื่องมือช่วย เช่น Grammarly หรือ Writing Tools บนสมาร์ทโฟน แต่ไม่ควรพึ่งพา AI มากเกินไปเพราะอาจแก้ผิดหรือแก้เกินความจำเป็นได้ บทความยังกล่าวถึง “กฎ 24 ชั่วโมง” ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการติดตามอีเมล หากส่งอีเมลแล้วไม่ได้รับคำตอบ ควรรออย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนส่งตาม และไม่ควรเร่งรัดเกินไป งานวิจัยยังพบว่า 90% ของการตอบกลับเกิดขึ้นภายในหนึ่งวัน และครึ่งหนึ่งตอบภายใน 47 นาทีด้วยซ้ำ ทำให้การติดตามเร็วเกินไปอาจดูเร่งรัดหรือกดดันผู้รับโดยไม่จำเป็น สุดท้ายคือการตั้งค่า “Out-of-office auto‑reply”, การตรวจสอบชื่อผู้รับให้ถูกต้อง และการใช้ “ลายเซ็นอีเมล” ที่เหมาะสม ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ความเป็นมืออาชีพ และลดความผิดพลาดที่อาจสร้างความเสียหายได้ เช่น การส่งอีเมลผิดคน หรือการสื่อสารที่ไม่ครบถ้วน ลายเซ็นยังทำหน้าที่เหมือนนามบัตรดิจิทัลที่ช่วยให้ผู้รับรู้จักตัวตนและบทบาทของคุณได้ทันที 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากบทความ ➡️ อีเมลเป็นช่องทางสื่อสารหลักในงานมืออาชีพ และต้องใส่ใจมารยาทในการเขียน ➡️ ไวยากรณ์ที่ดีช่วยให้ข้อความชัดเจนและสะท้อนความเป็นมืออาชีพ ➡️ ควรตรวจทานอีเมล 1–2 รอบ และใช้เครื่องมือช่วยอย่างเหมาะสม ➡️ กฎ 24 ชั่วโมง: หากไม่ได้รับคำตอบ ให้รอ 24–48 ชม. ก่อนตามอีกครั้ง ➡️ การตั้งค่า Out‑of‑office ช่วยลดความสับสนและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ➡️ ควรตรวจสอบชื่อผู้รับและอีเมลปลายทางให้ถูกต้องเสมอ ➡️ ลายเซ็นอีเมลช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพ ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ การสะกดชื่อผู้รับผิดเป็นความผิดพลาดที่สร้างความรู้สึกไม่ดีได้มาก ⛔ การส่งอีเมลผิดคนอาจนำไปสู่เหตุการณ์น่าอายหรือข้อมูลรั่วไหลได้ ⛔ การพึ่งพา AI แก้ไวยากรณ์มากเกินไปอาจทำให้ข้อความผิดเพี้ยนหรือไม่เป็นธรรมชาติ https://www.slashgear.com/2065809/professional-email-etiquette-rules-explained/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Email Etiquette Tips Every Professional Should Know - SlashGear
    The difference between a good and great email often comes down to etiquette. Learn what professionals do to get it right every time.
    0 Comments 0 Shares 21 Views 0 Reviews
  • 4 คำถามง่าย ๆ ที่ ChatGPT ยังตอบไม่ได้ — และเหตุผลที่มันยังเป็นเรื่องท้าทาย
    บทความนี้ชี้ให้เห็นจุดอ่อนที่ยังคงอยู่ของ ChatGPT แม้จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ปี 2022 จนถึงรุ่น GPT‑5.2 แล้วก็ตาม แม้โมเดลจะตอบได้ “ทุกคำถาม” แต่ไม่ได้หมายความว่าคำตอบจะถูกต้อง เข้าใจโจทย์ หรือแม้แต่สอดคล้องกับความจริงเสมอไป จุดอ่อนเหล่านี้สะท้อนธรรมชาติของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างคำตอบที่ “ฟังดูดี” มากกว่าการตรวจสอบความจริงอย่างเข้มงวด

    แม้ OpenAI จะลดอัตราการให้คำตอบหลอกลวงลงจาก 4.8% เหลือ 2.1% แต่ก็ยังไม่ใช่ระบบที่ไร้ข้อผิดพลาด และยิ่งเมื่อผู้ใช้ตั้งใจ “หลอก” โมเดลด้วยคำถามซับซ้อนหรือข้อมูลผิด ๆ ก็ยิ่งทำให้เห็นข้อจำกัดชัดเจนขึ้น บทความนี้จึงสรุป 4 ประเภทคำถามที่ ChatGPT ยังรับมือได้ไม่ดีนัก พร้อมตัวอย่างที่น่าสนใจ

    1. คำถามที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่โมเดลถูกห้ามตอบ
    ChatGPT ถูกกำหนดด้วยกฎความปลอดภัย เช่น ห้ามช่วยทำสิ่งผิดกฎหมาย ห้ามให้คำแนะนำอันตราย และห้ามสร้างเนื้อหาเชิงเพศที่ไม่เหมาะสม แม้จะตอบ “ข้อมูลทั่วไป” ได้ แต่จะไม่ให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติ เช่น วิธีทำอาวุธหรือการแฮ็กข้อมูล
    แม้ในหัวข้อที่ถูกกฎหมาย เช่น เรื่องเพศแบบยินยอม โมเดลก็ยังมีขอบเขตจำกัด เช่น ไม่เขียนฉากเซ็กซ์แบบ explicit และไม่ทำ “sexy chat” กับผู้ใช้

    2. ปริศนาที่ต้องคิดเอง ไม่ใช่ปริศนาที่มีเฉลยบนอินเทอร์เน็ต
    ChatGPT เก่งมากในการตอบปริศนาที่มีเฉลยอยู่แล้ว แต่ถ้าปรับเงื่อนไขเพียงเล็กน้อย มันมักจะกลับไปใช้คำตอบเดิม เช่น
    ปริศนาหมาป่า–แพะ–กะหล่ำปลี แม้จะเพิ่ม “เรือมี 3 ช่องแยก” มันก็ยังตอบแบบเดิม
    ปริศนาประตูสองบาน แม้ผู้ใช้จะระบุชัดว่าใครโกหกใครพูดจริง มันก็ยังตอบสูตรสำเร็จเดิม
    ปริศนาญาติ “That man’s father is my father’s son” แม้จะตัดข้อมูลสำคัญออก มันก็ยังตอบว่าเป็น “ลูกชาย” โดยไม่พิจารณาความเป็นไปได้อื่น

    นี่สะท้อนว่าโมเดลไม่ได้ “คิด” แต่ดึงรูปแบบคำตอบที่คุ้นเคยมาใช้

    3. คำถามที่ตั้งอยู่บน “ข้อมูลผิด”
    ChatGPT มักจะเล่นตามโจทย์ แม้โจทย์จะผิด เช่น
    ถามว่าทำไม Claire กับ Allison “กอดกัน” ใน The Breakfast Club ทั้งที่ฉากนั้นไม่เคยมี
    ขอให้บรรยาย “ห้าพี่น้อง” ใน Little Women ทั้งที่มีแค่สี่คน มันก็เขียนครบห้าคนโดยไม่ท้วง

    โมเดลจะคัดค้านเฉพาะข้อมูลผิดที่ “โด่งดังมาก” เช่น Berenstain Bears แต่ถ้าความผิดนั้นไม่แพร่หลาย มันจะตอบตามที่ผู้ใช้ต้องการ แม้จะผิดก็ตาม

    4. คำถามเชิง “ทำไมคุณทำแบบนั้น”
    โมเดลไม่มีความทรงจำ ไม่มีเจตนา และไม่มีการเข้าถึงกระบวนการคิดภายใน ดังนั้นคำถามอย่าง
    “ทำไมคุณตอบแบบนั้น?”
    จึงไม่มีคำตอบจริง มันจะสร้างคำอธิบายที่ “ฟังดูสมเหตุสมผล” เช่น
    “เป็น memory drift”
    “เป็นความเข้าใจผิดที่พบได้ทั่วไป” แต่เมื่อถามซ้ำ มันก็เปลี่ยนคำอธิบายไปเรื่อย ๆ เพราะมันไม่ได้อ้างอิงเหตุผลจริง เพียงสร้างคำตอบที่เหมาะสมที่สุดตามสถิติของภาษา

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากบทความ
    ChatGPT พัฒนาอย่างมาก แต่ยังมีคำถามบางประเภทที่ตอบไม่ได้อย่างถูกต้อง
    GPT‑5.2 ลดอัตราคำตอบหลอกลวงลง แต่ยังไม่ไร้ข้อผิดพลาด
    โมเดลถูกจำกัดด้วยกฎความปลอดภัย ทำให้ตอบบางเรื่องไม่ได้
    ปริศนาที่ต้องคิดเองยังเป็นจุดอ่อน เพราะโมเดลมักใช้คำตอบสำเร็จรูป
    โมเดลมักตอบตามโจทย์ แม้โจทย์จะผิดหรือข้อมูลจะไม่จริง
    คำถามเชิง introspection ตอบไม่ได้ เพราะโมเดลไม่มีการเข้าถึงกระบวนการคิดภายใน

    ข้อควรระวังในการใช้งาน
    อย่าใช้ ChatGPT เพื่อขอคำแนะนำด้านการแพทย์ การเงิน หรือกิจกรรมผิดกฎหมาย
    อย่าเชื่อคำตอบทุกอย่างโดยไม่ตรวจสอบ โดยเฉพาะคำตอบที่ฟังดูมั่นใจมาก
    ระวังคำตอบที่สร้างขึ้นจากข้อมูลผิดที่ผู้ใช้ป้อนเอง
    โมเดลอาจสร้างคำอธิบายที่ “ฟังดูดี” แต่ไม่ใช่เหตุผลจริง

    https://www.slashgear.com/2064826/simple-questions-chatgpt-still-cant-answer/
    🧠⚡ 4 คำถามง่าย ๆ ที่ ChatGPT ยังตอบไม่ได้ — และเหตุผลที่มันยังเป็นเรื่องท้าทาย บทความนี้ชี้ให้เห็นจุดอ่อนที่ยังคงอยู่ของ ChatGPT แม้จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ปี 2022 จนถึงรุ่น GPT‑5.2 แล้วก็ตาม แม้โมเดลจะตอบได้ “ทุกคำถาม” แต่ไม่ได้หมายความว่าคำตอบจะถูกต้อง เข้าใจโจทย์ หรือแม้แต่สอดคล้องกับความจริงเสมอไป จุดอ่อนเหล่านี้สะท้อนธรรมชาติของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างคำตอบที่ “ฟังดูดี” มากกว่าการตรวจสอบความจริงอย่างเข้มงวด แม้ OpenAI จะลดอัตราการให้คำตอบหลอกลวงลงจาก 4.8% เหลือ 2.1% แต่ก็ยังไม่ใช่ระบบที่ไร้ข้อผิดพลาด และยิ่งเมื่อผู้ใช้ตั้งใจ “หลอก” โมเดลด้วยคำถามซับซ้อนหรือข้อมูลผิด ๆ ก็ยิ่งทำให้เห็นข้อจำกัดชัดเจนขึ้น บทความนี้จึงสรุป 4 ประเภทคำถามที่ ChatGPT ยังรับมือได้ไม่ดีนัก พร้อมตัวอย่างที่น่าสนใจ 🔒 1. คำถามที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่โมเดลถูกห้ามตอบ ChatGPT ถูกกำหนดด้วยกฎความปลอดภัย เช่น ห้ามช่วยทำสิ่งผิดกฎหมาย ห้ามให้คำแนะนำอันตราย และห้ามสร้างเนื้อหาเชิงเพศที่ไม่เหมาะสม แม้จะตอบ “ข้อมูลทั่วไป” ได้ แต่จะไม่ให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติ เช่น วิธีทำอาวุธหรือการแฮ็กข้อมูล แม้ในหัวข้อที่ถูกกฎหมาย เช่น เรื่องเพศแบบยินยอม โมเดลก็ยังมีขอบเขตจำกัด เช่น ไม่เขียนฉากเซ็กซ์แบบ explicit และไม่ทำ “sexy chat” กับผู้ใช้ 🧩 2. ปริศนาที่ต้องคิดเอง ไม่ใช่ปริศนาที่มีเฉลยบนอินเทอร์เน็ต ChatGPT เก่งมากในการตอบปริศนาที่มีเฉลยอยู่แล้ว แต่ถ้าปรับเงื่อนไขเพียงเล็กน้อย มันมักจะกลับไปใช้คำตอบเดิม เช่น 🎗️ ปริศนาหมาป่า–แพะ–กะหล่ำปลี แม้จะเพิ่ม “เรือมี 3 ช่องแยก” มันก็ยังตอบแบบเดิม 🎗️ ปริศนาประตูสองบาน แม้ผู้ใช้จะระบุชัดว่าใครโกหกใครพูดจริง มันก็ยังตอบสูตรสำเร็จเดิม 🎗️ ปริศนาญาติ “That man’s father is my father’s son” แม้จะตัดข้อมูลสำคัญออก มันก็ยังตอบว่าเป็น “ลูกชาย” โดยไม่พิจารณาความเป็นไปได้อื่น นี่สะท้อนว่าโมเดลไม่ได้ “คิด” แต่ดึงรูปแบบคำตอบที่คุ้นเคยมาใช้ 🌀 3. คำถามที่ตั้งอยู่บน “ข้อมูลผิด” ChatGPT มักจะเล่นตามโจทย์ แม้โจทย์จะผิด เช่น 🎗️ ถามว่าทำไม Claire กับ Allison “กอดกัน” ใน The Breakfast Club ทั้งที่ฉากนั้นไม่เคยมี 🎗️ ขอให้บรรยาย “ห้าพี่น้อง” ใน Little Women ทั้งที่มีแค่สี่คน มันก็เขียนครบห้าคนโดยไม่ท้วง โมเดลจะคัดค้านเฉพาะข้อมูลผิดที่ “โด่งดังมาก” เช่น Berenstain Bears แต่ถ้าความผิดนั้นไม่แพร่หลาย มันจะตอบตามที่ผู้ใช้ต้องการ แม้จะผิดก็ตาม 🪞 4. คำถามเชิง “ทำไมคุณทำแบบนั้น” โมเดลไม่มีความทรงจำ ไม่มีเจตนา และไม่มีการเข้าถึงกระบวนการคิดภายใน ดังนั้นคำถามอย่าง “ทำไมคุณตอบแบบนั้น?” จึงไม่มีคำตอบจริง มันจะสร้างคำอธิบายที่ “ฟังดูสมเหตุสมผล” เช่น 🎗️ “เป็น memory drift” 🎗️ “เป็นความเข้าใจผิดที่พบได้ทั่วไป” แต่เมื่อถามซ้ำ มันก็เปลี่ยนคำอธิบายไปเรื่อย ๆ เพราะมันไม่ได้อ้างอิงเหตุผลจริง เพียงสร้างคำตอบที่เหมาะสมที่สุดตามสถิติของภาษา 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากบทความ ➡️ ChatGPT พัฒนาอย่างมาก แต่ยังมีคำถามบางประเภทที่ตอบไม่ได้อย่างถูกต้อง ➡️ GPT‑5.2 ลดอัตราคำตอบหลอกลวงลง แต่ยังไม่ไร้ข้อผิดพลาด ➡️ โมเดลถูกจำกัดด้วยกฎความปลอดภัย ทำให้ตอบบางเรื่องไม่ได้ ➡️ ปริศนาที่ต้องคิดเองยังเป็นจุดอ่อน เพราะโมเดลมักใช้คำตอบสำเร็จรูป ➡️ โมเดลมักตอบตามโจทย์ แม้โจทย์จะผิดหรือข้อมูลจะไม่จริง ➡️ คำถามเชิง introspection ตอบไม่ได้ เพราะโมเดลไม่มีการเข้าถึงกระบวนการคิดภายใน ‼️ ข้อควรระวังในการใช้งาน ⛔ อย่าใช้ ChatGPT เพื่อขอคำแนะนำด้านการแพทย์ การเงิน หรือกิจกรรมผิดกฎหมาย ⛔ อย่าเชื่อคำตอบทุกอย่างโดยไม่ตรวจสอบ โดยเฉพาะคำตอบที่ฟังดูมั่นใจมาก ⛔ ระวังคำตอบที่สร้างขึ้นจากข้อมูลผิดที่ผู้ใช้ป้อนเอง ⛔ โมเดลอาจสร้างคำอธิบายที่ “ฟังดูดี” แต่ไม่ใช่เหตุผลจริง https://www.slashgear.com/2064826/simple-questions-chatgpt-still-cant-answer/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    4 Simple Questions ChatGPT Still Can't Answer - SlashGear
    Simple questions ChatGPT still can't answer in 2026. Discover why GPT-5.2 fails at basic logic puzzles and movie facts. Learn about AI's persistent weaknesses.
    0 Comments 0 Shares 22 Views 0 Reviews
  • AI ดาวเทียมค้นพบแหล่งลิเทียมขนาดมหึมาในแคนาดา — อาจเปลี่ยนเกมพลังงานโลก

    การค้นพบครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมพลังงานยุคใหม่ เมื่อ Fleet Space บริษัทเทคโนโลยีด้านอวกาศประกาศว่าได้ตรวจพบแหล่งลิเทียมขนาดใหญ่ในรัฐควิเบก ประเทศแคนาดา โดยใช้ระบบดาวเทียมที่ขับเคลื่อนด้วย AI การค้นพบนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 41,000 เฮกตาร์ และอาจมีศักยภาพในการขุดได้มากถึง 329 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นปริมาณที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจด้านทรัพยากรสำคัญของโลกได้

    Fleet Space ใช้แพลตฟอร์ม Exosphere ซึ่งเป็นระบบวิเคราะห์ธรณีฟิสิกส์หลายชั้นที่ผสานข้อมูลจากเซ็นเซอร์ภาคพื้นดินเข้ากับการประมวลผล AI บนดาวเทียม ระบบนี้สามารถสแกนใต้พื้นดินลึกถึง 7 กิโลเมตร และมีความไวสูงกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมถึง 10 เท่า ทำให้สามารถระบุโครงสร้างหินและแร่ที่มีศักยภาพได้อย่างแม่นยำกว่าวิธีเดิมมาก

    การค้นพบนี้เกิดขึ้นในช่วงที่โลกกำลังเผชิญการแข่งขันแย่งชิงลิเทียมอย่างดุเดือด โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นผู้ครองตลาดการแปรรูปแร่ลิเทียม Fleet Space ระบุว่า AI ช่วยเร่งกระบวนการสำรวจ ลดต้นทุน และเพิ่มความแม่นยำในการเลือกจุดเจาะสำรวจที่มีโอกาสสูงสุด ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในอุตสาหกรรมที่มีอัตราความสำเร็จต่ำมาก—เพียง 1 เหมืองจาก 1,000 โครงการสำรวจ ตามงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอุปซอลา

    แม้การค้นพบแหล่งลิเทียมจะเป็นก้าวสำคัญ แต่ยังไม่รับประกันว่าจะสามารถพัฒนาเป็นเหมืองได้จริง เพราะต้องผ่านการสำรวจเชิงลึก การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการลงทุนมหาศาล อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีดาวเทียม + AI กำลังเปลี่ยนวิธีการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ และอาจทำให้แคนาดากลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดลิเทียมโลกในอนาคตอันใกล้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Fleet Space พบแหล่งลิเทียมขนาดใหญ่ในควิเบก ครอบคลุม 41,000 เฮกตาร์
    ประเมินศักยภาพสูงสุดถึง 329 ล้านตันของแร่ลิเทียม
    ใช้ระบบดาวเทียม Exosphere ที่สแกนลึกได้ถึง 7 กม. และไวกว่าเดิม 10 เท่า
    AI ช่วยคาดการณ์ตำแหน่งแร่ใต้ดินและลดต้นทุนการสำรวจ
    อัตราความสำเร็จของการสำรวจเหมืองต่ำมาก—1 จาก 1,000 โครงการ

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    การค้นพบไม่เท่ากับการทำเหมืองได้จริง ต้องผ่านขั้นตอนอีกมาก
    ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลต่อการพัฒนาแหล่งแร่
    การขุดลิเทียมมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต้องประเมินอย่างรอบคอบ

    https://www.slashgear.com/2064850/canada-ai-satellite-locates-lithium-deposit/
    🇨🇦⚡ AI ดาวเทียมค้นพบแหล่งลิเทียมขนาดมหึมาในแคนาดา — อาจเปลี่ยนเกมพลังงานโลก การค้นพบครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมพลังงานยุคใหม่ เมื่อ Fleet Space บริษัทเทคโนโลยีด้านอวกาศประกาศว่าได้ตรวจพบแหล่งลิเทียมขนาดใหญ่ในรัฐควิเบก ประเทศแคนาดา โดยใช้ระบบดาวเทียมที่ขับเคลื่อนด้วย AI การค้นพบนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 41,000 เฮกตาร์ และอาจมีศักยภาพในการขุดได้มากถึง 329 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นปริมาณที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจด้านทรัพยากรสำคัญของโลกได้ Fleet Space ใช้แพลตฟอร์ม Exosphere ซึ่งเป็นระบบวิเคราะห์ธรณีฟิสิกส์หลายชั้นที่ผสานข้อมูลจากเซ็นเซอร์ภาคพื้นดินเข้ากับการประมวลผล AI บนดาวเทียม ระบบนี้สามารถสแกนใต้พื้นดินลึกถึง 7 กิโลเมตร และมีความไวสูงกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมถึง 10 เท่า ทำให้สามารถระบุโครงสร้างหินและแร่ที่มีศักยภาพได้อย่างแม่นยำกว่าวิธีเดิมมาก การค้นพบนี้เกิดขึ้นในช่วงที่โลกกำลังเผชิญการแข่งขันแย่งชิงลิเทียมอย่างดุเดือด โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นผู้ครองตลาดการแปรรูปแร่ลิเทียม Fleet Space ระบุว่า AI ช่วยเร่งกระบวนการสำรวจ ลดต้นทุน และเพิ่มความแม่นยำในการเลือกจุดเจาะสำรวจที่มีโอกาสสูงสุด ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในอุตสาหกรรมที่มีอัตราความสำเร็จต่ำมาก—เพียง 1 เหมืองจาก 1,000 โครงการสำรวจ ตามงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอุปซอลา แม้การค้นพบแหล่งลิเทียมจะเป็นก้าวสำคัญ แต่ยังไม่รับประกันว่าจะสามารถพัฒนาเป็นเหมืองได้จริง เพราะต้องผ่านการสำรวจเชิงลึก การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการลงทุนมหาศาล อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีดาวเทียม + AI กำลังเปลี่ยนวิธีการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ และอาจทำให้แคนาดากลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดลิเทียมโลกในอนาคตอันใกล้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Fleet Space พบแหล่งลิเทียมขนาดใหญ่ในควิเบก ครอบคลุม 41,000 เฮกตาร์ ➡️ ประเมินศักยภาพสูงสุดถึง 329 ล้านตันของแร่ลิเทียม ➡️ ใช้ระบบดาวเทียม Exosphere ที่สแกนลึกได้ถึง 7 กม. และไวกว่าเดิม 10 เท่า ➡️ AI ช่วยคาดการณ์ตำแหน่งแร่ใต้ดินและลดต้นทุนการสำรวจ ➡️ อัตราความสำเร็จของการสำรวจเหมืองต่ำมาก—1 จาก 1,000 โครงการ ‼️ คำเตือน / ความเสี่ยง ⛔ การค้นพบไม่เท่ากับการทำเหมืองได้จริง ต้องผ่านขั้นตอนอีกมาก ⛔ ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลต่อการพัฒนาแหล่งแร่ ⛔ การขุดลิเทียมมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต้องประเมินอย่างรอบคอบ https://www.slashgear.com/2064850/canada-ai-satellite-locates-lithium-deposit/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    A Huge Lithium Deposit In Canada May Have Just Been Found Thanks To AI Satellites - SlashGear
    Using AI and satellite-based sensing, researchers have identified a huge lithium deposit in Canada, that could reshape North America’s battery supply chain.
    0 Comments 0 Shares 19 Views 0 Reviews
More Results