• ทลายเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ ยึดทรัพย์กว่า 300 ล้านบาท ปมเชื่อมโยงทุนจีนสีเทา 🚔💰

    📅 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 มีคดีใหญ่สะเทือนวงการพนันออนไลน์! คณะกรรมาธิการตำรวจร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ปราบปรามเว็บพนันเครือข่ายใหญ่ ที่มีเส้นทางการเงิน โยงใยกับกลุ่มทุนจีนสีเทา ยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท และเดินหน้าสืบสวนขยายผล ไปยังพื้นที่อื่น ๆ 🚨

    📌 จุดเริ่มต้นของปฏิบัติการ ตรวจร้านชาบู-หมาล่า เปิดโปงเว็บพนันเครือข่ายใหญ่ เหตุการณ์นี้เริ่มจากการที่ คณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ตำรวจ) ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหาร ชาบู หมาล่า และร้านค้าในย่านรัชดาภิเษก, สุทธิสาร, ห้วยขวาง และ RCA ซึ่งเป็นโซนที่มีธุรกิจของชาวจีนจำนวนมาก

    🔎 พบความผิดปกติ มีธุรกิจบางแห่ง ที่มีเส้นทางการเงินที่ซับซ้อน เจ้าของเป็นชาวจีน และมีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นทุนจีนสีเทา และมีความเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ เช่น

    - “ชาบู999”
    - “มาม่า555”
    - “ซูชิ555”

    เว็บเหล่านี้ มีเงินหมุนเวียนสูงถึง 300 ล้านบาทต่อเดือน! 😱

    🔎 สืบสวนขยายผล พบผู้ต้องหา 12 ราย ยึดทรัพย์สินเพียบ! หลังการตรวจสอบ กมธ.ตำรวจ ได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบก.สส.สตม.) ในขณะนั้น และส่งข้อมูลต่อให้กับ พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม. เพื่อขยายผล

    📌 ผลการสืบสวน พบผู้ต้องหาเบื้องต้น 12 ราย จึงขอหมายค้น 8 จุดสำคัญ ใน นนทบุรี, ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพฯ โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้หลายราย พร้อมหลักฐานจำนวนมาก

    🏠 ทรัพย์สินที่ถูกยึด
    ✅ บ้านหรูในอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา มูลค่า 100 ล้านบาท
    ✅ รถตู้ไฟฟ้าซีเกอร์ 1 คัน
    ✅ บ้านในซอยโยธิน มูลค่า 100 ล้านบาท
    ✅ รถยนต์หรูอีกหลายคัน มูลค่ารวม 9 ล้านบาท
    ✅ ร้านทำเล็บ และอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ 🏡💎

    💰 รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดกว่า 300 ล้านบาท!

    📢 การสืบสวนิและทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์แต่ละแห่งิใช้เวลานานถึง 4 เดือน เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน อย่างละเอียด

    🚨 กมธ.ตำรวจยังเตรียมลงพื้นที่ย่าน "ถนนบรรทัดทอง" เพื่อตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่าย มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน และทุนจีนสีเทาต่อไป 🔍

    ⚠ ผลกระทบจากเว็บพนันออนไลน์
    ✅ กระทบเศรษฐกิจไทย เงินไหลออกนอกประเทศ ไปยังกลุ่มทุนต่างชาติ
    ✅ ฟอกเงินและสนับสนุนอาชญากรรม ใช้เป็นช่องทางฟอกเงินของกลุ่มมิจฉาชีพ
    ✅ หลอกลวงประชาชน ใช้กลยุทธ์โฆษณาหลอกให้คนเข้าไปเล่น จนสูญเสียเงินจำนวนมาก
    ✅ กระทบเยาวชน เว็บพนันออนไลน์เข้าถึงง่าย ทำให้เยาวชนติดการพนัน

    🚔 ภาครัฐและตำรวจจึงต้องเร่งปราบปราม!

    🚨 สัญญาณเตือน วิธีสังเกตเว็บพนันออนไลน์ หากพบเว็บไซต์ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ อาจเป็นเว็บพนันออนไลนืผิดกฎหมาย ⛔

    ❌ โฆษณาชวนเชื่อเกินจริง เช่น "เล่นแล้วรวยทันที!"
    ❌ ใช้ระบบฝาก-ถอนอัตโนมัติ ผ่านแอปพลิเคชันแปลก ๆ
    ❌ ไม่มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน หรือไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    ❌ ใช้โปรโมชั่นล่อใจเกินจริง เช่น เครดิตฟรี 100% หรือฝาก 100 ได้ 1,000

    ⚠ หากพบเห็น สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินคดีได้ทันที!

    🚨 แม้ว่าการจับกุมเครือข่ายใหญ่ครั้งนี้ จะเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังต้องทำงานต่อเนื่อง เพื่อลดจำนวนเว็บพนันผิดกฎหมาย ให้หมดไปจากสังคมไทย 🔮

    📌 มาตรการในอนาคต
    ✅ ตรวจสอบ และปิดกั้นเว็บไซต์พนันที่ผิดกฎหมาย
    ✅ ควบคุมแอปพลิเคชัน ที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินเพื่อเล่นพนัน
    ✅ ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด กับกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง

    📢 ทางออกที่ดีคือ การปราบปรามอย่างจริงจัง และสร้างความตระหนักให้กับประชาชน เกี่ยวกับอันตรายของเว็บพนัน!

    📣 สรุปประเด็นสำคัญ
    📌 ปฏิบัติการจับกุมเว็บพนันออนไลน์ครั้งใหญ่
    📌 ยึดทรัพย์สินกว่า 300 ล้านบาท จากกลุ่มทุนจีนสีเทา
    📌 เว็บพนันที่ถูกจับ ได้แก่ "ชาบู999", "มาม่า555", "ซูชิ555"
    📌 สืบสวนขยายผลไปยังถนนบรรทัดทอง
    📌 ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสได้ เพื่อช่วยลดปัญหาเว็บพนัน

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 262135ก.พ. 2568

    📢 #ตำรวจไทย #เว็บพนันออนไลน์ #ทุนจีนสีเทา #ปราบเว็บพนัน #จับกุมเว็บพนัน #เศรษฐกิจไทย #ยึดทรัพย์300ล้าน #ข่าวด่วน #กมธตำรวจ #อาชญากรรมออนไลน์
    ทลายเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ ยึดทรัพย์กว่า 300 ล้านบาท ปมเชื่อมโยงทุนจีนสีเทา 🚔💰 📅 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 มีคดีใหญ่สะเทือนวงการพนันออนไลน์! คณะกรรมาธิการตำรวจร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ปราบปรามเว็บพนันเครือข่ายใหญ่ ที่มีเส้นทางการเงิน โยงใยกับกลุ่มทุนจีนสีเทา ยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท และเดินหน้าสืบสวนขยายผล ไปยังพื้นที่อื่น ๆ 🚨 📌 จุดเริ่มต้นของปฏิบัติการ ตรวจร้านชาบู-หมาล่า เปิดโปงเว็บพนันเครือข่ายใหญ่ เหตุการณ์นี้เริ่มจากการที่ คณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ตำรวจ) ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหาร ชาบู หมาล่า และร้านค้าในย่านรัชดาภิเษก, สุทธิสาร, ห้วยขวาง และ RCA ซึ่งเป็นโซนที่มีธุรกิจของชาวจีนจำนวนมาก 🔎 พบความผิดปกติ มีธุรกิจบางแห่ง ที่มีเส้นทางการเงินที่ซับซ้อน เจ้าของเป็นชาวจีน และมีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นทุนจีนสีเทา และมีความเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ เช่น - “ชาบู999” - “มาม่า555” - “ซูชิ555” เว็บเหล่านี้ มีเงินหมุนเวียนสูงถึง 300 ล้านบาทต่อเดือน! 😱 🔎 สืบสวนขยายผล พบผู้ต้องหา 12 ราย ยึดทรัพย์สินเพียบ! หลังการตรวจสอบ กมธ.ตำรวจ ได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบก.สส.สตม.) ในขณะนั้น และส่งข้อมูลต่อให้กับ พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม. เพื่อขยายผล 📌 ผลการสืบสวน พบผู้ต้องหาเบื้องต้น 12 ราย จึงขอหมายค้น 8 จุดสำคัญ ใน นนทบุรี, ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพฯ โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้หลายราย พร้อมหลักฐานจำนวนมาก 🏠 ทรัพย์สินที่ถูกยึด ✅ บ้านหรูในอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา มูลค่า 100 ล้านบาท ✅ รถตู้ไฟฟ้าซีเกอร์ 1 คัน ✅ บ้านในซอยโยธิน มูลค่า 100 ล้านบาท ✅ รถยนต์หรูอีกหลายคัน มูลค่ารวม 9 ล้านบาท ✅ ร้านทำเล็บ และอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ 🏡💎 💰 รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดกว่า 300 ล้านบาท! 📢 การสืบสวนิและทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์แต่ละแห่งิใช้เวลานานถึง 4 เดือน เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน อย่างละเอียด 🚨 กมธ.ตำรวจยังเตรียมลงพื้นที่ย่าน "ถนนบรรทัดทอง" เพื่อตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่าย มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน และทุนจีนสีเทาต่อไป 🔍 ⚠ ผลกระทบจากเว็บพนันออนไลน์ ✅ กระทบเศรษฐกิจไทย เงินไหลออกนอกประเทศ ไปยังกลุ่มทุนต่างชาติ ✅ ฟอกเงินและสนับสนุนอาชญากรรม ใช้เป็นช่องทางฟอกเงินของกลุ่มมิจฉาชีพ ✅ หลอกลวงประชาชน ใช้กลยุทธ์โฆษณาหลอกให้คนเข้าไปเล่น จนสูญเสียเงินจำนวนมาก ✅ กระทบเยาวชน เว็บพนันออนไลน์เข้าถึงง่าย ทำให้เยาวชนติดการพนัน 🚔 ภาครัฐและตำรวจจึงต้องเร่งปราบปราม! 🚨 สัญญาณเตือน วิธีสังเกตเว็บพนันออนไลน์ หากพบเว็บไซต์ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ อาจเป็นเว็บพนันออนไลนืผิดกฎหมาย ⛔ ❌ โฆษณาชวนเชื่อเกินจริง เช่น "เล่นแล้วรวยทันที!" ❌ ใช้ระบบฝาก-ถอนอัตโนมัติ ผ่านแอปพลิเคชันแปลก ๆ ❌ ไม่มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน หรือไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ❌ ใช้โปรโมชั่นล่อใจเกินจริง เช่น เครดิตฟรี 100% หรือฝาก 100 ได้ 1,000 ⚠ หากพบเห็น สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินคดีได้ทันที! 🚨 แม้ว่าการจับกุมเครือข่ายใหญ่ครั้งนี้ จะเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังต้องทำงานต่อเนื่อง เพื่อลดจำนวนเว็บพนันผิดกฎหมาย ให้หมดไปจากสังคมไทย 🔮 📌 มาตรการในอนาคต ✅ ตรวจสอบ และปิดกั้นเว็บไซต์พนันที่ผิดกฎหมาย ✅ ควบคุมแอปพลิเคชัน ที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินเพื่อเล่นพนัน ✅ ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด กับกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง 📢 ทางออกที่ดีคือ การปราบปรามอย่างจริงจัง และสร้างความตระหนักให้กับประชาชน เกี่ยวกับอันตรายของเว็บพนัน! 📣 สรุปประเด็นสำคัญ 📌 ปฏิบัติการจับกุมเว็บพนันออนไลน์ครั้งใหญ่ 📌 ยึดทรัพย์สินกว่า 300 ล้านบาท จากกลุ่มทุนจีนสีเทา 📌 เว็บพนันที่ถูกจับ ได้แก่ "ชาบู999", "มาม่า555", "ซูชิ555" 📌 สืบสวนขยายผลไปยังถนนบรรทัดทอง 📌 ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสได้ เพื่อช่วยลดปัญหาเว็บพนัน ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 262135ก.พ. 2568 📢 #ตำรวจไทย #เว็บพนันออนไลน์ #ทุนจีนสีเทา #ปราบเว็บพนัน #จับกุมเว็บพนัน #เศรษฐกิจไทย #ยึดทรัพย์300ล้าน #ข่าวด่วน #กมธตำรวจ #อาชญากรรมออนไลน์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 684 มุมมอง 0 รีวิว
  • โฆษกอัยการเผย อัยการคดีพิเศษยื่นฟ้อง "ลูก-เมีย"หมอบุญ กับพวก รวม13 คน เฉ้อโกงประชาชนเสียหายกว่า 1.6 หมื่นล้าน กำชับดีเอสไอ ตามตัว"หมอบุญ"กับพวกเอาตัวมาฟ้องภายในอายุความ 15 ปี

    วันนี้(14 ก.พ.) นายศักดิ์เกษม นิไทรโยค ผู้ตรวจการอัยการ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับสำนวนจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ คดีระหว่าง นางสาวอรเกศ ปัญญาเนตินาถ กับพวก ผู้กล่าวหา นายบุญ วนาสิน กับพวกรวม 16 คน ผู้ต้องหา ฐาน “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” เหตุเกิดเมื่อประมาณปี 2553 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด ถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2567 ต่างกรรมต่างวาระกัน ในท้องที่แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง, แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร และหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเกี่ยวพันกัน คิดเป็นค่าเสียหายประมาณ 16,100,602,806 บาท

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000014862

    #MGROnline #หมอบุญ #อัยการ #ฉ้อโกง
    โฆษกอัยการเผย อัยการคดีพิเศษยื่นฟ้อง "ลูก-เมีย"หมอบุญ กับพวก รวม13 คน เฉ้อโกงประชาชนเสียหายกว่า 1.6 หมื่นล้าน กำชับดีเอสไอ ตามตัว"หมอบุญ"กับพวกเอาตัวมาฟ้องภายในอายุความ 15 ปี • วันนี้(14 ก.พ.) นายศักดิ์เกษม นิไทรโยค ผู้ตรวจการอัยการ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับสำนวนจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ คดีระหว่าง นางสาวอรเกศ ปัญญาเนตินาถ กับพวก ผู้กล่าวหา นายบุญ วนาสิน กับพวกรวม 16 คน ผู้ต้องหา ฐาน “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” เหตุเกิดเมื่อประมาณปี 2553 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด ถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2567 ต่างกรรมต่างวาระกัน ในท้องที่แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง, แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร และหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเกี่ยวพันกัน คิดเป็นค่าเสียหายประมาณ 16,100,602,806 บาท • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000014862 • #MGROnline #หมอบุญ #อัยการ #ฉ้อโกง
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 408 มุมมอง 0 รีวิว
  • ศึกใหญ่ใครจะดับ ฟิล์มเปิดศึกหนุ่มและอี๊ งานนี้มีเละ
    ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก ความขัดแย้งระหว่างฟิล์ม รัฐภูมิ กับหนุ่มกรรชัย พัฒนามาถึงขั้นผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ ยากจะประนีประนอม เพราะมีคําว่า จัญไรเวิ่นจอในการพูดถึงแต่ละฝ่าย ฝ่ายฟิล์มหลังจากเงียบไปตั้งหลักอยู่นานจนนึกว่าจะยอมแพ้จากการเป็นฝ่ายถูกเปิดโปง ทั้งจากหนุ่มกรรชัย
    ทั้งจาก อี้แทนคุณ ที่ลุยแฉฟิล์มรัวรัวในห้วงเวลาใกล้เคียงกับหนุ่มกรรชัยที่ไหนได้ ฟิล์มไม่ยอมแพ้ เขากลับมาคราวนี้มาทวงความยุติธรรมให้ตัวเองโดยใช้บริการของทนายรุ่นเดอะ อย่างทนายประมาณ เรืองวัฒนวนิช
    คําว่าจัญไรก็ออกมาจากปากของทนายประมาณเองต่อหน้ากล้องสื่อมวลชนทุกช่องเรียกว่าจงใจเรื่องเรตติ้งข่าวกันเลย ทนายประมาณ พาฟิล์มไปแจ้งความที่สน ห้วยขวาง ดําเนินคดีกับหนุ่มกรรชัยและอี้แทนคุณ ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
    งานนี้อี้แทนคุณโดนจัดหนักถึง 8 กรรมส่วนหนุ่มกรรชัยประมาณ 3-4 กรรมโดยฟิล์ม โอดครวญว่าที่ต้องเปิดศึกกับทั้งสองคนเพราะตัวเองโดนศาลเตี้ยชักจูงให้สังคมคล้อยตาม จนมีคนดุด่าไปถึงบุพการี ทันทีที่ปรากฏเป็นข่าวก็มีปฏิกิริยาตอบโต้จากหนุ่มกรรชัยทางควันมีคําว่าจัญไรออกมาเช่นกัน
    และโพสต์เตือนว่าใจเองมันได้ แต่หน้าเองมันด้าน พร้อมประกาศว่าทันทีที่หมายเรียกจากตํารวจมาถึง เขาก็จะสวนตับแตกเหมือนกันโดยจะแจ้งความกลับข้อหาแจ้งความเท็จและกลั่นแกล้งให้คนอื่นนั้นได้รับโทษทางอาญา
    ขณะที่อี้แทนคุณซึ่งถูกฟิล์มเย้ยว่าส่งคนมาต่อสายเจรจาลับหลัง ก็ปฏิเสธว่าไม่จริงและประกาศจะลุยเปิดโปงฟิล์มต่อไป สิ่งที่ทนายประมาณกล่าวต่อสื่อเขาบอกว่ามั่นใจในพยานหลักฐานที่มีถึงขั้นการันตีความบริสุทธิ์ของฟิล์มว่าไม่มีปัญหาเรื่องไปตบทรัพย์ยี่สิบล้านจากบอสปันแต่อย่างใด ติดตามข่าวซีฟๆแบบนี้ได้ที่...
    #คิงส์โพธิ์ดำ
    #ฟิล์มรัฐภูมิ
    #หนุ่มกรรชัย
    #อี้แทนคุณ
    #โหนกระแส
    ศึกใหญ่ใครจะดับ ฟิล์มเปิดศึกหนุ่มและอี๊ งานนี้มีเละ ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก ความขัดแย้งระหว่างฟิล์ม รัฐภูมิ กับหนุ่มกรรชัย พัฒนามาถึงขั้นผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ ยากจะประนีประนอม เพราะมีคําว่า จัญไรเวิ่นจอในการพูดถึงแต่ละฝ่าย ฝ่ายฟิล์มหลังจากเงียบไปตั้งหลักอยู่นานจนนึกว่าจะยอมแพ้จากการเป็นฝ่ายถูกเปิดโปง ทั้งจากหนุ่มกรรชัย ทั้งจาก อี้แทนคุณ ที่ลุยแฉฟิล์มรัวรัวในห้วงเวลาใกล้เคียงกับหนุ่มกรรชัยที่ไหนได้ ฟิล์มไม่ยอมแพ้ เขากลับมาคราวนี้มาทวงความยุติธรรมให้ตัวเองโดยใช้บริการของทนายรุ่นเดอะ อย่างทนายประมาณ เรืองวัฒนวนิช คําว่าจัญไรก็ออกมาจากปากของทนายประมาณเองต่อหน้ากล้องสื่อมวลชนทุกช่องเรียกว่าจงใจเรื่องเรตติ้งข่าวกันเลย ทนายประมาณ พาฟิล์มไปแจ้งความที่สน ห้วยขวาง ดําเนินคดีกับหนุ่มกรรชัยและอี้แทนคุณ ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา งานนี้อี้แทนคุณโดนจัดหนักถึง 8 กรรมส่วนหนุ่มกรรชัยประมาณ 3-4 กรรมโดยฟิล์ม โอดครวญว่าที่ต้องเปิดศึกกับทั้งสองคนเพราะตัวเองโดนศาลเตี้ยชักจูงให้สังคมคล้อยตาม จนมีคนดุด่าไปถึงบุพการี ทันทีที่ปรากฏเป็นข่าวก็มีปฏิกิริยาตอบโต้จากหนุ่มกรรชัยทางควันมีคําว่าจัญไรออกมาเช่นกัน และโพสต์เตือนว่าใจเองมันได้ แต่หน้าเองมันด้าน พร้อมประกาศว่าทันทีที่หมายเรียกจากตํารวจมาถึง เขาก็จะสวนตับแตกเหมือนกันโดยจะแจ้งความกลับข้อหาแจ้งความเท็จและกลั่นแกล้งให้คนอื่นนั้นได้รับโทษทางอาญา ขณะที่อี้แทนคุณซึ่งถูกฟิล์มเย้ยว่าส่งคนมาต่อสายเจรจาลับหลัง ก็ปฏิเสธว่าไม่จริงและประกาศจะลุยเปิดโปงฟิล์มต่อไป สิ่งที่ทนายประมาณกล่าวต่อสื่อเขาบอกว่ามั่นใจในพยานหลักฐานที่มีถึงขั้นการันตีความบริสุทธิ์ของฟิล์มว่าไม่มีปัญหาเรื่องไปตบทรัพย์ยี่สิบล้านจากบอสปันแต่อย่างใด ติดตามข่าวซีฟๆแบบนี้ได้ที่... #คิงส์โพธิ์ดำ #ฟิล์มรัฐภูมิ #หนุ่มกรรชัย #อี้แทนคุณ #โหนกระแส
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 591 มุมมอง 0 รีวิว
  • ภรรยา-ลูกสาว "หมอบุญ"นอนคุกยาว! ศาลอาญาสั่งไม่ให้ประกัน ชี้แม้ผู้ต้องหาทั้งสองยังไม่ได้หลอกลวงผู้เสียหาย ยันโดนปลอมลายเซ็นค้ำประกัน แต่อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์ ประกอบกับความเสียหายมูลค่าสูง หากปล่อยชั่วคราว เกรงจะหลบหนี ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ให้ยกคำร้อง

    ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (28 พ.ย.) ความคืบหน้ากรณี ศาลนัดไต่สวนขอปล่อยชั่วคราว น.ส.จารุวรรณ วนาสิน อายุ 79 ปี และ น.ส.นลิน วนาสิน อายุ 51 ปี ภรรยาและลูกสาวของ นพ.บุญ วนาสิน ผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการหลอกลวงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 43 วรรคแรก พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4, 5, 16 โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยวางหลักทรัพย์คนละ 2 ล้านบาท

    วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัว น.ส.จารุวรรณ และ น.ส.นลิน ผู้ต้องหาทั้งสอง มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อเบิกความไต่สวน ขณะที่ทนายความจำเลยและพนักงานสอบสวนสน.ห้วยขวางเดินทางมาร่วมไต่สวน

    ภายหลังไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว บุตรสาว และภรรยาหมอบุญ ผู้ต้องหาทั้งสอง และพนักงานสอบสวนรวม 3 ปากเสร็จแล้ว

    ต่อมาเวลาประมาณ 16.30 น.ศาลอาญาจึงพิเคราะห์คำร้องแล้ว จึงมีคำสั่งว่าในทางไต่สวนแม้ปรากฎว่าผู้ต้องหาทั้งสองยังไม่ได้หลอกลวงกลุ่มผู้เสียหาย และยืนยืนว่าลายมือชื่อในเอกสารหลายฉบับตามที่ปรากฏในคดีนี้เป็นลายมือชื่อปลอมก็ตาม แต่ก็ยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของผู้ต้องหาทั้งสองว่าปลอมหรือไม่

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>
    https://mgronline.com/crime/detail/9670000114597

    #MGROnline #หมอบุญ #ภรรยา #ลูกสาว
    ภรรยา-ลูกสาว "หมอบุญ"นอนคุกยาว! ศาลอาญาสั่งไม่ให้ประกัน ชี้แม้ผู้ต้องหาทั้งสองยังไม่ได้หลอกลวงผู้เสียหาย ยันโดนปลอมลายเซ็นค้ำประกัน แต่อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์ ประกอบกับความเสียหายมูลค่าสูง หากปล่อยชั่วคราว เกรงจะหลบหนี ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ให้ยกคำร้อง • ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (28 พ.ย.) ความคืบหน้ากรณี ศาลนัดไต่สวนขอปล่อยชั่วคราว น.ส.จารุวรรณ วนาสิน อายุ 79 ปี และ น.ส.นลิน วนาสิน อายุ 51 ปี ภรรยาและลูกสาวของ นพ.บุญ วนาสิน ผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการหลอกลวงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 43 วรรคแรก พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4, 5, 16 โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยวางหลักทรัพย์คนละ 2 ล้านบาท • วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัว น.ส.จารุวรรณ และ น.ส.นลิน ผู้ต้องหาทั้งสอง มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อเบิกความไต่สวน ขณะที่ทนายความจำเลยและพนักงานสอบสวนสน.ห้วยขวางเดินทางมาร่วมไต่สวน • ภายหลังไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว บุตรสาว และภรรยาหมอบุญ ผู้ต้องหาทั้งสอง และพนักงานสอบสวนรวม 3 ปากเสร็จแล้ว • ต่อมาเวลาประมาณ 16.30 น.ศาลอาญาจึงพิเคราะห์คำร้องแล้ว จึงมีคำสั่งว่าในทางไต่สวนแม้ปรากฎว่าผู้ต้องหาทั้งสองยังไม่ได้หลอกลวงกลุ่มผู้เสียหาย และยืนยืนว่าลายมือชื่อในเอกสารหลายฉบับตามที่ปรากฏในคดีนี้เป็นลายมือชื่อปลอมก็ตาม แต่ก็ยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของผู้ต้องหาทั้งสองว่าปลอมหรือไม่ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/crime/detail/9670000114597 • #MGROnline #หมอบุญ #ภรรยา #ลูกสาว
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 655 มุมมอง 0 รีวิว
  • #ตำรวจ ร่วมกับ สบส.นำกำลังบุกค้น “ซาลอนจีน” สถานเสริมความงามครบวงจร ย่านห้วยขวาง ลักลอบเปิดคลินิกไม่มีใบอนุญาต พบใช้หมอเถื่อนฉีดหน้าให้ลูกค้า

    วันนี้ (28 พ.ย.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. , พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐ ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่างรอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรชวศิษฎ์ ศรีบุญยมานนท์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน ร่วมกันเข้าตรวจสอบร้าน YF salon แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ซึ่งตั้งเป็นสถานบริการด้านสุขภาพแบบครบเครื่อง

    โดยจับกุมตัวผู้ต้องหา 7 ราย 1.Ms.REN XUEMEI อายุ 42 ปี สัญชาติจีนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.Ms.WEN CHUN อายุ 28 ปี สัญชาติจีน(พนักงานแคชเชีย) 3.Ms.GAO JUAN อายุ 44 ปี สัญชาติจีน (พนักงานนวดเท้า) 4.น.ส.หอม อายุ 18 ปี ชาวไทยใหญ่ (พนักงานสระผม) 5.น.ส.หมูแดง อายุ 19 ปี ชาวไทยใหญ่ (พนักงานสระผม) 6.น.ส.คำแก้ว อายุ 20 ปี ชาวไทยใหญ่ (พนักงานสระผม) และ7.น.ส.จันทกานต์ อายุ 19 ปี ชาวไทยใหญ่ (พนักงานแคชเชีย) ซึ่งลำดับ 2-3 ถูกแจ้งข้อหาคนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ส่วนลำดับ 4-7 ถูกแจ้งข้อหากระทำความผิดฐาน“เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>
    https://mgronline.com/crime/detail/9670000114536

    #MGROnline #ซาลอนจีน
    #ตำรวจ ร่วมกับ สบส.นำกำลังบุกค้น “ซาลอนจีน” สถานเสริมความงามครบวงจร ย่านห้วยขวาง ลักลอบเปิดคลินิกไม่มีใบอนุญาต พบใช้หมอเถื่อนฉีดหน้าให้ลูกค้า • วันนี้ (28 พ.ย.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. , พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐ ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่างรอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรชวศิษฎ์ ศรีบุญยมานนท์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน ร่วมกันเข้าตรวจสอบร้าน YF salon แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ซึ่งตั้งเป็นสถานบริการด้านสุขภาพแบบครบเครื่อง • โดยจับกุมตัวผู้ต้องหา 7 ราย 1.Ms.REN XUEMEI อายุ 42 ปี สัญชาติจีนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.Ms.WEN CHUN อายุ 28 ปี สัญชาติจีน(พนักงานแคชเชีย) 3.Ms.GAO JUAN อายุ 44 ปี สัญชาติจีน (พนักงานนวดเท้า) 4.น.ส.หอม อายุ 18 ปี ชาวไทยใหญ่ (พนักงานสระผม) 5.น.ส.หมูแดง อายุ 19 ปี ชาวไทยใหญ่ (พนักงานสระผม) 6.น.ส.คำแก้ว อายุ 20 ปี ชาวไทยใหญ่ (พนักงานสระผม) และ7.น.ส.จันทกานต์ อายุ 19 ปี ชาวไทยใหญ่ (พนักงานแคชเชีย) ซึ่งลำดับ 2-3 ถูกแจ้งข้อหาคนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ส่วนลำดับ 4-7 ถูกแจ้งข้อหากระทำความผิดฐาน“เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/crime/detail/9670000114536 • #MGROnline #ซาลอนจีน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 422 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตำรวจ ร่วมกับ สบส.นำกำลังบุกค้น “ซาลอนจีน” สถานเสริมความงามครบวงจร ย่านห้วยขวาง ลักลอบเปิดคลินิกไม่มีใบอนุญาต พบใช้หมอเถื่อนฉีดหน้าให้ลูกค้า

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000114536

    #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    ตำรวจ ร่วมกับ สบส.นำกำลังบุกค้น “ซาลอนจีน” สถานเสริมความงามครบวงจร ย่านห้วยขวาง ลักลอบเปิดคลินิกไม่มีใบอนุญาต พบใช้หมอเถื่อนฉีดหน้าให้ลูกค้า อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9670000114536 #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    Like
    Haha
    Angry
    8
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1363 มุมมอง 0 รีวิว
  • ภรรยา-ลูกสาว "หมอบุญ"เบิกความ แจงลายมือชื่อปลอมในสัญญาค้ำประกัน ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการหลอกลวงลงทุนหมื่นล้าน ศาลอาญานัดฟังคำสั่งไต่สวนประกัน บ่าย 3 โมงวันนี้

    ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (28 พ.ย.) ศาลนัดไต่สวนขอปล่อยชั่วคราว น.ส.จารุวรรณ วนาสิน อายุ 79 ปี และ น.ส.นลิน วนาสิน อายุ 51 ปี ภรรยาและลูกสาวของ นพ.บุญ วนาสิน ผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการหลอกลวงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 43 วรรคแรก พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4, 5, 16 โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยวางหลักทรัพย์คนละ 2 ล้านบาท

    วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัว น.ส.จารุวรรณ และ น.ส.นลิน ผู้ต้องหาทั้งสอง มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อเบิกความไต่สวน ขณะที่ทนายความจำเลยและพนักงานสอบสวนสน.ห้วยขวางเดินทางมาร่วมไต่สวน

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>
    https://mgronline.com/crime/detail/9670000114484

    #MGROnline #หมอบุญ #ปลอม #สัญญาค้ำประกัน #หลอกลวงลงทุน #หมื่นล้าน
    ภรรยา-ลูกสาว "หมอบุญ"เบิกความ แจงลายมือชื่อปลอมในสัญญาค้ำประกัน ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการหลอกลวงลงทุนหมื่นล้าน ศาลอาญานัดฟังคำสั่งไต่สวนประกัน บ่าย 3 โมงวันนี้ • ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (28 พ.ย.) ศาลนัดไต่สวนขอปล่อยชั่วคราว น.ส.จารุวรรณ วนาสิน อายุ 79 ปี และ น.ส.นลิน วนาสิน อายุ 51 ปี ภรรยาและลูกสาวของ นพ.บุญ วนาสิน ผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการหลอกลวงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 43 วรรคแรก พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 มาตรา 4, 5, 16 โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยวางหลักทรัพย์คนละ 2 ล้านบาท • วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัว น.ส.จารุวรรณ และ น.ส.นลิน ผู้ต้องหาทั้งสอง มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อเบิกความไต่สวน ขณะที่ทนายความจำเลยและพนักงานสอบสวนสน.ห้วยขวางเดินทางมาร่วมไต่สวน • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/crime/detail/9670000114484 • #MGROnline #หมอบุญ #ปลอม #สัญญาค้ำประกัน #หลอกลวงลงทุน #หมื่นล้าน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 587 มุมมอง 0 รีวิว
  • ศาลอาญาให้ฝากขัง "ภรรยาหมอบุญ-ลูกสาว" คดีฉ้อโกงหลอกลงทุนกิจการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง มูลค่าเสียหายกว่า 1 หมื่นล้าน

    วันนี้ (25 พ.ย.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ต.คณัสนันท์ งามสง่า พนักงานสอบสวนสน.ห้วยขวาง ได้คุมตัว น.ส.จารุวรรณ วนาสิน อายุ 79 ปี และ น.ส.นลิน วนาสิน อายุ 51 ปี ภรรยาและลูกสาวของ นพ.บุญ วนาสิน ผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการหลอกลวงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,43 วรรคแรก พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4,5,16

    คำร้องระบุพฤติการณ์ว่า นพ.บุญ ผู้ต้องหาทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงพยาบาลในนามบริษัทธนบุรีแฮลแคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (THG) เป็นผู้ถือหุ้นของTHG เผยแพร่ชื่อเสียงของตนเอง ผ่านสื่อต่างๆ ถึงความสำเร็จทางธุรกิจในฐานะผู้บริหาร ระดับสูงและได้รับการยกย่องว่าเป็นนักธุรกิจที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในวงการ ธุรกิจต่างๆ ทั้งในด้านการบริหารกิจการโรงพยาบาล และการพัฒนาโครงการที่มีมูลค่าสูงหลายโครงการต่างๆ ซึ่งไม่มีอยู่จริงสร้างความน่าเชื่อถือให้กับ นักลงทุนทั่วไป ได้ชักชวนให้ผู้เสียหายหลายรายร่วมลงทุน โดยผ่านตัวแทน โบรกเกอร์ในรูปแบบต่างๆ

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>
    https://mgronline.com/crime/detail/9670000113274

    #MGROnline #หมอบุญ #ภรรยาหมอบุญ #ลูกสาว #คดีฉ้อโกง #หลอกลงทุนกิจการ #โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง #บริษัทธนบุรีแฮลแคร์กรุ๊ปจำกัด #THG
    ศาลอาญาให้ฝากขัง "ภรรยาหมอบุญ-ลูกสาว" คดีฉ้อโกงหลอกลงทุนกิจการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง มูลค่าเสียหายกว่า 1 หมื่นล้าน • วันนี้ (25 พ.ย.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.ต.คณัสนันท์ งามสง่า พนักงานสอบสวนสน.ห้วยขวาง ได้คุมตัว น.ส.จารุวรรณ วนาสิน อายุ 79 ปี และ น.ส.นลิน วนาสิน อายุ 51 ปี ภรรยาและลูกสาวของ นพ.บุญ วนาสิน ผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการหลอกลวงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,43 วรรคแรก พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4,5,16 • คำร้องระบุพฤติการณ์ว่า นพ.บุญ ผู้ต้องหาทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงพยาบาลในนามบริษัทธนบุรีแฮลแคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (THG) เป็นผู้ถือหุ้นของTHG เผยแพร่ชื่อเสียงของตนเอง ผ่านสื่อต่างๆ ถึงความสำเร็จทางธุรกิจในฐานะผู้บริหาร ระดับสูงและได้รับการยกย่องว่าเป็นนักธุรกิจที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในวงการ ธุรกิจต่างๆ ทั้งในด้านการบริหารกิจการโรงพยาบาล และการพัฒนาโครงการที่มีมูลค่าสูงหลายโครงการต่างๆ ซึ่งไม่มีอยู่จริงสร้างความน่าเชื่อถือให้กับ นักลงทุนทั่วไป ได้ชักชวนให้ผู้เสียหายหลายรายร่วมลงทุน โดยผ่านตัวแทน โบรกเกอร์ในรูปแบบต่างๆ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/crime/detail/9670000113274 • #MGROnline #หมอบุญ #ภรรยาหมอบุญ #ลูกสาว #คดีฉ้อโกง #หลอกลงทุนกิจการ #โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง #บริษัทธนบุรีแฮลแคร์กรุ๊ปจำกัด #THG
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 877 มุมมอง 0 รีวิว
  • รอง ผบช.น.สรุปไทม์ไลน์คดี "หมอบุญ" หลอกลงทุน เสียหาย 7.5 พันล้าน เปิดคำพูดและพฤติการณ์จนเหยื่อหลงเชื่อ เผยตัวเลขแจ้งความ 500 คดี เร่งรวบรวมหลักฐานเสนอ ผบ.ตร.พิจารณาให้ บช.ก.ดำเนินการต่อ ล่าสุดเมีย-ลูกสาวมอบตัวที่ บช.น.แล้ว

    วันนี้ (23 พ.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.กล่าวถึงความคืบหน้าคดีเครือข่าย นายแพทย์บุญ วนาสิน หรือหมอบุญ อายุ 86 ปี หลอกลวงผู้เสียหายลงทุนเสียหาย 7,500 ล้านบาท ว่า สรุปไทม์ไลน์ ดังนี้ เดือน ธ.ค. 2566 ผู้เสียหายแจ้งความ สน.ห้วยขวาง 1 คดี, เดือน พ.ค. 2567 เป็นต้นมา แจ้งความ สน.ห้วยขวาง 6 คดี, เดือน มิ.ย.แจ้งความ สน.ห้วยขวาง 8 คดี, เดือน ก.ค.แจ้งความ สน.ห้วยขวาง 49 คดี ต่อมาคดีเริ่มมีความซับซ้อนยุ่งยากและมีผู้เสียหายมากขึ้น ในห้วงตั้งแต่เดือน ส.ค.แจ้งความ สน.ห้วยขวาง 75 คดี เดือน ก.ย.แจ้งความ สน.ห้วยขวาง 84 คดี เดือน ต.ค.แจ้งความ สน.ห้วยขวาง 60 คดี เดือน พ.ย.แจ้งความ สน.ห้วยขวาง 66 คดี รวมแล้วประมาณ 500 คดี

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>
    https://mgronline.com/crime/detail/9670000112741

    #MGROnline #หมอบุญ
    รอง ผบช.น.สรุปไทม์ไลน์คดี "หมอบุญ" หลอกลงทุน เสียหาย 7.5 พันล้าน เปิดคำพูดและพฤติการณ์จนเหยื่อหลงเชื่อ เผยตัวเลขแจ้งความ 500 คดี เร่งรวบรวมหลักฐานเสนอ ผบ.ตร.พิจารณาให้ บช.ก.ดำเนินการต่อ ล่าสุดเมีย-ลูกสาวมอบตัวที่ บช.น.แล้ว • วันนี้ (23 พ.ย.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.กล่าวถึงความคืบหน้าคดีเครือข่าย นายแพทย์บุญ วนาสิน หรือหมอบุญ อายุ 86 ปี หลอกลวงผู้เสียหายลงทุนเสียหาย 7,500 ล้านบาท ว่า สรุปไทม์ไลน์ ดังนี้ เดือน ธ.ค. 2566 ผู้เสียหายแจ้งความ สน.ห้วยขวาง 1 คดี, เดือน พ.ค. 2567 เป็นต้นมา แจ้งความ สน.ห้วยขวาง 6 คดี, เดือน มิ.ย.แจ้งความ สน.ห้วยขวาง 8 คดี, เดือน ก.ค.แจ้งความ สน.ห้วยขวาง 49 คดี ต่อมาคดีเริ่มมีความซับซ้อนยุ่งยากและมีผู้เสียหายมากขึ้น ในห้วงตั้งแต่เดือน ส.ค.แจ้งความ สน.ห้วยขวาง 75 คดี เดือน ก.ย.แจ้งความ สน.ห้วยขวาง 84 คดี เดือน ต.ค.แจ้งความ สน.ห้วยขวาง 60 คดี เดือน พ.ย.แจ้งความ สน.ห้วยขวาง 66 คดี รวมแล้วประมาณ 500 คดี • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/crime/detail/9670000112741 • #MGROnline #หมอบุญ
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 418 มุมมอง 0 รีวิว
  • ย้อนรอยหมอบุญ จ้อสื่อทุ่ม 1.6 หมื่นล้าน รุกธุรกิจเฮลท์แคร์ สุดท้ายฉ้อโกง-ฟอกเงิน

    สำหรับพฤติการณ์การออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย เนื่องจากก่อนหน้านี้ ในห้วงวันที่ 2-4 ก.พ. 2566 นพ.บุญ ได้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง โดยออกสื่อสารธารณะแพร่ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์สาธารณะ โดยกล่าวอ้างการลงทุนที่น่าสนใจ จำนวน 5 โครงการ จากนั้นจึงมีผู้เสียหายซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจชั้นนำระดับประเทศ และบุคลากรวงการแพทย์หลายร้อยราย หลงเชื่อเพราะ นพ.บุญ และครอบครัว มีบริษัทหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหลายแห่ง จึงเข้าร่วมลงทุน ผ่านการติดต่อจากตัวแทน (โบรกเกอร์) บริษัทหลักทรัพย์ เป็นตัวแทนการระดมเงินลงทุน ให้ นพ.บุญ และครอบครัว ตลอดจนการลงทุนในลักษณะโครงการที่เสนอให้ลงทุนในรูปแบบที่ นพ.บุญ ทำสัญญากู้ยืมเงินโดยให้ดอกเบี้ยกับผู้เสียหาย และได้จ่ายเช็คให้ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้เงินกู้ พร้อมทั้งเช็คเพื่อชำระค่าดอกเบี้ยล่วงหน้าในชื่อ นพ.บุญ วนาสิน พร้อมทั้งมี นางจารุวรรณ วนาสิน และนางณวรา วนาสิน บุคคลในครอบครัวเป็นผู้ค้ำประกันตามสัญญา
    นอกจากนี้ นางจารุวรรณ และ นางณวรา ทั้งสองคนยังเซ็นสลักหลังในเช็คทุกใบของ นพ.บุญ มอบให้แก่ผู้ให้กู้ โดยในช่วงแรกมีการให้ดอกเบี้ย แต่ต่อมาไม่มีการชำระแต่อย่างใด ในส่วนเช็คที่ออกไว้ เมื่อผู้เสียหายนำเช็คไปขึ้นเงินตามวันเวลาที่สั่งจ่าย ปรากฏว่า ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จนกระทั่งต่อมาจากการตรวจสอบ พบว่า นพ.บุญ ได้เดินทางออกไปจากประเทศไทย ในวันที่ 29 ก.ย. 67 เวลา 14.25 น. โดยสายการบินคาร์เธฯ ออกไปประเทศจีน โดยมีพฤติการณ์หลบหนี ซึ่งในกรณี ตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค. 66 ถึง ต.ค. 67 มีกลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค 2534 แล้วจำนวน 527 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 7,564,433,637 บาท

    อนึ่ง นพ.บุญเคยถูกยกย่องจากสังคมไทยส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากนักการเมืองบางพรรค สื่อมวลชนกระแสหลักบางค่ายของประเทศไทย และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในประเทศไทย ต่างยกย่องในฐานะที่ นพ.บุญเป็นผู้ประกาศตนว่าจะจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ชนิด MRNA ที่สังคมไทยส่วนหนึ่งถูกทำให้เชื่อว่าเป็นวัคซีนที่ดีที่สุด จำนวน 20 ล้านโดส แต่สุดท้ายนอกจากไม่มีการลงนามในสัญญานำเข้าวัคซีนภายในเดือนดังกล่าวจริงแล้ว ในช่วงที่เป็นข่าวเคยทำให้มีผลต่อหุ้น THG สุดท้ายเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2565 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ลงโทษทางแพ่ง นพ.บุญ ในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ คือ 2 ล้านบาท และชดใช้ค่าใช้จ่ายเนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิดเป็นเงิน 2,348,834 บาท และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 42 เดือน

    .
    https://mgronline.com/onlinesection/detail/9670000112606
    ย้อนรอยหมอบุญ จ้อสื่อทุ่ม 1.6 หมื่นล้าน รุกธุรกิจเฮลท์แคร์ สุดท้ายฉ้อโกง-ฟอกเงิน สำหรับพฤติการณ์การออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย เนื่องจากก่อนหน้านี้ ในห้วงวันที่ 2-4 ก.พ. 2566 นพ.บุญ ได้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง โดยออกสื่อสารธารณะแพร่ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์สาธารณะ โดยกล่าวอ้างการลงทุนที่น่าสนใจ จำนวน 5 โครงการ จากนั้นจึงมีผู้เสียหายซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจชั้นนำระดับประเทศ และบุคลากรวงการแพทย์หลายร้อยราย หลงเชื่อเพราะ นพ.บุญ และครอบครัว มีบริษัทหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหลายแห่ง จึงเข้าร่วมลงทุน ผ่านการติดต่อจากตัวแทน (โบรกเกอร์) บริษัทหลักทรัพย์ เป็นตัวแทนการระดมเงินลงทุน ให้ นพ.บุญ และครอบครัว ตลอดจนการลงทุนในลักษณะโครงการที่เสนอให้ลงทุนในรูปแบบที่ นพ.บุญ ทำสัญญากู้ยืมเงินโดยให้ดอกเบี้ยกับผู้เสียหาย และได้จ่ายเช็คให้ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้เงินกู้ พร้อมทั้งเช็คเพื่อชำระค่าดอกเบี้ยล่วงหน้าในชื่อ นพ.บุญ วนาสิน พร้อมทั้งมี นางจารุวรรณ วนาสิน และนางณวรา วนาสิน บุคคลในครอบครัวเป็นผู้ค้ำประกันตามสัญญา นอกจากนี้ นางจารุวรรณ และ นางณวรา ทั้งสองคนยังเซ็นสลักหลังในเช็คทุกใบของ นพ.บุญ มอบให้แก่ผู้ให้กู้ โดยในช่วงแรกมีการให้ดอกเบี้ย แต่ต่อมาไม่มีการชำระแต่อย่างใด ในส่วนเช็คที่ออกไว้ เมื่อผู้เสียหายนำเช็คไปขึ้นเงินตามวันเวลาที่สั่งจ่าย ปรากฏว่า ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จนกระทั่งต่อมาจากการตรวจสอบ พบว่า นพ.บุญ ได้เดินทางออกไปจากประเทศไทย ในวันที่ 29 ก.ย. 67 เวลา 14.25 น. โดยสายการบินคาร์เธฯ ออกไปประเทศจีน โดยมีพฤติการณ์หลบหนี ซึ่งในกรณี ตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค. 66 ถึง ต.ค. 67 มีกลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค 2534 แล้วจำนวน 527 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 7,564,433,637 บาท อนึ่ง นพ.บุญเคยถูกยกย่องจากสังคมไทยส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นผลมาจากนักการเมืองบางพรรค สื่อมวลชนกระแสหลักบางค่ายของประเทศไทย และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในประเทศไทย ต่างยกย่องในฐานะที่ นพ.บุญเป็นผู้ประกาศตนว่าจะจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ชนิด MRNA ที่สังคมไทยส่วนหนึ่งถูกทำให้เชื่อว่าเป็นวัคซีนที่ดีที่สุด จำนวน 20 ล้านโดส แต่สุดท้ายนอกจากไม่มีการลงนามในสัญญานำเข้าวัคซีนภายในเดือนดังกล่าวจริงแล้ว ในช่วงที่เป็นข่าวเคยทำให้มีผลต่อหุ้น THG สุดท้ายเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2565 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ลงโทษทางแพ่ง นพ.บุญ ในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ คือ 2 ล้านบาท และชดใช้ค่าใช้จ่ายเนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิดเป็นเงิน 2,348,834 บาท และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 42 เดือน . https://mgronline.com/onlinesection/detail/9670000112606
    MGRONLINE.COM
    ย้อนรอยหมอบุญ จ้อสื่อทุ่ม 1.6 หมื่นล้าน รุกธุรกิจเฮลท์แคร์ สุดท้ายฉ้อโกง-ฟอกเงิน
    ถอดบทเรียนนักลงทุน หมอบุญคนดี ฮีโร่ของคนไทย อัศวินม้าขาวผู้จัดหาวัคซีนไฟเซอร์ทิพย์ เคยออกฐานเศรษฐกิจเมื่อ 2 ปีก่อน เตรียมแผนลงทุน 1.6 หมื่นล้าน สยายปีกลงทุนรับอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์โตแรง ทั้งศูนย์มะเร็งย่านปิ่นเกล้า เวลเนสเซ็นเตอร์ย่
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 805 มุมมอง 0 รีวิว
  • จากกรณีที่เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ออกรายการสนธิเล่าเรื่อง เพื่อเปิดโปงพฤติกรรมของ นายแพทย์บุญ วนาสิน ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลธนบุรี ที่ปลอมลายเซ็นอดีตลูกสะใภ้เพื่อกู้เงินผ่านเอเย่นต์ จนได้รับความเสียหายกว่า 8,000 ล้านบาท รวมถึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะมีผู้เสียหายที่ถูกนายแพทย์คนดัง ฉ้อโกงฯ เงิน ผ่านกลโกงการทำธุรกรรม ชักชวนลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์อีกหลายราย จนอาจทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้างนับหมื่นล้าน กระทั่งมีรายงานด้วยว่าขณะนี้ นายแพทย์บุญ วนาสิน น่าจะหลบหนีคดีไปยังต่างประเทศแล้ว.ความคืบหน้าเมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 22 พ.ย. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 และ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ตามคำสั่ง บก.น.1 ที่ 285/2567 ลงวันที่ 11 พ.ย.67 ไปขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา จนสามารถนำมาสู่การออกหมายจับ นายแพทย์บุญ วนาสิน รวมถึงผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการ และมีพฤติการณ์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ได้ 9 คน ได้แก่.1.นายแพทย์บุญ วนาสิน อายุ 86 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5645/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน, ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และธนาคารปฏิเสธไม่ให้ใช้เงินตามเช็คนั้น.2.น.ส.จิดาภา พุ่มพุฒ อายุ 53 ปี เลขาส่วนตัว นายแพทย์บุญ ซี่งเป็นผู้จัดการเรื่องการเงิน และการบัญชีสัญญากู้เงินทั้งหมด ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5646/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.3.น.ส.ศิวิมล จาดเมือง อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับเอกสาร สัญญาต่างๆ และจัดการด้านการเงิน ตามคำสั่ง น.ส.จิดาภา อาทิ การจ่ายเงินให้กับผู้เสียหาย เป็นผู้จ่ายเช็ค พร้อมทั้งติดต่อตัวแทนต่างๆ ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5647/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.4.นางจารุวรรณ วนาสิน อายุ 79 ปี ภรรยาของ นายแพทย์บุญ ซึ่งเป็นผู้ลงลายมือชื่อเป็นผู้ค้ำประกันในสัญญาต่างๆ เป็นผู้ลงลายมือชื่ออาวัลในเช็ค เป็นผู้ถือหุ้น THG ซึ่งนำมาค้ำประกันในสัญญากู้ต่างๆ ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5648/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.5.น.ส.นลิน วนาสิน อายุ 51 ปี บุตรสาวของนายแพทย์บุญ และ นางจารุวรรณ ซึ่งเป็นผู้ลงลายมือชื่อเป็นผู้ค้ำประกันในสัญญาต่างๆ และ เป็นผู้ลงลายมือชื่ออาวัลในเช็ค ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5649/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.6.นางอัจจิมา พาณิชเกรียงไกร อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของ บริษัทหลักทรัพย์ คิงฟอร์ด เป็นผู้ชักชวนให้ร่วมลงทุน และมอบหมายให้คนนำสัญญากู้ยืม ทำสัญญาค้ำประกัน ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5650/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.7.นายภาคย์ วัฒนาพร อายุ 36 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ บริษัทหลักทรัพย์ คิงฟอร์ด ร่วมกับนางอัจจิมา เป็นผู้ประสานงานให้คำปรึกษา ชักชวนลงทุน ผู้ชักชวนให้ร่วมลงทุน ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5651/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.8.นางภัทรานิษฐ์ ณ สงขลา อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นนายหน้า และผู้ชักชวนแนะนำการลงทุน เป็นผู้จัดทำเอกสารเป็นผู้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ยืมเงิน สัญญาค้ำประกัน หนังสือส่งมอบเช็ค สัญญาซื้อและขายหุ้นคืนและหนังสือชำระหนี้ ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5652/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.9.นายธนภูมิ ชนประเสริฐ อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนติดต่อชักชวนผู้เสียหาย เป็นผู้จัดทำสัญญา ลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ สัญญาค้ำประกัน และเป็นผู้นำสัญญามามอบให้ผู้เสียหาย ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5653/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.การออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย เนื่องจากก่อนหน้านี้ ในห้วงวันที่ 2-4 ก.พ.66 นายแพทย์บุญ ได้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง โดยออกสื่อสารธารณะแพร่ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์สาธารณะ โดยกล่าวอ้างการลงทุนที่น่าสนใจ จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ .1.โครงการสร้างศูนย์มะเร็ง ย่านปิ่นเกล้า พื้นที่ 7 ไร่ งบลงทุน 4,๐๐๐ ล้านบาท (ทันสมัยที่สุดในเอเชีย) 2.โครงการเวสเนสเซ็นเตอร์ ย่านพระราม 3 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่ 5 ไร่เศษ งบลงทุนประมาณ 4,๐๐๐ – 5,๐๐๐ ล้านบาท (อาคารที่พักสูง 52 ชั้น รองรับผู้สูงวัย 400 ห้อง).3.โครงการสร้างโรงพยาบาลใน สปป.ลาว จำนวน 3 แห่ง (ในเวียงจันทร์ 2 แห่ง, จำปาสัก 1 แห่ง) 4.โครงการเข้าร่วมลงทุนกับโรงพยาบาลในเวียดนาม โดยใช้งบลงทุน ประมาณ 4,๐๐๐ – 5,๐๐๐ ล้านบาท และ 5.โครงการสร้างเมดิคอล อินเทลลิเจน (Medical Intelligen) ซึ่งทำหน้าที่ด้านไอที ใช้งบประมาณ 1๐๐ ล้านบาท โดยหากมีการร่วมลงทุน ในปี 66 อ้างว่าจะได้กำไร 7๐๐ ล้านบาท และในปี 67 อ้างว่าจะได้กำไรเพิ่มขึ้นเป็น  1,000 ล้านบาท.จากนั้นจึงมีผู้เสียหายซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจชั้นนำระดับประเทศ และบุคลากรวงการแพทย์ หลายร้อยราย หลงเชื่อเพราะ นายแพทย์บุญ และครอบครัว มีบริษัทหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหลายแห่ง จึงเข้าร่วมลงทุน ผ่านการติดต่อจากตัวแทน (โบรกเกอร์) บริษัทหลักทรัพย์ เป็นตัวแทนการระดมเงินลงทุน ให้นายแพทย์บุญ และครอบครัว.ตลอดจนการลงทุนในลักษณะโครงการที่เสนอให้ลงทุนในรูปแบบที่ นายแพทย์บุญ ทำสัญญากู้ยืมเงินโดยให้ดอกเบี้ยกับผู้เสียหาย และได้จ่ายเช็คให้ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้เงินกู้ พร้อมทั้งเช็คเพื่อชำระค่าดอกเบี้ยล่วงหน้า ในชื่อนายแพทย์บุญ วนาสิน พร้อมทั้งมี นางจารุวรรณ วนาสิน และนางณวรา วนาสิน บุคคลในครอบครัวเป็น ผู้ค้ำประกันตามสัญญา.นอกจากนี้ นางจารุวรรณ วนาสิน และนางณวรา วนาสิน ทั้งสองคนยังเซ็นต์สลักหลังในเช็คทุกใบของนายแพทย์บุญ วนาสิน มอบให้แก่ผู้ให้กู้ โดยในช่วงแรกมีการให้ดอกเบี้ย แต่ต่อมาไม่มีการชำระแต่อย่างใด ในส่วนเช็คที่ออกไว้ เมื่อผู้เสียหายนำเช็คไปขึ้นเงินตามวันเวลาที่สั่งจ่าย ปรากฎว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จนกระทั่งต่อมาจากการตรวจสอบพบว่า นายแพทย์บุญ ได้เดินทางออกไปจากประเทศไทย ในวันที่ 29 ก.ย.67 เวลา 14.25 น. โดยสายการบินคาร์เธฯออกไปประเทศจีน โดยมีพฤติการณ์หลบหนี.ซึ่งในกรณี ตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค.66 – ต.ค.67 มีกลุ่มผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 แล้วจำนวน 527 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย กว่า 7,564,433,637 บาท (เจ็ดพันห้าร้อยหกสิบสี่ล้านสี่แสนสามหมื่นสามพันหกร้อยสามสิบเจ็ดบาท) โดยในทันทีที่ศาลอนุมติหมายจับ ผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 จึงได้เร่งติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา เอาไว้ได้แล้ว จำนวน 6 ราย  คือ.1.น.ส.จิดาภา พุ่มพุฒ อายุ 53 ปี 2.น.ส.ศิวิมล จาดเมือง อายุ 38 ปี 3.นางอัจจิมา พาณิชเกรียงไกร อายุ 49 ปี 4.นายภาคย์ วัฒนาพร อายุ 36 ปี 5.นางภัทรานิษฐ์ ณ สงขลา อายุ 55 ปี และ 6.นายธนภูมิ ชนประเสริฐ อายุ 36 ปี ยังเหลือที่ยังหลบหนีไปได้อีก 3 ราย คือ นายแพทย์บุญ วนาสิน อายุ 86 ปี นางจารุวรรณ วนาสิน อายุ 79 ปี ภรรยาของ นายแพทย์บุญ และ น.ส.นลิน วนาสิน อายุ 51 ปี บุตรสาวของนายแพทย์บุญ กับ นางจารุวรรณ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลเห็นควรอนุมัติให้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวนี้ไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ DSI เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามอำนาจหน้าที่ โดยจะแถลงความคืบหน้าให้ทราบอย่างเป็นทางการต่อไป (จบ 3/3)......Sondhi X
    จากกรณีที่เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ออกรายการสนธิเล่าเรื่อง เพื่อเปิดโปงพฤติกรรมของ นายแพทย์บุญ วนาสิน ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลธนบุรี ที่ปลอมลายเซ็นอดีตลูกสะใภ้เพื่อกู้เงินผ่านเอเย่นต์ จนได้รับความเสียหายกว่า 8,000 ล้านบาท รวมถึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะมีผู้เสียหายที่ถูกนายแพทย์คนดัง ฉ้อโกงฯ เงิน ผ่านกลโกงการทำธุรกรรม ชักชวนลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์อีกหลายราย จนอาจทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้างนับหมื่นล้าน กระทั่งมีรายงานด้วยว่าขณะนี้ นายแพทย์บุญ วนาสิน น่าจะหลบหนีคดีไปยังต่างประเทศแล้ว.ความคืบหน้าเมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 22 พ.ย. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 และ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ตามคำสั่ง บก.น.1 ที่ 285/2567 ลงวันที่ 11 พ.ย.67 ไปขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา จนสามารถนำมาสู่การออกหมายจับ นายแพทย์บุญ วนาสิน รวมถึงผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการ และมีพฤติการณ์ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ได้ 9 คน ได้แก่.1.นายแพทย์บุญ วนาสิน อายุ 86 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5645/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน, ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และธนาคารปฏิเสธไม่ให้ใช้เงินตามเช็คนั้น.2.น.ส.จิดาภา พุ่มพุฒ อายุ 53 ปี เลขาส่วนตัว นายแพทย์บุญ ซี่งเป็นผู้จัดการเรื่องการเงิน และการบัญชีสัญญากู้เงินทั้งหมด ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5646/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.3.น.ส.ศิวิมล จาดเมือง อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับเอกสาร สัญญาต่างๆ และจัดการด้านการเงิน ตามคำสั่ง น.ส.จิดาภา อาทิ การจ่ายเงินให้กับผู้เสียหาย เป็นผู้จ่ายเช็ค พร้อมทั้งติดต่อตัวแทนต่างๆ ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5647/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.4.นางจารุวรรณ วนาสิน อายุ 79 ปี ภรรยาของ นายแพทย์บุญ ซึ่งเป็นผู้ลงลายมือชื่อเป็นผู้ค้ำประกันในสัญญาต่างๆ เป็นผู้ลงลายมือชื่ออาวัลในเช็ค เป็นผู้ถือหุ้น THG ซึ่งนำมาค้ำประกันในสัญญากู้ต่างๆ ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5648/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.5.น.ส.นลิน วนาสิน อายุ 51 ปี บุตรสาวของนายแพทย์บุญ และ นางจารุวรรณ ซึ่งเป็นผู้ลงลายมือชื่อเป็นผู้ค้ำประกันในสัญญาต่างๆ และ เป็นผู้ลงลายมือชื่ออาวัลในเช็ค ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5649/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.6.นางอัจจิมา พาณิชเกรียงไกร อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของ บริษัทหลักทรัพย์ คิงฟอร์ด เป็นผู้ชักชวนให้ร่วมลงทุน และมอบหมายให้คนนำสัญญากู้ยืม ทำสัญญาค้ำประกัน ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5650/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.7.นายภาคย์ วัฒนาพร อายุ 36 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ บริษัทหลักทรัพย์ คิงฟอร์ด ร่วมกับนางอัจจิมา เป็นผู้ประสานงานให้คำปรึกษา ชักชวนลงทุน ผู้ชักชวนให้ร่วมลงทุน ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5651/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.8.นางภัทรานิษฐ์ ณ สงขลา อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นนายหน้า และผู้ชักชวนแนะนำการลงทุน เป็นผู้จัดทำเอกสารเป็นผู้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ยืมเงิน สัญญาค้ำประกัน หนังสือส่งมอบเช็ค สัญญาซื้อและขายหุ้นคืนและหนังสือชำระหนี้ ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5652/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.9.นายธนภูมิ ชนประเสริฐ อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนติดต่อชักชวนผู้เสียหาย เป็นผู้จัดทำสัญญา ลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ สัญญาค้ำประกัน และเป็นผู้นำสัญญามามอบให้ผู้เสียหาย ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5653/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.การออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย เนื่องจากก่อนหน้านี้ ในห้วงวันที่ 2-4 ก.พ.66 นายแพทย์บุญ ได้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง โดยออกสื่อสารธารณะแพร่ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์สาธารณะ โดยกล่าวอ้างการลงทุนที่น่าสนใจ จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ .1.โครงการสร้างศูนย์มะเร็ง ย่านปิ่นเกล้า พื้นที่ 7 ไร่ งบลงทุน 4,๐๐๐ ล้านบาท (ทันสมัยที่สุดในเอเชีย) 2.โครงการเวสเนสเซ็นเตอร์ ย่านพระราม 3 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่ 5 ไร่เศษ งบลงทุนประมาณ 4,๐๐๐ – 5,๐๐๐ ล้านบาท (อาคารที่พักสูง 52 ชั้น รองรับผู้สูงวัย 400 ห้อง).3.โครงการสร้างโรงพยาบาลใน สปป.ลาว จำนวน 3 แห่ง (ในเวียงจันทร์ 2 แห่ง, จำปาสัก 1 แห่ง) 4.โครงการเข้าร่วมลงทุนกับโรงพยาบาลในเวียดนาม โดยใช้งบลงทุน ประมาณ 4,๐๐๐ – 5,๐๐๐ ล้านบาท และ 5.โครงการสร้างเมดิคอล อินเทลลิเจน (Medical Intelligen) ซึ่งทำหน้าที่ด้านไอที ใช้งบประมาณ 1๐๐ ล้านบาท โดยหากมีการร่วมลงทุน ในปี 66 อ้างว่าจะได้กำไร 7๐๐ ล้านบาท และในปี 67 อ้างว่าจะได้กำไรเพิ่มขึ้นเป็น  1,000 ล้านบาท.จากนั้นจึงมีผู้เสียหายซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจชั้นนำระดับประเทศ และบุคลากรวงการแพทย์ หลายร้อยราย หลงเชื่อเพราะ นายแพทย์บุญ และครอบครัว มีบริษัทหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหลายแห่ง จึงเข้าร่วมลงทุน ผ่านการติดต่อจากตัวแทน (โบรกเกอร์) บริษัทหลักทรัพย์ เป็นตัวแทนการระดมเงินลงทุน ให้นายแพทย์บุญ และครอบครัว.ตลอดจนการลงทุนในลักษณะโครงการที่เสนอให้ลงทุนในรูปแบบที่ นายแพทย์บุญ ทำสัญญากู้ยืมเงินโดยให้ดอกเบี้ยกับผู้เสียหาย และได้จ่ายเช็คให้ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้เงินกู้ พร้อมทั้งเช็คเพื่อชำระค่าดอกเบี้ยล่วงหน้า ในชื่อนายแพทย์บุญ วนาสิน พร้อมทั้งมี นางจารุวรรณ วนาสิน และนางณวรา วนาสิน บุคคลในครอบครัวเป็น ผู้ค้ำประกันตามสัญญา.นอกจากนี้ นางจารุวรรณ วนาสิน และนางณวรา วนาสิน ทั้งสองคนยังเซ็นต์สลักหลังในเช็คทุกใบของนายแพทย์บุญ วนาสิน มอบให้แก่ผู้ให้กู้ โดยในช่วงแรกมีการให้ดอกเบี้ย แต่ต่อมาไม่มีการชำระแต่อย่างใด ในส่วนเช็คที่ออกไว้ เมื่อผู้เสียหายนำเช็คไปขึ้นเงินตามวันเวลาที่สั่งจ่าย ปรากฎว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จนกระทั่งต่อมาจากการตรวจสอบพบว่า นายแพทย์บุญ ได้เดินทางออกไปจากประเทศไทย ในวันที่ 29 ก.ย.67 เวลา 14.25 น. โดยสายการบินคาร์เธฯออกไปประเทศจีน โดยมีพฤติการณ์หลบหนี.ซึ่งในกรณี ตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค.66 – ต.ค.67 มีกลุ่มผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 แล้วจำนวน 527 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย กว่า 7,564,433,637 บาท (เจ็ดพันห้าร้อยหกสิบสี่ล้านสี่แสนสามหมื่นสามพันหกร้อยสามสิบเจ็ดบาท) โดยในทันทีที่ศาลอนุมติหมายจับ ผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 จึงได้เร่งติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา เอาไว้ได้แล้ว จำนวน 6 ราย  คือ.1.น.ส.จิดาภา พุ่มพุฒ อายุ 53 ปี 2.น.ส.ศิวิมล จาดเมือง อายุ 38 ปี 3.นางอัจจิมา พาณิชเกรียงไกร อายุ 49 ปี 4.นายภาคย์ วัฒนาพร อายุ 36 ปี 5.นางภัทรานิษฐ์ ณ สงขลา อายุ 55 ปี และ 6.นายธนภูมิ ชนประเสริฐ อายุ 36 ปี ยังเหลือที่ยังหลบหนีไปได้อีก 3 ราย คือ นายแพทย์บุญ วนาสิน อายุ 86 ปี นางจารุวรรณ วนาสิน อายุ 79 ปี ภรรยาของ นายแพทย์บุญ และ น.ส.นลิน วนาสิน อายุ 51 ปี บุตรสาวของนายแพทย์บุญ กับ นางจารุวรรณ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลเห็นควรอนุมัติให้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวนี้ไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ DSI เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามอำนาจหน้าที่ โดยจะแถลงความคืบหน้าให้ทราบอย่างเป็นทางการต่อไป (จบ 3/3)......Sondhi X
    Like
    Yay
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1583 มุมมอง 0 รีวิว
  • พบตัวแล้ว! "น้องอมยิ้ม" เด็ก 7 ขวบที่คุณแม่โพสต์แจ้งหายตัวไปจากพื้นที่สุขุมวิท 31 หลังจากตำรวจเจรจาจนคุณแม่ยอมเปิดประตูและยอมให้เข้าไปจนพบตัวเด็ก

    17 ตุลาคม 2567-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Siwa Oeh Chaikrittayakul แม่ของ “น้องอมยิ้ม” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ลูกสายวัย 7 ขวบได้หายตัวไป จากพื้นที่สุขุมซอย 31 ทำให้โลกออนไลน์พากันห่วงใยและแชร์ช่วยกันหา

    ต่อมา เธอได้ลบโพสต์ดังกล่าวออกไป โดยให้เหตุผลว่า มีการแสดงความคิดเห็นในเชิงลบ และเบื้องต้นได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนแล้ว

    ขณะที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้โพสต์ข้อความเมื่อเวลา 17.12 น. แจ้งว่าได้ตรวจสอบเรื่องนี้ ไม่ปรากฎว่ามีการแจ้งความไว้ที่ สน.ทองหล่อ หรือไม่ได้รับแจ้งเหตุสายด่วนทางโทรศัพท์

    ขณะที่ตำรวจได้พยายามติดต่อแม่ “น้องอมยิ้ม” อย่างต่อเนื่อง ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ปรากฎ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ติดตามหาตัวน้องอย่างเร่งด่วนตามข้อมูลเบาะแสทั้งหมดที่หาและรับทราบ

    เมื่อเวลา 18.23 น. สน.ทองหล่อ เปิดเผยด้วยว่า ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ และ บก.สส.บช.น. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเรียนที่ถูกกล่าวถึงตามข่าว แต่ปรากฎว่าอยู่ระหว่างปิดภาคการศึกษา และภาพเด็กหญิงที่ปรากฎ ก็ไม่ได้เป็นนักเรียนของโรงเรียนแต่อย่างใด นอกจากนั้นยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเรียนใกล้เคียงภายในซอยสุขุมวิท 31 แต่ก็อยู่ระหว่างปิดภาคเรียน ไม่มีนักเรียนและครูภายในโรงเรียน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ

    ต่อมาเวลา 20.08 น. ตำรวจชุดสืบสวน ได้ซักถามเพื่อนของแม่ “น้องอมยิ้ม” และลงพื้นที่ตรวจสอบที่พักย่านรัชดาภิเษก – ห้วยขวาง ซึ่งทราบว่าประกอบธุรกิจส่วนตัว ขายของออนไลน์ ตำรวจได้พยายามติดต่อแม่ของ “น้องอมยิ้ม”แต่ติดต่อไม่ได้

    ล่าสุด 21.45 น. ชุดสืบนครบาล ยืนยันว่า ทีมสารวัตรแจ๊ะและสืบทองหล่อ พบตัว "น้องอมยิ้ม" แล้ว น้องปลอดภัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส หลังจากคุณแม่น้องยอมเปิดประตูยืนเจรจา และยอมให้เข้าไปจนพบตัวน้อง

    #Thaitimes
    พบตัวแล้ว! "น้องอมยิ้ม" เด็ก 7 ขวบที่คุณแม่โพสต์แจ้งหายตัวไปจากพื้นที่สุขุมวิท 31 หลังจากตำรวจเจรจาจนคุณแม่ยอมเปิดประตูและยอมให้เข้าไปจนพบตัวเด็ก 17 ตุลาคม 2567-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Siwa Oeh Chaikrittayakul แม่ของ “น้องอมยิ้ม” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ลูกสายวัย 7 ขวบได้หายตัวไป จากพื้นที่สุขุมซอย 31 ทำให้โลกออนไลน์พากันห่วงใยและแชร์ช่วยกันหา ต่อมา เธอได้ลบโพสต์ดังกล่าวออกไป โดยให้เหตุผลว่า มีการแสดงความคิดเห็นในเชิงลบ และเบื้องต้นได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนแล้ว ขณะที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้โพสต์ข้อความเมื่อเวลา 17.12 น. แจ้งว่าได้ตรวจสอบเรื่องนี้ ไม่ปรากฎว่ามีการแจ้งความไว้ที่ สน.ทองหล่อ หรือไม่ได้รับแจ้งเหตุสายด่วนทางโทรศัพท์ ขณะที่ตำรวจได้พยายามติดต่อแม่ “น้องอมยิ้ม” อย่างต่อเนื่อง ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ปรากฎ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ติดตามหาตัวน้องอย่างเร่งด่วนตามข้อมูลเบาะแสทั้งหมดที่หาและรับทราบ เมื่อเวลา 18.23 น. สน.ทองหล่อ เปิดเผยด้วยว่า ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ และ บก.สส.บช.น. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเรียนที่ถูกกล่าวถึงตามข่าว แต่ปรากฎว่าอยู่ระหว่างปิดภาคการศึกษา และภาพเด็กหญิงที่ปรากฎ ก็ไม่ได้เป็นนักเรียนของโรงเรียนแต่อย่างใด นอกจากนั้นยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเรียนใกล้เคียงภายในซอยสุขุมวิท 31 แต่ก็อยู่ระหว่างปิดภาคเรียน ไม่มีนักเรียนและครูภายในโรงเรียน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่อมาเวลา 20.08 น. ตำรวจชุดสืบสวน ได้ซักถามเพื่อนของแม่ “น้องอมยิ้ม” และลงพื้นที่ตรวจสอบที่พักย่านรัชดาภิเษก – ห้วยขวาง ซึ่งทราบว่าประกอบธุรกิจส่วนตัว ขายของออนไลน์ ตำรวจได้พยายามติดต่อแม่ของ “น้องอมยิ้ม”แต่ติดต่อไม่ได้ ล่าสุด 21.45 น. ชุดสืบนครบาล ยืนยันว่า ทีมสารวัตรแจ๊ะและสืบทองหล่อ พบตัว "น้องอมยิ้ม" แล้ว น้องปลอดภัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส หลังจากคุณแม่น้องยอมเปิดประตูยืนเจรจา และยอมให้เข้าไปจนพบตัวน้อง #Thaitimes
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 802 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทำบุญออนไลน์ >>> วันที่ 1,549
    วันพุธ: ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะโรง
    วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๗ (16 October 2024)

    รายชื่อทำบุญ Photo Album ชุดที่ 2/3
    ทอดกฐินพระราชทาน 30 วัด เป็นเงิน 600 บาท
    11. วัดพระแก้ว อ.เมือง จ.เชียงราย
    (ทอดกฐินพระราชทาน 26 ต.ค.67)
    12. วัดพระธาตุช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่
    (ทอดกฐินพระราชทาน 26 ต.ค.67)
    13. วัดชลประทานรังสฤษดิ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
    (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67)
    14. วัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ
    (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67)
    15. วัดเทพลีลา เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
    (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67)
    16. วัดพระแท่นดงรัง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี
    (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67)
    17. วัดสุรชายาราม อ.เมือง จ.ราชบุรี
    (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67)
    18. วัดเขาบางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
    (ทอดกฐินพระราชทาน 29 ต.ค.67)
    19. วัดเจดีย์หลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่
    (ทอดกฐินพระราชทาน 29 ต.ค.67)
    20. วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
    (ทอดกฐินพระราชทาน 29 ต.ค.67)
    #โอนเงินทำบุญโดยคุณณรงค์
    * เวลาที่เหลืออยู่ในชาตินี้ เท่ากับ ๒๖ ปี ๑๑๙ วัน
    I am willing to depart this life at the age of 75.
    ทำบุญออนไลน์ >>> วันที่ 1,549 วันพุธ: ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะโรง วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๗ (16 October 2024) รายชื่อทำบุญ Photo Album ชุดที่ 2/3 ทอดกฐินพระราชทาน 30 วัด เป็นเงิน 600 บาท 11. วัดพระแก้ว อ.เมือง จ.เชียงราย (ทอดกฐินพระราชทาน 26 ต.ค.67) 12. วัดพระธาตุช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่ (ทอดกฐินพระราชทาน 26 ต.ค.67) 13. วัดชลประทานรังสฤษดิ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67) 14. วัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67) 15. วัดเทพลีลา เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67) 16. วัดพระแท่นดงรัง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67) 17. วัดสุรชายาราม อ.เมือง จ.ราชบุรี (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67) 18. วัดเขาบางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี (ทอดกฐินพระราชทาน 29 ต.ค.67) 19. วัดเจดีย์หลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ (ทอดกฐินพระราชทาน 29 ต.ค.67) 20. วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ (ทอดกฐินพระราชทาน 29 ต.ค.67) #โอนเงินทำบุญโดยคุณณรงค์ * เวลาที่เหลืออยู่ในชาตินี้ เท่ากับ ๒๖ ปี ๑๑๙ วัน I am willing to depart this life at the age of 75.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 306 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทำบุญออนไลน์ >>> วันที่ 1,549
    วันพุธ: ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะโรง
    วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๗ (16 October 2024)

    รายชื่อทำบุญ Photo Album ชุดที่ 2/3
    ทอดกฐินพระราชทาน 30 วัด เป็นเงิน 600 บาท
    11. วัดพระแก้ว อ.เมือง จ.เชียงราย
    (ทอดกฐินพระราชทาน 26 ต.ค.67)
    12. วัดพระธาตุช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่
    (ทอดกฐินพระราชทาน 26 ต.ค.67)
    13. วัดชลประทานรังสฤษดิ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
    (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67)
    14. วัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ
    (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67)
    15. วัดเทพลีลา เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
    (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67)
    16. วัดพระแท่นดงรัง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี
    (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67)
    17. วัดสุรชายาราม อ.เมือง จ.ราชบุรี
    (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67)
    18. วัดเขาบางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
    (ทอดกฐินพระราชทาน 29 ต.ค.67)
    19. วัดเจดีย์หลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่
    (ทอดกฐินพระราชทาน 29 ต.ค.67)
    20. วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
    (ทอดกฐินพระราชทาน 29 ต.ค.67)
    #โอนเงินทำบุญโดยคุณณรงค์
    * เวลาที่เหลืออยู่ในชาตินี้ เท่ากับ ๒๖ ปี ๑๑๙ วัน
    I am willing to depart this life at the age of 75.
    ทำบุญออนไลน์ >>> วันที่ 1,549 วันพุธ: ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะโรง วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๗ (16 October 2024) รายชื่อทำบุญ Photo Album ชุดที่ 2/3 ทอดกฐินพระราชทาน 30 วัด เป็นเงิน 600 บาท 11. วัดพระแก้ว อ.เมือง จ.เชียงราย (ทอดกฐินพระราชทาน 26 ต.ค.67) 12. วัดพระธาตุช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่ (ทอดกฐินพระราชทาน 26 ต.ค.67) 13. วัดชลประทานรังสฤษดิ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67) 14. วัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67) 15. วัดเทพลีลา เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67) 16. วัดพระแท่นดงรัง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67) 17. วัดสุรชายาราม อ.เมือง จ.ราชบุรี (ทอดกฐินพระราชทาน 27 ต.ค.67) 18. วัดเขาบางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี (ทอดกฐินพระราชทาน 29 ต.ค.67) 19. วัดเจดีย์หลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ (ทอดกฐินพระราชทาน 29 ต.ค.67) 20. วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ (ทอดกฐินพระราชทาน 29 ต.ค.67) #โอนเงินทำบุญโดยคุณณรงค์ * เวลาที่เหลืออยู่ในชาตินี้ เท่ากับ ๒๖ ปี ๑๑๙ วัน I am willing to depart this life at the age of 75.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 312 มุมมอง 0 รีวิว
  • เด็กเรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง ผ่านอุปกรณ์มอนเทสซอริ
    #โรงเรียนอนุบาลสีชมพูมอนเทสซอริ
    #ห้วยขวาง
    #Montessori
    เด็กเรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง ผ่านอุปกรณ์มอนเทสซอริ #โรงเรียนอนุบาลสีชมพูมอนเทสซอริ #ห้วยขวาง #Montessori
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 294 มุมมอง 59 0 รีวิว
  • คำเตือนจาก กทม. เรื่อง น้ำท่วม ทั้งมี และ ไม่มี ในกทม.ในปี 2567

    จากสถานการณ์น้ำจะท่วม หรือ ไม่ท่วม ในพื้นที่เขตต่างๆของ กทม.สรุป ได้ เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

    1. กลุ่มที่ 1 : เขตที่น้ำไม่ท่วม มี 12 เขต คือ ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ คลองสาน ป้อมปราบศัตรูพ่าย ราชเทวี วังทองหลาง พญาไท วัฒนา สาทร สวนหลวง ปทุมวัน และ บางนา

    2. กลุ่มที่ 2 : เขตที่จะท่วม ช่วงสั้น ๆ มี 9 เขต ที่จะเสียหายบางส่วนจากปริมาณ "น้ำเจ้าพระยาขึ้น-ลง" ประกอบด้วย พระนคร ดุสิต สัมพันธวงศ์ บางรัก บางคอแหลม คลองเตย ยานนาวา พระโขนง และ บางซื่อ

    3. กลุ่มที่ 3 : เขตที่จะเสียหายบางส่วน แยกเป็น 2 ส่วนคือ

    3.1 เขตที่จะเสียหายเกิน 20% มี 9 เขต ได้แก่ ประเวศ คันนายาว มีนบุรี ลาดกระบัง สะพานสูง ลาดพร้าว บางกอกน้อย และบางบอน
    3.2 เขตที่จะเสียหายน้อยกว่า 20% มี 8 เขตคือ ดินแดง ห้วยขวาง บึงกุ่ม บางกะปิ บางกอกใหญ่ จอมทอง ธนบุรี และบางขุนเทียน

    4. เขตที่จะเสียหายแบบยกเขต และ ได้รับผลกระทบเป็นเวลานานมี 12 เขต ได้แก่ ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางพลัด บางแค ภาษีเจริญ หนองแขม ดอนเมือง บางเขน สายไหม หลักสี่ จตุจักร และคลองสามวา

    ใครที่อยู่ในเขตกลุ่มที่ 4 ต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน และ น้ำฝนที่จะตกลงมาเพิ่ม เพราะ เสมือน ท่านอยู่ในพื้นที่แอ่งกระทะ โอกาสถูกน้ำท่วมสูง และ ถูกท่วมนาน นะจาบอกให้ เมื่อ 3 น้ำ คือ น้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน และ น้ำฝน มาบรรจบกัน อย่ามาต่อว่า ว่า ทำไม จึงไม่ออกมาเตือน มิได้นะ มิได้นะ

    ท่านตรวจสอบเพิ่มเติมเอง
    8 ตุลาคม 2567
    คำเตือนจาก กทม. เรื่อง น้ำท่วม ทั้งมี และ ไม่มี ในกทม.ในปี 2567 จากสถานการณ์น้ำจะท่วม หรือ ไม่ท่วม ในพื้นที่เขตต่างๆของ กทม.สรุป ได้ เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ 1. กลุ่มที่ 1 : เขตที่น้ำไม่ท่วม มี 12 เขต คือ ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ คลองสาน ป้อมปราบศัตรูพ่าย ราชเทวี วังทองหลาง พญาไท วัฒนา สาทร สวนหลวง ปทุมวัน และ บางนา 2. กลุ่มที่ 2 : เขตที่จะท่วม ช่วงสั้น ๆ มี 9 เขต ที่จะเสียหายบางส่วนจากปริมาณ "น้ำเจ้าพระยาขึ้น-ลง" ประกอบด้วย พระนคร ดุสิต สัมพันธวงศ์ บางรัก บางคอแหลม คลองเตย ยานนาวา พระโขนง และ บางซื่อ 3. กลุ่มที่ 3 : เขตที่จะเสียหายบางส่วน แยกเป็น 2 ส่วนคือ 3.1 เขตที่จะเสียหายเกิน 20% มี 9 เขต ได้แก่ ประเวศ คันนายาว มีนบุรี ลาดกระบัง สะพานสูง ลาดพร้าว บางกอกน้อย และบางบอน 3.2 เขตที่จะเสียหายน้อยกว่า 20% มี 8 เขตคือ ดินแดง ห้วยขวาง บึงกุ่ม บางกะปิ บางกอกใหญ่ จอมทอง ธนบุรี และบางขุนเทียน 4. เขตที่จะเสียหายแบบยกเขต และ ได้รับผลกระทบเป็นเวลานานมี 12 เขต ได้แก่ ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางพลัด บางแค ภาษีเจริญ หนองแขม ดอนเมือง บางเขน สายไหม หลักสี่ จตุจักร และคลองสามวา ใครที่อยู่ในเขตกลุ่มที่ 4 ต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน และ น้ำฝนที่จะตกลงมาเพิ่ม เพราะ เสมือน ท่านอยู่ในพื้นที่แอ่งกระทะ โอกาสถูกน้ำท่วมสูง และ ถูกท่วมนาน นะจาบอกให้ เมื่อ 3 น้ำ คือ น้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน และ น้ำฝน มาบรรจบกัน อย่ามาต่อว่า ว่า ทำไม จึงไม่ออกมาเตือน มิได้นะ มิได้นะ ท่านตรวจสอบเพิ่มเติมเอง 8 ตุลาคม 2567
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 2 การแบ่งปัน 750 มุมมอง 0 รีวิว
  • #โรงเรียนอนุบาลสีชมพูมอนเทสซอริ
    #ห้วยขวาง
    #ปฐมวัย
    #โรงเรียนอนุบาลสีชมพูมอนเทสซอริ #ห้วยขวาง #ปฐมวัย
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 254 มุมมอง 48 0 รีวิว
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทย ณ สนามฮอกกี้น้ำแข็ง Thailand International Ice Hockey Arena เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ในโอกาสนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งทูตกีฬาไอซ์ฮอกกี้หญิงกิตติมศักดิ์ (Women’s Global Ambassador) คนแรก ตามคำกราบบังคมทูลเขิญของสหพันธ์กีฬาฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ (International Ice Hockey Federation) “IIHF” ทรงนำทีมไอซ์ฮอกกี้ราชอาณาจักรไทยแข่งขันกับทีมสาธารณรัฐประชาชนจีน นัดกระชับมิตรในครั้งนี้ด้วย
    #พระราชินีสุทิดา #苏提达王后 #QueenSuthida
    Cr. FB : MGR PHOTO
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทย ณ สนามฮอกกี้น้ำแข็ง Thailand International Ice Hockey Arena เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ในโอกาสนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งทูตกีฬาไอซ์ฮอกกี้หญิงกิตติมศักดิ์ (Women’s Global Ambassador) คนแรก ตามคำกราบบังคมทูลเขิญของสหพันธ์กีฬาฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ (International Ice Hockey Federation) “IIHF” ทรงนำทีมไอซ์ฮอกกี้ราชอาณาจักรไทยแข่งขันกับทีมสาธารณรัฐประชาชนจีน นัดกระชับมิตรในครั้งนี้ด้วย #พระราชินีสุทิดา #苏提达王后 #QueenSuthida Cr. FB : MGR PHOTO
    Love
    Like
    8
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 646 มุมมอง 0 รีวิว
  • พระราชินี ทรงนำไอซ์ฮอกกี้ทีมชาติไทย เสมอทีมจีน ในการแข่งขันนัดกระชับมิตร
    เมื่อเวลา 18.26 น. วันที่ 6 ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย ณ สนามฮอกกี้น้ำแข็ง Thailand International Ice Hockey Arena เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
    ในโอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งทูตกีฬาไอซ์ฮอกกี้หญิงกิตติมศักดิ์ (Women’s Global Ambassador) คนแรก ตามคำกราบบังคมทูลเขิญของสหพันธ์กีฬาฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ (International Ice Hockey Federation) “IIHF” ทรงนำทีมไอซ์ฮอกกี้ราชอาณาจักรไทยแข่งขันกับทีมสาธารณรัฐประชาชนจีน นัดกระชับมิตรในครั้งนี้ด้วย
    กระทั่งเวลา 19.34 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงนำทัพนักกีฬาไอซ์ฮอกกี้ประเทศไทย ลงสนามพบกับนักกีฬาทีมสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงนำทีมนักกีฬาไทยทำคะแนนขึ้นนำตั้งแต่นาทีแรกของการแข่งขัน และตลอดการแข่งขันทั้ง 2 ทีมต่างผลัดกันต่อสู้ทำคะแนนอย่างดุเดือด
    เมื่อจบเกมแรกทีมไทยเป็นฝ่ายทำคะแนนขึ้นนำทีมจีนด้วย คะแนน 6:2 ส่วนเกมที่ 2 ทั้ง 2 ทีมต่างสู้กันอย่างดุเดือดไม่แพ้เกมแรก ต่างฝ่ายต่างขับเคี่ยวทำคะแนนกันอย่างสูสี ทีมจีนเริ่มทำคะแนนตีตื้นขึ้นมาและเฉือนเอาชนะทีมไทยไปได้ด้วยคะแนน 4:3
    ต่อมากรรมการเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขันเกมที่ 3 อันเป็นเกมสุดท้ายทั้ง 2 ทีมต่างสู้ไม่ถอยโดยเฉพาะทีมไทยที่มี สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเป็นแรงกำลังพระราชหฤทัยอันสำคัญ จึงทำให้ทั้งทีมไทยและทีมจีนต่างผลัดกันทำคะแนนอย่างเต็มกำลัง
    จบปิดเกมการแข่งขันทั้งสองทีมทำคะแนนเสมอกันที่ 6:6 สรุปผลการแข่งขันทั้ง 3 เกม ทีมไทยและทีมจีน เสมอกันด้วยคะแนน 6:2 ,4:3 และ 6:6
    #ทรงพระเจริญ

    ที่มา : @เดินตามพ่อ
    https://www.facebook.com/share/vbHWKX5itUPaVQCs/
    พระราชินี ทรงนำไอซ์ฮอกกี้ทีมชาติไทย เสมอทีมจีน ในการแข่งขันนัดกระชับมิตร เมื่อเวลา 18.26 น. วันที่ 6 ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย ณ สนามฮอกกี้น้ำแข็ง Thailand International Ice Hockey Arena เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ในโอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งทูตกีฬาไอซ์ฮอกกี้หญิงกิตติมศักดิ์ (Women’s Global Ambassador) คนแรก ตามคำกราบบังคมทูลเขิญของสหพันธ์กีฬาฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ (International Ice Hockey Federation) “IIHF” ทรงนำทีมไอซ์ฮอกกี้ราชอาณาจักรไทยแข่งขันกับทีมสาธารณรัฐประชาชนจีน นัดกระชับมิตรในครั้งนี้ด้วย กระทั่งเวลา 19.34 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงนำทัพนักกีฬาไอซ์ฮอกกี้ประเทศไทย ลงสนามพบกับนักกีฬาทีมสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงนำทีมนักกีฬาไทยทำคะแนนขึ้นนำตั้งแต่นาทีแรกของการแข่งขัน และตลอดการแข่งขันทั้ง 2 ทีมต่างผลัดกันต่อสู้ทำคะแนนอย่างดุเดือด เมื่อจบเกมแรกทีมไทยเป็นฝ่ายทำคะแนนขึ้นนำทีมจีนด้วย คะแนน 6:2 ส่วนเกมที่ 2 ทั้ง 2 ทีมต่างสู้กันอย่างดุเดือดไม่แพ้เกมแรก ต่างฝ่ายต่างขับเคี่ยวทำคะแนนกันอย่างสูสี ทีมจีนเริ่มทำคะแนนตีตื้นขึ้นมาและเฉือนเอาชนะทีมไทยไปได้ด้วยคะแนน 4:3 ต่อมากรรมการเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขันเกมที่ 3 อันเป็นเกมสุดท้ายทั้ง 2 ทีมต่างสู้ไม่ถอยโดยเฉพาะทีมไทยที่มี สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเป็นแรงกำลังพระราชหฤทัยอันสำคัญ จึงทำให้ทั้งทีมไทยและทีมจีนต่างผลัดกันทำคะแนนอย่างเต็มกำลัง จบปิดเกมการแข่งขันทั้งสองทีมทำคะแนนเสมอกันที่ 6:6 สรุปผลการแข่งขันทั้ง 3 เกม ทีมไทยและทีมจีน เสมอกันด้วยคะแนน 6:2 ,4:3 และ 6:6 #ทรงพระเจริญ ที่มา : @เดินตามพ่อ https://www.facebook.com/share/vbHWKX5itUPaVQCs/
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 625 มุมมอง 0 รีวิว
  • ในหลวง ทอดพระเนตร พระราชินี ทรงร่วมแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทย

    วันนี้ (วันอาทิตย์ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๗) เวลา ๑๘.๒๖ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทย ณ สนามฮอกกี้น้ำแข็ง Thailand International Ice Hockey Arena เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายสรวงศ์ เทือนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายหานจื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย หม่อมหลวงกฤษฎา เกษมสันต์ นายกสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแข็งแห่งประเทศไทยพร้อมคณะกรรมการ และคณะทำงาน ฯ เฝ้า ฯ รับเสด็จ

    ในโอกาสนี้สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งทูตกีฬาไอซ์ฮอกกี้หญิงกิตติมศักดิ์ (Women’s Global Ambassador) คนแรก ตามคำกราบบังคมทูลเขิญของสหพันธ์กีฬาฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ (International Ice Hockey Federation) “IIHF” ทรงนำทีมไอซ์ฮอกกี้ราชอาณาจักรไทยแข่งขันกับทีมสาธารณรัฐประชาชนจีน นัดกระชับมิตรในครั้งนี้ด้วย

    การนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ ร่วมกับ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง ตามลำดับ

    จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทยกราบบังคมทูลรายงานและกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ผู้แทนจากสมาคมฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึกแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ นายลุค ทาร์ดิฟ ประธานสหพันธ์ International Ice Hockey Federation (IHF) ทูลเกล้า ฯ ถวายโล่สัญลักษณ์ทูตกีฬาไอซ์ฮอกกี้หญิงกิตติมศักดิ์ของสหพันธ์ ฯ พร้อมใบประกาศ (IIHF Women's Global Ambassador) แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

    โดยสหพันธ์กีฬาฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ (International Ice Hockey Federation) “IIHF” ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เป็นทูตกีฬาไอซ์ฮอกกี้หญิง(Women’s Global Ambassador) คนแรกของสหพันธ์ ด้วยพระปรีชาสามารถด้านกีฬาไอซ์ฮอกกี้อันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาปวงพสกนิกรชาวไทยและทั่วโลก เมื่อครั้งโดยเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ ทรงเปิด ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชันแนล ไอซ์ ฮอกกี้ อารีนา เชียงใหม่ (Thailand International Ice Hockey Arena Chiangmai) อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงร่วมการแข่งขันในนัดเปิดสนามในครั้งนั้นด้วย ทรงสร้างความประทับใจและทรงเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาหญิงจำนวนมาก และทรงเป็นแบบอย่างให้กับนักกีฬาในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก

    ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระนางเจ้าพระบรมราชินี ทอดพระเนตรการแสดงโชว์ในการแข่งขันกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทย

    จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์เป็นฉลองพระองค์นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งทีมราชอาณาจักรไทย เพื่อทรงร่วมแข่งขันกับทีมนักกีฬาฮอกกี้สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน ๓ Period ซึ่งระหว่างที่ทรงแข่งขันอยู่ในสนามนั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงทุ่มเทพระวรกายในการแข่งขันอย่างเต็มพระกำลัง โดยเกมการแข่งขันของทั้งสองทีม ดำเนินไปอย่างสูสีผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างเข้มข้นจนจบการแข่งขัน

    ประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๘ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญและทรงตั้งพระราชหฤทัยในการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างทั้งสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนานให้ใกล้ชิดและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จพระราชดำเนินเยือนและการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างสองประเทศในโอกาสต่างๆ ดังต่อไปนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายไฉ เจ๋อหมิน เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทยคนแรก เข้าเฝ้าฯถวายสาส์นตราตั้ง ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๑๙

    เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๓ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นผู้แทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนจีนอย่างเป็นทางการ (State Visit) ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลจีน

    วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลจีน โดยนายว่าน หลี่ รองนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน จัดพิธีต้อนรับณ จัตุรัสด้านตะวันออก ของมหาศาลาประชาชนกรุงปักกิ่ง และวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงรับ นาย สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีนพร้อมด้วยคู่สมรส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย– แปซิฟิก หรือ เอเปค (Asia – Pacific Economic Cooperation : APEC) ครั้งที่ ๒๙ ระหว่างวันที่ ๑๘ - ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เป็นต้น

    การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทย ณ สนามฮอกกี้น้ำแข็ง Thailand International Ice Hockey Arena ในครั้งนี้เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ และในโอกาสครบ ๗๕ ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน นับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่ทั้งสองประเทศได้กระชับสัมพันธไมตรีที่ดี ใกล้ชิดและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อันนำไปสู่ความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกันในทุกระดับ เพื่อประโยชน์สุขของราษฎรทั้งสองประเทศสืบไป

    #ทรงพระเจริญ #สืบสานรักษาต่อยอด
    #การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตร
    #สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทยจีน

    ที่มา : @พระลาน
    https://www.facebook.com/share/2aTmWcVP1wpm3egn/
    ในหลวง ทอดพระเนตร พระราชินี ทรงร่วมแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทย วันนี้ (วันอาทิตย์ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๗) เวลา ๑๘.๒๖ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทย ณ สนามฮอกกี้น้ำแข็ง Thailand International Ice Hockey Arena เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายสรวงศ์ เทือนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายหานจื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย หม่อมหลวงกฤษฎา เกษมสันต์ นายกสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแข็งแห่งประเทศไทยพร้อมคณะกรรมการ และคณะทำงาน ฯ เฝ้า ฯ รับเสด็จ ในโอกาสนี้สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งทูตกีฬาไอซ์ฮอกกี้หญิงกิตติมศักดิ์ (Women’s Global Ambassador) คนแรก ตามคำกราบบังคมทูลเขิญของสหพันธ์กีฬาฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ (International Ice Hockey Federation) “IIHF” ทรงนำทีมไอซ์ฮอกกี้ราชอาณาจักรไทยแข่งขันกับทีมสาธารณรัฐประชาชนจีน นัดกระชับมิตรในครั้งนี้ด้วย การนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ ร่วมกับ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง ตามลำดับ จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทยกราบบังคมทูลรายงานและกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ผู้แทนจากสมาคมฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึกแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ นายลุค ทาร์ดิฟ ประธานสหพันธ์ International Ice Hockey Federation (IHF) ทูลเกล้า ฯ ถวายโล่สัญลักษณ์ทูตกีฬาไอซ์ฮอกกี้หญิงกิตติมศักดิ์ของสหพันธ์ ฯ พร้อมใบประกาศ (IIHF Women's Global Ambassador) แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี โดยสหพันธ์กีฬาฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ (International Ice Hockey Federation) “IIHF” ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เป็นทูตกีฬาไอซ์ฮอกกี้หญิง(Women’s Global Ambassador) คนแรกของสหพันธ์ ด้วยพระปรีชาสามารถด้านกีฬาไอซ์ฮอกกี้อันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาปวงพสกนิกรชาวไทยและทั่วโลก เมื่อครั้งโดยเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ ทรงเปิด ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชันแนล ไอซ์ ฮอกกี้ อารีนา เชียงใหม่ (Thailand International Ice Hockey Arena Chiangmai) อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงร่วมการแข่งขันในนัดเปิดสนามในครั้งนั้นด้วย ทรงสร้างความประทับใจและทรงเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาหญิงจำนวนมาก และทรงเป็นแบบอย่างให้กับนักกีฬาในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระนางเจ้าพระบรมราชินี ทอดพระเนตรการแสดงโชว์ในการแข่งขันกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทย จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์เป็นฉลองพระองค์นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งทีมราชอาณาจักรไทย เพื่อทรงร่วมแข่งขันกับทีมนักกีฬาฮอกกี้สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน ๓ Period ซึ่งระหว่างที่ทรงแข่งขันอยู่ในสนามนั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงทุ่มเทพระวรกายในการแข่งขันอย่างเต็มพระกำลัง โดยเกมการแข่งขันของทั้งสองทีม ดำเนินไปอย่างสูสีผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างเข้มข้นจนจบการแข่งขัน ประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๘ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญและทรงตั้งพระราชหฤทัยในการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างทั้งสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนานให้ใกล้ชิดและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จพระราชดำเนินเยือนและการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างสองประเทศในโอกาสต่างๆ ดังต่อไปนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายไฉ เจ๋อหมิน เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทยคนแรก เข้าเฝ้าฯถวายสาส์นตราตั้ง ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๑๙ เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๓ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นผู้แทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนจีนอย่างเป็นทางการ (State Visit) ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลจีน วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลจีน โดยนายว่าน หลี่ รองนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน จัดพิธีต้อนรับณ จัตุรัสด้านตะวันออก ของมหาศาลาประชาชนกรุงปักกิ่ง และวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงรับ นาย สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีนพร้อมด้วยคู่สมรส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย– แปซิฟิก หรือ เอเปค (Asia – Pacific Economic Cooperation : APEC) ครั้งที่ ๒๙ ระหว่างวันที่ ๑๘ - ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เป็นต้น การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทย ณ สนามฮอกกี้น้ำแข็ง Thailand International Ice Hockey Arena ในครั้งนี้เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ และในโอกาสครบ ๗๕ ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน นับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่ทั้งสองประเทศได้กระชับสัมพันธไมตรีที่ดี ใกล้ชิดและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อันนำไปสู่ความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกันในทุกระดับ เพื่อประโยชน์สุขของราษฎรทั้งสองประเทศสืบไป #ทรงพระเจริญ #สืบสานรักษาต่อยอด #การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตร #สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทยจีน ที่มา : @พระลาน https://www.facebook.com/share/2aTmWcVP1wpm3egn/
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1289 มุมมอง 0 รีวิว
  • ขอเชิญประชาชนเฝ้ารับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทอดพระเนตรการแข่งขันการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรไทย-จีน
    ในโอกาสนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ลงแข่งขันในนามทีมชาติไทย ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 18.00 น. ณ สนามฮอกกี้น้ำแข็ง Thailand International Ice Hockey Arena เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และในโอกาสครบรอบ 75 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ทั้งสองประเทศมีสัมพันธ์ไมตรีที่ดีกันมาอย่างยาวนาน

    #พระราชินีสุทิดา #苏提达王后 #QueenSuthida
    Cr. FB: สำนักประชาสัมพันธ์ เขต 4 กรมประชาสัมพันธ์
    ขอเชิญประชาชนเฝ้ารับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทอดพระเนตรการแข่งขันการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรไทย-จีน ในโอกาสนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ลงแข่งขันในนามทีมชาติไทย ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 18.00 น. ณ สนามฮอกกี้น้ำแข็ง Thailand International Ice Hockey Arena เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และในโอกาสครบรอบ 75 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ทั้งสองประเทศมีสัมพันธ์ไมตรีที่ดีกันมาอย่างยาวนาน #พระราชินีสุทิดา #苏提达王后 #QueenSuthida Cr. FB: สำนักประชาสัมพันธ์ เขต 4 กรมประชาสัมพันธ์
    Love
    Like
    9
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 620 มุมมอง 0 รีวิว
  • Anotai เป็นร้านอาหารสุขภาพสไตล์จีนประยุกต์ที่ใส่ใจทุกขั้นตอนในการทำอาหาร เราสามารถมั่นใจได้เลยว่าผักที่นำมาปรุงรสให้เราทานกันเป็นผัดที่สดใหม่มากจริงๆ เพราะทางร้านปลูกเอง ไร้สารพิษแน่นอน เมนูอาหารมีทั้งอาหารไทย และฝรั่ง เช่น น้ำพริกอ่องเต้าหู้ สาหร่ายพันเต้าหู้ ข้าวผัดคะน้าปลาเค็มเจ และอีกมากมาย

    พิกัด : https://goo.gl/maps/oFxmC5daRtjLKxPc9
    ที่อยู่ : 976/17 ถนน พระราม 9 แขวง บางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
    เปิดบริการ : 10.00 - 21.30 น.
    โทร : 0-2641-5366

    #อาหารเจ #กินสาระนัวร์ #อิ่มแล้วได้บุญ #Thaitimes
    Anotai เป็นร้านอาหารสุขภาพสไตล์จีนประยุกต์ที่ใส่ใจทุกขั้นตอนในการทำอาหาร เราสามารถมั่นใจได้เลยว่าผักที่นำมาปรุงรสให้เราทานกันเป็นผัดที่สดใหม่มากจริงๆ เพราะทางร้านปลูกเอง ไร้สารพิษแน่นอน เมนูอาหารมีทั้งอาหารไทย และฝรั่ง เช่น น้ำพริกอ่องเต้าหู้ สาหร่ายพันเต้าหู้ ข้าวผัดคะน้าปลาเค็มเจ และอีกมากมาย พิกัด : https://goo.gl/maps/oFxmC5daRtjLKxPc9 ที่อยู่ : 976/17 ถนน พระราม 9 แขวง บางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เปิดบริการ : 10.00 - 21.30 น. โทร : 0-2641-5366 #อาหารเจ #กินสาระนัวร์ #อิ่มแล้วได้บุญ #Thaitimes
    Like
    Yay
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1040 มุมมอง 0 รีวิว
  • พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงสเก็ตน้ำแข็ง ‘สวอนเลค ออน ไอซ์’ รอบเยาวชน

    เมื่อเวลา 13.05 น. วันที่ 27 กันยายน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์ พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทอดพระเนตรการแสดงสเก็ตน้ำแข็งรอบเยาวชน เรื่อง “สวอนเลค ออน ไอซ์” (Swan Lake On Ice) โดยคณะ “เดอะ อิมพีเรียล ไอซ์ สตาร์” (The Imperial Ice Stars) จากสหราชอาณาจักร อันเป็นการแสดงในโครงการเพื่อเยาวชน (Student Outreach Program) ในงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 26 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
    #พระราชินีสุทิดา #苏提达王后 #QueenSuthida
    พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงสเก็ตน้ำแข็ง ‘สวอนเลค ออน ไอซ์’ รอบเยาวชน เมื่อเวลา 13.05 น. วันที่ 27 กันยายน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์ พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทอดพระเนตรการแสดงสเก็ตน้ำแข็งรอบเยาวชน เรื่อง “สวอนเลค ออน ไอซ์” (Swan Lake On Ice) โดยคณะ “เดอะ อิมพีเรียล ไอซ์ สตาร์” (The Imperial Ice Stars) จากสหราชอาณาจักร อันเป็นการแสดงในโครงการเพื่อเยาวชน (Student Outreach Program) ในงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 26 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร #พระราชินีสุทิดา #苏提达王后 #QueenSuthida
    Love
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 474 มุมมอง 0 รีวิว
  • พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงสเก็ตน้ำแข็ง ‘สวอนเลค ออน ไอซ์’ รอบเยาวชน

    เมื่อเวลา 13.05 น. วันที่ 27 กันยายน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์ พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทอดพระเนตรการแสดงสเก็ตน้ำแข็งรอบเยาวชน เรื่อง “สวอนเลค ออน ไอซ์” (Swan Lake On Ice) โดยคณะ “เดอะ อิมพีเรียล ไอซ์ สตาร์” (The Imperial Ice Stars) จากสหราชอาณาจักร อันเป็นการแสดงในโครงการเพื่อเยาวชน (Student Outreach Program) ในงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 26 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
    #พระราชินีสุทิดา #苏提达王后 #QueenSuthida
    พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงสเก็ตน้ำแข็ง ‘สวอนเลค ออน ไอซ์’ รอบเยาวชน เมื่อเวลา 13.05 น. วันที่ 27 กันยายน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์ พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทอดพระเนตรการแสดงสเก็ตน้ำแข็งรอบเยาวชน เรื่อง “สวอนเลค ออน ไอซ์” (Swan Lake On Ice) โดยคณะ “เดอะ อิมพีเรียล ไอซ์ สตาร์” (The Imperial Ice Stars) จากสหราชอาณาจักร อันเป็นการแสดงในโครงการเพื่อเยาวชน (Student Outreach Program) ในงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 26 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร #พระราชินีสุทิดา #苏提达王后 #QueenSuthida
    Love
    Like
    13
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 638 มุมมอง 0 รีวิว
  • พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงสเก็ตน้ำแข็ง ‘สวอนเลค ออน ไอซ์’ รอบเยาวชน 

    เมื่อเวลา 13.05 น. วันที่ 27 กันยายน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์ พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทอดพระเนตรการแสดงสเก็ตน้ำแข็งรอบเยาวชน เรื่อง “สวอนเลค ออน ไอซ์” (Swan Lake On Ice) โดยคณะ “เดอะ อิมพีเรียล ไอซ์ สตาร์” (The Imperial Ice Stars) จากสหราชอาณาจักร อันเป็นการแสดงในโครงการเพื่อเยาวชน (Student Outreach Program) ในงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 26 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
    #พระราชินีสุทิดา #苏提达王后 #QueenSuthida
    พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงสเก็ตน้ำแข็ง ‘สวอนเลค ออน ไอซ์’ รอบเยาวชน  เมื่อเวลา 13.05 น. วันที่ 27 กันยายน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์ พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทอดพระเนตรการแสดงสเก็ตน้ำแข็งรอบเยาวชน เรื่อง “สวอนเลค ออน ไอซ์” (Swan Lake On Ice) โดยคณะ “เดอะ อิมพีเรียล ไอซ์ สตาร์” (The Imperial Ice Stars) จากสหราชอาณาจักร อันเป็นการแสดงในโครงการเพื่อเยาวชน (Student Outreach Program) ในงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 26 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร #พระราชินีสุทิดา #苏提达王后 #QueenSuthida
    Love
    Like
    12
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 621 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts