• "ขุนคลัง" ยันหุ้นไทยร่วงตามตลาดโลกหลัง "ทรัมป์" ขึ้นภาษี ย้ำรัฐบาลมีมาตรการรับมือดึงเชื่อมั่น
    https://www.thai-tai.tv/news/18044/
    "ขุนคลัง" ยันหุ้นไทยร่วงตามตลาดโลกหลัง "ทรัมป์" ขึ้นภาษี ย้ำรัฐบาลมีมาตรการรับมือดึงเชื่อมั่น https://www.thai-tai.tv/news/18044/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 15 มุมมอง 0 รีวิว
  • DSI เปิดความเชื่อมโยง “ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10” พบใช้ 3 คนไทยเป็นนอมินี
    https://www.thai-tai.tv/news/18042/
    DSI เปิดความเชื่อมโยง “ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10” พบใช้ 3 คนไทยเป็นนอมินี https://www.thai-tai.tv/news/18042/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 21 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🎖️ 124 ปี อุบลฯ ปราบกบฏผีบุญองค์มั่น ศรัทธา คือ อาวุธ! ผีบุญขุขันธ์ ใหญ่สุดในอีสาน ไม่มีให้จดจำ ไม่ทำให้ลืมเลือน

    “ความศรัทธา” เปลี่ยนเป็น “การลุกฮือ” เมื่อประชาชนหมดหวังในรัฐ ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “ศึกโนนโพธิ์” กับคำถามที่ไม่ควรหายไปจากแผ่นดิน

    🕰️ เสียงปืนใหญ่ที่โลกไม่เคยได้ยิน ย้อนกลับไปในวันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2444 เสียงปืนใหญ่ดังกึกก้องจากป่าบ้านสะพือ จังหวัดอุบลราชธานี ปืนของทหารสยาม ไม่ได้ยิงใส่ข้าศึกจากภายนอก… แต่มุ่งตรงไปยังกลุ่มชาวบ้าน ผู้มีศรัทธาในชายผู้ถูกเรียกว่า “องค์มั่น” ผู้นำแห่งขบวนการ “ผู้มีบุญ”

    การปะทะในวันนั้น จบลงด้วยศพกว่า 300 ราย แต่อุดมการณ์ ยังดังก้องข้ามศตวรรษ 🕊️

    🤔 ผู้มีบุญคือใคร? ก่อนจะไปถึงการสู้รบ... ต้องย้อนกลับมาที่คำว่า “ผู้มีบุญ” หรือที่รัฐไทยเรียกแบบดูหมิ่นว่า “ผีบุญ” 👻

    ผู้มีบุญ = คนที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็น “ผู้วิเศษ” หรือ “พระศรีอริยเมตไตรย” ผู้จะมากู้โลกในยุคที่รัฐล้มเหลว ผู้มีบุญจึงไม่ใช่กบฏธรรมดา แต่คือ "ผู้นำจิตวิญญาณ" ของชาวบ้านที่สิ้นหวังในอำนาจรัฐกลาง ที่ดูห่างไกล เย็นชา และกดขี่

    🧾 จากกบฏถึงความหวัง บันทึก 260 ปี "กบฏผีบุญอีสาน" ภาคอีสานถูกจารึกว่า เป็นพื้นที่ที่มีกบฏผีบุญมากที่สุดในประเทศ

    2242 กบฏบุญกว้าง
    2334 กบฏเชียงแก้ว
    2360 กบฏสาเกียดโง้ง
    2442-44 กบฏสามโบก
    2444-45 กบฏผีบุญอีสาน ครั้งองค์มั่น 🟠
    2467 กบฏหนองหมากแก้ว
    2479 กบฏหมอลำน้อยชาดา
    2483 กบฏหมอลำโสภา พลตรี
    2502 กบฏศิลา วงศ์สิน

    🎯 ครั้งปี 2444-2445 นั้นถือเป็น การลุกฮือใหญ่ที่สุด มีผู้มีบุญมากถึง 60 คน ครอบคลุม 13 จังหวัด ในอีสาน

    "ผีบุญองค์มั่น" โด่งดังสุดในภาคอีสาน นอกจากองค์มั่นแล้ว ยังมีผู้นำรองๆ อีก 5 คน เป็นแกนนำ คือ องค์เขียว องค์ลิ้นก่าน องค์พระบาท องค์พระเมตไตร และองค์เหลือง ฝ่ายกบฏได้ปลุกระดมราษฎรทั้ง 2 ฝั่งโขง ในฝั่งขวา คือฝั่งอีสาน ได้กำลังจากอำเภอโขงเจียม อำเภอตระการพืชผล ในที่สุด ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2444 กลุ่มผีบุญเข้ายึดเมืองเขมราฐ จับเจ้าเมืองไว้เป็นตัวประกัน และเป็นเครื่องมือแห่แหนให้คนเข้าเป็นพวก แต่ฆ่าท้าวกุลบุตร ท้าวโพธิสาร กรมการเมืองที่ไม่ยอมเข้ากับฝ่ายกบฏ

    รวมถึงได้เผาเมืองเขมราฐ ปล่อยนักโทษจากคุก แล้วเคลื่อนกำลังมุ่งตรงมายังเมืองอุบลราชธานี มาตั้งทัพระดมพลอีกครั้งที่บ้านสะพือใหญ่ อำเภอตระการพืชผล มีคนมาเข้ากับองค์มั่น 2,500 คน แต่อาวุธไม่ทันสมัย มีปืนคาบศิลา ปืนแก๊ป มีดพร้า ฝ่ายกบฏได้สะสมเสบียงอาหารด้วย ฝ่ายกบฏได้ฆ่านายอำเภอพนานิคม ซึ่งไม่ยอมเข้ากับฝ่ายกบฏด้วย

    แต่... "ผีบุญขุขันธ์" ใหญ่สุดในภาคอีสาน กบฏกลุ่มบุญจันเมืองขุขันธ์ กลุ่มนี้เป็นกบฏผู้มีบุญอีสานที่ใหญ่ที่สุด มีสมาชิกที่มาเข้าร่วมถึง 6,000 คน หัวหน้ากบฏชื่อบุญจัน เป็นบุตรเจ้าเมืองขุขันธ์คนก่อน และเป็นน้องชายของผู้ว่าราชการเมืองขุขันธ์ในขณะนั้น ไม่ถูกกับพี่ชาย ในเรื่องตำแหน่งเจ้าเมืองมากกว่าสาเหตุอื่น ได้ตั้งตัวเป็นผู้มีบุญซ่องสุมกำลังอยู่ที่ภูฝ้าย ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษในปัจจุบัน

    การเคลื่อนไหวของผีบุญ ขยายวงกว้าง รวดเร็ว เพราะมีการเชื่อมโยงระหว่างหมู่บ้าน และอาศัยระบบวัฒนธรรม แบบปากต่อปาก 🗣️

    จุดแข็งของเครือข่ายนี้อยู่ที่ “ความศรัทธา” ไม่ใช่กำลังพล หรืออาวุธ

    🔥 จุดระเบิด เมื่อภาษี 4 บาท กลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย 💸 ภาษีส่วยที่ชาวอีสานรับไม่ไหว รัฐสยามในยุครัชกาลที่ 5 มีนโยบายปฏิรูปการปกครองแบบรวมศูนย์ ส่งคนมาเก็บภาษีตรงจากประชาชน โดยเฉพาะภาษี ชายฉกรรจ์ 4 บาท ต่อคน ต่อปี เทียบค่าเงินปัจจุบันราว 3,500-4,000 บาท

    แต่ในยุคนั้น คนอีสานส่วนใหญ่ไม่ใช้เงิน และใช้ชีวิตพอเพียง เลี้ยงไก่ ปลูกข้าว ใช้ระบบแลกเปลี่ยน เงิน 4 บาท จึงเท่ากับความเดือดร้อนทั้งบ้าน 💔

    ☠️ “ฝูงไทยใจฮ้าย ตายสิ้นบ่หลอ” เสียงหมอลำตอกย้ำความเจ็บปวด ชี้ให้เห็นความไม่ยุติธรรม และปลุกใจชาวบ้าน
    บางพื้นที่ ถึงกับมีคำปลุกระดมชัดเจน เช่น

    “ไล่ไทยเอาดินคืนมา… ฆ่าไทยเสียให้หมด!”

    👑 จากชายธรรมดาสู่ผู้นำกองทัพศรัทธา "องค์มั่น" หรืออ้ายมาน เป็นผู้นำผู้มีบุญที่โดดเด่นที่สุด ตั้งตนเป็น "พระยาธรรมิกราช" หรือ "องค์ปราสาททอง" ✨

    👥 กลุ่มผู้ติดตามที่แข็งแกร่ง มีคนเข้าร่วมกว่า 2,500 คน ครอบคลุมพื้นที่ อุบลราชธานี, อำนาจเจริญ, ลาวใต้ มีแกนนำร่วม เช่น องค์เขียว, องค์พระบาท, องค์เมตไตรย ฯลฯ

    ⚔️ ศึกโนนโพธิ์ ปืนใหญ่ที่ดับความหวัง วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2444 ตรงกับวันนี้ครบ 124 ปี พอดี และเป็นวันศุกร์เหมือนกัน กองทัพจากเมืองอุบลฯ ภายใต้การนำของ "พันตรีหลวงสุรกิจพิศาล" ใช้ ปืนใหญ่ 2 กระบอก ซุ่มโจมตีที่ “บ้านสะพือใหญ่” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “โนนโพธิ์”

    🔥 ปืนใหญ่ยิงถล่มตรงกลางกลุ่มกบฏ

    💀 เสียชีวิตทันที 200-300 คน

    😭 บาดเจ็บกว่า 500 คน

    องค์มั่นหนีไปได้ แต่ลูกน้อง 400 คนถูกจับ ศาลตัดสินประหาร “องค์” ทุกคน ✝️

    🧵 จดหมายลูกโซ่ หมอลำ และพลัง Soft Power แห่งยุค การปลุกระดมของผู้มีบุญ ไม่ได้เกิดจากอาวุธ แต่เกิดจาก...

    📜 จดหมายลูกโซ่ ที่คัดลอกคำพยากรณ์ต่อๆ กัน

    🎤 หมอลำ ที่ลำเกี่ยวกับความทุกข์ โจมตีรัฐ และปลุกใจ

    👄 การเล่าปากต่อปาก ที่ขยายความศรัทธาไปทั่วแผ่นดิน

    ในยุคที่คนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ "เสียง" คือพลังที่สุด!

    🛕 การต่อสู้ของคนที่ “ไม่มีเจ้า” หนึ่งในข้อมูลจากเอกสารสอบสวนผู้มีบุญ ระบุว่า “ถ้ายึดเมืองต่างๆ ได้ จะไม่มีเจ้าไม่มีนาย ทุกคนจะเท่ากัน” นี่คือความฝัน ที่ชาวบ้านไม่เคยได้จากรัฐ ยุคพระศรีอาริย์ ที่ไม่มีการกดขี่ มีแต่ความอุดมสมบูรณ์

    🏞️ พื้นที่ความทรงจำ ในวันนี้ โนนโพธิ์ไม่ได้เป็นสนามรบแล้ว แต่กลายเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านเดินทางมาทำบุญ
    มีการวางแผนสร้าง อนุสรณ์สถานศึกโนนโพธิ์ ให้ลูกหลานได้เรียนรู้

    🎨 ภายในวัดมีภาพฝาผนังวาดเหตุการณ์

    🪔 ชาวบ้านมาร่วมงานบุญ แจกข้าวให้ผู้ล่วงลับ

    📖 เด็กนักเรียนเคยเก็บข้อมูล สัมภาษณ์คนเฒ่าคนแก่

    🪦 มีหลุมศพกลางทุ่ง ที่ไถนาก็ยังเจอกระโหลก

    🧑‍🏫 เมื่อรัฐหายไป ประวัติศาสตร์จึงถูกเล่าด้วยเสียงของชาวบ้าน “กบฏผีบุญ” คือคำที่รัฐใช้เรียก แต่ “ผู้มีบุญ” คือคำที่ชาวบ้านจดจำ และตอนนี้… คนรุ่นใหม่กำลังฟื้นเสียงนั้นกลับคืนมา

    📌 “การทำอนุสรณ์สถานไม่ใช่การปลุกระดม แต่คือการคืนความทรงจำให้กับแผ่นดิน”

    📌 จากเสียงหมอลำ สู่เสียงประวัติศาสตร์ที่ควรถูกฟัง “ผู้มีบุญ” = ผู้นำทางจิตวิญญาณของประชาชนที่สิ้นหวัง "องค์มั่น" เป็นผู้นำที่ชัดเจนที่สุด มีอิทธิพลมากที่สุด “ศึกโนนโพธิ์” คือตัวแทนของการปะทะระหว่าง รัฐรวมศูนย์ และ ชาวบ้านชายขอบ

    ปัจจุบันโนนโพธิ์ เริ่มกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ความหวังคือ... การพูดถึงอย่างเปิดเผย จะทำให้ประวัติศาสตร์ไม่เงียบอีกต่อไป

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 041010 เม.ย. 2568

    📌 #กบฏผีบุญ #124ปีศึกโนนโพธิ์ #องค์มั่น #ผู้มีบุญ #บ้านสะพือ #ประวัติศาสตร์อีสาน #ศรัทธาคืออาวุธ #อนุสรณ์สถานผีบุญ #เสียงจากชายขอบ #หมอลำคือพลัง

    🎖️ 124 ปี อุบลฯ ปราบกบฏผีบุญองค์มั่น ศรัทธา คือ อาวุธ! ผีบุญขุขันธ์ ใหญ่สุดในอีสาน ไม่มีให้จดจำ ไม่ทำให้ลืมเลือน “ความศรัทธา” เปลี่ยนเป็น “การลุกฮือ” เมื่อประชาชนหมดหวังในรัฐ ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “ศึกโนนโพธิ์” กับคำถามที่ไม่ควรหายไปจากแผ่นดิน 🕰️ เสียงปืนใหญ่ที่โลกไม่เคยได้ยิน ย้อนกลับไปในวันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2444 เสียงปืนใหญ่ดังกึกก้องจากป่าบ้านสะพือ จังหวัดอุบลราชธานี ปืนของทหารสยาม ไม่ได้ยิงใส่ข้าศึกจากภายนอก… แต่มุ่งตรงไปยังกลุ่มชาวบ้าน ผู้มีศรัทธาในชายผู้ถูกเรียกว่า “องค์มั่น” ผู้นำแห่งขบวนการ “ผู้มีบุญ” การปะทะในวันนั้น จบลงด้วยศพกว่า 300 ราย แต่อุดมการณ์ ยังดังก้องข้ามศตวรรษ 🕊️ 🤔 ผู้มีบุญคือใคร? ก่อนจะไปถึงการสู้รบ... ต้องย้อนกลับมาที่คำว่า “ผู้มีบุญ” หรือที่รัฐไทยเรียกแบบดูหมิ่นว่า “ผีบุญ” 👻 ผู้มีบุญ = คนที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็น “ผู้วิเศษ” หรือ “พระศรีอริยเมตไตรย” ผู้จะมากู้โลกในยุคที่รัฐล้มเหลว ผู้มีบุญจึงไม่ใช่กบฏธรรมดา แต่คือ "ผู้นำจิตวิญญาณ" ของชาวบ้านที่สิ้นหวังในอำนาจรัฐกลาง ที่ดูห่างไกล เย็นชา และกดขี่ 🧾 จากกบฏถึงความหวัง บันทึก 260 ปี "กบฏผีบุญอีสาน" ภาคอีสานถูกจารึกว่า เป็นพื้นที่ที่มีกบฏผีบุญมากที่สุดในประเทศ 2242 กบฏบุญกว้าง 2334 กบฏเชียงแก้ว 2360 กบฏสาเกียดโง้ง 2442-44 กบฏสามโบก 2444-45 กบฏผีบุญอีสาน ครั้งองค์มั่น 🟠 2467 กบฏหนองหมากแก้ว 2479 กบฏหมอลำน้อยชาดา 2483 กบฏหมอลำโสภา พลตรี 2502 กบฏศิลา วงศ์สิน 🎯 ครั้งปี 2444-2445 นั้นถือเป็น การลุกฮือใหญ่ที่สุด มีผู้มีบุญมากถึง 60 คน ครอบคลุม 13 จังหวัด ในอีสาน "ผีบุญองค์มั่น" โด่งดังสุดในภาคอีสาน นอกจากองค์มั่นแล้ว ยังมีผู้นำรองๆ อีก 5 คน เป็นแกนนำ คือ องค์เขียว องค์ลิ้นก่าน องค์พระบาท องค์พระเมตไตร และองค์เหลือง ฝ่ายกบฏได้ปลุกระดมราษฎรทั้ง 2 ฝั่งโขง ในฝั่งขวา คือฝั่งอีสาน ได้กำลังจากอำเภอโขงเจียม อำเภอตระการพืชผล ในที่สุด ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2444 กลุ่มผีบุญเข้ายึดเมืองเขมราฐ จับเจ้าเมืองไว้เป็นตัวประกัน และเป็นเครื่องมือแห่แหนให้คนเข้าเป็นพวก แต่ฆ่าท้าวกุลบุตร ท้าวโพธิสาร กรมการเมืองที่ไม่ยอมเข้ากับฝ่ายกบฏ รวมถึงได้เผาเมืองเขมราฐ ปล่อยนักโทษจากคุก แล้วเคลื่อนกำลังมุ่งตรงมายังเมืองอุบลราชธานี มาตั้งทัพระดมพลอีกครั้งที่บ้านสะพือใหญ่ อำเภอตระการพืชผล มีคนมาเข้ากับองค์มั่น 2,500 คน แต่อาวุธไม่ทันสมัย มีปืนคาบศิลา ปืนแก๊ป มีดพร้า ฝ่ายกบฏได้สะสมเสบียงอาหารด้วย ฝ่ายกบฏได้ฆ่านายอำเภอพนานิคม ซึ่งไม่ยอมเข้ากับฝ่ายกบฏด้วย แต่... "ผีบุญขุขันธ์" ใหญ่สุดในภาคอีสาน กบฏกลุ่มบุญจันเมืองขุขันธ์ กลุ่มนี้เป็นกบฏผู้มีบุญอีสานที่ใหญ่ที่สุด มีสมาชิกที่มาเข้าร่วมถึง 6,000 คน หัวหน้ากบฏชื่อบุญจัน เป็นบุตรเจ้าเมืองขุขันธ์คนก่อน และเป็นน้องชายของผู้ว่าราชการเมืองขุขันธ์ในขณะนั้น ไม่ถูกกับพี่ชาย ในเรื่องตำแหน่งเจ้าเมืองมากกว่าสาเหตุอื่น ได้ตั้งตัวเป็นผู้มีบุญซ่องสุมกำลังอยู่ที่ภูฝ้าย ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษในปัจจุบัน การเคลื่อนไหวของผีบุญ ขยายวงกว้าง รวดเร็ว เพราะมีการเชื่อมโยงระหว่างหมู่บ้าน และอาศัยระบบวัฒนธรรม แบบปากต่อปาก 🗣️ จุดแข็งของเครือข่ายนี้อยู่ที่ “ความศรัทธา” ไม่ใช่กำลังพล หรืออาวุธ 🔥 จุดระเบิด เมื่อภาษี 4 บาท กลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย 💸 ภาษีส่วยที่ชาวอีสานรับไม่ไหว รัฐสยามในยุครัชกาลที่ 5 มีนโยบายปฏิรูปการปกครองแบบรวมศูนย์ ส่งคนมาเก็บภาษีตรงจากประชาชน โดยเฉพาะภาษี ชายฉกรรจ์ 4 บาท ต่อคน ต่อปี เทียบค่าเงินปัจจุบันราว 3,500-4,000 บาท แต่ในยุคนั้น คนอีสานส่วนใหญ่ไม่ใช้เงิน และใช้ชีวิตพอเพียง เลี้ยงไก่ ปลูกข้าว ใช้ระบบแลกเปลี่ยน เงิน 4 บาท จึงเท่ากับความเดือดร้อนทั้งบ้าน 💔 ☠️ “ฝูงไทยใจฮ้าย ตายสิ้นบ่หลอ” เสียงหมอลำตอกย้ำความเจ็บปวด ชี้ให้เห็นความไม่ยุติธรรม และปลุกใจชาวบ้าน บางพื้นที่ ถึงกับมีคำปลุกระดมชัดเจน เช่น “ไล่ไทยเอาดินคืนมา… ฆ่าไทยเสียให้หมด!” 👑 จากชายธรรมดาสู่ผู้นำกองทัพศรัทธา "องค์มั่น" หรืออ้ายมาน เป็นผู้นำผู้มีบุญที่โดดเด่นที่สุด ตั้งตนเป็น "พระยาธรรมิกราช" หรือ "องค์ปราสาททอง" ✨ 👥 กลุ่มผู้ติดตามที่แข็งแกร่ง มีคนเข้าร่วมกว่า 2,500 คน ครอบคลุมพื้นที่ อุบลราชธานี, อำนาจเจริญ, ลาวใต้ มีแกนนำร่วม เช่น องค์เขียว, องค์พระบาท, องค์เมตไตรย ฯลฯ ⚔️ ศึกโนนโพธิ์ ปืนใหญ่ที่ดับความหวัง วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2444 ตรงกับวันนี้ครบ 124 ปี พอดี และเป็นวันศุกร์เหมือนกัน กองทัพจากเมืองอุบลฯ ภายใต้การนำของ "พันตรีหลวงสุรกิจพิศาล" ใช้ ปืนใหญ่ 2 กระบอก ซุ่มโจมตีที่ “บ้านสะพือใหญ่” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “โนนโพธิ์” 🔥 ปืนใหญ่ยิงถล่มตรงกลางกลุ่มกบฏ 💀 เสียชีวิตทันที 200-300 คน 😭 บาดเจ็บกว่า 500 คน องค์มั่นหนีไปได้ แต่ลูกน้อง 400 คนถูกจับ ศาลตัดสินประหาร “องค์” ทุกคน ✝️ 🧵 จดหมายลูกโซ่ หมอลำ และพลัง Soft Power แห่งยุค การปลุกระดมของผู้มีบุญ ไม่ได้เกิดจากอาวุธ แต่เกิดจาก... 📜 จดหมายลูกโซ่ ที่คัดลอกคำพยากรณ์ต่อๆ กัน 🎤 หมอลำ ที่ลำเกี่ยวกับความทุกข์ โจมตีรัฐ และปลุกใจ 👄 การเล่าปากต่อปาก ที่ขยายความศรัทธาไปทั่วแผ่นดิน ในยุคที่คนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ "เสียง" คือพลังที่สุด! 🛕 การต่อสู้ของคนที่ “ไม่มีเจ้า” หนึ่งในข้อมูลจากเอกสารสอบสวนผู้มีบุญ ระบุว่า “ถ้ายึดเมืองต่างๆ ได้ จะไม่มีเจ้าไม่มีนาย ทุกคนจะเท่ากัน” นี่คือความฝัน ที่ชาวบ้านไม่เคยได้จากรัฐ ยุคพระศรีอาริย์ ที่ไม่มีการกดขี่ มีแต่ความอุดมสมบูรณ์ 🏞️ พื้นที่ความทรงจำ ในวันนี้ โนนโพธิ์ไม่ได้เป็นสนามรบแล้ว แต่กลายเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านเดินทางมาทำบุญ มีการวางแผนสร้าง อนุสรณ์สถานศึกโนนโพธิ์ ให้ลูกหลานได้เรียนรู้ 🎨 ภายในวัดมีภาพฝาผนังวาดเหตุการณ์ 🪔 ชาวบ้านมาร่วมงานบุญ แจกข้าวให้ผู้ล่วงลับ 📖 เด็กนักเรียนเคยเก็บข้อมูล สัมภาษณ์คนเฒ่าคนแก่ 🪦 มีหลุมศพกลางทุ่ง ที่ไถนาก็ยังเจอกระโหลก 🧑‍🏫 เมื่อรัฐหายไป ประวัติศาสตร์จึงถูกเล่าด้วยเสียงของชาวบ้าน “กบฏผีบุญ” คือคำที่รัฐใช้เรียก แต่ “ผู้มีบุญ” คือคำที่ชาวบ้านจดจำ และตอนนี้… คนรุ่นใหม่กำลังฟื้นเสียงนั้นกลับคืนมา 📌 “การทำอนุสรณ์สถานไม่ใช่การปลุกระดม แต่คือการคืนความทรงจำให้กับแผ่นดิน” 📌 จากเสียงหมอลำ สู่เสียงประวัติศาสตร์ที่ควรถูกฟัง “ผู้มีบุญ” = ผู้นำทางจิตวิญญาณของประชาชนที่สิ้นหวัง "องค์มั่น" เป็นผู้นำที่ชัดเจนที่สุด มีอิทธิพลมากที่สุด “ศึกโนนโพธิ์” คือตัวแทนของการปะทะระหว่าง รัฐรวมศูนย์ และ ชาวบ้านชายขอบ ปัจจุบันโนนโพธิ์ เริ่มกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ความหวังคือ... การพูดถึงอย่างเปิดเผย จะทำให้ประวัติศาสตร์ไม่เงียบอีกต่อไป ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 041010 เม.ย. 2568 📌 #กบฏผีบุญ #124ปีศึกโนนโพธิ์ #องค์มั่น #ผู้มีบุญ #บ้านสะพือ #ประวัติศาสตร์อีสาน #ศรัทธาคืออาวุธ #อนุสรณ์สถานผีบุญ #เสียงจากชายขอบ #หมอลำคือพลัง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 76 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ Android Auto ที่ช่วยเปลี่ยนกล้องรถให้กลายเป็น Dash Cam ได้ฟรี ผู้ใช้ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่ม แต่ต้องรอให้ผู้ผลิตรถยนต์อัปเดตรองรับฟีเจอร์นี้ ระบบจะบันทึกวิดีโออัตโนมัติเมื่อเข้าเงื่อนไข เช่น ขับรถด้วยความเร็วที่กำหนด และสามารถ จัดเก็บวิดีโอในหน่วยความจำภายนอกเพื่อไม่ให้เต็มความจุของรถ อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ยังไม่สามารถบันทึกภาพภายในห้องโดยสาร และต้องรอให้รถรองรับก่อนจึงจะใช้งานได้

    ✅ ใช้กล้องของรถบันทึกภาพขณะขับขี่โดยตรง
    - ฟีเจอร์ใหม่ของ Android Auto ช่วยให้รถยนต์ที่มีกล้องอยู่แล้วสามารถบันทึกวิดีโอได้
    - ลดความจำเป็นในการซื้อตัว Dash Cam เพิ่มเติม

    ✅ ผู้ผลิตรถยนต์ต้องปรับแต่งแอปเพื่อรองรับฟีเจอร์นี้
    - แม้ Google เปิดตัวระบบนี้ แต่ ผู้ผลิตต้องเพิ่มการรองรับในระบบของตนก่อน
    - ส่งผลให้บางรุ่นอาจต้องรออัปเดตจากค่ายรถยนต์

    ✅ วิดีโอจะถูกจัดเก็บในที่เก็บข้อมูลภายนอกเพื่อไม่ให้เต็มหน่วยความจำของรถ
    - ผู้ใช้สามารถ เชื่อมต่อหน่วยความจำภายนอกเพื่อบันทึกไฟล์วิดีโอ
    - สามารถตั้งค่าระยะเวลาที่ไฟล์จะถูกเก็บ ก่อนระบบลบอัตโนมัติ

    ✅ ระบบจะเริ่มบันทึกอัตโนมัติเมื่อเข้าเงื่อนไขที่กำหนด
    - Dash Cam จะทำงานเองเมื่อมีเงื่อนไข เช่น ขับรถด้วยความเร็วที่กำหนด
    - ผู้พัฒนาสามารถตั้งค่าให้มี การแจ้งเตือน และการสตรีมวิดีโอจากรถไปยังอุปกรณ์อื่น

    ✅ ข้อจำกัด—ไม่รองรับกล้องในห้องโดยสาร และต้องรออัปเดตจากผู้ผลิตรถยนต์
    - ระบบนี้ใช้ กล้องที่ติดตั้งภายนอกรถ แต่ไม่สามารถบันทึกภายในห้องโดยสาร
    - ผู้ใช้ไม่สามารถติดตั้งใช้งานได้ทันที ต้องรอให้รถยนต์รองรับฟีเจอร์ผ่านอัปเดต

    https://www.techradar.com/vehicle-tech/dash-cams/latest-android-auto-update-could-turn-your-cars-cameras-into-a-free-dash-cam
    Google เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ Android Auto ที่ช่วยเปลี่ยนกล้องรถให้กลายเป็น Dash Cam ได้ฟรี ผู้ใช้ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่ม แต่ต้องรอให้ผู้ผลิตรถยนต์อัปเดตรองรับฟีเจอร์นี้ ระบบจะบันทึกวิดีโออัตโนมัติเมื่อเข้าเงื่อนไข เช่น ขับรถด้วยความเร็วที่กำหนด และสามารถ จัดเก็บวิดีโอในหน่วยความจำภายนอกเพื่อไม่ให้เต็มความจุของรถ อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ยังไม่สามารถบันทึกภาพภายในห้องโดยสาร และต้องรอให้รถรองรับก่อนจึงจะใช้งานได้ ✅ ใช้กล้องของรถบันทึกภาพขณะขับขี่โดยตรง - ฟีเจอร์ใหม่ของ Android Auto ช่วยให้รถยนต์ที่มีกล้องอยู่แล้วสามารถบันทึกวิดีโอได้ - ลดความจำเป็นในการซื้อตัว Dash Cam เพิ่มเติม ✅ ผู้ผลิตรถยนต์ต้องปรับแต่งแอปเพื่อรองรับฟีเจอร์นี้ - แม้ Google เปิดตัวระบบนี้ แต่ ผู้ผลิตต้องเพิ่มการรองรับในระบบของตนก่อน - ส่งผลให้บางรุ่นอาจต้องรออัปเดตจากค่ายรถยนต์ ✅ วิดีโอจะถูกจัดเก็บในที่เก็บข้อมูลภายนอกเพื่อไม่ให้เต็มหน่วยความจำของรถ - ผู้ใช้สามารถ เชื่อมต่อหน่วยความจำภายนอกเพื่อบันทึกไฟล์วิดีโอ - สามารถตั้งค่าระยะเวลาที่ไฟล์จะถูกเก็บ ก่อนระบบลบอัตโนมัติ ✅ ระบบจะเริ่มบันทึกอัตโนมัติเมื่อเข้าเงื่อนไขที่กำหนด - Dash Cam จะทำงานเองเมื่อมีเงื่อนไข เช่น ขับรถด้วยความเร็วที่กำหนด - ผู้พัฒนาสามารถตั้งค่าให้มี การแจ้งเตือน และการสตรีมวิดีโอจากรถไปยังอุปกรณ์อื่น ✅ ข้อจำกัด—ไม่รองรับกล้องในห้องโดยสาร และต้องรออัปเดตจากผู้ผลิตรถยนต์ - ระบบนี้ใช้ กล้องที่ติดตั้งภายนอกรถ แต่ไม่สามารถบันทึกภายในห้องโดยสาร - ผู้ใช้ไม่สามารถติดตั้งใช้งานได้ทันที ต้องรอให้รถยนต์รองรับฟีเจอร์ผ่านอัปเดต https://www.techradar.com/vehicle-tech/dash-cams/latest-android-auto-update-could-turn-your-cars-cameras-into-a-free-dash-cam
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 49 มุมมอง 0 รีวิว
  • JetKVM เป็นอุปกรณ์ KVM over IP แบบโอเพ่นซอร์สที่ระดมทุนได้กว่า $4.3 ล้านบน Kickstarter อุปกรณ์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ ควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกลผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยใช้ HDMI และ USB นอกจากนี้ JetKVM ยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อผ่าน Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และมีพอร์ต RJ11 ที่สามารถใช้สำหรับการควบคุมเซ็นเซอร์หรือพลังงาน ATX ปัจจุบันอุปกรณ์ยังสามารถสั่งซื้อได้ในราคา $69 แม้แคมเปญ Kickstarter จะปิดไปแล้ว

    ✅ ระดมทุนเกินเป้าหมายหลายเท่าตัว—Kickstarter ปิดระดมทุนที่ $4.3 ล้าน
    - JetKVM ตั้งเป้าหมายระดมทุนเพียง $50,000 แต่สามารถทะลุเป้าหมายกว่า 87 เท่า
    - ผู้สนับสนุน 31,598 รายให้การสนับสนุนอุปกรณ์นี้

    ✅ รองรับการควบคุมคอมพิวเตอร์แบบเต็มรูปแบบผ่านเว็บเบราว์เซอร์
    - JetKVM ใช้พอร์ต HDMI สำหรับดึงวิดีโอ และพอร์ต USB เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ควบคุม
    - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์จากระยะไกลได้ แม้ในกรณีที่เครื่องไม่ตอบสนอง

    ✅ สเปคของอุปกรณ์—ขับเคลื่อนด้วย RockChip RV1106G3 พร้อมระบบปฏิบัติการ Linux
    - ใช้ ARM Cortex-A7 ความเร็ว 1.0GHz พร้อมรองรับการเข้ารหัสวิดีโอแบบ H.264 และ H.265
    - มี RAM 256MB และที่เก็บข้อมูลแบบ eMMC ขนาด 16GB

    ✅ การเชื่อมต่อผ่าน JetKVM Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
    - รองรับ WebRTC เพื่อให้ผู้ใช้เชื่อมต่อแบบเข้ารหัสผ่านเซิร์ฟเวอร์เฉพาะ

    ✅ RJ11 extension port เป็นจุดเด่นที่ไม่ค่อยพบในอุปกรณ์ประเภทนี้
    - RJ11 รองรับ การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์, ระบบควบคุมพลังงาน ATX และการเข้าถึงคอนโซลแบบอนุกรม

    ✅ ผู้ใช้ยังสามารถเป็น "Late Backer" และสั่งซื้อได้ในราคา $69
    - แม้แคมเปญ Kickstarter จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ที่สนใจยังสามารถสั่งซื้อได้

    https://www.techradar.com/pro/jetkvm-is-an-exciting-tiny-open-source-kvm-over-ip-module-that-sold-almost-100-000-units-and-it-even-has-a-rare-rj11-port
    JetKVM เป็นอุปกรณ์ KVM over IP แบบโอเพ่นซอร์สที่ระดมทุนได้กว่า $4.3 ล้านบน Kickstarter อุปกรณ์นี้ช่วยให้ผู้ใช้ ควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกลผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยใช้ HDMI และ USB นอกจากนี้ JetKVM ยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อผ่าน Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และมีพอร์ต RJ11 ที่สามารถใช้สำหรับการควบคุมเซ็นเซอร์หรือพลังงาน ATX ปัจจุบันอุปกรณ์ยังสามารถสั่งซื้อได้ในราคา $69 แม้แคมเปญ Kickstarter จะปิดไปแล้ว ✅ ระดมทุนเกินเป้าหมายหลายเท่าตัว—Kickstarter ปิดระดมทุนที่ $4.3 ล้าน - JetKVM ตั้งเป้าหมายระดมทุนเพียง $50,000 แต่สามารถทะลุเป้าหมายกว่า 87 เท่า - ผู้สนับสนุน 31,598 รายให้การสนับสนุนอุปกรณ์นี้ ✅ รองรับการควบคุมคอมพิวเตอร์แบบเต็มรูปแบบผ่านเว็บเบราว์เซอร์ - JetKVM ใช้พอร์ต HDMI สำหรับดึงวิดีโอ และพอร์ต USB เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ควบคุม - ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์จากระยะไกลได้ แม้ในกรณีที่เครื่องไม่ตอบสนอง ✅ สเปคของอุปกรณ์—ขับเคลื่อนด้วย RockChip RV1106G3 พร้อมระบบปฏิบัติการ Linux - ใช้ ARM Cortex-A7 ความเร็ว 1.0GHz พร้อมรองรับการเข้ารหัสวิดีโอแบบ H.264 และ H.265 - มี RAM 256MB และที่เก็บข้อมูลแบบ eMMC ขนาด 16GB ✅ การเชื่อมต่อผ่าน JetKVM Cloud เพื่อเพิ่มความปลอดภัย - รองรับ WebRTC เพื่อให้ผู้ใช้เชื่อมต่อแบบเข้ารหัสผ่านเซิร์ฟเวอร์เฉพาะ ✅ RJ11 extension port เป็นจุดเด่นที่ไม่ค่อยพบในอุปกรณ์ประเภทนี้ - RJ11 รองรับ การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์, ระบบควบคุมพลังงาน ATX และการเข้าถึงคอนโซลแบบอนุกรม ✅ ผู้ใช้ยังสามารถเป็น "Late Backer" และสั่งซื้อได้ในราคา $69 - แม้แคมเปญ Kickstarter จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ที่สนใจยังสามารถสั่งซื้อได้ https://www.techradar.com/pro/jetkvm-is-an-exciting-tiny-open-source-kvm-over-ip-module-that-sold-almost-100-000-units-and-it-even-has-a-rare-rj11-port
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 59 มุมมอง 0 รีวิว
  • รายงานจาก NETSCOUT ชี้ว่า การโจมตีแบบ DDoS (Distributed Denial of Service) กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วง การเลือกตั้ง, การประท้วง และความขัดแย้งทางนโยบาย กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีแรงจูงใจทางการเมืองใช้การโจมตีลักษณะนี้เพื่อ บ่อนทำลายความเชื่อมั่นในสถาบันต่าง ๆ และก่อกวนบริการสาธารณะ

    ✅ กลุ่ม NoName057(16) จากรัสเซีย—ผู้นำด้านการโจมตี DDoS ที่มุ่งเป้าไปยังยุโรป
    - รายงานระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์รัสเซีย NoName057(16) กำลังโจมตีระบบของรัฐบาลใน สหราชอาณาจักร, เบลเยียม และสเปน
    - จอร์เจียได้รับผลกระทบหนัก โดยมีจำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้น 1,489% ก่อนการพิจารณากฎหมาย "Russia Bill"

    ✅ จำนวนการโจมตีพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว—ครึ่งหลังของปี 2024 มีการโจมตีถึง 9 ล้านครั้ง
    - เพิ่มขึ้น 12.75% จากครึ่งแรกของปี 2024
    - อิสราเอลโดนโจมตีหนักที่สุด เพิ่มขึ้น 2,844% มีการโจมตีสูงสุดถึง 519 ครั้งในหนึ่งวัน

    ✅ DDoS ต่างจาก Ransomware—เป้าหมายคือทำลาย ไม่ใช่เรียกค่าไถ่
    - Ransomware ถูกใช้เพื่อเรียกค่าไถ่ ในขณะที่ DDoS มุ่งเน้นสร้างความปั่นป่วนโดยไม่มีข้อเรียกร้องทางการเงิน
    - ทำให้เป็น เครื่องมือทางการเมืองที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

    ✅ องค์กรต้องใช้กลยุทธ์การป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น
    - การเฝ้าระวังและใช้ระบบตรวจจับล่วงหน้า เป็นสิ่งจำเป็น
    - ต้องมี มาตรการป้องกันขั้นสูงเพื่อลดผลกระทบจากการโจมตี

    https://www.techradar.com/pro/security/ddos-attacks-are-becoming-a-critical-tool-in-geopolitical-battles
    รายงานจาก NETSCOUT ชี้ว่า การโจมตีแบบ DDoS (Distributed Denial of Service) กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วง การเลือกตั้ง, การประท้วง และความขัดแย้งทางนโยบาย กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีแรงจูงใจทางการเมืองใช้การโจมตีลักษณะนี้เพื่อ บ่อนทำลายความเชื่อมั่นในสถาบันต่าง ๆ และก่อกวนบริการสาธารณะ ✅ กลุ่ม NoName057(16) จากรัสเซีย—ผู้นำด้านการโจมตี DDoS ที่มุ่งเป้าไปยังยุโรป - รายงานระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์รัสเซีย NoName057(16) กำลังโจมตีระบบของรัฐบาลใน สหราชอาณาจักร, เบลเยียม และสเปน - จอร์เจียได้รับผลกระทบหนัก โดยมีจำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้น 1,489% ก่อนการพิจารณากฎหมาย "Russia Bill" ✅ จำนวนการโจมตีพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว—ครึ่งหลังของปี 2024 มีการโจมตีถึง 9 ล้านครั้ง - เพิ่มขึ้น 12.75% จากครึ่งแรกของปี 2024 - อิสราเอลโดนโจมตีหนักที่สุด เพิ่มขึ้น 2,844% มีการโจมตีสูงสุดถึง 519 ครั้งในหนึ่งวัน ✅ DDoS ต่างจาก Ransomware—เป้าหมายคือทำลาย ไม่ใช่เรียกค่าไถ่ - Ransomware ถูกใช้เพื่อเรียกค่าไถ่ ในขณะที่ DDoS มุ่งเน้นสร้างความปั่นป่วนโดยไม่มีข้อเรียกร้องทางการเงิน - ทำให้เป็น เครื่องมือทางการเมืองที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ✅ องค์กรต้องใช้กลยุทธ์การป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น - การเฝ้าระวังและใช้ระบบตรวจจับล่วงหน้า เป็นสิ่งจำเป็น - ต้องมี มาตรการป้องกันขั้นสูงเพื่อลดผลกระทบจากการโจมตี https://www.techradar.com/pro/security/ddos-attacks-are-becoming-a-critical-tool-in-geopolitical-battles
    WWW.TECHRADAR.COM
    DDoS attacks are becoming a critical tool in geopolitical battles
    Critical infrastructure is the top target, report warns
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 53 มุมมอง 0 รีวิว
  • MediaTek เปิดตัว Kompanio Ultra SoC ที่ออกแบบมาเพื่อ Chromebook Plus โดยเน้น AI และประสิทธิภาพการประมวลผล ชิปตัวนี้มาพร้อม พลัง AI สูงถึง 50 TOPS และใช้สถาปัตยกรรม Cortex-X925 เพื่อการทำงานที่เร็วขึ้น สามารถจัดการงาน AI บนเครื่องโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และมีระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะเพื่อให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน รองรับ Wi-Fi 7 และการแสดงผล 4K หลายจอ ช่วยให้การใช้งาน Chromebook มีความลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ✅ การพัฒนาเพื่อประสบการณ์ AI บนเครื่องโดยตรง
    - Kompanio Ultra มาพร้อม พลังการประมวลผล AI ถึง 50 TOPS
    - รองรับ AI Generative บนเครื่อง โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
    - มี NPU รุ่นที่ 8 ที่ช่วยเร่งงานด้าน AI เช่น การจัดการงานอัตโนมัติ และการสร้างเนื้อหาแบบ AI-enhanced

    ✅ การร่วมมือกับ Google เพื่อเสริมศักยภาพ ChromeOS
    - MediaTek ทำงานร่วมกับ Google ในการพัฒนา Chromebook Plus
    - ช่วยให้การทำงานของ ChromeOS เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น

    ✅ ประสิทธิภาพพลังงานสูง รองรับการทำงานตลอดวัน
    - ใช้ระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะ และมี แคชขนาดใหญ่ในตัวชิป
    - ช่วยให้ Chromebook สามารถทำงาน ต่อเนื่องได้ทั้งวันโดยไม่ลดประสิทธิภาพ

    ✅ รองรับมัลติทาสก์และการแสดงผลระดับสูง
    - ใช้งาน จอแสดงผล 4K ได้ถึงสองจอพร้อมกัน
    - ระบบเสียง Hi-Fi audio ช่วยให้การสนทนาและการดูวิดีโอคมชัดขึ้น

    ✅ Wi-Fi 7 มอบความเร็วและการเชื่อมต่อที่เสถียร
    - Kompanio Ultra รองรับ Wi-Fi 7 เพื่อการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นและลดความหน่วง

    https://www.techpowerup.com/335034/mediatek-introduces-kompanio-ultra-soc-touted-to-redefine-ai-performance-for-chromebook-plus
    MediaTek เปิดตัว Kompanio Ultra SoC ที่ออกแบบมาเพื่อ Chromebook Plus โดยเน้น AI และประสิทธิภาพการประมวลผล ชิปตัวนี้มาพร้อม พลัง AI สูงถึง 50 TOPS และใช้สถาปัตยกรรม Cortex-X925 เพื่อการทำงานที่เร็วขึ้น สามารถจัดการงาน AI บนเครื่องโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และมีระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะเพื่อให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน รองรับ Wi-Fi 7 และการแสดงผล 4K หลายจอ ช่วยให้การใช้งาน Chromebook มีความลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ✅ การพัฒนาเพื่อประสบการณ์ AI บนเครื่องโดยตรง - Kompanio Ultra มาพร้อม พลังการประมวลผล AI ถึง 50 TOPS - รองรับ AI Generative บนเครื่อง โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต - มี NPU รุ่นที่ 8 ที่ช่วยเร่งงานด้าน AI เช่น การจัดการงานอัตโนมัติ และการสร้างเนื้อหาแบบ AI-enhanced ✅ การร่วมมือกับ Google เพื่อเสริมศักยภาพ ChromeOS - MediaTek ทำงานร่วมกับ Google ในการพัฒนา Chromebook Plus - ช่วยให้การทำงานของ ChromeOS เร็วขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น ✅ ประสิทธิภาพพลังงานสูง รองรับการทำงานตลอดวัน - ใช้ระบบ จัดการพลังงานอัจฉริยะ และมี แคชขนาดใหญ่ในตัวชิป - ช่วยให้ Chromebook สามารถทำงาน ต่อเนื่องได้ทั้งวันโดยไม่ลดประสิทธิภาพ ✅ รองรับมัลติทาสก์และการแสดงผลระดับสูง - ใช้งาน จอแสดงผล 4K ได้ถึงสองจอพร้อมกัน - ระบบเสียง Hi-Fi audio ช่วยให้การสนทนาและการดูวิดีโอคมชัดขึ้น ✅ Wi-Fi 7 มอบความเร็วและการเชื่อมต่อที่เสถียร - Kompanio Ultra รองรับ Wi-Fi 7 เพื่อการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นและลดความหน่วง https://www.techpowerup.com/335034/mediatek-introduces-kompanio-ultra-soc-touted-to-redefine-ai-performance-for-chromebook-plus
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    MediaTek Introduces Kompanio Ultra SoC, Touted to Redefine AI Performance for Chromebook Plus
    MediaTek has introduced the Kompanio Ultra, the latest milestone in AI-powered, high-performance Chromebooks. Leveraging MediaTek's proven expertise in flagship innovation, this powerful new platform brings fantastic on-device AI capabilities, superior computing performance, and industry-leading pow...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 39 มุมมอง 0 รีวิว
  • ร้านค้าในเวียดนามเผยเซิร์ฟเวอร์ AI มูลค่า $30,000 ที่ใช้ RTX 5090 ถึง 7 ตัว พร้อมพลังงาน 4,000 วัตต์และหน่วยความจำ 224GB สถาปัตยกรรม Blackwell ช่วยให้ RTX 5090 เหมาะกับงาน AI แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนายอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า อย่างไรก็ตาม Nvidia มุ่งขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม ทำให้ RTX 5090 หาได้ยากและราคาสูง ตลาดมือสองอาจเป็นทางเลือกสำหรับคนที่มองหาการ์ดที่คุ้มค่ากว่า

    ✅ RTX 5090 มาพร้อมสถาปัตยกรรม Blackwell—ออกแบบเพื่อ AI โดยเฉพาะ
    - รองรับ รูปแบบข้อมูลที่มีความแม่นยำต่ำกว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ AI
    - แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนา AI ก็ยังยอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า

    ✅ เซิร์ฟเวอร์นี้ใช้โครงสร้างแบบ “Open-Air GPU Frame”
    - ใช้ PCIe riser cables เชื่อมต่อ GPU แต่ละตัว
    - ใช้ Super Flower Leadex 2000W PSUs หลายตัวเพื่อรองรับกำลังไฟ

    ✅ หน่วยความจำรวม 224GB ไม่ใช่ “Unified Memory”
    - นักพัฒนาต้องใช้เทคนิค Model Parallelism เพื่อแบ่งงานระหว่าง GPU
    - ต่างจาก Blackwell Workstation Cards ที่มี VRAM สูงถึง 96GB ซึ่งเหมาะกับโมเดลที่มีพารามิเตอร์ซับซ้อน

    ✅ ราคา GPU สูงขึ้น เพราะ Nvidia เน้นขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม
    - Nvidia ใช้ เวเฟอร์จาก TSMC กับ B100/B200/B300 มากกว่าผลิต RTX
    - ทำให้การ์ดเกม หาได้ยากและราคาสูงกว่าปกติ

    ✅ ตลาด GPU มือสองเริ่มน่าสนใจ
    - รุ่นเก่าอย่าง RTX 4090 ที่มี 48GB VRAM ได้รับความนิยมในจีน
    - อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าราคาการ์ดใหม่จะปรับตัว

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/seven-rtx-5090-gpus-power-ai-server-worth-over-usd30-000-over-4000w-of-power-and-224gb-of-memory-in-a-single-frame
    ร้านค้าในเวียดนามเผยเซิร์ฟเวอร์ AI มูลค่า $30,000 ที่ใช้ RTX 5090 ถึง 7 ตัว พร้อมพลังงาน 4,000 วัตต์และหน่วยความจำ 224GB สถาปัตยกรรม Blackwell ช่วยให้ RTX 5090 เหมาะกับงาน AI แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนายอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า อย่างไรก็ตาม Nvidia มุ่งขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม ทำให้ RTX 5090 หาได้ยากและราคาสูง ตลาดมือสองอาจเป็นทางเลือกสำหรับคนที่มองหาการ์ดที่คุ้มค่ากว่า ✅ RTX 5090 มาพร้อมสถาปัตยกรรม Blackwell—ออกแบบเพื่อ AI โดยเฉพาะ - รองรับ รูปแบบข้อมูลที่มีความแม่นยำต่ำกว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ AI - แม้ราคาต่อการ์ดสูงถึง $4,000 นักพัฒนา AI ก็ยังยอมลงทุนเพราะประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ✅ เซิร์ฟเวอร์นี้ใช้โครงสร้างแบบ “Open-Air GPU Frame” - ใช้ PCIe riser cables เชื่อมต่อ GPU แต่ละตัว - ใช้ Super Flower Leadex 2000W PSUs หลายตัวเพื่อรองรับกำลังไฟ ✅ หน่วยความจำรวม 224GB ไม่ใช่ “Unified Memory” - นักพัฒนาต้องใช้เทคนิค Model Parallelism เพื่อแบ่งงานระหว่าง GPU - ต่างจาก Blackwell Workstation Cards ที่มี VRAM สูงถึง 96GB ซึ่งเหมาะกับโมเดลที่มีพารามิเตอร์ซับซ้อน ✅ ราคา GPU สูงขึ้น เพราะ Nvidia เน้นขาย AI Accelerators มากกว่าการ์ดเกม - Nvidia ใช้ เวเฟอร์จาก TSMC กับ B100/B200/B300 มากกว่าผลิต RTX - ทำให้การ์ดเกม หาได้ยากและราคาสูงกว่าปกติ ✅ ตลาด GPU มือสองเริ่มน่าสนใจ - รุ่นเก่าอย่าง RTX 4090 ที่มี 48GB VRAM ได้รับความนิยมในจีน - อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าราคาการ์ดใหม่จะปรับตัว https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/seven-rtx-5090-gpus-power-ai-server-worth-over-usd30-000-over-4000w-of-power-and-224gb-of-memory-in-a-single-frame
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 43 มุมมอง 0 รีวิว
  • Intel นำแคมเปญ "Intel Inside" กลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ ที่เน้นการเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ แทนที่จะเน้นแค่ชิปโปรเซสเซอร์ แคมเปญเดิมจากปี 1991 เคยช่วยให้ Intel กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก และปัจจุบันบริษัทต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับ AMD รวมถึงเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ การรีแบรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่า Intel ไม่ใช่แค่แบรนด์ฮาร์ดแวร์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลก ICT

    ✅ แคมเปญ Intel Inside เคยปฏิวัติการตลาดของชิปในปี 1991
    - ก่อนหน้าปี 1991 ผู้ผลิตชิปมักโปรโมทผลิตภัณฑ์ให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์โดยตรง
    - Intel เปลี่ยนเกมด้วยการ สื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ตระหนักถึงบทบาทของโปรเซสเซอร์

    ✅ บทบาทของ Intel Inside เปลี่ยนไปตามยุคสมัย
    - ในยุค 90s Intel Inside เป็นจุดเด่นของ Pentium และ Celeron ที่กำหนดมาตรฐานตลาดพีซี
    - ในยุค 2000s แคมเปญนี้ช่วย ขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Centrino และ Core Series
    - ปัจจุบัน Intel ขยายแนวคิดจาก ประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ไปสู่การเชื่อมโยงชีวิตประจำวัน

    ✅ Brett Hannath (CMO ของ Intel) ชี้แจงแนวคิดเบื้องหลังแคมเปญใหม่
    - Intel ต้องการแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีของตนช่วยเปิดโอกาสให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น พนักงาน, นักเรียน, นักพัฒนา หรือองค์กร
    - การสื่อสารนี้ช่วยให้แบรนด์ Intel มีอิทธิพลต่อชีวิตมากกว่าการเป็นผู้ผลิตชิปเพียงอย่างเดียว

    ✅ Intel เผชิญการแข่งขันจาก AMD ที่มีการรับรู้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น
    - ในอดีต Intel Inside ช่วยให้ Intel เป็นผู้นำในตลาด แต่ปัจจุบัน AMD มีความแข็งแกร่งมากขึ้น
    - การรีแบรนด์ครั้งนี้อาจเป็นกลยุทธ์ เพื่อรักษาความได้เปรียบ และปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย

    ✅ อุตสาหกรรม ICT มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังยุคพีซี
    - จากเดิมที่ Intel โดดเด่นในตลาด พีซีและแล็ปท็อป ปัจจุบันบริษัทต้องขยายอิทธิพลไปสู่ AI, Data Centers และอุปกรณ์ IoT
    - การรีแบรนด์ครั้งนี้เน้นให้เห็นว่า Intel เป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีรอบตัวเรา ไม่ใช่แค่ชิปในคอมพิวเตอร์

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/intel-refreshes-iconic-brand-with-thats-the-power-of-intel-inside-campaign
    Intel นำแคมเปญ "Intel Inside" กลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ ที่เน้นการเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้ แทนที่จะเน้นแค่ชิปโปรเซสเซอร์ แคมเปญเดิมจากปี 1991 เคยช่วยให้ Intel กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก และปัจจุบันบริษัทต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันกับ AMD รวมถึงเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ การรีแบรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่า Intel ไม่ใช่แค่แบรนด์ฮาร์ดแวร์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลก ICT ✅ แคมเปญ Intel Inside เคยปฏิวัติการตลาดของชิปในปี 1991 - ก่อนหน้าปี 1991 ผู้ผลิตชิปมักโปรโมทผลิตภัณฑ์ให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์โดยตรง - Intel เปลี่ยนเกมด้วยการ สื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ตระหนักถึงบทบาทของโปรเซสเซอร์ ✅ บทบาทของ Intel Inside เปลี่ยนไปตามยุคสมัย - ในยุค 90s Intel Inside เป็นจุดเด่นของ Pentium และ Celeron ที่กำหนดมาตรฐานตลาดพีซี - ในยุค 2000s แคมเปญนี้ช่วย ขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Centrino และ Core Series - ปัจจุบัน Intel ขยายแนวคิดจาก ประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ไปสู่การเชื่อมโยงชีวิตประจำวัน ✅ Brett Hannath (CMO ของ Intel) ชี้แจงแนวคิดเบื้องหลังแคมเปญใหม่ - Intel ต้องการแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีของตนช่วยเปิดโอกาสให้กับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น พนักงาน, นักเรียน, นักพัฒนา หรือองค์กร - การสื่อสารนี้ช่วยให้แบรนด์ Intel มีอิทธิพลต่อชีวิตมากกว่าการเป็นผู้ผลิตชิปเพียงอย่างเดียว ✅ Intel เผชิญการแข่งขันจาก AMD ที่มีการรับรู้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น - ในอดีต Intel Inside ช่วยให้ Intel เป็นผู้นำในตลาด แต่ปัจจุบัน AMD มีความแข็งแกร่งมากขึ้น - การรีแบรนด์ครั้งนี้อาจเป็นกลยุทธ์ เพื่อรักษาความได้เปรียบ และปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย ✅ อุตสาหกรรม ICT มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังยุคพีซี - จากเดิมที่ Intel โดดเด่นในตลาด พีซีและแล็ปท็อป ปัจจุบันบริษัทต้องขยายอิทธิพลไปสู่ AI, Data Centers และอุปกรณ์ IoT - การรีแบรนด์ครั้งนี้เน้นให้เห็นว่า Intel เป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีรอบตัวเรา ไม่ใช่แค่ชิปในคอมพิวเตอร์ https://www.tomshardware.com/tech-industry/intel-refreshes-iconic-brand-with-thats-the-power-of-intel-inside-campaign
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 32 มุมมอง 0 รีวิว
  • Wikipedia กำลังเผชิญปัญหาทราฟฟิกสูงจาก AI Scraper ที่ดูดข้อมูลมหาศาลไปใช้ฝึกโมเดล โดย Wikimedia Commons ซึ่งเก็บสื่อกว่า 144 ล้านไฟล์ ได้รับผลกระทบหนัก แบนด์วิดท์เพิ่มขึ้นถึง 50% ทำให้เซิร์ฟเวอร์ทำงานหนัก Wikimedia เคยเจอปัญหานี้ตอน Jimmy Carter เสียชีวิต และมีผู้ใช้เข้าชมหน้า Wikipedia อย่างล้นหลาม ขณะนี้มีแผน สร้าง API เฉพาะ เพื่อควบคุมการเข้าถึงของ AI Bots และลดภาระเซิร์ฟเวอร์

    ✅ AI Scraper ส่งผลให้การดาวน์โหลดสื่อจาก Wikimedia Commons เพิ่มขึ้น 50%
    - Wikimedia Commons มีไฟล์ กว่า 144 ล้านรายการ เช่น รูปภาพ, วิดีโอ และเอกสาร ที่เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตสาธารณะ
    - แต่ตอนนี้ AI Bots กำลัง ดึงข้อมูลมหาศาล ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานของ Wikimedia ทำงานหนัก

    ✅ Wikipedia เคยได้รับผลกระทบจากปริมาณผู้ใช้สูง—กรณี Jimmy Carter เสียชีวิต
    - เมื่อ Jimmy Carter อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสียชีวิตในเดือนธันวาคม 2024 ผู้ใช้กว่า 2.8 ล้านคน เข้าดูหน้า Wikipedia ของเขา
    - นอกจากนี้ยังมีการ สตรีมวิดีโอการโต้วาทีของเขากับ Ronald Reagan นาน 1.5 ชั่วโมง ทำให้เกิดปัญหาการเชื่อมต่อชั่วคราว

    ✅ อย่างน้อย 65% ของทราฟฟิกที่ใช้ทรัพยากรมากสุดมาจาก AI Bots
    - Wikimedia พบว่า AI Bots ผ่านแคชและเข้าถึงศูนย์ข้อมูลหลักโดยตรง
    - ระบบต้องรับมือกับ การโหลดข้อมูลที่มากผิดปกติ จากการฝึก AI

    ✅ Wikimedia วางแผนสร้าง API เฉพาะเพื่อลดภาระเซิร์ฟเวอร์
    - จะมีการทำงานร่วมกับผู้พัฒนา AI เพื่อกำหนดแนวทางการเข้าถึงข้อมูลที่สมดุล
    - หวังว่า API เฉพาะจะช่วยให้สามารถตรวจจับและควบคุม "ผู้ใช้ที่ไม่หวังดี" ได้ดีขึ้น

    https://www.techspot.com/news/107407-wikipedia-servers-struggling-under-pressure-ai-scraping-bots.html
    Wikipedia กำลังเผชิญปัญหาทราฟฟิกสูงจาก AI Scraper ที่ดูดข้อมูลมหาศาลไปใช้ฝึกโมเดล โดย Wikimedia Commons ซึ่งเก็บสื่อกว่า 144 ล้านไฟล์ ได้รับผลกระทบหนัก แบนด์วิดท์เพิ่มขึ้นถึง 50% ทำให้เซิร์ฟเวอร์ทำงานหนัก Wikimedia เคยเจอปัญหานี้ตอน Jimmy Carter เสียชีวิต และมีผู้ใช้เข้าชมหน้า Wikipedia อย่างล้นหลาม ขณะนี้มีแผน สร้าง API เฉพาะ เพื่อควบคุมการเข้าถึงของ AI Bots และลดภาระเซิร์ฟเวอร์ ✅ AI Scraper ส่งผลให้การดาวน์โหลดสื่อจาก Wikimedia Commons เพิ่มขึ้น 50% - Wikimedia Commons มีไฟล์ กว่า 144 ล้านรายการ เช่น รูปภาพ, วิดีโอ และเอกสาร ที่เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตสาธารณะ - แต่ตอนนี้ AI Bots กำลัง ดึงข้อมูลมหาศาล ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานของ Wikimedia ทำงานหนัก ✅ Wikipedia เคยได้รับผลกระทบจากปริมาณผู้ใช้สูง—กรณี Jimmy Carter เสียชีวิต - เมื่อ Jimmy Carter อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสียชีวิตในเดือนธันวาคม 2024 ผู้ใช้กว่า 2.8 ล้านคน เข้าดูหน้า Wikipedia ของเขา - นอกจากนี้ยังมีการ สตรีมวิดีโอการโต้วาทีของเขากับ Ronald Reagan นาน 1.5 ชั่วโมง ทำให้เกิดปัญหาการเชื่อมต่อชั่วคราว ✅ อย่างน้อย 65% ของทราฟฟิกที่ใช้ทรัพยากรมากสุดมาจาก AI Bots - Wikimedia พบว่า AI Bots ผ่านแคชและเข้าถึงศูนย์ข้อมูลหลักโดยตรง - ระบบต้องรับมือกับ การโหลดข้อมูลที่มากผิดปกติ จากการฝึก AI ✅ Wikimedia วางแผนสร้าง API เฉพาะเพื่อลดภาระเซิร์ฟเวอร์ - จะมีการทำงานร่วมกับผู้พัฒนา AI เพื่อกำหนดแนวทางการเข้าถึงข้อมูลที่สมดุล - หวังว่า API เฉพาะจะช่วยให้สามารถตรวจจับและควบคุม "ผู้ใช้ที่ไม่หวังดี" ได้ดีขึ้น https://www.techspot.com/news/107407-wikipedia-servers-struggling-under-pressure-ai-scraping-bots.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Wikipedia servers are struggling under pressure from AI scraping bots
    The Wikimedia Foundation, the nonprofit organization hosting Wikipedia and other widely popular websites, is raising concerns about AI scraper bots and their impact on the foundation's internet...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 30 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทหารผ่านศึก—กำลังสำคัญของวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้ หากได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม

    ทหารผ่านศึกถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในการทำงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เนื่องจากมีทักษะด้านความปลอดภัย และการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคเรื่องการแปลทักษะ และการสร้างเครือข่ายในภาคเอกชน หน่วยงานอย่าง SANS Veterans Cyber Academy และโครงการ Onward to Opportunity ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้และได้รับใบรับรองที่จำเป็น ในขณะที่บริษัทต่าง ๆ สามารถมีส่วนร่วมโดยสร้างโครงการรับสมัครและให้การสนับสนุนทหารผ่านศึก

    ==จุดแข็งของทหารผ่านศึกในวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้==
    ✅ ความเข้าใจด้านความปลอดภัยเป็นพื้นฐานสำคัญ
    - ทหารผ่านศึกมีประสบการณ์ด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ หรือข้อมูลดิจิทัล
    - หน่วยงานด้านไซเบอร์เช่น CISA สนับสนุนให้ทหารผ่านศึกก้าวสู่สายงานนี้

    ✅ ทักษะการวิเคราะห์และจัดการปัญหาเฉพาะหน้า
    - พวกเขาคุ้นเคยกับ การรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และการวางแผนกลยุทธ์ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้

    ✅ ความสามารถในการทำงานเป็นทีมและปฏิบัติงานภายใต้แรงกดดัน
    - ทหารผ่านศึกมีประสบการณ์ทำงานร่วมกันเป็นทีม และสามารถรับมือกับสภาวะความกดดันสูงได้ดี

    ==อุปสรรคที่ทหารผ่านศึกต้องเผชิญ==
    ❌ การแปลทักษะจากโลกทหารสู่คำศัพท์พลเรือน
    - การใช้คำศัพท์เฉพาะทางในกองทัพอาจไม่ถูกเข้าใจโดยบริษัทเทคโนโลยี
    - ระบบตรวจสอบเรซูเม่อัตโนมัติอาจไม่สามารถจับคู่ทักษะของพวกเขากับตำแหน่งงานที่เปิดรับ

    ❌ ขาดเครือข่ายและการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม
    - หลายคนพบว่าการหางานที่เหมาะสมเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากขาดเครือข่ายในภาคเอกชน

    ==แนวทางสนับสนุนที่ช่วยให้ทหารผ่านศึกก้าวเข้าสู่สายงานไซเบอร์ซีเคียวริตี้==
    💡 หลักสูตรอบรมเฉพาะทาง เช่น SANS Veterans Cyber Academy และ Onward to Opportunity
    - ช่วยให้ทหารผ่านศึกเรียนรู้พื้นฐานด้านไซเบอร์ และได้รับใบรับรองอุตสาหกรรม

    💡 การมีพี่เลี้ยงและเครือข่ายสนับสนุน
    - การพูดคุยกับผู้ที่อยู่ในวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้สามารถช่วยให้พวกเขาเข้าใจวิธีเปลี่ยนทักษะจากโลกทหารให้เหมาะสมกับงานพลเรือน

    💡 บริษัทควรมีโครงการสนับสนุนและรับสมัครทหารผ่านศึก
    - องค์กรสามารถเข้าร่วมงานจัดหางานในฐานทัพเพื่อดึงดูดผู้สมัครที่มีศักยภาพ

    https://www.csoonline.com/article/3853771/veterans-are-an-obvious-fit-for-cybersecurity-but-some-tailored-support-helps-ensure-they-succeed.html
    ทหารผ่านศึก—กำลังสำคัญของวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้ หากได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม ทหารผ่านศึกถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในการทำงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เนื่องจากมีทักษะด้านความปลอดภัย และการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคเรื่องการแปลทักษะ และการสร้างเครือข่ายในภาคเอกชน หน่วยงานอย่าง SANS Veterans Cyber Academy และโครงการ Onward to Opportunity ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้และได้รับใบรับรองที่จำเป็น ในขณะที่บริษัทต่าง ๆ สามารถมีส่วนร่วมโดยสร้างโครงการรับสมัครและให้การสนับสนุนทหารผ่านศึก ==จุดแข็งของทหารผ่านศึกในวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้== ✅ ความเข้าใจด้านความปลอดภัยเป็นพื้นฐานสำคัญ - ทหารผ่านศึกมีประสบการณ์ด้านความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ หรือข้อมูลดิจิทัล - หน่วยงานด้านไซเบอร์เช่น CISA สนับสนุนให้ทหารผ่านศึกก้าวสู่สายงานนี้ ✅ ทักษะการวิเคราะห์และจัดการปัญหาเฉพาะหน้า - พวกเขาคุ้นเคยกับ การรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และการวางแผนกลยุทธ์ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ✅ ความสามารถในการทำงานเป็นทีมและปฏิบัติงานภายใต้แรงกดดัน - ทหารผ่านศึกมีประสบการณ์ทำงานร่วมกันเป็นทีม และสามารถรับมือกับสภาวะความกดดันสูงได้ดี ==อุปสรรคที่ทหารผ่านศึกต้องเผชิญ== ❌ การแปลทักษะจากโลกทหารสู่คำศัพท์พลเรือน - การใช้คำศัพท์เฉพาะทางในกองทัพอาจไม่ถูกเข้าใจโดยบริษัทเทคโนโลยี - ระบบตรวจสอบเรซูเม่อัตโนมัติอาจไม่สามารถจับคู่ทักษะของพวกเขากับตำแหน่งงานที่เปิดรับ ❌ ขาดเครือข่ายและการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม - หลายคนพบว่าการหางานที่เหมาะสมเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากขาดเครือข่ายในภาคเอกชน ==แนวทางสนับสนุนที่ช่วยให้ทหารผ่านศึกก้าวเข้าสู่สายงานไซเบอร์ซีเคียวริตี้== 💡 หลักสูตรอบรมเฉพาะทาง เช่น SANS Veterans Cyber Academy และ Onward to Opportunity - ช่วยให้ทหารผ่านศึกเรียนรู้พื้นฐานด้านไซเบอร์ และได้รับใบรับรองอุตสาหกรรม 💡 การมีพี่เลี้ยงและเครือข่ายสนับสนุน - การพูดคุยกับผู้ที่อยู่ในวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้สามารถช่วยให้พวกเขาเข้าใจวิธีเปลี่ยนทักษะจากโลกทหารให้เหมาะสมกับงานพลเรือน 💡 บริษัทควรมีโครงการสนับสนุนและรับสมัครทหารผ่านศึก - องค์กรสามารถเข้าร่วมงานจัดหางานในฐานทัพเพื่อดึงดูดผู้สมัครที่มีศักยภาพ https://www.csoonline.com/article/3853771/veterans-are-an-obvious-fit-for-cybersecurity-but-some-tailored-support-helps-ensure-they-succeed.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Veterans are an obvious fit for cybersecurity, but tailored support ensures they succeed
    Paying attention to the specific needs of military members transitioning to civilian security positions can help organizations improve their recruitment and retention, and the process can benefit hiring programs in general.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 35 มุมมอง 0 รีวิว
  • Proton ได้เปิดตัว VPN เวอร์ชันปรับปรุงใหม่บน Windows พร้อม อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายขึ้น และเพิ่มฟีเจอร์ Profiles ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถ ตั้งค่าการเชื่อมต่อเฉพาะสำหรับสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การเล่นเกม, การสตรีมวิดีโอ หรือการเชื่อมต่อเพื่อความเป็นส่วนตัว

    ✅ UI ใหม่ ช่วยให้การเข้าถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ สะดวกขึ้น
    - มี การจัดเรียงเมนูใหม่ ทำให้การตั้งค่า Kill Switch, Port Forwarding, Split Tunneling และอื่น ๆ เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
    - รองรับ โหมด Light Mode สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการอินเทอร์เฟซสว่าง

    ✅ Profiles—ตัวเลือกปรับแต่งการเชื่อมต่อ VPN ตามสถานการณ์
    - ผู้ใช้สามารถสร้างโปรไฟล์สำหรับ การท่องเว็บทั่วไป, การเล่นเกม, การสตรีมวิดีโอ หรือ P2P การเชื่อมต่อ
    - โปรไฟล์แต่ละแบบสามารถกำหนด ประเทศ, เมือง, เซิร์ฟเวอร์, โปรโตคอล และการตั้งค่าเฉพาะ

    ✅ ฟีเจอร์โปรไฟล์ยังรองรับบน iOS และ Android
    - ผู้ใช้สามารถ ตั้งค่าการเชื่อมต่อและเข้าถึง VPN ได้จากหน้า Home Screen
    - บน iOS และ Android มีวิดเจ็ตช่วยให้เปิด VPN และเชื่อมต่อโปรไฟล์ที่ใช้บ่อยได้ง่ายขึ้น

    ✅ วิธีดาวน์โหลดเวอร์ชันใหม่
    - สำหรับ Windows ไปที่ Menu > About แล้วตรวจสอบการอัปเดต
    - สำหรับ iOS สามารถดาวน์โหลดได้จาก App Store

    https://www.neowin.net/news/proton-launches-redesigned-vpn-client-for-windows-with-new-profiles-feature/
    Proton ได้เปิดตัว VPN เวอร์ชันปรับปรุงใหม่บน Windows พร้อม อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายขึ้น และเพิ่มฟีเจอร์ Profiles ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถ ตั้งค่าการเชื่อมต่อเฉพาะสำหรับสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การเล่นเกม, การสตรีมวิดีโอ หรือการเชื่อมต่อเพื่อความเป็นส่วนตัว ✅ UI ใหม่ ช่วยให้การเข้าถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ สะดวกขึ้น - มี การจัดเรียงเมนูใหม่ ทำให้การตั้งค่า Kill Switch, Port Forwarding, Split Tunneling และอื่น ๆ เข้าถึงได้ง่ายขึ้น - รองรับ โหมด Light Mode สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการอินเทอร์เฟซสว่าง ✅ Profiles—ตัวเลือกปรับแต่งการเชื่อมต่อ VPN ตามสถานการณ์ - ผู้ใช้สามารถสร้างโปรไฟล์สำหรับ การท่องเว็บทั่วไป, การเล่นเกม, การสตรีมวิดีโอ หรือ P2P การเชื่อมต่อ - โปรไฟล์แต่ละแบบสามารถกำหนด ประเทศ, เมือง, เซิร์ฟเวอร์, โปรโตคอล และการตั้งค่าเฉพาะ ✅ ฟีเจอร์โปรไฟล์ยังรองรับบน iOS และ Android - ผู้ใช้สามารถ ตั้งค่าการเชื่อมต่อและเข้าถึง VPN ได้จากหน้า Home Screen - บน iOS และ Android มีวิดเจ็ตช่วยให้เปิด VPN และเชื่อมต่อโปรไฟล์ที่ใช้บ่อยได้ง่ายขึ้น ✅ วิธีดาวน์โหลดเวอร์ชันใหม่ - สำหรับ Windows ไปที่ Menu > About แล้วตรวจสอบการอัปเดต - สำหรับ iOS สามารถดาวน์โหลดได้จาก App Store https://www.neowin.net/news/proton-launches-redesigned-vpn-client-for-windows-with-new-profiles-feature/
    WWW.NEOWIN.NET
    Proton launches redesigned VPN client for Windows with new profiles feature
    Proton is launching a redesigned VPN client for Windows with improved visuals and some new features.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 54 มุมมอง 0 รีวิว
  • แอปฯ ViaBus สยายปีกสู่ลาว ติดตามรถเมล์เวียงจันทน์ได้แล้ว

    ในงานสัปดาห์ดิจิทัลลาว 2025 (Laos Digital Week 2025) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 เม.ย.2568 ที่หอประชุมแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าสนใจ คือ รัฐวิสาหกิจรถเมล์นครหลวงเวียงจันทน์ (VCSBE) ได้ร่วมกับ บริษัท เวีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเวียบัส (ViaBus) เปิดบริการแจ้งติดตามรถเมล์แบบเรียลไทม์ แก่รถโดยสารในนครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อพัฒนาการบริการ โดยนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย สามารถติดตามรถเมล์ และจุดจอดรถเมล์ได้เหมือนที่ประเทศไทย

    ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2568 นายอินทัช มาศวงษ์ปกรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับท่านแก้ววันพร วอนทีวงสี ผู้อำนวยการใหญ่ รัฐวิสาหกิจรถเมล์นครหลวงเวียงจันทน์ ที่โรงแรมลาวพลาซ่า เพื่อพัฒนาระบบติดตามและบริหารจัดการรถโดยสารประจำทางผ่านแอปพลิเคชัน ViaBus โดยมีนายมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะในนครหลวงเวียงจันทน์ พร้อมเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางกับภูมิภาคอาเซียนในมิติที่ทันสมัยและยั่งยืน

    สำหรับรัฐวิสาหกิจรถเมล์นครหลวงเวียงจันทน์ มีเส้นทางให้บริการประมาณ 16 เส้นทาง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่สถานีขนส่งตลาดเช้า (Central Bus Station หรือ CBS) ไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ เช่น สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1, มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ดงโดก, สนามบินสากลวัดไต, สถานีรถสายเหนือ, สถานีรถสายใต้, ศูนย์ประชุมลาวไอเต็ก (ITECC) รวมทั้งสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์ (รถไฟลาว-จีน) และสถานีเวียงจันทน์ คำสะหวาด (รถไฟไทย-ลาว) เดิมมีเว็บไซต์ติดตามรถเมล์ https://lao.busnavi.asia อยู่แล้ว ความร่วมมือกับ ViaBus ที่มีผู้ใช้งาน 5 ล้านคน จะทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 1.2 ล้านคนเดินทางในนครหลวงเวียงจันทน์สะดวกขึ้น รวมทั้งจูงใจชาวนครหลวงเวียงจันทน์กว่า 7 แสนคนหันมาใช้รถเมล์แทนรถส่วนตัว

    ก่อนหน้านี้ ViaBus ได้ทดลองติดตามรถเมล์แบบเรียลไทม์ที่ประเทศมาเลเซียใน 3 เมือง ได้แก่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เกาะปีนัง และเมืองยะโฮร์บาห์รู นับเป็นประเทศที่สองที่ ViaBus ร่วมมือกับผู้ประกอบการเดินรถต่างประเทศ สำหรับประเทศไทย ที่ผ่านมาได้ประกาศให้ผู้ประกอบการเดินรถทุกรายนำข้อมูล GPS รถเมล์มาเชื่อมระบบได้ฟรี โดยไม่ต้องพัฒนาระบบใหม่ และไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้ผู้โดยสารติดตามและใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย

    #Newskit
    แอปฯ ViaBus สยายปีกสู่ลาว ติดตามรถเมล์เวียงจันทน์ได้แล้ว ในงานสัปดาห์ดิจิทัลลาว 2025 (Laos Digital Week 2025) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 เม.ย.2568 ที่หอประชุมแห่งชาติ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าสนใจ คือ รัฐวิสาหกิจรถเมล์นครหลวงเวียงจันทน์ (VCSBE) ได้ร่วมกับ บริษัท เวีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเวียบัส (ViaBus) เปิดบริการแจ้งติดตามรถเมล์แบบเรียลไทม์ แก่รถโดยสารในนครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อพัฒนาการบริการ โดยนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย สามารถติดตามรถเมล์ และจุดจอดรถเมล์ได้เหมือนที่ประเทศไทย ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2568 นายอินทัช มาศวงษ์ปกรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวีย กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับท่านแก้ววันพร วอนทีวงสี ผู้อำนวยการใหญ่ รัฐวิสาหกิจรถเมล์นครหลวงเวียงจันทน์ ที่โรงแรมลาวพลาซ่า เพื่อพัฒนาระบบติดตามและบริหารจัดการรถโดยสารประจำทางผ่านแอปพลิเคชัน ViaBus โดยมีนายมรกต ศรีสวัสดิ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะในนครหลวงเวียงจันทน์ พร้อมเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางกับภูมิภาคอาเซียนในมิติที่ทันสมัยและยั่งยืน สำหรับรัฐวิสาหกิจรถเมล์นครหลวงเวียงจันทน์ มีเส้นทางให้บริการประมาณ 16 เส้นทาง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่สถานีขนส่งตลาดเช้า (Central Bus Station หรือ CBS) ไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ เช่น สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1, มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ดงโดก, สนามบินสากลวัดไต, สถานีรถสายเหนือ, สถานีรถสายใต้, ศูนย์ประชุมลาวไอเต็ก (ITECC) รวมทั้งสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์ (รถไฟลาว-จีน) และสถานีเวียงจันทน์ คำสะหวาด (รถไฟไทย-ลาว) เดิมมีเว็บไซต์ติดตามรถเมล์ https://lao.busnavi.asia อยู่แล้ว ความร่วมมือกับ ViaBus ที่มีผู้ใช้งาน 5 ล้านคน จะทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 1.2 ล้านคนเดินทางในนครหลวงเวียงจันทน์สะดวกขึ้น รวมทั้งจูงใจชาวนครหลวงเวียงจันทน์กว่า 7 แสนคนหันมาใช้รถเมล์แทนรถส่วนตัว ก่อนหน้านี้ ViaBus ได้ทดลองติดตามรถเมล์แบบเรียลไทม์ที่ประเทศมาเลเซียใน 3 เมือง ได้แก่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เกาะปีนัง และเมืองยะโฮร์บาห์รู นับเป็นประเทศที่สองที่ ViaBus ร่วมมือกับผู้ประกอบการเดินรถต่างประเทศ สำหรับประเทศไทย ที่ผ่านมาได้ประกาศให้ผู้ประกอบการเดินรถทุกรายนำข้อมูล GPS รถเมล์มาเชื่อมระบบได้ฟรี โดยไม่ต้องพัฒนาระบบใหม่ และไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้ผู้โดยสารติดตามและใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย #Newskit
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 164 มุมมอง 0 รีวิว
  • [พากย์ไทย] ยุคก่อนถูกบังคับแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์💍ลืมตามายุคปัจจุบันในที่สุดเธอก็ได้แต่งกับคนที่รัก💘
    [พากย์ไทย] ยุคก่อนถูกบังคับแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์💍ลืมตามายุคปัจจุบันในที่สุดเธอก็ได้แต่งกับคนที่รัก💘
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 35 มุมมอง 12 0 รีวิว
  • NordVPN เผยว่าแม้ผู้เดินทางทั่วโลกจะใช้ Wi-Fi สาธารณะบ่อยขึ้น แต่มีเพียง 17% เท่านั้นที่ใช้ VPN เพื่อป้องกันข้อมูล ขณะที่ 60% ของผู้ใช้ยังคงเชื่อมต่อเครือข่ายสาธารณะอย่างเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ที่สูงถึง 80% แม้ผู้ใช้จะป้องกันด้วย รหัสผ่านแข็งแกร่งและฟิล์มกันแอบมอง แต่การไม่ใช้ VPN และการเปิดแอปที่มีข้อมูลสำคัญยังคงเป็นความเสี่ยงสูง นักวิจัยแนะนำให้ผู้ใช้ หลีกเลี่ยงการเข้าระบบธนาคารบน Wi-Fi สาธารณะ และเปิดใช้งาน 2FA เพื่อเสริมความปลอดภัย

    ✅ พฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ระหว่างเดินทางแตกต่างกันในแต่ละประเทศ
    - ผู้ใช้ในสหรัฐฯ และแคนาดานิยม ฟังเพลงหรือพอดแคสต์ระหว่างเดินทาง
    - ญี่ปุ่นมักใช้เวลาเดินทางในการ ติดตามข่าวสาร
    - สเปนและอิตาลีเน้นการ พูดคุยและส่งข้อความกับเพื่อน

    ✅ 60% ของผู้เดินทางเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะเป็นครั้งคราว
    - 80% ของผู้ใช้ในเกาหลีใต้มักใช้ Wi-Fi สาธารณะ
    - แม้ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเชื่อมต่อไม่นาน (ประมาณ 30 นาที) แต่ก็ยังเสี่ยงต่อการถูกดักจับข้อมูล

    ✅ “Shoulder Surfing” เป็นภัยเงียบที่มักถูกมองข้าม
    - 20% ของผู้เดินทางใช้ ฟิล์มป้องกันหน้าจอ เพื่อป้องกันการมองเห็นข้อมูลโดยผู้อื่น
    - อย่างไรก็ตาม การไม่ใช้ VPN และการเข้าถึงข้อมูลสำคัญบน Wi-Fi สาธารณะยังคงเป็นจุดอ่อน

    ✅ คำแนะนำสำหรับการใช้งาน Wi-Fi สาธารณะอย่างปลอดภัย
    - หลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบธนาคาร แอปสุขภาพ หรือแพลตฟอร์มที่มีข้อมูลสำคัญ
    - เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกโจมตี
    - ใช้ VPN เพื่อเข้ารหัสข้อมูลและป้องกันการสอดแนมจากเครือข่ายไม่ปลอดภัย

    https://www.techradar.com/pro/security/when-it-comes-to-security-public-wi-fi-could-be-a-risky-choice-for-commuters-worldwide
    NordVPN เผยว่าแม้ผู้เดินทางทั่วโลกจะใช้ Wi-Fi สาธารณะบ่อยขึ้น แต่มีเพียง 17% เท่านั้นที่ใช้ VPN เพื่อป้องกันข้อมูล ขณะที่ 60% ของผู้ใช้ยังคงเชื่อมต่อเครือข่ายสาธารณะอย่างเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ที่สูงถึง 80% แม้ผู้ใช้จะป้องกันด้วย รหัสผ่านแข็งแกร่งและฟิล์มกันแอบมอง แต่การไม่ใช้ VPN และการเปิดแอปที่มีข้อมูลสำคัญยังคงเป็นความเสี่ยงสูง นักวิจัยแนะนำให้ผู้ใช้ หลีกเลี่ยงการเข้าระบบธนาคารบน Wi-Fi สาธารณะ และเปิดใช้งาน 2FA เพื่อเสริมความปลอดภัย ✅ พฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ระหว่างเดินทางแตกต่างกันในแต่ละประเทศ - ผู้ใช้ในสหรัฐฯ และแคนาดานิยม ฟังเพลงหรือพอดแคสต์ระหว่างเดินทาง - ญี่ปุ่นมักใช้เวลาเดินทางในการ ติดตามข่าวสาร - สเปนและอิตาลีเน้นการ พูดคุยและส่งข้อความกับเพื่อน ✅ 60% ของผู้เดินทางเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะเป็นครั้งคราว - 80% ของผู้ใช้ในเกาหลีใต้มักใช้ Wi-Fi สาธารณะ - แม้ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเชื่อมต่อไม่นาน (ประมาณ 30 นาที) แต่ก็ยังเสี่ยงต่อการถูกดักจับข้อมูล ✅ “Shoulder Surfing” เป็นภัยเงียบที่มักถูกมองข้าม - 20% ของผู้เดินทางใช้ ฟิล์มป้องกันหน้าจอ เพื่อป้องกันการมองเห็นข้อมูลโดยผู้อื่น - อย่างไรก็ตาม การไม่ใช้ VPN และการเข้าถึงข้อมูลสำคัญบน Wi-Fi สาธารณะยังคงเป็นจุดอ่อน ✅ คำแนะนำสำหรับการใช้งาน Wi-Fi สาธารณะอย่างปลอดภัย - หลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบธนาคาร แอปสุขภาพ หรือแพลตฟอร์มที่มีข้อมูลสำคัญ - เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกโจมตี - ใช้ VPN เพื่อเข้ารหัสข้อมูลและป้องกันการสอดแนมจากเครือข่ายไม่ปลอดภัย https://www.techradar.com/pro/security/when-it-comes-to-security-public-wi-fi-could-be-a-risky-choice-for-commuters-worldwide
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 148 มุมมอง 0 รีวิว
  • Apple ได้ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยสำหรับ iOS, iPadOS และ macOS รุ่นเก่าเพื่อปิดช่องโหว่ที่เคยถูกใช้ในการโจมตีระดับสูง หนึ่งในช่องโหว่ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถ ปิด USB Restricted Mode และเข้าถึงอุปกรณ์ที่ล็อกอยู่ อีกช่องโหว่เกี่ยวข้องกับ WebKit sandbox ขณะที่ช่องโหว่สุดท้ายช่วยให้แฮกเกอร์ เพิ่มสิทธิ์เข้าถึงระบบ Apple ยืนยันว่าการอัปเดตนี้ช่วยปิดช่องโหว่ทั้งหมดและแนะนำให้ผู้ใช้ทำการอัปเดตทันที

    ✅ ช่องโหว่แรก (CVE-2025-24200) ช่วยให้แฮกเกอร์ปิดฟีเจอร์ USB Restricted Mode บนอุปกรณ์ที่ล็อกอยู่
    - USB Restricted Mode เป็นระบบที่ปิดการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านพอร์ต USB หากอุปกรณ์ถูกล็อกเกิน หนึ่งชั่วโมง
    - ช่องโหว่นี้เคยถูกใช้ในการ โจมตีระดับสูงต่อบุคคลเฉพาะกลุ่ม

    ✅ ช่องโหว่ที่สอง (CVE-2025-24201) ช่วยให้แฮกเกอร์หลุดออกจาก WebKit sandbox
    - WebKit เป็น ระบบประมวลผลเว็บของ Apple ที่ใช้ใน Safari
    - ช่องโหว่นี้อาจถูกใช้เพื่อ เข้าถึงข้อมูลที่ควรได้รับการป้องกันภายในอุปกรณ์

    ✅ ช่องโหว่ที่สาม (CVE-2025-24085) เป็นช่องโหว่ที่ช่วยให้แฮกเกอร์เพิ่มสิทธิ์ในระบบ
    - อยู่ใน Code Media framework ซึ่ง CyberInsider ชี้ว่าเป็นหนึ่งใน ช่องโหว่ที่ต้องรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วน

    ✅ Apple อัปเดตระบบป้องกันในหลายเวอร์ชัน
    - แพตช์สำหรับช่องโหว่แรกและที่สองถูกนำเข้ามาใน iOS 16.7.11 และ 15.8.4 รวมถึง iPadOS 16.7.11 และ 15.8.4
    - ช่องโหว่ที่สามถูกแก้ไขแล้วใน iPadOS 17.7.6 และ macOS เวอร์ชัน 14.7.5 (Sonoma) และ 13.7.5 (Ventura)

    https://www.techradar.com/pro/security/apple-just-finally-patched-a-whole-host-of-os-security-issues-on-older-devices-so-update-now
    Apple ได้ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยสำหรับ iOS, iPadOS และ macOS รุ่นเก่าเพื่อปิดช่องโหว่ที่เคยถูกใช้ในการโจมตีระดับสูง หนึ่งในช่องโหว่ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถ ปิด USB Restricted Mode และเข้าถึงอุปกรณ์ที่ล็อกอยู่ อีกช่องโหว่เกี่ยวข้องกับ WebKit sandbox ขณะที่ช่องโหว่สุดท้ายช่วยให้แฮกเกอร์ เพิ่มสิทธิ์เข้าถึงระบบ Apple ยืนยันว่าการอัปเดตนี้ช่วยปิดช่องโหว่ทั้งหมดและแนะนำให้ผู้ใช้ทำการอัปเดตทันที ✅ ช่องโหว่แรก (CVE-2025-24200) ช่วยให้แฮกเกอร์ปิดฟีเจอร์ USB Restricted Mode บนอุปกรณ์ที่ล็อกอยู่ - USB Restricted Mode เป็นระบบที่ปิดการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านพอร์ต USB หากอุปกรณ์ถูกล็อกเกิน หนึ่งชั่วโมง - ช่องโหว่นี้เคยถูกใช้ในการ โจมตีระดับสูงต่อบุคคลเฉพาะกลุ่ม ✅ ช่องโหว่ที่สอง (CVE-2025-24201) ช่วยให้แฮกเกอร์หลุดออกจาก WebKit sandbox - WebKit เป็น ระบบประมวลผลเว็บของ Apple ที่ใช้ใน Safari - ช่องโหว่นี้อาจถูกใช้เพื่อ เข้าถึงข้อมูลที่ควรได้รับการป้องกันภายในอุปกรณ์ ✅ ช่องโหว่ที่สาม (CVE-2025-24085) เป็นช่องโหว่ที่ช่วยให้แฮกเกอร์เพิ่มสิทธิ์ในระบบ - อยู่ใน Code Media framework ซึ่ง CyberInsider ชี้ว่าเป็นหนึ่งใน ช่องโหว่ที่ต้องรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วน ✅ Apple อัปเดตระบบป้องกันในหลายเวอร์ชัน - แพตช์สำหรับช่องโหว่แรกและที่สองถูกนำเข้ามาใน iOS 16.7.11 และ 15.8.4 รวมถึง iPadOS 16.7.11 และ 15.8.4 - ช่องโหว่ที่สามถูกแก้ไขแล้วใน iPadOS 17.7.6 และ macOS เวอร์ชัน 14.7.5 (Sonoma) และ 13.7.5 (Ventura) https://www.techradar.com/pro/security/apple-just-finally-patched-a-whole-host-of-os-security-issues-on-older-devices-so-update-now
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 83 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google ร่วมมือกับ MediaTek เพื่อพัฒนา TPU รุ่นใหม่ที่มีต้นทุนต่ำลงและประสิทธิภาพสูงขึ้น โดย Google จะออกแบบตัวชิป ส่วน MediaTek จะดูแลระบบ I/O เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ ส่งผลให้ Google ลดการพึ่งพา Broadcom ในด้าน AI Hardware นักวิเคราะห์คาดว่า TPU รุ่นใหม่อาจช่วยเร่งการพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่ และทำให้ ต้นทุนการประมวลผล AI ถูกลงกว่าเดิม

    ✅ Google ลดการพึ่งพา Broadcom ในการพัฒนา AI Hardware
    - TPU รุ่นก่อนหน้าของ Google พึ่งพา Broadcom ในการพัฒนาแกนหลัก
    - แต่ครั้งนี้ Google เป็นผู้นำด้านการออกแบบ ขณะที่ MediaTek จะดูแลโมดูล I/O

    ✅ TPU รุ่นใหม่มุ่งเน้นประสิทธิภาพและความประหยัดพลังงาน
    - คาดว่า จะช่วยลดต้นทุนการประมวลผล AI สำหรับคลาวด์และบริการภายในของ Google
    - ออกแบบมาเพื่อ รองรับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ (LLMs) ได้ดีขึ้น

    ✅ MediaTek ขยายอิทธิพลในตลาด AI Hardware
    - MediaTek ได้ร่วมมือในโครงการ AI Supercomputer และกำลังขยายธุรกิจด้าน ชิป AI อย่างต่อเนื่อง
    - การร่วมมือกับ Google จะช่วยให้ MediaTek แข่งขันกับผู้ผลิตชิประดับโลก เช่น Nvidia และ Broadcom

    ✅ อนาคตของ TPU ใหม่—อาจส่งผลต่อการพัฒนา AI Model ระดับโลก
    - หากโครงการนี้สำเร็จ Google อาจสร้าง ระบบ AI ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยใช้ต้นทุนที่ต่ำลง
    - นักวิเคราะห์ชี้ว่า จะมีผลต่ออุตสาหกรรม AI ในวงกว้าง รวมถึงการพัฒนา Large Language Models (LLMs)

    https://www.techradar.com/pro/after-nvidia-mediatek-may-have-convinced-another-huge-tech-company-to-use-its-expertise-to-develop-ai-chips
    Google ร่วมมือกับ MediaTek เพื่อพัฒนา TPU รุ่นใหม่ที่มีต้นทุนต่ำลงและประสิทธิภาพสูงขึ้น โดย Google จะออกแบบตัวชิป ส่วน MediaTek จะดูแลระบบ I/O เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ ส่งผลให้ Google ลดการพึ่งพา Broadcom ในด้าน AI Hardware นักวิเคราะห์คาดว่า TPU รุ่นใหม่อาจช่วยเร่งการพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่ และทำให้ ต้นทุนการประมวลผล AI ถูกลงกว่าเดิม ✅ Google ลดการพึ่งพา Broadcom ในการพัฒนา AI Hardware - TPU รุ่นก่อนหน้าของ Google พึ่งพา Broadcom ในการพัฒนาแกนหลัก - แต่ครั้งนี้ Google เป็นผู้นำด้านการออกแบบ ขณะที่ MediaTek จะดูแลโมดูล I/O ✅ TPU รุ่นใหม่มุ่งเน้นประสิทธิภาพและความประหยัดพลังงาน - คาดว่า จะช่วยลดต้นทุนการประมวลผล AI สำหรับคลาวด์และบริการภายในของ Google - ออกแบบมาเพื่อ รองรับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ (LLMs) ได้ดีขึ้น ✅ MediaTek ขยายอิทธิพลในตลาด AI Hardware - MediaTek ได้ร่วมมือในโครงการ AI Supercomputer และกำลังขยายธุรกิจด้าน ชิป AI อย่างต่อเนื่อง - การร่วมมือกับ Google จะช่วยให้ MediaTek แข่งขันกับผู้ผลิตชิประดับโลก เช่น Nvidia และ Broadcom ✅ อนาคตของ TPU ใหม่—อาจส่งผลต่อการพัฒนา AI Model ระดับโลก - หากโครงการนี้สำเร็จ Google อาจสร้าง ระบบ AI ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยใช้ต้นทุนที่ต่ำลง - นักวิเคราะห์ชี้ว่า จะมีผลต่ออุตสาหกรรม AI ในวงกว้าง รวมถึงการพัฒนา Large Language Models (LLMs) https://www.techradar.com/pro/after-nvidia-mediatek-may-have-convinced-another-huge-tech-company-to-use-its-expertise-to-develop-ai-chips
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 77 มุมมอง 0 รีวิว
  • Nintendo Switch 2 เปิดตัวพร้อมหน้าจอ 7.9 นิ้ว 120Hz VRR และรองรับ 4K HDR 60fps เมื่อเชื่อมต่อ Dock เครื่องใช้ ชิป Custom จาก Nvidia แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเต็ม มีพื้นที่เก็บข้อมูล 256GB มากกว่ารุ่นแรกถึง 8 เท่า Joy-Con 2 มีระบบล็อกแม่เหล็กและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เช่น Mouse Mode และ GameChat พร้อม Dock ใหม่ที่มีพัดลมระบายความร้อน เปิดให้พรีออเดอร์ 9 เมษายน วางจำหน่าย 5 มิถุนายน ราคาเริ่มต้นที่ $450

    ✅ Nintendo Switch 2 มีหน้าจอ 7.9 นิ้ว 1080p IPS LCD พร้อม 120Hz VRR
    - เปรียบเทียบกับ Switch รุ่นแรกที่มีหน้าจอ 6.2 นิ้ว
    - ระบบ Variable Refresh Rate (VRR) ช่วยลดการฉีกขาดของภาพและเพิ่มความลื่นไหลในการเล่นเกม

    ✅ ใช้ชิป Custom จาก Nvidia—Nintendo ยังไม่เผยรายละเอียดเต็ม
    - คาดว่าจะเป็น ชิปรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นแรก
    - รองรับ 4K 60fps และ HDR เมื่อเชื่อมต่อ Dock

    ✅ แบตเตอรี่ 5220mAh แต่เล่นได้น้อยกว่ารุ่นแรก
    - Switch 2 ให้ระยะเวลาเล่น 2–6.5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเกมที่เล่น
    - รุ่นแรกเล่นได้นานกว่า 4.5–9 ชั่วโมง

    ✅ พื้นที่เก็บข้อมูล 256GB—มากกว่ารุ่นแรกถึง 8 เท่า
    - รองรับ microSD Express สำหรับการขยายพื้นที่จัดเก็บ
    - ยังคงใช้ ตลับเกมรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนสีเป็นสีแดง

    ✅ Joy-Con 2 มาในขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมระบบล็อกแม่เหล็ก
    - Joy-Con รุ่นใหม่นี้ มีแม่เหล็กช่วยยึดติดกับเครื่องแทนรางเดิม
    - เพิ่มโหมด Mouse Mode และปุ่ม C Button สำหรับ GameChat

    ✅ Dock ใหม่มาพร้อมพัดลมระบายความร้อน และรองรับ 4K HDR 60fps
    - ระบบระบายอากาศดีขึ้นเพื่อลดความร้อนเมื่อเล่นในโหมด Docked

    ✅ วันเปิดตัวและราคา
    - เปิดให้พรีออเดอร์วันที่ 9 เมษายน
    - วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 5 มิถุนายน
    - ราคาเครื่องเดี่ยว $450 หรือเลือก Bundle Mario Kart World ในราคา $500

    https://www.techspot.com/news/107391-nintendo-switch-2-official-79-120fps-display-4k.html
    Nintendo Switch 2 เปิดตัวพร้อมหน้าจอ 7.9 นิ้ว 120Hz VRR และรองรับ 4K HDR 60fps เมื่อเชื่อมต่อ Dock เครื่องใช้ ชิป Custom จาก Nvidia แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเต็ม มีพื้นที่เก็บข้อมูล 256GB มากกว่ารุ่นแรกถึง 8 เท่า Joy-Con 2 มีระบบล็อกแม่เหล็กและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เช่น Mouse Mode และ GameChat พร้อม Dock ใหม่ที่มีพัดลมระบายความร้อน เปิดให้พรีออเดอร์ 9 เมษายน วางจำหน่าย 5 มิถุนายน ราคาเริ่มต้นที่ $450 ✅ Nintendo Switch 2 มีหน้าจอ 7.9 นิ้ว 1080p IPS LCD พร้อม 120Hz VRR - เปรียบเทียบกับ Switch รุ่นแรกที่มีหน้าจอ 6.2 นิ้ว - ระบบ Variable Refresh Rate (VRR) ช่วยลดการฉีกขาดของภาพและเพิ่มความลื่นไหลในการเล่นเกม ✅ ใช้ชิป Custom จาก Nvidia—Nintendo ยังไม่เผยรายละเอียดเต็ม - คาดว่าจะเป็น ชิปรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นแรก - รองรับ 4K 60fps และ HDR เมื่อเชื่อมต่อ Dock ✅ แบตเตอรี่ 5220mAh แต่เล่นได้น้อยกว่ารุ่นแรก - Switch 2 ให้ระยะเวลาเล่น 2–6.5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเกมที่เล่น - รุ่นแรกเล่นได้นานกว่า 4.5–9 ชั่วโมง ✅ พื้นที่เก็บข้อมูล 256GB—มากกว่ารุ่นแรกถึง 8 เท่า - รองรับ microSD Express สำหรับการขยายพื้นที่จัดเก็บ - ยังคงใช้ ตลับเกมรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนสีเป็นสีแดง ✅ Joy-Con 2 มาในขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมระบบล็อกแม่เหล็ก - Joy-Con รุ่นใหม่นี้ มีแม่เหล็กช่วยยึดติดกับเครื่องแทนรางเดิม - เพิ่มโหมด Mouse Mode และปุ่ม C Button สำหรับ GameChat ✅ Dock ใหม่มาพร้อมพัดลมระบายความร้อน และรองรับ 4K HDR 60fps - ระบบระบายอากาศดีขึ้นเพื่อลดความร้อนเมื่อเล่นในโหมด Docked ✅ วันเปิดตัวและราคา - เปิดให้พรีออเดอร์วันที่ 9 เมษายน - วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 5 มิถุนายน - ราคาเครื่องเดี่ยว $450 หรือเลือก Bundle Mario Kart World ในราคา $500 https://www.techspot.com/news/107391-nintendo-switch-2-official-79-120fps-display-4k.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Nintendo Switch 2 is official with 7.9" 120fps VRR display, 4K at 60fps when docked
    The Nintendo Switch 2 is significantly bigger than its older sibling, featuring a 7.9-inch capacitive touch display, adding to its heft compared to its 6.2-inch predecessor. The...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 70 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไฟไหม้ท่อก๊าซ ชานเมืองมาเลเซีย

    วันที่ 1 เม.ย. ที่ประเทศมาเลเซีย เป็นช่วงเวลาที่ชาวมุสลิมทั่วประเทศกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายออีดิลฟิตรี แต่สำหรับชาวบ้านในย่านที่อยู่อาศัยชานเมืองอย่างปูตราไฮท์ส (Putra Heighs) ทางตอนใต้ของเมืองซูบังจายา รัฐสลังงอร์ ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ 28 กิโลเมตร กลับต้องหวาดผวา เมื่อเวลา 08.10 น.ตามเวลาท้องถิ่น ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ของบริษัท ปิโตรนาส ก๊าซ เบอร์ฮัด ระเบิดและเกิดเพลิงลุกไหม้ขนาดใหญ่ขึ้น สูงกว่า 30 เมตร บริเวณถนนปูตราฮาร์โมนี่ ทำให้ชาวบ้านต่างพากันอพยพหนีตาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งแผลไฟไหม้ หายใจลำบาก การดับเพลิงใช้วิธีปิดวาล์วท่อก๊าซ 4 จุด ความยาว 32 กิโลเมตร เพื่อระงับการส่งก๊าซ ปล่อยให้ก๊าซที่ตกค้างค่อยๆ ลดลง และควบคุมเพลิงเอาไว้ได้เมื่อเวลา 15.45 น.

    หลังเพลิงสงบ พบหลุมขนาดใหญ่ประมาณ 70-80 ฟุต ลึก 32 ฟุต บ้านเรือนเสียหาย 235 หลัง ยานพาหนะ 399 คัน และทรัพย์สินเสียหายในรัศมี 500 เมตรจากจุดเกิดเหตุ มีผู้บาดเจ็บรวม 111 ราย อาการสาหัส 13 ราย ปานกลาง 55 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 43 ราย ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต อีกทั้งมีผู้ประสบภัยอาศัยที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวในมัสยิดต่างๆ รวม 485 คน และสภาเทศบาลเมืองซูบังจายา 44 คน นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประกาศให้เงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 ริงกิต (38,300 บาท) แก่บ้านเรือนที่เสียหายทั้งหลัง และ 2,500 ริงกิต (19,200 บาท) แก่บ้านเรือนที่เสียหายบางส่วน

    ไวรัลบนโซเชียลมีเดียคาดว่าเกิดจากงานขุดดินเพื่อติดตั้งท่อส่งน้ำเสีย โครงการพัฒนาพื้นที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ แต่บริษัทอินดะห์ วอเตอร์ คอนซอร์เตียม (IWK) บริษัทจัดการน้ำเสียของมาเลเซียปฎิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง เป็นความรับผิดชอบของผู้รับเหมาและผู้พัฒนาพื้นที่ สำหรับระบบท่อส่งก๊าซระยะทางกว่า 2,623 กิโลเมตร เริ่มต้นที่เมืองเกอร์เตะห์ รัฐตรังกานู เชื่อมต่อกับท่อก๊าซอีกเส้นหนึ่งที่เมืองเซกามัต รัฐยะโฮร์ ทอดยาวระหว่างรัฐเคดะห์ทางภาคเหนือ ถึงรัฐยะโฮร์ทางภาคใต้ และประเทศสิงคโปร์

    สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ความยาวรวม 4,255 กิโลเมตร โดยมีท่อบนบก ความยาว 2,119 กิโลเมตร เคยเกิดโศกนาฎกรรมท่อส่งก๊าซระเบิดที่ถนนหลวงแพ่ง ลาดกระบัง-ฉะเชิงเทรา ข้างสถานีตำรวจภูธรเปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2563 มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 52 ราย บ้านเรือนเสียหาย 9 หลัง รถจักรยานยนต์เสียหายกว่า 20 คัน ปตท. มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 5 ล้านบาท บาดเจ็บสาหัส 5 แสนบาท รวมกว่า 26 ล้านบาท

    #Newskit
    ไฟไหม้ท่อก๊าซ ชานเมืองมาเลเซีย วันที่ 1 เม.ย. ที่ประเทศมาเลเซีย เป็นช่วงเวลาที่ชาวมุสลิมทั่วประเทศกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายออีดิลฟิตรี แต่สำหรับชาวบ้านในย่านที่อยู่อาศัยชานเมืองอย่างปูตราไฮท์ส (Putra Heighs) ทางตอนใต้ของเมืองซูบังจายา รัฐสลังงอร์ ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ 28 กิโลเมตร กลับต้องหวาดผวา เมื่อเวลา 08.10 น.ตามเวลาท้องถิ่น ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ของบริษัท ปิโตรนาส ก๊าซ เบอร์ฮัด ระเบิดและเกิดเพลิงลุกไหม้ขนาดใหญ่ขึ้น สูงกว่า 30 เมตร บริเวณถนนปูตราฮาร์โมนี่ ทำให้ชาวบ้านต่างพากันอพยพหนีตาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งแผลไฟไหม้ หายใจลำบาก การดับเพลิงใช้วิธีปิดวาล์วท่อก๊าซ 4 จุด ความยาว 32 กิโลเมตร เพื่อระงับการส่งก๊าซ ปล่อยให้ก๊าซที่ตกค้างค่อยๆ ลดลง และควบคุมเพลิงเอาไว้ได้เมื่อเวลา 15.45 น. หลังเพลิงสงบ พบหลุมขนาดใหญ่ประมาณ 70-80 ฟุต ลึก 32 ฟุต บ้านเรือนเสียหาย 235 หลัง ยานพาหนะ 399 คัน และทรัพย์สินเสียหายในรัศมี 500 เมตรจากจุดเกิดเหตุ มีผู้บาดเจ็บรวม 111 ราย อาการสาหัส 13 ราย ปานกลาง 55 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 43 ราย ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต อีกทั้งมีผู้ประสบภัยอาศัยที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวในมัสยิดต่างๆ รวม 485 คน และสภาเทศบาลเมืองซูบังจายา 44 คน นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประกาศให้เงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 ริงกิต (38,300 บาท) แก่บ้านเรือนที่เสียหายทั้งหลัง และ 2,500 ริงกิต (19,200 บาท) แก่บ้านเรือนที่เสียหายบางส่วน ไวรัลบนโซเชียลมีเดียคาดว่าเกิดจากงานขุดดินเพื่อติดตั้งท่อส่งน้ำเสีย โครงการพัฒนาพื้นที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ แต่บริษัทอินดะห์ วอเตอร์ คอนซอร์เตียม (IWK) บริษัทจัดการน้ำเสียของมาเลเซียปฎิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง เป็นความรับผิดชอบของผู้รับเหมาและผู้พัฒนาพื้นที่ สำหรับระบบท่อส่งก๊าซระยะทางกว่า 2,623 กิโลเมตร เริ่มต้นที่เมืองเกอร์เตะห์ รัฐตรังกานู เชื่อมต่อกับท่อก๊าซอีกเส้นหนึ่งที่เมืองเซกามัต รัฐยะโฮร์ ทอดยาวระหว่างรัฐเคดะห์ทางภาคเหนือ ถึงรัฐยะโฮร์ทางภาคใต้ และประเทศสิงคโปร์ สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ความยาวรวม 4,255 กิโลเมตร โดยมีท่อบนบก ความยาว 2,119 กิโลเมตร เคยเกิดโศกนาฎกรรมท่อส่งก๊าซระเบิดที่ถนนหลวงแพ่ง ลาดกระบัง-ฉะเชิงเทรา ข้างสถานีตำรวจภูธรเปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2563 มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 52 ราย บ้านเรือนเสียหาย 9 หลัง รถจักรยานยนต์เสียหายกว่า 20 คัน ปตท. มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 5 ล้านบาท บาดเจ็บสาหัส 5 แสนบาท รวมกว่า 26 ล้านบาท #Newskit
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 162 มุมมอง 0 รีวิว
  • อริยสาวกพึงฝึกหัดศึกษาว่าเวทนามีธรรมดาแปรปรวน
    สัทธรรมลำดับที่ : 142
    https://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/AriyasajSearch/SinglePage.php?key=142
    ชื่อบทธรรม : -เวทนามีธรรมดาแปรปรวน
    เนื้อความทั้งหมด :-
    --เวทนามีธรรมดาแปรปรวน
    --ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทาง ตา
    เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ;
    --ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทาง หู
    เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ;
    --ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทาง จมูก
    เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ;
    --ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทาง ลิ้น
    เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ;
    --ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทาง กาย
    เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ;
    --ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทาง ใจ
    เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ;
    ----ภิกษุทั้งหลาย
    ผู้ใดเชื่อมั่นไม่หวั่นไหวซึ่งธรรมเหล่านี้อย่างนี้ เรากล่าวผู้นี้ว่า #สัทธานุสารี
    http://etipitaka.com/read/pali/17/280/?keywords=สทฺธานุสารี
    เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า.

    #ทุกข์ #อริยสัจสี่ #สุตันตปิฎก #บาลีสุตันตปิฎก #พุทธธัมมเจดีย์
    อ้างอิงไทยสุตันตปิฎก : - ขนฺธ. สํ 17/248/473.
    http://etipitaka.com/read/thai/17/248/?keywords=%E0%B9%94%E0%B9%97%E0%B9%93
    อ้างอิงบาลีสุตันตปิฎก : - ขนฺธ. สํ ๑๗/๒๘๐/๔๗๓.
    http://etipitaka.com/read/pali/17/280/?keywords=%E0%B9%94%E0%B9%97%E0%B9%93
    ศึกษาเพิ่มเติม...
    https://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/AriyasajSearch/SinglePage.php?key=142
    http://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/2015/checkForm.php?songno=11&id=142
    หรือ
    http://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/2015/checkForm.php?songno=11
    ลำดับสาธยายธรรม : 11 ฟังเสียงอ่าน...
    http://www.manodham.com/sound/002/mp3/002_11.mp3
    อริยสาวกพึงฝึกหัดศึกษาว่าเวทนามีธรรมดาแปรปรวน สัทธรรมลำดับที่ : 142 https://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/AriyasajSearch/SinglePage.php?key=142 ชื่อบทธรรม : -เวทนามีธรรมดาแปรปรวน เนื้อความทั้งหมด :- --เวทนามีธรรมดาแปรปรวน --ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทาง ตา เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ; --ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทาง หู เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ; --ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทาง จมูก เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ; --ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทาง ลิ้น เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ; --ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทาง กาย เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ; --ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทาง ใจ เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ; ----ภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดเชื่อมั่นไม่หวั่นไหวซึ่งธรรมเหล่านี้อย่างนี้ เรากล่าวผู้นี้ว่า #สัทธานุสารี http://etipitaka.com/read/pali/17/280/?keywords=สทฺธานุสารี เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า. #ทุกข์ #อริยสัจสี่ #สุตันตปิฎก #บาลีสุตันตปิฎก #พุทธธัมมเจดีย์ อ้างอิงไทยสุตันตปิฎก : - ขนฺธ. สํ 17/248/473. http://etipitaka.com/read/thai/17/248/?keywords=%E0%B9%94%E0%B9%97%E0%B9%93 อ้างอิงบาลีสุตันตปิฎก : - ขนฺธ. สํ ๑๗/๒๘๐/๔๗๓. http://etipitaka.com/read/pali/17/280/?keywords=%E0%B9%94%E0%B9%97%E0%B9%93 ศึกษาเพิ่มเติม... https://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/AriyasajSearch/SinglePage.php?key=142 http://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/2015/checkForm.php?songno=11&id=142 หรือ http://www.xn--n3ccdaca9awfta5nmbzd0nd.com/2015/checkForm.php?songno=11 ลำดับสาธยายธรรม : 11 ฟังเสียงอ่าน... http://www.manodham.com/sound/002/mp3/002_11.mp3
    WWW.XN--N3CCDACA9AWFTA5NMBZD0ND.COM
    - เวทนามีธรรมดาแปรปรวน
    -เวทนามีธรรมดาแปรปรวน ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทางตา เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ; ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทางหู เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ; ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทางจมูก เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ; ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทางลิ้น เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ; ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทางกาย เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ ; ภิกษุ ท. ! เวทนา อันเกิดแต่สัมผัสทางใจ เป็นของไม่เที่ยง มีความแปรปรวน มีความเป็นโดยอย่างอื่นได้ แล.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 117 มุมมอง 0 รีวิว
  • กระทรวงพาณิชย์ พบพิรุธ ‘ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10’ อาจเข้าข่ายนอมินี ขยายผลกรรมการและผู้ถือหุ้นบริษัทนี้ พบเชื่อมโยงกับบริษัทอื่นอีก 13 แห่ง ส่งดีเอสไอสอบเชิงลึก หากพบทำผิดจริง จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา ทั้งผู้ถือหุ้นคนไทยและต่างชาติ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 - 1,000,000 บาท
    กระทรวงพาณิชย์ พบพิรุธ ‘ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10’ อาจเข้าข่ายนอมินี ขยายผลกรรมการและผู้ถือหุ้นบริษัทนี้ พบเชื่อมโยงกับบริษัทอื่นอีก 13 แห่ง ส่งดีเอสไอสอบเชิงลึก หากพบทำผิดจริง จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา ทั้งผู้ถือหุ้นคนไทยและต่างชาติ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 - 1,000,000 บาท
    Like
    Haha
    5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 436 มุมมอง 26 0 รีวิว
  • รัสเซียยังไม่ยอมรับข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐฯ:

    รัสเซียกล่าวว่าไม่สามารถยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่จะยุติสงครามในยูเครนในรูปแบบปัจจุบันได้ เนื่องจากข้อเสนอเหล่านั้นไม่ได้แก้ไขปัญหาที่แท้จริงที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมา

    Sergei Ryabkov รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียส่งสัญญาณว่าการเจรจาหยุดยิงหยุดชะงัก โดยกล่าวว่าจนถึงขณะนี้ รัสเซียและสหรัฐฯ ยังล้มเหลวในการเชื่อมช่องว่างที่วลาดิมีร์ ปูตินได้ร่างไว้เมื่อกว่าสองสัปดาห์ก่อน ซึ่งเขาได้กล่าวว่าข้อเสนอของสหรัฐฯ ควรได้รับการแก้ไข

    "เราให้ความสำคัญกับแบบจำลองและแนวทางแก้ไขที่สหรัฐเสนออย่างมาก แต่เราไม่สามารถยอมรับทั้งหมดในรูปแบบปัจจุบันได้ เพราะเท่าที่เราเห็น มันยังไม่มีที่ว่างสำหรับข้อเรียกร้องหลักของเรา ซึ่งก็คือการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุหลักของความขัดแย้งนี้ ที่ยังไม่ได้ถูกกล่าวถึงและจะต้องแก้ไขมันให้ได้"
    รัสเซียยังไม่ยอมรับข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐฯ: รัสเซียกล่าวว่าไม่สามารถยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่จะยุติสงครามในยูเครนในรูปแบบปัจจุบันได้ เนื่องจากข้อเสนอเหล่านั้นไม่ได้แก้ไขปัญหาที่แท้จริงที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมา Sergei Ryabkov รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียส่งสัญญาณว่าการเจรจาหยุดยิงหยุดชะงัก โดยกล่าวว่าจนถึงขณะนี้ รัสเซียและสหรัฐฯ ยังล้มเหลวในการเชื่อมช่องว่างที่วลาดิมีร์ ปูตินได้ร่างไว้เมื่อกว่าสองสัปดาห์ก่อน ซึ่งเขาได้กล่าวว่าข้อเสนอของสหรัฐฯ ควรได้รับการแก้ไข "เราให้ความสำคัญกับแบบจำลองและแนวทางแก้ไขที่สหรัฐเสนออย่างมาก แต่เราไม่สามารถยอมรับทั้งหมดในรูปแบบปัจจุบันได้ เพราะเท่าที่เราเห็น มันยังไม่มีที่ว่างสำหรับข้อเรียกร้องหลักของเรา ซึ่งก็คือการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุหลักของความขัดแย้งนี้ ที่ยังไม่ได้ถูกกล่าวถึงและจะต้องแก้ไขมันให้ได้"
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 134 มุมมอง 0 รีวิว
  • จีนร่วมสอบตึกถล่ม ทูตจีนเผย “ผลสอบอาจกระทบเจ้านายไทย” เนื่องจากมีข้อมูลบางส่วนที่ชี้ว่า ซับคอนแทรคเตอร์รายดังกล่าว มีบทบาทสำคัญในการจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับส่วนราชการ และนักการเมืองไทย


    .
    2 เมษายน 2568 งามหน้ากับความชัดเจนของเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย นายหาน จื้อเฉียง ที่โพสต์แสดงความเสียใจและระบุให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม จนกลายเป็นประเด็นระดับนานาชาติ ...มีรายงานว่า #รัฐบาลจีน ได้เร่งดำเนินการสอบสวนอย่างเข้มงวด กับ #บริษัทก่อสร้าง จากจีนที่ทำหน้าที่เป็น #ซับคอนแทรคเตอร์ ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวของจีนครั้งนี้ยังส่งสัญญาณถึงความโปร่งใสที่อาจกระทบต่อบุคคลสำคัญในประเทศไทย
    .
    ข่าวจากรัฐบาลจีนระบุว่า ทางการได้เรียกตัวผู้บริหารระดับสูงของบริษัท #ไชน่าเรลเวย์ บริษัทแม่ ของ #ไชน่าเรลเวย์นัมเบอร์10 ที่รับผิดชอบโครงการนี้ทั้งชุด ร่วมสอบสวนเหตุตึกถล่มอย่างละเอียด และเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายทันที หากพบหลักฐาน "ความผิดพลาดจากการออกแบบ การก่อสร้าง หรือการตรวจสอบโครงสร้าง"
    .
    กระบวนการสอบสวนของจีน ไม่เพียงแต่ตรวจสอบซับคอนแทรคเตอร์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง บริษัทผู้ออกแบบ , วิศวกรที่ตรวจและอนุมัติโครงสร้าง , และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทั้งหมด โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
    .
    ทูตจีนเผย “ผลสอบอาจกระทบเจ้านายไทย”
    ระหว่างการประชุมลับในเหตุการณ์นี้ ทูตจีน ประจำประเทศไทยได้แสดงความกังวลว่า ผลการสอบสวนอาจส่งผลกระทบต่อ #เจ้านายไทย หรือ #บุคคลสำคัญ ที่อาจเชื่อมโยงกับโครงการนี้ เนื่องจากมีข้อมูลบางส่วนที่ชี้ว่า ซับคอนแทรคเตอร์รายดังกล่าว มีบทบาทสำคัญใน #การจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับ #ส่วนราชการ และ #นักการเมืองไทย
    .
    "การตรวจสอบครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การสอบสวนภายในประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังขยายผลไปถึงการเชื่อมโยงระหว่างบริษัทจีนกับพันธมิตรในประเทศไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนในวงการเมืองและการปกครองของไทย" แหล่งข่าวใกล้ชิดกับทูตจีนกล่าว
    .
    ขณะที่ รัฐบาลไทย ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างใด นอกจากความพยายามในการควบคุมสถานการณ์ เพื่อป้องกันผลกระทบในวงกว้างกวานี้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับบุคคลสำคัญที่ถูกอ้างอิง หากผลการสอบสวนจากจีนเผยถึง การจ่ายใต้โต๊ะ เป็นการคอร์รัปชันในโครงการนี้ อาจทำให้เกิดแรงกดดันจากสังคมไทยและประชาคมระหว่างประเทศต่อรัฐบาลไทยได้
    .
    "คำถามสำคัญคือ รัฐบาลไทยจะสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้หรือไม่และได้อย่างไร หรือจะเลือกใช้วิธีการปิดข่าวเพื่อลดแรงกระเพื่อมทางการเมือง" .
    การที่จีน กล้าพูดชัดเจนถึง "เจ้านายไทย" หมายความว่า มีความชัดเจนเข้าใจและรับรู้ถึงต้นตอของปัญหา เพียงแต่จะเปิดเผยข้อมูล รวมถึงนำคนผิดมาลงโทษได้จริงหรือไม่...
    .
    กับคำถามทิ้งท้าย…
    "ประเทศไทยจะยอมรับความจริงและเผชิญหน้ากับปัญหานี้อย่างตรงไปตรงมา หรือจะเลือกใช้วิธีการเดิมๆ ในการปกปิดความผิดพลาด?" นี่คือคำถามที่สังคมไทยและประชาคมโลกกำลังรอคำตอบ

    .
    https://web.facebook.com/share/p/161BQVb9fA/
    จีนร่วมสอบตึกถล่ม ทูตจีนเผย “ผลสอบอาจกระทบเจ้านายไทย” เนื่องจากมีข้อมูลบางส่วนที่ชี้ว่า ซับคอนแทรคเตอร์รายดังกล่าว มีบทบาทสำคัญในการจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับส่วนราชการ และนักการเมืองไทย . 2 เมษายน 2568 งามหน้ากับความชัดเจนของเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย นายหาน จื้อเฉียง ที่โพสต์แสดงความเสียใจและระบุให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม จนกลายเป็นประเด็นระดับนานาชาติ ...มีรายงานว่า #รัฐบาลจีน ได้เร่งดำเนินการสอบสวนอย่างเข้มงวด กับ #บริษัทก่อสร้าง จากจีนที่ทำหน้าที่เป็น #ซับคอนแทรคเตอร์ ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวของจีนครั้งนี้ยังส่งสัญญาณถึงความโปร่งใสที่อาจกระทบต่อบุคคลสำคัญในประเทศไทย . ข่าวจากรัฐบาลจีนระบุว่า ทางการได้เรียกตัวผู้บริหารระดับสูงของบริษัท #ไชน่าเรลเวย์ บริษัทแม่ ของ #ไชน่าเรลเวย์นัมเบอร์10 ที่รับผิดชอบโครงการนี้ทั้งชุด ร่วมสอบสวนเหตุตึกถล่มอย่างละเอียด และเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายทันที หากพบหลักฐาน "ความผิดพลาดจากการออกแบบ การก่อสร้าง หรือการตรวจสอบโครงสร้าง" . กระบวนการสอบสวนของจีน ไม่เพียงแต่ตรวจสอบซับคอนแทรคเตอร์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง บริษัทผู้ออกแบบ , วิศวกรที่ตรวจและอนุมัติโครงสร้าง , และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทั้งหมด โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง . ทูตจีนเผย “ผลสอบอาจกระทบเจ้านายไทย” ระหว่างการประชุมลับในเหตุการณ์นี้ ทูตจีน ประจำประเทศไทยได้แสดงความกังวลว่า ผลการสอบสวนอาจส่งผลกระทบต่อ #เจ้านายไทย หรือ #บุคคลสำคัญ ที่อาจเชื่อมโยงกับโครงการนี้ เนื่องจากมีข้อมูลบางส่วนที่ชี้ว่า ซับคอนแทรคเตอร์รายดังกล่าว มีบทบาทสำคัญใน #การจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับ #ส่วนราชการ และ #นักการเมืองไทย . "การตรวจสอบครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การสอบสวนภายในประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังขยายผลไปถึงการเชื่อมโยงระหว่างบริษัทจีนกับพันธมิตรในประเทศไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนในวงการเมืองและการปกครองของไทย" แหล่งข่าวใกล้ชิดกับทูตจีนกล่าว . ขณะที่ รัฐบาลไทย ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างใด นอกจากความพยายามในการควบคุมสถานการณ์ เพื่อป้องกันผลกระทบในวงกว้างกวานี้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับบุคคลสำคัญที่ถูกอ้างอิง หากผลการสอบสวนจากจีนเผยถึง การจ่ายใต้โต๊ะ เป็นการคอร์รัปชันในโครงการนี้ อาจทำให้เกิดแรงกดดันจากสังคมไทยและประชาคมระหว่างประเทศต่อรัฐบาลไทยได้ . "คำถามสำคัญคือ รัฐบาลไทยจะสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้หรือไม่และได้อย่างไร หรือจะเลือกใช้วิธีการปิดข่าวเพื่อลดแรงกระเพื่อมทางการเมือง" . การที่จีน กล้าพูดชัดเจนถึง "เจ้านายไทย" หมายความว่า มีความชัดเจนเข้าใจและรับรู้ถึงต้นตอของปัญหา เพียงแต่จะเปิดเผยข้อมูล รวมถึงนำคนผิดมาลงโทษได้จริงหรือไม่... . กับคำถามทิ้งท้าย… "ประเทศไทยจะยอมรับความจริงและเผชิญหน้ากับปัญหานี้อย่างตรงไปตรงมา หรือจะเลือกใช้วิธีการเดิมๆ ในการปกปิดความผิดพลาด?" นี่คือคำถามที่สังคมไทยและประชาคมโลกกำลังรอคำตอบ . https://web.facebook.com/share/p/161BQVb9fA/
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 260 มุมมอง 0 รีวิว
  • อย่าทำงานแบบหุ่นยนต์ที่ป้อน prompt แต่ทำงานแบบมนุษย์ด้วยกัน .สรุป Session พัฒนาคนอย่างไร ในวันที่โลกไร้ทิศทาง HOW TO EMPOWER PEOPLE IN FRAGMENTED WORLD โดยคุณเอ๋-สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (นิ้วกลม Roundfinger ) ในงาน PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2025.🔸 พัฒนาคนอย่างไร ในวันที่โลกไร้ทิศทาง? .“โลกไร้ทิศทาง” ยุคสมัยนี้ เป็นยุคสมัยที่อยู่ยากมากที่สุดยุคหนึ่ง ท้าทายคนทำงานในทุกอาชีพ.เราควรตระหนักว่าเราอยู่ในสภาพที่ไม่ง่าย เราทุกคนที่ยังสามารถทำงานใช้ชีวิตประคองตัวเองในโลกทุกวันนี้ได้เป็นคนที่ ”เก่ง” มาก .“ความรู้สึกในตอนนี้เป็นอย่างไร” คำถามนี้อาจเป็นคำถามที่หลายคนรู้สึกยากที่จะตอบ มันไม่ง่ายที่เราถูกจู่โจมด้วยทุกสิ่ง แม้กายเราอยู่ที่นี่ แต่ใจเราอาจอยู่ในข่าว อยู่ในหน้าจอโทรศัพท์ อยู่ในกรุ๊ปที่ถูกตามงาน เราอยู่ห่างจากตัวเองมาก ขนาดคำถามง่าย ๆ อย่างเรารู้สึกอย่างไรยังตอบยาก .ในการพัฒนาคน พัฒนาองค์กร คำถามนี้เป็นคำถามสำคัญ .โลกไร้ทิศทางจากการที่ทั้ง Tech การเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม คุณค่า เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อคุณค่าที่มนุษย์ให้กับตัวเอง การเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่ลดความเร็ว มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย.🔸 แล้วโลกไร้ทิศทางนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร?1️⃣ เรามีข้อมูลเยอะมาก แต่มีปัญญาน้อยลง : ปัญญาคือการ รู้จักตัวเอง รู้วิธีมีความสุข รู้ความหมายชีวิต รู้ถึงความจริงรู้ถึงสัจธรรม2️⃣ โลกไม่มีเป้าหมายร่วม : ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ละประเทศจำเป็นต้องฟื้นฟู สงครามเย็นทำให้เกิดการแบ่งขั้ว จากนั้นก็ยุคโลกาภิวัฒน์ที่โลกเชื่อมโยงเข้าหากัน แต่พอมาถึงยุคนี้ เราเข้าสู่คำถามใหม่ว่า ตกลงแล้วเป้าหมายแต่ละประเทศ แต่ละคนคืออะไร? เมื่อโลกไร้เป้าหมาย ปัจเจกก็สับสน .3️⃣ ไม่มี ‘เรื่องเล่าใหญ่’ อีกต่อไป : สังคมขาดความเชื่อร่วมกัน เช่น ศาสนา ชาติ พระเจ้า ฯลฯ ถ้าเราไม่มี เรื่องเล่าใหญ่ เมื่อเราทำงานหนัก ทำงานเหนื่อยเราก็ไม่รู้ว่าเราจะเหนื่อยไปเพื่ออะไร.4️⃣ พลังกำหนดอนาคตอยู่ในมือไม่กี่คน : ในโลกที่อยู่ในเงื้อมมือคนตัวใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น big tech, big finance, big state เราเป็นคนตัวเล็ก ๆ ที่ดูสิ้นเรี่ยวแรงจะทำอะไรได้บ้าง? บางทีเราเลยรู้สึก lost ในการมีชีวิตอยู่.5️⃣ Speed ปัจจุบันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อมนุษย์ : แต่ปฏิเสธไม่ได้นี่คือโลกที่พวกเราอยู่ .คนจึงเกิดความคิดที่ว่า “ฉันไม่เหมาะกับโลกใบนี้” ฉันช้า แก่ เหนื่อย อยู่ผิดที่ ยอมแพ้ นำไปสู่ความหมดไฟไม่อยากทำงาน นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนทำหน้าที่บริหารคน เรากำลังมุ่งหน้าไปข้างหน้าเหมือนรถที่วิ่งแบบจรวด แต่รถคันนั้นไม่ตอบคำถามว่า 'เรากำลังมุ่งหน้าไปทางไหน' พอเราล้า ก็จะรู้สึกว่าไม่อยากพัฒนาแล้ว.ดังนั้น “ทิศที่ถูก” จึงสำคัญกว่า “ความเร็ว” การตั้งต้นว่าเราจะไปทิศไหนจึงสำคัญกับการพัฒนาตน คน องค์กร.🔸จะพัฒนาคนยังไง?.การเรียนรู้ Design Thinking, Digital Mindset, Upskill, Reskill, Relearn ที่ศึกษากันอยู่นั้นพอไหม?.เราเรียนรู้ชุดความรู้หลายด้านมาก ไม่ว่าจะเป็นSkillset > learning ability Mindset > Growth Mindsetแต่เรามี Heartset หรือยัง? .🔸Heartset ชุดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ คือสิ่งที่คุณเอ๋ อยากชวนมาเจาะลึกลงไป .ปัญหาในตอนนี้ไม่ใช่คนเก่งไม่พอ ไม่ใช่คนไม่อยากเก่ง แต่พอเก่งมากแล้วต้องวิ่งไล่ทุกสิ่ง คำถามคือ ฉันจะเก่งไปเพื่ออะไรดี ดังนั้นเราต้องการเข็มทิศที่ดี จะได้รู้ว่าจะไปทางไหน คุณเอ๋เลยอยากชวนคิดชวนคุยมุมนี้ว่า “ทำไมเราถึงอยากเก่ง” “ทำไมเราถึงอยากพัฒนาคน”.🔸 โลกกำลังอยู่ในยุค AI และ IA (Inner Awareness).เราต้องการ IA อย่างมาก เพราะยิ่งมันเร็ว เรายิ่งต้องเข้าใจตัวเอง AI ทำให้เราทำงานดีขึ้น แต่ IA คือตอบว่าเราทำงานดีไปทำไม และเราต้องอย่าลืมมีจิตใจที่มั่นคงยืดหยุ่น ไม่เปราะบาง ไม่งั้นการพัฒนาองค์กร คือการใช้คนแล้วทิ้ง มีคนเจ็บป่วยทางสุขภาพจิตแล้วเมื่อเขาอยู่ในระบบนี้ไม่ได้ก็ถูกปัดออก การพัฒนาคน องค์กรที่ดี ต้องรักษาคนและหัวใจคนด้วย.🔸 ทำยังไงให้ทีมรู้จักตัวเอง?.พลังที่แท้จริงเกิดจากการเข้าใจข้างใน เป็นสิ่งที่ทีมผู้บริหารองค์กรช่วยได้มากและเราควบคุมได้ คำตอบข้างใน เช่น การรักตัวเองในแบบที่เป็น ได้สร้างประโยชน์ เป็นต้น เมื่อมันเกิดขึ้นเราก็จะเป็นคนที่ไม่เปรียบเทียบ ไม่เร่งรีบ ไม่ตัดสินตัวเอง เมื่อ IA เกิดก็จะเกิดพร้อม EQ / Resilience / Creativity.แต่คนทำงานองค์กรรู้อยู่เสมอว่ามีคนประเมิน performance / KPI เราเสมอ แต่ถ้าเรา blend สิ่งเหล่านี้เข้าไปก็จะทำให้องค์กรมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น.🔸เราจะสร้าง IA ได้อย่างไร?.1️⃣ ให้สังเกตตัวเองโดยไม่ตัดสิน2️⃣ รับรู้ความรู้สึก ไม่ผลักไส3️⃣ เห็นแพทเทิร์นความคิดตัวเอง 4️⃣ ฟังร่างกาย5️⃣ มีความหมายของตัวเองที่ไม่ใช่ที่คนอื่นวางให้ .🔸 วิธีฝึกการสร้าง IA 1️⃣ สังเกตลมหายใจ2️⃣ สังเกตร่างกาย3️⃣ สังเกตอารมณ์ ความคิด4️⃣ เขียนระบายใส่กระดาษ5️⃣ ถามกัน ตอนนี้รู้สึกยังไง .🔸 หัวหน้า 2 คน เรื่องเล่าจากคุณเอ๋ - นิ้วกลม.👉 หัวหน้าคนแรก คนที่เข้าไปคุยด้วยแล้วตัวลีบตัวสั่น👉 หัวหน้าคนที่สอง คนที่ป้วนเปี้ยนคุยงานไร้สาระได้ อธิบายไอเดียโง่ ๆ ได้ อย่างเช่นตอนเสนอไอเดีย พอหัวหน้าฟังแล้วช่วย develop งานได้ดีน้อยกว่าที่คุณเอ๋คิด คุณเอ๋เลยตระหนักได้ว่า เมื่อหัวหน้าโง่ได้ เราก็โง่กว่าหัวหน้าได้ วิธีการทำงานแบบนี้ทำให้ทีมคุณนิ้วกลมทำงานชนะได้หลายรางวัลมาก ตรงข้ามกับแบบแรกเพราะ ความโง่นั้นนำมาซึ่ง “ความคิดสร้างสรรค์” เพราะเรากล้าคิดมันออกมา.องค์กรสามารถสร้างความปลอดภัยต่อการเป็นมนุษย์ได้ ไม่ต้องเก๊กว่าตัวเองจะต้อง Perfect เผยความรู้ได้โดยไม่ต้องปิดบัง โลกที่หมุนไวผลักภาระมาให้มนุษย์จนเจ็บป่วย .ให้รางวัลคนที่รองรับความรู้สึกเพื่อนร่วมงาน การที่เขาหายไป ทีมอาจ collapse ได้ มองเห็นคนที่ชุบชูใจคนอื่น ไม่ใช่วัดแค่ประสิทธิภาพ แต่วัดสภาพจิตใจด้วย และนอกจาก performance ก็ต้องวัดความมั่นคงทางจิตใจด้วย เพราะถ้าทุกคนแกว่งหมดองค์กรก็อยู่ไม่ได้ รวมถึงผู้นำที่ก็ต้องกล้าแสดงความรู้สึกออกมา .ปลอดภัย ช้าบางจังหวะ ฟังลึก ตั้งคำถามสะท้อนกัน ผู้นำเปลือยใจ “ทำงานในบรรยากาศของมนุษย์”.🔸 เราเกิดมาทำไม?.มนุษย์เราทำแค่ 3 เรื่องนี้ What How Why คุณเอ๋อยากให้เรามาตอบ How ให้ได้ อย่างคุณเอ๋ก็พบว่า How ของตัวเองคือการสื่อสารด้วยตัวหนังสือ บางคนอาจมีความสามารถต่างไป เราแค่เป็นเรา ส่งเสริมให้คนในทีมเป็นเขา และเชิดชูใน How ของเขา .เราก็จะเริ่มรู้สึกว่าเราเกิดมาทำไม และรู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องเก่งกว่าใคร .ในโลก AI เราต้องการ IA : Inner Awareness is the NEW RICH ความรวยปัญญา ทำงานเพื่อมีปัญญาเพิ่มขึ้น รู้จักตัวเอง ความหมายชีวิต และสัจธรรม ยอมรับความจริงข้อนี้แล้วคนจะอยากทำงานกับองค์กรที่ไม่ใช่ให้แค่เงินเดือน แต่ทำให้เขาได้รู้ตัวเองและรวยปัญญา รวยปัญญา = รวยความสุข..#Skooldio #PPC2025 #PEOPLEPERFORMANCEConference2025 #CREATIVETALK #QGEN #นิ้วกลม #AI #Selfawareness #selfdevelopment #พัฒนาตัวเอง #mentalhealth #books
    อย่าทำงานแบบหุ่นยนต์ที่ป้อน prompt แต่ทำงานแบบมนุษย์ด้วยกัน .สรุป Session พัฒนาคนอย่างไร ในวันที่โลกไร้ทิศทาง HOW TO EMPOWER PEOPLE IN FRAGMENTED WORLD โดยคุณเอ๋-สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (นิ้วกลม Roundfinger ) ในงาน PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2025.🔸 พัฒนาคนอย่างไร ในวันที่โลกไร้ทิศทาง? .“โลกไร้ทิศทาง” ยุคสมัยนี้ เป็นยุคสมัยที่อยู่ยากมากที่สุดยุคหนึ่ง ท้าทายคนทำงานในทุกอาชีพ.เราควรตระหนักว่าเราอยู่ในสภาพที่ไม่ง่าย เราทุกคนที่ยังสามารถทำงานใช้ชีวิตประคองตัวเองในโลกทุกวันนี้ได้เป็นคนที่ ”เก่ง” มาก .“ความรู้สึกในตอนนี้เป็นอย่างไร” คำถามนี้อาจเป็นคำถามที่หลายคนรู้สึกยากที่จะตอบ มันไม่ง่ายที่เราถูกจู่โจมด้วยทุกสิ่ง แม้กายเราอยู่ที่นี่ แต่ใจเราอาจอยู่ในข่าว อยู่ในหน้าจอโทรศัพท์ อยู่ในกรุ๊ปที่ถูกตามงาน เราอยู่ห่างจากตัวเองมาก ขนาดคำถามง่าย ๆ อย่างเรารู้สึกอย่างไรยังตอบยาก .ในการพัฒนาคน พัฒนาองค์กร คำถามนี้เป็นคำถามสำคัญ .โลกไร้ทิศทางจากการที่ทั้ง Tech การเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม คุณค่า เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อคุณค่าที่มนุษย์ให้กับตัวเอง การเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่ลดความเร็ว มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย.🔸 แล้วโลกไร้ทิศทางนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร?1️⃣ เรามีข้อมูลเยอะมาก แต่มีปัญญาน้อยลง : ปัญญาคือการ รู้จักตัวเอง รู้วิธีมีความสุข รู้ความหมายชีวิต รู้ถึงความจริงรู้ถึงสัจธรรม2️⃣ โลกไม่มีเป้าหมายร่วม : ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ละประเทศจำเป็นต้องฟื้นฟู สงครามเย็นทำให้เกิดการแบ่งขั้ว จากนั้นก็ยุคโลกาภิวัฒน์ที่โลกเชื่อมโยงเข้าหากัน แต่พอมาถึงยุคนี้ เราเข้าสู่คำถามใหม่ว่า ตกลงแล้วเป้าหมายแต่ละประเทศ แต่ละคนคืออะไร? เมื่อโลกไร้เป้าหมาย ปัจเจกก็สับสน .3️⃣ ไม่มี ‘เรื่องเล่าใหญ่’ อีกต่อไป : สังคมขาดความเชื่อร่วมกัน เช่น ศาสนา ชาติ พระเจ้า ฯลฯ ถ้าเราไม่มี เรื่องเล่าใหญ่ เมื่อเราทำงานหนัก ทำงานเหนื่อยเราก็ไม่รู้ว่าเราจะเหนื่อยไปเพื่ออะไร.4️⃣ พลังกำหนดอนาคตอยู่ในมือไม่กี่คน : ในโลกที่อยู่ในเงื้อมมือคนตัวใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น big tech, big finance, big state เราเป็นคนตัวเล็ก ๆ ที่ดูสิ้นเรี่ยวแรงจะทำอะไรได้บ้าง? บางทีเราเลยรู้สึก lost ในการมีชีวิตอยู่.5️⃣ Speed ปัจจุบันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อมนุษย์ : แต่ปฏิเสธไม่ได้นี่คือโลกที่พวกเราอยู่ .คนจึงเกิดความคิดที่ว่า “ฉันไม่เหมาะกับโลกใบนี้” ฉันช้า แก่ เหนื่อย อยู่ผิดที่ ยอมแพ้ นำไปสู่ความหมดไฟไม่อยากทำงาน นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนทำหน้าที่บริหารคน เรากำลังมุ่งหน้าไปข้างหน้าเหมือนรถที่วิ่งแบบจรวด แต่รถคันนั้นไม่ตอบคำถามว่า 'เรากำลังมุ่งหน้าไปทางไหน' พอเราล้า ก็จะรู้สึกว่าไม่อยากพัฒนาแล้ว.ดังนั้น “ทิศที่ถูก” จึงสำคัญกว่า “ความเร็ว” การตั้งต้นว่าเราจะไปทิศไหนจึงสำคัญกับการพัฒนาตน คน องค์กร.🔸จะพัฒนาคนยังไง?.การเรียนรู้ Design Thinking, Digital Mindset, Upskill, Reskill, Relearn ที่ศึกษากันอยู่นั้นพอไหม?.เราเรียนรู้ชุดความรู้หลายด้านมาก ไม่ว่าจะเป็นSkillset > learning ability Mindset > Growth Mindsetแต่เรามี Heartset หรือยัง? .🔸Heartset ชุดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ คือสิ่งที่คุณเอ๋ อยากชวนมาเจาะลึกลงไป .ปัญหาในตอนนี้ไม่ใช่คนเก่งไม่พอ ไม่ใช่คนไม่อยากเก่ง แต่พอเก่งมากแล้วต้องวิ่งไล่ทุกสิ่ง คำถามคือ ฉันจะเก่งไปเพื่ออะไรดี ดังนั้นเราต้องการเข็มทิศที่ดี จะได้รู้ว่าจะไปทางไหน คุณเอ๋เลยอยากชวนคิดชวนคุยมุมนี้ว่า “ทำไมเราถึงอยากเก่ง” “ทำไมเราถึงอยากพัฒนาคน”.🔸 โลกกำลังอยู่ในยุค AI และ IA (Inner Awareness).เราต้องการ IA อย่างมาก เพราะยิ่งมันเร็ว เรายิ่งต้องเข้าใจตัวเอง AI ทำให้เราทำงานดีขึ้น แต่ IA คือตอบว่าเราทำงานดีไปทำไม และเราต้องอย่าลืมมีจิตใจที่มั่นคงยืดหยุ่น ไม่เปราะบาง ไม่งั้นการพัฒนาองค์กร คือการใช้คนแล้วทิ้ง มีคนเจ็บป่วยทางสุขภาพจิตแล้วเมื่อเขาอยู่ในระบบนี้ไม่ได้ก็ถูกปัดออก การพัฒนาคน องค์กรที่ดี ต้องรักษาคนและหัวใจคนด้วย.🔸 ทำยังไงให้ทีมรู้จักตัวเอง?.พลังที่แท้จริงเกิดจากการเข้าใจข้างใน เป็นสิ่งที่ทีมผู้บริหารองค์กรช่วยได้มากและเราควบคุมได้ คำตอบข้างใน เช่น การรักตัวเองในแบบที่เป็น ได้สร้างประโยชน์ เป็นต้น เมื่อมันเกิดขึ้นเราก็จะเป็นคนที่ไม่เปรียบเทียบ ไม่เร่งรีบ ไม่ตัดสินตัวเอง เมื่อ IA เกิดก็จะเกิดพร้อม EQ / Resilience / Creativity.แต่คนทำงานองค์กรรู้อยู่เสมอว่ามีคนประเมิน performance / KPI เราเสมอ แต่ถ้าเรา blend สิ่งเหล่านี้เข้าไปก็จะทำให้องค์กรมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น.🔸เราจะสร้าง IA ได้อย่างไร?.1️⃣ ให้สังเกตตัวเองโดยไม่ตัดสิน2️⃣ รับรู้ความรู้สึก ไม่ผลักไส3️⃣ เห็นแพทเทิร์นความคิดตัวเอง 4️⃣ ฟังร่างกาย5️⃣ มีความหมายของตัวเองที่ไม่ใช่ที่คนอื่นวางให้ .🔸 วิธีฝึกการสร้าง IA 1️⃣ สังเกตลมหายใจ2️⃣ สังเกตร่างกาย3️⃣ สังเกตอารมณ์ ความคิด4️⃣ เขียนระบายใส่กระดาษ5️⃣ ถามกัน ตอนนี้รู้สึกยังไง .🔸 หัวหน้า 2 คน เรื่องเล่าจากคุณเอ๋ - นิ้วกลม.👉 หัวหน้าคนแรก คนที่เข้าไปคุยด้วยแล้วตัวลีบตัวสั่น👉 หัวหน้าคนที่สอง คนที่ป้วนเปี้ยนคุยงานไร้สาระได้ อธิบายไอเดียโง่ ๆ ได้ อย่างเช่นตอนเสนอไอเดีย พอหัวหน้าฟังแล้วช่วย develop งานได้ดีน้อยกว่าที่คุณเอ๋คิด คุณเอ๋เลยตระหนักได้ว่า เมื่อหัวหน้าโง่ได้ เราก็โง่กว่าหัวหน้าได้ วิธีการทำงานแบบนี้ทำให้ทีมคุณนิ้วกลมทำงานชนะได้หลายรางวัลมาก ตรงข้ามกับแบบแรกเพราะ ความโง่นั้นนำมาซึ่ง “ความคิดสร้างสรรค์” เพราะเรากล้าคิดมันออกมา.องค์กรสามารถสร้างความปลอดภัยต่อการเป็นมนุษย์ได้ ไม่ต้องเก๊กว่าตัวเองจะต้อง Perfect เผยความรู้ได้โดยไม่ต้องปิดบัง โลกที่หมุนไวผลักภาระมาให้มนุษย์จนเจ็บป่วย .ให้รางวัลคนที่รองรับความรู้สึกเพื่อนร่วมงาน การที่เขาหายไป ทีมอาจ collapse ได้ มองเห็นคนที่ชุบชูใจคนอื่น ไม่ใช่วัดแค่ประสิทธิภาพ แต่วัดสภาพจิตใจด้วย และนอกจาก performance ก็ต้องวัดความมั่นคงทางจิตใจด้วย เพราะถ้าทุกคนแกว่งหมดองค์กรก็อยู่ไม่ได้ รวมถึงผู้นำที่ก็ต้องกล้าแสดงความรู้สึกออกมา .ปลอดภัย ช้าบางจังหวะ ฟังลึก ตั้งคำถามสะท้อนกัน ผู้นำเปลือยใจ “ทำงานในบรรยากาศของมนุษย์”.🔸 เราเกิดมาทำไม?.มนุษย์เราทำแค่ 3 เรื่องนี้ What How Why คุณเอ๋อยากให้เรามาตอบ How ให้ได้ อย่างคุณเอ๋ก็พบว่า How ของตัวเองคือการสื่อสารด้วยตัวหนังสือ บางคนอาจมีความสามารถต่างไป เราแค่เป็นเรา ส่งเสริมให้คนในทีมเป็นเขา และเชิดชูใน How ของเขา .เราก็จะเริ่มรู้สึกว่าเราเกิดมาทำไม และรู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องเก่งกว่าใคร .ในโลก AI เราต้องการ IA : Inner Awareness is the NEW RICH ความรวยปัญญา ทำงานเพื่อมีปัญญาเพิ่มขึ้น รู้จักตัวเอง ความหมายชีวิต และสัจธรรม ยอมรับความจริงข้อนี้แล้วคนจะอยากทำงานกับองค์กรที่ไม่ใช่ให้แค่เงินเดือน แต่ทำให้เขาได้รู้ตัวเองและรวยปัญญา รวยปัญญา = รวยความสุข..#Skooldio #PPC2025 #PEOPLEPERFORMANCEConference2025 #CREATIVETALK #QGEN #นิ้วกลม #AI #Selfawareness #selfdevelopment #พัฒนาตัวเอง #mentalhealth #books
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 429 มุมมอง 0 รีวิว
  • เมื่อเสียงสมน้ำหน้า เคล้าก่นด่า ดังกว่า... ตึก สตง. ถล่ม! วิกฤตศรัทธาหน่วยตรวจ ลืมสำรวจตัวเอง? ไม่ใช่แค่ตึกที่พัง แต่ความเชื่อมั่น ในกระบวนการของภาครัฐเอง ก็สั่นสะเทือนไปทั่วประเทศ 😓

    🏢 เหตุการณ์ถล่ม ของตึกเดียวในประเทศไทย จากแผ่นดินไหว จุดชนวนคำถามถึงความโปร่งใส ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ และทำให้หน่วยงาน “ผู้ตรวจ” กลายเป็น “ผู้ถูกตรวจสอบ” เสียเอง

    🔎 เมื่อคำถามไม่ได้มีแค่ “ทำไมตึกถล่ม” แต่เป็น “ใครจะรับผิดชอบ?” 28 มีนาคม 2568 เวลา 14.37 น. กรุงเทพฯ สะเทือนจากแรงแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูด ศูนย์กลางที่เมียนมา 🌏 ในขณะที่อาคารสูงทั่วกรุงเทพฯ แกว่งไกวเล็กน้อยเพียงชั่วครู่ แต่กลับมีตึกหนึ่งที่ “พังลงทั้งหลัง” 😱 ตึกแห่งนั้นคือ อาคารสำนักงานแห่งใหม่ของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

    เสียงระเบิดของโครงสร้างถล่มลงมา เสียงผู้รอดชีวิตร้องขอความช่วยเหลือ... และเสียง “ประชาชน” ที่เริ่มตั้งคำถามดังยิ่งกว่าเสียงไหน ๆ

    ทำไมตึกเดียวในไทยถึงถล่มทั้งหลัง?

    สตง. ไม่ตรวจสอบโครงการของตนเองหรือ?

    หรือระบบรัฐไทยล้มเหลวในระดับโครงสร้าง... ทั้งจริง ๆ และเชิงเปรียบเทียบ?

    📘 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือ Office of the Auditor General of Thailand คือหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ 🇹🇭 มีภารกิจสำคัญในการตรวจสอบ การใช้เงินของภาครัฐให้ถูกต้อง โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

    📌 ภารกิจหลักของ สตง.
    1. ตรวจสอบงบประมาณหน่วยงานรัฐ (Financial Audit)
    2. ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance Audit)
    3. ตรวจสอบประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Performance Audit)

    นอกจากบทบาทในการตรวจสอบ สตง. ยังเสนอแนะการบริหาร และใช้จ่ายงบประมาณ พร้อมจัดทำรายงานประจำปีต่อรัฐสภา และประชาชนผ่านเว็บไซต์ www.audit.go.th เพื่อให้เกิด “ธรรมาภิบาล” ที่แท้จริง

    สตง. ทำหน้าที่เป็น “ผู้ตรวจสอบความโปร่งใสของรัฐ” แต่เมื่อสำนักงานของตัวเองถล่ม... ใครจะตรวจสอบ “ผู้ตรวจสอบ”?

    🧱 โครงการตึกใหม่ สตง. ต้นทุน 2,560 ล้านบาท แลกกับภาพลักษณ์องค์กร

    🏗️ ข้อมูลโครงการ
    สร้างที่:ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

    ขนาดอาคาร 30 ชั้น บนพื้นที่ 11 ไร่

    งบประมาณรวม 2,560 ล้านบาท

    ผู้รับเหมาคือ กิจการร่วมค้า ITD-CREC เป็นบริษัทร่วมลงทุนระหว่างบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน) และบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด

    บริษัทควบคุมงานคือ กิจการร่วมค้าพีเคดับเบิลยู (PKW) ที่ร่วมทุนระหว่างบริษัทพี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จํากัด, บริษัท ว.และ สหาย คอนซัลแตนตส์ จํากัด และบริษัท เคพี คอนซัลแทนส์ แอนด์ แมเนจเม้น จํากัด

    การก่อสร้างเริ่มตั้งแต่ปี 2563 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 โดยตั้งเป้าเป็นอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รองรับการขยายตัวขององค์กรในอนาคต 🌱

    แต่ในวันที่ 28 มีนาคม 2568 หลังจากสร้างมาได้เพียง 30%... ตึกก็ถล่มทั้งหลัง 😰

    💣 สาเหตุ? อุบัติเหตุ? หรือสะท้อนปัญหาลึกของระบบ?

    📍 แรงแผ่นดินไหว หรือโครงสร้างอ่อนแอ? แม้แผ่นดินไหวขนาด 8.2 จะถือว่ารุนแรง แต่บริเวณกรุงเทพฯ โดยเฉพาะจตุจักร ได้รับแรงสั่นสะเทือนประมาณ 5.1 เท่านั้น ซึ่งถือว่า ไม่แรงพอที่จะทำให้อาคารพังราบทั้งหลัง ตามมาตรฐานของกรมโยธาธิการและผังเมือง

    แล้วอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาคารพัง?

    วัสดุก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน? 🧱

    โครงสร้างไม่รองรับแรงสั่น?

    ขั้นตอนตรวจสอบขาดความรัดกุม?

    จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เหล็กเส้นที่ใช้ในอาคารส่วนใหญ่ มาจากบริษัทต่างชาติ ที่ถูกสั่งปิดโรงงานในปลายปี 2567 เนื่องจากไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ‼️

    🧪 ตรวจสอบวัสดุจริง กับข้อเท็จจริงที่น่าหวั่นใจ กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ สวทช. และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้เข้าตรวจสอบเหล็กเส้น จากสถานที่เกิดเหตุ พบว่า เหล็ก 5 จาก 6 ประเภท มาจากโรงงานเดียวกัน โรงงานนี้เคยมีประวัติการระเบิด และเครนหล่น อีกทั้งยังเคยถูกสั่งปิดชั่วคราว จากเหตุผลด้านความปลอดภัย

    ❗ คำถามคือ เหล็กจากแหล่งที่ไม่มีคุณภาพเหล่านี้ ผ่านการอนุมัติเข้าโครงการระดับพันล้าน ได้อย่างไร?

    🧠 เมื่อ “ผู้ตรวจ” ลืม “ตรวจสอบตัวเอง”? กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไทย แม้จะมีกฎหมายและระเบียบที่รัดกุม แต่ในทางปฏิบัติ กลับพบว่า…

    การประมูลมักให้น้ำหนักกับ “ราคาถูก” มากกว่าคุณภาพ ผู้รับเหมาจึงใช้วัสดุราคาต่ำกว่ามาตรฐาน การกำกับดูแลไม่ทั่วถึง เพราะผู้ควบคุมโครงการ ก็อยู่ภายใต้งบจำกัด

    น่าเจ็บปวดที่เหตุการณ์นี้เกิดกับ “สตง.” ผู้ที่ควรจะเป็นต้นแบบของความโปร่งใส

    ⚖️ การเมืองในองค์กรอิสระ: อิสระจริง หรือเลือกกันเอง? โครงสร้าง คตง. และการสรรหา คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) มาจากการสรรหาโดย ส.ว. ปัจจุบันผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้รับการแต่งตั้งโดย ส.ว. ชุดพิเศษ การแต่งตั้งกรรมการหลายคน มีข้อครหาว่าไม่โปร่งใส และถูกฟ้องต่อศาลปกครอง

    ⛔ จุดนี้เองที่ทำให้ประชาชนเริ่มตั้งคำถามถึง “อิสรภาพ” ขององค์กรที่ควรเป็นอิสระจากการเมือง

    📣 กระแสโซเชียล & ประชาชน “เสียงสมน้ำหน้า” ดังยิ่งกว่าความเศร้า ในขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ยังรอการกู้ร่างในซากตึก โลกออนไลน์กลับเต็มไปด้วยเสียงแดกดัน เช่น

    “ผู้ตรวจ ลืมตรวจตึกตัวเอง”

    “สมน้ำหน้าที่พังเพราะไม่โปร่งใส”

    “เงินภาษีคนไทยพังลงต่อหน้า”

    คำพูดเหล่านี้อาจดูโหดร้าย แต่ก็สะท้อนความรู้สึกของคนจำนวนมาก ที่รู้สึกว่า “แม้แต่หน่วยงานตรวจสอบ ก็ยังไม่รอดจากระบบที่พัง”

    📉 วิกฤตศรัทธา & บทเรียนราคาแพง สิ่งที่สูญเสียไม่ใช่แค่งบประมาณ หรือชีวิต… แต่คือ ความเชื่อมั่นต่อระบบรัฐ

    🚨 บทเรียนสำคัญที่รัฐต้องรับให้ได้ การคัดเลือกผู้รับเหมา ควรมีระบบที่ยึด “คุณภาพ” เป็นหลัก ต้องมีการตรวจสอบหลายชั้น โดยอิสระจริง ๆ ปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้าง ให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพิ่มบทลงโทษกรณีวัสดุหรือผู้รับเหมาไม่ได้มาตรฐาน

    📌 จากตึกถล่ม สู่การตรวจสอบศรัทธาประชาชน เหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่เจ็บปวดของประเทศไทย 🕯️ แต่ในขณะเดียวกัน... นี่อาจเป็นโอกาสในการทบทวนระบบราชการ และการบริหารงบประมาณของรัฐอย่างแท้จริง

    อย่าให้เสียง “สมน้ำหน้า” ดังกลบเสียงของผู้เสียชีวิต อย่าให้ตึกที่พัง เป็นเพียงข่าวแค่ไม่กี่วัน แต่ให้มันเป็นบทเรียนที่สร้าง “การเปลี่ยนแปลง”

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 021119 เม.ย. 2568

    📢#ตึกสตงถล่ม #ผู้ตรวจถูกตรวจ #แผ่นดินไหว2568 #ข่าวด่วน #เหล็กไม่ได้มาตรฐาน #สตงคือใคร #ความโปร่งใสภาครัฐ #อาคารถล่มกรุงเทพ #ITDCREC #ข่าวไทย
    เมื่อเสียงสมน้ำหน้า เคล้าก่นด่า ดังกว่า... ตึก สตง. ถล่ม! วิกฤตศรัทธาหน่วยตรวจ ลืมสำรวจตัวเอง? ไม่ใช่แค่ตึกที่พัง แต่ความเชื่อมั่น ในกระบวนการของภาครัฐเอง ก็สั่นสะเทือนไปทั่วประเทศ 😓 🏢 เหตุการณ์ถล่ม ของตึกเดียวในประเทศไทย จากแผ่นดินไหว จุดชนวนคำถามถึงความโปร่งใส ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ และทำให้หน่วยงาน “ผู้ตรวจ” กลายเป็น “ผู้ถูกตรวจสอบ” เสียเอง 🔎 เมื่อคำถามไม่ได้มีแค่ “ทำไมตึกถล่ม” แต่เป็น “ใครจะรับผิดชอบ?” 28 มีนาคม 2568 เวลา 14.37 น. กรุงเทพฯ สะเทือนจากแรงแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูด ศูนย์กลางที่เมียนมา 🌏 ในขณะที่อาคารสูงทั่วกรุงเทพฯ แกว่งไกวเล็กน้อยเพียงชั่วครู่ แต่กลับมีตึกหนึ่งที่ “พังลงทั้งหลัง” 😱 ตึกแห่งนั้นคือ อาคารสำนักงานแห่งใหม่ของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เสียงระเบิดของโครงสร้างถล่มลงมา เสียงผู้รอดชีวิตร้องขอความช่วยเหลือ... และเสียง “ประชาชน” ที่เริ่มตั้งคำถามดังยิ่งกว่าเสียงไหน ๆ ทำไมตึกเดียวในไทยถึงถล่มทั้งหลัง? สตง. ไม่ตรวจสอบโครงการของตนเองหรือ? หรือระบบรัฐไทยล้มเหลวในระดับโครงสร้าง... ทั้งจริง ๆ และเชิงเปรียบเทียบ? 📘 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือ Office of the Auditor General of Thailand คือหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ 🇹🇭 มีภารกิจสำคัญในการตรวจสอบ การใช้เงินของภาครัฐให้ถูกต้อง โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน 📌 ภารกิจหลักของ สตง. 1. ตรวจสอบงบประมาณหน่วยงานรัฐ (Financial Audit) 2. ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance Audit) 3. ตรวจสอบประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Performance Audit) นอกจากบทบาทในการตรวจสอบ สตง. ยังเสนอแนะการบริหาร และใช้จ่ายงบประมาณ พร้อมจัดทำรายงานประจำปีต่อรัฐสภา และประชาชนผ่านเว็บไซต์ www.audit.go.th เพื่อให้เกิด “ธรรมาภิบาล” ที่แท้จริง สตง. ทำหน้าที่เป็น “ผู้ตรวจสอบความโปร่งใสของรัฐ” แต่เมื่อสำนักงานของตัวเองถล่ม... ใครจะตรวจสอบ “ผู้ตรวจสอบ”? 🧱 โครงการตึกใหม่ สตง. ต้นทุน 2,560 ล้านบาท แลกกับภาพลักษณ์องค์กร 🏗️ ข้อมูลโครงการ สร้างที่:ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขนาดอาคาร 30 ชั้น บนพื้นที่ 11 ไร่ งบประมาณรวม 2,560 ล้านบาท ผู้รับเหมาคือ กิจการร่วมค้า ITD-CREC เป็นบริษัทร่วมลงทุนระหว่างบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน) และบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทควบคุมงานคือ กิจการร่วมค้าพีเคดับเบิลยู (PKW) ที่ร่วมทุนระหว่างบริษัทพี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จํากัด, บริษัท ว.และ สหาย คอนซัลแตนตส์ จํากัด และบริษัท เคพี คอนซัลแทนส์ แอนด์ แมเนจเม้น จํากัด การก่อสร้างเริ่มตั้งแต่ปี 2563 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 โดยตั้งเป้าเป็นอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รองรับการขยายตัวขององค์กรในอนาคต 🌱 แต่ในวันที่ 28 มีนาคม 2568 หลังจากสร้างมาได้เพียง 30%... ตึกก็ถล่มทั้งหลัง 😰 💣 สาเหตุ? อุบัติเหตุ? หรือสะท้อนปัญหาลึกของระบบ? 📍 แรงแผ่นดินไหว หรือโครงสร้างอ่อนแอ? แม้แผ่นดินไหวขนาด 8.2 จะถือว่ารุนแรง แต่บริเวณกรุงเทพฯ โดยเฉพาะจตุจักร ได้รับแรงสั่นสะเทือนประมาณ 5.1 เท่านั้น ซึ่งถือว่า ไม่แรงพอที่จะทำให้อาคารพังราบทั้งหลัง ตามมาตรฐานของกรมโยธาธิการและผังเมือง แล้วอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาคารพัง? วัสดุก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน? 🧱 โครงสร้างไม่รองรับแรงสั่น? ขั้นตอนตรวจสอบขาดความรัดกุม? จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เหล็กเส้นที่ใช้ในอาคารส่วนใหญ่ มาจากบริษัทต่างชาติ ที่ถูกสั่งปิดโรงงานในปลายปี 2567 เนื่องจากไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ‼️ 🧪 ตรวจสอบวัสดุจริง กับข้อเท็จจริงที่น่าหวั่นใจ กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ สวทช. และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้เข้าตรวจสอบเหล็กเส้น จากสถานที่เกิดเหตุ พบว่า เหล็ก 5 จาก 6 ประเภท มาจากโรงงานเดียวกัน โรงงานนี้เคยมีประวัติการระเบิด และเครนหล่น อีกทั้งยังเคยถูกสั่งปิดชั่วคราว จากเหตุผลด้านความปลอดภัย ❗ คำถามคือ เหล็กจากแหล่งที่ไม่มีคุณภาพเหล่านี้ ผ่านการอนุมัติเข้าโครงการระดับพันล้าน ได้อย่างไร? 🧠 เมื่อ “ผู้ตรวจ” ลืม “ตรวจสอบตัวเอง”? กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไทย แม้จะมีกฎหมายและระเบียบที่รัดกุม แต่ในทางปฏิบัติ กลับพบว่า… การประมูลมักให้น้ำหนักกับ “ราคาถูก” มากกว่าคุณภาพ ผู้รับเหมาจึงใช้วัสดุราคาต่ำกว่ามาตรฐาน การกำกับดูแลไม่ทั่วถึง เพราะผู้ควบคุมโครงการ ก็อยู่ภายใต้งบจำกัด น่าเจ็บปวดที่เหตุการณ์นี้เกิดกับ “สตง.” ผู้ที่ควรจะเป็นต้นแบบของความโปร่งใส ⚖️ การเมืองในองค์กรอิสระ: อิสระจริง หรือเลือกกันเอง? โครงสร้าง คตง. และการสรรหา คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) มาจากการสรรหาโดย ส.ว. ปัจจุบันผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้รับการแต่งตั้งโดย ส.ว. ชุดพิเศษ การแต่งตั้งกรรมการหลายคน มีข้อครหาว่าไม่โปร่งใส และถูกฟ้องต่อศาลปกครอง ⛔ จุดนี้เองที่ทำให้ประชาชนเริ่มตั้งคำถามถึง “อิสรภาพ” ขององค์กรที่ควรเป็นอิสระจากการเมือง 📣 กระแสโซเชียล & ประชาชน “เสียงสมน้ำหน้า” ดังยิ่งกว่าความเศร้า ในขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ยังรอการกู้ร่างในซากตึก โลกออนไลน์กลับเต็มไปด้วยเสียงแดกดัน เช่น “ผู้ตรวจ ลืมตรวจตึกตัวเอง” “สมน้ำหน้าที่พังเพราะไม่โปร่งใส” “เงินภาษีคนไทยพังลงต่อหน้า” คำพูดเหล่านี้อาจดูโหดร้าย แต่ก็สะท้อนความรู้สึกของคนจำนวนมาก ที่รู้สึกว่า “แม้แต่หน่วยงานตรวจสอบ ก็ยังไม่รอดจากระบบที่พัง” 📉 วิกฤตศรัทธา & บทเรียนราคาแพง สิ่งที่สูญเสียไม่ใช่แค่งบประมาณ หรือชีวิต… แต่คือ ความเชื่อมั่นต่อระบบรัฐ 🚨 บทเรียนสำคัญที่รัฐต้องรับให้ได้ การคัดเลือกผู้รับเหมา ควรมีระบบที่ยึด “คุณภาพ” เป็นหลัก ต้องมีการตรวจสอบหลายชั้น โดยอิสระจริง ๆ ปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้าง ให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพิ่มบทลงโทษกรณีวัสดุหรือผู้รับเหมาไม่ได้มาตรฐาน 📌 จากตึกถล่ม สู่การตรวจสอบศรัทธาประชาชน เหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่เจ็บปวดของประเทศไทย 🕯️ แต่ในขณะเดียวกัน... นี่อาจเป็นโอกาสในการทบทวนระบบราชการ และการบริหารงบประมาณของรัฐอย่างแท้จริง อย่าให้เสียง “สมน้ำหน้า” ดังกลบเสียงของผู้เสียชีวิต อย่าให้ตึกที่พัง เป็นเพียงข่าวแค่ไม่กี่วัน แต่ให้มันเป็นบทเรียนที่สร้าง “การเปลี่ยนแปลง” ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 021119 เม.ย. 2568 📢#ตึกสตงถล่ม #ผู้ตรวจถูกตรวจ #แผ่นดินไหว2568 #ข่าวด่วน #เหล็กไม่ได้มาตรฐาน #สตงคือใคร #ความโปร่งใสภาครัฐ #อาคารถล่มกรุงเทพ #ITDCREC #ข่าวไทย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 346 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts