• Goodnight my sweet heart 🥱💗
    Hope you sleep well and sweet dreams 😇😴
    #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    Goodnight my sweet heart 🥱💗 Hope you sleep well and sweet dreams 😇😴 #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 17 มุมมอง 0 รีวิว
  • ธนาคารกลาง 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย, อินเดีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, และสิงคโปร์ ประกาศจัดตั้ง Nexus Global Payments (NGP) บริษัทมหาชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรเพื่อสร้างระบบโอนเงินข้ามประเทศแบบทันที (instant payment system - IPS)
    .
    Nexus เป็นโครงการที่ริเริ่มโดย ธนาคารเพื่อการชำระเงินระหว่างประเทศ (Bank for International Settlements - BIS) มีแนวทางที่จะปรับปรุงกระบวนการเชื่อมต่อธนาคารระหว่างประเทศเข้าด้วยกันในรูปแบบที่ทันสมัย ใช้ API ของ ISO 20022 และสร้าง ecosystem ที่เปิดให้มีการโอนเงินข้ามประเทศได้สะดวก โดยคาดว่าหากระบบ Nexus เปิดใช้งานจริง กระบวนการโอนเงินทั้งระบบจะถึงปลายทางภายในเวลา 60 วินาที
    .
    การทำงานภายใน Nexus วางแนวทางการทำงานของผู้ให้บริการแต่ละส่วนเป็นชิ้นแยกกัน เช่น ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา, ผู้ให้บริการเชื่อมต่อ แต่ละส่วนสามารถคิดค่าบริการของตัวเอง และแสดงให้ผู้ใช้บริการเห็นค่าธรรมเนียมทั้งเส้นได้ทันที ธนาคารต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกับ Nexus ได้ง่ายขึ้นเพราะเป็นการเชื่อมต่อจุดเดียวแทนที่จะต้องเชื่อมต่อไปทีละประเทศแบบเดิม
    .
    ตอนนี้ NGP เริ่มกระบวนการคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญเข้ามาพัฒนาและดำเนินการแล้ว ส่วน BIS จะเป็นที่ปรึกษาโครงการต่อไป
    .
    https://www.blognone.com/node/145643
    ธนาคารกลาง 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย, อินเดีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, และสิงคโปร์ ประกาศจัดตั้ง Nexus Global Payments (NGP) บริษัทมหาชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรเพื่อสร้างระบบโอนเงินข้ามประเทศแบบทันที (instant payment system - IPS) . Nexus เป็นโครงการที่ริเริ่มโดย ธนาคารเพื่อการชำระเงินระหว่างประเทศ (Bank for International Settlements - BIS) มีแนวทางที่จะปรับปรุงกระบวนการเชื่อมต่อธนาคารระหว่างประเทศเข้าด้วยกันในรูปแบบที่ทันสมัย ใช้ API ของ ISO 20022 และสร้าง ecosystem ที่เปิดให้มีการโอนเงินข้ามประเทศได้สะดวก โดยคาดว่าหากระบบ Nexus เปิดใช้งานจริง กระบวนการโอนเงินทั้งระบบจะถึงปลายทางภายในเวลา 60 วินาที . การทำงานภายใน Nexus วางแนวทางการทำงานของผู้ให้บริการแต่ละส่วนเป็นชิ้นแยกกัน เช่น ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา, ผู้ให้บริการเชื่อมต่อ แต่ละส่วนสามารถคิดค่าบริการของตัวเอง และแสดงให้ผู้ใช้บริการเห็นค่าธรรมเนียมทั้งเส้นได้ทันที ธนาคารต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกับ Nexus ได้ง่ายขึ้นเพราะเป็นการเชื่อมต่อจุดเดียวแทนที่จะต้องเชื่อมต่อไปทีละประเทศแบบเดิม . ตอนนี้ NGP เริ่มกระบวนการคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญเข้ามาพัฒนาและดำเนินการแล้ว ส่วน BIS จะเป็นที่ปรึกษาโครงการต่อไป . https://www.blognone.com/node/145643
    WWW.BLOGNONE.COM
    ไทย อินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ประกาศตั้งบริษัทกลางสร้างระบบโอนเงินข้ามประเทศแบบทันที
    ธนาคารกลาง 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย, อินเดีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, และสิงคโปร์ ประกาศจัดตั้ง Nexus Global Payments (NGP) บริษัทมหาชนที่ไม่แสวงหา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 58 มุมมอง 0 รีวิว
  • เชื่อว่าเพื่อนเพจต้องเคยเห็นอุปกรณ์จุดไฟชนิดหนึ่งในละครจีนหลายเรื่อง หน้าตาเป็นกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ เปิดฝามาใช้มือโบกพัดหรือปากเป่าไม่กี่ทีก็มีไฟติด ใช้แทนเทียนได้ ซึ่ง Storyฯ คิดว่ามันน่าทึ่งมากเพราะไม่ต้องใช้หินเหล็กตีให้เกิดประกายไฟและไม่ต้องมีการชักสูบเหมือนตะบันไฟ Storyฯ ขอเรียกมันว่า ‘กระบอกจุดไฟ’ หรือที่ชาวจีนเรียกว่า ‘หั่วเจ๋อจื่อ’ (火折子)

    จากบันทึกโบราณ เทคโนโลยีนี้มีมาแต่สมัยราชวงศ์เหนือใต้ (ประมาณช่วงปีค.ศ. 577) เป็นวิธีการเก็บไฟไว้ใช้ของนางกำนัลในวังโดยใช้กระดาษเนื้อหยาบมาม้วนอัดลงไปในถังไม้แล้วจุดไฟ จากนั้นก็ดับไฟลงจนไม่เหลือเปลวไฟแต่ยังมีสะเก็ดไฟคุกรุ่นไว้แล้วก็ปิดฝาไว้ พอจะใช้ก็เปิดฝาออกมาเป่าจนไฟติด ต่อมาจึงพัฒนามาเป็นอุปกรณ์ที่ใช้พกพาได้ แต่แรกเริ่มนั้น จุดติดได้เพียงครั้งเดียว

    กระบอกจุดไฟแบบนี้เป็นที่นิยมเพราะสะดวกต่อการพกพา และเมื่อเป็นที่นิยมมากขึ้นกรรมวิธีการทำก็ซับซ้อนขึ้น วิธีทำกระบอกไฟที่ดีคือใช้วัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงได้ (เช่น กระดาษเนื้อหยาบ หญ้าบางชนิด มูลสัตว์ หรืออย่างดีคือเถามันเทศและปุยนุ่น) มาหมักน้ำแล้วบีบทุบและเค้นจนเป็นใย ทำอย่างนี้หลายครั้งก่อนจะนำไปตากแห้ง จากนั้นก็นำไปผสมกับขี้ไต้ (ส่วนผสมเท่าที่หาข้อมูลได้ก็มี ดีเกลือ ผงกำมะถัน ยางสน และการบูร) แล้วอัดเข้าไปในกระบอกไม้ไผ่ ก่อนใช้ต้องจุดไฟจนติดแรง แล้วค่อยดับไฟลงจนเหลือเพียงสะเก็ดไฟคุกรุ่นอยู่ข้างในแต่ไม่เหลือเปลวไฟ แล้วจึงปิดกระบอกด้วยฝาที่มีรูเล็ก พอจะใช้ก็เปิดออกแล้วเป่าจนไฟติด สามารถใช้ได้หลายครั้งจนเชื้อเพลิงหมดกระบอก และสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานหลายวัน

    ฟังดูเหมือนง่าย แต่ความยากของมันอยู่ที่ความพอดีของวัสดุเชื้อเพลิงและขี้ไต้ และความหนาแน่นที่พอดีในกระบอกที่ใส่ แน่นอนว่ากระบอกจุดไฟหั่วเจ๋อจื่อมีหลายเกรดแตกต่างกัน ในกลุ่มผู้มีอันจะกินจะใช้เชื้อเพลิงจากใยมันเทศและนุ่นผสมขี้ไต้ตามที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งกรรมวิธีทำจะซับซ้อน แต่จุดง่ายกว่า เพียงใช้มือโบกพัดไม่กี่ทีก็จุดติด

    ส่วนชาวบ้านธรรมดานิยมใช้เยื่อกระดาษหยาบ จะติดไฟยากกว่า เวลาเป่าให้ไฟติดจึงต้องมีเทคนิคมากหน่อย เพราะต้องเป็นลมที่เกิดอย่างกะทันหัน สั้นและแรง จึงจะก่อให้เกิดแรงกระตุ้นที่ดี เพราะฉะนั้นอย่างที่เราเห็นในละคร... ถ้าเราเป็นจอมยุทธ์ก็เพียงสะบัดมือวืดเดียวค่ะ แต่ถ้าไร้วรยุทธ์ก็ต้องใช้ปากเป่าค่ะ

    (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory)

    Credit รูปภาพจากละคร <ปริศนาลับราชวงศ์ถัง> และจาก:
    https://k.sina.cn/article_5100008885_12ffbf5b500100ysyy.html?from=ent&subch=film
    https://www.163.com/dy/article/FO6T9F2R05437E9K.html
    Credit ข้อมูลรวบรวมจาก:
    https://www.163.com/dy/article/FO6T9F2R05437E9K.html
    https://kknews.cc/history/x4q6ojr.html
    http://m.qulishi.com/article/202009/438462.html

    #ปริศนาลับราชวงศ์ถัง #กระบอกไฟ #แท่งไฟโบราณ #แท่งจุดไฟ #หั่วเจ๋อจื่อ #กระบอกจุดไฟโบราณ
    เชื่อว่าเพื่อนเพจต้องเคยเห็นอุปกรณ์จุดไฟชนิดหนึ่งในละครจีนหลายเรื่อง หน้าตาเป็นกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ เปิดฝามาใช้มือโบกพัดหรือปากเป่าไม่กี่ทีก็มีไฟติด ใช้แทนเทียนได้ ซึ่ง Storyฯ คิดว่ามันน่าทึ่งมากเพราะไม่ต้องใช้หินเหล็กตีให้เกิดประกายไฟและไม่ต้องมีการชักสูบเหมือนตะบันไฟ Storyฯ ขอเรียกมันว่า ‘กระบอกจุดไฟ’ หรือที่ชาวจีนเรียกว่า ‘หั่วเจ๋อจื่อ’ (火折子) จากบันทึกโบราณ เทคโนโลยีนี้มีมาแต่สมัยราชวงศ์เหนือใต้ (ประมาณช่วงปีค.ศ. 577) เป็นวิธีการเก็บไฟไว้ใช้ของนางกำนัลในวังโดยใช้กระดาษเนื้อหยาบมาม้วนอัดลงไปในถังไม้แล้วจุดไฟ จากนั้นก็ดับไฟลงจนไม่เหลือเปลวไฟแต่ยังมีสะเก็ดไฟคุกรุ่นไว้แล้วก็ปิดฝาไว้ พอจะใช้ก็เปิดฝาออกมาเป่าจนไฟติด ต่อมาจึงพัฒนามาเป็นอุปกรณ์ที่ใช้พกพาได้ แต่แรกเริ่มนั้น จุดติดได้เพียงครั้งเดียว กระบอกจุดไฟแบบนี้เป็นที่นิยมเพราะสะดวกต่อการพกพา และเมื่อเป็นที่นิยมมากขึ้นกรรมวิธีการทำก็ซับซ้อนขึ้น วิธีทำกระบอกไฟที่ดีคือใช้วัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงได้ (เช่น กระดาษเนื้อหยาบ หญ้าบางชนิด มูลสัตว์ หรืออย่างดีคือเถามันเทศและปุยนุ่น) มาหมักน้ำแล้วบีบทุบและเค้นจนเป็นใย ทำอย่างนี้หลายครั้งก่อนจะนำไปตากแห้ง จากนั้นก็นำไปผสมกับขี้ไต้ (ส่วนผสมเท่าที่หาข้อมูลได้ก็มี ดีเกลือ ผงกำมะถัน ยางสน และการบูร) แล้วอัดเข้าไปในกระบอกไม้ไผ่ ก่อนใช้ต้องจุดไฟจนติดแรง แล้วค่อยดับไฟลงจนเหลือเพียงสะเก็ดไฟคุกรุ่นอยู่ข้างในแต่ไม่เหลือเปลวไฟ แล้วจึงปิดกระบอกด้วยฝาที่มีรูเล็ก พอจะใช้ก็เปิดออกแล้วเป่าจนไฟติด สามารถใช้ได้หลายครั้งจนเชื้อเพลิงหมดกระบอก และสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานหลายวัน ฟังดูเหมือนง่าย แต่ความยากของมันอยู่ที่ความพอดีของวัสดุเชื้อเพลิงและขี้ไต้ และความหนาแน่นที่พอดีในกระบอกที่ใส่ แน่นอนว่ากระบอกจุดไฟหั่วเจ๋อจื่อมีหลายเกรดแตกต่างกัน ในกลุ่มผู้มีอันจะกินจะใช้เชื้อเพลิงจากใยมันเทศและนุ่นผสมขี้ไต้ตามที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งกรรมวิธีทำจะซับซ้อน แต่จุดง่ายกว่า เพียงใช้มือโบกพัดไม่กี่ทีก็จุดติด ส่วนชาวบ้านธรรมดานิยมใช้เยื่อกระดาษหยาบ จะติดไฟยากกว่า เวลาเป่าให้ไฟติดจึงต้องมีเทคนิคมากหน่อย เพราะต้องเป็นลมที่เกิดอย่างกะทันหัน สั้นและแรง จึงจะก่อให้เกิดแรงกระตุ้นที่ดี เพราะฉะนั้นอย่างที่เราเห็นในละคร... ถ้าเราเป็นจอมยุทธ์ก็เพียงสะบัดมือวืดเดียวค่ะ แต่ถ้าไร้วรยุทธ์ก็ต้องใช้ปากเป่าค่ะ (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory) Credit รูปภาพจากละคร <ปริศนาลับราชวงศ์ถัง> และจาก: https://k.sina.cn/article_5100008885_12ffbf5b500100ysyy.html?from=ent&subch=film https://www.163.com/dy/article/FO6T9F2R05437E9K.html Credit ข้อมูลรวบรวมจาก: https://www.163.com/dy/article/FO6T9F2R05437E9K.html https://kknews.cc/history/x4q6ojr.html http://m.qulishi.com/article/202009/438462.html #ปริศนาลับราชวงศ์ถัง #กระบอกไฟ #แท่งไฟโบราณ #แท่งจุดไฟ #หั่วเจ๋อจื่อ #กระบอกจุดไฟโบราณ
    该文章已不存在_手机新浪网
    手机新浪网是新浪网的手机门户网站,为亿万用户打造一个手机联通世界的超级平台,提供24小时全面及时的中文资讯,内容覆盖国内外突发新闻事件、体坛赛事、娱乐时尚、产业资讯、实用信息等。手机新浪网触屏版 - sina.cn
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 52 มุมมอง 0 รีวิว
  • Goodbye sunshine, Goodbye my new friend 👋🥰🌄
    #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    Goodbye sunshine, Goodbye my new friend 👋🥰🌄 #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 27 มุมมอง 0 รีวิว
  • Newsstory : หลายคนสงสัย ทำไมบางตึกยังสั่น ต้องเช็คจุดนี้ ด่วน!!!!
    #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล
    #ตึกสั่น #อาฟเตอร์ช็อค
    Newsstory : หลายคนสงสัย ทำไมบางตึกยังสั่น ต้องเช็คจุดนี้ ด่วน!!!! #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล #ตึกสั่น #อาฟเตอร์ช็อค
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 80 มุมมอง 4 0 รีวิว
  • Newsstory : เตาหลอมเหล็กเส้น ที่ถูกใช้ในตึก สตง. ที่อื่นเลิกใช้ ที่ไทยเพียบเลย
    #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล
    #ตึกสตง #เตาหลอมเหล็กเส้น
    Newsstory : เตาหลอมเหล็กเส้น ที่ถูกใช้ในตึก สตง. ที่อื่นเลิกใช้ ที่ไทยเพียบเลย #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล #ตึกสตง #เตาหลอมเหล็กเส้น
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 78 มุมมอง 11 0 รีวิว
  • Newsstory : สรุปสาระสำคัญ เหตุที่ทำให้ตึก สตง. ถล่ม เกิดจากสิ่งนี้.....
    #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล
    #สาเหตุแท้จริง #ตึกถล่ม
    Newsstory : สรุปสาระสำคัญ เหตุที่ทำให้ตึก สตง. ถล่ม เกิดจากสิ่งนี้..... #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล #สาเหตุแท้จริง #ตึกถล่ม
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 85 มุมมอง 21 0 รีวิว
  • Newsstory : สนธิ จัดหนัก ฝากทูตจีนไม่ต้องห่วงชื่อเสียง เพราะเริ่มตกต่ำแล้ว
    #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล
    #ไม่ต้องห่วง
    Newsstory : สนธิ จัดหนัก ฝากทูตจีนไม่ต้องห่วงชื่อเสียง เพราะเริ่มตกต่ำแล้ว #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล #ไม่ต้องห่วง
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 76 มุมมอง 9 0 รีวิว
  • The lover
    #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    The lover #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 20 มุมมอง 0 รีวิว
  • เทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน ครั้งที่ 18 : [News story]

    หากสงกรานต์นี้ไม่รู้จะไปไหน News Story ขอเชิญเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน ครั้งที่ 18 จัดขึ้นในวันที่ 13-15 เมษายน 2568 เข้าชมฟรี
    เทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน ครั้งที่ 18 : [News story] หากสงกรานต์นี้ไม่รู้จะไปไหน News Story ขอเชิญเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน ครั้งที่ 18 จัดขึ้นในวันที่ 13-15 เมษายน 2568 เข้าชมฟรี
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 262 มุมมอง 24 0 รีวิว
  • 2/
    ทิศทาง Toretsk

    กองกำลังรัสเซียบุกโจมตีฝ่ายยูเครนอย่างหนักหน่วง สามารถยึดคืนพื้นที่ในเขตเมืองได้เกือบหมด หลังจากที่ก่อนหน้านี้กองกำลังยูเครนพยายามตอบโต้เพื่อยึดคืน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ และสูญเสียจำนวนมาก

    ภาพรถถังที่เสริมเกราะป้องกันโดรนโจมตีจากยูเครน อาจจะดูแปลกต่เหมือน "เต่า" แต่รับรองว่ามันได้ผลดีเยี่ยม
    2/ ทิศทาง Toretsk กองกำลังรัสเซียบุกโจมตีฝ่ายยูเครนอย่างหนักหน่วง สามารถยึดคืนพื้นที่ในเขตเมืองได้เกือบหมด หลังจากที่ก่อนหน้านี้กองกำลังยูเครนพยายามตอบโต้เพื่อยึดคืน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ และสูญเสียจำนวนมาก ภาพรถถังที่เสริมเกราะป้องกันโดรนโจมตีจากยูเครน อาจจะดูแปลกต่เหมือน "เต่า" แต่รับรองว่ามันได้ผลดีเยี่ยม
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 145 มุมมอง 37 0 รีวิว
  • 1/
    ทิศทาง Toretsk

    กองกำลังรัสเซียบุกโจมตีฝ่ายยูเครนอย่างหนักหน่วง สามารถยึดคืนพื้นที่ในเขตเมืองได้เกือบหมด หลังจากที่ก่อนหน้านี้กองกำลังยูเครนพยายามตอบโต้เพื่อยึดคืน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ และสูญเสียจำนวนมาก

    ภาพรถถังที่เสริมเกราะป้องกันโดรนโจมตีจากยูเครน อาจจะดูแปลกต่เหมือน "เต่า" แต่รับรองว่ามันได้ผลดีเยี่ยม
    1/ ทิศทาง Toretsk กองกำลังรัสเซียบุกโจมตีฝ่ายยูเครนอย่างหนักหน่วง สามารถยึดคืนพื้นที่ในเขตเมืองได้เกือบหมด หลังจากที่ก่อนหน้านี้กองกำลังยูเครนพยายามตอบโต้เพื่อยึดคืน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ และสูญเสียจำนวนมาก ภาพรถถังที่เสริมเกราะป้องกันโดรนโจมตีจากยูเครน อาจจะดูแปลกต่เหมือน "เต่า" แต่รับรองว่ามันได้ผลดีเยี่ยม
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 90 มุมมอง 0 รีวิว
  • The Lover
    #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    The Lover #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 34 มุมมอง 0 รีวิว
  • หลายองค์กรยังคงใช้รหัสผ่านที่อ่อนแอ เช่น “123456” และ “password” ทำให้แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที รายงานจาก NordPass พบว่า เยอรมนี, สหรัฐฯ และจีนเป็นประเทศที่เผชิญกับการละเมิดรหัสผ่านมากที่สุด นอกจากนี้ ผู้ใช้บางรายใช้ชื่อและอีเมลเป็นรหัสผ่าน ทำให้เสี่ยงต่อการถูกแฮกมากขึ้น ธุรกิจควร บังคับใช้มาตรการความปลอดภัย เช่น ตัวจัดการรหัสผ่านและการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์

    ✅ รหัสผ่านยอดนิยมยังคงเป็นรหัสที่เดาง่าย
    - ในองค์กรขนาดใหญ่ รหัสที่ถูกใช้มากที่สุดคือ “123456789” (378,182 ครั้ง) ตามด้วย “123456” (356,341 ครั้ง) และ “12345678” (145,688 ครั้ง)
    - ธุรกิจขนาดเล็กและกลางก็ไม่น่ากังวลน้อยไปกว่า โดย “123456” ถูกใช้รวมกันถึง 852,861 ครั้ง

    ✅ เยอรมนีเป็นประเทศที่มีการละเมิดรหัสผ่านมากที่สุด
    - พบ 582,067 กรณีการละเมิด ตามด้วย สหรัฐฯ (502,435) และจีน (448,375)

    ✅ หลายคนใช้ชื่อและอีเมลเป็นรหัสผ่าน—ทำให้เสี่ยงถูกเจาะระบบง่ายขึ้น
    - NordPass พบว่า ผู้ใช้จำนวนมากใช้ชื่อของตนเองหรืออีเมลเป็นรหัสผ่าน ซึ่งทำให้แฮกเกอร์สามารถโจมตีบัญชีได้ง่ายขึ้น
    - หนึ่งในรหัสผ่านที่พบบ่อยที่สุดคือ “TimeLord12” (30,447 ครั้ง) ซึ่งเชื่อว่าอาจมาจาก แฟนซีรีส์ Doctor Who

    ✅ ธุรกิจควรบังคับใช้มาตรการสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งขึ้น
    - บังคับใช้นโยบายรหัสผ่านที่ปลอดภัย เพื่อลดการใช้รหัสผ่านที่อ่อนแอ
    - ใช้ตัวจัดการรหัสผ่าน เพื่อสร้างและจัดเก็บรหัสที่ซับซ้อน
    - เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) เพื่อเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัย

    https://www.techradar.com/pro/security/businesses-still-havent-stopped-using-weak-passwords-and-its-getting-super-risky
    หลายองค์กรยังคงใช้รหัสผ่านที่อ่อนแอ เช่น “123456” และ “password” ทำให้แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที รายงานจาก NordPass พบว่า เยอรมนี, สหรัฐฯ และจีนเป็นประเทศที่เผชิญกับการละเมิดรหัสผ่านมากที่สุด นอกจากนี้ ผู้ใช้บางรายใช้ชื่อและอีเมลเป็นรหัสผ่าน ทำให้เสี่ยงต่อการถูกแฮกมากขึ้น ธุรกิจควร บังคับใช้มาตรการความปลอดภัย เช่น ตัวจัดการรหัสผ่านและการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ ✅ รหัสผ่านยอดนิยมยังคงเป็นรหัสที่เดาง่าย - ในองค์กรขนาดใหญ่ รหัสที่ถูกใช้มากที่สุดคือ “123456789” (378,182 ครั้ง) ตามด้วย “123456” (356,341 ครั้ง) และ “12345678” (145,688 ครั้ง) - ธุรกิจขนาดเล็กและกลางก็ไม่น่ากังวลน้อยไปกว่า โดย “123456” ถูกใช้รวมกันถึง 852,861 ครั้ง ✅ เยอรมนีเป็นประเทศที่มีการละเมิดรหัสผ่านมากที่สุด - พบ 582,067 กรณีการละเมิด ตามด้วย สหรัฐฯ (502,435) และจีน (448,375) ✅ หลายคนใช้ชื่อและอีเมลเป็นรหัสผ่าน—ทำให้เสี่ยงถูกเจาะระบบง่ายขึ้น - NordPass พบว่า ผู้ใช้จำนวนมากใช้ชื่อของตนเองหรืออีเมลเป็นรหัสผ่าน ซึ่งทำให้แฮกเกอร์สามารถโจมตีบัญชีได้ง่ายขึ้น - หนึ่งในรหัสผ่านที่พบบ่อยที่สุดคือ “TimeLord12” (30,447 ครั้ง) ซึ่งเชื่อว่าอาจมาจาก แฟนซีรีส์ Doctor Who ✅ ธุรกิจควรบังคับใช้มาตรการสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งขึ้น - บังคับใช้นโยบายรหัสผ่านที่ปลอดภัย เพื่อลดการใช้รหัสผ่านที่อ่อนแอ - ใช้ตัวจัดการรหัสผ่าน เพื่อสร้างและจัดเก็บรหัสที่ซับซ้อน - เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) เพื่อเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัย https://www.techradar.com/pro/security/businesses-still-havent-stopped-using-weak-passwords-and-its-getting-super-risky
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 69 มุมมอง 0 รีวิว
  • JetKVM เป็นอุปกรณ์ KVM over IP แบบโอเพ่นซอร์สที่ระดมทุนได้กว่า $4.3 ล้านบน Kickstarter อุปกรณ์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ ควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกลผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยใช้ HDMI และ USB นอกจากนี้ JetKVM ยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อผ่าน Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และมีพอร์ต RJ11 ที่สามารถใช้สำหรับการควบคุมเซ็นเซอร์หรือพลังงาน ATX ปัจจุบันอุปกรณ์ยังสามารถสั่งซื้อได้ในราคา $69 แม้แคมเปญ Kickstarter จะปิดไปแล้ว

    ✅ ระดมทุนเกินเป้าหมายหลายเท่าตัว—Kickstarter ปิดระดมทุนที่ $4.3 ล้าน
    - JetKVM ตั้งเป้าหมายระดมทุนเพียง $50,000 แต่สามารถทะลุเป้าหมายกว่า 87 เท่า
    - ผู้สนับสนุน 31,598 รายให้การสนับสนุนอุปกรณ์นี้

    ✅ รองรับการควบคุมคอมพิวเตอร์แบบเต็มรูปแบบผ่านเว็บเบราว์เซอร์
    - JetKVM ใช้พอร์ต HDMI สำหรับดึงวิดีโอ และพอร์ต USB เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ควบคุม
    - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์จากระยะไกลได้ แม้ในกรณีที่เครื่องไม่ตอบสนอง

    ✅ สเปคของอุปกรณ์—ขับเคลื่อนด้วย RockChip RV1106G3 พร้อมระบบปฏิบัติการ Linux
    - ใช้ ARM Cortex-A7 ความเร็ว 1.0GHz พร้อมรองรับการเข้ารหัสวิดีโอแบบ H.264 และ H.265
    - มี RAM 256MB และที่เก็บข้อมูลแบบ eMMC ขนาด 16GB

    ✅ การเชื่อมต่อผ่าน JetKVM Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
    - รองรับ WebRTC เพื่อให้ผู้ใช้เชื่อมต่อแบบเข้ารหัสผ่านเซิร์ฟเวอร์เฉพาะ

    ✅ RJ11 extension port เป็นจุดเด่นที่ไม่ค่อยพบในอุปกรณ์ประเภทนี้
    - RJ11 รองรับ การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์, ระบบควบคุมพลังงาน ATX และการเข้าถึงคอนโซลแบบอนุกรม

    ✅ ผู้ใช้ยังสามารถเป็น "Late Backer" และสั่งซื้อได้ในราคา $69
    - แม้แคมเปญ Kickstarter จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ที่สนใจยังสามารถสั่งซื้อได้

    https://www.techradar.com/pro/jetkvm-is-an-exciting-tiny-open-source-kvm-over-ip-module-that-sold-almost-100-000-units-and-it-even-has-a-rare-rj11-port
    JetKVM เป็นอุปกรณ์ KVM over IP แบบโอเพ่นซอร์สที่ระดมทุนได้กว่า $4.3 ล้านบน Kickstarter อุปกรณ์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ ควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกลผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยใช้ HDMI และ USB นอกจากนี้ JetKVM ยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อผ่าน Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และมีพอร์ต RJ11 ที่สามารถใช้สำหรับการควบคุมเซ็นเซอร์หรือพลังงาน ATX ปัจจุบันอุปกรณ์ยังสามารถสั่งซื้อได้ในราคา $69 แม้แคมเปญ Kickstarter จะปิดไปแล้ว ✅ ระดมทุนเกินเป้าหมายหลายเท่าตัว—Kickstarter ปิดระดมทุนที่ $4.3 ล้าน - JetKVM ตั้งเป้าหมายระดมทุนเพียง $50,000 แต่สามารถทะลุเป้าหมายกว่า 87 เท่า - ผู้สนับสนุน 31,598 รายให้การสนับสนุนอุปกรณ์นี้ ✅ รองรับการควบคุมคอมพิวเตอร์แบบเต็มรูปแบบผ่านเว็บเบราว์เซอร์ - JetKVM ใช้พอร์ต HDMI สำหรับดึงวิดีโอ และพอร์ต USB เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ควบคุม - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์จากระยะไกลได้ แม้ในกรณีที่เครื่องไม่ตอบสนอง ✅ สเปคของอุปกรณ์—ขับเคลื่อนด้วย RockChip RV1106G3 พร้อมระบบปฏิบัติการ Linux - ใช้ ARM Cortex-A7 ความเร็ว 1.0GHz พร้อมรองรับการเข้ารหัสวิดีโอแบบ H.264 และ H.265 - มี RAM 256MB และที่เก็บข้อมูลแบบ eMMC ขนาด 16GB ✅ การเชื่อมต่อผ่าน JetKVM Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย - รองรับ WebRTC เพื่อให้ผู้ใช้เชื่อมต่อแบบเข้ารหัสผ่านเซิร์ฟเวอร์เฉพาะ ✅ RJ11 extension port เป็นจุดเด่นที่ไม่ค่อยพบในอุปกรณ์ประเภทนี้ - RJ11 รองรับ การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์, ระบบควบคุมพลังงาน ATX และการเข้าถึงคอนโซลแบบอนุกรม ✅ ผู้ใช้ยังสามารถเป็น "Late Backer" และสั่งซื้อได้ในราคา $69 - แม้แคมเปญ Kickstarter จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ที่สนใจยังสามารถสั่งซื้อได้ https://www.techradar.com/pro/jetkvm-is-an-exciting-tiny-open-source-kvm-over-ip-module-that-sold-almost-100-000-units-and-it-even-has-a-rare-rj11-port
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 77 มุมมอง 0 รีวิว
  • Windows Defender Antivirus บน Windows 11 ทำงานได้ดีในการป้องกันมัลแวร์ แต่มีข้อจำกัด เช่น ไม่มี VPN และฟีเจอร์เสริมที่บริการแอนติไวรัสอื่นมี แม้ในการทดสอบล่าสุดจะตรวจจับมัลแวร์ได้ 100% แต่ด้วย ภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้นจาก AI และแรนซัมแวร์ การเลือกใช้โปรแกรมแอนติไวรัสเพิ่มเติม อาจให้การปกป้องที่ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ Windows Defender สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมแอนติไวรัสอื่นได้ในโหมด Passive เพื่อเพิ่มชั้นความปลอดภัย

    ✅ Windows 10 จะหมดอายุในปี 2025—การอัปเกรดเป็น Windows 11 จำเป็นเพื่อรับแพตช์ความปลอดภัย
    - เมื่อ Windows 10 หยุดอัปเดตในเดือนตุลาคม 2025 ระบบจะไม่มีแพตช์รักษาความปลอดภัยใหม่
    - การอัปเกรดเป็น Windows 11 ช่วยให้ได้รับการปกป้องจากช่องโหว่ล่าสุด

    ✅ Windows Defender Antivirus ทำงานได้ดี แต่มีข้อจำกัด
    - ในการทดสอบล่าสุดโดย AV-TEST Windows Defender ตรวจจับมัลแวร์ได้ 100%
    - อย่างไรก็ตาม มันเป็นโซลูชันพื้นฐานที่ไม่มีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น VPN หรือระบบควบคุมการใช้งานสำหรับผู้ปกครอง

    ✅ ภัยคุกคามที่มากขึ้นในปี 2025—AI ช่วยให้แฮกเกอร์สร้างมัลแวร์ที่แนบเนียนขึ้น
    - รายงานจาก Malwarebytes ระบุว่า การโจมตีแบบแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้น 13% และแนวโน้มยังคงสูงขึ้น
    - แฮกเกอร์ใช้ AI เพื่อสร้างอีเมลฟิชชิ่งที่ดูสมจริงและยากต่อการตรวจจับ

    ✅ การใช้แอนติไวรัสจากบริษัทอื่นอาจให้ความปลอดภัยที่ครอบคลุมกว่า
    - บริการแอนติไวรัสระดับพรีเมียม มักมาพร้อมฟีเจอร์พิเศษ เช่น Password Manager, VPN และการป้องกันฟิชชิ่งขั้นสูง
    - ผู้ใช้สามารถ ติดตั้งแอนติไวรัสฟรี และใช้ร่วมกับ Windows Defender ได้ในโหมด Passive

    https://www.techradar.com/pro/security/do-i-really-need-antivirus-for-windows-11
    Windows Defender Antivirus บน Windows 11 ทำงานได้ดีในการป้องกันมัลแวร์ แต่มีข้อจำกัด เช่น ไม่มี VPN และฟีเจอร์เสริมที่บริการแอนติไวรัสอื่นมี แม้ในการทดสอบล่าสุดจะตรวจจับมัลแวร์ได้ 100% แต่ด้วย ภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้นจาก AI และแรนซัมแวร์ การเลือกใช้โปรแกรมแอนติไวรัสเพิ่มเติม อาจให้การปกป้องที่ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ Windows Defender สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมแอนติไวรัสอื่นได้ในโหมด Passive เพื่อเพิ่มชั้นความปลอดภัย ✅ Windows 10 จะหมดอายุในปี 2025—การอัปเกรดเป็น Windows 11 จำเป็นเพื่อรับแพตช์ความปลอดภัย - เมื่อ Windows 10 หยุดอัปเดตในเดือนตุลาคม 2025 ระบบจะไม่มีแพตช์รักษาความปลอดภัยใหม่ - การอัปเกรดเป็น Windows 11 ช่วยให้ได้รับการปกป้องจากช่องโหว่ล่าสุด ✅ Windows Defender Antivirus ทำงานได้ดี แต่มีข้อจำกัด - ในการทดสอบล่าสุดโดย AV-TEST Windows Defender ตรวจจับมัลแวร์ได้ 100% - อย่างไรก็ตาม มันเป็นโซลูชันพื้นฐานที่ไม่มีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น VPN หรือระบบควบคุมการใช้งานสำหรับผู้ปกครอง ✅ ภัยคุกคามที่มากขึ้นในปี 2025—AI ช่วยให้แฮกเกอร์สร้างมัลแวร์ที่แนบเนียนขึ้น - รายงานจาก Malwarebytes ระบุว่า การโจมตีแบบแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้น 13% และแนวโน้มยังคงสูงขึ้น - แฮกเกอร์ใช้ AI เพื่อสร้างอีเมลฟิชชิ่งที่ดูสมจริงและยากต่อการตรวจจับ ✅ การใช้แอนติไวรัสจากบริษัทอื่นอาจให้ความปลอดภัยที่ครอบคลุมกว่า - บริการแอนติไวรัสระดับพรีเมียม มักมาพร้อมฟีเจอร์พิเศษ เช่น Password Manager, VPN และการป้องกันฟิชชิ่งขั้นสูง - ผู้ใช้สามารถ ติดตั้งแอนติไวรัสฟรี และใช้ร่วมกับ Windows Defender ได้ในโหมด Passive https://www.techradar.com/pro/security/do-i-really-need-antivirus-for-windows-11
    WWW.TECHRADAR.COM
    Do I really need antivirus for Windows 11?
    Keep your device secured against malware and intricate attack vectors
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • ช่องโหว่ใน API ของแอป Call Filter ของ Verizon ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงประวัติการโทรของหมายเลขอื่นได้ แม้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงบัญชี ช่องโหว่นี้พบในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และถูกแก้ไขในเดือนมีนาคม แต่ ผู้ใช้ยังคงต้องระวังความเสี่ยง นักวิจัยเตือนว่า ข้อมูลโทรเข้าอาจถูกใช้ติดตามเป้าหมาย เช่น นักข่าว หรือฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล โดย Verizon ไม่เปิดเผยว่าช่องโหว่นี้ถูกใช้ในการโจมตีมาก่อนหรือไม่

    ✅ ช่องโหว่นี้เกิดจากการตั้งค่า API ที่ไม่ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์
    - นักวิจัย Evan Connelly พบว่า API ของแอป Call Filter อนุญาตให้ผู้ใช้ดึงข้อมูลประวัติการโทรได้โดยไม่ต้องตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชี
    - หมายความว่า ผู้โจมตีสามารถร้องขอข้อมูลของหมายเลขอื่นและดูรายการสายเรียกเข้าของเป้าหมายได้

    ✅ Call Filter เป็นแอปที่มีผู้ใช้หลายล้านคน เนื่องจากติดตั้งมากับอุปกรณ์ Verizon
    - แอปนี้ช่วยให้ผู้ใช้ บล็อกสายสแปม, ดูข้อมูลผู้โทร และกรองสายที่มีความเสี่ยงสูง
    - ยังมี เวอร์ชันพรีเมียมที่เพิ่มฟีเจอร์ เช่น การค้นหาสแปมและควบคุมสายโทรเข้าแบบละเอียด

    ✅ ช่องโหว่สามารถใช้เป็นเครื่องมือสอดแนมบุคคลสำคัญ
    - แม้การดูประวัติการโทรอาจไม่ดูอันตรายในตอนแรก แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ข้อมูลนี้สามารถถูกใช้สร้างโปรไฟล์ผู้ใช้งานได้
    - แฮกเกอร์สามารถ ติดตามกิจกรรมประจำวัน, วิเคราะห์ความสัมพันธ์ และเฝ้าระวังบุคคลเป้าหมาย เช่น นักข่าว, ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล และผู้มีอิทธิพลทางการเมือง

    ✅ Verizon ได้แก้ไขช่องโหว่แล้ว แต่ไม่เปิดเผยว่าถูกใช้โจมตีไปแล้วหรือไม่
    - ช่องโหว่ถูกแก้ไขในเดือนมีนาคม 2025 แต่ ยังไม่มีข้อมูลว่าเคยถูกใช้โจมตีจริงมาก่อนหรือไม่
    - ผู้ใช้ควร ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของตนและเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอ

    https://www.techradar.com/pro/security/verizon-security-flaw-could-allow-hackers-to-view-entire-call-history
    ช่องโหว่ใน API ของแอป Call Filter ของ Verizon ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงประวัติการโทรของหมายเลขอื่นได้ แม้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงบัญชี ช่องโหว่นี้พบในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และถูกแก้ไขในเดือนมีนาคม แต่ ผู้ใช้ยังคงต้องระวังความเสี่ยง นักวิจัยเตือนว่า ข้อมูลโทรเข้าอาจถูกใช้ติดตามเป้าหมาย เช่น นักข่าว หรือฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล โดย Verizon ไม่เปิดเผยว่าช่องโหว่นี้ถูกใช้ในการโจมตีมาก่อนหรือไม่ ✅ ช่องโหว่นี้เกิดจากการตั้งค่า API ที่ไม่ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ - นักวิจัย Evan Connelly พบว่า API ของแอป Call Filter อนุญาตให้ผู้ใช้ดึงข้อมูลประวัติการโทรได้โดยไม่ต้องตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชี - หมายความว่า ผู้โจมตีสามารถร้องขอข้อมูลของหมายเลขอื่นและดูรายการสายเรียกเข้าของเป้าหมายได้ ✅ Call Filter เป็นแอปที่มีผู้ใช้หลายล้านคน เนื่องจากติดตั้งมากับอุปกรณ์ Verizon - แอปนี้ช่วยให้ผู้ใช้ บล็อกสายสแปม, ดูข้อมูลผู้โทร และกรองสายที่มีความเสี่ยงสูง - ยังมี เวอร์ชันพรีเมียมที่เพิ่มฟีเจอร์ เช่น การค้นหาสแปมและควบคุมสายโทรเข้าแบบละเอียด ✅ ช่องโหว่สามารถใช้เป็นเครื่องมือสอดแนมบุคคลสำคัญ - แม้การดูประวัติการโทรอาจไม่ดูอันตรายในตอนแรก แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ข้อมูลนี้สามารถถูกใช้สร้างโปรไฟล์ผู้ใช้งานได้ - แฮกเกอร์สามารถ ติดตามกิจกรรมประจำวัน, วิเคราะห์ความสัมพันธ์ และเฝ้าระวังบุคคลเป้าหมาย เช่น นักข่าว, ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล และผู้มีอิทธิพลทางการเมือง ✅ Verizon ได้แก้ไขช่องโหว่แล้ว แต่ไม่เปิดเผยว่าถูกใช้โจมตีไปแล้วหรือไม่ - ช่องโหว่ถูกแก้ไขในเดือนมีนาคม 2025 แต่ ยังไม่มีข้อมูลว่าเคยถูกใช้โจมตีจริงมาก่อนหรือไม่ - ผู้ใช้ควร ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของตนและเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอ https://www.techradar.com/pro/security/verizon-security-flaw-could-allow-hackers-to-view-entire-call-history
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 57 มุมมอง 0 รีวิว
  • Oracle ยอมรับว่ากำลังเผชิญกับเหตุละเมิดข้อมูลครั้งที่สองภายในเดือนเดียว โดยข้อมูลล็อกอินของลูกค้าถูกขโมยและเสนอขายบนดาร์กเว็บ แม้บริษัทระบุว่า ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมา 8 ปี แต่ยังพบข้อมูลล็อกอินจากปี 2024 ซึ่งอาจนำไปใช้ในการโจมตีแบบ Credential Stuffing นักวิเคราะห์เตือนว่า องค์กรและผู้ใช้ควรเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันความเสี่ยง

    ✅ Oracle แจ้ง FBI และว่าจ้าง CrowdStrike เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์
    - บริษัทได้แจ้งให้หน่วยงาน FBI ทราบ และให้ทีมงาน CrowdStrike เข้ามาช่วยตรวจสอบการโจมตี
    - Oracle ยืนยันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากเหตุละเมิดข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าด้านสุขภาพเมื่อเดือนมีนาคม

    ✅ ผู้โจมตีพยายามเรียกค่าไถ่จาก Oracle เพื่อแลกกับข้อมูลที่ถูกขโมย
    - นอกจากการนำข้อมูลไปขายบนดาร์กเว็บ ยังมีรายงานว่าผู้โจมตีเรียกร้องเงินจาก Oracle เพื่อไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกขโมย

    ✅ Oracle ระบุว่าข้อมูลส่วนใหญ่เป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมา 8 ปี
    - บริษัทกล่าวว่า ข้อมูลที่ถูกขโมยนั้นเป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน
    - อย่างไรก็ตาม พบว่าข้อมูลล็อกอินบางส่วนมาจากปี 2024 ซึ่งอาจยังมีความเสี่ยงต่อการนำไปใช้โจมตี

    ✅ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าข้อมูลล็อกอินเก่าอาจถูกนำมาใช้ในการโจมตีแบบ Credential Stuffing
    - แม้ว่าข้อมูลจะเก่า แต่หากลูกค้าไม่ได้เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นเวลานาน ข้อมูลที่รั่วไหลอาจถูกใช้โจมตีบัญชีอื่นได้
    - หลายองค์กรมีแนวโน้มใช้รหัสผ่านซ้ำกันในหลายระบบ ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้ข้อมูลเก่ามากระทำการโจมตีได้

    https://www.techradar.com/pro/security/oracle-admits-second-major-security-breach-user-login-data-stolen
    Oracle ยอมรับว่ากำลังเผชิญกับเหตุละเมิดข้อมูลครั้งที่สองภายในเดือนเดียว โดยข้อมูลล็อกอินของลูกค้าถูกขโมยและเสนอขายบนดาร์กเว็บ แม้บริษัทระบุว่า ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมา 8 ปี แต่ยังพบข้อมูลล็อกอินจากปี 2024 ซึ่งอาจนำไปใช้ในการโจมตีแบบ Credential Stuffing นักวิเคราะห์เตือนว่า องค์กรและผู้ใช้ควรเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันความเสี่ยง ✅ Oracle แจ้ง FBI และว่าจ้าง CrowdStrike เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ - บริษัทได้แจ้งให้หน่วยงาน FBI ทราบ และให้ทีมงาน CrowdStrike เข้ามาช่วยตรวจสอบการโจมตี - Oracle ยืนยันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากเหตุละเมิดข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าด้านสุขภาพเมื่อเดือนมีนาคม ✅ ผู้โจมตีพยายามเรียกค่าไถ่จาก Oracle เพื่อแลกกับข้อมูลที่ถูกขโมย - นอกจากการนำข้อมูลไปขายบนดาร์กเว็บ ยังมีรายงานว่าผู้โจมตีเรียกร้องเงินจาก Oracle เพื่อไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกขโมย ✅ Oracle ระบุว่าข้อมูลส่วนใหญ่เป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมา 8 ปี - บริษัทกล่าวว่า ข้อมูลที่ถูกขโมยนั้นเป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน - อย่างไรก็ตาม พบว่าข้อมูลล็อกอินบางส่วนมาจากปี 2024 ซึ่งอาจยังมีความเสี่ยงต่อการนำไปใช้โจมตี ✅ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าข้อมูลล็อกอินเก่าอาจถูกนำมาใช้ในการโจมตีแบบ Credential Stuffing - แม้ว่าข้อมูลจะเก่า แต่หากลูกค้าไม่ได้เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นเวลานาน ข้อมูลที่รั่วไหลอาจถูกใช้โจมตีบัญชีอื่นได้ - หลายองค์กรมีแนวโน้มใช้รหัสผ่านซ้ำกันในหลายระบบ ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้ข้อมูลเก่ามากระทำการโจมตีได้ https://www.techradar.com/pro/security/oracle-admits-second-major-security-breach-user-login-data-stolen
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 58 มุมมอง 0 รีวิว
  • Automattic ประกาศปลดพนักงาน 16% หรือประมาณ 280 คน โดยมุ่งเน้นให้บริษัทมีความคล่องตัวและสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น CEO Matt Mullenweg ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อ ปรับโครงสร้างให้เหมาะสมและเน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ พนักงานที่ถูกปลดยังคงได้รับค่าชดเชยและความช่วยเหลือในการหางานใหม่ อย่างไรก็ตาม Automattic ยังต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นจากแพลตฟอร์มเว็บไซต์คู่แข่ง เช่น Wix และ Squarespace

    ✅ การปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มความคล่องตัว
    - Mullenweg อธิบายว่า บริษัทต้องลดการทำงานในรูปแบบที่เป็นระบบราชการ (silo structure) เพื่อให้ปรับตัวกับตลาดได้เร็วขึ้น
    - มีการเน้นย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้จำเป็นเพื่อให้บริษัทมุ่งเน้นที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

    ✅ ผลกระทบต่อพนักงาน—สวัสดิการและการสนับสนุน
    - พนักงานที่ถูกปลดได้รับ ค่าชดเชย, สิทธิ์เก็บรักษาอุปกรณ์ เช่น แล็ปท็อป และการช่วยเหลือในการหางานใหม่
    - เนื่องจาก Automattic มีพนักงานในกว่า 90 ประเทศ กระบวนการลดจำนวนพนักงานจึงค่อนข้างซับซ้อน

    ✅ Automattic เผชิญปัญหาด้านการเติบโตและการแข่งขันในตลาด
    - ตลาดแพลตฟอร์มเว็บไซต์มีการแข่งขันสูงขึ้น โดยเฉพาะจากบริษัทเช่น Wix และ Squarespace
    - ความขัดแย้งระหว่าง Mullenweg และ WP Engine ยังเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัท

    ✅ Automattic เป็นบริษัทที่ 96 ที่ประกาศปลดพนักงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปี 2025
    - แม้ปีนี้ยังคงมีการปลดพนักงานในวงการเทคโนโลยี แต่สถานการณ์ ไม่ได้รุนแรงเท่ากับปี 2023

    https://www.techradar.com/pro/wordpress-com-owner-automattic-announces-major-layoffs
    Automattic ประกาศปลดพนักงาน 16% หรือประมาณ 280 คน โดยมุ่งเน้นให้บริษัทมีความคล่องตัวและสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น CEO Matt Mullenweg ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อ ปรับโครงสร้างให้เหมาะสมและเน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ พนักงานที่ถูกปลดยังคงได้รับค่าชดเชยและความช่วยเหลือในการหางานใหม่ อย่างไรก็ตาม Automattic ยังต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นจากแพลตฟอร์มเว็บไซต์คู่แข่ง เช่น Wix และ Squarespace ✅ การปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มความคล่องตัว - Mullenweg อธิบายว่า บริษัทต้องลดการทำงานในรูปแบบที่เป็นระบบราชการ (silo structure) เพื่อให้ปรับตัวกับตลาดได้เร็วขึ้น - มีการเน้นย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้จำเป็นเพื่อให้บริษัทมุ่งเน้นที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ✅ ผลกระทบต่อพนักงาน—สวัสดิการและการสนับสนุน - พนักงานที่ถูกปลดได้รับ ค่าชดเชย, สิทธิ์เก็บรักษาอุปกรณ์ เช่น แล็ปท็อป และการช่วยเหลือในการหางานใหม่ - เนื่องจาก Automattic มีพนักงานในกว่า 90 ประเทศ กระบวนการลดจำนวนพนักงานจึงค่อนข้างซับซ้อน ✅ Automattic เผชิญปัญหาด้านการเติบโตและการแข่งขันในตลาด - ตลาดแพลตฟอร์มเว็บไซต์มีการแข่งขันสูงขึ้น โดยเฉพาะจากบริษัทเช่น Wix และ Squarespace - ความขัดแย้งระหว่าง Mullenweg และ WP Engine ยังเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัท ✅ Automattic เป็นบริษัทที่ 96 ที่ประกาศปลดพนักงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปี 2025 - แม้ปีนี้ยังคงมีการปลดพนักงานในวงการเทคโนโลยี แต่สถานการณ์ ไม่ได้รุนแรงเท่ากับปี 2023 https://www.techradar.com/pro/wordpress-com-owner-automattic-announces-major-layoffs
    WWW.TECHRADAR.COM
    WordPress owner Automattic announces major layoffs
    WordPress and sibling companies affected by layoffs
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 57 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผลสำรวจจาก Pluralsight พบว่า 77% ของพนักงานยอมรับว่าพวกเขาแกล้งทำเป็นรู้เรื่อง AI มากกว่าความเป็นจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการนำ AI มาใช้ในองค์กร โดยเฉพาะในช่วงที่ 86% ของธุรกิจในสหราชอาณาจักรกำลังใช้งานหรือวางแผนใช้ AI

    ✅ 91% ของคนทำงานด้านเทคโนโลยีในสหราชอาณาจักรอ้างว่ามีความเข้าใจ AI แต่ 77% ยอมรับว่าไม่รู้จริง
    - หลายคนใช้ AI แต่ไม่เข้าใจหลักการหรือข้อจำกัดของมัน
    - ส่งผลให้การใช้ AI ขาดประสิทธิภาพและอาจสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

    ✅ สองในสามของพนักงาน (59%) มองว่า AI เป็นเครื่องมือที่ทำให้คนขี้เกียจ
    - ในระดับผู้บริหาร (C-suite) มุมมองนี้เพิ่มขึ้นเป็น 73%
    - ทำให้บางคน หลีกเลี่ยงการใช้ AI ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เพราะกลัวถูกมองว่าไม่มีประสิทธิภาพ

    ✅ 93% ของพนักงานกังวลว่า AI อาจทำให้พวกเขาตกงาน
    - แม้ว่าจะมีความกลัวเรื่องการถูกแทนที่ แต่ 44% ของบริษัทกลับเพิ่มตำแหน่งงานใหม่เพราะ AI
    - 87% ขององค์กร อาจต้องจ้างงานหรือว่าจ้างภายนอกเพื่อเติมเต็มช่องว่างทักษะ AI

    ✅ บริษัทให้ความสำคัญกับทักษะ AI ในการจ้างงานมากขึ้น
    - 94% ของบริษัทให้ความสำคัญกับ AI ในการเลือกพนักงาน
    - มีเพียง 6% เท่านั้นที่ไม่พิจารณาทักษะ AI ในกระบวนการสรรหา

    ✅ Pluralsight แนะนำให้พนักงานมุ่งเน้นการเรียนรู้แทนที่จะต่อต้าน AI
    - "แทนที่จะกลัว AI แทนที่งาน การเรียนรู้ทักษะ AI จะช่วยให้พนักงานมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของการทำงาน"

    https://www.techradar.com/pro/most-workers-are-greatly-overestimating-their-ai-skills
    ผลสำรวจจาก Pluralsight พบว่า 77% ของพนักงานยอมรับว่าพวกเขาแกล้งทำเป็นรู้เรื่อง AI มากกว่าความเป็นจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการนำ AI มาใช้ในองค์กร โดยเฉพาะในช่วงที่ 86% ของธุรกิจในสหราชอาณาจักรกำลังใช้งานหรือวางแผนใช้ AI ✅ 91% ของคนทำงานด้านเทคโนโลยีในสหราชอาณาจักรอ้างว่ามีความเข้าใจ AI แต่ 77% ยอมรับว่าไม่รู้จริง - หลายคนใช้ AI แต่ไม่เข้าใจหลักการหรือข้อจำกัดของมัน - ส่งผลให้การใช้ AI ขาดประสิทธิภาพและอาจสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ✅ สองในสามของพนักงาน (59%) มองว่า AI เป็นเครื่องมือที่ทำให้คนขี้เกียจ - ในระดับผู้บริหาร (C-suite) มุมมองนี้เพิ่มขึ้นเป็น 73% - ทำให้บางคน หลีกเลี่ยงการใช้ AI ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เพราะกลัวถูกมองว่าไม่มีประสิทธิภาพ ✅ 93% ของพนักงานกังวลว่า AI อาจทำให้พวกเขาตกงาน - แม้ว่าจะมีความกลัวเรื่องการถูกแทนที่ แต่ 44% ของบริษัทกลับเพิ่มตำแหน่งงานใหม่เพราะ AI - 87% ขององค์กร อาจต้องจ้างงานหรือว่าจ้างภายนอกเพื่อเติมเต็มช่องว่างทักษะ AI ✅ บริษัทให้ความสำคัญกับทักษะ AI ในการจ้างงานมากขึ้น - 94% ของบริษัทให้ความสำคัญกับ AI ในการเลือกพนักงาน - มีเพียง 6% เท่านั้นที่ไม่พิจารณาทักษะ AI ในกระบวนการสรรหา ✅ Pluralsight แนะนำให้พนักงานมุ่งเน้นการเรียนรู้แทนที่จะต่อต้าน AI - "แทนที่จะกลัว AI แทนที่งาน การเรียนรู้ทักษะ AI จะช่วยให้พนักงานมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของการทำงาน" https://www.techradar.com/pro/most-workers-are-greatly-overestimating-their-ai-skills
    WWW.TECHRADAR.COM
    Most workers are greatly overestimating their AI skills
    Workers say they’re more au fait with AI than they really are
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 60 มุมมอง 0 รีวิว
  • MediaTek เปิดตัว Kompanio Ultra SoC ที่ออกแบบมาเพื่อ Chromebook Plus โดยเน้น AI และประสิทธิภาพการประมวลผล ชิปตัวนี้มาพร้อม พลัง AI สูงถึง 50 TOPS และใช้สถาปัตยกรรม Cortex-X925 เพื่อการทำงานที่เร็วขึ้น สามารถจัดการงาน AI บนเครื่องโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และมีระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะเพื่อให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน รองรับ Wi-Fi 7 และการแสดงผล 4K หลายจอ ช่วยให้การใช้งาน Chromebook มีความลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ✅ การพัฒนาเพื่อประสบการณ์ AI บนเครื่องโดยตรง
    - Kompanio Ultra มาพร้อม พลังการประมวลผล AI ถึง 50 TOPS
    - รองรับ AI Generative บนเครื่อง โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
    - มี NPU รุ่นที่ 8 ที่ช่วยเร่งงานด้าน AI เช่น การจัดการงานอัตโนมัติ และการสร้างเนื้อหาแบบ AI-enhanced

    ✅ การร่วมมือกับ Google เพื่อเสริมศักยภาพ ChromeOS
    - MediaTek ทำงานร่วมกับ Google ในการพัฒนา Chromebook Plus
    - ช่วยให้การทำงานของ ChromeOS เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น

    ✅ ประสิทธิภาพพลังงานสูง รองรับการทำงานตลอดวัน
    - ใช้ระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะ และมี แคชขนาดใหญ่ในตัวชิป
    - ช่วยให้ Chromebook สามารถทำงาน ต่อเนื่องได้ทั้งวันโดยไม่ลดประสิทธิภาพ

    ✅ รองรับมัลติทาสก์และการแสดงผลระดับสูง
    - ใช้งาน จอแสดงผล 4K ได้ถึงสองจอพร้อมกัน
    - ระบบเสียง Hi-Fi audio ช่วยให้การสนทนาและการดูวิดีโอคมชัดขึ้น

    ✅ Wi-Fi 7 มอบความเร็วและการเชื่อมต่อที่เสถียร
    - Kompanio Ultra รองรับ Wi-Fi 7 เพื่อการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นและลดความหน่วง

    https://www.techpowerup.com/335034/mediatek-introduces-kompanio-ultra-soc-touted-to-redefine-ai-performance-for-chromebook-plus
    MediaTek เปิดตัว Kompanio Ultra SoC ที่ออกแบบมาเพื่อ Chromebook Plus โดยเน้น AI และประสิทธิภาพการประมวลผล ชิปตัวนี้มาพร้อม พลัง AI สูงถึง 50 TOPS และใช้สถาปัตยกรรม Cortex-X925 เพื่อการทำงานที่เร็วขึ้น สามารถจัดการงาน AI บนเครื่องโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และมีระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะเพื่อให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน รองรับ Wi-Fi 7 และการแสดงผล 4K หลายจอ ช่วยให้การใช้งาน Chromebook มีความลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ✅ การพัฒนาเพื่อประสบการณ์ AI บนเครื่องโดยตรง - Kompanio Ultra มาพร้อม พลังการประมวลผล AI ถึง 50 TOPS - รองรับ AI Generative บนเครื่อง โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต - มี NPU รุ่นที่ 8 ที่ช่วยเร่งงานด้าน AI เช่น การจัดการงานอัตโนมัติ และการสร้างเนื้อหาแบบ AI-enhanced ✅ การร่วมมือกับ Google เพื่อเสริมศักยภาพ ChromeOS - MediaTek ทำงานร่วมกับ Google ในการพัฒนา Chromebook Plus - ช่วยให้การทำงานของ ChromeOS เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น ✅ ประสิทธิภาพพลังงานสูง รองรับการทำงานตลอดวัน - ใช้ระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะ และมี แคชขนาดใหญ่ในตัวชิป - ช่วยให้ Chromebook สามารถทำงาน ต่อเนื่องได้ทั้งวันโดยไม่ลดประสิทธิภาพ ✅ รองรับมัลติทาสก์และการแสดงผลระดับสูง - ใช้งาน จอแสดงผล 4K ได้ถึงสองจอพร้อมกัน - ระบบเสียง Hi-Fi audio ช่วยให้การสนทนาและการดูวิดีโอคมชัดขึ้น ✅ Wi-Fi 7 มอบความเร็วและการเชื่อมต่อที่เสถียร - Kompanio Ultra รองรับ Wi-Fi 7 เพื่อการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นและลดความหน่วง https://www.techpowerup.com/335034/mediatek-introduces-kompanio-ultra-soc-touted-to-redefine-ai-performance-for-chromebook-plus
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    MediaTek Introduces Kompanio Ultra SoC, Touted to Redefine AI Performance for Chromebook Plus
    MediaTek has introduced the Kompanio Ultra, the latest milestone in AI-powered, high-performance Chromebooks. Leveraging MediaTek's proven expertise in flagship innovation, this powerful new platform brings fantastic on-device AI capabilities, superior computing performance, and industry-leading pow...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 57 มุมมอง 0 รีวิว
  • การขึ้นภาษีนำเข้าพีซีของทรัมป์ทำให้ราคาพีซีในสหรัฐฯ อาจเพิ่มขึ้น 20-25% โดยแบรนด์ที่ประกอบเครื่องในอเมริกาจะได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากต้องนำเข้าชิ้นส่วนจากเอเชีย ซึ่งตอนนี้ถูกเพิ่มภาษีสูงสุดถึง 54% สำหรับสินค้าจากจีน ผู้ผลิตพีซีแบบกำหนดเองเช่น Maingear และ Falcon Northwest ไม่มีทางเลือกนอกจาก ผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค นักวิเคราะห์เตือนว่าการขึ้นภาษีนี้ อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย

    ✅ แบรนด์ใหญ่เช่น Dell และ HP อาจเลี่ยงผลกระทบได้บางส่วน
    - บริษัทขนาดใหญ่สามารถ ย้ายฐานผลิตไปยังประเทศที่ภาษีต่ำกว่า
    - ผู้ผลิตรายย่อยในสหรัฐฯ ไม่มีทางเลือก ต้องรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

    ✅ ภาษีเพิ่มขึ้นสูงสุด 54% สำหรับชิ้นส่วนจากจีน
    - จีนได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยถูกเพิ่มภาษีอีก 34% ทำให้รวมเป็น 54%
    - ประเทศอื่นที่ได้รับผลกระทบหนักได้แก่ เวียดนาม (46%), ไต้หวัน (32%) และเกาหลีใต้ (26%)

    ✅ การขาดแคลน GPU อาจรุนแรงขึ้น
    - การที่โรงงานต้อง ย้ายฐานผลิตออกจากจีน กำลังทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลน GPU
    - ซัพพลายเออร์บางรายหยุดการผลิต ทำให้เกิดภาวะขาดตลาดและ FOMO (Fear of Missing Out)

    ✅ อุตสาหกรรมพีซีอาจไม่สามารถดูดซับต้นทุนเพิ่มขึ้นได้
    - ผู้ผลิตพีซีเป็นธุรกิจที่มีกำไรต่ำ ไม่สามารถแบกรับภาษีใหม่ได้โดยไม่ขึ้นราคา
    - คาดว่าผู้บริโภคจะต้องจ่ายเพิ่ม 20-45% ภายในเดือนมิถุนายน 2025

    ✅ สมาคมเทคโนโลยีเตือนว่าภาษีอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย
    - CEO ของ Consumer Technology Association กล่าวว่า ภาษีเหล่านี้เป็นภาระหนักต่อประชาชนและอาจเร่งให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

    https://www.tomshardware.com/desktops/gaming-pcs/pc-prices-up-at-least-15-percent-trump-tariffs-may-hurt-u-s-system-integrators-most
    การขึ้นภาษีนำเข้าพีซีของทรัมป์ทำให้ราคาพีซีในสหรัฐฯ อาจเพิ่มขึ้น 20-25% โดยแบรนด์ที่ประกอบเครื่องในอเมริกาจะได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากต้องนำเข้าชิ้นส่วนจากเอเชีย ซึ่งตอนนี้ถูกเพิ่มภาษีสูงสุดถึง 54% สำหรับสินค้าจากจีน ผู้ผลิตพีซีแบบกำหนดเองเช่น Maingear และ Falcon Northwest ไม่มีทางเลือกนอกจาก ผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค นักวิเคราะห์เตือนว่าการขึ้นภาษีนี้ อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย ✅ แบรนด์ใหญ่เช่น Dell และ HP อาจเลี่ยงผลกระทบได้บางส่วน - บริษัทขนาดใหญ่สามารถ ย้ายฐานผลิตไปยังประเทศที่ภาษีต่ำกว่า - ผู้ผลิตรายย่อยในสหรัฐฯ ไม่มีทางเลือก ต้องรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ✅ ภาษีเพิ่มขึ้นสูงสุด 54% สำหรับชิ้นส่วนจากจีน - จีนได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยถูกเพิ่มภาษีอีก 34% ทำให้รวมเป็น 54% - ประเทศอื่นที่ได้รับผลกระทบหนักได้แก่ เวียดนาม (46%), ไต้หวัน (32%) และเกาหลีใต้ (26%) ✅ การขาดแคลน GPU อาจรุนแรงขึ้น - การที่โรงงานต้อง ย้ายฐานผลิตออกจากจีน กำลังทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลน GPU - ซัพพลายเออร์บางรายหยุดการผลิต ทำให้เกิดภาวะขาดตลาดและ FOMO (Fear of Missing Out) ✅ อุตสาหกรรมพีซีอาจไม่สามารถดูดซับต้นทุนเพิ่มขึ้นได้ - ผู้ผลิตพีซีเป็นธุรกิจที่มีกำไรต่ำ ไม่สามารถแบกรับภาษีใหม่ได้โดยไม่ขึ้นราคา - คาดว่าผู้บริโภคจะต้องจ่ายเพิ่ม 20-45% ภายในเดือนมิถุนายน 2025 ✅ สมาคมเทคโนโลยีเตือนว่าภาษีอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย - CEO ของ Consumer Technology Association กล่าวว่า ภาษีเหล่านี้เป็นภาระหนักต่อประชาชนและอาจเร่งให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย https://www.tomshardware.com/desktops/gaming-pcs/pc-prices-up-at-least-15-percent-trump-tariffs-may-hurt-u-s-system-integrators-most
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    PC prices up at least 20%: Trump Tariffs may hurt U.S. system integrators most
    Boutique PC builders like Maingear and Falcon Northwest bear the brunt of the costs.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 71 มุมมอง 0 รีวิว
  • ร้านค้าในเวียดนามเผยเซิร์ฟเวอร์ AI มูลค่า $30,000 ที่ใช้ RTX 5090 ถึง 7 ตัว พร้อมพลังงาน 4,000 วัตต์และหน่วยความจำ 224GB สถาปัตยกรรม Blackwell ช่วยให้ RTX 5090 เหมาะกับงาน AI แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนายอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า อย่างไรก็ตาม Nvidia มุ่งขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม ทำให้ RTX 5090 หาได้ยากและราคาสูง ตลาดมือสองอาจเป็นทางเลือกสำหรับคนที่มองหาการ์ดที่คุ้มค่ากว่า

    ✅ RTX 5090 มาพร้อมสถาปัตยกรรม Blackwell—ออกแบบเพื่อ AI โดยเฉพาะ
    - รองรับ รูปแบบข้อมูลที่มีความแม่นยำต่ำกว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ AI
    - แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนา AI ก็ยังยอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า

    ✅ เซิร์ฟเวอร์นี้ใช้โครงสร้างแบบ “Open-Air GPU Frame”
    - ใช้ PCIe riser cables เชื่อมต่อ GPU แต่ละตัว
    - ใช้ Super Flower Leadex 2000W PSUs หลายตัวเพื่อรองรับกำลังไฟ

    ✅ หน่วยความจำรวม 224GB ไม่ใช่ “Unified Memory”
    - นักพัฒนาต้องใช้เทคนิค Model Parallelism เพื่อแบ่งงานระหว่าง GPU
    - ต่างจาก Blackwell Workstation Cards ที่มี VRAM สูงถึง 96GB ซึ่งเหมาะกับโมเดลที่มีพารามิเตอร์ซับซ้อน

    ✅ ราคา GPU สูงขึ้น เพราะ Nvidia เน้นขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม
    - Nvidia ใช้ เวเฟอร์จาก TSMC กับ B100/B200/B300 มากกว่าผลิต RTX
    - ทำให้การ์ดเกม หาได้ยากและราคาสูงกว่าปกติ

    ✅ ตลาด GPU มือสองเริ่มน่าสนใจ
    - รุ่นเก่าอย่าง RTX 4090 ที่มี 48GB VRAM ได้รับความนิยมในจีน
    - อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าราคาการ์ดใหม่จะปรับตัว

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/seven-rtx-5090-gpus-power-ai-server-worth-over-usd30-000-over-4000w-of-power-and-224gb-of-memory-in-a-single-frame
    ร้านค้าในเวียดนามเผยเซิร์ฟเวอร์ AI มูลค่า $30,000 ที่ใช้ RTX 5090 ถึง 7 ตัว พร้อมพลังงาน 4,000 วัตต์และหน่วยความจำ 224GB สถาปัตยกรรม Blackwell ช่วยให้ RTX 5090 เหมาะกับงาน AI แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนายอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า อย่างไรก็ตาม Nvidia มุ่งขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม ทำให้ RTX 5090 หาได้ยากและราคาสูง ตลาดมือสองอาจเป็นทางเลือกสำหรับคนที่มองหาการ์ดที่คุ้มค่ากว่า ✅ RTX 5090 มาพร้อมสถาปัตยกรรม Blackwell—ออกแบบเพื่อ AI โดยเฉพาะ - รองรับ รูปแบบข้อมูลที่มีความแม่นยำต่ำกว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ AI - แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนา AI ก็ยังยอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ✅ เซิร์ฟเวอร์นี้ใช้โครงสร้างแบบ “Open-Air GPU Frame” - ใช้ PCIe riser cables เชื่อมต่อ GPU แต่ละตัว - ใช้ Super Flower Leadex 2000W PSUs หลายตัวเพื่อรองรับกำลังไฟ ✅ หน่วยความจำรวม 224GB ไม่ใช่ “Unified Memory” - นักพัฒนาต้องใช้เทคนิค Model Parallelism เพื่อแบ่งงานระหว่าง GPU - ต่างจาก Blackwell Workstation Cards ที่มี VRAM สูงถึง 96GB ซึ่งเหมาะกับโมเดลที่มีพารามิเตอร์ซับซ้อน ✅ ราคา GPU สูงขึ้น เพราะ Nvidia เน้นขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม - Nvidia ใช้ เวเฟอร์จาก TSMC กับ B100/B200/B300 มากกว่าผลิต RTX - ทำให้การ์ดเกม หาได้ยากและราคาสูงกว่าปกติ ✅ ตลาด GPU มือสองเริ่มน่าสนใจ - รุ่นเก่าอย่าง RTX 4090 ที่มี 48GB VRAM ได้รับความนิยมในจีน - อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าราคาการ์ดใหม่จะปรับตัว https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/seven-rtx-5090-gpus-power-ai-server-worth-over-usd30-000-over-4000w-of-power-and-224gb-of-memory-in-a-single-frame
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 57 มุมมอง 0 รีวิว
  • จีนเปิดตัวซีพียูเซิร์ฟเวอร์ RISC-V ตัวแรกในชื่อ Lingyu CPU ซึ่งออกแบบเพื่อช่วยลดการพึ่งพาชิปจากตะวันตก ซีพียูนี้ใช้สถาปัตยกรรมแบบ “หนึ่งคอร์ สองสถาปัตยกรรม” มี 32 คอร์สำหรับประมวลผลทั่วไป และ 8 คอร์สำหรับ AI การพัฒนานี้ได้รับ การสนับสนุนจากรัฐบาลจีนและบริษัทใหญ่ เช่น Alibaba และ Tencent อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักคือ การสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งเพื่อแข่งขันกับ x86 และ Arm

    ✅ Lingyu CPU ใช้สถาปัตยกรรมแบบ “หนึ่งคอร์ สองสถาปัตยกรรม”
    - มี 32 คอร์สำหรับงานประมวลผลทั่วไป และ 8 คอร์พิเศษสำหรับการคำนวณ AI
    - โครงสร้างนี้ช่วยให้ มีประสิทธิภาพด้านการคำนวณสูง และประหยัดพลังงาน

    ✅ RiVAI Technologies ได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรระดับโลก
    - Zhangxi Tan ผู้ก่อตั้งบริษัท เป็นศิษย์ของ Prof. David Patterson ผู้บุกเบิก RISC-V
    - Prof. Patterson ยังคงเป็นที่ปรึกษาทางเทคนิคของ RiVAI

    ✅ จีนผลักดันให้ใช้ RISC-V เพื่อลดการพึ่งพา x86 และ Arm
    - RISC-V เป็น สถาปัตยกรรมแบบเปิด ต่างจาก x86 และ Arm ที่มีเจ้าของ
    - ทำให้บริษัทจีนสามารถ ออกแบบและผลิตชิปได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสิทธิ์การใช้งานจากตะวันตก

    ✅ มีการสนับสนุนจากรัฐบาลและบริษัทยักษ์ใหญ่
    - รัฐบาลจีนให้ เงินทุนและนโยบายสนับสนุนการพัฒนา RISC-V
    - บริษัทเช่น Alibaba และ Tencent กำลังลงทุนใน RISC-V

    ✅ ความท้าทายหลักคือซอฟต์แวร์และการสร้างระบบนิเวศ
    - แม้ RISC-V จะมีศักยภาพสูง แต่ การพัฒนาและปรับแต่งซอฟต์แวร์ยังต้องใช้เวลา
    - การแข่งขันกับ x86 และ Arm จะต้องอาศัย ระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/chinas-push-for-chip-independence-continues-with-its-first-risc-v-server-cpu
    จีนเปิดตัวซีพียูเซิร์ฟเวอร์ RISC-V ตัวแรกในชื่อ Lingyu CPU ซึ่งออกแบบเพื่อช่วยลดการพึ่งพาชิปจากตะวันตก ซีพียูนี้ใช้สถาปัตยกรรมแบบ “หนึ่งคอร์ สองสถาปัตยกรรม” มี 32 คอร์สำหรับประมวลผลทั่วไป และ 8 คอร์สำหรับ AI การพัฒนานี้ได้รับ การสนับสนุนจากรัฐบาลจีนและบริษัทใหญ่ เช่น Alibaba และ Tencent อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักคือ การสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งเพื่อแข่งขันกับ x86 และ Arm ✅ Lingyu CPU ใช้สถาปัตยกรรมแบบ “หนึ่งคอร์ สองสถาปัตยกรรม” - มี 32 คอร์สำหรับงานประมวลผลทั่วไป และ 8 คอร์พิเศษสำหรับการคำนวณ AI - โครงสร้างนี้ช่วยให้ มีประสิทธิภาพด้านการคำนวณสูง และประหยัดพลังงาน ✅ RiVAI Technologies ได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรระดับโลก - Zhangxi Tan ผู้ก่อตั้งบริษัท เป็นศิษย์ของ Prof. David Patterson ผู้บุกเบิก RISC-V - Prof. Patterson ยังคงเป็นที่ปรึกษาทางเทคนิคของ RiVAI ✅ จีนผลักดันให้ใช้ RISC-V เพื่อลดการพึ่งพา x86 และ Arm - RISC-V เป็น สถาปัตยกรรมแบบเปิด ต่างจาก x86 และ Arm ที่มีเจ้าของ - ทำให้บริษัทจีนสามารถ ออกแบบและผลิตชิปได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสิทธิ์การใช้งานจากตะวันตก ✅ มีการสนับสนุนจากรัฐบาลและบริษัทยักษ์ใหญ่ - รัฐบาลจีนให้ เงินทุนและนโยบายสนับสนุนการพัฒนา RISC-V - บริษัทเช่น Alibaba และ Tencent กำลังลงทุนใน RISC-V ✅ ความท้าทายหลักคือซอฟต์แวร์และการสร้างระบบนิเวศ - แม้ RISC-V จะมีศักยภาพสูง แต่ การพัฒนาและปรับแต่งซอฟต์แวร์ยังต้องใช้เวลา - การแข่งขันกับ x86 และ Arm จะต้องอาศัย ระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/chinas-push-for-chip-independence-continues-with-its-first-risc-v-server-cpu
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 50 มุมมอง 0 รีวิว
  • Luxor Technology เร่งส่งเครื่องขุด Bitcoin 5,600 เครื่องไปสหรัฐฯ ก่อนภาษี 10% มีผล ขณะเดียวกัน ไทยจะขึ้นภาษีนำเข้าเป็น 36% ส่งผลให้บริษัทต้องมองหาทางลดต้นทุน เช่น ตั้งโรงงานในสหรัฐฯ ผู้ผลิตอุปกรณ์ขุด Bitcoin เช่น Bitmain และ MicroBT เริ่มตั้งโรงงานในอเมริกาแล้ว แต่ภาษีใหม่ไม่ได้กระทบแค่ Bitcoin ยังส่งผลต่ออุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ เช่น GPU และเคสพีซี ที่อาจต้องขึ้นราคา

    ✅ นอกจากภาษี 10% ของสหรัฐฯ ประเทศไทยจะขึ้นภาษีนำเข้าเป็น 36% ในวันที่ 9 เมษายน
    - บริษัทที่ส่งออกอุปกรณ์ขุด Bitcoin จากไทยอาจต้องเผชิญกับภาระภาษีหนักขึ้น
    - ทำให้ผู้ผลิตต้องหาทางลดต้นทุน เช่น ย้ายฐานผลิตไปยังประเทศอื่น

    ✅ นักขุด Bitcoin หลายรายเคยอยู่ในจีน แต่ย้ายไปไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
    - ตั้งแต่ปี 2018 สหรัฐฯ ได้ใช้ภาษีและมาตรการคว่ำบาตรต่อจีน ทำให้บริษัทต้องย้ายฐานผลิต
    - ขณะนี้นโยบายภาษีของทำเนียบขาวกำลังบังคับให้บริษัท ต้องตั้งโรงงานภายในสหรัฐฯ เพื่อเลี่ยงภาษี

    ✅ Bitmain และ MicroBT เริ่มตั้งโรงงานผลิตในสหรัฐฯ
    - Bitmain Technologies Ltd. ผู้ผลิตอุปกรณ์ขุด Bitcoin รายใหญ่ ประกาศเปิดสายการผลิตในอเมริกา
    - MicroBT บรรลุข้อตกลงใช้โรงงานของ Riot Blockchain ในการประกอบเครื่องจักร

    ✅ ภาษีใหม่กระทบอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ เช่น GPU และเคสพีซี
    - ภาษีไม่ได้ใช้กับแค่เครื่องขุด Bitcoin แต่ยังรวมถึงวัตถุดิบเช่นอลูมิเนียม
    - ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และการ์ดจออาจต้องขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุน

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptomining/bitcoin-miners-front-running-tariffs-by-scrambling-to-ship-thousands-of-machines-before-penalties-hit
    Luxor Technology เร่งส่งเครื่องขุด Bitcoin 5,600 เครื่องไปสหรัฐฯ ก่อนภาษี 10% มีผล ขณะเดียวกัน ไทยจะขึ้นภาษีนำเข้าเป็น 36% ส่งผลให้บริษัทต้องมองหาทางลดต้นทุน เช่น ตั้งโรงงานในสหรัฐฯ ผู้ผลิตอุปกรณ์ขุด Bitcoin เช่น Bitmain และ MicroBT เริ่มตั้งโรงงานในอเมริกาแล้ว แต่ภาษีใหม่ไม่ได้กระทบแค่ Bitcoin ยังส่งผลต่ออุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ เช่น GPU และเคสพีซี ที่อาจต้องขึ้นราคา ✅ นอกจากภาษี 10% ของสหรัฐฯ ประเทศไทยจะขึ้นภาษีนำเข้าเป็น 36% ในวันที่ 9 เมษายน - บริษัทที่ส่งออกอุปกรณ์ขุด Bitcoin จากไทยอาจต้องเผชิญกับภาระภาษีหนักขึ้น - ทำให้ผู้ผลิตต้องหาทางลดต้นทุน เช่น ย้ายฐานผลิตไปยังประเทศอื่น ✅ นักขุด Bitcoin หลายรายเคยอยู่ในจีน แต่ย้ายไปไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย - ตั้งแต่ปี 2018 สหรัฐฯ ได้ใช้ภาษีและมาตรการคว่ำบาตรต่อจีน ทำให้บริษัทต้องย้ายฐานผลิต - ขณะนี้นโยบายภาษีของทำเนียบขาวกำลังบังคับให้บริษัท ต้องตั้งโรงงานภายในสหรัฐฯ เพื่อเลี่ยงภาษี ✅ Bitmain และ MicroBT เริ่มตั้งโรงงานผลิตในสหรัฐฯ - Bitmain Technologies Ltd. ผู้ผลิตอุปกรณ์ขุด Bitcoin รายใหญ่ ประกาศเปิดสายการผลิตในอเมริกา - MicroBT บรรลุข้อตกลงใช้โรงงานของ Riot Blockchain ในการประกอบเครื่องจักร ✅ ภาษีใหม่กระทบอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ เช่น GPU และเคสพีซี - ภาษีไม่ได้ใช้กับแค่เครื่องขุด Bitcoin แต่ยังรวมถึงวัตถุดิบเช่นอลูมิเนียม - ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และการ์ดจออาจต้องขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุน https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptomining/bitcoin-miners-front-running-tariffs-by-scrambling-to-ship-thousands-of-machines-before-penalties-hit
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 56 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts