• ตามที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งแชร์คลิปการสัมภาษณ์สด ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ในพื้นที่ตึกถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวย่านจตุจักรเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 โดยตอนหนึ่งของการสัมภาษณ์มีเสียงคำถามในวงสัมภาษณ์ดังกล่าว ถาม ดร.สุชัชวีร์ในเชิงเชื่อมโยงว่าแผ่นดินไหว ตึกถล่มเป็นเพราะมี พ.ร.บ.สมรสเพศเดียวกัน ทำให้พระเจ้าพิโรธหรือไม่ ซึ่งการแชร์คลิปดังกล่าว ได้สร้างความเข้าใจผิดและตำหนิการทำงานของสื่อมวลชน

    นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง อุปนายกด้านมาตรฐานวิชาชีพ สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์(SONP) ขอชี้แจงแทนสื่อมวลชนภาคสนามเพื่อลดความเข้าใจผิดว่า จากการตรวจสอบจากนักข่าวภาคสนาม ทำให้ทราบว่าเสียงคำถามดังกล่าวไม่ใช่เป็นคำถามจากนักข่าวที่ลงพื้นที่ทำข่าว แต่เป็นเสียงคำถามของประช่าชนที่มาอยู่ในวงล้อมของการสัมภาษณ์

    นายจีรพงษ์ กล่าวอีกว่า ในสถานการณ์ภัยพิบัติมักมีข้อมูลข่าวสารทั้งเนื้อหา คลิป และภาพ ที่เป็นข่าวปลอมและสร้างความเข้าใจผิด อาทิ เป็นข้อมูลเก่า เป็นข้อมูลคนละเหตุการณ์และสถานที่ จึงขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนสมาชิกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ตรวจสอบกลั่นกรองข้อมูลก่อนนำเสนอทุกครั้งเพื่อไม่ซ้ำเติมสถานการณ์

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000030080

    #MGROnline #ประชาธิปัตย์ #เอ้สุชัชวีร์ #แผ่นดินไหว #ตึกถล่ม #ไทยแผ่นดินไหว #แผ่นดินไหวไทย #กรุงเทพแผ่นดินไหว #กรุงเทพมหานคร #ประเทศไทย #เมียนมา #bkkearthquake #BangkokEarthquake #ThailandEarthquake
    ตามที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งแชร์คลิปการสัมภาษณ์สด ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ในพื้นที่ตึกถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวย่านจตุจักรเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 โดยตอนหนึ่งของการสัมภาษณ์มีเสียงคำถามในวงสัมภาษณ์ดังกล่าว ถาม ดร.สุชัชวีร์ในเชิงเชื่อมโยงว่าแผ่นดินไหว ตึกถล่มเป็นเพราะมี พ.ร.บ.สมรสเพศเดียวกัน ทำให้พระเจ้าพิโรธหรือไม่ ซึ่งการแชร์คลิปดังกล่าว ได้สร้างความเข้าใจผิดและตำหนิการทำงานของสื่อมวลชน • นายจีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง อุปนายกด้านมาตรฐานวิชาชีพ สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์(SONP) ขอชี้แจงแทนสื่อมวลชนภาคสนามเพื่อลดความเข้าใจผิดว่า จากการตรวจสอบจากนักข่าวภาคสนาม ทำให้ทราบว่าเสียงคำถามดังกล่าวไม่ใช่เป็นคำถามจากนักข่าวที่ลงพื้นที่ทำข่าว แต่เป็นเสียงคำถามของประช่าชนที่มาอยู่ในวงล้อมของการสัมภาษณ์ • นายจีรพงษ์ กล่าวอีกว่า ในสถานการณ์ภัยพิบัติมักมีข้อมูลข่าวสารทั้งเนื้อหา คลิป และภาพ ที่เป็นข่าวปลอมและสร้างความเข้าใจผิด อาทิ เป็นข้อมูลเก่า เป็นข้อมูลคนละเหตุการณ์และสถานที่ จึงขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนสมาชิกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ตรวจสอบกลั่นกรองข้อมูลก่อนนำเสนอทุกครั้งเพื่อไม่ซ้ำเติมสถานการณ์ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000030080 • #MGROnline #ประชาธิปัตย์ #เอ้สุชัชวีร์ #แผ่นดินไหว #ตึกถล่ม #ไทยแผ่นดินไหว #แผ่นดินไหวไทย #กรุงเทพแผ่นดินไหว #กรุงเทพมหานคร #ประเทศไทย #เมียนมา #bkkearthquake #BangkokEarthquake #ThailandEarthquake
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 142 มุมมอง 0 รีวิว
  • 📰 61 ปี หนังสือพิมพ์ “เดลินิวส์” จากบางกอกเดลิเมล์ สู่เดลินิวส์ออนไลน์ บันทึกความทรงจำของสื่อไทย ที่เติบโตเคียงข้างประชาชน

    ✨ 61 ปี แห่งการเปลี่ยนผ่านของสื่อที่ไม่หยุดนิ่ง ในยุคที่โลกหมุนเร็วด้วยข่าวสารและเทคโนโลยี 🌐 มีไม่กี่สื่อ ที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง ตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษ แต่ “เดลินิวส์” คือหนึ่งในนั้น 🙌

    จากวันแรกของการก่อตั้ง เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2507 สู่การเป็นผู้นำข่าวระดับประเทศ ทั้งในรูปแบบสิ่งพิมพ์และออนไลน์ 🖥️ เส้นทางของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์นั้น ไม่เพียงแต่สะท้อนวิวัฒนาการ ของวงการสื่อไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นกระจกเงาสำคัญของประวัติศาสตร์ สังคม และการเมืองไทยตลอด 61 ปี ที่ผ่านมา

    📆 ย้อนเวลาสำรวจเส้นทางของหนังสือพิมพ์ ที่เริ่มต้นจาก “บางกอกเดลิเมล์” สู่การเป็น “แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์” และ “เดลินิวส์ออนไลน์” ในวันนี้ พร้อมทั้งเผยเบื้องหลังความเปลี่ยนแปลง วิสัยทัศน์ และจุดยืนของสื่อ ที่ไม่เคยละทิ้งภารกิจเพื่อประชาชนไทย 🇹🇭

    🕰 จุดเริ่มต้นจากบางกอกเดลิเมล์ ความกล้าในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2493 ประเทศไทยอยู่ในยุคหลังสงครามโลก ครั้งที่สอง 📜 สื่อยังถูกควบคุมโดยรัฐอย่างเข้มงวด การเปิดตัวหนังสือพิมพ์ใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ “นายห้างแสง เหตระกูล” ผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจ "โรงพิมพ์ประชาช่าง" กลับกล้าเสี่ยง 🔍

    นายห้างแสงตัดสินใจซื้อกิจการ "หนังสือพิมพ์บางกอกเดลิเมล์" (Bangkok Daily Mail) ของนายหลุย คีรีวัตน์ ซึ่งได้หยุดดำเนินการไปตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 และรื้อฟื้นมันขึ้นใหม่ ในรูปแบบหนังสือพิมพ์รายปักษ์ชื่อว่า “เดลิเมล์วันจันทร์” ออกฉบับแรกเมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2493 📅

    ฉบับแรกมีพาดหัวว่า “นักศึกษา มธก.รากเลือดค้าน ก.พ.” เป็นการสะท้อนจุดยืนของสื่อ ที่กล้าแตะประเด็นทางสังคม การเมืองอย่างตรงไปตรงมา

    📰 เปลี่ยนผ่านอย่างมีทิศทาง จากเดลิเมล์ สู่แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ ในช่วง พ.ศ. 2500 “บางกอกเดลิเมล์รายวัน” ขยับสู่การเป็นหนังสือพิมพ์รายวัน อย่างเต็มรูปแบบ ขยายขนาดหน้ากระดาษจาก 7 เป็น 8 คอลัมน์นิ้ว 🖨 ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในวงการสื่อขณะนั้น 📈

    แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญก็เกิดขึ้น เมื่อรัฐบาล "จอมพลแปลก พิบูลสงคราม" ถูกโค่นล้มโดย "จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์" ซึ่งส่งผลให้สื่อหลายฉบับถูกตรวจสอบ และปิดตัวลง ❌

    ในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 “เดลิเมล์รายวัน” ถูกสั่งปิดโดยคำสั่งคณะปฏิวัติ มีการ ล่ามแท่นพิมพ์ด้วยโซ่ และลงครั่งประทับ ปิดฉากความกล้าหาญของสื่อเสรีในยุคนั้น อย่างสิ้นเชิง

    📢 เดลินิวส์ฉบับแรก กำเนิดเกิดใหม่ในนาม “แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์” แม้จะถูกสั่งปิด แต่ “นายห้างแสง” ไม่ยอมแพ้ ✊ เดินหน้าสู่บทใหม่ ซื้อหัวหนังสือพิมพ์ “แนวหน้า” และรวมเข้ากับชื่อเดิม กลายเป็น “แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์” 🗞

    วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2507 หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ออกวางแผงเป็นครั้งแรก โดยมี "นายประพันธ์ เหตระกูล" บุตรชายเป็นบรรณาธิการบริหาร

    พาดหัวฉบับแรกสร้างเสียงฮือฮาทันที “เมียน้อยจอมพลสฤษดิ์ท้องในอเมริกา พบรักแท้กับนักเรียนไทยวัยรุ่น” 😲 นำเสนอข่าวแบบเจาะลึกถึงตัวบุคคล และโครงสร้างอำนาจการเมือง

    🔍 ข่าวเด่นยุคแรก กล้าท้าชนอำนาจรัฐ เดลินิวส์มีจุดขายที่ชัดเจน คือการเสนอข่าวที่ตรงไปตรงมา 💥 โดยเฉพาะเรื่องของ "จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์" ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับอนุภรรยากว่า 103 คน และทรัพย์สินมูลค่ากว่า 2,874 ล้านบาท 😮

    นอกจากนี้ยังเปิดโปงคดีอาชญากรรม การทุจริต และประเด็นอ่อนไหวที่สื่ออื่นหลีกเลี่ยง จึงได้รับความนิยมจากผู้อ่านในวงกว้าง และถือเป็น “กระบอกเสียงของประชาชน” ที่แท้จริง

    📈 ก้าวข้ามวิกฤตเศรษฐกิจ ปรับคุณภาพเพื่อความอยู่รอด ช่วง พ.ศ. 2516 - 2517 ทั่วโลกประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลน ทำให้ต้นทุนการผลิตหนังสือพิมพ์สูงขึ้น 📉 หนังสือพิมพ์หลายฉบับต้องขึ้นราคาขาย เดลินิวส์ก็เช่นกัน โดยปรับขึ้น 50 สตางค์ 💸

    แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เดลินิวส์ ไม่ลดคุณภาพข่าว ตรงกันข้ามกลับเพิ่มคอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง และข่าวสังคม มากขึ้น ส่งผลให้ได้รับความเชื่อถือจากผู้อ่าน อย่างต่อเนื่อง ✨

    📚 เปลี่ยนชื่อเป็น “เดลินิวส์” อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2522 บริษัทสี่พระยาการพิมพ์ จำกัด ได้ยื่นเรื่องเปลี่ยนชื่อหนังสือพิมพ์เป็น “เดลินิวส์” และได้รับอนุญาตในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2522 🎉

    ต่อมา เดลินิวส์ได้ขยายสำนักงานจากถนนสี่พระยา มาที่ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบัน 🏢 พร้อมขยายจำนวนหน้าจาก 16 เป็น 48 หน้า และเพิ่มราคาจำหน่ายจาก 1 บาท เป็น 10 บาทในปัจจุบัน

    🖨 นวัตกรรมการพิมพ์ ก้าวสู่งานข่าวสีเต็มรูปแบบ ในปี พ.ศ. 2529 เดลินิวส์เริ่มพิมพ์ภาพข่าวสี่สีครั้งแรก คือ ภาพโศกนาฏกรรมกระสวยอวกาศ “แชลเลนเจอร์” 🚀 และต่อมาในปี พ.ศ. 2531 ตีพิมพ์ภาพ “ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก” คว้ามงกุฎนางงามจักรวาลที่ไต้หวัน 👑

    พร้อมลงทุนในระบบพิมพ์ แซตเติลไลต์ ยูนิต และโฟร์ไฮ ที่สามารถพิมพ์ได้เร็วถึง 120,000 ฉบับ ต่อชั่วโมง 🚀 สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการสื่อสิ่งพิมพ์ไทย

    🌐 เดลินิวส์ออนไลน์ ปฏิวัติวงการข่าวดิจิทัล ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2541 เดลินิวส์เข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตอย่างเต็มตัว เปิดเว็บไซต์ www.dailynews.co.th 💻 พร้อมคอนเซปต์ว่า...

    “ให้ข่าวสารพาไปไกลกว่าแค่ ‘รู้’ แต่คือ รู้ลึก รู้จริง และรู้เท่าทันทุกสถานการณ์”

    ในวันนี้ เดลินิวส์ออนไลน์ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ข่าว 🗂️ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเมือง เศรษฐกิจ สังคม บันเทิง กีฬา ไลฟ์สไตล์ รวมถึง วิดีโอ, อินโฟกราฟิก และ คอนเทนต์แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ⏱

    💡 ปณิธานของ “เดลินิวส์” ข่าวเพื่อประชาชน สิ่งที่ทำให้ “เดลินิวส์” อยู่ได้มากว่า 61 ปี ไม่ใช่เพียงเพราะยอดขายหรือชื่อเสียง 🏆 แต่เป็นเพราะความตั้งใจจริงของคณะผู้บริหาร ในการทำสื่อเพื่อประชาชน

    เดลินิวส์นำเสนอข่าวสารที่ครอบคลุม ทั้งข่าวสังคมที่ใกล้ตัว และข่าวเศรษฐกิจระดับชาติ โดยยึดมั่นในหลักจริยธรรมข่าว สร้างความเข้าใจ ที่มากกว่าแค่การรับรู้ข้อมูล 📘

    📌 เดลินิวส์…มากกว่าข่าว คือความเข้าใจ จาก “บางกอกเดลิเมล์” ที่เคยถูกล่ามแท่นพิมพ์ด้วยโซ่ จนถึง “เดลินิวส์ออนไลน์” ที่ไหลลื่นในโลกดิจิทัล 🌐

    เส้นทางกว่า 61 ปี ของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย และบทบาทของสื่อ ที่ไม่เคยละทิ้งประชาชน 💞

    และไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปอย่างไร เดลินิวส์ยังคงทำหน้าที่ ด้วยหัวใจของนักข่าวเพื่อประชาชน

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 280955 มี.ค. 2568

    📢 #เดลินิวส์ #ประวัติเดลินิวส์ #หนังสือพิมพ์ไทย #สื่อไทย #ข่าวออนไลน์ #เดลินิวส์ออนไลน์ #ข่าวเพื่อประชาชน #61ปีเดลินิวส์ #DailyNewsTH #ข่าวไทย
    📰 61 ปี หนังสือพิมพ์ “เดลินิวส์” จากบางกอกเดลิเมล์ สู่เดลินิวส์ออนไลน์ บันทึกความทรงจำของสื่อไทย ที่เติบโตเคียงข้างประชาชน ✨ 61 ปี แห่งการเปลี่ยนผ่านของสื่อที่ไม่หยุดนิ่ง ในยุคที่โลกหมุนเร็วด้วยข่าวสารและเทคโนโลยี 🌐 มีไม่กี่สื่อ ที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง ตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษ แต่ “เดลินิวส์” คือหนึ่งในนั้น 🙌 จากวันแรกของการก่อตั้ง เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2507 สู่การเป็นผู้นำข่าวระดับประเทศ ทั้งในรูปแบบสิ่งพิมพ์และออนไลน์ 🖥️ เส้นทางของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์นั้น ไม่เพียงแต่สะท้อนวิวัฒนาการ ของวงการสื่อไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นกระจกเงาสำคัญของประวัติศาสตร์ สังคม และการเมืองไทยตลอด 61 ปี ที่ผ่านมา 📆 ย้อนเวลาสำรวจเส้นทางของหนังสือพิมพ์ ที่เริ่มต้นจาก “บางกอกเดลิเมล์” สู่การเป็น “แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์” และ “เดลินิวส์ออนไลน์” ในวันนี้ พร้อมทั้งเผยเบื้องหลังความเปลี่ยนแปลง วิสัยทัศน์ และจุดยืนของสื่อ ที่ไม่เคยละทิ้งภารกิจเพื่อประชาชนไทย 🇹🇭 🕰 จุดเริ่มต้นจากบางกอกเดลิเมล์ ความกล้าในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2493 ประเทศไทยอยู่ในยุคหลังสงครามโลก ครั้งที่สอง 📜 สื่อยังถูกควบคุมโดยรัฐอย่างเข้มงวด การเปิดตัวหนังสือพิมพ์ใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ “นายห้างแสง เหตระกูล” ผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจ "โรงพิมพ์ประชาช่าง" กลับกล้าเสี่ยง 🔍 นายห้างแสงตัดสินใจซื้อกิจการ "หนังสือพิมพ์บางกอกเดลิเมล์" (Bangkok Daily Mail) ของนายหลุย คีรีวัตน์ ซึ่งได้หยุดดำเนินการไปตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 และรื้อฟื้นมันขึ้นใหม่ ในรูปแบบหนังสือพิมพ์รายปักษ์ชื่อว่า “เดลิเมล์วันจันทร์” ออกฉบับแรกเมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2493 📅 ฉบับแรกมีพาดหัวว่า “นักศึกษา มธก.รากเลือดค้าน ก.พ.” เป็นการสะท้อนจุดยืนของสื่อ ที่กล้าแตะประเด็นทางสังคม การเมืองอย่างตรงไปตรงมา 📰 เปลี่ยนผ่านอย่างมีทิศทาง จากเดลิเมล์ สู่แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ ในช่วง พ.ศ. 2500 “บางกอกเดลิเมล์รายวัน” ขยับสู่การเป็นหนังสือพิมพ์รายวัน อย่างเต็มรูปแบบ ขยายขนาดหน้ากระดาษจาก 7 เป็น 8 คอลัมน์นิ้ว 🖨 ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในวงการสื่อขณะนั้น 📈 แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญก็เกิดขึ้น เมื่อรัฐบาล "จอมพลแปลก พิบูลสงคราม" ถูกโค่นล้มโดย "จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์" ซึ่งส่งผลให้สื่อหลายฉบับถูกตรวจสอบ และปิดตัวลง ❌ ในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 “เดลิเมล์รายวัน” ถูกสั่งปิดโดยคำสั่งคณะปฏิวัติ มีการ ล่ามแท่นพิมพ์ด้วยโซ่ และลงครั่งประทับ ปิดฉากความกล้าหาญของสื่อเสรีในยุคนั้น อย่างสิ้นเชิง 📢 เดลินิวส์ฉบับแรก กำเนิดเกิดใหม่ในนาม “แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์” แม้จะถูกสั่งปิด แต่ “นายห้างแสง” ไม่ยอมแพ้ ✊ เดินหน้าสู่บทใหม่ ซื้อหัวหนังสือพิมพ์ “แนวหน้า” และรวมเข้ากับชื่อเดิม กลายเป็น “แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์” 🗞 วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2507 หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ออกวางแผงเป็นครั้งแรก โดยมี "นายประพันธ์ เหตระกูล" บุตรชายเป็นบรรณาธิการบริหาร พาดหัวฉบับแรกสร้างเสียงฮือฮาทันที “เมียน้อยจอมพลสฤษดิ์ท้องในอเมริกา พบรักแท้กับนักเรียนไทยวัยรุ่น” 😲 นำเสนอข่าวแบบเจาะลึกถึงตัวบุคคล และโครงสร้างอำนาจการเมือง 🔍 ข่าวเด่นยุคแรก กล้าท้าชนอำนาจรัฐ เดลินิวส์มีจุดขายที่ชัดเจน คือการเสนอข่าวที่ตรงไปตรงมา 💥 โดยเฉพาะเรื่องของ "จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์" ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับอนุภรรยากว่า 103 คน และทรัพย์สินมูลค่ากว่า 2,874 ล้านบาท 😮 นอกจากนี้ยังเปิดโปงคดีอาชญากรรม การทุจริต และประเด็นอ่อนไหวที่สื่ออื่นหลีกเลี่ยง จึงได้รับความนิยมจากผู้อ่านในวงกว้าง และถือเป็น “กระบอกเสียงของประชาชน” ที่แท้จริง 📈 ก้าวข้ามวิกฤตเศรษฐกิจ ปรับคุณภาพเพื่อความอยู่รอด ช่วง พ.ศ. 2516 - 2517 ทั่วโลกประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลน ทำให้ต้นทุนการผลิตหนังสือพิมพ์สูงขึ้น 📉 หนังสือพิมพ์หลายฉบับต้องขึ้นราคาขาย เดลินิวส์ก็เช่นกัน โดยปรับขึ้น 50 สตางค์ 💸 แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เดลินิวส์ ไม่ลดคุณภาพข่าว ตรงกันข้ามกลับเพิ่มคอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง และข่าวสังคม มากขึ้น ส่งผลให้ได้รับความเชื่อถือจากผู้อ่าน อย่างต่อเนื่อง ✨ 📚 เปลี่ยนชื่อเป็น “เดลินิวส์” อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2522 บริษัทสี่พระยาการพิมพ์ จำกัด ได้ยื่นเรื่องเปลี่ยนชื่อหนังสือพิมพ์เป็น “เดลินิวส์” และได้รับอนุญาตในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2522 🎉 ต่อมา เดลินิวส์ได้ขยายสำนักงานจากถนนสี่พระยา มาที่ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบัน 🏢 พร้อมขยายจำนวนหน้าจาก 16 เป็น 48 หน้า และเพิ่มราคาจำหน่ายจาก 1 บาท เป็น 10 บาทในปัจจุบัน 🖨 นวัตกรรมการพิมพ์ ก้าวสู่งานข่าวสีเต็มรูปแบบ ในปี พ.ศ. 2529 เดลินิวส์เริ่มพิมพ์ภาพข่าวสี่สีครั้งแรก คือ ภาพโศกนาฏกรรมกระสวยอวกาศ “แชลเลนเจอร์” 🚀 และต่อมาในปี พ.ศ. 2531 ตีพิมพ์ภาพ “ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก” คว้ามงกุฎนางงามจักรวาลที่ไต้หวัน 👑 พร้อมลงทุนในระบบพิมพ์ แซตเติลไลต์ ยูนิต และโฟร์ไฮ ที่สามารถพิมพ์ได้เร็วถึง 120,000 ฉบับ ต่อชั่วโมง 🚀 สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการสื่อสิ่งพิมพ์ไทย 🌐 เดลินิวส์ออนไลน์ ปฏิวัติวงการข่าวดิจิทัล ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2541 เดลินิวส์เข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตอย่างเต็มตัว เปิดเว็บไซต์ www.dailynews.co.th 💻 พร้อมคอนเซปต์ว่า... “ให้ข่าวสารพาไปไกลกว่าแค่ ‘รู้’ แต่คือ รู้ลึก รู้จริง และรู้เท่าทันทุกสถานการณ์” ในวันนี้ เดลินิวส์ออนไลน์ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ข่าว 🗂️ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเมือง เศรษฐกิจ สังคม บันเทิง กีฬา ไลฟ์สไตล์ รวมถึง วิดีโอ, อินโฟกราฟิก และ คอนเทนต์แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ⏱ 💡 ปณิธานของ “เดลินิวส์” ข่าวเพื่อประชาชน สิ่งที่ทำให้ “เดลินิวส์” อยู่ได้มากว่า 61 ปี ไม่ใช่เพียงเพราะยอดขายหรือชื่อเสียง 🏆 แต่เป็นเพราะความตั้งใจจริงของคณะผู้บริหาร ในการทำสื่อเพื่อประชาชน เดลินิวส์นำเสนอข่าวสารที่ครอบคลุม ทั้งข่าวสังคมที่ใกล้ตัว และข่าวเศรษฐกิจระดับชาติ โดยยึดมั่นในหลักจริยธรรมข่าว สร้างความเข้าใจ ที่มากกว่าแค่การรับรู้ข้อมูล 📘 📌 เดลินิวส์…มากกว่าข่าว คือความเข้าใจ จาก “บางกอกเดลิเมล์” ที่เคยถูกล่ามแท่นพิมพ์ด้วยโซ่ จนถึง “เดลินิวส์ออนไลน์” ที่ไหลลื่นในโลกดิจิทัล 🌐 เส้นทางกว่า 61 ปี ของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย และบทบาทของสื่อ ที่ไม่เคยละทิ้งประชาชน 💞 และไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปอย่างไร เดลินิวส์ยังคงทำหน้าที่ ด้วยหัวใจของนักข่าวเพื่อประชาชน ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 280955 มี.ค. 2568 📢 #เดลินิวส์ #ประวัติเดลินิวส์ #หนังสือพิมพ์ไทย #สื่อไทย #ข่าวออนไลน์ #เดลินิวส์ออนไลน์ #ข่าวเพื่อประชาชน #61ปีเดลินิวส์ #DailyNewsTH #ข่าวไทย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 287 มุมมอง 0 รีวิว
  • โปรเจกต์ทดลอง Newskit ราคา 20 บาท

    เพจ Newskit ในคอนเซปต์ "ข่าวออนไลน์ อารมณ์หนังสือพิมพ์" ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2567 ยืนหยัดนำเสนอเรื่องราวที่แตกต่างไปจากสื่อกระแสหลักและเพจข่าวทั่วไป ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมืองเพียงเล็กน้อยในประเทศไทย เรื่องราวแปลกใหม่และใกล้ตัวในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกับประเทศไทย เผยแพร่ผ่าน 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ Thaitimes เป็นหลัก ในรูปแบบที่สั้น กระชับ สรุปความในโพสต์เดียว ไม่เกิน 2,200 ตัวอักษร

    ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา เราไม่มีรายได้จากการทำเพจเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่การแสวงหาข้อมูลเพื่อนำมาเขียน โดยเฉพาะการลงพื้นที่บางครั้งย่อมมีค่าใช้จ่ายตามมา ที่ผ่านมาบนโซเชียลฯ มีรูปแบบการหารายได้จากผู้บริโภคสื่อแตกต่างกันไป ทั้งการลงสปอนเซอร์ การทำ Advertorial ซึ่งจะพบเห็นเฉพาะอินฟลูเอนเซอร์รายใหญ่ การขายสินค้า การเป็นนายหน้า การตลาดแบบพันธมิตร (Affiliate) การทำ TIPS BOX ออนไลน์ หรือการระบุเลขที่บัญชีธนาคารโดยตรง ซึ่งเราไม่อยากรบกวนผู้อ่านมากขนาดนั้น

    ด้วยสถานะการเป็นสื่อมวลชน นอกจากไม่ควรการันตีความดีความชั่วของใคร แต่มุ่งยึดถือประโยชน์แก่สาธารณะเป็นที่ตั้งแล้ว ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าการทำหน้าที่ของเราจะตรงใจผู้อ่านได้ตลอดไป จึงไม่อยากถูกกล่าวหาว่าทรยศความเชื่อใจ ในวันที่ผู้อ่านมองว่าเราเปลี่ยนไป การเปิดรับบริจาคหรือโอนเงินโดยตรง อาจเป็นการแบกรับความคาดหวังจากผู้อ่านมากเกินไป กระทั่งไม่เป็นตัวของตัวเอง ขณะที่หนังสือพิมพ์ยังมีการวางจำหน่าย ถือเป็นสินค้าที่ซื้อขายตามความพึงพอใจของผู้อ่าน

    จากเหตุผลดังกล่าว เราจึงมีกิมมิกด้วยการตั้งราคา 20 บาท เหมือนหนังสือพิมพ์ธุรกิจ โดยทดลองใช้พร้อมเพย์คิวอาร์โค้ด (PromptPay QR Code) ปกติแล้วเราจะนำเสนอเรื่องราววันละ 1-2 เรื่อง แต่คิวอาร์โค้ดจะแสดงเฉพาะหน้าปก Newskit ของแต่ละวันเท่านั้น ถ้าผู้อ่านชื่นชอบเรื่องราวของเรา สามารถสแกนจ่ายครั้งละ 20 บาท เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเรา โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องจ่ายรายเดือน แม้เราคงไม่คาดหวังรายได้จากตรงนี้มากนัก เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ที่เชื่อว่าไม่มีใครทำมาก่อน

    โปรดสังเกตชื่อบัญชีปลายทางเป็น "นายกิตตินันท์ นาคทอง" e-Wallet ID 073-15-xxxxxx-1311 ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH BANK บัญชีเดียวเท่านั้น ระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง

    เราจะทดลองติดตั้ง QR Code เป็นเวลา 3 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 มี.ค.2568 ถึงวันศุกร์ที่ 11 เม.ย.2568 เว้นแต่จะมีกรณีเป็นอย่างอื่น ขอขอบคุณทุกการติดตามและสนับสนุนเราตลอดมา

    #Newskit
    โปรเจกต์ทดลอง Newskit ราคา 20 บาท เพจ Newskit ในคอนเซปต์ "ข่าวออนไลน์ อารมณ์หนังสือพิมพ์" ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2567 ยืนหยัดนำเสนอเรื่องราวที่แตกต่างไปจากสื่อกระแสหลักและเพจข่าวทั่วไป ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมืองเพียงเล็กน้อยในประเทศไทย เรื่องราวแปลกใหม่และใกล้ตัวในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกับประเทศไทย เผยแพร่ผ่าน 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ Thaitimes เป็นหลัก ในรูปแบบที่สั้น กระชับ สรุปความในโพสต์เดียว ไม่เกิน 2,200 ตัวอักษร ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา เราไม่มีรายได้จากการทำเพจเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่การแสวงหาข้อมูลเพื่อนำมาเขียน โดยเฉพาะการลงพื้นที่บางครั้งย่อมมีค่าใช้จ่ายตามมา ที่ผ่านมาบนโซเชียลฯ มีรูปแบบการหารายได้จากผู้บริโภคสื่อแตกต่างกันไป ทั้งการลงสปอนเซอร์ การทำ Advertorial ซึ่งจะพบเห็นเฉพาะอินฟลูเอนเซอร์รายใหญ่ การขายสินค้า การเป็นนายหน้า การตลาดแบบพันธมิตร (Affiliate) การทำ TIPS BOX ออนไลน์ หรือการระบุเลขที่บัญชีธนาคารโดยตรง ซึ่งเราไม่อยากรบกวนผู้อ่านมากขนาดนั้น ด้วยสถานะการเป็นสื่อมวลชน นอกจากไม่ควรการันตีความดีความชั่วของใคร แต่มุ่งยึดถือประโยชน์แก่สาธารณะเป็นที่ตั้งแล้ว ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าการทำหน้าที่ของเราจะตรงใจผู้อ่านได้ตลอดไป จึงไม่อยากถูกกล่าวหาว่าทรยศความเชื่อใจ ในวันที่ผู้อ่านมองว่าเราเปลี่ยนไป การเปิดรับบริจาคหรือโอนเงินโดยตรง อาจเป็นการแบกรับความคาดหวังจากผู้อ่านมากเกินไป กระทั่งไม่เป็นตัวของตัวเอง ขณะที่หนังสือพิมพ์ยังมีการวางจำหน่าย ถือเป็นสินค้าที่ซื้อขายตามความพึงพอใจของผู้อ่าน จากเหตุผลดังกล่าว เราจึงมีกิมมิกด้วยการตั้งราคา 20 บาท เหมือนหนังสือพิมพ์ธุรกิจ โดยทดลองใช้พร้อมเพย์คิวอาร์โค้ด (PromptPay QR Code) ปกติแล้วเราจะนำเสนอเรื่องราววันละ 1-2 เรื่อง แต่คิวอาร์โค้ดจะแสดงเฉพาะหน้าปก Newskit ของแต่ละวันเท่านั้น ถ้าผู้อ่านชื่นชอบเรื่องราวของเรา สามารถสแกนจ่ายครั้งละ 20 บาท เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเรา โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องจ่ายรายเดือน แม้เราคงไม่คาดหวังรายได้จากตรงนี้มากนัก เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ที่เชื่อว่าไม่มีใครทำมาก่อน โปรดสังเกตชื่อบัญชีปลายทางเป็น "นายกิตตินันท์ นาคทอง" e-Wallet ID 073-15-xxxxxx-1311 ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH BANK บัญชีเดียวเท่านั้น ระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง เราจะทดลองติดตั้ง QR Code เป็นเวลา 3 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 มี.ค.2568 ถึงวันศุกร์ที่ 11 เม.ย.2568 เว้นแต่จะมีกรณีเป็นอย่างอื่น ขอขอบคุณทุกการติดตามและสนับสนุนเราตลอดมา #Newskit
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 463 มุมมอง 0 รีวิว
  • ด้วยความระลึกถึง โสภณ องค์การณ์

    สมัยวัยรุ่นเท่าที่จำความได้ "โสภณ องค์การณ์" เป็นหนึ่งในคนข่าวที่โลดแล่นกับสื่อเครือเนชั่นยาวนานกว่า 30 ปีในหลายบทบาท ทั้งบนหน้าจอเนชั่นแชนแนล ยูบีซี 8 ซึ่งคนมีอันจะกินถึงจะดูได้ หรือแบบจับต้องได้ตอนเข้าห้องสมุดโรงเรียน อ่านคอลัมน์ในเนชั่นสุดสัปดาห์ หรือหนังสือพิมพ์คมชัดลึก วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ในยุคนั้นเรียกว่า "ซีอีโอแกงโฮะ" หรือ "ซีอีโอละพ่อ" พร้อมกับคำลงท้ายบทความ "อิอิอิ" เป็นเอกลักษณ์

    ด้วยความเป็นคอลัมนิสต์ วิจารณ์การเมืองตรงไปตรงมา เมื่อมาเจอรัฐบาลทักษิณแทรกแซงสื่อหลายรูปแบบ ที่น่าอึ้งก็คือเมื่อปี 2545 มีใบสั่งให้ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ จากสำนักงาน ป.ป.ง. ตรวจสอบธุรกรรมการเงินสื่อมวลชนจำนวนมากที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทักษิณ โดยเฉพาะเครือเนชั่น ไทยโพสต์ แนวหน้า แล้วหนึ่งในนั้นมีชื่อ "โสภณ องค์การณ์" แต่ศาลปกครองมีคำสั่งทุเลา ตอนหลัง ป.ป.ง.บอกว่าสั่งยุติตรวจสอบแล้ว จึงจำหน่ายคดีออกไป

    เหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งตอกย้ำเสรีภาพสื่อยุคนั้นตกต่ำ ฟางเส้นสุดท้าย คือการถอดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ โดย สนธิ ลิ้มทองกุล และ สโรชา พรอุดมศักดิ์ นำไปสู่การขับไล่นายกฯ ทักษิณมาตั้งแต่ปี 2548 และไม่ไว้วางใจทักษิณนานกว่า 20 ปี

    กล่าวถึงความทรงจำ ซึ่งขออนุญาตเรียกว่าพี่โส สมัยจัดรายการยามเช้าริมเจ้าพระยา ทางสถานีโทรทัศน์นิวส์วัน ร่วมกับคุณนุ๊ก กรองทอง เศรษฐสุทธิ์ ในปี 2560-2561 ได้มีโอกาสฟังพี่โสโฟนอินวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ ในเบรคสุดท้ายก่อนจบรายการทุกสัปดาห์ แต่หลังจากกลับไปทำงานข่าวออนไลน์เหมือนเดิม ซึ่งยอมรับว่าการจัดรายการโทรทัศน์ตอนนั้นทำได้ไม่ดีนัก เวลาเจอหน้าพี่โสที่บ้านเจ้าพระยา ก็ทักทายสวัสดี บางครั้งพี่โสนำหมูปิ้งจากร้านของพี่โส มาให้ชาวผู้จัดการ-นิวส์วันชิมกันถึงออฟฟิศ

    พี่โสอยู่ชายคาผู้จัดการ-นิวส์วันมาตั้งแต่ปี 2552 เริ่มจากจัดรายการโทรทัศน์ เช่น News Hour Weekend คู่กับคุณนงวดี ถนิมมาลย์ เคาะข่าวริมโขง สภาท่าพระอาทิตย์ ก่อนที่จะหยุดเขียนบทความประจำให้กับคมชัดลึกเมื่อสิ้นปี 2553 แล้วมาเขียนบทความให้กับหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน และผู้จัดการสุดสัปดาห์ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา พร้อมกับจัดรายการหลายรายการ เช่น ชวนคิดชวนคุย เคาะไข่ใส่ข่าว ฯลฯ มีผลงานให้ได้ติดตามมานานถึง 15 ปี

    เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนรู้สึกตกใจที่ทราบข่าวว่าพี่โสประสบอุบัติเหตุ พบว่าเส้นเลือดออกที่ก้านสมอง ไม่รู้สึกตัวหลายวัน กระทั่งใจหายที่ทราบว่าพี่โสจากไปด้วยอายุ 75 ปี ขอแสดงความเสียใจ และเป็นกำลังใจให้ครอบครัวพี่โสยืนหยัดชีวิตต่อไป

    กิตตินันท์ นาคทอง

    #Newskit
    ด้วยความระลึกถึง โสภณ องค์การณ์ สมัยวัยรุ่นเท่าที่จำความได้ "โสภณ องค์การณ์" เป็นหนึ่งในคนข่าวที่โลดแล่นกับสื่อเครือเนชั่นยาวนานกว่า 30 ปีในหลายบทบาท ทั้งบนหน้าจอเนชั่นแชนแนล ยูบีซี 8 ซึ่งคนมีอันจะกินถึงจะดูได้ หรือแบบจับต้องได้ตอนเข้าห้องสมุดโรงเรียน อ่านคอลัมน์ในเนชั่นสุดสัปดาห์ หรือหนังสือพิมพ์คมชัดลึก วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ในยุคนั้นเรียกว่า "ซีอีโอแกงโฮะ" หรือ "ซีอีโอละพ่อ" พร้อมกับคำลงท้ายบทความ "อิอิอิ" เป็นเอกลักษณ์ ด้วยความเป็นคอลัมนิสต์ วิจารณ์การเมืองตรงไปตรงมา เมื่อมาเจอรัฐบาลทักษิณแทรกแซงสื่อหลายรูปแบบ ที่น่าอึ้งก็คือเมื่อปี 2545 มีใบสั่งให้ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ จากสำนักงาน ป.ป.ง. ตรวจสอบธุรกรรมการเงินสื่อมวลชนจำนวนมากที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทักษิณ โดยเฉพาะเครือเนชั่น ไทยโพสต์ แนวหน้า แล้วหนึ่งในนั้นมีชื่อ "โสภณ องค์การณ์" แต่ศาลปกครองมีคำสั่งทุเลา ตอนหลัง ป.ป.ง.บอกว่าสั่งยุติตรวจสอบแล้ว จึงจำหน่ายคดีออกไป เหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งตอกย้ำเสรีภาพสื่อยุคนั้นตกต่ำ ฟางเส้นสุดท้าย คือการถอดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ โดย สนธิ ลิ้มทองกุล และ สโรชา พรอุดมศักดิ์ นำไปสู่การขับไล่นายกฯ ทักษิณมาตั้งแต่ปี 2548 และไม่ไว้วางใจทักษิณนานกว่า 20 ปี กล่าวถึงความทรงจำ ซึ่งขออนุญาตเรียกว่าพี่โส สมัยจัดรายการยามเช้าริมเจ้าพระยา ทางสถานีโทรทัศน์นิวส์วัน ร่วมกับคุณนุ๊ก กรองทอง เศรษฐสุทธิ์ ในปี 2560-2561 ได้มีโอกาสฟังพี่โสโฟนอินวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ ในเบรคสุดท้ายก่อนจบรายการทุกสัปดาห์ แต่หลังจากกลับไปทำงานข่าวออนไลน์เหมือนเดิม ซึ่งยอมรับว่าการจัดรายการโทรทัศน์ตอนนั้นทำได้ไม่ดีนัก เวลาเจอหน้าพี่โสที่บ้านเจ้าพระยา ก็ทักทายสวัสดี บางครั้งพี่โสนำหมูปิ้งจากร้านของพี่โส มาให้ชาวผู้จัดการ-นิวส์วันชิมกันถึงออฟฟิศ พี่โสอยู่ชายคาผู้จัดการ-นิวส์วันมาตั้งแต่ปี 2552 เริ่มจากจัดรายการโทรทัศน์ เช่น News Hour Weekend คู่กับคุณนงวดี ถนิมมาลย์ เคาะข่าวริมโขง สภาท่าพระอาทิตย์ ก่อนที่จะหยุดเขียนบทความประจำให้กับคมชัดลึกเมื่อสิ้นปี 2553 แล้วมาเขียนบทความให้กับหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน และผู้จัดการสุดสัปดาห์ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา พร้อมกับจัดรายการหลายรายการ เช่น ชวนคิดชวนคุย เคาะไข่ใส่ข่าว ฯลฯ มีผลงานให้ได้ติดตามมานานถึง 15 ปี เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนรู้สึกตกใจที่ทราบข่าวว่าพี่โสประสบอุบัติเหตุ พบว่าเส้นเลือดออกที่ก้านสมอง ไม่รู้สึกตัวหลายวัน กระทั่งใจหายที่ทราบว่าพี่โสจากไปด้วยอายุ 75 ปี ขอแสดงความเสียใจ และเป็นกำลังใจให้ครอบครัวพี่โสยืนหยัดชีวิตต่อไป กิตตินันท์ นาคทอง #Newskit
    Sad
    Love
    Like
    45
    6 ความคิดเห็น 3 การแบ่งปัน 1543 มุมมอง 0 รีวิว
  • เด็กหญิง 14 ปี ที่บาดเจ็บจากเพลิงไหม้รถบัสมรณะ อาการดีขึ้น บาดแผลไฟไหม้แขนทั้งสองข้างดีขึ้นไม่ติดเชื้อ เริ่มฟื้นฟูฝึกการหายใจ ฝึกกายภาพไหล่และแขน ผลการรักษาเป็นที่พอใจของทีมแพทย์ แต่ต้องใช้เวลารักษาและฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ

    #รถบัสทัศนศึกษา

    ที่มา : @ThePublisher สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม
    เด็กหญิง 14 ปี ที่บาดเจ็บจากเพลิงไหม้รถบัสมรณะ อาการดีขึ้น บาดแผลไฟไหม้แขนทั้งสองข้างดีขึ้นไม่ติดเชื้อ เริ่มฟื้นฟูฝึกการหายใจ ฝึกกายภาพไหล่และแขน ผลการรักษาเป็นที่พอใจของทีมแพทย์ แต่ต้องใช้เวลารักษาและฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ #รถบัสทัศนศึกษา ที่มา : @ThePublisher สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม
    Like
    Love
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 391 มุมมอง 0 รีวิว
  • อิหร่านประกาศว่าการโจมตีอิสราเอล ซึ่งถือเป็นการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ ได้จบลงแล้ว เว้นแต่จะถูกยั่วยุอีก แต่อิสราเอลและอเมริกาเผยเตรียมล้างแค้นอย่างสาสม โหมกระพือความกังวลว่า ตะวันออกกลางกำลังจะลุกเป็นไฟ ล่าสุดกองทัพยิวยังส่งทหารราบและหน่วยยานเกราะร่วมปฏิบัติการบุกภาคพื้นดินทางใต้ของเลบานอนเพื่อเพิ่มความกดดันต่อฮิซบอลเลาะห์
    .
    การประกาศเมื่อวันพุธ (2 ต.ค.) เกี่ยวกับการเพิ่มทหารราบและหน่วยยานเกราะจากกองพลที่ 36 บ่งชี้ว่า ปฏิบัติการของอิสราเอลไปไกลกว่าการบุกแบบจำกัดของหน่วยคอมมานโด อย่างไรก็ดี กองทัพอิสราเอลระบุว่า ปฏิบัติการภาคพื้นดินมุ่งทำลายอุโมงค์และโครงสร้างพื้นฐานบริเวณชายแดนเป็นหลัก และไม่มีแผนขยายเป้าหมายไปยังกรุงเบรุตหรือเมืองใหญ่อื่นๆ ทางใต้ของเลบานอน
    .
    ท่ามกลางการเรียกร้องหยุดยิงจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) อเมริกา และสหภาพยุโรป (อียู) อิสราเอลยังคงสู้รบกับฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน รวมทั้งทิ้งระเบิดถล่มชานเมืองด้านใต้ของเบรุต ซึ่งเป็นที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ และออกคำสั่งอพยพใหม่ในบริเณดังกล่าว
    .
    จากข้อมูลของรัฐบาลเลบานอนเมื่อวันอังคาร (1 ต.ค.) มีผู้เสียชีวิตเกือบ 1,900 คน และบาดเจ็บกว่า 9,000 คนจากการสู้รบข้ามพรมแดนที่ดำเนินมาเกือบปี โดยการสูญเสียส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
    .
    ทางด้านฮิซบอลเลาะห์เผยว่า ได้เผชิญหน้าและผลักดันกองกำลังอิสราเอลที่พยายามรุกล้ำออกจากเมืองอะเดสเซห์เมื่อเช้าวันพุธ
    .
    เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันอังคารเตหะรานยิงขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกฟัตตาห์ระลอกใหญ่โจมตีอิสราเอล ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งโจมตีที่ตั้งทางทหารเพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลสังหารผู้นำกลุ่มติดอาวุธหลายคน ซึ่งรวมถึงฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ อีกทั้งยังรุกรานเลบานอนและกาซา โดยสำนักข่าวของทางการอิหร่านรายงานว่า เตหะรานล็อกเป้าโจมตีฐานทัพ 3 แห่งของอิสราเอล ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่านอวดอ้างว่า ขีปนาวุธ 90 โจมตีเป้าหมายสำเร็จ
    .
    อับบาส อารากชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์เมื่อเช้าวันพุธว่า การดำเนินการของเตหะรานสิ้นสุดลงแล้ว เว้นแต่อิสราเอลตัดสินใจยั่วยุอีก ซึ่งอิหร่านจะตอบโต้รุนแรงขึ้นกว่าเดิม
    .
    นอกจากนั้นเสนาธิการกองทัพบกอิหร่านยังออกแถลงการณ์เตือนว่า หากถูกตอบโต้ เตหะรานจะทำลายโครงสร้างพื้นฐานของอิสราเอล รวมถึงผลประโยชน์ของพันธมิตรของอิสราเอลที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่อยู่ในตะวันออกกลาง
    .
    ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศว่า อิสราเอลจะเอาคืนและเตือนว่า อิหร่านจะต้องจ่ายราคาแพง ขณะที่วอชิงตันขานรับว่า จะร่วมกับอิสราเอลที่เป็นพันธมิตรเก่าแก่เพื่อให้แน่ใจว่า อิหร่านจะเผชิญผลลัพธ์รุนแรงจากการโจมตีเมื่อวันอังคาร ซึ่งอิสราเอลระบุว่า มีการใช้ขีปนาวุธทิ้งตัวมากกว่า 180 ลูก
    .
    ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ หารือกับโยอาฟ กัลแลนต์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล เมื่อคืนวันอังคาร และเผยว่า วอชิงตันพร้อมปกป้องผลประโยชน์ของอเมริกาในตะวันออกกลาง ขณะที่เพนตากอนระบุว่า การโจมตีเมื่อวันอังคารมีขนาดใหญ่กว่าเมื่อครั้งที่อิหร่านโจมตีอิสราเอลในเดือนเมษายน
    .
    พลเรือตรีแดเนียล ฮาการีของอิสราเอล โพสต์บนเอ็กซ์ว่า อิสราเอลเปิดใช้งานระบบต่อต้านการโจมตีทางอากาศต่อการระดมโจมตีของอิหร่านเมื่อวันอังคาร และแนวร่วมป้องกันระหว่างอิสราเอลกับอเมริกาสามารถสกัดขีปนาวุธส่วนใหญ่ได้ ก่อนสำทับว่า การโจมตีของอิสราเอลทำให้สถานการณ์ลุกลามอันตรายอย่างยิ่ง
    .
    แอกซิออส เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ของอเมริกา รายงานเมื่อวันพุธโดยอ้างอิงการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่อิสราเอลว่า อิสราเอลจะตอบโต้อย่างรุนแรงภายในไม่กี่วันโดยพุ่งเป้าที่สถานที่ผลิตน้ำมันภายในอิหร่าน รวมถึงที่ตั้งทางยุทธศาสตร์อื่นๆ
    .
    ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศสนับสนุนอิสราเอลเต็มที่ และวิจารณ์ว่า การโจมตีของอิหร่าน “ไร้น้ำยา” ขณะที่รองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส ตัวแทนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดี สนับสนุนจุดยืนของไบเดน และเสริมว่า อเมริกาจะไม่ลังเลเลยในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศจากการโจมตีของอิหร่าน
    .
    ทั้งนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็นกำหนดประชุมเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางในวันพุธ และอียูเรียกร้องให้หยุดยิงทันที
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9670000093355
    ..................
    Sondhi X
    อิหร่านประกาศว่าการโจมตีอิสราเอล ซึ่งถือเป็นการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ ได้จบลงแล้ว เว้นแต่จะถูกยั่วยุอีก แต่อิสราเอลและอเมริกาเผยเตรียมล้างแค้นอย่างสาสม โหมกระพือความกังวลว่า ตะวันออกกลางกำลังจะลุกเป็นไฟ ล่าสุดกองทัพยิวยังส่งทหารราบและหน่วยยานเกราะร่วมปฏิบัติการบุกภาคพื้นดินทางใต้ของเลบานอนเพื่อเพิ่มความกดดันต่อฮิซบอลเลาะห์ . การประกาศเมื่อวันพุธ (2 ต.ค.) เกี่ยวกับการเพิ่มทหารราบและหน่วยยานเกราะจากกองพลที่ 36 บ่งชี้ว่า ปฏิบัติการของอิสราเอลไปไกลกว่าการบุกแบบจำกัดของหน่วยคอมมานโด อย่างไรก็ดี กองทัพอิสราเอลระบุว่า ปฏิบัติการภาคพื้นดินมุ่งทำลายอุโมงค์และโครงสร้างพื้นฐานบริเวณชายแดนเป็นหลัก และไม่มีแผนขยายเป้าหมายไปยังกรุงเบรุตหรือเมืองใหญ่อื่นๆ ทางใต้ของเลบานอน . ท่ามกลางการเรียกร้องหยุดยิงจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) อเมริกา และสหภาพยุโรป (อียู) อิสราเอลยังคงสู้รบกับฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน รวมทั้งทิ้งระเบิดถล่มชานเมืองด้านใต้ของเบรุต ซึ่งเป็นที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ และออกคำสั่งอพยพใหม่ในบริเณดังกล่าว . จากข้อมูลของรัฐบาลเลบานอนเมื่อวันอังคาร (1 ต.ค.) มีผู้เสียชีวิตเกือบ 1,900 คน และบาดเจ็บกว่า 9,000 คนจากการสู้รบข้ามพรมแดนที่ดำเนินมาเกือบปี โดยการสูญเสียส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา . ทางด้านฮิซบอลเลาะห์เผยว่า ได้เผชิญหน้าและผลักดันกองกำลังอิสราเอลที่พยายามรุกล้ำออกจากเมืองอะเดสเซห์เมื่อเช้าวันพุธ . เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันอังคารเตหะรานยิงขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกฟัตตาห์ระลอกใหญ่โจมตีอิสราเอล ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งโจมตีที่ตั้งทางทหารเพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลสังหารผู้นำกลุ่มติดอาวุธหลายคน ซึ่งรวมถึงฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ อีกทั้งยังรุกรานเลบานอนและกาซา โดยสำนักข่าวของทางการอิหร่านรายงานว่า เตหะรานล็อกเป้าโจมตีฐานทัพ 3 แห่งของอิสราเอล ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่านอวดอ้างว่า ขีปนาวุธ 90 โจมตีเป้าหมายสำเร็จ . อับบาส อารากชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์เมื่อเช้าวันพุธว่า การดำเนินการของเตหะรานสิ้นสุดลงแล้ว เว้นแต่อิสราเอลตัดสินใจยั่วยุอีก ซึ่งอิหร่านจะตอบโต้รุนแรงขึ้นกว่าเดิม . นอกจากนั้นเสนาธิการกองทัพบกอิหร่านยังออกแถลงการณ์เตือนว่า หากถูกตอบโต้ เตหะรานจะทำลายโครงสร้างพื้นฐานของอิสราเอล รวมถึงผลประโยชน์ของพันธมิตรของอิสราเอลที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่อยู่ในตะวันออกกลาง . ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศว่า อิสราเอลจะเอาคืนและเตือนว่า อิหร่านจะต้องจ่ายราคาแพง ขณะที่วอชิงตันขานรับว่า จะร่วมกับอิสราเอลที่เป็นพันธมิตรเก่าแก่เพื่อให้แน่ใจว่า อิหร่านจะเผชิญผลลัพธ์รุนแรงจากการโจมตีเมื่อวันอังคาร ซึ่งอิสราเอลระบุว่า มีการใช้ขีปนาวุธทิ้งตัวมากกว่า 180 ลูก . ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ หารือกับโยอาฟ กัลแลนต์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล เมื่อคืนวันอังคาร และเผยว่า วอชิงตันพร้อมปกป้องผลประโยชน์ของอเมริกาในตะวันออกกลาง ขณะที่เพนตากอนระบุว่า การโจมตีเมื่อวันอังคารมีขนาดใหญ่กว่าเมื่อครั้งที่อิหร่านโจมตีอิสราเอลในเดือนเมษายน . พลเรือตรีแดเนียล ฮาการีของอิสราเอล โพสต์บนเอ็กซ์ว่า อิสราเอลเปิดใช้งานระบบต่อต้านการโจมตีทางอากาศต่อการระดมโจมตีของอิหร่านเมื่อวันอังคาร และแนวร่วมป้องกันระหว่างอิสราเอลกับอเมริกาสามารถสกัดขีปนาวุธส่วนใหญ่ได้ ก่อนสำทับว่า การโจมตีของอิสราเอลทำให้สถานการณ์ลุกลามอันตรายอย่างยิ่ง . แอกซิออส เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ของอเมริกา รายงานเมื่อวันพุธโดยอ้างอิงการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่อิสราเอลว่า อิสราเอลจะตอบโต้อย่างรุนแรงภายในไม่กี่วันโดยพุ่งเป้าที่สถานที่ผลิตน้ำมันภายในอิหร่าน รวมถึงที่ตั้งทางยุทธศาสตร์อื่นๆ . ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศสนับสนุนอิสราเอลเต็มที่ และวิจารณ์ว่า การโจมตีของอิหร่าน “ไร้น้ำยา” ขณะที่รองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส ตัวแทนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดี สนับสนุนจุดยืนของไบเดน และเสริมว่า อเมริกาจะไม่ลังเลเลยในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศจากการโจมตีของอิหร่าน . ทั้งนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็นกำหนดประชุมเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางในวันพุธ และอียูเรียกร้องให้หยุดยิงทันที . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9670000093355 .................. Sondhi X
    Like
    Sad
    Haha
    7
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1610 มุมมอง 0 รีวิว
  • กองทัพอิสราเอลเตือนชาวเลบานอนหลายสิบชุมชนอพยพออกจากแนวชายแดน หลังส่งพลร่ม คอมมานโด และหน่วยยานเกราะเปิดฉากบุกภาคพื้นดินเมื่อคืนวันจันทร์ (30 ก.ย.) ท่ามกลางการเรียกร้องของนานาชาติให้หลีกเลี่ยงการปลุกปั่นให้สถานการณ์ความขัดแย้งลุกลาม ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศสนับสนุนปฏิบัติการของอิสราเอลในการทำลายล้างโครงสร้างพื้นฐานของฮิซบอลเลาะห์ตามแนวชายแดนเลบานอน
    .
    ปฏิบัติการบุกภาคพื้นดินเข้าสู่เลบานอนเกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลล็อกเป้าถล่มพื้นที่ตอนใต้ของกรุงเบรุตของเลบานอน กรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย และดินแดนฉนวนกาซา
    .
    โยอาฟ กัลแลนต์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า การสู้รบจะไม่ยุติลงเร็วๆ นี้ แม้การถล่มโจมตีครั้งใหญ่ในเบรุตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 ก.ย.) สามารถปลิดชีพ ฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้แล้วก็ตาม
    .
    กองทัพอิสราเอลยังแถลงว่า กำลังทหารที่ได้รับการสนับสนุนจากการโจมตีทางอากาศและหน่วยปืนใหญ่ เปิดฉากบุกภาคพื้นดินแบบกำหนดเป้าหมายที่ที่มั่นของฮิซบอลเลาะห์ในชุมชนต่างๆ ตามแนวชายแดนเลบานอน เนื่องจากที่มั่นเหล่านั้นเป็นภัยคุกคามเฉพาะหน้าต่อชุมชนชาวอิสราเอลทางเหนือของประเทศ พร้อมยืนยันว่า อิสราเอลไม่ต้องการทำสงครามกับประชาชนเลบานอน
    .
    วันอังคาร (1 ต.ค.) กองทัพอิสราเอลโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ระบุให้ชุมชน 24 แห่งทางใต้ของเลบานอนอพยพจากตอนเหนือของแม่น้ำอวาลีที่อยู่ห่างจากชายแดนราว 60 กิโลเมตร ซึ่งไกลกว่าแม่น้ำลิทานีที่เป็นเส้นกำหนดเขตกันชนระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประกาศภายหลังสงครามในปี 2006 โดยแม่น้ำลิทานีนั้นอยู่ห่างจากชายแดนเพียง 30 กิโลเมตร
    .
    ก่อนหน้านั้นกองทัพอิสราเอลประกาศพื้นที่ทางทหารบริเวณชายแดนบางส่วนที่ติดกับเลบานอน เนื่องจากมีจรวดยิงมาจากเลบานอนไปยังเมืองอวิวิมและเมตูลาทางเหนือของอิสราเอล
    .
    ทางฝ่ายฮิซบอลเลาะห์เผยว่า ยิงปืนใหญ่โจมตีขบวนทหารของข้าศึกในเมืองเมตูลาสองครั้ง
    .
    พันธมิตรของอิหร่านตั้งแต่ฮิซบอลเลาะห์จนถึงกบฏฮูตีในเยเมน และกลุ่มติดอาวุธในอิรัก ต่างเข้าร่วมการโจมตีอิสราเอลเพื่อสนับสนุนฮามาสในสงครามกาซา จุดชนวนความกังวลว่า ความขัดแย้งอาจลุกลามกลายเป็นสงครามทั่วตะวันออกกลาง รวมทั้งดึงอเมริกาและอิหร่านเข้าไปพัวพัน
    .
    วันอังคาร กบฏฮูตีเผยว่า ส่งโดรนโจมตีที่มั่นทางทหารของอิสราเอลในเทลอาวีฟ
    .
    ขณะเดียวกัน สำนักข่าวแห่งชาติของเลบานอนรายงานว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลต่อค่ายเอน อัล-เฮลเวห์เมื่อวันอังคารทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน ซึ่งรวมถึงฮัสซัน มักดาห์ ลูกชายของมูนีร์ มักดาห์ หัวหน้ากลุ่มอัล-อักซอ มาร์ตีส์ บริเกดส์ในเลบานอน ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฟาตาห์ในปาเลสไตน์
    .
    รายงานสำทับว่า การโจมตีของอิสราเอลต่อชุมชนชายแดนยังทำให้สมาชิก 10 คนในครอบครัวเดียวกันเสียชีวิต ซึ่งรวมถึงเด็กอย่างน้อย 2 คน
    .
    ทางด้านสำนักข่าวซานาของทางการซีเรียรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของซีเรียสามารถสกัดการโจมตี 3 ระลอกในกรุงดามัสกัส อย่างไรก็ดี มีพลเรือนเสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บ 9 คน และสถานีทีวีของทางการซีเรียรายงานว่า ซาฟา อาหมัด ผู้ประกาศของสถานี เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอล
    .
    กองทัพอิสราเอลยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อิสราเอลโจมตีซีเรียนับร้อยครั้ง
    .
    เช่นเดียวกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นภายหลังอิสราเอลประกาศบุกภาคพื้นดินเข้าสู่เลบานอน ทว่า ก่อนหน้านี้นักรบกลุ่มนี้ประกาศว่า พร้อมรับมือหากอิสราเอลตัดสินใจเปิดฉากบุก
    .
    คืนวันจันทร์ ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมอเมริกา เผยว่า วอชิงตันสนับสนุนการโจมตีเพื่อทำลายล้างโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ตามแนวชายแดนเลบานอน พร้อมเตือนอิหร่านจะเผชิญผลลัพธ์ร้ายแรง หากโจมตีอิสราเอลโดยตรง
    .
    ก่อนหน้านี้อิหร่านประกาศว่า อิสราเอลจะ “ย่อยยับ” จากการสังหารนาสรัลเลาะห์ อย่างไรก็ดี เมื่อวันจันทร์ กระทรวงต่างประเทศแถลงว่า เตหะรานจะไม่ส่งนักรบไปเผชิญหน้ากับอิสราเอล
    .
    ทั้งนี้ แอกซิออส เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ของอเมริกา รายงานโดยอ้างอิงเจ้าหน้าที่อิสราเอลสองคนที่เผยว่า การบุกภาคพื้นดินเป็นปฏิบัติการที่กำหนดเป้าหมายและจำกัดทั้งในแง่ระยะเวลาและขอบเขต รวมทั้งยืนยันว่า อิสราเอลไม่ต้องการยึดครองตอนใต้ของเลบานอน
    .
    ปฏิบัติการของอิสราเอลเกิดขึ้นท่ามกลางการเรียกร้องจากนานาชาติให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการทำให้สถานการณ์บานปลาย สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกของแอนโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ระบุว่า ยูเอ็นไม่เห็นด้วยกับการบุกภาคพื้นดิน
    .
    ทางด้านกองทัพเลบานอนเผยว่า ได้โยกย้ายทหารออกจากแนวชายแดนแล้ว และนายกรัฐมนตรีนาจิบ มิกาติ เรียกร้องให้ยูเอ็นและประเทศผู้บริจาคให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ต้องทิ้งถิ่นฐานหนีการโจมตีของอิสราเอล ซึ่งคาดว่ามีจำนวนถึง 1 ล้านคน
    .
    ขณะที่ฟิราสส์ อาบิอัด รัฐมนตรีสาธารณสุขเลบานอน ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,000 คนนับจากวันที่ 17 ก.ย. ที่เกิดเหตุการณ์เพจเจอร์ของสมาชิกฮิซบอลเลาะห์ระเบิดทั่วเลบานอน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9670000092776
    ..................
    Sondhi X
    กองทัพอิสราเอลเตือนชาวเลบานอนหลายสิบชุมชนอพยพออกจากแนวชายแดน หลังส่งพลร่ม คอมมานโด และหน่วยยานเกราะเปิดฉากบุกภาคพื้นดินเมื่อคืนวันจันทร์ (30 ก.ย.) ท่ามกลางการเรียกร้องของนานาชาติให้หลีกเลี่ยงการปลุกปั่นให้สถานการณ์ความขัดแย้งลุกลาม ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศสนับสนุนปฏิบัติการของอิสราเอลในการทำลายล้างโครงสร้างพื้นฐานของฮิซบอลเลาะห์ตามแนวชายแดนเลบานอน . ปฏิบัติการบุกภาคพื้นดินเข้าสู่เลบานอนเกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลล็อกเป้าถล่มพื้นที่ตอนใต้ของกรุงเบรุตของเลบานอน กรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย และดินแดนฉนวนกาซา . โยอาฟ กัลแลนต์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า การสู้รบจะไม่ยุติลงเร็วๆ นี้ แม้การถล่มโจมตีครั้งใหญ่ในเบรุตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (27 ก.ย.) สามารถปลิดชีพ ฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้แล้วก็ตาม . กองทัพอิสราเอลยังแถลงว่า กำลังทหารที่ได้รับการสนับสนุนจากการโจมตีทางอากาศและหน่วยปืนใหญ่ เปิดฉากบุกภาคพื้นดินแบบกำหนดเป้าหมายที่ที่มั่นของฮิซบอลเลาะห์ในชุมชนต่างๆ ตามแนวชายแดนเลบานอน เนื่องจากที่มั่นเหล่านั้นเป็นภัยคุกคามเฉพาะหน้าต่อชุมชนชาวอิสราเอลทางเหนือของประเทศ พร้อมยืนยันว่า อิสราเอลไม่ต้องการทำสงครามกับประชาชนเลบานอน . วันอังคาร (1 ต.ค.) กองทัพอิสราเอลโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ระบุให้ชุมชน 24 แห่งทางใต้ของเลบานอนอพยพจากตอนเหนือของแม่น้ำอวาลีที่อยู่ห่างจากชายแดนราว 60 กิโลเมตร ซึ่งไกลกว่าแม่น้ำลิทานีที่เป็นเส้นกำหนดเขตกันชนระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประกาศภายหลังสงครามในปี 2006 โดยแม่น้ำลิทานีนั้นอยู่ห่างจากชายแดนเพียง 30 กิโลเมตร . ก่อนหน้านั้นกองทัพอิสราเอลประกาศพื้นที่ทางทหารบริเวณชายแดนบางส่วนที่ติดกับเลบานอน เนื่องจากมีจรวดยิงมาจากเลบานอนไปยังเมืองอวิวิมและเมตูลาทางเหนือของอิสราเอล . ทางฝ่ายฮิซบอลเลาะห์เผยว่า ยิงปืนใหญ่โจมตีขบวนทหารของข้าศึกในเมืองเมตูลาสองครั้ง . พันธมิตรของอิหร่านตั้งแต่ฮิซบอลเลาะห์จนถึงกบฏฮูตีในเยเมน และกลุ่มติดอาวุธในอิรัก ต่างเข้าร่วมการโจมตีอิสราเอลเพื่อสนับสนุนฮามาสในสงครามกาซา จุดชนวนความกังวลว่า ความขัดแย้งอาจลุกลามกลายเป็นสงครามทั่วตะวันออกกลาง รวมทั้งดึงอเมริกาและอิหร่านเข้าไปพัวพัน . วันอังคาร กบฏฮูตีเผยว่า ส่งโดรนโจมตีที่มั่นทางทหารของอิสราเอลในเทลอาวีฟ . ขณะเดียวกัน สำนักข่าวแห่งชาติของเลบานอนรายงานว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลต่อค่ายเอน อัล-เฮลเวห์เมื่อวันอังคารทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน ซึ่งรวมถึงฮัสซัน มักดาห์ ลูกชายของมูนีร์ มักดาห์ หัวหน้ากลุ่มอัล-อักซอ มาร์ตีส์ บริเกดส์ในเลบานอน ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฟาตาห์ในปาเลสไตน์ . รายงานสำทับว่า การโจมตีของอิสราเอลต่อชุมชนชายแดนยังทำให้สมาชิก 10 คนในครอบครัวเดียวกันเสียชีวิต ซึ่งรวมถึงเด็กอย่างน้อย 2 คน . ทางด้านสำนักข่าวซานาของทางการซีเรียรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของซีเรียสามารถสกัดการโจมตี 3 ระลอกในกรุงดามัสกัส อย่างไรก็ดี มีพลเรือนเสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บ 9 คน และสถานีทีวีของทางการซีเรียรายงานว่า ซาฟา อาหมัด ผู้ประกาศของสถานี เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอล . กองทัพอิสราเอลยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อิสราเอลโจมตีซีเรียนับร้อยครั้ง . เช่นเดียวกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นภายหลังอิสราเอลประกาศบุกภาคพื้นดินเข้าสู่เลบานอน ทว่า ก่อนหน้านี้นักรบกลุ่มนี้ประกาศว่า พร้อมรับมือหากอิสราเอลตัดสินใจเปิดฉากบุก . คืนวันจันทร์ ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมอเมริกา เผยว่า วอชิงตันสนับสนุนการโจมตีเพื่อทำลายล้างโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ตามแนวชายแดนเลบานอน พร้อมเตือนอิหร่านจะเผชิญผลลัพธ์ร้ายแรง หากโจมตีอิสราเอลโดยตรง . ก่อนหน้านี้อิหร่านประกาศว่า อิสราเอลจะ “ย่อยยับ” จากการสังหารนาสรัลเลาะห์ อย่างไรก็ดี เมื่อวันจันทร์ กระทรวงต่างประเทศแถลงว่า เตหะรานจะไม่ส่งนักรบไปเผชิญหน้ากับอิสราเอล . ทั้งนี้ แอกซิออส เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ของอเมริกา รายงานโดยอ้างอิงเจ้าหน้าที่อิสราเอลสองคนที่เผยว่า การบุกภาคพื้นดินเป็นปฏิบัติการที่กำหนดเป้าหมายและจำกัดทั้งในแง่ระยะเวลาและขอบเขต รวมทั้งยืนยันว่า อิสราเอลไม่ต้องการยึดครองตอนใต้ของเลบานอน . ปฏิบัติการของอิสราเอลเกิดขึ้นท่ามกลางการเรียกร้องจากนานาชาติให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการทำให้สถานการณ์บานปลาย สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกของแอนโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ระบุว่า ยูเอ็นไม่เห็นด้วยกับการบุกภาคพื้นดิน . ทางด้านกองทัพเลบานอนเผยว่า ได้โยกย้ายทหารออกจากแนวชายแดนแล้ว และนายกรัฐมนตรีนาจิบ มิกาติ เรียกร้องให้ยูเอ็นและประเทศผู้บริจาคให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ต้องทิ้งถิ่นฐานหนีการโจมตีของอิสราเอล ซึ่งคาดว่ามีจำนวนถึง 1 ล้านคน . ขณะที่ฟิราสส์ อาบิอัด รัฐมนตรีสาธารณสุขเลบานอน ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,000 คนนับจากวันที่ 17 ก.ย. ที่เกิดเหตุการณ์เพจเจอร์ของสมาชิกฮิซบอลเลาะห์ระเบิดทั่วเลบานอน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9670000092776 .................. Sondhi X
    Angry
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1470 มุมมอง 0 รีวิว
  • เสวนา "ดนตรีของพระเจ้าแผ่นดิน" น้อมสำนึกพระอัจฉริยภาพดนตรี กษัตริย์ไทยราชวงศ์จักรี

    โดยสำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม The Publisher ร่วมกับกองดุริยางค์กองบัญชาการกองทัพไทย จัดกิจกรรมแสดงดนตรีและเสวนาหัวข้อ "ดนตรีของพระเจ้าแผ่นดิน" เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ในราชวงศ์จักรี ซึ่งทุกพระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีไทย-สากล ผ่านแต่ละยุคสมัยลุล่วงจนถึงปัจจุบัน

    ณ หอประชุมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ถนนวิภาวดีรังสิต
    #จิบกาแฟแลสยาม #สยามโสภา #Thaitimes #ดนตรีของพระเจ้าแผ่นดิน #กองบัญชาการกองทัพไทย #จงรักภักดี
    เสวนา "ดนตรีของพระเจ้าแผ่นดิน" น้อมสำนึกพระอัจฉริยภาพดนตรี กษัตริย์ไทยราชวงศ์จักรี โดยสำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม The Publisher ร่วมกับกองดุริยางค์กองบัญชาการกองทัพไทย จัดกิจกรรมแสดงดนตรีและเสวนาหัวข้อ "ดนตรีของพระเจ้าแผ่นดิน" เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ในราชวงศ์จักรี ซึ่งทุกพระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีไทย-สากล ผ่านแต่ละยุคสมัยลุล่วงจนถึงปัจจุบัน ณ หอประชุมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ถนนวิภาวดีรังสิต #จิบกาแฟแลสยาม #สยามโสภา #Thaitimes #ดนตรีของพระเจ้าแผ่นดิน #กองบัญชาการกองทัพไทย #จงรักภักดี
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1181 มุมมอง 254 0 รีวิว
  • นับ 1 ถึง 100 ขอบคุณที่ติดตาม

    วันที่ 9 เดือน 9 จำนวนผู้ติดตาม Newskit เพจที่นำเสนอเรื่องราวทั้งไทยและอาเซียน ในคอนเซปต์ "ข่าวออนไลน์ อารมณ์หนังสือพิมพ์" มีผู้ติดตามในแพลตฟอร์ม Thaitimes โซเชียลมีเดียของคนไทย 99 คน หมายความว่าก้าวต่อไปผู้ติดตามจะเริ่มเข้าสู่หลักร้อย แม้จะเป็นตัวเลขที่ดูเล็กน้อย แต่ก็ถือเป็นการเติบโตตามศักยภาพ ของแพลตฟอร์มน้องใหม่ ที่ตั้งใจเกิดขึ้นเพื่อนำเสนอความจริงแบบไม่ถูกปิดกั้น ไม่ถูกลดการมองเห็น เมื่อเทียบกับโซเชียลมีเดียฝั่งตะวันตก

    จากจุดเริ่มต้นในการทำเพจ เพียงเพื่อถ่ายทอดสิ่งที่พบเห็นและเป็นไป ทดแทนงานคอลัมนิสต์ออนไลน์ ที่ถูกถอดออกไปเมื่อเดือนเมษายน 2567 ที่ผ่านมา เราตั้งใจที่จะคิด เขียน นำเสนอเรื่องราวที่แตกต่างไปจากสื่อกระแสหลักทั่วไป ทั้งเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองเพียงเล็กน้อยในประเทศไทย เรื่องราวแปลกใหม่และใกล้ตัวในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด และมีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกับประเทศไทย ภายใต้ศักยภาพการทำงานแบบ One Man Journalist ที่มีอยู่

    เราทำเฟซบุ๊กเพจโดยเริ่มต้นจากศูนย์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา โพสต์เรื่องราวโดยไม่มีผู้ติดตามแม้แต่คนเดียว กระทั่งทีมงาน Thaitimes แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียน้องใหม่ ได้ชักชวนให้เข้ามาผลิตคอนเทนต์ และร่วมทดสอบระบบไปในตัวด้วย เมื่อค้นพบตัวตนว่า จะทำเพจให้ออกมามีกลิ่นอายหนังสือพิมพ์ มีความลุ่มลึกของเนื้อหา ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ใคร ทำอะไร ที่ไหน แต่จะแสวงหาข้อมูลไปพร้อมกันด้วย เพื่อให้เห็นภาพของสิ่งที่เกิดขึ้นได้กว้างและลงลึกมากขึ้น

    ด้วยข้อจำกัดของบางแพลตฟอร์ม อย่างอินสตาแกรม (IG) ที่เราตั้งใจขยายฐานผู้อ่านเพิ่มเติม เผยแพร่ข้อความรวมกันได้ไม่เกิน 2,200 ตัวอักษร เนื้อหาจากเพจ Newskit นับจากนี้จะสั้น กระชับ สรุปความให้จบภายในโพสต์เดียว เหมือนหนังสือพิมพ์สมัยก่อนที่มีการจำกัดข้อความเพื่อให้พอดีกับกรอบที่วางไว้ และจะไม่หยุดพัฒนาเนื้อหาในรูปแบบอื่น แม้จะทำเพียงคนเดียวก็ตาม

    ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามเนื้อหาจากเราตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา เราอาจไม่ใช่สื่อมวลชนที่มีชื่อเสียง และไม่อาจเปรียบเทียบกับคนข่าวมืออาชีพ แต่สิ่งที่ตั้งใจทำ คือ ต้องการสื่อสารความเป็นไปให้ผู้อ่านเข้าใจ ด้วยความหวังว่า สิ่งที่นำเสนออาจนำไปสู่ความรู้ ความเข้าใจของผู้อ่านที่เพิ่มขึ้น หรืออย่างมากที่สุด อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก่บ้านเมืองและสังคมในอนาคต

    #Newskit #Thaitimes #ขอบคุณผู้อ่าน
    นับ 1 ถึง 100 ขอบคุณที่ติดตาม วันที่ 9 เดือน 9 จำนวนผู้ติดตาม Newskit เพจที่นำเสนอเรื่องราวทั้งไทยและอาเซียน ในคอนเซปต์ "ข่าวออนไลน์ อารมณ์หนังสือพิมพ์" มีผู้ติดตามในแพลตฟอร์ม Thaitimes โซเชียลมีเดียของคนไทย 99 คน หมายความว่าก้าวต่อไปผู้ติดตามจะเริ่มเข้าสู่หลักร้อย แม้จะเป็นตัวเลขที่ดูเล็กน้อย แต่ก็ถือเป็นการเติบโตตามศักยภาพ ของแพลตฟอร์มน้องใหม่ ที่ตั้งใจเกิดขึ้นเพื่อนำเสนอความจริงแบบไม่ถูกปิดกั้น ไม่ถูกลดการมองเห็น เมื่อเทียบกับโซเชียลมีเดียฝั่งตะวันตก จากจุดเริ่มต้นในการทำเพจ เพียงเพื่อถ่ายทอดสิ่งที่พบเห็นและเป็นไป ทดแทนงานคอลัมนิสต์ออนไลน์ ที่ถูกถอดออกไปเมื่อเดือนเมษายน 2567 ที่ผ่านมา เราตั้งใจที่จะคิด เขียน นำเสนอเรื่องราวที่แตกต่างไปจากสื่อกระแสหลักทั่วไป ทั้งเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองเพียงเล็กน้อยในประเทศไทย เรื่องราวแปลกใหม่และใกล้ตัวในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด และมีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกับประเทศไทย ภายใต้ศักยภาพการทำงานแบบ One Man Journalist ที่มีอยู่ เราทำเฟซบุ๊กเพจโดยเริ่มต้นจากศูนย์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา โพสต์เรื่องราวโดยไม่มีผู้ติดตามแม้แต่คนเดียว กระทั่งทีมงาน Thaitimes แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียน้องใหม่ ได้ชักชวนให้เข้ามาผลิตคอนเทนต์ และร่วมทดสอบระบบไปในตัวด้วย เมื่อค้นพบตัวตนว่า จะทำเพจให้ออกมามีกลิ่นอายหนังสือพิมพ์ มีความลุ่มลึกของเนื้อหา ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ใคร ทำอะไร ที่ไหน แต่จะแสวงหาข้อมูลไปพร้อมกันด้วย เพื่อให้เห็นภาพของสิ่งที่เกิดขึ้นได้กว้างและลงลึกมากขึ้น ด้วยข้อจำกัดของบางแพลตฟอร์ม อย่างอินสตาแกรม (IG) ที่เราตั้งใจขยายฐานผู้อ่านเพิ่มเติม เผยแพร่ข้อความรวมกันได้ไม่เกิน 2,200 ตัวอักษร เนื้อหาจากเพจ Newskit นับจากนี้จะสั้น กระชับ สรุปความให้จบภายในโพสต์เดียว เหมือนหนังสือพิมพ์สมัยก่อนที่มีการจำกัดข้อความเพื่อให้พอดีกับกรอบที่วางไว้ และจะไม่หยุดพัฒนาเนื้อหาในรูปแบบอื่น แม้จะทำเพียงคนเดียวก็ตาม ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามเนื้อหาจากเราตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา เราอาจไม่ใช่สื่อมวลชนที่มีชื่อเสียง และไม่อาจเปรียบเทียบกับคนข่าวมืออาชีพ แต่สิ่งที่ตั้งใจทำ คือ ต้องการสื่อสารความเป็นไปให้ผู้อ่านเข้าใจ ด้วยความหวังว่า สิ่งที่นำเสนออาจนำไปสู่ความรู้ ความเข้าใจของผู้อ่านที่เพิ่มขึ้น หรืออย่างมากที่สุด อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแก่บ้านเมืองและสังคมในอนาคต #Newskit #Thaitimes #ขอบคุณผู้อ่าน
    Like
    13
    1 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 1334 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข่าวออนไลน์ อารมณ์หนังสือพิมพ์ กับเรื่องราวทั้งไทยและอาเซียน

    พบกันรายสะดวก...ที่นี่

    นิวส์คิด เพื่อชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง
    FOR LIFE THAT NEVER STOP.

    #Newskit #Thaitimes #นิวส์คิท
    ข่าวออนไลน์ อารมณ์หนังสือพิมพ์ กับเรื่องราวทั้งไทยและอาเซียน พบกันรายสะดวก...ที่นี่ นิวส์คิด เพื่อชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง FOR LIFE THAT NEVER STOP. #Newskit #Thaitimes #นิวส์คิท
    Like
    5
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 992 มุมมอง 0 รีวิว