• Google เตือนว่ามีสายลับจากเกาหลีเหนือแฝงตัวเป็นนักพัฒนา IT ในบริษัทตะวันตก เพื่อขโมยข้อมูลและสร้างรายได้ให้กับรัฐบาล DPRK มีรายงานว่าบางคนขู่เปิดเผยข้อมูลบริษัทหลังถูกไล่ออก ปฏิบัติการนี้สร้างรายได้กว่า 6.8 ล้านดอลลาร์ และเริ่มขยายไปสู่ บริษัทในยุโรป บริษัทไอทีบางแห่งใช้แนวทาง Bring Your Own Device (BYOD) เพื่อลดความเสี่ยง แต่แนวทางนี้ก็ยังมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

    ✅ พนักงานที่ถูกไล่ออกบางรายขู่เปิดเผยข้อมูลบริษัท
    - มีกรณีที่นักพัฒนา IT ซึ่งถูกไล่ออกจากบริษัทขู่จะ เปิดเผยซอร์สโค้ดและข้อมูลภายในแก่คู่แข่ง
    - ข้อมูลที่ได้รับผลกระทบรวมถึง ซอฟต์แวร์ที่ยังไม่ได้เปิดตัวและทรัพย์สินทางปัญญา

    ✅ การแทรกซึมเข้าสู่บริษัทไอทีระดับโลกเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ
    - Google รายงานว่าการแทรกซึมดังกล่าวสร้างรายได้ให้เกาหลีเหนือถึง 6.8 ล้านดอลลาร์
    - พบหลักฐานว่ามี ทีมสนับสนุนในสหรัฐฯ และอังกฤษ ที่ช่วยส่งอุปกรณ์ให้สายลับใช้ในการทำงาน

    ✅ แฮกเกอร์ของ DPRK เริ่มหันไปเน้นยุโรปมากขึ้น
    - การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานพบว่า มีการเพิ่มจำนวนการโจมตีและความพยายามล้วงข้อมูลในยุโรป
    - อาจเป็นสัญญาณของการขยายปฏิบัติการไปทั่วโลก

    ✅ บริษัทส่วนใหญ่เริ่มใช้แนวทาง "Bring Your Own Device" แต่ยังมีจุดอ่อน
    - องค์กรที่อนุญาตให้พนักงานใช้ อุปกรณ์ของตัวเอง (BYOD) พบว่าเป็นช่องโหว่สำคัญ
    - เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ ขาดระบบความปลอดภัยและการบันทึกข้อมูลที่ช่วยตรวจจับภัยคุกคาม

    https://www.techradar.com/pro/security/google-warns-north-korean-spies-are-gaining-positions-in-western-firms
    Google เตือนว่ามีสายลับจากเกาหลีเหนือแฝงตัวเป็นนักพัฒนา IT ในบริษัทตะวันตก เพื่อขโมยข้อมูลและสร้างรายได้ให้กับรัฐบาล DPRK มีรายงานว่าบางคนขู่เปิดเผยข้อมูลบริษัทหลังถูกไล่ออก ปฏิบัติการนี้สร้างรายได้กว่า 6.8 ล้านดอลลาร์ และเริ่มขยายไปสู่ บริษัทในยุโรป บริษัทไอทีบางแห่งใช้แนวทาง Bring Your Own Device (BYOD) เพื่อลดความเสี่ยง แต่แนวทางนี้ก็ยังมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ✅ พนักงานที่ถูกไล่ออกบางรายขู่เปิดเผยข้อมูลบริษัท - มีกรณีที่นักพัฒนา IT ซึ่งถูกไล่ออกจากบริษัทขู่จะ เปิดเผยซอร์สโค้ดและข้อมูลภายในแก่คู่แข่ง - ข้อมูลที่ได้รับผลกระทบรวมถึง ซอฟต์แวร์ที่ยังไม่ได้เปิดตัวและทรัพย์สินทางปัญญา ✅ การแทรกซึมเข้าสู่บริษัทไอทีระดับโลกเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ - Google รายงานว่าการแทรกซึมดังกล่าวสร้างรายได้ให้เกาหลีเหนือถึง 6.8 ล้านดอลลาร์ - พบหลักฐานว่ามี ทีมสนับสนุนในสหรัฐฯ และอังกฤษ ที่ช่วยส่งอุปกรณ์ให้สายลับใช้ในการทำงาน ✅ แฮกเกอร์ของ DPRK เริ่มหันไปเน้นยุโรปมากขึ้น - การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานพบว่า มีการเพิ่มจำนวนการโจมตีและความพยายามล้วงข้อมูลในยุโรป - อาจเป็นสัญญาณของการขยายปฏิบัติการไปทั่วโลก ✅ บริษัทส่วนใหญ่เริ่มใช้แนวทาง "Bring Your Own Device" แต่ยังมีจุดอ่อน - องค์กรที่อนุญาตให้พนักงานใช้ อุปกรณ์ของตัวเอง (BYOD) พบว่าเป็นช่องโหว่สำคัญ - เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ ขาดระบบความปลอดภัยและการบันทึกข้อมูลที่ช่วยตรวจจับภัยคุกคาม https://www.techradar.com/pro/security/google-warns-north-korean-spies-are-gaining-positions-in-western-firms
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 7 มุมมอง 0 รีวิว
  • 48 ปี โศกนาฏกรรมกลางรันเวย์ “โบอิง 747” ชนกันที่เตเนริเฟ 🇪🇸✈️ สำเนียงสเปนพ่นพิษ นักบินสื่อสารผิดพลาด 583 ศพ บทเรียนราคาแพงจากท่าอากาศยาน ท่ามกลางหมอกหนา ความเครียด และสำเนียงที่ฟังยาก

    🌫️ โศกนาฏกรรมแห่งเตเนริเฟ 🔥 ย้อนไปเมื่อ 48 ปี ที่ผ่านมา ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2520 เป็นวันที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การบิน เมื่อเครื่องบินโดยสารขนาดยักษ์ โบอิง 747 ของสายการบิน KLM และ Pan Am ชนกันกลางรันเวย์ที่สนามบินโลสโรเดโอส ปัจจุบันคือท่าอากาศยานเตเนริเฟนอร์เต เกาะเตเนริเฟ ประเทศสเปน

    ผลที่ตามมาคือ ผู้เสียชีวิต 583 ราย และบาดเจ็บ 61 คน เป็นอุบัติเหตุทางอากาศ ที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลก เหตุการณ์ครั้งนั้น ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีขัดข้อง หากแต่เป็นผลพวงจากปัจจัยมนุษย์ (Human Error) และการสื่อสารที่ผิดพลาด ท่ามกลางความกดดัน

    ✈️💥 บริบทก่อนเกิดเหตุ ในช่วงบ่ายของวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2520 "สนามบินกรันกานาเรีย" ซึ่งเป็นสนามบินหลักของหมู่เกาะคานารี ถูกขู่วางระเบิด ทำให้ต้องปิดการใช้งานชั่วคราว ✋🔴

    เครื่องบินหลายลำ รวมถึงเที่ยวบิน KLM 4805 และ Pan Am 1736 จำเป็นต้องลงจอดที่สนามบินสำรองอย่าง “โลสโรเดโอส” ซึ่งเป็นสนามบินขนาดเล็ก ที่ไม่มีความพร้อมรองรับ เครื่องบินลำใหญ่จำนวนมาก

    🕰️ จุดเริ่มต้นของหายนะ 🧨
    - KLM 4805 เดินทางจากอัมสเตอร์ดัม พร้อมผู้โดยสาร 234 คน และลูกเรือ 14 คน
    - Pan Am 1736:เดินทางจากลอสแอนเจลิส แวะนิวยอร์ก มุ่งหน้ากรุงมาดริด พร้อมผู้โดยสาร 380 คน และลูกเรือ 16 คน

    หลังจากเครื่องบินหลายลำลงจอด และจอดเรียงรายกันในพื้นที่จำกัด เจ้าหน้าที่ต้องบริหารพื้นที่ อย่างเร่งด่วน ก่อให้เกิดความเครียด ทั้งในหอบังคับการบินและลูกเรือ

    🚧 จุดเปลี่ยนสำคัญคือ กัปตันของ KLM ตัดสินใจเติมน้ำมันให้เต็มถัง เพื่อเลี่ยงเติมที่สนามบินปลายทางเ พราะราคาถูกกว่า ทำให้ต้องจอดนานกว่าเดิม และขัดขวางการเคลื่อนตัวของ Pan Am

    ☁️ หมอกและความสับสน ภัยเงียบแห่งรันเวย์ 🗣️ เมื่อสนามบินกรันกานาเรียเปิดใช้งานอีกครั้ง การจราจรทางอากาศในโลสโรเดโอส วุ่นวายทันที

    📻 หอบังคับการบิน ต้องจัดการเครื่องบินหลายลำ แต่ขาดเรดาร์ภาคพื้นดิน ทำให้พวกเขามองไม่เห็นตำแหน่งเครื่องบิน ต้องอาศัยการสื่อสารวิทยุแทน

    ✋ จุดวิกฤตเกิดขึ้นเมื่อ KLM เข้าใจผิดว่า สามารถนำเครื่องขึ้นได้ทันที ขณะที่ Pan Am ยังอยู่บนรันเวย์เดียวกัน!

    สำเนียงสเปน กับความคลุมเครือของคำว่า “Takeoff” 😓📡

    📌 ขณะที่ KLM กำลังเตรียมนำเครื่องขึ้น นักบินผู้ช่วยพูดว่า

    “We are now at takeoff.”

    ซึ่งไม่ใช่ประโยคขออนุญาตขึ้นบินโดยตรง แต่เป็นการสื่อสารที่ทำให้เข้าใจคลุมเครือ หอบังคับการบินตอบกลับว่า

    “OK, stand by for takeoff, I will call you.”

    แต่...❗เสียงตอบกลับนั้น ถูกกลืนหายไปกับคลื่นรบกวน ทำให้นักบิน KLM ไม่ได้ยินคำสั่งเต็ม ๆ

    🔥 การชนที่ไม่ควรเกิดขึ้น 💔 KLM เร่งนำเครื่องขึ้น โดยเข้าใจว่าได้รับอนุญาต ขณะที่ Pan Am กำลังเคลื่อนผ่านทางแยก วิ่งบนรันเวย์เดียวกัน หมอกหนาทำให้มองไม่เห็น

    ผลลัพธ์คือ ❌

    ✈️ เครื่องบิน KLM ชนเข้ากลางลำ Pan Am อย่างรุนแรง

    💥 ไฟลุกท่วมเครื่องบินทั้งสองลำในทันที

    - เสียชีวิตจาก KLM 248 ศพ (รอด = 0)
    - เสียชีวิตจาก Pan Am 335 ศพ (รอด = 61 คน)

    😢 บทวิเคราะห์: สาเหตุแห่งหายนะ 🔍
    ปัจจัยมนุษย์ (Human Error)
    - ความเครียดของกัปตัน KLM ที่ต้องรับแรงกดดัน จากบริษัทห้ามดีเลย์ 🕒
    - ขาดการสื่อสารชัดเจน ระหว่างนักบินกับหอบังคับการบิน 📻
    - สำเนียงสเปน ทำให้สื่อสารภาษาอังกฤษไม่ชัดเจน 🗣️

    ปัจจัยสิ่งแวดล้อม
    - สนามบินโลสโรเดโอส ไม่มีเรดาร์พื้นดิน ❌
    - หมอกลงจัด มองไม่เห็นปลายรันเวย์ 🌫️
    - พื้นที่สนามบิน ไม่พร้อมรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่หลายลำ 🚫

    📚🛫 หลังเหตุการณ์นี้ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ได้ปรับปรุงมาตรการอย่างจริงจัง
    ✅ การสื่อสารต้องใช้ภาษามาตรฐาน และชัดเจนมากขึ้น (Standard Phraseology)
    ✅ ห้ามนักบินตีความเอง โดยไม่มีการอนุญาตชัดเจน
    ✅ มีการพัฒนา Cockpit Resource Management (CRM) เพื่อเน้นการทำงานเป็นทีมระหว่างลูกเรือ
    ✅ ระบบเรดาร์พื้นดิน (Ground Radar) ถูกติดตั้งในสนามบินใหญ่ ๆ ทั่วโลก

    😨 เหตุการณ์ที่เกือบซ้ำรอยในปี 2542 🛬
    เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 ที่สนามบินโอแฮร์ สหรัฐอเมริกา ✈️
    - Korean Air เที่ยวบิน 36 Boeing 747 พร้อมผู้โดยสาร 340 คน
    - China Airlines เที่ยวบิน 9018 Boeing 747 เช่นกัน

    เกือบชนกันกลางรันเวย์ เนื่องจากความเข้าใจผิด ในการจราจรทางอากาศ แต่โชคดีที่หลีกเลี่ยงได้ทันโดยเครื่องบินอยู่ห่างกันเพียง 75 ฟุตเท่านั้น 😱

    🕯️ 583 ชีวิต กับบทเรียนที่ไม่มีวันลืม ✈️ “โศกนาฏกรรมเตเนริเฟ” เป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดครั้งหนึ่งของมนุษยชาติ ที่สอนเราให้ระมัดระวังในการสื่อสาร การจัดการความเสี่ยง และให้ความสำคัญ กับมาตรฐานความปลอดภัยการบิน ✈️🧠

    แม้เวลาจะผ่านไป 48 ปี... แต่ความสูญเสีย และบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ ยังคงส่องแสงเป็นคำเตือน ถึงทุกคนในวงการการบินเสมอ

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 271250 มี.ค. 2568

    📲 #TenerifeDisaster #Boeing747 #PlaneCrashHistory #AirlineSafety #KLM4805 #PanAm1736 #AirCrashInvestigation #อุบัติเหตุทางการบิน #โบอิง747ชนกัน #บทเรียนการบิน
    48 ปี โศกนาฏกรรมกลางรันเวย์ “โบอิง 747” ชนกันที่เตเนริเฟ 🇪🇸✈️ สำเนียงสเปนพ่นพิษ นักบินสื่อสารผิดพลาด 583 ศพ บทเรียนราคาแพงจากท่าอากาศยาน ท่ามกลางหมอกหนา ความเครียด และสำเนียงที่ฟังยาก 🌫️ โศกนาฏกรรมแห่งเตเนริเฟ 🔥 ย้อนไปเมื่อ 48 ปี ที่ผ่านมา ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2520 เป็นวันที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การบิน เมื่อเครื่องบินโดยสารขนาดยักษ์ โบอิง 747 ของสายการบิน KLM และ Pan Am ชนกันกลางรันเวย์ที่สนามบินโลสโรเดโอส ปัจจุบันคือท่าอากาศยานเตเนริเฟนอร์เต เกาะเตเนริเฟ ประเทศสเปน ผลที่ตามมาคือ ผู้เสียชีวิต 583 ราย และบาดเจ็บ 61 คน เป็นอุบัติเหตุทางอากาศ ที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลก เหตุการณ์ครั้งนั้น ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีขัดข้อง หากแต่เป็นผลพวงจากปัจจัยมนุษย์ (Human Error) และการสื่อสารที่ผิดพลาด ท่ามกลางความกดดัน ✈️💥 บริบทก่อนเกิดเหตุ ในช่วงบ่ายของวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2520 "สนามบินกรันกานาเรีย" ซึ่งเป็นสนามบินหลักของหมู่เกาะคานารี ถูกขู่วางระเบิด ทำให้ต้องปิดการใช้งานชั่วคราว ✋🔴 เครื่องบินหลายลำ รวมถึงเที่ยวบิน KLM 4805 และ Pan Am 1736 จำเป็นต้องลงจอดที่สนามบินสำรองอย่าง “โลสโรเดโอส” ซึ่งเป็นสนามบินขนาดเล็ก ที่ไม่มีความพร้อมรองรับ เครื่องบินลำใหญ่จำนวนมาก 🕰️ จุดเริ่มต้นของหายนะ 🧨 - KLM 4805 เดินทางจากอัมสเตอร์ดัม พร้อมผู้โดยสาร 234 คน และลูกเรือ 14 คน - Pan Am 1736:เดินทางจากลอสแอนเจลิส แวะนิวยอร์ก มุ่งหน้ากรุงมาดริด พร้อมผู้โดยสาร 380 คน และลูกเรือ 16 คน หลังจากเครื่องบินหลายลำลงจอด และจอดเรียงรายกันในพื้นที่จำกัด เจ้าหน้าที่ต้องบริหารพื้นที่ อย่างเร่งด่วน ก่อให้เกิดความเครียด ทั้งในหอบังคับการบินและลูกเรือ 🚧 จุดเปลี่ยนสำคัญคือ กัปตันของ KLM ตัดสินใจเติมน้ำมันให้เต็มถัง เพื่อเลี่ยงเติมที่สนามบินปลายทางเ พราะราคาถูกกว่า ทำให้ต้องจอดนานกว่าเดิม และขัดขวางการเคลื่อนตัวของ Pan Am ☁️ หมอกและความสับสน ภัยเงียบแห่งรันเวย์ 🗣️ เมื่อสนามบินกรันกานาเรียเปิดใช้งานอีกครั้ง การจราจรทางอากาศในโลสโรเดโอส วุ่นวายทันที 📻 หอบังคับการบิน ต้องจัดการเครื่องบินหลายลำ แต่ขาดเรดาร์ภาคพื้นดิน ทำให้พวกเขามองไม่เห็นตำแหน่งเครื่องบิน ต้องอาศัยการสื่อสารวิทยุแทน ✋ จุดวิกฤตเกิดขึ้นเมื่อ KLM เข้าใจผิดว่า สามารถนำเครื่องขึ้นได้ทันที ขณะที่ Pan Am ยังอยู่บนรันเวย์เดียวกัน! สำเนียงสเปน กับความคลุมเครือของคำว่า “Takeoff” 😓📡 📌 ขณะที่ KLM กำลังเตรียมนำเครื่องขึ้น นักบินผู้ช่วยพูดว่า “We are now at takeoff.” ซึ่งไม่ใช่ประโยคขออนุญาตขึ้นบินโดยตรง แต่เป็นการสื่อสารที่ทำให้เข้าใจคลุมเครือ หอบังคับการบินตอบกลับว่า “OK, stand by for takeoff, I will call you.” แต่...❗เสียงตอบกลับนั้น ถูกกลืนหายไปกับคลื่นรบกวน ทำให้นักบิน KLM ไม่ได้ยินคำสั่งเต็ม ๆ 🔥 การชนที่ไม่ควรเกิดขึ้น 💔 KLM เร่งนำเครื่องขึ้น โดยเข้าใจว่าได้รับอนุญาต ขณะที่ Pan Am กำลังเคลื่อนผ่านทางแยก วิ่งบนรันเวย์เดียวกัน หมอกหนาทำให้มองไม่เห็น ผลลัพธ์คือ ❌ ✈️ เครื่องบิน KLM ชนเข้ากลางลำ Pan Am อย่างรุนแรง 💥 ไฟลุกท่วมเครื่องบินทั้งสองลำในทันที - เสียชีวิตจาก KLM 248 ศพ (รอด = 0) - เสียชีวิตจาก Pan Am 335 ศพ (รอด = 61 คน) 😢 บทวิเคราะห์: สาเหตุแห่งหายนะ 🔍 ปัจจัยมนุษย์ (Human Error) - ความเครียดของกัปตัน KLM ที่ต้องรับแรงกดดัน จากบริษัทห้ามดีเลย์ 🕒 - ขาดการสื่อสารชัดเจน ระหว่างนักบินกับหอบังคับการบิน 📻 - สำเนียงสเปน ทำให้สื่อสารภาษาอังกฤษไม่ชัดเจน 🗣️ ปัจจัยสิ่งแวดล้อม - สนามบินโลสโรเดโอส ไม่มีเรดาร์พื้นดิน ❌ - หมอกลงจัด มองไม่เห็นปลายรันเวย์ 🌫️ - พื้นที่สนามบิน ไม่พร้อมรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่หลายลำ 🚫 📚🛫 หลังเหตุการณ์นี้ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ได้ปรับปรุงมาตรการอย่างจริงจัง ✅ การสื่อสารต้องใช้ภาษามาตรฐาน และชัดเจนมากขึ้น (Standard Phraseology) ✅ ห้ามนักบินตีความเอง โดยไม่มีการอนุญาตชัดเจน ✅ มีการพัฒนา Cockpit Resource Management (CRM) เพื่อเน้นการทำงานเป็นทีมระหว่างลูกเรือ ✅ ระบบเรดาร์พื้นดิน (Ground Radar) ถูกติดตั้งในสนามบินใหญ่ ๆ ทั่วโลก 😨 เหตุการณ์ที่เกือบซ้ำรอยในปี 2542 🛬 เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 ที่สนามบินโอแฮร์ สหรัฐอเมริกา ✈️ - Korean Air เที่ยวบิน 36 Boeing 747 พร้อมผู้โดยสาร 340 คน - China Airlines เที่ยวบิน 9018 Boeing 747 เช่นกัน เกือบชนกันกลางรันเวย์ เนื่องจากความเข้าใจผิด ในการจราจรทางอากาศ แต่โชคดีที่หลีกเลี่ยงได้ทันโดยเครื่องบินอยู่ห่างกันเพียง 75 ฟุตเท่านั้น 😱 🕯️ 583 ชีวิต กับบทเรียนที่ไม่มีวันลืม ✈️ “โศกนาฏกรรมเตเนริเฟ” เป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดครั้งหนึ่งของมนุษยชาติ ที่สอนเราให้ระมัดระวังในการสื่อสาร การจัดการความเสี่ยง และให้ความสำคัญ กับมาตรฐานความปลอดภัยการบิน ✈️🧠 แม้เวลาจะผ่านไป 48 ปี... แต่ความสูญเสีย และบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ ยังคงส่องแสงเป็นคำเตือน ถึงทุกคนในวงการการบินเสมอ ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 271250 มี.ค. 2568 📲 #TenerifeDisaster #Boeing747 #PlaneCrashHistory #AirlineSafety #KLM4805 #PanAm1736 #AirCrashInvestigation #อุบัติเหตุทางการบิน #โบอิง747ชนกัน #บทเรียนการบิน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 494 มุมมอง 0 รีวิว
  • เกาหลีเหนือกำลังมุ่งหน้าพัฒนาอาวุธ AI อย่างจริงจัง โดยล่าสุดได้ทดลองโดรนจู่โจมอัตโนมัติและเปิดตัวเครื่องบิน AEW รุ่นใหม่ที่ช่วยปรับปรุงการป้องกันทางอากาศ ความร่วมมือกับรัสเซียยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอาวุธเหล่านี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเกาหลีเหนือที่จะก้าวทันเทคโนโลยีทางทหารในระดับโลก

    การเปิดตัวอากาศยานแจ้งเตือนล่วงหน้า (AEW):
    - เกาหลีเหนือเปิดเผยเครื่องบิน AEW รุ่นแรกที่ปรับปรุงจาก Il-76 ของรัสเซีย ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันอากาศในพื้นที่ภูมิประเทศที่ยากลำบาก.

    ความร่วมมือทางการทหารกับรัสเซีย:
    - รัสเซียให้ความช่วยเหลือเกาหลีเหนือในการส่งมอบขีปนาวุธและอุปกรณ์ป้องกันทางอากาศ เพื่อแลกกับการที่เกาหลีเหนือสนับสนุนการส่งกองกำลังเข้าร่วมในสงครามยูเครน.

    ประสบการณ์ในสนามรบ:
    - กองกำลังเกาหลีเหนือที่ถูกส่งไปสนับสนุนรัสเซียมีบทบาทสำคัญในการใช้โดรนในสนามรบ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการพัฒนาอาวุธในอนาคต.

    การพัฒนาเทคโนโลยีสอดแนมและรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์:
    - คิมยังได้ตรวจสอบอุปกรณ์ใหม่สำหรับการรวบรวมข้อมูล การสอดแนม และการรบกวนสัญญาณ ซึ่งเสริมขีดความสามารถในสงครามสมัยใหม่.

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/27/north-korea-leader-kim-jong-un-supervises-test-of-ai-suicide-drones
    เกาหลีเหนือกำลังมุ่งหน้าพัฒนาอาวุธ AI อย่างจริงจัง โดยล่าสุดได้ทดลองโดรนจู่โจมอัตโนมัติและเปิดตัวเครื่องบิน AEW รุ่นใหม่ที่ช่วยปรับปรุงการป้องกันทางอากาศ ความร่วมมือกับรัสเซียยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอาวุธเหล่านี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเกาหลีเหนือที่จะก้าวทันเทคโนโลยีทางทหารในระดับโลก การเปิดตัวอากาศยานแจ้งเตือนล่วงหน้า (AEW): - เกาหลีเหนือเปิดเผยเครื่องบิน AEW รุ่นแรกที่ปรับปรุงจาก Il-76 ของรัสเซีย ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันอากาศในพื้นที่ภูมิประเทศที่ยากลำบาก. ความร่วมมือทางการทหารกับรัสเซีย: - รัสเซียให้ความช่วยเหลือเกาหลีเหนือในการส่งมอบขีปนาวุธและอุปกรณ์ป้องกันทางอากาศ เพื่อแลกกับการที่เกาหลีเหนือสนับสนุนการส่งกองกำลังเข้าร่วมในสงครามยูเครน. ประสบการณ์ในสนามรบ: - กองกำลังเกาหลีเหนือที่ถูกส่งไปสนับสนุนรัสเซียมีบทบาทสำคัญในการใช้โดรนในสนามรบ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการพัฒนาอาวุธในอนาคต. การพัฒนาเทคโนโลยีสอดแนมและรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์: - คิมยังได้ตรวจสอบอุปกรณ์ใหม่สำหรับการรวบรวมข้อมูล การสอดแนม และการรบกวนสัญญาณ ซึ่งเสริมขีดความสามารถในสงครามสมัยใหม่. https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/27/north-korea-leader-kim-jong-un-supervises-test-of-ai-suicide-drones
    WWW.THESTAR.COM.MY
    North Korea leader Kim Jong Un touts AI suicide drones, early-warning aircraft
    SEOUL (Reuters) -North Korean leader Kim Jong Un supervised the test of suicide drones with artificial intelligence (AI) technology and said unmanned control and AI capability must be the top priorities in modern arms development, state media reported on Thursday.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 219 มุมมอง 0 รีวิว
  • 17/3/68

    @Kittisuk iPhone
    ส่งไปให้ลูกดูนะ

    หมอได้ผ่าศพคนอายุ 90-103 ปีที่ตายธรรมชาติ

    พบว่าแต่ละคนล้วนมีเซลล์มะเร็งอยู่
    บางคนมีหลายแห่งด้วย
    แต่
    ทำไมพวกเขาจึงไม่มีอาการ

    เขาเชื่อว่า

    มันสงบอยู่ในระยะฟักตัว
    หรือ จำศีล
    ถ้ามีสิ่งที่มีปลุกหรือกระตุ้นให้ตื่น จึงจะเจริญเติบโต


    วงการแพทย์ปัจจุบัน
    กำลังพยายามหาวิธีทำให้เซลล์มะเร็งสงบอยู่ได้ตลอดไป
    เชื่อว่า
    อาหารที่ทำให้เซลล์มะเร็งสงบได้แก่

    1. ขมิ้น
    (สารที่เชื่อว่าต้านมะเร็ง
    คือ curcumin)
    2. พริก (capsaicin)
    3. ขิง (curcumin)
    4. ชาเขียว (catechin)
    5. ถั่วเหลือง (isoflavones)
    6. มะเขือเทศ (lycopene)
    7. องุ่น (resveratrol)y
    8. กระเทียม (sulfides)

    “10 อันดับอาหาร
    ที่กระตุ้นให้เซลล์มะเร็งฟื้น”
    คือ
    1. แฮมเบอร์เกอร์ ของทอด,
    โค้ก (Hamburger Fries
    + Cola)
    2. ข้าวซี่โครงหมูตุ๋น +
    ชาไข่มุก (Pork ribs rice
    + Zhen milk)
    3. เกี๊ยวซ่า + นมถั่วเหลือง
    (Pot Sticker + Soy Milk)
    4. สปาร์เก็ตตี้อิตาเลียน +
    ซุปเมอแรงค์ ((Grilled
    Italian noodles) +
    meringue soup)
    5. ไก่ทอดเกาหลีกับเบียร์
    (Korean fried chicken
    + beer)
    6. ข้าวผัด + ซุปกงเหมา
    (Fried rice + Gongmao
    soup)
    7. ราเมง + ครีมแข็ง (Ramen
    + Frost Cream)
    8. ข้าวหน้าหมูตุ๋น +
    ซุปลูกชิ้นปลา (Braised
    Pork Rice + Fish Ball
    Soup)
    9. ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น +
    กะหล่ำปลีดอง (Braised
    beef noodles +
    sauerkraut)
    10. หมูทอด + โอเด้ง (Fried meat round + Oden boiled)

    ส่วนอาหารที่ต้านพิษ
    ได้แก่
    1. มันหวาน (Sweet potato)
    2. ถั่วเขียว (Mung beans)
    3. ข้าวโอ๊ต (Oats)
    4. เม็ดบัว (Huanren)
    5. เซียวหมี่ (Xiaomi)
    6. ข้าวกล้อง (Brown rice)
    7. ถั่วแดง (Red Beans)
    8. แครอท (Carrots)
    9. แยม (Yam)
    10. หญ้าเจ้าชู้ (Burdock)
    11. หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus)
    12. หัวหอม (Onions)
    13. รากบัว (Lotus root)
    14. หัวไชเท้า (White radish)
    15. โกฐจุฬาลัมพา (Artemisia
    halodendron)
    16. ใบของมันหวาน (Sweet
    potato leaves)
    17. ใบหัวไชเท้า (Radish
    leaves)
    18. ชวานชี (Chuanqi)
    19. โยเกิร์ต (Yogurt)
    20. น้ำส้มสายชู (Vinegart)

    "You are what You eat"
    คุณ กินอะไรเข้าไป
    คุณก็จะเป็นอย่างนั้น

    Don’t no who wrote but I do
    ไม่รู้ใครเขียนแต่ผมทำตาม...

    ด่วน...
    เส้นเลือด "ตีบ" ในสมอง
    เกิดขึ้นทุก 4 นาที
    ทำไมตรวจหาสาเหตุไม่เจอ แล้วจะมีวิธีป้องกันได้อย่างไร ?

    ทุกวันนี้ ผมเจอคนป่วยเส้นเลือดตีบทุกวัน
    ตั้งแต่อายุ 13 ปี ยัน 95 ปี
    มันเกิดอะไรขึ้น
    ความพิการจะหยุดได้
    หรือไม่ได้...

    ถ้าสำหรับผม ผมตอบได้เลยว่า
    "หยุดได้"

    เส้นเลือดตีบในสมอง
    เกิดขึ้นทุก 4 นาที
    ปีละเป็นแสนคน
    ดารานักแสดง.. คนรวย.. คนจน.... ก็ไม่เว้น
    จนเป็นเรื่องน่าวิตกมาก

    วันนี้การแพทย์สหรัฐ
    ยังบอกเลยว่า
    มันยากมากที่สุด

    การรักษาคนป่วยเหล่านี้
    แทบจะเลือนลาง
    เสียงบประมาณมากมาย
    กับคนป่วยเหล่านี้...

    อาการเส้นเลือดตีบ
    เป็นอย่างไร ?

    เส้นเลือดตีบ
    อาการที่ส่งสัญญาณ คือ.-
    1. อาการมึนหัว
    2. อาการบ้านหมุน
    3. อาจมีอาการอาเจียนร่วม
    4. อาการร่วม-อ่อนแรงที่แขน
    5. อาการร่วม-อ่อนแรงที่ขา
    6. มีกลุ่มก้อนแข็งอุดตาม คอ
    บ่า ไหล่
    อาจส่งสัญญาณปวด

    จากพฤติกรรมที่ทำ คือ.-
    1. พักผ่อนน้อย
    2. ดื่มน้ำน้อย
    3. นอนดึก
    4. ดื่มน้ำเย็นเป็นประจำ
    5. ชอบทานอาหารมันๆ
    6. ชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่
    7. ขาดการออกกำลังกาย
    8. ไม่เคยปรับสมดุล ดูแล
    ระบบหลอดเลือด และ
    การไหลเวียนให้สมดุล
    9. นั่งนาน
    10. ยืนนาน
    11. ทำงานหนัก
    12. ชอบดื่มน้ำอัดลม เป็นต้น

    ภาวะเส้นเลือดตีบในสมอง
    ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค
    แต่เกิดจากพฤติกรรม
    ที่สะสมมานาน
    ไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี
    การอุดตันในเส้นเลือด
    ถึงจะเกิดขึ้นได้
    การรักษาฟื้นฟู
    สามารถทำได้
    แต่ต้องใช้ระยะเวลา..
    นาน.. ไม่ต่ำกว่า 5 ปี

    คนที่เป็น
    มีอาการก่อนเส้นเลือดจะตีบตัน
    สามารถรักษาได้
    ใช้ระยะเวลาไม่เกิด 3-6 เดือน

    อาการเส้นเลือดตีบในสมองถึงจะไม่เกิดขึ้น
    แต่ถ้ายังกลับไปทำพฤติกรรมเดิมๆ ก็อาจกลับมาได้อีก เพราะเส้นเลือดตีบในสมอง

    “เกิดจากพฤติกรรม
    ในการดำเนินชีวิต…..

    ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค“

    เอาละครับ
    คิดว่าข้อมูลเล็กๆน้อยๆ
    คงช่วยให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงได้
    ห่างไกลความพิการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

    อนุญาตให้แชร์ข้อมูลได้ครับ
    เพื่อเป็นวิทยาทาน...
    17/3/68 @Kittisuk iPhone ส่งไปให้ลูกดูนะ หมอได้ผ่าศพคนอายุ 90-103 ปีที่ตายธรรมชาติ พบว่าแต่ละคนล้วนมีเซลล์มะเร็งอยู่ บางคนมีหลายแห่งด้วย แต่ ทำไมพวกเขาจึงไม่มีอาการ เขาเชื่อว่า มันสงบอยู่ในระยะฟักตัว หรือ จำศีล ถ้ามีสิ่งที่มีปลุกหรือกระตุ้นให้ตื่น จึงจะเจริญเติบโต วงการแพทย์ปัจจุบัน กำลังพยายามหาวิธีทำให้เซลล์มะเร็งสงบอยู่ได้ตลอดไป เชื่อว่า อาหารที่ทำให้เซลล์มะเร็งสงบได้แก่ 1. ขมิ้น (สารที่เชื่อว่าต้านมะเร็ง คือ curcumin) 2. พริก (capsaicin) 3. ขิง (curcumin) 4. ชาเขียว (catechin) 5. ถั่วเหลือง (isoflavones) 6. มะเขือเทศ (lycopene) 7. องุ่น (resveratrol)y 8. กระเทียม (sulfides) “10 อันดับอาหาร ที่กระตุ้นให้เซลล์มะเร็งฟื้น” คือ 1. แฮมเบอร์เกอร์ ของทอด, โค้ก (Hamburger Fries + Cola) 2. ข้าวซี่โครงหมูตุ๋น + ชาไข่มุก (Pork ribs rice + Zhen milk) 3. เกี๊ยวซ่า + นมถั่วเหลือง (Pot Sticker + Soy Milk) 4. สปาร์เก็ตตี้อิตาเลียน + ซุปเมอแรงค์ ((Grilled Italian noodles) + meringue soup) 5. ไก่ทอดเกาหลีกับเบียร์ (Korean fried chicken + beer) 6. ข้าวผัด + ซุปกงเหมา (Fried rice + Gongmao soup) 7. ราเมง + ครีมแข็ง (Ramen + Frost Cream) 8. ข้าวหน้าหมูตุ๋น + ซุปลูกชิ้นปลา (Braised Pork Rice + Fish Ball Soup) 9. ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น + กะหล่ำปลีดอง (Braised beef noodles + sauerkraut) 10. หมูทอด + โอเด้ง (Fried meat round + Oden boiled) ส่วนอาหารที่ต้านพิษ ได้แก่ 1. มันหวาน (Sweet potato) 2. ถั่วเขียว (Mung beans) 3. ข้าวโอ๊ต (Oats) 4. เม็ดบัว (Huanren) 5. เซียวหมี่ (Xiaomi) 6. ข้าวกล้อง (Brown rice) 7. ถั่วแดง (Red Beans) 8. แครอท (Carrots) 9. แยม (Yam) 10. หญ้าเจ้าชู้ (Burdock) 11. หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus) 12. หัวหอม (Onions) 13. รากบัว (Lotus root) 14. หัวไชเท้า (White radish) 15. โกฐจุฬาลัมพา (Artemisia halodendron) 16. ใบของมันหวาน (Sweet potato leaves) 17. ใบหัวไชเท้า (Radish leaves) 18. ชวานชี (Chuanqi) 19. โยเกิร์ต (Yogurt) 20. น้ำส้มสายชู (Vinegart) "You are what You eat" คุณ กินอะไรเข้าไป คุณก็จะเป็นอย่างนั้น Don’t no who wrote but I do ไม่รู้ใครเขียนแต่ผมทำตาม... ด่วน... เส้นเลือด "ตีบ" ในสมอง เกิดขึ้นทุก 4 นาที ทำไมตรวจหาสาเหตุไม่เจอ แล้วจะมีวิธีป้องกันได้อย่างไร ? ทุกวันนี้ ผมเจอคนป่วยเส้นเลือดตีบทุกวัน ตั้งแต่อายุ 13 ปี ยัน 95 ปี มันเกิดอะไรขึ้น ความพิการจะหยุดได้ หรือไม่ได้... ถ้าสำหรับผม ผมตอบได้เลยว่า "หยุดได้" เส้นเลือดตีบในสมอง เกิดขึ้นทุก 4 นาที ปีละเป็นแสนคน ดารานักแสดง.. คนรวย.. คนจน.... ก็ไม่เว้น จนเป็นเรื่องน่าวิตกมาก วันนี้การแพทย์สหรัฐ ยังบอกเลยว่า มันยากมากที่สุด การรักษาคนป่วยเหล่านี้ แทบจะเลือนลาง เสียงบประมาณมากมาย กับคนป่วยเหล่านี้... อาการเส้นเลือดตีบ เป็นอย่างไร ? เส้นเลือดตีบ อาการที่ส่งสัญญาณ คือ.- 1. อาการมึนหัว 2. อาการบ้านหมุน 3. อาจมีอาการอาเจียนร่วม 4. อาการร่วม-อ่อนแรงที่แขน 5. อาการร่วม-อ่อนแรงที่ขา 6. มีกลุ่มก้อนแข็งอุดตาม คอ บ่า ไหล่ อาจส่งสัญญาณปวด จากพฤติกรรมที่ทำ คือ.- 1. พักผ่อนน้อย 2. ดื่มน้ำน้อย 3. นอนดึก 4. ดื่มน้ำเย็นเป็นประจำ 5. ชอบทานอาหารมันๆ 6. ชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่ 7. ขาดการออกกำลังกาย 8. ไม่เคยปรับสมดุล ดูแล ระบบหลอดเลือด และ การไหลเวียนให้สมดุล 9. นั่งนาน 10. ยืนนาน 11. ทำงานหนัก 12. ชอบดื่มน้ำอัดลม เป็นต้น ภาวะเส้นเลือดตีบในสมอง ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากพฤติกรรม ที่สะสมมานาน ไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี การอุดตันในเส้นเลือด ถึงจะเกิดขึ้นได้ การรักษาฟื้นฟู สามารถทำได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลา.. นาน.. ไม่ต่ำกว่า 5 ปี คนที่เป็น มีอาการก่อนเส้นเลือดจะตีบตัน สามารถรักษาได้ ใช้ระยะเวลาไม่เกิด 3-6 เดือน อาการเส้นเลือดตีบในสมองถึงจะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้ายังกลับไปทำพฤติกรรมเดิมๆ ก็อาจกลับมาได้อีก เพราะเส้นเลือดตีบในสมอง “เกิดจากพฤติกรรม ในการดำเนินชีวิต….. ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค“ เอาละครับ คิดว่าข้อมูลเล็กๆน้อยๆ คงช่วยให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงได้ ห่างไกลความพิการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อนุญาตให้แชร์ข้อมูลได้ครับ เพื่อเป็นวิทยาทาน...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 748 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🌏 ล่องเรือ MSC Bellissima สัมผัสเสน่ห์ญี่ปุ่น & เกาหลีใต้ในทริปเดียว! 🚢 พาคุณ ล่องเรือชมวิวมหาสมุทรแปซิฟิก ผ่านเมืองท่าที่มีทั้งความทันสมัยและธรรมชาติอันงดงาม ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ต่างเป็นจุดหมายที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม อาหาร และวิวทิวทัศน์ที่สวยงามตลอดเส้นทาง 🗼❤️

    🛳 แพ็คเกจล่องเรือสำราญ พักบนเรือเอ็มเอสซี เบลลิสซิมา เอเชีย 2 ประเทศ, Cruise Only 11 วัน 10 คืน

    📍 เส้นทาง : โตเกียว, ญี่ปุ่น - โอซาก้า, ญี่ปุ่น (Overninght) - ล่องเรือกลางทะเล - เกาะเชจู, เกาหลีใต้ - ล่องเรือกลางทะเล - คานาซาวะ, ญี่ปุ่น - อาคิตะ, ญี่ปุ่น - ฮาโกดาเตะ, ญี่ปุ่น - ล่องเรือกลางทะเล - โตเกียว, ญี่ปุ่น

    📅 วันที่ 2-12 เม.ย. 2568

    💰 ราคาเริ่มต้น : ฿45,900
    โปรโมชั่น! พักรวมกัน 4 ท่านต่อห้อง ลด 50% สำหรับท่านที่ 3 และ 4 🚨‼️

    ✅ รวมอาหารทุกมื้อบนเรือ
    ✅ ห้องพักบนเรือสำราญ
    ✅ กิจกรรมบนเรือ

    ➡️ รหัสแพคเกจทัวร์ : MSCP-11D10N-TYO-TYO-2504021
    คลิกดูรายละเอียดโปรแกรม : 78s.me/e10050

    ✅ ดูแพ็คเกจเรือทั้งหมด
    https://cruisedomain.com/
    LINE ID: @CruiseDomain 78s.me/c54029
    Facebook: CruiseDomain 78s.me/b8a121
    Youtube : CruiseDomain 78s.me/8af620
    ☎️: 0 2116 9696 (Auto)

    #MSCCruise #MSCBellissima #Hakodate #Japan #Kanazawa #Jejuisland #Korea #แพ็คเกจล่องเรือสำราญ #CruiseDomain#thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    🌏 ล่องเรือ MSC Bellissima สัมผัสเสน่ห์ญี่ปุ่น & เกาหลีใต้ในทริปเดียว! 🚢 พาคุณ ล่องเรือชมวิวมหาสมุทรแปซิฟิก ผ่านเมืองท่าที่มีทั้งความทันสมัยและธรรมชาติอันงดงาม ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ต่างเป็นจุดหมายที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม อาหาร และวิวทิวทัศน์ที่สวยงามตลอดเส้นทาง 🗼❤️ 🛳 แพ็คเกจล่องเรือสำราญ พักบนเรือเอ็มเอสซี เบลลิสซิมา เอเชีย 2 ประเทศ, Cruise Only 11 วัน 10 คืน 📍 เส้นทาง : โตเกียว, ญี่ปุ่น - โอซาก้า, ญี่ปุ่น (Overninght) - ล่องเรือกลางทะเล - เกาะเชจู, เกาหลีใต้ - ล่องเรือกลางทะเล - คานาซาวะ, ญี่ปุ่น - อาคิตะ, ญี่ปุ่น - ฮาโกดาเตะ, ญี่ปุ่น - ล่องเรือกลางทะเล - โตเกียว, ญี่ปุ่น 📅 วันที่ 2-12 เม.ย. 2568 💰 ราคาเริ่มต้น : ฿45,900 โปรโมชั่น! พักรวมกัน 4 ท่านต่อห้อง ลด 50% สำหรับท่านที่ 3 และ 4 🚨‼️ ✅ รวมอาหารทุกมื้อบนเรือ ✅ ห้องพักบนเรือสำราญ ✅ กิจกรรมบนเรือ ➡️ รหัสแพคเกจทัวร์ : MSCP-11D10N-TYO-TYO-2504021 คลิกดูรายละเอียดโปรแกรม : 78s.me/e10050 ✅ ดูแพ็คเกจเรือทั้งหมด https://cruisedomain.com/ LINE ID: @CruiseDomain 78s.me/c54029 Facebook: CruiseDomain 78s.me/b8a121 Youtube : CruiseDomain 78s.me/8af620 ☎️: 0 2116 9696 (Auto) #MSCCruise #MSCBellissima #Hakodate #Japan #Kanazawa #Jejuisland #Korea #แพ็คเกจล่องเรือสำราญ #CruiseDomain#thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 645 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft ได้เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวใหม่ในโลกของภัยคุกคามไซเบอร์ โดยระบุว่ากลุ่มแฮกเกอร์ที่สนับสนุนโดยรัฐบาลเกาหลีเหนือในชื่อ Moonstone Sleet ได้เริ่มใช้ Qilin ransomware เพื่อโจมตีเป้าหมายในองค์กรต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แสดงถึงการขยายตัวของกลยุทธ์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เนื่องจาก Qilin เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาสำหรับการให้บริการแบบ Ransomware-as-a-Service (RaaS) ซึ่งหมายความว่าแฮกเกอร์สามารถเช่าเครื่องมือโจมตีนี้ไปใช้งานได้

    == การเคลื่อนไหวของ Moonstone Sleet ==
    ก่อนหน้านี้ กลุ่ม Moonstone Sleet ซึ่งเคยถูกเรียกว่า Storm-1789 มีพฤติกรรมที่คล้ายกับกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนืออื่น ๆ แต่ได้พัฒนาเครื่องมือและโครงสร้างการโจมตีของตัวเองในภายหลัง พวกเขาใช้วิธีการต่าง ๆ เช่น:
    - การปล่อยซอฟต์แวร์ที่แฝงมัลแวร์ เช่น PuTTY และแพ็กเกจ npm ที่ถูกแอบแฝง
    - การสร้างบริษัทปลอม เช่น C.C. Waterfall และ StarGlow Ventures เพื่อหลอกลวงผู้ใช้งานใน LinkedIn หรือผ่านอีเมล

    == Qilin Ransomware และผลกระทบ ==
    Qilin ransomware เปิดตัวในชื่อ "Agenda" ตั้งแต่ปี 2022 และเริ่มมีบทบาทสำคัญในปลายปี 2023 กลุ่มนี้มุ่งเป้าหมายที่ระบบเสมือน VMware ESXi และเรียกค่าไถ่ที่อาจสูงถึงหลายล้านดอลลาร์ เหยื่อที่สำคัญในอดีต ได้แก่:
    - angfeng, ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์
    - Lee Enterprises, บริษัทสื่อสหรัฐฯ
    - Synnovis, ซึ่งการโจมตีนี้ส่งผลให้โรงพยาบาลในลอนดอนต้องยกเลิกการผ่าตัดหลายร้อยครั้ง

    ในเดือนพฤษภาคม 2024 Moonstone Sleet ยังถูกจับโยงกับการโจมตีโดยใช้ FakePenny ransomware พร้อมเรียกค่าไถ่เป็น Bitcoin จำนวน 6.6 ล้านดอลลาร์

    Moonstone Sleet ไม่ใช่กลุ่มแรกจากเกาหลีเหนือที่มีบทบาทในเหตุการณ์ ransomware ครั้งใหญ่ ก่อนหน้านี้ กลุ่ม Lazarus Group เคยสร้างความเสียหายทั่วโลกด้วย WannaCry ransomware ในปี 2017 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามต่อเนื่องของเกาหลีเหนือในการใช้ไซเบอร์เป็นเครื่องมือในยุทธศาสตร์ของรัฐ

    https://www.bleepingcomputer.com/news/security/microsoft-north-korean-hackers-now-deploying-qilin-ransomware/
    Microsoft ได้เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวใหม่ในโลกของภัยคุกคามไซเบอร์ โดยระบุว่ากลุ่มแฮกเกอร์ที่สนับสนุนโดยรัฐบาลเกาหลีเหนือในชื่อ Moonstone Sleet ได้เริ่มใช้ Qilin ransomware เพื่อโจมตีเป้าหมายในองค์กรต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แสดงถึงการขยายตัวของกลยุทธ์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เนื่องจาก Qilin เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาสำหรับการให้บริการแบบ Ransomware-as-a-Service (RaaS) ซึ่งหมายความว่าแฮกเกอร์สามารถเช่าเครื่องมือโจมตีนี้ไปใช้งานได้ == การเคลื่อนไหวของ Moonstone Sleet == ก่อนหน้านี้ กลุ่ม Moonstone Sleet ซึ่งเคยถูกเรียกว่า Storm-1789 มีพฤติกรรมที่คล้ายกับกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนืออื่น ๆ แต่ได้พัฒนาเครื่องมือและโครงสร้างการโจมตีของตัวเองในภายหลัง พวกเขาใช้วิธีการต่าง ๆ เช่น: - การปล่อยซอฟต์แวร์ที่แฝงมัลแวร์ เช่น PuTTY และแพ็กเกจ npm ที่ถูกแอบแฝง - การสร้างบริษัทปลอม เช่น C.C. Waterfall และ StarGlow Ventures เพื่อหลอกลวงผู้ใช้งานใน LinkedIn หรือผ่านอีเมล == Qilin Ransomware และผลกระทบ == Qilin ransomware เปิดตัวในชื่อ "Agenda" ตั้งแต่ปี 2022 และเริ่มมีบทบาทสำคัญในปลายปี 2023 กลุ่มนี้มุ่งเป้าหมายที่ระบบเสมือน VMware ESXi และเรียกค่าไถ่ที่อาจสูงถึงหลายล้านดอลลาร์ เหยื่อที่สำคัญในอดีต ได้แก่: - angfeng, ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ - Lee Enterprises, บริษัทสื่อสหรัฐฯ - Synnovis, ซึ่งการโจมตีนี้ส่งผลให้โรงพยาบาลในลอนดอนต้องยกเลิกการผ่าตัดหลายร้อยครั้ง ในเดือนพฤษภาคม 2024 Moonstone Sleet ยังถูกจับโยงกับการโจมตีโดยใช้ FakePenny ransomware พร้อมเรียกค่าไถ่เป็น Bitcoin จำนวน 6.6 ล้านดอลลาร์ Moonstone Sleet ไม่ใช่กลุ่มแรกจากเกาหลีเหนือที่มีบทบาทในเหตุการณ์ ransomware ครั้งใหญ่ ก่อนหน้านี้ กลุ่ม Lazarus Group เคยสร้างความเสียหายทั่วโลกด้วย WannaCry ransomware ในปี 2017 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามต่อเนื่องของเกาหลีเหนือในการใช้ไซเบอร์เป็นเครื่องมือในยุทธศาสตร์ของรัฐ https://www.bleepingcomputer.com/news/security/microsoft-north-korean-hackers-now-deploying-qilin-ransomware/
    WWW.BLEEPINGCOMPUTER.COM
    Microsoft: North Korean hackers join Qilin ransomware gang
    Microsoft says a North Korean hacking group tracked as Moonstone Sleet has deployed Qilin ransomware payloads in a limited number of attacks.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 459 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทีมนักวิจัยจาก Nisos ได้เผยแพร่รายงานที่น่าตกใจเกี่ยวกับเครือข่ายของแฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือที่กำลังปลอมแปลงตัวตนเพื่อสมัครงานในบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ทั้งในเอเชียและตะวันตก การกระทำนี้มุ่งเน้นหารายได้เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธของรัฐบาลเกาหลีเหนือ

    วิธีการที่แฮกเกอร์ใช้
    1) สร้างตัวตนปลอม: แฮกเกอร์ใช้ GitHub และเนื้อหาผลงานจากบัญชีเก่าเพื่อสร้างโปรไฟล์ที่ดูเหมือนจริง
    2) เทคนิคการปลอมแปลง: ใช้รูปภาพที่ผ่านการตัดต่อ (Photoshop) และโปรไฟล์ที่ไม่มีบัญชีโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าสงสัย
    3) การสมัครงานในบริษัทเล็ก: เป้าหมายคือบริษัทที่มีพนักงานน้อยกว่า 50 คน ทำให้ง่ายต่อการแทรกซึมข้อมูล

    การจ้างงานช่วยให้แฮกเกอร์เข้าถึงระบบภายในของบริษัท เป้าหมายไม่เพียงแค่ขโมยข้อมูลที่สำคัญ แต่ยังรวมถึงเงินทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แฮกเกอร์กลุ่มนี้มุ่งเน้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชนและคริปโตเคอเรนซี ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีประวัติการโจรกรรมครั้งใหญ่ในวงการนี้

    แม้จะไม่สามารถระบุตัวตนได้แน่นอน แต่พฤติกรรมและรูปแบบการโจมตีที่แสดงออกมามีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่ม Lazarus ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ และเคยเกี่ยวข้องกับการโจมตีด้วยมัลแวร์และการสร้างบริษัทปลอมเพื่อหลอกลวงนักพัฒนาซอฟต์แวร์

    การป้องกันและข้อควรรู้
    ผู้ว่าจ้างควรระวังข้อมูลที่ดูผิดปกติในโปรไฟล์ผู้สมัคร เช่น:
    - การใช้รูปภาพที่ดูไม่สมจริง
    - ไม่มีบัญชีโซเชียลมีเดีย หรืออีเมลที่คล้ายคลึงกันทั้งหมด
    - พิจารณาการตรวจสอบประวัติผู้สมัครอย่างละเอียด

    เรื่องนี้ไม่เพียงแค่สะท้อนถึงความซับซ้อนในโลกไซเบอร์ แต่ยังเตือนให้บริษัทในวงการเทคโนโลยีเพิ่มการตรวจสอบและตื่นตัวกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกเมื่อ

    https://www.techradar.com/pro/security/north-korean-fake-job-hackers-are-going-the-extra-mile-to-make-sure-their-scams-seem-legit
    ทีมนักวิจัยจาก Nisos ได้เผยแพร่รายงานที่น่าตกใจเกี่ยวกับเครือข่ายของแฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือที่กำลังปลอมแปลงตัวตนเพื่อสมัครงานในบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ทั้งในเอเชียและตะวันตก การกระทำนี้มุ่งเน้นหารายได้เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธของรัฐบาลเกาหลีเหนือ วิธีการที่แฮกเกอร์ใช้ 1) สร้างตัวตนปลอม: แฮกเกอร์ใช้ GitHub และเนื้อหาผลงานจากบัญชีเก่าเพื่อสร้างโปรไฟล์ที่ดูเหมือนจริง 2) เทคนิคการปลอมแปลง: ใช้รูปภาพที่ผ่านการตัดต่อ (Photoshop) และโปรไฟล์ที่ไม่มีบัญชีโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าสงสัย 3) การสมัครงานในบริษัทเล็ก: เป้าหมายคือบริษัทที่มีพนักงานน้อยกว่า 50 คน ทำให้ง่ายต่อการแทรกซึมข้อมูล การจ้างงานช่วยให้แฮกเกอร์เข้าถึงระบบภายในของบริษัท เป้าหมายไม่เพียงแค่ขโมยข้อมูลที่สำคัญ แต่ยังรวมถึงเงินทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แฮกเกอร์กลุ่มนี้มุ่งเน้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชนและคริปโตเคอเรนซี ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีประวัติการโจรกรรมครั้งใหญ่ในวงการนี้ แม้จะไม่สามารถระบุตัวตนได้แน่นอน แต่พฤติกรรมและรูปแบบการโจมตีที่แสดงออกมามีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่ม Lazarus ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ และเคยเกี่ยวข้องกับการโจมตีด้วยมัลแวร์และการสร้างบริษัทปลอมเพื่อหลอกลวงนักพัฒนาซอฟต์แวร์ การป้องกันและข้อควรรู้ ผู้ว่าจ้างควรระวังข้อมูลที่ดูผิดปกติในโปรไฟล์ผู้สมัคร เช่น: - การใช้รูปภาพที่ดูไม่สมจริง - ไม่มีบัญชีโซเชียลมีเดีย หรืออีเมลที่คล้ายคลึงกันทั้งหมด - พิจารณาการตรวจสอบประวัติผู้สมัครอย่างละเอียด เรื่องนี้ไม่เพียงแค่สะท้อนถึงความซับซ้อนในโลกไซเบอร์ แต่ยังเตือนให้บริษัทในวงการเทคโนโลยีเพิ่มการตรวจสอบและตื่นตัวกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกเมื่อ https://www.techradar.com/pro/security/north-korean-fake-job-hackers-are-going-the-extra-mile-to-make-sure-their-scams-seem-legit
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 340 มุมมอง 0 รีวิว
  • บทความเอ็ดดี้ อัษฎางค์นี้มีความหมายที่ควรค่าการอ่านเกี่ยวกับอคติของวัฒนธรรมของฝรั่งเหนือกว่าวัฒนธรรมอื่น กรณีนาย Jimmy Kimmel พิธีกรรายการดังสัมภาษณ์ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล เมื่อรายการ Jimmy Kimmel Live บอกกับลิซ่าว่า ชื่อ มุก ของเธอใน #TheWhiteLotus แปลว่า โง่งี่เง่า#อัษฎางค์ยมนาค“Ethnocentrism“แนวคิดที่มองว่าวัฒนธรรมของตนเหนือกว่าวัฒนธรรมอื่น ลิซ่า ไปออกรายการ Jimmy Kimmel Live แล้วพิธีกร Jimmy ถามถึงการสวมบทเป็น “มุก” ใน #TheWhiteLotus ว่าตัวละครที่้ที่ชื่อ “มุก” ในภาษาไทยมุก (Mook) แปลว่าอะไร?ลิซ่า ตอบว่า Pearl (ไข่มุก) แต่ Jimmy สวนกลับว่า Mook มันเป็นแสลงประมาณว่า Dumb นะ ไม่มีใครบอกเธอหรอ ลิซ่า บอกไม่มีนะ แต่มันเป็นชื่อคนไทยไง Jimmy พูดต่อว่าคงไม่มีปัญหาที่ไทย แต่ที่นี่อ่ะมีแน่ ลิซ่าตอบกลับว่า ถ้าอย่างนั้นอย่าเรียกว่ามุกที่นี่แล้วกัน ในภาษาไทย “มุก” หมายถึง ไข่มุก ซึ่งเป็นของมีค่า สวยงาม และมีความหมายดี ในขณะที่ มุก เป็นชื่อที่ดีในภาษาไทย แต่เสียงของคำนี้ไปพ้องกับคำในภาษาอังกฤษที่มีความหมายแย่ คำว่า “Mook” เป็นแสลงที่ใช้ดูถูกคน แปลประมาณว่า “คนโง่, ไร้ค่า”การที่ Jimmy Kimmel แซวชื่อว่า “Mook” แปลว่า Dumb (โง่) ในภาษาอังกฤษ อาจดูเหมือนเป็นมุกตลกของเขา แต่จริง ๆ แล้วเป็น การแสดงออกถึง Ethnocentrism (แนวคิดที่เอาวัฒนธรรมของตัวเองเป็นศูนย์กลาง) หรือไม่? Jimmy Kimmel มีสิทธิ์บอกว่า ควรเปลี่ยนชื่อไทยเพื่อให้เข้ากับภาษาอังกฤษ หรือไม่ชื่อเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ไม่ควรถูกลดค่าหรือถูกทำให้เป็นเรื่องตลก คนไทย ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ เพียงเพราะมันไปพ้องเสียงกับคำที่ไม่ดีในภาษาอื่น จริงมั้ย?Ethnocentrism หรือ แนวคิดที่มองว่าวัฒนธรรมของตนเหนือกว่าวัฒนธรรมอื่น เป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมตะวันตกและมักปรากฏในวงการบันเทิง สื่อมวลชน และชีวิตประจำวันของผู้คนที่ไม่ตระหนักถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมกรณีของ Jimmy Kimmel และชื่อ “มุก” (Mook) เป็นตัวอย่างที่ดีของ ethnocentric bias หรืออคติทางวัฒนธรรมที่ตะวันตกเป็นศูนย์กลาง Jimmy ตั้งคำถามถึงชื่อไทยโดยไม่ได้พยายามทำความเข้าใจวัฒนธรรมไทยก่อน เมื่อ Lisa อธิบายว่า “Mook” แปลว่า Pearl (ไข่มุก) ซึ่งเป็นชื่อที่มีความหมายดี Jimmy กลับ ตอบโต้โดยอ้างถึงความหมายในภาษาอังกฤษ เขาไม่ได้ตระหนักเลยว่าชื่อนี้เป็นเรื่องปกติในประเทศไทย และไม่มีเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนชื่อ “มุก” เป็นชื่อที่ดีในภาษาไทย ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงเพราะมันไปพ้องกับคำที่ไม่ดีในภาษาอังกฤษ และ Jimmy Kimmel ไม่ควรใช้มุกตลกที่อาจเป็นการลดค่าชื่อของคนไทย คนไทยควรภาคภูมิใจในชื่อของตัวเอง และมีสิทธิ์ใช้ชื่อตามวัฒนธรรมของตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพื่อให้ใครพอใจทำไม Ethnocentrism เป็นปัญหา?Ethnocentrism ทำให้เกิดแนวคิดว่าคนจากวัฒนธรรมอื่นต้องปรับตัวให้เข้ากับมาตรฐานของตะวันตก แทนที่จะเคารพความแตกต่างสร้างอคติทางภาษา เช่น “ชื่อของคุณฟังดูแปลกในภาษาเรา ดังนั้นมันต้องผิด”ลดทอนคุณค่าทางวัฒนธรรม แทนที่จะเรียนรู้จากวัฒนธรรมอื่น และส่งเสริมแนวคิด “อารยธรรมของฉันสูงกว่า วัฒนธรรมของคุณต้องเปลี่ยน” ซึ่งเคยถูกใช้เป็นข้ออ้างในยุคล่าอาณานิคมสื่อมวลชนตะวันตกควรรับผิดชอบอย่างไร?Jimmy Kimmel เป็นพิธีกรระดับโลก ควรมีตระหนักถึงอิทธิพลของตนเอง คำพูดของเขามีผลกระทบต่อความคิดของผู้ชม ซึ่งควรให้เคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรม การถามคำถามที่สะท้อนอคติทางวัฒนธรรมทำให้ผู้คนจากวัฒนธรรมอื่นรู้สึกถูกลดค่า Jimmy ควรเรียนรู้และให้เกียรติชื่อและอัตลักษณ์ของผู้อื่น ไม่ใช่ทุกอย่างต้องเข้ากับมาตรฐานของตะวันตกหาก Jimmy Kimmel เรียนรู้ที่จะเคารพวัฒนธรรมอื่นเพียงพอ เขาอาจเปลี่ยนมุกตลกที่เหยียดคนอื่นของเขานี้เป็นโอกาสอธิบายให้ผู้ชมรู้ว่า "มุก" คือไข่มุกอันทรงคุณค่าในภาษาไทย แทนที่จะลดทอนมันให้เป็นคำหยาบคาย ซึ่งนั่นคือบทบาทของสื่อที่ควรเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจข้ามวัฒนธรรมมากกว่าสร้างกำแพงในขณะที่ น้องลิซ่าถูกอบรมสั่งสอนมาดีทั้งจากเมืองไทยและเกาหลี ไม่งั้นเธอคงพูดสวนกับคุณว่า ชื่อ Jimmy ของคุณก็ฟังพ้องเสียงกับคำว่า “จิมิ” ซึ่งเป็นคำแสลงในภาษาไทย ซึ่งหมายถึง……จุดซ่อนเร้นของคุณผู้หญิง คุณจะรู้สึกอย่างไร? จิมิโชว์?รายการจิมิโชว์?https://youtu.be/ga7NkYeqh_A?si=C5yYwJEBKo-0Gvuh………………………………………………………………………………….“Ethnocentrism”Lisa appeared on Jimmy Kimmel Live, and the host, Jimmy, asked about her role as “Mook” in The White Lotus, specifically what the name “Mook” means in Thai.Lisa answered that it means “Pearl”, but Jimmy responded that “Mook” is slang for something like “Dumb.” “No one told you?” he asked.Lisa replied, “No, they didn’t, but it’s a Thai name.” Jimmy then said, “Maybe it’s not a problem in Thailand, but here, it definitely is.” Lisa responded, “Then don’t call me Mook here.”In Thai, “Mook” means pearl, which is valuable, beautiful, and meaningful. While “Mook” is a good name in Thai, the pronunciation of this word coincidentally resembles an English slang term with a negative meaning. In American English, “Mook” is slang used to insult someone, meaning something like “a fool” or “a worthless person.”When Jimmy Kimmel joked that “Mook” means “Dumb” in English, it might have seemed like a joke to him. But is it actually an expression of ethnocentrism—the belief that one’s own culture is the center of everything?Does Jimmy Kimmel have the right to say that a Thai name should be changed to fit the English language?A name is a part of cultural identity. It should not be devalued or turned into a joke. Thai people do not need to change their names just because they sound similar to an undesirable word in another language. Isn’t that true?Ethnocentrism, or the belief that one’s culture is superior to others, is a deeply rooted issue in Western society. It often appears in entertainment, media, and daily life among people who are unaware of cultural differences.The case of Jimmy Kimmel and the name “Mook” is a prime example of ethnocentric bias, where Western perspectives are centered, ignoring non-Western cultures.Jimmy questioned a Thai name without trying to understand Thai culture first. When Lisa explained that “Mook” means Pearl, a meaningful and positive name, Jimmy instead argued based on the English slang meaning. He did not recognize that this name is completely normal in Thailand and that there is no reason to change it.The name “Mook” is a good Thai name. There is no need to change it just because it coincidentally matches an English word with a bad meaning. And Jimmy Kimmel should not make jokes that diminish the value of Thai names.Thai people should be proud of their names and have the right to use them according to their culture without needing to change them for anyone else’s comfort.Why is Ethnocentrism a Problem?Ethnocentrism creates the belief that people from other cultures must adjust to Western standards instead of respecting diversity. • It creates linguistic bias, implying that “Your name sounds strange in our language, so it must be wrong.” • It devalues cultural identity, instead of encouraging learning from other cultures. • It promotes the idea that “My civilization is superior; your culture must change,” which was historically used as a justification for colonialism.How Should Western Media Be More Responsible?Jimmy Kimmel is a globally recognized host. He should be aware of his influence. His words impact public perception.Asking a question that reflects cultural bias makes people from other cultures feel devalued.Jimmy Kimmel should learn and respect other people’s names and identities. Not everything has to fit into Western standards.If Jimmy Kimmel had learned to respect other cultures more, he might have turned his joke into an opportunity to educate his audience that ‘Mook’ means a precious pearl in Thai, rather than reducing it to a vulgar term. That is the true role of the media—to serve as a bridge for cross-cultural understanding rather than building walls.On the other hand, Lisa has been well-raised and well-trained, both in Thailand and Korea. Otherwise, she might have responded to you by saying, ‘Your name, Jimmy, also sounds like ‘Jimi’ in Thai slang, which refers to… a woman’s private part. How would you feel? Jimi show!”"https://www.facebook.com/share/v/16CtwRaMG4/?mibextid=wwXIfr
    บทความเอ็ดดี้ อัษฎางค์นี้มีความหมายที่ควรค่าการอ่านเกี่ยวกับอคติของวัฒนธรรมของฝรั่งเหนือกว่าวัฒนธรรมอื่น กรณีนาย Jimmy Kimmel พิธีกรรายการดังสัมภาษณ์ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล เมื่อรายการ Jimmy Kimmel Live บอกกับลิซ่าว่า ชื่อ มุก ของเธอใน #TheWhiteLotus แปลว่า โง่งี่เง่า#อัษฎางค์ยมนาค“Ethnocentrism“แนวคิดที่มองว่าวัฒนธรรมของตนเหนือกว่าวัฒนธรรมอื่น ลิซ่า ไปออกรายการ Jimmy Kimmel Live แล้วพิธีกร Jimmy ถามถึงการสวมบทเป็น “มุก” ใน #TheWhiteLotus ว่าตัวละครที่้ที่ชื่อ “มุก” ในภาษาไทยมุก (Mook) แปลว่าอะไร?ลิซ่า ตอบว่า Pearl (ไข่มุก) แต่ Jimmy สวนกลับว่า Mook มันเป็นแสลงประมาณว่า Dumb นะ ไม่มีใครบอกเธอหรอ ลิซ่า บอกไม่มีนะ แต่มันเป็นชื่อคนไทยไง Jimmy พูดต่อว่าคงไม่มีปัญหาที่ไทย แต่ที่นี่อ่ะมีแน่ ลิซ่าตอบกลับว่า ถ้าอย่างนั้นอย่าเรียกว่ามุกที่นี่แล้วกัน ในภาษาไทย “มุก” หมายถึง ไข่มุก ซึ่งเป็นของมีค่า สวยงาม และมีความหมายดี ในขณะที่ มุก เป็นชื่อที่ดีในภาษาไทย แต่เสียงของคำนี้ไปพ้องกับคำในภาษาอังกฤษที่มีความหมายแย่ คำว่า “Mook” เป็นแสลงที่ใช้ดูถูกคน แปลประมาณว่า “คนโง่, ไร้ค่า”การที่ Jimmy Kimmel แซวชื่อว่า “Mook” แปลว่า Dumb (โง่) ในภาษาอังกฤษ อาจดูเหมือนเป็นมุกตลกของเขา แต่จริง ๆ แล้วเป็น การแสดงออกถึง Ethnocentrism (แนวคิดที่เอาวัฒนธรรมของตัวเองเป็นศูนย์กลาง) หรือไม่? Jimmy Kimmel มีสิทธิ์บอกว่า ควรเปลี่ยนชื่อไทยเพื่อให้เข้ากับภาษาอังกฤษ หรือไม่ชื่อเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ไม่ควรถูกลดค่าหรือถูกทำให้เป็นเรื่องตลก คนไทย ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ เพียงเพราะมันไปพ้องเสียงกับคำที่ไม่ดีในภาษาอื่น จริงมั้ย?Ethnocentrism หรือ แนวคิดที่มองว่าวัฒนธรรมของตนเหนือกว่าวัฒนธรรมอื่น เป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมตะวันตกและมักปรากฏในวงการบันเทิง สื่อมวลชน และชีวิตประจำวันของผู้คนที่ไม่ตระหนักถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมกรณีของ Jimmy Kimmel และชื่อ “มุก” (Mook) เป็นตัวอย่างที่ดีของ ethnocentric bias หรืออคติทางวัฒนธรรมที่ตะวันตกเป็นศูนย์กลาง Jimmy ตั้งคำถามถึงชื่อไทยโดยไม่ได้พยายามทำความเข้าใจวัฒนธรรมไทยก่อน เมื่อ Lisa อธิบายว่า “Mook” แปลว่า Pearl (ไข่มุก) ซึ่งเป็นชื่อที่มีความหมายดี Jimmy กลับ ตอบโต้โดยอ้างถึงความหมายในภาษาอังกฤษ เขาไม่ได้ตระหนักเลยว่าชื่อนี้เป็นเรื่องปกติในประเทศไทย และไม่มีเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนชื่อ “มุก” เป็นชื่อที่ดีในภาษาไทย ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงเพราะมันไปพ้องกับคำที่ไม่ดีในภาษาอังกฤษ และ Jimmy Kimmel ไม่ควรใช้มุกตลกที่อาจเป็นการลดค่าชื่อของคนไทย คนไทยควรภาคภูมิใจในชื่อของตัวเอง และมีสิทธิ์ใช้ชื่อตามวัฒนธรรมของตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพื่อให้ใครพอใจทำไม Ethnocentrism เป็นปัญหา?Ethnocentrism ทำให้เกิดแนวคิดว่าคนจากวัฒนธรรมอื่นต้องปรับตัวให้เข้ากับมาตรฐานของตะวันตก แทนที่จะเคารพความแตกต่างสร้างอคติทางภาษา เช่น “ชื่อของคุณฟังดูแปลกในภาษาเรา ดังนั้นมันต้องผิด”ลดทอนคุณค่าทางวัฒนธรรม แทนที่จะเรียนรู้จากวัฒนธรรมอื่น และส่งเสริมแนวคิด “อารยธรรมของฉันสูงกว่า วัฒนธรรมของคุณต้องเปลี่ยน” ซึ่งเคยถูกใช้เป็นข้ออ้างในยุคล่าอาณานิคมสื่อมวลชนตะวันตกควรรับผิดชอบอย่างไร?Jimmy Kimmel เป็นพิธีกรระดับโลก ควรมีตระหนักถึงอิทธิพลของตนเอง คำพูดของเขามีผลกระทบต่อความคิดของผู้ชม ซึ่งควรให้เคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรม การถามคำถามที่สะท้อนอคติทางวัฒนธรรมทำให้ผู้คนจากวัฒนธรรมอื่นรู้สึกถูกลดค่า Jimmy ควรเรียนรู้และให้เกียรติชื่อและอัตลักษณ์ของผู้อื่น ไม่ใช่ทุกอย่างต้องเข้ากับมาตรฐานของตะวันตกหาก Jimmy Kimmel เรียนรู้ที่จะเคารพวัฒนธรรมอื่นเพียงพอ เขาอาจเปลี่ยนมุกตลกที่เหยียดคนอื่นของเขานี้เป็นโอกาสอธิบายให้ผู้ชมรู้ว่า "มุก" คือไข่มุกอันทรงคุณค่าในภาษาไทย แทนที่จะลดทอนมันให้เป็นคำหยาบคาย ซึ่งนั่นคือบทบาทของสื่อที่ควรเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจข้ามวัฒนธรรมมากกว่าสร้างกำแพงในขณะที่ น้องลิซ่าถูกอบรมสั่งสอนมาดีทั้งจากเมืองไทยและเกาหลี ไม่งั้นเธอคงพูดสวนกับคุณว่า ชื่อ Jimmy ของคุณก็ฟังพ้องเสียงกับคำว่า “จิมิ” ซึ่งเป็นคำแสลงในภาษาไทย ซึ่งหมายถึง……จุดซ่อนเร้นของคุณผู้หญิง คุณจะรู้สึกอย่างไร? จิมิโชว์?รายการจิมิโชว์?https://youtu.be/ga7NkYeqh_A?si=C5yYwJEBKo-0Gvuh………………………………………………………………………………….“Ethnocentrism”Lisa appeared on Jimmy Kimmel Live, and the host, Jimmy, asked about her role as “Mook” in The White Lotus, specifically what the name “Mook” means in Thai.Lisa answered that it means “Pearl”, but Jimmy responded that “Mook” is slang for something like “Dumb.” “No one told you?” he asked.Lisa replied, “No, they didn’t, but it’s a Thai name.” Jimmy then said, “Maybe it’s not a problem in Thailand, but here, it definitely is.” Lisa responded, “Then don’t call me Mook here.”In Thai, “Mook” means pearl, which is valuable, beautiful, and meaningful. While “Mook” is a good name in Thai, the pronunciation of this word coincidentally resembles an English slang term with a negative meaning. In American English, “Mook” is slang used to insult someone, meaning something like “a fool” or “a worthless person.”When Jimmy Kimmel joked that “Mook” means “Dumb” in English, it might have seemed like a joke to him. But is it actually an expression of ethnocentrism—the belief that one’s own culture is the center of everything?Does Jimmy Kimmel have the right to say that a Thai name should be changed to fit the English language?A name is a part of cultural identity. It should not be devalued or turned into a joke. Thai people do not need to change their names just because they sound similar to an undesirable word in another language. Isn’t that true?Ethnocentrism, or the belief that one’s culture is superior to others, is a deeply rooted issue in Western society. It often appears in entertainment, media, and daily life among people who are unaware of cultural differences.The case of Jimmy Kimmel and the name “Mook” is a prime example of ethnocentric bias, where Western perspectives are centered, ignoring non-Western cultures.Jimmy questioned a Thai name without trying to understand Thai culture first. When Lisa explained that “Mook” means Pearl, a meaningful and positive name, Jimmy instead argued based on the English slang meaning. He did not recognize that this name is completely normal in Thailand and that there is no reason to change it.The name “Mook” is a good Thai name. There is no need to change it just because it coincidentally matches an English word with a bad meaning. And Jimmy Kimmel should not make jokes that diminish the value of Thai names.Thai people should be proud of their names and have the right to use them according to their culture without needing to change them for anyone else’s comfort.Why is Ethnocentrism a Problem?Ethnocentrism creates the belief that people from other cultures must adjust to Western standards instead of respecting diversity. • It creates linguistic bias, implying that “Your name sounds strange in our language, so it must be wrong.” • It devalues cultural identity, instead of encouraging learning from other cultures. • It promotes the idea that “My civilization is superior; your culture must change,” which was historically used as a justification for colonialism.How Should Western Media Be More Responsible?Jimmy Kimmel is a globally recognized host. He should be aware of his influence. His words impact public perception.Asking a question that reflects cultural bias makes people from other cultures feel devalued.Jimmy Kimmel should learn and respect other people’s names and identities. Not everything has to fit into Western standards.If Jimmy Kimmel had learned to respect other cultures more, he might have turned his joke into an opportunity to educate his audience that ‘Mook’ means a precious pearl in Thai, rather than reducing it to a vulgar term. That is the true role of the media—to serve as a bridge for cross-cultural understanding rather than building walls.On the other hand, Lisa has been well-raised and well-trained, both in Thailand and Korea. Otherwise, she might have responded to you by saying, ‘Your name, Jimmy, also sounds like ‘Jimi’ in Thai slang, which refers to… a woman’s private part. How would you feel? Jimi show!”"https://www.facebook.com/share/v/16CtwRaMG4/?mibextid=wwXIfr
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 907 มุมมอง 0 รีวิว
  • บริษัท SK hynix กำลังจะเสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการหน่วยความจำแฟลช NAND และธุรกิจจัดเก็บข้อมูลของ Intel ซึ่งกระบวนการนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ห้าปีก่อน ด้วยมูลค่าข้อตกลง 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    การซื้อกิจการครั้งนี้ได้ดำเนินการเป็นระยะ ๆ โดยเฟสแรกเสร็จสิ้นในปลายปี 2021 โดยได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในเอเชีย การดำเนินการในครั้งนี้ทำให้ SK hynix ได้รับการออกแบบ SSD NAND ของ Intel และพนักงานในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยจัดตั้งเป็นหน่วยงานใหม่ชื่อว่า Solidigm

    รายงานจาก BusinessKorea ระบุว่า SK hynix กำลังจะชำระเงินงวดสุดท้ายเป็นจำนวนเงิน 2.235 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการซื้อกิจการนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ การสำเร็จการซื้อกิจการครั้งนี้จะทำให้ SK hynix เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Samsung ในตลาด NAND flash

    การขยายกิจการของ SK hynix นี้ยังมีการเน้นไปที่การตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ SSD สำหรับองค์กร เช่น Google และ Meta ที่กำลังดำเนินการอัพเกรดศูนย์ข้อมูลทั่วโลก BusinessKorea เชื่อว่าการขยายกิจการนี้จะช่วยให้ SK hynix มีความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโต

    https://www.techpowerup.com/333108/reports-suggest-sk-hynix-finalizing-acquisition-of-intel-nand-business
    บริษัท SK hynix กำลังจะเสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการหน่วยความจำแฟลช NAND และธุรกิจจัดเก็บข้อมูลของ Intel ซึ่งกระบวนการนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ห้าปีก่อน ด้วยมูลค่าข้อตกลง 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การซื้อกิจการครั้งนี้ได้ดำเนินการเป็นระยะ ๆ โดยเฟสแรกเสร็จสิ้นในปลายปี 2021 โดยได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในเอเชีย การดำเนินการในครั้งนี้ทำให้ SK hynix ได้รับการออกแบบ SSD NAND ของ Intel และพนักงานในด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยจัดตั้งเป็นหน่วยงานใหม่ชื่อว่า Solidigm รายงานจาก BusinessKorea ระบุว่า SK hynix กำลังจะชำระเงินงวดสุดท้ายเป็นจำนวนเงิน 2.235 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการซื้อกิจการนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ การสำเร็จการซื้อกิจการครั้งนี้จะทำให้ SK hynix เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Samsung ในตลาด NAND flash การขยายกิจการของ SK hynix นี้ยังมีการเน้นไปที่การตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ SSD สำหรับองค์กร เช่น Google และ Meta ที่กำลังดำเนินการอัพเกรดศูนย์ข้อมูลทั่วโลก BusinessKorea เชื่อว่าการขยายกิจการนี้จะช่วยให้ SK hynix มีความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโต https://www.techpowerup.com/333108/reports-suggest-sk-hynix-finalizing-acquisition-of-intel-nand-business
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Reports Suggest SK hynix Finalizing Acquisition of Intel NAND Business
    Almost five years ago, SK hynix announced a planned $9 billion acquisition of Intel's NAND flash memory and storage business. The semiconductor giant's takeover process has been a gradual affair; the first phase was complete by the end of 2021, with Asian governing bodies—just before Christmas—givin...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 220 มุมมอง 0 รีวิว
  • มีรายงานว่าบริษัท Stock Farm Road (SFR) ได้เซ็นสัญญาข้อตกลง (Memorandum of Understanding หรือ MoU) กับผู้ว่าการจังหวัดชอลลาใต้ของเกาหลีใต้เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ศูนย์ข้อมูลนี้จะตั้งอยู่ในมุมตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ โดยมีงบประมาณประมาณ 35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีกำลังการผลิตถึง 3 กิกะวัตต์ (GW)

    โครงการนี้ถือเป็นการก้าวสำคัญในวงการเทคโนโลยีและพลังงาน ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่นี้จะมีกำลังการผลิตที่ใหญ่กว่าศูนย์ข้อมูลที่กำลังสร้างทั่วโลก เช่น Sines Data Center ในโปรตุเกสที่มีกำลังการผลิต 1.2 GW และศูนย์ข้อมูล AI ของ Oracle ที่มีกำลังการผลิต 1 GW

    การก่อสร้างศูนย์ข้อมูลนี้มีกำหนดเริ่มต้นในปีนี้ และคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปี 2028 ซึ่งระยะเวลาการก่อสร้างนี้สั้นกว่าค่าเฉลี่ยของโครงการศูนย์ข้อมูลที่ใช้เวลาประมาณสี่ปี

    ที่น่าสนใจคือโครงการนี้ไม่ได้เน้นที่ศูนย์ข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่จะรวมถึงการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน การจัดหาอุปกรณ์ และการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อความยั่งยืนทางเทคโนโลยีในระยะยาว ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญทั้งในระดับจังหวัดและระดับชาติ คาดว่าจะสร้างรายได้เริ่มต้นประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างงานมากกว่า 10,000 ตำแหน่ง

    SFR ก่อตั้งโดย Brian Koo ซึ่งเป็นหลานชายของผู้ก่อตั้ง LG Electronics และ Dr. Amin Badr-El-Din มีแผนที่จะสร้างศูนย์ข้อมูล AI เพิ่มเติมในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกาใน 18 เดือนข้างหน้า บริษัทเชื่อว่าการลงทุนเหล่านี้จะช่วยสร้างเทคโนโลยี AI รุ่นต่อไป และจะให้บริการสถาบันหลายแห่ง รวมถึงผู้ให้บริการคลาวด์และนักพัฒนา AI

    สิ่งนี้อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ CEO ของ Microsoft, Satya Nadella กล่าวว่า มีการสร้างระบบ AI มากเกินไปและบริษัทของเขาจะจำกัดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI และหันไปเช่าความจุจากศูนย์ข้อมูลที่มีอยู่ เช่น SFR แทน อย่างไรก็ตาม Microsoft ยังคงใช้เงินจำนวนมหาศาลในการพัฒนา AI รวมถึงการรีสตาร์ทโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Three Mile Island เพื่อจัดหาพลังงานที่ศูนย์ข้อมูลของพวกเขาต้องการ

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/worlds-largest-data-center-gets-go-ahead-from-korean-govt-facility-to-require-3-gw-of-power
    มีรายงานว่าบริษัท Stock Farm Road (SFR) ได้เซ็นสัญญาข้อตกลง (Memorandum of Understanding หรือ MoU) กับผู้ว่าการจังหวัดชอลลาใต้ของเกาหลีใต้เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ศูนย์ข้อมูลนี้จะตั้งอยู่ในมุมตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ โดยมีงบประมาณประมาณ 35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีกำลังการผลิตถึง 3 กิกะวัตต์ (GW) โครงการนี้ถือเป็นการก้าวสำคัญในวงการเทคโนโลยีและพลังงาน ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่นี้จะมีกำลังการผลิตที่ใหญ่กว่าศูนย์ข้อมูลที่กำลังสร้างทั่วโลก เช่น Sines Data Center ในโปรตุเกสที่มีกำลังการผลิต 1.2 GW และศูนย์ข้อมูล AI ของ Oracle ที่มีกำลังการผลิต 1 GW การก่อสร้างศูนย์ข้อมูลนี้มีกำหนดเริ่มต้นในปีนี้ และคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปี 2028 ซึ่งระยะเวลาการก่อสร้างนี้สั้นกว่าค่าเฉลี่ยของโครงการศูนย์ข้อมูลที่ใช้เวลาประมาณสี่ปี ที่น่าสนใจคือโครงการนี้ไม่ได้เน้นที่ศูนย์ข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่จะรวมถึงการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน การจัดหาอุปกรณ์ และการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อความยั่งยืนทางเทคโนโลยีในระยะยาว ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญทั้งในระดับจังหวัดและระดับชาติ คาดว่าจะสร้างรายได้เริ่มต้นประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างงานมากกว่า 10,000 ตำแหน่ง SFR ก่อตั้งโดย Brian Koo ซึ่งเป็นหลานชายของผู้ก่อตั้ง LG Electronics และ Dr. Amin Badr-El-Din มีแผนที่จะสร้างศูนย์ข้อมูล AI เพิ่มเติมในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกาใน 18 เดือนข้างหน้า บริษัทเชื่อว่าการลงทุนเหล่านี้จะช่วยสร้างเทคโนโลยี AI รุ่นต่อไป และจะให้บริการสถาบันหลายแห่ง รวมถึงผู้ให้บริการคลาวด์และนักพัฒนา AI สิ่งนี้อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ CEO ของ Microsoft, Satya Nadella กล่าวว่า มีการสร้างระบบ AI มากเกินไปและบริษัทของเขาจะจำกัดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI และหันไปเช่าความจุจากศูนย์ข้อมูลที่มีอยู่ เช่น SFR แทน อย่างไรก็ตาม Microsoft ยังคงใช้เงินจำนวนมหาศาลในการพัฒนา AI รวมถึงการรีสตาร์ทโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Three Mile Island เพื่อจัดหาพลังงานที่ศูนย์ข้อมูลของพวกเขาต้องการ https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/worlds-largest-data-center-gets-go-ahead-from-korean-govt-facility-to-require-3-gw-of-power
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 403 มุมมอง 0 รีวิว
  • มีรายงานเกี่ยวกับการเปิดตัวซีพียูในแพ็คเกจ Intel Value Pack ใหม่ในเกาหลีใต้ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถประหยัดเงินได้ประมาณ $7 โดยการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เรียบง่ายกว่า

    ซีพียูรุ่นนี้คือ Intel Core i5-14600K/KF Value Pack (genuine) ที่มีคุณภาพและบริการรับประกันเหมือนกับผลิตภัณฑ์ในกล่องแบบปกติ ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กล่องสีน้ำเงินธรรมดาและติดสติกเกอร์เพื่อแยกแยะผลิตภัณฑ์ เว็บไซต์ Danawa อธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์นี้ออกแบบมาเพื่อทำให้ซีพียูมีราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น และเป็นครั้งแรกในเกาหลีใต้ที่มีการเปิดตัว Intel Value Pack อย่างเป็นทางการ

    ซีพียู Intel Core i5-14600KF Value Pack (genuine) ขายในราคา KRW 284,540 ($200) ขณะที่รุ่นในกล่องปกติขายในราคา KRW 295,700 ($207) แม้ว่า $7 อาจดูไม่มาก แต่การประหยัดนี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดงบประมาณ หรือซื้อสินค้าในปริมาณมาก

    ข่าวนี้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในการลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น ซึ่งสอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรปที่ต้องการลดบรรจุภัณฑ์ส่วนเกิน อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความพยายามของ Intel ในการทำให้ผลิตภัณฑ์ของตนมีราคาที่สามารถเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม

    การเปิดตัว Intel Value Pack เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเกมเมอร์ นักสร้างสรรค์ และบริษัทที่ต้องการซีพียูที่มีประสิทธิภาพในราคาที่ประหยัด

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/intel-value-pack-cpus-roll-out-in-south-korea-pc-diyers-can-save-usd7-with-no-frills-packaging
    มีรายงานเกี่ยวกับการเปิดตัวซีพียูในแพ็คเกจ Intel Value Pack ใหม่ในเกาหลีใต้ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถประหยัดเงินได้ประมาณ $7 โดยการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เรียบง่ายกว่า ซีพียูรุ่นนี้คือ Intel Core i5-14600K/KF Value Pack (genuine) ที่มีคุณภาพและบริการรับประกันเหมือนกับผลิตภัณฑ์ในกล่องแบบปกติ ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กล่องสีน้ำเงินธรรมดาและติดสติกเกอร์เพื่อแยกแยะผลิตภัณฑ์ เว็บไซต์ Danawa อธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์นี้ออกแบบมาเพื่อทำให้ซีพียูมีราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น และเป็นครั้งแรกในเกาหลีใต้ที่มีการเปิดตัว Intel Value Pack อย่างเป็นทางการ ซีพียู Intel Core i5-14600KF Value Pack (genuine) ขายในราคา KRW 284,540 ($200) ขณะที่รุ่นในกล่องปกติขายในราคา KRW 295,700 ($207) แม้ว่า $7 อาจดูไม่มาก แต่การประหยัดนี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดงบประมาณ หรือซื้อสินค้าในปริมาณมาก ข่าวนี้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในการลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น ซึ่งสอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรปที่ต้องการลดบรรจุภัณฑ์ส่วนเกิน อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความพยายามของ Intel ในการทำให้ผลิตภัณฑ์ของตนมีราคาที่สามารถเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม การเปิดตัว Intel Value Pack เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเกมเมอร์ นักสร้างสรรค์ และบริษัทที่ต้องการซีพียูที่มีประสิทธิภาพในราคาที่ประหยัด https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/intel-value-pack-cpus-roll-out-in-south-korea-pc-diyers-can-save-usd7-with-no-frills-packaging
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 247 มุมมอง 0 รีวิว
  • ช่วงที่ผ่านมานี้ การลงโทษทางการค้าจากสหรัฐอเมริกาต่อประเทศจีนเหมือนจะกลับให้ผลตรงกันข้าม เนื่องจากประเทศจีนกลับค้นพบวิธีในการฝ่าฟันปัญหาและมีความก้าวหน้าเหนือคู่แข่งอย่างน่าทึ่งในเรื่องของเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors) รายงานจากการสำรวจของสถาบัน Korea Institute of S&T Evaluation and Planning ที่รวมเอาความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญจำนวน 39 คน พบว่าจีนสามารถมีความก้าวหน้ามากกว่าเกาหลีใต้ในทุกด้านของเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์

    รายงานนี้เผยว่า ในเทคโนโลยีหน่วยความจำที่มีความต้านทานและความเข้มสูง จีนได้คะแนน 94.1% ขณะที่เกาหลีใต้ได้เพียง 90.9% นอกจากนี้ ในเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ AI ที่มีประสิทธิภาพสูง จีนยังคงมีความเหนือกว่า โดยได้คะแนน 88.3% เมื่อเทียบกับเกาหลีใต้ที่ได้ 84.1% ส่วนในเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์กำลัง (Power Semiconductors) จีนได้คะแนน 79.8% ขณะที่เกาหลีใต้ได้เพียง 67.5%

    นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีเซนเซอร์ประสิทธิภาพสูงแบบใหม่ที่จีนยังคงมีคะแนนนำหน้าเกาหลีใต้เช่นกัน โดยได้คะแนน 83.9% ขณะที่เกาหลีใต้ได้ 81.3% แต่มีเพียงเทคโนโลยีแพ็กเกจเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงเท่านั้นที่ทั้งสองประเทศได้คะแนนเท่ากันที่ 74.2%

    ในปี 2022 จีนยังคงตามหลังเกาหลีใต้อยู่มาก แต่ในปัจจุบันกลับพบว่าทั้งสองประเทศได้สลับตำแหน่งกัน ซึ่งผลสำรวจนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าเกาหลีใต้จำเป็นต้องมุ่งพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

    นาย Park Yong-in หัวหน้าฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์ของ Samsung ได้กล่าวในที่ประชุมว่า พนักงานในทีม System LSI ควรรับผิดชอบและแบ่งปันภาระในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เรือธงเพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาด คาดว่าในอนาคตเราจะได้เห็นความก้าวหน้าในการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ต่อไป

    https://wccftech.com/china-has-surpassed-south-korean-in-all-semiconductor-technologies-claims-survey/
    ช่วงที่ผ่านมานี้ การลงโทษทางการค้าจากสหรัฐอเมริกาต่อประเทศจีนเหมือนจะกลับให้ผลตรงกันข้าม เนื่องจากประเทศจีนกลับค้นพบวิธีในการฝ่าฟันปัญหาและมีความก้าวหน้าเหนือคู่แข่งอย่างน่าทึ่งในเรื่องของเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors) รายงานจากการสำรวจของสถาบัน Korea Institute of S&T Evaluation and Planning ที่รวมเอาความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญจำนวน 39 คน พบว่าจีนสามารถมีความก้าวหน้ามากกว่าเกาหลีใต้ในทุกด้านของเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ รายงานนี้เผยว่า ในเทคโนโลยีหน่วยความจำที่มีความต้านทานและความเข้มสูง จีนได้คะแนน 94.1% ขณะที่เกาหลีใต้ได้เพียง 90.9% นอกจากนี้ ในเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ AI ที่มีประสิทธิภาพสูง จีนยังคงมีความเหนือกว่า โดยได้คะแนน 88.3% เมื่อเทียบกับเกาหลีใต้ที่ได้ 84.1% ส่วนในเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์กำลัง (Power Semiconductors) จีนได้คะแนน 79.8% ขณะที่เกาหลีใต้ได้เพียง 67.5% นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีเซนเซอร์ประสิทธิภาพสูงแบบใหม่ที่จีนยังคงมีคะแนนนำหน้าเกาหลีใต้เช่นกัน โดยได้คะแนน 83.9% ขณะที่เกาหลีใต้ได้ 81.3% แต่มีเพียงเทคโนโลยีแพ็กเกจเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงเท่านั้นที่ทั้งสองประเทศได้คะแนนเท่ากันที่ 74.2% ในปี 2022 จีนยังคงตามหลังเกาหลีใต้อยู่มาก แต่ในปัจจุบันกลับพบว่าทั้งสองประเทศได้สลับตำแหน่งกัน ซึ่งผลสำรวจนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าเกาหลีใต้จำเป็นต้องมุ่งพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น นาย Park Yong-in หัวหน้าฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์ของ Samsung ได้กล่าวในที่ประชุมว่า พนักงานในทีม System LSI ควรรับผิดชอบและแบ่งปันภาระในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เรือธงเพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาด คาดว่าในอนาคตเราจะได้เห็นความก้าวหน้าในการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ต่อไป https://wccftech.com/china-has-surpassed-south-korean-in-all-semiconductor-technologies-claims-survey/
    WCCFTECH.COM
    China Has Managed To Successfully Surpass South Korea In All Categories Of Semiconductor Technology, At Least According To A Survey Of Local Experts
    A survey involving local experts has revealed that China has comprehensively beaten South Korea in all semiconductor technologies
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 237 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้เล่าถึงการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2028 โดยโครงการนี้มีมูลค่ารวมสูงถึง 35 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และจะสร้างงานได้ถึง 10,000 ตำแหน่ง

    ศูนย์ข้อมูลนี้จะถูกสร้างขึ้นในจังหวัด Jeollanam-do และจะมีความจุ 3GW ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดที่สำคัญในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ โดยคาดว่าจะเพิ่มความจุของศูนย์ข้อมูลแบบ hyper-scale ถึงสามเท่าจากที่มีในปัจจุบัน เช่นของ Microsoft, Google และ Amazon

    โครงการนี้ได้รับการก่อตั้งโดยทายาทของบริษัท LG Electronics Brian Koo และ Dr. Amin Badr-El-Din โดยมีการลงนามบันทึกความเข้าใจกับผู้ว่าราชการจังหวัด Jeollanam-do เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี

    แม้ว่าโครงการนี้จะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย เช่น การใช้พลังงานและน้ำเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่โครงการนี้สามารถยกระดับเกาหลีใต้ให้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก และสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจให้กับภูมิภาคนี้

    นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบกับโครงการของ Meta ในสหรัฐฯ ที่มีมูลค่า 10 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่จะสร้างงานโดยตรงเพียง 500 ตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งโครงการของเกาหลีใต้มีการคาดการณ์ว่าจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจมากมาย

    https://www.techradar.com/pro/security/worlds-largest-mega-data-center-planned-for-south-korea-in-usd35bn-project
    ข่าวนี้เล่าถึงการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2028 โดยโครงการนี้มีมูลค่ารวมสูงถึง 35 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และจะสร้างงานได้ถึง 10,000 ตำแหน่ง ศูนย์ข้อมูลนี้จะถูกสร้างขึ้นในจังหวัด Jeollanam-do และจะมีความจุ 3GW ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดที่สำคัญในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ โดยคาดว่าจะเพิ่มความจุของศูนย์ข้อมูลแบบ hyper-scale ถึงสามเท่าจากที่มีในปัจจุบัน เช่นของ Microsoft, Google และ Amazon โครงการนี้ได้รับการก่อตั้งโดยทายาทของบริษัท LG Electronics Brian Koo และ Dr. Amin Badr-El-Din โดยมีการลงนามบันทึกความเข้าใจกับผู้ว่าราชการจังหวัด Jeollanam-do เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี แม้ว่าโครงการนี้จะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย เช่น การใช้พลังงานและน้ำเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่โครงการนี้สามารถยกระดับเกาหลีใต้ให้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก และสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจให้กับภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบกับโครงการของ Meta ในสหรัฐฯ ที่มีมูลค่า 10 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่จะสร้างงานโดยตรงเพียง 500 ตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งโครงการของเกาหลีใต้มีการคาดการณ์ว่าจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจมากมาย https://www.techradar.com/pro/security/worlds-largest-mega-data-center-planned-for-south-korea-in-usd35bn-project
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 310 มุมมอง 0 รีวิว
  • มีรายงานว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ชาวเกาหลีเหนือที่รู้จักในนาม "Lazarus" กำลังใช้ LinkedIn เพื่อหลอกลวงผู้หางานด้วยมัลแวร์ใหม่ๆ กลุ่มนี้มีความชำนาญในการใช้งานแอป LinkedIn เพื่อแสวงหาผู้เสียหายที่เป็นผู้หางานในอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียง เช่น กลาโหม อวกาศ หรือวิศวกรรม และสร้างโปรไฟล์ปลอมที่ดูน่าเชื่อถือ พวกเขาจะส่งข้อความเสนอการงานที่ดูดีกับผู้หางาน และขอประวัติย่อหรือข้อมูลส่วนบุคคลจาก GitHub

    หลังจากนั้น แฮ็กเกอร์จะส่งเอกสาร "ความคิดเห็น" ปลอม ซึ่งเมื่อเปิดแล้วจะติดตั้งมัลแวร์ในคอมพิวเตอร์ของเหยื่อ เพื่อขโมยข้อมูลที่เป็นความลับหรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น ข้อมูลของบริษัท หรือข้อมูลการเข้าสู่ระบบ

    สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ การโจมตีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ "Contagious Interview" ซึ่ง Lazarus ได้สร้างวิธีการใหม่ๆ ในการหลอกลวงผู้หางาน เช่น การทดสอบการเขียนโค้ดปลอม การติดตั้งมัลแวร์ในซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการสัมภาษณ์ และการโจมตีลักษณะอื่นๆ

    นอกจากนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 Apple ได้ออกแพทช์ใหม่ใน Xprotect ซึ่งเป็นเครื่องมือกำจัดมัลแวร์ในอุปกรณ์ เพื่อบล็อกมัลแวร์แบบใหม่ที่เรียกว่า "FerretFamily" ที่ถูกพบว่าปลอมเป็นตัวติดตั้ง Chrome หรือ Zoom เพื่อโจมตีผู้หางาน

    https://www.techradar.com/pro/security/north-korean-hackers-targeting-linkedin-jobseekers-with-new-malware
    มีรายงานว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ชาวเกาหลีเหนือที่รู้จักในนาม "Lazarus" กำลังใช้ LinkedIn เพื่อหลอกลวงผู้หางานด้วยมัลแวร์ใหม่ๆ กลุ่มนี้มีความชำนาญในการใช้งานแอป LinkedIn เพื่อแสวงหาผู้เสียหายที่เป็นผู้หางานในอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียง เช่น กลาโหม อวกาศ หรือวิศวกรรม และสร้างโปรไฟล์ปลอมที่ดูน่าเชื่อถือ พวกเขาจะส่งข้อความเสนอการงานที่ดูดีกับผู้หางาน และขอประวัติย่อหรือข้อมูลส่วนบุคคลจาก GitHub หลังจากนั้น แฮ็กเกอร์จะส่งเอกสาร "ความคิดเห็น" ปลอม ซึ่งเมื่อเปิดแล้วจะติดตั้งมัลแวร์ในคอมพิวเตอร์ของเหยื่อ เพื่อขโมยข้อมูลที่เป็นความลับหรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น ข้อมูลของบริษัท หรือข้อมูลการเข้าสู่ระบบ สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมคือ การโจมตีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ "Contagious Interview" ซึ่ง Lazarus ได้สร้างวิธีการใหม่ๆ ในการหลอกลวงผู้หางาน เช่น การทดสอบการเขียนโค้ดปลอม การติดตั้งมัลแวร์ในซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการสัมภาษณ์ และการโจมตีลักษณะอื่นๆ นอกจากนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 Apple ได้ออกแพทช์ใหม่ใน Xprotect ซึ่งเป็นเครื่องมือกำจัดมัลแวร์ในอุปกรณ์ เพื่อบล็อกมัลแวร์แบบใหม่ที่เรียกว่า "FerretFamily" ที่ถูกพบว่าปลอมเป็นตัวติดตั้ง Chrome หรือ Zoom เพื่อโจมตีผู้หางาน https://www.techradar.com/pro/security/north-korean-hackers-targeting-linkedin-jobseekers-with-new-malware
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 368 มุมมอง 0 รีวิว
  • #lunch #Korean #อร่อย
    #lunch #Korean #อร่อย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 308 มุมมอง 0 รีวิว
  • หน่วยงานกำกับดูแลความเป็นส่วนตัวของเกาหลีใต้กำลังจะสอบถามบริษัท DeepSeek เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ โดยหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเกาหลีใต้จะส่งคำขอข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้ดำเนินการของโมเดลปัญญาประดิษฐ์ของจีนในเร็วๆ นี้

    นอกจากนี้ หน่วยงานในฝรั่งเศส อิตาลี และไอร์แลนด์ รวมถึงประเทศอื่นๆ ก็ได้เริ่มตรวจสอบการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของ DeepSeek เช่นกัน

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/01/31/south-korea-privacy-watchdog-to-ask-deepseek-about-personal-information-use
    หน่วยงานกำกับดูแลความเป็นส่วนตัวของเกาหลีใต้กำลังจะสอบถามบริษัท DeepSeek เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ โดยหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเกาหลีใต้จะส่งคำขอข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้ดำเนินการของโมเดลปัญญาประดิษฐ์ของจีนในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ หน่วยงานในฝรั่งเศส อิตาลี และไอร์แลนด์ รวมถึงประเทศอื่นๆ ก็ได้เริ่มตรวจสอบการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของ DeepSeek เช่นกัน https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/01/31/south-korea-privacy-watchdog-to-ask-deepseek-about-personal-information-use
    WWW.THESTAR.COM.MY
    South Korea privacy watchdog to ask DeepSeek about personal information use
    SEOUL (Reuters) - South Korea's information privacy watchdog plans to ask DeepSeek about how the personal information of users is managed, an agency official said on Friday.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 235 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวนี้เกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่ดำเนินการโดยกลุ่มแฮกเกอร์ Lazarus จากเกาหลีเหนือ กลุ่มนี้ได้ใช้วิธีการที่เรียกว่า "Phantom Circuit" โดยการคัดลอกซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สและเพิ่มโค้ดที่เป็นอันตรายเข้าไป จากนั้นนำกลับไปเผยแพร่ในที่เก็บโค้ดเช่น Gitlab

    การโจมตีนี้มุ่งเป้าไปที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม Web3 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้บล็อกเชน นักพัฒนาที่ไม่รู้ตัวจะดาวน์โหลดเครื่องมือที่ถูกแก้ไขเหล่านี้และติดมัลแวร์โดยไม่รู้ตัว มัลแวร์นี้สามารถขโมยข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลรับรองและโทเค็นการยืนยันตัวตน

    การโจมตีนี้มีผลกระทบต่อเหยื่อมากกว่า 1,500 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในยุโรป อินเดีย และบราซิล ซอฟต์แวร์ที่ถูกแก้ไขรวมถึง Codementor, CoinProperty, Web3 E-Store และแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ

    กลุ่ม Lazarus มักจะมุ่งเป้าไปที่บริษัทสกุลเงินดิจิทัล และมีการใช้แคมเปญหลอกลวงที่เรียกว่า "Operation DreamJob" ซึ่งแฮกเกอร์จะเสนอข้อเสนองานที่น่าสนใจให้กับนักพัฒนา Web3 และในระหว่างการสัมภาษณ์จะหลอกให้ผู้สมัครดาวน์โหลดและรันมัลแวร์เพื่อขโมยโทเค็นและข้อมูลสำคัญอื่นๆ

    https://www.techradar.com/pro/security/north-korean-lazarus-hackers-launch-large-scale-cyberattack-by-cloning-open-source-software
    ข่าวนี้เกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่ดำเนินการโดยกลุ่มแฮกเกอร์ Lazarus จากเกาหลีเหนือ กลุ่มนี้ได้ใช้วิธีการที่เรียกว่า "Phantom Circuit" โดยการคัดลอกซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สและเพิ่มโค้ดที่เป็นอันตรายเข้าไป จากนั้นนำกลับไปเผยแพร่ในที่เก็บโค้ดเช่น Gitlab การโจมตีนี้มุ่งเป้าไปที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม Web3 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้บล็อกเชน นักพัฒนาที่ไม่รู้ตัวจะดาวน์โหลดเครื่องมือที่ถูกแก้ไขเหล่านี้และติดมัลแวร์โดยไม่รู้ตัว มัลแวร์นี้สามารถขโมยข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลรับรองและโทเค็นการยืนยันตัวตน การโจมตีนี้มีผลกระทบต่อเหยื่อมากกว่า 1,500 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในยุโรป อินเดีย และบราซิล ซอฟต์แวร์ที่ถูกแก้ไขรวมถึง Codementor, CoinProperty, Web3 E-Store และแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ กลุ่ม Lazarus มักจะมุ่งเป้าไปที่บริษัทสกุลเงินดิจิทัล และมีการใช้แคมเปญหลอกลวงที่เรียกว่า "Operation DreamJob" ซึ่งแฮกเกอร์จะเสนอข้อเสนองานที่น่าสนใจให้กับนักพัฒนา Web3 และในระหว่างการสัมภาษณ์จะหลอกให้ผู้สมัครดาวน์โหลดและรันมัลแวร์เพื่อขโมยโทเค็นและข้อมูลสำคัญอื่นๆ https://www.techradar.com/pro/security/north-korean-lazarus-hackers-launch-large-scale-cyberattack-by-cloning-open-source-software
    WWW.TECHRADAR.COM
    North Korean Lazarus hackers launch large-scale cyberattack by cloning open source software
    Lazarus clones the software, spice it up with malware, and return it to the wild
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 446 มุมมอง 0 รีวิว
  • เครื่องบินโดยสารแอร์บัสของสายการบินแอร์ปูซาน (Air Busan) ของเกาหลีใต้เกิดเพลิงลุกไหม้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติกิมแฮทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ ขณะกำลังตรียมเดินทางไปยังฮ่องกงเมื่อค่ำวานนี้ (28 ม.ค.) แต่โชคดีที่ผู้โดยสารทั้ง 169 คนและลูกเรืออีก 7 คนถูกอพยพได้ทัน และมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยเพียง 3 คน
    .
    สำนักงานดับเพลิงปูซานได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ซึ่งปะทุขึ้นภายในลำตัวเครื่องบินเมื่อเวลาราว 22.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่สำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่าต้นเพลิงเกิดที่ส่วนหางของเครื่อง
    .
    คลิปเหตุการณ์ที่สถานีโทรทัศน์ YTN เผยแพร่ทำให้เห็นว่ามีการใช้สไลด์อพยพผู้โดยสารลงจากเครื่องบินทั้ง 2 ฝั่ง ขณะที่หน่วยกู้ภัยเร่งจัดการกับควันและไฟที่ไหม้เครื่องบิน
    .
    ต่อมาสำนักข่าวยอนฮัปได้เผยแพร่คลิปแนวหลังคาห้องโดยสารที่เป็นรูโหว่อันเกิดจากการถูกไฟไหม้
    .
    เหตุระทึกครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 1 เดือนหลังจากที่เครื่องบินโบอิ้งของสายการบินเจจูแอร์ (Jeju Air) ซึ่งเดินทางจากกรุงเทพมหานครประสบอุบัติเหตุลื่นไถลหลุดรันเวย์ที่สนามบินนานาชาติมูอัน หลังลงจอดในสภาพล้อไม่กาง ซึ่งทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตรวม 179 คน และมีลูกเรือที่นั่งอยู่บริเวณส่วนหางรอดมาได้เพียง 2 คน
    .
    สำหรับแอร์ปูซานเป็นสายการบินต้นทุนต่ำในเครือเอเชียนาแอร์ไลน์ส (Asiana Airlines) ซึ่งเพิ่งจะถูกควบกิจการโดยโคเรียนแอร์ (Korean Air) เมื่อเดือน ธ.ค.
    .
    แอร์บัสซึ่งเป็นผู้ผู้ผลิตเครื่องบินยืนยันว่าได้รับรายงานอุบัติเหตุดังกล่าวแล้ว และอยู่ระหว่างประสานงานกับทางแอร์ปูซาน
    .
    เครื่องบินลำเกิดเหตุเป็นแอร์บัส A321 neo หมายเลขท้ายเครื่อง HL7763 ซึ่งผ่านการใช้งานมาแล้ว 17 ปี ตามข้อมูลจาก Aviation Safety Network
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000009127
    ..............
    Sondhi X
    เครื่องบินโดยสารแอร์บัสของสายการบินแอร์ปูซาน (Air Busan) ของเกาหลีใต้เกิดเพลิงลุกไหม้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติกิมแฮทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ ขณะกำลังตรียมเดินทางไปยังฮ่องกงเมื่อค่ำวานนี้ (28 ม.ค.) แต่โชคดีที่ผู้โดยสารทั้ง 169 คนและลูกเรืออีก 7 คนถูกอพยพได้ทัน และมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยเพียง 3 คน . สำนักงานดับเพลิงปูซานได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ซึ่งปะทุขึ้นภายในลำตัวเครื่องบินเมื่อเวลาราว 22.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่สำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่าต้นเพลิงเกิดที่ส่วนหางของเครื่อง . คลิปเหตุการณ์ที่สถานีโทรทัศน์ YTN เผยแพร่ทำให้เห็นว่ามีการใช้สไลด์อพยพผู้โดยสารลงจากเครื่องบินทั้ง 2 ฝั่ง ขณะที่หน่วยกู้ภัยเร่งจัดการกับควันและไฟที่ไหม้เครื่องบิน . ต่อมาสำนักข่าวยอนฮัปได้เผยแพร่คลิปแนวหลังคาห้องโดยสารที่เป็นรูโหว่อันเกิดจากการถูกไฟไหม้ . เหตุระทึกครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 1 เดือนหลังจากที่เครื่องบินโบอิ้งของสายการบินเจจูแอร์ (Jeju Air) ซึ่งเดินทางจากกรุงเทพมหานครประสบอุบัติเหตุลื่นไถลหลุดรันเวย์ที่สนามบินนานาชาติมูอัน หลังลงจอดในสภาพล้อไม่กาง ซึ่งทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตรวม 179 คน และมีลูกเรือที่นั่งอยู่บริเวณส่วนหางรอดมาได้เพียง 2 คน . สำหรับแอร์ปูซานเป็นสายการบินต้นทุนต่ำในเครือเอเชียนาแอร์ไลน์ส (Asiana Airlines) ซึ่งเพิ่งจะถูกควบกิจการโดยโคเรียนแอร์ (Korean Air) เมื่อเดือน ธ.ค. . แอร์บัสซึ่งเป็นผู้ผู้ผลิตเครื่องบินยืนยันว่าได้รับรายงานอุบัติเหตุดังกล่าวแล้ว และอยู่ระหว่างประสานงานกับทางแอร์ปูซาน . เครื่องบินลำเกิดเหตุเป็นแอร์บัส A321 neo หมายเลขท้ายเครื่อง HL7763 ซึ่งผ่านการใช้งานมาแล้ว 17 ปี ตามข้อมูลจาก Aviation Safety Network . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000009127 .............. Sondhi X
    Like
    Sad
    Love
    Wow
    17
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2350 มุมมอง 0 รีวิว
  • การสอบสวนพบซากนกเป็ดน้ำไบคาลติดอยู่ในเครื่องยนต์ 2 ตัวของเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินเชจูแอร์เที่ยวบินออกจากกรุงเทพฯ-มูอัน เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.และตกลงที่สนามบินมูอันของเกาหลีใต้ มีผู้เสียชีวิต 179 คน รอดตายแค่ 2 คน
    .
    เดอะการ์เดียนของอังกฤษรายงานวันจันทร์ (27 ม.ค.) ว่า รายงานการสอบสวนเบื้องต้นที่เผยแพร่วานนี้ (27) ชี้ให้เห็นว่า เครื่องบินสายการบินเชจูแอร์ (Jeju Air) เที่ยวบิน 7C2216 ซึ่งเดินทางออกจากกรุงเทพ-มูอัน เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้น ได้ชนนกเป็ดน้ำก่อนที่จะตกลงหลังพบซากนกติดอยู่ในเครื่องยนต์ทั้ง 2 ตัว
    .
    รายงานสอบสวนระบุว่า มีการพบขนนกและเลือดอยู่ด้านในเครื่องยนต์ของเครื่องบินโบอิ้ง 737-800
    .
    “ตัวอย่างถูกส่งไปยังหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ DNA และหน่วยงานภายในประเทศได้บ่งชี้ตัวอย่างเหล่านี้ว่าเป็นของนกเป็ดน้ำไบคาล” คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุทางรางและทางอากาศเกาหลีใต้ (South Korea’s Aviation and Railway Accident Investigation Board) กล่าวในรายงาน
    .
    ทั้งนี้ นกเป็ดน้ำไบคาล (Baikal Teal) เป็นนกอพยพที่มักพบในแถบไซบีเรียของรัสเซียและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ มักอพยพมาเป็นฝูงใหญ่ที่เกาหลีใต้ช่วงฤดูหนาว
    .
    นักบินได้ขออนุญาตลงจอดฉุกเฉินระหว่างพยายามที่จะร่อนลงจอดและได้รับการเตือนอาจเจอปัญหานกบิน ซึ่งเครื่องบินตกนั้นสามารถเกิดได้ไม่กี่ปัจจัยและหนึ่งในนั้นเกิดปัญหาจากนกชนได้ถือเป็นเรื่องตลก
    .
    รายงานจำนวน 6 หน้าไม่ได้เปิดเผยมากไปกว่ารายละเอียดของข้อเท็จจริงในขณะที่ปัญหาไม่กี่ข้อยังคงมีอยู่ต่อไปเป็นว่า เหตุใดเครื่องบินถึงยกเลิกความพยายามลงแลนดิ้งครั้งแรกก่อนที่จะหันไปลงจอดในรันเวย์เดียวกันแต่เป็นทิศทางตรงกันข้าม ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นได้น้อยจากการที่นักบินมักจะลงจอดในทิศทางที่มุ่งสู่ลมที่จะช่วยเหลือทางด้านความเสถียรของเครื่องและการเบรก
    .
    เครื่องลงจอดที่ปลายรันเวย์ในสภาพความเร็วสูงโดยไม่มีการใช้เกียร์แลนดิ้ง และไม่มีการใช้ wing flap หรือปีกสร้างแรงยก ที่จะช่วยเหลือในการร่อนลงจอดของเครื่อง
    .
    และหลังจากเครื่องบินเชจูแอร์ได้ไถลไปตามรันเวย์และเครื่องบินได้เกิดชนเข้ากับที่กั้นคอนกรีตที่ปลายสุดของรันเวย์และเกิดระเบิดขึ้น
    .
    ทีมสอบสวนไม่สามารถใช้ข้อมูลจากกล่องดำได้เป็นเพราะกล่องดำเกิดหยุดการบันทึก 4 นาทีก่อนเครื่องบินเกิดระเบิด โดยมักจะมาจากปัญหาอิเล็กทรอนิกส์บนเครื่องเกิดขัดข้องก่อนหน้า
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000009079
    ..............
    Sondhi X
    การสอบสวนพบซากนกเป็ดน้ำไบคาลติดอยู่ในเครื่องยนต์ 2 ตัวของเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินเชจูแอร์เที่ยวบินออกจากกรุงเทพฯ-มูอัน เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.และตกลงที่สนามบินมูอันของเกาหลีใต้ มีผู้เสียชีวิต 179 คน รอดตายแค่ 2 คน . เดอะการ์เดียนของอังกฤษรายงานวันจันทร์ (27 ม.ค.) ว่า รายงานการสอบสวนเบื้องต้นที่เผยแพร่วานนี้ (27) ชี้ให้เห็นว่า เครื่องบินสายการบินเชจูแอร์ (Jeju Air) เที่ยวบิน 7C2216 ซึ่งเดินทางออกจากกรุงเทพ-มูอัน เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้น ได้ชนนกเป็ดน้ำก่อนที่จะตกลงหลังพบซากนกติดอยู่ในเครื่องยนต์ทั้ง 2 ตัว . รายงานสอบสวนระบุว่า มีการพบขนนกและเลือดอยู่ด้านในเครื่องยนต์ของเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 . “ตัวอย่างถูกส่งไปยังหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ DNA และหน่วยงานภายในประเทศได้บ่งชี้ตัวอย่างเหล่านี้ว่าเป็นของนกเป็ดน้ำไบคาล” คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุทางรางและทางอากาศเกาหลีใต้ (South Korea’s Aviation and Railway Accident Investigation Board) กล่าวในรายงาน . ทั้งนี้ นกเป็ดน้ำไบคาล (Baikal Teal) เป็นนกอพยพที่มักพบในแถบไซบีเรียของรัสเซียและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ มักอพยพมาเป็นฝูงใหญ่ที่เกาหลีใต้ช่วงฤดูหนาว . นักบินได้ขออนุญาตลงจอดฉุกเฉินระหว่างพยายามที่จะร่อนลงจอดและได้รับการเตือนอาจเจอปัญหานกบิน ซึ่งเครื่องบินตกนั้นสามารถเกิดได้ไม่กี่ปัจจัยและหนึ่งในนั้นเกิดปัญหาจากนกชนได้ถือเป็นเรื่องตลก . รายงานจำนวน 6 หน้าไม่ได้เปิดเผยมากไปกว่ารายละเอียดของข้อเท็จจริงในขณะที่ปัญหาไม่กี่ข้อยังคงมีอยู่ต่อไปเป็นว่า เหตุใดเครื่องบินถึงยกเลิกความพยายามลงแลนดิ้งครั้งแรกก่อนที่จะหันไปลงจอดในรันเวย์เดียวกันแต่เป็นทิศทางตรงกันข้าม ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นได้น้อยจากการที่นักบินมักจะลงจอดในทิศทางที่มุ่งสู่ลมที่จะช่วยเหลือทางด้านความเสถียรของเครื่องและการเบรก . เครื่องลงจอดที่ปลายรันเวย์ในสภาพความเร็วสูงโดยไม่มีการใช้เกียร์แลนดิ้ง และไม่มีการใช้ wing flap หรือปีกสร้างแรงยก ที่จะช่วยเหลือในการร่อนลงจอดของเครื่อง . และหลังจากเครื่องบินเชจูแอร์ได้ไถลไปตามรันเวย์และเครื่องบินได้เกิดชนเข้ากับที่กั้นคอนกรีตที่ปลายสุดของรันเวย์และเกิดระเบิดขึ้น . ทีมสอบสวนไม่สามารถใช้ข้อมูลจากกล่องดำได้เป็นเพราะกล่องดำเกิดหยุดการบันทึก 4 นาทีก่อนเครื่องบินเกิดระเบิด โดยมักจะมาจากปัญหาอิเล็กทรอนิกส์บนเครื่องเกิดขัดข้องก่อนหน้า . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000009079 .............. Sondhi X
    Like
    8
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2069 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🌟 ล่องเรือ Costa Serena 10 วัน 8 คืน สัมผัสเส้นทางสุดพิเศษจากปูซานสู่แหลมฉบัง พร้อมการบริการครบครัน! 🚢✨

    💙 ล่องเรือสำราญ Costa Serena (ขึ้นปูซาน-ลงแหลมฉบัง) 10 วัน 8 คืน

    📍 เส้นทาง : รถไฟแคปซูล - Songdo Marine Cable Car - ห้างลอตเต้ เอ้าท์เลท - หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมซอน - ตลาดปลาจากัลชี - แหลมฉบัง

    📅 วันที่ 6 -15 ก.พ.

    💵 ราคาเริ่มต้น : ฿38,900

    ⭕️ พักโรงแรม 2 คืน
    ⭕️ พักบนเรือสำราญ 6 คืน
    ⭕️ มีหัวหน้าทัวร์อำนวยความสะดวก
    ⭕️ 30 ท่านคอนเฟิร์มเดินทาง

    📢 รหัสแพคเกจ: COST-LJxBX-10D8N-PUS-LCH-2502061
    📖 คลิกดูรายละเอียดโปรแกรม : 78s.me/e2cc9a

    ดูเรือ COSTA ทั้งหมดได้ที่
    https://78s.me/ccbd30

    ✅ ดูแพ็คเกจเรือทั้งหมด
    https://cruisedomain.com/
    LINE ID: @CruiseDomain 78s.me/c54029
    Facebook: CruiseDomain 78s.me/b8a121
    Youtube : CruiseDomain 78s.me/8af620
    ☎️: 0 2116 9696

    #เรือCOSTA #เรือCOSTA #CostaSerena #CostaCruise #Korea #HaedongYonggungsa #Busan #Skycapsule #แพ็คเกจล่องเรือสำราญ #CruiseDomain #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    🌟 ล่องเรือ Costa Serena 10 วัน 8 คืน สัมผัสเส้นทางสุดพิเศษจากปูซานสู่แหลมฉบัง พร้อมการบริการครบครัน! 🚢✨ 💙 ล่องเรือสำราญ Costa Serena (ขึ้นปูซาน-ลงแหลมฉบัง) 10 วัน 8 คืน 📍 เส้นทาง : รถไฟแคปซูล - Songdo Marine Cable Car - ห้างลอตเต้ เอ้าท์เลท - หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมซอน - ตลาดปลาจากัลชี - แหลมฉบัง 📅 วันที่ 6 -15 ก.พ. 💵 ราคาเริ่มต้น : ฿38,900 ⭕️ พักโรงแรม 2 คืน ⭕️ พักบนเรือสำราญ 6 คืน ⭕️ มีหัวหน้าทัวร์อำนวยความสะดวก ⭕️ 30 ท่านคอนเฟิร์มเดินทาง 📢 รหัสแพคเกจ: COST-LJxBX-10D8N-PUS-LCH-2502061 📖 คลิกดูรายละเอียดโปรแกรม : 78s.me/e2cc9a ดูเรือ COSTA ทั้งหมดได้ที่ https://78s.me/ccbd30 ✅ ดูแพ็คเกจเรือทั้งหมด https://cruisedomain.com/ LINE ID: @CruiseDomain 78s.me/c54029 Facebook: CruiseDomain 78s.me/b8a121 Youtube : CruiseDomain 78s.me/8af620 ☎️: 0 2116 9696 #เรือCOSTA #เรือCOSTA #CostaSerena #CostaCruise #Korea #HaedongYonggungsa #Busan #Skycapsule #แพ็คเกจล่องเรือสำราญ #CruiseDomain #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 854 มุมมอง 0 รีวิว
  • Fujifilm Holdings วางแผนที่จะลงทุน 100 พันล้านเยน (ประมาณ 640.5 ล้านดอลลาร์) ภายในเดือนมีนาคม 2027 เพื่อเพิ่มการผลิตวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก การลงทุนนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการสร้างโรงงานผลิตชิปใหม่ในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

    Fujifilm เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการผลิต photoresists สำหรับการลิโทกราฟีอัลตราไวโอเลตขั้นสูง (EUV) การลิโทกราฟี EUV ใช้ความยาวคลื่นที่สั้นมาก (13.5 นาโนเมตร) ทำให้ photoresists ต้องมีคุณสมบัติที่เข้มงวดในด้านความไว ความละเอียด และความเข้ากันได้กับวัสดุ photomask ของ EUV

    การลงทุนนี้จะช่วยให้ Fujifilm สามารถขยายกำลังการผลิตในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อรองรับการผลิตชิปที่มีความซับซ้อนสูงสำหรับภาค AI และ HPC นอกจากนี้ Fujifilm ยังมีแผนที่จะเข้าสู่ตลาดอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังมุ่งเน้นการผลิตไมโครอิเล็กทรอนิกส์เช่นกัน

    การขยายการผลิตวัสดุเซมิคอนดักเตอร์นี้สอดคล้องกับตำแหน่งที่โดดเด่นของญี่ปุ่นในห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญนี้ โดยปัจจุบันญี่ปุ่นควบคุมครึ่งหนึ่งของตลาดวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ที่จำเป็น การวิจัยโดย Fuji Keizai คาดการณ์ว่าตลาดวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกจะขยายตัว 35% โดยมีมูลค่า 58.3 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2029

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/fujifilm-to-double-spending-on-chip-materials-as-u-s-japan-and-south-korea-up-chip-production
    Fujifilm Holdings วางแผนที่จะลงทุน 100 พันล้านเยน (ประมาณ 640.5 ล้านดอลลาร์) ภายในเดือนมีนาคม 2027 เพื่อเพิ่มการผลิตวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก การลงทุนนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการสร้างโรงงานผลิตชิปใหม่ในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ Fujifilm เป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการผลิต photoresists สำหรับการลิโทกราฟีอัลตราไวโอเลตขั้นสูง (EUV) การลิโทกราฟี EUV ใช้ความยาวคลื่นที่สั้นมาก (13.5 นาโนเมตร) ทำให้ photoresists ต้องมีคุณสมบัติที่เข้มงวดในด้านความไว ความละเอียด และความเข้ากันได้กับวัสดุ photomask ของ EUV การลงทุนนี้จะช่วยให้ Fujifilm สามารถขยายกำลังการผลิตในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อรองรับการผลิตชิปที่มีความซับซ้อนสูงสำหรับภาค AI และ HPC นอกจากนี้ Fujifilm ยังมีแผนที่จะเข้าสู่ตลาดอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังมุ่งเน้นการผลิตไมโครอิเล็กทรอนิกส์เช่นกัน การขยายการผลิตวัสดุเซมิคอนดักเตอร์นี้สอดคล้องกับตำแหน่งที่โดดเด่นของญี่ปุ่นในห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญนี้ โดยปัจจุบันญี่ปุ่นควบคุมครึ่งหนึ่งของตลาดวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ที่จำเป็น การวิจัยโดย Fuji Keizai คาดการณ์ว่าตลาดวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกจะขยายตัว 35% โดยมีมูลค่า 58.3 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 https://www.tomshardware.com/tech-industry/fujifilm-to-double-spending-on-chip-materials-as-u-s-japan-and-south-korea-up-chip-production
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Fujifilm to double spending on chip materials as U.S., Japan and South Korea up chip production
    Fujifilm to invest $640 million in the preparation of raw materials for chip production.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 315 มุมมอง 0 รีวิว
  • เห็นการเคลื่อนไหว 4B หลังจากอเมริกาได้ปธน.ใหม่

    4B คืออะไร?

    B มาจาก บี Bi ในภาษาเกาหลีที่แปลว่าไม่ นั่นคือ 4B คือผู้หญิงจะไม่ทำ 4 อย่างกับผู้ชายที่ตัวเองไม่โอเค ประกอบด้วย ไม่คบ, ไม่ซั่ม, ไม่แต่ง, ไม่มีลูก

    อย่างที่รู้กันว่าการเหยียดเพศหญิงในสังคมเกาหลีรุนแรงมากจนไม่น่าเชื่อว่าสื่อที่ออกมาแทบจะไม่เห็นรุนแรงพวกนี้เลย สาวไทยเลยเอาแต่คลั่งโอปป้าสู้ถวายหัวสุดใจแต่ในกลุ่มที่เคยสัมผัสคนเกาหลีโดยเฉพาะผู้ชายเกาหลีจริงๆ ต่างจะร้องแย้...พร้อมกัน แม้กระทั่งผู้ชายเกาหลีแท้ๆ ด้วยกันก็มีหลายคนที่ส่ายหัวกับความคิดและพฤติกรรมผู้ชายเกาหลีในสังคม

    ก็เพราะว่าปัญหาที่สะสมมานานพวกนี้ทำให้ผู้หญิงในเกาหลีที่สามารถหางานมีเงินเลี้ยงตัวเองได้ ทำ 4B ทั้งแบบเปิดตัวและไม่เปิดตัว (เพราะหากเปิดตัวว่าทำ 4B หรือ สนใจมีแนวคิดเฟมินิสต์ ผู้หญิงคนนั้นจะเจอความรุนแรงรูปแบบต่างๆ ใส่ชีวิตถาโถมเลยมีผู้หญิงจำนวนมากที่เก็บความคิดความสนใจด้านเฟมินิสต์ของตนเอง)

    สังเกตมั้ยว่าหัวข้อนี้ คนที่ออกมาติเตียนให้ความเห็นเชิงลบกับผู้ทำ 4B มักจะเป็นผู้ชาย ทั้งที่การทำ 4B ของผู้หญิงนั้น "ผู้ชายที่ดีสำหรับผู้หญิง" ไม่เดือดร้อนเลย

    ถ้าคุณเป็นผู้ชายที่ดี ซื่อสัตย์กับคู่ของคุณ และดีในด้านอื่นๆ ตามแต่ที่ผู้หญิงคนนั้นๆ ต้องการด้านอะไร ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ปฏิเสธผู้ชายดีๆ ที่เข้ามาในชีวิตพวกเธอและไม่จำเป็นต้องทำ 4B แต่เพราะชีวิตจริงมันเจอผู้ชายที่เฮ... ทำไมผู้หญิงจะต้องทนอยู่กับผู้ชายเฮ... อ้าวถ้าต้องอยู่แล้วผู้หญิงต้องจำใจซั่มกับผู้ชายเฮ...อีกเหรอ แล้วยังต้องเลี้ยงลูกลำพังเพราะผู้ชายเฮ...มีกี่คนที่จะเลี้ยงลูกให้โตขึ้นมาเป็นคนดีได้เพราะขนาดตัวเองยังเฮ...

    ทำไมต้องมีผู้หญิงจำนวนมากในอเมริกาออกมาเคลื่อนไหว?

    เพราะผู้นำเป็นเช่นไรก็สะท้อนคนกลุ่มใหญ่ในสังคมออกมา ผู้หญิงในอเมริกาเลยต้องมาใช้การเคลื่อนไหวของกลุ่มเฟมินสต์ในเกาหลีใต้ทั้งที่อเมริกาเป็นประเทศที่ประกาศว่าตนเองเป็นผู้นำด้านเสริภาพความเท่าเทียม

    อ้างจาก

    https://edition.cnn.com/2024/11/09/us/4b-movement-trump-south-korea-wellness-cec/index.html
    https://thethaiger.com/th/news/1280834/
    https://www.msn.com/th-th/entertainment/celebrities/%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-4b-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81-4-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87/ar-AA1tMLVW
    เห็นการเคลื่อนไหว 4B หลังจากอเมริกาได้ปธน.ใหม่ 4B คืออะไร? B มาจาก บี Bi ในภาษาเกาหลีที่แปลว่าไม่ นั่นคือ 4B คือผู้หญิงจะไม่ทำ 4 อย่างกับผู้ชายที่ตัวเองไม่โอเค ประกอบด้วย ไม่คบ, ไม่ซั่ม, ไม่แต่ง, ไม่มีลูก อย่างที่รู้กันว่าการเหยียดเพศหญิงในสังคมเกาหลีรุนแรงมากจนไม่น่าเชื่อว่าสื่อที่ออกมาแทบจะไม่เห็นรุนแรงพวกนี้เลย สาวไทยเลยเอาแต่คลั่งโอปป้าสู้ถวายหัวสุดใจแต่ในกลุ่มที่เคยสัมผัสคนเกาหลีโดยเฉพาะผู้ชายเกาหลีจริงๆ ต่างจะร้องแย้...พร้อมกัน แม้กระทั่งผู้ชายเกาหลีแท้ๆ ด้วยกันก็มีหลายคนที่ส่ายหัวกับความคิดและพฤติกรรมผู้ชายเกาหลีในสังคม ก็เพราะว่าปัญหาที่สะสมมานานพวกนี้ทำให้ผู้หญิงในเกาหลีที่สามารถหางานมีเงินเลี้ยงตัวเองได้ ทำ 4B ทั้งแบบเปิดตัวและไม่เปิดตัว (เพราะหากเปิดตัวว่าทำ 4B หรือ สนใจมีแนวคิดเฟมินิสต์ ผู้หญิงคนนั้นจะเจอความรุนแรงรูปแบบต่างๆ ใส่ชีวิตถาโถมเลยมีผู้หญิงจำนวนมากที่เก็บความคิดความสนใจด้านเฟมินิสต์ของตนเอง) สังเกตมั้ยว่าหัวข้อนี้ คนที่ออกมาติเตียนให้ความเห็นเชิงลบกับผู้ทำ 4B มักจะเป็นผู้ชาย ทั้งที่การทำ 4B ของผู้หญิงนั้น "ผู้ชายที่ดีสำหรับผู้หญิง" ไม่เดือดร้อนเลย ถ้าคุณเป็นผู้ชายที่ดี ซื่อสัตย์กับคู่ของคุณ และดีในด้านอื่นๆ ตามแต่ที่ผู้หญิงคนนั้นๆ ต้องการด้านอะไร ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ปฏิเสธผู้ชายดีๆ ที่เข้ามาในชีวิตพวกเธอและไม่จำเป็นต้องทำ 4B แต่เพราะชีวิตจริงมันเจอผู้ชายที่เฮ... ทำไมผู้หญิงจะต้องทนอยู่กับผู้ชายเฮ... อ้าวถ้าต้องอยู่แล้วผู้หญิงต้องจำใจซั่มกับผู้ชายเฮ...อีกเหรอ แล้วยังต้องเลี้ยงลูกลำพังเพราะผู้ชายเฮ...มีกี่คนที่จะเลี้ยงลูกให้โตขึ้นมาเป็นคนดีได้เพราะขนาดตัวเองยังเฮ... ทำไมต้องมีผู้หญิงจำนวนมากในอเมริกาออกมาเคลื่อนไหว? เพราะผู้นำเป็นเช่นไรก็สะท้อนคนกลุ่มใหญ่ในสังคมออกมา ผู้หญิงในอเมริกาเลยต้องมาใช้การเคลื่อนไหวของกลุ่มเฟมินสต์ในเกาหลีใต้ทั้งที่อเมริกาเป็นประเทศที่ประกาศว่าตนเองเป็นผู้นำด้านเสริภาพความเท่าเทียม อ้างจาก https://edition.cnn.com/2024/11/09/us/4b-movement-trump-south-korea-wellness-cec/index.html https://thethaiger.com/th/news/1280834/ https://www.msn.com/th-th/entertainment/celebrities/%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-4b-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81-4-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87/ar-AA1tMLVW
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 581 มุมมอง 0 รีวิว
  • แฮกเกอร์ชาวจีนได้เจาะระบบ VPN ของเกาหลีใต้ชื่อ IPany โดยการแทรกโค้ดที่เป็นอันตรายเข้าไปในตัวติดตั้ง NSIS ของซอฟต์แวร์ VPN สำหรับ Windows การโจมตีนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2024 โดยนักวิจัยจากบริษัท ESET ของสโลวาเกีย แฮกเกอร์ได้แทรกโค้ดที่เรียกว่า "SlowStepper" ซึ่งเป็นมัลแวร์ที่สามารถขโมยข้อมูลสำคัญ, รันคำสั่ง, และรักษาการเข้าถึงระบบที่ถูกโจมตีได้ในระยะยาว

    กลุ่มแฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีนี้ชื่อว่า PlushDaemon ซึ่งเป็นกลุ่ม APT (Advanced Persistent Threat) ที่มีความเชี่ยวชาญในการแฮ็กช่องทางการแจกจ่ายซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องเพื่อส่งมัลแวร์ การโจมตีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความเสี่ยงที่เกิดจากการโจมตีแบบ supply chain ซึ่งแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงระบบของผู้ใช้ได้โดยการแทรกโค้ดที่เป็นอันตรายเข้าไปในซอฟต์แวร์ที่ดูเหมือนจะถูกต้อง

    น่าสนใจที่เห็นว่าการโจมตีแบบ supply chain กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในวงการแฮกเกอร์ เนื่องจากสามารถเข้าถึงระบบของผู้ใช้ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ การโจมตีนี้เป็นการเตือนให้ผู้ใช้และองค์กรต่างๆ ต้องระมัดระวังและมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดมากขึ้นในการใช้ซอฟต์แวร์จากแหล่งที่ไม่แน่นอน

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/cyber-security/chinese-hackers-compromise-south-korean-vpn-malicious-code-found-inside-nsis-installer
    แฮกเกอร์ชาวจีนได้เจาะระบบ VPN ของเกาหลีใต้ชื่อ IPany โดยการแทรกโค้ดที่เป็นอันตรายเข้าไปในตัวติดตั้ง NSIS ของซอฟต์แวร์ VPN สำหรับ Windows การโจมตีนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2024 โดยนักวิจัยจากบริษัท ESET ของสโลวาเกีย แฮกเกอร์ได้แทรกโค้ดที่เรียกว่า "SlowStepper" ซึ่งเป็นมัลแวร์ที่สามารถขโมยข้อมูลสำคัญ, รันคำสั่ง, และรักษาการเข้าถึงระบบที่ถูกโจมตีได้ในระยะยาว กลุ่มแฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีนี้ชื่อว่า PlushDaemon ซึ่งเป็นกลุ่ม APT (Advanced Persistent Threat) ที่มีความเชี่ยวชาญในการแฮ็กช่องทางการแจกจ่ายซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องเพื่อส่งมัลแวร์ การโจมตีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความเสี่ยงที่เกิดจากการโจมตีแบบ supply chain ซึ่งแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงระบบของผู้ใช้ได้โดยการแทรกโค้ดที่เป็นอันตรายเข้าไปในซอฟต์แวร์ที่ดูเหมือนจะถูกต้อง น่าสนใจที่เห็นว่าการโจมตีแบบ supply chain กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในวงการแฮกเกอร์ เนื่องจากสามารถเข้าถึงระบบของผู้ใช้ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ การโจมตีนี้เป็นการเตือนให้ผู้ใช้และองค์กรต่างๆ ต้องระมัดระวังและมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดมากขึ้นในการใช้ซอฟต์แวร์จากแหล่งที่ไม่แน่นอน https://www.tomshardware.com/tech-industry/cyber-security/chinese-hackers-compromise-south-korean-vpn-malicious-code-found-inside-nsis-installer
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Chinese hackers compromise South Korean VPN — malicious code found inside NSIS installer
    Malicious code in an NSIS installer from South Korea's IPany VPN software was discovered last May.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 380 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่โดนถอดถอน ยุน ซอกยอล ปรากฏตัวต่อหน้าศาลรัฐธรรมนูญโซลเป็นครั้งแรกวันอังคาร (21 ม.ค.) หลังเขาโดนถูกบุกจับเป็นครั้งที่ 2 และต้องถูกถ่ายรูปหน้าตรงขังเดี่ยวในเรือนจำกรุงโซล ขึ้นให้การปฏิเสธไม่ได้สั่งการทหารให้ลากตัวนักการเมืองเกาหลีใต้ออกนอกห้องประชุมกันไม่ให้รวมตัวโหวตยกเลิกกฎอัยการศึกอายุสั้นเมื่อเดือนที่แล้ว
    .
    เอเอฟพีรายงานวันอังคาร (21 ม.ค.) ว่า ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยุน ซอกยอล ขึ้นศาลเป็นครั้งแรกในวันอังคาร (21) เพื่อรอการตัดสินชี้ชะตาว่าเขาจะต้องโดนถอดถอนตามมติรัฐสภาหรือไม่ ท่ามกลางกลุ่มผู้สนับสนุนทั้งฝ่ายต้านและฝ่ายสนับสนุนจำนวนมากเดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้กลางกรุงโซล
    .
    ในการปรากฏตัวต่อหน้าศาล ยุนประกาศพร้อมให้ความร่วมมือต่อคณะผู้พิพากษา ทีมกฎหมายของยุนที่ได้เรียกพยาน 24 ปากรวมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องการเลือกตั้งได้เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่โดนถอดถอนต้องการปรากฏตัวต่อหน้าศาลด้วยตัวเองเพื่ออธิบายสถานการณ์วันเกิดเหตุ
    .
    ในศาลเขาได้ปฏิเสธต่อหน้าผู้พิพากษาว่า เขาไม่ได้สั่งการให้กองทัพลากตัวบรรดา ส.ส.เกาหลีใต้ออกไปจากสภาในวันเกิดเหตุเพื่อป้องกันไม่ให้ร่วมตัวเพื่อยกมือโหวตกฎอัยการศึก
    .
    เป็นการซักถามโดยผู้พิพากษาที่ตั้งคำถามประธานาธิบดียุนว่าได้ออกคำสั่ง “ผู้บัญชาการทหารระดับสูง” ให้ลากตัวนักการเมืองเกาหลีใต้ออกไปจากรัฐสภาหรือไม่เพื่อป้องกันการโหวตยกเลิกกฎอัยการศึุก และยุนตอบกลับมาว่า “ไม่” อ้างอิงจากรายงานของกระบวนการทางศาล
    .
    เอเอฟพีชี้ว่า หากว่าศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดรับรองการถอดถอนจะส่งผลทำให้ยุนต้องออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ไปอย่างถาวร และจะมีการจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วันหลังจากนั้น
    .
    นักข่าวรายงานว่า ยุนขึ้นศาลครั้งแรกในชุดสูทไม่ใช่ชุดนักโทษที่เขาโดนสั่งให้ต้องสวมหลังจากเขาถูกจับกุมเป็นทางการวันอาทิตย์ (19)
    .
    และไม่นานหลังการไต่สวน สำนักงานสอบสวนคอร์รัปชันเกาหลีใต้ที่ได้สอบสวนการออกคำสั่งกฎอัยการศึกแถลงว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่สอบสวน 6 คนและอัยการ 1 คนมายังเรือนจำเพื่อสอบปากคำยุนที่ก่อนหน้าปฏิเสธจะตอบคำถามใดๆ
    .
    แต่กลับพบว่ารถตู้ที่นำตัวผู้นำโซลออกจากศาลไม่ได้ตรงกลับไปเรือนจำแต่ทว่าวิ่งไปยังโรงพยาบาลในกรุงโซลแทน
    กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้แถลงว่า ประธานาธิบดียุนจะเข้ารับการรักษาหลังผลการตรวจร่างกายที่ออกมาวันก่อนหน้า
    .
    เอเอฟพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำเกาหลีใต้แถลงวันจันทร์ (20) ว่า ยุนต้องผ่านการถ่ายภาพหน้าตรง หรือ mug shot และการตรวจร่างกายตามปกติก่อนที่จะใช้เวลาคืนแรกในเรือนจำในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีอาญา
    .
    ทั้งนี้ เขาถูกส่งเข้าห้องขังเดี่ยวขนาด 12 ตารางเมตรที่เรือนจำกรุงโซล (Seoul Detention Center) ใน Uiwang เมื่อวันอาทิตย์ (19) อ้างอิงจาก ชิน ยอง-เฮ (Shin Yong-hae) ผู้บัญชาการสำนักงานเรือนจำเกาหลีใต้ (Korea Correctional Service) ซึ่งเป็นขนาดห้องขังสำหรับนักโทษขังรวมราว 5-6 คน สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานว่า เป็นขนาดไล่เลี่ยกับเมื่อครั้งอดีตผู้นำแดนโสมโดนควบคุมตัว
    .
    เจ้าหน้าที่เรือนจำเปิดเผยว่า ภายในห้องขังมีโต๊ะเล็กๆ สำหรับรับประทานอาหารและอ่านหนังสือ ชั้นขนาดเล็ก อ่างล้างหน้า และห้องน้ำ และยังมีโทรทัศน์อีก 1 เครื่อง แต่ช่วงเวลาดูโทรทัศน์นั้นจำกัดมาก
    .
    ทั้งนี้ นักโทษจะได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกเป็นเวลา 1 ชม.ทุกวันเพื่อออกกำลังกาย และอาบน้ำได้สัปดาห์ละครั้ง แต่สื่อท้องถิ่นเกาหลีใต้รายงานว่า เจ้าหน้าที่พยายามป้องกันไม่ให้ยุนสามารถติดต่อสื่อสารกับนักโทษคนอื่น
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000006610
    ..............
    Sondhi X
    ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่โดนถอดถอน ยุน ซอกยอล ปรากฏตัวต่อหน้าศาลรัฐธรรมนูญโซลเป็นครั้งแรกวันอังคาร (21 ม.ค.) หลังเขาโดนถูกบุกจับเป็นครั้งที่ 2 และต้องถูกถ่ายรูปหน้าตรงขังเดี่ยวในเรือนจำกรุงโซล ขึ้นให้การปฏิเสธไม่ได้สั่งการทหารให้ลากตัวนักการเมืองเกาหลีใต้ออกนอกห้องประชุมกันไม่ให้รวมตัวโหวตยกเลิกกฎอัยการศึกอายุสั้นเมื่อเดือนที่แล้ว . เอเอฟพีรายงานวันอังคาร (21 ม.ค.) ว่า ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยุน ซอกยอล ขึ้นศาลเป็นครั้งแรกในวันอังคาร (21) เพื่อรอการตัดสินชี้ชะตาว่าเขาจะต้องโดนถอดถอนตามมติรัฐสภาหรือไม่ ท่ามกลางกลุ่มผู้สนับสนุนทั้งฝ่ายต้านและฝ่ายสนับสนุนจำนวนมากเดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้กลางกรุงโซล . ในการปรากฏตัวต่อหน้าศาล ยุนประกาศพร้อมให้ความร่วมมือต่อคณะผู้พิพากษา ทีมกฎหมายของยุนที่ได้เรียกพยาน 24 ปากรวมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องการเลือกตั้งได้เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่โดนถอดถอนต้องการปรากฏตัวต่อหน้าศาลด้วยตัวเองเพื่ออธิบายสถานการณ์วันเกิดเหตุ . ในศาลเขาได้ปฏิเสธต่อหน้าผู้พิพากษาว่า เขาไม่ได้สั่งการให้กองทัพลากตัวบรรดา ส.ส.เกาหลีใต้ออกไปจากสภาในวันเกิดเหตุเพื่อป้องกันไม่ให้ร่วมตัวเพื่อยกมือโหวตกฎอัยการศึก . เป็นการซักถามโดยผู้พิพากษาที่ตั้งคำถามประธานาธิบดียุนว่าได้ออกคำสั่ง “ผู้บัญชาการทหารระดับสูง” ให้ลากตัวนักการเมืองเกาหลีใต้ออกไปจากรัฐสภาหรือไม่เพื่อป้องกันการโหวตยกเลิกกฎอัยการศึุก และยุนตอบกลับมาว่า “ไม่” อ้างอิงจากรายงานของกระบวนการทางศาล . เอเอฟพีชี้ว่า หากว่าศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดรับรองการถอดถอนจะส่งผลทำให้ยุนต้องออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ไปอย่างถาวร และจะมีการจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วันหลังจากนั้น . นักข่าวรายงานว่า ยุนขึ้นศาลครั้งแรกในชุดสูทไม่ใช่ชุดนักโทษที่เขาโดนสั่งให้ต้องสวมหลังจากเขาถูกจับกุมเป็นทางการวันอาทิตย์ (19) . และไม่นานหลังการไต่สวน สำนักงานสอบสวนคอร์รัปชันเกาหลีใต้ที่ได้สอบสวนการออกคำสั่งกฎอัยการศึกแถลงว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่สอบสวน 6 คนและอัยการ 1 คนมายังเรือนจำเพื่อสอบปากคำยุนที่ก่อนหน้าปฏิเสธจะตอบคำถามใดๆ . แต่กลับพบว่ารถตู้ที่นำตัวผู้นำโซลออกจากศาลไม่ได้ตรงกลับไปเรือนจำแต่ทว่าวิ่งไปยังโรงพยาบาลในกรุงโซลแทน กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้แถลงว่า ประธานาธิบดียุนจะเข้ารับการรักษาหลังผลการตรวจร่างกายที่ออกมาวันก่อนหน้า . เอเอฟพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำเกาหลีใต้แถลงวันจันทร์ (20) ว่า ยุนต้องผ่านการถ่ายภาพหน้าตรง หรือ mug shot และการตรวจร่างกายตามปกติก่อนที่จะใช้เวลาคืนแรกในเรือนจำในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีอาญา . ทั้งนี้ เขาถูกส่งเข้าห้องขังเดี่ยวขนาด 12 ตารางเมตรที่เรือนจำกรุงโซล (Seoul Detention Center) ใน Uiwang เมื่อวันอาทิตย์ (19) อ้างอิงจาก ชิน ยอง-เฮ (Shin Yong-hae) ผู้บัญชาการสำนักงานเรือนจำเกาหลีใต้ (Korea Correctional Service) ซึ่งเป็นขนาดห้องขังสำหรับนักโทษขังรวมราว 5-6 คน สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานว่า เป็นขนาดไล่เลี่ยกับเมื่อครั้งอดีตผู้นำแดนโสมโดนควบคุมตัว . เจ้าหน้าที่เรือนจำเปิดเผยว่า ภายในห้องขังมีโต๊ะเล็กๆ สำหรับรับประทานอาหารและอ่านหนังสือ ชั้นขนาดเล็ก อ่างล้างหน้า และห้องน้ำ และยังมีโทรทัศน์อีก 1 เครื่อง แต่ช่วงเวลาดูโทรทัศน์นั้นจำกัดมาก . ทั้งนี้ นักโทษจะได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกเป็นเวลา 1 ชม.ทุกวันเพื่อออกกำลังกาย และอาบน้ำได้สัปดาห์ละครั้ง แต่สื่อท้องถิ่นเกาหลีใต้รายงานว่า เจ้าหน้าที่พยายามป้องกันไม่ให้ยุนสามารถติดต่อสื่อสารกับนักโทษคนอื่น . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000006610 .............. Sondhi X
    Like
    Love
    9
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1830 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพเกาหลีใต้แถลงว่า เปียงยางยิงมิสไซล์พิสัยใกล้ไม่กี่ลูกตกทะเลตะวันออก บังเอิญเกิดในช่วงเวลาที่รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น ทาเคชิ อิวายะ (Takeshi Iwaya) อยู่ระหว่างเยือนโซลเป็นทางการ
    .
    เอเอฟพีรายงาน(14 ม.ค.) ว่า การยิงทดสอบมิสไซล์ของเกาหลีเหนือเช้าวันอังคาร (14) นี้ มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าเป็นเสมือนสัญญาณส่งไปให้รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังจะเข้าสู่พิธีสาบานตนรับตำแหน่งในวันจันทร์ที่ 20 ม.ค.ที่จะถึง
    .
    คณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ (JCS) ออกแถลงการณ์มีใจความว่า "มิสไซล์เดินทางราว 250 กม.หลังถูกปล่อยจากฐานเมื่อเวลาราว 09.30 น.ตามเวลาท้องถิ่นจาก Kanggye จังหวัดจากัง (Jagang) ติดพรมแดนจีน" อ้างอิงจากรอยเตอร์
    .
    เอเอฟพีชี้ว่า เป็นการยิงมิสไซล์พิสัยใกล้จำนวนไม่กี่ลูกลงทะเลตะวันออกในวันอังคาร (14)
    .
    เปียงยางยิงทดสอบเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น ทาเคชิ อิวาระ (Takeshi Iwaya) อยู่ระหว่างการเยือนกรุงโซลอย่างเป็นทางการ และร่วมประชุมหลายคณะกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกาหลีใต้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีก่อนที่ทรัมป์จะรับตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดี โจ ไบเดน สัปดาห์หน้า
    .
    สำนักงานข่าวกรองเกาหลีใต้และสำนักงานข่าวกรองสหรัฐฯ ได้เฝ้าจับตาการเตรียมพร้อมยิงของเปียงยาง กองทัพเกาหลีใต้แถลง พร้อมยืนยันว่า โซลยังคงอยู่ในการเตรียมความพร้อมสูงสุดและมีการแชร์ข้อมูลร่วมกับทั้งวอชิงตันและโตเกียว
    .
    การยิงทดสอบมิสไซล์เกาหลีเหนือเรียกเสียงประณามจากรักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ชเว ซังมก (Choi Sang-mok) ที่ชี้ว่าเป็นการละเมิดมติที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ
    .
    “โซลจะตอบโต้อย่างรุนแรงมากกว่าในการยั่วยุของเกาหลีเหนือบนพื้นฐานของจุดยืนทางความมั่นคงที่แข็งแกร่งและความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ”
    .
    ขณะเดียวกัน กองบัญชาการอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ได้ประณามการทดสอบของเปียงยาง พร้อมเรียกร้องให้เกาหลีเหนือหยุดจากการทดสอบที่ไม่ชอบธรรมด้วยกฎหมายและการกระทำที่สร้างความไร้เสถียรภาพ
    .
    ผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่า การยิงทดสอบก่อนสัปดาห์พิธีสาบานตนของประธานาธิบดีอเมริกันคนใหม่นี้ “มันอาจชี้ไปว่าถึงความตั้งใจในการกดดันก่อนหน้ารัฐบาลทรัมป์ สมัยที่ 2 ก็เป็นได้” ยาง มู-จิน (Yang Moo-jin) อธิการบดีมหาวิทยาลัยการศึกษาเกาหลีเหนือในกรุงโซลแสดงความเห็น
    .
    ขณะที่ อาห์น ชาน-อิล (Ahn Chan-il) อดีตเกาหลีเหนือแปรพักตร์ที่ผันตัวกลายเป็นนักวิจัยบริหารสถาบันโลกเพื่อการศึกษาเกาหลีเหนือ (World Institute for North Korea Studies) ให้ความเห็นกับเอเอฟพีว่า นอกจากจะเป็นการแสดงตนให้รู้ต่อรัฐบาลทรัมป์แล้ว อาจจะมีเป้าหมายไปที่สร้างความไร้เสถียรภาพให้โซลในช่วงที่เกาหลีใต้กำลังตกอยู่ในความอลหม่านทางการเมืองภายในจากปัญหาผู้นำ ยุน ซอกยอล ประกาศใช้กฎอัยการศึกและทำให้ต้องโดนถอดถอนออกจากตำแหน่ง
    .
    เอเอฟพีรายงานว่า พิกัดที่ตั้งจุดการทดสอบไม่เป็นที่เปิดเผย แต่ทว่า ภาพที่เผยแพร่ออกมาจากสำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือ KCNA แสดงให้เห็นประธานาธิบดี คิม จองอึน พร้อมบุตรสาว คิมจูแอ (Kim Ju Ae) กำลังเฝ้ากำกับการทดสอบสัปดาห์ที่แล้ว
    .
    KCNA รายงานถึงการใช้วัสดุใหม่คาร์บอนไฟเบอร์ (carbon fibre) ในเครื่องยนต์ของขีปนาวุธที่มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาเตือนว่า อาจช่วยให้เปียงยางสามารถส่งขีปนาวุธไปไกลมากขึ้นที่ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีมิสไซล์นี้มีแต่แค่สหรัฐฯ รัสเซีย และจีน เท่านั้นที่ครอบครอง
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000004282
    ..............
    Sondhi X
    กองทัพเกาหลีใต้แถลงว่า เปียงยางยิงมิสไซล์พิสัยใกล้ไม่กี่ลูกตกทะเลตะวันออก บังเอิญเกิดในช่วงเวลาที่รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น ทาเคชิ อิวายะ (Takeshi Iwaya) อยู่ระหว่างเยือนโซลเป็นทางการ . เอเอฟพีรายงาน(14 ม.ค.) ว่า การยิงทดสอบมิสไซล์ของเกาหลีเหนือเช้าวันอังคาร (14) นี้ มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าเป็นเสมือนสัญญาณส่งไปให้รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังจะเข้าสู่พิธีสาบานตนรับตำแหน่งในวันจันทร์ที่ 20 ม.ค.ที่จะถึง . คณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ (JCS) ออกแถลงการณ์มีใจความว่า "มิสไซล์เดินทางราว 250 กม.หลังถูกปล่อยจากฐานเมื่อเวลาราว 09.30 น.ตามเวลาท้องถิ่นจาก Kanggye จังหวัดจากัง (Jagang) ติดพรมแดนจีน" อ้างอิงจากรอยเตอร์ . เอเอฟพีชี้ว่า เป็นการยิงมิสไซล์พิสัยใกล้จำนวนไม่กี่ลูกลงทะเลตะวันออกในวันอังคาร (14) . เปียงยางยิงทดสอบเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น ทาเคชิ อิวาระ (Takeshi Iwaya) อยู่ระหว่างการเยือนกรุงโซลอย่างเป็นทางการ และร่วมประชุมหลายคณะกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงเกาหลีใต้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีก่อนที่ทรัมป์จะรับตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดี โจ ไบเดน สัปดาห์หน้า . สำนักงานข่าวกรองเกาหลีใต้และสำนักงานข่าวกรองสหรัฐฯ ได้เฝ้าจับตาการเตรียมพร้อมยิงของเปียงยาง กองทัพเกาหลีใต้แถลง พร้อมยืนยันว่า โซลยังคงอยู่ในการเตรียมความพร้อมสูงสุดและมีการแชร์ข้อมูลร่วมกับทั้งวอชิงตันและโตเกียว . การยิงทดสอบมิสไซล์เกาหลีเหนือเรียกเสียงประณามจากรักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ชเว ซังมก (Choi Sang-mok) ที่ชี้ว่าเป็นการละเมิดมติที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ . “โซลจะตอบโต้อย่างรุนแรงมากกว่าในการยั่วยุของเกาหลีเหนือบนพื้นฐานของจุดยืนทางความมั่นคงที่แข็งแกร่งและความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ” . ขณะเดียวกัน กองบัญชาการอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ได้ประณามการทดสอบของเปียงยาง พร้อมเรียกร้องให้เกาหลีเหนือหยุดจากการทดสอบที่ไม่ชอบธรรมด้วยกฎหมายและการกระทำที่สร้างความไร้เสถียรภาพ . ผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่า การยิงทดสอบก่อนสัปดาห์พิธีสาบานตนของประธานาธิบดีอเมริกันคนใหม่นี้ “มันอาจชี้ไปว่าถึงความตั้งใจในการกดดันก่อนหน้ารัฐบาลทรัมป์ สมัยที่ 2 ก็เป็นได้” ยาง มู-จิน (Yang Moo-jin) อธิการบดีมหาวิทยาลัยการศึกษาเกาหลีเหนือในกรุงโซลแสดงความเห็น . ขณะที่ อาห์น ชาน-อิล (Ahn Chan-il) อดีตเกาหลีเหนือแปรพักตร์ที่ผันตัวกลายเป็นนักวิจัยบริหารสถาบันโลกเพื่อการศึกษาเกาหลีเหนือ (World Institute for North Korea Studies) ให้ความเห็นกับเอเอฟพีว่า นอกจากจะเป็นการแสดงตนให้รู้ต่อรัฐบาลทรัมป์แล้ว อาจจะมีเป้าหมายไปที่สร้างความไร้เสถียรภาพให้โซลในช่วงที่เกาหลีใต้กำลังตกอยู่ในความอลหม่านทางการเมืองภายในจากปัญหาผู้นำ ยุน ซอกยอล ประกาศใช้กฎอัยการศึกและทำให้ต้องโดนถอดถอนออกจากตำแหน่ง . เอเอฟพีรายงานว่า พิกัดที่ตั้งจุดการทดสอบไม่เป็นที่เปิดเผย แต่ทว่า ภาพที่เผยแพร่ออกมาจากสำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือ KCNA แสดงให้เห็นประธานาธิบดี คิม จองอึน พร้อมบุตรสาว คิมจูแอ (Kim Ju Ae) กำลังเฝ้ากำกับการทดสอบสัปดาห์ที่แล้ว . KCNA รายงานถึงการใช้วัสดุใหม่คาร์บอนไฟเบอร์ (carbon fibre) ในเครื่องยนต์ของขีปนาวุธที่มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาเตือนว่า อาจช่วยให้เปียงยางสามารถส่งขีปนาวุธไปไกลมากขึ้นที่ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีมิสไซล์นี้มีแต่แค่สหรัฐฯ รัสเซีย และจีน เท่านั้นที่ครอบครอง . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000004282 .............. Sondhi X
    Like
    9
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1974 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts