• #สนุกจังตังอยู่ครบ

    ความสนุกที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ กับแค่โครงเรื่องแนวคลาสสิกที่ให้คนกลุ่มหนึ่ง ติดอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่อาจติดต่อกับคนอื่นได้ แล้วมีการตายเกิดขึ้นทีละราย ทว่าเล่มนี้มีการรื้อโครงสร้างแนวเก่าออก แล้วก่อขึ้นใหม่โดยรูปแบบภายนอกยังคงคล้ายเดิม ทว่าภายในนั้นมีความดัดแปลงให้แตกต่างไป นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่น่าพอใจยิ่ง

    ผมกำลังพูดถึง #ฆาตกรรมปิดตายบนภูเขาหิมะ ผลงานของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ ฝีมือแปลโดย สุรีรัตน์ งามสง่าพงษ์
    จัดพิมพ์โดย สนพ.ไดฟุกุ เมื่อกรกฎาคม 2566 ความหนา 240 หน้า ราคา 270 บาท ต้นฉบับพิมพ์ตั้งแต่ปี 2539 นับถึงปัจจุบันก็เฉียด 30 ปีเข้าแล้ว

    อ่านจบก่อนและค่อนข้างชอบ จึงลองไปอ่านความเห็นคนอื่นดูบ้าง รู้สึกเสียงแตกเป็นสองฝั่ง มีไม่น้อยค่อนไปในทางไม่ค่อยชอบเท่าไรนัก ซึ่งก็แล้วแต่ความเห็นของคนอ่าน ในส่วนของผมเองมีเหตุผลที่ชอบซึ่งจะได้เขียนถึงต่อไป

    เบื้องต้นขอเล่าเนื้อหาโดยสรุปดังนี้

    ชายหนุ่มหญิงสาว 7 คน (แบ่งเป็นชาย4หญิง3) ที่ผ่านการออดิชันเพื่อจะรับบทแสดงนำในละครเวทีของคณะละครแห่งหนึ่ง ได้รับจดหมายจากผกก.ละครที่ส่งถึงทุกคนว่าให้มารวมตัวกันที่บ้านพักหลังหนึ่งบนภูเขาเป็นเวลา 4 วัน เพื่อฝึกซ้อมพิเศษตามวันเวลานัดที่ระบุ ถ้าใครไม่มาหรือมาช้าจะถูกตัดสิทธิ์ และห้ามบอกใครทั้งนั้น

    ที่บ้านพัก ทั้ง7คนได้พบกับเจ้าของบ้านที่รออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ให้ทราบว่ามีห้องอะไรในเกสต์เฮาส์บ้าง มีวัตถุดิบทำอาหารไว้ให้พอสำหรับ 4 วัน แต่ผู้มาพักต้องทำอาหารเอง ไม่มีใครมาคอยดูแลให้ทั้งสิ้น ทั้ง7ต้องอยู่ตามลำพัง เป็นเงื่อนไขที่ทางคนกลางของ ผกก.ที่ติดต่อมาแจ้งไว้ ก่อนออกจากบ้านพักเขาทิ้งท้ายว่าหากมีเหตุฉุกเฉินให้โทรศัพท์ถึงเขาได้ เขาอยู่อีกที่หนึ่งซึ่งห่างไปไม่ไกลนัก

    ขณะทั้ง7กำลังไม่สบอารมณ์ในสิ่งที่เจ้าของบ้านพักแจ้ง และจับกลุ่มสนทนา ปรากฏว่ามีจดหมายจากผกก.มาส่ง แจ้งรายละเอียดว่าตลอด 4 วันนี้ ให้ทุกคนถือเสมือนหนึ่งอยู่ในเหตุการณ์ที่มีหิมะตกหนัก ไม่สามารถออกไปไหนและสายสัญญาณโทรศัพท์ถูกหิมะหล่นทับไม่อาจติดต่อใคร และจะมีการฆาตกรรมเกิดขึ้น โดยให้แต่ละคนจำลองสถานการณ์เอาเองว่าจะทำอย่างไร ถ้ามีฆาตกรฆ่าคนตายไปทีละคน ทั้งหมดถือเป็นการฝึกซ้อมและทดสอบที่จะนำมาใช้ในการวัดผล โดยห้ามติดต่อหาใครทั้งนั้น ห้ามออกไปไหนจนกว่าจะครบกำหนด ใครฝ่าฝืนถือว่าสละสิทธิ์โดยปริยาย ด้วยเหตุนี้ยิ่งทำให้ทั้ง7คนทุ่มเถียงถึงคำสั่งแปลกพิสดารของผกก. แต่ในที่สุดก็จำต้องยอมรับและปฏิบัติตาม

    หลังเลือกห้องกันแล้วว่าใครจะพักห้องไหน มีทั้งห้องเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ มีห้องสันทนาการ ห้องนั่งเล่นรวม ห้องอาหาร ห้องครัว ห้องสุขาและอาบน้ำ และห้องอื่น ๆ ทุกคนใช้ชีวิตไปตามอัธยาศัย แล้วก็เกิดเหตุน่ากลัวขึ้นในคืนวันแรก สมาชิกในกลุ่มคนหนึ่งหายตัวไปในเช้าวันถัดมา และมีกระดาษที่เขียนคำอธิบายไว้ว่าบุคคลคนนั้นถูกฆ่าตายแล้วด้วยวิธีการใด และต้องหายตัวไปเหมือนถูกตัดออกจากการแข่งขัน สมาชิกที่เหลือจึงเริ่มตื่นตัวขึ้น แม้ไม่รู้ว่าเพื่อนคนดังกล่าวไปแอบอยู่ที่ใดระหว่างที่ยังไม่ครบ4วัน คนที่เหลือต้องพยายามหาทางคาดเดาตัวคนร้ายให้ได้

    ในระหว่างคนทั้ง6ที่เหลือ ก็มีความสัมพันธ์ส่วนตัวพัวพันกันอยู่ มีชายอย่างน้อยสามคนที่ชอบหญิงคนหนึ่งในกลุ่ม จึงมีการพูดจาเชิงข่มหรือดูถูกเหยียดหยาม ส่วนหญิงอีกคนดูจะมีใจให้กับชายอีกคนที่ชอบผู้หญิงอีกคน มันช่างยุ่งเหยิงดีแท้ และแล้วก็มีการตายเกิดขึ้นอีกในคืนวันถัดมาโดยไม่มีใครทราบจนล่วงเข้าวันใหม่ ยังคงมีกระดาษเขียนรายละเอียดที่ระบุว่าผู้ตายถูกฆ่าแบบไหน และคนในกลุ่มก็หายตัวไปอีกหนึ่ง เหลือเพียง 5 คน ทำให้เกิดการทุ่มเถียงกันมากขึ้น มีคนหนึ่งเริ่มเสนอแนวคิดที่น่ากลัวว่า คนที่หายตัวไปนั้นอาจไม่ใช่การซ้อมแสดงละคร แต่ได้ถูกฆ่าตายไปแล้วจริง ๆ

    ความจริงเบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดคืออะไรกันแน่ หาคำตอบได้ใน ฆาตกรรมปิดตายบนภูเขาหิมะครับ

    ..............

    ความจริงเล่มนี้ตัวละครไม่เยอะ มีกล่าวถึงคนอื่นที่เกี่ยวข้องบ้างเล็กน้อยคือผกก. ,เจ้าของบ้านพัก,และตัวละครอีกหนึ่งคนซึ่งจะถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังคนในกลุ่มได้เข้าพักในบ้านไปแล้วระยะหนึ่ง ดังนั้นสำหรับผม ถือว่าเรื่องนี้มีความง่ายกว่าเรื่องอื่น ๆ ที่เคยอ่านมาในการจดจำตัวละคร เรียกว่าพยายามท่องจำเอาตั้งแต่เริ่มเลย พร้อมกับดูผังบ้านชั้น1 และชั้น2ประกอบไปด้วย เพื่อจำว่าใครพักอยู่ห้องไหนบ้าง แม้รายละเอียดของผังบ้านที่ให้มาจะไม่ได้มีรายละเอียดมากนัก แค่วาดแบ่งเป็นขนาดให้เห็นอย่างหยาบ ๆ ว่าห้องไหนคือห้องอะไร มีเฟอร์นิเจอร์ใดตั้งอยู่บ้างเท่าที่จำเป็น ตำแหน่งของประตูหน้าต่างก็บอกเฉพาะบางตำแหน่งเท่านั้น ไม่ได้แสดงครบทุกห้อง และมองเห็นบางจุดที่รู้สึกติดใจตั้งแต่ทีแรกว่าตำแหน่งนั้นคืออะไร ทำไมไม่ระบุรายละเอียดให้ทราบ พออ่านจนใกล้จบจึงถึงบางอ้อ ที่แท้จุดที่เราสงสัยเป็นส่วนสำคัญของปริศนาแห่งคดีในเล่มนี้ด้วยสิ

    ขอกล่าวถึงเหตุผลที่ชอบนะครับ หลักเลยคือเห็นถึงความตั้งใจของผู้เขียน ที่อยากจะทำให้เกิดการเล่าเรื่องแนวใหม่ที่แตกต่างไปจากการเล่ารูปแบบเดิมที่เคยใช้กันมาในนิยายรุ่นเก่าของนักเขียนดังหลายคนทางฝากตะวันตก แม้จะสร้างสถานการณ์ให้มีคนมาอยู่รวมกันในที่ซึ่งเหมือนหนีไปไหนไม่ได้ แล้วตายไปทีละคนเช่นโครงเรื่องแนวคลาสสิก แต่ก็ใส่รายละเอียดที่ทำให้ต่างตรงที่คราวนี้ ทุกอย่างถูกกำหนดบังคับจากกฎกติกาที่ระบุในจม. ทำให้เหยื่อมีความสับสนระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าคือความจริงหรือคือการแสดงละครตามสิ่งที่ผกก.ต้องการกันแน่

    ที่สร้างสรรค์อย่างมากคือใช้วิธีการเล่าสองรูปแบบสลับกันไปตลอดทั้งเรื่อง คือเล่าในมุมมองพระเจ้าที่เราเข้าใจเอาเองแต่แรกว่าคือมุมมองสายตาของนักเขียน ทว่าเฉลยตอนท้ายที่เข้าสู่ช่วงไขคดีว่าที่แท้เป็นมุมมองพระเจ้าก็จริง แต่ไม่ใช่สายตาผู้เขียน หากแต่เป็นใคร หากได้อ่านเองแล้วก็จะรู้ จุดนี้ผมถือว่ายอดเยี่ยมมาก ส่วนอีกมุมมองหนึ่งจะเป็นการเล่าผ่านสายตาและความคิดของตัวละครตัวหนึ่งที่อยู่ในกลุ่ม7คน คล้ายทำนองบันทึกการคุยกับตัวเองว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น มีใครทำอะไร ใครคุยว่าอย่างไรบ้าง โดยในส่วนนี้จะมีสอดแทรกความเห็นส่วนตัวของคนดังกล่าวทำให้คนอ่านทราบมุมมองของเขาอย่างใกล้ชิด และเป็นตัวละครสำคัญที่เหมือนเป็นตัวขับเคลื่อนให้เรื่องเดินหน้าต่อไป และตัวละครตัวนี้เองที่ภายหลัง ก็คล้ายจะสถาปนาตนเองเป็นผู้ทำหน้าที่แทนนักสืบในการคลี่คลายปริศนาทั้งหมดด้วย

    เรื่องจะถูกแบ่งเล่าเป็น 4 วัน ในแต่ละวันมีอะไรเกิดขึ้นบ้างจนกระทั่งจบวัน จึงเริ่มต้นบทใหม่ในวันถัดไป ดังที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้คือ ตั้งใจท่องจำชื่อตัวละครทั้ง7และจำผังบ้านไว้ในหัวคร่าว ๆ ดังนั้นตอนอ่านที่ผู้เขียนบรรยายเล่าถึงช่วงที่ระบุถึงตัวละครกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนในห้องใด และการเล่าถึงสภาพภายในของบ้านพักว่ามีอะไรตั้งอยู่จุดไหนอย่างไร ผมจึงมองเห็นภาพเป็นสามมิติได้ไม่ยากนัก นับว่าผู้เขียนออกแบบและคิดผังบ้านหลังนี้มาได้ไม่เลว จึงสอดรับเข้ากันกับเหตุผลที่ประกอบในการกระทำของตัวละครต่าง ๆ อย่างกลมกลืน

    ด้วยความที่ส่วนตัวผมเคยผ่านการ try out จนได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของคนที่ได้รับการฝึกฝนเพื่อแสดงละครเวที รวมถึงเคยอยู่ในฐานะของผู้ที่ฝึกฝนการแสดงให้กับรุ่นน้องในคณะสมัยเรียนมาก่อน ดังนั้นจึงค่อนข้างเข้าใจในความรู้สึกของเหล่าตัวละครที่แสดงบทบาทลีลาในเรื่อง ว่าทำไมถึงคิดหรือพูดและทำอะไรลงไปดังที่ปรากฏนั้น ซึ่งไม่แปลกแต่ประการใด จึงถือว่าเล่มนี้เป็นอีกเล่มหนึ่งของผู้เขียน ที่มีมุมมองการเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์ได้น่าสนใจไม่แพ้เรื่องตุ๊กตาปิเอโรในคฤหาสน์กางเขนเช่นกัน

    ด้านสำนวนการแปลอ่านได้เพลินไม่มีสะดุดติดขัด บางคำพูดของบทสนทนาก็ทำให้รู้สึกฮาเหมือนกัน เป็นเรื่องที่น่าจะเครียด แต่กลับอ่านแล้วผ่อนคลายสบาย ๆ และอยากรู้ว่าที่แท้แล้วเรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่ ชอบบทสรุปของเรื่องในตอนท้ายที่ต่างไปจากนิยายแนวนี้ที่อ่านผ่านมาทั้งหมด นับว่าเป็นตอนจบที่ผมมีความสุขมากจริง ๆ ครับ โดยเฉพาะกลอุบายที่ใช้ ช่างน่าประทับใจยิ่ง

    #รีวิวหนังสือ
    #นิยายแปล
    #นิยายญี่ปุ่น
    #บทความ
    #เรื่องแปล
    #ฃาตกรรม
    #สืบสวน
    #thaitimes
    #ละครเวที
    #ไขปริศนา
    #สนุกจังตังอยู่ครบ ความสนุกที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ กับแค่โครงเรื่องแนวคลาสสิกที่ให้คนกลุ่มหนึ่ง ติดอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่อาจติดต่อกับคนอื่นได้ แล้วมีการตายเกิดขึ้นทีละราย ทว่าเล่มนี้มีการรื้อโครงสร้างแนวเก่าออก แล้วก่อขึ้นใหม่โดยรูปแบบภายนอกยังคงคล้ายเดิม ทว่าภายในนั้นมีความดัดแปลงให้แตกต่างไป นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่น่าพอใจยิ่ง ผมกำลังพูดถึง #ฆาตกรรมปิดตายบนภูเขาหิมะ ผลงานของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ ฝีมือแปลโดย สุรีรัตน์ งามสง่าพงษ์ จัดพิมพ์โดย สนพ.ไดฟุกุ เมื่อกรกฎาคม 2566 ความหนา 240 หน้า ราคา 270 บาท ต้นฉบับพิมพ์ตั้งแต่ปี 2539 นับถึงปัจจุบันก็เฉียด 30 ปีเข้าแล้ว อ่านจบก่อนและค่อนข้างชอบ จึงลองไปอ่านความเห็นคนอื่นดูบ้าง รู้สึกเสียงแตกเป็นสองฝั่ง มีไม่น้อยค่อนไปในทางไม่ค่อยชอบเท่าไรนัก ซึ่งก็แล้วแต่ความเห็นของคนอ่าน ในส่วนของผมเองมีเหตุผลที่ชอบซึ่งจะได้เขียนถึงต่อไป เบื้องต้นขอเล่าเนื้อหาโดยสรุปดังนี้ ชายหนุ่มหญิงสาว 7 คน (แบ่งเป็นชาย4หญิง3) ที่ผ่านการออดิชันเพื่อจะรับบทแสดงนำในละครเวทีของคณะละครแห่งหนึ่ง ได้รับจดหมายจากผกก.ละครที่ส่งถึงทุกคนว่าให้มารวมตัวกันที่บ้านพักหลังหนึ่งบนภูเขาเป็นเวลา 4 วัน เพื่อฝึกซ้อมพิเศษตามวันเวลานัดที่ระบุ ถ้าใครไม่มาหรือมาช้าจะถูกตัดสิทธิ์ และห้ามบอกใครทั้งนั้น ที่บ้านพัก ทั้ง7คนได้พบกับเจ้าของบ้านที่รออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ให้ทราบว่ามีห้องอะไรในเกสต์เฮาส์บ้าง มีวัตถุดิบทำอาหารไว้ให้พอสำหรับ 4 วัน แต่ผู้มาพักต้องทำอาหารเอง ไม่มีใครมาคอยดูแลให้ทั้งสิ้น ทั้ง7ต้องอยู่ตามลำพัง เป็นเงื่อนไขที่ทางคนกลางของ ผกก.ที่ติดต่อมาแจ้งไว้ ก่อนออกจากบ้านพักเขาทิ้งท้ายว่าหากมีเหตุฉุกเฉินให้โทรศัพท์ถึงเขาได้ เขาอยู่อีกที่หนึ่งซึ่งห่างไปไม่ไกลนัก ขณะทั้ง7กำลังไม่สบอารมณ์ในสิ่งที่เจ้าของบ้านพักแจ้ง และจับกลุ่มสนทนา ปรากฏว่ามีจดหมายจากผกก.มาส่ง แจ้งรายละเอียดว่าตลอด 4 วันนี้ ให้ทุกคนถือเสมือนหนึ่งอยู่ในเหตุการณ์ที่มีหิมะตกหนัก ไม่สามารถออกไปไหนและสายสัญญาณโทรศัพท์ถูกหิมะหล่นทับไม่อาจติดต่อใคร และจะมีการฆาตกรรมเกิดขึ้น โดยให้แต่ละคนจำลองสถานการณ์เอาเองว่าจะทำอย่างไร ถ้ามีฆาตกรฆ่าคนตายไปทีละคน ทั้งหมดถือเป็นการฝึกซ้อมและทดสอบที่จะนำมาใช้ในการวัดผล โดยห้ามติดต่อหาใครทั้งนั้น ห้ามออกไปไหนจนกว่าจะครบกำหนด ใครฝ่าฝืนถือว่าสละสิทธิ์โดยปริยาย ด้วยเหตุนี้ยิ่งทำให้ทั้ง7คนทุ่มเถียงถึงคำสั่งแปลกพิสดารของผกก. แต่ในที่สุดก็จำต้องยอมรับและปฏิบัติตาม หลังเลือกห้องกันแล้วว่าใครจะพักห้องไหน มีทั้งห้องเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ มีห้องสันทนาการ ห้องนั่งเล่นรวม ห้องอาหาร ห้องครัว ห้องสุขาและอาบน้ำ และห้องอื่น ๆ ทุกคนใช้ชีวิตไปตามอัธยาศัย แล้วก็เกิดเหตุน่ากลัวขึ้นในคืนวันแรก สมาชิกในกลุ่มคนหนึ่งหายตัวไปในเช้าวันถัดมา และมีกระดาษที่เขียนคำอธิบายไว้ว่าบุคคลคนนั้นถูกฆ่าตายแล้วด้วยวิธีการใด และต้องหายตัวไปเหมือนถูกตัดออกจากการแข่งขัน สมาชิกที่เหลือจึงเริ่มตื่นตัวขึ้น แม้ไม่รู้ว่าเพื่อนคนดังกล่าวไปแอบอยู่ที่ใดระหว่างที่ยังไม่ครบ4วัน คนที่เหลือต้องพยายามหาทางคาดเดาตัวคนร้ายให้ได้ ในระหว่างคนทั้ง6ที่เหลือ ก็มีความสัมพันธ์ส่วนตัวพัวพันกันอยู่ มีชายอย่างน้อยสามคนที่ชอบหญิงคนหนึ่งในกลุ่ม จึงมีการพูดจาเชิงข่มหรือดูถูกเหยียดหยาม ส่วนหญิงอีกคนดูจะมีใจให้กับชายอีกคนที่ชอบผู้หญิงอีกคน มันช่างยุ่งเหยิงดีแท้ และแล้วก็มีการตายเกิดขึ้นอีกในคืนวันถัดมาโดยไม่มีใครทราบจนล่วงเข้าวันใหม่ ยังคงมีกระดาษเขียนรายละเอียดที่ระบุว่าผู้ตายถูกฆ่าแบบไหน และคนในกลุ่มก็หายตัวไปอีกหนึ่ง เหลือเพียง 5 คน ทำให้เกิดการทุ่มเถียงกันมากขึ้น มีคนหนึ่งเริ่มเสนอแนวคิดที่น่ากลัวว่า คนที่หายตัวไปนั้นอาจไม่ใช่การซ้อมแสดงละคร แต่ได้ถูกฆ่าตายไปแล้วจริง ๆ ความจริงเบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดคืออะไรกันแน่ หาคำตอบได้ใน ฆาตกรรมปิดตายบนภูเขาหิมะครับ .............. ความจริงเล่มนี้ตัวละครไม่เยอะ มีกล่าวถึงคนอื่นที่เกี่ยวข้องบ้างเล็กน้อยคือผกก. ,เจ้าของบ้านพัก,และตัวละครอีกหนึ่งคนซึ่งจะถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังคนในกลุ่มได้เข้าพักในบ้านไปแล้วระยะหนึ่ง ดังนั้นสำหรับผม ถือว่าเรื่องนี้มีความง่ายกว่าเรื่องอื่น ๆ ที่เคยอ่านมาในการจดจำตัวละคร เรียกว่าพยายามท่องจำเอาตั้งแต่เริ่มเลย พร้อมกับดูผังบ้านชั้น1 และชั้น2ประกอบไปด้วย เพื่อจำว่าใครพักอยู่ห้องไหนบ้าง แม้รายละเอียดของผังบ้านที่ให้มาจะไม่ได้มีรายละเอียดมากนัก แค่วาดแบ่งเป็นขนาดให้เห็นอย่างหยาบ ๆ ว่าห้องไหนคือห้องอะไร มีเฟอร์นิเจอร์ใดตั้งอยู่บ้างเท่าที่จำเป็น ตำแหน่งของประตูหน้าต่างก็บอกเฉพาะบางตำแหน่งเท่านั้น ไม่ได้แสดงครบทุกห้อง และมองเห็นบางจุดที่รู้สึกติดใจตั้งแต่ทีแรกว่าตำแหน่งนั้นคืออะไร ทำไมไม่ระบุรายละเอียดให้ทราบ พออ่านจนใกล้จบจึงถึงบางอ้อ ที่แท้จุดที่เราสงสัยเป็นส่วนสำคัญของปริศนาแห่งคดีในเล่มนี้ด้วยสิ ขอกล่าวถึงเหตุผลที่ชอบนะครับ หลักเลยคือเห็นถึงความตั้งใจของผู้เขียน ที่อยากจะทำให้เกิดการเล่าเรื่องแนวใหม่ที่แตกต่างไปจากการเล่ารูปแบบเดิมที่เคยใช้กันมาในนิยายรุ่นเก่าของนักเขียนดังหลายคนทางฝากตะวันตก แม้จะสร้างสถานการณ์ให้มีคนมาอยู่รวมกันในที่ซึ่งเหมือนหนีไปไหนไม่ได้ แล้วตายไปทีละคนเช่นโครงเรื่องแนวคลาสสิก แต่ก็ใส่รายละเอียดที่ทำให้ต่างตรงที่คราวนี้ ทุกอย่างถูกกำหนดบังคับจากกฎกติกาที่ระบุในจม. ทำให้เหยื่อมีความสับสนระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าคือความจริงหรือคือการแสดงละครตามสิ่งที่ผกก.ต้องการกันแน่ ที่สร้างสรรค์อย่างมากคือใช้วิธีการเล่าสองรูปแบบสลับกันไปตลอดทั้งเรื่อง คือเล่าในมุมมองพระเจ้าที่เราเข้าใจเอาเองแต่แรกว่าคือมุมมองสายตาของนักเขียน ทว่าเฉลยตอนท้ายที่เข้าสู่ช่วงไขคดีว่าที่แท้เป็นมุมมองพระเจ้าก็จริง แต่ไม่ใช่สายตาผู้เขียน หากแต่เป็นใคร หากได้อ่านเองแล้วก็จะรู้ จุดนี้ผมถือว่ายอดเยี่ยมมาก ส่วนอีกมุมมองหนึ่งจะเป็นการเล่าผ่านสายตาและความคิดของตัวละครตัวหนึ่งที่อยู่ในกลุ่ม7คน คล้ายทำนองบันทึกการคุยกับตัวเองว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น มีใครทำอะไร ใครคุยว่าอย่างไรบ้าง โดยในส่วนนี้จะมีสอดแทรกความเห็นส่วนตัวของคนดังกล่าวทำให้คนอ่านทราบมุมมองของเขาอย่างใกล้ชิด และเป็นตัวละครสำคัญที่เหมือนเป็นตัวขับเคลื่อนให้เรื่องเดินหน้าต่อไป และตัวละครตัวนี้เองที่ภายหลัง ก็คล้ายจะสถาปนาตนเองเป็นผู้ทำหน้าที่แทนนักสืบในการคลี่คลายปริศนาทั้งหมดด้วย เรื่องจะถูกแบ่งเล่าเป็น 4 วัน ในแต่ละวันมีอะไรเกิดขึ้นบ้างจนกระทั่งจบวัน จึงเริ่มต้นบทใหม่ในวันถัดไป ดังที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้คือ ตั้งใจท่องจำชื่อตัวละครทั้ง7และจำผังบ้านไว้ในหัวคร่าว ๆ ดังนั้นตอนอ่านที่ผู้เขียนบรรยายเล่าถึงช่วงที่ระบุถึงตัวละครกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนในห้องใด และการเล่าถึงสภาพภายในของบ้านพักว่ามีอะไรตั้งอยู่จุดไหนอย่างไร ผมจึงมองเห็นภาพเป็นสามมิติได้ไม่ยากนัก นับว่าผู้เขียนออกแบบและคิดผังบ้านหลังนี้มาได้ไม่เลว จึงสอดรับเข้ากันกับเหตุผลที่ประกอบในการกระทำของตัวละครต่าง ๆ อย่างกลมกลืน ด้วยความที่ส่วนตัวผมเคยผ่านการ try out จนได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของคนที่ได้รับการฝึกฝนเพื่อแสดงละครเวที รวมถึงเคยอยู่ในฐานะของผู้ที่ฝึกฝนการแสดงให้กับรุ่นน้องในคณะสมัยเรียนมาก่อน ดังนั้นจึงค่อนข้างเข้าใจในความรู้สึกของเหล่าตัวละครที่แสดงบทบาทลีลาในเรื่อง ว่าทำไมถึงคิดหรือพูดและทำอะไรลงไปดังที่ปรากฏนั้น ซึ่งไม่แปลกแต่ประการใด จึงถือว่าเล่มนี้เป็นอีกเล่มหนึ่งของผู้เขียน ที่มีมุมมองการเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์ได้น่าสนใจไม่แพ้เรื่องตุ๊กตาปิเอโรในคฤหาสน์กางเขนเช่นกัน ด้านสำนวนการแปลอ่านได้เพลินไม่มีสะดุดติดขัด บางคำพูดของบทสนทนาก็ทำให้รู้สึกฮาเหมือนกัน เป็นเรื่องที่น่าจะเครียด แต่กลับอ่านแล้วผ่อนคลายสบาย ๆ และอยากรู้ว่าที่แท้แล้วเรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่ ชอบบทสรุปของเรื่องในตอนท้ายที่ต่างไปจากนิยายแนวนี้ที่อ่านผ่านมาทั้งหมด นับว่าเป็นตอนจบที่ผมมีความสุขมากจริง ๆ ครับ โดยเฉพาะกลอุบายที่ใช้ ช่างน่าประทับใจยิ่ง #รีวิวหนังสือ #นิยายแปล #นิยายญี่ปุ่น #บทความ #เรื่องแปล #ฃาตกรรม #สืบสวน #thaitimes #ละครเวที #ไขปริศนา
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 319 มุมมอง 0 รีวิว
  • 19/1/68

    ภัยร้ายจากของฟรี
    ที่อาจถึงตาย

    เศษวัสดุทางการเกษตร
    นำเข้าจากจีน

    มีนักธุรกิจบางคน
    นำเข้าเห็ดหอมจากจีน
    ขณะเดียวกัน ก็ยังนำเข้าเศษเห็ดหอมที่เป็นวัสดุเหลือทิ้งจากการผลิตเข้ามาด้วย

    เศษเห็ดหอมนำเข้านี้
    จะไม่ขาย
    หากแต่จะให้ฟรีสำหรับเกษตรกร เพื่อนำไปใช้ทำปุ๋ยหมักในทางเกษตร

    ในโลกนี้ไม่มีของฟรี

    ผมสงสัยเหลือเกินว่าทำไมพ่อค้าจึงใจดี

    “ยอมเสียค่าขนส่ง
    ส่งวัสดุเหลือใช้ชั้นดี
    ให้ทำปุ๋ยที่เมืองไทย”

    ด้วยความสนับสนุนจากอาจารย์ที่เคารพรัก
    ก็ได้นำเศษวัสดุเห็ดหอม
    ส่งเข้าห้องแลป

    พบว่า
    มีโลหะหนัก***จำนวนมาก***

    จึงได้ถึงบางอ้อ

    ที่แท้พวกเขาเอาเศษเห็ดหอมไปซับน้ำกากของเสียอุตสาหกรรม
    ซึ่งมีโลหะหนักจำนวนมาก จากนั้นทำการอบแห้ง
    แล้วส่งออก
    เข้าประเทศไทย
    โดยให้เหตุผลแสนดีว่า

    “สนับสนุนเกษตรกรไทย”

    เท่าที่ทราบ
    ขยะอุตสาหกรรมที่นำเข้ามาจะไม่มีเฉพาะรูปแบบของเศษเห็ดหอมอย่างเดียว
    ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบที่เราไม่รู้

    โลหะหนักเหล่านี้
    กินเพียงเล็กน้อยก็เป็นมะเร็งได้

    ลองคิดดู
    มีเกษตรกรจำนวนมากที่ไม่รู้ทันกลโกง และ
    นำเศษวัสดุทางการเกษตรเหล่านี้มาทำปุ๋ย

    โลหะหนักเหล่านี้จึงแฝงเข้าไปอยู่ในเรือกสวนไร่นา
    ไหลไปตามลำธาร
    ซึมเข้าไปในตัวของสัตว์น้ำ สุดท้าย
    อาหารเหล่านี้ก็เข้าสู่วงจรตลาด และถูกปรุง
    จนมาอยู่บนจานข้าวของเรา

    อะไรจะเกิดขึ้น
    เมื่อเรากินอาหารเหล่านั้น
    และ
    อะไรจะเกิดขึ้น
    หากกากอุตสาหกรรมเหล่านั้น
    ยังคงไหลบ่า
    ถาโถมเข้าแผ่นดินไทย

    ไม่รู้ว่าเสียงของผมจะดังได้แค่ไหน
    ขอให้ทุกคนช่วยกันแชร์เรื่องอันเลวร้ายนี้ออกไปให้มากที่สุดด้วยครับ

    # กากอุตสาหกรรม #
    #โลหะหนัก#
    19/1/68 ภัยร้ายจากของฟรี ที่อาจถึงตาย เศษวัสดุทางการเกษตร นำเข้าจากจีน มีนักธุรกิจบางคน นำเข้าเห็ดหอมจากจีน ขณะเดียวกัน ก็ยังนำเข้าเศษเห็ดหอมที่เป็นวัสดุเหลือทิ้งจากการผลิตเข้ามาด้วย เศษเห็ดหอมนำเข้านี้ จะไม่ขาย หากแต่จะให้ฟรีสำหรับเกษตรกร เพื่อนำไปใช้ทำปุ๋ยหมักในทางเกษตร ในโลกนี้ไม่มีของฟรี ผมสงสัยเหลือเกินว่าทำไมพ่อค้าจึงใจดี “ยอมเสียค่าขนส่ง ส่งวัสดุเหลือใช้ชั้นดี ให้ทำปุ๋ยที่เมืองไทย” ด้วยความสนับสนุนจากอาจารย์ที่เคารพรัก ก็ได้นำเศษวัสดุเห็ดหอม ส่งเข้าห้องแลป พบว่า มีโลหะหนัก***จำนวนมาก*** จึงได้ถึงบางอ้อ ที่แท้พวกเขาเอาเศษเห็ดหอมไปซับน้ำกากของเสียอุตสาหกรรม ซึ่งมีโลหะหนักจำนวนมาก จากนั้นทำการอบแห้ง แล้วส่งออก เข้าประเทศไทย โดยให้เหตุผลแสนดีว่า “สนับสนุนเกษตรกรไทย” เท่าที่ทราบ ขยะอุตสาหกรรมที่นำเข้ามาจะไม่มีเฉพาะรูปแบบของเศษเห็ดหอมอย่างเดียว ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบที่เราไม่รู้ โลหะหนักเหล่านี้ กินเพียงเล็กน้อยก็เป็นมะเร็งได้ ลองคิดดู มีเกษตรกรจำนวนมากที่ไม่รู้ทันกลโกง และ นำเศษวัสดุทางการเกษตรเหล่านี้มาทำปุ๋ย โลหะหนักเหล่านี้จึงแฝงเข้าไปอยู่ในเรือกสวนไร่นา ไหลไปตามลำธาร ซึมเข้าไปในตัวของสัตว์น้ำ สุดท้าย อาหารเหล่านี้ก็เข้าสู่วงจรตลาด และถูกปรุง จนมาอยู่บนจานข้าวของเรา อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อเรากินอาหารเหล่านั้น และ อะไรจะเกิดขึ้น หากกากอุตสาหกรรมเหล่านั้น ยังคงไหลบ่า ถาโถมเข้าแผ่นดินไทย ไม่รู้ว่าเสียงของผมจะดังได้แค่ไหน ขอให้ทุกคนช่วยกันแชร์เรื่องอันเลวร้ายนี้ออกไปให้มากที่สุดด้วยครับ # กากอุตสาหกรรม # #โลหะหนัก#
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 215 มุมมอง 0 รีวิว
  • #กทม #บางอ้อ #ชุมชนมัสยิดบางอ้อ #ยามเช้า
    #กทม #บางอ้อ #ชุมชนมัสยิดบางอ้อ #ยามเช้า
    Love
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 350 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • ภัยร้ายจากของฟรี
    ที่อาจถึงตาย

    เศษวัสดุทางการเกษตร
    นำเข้าจากจีน

    มีนักธุรกิจบางคน
    นำเข้าเห็ดหอมจากจีน
    ขณะเดียวกัน ก็ยังนำเข้าเศษเห็ดหอมที่เป็นวัสดุเหลือทิ้งจากการผลิตเข้ามาด้วย

    เศษเห็ดหอมนำเข้านี้
    จะไม่ขาย
    หากแต่จะให้ฟรีสำหรับเกษตรกร เพื่อนำไปใช้ทำปุ๋ยหมักในทางเกษตร

    ในโลกนี้ไม่มีของฟรี

    ผมสงสัยเหลือเกินว่าทำไมพ่อค้าจึงใจดี

    “ยอมเสียค่าขนส่ง
    ส่งวัสดุเหลือใช้ชั้นดี
    ให้ทำปุ๋ยที่เมืองไทย”

    ด้วยความสนับสนุนจากอาจารย์ที่เคารพรัก
    ก็ได้นำเศษวัสดุเห็ดหอม
    ส่งเข้าห้องแลป

    พบว่า
    มีโลหะหนัก***จำนวนมาก***

    จึงได้ถึงบางอ้อ

    ที่แท้พวกเขาเอาเศษเห็ดหอมไปซับน้ำกากของเสียอุตสาหกรรม
    ซึ่งมีโลหะหนักจำนวนมาก จากนั้นทำการอบแห้ง
    แล้วส่งออก
    เข้าประเทศไทย
    โดยให้เหตุผลแสนดีว่า

    “สนับสนุนเกษตรกรไทย”

    เท่าที่ทราบ
    ขยะอุตสาหกรรมที่นำเข้ามาจะไม่มีเฉพาะรูปแบบของเศษเห็ดหอมอย่างเดียว
    ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบที่เราไม่รู้

    โลหะหนักเหล่านี้
    กินเพียงเล็กน้อยก็เป็นมะเร็งได้

    ลองคิดดู
    มีเกษตรกรจำนวนมากที่ไม่รู้ทันกลโกง และ
    นำเศษวัสดุทางการเกษตรเหล่านี้มาทำปุ๋ย

    โลหะหนักเหล่านี้จึงแฝงเข้าไปอยู่ในเรือกสวนไร่นา
    ไหลไปตามลำธาร
    ซึมเข้าไปในตัวของสัตว์น้ำ สุดท้าย
    อาหารเหล่านี้ก็เข้าสู่วงจรตลาด และถูกปรุง
    จนมาอยู่บนจานข้าวของเรา

    อะไรจะเกิดขึ้น
    เมื่อเรากินอาหารเหล่านั้น
    และ
    อะไรจะเกิดขึ้น
    หากกากอุตสาหกรรมเหล่านั้น
    ยังคงไหลบ่า
    ถาโถมเข้าแผ่นดินไทย

    ไม่รู้ว่าเสียงของผมจะดังได้แค่ไหน
    ขอให้ทุกคนช่วยกันแชร์เรื่องอันเลวร้ายนี้ออกไปให้มากที่สุดด้วยครับ

    # กากอุตสาหกรรม #
    #โลหะหนัก#
    ภัยร้ายจากของฟรี ที่อาจถึงตาย เศษวัสดุทางการเกษตร นำเข้าจากจีน มีนักธุรกิจบางคน นำเข้าเห็ดหอมจากจีน ขณะเดียวกัน ก็ยังนำเข้าเศษเห็ดหอมที่เป็นวัสดุเหลือทิ้งจากการผลิตเข้ามาด้วย เศษเห็ดหอมนำเข้านี้ จะไม่ขาย หากแต่จะให้ฟรีสำหรับเกษตรกร เพื่อนำไปใช้ทำปุ๋ยหมักในทางเกษตร ในโลกนี้ไม่มีของฟรี ผมสงสัยเหลือเกินว่าทำไมพ่อค้าจึงใจดี “ยอมเสียค่าขนส่ง ส่งวัสดุเหลือใช้ชั้นดี ให้ทำปุ๋ยที่เมืองไทย” ด้วยความสนับสนุนจากอาจารย์ที่เคารพรัก ก็ได้นำเศษวัสดุเห็ดหอม ส่งเข้าห้องแลป พบว่า มีโลหะหนัก***จำนวนมาก*** จึงได้ถึงบางอ้อ ที่แท้พวกเขาเอาเศษเห็ดหอมไปซับน้ำกากของเสียอุตสาหกรรม ซึ่งมีโลหะหนักจำนวนมาก จากนั้นทำการอบแห้ง แล้วส่งออก เข้าประเทศไทย โดยให้เหตุผลแสนดีว่า “สนับสนุนเกษตรกรไทย” เท่าที่ทราบ ขยะอุตสาหกรรมที่นำเข้ามาจะไม่มีเฉพาะรูปแบบของเศษเห็ดหอมอย่างเดียว ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบที่เราไม่รู้ โลหะหนักเหล่านี้ กินเพียงเล็กน้อยก็เป็นมะเร็งได้ ลองคิดดู มีเกษตรกรจำนวนมากที่ไม่รู้ทันกลโกง และ นำเศษวัสดุทางการเกษตรเหล่านี้มาทำปุ๋ย โลหะหนักเหล่านี้จึงแฝงเข้าไปอยู่ในเรือกสวนไร่นา ไหลไปตามลำธาร ซึมเข้าไปในตัวของสัตว์น้ำ สุดท้าย อาหารเหล่านี้ก็เข้าสู่วงจรตลาด และถูกปรุง จนมาอยู่บนจานข้าวของเรา อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อเรากินอาหารเหล่านั้น และ อะไรจะเกิดขึ้น หากกากอุตสาหกรรมเหล่านั้น ยังคงไหลบ่า ถาโถมเข้าแผ่นดินไทย ไม่รู้ว่าเสียงของผมจะดังได้แค่ไหน ขอให้ทุกคนช่วยกันแชร์เรื่องอันเลวร้ายนี้ออกไปให้มากที่สุดด้วยครับ # กากอุตสาหกรรม # #โลหะหนัก#
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 283 มุมมอง 0 รีวิว
  • สื่อทำเนียบฯ ตั้งฉายา ปี67 “รัฐบาล(พ่อ)เลี้ยง”, ฉายานายกฯ “แพทองโพย“ 7 รมต.ติดโผ ”บิ๊กอ้วน,อนุทิน,ทวี“ - พ่วง3รมต.โลกลืม
    .
    เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การตั้งฉายารัฐบาล และรัฐมนตรีประจำปี ของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล เป็นธรรมเนียมที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมานานของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของสื่อมวลชนต่อการทำงานของรัฐบาล โดยปราศจากอคติส่วนตัว ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล จึงมีมติร่วมกันตั้งฉายารัฐบาล รัฐมนตรี และวาทะแห่งปี ประจำปี 2567 ดังนี้
    .
    ฉายารัฐบาล รัฐบาล“พ่อ“เลี้ยง
    ด้วยความเป็น “พ่อ” ของหัวหน้ารัฐบาล ยี่ห้อ "ทักษิณ ชินวัตร" ขึ้นชื่อดีกรีความรักลูกไม่น้อยหน้าใคร ทั้งปกป้อง เลี้ยงดู อุ้มชู ปูทาง จนได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศ เป็นลูกไม้หล่นใต้ต้น ที่มี DNA
    เดียวกันเป๊ะ จนไม่พ้นเสียงครหา รัฐบาลนี้ "พ่อคิด ลูกทำ"
    และไม่ใช่แค่การเลี้ยงดูลูกในสนามการเมืองเท่านั้น ยังลามไปถึงวาทะเลี้ยง "มาม่า" พรรคร่วมรัฐบาล ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า จนสะเทือนเลื่อนลั่น สะท้อนบทแบ็กอัพที่ไม่ใช่เลี้ยงลูกตัวเองเท่านั้น แต่เลี้ยงรัฐบาลให้เดินอยู่ในรอยด้วย
    .
    1.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร
    ฉายา แพทองโพย
    ล้อมาจากชื่อของนายกฯ
    “แพทองธาร” กับประเด็นดรามา "ไอแพด" คู่ใจ โพยยุคไอที ถือติดมือได้ทุกที่ เป็นเอกลักษณ์ประจำตัว พกโพยเครื่องเดียวอ่าน จด โหลดข้อมูลเสร็จสรรพ จนเกิดเสียงวิจารณ์ถึงความเหมาะสมเมื่อยกขึ้นอ่าน ระหว่างพบผู้นำ แขกต่างชาติ กลายเป็นประเด็นตอบโต้เผ็ดร้อนกับชาวเน็ต และตอกย้ำแบบโนสนโนแคร์ด้วยภาพชูไอแพดคู่ใจ ระหว่างร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรือแม้แต่ยกไอแพด ขึ้นอ่านแถลงข่าวการระบายน้ำภาคเหนือ ลงสู่แม่น้ำโขง จนถูกวิจารณ์ยกใหญ่
    .
    2.นายภูมิธรรม​ เวชย​ชัย​ รองนายก​รัฐมนตรี​ และ​รมว.กลาโหม
    ฉายา สหายใหญ่ใส่บู๊ต
    รองนายกรัฐมนตรี คนที่ 1 ติดโผได้รับฉายาไม่ไม่ขาด
    “สหายใหญ่” ในเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 วันนั้น สู่ "บิ๊กอ้วน" แห่งกองทัพไทยในวันนี้ ปรับโฉมกุนซือการเมือง มายกมือตะเบ๊ะ เสื้อตึงเป๊ะ ใส่
    "ท็อปบูต"นั่งเก้าอี้กลาโหม จากที่เคยอยู่กันคนละฝั่ง วันนี้ต้องคุมบังเหียนมาทำงานร่วมกับเหล่าทหาร ส่งท้ายปีจับมือท็อปบู้ตพากันลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม และยังต้องรับบทหนัก ถึงหนักมาก คอยระวังหลังให้กับ "นายกฯอิ๊งค์" อีกด้วย
    .
    3.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย
    ฉายา ภูมิใจขวาง
    นอกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี คนที่ 3 ยังสวมหมวกหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทำงาน 3 เดือนใน “รัฐบาลแพทองธาร” สร้างสีสันจากบุคลิกและสไตล์การพูดหยิกแกมหยอก พร้อมสโลแกนขอทำงานไม่ขัดแย้งใคร แต่นับจากลงเรือร่วมรัฐบาล มียกมือค้านทั้งร่างกฎหมายสกัดรัฐประหาร ของสส.พรรคแกนนำ ล่าสุดโหวตสวนร่างพ.ร.บ.ประชามติ เห็นต่างจาก
    พรรครัฐบาล ต้องจับตาบทบาทจากนี้“รมต.หนู“จะปล่อยของ โชว์ลีลา สร้างผลงาน ให้ประทับใจอย่างไร
    .
    4. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาครองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน
    ฉายา พีระพัง
    พังอุดมการณ์จากพรรคขั้วตรงข้าม “ชินวัตร“ ตกลงปลงใจมาจับมือร่วมรัฐบาล “นายกฯอิ๊งค์“คว้าเก้าอี้รัฐมนตรีคุมกระทรวงใหญ่ ถูกคาดหวังจะมาแก้ปมเรื่องพลังงาน ให้ชาวบ้านได้ใช้น้ำมันถูกลง เจ้าตัวยังหมายมั่นปั้นมือประกาศแก้กฎหมายรื้อโครงสร้างภาษีน้ำมัน จนเปลี่ยนหัวหน้ารัฐบาลแล้ว ก็ยังไม่ชัดเจน หรือจะซุ่มทำเงียบๆ งานนี้สังคมช่วยลุ้นจะทำได้ทันรัฐบาลนี้ หรือจะพังพับไปก่อน
    ด้านงานการเมืองยุค “หัวหน้าพี“คุมบังเหียน “รวมไทยสร้างชาติ”ดูยิ่งโลว์โปรไฟล์ จัดกิจกรรมพรรคได้เงียบกริบตามสไตล์ จนเกิดกระแสข่าวรอยร้าวภายใน ถูกจับจ้องถึงสัมพันธภาพกับลูกพรรค จะกอดคอรักกันนานแค่ไหน
    .
    5.พ.ต.อ.ทวี​ สอดส่อง​รมว.ยุติธรรม
    ฉายา ทวีไอพี
    ล็อกเป้าคุมเก้าอี้กระทรวงยุติธรรม เรียกได้ว่าเลื่อยขาเก้าอี้ไม่มีสั่น ไม่บอกก็รู้ว่า “นายใหญ่” ไว้ใจแค่ไหน นับตั้งแต่ภารกิจพานายใหญ่กลับบ้าน ถึงอีพี 2 ส่งนายใหญ่ขึ้น “ชั้น 14” ครองเตียง “วีไอพี” แทนนอนเรือนจำถึงได้พักโทษ ทำให้สังคมมองว่าเป็นนักโทษวีไอพี
    ต่อเนื่องที่เร่งออกระเบียบคุมตัวนอกเรือนจำ เสียงลือ
    แซ่ดเตรียมปูทางสำหรับ “วีไอพีหญิง“ตามรอยพี่ชายหรือไม่ เมื่อเดินงานเข้าตา พ.ต.อ.ทวี น่าจะถือบัตรวีไอพี ยึดเก้าอี้รัฐมนตรี ไปอีกยาว
    .
    6.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    ฉายา ประชาธิเป๋
    แปะยี่ห้อ “ประชาธิปัตย์” รั้งตำแหน่งหัวหน้าพรรค ประกาศพาค่ายสะตอกลับมายิ่งใหญ่ ไปๆมาๆ พลิกหนีบทฝ่ายค้าน ไม่ติดอดีต ไม่ฟาดฟันทางการเมือง กลืนอุดมการณ์คู่ปรับนับทศวรรษกับ “เพื่อไทย” กระโดดมาร่วมรัฐบาล เดินเป๋จากเส้นทางอุดมการณ์กว่า 70 ปี จนได้ตั๋วคุมงานกระทรวงใหญ่ แต่ผลงาน ได้เห็นเค้าแค่ลางๆยังไม่ชัดเจน
    .
    7.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม
    ฉายา รวม(เพื่อ)ไทยอ้างชาติ
    เรื่องจริงหรือฝัน ทำบรรดาแม่ยก แทบไม่เชื่อสายตา ว่า "ขิง เอกนัฏ" คีย์แมนรทสช.ต้องยอมทำเพื่อชาติ ประกาศร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย เคลียร์ประเด็นคุณสมบัติคนเคยมีคดี ก่อนนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีแบบใสๆ ภายใต้การนำของ"คนชินวัตร“ลั่นในใจไม่ลบ ไม่เคยลืมอดีต ก่อนยก
    วาทะเด็ด “ต้องทำงานโดยคิดถึงบ้านเมืองเป็นหลัก ถ้าคิดถึงบ้านเมือง ก็ทำงานร่วมกันได้” ทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง เร่งโชว์ผลงานเดินเครื่องกวาดล้างโรงงานเถื่อน สารเคมีอันตราย ให้เข้าตาประชาชน
    .
    8.น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
    ฉายา จิราพอ(ล)
    จาก สส.รุ่นใหม่ดาวเด่นในสภา พูดจาฉะฉาน ถูกคาดหวังจะเฉิดฉายเมื่อนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ช่วยปรับโฉมงานของรัฐบาล เพราะคุมทั้งสื่อรัฐ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ. )แต่งานกลับเดินไปเนิบๆ
    สังคมมาถึงบางอ้อว่ารมต.น้ำ นั่งคุมสคบ.จากคดีดัง “ดิไอคอน กรุ๊ป”และ “บอสพอล” ถึงได้จังหวะโชว์ผลงาน ทั้งที่ขึ้นชั้นรมต.มาตั้งแต่ปลายรัฐบาลเศรษฐา จนถูกตั้งคำถามเรื่องการทำงาน ขึ้นปีใหม่จะเร่งเครื่องไปต่อ หรือพอใจจะทำงานเงียบๆ แบบสโลไลฟ์
    .
    กลุ่ม “รมต.โลกลืม”
    นายสุชาติ ชมกลิ่นรมช.พาณิชย์
    พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ
    นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช. พาณิชย์
    ทั้ง3คน มีบทบาท ได้คุมกระทรวงเกรดเอ ทั้งเรื่องการค้าและการศึกษา ผ่านเก้าอี้รมต.ที่เป็นประตูปูทาง
    สร้างงานให้โดดเด่นได้ แต่ผลงาน3 เดือนในรัฐบาล กลับไม่เปรี้ยงแต่เงียบกริบ จนประชาชนเรียกหาให้สตาร์ทเครื่อง ตีปี๊บผลงาน รับศักราชใหม่ สลัดครหารัฐมนตรีโลกลืม
    .
    วาทะแห่งปี “สามีเป็นคนใต้”
    น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในระหว่างการลงพื้นติดตามการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วม อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2567 ซึ่งถูกตั้งคำถามจากสังคม เปรียบเทียบการลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟูภาคเหนือของนายกฯแต่อาจละเลยพี่น้องภาคใต้ ที่ถูกน้ำท่วม
    นายกฯชี้แจงย้ำหนักแน่น ไม่ได้ละเลยคนใต้ ด้วยประโยคว่า “โอ้ คำว่าละเลยภาคใต้ สามีเป็นคนใต้ ครอบครัวสามีเป็นคนใต้ ถ้าละเลยคนใต้ ไม่รักคนใต้ แต่งงานคนใต้ไม่ได้นะคะ”ยืนยันคำตอบจากใจ ไม่ได้เลือกปฏิบัติกับประชาชนภาคใด เพราะเป็นนายกฯของคนทั้งประเทศ
    .
    คำตอบของนายกฯยังไม่ใช่เหตุผลที่ตรงใจชาวโซเชียล จึงไม่วายถูกตั้งข้อสงสัยว่าเหตุที่ไม่ลงใต้ เพราะภาคใต้ไม่ใช่ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย ไร้ที่นั่งสส.มานาน ถึงกับถามย้ำๆขอฟังชัดๆ จะลงใต้เมื่อไหร่ กระทั่งนายกฯกลับจากเยือนประเทศมาเลเซีย ช่วงฝนเทภาคใต้รอบสอง จึงเปลี่ยนใจ บินลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ในวันที่ 17 ธ.ค.2567 จากที่ตั้งใจจะลงไปในช่วงการฟื้นฟู
    .
    ขึ้นศักราชใหม่ หัวหน้ารัฐบาลประกาศ “โอกาสไทย ทำได้จริง” เป็นคำมั่นที่ประชาชน รอติดตาม
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9670000122816
    ..............
    Sondhi X
    สื่อทำเนียบฯ ตั้งฉายา ปี67 “รัฐบาล(พ่อ)เลี้ยง”, ฉายานายกฯ “แพทองโพย“ 7 รมต.ติดโผ ”บิ๊กอ้วน,อนุทิน,ทวี“ - พ่วง3รมต.โลกลืม . เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การตั้งฉายารัฐบาล และรัฐมนตรีประจำปี ของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล เป็นธรรมเนียมที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมานานของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของสื่อมวลชนต่อการทำงานของรัฐบาล โดยปราศจากอคติส่วนตัว ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล จึงมีมติร่วมกันตั้งฉายารัฐบาล รัฐมนตรี และวาทะแห่งปี ประจำปี 2567 ดังนี้ . ฉายารัฐบาล รัฐบาล“พ่อ“เลี้ยง ด้วยความเป็น “พ่อ” ของหัวหน้ารัฐบาล ยี่ห้อ "ทักษิณ ชินวัตร" ขึ้นชื่อดีกรีความรักลูกไม่น้อยหน้าใคร ทั้งปกป้อง เลี้ยงดู อุ้มชู ปูทาง จนได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศ เป็นลูกไม้หล่นใต้ต้น ที่มี DNA เดียวกันเป๊ะ จนไม่พ้นเสียงครหา รัฐบาลนี้ "พ่อคิด ลูกทำ" และไม่ใช่แค่การเลี้ยงดูลูกในสนามการเมืองเท่านั้น ยังลามไปถึงวาทะเลี้ยง "มาม่า" พรรคร่วมรัฐบาล ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า จนสะเทือนเลื่อนลั่น สะท้อนบทแบ็กอัพที่ไม่ใช่เลี้ยงลูกตัวเองเท่านั้น แต่เลี้ยงรัฐบาลให้เดินอยู่ในรอยด้วย . 1.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ฉายา แพทองโพย ล้อมาจากชื่อของนายกฯ “แพทองธาร” กับประเด็นดรามา "ไอแพด" คู่ใจ โพยยุคไอที ถือติดมือได้ทุกที่ เป็นเอกลักษณ์ประจำตัว พกโพยเครื่องเดียวอ่าน จด โหลดข้อมูลเสร็จสรรพ จนเกิดเสียงวิจารณ์ถึงความเหมาะสมเมื่อยกขึ้นอ่าน ระหว่างพบผู้นำ แขกต่างชาติ กลายเป็นประเด็นตอบโต้เผ็ดร้อนกับชาวเน็ต และตอกย้ำแบบโนสนโนแคร์ด้วยภาพชูไอแพดคู่ใจ ระหว่างร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรือแม้แต่ยกไอแพด ขึ้นอ่านแถลงข่าวการระบายน้ำภาคเหนือ ลงสู่แม่น้ำโขง จนถูกวิจารณ์ยกใหญ่ . 2.นายภูมิธรรม​ เวชย​ชัย​ รองนายก​รัฐมนตรี​ และ​รมว.กลาโหม ฉายา สหายใหญ่ใส่บู๊ต รองนายกรัฐมนตรี คนที่ 1 ติดโผได้รับฉายาไม่ไม่ขาด “สหายใหญ่” ในเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 วันนั้น สู่ "บิ๊กอ้วน" แห่งกองทัพไทยในวันนี้ ปรับโฉมกุนซือการเมือง มายกมือตะเบ๊ะ เสื้อตึงเป๊ะ ใส่ "ท็อปบูต"นั่งเก้าอี้กลาโหม จากที่เคยอยู่กันคนละฝั่ง วันนี้ต้องคุมบังเหียนมาทำงานร่วมกับเหล่าทหาร ส่งท้ายปีจับมือท็อปบู้ตพากันลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม และยังต้องรับบทหนัก ถึงหนักมาก คอยระวังหลังให้กับ "นายกฯอิ๊งค์" อีกด้วย . 3.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ฉายา ภูมิใจขวาง นอกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี คนที่ 3 ยังสวมหมวกหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทำงาน 3 เดือนใน “รัฐบาลแพทองธาร” สร้างสีสันจากบุคลิกและสไตล์การพูดหยิกแกมหยอก พร้อมสโลแกนขอทำงานไม่ขัดแย้งใคร แต่นับจากลงเรือร่วมรัฐบาล มียกมือค้านทั้งร่างกฎหมายสกัดรัฐประหาร ของสส.พรรคแกนนำ ล่าสุดโหวตสวนร่างพ.ร.บ.ประชามติ เห็นต่างจาก พรรครัฐบาล ต้องจับตาบทบาทจากนี้“รมต.หนู“จะปล่อยของ โชว์ลีลา สร้างผลงาน ให้ประทับใจอย่างไร . 4. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาครองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ฉายา พีระพัง พังอุดมการณ์จากพรรคขั้วตรงข้าม “ชินวัตร“ ตกลงปลงใจมาจับมือร่วมรัฐบาล “นายกฯอิ๊งค์“คว้าเก้าอี้รัฐมนตรีคุมกระทรวงใหญ่ ถูกคาดหวังจะมาแก้ปมเรื่องพลังงาน ให้ชาวบ้านได้ใช้น้ำมันถูกลง เจ้าตัวยังหมายมั่นปั้นมือประกาศแก้กฎหมายรื้อโครงสร้างภาษีน้ำมัน จนเปลี่ยนหัวหน้ารัฐบาลแล้ว ก็ยังไม่ชัดเจน หรือจะซุ่มทำเงียบๆ งานนี้สังคมช่วยลุ้นจะทำได้ทันรัฐบาลนี้ หรือจะพังพับไปก่อน ด้านงานการเมืองยุค “หัวหน้าพี“คุมบังเหียน “รวมไทยสร้างชาติ”ดูยิ่งโลว์โปรไฟล์ จัดกิจกรรมพรรคได้เงียบกริบตามสไตล์ จนเกิดกระแสข่าวรอยร้าวภายใน ถูกจับจ้องถึงสัมพันธภาพกับลูกพรรค จะกอดคอรักกันนานแค่ไหน . 5.พ.ต.อ.ทวี​ สอดส่อง​รมว.ยุติธรรม ฉายา ทวีไอพี ล็อกเป้าคุมเก้าอี้กระทรวงยุติธรรม เรียกได้ว่าเลื่อยขาเก้าอี้ไม่มีสั่น ไม่บอกก็รู้ว่า “นายใหญ่” ไว้ใจแค่ไหน นับตั้งแต่ภารกิจพานายใหญ่กลับบ้าน ถึงอีพี 2 ส่งนายใหญ่ขึ้น “ชั้น 14” ครองเตียง “วีไอพี” แทนนอนเรือนจำถึงได้พักโทษ ทำให้สังคมมองว่าเป็นนักโทษวีไอพี ต่อเนื่องที่เร่งออกระเบียบคุมตัวนอกเรือนจำ เสียงลือ แซ่ดเตรียมปูทางสำหรับ “วีไอพีหญิง“ตามรอยพี่ชายหรือไม่ เมื่อเดินงานเข้าตา พ.ต.อ.ทวี น่าจะถือบัตรวีไอพี ยึดเก้าอี้รัฐมนตรี ไปอีกยาว . 6.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉายา ประชาธิเป๋ แปะยี่ห้อ “ประชาธิปัตย์” รั้งตำแหน่งหัวหน้าพรรค ประกาศพาค่ายสะตอกลับมายิ่งใหญ่ ไปๆมาๆ พลิกหนีบทฝ่ายค้าน ไม่ติดอดีต ไม่ฟาดฟันทางการเมือง กลืนอุดมการณ์คู่ปรับนับทศวรรษกับ “เพื่อไทย” กระโดดมาร่วมรัฐบาล เดินเป๋จากเส้นทางอุดมการณ์กว่า 70 ปี จนได้ตั๋วคุมงานกระทรวงใหญ่ แต่ผลงาน ได้เห็นเค้าแค่ลางๆยังไม่ชัดเจน . 7.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ฉายา รวม(เพื่อ)ไทยอ้างชาติ เรื่องจริงหรือฝัน ทำบรรดาแม่ยก แทบไม่เชื่อสายตา ว่า "ขิง เอกนัฏ" คีย์แมนรทสช.ต้องยอมทำเพื่อชาติ ประกาศร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย เคลียร์ประเด็นคุณสมบัติคนเคยมีคดี ก่อนนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีแบบใสๆ ภายใต้การนำของ"คนชินวัตร“ลั่นในใจไม่ลบ ไม่เคยลืมอดีต ก่อนยก วาทะเด็ด “ต้องทำงานโดยคิดถึงบ้านเมืองเป็นหลัก ถ้าคิดถึงบ้านเมือง ก็ทำงานร่วมกันได้” ทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง เร่งโชว์ผลงานเดินเครื่องกวาดล้างโรงงานเถื่อน สารเคมีอันตราย ให้เข้าตาประชาชน . 8.น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฉายา จิราพอ(ล) จาก สส.รุ่นใหม่ดาวเด่นในสภา พูดจาฉะฉาน ถูกคาดหวังจะเฉิดฉายเมื่อนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ช่วยปรับโฉมงานของรัฐบาล เพราะคุมทั้งสื่อรัฐ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ. )แต่งานกลับเดินไปเนิบๆ สังคมมาถึงบางอ้อว่ารมต.น้ำ นั่งคุมสคบ.จากคดีดัง “ดิไอคอน กรุ๊ป”และ “บอสพอล” ถึงได้จังหวะโชว์ผลงาน ทั้งที่ขึ้นชั้นรมต.มาตั้งแต่ปลายรัฐบาลเศรษฐา จนถูกตั้งคำถามเรื่องการทำงาน ขึ้นปีใหม่จะเร่งเครื่องไปต่อ หรือพอใจจะทำงานเงียบๆ แบบสโลไลฟ์ . กลุ่ม “รมต.โลกลืม” นายสุชาติ ชมกลิ่นรมช.พาณิชย์ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช. พาณิชย์ ทั้ง3คน มีบทบาท ได้คุมกระทรวงเกรดเอ ทั้งเรื่องการค้าและการศึกษา ผ่านเก้าอี้รมต.ที่เป็นประตูปูทาง สร้างงานให้โดดเด่นได้ แต่ผลงาน3 เดือนในรัฐบาล กลับไม่เปรี้ยงแต่เงียบกริบ จนประชาชนเรียกหาให้สตาร์ทเครื่อง ตีปี๊บผลงาน รับศักราชใหม่ สลัดครหารัฐมนตรีโลกลืม . วาทะแห่งปี “สามีเป็นคนใต้” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในระหว่างการลงพื้นติดตามการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วม อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2567 ซึ่งถูกตั้งคำถามจากสังคม เปรียบเทียบการลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟูภาคเหนือของนายกฯแต่อาจละเลยพี่น้องภาคใต้ ที่ถูกน้ำท่วม นายกฯชี้แจงย้ำหนักแน่น ไม่ได้ละเลยคนใต้ ด้วยประโยคว่า “โอ้ คำว่าละเลยภาคใต้ สามีเป็นคนใต้ ครอบครัวสามีเป็นคนใต้ ถ้าละเลยคนใต้ ไม่รักคนใต้ แต่งงานคนใต้ไม่ได้นะคะ”ยืนยันคำตอบจากใจ ไม่ได้เลือกปฏิบัติกับประชาชนภาคใด เพราะเป็นนายกฯของคนทั้งประเทศ . คำตอบของนายกฯยังไม่ใช่เหตุผลที่ตรงใจชาวโซเชียล จึงไม่วายถูกตั้งข้อสงสัยว่าเหตุที่ไม่ลงใต้ เพราะภาคใต้ไม่ใช่ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย ไร้ที่นั่งสส.มานาน ถึงกับถามย้ำๆขอฟังชัดๆ จะลงใต้เมื่อไหร่ กระทั่งนายกฯกลับจากเยือนประเทศมาเลเซีย ช่วงฝนเทภาคใต้รอบสอง จึงเปลี่ยนใจ บินลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ในวันที่ 17 ธ.ค.2567 จากที่ตั้งใจจะลงไปในช่วงการฟื้นฟู . ขึ้นศักราชใหม่ หัวหน้ารัฐบาลประกาศ “โอกาสไทย ทำได้จริง” เป็นคำมั่นที่ประชาชน รอติดตาม . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9670000122816 .............. Sondhi X
    Like
    Haha
    Wow
    8
    1 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 1459 มุมมอง 1 รีวิว
  • เสือเผ่น หลวงพ่อสุด วัดกาหลง ปี 2517 อาจารย์ของจอมโจรตี๋ใหญ่...ย้อนหลังไป 10 กว่าปีก่อนเพื่อนผู้เขียน เป็น ผกก อยู๋สมุทรสาคร ก็เลยไปกินดื่มกันบ่อยๆ เลยรู้จักท่าน...เช่นเคย ด้วยนิสัยชอบ ชาลเลนจ์ คือ ท้าทายพิสูจน์ไปแทบทุกสิ่ง..ลองเอาแขวนเดี่ยวไปเลย หลายเดือน เอารุ่นที่รองๆลงไป แจกจ่ายลูกน้องเอาไปแขวนด้วย..คือจะเก็บสถิติ...พ่อสุด ดังเรื่อง แคล้วคลาด คงกระพัน..มาอันดับต้นๆ ตี๋ใหญ่ถึงรอดตลอด..จุดจบท่านลองหาอ่านดู..ประสบการณ์แรกๆ ที่บ้านเลี้ยงหมาไซบีเรียนมาตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว สมัยนั้นแทบไม่มีคนเลี้ยง..เราเลี้ยง 2 ตัวเลย..และมันเบ่นแรงมาก เลือดสาดทุกวัน..ปกติถึงบ้านถอดสร้อยทันที..ทีนี้ลองไม่ถอดสร้อย..เช่นเคย เล่นกับหมาแรงเช่นเคย แต่ จากเลือดสาด กลายเป็นบางจุด ไม่เข้ามีแต่รอย บางจุดมีแบบซิปๆ...แต่ไม่โชกแบบทุกวัน...ที่ไม่ได้ใส่สร้อยก่อนหน้านี้...และผลก็เป็นแบบนี้..จนช่วงนี้ มีปัญหาทางธุรกิจ มีเรื่องอิทธิพล มาเฟียมาเกี่ยว..วันนี้น ปกติจะออกจากบ้าน 9.00 น. ทุกวัน..เป็นแบบนี้มาหลายปี นอกจากเข้าประชุมในสุขุมวิทถึงออกเช้า..วันนั้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ กำลังจะเดินเปิดประตูบ้าน..มีลางสังหรณ์ว่า อย่าเพิ่งไป...เราหยุด ไม่รู้หรอกว่าคืออะไร..หันหลังกลับไปนั่งกินกาแฟ อ่านหนังสือ ซึ่งปกติ ไม่เคยกินกาแฟที่บ้าน...ทำโน่นนี่ ไปจน 10 โมงกว่าได้..ก็เปิดประตูรั้ว..เพื่อเอารถออก...พบว่า มีก้นบุหรี่ เป็น 10 อยู่หน้าบ้าน..เลยเดินไปถามบ้านตรงข้ามว่าใครมายืนสูบบุหรี่แล้วทิ้งตรงนี้ เห็นไหม...เขาบอกว่า ผู้ชาย 3 คน..คล้ายทหาร..มาเดินวนไปวนมา ตั้งแต่ 7 โมงกว่าแล้ว....ถึงบางอ้อ..อ่อมาดักอุ้มนี่เอง...รอดไป......เหรียญนี้เป็นเนื้ออัลปาก้า แต่ที่ผู้เขียนห้อยเป็นทองแดง ตอนนั้น หมื่นกว่าบาท ตอนนี้ทองแดงน่าจะ 4_5 หมื่น เป็นเหรียญที่มีการทำเก๊มากที่สุดอีกรุ่นนึง...เก๊มานานแล้วเกินกว่า 40 ปี ...และมีเก๊หลายฝีมือ ส่วนตัวผู้เขียนว่า มีงานเก๊เกินกว่า 10 แบบขึ้นไป..พระรุ่นนี้แยกเป็น 3 บล๊อก แต่มีแม่พิมพ์ตัวเดียว ที่แยกบล๊อกเกิดจากตำหนิที่ปั๊มไปเรื่อยๆ ในภาพคือ บล๊อก A ยังมี B และ C และ C ปากจุด...ส่วนศาลาครืน ผู้เขียนไม่ได้เล่น เลยไม่มีความรู้
    เสือเผ่น หลวงพ่อสุด วัดกาหลง ปี 2517 อาจารย์ของจอมโจรตี๋ใหญ่...ย้อนหลังไป 10 กว่าปีก่อนเพื่อนผู้เขียน เป็น ผกก อยู๋สมุทรสาคร ก็เลยไปกินดื่มกันบ่อยๆ เลยรู้จักท่าน...เช่นเคย ด้วยนิสัยชอบ ชาลเลนจ์ คือ ท้าทายพิสูจน์ไปแทบทุกสิ่ง..ลองเอาแขวนเดี่ยวไปเลย หลายเดือน เอารุ่นที่รองๆลงไป แจกจ่ายลูกน้องเอาไปแขวนด้วย..คือจะเก็บสถิติ...พ่อสุด ดังเรื่อง แคล้วคลาด คงกระพัน..มาอันดับต้นๆ ตี๋ใหญ่ถึงรอดตลอด..จุดจบท่านลองหาอ่านดู..ประสบการณ์แรกๆ ที่บ้านเลี้ยงหมาไซบีเรียนมาตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว สมัยนั้นแทบไม่มีคนเลี้ยง..เราเลี้ยง 2 ตัวเลย..และมันเบ่นแรงมาก เลือดสาดทุกวัน..ปกติถึงบ้านถอดสร้อยทันที..ทีนี้ลองไม่ถอดสร้อย..เช่นเคย เล่นกับหมาแรงเช่นเคย แต่ จากเลือดสาด กลายเป็นบางจุด ไม่เข้ามีแต่รอย บางจุดมีแบบซิปๆ...แต่ไม่โชกแบบทุกวัน...ที่ไม่ได้ใส่สร้อยก่อนหน้านี้...และผลก็เป็นแบบนี้..จนช่วงนี้ มีปัญหาทางธุรกิจ มีเรื่องอิทธิพล มาเฟียมาเกี่ยว..วันนี้น ปกติจะออกจากบ้าน 9.00 น. ทุกวัน..เป็นแบบนี้มาหลายปี นอกจากเข้าประชุมในสุขุมวิทถึงออกเช้า..วันนั้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ กำลังจะเดินเปิดประตูบ้าน..มีลางสังหรณ์ว่า อย่าเพิ่งไป...เราหยุด ไม่รู้หรอกว่าคืออะไร..หันหลังกลับไปนั่งกินกาแฟ อ่านหนังสือ ซึ่งปกติ ไม่เคยกินกาแฟที่บ้าน...ทำโน่นนี่ ไปจน 10 โมงกว่าได้..ก็เปิดประตูรั้ว..เพื่อเอารถออก...พบว่า มีก้นบุหรี่ เป็น 10 อยู่หน้าบ้าน..เลยเดินไปถามบ้านตรงข้ามว่าใครมายืนสูบบุหรี่แล้วทิ้งตรงนี้ เห็นไหม...เขาบอกว่า ผู้ชาย 3 คน..คล้ายทหาร..มาเดินวนไปวนมา ตั้งแต่ 7 โมงกว่าแล้ว....ถึงบางอ้อ..อ่อมาดักอุ้มนี่เอง...รอดไป......เหรียญนี้เป็นเนื้ออัลปาก้า แต่ที่ผู้เขียนห้อยเป็นทองแดง ตอนนั้น หมื่นกว่าบาท ตอนนี้ทองแดงน่าจะ 4_5 หมื่น เป็นเหรียญที่มีการทำเก๊มากที่สุดอีกรุ่นนึง...เก๊มานานแล้วเกินกว่า 40 ปี ...และมีเก๊หลายฝีมือ ส่วนตัวผู้เขียนว่า มีงานเก๊เกินกว่า 10 แบบขึ้นไป..พระรุ่นนี้แยกเป็น 3 บล๊อก แต่มีแม่พิมพ์ตัวเดียว ที่แยกบล๊อกเกิดจากตำหนิที่ปั๊มไปเรื่อยๆ ในภาพคือ บล๊อก A ยังมี B และ C และ C ปากจุด...ส่วนศาลาครืน ผู้เขียนไม่ได้เล่น เลยไม่มีความรู้
    Love
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 420 มุมมอง 0 รีวิว
  • ✨วันนี้ในอดีต ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๖✨ เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสภาพคลองเจ๊ก คลองบางจาก และคลองบางอ้อ บริเวณที่ตัดกับทางด่วนพิเศษ ซึ่งคลองสายต่างๆ ดังกล่าวเป็นคลองที่ชักน้ำจากพื้นที่บริเวณที่มีสภาพน้ำท่วมขังอยู่สองฝั่งถนนสุขุมวิทระหว่างคลองพระโขนง กับทางหลวงสายบางนา-ตราด ผ่านท่อลอดทางด่วนพิเศษ แล้วระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยการระบายน้ำทางประตูระบายน้ำที่ทำนบคลองเจ๊ก ทำนบคลองบางจาก และทำนบคลองบางอ้อ ตลอดจนการสูบน้ำด้วย Cr. สำนักราชเลขาธิการ #วันนีัในอดีต #พระราชกรณียกิจ #ราชวงศ์จักรี #เรารักสถาบันพระมหากษัตริย์ #ข่าวในพระราชสํานัก #save112
    ✨วันนี้ในอดีต ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๖✨ เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสภาพคลองเจ๊ก คลองบางจาก และคลองบางอ้อ บริเวณที่ตัดกับทางด่วนพิเศษ ซึ่งคลองสายต่างๆ ดังกล่าวเป็นคลองที่ชักน้ำจากพื้นที่บริเวณที่มีสภาพน้ำท่วมขังอยู่สองฝั่งถนนสุขุมวิทระหว่างคลองพระโขนง กับทางหลวงสายบางนา-ตราด ผ่านท่อลอดทางด่วนพิเศษ แล้วระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยการระบายน้ำทางประตูระบายน้ำที่ทำนบคลองเจ๊ก ทำนบคลองบางจาก และทำนบคลองบางอ้อ ตลอดจนการสูบน้ำด้วย Cr. สำนักราชเลขาธิการ #วันนีัในอดีต #พระราชกรณียกิจ #ราชวงศ์จักรี #เรารักสถาบันพระมหากษัตริย์ #ข่าวในพระราชสํานัก #save112
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 645 มุมมอง 0 รีวิว
  • **ขอบคุณบทความจาก คุณเอส Sos Sirikarn ภรรยาของผม ครับ**

    ได้ยินสามี​กับ​คุณแม่​ คุยกันเรื่อง​ ตารางการทาน​ "ออร์แกนิค​คลอ​เรลล่า​ กับ​ ออร์แก​นิค​สไป​รู​ลิ​น่า" ของเฟบิโก้​ 🇹🇼 PLC.

    📍แล้วคุณแม่สามี​ ​บอกว่า​ #คลอเรลล่าที่ปลอดภัย มีสารที่เรียกว่า​ "Chlorella​ Growth Factor" ซึ่งเป็นชื่อเรียก​ กลุ่มของสารอาหาร​ ที่ช่วยให้เกิด​ กระบวนการซ่อมบำรุงเซลล์​ ตั้งแต่ระดับ​ DNA ตาม​ ที่ฝ่ายวิชาการได้เรียบเรียงข้อมูลไว้

    แม่ก็เลยแบ่งส่วนนึง ไว้ทานก่อนนอนด้วย​ จริงๆ​ตัวนี้เหมาะกับ​ #คนสูงอายุ

    😳แม้จะรู้อยู่แล้ว​ ว่า​ #ออร์แกนิค​คลอเรลล่า​เฟบิโก้ ช่วยให้เซลล์ในร่างกายเกิดกระบวนการซ่อมบำรุงตั้งแต่ระดับ​ DNA​ ได้ดีขึ้น​

    แต่..ไอ้เราพอได้ยิน​ คำว่า​ Growth​ Factor​ ก็เลยถึงบางอ้อ​ ว่า​ ทำไมนอนตี​ 1-3​ มา​ยาวนานถึง 17​-18 ปีแล้ว​ แต่ก็ยังไม่โทรม!! จนหลายคนทัก

    เขาบอกว่า​ หน้าตา​ ความคล่องตัว​ ไม่เหมือนคนนอนตี​1-3​ 😁😁

    🙆🏻‍♀️แต่ที่ผ่านมา​ ไม่ได้สนใจเรื่อง​ "Growth​ Factor" เพราะต้องการทาน​ ออร์แก​นิค​คลอ​เรลล่า​เฟ​บิ​โก้​ เพื่อขับล้างสารตกค้าง​จากอาหาร​เสริมที่ก่อนหน้านี้​ทานมาถึง​ 15 ปี​ จนผลตรวจ​ MRI​ พบว่า​ ได้ถุงน้ำในไตมา 2-3 ถุง

    เรื่อง​ #growthfactor​ จึงเป็นเหมือนของแถมจากการทานออร์แก​นิค​คลอ​เรลล่า​เฟ​บิ​โก้​ 🇹🇼 PLC.​ ไม่ใช่ปัจจัยหลัก​ที่ทำให้ทานมายาวนาน​ มิ.ย.​ นี้​ ครบ​ 9 ปี

    👉🏻ตามปรัชญา​ "สะสาง​ ก่อนสะสม" ที่ได้รับจากครอบครัวของที่ปรึกษา​

    เพราะสำหรับเอส​ #การรับสิ่งพิษเข้าไปสะสมในร่างกายทุกๆวัน​ มันน่ากลัวกว่า​ "หน้าตาโทรม​ หน้าตาไม่สวย" 😁😁 ค่ะ

    💚💚💚💚💚💚💚💚

    คุณแม่​สามีเลือกทำ​ "คีโม" และ​​ ยังทาน​ ออร์แกนิกคลอเรลล่าเฟบิโก้ ​ตลอด​ โดยที่เพิ่มจากโดสปกติ​ เป็น "12​ เม็ด​ + ทานพืชที่ช่วยลดพิษร้อน" จากการคีโมค่ะ

    🎀ซึ่งคุณแม่สามี​ ไม่ยอมหยุดทาน​ #ออร์แกนิคคลอเรลล่าfebico ​ทั้งที่อาจารย์​หมอก็บอกว่า​ ทานได้​ แต่ระวัง​คลอเรลล่าจะไปขับพิษคีโมออก​ จนคีโมทำงานไม่ได้

    🎀คุณแม่สามี​ จึงวางแผนการทานออร์แก​นิคคลอเรลล่าเฟบิโก้​ ด้วยตัวเอง​ ระหว่างที่ทำคีโมไปด้วย​ เพราะน้องชายที่เป็นอาจารย์​หมอ​ รพ.ดังระดับประเทศ​ ไม่อยากให้ทาน​คลอเรลล่า

    📍เพราะ​ #ออร์แกนิกคลอเรลล่าเฟบิโก้ สามารถ​ทำลายพิษของคีโม​ได้​ เนื่องจาก​คีโมคือพิษ แล้วเราต้องการความเป็นพิษของคีโมไปทำลายเซลล์​มะเร็ง​

    ซึ่งคีโม​ นอกจากจะทำลาย​เซลล์มะเร็ง​แล้ว​ ยังทำลาย​เซลล์ดีอีกด้วย

    📍ดังนั้น​ การ​ทานออร์แก​นิคคลอเรลล่า​เฟบิโก้ ที่เหมาะสมกับผู้ที่กำลังรักษา​ด้วยคีโม จึงต้องทาน​ในช่วงเวลา​ หลังจาก​ "คีโมทำงานเสร็จแล้ว" เช่น​ หลังจากคีโม​ไปแล้ว​ 6 ชม.​ เป็นต้น

    #สะสางก่อนสะสม #การค้าออนไลน์ที่แท้จริง #supershe #thaitimes
    **ขอบคุณบทความจาก คุณเอส Sos Sirikarn ภรรยาของผม ครับ** ได้ยินสามี​กับ​คุณแม่​ คุยกันเรื่อง​ ตารางการทาน​ "ออร์แกนิค​คลอ​เรลล่า​ กับ​ ออร์แก​นิค​สไป​รู​ลิ​น่า" ของเฟบิโก้​ 🇹🇼 PLC. 📍แล้วคุณแม่สามี​ ​บอกว่า​ #คลอเรลล่าที่ปลอดภัย มีสารที่เรียกว่า​ "Chlorella​ Growth Factor" ซึ่งเป็นชื่อเรียก​ กลุ่มของสารอาหาร​ ที่ช่วยให้เกิด​ กระบวนการซ่อมบำรุงเซลล์​ ตั้งแต่ระดับ​ DNA ตาม​ ที่ฝ่ายวิชาการได้เรียบเรียงข้อมูลไว้ แม่ก็เลยแบ่งส่วนนึง ไว้ทานก่อนนอนด้วย​ จริงๆ​ตัวนี้เหมาะกับ​ #คนสูงอายุ​ 😳แม้จะรู้อยู่แล้ว​ ว่า​ #ออร์แกนิค​คลอเรลล่า​เฟบิโก้ ช่วยให้เซลล์ในร่างกายเกิดกระบวนการซ่อมบำรุงตั้งแต่ระดับ​ DNA​ ได้ดีขึ้น​ แต่..ไอ้เราพอได้ยิน​ คำว่า​ Growth​ Factor​ ก็เลยถึงบางอ้อ​ ว่า​ ทำไมนอนตี​ 1-3​ มา​ยาวนานถึง 17​-18 ปีแล้ว​ แต่ก็ยังไม่โทรม!! จนหลายคนทัก เขาบอกว่า​ หน้าตา​ ความคล่องตัว​ ไม่เหมือนคนนอนตี​1-3​ 😁😁 🙆🏻‍♀️แต่ที่ผ่านมา​ ไม่ได้สนใจเรื่อง​ "Growth​ Factor" เพราะต้องการทาน​ ออร์แก​นิค​คลอ​เรลล่า​เฟ​บิ​โก้​ เพื่อขับล้างสารตกค้าง​จากอาหาร​เสริมที่ก่อนหน้านี้​ทานมาถึง​ 15 ปี​ จนผลตรวจ​ MRI​ พบว่า​ ได้ถุงน้ำในไตมา 2-3 ถุง เรื่อง​ #growthfactor​ จึงเป็นเหมือนของแถมจากการทานออร์แก​นิค​คลอ​เรลล่า​เฟ​บิ​โก้​ 🇹🇼 PLC.​ ไม่ใช่ปัจจัยหลัก​ที่ทำให้ทานมายาวนาน​ มิ.ย.​ นี้​ ครบ​ 9 ปี 👉🏻ตามปรัชญา​ "สะสาง​ ก่อนสะสม" ที่ได้รับจากครอบครัวของที่ปรึกษา​ เพราะสำหรับเอส​ #การรับสิ่งพิษเข้าไปสะสมในร่างกายทุกๆวัน​ มันน่ากลัวกว่า​ "หน้าตาโทรม​ หน้าตาไม่สวย" 😁😁 ค่ะ 💚💚💚💚💚💚💚💚 คุณแม่​สามีเลือกทำ​ "คีโม" และ​​ ยังทาน​ ออร์แกนิกคลอเรลล่าเฟบิโก้ ​ตลอด​ โดยที่เพิ่มจากโดสปกติ​ เป็น "12​ เม็ด​ + ทานพืชที่ช่วยลดพิษร้อน" จากการคีโมค่ะ 🎀ซึ่งคุณแม่สามี​ ไม่ยอมหยุดทาน​ #ออร์แกนิคคลอเรลล่าfebico ​ทั้งที่อาจารย์​หมอก็บอกว่า​ ทานได้​ แต่ระวัง​คลอเรลล่าจะไปขับพิษคีโมออก​ จนคีโมทำงานไม่ได้ 🎀คุณแม่สามี​ จึงวางแผนการทานออร์แก​นิคคลอเรลล่าเฟบิโก้​ ด้วยตัวเอง​ ระหว่างที่ทำคีโมไปด้วย​ เพราะน้องชายที่เป็นอาจารย์​หมอ​ รพ.ดังระดับประเทศ​ ไม่อยากให้ทาน​คลอเรลล่า 📍เพราะ​ #ออร์แกนิกคลอเรลล่าเฟบิโก้ สามารถ​ทำลายพิษของคีโม​ได้​ เนื่องจาก​คีโมคือพิษ แล้วเราต้องการความเป็นพิษของคีโมไปทำลายเซลล์​มะเร็ง​ ซึ่งคีโม​ นอกจากจะทำลาย​เซลล์มะเร็ง​แล้ว​ ยังทำลาย​เซลล์ดีอีกด้วย 📍ดังนั้น​ การ​ทานออร์แก​นิคคลอเรลล่า​เฟบิโก้ ที่เหมาะสมกับผู้ที่กำลังรักษา​ด้วยคีโม จึงต้องทาน​ในช่วงเวลา​ หลังจาก​ "คีโมทำงานเสร็จแล้ว" เช่น​ หลังจากคีโม​ไปแล้ว​ 6 ชม.​ เป็นต้น #สะสางก่อนสะสม #การค้าออนไลน์ที่แท้จริง #supershe #thaitimes
    2 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 833 มุมมอง 0 รีวิว
  • **ขอบคุณบทความจาก คุณเอส Sos Sirikarn ภรรยาของผม ครับ**

    ได้ยินสามี​กับ​คุณแม่​ คุยกันเรื่อง​ ตารางการทาน​ "ออร์แกนิค​คลอ​เรลล่า​ กับ​ ออร์แก​นิค​สไป​รู​ลิ​น่า" ของเฟบิโก้​ 🇹🇼 PLC.

    📍แล้วคุณแม่สามี​ ​บอกว่า​ #คลอเรลล่าที่ปลอดภัย มีสารที่เรียกว่า​ "Chlorella​ Growth Factor" ซึ่งเป็นชื่อเรียก​ กลุ่มของสารอาหาร​ ที่ช่วยให้เกิด​ กระบวนการซ่อมบำรุงเซลล์​ ตั้งแต่ระดับ​ DNA ตาม​ ที่ฝ่ายวิชาการได้เรียบเรียงข้อมูลไว้

    แม่ก็เลยแบ่งส่วนนึง ไว้ทานก่อนนอนด้วย​ จริงๆ​ตัวนี้เหมาะกับ​ #คนสูงอายุ

    😳แม้จะรู้อยู่แล้ว​ ว่า​ #ออร์แกนิค​คลอเรลล่า​เฟบิโก้ ช่วยให้เซลล์ในร่างกายเกิดกระบวนการซ่อมบำรุงตั้งแต่ระดับ​ DNA​ ได้ดีขึ้น​

    แต่..ไอ้เราพอได้ยิน​ คำว่า​ Growth​ Factor​ ก็เลยถึงบางอ้อ​ ว่า​ ทำไมนอนตี​ 1-3​ มา​ยาวนานถึง 17​-18 ปีแล้ว​ แต่ก็ยังไม่โทรม!! จนหลายคนทัก

    เขาบอกว่า​ หน้าตา​ ความคล่องตัว​ ไม่เหมือนคนนอนตี​1-3​ 😁😁

    🙆🏻‍♀️แต่ที่ผ่านมา​ ไม่ได้สนใจเรื่อง​ "Growth​ Factor" เพราะต้องการทาน​ ออร์แก​นิค​คลอ​เรลล่า​เฟ​บิ​โก้​ เพื่อขับล้างสารตกค้าง​จากอาหาร​เสริมที่ก่อนหน้านี้​ทานมาถึง​ 15 ปี​ จนผลตรวจ​ MRI​ พบว่า​ ได้ถุงน้ำในไตมา 2-3 ถุง

    เรื่อง​ #growthfactor​ จึงเป็นเหมือนของแถมจากการทานออร์แก​นิค​คลอ​เรลล่า​เฟ​บิ​โก้​ 🇹🇼 PLC.​ ไม่ใช่ปัจจัยหลัก​ที่ทำให้ทานมายาวนาน​ มิ.ย.​ นี้​ ครบ​ 9 ปี

    👉🏻ตามปรัชญา​ "สะสาง​ ก่อนสะสม" ที่ได้รับจากครอบครัวของที่ปรึกษา​

    เพราะสำหรับเอส​ #การรับสิ่งพิษเข้าไปสะสมในร่างกายทุกๆวัน​ มันน่ากลัวกว่า​ "หน้าตาโทรม​ หน้าตาไม่สวย" 😁😁 ค่ะ

    💚💚💚💚💚💚💚💚

    คุณแม่​สามีเลือกทำ​ "คีโม" และ​​ ยังทาน​ ออร์แกนิกคลอเรลล่าเฟบิโก้ ​ตลอด​ โดยที่เพิ่มจากโดสปกติ​ เป็น "12​ เม็ด​ + ทานพืชที่ช่วยลดพิษร้อน" จากการคีโมค่ะ

    🎀ซึ่งคุณแม่สามี​ ไม่ยอมหยุดทาน​ #ออร์แกนิคคลอเรลล่าfebico ​ทั้งที่อาจารย์​หมอก็บอกว่า​ ทานได้​ แต่ระวัง​คลอเรลล่าจะไปขับพิษคีโมออก​ จนคีโมทำงานไม่ได้

    🎀คุณแม่สามี​ จึงวางแผนการทานออร์แก​นิคคลอเรลล่าเฟบิโก้​ ด้วยตัวเอง​ ระหว่างที่ทำคีโมไปด้วย​ เพราะน้องชายที่เป็นอาจารย์​หมอ​ รพ.ดังระดับประเทศ​ ไม่อยากให้ทาน​คลอเรลล่า

    📍เพราะ​ #ออร์แกนิกคลอเรลล่าเฟบิโก้ สามารถ​ทำลายพิษของคีโม​ได้​ เนื่องจาก​คีโมคือพิษ แล้วเราต้องการความเป็นพิษของคีโมไปทำลายเซลล์​มะเร็ง​

    ซึ่งคีโม​ นอกจากจะทำลาย​เซลล์มะเร็ง​แล้ว​ ยังทำลาย​เซลล์ดีอีกด้วย

    📍ดังนั้น​ การ​ทานออร์แก​นิคคลอเรลล่า​เฟบิโก้ ที่เหมาะสมกับผู้ที่กำลังรักษา​ด้วยคีโม จึงต้องทาน​ในช่วงเวลา​ หลังจาก​ "คีโมทำงานเสร็จแล้ว" เช่น​ หลังจากคีโม​ไปแล้ว​ 6 ชม.​ เป็นต้น

    #สะสางก่อนสะสม #การค้าออนไลน์ที่แท้จริง #supershe #thaitimes
    **ขอบคุณบทความจาก คุณเอส Sos Sirikarn ภรรยาของผม ครับ** ได้ยินสามี​กับ​คุณแม่​ คุยกันเรื่อง​ ตารางการทาน​ "ออร์แกนิค​คลอ​เรลล่า​ กับ​ ออร์แก​นิค​สไป​รู​ลิ​น่า" ของเฟบิโก้​ 🇹🇼 PLC. 📍แล้วคุณแม่สามี​ ​บอกว่า​ #คลอเรลล่าที่ปลอดภัย มีสารที่เรียกว่า​ "Chlorella​ Growth Factor" ซึ่งเป็นชื่อเรียก​ กลุ่มของสารอาหาร​ ที่ช่วยให้เกิด​ กระบวนการซ่อมบำรุงเซลล์​ ตั้งแต่ระดับ​ DNA ตาม​ ที่ฝ่ายวิชาการได้เรียบเรียงข้อมูลไว้ แม่ก็เลยแบ่งส่วนนึง ไว้ทานก่อนนอนด้วย​ จริงๆ​ตัวนี้เหมาะกับ​ #คนสูงอายุ​ 😳แม้จะรู้อยู่แล้ว​ ว่า​ #ออร์แกนิค​คลอเรลล่า​เฟบิโก้ ช่วยให้เซลล์ในร่างกายเกิดกระบวนการซ่อมบำรุงตั้งแต่ระดับ​ DNA​ ได้ดีขึ้น​ แต่..ไอ้เราพอได้ยิน​ คำว่า​ Growth​ Factor​ ก็เลยถึงบางอ้อ​ ว่า​ ทำไมนอนตี​ 1-3​ มา​ยาวนานถึง 17​-18 ปีแล้ว​ แต่ก็ยังไม่โทรม!! จนหลายคนทัก เขาบอกว่า​ หน้าตา​ ความคล่องตัว​ ไม่เหมือนคนนอนตี​1-3​ 😁😁 🙆🏻‍♀️แต่ที่ผ่านมา​ ไม่ได้สนใจเรื่อง​ "Growth​ Factor" เพราะต้องการทาน​ ออร์แก​นิค​คลอ​เรลล่า​เฟ​บิ​โก้​ เพื่อขับล้างสารตกค้าง​จากอาหาร​เสริมที่ก่อนหน้านี้​ทานมาถึง​ 15 ปี​ จนผลตรวจ​ MRI​ พบว่า​ ได้ถุงน้ำในไตมา 2-3 ถุง เรื่อง​ #growthfactor​ จึงเป็นเหมือนของแถมจากการทานออร์แก​นิค​คลอ​เรลล่า​เฟ​บิ​โก้​ 🇹🇼 PLC.​ ไม่ใช่ปัจจัยหลัก​ที่ทำให้ทานมายาวนาน​ มิ.ย.​ นี้​ ครบ​ 9 ปี 👉🏻ตามปรัชญา​ "สะสาง​ ก่อนสะสม" ที่ได้รับจากครอบครัวของที่ปรึกษา​ เพราะสำหรับเอส​ #การรับสิ่งพิษเข้าไปสะสมในร่างกายทุกๆวัน​ มันน่ากลัวกว่า​ "หน้าตาโทรม​ หน้าตาไม่สวย" 😁😁 ค่ะ 💚💚💚💚💚💚💚💚 คุณแม่​สามีเลือกทำ​ "คีโม" และ​​ ยังทาน​ ออร์แกนิกคลอเรลล่าเฟบิโก้ ​ตลอด​ โดยที่เพิ่มจากโดสปกติ​ เป็น "12​ เม็ด​ + ทานพืชที่ช่วยลดพิษร้อน" จากการคีโมค่ะ 🎀ซึ่งคุณแม่สามี​ ไม่ยอมหยุดทาน​ #ออร์แกนิคคลอเรลล่าfebico ​ทั้งที่อาจารย์​หมอก็บอกว่า​ ทานได้​ แต่ระวัง​คลอเรลล่าจะไปขับพิษคีโมออก​ จนคีโมทำงานไม่ได้ 🎀คุณแม่สามี​ จึงวางแผนการทานออร์แก​นิคคลอเรลล่าเฟบิโก้​ ด้วยตัวเอง​ ระหว่างที่ทำคีโมไปด้วย​ เพราะน้องชายที่เป็นอาจารย์​หมอ​ รพ.ดังระดับประเทศ​ ไม่อยากให้ทาน​คลอเรลล่า 📍เพราะ​ #ออร์แกนิกคลอเรลล่าเฟบิโก้ สามารถ​ทำลายพิษของคีโม​ได้​ เนื่องจาก​คีโมคือพิษ แล้วเราต้องการความเป็นพิษของคีโมไปทำลายเซลล์​มะเร็ง​ ซึ่งคีโม​ นอกจากจะทำลาย​เซลล์มะเร็ง​แล้ว​ ยังทำลาย​เซลล์ดีอีกด้วย 📍ดังนั้น​ การ​ทานออร์แก​นิคคลอเรลล่า​เฟบิโก้ ที่เหมาะสมกับผู้ที่กำลังรักษา​ด้วยคีโม จึงต้องทาน​ในช่วงเวลา​ หลังจาก​ "คีโมทำงานเสร็จแล้ว" เช่น​ หลังจากคีโม​ไปแล้ว​ 6 ชม.​ เป็นต้น #สะสางก่อนสะสม #การค้าออนไลน์ที่แท้จริง #supershe #thaitimes
    Like
    1
    2 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 936 มุมมอง 0 รีวิว
  • กระชากหน้ากาก ทนายแบรนด์เนม

    รู้แล้วจะถึงบางอ้อ! "ทนายตั้ม" ทำอะไร...ทำไมถึงรวย!?
    กระชากหน้ากาก ทนายแบรนด์เนม รู้แล้วจะถึงบางอ้อ! "ทนายตั้ม" ทำอะไร...ทำไมถึงรวย!?
    Like
    Love
    Haha
    Wow
    69
    2 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 4358 มุมมอง 3045 0 รีวิว
  • จากแหล่งช่าวในกัมพูชา คือ กัมพูชาเดลี่ และขแมร์ไทมส์ และข่าวจาก เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ ลงข่าวตรงกันว่ารัฐบาลไทยเป็นฝ่ายเร่งรีบเจรจาพื้นที่ทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชาในอ่าวไทย การกระทำเช่นนี้ย่อมเสี่ยงเป็นการยกพื้นที่ทางทะเลของไทย ให้กลายเป็นพื้นที่ทับซ้อนของไทย-กัมพูชา ผลคือเราแทบไม่ได้อะไร พลังงานที่จะตกอยู่กับผู้รับสัมปทานเดิม คือยกให้เชฟรอนของสหรัฐอเมริกาที่ได้รับสัญญาสัปทานที่ไทยเสียเปรียบเมื่อ 50 ปีก่อน โดยที่ฝ่ายไทยไม่ได้เงื่อนไขการยกเลิกสัญญาจนถึงวันนี้ โดยในขณะที่ดอลลาร์สหรัฐกำลังเสื่อมถอย และในขณะที่ BRICS กำลังสถาปนาสกุลเงินของโลกใหม่ ย่อมเท่ากับไทยประกาศให้แหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ของโลกตรึงอยู่กับเงินดอลลาร์สหรัฐ(ปิโตรดอลลาร์)ไปโดยปริยาย ดังนั้นประเทศไทยจะไม่ได้อะไรอย่างที่กล่าวอ้าง ประชาชนไม่ได้อะไรเรื่องค่าไฟฟ้า เพราะปัจจุบันปัญหาที่แท้จริงคือโรงไฟฟ้าเราก็ผลิตล้นเกินจนค่าไฟแพงมหาศาล แหล่งปิโตรเลียมราคาขายให้ประชาชนก็อิงราคาตลาดโลก ก๊าซธรรมชาติผ่านโรงแยกก๊าซก็จะมอบให้อุตสาหกรรมปิโตรเลียมก่อนประชาชน มีแต่สหรัฐอเมริกาจะอาศัยสิทธิ์ให้มีกองกำลังเข้ามาคุ้มครองแหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทย เหมือนกับที่จีนเข้ามาคุ้มครองท่อก๊าซธรรมชาติในเมียนมา การใช้นโยบายต่างประเทศเช่นนี้จึงป็นการชักศึกเข้าบ้านในสถานการเประาบางอ่อนไหวในทางภูมิรัฐศาสตร์ จะมาอ้างไม่ได้ว่าเป็นการเจรจาร่วมเรื่องพลังงานอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับเขตแดน คำถามคือ แล้วแหล่งพลังงานที่เคยเป็นของไทยแท้ๆ ผู้รับสัมปทานหรือแบ่งปันผลผลิตจะเป็นการเซ็นสัญญากับชาติใด? ถ้าเป็นของไทยก็ต้องเซ็นกับรัฐบาลไทยเท่านั้น ถ้ายอมรับว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน ก็ต้องเซ็นลงนาม 2 ประเทศ การกระทำเช่นนี้จึงย่อมเท่ากับยกทรัพยากรของไทยในประเทศไทย ให้กลายเป็นของทั้ง 2 ประเทศ เป็นการสละทะเลอาณาเขตของไทย ทั้งๆที่กัมพูชาขีดเส้นทางทะเลอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายสากลคร่อมเกาะกูดประเทศไทย กองทัพเรือและประชาชนชาวไทยจะยอมได้อย่างไร

    ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
    22 ตุลาคม 2567

    https://www.facebook.com/100044511276276/posts/1078558973637802/?
    จากแหล่งช่าวในกัมพูชา คือ กัมพูชาเดลี่ และขแมร์ไทมส์ และข่าวจาก เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ ลงข่าวตรงกันว่ารัฐบาลไทยเป็นฝ่ายเร่งรีบเจรจาพื้นที่ทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชาในอ่าวไทย การกระทำเช่นนี้ย่อมเสี่ยงเป็นการยกพื้นที่ทางทะเลของไทย ให้กลายเป็นพื้นที่ทับซ้อนของไทย-กัมพูชา ผลคือเราแทบไม่ได้อะไร พลังงานที่จะตกอยู่กับผู้รับสัมปทานเดิม คือยกให้เชฟรอนของสหรัฐอเมริกาที่ได้รับสัญญาสัปทานที่ไทยเสียเปรียบเมื่อ 50 ปีก่อน โดยที่ฝ่ายไทยไม่ได้เงื่อนไขการยกเลิกสัญญาจนถึงวันนี้ โดยในขณะที่ดอลลาร์สหรัฐกำลังเสื่อมถอย และในขณะที่ BRICS กำลังสถาปนาสกุลเงินของโลกใหม่ ย่อมเท่ากับไทยประกาศให้แหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ของโลกตรึงอยู่กับเงินดอลลาร์สหรัฐ(ปิโตรดอลลาร์)ไปโดยปริยาย ดังนั้นประเทศไทยจะไม่ได้อะไรอย่างที่กล่าวอ้าง ประชาชนไม่ได้อะไรเรื่องค่าไฟฟ้า เพราะปัจจุบันปัญหาที่แท้จริงคือโรงไฟฟ้าเราก็ผลิตล้นเกินจนค่าไฟแพงมหาศาล แหล่งปิโตรเลียมราคาขายให้ประชาชนก็อิงราคาตลาดโลก ก๊าซธรรมชาติผ่านโรงแยกก๊าซก็จะมอบให้อุตสาหกรรมปิโตรเลียมก่อนประชาชน มีแต่สหรัฐอเมริกาจะอาศัยสิทธิ์ให้มีกองกำลังเข้ามาคุ้มครองแหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทย เหมือนกับที่จีนเข้ามาคุ้มครองท่อก๊าซธรรมชาติในเมียนมา การใช้นโยบายต่างประเทศเช่นนี้จึงป็นการชักศึกเข้าบ้านในสถานการเประาบางอ่อนไหวในทางภูมิรัฐศาสตร์ จะมาอ้างไม่ได้ว่าเป็นการเจรจาร่วมเรื่องพลังงานอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับเขตแดน คำถามคือ แล้วแหล่งพลังงานที่เคยเป็นของไทยแท้ๆ ผู้รับสัมปทานหรือแบ่งปันผลผลิตจะเป็นการเซ็นสัญญากับชาติใด? ถ้าเป็นของไทยก็ต้องเซ็นกับรัฐบาลไทยเท่านั้น ถ้ายอมรับว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน ก็ต้องเซ็นลงนาม 2 ประเทศ การกระทำเช่นนี้จึงย่อมเท่ากับยกทรัพยากรของไทยในประเทศไทย ให้กลายเป็นของทั้ง 2 ประเทศ เป็นการสละทะเลอาณาเขตของไทย ทั้งๆที่กัมพูชาขีดเส้นทางทะเลอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายสากลคร่อมเกาะกูดประเทศไทย กองทัพเรือและประชาชนชาวไทยจะยอมได้อย่างไร ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ 22 ตุลาคม 2567 https://www.facebook.com/100044511276276/posts/1078558973637802/?
    Like
    Love
    Sad
    Angry
    16
    1 ความคิดเห็น 2 การแบ่งปัน 1046 มุมมอง 0 รีวิว
  • ถึงบางอ้อเลย สงสัยไหมครับ จู่ ๆ
    #คิดถึงสุงตู่ จึงโผล่มากมาย ลองมาดูกันครับ ...
    #คนดังนั่งเคลียร์ #อาจารย์ยิ่งศักดิ์
    ถึงบางอ้อเลย สงสัยไหมครับ จู่ ๆ #คิดถึงสุงตู่ จึงโผล่มากมาย ลองมาดูกันครับ ... #คนดังนั่งเคลียร์ #อาจารย์ยิ่งศักดิ์
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 295 มุมมอง 82 0 รีวิว