• ภาษีทรัมป์จะทำให้อเมริกาและโลกยากจนลง📌เผยการขาดดุลการค้า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ของสหรัฐฯ 📌เกิดจากการใช้จ่ายเกินตัวของอเมริกาเอง ไม่ใช่ประเทศอื่นเอาเปรียบ ย้ำภาษีศุลกากรจะสร้างความเสียหายทั้งสองฝ่าย ทำให้สินค้าแพงขึ้น แต่ไม่แก้ปัญหาขาดดุล 📌ชี้ทางออกที่แท้จริงคือการปิดช่องว่างงบประมาณ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ และเก็บภาษีคนรวยเพิ่ม 👉เจฟฟรีย์ ดี. ซัคส์ ศาสตราจารย์และผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ว่าตั้งอยู่บนความเข้าใจผิดทางเศรษฐกิจขั้นพื้นฐาน ซัคส์ชี้ให้เห็นว่าทรัมป์อ้างอย่างผิดๆ ว่าการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ เกิดจากประเทศอื่นๆ ของโลกฉวยประโยชน์ ทั้งที่ความจริงเป็นผลมาจากการใช้จ่ายเกินตัวของสหรัฐฯ เอง โดยในปี 2024 สหรัฐฯ มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเกิดจากรายจ่ายทั้งหมด 30.1 ล้านล้านดอลลาร์ แต่มีรายได้ประชาชาติเพียง 29.0 ล้านล้านดอลลาร์ ซัคส์ระบุว่าการขาดดุลเป็นผลมาจากการขาดดุลงบประมาณจำนวนมากอย่างต่อเนื่องที่เกิดจากการลดภาษีให้คนรวย และเงินหลายล้านล้านดอลลาร์ที่สูญเปล่าไปกับสงครามที่ไร้ประโยชน์ ไม่ใช่เกิดจากการเอาเปรียบของประเทศคู่ค้า เจฟฟรีย์ ซัคส์ ยังเตือนว่าภาษีศุลกากรจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าได้ แต่จะทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น ขณะที่ประเทศคู่ค้าจะตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ส่งผลให้ทั้งสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ทั่วโลกเสียประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ซัคส์ย้ำว่าวิธีที่แท้จริงในการสนับสนุนคนงานชาวอเมริกันคือผ่านมาตรการของรัฐบาลกลางที่ตรงข้ามกับมาตรการที่ทรัมป์สนับสนุน ซึ่งควรรวมถึงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า การสนับสนุนการจัดตั้งสหภาพแรงงาน และการสนับสนุนงบประมาณสำหรับโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ รวมถึงพลังงานสีเขียว #imctnews รายงาน
    ภาษีทรัมป์จะทำให้อเมริกาและโลกยากจนลง📌เผยการขาดดุลการค้า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ของสหรัฐฯ 📌เกิดจากการใช้จ่ายเกินตัวของอเมริกาเอง ไม่ใช่ประเทศอื่นเอาเปรียบ ย้ำภาษีศุลกากรจะสร้างความเสียหายทั้งสองฝ่าย ทำให้สินค้าแพงขึ้น แต่ไม่แก้ปัญหาขาดดุล 📌ชี้ทางออกที่แท้จริงคือการปิดช่องว่างงบประมาณ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ และเก็บภาษีคนรวยเพิ่ม 👉เจฟฟรีย์ ดี. ซัคส์ ศาสตราจารย์และผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ได้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ว่าตั้งอยู่บนความเข้าใจผิดทางเศรษฐกิจขั้นพื้นฐาน ซัคส์ชี้ให้เห็นว่าทรัมป์อ้างอย่างผิดๆ ว่าการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ เกิดจากประเทศอื่นๆ ของโลกฉวยประโยชน์ ทั้งที่ความจริงเป็นผลมาจากการใช้จ่ายเกินตัวของสหรัฐฯ เอง โดยในปี 2024 สหรัฐฯ มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเกิดจากรายจ่ายทั้งหมด 30.1 ล้านล้านดอลลาร์ แต่มีรายได้ประชาชาติเพียง 29.0 ล้านล้านดอลลาร์ ซัคส์ระบุว่าการขาดดุลเป็นผลมาจากการขาดดุลงบประมาณจำนวนมากอย่างต่อเนื่องที่เกิดจากการลดภาษีให้คนรวย และเงินหลายล้านล้านดอลลาร์ที่สูญเปล่าไปกับสงครามที่ไร้ประโยชน์ ไม่ใช่เกิดจากการเอาเปรียบของประเทศคู่ค้า เจฟฟรีย์ ซัคส์ ยังเตือนว่าภาษีศุลกากรจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าได้ แต่จะทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น ขณะที่ประเทศคู่ค้าจะตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ส่งผลให้ทั้งสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ทั่วโลกเสียประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ซัคส์ย้ำว่าวิธีที่แท้จริงในการสนับสนุนคนงานชาวอเมริกันคือผ่านมาตรการของรัฐบาลกลางที่ตรงข้ามกับมาตรการที่ทรัมป์สนับสนุน ซึ่งควรรวมถึงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า การสนับสนุนการจัดตั้งสหภาพแรงงาน และการสนับสนุนงบประมาณสำหรับโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ รวมถึงพลังงานสีเขียว #imctnews รายงาน
    Sad
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 65 มุมมอง 0 รีวิว
  • Wikipedia กำลังเผชิญปัญหาทราฟฟิกสูงจาก AI Scraper ที่ดูดข้อมูลมหาศาลไปใช้ฝึกโมเดล โดย Wikimedia Commons ซึ่งเก็บสื่อกว่า 144 ล้านไฟล์ ได้รับผลกระทบหนัก แบนด์วิดท์เพิ่มขึ้นถึง 50% ทำให้เซิร์ฟเวอร์ทำงานหนัก Wikimedia เคยเจอปัญหานี้ตอน Jimmy Carter เสียชีวิต และมีผู้ใช้เข้าชมหน้า Wikipedia อย่างล้นหลาม ขณะนี้มีแผน สร้าง API เฉพาะ เพื่อควบคุมการเข้าถึงของ AI Bots และลดภาระเซิร์ฟเวอร์

    ✅ AI Scraper ส่งผลให้การดาวน์โหลดสื่อจาก Wikimedia Commons เพิ่มขึ้น 50%
    - Wikimedia Commons มีไฟล์ กว่า 144 ล้านรายการ เช่น รูปภาพ, วิดีโอ และเอกสาร ที่เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตสาธารณะ
    - แต่ตอนนี้ AI Bots กำลัง ดึงข้อมูลมหาศาล ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานของ Wikimedia ทำงานหนัก

    ✅ Wikipedia เคยได้รับผลกระทบจากปริมาณผู้ใช้สูง—กรณี Jimmy Carter เสียชีวิต
    - เมื่อ Jimmy Carter อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสียชีวิตในเดือนธันวาคม 2024 ผู้ใช้กว่า 2.8 ล้านคน เข้าดูหน้า Wikipedia ของเขา
    - นอกจากนี้ยังมีการ สตรีมวิดีโอการโต้วาทีของเขากับ Ronald Reagan นาน 1.5 ชั่วโมง ทำให้เกิดปัญหาการเชื่อมต่อชั่วคราว

    ✅ อย่างน้อย 65% ของทราฟฟิกที่ใช้ทรัพยากรมากสุดมาจาก AI Bots
    - Wikimedia พบว่า AI Bots ผ่านแคชและเข้าถึงศูนย์ข้อมูลหลักโดยตรง
    - ระบบต้องรับมือกับ การโหลดข้อมูลที่มากผิดปกติ จากการฝึก AI

    ✅ Wikimedia วางแผนสร้าง API เฉพาะเพื่อลดภาระเซิร์ฟเวอร์
    - จะมีการทำงานร่วมกับผู้พัฒนา AI เพื่อกำหนดแนวทางการเข้าถึงข้อมูลที่สมดุล
    - หวังว่า API เฉพาะจะช่วยให้สามารถตรวจจับและควบคุม "ผู้ใช้ที่ไม่หวังดี" ได้ดีขึ้น

    https://www.techspot.com/news/107407-wikipedia-servers-struggling-under-pressure-ai-scraping-bots.html
    Wikipedia กำลังเผชิญปัญหาทราฟฟิกสูงจาก AI Scraper ที่ดูดข้อมูลมหาศาลไปใช้ฝึกโมเดล โดย Wikimedia Commons ซึ่งเก็บสื่อกว่า 144 ล้านไฟล์ ได้รับผลกระทบหนัก แบนด์วิดท์เพิ่มขึ้นถึง 50% ทำให้เซิร์ฟเวอร์ทำงานหนัก Wikimedia เคยเจอปัญหานี้ตอน Jimmy Carter เสียชีวิต และมีผู้ใช้เข้าชมหน้า Wikipedia อย่างล้นหลาม ขณะนี้มีแผน สร้าง API เฉพาะ เพื่อควบคุมการเข้าถึงของ AI Bots และลดภาระเซิร์ฟเวอร์ ✅ AI Scraper ส่งผลให้การดาวน์โหลดสื่อจาก Wikimedia Commons เพิ่มขึ้น 50% - Wikimedia Commons มีไฟล์ กว่า 144 ล้านรายการ เช่น รูปภาพ, วิดีโอ และเอกสาร ที่เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตสาธารณะ - แต่ตอนนี้ AI Bots กำลัง ดึงข้อมูลมหาศาล ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานของ Wikimedia ทำงานหนัก ✅ Wikipedia เคยได้รับผลกระทบจากปริมาณผู้ใช้สูง—กรณี Jimmy Carter เสียชีวิต - เมื่อ Jimmy Carter อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสียชีวิตในเดือนธันวาคม 2024 ผู้ใช้กว่า 2.8 ล้านคน เข้าดูหน้า Wikipedia ของเขา - นอกจากนี้ยังมีการ สตรีมวิดีโอการโต้วาทีของเขากับ Ronald Reagan นาน 1.5 ชั่วโมง ทำให้เกิดปัญหาการเชื่อมต่อชั่วคราว ✅ อย่างน้อย 65% ของทราฟฟิกที่ใช้ทรัพยากรมากสุดมาจาก AI Bots - Wikimedia พบว่า AI Bots ผ่านแคชและเข้าถึงศูนย์ข้อมูลหลักโดยตรง - ระบบต้องรับมือกับ การโหลดข้อมูลที่มากผิดปกติ จากการฝึก AI ✅ Wikimedia วางแผนสร้าง API เฉพาะเพื่อลดภาระเซิร์ฟเวอร์ - จะมีการทำงานร่วมกับผู้พัฒนา AI เพื่อกำหนดแนวทางการเข้าถึงข้อมูลที่สมดุล - หวังว่า API เฉพาะจะช่วยให้สามารถตรวจจับและควบคุม "ผู้ใช้ที่ไม่หวังดี" ได้ดีขึ้น https://www.techspot.com/news/107407-wikipedia-servers-struggling-under-pressure-ai-scraping-bots.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Wikipedia servers are struggling under pressure from AI scraping bots
    The Wikimedia Foundation, the nonprofit organization hosting Wikipedia and other widely popular websites, is raising concerns about AI scraper bots and their impact on the foundation's internet...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 52 มุมมอง 0 รีวิว
  • ธนาคารกลางบราซิลเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ Pix Installments ที่ช่วยให้ผู้ใช้แบ่งจ่ายค่าธุรกรรมเป็นงวด ขณะที่ ผู้ขายได้รับเงินเต็มจำนวนทันที ฟีเจอร์นี้อาจทำให้ บัตรเครดิตสูญเสียความได้เปรียบในตลาด โดยเฉพาะกับประชาชนที่ไม่มีบัตรเครดิต นอกจากนี้ ในปี 2026 ธนาคารกลางมีแผนให้ธุรกิจ ใช้ยอดเงินจาก Pix เป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อช่วยลดต้นทุนการกู้เงิน

    ✅ Pix Parcelado—ช่วยให้ผู้ใช้สามารถผ่อนชำระได้
    - ผู้ซื้อสามารถเลือกแบ่งจ่ายเป็นงวด ในขณะที่ ผู้ขายจะได้รับเงินเต็มจำนวนทันที
    - ไม่มีรายละเอียดด้านค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขของฟีเจอร์นี้ในตอนนี้ แต่คาดว่าจะช่วยเพิ่มการใช้งาน Pix ในการซื้อสินค้าราคาแพง

    ✅ ตลาดบัตรเครดิตอาจได้รับผลกระทบ
    - การแบ่งจ่ายเป็นงวดถือเป็นข้อดีสำคัญของบัตรเครดิต แต่ตอนนี้ Pix กำลังเข้ามาแข่งขันโดยตรง
    - Pix เป็น ระบบชำระเงินที่เติบโตเร็วที่สุดในบราซิล นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2020

    ✅ ธนาคารกลางบราซิลมีแผนเพิ่มฟีเจอร์สินเชื่ออีกในปี 2026
    - ผู้ค้าจะสามารถใช้ ยอดเงินที่คาดว่าจะได้รับจากธุรกรรม Pix เป็นหลักประกันเงินกู้
    - แนวทางนี้อาจช่วยให้ธุรกิจที่พึ่งพา Pix ลดต้นทุนในการกู้เงิน

    ✅ ธนาคารกลางระบุว่าฟีเจอร์นี้ต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อน
    - การเพิ่มระบบแบ่งจ่ายต้องมี การปรับปรุงแพลตฟอร์ม Pix อย่างมาก
    - อย่างไรก็ตาม การใช้งานทั่วไปของ Pix จะไม่เปลี่ยนไป

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/04/brazil-central-bank-to-launch-pix-installment-feature-in-september
    ธนาคารกลางบราซิลเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ Pix Installments ที่ช่วยให้ผู้ใช้แบ่งจ่ายค่าธุรกรรมเป็นงวด ขณะที่ ผู้ขายได้รับเงินเต็มจำนวนทันที ฟีเจอร์นี้อาจทำให้ บัตรเครดิตสูญเสียความได้เปรียบในตลาด โดยเฉพาะกับประชาชนที่ไม่มีบัตรเครดิต นอกจากนี้ ในปี 2026 ธนาคารกลางมีแผนให้ธุรกิจ ใช้ยอดเงินจาก Pix เป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อช่วยลดต้นทุนการกู้เงิน ✅ Pix Parcelado—ช่วยให้ผู้ใช้สามารถผ่อนชำระได้ - ผู้ซื้อสามารถเลือกแบ่งจ่ายเป็นงวด ในขณะที่ ผู้ขายจะได้รับเงินเต็มจำนวนทันที - ไม่มีรายละเอียดด้านค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขของฟีเจอร์นี้ในตอนนี้ แต่คาดว่าจะช่วยเพิ่มการใช้งาน Pix ในการซื้อสินค้าราคาแพง ✅ ตลาดบัตรเครดิตอาจได้รับผลกระทบ - การแบ่งจ่ายเป็นงวดถือเป็นข้อดีสำคัญของบัตรเครดิต แต่ตอนนี้ Pix กำลังเข้ามาแข่งขันโดยตรง - Pix เป็น ระบบชำระเงินที่เติบโตเร็วที่สุดในบราซิล นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2020 ✅ ธนาคารกลางบราซิลมีแผนเพิ่มฟีเจอร์สินเชื่ออีกในปี 2026 - ผู้ค้าจะสามารถใช้ ยอดเงินที่คาดว่าจะได้รับจากธุรกรรม Pix เป็นหลักประกันเงินกู้ - แนวทางนี้อาจช่วยให้ธุรกิจที่พึ่งพา Pix ลดต้นทุนในการกู้เงิน ✅ ธนาคารกลางระบุว่าฟีเจอร์นี้ต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อน - การเพิ่มระบบแบ่งจ่ายต้องมี การปรับปรุงแพลตฟอร์ม Pix อย่างมาก - อย่างไรก็ตาม การใช้งานทั่วไปของ Pix จะไม่เปลี่ยนไป https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/04/brazil-central-bank-to-launch-pix-installment-feature-in-september
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Brazil central bank to launch Pix installment feature in September
    BRASILIA (Reuters) - Brazil's central bank said on Thursday that a new feature allowing users to pay for transactions in installments through its widely popular instant payment system, Pix, is set to become available in September.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 37 มุมมอง 0 รีวิว
  • แม้ AI ข้อมูลบิดเบือนจะไม่พลิกผลเลือกตั้งปี 2024 แต่ภัยคุกคามของมันยังคงอยู่และกำลังพัฒนา แฮกเกอร์ใช้ AI ไม่เพียงแค่สร้างข่าวปลอม แต่ยังช่วยซ่อนร่องรอยในระบบไซเบอร์ ดีพเฟกเสียงและเอกสารปลอมถูกนำมาใช้เพื่อเจาะระบบความปลอดภัยขององค์กร และทำให้การตรวจจับการโจมตียากขึ้น ภัยคุกคามนี้ยังคงขยายตัว และองค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือโดยเร็ว

    ✅ AI กำลังถูกนำมาใช้โจมตีองค์กรและโครงสร้างพื้นฐาน
    - จากเดิมที่ใช้เพื่อชักจูงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง AI ข้อมูลบิดเบือนถูกนำไปใช้ในการโจมตีองค์กรและซัพพลายเชน
    - ภัยคุกคามไซเบอร์รูปแบบใหม่ เช่น AI-generated phishing และการปลอมตัวเป็นผู้บริหาร กำลังเพิ่มขึ้น

    ✅ ภัยคุกคาม AI ไม่ได้จบลง แค่กำลังปรับตัว
    - แม้จะมีมาตรการตอบโต้ เช่น การตรวจจับดีพเฟกและการกำกับดูแลจากยุโรป
    - แต่ผู้ไม่หวังดี กำลังพัฒนา AI นอกระบบตรวจสอบ และใช้เครื่องมือที่หลบเลี่ยงการตรวจจับ

    ✅ AI ช่วยให้แฮกเกอร์ซ่อนร่องรอยได้ดีขึ้น
    - แฮกเกอร์สามารถ สร้างข้อมูลเท็จภายในเครือข่ายที่ถูกโจมตี ทำให้ผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์หลงทาง
    - บางกลุ่มใช้ AI-generated logs และการปลอมแปลงหลักฐานดิจิทัล เพื่อบิดเบือนการตรวจสอบ

    ✅ องค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือภัยคุกคาม AI
    - ต้องพัฒนา เทคนิคใหม่ในการตรวจจับความผิดปกติของข้อมูล
    - ระบบยืนยันตัวตนแบบเดิม เช่นการสแกนเสียงและวิดีโอ อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

    https://www.csoonline.com/article/3852770/ai-disinformation-didnt-upend-2024-elections-but-the-threat-is-very-real.html
    แม้ AI ข้อมูลบิดเบือนจะไม่พลิกผลเลือกตั้งปี 2024 แต่ภัยคุกคามของมันยังคงอยู่และกำลังพัฒนา แฮกเกอร์ใช้ AI ไม่เพียงแค่สร้างข่าวปลอม แต่ยังช่วยซ่อนร่องรอยในระบบไซเบอร์ ดีพเฟกเสียงและเอกสารปลอมถูกนำมาใช้เพื่อเจาะระบบความปลอดภัยขององค์กร และทำให้การตรวจจับการโจมตียากขึ้น ภัยคุกคามนี้ยังคงขยายตัว และองค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือโดยเร็ว ✅ AI กำลังถูกนำมาใช้โจมตีองค์กรและโครงสร้างพื้นฐาน - จากเดิมที่ใช้เพื่อชักจูงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง AI ข้อมูลบิดเบือนถูกนำไปใช้ในการโจมตีองค์กรและซัพพลายเชน - ภัยคุกคามไซเบอร์รูปแบบใหม่ เช่น AI-generated phishing และการปลอมตัวเป็นผู้บริหาร กำลังเพิ่มขึ้น ✅ ภัยคุกคาม AI ไม่ได้จบลง แค่กำลังปรับตัว - แม้จะมีมาตรการตอบโต้ เช่น การตรวจจับดีพเฟกและการกำกับดูแลจากยุโรป - แต่ผู้ไม่หวังดี กำลังพัฒนา AI นอกระบบตรวจสอบ และใช้เครื่องมือที่หลบเลี่ยงการตรวจจับ ✅ AI ช่วยให้แฮกเกอร์ซ่อนร่องรอยได้ดีขึ้น - แฮกเกอร์สามารถ สร้างข้อมูลเท็จภายในเครือข่ายที่ถูกโจมตี ทำให้ผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์หลงทาง - บางกลุ่มใช้ AI-generated logs และการปลอมแปลงหลักฐานดิจิทัล เพื่อบิดเบือนการตรวจสอบ ✅ องค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือภัยคุกคาม AI - ต้องพัฒนา เทคนิคใหม่ในการตรวจจับความผิดปกติของข้อมูล - ระบบยืนยันตัวตนแบบเดิม เช่นการสแกนเสียงและวิดีโอ อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป https://www.csoonline.com/article/3852770/ai-disinformation-didnt-upend-2024-elections-but-the-threat-is-very-real.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    AI disinformation didn’t upend 2024 elections, but the threat is very real
    The next phase of AI disinformation won’t just target voters but target organizations, supply chains, and critical infrastructure.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 56 มุมมอง 0 รีวิว
  • OpenAI เปิดให้ใช้ ChatGPT Plus ฟรีสำหรับนักศึกษาวิทยาลัยในสหรัฐฯ และแคนาดาจนถึงเดือนพฤษภาคม นักศึกษาต้องยืนยันตัวตนผ่าน SheerID หากมีบัญชี ChatGPT Plus อยู่แล้ว จะได้รับเครดิตการใช้งานเพิ่ม สองเดือน ฟีเจอร์พิเศษที่นักศึกษาได้รับรวมถึง การใช้ GPT-4.5, โหมดเสียงขั้นสูง และการสร้าง Custom GPTs ขณะนี้ OpenAI กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นมหาศาล

    ✅ ChatGPT Plus เปิดให้ใช้งานฟรีสำหรับนักศึกษาทั้งแบบเต็มเวลาและพาร์ทไทม์
    - นักศึกษาต้องผ่านระบบ SheerID Verification เพื่อยืนยันสถานะ
    - หากมีบัญชี ChatGPT Plus อยู่แล้ว จะได้รับเครดิตการใช้งานฟรีสองเดือน

    ✅ สิทธิ์ที่นักศึกษาได้รับจาก ChatGPT Plus
    - ขยายขีดจำกัดการส่งข้อความและวิเคราะห์ข้อมูล
    - สามารถใช้โหมดเสียงขั้นสูง พร้อมวิดีโอและแชร์หน้าจอ
    - เข้าถึง GPT-4.5 ซึ่งเป็นโมเดลที่ใหญ่ที่สุดของ OpenAI
    - สามารถสร้าง Custom GPTs และใช้ Sora Video Generation

    ✅ OpenAI กำลังเผชิญความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐาน
    - ผู้ใช้ ChatGPT เพิ่มขึ้นถึง 500 ล้านคนต่อสัปดาห์ ทำให้เซิร์ฟเวอร์รองรับการใช้งานหนัก
    - CEO Sam Altman ขอความช่วยเหลือในการหา GPU เพิ่มเพื่อรองรับบริการ

    ✅ ChatGPT กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในภาคการศึกษา
    - การให้บริการฟรีแก่นักศึกษาอาจช่วยขยายฐานผู้ใช้และทำให้ AI มีบทบาทมากขึ้นในมหาวิทยาลัย
    - นักศึกษาสามารถใช้ AI เพื่อ วิเคราะห์ข้อมูล, เขียนเอกสาร และช่วยแก้โจทย์วิจัย

    https://www.neowin.net/news/chatgpt-plus-is-now-free-for-college-students-in-the-us-and-canada/
    OpenAI เปิดให้ใช้ ChatGPT Plus ฟรีสำหรับนักศึกษาวิทยาลัยในสหรัฐฯ และแคนาดาจนถึงเดือนพฤษภาคม นักศึกษาต้องยืนยันตัวตนผ่าน SheerID หากมีบัญชี ChatGPT Plus อยู่แล้ว จะได้รับเครดิตการใช้งานเพิ่ม สองเดือน ฟีเจอร์พิเศษที่นักศึกษาได้รับรวมถึง การใช้ GPT-4.5, โหมดเสียงขั้นสูง และการสร้าง Custom GPTs ขณะนี้ OpenAI กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นมหาศาล ✅ ChatGPT Plus เปิดให้ใช้งานฟรีสำหรับนักศึกษาทั้งแบบเต็มเวลาและพาร์ทไทม์ - นักศึกษาต้องผ่านระบบ SheerID Verification เพื่อยืนยันสถานะ - หากมีบัญชี ChatGPT Plus อยู่แล้ว จะได้รับเครดิตการใช้งานฟรีสองเดือน ✅ สิทธิ์ที่นักศึกษาได้รับจาก ChatGPT Plus - ขยายขีดจำกัดการส่งข้อความและวิเคราะห์ข้อมูล - สามารถใช้โหมดเสียงขั้นสูง พร้อมวิดีโอและแชร์หน้าจอ - เข้าถึง GPT-4.5 ซึ่งเป็นโมเดลที่ใหญ่ที่สุดของ OpenAI - สามารถสร้าง Custom GPTs และใช้ Sora Video Generation ✅ OpenAI กำลังเผชิญความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐาน - ผู้ใช้ ChatGPT เพิ่มขึ้นถึง 500 ล้านคนต่อสัปดาห์ ทำให้เซิร์ฟเวอร์รองรับการใช้งานหนัก - CEO Sam Altman ขอความช่วยเหลือในการหา GPU เพิ่มเพื่อรองรับบริการ ✅ ChatGPT กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในภาคการศึกษา - การให้บริการฟรีแก่นักศึกษาอาจช่วยขยายฐานผู้ใช้และทำให้ AI มีบทบาทมากขึ้นในมหาวิทยาลัย - นักศึกษาสามารถใช้ AI เพื่อ วิเคราะห์ข้อมูล, เขียนเอกสาร และช่วยแก้โจทย์วิจัย https://www.neowin.net/news/chatgpt-plus-is-now-free-for-college-students-in-the-us-and-canada/
    WWW.NEOWIN.NET
    ChatGPT Plus is now free for college students in the US and Canada
    To further expand its user base, OpenAI is offering free ChatGPT Plus subscriptions to students, while also facing infrastructure challenges due to the high demand.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 76 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google เตือนว่ามีสายลับจากเกาหลีเหนือแฝงตัวเป็นนักพัฒนา IT ในบริษัทตะวันตก เพื่อขโมยข้อมูลและสร้างรายได้ให้กับรัฐบาล DPRK มีรายงานว่าบางคนขู่เปิดเผยข้อมูลบริษัทหลังถูกไล่ออก ปฏิบัติการนี้สร้างรายได้กว่า 6.8 ล้านดอลลาร์ และเริ่มขยายไปสู่ บริษัทในยุโรป บริษัทไอทีบางแห่งใช้แนวทาง Bring Your Own Device (BYOD) เพื่อลดความเสี่ยง แต่แนวทางนี้ก็ยังมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

    ✅ พนักงานที่ถูกไล่ออกบางรายขู่เปิดเผยข้อมูลบริษัท
    - มีกรณีที่นักพัฒนา IT ซึ่งถูกไล่ออกจากบริษัทขู่จะ เปิดเผยซอร์สโค้ดและข้อมูลภายในแก่คู่แข่ง
    - ข้อมูลที่ได้รับผลกระทบรวมถึง ซอฟต์แวร์ที่ยังไม่ได้เปิดตัวและทรัพย์สินทางปัญญา

    ✅ การแทรกซึมเข้าสู่บริษัทไอทีระดับโลกเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ
    - Google รายงานว่าการแทรกซึมดังกล่าวสร้างรายได้ให้เกาหลีเหนือถึง 6.8 ล้านดอลลาร์
    - พบหลักฐานว่ามี ทีมสนับสนุนในสหรัฐฯ และอังกฤษ ที่ช่วยส่งอุปกรณ์ให้สายลับใช้ในการทำงาน

    ✅ แฮกเกอร์ของ DPRK เริ่มหันไปเน้นยุโรปมากขึ้น
    - การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานพบว่า มีการเพิ่มจำนวนการโจมตีและความพยายามล้วงข้อมูลในยุโรป
    - อาจเป็นสัญญาณของการขยายปฏิบัติการไปทั่วโลก

    ✅ บริษัทส่วนใหญ่เริ่มใช้แนวทาง "Bring Your Own Device" แต่ยังมีจุดอ่อน
    - องค์กรที่อนุญาตให้พนักงานใช้ อุปกรณ์ของตัวเอง (BYOD) พบว่าเป็นช่องโหว่สำคัญ
    - เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ ขาดระบบความปลอดภัยและการบันทึกข้อมูลที่ช่วยตรวจจับภัยคุกคาม

    https://www.techradar.com/pro/security/google-warns-north-korean-spies-are-gaining-positions-in-western-firms
    Google เตือนว่ามีสายลับจากเกาหลีเหนือแฝงตัวเป็นนักพัฒนา IT ในบริษัทตะวันตก เพื่อขโมยข้อมูลและสร้างรายได้ให้กับรัฐบาล DPRK มีรายงานว่าบางคนขู่เปิดเผยข้อมูลบริษัทหลังถูกไล่ออก ปฏิบัติการนี้สร้างรายได้กว่า 6.8 ล้านดอลลาร์ และเริ่มขยายไปสู่ บริษัทในยุโรป บริษัทไอทีบางแห่งใช้แนวทาง Bring Your Own Device (BYOD) เพื่อลดความเสี่ยง แต่แนวทางนี้ก็ยังมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ✅ พนักงานที่ถูกไล่ออกบางรายขู่เปิดเผยข้อมูลบริษัท - มีกรณีที่นักพัฒนา IT ซึ่งถูกไล่ออกจากบริษัทขู่จะ เปิดเผยซอร์สโค้ดและข้อมูลภายในแก่คู่แข่ง - ข้อมูลที่ได้รับผลกระทบรวมถึง ซอฟต์แวร์ที่ยังไม่ได้เปิดตัวและทรัพย์สินทางปัญญา ✅ การแทรกซึมเข้าสู่บริษัทไอทีระดับโลกเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ - Google รายงานว่าการแทรกซึมดังกล่าวสร้างรายได้ให้เกาหลีเหนือถึง 6.8 ล้านดอลลาร์ - พบหลักฐานว่ามี ทีมสนับสนุนในสหรัฐฯ และอังกฤษ ที่ช่วยส่งอุปกรณ์ให้สายลับใช้ในการทำงาน ✅ แฮกเกอร์ของ DPRK เริ่มหันไปเน้นยุโรปมากขึ้น - การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานพบว่า มีการเพิ่มจำนวนการโจมตีและความพยายามล้วงข้อมูลในยุโรป - อาจเป็นสัญญาณของการขยายปฏิบัติการไปทั่วโลก ✅ บริษัทส่วนใหญ่เริ่มใช้แนวทาง "Bring Your Own Device" แต่ยังมีจุดอ่อน - องค์กรที่อนุญาตให้พนักงานใช้ อุปกรณ์ของตัวเอง (BYOD) พบว่าเป็นช่องโหว่สำคัญ - เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้ ขาดระบบความปลอดภัยและการบันทึกข้อมูลที่ช่วยตรวจจับภัยคุกคาม https://www.techradar.com/pro/security/google-warns-north-korean-spies-are-gaining-positions-in-western-firms
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 167 มุมมอง 0 รีวิว
  • Amazon กำลังเริ่มต้นยุคใหม่ของอินเทอร์เน็ตอวกาศด้วยการส่งดาวเทียม Kuiper 27 ดวงแรกขึ้นสู่อวกาศ ในวันที่ 9 เมษายน 2025 โดยตั้งเป้า สร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่กว่าและเสถียรกว่า Starlink ของ SpaceX Kuiper จะมีดาวเทียมกว่า 3,000 ดวง เพื่อให้บริการทั่วโลก โดยทีมพัฒนาโครงการประกอบด้วย อดีตวิศวกรของ SpaceX Amazon หวังว่า ความเชี่ยวชาญด้านบริการอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์รับสัญญาณที่ใช้งานง่าย จะช่วยดึงดูดลูกค้าให้มาใช้ Kuiper แทน Starlink

    ✅ Kuiper Atlas 1—ภารกิจแรกของ Amazon ในการแข่งขันอินเทอร์เน็ตอวกาศ
    - ดาวเทียม Kuiper จะถูกส่งขึ้นสู่อวกาศโดยใช้ จรวด Atlas 5 จาก United Launch Alliance (ULA)
    - ภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ข้อตกลงการปล่อยดาวเทียมหลายครั้งที่ Amazon เซ็นสัญญาไว้ในปี 2022

    ✅ เป้าหมายของ Project Kuiper—ครอบคลุมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วโลก
    - Amazon ตั้งเป้าส่งดาวเทียมมากกว่า 3,000 ดวง เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
    - ระบบนี้จะเป็นเครือข่าย Mesh Network ซึ่งมีความเสถียรสูง

    ✅ การเปรียบเทียบกับ Starlink ของ SpaceX
    - SpaceX เปิดตัว Starlink ตั้งแต่ปี 2019 และปัจจุบันมี ดาวเทียมมากกว่า 8,000 ดวง
    - Starlink มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 5 ล้านรายจาก 125 ประเทศ
    - Amazon แม้จะเริ่มช้ากว่า แต่หวังว่าความเชี่ยวชาญด้าน บริการเว็บและผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค จะช่วยดึงดูดลูกค้า

    ✅ ความได้เปรียบของ Amazon ในการแข่งขัน
    - Amazon มีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เช่น AWS และการจัดการอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภค
    - บริษัทตั้งเป้าพัฒนา อุปกรณ์รับสัญญาณขนาดเล็ก (คล้ายกล่องพิซซ่า) ที่สื่อสารกับดาวเทียม Kuiper เพื่อใช้งานได้ง่ายขึ้น

    ✅ Amazon เคยจ้างวิศวกร Starlink ก่อนที่ Musk จะปลดพวกเขาออก
    - ทีมงานที่สร้าง Kuiper ประกอบด้วย อดีตวิศวกรจาก SpaceX ที่เคยทำงานกับ Starlink ก่อนถูกปลด
    - Amazon ลงทุนกว่า $10 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนา Kuiper ตั้งแต่ปี 2019

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/03/amazon-targets-april-9-launch-of-first-kuiper-internet-satellites
    Amazon กำลังเริ่มต้นยุคใหม่ของอินเทอร์เน็ตอวกาศด้วยการส่งดาวเทียม Kuiper 27 ดวงแรกขึ้นสู่อวกาศ ในวันที่ 9 เมษายน 2025 โดยตั้งเป้า สร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่กว่าและเสถียรกว่า Starlink ของ SpaceX Kuiper จะมีดาวเทียมกว่า 3,000 ดวง เพื่อให้บริการทั่วโลก โดยทีมพัฒนาโครงการประกอบด้วย อดีตวิศวกรของ SpaceX Amazon หวังว่า ความเชี่ยวชาญด้านบริการอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์รับสัญญาณที่ใช้งานง่าย จะช่วยดึงดูดลูกค้าให้มาใช้ Kuiper แทน Starlink ✅ Kuiper Atlas 1—ภารกิจแรกของ Amazon ในการแข่งขันอินเทอร์เน็ตอวกาศ - ดาวเทียม Kuiper จะถูกส่งขึ้นสู่อวกาศโดยใช้ จรวด Atlas 5 จาก United Launch Alliance (ULA) - ภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ข้อตกลงการปล่อยดาวเทียมหลายครั้งที่ Amazon เซ็นสัญญาไว้ในปี 2022 ✅ เป้าหมายของ Project Kuiper—ครอบคลุมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วโลก - Amazon ตั้งเป้าส่งดาวเทียมมากกว่า 3,000 ดวง เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง - ระบบนี้จะเป็นเครือข่าย Mesh Network ซึ่งมีความเสถียรสูง ✅ การเปรียบเทียบกับ Starlink ของ SpaceX - SpaceX เปิดตัว Starlink ตั้งแต่ปี 2019 และปัจจุบันมี ดาวเทียมมากกว่า 8,000 ดวง - Starlink มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 5 ล้านรายจาก 125 ประเทศ - Amazon แม้จะเริ่มช้ากว่า แต่หวังว่าความเชี่ยวชาญด้าน บริการเว็บและผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค จะช่วยดึงดูดลูกค้า ✅ ความได้เปรียบของ Amazon ในการแข่งขัน - Amazon มีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เช่น AWS และการจัดการอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภค - บริษัทตั้งเป้าพัฒนา อุปกรณ์รับสัญญาณขนาดเล็ก (คล้ายกล่องพิซซ่า) ที่สื่อสารกับดาวเทียม Kuiper เพื่อใช้งานได้ง่ายขึ้น ✅ Amazon เคยจ้างวิศวกร Starlink ก่อนที่ Musk จะปลดพวกเขาออก - ทีมงานที่สร้าง Kuiper ประกอบด้วย อดีตวิศวกรจาก SpaceX ที่เคยทำงานกับ Starlink ก่อนถูกปลด - Amazon ลงทุนกว่า $10 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนา Kuiper ตั้งแต่ปี 2019 https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/04/03/amazon-targets-april-9-launch-of-first-kuiper-internet-satellites
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Amazon targets April 9 launch of first Kuiper internet satellites
    WASHINGTON (Reuters) -Amazon.com said on Wednesday it plans to launch the first 27 satellites for its Project Kuiper internet network next week, pinning down a long-awaited start to the company's plan to deploy a massive constellation that will rival Elon Musk's Starlink system.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 112 มุมมอง 0 รีวิว
  • อาฟเตอร์ช็อกแผ่นดินไหว สะเทือนระบบประเทศไทย : คนเคาะข่าว 02-04-68
    ร่วมสนทนา
    ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตนายกสภาวิศวกร และอดีตนายกวสท.
    ดำเนินรายการโดย กรองทอง เศรษฐสุทธิ์

    'แผ่นดินไหว... ไม่เตือนล่วงหน้า แต่เราต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้า'
    'ไม่ใช่แค่เรื่องวิศวกรรม แต่คือเรื่องของ ‘ชีวิตผู้คน'

    #คนเคาะข่าว #แผ่นดินไหว #อาฟเตอร์ช็อก #ภัยพิบัติธรรมชาติ #ระบบวิศวกรรมไทย #โครงสร้างพื้นฐาน #สุชัชวีร์สุวรรณสวัสดิ์ #ข่าวสังคม #วิเคราะห์ความเสี่ยง #ระบบประเทศไทย #ThaiTimes #ข่าววิศวกรรม #วิศวกร #ความปลอดภัยสาธารณะ #เตรียมรับมือภัยพิบัติ
    อาฟเตอร์ช็อกแผ่นดินไหว สะเทือนระบบประเทศไทย : คนเคาะข่าว 02-04-68 ร่วมสนทนา ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตนายกสภาวิศวกร และอดีตนายกวสท. ดำเนินรายการโดย กรองทอง เศรษฐสุทธิ์ 'แผ่นดินไหว... ไม่เตือนล่วงหน้า แต่เราต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้า' 'ไม่ใช่แค่เรื่องวิศวกรรม แต่คือเรื่องของ ‘ชีวิตผู้คน' #คนเคาะข่าว #แผ่นดินไหว #อาฟเตอร์ช็อก #ภัยพิบัติธรรมชาติ #ระบบวิศวกรรมไทย #โครงสร้างพื้นฐาน #สุชัชวีร์สุวรรณสวัสดิ์ #ข่าวสังคม #วิเคราะห์ความเสี่ยง #ระบบประเทศไทย #ThaiTimes #ข่าววิศวกรรม #วิศวกร #ความปลอดภัยสาธารณะ #เตรียมรับมือภัยพิบัติ
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 232 มุมมอง 3 0 รีวิว
  • หลังจากการโจมตีทางไซเบอร์โดยกลุ่ม Salt Typhoon หลายฝ่ายเรียกร้องให้สหรัฐฯ ตอบโต้จีน อย่างไรก็ตาม Marcus Hutchins เตือนว่าการตอบโต้ไซเบอร์อาจทำให้สหรัฐฯ เสี่ยงต่อการโจมตีครั้งใหญ่จากจีน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ล้าสมัยและไม่ได้รับการปกป้องที่เพียงพอ Hutchins เสนอให้สหรัฐฯ ลงทุนในระบบป้องกันไซเบอร์ก่อนดำเนินยุทธวิธีตอบโต้

    ✅ Salt Typhoon เจาะระบบผ่านช่องโหว่ของกฎหมาย CALEA
    - กฎหมาย Communications Assistance for Law Enforcement Act (CALEA) ที่ออกในปี 1994 กำหนดให้มี ช่องทางเข้าถึงข้อมูลสื่อสารของผู้ต้องสงสัย
    - อย่างไรก็ตาม ระบบที่ออกแบบเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามอาชญากร กลับกลายเป็นช่องโหว่ที่แฮกเกอร์สามารถใช้โจมตี

    ✅ สหรัฐฯ มีขีดความสามารถในการโจมตีไซเบอร์ แต่ไม่พร้อมรับมือการตอบโต้จากจีน
    - Hutchins เตือนว่า โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐฯ ล้าสมัย และไม่ได้รับการปกป้องที่เพียงพอ
    - ะบบบางส่วน ไม่ได้รับการอัปเดตมานานกว่า 10 ปี ทำให้จีนสามารถใช้การโจมตีขนาดใหญ่เพื่อตอบโต้ได้ทันที

    ✅ จีนใช้เวลากว่าทศวรรษในการศึกษาระบบของสหรัฐฯ
    - นักวิเคราะห์เชื่อว่ากลุ่ม Typhoon ใช้การโจมตีขนาดเล็กเพื่อทดสอบความสามารถในการตอบโต้ของสหรัฐฯ
    - หากเกิดความขัดแย้งระดับสูง จีนสามารถใช้ข้อมูลที่เก็บสะสมไว้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำ

    ✅ ภาคเอกชนของสหรัฐฯ ไม่มีมาตรการป้องกันที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
    - ในสหรัฐฯ แต่ละองค์กรต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ของตนเอง
    - Hutchins วิจารณ์ว่า ภาคเอกชนมักมองว่าการเพิกเฉยต่อการโจมตีไซเบอร์มีต้นทุนต่ำกว่าการป้องกัน

    ✅ ข้อเสนอให้สหรัฐฯ ปรับปรุงมาตรการป้องกันก่อนดำเนินยุทธวิธีตอบโต้
    - Hutchins ย้ำว่า สหรัฐฯ ควรสร้างระบบป้องกันที่แข็งแกร่งก่อนเข้าสู่สงครามไซเบอร์
    - นักวิเคราะห์หลายคนเห็นด้วยว่า การโจมตีจีนโดยไม่มีการป้องกันที่ดี อาจกลายเป็นหายนะสำหรับสหรัฐฯ เอง

    https://www.techradar.com/pro/security/american-cyber-brass-calls-for-retaliatory-strikes-against-china-but-is-the-us-really-ready
    หลังจากการโจมตีทางไซเบอร์โดยกลุ่ม Salt Typhoon หลายฝ่ายเรียกร้องให้สหรัฐฯ ตอบโต้จีน อย่างไรก็ตาม Marcus Hutchins เตือนว่าการตอบโต้ไซเบอร์อาจทำให้สหรัฐฯ เสี่ยงต่อการโจมตีครั้งใหญ่จากจีน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ล้าสมัยและไม่ได้รับการปกป้องที่เพียงพอ Hutchins เสนอให้สหรัฐฯ ลงทุนในระบบป้องกันไซเบอร์ก่อนดำเนินยุทธวิธีตอบโต้ ✅ Salt Typhoon เจาะระบบผ่านช่องโหว่ของกฎหมาย CALEA - กฎหมาย Communications Assistance for Law Enforcement Act (CALEA) ที่ออกในปี 1994 กำหนดให้มี ช่องทางเข้าถึงข้อมูลสื่อสารของผู้ต้องสงสัย - อย่างไรก็ตาม ระบบที่ออกแบบเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามอาชญากร กลับกลายเป็นช่องโหว่ที่แฮกเกอร์สามารถใช้โจมตี ✅ สหรัฐฯ มีขีดความสามารถในการโจมตีไซเบอร์ แต่ไม่พร้อมรับมือการตอบโต้จากจีน - Hutchins เตือนว่า โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐฯ ล้าสมัย และไม่ได้รับการปกป้องที่เพียงพอ - ะบบบางส่วน ไม่ได้รับการอัปเดตมานานกว่า 10 ปี ทำให้จีนสามารถใช้การโจมตีขนาดใหญ่เพื่อตอบโต้ได้ทันที ✅ จีนใช้เวลากว่าทศวรรษในการศึกษาระบบของสหรัฐฯ - นักวิเคราะห์เชื่อว่ากลุ่ม Typhoon ใช้การโจมตีขนาดเล็กเพื่อทดสอบความสามารถในการตอบโต้ของสหรัฐฯ - หากเกิดความขัดแย้งระดับสูง จีนสามารถใช้ข้อมูลที่เก็บสะสมไว้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำ ✅ ภาคเอกชนของสหรัฐฯ ไม่มีมาตรการป้องกันที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน - ในสหรัฐฯ แต่ละองค์กรต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ของตนเอง - Hutchins วิจารณ์ว่า ภาคเอกชนมักมองว่าการเพิกเฉยต่อการโจมตีไซเบอร์มีต้นทุนต่ำกว่าการป้องกัน ✅ ข้อเสนอให้สหรัฐฯ ปรับปรุงมาตรการป้องกันก่อนดำเนินยุทธวิธีตอบโต้ - Hutchins ย้ำว่า สหรัฐฯ ควรสร้างระบบป้องกันที่แข็งแกร่งก่อนเข้าสู่สงครามไซเบอร์ - นักวิเคราะห์หลายคนเห็นด้วยว่า การโจมตีจีนโดยไม่มีการป้องกันที่ดี อาจกลายเป็นหายนะสำหรับสหรัฐฯ เอง https://www.techradar.com/pro/security/american-cyber-brass-calls-for-retaliatory-strikes-against-china-but-is-the-us-really-ready
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 126 มุมมอง 0 รีวิว
  • Altera ได้เริ่มจัดส่ง Agilex 7 FPGA M-Series ซึ่งเป็นชิปประมวลผลแบบ FPGA ระดับไฮเอนด์ที่ออกแบบมาเพื่อ AI และศูนย์ข้อมูล โดยใช้ HBM2E และ DDR5/LPDDR5 เพื่อเพิ่มแบนด์วิดท์และลดความล่าช้า Positron ซึ่งเป็นบริษัท AI รายงานว่า FPGA นี้ช่วยให้ทำงานได้เร็วกว่า GPU ในการรันโมเดล AI เช่น Llama3 และช่วยประหยัดพลังงานมากกว่า
    Intel คาดว่า FPGA นี้จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเซิร์ฟเวอร์ AI และอุตสาหกรรมสื่อสาร 5G ในอีก 10 ปีข้างหน้า

    ✅ FPGA นี้ออกแบบเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
    - มี 3.8 ล้าน Logic Elements รองรับการประมวลผลระดับสูง
    - ใช้ Hyperflex Architecture รุ่นที่ 2 เพื่อเพิ่มความเร็วและลดการใช้พลังงาน

    ✅ หน่วยความจำความเร็วสูงช่วยแก้ปัญหาคอขวด
    - มี HBM2E ขนาด 32 GB พร้อมแบนด์วิดท์สูงสุด 820 GBps
    - รองรับ DDR5/LPDDR5 โดยมี Memory Bandwidth สูงสุด 1 TBps

    ✅ การใช้งานหลักของ Agilex 7 FPGA M-Series
    - ศูนย์ข้อมูล: ใช้เป็นเร่งความเร็ว AI และช่วยลดภาระงานของโปรเซสเซอร์ทั่วไป
    - อุปกรณ์เครือข่าย: รองรับไฟร์วอลล์ยุคใหม่ที่ต้องใช้การประมวลผลข้อมูลระดับสูง
    - อุปกรณ์ออกอากาศ: ส่งข้อมูล 8K UHD ได้รวดเร็ว ลดความล่าช้าในเซ็นเซอร์ภาพ

    ✅ บริษัท AI ใช้ FPGA เพื่อประสิทธิภาพสูงกว่าระบบ GPU ทั่วไป
    - Positron รายงานว่า Agilex 7 มีการใช้ Bandwidth สูงถึง 93% ซึ่งสูงกว่าระบบ GPU ที่มักอยู่ที่ 10-30%
    - เมื่อใช้ในการประมวลผล LLM (เช่น Llama3 และ MOE Models) ทำให้ได้ ประสิทธิภาพต่อค่าใช้จ่ายดีขึ้น 3.5 เท่า

    ✅ อนาคตของ Agilex 7 FPGA M-Series
    - มีอายุการใช้งานถึง ปี 2035 และพร้อมใช้งานทั่วโลก
    - คาดว่าจะถูกนำมาใช้ในเซิร์ฟเวอร์ระดับสูง, การประมวลผล AI, และโครงสร้างพื้นฐาน 5G

    https://www.techpowerup.com/334926/altera-starts-production-shipments-of-agilex-7-fpga-m-series
    Altera ได้เริ่มจัดส่ง Agilex 7 FPGA M-Series ซึ่งเป็นชิปประมวลผลแบบ FPGA ระดับไฮเอนด์ที่ออกแบบมาเพื่อ AI และศูนย์ข้อมูล โดยใช้ HBM2E และ DDR5/LPDDR5 เพื่อเพิ่มแบนด์วิดท์และลดความล่าช้า Positron ซึ่งเป็นบริษัท AI รายงานว่า FPGA นี้ช่วยให้ทำงานได้เร็วกว่า GPU ในการรันโมเดล AI เช่น Llama3 และช่วยประหยัดพลังงานมากกว่า Intel คาดว่า FPGA นี้จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเซิร์ฟเวอร์ AI และอุตสาหกรรมสื่อสาร 5G ในอีก 10 ปีข้างหน้า ✅ FPGA นี้ออกแบบเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด - มี 3.8 ล้าน Logic Elements รองรับการประมวลผลระดับสูง - ใช้ Hyperflex Architecture รุ่นที่ 2 เพื่อเพิ่มความเร็วและลดการใช้พลังงาน ✅ หน่วยความจำความเร็วสูงช่วยแก้ปัญหาคอขวด - มี HBM2E ขนาด 32 GB พร้อมแบนด์วิดท์สูงสุด 820 GBps - รองรับ DDR5/LPDDR5 โดยมี Memory Bandwidth สูงสุด 1 TBps ✅ การใช้งานหลักของ Agilex 7 FPGA M-Series - ศูนย์ข้อมูล: ใช้เป็นเร่งความเร็ว AI และช่วยลดภาระงานของโปรเซสเซอร์ทั่วไป - อุปกรณ์เครือข่าย: รองรับไฟร์วอลล์ยุคใหม่ที่ต้องใช้การประมวลผลข้อมูลระดับสูง - อุปกรณ์ออกอากาศ: ส่งข้อมูล 8K UHD ได้รวดเร็ว ลดความล่าช้าในเซ็นเซอร์ภาพ ✅ บริษัท AI ใช้ FPGA เพื่อประสิทธิภาพสูงกว่าระบบ GPU ทั่วไป - Positron รายงานว่า Agilex 7 มีการใช้ Bandwidth สูงถึง 93% ซึ่งสูงกว่าระบบ GPU ที่มักอยู่ที่ 10-30% - เมื่อใช้ในการประมวลผล LLM (เช่น Llama3 และ MOE Models) ทำให้ได้ ประสิทธิภาพต่อค่าใช้จ่ายดีขึ้น 3.5 เท่า ✅ อนาคตของ Agilex 7 FPGA M-Series - มีอายุการใช้งานถึง ปี 2035 และพร้อมใช้งานทั่วโลก - คาดว่าจะถูกนำมาใช้ในเซิร์ฟเวอร์ระดับสูง, การประมวลผล AI, และโครงสร้างพื้นฐาน 5G https://www.techpowerup.com/334926/altera-starts-production-shipments-of-agilex-7-fpga-m-series
    WWW.TECHPOWERUP.COM
    Altera Starts Production Shipments of Agilex 7 FPGA M-Series
    Altera Corporation, a leader in FPGA innovations, today announced production shipments of its Agilex 7 FPGA M-Series, the industry's first high-end, high-density FPGA to feature integrated high bandwidth memory and support for DDR5 and LPDDR5 memory technologies. Offering over 3.8 million logic elem...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 110 มุมมอง 0 รีวิว
  • ปัญหา ไฟไหม้ขยะและศูนย์รีไซเคิล เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ในบุหรี่ไฟฟ้า ล่าสุด Fire Rover ซึ่งเป็นบริษัทด้านระบบดับเพลิงอัตโนมัติ รายงานว่าจำนวนไฟไหม้ขยะในปี 2024 พุ่งขึ้น 60% จากปี 2023 และสูงขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับปี 2022

    ✅ ตัวเลขไฟไหม้ขยะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    - ในปี 2024 มีเหตุไฟไหม้ขยะ 2,910 ครั้ง เพิ่มขึ้นจาก 1,809 ครั้งในปี 2023
    - ศูนย์รีไซเคิลต้องเรียกทีมดับเพลิง 398 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่ Fire Rover เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 2016

    ✅ บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสาเหตุหลัก เนื่องจากการกำจัดที่ผิดวิธี
    - ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ทิ้งบุหรี่ไฟฟ้าในขยะทั่วไป แต่ใช้ ถังรีไซเคิล ซึ่งก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน
    - แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสามารถติดไฟได้หลายวิธี เช่น แรงกดทับ, การเจาะ, ไฟฟ้าลัดวงจร และความสั่นสะเทือน จากกระบวนการในโรงงาน

    ✅ ค่าเสียหายสูงถึง $2.5 พันล้านในปี 2024
    - Fire Rover ประเมินว่า 50% ของเหตุไฟไหม้ขยะมาจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
    - ศูนย์กำจัดขยะต้องรับภาระค่าเสียหายจำนวนมาก เนื่องจากไม่มีระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพ

    ✅ อุตสาหกรรมบุหรี่ไฟฟ้าถูกตั้งคำถามเรื่องความรับผิดชอบ
    - รายงานของ Fire Rover วิจารณ์ว่า อุตสาหกรรมบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ลงทุนเพียงพอ ในระบบกำจัดแบตเตอรี่
    - 1.2 พันล้านชิ้น ของบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งเข้าสู่ขยะและรีไซเคิลทุกปี แต่ไม่มีมาตรการชัดเจนในการจัดการ

    ✅ การแก้ปัญหาในอนาคต
    - Fire Rover เสนอให้ มีโครงสร้างพื้นฐานรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่เข้มงวดขึ้น
    - ศูนย์กำจัดขยะควร เพิ่มมาตรการตรวจสอบและแยกแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนออกจากขยะทั่วไป

    https://www.techspot.com/news/107379-waste-fires-rise-largely-thanks-lithium-ion-batteries.html
    ปัญหา ไฟไหม้ขยะและศูนย์รีไซเคิล เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ในบุหรี่ไฟฟ้า ล่าสุด Fire Rover ซึ่งเป็นบริษัทด้านระบบดับเพลิงอัตโนมัติ รายงานว่าจำนวนไฟไหม้ขยะในปี 2024 พุ่งขึ้น 60% จากปี 2023 และสูงขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับปี 2022 ✅ ตัวเลขไฟไหม้ขยะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว - ในปี 2024 มีเหตุไฟไหม้ขยะ 2,910 ครั้ง เพิ่มขึ้นจาก 1,809 ครั้งในปี 2023 - ศูนย์รีไซเคิลต้องเรียกทีมดับเพลิง 398 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่ Fire Rover เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 2016 ✅ บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสาเหตุหลัก เนื่องจากการกำจัดที่ผิดวิธี - ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ทิ้งบุหรี่ไฟฟ้าในขยะทั่วไป แต่ใช้ ถังรีไซเคิล ซึ่งก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน - แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสามารถติดไฟได้หลายวิธี เช่น แรงกดทับ, การเจาะ, ไฟฟ้าลัดวงจร และความสั่นสะเทือน จากกระบวนการในโรงงาน ✅ ค่าเสียหายสูงถึง $2.5 พันล้านในปี 2024 - Fire Rover ประเมินว่า 50% ของเหตุไฟไหม้ขยะมาจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน - ศูนย์กำจัดขยะต้องรับภาระค่าเสียหายจำนวนมาก เนื่องจากไม่มีระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพ ✅ อุตสาหกรรมบุหรี่ไฟฟ้าถูกตั้งคำถามเรื่องความรับผิดชอบ - รายงานของ Fire Rover วิจารณ์ว่า อุตสาหกรรมบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ลงทุนเพียงพอ ในระบบกำจัดแบตเตอรี่ - 1.2 พันล้านชิ้น ของบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งเข้าสู่ขยะและรีไซเคิลทุกปี แต่ไม่มีมาตรการชัดเจนในการจัดการ ✅ การแก้ปัญหาในอนาคต - Fire Rover เสนอให้ มีโครงสร้างพื้นฐานรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่เข้มงวดขึ้น - ศูนย์กำจัดขยะควร เพิ่มมาตรการตรวจสอบและแยกแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนออกจากขยะทั่วไป https://www.techspot.com/news/107379-waste-fires-rise-largely-thanks-lithium-ion-batteries.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Waste fires are on the rise largely thanks to the lithium-ion batteries in vape pens
    Fire Rover, a company that specializes in automated and semi-automated fire suppression systems, released its annual report noting that waste and recycling fires are steadily rising. In...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 110 มุมมอง 0 รีวิว
  • JR West ได้สร้างสถานีรถไฟ Hatsushima ด้วย เทคโนโลยี 3D Printing ซึ่งช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างลง 50% และใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง ในการประกอบสถานี ขณะที่การออกแบบสะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น การทดลองนี้จะช่วยให้ญี่ปุ่นสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยยิ่งขึ้น

    ✅ กระบวนการสร้างอาคารสถานี 3D Printing
    - ใช้เทคนิค พิมพ์ปูนมอร์ตาร์เป็นชั้น ๆ และสร้างแบบแม่พิมพ์สำหรับโครงสร้างภายนอก
    - เสริมความแข็งแรงด้วย เหล็กภายในโครงสร้างก่อนเทคอนกรีต เพื่อให้มีความทนทานต่อแผ่นดินไหว

    ✅ ติดตั้งเสร็จในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง
    - ชิ้นส่วนหลักของอาคาร เช่น หลังคาและผนัง ถูกพิมพ์ล่วงหน้าและขนส่งไปยังพื้นที่ก่อสร้าง
    - ทีมงานสามารถประกอบโครงสร้างทั้งหมด ภายในช่วงเวลาที่ไม่มีรถไฟวิ่ง (กลางคืนถึงเช้า)

    ✅ การออกแบบสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น
    - ผนังอาคารมีภาพศิลปะที่แสดงถึง มikan (ส้มญี่ปุ่น) และ tachiuo (ปลากระบอกยาว) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง Arida
    - JR West ต้องการให้สถานีแห่งนี้เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงชุมชนกับระบบขนส่ง

    ✅ เหตุผลที่เลือกสถานี Hatsushima เป็นโครงการนำร่อง
    - พื้นที่นี้อยู่ติดชายฝั่ง ทำให้สามารถทดสอบ ความทนทานต่อไอเค็มจากทะเล
    - JR West จะใช้ข้อมูลจากสถานีนี้เพื่อประเมินต้นทุนการบำรุงรักษาและประสิทธิภาพของเทคโนโลยี

    ✅ อนาคตของ 3D Printing ในโครงสร้างพื้นฐานของญี่ปุ่น
    - หากการทดสอบสำเร็จ JR West อาจขยาย เทคโนโลยี 3D Printing ไปยังสถานีอื่น ๆ ในเครือข่าย
    - บริษัทวางเป้าหมายให้ระบบขนส่งมีความ ปลอดภัย ทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    https://www.techspot.com/news/107363-japan-first-3d-printed-train-station-assembled-record.html
    JR West ได้สร้างสถานีรถไฟ Hatsushima ด้วย เทคโนโลยี 3D Printing ซึ่งช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างลง 50% และใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง ในการประกอบสถานี ขณะที่การออกแบบสะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น การทดลองนี้จะช่วยให้ญี่ปุ่นสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ✅ กระบวนการสร้างอาคารสถานี 3D Printing - ใช้เทคนิค พิมพ์ปูนมอร์ตาร์เป็นชั้น ๆ และสร้างแบบแม่พิมพ์สำหรับโครงสร้างภายนอก - เสริมความแข็งแรงด้วย เหล็กภายในโครงสร้างก่อนเทคอนกรีต เพื่อให้มีความทนทานต่อแผ่นดินไหว ✅ ติดตั้งเสร็จในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง - ชิ้นส่วนหลักของอาคาร เช่น หลังคาและผนัง ถูกพิมพ์ล่วงหน้าและขนส่งไปยังพื้นที่ก่อสร้าง - ทีมงานสามารถประกอบโครงสร้างทั้งหมด ภายในช่วงเวลาที่ไม่มีรถไฟวิ่ง (กลางคืนถึงเช้า) ✅ การออกแบบสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น - ผนังอาคารมีภาพศิลปะที่แสดงถึง มikan (ส้มญี่ปุ่น) และ tachiuo (ปลากระบอกยาว) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง Arida - JR West ต้องการให้สถานีแห่งนี้เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงชุมชนกับระบบขนส่ง ✅ เหตุผลที่เลือกสถานี Hatsushima เป็นโครงการนำร่อง - พื้นที่นี้อยู่ติดชายฝั่ง ทำให้สามารถทดสอบ ความทนทานต่อไอเค็มจากทะเล - JR West จะใช้ข้อมูลจากสถานีนี้เพื่อประเมินต้นทุนการบำรุงรักษาและประสิทธิภาพของเทคโนโลยี ✅ อนาคตของ 3D Printing ในโครงสร้างพื้นฐานของญี่ปุ่น - หากการทดสอบสำเร็จ JR West อาจขยาย เทคโนโลยี 3D Printing ไปยังสถานีอื่น ๆ ในเครือข่าย - บริษัทวางเป้าหมายให้ระบบขนส่งมีความ ปลอดภัย ทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม https://www.techspot.com/news/107363-japan-first-3d-printed-train-station-assembled-record.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    First 3D-printed train station in Japan was assembled in record time
    The new station building, set to open in July, replaces an aging wooden structure that had served the rural community for years. Standing 2.6 meters tall, 6.3...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 188 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตอนนี้แคลิฟอร์เนียมีสถานีชาร์จ EV มากกว่าปั๊มน้ำมันเป็นครั้งแรก! นี่เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันรถยนต์พลังงานสะอาด และรัฐกำลังลงทุนอย่างหนักเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีทั้งสถานีชาร์จทั่วไปและแบบชาร์จเร็ว และยังมีโครงการช่วยเหลือประชาชนรายได้น้อยให้สามารถซื้อ EV ได้ง่ายขึ้น

    จำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้าทั่วแคลิฟอร์เนีย:
    - แคลิฟอร์เนียมี 178,549 สถานีชาร์จ EV แซงหน้าปั๊มน้ำมันที่มีประมาณ 120,000 หัวจ่าย
    - ในจำนวนนี้ 162,000 จุด เป็นแบบ Level 2 (สำหรับการชาร์จทั่วไป) และ 17,000 จุด เป็น Fast Charger ที่ชาร์จเร็ว

    - ความพยายามของรัฐบาลในการส่งเสริม EV:
    - หน่วยงานรัฐลงทุนกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ขยายเครือข่ายชาร์จ EV และไฮโดรเจน
    - มีโครงการ Fast Charge California Project ที่เร่งติดตั้งสถานีชาร์จเร็วในพื้นที่ธุรกิจและสาธารณะ
    - มีเงินช่วยเหลือให้ประชาชนรายได้น้อยเพื่อซื้อรถ EV

    ปัญหาที่ต้องแก้ไขในอนาคต:
    - รัฐกำลังเร่งกระบวนการอนุมัติและลดขั้นตอนด้านกฎหมายเพื่อให้การติดตั้งสถานีชาร์จง่ายขึ้น
    - มีแผนรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และปรับปรุงความน่าเชื่อถือของสถานีชาร์จ

    แนวโน้มตลาดรถ EV ในแคลิฟอร์เนีย:
    - ในไตรมาสที่ 4 ปี 2024 ชาวแคลิฟอร์เนียซื้อรถ EV กว่า 108,000 คัน คิดเป็นกว่า 25% ของยอดขายรถใหม่ในรัฐ
    - รวมแล้วมีรถ EV กว่า 2 ล้านคัน ที่ถูกขายตั้งแต่เริ่มมีการนำมาใช้

    https://www.techspot.com/news/107367-ev-chargers-now-outnumber-gas-pumps-california-zero.html
    ตอนนี้แคลิฟอร์เนียมีสถานีชาร์จ EV มากกว่าปั๊มน้ำมันเป็นครั้งแรก! นี่เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันรถยนต์พลังงานสะอาด และรัฐกำลังลงทุนอย่างหนักเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีทั้งสถานีชาร์จทั่วไปและแบบชาร์จเร็ว และยังมีโครงการช่วยเหลือประชาชนรายได้น้อยให้สามารถซื้อ EV ได้ง่ายขึ้น จำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้าทั่วแคลิฟอร์เนีย: - แคลิฟอร์เนียมี 178,549 สถานีชาร์จ EV แซงหน้าปั๊มน้ำมันที่มีประมาณ 120,000 หัวจ่าย - ในจำนวนนี้ 162,000 จุด เป็นแบบ Level 2 (สำหรับการชาร์จทั่วไป) และ 17,000 จุด เป็น Fast Charger ที่ชาร์จเร็ว - ความพยายามของรัฐบาลในการส่งเสริม EV: - หน่วยงานรัฐลงทุนกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ขยายเครือข่ายชาร์จ EV และไฮโดรเจน - มีโครงการ Fast Charge California Project ที่เร่งติดตั้งสถานีชาร์จเร็วในพื้นที่ธุรกิจและสาธารณะ - มีเงินช่วยเหลือให้ประชาชนรายได้น้อยเพื่อซื้อรถ EV ปัญหาที่ต้องแก้ไขในอนาคต: - รัฐกำลังเร่งกระบวนการอนุมัติและลดขั้นตอนด้านกฎหมายเพื่อให้การติดตั้งสถานีชาร์จง่ายขึ้น - มีแผนรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และปรับปรุงความน่าเชื่อถือของสถานีชาร์จ แนวโน้มตลาดรถ EV ในแคลิฟอร์เนีย: - ในไตรมาสที่ 4 ปี 2024 ชาวแคลิฟอร์เนียซื้อรถ EV กว่า 108,000 คัน คิดเป็นกว่า 25% ของยอดขายรถใหม่ในรัฐ - รวมแล้วมีรถ EV กว่า 2 ล้านคัน ที่ถูกขายตั้งแต่เริ่มมีการนำมาใช้ https://www.techspot.com/news/107367-ev-chargers-now-outnumber-gas-pumps-california-zero.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    EV chargers now outnumber gas pumps in California
    The state has also made significant strides in building an expansive electric vehicle charging network. Governor Gavin Newsom recently announced that California now boasts 178,549 public and...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 91 มุมมอง 0 รีวิว
  • Reuters รายงานว่า Arm เคยสนใจเข้าซื้อ Alphawave บริษัทด้านเทคโนโลยี SerDes (serializer-deserializer) จากสหราชอาณาจักร แต่สุดท้ายได้ถอนตัวจากดีลโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ Arm สนใจ Alphawave คือ เทคโนโลยี SerDes ขั้นสูงที่ช่วยให้การสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่ง Arm ยังไม่มีเทคโนโลยีในระดับเดียวกัน

    SerDes มีความสำคัญมากขึ้นในยุค AI
    - เทคโนโลยีนี้ใช้ในการแปลงข้อมูลจากรูปแบบ parallel ไปเป็น serial และกลับมาอีกครั้ง ซึ่งจำเป็นสำหรับระบบที่มีการส่งข้อมูลความเร็วสูง
    - AI เช่น ChatGPT และ Gemini ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์จำนวนมากในการให้บริการ ทำให้ SerDes เป็นองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการประมวลผล

    Broadcom เป็นผู้นำในเทคโนโลยีนี้
    - Broadcom มีลูกค้ารายใหญ่ เช่น Google และ OpenAI ซึ่งใช้ SerDes สำหรับโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล

    Alphawave มีมูลค่าตลาดกว่า 913 ล้านดอลลาร์
    - แม้ว่าดีลกับ Arm จะล่มลง Alphawave กำลังได้รับความสนใจจากบริษัทอื่น ๆ ที่ต้องการซื้อกิจการ

    ปัญหาความมั่นคงทางเทคโนโลยีเป็นสาเหตุที่ Arm ถอนตัว
    - Alphawave มีบริษัทร่วมทุนในจีนชื่อ WiseWave ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Wise Road Capital ที่ติดบัญชีดำด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ
    - Arm เคยประสบปัญหาด้านความสัมพันธ์กับจีนตอนเข้าตลาดหุ้น (IPO) ปี 2023 จึงอาจไม่ต้องการเผชิญปัญหาแบบเดิมจากการเข้าซื้อ Alphawave

    https://www.neowin.net/news/serdes-technologys-strategic-value-revealed-as-arms-acquisition-falls-through/
    Reuters รายงานว่า Arm เคยสนใจเข้าซื้อ Alphawave บริษัทด้านเทคโนโลยี SerDes (serializer-deserializer) จากสหราชอาณาจักร แต่สุดท้ายได้ถอนตัวจากดีลโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ Arm สนใจ Alphawave คือ เทคโนโลยี SerDes ขั้นสูงที่ช่วยให้การสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่ง Arm ยังไม่มีเทคโนโลยีในระดับเดียวกัน SerDes มีความสำคัญมากขึ้นในยุค AI - เทคโนโลยีนี้ใช้ในการแปลงข้อมูลจากรูปแบบ parallel ไปเป็น serial และกลับมาอีกครั้ง ซึ่งจำเป็นสำหรับระบบที่มีการส่งข้อมูลความเร็วสูง - AI เช่น ChatGPT และ Gemini ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์จำนวนมากในการให้บริการ ทำให้ SerDes เป็นองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการประมวลผล Broadcom เป็นผู้นำในเทคโนโลยีนี้ - Broadcom มีลูกค้ารายใหญ่ เช่น Google และ OpenAI ซึ่งใช้ SerDes สำหรับโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล Alphawave มีมูลค่าตลาดกว่า 913 ล้านดอลลาร์ - แม้ว่าดีลกับ Arm จะล่มลง Alphawave กำลังได้รับความสนใจจากบริษัทอื่น ๆ ที่ต้องการซื้อกิจการ ปัญหาความมั่นคงทางเทคโนโลยีเป็นสาเหตุที่ Arm ถอนตัว - Alphawave มีบริษัทร่วมทุนในจีนชื่อ WiseWave ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Wise Road Capital ที่ติดบัญชีดำด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ - Arm เคยประสบปัญหาด้านความสัมพันธ์กับจีนตอนเข้าตลาดหุ้น (IPO) ปี 2023 จึงอาจไม่ต้องการเผชิญปัญหาแบบเดิมจากการเข้าซื้อ Alphawave https://www.neowin.net/news/serdes-technologys-strategic-value-revealed-as-arms-acquisition-falls-through/
    WWW.NEOWIN.NET
    SerDes technology's strategic value revealed as Arm's acquisition falls through
    AI hype is driving a need for faster data transfers, making SerDes an important technology. Arm tried to acquire a leading firm in this field but the deal collapsed for this reason.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 110 มุมมอง 0 รีวิว
  • 01-04-68/01 : หมี CNN / ยังไม่ชัดพออีกเหรอ? ไอ้ควาย! มรึงจะเอาเหี้ยอะไรไปเทียบ? กองเรือที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้ ไปอยู่ที่รัสเซีย จีน หมดแล้ว นวตกรรมโลกยุคใหม่ เทไปเอเซียหมดเกลี้ยง ของเก่าสมัย 30 ปี ก่อน มรึงยังกล้าเอามาอวดอ้างอีกเหรอ? อาร์คติค มันแบเบอร์อยู่แล้ว หากมรึงคิดจะวัด ตอบคำถามให้ได้ก่อนว่า "อาวุธมรึงที่จะใช้ในพื้นที่ติดลบ 60 องศา เซลเซียส มีแค่ไหน?" รัสเซียพัฒนาอาวุธจุดเหยือกแข็งมานานนับ 30 ปี ไม่ว่าจะรบในสมรภูมิใด เค้ารับได้หมด แต่อาวุธมรึงน็อค ตั้งแต่ยังไม่ทันจะใช้ แล้วจำนวนมรึงมีแค่ไหน เค้าผลิต 24 ชม. NON STOP วัคถุดิบมี เงินมี แล้วมรึงล่ะ ยิ่งกำลังพลไม่ต้องถาม จีน รัสเซีย มีเป็นล้าน ยังไม่นับทหารรับจ้างอีกครึ่งล้าน อาร์คติคของใคร? คงไม่ต้องถามกันต่อให้เสียอารมณ์ เพราะทุกวันนี้ เรือตัดน้ำแข็ง โครงสร้างพื้นฐาน สำหรับฐานทัพ ฐานปฎิบัติการ ในอาร์คติค รัสเซีย จีน จัดเต็มกว่ามรึงเยอะ แค่ชาตินาโต้ สแกนดิเนเวีย ยังมีไม่ถึงครึ่ง สิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ ที่มรึงจะใช้สำรวจ เจาะ หรือเพื่อวิจัยงานธรณี เพราะเงินสู้เค้าไม่ได้ เพราะพลังงานมรึงเป็นรอง เพราะเทคโนโลยีเทียบชั้นไม่ติด อย่าว่าแต่อาร์คติคเลย ไอ้ที่มรึงมีอยู่ ยังรักษาไว้ไม่ได้ คงมีแต่ควายเท่านั้น ที่เชื่อว่ามรึงเจ๋ง? ยิ่งอเมริกาโดดเดี่ยว เปลี่ยนยุโรปจากพันธมิตรกลายเป็นศัตรู ลำพังมรึงและนาโต้ หมาหมู่ ยังแพ้ยับรัสเซียในยูเครน ยังจะมีหน้ามาเสนอในอาร์คติคเพื่อ? อีกไม่นานดอก ท่อแก็สอาร์คติคจะเข้าสู่ยุโรปชัวร์ ไปถึงกรีนแลนด์ด้วย หากสดชื่น เหี้ยไม่เจียมตัว บทสุดท้ายคือ "สูญพันธุ์เหี้ย" รบกันเองให้เสร็จก่อนดีกว่ามุย? เหลือเท่าไหร่ค่อยมาวัดกับกู ให้กูขยี้เล่น บอกตรง จีน รัสเซีย มองข้าม อเมริกา ยุโรป ไปนานแล้ว เค้ารวบรวมโลกเข้าหากัน ผ่าน BRICS แล้วมรึงล่ะ ดีแต่แตกแยก จะเอาเหี้ยอะไรไปชนะ? ภูมิภาคศาสตร์โลกยุคใหม่ กลายเป็นพื้นที่ของโลกใหม่ไปแล้ว สงครามไม่เกิด มรึงก็จะดันให้เกิดให้ได้ ตายไม่ว่า แต่อียิวต้องยังคงอยู่สิน่ะ? งั้นล่ออียิวตายโหงก่อนตัวแรกเลยดีมั้ยล่ะ? ต้นตอปัญหาโลกทั้งหมดเกิดจากมันเนี่ยแหละ ในอาร์คติค นอกจากเป็นแหล่งพลังงานมหาศาลโลก ยังเป็นแหล่งของวัตถุลึกลับ และศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์นอกโลก ศูนย์ฐานปฎิบัติการใต้น้ำ ทำให้รู้ถึงสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งมันมีมานานแล้วนับ 1000000 ปี นวตกรรมใหม่โลกก่อเกิด อานิสงค์จากเพื่อนต่างมิติ ร่องรอย ติดตามเทคโนโลยีนอกโลก แม้แต่เศษอุกกาบาต ก็ทำให้สามารถทราบถึงเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมาได้ ความลับแท้จริงจากสิ่งนอกโลก มีกระจายไปทั่ว แต่จุดศูนย์กลางอยู่ที่ "แอนตาร์กติกา" ซึ่งมนุษย์ไม่ได้ถูกอนุญาตให้เข้าใกล้แถบนั้น คือข้อตกลงกันระหว่างชาวโลก กับผู้มาเยือนที่รักสันติภาพ

    Russia vs US: Who Holds the Ice in the Arctic Fleet Race? รัสเซียหรือสหรัฐ - ใครจะเป็นผู้รักษาน้ำแข็งในการแข่งขันกองเรือในอาร์คติก

    ------------------------------------------------------------------------—
    RONIN500(Admin Nidnoi) แปลโดย นิดหน่อย : รัสเซียหรือสหรัฐ - ใครจะเป็นผู้ครอบครองเขตน้ำแข็งในการแข่งขันกองเรือในอาร์คติก

    รองประธานาธิบดีสหรัฐ เจดี แวนซ์กล่าวว่า สหรัฐจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่าประเทศจะเป็นผู้นำในอาร์คติก เพื่อแซงหน้ารัสเซียแต่จะมีความเป็นไปได้หรือไม่สำหรับกองเรืออาร์คติก เมื่อเทียบกับกองเรือของรัสเซีย

    กองเรืออาร์คติกของรัสเซีย

    • กองเรือรัสเซียในอาร์คติกเป็นกองเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มียานพาหนะ 42 ลำซึ่งมีเรือฝ่าน้ำแข็งพลังงานนิวเคลียร์ 8 ลำและเรือฝ่าน้ำแข็งที่ใช้น้ำมันและไฟฟ้า 34 ลำ
    • กองเรือประกอบด้วยเรือฝ่าน้ำแข็งพลังงานนิวเคลียร์หนักจาก Project 22220 ที่มีกำลัง 60 เมกะวัตต์ (MW) รวมถึงเรือฝ่าน้ำแข็งที่มีกำลังมากที่สุดในโลกอย่าง Viktor Chernomyrdin ซึ่งมีกำลัง 25 เมกะวัตต์ (MW)
    • ความมั่นใจของรัสเซียอาร์คติกคือ กองเรือรัสเซียทางตอนเหนือ รวมถึงเรือฝ่ายน้ำแข็งหนัก Ilya Muromets เรือปราบเรือดำน้ำ Vice-Admiral Kulakov และเรือรบใหญ่ Alexander Otrakovsky
    • เรือดำน้ำนิวเคลียร์ระดับ Borei ยังสามารถปฏิบัติการได้ในขั้วโลกเหนือซึ่งแต่ละลำบรรทุกขีปนาวุธข้ามทวีป Bulava 16 ลูก เรือดำน้ำนิวเคลียร์ระดับ Yasen พร้อมขีปนาวุธ Onyx ขีปนาวุธ Kalibr และขีปนาวุธ Zircon

    กองเรืออาร์คติกของสหรัฐ

    • เรือรบ Polar Star ยังคงเป็นเรือฝ่าน้ำแข็งหนักเพียงลำเดียวของสหรัฐที่สามารถฝ่าน้ำแข็งในอาร์คติก ส่วนเรือฝ่าน้ำแข็งขนาดกลาง Healy ไม่ได้ใช้งานในอาร์คติกแล้ว
    • เรือรบบางลำเช่น เรือพิฆาต Arleigh Burke และเรือลาดตระเวน Ticonderoga สามารถปฏิบัติการได้ในอาร์คติก
    • เรือดำน้ำที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์หลายลำ เช่น เรือ Los Angeles เรือ Virginia และเรือ Seawolf สามารถเดินเรือในน้ำแข็งได้
    • จากเรื่องที่สหรัฐ “มีเรือฝ่าน้ำแข็งน้อยกว่าอย่างมาก” เมื่อเทียบกับรัสเซีย Gregory Guillot ผู้บัญชาการของกองทัพเรือของสหรัฐและกองทัพอากาศอเมริกาเหนือที่ยอมรับว่า “ยังไม่ได้จำกัดเสรีภาพในการซ้อมรบในอาร์คติก”

    https://sputnikglobe.com/20250329/-russia-vs-us-who-holds-the-ice-in-the-arctic-fleet-race--1121710115.html

    ------------------------------------------------------------------------—
    เข้าถ้ำ RONIN คลิกที่ LINK ตามนี้ : https://line.me/R/ti/p/@mheecnn

    หรือเข้า LINE OFFICIAL ACCOUNT
    https://voom-studio.line.biz/account/@hfs0310u/voom หรือเสิร์หหาใน LINE ได้ที่ @hfs0310u

    **เพจหลักของหมี CNN คือ**
    https://www.minds.com/mheecnn2/

    เพจ VK ของรัสเซีย พิมคำว่า Frank Mheecnn
    www.vk.com/id448335733

    **เพจหมี CNN ใน Twitter ตัวใหม่ล่าสุด!**
    https://twitter.com/CnnMhee

    **เพจหมี CNN ใน FB ห้องปิด ตัวใหม่ล่าสุด(2568)**
    ชื่อเพจ "SUBPRAYUTH THALUFAH" สัปยุทธ ทะลุฟ้า
    https://www.facebook.com/profile.php?id=61573193903186
    01-04-68/01 : หมี CNN / ยังไม่ชัดพออีกเหรอ? ไอ้ควาย! มรึงจะเอาเหี้ยอะไรไปเทียบ? กองเรือที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้ ไปอยู่ที่รัสเซีย จีน หมดแล้ว นวตกรรมโลกยุคใหม่ เทไปเอเซียหมดเกลี้ยง ของเก่าสมัย 30 ปี ก่อน มรึงยังกล้าเอามาอวดอ้างอีกเหรอ? อาร์คติค มันแบเบอร์อยู่แล้ว หากมรึงคิดจะวัด ตอบคำถามให้ได้ก่อนว่า "อาวุธมรึงที่จะใช้ในพื้นที่ติดลบ 60 องศา เซลเซียส มีแค่ไหน?" รัสเซียพัฒนาอาวุธจุดเหยือกแข็งมานานนับ 30 ปี ไม่ว่าจะรบในสมรภูมิใด เค้ารับได้หมด แต่อาวุธมรึงน็อค ตั้งแต่ยังไม่ทันจะใช้ แล้วจำนวนมรึงมีแค่ไหน เค้าผลิต 24 ชม. NON STOP วัคถุดิบมี เงินมี แล้วมรึงล่ะ ยิ่งกำลังพลไม่ต้องถาม จีน รัสเซีย มีเป็นล้าน ยังไม่นับทหารรับจ้างอีกครึ่งล้าน อาร์คติคของใคร? คงไม่ต้องถามกันต่อให้เสียอารมณ์ เพราะทุกวันนี้ เรือตัดน้ำแข็ง โครงสร้างพื้นฐาน สำหรับฐานทัพ ฐานปฎิบัติการ ในอาร์คติค รัสเซีย จีน จัดเต็มกว่ามรึงเยอะ แค่ชาตินาโต้ สแกนดิเนเวีย ยังมีไม่ถึงครึ่ง สิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ ที่มรึงจะใช้สำรวจ เจาะ หรือเพื่อวิจัยงานธรณี เพราะเงินสู้เค้าไม่ได้ เพราะพลังงานมรึงเป็นรอง เพราะเทคโนโลยีเทียบชั้นไม่ติด อย่าว่าแต่อาร์คติคเลย ไอ้ที่มรึงมีอยู่ ยังรักษาไว้ไม่ได้ คงมีแต่ควายเท่านั้น ที่เชื่อว่ามรึงเจ๋ง? ยิ่งอเมริกาโดดเดี่ยว เปลี่ยนยุโรปจากพันธมิตรกลายเป็นศัตรู ลำพังมรึงและนาโต้ หมาหมู่ ยังแพ้ยับรัสเซียในยูเครน ยังจะมีหน้ามาเสนอในอาร์คติคเพื่อ? อีกไม่นานดอก ท่อแก็สอาร์คติคจะเข้าสู่ยุโรปชัวร์ ไปถึงกรีนแลนด์ด้วย หากสดชื่น เหี้ยไม่เจียมตัว บทสุดท้ายคือ "สูญพันธุ์เหี้ย" รบกันเองให้เสร็จก่อนดีกว่ามุย? เหลือเท่าไหร่ค่อยมาวัดกับกู ให้กูขยี้เล่น บอกตรง จีน รัสเซีย มองข้าม อเมริกา ยุโรป ไปนานแล้ว เค้ารวบรวมโลกเข้าหากัน ผ่าน BRICS แล้วมรึงล่ะ ดีแต่แตกแยก จะเอาเหี้ยอะไรไปชนะ? ภูมิภาคศาสตร์โลกยุคใหม่ กลายเป็นพื้นที่ของโลกใหม่ไปแล้ว สงครามไม่เกิด มรึงก็จะดันให้เกิดให้ได้ ตายไม่ว่า แต่อียิวต้องยังคงอยู่สิน่ะ? งั้นล่ออียิวตายโหงก่อนตัวแรกเลยดีมั้ยล่ะ? ต้นตอปัญหาโลกทั้งหมดเกิดจากมันเนี่ยแหละ ในอาร์คติค นอกจากเป็นแหล่งพลังงานมหาศาลโลก ยังเป็นแหล่งของวัตถุลึกลับ และศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์นอกโลก ศูนย์ฐานปฎิบัติการใต้น้ำ ทำให้รู้ถึงสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งมันมีมานานแล้วนับ 1000000 ปี นวตกรรมใหม่โลกก่อเกิด อานิสงค์จากเพื่อนต่างมิติ ร่องรอย ติดตามเทคโนโลยีนอกโลก แม้แต่เศษอุกกาบาต ก็ทำให้สามารถทราบถึงเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมาได้ ความลับแท้จริงจากสิ่งนอกโลก มีกระจายไปทั่ว แต่จุดศูนย์กลางอยู่ที่ "แอนตาร์กติกา" ซึ่งมนุษย์ไม่ได้ถูกอนุญาตให้เข้าใกล้แถบนั้น คือข้อตกลงกันระหว่างชาวโลก กับผู้มาเยือนที่รักสันติภาพ Russia vs US: Who Holds the Ice in the Arctic Fleet Race? รัสเซียหรือสหรัฐ - ใครจะเป็นผู้รักษาน้ำแข็งในการแข่งขันกองเรือในอาร์คติก ------------------------------------------------------------------------— RONIN500(Admin Nidnoi) แปลโดย นิดหน่อย : รัสเซียหรือสหรัฐ - ใครจะเป็นผู้ครอบครองเขตน้ำแข็งในการแข่งขันกองเรือในอาร์คติก รองประธานาธิบดีสหรัฐ เจดี แวนซ์กล่าวว่า สหรัฐจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่าประเทศจะเป็นผู้นำในอาร์คติก เพื่อแซงหน้ารัสเซียแต่จะมีความเป็นไปได้หรือไม่สำหรับกองเรืออาร์คติก เมื่อเทียบกับกองเรือของรัสเซีย กองเรืออาร์คติกของรัสเซีย • กองเรือรัสเซียในอาร์คติกเป็นกองเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มียานพาหนะ 42 ลำซึ่งมีเรือฝ่าน้ำแข็งพลังงานนิวเคลียร์ 8 ลำและเรือฝ่าน้ำแข็งที่ใช้น้ำมันและไฟฟ้า 34 ลำ • กองเรือประกอบด้วยเรือฝ่าน้ำแข็งพลังงานนิวเคลียร์หนักจาก Project 22220 ที่มีกำลัง 60 เมกะวัตต์ (MW) รวมถึงเรือฝ่าน้ำแข็งที่มีกำลังมากที่สุดในโลกอย่าง Viktor Chernomyrdin ซึ่งมีกำลัง 25 เมกะวัตต์ (MW) • ความมั่นใจของรัสเซียอาร์คติกคือ กองเรือรัสเซียทางตอนเหนือ รวมถึงเรือฝ่ายน้ำแข็งหนัก Ilya Muromets เรือปราบเรือดำน้ำ Vice-Admiral Kulakov และเรือรบใหญ่ Alexander Otrakovsky • เรือดำน้ำนิวเคลียร์ระดับ Borei ยังสามารถปฏิบัติการได้ในขั้วโลกเหนือซึ่งแต่ละลำบรรทุกขีปนาวุธข้ามทวีป Bulava 16 ลูก เรือดำน้ำนิวเคลียร์ระดับ Yasen พร้อมขีปนาวุธ Onyx ขีปนาวุธ Kalibr และขีปนาวุธ Zircon กองเรืออาร์คติกของสหรัฐ • เรือรบ Polar Star ยังคงเป็นเรือฝ่าน้ำแข็งหนักเพียงลำเดียวของสหรัฐที่สามารถฝ่าน้ำแข็งในอาร์คติก ส่วนเรือฝ่าน้ำแข็งขนาดกลาง Healy ไม่ได้ใช้งานในอาร์คติกแล้ว • เรือรบบางลำเช่น เรือพิฆาต Arleigh Burke และเรือลาดตระเวน Ticonderoga สามารถปฏิบัติการได้ในอาร์คติก • เรือดำน้ำที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์หลายลำ เช่น เรือ Los Angeles เรือ Virginia และเรือ Seawolf สามารถเดินเรือในน้ำแข็งได้ • จากเรื่องที่สหรัฐ “มีเรือฝ่าน้ำแข็งน้อยกว่าอย่างมาก” เมื่อเทียบกับรัสเซีย Gregory Guillot ผู้บัญชาการของกองทัพเรือของสหรัฐและกองทัพอากาศอเมริกาเหนือที่ยอมรับว่า “ยังไม่ได้จำกัดเสรีภาพในการซ้อมรบในอาร์คติก” https://sputnikglobe.com/20250329/-russia-vs-us-who-holds-the-ice-in-the-arctic-fleet-race--1121710115.html ------------------------------------------------------------------------— เข้าถ้ำ RONIN คลิกที่ LINK ตามนี้ : https://line.me/R/ti/p/@mheecnn หรือเข้า LINE OFFICIAL ACCOUNT https://voom-studio.line.biz/account/@hfs0310u/voom หรือเสิร์หหาใน LINE ได้ที่ @hfs0310u **เพจหลักของหมี CNN คือ** https://www.minds.com/mheecnn2/ เพจ VK ของรัสเซีย พิมคำว่า Frank Mheecnn www.vk.com/id448335733 **เพจหมี CNN ใน Twitter ตัวใหม่ล่าสุด!** https://twitter.com/CnnMhee **เพจหมี CNN ใน FB ห้องปิด ตัวใหม่ล่าสุด(2568)** ชื่อเพจ "SUBPRAYUTH THALUFAH" สัปยุทธ ทะลุฟ้า https://www.facebook.com/profile.php?id=61573193903186
    SPUTNIKGLOBE.COM
    Russia vs US: Who Holds the Ice in the Arctic Fleet Race?
    US Vice President JD Vance said the US needs to make sure it's leading in the Arctic to outperform Russia.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 286 มุมมอง 0 รีวิว
  • การโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่จะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นการโจมตีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 — ช่อง 14 ของอิสราเอล รายงาน


    ขณะเดียวกันมีรายงาน เครื่องบินขนส่งยุทโธปกรณ์ของสหรัฐกำลังบินเข้าสู่ตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณของ "พายุ" ใหญ่ที่กำลังใกล้เข้ามา

    ทางด้านรัสเซียออกมาส่งคำเตือนถึงสหรัฐเกี่ยวกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านว่า การทิ้งระเบิดโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านจะส่งผลกระทบต่อทั้งภูมิภาคอย่างรุนแรง
    การโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่จะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นการโจมตีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 — ช่อง 14 ของอิสราเอล รายงาน ขณะเดียวกันมีรายงาน เครื่องบินขนส่งยุทโธปกรณ์ของสหรัฐกำลังบินเข้าสู่ตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณของ "พายุ" ใหญ่ที่กำลังใกล้เข้ามา ทางด้านรัสเซียออกมาส่งคำเตือนถึงสหรัฐเกี่ยวกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านว่า การทิ้งระเบิดโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านจะส่งผลกระทบต่อทั้งภูมิภาคอย่างรุนแรง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 175 มุมมอง 0 รีวิว
  • รายงานของ Cisco พบว่าอุปกรณ์เครือข่ายเก่าที่ไม่ได้รับการอัปเดตกลายเป็นเป้าหมายหลักของนักโจมตีไซเบอร์ ซึ่งอาจถูกใช้ในการโจมตีแบบ DDoS และการบุกรุกระบบที่สำคัญ ช่องโหว่บางตัวมีอายุถึง 10 ปีและยังคงถูกใช้โจมตี องค์กรควรเร่งเปลี่ยนอุปกรณ์ที่หมดอายุเพื่อปิดช่องโหว่และรักษาความปลอดภัยเครือข่ายของตนเอง

    ช่องโหว่ที่ได้รับการโจมตีมากที่สุด:
    - ช่องโหว่หลัก ได้แก่ CVE-2024-3273 และ CVE-2024-3272 ในอุปกรณ์ Network-Attached Storage (NAS) ของ D-Link รวมถึง CVE-2024-24919 ที่พบใน Check Point Quantum Security Gateways ช่องโหว่เหล่านี้ถูกใช้ในการโจมตีมากกว่าครึ่งของทั้งหมดในปีที่ผ่านมา.

    การใช้งานบอทเน็ตในการเจาะระบบ:
    - กลุ่มบอทเน็ตเช่น Mirai และ Gafgyt ใช้ช่องโหว่เหล่านี้ในการเข้าควบคุมอุปกรณ์เครือข่ายและสั่งให้ดำเนินการโจมตีแบบ Distributed Denial-of-Service (DDoS) ซึ่งอาจทำให้เครือข่ายองค์กรล่มหรือถูกบุกรุก.

    ปัญหาการละเลยการอัปเดตซอฟต์แวร์:
    - รายงานพบว่า ช่องโหว่หลายตัวที่ยังถูกใช้งานในการโจมตีถูกค้นพบเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว เช่น กลุ่มช่องโหว่ Log4j2 (2021) และ ShellShock (2014) ยังคงเป็นเป้าหมายของการบุกรุก เพราะมีการใช้งานอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น เซิร์ฟเวอร์และ IoT.

    มาตรการป้องกันที่แนะนำ:
    - Cisco แนะนำให้องค์กรเร่งอัปเดตระบบและเปลี่ยนอุปกรณ์ที่หมดอายุ รวมถึงการตั้งค่าความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่น Multi-Factor Authentication (MFA) และ Network Segmentation เพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจลุกลามไปทั่วทั้งระบบ.

    https://www.csoonline.com/article/3951165/volume-of-attacks-on-network-devices-shows-need-to-replace-end-of-life-devices-quickly.html
    รายงานของ Cisco พบว่าอุปกรณ์เครือข่ายเก่าที่ไม่ได้รับการอัปเดตกลายเป็นเป้าหมายหลักของนักโจมตีไซเบอร์ ซึ่งอาจถูกใช้ในการโจมตีแบบ DDoS และการบุกรุกระบบที่สำคัญ ช่องโหว่บางตัวมีอายุถึง 10 ปีและยังคงถูกใช้โจมตี องค์กรควรเร่งเปลี่ยนอุปกรณ์ที่หมดอายุเพื่อปิดช่องโหว่และรักษาความปลอดภัยเครือข่ายของตนเอง ช่องโหว่ที่ได้รับการโจมตีมากที่สุด: - ช่องโหว่หลัก ได้แก่ CVE-2024-3273 และ CVE-2024-3272 ในอุปกรณ์ Network-Attached Storage (NAS) ของ D-Link รวมถึง CVE-2024-24919 ที่พบใน Check Point Quantum Security Gateways ช่องโหว่เหล่านี้ถูกใช้ในการโจมตีมากกว่าครึ่งของทั้งหมดในปีที่ผ่านมา. การใช้งานบอทเน็ตในการเจาะระบบ: - กลุ่มบอทเน็ตเช่น Mirai และ Gafgyt ใช้ช่องโหว่เหล่านี้ในการเข้าควบคุมอุปกรณ์เครือข่ายและสั่งให้ดำเนินการโจมตีแบบ Distributed Denial-of-Service (DDoS) ซึ่งอาจทำให้เครือข่ายองค์กรล่มหรือถูกบุกรุก. ปัญหาการละเลยการอัปเดตซอฟต์แวร์: - รายงานพบว่า ช่องโหว่หลายตัวที่ยังถูกใช้งานในการโจมตีถูกค้นพบเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว เช่น กลุ่มช่องโหว่ Log4j2 (2021) และ ShellShock (2014) ยังคงเป็นเป้าหมายของการบุกรุก เพราะมีการใช้งานอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น เซิร์ฟเวอร์และ IoT. มาตรการป้องกันที่แนะนำ: - Cisco แนะนำให้องค์กรเร่งอัปเดตระบบและเปลี่ยนอุปกรณ์ที่หมดอายุ รวมถึงการตั้งค่าความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่น Multi-Factor Authentication (MFA) และ Network Segmentation เพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจลุกลามไปทั่วทั้งระบบ. https://www.csoonline.com/article/3951165/volume-of-attacks-on-network-devices-shows-need-to-replace-end-of-life-devices-quickly.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Volume of attacks on network devices shows need to replace end of life devices quickly
    Cisco report reveals two of the three top vulnerabilities attackers went after in 2024 were in old network devices.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 149 มุมมอง 0 รีวิว
  • สภาวิศวกร ระบุ มีแจ้งเหตุอาคารร้าว 1.3 หมื่นราย ตรวจสอบแล้ว 1 หมื่นราย พบโครงสร้างพื้นฐานของอาคาร เป็นเคส‘สีเขียว’ ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ขอให้มั่นใจ ปลอดภัย ใช้งานได้ /อาคารต่างๆ ออกแบบตามมาตรฐานวิศวกรรม รองรับแผ่นดินไหวได้
    สภาวิศวกร ระบุ มีแจ้งเหตุอาคารร้าว 1.3 หมื่นราย ตรวจสอบแล้ว 1 หมื่นราย พบโครงสร้างพื้นฐานของอาคาร เป็นเคส‘สีเขียว’ ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ขอให้มั่นใจ ปลอดภัย ใช้งานได้ /อาคารต่างๆ ออกแบบตามมาตรฐานวิศวกรรม รองรับแผ่นดินไหวได้
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 482 มุมมอง 22 1 รีวิว
  • เหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาร์ส่งผลกระทบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่โรงงานในไทยที่เป็นฐานการผลิตสำคัญไม่ได้รับความเสียหาย บริษัทเทคโนโลยีรายงานว่าดำเนินงานตามปกติ และมีแนวโน้มขยายการผลิตในพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงของซัพพลายเชน

    การดำเนินการหลังเหตุการณ์:
    - บริษัทในไทยหลายแห่ง เช่น Zhen Ding Tech และ Delta Electronics ทำการอพยพพนักงานชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและกลับมาดำเนินงานได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

    ความสำคัญของประเทศไทยในอุตสาหกรรม:
    - ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญสำหรับบริษัทอย่าง Intel, Seagate และ Western Digital และเหตุการณ์นี้เป็นการทดสอบความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคนี้

    แนวโน้มการขยายการผลิต:
    - หลายบริษัทกำลังเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศไทยเพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาจีน ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรม

    ความมั่นคงของโรงงาน:
    - โรงงานในพื้นที่ห่างไกลจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว เช่น จังหวัดระยองและชลบุรี ไม่มีรายงานความเสียหาย และยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/can-earthquake-in-myanmar-disrupt-pc-hardware-production-manufacturers-are-checking-out
    เหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาร์ส่งผลกระทบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่โรงงานในไทยที่เป็นฐานการผลิตสำคัญไม่ได้รับความเสียหาย บริษัทเทคโนโลยีรายงานว่าดำเนินงานตามปกติ และมีแนวโน้มขยายการผลิตในพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงของซัพพลายเชน การดำเนินการหลังเหตุการณ์: - บริษัทในไทยหลายแห่ง เช่น Zhen Ding Tech และ Delta Electronics ทำการอพยพพนักงานชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและกลับมาดำเนินงานได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ความสำคัญของประเทศไทยในอุตสาหกรรม: - ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญสำหรับบริษัทอย่าง Intel, Seagate และ Western Digital และเหตุการณ์นี้เป็นการทดสอบความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคนี้ แนวโน้มการขยายการผลิต: - หลายบริษัทกำลังเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศไทยเพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาจีน ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรม ความมั่นคงของโรงงาน: - โรงงานในพื้นที่ห่างไกลจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว เช่น จังหวัดระยองและชลบุรี ไม่มีรายงานความเสียหาย และยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่อง https://www.tomshardware.com/tech-industry/can-earthquake-in-myanmar-disrupt-pc-hardware-production-manufacturers-are-checking-out
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 238 มุมมอง 0 รีวิว
  • ปี 2025 บริษัททั่วโลกกำลังวางแผนเพิ่มงบ IT เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เช่น Generative AI และโซลูชันความปลอดภัย แม้จะเพิ่มงบ แต่มีการนำแผนลดต้นทุนมาใช้อย่างเข้มงวด การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงาน เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลและ AI ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่องค์กรต้องเผชิญ

    การลงทุนที่โดดเด่น:
    - ปี 2025 จะเห็นการเติบโตของการลงทุนในซอฟต์แวร์ Generative AI (54%) โซลูชันความปลอดภัย (52%) และการซื้อแล็ปท็อป (47%) โดยได้รับแรงหนุนจากการสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 ในเดือนตุลาคม 2025 และความจำเป็นในการอัปเดตอุปกรณ์.

    ทิศทางการลดต้นทุน:
    - แม้จะมีการเพิ่มงบ แต่ 92% ของบริษัทมีแผนลดค่าใช้จ่าย เช่น การเลิกใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่จำเป็น (38%) ทบทวนสัญญาและผู้ให้บริการ (37%) และการนำโซลูชันอัตโนมัติมาใช้ (34%).

    ทักษะที่ยังขาดแคลนในตลาดแรงงาน:
    - การขาดทักษะในด้านสำคัญ เช่น การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ การวิเคราะห์ข้อมูล และ AI เป็นหนึ่งในความท้าทายใหญ่ขององค์กรที่ต้องการบุคลากรที่เชี่ยวชาญ.

    มุมมองที่แตกต่างของฝ่าย IT และผู้บริหาร:
    - พนักงาน IT ส่วนใหญ่มองว่าบริษัทไม่ได้ลงทุนเพียงพอในเทคโนโลยี ขณะที่ผู้บริหารกลับคิดว่าลงทุนมากเกินพอแล้ว นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับค่าแรงที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพยังส่งผลให้แรงงานรุ่นใหม่มีแนวโน้มเปลี่ยนงานสูง.

    https://www.zdnet.com/article/most-companies-will-increase-it-spending-in-2025-but-theres-a-twist-in-the-tale/
    ปี 2025 บริษัททั่วโลกกำลังวางแผนเพิ่มงบ IT เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เช่น Generative AI และโซลูชันความปลอดภัย แม้จะเพิ่มงบ แต่มีการนำแผนลดต้นทุนมาใช้อย่างเข้มงวด การขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงาน เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลและ AI ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่องค์กรต้องเผชิญ การลงทุนที่โดดเด่น: - ปี 2025 จะเห็นการเติบโตของการลงทุนในซอฟต์แวร์ Generative AI (54%) โซลูชันความปลอดภัย (52%) และการซื้อแล็ปท็อป (47%) โดยได้รับแรงหนุนจากการสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 ในเดือนตุลาคม 2025 และความจำเป็นในการอัปเดตอุปกรณ์. ทิศทางการลดต้นทุน: - แม้จะมีการเพิ่มงบ แต่ 92% ของบริษัทมีแผนลดค่าใช้จ่าย เช่น การเลิกใช้โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่จำเป็น (38%) ทบทวนสัญญาและผู้ให้บริการ (37%) และการนำโซลูชันอัตโนมัติมาใช้ (34%). ทักษะที่ยังขาดแคลนในตลาดแรงงาน: - การขาดทักษะในด้านสำคัญ เช่น การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ การวิเคราะห์ข้อมูล และ AI เป็นหนึ่งในความท้าทายใหญ่ขององค์กรที่ต้องการบุคลากรที่เชี่ยวชาญ. มุมมองที่แตกต่างของฝ่าย IT และผู้บริหาร: - พนักงาน IT ส่วนใหญ่มองว่าบริษัทไม่ได้ลงทุนเพียงพอในเทคโนโลยี ขณะที่ผู้บริหารกลับคิดว่าลงทุนมากเกินพอแล้ว นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับค่าแรงที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพยังส่งผลให้แรงงานรุ่นใหม่มีแนวโน้มเปลี่ยนงานสูง. https://www.zdnet.com/article/most-companies-will-increase-it-spending-in-2025-but-theres-a-twist-in-the-tale/
    WWW.ZDNET.COM
    Most companies will increase IT spending in 2025. But there's a twist in the tale
    Nearly two-thirds of companies plan to boost their IT budgets next year. Yet cost-saving measures are also on the agenda.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 165 มุมมอง 0 รีวิว
  • 2/
    (วิดีโอ1) เซเลนสกีออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้สหรัฐและยุโรปตอบโต้รัสเซียอย่างรุนแรง หลังจากรัสเซียใช้โดรนโจมตียูเครนอย่างหนักในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา

    แต่เซเลนสกีไม่ยอมเอ่ยถึงการโจมตีของยูเครนไปที่ท่อส่งก๊าซในเมืองซูดจา ภูมิภาคเคิร์ส

    .
    (วิดีโอ2) ก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมรัสเซียทำการเผยแพร่ภาพการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย ซึ่งมีหลักฐานว่าเป็นความรับผิดชอบของยูเครน แม้เซเลนสกีไม่ยอมรับ และอ้างว่ายูเครนกำลังทำตามข้อตกลงหยุดยิงก็ตาม

    กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังรายงานอีกว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมายูเครนกำหนดเป้าหมายไปที่โครงข่ายไฟฟ้า สถานีไฟฟ้าย่อย หม้อแปลงไฟฟ้าในภูมิภาคเคิร์สก์และเบลโกรอด
    2/ (วิดีโอ1) เซเลนสกีออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้สหรัฐและยุโรปตอบโต้รัสเซียอย่างรุนแรง หลังจากรัสเซียใช้โดรนโจมตียูเครนอย่างหนักในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา แต่เซเลนสกีไม่ยอมเอ่ยถึงการโจมตีของยูเครนไปที่ท่อส่งก๊าซในเมืองซูดจา ภูมิภาคเคิร์ส . (วิดีโอ2) ก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมรัสเซียทำการเผยแพร่ภาพการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย ซึ่งมีหลักฐานว่าเป็นความรับผิดชอบของยูเครน แม้เซเลนสกีไม่ยอมรับ และอ้างว่ายูเครนกำลังทำตามข้อตกลงหยุดยิงก็ตาม กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังรายงานอีกว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมายูเครนกำหนดเป้าหมายไปที่โครงข่ายไฟฟ้า สถานีไฟฟ้าย่อย หม้อแปลงไฟฟ้าในภูมิภาคเคิร์สก์และเบลโกรอด
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 279 มุมมอง 29 0 รีวิว
  • 1/
    (วิดีโอ1) เซเลนสกีออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้สหรัฐและยุโรปตอบโต้รัสเซียอย่างรุนแรง หลังจากรัสเซียใช้โดรนโจมตียูเครนอย่างหนักในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา

    แต่เซเลนสกีไม่ยอมเอ่ยถึงการโจมตีของยูเครนไปที่ท่อส่งก๊าซในเมืองซูดจา ภูมิภาคเคิร์ส

    .
    (วิดีโอ2) ก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมรัสเซียทำการเผยแพร่ภาพการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย ซึ่งมีหลักฐานว่าเป็นความรับผิดชอบของยูเครน แม้เซเลนสกีไม่ยอมรับ และอ้างว่ายูเครนกำลังทำตามข้อตกลงหยุดยิงก็ตาม

    กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังรายงานอีกว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมายูเครนกำหนดเป้าหมายไปที่โครงข่ายไฟฟ้า สถานีไฟฟ้าย่อย หม้อแปลงไฟฟ้าในภูมิภาคเคิร์สก์และเบลโกรอด
    1/ (วิดีโอ1) เซเลนสกีออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้สหรัฐและยุโรปตอบโต้รัสเซียอย่างรุนแรง หลังจากรัสเซียใช้โดรนโจมตียูเครนอย่างหนักในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา แต่เซเลนสกีไม่ยอมเอ่ยถึงการโจมตีของยูเครนไปที่ท่อส่งก๊าซในเมืองซูดจา ภูมิภาคเคิร์ส . (วิดีโอ2) ก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมรัสเซียทำการเผยแพร่ภาพการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย ซึ่งมีหลักฐานว่าเป็นความรับผิดชอบของยูเครน แม้เซเลนสกีไม่ยอมรับ และอ้างว่ายูเครนกำลังทำตามข้อตกลงหยุดยิงก็ตาม กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังรายงานอีกว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมายูเครนกำหนดเป้าหมายไปที่โครงข่ายไฟฟ้า สถานีไฟฟ้าย่อย หม้อแปลงไฟฟ้าในภูมิภาคเคิร์สก์และเบลโกรอด
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 276 มุมมอง 18 0 รีวิว
  • รัสเซียกล่าวหาว่าอังกฤษและฝรั่งเศสอยู่เบื้องหลังการสั่งโจมตีท่อส่งก๊าซในเขตซูดจา (Sudzha) ภูมิภาคเคิร์ส

    รัสเซียกล่าวว่าการโจมตีไปที่ท่อส่งก๊าซของสถานีวัดก๊าซ Sudzha ใกล้ชายแดนยูเครนด้วยขีปนาวุธ HIMARS ของยูเครนได้รับการประสานงานจากฝ่ายตะวันตก โดยมีดาวเทียมฝรั่งเศสคอยส่งข้อมูลให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งพิกัดขีปนาวุธที่ได้รับมาจากอังกฤษ

    “คำสั่งดังกล่าวมาจากลอนดอน” มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซียกล่าว โดยเรียกการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น “การก่อการร้าย” ที่ได้รับการสนับสนุนจากนาโต้ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย

    การโจมตียูเครนช่วงสองวันที่ผ่านมา มอสโกอ้างเพื่อตอบสนองต่อการะเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้านพลังงานที่ทรัมป์เป็นตัวกลาง โดยกล่าวหาเคียฟว่าไม่ซื่อสัตย์ แม้จะให้คำมั่นสัญญาต่อสาธารณชนแล้วก็ตาม

    ยูเครนออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการโจมตีท่อส่งก๊าซครั้นี้ โดยอ้างว่าเป็นการจัดฉากของรัสเซีย
    รัสเซียกล่าวหาว่าอังกฤษและฝรั่งเศสอยู่เบื้องหลังการสั่งโจมตีท่อส่งก๊าซในเขตซูดจา (Sudzha) ภูมิภาคเคิร์ส รัสเซียกล่าวว่าการโจมตีไปที่ท่อส่งก๊าซของสถานีวัดก๊าซ Sudzha ใกล้ชายแดนยูเครนด้วยขีปนาวุธ HIMARS ของยูเครนได้รับการประสานงานจากฝ่ายตะวันตก โดยมีดาวเทียมฝรั่งเศสคอยส่งข้อมูลให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งพิกัดขีปนาวุธที่ได้รับมาจากอังกฤษ “คำสั่งดังกล่าวมาจากลอนดอน” มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซียกล่าว โดยเรียกการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น “การก่อการร้าย” ที่ได้รับการสนับสนุนจากนาโต้ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย การโจมตียูเครนช่วงสองวันที่ผ่านมา มอสโกอ้างเพื่อตอบสนองต่อการะเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้านพลังงานที่ทรัมป์เป็นตัวกลาง โดยกล่าวหาเคียฟว่าไม่ซื่อสัตย์ แม้จะให้คำมั่นสัญญาต่อสาธารณชนแล้วก็ตาม ยูเครนออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการโจมตีท่อส่งก๊าซครั้นี้ โดยอ้างว่าเป็นการจัดฉากของรัสเซีย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 242 มุมมอง 0 รีวิว
  • รายละเอียดเพิ่มเติมในการพบปะกับสื่อมวลชนของเซเลนสกี:

    👉ยูเครนไม่ยอมรับการเป็นหนี้จากการสนับสนุนทางทหารของสหรัฐในนอดีต และสหรัฐได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าความช่วยเหลือในอนาคตจะไม่ฟรีอีกต่อไป

    👉ข้อตกลงแร่ธาตุของสหรัฐไม่หมือนที่เจรจากันไว้ และมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในตอนนี้ เงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายไม่เห็นด้วยร่วมกัน แต่มันกลับถูกนำมาเพิ่มเติมใหม่

    👉ปูตินไม่อยากให้มีการเจรจาเกิดขึ้นกับยูเครน เขากลัวการเจรจาโดยตรงกับผม เขาพยายามหาเหตุผลเพื่อยืดเวลาสงครามออกไป ในความคิดของเขา ยูเครนไม่ได้มีอำนาจอธิปไตย ซึ่งนั่นเป็นความคิดส่วนตัวของเขา

    👉ยูเครนพร้อมเปิดใจให้การเจรจากับรัสเซีย "แต่ไม่ใช่กับปูติน"

    👉หากภายในธุรกิจหรือประชาชนในภูมิภาคใดๆของรัสเซียที่พร้อมจะต่อต้านสงครามและทำงานเพื่อสันติภาพ แจ้งมาที่เรา เราพร้อมที่จะรับฟังและร่วมมือกัน

    👉ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรพร้อมส่งกองกำลังเข้าสู่ยูเครน เราเป็นสามเหลี่ยมที่จับมือกันอย่างแน่นหนา "ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และยูเครน"

    👉ยูเครนจะมีการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง ภาพถ่ายดาวเทียม รวมทั้งได้รับใบอนุญาตจากประเทศในยุโรป ในการผลิตกระสุน ขีปนาวุธ และเทคโนโลยีป้องกันภัยทางอากาศ

    👉สัปดาห์นี้ เคียฟจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฉุกเฉินแบบปิด(ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมฟัง) ของผู้นำกองทัพจากประเทศต่างๆ ที่พร้อมจะส่งกองกำลังเข้าสู่ยูเครน

    👉ก่อนหน้านี้สหรัฐรับปากจะทำงานร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และพันธมิตรในยุโรป เกี่ยวกับวิธีการติดตามการโจมตีของรัสเซียต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน

    👉ยูเครนไม่เห็นด้วยที่จะให้ซาอุดีอาระเบียเข้ามากำกับดูแลโครงสร้างด้านพลังงานของเรา พวกเขาขาดอุปกรณ์ ประสบการณ์ความรู้ทางเทคนิค และความสามารถด้านข่าวกรอง

    👉การติดตามความปลอดภัยในทะเลดำ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และรัฐชายฝั่งทะเลดำ ได้แก่ โรมาเนียและบัลแกเรีย จะเป็นฝ่ายที่ต้องดูแลร่วมกัน
    รายละเอียดเพิ่มเติมในการพบปะกับสื่อมวลชนของเซเลนสกี: 👉ยูเครนไม่ยอมรับการเป็นหนี้จากการสนับสนุนทางทหารของสหรัฐในนอดีต และสหรัฐได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าความช่วยเหลือในอนาคตจะไม่ฟรีอีกต่อไป 👉ข้อตกลงแร่ธาตุของสหรัฐไม่หมือนที่เจรจากันไว้ และมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในตอนนี้ เงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายไม่เห็นด้วยร่วมกัน แต่มันกลับถูกนำมาเพิ่มเติมใหม่ 👉ปูตินไม่อยากให้มีการเจรจาเกิดขึ้นกับยูเครน เขากลัวการเจรจาโดยตรงกับผม เขาพยายามหาเหตุผลเพื่อยืดเวลาสงครามออกไป ในความคิดของเขา ยูเครนไม่ได้มีอำนาจอธิปไตย ซึ่งนั่นเป็นความคิดส่วนตัวของเขา 👉ยูเครนพร้อมเปิดใจให้การเจรจากับรัสเซีย "แต่ไม่ใช่กับปูติน" 👉หากภายในธุรกิจหรือประชาชนในภูมิภาคใดๆของรัสเซียที่พร้อมจะต่อต้านสงครามและทำงานเพื่อสันติภาพ แจ้งมาที่เรา เราพร้อมที่จะรับฟังและร่วมมือกัน 👉ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรพร้อมส่งกองกำลังเข้าสู่ยูเครน เราเป็นสามเหลี่ยมที่จับมือกันอย่างแน่นหนา "ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และยูเครน" 👉ยูเครนจะมีการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง ภาพถ่ายดาวเทียม รวมทั้งได้รับใบอนุญาตจากประเทศในยุโรป ในการผลิตกระสุน ขีปนาวุธ และเทคโนโลยีป้องกันภัยทางอากาศ 👉สัปดาห์นี้ เคียฟจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฉุกเฉินแบบปิด(ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมฟัง) ของผู้นำกองทัพจากประเทศต่างๆ ที่พร้อมจะส่งกองกำลังเข้าสู่ยูเครน 👉ก่อนหน้านี้สหรัฐรับปากจะทำงานร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และพันธมิตรในยุโรป เกี่ยวกับวิธีการติดตามการโจมตีของรัสเซียต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน 👉ยูเครนไม่เห็นด้วยที่จะให้ซาอุดีอาระเบียเข้ามากำกับดูแลโครงสร้างด้านพลังงานของเรา พวกเขาขาดอุปกรณ์ ประสบการณ์ความรู้ทางเทคนิค และความสามารถด้านข่าวกรอง 👉การติดตามความปลอดภัยในทะเลดำ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และรัฐชายฝั่งทะเลดำ ได้แก่ โรมาเนียและบัลแกเรีย จะเป็นฝ่ายที่ต้องดูแลร่วมกัน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 464 มุมมอง 18 0 รีวิว
  • ระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวที่ดีที่สุดในโลกปัจจุบันคือ **ระบบ Earthquake Early Warning (EEW)** ของญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า **"ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า (緊急地震速報, Kinkyū Jishin Sokuhō)"** ซึ่งดำเนินการโดย **Japan Meteorological Agency (JMA)**

    ### 🔍 **เหตุผลที่ญี่ปุ่นมีระบบที่ดีที่สุด**:
    1. **ความเร็วในการตรวจจับ**:
    - ญี่ปุ่นใช้เครือข่ายเซ็นเซอร์วัดแผ่นดินไหว (Seismometers) จำนวนมากทั่วประเทศ ที่สามารถตรวจจับคลื่นแผ่นดินไหว (คลื่น P) ได้ทันทีและส่งสัญญาณเตือนภายในเวลา **ไม่กี่วินาที** ก่อนที่คลื่นทำลายล้าง (คลื่น S) จะมาถึง
    - ในบางกรณี สามารถแจ้งเตือนได้ **5-30 วินาที** ก่อนเกิดการสั่นสะเทือนรุนแรง

    2. **การบูรณาการกับระบบสาธารณะ**:
    - การแจ้งเตือนถูกส่งไปยัง **โทรศัพท์มือถือทุกเครื่อง** ในพื้นที่เสี่ยงผ่านระบบ **J-Alert**
    - ระบบกระจายเสียงผ่าน **ทีวี วิทยุ และลำโพงฉุกเฉิน**
    - บางเมืองยังเชื่อมกับระบบขนส่ง เช่น **รถไฟชินคันเซน** ที่หยุดทำงานอัตโนมัติเมื่อได้รับสัญญาณเตือน

    3. **ความแม่นยำสูง**:
    - ญี่ปุ่นลงทุนในเทคโนโลยี AI และระบบประมวลผลแบบเรียลไทม์ เพื่อลด **ผลบวกปลอม (False Alarms)** และปรับปรุงความแม่นยำ

    4. **ประสบการณ์กับแผ่นดินไหว**:
    - ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อย จึงมีการพัฒนาระบบมาอย่างต่อเนื่อง เช่น หลังเหตุการณ์ **แผ่นดินไหวใหญ่ฮันชิน (1995)** และ **โทโฮกุ (2011)**

    ### 🌍 **ระบบอื่นๆ ที่น่าสนใจ**:
    - **สหรัฐอเมริกา (ShakeAlert)** – ใช้ในแคลิฟอร์เนีย ออริกอน และวอชิงตัน
    - **เม็กซิโก (SASMEX)** – แจ้งเตือนในเม็กซิโกซิตี้
    - **ไต้หวัน** – มีระบบที่คล้ายญี่ปุ่น แต่ครอบคลุมพื้นที่เล็กกว่า
    - **จีนและอินโดนีเซีย** – กำลังพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ### ⚠️ **ข้อจำกัดของระบบเตือนภัยแผ่นดินไหว**:
    - **เวลาเตือนสั้นมาก** (มักไม่เกิน 1 นาที)
    - **ไม่สามารถทำนายแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้า** แต่แจ้งเตือนเมื่อตรวจพบคลื่นแรกเท่านั้น
    - **ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับระยะทางจากจุดศูนย์กลาง** (ถ้าอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ อาจได้รับแจ้งเตือนช้าหรือไม่ทัน)

    ### 🚨 **สรุป**:
    ญี่ปุ่นเป็นผู้นำด้านระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน แต่ละประเทศก็พยายามปรับปรุงระบบของตัวเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อลดความสูญเสียจากภัยพิบัตินี้
    ระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวที่ดีที่สุดในโลกปัจจุบันคือ **ระบบ Earthquake Early Warning (EEW)** ของญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า **"ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า (緊急地震速報, Kinkyū Jishin Sokuhō)"** ซึ่งดำเนินการโดย **Japan Meteorological Agency (JMA)** ### 🔍 **เหตุผลที่ญี่ปุ่นมีระบบที่ดีที่สุด**: 1. **ความเร็วในการตรวจจับ**: - ญี่ปุ่นใช้เครือข่ายเซ็นเซอร์วัดแผ่นดินไหว (Seismometers) จำนวนมากทั่วประเทศ ที่สามารถตรวจจับคลื่นแผ่นดินไหว (คลื่น P) ได้ทันทีและส่งสัญญาณเตือนภายในเวลา **ไม่กี่วินาที** ก่อนที่คลื่นทำลายล้าง (คลื่น S) จะมาถึง - ในบางกรณี สามารถแจ้งเตือนได้ **5-30 วินาที** ก่อนเกิดการสั่นสะเทือนรุนแรง 2. **การบูรณาการกับระบบสาธารณะ**: - การแจ้งเตือนถูกส่งไปยัง **โทรศัพท์มือถือทุกเครื่อง** ในพื้นที่เสี่ยงผ่านระบบ **J-Alert** - ระบบกระจายเสียงผ่าน **ทีวี วิทยุ และลำโพงฉุกเฉิน** - บางเมืองยังเชื่อมกับระบบขนส่ง เช่น **รถไฟชินคันเซน** ที่หยุดทำงานอัตโนมัติเมื่อได้รับสัญญาณเตือน 3. **ความแม่นยำสูง**: - ญี่ปุ่นลงทุนในเทคโนโลยี AI และระบบประมวลผลแบบเรียลไทม์ เพื่อลด **ผลบวกปลอม (False Alarms)** และปรับปรุงความแม่นยำ 4. **ประสบการณ์กับแผ่นดินไหว**: - ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อย จึงมีการพัฒนาระบบมาอย่างต่อเนื่อง เช่น หลังเหตุการณ์ **แผ่นดินไหวใหญ่ฮันชิน (1995)** และ **โทโฮกุ (2011)** ### 🌍 **ระบบอื่นๆ ที่น่าสนใจ**: - **สหรัฐอเมริกา (ShakeAlert)** – ใช้ในแคลิฟอร์เนีย ออริกอน และวอชิงตัน - **เม็กซิโก (SASMEX)** – แจ้งเตือนในเม็กซิโกซิตี้ - **ไต้หวัน** – มีระบบที่คล้ายญี่ปุ่น แต่ครอบคลุมพื้นที่เล็กกว่า - **จีนและอินโดนีเซีย** – กำลังพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ### ⚠️ **ข้อจำกัดของระบบเตือนภัยแผ่นดินไหว**: - **เวลาเตือนสั้นมาก** (มักไม่เกิน 1 นาที) - **ไม่สามารถทำนายแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้า** แต่แจ้งเตือนเมื่อตรวจพบคลื่นแรกเท่านั้น - **ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับระยะทางจากจุดศูนย์กลาง** (ถ้าอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ อาจได้รับแจ้งเตือนช้าหรือไม่ทัน) ### 🚨 **สรุป**: ญี่ปุ่นเป็นผู้นำด้านระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน แต่ละประเทศก็พยายามปรับปรุงระบบของตัวเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อลดความสูญเสียจากภัยพิบัตินี้
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 407 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts