ชายแดนกาญจนบุรี กับแรงจูงใจแรงงานเถื่อน
หนีสงคราม–หนีเกณฑ์ทหาร–หวังโอกาสทำกินในไทย
.
กาญจนบุรี จังหวัดชายแดนตะวันตกของไทย มีแนวพรมแดนติดเมียนมายาวกว่า 371 กิโลเมตร เต็มไปด้วยช่องทางเข้า–ออกตามธรรมชาติจำนวนมาก ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศไทย
.
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังการรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2564 สถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบที่ยืดเยื้อ ได้กลายเป็น “แรงผลัก” สำคัญให้ประชาชนจำนวนมากตัดสินใจหลบหนีออกนอกประเทศ
.
จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การประกาศบังคับเกณฑ์ทหารของรัฐบาลทหารเมียนมา ทั้งชายและหญิง ส่งผลให้คนจำนวนมากเลือกเสี่ยงชีวิตข้ามแดน แทนการถูกส่งเข้าสู่สมรภูมิที่ไม่รู้จุดจบ
.
ข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงสะท้อนภาพชัดเจน ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีการจับกุมแรงงานชาวเมียนมาลักลอบเข้าเมืองในพื้นที่กาญจนบุรีกว่า 13,900 คน บางช่วงเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้วันละเกือบ 100 คน
.
อย่างไรก็ตาม แรงจูงใจไม่ได้มีเพียงสงคราม แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจเมียนมาที่ทรุดหนัก การขาดแคลนงาน และรายได้ไม่เพียงพอ ทำให้ประเทศไทยถูกมองเป็น “ดินแดนแห่งโอกาส” แม้ต้องเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย
.
ขบวนการนายหน้าลักลอบขนแรงงานจึงเติบโตอย่างเป็นระบบ แรงงานบางรายยอมขายบ้าน ขายที่ดิน หรือกู้เงิน เพื่อจ่ายค่านายหน้า แต่ปลายทางกลับไม่เป็นไปตามฝัน เมื่อถูกจับกุม ผลักดันกลับประเทศ และต้องเผชิญความเสี่ยงซ้ำอีกครั้ง
.
ขณะเดียวกัน มติ ครม. ที่ผ่อนผันแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายให้ทำงานได้ถึง 31 มีนาคม 2569 แม้มีเจตนาดี แต่ถูกจับตาว่าอาจกลายเป็นช่องว่างให้ขบวนการนายหน้าใช้หลอกแรงงานเพิ่ม
.
จังหวัดกาญจนบุรีจึงเสนอแนวทางแก้ไขเชิงโครงสร้าง ด้วยการผลักดันศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) เพื่อดึงแรงงานเข้าสู่ระบบ ลดแรงจูงใจลักลอบเข้าเมือง และตัดวงจรนายหน้า
.
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ “จับกุม” แต่คือการจัดการต้นตอของปัญหา ว่าจะเปลี่ยนแรงงานเถื่อนให้กลายเป็นแรงงานในระบบได้มากเพียงใด ก่อนวงจรการหลบหนีจะหมุนซ้ำไม่รู้จบ
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000656
.
#News1 #News1live #แรงงานต่างด้าว #แรงงานเถื่อน #ชายแดนกาญจนบุรี #เมียนมา #หนีสงคราม
หนีสงคราม–หนีเกณฑ์ทหาร–หวังโอกาสทำกินในไทย
.
กาญจนบุรี จังหวัดชายแดนตะวันตกของไทย มีแนวพรมแดนติดเมียนมายาวกว่า 371 กิโลเมตร เต็มไปด้วยช่องทางเข้า–ออกตามธรรมชาติจำนวนมาก ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศไทย
.
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังการรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2564 สถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบที่ยืดเยื้อ ได้กลายเป็น “แรงผลัก” สำคัญให้ประชาชนจำนวนมากตัดสินใจหลบหนีออกนอกประเทศ
.
จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การประกาศบังคับเกณฑ์ทหารของรัฐบาลทหารเมียนมา ทั้งชายและหญิง ส่งผลให้คนจำนวนมากเลือกเสี่ยงชีวิตข้ามแดน แทนการถูกส่งเข้าสู่สมรภูมิที่ไม่รู้จุดจบ
.
ข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงสะท้อนภาพชัดเจน ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีการจับกุมแรงงานชาวเมียนมาลักลอบเข้าเมืองในพื้นที่กาญจนบุรีกว่า 13,900 คน บางช่วงเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้วันละเกือบ 100 คน
.
อย่างไรก็ตาม แรงจูงใจไม่ได้มีเพียงสงคราม แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจเมียนมาที่ทรุดหนัก การขาดแคลนงาน และรายได้ไม่เพียงพอ ทำให้ประเทศไทยถูกมองเป็น “ดินแดนแห่งโอกาส” แม้ต้องเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย
.
ขบวนการนายหน้าลักลอบขนแรงงานจึงเติบโตอย่างเป็นระบบ แรงงานบางรายยอมขายบ้าน ขายที่ดิน หรือกู้เงิน เพื่อจ่ายค่านายหน้า แต่ปลายทางกลับไม่เป็นไปตามฝัน เมื่อถูกจับกุม ผลักดันกลับประเทศ และต้องเผชิญความเสี่ยงซ้ำอีกครั้ง
.
ขณะเดียวกัน มติ ครม. ที่ผ่อนผันแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายให้ทำงานได้ถึง 31 มีนาคม 2569 แม้มีเจตนาดี แต่ถูกจับตาว่าอาจกลายเป็นช่องว่างให้ขบวนการนายหน้าใช้หลอกแรงงานเพิ่ม
.
จังหวัดกาญจนบุรีจึงเสนอแนวทางแก้ไขเชิงโครงสร้าง ด้วยการผลักดันศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) เพื่อดึงแรงงานเข้าสู่ระบบ ลดแรงจูงใจลักลอบเข้าเมือง และตัดวงจรนายหน้า
.
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ “จับกุม” แต่คือการจัดการต้นตอของปัญหา ว่าจะเปลี่ยนแรงงานเถื่อนให้กลายเป็นแรงงานในระบบได้มากเพียงใด ก่อนวงจรการหลบหนีจะหมุนซ้ำไม่รู้จบ
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000656
.
#News1 #News1live #แรงงานต่างด้าว #แรงงานเถื่อน #ชายแดนกาญจนบุรี #เมียนมา #หนีสงคราม
ชายแดนกาญจนบุรี กับแรงจูงใจแรงงานเถื่อน
หนีสงคราม–หนีเกณฑ์ทหาร–หวังโอกาสทำกินในไทย
.
กาญจนบุรี จังหวัดชายแดนตะวันตกของไทย มีแนวพรมแดนติดเมียนมายาวกว่า 371 กิโลเมตร เต็มไปด้วยช่องทางเข้า–ออกตามธรรมชาติจำนวนมาก ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศไทย
.
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังการรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2564 สถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบที่ยืดเยื้อ ได้กลายเป็น “แรงผลัก” สำคัญให้ประชาชนจำนวนมากตัดสินใจหลบหนีออกนอกประเทศ
.
จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การประกาศบังคับเกณฑ์ทหารของรัฐบาลทหารเมียนมา ทั้งชายและหญิง ส่งผลให้คนจำนวนมากเลือกเสี่ยงชีวิตข้ามแดน แทนการถูกส่งเข้าสู่สมรภูมิที่ไม่รู้จุดจบ
.
ข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงสะท้อนภาพชัดเจน ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีการจับกุมแรงงานชาวเมียนมาลักลอบเข้าเมืองในพื้นที่กาญจนบุรีกว่า 13,900 คน บางช่วงเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้วันละเกือบ 100 คน
.
อย่างไรก็ตาม แรงจูงใจไม่ได้มีเพียงสงคราม แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจเมียนมาที่ทรุดหนัก การขาดแคลนงาน และรายได้ไม่เพียงพอ ทำให้ประเทศไทยถูกมองเป็น “ดินแดนแห่งโอกาส” แม้ต้องเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย
.
ขบวนการนายหน้าลักลอบขนแรงงานจึงเติบโตอย่างเป็นระบบ แรงงานบางรายยอมขายบ้าน ขายที่ดิน หรือกู้เงิน เพื่อจ่ายค่านายหน้า แต่ปลายทางกลับไม่เป็นไปตามฝัน เมื่อถูกจับกุม ผลักดันกลับประเทศ และต้องเผชิญความเสี่ยงซ้ำอีกครั้ง
.
ขณะเดียวกัน มติ ครม. ที่ผ่อนผันแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายให้ทำงานได้ถึง 31 มีนาคม 2569 แม้มีเจตนาดี แต่ถูกจับตาว่าอาจกลายเป็นช่องว่างให้ขบวนการนายหน้าใช้หลอกแรงงานเพิ่ม
.
จังหวัดกาญจนบุรีจึงเสนอแนวทางแก้ไขเชิงโครงสร้าง ด้วยการผลักดันศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) เพื่อดึงแรงงานเข้าสู่ระบบ ลดแรงจูงใจลักลอบเข้าเมือง และตัดวงจรนายหน้า
.
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ “จับกุม” แต่คือการจัดการต้นตอของปัญหา ว่าจะเปลี่ยนแรงงานเถื่อนให้กลายเป็นแรงงานในระบบได้มากเพียงใด ก่อนวงจรการหลบหนีจะหมุนซ้ำไม่รู้จบ
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000656
.
#News1 #News1live #แรงงานต่างด้าว #แรงงานเถื่อน #ชายแดนกาญจนบุรี #เมียนมา #หนีสงคราม