• รีโพสต์จากเพจEnvironman 28 มีนาคม 2568 “ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี แผ่นดินไหว แต่เห็นได้ชัดเลยว่าประเทศไทยและรัฐบาลยังไม่ไหว.เหตุการณ์วันนี้ยิ่งสาดส่องสปอตไลท์ในสิ่งที่ชัดอยู่แล้วให้ชัดยิ่งขึ้นไปอีก ว่าเราไม่มีความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่รู้ว่าจะถอดกันอีกกี่บทเรียน กว่าที่รัฐจะมีมาตรการเตรียมพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์อะไรแบบนี้ .ใครมีความคิดเห็น มีอะไรจะเพิ่มก็เต็มที่เลยนะ แต่นี่คือสิ่งที่รับรู้ได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้และนี่ไม่ใช่การถอดบทเรียนอะไรทั้งนั้น นี่คือการเล่าระบายล้วน ๆ.⚫️ 1. ประชาชนต้อง Emergency Alert กันเอง.จนถึงตอนนี้ ณ เวลาที่กำลังเขียน (19:52 น.) ข้าพเจ้ายังไม่ได้ SMS จากกระทรวงทบวงกรมใดๆ เลยขอรับ คือเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่เกิดขึ้นบ่อย แต่หลังจากท่านนายกออกมาแถลงว่าจะมีการแจ้งเตือนตั้งแต่ช่วงบ่ายสอง ตอนนี้อาฟเตอร์กันไปแล้วไม่รู้กี่ช็อค ก็ยังเงียบกริบ .อีกพาร์ทนึงก็ต้องชมคนไทยที่ใส่ใจโซเชียล ที่ช่วยกันอัพเดท แชร์ข้อมูล คอยรายงานให้ได้ติดตามกัน แต่มันคือช่วงเวลาแบบนี้ไม่ใช่หรอ ที่ประชาชนอย่างเราจะหันไปหวังพึ่งรัฐ ที่ผู้เสียภาษีอย่างเราจะหวังพึ่งคุณภาพชีวิตพื้นฐานที่ควรได้รับ กลายเป็นว่าเราต้องเช็คกันเองว่าเกิดอะไรขึ้น เอาตรงๆ คือผมเป็นคนหนึ่งที่หาแถลงการณ์จากรัฐตอนเกิดเหตุ เพราะบางทีก็กลัวว่าชาวเน็ตบางกลุ่มจะเฟคนิวส์ล่อเอ็นเกจ แต่ก็ต้องผิดหวังต่อไป.⚫️ 2. หน้ามืด นอนน้อยกันทั้งแผ่นดิน.เชื่อแล้วว่าคนไทยทำงานหนักครับ 90% พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘คิดว่าตัวเองไม่สบาย’ ไม่มีใครคิดว่ามันคือแผ่นดินไหวเลย แต่ก็เข้าใจได้ ใครจะไปคิดว่าจะมีแผ่นดินไหวในไทย โดยเฉพาะชาวกทม. คือทุกคนเทไปว่าตัวเองโหมงาน นอนน้อยกันหมด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แอบเศร้าหน่อย ๆ นะ.ส่วนอีกเรื่องคือ 90% ของคนที่อยู่คอนโดอพาร์ตเม้นตท์ มีสัตว์เลี้ยงที่นิติไม่รู้ แต่จะมารู้ก็วันนี้แหละ ถ้าพูดให้ไม่ติดตลก ผมคิดว่าอยากให้สถานที่คำนึงถึงความเป็น Pet-Friendly ให้มากขึ้น ปัจจุบันมีคนมีสัตว์เลี้ยงเยอะมาก จะด้วยเพื่อแก้เหงาหรือเป็นยุคที่ไม่ค่อยอยากมีลูกหรืออะไรก็ว่าไป แต่ผมเห็นว่าพื้นที่ที่สามารถพาสัตว์ไปร่วมกิจกรรมกับเจ้าของนั้นมีน้อยมาก.⚫️ 3. ระบบขนส่งสาธารณะล่มสลาย.สัญชาตญาณแรกของคนหลังเกิดแผ่นดินไหวคือหาที่ปลอดภัย ซึ่งส่วนมากก็น่าจะนึกถึงบ้าน แต่ระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมดดูเหมือนจะไม่เพียงพอ ไม่มีแผนสำรอง ไม่มีโปรโตคอลฉุกเฉิน ไม่มีช่องทางพิเศษ ไม่มีอะไรเลย การจราจรติดแหง็ก ผู้คนติดแหง็ก ไร้ทางออก เกิดอะไรขึ้นก็ไม่บอก จะเดินทางไปไหนก็ไม่ได้ .ญี่ปุ่นเวลาเจอแผ่นดินไหว ประเทศเขาจะสวิตช์เป็นโหมดฉุกเฉินทันที รถไฟฟ้าก็จะมีมาตรการฉุกเฉินในการรับมือ รัฐมีการตกลงกับบริษัทขนส่งเอกชน แท็กซี่ ให้ออกมาช่วยอพยพหรือขนถ่ายคนในช่วงที่รถไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้ มีการจัดการควบคุมจราจรอย่างเข้มงวดให้คนไม่ติดแหง็กอยู่อย่างนั้น อีกเรื่องคือญี่ปุ่นมีศูนย์พักพิง คือใครที่ยังกลับบ้านไม่ได้ ก็มาพักรอก่อนได้ เอาจริงศูนย์พักพิงญี่ปุ่นคือมีอาหาร มีน้ำ มีอุปกรณ์พื้นฐานให้พร้อม ไม่ปล่อยให้ใครต้องเร่ร่อนอยู่บนถนน.ผมดักไว้ก่อนเลยว่าจะมีคนอ้างว่า ญี่ปุ่นเจอกับแผ่นดินไหวบ่อยจนชิน ของเรานี่แทบจะเป็นครั้งแรกในชีวิตของใครหลายคนเลยนะ จะวิจารณ์ขนาดนั้นก็เกินไป แต่ต้องบอกว่าตอนนี้โลกเรารวนไปหมดแล้ว ปีนี้เราเห็นว่าเกิดภัยพิบัติที่รุนแรงมากมายทั่วโลก อยากลองชวนคนที่แย้งเรื่องทำไมผมถึงเอาเราไปเทียบกับญี่ปุ่น มาแลกเปลี่ยนโต้แย้งเกี่ยวกับการจัดการเหตุฉุกเฉินพื้นฐานของบ้านเรามากกว่า พื้นฐานที่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ควรรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวหรือเกิดภัยพิบัติอื่นใดก็ตาม เพราะนี่คือโครงสร้างที่เราต้องมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราติดท็อป 10 ของประเทศที่จะได้รับผลกระทบจาก Climate Change ซึ่งจะมาในรูปแบบใดบ้างก็ไม่รู้.⚫️ 4. ระบบสาธารณสุขยังเปราะบาง.อันนี้เรามีบทเรียนจากโควิด-19 มาแล้ว แต่เหมือนจะยังถอดบทเรียนกันไม่เสร็จ การอพยพผู้ป่วยในยามฉุกเฉิน หรือโซนที่ให้โรงพยาบาลยังสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยในช่วงวิกฤต ตามข่าวยังเห็นโรงพยาบาลเอาคนไข้ออกมาผ่าตัดกลางแจ้งเพราะเป็นเคสด่วนอยู่เลย ซึ่งนี่คือคำถาม นี่คือโจทย์ที่เราเอามาคิดตั้งแต่ตอนนี้จนถึงอนาคตว่าเมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้ เราจะรับมือและจะมีมาตรการอย่างไร .นี่ไม่ใช่การสักแต่ว่าจะด่าก็ด่านะครับ และใครจะหาว่าการเมืองก็เอาเถอะ แต่นี่เห็นได้ชัดเลยว่ารัฐบาลขาดความพร้อมอย่างมากในการรับมือ จริงอยู่ที่เราไม่ได้เจอแผ่นดินไหวเป็นประจำ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้น่ากลัวมาก ผมคิดว่ายิ่งช่วงเวลาแบบนี้ที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดนี่แหละ ที่จะยิ่งเป็นตัววัดว่าเราโครงสร้างพื้นฐานเราพร้อมแค่ไหน ซึ่งผมคิดว่าไม่มีใครใกล้เคียงกับพร้อมเลย ไม่รู้ทุกคนว่ายังไง.เรื่องความปลอดภัยมันมากับความเชื่อมั่นด้วยนะ วันนี้ในกรุ๊ปแชทก็คือมีเพื่อนๆ พิมพ์มาว่า ‘กูจะมั่นใจโครงสร้างตึกไทยได้มากขนาดไหน’ ซึ่งเป็นตลกร้ายมาก ๆ ที่ตอนนี้เรามีความเชื่อมั่นกับอะไรพวกนี้ต่ำมาก ทั้ง ๆ ที่ควรจะเป็นตรงกันข้าม .วันนี้เป็นวันที่ทุกคนควรจะมีคำถาม เราเคยเจอน้ำท่วม เจอพายุ เจอโควิด แต่เราได้เรียนรู้อะไรจากมันบ้าง ‘หรือเปล่า’ ? ผมเองมีคำว่าทำไมเยอะมาก ทำไมการแจ้งเตือนล่าช้ามาก ทำไมระบบขนส่งสาธารณะและสาธารณสุขถึงไม่พร้อม ทำไมคุณภาพชีวิตของเรามันเปราะบางขนาดนี้ ขออภัยที่ยาวและวนยืดเยื้อ แต่มันคือความอัดอั้นที่อยากแชร์ออกมา.สุดท้ายนี้ เราขอแสดงความเสียใจให้กับผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ด้วยนะครับและขอให้ทุกชีวิตปลอดภัยครับ
    รีโพสต์จากเพจEnvironman 28 มีนาคม 2568 “ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี แผ่นดินไหว แต่เห็นได้ชัดเลยว่าประเทศไทยและรัฐบาลยังไม่ไหว.เหตุการณ์วันนี้ยิ่งสาดส่องสปอตไลท์ในสิ่งที่ชัดอยู่แล้วให้ชัดยิ่งขึ้นไปอีก ว่าเราไม่มีความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่รู้ว่าจะถอดกันอีกกี่บทเรียน กว่าที่รัฐจะมีมาตรการเตรียมพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์อะไรแบบนี้ .ใครมีความคิดเห็น มีอะไรจะเพิ่มก็เต็มที่เลยนะ แต่นี่คือสิ่งที่รับรู้ได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้และนี่ไม่ใช่การถอดบทเรียนอะไรทั้งนั้น นี่คือการเล่าระบายล้วน ๆ.⚫️ 1. ประชาชนต้อง Emergency Alert กันเอง.จนถึงตอนนี้ ณ เวลาที่กำลังเขียน (19:52 น.) ข้าพเจ้ายังไม่ได้ SMS จากกระทรวงทบวงกรมใดๆ เลยขอรับ คือเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่เกิดขึ้นบ่อย แต่หลังจากท่านนายกออกมาแถลงว่าจะมีการแจ้งเตือนตั้งแต่ช่วงบ่ายสอง ตอนนี้อาฟเตอร์กันไปแล้วไม่รู้กี่ช็อค ก็ยังเงียบกริบ .อีกพาร์ทนึงก็ต้องชมคนไทยที่ใส่ใจโซเชียล ที่ช่วยกันอัพเดท แชร์ข้อมูล คอยรายงานให้ได้ติดตามกัน แต่มันคือช่วงเวลาแบบนี้ไม่ใช่หรอ ที่ประชาชนอย่างเราจะหันไปหวังพึ่งรัฐ ที่ผู้เสียภาษีอย่างเราจะหวังพึ่งคุณภาพชีวิตพื้นฐานที่ควรได้รับ กลายเป็นว่าเราต้องเช็คกันเองว่าเกิดอะไรขึ้น เอาตรงๆ คือผมเป็นคนหนึ่งที่หาแถลงการณ์จากรัฐตอนเกิดเหตุ เพราะบางทีก็กลัวว่าชาวเน็ตบางกลุ่มจะเฟคนิวส์ล่อเอ็นเกจ แต่ก็ต้องผิดหวังต่อไป.⚫️ 2. หน้ามืด นอนน้อยกันทั้งแผ่นดิน.เชื่อแล้วว่าคนไทยทำงานหนักครับ 90% พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘คิดว่าตัวเองไม่สบาย’ ไม่มีใครคิดว่ามันคือแผ่นดินไหวเลย แต่ก็เข้าใจได้ ใครจะไปคิดว่าจะมีแผ่นดินไหวในไทย โดยเฉพาะชาวกทม. คือทุกคนเทไปว่าตัวเองโหมงาน นอนน้อยกันหมด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แอบเศร้าหน่อย ๆ นะ.ส่วนอีกเรื่องคือ 90% ของคนที่อยู่คอนโดอพาร์ตเม้นตท์ มีสัตว์เลี้ยงที่นิติไม่รู้ แต่จะมารู้ก็วันนี้แหละ ถ้าพูดให้ไม่ติดตลก ผมคิดว่าอยากให้สถานที่คำนึงถึงความเป็น Pet-Friendly ให้มากขึ้น ปัจจุบันมีคนมีสัตว์เลี้ยงเยอะมาก จะด้วยเพื่อแก้เหงาหรือเป็นยุคที่ไม่ค่อยอยากมีลูกหรืออะไรก็ว่าไป แต่ผมเห็นว่าพื้นที่ที่สามารถพาสัตว์ไปร่วมกิจกรรมกับเจ้าของนั้นมีน้อยมาก.⚫️ 3. ระบบขนส่งสาธารณะล่มสลาย.สัญชาตญาณแรกของคนหลังเกิดแผ่นดินไหวคือหาที่ปลอดภัย ซึ่งส่วนมากก็น่าจะนึกถึงบ้าน แต่ระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมดดูเหมือนจะไม่เพียงพอ ไม่มีแผนสำรอง ไม่มีโปรโตคอลฉุกเฉิน ไม่มีช่องทางพิเศษ ไม่มีอะไรเลย การจราจรติดแหง็ก ผู้คนติดแหง็ก ไร้ทางออก เกิดอะไรขึ้นก็ไม่บอก จะเดินทางไปไหนก็ไม่ได้ .ญี่ปุ่นเวลาเจอแผ่นดินไหว ประเทศเขาจะสวิตช์เป็นโหมดฉุกเฉินทันที รถไฟฟ้าก็จะมีมาตรการฉุกเฉินในการรับมือ รัฐมีการตกลงกับบริษัทขนส่งเอกชน แท็กซี่ ให้ออกมาช่วยอพยพหรือขนถ่ายคนในช่วงที่รถไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้ มีการจัดการควบคุมจราจรอย่างเข้มงวดให้คนไม่ติดแหง็กอยู่อย่างนั้น อีกเรื่องคือญี่ปุ่นมีศูนย์พักพิง คือใครที่ยังกลับบ้านไม่ได้ ก็มาพักรอก่อนได้ เอาจริงศูนย์พักพิงญี่ปุ่นคือมีอาหาร มีน้ำ มีอุปกรณ์พื้นฐานให้พร้อม ไม่ปล่อยให้ใครต้องเร่ร่อนอยู่บนถนน.ผมดักไว้ก่อนเลยว่าจะมีคนอ้างว่า ญี่ปุ่นเจอกับแผ่นดินไหวบ่อยจนชิน ของเรานี่แทบจะเป็นครั้งแรกในชีวิตของใครหลายคนเลยนะ จะวิจารณ์ขนาดนั้นก็เกินไป แต่ต้องบอกว่าตอนนี้โลกเรารวนไปหมดแล้ว ปีนี้เราเห็นว่าเกิดภัยพิบัติที่รุนแรงมากมายทั่วโลก อยากลองชวนคนที่แย้งเรื่องทำไมผมถึงเอาเราไปเทียบกับญี่ปุ่น มาแลกเปลี่ยนโต้แย้งเกี่ยวกับการจัดการเหตุฉุกเฉินพื้นฐานของบ้านเรามากกว่า พื้นฐานที่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ควรรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวหรือเกิดภัยพิบัติอื่นใดก็ตาม เพราะนี่คือโครงสร้างที่เราต้องมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราติดท็อป 10 ของประเทศที่จะได้รับผลกระทบจาก Climate Change ซึ่งจะมาในรูปแบบใดบ้างก็ไม่รู้.⚫️ 4. ระบบสาธารณสุขยังเปราะบาง.อันนี้เรามีบทเรียนจากโควิด-19 มาแล้ว แต่เหมือนจะยังถอดบทเรียนกันไม่เสร็จ การอพยพผู้ป่วยในยามฉุกเฉิน หรือโซนที่ให้โรงพยาบาลยังสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยในช่วงวิกฤต ตามข่าวยังเห็นโรงพยาบาลเอาคนไข้ออกมาผ่าตัดกลางแจ้งเพราะเป็นเคสด่วนอยู่เลย ซึ่งนี่คือคำถาม นี่คือโจทย์ที่เราเอามาคิดตั้งแต่ตอนนี้จนถึงอนาคตว่าเมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้ เราจะรับมือและจะมีมาตรการอย่างไร .นี่ไม่ใช่การสักแต่ว่าจะด่าก็ด่านะครับ และใครจะหาว่าการเมืองก็เอาเถอะ แต่นี่เห็นได้ชัดเลยว่ารัฐบาลขาดความพร้อมอย่างมากในการรับมือ จริงอยู่ที่เราไม่ได้เจอแผ่นดินไหวเป็นประจำ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้น่ากลัวมาก ผมคิดว่ายิ่งช่วงเวลาแบบนี้ที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดนี่แหละ ที่จะยิ่งเป็นตัววัดว่าเราโครงสร้างพื้นฐานเราพร้อมแค่ไหน ซึ่งผมคิดว่าไม่มีใครใกล้เคียงกับพร้อมเลย ไม่รู้ทุกคนว่ายังไง.เรื่องความปลอดภัยมันมากับความเชื่อมั่นด้วยนะ วันนี้ในกรุ๊ปแชทก็คือมีเพื่อนๆ พิมพ์มาว่า ‘กูจะมั่นใจโครงสร้างตึกไทยได้มากขนาดไหน’ ซึ่งเป็นตลกร้ายมาก ๆ ที่ตอนนี้เรามีความเชื่อมั่นกับอะไรพวกนี้ต่ำมาก ทั้ง ๆ ที่ควรจะเป็นตรงกันข้าม .วันนี้เป็นวันที่ทุกคนควรจะมีคำถาม เราเคยเจอน้ำท่วม เจอพายุ เจอโควิด แต่เราได้เรียนรู้อะไรจากมันบ้าง ‘หรือเปล่า’ ? ผมเองมีคำว่าทำไมเยอะมาก ทำไมการแจ้งเตือนล่าช้ามาก ทำไมระบบขนส่งสาธารณะและสาธารณสุขถึงไม่พร้อม ทำไมคุณภาพชีวิตของเรามันเปราะบางขนาดนี้ ขออภัยที่ยาวและวนยืดเยื้อ แต่มันคือความอัดอั้นที่อยากแชร์ออกมา.สุดท้ายนี้ เราขอแสดงความเสียใจให้กับผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ด้วยนะครับและขอให้ทุกชีวิตปลอดภัยครับ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 51 มุมมอง 0 รีวิว
  • "นายกฯ" สั่งการ "ผู้ว่าฯ กทม." ปักหมุด แอปพลิเคชัน Traffy Fondue ให้ ปชช.แจ้งเหตุ อาคารที่อยู่อาศัย
    https://www.thai-tai.tv/news/17900/
    "นายกฯ" สั่งการ "ผู้ว่าฯ กทม." ปักหมุด แอปพลิเคชัน Traffy Fondue ให้ ปชช.แจ้งเหตุ อาคารที่อยู่อาศัย https://www.thai-tai.tv/news/17900/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 21 มุมมอง 0 รีวิว
  • "นายกฯ" แถลงสถานการณ์แผ่นดินไหวคลี่คลายแล้ว ไทยอยู่ต่ำกว่าเส้นอันตราย กลับเข้าที่พักอาศัยได้ เร่งช่วยผู้ติดค้างตึกถล่ม
    https://www.thai-tai.tv/news/17899/
    "นายกฯ" แถลงสถานการณ์แผ่นดินไหวคลี่คลายแล้ว ไทยอยู่ต่ำกว่าเส้นอันตราย กลับเข้าที่พักอาศัยได้ เร่งช่วยผู้ติดค้างตึกถล่ม https://www.thai-tai.tv/news/17899/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 20 มุมมอง 0 รีวิว
  • Newsstory : ฝากนายกแพทองธาร จัดการบัตรส่วนแม่สอด ก่อนจะบานปลายจนเสียแผ่นดิน
    #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล
    #แพทองธาร #แม่สอด
    Newsstory : ฝากนายกแพทองธาร จัดการบัตรส่วนแม่สอด ก่อนจะบานปลายจนเสียแผ่นดิน #Newsstory #สนธิทอร์ค #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #นิวส์สตอรี่ #สนธิ #สนธิลิ้มทองกุล #แพทองธาร #แม่สอด
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 68 มุมมอง 3 0 รีวิว
  • รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยเหตุความคืบหน้า ตึกสตง.ถล่ม เครื่องมือช่วยเหลือขนาดใหญ่ เข้าไม่ได้ ระดมกำลังผู้เชี่ยวชาญเข้าช่วย พบยอดสูญหาย 81 เสียชีวิต 3 ช่วยได้แล้ว 1 ราย

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000029674
    รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยเหตุความคืบหน้า ตึกสตง.ถล่ม เครื่องมือช่วยเหลือขนาดใหญ่ เข้าไม่ได้ ระดมกำลังผู้เชี่ยวชาญเข้าช่วย พบยอดสูญหาย 81 เสียชีวิต 3 ช่วยได้แล้ว 1 ราย อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000029674
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 184 มุมมอง 0 รีวิว
  • นายกฯ ประกาศ กทม. เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน เผยมีอาฟเตอร์ช็อกอีกภายใน 2 ชม.
    https://www.thai-tai.tv/news/17889/
    นายกฯ ประกาศ กทม. เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน เผยมีอาฟเตอร์ช็อกอีกภายใน 2 ชม. https://www.thai-tai.tv/news/17889/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 19 มุมมอง 0 รีวิว
  • 'อดีต สว.ดิเรกฤทธิ์' กระทุ้ง 'วิโรจน์' ร้องศาลรธน. วินิจฉัย 'นายกฯอิ๊งค์' ส่อไม่ซื่อสัตย์ ปมตั๋วPN
    https://www.thai-tai.tv/news/17885/
    'อดีต สว.ดิเรกฤทธิ์' กระทุ้ง 'วิโรจน์' ร้องศาลรธน. วินิจฉัย 'นายกฯอิ๊งค์' ส่อไม่ซื่อสัตย์ ปมตั๋วPN https://www.thai-tai.tv/news/17885/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 14 มุมมอง 0 รีวิว
  • 27 มีนาคม 2568 - รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง “นายกสืบสันดาน นิติกรรมอำพราง หลบภาษี?” โดยมีเนื้อหาดังนี้

    ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายกรัฐมนตรีนางสาวแพทองธาร ได้รับการโอนหุ้นจากแม่ พี่ชาย พี่สาว ลุง และป้า จำนวนรวมกันประมาณ 4,434 ล้านบาท ในปีพ.ศ. 2559 โดยได้ทำหนังสือสัญญาใช้เงิน (PN) ที่ไม่มีดอกเบี้ยและไม่กำหนดวันครบชำระเงิน เพื่อให้เป็นหลักฐานเสมือนการซื้อหุ้นโดยยังไม่จ่ายเงิน (เป็นหนี้ที่ไม่มีดอกเบี้ย ไม่กำหนดวันชำระคืน)

    มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าทำไม นางสาวแพทองธาร ในปี 2559 ขณะที่อายุเพียงประมาณ 30 ปีจึงอยากซื้อหุ้นจำนวนมากจากบุคคลในครอบครัวและผู้เกี่ยวดอง
    โดยที่ตนไม่มีเงินที่จะจ่าย แต่ไปออกหนังสือสัญญาใช้เงินเป็นการกู้ยืมเงินที่จะจ่ายค่าหุ้นจำนวน 4,434 ล้านบาท

    เรื่องนี้ต้องเข้าใจ พฤติกรรมของคนในตระกูลชินวัตร รู้ที่มาที่ไปของหุ้น จึงพอจะวิเคราะห์และตั้งเป็นสมมุติฐานได้ว่า

    ในปี 2544 เมื่อนายทักษิณจะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ประสงค์จะไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินให้ครบถ้วนกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในบางรายการ จึงได้โอนหุ้นจำนวนหนึ่งซุกไว้ในชื่อของ คนสวน คนรับใช้ คนขับรถ และคนเฝ้ายาม จนเกิดคดีซุกหุ้น ดังที่ปรากฎคดีกับนายทักษิณมาแล้ว

    เวลาต่อมา ได้โอนหุ้นจากชื่อของ “ลูกจ้าง”ในบ้านทั้งสามคน ไปให้กับ “ลูกจริง” ทั้ง 3คน แต่เนื่องจากลูกสาวคนเล็กคือแพทองธาร ขณะนั้นยังไม่บรรลุนิติภาวะยังไม่สามารถบริหารจัดการหุ้นในบริษัทต่างๆได้ จึงอาจจะโอนฝากไว้ที่ แม่ พี่ชาย พี่สาว ลุงและป้า

    ต่อมาในปี 2559 เมื่อแพทองธาร บรรลุนิติภาวะแล้ว ประสงค์ให้ญาติที่ถือหุ้นไว้โอนหุ้นมากลับมาให้ แต่ขณะนั้นมีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรในต้นปี 2559 เพื่อให้สอดคล้องกับการเก็บภาษีมรดก ซึ่งระบุให้

    การให้สินทรัพย์ ในระหว่างพ่อ แม่ ลูก ถือเป็นรายได้ของผู้รับ หากมีมูลค่าเกิน 20ล้านบาทส่วนที่เกิน20ล้านจะต้องเสียภาษีเงินได้ 5%
    แต่ หากเป็นพี่ น้อง ลุง ป้า หากมีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท ส่วนที่เกิน 10ล้าน บาท จะต้องเสียภาษีเงินได้ 5%

    วิธีการหลีกเลี่ยงหลบภาษี หรือบริหารภาษี ให้จ่ายน้อยหรือไม่ต้องจ่าย คือทำนิติกรรมอำพรางโดยให้ดูเสมือนเป็นการซื้อขาย

    ผู้รับโอนจึงออกตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งก็คือทำสัญญากู้ยืม แต่ที่น่าสังเกตคือไม่มีดอกเบี้ยและไม่มีการกำหนดวันชำระเงิน
    จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด นางสาวแพทองธาร จึงออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (ที่ไม่กำหนดเวลาชำระเงินและไม่มีดอกเบี้ย) เพื่อให้ดูเป็นเรื่องการซื้อขายไม่ใช่การให้ จะได้ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้ให้กับรัฐจำนวนมากกว่า 200 ล้านบาท หรือไม่

    น.ส.แพทองธาร ชี้แจงว่า การโอนหุ้นดังกล่าวเป็นการซื้อขายจริงไม่ได้มีพฤติกรรมอำพรางใดๆ ยอดหนี้ (ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน) ก็แสดงว่าชัดเจนในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. อยู่แล้ว
    “ เรื่องตั๋วพีเอ็นไม่ใช่เรื่องใหม่เป็นเรื่องที่ทำกันมาเป็นเรื่องปกติ.. การออกตั๋วสัญญาใช้เงินจะทำกับธุรกรรมที่ถูกกฎหมาย ดำเนินการเปิดเผย ฝ่ายผู้ซื้อผู้ขายรับภาระหนี้สินระหว่างกัน ไม่มีการกระทำนอกกฎหมายใดๆ เพราะการกระทำนอกกฎหมายที่ไหนออกหลักฐานเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินที่ระบุที่มาของเงินไม่ได้ ก็ไม่สามารถทำได้..”

    คำอธิบายของนายกรัฐมนตรีที่ว่า ได้แสดงชัดเจนในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อป.ป.ช. แล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไร

    อีกทั้งคำอธิบายว่า ตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) เป็นเรื่องที่ทำกันเป็นปกติ (ใครใครเขาก็ทำกัน ) ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะขึ้นอยู่กับว่าเขาใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินโดยสุจริตหรือไม่

    หลายสิ่งที่คนทั่วไปทำได้ แต่การเป็นนายกรัฐมนตรีทำไม่ได้เพราะจะต้องมีมาตรฐานของความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีมาตรฐานจริยธรรมสูงกว่าบุคคลทั่วไป ทั้งนี้เพราะจะต้องรับผิดชอบต่อสังคมและคนจำนวนมาก ใช่หรือไม่?

    ประชาชนส่วนหนึ่งตั้งคำถามว่าครอบครัวรักกันมาก ทำไมจึงใช้วิธีซื้อขายหุ้นระหว่างกันไปมา โดยเฉพาะในช่วงที่นางสาวแพทองธาร จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้โอนหุ้นสนามกอล์ฟอัลไพน์ จำนวน 22,410,000 หุ้น ไปให้ผู้เป็นแม่ ด้วยวิธีการซื้อขายโดยออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์การซื้อขายแทนการให้ เช่นเดียวกันใช่หรือไม่

    ถ้าจะพิจารณาจากอดีต คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคดี หมายเลขแดงที่ อม.1/2553 เรื่อง ขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือคดียึดทรัพย์นายทักษิณ ชินวัตร 46,737 ล้านบาท เห็นว่า การออกตั๋วสัญญาใช้เงินชำระค่าหุ้นมีพิรุธ เป็นการอำพรางการโอนหุ้นชินคอร์ป เพราะสุดท้ายแล้ว หุ้นชินคอร์ป ที่นายทักษิณโอนให้กับบุคคลต่างๆ ดังกล่าวยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทักษิณ

    ยิ่งไปกว่านั้นข้าราชการระดับสูงของกรมสรรพากรเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกสองปีโดยไม่รอลงอาญาในการปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบตามมาตรา157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา กรณี ช่วยบุตรชายและบุตรสาว ของนายทักษิณ ชินวัตร หลบเลี่ยงภาษีกรณีหุ้นชินคอร์ปมาแล้ว

    หากกรมสรรพากรและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทำได้ ถูกต้องตามกฏหมายและเหมาะสมตามจริยธรรม ต่อไปการที่จะมีผู้โอนทรัพย์สินให้บุคคลในครอบครัว ก็ทำทีเป็นซื้อขายแล้วทำหนังสือสัญญาใช้เงิน ที่ไม่มีดอกเบี้ยและไม่ต้องระบุวันจ่ายเงิน (หนังสือสัญญาไม่ต้องจ่ายเงิน) ทำให้เกิดช่องโหว่ทางกฎหมายส่งผลให้ ภาษีมรดกที่กำหนดให้ผู้รับมรดกจะต้องจ่ายเป็นอันยกเลิกไปโดยปริยาย
    เท่ากับว่าฝ่ายบริหารโดยกรมสรรพากรได้ตีความให้กฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติบังคับใช้ไม่ได้อีกต่อไป.
    27 มีนาคม 2568 - รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง “นายกสืบสันดาน นิติกรรมอำพราง หลบภาษี?” โดยมีเนื้อหาดังนี้ ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายกรัฐมนตรีนางสาวแพทองธาร ได้รับการโอนหุ้นจากแม่ พี่ชาย พี่สาว ลุง และป้า จำนวนรวมกันประมาณ 4,434 ล้านบาท ในปีพ.ศ. 2559 โดยได้ทำหนังสือสัญญาใช้เงิน (PN) ที่ไม่มีดอกเบี้ยและไม่กำหนดวันครบชำระเงิน เพื่อให้เป็นหลักฐานเสมือนการซื้อหุ้นโดยยังไม่จ่ายเงิน (เป็นหนี้ที่ไม่มีดอกเบี้ย ไม่กำหนดวันชำระคืน) มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าทำไม นางสาวแพทองธาร ในปี 2559 ขณะที่อายุเพียงประมาณ 30 ปีจึงอยากซื้อหุ้นจำนวนมากจากบุคคลในครอบครัวและผู้เกี่ยวดอง โดยที่ตนไม่มีเงินที่จะจ่าย แต่ไปออกหนังสือสัญญาใช้เงินเป็นการกู้ยืมเงินที่จะจ่ายค่าหุ้นจำนวน 4,434 ล้านบาท เรื่องนี้ต้องเข้าใจ พฤติกรรมของคนในตระกูลชินวัตร รู้ที่มาที่ไปของหุ้น จึงพอจะวิเคราะห์และตั้งเป็นสมมุติฐานได้ว่า ในปี 2544 เมื่อนายทักษิณจะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ประสงค์จะไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินให้ครบถ้วนกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในบางรายการ จึงได้โอนหุ้นจำนวนหนึ่งซุกไว้ในชื่อของ คนสวน คนรับใช้ คนขับรถ และคนเฝ้ายาม จนเกิดคดีซุกหุ้น ดังที่ปรากฎคดีกับนายทักษิณมาแล้ว เวลาต่อมา ได้โอนหุ้นจากชื่อของ “ลูกจ้าง”ในบ้านทั้งสามคน ไปให้กับ “ลูกจริง” ทั้ง 3คน แต่เนื่องจากลูกสาวคนเล็กคือแพทองธาร ขณะนั้นยังไม่บรรลุนิติภาวะยังไม่สามารถบริหารจัดการหุ้นในบริษัทต่างๆได้ จึงอาจจะโอนฝากไว้ที่ แม่ พี่ชาย พี่สาว ลุงและป้า ต่อมาในปี 2559 เมื่อแพทองธาร บรรลุนิติภาวะแล้ว ประสงค์ให้ญาติที่ถือหุ้นไว้โอนหุ้นมากลับมาให้ แต่ขณะนั้นมีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรในต้นปี 2559 เพื่อให้สอดคล้องกับการเก็บภาษีมรดก ซึ่งระบุให้ การให้สินทรัพย์ ในระหว่างพ่อ แม่ ลูก ถือเป็นรายได้ของผู้รับ หากมีมูลค่าเกิน 20ล้านบาทส่วนที่เกิน20ล้านจะต้องเสียภาษีเงินได้ 5% แต่ หากเป็นพี่ น้อง ลุง ป้า หากมีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท ส่วนที่เกิน 10ล้าน บาท จะต้องเสียภาษีเงินได้ 5% วิธีการหลีกเลี่ยงหลบภาษี หรือบริหารภาษี ให้จ่ายน้อยหรือไม่ต้องจ่าย คือทำนิติกรรมอำพรางโดยให้ดูเสมือนเป็นการซื้อขาย ผู้รับโอนจึงออกตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งก็คือทำสัญญากู้ยืม แต่ที่น่าสังเกตคือไม่มีดอกเบี้ยและไม่มีการกำหนดวันชำระเงิน จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด นางสาวแพทองธาร จึงออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (ที่ไม่กำหนดเวลาชำระเงินและไม่มีดอกเบี้ย) เพื่อให้ดูเป็นเรื่องการซื้อขายไม่ใช่การให้ จะได้ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้ให้กับรัฐจำนวนมากกว่า 200 ล้านบาท หรือไม่ น.ส.แพทองธาร ชี้แจงว่า การโอนหุ้นดังกล่าวเป็นการซื้อขายจริงไม่ได้มีพฤติกรรมอำพรางใดๆ ยอดหนี้ (ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน) ก็แสดงว่าชัดเจนในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. อยู่แล้ว “ เรื่องตั๋วพีเอ็นไม่ใช่เรื่องใหม่เป็นเรื่องที่ทำกันมาเป็นเรื่องปกติ.. การออกตั๋วสัญญาใช้เงินจะทำกับธุรกรรมที่ถูกกฎหมาย ดำเนินการเปิดเผย ฝ่ายผู้ซื้อผู้ขายรับภาระหนี้สินระหว่างกัน ไม่มีการกระทำนอกกฎหมายใดๆ เพราะการกระทำนอกกฎหมายที่ไหนออกหลักฐานเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินที่ระบุที่มาของเงินไม่ได้ ก็ไม่สามารถทำได้..” คำอธิบายของนายกรัฐมนตรีที่ว่า ได้แสดงชัดเจนในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อป.ป.ช. แล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไร อีกทั้งคำอธิบายว่า ตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) เป็นเรื่องที่ทำกันเป็นปกติ (ใครใครเขาก็ทำกัน ) ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะขึ้นอยู่กับว่าเขาใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินโดยสุจริตหรือไม่ หลายสิ่งที่คนทั่วไปทำได้ แต่การเป็นนายกรัฐมนตรีทำไม่ได้เพราะจะต้องมีมาตรฐานของความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีมาตรฐานจริยธรรมสูงกว่าบุคคลทั่วไป ทั้งนี้เพราะจะต้องรับผิดชอบต่อสังคมและคนจำนวนมาก ใช่หรือไม่? ประชาชนส่วนหนึ่งตั้งคำถามว่าครอบครัวรักกันมาก ทำไมจึงใช้วิธีซื้อขายหุ้นระหว่างกันไปมา โดยเฉพาะในช่วงที่นางสาวแพทองธาร จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้โอนหุ้นสนามกอล์ฟอัลไพน์ จำนวน 22,410,000 หุ้น ไปให้ผู้เป็นแม่ ด้วยวิธีการซื้อขายโดยออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์การซื้อขายแทนการให้ เช่นเดียวกันใช่หรือไม่ ถ้าจะพิจารณาจากอดีต คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคดี หมายเลขแดงที่ อม.1/2553 เรื่อง ขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือคดียึดทรัพย์นายทักษิณ ชินวัตร 46,737 ล้านบาท เห็นว่า การออกตั๋วสัญญาใช้เงินชำระค่าหุ้นมีพิรุธ เป็นการอำพรางการโอนหุ้นชินคอร์ป เพราะสุดท้ายแล้ว หุ้นชินคอร์ป ที่นายทักษิณโอนให้กับบุคคลต่างๆ ดังกล่าวยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทักษิณ ยิ่งไปกว่านั้นข้าราชการระดับสูงของกรมสรรพากรเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกสองปีโดยไม่รอลงอาญาในการปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบตามมาตรา157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา กรณี ช่วยบุตรชายและบุตรสาว ของนายทักษิณ ชินวัตร หลบเลี่ยงภาษีกรณีหุ้นชินคอร์ปมาแล้ว หากกรมสรรพากรและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทำได้ ถูกต้องตามกฏหมายและเหมาะสมตามจริยธรรม ต่อไปการที่จะมีผู้โอนทรัพย์สินให้บุคคลในครอบครัว ก็ทำทีเป็นซื้อขายแล้วทำหนังสือสัญญาใช้เงิน ที่ไม่มีดอกเบี้ยและไม่ต้องระบุวันจ่ายเงิน (หนังสือสัญญาไม่ต้องจ่ายเงิน) ทำให้เกิดช่องโหว่ทางกฎหมายส่งผลให้ ภาษีมรดกที่กำหนดให้ผู้รับมรดกจะต้องจ่ายเป็นอันยกเลิกไปโดยปริยาย เท่ากับว่าฝ่ายบริหารโดยกรมสรรพากรได้ตีความให้กฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติบังคับใช้ไม่ได้อีกต่อไป.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวดี! เมียนมาอภัยโทษ 4 ลูกเรือไทย นายกฯ สั่งเร่งพากลับบ้านเร็วที่สุด
    https://www.thai-tai.tv/news/17879/
    ข่าวดี! เมียนมาอภัยโทษ 4 ลูกเรือไทย นายกฯ สั่งเร่งพากลับบ้านเร็วที่สุด https://www.thai-tai.tv/news/17879/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 28 มุมมอง 0 รีวิว
  • ‘เจิมศักดิ์’ ข้องใจ นายกสืบสันดานนิติกรรมอำพราง หลบภาษี?
    https://www.thai-tai.tv/news/17877/
    ‘เจิมศักดิ์’ ข้องใจ นายกสืบสันดานนิติกรรมอำพราง หลบภาษี? https://www.thai-tai.tv/news/17877/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 35 มุมมอง 0 รีวิว
  • "นายกรัฐมนตรี" ปัดตอบปมสามีขายหุ้น "เอ็มดับบลิวพี" ไม่แจ้งในบัญชีทรัพย์สิน บอกเป็นเรื่องอ่อนไหว ขอเว้นไว้ก่อน
    https://www.thai-tai.tv/news/17876/
    "นายกรัฐมนตรี" ปัดตอบปมสามีขายหุ้น "เอ็มดับบลิวพี" ไม่แจ้งในบัญชีทรัพย์สิน บอกเป็นเรื่องอ่อนไหว ขอเว้นไว้ก่อน https://www.thai-tai.tv/news/17876/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 33 มุมมอง 0 รีวิว
  • มองแต่ผลประโยชน์!!! "นายกฯ" แถลง ครม.ผ่าน "ร่างพรบ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ" ขอสังคมมองภาพกว้าง เป็นโอกาสประเทศ
    https://www.thai-tai.tv/news/17873/
    มองแต่ผลประโยชน์!!! "นายกฯ" แถลง ครม.ผ่าน "ร่างพรบ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ" ขอสังคมมองภาพกว้าง เป็นโอกาสประเทศ https://www.thai-tai.tv/news/17873/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 18 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไฟเขียวบ่อนคอมเพล็กซ์ ชนวนขัดแย้งรอบใหม่

    ทันทีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ และเตรียมเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามขั้นตอน กลุ่มผู้ชุมนุมนำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ร่วมกับเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฎิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล ประกาศยกระดับเป็นขับไล่รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร พร้อมปักหลักพักค้างที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ปราศรัยตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะได้รับชัยชนะ

    นายจตุพร กล่าวปราศรัยว่า รัฐบาลแพทองธารเสมือนหนึ่งทำอะไรก็ได้ อาจมองว่าสถานการณ์การชุมนุมไม่น่ากลัวเพราะไม่มีนายทุนสนับสนุน แต่สมัยเหตุการณ์พฤษภา 35 เริ่มต้นคนจำนวนน้อยกว่านี้ เมื่อมีแกนนำมาสมทบ ขบวนการก็ใหญ่ขึ้นในพริบตา วันนี้ไม่ได้สู้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว เพราะวันข้างหน้าหากบ่อนการพนันเกิดขึ้นทั้งแผ่นดิน และพนันออนไลน์เข้ามาตามระบบ ต่อไปเงินที่มาจากบ่อนการพนันจะกำหนดอนาคตประเทศนี้ และเกิดสิ่งที่ชั่วช้าในบ้านเมือง ทั้งที่สมัยรัชกาลที่ ๕ ได้เลิกบ่อนการพนันถาวร เพราะเป็นห่วงพสกนิกรไม่อยากให้ตกเป็นทาสการพนัน เป็นผลให้ทำสิ่งที่ผิดกฎหมายมากมาย

    "บอกว่าจะส่งเสริมรายได้เข้าประเทศ ต้องการเอาเงินเป็นภาษีเข้าประเทศ แต่ครอบครัวตัวเองถูกยึดทรัพย์ ตัวเองก็ถูกกล่าวหาว่าหลบเลี่ยงภาษี ประมวลกฎหมายจริยธรรมนั้นได้ลงรายละเอียดไว้มากมาย ว่าการใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อตัวเองและผู้อื่นนั้น เป็นเรื่องของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะกระทำมิได้"

    ก่อนหน้านี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวหลังประชุม ครม.ว่า เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ไม่เท่ากับกาสิโน เพราะมีอยู่ไม่เกิน 10% ขณะที่ 90% จะเป็นฮอลล์คอนเสิร์ต อินดอร์สเตเดียมขนาดใหญ่ สวนน้ำ โรงแรม ร้านอาหาร อ้างว่าจะสร้างรายได้กว่า 119,000-238,000 ล้านบาท นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้น 5-10% ต่อปี มีการจ้างงานในประเทศเพิ่มขึ้น เกิดอาชีพใหม่ และทำให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีจากกาสิโนและธุรกิจอื่นเพื่อนำมาพัฒนาประเทศ อีกทั้งจะมีกฎหมายควบคุมเพื่อป้องกันติดการพนัน

    ส่วนที่จะต้องผ่านประชุมสภาฯ และยังมีการชุมนุมอีก จะเอาอยู่หรือไม่ เห็นว่าต้องอธิบายไปเรื่อยๆ ไม่อยากพูดว่าจัดการได้ทั้งหมด เรายินดีรับฟังความคิดเห็นทั้งหมดและพร้อมที่จะตอบ หากมีรายละเอียดอะไรที่อยากรู้เพิ่มเติมเราก็จะตอบ แล้วจะสื่อสารให้มากขึ้น ส่วนพรรคร่วมรัฐบาล ได้ฝากถึงนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลังให้ช่วยชี้แจงด้วย

    #Newskit
    ไฟเขียวบ่อนคอมเพล็กซ์ ชนวนขัดแย้งรอบใหม่ ทันทีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ และเตรียมเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามขั้นตอน กลุ่มผู้ชุมนุมนำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ร่วมกับเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฎิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล ประกาศยกระดับเป็นขับไล่รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร พร้อมปักหลักพักค้างที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ปราศรัยตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะได้รับชัยชนะ นายจตุพร กล่าวปราศรัยว่า รัฐบาลแพทองธารเสมือนหนึ่งทำอะไรก็ได้ อาจมองว่าสถานการณ์การชุมนุมไม่น่ากลัวเพราะไม่มีนายทุนสนับสนุน แต่สมัยเหตุการณ์พฤษภา 35 เริ่มต้นคนจำนวนน้อยกว่านี้ เมื่อมีแกนนำมาสมทบ ขบวนการก็ใหญ่ขึ้นในพริบตา วันนี้ไม่ได้สู้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว เพราะวันข้างหน้าหากบ่อนการพนันเกิดขึ้นทั้งแผ่นดิน และพนันออนไลน์เข้ามาตามระบบ ต่อไปเงินที่มาจากบ่อนการพนันจะกำหนดอนาคตประเทศนี้ และเกิดสิ่งที่ชั่วช้าในบ้านเมือง ทั้งที่สมัยรัชกาลที่ ๕ ได้เลิกบ่อนการพนันถาวร เพราะเป็นห่วงพสกนิกรไม่อยากให้ตกเป็นทาสการพนัน เป็นผลให้ทำสิ่งที่ผิดกฎหมายมากมาย "บอกว่าจะส่งเสริมรายได้เข้าประเทศ ต้องการเอาเงินเป็นภาษีเข้าประเทศ แต่ครอบครัวตัวเองถูกยึดทรัพย์ ตัวเองก็ถูกกล่าวหาว่าหลบเลี่ยงภาษี ประมวลกฎหมายจริยธรรมนั้นได้ลงรายละเอียดไว้มากมาย ว่าการใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อตัวเองและผู้อื่นนั้น เป็นเรื่องของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะกระทำมิได้" ก่อนหน้านี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวหลังประชุม ครม.ว่า เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ไม่เท่ากับกาสิโน เพราะมีอยู่ไม่เกิน 10% ขณะที่ 90% จะเป็นฮอลล์คอนเสิร์ต อินดอร์สเตเดียมขนาดใหญ่ สวนน้ำ โรงแรม ร้านอาหาร อ้างว่าจะสร้างรายได้กว่า 119,000-238,000 ล้านบาท นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้น 5-10% ต่อปี มีการจ้างงานในประเทศเพิ่มขึ้น เกิดอาชีพใหม่ และทำให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีจากกาสิโนและธุรกิจอื่นเพื่อนำมาพัฒนาประเทศ อีกทั้งจะมีกฎหมายควบคุมเพื่อป้องกันติดการพนัน ส่วนที่จะต้องผ่านประชุมสภาฯ และยังมีการชุมนุมอีก จะเอาอยู่หรือไม่ เห็นว่าต้องอธิบายไปเรื่อยๆ ไม่อยากพูดว่าจัดการได้ทั้งหมด เรายินดีรับฟังความคิดเห็นทั้งหมดและพร้อมที่จะตอบ หากมีรายละเอียดอะไรที่อยากรู้เพิ่มเติมเราก็จะตอบ แล้วจะสื่อสารให้มากขึ้น ส่วนพรรคร่วมรัฐบาล ได้ฝากถึงนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลังให้ช่วยชี้แจงด้วย #Newskit
    Love
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 122 มุมมอง 0 รีวิว
  • นายกฯ ร่วม ถก ก.ตร.แต่งตั้งนายพลแก้มลิง 53 ตำแหน่ง "อัคราเดช-ธนายุตม์" นั่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. บรรยากาศเงียบเหงาไร้เงาผบ.ตร. ติดภารกิจราชการ

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000029274
    นายกฯ ร่วม ถก ก.ตร.แต่งตั้งนายพลแก้มลิง 53 ตำแหน่ง "อัคราเดช-ธนายุตม์" นั่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. บรรยากาศเงียบเหงาไร้เงาผบ.ตร. ติดภารกิจราชการ อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000029274
    Like
    Love
    Haha
    Angry
    5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 583 มุมมอง 0 รีวิว
  • มาร์ค รุตเต้ เลขาธิการนาโต ขู่ปูตินหากโจมตีประเทศสมาชิกเมื่อไหร่ รัสเซียจะต้องเผชิญการตอบโต้อย่างหนักหน่วง และสัญญาว่าจะปกป้องยุโรปไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

    ระหว่างการปรากฏตัวในกรุงวอร์ซอร่วมกับนายโดนัลด์ ทัสก์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ เลขาธิการนาโตกล่าวว่า รัสเซียยังคงเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อนาโต:

    "หากใครก็ตามที่คิดผิดว่าจะสามารถโจมตีโปแลนด์หรือพันธมิตรอื่นได้ พวกเขาจะต้องเผชิญกับกำลังทั้งหมดของพันธมิตรอันดุเดือด การโต้กลับของเราจะรุนแรง เรื่องนี้ชัดเจนมาตลอดมากสำหรับใครก็ตามที่ต้องการโจมตีเรา"
    มาร์ค รุตเต้ เลขาธิการนาโต ขู่ปูตินหากโจมตีประเทศสมาชิกเมื่อไหร่ รัสเซียจะต้องเผชิญการตอบโต้อย่างหนักหน่วง และสัญญาว่าจะปกป้องยุโรปไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ระหว่างการปรากฏตัวในกรุงวอร์ซอร่วมกับนายโดนัลด์ ทัสก์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ เลขาธิการนาโตกล่าวว่า รัสเซียยังคงเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อนาโต: "หากใครก็ตามที่คิดผิดว่าจะสามารถโจมตีโปแลนด์หรือพันธมิตรอื่นได้ พวกเขาจะต้องเผชิญกับกำลังทั้งหมดของพันธมิตรอันดุเดือด การโต้กลับของเราจะรุนแรง เรื่องนี้ชัดเจนมาตลอดมากสำหรับใครก็ตามที่ต้องการโจมตีเรา"
    Like
    3
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 248 มุมมอง 20 0 รีวิว
  • #นายกฯ เผย ครม.ไฟเขียว Entertainment Complex เรียบร้อย ขออย่ามองแค่กาสิโน เตรียมส่งต่อสภาฯ ชี้ให้มองภาพรวมธุรกิจ นักท่องเที่ยว สร้างงานครบวงจร ส่งผลเก็บภาษีเข้าประเทศ 8,000 - 35,000 ล้านบาท บอกคุยพรรคร่วมไม่มีปัญหา พร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้เพิ่มขึ้น แซวสื่อถามให้มีรอยร้าว

    เมื่อเวลา 10.10 น.วันที่ 27 มี.ค. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแถลง ผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ ร่างพระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร Entertainment Complex โดยมีวัตถุประสงค์ สร้างการท่องเที่ยวแบบใหม่ ไม่ต้องรอการท่องเที่ยวตามฤดูกาลหรือ การท่องเที่ยวเดิมที่มีอยู่ หรือMan made tourism โดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็น โดยมีผู้ให้ความเห็นกว่า 80,000 ราย ซึ่ง 80% เห็นด้วย จากนั้นจะเสนอร่างดังกล่าวให้รัฐสภาพิจารณาต่อไป โดย Entertainment Complex ไม่เท่ากับกาสิโนเพราะ มีกาสิโนอยู่ไม่เกิน 10% ขณะที่ 90% จะเป็นเรื่อง ฮอคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ความจุ 50,000 คน indoor Stadium ขนาดใหญ่สวนน้ำ โรงแรม ร้านอาหาร ที่จะสร้างรายได้กว่า 119,000 ถึง 238,000 ล้านบาท คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้น 5-10% ต่อ ปี และมีการจ้างงานในประเทศเพิ่มขึ้นเกิดอาชีพใหม่ และทำให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีจากกาสิโน และธุรกิจอื่นเพื่อนำมาพัฒนาประเทศ ที่สำคัญจะมีกฎหมายควบคุม เพื่อป้องกันติดการพนัน โดยจะกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/politics/detail/9680000029143

    #MGROnline #EntertainmentComplex #กาสิโน
    #นายกฯ เผย ครม.ไฟเขียว Entertainment Complex เรียบร้อย ขออย่ามองแค่กาสิโน เตรียมส่งต่อสภาฯ ชี้ให้มองภาพรวมธุรกิจ นักท่องเที่ยว สร้างงานครบวงจร ส่งผลเก็บภาษีเข้าประเทศ 8,000 - 35,000 ล้านบาท บอกคุยพรรคร่วมไม่มีปัญหา พร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้เพิ่มขึ้น แซวสื่อถามให้มีรอยร้าว • เมื่อเวลา 10.10 น.วันที่ 27 มี.ค. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแถลง ผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ ร่างพระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร Entertainment Complex โดยมีวัตถุประสงค์ สร้างการท่องเที่ยวแบบใหม่ ไม่ต้องรอการท่องเที่ยวตามฤดูกาลหรือ การท่องเที่ยวเดิมที่มีอยู่ หรือMan made tourism โดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็น โดยมีผู้ให้ความเห็นกว่า 80,000 ราย ซึ่ง 80% เห็นด้วย จากนั้นจะเสนอร่างดังกล่าวให้รัฐสภาพิจารณาต่อไป โดย Entertainment Complex ไม่เท่ากับกาสิโนเพราะ มีกาสิโนอยู่ไม่เกิน 10% ขณะที่ 90% จะเป็นเรื่อง ฮอคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ความจุ 50,000 คน indoor Stadium ขนาดใหญ่สวนน้ำ โรงแรม ร้านอาหาร ที่จะสร้างรายได้กว่า 119,000 ถึง 238,000 ล้านบาท คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้น 5-10% ต่อ ปี และมีการจ้างงานในประเทศเพิ่มขึ้นเกิดอาชีพใหม่ และทำให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีจากกาสิโน และธุรกิจอื่นเพื่อนำมาพัฒนาประเทศ ที่สำคัญจะมีกฎหมายควบคุม เพื่อป้องกันติดการพนัน โดยจะกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/politics/detail/9680000029143 • #MGROnline #EntertainmentComplex #กาสิโน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 125 มุมมอง 0 รีวิว
  • นายกฯ ซัดแค่หนึ่งในวาทกรรม หลัง “เท้ง” บอกคนไทยจะอายุสั้นลงหากนายกฯ ยังชื่อ “แพทองธาร” ลั่น ย้อนถามแชตซื้องูเห่าของจริงหรือไม่ เสียงรัฐบาลเหลือเฟือไม่ต้องซื้อเพิ่มเสียดายตังค์ประหยัดตังค์ไว้ดีกว่า

    วันนี้(27 มี.ค.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านให้สัมภาษณ์ว่า หากยังมีนายกรัฐมนตรีชื่อแพทองธาร จะทำให้คนไทยอายุสั้นลง จากการบริหารประเทศ ว่าหลังอภิปรายจบไปก็มีคอมเมนต์ทั่วๆ ไปว่าสิ่งที่ฝ่ายค้านอภิปรายส่วนใหญ่เป็นวาทกรรม และนี่ก็เป็นหนึ่งในวาทกรรมเช่นกัน

    เมื่อถามว่าในที่ประชุมนายกฯ ได้ขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่สนับสนุนการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา หลังจากนี้มีการสั่งการเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าได้มีการขอบคุณทั้งคณะรัฐมนตรีและข้าราชการ ที่เตรียมข้อมูลสำหรับการชี้แจง ซึ่งตนได้สั่งการเพิ่มเติมว่าอะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน โดยเฉพาะเรื่องปากท้องให้ไปดำเนินการต่อ

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/politics/detail/9680000029126

    #MGROnline #เท้ง #แพทองธาร
    นายกฯ ซัดแค่หนึ่งในวาทกรรม หลัง “เท้ง” บอกคนไทยจะอายุสั้นลงหากนายกฯ ยังชื่อ “แพทองธาร” ลั่น ย้อนถามแชตซื้องูเห่าของจริงหรือไม่ เสียงรัฐบาลเหลือเฟือไม่ต้องซื้อเพิ่มเสียดายตังค์ประหยัดตังค์ไว้ดีกว่า • วันนี้(27 มี.ค.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านให้สัมภาษณ์ว่า หากยังมีนายกรัฐมนตรีชื่อแพทองธาร จะทำให้คนไทยอายุสั้นลง จากการบริหารประเทศ ว่าหลังอภิปรายจบไปก็มีคอมเมนต์ทั่วๆ ไปว่าสิ่งที่ฝ่ายค้านอภิปรายส่วนใหญ่เป็นวาทกรรม และนี่ก็เป็นหนึ่งในวาทกรรมเช่นกัน • เมื่อถามว่าในที่ประชุมนายกฯ ได้ขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่สนับสนุนการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา หลังจากนี้มีการสั่งการเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าได้มีการขอบคุณทั้งคณะรัฐมนตรีและข้าราชการ ที่เตรียมข้อมูลสำหรับการชี้แจง ซึ่งตนได้สั่งการเพิ่มเติมว่าอะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน โดยเฉพาะเรื่องปากท้องให้ไปดำเนินการต่อ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/politics/detail/9680000029126 • #MGROnline #เท้ง #แพทองธาร
    Angry
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 94 มุมมอง 0 รีวิว
  • "พิชัย" ขอดูรายละเอียดใช้ตั๋วสัญญาเงิน "นายกฯ" เลี่ยงภาษีอย่างไร
    https://www.thai-tai.tv/news/17859/
    "พิชัย" ขอดูรายละเอียดใช้ตั๋วสัญญาเงิน "นายกฯ" เลี่ยงภาษีอย่างไร https://www.thai-tai.tv/news/17859/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 24 มุมมอง 0 รีวิว
  • สื่อชื่อมาตรฐาน แต่คุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน แถมยังให้พื้นที่สส.พรรคส้มโจมตีกองทัพด้วยนิยายไอโอ แล้วที่มันบอกเองว่า แม้แต่นายกฯ ยังไม่รู้ แล้วมึงเอามาอภิปรายเค้าได้ไง
    #คิงส์โพธิ์แดง
    สื่อชื่อมาตรฐาน แต่คุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน แถมยังให้พื้นที่สส.พรรคส้มโจมตีกองทัพด้วยนิยายไอโอ แล้วที่มันบอกเองว่า แม้แต่นายกฯ ยังไม่รู้ แล้วมึงเอามาอภิปรายเค้าได้ไง #คิงส์โพธิ์แดง
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 224 มุมมอง 0 รีวิว
  • อิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล ประกาศ: จะทำลายกาซาด้วยปฏิบัติการทางทหารเต็มกำลัง หลังจากแผนการดังกล่าวได้รับการอนุมัติแล้ว

    ขณะเดียวกันเนทันยาฮูนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศกลางที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้ว่า อิสราเอลจะเข้ายึดครองกาซาทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบในไม่ช้านี้ โดยใช้ข้ออ้างเพื่อกำจัดฮามาส และบังคับการส่งตัวประกันกลับคืน

    ในความเป็นจริง ทุกคนทราบดีว่าการโจมตีของอิสราเอล ไม่เคยสนใจความปลอดภัยของตัวประกัน ไม่เคยสนใจว่าฮามาสจะมีอยู่จริงหรือไม่ในตำแหน่งที่กองกำลังอิสราเอลโจมตี มีเพียงจุดประสงค์เดียวคือ "การทำลายล้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆของชาวปาเลสไตน์ และบังคับกดดันผู้ลี้ภัยให้ออกไปจากดินแดนของบรรพบุรุษพวกเขา"
    อิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล ประกาศ: จะทำลายกาซาด้วยปฏิบัติการทางทหารเต็มกำลัง หลังจากแผนการดังกล่าวได้รับการอนุมัติแล้ว ขณะเดียวกันเนทันยาฮูนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศกลางที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้ว่า อิสราเอลจะเข้ายึดครองกาซาทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบในไม่ช้านี้ โดยใช้ข้ออ้างเพื่อกำจัดฮามาส และบังคับการส่งตัวประกันกลับคืน ในความเป็นจริง ทุกคนทราบดีว่าการโจมตีของอิสราเอล ไม่เคยสนใจความปลอดภัยของตัวประกัน ไม่เคยสนใจว่าฮามาสจะมีอยู่จริงหรือไม่ในตำแหน่งที่กองกำลังอิสราเอลโจมตี มีเพียงจุดประสงค์เดียวคือ "การทำลายล้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆของชาวปาเลสไตน์ และบังคับกดดันผู้ลี้ภัยให้ออกไปจากดินแดนของบรรพบุรุษพวกเขา"
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 174 มุมมอง 11 0 รีวิว
  • มารุต ชุ่มขุนทด ลองอีกครั้ง ชิงนายกเล็กนครโคราช

    ในวันนี้ 27 มี.ค.2568 นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา จากทีมโคราชชาติพัฒนา หมดวาระบริหารครบ 4 ปี กกต.นครราชสีมาได้กำหนดเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค. เปิดรับสมัครวันที่ 31 มี.ค. ถึง 4 เม.ย. หนึ่งในผู้ที่ประกาศเปิดตัว คือ นายมารุต ชุ่มขุนทด หรือกอล์ฟ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา วัย 47 ปี โพสต์เฟซบุ๊กว่า "ผมลงแน่นอนครับ"

    "ผมเชื่อในศักยภาพเมืองโคราช ผมเชื่อว่าคนโคราชเก่งไม่แพ้ใคร ผมเชื่อว่าบ้านเราดีกว่านี้ได้อีก แค่เราร่วมมือกัน ก้าวข้ามการเมือง ก้าวข้ามสีเสื้อ อิสระในมุมของผม คือการไม่อยู่ภายใต้การครอบงำใดๆ อิสระทางความคิด อิสระจากพรรคใดๆ เป้าหมายของผมมีเพียงอย่างเดียวคือ ทำให้โคราชดีกว่านี้ เพื่อส่งต่อให้ลูกหลาน เพื่อสร้างโอกาสให้ลูกหลานของเรา จุดยืนของผมยังเหมือนเดิมคือ ไม่เอาคอรัปชั่น ไม่ซื้อเสียง เรามารวมพลังกันอีกครั้งมาสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน"

    แม้สนามเลือกตั้งนายก อบจ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ผู้ชนะยังคงเป็นนางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือหน่อย นายก อบจ.คนก่อนหน้า จากพรรคเพื่อไทย ได้ไป 619,824 เสียง แต่นายมารุตได้คะแนนไปไม่น้อย 181,624 เสียง เฉพาะ 8 เขตใน อ.เมือง คว้าคะแนนรวม 60,895 เสียง ชนะนางยลดาถึง 5 เขตเลือกตั้ง หากนับเฉพาะพื้นที่เทศบาลนครนครราชสีมา 3 ส่วน ได้แก่ เขต 1, 2 และ 4 นายมารุตก็มีคะแนนราว 24,000 เสียง เรียกได้ว่าแม้สนามใหญ่ไม่ได้ ก็ขอชิงชัยสนามย่อมลงมา

    ข้อมูลจากกรมการปกครองพบว่าประชากรสัญชาติไทย ในสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครนครราชสีมา ณ เดือน ก.พ. 2568 นับเฉพาะอายุ 18 ปีขึ้นไป มีจำนวน 93,983 คน แบ่งเป็นเพศชาย 42,663 คน เพศหญิง 51,320 คน ด้วยจุดขายเน้นหาเสียงออนไลน์ เคยเดินหาเสียงกว่า 100,000 กิโลเมตร 289 ตำบล ลงแข่งขันครั้งแรกแบบไม่มีประสบการณ์หรือญาติเล่นการเมือง ยังได้คะแนนขนาดนี้ เมื่อต้องเจอกลุ่มบ้านใหญ่อย่างตระกูลลิปตพัลลภ จึงเป็นศึกเลือกตั้งที่คาดว่าสนุกไม่แพ้ที่อื่น เดิมพันเข้าบริหารเทศบาลนครฯ ที่มีรายได้ราว 1,400 ล้านบาท

    สำหรับนายมารุต เป็นผู้ก่อตั้งคลาสคาเฟ่ (Class Cafe) ร้านกาแฟชื่อดังในจังหวัดนครราชสีมาและภาคอีสาน จบปริญญาตรี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ผ่านประสบการณ์ทำงานด้านไอทีและโทรคมนาคมทั้งในและต่างประเทศ ก่อนลาออกแล้วชักชวนญาติเปิดร้านกาแฟ สร้างความแตกต่างกระทั่งมีฉายาว่า "สตาร์บัคส์แห่งภาคอีสาน" เคยร่วมจัดคอนเสิร์ตเยียวยาจิตใจคนโคราชจากเหตุกราดยิง จัดทำระบบการจัดการฉีดวัคซีนโควิดฯ และกิจกรรมสำหรับคนรุ่นใหม่อีกจำนวนมาก

    #Newskit
    มารุต ชุ่มขุนทด ลองอีกครั้ง ชิงนายกเล็กนครโคราช ในวันนี้ 27 มี.ค.2568 นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา จากทีมโคราชชาติพัฒนา หมดวาระบริหารครบ 4 ปี กกต.นครราชสีมาได้กำหนดเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค. เปิดรับสมัครวันที่ 31 มี.ค. ถึง 4 เม.ย. หนึ่งในผู้ที่ประกาศเปิดตัว คือ นายมารุต ชุ่มขุนทด หรือกอล์ฟ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา วัย 47 ปี โพสต์เฟซบุ๊กว่า "ผมลงแน่นอนครับ" "ผมเชื่อในศักยภาพเมืองโคราช ผมเชื่อว่าคนโคราชเก่งไม่แพ้ใคร ผมเชื่อว่าบ้านเราดีกว่านี้ได้อีก แค่เราร่วมมือกัน ก้าวข้ามการเมือง ก้าวข้ามสีเสื้อ อิสระในมุมของผม คือการไม่อยู่ภายใต้การครอบงำใดๆ อิสระทางความคิด อิสระจากพรรคใดๆ เป้าหมายของผมมีเพียงอย่างเดียวคือ ทำให้โคราชดีกว่านี้ เพื่อส่งต่อให้ลูกหลาน เพื่อสร้างโอกาสให้ลูกหลานของเรา จุดยืนของผมยังเหมือนเดิมคือ ไม่เอาคอรัปชั่น ไม่ซื้อเสียง เรามารวมพลังกันอีกครั้งมาสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน" แม้สนามเลือกตั้งนายก อบจ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ผู้ชนะยังคงเป็นนางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือหน่อย นายก อบจ.คนก่อนหน้า จากพรรคเพื่อไทย ได้ไป 619,824 เสียง แต่นายมารุตได้คะแนนไปไม่น้อย 181,624 เสียง เฉพาะ 8 เขตใน อ.เมือง คว้าคะแนนรวม 60,895 เสียง ชนะนางยลดาถึง 5 เขตเลือกตั้ง หากนับเฉพาะพื้นที่เทศบาลนครนครราชสีมา 3 ส่วน ได้แก่ เขต 1, 2 และ 4 นายมารุตก็มีคะแนนราว 24,000 เสียง เรียกได้ว่าแม้สนามใหญ่ไม่ได้ ก็ขอชิงชัยสนามย่อมลงมา ข้อมูลจากกรมการปกครองพบว่าประชากรสัญชาติไทย ในสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครนครราชสีมา ณ เดือน ก.พ. 2568 นับเฉพาะอายุ 18 ปีขึ้นไป มีจำนวน 93,983 คน แบ่งเป็นเพศชาย 42,663 คน เพศหญิง 51,320 คน ด้วยจุดขายเน้นหาเสียงออนไลน์ เคยเดินหาเสียงกว่า 100,000 กิโลเมตร 289 ตำบล ลงแข่งขันครั้งแรกแบบไม่มีประสบการณ์หรือญาติเล่นการเมือง ยังได้คะแนนขนาดนี้ เมื่อต้องเจอกลุ่มบ้านใหญ่อย่างตระกูลลิปตพัลลภ จึงเป็นศึกเลือกตั้งที่คาดว่าสนุกไม่แพ้ที่อื่น เดิมพันเข้าบริหารเทศบาลนครฯ ที่มีรายได้ราว 1,400 ล้านบาท สำหรับนายมารุต เป็นผู้ก่อตั้งคลาสคาเฟ่ (Class Cafe) ร้านกาแฟชื่อดังในจังหวัดนครราชสีมาและภาคอีสาน จบปริญญาตรี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ผ่านประสบการณ์ทำงานด้านไอทีและโทรคมนาคมทั้งในและต่างประเทศ ก่อนลาออกแล้วชักชวนญาติเปิดร้านกาแฟ สร้างความแตกต่างกระทั่งมีฉายาว่า "สตาร์บัคส์แห่งภาคอีสาน" เคยร่วมจัดคอนเสิร์ตเยียวยาจิตใจคนโคราชจากเหตุกราดยิง จัดทำระบบการจัดการฉีดวัคซีนโควิดฯ และกิจกรรมสำหรับคนรุ่นใหม่อีกจำนวนมาก #Newskit
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 141 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตั๋วสัญญาใช้เงิน ชนักติดหลังอุ๊งอิ๊ง

    แม้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จบลงไปแล้ว แต่ประเด็นที่เป็นชนักติดหลัง คือ การยื่นบัญชีทรัพย์สิน พบว่ามีรายการหนี้สินเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน (ตั๋ว P/N) ชำระค่าหุ้นแก่คนในครอบครัว 5 คน 9 ฉบับ ตั้งแต่ปี 2559 รวมกว่า 4,434 ล้านบาท โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ ไม่คิดดอกเบี้ย ถือว่ามีเจตนาผ่องถ่ายทรัพย์สินโอนหุ้นระหว่างเครือญาติหรือไม่ ส่อเข้าข่ายหลีกเลี่ยงภาษีสูงถึง 218.7 ล้านบาท

    แม้ น.ส.แพทองธารจะอ้างว่า เวลานั้นไม่พร้อมชำระค่าหุ้นด้วยเงินสด จึงทำตั๋ว P/N และมีแผนจะชำระรอบแรกในปี 2569 ก็ตาม แต่เวลาผ่านไป 9 ปีเพิ่งบอกว่าจะชำระรอบแรกก็เป็นที่เคลือบแคลงสงสัย ถึงกระนั้นนายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร อ้างว่าเป็นการซื้อขายหุ้นนอกตลาด โดยออกตั๋ว P/N แทนสัญญาเงินกู้ สามารถออกได้ 2 แบบ คือ มีกำหนดชำระ กับไม่ได้กำหนดชำระแต่ต้องจ่ายทันทีเมื่อถูกเรียกหรือทวงถาม จะกำหนดดอกเบี้ยหรือไม่ก็ได้ แต่เมื่อมีการจ่ายเงินจะต้องเสียภาษีตามจริง

    ทำให้นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง จากพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า อธิบดีกรมสรรพากรอย่ารีบสรุป ต้องสั่งตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีนิติกรรมอำพรางเพื่อเลี่ยงภาษีการรับให้ ตลอด 9 ปีที่ผ่านมาได้สอดส่องตรวจตราอย่างไร ถ้าไม่มีอภิปรายเรื่องนี้ในสภาฯ รัฐจะเก็บภาษีได้จริงหรือไม่ อีกทั้งต้องตรวจสอบที่มาของผู้ขายหุ้น เพื่อให้แน่ชัดว่าผู้ขายได้หุ้นมาฟรีหรือไม่ จ่ายค่าหุ้นจริงหรือใช้เทคนิคตั๋ว P/N เป็นการซุกหุ้นของนักการเมืองผู้ใดหรือไม่ โดยไม่ไปตีความเฉพาะแกะบรรทัดอ่านตามตัวอักษรแค่นั้น

    ด้าน ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล เห็นว่า ถ้าเป็นเช่นนี้กรมสรรพากรต้องยกเลิกเก็บภาษีรายรับทุกคน เพราะหากใครก็ได้สามารถออกตั๋ว P/N ว่าจะจ่ายเงินคืน หรือให้โอนทรัพย์สินมาไว้ที่อีกคนล่วงหน้า แล้วผู้รับแค่ติดหนี้ไปเรื่อยๆ ได้โดยผู้ให้กู้ไม่ทวง และหน่วยงานจัดเก็บภาษีก็ปล่อยเพราะไม่ทราบว่าจะรับทรัพย์คืนเมื่อใด ก็หมายความว่าผู้มอบทรัพย์สินให้ไปแล้วโดยเสน่หา ผู้รับไม่ต้องชำระภาษี พอถึงเวลาผู้ให้เสียชีวิตก็ย่อมหมดวาระทวงหนี้ด้วย ผู้ให้ยืมสามารถลืมเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีรายรับ 5% ส่วนภาษีมรดกก็ไม่ต้องจ่ายเช่นกัน

    เรื่องนี้ถูกเปิดเผยครั้งแรกโดยสำนักข่าวอิศรา ก่อนที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เคยยื่นถึง ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 2 ก.พ.เพื่อให้ตรวจสอบ น.ส.แพทองธาร กรณีรายการหนี้สินอื่น 9 รายการ เป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน ไม่มีดอกเบี้ยจ่าย เข้าข่ายเป็นการรับประโยชน์ ที่ไม่ใช่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดหรือไม่ แต่ยังไม่คืบหน้า

    #Newskit
    ตั๋วสัญญาใช้เงิน ชนักติดหลังอุ๊งอิ๊ง แม้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จบลงไปแล้ว แต่ประเด็นที่เป็นชนักติดหลัง คือ การยื่นบัญชีทรัพย์สิน พบว่ามีรายการหนี้สินเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน (ตั๋ว P/N) ชำระค่าหุ้นแก่คนในครอบครัว 5 คน 9 ฉบับ ตั้งแต่ปี 2559 รวมกว่า 4,434 ล้านบาท โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ ไม่คิดดอกเบี้ย ถือว่ามีเจตนาผ่องถ่ายทรัพย์สินโอนหุ้นระหว่างเครือญาติหรือไม่ ส่อเข้าข่ายหลีกเลี่ยงภาษีสูงถึง 218.7 ล้านบาท แม้ น.ส.แพทองธารจะอ้างว่า เวลานั้นไม่พร้อมชำระค่าหุ้นด้วยเงินสด จึงทำตั๋ว P/N และมีแผนจะชำระรอบแรกในปี 2569 ก็ตาม แต่เวลาผ่านไป 9 ปีเพิ่งบอกว่าจะชำระรอบแรกก็เป็นที่เคลือบแคลงสงสัย ถึงกระนั้นนายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร อ้างว่าเป็นการซื้อขายหุ้นนอกตลาด โดยออกตั๋ว P/N แทนสัญญาเงินกู้ สามารถออกได้ 2 แบบ คือ มีกำหนดชำระ กับไม่ได้กำหนดชำระแต่ต้องจ่ายทันทีเมื่อถูกเรียกหรือทวงถาม จะกำหนดดอกเบี้ยหรือไม่ก็ได้ แต่เมื่อมีการจ่ายเงินจะต้องเสียภาษีตามจริง ทำให้นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง จากพรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า อธิบดีกรมสรรพากรอย่ารีบสรุป ต้องสั่งตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีนิติกรรมอำพรางเพื่อเลี่ยงภาษีการรับให้ ตลอด 9 ปีที่ผ่านมาได้สอดส่องตรวจตราอย่างไร ถ้าไม่มีอภิปรายเรื่องนี้ในสภาฯ รัฐจะเก็บภาษีได้จริงหรือไม่ อีกทั้งต้องตรวจสอบที่มาของผู้ขายหุ้น เพื่อให้แน่ชัดว่าผู้ขายได้หุ้นมาฟรีหรือไม่ จ่ายค่าหุ้นจริงหรือใช้เทคนิคตั๋ว P/N เป็นการซุกหุ้นของนักการเมืองผู้ใดหรือไม่ โดยไม่ไปตีความเฉพาะแกะบรรทัดอ่านตามตัวอักษรแค่นั้น ด้าน ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล เห็นว่า ถ้าเป็นเช่นนี้กรมสรรพากรต้องยกเลิกเก็บภาษีรายรับทุกคน เพราะหากใครก็ได้สามารถออกตั๋ว P/N ว่าจะจ่ายเงินคืน หรือให้โอนทรัพย์สินมาไว้ที่อีกคนล่วงหน้า แล้วผู้รับแค่ติดหนี้ไปเรื่อยๆ ได้โดยผู้ให้กู้ไม่ทวง และหน่วยงานจัดเก็บภาษีก็ปล่อยเพราะไม่ทราบว่าจะรับทรัพย์คืนเมื่อใด ก็หมายความว่าผู้มอบทรัพย์สินให้ไปแล้วโดยเสน่หา ผู้รับไม่ต้องชำระภาษี พอถึงเวลาผู้ให้เสียชีวิตก็ย่อมหมดวาระทวงหนี้ด้วย ผู้ให้ยืมสามารถลืมเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีรายรับ 5% ส่วนภาษีมรดกก็ไม่ต้องจ่ายเช่นกัน เรื่องนี้ถูกเปิดเผยครั้งแรกโดยสำนักข่าวอิศรา ก่อนที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เคยยื่นถึง ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 2 ก.พ.เพื่อให้ตรวจสอบ น.ส.แพทองธาร กรณีรายการหนี้สินอื่น 9 รายการ เป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน ไม่มีดอกเบี้ยจ่าย เข้าข่ายเป็นการรับประโยชน์ ที่ไม่ใช่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดหรือไม่ แต่ยังไม่คืบหน้า #Newskit
    Like
    3
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 138 มุมมอง 0 รีวิว
  • "ชวน" ให้ไปถาม "พ่อ" หลังสื่อถาม "อิ๊งค์" สอบผ่านหรือไม่ ซัด "นายกฯ" ต้องอยู่บนความเป็นจริง "ทักษิณ" ไปตปท.เพราะหนีคดี
    https://www.thai-tai.tv/news/17842/
    "ชวน" ให้ไปถาม "พ่อ" หลังสื่อถาม "อิ๊งค์" สอบผ่านหรือไม่ ซัด "นายกฯ" ต้องอยู่บนความเป็นจริง "ทักษิณ" ไปตปท.เพราะหนีคดี https://www.thai-tai.tv/news/17842/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 28 มุมมอง 0 รีวิว
  • "เดชอิศม์" รับ "ปชป. " โหวตไว้วางใจ "นายกฯ" 21 เสียง อีก 4 เสียงงดออกเสียง ยันไร้ปัญหาทำงานร่วมกัน
    https://www.thai-tai.tv/news/17840/
    "เดชอิศม์" รับ "ปชป. " โหวตไว้วางใจ "นายกฯ" 21 เสียง อีก 4 เสียงงดออกเสียง ยันไร้ปัญหาทำงานร่วมกัน https://www.thai-tai.tv/news/17840/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 25 มุมมอง 0 รีวิว
  • 'ปิ่นสาย สุรัสวดี' อธิบดีกรมสรรพากร แจง นายกอิ๊งค์ ออกตั๋ว P/N ซื้อขายหุ้น 4.4 พันล้านบาท ไม่ถือว่าเลี่ยงภาษี
    https://www.thai-tai.tv/news/17834/
    'ปิ่นสาย สุรัสวดี' อธิบดีกรมสรรพากร แจง นายกอิ๊งค์ ออกตั๋ว P/N ซื้อขายหุ้น 4.4 พันล้านบาท ไม่ถือว่าเลี่ยงภาษี https://www.thai-tai.tv/news/17834/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 17 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts