• J.R.R. Tolkien เปิดโลก Middle‑earth ด้วยเสียงของตัวเอง: การอ่าน The Hobbit ครั้งประวัติศาสตร์ปี 1952

    บทความเล่าถึงช่วงเวลาที่หายากและทรงคุณค่าทางวรรณกรรม—วันที่ J.R.R. Tolkien ทดลองใช้เครื่องบันทึกเสียงเป็นครั้งแรกในปี 1952 และได้อ่าน The Hobbit ด้วยน้ำเสียงของเขาเองเป็นเวลาเกือบ 30 นาที การบันทึกนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เมื่อเขาไปเยี่ยมเพื่อนเพื่อรับต้นฉบับ The Lord of the Rings และถูกเชิญให้ลองใช้เครื่องบันทึกเสียงรุ่นใหม่ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ความตื่นเต้นของเขาทำให้เกิดการอ่านสดที่กลายเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมในเวลาต่อมา

    เสียงของ Tolkien ทำให้ Gollum และ Middle‑earth มีชีวิตขึ้นอีกครั้ง
    ในบันทึกเสียงนี้ Tolkien เลือกอ่านตอนที่บรรยายถึง Gollum ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในจักรวาล Middle‑earth ผู้เขียนบทความสะท้อนว่า การได้ยิน Tolkien อ่านด้วยน้ำเสียงของเขาเองทำให้เห็นภาพ Gollum แตกต่างจากภาพจำในสื่อยุคใหม่—แก่กว่า ดิบกว่า และลึกลับกว่า การกลับไปฟังเสียงผู้สร้างโลกนี้ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเจตนาทางวรรณกรรมของเขาได้ลึกขึ้น

    การบันทึกนี้เป็นส่วนหนึ่งของเซสชันที่ยาวกว่านั้น
    การอ่าน The Hobbit เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเซสชันบันทึกเสียงที่ยาวกว่ามาก ซึ่ง Tolkien ยังอ่านและ “ร้องเพลง” บทต่าง ๆ จาก The Lord of the Rings ด้วย มีผู้ใช้ YouTube รวบรวมการออกอากาศทางวิทยุของเซสชันทั้งหมดไว้ ทำให้แฟน ๆ สามารถฟังเสียงของ Tolkien ที่อ่านงานของตัวเองอย่างเต็มอิ่ม เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากการอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว

    บริบทที่ทำให้การบันทึกนี้ยิ่งพิเศษ
    สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่าประทับใจยิ่งขึ้นคือความเป็นธรรมชาติของมัน—Tolkien ไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างผลงานทางประวัติศาสตร์ เขาเพียงแค่ลองเครื่องบันทึกเสียงใหม่ และอ่านหนังสือที่เขารักที่สุดให้เพื่อนฟังใน “ครั้งเดียวจบ” ความเรียบง่ายนี้กลับทำให้บันทึกเสียงมีเสน่ห์และคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างมหาศาล

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เหตุการณ์สำคัญในปี 1952
    Tolkien ทดลองใช้เครื่องบันทึกเสียงครั้งแรก
    อ่าน The Hobbit แบบสดในหนึ่งเทค
    การอ่านนี้กลายเป็นบันทึกเสียงประวัติศาสตร์

    ความน่าสนใจของบันทึกเสียง
    Tolkien อ่านตอนที่บรรยาย Gollum ด้วยน้ำเสียงต้นฉบับ
    ทำให้เห็นภาพตัวละครแตกต่างจากเวอร์ชันภาพยนตร์
    เป็นส่วนหนึ่งของเซสชันที่รวมการอ่าน The Lord of the Rings

    สิ่งที่ควรระวังในการตีความ
    ภาพจำของ Gollum จากสื่อยุคใหม่อาจต่างจากเจตนาของ Tolkien
    การบันทึกเสียงเก่าอาจมีคุณภาพไม่สมบูรณ์
    บางส่วนของเซสชันอาจไม่ถูกเก็บรักษาไว้ครบถ้วน

    ประเด็นที่แฟน Tolkien ควรติดตาม
    การรวบรวมบันทึกเสียงอื่น ๆ ที่อาจยังไม่ถูกเผยแพร่
    การวิเคราะห์เชิงวรรณกรรมจากเสียงของผู้เขียนเอง
    ความแตกต่างระหว่างการตีความของ Tolkien กับสื่อดัดแปลง

    https://www.openculture.com/2026/01/j-r-r-tolkien-reads-from-the-hobbit-for-30-minutes-1952.html
    📰 J.R.R. Tolkien เปิดโลก Middle‑earth ด้วยเสียงของตัวเอง: การอ่าน The Hobbit ครั้งประวัติศาสตร์ปี 1952 บทความเล่าถึงช่วงเวลาที่หายากและทรงคุณค่าทางวรรณกรรม—วันที่ J.R.R. Tolkien ทดลองใช้เครื่องบันทึกเสียงเป็นครั้งแรกในปี 1952 และได้อ่าน The Hobbit ด้วยน้ำเสียงของเขาเองเป็นเวลาเกือบ 30 นาที การบันทึกนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เมื่อเขาไปเยี่ยมเพื่อนเพื่อรับต้นฉบับ The Lord of the Rings และถูกเชิญให้ลองใช้เครื่องบันทึกเสียงรุ่นใหม่ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ความตื่นเต้นของเขาทำให้เกิดการอ่านสดที่กลายเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมในเวลาต่อมา 🐉 เสียงของ Tolkien ทำให้ Gollum และ Middle‑earth มีชีวิตขึ้นอีกครั้ง ในบันทึกเสียงนี้ Tolkien เลือกอ่านตอนที่บรรยายถึง Gollum ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในจักรวาล Middle‑earth ผู้เขียนบทความสะท้อนว่า การได้ยิน Tolkien อ่านด้วยน้ำเสียงของเขาเองทำให้เห็นภาพ Gollum แตกต่างจากภาพจำในสื่อยุคใหม่—แก่กว่า ดิบกว่า และลึกลับกว่า การกลับไปฟังเสียงผู้สร้างโลกนี้ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเจตนาทางวรรณกรรมของเขาได้ลึกขึ้น 📼 การบันทึกนี้เป็นส่วนหนึ่งของเซสชันที่ยาวกว่านั้น การอ่าน The Hobbit เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเซสชันบันทึกเสียงที่ยาวกว่ามาก ซึ่ง Tolkien ยังอ่านและ “ร้องเพลง” บทต่าง ๆ จาก The Lord of the Rings ด้วย มีผู้ใช้ YouTube รวบรวมการออกอากาศทางวิทยุของเซสชันทั้งหมดไว้ ทำให้แฟน ๆ สามารถฟังเสียงของ Tolkien ที่อ่านงานของตัวเองอย่างเต็มอิ่ม เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากการอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว 🧙 บริบทที่ทำให้การบันทึกนี้ยิ่งพิเศษ สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่าประทับใจยิ่งขึ้นคือความเป็นธรรมชาติของมัน—Tolkien ไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างผลงานทางประวัติศาสตร์ เขาเพียงแค่ลองเครื่องบันทึกเสียงใหม่ และอ่านหนังสือที่เขารักที่สุดให้เพื่อนฟังใน “ครั้งเดียวจบ” ความเรียบง่ายนี้กลับทำให้บันทึกเสียงมีเสน่ห์และคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างมหาศาล 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เหตุการณ์สำคัญในปี 1952 ➡️ Tolkien ทดลองใช้เครื่องบันทึกเสียงครั้งแรก ➡️ อ่าน The Hobbit แบบสดในหนึ่งเทค ➡️ การอ่านนี้กลายเป็นบันทึกเสียงประวัติศาสตร์ ✅ ความน่าสนใจของบันทึกเสียง ➡️ Tolkien อ่านตอนที่บรรยาย Gollum ด้วยน้ำเสียงต้นฉบับ ➡️ ทำให้เห็นภาพตัวละครแตกต่างจากเวอร์ชันภาพยนตร์ ➡️ เป็นส่วนหนึ่งของเซสชันที่รวมการอ่าน The Lord of the Rings ‼️ สิ่งที่ควรระวังในการตีความ ⛔ ภาพจำของ Gollum จากสื่อยุคใหม่อาจต่างจากเจตนาของ Tolkien ⛔ การบันทึกเสียงเก่าอาจมีคุณภาพไม่สมบูรณ์ ⛔ บางส่วนของเซสชันอาจไม่ถูกเก็บรักษาไว้ครบถ้วน ‼️ ประเด็นที่แฟน Tolkien ควรติดตาม ⛔ การรวบรวมบันทึกเสียงอื่น ๆ ที่อาจยังไม่ถูกเผยแพร่ ⛔ การวิเคราะห์เชิงวรรณกรรมจากเสียงของผู้เขียนเอง ⛔ ความแตกต่างระหว่างการตีความของ Tolkien กับสื่อดัดแปลง https://www.openculture.com/2026/01/j-r-r-tolkien-reads-from-the-hobbit-for-30-minutes-1952.html
    WWW.OPENCULTURE.COM
    J.R.R. Tolkien, Using a Tape Recorder for the First Time, Reads from The Hobbit for 30 Minutes (1952)
    Having not revisited The Hobbit in some time, I’ve felt the familiar pull—shared by many readers—to return to Tolkien’s fairy-tale novel itself.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 42 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷

    #รวมข่าวIT #20260106 #TechRadar

    What the post‑quantum shift means for your security strategy
    ยุคควอนตัมกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้กว่าที่คิด ทำให้ระบบความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตอย่าง TLS เสี่ยงต่อการถูกเจาะด้วยพลังประมวลผลระดับใหม่ที่สามารถถอดรหัสข้อมูลย้อนหลังได้ ส่งผลให้ธุรกิจและองค์กรต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การเข้ารหัสแบบทนทานต่อควอนตัม เช่น ML‑KEM และโซลูชัน hybrid TLS เพื่อป้องกันข้อมูลระยะยาวก่อนที่ผู้โจมตีจะได้เปรียบในวันที่ควอนตัมพร้อมใช้งานจริง
    https://www.techradar.com/pro/what-the-post-quantum-shift-means-for-your-security-strategy

    Data sovereignty: not just an issue for governments
    ความกังวลเรื่องอธิปไตยข้อมูลพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก เมื่อข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกเก็บและประมวลผลข้ามพรมแดน ทำให้องค์กรทุกภาคส่วน—from โรงพยาบาลไปจนถึงระบบขนส่ง—เสี่ยงต่อการถูกควบคุมโดยกฎหมายต่างประเทศ จึงเกิดกระแสหันมาใช้ sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ภายใต้กฎหมายท้องถิ่น เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว ความมั่นคง และความเชื่อมั่นของผู้ใช้ในระยะยาว
    https://www.techradar.com/pro/data-sovereignty-not-just-an-issue-for-governments

    Nearly half a million patients exposed in healthcare breach
    การโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health กลายเป็นเหตุร้ายแรงกว่าที่คาด เมื่อจำนวนผู้ป่วยที่ข้อมูลรั่วไหลพุ่งจาก 8,000 เป็นเกือบ 500,000 ราย โดยข้อมูลที่ถูกขโมยรวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ ไปจนถึงประวัติการรักษา ซึ่งถูกกลุ่ม Qilin นำไปเผยแพร่ ทำให้ผู้เสียหายเสี่ยงต่อการถูกขโมยตัวตนและฉ้อโกงในอนาคต แม้องค์กรจะเริ่มเสนอการป้องกันตัวตนให้ฟรีก็ตาม
    https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know

    Battle of the OLEDs: LG and Samsung both unveil 4,500‑nit panels
    LG และ Samsung เปิดศึกจอ OLED รุ่นใหม่ที่อ้างว่าสามารถดันความสว่างสูงสุดถึง 4,500 นิต ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม แม้ตัวเลขนี้จะเป็นค่าที่เกิดขึ้นเฉพาะในห้องแล็บและความสว่างจริงในทีวีจะต่ำกว่านั้น แต่ก็ยังถือว่าเป็นการยกระดับคุณภาพภาพอย่างชัดเจน และเป็นสัญญาณว่าทีวีรุ่นปี 2026 จะสว่าง คม และสะท้อนแสงน้อยกว่าเดิมมาก https://www.techradar.com/televisions/battle-of-the-oleds-lg-and-samsung-both-unveil-panels-with-4-500-nit-brightness-claims-but-theres-a-catch

    Grok รุกตลาดองค์กรเต็มตัวด้วยแผน Business และ Enterprise
    xAI เปิดตัว Grok เวอร์ชัน Business และ Enterprise ที่มาพร้อมมาตรการความปลอดภัยเข้มขึ้น ไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าฝึกโมเดล และรองรับการเชื่อมต่อกับบริการอย่าง Google Drive เพื่อดึงดูดองค์กรที่ต้องการทางเลือกใหม่แทน ChatGPT หรือ Gemini โดยมีฟีเจอร์จัดการทีม การตรวจสอบความปลอดภัย และตัวเลือกเข้ารหัสระดับองค์กร พร้อมค่าบริการเริ่มต้น 30 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้ต่อเดือน ซึ่งเทียบเท่าคู่แข่งโดยตรงของตลาด AI ระดับธุรกิจ
    https://www.techradar.com/pro/elon-musk-goes-all-in-on-smbs-with-new-grok-enterprise-and-business-offerings

    กล้องแอ็กชัน 8K ตัวจิ๋วจาก Leaptic ท้าชน DJI
    บริษัทจีนหน้าใหม่ Leaptic เตรียมเปิดตัวกล้องแอ็กชันขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ที่รองรับวิดีโอ 8K ในงาน CES 2026 ซึ่งดีไซน์คล้าย DJI Osmo Nano และมาพร้อมฟีเจอร์ AI เช่น การตรวจจับวัตถุ การสั่งงานด้วยเสียง และระบบตัดต่ออัตโนมัติ ทำให้ตลาดกล้องพกพาอาจร้อนแรงขึ้นเมื่อผู้เล่นรายใหม่พร้อมท้าชน DJI และ Insta360 แบบเต็มตัว
    https://www.techradar.com/cameras/action-cameras/djis-tiny-action-cam-will-soon-get-a-big-8k-rival-from-a-mysterious-chinese-company

    วิกฤต RAM ฉุดตลาดการ์ดจอ RTX 5000 ขาดตลาด–ราคาพุ่ง
    รายงานจากผู้ขายในยุโรปเผยว่า GPU ตระกูล Nvidia RTX 5000 หลายรุ่นเริ่มขาดตลาดเพราะวิกฤตหน่วยความจำ GDDR7 ที่ถูกแย่งไปใช้ในงาน AI ส่งผลให้รุ่นท็อปอย่าง RTX 5080 และ 5090 ราคาพุ่งเกิน MSRP อย่างหนัก และอาจทำให้ตลาดกลับไปสู่ยุคขาดแคลนแบบช่วงโควิด หากสถานการณ์ RAM ยังไม่คลี่คลายเร็ว ๆ นี้
    https://www.techradar.com/computing/gpu/pc-gamers-face-a-miserable-new-year-as-nvidia-rtx-5000-gpus-are-reportedly-hit-by-shortages-due-to-ram-crisis

    8BitDo FlipPad คอนโทรลเลอร์พับได้สำหรับเล่นเกมเรโทรบนมือถือ
    8BitDo เปิดตัว FlipPad คอนโทรลเลอร์แบบเสียบ USB‑C ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมเรโทรบนมือถือโดยเฉพาะ มาพร้อมปุ่ม D‑pad และปุ่มพื้นฐานโดยไม่มีอนาล็อก ทำให้เหมาะกับเกมคลาสสิกหรือแอปอีมูเลชัน และจะเปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2026 ก่อนวางขายช่วงซัมเมอร์ปีเดียวกัน รองรับทั้ง iPhone และ Android
    https://www.techradar.com/gaming/8bitdos-flippad-controller-could-be-a-great-way-to-play-retro-games-on-your-phone

    ข้อมูลผู้ป่วยเกือบครึ่งล้านรายถูกเปิดเผยจากเหตุโจมตี Covenant Health
    การสืบสวนล่าสุดพบว่าการโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health ในปี 2025 รุนแรงกว่าที่รายงานไว้มาก โดยข้อมูลผู้ป่วยราว 500,000 รายถูกขโมย รวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ และข้อมูลการรักษา กลุ่ม Qilin จากรัสเซียอ้างความรับผิดชอบและปล่อยข้อมูลกว่า 852GB ทำให้ผู้ได้รับผลกระทบเสี่ยงต่อการขโมยตัวตนและการฉ้อโกงอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know

     EU เตรียมเข้มงวดกฎเทคโนโลยีปี 2026 ขณะสหรัฐขู่ตอบโต้
    ความตึงเครียดด้านกฎระเบียบเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น หลัง EU เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายดิจิทัลและปรับบริษัทเทคยักษ์จากสหรัฐหลายราย ขณะที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้ทรัมป์มองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและเตรียมมาตรการตอบโต้ ทำให้ปี 2026 อาจเป็นปีที่การแข่งขันด้านอำนาจกำกับดูแลเทคโนโลยีระหว่างสองขัวยักษ์ใหญ่เข้มข้นยิ่งขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/eu-gears-up-for-even-more-tough-tech-enforcement-in-2026-as-trump-warns-of-retaliation

     Garmin อาจอัปเกรด Health Status ให้ดูข้อมูลสุขภาพแบบไทม์ไลน์
    มีสัญญาณว่า Garmin เตรียมยกระดับฟีเจอร์ Health Status ให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลสุขภาพหลายวันหรือหลายสัปดาห์ในรูปแบบไทม์ไลน์ แทนการดูแบบวันต่อวันเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้เห็นแนวโน้มสุขภาพชัดเจนขึ้น และอาจเป็นการแก้ข้อจำกัดสำคัญของระบบติดตามสุขภาพในแอป Garmin Connect
    https://www.techradar.com/health-fitness/fitness-trackers/garmin-could-be-gearing-up-for-an-exciting-but-overdue-health-status-upgrade-heres-what-we-know-so-far

     Anker เปิดตัวหูฟังปรับโหมดได้ทั้งแบบเปิดหูและแบบซีล ANC
    Anker Soundcore เปิดตัว AeroFit 2 Pro หูฟังที่สามารถสลับจากโหมดเปิดหูเป็นแบบซีลเพื่อใช้ ANC ได้ด้วยการปรับตำแหน่งขาเกี่ยวหู พร้อมระบบเซ็นเซอร์ที่ปรับ EQ อัตโนมัติตามรูปแบบการใช้งาน มาพร้อมไดรเวอร์ขนาดใหญ่ รองรับ Spatial Audio และออกแบบมาเพื่อความสบายในการใช้งานยาวนาน
    https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/anker-soundcore-unveils-open-earbuds-that-can-adapt-to-be-ear-sealing-anc-buds-too-is-this-the-best-of-both-audio-worlds

     LastPass ถูกแฮกในอดีตยังส่งผลต่อการขโมยคริปโตในปัจจุบัน
    รายงานล่าสุดเผยว่าการเจาะระบบ LastPass ในปี 2022 ยังคงสร้างความเสียหายต่อเนื่อง โดยแฮกเกอร์สามารถถอดรหัส vault ของผู้ใช้ที่ตั้งรหัสไม่ซับซ้อน และขโมย seed phrase ของกระเป๋าคริปโตไปใช้ย้ายเงินออก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 35–100 ล้านดอลลาร์ พร้อมมีการฟอกเงินผ่านบริการ mixing หลายแห่ง
    https://www.techradar.com/pro/security/historic-lastpass-breach-enabling-cryptocurrency-theft-investigation-reveals

    Hisense เปิดตัวนวัตกรรมทีวี 3 รุ่นใหม่ใน CES 2026
    Hisense เดินหน้าปฏิวัติวงการทีวีด้วย RGB mini‑LED รุ่นใหม่ที่ขยายไลน์ลงสู่ขนาด 50–100 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี RGB mini‑LED Evo ที่เพิ่มสีไซแอนเพื่อความสมจริงยิ่งขึ้น และ RGBY MicroLED ที่เพิ่มสีเหลืองเป็นแม่สีที่สี่เพื่อมอบมุมมองและความคมชัดที่เหนือกว่า ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดทีวีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสีสันจัดจ้านและความสว่างระดับใหม่ที่อาจท้าทาย OLED ในอนาคต
    https://www.techradar.com/televisions/hisense-unveils-3-new-tv-innovations-at-ces-2026-and-theyre-all-about-mind-blowing-color

    แฮ็กเกอร์ Bitfinex ถูกปล่อยตัวก่อนกำหนดด้วยกฎหมาย First Step Act
    Ilya Lichtenstein แฮ็กเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการขโมย Bitcoin 120,000 เหรียญจาก Bitfinex ในปี 2016 ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด พร้อมภรรยา Heather Morgan หลังได้รับเครดิตลดโทษจากกฎหมาย First Step Act ทั้งคู่ประกาศว่าจะเริ่มต้นใหม่หลังจากหลายปีที่ต้องแยกจากกัน และคดีนี้ยังคงเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของโลกคริปโต
    https://www.techradar.com/pro/security/crypto-thief-released-early-thanks-to-trumps-first-step-act

    Apple Vision Pro อาจใกล้ถึงทางตันหลังยอดขายตกหนัก
    รายงานล่าสุดเผยว่า Apple ลดการผลิตและงบการตลาดของ Vision Pro ลงถึง 95% หลังยอดขายไม่เข้าเป้า แม้เทคโนโลยีจะล้ำสมัยแต่ราคาที่สูงและการใช้งานที่จำกัดใน ecosystem ของ Apple ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปไม่ตอบรับมากนัก ส่งผลให้อนาคตของอุปกรณ์ XR ตัวนี้เริ่มไม่สดใส แม้ Apple ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AR ต่อไป
    https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/it-looks-like-the-end-is-coming-for-the-apple-vision-pro-im-not-even-surprised

    ปี 2026 อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับ OnePlus ในการกลับมาทำมือถือพับได้
    ตลาดมือถือพับได้กำลังคึกคักจากการขยับของ Samsung, Motorola และแบรนด์จีนหลายเจ้า ทำให้ปี 2026 กลายเป็นจังหวะทองที่ OnePlus อาจกลับมาด้วย OnePlus Open 2 หลังรุ่นแรกเคยได้รับคำชมอย่างมาก หาก OnePlus ผสมผสานดีไซน์ระดับพรีเมียมกับราคาที่คุ้มค่าได้ ก็มีโอกาสท้าชนเจ้าตลาดได้ไม่ยาก
    https://www.techradar.com/phones/oneplus-phones/2026-is-the-perfect-year-for-oneplus-to-release-another-folding-phone-heres-why

    Audeze Maxwell 2 เฮดเซ็ตเกมมิ่งระดับออดิโอไฟล์เปิดตัวแล้ว
    Audeze เปิดตัว Maxwell 2 เฮดเซ็ตไร้สายรุ่นอัปเกรดที่มาพร้อมเทคโนโลยี SLAM เพื่อมอบเสียงที่มีมิติและเบสทรงพลัง ใช้ไดรเวอร์ planar magnetic ขนาดใหญ่ 90 มม. พร้อมไมค์ตัดเสียงรบกวนแบบ AI และแบตเตอรี่ใช้งานได้กว่า 80 ชั่วโมง ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับสูงสุด
    https://www.techradar.com/gaming/audeze-announces-the-maxwell-2-gaming-headset-an-overhaul-of-its-predecessor-that-is-targeted-firmly-at-audiophile-gamers-and-you-can-buy-it-now

    Samsung Galaxy S26 Ultra อาจไม่อัปเกรดกล้อง แต่แลกกับการ “ไม่ขึ้นราคา”
    Samsung Galaxy S26 Series ถูกคาดว่าจะไม่มีการอัปเกรดกล้องครั้งใหญ่ โดยเฉพาะรุ่น Ultra ที่อาจเปลี่ยนเพียงดีไซน์โมดูลเล็กน้อย ขณะที่รุ่น S26 และ S26+ อาจเข้าสู่ปีที่ 4 โดยไม่เพิ่มสเปกกล้องเลย แม้จะดูน่าผิดหวัง แต่เหตุผลสำคัญคือ Samsung ต้องการ “ตรึงราคา” ไว้เท่าเดิมท่ามกลางต้นทุนชิ้นส่วนที่พุ่งสูงจากความต้องการด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้การไม่ขึ้นราคาอาจเป็นผลดีต่อผู้บริโภค แม้จะแลกกับการอัปเกรดที่น้อยลงก็ตาม
    https://www.techradar.com/phones/samsung-galaxy-phones/the-samsung-galaxy-s26-ultra-might-not-get-any-camera-upgrades-but-thats-fine-if-it-means-we-avoid-a-price-hike

    Boston Dynamics เปิดตัว Atlas รุ่นผลิตจริง เตรียมเข้าทำงานในโรงงานปี 2028
    Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จาก Boston Dynamics ก้าวจากต้นแบบสู่ “สินค้าจริง” พร้อมทำงานในโรงงานของ Hyundai ภายในปี 2028 โดยรุ่นใหม่นี้เป็นระบบไฟฟ้าทั้งหมด มี 56 องศาการเคลื่อนไหว ยกของหนักได้ถึง 110 ปอนด์ มีระบบกันสภาพอากาศ และมือที่มีเซนเซอร์สัมผัส อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ภายในหนึ่งวัน ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่เน้นช่วยงานหนักและงานซ้ำซากเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มนุษย์ในสายการผลิต
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/boston-dynamics-atlas-humanoid-robot-is-now-a-product-and-heading-to-factories-in-2028

    แฮ็กเกอร์อ้างขโมยข้อมูลวิศวกรรมกว่า 800 ไฟล์จากบริษัทสหรัฐ พร้อมขายให้ผู้สนใจ
    กลุ่มแฮ็กเกอร์ประกาศว่าพวกเขาได้เจาะระบบ Pickett and Associates บริษัทวิศวกรรมในฟลอริดา และขโมยข้อมูลสำคัญกว่า 800 ไฟล์ เช่น LiDAR, แผนที่โครงสร้างไฟฟ้า, ไฟล์ออกแบบ และข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทพลังงานรายใหญ่ในสหรัฐ ก่อนนำไปขายในราคา 6.5 BTC (ราว $600,000) โดย Duke Energy อยู่ระหว่างตรวจสอบเหตุการณ์นี้ ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มโจมตีกำลังมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/pro/security/hackers-claim-breach-of-engineering-firm-offer-sale-of-info-on-three-major-us-utilities

    Garmin เปิดตัวกล้อง DualView สำหรับรถบรรทุก ช่วยกำจัดจุดบอดรอบคัน
    Garmin เปิดตัว dēzl DualView ระบบกล้องภายนอกสองตัวที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดจุดบอดของรถบรรทุกโดยเฉพาะ กล้องมีมาตรฐานกันน้ำ IPX7 ให้ภาพรอบคันพร้อมแจ้งเตือนเมื่อมีรถเข้ามาในจุดบอด รองรับการบันทึกวิดีโอ 1080p และเชื่อมต่อกับแท็บเล็ตหรือ GPS ของ Garmin เพื่อสั่งงานด้วยเสียง อุปกรณ์นี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งต่อผู้ขับและผู้ใช้ถนนอื่น โดยวางจำหน่ายที่ราคา $999.99
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/dash-cams/garmin-unveils-a-new-rugged-cam-designed-to-cover-blind-spots-and-its-the-safety-device-truck-drivers-need

    LEGO เปิดตัว Smart Play ใส่ชิปในก้อนอิฐ พร้อมเปิดตัวชุด Star Wars รุ่นแรก
    LEGO เปิดตัว “Smart Brick” อิฐรุ่นใหม่ที่ซ่อนชิปและเซนเซอร์ภายใน ทำให้สามารถตรวจจับตำแหน่งของมินิฟิกเกอร์หรือแท็กพิเศษเพื่อสร้างเสียง เอฟเฟกต์ไฟ และปฏิกิริยาต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องใช้แอปหรือการเชื่อมต่อออนไลน์ ชุดแรกที่รองรับคือ LEGO Star Wars 3 รุ่นใหม่ เช่น X-Wing และ TIE Fighter ซึ่งจะตอบสนองด้วยเสียงเครื่องยนต์ แสงดาบ และเอฟเฟกต์อื่น ๆ เพิ่มมิติใหม่ให้การเล่นโดยไม่ทำลายความคลาสสิกของ LEGO
    https://www.techradar.com/streaming/entertainment/the-lego-brick-just-got-its-biggest-upgrade-yet-with-smart-play-and-its-coming-to-star-wars-sets-first

     Acer เปิดตัวไลน์อัป CES 2026 พร้อมโน้ตบุ๊ก AI และสกู๊ตเตอร์เกมมิ่ง Predator
    Acer เปิดศักราช CES 2026 ด้วยกองทัพโน้ตบุ๊กใหม่ที่ใช้ชิป Intel Core Ultra Series 3 ทั้ง Aspire AI, Swift AI และรุ่นเกมมิ่ง Predator/Nitro ที่เน้นประสิทธิภาพ AI เป็นพิเศษ พร้อมเปิดตัวมอนิเตอร์เกมมิ่ง 1000Hz, โปรเจ็กเตอร์ Vero รุ่นใหม่ และอุปกรณ์เครือข่าย Wi-Fi 7 แต่ไฮไลต์ที่สะดุดตาที่สุดคือ Predator ES Storm Pro สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าดีไซน์เกมมิ่งพร้อมไฟ RGB และระยะวิ่งราว 60 กม. ซึ่งสะท้อนความพยายามของ Acer ในการขยายแบรนด์ Predator ไปสู่ไลฟ์สไตล์นอกเหนือจากเกมมิ่งโดยตรง
    https://www.techradar.com/tech-events/acers-ces-2026-reveals-include-laptops-displays-and-a-gaming-themed-e-scooter-apparently

     HyperX จับมือ Neurable พัฒนาเฮดเซ็ตอ่านคลื่นสมองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเกมเมอร์
    HyperX และ Neurable เผยเทคโนโลยีเฮดเซ็ตเกมมิ่งที่ฝังเซ็นเซอร์ EEG เพื่ออ่านคลื่นสมองแบบเรียลไทม์ ช่วยผู้เล่นเข้าสู่โหมดโฟกัส ลดภาวะ “tilt” และเพิ่มความแม่นยำ โดยระบบจะประเมิน cognitive load และระดับสมาธิ พร้อมโหมด “Prime” ที่ฝึกสมองก่อนเล่นเกม ซึ่งทดสอบแล้วช่วยเพิ่มความแม่นยำและลด reaction time ได้จริง ถือเป็นก้าวใหม่ของอุปกรณ์เกมมิ่งที่ผสานประสาทวิทยาเข้ากับการเล่นเกมอย่างเป็นรูปธรรม
    https://www.techradar.com/gaming/gaming-accessories/hyperx-is-working-with-brain-scanning-company-neurable-on-a-gaming-headset-that-aims-to-offer-prevention-of-tilt-and-good-practice-not-crap-practice

     Nvidia ซีอีโอ Jensen Huang ชี้ “ทั้งสแต็กกำลังถูกเปลี่ยนใหม่” พร้อมยุค AI รุ่นถัดไป
    Jensen Huang ขึ้นเวที CES 2026 พร้อมประกาศว่าทั้งอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โดยทุกเลเยอร์ของ AI ถูกออกแบบใหม่ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์จนถึงซอฟต์แวร์ พร้อมเผยชิปเจเนอเรชันใหม่ Vera Rubin ที่รวม CPU และ GPU เพื่อรองรับ AI Factory ขนาดใหญ่ รวมถึงแนวคิด “Physical AI” ที่ช่วยให้โมเดลเข้าใจโลกจริงมากขึ้น สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Nvidia ที่ต้องการสร้างแพลตฟอร์ม AI ครบวงจรสำหรับอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/the-entire-stack-is-being-changed-nvidia-ceo-jensen-huang-looks-ahead-to-the-next-generation-of-ai

    Keebmon มินิพีซีสุดล้ำ รวมคีย์บอร์ดกลไก + จอทัช 21:9 + Ryzen AI ในเครื่องเดียว
    Keebmon เปิดตัวอุปกรณ์ลูกผสมที่รวมมินิพีซี คีย์บอร์ดกลไก และจอสัมผัสอัตราส่วน 21:9 ไว้ในบอดี้พับได้เครื่องเดียว ใช้ชิป Ryzen AI 9 HX 370 รองรับ RAM สูงสุด 64GB และ SSD 8TB พร้อมพอร์ตครบครันทั้ง USB4, HDMI 2.1 และ OCuLink เหมาะกับสายพกพาที่ต้องการพลังประมวลผลระดับจริงจัง โดยโครงการ Kickstarter ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามเกินเป้าหลายเท่า
    https://www.techradar.com/pro/you-have-never-seen-a-mini-pc-like-this-keebmon-is-a-ryzen-ai-powered-pc-with-a-mechanical-keyboard-a-21-9-touchscreen-display-64gb-ram-and-an-8tb-ssd

     ไต้หวันถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนกว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันในปี 2025
    รายงานจากสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนเฉลี่ยวันละ 2.63 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และมากกว่า 113% เมื่อเทียบกับปี 2023 โดยการโจมตีมักเกิดควบคู่กับกิจกรรมทางทหารหรือเหตุการณ์การเมือง สะท้อนยุทธศาสตร์ “สงครามไฮบริด” ที่จีนใช้กดดันไต้หวันผ่านการสอดแนม การขโมยข้อมูล และการรบกวนระบบสำคัญของรัฐ
    https://www.techradar.com/pro/security/taiwanese-infrastructure-suffered-over-2-5-million-chinese-cyberattacks-per-day-in-2025-report-reveals

    Peacock เตรียมเป็นสตรีมมิงแรกที่รองรับ Dolby Vision 2 และ Atmos รุ่นใหม่
    Peacock เดินหน้าอัปเกรดประสบการณ์สตรีมมิงครั้งใหญ่ด้วยการรองรับ Dolby Vision 2 และ Dolby AC‑4 ซึ่งช่วยให้ภาพคมชัดขึ้น ลดอาการภาพกระตุกและ Soap Opera Effect พร้อมเสียง Atmos ที่ปรับแต่งได้ละเอียดกว่าเดิม ทั้งในคอนเทนต์ออนดีมานด์และไลฟ์สดอย่าง NBA, NFL และโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ทำให้แพลตฟอร์มนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านคุณภาพภาพและเสียงในปีนี้อย่างเต็มตัว
    https://www.techradar.com/streaming/entertainment/peacock-goes-all-in-on-dolby-with-vision-and-atmos-support

    Asus เปิดตัว ROG XREAL R1 แว่น AR สำหรับเกมเมอร์ หลังแยกทางกับ Meta
    Asus จับมือ XREAL เปิดตัวแว่น AR รุ่นใหม่ ROG XREAL R1 ที่มาพร้อมจอ micro‑OLED 1080p ความสว่างสูง รีเฟรชเรต 240Hz และระบบเชื่อมต่อผ่าน USB‑C หรือ Dock ที่รองรับ DisplayPort และ HDMI เพื่อใช้งานกับ ROG Ally, PC หรือคอนโซล โดยเน้นประสบการณ์เกมบนจอเสมือนขนาดใหญ่ 171 นิ้ว พร้อมฟีเจอร์เลนส์ปรับแสงอัตโนมัติและเสียงจูนโดย Bose ถือเป็นก้าวใหม่ของ Asus หลังยุติโครงการร่วมกับ Meta
    https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/goodbye-meta-hello-xreal-asus-announces-rog-xreal-r1-ar-gaming-glasses-following-termination-of-its-horizon-os-headset

    จอ 5K แบบ Snap‑on พร้อม SSD ซ่อนในตัว คู่หูใหม่ของ Mac mini
    StudioDock Pro คือมอนิเตอร์ 27 นิ้ว 5K ที่ออกแบบมาให้ Mac mini สวมเข้าไปในตัวเครื่องได้เลย พร้อมฮับพอร์ตครบชุดและช่องใส่ SSD M.2 สูงสุด 8TB แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือ รุ่น Premium รองรับ Thunderbolt 5 ให้แบนด์วิดท์สูงถึง 120Gbps พร้อมพอร์ต 2.5G Ethernet และ SD UHS‑II ทั้งหมดนี้ในราคาเปิดตัว $699 ทำให้เป็นโซลูชันแบบ All‑in‑One สำหรับโต๊ะทำงานที่ต้องการความเรียบและประสิทธิภาพสูง
    https://www.techradar.com/pro/this-usd699-5k-thunderbolt-5-monitor-is-the-perfect-partner-for-your-apple-mac-mini-and-even-comes-with-a-hidden-ssd-slot

    Intel เปิดตัว Core Ultra Series 3 (Panther Lake) พร้อมชิปกราฟิกใหม่แรงระดับ RTX 3050
    Intel เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ Core Ultra Series 3 (Panther Lake) ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม Intel 18A เน้นประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน โดยไฮไลต์คือ GPU ใหม่ Intel Arc B390 ที่รองรับ multiframe generation ผ่าน XeSS 3 ทำให้เล่นเกมอย่าง Battlefield 6 ที่ 1080p ได้ถึง 147fps พร้อมประกาศแพลตฟอร์มสำหรับเครื่องเกมพกพาแข่งกับ AMD Z‑series และชูจุดเด่นด้าน AI ที่ร่วมพัฒนากับ Microsoft อย่างใกล้ชิด
    https://www.techradar.com/computing/cpu/intel-launches-new-core-ultra-300-series-processors-at-ces-2026-will-panther-lake-deliver-the-win-that-intel-needs

    Dell ชุบชีวิตแบรนด์ XPS พร้อมดีไซน์ใหม่และสเปกจัดเต็ม
    Dell ประกาศคืนชีพแบรนด์ XPS พร้อมเปิดตัว XPS 14 และ XPS 16 ดีไซน์ใหม่หมดจด ใช้วัสดุพรีเมียม CNC Aluminum + Gorilla Glass พร้อมนำปุ่มฟังก์ชันแบบ Physical กลับมาแทนทัชบาร์ และเพิ่มโลโก้ XPS ไว้บนฝาเครื่องเป็นครั้งแรก ใช้ชิป Intel Core Ultra 300 พร้อมกราฟิก Arc รุ่นใหม่ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 27 ชั่วโมง และตัวเครื่องบางเพียง 14.6 มม. ถือเป็นการกลับสู่จุดยืนเดิมของ XPS ในฐานะแล็ปท็อประดับพรีเมียมสำหรับผู้ใช้จริงจังและเกมเมอร์
    https://www.techradar.com/computing/dell-un-retires-its-iconic-xps-brand-at-ces-2026-were-getting-back-to-our-roots
    📌📡🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷📡📌 #รวมข่าวIT #20260106 #TechRadar 🧬 What the post‑quantum shift means for your security strategy ยุคควอนตัมกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้กว่าที่คิด ทำให้ระบบความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตอย่าง TLS เสี่ยงต่อการถูกเจาะด้วยพลังประมวลผลระดับใหม่ที่สามารถถอดรหัสข้อมูลย้อนหลังได้ ส่งผลให้ธุรกิจและองค์กรต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การเข้ารหัสแบบทนทานต่อควอนตัม เช่น ML‑KEM และโซลูชัน hybrid TLS เพื่อป้องกันข้อมูลระยะยาวก่อนที่ผู้โจมตีจะได้เปรียบในวันที่ควอนตัมพร้อมใช้งานจริง 🔗 https://www.techradar.com/pro/what-the-post-quantum-shift-means-for-your-security-strategy 🛡️ Data sovereignty: not just an issue for governments ความกังวลเรื่องอธิปไตยข้อมูลพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก เมื่อข้อมูลจำนวนมหาศาลถูกเก็บและประมวลผลข้ามพรมแดน ทำให้องค์กรทุกภาคส่วน—from โรงพยาบาลไปจนถึงระบบขนส่ง—เสี่ยงต่อการถูกควบคุมโดยกฎหมายต่างประเทศ จึงเกิดกระแสหันมาใช้ sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ภายใต้กฎหมายท้องถิ่น เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว ความมั่นคง และความเชื่อมั่นของผู้ใช้ในระยะยาว 🔗 https://www.techradar.com/pro/data-sovereignty-not-just-an-issue-for-governments 🏥 Nearly half a million patients exposed in healthcare breach การโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health กลายเป็นเหตุร้ายแรงกว่าที่คาด เมื่อจำนวนผู้ป่วยที่ข้อมูลรั่วไหลพุ่งจาก 8,000 เป็นเกือบ 500,000 ราย โดยข้อมูลที่ถูกขโมยรวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ ไปจนถึงประวัติการรักษา ซึ่งถูกกลุ่ม Qilin นำไปเผยแพร่ ทำให้ผู้เสียหายเสี่ยงต่อการถูกขโมยตัวตนและฉ้อโกงในอนาคต แม้องค์กรจะเริ่มเสนอการป้องกันตัวตนให้ฟรีก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know 📺 Battle of the OLEDs: LG and Samsung both unveil 4,500‑nit panels LG และ Samsung เปิดศึกจอ OLED รุ่นใหม่ที่อ้างว่าสามารถดันความสว่างสูงสุดถึง 4,500 นิต ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม แม้ตัวเลขนี้จะเป็นค่าที่เกิดขึ้นเฉพาะในห้องแล็บและความสว่างจริงในทีวีจะต่ำกว่านั้น แต่ก็ยังถือว่าเป็นการยกระดับคุณภาพภาพอย่างชัดเจน และเป็นสัญญาณว่าทีวีรุ่นปี 2026 จะสว่าง คม และสะท้อนแสงน้อยกว่าเดิมมาก 🔗 https://www.techradar.com/televisions/battle-of-the-oleds-lg-and-samsung-both-unveil-panels-with-4-500-nit-brightness-claims-but-theres-a-catch 🚀 Grok รุกตลาดองค์กรเต็มตัวด้วยแผน Business และ Enterprise xAI เปิดตัว Grok เวอร์ชัน Business และ Enterprise ที่มาพร้อมมาตรการความปลอดภัยเข้มขึ้น ไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าฝึกโมเดล และรองรับการเชื่อมต่อกับบริการอย่าง Google Drive เพื่อดึงดูดองค์กรที่ต้องการทางเลือกใหม่แทน ChatGPT หรือ Gemini โดยมีฟีเจอร์จัดการทีม การตรวจสอบความปลอดภัย และตัวเลือกเข้ารหัสระดับองค์กร พร้อมค่าบริการเริ่มต้น 30 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้ต่อเดือน ซึ่งเทียบเท่าคู่แข่งโดยตรงของตลาด AI ระดับธุรกิจ 🔗 https://www.techradar.com/pro/elon-musk-goes-all-in-on-smbs-with-new-grok-enterprise-and-business-offerings 🎥 กล้องแอ็กชัน 8K ตัวจิ๋วจาก Leaptic ท้าชน DJI บริษัทจีนหน้าใหม่ Leaptic เตรียมเปิดตัวกล้องแอ็กชันขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ที่รองรับวิดีโอ 8K ในงาน CES 2026 ซึ่งดีไซน์คล้าย DJI Osmo Nano และมาพร้อมฟีเจอร์ AI เช่น การตรวจจับวัตถุ การสั่งงานด้วยเสียง และระบบตัดต่ออัตโนมัติ ทำให้ตลาดกล้องพกพาอาจร้อนแรงขึ้นเมื่อผู้เล่นรายใหม่พร้อมท้าชน DJI และ Insta360 แบบเต็มตัว 🔗 https://www.techradar.com/cameras/action-cameras/djis-tiny-action-cam-will-soon-get-a-big-8k-rival-from-a-mysterious-chinese-company 💸 วิกฤต RAM ฉุดตลาดการ์ดจอ RTX 5000 ขาดตลาด–ราคาพุ่ง รายงานจากผู้ขายในยุโรปเผยว่า GPU ตระกูล Nvidia RTX 5000 หลายรุ่นเริ่มขาดตลาดเพราะวิกฤตหน่วยความจำ GDDR7 ที่ถูกแย่งไปใช้ในงาน AI ส่งผลให้รุ่นท็อปอย่าง RTX 5080 และ 5090 ราคาพุ่งเกิน MSRP อย่างหนัก และอาจทำให้ตลาดกลับไปสู่ยุคขาดแคลนแบบช่วงโควิด หากสถานการณ์ RAM ยังไม่คลี่คลายเร็ว ๆ นี้ 🔗 https://www.techradar.com/computing/gpu/pc-gamers-face-a-miserable-new-year-as-nvidia-rtx-5000-gpus-are-reportedly-hit-by-shortages-due-to-ram-crisis 🎮 8BitDo FlipPad คอนโทรลเลอร์พับได้สำหรับเล่นเกมเรโทรบนมือถือ 8BitDo เปิดตัว FlipPad คอนโทรลเลอร์แบบเสียบ USB‑C ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมเรโทรบนมือถือโดยเฉพาะ มาพร้อมปุ่ม D‑pad และปุ่มพื้นฐานโดยไม่มีอนาล็อก ทำให้เหมาะกับเกมคลาสสิกหรือแอปอีมูเลชัน และจะเปิดตัวครั้งแรกในงาน CES 2026 ก่อนวางขายช่วงซัมเมอร์ปีเดียวกัน รองรับทั้ง iPhone และ Android 🔗 https://www.techradar.com/gaming/8bitdos-flippad-controller-could-be-a-great-way-to-play-retro-games-on-your-phone 🔐 ข้อมูลผู้ป่วยเกือบครึ่งล้านรายถูกเปิดเผยจากเหตุโจมตี Covenant Health การสืบสวนล่าสุดพบว่าการโจมตีไซเบอร์ต่อ Covenant Health ในปี 2025 รุนแรงกว่าที่รายงานไว้มาก โดยข้อมูลผู้ป่วยราว 500,000 รายถูกขโมย รวมถึงชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขประกันสุขภาพ และข้อมูลการรักษา กลุ่ม Qilin จากรัสเซียอ้างความรับผิดชอบและปล่อยข้อมูลกว่า 852GB ทำให้ผู้ได้รับผลกระทบเสี่ยงต่อการขโมยตัวตนและการฉ้อโกงอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/nearly-half-a-million-patients-exposed-in-healthcare-breach-heres-what-we-know 🇪🇺 EU เตรียมเข้มงวดกฎเทคโนโลยีปี 2026 ขณะสหรัฐขู่ตอบโต้ ความตึงเครียดด้านกฎระเบียบเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น หลัง EU เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายดิจิทัลและปรับบริษัทเทคยักษ์จากสหรัฐหลายราย ขณะที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้ทรัมป์มองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและเตรียมมาตรการตอบโต้ ทำให้ปี 2026 อาจเป็นปีที่การแข่งขันด้านอำนาจกำกับดูแลเทคโนโลยีระหว่างสองขัวยักษ์ใหญ่เข้มข้นยิ่งขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/eu-gears-up-for-even-more-tough-tech-enforcement-in-2026-as-trump-warns-of-retaliation ⌚ Garmin อาจอัปเกรด Health Status ให้ดูข้อมูลสุขภาพแบบไทม์ไลน์ มีสัญญาณว่า Garmin เตรียมยกระดับฟีเจอร์ Health Status ให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลสุขภาพหลายวันหรือหลายสัปดาห์ในรูปแบบไทม์ไลน์ แทนการดูแบบวันต่อวันเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้เห็นแนวโน้มสุขภาพชัดเจนขึ้น และอาจเป็นการแก้ข้อจำกัดสำคัญของระบบติดตามสุขภาพในแอป Garmin Connect 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/fitness-trackers/garmin-could-be-gearing-up-for-an-exciting-but-overdue-health-status-upgrade-heres-what-we-know-so-far 🎧 Anker เปิดตัวหูฟังปรับโหมดได้ทั้งแบบเปิดหูและแบบซีล ANC Anker Soundcore เปิดตัว AeroFit 2 Pro หูฟังที่สามารถสลับจากโหมดเปิดหูเป็นแบบซีลเพื่อใช้ ANC ได้ด้วยการปรับตำแหน่งขาเกี่ยวหู พร้อมระบบเซ็นเซอร์ที่ปรับ EQ อัตโนมัติตามรูปแบบการใช้งาน มาพร้อมไดรเวอร์ขนาดใหญ่ รองรับ Spatial Audio และออกแบบมาเพื่อความสบายในการใช้งานยาวนาน 🔗 https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/anker-soundcore-unveils-open-earbuds-that-can-adapt-to-be-ear-sealing-anc-buds-too-is-this-the-best-of-both-audio-worlds 🛡️ LastPass ถูกแฮกในอดีตยังส่งผลต่อการขโมยคริปโตในปัจจุบัน รายงานล่าสุดเผยว่าการเจาะระบบ LastPass ในปี 2022 ยังคงสร้างความเสียหายต่อเนื่อง โดยแฮกเกอร์สามารถถอดรหัส vault ของผู้ใช้ที่ตั้งรหัสไม่ซับซ้อน และขโมย seed phrase ของกระเป๋าคริปโตไปใช้ย้ายเงินออก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 35–100 ล้านดอลลาร์ พร้อมมีการฟอกเงินผ่านบริการ mixing หลายแห่ง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/historic-lastpass-breach-enabling-cryptocurrency-theft-investigation-reveals 🎨 Hisense เปิดตัวนวัตกรรมทีวี 3 รุ่นใหม่ใน CES 2026 Hisense เดินหน้าปฏิวัติวงการทีวีด้วย RGB mini‑LED รุ่นใหม่ที่ขยายไลน์ลงสู่ขนาด 50–100 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี RGB mini‑LED Evo ที่เพิ่มสีไซแอนเพื่อความสมจริงยิ่งขึ้น และ RGBY MicroLED ที่เพิ่มสีเหลืองเป็นแม่สีที่สี่เพื่อมอบมุมมองและความคมชัดที่เหนือกว่า ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดทีวีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสีสันจัดจ้านและความสว่างระดับใหม่ที่อาจท้าทาย OLED ในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/televisions/hisense-unveils-3-new-tv-innovations-at-ces-2026-and-theyre-all-about-mind-blowing-color 🕵️‍♂️ แฮ็กเกอร์ Bitfinex ถูกปล่อยตัวก่อนกำหนดด้วยกฎหมาย First Step Act Ilya Lichtenstein แฮ็กเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการขโมย Bitcoin 120,000 เหรียญจาก Bitfinex ในปี 2016 ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด พร้อมภรรยา Heather Morgan หลังได้รับเครดิตลดโทษจากกฎหมาย First Step Act ทั้งคู่ประกาศว่าจะเริ่มต้นใหม่หลังจากหลายปีที่ต้องแยกจากกัน และคดีนี้ยังคงเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของโลกคริปโต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/crypto-thief-released-early-thanks-to-trumps-first-step-act 👓 Apple Vision Pro อาจใกล้ถึงทางตันหลังยอดขายตกหนัก รายงานล่าสุดเผยว่า Apple ลดการผลิตและงบการตลาดของ Vision Pro ลงถึง 95% หลังยอดขายไม่เข้าเป้า แม้เทคโนโลยีจะล้ำสมัยแต่ราคาที่สูงและการใช้งานที่จำกัดใน ecosystem ของ Apple ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปไม่ตอบรับมากนัก ส่งผลให้อนาคตของอุปกรณ์ XR ตัวนี้เริ่มไม่สดใส แม้ Apple ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AR ต่อไป 🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/it-looks-like-the-end-is-coming-for-the-apple-vision-pro-im-not-even-surprised 📱 ปี 2026 อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับ OnePlus ในการกลับมาทำมือถือพับได้ ตลาดมือถือพับได้กำลังคึกคักจากการขยับของ Samsung, Motorola และแบรนด์จีนหลายเจ้า ทำให้ปี 2026 กลายเป็นจังหวะทองที่ OnePlus อาจกลับมาด้วย OnePlus Open 2 หลังรุ่นแรกเคยได้รับคำชมอย่างมาก หาก OnePlus ผสมผสานดีไซน์ระดับพรีเมียมกับราคาที่คุ้มค่าได้ ก็มีโอกาสท้าชนเจ้าตลาดได้ไม่ยาก 🔗 https://www.techradar.com/phones/oneplus-phones/2026-is-the-perfect-year-for-oneplus-to-release-another-folding-phone-heres-why 🎧 Audeze Maxwell 2 เฮดเซ็ตเกมมิ่งระดับออดิโอไฟล์เปิดตัวแล้ว Audeze เปิดตัว Maxwell 2 เฮดเซ็ตไร้สายรุ่นอัปเกรดที่มาพร้อมเทคโนโลยี SLAM เพื่อมอบเสียงที่มีมิติและเบสทรงพลัง ใช้ไดรเวอร์ planar magnetic ขนาดใหญ่ 90 มม. พร้อมไมค์ตัดเสียงรบกวนแบบ AI และแบตเตอรี่ใช้งานได้กว่า 80 ชั่วโมง ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับสูงสุด 🔗 https://www.techradar.com/gaming/audeze-announces-the-maxwell-2-gaming-headset-an-overhaul-of-its-predecessor-that-is-targeted-firmly-at-audiophile-gamers-and-you-can-buy-it-now 📱 Samsung Galaxy S26 Ultra อาจไม่อัปเกรดกล้อง แต่แลกกับการ “ไม่ขึ้นราคา” Samsung Galaxy S26 Series ถูกคาดว่าจะไม่มีการอัปเกรดกล้องครั้งใหญ่ โดยเฉพาะรุ่น Ultra ที่อาจเปลี่ยนเพียงดีไซน์โมดูลเล็กน้อย ขณะที่รุ่น S26 และ S26+ อาจเข้าสู่ปีที่ 4 โดยไม่เพิ่มสเปกกล้องเลย แม้จะดูน่าผิดหวัง แต่เหตุผลสำคัญคือ Samsung ต้องการ “ตรึงราคา” ไว้เท่าเดิมท่ามกลางต้นทุนชิ้นส่วนที่พุ่งสูงจากความต้องการด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้การไม่ขึ้นราคาอาจเป็นผลดีต่อผู้บริโภค แม้จะแลกกับการอัปเกรดที่น้อยลงก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/phones/samsung-galaxy-phones/the-samsung-galaxy-s26-ultra-might-not-get-any-camera-upgrades-but-thats-fine-if-it-means-we-avoid-a-price-hike 🤖 Boston Dynamics เปิดตัว Atlas รุ่นผลิตจริง เตรียมเข้าทำงานในโรงงานปี 2028 Atlas หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จาก Boston Dynamics ก้าวจากต้นแบบสู่ “สินค้าจริง” พร้อมทำงานในโรงงานของ Hyundai ภายในปี 2028 โดยรุ่นใหม่นี้เป็นระบบไฟฟ้าทั้งหมด มี 56 องศาการเคลื่อนไหว ยกของหนักได้ถึง 110 ปอนด์ มีระบบกันสภาพอากาศ และมือที่มีเซนเซอร์สัมผัส อีกทั้งยังสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ภายในหนึ่งวัน ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่เน้นช่วยงานหนักและงานซ้ำซากเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มนุษย์ในสายการผลิต 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/boston-dynamics-atlas-humanoid-robot-is-now-a-product-and-heading-to-factories-in-2028 🔐 แฮ็กเกอร์อ้างขโมยข้อมูลวิศวกรรมกว่า 800 ไฟล์จากบริษัทสหรัฐ พร้อมขายให้ผู้สนใจ กลุ่มแฮ็กเกอร์ประกาศว่าพวกเขาได้เจาะระบบ Pickett and Associates บริษัทวิศวกรรมในฟลอริดา และขโมยข้อมูลสำคัญกว่า 800 ไฟล์ เช่น LiDAR, แผนที่โครงสร้างไฟฟ้า, ไฟล์ออกแบบ และข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทพลังงานรายใหญ่ในสหรัฐ ก่อนนำไปขายในราคา 6.5 BTC (ราว $600,000) โดย Duke Energy อยู่ระหว่างตรวจสอบเหตุการณ์นี้ ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มโจมตีกำลังมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hackers-claim-breach-of-engineering-firm-offer-sale-of-info-on-three-major-us-utilities 🚚 Garmin เปิดตัวกล้อง DualView สำหรับรถบรรทุก ช่วยกำจัดจุดบอดรอบคัน Garmin เปิดตัว dēzl DualView ระบบกล้องภายนอกสองตัวที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดจุดบอดของรถบรรทุกโดยเฉพาะ กล้องมีมาตรฐานกันน้ำ IPX7 ให้ภาพรอบคันพร้อมแจ้งเตือนเมื่อมีรถเข้ามาในจุดบอด รองรับการบันทึกวิดีโอ 1080p และเชื่อมต่อกับแท็บเล็ตหรือ GPS ของ Garmin เพื่อสั่งงานด้วยเสียง อุปกรณ์นี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งต่อผู้ขับและผู้ใช้ถนนอื่น โดยวางจำหน่ายที่ราคา $999.99 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/dash-cams/garmin-unveils-a-new-rugged-cam-designed-to-cover-blind-spots-and-its-the-safety-device-truck-drivers-need 🧱 LEGO เปิดตัว Smart Play ใส่ชิปในก้อนอิฐ พร้อมเปิดตัวชุด Star Wars รุ่นแรก LEGO เปิดตัว “Smart Brick” อิฐรุ่นใหม่ที่ซ่อนชิปและเซนเซอร์ภายใน ทำให้สามารถตรวจจับตำแหน่งของมินิฟิกเกอร์หรือแท็กพิเศษเพื่อสร้างเสียง เอฟเฟกต์ไฟ และปฏิกิริยาต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องใช้แอปหรือการเชื่อมต่อออนไลน์ ชุดแรกที่รองรับคือ LEGO Star Wars 3 รุ่นใหม่ เช่น X-Wing และ TIE Fighter ซึ่งจะตอบสนองด้วยเสียงเครื่องยนต์ แสงดาบ และเอฟเฟกต์อื่น ๆ เพิ่มมิติใหม่ให้การเล่นโดยไม่ทำลายความคลาสสิกของ LEGO 🔗 https://www.techradar.com/streaming/entertainment/the-lego-brick-just-got-its-biggest-upgrade-yet-with-smart-play-and-its-coming-to-star-wars-sets-first 💻 Acer เปิดตัวไลน์อัป CES 2026 พร้อมโน้ตบุ๊ก AI และสกู๊ตเตอร์เกมมิ่ง Predator Acer เปิดศักราช CES 2026 ด้วยกองทัพโน้ตบุ๊กใหม่ที่ใช้ชิป Intel Core Ultra Series 3 ทั้ง Aspire AI, Swift AI และรุ่นเกมมิ่ง Predator/Nitro ที่เน้นประสิทธิภาพ AI เป็นพิเศษ พร้อมเปิดตัวมอนิเตอร์เกมมิ่ง 1000Hz, โปรเจ็กเตอร์ Vero รุ่นใหม่ และอุปกรณ์เครือข่าย Wi-Fi 7 แต่ไฮไลต์ที่สะดุดตาที่สุดคือ Predator ES Storm Pro สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าดีไซน์เกมมิ่งพร้อมไฟ RGB และระยะวิ่งราว 60 กม. ซึ่งสะท้อนความพยายามของ Acer ในการขยายแบรนด์ Predator ไปสู่ไลฟ์สไตล์นอกเหนือจากเกมมิ่งโดยตรง 🔗 https://www.techradar.com/tech-events/acers-ces-2026-reveals-include-laptops-displays-and-a-gaming-themed-e-scooter-apparently 🧠 HyperX จับมือ Neurable พัฒนาเฮดเซ็ตอ่านคลื่นสมองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเกมเมอร์ HyperX และ Neurable เผยเทคโนโลยีเฮดเซ็ตเกมมิ่งที่ฝังเซ็นเซอร์ EEG เพื่ออ่านคลื่นสมองแบบเรียลไทม์ ช่วยผู้เล่นเข้าสู่โหมดโฟกัส ลดภาวะ “tilt” และเพิ่มความแม่นยำ โดยระบบจะประเมิน cognitive load และระดับสมาธิ พร้อมโหมด “Prime” ที่ฝึกสมองก่อนเล่นเกม ซึ่งทดสอบแล้วช่วยเพิ่มความแม่นยำและลด reaction time ได้จริง ถือเป็นก้าวใหม่ของอุปกรณ์เกมมิ่งที่ผสานประสาทวิทยาเข้ากับการเล่นเกมอย่างเป็นรูปธรรม 🔗 https://www.techradar.com/gaming/gaming-accessories/hyperx-is-working-with-brain-scanning-company-neurable-on-a-gaming-headset-that-aims-to-offer-prevention-of-tilt-and-good-practice-not-crap-practice 🤖 Nvidia ซีอีโอ Jensen Huang ชี้ “ทั้งสแต็กกำลังถูกเปลี่ยนใหม่” พร้อมยุค AI รุ่นถัดไป Jensen Huang ขึ้นเวที CES 2026 พร้อมประกาศว่าทั้งอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โดยทุกเลเยอร์ของ AI ถูกออกแบบใหม่ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์จนถึงซอฟต์แวร์ พร้อมเผยชิปเจเนอเรชันใหม่ Vera Rubin ที่รวม CPU และ GPU เพื่อรองรับ AI Factory ขนาดใหญ่ รวมถึงแนวคิด “Physical AI” ที่ช่วยให้โมเดลเข้าใจโลกจริงมากขึ้น สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Nvidia ที่ต้องการสร้างแพลตฟอร์ม AI ครบวงจรสำหรับอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-entire-stack-is-being-changed-nvidia-ceo-jensen-huang-looks-ahead-to-the-next-generation-of-ai 🖥️ Keebmon มินิพีซีสุดล้ำ รวมคีย์บอร์ดกลไก + จอทัช 21:9 + Ryzen AI ในเครื่องเดียว Keebmon เปิดตัวอุปกรณ์ลูกผสมที่รวมมินิพีซี คีย์บอร์ดกลไก และจอสัมผัสอัตราส่วน 21:9 ไว้ในบอดี้พับได้เครื่องเดียว ใช้ชิป Ryzen AI 9 HX 370 รองรับ RAM สูงสุด 64GB และ SSD 8TB พร้อมพอร์ตครบครันทั้ง USB4, HDMI 2.1 และ OCuLink เหมาะกับสายพกพาที่ต้องการพลังประมวลผลระดับจริงจัง โดยโครงการ Kickstarter ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามเกินเป้าหลายเท่า 🔗 https://www.techradar.com/pro/you-have-never-seen-a-mini-pc-like-this-keebmon-is-a-ryzen-ai-powered-pc-with-a-mechanical-keyboard-a-21-9-touchscreen-display-64gb-ram-and-an-8tb-ssd 🛡️ ไต้หวันถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนกว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันในปี 2025 รายงานจากสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศถูกโจมตีไซเบอร์จากจีนเฉลี่ยวันละ 2.63 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และมากกว่า 113% เมื่อเทียบกับปี 2023 โดยการโจมตีมักเกิดควบคู่กับกิจกรรมทางทหารหรือเหตุการณ์การเมือง สะท้อนยุทธศาสตร์ “สงครามไฮบริด” ที่จีนใช้กดดันไต้หวันผ่านการสอดแนม การขโมยข้อมูล และการรบกวนระบบสำคัญของรัฐ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/taiwanese-infrastructure-suffered-over-2-5-million-chinese-cyberattacks-per-day-in-2025-report-reveals 🎬 Peacock เตรียมเป็นสตรีมมิงแรกที่รองรับ Dolby Vision 2 และ Atmos รุ่นใหม่ Peacock เดินหน้าอัปเกรดประสบการณ์สตรีมมิงครั้งใหญ่ด้วยการรองรับ Dolby Vision 2 และ Dolby AC‑4 ซึ่งช่วยให้ภาพคมชัดขึ้น ลดอาการภาพกระตุกและ Soap Opera Effect พร้อมเสียง Atmos ที่ปรับแต่งได้ละเอียดกว่าเดิม ทั้งในคอนเทนต์ออนดีมานด์และไลฟ์สดอย่าง NBA, NFL และโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ทำให้แพลตฟอร์มนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านคุณภาพภาพและเสียงในปีนี้อย่างเต็มตัว 🔗 https://www.techradar.com/streaming/entertainment/peacock-goes-all-in-on-dolby-with-vision-and-atmos-support 🕶️ Asus เปิดตัว ROG XREAL R1 แว่น AR สำหรับเกมเมอร์ หลังแยกทางกับ Meta Asus จับมือ XREAL เปิดตัวแว่น AR รุ่นใหม่ ROG XREAL R1 ที่มาพร้อมจอ micro‑OLED 1080p ความสว่างสูง รีเฟรชเรต 240Hz และระบบเชื่อมต่อผ่าน USB‑C หรือ Dock ที่รองรับ DisplayPort และ HDMI เพื่อใช้งานกับ ROG Ally, PC หรือคอนโซล โดยเน้นประสบการณ์เกมบนจอเสมือนขนาดใหญ่ 171 นิ้ว พร้อมฟีเจอร์เลนส์ปรับแสงอัตโนมัติและเสียงจูนโดย Bose ถือเป็นก้าวใหม่ของ Asus หลังยุติโครงการร่วมกับ Meta 🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/goodbye-meta-hello-xreal-asus-announces-rog-xreal-r1-ar-gaming-glasses-following-termination-of-its-horizon-os-headset 🖥️ จอ 5K แบบ Snap‑on พร้อม SSD ซ่อนในตัว คู่หูใหม่ของ Mac mini StudioDock Pro คือมอนิเตอร์ 27 นิ้ว 5K ที่ออกแบบมาให้ Mac mini สวมเข้าไปในตัวเครื่องได้เลย พร้อมฮับพอร์ตครบชุดและช่องใส่ SSD M.2 สูงสุด 8TB แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือ รุ่น Premium รองรับ Thunderbolt 5 ให้แบนด์วิดท์สูงถึง 120Gbps พร้อมพอร์ต 2.5G Ethernet และ SD UHS‑II ทั้งหมดนี้ในราคาเปิดตัว $699 ทำให้เป็นโซลูชันแบบ All‑in‑One สำหรับโต๊ะทำงานที่ต้องการความเรียบและประสิทธิภาพสูง 🔗 https://www.techradar.com/pro/this-usd699-5k-thunderbolt-5-monitor-is-the-perfect-partner-for-your-apple-mac-mini-and-even-comes-with-a-hidden-ssd-slot ⚡ Intel เปิดตัว Core Ultra Series 3 (Panther Lake) พร้อมชิปกราฟิกใหม่แรงระดับ RTX 3050 Intel เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ Core Ultra Series 3 (Panther Lake) ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรม Intel 18A เน้นประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน โดยไฮไลต์คือ GPU ใหม่ Intel Arc B390 ที่รองรับ multiframe generation ผ่าน XeSS 3 ทำให้เล่นเกมอย่าง Battlefield 6 ที่ 1080p ได้ถึง 147fps พร้อมประกาศแพลตฟอร์มสำหรับเครื่องเกมพกพาแข่งกับ AMD Z‑series และชูจุดเด่นด้าน AI ที่ร่วมพัฒนากับ Microsoft อย่างใกล้ชิด 🔗 https://www.techradar.com/computing/cpu/intel-launches-new-core-ultra-300-series-processors-at-ces-2026-will-panther-lake-deliver-the-win-that-intel-needs 💻 Dell ชุบชีวิตแบรนด์ XPS พร้อมดีไซน์ใหม่และสเปกจัดเต็ม Dell ประกาศคืนชีพแบรนด์ XPS พร้อมเปิดตัว XPS 14 และ XPS 16 ดีไซน์ใหม่หมดจด ใช้วัสดุพรีเมียม CNC Aluminum + Gorilla Glass พร้อมนำปุ่มฟังก์ชันแบบ Physical กลับมาแทนทัชบาร์ และเพิ่มโลโก้ XPS ไว้บนฝาเครื่องเป็นครั้งแรก ใช้ชิป Intel Core Ultra 300 พร้อมกราฟิก Arc รุ่นใหม่ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 27 ชั่วโมง และตัวเครื่องบางเพียง 14.6 มม. ถือเป็นการกลับสู่จุดยืนเดิมของ XPS ในฐานะแล็ปท็อประดับพรีเมียมสำหรับผู้ใช้จริงจังและเกมเมอร์ 🔗 https://www.techradar.com/computing/dell-un-retires-its-iconic-xps-brand-at-ces-2026-were-getting-back-to-our-roots
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 734 มุมมอง 0 รีวิว
  • AI ดาวเทียมค้นพบแหล่งลิเทียมขนาดมหึมาในแคนาดา — อาจเปลี่ยนเกมพลังงานโลก

    การค้นพบครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมพลังงานยุคใหม่ เมื่อ Fleet Space บริษัทเทคโนโลยีด้านอวกาศประกาศว่าได้ตรวจพบแหล่งลิเทียมขนาดใหญ่ในรัฐควิเบก ประเทศแคนาดา โดยใช้ระบบดาวเทียมที่ขับเคลื่อนด้วย AI การค้นพบนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 41,000 เฮกตาร์ และอาจมีศักยภาพในการขุดได้มากถึง 329 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นปริมาณที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจด้านทรัพยากรสำคัญของโลกได้

    Fleet Space ใช้แพลตฟอร์ม Exosphere ซึ่งเป็นระบบวิเคราะห์ธรณีฟิสิกส์หลายชั้นที่ผสานข้อมูลจากเซ็นเซอร์ภาคพื้นดินเข้ากับการประมวลผล AI บนดาวเทียม ระบบนี้สามารถสแกนใต้พื้นดินลึกถึง 7 กิโลเมตร และมีความไวสูงกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมถึง 10 เท่า ทำให้สามารถระบุโครงสร้างหินและแร่ที่มีศักยภาพได้อย่างแม่นยำกว่าวิธีเดิมมาก

    การค้นพบนี้เกิดขึ้นในช่วงที่โลกกำลังเผชิญการแข่งขันแย่งชิงลิเทียมอย่างดุเดือด โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นผู้ครองตลาดการแปรรูปแร่ลิเทียม Fleet Space ระบุว่า AI ช่วยเร่งกระบวนการสำรวจ ลดต้นทุน และเพิ่มความแม่นยำในการเลือกจุดเจาะสำรวจที่มีโอกาสสูงสุด ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในอุตสาหกรรมที่มีอัตราความสำเร็จต่ำมาก—เพียง 1 เหมืองจาก 1,000 โครงการสำรวจ ตามงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอุปซอลา

    แม้การค้นพบแหล่งลิเทียมจะเป็นก้าวสำคัญ แต่ยังไม่รับประกันว่าจะสามารถพัฒนาเป็นเหมืองได้จริง เพราะต้องผ่านการสำรวจเชิงลึก การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการลงทุนมหาศาล อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีดาวเทียม + AI กำลังเปลี่ยนวิธีการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ และอาจทำให้แคนาดากลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดลิเทียมโลกในอนาคตอันใกล้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Fleet Space พบแหล่งลิเทียมขนาดใหญ่ในควิเบก ครอบคลุม 41,000 เฮกตาร์
    ประเมินศักยภาพสูงสุดถึง 329 ล้านตันของแร่ลิเทียม
    ใช้ระบบดาวเทียม Exosphere ที่สแกนลึกได้ถึง 7 กม. และไวกว่าเดิม 10 เท่า
    AI ช่วยคาดการณ์ตำแหน่งแร่ใต้ดินและลดต้นทุนการสำรวจ
    อัตราความสำเร็จของการสำรวจเหมืองต่ำมาก—1 จาก 1,000 โครงการ

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    การค้นพบไม่เท่ากับการทำเหมืองได้จริง ต้องผ่านขั้นตอนอีกมาก
    ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลต่อการพัฒนาแหล่งแร่
    การขุดลิเทียมมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต้องประเมินอย่างรอบคอบ

    https://www.slashgear.com/2064850/canada-ai-satellite-locates-lithium-deposit/
    🇨🇦⚡ AI ดาวเทียมค้นพบแหล่งลิเทียมขนาดมหึมาในแคนาดา — อาจเปลี่ยนเกมพลังงานโลก การค้นพบครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมพลังงานยุคใหม่ เมื่อ Fleet Space บริษัทเทคโนโลยีด้านอวกาศประกาศว่าได้ตรวจพบแหล่งลิเทียมขนาดใหญ่ในรัฐควิเบก ประเทศแคนาดา โดยใช้ระบบดาวเทียมที่ขับเคลื่อนด้วย AI การค้นพบนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 41,000 เฮกตาร์ และอาจมีศักยภาพในการขุดได้มากถึง 329 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นปริมาณที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจด้านทรัพยากรสำคัญของโลกได้ Fleet Space ใช้แพลตฟอร์ม Exosphere ซึ่งเป็นระบบวิเคราะห์ธรณีฟิสิกส์หลายชั้นที่ผสานข้อมูลจากเซ็นเซอร์ภาคพื้นดินเข้ากับการประมวลผล AI บนดาวเทียม ระบบนี้สามารถสแกนใต้พื้นดินลึกถึง 7 กิโลเมตร และมีความไวสูงกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมถึง 10 เท่า ทำให้สามารถระบุโครงสร้างหินและแร่ที่มีศักยภาพได้อย่างแม่นยำกว่าวิธีเดิมมาก การค้นพบนี้เกิดขึ้นในช่วงที่โลกกำลังเผชิญการแข่งขันแย่งชิงลิเทียมอย่างดุเดือด โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นผู้ครองตลาดการแปรรูปแร่ลิเทียม Fleet Space ระบุว่า AI ช่วยเร่งกระบวนการสำรวจ ลดต้นทุน และเพิ่มความแม่นยำในการเลือกจุดเจาะสำรวจที่มีโอกาสสูงสุด ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในอุตสาหกรรมที่มีอัตราความสำเร็จต่ำมาก—เพียง 1 เหมืองจาก 1,000 โครงการสำรวจ ตามงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอุปซอลา แม้การค้นพบแหล่งลิเทียมจะเป็นก้าวสำคัญ แต่ยังไม่รับประกันว่าจะสามารถพัฒนาเป็นเหมืองได้จริง เพราะต้องผ่านการสำรวจเชิงลึก การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการลงทุนมหาศาล อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีดาวเทียม + AI กำลังเปลี่ยนวิธีการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ และอาจทำให้แคนาดากลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดลิเทียมโลกในอนาคตอันใกล้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Fleet Space พบแหล่งลิเทียมขนาดใหญ่ในควิเบก ครอบคลุม 41,000 เฮกตาร์ ➡️ ประเมินศักยภาพสูงสุดถึง 329 ล้านตันของแร่ลิเทียม ➡️ ใช้ระบบดาวเทียม Exosphere ที่สแกนลึกได้ถึง 7 กม. และไวกว่าเดิม 10 เท่า ➡️ AI ช่วยคาดการณ์ตำแหน่งแร่ใต้ดินและลดต้นทุนการสำรวจ ➡️ อัตราความสำเร็จของการสำรวจเหมืองต่ำมาก—1 จาก 1,000 โครงการ ‼️ คำเตือน / ความเสี่ยง ⛔ การค้นพบไม่เท่ากับการทำเหมืองได้จริง ต้องผ่านขั้นตอนอีกมาก ⛔ ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลต่อการพัฒนาแหล่งแร่ ⛔ การขุดลิเทียมมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต้องประเมินอย่างรอบคอบ https://www.slashgear.com/2064850/canada-ai-satellite-locates-lithium-deposit/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    A Huge Lithium Deposit In Canada May Have Just Been Found Thanks To AI Satellites - SlashGear
    Using AI and satellite-based sensing, researchers have identified a huge lithium deposit in Canada, that could reshape North America’s battery supply chain.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 207 มุมมอง 0 รีวิว
  • สวัสดีปีใหม่ 'สนธิเล่าเรื่อง' ตอนแรกของปี 2569 คุณสนธิตั้งใจว่าจะพูดถึงเหตุการณ์ใหญ่ เหตุการณ์สำคัญ และเรื่องช็อกโลก คือ การที่สหรัฐฯ ส่งหน่วยรบพิเศษ และกองทัพบุกเข้าจับกุมตัวนายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กับภรรยา และนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เรือรบ รวมถึงเครื่องบินตรงไปยังมหานครนิวยอร์กเพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ก่อนที่จะบอกว่าสหรัฐฯ จะเข้าควบคุมการบริหารประเทศเวเนซุเอลาเอง และเปิดทางเรียก "บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ" เข้ามาสูบน้ำมันในเวเนซุเอลาซึ่งเป็นประเทศที่มีสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก ด้วยเหตุนี้ วงประชุม และรับประทานอาหารเช้าของคุณสนธิ อ.ปานเทพ กับ ทีมงานคุยทุกเรื่องกับสนธิ จึงพูดคุยถึงเรื่องการเมืองต่างประเทศ ผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งจะเชื่อมโยงมาถึงการเมืองไทยด้วย ... พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง !
    .
    #สนธิเล่าเรื่อง #SondhiTalk #เวเนซุเอลา #มาดูโร #ทรัมป์ #สหรัฐจับมาดูโร
    .
    คลิก >> https://www.youtube.com/watch?v=nE9bafEm5Qk
    สวัสดีปีใหม่ 'สนธิเล่าเรื่อง' ตอนแรกของปี 2569 คุณสนธิตั้งใจว่าจะพูดถึงเหตุการณ์ใหญ่ เหตุการณ์สำคัญ และเรื่องช็อกโลก คือ การที่สหรัฐฯ ส่งหน่วยรบพิเศษ และกองทัพบุกเข้าจับกุมตัวนายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กับภรรยา และนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เรือรบ รวมถึงเครื่องบินตรงไปยังมหานครนิวยอร์กเพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ก่อนที่จะบอกว่าสหรัฐฯ จะเข้าควบคุมการบริหารประเทศเวเนซุเอลาเอง และเปิดทางเรียก "บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ" เข้ามาสูบน้ำมันในเวเนซุเอลาซึ่งเป็นประเทศที่มีสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก ด้วยเหตุนี้ วงประชุม และรับประทานอาหารเช้าของคุณสนธิ อ.ปานเทพ กับ ทีมงานคุยทุกเรื่องกับสนธิ จึงพูดคุยถึงเรื่องการเมืองต่างประเทศ ผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งจะเชื่อมโยงมาถึงการเมืองไทยด้วย ... พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ! . #สนธิเล่าเรื่อง #SondhiTalk #เวเนซุเอลา #มาดูโร #ทรัมป์ #สหรัฐจับมาดูโร . คลิก >> https://www.youtube.com/watch?v=nE9bafEm5Qk
    Like
    Love
    8
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 564 มุมมอง 0 รีวิว
  • สนธิเล่าเรื่อง 05-01-69
    .
    สวัสดีปีใหม่ 'สนธิเล่าเรื่อง' ตอนแรกของปี 2569 คุณสนธิตั้งใจว่าจะพูดถึงเหตุการณ์ใหญ่ เหตุการณ์สำคัญ และเรื่องช็อกโลก คือ การที่สหรัฐฯ ส่งหน่วยรบพิเศษ และกองทัพยุบุกเข้าจับกุมตัวนายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กับภรรยา และนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เรือรบ รวมถึงเครื่องบินตรงไปยังมหานครนิวยอร์กเพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ก่อนที่จะบอกว่าสหรัฐฯ จะเข้าควบคุมการบริหารประเทศเวเนซุเอลาเอง และเปิดทางเรียก "บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ" เข้ามาสูบน้ำมันในเวเนซุเอลาซึ่งเป็นประเทศที่มีสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก ด้วยเหตุนี้ วงประชุม และรับประทานอาหารเช้าของคุณสนธิ อ.ปานเทพ กับ ทีมงานคุยทุกเรื่องกับสนธิ จึงพูดคุยถึงเรื่องการเมืองต่างประเทศ ผลกระทบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเชื่อมโยงมาถึงการเมืองไทยด้วย ... พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง !
    .
    คลิกชม >> https://www.youtube.com/watch?v=nE9bafEm5Qk
    .
    #สนธิเล่าเรื่อง #SondhiTalk #เวเนซุเอลา #มาดูโร #ทรัมป์ #สหรัฐจับมาดูโร
    สนธิเล่าเรื่อง 05-01-69 . สวัสดีปีใหม่ 'สนธิเล่าเรื่อง' ตอนแรกของปี 2569 คุณสนธิตั้งใจว่าจะพูดถึงเหตุการณ์ใหญ่ เหตุการณ์สำคัญ และเรื่องช็อกโลก คือ การที่สหรัฐฯ ส่งหน่วยรบพิเศษ และกองทัพยุบุกเข้าจับกุมตัวนายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กับภรรยา และนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เรือรบ รวมถึงเครื่องบินตรงไปยังมหานครนิวยอร์กเพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ก่อนที่จะบอกว่าสหรัฐฯ จะเข้าควบคุมการบริหารประเทศเวเนซุเอลาเอง และเปิดทางเรียก "บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ" เข้ามาสูบน้ำมันในเวเนซุเอลาซึ่งเป็นประเทศที่มีสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก ด้วยเหตุนี้ วงประชุม และรับประทานอาหารเช้าของคุณสนธิ อ.ปานเทพ กับ ทีมงานคุยทุกเรื่องกับสนธิ จึงพูดคุยถึงเรื่องการเมืองต่างประเทศ ผลกระทบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเชื่อมโยงมาถึงการเมืองไทยด้วย ... พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ! . คลิกชม >> https://www.youtube.com/watch?v=nE9bafEm5Qk . #สนธิเล่าเรื่อง #SondhiTalk #เวเนซุเอลา #มาดูโร #ทรัมป์ #สหรัฐจับมาดูโร
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 273 มุมมอง 1 รีวิว
  • สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรมเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ชี้ความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมสำคัญ นำทางชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองและไม่ตกต่ำ
    .
    สมเด็จพระสังฆราชทรงกล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งความสูญเสียจากการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงภัยพิบัติและความทุกข์ยากต่าง ๆ ที่ประชาชนต้องเผชิญ โดยทรงชี้ว่า ท่ามกลางความทุกข์เหล่านั้น ความกตัญญูกตเวทีกลับปรากฏเด่นชัด เป็นพลังใจสำคัญที่ช่วยให้สังคมไทยร่วมแรงร่วมใจกันผ่านพ้นวิกฤต
    .
    ในโอกาสเถลิงศกใหม่ ทรงเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนยึดมั่นความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมประจำชีวิต ระลึกถึงพระคุณของบุพการี ครูอาจารย์ และผู้มีพระคุณ พร้อมทรงย้ำว่า “ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี” และเป็นหลักประกันให้ชีวิตมั่นคงและสงบสุขตลอดปี 2569
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000126541
    .
    #News1live #News1 #คติธรรมปีใหม่ #สมเด็จพระสังฆราช #ปีใหม่2569
    สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรมเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ชี้ความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมสำคัญ นำทางชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองและไม่ตกต่ำ . สมเด็จพระสังฆราชทรงกล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งความสูญเสียจากการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงภัยพิบัติและความทุกข์ยากต่าง ๆ ที่ประชาชนต้องเผชิญ โดยทรงชี้ว่า ท่ามกลางความทุกข์เหล่านั้น ความกตัญญูกตเวทีกลับปรากฏเด่นชัด เป็นพลังใจสำคัญที่ช่วยให้สังคมไทยร่วมแรงร่วมใจกันผ่านพ้นวิกฤต . ในโอกาสเถลิงศกใหม่ ทรงเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนยึดมั่นความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมประจำชีวิต ระลึกถึงพระคุณของบุพการี ครูอาจารย์ และผู้มีพระคุณ พร้อมทรงย้ำว่า “ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี” และเป็นหลักประกันให้ชีวิตมั่นคงและสงบสุขตลอดปี 2569 . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000126541 . #News1live #News1 #คติธรรมปีใหม่ #สมเด็จพระสังฆราช #ปีใหม่2569
    Like
    Love
    4
    1 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 438 มุมมอง 0 รีวิว
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ปวงชนชาวไทย
    .
    เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 31 ธันวาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพรปีใหม่ โดยทรงกล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ตึงเครียดและภัยธรรมชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และขวัญกำลังใจของประชาชน
    .
    พระองค์ทรงเน้นย้ำว่า การเสริมสร้างสัมพันธไมตรีกับมิตรประเทศ และความรักสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง พร้อมทรงชี้ว่าความร่วมมือร่วมใจของประชาชน จะเป็นหลักประกันความมั่นคงของบ้านเมือง และนำไปสู่ความร่มเย็นเป็นสุขของประเทศชาติอย่างแท้จริง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000126533
    .
    #News1live #News1 #พระราชดำรัสปีใหม่ #ในหลวง #ปีใหม่2569
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ปวงชนชาวไทย . เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 31 ธันวาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพรปีใหม่ โดยทรงกล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ตึงเครียดและภัยธรรมชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และขวัญกำลังใจของประชาชน . พระองค์ทรงเน้นย้ำว่า การเสริมสร้างสัมพันธไมตรีกับมิตรประเทศ และความรักสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง พร้อมทรงชี้ว่าความร่วมมือร่วมใจของประชาชน จะเป็นหลักประกันความมั่นคงของบ้านเมือง และนำไปสู่ความร่มเย็นเป็นสุขของประเทศชาติอย่างแท้จริง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000126533 . #News1live #News1 #พระราชดำรัสปีใหม่ #ในหลวง #ปีใหม่2569
    Like
    Love
    6
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 395 มุมมอง 0 รีวิว
  • Logging Sucks: ทำไม Log ของคุณถึง “โกหก” — และวิธีแก้ด้วย Wide Events

    บทความนี้ของ Boris Tane เป็นการ “เขย่าวงการ Observability” แบบตรงไปตรงมา เขาชี้ให้เห็นว่าระบบ Logging แบบดั้งเดิมที่องค์กรส่วนใหญ่ใช้อยู่ในปี 2025 นั้นล้าสมัยเกินไปสำหรับระบบ distributed ที่ซับซ้อนในยุค microservices และ cloud-native ความจริงคือ log ส่วนใหญ่ “ไม่ได้โกหกโดยตั้งใจ” แต่เพราะมันถูกออกแบบมาสำหรับยุคที่ระบบมีเพียงเซิร์ฟเวอร์เดียวและ request flow ง่ายกว่ามาก

    ปัญหาหลักคือ log แบบเก่าเน้น “เขียนง่าย” มากกว่า “ค้นหาได้จริง” ทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ เช่น checkout ล้มเหลว หรือ latency พุ่งขึ้นตอนตีสาม ทีม DevOps ต้อง grep หานรกแตกเป็นหมื่นบรรทัดโดยไม่เจอ context ที่ต้องการ เพราะ log กระจัดกระจาย ขาดโครงสร้าง และไม่สื่อความหมายเชิงธุรกิจที่แท้จริง

    Boris เสนอแนวคิด “Wide Events” หรือ “Canonical Log Line” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนมุมมองจากการ log เป็นชิ้นเล็ก ๆ หลายบรรทัด ไปสู่การสร้าง “หนึ่ง event ต่อหนึ่ง request” ที่รวมทุก context ที่จำเป็น เช่น user, subscription tier, payment provider, feature flags, latency breakdown, error code ฯลฯ วิธีนี้ทำให้ log กลายเป็นข้อมูลเชิงวิเคราะห์ (analytics-grade data) ที่ตอบคำถามเชิงธุรกิจได้ทันที เช่น “ทำไม premium users checkout fail มากขึ้น?” หรือ “feature flag ใหม่ทำให้ error rate เพิ่มหรือไม่?”

    บทความยังชี้ให้เห็นว่า OpenTelemetry ไม่ใช่ยาวิเศษ เพราะมันเป็นเพียง plumbing — ถ้าไม่ใส่ context ที่ถูกต้องลงไป ก็ยังได้ telemetry ที่ไร้ประโยชน์เหมือนเดิม การแก้ปัญหาที่แท้จริงคือการออกแบบ event ให้ “กว้างพอ” และใช้ tail-based sampling เพื่อควบคุมต้นทุนโดยไม่เสียข้อมูลสำคัญ เช่น error, slow requests หรือ VIP users

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ปัญหาของ Logging แบบเดิม
    Log กระจัดกระจาย ขาด context ที่จำเป็น
    String search ใช้ไม่ได้ผลในระบบ distributed

    แนวคิด Wide Events / Canonical Log Line
    หนึ่ง event ต่อหนึ่ง request พร้อม context ครบถ้วน
    เปลี่ยน log จาก “ข้อความ” เป็น “ข้อมูลวิเคราะห์ได้”

    ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
    Structured logging ≠ Wide events
    OpenTelemetry ไม่ได้แก้ปัญหาให้เองถ้าไม่ใส่ context

    สิ่งที่ต้องระวังในการใช้งานจริง
    High-cardinality fields อาจทำให้ระบบเก่า choke
    Random sampling เสี่ยงทำให้ error สำคัญหายไป

    https://loggingsucks.com/
    🧨 Logging Sucks: ทำไม Log ของคุณถึง “โกหก” — และวิธีแก้ด้วย Wide Events บทความนี้ของ Boris Tane เป็นการ “เขย่าวงการ Observability” แบบตรงไปตรงมา เขาชี้ให้เห็นว่าระบบ Logging แบบดั้งเดิมที่องค์กรส่วนใหญ่ใช้อยู่ในปี 2025 นั้นล้าสมัยเกินไปสำหรับระบบ distributed ที่ซับซ้อนในยุค microservices และ cloud-native ความจริงคือ log ส่วนใหญ่ “ไม่ได้โกหกโดยตั้งใจ” แต่เพราะมันถูกออกแบบมาสำหรับยุคที่ระบบมีเพียงเซิร์ฟเวอร์เดียวและ request flow ง่ายกว่ามาก ปัญหาหลักคือ log แบบเก่าเน้น “เขียนง่าย” มากกว่า “ค้นหาได้จริง” ทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ เช่น checkout ล้มเหลว หรือ latency พุ่งขึ้นตอนตีสาม ทีม DevOps ต้อง grep หานรกแตกเป็นหมื่นบรรทัดโดยไม่เจอ context ที่ต้องการ เพราะ log กระจัดกระจาย ขาดโครงสร้าง และไม่สื่อความหมายเชิงธุรกิจที่แท้จริง Boris เสนอแนวคิด “Wide Events” หรือ “Canonical Log Line” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนมุมมองจากการ log เป็นชิ้นเล็ก ๆ หลายบรรทัด ไปสู่การสร้าง “หนึ่ง event ต่อหนึ่ง request” ที่รวมทุก context ที่จำเป็น เช่น user, subscription tier, payment provider, feature flags, latency breakdown, error code ฯลฯ วิธีนี้ทำให้ log กลายเป็นข้อมูลเชิงวิเคราะห์ (analytics-grade data) ที่ตอบคำถามเชิงธุรกิจได้ทันที เช่น “ทำไม premium users checkout fail มากขึ้น?” หรือ “feature flag ใหม่ทำให้ error rate เพิ่มหรือไม่?” บทความยังชี้ให้เห็นว่า OpenTelemetry ไม่ใช่ยาวิเศษ เพราะมันเป็นเพียง plumbing — ถ้าไม่ใส่ context ที่ถูกต้องลงไป ก็ยังได้ telemetry ที่ไร้ประโยชน์เหมือนเดิม การแก้ปัญหาที่แท้จริงคือการออกแบบ event ให้ “กว้างพอ” และใช้ tail-based sampling เพื่อควบคุมต้นทุนโดยไม่เสียข้อมูลสำคัญ เช่น error, slow requests หรือ VIP users 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ปัญหาของ Logging แบบเดิม ➡️ Log กระจัดกระจาย ขาด context ที่จำเป็น ➡️ String search ใช้ไม่ได้ผลในระบบ distributed ✅ แนวคิด Wide Events / Canonical Log Line ➡️ หนึ่ง event ต่อหนึ่ง request พร้อม context ครบถ้วน ➡️ เปลี่ยน log จาก “ข้อความ” เป็น “ข้อมูลวิเคราะห์ได้” ‼️ ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย ⛔ Structured logging ≠ Wide events ⛔ OpenTelemetry ไม่ได้แก้ปัญหาให้เองถ้าไม่ใส่ context ‼️ สิ่งที่ต้องระวังในการใช้งานจริง ⛔ High-cardinality fields อาจทำให้ระบบเก่า choke ⛔ Random sampling เสี่ยงทำให้ error สำคัญหายไป https://loggingsucks.com/
    LOGGINGSUCKS.COM
    Logging Sucks - Your Logs Are Lying To You
    Why traditional logging fails and how wide events can fix your observability
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 318 มุมมอง 0 รีวิว
  • เกาหลีเหนือกับสถิติการโจรกรรมคริปโต

    รายงานจาก Chainalysis ระบุว่าแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐเกาหลีเหนือสามารถขโมยคริปโตได้มากถึง 2.02 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่มีการบันทึกมา โดยรวมแล้วตั้งแต่เริ่มมีการติดตาม เกาหลีเหนือได้ขโมยไปแล้วกว่า 6.75 พันล้านดอลลาร์ การโจมตีเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อแพลตฟอร์มคริปโต แต่ยังเป็นแหล่งรายได้สำคัญให้กับรัฐบาลที่ถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

    เทคนิคการโจมตีที่ซับซ้อน
    หนึ่งในวิธีที่ DPRK ใช้คือการส่งคนไปแฝงตัวเป็น IT professionals ในบริษัทเป้าหมาย เพื่อเข้าถึงระบบภายในและหาช่องโหว่ นอกจากนี้ยังมีการสร้าง ประกาศรับสมัครงานปลอม ที่บังคับให้ผู้สมัครติดตั้งมัลแวร์โดยไม่รู้ตัว ซึ่งมัลแวร์นี้สามารถขโมยข้อมูลสำคัญ เช่น credentials, source code และ SSO access ได้ อีกทั้งยังมีการหลอกผู้บริหารด้วยข้อเสนอซื้อกิจการปลอม เพื่อใช้กระบวนการตรวจสอบข้อมูลในการเจาะระบบ

    การโจมตีครั้งใหญ่: ByBit Hack
    เหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายมากที่สุดคือการโจมตีแพลตฟอร์ม ByBit ที่สูญเงินไปกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่ง FBI ยืนยันว่าเป็นฝีมือของแฮกเกอร์จาก DPRK การโจมตีครั้งนี้คิดเป็นเกือบ 75% ของมูลค่าที่ DPRK ขโมยไปในปีเดียว และสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการเลือกเป้าหมายที่ใหญ่และมีผลกระทบสูง

    แนวโน้มและคำเตือน
    แม้จำนวนการโจมตีโดยรวมจะลดลง แต่ความเสียหายกลับเพิ่มขึ้น เนื่องจาก DPRK มุ่งเป้าไปที่องค์กรใหญ่และระบบที่มีมูลค่าสูง แพลตฟอร์ม DeFi หลายแห่งเริ่มมีมาตรการป้องกันที่เข้มแข็งขึ้น ทำให้แฮกเกอร์หันไปโจมตี exchange, custodians และกระเป๋าเงินส่วนบุคคล ที่มีการป้องกันอ่อนแอกว่า

    สรุปเป็นหัวข้อ
    สถิติการโจรกรรมคริปโตของ DPRK
    ปี 2025 ขโมยได้ 2.02 พันล้านดอลลาร์
    รวมตั้งแต่เริ่มบันทึกกว่า 6.75 พันล้านดอลลาร์

    เทคนิคการโจมตี
    แฝงตัวเป็น IT professionals ในบริษัทเป้าหมาย
    ประกาศรับสมัครงานปลอมพร้อมมัลแวร์
    หลอกผู้บริหารด้วยข้อเสนอซื้อกิจการ

    เหตุการณ์สำคัญ
    ByBit สูญเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์
    FBI ยืนยันเป็นฝีมือ DPRK

    คำเตือนและแนวโน้ม
    จำนวนการโจมตีลดลง แต่ความเสียหายเพิ่มขึ้น
    เป้าหมายหลักคือ exchange, custodians และกระเป๋าเงินส่วนบุคคล
    สะท้อนว่าระบบที่อ่อนแอยังคงเสี่ยงสูง

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptocurrency/north-korean-hackers-steal-a-record-usd2-billion-in-crypto-in-2025-including-single-heist-worth-usd1-5-billion-report-claims-rogue-state-accounts-for-60-percent-of-all-reported-crypto-thefts-this-year-usd6-75-billion-total-since-records-began
    💰 เกาหลีเหนือกับสถิติการโจรกรรมคริปโต รายงานจาก Chainalysis ระบุว่าแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐเกาหลีเหนือสามารถขโมยคริปโตได้มากถึง 2.02 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่มีการบันทึกมา โดยรวมแล้วตั้งแต่เริ่มมีการติดตาม เกาหลีเหนือได้ขโมยไปแล้วกว่า 6.75 พันล้านดอลลาร์ การโจมตีเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อแพลตฟอร์มคริปโต แต่ยังเป็นแหล่งรายได้สำคัญให้กับรัฐบาลที่ถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ 🕵️ เทคนิคการโจมตีที่ซับซ้อน หนึ่งในวิธีที่ DPRK ใช้คือการส่งคนไปแฝงตัวเป็น IT professionals ในบริษัทเป้าหมาย เพื่อเข้าถึงระบบภายในและหาช่องโหว่ นอกจากนี้ยังมีการสร้าง ประกาศรับสมัครงานปลอม ที่บังคับให้ผู้สมัครติดตั้งมัลแวร์โดยไม่รู้ตัว ซึ่งมัลแวร์นี้สามารถขโมยข้อมูลสำคัญ เช่น credentials, source code และ SSO access ได้ อีกทั้งยังมีการหลอกผู้บริหารด้วยข้อเสนอซื้อกิจการปลอม เพื่อใช้กระบวนการตรวจสอบข้อมูลในการเจาะระบบ ⚡ การโจมตีครั้งใหญ่: ByBit Hack เหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายมากที่สุดคือการโจมตีแพลตฟอร์ม ByBit ที่สูญเงินไปกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่ง FBI ยืนยันว่าเป็นฝีมือของแฮกเกอร์จาก DPRK การโจมตีครั้งนี้คิดเป็นเกือบ 75% ของมูลค่าที่ DPRK ขโมยไปในปีเดียว และสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการเลือกเป้าหมายที่ใหญ่และมีผลกระทบสูง ⚠️ แนวโน้มและคำเตือน แม้จำนวนการโจมตีโดยรวมจะลดลง แต่ความเสียหายกลับเพิ่มขึ้น เนื่องจาก DPRK มุ่งเป้าไปที่องค์กรใหญ่และระบบที่มีมูลค่าสูง แพลตฟอร์ม DeFi หลายแห่งเริ่มมีมาตรการป้องกันที่เข้มแข็งขึ้น ทำให้แฮกเกอร์หันไปโจมตี exchange, custodians และกระเป๋าเงินส่วนบุคคล ที่มีการป้องกันอ่อนแอกว่า 📌 สรุปเป็นหัวข้อ ✅ สถิติการโจรกรรมคริปโตของ DPRK ➡️ ปี 2025 ขโมยได้ 2.02 พันล้านดอลลาร์ ➡️ รวมตั้งแต่เริ่มบันทึกกว่า 6.75 พันล้านดอลลาร์ ✅ เทคนิคการโจมตี ➡️ แฝงตัวเป็น IT professionals ในบริษัทเป้าหมาย ➡️ ประกาศรับสมัครงานปลอมพร้อมมัลแวร์ ➡️ หลอกผู้บริหารด้วยข้อเสนอซื้อกิจการ ✅ เหตุการณ์สำคัญ ➡️ ByBit สูญเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์ ➡️ FBI ยืนยันเป็นฝีมือ DPRK ‼️ คำเตือนและแนวโน้ม ⛔ จำนวนการโจมตีลดลง แต่ความเสียหายเพิ่มขึ้น ⛔ เป้าหมายหลักคือ exchange, custodians และกระเป๋าเงินส่วนบุคคล ⛔ สะท้อนว่าระบบที่อ่อนแอยังคงเสี่ยงสูง https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptocurrency/north-korean-hackers-steal-a-record-usd2-billion-in-crypto-in-2025-including-single-heist-worth-usd1-5-billion-report-claims-rogue-state-accounts-for-60-percent-of-all-reported-crypto-thefts-this-year-usd6-75-billion-total-since-records-began
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 426 มุมมอง 0 รีวิว
  • การใช้ AI วิเคราะห์ย้อนหลัง Hacker News

    Andrej Karpathy ได้ทดลองสร้างโปรเจกต์ที่ชื่อว่า HN Time Capsule โดยใช้โมเดล GPT 5.1 Thinking เพื่อวิเคราะห์กระทู้และคอมเมนต์บน Hacker News เมื่อ 10 ปีก่อน (ปี 2015) แล้วให้คะแนนความ “แม่นยำ” ของการคาดการณ์ในอดีตเมื่อเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากการที่เขาเห็นโพสต์ที่ Gemini 3 สร้างหน้าแรกของ HN แบบ “หลอนอนาคต” และทำให้เขาสนใจลองวิเคราะห์อดีตด้วยวิธีที่เป็นระบบ

    การสร้าง Time Capsule ของบทสนทนาออนไลน์
    Karpathy ได้ดึงข้อมูลหน้าแรกของ Hacker News ตลอดเดือนธันวาคม 2015 (รวมกว่า 930 บทความและคอมเมนต์) แล้วส่งให้ GPT วิเคราะห์ใน 6 มิติ เช่น สรุปบทความ, สิ่งที่เกิดขึ้นจริง, มอบรางวัล “คอมเมนต์แม่นที่สุด” และ “ผิดที่สุด”, รวมถึงให้คะแนนความน่าสนใจของบทสนทนาในอดีต ผลลัพธ์ถูกนำเสนอในรูปแบบเว็บเพจที่อ่านง่าย พร้อม “Hall of Fame” สำหรับผู้แสดงความเห็นที่แม่นยำที่สุด

    AI กับการย้อนมองพฤติกรรมมนุษย์
    สิ่งที่น่าสนใจคือแนวคิดที่ว่า “อนาคต AI กำลังเฝ้ามองเรา” เพราะเมื่อการประมวลผลราคาถูกลง การวิเคราะห์ย้อนหลังพฤติกรรมมนุษย์ในโลกออนไลน์จะกลายเป็นเรื่องง่ายและฟรี นั่นหมายความว่าความเห็นหรือการกระทำที่เราทำวันนี้อาจถูกตรวจสอบอย่างละเอียดในอนาคต การทดลองนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องสนุก แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมและจริยธรรมที่ AI นำมา

    บริบทเพิ่มเติมจากวงการ AI และสังคม
    แนวคิด “grading hindsight” ยังเชื่อมโยงกับการใช้ AI ในการศึกษาประวัติศาสตร์ดิจิทัล เช่น การวิเคราะห์ทวิตเตอร์ช่วงเหตุการณ์สำคัญ หรือการตรวจสอบข่าวปลอมในอดีตเพื่อทำความเข้าใจการแพร่กระจายข้อมูลผิด ๆ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เรามีบทเรียนสำหรับอนาคต และอาจกลายเป็นเครื่องมือใหม่ในการวิจัยสังคมศาสตร์ดิจิทัล

    สรุปสาระสำคัญ
    โปรเจกต์ HN Time Capsule ของ Karpathy
    ใช้ GPT 5.1 Thinking วิเคราะห์กระทู้ Hacker News ปี 2015

    การวิเคราะห์ย้อนหลัง 930 บทความ
    ให้คะแนนคอมเมนต์แม่นที่สุดและผิดที่สุด

    ผลลัพธ์ถูกนำเสนอเป็นเว็บเพจ
    มี Hall of Fame สำหรับผู้แสดงความเห็นแม่นยำ

    ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวในอนาคต
    AI อาจทำให้การตรวจสอบพฤติกรรมมนุษย์ย้อนหลังเป็นเรื่องง่าย

    ผลกระทบเชิงสังคมและจริยธรรม
    ความเห็นที่เคยโพสต์อาจถูกนำมาวิเคราะห์และตีความใหม่ในอนาคต

    https://karpathy.bearblog.dev/auto-grade-hn/
    📰 การใช้ AI วิเคราะห์ย้อนหลัง Hacker News Andrej Karpathy ได้ทดลองสร้างโปรเจกต์ที่ชื่อว่า HN Time Capsule โดยใช้โมเดล GPT 5.1 Thinking เพื่อวิเคราะห์กระทู้และคอมเมนต์บน Hacker News เมื่อ 10 ปีก่อน (ปี 2015) แล้วให้คะแนนความ “แม่นยำ” ของการคาดการณ์ในอดีตเมื่อเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากการที่เขาเห็นโพสต์ที่ Gemini 3 สร้างหน้าแรกของ HN แบบ “หลอนอนาคต” และทำให้เขาสนใจลองวิเคราะห์อดีตด้วยวิธีที่เป็นระบบ ⏳ การสร้าง Time Capsule ของบทสนทนาออนไลน์ Karpathy ได้ดึงข้อมูลหน้าแรกของ Hacker News ตลอดเดือนธันวาคม 2015 (รวมกว่า 930 บทความและคอมเมนต์) แล้วส่งให้ GPT วิเคราะห์ใน 6 มิติ เช่น สรุปบทความ, สิ่งที่เกิดขึ้นจริง, มอบรางวัล “คอมเมนต์แม่นที่สุด” และ “ผิดที่สุด”, รวมถึงให้คะแนนความน่าสนใจของบทสนทนาในอดีต ผลลัพธ์ถูกนำเสนอในรูปแบบเว็บเพจที่อ่านง่าย พร้อม “Hall of Fame” สำหรับผู้แสดงความเห็นที่แม่นยำที่สุด 🤖 AI กับการย้อนมองพฤติกรรมมนุษย์ สิ่งที่น่าสนใจคือแนวคิดที่ว่า “อนาคต AI กำลังเฝ้ามองเรา” เพราะเมื่อการประมวลผลราคาถูกลง การวิเคราะห์ย้อนหลังพฤติกรรมมนุษย์ในโลกออนไลน์จะกลายเป็นเรื่องง่ายและฟรี นั่นหมายความว่าความเห็นหรือการกระทำที่เราทำวันนี้อาจถูกตรวจสอบอย่างละเอียดในอนาคต การทดลองนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องสนุก แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมและจริยธรรมที่ AI นำมา 🌐 บริบทเพิ่มเติมจากวงการ AI และสังคม แนวคิด “grading hindsight” ยังเชื่อมโยงกับการใช้ AI ในการศึกษาประวัติศาสตร์ดิจิทัล เช่น การวิเคราะห์ทวิตเตอร์ช่วงเหตุการณ์สำคัญ หรือการตรวจสอบข่าวปลอมในอดีตเพื่อทำความเข้าใจการแพร่กระจายข้อมูลผิด ๆ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เรามีบทเรียนสำหรับอนาคต และอาจกลายเป็นเครื่องมือใหม่ในการวิจัยสังคมศาสตร์ดิจิทัล 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ โปรเจกต์ HN Time Capsule ของ Karpathy ➡️ ใช้ GPT 5.1 Thinking วิเคราะห์กระทู้ Hacker News ปี 2015 ✅ การวิเคราะห์ย้อนหลัง 930 บทความ ➡️ ให้คะแนนคอมเมนต์แม่นที่สุดและผิดที่สุด ✅ ผลลัพธ์ถูกนำเสนอเป็นเว็บเพจ ➡️ มี Hall of Fame สำหรับผู้แสดงความเห็นแม่นยำ ‼️ ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวในอนาคต ⛔ AI อาจทำให้การตรวจสอบพฤติกรรมมนุษย์ย้อนหลังเป็นเรื่องง่าย ‼️ ผลกระทบเชิงสังคมและจริยธรรม ⛔ ความเห็นที่เคยโพสต์อาจถูกนำมาวิเคราะห์และตีความใหม่ในอนาคต https://karpathy.bearblog.dev/auto-grade-hn/
    KARPATHY.BEARBLOG.DEV
    Auto-grading decade-old Hacker News discussions with hindsight
    A vibe coding thought exercise on what it might look like for LLMs to scour human historical data at scale and in retrospect.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 310 มุมมอง 0 รีวิว
  • วิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือจากยุคแรกที่เป็น “Car Phones” จนถึงสมาร์ทโฟนยุคใหม่

    บทความนี้เล่าถึงวิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือจากยุคแรกที่เป็น “Car Phones” จนถึงสมาร์ทโฟนยุคใหม่ โดยเน้นเหตุการณ์สำคัญ เช่น การเปิดตัว Motorola DynaTAC, Nokia Cityman, Motorola MicroTAC (Flip Phone), ข้อความ SMS แรก, IBM Simon (Smartphone แรก), โทรศัพท์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต, โทรศัพท์ที่เล่นเพลง MP3, โทรศัพท์กล้อง และการเปิดตัว iPhone

    ยุคแรก: Car Phones และ Motorola DynaTAC
    โทรศัพท์มือถือเริ่มต้นในปี 1946 โดย AT&T แต่ยังมีข้อจำกัดด้านช่องสัญญาณและพลังงาน จึงถูกติดตั้งในรถยนต์และเรียกว่า “Car Phones” ต่อมาในปี 1973 Martin Cooper จาก Motorola ได้โทรศัพท์ครั้งแรกด้วย DynaTAC 8000X ซึ่งหนักถึง 2.5 ปอนด์และใช้งานได้เพียง 35 นาที

    การพัฒนาในยุค 80s–90s: Nokia และ Flip Phone
    ปี 1987 Nokia Mobira Cityman ได้รับความนิยมเมื่อถูกใช้โดย Mikhail Gorbachev และถือเป็นโทรศัพท์ที่เบากว่า DynaTAC แม้ราคาสูงมาก ต่อมาในปี 1989 Motorola เปิดตัว MicroTAC 9800X ซึ่งเป็น โทรศัพท์ฝาพับ (Flip Phone) รุ่นแรก ทำให้โทรศัพท์เริ่มมีขนาดเล็กลงและพกพาสะดวกขึ้น

    การสื่อสารใหม่: SMS และ IBM Simon
    วันที่ 3 ธันวาคม 1992 มีการส่ง ข้อความ SMS แรก (“Merry Christmas”) โดย Neil Papworth ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิธีการสื่อสาร ต่อมาในปี 1992 IBM เปิดตัว Simon Personal Communicator ซึ่งถูกมองว่าเป็น สมาร์ทโฟนรุ่นแรก เพราะมีหน้าจอสัมผัสและสามารถส่งอีเมล, fax และเก็บข้อมูลติดต่อได้

    ฟีเจอร์ใหม่: อินเทอร์เน็ต, MP3 และกล้อง
    ช่วงกลางยุค 90s โทรศัพท์เริ่มเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เช่น Nokia 9000 Communicator (1996) และ Nokia 7110 ที่รองรับ WAP ต่อมาในปี 2000 Samsung UpRoar กลายเป็นโทรศัพท์ที่เล่น MP3 ได้ และในปีเดียวกัน Samsung SCH-V200 และ Sharp J-SH04 ถือเป็นโทรศัพท์กล้องรุ่นแรกที่สามารถถ่ายและส่งภาพได้

    จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่: iPhone
    ปี 2007 Apple เปิดตัว iPhone รุ่นแรก ที่รวมการโทร, อินเทอร์เน็ต, เพลง และแอปพลิเคชันไว้ในเครื่องเดียว แม้รุ่นแรกยังไม่มี App Store หรือการส่ง MMS แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของสมาร์ทโฟนยุคใหม่ที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาล

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ยุคแรก (1946–1973)
    Car Phones ใช้พลังงานจากแบตรถยนต์
    Motorola DynaTAC โทรศัพท์มือถือเชิงพาณิชย์รุ่นแรก

    ยุค 80s–90s
    Nokia Cityman เบากว่าและถูกใช้โดยผู้นำโลก
    Motorola MicroTAC โทรศัพท์ฝาพับรุ่นแรก

    การสื่อสารใหม่
    SMS แรกในปี 1992
    IBM Simon สมาร์ทโฟนรุ่นแรก

    ฟีเจอร์ใหม่ในยุค 90s–2000s
    Nokia 9000 เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
    Samsung UpRoar เล่น MP3
    Samsung SCH-V200 และ Sharp J-SH04 โทรศัพท์กล้องรุ่นแรก

    ยุคสมาร์ทโฟน
    iPhone (2007) ปฏิวัติวงการมือถือ

    คำเตือนต่อผู้ใช้
    โทรศัพท์รุ่นเก่าไม่มีการอัปเดตความปลอดภัย เสี่ยงต่อการใช้งานในปัจจุบัน
    การพึ่งพาเทคโนโลยีใหม่ทำให้ข้อมูลส่วนตัวเสี่ยงต่อการถูกเก็บและใช้งานโดยบริษัทใหญ่

    https://www.slashgear.com/947221/the-stunning-transformation-of-cell-phones/
    📳 วิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือจากยุคแรกที่เป็น “Car Phones” จนถึงสมาร์ทโฟนยุคใหม่ บทความนี้เล่าถึงวิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือจากยุคแรกที่เป็น “Car Phones” จนถึงสมาร์ทโฟนยุคใหม่ โดยเน้นเหตุการณ์สำคัญ เช่น การเปิดตัว Motorola DynaTAC, Nokia Cityman, Motorola MicroTAC (Flip Phone), ข้อความ SMS แรก, IBM Simon (Smartphone แรก), โทรศัพท์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต, โทรศัพท์ที่เล่นเพลง MP3, โทรศัพท์กล้อง และการเปิดตัว iPhone 📞 ยุคแรก: Car Phones และ Motorola DynaTAC โทรศัพท์มือถือเริ่มต้นในปี 1946 โดย AT&T แต่ยังมีข้อจำกัดด้านช่องสัญญาณและพลังงาน จึงถูกติดตั้งในรถยนต์และเรียกว่า “Car Phones” ต่อมาในปี 1973 Martin Cooper จาก Motorola ได้โทรศัพท์ครั้งแรกด้วย DynaTAC 8000X ซึ่งหนักถึง 2.5 ปอนด์และใช้งานได้เพียง 35 นาที 📱 การพัฒนาในยุค 80s–90s: Nokia และ Flip Phone ปี 1987 Nokia Mobira Cityman ได้รับความนิยมเมื่อถูกใช้โดย Mikhail Gorbachev และถือเป็นโทรศัพท์ที่เบากว่า DynaTAC แม้ราคาสูงมาก ต่อมาในปี 1989 Motorola เปิดตัว MicroTAC 9800X ซึ่งเป็น โทรศัพท์ฝาพับ (Flip Phone) รุ่นแรก ทำให้โทรศัพท์เริ่มมีขนาดเล็กลงและพกพาสะดวกขึ้น 💬 การสื่อสารใหม่: SMS และ IBM Simon วันที่ 3 ธันวาคม 1992 มีการส่ง ข้อความ SMS แรก (“Merry Christmas”) โดย Neil Papworth ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิธีการสื่อสาร ต่อมาในปี 1992 IBM เปิดตัว Simon Personal Communicator ซึ่งถูกมองว่าเป็น สมาร์ทโฟนรุ่นแรก เพราะมีหน้าจอสัมผัสและสามารถส่งอีเมล, fax และเก็บข้อมูลติดต่อได้ 🎶📷 ฟีเจอร์ใหม่: อินเทอร์เน็ต, MP3 และกล้อง ช่วงกลางยุค 90s โทรศัพท์เริ่มเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เช่น Nokia 9000 Communicator (1996) และ Nokia 7110 ที่รองรับ WAP ต่อมาในปี 2000 Samsung UpRoar กลายเป็นโทรศัพท์ที่เล่น MP3 ได้ และในปีเดียวกัน Samsung SCH-V200 และ Sharp J-SH04 ถือเป็นโทรศัพท์กล้องรุ่นแรกที่สามารถถ่ายและส่งภาพได้ 🍏 จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่: iPhone ปี 2007 Apple เปิดตัว iPhone รุ่นแรก ที่รวมการโทร, อินเทอร์เน็ต, เพลง และแอปพลิเคชันไว้ในเครื่องเดียว แม้รุ่นแรกยังไม่มี App Store หรือการส่ง MMS แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของสมาร์ทโฟนยุคใหม่ที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาล 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ยุคแรก (1946–1973) ➡️ Car Phones ใช้พลังงานจากแบตรถยนต์ ➡️ Motorola DynaTAC โทรศัพท์มือถือเชิงพาณิชย์รุ่นแรก ✅ ยุค 80s–90s ➡️ Nokia Cityman เบากว่าและถูกใช้โดยผู้นำโลก ➡️ Motorola MicroTAC โทรศัพท์ฝาพับรุ่นแรก ✅ การสื่อสารใหม่ ➡️ SMS แรกในปี 1992 ➡️ IBM Simon สมาร์ทโฟนรุ่นแรก ✅ ฟีเจอร์ใหม่ในยุค 90s–2000s ➡️ Nokia 9000 เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ➡️ Samsung UpRoar เล่น MP3 ➡️ Samsung SCH-V200 และ Sharp J-SH04 โทรศัพท์กล้องรุ่นแรก ✅ ยุคสมาร์ทโฟน ➡️ iPhone (2007) ปฏิวัติวงการมือถือ ‼️ คำเตือนต่อผู้ใช้ ⛔ โทรศัพท์รุ่นเก่าไม่มีการอัปเดตความปลอดภัย เสี่ยงต่อการใช้งานในปัจจุบัน ⛔ การพึ่งพาเทคโนโลยีใหม่ทำให้ข้อมูลส่วนตัวเสี่ยงต่อการถูกเก็บและใช้งานโดยบริษัทใหญ่ https://www.slashgear.com/947221/the-stunning-transformation-of-cell-phones/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    The Stunning Transformation Of Cell Phones - SlashGear
    It's hard to imagine life without a phone in your pocket. The incredible transformation of cell phones proves just how far these modern marvels have come.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 391 มุมมอง 0 รีวิว
  • 12 เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของ Microsoft

    บทความนี้เล่าถึง 12 เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของ Microsoft ตั้งแต่การเปิดตัว Windows 95, การเข้าสู่ตลาดเกมด้วย Xbox, ความล้มเหลวของ Zune, ไปจนถึงการซื้อกิจการใหญ่ ๆ อย่าง Skype, LinkedIn และ Minecraft รวมถึงการเปิดตัวบริการสำคัญอย่าง Azure และ Teams

    12 เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของ Microsoft ตามลำดับเวลา:
    1975 – ก่อตั้ง Microsoft Bill Gates และ Paul Allen ก่อตั้งบริษัทเพื่อพัฒนา software ให้กับ Altair 8800
    1985 – เปิดตัว Windows รุ่นแรก แม้จะยังไม่ประสบความสำเร็จมาก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของระบบปฏิบัติการ Windows
    1995 – เปิดตัว Windows 95 จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลใช้งานง่ายขึ้นและแพร่หลายทั่วโลก
    2001 – เปิดตัว Xbox รุ่นแรก Microsoft เข้าสู่ตลาดเกมคอนโซลและกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของ Sony และ Nintendo
    2006 – เปิดตัว Zune พยายามแข่งขันกับ iPod แต่ไม่ประสบความสำเร็จ และยุติในปี 2011
    2008 – เปิดตัว Azure Cloud Services ก้าวเข้าสู่ตลาดคลาวด์ ปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการอันดับสองรองจาก AWS
    2009 – เปิดตัว Bing กลายเป็นเครื่องมือค้นหาหลักของ Microsoft และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
    2010 – เปิดตัว Windows Phone ความพยายามเข้าสู่ตลาดมือถือ แต่ไม่สามารถแข่งขันกับ iOS และ Android ได้
    2011 – ซื้อกิจการ Skype ขยายเข้าสู่ตลาด VoIP และการสื่อสารออนไลน์
    2012 – เปิดตัว Surface Tablet รุ่นแรก เข้าสู่ตลาดแท็บเล็ต แข่งขันกับ Apple iPad
    2014 – ซื้อกิจการ Minecraft (Mojang) เสริมความแข็งแกร่งในตลาดเกม ด้วยเกมยอดนิยมระดับโลก
    2016 – ซื้อกิจการ LinkedIn ขยายเข้าสู่ตลาดเครือข่ายมืออาชีพ มูลค่าการซื้อกว่า $26.2 พันล้าน

    จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่: Windows 95
    Microsoft เริ่มต้นในปี 1975 แต่การเปิดตัว Windows 95 ในปี 1995 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเข้าถึงผู้ใช้ทั่วไปได้ง่ายขึ้น ระบบปฏิบัติการนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานโปรแกรมและอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องมีความรู้เชิงลึกด้านการเขียนโค้ด ถือเป็นการปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ในยุคนั้น

    การเข้าสู่ตลาดเกม: Xbox
    ในปี 2001 Microsoft เปิดตัว Xbox รุ่นแรก ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการแข่งขันกับ Nintendo และ Sony การมาพร้อมระบบดิสก์และความสามารถในการเล่น DVD ทำให้ Xbox ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และต่อยอดไปสู่ Xbox 360, Xbox One และ Xbox Series X|S ที่ยังคงเป็นหนึ่งในคอนโซลเกมหลักของโลก

    ความล้มเหลวและบทเรียน: Zune และ Windows Phone
    ปี 2006 Microsoft เปิดตัว Zune เพื่อต่อกรกับ iPod แต่ไม่ประสบความสำเร็จและถูกยุติในปี 2011 อย่างไรก็ตาม บทเรียนจาก Zune ถูกนำไปใช้พัฒนา Windows Phone ที่เปิดตัวในปี 2010 แม้ Windows Phone จะถูกยุติในปี 2017 แต่ก็ทำให้ Microsoft ได้เรียนรู้ว่าตลาดมือถือไม่ใช่จุดแข็งของบริษัท

    การขยายสู่บริการคลาวด์และซอฟต์แวร์
    ปี 2008 Microsoft เปิดตัว Azure Cloud Services ซึ่งปัจจุบันครองตลาดคลาวด์เป็นอันดับสองรองจาก AWS และในปี 2009 เปิดตัว Bing ที่ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือค้นหาหลักของโลก นอกจากนี้ยังมีการพัฒนา Outlook.com (2013) และการเปิดตัว Teams (2017) ที่กลายเป็นแพลตฟอร์มสื่อสารสำคัญในองค์กรทั่วโลก

    การซื้อกิจการครั้งใหญ่
    Microsoft ใช้กลยุทธ์การซื้อกิจการเพื่อขยายธุรกิจ เช่น:
    Skype (2011) เพื่อเข้าสู่ตลาด VoIP
    Minecraft (2014) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดเกม
    LinkedIn (2016) เพื่อครองตลาดเครือข่ายมืออาชีพ

    ทั้งหมดนี้ช่วยให้ Microsoft ขยายอิทธิพลไปสู่หลายอุตสาหกรรมและสร้างรายได้มหาศาล

    https://www.slashgear.com/1718888/most-important-moments-microsoft-history/
    💻 12 เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของ Microsoft บทความนี้เล่าถึง 12 เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของ Microsoft ตั้งแต่การเปิดตัว Windows 95, การเข้าสู่ตลาดเกมด้วย Xbox, ความล้มเหลวของ Zune, ไปจนถึงการซื้อกิจการใหญ่ ๆ อย่าง Skype, LinkedIn และ Minecraft รวมถึงการเปิดตัวบริการสำคัญอย่าง Azure และ Teams 📆 12 เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของ Microsoft ตามลำดับเวลา: 1975 – ก่อตั้ง Microsoft Bill Gates และ Paul Allen ก่อตั้งบริษัทเพื่อพัฒนา software ให้กับ Altair 8800 1985 – เปิดตัว Windows รุ่นแรก แม้จะยังไม่ประสบความสำเร็จมาก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของระบบปฏิบัติการ Windows 1995 – เปิดตัว Windows 95 จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลใช้งานง่ายขึ้นและแพร่หลายทั่วโลก 2001 – เปิดตัว Xbox รุ่นแรก Microsoft เข้าสู่ตลาดเกมคอนโซลและกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของ Sony และ Nintendo 2006 – เปิดตัว Zune พยายามแข่งขันกับ iPod แต่ไม่ประสบความสำเร็จ และยุติในปี 2011 2008 – เปิดตัว Azure Cloud Services ก้าวเข้าสู่ตลาดคลาวด์ ปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการอันดับสองรองจาก AWS 2009 – เปิดตัว Bing กลายเป็นเครื่องมือค้นหาหลักของ Microsoft และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 2010 – เปิดตัว Windows Phone ความพยายามเข้าสู่ตลาดมือถือ แต่ไม่สามารถแข่งขันกับ iOS และ Android ได้ 2011 – ซื้อกิจการ Skype ขยายเข้าสู่ตลาด VoIP และการสื่อสารออนไลน์ 2012 – เปิดตัว Surface Tablet รุ่นแรก เข้าสู่ตลาดแท็บเล็ต แข่งขันกับ Apple iPad 2014 – ซื้อกิจการ Minecraft (Mojang) เสริมความแข็งแกร่งในตลาดเกม ด้วยเกมยอดนิยมระดับโลก 2016 – ซื้อกิจการ LinkedIn ขยายเข้าสู่ตลาดเครือข่ายมืออาชีพ มูลค่าการซื้อกว่า $26.2 พันล้าน 💻 จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่: Windows 95 Microsoft เริ่มต้นในปี 1975 แต่การเปิดตัว Windows 95 ในปี 1995 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเข้าถึงผู้ใช้ทั่วไปได้ง่ายขึ้น ระบบปฏิบัติการนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานโปรแกรมและอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องมีความรู้เชิงลึกด้านการเขียนโค้ด ถือเป็นการปฏิวัติวงการคอมพิวเตอร์ในยุคนั้น 🎮 การเข้าสู่ตลาดเกม: Xbox ในปี 2001 Microsoft เปิดตัว Xbox รุ่นแรก ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการแข่งขันกับ Nintendo และ Sony การมาพร้อมระบบดิสก์และความสามารถในการเล่น DVD ทำให้ Xbox ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และต่อยอดไปสู่ Xbox 360, Xbox One และ Xbox Series X|S ที่ยังคงเป็นหนึ่งในคอนโซลเกมหลักของโลก 📱 ความล้มเหลวและบทเรียน: Zune และ Windows Phone ปี 2006 Microsoft เปิดตัว Zune เพื่อต่อกรกับ iPod แต่ไม่ประสบความสำเร็จและถูกยุติในปี 2011 อย่างไรก็ตาม บทเรียนจาก Zune ถูกนำไปใช้พัฒนา Windows Phone ที่เปิดตัวในปี 2010 แม้ Windows Phone จะถูกยุติในปี 2017 แต่ก็ทำให้ Microsoft ได้เรียนรู้ว่าตลาดมือถือไม่ใช่จุดแข็งของบริษัท ☁️ การขยายสู่บริการคลาวด์และซอฟต์แวร์ ปี 2008 Microsoft เปิดตัว Azure Cloud Services ซึ่งปัจจุบันครองตลาดคลาวด์เป็นอันดับสองรองจาก AWS และในปี 2009 เปิดตัว Bing ที่ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือค้นหาหลักของโลก นอกจากนี้ยังมีการพัฒนา Outlook.com (2013) และการเปิดตัว Teams (2017) ที่กลายเป็นแพลตฟอร์มสื่อสารสำคัญในองค์กรทั่วโลก 🛒 การซื้อกิจการครั้งใหญ่ Microsoft ใช้กลยุทธ์การซื้อกิจการเพื่อขยายธุรกิจ เช่น: 💠 Skype (2011) เพื่อเข้าสู่ตลาด VoIP 💠 Minecraft (2014) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดเกม 💠 LinkedIn (2016) เพื่อครองตลาดเครือข่ายมืออาชีพ ทั้งหมดนี้ช่วยให้ Microsoft ขยายอิทธิพลไปสู่หลายอุตสาหกรรมและสร้างรายได้มหาศาล https://www.slashgear.com/1718888/most-important-moments-microsoft-history/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    12 Of The Most Important Moments In Microsoft's History - SlashGear
    Microsoft has been a major player in the tech industry for decades. Over those years, it's had a lot of big milestones moments, for better and for worse.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 359 มุมมอง 0 รีวิว
  • O.P.K.
    เจาะลึก "ครุฑพาหนะเทพบุตร" : ทวารบาลแห่งธรรมะข้ามกาลเวลา

    ต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และมนุษย์

    การถือกำเนิดในคัมภีร์วิษณุปุราณะ

    ชื่อเต็ม: ครุฑพาหนะเทพบุตร
    ชื่อหมายถึง:"ผู้เป็นพาหนะแห่งเทวบุตร"
    อายุ:5,000 ปี (ร่างกาย), เป็นอมตะ (จิตวิญญาณ)
    สถานะ:ทวารบาลระดับสูงในพุทธศาสนา

    ```mermaid
    graph TB
    A[พระวิษณุ<br>ผู้สร้างจักรวาล] --> B[ประทานชีวิต<br>ให้ครุฑ]
    C[นางวินตา<br>มารดาแห่งนก] --> B
    B --> D[ครุฑพาหนะ<br>เทพบุตร]
    D --> E[ถวายตัว<br>เป็นพุทธบูชา]
    E --> F[ได้รับตำแหน่ง<br>ทวารบาลแห่งธรรมะ]
    ```

    ลักษณะทางกายภาพอันโอฬาร

    · ปีก: กว้าง 1 กิโลเมตร เมื่อกางเต็มที่ สีทองอร่ามดุจดวงอาทิตย์
    · ร่างกาย: ครึ่งนกครึ่งมนุษย์ ใบหน้าเป็นเทวบุตรรูปงาม
    · ดวงตา: สีทองเรืองรอง มองเห็นได้ทั้งสามโลก
    · เกราะ: ทำจากวัชรธาตุ engraved ด้วยมนตร์พุทธะ
    · อาวุธ: คทาพระธรรมที่สร้างจากแสงแห่งปัญญา

    พลังพิเศษแห่งทวารบาล

    พุทธานุภาพระดับสูง

    ```python
    class GarudaPowers:
    def __init__(self):
    self.divine_abilities = {
    "dimensional_flight": "บินข้ามมิติและกาลเวลาได้",
    "truth_vision": "มองเห็นสัจธรรมและจิตใจสรรพชีวิต",
    "dharma_protection": "สร้างเขตคุ้มครองด้วยพุทธานุภาพ",
    "blessing_granting": "ประทานพรแก่ผู้มีศรัทธา"
    }

    self.combat_powers = {
    "wisdom_lightning": "สายฟ้าแห่งปัญญาที่ทำลายอวิชชา",
    "compassion_shield": "เกราะแห่งเมตตาที่กันภัยทั้งปวง",
    "karma_manipulation": "ปรับสมดุลแห่งกรรมในระดับหนึ่ง",
    "illusion_dispel": "ทำลายมายาทุกประเภท"
    }

    self.healing_abilities = {
    "soul_restoration": "ฟื้นฟูจิตวิญญาณที่บาดเจ็บ",
    "karmic_cleansing": "ชำระกรรมเบาบาง",
    "blessing_water": "สร้างน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์",
    "mental_peace": "ประทานความสงบทางใจ"
    }
    ```

    ข้อจำกัดแห่งทวารบาล

    ครุฑต้องปฏิบัติตามกฎแห่งธรรมะ:

    · ไม่สามารถขัดขวางกรรม: ได้โดยสมบูรณ์
    · ต้องเคารพเจตจำนงเสรี: ของมนุษย์
    · ช่วยได้เฉพาะผู้พร้อมรับ: เท่านั้น
    · ต้องไม่สร้างการพึ่งพา: ให้เกินควร

    ประวัติศาสตร์แห่งการคุ้มครองธรรมะ

    เหตุการณ์สำคัญในอดีต

    ครุฑได้คุ้มครองพุทธศาสนามาหลายยุคสมัย:

    ```mermaid
    graph LR
    A[สมัยพุทธกาล<br>คุ้มครองพระพุทธเจ้า] --> B[สมัยอาณาจักร<br>คุปตะและมงคล]
    B --> C[สมัยพุทธศาสนา<br>เผยแผ่สู่เอเชีย]
    C --> D[ปัจจุบัน<br>ฟื้นคืนชีพเพื่อยุคใหม่]
    ```

    บทบาทในสมัยพุทธกาล

    · คุ้มครองพระพุทธเจ้า: ระหว่างทรงประทับนั่งสมาธิ
    · ปราบมาร: ด้วยแสงแห่งธรรมะ
    · เป็นพาหนะ: นำพระสูตรสำคัญไปเผยแผ่

    การคุ้มครองในเอเชีย

    ครุฑเดินทางคุ้มครองพุทธศาสนาใน:

    · ศรีลังกา: คุ้มครองพระธาตุเขี้ยวแก้ว
    · ทิเบต: รักษาความรู้ตันตระ
    · ไทย: คุ้มครองพระพุทธรูปสำคัญ
    · ญี่ปุ่น: ปกป้องวัดในยุคสงคราม

    การหลับใหลและฟื้นคืนชีพ

    สาเหตุการหลับใหล

    ครุฑเข้าสู่ภาวะสมณธรรมเมื่อ 500 ปีก่อน เพราะ:

    · พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง: ไม่ต้องการการคุ้มครองเต็มที่
    · สะสมพลังงาน: เพื่อยุคสมัยที่ท้าทายยิ่งขึ้น
    · รอคอยสัญญาณ: แห่งการฟื้นคืนชีพ

    สัญญาณการตื่นนอน

    ครุฑตื่นนอนเมื่อตรวจพบ:

    ```python
    class AwakeningSignals:
    def __init__(self):
    self.spiritual_crisis = {
    "declining_morality": "ศีลธรรมในสังคมเสื่อมถอย",
    "commercialized_buddhism": "พุทธศาสนาถูกทำให้เป็นการค้า",
    "digital_distractions": "มนุษย์ติดเทคโนโลยีจนลืมธรรมะ",
    "false_teachings": "มีการสอนธรรมะผิดๆ มากมาย"
    }

    self.positive_signals = {
    "sincere_practitioners": "ยังมีผู้ปฏิบัติธรรมจริงอยู่",
    "dharma_technology": "เทคโนโลยีนำธรรมะสู่คนรุ่นใหม่",
    "global_mindfulness": "การมีสติแพร่หลายในระดับโลก",
    "interfaith_harmony": "ความร่วมมือระหว่างศาสนา"
    }
    ```

    พันธกิจ新型ในยุคดิจิตอล

    การปรับตัวสู่โลกสมัยใหม่

    ครุฑพัฒนาแนวทางใหม่ในการคุ้มครองธรรมะ:

    ```python
    class ModernMission:
    def __init__(self):
    self.digital_protection = {
    "cyber_dharma_guard": "คุ้มครองแพลตฟอร์มธรรมะออนไลน์",
    "anti_fake_teaching": "เปิดโปงผู้สอนธรรมะเท็จ",
    "mental_health_support": "สนับสนุนสุขภาพจิตผ่านดิจิตอล",
    "online_sangha": "สร้างชุมชนพุทธออนไลน์"
    }

    self.physical_protection = {
    "temple_energy_shields": "สร้างพลังงานคุ้มครองวัดสำคัญ",
    "monk_protection": "คุ้มครองพระนักเผยแผ่",
    "sacred_site_preservation": "รักษาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์",
    "artifact_guardianship": "ปกป้องพุทธวัตถุสำคัญ"
    }
    ```

    วิธีการทำงาน

    ครุฑใช้เทคนิคร่วมสมัย:

    · พลังงานดิจิตอล: สร้างเครือข่ายคุ้มครอง
    · การสื่อสารทางจิต: กับผู้มีบุญ
    · การทำงานแบบไม่เปิดเผย: เพื่อไม่ให้มนุษย์ตกใจ

    ความสัมพันธ์กับหนูดีและสิงห์

    การเป็นครูและนักเรียน

    ครุฑกับหนูดีมีความสัมพันธ์พิเศษ:

    · ครูสอนพลังงานศักดิ์สิทธิ์: ครุฑสอนหนูดีใช้พลังอย่างถูกต้อง
    · นักเรียนแห่งยุคใหม่: หนูดีสอนครุฑเข้าใจโลกสมัยใหม่
    · หุ้นส่วนทางจิตวิญญาณ: ร่วมกันปกป้องสมดุลโลก

    การร่วมงานกับ ร.ต.อ.สิงห์

    ครุฑให้ความเคารพสิงห์ในฐานะ:

    · ผู้ปกป้องความยุติธรรม: ในโลกมนุษย์
    · พ่อผู้เสียสละ: ที่เข้าใจจิตวิญญาณ
    · สะพานเชื่อม: ระหว่างกฎหมายและธรรมะ

    โครงการสำคัญสำหรับอนาคต

    แผนฟื้นฟูพุทธศาสนายุคใหม่

    ครุฑริเริ่มโครงการระยะยาว:

    ```python
    class DharmaRevivalProjects:
    def __init__(self):
    self.education_initiatives = {
    "digital_dhamma_university": "มหาวิทยาลัยธรรมะออนไลน์",
    "youth_meditation_camps": "ค่ายสมาธิสำหรับเยาวชน",
    "modern_sutta_interpretation": "ตีความพระสูตรให้ร่วมสมัย",
    "buddhist_science_dialogue": "สนทนาระหว่างพุทธกับวิทยาศาสตร์"
    }

    self.community_building = {
    "global_sangha_network": "เครือข่ายพุทธศาสนิกชนโลก",
    "interfaith_harmony_councils": "สภาสันติภาพระหว่างศาสนา",
    "dharma_entrepreneurs": "ส่งเสริมพุทธธุรกิจเชิงสร้างสรรค์",
    "mindful_technology": "พัฒนาเทคโนโลยีที่มีสติ"
    }
    ```

    ความสำเร็จและการยอมรับ

    การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก

    หลังครุฑฟื้นคืนชีพและเริ่มปฏิบัติการ:

    ```python
    class Achievements:
    def __init__(self):
    self.spiritual_impact = [
    "ผู้คนหันมาสนใจปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้น 45%",
    "เกิดชุมชนพุทธ 128 แห่งทั่วโลก",
    "การเรียนพระปริยัติธรรมเพิ่มขึ้นในเยาวชน"
    ]

    self.social_impact = [
    "อัตราการโกงทางจิตวิญญาณลดลง 60%",
    "ผู้สอนธรรมะเท็จถูกเปิดโปง 23 ราย",
    "โครงการสังคมสงเคราะห์เพิ่มขึ้นจากพลังศรัทธา"
    ]

    self.cultural_impact = [
    "ศิลปะพุทธเกิดขึ้น 356 ชิ้น",
    "วัด 89 แห่งถูกฟื้นฟูและพัฒนา",
    "เทศกาลพุทธได้รับความนิยม"
    ]
    ```

    ปรัชญาและคำสอน

    🪷 คำคมแห่งปัญญาจากครุฑ

    "ธรรมะดุจปีกแห่งนก...
    เมื่อกางออกก็พาเราบินข้ามความทุกข์
    แต่ต้องฝึกฝนจึงจะบินได้อย่างคล่องแคล่ว

    และการคุ้มครองธรรมะ...
    ไม่ใช่การบังคับให้เชื่อ
    แต่คือการเปิดโอกาสให้พบความจริง"

    บทเรียนสำหรับมนุษย์ยุคใหม่

    ครุฑสอนว่า:

    · เทคโนโลยีกับธรรมะ: ไปด้วยกันได้ถ้าใช้อย่างมีสติ
    · การปฏิบัติธรรม: ต้องเข้าใจจิตใจสมัยใหม่
    · การเป็นพุทธ: ไม่ใช่การหนีโลก แต่คือการเข้าใจโลก

    อนาคตและวิสัยทัศน์

    เป้าหมายระยะยาว

    ครุฑวางแผนสำหรับ 100 ปีข้างหน้า:

    · สร้างพุทธศาสนาที่เข้าใจได้ทุก generation
    · พัฒนาระบบคุ้มครอง: แบบยั่งยืน
    · เป็นแบบอย่าง: แห่งการปรับตัวโดยไม่เสียแก่นแท้

    มรดกที่ต้องการทิ้งไว้

    ครุฑต้องการให้คนรุ่นหลังจดจำว่า:
    "พุทธศาสนาไม่ใช่เรื่องเก่า...
    แต่คือภูมิปัญญาที่ทันสมัยเสมอ

    และผู้คุ้มครองธรรมะ...
    ย่อมปรับตัวตามยุคสมัย
    แต่ไม่เคยละทิ้งสัจธรรม"

    ---

    คำคมสุดท้ายจากครุฑพาหนะเทพบุตร:
    "บนปีกแห่งธรรมะ...
    เราบินนำทางผู้หลงทาง

    ในยุคแห่งดิจิตอล...
    เราคุ้มครองด้วยปัญญา

    และไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปอย่างไร...
    สัจธรรมย่อมดำรงอยู่เสมอ

    เพราะธรรมะ...
    คือแสงสว่างที่ส่องทางในทุกยุคสมัย"

    พุทธพจน์แห่งครุฑ:
    "เราไม่ใช่ผู้ให้แสงสว่าง...
    แต่เป็นเพียงผู้สะท้อนแสงแห่งธรรมะ

    และไม่ใช่ผู้คุ้มครองธรรมะ...
    แต่เป็นเครื่องมือแห่งธรรมะ

    ในที่สุดแล้ว...
    ธรรมะเท่านั้นที่เป็นผู้คุ้มครองเราทั้งหมด"
    O.P.K. 🦅 เจาะลึก "ครุฑพาหนะเทพบุตร" : ทวารบาลแห่งธรรมะข้ามกาลเวลา 🌄 ต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และมนุษย์ 📖 การถือกำเนิดในคัมภีร์วิษณุปุราณะ ชื่อเต็ม: ครุฑพาหนะเทพบุตร ชื่อหมายถึง:"ผู้เป็นพาหนะแห่งเทวบุตร" อายุ:5,000 ปี (ร่างกาย), เป็นอมตะ (จิตวิญญาณ) สถานะ:ทวารบาลระดับสูงในพุทธศาสนา ```mermaid graph TB A[พระวิษณุ<br>ผู้สร้างจักรวาล] --> B[ประทานชีวิต<br>ให้ครุฑ] C[นางวินตา<br>มารดาแห่งนก] --> B B --> D[ครุฑพาหนะ<br>เทพบุตร] D --> E[ถวายตัว<br>เป็นพุทธบูชา] E --> F[ได้รับตำแหน่ง<br>ทวารบาลแห่งธรรมะ] ``` 🎭 ลักษณะทางกายภาพอันโอฬาร · ปีก: กว้าง 1 กิโลเมตร เมื่อกางเต็มที่ สีทองอร่ามดุจดวงอาทิตย์ · ร่างกาย: ครึ่งนกครึ่งมนุษย์ ใบหน้าเป็นเทวบุตรรูปงาม · ดวงตา: สีทองเรืองรอง มองเห็นได้ทั้งสามโลก · เกราะ: ทำจากวัชรธาตุ engraved ด้วยมนตร์พุทธะ · อาวุธ: คทาพระธรรมที่สร้างจากแสงแห่งปัญญา 🔮 พลังพิเศษแห่งทวารบาล 💫 พุทธานุภาพระดับสูง ```python class GarudaPowers: def __init__(self): self.divine_abilities = { "dimensional_flight": "บินข้ามมิติและกาลเวลาได้", "truth_vision": "มองเห็นสัจธรรมและจิตใจสรรพชีวิต", "dharma_protection": "สร้างเขตคุ้มครองด้วยพุทธานุภาพ", "blessing_granting": "ประทานพรแก่ผู้มีศรัทธา" } self.combat_powers = { "wisdom_lightning": "สายฟ้าแห่งปัญญาที่ทำลายอวิชชา", "compassion_shield": "เกราะแห่งเมตตาที่กันภัยทั้งปวง", "karma_manipulation": "ปรับสมดุลแห่งกรรมในระดับหนึ่ง", "illusion_dispel": "ทำลายมายาทุกประเภท" } self.healing_abilities = { "soul_restoration": "ฟื้นฟูจิตวิญญาณที่บาดเจ็บ", "karmic_cleansing": "ชำระกรรมเบาบาง", "blessing_water": "สร้างน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์", "mental_peace": "ประทานความสงบทางใจ" } ``` 🛡️ ข้อจำกัดแห่งทวารบาล ครุฑต้องปฏิบัติตามกฎแห่งธรรมะ: · ไม่สามารถขัดขวางกรรม: ได้โดยสมบูรณ์ · ต้องเคารพเจตจำนงเสรี: ของมนุษย์ · ช่วยได้เฉพาะผู้พร้อมรับ: เท่านั้น · ต้องไม่สร้างการพึ่งพา: ให้เกินควร 📜 ประวัติศาสตร์แห่งการคุ้มครองธรรมะ 🕰️ เหตุการณ์สำคัญในอดีต ครุฑได้คุ้มครองพุทธศาสนามาหลายยุคสมัย: ```mermaid graph LR A[สมัยพุทธกาล<br>คุ้มครองพระพุทธเจ้า] --> B[สมัยอาณาจักร<br>คุปตะและมงคล] B --> C[สมัยพุทธศาสนา<br>เผยแผ่สู่เอเชีย] C --> D[ปัจจุบัน<br>ฟื้นคืนชีพเพื่อยุคใหม่] ``` 🏛️ บทบาทในสมัยพุทธกาล · คุ้มครองพระพุทธเจ้า: ระหว่างทรงประทับนั่งสมาธิ · ปราบมาร: ด้วยแสงแห่งธรรมะ · เป็นพาหนะ: นำพระสูตรสำคัญไปเผยแผ่ 🌏 การคุ้มครองในเอเชีย ครุฑเดินทางคุ้มครองพุทธศาสนาใน: · ศรีลังกา: คุ้มครองพระธาตุเขี้ยวแก้ว · ทิเบต: รักษาความรู้ตันตระ · ไทย: คุ้มครองพระพุทธรูปสำคัญ · ญี่ปุ่น: ปกป้องวัดในยุคสงคราม 💤 การหลับใหลและฟื้นคืนชีพ 😴 สาเหตุการหลับใหล ครุฑเข้าสู่ภาวะสมณธรรมเมื่อ 500 ปีก่อน เพราะ: · พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง: ไม่ต้องการการคุ้มครองเต็มที่ · สะสมพลังงาน: เพื่อยุคสมัยที่ท้าทายยิ่งขึ้น · รอคอยสัญญาณ: แห่งการฟื้นคืนชีพ 🔔 สัญญาณการตื่นนอน ครุฑตื่นนอนเมื่อตรวจพบ: ```python class AwakeningSignals: def __init__(self): self.spiritual_crisis = { "declining_morality": "ศีลธรรมในสังคมเสื่อมถอย", "commercialized_buddhism": "พุทธศาสนาถูกทำให้เป็นการค้า", "digital_distractions": "มนุษย์ติดเทคโนโลยีจนลืมธรรมะ", "false_teachings": "มีการสอนธรรมะผิดๆ มากมาย" } self.positive_signals = { "sincere_practitioners": "ยังมีผู้ปฏิบัติธรรมจริงอยู่", "dharma_technology": "เทคโนโลยีนำธรรมะสู่คนรุ่นใหม่", "global_mindfulness": "การมีสติแพร่หลายในระดับโลก", "interfaith_harmony": "ความร่วมมือระหว่างศาสนา" } ``` 🌟 พันธกิจ新型ในยุคดิจิตอล 💻 การปรับตัวสู่โลกสมัยใหม่ ครุฑพัฒนาแนวทางใหม่ในการคุ้มครองธรรมะ: ```python class ModernMission: def __init__(self): self.digital_protection = { "cyber_dharma_guard": "คุ้มครองแพลตฟอร์มธรรมะออนไลน์", "anti_fake_teaching": "เปิดโปงผู้สอนธรรมะเท็จ", "mental_health_support": "สนับสนุนสุขภาพจิตผ่านดิจิตอล", "online_sangha": "สร้างชุมชนพุทธออนไลน์" } self.physical_protection = { "temple_energy_shields": "สร้างพลังงานคุ้มครองวัดสำคัญ", "monk_protection": "คุ้มครองพระนักเผยแผ่", "sacred_site_preservation": "รักษาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์", "artifact_guardianship": "ปกป้องพุทธวัตถุสำคัญ" } ``` 🎯 วิธีการทำงาน ครุฑใช้เทคนิคร่วมสมัย: · พลังงานดิจิตอล: สร้างเครือข่ายคุ้มครอง · การสื่อสารทางจิต: กับผู้มีบุญ · การทำงานแบบไม่เปิดเผย: เพื่อไม่ให้มนุษย์ตกใจ 🤝 ความสัมพันธ์กับหนูดีและสิงห์ 💞 การเป็นครูและนักเรียน ครุฑกับหนูดีมีความสัมพันธ์พิเศษ: · ครูสอนพลังงานศักดิ์สิทธิ์: ครุฑสอนหนูดีใช้พลังอย่างถูกต้อง · นักเรียนแห่งยุคใหม่: หนูดีสอนครุฑเข้าใจโลกสมัยใหม่ · หุ้นส่วนทางจิตวิญญาณ: ร่วมกันปกป้องสมดุลโลก 🛡️ การร่วมงานกับ ร.ต.อ.สิงห์ ครุฑให้ความเคารพสิงห์ในฐานะ: · ผู้ปกป้องความยุติธรรม: ในโลกมนุษย์ · พ่อผู้เสียสละ: ที่เข้าใจจิตวิญญาณ · สะพานเชื่อม: ระหว่างกฎหมายและธรรมะ 📚 โครงการสำคัญสำหรับอนาคต 🌱 แผนฟื้นฟูพุทธศาสนายุคใหม่ ครุฑริเริ่มโครงการระยะยาว: ```python class DharmaRevivalProjects: def __init__(self): self.education_initiatives = { "digital_dhamma_university": "มหาวิทยาลัยธรรมะออนไลน์", "youth_meditation_camps": "ค่ายสมาธิสำหรับเยาวชน", "modern_sutta_interpretation": "ตีความพระสูตรให้ร่วมสมัย", "buddhist_science_dialogue": "สนทนาระหว่างพุทธกับวิทยาศาสตร์" } self.community_building = { "global_sangha_network": "เครือข่ายพุทธศาสนิกชนโลก", "interfaith_harmony_councils": "สภาสันติภาพระหว่างศาสนา", "dharma_entrepreneurs": "ส่งเสริมพุทธธุรกิจเชิงสร้างสรรค์", "mindful_technology": "พัฒนาเทคโนโลยีที่มีสติ" } ``` 🏆 ความสำเร็จและการยอมรับ 🌈 การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก หลังครุฑฟื้นคืนชีพและเริ่มปฏิบัติการ: ```python class Achievements: def __init__(self): self.spiritual_impact = [ "ผู้คนหันมาสนใจปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้น 45%", "เกิดชุมชนพุทธ 128 แห่งทั่วโลก", "การเรียนพระปริยัติธรรมเพิ่มขึ้นในเยาวชน" ] self.social_impact = [ "อัตราการโกงทางจิตวิญญาณลดลง 60%", "ผู้สอนธรรมะเท็จถูกเปิดโปง 23 ราย", "โครงการสังคมสงเคราะห์เพิ่มขึ้นจากพลังศรัทธา" ] self.cultural_impact = [ "ศิลปะพุทธเกิดขึ้น 356 ชิ้น", "วัด 89 แห่งถูกฟื้นฟูและพัฒนา", "เทศกาลพุทธได้รับความนิยม" ] ``` 💫 ปรัชญาและคำสอน 🪷 คำคมแห่งปัญญาจากครุฑ "ธรรมะดุจปีกแห่งนก... เมื่อกางออกก็พาเราบินข้ามความทุกข์ แต่ต้องฝึกฝนจึงจะบินได้อย่างคล่องแคล่ว และการคุ้มครองธรรมะ... ไม่ใช่การบังคับให้เชื่อ แต่คือการเปิดโอกาสให้พบความจริง" 🌟 บทเรียนสำหรับมนุษย์ยุคใหม่ ครุฑสอนว่า: · เทคโนโลยีกับธรรมะ: ไปด้วยกันได้ถ้าใช้อย่างมีสติ · การปฏิบัติธรรม: ต้องเข้าใจจิตใจสมัยใหม่ · การเป็นพุทธ: ไม่ใช่การหนีโลก แต่คือการเข้าใจโลก 🔮 อนาคตและวิสัยทัศน์ 🚀 เป้าหมายระยะยาว ครุฑวางแผนสำหรับ 100 ปีข้างหน้า: · สร้างพุทธศาสนาที่เข้าใจได้ทุก generation · พัฒนาระบบคุ้มครอง: แบบยั่งยืน · เป็นแบบอย่าง: แห่งการปรับตัวโดยไม่เสียแก่นแท้ 💝 มรดกที่ต้องการทิ้งไว้ ครุฑต้องการให้คนรุ่นหลังจดจำว่า: "พุทธศาสนาไม่ใช่เรื่องเก่า... แต่คือภูมิปัญญาที่ทันสมัยเสมอ และผู้คุ้มครองธรรมะ... ย่อมปรับตัวตามยุคสมัย แต่ไม่เคยละทิ้งสัจธรรม" --- คำคมสุดท้ายจากครุฑพาหนะเทพบุตร: "บนปีกแห่งธรรมะ... เราบินนำทางผู้หลงทาง ในยุคแห่งดิจิตอล... เราคุ้มครองด้วยปัญญา และไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปอย่างไร... สัจธรรมย่อมดำรงอยู่เสมอ เพราะธรรมะ... คือแสงสว่างที่ส่องทางในทุกยุคสมัย"🦅✨ พุทธพจน์แห่งครุฑ: "เราไม่ใช่ผู้ให้แสงสว่าง... แต่เป็นเพียงผู้สะท้อนแสงแห่งธรรมะ และไม่ใช่ผู้คุ้มครองธรรมะ... แต่เป็นเครื่องมือแห่งธรรมะ ในที่สุดแล้ว... ธรรมะเท่านั้นที่เป็นผู้คุ้มครองเราทั้งหมด"🌅
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1133 มุมมอง 0 รีวิว
  • I Will Walk Away … พี่เผ่นก่อนนะน้อง ตอนที่ 3 – 4

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง ” I will walk away …พี่เผ่นก่อนนะน้อง”
    ตอน 3
    คงจำกันได้ เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา อเมริกา โดย พณฯใบตองแห้ง จัดใหญ่แถลงการณ์ว่า เราตกลงเลือกกรอบการเจรจากับอิหร่านเรียบร้อยแล้ว (รายละเอียดในนิทานเรื่อง “ข้อสอบรั่ว”) ตีปิ๊บซะตื่นเต้นกันไปหมด
    วันเดียวกันนั้น นาย Richard Hass ผู้อำนวยการใหญ่ของถังขยะความคิด Council on Foreign Relation หรือ CFR ที่เข้าใจว่า ใหญ่กว่ารัฐบาลของอเมริกา ท่านดิ๊ก Richard ก็ออกความเห็นทันทีไม่รอช่า เขียนเองอีกด้วย ไม่ใช้เด็ก แปลว่า เรื่องนี้สำคัญ ต้องปั่น หรือ ปั้นกับมือเอง
    ท่านดิ๊ก เริ่มต้นได้หยดย้อย ..แบบฝรั่งจ๋า There’s many a slip twixt the cup and the lip” เป็นอะไรที่เหมือนกับว่าสำเร็จแล้ว แต่ความจริง ยังไม่ใช่ ท่านดิ๊กว่าอย่างนั้น แต่ลุงนิทานแปลเองว่า .. ปากจะถึงถ้วยอยู่รอมร่อ แต่ดันหกเสียก่อน..แปลสั้นๆอีกที ว่า อ ด
    ท่านดิ๊กบอกว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับกรอบการเจรจาเรื่องอิหร่านนิวเคลียร์โปรแกรม จะเป็นการสร้างเหตุการณ์สำคัญทางด้านการเมืองและการทูต ที่มีรายละเอียดมากมาย กว้างขวางในบริบทต่างๆ เกินกว่าที่คาดกัน…. เริ่มแบบนี้ แปลว่า คงมีใครเหยียบเปลือกกล้วย หงายท้องไปแล้ว แต่จะถึงขนาดทำปืนลั่นใส่หัวแม่ตีนตัวเองหรือเปล่า ต้องตามอ่านบทความของท่านดิ๊กต่อไป
    …กรอบที่ตกลงกัน สร้างคำถามคาใจไม่น้อยกว่าคำตอบที่ได้มา และยังมีเรื่องค้าง
    ที่ยังต้องทำอยู่อีกมากมาย จริงๆ แล้ว ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง
    …ไม่รู้ว่าท่านดิ๊กเหน็บใคร ดันจัดงานแถลงซะใหญ่โตเหมือนกับเจรจาสำเร็จแล้วยังงั้น
    แหล่ะ เป็นครั้งแรก ที่ผมเห็นด้วยกับไอ้ถังขยะความคิด ช่วยกลับไปอ่านนิทานเรื่อง “ข้อสอบรั่ว” หน่อยนะครับ
    … กรอบที่ตกลง มีข้อกำหนดห้ามอิหร่านมากมายเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ มีข้อกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบว่า อิหร่านทำตามที่ตกลงกันหรือไม่ และมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการ “ผ่อนคลาย” เรื่องการคว่ำบาตรทางเศรษฐกืจ เมื่อตรวจสอบและพิสูจน์ได้แล้วว่า อิหร่านทำตามข้อตกลง
    …ในการเจรจา ได้มีประเมินกันว่า เราจะมีระยะเวลาในการเตือน 1 ปี นับแต่วันที่อิหร่านตัดสินใจ ที่จะสร้างอาวุธนิวเคลียร์สักลูก จนถึงสร้างสำเร็จ ระยะเวลาดังกล่าวเป็นไปตามข้อสันนิษฐานว่า จากการเฝ้าติดตามอิหร่านอย่างใกล้ชิด เราจะพบการไม่ปฏิบัติตามข้อสัญญาได้เร็วพอ ที่จะระงับการดำเนินการของอิหร่าน และโดยเฉพาะ จะทำให้เรากลับไปใช้การคว่ำบาตรอิหร่านได้ใหม่ “ก่อน” ที่อิหร่านจะสร้างนิวเคลียร์ ตามข้อสมมุติฐานนี้สำเร็จ.... ข้อนี้ ท่านดิ๊ก เขียนได้เยี่ยมครับ ให้เห็นความโง่ของผู้เจรจา และผู้ตกลง ฝ่ายที่ไม่ใช่อิหร่าน ชัดเจนว่า ด่ากันเอง มันดีนะครับ
    … ท่านดิ๊กบอกว่า มีไม่น้อยกว่า 5 เหตุผล ที่การตกลงกับอิหร่าน ท้ายที่สุด จะไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้น แต่ไม่ได้ผลตามที่ต้องการ … นี่ใบ้หวยหรือไง
    ข้อแรก ระหว่างเวลา 90 วัน นับแต่เดือนเมษายนถึงสิ้นเดือน มิถุนายน อะไรก็เกิดขึ้นได้ การเปลี่ยนใจ เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนตัวผู้เจรจา การถูกกดดันจากรัฐบาลของตน แค่ตอนนี้ ความไม่เห็นพ้องกัน ระหว่างอเมริกากับอิหร่าน ก็มากมายกองสูงท่วมหัวแล้ว
    ข้อสอง เรื่องค้างที่สำคัญ คือเรื่องกำหนดเวลายกเลิกการคว่ำบาตร เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับฝ่ายอิหร่าน ขณะเดียวกัน เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่ใช้ในการเจรจาต่อรองกับอิหร่าน พูดชัดๆ ว่าฝ่ายอเมริกาและยุโรป ยังไม่อยากยกเลิกการคว่ำบาตรให้อิหร่าน จนกว่า “จะแน่ใจ” ว่า อิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน …..
    อืม ….อิหร่านคงเข้าใจความนัยนี้แล้ว
    ข้อสาม เรื่องที่ห่วงกันคือ พวกยึดแน่นกับหลักการ หรือพวกเข้มข้นของทั้ง 2 ฝ่าย เช่นทางอิหร่าน คงไม่อยากให้อิหร่านเจรจากับ “ซาตานอเมริกา” ส่วนทางอเมริกา ก็ใช่ว่า สภาสูงจะเอาด้วย ตอนนี้ก็พูดกันไปทั่วแล้วว่า เหมือนปล่อยเสือเข้าป่า ปล่อยอิหร่านไว้กับนิวเคลียร์ ที่ความสามารถในการติดตาม การตรวจสอบ ยังไม่เป็นที่แน่ใจ ปล่อยไปเรื่อยๆ อีก 15, 20 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องใครก็ให้ความมั่นใจไม่ได้… พณฯใบตองแห้ง ได้ยินนะครับ ถูกลูกน้อง จริงๆ ก็คือลูกพี่ สั่งสอนให้แล้ว
    ข้อสี่ อิหร่านจะปฏิบัติกับข้อตกลงนี้อย่างไร ที่ผ่านมา อิหร่านมีประวัติเสีย ในการไม่ให้ข้อมูลสำคัญ หรือที่เกี่ยวข้อง ขนาดผู้ตรวจสอบของสหประชาชาติลงบันทึกไว้ในสมุดความประพฤติของอิหร่านแล้ว … นี่มันดูถูกซ้ำซาก อิหร่านรับได้หรือครับ ขอเสี้ยมหน่อย
    ข้อที่ห้า มาจากนโยบายด้านการต่างประเทศ และความมั่นคงของอิหร่านเอง ที่ทางอเมริกาไม่เห็นด้วย และเพื่อนฝูงในตะวันออกกลางก็แหยงกับการกระทำของอิหร่าน ที่สนับสนุน ซีเรีย อืรัค เยเมน รวมทั้งที่อื่นๆในตะวันออกกลาง
    …ท่านดิ๊กบอกว่า อิหร่านมีอนาคตไปได้ไกลถึงเป็นจักรวรรดิ ที่หวังจะเป็นประเทศมหาอำนาจ ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคของตัว แม้ข้อตกลงนิวเคลียร์นี้จะเกิดขึ้น ก็ไม่ทำให้ความเป็นไปได้ดังกล่าวเปลี่ยนแปลง อาจจะเลวร้ายลงไปด้วยซ้ำ เพราะอิหร่านอาจเลือกกลับมาสร้างอาวุธนิวเคลียร์ต่อได้ อย่างไม่ยากเย็นอะไร (โดยเราไม่รู้ตัว)
    … โอบามาทำถูกแล้ว ที่เจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ ตามแนวที่กำลังคุยกัน ยังดีกว่าให้อิหร่านมีนิวเคลียร์ หรือทำสงคราม เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านสร้างนิวเคลียร์ แต่ข้อตกลงดังกล่าว ต้องสร้างความเชื่อมั่น ให้อเมริกาและตะวันออกกลาง ให้ได้ว่า ได้มีการป้องกันอย่างรอบคอบแล้ว และถ้ามีการเบี้ยว หรือขี้โกง สิ่งเหล่านี้จะถูกจับได้ และจัดการได้อย่างเด็ดขาด
    …นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย และจริงๆแล้ว มันไม่เกินไปหรอก ถ้าจะบอกว่า การสร้างความมั่นใจดังว่านั้น ต้องใช้ความพยายามไม่น้อยกว่า การเจรจาให้อิหร่านตกลงด้วยซ้ำ….
    คุณดิ๊ก นี่ไม่เบาเลย ตกลงนี่ กำลังหลอกด่าประธานาธิบดี ตัวเองหรือไงว่า ไปโง่ให้เหนื่อยทำไม ผลสุดท้าย เจรจากับอิหร่านสำเร็จหรือไม่ ปลายทางก็คงไม่ต่างกัน …,,หรือว่า พณฯใบตองแห้ง ก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ไปก่อน เพราะทางออกอื่นยังสร้างไม่เสร็จ ก็ต้องเล่นบทตีหน้าซื่อ หรือเซ่อ … หลอกอิหร่าน หลอกโลกไปก่อน
    ###############
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง” I will walk away….พี่เผ่นก่อนนะน้อง”

    ตอน 4
    ตกลง พณฯใบตองแห้ง คิดเรื่องอิหร่านอย่างไรกันแน่ อยากเจรจาต่อ หรืออยากเลิกเจรจา ยิ่งถังขยะความคิด CFR ผู้กำกับรัฐบาลอเมริกันตัวจริง ออกมาเขียนตีปลาหน้าไซอย่างนี้ เราๆชาวบ้าน สมันน้อย ไม่ว่าจะอยู่แดนสยาม หรือแดนเนรมิตรที่ไอ้นักล่าใบตองแห้งสร้างหลอกเอาไว้ จะเข้าใจไหม ว่าเขากำลังเล่นอะไรกัน
    นอกจาก CFR จะออกมาชี้เปลือกกล้วย ที่มีใครเหยียบจนลื่นหงายท้อง เสียท่าไปแล้ว ถังขยะความคิดอีกใบ ที่มีเสียงดังไม่น้อยเหมือนกัน คือ Center for Strategic & International Studies (CSIS) ได้ออกรายงาน เมื่อวันที่ 30 มีนาคม อย่างกับนัดกัน กับ CFR เรื่อง Judging a P5+1 Nuclear Agreement with Iran: The Key Criteria เขียนโดย Anthony Cordesman ตัวหัวหน้าใหญ่ ลงมือเขียนเองอีกเหมือน
    นาย Cordesman เขียนเสียยาว บรรยายอย่างละเอียด ถึงการเจรจา ผมขอเล่าแต่สรุปตอนท้ายของเขา ซึ่งน่าจะทำให้เราเห็นอะไรบางอย่าง
    เขาบอกว่า …. ข้อตกลงเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธ ต้องอยู่บนหลักการ ที่เป็นความความเชื่อใจ แต่ตรวจสอบพิสูจน์ได้ ” trust but verify” โดยให้น้ำหนัก ความเชื่อใจที่ 1% และเน้นการตรวจสอบที่พิสูจน์ได้ 99 % จากการวิเคราะห์ที่บรรยายในเอกสาร ไม่มีทางที่จะเอาความเชื่อใจอย่างเดียวมาใช้ในการตรวจสอบอาวุธของอิหร่านที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น นี่จะเป็นข้อพิสูจน์ว่า การตกลงจะมีขึ้นได้ หรือจะเลื่อนออกไป หรือการเจรจาล้มเหลวจบสิ้น
    แล้วการเจรจาก็ต้อง เลื่อนออกไปจริงๆ…
    นอกจาก ได้รับการเคาะตาตุ่ม จากถังขยะความคิดใบใหญ่ 2 ใบแล้ว พณฯ ใบตองแห้งยังโดนยำเสียเละ จากฝ่ายรัฐสภา ที่ปล่อยข่าวออกมาให้เป็นหนังตัวอย่าง เพราะเรื่องของอิหร่าน รัฐบาลยังไม่ได้ส่งเข้าไปให้พิจารณา ดูหนังตัวอย่างม้วนนี้กันหน่อย
    เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการย่อย ด้านตะวันออกกลาง และอาฟริกาเหนือ ได้จัดให้มีการประชุมหารือ โดยมีสมาชิกสภา Ileana Ros-Lehtinen เป็นประธาน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญมาร่วมหลายคน หนี่งในนั้นคือ นาย Anthony Cordesman
    ที่ประชุมสรุปว่า การเจรจากับอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่คือ เส้นทางสู่ความหายนะ
    โดยสรุปเรื่องที่หารือกัน 5 ข้อ
    ข้อ 1. เด็กๆ ในตะวันออกกลาง ที่อยู่ในคอกอเมริกา กำลังว้าวุ่นว่าจะพึ่งอเมริกาได้แค่ไหน ตั้งแต่มีเรื่องอิหร่านนิวเคลียร์ พวกเขาบางราย ถึงกับจะหันไปขอความช่วยเหลือจากรัสเซีย จีน และเกาหลีเหนือ
    ข้อ 2. เด็กๆ ในภูมิภาค ต่างไม่อยากเหลือเป็นรายสุดท้าย ที่ไม่มีของเล่นเป็นอาวุธนิวเคลียร์ เราคงไม่อยากเห็น รัสเซียคุยกับจอร์แดน หรืออียิปต์ เพื่อจะสร้างนิวเคลียร์ หรือเราคงไม่อยากให้ซาอุดิวิ่งไปหาจีนเรื่องนิวเคลียร์
    ข้อ 3. อิหร่าน บอกมาเป็นเวลานานมากแล้วว่า เขาอยากจะทำโครงการนิวเคลียร์ ตอนนี้เขากำลังเจรจากับอเมริกาว่าเ ขาจะไม่ทำต่อแล้ว แต่เขายังจะทำโครงการจรวดต่อ
    … มันเป็นโครงการต่อเนื่องกัน เลิกโครงการนึง ก็ต้องเลิก อีกอันด้วย สิ่งที่เขาพูด กับที่เขาทำมันขัดกัน
    ข้อ 4. อิหร่านบอกว่า เขาสนใจที่จะเดินหน้าโครงการอวกาศ แต่เทคโนโลยีที่ใช้ในโครงการอวกาศส่วนใหญ่ มันก็เป็นรายการเดียวกับการทำจรวดวิถีไกล ถ้าอิหร่านจะซ่อนสักนิด อิหร่านก็สร้างจรวดวิถีไกลได้โดยไม่มีใครรู้
    ข้อ 5. ตอนนี้อิหร่าน มีจรวดวิถีใกล้ และกลาง เรียบร้อยแล้ว และส่งให้ กลุ่ม Hezbullah กับกลุ่ม Hamas ใช้ไปแล้ว ทำให้อิสราเอลกำลังปวดกระบาล นี่ถ้าอิหร่าน มีจรวดวิถีไกลด้วย คนปวดกระบาลคือเรา อเมริกา อิหร่านโจมตีเราได้ โดยไม่ต้องย้ายพุงข้ามเขตแดนเขาออกมาเลยแม้แต่นิ้วเดียว
    นอกจากนี้ นาย Ed Royce ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการของรัฐสภา ด้านกิจการต่างประเทศ House Commitee on Foreign Affairs ซึ่งร่วมประชุมในโอกาสเดียวกันยังบอกว่า… ในหลายๆทาง การเจรจากับอิหร่าน เป็นกรณีศึกษาให้เห็นว่า รัฐบาลโอบามาดำเนินการเจรจากับอิหร่าน โดยไม่สนใจกับความเห็น หรือความต้องการของฝ่ายอื่นเลย เช่น เมื่อคณะกรรมาธิการแจ้งกับรัฐบาลไปว่า ต้องเอาเรื่องจรวดนำวิถีเข้าไปร่วมพิจารณาในการเจรจาด้วย แต่ปรากฏว่า ไม่อยู่ในกรอบการเจรจา แถมผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ส่งเสียงข้ามทวีปบอกว่า ตะวันตกโง่และเซ่อมาก ที่คิดว่าอิหร่านจะลดการผลิตจรวดนำวืถีด้วย
    คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วยกับข้อโต้แย้งของอิหร่าน ขอโวยกลับ …. จรวดนำวิถี เป็นหัวรบของอาวุธนิวเคลียร์ ไม่นับรวมได้ยังไง วันนี้ เราได้เชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้การเป็นพยาน และในจำนวนผู้ที่ถูกเรียกให้มาเป็นพยาน มีนาย Anthony Cordesman มาด้วย
    นาย Cordesman ให้การว่า
    “…. จรวดนำวิถี ballistic missile ไม่ได้แยกส่วน หรือเป็นส่วนเสริม ของอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่เป็นส่วนหนึ่ง it is not a seperate and secondary but part and parcel ระยะยิงของจรวดพวกนี้ ไม่ใช่แค่ในตะวันออกกลาง แต่สามารถยิงไปไกลได้ถึงตอนใต้ของรัสเซียและยุโรป…ระบบนี้ อิหร่านได้รับความช่วยเหลือจากเกาหลีเหนือ นักวิเคราะห์บอกว่า ระบบนี้ก็เหมือนเป็นการทดสอบ สำหรับประเทศที่ต้องการใช้อาวุธนิวเคลียร์
    ….. อิหร่านได้ส่งจรวดพวกนี้ ไปให้กลุ่ม Hezbullah และ Hamas ใช้ที่ฉนวนกาซ่า Hamas ใช้ไปแล้ว ประมาณ 3 พัน ถึง 1 หมื่นลูก ”
    “… ยังไม่มีประเทศไหน ที่ไม่ต้องการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ แล้วดันลงทุนในโครงการจรวดที่มีอานุภาพสูง และใช้ทุนมหาศาลขนาดนี้เลย สมาชิกสภา Ed Royce รำพึง…”
    และข้อมูลเหล่านี้ ยังไม่เคยเข้ามาพิจารณาในรัฐสภาเลย
    ตกลง พณฯใบตองแห้ง กำลังเล่นอะไร โง่และเซ่อ อย่างที่มีเสียงด่าข้ามทวีปมา หรืออเมริกากำลังบอกว่า จำไม่ได้หรือ หนังฮอลลีวู้ดเป็นอย่างไร
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    6 ก.ค. 2558
    I Will Walk Away … พี่เผ่นก่อนนะน้อง ตอนที่ 3 – 4 นิทานเรื่องจริง เรื่อง ” I will walk away …พี่เผ่นก่อนนะน้อง” ตอน 3 คงจำกันได้ เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา อเมริกา โดย พณฯใบตองแห้ง จัดใหญ่แถลงการณ์ว่า เราตกลงเลือกกรอบการเจรจากับอิหร่านเรียบร้อยแล้ว (รายละเอียดในนิทานเรื่อง “ข้อสอบรั่ว”) ตีปิ๊บซะตื่นเต้นกันไปหมด วันเดียวกันนั้น นาย Richard Hass ผู้อำนวยการใหญ่ของถังขยะความคิด Council on Foreign Relation หรือ CFR ที่เข้าใจว่า ใหญ่กว่ารัฐบาลของอเมริกา ท่านดิ๊ก Richard ก็ออกความเห็นทันทีไม่รอช่า เขียนเองอีกด้วย ไม่ใช้เด็ก แปลว่า เรื่องนี้สำคัญ ต้องปั่น หรือ ปั้นกับมือเอง ท่านดิ๊ก เริ่มต้นได้หยดย้อย ..แบบฝรั่งจ๋า There’s many a slip twixt the cup and the lip” เป็นอะไรที่เหมือนกับว่าสำเร็จแล้ว แต่ความจริง ยังไม่ใช่ ท่านดิ๊กว่าอย่างนั้น แต่ลุงนิทานแปลเองว่า .. ปากจะถึงถ้วยอยู่รอมร่อ แต่ดันหกเสียก่อน..แปลสั้นๆอีกที ว่า อ ด ท่านดิ๊กบอกว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับกรอบการเจรจาเรื่องอิหร่านนิวเคลียร์โปรแกรม จะเป็นการสร้างเหตุการณ์สำคัญทางด้านการเมืองและการทูต ที่มีรายละเอียดมากมาย กว้างขวางในบริบทต่างๆ เกินกว่าที่คาดกัน…. เริ่มแบบนี้ แปลว่า คงมีใครเหยียบเปลือกกล้วย หงายท้องไปแล้ว แต่จะถึงขนาดทำปืนลั่นใส่หัวแม่ตีนตัวเองหรือเปล่า ต้องตามอ่านบทความของท่านดิ๊กต่อไป …กรอบที่ตกลงกัน สร้างคำถามคาใจไม่น้อยกว่าคำตอบที่ได้มา และยังมีเรื่องค้าง ที่ยังต้องทำอยู่อีกมากมาย จริงๆ แล้ว ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง …ไม่รู้ว่าท่านดิ๊กเหน็บใคร ดันจัดงานแถลงซะใหญ่โตเหมือนกับเจรจาสำเร็จแล้วยังงั้น แหล่ะ เป็นครั้งแรก ที่ผมเห็นด้วยกับไอ้ถังขยะความคิด ช่วยกลับไปอ่านนิทานเรื่อง “ข้อสอบรั่ว” หน่อยนะครับ … กรอบที่ตกลง มีข้อกำหนดห้ามอิหร่านมากมายเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ มีข้อกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบว่า อิหร่านทำตามที่ตกลงกันหรือไม่ และมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการ “ผ่อนคลาย” เรื่องการคว่ำบาตรทางเศรษฐกืจ เมื่อตรวจสอบและพิสูจน์ได้แล้วว่า อิหร่านทำตามข้อตกลง …ในการเจรจา ได้มีประเมินกันว่า เราจะมีระยะเวลาในการเตือน 1 ปี นับแต่วันที่อิหร่านตัดสินใจ ที่จะสร้างอาวุธนิวเคลียร์สักลูก จนถึงสร้างสำเร็จ ระยะเวลาดังกล่าวเป็นไปตามข้อสันนิษฐานว่า จากการเฝ้าติดตามอิหร่านอย่างใกล้ชิด เราจะพบการไม่ปฏิบัติตามข้อสัญญาได้เร็วพอ ที่จะระงับการดำเนินการของอิหร่าน และโดยเฉพาะ จะทำให้เรากลับไปใช้การคว่ำบาตรอิหร่านได้ใหม่ “ก่อน” ที่อิหร่านจะสร้างนิวเคลียร์ ตามข้อสมมุติฐานนี้สำเร็จ.... ข้อนี้ ท่านดิ๊ก เขียนได้เยี่ยมครับ ให้เห็นความโง่ของผู้เจรจา และผู้ตกลง ฝ่ายที่ไม่ใช่อิหร่าน ชัดเจนว่า ด่ากันเอง มันดีนะครับ … ท่านดิ๊กบอกว่า มีไม่น้อยกว่า 5 เหตุผล ที่การตกลงกับอิหร่าน ท้ายที่สุด จะไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้น แต่ไม่ได้ผลตามที่ต้องการ … นี่ใบ้หวยหรือไง ข้อแรก ระหว่างเวลา 90 วัน นับแต่เดือนเมษายนถึงสิ้นเดือน มิถุนายน อะไรก็เกิดขึ้นได้ การเปลี่ยนใจ เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนตัวผู้เจรจา การถูกกดดันจากรัฐบาลของตน แค่ตอนนี้ ความไม่เห็นพ้องกัน ระหว่างอเมริกากับอิหร่าน ก็มากมายกองสูงท่วมหัวแล้ว ข้อสอง เรื่องค้างที่สำคัญ คือเรื่องกำหนดเวลายกเลิกการคว่ำบาตร เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับฝ่ายอิหร่าน ขณะเดียวกัน เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่ใช้ในการเจรจาต่อรองกับอิหร่าน พูดชัดๆ ว่าฝ่ายอเมริกาและยุโรป ยังไม่อยากยกเลิกการคว่ำบาตรให้อิหร่าน จนกว่า “จะแน่ใจ” ว่า อิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน ….. อืม ….อิหร่านคงเข้าใจความนัยนี้แล้ว ข้อสาม เรื่องที่ห่วงกันคือ พวกยึดแน่นกับหลักการ หรือพวกเข้มข้นของทั้ง 2 ฝ่าย เช่นทางอิหร่าน คงไม่อยากให้อิหร่านเจรจากับ “ซาตานอเมริกา” ส่วนทางอเมริกา ก็ใช่ว่า สภาสูงจะเอาด้วย ตอนนี้ก็พูดกันไปทั่วแล้วว่า เหมือนปล่อยเสือเข้าป่า ปล่อยอิหร่านไว้กับนิวเคลียร์ ที่ความสามารถในการติดตาม การตรวจสอบ ยังไม่เป็นที่แน่ใจ ปล่อยไปเรื่อยๆ อีก 15, 20 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องใครก็ให้ความมั่นใจไม่ได้… พณฯใบตองแห้ง ได้ยินนะครับ ถูกลูกน้อง จริงๆ ก็คือลูกพี่ สั่งสอนให้แล้ว ข้อสี่ อิหร่านจะปฏิบัติกับข้อตกลงนี้อย่างไร ที่ผ่านมา อิหร่านมีประวัติเสีย ในการไม่ให้ข้อมูลสำคัญ หรือที่เกี่ยวข้อง ขนาดผู้ตรวจสอบของสหประชาชาติลงบันทึกไว้ในสมุดความประพฤติของอิหร่านแล้ว … นี่มันดูถูกซ้ำซาก อิหร่านรับได้หรือครับ ขอเสี้ยมหน่อย ข้อที่ห้า มาจากนโยบายด้านการต่างประเทศ และความมั่นคงของอิหร่านเอง ที่ทางอเมริกาไม่เห็นด้วย และเพื่อนฝูงในตะวันออกกลางก็แหยงกับการกระทำของอิหร่าน ที่สนับสนุน ซีเรีย อืรัค เยเมน รวมทั้งที่อื่นๆในตะวันออกกลาง …ท่านดิ๊กบอกว่า อิหร่านมีอนาคตไปได้ไกลถึงเป็นจักรวรรดิ ที่หวังจะเป็นประเทศมหาอำนาจ ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคของตัว แม้ข้อตกลงนิวเคลียร์นี้จะเกิดขึ้น ก็ไม่ทำให้ความเป็นไปได้ดังกล่าวเปลี่ยนแปลง อาจจะเลวร้ายลงไปด้วยซ้ำ เพราะอิหร่านอาจเลือกกลับมาสร้างอาวุธนิวเคลียร์ต่อได้ อย่างไม่ยากเย็นอะไร (โดยเราไม่รู้ตัว) … โอบามาทำถูกแล้ว ที่เจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ ตามแนวที่กำลังคุยกัน ยังดีกว่าให้อิหร่านมีนิวเคลียร์ หรือทำสงคราม เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านสร้างนิวเคลียร์ แต่ข้อตกลงดังกล่าว ต้องสร้างความเชื่อมั่น ให้อเมริกาและตะวันออกกลาง ให้ได้ว่า ได้มีการป้องกันอย่างรอบคอบแล้ว และถ้ามีการเบี้ยว หรือขี้โกง สิ่งเหล่านี้จะถูกจับได้ และจัดการได้อย่างเด็ดขาด …นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย และจริงๆแล้ว มันไม่เกินไปหรอก ถ้าจะบอกว่า การสร้างความมั่นใจดังว่านั้น ต้องใช้ความพยายามไม่น้อยกว่า การเจรจาให้อิหร่านตกลงด้วยซ้ำ…. คุณดิ๊ก นี่ไม่เบาเลย ตกลงนี่ กำลังหลอกด่าประธานาธิบดี ตัวเองหรือไงว่า ไปโง่ให้เหนื่อยทำไม ผลสุดท้าย เจรจากับอิหร่านสำเร็จหรือไม่ ปลายทางก็คงไม่ต่างกัน …,,หรือว่า พณฯใบตองแห้ง ก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ไปก่อน เพราะทางออกอื่นยังสร้างไม่เสร็จ ก็ต้องเล่นบทตีหน้าซื่อ หรือเซ่อ … หลอกอิหร่าน หลอกโลกไปก่อน ############### นิทานเรื่องจริง เรื่อง” I will walk away….พี่เผ่นก่อนนะน้อง” ตอน 4 ตกลง พณฯใบตองแห้ง คิดเรื่องอิหร่านอย่างไรกันแน่ อยากเจรจาต่อ หรืออยากเลิกเจรจา ยิ่งถังขยะความคิด CFR ผู้กำกับรัฐบาลอเมริกันตัวจริง ออกมาเขียนตีปลาหน้าไซอย่างนี้ เราๆชาวบ้าน สมันน้อย ไม่ว่าจะอยู่แดนสยาม หรือแดนเนรมิตรที่ไอ้นักล่าใบตองแห้งสร้างหลอกเอาไว้ จะเข้าใจไหม ว่าเขากำลังเล่นอะไรกัน นอกจาก CFR จะออกมาชี้เปลือกกล้วย ที่มีใครเหยียบจนลื่นหงายท้อง เสียท่าไปแล้ว ถังขยะความคิดอีกใบ ที่มีเสียงดังไม่น้อยเหมือนกัน คือ Center for Strategic & International Studies (CSIS) ได้ออกรายงาน เมื่อวันที่ 30 มีนาคม อย่างกับนัดกัน กับ CFR เรื่อง Judging a P5+1 Nuclear Agreement with Iran: The Key Criteria เขียนโดย Anthony Cordesman ตัวหัวหน้าใหญ่ ลงมือเขียนเองอีกเหมือน นาย Cordesman เขียนเสียยาว บรรยายอย่างละเอียด ถึงการเจรจา ผมขอเล่าแต่สรุปตอนท้ายของเขา ซึ่งน่าจะทำให้เราเห็นอะไรบางอย่าง เขาบอกว่า …. ข้อตกลงเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธ ต้องอยู่บนหลักการ ที่เป็นความความเชื่อใจ แต่ตรวจสอบพิสูจน์ได้ ” trust but verify” โดยให้น้ำหนัก ความเชื่อใจที่ 1% และเน้นการตรวจสอบที่พิสูจน์ได้ 99 % จากการวิเคราะห์ที่บรรยายในเอกสาร ไม่มีทางที่จะเอาความเชื่อใจอย่างเดียวมาใช้ในการตรวจสอบอาวุธของอิหร่านที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น นี่จะเป็นข้อพิสูจน์ว่า การตกลงจะมีขึ้นได้ หรือจะเลื่อนออกไป หรือการเจรจาล้มเหลวจบสิ้น แล้วการเจรจาก็ต้อง เลื่อนออกไปจริงๆ… นอกจาก ได้รับการเคาะตาตุ่ม จากถังขยะความคิดใบใหญ่ 2 ใบแล้ว พณฯ ใบตองแห้งยังโดนยำเสียเละ จากฝ่ายรัฐสภา ที่ปล่อยข่าวออกมาให้เป็นหนังตัวอย่าง เพราะเรื่องของอิหร่าน รัฐบาลยังไม่ได้ส่งเข้าไปให้พิจารณา ดูหนังตัวอย่างม้วนนี้กันหน่อย เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการย่อย ด้านตะวันออกกลาง และอาฟริกาเหนือ ได้จัดให้มีการประชุมหารือ โดยมีสมาชิกสภา Ileana Ros-Lehtinen เป็นประธาน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญมาร่วมหลายคน หนี่งในนั้นคือ นาย Anthony Cordesman ที่ประชุมสรุปว่า การเจรจากับอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่คือ เส้นทางสู่ความหายนะ โดยสรุปเรื่องที่หารือกัน 5 ข้อ ข้อ 1. เด็กๆ ในตะวันออกกลาง ที่อยู่ในคอกอเมริกา กำลังว้าวุ่นว่าจะพึ่งอเมริกาได้แค่ไหน ตั้งแต่มีเรื่องอิหร่านนิวเคลียร์ พวกเขาบางราย ถึงกับจะหันไปขอความช่วยเหลือจากรัสเซีย จีน และเกาหลีเหนือ ข้อ 2. เด็กๆ ในภูมิภาค ต่างไม่อยากเหลือเป็นรายสุดท้าย ที่ไม่มีของเล่นเป็นอาวุธนิวเคลียร์ เราคงไม่อยากเห็น รัสเซียคุยกับจอร์แดน หรืออียิปต์ เพื่อจะสร้างนิวเคลียร์ หรือเราคงไม่อยากให้ซาอุดิวิ่งไปหาจีนเรื่องนิวเคลียร์ ข้อ 3. อิหร่าน บอกมาเป็นเวลานานมากแล้วว่า เขาอยากจะทำโครงการนิวเคลียร์ ตอนนี้เขากำลังเจรจากับอเมริกาว่าเ ขาจะไม่ทำต่อแล้ว แต่เขายังจะทำโครงการจรวดต่อ … มันเป็นโครงการต่อเนื่องกัน เลิกโครงการนึง ก็ต้องเลิก อีกอันด้วย สิ่งที่เขาพูด กับที่เขาทำมันขัดกัน ข้อ 4. อิหร่านบอกว่า เขาสนใจที่จะเดินหน้าโครงการอวกาศ แต่เทคโนโลยีที่ใช้ในโครงการอวกาศส่วนใหญ่ มันก็เป็นรายการเดียวกับการทำจรวดวิถีไกล ถ้าอิหร่านจะซ่อนสักนิด อิหร่านก็สร้างจรวดวิถีไกลได้โดยไม่มีใครรู้ ข้อ 5. ตอนนี้อิหร่าน มีจรวดวิถีใกล้ และกลาง เรียบร้อยแล้ว และส่งให้ กลุ่ม Hezbullah กับกลุ่ม Hamas ใช้ไปแล้ว ทำให้อิสราเอลกำลังปวดกระบาล นี่ถ้าอิหร่าน มีจรวดวิถีไกลด้วย คนปวดกระบาลคือเรา อเมริกา อิหร่านโจมตีเราได้ โดยไม่ต้องย้ายพุงข้ามเขตแดนเขาออกมาเลยแม้แต่นิ้วเดียว นอกจากนี้ นาย Ed Royce ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการของรัฐสภา ด้านกิจการต่างประเทศ House Commitee on Foreign Affairs ซึ่งร่วมประชุมในโอกาสเดียวกันยังบอกว่า… ในหลายๆทาง การเจรจากับอิหร่าน เป็นกรณีศึกษาให้เห็นว่า รัฐบาลโอบามาดำเนินการเจรจากับอิหร่าน โดยไม่สนใจกับความเห็น หรือความต้องการของฝ่ายอื่นเลย เช่น เมื่อคณะกรรมาธิการแจ้งกับรัฐบาลไปว่า ต้องเอาเรื่องจรวดนำวิถีเข้าไปร่วมพิจารณาในการเจรจาด้วย แต่ปรากฏว่า ไม่อยู่ในกรอบการเจรจา แถมผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ส่งเสียงข้ามทวีปบอกว่า ตะวันตกโง่และเซ่อมาก ที่คิดว่าอิหร่านจะลดการผลิตจรวดนำวืถีด้วย คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วยกับข้อโต้แย้งของอิหร่าน ขอโวยกลับ …. จรวดนำวิถี เป็นหัวรบของอาวุธนิวเคลียร์ ไม่นับรวมได้ยังไง วันนี้ เราได้เชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้การเป็นพยาน และในจำนวนผู้ที่ถูกเรียกให้มาเป็นพยาน มีนาย Anthony Cordesman มาด้วย นาย Cordesman ให้การว่า “…. จรวดนำวิถี ballistic missile ไม่ได้แยกส่วน หรือเป็นส่วนเสริม ของอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่เป็นส่วนหนึ่ง it is not a seperate and secondary but part and parcel ระยะยิงของจรวดพวกนี้ ไม่ใช่แค่ในตะวันออกกลาง แต่สามารถยิงไปไกลได้ถึงตอนใต้ของรัสเซียและยุโรป…ระบบนี้ อิหร่านได้รับความช่วยเหลือจากเกาหลีเหนือ นักวิเคราะห์บอกว่า ระบบนี้ก็เหมือนเป็นการทดสอบ สำหรับประเทศที่ต้องการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ….. อิหร่านได้ส่งจรวดพวกนี้ ไปให้กลุ่ม Hezbullah และ Hamas ใช้ที่ฉนวนกาซ่า Hamas ใช้ไปแล้ว ประมาณ 3 พัน ถึง 1 หมื่นลูก ” “… ยังไม่มีประเทศไหน ที่ไม่ต้องการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ แล้วดันลงทุนในโครงการจรวดที่มีอานุภาพสูง และใช้ทุนมหาศาลขนาดนี้เลย สมาชิกสภา Ed Royce รำพึง…” และข้อมูลเหล่านี้ ยังไม่เคยเข้ามาพิจารณาในรัฐสภาเลย ตกลง พณฯใบตองแห้ง กำลังเล่นอะไร โง่และเซ่อ อย่างที่มีเสียงด่าข้ามทวีปมา หรืออเมริกากำลังบอกว่า จำไม่ได้หรือ หนังฮอลลีวู้ดเป็นอย่างไร สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 6 ก.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1044 มุมมอง 0 รีวิว
  • พบคลังเทป VHS จำนวนมหาศาลที่บันทึกข่าวโทรทัศน์สหรัฐฯ ระหว่างปี 2004–2009

    มีผู้ใช้ Reddit รายหนึ่งเปิดเผยว่าเขามีเทป VHS จำนวนหลายพันม้วนที่บันทึกข่าวจากช่อง CNN, MSNBC และ Fox News ระหว่างปี 2004–2009 เทปเหล่านี้ถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบในกล่อง McDonald’s และตอนนี้เจ้าของต้องการมอบให้ผู้ที่สามารถเก็บรักษาและดิจิไทซ์ได้ โดย Internet Archive ถูกเสนอชื่อเป็นผู้รับที่เหมาะสมที่สุด.

    เหตุการณ์สำคัญที่ถูกบันทึก
    ภายในคลังเทปนี้มีการบันทึกข่าวสารและเหตุการณ์สำคัญมากมาย เช่น
    การเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2004 และ 2008
    เหตุการณ์สึนามิปี 2004 และเหตุระเบิดลอนดอนปี 2005
    การเปิดตัว iPhone รุ่นแรกในปี 2007
    วิกฤตการเงินโลกปี 2008
    การเสียชีวิตของ Michael Jackson และการแจ้งเกิดของ Lady Gaga ในปี 2009

    นอกจากข่าวแล้ว ยังมีโฆษณาและรายการบันเทิงที่สะท้อนวัฒนธรรมยุคนั้น ซึ่งอาจมีคุณค่ามากกว่าตัวข่าวเอง.

    บทบาทของ Internet Archive
    Internet Archive เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่มีภารกิจเก็บรักษาเนื้อหาดิจิทัลและสื่อเก่า การได้รับคลังเทปนี้จะช่วยให้พวกเขาสามารถดิจิไทซ์และเผยแพร่สู่สาธารณะ ทำให้ผู้คนเข้าถึงบันทึกข่าวและวัฒนธรรมในช่วงปี 2004–2009 ได้อย่างสะดวกและปลอดภัยในระยะยาว.

    ความท้าทายและข้อกังวล
    แม้หลายคนสนับสนุนให้ Internet Archive รับเทปเหล่านี้ แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าพวกเขามีเนื้อหาที่รอการดิจิไทซ์อยู่แล้วจำนวนมาก และอาจไม่สามารถเผยแพร่ได้เร็วตามที่สาธารณะคาดหวัง นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงด้านการเก็บรักษาเทปที่อาจเสื่อมสภาพหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม.

    สรุปสาระสำคัญ
    คลังเทป VHS จำนวนมหาศาลถูกค้นพบ
    บันทึกข่าวสหรัฐฯ ระหว่างปี 2004–2009
    เก็บไว้ในกล่อง McDonald’s และแจกฟรี

    เหตุการณ์สำคัญที่ถูกบันทึก
    การเลือกตั้ง, สึนามิ, เหตุระเบิดลอนดอน
    การเปิดตัว iPhone, วิกฤตการเงิน, การเสียชีวิตของ Michael Jackson

    Internet Archive มีแนวโน้มรับเทป
    เพื่อดิจิไทซ์และเผยแพร่สู่สาธารณะ
    สร้างบันทึกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

    ความท้าทายและข้อกังวล
    Internet Archive มีเนื้อหาที่รอดิจิไทซ์อยู่แล้วจำนวนมาก
    เทป VHS เสี่ยงเสื่อมสภาพหากไม่ได้รับการดูแลทันเวลา

    https://www.tomshardware.com/software/video-editing-graphic-design/gigantic-vhs-videotape-hoard-of-thousands-of-videos-stored-in-mcdonalds-boxes-being-given-away-for-free-internet-archive-looks-set-to-claim-the-tapes-of-u-s-news-output-spanning-2004-09
    📼 พบคลังเทป VHS จำนวนมหาศาลที่บันทึกข่าวโทรทัศน์สหรัฐฯ ระหว่างปี 2004–2009 มีผู้ใช้ Reddit รายหนึ่งเปิดเผยว่าเขามีเทป VHS จำนวนหลายพันม้วนที่บันทึกข่าวจากช่อง CNN, MSNBC และ Fox News ระหว่างปี 2004–2009 เทปเหล่านี้ถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบในกล่อง McDonald’s และตอนนี้เจ้าของต้องการมอบให้ผู้ที่สามารถเก็บรักษาและดิจิไทซ์ได้ โดย Internet Archive ถูกเสนอชื่อเป็นผู้รับที่เหมาะสมที่สุด. 📰 เหตุการณ์สำคัญที่ถูกบันทึก ภายในคลังเทปนี้มีการบันทึกข่าวสารและเหตุการณ์สำคัญมากมาย เช่น 🎗️ การเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2004 และ 2008 🎗️ เหตุการณ์สึนามิปี 2004 และเหตุระเบิดลอนดอนปี 2005 🎗️ การเปิดตัว iPhone รุ่นแรกในปี 2007 🎗️ วิกฤตการเงินโลกปี 2008 🎗️ การเสียชีวิตของ Michael Jackson และการแจ้งเกิดของ Lady Gaga ในปี 2009 นอกจากข่าวแล้ว ยังมีโฆษณาและรายการบันเทิงที่สะท้อนวัฒนธรรมยุคนั้น ซึ่งอาจมีคุณค่ามากกว่าตัวข่าวเอง. 🏛️ บทบาทของ Internet Archive Internet Archive เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่มีภารกิจเก็บรักษาเนื้อหาดิจิทัลและสื่อเก่า การได้รับคลังเทปนี้จะช่วยให้พวกเขาสามารถดิจิไทซ์และเผยแพร่สู่สาธารณะ ทำให้ผู้คนเข้าถึงบันทึกข่าวและวัฒนธรรมในช่วงปี 2004–2009 ได้อย่างสะดวกและปลอดภัยในระยะยาว. ⚠️ ความท้าทายและข้อกังวล แม้หลายคนสนับสนุนให้ Internet Archive รับเทปเหล่านี้ แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าพวกเขามีเนื้อหาที่รอการดิจิไทซ์อยู่แล้วจำนวนมาก และอาจไม่สามารถเผยแพร่ได้เร็วตามที่สาธารณะคาดหวัง นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงด้านการเก็บรักษาเทปที่อาจเสื่อมสภาพหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม. 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ คลังเทป VHS จำนวนมหาศาลถูกค้นพบ ➡️ บันทึกข่าวสหรัฐฯ ระหว่างปี 2004–2009 ➡️ เก็บไว้ในกล่อง McDonald’s และแจกฟรี ✅ เหตุการณ์สำคัญที่ถูกบันทึก ➡️ การเลือกตั้ง, สึนามิ, เหตุระเบิดลอนดอน ➡️ การเปิดตัว iPhone, วิกฤตการเงิน, การเสียชีวิตของ Michael Jackson ✅ Internet Archive มีแนวโน้มรับเทป ➡️ เพื่อดิจิไทซ์และเผยแพร่สู่สาธารณะ ➡️ สร้างบันทึกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ‼️ ความท้าทายและข้อกังวล ⛔ Internet Archive มีเนื้อหาที่รอดิจิไทซ์อยู่แล้วจำนวนมาก ⛔ เทป VHS เสี่ยงเสื่อมสภาพหากไม่ได้รับการดูแลทันเวลา https://www.tomshardware.com/software/video-editing-graphic-design/gigantic-vhs-videotape-hoard-of-thousands-of-videos-stored-in-mcdonalds-boxes-being-given-away-for-free-internet-archive-looks-set-to-claim-the-tapes-of-u-s-news-output-spanning-2004-09
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 508 มุมมอง 0 รีวิว
  • O.P.K
    รตอ.สิงห์
    เจาะลึกประวัติ ร.ต.อ. สิงห์ ธรรมาวิวัฒน์

    เบื้องหลังนายตำรวจผู้ซ่อนความลับ

    วัยเด็ก: ลูกชายนักวิทยาศาสตร์

    พ.ศ. 2038-2055

    ```mermaid
    graph LR
    A[พ่อ: ศ.ดร.ประพันธ์<br>นักชีวเคมีชื่อดัง] --> C[เลี้ยงดูลูกด้วย<br>หลักการทางวิทยาศาสตร์]
    B[แม่: ร.ต.อ.หญิง บุษบา<br>นักสืบอาชญากรรม] --> C
    C --> D[สิงห์เติบโตมา<br>ด้วยสองโลกาที่แตกต่าง]
    ```

    เหตุการณ์สำคัญอายุ 12 ปี:

    · ทำการทดลองวิทยาศาสตร์ชนะระดับประเทศ
    · แต่ช่วยแม่วิเคราะห์หลักฐานคดีได้อย่างเฉียบแหลม
    · เริ่มสนใจทั้งวิทยาศาสตร์และการสืบสวน

    วัยเรียน: นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ

    มหาวิทยาลัย - ฟิสิกส์และชีววิทยา

    · อายุ 19: วิจัยเรื่อง "การถ่ายโอนข้อมูลทางพันธุกรรมด้วยคลื่นควอนตัม"
    · อายุ 21: ได้รับทุนไปวิจัยที่ CERN
    · อายุ 23: แต่งงานกับ ดร.ศิรินาถ เพื่อนร่วมวิจัย

    ชีวิตในวงการวิทยาศาสตร์ (พ.ศ. 2061-2071)

    ชื่อเดิม: ดร.สิงห์ วิวัฒนาโรจน์
    ตำแหน่ง:หัวหน้าทีมวิจัยพันธุศาสตร์ควอนตัม

    ครอบครัวในอุดมคติ:

    · ภรรยา: ดร.ศิรินาถ - นักชีววิทยาระดับนานาชาติ
    · ลูกชาย: ด.ช.ภพ - อายุ 7 ขวบ
    · ลูกสาว: ด.ญ.พลอย - อายุ 5 ขวบ

    ผลงานวิจัยสำคัญ:

    · พัฒนาเทคโนโลยีอ่านข้อมูล DNA ด้วยควอนตัม
    · ค้นพบ "คลื่นพันธุกรรม" ที่สามารถส่งข้อมูลระหว่างเซลล์
    · เริ่มวิจัยเรื่อง "การเก็บรักษาจิตสำนึกในรูปแบบดิจิตอล"

    คืนแห่งความมืด: การสูญเสียทุกสิ่ง

    พ.ศ. 2071 - เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิต

    ```mermaid
    graph TB
    A[ได้รับทุนวิจัย<br>จากเจนีซิส แล็บ] --> B[ค้นพบความลับ<br>โครงการโอปปาติกะ]
    B --> C[ถูกลอบทำร้าย<br>ที่บ้าน]
    C --> D[ครอบครัวเสียชีวิต<br>แต่เขารอดอย่างปาฏิหาริย์]
    D --> E[เปลี่ยนชื่อ<br>เป็น สิงห์ ธรรมาวิวัฒน์]
    E --> F[เข้าสู่ระบบตำรวจ<br>เพื่อตามหาความจริง]
    ```

    บันทึกส่วนตัวหลังเหตุการณ์:
    "พวกเขาพยายามฆ่าฉันเพราะรู้มากเกินไป...
    แต่พวกเขาไม่รู้ว่าความตายของครอบครัว
    ทำให้ฉันมีอะไรที่จะเสียอีกแล้ว"

    การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเครื่องแบบ

    การฝึกตำรวจ (พ.ศ. 2072)

    · อายุ 34: เข้ารับการฝึกแบบเร่งรัด
    · ความได้เปรียบ: ใช้ความรู้วิทยาศาสตร์ช่วยแก้คดี
    · ความก้าวหน้า: โดดเด่นจนได้เลื่อนตำแหน่งเร็ว

    การตั้งหน่วยพิเศษ

    พ.ศ. 2075: ก่อตั้ง "หน่วยสอบสวนเทคโนโลยีขั้นสูง"

    · สมาชิก: ตำรวจที่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์/เทคโนโลยี
    · หน้าที่: ดูแลคดีที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีล้ำสมัย
    · ผลงาน: ปิดคดีไฮเทคได้มากมาย

    การพบกับหนูดี (พ.ศ. 2077)

    เหตุการณ์แรกพบ

    ระหว่างบุกตรวจเจนีซิส แล็บ

    · พบเด็กหญิงอายุ 5 ขวบในห้องทดลอง
    · เด็กไม่พูด แต่สื่อสารผ่านคลื่นสมองได้
    · ตัดสินใจรับเป็นลูกบุญธรรมทันที

    แรงจูงใจที่ซ่อนอยู่

    ```python
    def adoption_motivation():
    initial = "เพื่อสืบสานและปกป้อง"
    hidden = "เพื่อเฝ้าสังเกตผลการทดลอง"
    developed = "ความรักจริงใจที่เกิดขึ้น later"

    return f"{initial} -> {hidden} -> {developed}"
    ```

    ชีวิตคู่ขนาน: 3 ใบหน้าที่ต้องสวม

    1. หน้านายตำรวจ

    · ลักษณะ: แข็งกร้าว ไม่อ่อนข้อให้ใคร
    · ความสามารถ: สืบคดีเทคโนโลยีได้เก่งกาจ
    · เครดิต: ปิดคดีใหญ่ได้มากมาย

    2. หน้าพ่อเลี้ยง

    · ลักษณะ: อ่อนโยน ใส่ใจทุก
    · กิจกรรม: ไปรับส่งโรงเรียน ทำกับข้าว
    · ความท้าทาย: ปกปิดความลับของหนูดี

    3. หน้าอดีตนักวิทยาศาสตร์

    · ที่ซ่อน: ห้องทดลองลับในบ้าน
    · งานวิจัย: ศึกษาพัฒนาการของโอปปาติกะ
    · เป้าหมาย: ทำความเข้าใจเทคโนโลยีของเจนีซิส แล็บ

    ความขัดแย้งภายใน

    สงคราม 3 ด้านในใจ

    ```mermaid
    graph TB
    A[ความแค้น<br>ต้องการล้างแค้น] --> D[การตัดสินใจ<br>ที่ยากลำบาก]
    B[หน้าที่<br>ต้องยุติธรรม] --> D
    C[ความรัก<br>ต่อหนูดี] --> D
    ```

    บันทึกความสับสน

    "บางครั้งฉันไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร...
    เป็นพ่อที่รักลูก?เป็นตำรวจที่ทำตามกฎหมาย?
    หรือเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่อยากรู้ความจริง?

    และความจริงแบบไหนที่ฉันต้องการ?
    ความจริงที่ช่วยให้ล้างแค้น?
    หรือความจริงที่ช่วยให้หนูดีมีความสุข?"

    ทักษะพิเศษที่ซ่อนไว้

    ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์

    · พันธุศาสตร์: ระดับเชี่ยวชาญพิเศษ
    · ฟิสิกส์ควอนตัม: ความรู้ลึก
    · คอมพิวเตอร์: แฮ็กเกอร์ระดับสูง

    ทักษะการต่อสู้

    · คาราเต้: เข็มขัดดำระดับสูง
    · ยิงปืน: แม่นยำอันดับต้นๆ ของกรม
    · การสอดแนม: เรียนรู้จากแม่

    พัฒนาการทางจิตใจ

    4 ช่วงการเปลี่ยนแปลง

    1. ช่วงล้างแค้น (2071-2075) - ใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือ
    2. ช่วงค้นพบความรัก (2076-2078) - เริ่มรักหนูดีจริงใจ
    3. ช่วงต่อสู้กับความจริง (2079-2080) - รู้สึกผิดที่ซ่อนความลับ
    4. ช่วงเข้าใจชีวิต (2081-ปัจจุบัน) - เรียนรู้ที่จะปล่อยวาง

    บทเรียนสำคัญ

    "การเป็นพ่อไม่ใช่การปกป้องจากอันตราย...
    แต่คือการสอนให้เข้มแข็งพอที่จะเผชิญอันตรายได้"

    ความสัมพันธ์เชิงลึก

    กับหนูดี: จากหน้าที่สู่ความรัก

    ```mermaid
    graph TD
    A[เริ่มต้น:<br>เพื่อสืบสาน] --> B[พัฒนาการ:<br>รู้สึกผิด]
    B --> C[เปลี่ยนแปลง:<br>รักจริงใจ]
    C --> D[ที่สุด:<br>พร้อมเสียสละทุกอย่าง]
    ```

    กับดร. อัจฉริยะ: จากศัตรูสู่ความเข้าใจ

    · : เกลียดชังเพราะคิดว่าเป็นฆาตรกร
    · : เริ่มเห็นความตั้งใจดีแต่หลงทาง
    · เห็นตัวเองในตัวเขา (ต่างคนต่างสูญเสียคนรัก)

    ผลงานสำคัญในวงการตำรวจ

    คดีสำคัญ

    1. คดีเจนีซิส แล็บ - เปิดโปงการทดลองโอปปาติกะ
    2. คดีสังสาระเน็ต - ป้องกันการละเมิดข้อมูลจิตสำนึก
    3. คดีกรรมโปรแกรม - หยุดยั้ง AI จัดการกฎแห่งกรรม

    รางวัลที่ได้รับ

    · ตำรวจยอดเยี่ยม 3 ปีซ้อน
    · นักสืบวิทยาศาสตร์ แห่งปี
    · พ่อตัวอย่าง จากองค์กรสังคม

    🪷 ปรัชญาการใช้ชีวิตปัจจุบัน

    คำคมจากประสบการณ์

    "การแก้แค้นไม่นำอะไรคืนมา...
    แต่การให้อภัยทำให้เราเป็นอิสระ"

    "วิทยาศาสตร์สอนให้คิด ธรรมะสอนให้เข้าใจ
    และชีวิตสอนให้รู้ว่าทั้งสองจำเป็นต่อกัน"

    บทบาทใหม่

    · ที่ปรึกษา: ให้คำแนะนำหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับเทคโนโลยี
    · ครู: สอนทั้งวิทยาศาสตร์และธรรมะให้นักเรียน
    · พ่อ: ยังคงเป็นพ่อของหนูดีไม่เปลี่ยนแปลง

    บทสรุป: การเดินทางแห่งการรู้จักตนเอง

    ร.ต.อ. สิงห์ คือตัวอย่างของ...
    "การเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้นจากความเจ็บปวด"
    "การเติบโตที่เกิดจากการยอมรับความจริง"
    "ความเข้มแข็งที่มาจากความอ่อนโยน"

    เขาไม่ได้เป็นฮีโร่...
    เขาเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่...
    "เรียนรู้ที่จะรักโดยไม่ต้องเข้าใจทั้งหมด
    และเรียนรู้ที่จะเข้าใจโดยไม่ต้องได้รับการรักตอบ"

    การเดินทางของเขาสอนเราว่า:
    "ไม่ว่าเราจะเริ่มต้นด้วยแรงจูงใจใด
    ถ้าใจเราจริง sincerity
    ที่สุดแล้วเราจะพบทางที่ถูกต้อง"🪷

    ---

    คำคมสุดท้ายจาก ร.ต.อ. สิงห์:
    "ฉันเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยความแค้น...
    แต่จบลงด้วยความรัก

    และนั่นคือการเปลี่ยนแปลง
    ที่สำคัญที่สุดในชีวิตฉัน"
    O.P.K รตอ.สิงห์ 🔍 เจาะลึกประวัติ ร.ต.อ. สิงห์ ธรรมาวิวัฒน์ 🚔 เบื้องหลังนายตำรวจผู้ซ่อนความลับ 👶 วัยเด็ก: ลูกชายนักวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2038-2055 ```mermaid graph LR A[พ่อ: ศ.ดร.ประพันธ์<br>นักชีวเคมีชื่อดัง] --> C[เลี้ยงดูลูกด้วย<br>หลักการทางวิทยาศาสตร์] B[แม่: ร.ต.อ.หญิง บุษบา<br>นักสืบอาชญากรรม] --> C C --> D[สิงห์เติบโตมา<br>ด้วยสองโลกาที่แตกต่าง] ``` เหตุการณ์สำคัญอายุ 12 ปี: · ทำการทดลองวิทยาศาสตร์ชนะระดับประเทศ · แต่ช่วยแม่วิเคราะห์หลักฐานคดีได้อย่างเฉียบแหลม · เริ่มสนใจทั้งวิทยาศาสตร์และการสืบสวน 🎓 วัยเรียน: นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ มหาวิทยาลัย - ฟิสิกส์และชีววิทยา · อายุ 19: วิจัยเรื่อง "การถ่ายโอนข้อมูลทางพันธุกรรมด้วยคลื่นควอนตัม" · อายุ 21: ได้รับทุนไปวิจัยที่ CERN · อายุ 23: แต่งงานกับ ดร.ศิรินาถ เพื่อนร่วมวิจัย 🔬 ชีวิตในวงการวิทยาศาสตร์ (พ.ศ. 2061-2071) ชื่อเดิม: ดร.สิงห์ วิวัฒนาโรจน์ ตำแหน่ง:หัวหน้าทีมวิจัยพันธุศาสตร์ควอนตัม ครอบครัวในอุดมคติ: · ภรรยา: ดร.ศิรินาถ - นักชีววิทยาระดับนานาชาติ · ลูกชาย: ด.ช.ภพ - อายุ 7 ขวบ · ลูกสาว: ด.ญ.พลอย - อายุ 5 ขวบ ผลงานวิจัยสำคัญ: · พัฒนาเทคโนโลยีอ่านข้อมูล DNA ด้วยควอนตัม · ค้นพบ "คลื่นพันธุกรรม" ที่สามารถส่งข้อมูลระหว่างเซลล์ · เริ่มวิจัยเรื่อง "การเก็บรักษาจิตสำนึกในรูปแบบดิจิตอล" 💔 คืนแห่งความมืด: การสูญเสียทุกสิ่ง พ.ศ. 2071 - เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิต ```mermaid graph TB A[ได้รับทุนวิจัย<br>จากเจนีซิส แล็บ] --> B[ค้นพบความลับ<br>โครงการโอปปาติกะ] B --> C[ถูกลอบทำร้าย<br>ที่บ้าน] C --> D[ครอบครัวเสียชีวิต<br>แต่เขารอดอย่างปาฏิหาริย์] D --> E[เปลี่ยนชื่อ<br>เป็น สิงห์ ธรรมาวิวัฒน์] E --> F[เข้าสู่ระบบตำรวจ<br>เพื่อตามหาความจริง] ``` บันทึกส่วนตัวหลังเหตุการณ์: "พวกเขาพยายามฆ่าฉันเพราะรู้มากเกินไป... แต่พวกเขาไม่รู้ว่าความตายของครอบครัว ทำให้ฉันมีอะไรที่จะเสียอีกแล้ว" 🚔 การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเครื่องแบบ การฝึกตำรวจ (พ.ศ. 2072) · อายุ 34: เข้ารับการฝึกแบบเร่งรัด · ความได้เปรียบ: ใช้ความรู้วิทยาศาสตร์ช่วยแก้คดี · ความก้าวหน้า: โดดเด่นจนได้เลื่อนตำแหน่งเร็ว การตั้งหน่วยพิเศษ พ.ศ. 2075: ก่อตั้ง "หน่วยสอบสวนเทคโนโลยีขั้นสูง" · สมาชิก: ตำรวจที่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์/เทคโนโลยี · หน้าที่: ดูแลคดีที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีล้ำสมัย · ผลงาน: ปิดคดีไฮเทคได้มากมาย 👧 การพบกับหนูดี (พ.ศ. 2077) เหตุการณ์แรกพบ ระหว่างบุกตรวจเจนีซิส แล็บ · พบเด็กหญิงอายุ 5 ขวบในห้องทดลอง · เด็กไม่พูด แต่สื่อสารผ่านคลื่นสมองได้ · ตัดสินใจรับเป็นลูกบุญธรรมทันที แรงจูงใจที่ซ่อนอยู่ ```python def adoption_motivation(): initial = "เพื่อสืบสานและปกป้อง" hidden = "เพื่อเฝ้าสังเกตผลการทดลอง" developed = "ความรักจริงใจที่เกิดขึ้น later" return f"{initial} -> {hidden} -> {developed}" ``` 🎭 ชีวิตคู่ขนาน: 3 ใบหน้าที่ต้องสวม 1. หน้านายตำรวจ · ลักษณะ: แข็งกร้าว ไม่อ่อนข้อให้ใคร · ความสามารถ: สืบคดีเทคโนโลยีได้เก่งกาจ · เครดิต: ปิดคดีใหญ่ได้มากมาย 2. หน้าพ่อเลี้ยง · ลักษณะ: อ่อนโยน ใส่ใจทุก · กิจกรรม: ไปรับส่งโรงเรียน ทำกับข้าว · ความท้าทาย: ปกปิดความลับของหนูดี 3. หน้าอดีตนักวิทยาศาสตร์ · ที่ซ่อน: ห้องทดลองลับในบ้าน · งานวิจัย: ศึกษาพัฒนาการของโอปปาติกะ · เป้าหมาย: ทำความเข้าใจเทคโนโลยีของเจนีซิส แล็บ 💔 ความขัดแย้งภายใน สงคราม 3 ด้านในใจ ```mermaid graph TB A[ความแค้น<br>ต้องการล้างแค้น] --> D[การตัดสินใจ<br>ที่ยากลำบาก] B[หน้าที่<br>ต้องยุติธรรม] --> D C[ความรัก<br>ต่อหนูดี] --> D ``` บันทึกความสับสน "บางครั้งฉันไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร... เป็นพ่อที่รักลูก?เป็นตำรวจที่ทำตามกฎหมาย? หรือเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่อยากรู้ความจริง? และความจริงแบบไหนที่ฉันต้องการ? ความจริงที่ช่วยให้ล้างแค้น? หรือความจริงที่ช่วยให้หนูดีมีความสุข?" 🛡️ ทักษะพิเศษที่ซ่อนไว้ ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ · พันธุศาสตร์: ระดับเชี่ยวชาญพิเศษ · ฟิสิกส์ควอนตัม: ความรู้ลึก · คอมพิวเตอร์: แฮ็กเกอร์ระดับสูง ทักษะการต่อสู้ · คาราเต้: เข็มขัดดำระดับสูง · ยิงปืน: แม่นยำอันดับต้นๆ ของกรม · การสอดแนม: เรียนรู้จากแม่ 🌱 พัฒนาการทางจิตใจ 4 ช่วงการเปลี่ยนแปลง 1. ช่วงล้างแค้น (2071-2075) - ใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือ 2. ช่วงค้นพบความรัก (2076-2078) - เริ่มรักหนูดีจริงใจ 3. ช่วงต่อสู้กับความจริง (2079-2080) - รู้สึกผิดที่ซ่อนความลับ 4. ช่วงเข้าใจชีวิต (2081-ปัจจุบัน) - เรียนรู้ที่จะปล่อยวาง บทเรียนสำคัญ "การเป็นพ่อไม่ใช่การปกป้องจากอันตราย... แต่คือการสอนให้เข้มแข็งพอที่จะเผชิญอันตรายได้" 🎪 ความสัมพันธ์เชิงลึก กับหนูดี: จากหน้าที่สู่ความรัก ```mermaid graph TD A[เริ่มต้น:<br>เพื่อสืบสาน] --> B[พัฒนาการ:<br>รู้สึกผิด] B --> C[เปลี่ยนแปลง:<br>รักจริงใจ] C --> D[ที่สุด:<br>พร้อมเสียสละทุกอย่าง] ``` กับดร. อัจฉริยะ: จากศัตรูสู่ความเข้าใจ · : เกลียดชังเพราะคิดว่าเป็นฆาตรกร · : เริ่มเห็นความตั้งใจดีแต่หลงทาง · เห็นตัวเองในตัวเขา (ต่างคนต่างสูญเสียคนรัก) 🏆 ผลงานสำคัญในวงการตำรวจ คดีสำคัญ 1. คดีเจนีซิส แล็บ - เปิดโปงการทดลองโอปปาติกะ 2. คดีสังสาระเน็ต - ป้องกันการละเมิดข้อมูลจิตสำนึก 3. คดีกรรมโปรแกรม - หยุดยั้ง AI จัดการกฎแห่งกรรม รางวัลที่ได้รับ · ตำรวจยอดเยี่ยม 3 ปีซ้อน · นักสืบวิทยาศาสตร์ แห่งปี · พ่อตัวอย่าง จากองค์กรสังคม 🪷 ปรัชญาการใช้ชีวิตปัจจุบัน คำคมจากประสบการณ์ "การแก้แค้นไม่นำอะไรคืนมา... แต่การให้อภัยทำให้เราเป็นอิสระ" "วิทยาศาสตร์สอนให้คิด ธรรมะสอนให้เข้าใจ และชีวิตสอนให้รู้ว่าทั้งสองจำเป็นต่อกัน" บทบาทใหม่ · ที่ปรึกษา: ให้คำแนะนำหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับเทคโนโลยี · ครู: สอนทั้งวิทยาศาสตร์และธรรมะให้นักเรียน · พ่อ: ยังคงเป็นพ่อของหนูดีไม่เปลี่ยนแปลง 🌟 บทสรุป: การเดินทางแห่งการรู้จักตนเอง ร.ต.อ. สิงห์ คือตัวอย่างของ... "การเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้นจากความเจ็บปวด" "การเติบโตที่เกิดจากการยอมรับความจริง" "ความเข้มแข็งที่มาจากความอ่อนโยน" เขาไม่ได้เป็นฮีโร่... เขาเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่... "เรียนรู้ที่จะรักโดยไม่ต้องเข้าใจทั้งหมด และเรียนรู้ที่จะเข้าใจโดยไม่ต้องได้รับการรักตอบ" การเดินทางของเขาสอนเราว่า: "ไม่ว่าเราจะเริ่มต้นด้วยแรงจูงใจใด ถ้าใจเราจริง sincerity ที่สุดแล้วเราจะพบทางที่ถูกต้อง"🪷✨ --- คำคมสุดท้ายจาก ร.ต.อ. สิงห์: "ฉันเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยความแค้น... แต่จบลงด้วยความรัก และนั่นคือการเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญที่สุดในชีวิตฉัน"
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1059 มุมมอง 0 รีวิว
  • O.P.K
    ดร.อัจฯ
    เจาะลึกประวัติ ดร. อัจฉริยะ จิตต์เมตตา

    เบื้องหลังอัจฉริยะผู้หลงทาง

    วัยเด็ก: เด็กอัจฉริยะผู้โดดเดี่ยว

    พ.ศ. 2048-2060

    ```mermaid
    graph LR
    A[พ่อ: ดร.ชาติชาย<br>นักฟิสิกส์ควอนตัม] --> C[เลี้ยงดูลูกด้วย<br>หลักการทางวิทยาศาสตร์]
    B[แม่: ดร.มาลี<br>นักปรัชญาพุทธศาสนา] --> C
    C --> D[อัจฉริยะเติบโตมา<br>ด้วยสองโลกาที่ขัดแย้ง]
    ```

    เหตุการณ์สำคัญอายุ 7 ปี:

    · ค้นพบว่าโลกนี้มีแต่ความไม่เที่ยง เมื่อสุนัขตัวแรกตาย
    · เริ่มตั้งคำถาม: "ทำไมสิ่งมีชีวิตต้องตาย?"
    · พยายามหา "สูตรคณิตศาสตร์แห่งความเป็นอมตะ"

    วัยเรียน: ความขัดแย้งระหว่างวิทยาศาสตร์และศาสนา

    มัธยมศึกษา - โรงเรียนวิทยาศาสตร์ gifted

    · อายุ 14: ค้นพบสมการเปลี่ยนพลังงานจิตเป็นข้อมูลดิจิตอลได้
    · อายุ 16: เขียนเกี่ยวกับ "พุทธศาสนาในมุมมองควอนตัมฟิสิกส์"
    · ความขัดแย้ง: ถูกครูศาสนาตำหนิว่า "พยายามวัดสิ่งที่วัดไม่ได้"

    การเป็นนักบวชชั่วคราว (พ.ศ. 2073-2075)

    เหตุผล: ต้องการพิสูจน์ว่า "นิพพานเป็น state of consciousness ที่วัดได้"
    การฝึกฝน:

    · นั่งสมาธิวิปัสสนาต่อเนื่อง 7 วัน
    · บันทึกคลื่นสมองตัวเองด้วยอุปกรณ์ลักลอบนำเข้า
    · การค้นพบ: พบ "คลื่นสมองนิพพาน" แต่ไม่สามารถคงสภาพได้

    คำบอกเล่าจากพระอาจารย์:
    "เธอพยายามจับน้ำทะเลด้วยมือเปล่า...
    สิ่งที่เธอได้ไม่ใช่ทะเล แต่เพียงหยดน้ำเล็กๆ"

    จุดเปลี่ยน: การสูญเสียครอบครัว

    พ.ศ. 2076 - เหตุการณ์สะเทือนใจ

    ```mermaid
    graph TB
    A[ภรรยา: ดร.วรรณา<br>นักชีววิทยา] --> D[ถูกสังหาร]
    B[ลูกชาย: น้องภูมิ<br>อายุ 5 ขวบ] --> D
    C[ลูกสาว: น้องพลอย<br>อายุ 3 ขวบ] --> D
    D --> E[อัจฉริยะพบศพ<br>และหลักฐาน]
    E --> F[รู้ว่าเป็นการฆ่า<br>เพราะวิจัยลึกล้ำเกินไป]
    ```

    บันทึกส่วนตัวหลังเหตุการณ์:
    "วิทยาศาสตร์ไม่สามารถคืนชีวิตให้พวกเขาได้...
    แต่สามารถป้องกันไม่ให้ใครต้องเสียแบบนี้อีก"

    การก่อตั้งเจนีซิส แล็บ (พ.ศ. 2077)

    แรงจูงใจที่ประกาศ: "เพื่อรักษาโรคและยืดอายุมนุษย์"
    แรงจูงใจที่แท้จริง:

    1. สร้างร่างกายที่ทนทานไม่เจ็บป่วย
    2. พัฒนาวิธีเก็บรักษาจิตสำนึก
    3. ค้นหาวิธีการ "เกิดใหม่โดยมีความจำ"

    การทดลองที่สำคัญ

    โครงการลับ 1: โครงการโคลนนิ่ง

    · เป้าหมาย: สร้างร่างกายพร้อมรับจิตสำนึก
    · ความสำเร็จ: สร้าง OPPATIKA รุ่น 1-4 ได้
    · ความล้มเหลว: ไม่สามารถถ่ายโอนจิตสำนึกได้สมบูรณ์

    โครงการลับ 2: สังสาระเน็ต

    · เป้าหมาย: สร้างเครือข่ายเก็บข้อมูลจิตสำนึก
    · ความก้าวหน้า: สามารถบันทึกคลื่นสมองได้
    · ข้อจำกัด: ไม่สามารถ "เล่นกลับ" ได้อย่างสมบูรณ์

    โครงการลับ 3: กรรมสัมพันธ์

    · เป้าหมาย: ทำความเข้าใจและจัดการกฎแห่งกรรม
    · วิธีการ: วิเคราะห์รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล
    · ปัญหาที่พบ: กรรมมีความซับซ้อนเกินกว่าที่ AI จะคำนวณได้

    ปรัชญาและความเชื่อส่วนตัว

    สมการแห่งการรู้แจ้งของอัจฉริยะ

    ```
    การรู้แจ้ง = (สมาธิ × ปัญญา) + (เทคโนโลยี × ความเข้าใจ)
    ```

    ความเชื่อผิดๆ 3 ประการ

    1. "ทุกข์เป็นสิ่งที่ต้องกำจัด" - ไม่เข้าใจว่าทุกข์คือครู
    2. "กรรมจัดการได้ด้วยวิทยาศาสตร์" - ไม่เห็นความเป็นไตรลักษณ์ของกรรม
    3. "การรู้แจ้งเป็นกระบวนการทางเทคนิค" - ลืมเรื่องจิตตานุภาพ

    ชีวิตส่วนตัวหลังก่อตั้งแล็บ

    ความสัมพันธ์กับทีมงาน

    · กับดร.ก้าวหน้า: เห็นว่าเป็นลูกศิษย์แต่ขาดความลึกซึ้ง
    · กับนางสาวเมตตา: รู้สึกขอบคุณที่คอยยับยั้งแต่ก็เห็นว่าเป็นอุปสรรค
    · กับทีมวิจัย: เก็บระยะห่าง มองว่าเป็นเครื่องมือเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่

    ชีวิตส่วนตัว

    · ที่อยู่: ห้องพักในแล็บ ไม่มีชีวิตนอกงาน
    · งานอดิเรก: นั่งสมาธิพร้อมบันทึกข้อมูล, อ่านคัมภีร์โบราณ
    · ความฝัน: "การสร้างสังคมโอปปาติกะที่ปราศจากความทุกข์"

    จุดพลิกผันในการเป็นผู้ต้องหา

    การรู้สึกตัวว่าผิดทาง

    บันทึกก่อนถูกจับกุม 1 เดือน:
    "บางครั้งฉันสงสัย...
    การที่ฉันพยายามสร้างสวรรค์
    อาจกำลังสร้างนรกใหม่ก็ได้"

    การยอมรับความผิด

    ในการสอบสวน:
    "ผมเข้าใจแล้วว่าความทุกข์มีความหมาย...
    การพยายามกำจัดความทุกข์คือการปฏิเสธความเป็นมนุษย์"

    🪷 การเปลี่ยนแปลงในคุก

    การปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง

    · ศึกษาพระธรรมอย่างลึกซึ้งโดยไม่มีอัตตา
    · เขียนบทความ "วิทยาศาสตร์กับการรู้แจ้ง: ทางแยกที่ฉันเดินผิด"
    · ให้คำแนะนำเจนีซิส แล็บจากBehind bars

    คำสอนใหม่

    "เทคโนโลยีเป็นได้แค่รถยนต์...
    แต่การรู้แจ้งคือการเดินทาง
    เราอย่าหลงผิดคิดว่าการมีรถดีๆ
    จะทำให้เราถึงจุดหมายโดยอัตโนมัติ"

    มรดกทางความคิด

    สิ่งที่เขาทิ้งไว้

    1. เทคโนโลยีโอปปาติกะ - เปิดมิติใหม่แห่งการเกิด
    2. คำถามเกี่ยวกับชีวิตและความตาย - ท้าทายความเชื่อเดิมๆ
    3. บทเรียนเกี่ยวกับจริยธรรม - วิทยาศาสตร์ต้องเดินคู่กับธรรมะ

    คำพยากรณ์ของอัจฉริยะ

    "อีก 50 ปี ข้างหน้า มนุษย์จะเข้าใจ...
    ว่าจิตวิญญาณกับวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งเดียวกัน
    และโอปปาติกะจะเป็นสะพานสู่ความเข้าใจนั้น"

    บทสรุป: อัจฉริยะผู้เข้าใจผิดแต่ตั้งใจดี

    ดร. อัจฉริยะ คือตัวอย่างของ...
    "ความดีที่ขาดปัญญา"
    "ความฉลาดที่ขาดความเข้าใจ"
    "ความพยายามที่ขาดทิศทางที่ถูกต้อง"

    แต่ในที่สุด...
    การเดินทางที่ผิดพลาดของเขา
    กลายเป็นบทเรียนที่มีค่าสำหรับทุกคน

    เขาสอนเราว่า:
    "ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกลเพียงใด
    จิตใจมนุษย์ยังคงเป็นสิ่งที่ลึกลับซับซ้อนที่สุด
    และการเข้าใจตนเองยังคงเป็นการเดินทางที่สำคัญที่สุด"🪷

    ---

    คำคมสุดท้ายจากดร. อัจฉริยะ:
    "ฉันใช้ชีวิตทั้งชีวิตพยายามเข้าใจจักรวาล...
    แต่ลืมเข้าใจหัวใจของตัวเอง
    และนั่นคือความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของฉัน"
    O.P.K ดร.อัจฯ 🔍 เจาะลึกประวัติ ดร. อัจฉริยะ จิตต์เมตตา 🧬 เบื้องหลังอัจฉริยะผู้หลงทาง 👶 วัยเด็ก: เด็กอัจฉริยะผู้โดดเดี่ยว พ.ศ. 2048-2060 ```mermaid graph LR A[พ่อ: ดร.ชาติชาย<br>นักฟิสิกส์ควอนตัม] --> C[เลี้ยงดูลูกด้วย<br>หลักการทางวิทยาศาสตร์] B[แม่: ดร.มาลี<br>นักปรัชญาพุทธศาสนา] --> C C --> D[อัจฉริยะเติบโตมา<br>ด้วยสองโลกาที่ขัดแย้ง] ``` เหตุการณ์สำคัญอายุ 7 ปี: · ค้นพบว่าโลกนี้มีแต่ความไม่เที่ยง เมื่อสุนัขตัวแรกตาย · เริ่มตั้งคำถาม: "ทำไมสิ่งมีชีวิตต้องตาย?" · พยายามหา "สูตรคณิตศาสตร์แห่งความเป็นอมตะ" 🎓 วัยเรียน: ความขัดแย้งระหว่างวิทยาศาสตร์และศาสนา มัธยมศึกษา - โรงเรียนวิทยาศาสตร์ gifted · อายุ 14: ค้นพบสมการเปลี่ยนพลังงานจิตเป็นข้อมูลดิจิตอลได้ · อายุ 16: เขียนเกี่ยวกับ "พุทธศาสนาในมุมมองควอนตัมฟิสิกส์" · ความขัดแย้ง: ถูกครูศาสนาตำหนิว่า "พยายามวัดสิ่งที่วัดไม่ได้" 🏛️ การเป็นนักบวชชั่วคราว (พ.ศ. 2073-2075) เหตุผล: ต้องการพิสูจน์ว่า "นิพพานเป็น state of consciousness ที่วัดได้" การฝึกฝน: · นั่งสมาธิวิปัสสนาต่อเนื่อง 7 วัน · บันทึกคลื่นสมองตัวเองด้วยอุปกรณ์ลักลอบนำเข้า · การค้นพบ: พบ "คลื่นสมองนิพพาน" แต่ไม่สามารถคงสภาพได้ คำบอกเล่าจากพระอาจารย์: "เธอพยายามจับน้ำทะเลด้วยมือเปล่า... สิ่งที่เธอได้ไม่ใช่ทะเล แต่เพียงหยดน้ำเล็กๆ" 💔 จุดเปลี่ยน: การสูญเสียครอบครัว พ.ศ. 2076 - เหตุการณ์สะเทือนใจ ```mermaid graph TB A[ภรรยา: ดร.วรรณา<br>นักชีววิทยา] --> D[ถูกสังหาร] B[ลูกชาย: น้องภูมิ<br>อายุ 5 ขวบ] --> D C[ลูกสาว: น้องพลอย<br>อายุ 3 ขวบ] --> D D --> E[อัจฉริยะพบศพ<br>และหลักฐาน] E --> F[รู้ว่าเป็นการฆ่า<br>เพราะวิจัยลึกล้ำเกินไป] ``` บันทึกส่วนตัวหลังเหตุการณ์: "วิทยาศาสตร์ไม่สามารถคืนชีวิตให้พวกเขาได้... แต่สามารถป้องกันไม่ให้ใครต้องเสียแบบนี้อีก" 🔬 การก่อตั้งเจนีซิส แล็บ (พ.ศ. 2077) แรงจูงใจที่ประกาศ: "เพื่อรักษาโรคและยืดอายุมนุษย์" แรงจูงใจที่แท้จริง: 1. สร้างร่างกายที่ทนทานไม่เจ็บป่วย 2. พัฒนาวิธีเก็บรักษาจิตสำนึก 3. ค้นหาวิธีการ "เกิดใหม่โดยมีความจำ" 🧪 การทดลองที่สำคัญ โครงการลับ 1: โครงการโคลนนิ่ง · เป้าหมาย: สร้างร่างกายพร้อมรับจิตสำนึก · ความสำเร็จ: สร้าง OPPATIKA รุ่น 1-4 ได้ · ความล้มเหลว: ไม่สามารถถ่ายโอนจิตสำนึกได้สมบูรณ์ โครงการลับ 2: สังสาระเน็ต · เป้าหมาย: สร้างเครือข่ายเก็บข้อมูลจิตสำนึก · ความก้าวหน้า: สามารถบันทึกคลื่นสมองได้ · ข้อจำกัด: ไม่สามารถ "เล่นกลับ" ได้อย่างสมบูรณ์ โครงการลับ 3: กรรมสัมพันธ์ · เป้าหมาย: ทำความเข้าใจและจัดการกฎแห่งกรรม · วิธีการ: วิเคราะห์รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล · ปัญหาที่พบ: กรรมมีความซับซ้อนเกินกว่าที่ AI จะคำนวณได้ 🎯 ปรัชญาและความเชื่อส่วนตัว สมการแห่งการรู้แจ้งของอัจฉริยะ ``` การรู้แจ้ง = (สมาธิ × ปัญญา) + (เทคโนโลยี × ความเข้าใจ) ``` ความเชื่อผิดๆ 3 ประการ 1. "ทุกข์เป็นสิ่งที่ต้องกำจัด" - ไม่เข้าใจว่าทุกข์คือครู 2. "กรรมจัดการได้ด้วยวิทยาศาสตร์" - ไม่เห็นความเป็นไตรลักษณ์ของกรรม 3. "การรู้แจ้งเป็นกระบวนการทางเทคนิค" - ลืมเรื่องจิตตานุภาพ 💼 ชีวิตส่วนตัวหลังก่อตั้งแล็บ ความสัมพันธ์กับทีมงาน · กับดร.ก้าวหน้า: เห็นว่าเป็นลูกศิษย์แต่ขาดความลึกซึ้ง · กับนางสาวเมตตา: รู้สึกขอบคุณที่คอยยับยั้งแต่ก็เห็นว่าเป็นอุปสรรค · กับทีมวิจัย: เก็บระยะห่าง มองว่าเป็นเครื่องมือเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ชีวิตส่วนตัว · ที่อยู่: ห้องพักในแล็บ ไม่มีชีวิตนอกงาน · งานอดิเรก: นั่งสมาธิพร้อมบันทึกข้อมูล, อ่านคัมภีร์โบราณ · ความฝัน: "การสร้างสังคมโอปปาติกะที่ปราศจากความทุกข์" 🚨 จุดพลิกผันในการเป็นผู้ต้องหา การรู้สึกตัวว่าผิดทาง บันทึกก่อนถูกจับกุม 1 เดือน: "บางครั้งฉันสงสัย... การที่ฉันพยายามสร้างสวรรค์ อาจกำลังสร้างนรกใหม่ก็ได้" การยอมรับความผิด ในการสอบสวน: "ผมเข้าใจแล้วว่าความทุกข์มีความหมาย... การพยายามกำจัดความทุกข์คือการปฏิเสธความเป็นมนุษย์" 🪷 การเปลี่ยนแปลงในคุก การปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง · ศึกษาพระธรรมอย่างลึกซึ้งโดยไม่มีอัตตา · เขียนบทความ "วิทยาศาสตร์กับการรู้แจ้ง: ทางแยกที่ฉันเดินผิด" · ให้คำแนะนำเจนีซิส แล็บจากBehind bars คำสอนใหม่ "เทคโนโลยีเป็นได้แค่รถยนต์... แต่การรู้แจ้งคือการเดินทาง เราอย่าหลงผิดคิดว่าการมีรถดีๆ จะทำให้เราถึงจุดหมายโดยอัตโนมัติ" 🌟 มรดกทางความคิด สิ่งที่เขาทิ้งไว้ 1. เทคโนโลยีโอปปาติกะ - เปิดมิติใหม่แห่งการเกิด 2. คำถามเกี่ยวกับชีวิตและความตาย - ท้าทายความเชื่อเดิมๆ 3. บทเรียนเกี่ยวกับจริยธรรม - วิทยาศาสตร์ต้องเดินคู่กับธรรมะ คำพยากรณ์ของอัจฉริยะ "อีก 50 ปี ข้างหน้า มนุษย์จะเข้าใจ... ว่าจิตวิญญาณกับวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งเดียวกัน และโอปปาติกะจะเป็นสะพานสู่ความเข้าใจนั้น" 💫 บทสรุป: อัจฉริยะผู้เข้าใจผิดแต่ตั้งใจดี ดร. อัจฉริยะ คือตัวอย่างของ... "ความดีที่ขาดปัญญา" "ความฉลาดที่ขาดความเข้าใจ" "ความพยายามที่ขาดทิศทางที่ถูกต้อง" แต่ในที่สุด... การเดินทางที่ผิดพลาดของเขา กลายเป็นบทเรียนที่มีค่าสำหรับทุกคน เขาสอนเราว่า: "ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกลเพียงใด จิตใจมนุษย์ยังคงเป็นสิ่งที่ลึกลับซับซ้อนที่สุด และการเข้าใจตนเองยังคงเป็นการเดินทางที่สำคัญที่สุด"🪷✨ --- คำคมสุดท้ายจากดร. อัจฉริยะ: "ฉันใช้ชีวิตทั้งชีวิตพยายามเข้าใจจักรวาล... แต่ลืมเข้าใจหัวใจของตัวเอง และนั่นคือความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของฉัน"
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1066 มุมมอง 0 รีวิว
  • “XTU J9 Plus กล้องกริ่งไร้สายสุดคุ้ม — ปลอดค่ารายเดือน พร้อมฟีเจอร์จัดเต็ม”

    XTU เปิดตัวกล้องกริ่งไร้สายรุ่น J9 Plus พร้อมระบบ Chime ที่มาพร้อมสโลแกน “Smarter Security, Zero Fees” โดยเน้นจุดขายคือการใช้งานแบบไม่มีค่าบริการรายเดือน ซึ่งแตกต่างจากแบรนด์ใหญ่ที่มักล็อกฟีเจอร์สำคัญไว้หลัง paywall

    กล้องรุ่นนี้รองรับการบันทึกวิดีโอแบบ local storage สูงสุด 128GB และมี cloud storage แบบจำกัด 6 วินาที โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกใด ๆ ทั้งสิ้น

    ด้านฟีเจอร์ กล้องมาพร้อม:

    มุมมองกว้าง 180 องศาแบบ head-to-toe
    ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบตั้งค่าโซนได้ ลด false alert จากสัตว์เลี้ยง
    วิดีโอความละเอียด 2K พร้อม night vision
    ระบบเสียงสองทางและ quick response ด้วยข้อความ preset
    กันน้ำระดับ IP66 ใช้งานกลางแจ้งได้สบาย
    ใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จได้ ไม่ต้องเดินสายไฟ
    รองรับ Google Assistant และ Alexa

    XTU J9 Plus วางจำหน่ายผ่าน Amazon ในราคาพิเศษ $49.99 (ลดจาก $69.99) ตั้งแต่วันที่ 16–29 ตุลาคม 2025 พร้อมจัดส่งฟรี

    XTU J9 Plus เป็นกล้องกริ่งไร้สายพร้อมระบบ Chime
    ใช้งานได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือน

    รองรับ local storage สูงสุด 128GB และ cloud storage 6 วินาที
    ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

    มุมมองกว้าง 180 องศาแบบเต็มตัว
    เห็นทั้งคนและพัสดุที่วางหน้าประตู

    ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบตั้งค่าโซน
    ลดการแจ้งเตือนผิดพลาดจากสัตว์หรือสิ่งรบกวน

    วิดีโอความละเอียด 2K พร้อม night vision
    มองเห็นชัดแม้ในเวลากลางคืน

    ระบบเสียงสองทางและ quick response
    สื่อสารกับผู้มาเยือนได้ทันที

    กันน้ำระดับ IP66 และใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จได้
    ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเดินสายไฟ

    รองรับ Google Assistant และ Alexa
    เชื่อมต่อกับระบบบ้านอัจฉริยะได้ทันที

    วางจำหน่ายในราคา $49.99 บน Amazon
    โปรโมชั่นถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2025

    Cloud storage มีความจุจำกัดเพียง 6 วินาที
    อาจไม่เพียงพอสำหรับการเก็บหลักฐานในเหตุการณ์สำคัญ

    ต้องใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จใหม่
    หากลืมชาร์จอาจทำให้กล้องหยุดทำงานชั่วคราว

    การตั้งค่าโซนตรวจจับต้องปรับให้เหมาะกับบ้านแต่ละหลัง
    หากตั้งไม่ดีอาจยังมี false alert อยู่

    ไม่รองรับการบันทึกต่อเนื่องแบบ cloud เหมือนบางแบรนด์
    ผู้ใช้ที่ต้องการระบบ cloud เต็มรูปแบบอาจไม่เหมาะ

    https://www.slashgear.com/sponsored/1999695/xtu-doorbell-camera-zero-fees-smarter-security/
    🔔 “XTU J9 Plus กล้องกริ่งไร้สายสุดคุ้ม — ปลอดค่ารายเดือน พร้อมฟีเจอร์จัดเต็ม” XTU เปิดตัวกล้องกริ่งไร้สายรุ่น J9 Plus พร้อมระบบ Chime ที่มาพร้อมสโลแกน “Smarter Security, Zero Fees” โดยเน้นจุดขายคือการใช้งานแบบไม่มีค่าบริการรายเดือน ซึ่งแตกต่างจากแบรนด์ใหญ่ที่มักล็อกฟีเจอร์สำคัญไว้หลัง paywall กล้องรุ่นนี้รองรับการบันทึกวิดีโอแบบ local storage สูงสุด 128GB และมี cloud storage แบบจำกัด 6 วินาที โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกใด ๆ ทั้งสิ้น ด้านฟีเจอร์ กล้องมาพร้อม: 🔔 มุมมองกว้าง 180 องศาแบบ head-to-toe 🔔 ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบตั้งค่าโซนได้ ลด false alert จากสัตว์เลี้ยง 🔔 วิดีโอความละเอียด 2K พร้อม night vision 🔔 ระบบเสียงสองทางและ quick response ด้วยข้อความ preset 🔔 กันน้ำระดับ IP66 ใช้งานกลางแจ้งได้สบาย 🔔 ใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จได้ ไม่ต้องเดินสายไฟ 🔔 รองรับ Google Assistant และ Alexa XTU J9 Plus วางจำหน่ายผ่าน Amazon ในราคาพิเศษ $49.99 (ลดจาก $69.99) ตั้งแต่วันที่ 16–29 ตุลาคม 2025 พร้อมจัดส่งฟรี ✅ XTU J9 Plus เป็นกล้องกริ่งไร้สายพร้อมระบบ Chime ➡️ ใช้งานได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือน ✅ รองรับ local storage สูงสุด 128GB และ cloud storage 6 วินาที ➡️ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ✅ มุมมองกว้าง 180 องศาแบบเต็มตัว ➡️ เห็นทั้งคนและพัสดุที่วางหน้าประตู ✅ ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบตั้งค่าโซน ➡️ ลดการแจ้งเตือนผิดพลาดจากสัตว์หรือสิ่งรบกวน ✅ วิดีโอความละเอียด 2K พร้อม night vision ➡️ มองเห็นชัดแม้ในเวลากลางคืน ✅ ระบบเสียงสองทางและ quick response ➡️ สื่อสารกับผู้มาเยือนได้ทันที ✅ กันน้ำระดับ IP66 และใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จได้ ➡️ ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเดินสายไฟ ✅ รองรับ Google Assistant และ Alexa ➡️ เชื่อมต่อกับระบบบ้านอัจฉริยะได้ทันที ✅ วางจำหน่ายในราคา $49.99 บน Amazon ➡️ โปรโมชั่นถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2025 ‼️ Cloud storage มีความจุจำกัดเพียง 6 วินาที ⛔ อาจไม่เพียงพอสำหรับการเก็บหลักฐานในเหตุการณ์สำคัญ ‼️ ต้องใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จใหม่ ⛔ หากลืมชาร์จอาจทำให้กล้องหยุดทำงานชั่วคราว ‼️ การตั้งค่าโซนตรวจจับต้องปรับให้เหมาะกับบ้านแต่ละหลัง ⛔ หากตั้งไม่ดีอาจยังมี false alert อยู่ ‼️ ไม่รองรับการบันทึกต่อเนื่องแบบ cloud เหมือนบางแบรนด์ ⛔ ผู้ใช้ที่ต้องการระบบ cloud เต็มรูปแบบอาจไม่เหมาะ https://www.slashgear.com/sponsored/1999695/xtu-doorbell-camera-zero-fees-smarter-security/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    Discover Smarter Security And Zero Fees With This Video Doorbell Camera - SlashGear
    If you've been shopping around for a wireless video doorbell with no strings or fees attached, look no further than the XTU J9 Plus with a full view and chime.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 500 มุมมอง 0 รีวิว
  • วัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) วิเคราะห์เจาะลึก 6 เหตุการณ์สำคัญใน "ละครแห่งชีวิตของทักษิณคดีป่วยทิพย์ชั้น 14" โดยตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการอ้างอาการป่วยของ ทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นเหตุผลในการย้ายตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ แทนที่จะรับโทษจำคุกในเรือนจำ ผู้เขียนมองว่าการบังคับโทษจำคุกไม่เป็นไปตามคำพิพากษา และหากศาลฎีกาพิจารณาว่าการจำคุกไม่ถูกต้องครบถ้วน ก็มีอำนาจออกหมายจำคุกตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ได้

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000086009

    #News1live #News1 #SondhiX #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    วัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) วิเคราะห์เจาะลึก 6 เหตุการณ์สำคัญใน "ละครแห่งชีวิตของทักษิณคดีป่วยทิพย์ชั้น 14" โดยตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการอ้างอาการป่วยของ ทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นเหตุผลในการย้ายตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ แทนที่จะรับโทษจำคุกในเรือนจำ ผู้เขียนมองว่าการบังคับโทษจำคุกไม่เป็นไปตามคำพิพากษา และหากศาลฎีกาพิจารณาว่าการจำคุกไม่ถูกต้องครบถ้วน ก็มีอำนาจออกหมายจำคุกตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ได้ อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000086009 #News1live #News1 #SondhiX #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    Haha
    5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 756 มุมมอง 0 รีวิว
  • แกะรอยเก่า ตอนที่ 3

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แกะรอยเก่า”
    ตอนที่ 3
    หลังจากอยู่กรุงเทพฯได้ 1 ปี นาย Kenneth และครอบครัว ก็ถูกให้ย้ายไปประจำที่นครศรีธรรมราช เขาอยู่ที่นั่น 1 ปี จากนั้นก็ย้ายมาประจำที่ตรัง รวมๆ แล้ว เขาอยู่แถวภาคใต้ของไทย ประมาณเกือบ 10 ปี ตอนที่อยู่ที่นครศรีธรรมราช เขาอาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกับโรงเรียนสตรี ซึ่งเป็นของพวกมิชชั่นนารี ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นที่พระราชทานจากกรมพระยาดำรงราชานุภาพ แต่เมื่อมาอยู่ตรัง เขามีบ้านแยกต่างหากจากโรงเรียน ระหว่างที่เขาอยู่ตรังเขาเดินทาง ไปทั่ว ขึ้นมาจนทับสะแก (คือหัวหินในปัจจุบัน) และลงใต้ไปถึงแหลมมาลายู เขาบอกว่าในภาคใต้ของไทย มีคนจีนอาศัยอยู่มาก และส่วนมากเป็นพวกใช้แรงงาน หรือขายของชำ บ้างก็เปิดร้านค้าเล็กๆ ในตลาด ครอบครัวเขามีคนรับใช้และคนทำอาหารเป็นชาวจีน เขาจึงหัดพูดภาษาจีนกับคนรับใช้ทุกวัน
    จากการที่เขาคุยกับคนรับใช้ชาวจีน เขารู้ว่าคนจีนเหล่านั้นไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ ไม่มีโรงเรียนของคนจีน เขาจึงพยายามให้ทางคณะมิชชั่นนารีช่วยจัดตั้งโรงเรียนให้คนจีน โดยเอาครูมาจากกรุงเทพฯ สิงคโปร์ ปีนัง ส่วนค่าก่อสร้างเขาก็ขอรับบริจาคบ้างจากคนในจังหวัด เขาสามารถสร้างใด้ถึง 4 โรงเรียน การคลุกคลีกับคนจีน ทำให้เขาพูดภาษาจีนแต้จิ๋วได้และเทศน์เป็นภาษาจีนได้อีกด้วย การสอนภาษาของ นาย Kenneth ขยายไปตั้งแต่คอขอดกระจนถึงชายแดนมาลายู และทำให้เขาต้องเดินทางแถบนั้นบ่อยมาก โดยรถไฟ เกวียน ช้าง เรือข้ามฝั่ง เรือเล็กตามคลอง รวมทั้งที่จักรยาน และการเดินเท้าของตนเอง และเพื่อให้มีการติดต่อระหว่างสังคมไทยและจีน ซึ่งอยู่ห่างไกลกัน นาย Kenneth ลงทุนพิมพ์จดหมายเหตุรายเดือน เป็นภาษาไทยและจีน เพื่อให้คนเหล่านั้นได้ข้อมูลและข่าว (ตามที่เขาเขียน !) ต้องนับถือผู้ที่เลือกถิ่นที่ทำงานให้นาย Kenneth จริงๆ ภาคใต้น่าสนใจหลายอย่าง รวมทั้งภูมิศาสตร์ที่มีพื้นที่ยาวตลอดไป ตามอ่าวไทยของไทยจนไปถึงเขตแดนมลายู
    นาย Kenneth และครอบครัว ย้ายกลับไปอเมริกาใน ค.ศ. 1937 โดยอ้างว่า เบื่อที่จะเป็น มิชชั่นนารีแล้ว เพราะรายได้ไม่พอ (หรือภาระกิจสำเร็จได้ตามเป้า เลยเก็บฉากขนของกลับบ้านซะเฉยๆ งั้นแหละ !?) เมื่อเขากลับ เขาหอบหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่ออกเป็นงวด ที่เกี่ยวกับเมืองไทยที่เขาเก็บสะสมไว้ ตลอด 10 ปีที่อยู่เมืองกลับไปด้วย รวมทั้งแผนที่ของเมืองไทยแสดงอาณาบริเวณต่างๆ ทั่วประเทศอย่างละเอียด ยังไม่หมดยังหอบเอาหนังสือจากห้องสมุดของไทย ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เท่าที่ตัวเองจะหาได้กลับไปด้วย ที่สำคัญ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย เมื่อปี ค.ศ. 1932 (พ.ศ. 2475) นาย Kenneth บอกว่าเป็นช่วงเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์ไทย เขาเก็บเอกสารในช่วง 5 ปี ระหว่างนั้นไว้หมด โดยตั้งใจจะเขียนหนังสือ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย (นับว่าเป็นมิชชั่นนารี “ตัวอย่าง” จริงๆ ตกลงจะมาเผยแพร่ศาสนาหรือมาทำอะไรกันแน่)
    วันหนึ่งหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ.2475 ขณะที่เขาเริ่มเขียนหนังสือ เรื่อง Siam in Transition เขายังอยู่ที่ตรังกับครอบครัว มีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นคนสนิทของนายปรีดี พนมยงค์ ตอนเป็นผู้สำเร็จราชการ เกิดอยากจะแต่งงานในโบสถ์คริสเตียน กับสาวตรังซึ่งเป็นคริสเตียน นายคนสนิทนี้ก็มาหา นาย Kenneth เพื่อขออนุญาตนาย Kenneth ให้คู่บ่าวสาวได้แต่งงานและทำพิธีในโบสถ์ นาย Kenneth ดีใจจนบอกไม่ถูก เห็นโอกาสทองลอยอยู่ข้างหน้า เขาบอกกับนายคนสนิทว่า ได้สิ ถ้าคุณหาเอกสารมาให้ผมชิ้นหนึ่ง เอกสารนั้นคือบทความเค้าโครงเศรษฐกิจ ฉบับที่นายปรีดีเขียน เพื่อจะนำมาใช้กับประเทศไทย หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ทรงไม่เห็นด้วย ทรงเห็นว่านายปรีดีมีแนวความคิดเช่นลัทธิคอมมิวนิสม์ ต่อมาเอกสารนั้นก็ถูกเก็บ เป็นเอกสารต้องห้าม ไม่มีใครได้เห็นอีก (นาย Kenneth นี่ต้องนับว่าเป็นนักฉวยโอกาสตัวยงจริงๆ) คงจะเป็นเพราะกำลังหน้ามืดอยากแต่งงานเต็มแก่ นายคนสนิทลงทุนไปเอาเอกสารมาให้นาย Kenneth รวมทั้งแถมรายงานการประชุมคณะอภิรัฐมนตรี ซึ่งระบุว่านายปรีดี เป็นคอมมิวนิสต์และที่ประชุมเห็นว่านายปรีดี ควรลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ
    ภายหลังเมื่อนาย Kenneth ได้เขียนหนังสือ Siam in Transition เขาได้นำเอกสารทั้ง 2 ชิ้นมาแนบท้ายหนังสือไว้ด้วย แต่หนังสือนี้ถูกห้ามขายในประเทศไทย
    หลังจากเขาได้เอกสารนี้มาไม่นาน พระองค์เจ้าธานีฯ (นาย Kenneth เขียนชื่อไว้เช่นนั้น) ทรงทราบข่าวที่นาย Kenneth ได้เอกสารนี้มา ท่านสนใจมากถึงขนาดลงทุนเดินทางจากกรุงเทพมาหานาย Kenneth ที่ตรัง เพื่อขออ่านเอกสารทั้ง 2 ชิ้น (แสดงว่าเอกสาร 2 ชิ้นนี้ต้องมีความสำคัญมากสำหรับ การเมืองของไทย แล้วมิชชั่นนารี ซึ่งไม่น่าจะยุ่งเกี่ยวกับการเมืองบ้านเรา ทำไมถึงให้ความสนใจจนลืมมรรยาท ถึงกับใช้วิธีการฉวยโอกาสอย่างคนไม่มีระดับถึงขนาดนี้!?) นาย Kenneth รู้ว่าเอกสารนี้ต้องห้าม เขาเลยเอาไปซ่อนไว้ในกองหนังสือพิมพ์ในห้องส้วมของเขาและ พระองค์เจ้าธานีฯ ก็ต้องไปนั่งอ่านเอกสาร โดยล็อคตัวเองอยู่ในส้วมของนาย Kenneth !
    หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เจ้านายหลายพระองค์ รวมทั้งกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ต้องเสด็จลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ กรมพระยาดำรงฯเสด็จไปอยู่ปีนัง เมื่อนาย Kenneth และครอบครัวจะกลับอเมริกา เขาเดินทางไปเยี่ยมท่านที่ปีนัง เขาอ้างว่าเป็นการเยี่ยมในฐานะเพื่อนเก่า ระหว่างคุยกัน เขาถามกรมพระยาดำรงฯ ว่าท่านจะยินยอมให้เขานำหนังสือที่ท่านทรงสะสมไว้ มอบให้แก่มหาวิทยาลัยในอเมริกาหรือไม่ เพราะกรมพระยาดำรงฯ ท่านเป็นเสนาบดีกระทรวงศึกษาฯ อยู่ช่วงหนึ่ง และท่านได้รับมอบหมายจากพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ให้ทรงจัดตั้งหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งกรมพระยาดำรงฯก็จัดตั้งเรียบร้อย โดยหนังสือทุกเล่มที่อยู่ในหอสมุด ท่านก็จะมีอีกชุดหนึ่งเก็บไว้ที่ท่านเอง รวมทั้งหนังสือที่ท่านทรงสะสม เอง ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วรรณคดี ศาสนา ฯลฯ ของไทยและเอเซียตะวันออก มีทั้งเป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส กรมพระยาดำรงฯ ตอบว่าท่านเสียดายที่หนังสือนั้นจะไม่มีใครสนใจอีกต่อไป แต่ถ้ามีมหาวิทยาลัยที่สนใจ มีคนได้ศึกษาและมีคนอย่างนาย Kenneth ดูแลท่านก็ยินดีที่จะยกให้
    แล้วนาย Kenneth ก็นำรายชื่อหนังสือประมาณ 600 เล่ม ของกรมพระยาดำรงกลับอเมริกาไปด้วย โดยเขาอ้างว่า เขาจะนำไปจัดทำห้องสมุดไทยหรือเอเซียตะวันออก ที่มหาวิทยาลัยดังๆ ในอเมริกา ค่าเดินทางไปปีนังนี่มันคงไม่ใช่ราคาถูกๆ แต่คงจะเป็นการลงทุนที่เกินคุ้มหลายร้อยเท่า เมื่อเทียบกับรายชื่อหนังสือ 600 เล่ม ที่นาย Kenneth จะเอาไป อ้างว่าเป็นของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ อดีตเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยของเมืองไทยที่จะมอบให้นาย Kenneth ที่จะได้มาโดยการ “กล่อม” ซึ่งต่อมาเขาได้นำไปใช้ประโยชน์ให้แก่ตัวเองและสร้างประโยชน์ให้แก่อเมริกาอย่างมหาศาล ในการใช้เป็นต้นแบบเครื่องมือการล่าชนิดหนึ่ง!
    (หมายเหตุคนเล่านิทาน : เข้าใจว่า กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ท่านคงกำลังเศร้าพระทัย จากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และจากการที่คณะราษฎร์แสดงความไม่ประสงค์ดีต่อท่าน จนท่านถึงกับต้องเสด็จไปประทับอยู่ปีนัง ท่านเป็นนักประวัติศาสตร์ สนใจศึกษาหาความรู้ ทรงเก็บสะสมหนังสือเกี่ยวกับเมืองไทยไว้แยะ เมื่อคณะราษฎร์ทำการปฏิวัติ เปลี่ยนการปกครอง ซึ่งอาจจะกระทบถึงวัฒนธรรมประเพณี รวมทั้งหลักสูตรการศึกษา ฯลฯ หนังสือต่างๆ เหล่านั้น คณะราษฎร์อาจไม่เห็นประโยชน์อีกต่อไป เมื่อนาย Kenneth เข้าไปขอในจังหวะนั้น ก็ไม่น่าแปลกใจที่ท่านจะคล้อยตาม !)

    คนเล่านิทาน
    แกะรอยเก่า ตอนที่ 3 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แกะรอยเก่า” ตอนที่ 3 หลังจากอยู่กรุงเทพฯได้ 1 ปี นาย Kenneth และครอบครัว ก็ถูกให้ย้ายไปประจำที่นครศรีธรรมราช เขาอยู่ที่นั่น 1 ปี จากนั้นก็ย้ายมาประจำที่ตรัง รวมๆ แล้ว เขาอยู่แถวภาคใต้ของไทย ประมาณเกือบ 10 ปี ตอนที่อยู่ที่นครศรีธรรมราช เขาอาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกับโรงเรียนสตรี ซึ่งเป็นของพวกมิชชั่นนารี ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นที่พระราชทานจากกรมพระยาดำรงราชานุภาพ แต่เมื่อมาอยู่ตรัง เขามีบ้านแยกต่างหากจากโรงเรียน ระหว่างที่เขาอยู่ตรังเขาเดินทาง ไปทั่ว ขึ้นมาจนทับสะแก (คือหัวหินในปัจจุบัน) และลงใต้ไปถึงแหลมมาลายู เขาบอกว่าในภาคใต้ของไทย มีคนจีนอาศัยอยู่มาก และส่วนมากเป็นพวกใช้แรงงาน หรือขายของชำ บ้างก็เปิดร้านค้าเล็กๆ ในตลาด ครอบครัวเขามีคนรับใช้และคนทำอาหารเป็นชาวจีน เขาจึงหัดพูดภาษาจีนกับคนรับใช้ทุกวัน จากการที่เขาคุยกับคนรับใช้ชาวจีน เขารู้ว่าคนจีนเหล่านั้นไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ ไม่มีโรงเรียนของคนจีน เขาจึงพยายามให้ทางคณะมิชชั่นนารีช่วยจัดตั้งโรงเรียนให้คนจีน โดยเอาครูมาจากกรุงเทพฯ สิงคโปร์ ปีนัง ส่วนค่าก่อสร้างเขาก็ขอรับบริจาคบ้างจากคนในจังหวัด เขาสามารถสร้างใด้ถึง 4 โรงเรียน การคลุกคลีกับคนจีน ทำให้เขาพูดภาษาจีนแต้จิ๋วได้และเทศน์เป็นภาษาจีนได้อีกด้วย การสอนภาษาของ นาย Kenneth ขยายไปตั้งแต่คอขอดกระจนถึงชายแดนมาลายู และทำให้เขาต้องเดินทางแถบนั้นบ่อยมาก โดยรถไฟ เกวียน ช้าง เรือข้ามฝั่ง เรือเล็กตามคลอง รวมทั้งที่จักรยาน และการเดินเท้าของตนเอง และเพื่อให้มีการติดต่อระหว่างสังคมไทยและจีน ซึ่งอยู่ห่างไกลกัน นาย Kenneth ลงทุนพิมพ์จดหมายเหตุรายเดือน เป็นภาษาไทยและจีน เพื่อให้คนเหล่านั้นได้ข้อมูลและข่าว (ตามที่เขาเขียน !) ต้องนับถือผู้ที่เลือกถิ่นที่ทำงานให้นาย Kenneth จริงๆ ภาคใต้น่าสนใจหลายอย่าง รวมทั้งภูมิศาสตร์ที่มีพื้นที่ยาวตลอดไป ตามอ่าวไทยของไทยจนไปถึงเขตแดนมลายู นาย Kenneth และครอบครัว ย้ายกลับไปอเมริกาใน ค.ศ. 1937 โดยอ้างว่า เบื่อที่จะเป็น มิชชั่นนารีแล้ว เพราะรายได้ไม่พอ (หรือภาระกิจสำเร็จได้ตามเป้า เลยเก็บฉากขนของกลับบ้านซะเฉยๆ งั้นแหละ !?) เมื่อเขากลับ เขาหอบหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่ออกเป็นงวด ที่เกี่ยวกับเมืองไทยที่เขาเก็บสะสมไว้ ตลอด 10 ปีที่อยู่เมืองกลับไปด้วย รวมทั้งแผนที่ของเมืองไทยแสดงอาณาบริเวณต่างๆ ทั่วประเทศอย่างละเอียด ยังไม่หมดยังหอบเอาหนังสือจากห้องสมุดของไทย ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เท่าที่ตัวเองจะหาได้กลับไปด้วย ที่สำคัญ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย เมื่อปี ค.ศ. 1932 (พ.ศ. 2475) นาย Kenneth บอกว่าเป็นช่วงเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์ไทย เขาเก็บเอกสารในช่วง 5 ปี ระหว่างนั้นไว้หมด โดยตั้งใจจะเขียนหนังสือ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย (นับว่าเป็นมิชชั่นนารี “ตัวอย่าง” จริงๆ ตกลงจะมาเผยแพร่ศาสนาหรือมาทำอะไรกันแน่) วันหนึ่งหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ.2475 ขณะที่เขาเริ่มเขียนหนังสือ เรื่อง Siam in Transition เขายังอยู่ที่ตรังกับครอบครัว มีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นคนสนิทของนายปรีดี พนมยงค์ ตอนเป็นผู้สำเร็จราชการ เกิดอยากจะแต่งงานในโบสถ์คริสเตียน กับสาวตรังซึ่งเป็นคริสเตียน นายคนสนิทนี้ก็มาหา นาย Kenneth เพื่อขออนุญาตนาย Kenneth ให้คู่บ่าวสาวได้แต่งงานและทำพิธีในโบสถ์ นาย Kenneth ดีใจจนบอกไม่ถูก เห็นโอกาสทองลอยอยู่ข้างหน้า เขาบอกกับนายคนสนิทว่า ได้สิ ถ้าคุณหาเอกสารมาให้ผมชิ้นหนึ่ง เอกสารนั้นคือบทความเค้าโครงเศรษฐกิจ ฉบับที่นายปรีดีเขียน เพื่อจะนำมาใช้กับประเทศไทย หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ทรงไม่เห็นด้วย ทรงเห็นว่านายปรีดีมีแนวความคิดเช่นลัทธิคอมมิวนิสม์ ต่อมาเอกสารนั้นก็ถูกเก็บ เป็นเอกสารต้องห้าม ไม่มีใครได้เห็นอีก (นาย Kenneth นี่ต้องนับว่าเป็นนักฉวยโอกาสตัวยงจริงๆ) คงจะเป็นเพราะกำลังหน้ามืดอยากแต่งงานเต็มแก่ นายคนสนิทลงทุนไปเอาเอกสารมาให้นาย Kenneth รวมทั้งแถมรายงานการประชุมคณะอภิรัฐมนตรี ซึ่งระบุว่านายปรีดี เป็นคอมมิวนิสต์และที่ประชุมเห็นว่านายปรีดี ควรลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ ภายหลังเมื่อนาย Kenneth ได้เขียนหนังสือ Siam in Transition เขาได้นำเอกสารทั้ง 2 ชิ้นมาแนบท้ายหนังสือไว้ด้วย แต่หนังสือนี้ถูกห้ามขายในประเทศไทย หลังจากเขาได้เอกสารนี้มาไม่นาน พระองค์เจ้าธานีฯ (นาย Kenneth เขียนชื่อไว้เช่นนั้น) ทรงทราบข่าวที่นาย Kenneth ได้เอกสารนี้มา ท่านสนใจมากถึงขนาดลงทุนเดินทางจากกรุงเทพมาหานาย Kenneth ที่ตรัง เพื่อขออ่านเอกสารทั้ง 2 ชิ้น (แสดงว่าเอกสาร 2 ชิ้นนี้ต้องมีความสำคัญมากสำหรับ การเมืองของไทย แล้วมิชชั่นนารี ซึ่งไม่น่าจะยุ่งเกี่ยวกับการเมืองบ้านเรา ทำไมถึงให้ความสนใจจนลืมมรรยาท ถึงกับใช้วิธีการฉวยโอกาสอย่างคนไม่มีระดับถึงขนาดนี้!?) นาย Kenneth รู้ว่าเอกสารนี้ต้องห้าม เขาเลยเอาไปซ่อนไว้ในกองหนังสือพิมพ์ในห้องส้วมของเขาและ พระองค์เจ้าธานีฯ ก็ต้องไปนั่งอ่านเอกสาร โดยล็อคตัวเองอยู่ในส้วมของนาย Kenneth ! หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เจ้านายหลายพระองค์ รวมทั้งกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ต้องเสด็จลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ กรมพระยาดำรงฯเสด็จไปอยู่ปีนัง เมื่อนาย Kenneth และครอบครัวจะกลับอเมริกา เขาเดินทางไปเยี่ยมท่านที่ปีนัง เขาอ้างว่าเป็นการเยี่ยมในฐานะเพื่อนเก่า ระหว่างคุยกัน เขาถามกรมพระยาดำรงฯ ว่าท่านจะยินยอมให้เขานำหนังสือที่ท่านทรงสะสมไว้ มอบให้แก่มหาวิทยาลัยในอเมริกาหรือไม่ เพราะกรมพระยาดำรงฯ ท่านเป็นเสนาบดีกระทรวงศึกษาฯ อยู่ช่วงหนึ่ง และท่านได้รับมอบหมายจากพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ให้ทรงจัดตั้งหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งกรมพระยาดำรงฯก็จัดตั้งเรียบร้อย โดยหนังสือทุกเล่มที่อยู่ในหอสมุด ท่านก็จะมีอีกชุดหนึ่งเก็บไว้ที่ท่านเอง รวมทั้งหนังสือที่ท่านทรงสะสม เอง ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วรรณคดี ศาสนา ฯลฯ ของไทยและเอเซียตะวันออก มีทั้งเป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส กรมพระยาดำรงฯ ตอบว่าท่านเสียดายที่หนังสือนั้นจะไม่มีใครสนใจอีกต่อไป แต่ถ้ามีมหาวิทยาลัยที่สนใจ มีคนได้ศึกษาและมีคนอย่างนาย Kenneth ดูแลท่านก็ยินดีที่จะยกให้ แล้วนาย Kenneth ก็นำรายชื่อหนังสือประมาณ 600 เล่ม ของกรมพระยาดำรงกลับอเมริกาไปด้วย โดยเขาอ้างว่า เขาจะนำไปจัดทำห้องสมุดไทยหรือเอเซียตะวันออก ที่มหาวิทยาลัยดังๆ ในอเมริกา ค่าเดินทางไปปีนังนี่มันคงไม่ใช่ราคาถูกๆ แต่คงจะเป็นการลงทุนที่เกินคุ้มหลายร้อยเท่า เมื่อเทียบกับรายชื่อหนังสือ 600 เล่ม ที่นาย Kenneth จะเอาไป อ้างว่าเป็นของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ อดีตเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยของเมืองไทยที่จะมอบให้นาย Kenneth ที่จะได้มาโดยการ “กล่อม” ซึ่งต่อมาเขาได้นำไปใช้ประโยชน์ให้แก่ตัวเองและสร้างประโยชน์ให้แก่อเมริกาอย่างมหาศาล ในการใช้เป็นต้นแบบเครื่องมือการล่าชนิดหนึ่ง! (หมายเหตุคนเล่านิทาน : เข้าใจว่า กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ท่านคงกำลังเศร้าพระทัย จากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และจากการที่คณะราษฎร์แสดงความไม่ประสงค์ดีต่อท่าน จนท่านถึงกับต้องเสด็จไปประทับอยู่ปีนัง ท่านเป็นนักประวัติศาสตร์ สนใจศึกษาหาความรู้ ทรงเก็บสะสมหนังสือเกี่ยวกับเมืองไทยไว้แยะ เมื่อคณะราษฎร์ทำการปฏิวัติ เปลี่ยนการปกครอง ซึ่งอาจจะกระทบถึงวัฒนธรรมประเพณี รวมทั้งหลักสูตรการศึกษา ฯลฯ หนังสือต่างๆ เหล่านั้น คณะราษฎร์อาจไม่เห็นประโยชน์อีกต่อไป เมื่อนาย Kenneth เข้าไปขอในจังหวะนั้น ก็ไม่น่าแปลกใจที่ท่านจะคล้อยตาม !) คนเล่านิทาน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 971 มุมมอง 0 รีวิว
  • เมื่อฟ้าผ่าทะลุสู่จักรวาล: ภาพถ่าย “Gigantic Jet” สุดหายากจากสถานีอวกาศ
    เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2025 NASA astronaut Nichole Ayers ได้ถ่ายภาพปรากฏการณ์ฟ้าผ่าที่ไม่ธรรมดาจากบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ขณะบินผ่านบริเวณพายุฝนฟ้าคะนองเหนือเม็กซิโกและสหรัฐฯ ภาคตะวันตกเฉียงใต้

    ตอนแรกเธอคิดว่าเป็น “sprite” ซึ่งเป็นแสงสีแดงที่เกิดเหนือพายุ แต่หลังจากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น “gigantic jet” ซึ่งหายากกว่ามาก และเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ Transient Luminous Events (TLEs) ที่นักวิทยาศาสตร์ยังคงศึกษาอยู่

    ปรากฏการณ์นี้คือการปลดปล่อยพลังงานไฟฟ้าขนาดมหาศาลจากยอดเมฆพายุขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศระดับไอโอโนสเฟียร์ สูงถึง 100 กิโลเมตร โดยมักเกิดขึ้นโดยบังเอิญ และแทบไม่มีใครได้เห็นจากพื้นโลก

    ภาพนี้ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเชื่อมโยงระหว่างพายุฝนฟ้าคะนองกับชั้นบรรยากาศระดับสูง ซึ่งอาจมีผลต่อการสื่อสาร, การบิน และแม้แต่การศึกษาสภาพอากาศของดาวเคราะห์อื่น

    เหตุการณ์สำคัญจากสถานีอวกาศ
    Nichole Ayers ถ่ายภาพ gigantic jet ได้จาก ISS เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2025
    เดิมคิดว่าเป็น sprite แต่ยืนยันว่าเป็น gigantic jet ซึ่งหายากมาก
    เกิดจากการปลดปล่อยไฟฟ้าจากยอดเมฆพายุขึ้นสู่ชั้นไอโอโนสเฟียร์ (~100 กม.)
    ภาพถ่ายใช้กล้อง Nikon Z9 เลนส์ 50mm f/1.2, ISO 6400, ¼ sec
    จุดที่เกิดปรากฏการณ์อยู่เหนือพายุบริเวณชายแดนเม็กซิโก–เท็กซัส
    สามารถมองเห็นแสงเมืองต่าง ๆ เช่น Dallas, Austin, San Antonio และ Torreón
    ภาพนี้ให้ข้อมูลใหม่แก่โครงการ Spritacular ของ NASA
    เชิญชวนประชาชนส่งภาพ TLEs เพื่อช่วยวิจัยผ่าน Spritacular.org

    ข้อมูลเสริมจากภายนอก
    Gigantic jets เป็น TLEs ที่หายากที่สุดในกลุ่ม เช่นเดียวกับ blue jets และ ELVEs
    ISS มีเครื่องมือ Atmosphere-Space Interactions Monitor (ASIM) บันทึก TLEs ด้วยแสง, X-ray และ gamma-ray
    TLEs อาจมีผลต่อการสื่อสารวิทยุและระบบนำทาง GPS
    การศึกษา TLEs ช่วยให้เข้าใจการปลดปล่อยพลังงานในชั้นบรรยากาศโลก
    ปรากฏการณ์คล้ายกันพบในดาวพฤหัสบดีและดาวศุกร์ ทำให้การศึกษานี้มีผลต่อวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์
    นักบินบนเครื่องบินโดยสารเคยถ่ายภาพ gigantic jets ได้โดยบังเอิญ

    https://science.nasa.gov/science-research/heliophysics/a-gigantic-jet-caught-on-camera-a-spritacular-moment-for-nasa-astronaut-nicole-ayers/
    🌌 เมื่อฟ้าผ่าทะลุสู่จักรวาล: ภาพถ่าย “Gigantic Jet” สุดหายากจากสถานีอวกาศ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2025 NASA astronaut Nichole Ayers ได้ถ่ายภาพปรากฏการณ์ฟ้าผ่าที่ไม่ธรรมดาจากบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ขณะบินผ่านบริเวณพายุฝนฟ้าคะนองเหนือเม็กซิโกและสหรัฐฯ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ตอนแรกเธอคิดว่าเป็น “sprite” ซึ่งเป็นแสงสีแดงที่เกิดเหนือพายุ แต่หลังจากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็น “gigantic jet” ซึ่งหายากกว่ามาก และเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ Transient Luminous Events (TLEs) ที่นักวิทยาศาสตร์ยังคงศึกษาอยู่ ปรากฏการณ์นี้คือการปลดปล่อยพลังงานไฟฟ้าขนาดมหาศาลจากยอดเมฆพายุขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศระดับไอโอโนสเฟียร์ สูงถึง 100 กิโลเมตร โดยมักเกิดขึ้นโดยบังเอิญ และแทบไม่มีใครได้เห็นจากพื้นโลก ภาพนี้ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเชื่อมโยงระหว่างพายุฝนฟ้าคะนองกับชั้นบรรยากาศระดับสูง ซึ่งอาจมีผลต่อการสื่อสาร, การบิน และแม้แต่การศึกษาสภาพอากาศของดาวเคราะห์อื่น ✅ เหตุการณ์สำคัญจากสถานีอวกาศ ➡️ Nichole Ayers ถ่ายภาพ gigantic jet ได้จาก ISS เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2025 ➡️ เดิมคิดว่าเป็น sprite แต่ยืนยันว่าเป็น gigantic jet ซึ่งหายากมาก ➡️ เกิดจากการปลดปล่อยไฟฟ้าจากยอดเมฆพายุขึ้นสู่ชั้นไอโอโนสเฟียร์ (~100 กม.) ➡️ ภาพถ่ายใช้กล้อง Nikon Z9 เลนส์ 50mm f/1.2, ISO 6400, ¼ sec ➡️ จุดที่เกิดปรากฏการณ์อยู่เหนือพายุบริเวณชายแดนเม็กซิโก–เท็กซัส ➡️ สามารถมองเห็นแสงเมืองต่าง ๆ เช่น Dallas, Austin, San Antonio และ Torreón ➡️ ภาพนี้ให้ข้อมูลใหม่แก่โครงการ Spritacular ของ NASA ➡️ เชิญชวนประชาชนส่งภาพ TLEs เพื่อช่วยวิจัยผ่าน Spritacular.org ✅ ข้อมูลเสริมจากภายนอก ➡️ Gigantic jets เป็น TLEs ที่หายากที่สุดในกลุ่ม เช่นเดียวกับ blue jets และ ELVEs ➡️ ISS มีเครื่องมือ Atmosphere-Space Interactions Monitor (ASIM) บันทึก TLEs ด้วยแสง, X-ray และ gamma-ray ➡️ TLEs อาจมีผลต่อการสื่อสารวิทยุและระบบนำทาง GPS ➡️ การศึกษา TLEs ช่วยให้เข้าใจการปลดปล่อยพลังงานในชั้นบรรยากาศโลก ➡️ ปรากฏการณ์คล้ายกันพบในดาวพฤหัสบดีและดาวศุกร์ ทำให้การศึกษานี้มีผลต่อวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ ➡️ นักบินบนเครื่องบินโดยสารเคยถ่ายภาพ gigantic jets ได้โดยบังเอิญ https://science.nasa.gov/science-research/heliophysics/a-gigantic-jet-caught-on-camera-a-spritacular-moment-for-nasa-astronaut-nicole-ayers/
    SCIENCE.NASA.GOV
    A Gigantic Jet Caught on Camera: A Spritacular Moment for NASA Astronaut Nicole Ayers!
    On July 3, 2025, NASA astronaut Nichole Ayers captured a rare gigantic jet from the ISS—lightning shooting from a storm top into the upper atmosphere.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 568 มุมมอง 0 รีวิว
  • วันปาฏิโมกข์(วันพระใหญ่) ขึ้น ๑๕ เดือน ๘ ปีมะเส็ง เป็นวันอาสาฬหบูชา พระภิกษุสงฆ์ทำการสวดพระปาฏิโมกข์และนำพาประชาชนเวียนเทียนฯลฯ

    วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันเพ็ญ (วันขึ้น 15 ค่ำ) เดือน 8 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ระลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา (ธรรมเทศนากัณฑ์แรก) โปรดพระปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี. การแสดงธรรมครั้งนี้ถือเป็นการประกาศพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ และยังเป็นวันที่เกิดพระรัตนตรัยครบองค์ 3 เป็นครั้งแรก คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์.
    เหตุการณ์สำคัญในวันอาสาฬหบูชา:
    การแสดงปฐมเทศนา:
    พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมที่ตรัสรู้เป็นครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์ (กลุ่มพระภิกษุ 5 รูป) ชื่อว่า "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร".
    การเกิดพระสงฆ์รูปแรก:
    หลังจากการแสดงธรรม พระอัญญาโกณฑัญญะได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา.
    การเกิดพระรัตนตรัยครบองค์ 3:
    ด้วยเหตุการณ์ที่พระอัญญาโกณฑัญญะได้บรรลุธรรมและขอบวช ทำให้พระรัตนตรัย (พระพุทธ, พระธรรม, พระสงฆ์) ครบถ้วนบริบูรณ์เป็นครั้งแรก.
    ความสำคัญของวันอาสาฬหบูชา:
    เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธทั่วโลกให้ความสำคัญ.
    เป็นวันที่ชาวพุทธจะเข้าวัดทำบุญ ฟังธรรม รักษาศีล และเวียนเทียน เพื่อระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย.
    เป็นวันที่ระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในการประกาศพระพุทธศาสนา และการเกิดของพระรัตนตรัย.
    วันปาฏิโมกข์(วันพระใหญ่) ขึ้น ๑๕ เดือน ๘ ปีมะเส็ง เป็นวันอาสาฬหบูชา พระภิกษุสงฆ์ทำการสวดพระปาฏิโมกข์และนำพาประชาชนเวียนเทียนฯลฯ วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันเพ็ญ (วันขึ้น 15 ค่ำ) เดือน 8 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ระลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา (ธรรมเทศนากัณฑ์แรก) โปรดพระปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี. การแสดงธรรมครั้งนี้ถือเป็นการประกาศพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ และยังเป็นวันที่เกิดพระรัตนตรัยครบองค์ 3 เป็นครั้งแรก คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์. เหตุการณ์สำคัญในวันอาสาฬหบูชา: การแสดงปฐมเทศนา: พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมที่ตรัสรู้เป็นครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์ (กลุ่มพระภิกษุ 5 รูป) ชื่อว่า "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร". การเกิดพระสงฆ์รูปแรก: หลังจากการแสดงธรรม พระอัญญาโกณฑัญญะได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา. การเกิดพระรัตนตรัยครบองค์ 3: ด้วยเหตุการณ์ที่พระอัญญาโกณฑัญญะได้บรรลุธรรมและขอบวช ทำให้พระรัตนตรัย (พระพุทธ, พระธรรม, พระสงฆ์) ครบถ้วนบริบูรณ์เป็นครั้งแรก. ความสำคัญของวันอาสาฬหบูชา: เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธทั่วโลกให้ความสำคัญ. เป็นวันที่ชาวพุทธจะเข้าวัดทำบุญ ฟังธรรม รักษาศีล และเวียนเทียน เพื่อระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย. เป็นวันที่ระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในการประกาศพระพุทธศาสนา และการเกิดของพระรัตนตรัย.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 608 มุมมอง 0 รีวิว
  • วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม 2568 วันอาสาฬหบูชา
    วันอาสาฬหบูชาได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 45 ปี ก่อนพุทธศักราช ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 คือวันอาสาฬหปุรณมีดิถี หรือวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ[2] ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นกาสี อันเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาคือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแก่ปัญจวัคคีย์[3]

    การแสดงธรรมครั้งนั้นทำให้พราหมณ์โกณฑัญญะ 1 ในปัญจวัคคีย์ ประกอบด้วย โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ เกิดความเลื่อมใสในพระธรรมของพระพุทธเจ้า จนได้ดวงตาเห็นธรรมหรือบรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน ท่านจึงขออุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระอัญญาโกณฑัญญะจึงกลายเป็นพระสาวกและภิกษุองค์แรกในโลก และทำให้ในวันนั้นมีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วันนี้ถูกเรียกว่า "วันพระธรรม" หรือ วันพระธรรมจักร อันได้แก่วันที่ล้อแห่งพระธรรมของพระพุทธเจ้าได้หมุนไปเป็นครั้งแรก และ "วันพระสงฆ์" คือวันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และจัดว่าเป็น"วันพระรัตนตรัย" อีกด้วย

    เดิมนั้นไม่มีการประกอบพิธีการบูชาในเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาในประเทศพุทธเถรวาทมาก่อน จนมาในปี พ.ศ. 2501 การบูชาในเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาจึงได้เริ่มมีขึ้นในประเทศไทย ตามที่คณะสังฆมนตรี ได้กำหนดให้วันนี้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2501 โดยคณะสังฆมนตรีได้มีมติให้เพิ่มวันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธในประเทศไทย
    วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม 2568 วันอาสาฬหบูชา วันอาสาฬหบูชาได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 45 ปี ก่อนพุทธศักราช ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 คือวันอาสาฬหปุรณมีดิถี หรือวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ[2] ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นกาสี อันเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาคือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแก่ปัญจวัคคีย์[3] การแสดงธรรมครั้งนั้นทำให้พราหมณ์โกณฑัญญะ 1 ในปัญจวัคคีย์ ประกอบด้วย โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ เกิดความเลื่อมใสในพระธรรมของพระพุทธเจ้า จนได้ดวงตาเห็นธรรมหรือบรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน ท่านจึงขออุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระอัญญาโกณฑัญญะจึงกลายเป็นพระสาวกและภิกษุองค์แรกในโลก และทำให้ในวันนั้นมีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วันนี้ถูกเรียกว่า "วันพระธรรม" หรือ วันพระธรรมจักร อันได้แก่วันที่ล้อแห่งพระธรรมของพระพุทธเจ้าได้หมุนไปเป็นครั้งแรก และ "วันพระสงฆ์" คือวันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และจัดว่าเป็น"วันพระรัตนตรัย" อีกด้วย เดิมนั้นไม่มีการประกอบพิธีการบูชาในเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาในประเทศพุทธเถรวาทมาก่อน จนมาในปี พ.ศ. 2501 การบูชาในเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาจึงได้เริ่มมีขึ้นในประเทศไทย ตามที่คณะสังฆมนตรี ได้กำหนดให้วันนี้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2501 โดยคณะสังฆมนตรีได้มีมติให้เพิ่มวันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธในประเทศไทย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 644 มุมมอง 0 รีวิว
  • **คัมภีร์ชุนชิว**

    สวัสดีค่ะ วันนี้มาคุยเกี่ยวกับเกร็ดความรู้จากเรื่อง <จิ่วฉงจื่อ บุปผาเหนือลิขิต> ซึ่งเพื่อนเพจที่ได้ดูคงจำได้ว่าพ่อของนางเอกเป็นคนชอบหนังสือมาก และหนึ่งในหนังสือที่ถูกคุณพ่อกล่าวถึงอย่างยกย่องคือคัมภีร์ชุนชิว เดือดร้อนถึงพระเอกต้องรีบให้ผู้ติดตามคนสนิทไปหาหนังสือดังกล่าวมาตั้งไว้ในบ้าน

    คัมภีร์ชุนชิว (春秋) เป็นหนึ่งใน ‘สี่หนังสือห้าคัมภีร์’ (四书五经 /ซื่อซูอู่จิง บ้างก็แปลว่า ‘สี่ตำราห้าคัมภีร์’) ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นหนังสือว่าด้วยคำสอนของลัทธิหรู (หรือเรียกง่ายๆ ว่าลัทธิขงจื๊อ) ที่ถูกนำมาใช้เป็นพื้นฐานการศึกษาตั้งแต่โบราณและเนื้อหาของมันยังถูกนำมาใช้ในการสอบราชบัณฑิตอีกด้วย

    ถ้าจะให้อธิบายถึงสี่หนังสือห้าคัมภีร์ทั้งหมดมันจะยาวไป Storyฯ ขอพูดถึงแต่ในส่วนห้าคัมภีร์แล้วกันนะคะ

    ห้าคัมภีร์ประกอบด้วย (1) ‘ซือจิง’ (诗经) ซึ่งเป็นการรวมเล่มบทกวีและเพลงโบราณ (2) ‘ซ่างซู’ (尚书) ซึ่งเป็นการรวบรวมเหตุการณ์ผ่านบทสนทนาของกษัตริย์และรัฐบุรุษในประวัติศาสตร์เพื่อสะท้อนปรัชญาการปกครอง (3) ‘หลี่จี้’ (礼记 ) ซึ่งเป็นบันทึกเกี่ยวกับจารีตประเพณีและแนวทางปฏิบัติในด้านพิธีการต่างๆ (4) ‘โจวอี้’ (周易) หรือคัมภีร์อี้จิง ซึ่งเป็นตำราพยากรณ์ว่าด้วยหลักการดูฟ้าดิน หยินหยาง ฤดูการต่างๆ ฯลฯ และ (5) ‘ชุนชิว’ (春秋) หรือที่บางท่านแปลว่า ‘จดหมายเหตุวสันต์สารท’ ซึ่งเป็นบันทึกเหตุการณ์รายปีสมัยชุนชิวหรือยุควสันต์สารท (ปี 770-476 ก่อนคริสตกาล) เกี่ยวกับแคว้นหลู่

    แคว้นหลู่เป็นหนึ่งในแคว้นเล็กโดยมีขุนนางระดับบรรดาศักดิ์กงเป็นผู้ปกครองแคว้นและมีสถานะเป็นเมืองขึ้นของราชวงศ์โจว และมันเป็นบ้านเกิดของขงจื๊อ คัมภีร์ชุนชิวบันทึกถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในแต่ละปี เป็นผลงานเขียนและเรียบเรียงของขงจื๊อ แบ่งเป็นสิบสองบทสำหรับเหตุการณ์ในช่วงการปกครองของหลู่กงสิบสองคน โดยส่วนใหญ่เป็นเหตุการณ์ทางการเมืองของแคว้นหลู่ และมีกล่าวถึงแคว้นอื่นๆ และราชสำนักโจวด้วย

    ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับคัมภีร์ชุนชิวคือการตีความเนื้อหาของมัน ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าเหตุการณ์ต่างๆ ถูกเขียนบรรยายในลักษณะประโยคสั้น เช่น “ในวันฤดูใบไม้ผลิปีที่สิบสี่ของหลู่ไอกง ล่าได้กิเลนทางทิศตะวันตก” เขียนเป็นภาษาจีนเพียงเก้าอักษร และตลอดช่วงเวลาประวัติศาสตร์สองร้อยสี่สิบกว่าปีที่คัมภีร์ชุนชิวกล่าวถึงนั้น บันทึกเหตุการณ์ไว้ด้วยหนึ่งหมื่นหกพันกว่าอักษรเท่านั้น ในแต่ละเหตุการณ์สั้นสุดคือหนึ่งอักษรและยาวสุดคือสี่สิบอักษร!

    แต่ชนรุ่นหลังมองว่าเหตุการณ์สำคัญเหล่านี้มักแฝงด้วยความรู้และปรัชญาทางการเมืองและการปกครอง จึงเกิดการเขียนขยายความประโยคสั้นๆ ให้เป็นข้อความที่ยาวและเข้าใจได้ง่ายขึ้น เกิดเป็นคัมภีร์ชุนชิวในหลากหลายเวอร์ชั่น โดยมีสามเวอร์ชั่นที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายและสืบทอดต่อเป็นตำราสำคัญของชนรุ่นหลัง เรียกรวมว่า ‘ชุนชิวสามฉบับ’ (ชุนชิวซานจ้วน/春秋三传) โดยแบ่งเป็นฉบับจั่วจ้วน (ประพันธ์โดยจั่วชิวหมิงในปลายสมัยชุนชิว) ฉบับกงหยางจ้วน (ประพันธ์โดยกงหยางเกาในยุคสมัยจ้านกั๋วหรือรณรัฐ) และฉบับกู่เหลียงจ้วน (ประพันธ์โดยกู่เหลียงชึในยุคสมัยจ้านกั๋ว)

    จั่วชิวหมิงเป็นขุนนางนักจดหมายเหตุ ดังนั้นคัมภีร์ชุนชิวฉบับจั่วจ้วนจึงเน้นการให้ข้อมูลเพิ่มเติมของเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวถึงในต้นฉบับคัมภีร์ชุนชิวให้ละเอียดขึ้นและถูกต้องยิ่งขึ้นตามข้อมูลจริงทางประวัติศาสตร์และอธิบายให้เห็นถึงบริบทชนชั้นทางสังคมและแนวความคิดในสมัยนั้น โดยขยายความจากหนึ่งหมื่นกว่าอักษรเป็นสองแสนอักษร ความยาวทั้งสิ้นสามสิบบรรพ

    ส่วนคัมภีร์ชุนชิวฉบับกงหยางจ้วนและกู่เหลียงจ้วนนั้น ล้วนยาวสิบเอ็ดบรรพ เนื้อความเน้นไปทางการอธิบายปรัชญาขงจื๊อที่สอดแทรกอยู่ในเหตุการณ์และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามต้นฉบับคัมภีร์ชุนชิวและฉบับจั่วจ้วน โดยเรียบเรียงเป็นบทสนทนาเชิงถามตอบเพื่อเน้นให้คิด มากกว่าเป็นการลำดับเหตุการณ์อย่างเอกสารต้นฉบับ

    ดังนั้น คัมภีร์ชุนชิวที่ถูกกล่าวถึงในปัจจุบันไม่ใช่หนังสือเล่มเดียว หากแต่เป็นชุดสามฉบับที่กล่าวมาข้างต้น

    (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory)

    บทความเก่าเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนของเด็ก: https://www.facebook.com/StoryfromStory/posts/696535652474730

    Credit รูปภาพจากในละครและจาก:
    https://www.upmedia.mg/news_info.php?Type=196&SerialNo=218889
    https://www.sucaisucai.com/sucai/12330646.html
    https://www.chinasage.info/ancient-states.htm
    http://www.360doc.com/content/23/0602/14/35924208_1083211701.shtml
    Credit ข้อมูลรวบรวมจาก:
    https://m.bjnews.com.cn/detail/1719635772168981.html
    https://www.sohu.com/a/445253069_120791762
    https://baike.baidu.com/item/四书五经/96723
    http://www.chinaknowledge.de/Literature/Classics/chunqiuzuozhuan.html
    https://baike.baidu.com/item/左传/371757
    https://baike.baidu.com/item/公羊传/685689
    https://baike.baidu.com/item/穀梁传/64769850

    #จิ่วฉงจื่อ #สี่ตำราห้าคัมภีร์ #ขงจื๊อ #คัมภีร์ชุนชิว #จั่วจ้วน #กงหยางจ้วน #กู่เหลียงจ้วน #สาระจีน
    **คัมภีร์ชุนชิว** สวัสดีค่ะ วันนี้มาคุยเกี่ยวกับเกร็ดความรู้จากเรื่อง <จิ่วฉงจื่อ บุปผาเหนือลิขิต> ซึ่งเพื่อนเพจที่ได้ดูคงจำได้ว่าพ่อของนางเอกเป็นคนชอบหนังสือมาก และหนึ่งในหนังสือที่ถูกคุณพ่อกล่าวถึงอย่างยกย่องคือคัมภีร์ชุนชิว เดือดร้อนถึงพระเอกต้องรีบให้ผู้ติดตามคนสนิทไปหาหนังสือดังกล่าวมาตั้งไว้ในบ้าน คัมภีร์ชุนชิว (春秋) เป็นหนึ่งใน ‘สี่หนังสือห้าคัมภีร์’ (四书五经 /ซื่อซูอู่จิง บ้างก็แปลว่า ‘สี่ตำราห้าคัมภีร์’) ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นหนังสือว่าด้วยคำสอนของลัทธิหรู (หรือเรียกง่ายๆ ว่าลัทธิขงจื๊อ) ที่ถูกนำมาใช้เป็นพื้นฐานการศึกษาตั้งแต่โบราณและเนื้อหาของมันยังถูกนำมาใช้ในการสอบราชบัณฑิตอีกด้วย ถ้าจะให้อธิบายถึงสี่หนังสือห้าคัมภีร์ทั้งหมดมันจะยาวไป Storyฯ ขอพูดถึงแต่ในส่วนห้าคัมภีร์แล้วกันนะคะ ห้าคัมภีร์ประกอบด้วย (1) ‘ซือจิง’ (诗经) ซึ่งเป็นการรวมเล่มบทกวีและเพลงโบราณ (2) ‘ซ่างซู’ (尚书) ซึ่งเป็นการรวบรวมเหตุการณ์ผ่านบทสนทนาของกษัตริย์และรัฐบุรุษในประวัติศาสตร์เพื่อสะท้อนปรัชญาการปกครอง (3) ‘หลี่จี้’ (礼记 ) ซึ่งเป็นบันทึกเกี่ยวกับจารีตประเพณีและแนวทางปฏิบัติในด้านพิธีการต่างๆ (4) ‘โจวอี้’ (周易) หรือคัมภีร์อี้จิง ซึ่งเป็นตำราพยากรณ์ว่าด้วยหลักการดูฟ้าดิน หยินหยาง ฤดูการต่างๆ ฯลฯ และ (5) ‘ชุนชิว’ (春秋) หรือที่บางท่านแปลว่า ‘จดหมายเหตุวสันต์สารท’ ซึ่งเป็นบันทึกเหตุการณ์รายปีสมัยชุนชิวหรือยุควสันต์สารท (ปี 770-476 ก่อนคริสตกาล) เกี่ยวกับแคว้นหลู่ แคว้นหลู่เป็นหนึ่งในแคว้นเล็กโดยมีขุนนางระดับบรรดาศักดิ์กงเป็นผู้ปกครองแคว้นและมีสถานะเป็นเมืองขึ้นของราชวงศ์โจว และมันเป็นบ้านเกิดของขงจื๊อ คัมภีร์ชุนชิวบันทึกถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในแต่ละปี เป็นผลงานเขียนและเรียบเรียงของขงจื๊อ แบ่งเป็นสิบสองบทสำหรับเหตุการณ์ในช่วงการปกครองของหลู่กงสิบสองคน โดยส่วนใหญ่เป็นเหตุการณ์ทางการเมืองของแคว้นหลู่ และมีกล่าวถึงแคว้นอื่นๆ และราชสำนักโจวด้วย ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับคัมภีร์ชุนชิวคือการตีความเนื้อหาของมัน ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าเหตุการณ์ต่างๆ ถูกเขียนบรรยายในลักษณะประโยคสั้น เช่น “ในวันฤดูใบไม้ผลิปีที่สิบสี่ของหลู่ไอกง ล่าได้กิเลนทางทิศตะวันตก” เขียนเป็นภาษาจีนเพียงเก้าอักษร และตลอดช่วงเวลาประวัติศาสตร์สองร้อยสี่สิบกว่าปีที่คัมภีร์ชุนชิวกล่าวถึงนั้น บันทึกเหตุการณ์ไว้ด้วยหนึ่งหมื่นหกพันกว่าอักษรเท่านั้น ในแต่ละเหตุการณ์สั้นสุดคือหนึ่งอักษรและยาวสุดคือสี่สิบอักษร! แต่ชนรุ่นหลังมองว่าเหตุการณ์สำคัญเหล่านี้มักแฝงด้วยความรู้และปรัชญาทางการเมืองและการปกครอง จึงเกิดการเขียนขยายความประโยคสั้นๆ ให้เป็นข้อความที่ยาวและเข้าใจได้ง่ายขึ้น เกิดเป็นคัมภีร์ชุนชิวในหลากหลายเวอร์ชั่น โดยมีสามเวอร์ชั่นที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายและสืบทอดต่อเป็นตำราสำคัญของชนรุ่นหลัง เรียกรวมว่า ‘ชุนชิวสามฉบับ’ (ชุนชิวซานจ้วน/春秋三传) โดยแบ่งเป็นฉบับจั่วจ้วน (ประพันธ์โดยจั่วชิวหมิงในปลายสมัยชุนชิว) ฉบับกงหยางจ้วน (ประพันธ์โดยกงหยางเกาในยุคสมัยจ้านกั๋วหรือรณรัฐ) และฉบับกู่เหลียงจ้วน (ประพันธ์โดยกู่เหลียงชึในยุคสมัยจ้านกั๋ว) จั่วชิวหมิงเป็นขุนนางนักจดหมายเหตุ ดังนั้นคัมภีร์ชุนชิวฉบับจั่วจ้วนจึงเน้นการให้ข้อมูลเพิ่มเติมของเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวถึงในต้นฉบับคัมภีร์ชุนชิวให้ละเอียดขึ้นและถูกต้องยิ่งขึ้นตามข้อมูลจริงทางประวัติศาสตร์และอธิบายให้เห็นถึงบริบทชนชั้นทางสังคมและแนวความคิดในสมัยนั้น โดยขยายความจากหนึ่งหมื่นกว่าอักษรเป็นสองแสนอักษร ความยาวทั้งสิ้นสามสิบบรรพ ส่วนคัมภีร์ชุนชิวฉบับกงหยางจ้วนและกู่เหลียงจ้วนนั้น ล้วนยาวสิบเอ็ดบรรพ เนื้อความเน้นไปทางการอธิบายปรัชญาขงจื๊อที่สอดแทรกอยู่ในเหตุการณ์และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามต้นฉบับคัมภีร์ชุนชิวและฉบับจั่วจ้วน โดยเรียบเรียงเป็นบทสนทนาเชิงถามตอบเพื่อเน้นให้คิด มากกว่าเป็นการลำดับเหตุการณ์อย่างเอกสารต้นฉบับ ดังนั้น คัมภีร์ชุนชิวที่ถูกกล่าวถึงในปัจจุบันไม่ใช่หนังสือเล่มเดียว หากแต่เป็นชุดสามฉบับที่กล่าวมาข้างต้น (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory) บทความเก่าเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนของเด็ก: https://www.facebook.com/StoryfromStory/posts/696535652474730 Credit รูปภาพจากในละครและจาก: https://www.upmedia.mg/news_info.php?Type=196&SerialNo=218889 https://www.sucaisucai.com/sucai/12330646.html https://www.chinasage.info/ancient-states.htm http://www.360doc.com/content/23/0602/14/35924208_1083211701.shtml Credit ข้อมูลรวบรวมจาก: https://m.bjnews.com.cn/detail/1719635772168981.html https://www.sohu.com/a/445253069_120791762 https://baike.baidu.com/item/四书五经/96723 http://www.chinaknowledge.de/Literature/Classics/chunqiuzuozhuan.html https://baike.baidu.com/item/左传/371757 https://baike.baidu.com/item/公羊传/685689 https://baike.baidu.com/item/穀梁传/64769850 #จิ่วฉงจื่อ #สี่ตำราห้าคัมภีร์ #ขงจื๊อ #คัมภีร์ชุนชิว #จั่วจ้วน #กงหยางจ้วน #กู่เหลียงจ้วน #สาระจีน
    2 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1215 มุมมอง 0 รีวิว
  • กลับมาอีกครั้งกับเรื่องราวใน <ตำนานหมิงหลัน> เพื่อนเพจที่ได้ดูละครเรื่องนี้จะเห็นว่ามีหลายฉากที่ดำเนินเรื่องผ่านการนั่งเรียนหนังสือของสามสาวตระกูลเสิ้ง ซึ่งพวกนางเข้าเรียนพร้อมพี่ชายในโรงเรียนส่วนบุคคลของครอบครัวสกุลเสิ้ง หรือที่เรียกว่า ‘เจียสู’ (家塾/Family School)

    เจียสูคืออะไร?

    เจียสูมีมาตั้งแต่สมัยชุนชิว (กว่าเจ็ดร้อยปีก่อนคริสตกาล) จวบจนสมัยราชวงศ์ชิงก็ยังมีอยู่ เป็นการจัดห้องเรียนขึ้นที่บ้าน เชิญอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิมาสอน โดยปกติแล้วอาจารย์จะพำนักอยู่ในเรือนตระกูลนั้นเลย มีค่าจ้าง ที่พักและอาหารครบทุกมื้อ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเป็นเฉพาะตระกูลที่มีฐานะ (ปกติเป็นตระกูลขุนนาง) จึงจะมีกำลังทรัพย์พอที่จะทำอย่างนี้ได้

    ในละครเรื่อง <ตำนานหมิงหลัน> นี้ มีฉีเหิงและกู้ถิงเยี่ยซึ่งเป็นบุรุษนอกสกุลมาร่วมเรียนด้วย ในนิยายบอกว่าฉีเหิงมาร่วมเรียนเพราะเป็นศิษย์ของอาจารย์คนนี้อยู่แล้ว ในขณะที่กู้ถิงเยี่ยเป็นญาติของตระกูลเสิ้งจึงมาร่วมเรียนได้ และที่ยอมมาเรียนที่เจียสูของตระกูลเสิ้งที่เป็นขุนนางยศต่ำกว่าครอบครัวของพวกเขาก็เพราะอาจารย์ท่านนี้ดังมาก ปกติไม่รับสอนตามเจียสู แต่ที่มาสอนให้ตระกูลเสิ้งก็เพื่อทดแทนบุญคุณ

    แต่ Storyฯ เกิดความ ‘เอ๊ะ’ ว่าทำไมพวกเขาทำได้ในเมื่อสตรีตระกูลสูงศักดิ์สมัยโบราณต้องเก็บตัวเงียบอยู่ในเรือนห้ามพบปะผู้ชายนอกสกุล?

    ในบทประพันธ์ <ความฝันในหอแดง> ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่สุดยอดวรรณกรรมจีนคลาสสิคมีการอธิบายโดยตัวละครเอกไว้ว่า คนในเครือวงศ์ตระกูลที่ไม่มีกำลังทรัพย์จ้างอาจารย์ส่วนตัวก็มาเรียนที่เจียสูได้ หรือหากใครมีญาติที่เป็นนักเรียนอยู่แล้วก็มาเรียนด้วยกันที่เจียสูนี้ได้ ซึ่งการเรียนในเจียสูเป็นการเรียนรวมคละวัยคละเพศชายหญิง

    เนื่องจากลูกหลานฝ่ายชายมีเป้าหมายคือลงสนามสอบราชบัณฑิตด้วย ดังนั้นหลักสูตรที่สอนจะเข้มข้นมาก แล้วเขาเรียนอะไร? หลักสูตรทั่วไปคือ ‘ซื่อซู อู่จิง’ (四书五经 / Four Books and Five Classics / สี่หนังสือห้าคัมภีร์) ซึ่ง ‘สี่หนังสือ’ นี้คือหนังสือว่าด้วยปรัชญาต่างๆ ของขงจื้อ ส่วน ‘ห้าคัมภีร์’ นั้นหมายถึง
    - ซือจิง (บทกวีและบทร้อยกรอง)
    - ซูจิง (บทความและประวัติศาสตร์)
    - อี้จิง (โหราศาสตร์)
    - ชุนชิว (บันทึกเหตุการณ์สำคัญและพงศาวดาร)
    - หลี่จี้ (พิธีกรรมและประเพณี)

    เจียสูเป็นหนึ่งในรูปแบบของการเรียนเอกชน นอกจากเจียสูนี้ เอกชนยังมีการลงขันเปิดเป็นโรงเรียนกันในหมู่บ้าน (เรียกว่า ชุนสู/村塾) หรืออาจมีเจ้าภาพที่ได้รับเงินบริจาคจัดตั้งเป็นโรงเรียนขึ้น (เรียกว่า อี้สู/义塾) หรืออาจเป็นตัวอาจารย์เองเปิดสอนหนังสือโดยเรียกเก็บค่าเล่าเรียนจากนักเรียน

    สตรีจีนโบราณไม่มีโอกาสได้เรียนในสำนักศึกษาหลวง และส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเรื่องจรรยาของสตรี โคลงกลอนและการดนตรี หากไม่ได้เรียนตามโรงเรียนเอกชนที่กล่าวมาข้างต้นก็จะเรียนกันที่บ้านตามมีตามเกิดหรือไม่ได้เรียน นอกจากนี้ ยังมีที่ศึกษาเองในระหว่างที่ออกบวชเป็นชี หรืออีกสุดขั้วหนึ่งคือการเรียนในหอนางโลมสำหรับนางโลมที่ต้องมีวิชาความรู้ติดตัวเพื่อทำมาหากิน

    (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ ช่วยกดไลค์กดแชร์กันด้วยนะคะ #StoryfromStory)

    Credit รูปภาพจากในละครและจาก: https://kknews.cc/zh-my/entertainment/4k6q6zg.html
    Credit ข้อมูลรวบรวมจาก:
    https://www.fxjyb.com/xiandai/276.html
    https://zhuanlan.zhihu.com/p/77983438
    https://m.lunwendata.com/show.php?id=34312
    https://kknews.cc/history/pvkjmzj.html
    https://baike.baidu.com/tashuo/browse/content?id=e3ce1325253f66e731416fc1
    http://old-book.ru.ac.th/e-book/e/EF206(49)/EF206(49)-5.pdf
    #หมิงหลัน #การเรียนเอกชนจีนโบราณ #การเรียนสตรีจีนโบราณ #สี่หนังสือห้าคัมภีร์ #เจียสู
    กลับมาอีกครั้งกับเรื่องราวใน <ตำนานหมิงหลัน> เพื่อนเพจที่ได้ดูละครเรื่องนี้จะเห็นว่ามีหลายฉากที่ดำเนินเรื่องผ่านการนั่งเรียนหนังสือของสามสาวตระกูลเสิ้ง ซึ่งพวกนางเข้าเรียนพร้อมพี่ชายในโรงเรียนส่วนบุคคลของครอบครัวสกุลเสิ้ง หรือที่เรียกว่า ‘เจียสู’ (家塾/Family School) เจียสูคืออะไร? เจียสูมีมาตั้งแต่สมัยชุนชิว (กว่าเจ็ดร้อยปีก่อนคริสตกาล) จวบจนสมัยราชวงศ์ชิงก็ยังมีอยู่ เป็นการจัดห้องเรียนขึ้นที่บ้าน เชิญอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิมาสอน โดยปกติแล้วอาจารย์จะพำนักอยู่ในเรือนตระกูลนั้นเลย มีค่าจ้าง ที่พักและอาหารครบทุกมื้อ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเป็นเฉพาะตระกูลที่มีฐานะ (ปกติเป็นตระกูลขุนนาง) จึงจะมีกำลังทรัพย์พอที่จะทำอย่างนี้ได้ ในละครเรื่อง <ตำนานหมิงหลัน> นี้ มีฉีเหิงและกู้ถิงเยี่ยซึ่งเป็นบุรุษนอกสกุลมาร่วมเรียนด้วย ในนิยายบอกว่าฉีเหิงมาร่วมเรียนเพราะเป็นศิษย์ของอาจารย์คนนี้อยู่แล้ว ในขณะที่กู้ถิงเยี่ยเป็นญาติของตระกูลเสิ้งจึงมาร่วมเรียนได้ และที่ยอมมาเรียนที่เจียสูของตระกูลเสิ้งที่เป็นขุนนางยศต่ำกว่าครอบครัวของพวกเขาก็เพราะอาจารย์ท่านนี้ดังมาก ปกติไม่รับสอนตามเจียสู แต่ที่มาสอนให้ตระกูลเสิ้งก็เพื่อทดแทนบุญคุณ แต่ Storyฯ เกิดความ ‘เอ๊ะ’ ว่าทำไมพวกเขาทำได้ในเมื่อสตรีตระกูลสูงศักดิ์สมัยโบราณต้องเก็บตัวเงียบอยู่ในเรือนห้ามพบปะผู้ชายนอกสกุล? ในบทประพันธ์ <ความฝันในหอแดง> ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่สุดยอดวรรณกรรมจีนคลาสสิคมีการอธิบายโดยตัวละครเอกไว้ว่า คนในเครือวงศ์ตระกูลที่ไม่มีกำลังทรัพย์จ้างอาจารย์ส่วนตัวก็มาเรียนที่เจียสูได้ หรือหากใครมีญาติที่เป็นนักเรียนอยู่แล้วก็มาเรียนด้วยกันที่เจียสูนี้ได้ ซึ่งการเรียนในเจียสูเป็นการเรียนรวมคละวัยคละเพศชายหญิง เนื่องจากลูกหลานฝ่ายชายมีเป้าหมายคือลงสนามสอบราชบัณฑิตด้วย ดังนั้นหลักสูตรที่สอนจะเข้มข้นมาก แล้วเขาเรียนอะไร? หลักสูตรทั่วไปคือ ‘ซื่อซู อู่จิง’ (四书五经 / Four Books and Five Classics / สี่หนังสือห้าคัมภีร์) ซึ่ง ‘สี่หนังสือ’ นี้คือหนังสือว่าด้วยปรัชญาต่างๆ ของขงจื้อ ส่วน ‘ห้าคัมภีร์’ นั้นหมายถึง - ซือจิง (บทกวีและบทร้อยกรอง) - ซูจิง (บทความและประวัติศาสตร์) - อี้จิง (โหราศาสตร์) - ชุนชิว (บันทึกเหตุการณ์สำคัญและพงศาวดาร) - หลี่จี้ (พิธีกรรมและประเพณี) เจียสูเป็นหนึ่งในรูปแบบของการเรียนเอกชน นอกจากเจียสูนี้ เอกชนยังมีการลงขันเปิดเป็นโรงเรียนกันในหมู่บ้าน (เรียกว่า ชุนสู/村塾) หรืออาจมีเจ้าภาพที่ได้รับเงินบริจาคจัดตั้งเป็นโรงเรียนขึ้น (เรียกว่า อี้สู/义塾) หรืออาจเป็นตัวอาจารย์เองเปิดสอนหนังสือโดยเรียกเก็บค่าเล่าเรียนจากนักเรียน สตรีจีนโบราณไม่มีโอกาสได้เรียนในสำนักศึกษาหลวง และส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเรื่องจรรยาของสตรี โคลงกลอนและการดนตรี หากไม่ได้เรียนตามโรงเรียนเอกชนที่กล่าวมาข้างต้นก็จะเรียนกันที่บ้านตามมีตามเกิดหรือไม่ได้เรียน นอกจากนี้ ยังมีที่ศึกษาเองในระหว่างที่ออกบวชเป็นชี หรืออีกสุดขั้วหนึ่งคือการเรียนในหอนางโลมสำหรับนางโลมที่ต้องมีวิชาความรู้ติดตัวเพื่อทำมาหากิน (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ ช่วยกดไลค์กดแชร์กันด้วยนะคะ #StoryfromStory) Credit รูปภาพจากในละครและจาก: https://kknews.cc/zh-my/entertainment/4k6q6zg.html Credit ข้อมูลรวบรวมจาก: https://www.fxjyb.com/xiandai/276.html https://zhuanlan.zhihu.com/p/77983438 https://m.lunwendata.com/show.php?id=34312 https://kknews.cc/history/pvkjmzj.html https://baike.baidu.com/tashuo/browse/content?id=e3ce1325253f66e731416fc1 http://old-book.ru.ac.th/e-book/e/EF206(49)/EF206(49)-5.pdf #หมิงหลัน #การเรียนเอกชนจีนโบราณ #การเรียนสตรีจีนโบราณ #สี่หนังสือห้าคัมภีร์ #เจียสู
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1262 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts