• 120 ปี สิ้น “ฮัปมาสเตน” กัปตันบุช จากนายทหารเรือรบอังกฤษ สู่พลเรือเอกพระยาวิสูตรสาครดิฐ ข้าราชการต้นแบบแห่งสยาม

    📌 จากนายทหารเรือชาวอังกฤษผู้บังคับการเรือรบ สู่ข้าราชการไทยผู้จงรักภักดี "กัปตันจอห์น บุช" หรือ พลเรือเอก พระยาวิสูตรสาครดิฐ มีบทบาทสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์สยาม ทั้งในราชสำนักและกิจการท่าเรือ ครบร 120 ปี แห่งการจากไป ย้อนรอยชีวิตของ “กัปตันบุช” ที่กลายเป็นตำนานแห่งเจริญกรุง

    🧭 เมื่อกัปตันฝรั่ง กลายเป็นข้าราชการไทย หากเอ่ยถึง “ตรอกกัปตันบุช” หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ชื่อซอยเล็ก ๆ นี้ แท้จริงแล้วตั้งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ แด่ชายชาวอังกฤษคนหนึ่ง ที่อุทิศชีวิตกว่า 40 ปี ให้กับราชสำนักไทย และราชการกรมเจ้าท่า "พลเรือเอก พระยาวิสูตรสาครดิฐ" หรือที่รู้จักกันในนาม "กัปตันบุช" (Captain John Bush) หรือ “ฮัปมาสเตน” ในเสียงคนไทยสมัยก่อน 🕊️

    ⚓ กัปตัน จอห์น บุช (John Bush) คือทหารเรือชาวอังกฤษ ที่เข้ารับราชการในราชสำนักไทย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เริ่มต้นจากการเป็นกัปตันเรือรบอังกฤษ ที่เทียบท่าในกรุงเทพฯ ก่อนจะได้รับการชักชวนจาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ให้มาเป็นข้าราชการกรมเจ้าท่า

    ต่อมาได้รับตำแหน่ง "ฮัปมาสเตน" (Harbour Master) หรือนายท่าเรือ ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญ ในยุคที่สยามเปิดประเทศตามสนธิสัญญาเบาว์ริง (Bowring Treaty) ปี พ.ศ. 2398 โดยมีภารกิจจัดระเบียบเรือพาณิชย์ต่างชาติ ที่หลั่งไหลเข้าสยาม

    กัปตันบุชมีชื่อเสียงอย่างมากในยุคนั้น และในที่สุด ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "พระยาวิสูตรสาครดิฐ" พร้อมยศ "พลเรือเอก" ถือเป็นชาวต่างชาติไม่กี่คน ที่ได้รับเกียรติสูงเช่นนี้จากสยาม

    🇹🇭 กัปตันฝรั่งผู้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดของกัปตันบุช คือการทำหน้าที่ บังคับการเรือพระที่นั่ง ในการเสด็จประพาสของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 🌍 อาทิ เสด็จสิงคโปร์และอินเดีย พ.ศ. 2413–2414 🚢 เสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่หว้ากอ และเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชวังบางปะอิน

    📜 เรื่องราวเหล่านี้ ไม่เพียงสะท้อนความไว้วางพระราชหฤทัย ที่ทั้งสองพระองค์มีต่อกัปตันบุช แต่ยังแสดงถึงการบุกเบิกยุคใหม่ของการเดินเรือ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทยในยุคนั้น

    🚢 อู่เรือบางกอกด็อค Bangkok Dock จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมเดินเรือไทย นอกจากบทบาทราชการแล้ว กัปตันบุชยังเป็นนักธุรกิจผู้มีวิสัยทัศน์ โดยในปี พ.ศ. 2408 ได้ก่อตั้ง อู่เรือบางกอกด็อค (Bangkok Dock) ขึ้น ซึ่งกลายเป็นอู่ซ่อมเรือที่ใหญ่ และทันสมัยที่สุดในกรุงเทพฯ ยุคนั้น

    อู่แห่งนี้สามารถรองรับการซ่อมเรือ จากทั้งงานหลวงและเอกชน ไม่ต้องส่งเรือไปซ่อมถึงสิงคโปร์อีกต่อไป! 🤝💼

    ✨ “กัปตันบุชคือผู้วางรากฐาน ด้านพาณิชย์นาวีของไทยในยุคใหม่” คำกล่าวจากพิธีเปิดอนุสาวรีย์ที่กรมเจ้าท่า

    📚 ตำนานฮัปมาสเตน และการอ่านชื่อแบบไทย กัปตันบุชได้รับสมญานามว่า “ฮัปมาสเตน” จากคำว่า Harbour Master ที่คนไทยเรียกเพี้ยนตามสำเนียงโบราณ เช่นเดียวกับชื่อ “กัปตันบุด” ที่คนไทยใช้เรียกแทน “Captain Bush” ซึ่งสะท้อนถึงความกลมกลืนในวัฒนธรรมไทย 🎭

    💬 “กับตันบุด” คำนี้ติดปากชาวบ้านจนปัจจุบัน แม้จะไม่มีใครรู้ว่าเป็นใครโดยละเอียด

    🕯️ จุดเปลี่ยนชีวิต...จากวีรบุรุษสู่บทเรียนราคาแพง ถึงแม้กัปตันบุชจะมีบทบาทสำคัญยิ่งในราชสำนัก แต่ก็ประสบกับเหตุการณ์ที่ทำให้บทบาทลดลง นั่นคือเหตุการณ์ เรือพระที่นั่งเวสาตรี เกยหินที่ปากแม่น้ำกลัง พ.ศ. 2433

    เหตุการณ์นี้ทำให้พระเจ้าอยู่หัวทรงไม่โปรด ให้กัปตันบุชบังคับเรืออีกต่อไป แม้กัปตันบุชจะเขียนรายงานชี้แจงว่า ไม่ใช่ความผิดของตนก็ตาม 📄

    แม้จะกลายเป็นความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์ แต่ก็ไม่ได้ลบล้างคุณูปการอันใหญ่หลวงในอดีต 🙏

    🏠 ชีวิตช่วงบั้นปลาย การจากไปในสยาม หลังเกษียณ กัปตันบุชใช้ชีวิตอย่างสงบ ที่บ้านริมทะเลในอ่างศิลา จังหวัดชลบุรีต้อนรับนักเรียนและแขกต่างชาติอย่างอบอุ่น จนกลายเป็นที่รักของชาวบ้านท้องถิ่น 🏖️

    📅 กัปตันบุชเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2448 ขณะมีอายุ 86 ปี หลังจากใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิต ในราชอาณาจักรสยาม โดยมีอนุสาวรีย์ตั้งอยู่ที่สุสานโปรเตสแตนต์ ถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ

    🏛️ อนุสรณ์และเกียรติประวัติที่คงอยู่ วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2557 กรมเจ้าท่าได้จัดพิธีเปิดอนุสาวรีย์ พระยาวิสูตรสาครดิฐ อย่างเป็นทางการ เพื่อรำลึกถึงคุณูปการอันยิ่งใหญ่ 🕯️

    ✨ “ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องของอดีต แต่เป็นรากฐานของอนาคต” คำกล่าวของอธิบดีกรมเจ้าท่า

    📚 "กัปตันบุช" ตำนานที่ไม่ควรถูกลืม ไม่ใช่เพียงแค่กัปตันฝรั่งที่มีตรอกตั้งชื่อตาม แต่คือผู้บุกเบิกท่าเรือ พัฒนาอุตสาหกรรมเดินเรือ และรับราชการอย่างภักดีต่อราชวงศ์ไทย เป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์ วิสัยทัศน์ และการผสานวัฒนธรรมอย่างกลมกลืน

    🎖️ คุณูปการของกัปตันบุช ควรค่าแก่การเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงเพื่อจดจำ แต่เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ให้คนไทยทุกยุคทุกสมัย

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 031057 เม.ย. 2568

    📲#กัปตันบุช #ประวัติศาสตร์ไทย #บุคคลสำคัญสยาม #อู่กรุงเทพ #เจ้าท่า #เรือพระที่นั่ง #ข้าราชการอังกฤษในไทย #ฮัปมาสเตน #ตรอกกัปตันบุช #CaptainBush
    120 ปี สิ้น “ฮัปมาสเตน” กัปตันบุช จากนายทหารเรือรบอังกฤษ สู่พลเรือเอกพระยาวิสูตรสาครดิฐ ข้าราชการต้นแบบแห่งสยาม 📌 จากนายทหารเรือชาวอังกฤษผู้บังคับการเรือรบ สู่ข้าราชการไทยผู้จงรักภักดี "กัปตันจอห์น บุช" หรือ พลเรือเอก พระยาวิสูตรสาครดิฐ มีบทบาทสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์สยาม ทั้งในราชสำนักและกิจการท่าเรือ ครบร 120 ปี แห่งการจากไป ย้อนรอยชีวิตของ “กัปตันบุช” ที่กลายเป็นตำนานแห่งเจริญกรุง 🧭 เมื่อกัปตันฝรั่ง กลายเป็นข้าราชการไทย หากเอ่ยถึง “ตรอกกัปตันบุช” หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ชื่อซอยเล็ก ๆ นี้ แท้จริงแล้วตั้งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ แด่ชายชาวอังกฤษคนหนึ่ง ที่อุทิศชีวิตกว่า 40 ปี ให้กับราชสำนักไทย และราชการกรมเจ้าท่า "พลเรือเอก พระยาวิสูตรสาครดิฐ" หรือที่รู้จักกันในนาม "กัปตันบุช" (Captain John Bush) หรือ “ฮัปมาสเตน” ในเสียงคนไทยสมัยก่อน 🕊️ ⚓ กัปตัน จอห์น บุช (John Bush) คือทหารเรือชาวอังกฤษ ที่เข้ารับราชการในราชสำนักไทย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เริ่มต้นจากการเป็นกัปตันเรือรบอังกฤษ ที่เทียบท่าในกรุงเทพฯ ก่อนจะได้รับการชักชวนจาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ให้มาเป็นข้าราชการกรมเจ้าท่า ต่อมาได้รับตำแหน่ง "ฮัปมาสเตน" (Harbour Master) หรือนายท่าเรือ ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญ ในยุคที่สยามเปิดประเทศตามสนธิสัญญาเบาว์ริง (Bowring Treaty) ปี พ.ศ. 2398 โดยมีภารกิจจัดระเบียบเรือพาณิชย์ต่างชาติ ที่หลั่งไหลเข้าสยาม กัปตันบุชมีชื่อเสียงอย่างมากในยุคนั้น และในที่สุด ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "พระยาวิสูตรสาครดิฐ" พร้อมยศ "พลเรือเอก" ถือเป็นชาวต่างชาติไม่กี่คน ที่ได้รับเกียรติสูงเช่นนี้จากสยาม 🇹🇭 กัปตันฝรั่งผู้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดของกัปตันบุช คือการทำหน้าที่ บังคับการเรือพระที่นั่ง ในการเสด็จประพาสของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 🌍 อาทิ เสด็จสิงคโปร์และอินเดีย พ.ศ. 2413–2414 🚢 เสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่หว้ากอ และเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชวังบางปะอิน 📜 เรื่องราวเหล่านี้ ไม่เพียงสะท้อนความไว้วางพระราชหฤทัย ที่ทั้งสองพระองค์มีต่อกัปตันบุช แต่ยังแสดงถึงการบุกเบิกยุคใหม่ของการเดินเรือ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทยในยุคนั้น 🚢 อู่เรือบางกอกด็อค Bangkok Dock จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมเดินเรือไทย นอกจากบทบาทราชการแล้ว กัปตันบุชยังเป็นนักธุรกิจผู้มีวิสัยทัศน์ โดยในปี พ.ศ. 2408 ได้ก่อตั้ง อู่เรือบางกอกด็อค (Bangkok Dock) ขึ้น ซึ่งกลายเป็นอู่ซ่อมเรือที่ใหญ่ และทันสมัยที่สุดในกรุงเทพฯ ยุคนั้น อู่แห่งนี้สามารถรองรับการซ่อมเรือ จากทั้งงานหลวงและเอกชน ไม่ต้องส่งเรือไปซ่อมถึงสิงคโปร์อีกต่อไป! 🤝💼 ✨ “กัปตันบุชคือผู้วางรากฐาน ด้านพาณิชย์นาวีของไทยในยุคใหม่” คำกล่าวจากพิธีเปิดอนุสาวรีย์ที่กรมเจ้าท่า 📚 ตำนานฮัปมาสเตน และการอ่านชื่อแบบไทย กัปตันบุชได้รับสมญานามว่า “ฮัปมาสเตน” จากคำว่า Harbour Master ที่คนไทยเรียกเพี้ยนตามสำเนียงโบราณ เช่นเดียวกับชื่อ “กัปตันบุด” ที่คนไทยใช้เรียกแทน “Captain Bush” ซึ่งสะท้อนถึงความกลมกลืนในวัฒนธรรมไทย 🎭 💬 “กับตันบุด” คำนี้ติดปากชาวบ้านจนปัจจุบัน แม้จะไม่มีใครรู้ว่าเป็นใครโดยละเอียด 🕯️ จุดเปลี่ยนชีวิต...จากวีรบุรุษสู่บทเรียนราคาแพง ถึงแม้กัปตันบุชจะมีบทบาทสำคัญยิ่งในราชสำนัก แต่ก็ประสบกับเหตุการณ์ที่ทำให้บทบาทลดลง นั่นคือเหตุการณ์ เรือพระที่นั่งเวสาตรี เกยหินที่ปากแม่น้ำกลัง พ.ศ. 2433 เหตุการณ์นี้ทำให้พระเจ้าอยู่หัวทรงไม่โปรด ให้กัปตันบุชบังคับเรืออีกต่อไป แม้กัปตันบุชจะเขียนรายงานชี้แจงว่า ไม่ใช่ความผิดของตนก็ตาม 📄 แม้จะกลายเป็นความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์ แต่ก็ไม่ได้ลบล้างคุณูปการอันใหญ่หลวงในอดีต 🙏 🏠 ชีวิตช่วงบั้นปลาย การจากไปในสยาม หลังเกษียณ กัปตันบุชใช้ชีวิตอย่างสงบ ที่บ้านริมทะเลในอ่างศิลา จังหวัดชลบุรีต้อนรับนักเรียนและแขกต่างชาติอย่างอบอุ่น จนกลายเป็นที่รักของชาวบ้านท้องถิ่น 🏖️ 📅 กัปตันบุชเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2448 ขณะมีอายุ 86 ปี หลังจากใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิต ในราชอาณาจักรสยาม โดยมีอนุสาวรีย์ตั้งอยู่ที่สุสานโปรเตสแตนต์ ถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ 🏛️ อนุสรณ์และเกียรติประวัติที่คงอยู่ วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2557 กรมเจ้าท่าได้จัดพิธีเปิดอนุสาวรีย์ พระยาวิสูตรสาครดิฐ อย่างเป็นทางการ เพื่อรำลึกถึงคุณูปการอันยิ่งใหญ่ 🕯️ ✨ “ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องของอดีต แต่เป็นรากฐานของอนาคต” คำกล่าวของอธิบดีกรมเจ้าท่า 📚 "กัปตันบุช" ตำนานที่ไม่ควรถูกลืม ไม่ใช่เพียงแค่กัปตันฝรั่งที่มีตรอกตั้งชื่อตาม แต่คือผู้บุกเบิกท่าเรือ พัฒนาอุตสาหกรรมเดินเรือ และรับราชการอย่างภักดีต่อราชวงศ์ไทย เป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์ วิสัยทัศน์ และการผสานวัฒนธรรมอย่างกลมกลืน 🎖️ คุณูปการของกัปตันบุช ควรค่าแก่การเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงเพื่อจดจำ แต่เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ให้คนไทยทุกยุคทุกสมัย ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 031057 เม.ย. 2568 📲#กัปตันบุช #ประวัติศาสตร์ไทย #บุคคลสำคัญสยาม #อู่กรุงเทพ #เจ้าท่า #เรือพระที่นั่ง #ข้าราชการอังกฤษในไทย #ฮัปมาสเตน #ตรอกกัปตันบุช #CaptainBush
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 8 มุมมอง 0 รีวิว
  • 3/
    มีรายงานเครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียงTu-22M3 ตกในเขต Usolsky ของแคว้นอีร์คุตสค์ (Irkutsk) ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในไซบีเรีย

    ▪️ กระทรวงกลาโหมของรัสเซียรายงานว่า ขณะกำลังทำการบินตามกำหนดการปกติ เกิดความผิดพลาดทางเทคนิค ทำให้เครื่องบินตกในพื้นที่ว่างเปล่า ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบถึงความเสียหายใดๆในพื้นที่นั้น และลูกเรือ 4 คน สามารถออกจากเครื่องได้ แต่ 1 รายเสียชีวิตในเวลาต่อมา


    ▪️ ทางด้านนาย Igor Kobzev ผู้ว่าการเขต Irkutsk รายงานว่า ขณะเครื่องบินตก ได้เกี่ยวเข้ากับสายไฟ ทำให้บ้านเรือน 210 หลัง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านไฟฟ้าส่วนกลางไม่มีไฟฟ้าให้บริการ

    ▪️ ภาพวิดีโอจากที่เกิดเหตุเครื่องบินตก และหนึ่งในนักบินที่รอดชีวิต

    ▪️ ภาพนิ่งเป็นภาพประกอบเนื้อหา

    3/ มีรายงานเครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียงTu-22M3 ตกในเขต Usolsky ของแคว้นอีร์คุตสค์ (Irkutsk) ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในไซบีเรีย ▪️ กระทรวงกลาโหมของรัสเซียรายงานว่า ขณะกำลังทำการบินตามกำหนดการปกติ เกิดความผิดพลาดทางเทคนิค ทำให้เครื่องบินตกในพื้นที่ว่างเปล่า ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบถึงความเสียหายใดๆในพื้นที่นั้น และลูกเรือ 4 คน สามารถออกจากเครื่องได้ แต่ 1 รายเสียชีวิตในเวลาต่อมา ▪️ ทางด้านนาย Igor Kobzev ผู้ว่าการเขต Irkutsk รายงานว่า ขณะเครื่องบินตก ได้เกี่ยวเข้ากับสายไฟ ทำให้บ้านเรือน 210 หลัง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านไฟฟ้าส่วนกลางไม่มีไฟฟ้าให้บริการ ▪️ ภาพวิดีโอจากที่เกิดเหตุเครื่องบินตก และหนึ่งในนักบินที่รอดชีวิต ▪️ ภาพนิ่งเป็นภาพประกอบเนื้อหา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 8 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • 2/
    มีรายงานเครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียงTu-22M3 ตกในเขต Usolsky ของแคว้นอีร์คุตสค์ (Irkutsk) ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในไซบีเรีย

    ▪️ กระทรวงกลาโหมของรัสเซียรายงานว่า ขณะกำลังทำการบินตามกำหนดการปกติ เกิดความผิดพลาดทางเทคนิค ทำให้เครื่องบินตกในพื้นที่ว่างเปล่า ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบถึงความเสียหายใดๆในพื้นที่นั้น และลูกเรือ 4 คน สามารถออกจากเครื่องได้ แต่ 1 รายเสียชีวิตในเวลาต่อมา


    ▪️ ทางด้านนาย Igor Kobzev ผู้ว่าการเขต Irkutsk รายงานว่า ขณะเครื่องบินตก ได้เกี่ยวเข้ากับสายไฟ ทำให้บ้านเรือน 210 หลัง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านไฟฟ้าส่วนกลางไม่มีไฟฟ้าให้บริการ

    ▪️ ภาพวิดีโอจากที่เกิดเหตุเครื่องบินตก และหนึ่งในนักบินที่รอดชีวิต

    ▪️ ภาพนิ่งเป็นภาพประกอบเนื้อหา

    2/ มีรายงานเครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียงTu-22M3 ตกในเขต Usolsky ของแคว้นอีร์คุตสค์ (Irkutsk) ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในไซบีเรีย ▪️ กระทรวงกลาโหมของรัสเซียรายงานว่า ขณะกำลังทำการบินตามกำหนดการปกติ เกิดความผิดพลาดทางเทคนิค ทำให้เครื่องบินตกในพื้นที่ว่างเปล่า ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบถึงความเสียหายใดๆในพื้นที่นั้น และลูกเรือ 4 คน สามารถออกจากเครื่องได้ แต่ 1 รายเสียชีวิตในเวลาต่อมา ▪️ ทางด้านนาย Igor Kobzev ผู้ว่าการเขต Irkutsk รายงานว่า ขณะเครื่องบินตก ได้เกี่ยวเข้ากับสายไฟ ทำให้บ้านเรือน 210 หลัง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านไฟฟ้าส่วนกลางไม่มีไฟฟ้าให้บริการ ▪️ ภาพวิดีโอจากที่เกิดเหตุเครื่องบินตก และหนึ่งในนักบินที่รอดชีวิต ▪️ ภาพนิ่งเป็นภาพประกอบเนื้อหา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 8 มุมมอง 3 0 รีวิว
  • 1/
    มีรายงานเครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียงTu-22M3 ตกในเขต Usolsky ของแคว้นอีร์คุตสค์ (Irkutsk) ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในไซบีเรีย

    ▪️ กระทรวงกลาโหมของรัสเซียรายงานว่า ขณะกำลังทำการบินตามกำหนดการปกติ เกิดความผิดพลาดทางเทคนิค ทำให้เครื่องบินตกในพื้นที่ว่างเปล่า ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบถึงความเสียหายใดๆในพื้นที่นั้น และลูกเรือ 4 คน สามารถออกจากเครื่องได้ แต่ 1 รายเสียชีวิตในเวลาต่อมา


    ▪️ ทางด้านนาย Igor Kobzev ผู้ว่าการเขต Irkutsk รายงานว่า ขณะเครื่องบินตก ได้เกี่ยวเข้ากับสายไฟ ทำให้บ้านเรือน 210 หลัง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านไฟฟ้าส่วนกลางไม่มีไฟฟ้าให้บริการ

    ▪️ ภาพวิดีโอจากที่เกิดเหตุเครื่องบินตก และหนึ่งในนักบินที่รอดชีวิต

    ▪️ ภาพนิ่งเป็นภาพประกอบเนื้อหา

    1/ มีรายงานเครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียงTu-22M3 ตกในเขต Usolsky ของแคว้นอีร์คุตสค์ (Irkutsk) ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในไซบีเรีย ▪️ กระทรวงกลาโหมของรัสเซียรายงานว่า ขณะกำลังทำการบินตามกำหนดการปกติ เกิดความผิดพลาดทางเทคนิค ทำให้เครื่องบินตกในพื้นที่ว่างเปล่า ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบถึงความเสียหายใดๆในพื้นที่นั้น และลูกเรือ 4 คน สามารถออกจากเครื่องได้ แต่ 1 รายเสียชีวิตในเวลาต่อมา ▪️ ทางด้านนาย Igor Kobzev ผู้ว่าการเขต Irkutsk รายงานว่า ขณะเครื่องบินตก ได้เกี่ยวเข้ากับสายไฟ ทำให้บ้านเรือน 210 หลัง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทางด้านไฟฟ้าส่วนกลางไม่มีไฟฟ้าให้บริการ ▪️ ภาพวิดีโอจากที่เกิดเหตุเครื่องบินตก และหนึ่งในนักบินที่รอดชีวิต ▪️ ภาพนิ่งเป็นภาพประกอบเนื้อหา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 8 มุมมอง 0 รีวิว
  • NordVPN เผยว่าแม้ผู้เดินทางทั่วโลกจะใช้ Wi-Fi สาธารณะบ่อยขึ้น แต่มีเพียง 17% เท่านั้นที่ใช้ VPN เพื่อป้องกันข้อมูล ขณะที่ 60% ของผู้ใช้ยังคงเชื่อมต่อเครือข่ายสาธารณะอย่างเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ที่สูงถึง 80% แม้ผู้ใช้จะป้องกันด้วย รหัสผ่านแข็งแกร่งและฟิล์มกันแอบมอง แต่การไม่ใช้ VPN และการเปิดแอปที่มีข้อมูลสำคัญยังคงเป็นความเสี่ยงสูง นักวิจัยแนะนำให้ผู้ใช้ หลีกเลี่ยงการเข้าระบบธนาคารบน Wi-Fi สาธารณะ และเปิดใช้งาน 2FA เพื่อเสริมความปลอดภัย

    ✅ พฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ระหว่างเดินทางแตกต่างกันในแต่ละประเทศ
    - ผู้ใช้ในสหรัฐฯ และแคนาดานิยม ฟังเพลงหรือพอดแคสต์ระหว่างเดินทาง
    - ญี่ปุ่นมักใช้เวลาเดินทางในการ ติดตามข่าวสาร
    - สเปนและอิตาลีเน้นการ พูดคุยและส่งข้อความกับเพื่อน

    ✅ 60% ของผู้เดินทางเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะเป็นครั้งคราว
    - 80% ของผู้ใช้ในเกาหลีใต้มักใช้ Wi-Fi สาธารณะ
    - แม้ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเชื่อมต่อไม่นาน (ประมาณ 30 นาที) แต่ก็ยังเสี่ยงต่อการถูกดักจับข้อมูล

    ✅ “Shoulder Surfing” เป็นภัยเงียบที่มักถูกมองข้าม
    - 20% ของผู้เดินทางใช้ ฟิล์มป้องกันหน้าจอ เพื่อป้องกันการมองเห็นข้อมูลโดยผู้อื่น
    - อย่างไรก็ตาม การไม่ใช้ VPN และการเข้าถึงข้อมูลสำคัญบน Wi-Fi สาธารณะยังคงเป็นจุดอ่อน

    ✅ คำแนะนำสำหรับการใช้งาน Wi-Fi สาธารณะอย่างปลอดภัย
    - หลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบธนาคาร แอปสุขภาพ หรือแพลตฟอร์มที่มีข้อมูลสำคัญ
    - เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกโจมตี
    - ใช้ VPN เพื่อเข้ารหัสข้อมูลและป้องกันการสอดแนมจากเครือข่ายไม่ปลอดภัย

    https://www.techradar.com/pro/security/when-it-comes-to-security-public-wi-fi-could-be-a-risky-choice-for-commuters-worldwide
    NordVPN เผยว่าแม้ผู้เดินทางทั่วโลกจะใช้ Wi-Fi สาธารณะบ่อยขึ้น แต่มีเพียง 17% เท่านั้นที่ใช้ VPN เพื่อป้องกันข้อมูล ขณะที่ 60% ของผู้ใช้ยังคงเชื่อมต่อเครือข่ายสาธารณะอย่างเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ที่สูงถึง 80% แม้ผู้ใช้จะป้องกันด้วย รหัสผ่านแข็งแกร่งและฟิล์มกันแอบมอง แต่การไม่ใช้ VPN และการเปิดแอปที่มีข้อมูลสำคัญยังคงเป็นความเสี่ยงสูง นักวิจัยแนะนำให้ผู้ใช้ หลีกเลี่ยงการเข้าระบบธนาคารบน Wi-Fi สาธารณะ และเปิดใช้งาน 2FA เพื่อเสริมความปลอดภัย ✅ พฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ระหว่างเดินทางแตกต่างกันในแต่ละประเทศ - ผู้ใช้ในสหรัฐฯ และแคนาดานิยม ฟังเพลงหรือพอดแคสต์ระหว่างเดินทาง - ญี่ปุ่นมักใช้เวลาเดินทางในการ ติดตามข่าวสาร - สเปนและอิตาลีเน้นการ พูดคุยและส่งข้อความกับเพื่อน ✅ 60% ของผู้เดินทางเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะเป็นครั้งคราว - 80% ของผู้ใช้ในเกาหลีใต้มักใช้ Wi-Fi สาธารณะ - แม้ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเชื่อมต่อไม่นาน (ประมาณ 30 นาที) แต่ก็ยังเสี่ยงต่อการถูกดักจับข้อมูล ✅ “Shoulder Surfing” เป็นภัยเงียบที่มักถูกมองข้าม - 20% ของผู้เดินทางใช้ ฟิล์มป้องกันหน้าจอ เพื่อป้องกันการมองเห็นข้อมูลโดยผู้อื่น - อย่างไรก็ตาม การไม่ใช้ VPN และการเข้าถึงข้อมูลสำคัญบน Wi-Fi สาธารณะยังคงเป็นจุดอ่อน ✅ คำแนะนำสำหรับการใช้งาน Wi-Fi สาธารณะอย่างปลอดภัย - หลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบธนาคาร แอปสุขภาพ หรือแพลตฟอร์มที่มีข้อมูลสำคัญ - เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกโจมตี - ใช้ VPN เพื่อเข้ารหัสข้อมูลและป้องกันการสอดแนมจากเครือข่ายไม่ปลอดภัย https://www.techradar.com/pro/security/when-it-comes-to-security-public-wi-fi-could-be-a-risky-choice-for-commuters-worldwide
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 10 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบว่ามีแฮกเกอร์ที่ใช้ช่องโหว่ของเซิร์ฟเวอร์ PostgreSQL ในการขุด Monero มากกว่า 1,500 เซิร์ฟเวอร์ พวกเขาใช้ XMRig-C3 ซึ่งเป็น Cryptominer ที่ยากต่อการตรวจสอบ ขณะที่ 90% ของระบบคลาวด์ใช้ PostgreSQL แบบ Self-hosted และหนึ่งในสามของเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้เปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ต องค์กรควรตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัย และหลีกเลี่ยงรหัสผ่านที่อ่อนแอเพื่อป้องกันการโจมตี

    ✅ XMRig-C3—Cryptominer ที่ขุด Monero และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
    - Monero เป็นคริปโตที่ ยากต่อการติดตามมากกว่า Bitcoin ทำให้ได้รับความนิยมในกลุ่มอาชญากรไซเบอร์
    - การใช้ XMRig-C3 ทำให้เซิร์ฟเวอร์ ทำงานหนักขึ้น และมีค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้น

    ✅ กลุ่ม JINX-0126 พัฒนาเทคนิคใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ
    - แฮกเกอร์ใช้ การติดตั้ง Cryptominer แบบไม่มีไฟล์ (Fileless Deployment) เพื่อให้การตรวจสอบหาซอฟต์แวร์แปลกปลอมทำได้ยากขึ้น
    - พวกเขายังตั้งค่าให้แต่ละเซิร์ฟเวอร์ มี Worker ID แยกต่างหาก เพื่อให้วิเคราะห์จำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่ติดมัลแวร์ได้ยากขึ้น

    ✅ เซิร์ฟเวอร์ PostgreSQL มีช่องโหว่มากกว่าที่คาด
    - Wiz พบว่า เกือบ 90% ของระบบคลาวด์มีการตั้งค่า PostgreSQL ในรูปแบบ Self-hosted
    - หนึ่งในสามของเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้เปิดให้เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต

    ✅ สิ่งที่องค์กรควรทำเพื่อป้องกันการโจมตี
    - ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของ PostgreSQL และหลีกเลี่ยงการใช้ รหัสผ่านที่เดาง่าย
    - ใช้ Firewall และระบบตรวจจับภัยคุกคาม เพื่อลดความเสี่ยง

    https://www.techradar.com/pro/security/thousands-of-postgresql-servers-are-being-hijacked-to-mine-crypto
    นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบว่ามีแฮกเกอร์ที่ใช้ช่องโหว่ของเซิร์ฟเวอร์ PostgreSQL ในการขุด Monero มากกว่า 1,500 เซิร์ฟเวอร์ พวกเขาใช้ XMRig-C3 ซึ่งเป็น Cryptominer ที่ยากต่อการตรวจสอบ ขณะที่ 90% ของระบบคลาวด์ใช้ PostgreSQL แบบ Self-hosted และหนึ่งในสามของเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้เปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ต องค์กรควรตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัย และหลีกเลี่ยงรหัสผ่านที่อ่อนแอเพื่อป้องกันการโจมตี ✅ XMRig-C3—Cryptominer ที่ขุด Monero และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ - Monero เป็นคริปโตที่ ยากต่อการติดตามมากกว่า Bitcoin ทำให้ได้รับความนิยมในกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ - การใช้ XMRig-C3 ทำให้เซิร์ฟเวอร์ ทำงานหนักขึ้น และมีค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้น ✅ กลุ่ม JINX-0126 พัฒนาเทคนิคใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ - แฮกเกอร์ใช้ การติดตั้ง Cryptominer แบบไม่มีไฟล์ (Fileless Deployment) เพื่อให้การตรวจสอบหาซอฟต์แวร์แปลกปลอมทำได้ยากขึ้น - พวกเขายังตั้งค่าให้แต่ละเซิร์ฟเวอร์ มี Worker ID แยกต่างหาก เพื่อให้วิเคราะห์จำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่ติดมัลแวร์ได้ยากขึ้น ✅ เซิร์ฟเวอร์ PostgreSQL มีช่องโหว่มากกว่าที่คาด - Wiz พบว่า เกือบ 90% ของระบบคลาวด์มีการตั้งค่า PostgreSQL ในรูปแบบ Self-hosted - หนึ่งในสามของเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้เปิดให้เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต ✅ สิ่งที่องค์กรควรทำเพื่อป้องกันการโจมตี - ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของ PostgreSQL และหลีกเลี่ยงการใช้ รหัสผ่านที่เดาง่าย - ใช้ Firewall และระบบตรวจจับภัยคุกคาม เพื่อลดความเสี่ยง https://www.techradar.com/pro/security/thousands-of-postgresql-servers-are-being-hijacked-to-mine-crypto
    WWW.TECHRADAR.COM
    Thousands of PostgreSQL servers are being hijacked to mine crypto
    Hackers are hunting for misconfigured servers, experts warn
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 11 มุมมอง 0 รีวิว
  • Samsung เปิดตัวแท็บเล็ต Galaxy Tab S10 FE และ S10 FE Plus โดยรุ่น Plus มาพร้อม หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 13.1 นิ้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของซีรีส์นี้ ทั้งสองรุ่นมีฟีเจอร์ Vision Booster, Auto Trim และ Object Eraser ที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน

    ✅ Galaxy Tab S10 FE Plus ได้รับการอัปเกรดสำคัญ
    - ขยายหน้าจอจาก 12.4 นิ้ว เป็น 13.1 นิ้ว
    - ใช้ ชิป Exynos 1580 พร้อม แบตเตอรี่ขนาด 10,090mAh
    - รองรับ RAM สูงสุด 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 256GB

    ✅ Galaxy Tab S10 FE มีขนาดเล็กกว่า แต่ยังคงฟีเจอร์หลักครบครัน
    - มาพร้อม หน้าจอ 10.9 นิ้ว และแบตเตอรี่ 8,000mAh
    - ทั้งสองรุ่นมี กล้องหลัง 13MP และกล้องหน้า 12MP Ultra-Wide
    - รองรับ S Pen ที่รวมมาให้ในกล่อง

    ✅ Samsung เพิ่มฟีเจอร์ AI เพื่อปรับปรุงการใช้งาน
    - Object Eraser: ลบสิ่งที่ไม่ต้องการจากภาพอย่างง่ายดาย
    - Best Face: เลือกภาพที่ดีที่สุดจากหลายเฟรมอัตโนมัติ
    - Auto Trim: ปรับขนาดภาพและวิดีโอให้เหมาะสม

    ✅ เทคโนโลยี Vision Booster ช่วยลดแสงสะท้อนบนหน้าจอ
    - นำมาจาก Samsung TV และ Galaxy S25 Ultra ช่วยให้การแสดงผลชัดขึ้นในทุกสภาพแสง

    ✅ ราคาและวันวางจำหน่าย
    - Galaxy Tab S10 FE เริ่มต้นที่ $499.99 / £499
    - Galaxy Tab S10 FE Plus เริ่มต้นที่ $649.99 / £649
    - มีให้เลือก 3 สี—Gray, Silver และ Blue พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้

    https://www.techradar.com/tablets/the-samsung-galaxy-tab-s10-fe-launches-with-an-ipad-air-rivaling-screen-and-ai-features-galore
    Samsung เปิดตัวแท็บเล็ต Galaxy Tab S10 FE และ S10 FE Plus โดยรุ่น Plus มาพร้อม หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 13.1 นิ้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของซีรีส์นี้ ทั้งสองรุ่นมีฟีเจอร์ Vision Booster, Auto Trim และ Object Eraser ที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ✅ Galaxy Tab S10 FE Plus ได้รับการอัปเกรดสำคัญ - ขยายหน้าจอจาก 12.4 นิ้ว เป็น 13.1 นิ้ว - ใช้ ชิป Exynos 1580 พร้อม แบตเตอรี่ขนาด 10,090mAh - รองรับ RAM สูงสุด 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 256GB ✅ Galaxy Tab S10 FE มีขนาดเล็กกว่า แต่ยังคงฟีเจอร์หลักครบครัน - มาพร้อม หน้าจอ 10.9 นิ้ว และแบตเตอรี่ 8,000mAh - ทั้งสองรุ่นมี กล้องหลัง 13MP และกล้องหน้า 12MP Ultra-Wide - รองรับ S Pen ที่รวมมาให้ในกล่อง ✅ Samsung เพิ่มฟีเจอร์ AI เพื่อปรับปรุงการใช้งาน - Object Eraser: ลบสิ่งที่ไม่ต้องการจากภาพอย่างง่ายดาย - Best Face: เลือกภาพที่ดีที่สุดจากหลายเฟรมอัตโนมัติ - Auto Trim: ปรับขนาดภาพและวิดีโอให้เหมาะสม ✅ เทคโนโลยี Vision Booster ช่วยลดแสงสะท้อนบนหน้าจอ - นำมาจาก Samsung TV และ Galaxy S25 Ultra ช่วยให้การแสดงผลชัดขึ้นในทุกสภาพแสง ✅ ราคาและวันวางจำหน่าย - Galaxy Tab S10 FE เริ่มต้นที่ $499.99 / £499 - Galaxy Tab S10 FE Plus เริ่มต้นที่ $649.99 / £649 - มีให้เลือก 3 สี—Gray, Silver และ Blue พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ https://www.techradar.com/tablets/the-samsung-galaxy-tab-s10-fe-launches-with-an-ipad-air-rivaling-screen-and-ai-features-galore
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 12 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบว่ามีการสแกนช่องโหว่กว่า 24,000 IP บน Palo Alto Networks PAN-OS GlobalProtect portals ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 นักวิเคราะห์ของ GreyNoise ระบุว่านี่อาจเป็นสัญญาณเตือนก่อนเกิดการโจมตีใหญ่ IP ที่พบส่วนใหญ่มาจาก สหรัฐฯ และแคนาดา และอาจเกี่ยวข้องกับการโจมตี Remote Code Execution (RCE) ขณะที่องค์กรต่าง ๆ ควรตรวจสอบระบบและเสริมความปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

    ✅ GreyNoise พบว่ามีการสแกนอย่างต่อเนื่องจาก IP ที่น่าสงสัย
    - จากจำนวน 24,000 IP ที่ถูกตรวจสอบ 154 IP ถูกจัดว่าเป็น “มุ่งร้าย” (Malicious) อย่างแน่นอน
    - IP ส่วนใหญ่มาจาก อเมริกาและแคนาดา ขณะที่ เป้าหมายโจมตีส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ

    ✅ อาจเป็นสัญญาณของการโจมตีด้วย Remote Code Execution (RCE)
    - นักวิเคราะห์คาดว่า ผู้โจมตีกำลังค้นหาช่องโหว่เพื่อดำเนินการเจาะระบบในอนาคต
    - ระบบนี้ อาจมีช่องโหว่ Zero-Day ที่กำลังถูกสำรวจว่ามีจำนวนเท่าใดที่สามารถโจมตีได้

    ✅ GreyNoise วิเคราะห์ว่าการโจมตีในอดีตมักนำไปสู่การค้นพบช่องโหว่ใหม่
    - พบว่าในช่วง 18–24 เดือนที่ผ่านมา มีรูปแบบการโจมตีที่เริ่มต้นจากการสแกนช่องโหว่ และ มีการค้นพบช่องโหว่ใหม่ภายใน 2–4 สัปดาห์ต่อมา

    ✅ แนะนำให้ IT Teams ตรวจสอบระบบตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม
    - ควรตรวจสอบ บันทึกระบบ (Logs) เพื่อดูว่ามีความพยายามเจาะระบบหรือไม่
    - ควร เสริมมาตรการความปลอดภัยในระบบล็อกอิน และ บล็อก IP ที่เป็นอันตราย

    https://www.techradar.com/pro/security/palo-alto-networks-gateways-facing-huge-number-of-possible-security-attacks
    นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบว่ามีการสแกนช่องโหว่กว่า 24,000 IP บน Palo Alto Networks PAN-OS GlobalProtect portals ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 นักวิเคราะห์ของ GreyNoise ระบุว่านี่อาจเป็นสัญญาณเตือนก่อนเกิดการโจมตีใหญ่ IP ที่พบส่วนใหญ่มาจาก สหรัฐฯ และแคนาดา และอาจเกี่ยวข้องกับการโจมตี Remote Code Execution (RCE) ขณะที่องค์กรต่าง ๆ ควรตรวจสอบระบบและเสริมความปลอดภัยโดยเร็วที่สุด ✅ GreyNoise พบว่ามีการสแกนอย่างต่อเนื่องจาก IP ที่น่าสงสัย - จากจำนวน 24,000 IP ที่ถูกตรวจสอบ 154 IP ถูกจัดว่าเป็น “มุ่งร้าย” (Malicious) อย่างแน่นอน - IP ส่วนใหญ่มาจาก อเมริกาและแคนาดา ขณะที่ เป้าหมายโจมตีส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ ✅ อาจเป็นสัญญาณของการโจมตีด้วย Remote Code Execution (RCE) - นักวิเคราะห์คาดว่า ผู้โจมตีกำลังค้นหาช่องโหว่เพื่อดำเนินการเจาะระบบในอนาคต - ระบบนี้ อาจมีช่องโหว่ Zero-Day ที่กำลังถูกสำรวจว่ามีจำนวนเท่าใดที่สามารถโจมตีได้ ✅ GreyNoise วิเคราะห์ว่าการโจมตีในอดีตมักนำไปสู่การค้นพบช่องโหว่ใหม่ - พบว่าในช่วง 18–24 เดือนที่ผ่านมา มีรูปแบบการโจมตีที่เริ่มต้นจากการสแกนช่องโหว่ และ มีการค้นพบช่องโหว่ใหม่ภายใน 2–4 สัปดาห์ต่อมา ✅ แนะนำให้ IT Teams ตรวจสอบระบบตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม - ควรตรวจสอบ บันทึกระบบ (Logs) เพื่อดูว่ามีความพยายามเจาะระบบหรือไม่ - ควร เสริมมาตรการความปลอดภัยในระบบล็อกอิน และ บล็อก IP ที่เป็นอันตราย https://www.techradar.com/pro/security/palo-alto-networks-gateways-facing-huge-number-of-possible-security-attacks
    WWW.TECHRADAR.COM
    Palo Alto Networks gateways facing huge number of possible security attacks
    Thousands of IP addresses were seen scanning Palo Alto endpoints
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 14 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทองแดงเป็นตัวนำไฟฟ้ามาตรฐานมานานกว่า 200 ปี แต่เริ่มมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ นักวิจัยพบว่า Niobium Phosphide (NbP) มีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าที่เหนือกว่าทองแดง โดยเฉพาะในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับนาโน NbP สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ได้ง่าย และช่วยลดการสูญเสียพลังงาน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต ที่ต้องแก้ไขก่อนจะนำมาใช้จริงในอุตสาหกรรม

    ✅ Niobium Phosphide เป็นวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดงในระดับนาโน
    - งานวิจัยของ Stanford University พบว่า NbP มีค่าความต้านทานต่ำกว่าทองแดงถึง 6 เท่า
    - เมื่อวัสดุมีความบางลง NbP ยังคงรักษาคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดง

    ✅ เซมิมีทัลมีโครงสร้างทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน
    - NbP มี คุณสมบัติเฉพาะด้านโครงสร้างที่ช่วยให้การส่งผ่านอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    - นักวิจัยระบุว่า สามารถลดการใช้พลังงานในอุปกรณ์ขนาดเล็กได้

    ✅ สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอยู่ได้ง่าย
    - NbP สามารถถูกวางเป็น ฟิล์มที่อุณหภูมิ 400°C โดยไม่ทำให้ชิปซิลิคอนเสียหาย

    ✅ ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต
    - การควบคุมความหนาของชั้นฟิล์ม NbP เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงมาก
    - หากชั้นฟิล์มมีความหนาไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ค่าความต้านทานแปรปรวน

    ✅ อนาคตของเซมิมีทัลในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
    - หากการพัฒนา NbP และวัสดุเซมิมีทัลอื่น ๆ ก้าวหน้า อาจแทนที่ทองแดงในวงจรระดับสูงได้ภายใน 10 ปี

    https://www.techradar.com/pro/after-semiconductors-semimetals-might-be-the-next-big-thing-as-the-tech-industry-looks-for-a-replacement-for-ubiquitous-copper
    ทองแดงเป็นตัวนำไฟฟ้ามาตรฐานมานานกว่า 200 ปี แต่เริ่มมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ นักวิจัยพบว่า Niobium Phosphide (NbP) มีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าที่เหนือกว่าทองแดง โดยเฉพาะในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับนาโน NbP สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ได้ง่าย และช่วยลดการสูญเสียพลังงาน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต ที่ต้องแก้ไขก่อนจะนำมาใช้จริงในอุตสาหกรรม ✅ Niobium Phosphide เป็นวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดงในระดับนาโน - งานวิจัยของ Stanford University พบว่า NbP มีค่าความต้านทานต่ำกว่าทองแดงถึง 6 เท่า - เมื่อวัสดุมีความบางลง NbP ยังคงรักษาคุณสมบัติในการนำไฟฟ้าได้ดีกว่าทองแดง ✅ เซมิมีทัลมีโครงสร้างทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน - NbP มี คุณสมบัติเฉพาะด้านโครงสร้างที่ช่วยให้การส่งผ่านอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น - นักวิจัยระบุว่า สามารถลดการใช้พลังงานในอุปกรณ์ขนาดเล็กได้ ✅ สามารถใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอยู่ได้ง่าย - NbP สามารถถูกวางเป็น ฟิล์มที่อุณหภูมิ 400°C โดยไม่ทำให้ชิปซิลิคอนเสียหาย ✅ ยังคงมีความท้าทายด้านการผลิต - การควบคุมความหนาของชั้นฟิล์ม NbP เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงมาก - หากชั้นฟิล์มมีความหนาไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ค่าความต้านทานแปรปรวน ✅ อนาคตของเซมิมีทัลในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ - หากการพัฒนา NbP และวัสดุเซมิมีทัลอื่น ๆ ก้าวหน้า อาจแทนที่ทองแดงในวงจรระดับสูงได้ภายใน 10 ปี https://www.techradar.com/pro/after-semiconductors-semimetals-might-be-the-next-big-thing-as-the-tech-industry-looks-for-a-replacement-for-ubiquitous-copper
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 11 มุมมอง 0 รีวิว
  • Nintendo Switch 2 เปิดตัวพร้อมหน้าจอ 7.9 นิ้ว 120Hz VRR และรองรับ 4K HDR 60fps เมื่อเชื่อมต่อ Dock เครื่องใช้ ชิป Custom จาก Nvidia แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเต็ม มีพื้นที่เก็บข้อมูล 256GB มากกว่ารุ่นแรกถึง 8 เท่า Joy-Con 2 มีระบบล็อกแม่เหล็กและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เช่น Mouse Mode และ GameChat พร้อม Dock ใหม่ที่มีพัดลมระบายความร้อน เปิดให้พรีออเดอร์ 9 เมษายน วางจำหน่าย 5 มิถุนายน ราคาเริ่มต้นที่ $450

    ✅ Nintendo Switch 2 มีหน้าจอ 7.9 นิ้ว 1080p IPS LCD พร้อม 120Hz VRR
    - เปรียบเทียบกับ Switch รุ่นแรกที่มีหน้าจอ 6.2 นิ้ว
    - ระบบ Variable Refresh Rate (VRR) ช่วยลดการฉีกขาดของภาพและเพิ่มความลื่นไหลในการเล่นเกม

    ✅ ใช้ชิป Custom จาก Nvidia—Nintendo ยังไม่เผยรายละเอียดเต็ม
    - คาดว่าจะเป็น ชิปรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นแรก
    - รองรับ 4K 60fps และ HDR เมื่อเชื่อมต่อ Dock

    ✅ แบตเตอรี่ 5220mAh แต่เล่นได้น้อยกว่ารุ่นแรก
    - Switch 2 ให้ระยะเวลาเล่น 2–6.5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเกมที่เล่น
    - รุ่นแรกเล่นได้นานกว่า 4.5–9 ชั่วโมง

    ✅ พื้นที่เก็บข้อมูล 256GB—มากกว่ารุ่นแรกถึง 8 เท่า
    - รองรับ microSD Express สำหรับการขยายพื้นที่จัดเก็บ
    - ยังคงใช้ ตลับเกมรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนสีเป็นสีแดง

    ✅ Joy-Con 2 มาในขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมระบบล็อกแม่เหล็ก
    - Joy-Con รุ่นใหม่นี้ มีแม่เหล็กช่วยยึดติดกับเครื่องแทนรางเดิม
    - เพิ่มโหมด Mouse Mode และปุ่ม C Button สำหรับ GameChat

    ✅ Dock ใหม่มาพร้อมพัดลมระบายความร้อน และรองรับ 4K HDR 60fps
    - ระบบระบายอากาศดีขึ้นเพื่อลดความร้อนเมื่อเล่นในโหมด Docked

    ✅ วันเปิดตัวและราคา
    - เปิดให้พรีออเดอร์วันที่ 9 เมษายน
    - วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 5 มิถุนายน
    - ราคาเครื่องเดี่ยว $450 หรือเลือก Bundle Mario Kart World ในราคา $500

    https://www.techspot.com/news/107391-nintendo-switch-2-official-79-120fps-display-4k.html
    Nintendo Switch 2 เปิดตัวพร้อมหน้าจอ 7.9 นิ้ว 120Hz VRR และรองรับ 4K HDR 60fps เมื่อเชื่อมต่อ Dock เครื่องใช้ ชิป Custom จาก Nvidia แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเต็ม มีพื้นที่เก็บข้อมูล 256GB มากกว่ารุ่นแรกถึง 8 เท่า Joy-Con 2 มีระบบล็อกแม่เหล็กและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เช่น Mouse Mode และ GameChat พร้อม Dock ใหม่ที่มีพัดลมระบายความร้อน เปิดให้พรีออเดอร์ 9 เมษายน วางจำหน่าย 5 มิถุนายน ราคาเริ่มต้นที่ $450 ✅ Nintendo Switch 2 มีหน้าจอ 7.9 นิ้ว 1080p IPS LCD พร้อม 120Hz VRR - เปรียบเทียบกับ Switch รุ่นแรกที่มีหน้าจอ 6.2 นิ้ว - ระบบ Variable Refresh Rate (VRR) ช่วยลดการฉีกขาดของภาพและเพิ่มความลื่นไหลในการเล่นเกม ✅ ใช้ชิป Custom จาก Nvidia—Nintendo ยังไม่เผยรายละเอียดเต็ม - คาดว่าจะเป็น ชิปรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นแรก - รองรับ 4K 60fps และ HDR เมื่อเชื่อมต่อ Dock ✅ แบตเตอรี่ 5220mAh แต่เล่นได้น้อยกว่ารุ่นแรก - Switch 2 ให้ระยะเวลาเล่น 2–6.5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเกมที่เล่น - รุ่นแรกเล่นได้นานกว่า 4.5–9 ชั่วโมง ✅ พื้นที่เก็บข้อมูล 256GB—มากกว่ารุ่นแรกถึง 8 เท่า - รองรับ microSD Express สำหรับการขยายพื้นที่จัดเก็บ - ยังคงใช้ ตลับเกมรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนสีเป็นสีแดง ✅ Joy-Con 2 มาในขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมระบบล็อกแม่เหล็ก - Joy-Con รุ่นใหม่นี้ มีแม่เหล็กช่วยยึดติดกับเครื่องแทนรางเดิม - เพิ่มโหมด Mouse Mode และปุ่ม C Button สำหรับ GameChat ✅ Dock ใหม่มาพร้อมพัดลมระบายความร้อน และรองรับ 4K HDR 60fps - ระบบระบายอากาศดีขึ้นเพื่อลดความร้อนเมื่อเล่นในโหมด Docked ✅ วันเปิดตัวและราคา - เปิดให้พรีออเดอร์วันที่ 9 เมษายน - วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 5 มิถุนายน - ราคาเครื่องเดี่ยว $450 หรือเลือก Bundle Mario Kart World ในราคา $500 https://www.techspot.com/news/107391-nintendo-switch-2-official-79-120fps-display-4k.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Nintendo Switch 2 is official with 7.9" 120fps VRR display, 4K at 60fps when docked
    The Nintendo Switch 2 is significantly bigger than its older sibling, featuring a 7.9-inch capacitive touch display, adding to its heft compared to its 6.2-inch predecessor. The...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 7 มุมมอง 0 รีวิว
  • Meta เตรียมเปิดตัวแว่น Hypernova ซึ่งมีหน้าจอขนาดเล็กในเลนส์ขวา ช่วยให้ผู้ใช้ดูการแจ้งเตือนได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือ ฟีเจอร์ควบคุมด้วย ท่าทางมือและระบบสัมผัสที่ขอบแว่น ช่วยให้ใช้งานง่ายขึ้น พร้อมกล้องความละเอียดสูงที่เหนือกว่า Ray-Ban Meta แว่นตานี้จะแตกต่างจาก Orion ซึ่งเป็นแว่น AR รุ่นถัดไป Meta มั่นใจในผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จนเริ่มพัฒนา Hypernova 2 ซึ่งจะมาพร้อมหน้าจอสองจอ และอาจเปิดตัวในปี 2027

    ✅ Hypernova มีหน้าจอแบบ Mini Monocular ในเลนส์ขวา
    - หน้าจอนี้อยู่ที่ มุมล่างขวาของเลนส์ และดีที่สุดเมื่อผู้ใช้มองลง
    - สามารถแสดง ไอคอนแอป, แจ้งเตือน หรือภาพจากแอปนำทาง

    ✅ ควบคุมด้วยระบบสัมผัสและท่าทางมือ
    - ผู้ใช้สามารถ แตะที่ขอบแว่น หรือใช้ ท่าทางมือ เพื่อควบคุมการทำงาน
    - คาดว่าจะสามารถใช้งาน Meta AI Assistant ในแว่นตาได้

    ✅ กล้องความละเอียดสูงกว่ารุ่น Ray-Ban Meta
    - Hypernova จะมี เซ็นเซอร์กล้องที่ให้ภาพคมชัดขึ้น มากกว่า กล้อง 12MP ในแว่นตา Ray-Ban ซึ่งมีราคาเพียง $300–$380

    ✅ แตกต่างจาก Orion แว่นตา AR รุ่นถัดไปของ Meta
    - Orion จะมี Eye Tracking, Hand Tracking, Voice Control และ Neural Interface
    - Hypernova อาจมาพร้อม สายรัดข้อมือ Ceres เพื่อช่วยให้ควบคุมแว่นได้ดียิ่งขึ้น

    ✅ Meta มั่นใจว่า Hypernova จะเป็นที่นิยม และมีรุ่นต่อไปในปี 2027
    - Hypernova 2 กำลังอยู่ในระหว่างพัฒนา และจะมาพร้อม หน้าจอสองจอ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ใช้งาน

    https://www.techspot.com/news/107390-meta-1000-hypernova-smart-glasses-may-launch-year.html
    Meta เตรียมเปิดตัวแว่น Hypernova ซึ่งมีหน้าจอขนาดเล็กในเลนส์ขวา ช่วยให้ผู้ใช้ดูการแจ้งเตือนได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือ ฟีเจอร์ควบคุมด้วย ท่าทางมือและระบบสัมผัสที่ขอบแว่น ช่วยให้ใช้งานง่ายขึ้น พร้อมกล้องความละเอียดสูงที่เหนือกว่า Ray-Ban Meta แว่นตานี้จะแตกต่างจาก Orion ซึ่งเป็นแว่น AR รุ่นถัดไป Meta มั่นใจในผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จนเริ่มพัฒนา Hypernova 2 ซึ่งจะมาพร้อมหน้าจอสองจอ และอาจเปิดตัวในปี 2027 ✅ Hypernova มีหน้าจอแบบ Mini Monocular ในเลนส์ขวา - หน้าจอนี้อยู่ที่ มุมล่างขวาของเลนส์ และดีที่สุดเมื่อผู้ใช้มองลง - สามารถแสดง ไอคอนแอป, แจ้งเตือน หรือภาพจากแอปนำทาง ✅ ควบคุมด้วยระบบสัมผัสและท่าทางมือ - ผู้ใช้สามารถ แตะที่ขอบแว่น หรือใช้ ท่าทางมือ เพื่อควบคุมการทำงาน - คาดว่าจะสามารถใช้งาน Meta AI Assistant ในแว่นตาได้ ✅ กล้องความละเอียดสูงกว่ารุ่น Ray-Ban Meta - Hypernova จะมี เซ็นเซอร์กล้องที่ให้ภาพคมชัดขึ้น มากกว่า กล้อง 12MP ในแว่นตา Ray-Ban ซึ่งมีราคาเพียง $300–$380 ✅ แตกต่างจาก Orion แว่นตา AR รุ่นถัดไปของ Meta - Orion จะมี Eye Tracking, Hand Tracking, Voice Control และ Neural Interface - Hypernova อาจมาพร้อม สายรัดข้อมือ Ceres เพื่อช่วยให้ควบคุมแว่นได้ดียิ่งขึ้น ✅ Meta มั่นใจว่า Hypernova จะเป็นที่นิยม และมีรุ่นต่อไปในปี 2027 - Hypernova 2 กำลังอยู่ในระหว่างพัฒนา และจะมาพร้อม หน้าจอสองจอ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ใช้งาน https://www.techspot.com/news/107390-meta-1000-hypernova-smart-glasses-may-launch-year.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Meta's $1,000+ Hypernova smart glasses may launch this year with tiny built-in display
    The Hypernova smart glasses will arrive later this year, according to Bloomberg's Mark Gurman, so we could see them unveiled at the Meta Connect conference scheduled to...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 9 มุมมอง 0 รีวิว
  • NFL ได้ประกาศว่าจะนำระบบ Hawk-Eye Technology ของ Sony มาใช้แทนการวัดระยะ First Down ด้วยโซ่แบบดั้งเดิม เริ่มต้นใน ฤดูกาล 2025–26 โดยเทคโนโลยีนี้มี 6 กล้อง 8K เพื่อจับตำแหน่งบอลด้วยความละเอียดสูง ซึ่งช่วยลดเวลาการตัดสินจาก 70 วินาที เหลือเพียง 30 วินาที

    ✅ Hawk-Eye จะถูกนำไปใช้ในทุกสนามของ NFL รวมถึงเวทีระดับนานาชาติ
    - ระบบนี้จะทำงานร่วมกับ Art McNally GameDay Central Officiating Center ในนิวยอร์ก
    - ผู้ชมทั้งในสนามและทางโทรทัศน์จะเห็น ภาพจำลองแบบเสมือนจริงของระยะ First Down ในเวลาจริง

    ✅ ระบบใหม่ช่วยตัดสินได้เร็วขึ้น แต่ไม่ได้ขจัดข้อผิดพลาดทั้งหมด
    - แม้ Hawk-Eye จะช่วยวัดระยะได้แม่นยำขึ้น แต่การตัดสินที่เป็นข้อถกเถียงส่วนใหญ่เกิดจาก การกำหนดตำแหน่งบอลครั้งแรกโดยกรรมการ
    - เช่นในเกม AFC Championship ระหว่าง Buffalo Bills กับ Kansas City Chiefs กรรมการตัดสินให้ Josh Allen ไม่ถึงระยะ First Down ซึ่งกล้องไม่สามารถช่วยแก้ไขการตัดสินนี้ได้

    ✅ ทีมงานที่ใช้โซ่แบบดั้งเดิมยังคงอยู่เป็นระบบสำรอง
    - หาก Hawk-Eye มีปัญหาทางเทคนิค ทีมงานจะถูกเรียกมาวัดระยะด้วยวิธีดั้งเดิมทันที

    ✅ Hawk-Eye Technology ถูกใช้ในกีฬาอื่นมาแล้ว
    - ระบบนี้เป็น มาตรฐานในการตัดสินเส้นบอลของฟุตบอล, เทนนิส, คริกเก็ต และรักบี้
    - กว่า 23 จาก 25 ลีกกีฬาระดับโลกใช้เทคโนโลยีนี้

    https://www.techspot.com/news/107388-nfl-replace-chains-sony-8k-cameras-hawk-eye.html
    NFL ได้ประกาศว่าจะนำระบบ Hawk-Eye Technology ของ Sony มาใช้แทนการวัดระยะ First Down ด้วยโซ่แบบดั้งเดิม เริ่มต้นใน ฤดูกาล 2025–26 โดยเทคโนโลยีนี้มี 6 กล้อง 8K เพื่อจับตำแหน่งบอลด้วยความละเอียดสูง ซึ่งช่วยลดเวลาการตัดสินจาก 70 วินาที เหลือเพียง 30 วินาที ✅ Hawk-Eye จะถูกนำไปใช้ในทุกสนามของ NFL รวมถึงเวทีระดับนานาชาติ - ระบบนี้จะทำงานร่วมกับ Art McNally GameDay Central Officiating Center ในนิวยอร์ก - ผู้ชมทั้งในสนามและทางโทรทัศน์จะเห็น ภาพจำลองแบบเสมือนจริงของระยะ First Down ในเวลาจริง ✅ ระบบใหม่ช่วยตัดสินได้เร็วขึ้น แต่ไม่ได้ขจัดข้อผิดพลาดทั้งหมด - แม้ Hawk-Eye จะช่วยวัดระยะได้แม่นยำขึ้น แต่การตัดสินที่เป็นข้อถกเถียงส่วนใหญ่เกิดจาก การกำหนดตำแหน่งบอลครั้งแรกโดยกรรมการ - เช่นในเกม AFC Championship ระหว่าง Buffalo Bills กับ Kansas City Chiefs กรรมการตัดสินให้ Josh Allen ไม่ถึงระยะ First Down ซึ่งกล้องไม่สามารถช่วยแก้ไขการตัดสินนี้ได้ ✅ ทีมงานที่ใช้โซ่แบบดั้งเดิมยังคงอยู่เป็นระบบสำรอง - หาก Hawk-Eye มีปัญหาทางเทคนิค ทีมงานจะถูกเรียกมาวัดระยะด้วยวิธีดั้งเดิมทันที ✅ Hawk-Eye Technology ถูกใช้ในกีฬาอื่นมาแล้ว - ระบบนี้เป็น มาตรฐานในการตัดสินเส้นบอลของฟุตบอล, เทนนิส, คริกเก็ต และรักบี้ - กว่า 23 จาก 25 ลีกกีฬาระดับโลกใช้เทคโนโลยีนี้ https://www.techspot.com/news/107388-nfl-replace-chains-sony-8k-cameras-hawk-eye.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    NFL to replace chains with Sony's 8K cameras and Hawk-Eye technology for measuring first downs
    The change will take effect in the 2025 – 26 season, beginning with the kickoff game on September 4 in Philadelphia. The NFL expects the technology to...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 12 มุมมอง 0 รีวิว
  • Coolify เปิดตัว Holo Fans พัดลม PC แบบโฮโลแกรมที่นำเสนอเอฟเฟกต์แสงเหนือกว่า RGB แบบเดิม ใช้ LED 96 ดวง เพื่อสร้างภาพโฮโลแกรมแบบหมุน ผู้ใช้สามารถ อัปโหลดโลโก้, แอนิเมชัน และแจ้งเตือนระบบผ่าน Wi-Fi พัดลมมีความเร็วสูงสุด 2,600 RPM และรองรับ ระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูง วางจำหน่ายแล้วในราคา $45.99 ต่อชิ้น ซึ่งอาจมีปัญหาสินค้าขาดตลาดในช่วงแรก

    ✅ Holo Fans ใช้ LED 96 ดวงเพื่อสร้างภาพลอยตัว
    - LED เหล่านี้ หมุนเป็นวงกลมและประมวลผลภาพโฮโลแกรมแบบเรียลไทม์
    - ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้แสดง โลโก้ส่วนตัว, กราฟิกเกม หรือระบบแจ้งเตือนต่าง ๆ

    ✅ รองรับการซิงโครไนซ์กับข้อมูลระบบ PC
    - ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้ ภาพโฮโลแกรมแสดงสถานะ CPU, อุณหภูมิเครื่อง และความเร็วรอบพัดลม
    - สามารถแจ้งเตือนเหตุการณ์ เช่น อุณหภูมิเครื่องสูงผิดปกติ หรือการใช้ทรัพยากรหนัก

    ✅ มีให้เลือกทั้งขนาด 120mm และ 140mm พร้อมระบบควบคุมแยก
    - Holo Fans มาพร้อม คอนโทรลเลอร์แยกสำหรับจัดการเอฟเฟกต์แสงและแอนิเมชัน
    - ผู้ใช้สามารถ อัปโหลดภาพผ่าน Wi-Fi ด้วยแอปบนสมาร์ทโฟน

    ✅ ประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ทรงพลัง
    - ความเร็วพัดลมสูงสุด 2,600 RPM
    - อัตราการไหลเวียนอากาศ 52 CFM และแรงดันอากาศ 2.75 mmH2O
    - ระดับเสียง 33 dB(A) เหมาะสำหรับทั้งเกมเมอร์และมืออาชีพ

    ✅ ราคาและการวางจำหน่าย
    - เปิดตัวครั้งแรกในงาน Computex 2024 และวางจำหน่ายแล้วในราคา $45.99 ต่อชิ้น
    - เนื่องจากมีความต้องการสูง อาจเกิดภาวะสินค้าขาดตลาดในช่วงต้นปี 2025

    https://www.techspot.com/news/107383-coolify-holo-fans-bring-animated-holograms-gaming-rigs.html
    Coolify เปิดตัว Holo Fans พัดลม PC แบบโฮโลแกรมที่นำเสนอเอฟเฟกต์แสงเหนือกว่า RGB แบบเดิม ใช้ LED 96 ดวง เพื่อสร้างภาพโฮโลแกรมแบบหมุน ผู้ใช้สามารถ อัปโหลดโลโก้, แอนิเมชัน และแจ้งเตือนระบบผ่าน Wi-Fi พัดลมมีความเร็วสูงสุด 2,600 RPM และรองรับ ระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูง วางจำหน่ายแล้วในราคา $45.99 ต่อชิ้น ซึ่งอาจมีปัญหาสินค้าขาดตลาดในช่วงแรก ✅ Holo Fans ใช้ LED 96 ดวงเพื่อสร้างภาพลอยตัว - LED เหล่านี้ หมุนเป็นวงกลมและประมวลผลภาพโฮโลแกรมแบบเรียลไทม์ - ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้แสดง โลโก้ส่วนตัว, กราฟิกเกม หรือระบบแจ้งเตือนต่าง ๆ ✅ รองรับการซิงโครไนซ์กับข้อมูลระบบ PC - ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้ ภาพโฮโลแกรมแสดงสถานะ CPU, อุณหภูมิเครื่อง และความเร็วรอบพัดลม - สามารถแจ้งเตือนเหตุการณ์ เช่น อุณหภูมิเครื่องสูงผิดปกติ หรือการใช้ทรัพยากรหนัก ✅ มีให้เลือกทั้งขนาด 120mm และ 140mm พร้อมระบบควบคุมแยก - Holo Fans มาพร้อม คอนโทรลเลอร์แยกสำหรับจัดการเอฟเฟกต์แสงและแอนิเมชัน - ผู้ใช้สามารถ อัปโหลดภาพผ่าน Wi-Fi ด้วยแอปบนสมาร์ทโฟน ✅ ประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ทรงพลัง - ความเร็วพัดลมสูงสุด 2,600 RPM - อัตราการไหลเวียนอากาศ 52 CFM และแรงดันอากาศ 2.75 mmH2O - ระดับเสียง 33 dB(A) เหมาะสำหรับทั้งเกมเมอร์และมืออาชีพ ✅ ราคาและการวางจำหน่าย - เปิดตัวครั้งแรกในงาน Computex 2024 และวางจำหน่ายแล้วในราคา $45.99 ต่อชิ้น - เนื่องจากมีความต้องการสูง อาจเกิดภาวะสินค้าขาดตลาดในช่วงต้นปี 2025 https://www.techspot.com/news/107383-coolify-holo-fans-bring-animated-holograms-gaming-rigs.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Holographic PC fans are here, and RGB may never look the same
    Coolify, a company specializing in PC customization, has developed a product that integrates holographic displays into desktop setups, potentially transforming the aesthetics of personal computing. The Holo...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 12 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ในไต้หวันต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI Compute บริษัทเซิร์ฟเวอร์และเมนบอร์ดที่เคยพึ่งพา Intel อาจต้องหาทางปรับตัว เนื่องจาก Nvidia กำลังสร้างระบบนิเวศใหม่ที่รองรับ AI หาก Intel ไม่สามารถรักษาฐานผู้ผลิตเหล่านี้ไว้ได้ อาจเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับ Nvidia ซึ่งกำลังขยายอิทธิพลในอุตสาหกรรมไอทีอย่างรวดเร็ว

    ✅ บริษัทอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ดั้งเดิมของไต้หวันต้องปรับตัว
    - ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์และเมนบอร์ดหลายราย เช่น iBase, Nexcom และ Asrock เคยพึ่งพา Intel เป็นฐานหลักของอุตสาหกรรม
    - อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสู่ AI Compute กำลังทำให้พวกเขา ต้องหาผู้ผลิตชิปรายใหม่

    ✅ Intel กำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล
    - การเปลี่ยนแปลงของ Intel ภายใต้ CEO คนใหม่ Lip-Bu Tan อาจรวมถึง การลดขนาดองค์กรและตัดการสนับสนุนผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายเล็ก
    - การลดการสนับสนุนนี้จะส่งผลให้บริษัทที่เคยพึ่งพา Intel ต้องดิ้นรนเพื่อหาแนวทางใหม่ในการแข่งขัน

    ✅ Nvidia กำลังสร้างระบบนิเวศใหม่เพื่อแข่งขันกับ Intel
    - Nvidia GTC และ Computex กลายเป็นเวทีที่ Nvidia ใช้เพื่อฝึกและสนับสนุนผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใหม่
    - แต่บริษัทไต้หวันเหล่านี้ ยังขาดประสบการณ์ในการออกแบบระบบสำหรับ Nvidia เช่น เฟิร์มแวร์ใหม่, ความเข้ากันได้กับพิน และระบบระบายความร้อนที่แตกต่างจาก Intel

    ✅ ตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI อาจแตกต่างจากตลาดเซิร์ฟเวอร์ทั่วไป
    - อุตสาหกรรมที่เคยผลิตเซิร์ฟเวอร์แบบ x86 อาจต้องเปลี่ยนไปผลิตเซิร์ฟเวอร์สำหรับ AI Compute ซึ่งมีความต้องการด้านเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน

    ✅ หาก Intel ไม่สามารถรักษาฐานผู้ผลิตไต้หวันได้ อาจสูญเสียตลาดขนาดใหญ่
    - หาก Intel ยังคงเป็น พาร์ทเนอร์หลักของอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ในไต้หวัน บริษัทอาจสามารถใช้ฐานนี้เพื่อ ฟื้นตัวและแข่งขันกับ Nvidia ได้
    - แต่หากไม่สามารถปรับตัวได้ อาจทำให้ Nvidia กลายเป็นผู้นำใหม่ในตลาดนี้อย่างสมบูรณ์

    https://www.techspot.com/news/107384-ai-shift-leaving-traditional-compute-vendors-behind.html
    ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ในไต้หวันต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI Compute บริษัทเซิร์ฟเวอร์และเมนบอร์ดที่เคยพึ่งพา Intel อาจต้องหาทางปรับตัว เนื่องจาก Nvidia กำลังสร้างระบบนิเวศใหม่ที่รองรับ AI หาก Intel ไม่สามารถรักษาฐานผู้ผลิตเหล่านี้ไว้ได้ อาจเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับ Nvidia ซึ่งกำลังขยายอิทธิพลในอุตสาหกรรมไอทีอย่างรวดเร็ว ✅ บริษัทอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ดั้งเดิมของไต้หวันต้องปรับตัว - ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์และเมนบอร์ดหลายราย เช่น iBase, Nexcom และ Asrock เคยพึ่งพา Intel เป็นฐานหลักของอุตสาหกรรม - อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสู่ AI Compute กำลังทำให้พวกเขา ต้องหาผู้ผลิตชิปรายใหม่ ✅ Intel กำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล - การเปลี่ยนแปลงของ Intel ภายใต้ CEO คนใหม่ Lip-Bu Tan อาจรวมถึง การลดขนาดองค์กรและตัดการสนับสนุนผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายเล็ก - การลดการสนับสนุนนี้จะส่งผลให้บริษัทที่เคยพึ่งพา Intel ต้องดิ้นรนเพื่อหาแนวทางใหม่ในการแข่งขัน ✅ Nvidia กำลังสร้างระบบนิเวศใหม่เพื่อแข่งขันกับ Intel - Nvidia GTC และ Computex กลายเป็นเวทีที่ Nvidia ใช้เพื่อฝึกและสนับสนุนผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใหม่ - แต่บริษัทไต้หวันเหล่านี้ ยังขาดประสบการณ์ในการออกแบบระบบสำหรับ Nvidia เช่น เฟิร์มแวร์ใหม่, ความเข้ากันได้กับพิน และระบบระบายความร้อนที่แตกต่างจาก Intel ✅ ตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI อาจแตกต่างจากตลาดเซิร์ฟเวอร์ทั่วไป - อุตสาหกรรมที่เคยผลิตเซิร์ฟเวอร์แบบ x86 อาจต้องเปลี่ยนไปผลิตเซิร์ฟเวอร์สำหรับ AI Compute ซึ่งมีความต้องการด้านเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ✅ หาก Intel ไม่สามารถรักษาฐานผู้ผลิตไต้หวันได้ อาจสูญเสียตลาดขนาดใหญ่ - หาก Intel ยังคงเป็น พาร์ทเนอร์หลักของอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ในไต้หวัน บริษัทอาจสามารถใช้ฐานนี้เพื่อ ฟื้นตัวและแข่งขันกับ Nvidia ได้ - แต่หากไม่สามารถปรับตัวได้ อาจทำให้ Nvidia กลายเป็นผู้นำใหม่ในตลาดนี้อย่างสมบูรณ์ https://www.techspot.com/news/107384-ai-shift-leaving-traditional-compute-vendors-behind.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    The AI shift is leaving traditional compute vendors behind
    We were reminded of this during our recent visit to Mobile World Congress when we had the chance to visit the Taiwan ITRI Booth.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 9 มุมมอง 0 รีวิว
  • OnlyFans และ Hbar Foundation ได้เสนอซื้อ TikTok โดยส่งข้อเสนอไปยังทำเนียบขาว ขณะที่ Amazon ก็ยื่นข้อเสนอในช่วงเวลาสุดท้าย ByteDance ต้องขาย TikTok ก่อน 5 เมษายน 2025 มิฉะนั้นอาจถูกแบนในสหรัฐฯ รัฐบาลกังวลว่า TikTok อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือของจีน ทำให้การขายกิจการกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามอง

    ✅ Zoop—แพลตฟอร์มใหม่ของ Stokely ที่แตกต่างจาก OnlyFans
    - แม้ว่า OnlyFans จะเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ แต่ Zoop เป็นแพลตฟอร์มที่ เหมาะสำหรับครอบครัว
    - Zoop ให้ ส่วนแบ่งรายได้แก่ผู้สร้างคอนเทนต์มากขึ้น เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้ใช้

    ✅ เหตุผลที่ Stokely และ Hbar Foundation ต้องการซื้อ TikTok
    - ต้องการสร้าง โมเดลใหม่ที่ให้ผู้สร้างและชุมชนได้รับผลตอบแทนโดยตรงจากมูลค่าที่พวกเขาสร้างขึ้น
    - มีการร่วมมือกับ กลุ่มนักลงทุน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด

    ✅ Amazon ก็เข้าร่วมแข่งขันเพื่อซื้อ TikTok
    - New York Times รายงานว่า Amazon ได้ยื่นข้อเสนอในช่วงเวลาสุดท้าย
    - การแข่งขันนี้เกิดขึ้นก่อน เส้นตายวันที่ 5 เมษายน ซึ่ง ByteDance ต้องขาย TikTok หรือเผชิญกับการแบนในสหรัฐฯ

    ✅ TikTok อาจถูกแบนในสหรัฐฯ หาก ByteDance ไม่ขายกิจการ
    - กฎหมายที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 19 มกราคม 2025 กำหนดให้ ByteDance ต้องขาย TikTok ด้วยเหตุผลด้าน ความมั่นคงแห่งชาติ
    - รัฐบาลสหรัฐฯ กังวลว่า TikTok อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือของรัฐบาลจีนในการดำเนินการด้านอิทธิพล

    ✅ การประมูล TikTok ถูกควบคุมโดยทำเนียบขาว
    - รองประธานาธิบดี JD Vance เป็นผู้ดูแลกระบวนการประมูล
    - ทรัมป์ระบุว่ามี 4 กลุ่มที่สนใจซื้อ TikTok แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/03/onlyfans-founder-crypto-foundation-submit-late-stage-bid-to-buy-tiktok
    OnlyFans และ Hbar Foundation ได้เสนอซื้อ TikTok โดยส่งข้อเสนอไปยังทำเนียบขาว ขณะที่ Amazon ก็ยื่นข้อเสนอในช่วงเวลาสุดท้าย ByteDance ต้องขาย TikTok ก่อน 5 เมษายน 2025 มิฉะนั้นอาจถูกแบนในสหรัฐฯ รัฐบาลกังวลว่า TikTok อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือของจีน ทำให้การขายกิจการกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามอง ✅ Zoop—แพลตฟอร์มใหม่ของ Stokely ที่แตกต่างจาก OnlyFans - แม้ว่า OnlyFans จะเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ แต่ Zoop เป็นแพลตฟอร์มที่ เหมาะสำหรับครอบครัว - Zoop ให้ ส่วนแบ่งรายได้แก่ผู้สร้างคอนเทนต์มากขึ้น เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ ✅ เหตุผลที่ Stokely และ Hbar Foundation ต้องการซื้อ TikTok - ต้องการสร้าง โมเดลใหม่ที่ให้ผู้สร้างและชุมชนได้รับผลตอบแทนโดยตรงจากมูลค่าที่พวกเขาสร้างขึ้น - มีการร่วมมือกับ กลุ่มนักลงทุน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด ✅ Amazon ก็เข้าร่วมแข่งขันเพื่อซื้อ TikTok - New York Times รายงานว่า Amazon ได้ยื่นข้อเสนอในช่วงเวลาสุดท้าย - การแข่งขันนี้เกิดขึ้นก่อน เส้นตายวันที่ 5 เมษายน ซึ่ง ByteDance ต้องขาย TikTok หรือเผชิญกับการแบนในสหรัฐฯ ✅ TikTok อาจถูกแบนในสหรัฐฯ หาก ByteDance ไม่ขายกิจการ - กฎหมายที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 19 มกราคม 2025 กำหนดให้ ByteDance ต้องขาย TikTok ด้วยเหตุผลด้าน ความมั่นคงแห่งชาติ - รัฐบาลสหรัฐฯ กังวลว่า TikTok อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือของรัฐบาลจีนในการดำเนินการด้านอิทธิพล ✅ การประมูล TikTok ถูกควบคุมโดยทำเนียบขาว - รองประธานาธิบดี JD Vance เป็นผู้ดูแลกระบวนการประมูล - ทรัมป์ระบุว่ามี 4 กลุ่มที่สนใจซื้อ TikTok แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/03/onlyfans-founder-crypto-foundation-submit-late-stage-bid-to-buy-tiktok
    WWW.THESTAR.COM.MY
    OnlyFans founder, crypto foundation submit late-stage bid to buy TikTok
    A startup run by Tim Stokely, founder of adult content social media site OnlyFans, has partnered with a cryptocurrency foundation to submit a late-stage plan to acquire short video app TikTok from Chinese owner ByteDance, the two said on Wednesday.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 3 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทักษะด้าน AI และ Cloud ทำให้เงินเดือนในสายไอทีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2024 โดยเฉพาะผู้ที่เชี่ยวชาญ Natural Language Processing, AWS และ Blockchain คาดว่า แนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปในปี 2025 นอกจากนี้ คนที่ทำงานด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากเป็นงานที่ท้าทายและเปิดโอกาสให้เรียนรู้มากขึ้น Dice ยังแนะนำว่า การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงานเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการเติบโตของเงินเดือน

    ✅ ทักษะที่ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปี 2024
    - Natural Language Processing (NLP): $131,621 (+21%)
    - AWS CodeWhisperer: $117,821 (+16%)
    - Amazon Redshift: $134,103 (+15%)
    - BigQuery: $120,434 (+15%)
    - COBOL: $130,243 (+15%)
    - Ruby: $136,920 (+13%)
    - AI ทั่วไป: $130,277 (+12%)
    - Blockchain: $113,143 (+12%)
    - Oracle eBusiness: $121,227 (+12%)
    - Application Delivery: $123,336 (+11%)

    ✅ AI ช่วยให้พนักงานมีความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้น
    - ผู้ที่ทำงานในโครงการด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าผู้ที่ทำงานในสายอื่น แม้จะได้รับเงินเดือนเท่ากัน
    - Dice ระบุว่า AI มอบผลประโยชน์ที่มากกว่าการเงิน เช่น ความท้าทายและโอกาสในการเรียนรู้

    ✅ แนวคิด "Goldilocks Zone" ของการเปลี่ยนงานในสายไอที
    - การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงาน ส่งผลให้เงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง $142,000
    - อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนงานมากกว่า 10 ครั้งอาจส่งผลเสียต่อรายได้
    - Dice แนะนำให้เลือกเปลี่ยนงาน อย่างมีกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต

    ✅ แนวโน้มของสภาพแวดล้อมการทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
    - ผู้หญิงที่ทำงานในวงการเทคโนโลยีมาเกิน 20 ปี มีโอกาสมากกว่า 1.5 เท่า ที่จะระบุว่า วัฒนธรรมองค์กรดีขึ้นกว่าชายในอุตสาหกรรมเดียวกัน

    https://www.zdnet.com/home-and-office/work-life/these-tech-skills-drove-the-biggest-salary-increases-over-the-past-year/
    ทักษะด้าน AI และ Cloud ทำให้เงินเดือนในสายไอทีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2024 โดยเฉพาะผู้ที่เชี่ยวชาญ Natural Language Processing, AWS และ Blockchain คาดว่า แนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปในปี 2025 นอกจากนี้ คนที่ทำงานด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากเป็นงานที่ท้าทายและเปิดโอกาสให้เรียนรู้มากขึ้น Dice ยังแนะนำว่า การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงานเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการเติบโตของเงินเดือน ✅ ทักษะที่ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปี 2024 - Natural Language Processing (NLP): $131,621 (+21%) - AWS CodeWhisperer: $117,821 (+16%) - Amazon Redshift: $134,103 (+15%) - BigQuery: $120,434 (+15%) - COBOL: $130,243 (+15%) - Ruby: $136,920 (+13%) - AI ทั่วไป: $130,277 (+12%) - Blockchain: $113,143 (+12%) - Oracle eBusiness: $121,227 (+12%) - Application Delivery: $123,336 (+11%) ✅ AI ช่วยให้พนักงานมีความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้น - ผู้ที่ทำงานในโครงการด้าน AI มีระดับความพึงพอใจสูงกว่าผู้ที่ทำงานในสายอื่น แม้จะได้รับเงินเดือนเท่ากัน - Dice ระบุว่า AI มอบผลประโยชน์ที่มากกว่าการเงิน เช่น ความท้าทายและโอกาสในการเรียนรู้ ✅ แนวคิด "Goldilocks Zone" ของการเปลี่ยนงานในสายไอที - การเปลี่ยนงาน 6-9 ครั้งในชีวิตการทำงาน ส่งผลให้เงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง $142,000 - อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนงานมากกว่า 10 ครั้งอาจส่งผลเสียต่อรายได้ - Dice แนะนำให้เลือกเปลี่ยนงาน อย่างมีกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต ✅ แนวโน้มของสภาพแวดล้อมการทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี - ผู้หญิงที่ทำงานในวงการเทคโนโลยีมาเกิน 20 ปี มีโอกาสมากกว่า 1.5 เท่า ที่จะระบุว่า วัฒนธรรมองค์กรดีขึ้นกว่าชายในอุตสาหกรรมเดียวกัน https://www.zdnet.com/home-and-office/work-life/these-tech-skills-drove-the-biggest-salary-increases-over-the-past-year/
    WWW.ZDNET.COM
    These tech skills drove the biggest salary increases over the past year
    A new tech salaries report suggests that working with AI boosts both pay and satisfaction - but it also cautions that excessive job hopping can work against you.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 12 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตั้งข้อสังเกต

    กู้ภัยจีนที่มีความถนัดเรื่องแผ่นดินไหว​มาตั้งแต่วันแรก​ ถูกสั่งให้สแตนบายไม่ให้เข้าพื้นที่.. กลัวพบอะไรหรือไม่
    ครบ​ 72ชั่วโมงยื้อสถานการณ์​ไม่ยอมให้เครนเข้ายกปูนแผ่นใหญ่ออก​ เหมือนจะยื้อเวลาให้คนที่ติดอยู่เสียชีวิตทั้งหมดเพื่อปิดปาก
    ให้หน่วยรบพิเศษ​ของอเมริกาอิสราเอล​เข้าสแกนค้นหาอะไรบางอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า
    มีผู้รอดชีวิตบางคนบอกว่าได้ยินเสียงระเบิดจากชั้นสองของตึก
    ลักษณะ​การถล่มของตึก​ เหมือนการรื้อถอนตึกเก่าจากการวางระเบิด​ ไม่มีการเอียงเหมือนตึกถล่มจากแผ่นดิน​ไหว
    ถ้าการวางระเบิดเป็นเรื่องจริงก็​ ซตพ.ว่าแผ่นดินไหว​ครั้งนี้ไม่ใช่ธรรมชาติ​ แต่มีการกระตุ้นจากรอยร้าวที่แอคทีฟสูง​ สามารถกำหนดเวลาได้
    รัสเซีย​ต้องการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์​ที่พม่า​ .. แก๊งสาม​ อ.ยอมไม่ได้
    พังตึก​ สตง.เพื่อดิสเครดิตจีน
    ทดสอบเครื่องที่เพิ่งติดตั้งที่กงสุลเชียงใหม่
    ตั้งข้อสังเกต กู้ภัยจีนที่มีความถนัดเรื่องแผ่นดินไหว​มาตั้งแต่วันแรก​ ถูกสั่งให้สแตนบายไม่ให้เข้าพื้นที่.. กลัวพบอะไรหรือไม่ ครบ​ 72ชั่วโมงยื้อสถานการณ์​ไม่ยอมให้เครนเข้ายกปูนแผ่นใหญ่ออก​ เหมือนจะยื้อเวลาให้คนที่ติดอยู่เสียชีวิตทั้งหมดเพื่อปิดปาก ให้หน่วยรบพิเศษ​ของอเมริกาอิสราเอล​เข้าสแกนค้นหาอะไรบางอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีผู้รอดชีวิตบางคนบอกว่าได้ยินเสียงระเบิดจากชั้นสองของตึก ลักษณะ​การถล่มของตึก​ เหมือนการรื้อถอนตึกเก่าจากการวางระเบิด​ ไม่มีการเอียงเหมือนตึกถล่มจากแผ่นดิน​ไหว ถ้าการวางระเบิดเป็นเรื่องจริงก็​ ซตพ.ว่าแผ่นดินไหว​ครั้งนี้ไม่ใช่ธรรมชาติ​ แต่มีการกระตุ้นจากรอยร้าวที่แอคทีฟสูง​ สามารถกำหนดเวลาได้ รัสเซีย​ต้องการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์​ที่พม่า​ .. แก๊งสาม​ อ.ยอมไม่ได้ พังตึก​ สตง.เพื่อดิสเครดิตจีน ทดสอบเครื่องที่เพิ่งติดตั้งที่กงสุลเชียงใหม่
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตั้งข้อสังเกต

    กู้ภัยจีนที่มีความถนัดเรื่องแผ่นดินไหว​มาตั้งแต่วันแรก​ ถูกสั่งให้สแตนบายไม่ให้เข้าพื้นที่.. กลัวพบอะไรหรือไม่
    ครบ​ 72ชั่วโมงยื้อสถานการณ์​ไม่ยอมให้เครนเข้ายกปูนแผ่นใหญ่ออก​ เหมือนจะยื้อเวลาให้คนที่ติดอยู่เสียชีวิตทั้งหมดเพื่อปิดปาก
    ให้หน่วยรบพิเศษ​ของอเมริกาอิสราเอล​เข้าสแกนค้นหาอะไรบางอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า
    มีผู้รอดชีวิตบางคนบอกว่าได้ยินเสียงระเบิดจากชั้นสองของตึก
    ลักษณะ​การถล่มของตึก​ เหมือนการรื้อถอนตึกเก่าจากการวางระเบิด​ ไม่มีการเอียงเหมือนตึกถล่มจากแผ่นดิน​ไหว
    ถ้าการวางระเบิดเป็นเรื่องจริงก็​ ซตพ.ว่าแผ่นดินไหว​ครั้งนี้ไม่ใช่ธรรมชาติ​ แต่มีการกระตุ้นจากรอยร้าวที่แอคทีฟสูง​ สามารถกำหนดเวลาได้
    รัสเซีย​ต้องการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์​ที่พม่า​ .. แก๊งสาม​ อ.ยอมไม่ได้
    พังตึก​ สตง.เพื่อดิสเครดิตจีน
    ทดสอบเครื่องที่เพิ่งติดตั้งที่กงสุลเชียงใหม่
    ตั้งข้อสังเกต กู้ภัยจีนที่มีความถนัดเรื่องแผ่นดินไหว​มาตั้งแต่วันแรก​ ถูกสั่งให้สแตนบายไม่ให้เข้าพื้นที่.. กลัวพบอะไรหรือไม่ ครบ​ 72ชั่วโมงยื้อสถานการณ์​ไม่ยอมให้เครนเข้ายกปูนแผ่นใหญ่ออก​ เหมือนจะยื้อเวลาให้คนที่ติดอยู่เสียชีวิตทั้งหมดเพื่อปิดปาก ให้หน่วยรบพิเศษ​ของอเมริกาอิสราเอล​เข้าสแกนค้นหาอะไรบางอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีผู้รอดชีวิตบางคนบอกว่าได้ยินเสียงระเบิดจากชั้นสองของตึก ลักษณะ​การถล่มของตึก​ เหมือนการรื้อถอนตึกเก่าจากการวางระเบิด​ ไม่มีการเอียงเหมือนตึกถล่มจากแผ่นดิน​ไหว ถ้าการวางระเบิดเป็นเรื่องจริงก็​ ซตพ.ว่าแผ่นดินไหว​ครั้งนี้ไม่ใช่ธรรมชาติ​ แต่มีการกระตุ้นจากรอยร้าวที่แอคทีฟสูง​ สามารถกำหนดเวลาได้ รัสเซีย​ต้องการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์​ที่พม่า​ .. แก๊งสาม​ อ.ยอมไม่ได้ พังตึก​ สตง.เพื่อดิสเครดิตจีน ทดสอบเครื่องที่เพิ่งติดตั้งที่กงสุลเชียงใหม่
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google Cloud Platform (GCP) พบช่องโหว่ ImageRunner ซึ่งอาจช่วยให้แฮกเกอร์เข้าถึงภาพคอนเทนเนอร์ที่ควรเป็น ข้อมูลลับ โดยไม่ต้องได้รับอนุญาต ส่งผลต่อความเสี่ยงด้าน Privilege Escalation, การโจรกรรมข้อมูล และการสอดแนมทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม Google ได้แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ก่อนที่จะถูกนำไปใช้โจมตีจริง

    ✅ ช่องโหว่เกิดจากการทำงานของ Cloud Run
    - Cloud Run เป็นแพลตฟอร์ม Serverless ที่ใช้ในการรันแอปพลิเคชันแบบคอนเทนเนอร์
    - ช่องโหว่นี้เกิดจาก "Service Agent" ซึ่งเป็น บัญชีระบบที่ Google Cloud ใช้เพื่อดึงภาพคอนเทนเนอร์ขณะทำการอัปเดต (Revision Deployment)
    - แฮกเกอร์สามารถใช้ช่องโหว่นี้ เพื่อดึงภาพคอนเทนเนอร์ส่วนตัวที่มีข้อมูลลับจาก Google Container Registry และ Google Artifact Registry

    ✅ ImageRunner สามารถใช้เพื่อโจรกรรมข้อมูลได้
    - หากแฮกเกอร์ ได้รับสิทธิ์ run.services.update และ iam.serviceAccounts.actAs พวกเขาสามารถ สร้าง Revision ใหม่ใน Cloud Run และดึงภาพคอนเทนเนอร์ที่เป็นความลับขององค์กรได้
    - สามารถ สแกนหาข้อมูลสำคัญ, ดึงข้อมูลรหัสผ่าน หรือส่งออกข้อมูลลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก

    ✅ Google ออกมาตรการแก้ไขอย่างเข้มงวด
    - ตอนนี้ ผู้ใช้ที่สร้างหรืออัปเดต Cloud Run จะต้องมีสิทธิ์เข้าถึงคอนเทนเนอร์ภาพโดยตรง
    - Google ออก "Breaking Change" ในเดือนมกราคม 2025 ซึ่งทำให้ การตั้งค่า IAM ของ Cloud Run เข้มงวดขึ้น
    - Google แจ้งเตือนผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ ผ่าน Mandatory Service Announcement ตั้งแต่ปลายปี 2024

    ✅ ผลกระทบของช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
    - ช่องโหว่คล้ายกันสามารถ ถูกนำไปใช้ในรูปแบบ Supply Chain Attack เพื่อเจาะระบบคลาวด์ขององค์กร
    - หากไม่มีมาตรการป้องกัน แฮกเกอร์อาจใช้เทคนิคเดียวกันนี้เพื่อเจาะระบบคลาวด์ของบริษัทอื่น ๆ


    https://www.csoonline.com/article/3952518/google-fixes-gcp-flaw-that-could-expose-sensitive-container-images.html
    Google Cloud Platform (GCP) พบช่องโหว่ ImageRunner ซึ่งอาจช่วยให้แฮกเกอร์เข้าถึงภาพคอนเทนเนอร์ที่ควรเป็น ข้อมูลลับ โดยไม่ต้องได้รับอนุญาต ส่งผลต่อความเสี่ยงด้าน Privilege Escalation, การโจรกรรมข้อมูล และการสอดแนมทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม Google ได้แก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ก่อนที่จะถูกนำไปใช้โจมตีจริง ✅ ช่องโหว่เกิดจากการทำงานของ Cloud Run - Cloud Run เป็นแพลตฟอร์ม Serverless ที่ใช้ในการรันแอปพลิเคชันแบบคอนเทนเนอร์ - ช่องโหว่นี้เกิดจาก "Service Agent" ซึ่งเป็น บัญชีระบบที่ Google Cloud ใช้เพื่อดึงภาพคอนเทนเนอร์ขณะทำการอัปเดต (Revision Deployment) - แฮกเกอร์สามารถใช้ช่องโหว่นี้ เพื่อดึงภาพคอนเทนเนอร์ส่วนตัวที่มีข้อมูลลับจาก Google Container Registry และ Google Artifact Registry ✅ ImageRunner สามารถใช้เพื่อโจรกรรมข้อมูลได้ - หากแฮกเกอร์ ได้รับสิทธิ์ run.services.update และ iam.serviceAccounts.actAs พวกเขาสามารถ สร้าง Revision ใหม่ใน Cloud Run และดึงภาพคอนเทนเนอร์ที่เป็นความลับขององค์กรได้ - สามารถ สแกนหาข้อมูลสำคัญ, ดึงข้อมูลรหัสผ่าน หรือส่งออกข้อมูลลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก ✅ Google ออกมาตรการแก้ไขอย่างเข้มงวด - ตอนนี้ ผู้ใช้ที่สร้างหรืออัปเดต Cloud Run จะต้องมีสิทธิ์เข้าถึงคอนเทนเนอร์ภาพโดยตรง - Google ออก "Breaking Change" ในเดือนมกราคม 2025 ซึ่งทำให้ การตั้งค่า IAM ของ Cloud Run เข้มงวดขึ้น - Google แจ้งเตือนผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ ผ่าน Mandatory Service Announcement ตั้งแต่ปลายปี 2024 ✅ ผลกระทบของช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข - ช่องโหว่คล้ายกันสามารถ ถูกนำไปใช้ในรูปแบบ Supply Chain Attack เพื่อเจาะระบบคลาวด์ขององค์กร - หากไม่มีมาตรการป้องกัน แฮกเกอร์อาจใช้เทคนิคเดียวกันนี้เพื่อเจาะระบบคลาวด์ของบริษัทอื่น ๆ https://www.csoonline.com/article/3952518/google-fixes-gcp-flaw-that-could-expose-sensitive-container-images.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Google fixes GCP flaw that could expose sensitive container images
    The flaw could allow attackers to access restricted container images, potentially leading to privilege escalation, data theft, and espionage attacks.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 14 มุมมอง 0 รีวิว
  • รายงานล่าสุดจาก Cisco Talos เปิดเผยว่า การโจมตีไซเบอร์ในปี 2024 กว่าครึ่งหนึ่งมีสาเหตุมาจากการใช้บัญชีที่ถูกขโมย โดยผู้โจมตีสามารถ เข้าถึงระบบโดยไม่ต้องใช้มัลแวร์ ทำให้หลีกเลี่ยงการตรวจจับ และบางครั้งถึงขั้นควบคุมเครือข่ายทั้งหมดได้

    ✅ ช่องทางหลักที่แฮกเกอร์ใช้เพื่อเข้าถึงองค์กร
    - ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมย รวมถึง รหัสผ่าน, session tokens, API keys และใบรับรองดิจิทัล
    - การแฮกผ่านมัลแวร์ประเภท Infostealer ซึ่งดึงข้อมูลจากเครื่องเป้าหมาย
    - การซื้อข้อมูลล็อกอินจากตลาดมืด โดยราคาสำหรับบัญชีทั่วไปอยู่ที่ $10-$15 แต่บัญชีระดับสูงอาจมีราคาถึง $3,000

    ✅ การแฮกบัญชีช่วยให้แฮกเกอร์โจมตีองค์กรได้ง่ายขึ้น
    - การใช้บัญชีที่ถูกเจาะเข้าสู่ระบบโดยตรง ง่ายกว่าการใช้ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์
    - กว่า 60% ของเหตุการณ์ที่ Cisco Talos ตรวจสอบพบว่ามีการใช้บัญชีที่ถูกขโมย
    - ในกรณีของแรนซัมแวร์ ตัวเลขเพิ่มขึ้นถึง 70%

    ✅ วิธีแฮกบัญชีที่ซับซ้อนมากขึ้น
    - MFA Bombing หรือ Push Spray ส่งข้อความแจ้งเตือน MFA ไปยังผู้ใช้ซ้ำ ๆ จนกว่าพวกเขาจะกดยอมรับ
    - การปลอมแปลงเว็บเพื่อหลอกให้ผู้ใช้ลงทะเบียนอุปกรณ์ MFA ใหม่
    - การใช้ฟิชชิ่งที่ล้ำขึ้น เช่น AI-generated phishing attacks ที่ถูกออกแบบมาอย่างแนบเนียน

    ✅ บัญชีผู้ดูแลระบบมักตกเป็นเป้าหมายหลัก
    - ระบบ Active Directory เป็นจุดอ่อนสำคัญ—แฮกเกอร์มักเจาะข้อมูลที่เก็บอยู่ใน LSASS, SAM databases และ cached domain credentials
    - เครื่องมือยอดนิยมของแฮกเกอร์ เช่น Mimikatz และ PsExec ถูกใช้เพื่อขยายการเข้าถึงระบบ
    - องค์กรที่มีบัญชีแอดมินจำนวนมาก เพิ่มความเสี่ยงให้การโจมตีประสบความสำเร็จ

    ✅ แนวทางป้องกันที่ Cisco Talos แนะนำ
    - เปิดใช้ MFA และตั้งค่าความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น
    - ตรวจสอบกิจกรรมที่ผิดปกติของบัญชีผู้ใช้และแอดมิน
    - ลดจำนวนบัญชีที่มีสิทธิ์แอดมินในองค์กร
    - ใช้วิธี Challenge-Response Authentication เพื่อเพิ่มระดับการตรวจสอบ

    https://www.csoonline.com/article/3952041/malicious-actors-increasingly-put-privileged-identity-access-to-work-across-attack-chains.html
    รายงานล่าสุดจาก Cisco Talos เปิดเผยว่า การโจมตีไซเบอร์ในปี 2024 กว่าครึ่งหนึ่งมีสาเหตุมาจากการใช้บัญชีที่ถูกขโมย โดยผู้โจมตีสามารถ เข้าถึงระบบโดยไม่ต้องใช้มัลแวร์ ทำให้หลีกเลี่ยงการตรวจจับ และบางครั้งถึงขั้นควบคุมเครือข่ายทั้งหมดได้ ✅ ช่องทางหลักที่แฮกเกอร์ใช้เพื่อเข้าถึงองค์กร - ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมย รวมถึง รหัสผ่าน, session tokens, API keys และใบรับรองดิจิทัล - การแฮกผ่านมัลแวร์ประเภท Infostealer ซึ่งดึงข้อมูลจากเครื่องเป้าหมาย - การซื้อข้อมูลล็อกอินจากตลาดมืด โดยราคาสำหรับบัญชีทั่วไปอยู่ที่ $10-$15 แต่บัญชีระดับสูงอาจมีราคาถึง $3,000 ✅ การแฮกบัญชีช่วยให้แฮกเกอร์โจมตีองค์กรได้ง่ายขึ้น - การใช้บัญชีที่ถูกเจาะเข้าสู่ระบบโดยตรง ง่ายกว่าการใช้ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ - กว่า 60% ของเหตุการณ์ที่ Cisco Talos ตรวจสอบพบว่ามีการใช้บัญชีที่ถูกขโมย - ในกรณีของแรนซัมแวร์ ตัวเลขเพิ่มขึ้นถึง 70% ✅ วิธีแฮกบัญชีที่ซับซ้อนมากขึ้น - MFA Bombing หรือ Push Spray ส่งข้อความแจ้งเตือน MFA ไปยังผู้ใช้ซ้ำ ๆ จนกว่าพวกเขาจะกดยอมรับ - การปลอมแปลงเว็บเพื่อหลอกให้ผู้ใช้ลงทะเบียนอุปกรณ์ MFA ใหม่ - การใช้ฟิชชิ่งที่ล้ำขึ้น เช่น AI-generated phishing attacks ที่ถูกออกแบบมาอย่างแนบเนียน ✅ บัญชีผู้ดูแลระบบมักตกเป็นเป้าหมายหลัก - ระบบ Active Directory เป็นจุดอ่อนสำคัญ—แฮกเกอร์มักเจาะข้อมูลที่เก็บอยู่ใน LSASS, SAM databases และ cached domain credentials - เครื่องมือยอดนิยมของแฮกเกอร์ เช่น Mimikatz และ PsExec ถูกใช้เพื่อขยายการเข้าถึงระบบ - องค์กรที่มีบัญชีแอดมินจำนวนมาก เพิ่มความเสี่ยงให้การโจมตีประสบความสำเร็จ ✅ แนวทางป้องกันที่ Cisco Talos แนะนำ - เปิดใช้ MFA และตั้งค่าความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น - ตรวจสอบกิจกรรมที่ผิดปกติของบัญชีผู้ใช้และแอดมิน - ลดจำนวนบัญชีที่มีสิทธิ์แอดมินในองค์กร - ใช้วิธี Challenge-Response Authentication เพื่อเพิ่มระดับการตรวจสอบ https://www.csoonline.com/article/3952041/malicious-actors-increasingly-put-privileged-identity-access-to-work-across-attack-chains.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Malicious actors increasingly put privileged identity access to work across attack chains
    Identity-based attacks fueled over half of security breaches last year, according to research from Cisco Talos, providing attackers initial access and valid means for lateral movement.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 14 มุมมอง 0 รีวิว
  • 10 แนวทางบริหารจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ CISOs แนะนำ 🔒🛡️

    ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญกับ การจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัย (Vulnerability Management) มากขึ้น เนื่องจากการละเลยในอดีตทำให้เกิด ความเสี่ยงทางธุรกิจ อย่างมหาศาล โดย CISOs (Chief Information Security Officers) หลายคนได้แบ่งปันบทเรียนและแนวทางที่ช่วยให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ทางไซเบอร์ได้

    ✅ 1. สร้างวัฒนธรรมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในองค์กร
    - องค์กรต้องมี แนวคิดที่เน้นความปลอดภัย โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น การโจมตี Log4J หรือ Ransomware
    - CISOs ย้ำว่า ต้องทำให้ความปลอดภัยเป็นวาระสำคัญระดับ CEO และคณะกรรมการบริษัท

    ✅ 2. เอกสารและกระบวนการที่ชัดเจน
    - ทุกขั้นตอนต้องมีการ บันทึกและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการช่องโหว่

    ✅ 3. กำหนดกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน
    - หลายองค์กรใช้กรอบงาน NIST หรือ ISO 27001 และปรับให้เข้ากับความต้องการขององค์กร
    - บางบริษัทมี ระบบบูรณาการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อมีการควบรวมกิจการ

    ✅ 4. ระบุข้อมูลความปลอดภัยที่จำเป็น
    - ไม่ใช่แค่การตรวจสอบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แต่ต้องกำหนด ข้อมูลที่จำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยง

    ✅ 5. บูรณาการข้อมูลให้เป็นระบบ
    - CISOs ต้องเข้าใจว่า ข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่ควรส่งถึงใครบ้าง และต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อได้รับข้อมูล

    ✅ 6. ตั้งค่ามาตรวัดเพื่อจัดลำดับความสำคัญ
    - ระบบต้องมีการ ประเมินมูลค่าธุรกิจของสินทรัพย์ที่มีช่องโหว่ และพิจารณาว่า มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอหรือไม่

    ✅ 7. ตั้งค่า SLA เพื่อกำหนดขอบเขตเวลาแก้ไขปัญหา
    - ต้องมี Service Level Agreements (SLA) เพื่อกำหนดระยะเวลาที่ต้องแก้ไขช่องโหว่
    - หากทีมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามกำหนด ต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการต่อไป

    ✅ 8. พัฒนาแผนฉุกเฉินสำหรับแพตช์ระบบ
    - กรณี Log4Shell และ SolarWinds เป็นบทเรียนว่าองค์กรต้องมี แผนฉุกเฉินสำหรับการแพตช์ระบบในเหตุการณ์เร่งด่วน

    ✅ 9. ปรับเป้าหมายและแรงจูงใจให้สอดคล้องกัน
    - ต้องมี การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่าย IT, DevOps, Security และฝ่ายธุรกิจ
    - บางองค์กรใช้ ค่าตอบแทนและโบนัสเพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับความปลอดภัย

    ✅ 10. ทดสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
    - เปลี่ยนจาก Penetration Testing แบบรายปี เป็น Continuous Security Testing
    - ใช้แนวทาง Threat-Informed Defense เพื่อ ทดสอบความสามารถของมาตรการป้องกัน

    https://www.csoonline.com/article/3853759/10-best-practices-for-vulnerability-management-according-to-cisos.html
    10 แนวทางบริหารจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ CISOs แนะนำ 🔒🛡️ ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญกับ การจัดการช่องโหว่ด้านความปลอดภัย (Vulnerability Management) มากขึ้น เนื่องจากการละเลยในอดีตทำให้เกิด ความเสี่ยงทางธุรกิจ อย่างมหาศาล โดย CISOs (Chief Information Security Officers) หลายคนได้แบ่งปันบทเรียนและแนวทางที่ช่วยให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ทางไซเบอร์ได้ ✅ 1. สร้างวัฒนธรรมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในองค์กร - องค์กรต้องมี แนวคิดที่เน้นความปลอดภัย โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เช่น การโจมตี Log4J หรือ Ransomware - CISOs ย้ำว่า ต้องทำให้ความปลอดภัยเป็นวาระสำคัญระดับ CEO และคณะกรรมการบริษัท ✅ 2. เอกสารและกระบวนการที่ชัดเจน - ทุกขั้นตอนต้องมีการ บันทึกและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการช่องโหว่ ✅ 3. กำหนดกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน - หลายองค์กรใช้กรอบงาน NIST หรือ ISO 27001 และปรับให้เข้ากับความต้องการขององค์กร - บางบริษัทมี ระบบบูรณาการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เมื่อมีการควบรวมกิจการ ✅ 4. ระบุข้อมูลความปลอดภัยที่จำเป็น - ไม่ใช่แค่การตรวจสอบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แต่ต้องกำหนด ข้อมูลที่จำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยง ✅ 5. บูรณาการข้อมูลให้เป็นระบบ - CISOs ต้องเข้าใจว่า ข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่ควรส่งถึงใครบ้าง และต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อได้รับข้อมูล ✅ 6. ตั้งค่ามาตรวัดเพื่อจัดลำดับความสำคัญ - ระบบต้องมีการ ประเมินมูลค่าธุรกิจของสินทรัพย์ที่มีช่องโหว่ และพิจารณาว่า มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอหรือไม่ ✅ 7. ตั้งค่า SLA เพื่อกำหนดขอบเขตเวลาแก้ไขปัญหา - ต้องมี Service Level Agreements (SLA) เพื่อกำหนดระยะเวลาที่ต้องแก้ไขช่องโหว่ - หากทีมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามกำหนด ต้องมีการตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการต่อไป ✅ 8. พัฒนาแผนฉุกเฉินสำหรับแพตช์ระบบ - กรณี Log4Shell และ SolarWinds เป็นบทเรียนว่าองค์กรต้องมี แผนฉุกเฉินสำหรับการแพตช์ระบบในเหตุการณ์เร่งด่วน ✅ 9. ปรับเป้าหมายและแรงจูงใจให้สอดคล้องกัน - ต้องมี การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่าย IT, DevOps, Security และฝ่ายธุรกิจ - บางองค์กรใช้ ค่าตอบแทนและโบนัสเพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ✅ 10. ทดสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง - เปลี่ยนจาก Penetration Testing แบบรายปี เป็น Continuous Security Testing - ใช้แนวทาง Threat-Informed Defense เพื่อ ทดสอบความสามารถของมาตรการป้องกัน https://www.csoonline.com/article/3853759/10-best-practices-for-vulnerability-management-according-to-cisos.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    10 best practices for vulnerability management according to CISOs
    After years of neglect, organizations are investing in vulnerability management programs to address business risk. A dozen CISOs offer lessons learned and best practices.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 16 มุมมอง 0 รีวิว
  • Nintendo ได้เปิดเผยรายละเอียดของ Switch 2 ในงาน Nintendo Direct ล่าสุด โดยแม้ว่าคอนโซลรุ่นใหม่นี้จะมี แบตเตอรี่ความจุสูงขึ้น แต่กลับมี เวลาการเล่นลดลง เมื่อเทียบกับ Switch รุ่นแรก ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับ ประสิทธิภาพพลังงานของเครื่อง

    ✅ Switch 2 ใช้แบตเตอรี่ 5220mAh แต่มีเวลาการเล่น 2-6.5 ชั่วโมง
    - เปรียบเทียบกับ Switch รุ่นแรกที่ใช้แบตเตอรี่ 4310mAh และเล่นได้ 4.5-9 ชั่วโมง
    - Switch Lite (แบตเตอรี่ 3570mAh) ยังมีเวลาการเล่น 3-7 ชั่วโมง มากกว่ารุ่นใหม่บางช่วง

    ✅ Nintendo อาจแลกเปลี่ยนแบตเตอรี่กับพลังประมวลผลที่สูงขึ้น
    - Switch 2 ใช้ ชิป NVIDIA รุ่นใหม่ ซึ่งอาจทำให้ การใช้พลังงานสูงขึ้น
    - หน้าจอใหญ่ขึ้นเป็น 7.9 นิ้ว 1080p อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กินแบตมากกว่าเดิม

    ✅ ระยะเวลาชาร์จของ Switch 2 และ Joy-Con รุ่นใหม่
    - Switch 2 ใช้เวลาชาร์จประมาณ 3 ชั่วโมงในโหมด Sleep
    - Joy-Con ใหม่ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 30 นาที และสามารถใช้งานได้นาน 20 ชั่วโมง

    ✅ Switch 2 จะได้รับเกมระดับ AAA มากมาย
    - Elden Ring 2, Cyberpunk 2077, Star Wars Outlaws, Hogwarts Legacy, Hitman, Split Fiction, Street Fighter 6
    - เกมพิเศษจาก FromSoftware และ อัปเกรดแบบเสียเงินสำหรับ Zelda Breath of the Wild & Tears of the Kingdom

    ✅ กำหนดการวางจำหน่ายและราคา
    - Switch 2 จะวางจำหน่ายวันที่ 5 มิถุนายน 2025
    - ราคาอยู่ที่ $449.99 และมี Bundle พร้อม Mario Kart World ราคา $499.99

    https://www.neowin.net/news/switch-2-will-have-hours-of-less-play-time-than-the-original-switch-despite-larger-battery/
    Nintendo ได้เปิดเผยรายละเอียดของ Switch 2 ในงาน Nintendo Direct ล่าสุด โดยแม้ว่าคอนโซลรุ่นใหม่นี้จะมี แบตเตอรี่ความจุสูงขึ้น แต่กลับมี เวลาการเล่นลดลง เมื่อเทียบกับ Switch รุ่นแรก ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับ ประสิทธิภาพพลังงานของเครื่อง ✅ Switch 2 ใช้แบตเตอรี่ 5220mAh แต่มีเวลาการเล่น 2-6.5 ชั่วโมง - เปรียบเทียบกับ Switch รุ่นแรกที่ใช้แบตเตอรี่ 4310mAh และเล่นได้ 4.5-9 ชั่วโมง - Switch Lite (แบตเตอรี่ 3570mAh) ยังมีเวลาการเล่น 3-7 ชั่วโมง มากกว่ารุ่นใหม่บางช่วง ✅ Nintendo อาจแลกเปลี่ยนแบตเตอรี่กับพลังประมวลผลที่สูงขึ้น - Switch 2 ใช้ ชิป NVIDIA รุ่นใหม่ ซึ่งอาจทำให้ การใช้พลังงานสูงขึ้น - หน้าจอใหญ่ขึ้นเป็น 7.9 นิ้ว 1080p อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กินแบตมากกว่าเดิม ✅ ระยะเวลาชาร์จของ Switch 2 และ Joy-Con รุ่นใหม่ - Switch 2 ใช้เวลาชาร์จประมาณ 3 ชั่วโมงในโหมด Sleep - Joy-Con ใหม่ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 30 นาที และสามารถใช้งานได้นาน 20 ชั่วโมง ✅ Switch 2 จะได้รับเกมระดับ AAA มากมาย - Elden Ring 2, Cyberpunk 2077, Star Wars Outlaws, Hogwarts Legacy, Hitman, Split Fiction, Street Fighter 6 - เกมพิเศษจาก FromSoftware และ อัปเกรดแบบเสียเงินสำหรับ Zelda Breath of the Wild & Tears of the Kingdom ✅ กำหนดการวางจำหน่ายและราคา - Switch 2 จะวางจำหน่ายวันที่ 5 มิถุนายน 2025 - ราคาอยู่ที่ $449.99 และมี Bundle พร้อม Mario Kart World ราคา $499.99 https://www.neowin.net/news/switch-2-will-have-hours-of-less-play-time-than-the-original-switch-despite-larger-battery/
    WWW.NEOWIN.NET
    Switch 2 will have hours of less play time than the original Switch despite larger battery
    Nintendo has shared technical specifications of its next hybrid console, the Switch 2, revealing details about the handheld battery life, charging time, and more.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 18 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google กำลังปรับโครงสร้าง ทีม AI อย่างมีนัยสำคัญ โดย Sissie Hsiao ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าทีมพัฒนา Bard และ Gemini ได้ประกาศลงจากตำแหน่ง พร้อมส่งต่อบทบาทให้ Josh Woodward ผู้บริหารจาก Google Labs

    ✅ Sissie Hsiao มีบทบาทสำคัญในการเปิดตัว Bard และ Gemini
    - เธอเข้ามารับผิดชอบ โครงการ Bard ในช่วงที่ ChatGPT เริ่มได้รับความนิยม
    - เปิดตัว Bard ภายใน 100 วัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการที่ Google ต้องเร่งพัฒนาอย่างมาก

    ✅ Gemini ถูกย้ายไปอยู่ภายใต้ DeepMind ตั้งแต่ปี 2024
    - ทีมพัฒนา Gemini ถูกควบรวมเข้ากับ DeepMind ซึ่งเป็นแผนกวิจัย AI ระดับสูงของ Google
    - การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ Google สามารถรวมการวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้าด้วยกัน

    ✅ Josh Woodward คือใคร และจะนำ Gemini ไปในทิศทางไหน?
    - Woodward มีบทบาทสำคัญในการสร้าง NotebookLM ซึ่งเป็นเครื่องมือ AI ที่ช่วยจัดระเบียบและสรุปข้อมูลสำหรับงานวิจัย
    - คาดว่าเขาจะนำ Gemini มุ่งเน้นไปที่การใช้งานในเชิงลึกและประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม

    ✅ Hsiao จะกลับมารับบทบาทใหม่ใน Google แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด
    - แม้จะก้าวลงจากตำแหน่งหัวหน้าทีม Gemini เธอไม่ได้ออกจากบริษัท
    - ยังไม่มีการระบุว่าเธอจะทำงานด้านใดต่อไป

    ✅ Google อยู่ภายใต้แรงกดดันจาก OpenAI และ Anthropic
    - การปรับโครงสร้างเกิดขึ้น ในช่วงที่การแข่งขัน AI รุนแรงที่สุด
    - Google ต้องการ สร้างความได้เปรียบเหนือ OpenAI และบริษัทอื่น ๆ

    https://www.neowin.net/news/sissie-hsiao-steps-down-as-gemini-lead-amid-googles-ai-reshuffle/
    Google กำลังปรับโครงสร้าง ทีม AI อย่างมีนัยสำคัญ โดย Sissie Hsiao ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าทีมพัฒนา Bard และ Gemini ได้ประกาศลงจากตำแหน่ง พร้อมส่งต่อบทบาทให้ Josh Woodward ผู้บริหารจาก Google Labs ✅ Sissie Hsiao มีบทบาทสำคัญในการเปิดตัว Bard และ Gemini - เธอเข้ามารับผิดชอบ โครงการ Bard ในช่วงที่ ChatGPT เริ่มได้รับความนิยม - เปิดตัว Bard ภายใน 100 วัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการที่ Google ต้องเร่งพัฒนาอย่างมาก ✅ Gemini ถูกย้ายไปอยู่ภายใต้ DeepMind ตั้งแต่ปี 2024 - ทีมพัฒนา Gemini ถูกควบรวมเข้ากับ DeepMind ซึ่งเป็นแผนกวิจัย AI ระดับสูงของ Google - การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ Google สามารถรวมการวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้าด้วยกัน ✅ Josh Woodward คือใคร และจะนำ Gemini ไปในทิศทางไหน? - Woodward มีบทบาทสำคัญในการสร้าง NotebookLM ซึ่งเป็นเครื่องมือ AI ที่ช่วยจัดระเบียบและสรุปข้อมูลสำหรับงานวิจัย - คาดว่าเขาจะนำ Gemini มุ่งเน้นไปที่การใช้งานในเชิงลึกและประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม ✅ Hsiao จะกลับมารับบทบาทใหม่ใน Google แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด - แม้จะก้าวลงจากตำแหน่งหัวหน้าทีม Gemini เธอไม่ได้ออกจากบริษัท - ยังไม่มีการระบุว่าเธอจะทำงานด้านใดต่อไป ✅ Google อยู่ภายใต้แรงกดดันจาก OpenAI และ Anthropic - การปรับโครงสร้างเกิดขึ้น ในช่วงที่การแข่งขัน AI รุนแรงที่สุด - Google ต้องการ สร้างความได้เปรียบเหนือ OpenAI และบริษัทอื่น ๆ https://www.neowin.net/news/sissie-hsiao-steps-down-as-gemini-lead-amid-googles-ai-reshuffle/
    WWW.NEOWIN.NET
    Sissie Hsiao steps down as Gemini lead amid Google's AI reshuffle
    Sissie Hsiao, who led the development of Bard (now Gemini), is stepping down, with Josh Woodward set to take over.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 6 มุมมอง 0 รีวิว
  • Microsoft ได้เปิดตัว Windows Hotpatch บน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตั้ง อัปเดตความปลอดภัยได้ทันทีโดยไม่ต้องรีบูตเครื่อง ฟีเจอร์นี้เคยมีเฉพาะบน Windows Server แต่ตอนนี้เริ่มถูกนำมาใช้กับ Windows 11 Enterprise เพื่อให้การอัปเดตเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น

    ✅ Windows Hotpatch ทำงานอย่างไร?
    - แทนที่จะต้องรีบูตเครื่องทุกครั้งเมื่อมีอัปเดตสำคัญ Windows Hotpatch จะใช้เทคนิคการอัปเดตกระบวนการที่ทำงานอยู่ในหน่วยความจำ (in-memory processes)
    - ผู้ใช้ยังต้องรีสตาร์ททุก ๆ 3 เดือน เพื่อรับ Baseline Update แต่ Hotpatches รายเดือนจะไม่ต้องรีบูตเครื่อง

    ✅ ข้อดีสำหรับองค์กร
    - IT Admin ไม่ต้องกังวลว่าพนักงานจะ เลื่อนการอัปเดตออกไป
    - ช่วยลดปัญหาที่เกิดจาก ระบบที่ยังไม่ได้รับแพตช์ล่าสุด และทำให้ระบบมีความปลอดภัยสูงขึ้น

    ✅ ข้อจำกัดของ Windows Hotpatch
    - รองรับเฉพาะ Windows 11 Enterprise เวอร์ชัน 24H2 เช่น Enterprise E3, E5, F3 และ Education A3, A5
    - Windows 11 Home และ Professional ไม่สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้
    - อุปกรณ์ที่ใช้ ARM CPUs ยังอยู่ในช่วงทดลอง และต้องรออัปเดตเพิ่มเติมจาก Microsoft

    ✅ Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่สำหรับทุกเวอร์ชันของ Windows 11
    - Quick Machine Recovery (QMR) จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถ แก้ไขเครื่องที่บูตไม่ติดโดยติดตั้งแพตช์จาก Windows RE
    - QMR อยู่ระหว่างการทดสอบ และจะรองรับ Windows 11 Home และ Professional

    https://www.neowin.net/news/windows-11-can-now-install-security-updates-without-asking-you-to-reboot/
    Microsoft ได้เปิดตัว Windows Hotpatch บน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตั้ง อัปเดตความปลอดภัยได้ทันทีโดยไม่ต้องรีบูตเครื่อง ฟีเจอร์นี้เคยมีเฉพาะบน Windows Server แต่ตอนนี้เริ่มถูกนำมาใช้กับ Windows 11 Enterprise เพื่อให้การอัปเดตเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น ✅ Windows Hotpatch ทำงานอย่างไร? - แทนที่จะต้องรีบูตเครื่องทุกครั้งเมื่อมีอัปเดตสำคัญ Windows Hotpatch จะใช้เทคนิคการอัปเดตกระบวนการที่ทำงานอยู่ในหน่วยความจำ (in-memory processes) - ผู้ใช้ยังต้องรีสตาร์ททุก ๆ 3 เดือน เพื่อรับ Baseline Update แต่ Hotpatches รายเดือนจะไม่ต้องรีบูตเครื่อง ✅ ข้อดีสำหรับองค์กร - IT Admin ไม่ต้องกังวลว่าพนักงานจะ เลื่อนการอัปเดตออกไป - ช่วยลดปัญหาที่เกิดจาก ระบบที่ยังไม่ได้รับแพตช์ล่าสุด และทำให้ระบบมีความปลอดภัยสูงขึ้น ✅ ข้อจำกัดของ Windows Hotpatch - รองรับเฉพาะ Windows 11 Enterprise เวอร์ชัน 24H2 เช่น Enterprise E3, E5, F3 และ Education A3, A5 - Windows 11 Home และ Professional ไม่สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้ - อุปกรณ์ที่ใช้ ARM CPUs ยังอยู่ในช่วงทดลอง และต้องรออัปเดตเพิ่มเติมจาก Microsoft ✅ Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่สำหรับทุกเวอร์ชันของ Windows 11 - Quick Machine Recovery (QMR) จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถ แก้ไขเครื่องที่บูตไม่ติดโดยติดตั้งแพตช์จาก Windows RE - QMR อยู่ระหว่างการทดสอบ และจะรองรับ Windows 11 Home และ Professional https://www.neowin.net/news/windows-11-can-now-install-security-updates-without-asking-you-to-reboot/
    WWW.NEOWIN.NET
    Windows 11 can now install security updates without asking you to reboot
    Are you tired of Windows 11 constantly asking you to restart to apply updates? Good news: the latest feature is here to fix that, but there is a catch.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 15 มุมมอง 0 รีวิว
  • เคยบอกรักฉันทุกวัน
    จับมือกันแล้วสัญญา
    เธอบอกจะไม่มีวันลา
    แต่สุดท้ายก็มาเปลี่ยนไป
    หรือรักของฉันยังไม่พอ
    เธอจึงไม่รอใช่ไหม
    เธอจึงเลือกเดินจากไป
    ปล่อยทิ้งฉันไว้เพียงลำพัง
    เขาดีกว่าฉันตรงไหน
    จึงมาทำให้ฉันสิ้นหวัง
    เจ็บจนหัวใจเจียนจะพัง
    น้ำตารินหลั่งมิใช่เบา
    ภาพวันวานยังคงฝังใจ
    แต่วันนี้เธอเดินไปกับเขา
    ยิ้มของเธอที่เคยเป็นของเรา
    ตอนนี้ได้เขาไปครอง
    รักฉันมันไม่ดีพอ
    ไม่ได้ไปต่อนสุดเศร้าหมอง
    นับวันน้ำตาจะเนืองนอง
    ร่ำร้องเหมือนในนิยาย
    เขาดีกว่าฉันตรงไหน
    รักของฉันจึงไร้ความหมาย
    ทำเธอเปลี่ยนใจง่ายดาย
    ใจฉันสลายแล้วเธอ
    สุดท้ายฉันคงต้องยอมรับ
    โศกเศร้าอยู่กับความเซ่อ
    พ่ายรักให้เขากับเธอ
    ขออย่าได้เจอกันอีกเลย
    เคยบอกรักฉันทุกวัน จับมือกันแล้วสัญญา เธอบอกจะไม่มีวันลา แต่สุดท้ายก็มาเปลี่ยนไป หรือรักของฉันยังไม่พอ เธอจึงไม่รอใช่ไหม เธอจึงเลือกเดินจากไป ปล่อยทิ้งฉันไว้เพียงลำพัง เขาดีกว่าฉันตรงไหน จึงมาทำให้ฉันสิ้นหวัง เจ็บจนหัวใจเจียนจะพัง น้ำตารินหลั่งมิใช่เบา ภาพวันวานยังคงฝังใจ แต่วันนี้เธอเดินไปกับเขา ยิ้มของเธอที่เคยเป็นของเรา ตอนนี้ได้เขาไปครอง รักฉันมันไม่ดีพอ ไม่ได้ไปต่อนสุดเศร้าหมอง นับวันน้ำตาจะเนืองนอง ร่ำร้องเหมือนในนิยาย เขาดีกว่าฉันตรงไหน รักของฉันจึงไร้ความหมาย ทำเธอเปลี่ยนใจง่ายดาย ใจฉันสลายแล้วเธอ สุดท้ายฉันคงต้องยอมรับ โศกเศร้าอยู่กับความเซ่อ พ่ายรักให้เขากับเธอ ขออย่าได้เจอกันอีกเลย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 7 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts