แม้สหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จในการใช้ปฏิบัติการทางทหารแบบสายฟ้าแลบ จับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภรรยาออกนอกประเทศได้จริง แต่คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ จะ “เข้าบริหารเวเนซุเอลา” กลับยังเต็มไปด้วยคำถาม และไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าการบริหารดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างไร
.
ทรัมป์กล่าวระหว่างแถลงข่าวที่มาร์-อา-ลาโก ว่า สหรัฐฯ จะดูแลเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว โดยมีมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม และแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม อยู่เบื้องหลังการดำเนินการ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ปรากฏสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมรัฐบาลหรือกองทัพเวเนซุเอลาในภาคสนามจริง
.
ขณะที่ทรัมป์อ้างว่า รองประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ ได้สาบานตนขึ้นเป็นผู้นำและหารือกับสหรัฐฯ แล้ว ฝ่ายเวเนซุเอลากลับปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยโรดริเกซยืนยันผ่านโทรทัศน์ของรัฐว่า มาดูโรยังเป็นผู้นำที่ชอบธรรม พร้อมประณามการกระทำของสหรัฐฯ ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
.
ในทางปฏิบัติ กรุงการากัสยังอยู่ในสภาพสับสน บางพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า ประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาประท้วงต่อต้านสหรัฐฯ ขณะที่กองกำลังติดอาวุธท้องถิ่นยังคงปรากฏตัวตามจุดยุทธศาสตร์ แต่ยังไม่เห็นการตั้งรัฐบาลใหม่หรือโครงสร้างบริหารภายใต้การกำกับของสหรัฐฯ อย่างเป็นรูปธรรม
.
ทรัมป์ยังเชื่อมโยงปฏิบัติการครั้งนี้กับอุตสาหกรรมน้ำมัน โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และใช้รายได้จากน้ำมันเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารประเทศ ทว่าแนวคิดดังกล่าวยังไม่ถูกแปลงเป็นแผนงานหรือกรอบกฎหมายที่ชัดเจน
.
ขณะเดียวกัน ประเด็นความชอบธรรมทางกฎหมายยังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ทั้งจากนักกฎหมายระหว่างประเทศและนักการเมืองสหรัฐฯ เอง โดยฝ่ายเดโมแครตบางส่วนมองว่าการใช้กำลังโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา อาจเป็นการย้อนกลับไปสู่ยุคการแทรกแซงทางการเมืองในลาตินอเมริกา
.
ทั้งหมดนี้ทำให้คำประกาศของทรัมป์เรื่อง “การบริหารเวเนซุเอลา” แม้จะเริ่มต้นด้วยการจับกุมผู้นำประเทศได้จริง แต่ยังคงเป็นเพียงถ้อยแถลงทางการเมือง ที่โลกต้องจับตาว่าจะพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนผ่านอำนาจ การยึดครอง หรือความปั่นป่วนรอบใหม่ในภูมิภาคนี้
.
อ่านต่อ >>
https://news1live.com/detail/9690000000817
.
#News1 #news1live #เวเนซุเอลา #Trump #Maduro #การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา #LatinAmerica แม้สหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จในการใช้ปฏิบัติการทางทหารแบบสายฟ้าแลบ จับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภรรยาออกนอกประเทศได้จริง แต่คำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ จะ “เข้าบริหารเวเนซุเอลา” กลับยังเต็มไปด้วยคำถาม และไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าการบริหารดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างไร
.
ทรัมป์กล่าวระหว่างแถลงข่าวที่มาร์-อา-ลาโก ว่า สหรัฐฯ จะดูแลเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว โดยมีมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม และแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม อยู่เบื้องหลังการดำเนินการ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ปรากฏสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมรัฐบาลหรือกองทัพเวเนซุเอลาในภาคสนามจริง
.
ขณะที่ทรัมป์อ้างว่า รองประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ ได้สาบานตนขึ้นเป็นผู้นำและหารือกับสหรัฐฯ แล้ว ฝ่ายเวเนซุเอลากลับปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยโรดริเกซยืนยันผ่านโทรทัศน์ของรัฐว่า มาดูโรยังเป็นผู้นำที่ชอบธรรม พร้อมประณามการกระทำของสหรัฐฯ ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
.
ในทางปฏิบัติ กรุงการากัสยังอยู่ในสภาพสับสน บางพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า ประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาประท้วงต่อต้านสหรัฐฯ ขณะที่กองกำลังติดอาวุธท้องถิ่นยังคงปรากฏตัวตามจุดยุทธศาสตร์ แต่ยังไม่เห็นการตั้งรัฐบาลใหม่หรือโครงสร้างบริหารภายใต้การกำกับของสหรัฐฯ อย่างเป็นรูปธรรม
.
ทรัมป์ยังเชื่อมโยงปฏิบัติการครั้งนี้กับอุตสาหกรรมน้ำมัน โดยระบุว่าสหรัฐฯ จะเข้าไปฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และใช้รายได้จากน้ำมันเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารประเทศ ทว่าแนวคิดดังกล่าวยังไม่ถูกแปลงเป็นแผนงานหรือกรอบกฎหมายที่ชัดเจน
.
ขณะเดียวกัน ประเด็นความชอบธรรมทางกฎหมายยังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ทั้งจากนักกฎหมายระหว่างประเทศและนักการเมืองสหรัฐฯ เอง โดยฝ่ายเดโมแครตบางส่วนมองว่าการใช้กำลังโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา อาจเป็นการย้อนกลับไปสู่ยุคการแทรกแซงทางการเมืองในลาตินอเมริกา
.
ทั้งหมดนี้ทำให้คำประกาศของทรัมป์เรื่อง “การบริหารเวเนซุเอลา” แม้จะเริ่มต้นด้วยการจับกุมผู้นำประเทศได้จริง แต่ยังคงเป็นเพียงถ้อยแถลงทางการเมือง ที่โลกต้องจับตาว่าจะพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนผ่านอำนาจ การยึดครอง หรือความปั่นป่วนรอบใหม่ในภูมิภาคนี้
.
อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000817
.
#News1 #news1live #เวเนซุเอลา #Trump #Maduro #การเมืองโลก #สหรัฐอเมริกา #LatinAmerica