• Newsstory : หลายคนสงสัย ทำไมบางตึกยังสั่น ต้องเช็คจุดนี้ ด่วน!!!!
    #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล
    #ตึกสั่น #อาฟเตอร์ช็อค
    Newsstory : หลายคนสงสัย ทำไมบางตึกยังสั่น ต้องเช็คจุดนี้ ด่วน!!!! #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล #ตึกสั่น #อาฟเตอร์ช็อค
    0 Comments 0 Shares 25 Views 4 0 Reviews
  • Newsstory : เตาหลอมเหล็กเส้น ที่ถูกใช้ในตึก สตง. ที่อื่นเลิกใช้ ที่ไทยเพียบเลย
    #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล
    #ตึกสตง #เตาหลอมเหล็กเส้น
    Newsstory : เตาหลอมเหล็กเส้น ที่ถูกใช้ในตึก สตง. ที่อื่นเลิกใช้ ที่ไทยเพียบเลย #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล #ตึกสตง #เตาหลอมเหล็กเส้น
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 26 Views 11 0 Reviews
  • Newsstory : สรุปสาระสำคัญ เหตุที่ทำให้ตึก สตง. ถล่ม เกิดจากสิ่งนี้.....
    #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล
    #สาเหตุแท้จริง #ตึกถล่ม
    Newsstory : สรุปสาระสำคัญ เหตุที่ทำให้ตึก สตง. ถล่ม เกิดจากสิ่งนี้..... #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล #สาเหตุแท้จริง #ตึกถล่ม
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 29 Views 21 0 Reviews
  • Newsstory : สนธิ จัดหนัก ฝากทูตจีนไม่ต้องห่วงชื่อเสียง เพราะเริ่มตกต่ำแล้ว
    #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล
    #ไม่ต้องห่วง
    Newsstory : สนธิ จัดหนัก ฝากทูตจีนไม่ต้องห่วงชื่อเสียง เพราะเริ่มตกต่ำแล้ว #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล #ไม่ต้องห่วง
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 26 Views 9 0 Reviews
  • The lover
    #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    The lover #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    0 Comments 0 Shares 12 Views 0 Reviews
  • เทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน ครั้งที่ 18 : [News story]

    หากสงกรานต์นี้ไม่รู้จะไปไหน News Story ขอเชิญเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน ครั้งที่ 18 จัดขึ้นในวันที่ 13-15 เมษายน 2568 เข้าชมฟรี
    เทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน ครั้งที่ 18 : [News story] หากสงกรานต์นี้ไม่รู้จะไปไหน News Story ขอเชิญเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน ครั้งที่ 18 จัดขึ้นในวันที่ 13-15 เมษายน 2568 เข้าชมฟรี
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 142 Views 22 0 Reviews
  • 2/
    ทิศทาง Toretsk

    กองกำลังรัสเซียบุกโจมตีฝ่ายยูเครนอย่างหนักหน่วง สามารถยึดคืนพื้นที่ในเขตเมืองได้เกือบหมด หลังจากที่ก่อนหน้านี้กองกำลังยูเครนพยายามตอบโต้เพื่อยึดคืน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ และสูญเสียจำนวนมาก

    ภาพรถถังที่เสริมเกราะป้องกันโดรนโจมตีจากยูเครน อาจจะดูแปลกต่เหมือน "เต่า" แต่รับรองว่ามันได้ผลดีเยี่ยม
    2/ ทิศทาง Toretsk กองกำลังรัสเซียบุกโจมตีฝ่ายยูเครนอย่างหนักหน่วง สามารถยึดคืนพื้นที่ในเขตเมืองได้เกือบหมด หลังจากที่ก่อนหน้านี้กองกำลังยูเครนพยายามตอบโต้เพื่อยึดคืน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ และสูญเสียจำนวนมาก ภาพรถถังที่เสริมเกราะป้องกันโดรนโจมตีจากยูเครน อาจจะดูแปลกต่เหมือน "เต่า" แต่รับรองว่ามันได้ผลดีเยี่ยม
    0 Comments 0 Shares 94 Views 26 0 Reviews
  • 1/
    ทิศทาง Toretsk

    กองกำลังรัสเซียบุกโจมตีฝ่ายยูเครนอย่างหนักหน่วง สามารถยึดคืนพื้นที่ในเขตเมืองได้เกือบหมด หลังจากที่ก่อนหน้านี้กองกำลังยูเครนพยายามตอบโต้เพื่อยึดคืน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ และสูญเสียจำนวนมาก

    ภาพรถถังที่เสริมเกราะป้องกันโดรนโจมตีจากยูเครน อาจจะดูแปลกต่เหมือน "เต่า" แต่รับรองว่ามันได้ผลดีเยี่ยม
    1/ ทิศทาง Toretsk กองกำลังรัสเซียบุกโจมตีฝ่ายยูเครนอย่างหนักหน่วง สามารถยึดคืนพื้นที่ในเขตเมืองได้เกือบหมด หลังจากที่ก่อนหน้านี้กองกำลังยูเครนพยายามตอบโต้เพื่อยึดคืน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ และสูญเสียจำนวนมาก ภาพรถถังที่เสริมเกราะป้องกันโดรนโจมตีจากยูเครน อาจจะดูแปลกต่เหมือน "เต่า" แต่รับรองว่ามันได้ผลดีเยี่ยม
    0 Comments 0 Shares 65 Views 0 Reviews
  • The Lover
    #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    The Lover #AiImage #IamAmatureAiCreator #ตามหากลุ่มAiCreator
    0 Comments 0 Shares 32 Views 0 Reviews
  • หลายองค์กรยังคงใช้รหัสผ่านที่อ่อนแอ เช่น “123456” และ “password” ทำให้แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที รายงานจาก NordPass พบว่า เยอรมนี, สหรัฐฯ และจีนเป็นประเทศที่เผชิญกับการละเมิดรหัสผ่านมากที่สุด นอกจากนี้ ผู้ใช้บางรายใช้ชื่อและอีเมลเป็นรหัสผ่าน ทำให้เสี่ยงต่อการถูกแฮกมากขึ้น ธุรกิจควร บังคับใช้มาตรการความปลอดภัย เช่น ตัวจัดการรหัสผ่านและการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์

    ✅ รหัสผ่านยอดนิยมยังคงเป็นรหัสที่เดาง่าย
    - ในองค์กรขนาดใหญ่ รหัสที่ถูกใช้มากที่สุดคือ “123456789” (378,182 ครั้ง) ตามด้วย “123456” (356,341 ครั้ง) และ “12345678” (145,688 ครั้ง)
    - ธุรกิจขนาดเล็กและกลางก็ไม่น่ากังวลน้อยไปกว่า โดย “123456” ถูกใช้รวมกันถึง 852,861 ครั้ง

    ✅ เยอรมนีเป็นประเทศที่มีการละเมิดรหัสผ่านมากที่สุด
    - พบ 582,067 กรณีการละเมิด ตามด้วย สหรัฐฯ (502,435) และจีน (448,375)

    ✅ หลายคนใช้ชื่อและอีเมลเป็นรหัสผ่าน—ทำให้เสี่ยงถูกเจาะระบบง่ายขึ้น
    - NordPass พบว่า ผู้ใช้จำนวนมากใช้ชื่อของตนเองหรืออีเมลเป็นรหัสผ่าน ซึ่งทำให้แฮกเกอร์สามารถโจมตีบัญชีได้ง่ายขึ้น
    - หนึ่งในรหัสผ่านที่พบบ่อยที่สุดคือ “TimeLord12” (30,447 ครั้ง) ซึ่งเชื่อว่าอาจมาจาก แฟนซีรีส์ Doctor Who

    ✅ ธุรกิจควรบังคับใช้มาตรการสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งขึ้น
    - บังคับใช้นโยบายรหัสผ่านที่ปลอดภัย เพื่อลดการใช้รหัสผ่านที่อ่อนแอ
    - ใช้ตัวจัดการรหัสผ่าน เพื่อสร้างและจัดเก็บรหัสที่ซับซ้อน
    - เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) เพื่อเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัย

    https://www.techradar.com/pro/security/businesses-still-havent-stopped-using-weak-passwords-and-its-getting-super-risky
    หลายองค์กรยังคงใช้รหัสผ่านที่อ่อนแอ เช่น “123456” และ “password” ทำให้แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที รายงานจาก NordPass พบว่า เยอรมนี, สหรัฐฯ และจีนเป็นประเทศที่เผชิญกับการละเมิดรหัสผ่านมากที่สุด นอกจากนี้ ผู้ใช้บางรายใช้ชื่อและอีเมลเป็นรหัสผ่าน ทำให้เสี่ยงต่อการถูกแฮกมากขึ้น ธุรกิจควร บังคับใช้มาตรการความปลอดภัย เช่น ตัวจัดการรหัสผ่านและการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ ✅ รหัสผ่านยอดนิยมยังคงเป็นรหัสที่เดาง่าย - ในองค์กรขนาดใหญ่ รหัสที่ถูกใช้มากที่สุดคือ “123456789” (378,182 ครั้ง) ตามด้วย “123456” (356,341 ครั้ง) และ “12345678” (145,688 ครั้ง) - ธุรกิจขนาดเล็กและกลางก็ไม่น่ากังวลน้อยไปกว่า โดย “123456” ถูกใช้รวมกันถึง 852,861 ครั้ง ✅ เยอรมนีเป็นประเทศที่มีการละเมิดรหัสผ่านมากที่สุด - พบ 582,067 กรณีการละเมิด ตามด้วย สหรัฐฯ (502,435) และจีน (448,375) ✅ หลายคนใช้ชื่อและอีเมลเป็นรหัสผ่าน—ทำให้เสี่ยงถูกเจาะระบบง่ายขึ้น - NordPass พบว่า ผู้ใช้จำนวนมากใช้ชื่อของตนเองหรืออีเมลเป็นรหัสผ่าน ซึ่งทำให้แฮกเกอร์สามารถโจมตีบัญชีได้ง่ายขึ้น - หนึ่งในรหัสผ่านที่พบบ่อยที่สุดคือ “TimeLord12” (30,447 ครั้ง) ซึ่งเชื่อว่าอาจมาจาก แฟนซีรีส์ Doctor Who ✅ ธุรกิจควรบังคับใช้มาตรการสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งขึ้น - บังคับใช้นโยบายรหัสผ่านที่ปลอดภัย เพื่อลดการใช้รหัสผ่านที่อ่อนแอ - ใช้ตัวจัดการรหัสผ่าน เพื่อสร้างและจัดเก็บรหัสที่ซับซ้อน - เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) เพื่อเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัย https://www.techradar.com/pro/security/businesses-still-havent-stopped-using-weak-passwords-and-its-getting-super-risky
    0 Comments 0 Shares 53 Views 0 Reviews
  • JetKVM เป็นอุปกรณ์ KVM over IP แบบโอเพ่นซอร์สที่ระดมทุนได้กว่า $4.3 ล้านบน Kickstarter อุปกรณ์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ ควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกลผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยใช้ HDMI และ USB นอกจากนี้ JetKVM ยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อผ่าน Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และมีพอร์ต RJ11 ที่สามารถใช้สำหรับการควบคุมเซ็นเซอร์หรือพลังงาน ATX ปัจจุบันอุปกรณ์ยังสามารถสั่งซื้อได้ในราคา $69 แม้แคมเปญ Kickstarter จะปิดไปแล้ว

    ✅ ระดมทุนเกินเป้าหมายหลายเท่าตัว—Kickstarter ปิดระดมทุนที่ $4.3 ล้าน
    - JetKVM ตั้งเป้าหมายระดมทุนเพียง $50,000 แต่สามารถทะลุเป้าหมายกว่า 87 เท่า
    - ผู้สนับสนุน 31,598 รายให้การสนับสนุนอุปกรณ์นี้

    ✅ รองรับการควบคุมคอมพิวเตอร์แบบเต็มรูปแบบผ่านเว็บเบราว์เซอร์
    - JetKVM ใช้พอร์ต HDMI สำหรับดึงวิดีโอ และพอร์ต USB เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ควบคุม
    - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์จากระยะไกลได้ แม้ในกรณีที่เครื่องไม่ตอบสนอง

    ✅ สเปคของอุปกรณ์—ขับเคลื่อนด้วย RockChip RV1106G3 พร้อมระบบปฏิบัติการ Linux
    - ใช้ ARM Cortex-A7 ความเร็ว 1.0GHz พร้อมรองรับการเข้ารหัสวิดีโอแบบ H.264 และ H.265
    - มี RAM 256MB และที่เก็บข้อมูลแบบ eMMC ขนาด 16GB

    ✅ การเชื่อมต่อผ่าน JetKVM Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
    - รองรับ WebRTC เพื่อให้ผู้ใช้เชื่อมต่อแบบเข้ารหัสผ่านเซิร์ฟเวอร์เฉพาะ

    ✅ RJ11 extension port เป็นจุดเด่นที่ไม่ค่อยพบในอุปกรณ์ประเภทนี้
    - RJ11 รองรับ การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์, ระบบควบคุมพลังงาน ATX และการเข้าถึงคอนโซลแบบอนุกรม

    ✅ ผู้ใช้ยังสามารถเป็น "Late Backer" และสั่งซื้อได้ในราคา $69
    - แม้แคมเปญ Kickstarter จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ที่สนใจยังสามารถสั่งซื้อได้

    https://www.techradar.com/pro/jetkvm-is-an-exciting-tiny-open-source-kvm-over-ip-module-that-sold-almost-100-000-units-and-it-even-has-a-rare-rj11-port
    JetKVM เป็นอุปกรณ์ KVM over IP แบบโอเพ่นซอร์สที่ระดมทุนได้กว่า $4.3 ล้านบน Kickstarter อุปกรณ์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ ควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกลผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยใช้ HDMI และ USB นอกจากนี้ JetKVM ยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อผ่าน Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และมีพอร์ต RJ11 ที่สามารถใช้สำหรับการควบคุมเซ็นเซอร์หรือพลังงาน ATX ปัจจุบันอุปกรณ์ยังสามารถสั่งซื้อได้ในราคา $69 แม้แคมเปญ Kickstarter จะปิดไปแล้ว ✅ ระดมทุนเกินเป้าหมายหลายเท่าตัว—Kickstarter ปิดระดมทุนที่ $4.3 ล้าน - JetKVM ตั้งเป้าหมายระดมทุนเพียง $50,000 แต่สามารถทะลุเป้าหมายกว่า 87 เท่า - ผู้สนับสนุน 31,598 รายให้การสนับสนุนอุปกรณ์นี้ ✅ รองรับการควบคุมคอมพิวเตอร์แบบเต็มรูปแบบผ่านเว็บเบราว์เซอร์ - JetKVM ใช้พอร์ต HDMI สำหรับดึงวิดีโอ และพอร์ต USB เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ควบคุม - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์จากระยะไกลได้ แม้ในกรณีที่เครื่องไม่ตอบสนอง ✅ สเปคของอุปกรณ์—ขับเคลื่อนด้วย RockChip RV1106G3 พร้อมระบบปฏิบัติการ Linux - ใช้ ARM Cortex-A7 ความเร็ว 1.0GHz พร้อมรองรับการเข้ารหัสวิดีโอแบบ H.264 และ H.265 - มี RAM 256MB และที่เก็บข้อมูลแบบ eMMC ขนาด 16GB ✅ การเชื่อมต่อผ่าน JetKVM Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย - รองรับ WebRTC เพื่อให้ผู้ใช้เชื่อมต่อแบบเข้ารหัสผ่านเซิร์ฟเวอร์เฉพาะ ✅ RJ11 extension port เป็นจุดเด่นที่ไม่ค่อยพบในอุปกรณ์ประเภทนี้ - RJ11 รองรับ การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์, ระบบควบคุมพลังงาน ATX และการเข้าถึงคอนโซลแบบอนุกรม ✅ ผู้ใช้ยังสามารถเป็น "Late Backer" และสั่งซื้อได้ในราคา $69 - แม้แคมเปญ Kickstarter จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ที่สนใจยังสามารถสั่งซื้อได้ https://www.techradar.com/pro/jetkvm-is-an-exciting-tiny-open-source-kvm-over-ip-module-that-sold-almost-100-000-units-and-it-even-has-a-rare-rj11-port
    0 Comments 0 Shares 60 Views 0 Reviews
  • Windows Defender Antivirus บน Windows 11 ทำงานได้ดีในการป้องกันมัลแวร์ แต่มีข้อจำกัด เช่น ไม่มี VPN และฟีเจอร์เสริมที่บริการแอนติไวรัสอื่นมี แม้ในการทดสอบล่าสุดจะตรวจจับมัลแวร์ได้ 100% แต่ด้วย ภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้นจาก AI และแรนซัมแวร์ การเลือกใช้โปรแกรมแอนติไวรัสเพิ่มเติม อาจให้การปกป้องที่ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ Windows Defender สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมแอนติไวรัสอื่นได้ในโหมด Passive เพื่อเพิ่มชั้นความปลอดภัย

    ✅ Windows 10 จะหมดอายุในปี 2025—การอัปเกรดเป็น Windows 11 จำเป็นเพื่อรับแพตช์ความปลอดภัย
    - เมื่อ Windows 10 หยุดอัปเดตในเดือนตุลาคม 2025 ระบบจะไม่มีแพตช์รักษาความปลอดภัยใหม่
    - การอัปเกรดเป็น Windows 11 ช่วยให้ได้รับการปกป้องจากช่องโหว่ล่าสุด

    ✅ Windows Defender Antivirus ทำงานได้ดี แต่มีข้อจำกัด
    - ในการทดสอบล่าสุดโดย AV-TEST Windows Defender ตรวจจับมัลแวร์ได้ 100%
    - อย่างไรก็ตาม มันเป็นโซลูชันพื้นฐานที่ไม่มีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น VPN หรือระบบควบคุมการใช้งานสำหรับผู้ปกครอง

    ✅ ภัยคุกคามที่มากขึ้นในปี 2025—AI ช่วยให้แฮกเกอร์สร้างมัลแวร์ที่แนบเนียนขึ้น
    - รายงานจาก Malwarebytes ระบุว่า การโจมตีแบบแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้น 13% และแนวโน้มยังคงสูงขึ้น
    - แฮกเกอร์ใช้ AI เพื่อสร้างอีเมลฟิชชิ่งที่ดูสมจริงและยากต่อการตรวจจับ

    ✅ การใช้แอนติไวรัสจากบริษัทอื่นอาจให้ความปลอดภัยที่ครอบคลุมกว่า
    - บริการแอนติไวรัสระดับพรีเมียม มักมาพร้อมฟีเจอร์พิเศษ เช่น Password Manager, VPN และการป้องกันฟิชชิ่งขั้นสูง
    - ผู้ใช้สามารถ ติดตั้งแอนติไวรัสฟรี และใช้ร่วมกับ Windows Defender ได้ในโหมด Passive

    https://www.techradar.com/pro/security/do-i-really-need-antivirus-for-windows-11
    Windows Defender Antivirus บน Windows 11 ทำงานได้ดีในการป้องกันมัลแวร์ แต่มีข้อจำกัด เช่น ไม่มี VPN และฟีเจอร์เสริมที่บริการแอนติไวรัสอื่นมี แม้ในการทดสอบล่าสุดจะตรวจจับมัลแวร์ได้ 100% แต่ด้วย ภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้นจาก AI และแรนซัมแวร์ การเลือกใช้โปรแกรมแอนติไวรัสเพิ่มเติม อาจให้การปกป้องที่ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ Windows Defender สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมแอนติไวรัสอื่นได้ในโหมด Passive เพื่อเพิ่มชั้นความปลอดภัย ✅ Windows 10 จะหมดอายุในปี 2025—การอัปเกรดเป็น Windows 11 จำเป็นเพื่อรับแพตช์ความปลอดภัย - เมื่อ Windows 10 หยุดอัปเดตในเดือนตุลาคม 2025 ระบบจะไม่มีแพตช์รักษาความปลอดภัยใหม่ - การอัปเกรดเป็น Windows 11 ช่วยให้ได้รับการปกป้องจากช่องโหว่ล่าสุด ✅ Windows Defender Antivirus ทำงานได้ดี แต่มีข้อจำกัด - ในการทดสอบล่าสุดโดย AV-TEST Windows Defender ตรวจจับมัลแวร์ได้ 100% - อย่างไรก็ตาม มันเป็นโซลูชันพื้นฐานที่ไม่มีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น VPN หรือระบบควบคุมการใช้งานสำหรับผู้ปกครอง ✅ ภัยคุกคามที่มากขึ้นในปี 2025—AI ช่วยให้แฮกเกอร์สร้างมัลแวร์ที่แนบเนียนขึ้น - รายงานจาก Malwarebytes ระบุว่า การโจมตีแบบแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้น 13% และแนวโน้มยังคงสูงขึ้น - แฮกเกอร์ใช้ AI เพื่อสร้างอีเมลฟิชชิ่งที่ดูสมจริงและยากต่อการตรวจจับ ✅ การใช้แอนติไวรัสจากบริษัทอื่นอาจให้ความปลอดภัยที่ครอบคลุมกว่า - บริการแอนติไวรัสระดับพรีเมียม มักมาพร้อมฟีเจอร์พิเศษ เช่น Password Manager, VPN และการป้องกันฟิชชิ่งขั้นสูง - ผู้ใช้สามารถ ติดตั้งแอนติไวรัสฟรี และใช้ร่วมกับ Windows Defender ได้ในโหมด Passive https://www.techradar.com/pro/security/do-i-really-need-antivirus-for-windows-11
    WWW.TECHRADAR.COM
    Do I really need antivirus for Windows 11?
    Keep your device secured against malware and intricate attack vectors
    0 Comments 0 Shares 56 Views 0 Reviews
  • ช่องโหว่ใน API ของแอป Call Filter ของ Verizon ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงประวัติการโทรของหมายเลขอื่นได้ แม้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงบัญชี ช่องโหว่นี้พบในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และถูกแก้ไขในเดือนมีนาคม แต่ ผู้ใช้ยังคงต้องระวังความเสี่ยง นักวิจัยเตือนว่า ข้อมูลโทรเข้าอาจถูกใช้ติดตามเป้าหมาย เช่น นักข่าว หรือฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล โดย Verizon ไม่เปิดเผยว่าช่องโหว่นี้ถูกใช้ในการโจมตีมาก่อนหรือไม่

    ✅ ช่องโหว่นี้เกิดจากการตั้งค่า API ที่ไม่ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์
    - นักวิจัย Evan Connelly พบว่า API ของแอป Call Filter อนุญาตให้ผู้ใช้ดึงข้อมูลประวัติการโทรได้โดยไม่ต้องตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชี
    - หมายความว่า ผู้โจมตีสามารถร้องขอข้อมูลของหมายเลขอื่นและดูรายการสายเรียกเข้าของเป้าหมายได้

    ✅ Call Filter เป็นแอปที่มีผู้ใช้หลายล้านคน เนื่องจากติดตั้งมากับอุปกรณ์ Verizon
    - แอปนี้ช่วยให้ผู้ใช้ บล็อกสายสแปม, ดูข้อมูลผู้โทร และกรองสายที่มีความเสี่ยงสูง
    - ยังมี เวอร์ชันพรีเมียมที่เพิ่มฟีเจอร์ เช่น การค้นหาสแปมและควบคุมสายโทรเข้าแบบละเอียด

    ✅ ช่องโหว่สามารถใช้เป็นเครื่องมือสอดแนมบุคคลสำคัญ
    - แม้การดูประวัติการโทรอาจไม่ดูอันตรายในตอนแรก แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ข้อมูลนี้สามารถถูกใช้สร้างโปรไฟล์ผู้ใช้งานได้
    - แฮกเกอร์สามารถ ติดตามกิจกรรมประจำวัน, วิเคราะห์ความสัมพันธ์ และเฝ้าระวังบุคคลเป้าหมาย เช่น นักข่าว, ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล และผู้มีอิทธิพลทางการเมือง

    ✅ Verizon ได้แก้ไขช่องโหว่แล้ว แต่ไม่เปิดเผยว่าถูกใช้โจมตีไปแล้วหรือไม่
    - ช่องโหว่ถูกแก้ไขในเดือนมีนาคม 2025 แต่ ยังไม่มีข้อมูลว่าเคยถูกใช้โจมตีจริงมาก่อนหรือไม่
    - ผู้ใช้ควร ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของตนและเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอ

    https://www.techradar.com/pro/security/verizon-security-flaw-could-allow-hackers-to-view-entire-call-history
    ช่องโหว่ใน API ของแอป Call Filter ของ Verizon ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงประวัติการโทรของหมายเลขอื่นได้ แม้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงบัญชี ช่องโหว่นี้พบในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และถูกแก้ไขในเดือนมีนาคม แต่ ผู้ใช้ยังคงต้องระวังความเสี่ยง นักวิจัยเตือนว่า ข้อมูลโทรเข้าอาจถูกใช้ติดตามเป้าหมาย เช่น นักข่าว หรือฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล โดย Verizon ไม่เปิดเผยว่าช่องโหว่นี้ถูกใช้ในการโจมตีมาก่อนหรือไม่ ✅ ช่องโหว่นี้เกิดจากการตั้งค่า API ที่ไม่ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ - นักวิจัย Evan Connelly พบว่า API ของแอป Call Filter อนุญาตให้ผู้ใช้ดึงข้อมูลประวัติการโทรได้โดยไม่ต้องตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชี - หมายความว่า ผู้โจมตีสามารถร้องขอข้อมูลของหมายเลขอื่นและดูรายการสายเรียกเข้าของเป้าหมายได้ ✅ Call Filter เป็นแอปที่มีผู้ใช้หลายล้านคน เนื่องจากติดตั้งมากับอุปกรณ์ Verizon - แอปนี้ช่วยให้ผู้ใช้ บล็อกสายสแปม, ดูข้อมูลผู้โทร และกรองสายที่มีความเสี่ยงสูง - ยังมี เวอร์ชันพรีเมียมที่เพิ่มฟีเจอร์ เช่น การค้นหาสแปมและควบคุมสายโทรเข้าแบบละเอียด ✅ ช่องโหว่สามารถใช้เป็นเครื่องมือสอดแนมบุคคลสำคัญ - แม้การดูประวัติการโทรอาจไม่ดูอันตรายในตอนแรก แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ข้อมูลนี้สามารถถูกใช้สร้างโปรไฟล์ผู้ใช้งานได้ - แฮกเกอร์สามารถ ติดตามกิจกรรมประจำวัน, วิเคราะห์ความสัมพันธ์ และเฝ้าระวังบุคคลเป้าหมาย เช่น นักข่าว, ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล และผู้มีอิทธิพลทางการเมือง ✅ Verizon ได้แก้ไขช่องโหว่แล้ว แต่ไม่เปิดเผยว่าถูกใช้โจมตีไปแล้วหรือไม่ - ช่องโหว่ถูกแก้ไขในเดือนมีนาคม 2025 แต่ ยังไม่มีข้อมูลว่าเคยถูกใช้โจมตีจริงมาก่อนหรือไม่ - ผู้ใช้ควร ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของตนและเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอ https://www.techradar.com/pro/security/verizon-security-flaw-could-allow-hackers-to-view-entire-call-history
    0 Comments 0 Shares 47 Views 0 Reviews
  • Oracle ยอมรับว่ากำลังเผชิญกับเหตุละเมิดข้อมูลครั้งที่สองภายในเดือนเดียว โดยข้อมูลล็อกอินของลูกค้าถูกขโมยและเสนอขายบนดาร์กเว็บ แม้บริษัทระบุว่า ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมา 8 ปี แต่ยังพบข้อมูลล็อกอินจากปี 2024 ซึ่งอาจนำไปใช้ในการโจมตีแบบ Credential Stuffing นักวิเคราะห์เตือนว่า องค์กรและผู้ใช้ควรเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันความเสี่ยง

    ✅ Oracle แจ้ง FBI และว่าจ้าง CrowdStrike เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์
    - บริษัทได้แจ้งให้หน่วยงาน FBI ทราบ และให้ทีมงาน CrowdStrike เข้ามาช่วยตรวจสอบการโจมตี
    - Oracle ยืนยันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากเหตุละเมิดข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าด้านสุขภาพเมื่อเดือนมีนาคม

    ✅ ผู้โจมตีพยายามเรียกค่าไถ่จาก Oracle เพื่อแลกกับข้อมูลที่ถูกขโมย
    - นอกจากการนำข้อมูลไปขายบนดาร์กเว็บ ยังมีรายงานว่าผู้โจมตีเรียกร้องเงินจาก Oracle เพื่อไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกขโมย

    ✅ Oracle ระบุว่าข้อมูลส่วนใหญ่เป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมา 8 ปี
    - บริษัทกล่าวว่า ข้อมูลที่ถูกขโมยนั้นเป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน
    - อย่างไรก็ตาม พบว่าข้อมูลล็อกอินบางส่วนมาจากปี 2024 ซึ่งอาจยังมีความเสี่ยงต่อการนำไปใช้โจมตี

    ✅ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าข้อมูลล็อกอินเก่าอาจถูกนำมาใช้ในการโจมตีแบบ Credential Stuffing
    - แม้ว่าข้อมูลจะเก่า แต่หากลูกค้าไม่ได้เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นเวลานาน ข้อมูลที่รั่วไหลอาจถูกใช้โจมตีบัญชีอื่นได้
    - หลายองค์กรมีแนวโน้มใช้รหัสผ่านซ้ำกันในหลายระบบ ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้ข้อมูลเก่ามากระทำการโจมตีได้

    https://www.techradar.com/pro/security/oracle-admits-second-major-security-breach-user-login-data-stolen
    Oracle ยอมรับว่ากำลังเผชิญกับเหตุละเมิดข้อมูลครั้งที่สองภายในเดือนเดียว โดยข้อมูลล็อกอินของลูกค้าถูกขโมยและเสนอขายบนดาร์กเว็บ แม้บริษัทระบุว่า ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมา 8 ปี แต่ยังพบข้อมูลล็อกอินจากปี 2024 ซึ่งอาจนำไปใช้ในการโจมตีแบบ Credential Stuffing นักวิเคราะห์เตือนว่า องค์กรและผู้ใช้ควรเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันความเสี่ยง ✅ Oracle แจ้ง FBI และว่าจ้าง CrowdStrike เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ - บริษัทได้แจ้งให้หน่วยงาน FBI ทราบ และให้ทีมงาน CrowdStrike เข้ามาช่วยตรวจสอบการโจมตี - Oracle ยืนยันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากเหตุละเมิดข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าด้านสุขภาพเมื่อเดือนมีนาคม ✅ ผู้โจมตีพยายามเรียกค่าไถ่จาก Oracle เพื่อแลกกับข้อมูลที่ถูกขโมย - นอกจากการนำข้อมูลไปขายบนดาร์กเว็บ ยังมีรายงานว่าผู้โจมตีเรียกร้องเงินจาก Oracle เพื่อไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกขโมย ✅ Oracle ระบุว่าข้อมูลส่วนใหญ่เป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมา 8 ปี - บริษัทกล่าวว่า ข้อมูลที่ถูกขโมยนั้นเป็นของระบบที่ไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน - อย่างไรก็ตาม พบว่าข้อมูลล็อกอินบางส่วนมาจากปี 2024 ซึ่งอาจยังมีความเสี่ยงต่อการนำไปใช้โจมตี ✅ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าข้อมูลล็อกอินเก่าอาจถูกนำมาใช้ในการโจมตีแบบ Credential Stuffing - แม้ว่าข้อมูลจะเก่า แต่หากลูกค้าไม่ได้เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นเวลานาน ข้อมูลที่รั่วไหลอาจถูกใช้โจมตีบัญชีอื่นได้ - หลายองค์กรมีแนวโน้มใช้รหัสผ่านซ้ำกันในหลายระบบ ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้ข้อมูลเก่ามากระทำการโจมตีได้ https://www.techradar.com/pro/security/oracle-admits-second-major-security-breach-user-login-data-stolen
    0 Comments 0 Shares 49 Views 0 Reviews
  • Automattic ประกาศปลดพนักงาน 16% หรือประมาณ 280 คน โดยมุ่งเน้นให้บริษัทมีความคล่องตัวและสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น CEO Matt Mullenweg ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อ ปรับโครงสร้างให้เหมาะสมและเน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ พนักงานที่ถูกปลดยังคงได้รับค่าชดเชยและความช่วยเหลือในการหางานใหม่ อย่างไรก็ตาม Automattic ยังต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นจากแพลตฟอร์มเว็บไซต์คู่แข่ง เช่น Wix และ Squarespace

    ✅ การปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มความคล่องตัว
    - Mullenweg อธิบายว่า บริษัทต้องลดการทำงานในรูปแบบที่เป็นระบบราชการ (silo structure) เพื่อให้ปรับตัวกับตลาดได้เร็วขึ้น
    - มีการเน้นย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้จำเป็นเพื่อให้บริษัทมุ่งเน้นที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

    ✅ ผลกระทบต่อพนักงาน—สวัสดิการและการสนับสนุน
    - พนักงานที่ถูกปลดได้รับ ค่าชดเชย, สิทธิ์เก็บรักษาอุปกรณ์ เช่น แล็ปท็อป และการช่วยเหลือในการหางานใหม่
    - เนื่องจาก Automattic มีพนักงานในกว่า 90 ประเทศ กระบวนการลดจำนวนพนักงานจึงค่อนข้างซับซ้อน

    ✅ Automattic เผชิญปัญหาด้านการเติบโตและการแข่งขันในตลาด
    - ตลาดแพลตฟอร์มเว็บไซต์มีการแข่งขันสูงขึ้น โดยเฉพาะจากบริษัทเช่น Wix และ Squarespace
    - ความขัดแย้งระหว่าง Mullenweg และ WP Engine ยังเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัท

    ✅ Automattic เป็นบริษัทที่ 96 ที่ประกาศปลดพนักงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปี 2025
    - แม้ปีนี้ยังคงมีการปลดพนักงานในวงการเทคโนโลยี แต่สถานการณ์ ไม่ได้รุนแรงเท่ากับปี 2023

    https://www.techradar.com/pro/wordpress-com-owner-automattic-announces-major-layoffs
    Automattic ประกาศปลดพนักงาน 16% หรือประมาณ 280 คน โดยมุ่งเน้นให้บริษัทมีความคล่องตัวและสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น CEO Matt Mullenweg ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อ ปรับโครงสร้างให้เหมาะสมและเน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ พนักงานที่ถูกปลดยังคงได้รับค่าชดเชยและความช่วยเหลือในการหางานใหม่ อย่างไรก็ตาม Automattic ยังต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นจากแพลตฟอร์มเว็บไซต์คู่แข่ง เช่น Wix และ Squarespace ✅ การปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มความคล่องตัว - Mullenweg อธิบายว่า บริษัทต้องลดการทำงานในรูปแบบที่เป็นระบบราชการ (silo structure) เพื่อให้ปรับตัวกับตลาดได้เร็วขึ้น - มีการเน้นย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้จำเป็นเพื่อให้บริษัทมุ่งเน้นที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ✅ ผลกระทบต่อพนักงาน—สวัสดิการและการสนับสนุน - พนักงานที่ถูกปลดได้รับ ค่าชดเชย, สิทธิ์เก็บรักษาอุปกรณ์ เช่น แล็ปท็อป และการช่วยเหลือในการหางานใหม่ - เนื่องจาก Automattic มีพนักงานในกว่า 90 ประเทศ กระบวนการลดจำนวนพนักงานจึงค่อนข้างซับซ้อน ✅ Automattic เผชิญปัญหาด้านการเติบโตและการแข่งขันในตลาด - ตลาดแพลตฟอร์มเว็บไซต์มีการแข่งขันสูงขึ้น โดยเฉพาะจากบริษัทเช่น Wix และ Squarespace - ความขัดแย้งระหว่าง Mullenweg และ WP Engine ยังเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัท ✅ Automattic เป็นบริษัทที่ 96 ที่ประกาศปลดพนักงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปี 2025 - แม้ปีนี้ยังคงมีการปลดพนักงานในวงการเทคโนโลยี แต่สถานการณ์ ไม่ได้รุนแรงเท่ากับปี 2023 https://www.techradar.com/pro/wordpress-com-owner-automattic-announces-major-layoffs
    WWW.TECHRADAR.COM
    WordPress owner Automattic announces major layoffs
    WordPress and sibling companies affected by layoffs
    0 Comments 0 Shares 46 Views 0 Reviews
  • ผลสำรวจจาก Pluralsight พบว่า 77% ของพนักงานยอมรับว่าพวกเขาแกล้งทำเป็นรู้เรื่อง AI มากกว่าความเป็นจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการนำ AI มาใช้ในองค์กร โดยเฉพาะในช่วงที่ 86% ของธุรกิจในสหราชอาณาจักรกำลังใช้งานหรือวางแผนใช้ AI

    ✅ 91% ของคนทำงานด้านเทคโนโลยีในสหราชอาณาจักรอ้างว่ามีความเข้าใจ AI แต่ 77% ยอมรับว่าไม่รู้จริง
    - หลายคนใช้ AI แต่ไม่เข้าใจหลักการหรือข้อจำกัดของมัน
    - ส่งผลให้การใช้ AI ขาดประสิทธิภาพและอาจสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

    ✅ สองในสามของพนักงาน (59%) มองว่า AI เป็นเครื่องมือที่ทำให้คนขี้เกียจ
    - ในระดับผู้บริหาร (C-suite) มุมมองนี้เพิ่มขึ้นเป็น 73%
    - ทำให้บางคน หลีกเลี่ยงการใช้ AI ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เพราะกลัวถูกมองว่าไม่มีประสิทธิภาพ

    ✅ 93% ของพนักงานกังวลว่า AI อาจทำให้พวกเขาตกงาน
    - แม้ว่าจะมีความกลัวเรื่องการถูกแทนที่ แต่ 44% ของบริษัทกลับเพิ่มตำแหน่งงานใหม่เพราะ AI
    - 87% ขององค์กร อาจต้องจ้างงานหรือว่าจ้างภายนอกเพื่อเติมเต็มช่องว่างทักษะ AI

    ✅ บริษัทให้ความสำคัญกับทักษะ AI ในการจ้างงานมากขึ้น
    - 94% ของบริษัทให้ความสำคัญกับ AI ในการเลือกพนักงาน
    - มีเพียง 6% เท่านั้นที่ไม่พิจารณาทักษะ AI ในกระบวนการสรรหา

    ✅ Pluralsight แนะนำให้พนักงานมุ่งเน้นการเรียนรู้แทนที่จะต่อต้าน AI
    - "แทนที่จะกลัว AI แทนที่งาน การเรียนรู้ทักษะ AI จะช่วยให้พนักงานมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของการทำงาน"

    https://www.techradar.com/pro/most-workers-are-greatly-overestimating-their-ai-skills
    ผลสำรวจจาก Pluralsight พบว่า 77% ของพนักงานยอมรับว่าพวกเขาแกล้งทำเป็นรู้เรื่อง AI มากกว่าความเป็นจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการนำ AI มาใช้ในองค์กร โดยเฉพาะในช่วงที่ 86% ของธุรกิจในสหราชอาณาจักรกำลังใช้งานหรือวางแผนใช้ AI ✅ 91% ของคนทำงานด้านเทคโนโลยีในสหราชอาณาจักรอ้างว่ามีความเข้าใจ AI แต่ 77% ยอมรับว่าไม่รู้จริง - หลายคนใช้ AI แต่ไม่เข้าใจหลักการหรือข้อจำกัดของมัน - ส่งผลให้การใช้ AI ขาดประสิทธิภาพและอาจสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ✅ สองในสามของพนักงาน (59%) มองว่า AI เป็นเครื่องมือที่ทำให้คนขี้เกียจ - ในระดับผู้บริหาร (C-suite) มุมมองนี้เพิ่มขึ้นเป็น 73% - ทำให้บางคน หลีกเลี่ยงการใช้ AI ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เพราะกลัวถูกมองว่าไม่มีประสิทธิภาพ ✅ 93% ของพนักงานกังวลว่า AI อาจทำให้พวกเขาตกงาน - แม้ว่าจะมีความกลัวเรื่องการถูกแทนที่ แต่ 44% ของบริษัทกลับเพิ่มตำแหน่งงานใหม่เพราะ AI - 87% ขององค์กร อาจต้องจ้างงานหรือว่าจ้างภายนอกเพื่อเติมเต็มช่องว่างทักษะ AI ✅ บริษัทให้ความสำคัญกับทักษะ AI ในการจ้างงานมากขึ้น - 94% ของบริษัทให้ความสำคัญกับ AI ในการเลือกพนักงาน - มีเพียง 6% เท่านั้นที่ไม่พิจารณาทักษะ AI ในกระบวนการสรรหา ✅ Pluralsight แนะนำให้พนักงานมุ่งเน้นการเรียนรู้แทนที่จะต่อต้าน AI - "แทนที่จะกลัว AI แทนที่งาน การเรียนรู้ทักษะ AI จะช่วยให้พนักงานมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของการทำงาน" https://www.techradar.com/pro/most-workers-are-greatly-overestimating-their-ai-skills
    WWW.TECHRADAR.COM
    Most workers are greatly overestimating their AI skills
    Workers say they’re more au fait with AI than they really are
    0 Comments 0 Shares 47 Views 0 Reviews
  • MediaTek เปิดตัว Kompanio Ultra SoC ที่ออกแบบมาเพื่อ Chromebook Plus โดยเน้น AI และประสิทธิภาพการประมวลผล ชิปตัวนี้มาพร้อม พลัง AI สูงถึง 50 TOPS และใช้สถาปัตยกรรม Cortex-X925 เพื่อการทำงานที่เร็วขึ้น สามารถจัดการงาน AI บนเครื่องโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และมีระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะเพื่อให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน รองรับ Wi-Fi 7 และการแสดงผล 4K หลายจอ ช่วยให้การใช้งาน Chromebook มีความลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ✅ การพัฒนาเพื่อประสบการณ์ AI บนเครื่องโดยตรง
    - Kompanio Ultra มาพร้อม พลังการประมวลผล AI ถึง 50 TOPS
    - รองรับ AI Generative บนเครื่อง โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
    - มี NPU รุ่นที่ 8 ที่ช่วยเร่งงานด้าน AI เช่น การจัดการงานอัตโนมัติ และการสร้างเนื้อหาแบบ AI-enhanced

    ✅ การร่วมมือกับ Google เพื่อเสริมศักยภาพ ChromeOS
    - MediaTek ทำงานร่วมกับ Google ในการพัฒนา Chromebook Plus
    - ช่วยให้การทำงานของ ChromeOS เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น

    ✅ ประสิทธิภาพพลังงานสูง รองรับการทำงานตลอดวัน
    - ใช้ระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะ และมี แคชขนาดใหญ่ในตัวชิป
    - ช่วยให้ Chromebook สามารถทำงาน ต่อเนื่องได้ทั้งวันโดยไม่ลดประสิทธิภาพ

    ✅ รองรับมัลติทาสก์และการแสดงผลระดับสูง
    - ใช้งาน จอแสดงผล 4K ได้ถึงสองจอพร้อมกัน
    - ระบบเสียง Hi-Fi audio ช่วยให้การสนทนาและการดูวิดีโอคมชัดขึ้น

    ✅ Wi-Fi 7 มอบความเร็วและการเชื่อมต่อที่เสถียร
    - Kompanio Ultra รองรับ Wi-Fi 7 เพื่อการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นและลดความหน่วง

    https://www.techpowerup.com/335034/mediatek-introduces-kompanio-ultra-soc-touted-to-redefine-ai-performance-for-chromebook-plus
    MediaTek เปิดตัว Kompanio Ultra SoC ที่ออกแบบมาเพื่อ Chromebook Plus โดยเน้น AI และประสิทธิภาพการประมวลผล ชิปตัวนี้มาพร้อม พลัง AI สูงถึง 50 TOPS และใช้สถาปัตยกรรม Cortex-X925 เพื่อการทำงานที่เร็วขึ้น สามารถจัดการงาน AI บนเครื่องโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และมีระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะเพื่อให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน รองรับ Wi-Fi 7 และการแสดงผล 4K หลายจอ ช่วยให้การใช้งาน Chromebook มีความลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ✅ การพัฒนาเพื่อประสบการณ์ AI บนเครื่องโดยตรง - Kompanio Ultra มาพร้อม พลังการประมวลผล AI ถึง 50 TOPS - รองรับ AI Generative บนเครื่อง โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต - มี NPU รุ่นที่ 8 ที่ช่วยเร่งงานด้าน AI เช่น การจัดการงานอัตโนมัติ และการสร้างเนื้อหาแบบ AI-enhanced ✅ การร่วมมือกับ Google เพื่อเสริมศักยภาพ ChromeOS - MediaTek ทำงานร่วมกับ Google ในการพัฒนา Chromebook Plus - ช่วยให้การทำงานของ ChromeOS เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น ✅ ประสิทธิภาพพลังงานสูง รองรับการทำงานตลอดวัน - ใช้ระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะ และมี แคชขนาดใหญ่ในตัวชิป - ช่วยให้ Chromebook สามารถทำงาน ต่อเนื่องได้ทั้งวันโดยไม่ลดประสิทธิภาพ ✅ รองรับมัลติทาสก์และการแสดงผลระดับสูง - ใช้งาน จอแสดงผล 4K ได้ถึงสองจอพร้อมกัน - ระบบเสียง Hi-Fi audio ช่วยให้การสนทนาและการดูวิดีโอคมชัดขึ้น ✅ Wi-Fi 7 มอบความเร็วและการเชื่อมต่อที่เสถียร - Kompanio Ultra รองรับ Wi-Fi 7 เพื่อการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นและลดความหน่วง https://www.techpowerup.com/335034/mediatek-introduces-kompanio-ultra-soc-touted-to-redefine-ai-performance-for-chromebook-plus
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    MediaTek Introduces Kompanio Ultra SoC, Touted to Redefine AI Performance for Chromebook Plus
    MediaTek has introduced the Kompanio Ultra, the latest milestone in AI-powered, high-performance Chromebooks. Leveraging MediaTek's proven expertise in flagship innovation, this powerful new platform brings fantastic on-device AI capabilities, superior computing performance, and industry-leading pow...
    0 Comments 0 Shares 42 Views 0 Reviews
  • การขึ้นภาษีนำเข้าพีซีของทรัมป์ทำให้ราคาพีซีในสหรัฐฯ อาจเพิ่มขึ้น 20-25% โดยแบรนด์ที่ประกอบเครื่องในอเมริกาจะได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากต้องนำเข้าชิ้นส่วนจากเอเชีย ซึ่งตอนนี้ถูกเพิ่มภาษีสูงสุดถึง 54% สำหรับสินค้าจากจีน ผู้ผลิตพีซีแบบกำหนดเองเช่น Maingear และ Falcon Northwest ไม่มีทางเลือกนอกจาก ผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค นักวิเคราะห์เตือนว่าการขึ้นภาษีนี้ อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย

    ✅ แบรนด์ใหญ่เช่น Dell และ HP อาจเลี่ยงผลกระทบได้บางส่วน
    - บริษัทขนาดใหญ่สามารถ ย้ายฐานผลิตไปยังประเทศที่ภาษีต่ำกว่า
    - ผู้ผลิตรายย่อยในสหรัฐฯ ไม่มีทางเลือก ต้องรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

    ✅ ภาษีเพิ่มขึ้นสูงสุด 54% สำหรับชิ้นส่วนจากจีน
    - จีนได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยถูกเพิ่มภาษีอีก 34% ทำให้รวมเป็น 54%
    - ประเทศอื่นที่ได้รับผลกระทบหนักได้แก่ เวียดนาม (46%), ไต้หวัน (32%) และเกาหลีใต้ (26%)

    ✅ การขาดแคลน GPU อาจรุนแรงขึ้น
    - การที่โรงงานต้อง ย้ายฐานผลิตออกจากจีน กำลังทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลน GPU
    - ซัพพลายเออร์บางรายหยุดการผลิต ทำให้เกิดภาวะขาดตลาดและ FOMO (Fear of Missing Out)

    ✅ อุตสาหกรรมพีซีอาจไม่สามารถดูดซับต้นทุนเพิ่มขึ้นได้
    - ผู้ผลิตพีซีเป็นธุรกิจที่มีกำไรต่ำ ไม่สามารถแบกรับภาษีใหม่ได้โดยไม่ขึ้นราคา
    - คาดว่าผู้บริโภคจะต้องจ่ายเพิ่ม 20-45% ภายในเดือนมิถุนายน 2025

    ✅ สมาคมเทคโนโลยีเตือนว่าภาษีอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย
    - CEO ของ Consumer Technology Association กล่าวว่า ภาษีเหล่านี้เป็นภาระหนักต่อประชาชนและอาจเร่งให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

    https://www.tomshardware.com/desktops/gaming-pcs/pc-prices-up-at-least-15-percent-trump-tariffs-may-hurt-u-s-system-integrators-most
    การขึ้นภาษีนำเข้าพีซีของทรัมป์ทำให้ราคาพีซีในสหรัฐฯ อาจเพิ่มขึ้น 20-25% โดยแบรนด์ที่ประกอบเครื่องในอเมริกาจะได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากต้องนำเข้าชิ้นส่วนจากเอเชีย ซึ่งตอนนี้ถูกเพิ่มภาษีสูงสุดถึง 54% สำหรับสินค้าจากจีน ผู้ผลิตพีซีแบบกำหนดเองเช่น Maingear และ Falcon Northwest ไม่มีทางเลือกนอกจาก ผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค นักวิเคราะห์เตือนว่าการขึ้นภาษีนี้ อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย ✅ แบรนด์ใหญ่เช่น Dell และ HP อาจเลี่ยงผลกระทบได้บางส่วน - บริษัทขนาดใหญ่สามารถ ย้ายฐานผลิตไปยังประเทศที่ภาษีต่ำกว่า - ผู้ผลิตรายย่อยในสหรัฐฯ ไม่มีทางเลือก ต้องรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ✅ ภาษีเพิ่มขึ้นสูงสุด 54% สำหรับชิ้นส่วนจากจีน - จีนได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยถูกเพิ่มภาษีอีก 34% ทำให้รวมเป็น 54% - ประเทศอื่นที่ได้รับผลกระทบหนักได้แก่ เวียดนาม (46%), ไต้หวัน (32%) และเกาหลีใต้ (26%) ✅ การขาดแคลน GPU อาจรุนแรงขึ้น - การที่โรงงานต้อง ย้ายฐานผลิตออกจากจีน กำลังทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลน GPU - ซัพพลายเออร์บางรายหยุดการผลิต ทำให้เกิดภาวะขาดตลาดและ FOMO (Fear of Missing Out) ✅ อุตสาหกรรมพีซีอาจไม่สามารถดูดซับต้นทุนเพิ่มขึ้นได้ - ผู้ผลิตพีซีเป็นธุรกิจที่มีกำไรต่ำ ไม่สามารถแบกรับภาษีใหม่ได้โดยไม่ขึ้นราคา - คาดว่าผู้บริโภคจะต้องจ่ายเพิ่ม 20-45% ภายในเดือนมิถุนายน 2025 ✅ สมาคมเทคโนโลยีเตือนว่าภาษีอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย - CEO ของ Consumer Technology Association กล่าวว่า ภาษีเหล่านี้เป็นภาระหนักต่อประชาชนและอาจเร่งให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย https://www.tomshardware.com/desktops/gaming-pcs/pc-prices-up-at-least-15-percent-trump-tariffs-may-hurt-u-s-system-integrators-most
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    PC prices up at least 20%: Trump Tariffs may hurt U.S. system integrators most
    Boutique PC builders like Maingear and Falcon Northwest bear the brunt of the costs.
    0 Comments 0 Shares 48 Views 0 Reviews
  • ร้านค้าในเวียดนามเผยเซิร์ฟเวอร์ AI มูลค่า $30,000 ที่ใช้ RTX 5090 ถึง 7 ตัว พร้อมพลังงาน 4,000 วัตต์และหน่วยความจำ 224GB สถาปัตยกรรม Blackwell ช่วยให้ RTX 5090 เหมาะกับงาน AI แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนายอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า อย่างไรก็ตาม Nvidia มุ่งขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม ทำให้ RTX 5090 หาได้ยากและราคาสูง ตลาดมือสองอาจเป็นทางเลือกสำหรับคนที่มองหาการ์ดที่คุ้มค่ากว่า

    ✅ RTX 5090 มาพร้อมสถาปัตยกรรม Blackwell—ออกแบบเพื่อ AI โดยเฉพาะ
    - รองรับ รูปแบบข้อมูลที่มีความแม่นยำต่ำกว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ AI
    - แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนา AI ก็ยังยอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า

    ✅ เซิร์ฟเวอร์นี้ใช้โครงสร้างแบบ “Open-Air GPU Frame”
    - ใช้ PCIe riser cables เชื่อมต่อ GPU แต่ละตัว
    - ใช้ Super Flower Leadex 2000W PSUs หลายตัวเพื่อรองรับกำลังไฟ

    ✅ หน่วยความจำรวม 224GB ไม่ใช่ “Unified Memory”
    - นักพัฒนาต้องใช้เทคนิค Model Parallelism เพื่อแบ่งงานระหว่าง GPU
    - ต่างจาก Blackwell Workstation Cards ที่มี VRAM สูงถึง 96GB ซึ่งเหมาะกับโมเดลที่มีพารามิเตอร์ซับซ้อน

    ✅ ราคา GPU สูงขึ้น เพราะ Nvidia เน้นขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม
    - Nvidia ใช้ เวเฟอร์จาก TSMC กับ B100/B200/B300 มากกว่าผลิต RTX
    - ทำให้การ์ดเกม หาได้ยากและราคาสูงกว่าปกติ

    ✅ ตลาด GPU มือสองเริ่มน่าสนใจ
    - รุ่นเก่าอย่าง RTX 4090 ที่มี 48GB VRAM ได้รับความนิยมในจีน
    - อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าราคาการ์ดใหม่จะปรับตัว

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/seven-rtx-5090-gpus-power-ai-server-worth-over-usd30-000-over-4000w-of-power-and-224gb-of-memory-in-a-single-frame
    ร้านค้าในเวียดนามเผยเซิร์ฟเวอร์ AI มูลค่า $30,000 ที่ใช้ RTX 5090 ถึง 7 ตัว พร้อมพลังงาน 4,000 วัตต์และหน่วยความจำ 224GB สถาปัตยกรรม Blackwell ช่วยให้ RTX 5090 เหมาะกับงาน AI แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนายอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า อย่างไรก็ตาม Nvidia มุ่งขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม ทำให้ RTX 5090 หาได้ยากและราคาสูง ตลาดมือสองอาจเป็นทางเลือกสำหรับคนที่มองหาการ์ดที่คุ้มค่ากว่า ✅ RTX 5090 มาพร้อมสถาปัตยกรรม Blackwell—ออกแบบเพื่อ AI โดยเฉพาะ - รองรับ รูปแบบข้อมูลที่มีความแม่นยำต่ำกว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ AI - แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนา AI ก็ยังยอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ✅ เซิร์ฟเวอร์นี้ใช้โครงสร้างแบบ “Open-Air GPU Frame” - ใช้ PCIe riser cables เชื่อมต่อ GPU แต่ละตัว - ใช้ Super Flower Leadex 2000W PSUs หลายตัวเพื่อรองรับกำลังไฟ ✅ หน่วยความจำรวม 224GB ไม่ใช่ “Unified Memory” - นักพัฒนาต้องใช้เทคนิค Model Parallelism เพื่อแบ่งงานระหว่าง GPU - ต่างจาก Blackwell Workstation Cards ที่มี VRAM สูงถึง 96GB ซึ่งเหมาะกับโมเดลที่มีพารามิเตอร์ซับซ้อน ✅ ราคา GPU สูงขึ้น เพราะ Nvidia เน้นขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม - Nvidia ใช้ เวเฟอร์จาก TSMC กับ B100/B200/B300 มากกว่าผลิต RTX - ทำให้การ์ดเกม หาได้ยากและราคาสูงกว่าปกติ ✅ ตลาด GPU มือสองเริ่มน่าสนใจ - รุ่นเก่าอย่าง RTX 4090 ที่มี 48GB VRAM ได้รับความนิยมในจีน - อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าราคาการ์ดใหม่จะปรับตัว https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/seven-rtx-5090-gpus-power-ai-server-worth-over-usd30-000-over-4000w-of-power-and-224gb-of-memory-in-a-single-frame
    0 Comments 0 Shares 44 Views 0 Reviews
  • จีนเปิดตัวซีพียูเซิร์ฟเวอร์ RISC-V ตัวแรกในชื่อ Lingyu CPU ซึ่งออกแบบเพื่อช่วยลดการพึ่งพาชิปจากตะวันตก ซีพียูนี้ใช้สถาปัตยกรรมแบบ “หนึ่งคอร์ สองสถาปัตยกรรม” มี 32 คอร์สำหรับประมวลผลทั่วไป และ 8 คอร์สำหรับ AI การพัฒนานี้ได้รับ การสนับสนุนจากรัฐบาลจีนและบริษัทใหญ่ เช่น Alibaba และ Tencent อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักคือ การสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งเพื่อแข่งขันกับ x86 และ Arm

    ✅ Lingyu CPU ใช้สถาปัตยกรรมแบบ “หนึ่งคอร์ สองสถาปัตยกรรม”
    - มี 32 คอร์สำหรับงานประมวลผลทั่วไป และ 8 คอร์พิเศษสำหรับการคำนวณ AI
    - โครงสร้างนี้ช่วยให้ มีประสิทธิภาพด้านการคำนวณสูง และประหยัดพลังงาน

    ✅ RiVAI Technologies ได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรระดับโลก
    - Zhangxi Tan ผู้ก่อตั้งบริษัท เป็นศิษย์ของ Prof. David Patterson ผู้บุกเบิก RISC-V
    - Prof. Patterson ยังคงเป็นที่ปรึกษาทางเทคนิคของ RiVAI

    ✅ จีนผลักดันให้ใช้ RISC-V เพื่อลดการพึ่งพา x86 และ Arm
    - RISC-V เป็น สถาปัตยกรรมแบบเปิด ต่างจาก x86 และ Arm ที่มีเจ้าของ
    - ทำให้บริษัทจีนสามารถ ออกแบบและผลิตชิปได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสิทธิ์การใช้งานจากตะวันตก

    ✅ มีการสนับสนุนจากรัฐบาลและบริษัทยักษ์ใหญ่
    - รัฐบาลจีนให้ เงินทุนและนโยบายสนับสนุนการพัฒนา RISC-V
    - บริษัทเช่น Alibaba และ Tencent กำลังลงทุนใน RISC-V

    ✅ ความท้าทายหลักคือซอฟต์แวร์และการสร้างระบบนิเวศ
    - แม้ RISC-V จะมีศักยภาพสูง แต่ การพัฒนาและปรับแต่งซอฟต์แวร์ยังต้องใช้เวลา
    - การแข่งขันกับ x86 และ Arm จะต้องอาศัย ระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/chinas-push-for-chip-independence-continues-with-its-first-risc-v-server-cpu
    จีนเปิดตัวซีพียูเซิร์ฟเวอร์ RISC-V ตัวแรกในชื่อ Lingyu CPU ซึ่งออกแบบเพื่อช่วยลดการพึ่งพาชิปจากตะวันตก ซีพียูนี้ใช้สถาปัตยกรรมแบบ “หนึ่งคอร์ สองสถาปัตยกรรม” มี 32 คอร์สำหรับประมวลผลทั่วไป และ 8 คอร์สำหรับ AI การพัฒนานี้ได้รับ การสนับสนุนจากรัฐบาลจีนและบริษัทใหญ่ เช่น Alibaba และ Tencent อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักคือ การสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งเพื่อแข่งขันกับ x86 และ Arm ✅ Lingyu CPU ใช้สถาปัตยกรรมแบบ “หนึ่งคอร์ สองสถาปัตยกรรม” - มี 32 คอร์สำหรับงานประมวลผลทั่วไป และ 8 คอร์พิเศษสำหรับการคำนวณ AI - โครงสร้างนี้ช่วยให้ มีประสิทธิภาพด้านการคำนวณสูง และประหยัดพลังงาน ✅ RiVAI Technologies ได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรระดับโลก - Zhangxi Tan ผู้ก่อตั้งบริษัท เป็นศิษย์ของ Prof. David Patterson ผู้บุกเบิก RISC-V - Prof. Patterson ยังคงเป็นที่ปรึกษาทางเทคนิคของ RiVAI ✅ จีนผลักดันให้ใช้ RISC-V เพื่อลดการพึ่งพา x86 และ Arm - RISC-V เป็น สถาปัตยกรรมแบบเปิด ต่างจาก x86 และ Arm ที่มีเจ้าของ - ทำให้บริษัทจีนสามารถ ออกแบบและผลิตชิปได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสิทธิ์การใช้งานจากตะวันตก ✅ มีการสนับสนุนจากรัฐบาลและบริษัทยักษ์ใหญ่ - รัฐบาลจีนให้ เงินทุนและนโยบายสนับสนุนการพัฒนา RISC-V - บริษัทเช่น Alibaba และ Tencent กำลังลงทุนใน RISC-V ✅ ความท้าทายหลักคือซอฟต์แวร์และการสร้างระบบนิเวศ - แม้ RISC-V จะมีศักยภาพสูง แต่ การพัฒนาและปรับแต่งซอฟต์แวร์ยังต้องใช้เวลา - การแข่งขันกับ x86 และ Arm จะต้องอาศัย ระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/chinas-push-for-chip-independence-continues-with-its-first-risc-v-server-cpu
    0 Comments 0 Shares 40 Views 0 Reviews
  • Luxor Technology เร่งส่งเครื่องขุด Bitcoin 5,600 เครื่องไปสหรัฐฯ ก่อนภาษี 10% มีผล ขณะเดียวกัน ไทยจะขึ้นภาษีนำเข้าเป็น 36% ส่งผลให้บริษัทต้องมองหาทางลดต้นทุน เช่น ตั้งโรงงานในสหรัฐฯ ผู้ผลิตอุปกรณ์ขุด Bitcoin เช่น Bitmain และ MicroBT เริ่มตั้งโรงงานในอเมริกาแล้ว แต่ภาษีใหม่ไม่ได้กระทบแค่ Bitcoin ยังส่งผลต่ออุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ เช่น GPU และเคสพีซี ที่อาจต้องขึ้นราคา

    ✅ นอกจากภาษี 10% ของสหรัฐฯ ประเทศไทยจะขึ้นภาษีนำเข้าเป็น 36% ในวันที่ 9 เมษายน
    - บริษัทที่ส่งออกอุปกรณ์ขุด Bitcoin จากไทยอาจต้องเผชิญกับภาระภาษีหนักขึ้น
    - ทำให้ผู้ผลิตต้องหาทางลดต้นทุน เช่น ย้ายฐานผลิตไปยังประเทศอื่น

    ✅ นักขุด Bitcoin หลายรายเคยอยู่ในจีน แต่ย้ายไปไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
    - ตั้งแต่ปี 2018 สหรัฐฯ ได้ใช้ภาษีและมาตรการคว่ำบาตรต่อจีน ทำให้บริษัทต้องย้ายฐานผลิต
    - ขณะนี้นโยบายภาษีของทำเนียบขาวกำลังบังคับให้บริษัท ต้องตั้งโรงงานภายในสหรัฐฯ เพื่อเลี่ยงภาษี

    ✅ Bitmain และ MicroBT เริ่มตั้งโรงงานผลิตในสหรัฐฯ
    - Bitmain Technologies Ltd. ผู้ผลิตอุปกรณ์ขุด Bitcoin รายใหญ่ ประกาศเปิดสายการผลิตในอเมริกา
    - MicroBT บรรลุข้อตกลงใช้โรงงานของ Riot Blockchain ในการประกอบเครื่องจักร

    ✅ ภาษีใหม่กระทบอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ เช่น GPU และเคสพีซี
    - ภาษีไม่ได้ใช้กับแค่เครื่องขุด Bitcoin แต่ยังรวมถึงวัตถุดิบเช่นอลูมิเนียม
    - ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และการ์ดจออาจต้องขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุน

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptomining/bitcoin-miners-front-running-tariffs-by-scrambling-to-ship-thousands-of-machines-before-penalties-hit
    Luxor Technology เร่งส่งเครื่องขุด Bitcoin 5,600 เครื่องไปสหรัฐฯ ก่อนภาษี 10% มีผล ขณะเดียวกัน ไทยจะขึ้นภาษีนำเข้าเป็น 36% ส่งผลให้บริษัทต้องมองหาทางลดต้นทุน เช่น ตั้งโรงงานในสหรัฐฯ ผู้ผลิตอุปกรณ์ขุด Bitcoin เช่น Bitmain และ MicroBT เริ่มตั้งโรงงานในอเมริกาแล้ว แต่ภาษีใหม่ไม่ได้กระทบแค่ Bitcoin ยังส่งผลต่ออุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ เช่น GPU และเคสพีซี ที่อาจต้องขึ้นราคา ✅ นอกจากภาษี 10% ของสหรัฐฯ ประเทศไทยจะขึ้นภาษีนำเข้าเป็น 36% ในวันที่ 9 เมษายน - บริษัทที่ส่งออกอุปกรณ์ขุด Bitcoin จากไทยอาจต้องเผชิญกับภาระภาษีหนักขึ้น - ทำให้ผู้ผลิตต้องหาทางลดต้นทุน เช่น ย้ายฐานผลิตไปยังประเทศอื่น ✅ นักขุด Bitcoin หลายรายเคยอยู่ในจีน แต่ย้ายไปไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย - ตั้งแต่ปี 2018 สหรัฐฯ ได้ใช้ภาษีและมาตรการคว่ำบาตรต่อจีน ทำให้บริษัทต้องย้ายฐานผลิต - ขณะนี้นโยบายภาษีของทำเนียบขาวกำลังบังคับให้บริษัท ต้องตั้งโรงงานภายในสหรัฐฯ เพื่อเลี่ยงภาษี ✅ Bitmain และ MicroBT เริ่มตั้งโรงงานผลิตในสหรัฐฯ - Bitmain Technologies Ltd. ผู้ผลิตอุปกรณ์ขุด Bitcoin รายใหญ่ ประกาศเปิดสายการผลิตในอเมริกา - MicroBT บรรลุข้อตกลงใช้โรงงานของ Riot Blockchain ในการประกอบเครื่องจักร ✅ ภาษีใหม่กระทบอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ เช่น GPU และเคสพีซี - ภาษีไม่ได้ใช้กับแค่เครื่องขุด Bitcoin แต่ยังรวมถึงวัตถุดิบเช่นอลูมิเนียม - ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และการ์ดจออาจต้องขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุน https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptomining/bitcoin-miners-front-running-tariffs-by-scrambling-to-ship-thousands-of-machines-before-penalties-hit
    0 Comments 0 Shares 34 Views 0 Reviews
  • Intel นำแคมเปญ "Intel Inside" กลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ ที่เน้นการเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ แทนที่จะเน้นแค่ชิปโปรเซสเซอร์ แคมเปญเดิมจากปี 1991 เคยช่วยให้ Intel กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก และปัจจุบันบริษัทต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับ AMD รวมถึงเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ การรีแบรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่า Intel ไม่ใช่แค่แบรนด์ฮาร์ดแวร์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลก ICT

    ✅ แคมเปญ Intel Inside เคยปฏิวัติการตลาดของชิปในปี 1991
    - ก่อนหน้าปี 1991 ผู้ผลิตชิปมักโปรโมทผลิตภัณฑ์ให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์โดยตรง
    - Intel เปลี่ยนเกมด้วยการ สื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ตระหนักถึงบทบาทของโปรเซสเซอร์

    ✅ บทบาทของ Intel Inside เปลี่ยนไปตามยุคสมัย
    - ในยุค 90s Intel Inside เป็นจุดเด่นของ Pentium และ Celeron ที่กำหนดมาตรฐานตลาดพีซี
    - ในยุค 2000s แคมเปญนี้ช่วย ขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Centrino และ Core Series
    - ปัจจุบัน Intel ขยายแนวคิดจาก ประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ไปสู่การเชื่อมโยงชีวิตประจำวัน

    ✅ Brett Hannath (CMO ของ Intel) ชี้แจงแนวคิดเบื้องหลังแคมเปญใหม่
    - Intel ต้องการแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีของตนช่วยเปิดโอกาสให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น พนักงาน, นักเรียน, นักพัฒนา หรือองค์กร
    - การสื่อสารนี้ช่วยให้แบรนด์ Intel มีอิทธิพลต่อชีวิตมากกว่าการเป็นผู้ผลิตชิปเพียงอย่างเดียว

    ✅ Intel เผชิญการแข่งขันจาก AMD ที่มีการรับรู้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น
    - ในอดีต Intel Inside ช่วยให้ Intel เป็นผู้นำในตลาด แต่ปัจจุบัน AMD มีความแข็งแกร่งมากขึ้น
    - การรีแบรนด์ครั้งนี้อาจเป็นกลยุทธ์ เพื่อรักษาความได้เปรียบ และปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย

    ✅ อุตสาหกรรม ICT มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังยุคพีซี
    - จากเดิมที่ Intel โดดเด่นในตลาด พีซีและแล็ปท็อป ปัจจุบันบริษัทต้องขยายอิทธิพลไปสู่ AI, Data Centers และอุปกรณ์ IoT
    - การรีแบรนด์ครั้งนี้เน้นให้เห็นว่า Intel เป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีรอบตัวเรา ไม่ใช่แค่ชิปในคอมพิวเตอร์

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/intel-refreshes-iconic-brand-with-thats-the-power-of-intel-inside-campaign
    Intel นำแคมเปญ "Intel Inside" กลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ ที่เน้นการเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ แทนที่จะเน้นแค่ชิปโปรเซสเซอร์ แคมเปญเดิมจากปี 1991 เคยช่วยให้ Intel กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก และปัจจุบันบริษัทต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับ AMD รวมถึงเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ การรีแบรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่า Intel ไม่ใช่แค่แบรนด์ฮาร์ดแวร์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลก ICT ✅ แคมเปญ Intel Inside เคยปฏิวัติการตลาดของชิปในปี 1991 - ก่อนหน้าปี 1991 ผู้ผลิตชิปมักโปรโมทผลิตภัณฑ์ให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์โดยตรง - Intel เปลี่ยนเกมด้วยการ สื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ตระหนักถึงบทบาทของโปรเซสเซอร์ ✅ บทบาทของ Intel Inside เปลี่ยนไปตามยุคสมัย - ในยุค 90s Intel Inside เป็นจุดเด่นของ Pentium และ Celeron ที่กำหนดมาตรฐานตลาดพีซี - ในยุค 2000s แคมเปญนี้ช่วย ขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Centrino และ Core Series - ปัจจุบัน Intel ขยายแนวคิดจาก ประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ไปสู่การเชื่อมโยงชีวิตประจำวัน ✅ Brett Hannath (CMO ของ Intel) ชี้แจงแนวคิดเบื้องหลังแคมเปญใหม่ - Intel ต้องการแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีของตนช่วยเปิดโอกาสให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น พนักงาน, นักเรียน, นักพัฒนา หรือองค์กร - การสื่อสารนี้ช่วยให้แบรนด์ Intel มีอิทธิพลต่อชีวิตมากกว่าการเป็นผู้ผลิตชิปเพียงอย่างเดียว ✅ Intel เผชิญการแข่งขันจาก AMD ที่มีการรับรู้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น - ในอดีต Intel Inside ช่วยให้ Intel เป็นผู้นำในตลาด แต่ปัจจุบัน AMD มีความแข็งแกร่งมากขึ้น - การรีแบรนด์ครั้งนี้อาจเป็นกลยุทธ์ เพื่อรักษาความได้เปรียบ และปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย ✅ อุตสาหกรรม ICT มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังยุคพีซี - จากเดิมที่ Intel โดดเด่นในตลาด พีซีและแล็ปท็อป ปัจจุบันบริษัทต้องขยายอิทธิพลไปสู่ AI, Data Centers และอุปกรณ์ IoT - การรีแบรนด์ครั้งนี้เน้นให้เห็นว่า Intel เป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีรอบตัวเรา ไม่ใช่แค่ชิปในคอมพิวเตอร์ https://www.tomshardware.com/tech-industry/intel-refreshes-iconic-brand-with-thats-the-power-of-intel-inside-campaign
    0 Comments 0 Shares 33 Views 0 Reviews
  • Nintendo Switch 2 ใช้ชิปกราฟิกของ Nvidia ที่รองรับ DLSS และ Ray Tracing ซึ่งช่วยให้ภาพเกมมีคุณภาพดีขึ้น Nvidia เคลมว่าเครื่องรุ่นใหม่มีพลังกราฟิกแรงกว่ารุ่นก่อนถึง 10 เท่า อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนาเกมต้องปรับให้รองรับเอง และอาจใช้เวลาพอสมควร นอกจากนี้ ราคาตัวเครื่องและเกมที่แพงขึ้น อาจทำให้แฟน ๆ ลังเลที่จะอัปเกรด

    ✅ Nintendo ไม่เปิดเผยสเปคของชิปโดยละเอียด
    - เปิดเผยเพียงว่า รองรับ 120fps บนเครื่อง และ 4K 60fps บนจอทีวี

    ✅ Ray Tracing จะทำให้ภาพเกมสมจริงขึ้น
    - เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ การสะท้อนแสงและเงามีความสมจริง แต่ต้องรอให้เกมต่าง ๆ ใช้งานฟีเจอร์นี้

    ✅ DLSS จะช่วยเพิ่มคุณภาพกราฟิกโดยไม่ลดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง
    - เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเร่งความละเอียดของภาพให้ดีขึ้นโดยใช้ AI Upscaling

    ✅ Nvidia เคลมว่า Switch 2 มีพลังกราฟิกแรงกว่ารุ่นเดิมถึง 10 เท่า
    - นี่เป็นเพราะ ชิปกราฟิกใช้ Tensor Cores ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยประมวลผลภาพขั้นสูง

    ✅ เกม Elden Ring จะเปิดตัวบน Switch 2—ใช้ DLSS และ Ray Tracing
    - จะเป็นเกมทดสอบความสามารถของเครื่องในด้าน การแสดงผลและเฟรมเรต

    ✅ ผู้พัฒนาเกมอาจไม่ใช้ฟีเจอร์ใหม่ทันที
    - แม้ Switch 2 รองรับ DLSS และ Ray Tracing แต่ผู้พัฒนาต้องปรับเกมให้รองรับเอง ซึ่งอาจต้องใช้เวลา

    ✅ ปัญหาสำคัญของ Switch 2 คือราคาและค่าตัวเกม
    - ราคาจำหน่ายอยู่ที่ $450 ซึ่งสูงกว่ารุ่นแรกมาก
    - เกมใหม่มีราคาสูงถึง $70-80 ทำให้แฟน ๆ กังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพในการเล่นเกม

    https://www.techspot.com/news/107410-nvidia-claims-10x-graphical-performance-switch-2-over.html
    Nintendo Switch 2 ใช้ชิปกราฟิกของ Nvidia ที่รองรับ DLSS และ Ray Tracing ซึ่งช่วยให้ภาพเกมมีคุณภาพดีขึ้น Nvidia เคลมว่าเครื่องรุ่นใหม่มีพลังกราฟิกแรงกว่ารุ่นก่อนถึง 10 เท่า อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนาเกมต้องปรับให้รองรับเอง และอาจใช้เวลาพอสมควร นอกจากนี้ ราคาตัวเครื่องและเกมที่แพงขึ้น อาจทำให้แฟน ๆ ลังเลที่จะอัปเกรด ✅ Nintendo ไม่เปิดเผยสเปคของชิปโดยละเอียด - เปิดเผยเพียงว่า รองรับ 120fps บนเครื่อง และ 4K 60fps บนจอทีวี ✅ Ray Tracing จะทำให้ภาพเกมสมจริงขึ้น - เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ การสะท้อนแสงและเงามีความสมจริง แต่ต้องรอให้เกมต่าง ๆ ใช้งานฟีเจอร์นี้ ✅ DLSS จะช่วยเพิ่มคุณภาพกราฟิกโดยไม่ลดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง - เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเร่งความละเอียดของภาพให้ดีขึ้นโดยใช้ AI Upscaling ✅ Nvidia เคลมว่า Switch 2 มีพลังกราฟิกแรงกว่ารุ่นเดิมถึง 10 เท่า - นี่เป็นเพราะ ชิปกราฟิกใช้ Tensor Cores ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยประมวลผลภาพขั้นสูง ✅ เกม Elden Ring จะเปิดตัวบน Switch 2—ใช้ DLSS และ Ray Tracing - จะเป็นเกมทดสอบความสามารถของเครื่องในด้าน การแสดงผลและเฟรมเรต ✅ ผู้พัฒนาเกมอาจไม่ใช้ฟีเจอร์ใหม่ทันที - แม้ Switch 2 รองรับ DLSS และ Ray Tracing แต่ผู้พัฒนาต้องปรับเกมให้รองรับเอง ซึ่งอาจต้องใช้เวลา ✅ ปัญหาสำคัญของ Switch 2 คือราคาและค่าตัวเกม - ราคาจำหน่ายอยู่ที่ $450 ซึ่งสูงกว่ารุ่นแรกมาก - เกมใหม่มีราคาสูงถึง $70-80 ทำให้แฟน ๆ กังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพในการเล่นเกม https://www.techspot.com/news/107410-nvidia-claims-10x-graphical-performance-switch-2-over.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Nvidia claims 10x graphics performance boost on Switch 2, with DLSS and ray tracing support
    Nvidia has posted a blog highlighting the features offered by their hardware powering the Switch 2 beyond the information Nintendo provided. Among them is ray tracing support.
    0 Comments 0 Shares 26 Views 0 Reviews
  • Kevin Scott ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Microsoft เชื่อว่า 95% ของโค้ดโปรแกรมทั้งหมดจะถูกสร้างโดย AI ภายในปี 2030 อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่า มนุษย์ยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเปลี่ยนจากการเป็นผู้เขียนโค้ด มาเป็น ผู้ควบคุมและกำกับ AI เพื่อสร้างซอฟต์แวร์

    ✅ บทบาทของนักพัฒนาเปลี่ยนไปสู่ “AI Orchestrator”
    - แทนที่จะเขียนโค้ดด้วยตนเอง นักพัฒนาจะใช้ AI ในการช่วยสร้างโค้ด
    - งานหลักของนักพัฒนาคือ การให้คำสั่ง (Prompts) และตรวจสอบ AI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

    ✅ AI ยังคงมีข้อจำกัดด้านความจำและการเรียนรู้จากบริบทเดิม
    - Scott ชี้ว่า AI ยังไม่สามารถ จำการสนทนาและปรับตัวตามพฤติกรรมผู้ใช้ได้ดีนัก
    - อย่างไรก็ตาม อนาคต AI จะสามารถเรียนรู้จากการโต้ตอบที่ผ่านมาได้มากขึ้น

    ✅ CEO ของ IBM และ Salesforce มีมุมมองต่างออกไปเกี่ยวกับ AI ในวงการโค้ดดิ้ง
    - Arvind Krishna CEO ของ IBM เชื่อว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแทนการแทนที่นักพัฒนา โดยประเมินว่า AI จะสร้างได้ 20-30% ของโค้ดเท่านั้น
    - Marc Benioff CEO ของ Salesforce มองว่า AI อาจทำให้บริษัทลดการจ้างงานนักพัฒนาแบบดั้งเดิมลง ในปี 2025

    ✅ Anthropic เชื่อว่า AI อาจสร้าง 90% ของโค้ดได้ภายใน 6 เดือน
    - Dario Amodei CEO ของ Anthropic มีมุมมองที่เร็วและรุนแรงกว่า Microsoft โดยเชื่อว่า AI จะสามารถ สร้างโค้ดเกือบทั้งหมดได้ภายในเวลาเพียง 6 เดือน

    https://www.techspot.com/news/107411-microsoft-cto-predicts-ai-generate-95-percent-code.html
    Kevin Scott ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Microsoft เชื่อว่า 95% ของโค้ดโปรแกรมทั้งหมดจะถูกสร้างโดย AI ภายในปี 2030 อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่า มนุษย์ยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเปลี่ยนจากการเป็นผู้เขียนโค้ด มาเป็น ผู้ควบคุมและกำกับ AI เพื่อสร้างซอฟต์แวร์ ✅ บทบาทของนักพัฒนาเปลี่ยนไปสู่ “AI Orchestrator” - แทนที่จะเขียนโค้ดด้วยตนเอง นักพัฒนาจะใช้ AI ในการช่วยสร้างโค้ด - งานหลักของนักพัฒนาคือ การให้คำสั่ง (Prompts) และตรวจสอบ AI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ✅ AI ยังคงมีข้อจำกัดด้านความจำและการเรียนรู้จากบริบทเดิม - Scott ชี้ว่า AI ยังไม่สามารถ จำการสนทนาและปรับตัวตามพฤติกรรมผู้ใช้ได้ดีนัก - อย่างไรก็ตาม อนาคต AI จะสามารถเรียนรู้จากการโต้ตอบที่ผ่านมาได้มากขึ้น ✅ CEO ของ IBM และ Salesforce มีมุมมองต่างออกไปเกี่ยวกับ AI ในวงการโค้ดดิ้ง - Arvind Krishna CEO ของ IBM เชื่อว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแทนการแทนที่นักพัฒนา โดยประเมินว่า AI จะสร้างได้ 20-30% ของโค้ดเท่านั้น - Marc Benioff CEO ของ Salesforce มองว่า AI อาจทำให้บริษัทลดการจ้างงานนักพัฒนาแบบดั้งเดิมลง ในปี 2025 ✅ Anthropic เชื่อว่า AI อาจสร้าง 90% ของโค้ดได้ภายใน 6 เดือน - Dario Amodei CEO ของ Anthropic มีมุมมองที่เร็วและรุนแรงกว่า Microsoft โดยเชื่อว่า AI จะสามารถ สร้างโค้ดเกือบทั้งหมดได้ภายในเวลาเพียง 6 เดือน https://www.techspot.com/news/107411-microsoft-cto-predicts-ai-generate-95-percent-code.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Microsoft CTO predicts AI will generate 95% of code by 2030
    Microsoft CTO Kevin Scott predicted that 95 percent of programming code will be AI-generated by 2030. However, he quickly clarified that this does not signal the end...
    0 Comments 0 Shares 30 Views 0 Reviews
  • คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) กำลังพัฒนายุทธศาสตร์ใหม่ด้านความปลอดภัยภายใน "ProtectEU" โดยมีเป้าหมาย ป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ อาชญากรรม และการก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม หนึ่งในข้อเสนอที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดคือ แนวคิดให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัส ซึ่งอาจเป็นภัยต่อความเป็นส่วนตัว

    ✅ ProtectEU ตั้งเป้าปรับปรุงระบบข่าวกรองและขยายอำนาจ Europol
    - มีการเสนอให้ สร้างแพลตฟอร์ม Single Intelligence Analysis Capacity เพื่อช่วยให้ประเทศสมาชิกแบ่งปันข้อมูลกันได้ง่ายขึ้น
    - Europol อาจถูกพัฒนาเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทคล้าย FBI ของยุโรป

    ✅ ข้อถกเถียงเกี่ยวกับช่องทางเข้าถึงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัส
    - คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้มี "การเข้าถึงข้อมูลอย่างถูกกฎหมาย" สำหรับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
    - นักวิจัยด้านความปลอดภัยเตือนว่า การสร้างช่องทางพิเศษ (backdoor) ให้รัฐบาล อาจเปิดช่องให้แฮกเกอร์ใช้ประโยชน์ได้

    ✅ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าแนวคิดนี้มีข้อบกพร่องทางเทคนิค
    - ช่องทางเข้าถึงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัส ไม่สามารถทำให้ปลอดภัยได้ 100%
    - มีกรณีในอดีตที่ช่องโหว่ดังกล่าวถูกกลุ่มแฮกเกอร์และอาชญากรไซเบอร์ใช้โจมตี

    ✅ ProtectEU ยังรวมข้อเสนออื่น เช่น การควบคุมอาชญากรรมออนไลน์และความร่วมมือกับประเทศนอก EU
    - มีแผน สร้างระบบป้องกันภัยไซเบอร์ให้แข็งแกร่งขึ้น และเพิ่มกฎระเบียบที่เข้มงวดกับเครือข่ายอาชญากรรม
    - ความร่วมมือจะขยายไปยัง ละตินอเมริกาและเมดิเตอร์เรเนียน แต่ไม่มีการกล่าวถึงสหรัฐฯ

    https://www.techspot.com/news/107408-europe-proposes-backdoors-encrypted-platforms-under-new-security.html
    คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) กำลังพัฒนายุทธศาสตร์ใหม่ด้านความปลอดภัยภายใน "ProtectEU" โดยมีเป้าหมาย ป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ อาชญากรรม และการก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม หนึ่งในข้อเสนอที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดคือ แนวคิดให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัส ซึ่งอาจเป็นภัยต่อความเป็นส่วนตัว ✅ ProtectEU ตั้งเป้าปรับปรุงระบบข่าวกรองและขยายอำนาจ Europol - มีการเสนอให้ สร้างแพลตฟอร์ม Single Intelligence Analysis Capacity เพื่อช่วยให้ประเทศสมาชิกแบ่งปันข้อมูลกันได้ง่ายขึ้น - Europol อาจถูกพัฒนาเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทคล้าย FBI ของยุโรป ✅ ข้อถกเถียงเกี่ยวกับช่องทางเข้าถึงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัส - คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้มี "การเข้าถึงข้อมูลอย่างถูกกฎหมาย" สำหรับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย - นักวิจัยด้านความปลอดภัยเตือนว่า การสร้างช่องทางพิเศษ (backdoor) ให้รัฐบาล อาจเปิดช่องให้แฮกเกอร์ใช้ประโยชน์ได้ ✅ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าแนวคิดนี้มีข้อบกพร่องทางเทคนิค - ช่องทางเข้าถึงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัส ไม่สามารถทำให้ปลอดภัยได้ 100% - มีกรณีในอดีตที่ช่องโหว่ดังกล่าวถูกกลุ่มแฮกเกอร์และอาชญากรไซเบอร์ใช้โจมตี ✅ ProtectEU ยังรวมข้อเสนออื่น เช่น การควบคุมอาชญากรรมออนไลน์และความร่วมมือกับประเทศนอก EU - มีแผน สร้างระบบป้องกันภัยไซเบอร์ให้แข็งแกร่งขึ้น และเพิ่มกฎระเบียบที่เข้มงวดกับเครือข่ายอาชญากรรม - ความร่วมมือจะขยายไปยัง ละตินอเมริกาและเมดิเตอร์เรเนียน แต่ไม่มีการกล่าวถึงสหรัฐฯ https://www.techspot.com/news/107408-europe-proposes-backdoors-encrypted-platforms-under-new-security.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Europe proposes backdoors in encrypted platforms under new security strategy
    The recently announced ProtectEU plan aims to safeguard Europe from internal threats, European Commission President Ursula von der Leyen stated, emphasizing that security is a fundamental pillar...
    0 Comments 0 Shares 36 Views 0 Reviews
More Results