• ความว้าวของงาน CES 2026: นวัตกรรมที่พลิกโฉมโลกเทคโนโลยีในปีนี้

    งาน CES 2026 ที่เพิ่งปิดฉากลงไปที่ลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา ได้กลายเป็นเวทีแสดงพลังแห่งอนาคต ที่ทำให้คนทั้งโลกร้องว้าวอีกครั้ง ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 800,000 คน และบริษัท exhibitors กว่า 4,000 แห่ง มหกรรมเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรวมตัวของยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง Samsung, LG, NVIDIA, Intel และอีกมากมาย แต่ยังเป็นการเปิดเผยวิสัยทัศน์ที่ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าปี 2026 และปีต่อๆ ไปจะเป็นอย่างไร ความว้าวหลักๆ มาจากการที่เทคโนโลยีไม่ได้อยู่แค่ในห้องแล็บ อีกต่อไป แต่เริ่มแทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ที่ช่วยงานบ้าน รถยนต์อัจฉริยะ หรือแม้แต่แปรงสีฟันที่ใช้ AI วิเคราะห์สุขภาพปาก ในบทความนี้ เราจะพาไปสำรวจผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ถูกเปิดตัว สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ เทรนด์เด่นของปีนี้ และสิ่งที่ทำให้นักข่าวสายเทคโนโลยีต้องเซอร์ไพรส์หรือผิดคาด

    เริ่มต้นด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างกระแสฮือฮาในงาน CES 2026 กันก่อนเลย ปีนี้มี gadget และอุปกรณ์มากมาย ที่ถูกนำเสนอ ตั้งแต่ทีวีขนาดยักษ์ ไปจนถึงหุ่นยนต์ humanoid ที่ดูเหมือนหลุดมาจากหนัง sci-fi ตัวอย่างเด่นๆ เช่น LG evo W6 TV ซึ่งเป็นการคืนชีพของ “Wallpaper TV” รุ่นใหม่ที่บางเฉียบราวกับวอลเปเปอร์ สามารถติดผนังได้โดยไม่ต้องมีสายไฟรุงรัง และใช้เทคโนโลยี OLED evo ที่ให้ภาพคมชัดระดับสูงสุด พร้อมฟีเจอร์ AI ที่ปรับภาพตามสภาพแสงในห้อง นอกจากนี้ยังมี Samsung R95H ขนาด 130 นิ้ว ซึ่งถูกยกให้เป็นทีวี Micro RGB แรกของโลก โดยใช้ไดโอดขนาดจิ๋วสีแดง เขียว และน้ำเงินที่ส่องแสง независимо ทำให้ได้สีสันและรายละเอียดที่เหนือชั้นกว่าเดิมมาก ในส่วนของคอมพิวเตอร์และเกมมิ่ง Intel Core Ultra Series 3 ถูกประกาศเป็น Best of Show ด้วยประสิทธิภาพที่รองรับ AI ได้อย่างลื่นไหล ขณะที่ ASUS ROG CROSSHAIR X870E GLACIAL และ HP EliteBoard G1a Next Gen AI PC ก็ได้รับรางวัล CES Innovation Awards ในหมวด Computer Hardware สำหรับคนรักเกม LG UltraGear evo OLED GX9 Gaming Monitor มาพร้อมหน้าจอ OLED ที่สดใสและ response time ต่ำ เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความสมจริงสูงสุด

    ก้าวไปสู่หุ่นยนต์และอุปกรณ์อัจฉริยะ Roborock Saros Rover ถูกยกย่องเป็น robot vacuum ที่ดีที่สุด ด้วยความสามารถปีนบันไดและทำความสะอาดแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ไม่ต้องยกเครื่องขึ้นลงชั้นอีกต่อไป Boston Dynamics นำ Atlas หุ่นยนต์ humanoid เวอร์ชันพร้อมผลิตจริง มาอวด โดยจะเริ่มส่งมอบให้ Hyundai และ Google DeepMind ก่อนในปี 2028 ซึ่งหุ่นตัวนี้สามารถเล่นปิงปอง ผสมเครื่องดื่ม หรือแม้แต่ต่อยมวยได้อย่างคล่องแคล่ว Sharpa อีกหนึ่ง humanoid ที่สร้าง buzz ด้วยมือที่ยืดหยุ่นสูง สามารถแจกไพ่แบล็คแจ็คหรือเล่นกังฟูได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ยังมี Onero H1 robot ที่ช่วยงานบ้าน WheelMove สำหรับผู้พิการ และ Tombot หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง AI ที่ช่วยลดความเหงา ในฝั่ง wearable Meta Ray-Ban Display glasses เพิ่มฟีเจอร์ handwriting สำหรับส่งข้อความโดยไม่ต้องพิมพ์ และ IXI’s autofocusing lenses ที่ปรับโฟกัสอัตโนมัติสำหรับคนสายตายาวโดยไม่ต้องใช้กล้องติดตามดวงตา Lumus smartglasses มาพร้อม FOV กว้างถึง 70 องศา ทำให้ VR/AR สมจริงยิ่งขึ้น

    สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษใน CES 2026 คงหนีไม่พ้นการบุกเบิกของ “Physical AI” ที่นำ AI มาผสานกับหุ่นยนต์จริงๆ ทำให้หุ่นเหล่านี้ไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่เริ่มมีความฉลาดแบบมนุษย์ เช่น การเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมหรือปรับตัวตามงานที่ได้รับมอบหมาย อย่างเช่น Unitree G1 ที่แสดงศิลปะการต่อสู้แบบ mixed martial arts หรือ LG Cloi Home Robot ที่ช่วยงานบ้านแบบ zero-labor นอกจากนี้ AI collectibles อย่าง Funko Pops และ Lego Smart Brick ที่ทำให้ชุด Lego สมาร์ทขึ้น สามารถเชื่อมต่อกับ app เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ interactive ได้ ก็เป็นอะไรที่ wow มากสำหรับแฟนๆ ของเล่น ในฝั่ง mobility Hyundai กำลังพัฒนาระบบ mass-produce สำหรับ Atlas และ Pioneer Sphera นำ Dolby Atmos มาใส่ในระบบเสียงรถยนต์ ทำให้การฟังเพลงในรถเหมือนอยู่ในคอนเสิร์ต สำหรับ gamer OneXPlayer Apex handheld มาพร้อม liquid cooler ภายนอกที่ระบายความร้อนได้ถึง 120W ทำให้เล่นเกมหนักๆ ได้นานขึ้นโดยไม่ร้อน GameSir Smart Drive prototype ที่มี force feedback ในพวงมาลัย ก็ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถจริงในเกม racing

    เทรนด์เด่นของปีนี้ชัดเจนมาก : AI ครองทุกพื้นที่ ตั้งแต่ AI ในทีวี ที่ปรับภาพอัตโนมัติ AI ในแปรงสีฟันที่วิเคราะห์สุขภาพช่องปาก ไปจนถึง AI ในหุ่นยนต์ที่ช่วยงานบ้านหรือดูแลสุขภาพ “Physical AI” คือเทรนด์ใหม่ที่ทำให้ AI ออกจากหน้าจอมาสู่โลกจริง เช่น หุ่นยนต์ที่ซักผ้า ทำอาหารเช้า หรือแม้แต่เล่นเกมกับเรา เทรนด์ digital health ก็มาแรง ด้วยอุปกรณ์ wearable ที่ตรวจจับ brainwave หรือวิเคราะห์ bodily fluids เพื่อติดตามสุขภาพแบบ real-time เช่น Withings Body Scan 2 ที่สแกนร่างกายละเอียดยิบ Accessibility tech เน้นการทำให้ชีวิตง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแว่นสำหรับคนพิการทางสายตาหรือหุ่นยนต์ช่วยเดิน Advanced mobility ยังคงเติบโต ด้วยรถ EV ที่ฉลาดขึ้นและระบบ edge computing ในรถยนต์ Sustainability แม้จะไม่ค่อยเด่นเท่าไร แต่มีบางอย่างอย่างวัสดุ ultra-light จาก Soramatex ที่ใช้ carbon powder เพื่อลดน้ำหนักและประหยัดพลังงาน หรือ power bank แบบ shareable จาก Nimble Champ Stack ที่ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ VR/AR ก็ก้าวหน้า ด้วยจอ OLED ที่มี subpixel RGB stripe ทำให้ภาพชัดเจนยิ่งขึ้น และ smart home ที่รองรับ Matter protocol ทำให้อุปกรณ์จากแบรนด์ต่างกันเชื่อมต่อได้ง่าย เช่น จาก Ikea, Aqara และ Amazon

    แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะ perfect เพราะมีสิ่งที่ผิดคาดจากนักข่าวสายเทคโนโลยีหลายอย่าง ประการแรกคือการขาดแคลนเทคโนโลยี sustainability ที่ชัดเจน แม้งานจะใหญ่โตแต่แทบไม่มี exhibitor ที่โฟกัสเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทำให้หลายคนผิดหวัง เพราะคาดว่าจะเห็นนวัตกรรม green มากกว่านี้ อีกเรื่องคือสถานการณ์อุตสาหกรรม PC ที่ย่ำแย่ เพราะ memory supplies ถูกเบี่ยงไปสนับสนุน AI ทำให้ PC ธรรมดาได้รับผลกระทบ และนักข่าวหลายคนยอมรับว่าปีนี้ PC ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ AI บางอย่างก็ดู dubious หรือเกินจริง เช่น AI สำหรับล้างรองเท้า (Brolan ClearX) หรือ AI collectibles ที่ดูเหมือน gimmick มากกว่าประโยชน์จริง นอกจากนี้ยังไม่มี “Trump phone” ที่หลายคนคาดเดาว่าจะโผล่มาที่งาน และการที่โดรนจีนอย่าง GDU P300 ต้องยกเลิก launch ใน US เนื่องจาก policy changes ก็เป็นเซอร์ไพรส์ที่ทำให้เห็นภาพ geopolitical tension ในวงการ tech กว้างขึ้น นักข่าวจาก The Verge ยังบอกว่าปีนี้มี weird gadgets เยอะ เช่น หุ่นยนต์เต้นรำหรือ bathroom tech ที่ personal เกินไป ทำให้รู้สึก dystopian และ lonely ในบางมุม แต่ในทางบวก เทรนด์ที่ไม่มีใครคาดอย่างการบุกของ humanoid จากจีน เช่น หุ่นที่เล่นปิงปองหรือต่อยมวย ก็ทำให้งานนี้เต็มไปด้วย surprise ที่สะท้อนการแข่งขัน US-China ใน physical AI

    โดยรวมแล้ว CES 2026 คือการยืนยันว่าปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่ AI และ robotics จะเปลี่ยนชีวิตเราแบบถาวร แม้จะมีจุดผิดคาดบ้าง แต่ความว้าวจากนวัตกรรมเหล่านี้ ทำให้เราตื่นเต้นกับอนาคตที่กำลังมา ใครที่ติดตาม tech คงต้องจับตาดูว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะออกสู่ตลาดจริงเมื่อไหร่ และจะพลิกโฉมโลกอย่างไรต่อไป

    #ลุงเขียนหลานอ่าน
    ความว้าวของงาน CES 2026: นวัตกรรมที่พลิกโฉมโลกเทคโนโลยีในปีนี้ 🚀 งาน CES 2026 ที่เพิ่งปิดฉากลงไปที่ลาสเวกัส 📍 รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา ได้กลายเป็นเวทีแสดงพลังแห่งอนาคต ที่ทำให้คนทั้งโลกร้องว้าวอีกครั้ง ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 800,000 คน และบริษัท exhibitors กว่า 4,000 แห่ง มหกรรมเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรวมตัวของยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง Samsung, LG, NVIDIA, Intel และอีกมากมาย แต่ยังเป็นการเปิดเผยวิสัยทัศน์ที่ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าปี 2026 และปีต่อๆ ไปจะเป็นอย่างไร ความว้าวหลักๆ มาจากการที่เทคโนโลยีไม่ได้อยู่แค่ในห้องแล็บ อีกต่อไป แต่เริ่มแทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ที่ช่วยงานบ้าน รถยนต์อัจฉริยะ หรือแม้แต่แปรงสีฟันที่ใช้ AI วิเคราะห์สุขภาพปาก ในบทความนี้ 📰 เราจะพาไปสำรวจผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ถูกเปิดตัว สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ เทรนด์เด่นของปีนี้ และสิ่งที่ทำให้นักข่าวสายเทคโนโลยีต้องเซอร์ไพรส์หรือผิดคาด เริ่มต้นด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างกระแสฮือฮาในงาน CES 2026 กันก่อนเลย ✨ ปีนี้มี gadget และอุปกรณ์มากมาย ที่ถูกนำเสนอ ตั้งแต่ทีวีขนาดยักษ์ ไปจนถึงหุ่นยนต์ humanoid ที่ดูเหมือนหลุดมาจากหนัง sci-fi ตัวอย่างเด่นๆ เช่น LG evo W6 TV ซึ่งเป็นการคืนชีพของ “Wallpaper TV” รุ่นใหม่ที่บางเฉียบราวกับวอลเปเปอร์ สามารถติดผนังได้โดยไม่ต้องมีสายไฟรุงรัง และใช้เทคโนโลยี OLED evo ที่ให้ภาพคมชัดระดับสูงสุด พร้อมฟีเจอร์ AI ที่ปรับภาพตามสภาพแสงในห้อง นอกจากนี้ยังมี Samsung R95H ขนาด 130 นิ้ว ซึ่งถูกยกให้เป็นทีวี Micro RGB แรกของโลก โดยใช้ไดโอดขนาดจิ๋วสีแดง เขียว และน้ำเงินที่ส่องแสง независимо ทำให้ได้สีสันและรายละเอียดที่เหนือชั้นกว่าเดิมมาก ในส่วนของคอมพิวเตอร์และเกมมิ่ง Intel Core Ultra Series 3 ถูกประกาศเป็น Best of Show ด้วยประสิทธิภาพที่รองรับ AI ได้อย่างลื่นไหล ขณะที่ ASUS ROG CROSSHAIR X870E GLACIAL และ HP EliteBoard G1a Next Gen AI PC ก็ได้รับรางวัล CES Innovation Awards ในหมวด Computer Hardware สำหรับคนรักเกม LG UltraGear evo OLED GX9 Gaming Monitor มาพร้อมหน้าจอ OLED ที่สดใสและ response time ต่ำ เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความสมจริงสูงสุด ก้าวไปสู่หุ่นยนต์และอุปกรณ์อัจฉริยะ 🤖 Roborock Saros Rover ถูกยกย่องเป็น robot vacuum ที่ดีที่สุด ด้วยความสามารถปีนบันไดและทำความสะอาดแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ไม่ต้องยกเครื่องขึ้นลงชั้นอีกต่อไป Boston Dynamics นำ Atlas หุ่นยนต์ humanoid เวอร์ชันพร้อมผลิตจริง มาอวด โดยจะเริ่มส่งมอบให้ Hyundai และ Google DeepMind ก่อนในปี 2028 ซึ่งหุ่นตัวนี้สามารถเล่นปิงปอง ผสมเครื่องดื่ม หรือแม้แต่ต่อยมวยได้อย่างคล่องแคล่ว Sharpa อีกหนึ่ง humanoid ที่สร้าง buzz ด้วยมือที่ยืดหยุ่นสูง สามารถแจกไพ่แบล็คแจ็คหรือเล่นกังฟูได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ยังมี Onero H1 robot ที่ช่วยงานบ้าน WheelMove สำหรับผู้พิการ และ Tombot หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง AI ที่ช่วยลดความเหงา ในฝั่ง wearable Meta Ray-Ban Display glasses เพิ่มฟีเจอร์ handwriting สำหรับส่งข้อความโดยไม่ต้องพิมพ์ และ IXI’s autofocusing lenses ที่ปรับโฟกัสอัตโนมัติสำหรับคนสายตายาวโดยไม่ต้องใช้กล้องติดตามดวงตา Lumus smartglasses มาพร้อม FOV กว้างถึง 70 องศา ทำให้ VR/AR สมจริงยิ่งขึ้น สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษใน CES 2026 👀 คงหนีไม่พ้นการบุกเบิกของ “Physical AI” ที่นำ AI มาผสานกับหุ่นยนต์จริงๆ ทำให้หุ่นเหล่านี้ไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่เริ่มมีความฉลาดแบบมนุษย์ เช่น การเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมหรือปรับตัวตามงานที่ได้รับมอบหมาย อย่างเช่น Unitree G1 ที่แสดงศิลปะการต่อสู้แบบ mixed martial arts หรือ LG Cloi Home Robot ที่ช่วยงานบ้านแบบ zero-labor นอกจากนี้ AI collectibles อย่าง Funko Pops และ Lego Smart Brick ที่ทำให้ชุด Lego สมาร์ทขึ้น สามารถเชื่อมต่อกับ app เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ interactive ได้ ก็เป็นอะไรที่ wow มากสำหรับแฟนๆ ของเล่น ในฝั่ง mobility Hyundai กำลังพัฒนาระบบ mass-produce สำหรับ Atlas และ Pioneer Sphera นำ Dolby Atmos มาใส่ในระบบเสียงรถยนต์ ทำให้การฟังเพลงในรถเหมือนอยู่ในคอนเสิร์ต สำหรับ gamer OneXPlayer Apex handheld มาพร้อม liquid cooler ภายนอกที่ระบายความร้อนได้ถึง 120W ทำให้เล่นเกมหนักๆ ได้นานขึ้นโดยไม่ร้อน GameSir Smart Drive prototype ที่มี force feedback ในพวงมาลัย ก็ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถจริงในเกม racing เทรนด์เด่นของปีนี้ชัดเจนมาก 📊: AI ครองทุกพื้นที่ ตั้งแต่ AI ในทีวี ที่ปรับภาพอัตโนมัติ AI ในแปรงสีฟันที่วิเคราะห์สุขภาพช่องปาก ไปจนถึง AI ในหุ่นยนต์ที่ช่วยงานบ้านหรือดูแลสุขภาพ “Physical AI” คือเทรนด์ใหม่ที่ทำให้ AI ออกจากหน้าจอมาสู่โลกจริง เช่น หุ่นยนต์ที่ซักผ้า ทำอาหารเช้า หรือแม้แต่เล่นเกมกับเรา เทรนด์ digital health ก็มาแรง ด้วยอุปกรณ์ wearable ที่ตรวจจับ brainwave หรือวิเคราะห์ bodily fluids เพื่อติดตามสุขภาพแบบ real-time เช่น Withings Body Scan 2 ที่สแกนร่างกายละเอียดยิบ Accessibility tech เน้นการทำให้ชีวิตง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแว่นสำหรับคนพิการทางสายตาหรือหุ่นยนต์ช่วยเดิน Advanced mobility ยังคงเติบโต ด้วยรถ EV ที่ฉลาดขึ้นและระบบ edge computing ในรถยนต์ Sustainability แม้จะไม่ค่อยเด่นเท่าไร แต่มีบางอย่างอย่างวัสดุ ultra-light จาก Soramatex ที่ใช้ carbon powder เพื่อลดน้ำหนักและประหยัดพลังงาน หรือ power bank แบบ shareable จาก Nimble Champ Stack ที่ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ VR/AR ก็ก้าวหน้า ด้วยจอ OLED ที่มี subpixel RGB stripe ทำให้ภาพชัดเจนยิ่งขึ้น และ smart home ที่รองรับ Matter protocol ทำให้อุปกรณ์จากแบรนด์ต่างกันเชื่อมต่อได้ง่าย เช่น จาก Ikea, Aqara และ Amazon แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะ perfect ⚠️ เพราะมีสิ่งที่ผิดคาดจากนักข่าวสายเทคโนโลยีหลายอย่าง ประการแรกคือการขาดแคลนเทคโนโลยี sustainability ที่ชัดเจน แม้งานจะใหญ่โตแต่แทบไม่มี exhibitor ที่โฟกัสเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทำให้หลายคนผิดหวัง เพราะคาดว่าจะเห็นนวัตกรรม green มากกว่านี้ อีกเรื่องคือสถานการณ์อุตสาหกรรม PC ที่ย่ำแย่ เพราะ memory supplies ถูกเบี่ยงไปสนับสนุน AI ทำให้ PC ธรรมดาได้รับผลกระทบ และนักข่าวหลายคนยอมรับว่าปีนี้ PC ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ AI บางอย่างก็ดู dubious หรือเกินจริง เช่น AI สำหรับล้างรองเท้า (Brolan ClearX) หรือ AI collectibles ที่ดูเหมือน gimmick มากกว่าประโยชน์จริง นอกจากนี้ยังไม่มี “Trump phone” ที่หลายคนคาดเดาว่าจะโผล่มาที่งาน และการที่โดรนจีนอย่าง GDU P300 ต้องยกเลิก launch ใน US เนื่องจาก policy changes ก็เป็นเซอร์ไพรส์ที่ทำให้เห็นภาพ geopolitical tension ในวงการ tech กว้างขึ้น นักข่าวจาก The Verge ยังบอกว่าปีนี้มี weird gadgets เยอะ เช่น หุ่นยนต์เต้นรำหรือ bathroom tech ที่ personal เกินไป ทำให้รู้สึก dystopian และ lonely ในบางมุม แต่ในทางบวก เทรนด์ที่ไม่มีใครคาดอย่างการบุกของ humanoid จากจีน เช่น หุ่นที่เล่นปิงปองหรือต่อยมวย ก็ทำให้งานนี้เต็มไปด้วย surprise ที่สะท้อนการแข่งขัน US-China ใน physical AI โดยรวมแล้ว CES 2026 ⭐ คือการยืนยันว่าปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่ AI และ robotics จะเปลี่ยนชีวิตเราแบบถาวร แม้จะมีจุดผิดคาดบ้าง แต่ความว้าวจากนวัตกรรมเหล่านี้ ทำให้เราตื่นเต้นกับอนาคตที่กำลังมา ใครที่ติดตาม tech คงต้องจับตาดูว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะออกสู่ตลาดจริงเมื่อไหร่ และจะพลิกโฉมโลกอย่างไรต่อไป #ลุงเขียนหลานอ่าน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 32 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทรัมป์ฉุนเอ็กซอนโมบิล ขู่ขวางไม่ให้เข้าลงทุนในเวเนซุเอลา หลังจากปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาซีอีโอบริษัทน้ำมันใหญ่ที่สุดของอเมริกาและของโลกแห่งนี้ บอกตรงๆว่าสภาพปัจจุบันของเวเนซุเอลาไม่สามารถที่จะเข้าไปลงทุนได้
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000003561

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    ทรัมป์ฉุนเอ็กซอนโมบิล ขู่ขวางไม่ให้เข้าลงทุนในเวเนซุเอลา หลังจากปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาซีอีโอบริษัทน้ำมันใหญ่ที่สุดของอเมริกาและของโลกแห่งนี้ บอกตรงๆว่าสภาพปัจจุบันของเวเนซุเอลาไม่สามารถที่จะเข้าไปลงทุนได้ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000003561 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    Haha
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 51 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทรัมป์เผยอิหร่านติดต่อขอคุยหลังจากที่ตนขู่จะเข้าโจมตี พร้อมกับระบุว่าเวลานี้วอชิงตันกำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ สำหรับการตอบโต้ ถ้าหากเตหะรานใช้กำลังเข้าปราบปรามพวกผู้ประท้วงที่กำลังแผ่ลามไปทั่วประเทศ โดยรวมถึงการเข้าแทรกแซงทางทหารด้วย ทางด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านลั่น พร้อมทำสงครามกับอเมริกาแต่ก็เปิดกว้างสำหรับการเจรจา ขณะที่มีรายงานระบุยอดผู้เสียชีวิตว่าเวลานี้สูงกว่า 500 คนแล้ว
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000003558

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    ทรัมป์เผยอิหร่านติดต่อขอคุยหลังจากที่ตนขู่จะเข้าโจมตี พร้อมกับระบุว่าเวลานี้วอชิงตันกำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ สำหรับการตอบโต้ ถ้าหากเตหะรานใช้กำลังเข้าปราบปรามพวกผู้ประท้วงที่กำลังแผ่ลามไปทั่วประเทศ โดยรวมถึงการเข้าแทรกแซงทางทหารด้วย ทางด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านลั่น พร้อมทำสงครามกับอเมริกาแต่ก็เปิดกว้างสำหรับการเจรจา ขณะที่มีรายงานระบุยอดผู้เสียชีวิตว่าเวลานี้สูงกว่า 500 คนแล้ว . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000003558 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Haha
    Sad
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 62 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลายใบตอง ตอนที่ 5

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง”
    ตอน 5 (จบ)
    อเมริกามีหลายหน้ากาก หลายเสื้อคลุม และหลายบทบาท เราต้องดูลายของอเมริกาให้ออก เพื่อจะได้รับมือกับอเมริกาให้เหมาะสม ไม่ตกเป็นเบี้ยล่างเขาไปตลอด
    อเมริกาสามารถทำตัวให้เห็นว่า เป็นผู้เชิดชู บูชาประชาธิปไตยและเสรีภาพมากกว่าใครในโลก อเมริกาสามารถตอแหล ตลบแตลงแปลงตัวได้สาระพัดรูปแบบ อเมริกาสามารถเล่นบทที่ทำให้แม้แต่ผู้ที่ทำงานด้านนโยบาย ยังงงกับนโยบายของตัวเอง และเป็นอเมริกา ที่ชาวอเมริกันรู้สึกขื่นขม เหมือนถูกหมาเยี่ยวรด เมื่อไม่ได้อะไรอย่างใจ
    มันเป็นอเมริกาเดียวกันทั้งหมดแหละครับ อเมริกาหนึ่งเดียวในโลก อเมริกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก อเมริกาของแท้ ที่คิดว่าตนเองเท่านั้นเป็นเจ้าของโลกนี้
    นิทาน ตั้งแต่ตอนที่ 1 ถึง 4 ผมเอาข้อมูล รวมทั้งคำสารภาพของเจ้าเบน มาจากบทความชื่อ “We Caved ” เราแพ้ เขียนโดย Michael Crowley ในวารสาร Politico เมื่อต้นเดือนมกราคมนี้เอง Crowley เป็นผู้สื่อข่าวรุ่นใหญ่ทางด้านการเมืองและความมั่นคงระหว่างประเทศ ของวารสาร Politico และเคยเป็นหัวหน้าผู้สื่อข่าวต่างประเทศของหนังสือพิมพ์ Time เป็นบทความที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงว่า เป็นการฉีกหน้าโอบามา และคณะทำงานที่อ่อนหัด ซึ่งโอบามาเป็นผู้เลือกมาเองทั้งสิ้น ….อย่างไม่เหลือชิ้นดี
    หรือไม่เช่นนั้น บทความดังกล่าว….ก็กำลังวาดภาพให้โอบามา รับหน้าที่แพะ ก่อนที่อินทรีจะสยายปีก….
    บทความ พยายามทำให้เราคล้อยตามว่า โอบามานั้น มีความปราถนาอย่างแรงกล้า
    ที่จะเปลี่ยนนโยบายของอเมริกา ที่ใช้การยกทัพไปกวาดล้างผู้ปกครองประเทศที่เป็นเผด็จการ แล้วบังคับให้เป็นประชาธิปไตยแทน อย่างที่คาวบอยบุช ทำนั้น ไม่มีอีกแล้ว จบไปแล้ว เพราะมันไม่ได้ผล มันล้มเหลว โอบามา จึงเปลี่ยนเป็นนโยบายสร้างประชาธิปไตยให้กับโลก ในรูปแบบใหม่แทน โดยการใช้นโยบาย “ปลุก” ปลุกให้มนุษย์รู้สึกว่า การมีเสรีภาพในการแสดงออก และการเป็นประชาธิปไตย เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี และเป็นสิทธิของมนุษยชาติ…
    บทความดังกล่าว สรุปชวนให้เชื่อว่า โอบามา นั้น ทำตัวเหมือนเป็นคนยึดถืออุดมการณ์ เหนียวแน่น แต่เอาเข้าจริง กลับเป็นไม้หลักปักอยู่กับเลน แถมการตัดสินใจก็ใช้ไม่ได้ ไม่เด็ดขาด เช่น กรณีของอียิปต์ ที่คณะทำงานของโอบามา มีความเห็นต่างกัน แต่โอบามาก็เอนไปเอนมา ในที่สุด ก็ทำให้อเมริกาเกือบเสีย หรือเสีย อียิปต์ ที่มีความหมายสำหรับอเมริกาอย่างมาก และทำให้ความมั่นคงและผลประโยชน์ของอเมริกาในภูมิภาคนั้น กระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จนทำให้คณะทำงานอ่อนหัด ของโอบามาเอง สรุปว่า…
    …เราแพ้… เราไม่สามารถเอาประชาธิปไตยเข้าไปในอียิปต์ได้ แต่กลับต้องส่ง เครื่องบินรบ F-16s ไปกำนัลให้อียิปต์แทน…
    ถ้าเราเห็นบทความทำนองนี้ และสรุปเอาว่า อเมริกานั้นหมดท่าแล้ว เพราะมีผู้นำที่แสนจะห่วย มันก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงว่า เรามองอะไรสั้นๆ เฉพาะที่อยู่ตรงข้างหน้าเรา อย่างไม่รอบคอบหรือไม่ และถ้าเรามองทุกเรื่องรอบตัวเรา ในบ้านเรา ในลักษณะนี้ มันก็จะยิ่งน่าห่วงใหญ่
    ที่น่าคิดคือ ในระยะ 2,3 เดือนนี้ บทความทำนองนี้ มันทยอยกันออกมามากพอสมควร แม้กระทั่งถังขยะความคิด CFR ก็เขียนในทำนองใกล้เคียงกันว่า อเมริกาขายประชาธิปไตยไม่ออกแล้ว โอบามา ดำเนินนโยบายผิดพลาด โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับตะวันออกกลาง ไม่ว่า เรื่องซีเรีย อิรัค อิหร่าน อิยิปต์ ตุรกี และกำลังมาถึงคิวของซาอุดิ อารเบีย
    อ่านแวบแรก มันทำให้ผมดีใจ ….สมน้ำหน้ามึง ในที่สุดมึงก็มาถึงวันนี้….
    แต่ความที่มันทยอยออกกันมาใน “ช่วงนี้” หลายๆชิ้น จากค่ายใหญ่ๆทั้งนั้น มันทำให้ผมฉุกคิด และกลับมาทบทวนว่า มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือ อเมริกากำลัง “เล่น” อะไร อเมริกาที่เป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก มีเป้าหมาย และยุทธศาสตร์ ที่จะครองโลกแต่ผู้เดียวอย่างชัดเจนมา 70 ปี จะยอมให้โอบามา เดินนโยบายแกว่งไปแกว่งมา จนลงเหว เสียหมาก เสียพันธมิตร ไปเรื่อยๆมา 7 ปีกว่าเชียวหรือ
    คงต้องย้อนกลับไปมองที่ นโยบายด้านความมั่นคง และพฤติกรรมของโอบามา ในช่วง 7 ปีกว่า ที่ผ่านมา
    ตั้งแต่โอบามา เริ่มหาเสียงเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.2008 เขาบอกว่า พอแล้ว เราจะไม่ใช้วิธีโฉ่งฉ่างแบบคาวบอยบุซ ที่ยกทัพไปกระทืบเหยื่อทำนอง ขี้ช้างจับตั๊กแตนอีกแล้ว แต่เราจะต้อง “เปลี่ยน” นโยบายเป็น “การปลุก” ให้ประชาชนในหลายๆประเทศลุกขึ้นมาสร้างศักดิ์ศรี และรักษาสิทธิของตน
    และหลังจากโอบามาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.2009 ได้ไม่ถึงปี การปลุกประชาชนให้ลุกขึ้นมาไล่รัฐบาลเผด็จการ ในประเทศแถบตะวันออกกลางก็เกิดขึ้น ตูนีเซีย ถูกทดลองเป็นประเทศแรก เกิดการจราจลขับไล่รัฐบาล เป็นการจราจลที่เริ่มต้นมาจากประท้วงด้วยการเผาตัวเองของพ่อค้าขายผลไม้ และบานปลาย จนรัฐบาลเผด็จการกระเด็นไปสมใจในปี ค.ศ.2010 ดูเหมือนไม่น่าเป็นไปได้ … แต่เขาก็ทำให้มันเกิดขึ้นได้….
    หลังจากนั้นประชาชนในภูมิภาคแถบตะวันออกกลาง ต่างก็ทยอยรักศักดิ์ศรี
    ของการเป็นประชาธิปไตย โดยการลุกขึ้นมาประท้วง และขับไล่รัฐบาล
    มันเป็นไปตามแผน และวิธีการที่แนบเนียนของผู้สร้างอาหรับสปริง และต่างก็จบลงด้วยความฉิบหายของประชาชน และประเทศของตน จนแทบเหลือเป็นเศษไปเกือบหมดสิ้น เช่นกรณีของลิเบีย ตูนีเซีย เลบานอน อียิปต์ ล่าสุดคือ ซีเรีย และต่อไป อาจจะถึงคิวของเยเมน …และ อาจจะต่อไปอีกเรื่อยๆ ไม่ใช่แต่ในตะวันออกกลางเท่านั้น
    นโยบายแบบนี้ ของโอบามา ฉลาด หรือโง่ เราไม่ได้พูดถึงเรื่อง ดี เลวนะครับ ตกลงโอบามา โง่สุดขีด หรือฉลาดสุดลึก
    อาหรับสปริง เป็นการเดินตามยุทธศาสตร์ใหญ่ของอเมริกาไหม ยุทธศาสตร์ครองโลกน่ะ
    ใช่แน่นอน แต่จะบอกว่า ได้ผลตามเป้าหมายครบถ้วนหรือยัง อาจจะยังตอบไม่ได้
    แต่โอบามา ยังเดินตามยุทธศาสตร์ครองโลกของอเมริกา อย่างไม่ผิดองศาแม้แต่นิดเดียว
    อเมริกาหรือโอบามา เพียงแค่เปลี่ยนนโยบาย ยุทธวิธี หรือวิธีการ ในการ “จัดการ” กับเหยื่อเท่านั้น แต่เป้าหมายใหญ่ หรือยุทธศาสตร์การครองโลกของอเมริกาด้วยการ”ทำลาย” ยังอยู่เหมือนเดิมครบถ้วน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย มันไม่ได้มีการ “สร้าง” อะไรเลย นอกจาก “สร้างภาพ” กับ “สร้างสุนทรพจน์” มันเป็นวิธีการหลอกปั่นจิ้งหรีดพันธ์ต่างๆโดยสร้างความขัดแย้ง ความไม่พอใจ ในเรื่องที่โดนใจชาวบ้าน โดยไม่จำเป็นต้องใช้คนมาก แต่ใช้สื่อทางโซเชียลมีเดียทำงานหนักหน่อย โหมสักพัก ก็ได้เรื่อง
    การปั่นหัวจิ้งหรีดแบบนี้ ไม่ต้องใช้เวลานาน เดี๋ยวจิ้งหรีดก็มึนหัว แล้วก็ออก
    มาปะทะกัน และมือที่สร้างเรื่อง ก็สุมควันให้บานปลาย
    การปลุก และปั่น ตามนโยบายที่โอบามาใช้ อาจจะทำลายเหยื่อได้มากกว่าการยกกองทัพของอเมริกาเข้าไปในสนามรบแบบคาวบอยบุ ชเสียอีก เพราะมันสามารถทำลาย
    ไปถึงรากเหง้า ของชาตินั้น ตั้งแต่ คุณค่าของสิ่งที่เป็นที่เคารพรัก วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อมั่นในหลักศาสนา อุดมการณ์ทางการเมือง ฯลฯ สาระพัด
    นี่การทำงานของอาวุธ ที่ อเมริกา เรียกว่า “soft power” เป็นอำนาจ หรือความสามารถ ในสร้างการ กล่อม หลอก หรือ ลวง ให้เป้าหมาย ทำทุกอย่างที่อเมริกาต้องการ โดยไม่ต้องใช้อาวุธ ที่เน้นทางการบังคับ “hard power” ( นี่คือ การลวงหลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ของแท้.ครับ)
    มันเป็นวิธีการหลอกจิ้งหรีด ไม่ว่าพันธุ์ไหนที่แนบเนียนมาก
    ดูไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้นโยบายแบบบุช หรือแบบโอบามา มันก็เป็น
    การผายลมเหมือนเดิม ที่แม้จะต่างเสียง ต่างกลิ่น แต่ก็ออกมาจากลำไส้ใหญ่เส้นเดิมนั่นเอง
    อเมริกากำลังเสี้ยมให้ตะวันออกกลางตีกันเอง มันเป็นการประหยัดงบ ประหยัดคนของตัวเองไปได้แยะ เพื่อรอจังหวะที่ “เหมาะสม”
    จังหวะที่เหมาะสมนั้น คืออะไร..
    อเมริกาดูเหมือนจะเงียบผิดปรกติ นาโต้ก็เงียบผิดปรกติ หลายภูมิภาคเงียบผิดปรกติ มีแต่ตะวันออกกลาง ที่ควันโขมง ข่าวระเบิดที่จาร์กาต้า เหมือนเป็นเรื่องหลอกเด็ก(อีกแล้ว) อเมริกา กำลังคิดอะไร….
    ฉนั้น จึงอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า อเมริกานั้นหมดท่า และถึงอเมริกาอาจจะหมดท่าจริง แต่สันดานอเมริกา ไม่เคยเปลี่ยนครับ และด้วยสันดานแท้ของอเมริกา แม้
    อเมริกาจะหมดท่า แต่ไม่หมดลาย อเมริกาจะไม่มีวันปล่อยมือที่บีบคอเหยื่อง่ายๆ
    การปล่อยมือเป็นกลลวงทั้งสิ้น
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    19 ม.ค. 2559
    ลายใบตอง ตอนที่ 5 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง” ตอน 5 (จบ) อเมริกามีหลายหน้ากาก หลายเสื้อคลุม และหลายบทบาท เราต้องดูลายของอเมริกาให้ออก เพื่อจะได้รับมือกับอเมริกาให้เหมาะสม ไม่ตกเป็นเบี้ยล่างเขาไปตลอด อเมริกาสามารถทำตัวให้เห็นว่า เป็นผู้เชิดชู บูชาประชาธิปไตยและเสรีภาพมากกว่าใครในโลก อเมริกาสามารถตอแหล ตลบแตลงแปลงตัวได้สาระพัดรูปแบบ อเมริกาสามารถเล่นบทที่ทำให้แม้แต่ผู้ที่ทำงานด้านนโยบาย ยังงงกับนโยบายของตัวเอง และเป็นอเมริกา ที่ชาวอเมริกันรู้สึกขื่นขม เหมือนถูกหมาเยี่ยวรด เมื่อไม่ได้อะไรอย่างใจ มันเป็นอเมริกาเดียวกันทั้งหมดแหละครับ อเมริกาหนึ่งเดียวในโลก อเมริกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก อเมริกาของแท้ ที่คิดว่าตนเองเท่านั้นเป็นเจ้าของโลกนี้ นิทาน ตั้งแต่ตอนที่ 1 ถึง 4 ผมเอาข้อมูล รวมทั้งคำสารภาพของเจ้าเบน มาจากบทความชื่อ “We Caved ” เราแพ้ เขียนโดย Michael Crowley ในวารสาร Politico เมื่อต้นเดือนมกราคมนี้เอง Crowley เป็นผู้สื่อข่าวรุ่นใหญ่ทางด้านการเมืองและความมั่นคงระหว่างประเทศ ของวารสาร Politico และเคยเป็นหัวหน้าผู้สื่อข่าวต่างประเทศของหนังสือพิมพ์ Time เป็นบทความที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงว่า เป็นการฉีกหน้าโอบามา และคณะทำงานที่อ่อนหัด ซึ่งโอบามาเป็นผู้เลือกมาเองทั้งสิ้น ….อย่างไม่เหลือชิ้นดี หรือไม่เช่นนั้น บทความดังกล่าว….ก็กำลังวาดภาพให้โอบามา รับหน้าที่แพะ ก่อนที่อินทรีจะสยายปีก…. บทความ พยายามทำให้เราคล้อยตามว่า โอบามานั้น มีความปราถนาอย่างแรงกล้า ที่จะเปลี่ยนนโยบายของอเมริกา ที่ใช้การยกทัพไปกวาดล้างผู้ปกครองประเทศที่เป็นเผด็จการ แล้วบังคับให้เป็นประชาธิปไตยแทน อย่างที่คาวบอยบุช ทำนั้น ไม่มีอีกแล้ว จบไปแล้ว เพราะมันไม่ได้ผล มันล้มเหลว โอบามา จึงเปลี่ยนเป็นนโยบายสร้างประชาธิปไตยให้กับโลก ในรูปแบบใหม่แทน โดยการใช้นโยบาย “ปลุก” ปลุกให้มนุษย์รู้สึกว่า การมีเสรีภาพในการแสดงออก และการเป็นประชาธิปไตย เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี และเป็นสิทธิของมนุษยชาติ… บทความดังกล่าว สรุปชวนให้เชื่อว่า โอบามา นั้น ทำตัวเหมือนเป็นคนยึดถืออุดมการณ์ เหนียวแน่น แต่เอาเข้าจริง กลับเป็นไม้หลักปักอยู่กับเลน แถมการตัดสินใจก็ใช้ไม่ได้ ไม่เด็ดขาด เช่น กรณีของอียิปต์ ที่คณะทำงานของโอบามา มีความเห็นต่างกัน แต่โอบามาก็เอนไปเอนมา ในที่สุด ก็ทำให้อเมริกาเกือบเสีย หรือเสีย อียิปต์ ที่มีความหมายสำหรับอเมริกาอย่างมาก และทำให้ความมั่นคงและผลประโยชน์ของอเมริกาในภูมิภาคนั้น กระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จนทำให้คณะทำงานอ่อนหัด ของโอบามาเอง สรุปว่า… …เราแพ้… เราไม่สามารถเอาประชาธิปไตยเข้าไปในอียิปต์ได้ แต่กลับต้องส่ง เครื่องบินรบ F-16s ไปกำนัลให้อียิปต์แทน… ถ้าเราเห็นบทความทำนองนี้ และสรุปเอาว่า อเมริกานั้นหมดท่าแล้ว เพราะมีผู้นำที่แสนจะห่วย มันก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงว่า เรามองอะไรสั้นๆ เฉพาะที่อยู่ตรงข้างหน้าเรา อย่างไม่รอบคอบหรือไม่ และถ้าเรามองทุกเรื่องรอบตัวเรา ในบ้านเรา ในลักษณะนี้ มันก็จะยิ่งน่าห่วงใหญ่ ที่น่าคิดคือ ในระยะ 2,3 เดือนนี้ บทความทำนองนี้ มันทยอยกันออกมามากพอสมควร แม้กระทั่งถังขยะความคิด CFR ก็เขียนในทำนองใกล้เคียงกันว่า อเมริกาขายประชาธิปไตยไม่ออกแล้ว โอบามา ดำเนินนโยบายผิดพลาด โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับตะวันออกกลาง ไม่ว่า เรื่องซีเรีย อิรัค อิหร่าน อิยิปต์ ตุรกี และกำลังมาถึงคิวของซาอุดิ อารเบีย อ่านแวบแรก มันทำให้ผมดีใจ ….สมน้ำหน้ามึง ในที่สุดมึงก็มาถึงวันนี้…. แต่ความที่มันทยอยออกกันมาใน “ช่วงนี้” หลายๆชิ้น จากค่ายใหญ่ๆทั้งนั้น มันทำให้ผมฉุกคิด และกลับมาทบทวนว่า มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือ อเมริกากำลัง “เล่น” อะไร อเมริกาที่เป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก มีเป้าหมาย และยุทธศาสตร์ ที่จะครองโลกแต่ผู้เดียวอย่างชัดเจนมา 70 ปี จะยอมให้โอบามา เดินนโยบายแกว่งไปแกว่งมา จนลงเหว เสียหมาก เสียพันธมิตร ไปเรื่อยๆมา 7 ปีกว่าเชียวหรือ คงต้องย้อนกลับไปมองที่ นโยบายด้านความมั่นคง และพฤติกรรมของโอบามา ในช่วง 7 ปีกว่า ที่ผ่านมา ตั้งแต่โอบามา เริ่มหาเสียงเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.2008 เขาบอกว่า พอแล้ว เราจะไม่ใช้วิธีโฉ่งฉ่างแบบคาวบอยบุซ ที่ยกทัพไปกระทืบเหยื่อทำนอง ขี้ช้างจับตั๊กแตนอีกแล้ว แต่เราจะต้อง “เปลี่ยน” นโยบายเป็น “การปลุก” ให้ประชาชนในหลายๆประเทศลุกขึ้นมาสร้างศักดิ์ศรี และรักษาสิทธิของตน และหลังจากโอบามาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ในปี ค.ศ.2009 ได้ไม่ถึงปี การปลุกประชาชนให้ลุกขึ้นมาไล่รัฐบาลเผด็จการ ในประเทศแถบตะวันออกกลางก็เกิดขึ้น ตูนีเซีย ถูกทดลองเป็นประเทศแรก เกิดการจราจลขับไล่รัฐบาล เป็นการจราจลที่เริ่มต้นมาจากประท้วงด้วยการเผาตัวเองของพ่อค้าขายผลไม้ และบานปลาย จนรัฐบาลเผด็จการกระเด็นไปสมใจในปี ค.ศ.2010 ดูเหมือนไม่น่าเป็นไปได้ … แต่เขาก็ทำให้มันเกิดขึ้นได้…. หลังจากนั้นประชาชนในภูมิภาคแถบตะวันออกกลาง ต่างก็ทยอยรักศักดิ์ศรี ของการเป็นประชาธิปไตย โดยการลุกขึ้นมาประท้วง และขับไล่รัฐบาล มันเป็นไปตามแผน และวิธีการที่แนบเนียนของผู้สร้างอาหรับสปริง และต่างก็จบลงด้วยความฉิบหายของประชาชน และประเทศของตน จนแทบเหลือเป็นเศษไปเกือบหมดสิ้น เช่นกรณีของลิเบีย ตูนีเซีย เลบานอน อียิปต์ ล่าสุดคือ ซีเรีย และต่อไป อาจจะถึงคิวของเยเมน …และ อาจจะต่อไปอีกเรื่อยๆ ไม่ใช่แต่ในตะวันออกกลางเท่านั้น นโยบายแบบนี้ ของโอบามา ฉลาด หรือโง่ เราไม่ได้พูดถึงเรื่อง ดี เลวนะครับ ตกลงโอบามา โง่สุดขีด หรือฉลาดสุดลึก อาหรับสปริง เป็นการเดินตามยุทธศาสตร์ใหญ่ของอเมริกาไหม ยุทธศาสตร์ครองโลกน่ะ ใช่แน่นอน แต่จะบอกว่า ได้ผลตามเป้าหมายครบถ้วนหรือยัง อาจจะยังตอบไม่ได้ แต่โอบามา ยังเดินตามยุทธศาสตร์ครองโลกของอเมริกา อย่างไม่ผิดองศาแม้แต่นิดเดียว อเมริกาหรือโอบามา เพียงแค่เปลี่ยนนโยบาย ยุทธวิธี หรือวิธีการ ในการ “จัดการ” กับเหยื่อเท่านั้น แต่เป้าหมายใหญ่ หรือยุทธศาสตร์การครองโลกของอเมริกาด้วยการ”ทำลาย” ยังอยู่เหมือนเดิมครบถ้วน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลย มันไม่ได้มีการ “สร้าง” อะไรเลย นอกจาก “สร้างภาพ” กับ “สร้างสุนทรพจน์” มันเป็นวิธีการหลอกปั่นจิ้งหรีดพันธ์ต่างๆโดยสร้างความขัดแย้ง ความไม่พอใจ ในเรื่องที่โดนใจชาวบ้าน โดยไม่จำเป็นต้องใช้คนมาก แต่ใช้สื่อทางโซเชียลมีเดียทำงานหนักหน่อย โหมสักพัก ก็ได้เรื่อง การปั่นหัวจิ้งหรีดแบบนี้ ไม่ต้องใช้เวลานาน เดี๋ยวจิ้งหรีดก็มึนหัว แล้วก็ออก มาปะทะกัน และมือที่สร้างเรื่อง ก็สุมควันให้บานปลาย การปลุก และปั่น ตามนโยบายที่โอบามาใช้ อาจจะทำลายเหยื่อได้มากกว่าการยกกองทัพของอเมริกาเข้าไปในสนามรบแบบคาวบอยบุ ชเสียอีก เพราะมันสามารถทำลาย ไปถึงรากเหง้า ของชาตินั้น ตั้งแต่ คุณค่าของสิ่งที่เป็นที่เคารพรัก วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อมั่นในหลักศาสนา อุดมการณ์ทางการเมือง ฯลฯ สาระพัด นี่การทำงานของอาวุธ ที่ อเมริกา เรียกว่า “soft power” เป็นอำนาจ หรือความสามารถ ในสร้างการ กล่อม หลอก หรือ ลวง ให้เป้าหมาย ทำทุกอย่างที่อเมริกาต้องการ โดยไม่ต้องใช้อาวุธ ที่เน้นทางการบังคับ “hard power” ( นี่คือ การลวงหลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ของแท้.ครับ) มันเป็นวิธีการหลอกจิ้งหรีด ไม่ว่าพันธุ์ไหนที่แนบเนียนมาก ดูไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้นโยบายแบบบุช หรือแบบโอบามา มันก็เป็น การผายลมเหมือนเดิม ที่แม้จะต่างเสียง ต่างกลิ่น แต่ก็ออกมาจากลำไส้ใหญ่เส้นเดิมนั่นเอง อเมริกากำลังเสี้ยมให้ตะวันออกกลางตีกันเอง มันเป็นการประหยัดงบ ประหยัดคนของตัวเองไปได้แยะ เพื่อรอจังหวะที่ “เหมาะสม” จังหวะที่เหมาะสมนั้น คืออะไร.. อเมริกาดูเหมือนจะเงียบผิดปรกติ นาโต้ก็เงียบผิดปรกติ หลายภูมิภาคเงียบผิดปรกติ มีแต่ตะวันออกกลาง ที่ควันโขมง ข่าวระเบิดที่จาร์กาต้า เหมือนเป็นเรื่องหลอกเด็ก(อีกแล้ว) อเมริกา กำลังคิดอะไร…. ฉนั้น จึงอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า อเมริกานั้นหมดท่า และถึงอเมริกาอาจจะหมดท่าจริง แต่สันดานอเมริกา ไม่เคยเปลี่ยนครับ และด้วยสันดานแท้ของอเมริกา แม้ อเมริกาจะหมดท่า แต่ไม่หมดลาย อเมริกาจะไม่มีวันปล่อยมือที่บีบคอเหยื่อง่ายๆ การปล่อยมือเป็นกลลวงทั้งสิ้น สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 19 ม.ค. 2559
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 84 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลายใบตอง ตอนที่ 4

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง”
    ตอน 4
    หลังจากอเมริกาประกาศระงับการช่วยเหลือทางทหาร อียิปต์ตอบโต้ด้วยการพิพากษาจำคุกนักข่าวจากสำนัก อัล จาซีรา ภาคภาษาอังกฤษ 3 คน ข้อหาความผิดทางการเมือง และในเดือนพฤษภาคม ศาลอียิปต์ก็ตัดสินประหารชีวิตอดีตประธานาธิบดีมอร์ซิ ที่อเมริกาให้การสนับสนุนในตอนแรก
    หลังจากนั้น 2 อาทิตย์ เอล ซิซิ ก็จัดให้มีการเลือกตั้ง และตัวเขาได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดี ด้วยคะแนนเสียงท้วมท้นถึง 96.1% ผมไม่ได้ใส่ตัวเลขผิดนะครับ
    ข่าวนี้ ทำให้ท่านที่ปรึกษาเบน ถึงกับเซแซด….
    ย้อนกลับไปถึงสุนทรพจน์ รุ่นแรกๆ ของ พณ. ใบตองแห้งที่มักจะเน้นว่า อเมริกากำลังเริ่มบทบาทใหม่ในตะวันออกกลาง และตะวันออกกลางในช่วงเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2011 ก็ดูเหมือนกำลังเริ่มบทบาทใหม่จริงๆ การจราจลเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองที่อเมริกาบอกว่ากดขี่ประชาชน เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายที่อย่างกับไฟลามทุ่ง ไล่มาตั้งแต่เมืองทริโปลีในลิเบีย มาจนถึงเมืองดามัสคัสของซีเรีย มันทะยอยปะทุขึ้นเรื่อยๆทุกวัน จนสื่อรายงานข่าวแทบไม่ทัน
    ทหารอเมริกาที่ประจำการณ์อยู่แถบนั้น ต่างตื่นเต้น …. เรากำลังจะได้กลับบ้านแล้ว อิรัคทำท่าจะสงบ พวกอัลไดค้าก็กำลังหนีลงรู และไอซิสก็ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก ต้องเปิดกูเกิลถึงจะรู้ว่า เขาไม่ได้หมายถึงดอกไม้ แถมมันเกี่ยวโยงไปถึงวอชิงตันโน่น
    พณ. ใบตองแห้งปลาบปลื้ม และเห็นใจพวกที่ออกมาประท้วงเหลือเกิน…. นี่มันเป็นไปตามที่เราพูดเลยเห็นไหม….พณ. ท่าน ฟุ้งต่อ ….. อเมริกากำลังสนับสนุนให้เกิดการปฏิรูปไปทั่วทั้งภูมิภาค และจะสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ให้เป็นระบอบประชาธิปไตยให้หมด ….
    ……ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายของเรา จากที่เน้นแต่การปกป้องอิสราเอล และการต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย มาเป็นการส่งเสริม เสรีภาพในการนับถือศาสนา เสรีภาพในการพูด และสิทธิของสตรีแทน ….การสนับสนุนของเราต่อหลักการเหล่านี้ เป็นเรื่องที่เราให้ความสนใจเป็นลำดับแรก ซึ่งจะต้องมีการแปลงให้เป็นรูปธรรม… ฮู้ย ผมเขียนไปก็ขนลุกไป
    มันเป็นสุนทรพจน์ที่โด่งดัง ยิ่งใหญ่ ของประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ที่แสดงถึงความเป็นประเทศที่รักเสรีภาพอย่างเหลือล้น….
    ไม่นานจากการแสดงสุนทรพจน์อันยิ่งใหญ่ของ พณ. ใบตองแห้ง เทศกาลอาหรับสปริงที่ พณ. ใบตองแห้งชื่นชม ก็เริ่มส่งกลิ่น…เน่า
    ผ่านกลางปี ค.ศ.2013 ไปไม่นานเท่าไหร่ ที่ซีเรีย ก็เกิดสงครามกลางเมือง ที่ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า มีสาเหตุมาจากการแตกต่างของนิกายทางศาสนา ส่วนที่ลิเบีย หลังจากมีการไล่กัดดาฟีไปแล้ว ลิเบียก็ดูเหมือนจะกลายเป็นเมืองที่ขื่อหายเสาล้มแปหล่น และอัลไคด้า ก็เริ่มไปสร้างรังใหม่อยู่ที่เยเมน ส่วนอียิปต์ การออกมาประท้วงที่ Tahrir square ดูเหมือนจะเป็นเหตุการณ์ประจำวันไปแล้ว
    แล้วในเดือนกันยายน ค.ศ.2013 พณ. ใบตองแห้ง ก็ไปยืนทำหน้าเซียว แถลงต่อที่ประชุมใหญ่ประจำปีของสหประชาชาติว่า … ดูเหมือนการจะให้ประเทศแถบตะวันออกกลางเปลี่ยนการปกครองเป็นประชาธิปไตย เป็นเรื่องลำบากยากยิ่งกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะกรณีของอียิปต์ ….
    แต่ พณ. ใบตองแห้งไม่ได้พูดต่อให้โลกรู้ว่า แต่ถึงกระนั้น อเมริกาก็ยังคบกับอียิปต์ต่อไปอย่างไม่ขัดเขิน และส่งเสริมอียิปต์เรื่องอาวุธเหมือนเดิม เพราะอเมริกายังต้องการ “ใช้” อียิปต์ เพื่อดูแลผลประโยชน์ของอเมริกาในภูมิภาคแถบนั้นต่อไป….ถุด
    เดือน กรกฏาคม ค.ศ.2014 ทอม มาลินาวสกี้ Tom Malinowski ที่ปรึกษากระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย เดินทางไปบาห์เรน ซึ่งมีเรื่องวุ่นวายไม่สงบมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2011 ในที่สุดก็ขยายตัวเป็นการขับไล่พวกราชวงศ์ ที่ปกครองบาห์เรนและเป็นอิสลามสุนหนี่ พวกราชวงศ์ ได้รับการช่วยเหลือจากซาอุดิ อารเบีย ที่เป็นเพื่อนบ้านกัน ส่งกองทัพมาช่วยปราบชาวบาห์เรนชีอะที่ออกมาประท้วงพวกราชวงศ์
    ที่บาห์เรน มีทหารเรืออเมริกันประจำการณ์จำนวน 5,000 คน และมีหน่วยนาวิกโยธินจากกองทัพเรือที่ 5 ของอเมริกาอีกด้วย
    พณ. ใบตองแห้งเต้นเป็นลิง เมื่อมีข่าวออกมาว่า บาห์เรนปราบปรามผู้ออกมาประท้วง ด้วยอาวุธที่อเมริกาจัดส่งให้บาห์เรน พณ. ท่าน สั่งระงับการขายอาวุธให้บาห์เรนทันที… แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือน การซื้อขายอาวุธ ระหว่างอเมริกาก็ดำเนินต่อเหมือนเดิม โดยเฉพาะคอปเตอร์รุ่นพิเศษ Cobra (รุ่นปราบจราจล) ที่บาห์เรนโปรดปรานมาก
    ทอม มาลินาวสกี้วิจารณ์ พณ. ใบตองแห้งอย่างรุนแรงเรื่องการขายอาวุธให้บาห์เรน และบาห์เรนก็ลงบัญชีไว้ และพร้อมที่จะแสดงให้อเมริการู้ว่า บาห์เรนกล้า “เล่นแรง” กับอเมริกา
    เมื่อมาลินาวสกี้เดินทางไปถึงบาห์เรนในเดือนกรกฏาคม เขาแวะไปงานเลี้ยงรับรองที่ศูนย์อำนวยการกลางของนิกายชีอะ เขาอ้างว่า เขาไม่ได้พูดแสดงความเห็นอะไร แค่แวะไปทักทาย แต่แค่นี้มันก็เพียงพอ ที่จะทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศบาห์เรน ออกคำสั่งขับไล่มาลินาวสกี้ ให้ออกไปจากบาห์เรนทันที ด้วยข้อหาว่า มาลินาวสกี้ กระทำการอันเป็นการก้าวก่าย ต่อเรื่องภายในประเทศ ของบาห์เรน และวันรุ่งขึ้น มาลินาวสกี้ก็(ต้อง) ขึ้นเครื่องบินออกไปจากบาห์เรน
    เจ้าหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศอเมริกา ทำเรื่องแจ้งไปยัง ซูซาน ไรซ์ อดีตทูตอเมริกัน ประจำสหประชาชาติ ที่มาเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของ พณ. ใบตองแห้ง ขอให้อเมริกาทบทวนความสัมพันธ์กับบาห์เรน และระงับการออกวีซ่า ให้กับชาวบาห์เรน จนกว่าทางบาห์เรนจะส่งคำขอโทษมายังอเมริกา
    แต่คำขอโทษ จากบาห์เรน… ไม่มีมา
    โฆษกกระทรวงต่างประเทศ หนูเจน พาสากิ แถลงข่าวแสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของบาห์เรน แต่รับรู้ว่า ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างอเมริกากับบาห์เรน เป็นสิ่งที่อเมริกา….อยากจะรักษาไว้ต่อไป (มี อ อ่าง นะครับ)
    และในเดือนต่อมา เมื่อกษัตริย์บาห์เรน ไม่มาร่วมประชุมระดับผู้นำของพันธมิตรชาวอ่าวที่แคมป์เดวิดของอเมริกา โดยอ้างว่าติดธุระ ดูการแสดงของม้าที่วินด์เซอร์ของอังกฤษ ….พณ. โอบามา ก็สั่งยกเลิกการห้ามขายอาวุธให้กับบาห์เรน….
    นี่มันอเมริกาเดียวกันกับอเมริกาที่มาเสือกทุกเรื่องในบ้านสมันน้อย ชี้นิ้วขู่สมันน้อย ให้ทำโน่นทำนี่ และสมันน้อยก็งกเงิ่น ลนลาน ทำตามที่เขาสั่งหรือเปล่าครับ ผมสงสัยจริงๆ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    18 ม.ค. 2559
    ลายใบตอง ตอนที่ 4 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง” ตอน 4 หลังจากอเมริกาประกาศระงับการช่วยเหลือทางทหาร อียิปต์ตอบโต้ด้วยการพิพากษาจำคุกนักข่าวจากสำนัก อัล จาซีรา ภาคภาษาอังกฤษ 3 คน ข้อหาความผิดทางการเมือง และในเดือนพฤษภาคม ศาลอียิปต์ก็ตัดสินประหารชีวิตอดีตประธานาธิบดีมอร์ซิ ที่อเมริกาให้การสนับสนุนในตอนแรก หลังจากนั้น 2 อาทิตย์ เอล ซิซิ ก็จัดให้มีการเลือกตั้ง และตัวเขาได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดี ด้วยคะแนนเสียงท้วมท้นถึง 96.1% ผมไม่ได้ใส่ตัวเลขผิดนะครับ ข่าวนี้ ทำให้ท่านที่ปรึกษาเบน ถึงกับเซแซด…. ย้อนกลับไปถึงสุนทรพจน์ รุ่นแรกๆ ของ พณ. ใบตองแห้งที่มักจะเน้นว่า อเมริกากำลังเริ่มบทบาทใหม่ในตะวันออกกลาง และตะวันออกกลางในช่วงเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2011 ก็ดูเหมือนกำลังเริ่มบทบาทใหม่จริงๆ การจราจลเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองที่อเมริกาบอกว่ากดขี่ประชาชน เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายที่อย่างกับไฟลามทุ่ง ไล่มาตั้งแต่เมืองทริโปลีในลิเบีย มาจนถึงเมืองดามัสคัสของซีเรีย มันทะยอยปะทุขึ้นเรื่อยๆทุกวัน จนสื่อรายงานข่าวแทบไม่ทัน ทหารอเมริกาที่ประจำการณ์อยู่แถบนั้น ต่างตื่นเต้น …. เรากำลังจะได้กลับบ้านแล้ว อิรัคทำท่าจะสงบ พวกอัลไดค้าก็กำลังหนีลงรู และไอซิสก็ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก ต้องเปิดกูเกิลถึงจะรู้ว่า เขาไม่ได้หมายถึงดอกไม้ แถมมันเกี่ยวโยงไปถึงวอชิงตันโน่น พณ. ใบตองแห้งปลาบปลื้ม และเห็นใจพวกที่ออกมาประท้วงเหลือเกิน…. นี่มันเป็นไปตามที่เราพูดเลยเห็นไหม….พณ. ท่าน ฟุ้งต่อ ….. อเมริกากำลังสนับสนุนให้เกิดการปฏิรูปไปทั่วทั้งภูมิภาค และจะสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ให้เป็นระบอบประชาธิปไตยให้หมด …. ……ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายของเรา จากที่เน้นแต่การปกป้องอิสราเอล และการต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย มาเป็นการส่งเสริม เสรีภาพในการนับถือศาสนา เสรีภาพในการพูด และสิทธิของสตรีแทน ….การสนับสนุนของเราต่อหลักการเหล่านี้ เป็นเรื่องที่เราให้ความสนใจเป็นลำดับแรก ซึ่งจะต้องมีการแปลงให้เป็นรูปธรรม… ฮู้ย ผมเขียนไปก็ขนลุกไป มันเป็นสุนทรพจน์ที่โด่งดัง ยิ่งใหญ่ ของประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ที่แสดงถึงความเป็นประเทศที่รักเสรีภาพอย่างเหลือล้น…. ไม่นานจากการแสดงสุนทรพจน์อันยิ่งใหญ่ของ พณ. ใบตองแห้ง เทศกาลอาหรับสปริงที่ พณ. ใบตองแห้งชื่นชม ก็เริ่มส่งกลิ่น…เน่า ผ่านกลางปี ค.ศ.2013 ไปไม่นานเท่าไหร่ ที่ซีเรีย ก็เกิดสงครามกลางเมือง ที่ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า มีสาเหตุมาจากการแตกต่างของนิกายทางศาสนา ส่วนที่ลิเบีย หลังจากมีการไล่กัดดาฟีไปแล้ว ลิเบียก็ดูเหมือนจะกลายเป็นเมืองที่ขื่อหายเสาล้มแปหล่น และอัลไคด้า ก็เริ่มไปสร้างรังใหม่อยู่ที่เยเมน ส่วนอียิปต์ การออกมาประท้วงที่ Tahrir square ดูเหมือนจะเป็นเหตุการณ์ประจำวันไปแล้ว แล้วในเดือนกันยายน ค.ศ.2013 พณ. ใบตองแห้ง ก็ไปยืนทำหน้าเซียว แถลงต่อที่ประชุมใหญ่ประจำปีของสหประชาชาติว่า … ดูเหมือนการจะให้ประเทศแถบตะวันออกกลางเปลี่ยนการปกครองเป็นประชาธิปไตย เป็นเรื่องลำบากยากยิ่งกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะกรณีของอียิปต์ …. แต่ พณ. ใบตองแห้งไม่ได้พูดต่อให้โลกรู้ว่า แต่ถึงกระนั้น อเมริกาก็ยังคบกับอียิปต์ต่อไปอย่างไม่ขัดเขิน และส่งเสริมอียิปต์เรื่องอาวุธเหมือนเดิม เพราะอเมริกายังต้องการ “ใช้” อียิปต์ เพื่อดูแลผลประโยชน์ของอเมริกาในภูมิภาคแถบนั้นต่อไป….ถุด เดือน กรกฏาคม ค.ศ.2014 ทอม มาลินาวสกี้ Tom Malinowski ที่ปรึกษากระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย เดินทางไปบาห์เรน ซึ่งมีเรื่องวุ่นวายไม่สงบมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2011 ในที่สุดก็ขยายตัวเป็นการขับไล่พวกราชวงศ์ ที่ปกครองบาห์เรนและเป็นอิสลามสุนหนี่ พวกราชวงศ์ ได้รับการช่วยเหลือจากซาอุดิ อารเบีย ที่เป็นเพื่อนบ้านกัน ส่งกองทัพมาช่วยปราบชาวบาห์เรนชีอะที่ออกมาประท้วงพวกราชวงศ์ ที่บาห์เรน มีทหารเรืออเมริกันประจำการณ์จำนวน 5,000 คน และมีหน่วยนาวิกโยธินจากกองทัพเรือที่ 5 ของอเมริกาอีกด้วย พณ. ใบตองแห้งเต้นเป็นลิง เมื่อมีข่าวออกมาว่า บาห์เรนปราบปรามผู้ออกมาประท้วง ด้วยอาวุธที่อเมริกาจัดส่งให้บาห์เรน พณ. ท่าน สั่งระงับการขายอาวุธให้บาห์เรนทันที… แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือน การซื้อขายอาวุธ ระหว่างอเมริกาก็ดำเนินต่อเหมือนเดิม โดยเฉพาะคอปเตอร์รุ่นพิเศษ Cobra (รุ่นปราบจราจล) ที่บาห์เรนโปรดปรานมาก ทอม มาลินาวสกี้วิจารณ์ พณ. ใบตองแห้งอย่างรุนแรงเรื่องการขายอาวุธให้บาห์เรน และบาห์เรนก็ลงบัญชีไว้ และพร้อมที่จะแสดงให้อเมริการู้ว่า บาห์เรนกล้า “เล่นแรง” กับอเมริกา เมื่อมาลินาวสกี้เดินทางไปถึงบาห์เรนในเดือนกรกฏาคม เขาแวะไปงานเลี้ยงรับรองที่ศูนย์อำนวยการกลางของนิกายชีอะ เขาอ้างว่า เขาไม่ได้พูดแสดงความเห็นอะไร แค่แวะไปทักทาย แต่แค่นี้มันก็เพียงพอ ที่จะทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศบาห์เรน ออกคำสั่งขับไล่มาลินาวสกี้ ให้ออกไปจากบาห์เรนทันที ด้วยข้อหาว่า มาลินาวสกี้ กระทำการอันเป็นการก้าวก่าย ต่อเรื่องภายในประเทศ ของบาห์เรน และวันรุ่งขึ้น มาลินาวสกี้ก็(ต้อง) ขึ้นเครื่องบินออกไปจากบาห์เรน เจ้าหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศอเมริกา ทำเรื่องแจ้งไปยัง ซูซาน ไรซ์ อดีตทูตอเมริกัน ประจำสหประชาชาติ ที่มาเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของ พณ. ใบตองแห้ง ขอให้อเมริกาทบทวนความสัมพันธ์กับบาห์เรน และระงับการออกวีซ่า ให้กับชาวบาห์เรน จนกว่าทางบาห์เรนจะส่งคำขอโทษมายังอเมริกา แต่คำขอโทษ จากบาห์เรน… ไม่มีมา โฆษกกระทรวงต่างประเทศ หนูเจน พาสากิ แถลงข่าวแสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของบาห์เรน แต่รับรู้ว่า ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างอเมริกากับบาห์เรน เป็นสิ่งที่อเมริกา….อยากจะรักษาไว้ต่อไป (มี อ อ่าง นะครับ) และในเดือนต่อมา เมื่อกษัตริย์บาห์เรน ไม่มาร่วมประชุมระดับผู้นำของพันธมิตรชาวอ่าวที่แคมป์เดวิดของอเมริกา โดยอ้างว่าติดธุระ ดูการแสดงของม้าที่วินด์เซอร์ของอังกฤษ ….พณ. โอบามา ก็สั่งยกเลิกการห้ามขายอาวุธให้กับบาห์เรน…. นี่มันอเมริกาเดียวกันกับอเมริกาที่มาเสือกทุกเรื่องในบ้านสมันน้อย ชี้นิ้วขู่สมันน้อย ให้ทำโน่นทำนี่ และสมันน้อยก็งกเงิ่น ลนลาน ทำตามที่เขาสั่งหรือเปล่าครับ ผมสงสัยจริงๆ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 18 ม.ค. 2559
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 87 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลายใบตอง ตอนที่ 3

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง”
    ตอน 3
    ในวันที่มูบารัค กลายเป็นอดีต คณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง จัดงานฉลองกันที่ห้องทำงานพวกเขา ไมเคิล แมคฟอล Michael McFaul ที่ปรึกษารุ่นใหญ่ ของพณ. ใบตองแห้ง ทางกิจกรรมรัสเซีย บังเอิญอยู่ตรงนั้นด้วย เขาเล่าภายหลังว่า…. แน่นอน พวกเราฉลองนาทีประวัติศาสตร์กัน ด้วยการดื่มเบียร์ ดื่มว้อดก้า เรามีความสุขกันมาก ไม่ต้องสงสัย แต่ลึกๆ แล้วนะ ผมว่า มันมีอะไรทะแม่งแยะ และมันอาจไม่ใช่เป็นเรื่องที่เราน่าจะฉลองเอาเลยด้วยซ้ำ พอคิดอย่างนั้น ตอนนั้นผมเครียดแทบอ้วก…
    แมคฟอล ก็สมควรจะเครียดแทบอ้วกหรอก เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอียิปต์ สังคมและธุรกิจของอียิปต์ก็ล่มสลาย อียิปต์ กลายเป็นนรกแตกอยู่นานกว่าปี
    เดือนมิถุนายน ค.ศ.2012 อียิปต์ จัดให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ตามคำแนะนำของอเมริกา และอียิปต์ ก็ได้ มอร์ซิ หัวหน้ากลุ่ม Muslim Brotherhood มาเป็นประธานาธิบดี
    พณ. ใบตองแห้ง ให้การรับรองมอร์ซิ เพราะมาจากการเลือกตั้ง (ตามที่อเมริกาแนะนำ) และมอร์ซิ ก็เริ่มการบริหารประเทศแบบรวบอำนาจตั้งแต่เดือนแรก เขาทำตัวเป็นทั้งผู้บริหาร และศาลเสียเองเอง ชาวอียิปต์ที่ตอนแรกตบมือให้กับ พณ. ใบตองแห้ง ที่ไล่มูบารัคออกไป เริ่มส่งเสียงโวยใส่ พณ.ใบตองแห้งที่สนับสนุน มอร์ซิ ….มันดีกว่ากันตรงไหนวะ …. ก็เขามาจากการเลือกตั้งไง….. คุณนายคลินตัน ได้รับรู้ความรู้สึกของชาวอียิปต์ด้วยตนเอง จากลูกมะเขือเทศ ที่ชาวอียิปต์ระดมปาใส่ขบวนรถคุณนาย อย่างไม่ยั้งมือ เมื่อคุณนายแวะไปไคโร ในเดือนกรกฏาคม ค.ศ.2012
    กลางปี ค.ศ.2013 ชาวอียิปต์ กลับมาชุมนุมกันใหม่ คราวนี้เพื่อขับไล่มอร์ซิ ชุมนุมไปไม่นาน ก็มีการเปิดตัวนายพล เอล ซิซิ ซึ่งออกมาประกาศว่า เขาพร้อมที่จะเป็นรัฐบาลรักษาการ เขาออกโทรทัศน์ในชุดทหาร ติดเหรียญตราเต็มหน้าอก เรียกว่ามาในชุดใหญ่เต็มยศ บอกว่า เขาจะสร้างขบวนการปรองดองแห่งชาติ
    คณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้งมึนงง ปวดตับ อีกรอบ… เอาไงดีพวก เราต้องแสดงท่าทีนะ เราจะแสดงท่าไหนดีวะ พณ. ท่านให้พวกเรารีบประเมินสถานการณ์
    …… ถ้ารับรอง ซิซิ ก็แปลว่า อเมริกาสนับสนุนการปฏิวัติของทหาร……แต่ถ้าไม่รับรอง และบอกว่า นี่เป็นการ “ปฏิวัติ” เราก็ต้องตัดงบช่วยเหลือทางทหารที่ให้อียิปต์ตามกฏ แต่เรายังต้องพึ่งเขาอยู่ใช่ไหม … โอ้ย… กูมึน…
    จอห์น แมคเคน John Mccain วุฒิสมาชิกเสียงดัง จากพรรครีพับลิกัน ที่ใครๆ แม้แต่ พณ. ใบตองแห้ง ก็ต้องฟังเขา เขียนบทความในวอชิงตันโพสต์ ว่า….. เราก็เล่นบท….. ว่าเราสนับสนุนการเป็นประชาธิปไตยไปก่อนในตอนแรก(ซิวะ) หลังจากนั้น ความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศเราก็ต้องมาก่อน (เข้าใจไหม !)
    แต่ พณ. ใบตองแห้ง ยังปรับบทตัวเองไม่ทัน คิดสุนทรพจน์ใหม่ยังไม่ออก ขอตีกรรเชียงไปก่อน
    คณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง เลยต้องมาประชุมกันต่อ … พณ. ท่าน รับไม่ได้นะ กับคำว่า “ปฏิวัติ” มันขัดกับหลักการ และสุนทรพจน์ที่ท่านพูดมาตลอด …. เรามีทางเลี่ยงเป็นอย่างอื่นใหม….
    คณะทำงานใช้เวลาอยู่หลายอาทิตย์ ในที่สุด วันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ.2013 หนูเจน พาสากิ โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ก็ออกมาประกาศ ว่า ….เราตัดสินใจแล้วว่า เรายังไม่จำเป็นต้องมีการตัดสินใจ..เรื่องอียิปต์
    แม่เจ้าโว้ย นี่ไม่ใช่การยียวน กวนซ่นกันนะครับ แต่เป็นการแถลงข่าว ที่แสดงความเป็นอเมริกาที่สุด เป็นการแถลงข่าว ประสาไม้ตีพริก จริงๆ
    หลังจากนั้นไม่นาน ที่อียิปต์ ก็เกิดเหตุการณ์ 14 สิงหา
    เอล ซิซิ สั่งปราบผู้ชุมนุมที่ยังสนับสนุน มอร์ซิ ด้วยการยิงด้วยกระสุนจริง มีคนตายไปประมาณ พันคน ขณะเกิดเหตุ พณ. ใบตองแห้ง กำลังพักผ่อนสบายอารมณ์ อยู่ที่ไร่องุ่นของคุณป้ามาธาร์ นักขายทุกอย่างรวมทั้งชื่อเสียง
    พณ. ใบตองแห้ง ต้องตัดสินใจแล้ว ไม่งั้น สุนทรพจน์ที่พล่ามมาตลอดการดำรงตำแหน่ง มันจะไม่ศักดิ์สิทธิ์
    พณ. ใบตองแห้ง ใช้เวลาเกือบ 2 เดือน กว่าจะตัดสินใจว่า จำเป็นต้องตัดสินใจแล้ว
    วันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ.2013 พณ. ใบตองแห้งออกมาแถลงว่า….อเมริกาตัดสินใจระงับการให้งบช่วยเหลือทางทหารแก่ อียิปต์ จนกว่า อียิปต์จะมีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลที่มาจากประชาชน…..
    สื่อเขี้ยวสายการเมืองบอกว่า นี่เป็นการส่งเสียงใส่ใบตองไหว อย่างเบามากนะ มันเป็นการส่งเสียงเชิงสัญลักษณ์นี่หว่า แบบนี้ โรเนียวแจกเอาก็ได้ ไม่ต้องเสียเวลาเชิญมานั่งฟัง
    แต่ที่ไคโร ไม่เป็นอย่างนั้น ชาวอียิปต์บอกว่า เรายกประเทศให้อเมริกาใช้อย่างกับเป็นส้วมมากี่สิบปีแล้ว พอถึงยามยาก มาหันหลังให้กันอย่างนี้หรือ….
    เอล ซิซิ ยังออกมาสำทับกับอเมริกาว่า… คุณหันหลังให้กับชาวอียิปต์ และเขาจะไม่มีวันลืม….
    เรื่องอียิปต์ ทำให้ความเห็นของอเมริกา แบ่งเป็น 2 ค่ายอีกรอบ คราวนี้ เป็นรุ่นใหญ่เบิ้ม คุณนายคลินตันออกไปฟิตตัวเตรียมเลือกตั้งอีกรอบ เลยได้ จอห์นเงี้ยว ของ อ.ทนงมาแทน จอห์นเงี้ยวเป็นเกลอกับ ชัค เฮเกล รม กลาโหม ที่ซี้ปึกกับทหารอียิปต์หลายคน จอห์นกับชัค คิดแบบอเมริกัน ว่า ทุกอย่างซื้อได้ทั้งนั้น ซื้อให้ถูกคน ถูกราคาก็แล้วกัน ซิซิ ก็คงไม่ต่างจากคนอื่นหรอกน่า
    เราเปลี่ยน ซิซิ ได้นะ…..จอห์นเงี้ยวบอกกับทุกคน
    ส่วนเจ้าชัค เฮเกล ยิ่งเง้าหนัก ส่งประวัติของจอร์จ วอชิงตัน ไปให้ซิซิอ่าน ….
    ให้ตายเถอะโรบิน ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่า ไอ้พวกบ้านี่มันเป็นมหาอำนาจได้อย่างไร แสดงว่า เราๆ ต้องยิ่งโง่กว่ามันมากหรือไงนะ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    17 ม.ค. 2559
    ลายใบตอง ตอนที่ 3 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง” ตอน 3 ในวันที่มูบารัค กลายเป็นอดีต คณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง จัดงานฉลองกันที่ห้องทำงานพวกเขา ไมเคิล แมคฟอล Michael McFaul ที่ปรึกษารุ่นใหญ่ ของพณ. ใบตองแห้ง ทางกิจกรรมรัสเซีย บังเอิญอยู่ตรงนั้นด้วย เขาเล่าภายหลังว่า…. แน่นอน พวกเราฉลองนาทีประวัติศาสตร์กัน ด้วยการดื่มเบียร์ ดื่มว้อดก้า เรามีความสุขกันมาก ไม่ต้องสงสัย แต่ลึกๆ แล้วนะ ผมว่า มันมีอะไรทะแม่งแยะ และมันอาจไม่ใช่เป็นเรื่องที่เราน่าจะฉลองเอาเลยด้วยซ้ำ พอคิดอย่างนั้น ตอนนั้นผมเครียดแทบอ้วก… แมคฟอล ก็สมควรจะเครียดแทบอ้วกหรอก เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอียิปต์ สังคมและธุรกิจของอียิปต์ก็ล่มสลาย อียิปต์ กลายเป็นนรกแตกอยู่นานกว่าปี เดือนมิถุนายน ค.ศ.2012 อียิปต์ จัดให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ตามคำแนะนำของอเมริกา และอียิปต์ ก็ได้ มอร์ซิ หัวหน้ากลุ่ม Muslim Brotherhood มาเป็นประธานาธิบดี พณ. ใบตองแห้ง ให้การรับรองมอร์ซิ เพราะมาจากการเลือกตั้ง (ตามที่อเมริกาแนะนำ) และมอร์ซิ ก็เริ่มการบริหารประเทศแบบรวบอำนาจตั้งแต่เดือนแรก เขาทำตัวเป็นทั้งผู้บริหาร และศาลเสียเองเอง ชาวอียิปต์ที่ตอนแรกตบมือให้กับ พณ. ใบตองแห้ง ที่ไล่มูบารัคออกไป เริ่มส่งเสียงโวยใส่ พณ.ใบตองแห้งที่สนับสนุน มอร์ซิ ….มันดีกว่ากันตรงไหนวะ …. ก็เขามาจากการเลือกตั้งไง….. คุณนายคลินตัน ได้รับรู้ความรู้สึกของชาวอียิปต์ด้วยตนเอง จากลูกมะเขือเทศ ที่ชาวอียิปต์ระดมปาใส่ขบวนรถคุณนาย อย่างไม่ยั้งมือ เมื่อคุณนายแวะไปไคโร ในเดือนกรกฏาคม ค.ศ.2012 กลางปี ค.ศ.2013 ชาวอียิปต์ กลับมาชุมนุมกันใหม่ คราวนี้เพื่อขับไล่มอร์ซิ ชุมนุมไปไม่นาน ก็มีการเปิดตัวนายพล เอล ซิซิ ซึ่งออกมาประกาศว่า เขาพร้อมที่จะเป็นรัฐบาลรักษาการ เขาออกโทรทัศน์ในชุดทหาร ติดเหรียญตราเต็มหน้าอก เรียกว่ามาในชุดใหญ่เต็มยศ บอกว่า เขาจะสร้างขบวนการปรองดองแห่งชาติ คณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้งมึนงง ปวดตับ อีกรอบ… เอาไงดีพวก เราต้องแสดงท่าทีนะ เราจะแสดงท่าไหนดีวะ พณ. ท่านให้พวกเรารีบประเมินสถานการณ์ …… ถ้ารับรอง ซิซิ ก็แปลว่า อเมริกาสนับสนุนการปฏิวัติของทหาร……แต่ถ้าไม่รับรอง และบอกว่า นี่เป็นการ “ปฏิวัติ” เราก็ต้องตัดงบช่วยเหลือทางทหารที่ให้อียิปต์ตามกฏ แต่เรายังต้องพึ่งเขาอยู่ใช่ไหม … โอ้ย… กูมึน… จอห์น แมคเคน John Mccain วุฒิสมาชิกเสียงดัง จากพรรครีพับลิกัน ที่ใครๆ แม้แต่ พณ. ใบตองแห้ง ก็ต้องฟังเขา เขียนบทความในวอชิงตันโพสต์ ว่า….. เราก็เล่นบท….. ว่าเราสนับสนุนการเป็นประชาธิปไตยไปก่อนในตอนแรก(ซิวะ) หลังจากนั้น ความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศเราก็ต้องมาก่อน (เข้าใจไหม !) แต่ พณ. ใบตองแห้ง ยังปรับบทตัวเองไม่ทัน คิดสุนทรพจน์ใหม่ยังไม่ออก ขอตีกรรเชียงไปก่อน คณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง เลยต้องมาประชุมกันต่อ … พณ. ท่าน รับไม่ได้นะ กับคำว่า “ปฏิวัติ” มันขัดกับหลักการ และสุนทรพจน์ที่ท่านพูดมาตลอด …. เรามีทางเลี่ยงเป็นอย่างอื่นใหม…. คณะทำงานใช้เวลาอยู่หลายอาทิตย์ ในที่สุด วันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ.2013 หนูเจน พาสากิ โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ก็ออกมาประกาศ ว่า ….เราตัดสินใจแล้วว่า เรายังไม่จำเป็นต้องมีการตัดสินใจ..เรื่องอียิปต์ แม่เจ้าโว้ย นี่ไม่ใช่การยียวน กวนซ่นกันนะครับ แต่เป็นการแถลงข่าว ที่แสดงความเป็นอเมริกาที่สุด เป็นการแถลงข่าว ประสาไม้ตีพริก จริงๆ หลังจากนั้นไม่นาน ที่อียิปต์ ก็เกิดเหตุการณ์ 14 สิงหา เอล ซิซิ สั่งปราบผู้ชุมนุมที่ยังสนับสนุน มอร์ซิ ด้วยการยิงด้วยกระสุนจริง มีคนตายไปประมาณ พันคน ขณะเกิดเหตุ พณ. ใบตองแห้ง กำลังพักผ่อนสบายอารมณ์ อยู่ที่ไร่องุ่นของคุณป้ามาธาร์ นักขายทุกอย่างรวมทั้งชื่อเสียง พณ. ใบตองแห้ง ต้องตัดสินใจแล้ว ไม่งั้น สุนทรพจน์ที่พล่ามมาตลอดการดำรงตำแหน่ง มันจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ พณ. ใบตองแห้ง ใช้เวลาเกือบ 2 เดือน กว่าจะตัดสินใจว่า จำเป็นต้องตัดสินใจแล้ว วันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ.2013 พณ. ใบตองแห้งออกมาแถลงว่า….อเมริกาตัดสินใจระงับการให้งบช่วยเหลือทางทหารแก่ อียิปต์ จนกว่า อียิปต์จะมีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลที่มาจากประชาชน….. สื่อเขี้ยวสายการเมืองบอกว่า นี่เป็นการส่งเสียงใส่ใบตองไหว อย่างเบามากนะ มันเป็นการส่งเสียงเชิงสัญลักษณ์นี่หว่า แบบนี้ โรเนียวแจกเอาก็ได้ ไม่ต้องเสียเวลาเชิญมานั่งฟัง แต่ที่ไคโร ไม่เป็นอย่างนั้น ชาวอียิปต์บอกว่า เรายกประเทศให้อเมริกาใช้อย่างกับเป็นส้วมมากี่สิบปีแล้ว พอถึงยามยาก มาหันหลังให้กันอย่างนี้หรือ…. เอล ซิซิ ยังออกมาสำทับกับอเมริกาว่า… คุณหันหลังให้กับชาวอียิปต์ และเขาจะไม่มีวันลืม…. เรื่องอียิปต์ ทำให้ความเห็นของอเมริกา แบ่งเป็น 2 ค่ายอีกรอบ คราวนี้ เป็นรุ่นใหญ่เบิ้ม คุณนายคลินตันออกไปฟิตตัวเตรียมเลือกตั้งอีกรอบ เลยได้ จอห์นเงี้ยว ของ อ.ทนงมาแทน จอห์นเงี้ยวเป็นเกลอกับ ชัค เฮเกล รม กลาโหม ที่ซี้ปึกกับทหารอียิปต์หลายคน จอห์นกับชัค คิดแบบอเมริกัน ว่า ทุกอย่างซื้อได้ทั้งนั้น ซื้อให้ถูกคน ถูกราคาก็แล้วกัน ซิซิ ก็คงไม่ต่างจากคนอื่นหรอกน่า เราเปลี่ยน ซิซิ ได้นะ…..จอห์นเงี้ยวบอกกับทุกคน ส่วนเจ้าชัค เฮเกล ยิ่งเง้าหนัก ส่งประวัติของจอร์จ วอชิงตัน ไปให้ซิซิอ่าน …. ให้ตายเถอะโรบิน ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่า ไอ้พวกบ้านี่มันเป็นมหาอำนาจได้อย่างไร แสดงว่า เราๆ ต้องยิ่งโง่กว่ามันมากหรือไงนะ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 17 ม.ค. 2559
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 66 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กำลังชั่งใจในความเป็นไปได้ที่จะออกคำสั่งโจมตีรอบใหม่เล่นงานอิหร่าน ตอบโต้เตหะรานปราบปรามนองเลือดพวกผู้ประท้วงและพวกผู้ก่อจลาจล อันมีต้นตอจากเงินเฟ้อพุ่งทะยาน ตามรายงานของนิวยอร์กไทม์สในวันเสาร์(10ม.ค.) อ้างอิงแหล่งข่าวใกล้ชิดอเมริกาที่เกี่ยวข้องกับการพูดคุยหารือ
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000003172

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กำลังชั่งใจในความเป็นไปได้ที่จะออกคำสั่งโจมตีรอบใหม่เล่นงานอิหร่าน ตอบโต้เตหะรานปราบปรามนองเลือดพวกผู้ประท้วงและพวกผู้ก่อจลาจล อันมีต้นตอจากเงินเฟ้อพุ่งทะยาน ตามรายงานของนิวยอร์กไทม์สในวันเสาร์(10ม.ค.) อ้างอิงแหล่งข่าวใกล้ชิดอเมริกาที่เกี่ยวข้องกับการพูดคุยหารือ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000003172 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 168 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักการทูตจากกลุ่มประเทศนอร์ดิกออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่ามีเรือของจีนและรัสเซียปฏิบัติการอยู่ใกล้เกาะกรีนแลนด์ โดยยืนยันว่าไม่พบข้อมูลข่าวกรองใดสนับสนุนคำกล่าวดังกล่าว
    .
    รายงานของไฟแนนเชียลไทมส์อ้างนักการทูตอาวุโสจากประเทศนอร์ดิก ซึ่งเข้าถึงข้อมูลข่าวกรองของนาโต ระบุว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่พบทั้งเรือและเรือดำน้ำของจีนหรือรัสเซียในน่านน้ำรอบกรีนแลนด์ ขณะที่ข้อมูลติดตามเรือจากระบบสากลก็ไม่ปรากฏกิจกรรมในพื้นที่ดังกล่าว
    .
    ท่าทีโต้แย้งเกิดขึ้นหลังทรัมป์ย้ำว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องเข้าควบคุมกรีนแลนด์เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากจีนและรัสเซีย ท่ามกลางความกังวลของรัฐบาลเดนมาร์กและประชาชนกรีนแลนด์ต่อความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003174
    .
    #News1live #News1 #กรีนแลนด์ #สหรัฐอเมริกา #จีน #รัสเซีย
    นักการทูตจากกลุ่มประเทศนอร์ดิกออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่ามีเรือของจีนและรัสเซียปฏิบัติการอยู่ใกล้เกาะกรีนแลนด์ โดยยืนยันว่าไม่พบข้อมูลข่าวกรองใดสนับสนุนคำกล่าวดังกล่าว . รายงานของไฟแนนเชียลไทมส์อ้างนักการทูตอาวุโสจากประเทศนอร์ดิก ซึ่งเข้าถึงข้อมูลข่าวกรองของนาโต ระบุว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่พบทั้งเรือและเรือดำน้ำของจีนหรือรัสเซียในน่านน้ำรอบกรีนแลนด์ ขณะที่ข้อมูลติดตามเรือจากระบบสากลก็ไม่ปรากฏกิจกรรมในพื้นที่ดังกล่าว . ท่าทีโต้แย้งเกิดขึ้นหลังทรัมป์ย้ำว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องเข้าควบคุมกรีนแลนด์เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากจีนและรัสเซีย ท่ามกลางความกังวลของรัฐบาลเดนมาร์กและประชาชนกรีนแลนด์ต่อความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003174 . #News1live #News1 #กรีนแลนด์ #สหรัฐอเมริกา #จีน #รัสเซีย
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 112 มุมมอง 0 รีวิว
  • สื่อสหรัฐรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการสั่งโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบจากการประท้วงภายในประเทศที่ถูกปราบปรามอย่างรุนแรง
    .
    รายงานของนิวยอร์กไทม์สระบุว่า ทรัมป์ได้รับฟังทางเลือกด้านการทหารหลายแนวทางในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐฯแสดงท่าทีสนับสนุนผู้ประท้วงในอิหร่านอย่างเปิดเผย ผ่านการสื่อสารบนสื่อสังคมออนไลน์
    .
    ด้านอิหร่านออกมาตอบโต้ โดยกล่าวหาสหรัฐฯและอิสราเอลอยู่เบื้องหลังการปลุกปั่นความไม่สงบ พร้อมยืนยันจะไม่อ่อนข้อให้กับกลุ่มที่ก่อความวุ่นวาย ขณะที่สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003158
    .
    #News1live #News1 #สหรัฐอเมริกา #อิหร่าน #การเมืองโลก #ตะวันออกกลาง
    สื่อสหรัฐรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการสั่งโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบจากการประท้วงภายในประเทศที่ถูกปราบปรามอย่างรุนแรง . รายงานของนิวยอร์กไทม์สระบุว่า ทรัมป์ได้รับฟังทางเลือกด้านการทหารหลายแนวทางในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐฯแสดงท่าทีสนับสนุนผู้ประท้วงในอิหร่านอย่างเปิดเผย ผ่านการสื่อสารบนสื่อสังคมออนไลน์ . ด้านอิหร่านออกมาตอบโต้ โดยกล่าวหาสหรัฐฯและอิสราเอลอยู่เบื้องหลังการปลุกปั่นความไม่สงบ พร้อมยืนยันจะไม่อ่อนข้อให้กับกลุ่มที่ก่อความวุ่นวาย ขณะที่สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003158 . #News1live #News1 #สหรัฐอเมริกา #อิหร่าน #การเมืองโลก #ตะวันออกกลาง
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 110 มุมมอง 0 รีวิว
  • สถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่านทวีความรุนแรง หลังกลุ่มสิทธิมนุษยชนเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการประท้วงมากกว่า 500 ราย ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองและความมั่นคงที่ยืดเยื้อ
    .
    กลุ่ม HRANA ระบุว่า สามารถยืนยันผู้ประท้วงเสียชีวิตอย่างน้อย 490 ราย และกองกำลังความมั่นคง 48 ราย ขณะที่มีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 10,600 คน ด้านรัฐบาลอิหร่านออกมาเตือนว่า หากสหรัฐฯเข้าแทรกแซง จะเล็งเป้าโจมตีฐานทัพอเมริกาและเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง
    .
    ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในประเทศยังตึงเครียดจากการชุมนุมต่อเนื่อง การสื่อสารที่ติดขัดจากปัญหาอินเทอร์เน็ต และท่าทีแข็งกร้าวของทั้งอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003150
    .
    #News1live #News1 #อิหร่าน #ประท้วง #ตะวันออกกลาง #การเมืองโลก
    สถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่านทวีความรุนแรง หลังกลุ่มสิทธิมนุษยชนเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการประท้วงมากกว่า 500 ราย ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองและความมั่นคงที่ยืดเยื้อ . กลุ่ม HRANA ระบุว่า สามารถยืนยันผู้ประท้วงเสียชีวิตอย่างน้อย 490 ราย และกองกำลังความมั่นคง 48 ราย ขณะที่มีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 10,600 คน ด้านรัฐบาลอิหร่านออกมาเตือนว่า หากสหรัฐฯเข้าแทรกแซง จะเล็งเป้าโจมตีฐานทัพอเมริกาและเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง . ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในประเทศยังตึงเครียดจากการชุมนุมต่อเนื่อง การสื่อสารที่ติดขัดจากปัญหาอินเทอร์เน็ต และท่าทีแข็งกร้าวของทั้งอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางถูกจับตาอย่างใกล้ชิด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003150 . #News1live #News1 #อิหร่าน #ประท้วง #ตะวันออกกลาง #การเมืองโลก
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 96 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผู้ช่วยระดับสูงของทำเนียบขาวออกมาแสดงท่าทีด้านนโยบายต่างประเทศ ระบุว่าสหรัฐอเมริกาจะยืนหยัดปกป้องผลประโยชน์ของประเทศในฐานะมหาอำนาจ ท่ามกลางบริบทการแข่งขันด้านทรัพยากรและอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์
    .
    ถ้อยแถลงดังกล่าวมีการยกตัวอย่างกรณีประเทศที่มีทรัพยากรสำคัญ พร้อมอธิบายแนวคิดการใช้พลังอำนาจของรัฐ เพื่อรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในซีกโลกและเวทีโลก
    .
    ความเห็นนี้ก่อให้เกิดการถกเถียงในสหรัฐฯ และนานาชาติ โดยมีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายที่แสดงความกังวลต่อผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเสถียรภาพของระบบโลก
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002954
    .
    #News1live #News1 #สหรัฐอเมริกา #การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์ #นโยบายต่างประเทศ
    ผู้ช่วยระดับสูงของทำเนียบขาวออกมาแสดงท่าทีด้านนโยบายต่างประเทศ ระบุว่าสหรัฐอเมริกาจะยืนหยัดปกป้องผลประโยชน์ของประเทศในฐานะมหาอำนาจ ท่ามกลางบริบทการแข่งขันด้านทรัพยากรและอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ . ถ้อยแถลงดังกล่าวมีการยกตัวอย่างกรณีประเทศที่มีทรัพยากรสำคัญ พร้อมอธิบายแนวคิดการใช้พลังอำนาจของรัฐ เพื่อรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในซีกโลกและเวทีโลก . ความเห็นนี้ก่อให้เกิดการถกเถียงในสหรัฐฯ และนานาชาติ โดยมีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายที่แสดงความกังวลต่อผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเสถียรภาพของระบบโลก . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002954 . #News1live #News1 #สหรัฐอเมริกา #การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์ #นโยบายต่างประเทศ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 101 มุมมอง 0 รีวิว
  • จีน รัสเซีย และอิหร่าน เริ่มการซ้อมรบทางทะเลร่วมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในน่านน้ำใกล้แอฟริกาใต้ ภายใต้กรอบความร่วมมือ “BRICS Plus” โดยฝ่ายเจ้าภาพระบุว่าเป็นการฝึกเพื่อเสริมความปลอดภัยด้านการเดินเรือและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทางทะเล
    .
    การซ้อมรบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับหลายประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS Plus ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกถ่วงดุลอิทธิพลของชาติตะวันตกในเวทีโลก โดยมีบางประเทศเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์
    .
    ด้านกองทัพแอฟริกาใต้ยืนยันว่าการซ้อมรบเป็นความร่วมมือทางทหารตามปกติ ไม่ได้มุ่งเป้าเชิงการเมืองหรือเป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ ขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกจับตาในบริบทความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002888
    .
    #News1live #News1 #BRICSPlus #ซ้อมรบทางทะเล #การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์
    จีน รัสเซีย และอิหร่าน เริ่มการซ้อมรบทางทะเลร่วมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในน่านน้ำใกล้แอฟริกาใต้ ภายใต้กรอบความร่วมมือ “BRICS Plus” โดยฝ่ายเจ้าภาพระบุว่าเป็นการฝึกเพื่อเสริมความปลอดภัยด้านการเดินเรือและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทางทะเล . การซ้อมรบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับหลายประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS Plus ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกถ่วงดุลอิทธิพลของชาติตะวันตกในเวทีโลก โดยมีบางประเทศเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ . ด้านกองทัพแอฟริกาใต้ยืนยันว่าการซ้อมรบเป็นความร่วมมือทางทหารตามปกติ ไม่ได้มุ่งเป้าเชิงการเมืองหรือเป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ ขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกจับตาในบริบทความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002888 . #News1live #News1 #BRICSPlus #ซ้อมรบทางทะเล #การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 96 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลายใบตอง ตอนที่ 2

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง”
    ตอน 2
    เบน โรดส์ ที่เริ่มทำงานเป็นมือร่างสุนทรพจน์ให้ โอบามา พณ. ใบตองแห้ง ตั้งแต่สมัยแรก คงจะร่างได้ถูกใจมาก เลยได้เลื่อนชั้น ขึ้นเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำคณะทำงานของ พณ.ใบตองแห้ง เบนเพิ่งสารภาพถึงความรู้สึกของเขา เกี่ยวกับการที่อเมริกาตัดสินใจหยุดบีบไข่อียิปต์ ไม่นานมานี้เอง ว่า
    …. แล้วเราก็เลยเหมือนยืนอยู่ตรงจุดที่หมาตัวไหนเดินผ่าน ก็ยกขาเยี่ยวรดใส่….
    โฮ้ย… ผมชอบใจไอ้เจ้าเบน มาก มึงช่างพูดให้เห็นภาพของอเมริกาผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ
    ….ไม่ใช่แค่เรื่องอียิปต์นะ มันเป็นเรื่องปวดหัวสำหรับพวกเราอย่างมาก เจ้าเบนบ่นต่อ…. การจะคุยกับมหามิตรของอเมริกาในตะวันออกกลางตอนนี้น่ะ เป็นเรื่องน่าหนักใจมาก ไล่ไปตั้งริยาร์ด จนถึง ไคโร มันมีการเปลี่ยนไปแยะ เกี่ยวกับตัวผู้นำประเทศ ก็จากเทศกาลอาหรับสปริงนั่นแหล่ะ อเมริกาจะเอาอะไรกันแน่ ระหว่างประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน กับเรื่องความมั่นคง และผลประโยชน์ ของอเมริกา อเมริกาต้องถ่วงน้ำหนักให้ดี ตัดสินใจให้ชัดจะเอาอะไรนำหน้า….
    ไม่ใช่แต่เจ้าเบนที่งง คณะทำงานอีกหลายคน และหน่วยงานอื่นที่ต้องประสานงานใกล้ชิดกับ พณ. ท่านอีกประมาณ 2 โหลกว่า ยังนินทา ว่า พณ. ท่าน น่าจะยังหาเครื่องถ่วงน้ำหนักไม่เจอ พณ. ท่าน เลยออกไปทางพูดเพ้อเจ้อ ใช้ถ้อยคำที่ฟังแล้ว น่าทึ่ง แต่ไม่เป็นสัปปะรดเลยในด้านนโยบาย
    …. แล้วพวกเราคนทำงาน ก็เลยมึนสิ ….ตกลง เรากำลังสนับสนุนพวกเผด็จการในตะวันออกกลาง เพื่อให้ผลประโยชน์ของเราปลอดภัยใช่ไหม….
    ….. เราเข้าใจว่า ตอนเขา (โอบามา) อาสาเข้ามาเป็นประธานาธิบดีรอบแรก เขาพยายามจะแสดงให้โลกเห็นว่า อเมริกาจะไม่ใช้นโยบายแบบคาวบอยบุชอีกแล้ว ไอ้ที่จะยกกองทัพไปปราบพวกเผด็จการไม่มีอีกแล้วนะ เพราะมันไม่ได้ผล มันล้มเหลว เขาบอกว่าจะเปลี่ยนเป็นใช้นโยบาย “สร้าง” โดย “สร้าง” ศักดิ์ศรี ของการเป็นประชาธิปไตย และสิทธิของมนุษยชน…
    ย้อนไป เมื่อปี ค.ศ.2009 พณ. ใบตองแห้งไปเยี่ยมอียิปต์ และไปแสดงปาฐกถาให้กับ Muslim world ที่มหาวิทยาลัยไคโรว่า….. เสรีภาพ ความยุติธรรม รัฐบาลที่สุจริต ไม่ใช่เป็นเพียงความคิดที่เลื่อนลอยของอเมริกา แต่มันเป็นสิทธิ ที่มนุษยชาติทั้งหลายสมควรได้รับ และนั่นเป็นเหตุผลที่เราพยายามสนับสนุนให้ทุกแห่งในโลกมีเช่นนั้น…. (ถ้าผู้อ่านท่านใดจะพักไปกินยาแก้คลื่นไส้ เชิญเลยนะครับ)
    และในช่วงเทอมแรกของ พณ. ใบตองแห้ง คณะทำงานของ พณ. ท่านจึงวุ่นอยู่กับการที่จะกำหนดนโยบายต่างประเทศของอเมริกา ตามแนวทางปาฐกถาอันน่าประทับใจนั้น
    ในที่สุด คณะทำงานก็ออกเอกสารมาชิ้นหนึ่ง เรียกว่า Presidential Study Directive 11 ผมไม่รู้จะแปลว่าอะไรดี มันเหมือนเป็นคำสั่งในการปฏิบัติงาน ตามแนวความคิด ของ พณ. ใบตองแห้ง เอกสารยาวแค่ 18 หน้า แจกให้ทุกหน่วยงานอ่านในเดือนสิงหาคม เมื่อปี ค.ศ.2010 ซึ่งเป็นช่วงเวลา ที่เทศกาลอาหรับสปริงกำลังเริ่ม
    ตอนหนึ่งของเอกสารระบุว่า ….ตะวันออกกลาง กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤติ การเปลี่ยนแปลงใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น ….น่าดีใจอย่างยิ่ง…. ที่ประชาชนในภูมิภาคเริ่มมีความไม่พอใจ กับการปกครองที่ใช้อำนาจแบบเผด็จการ….
    ขณะที่หน่วยงานในอเมริกา กำลังพยายามทำความเข้าใจกับความคิดของท่านใบตองแห้ง เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2011 รัฐบาลตูนีเซียก็ถูกโค่นล้ม หลังจากนั้นไม่นาน ที่ไคโร ก็มีผู้คนจำนวนมาก ออกมาชุมนุมขับไล่ประธานาธิบดีมูบารัค
    พณ. ใบตองแห้ง แสดงความเห็นใจและสนับสนุน ที่จะให้คนรุ่นใหม่ ที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องสื่อสาร ขึ้นมาปกครอง มากกว่าให้เผด็จการรุ่นเก่า อายุ 82 ที่ปกครองประเทศเหมือนรัฐตำรวจ แต่มูบารัค ก็เป็นพันธมิตรเก่าแก่ของอเมริกา ที่ต่อต้านกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงมาตลอด รวมทั้งยอมรับนโยบายสันติภาพกับอิสราเอลตามที่อเมริกาต้องการ และที่สำคัญ มูบารัค เปิดคลองสุเอซให้เพนตากอนใช้งานเหมือนคลองหลังบ้าน….จะหาใครที่ยอมเดินตาม ตูดอเมริกาอย่างนี้ และนานกว่า 30 ปีอย่างเขาง่ายไหม
    บรรดาที่ปรึกษารุ่นใหญ่ ต่างแนะนำให้ พณ. ใบตองแห้ง รับความความจริงว่า อเมริกาควรสนับสนุนมูบารัคต่อไป เพราะผลกระทบจากการเลือกผิดกลุ่ม ผิดคนมันอาจจะมากเกินกว่าจะนึกถึง พวกเขาเปรียบเทียบไปถึงสมัยที่ท่านถั่ว ประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ ถีบทิ้งพระเจ้าชาห์ ในปี ค.ศ.1979 และมาให้การสนับสนุนอยาโตเลาะห์โคไมนี ว่าเป็นอย่างไร จำได้ไหม อเมริการับอย่างนั้นอีกได้ไหม…. บรรดาที่ปรึกษารุ่นใหญ่ถาม
    แต่ พณ. ใบตองแห้ง ถูกใจคำแนะนำของค่ายเจ้าเบน ที่ในตอนนั้น แนะนำว่า ใหม่กว่า ใสกว่าครับท่าน แล้วคืนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2011 มูบารัค ก็กลายเป็นอดีต
    ไม่ใช่ มูบารัคเท่านั้นที่เป็นอดีต “อำนาจ และอิทธิพล” ของอเมริกาในอียิปต์ ก็มีทีท่าว่า จะกลายเป็นอดีตด้วยเช่นกัน ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    16 ม.ค. 2559
    ลายใบตอง ตอนที่ 2 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง” ตอน 2 เบน โรดส์ ที่เริ่มทำงานเป็นมือร่างสุนทรพจน์ให้ โอบามา พณ. ใบตองแห้ง ตั้งแต่สมัยแรก คงจะร่างได้ถูกใจมาก เลยได้เลื่อนชั้น ขึ้นเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำคณะทำงานของ พณ.ใบตองแห้ง เบนเพิ่งสารภาพถึงความรู้สึกของเขา เกี่ยวกับการที่อเมริกาตัดสินใจหยุดบีบไข่อียิปต์ ไม่นานมานี้เอง ว่า …. แล้วเราก็เลยเหมือนยืนอยู่ตรงจุดที่หมาตัวไหนเดินผ่าน ก็ยกขาเยี่ยวรดใส่…. โฮ้ย… ผมชอบใจไอ้เจ้าเบน มาก มึงช่างพูดให้เห็นภาพของอเมริกาผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ ….ไม่ใช่แค่เรื่องอียิปต์นะ มันเป็นเรื่องปวดหัวสำหรับพวกเราอย่างมาก เจ้าเบนบ่นต่อ…. การจะคุยกับมหามิตรของอเมริกาในตะวันออกกลางตอนนี้น่ะ เป็นเรื่องน่าหนักใจมาก ไล่ไปตั้งริยาร์ด จนถึง ไคโร มันมีการเปลี่ยนไปแยะ เกี่ยวกับตัวผู้นำประเทศ ก็จากเทศกาลอาหรับสปริงนั่นแหล่ะ อเมริกาจะเอาอะไรกันแน่ ระหว่างประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน กับเรื่องความมั่นคง และผลประโยชน์ ของอเมริกา อเมริกาต้องถ่วงน้ำหนักให้ดี ตัดสินใจให้ชัดจะเอาอะไรนำหน้า…. ไม่ใช่แต่เจ้าเบนที่งง คณะทำงานอีกหลายคน และหน่วยงานอื่นที่ต้องประสานงานใกล้ชิดกับ พณ. ท่านอีกประมาณ 2 โหลกว่า ยังนินทา ว่า พณ. ท่าน น่าจะยังหาเครื่องถ่วงน้ำหนักไม่เจอ พณ. ท่าน เลยออกไปทางพูดเพ้อเจ้อ ใช้ถ้อยคำที่ฟังแล้ว น่าทึ่ง แต่ไม่เป็นสัปปะรดเลยในด้านนโยบาย …. แล้วพวกเราคนทำงาน ก็เลยมึนสิ ….ตกลง เรากำลังสนับสนุนพวกเผด็จการในตะวันออกกลาง เพื่อให้ผลประโยชน์ของเราปลอดภัยใช่ไหม…. ….. เราเข้าใจว่า ตอนเขา (โอบามา) อาสาเข้ามาเป็นประธานาธิบดีรอบแรก เขาพยายามจะแสดงให้โลกเห็นว่า อเมริกาจะไม่ใช้นโยบายแบบคาวบอยบุชอีกแล้ว ไอ้ที่จะยกกองทัพไปปราบพวกเผด็จการไม่มีอีกแล้วนะ เพราะมันไม่ได้ผล มันล้มเหลว เขาบอกว่าจะเปลี่ยนเป็นใช้นโยบาย “สร้าง” โดย “สร้าง” ศักดิ์ศรี ของการเป็นประชาธิปไตย และสิทธิของมนุษยชน… ย้อนไป เมื่อปี ค.ศ.2009 พณ. ใบตองแห้งไปเยี่ยมอียิปต์ และไปแสดงปาฐกถาให้กับ Muslim world ที่มหาวิทยาลัยไคโรว่า….. เสรีภาพ ความยุติธรรม รัฐบาลที่สุจริต ไม่ใช่เป็นเพียงความคิดที่เลื่อนลอยของอเมริกา แต่มันเป็นสิทธิ ที่มนุษยชาติทั้งหลายสมควรได้รับ และนั่นเป็นเหตุผลที่เราพยายามสนับสนุนให้ทุกแห่งในโลกมีเช่นนั้น…. (ถ้าผู้อ่านท่านใดจะพักไปกินยาแก้คลื่นไส้ เชิญเลยนะครับ) และในช่วงเทอมแรกของ พณ. ใบตองแห้ง คณะทำงานของ พณ. ท่านจึงวุ่นอยู่กับการที่จะกำหนดนโยบายต่างประเทศของอเมริกา ตามแนวทางปาฐกถาอันน่าประทับใจนั้น ในที่สุด คณะทำงานก็ออกเอกสารมาชิ้นหนึ่ง เรียกว่า Presidential Study Directive 11 ผมไม่รู้จะแปลว่าอะไรดี มันเหมือนเป็นคำสั่งในการปฏิบัติงาน ตามแนวความคิด ของ พณ. ใบตองแห้ง เอกสารยาวแค่ 18 หน้า แจกให้ทุกหน่วยงานอ่านในเดือนสิงหาคม เมื่อปี ค.ศ.2010 ซึ่งเป็นช่วงเวลา ที่เทศกาลอาหรับสปริงกำลังเริ่ม ตอนหนึ่งของเอกสารระบุว่า ….ตะวันออกกลาง กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤติ การเปลี่ยนแปลงใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น ….น่าดีใจอย่างยิ่ง…. ที่ประชาชนในภูมิภาคเริ่มมีความไม่พอใจ กับการปกครองที่ใช้อำนาจแบบเผด็จการ…. ขณะที่หน่วยงานในอเมริกา กำลังพยายามทำความเข้าใจกับความคิดของท่านใบตองแห้ง เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2011 รัฐบาลตูนีเซียก็ถูกโค่นล้ม หลังจากนั้นไม่นาน ที่ไคโร ก็มีผู้คนจำนวนมาก ออกมาชุมนุมขับไล่ประธานาธิบดีมูบารัค พณ. ใบตองแห้ง แสดงความเห็นใจและสนับสนุน ที่จะให้คนรุ่นใหม่ ที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องสื่อสาร ขึ้นมาปกครอง มากกว่าให้เผด็จการรุ่นเก่า อายุ 82 ที่ปกครองประเทศเหมือนรัฐตำรวจ แต่มูบารัค ก็เป็นพันธมิตรเก่าแก่ของอเมริกา ที่ต่อต้านกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงมาตลอด รวมทั้งยอมรับนโยบายสันติภาพกับอิสราเอลตามที่อเมริกาต้องการ และที่สำคัญ มูบารัค เปิดคลองสุเอซให้เพนตากอนใช้งานเหมือนคลองหลังบ้าน….จะหาใครที่ยอมเดินตาม ตูดอเมริกาอย่างนี้ และนานกว่า 30 ปีอย่างเขาง่ายไหม บรรดาที่ปรึกษารุ่นใหญ่ ต่างแนะนำให้ พณ. ใบตองแห้ง รับความความจริงว่า อเมริกาควรสนับสนุนมูบารัคต่อไป เพราะผลกระทบจากการเลือกผิดกลุ่ม ผิดคนมันอาจจะมากเกินกว่าจะนึกถึง พวกเขาเปรียบเทียบไปถึงสมัยที่ท่านถั่ว ประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ ถีบทิ้งพระเจ้าชาห์ ในปี ค.ศ.1979 และมาให้การสนับสนุนอยาโตเลาะห์โคไมนี ว่าเป็นอย่างไร จำได้ไหม อเมริการับอย่างนั้นอีกได้ไหม…. บรรดาที่ปรึกษารุ่นใหญ่ถาม แต่ พณ. ใบตองแห้ง ถูกใจคำแนะนำของค่ายเจ้าเบน ที่ในตอนนั้น แนะนำว่า ใหม่กว่า ใสกว่าครับท่าน แล้วคืนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2011 มูบารัค ก็กลายเป็นอดีต ไม่ใช่ มูบารัคเท่านั้นที่เป็นอดีต “อำนาจ และอิทธิพล” ของอเมริกาในอียิปต์ ก็มีทีท่าว่า จะกลายเป็นอดีตด้วยเช่นกัน …. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 16 ม.ค. 2559
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 107 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลายใบตอง ตอนที่ 1

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง”
    ตอน 1
    ที่อียิปต์ เดือนกรกฏาคม ค.ศ.2015 ชาวไคโรต่างแตกตื่น พวกเขาได้ยินเสียงเครื่องยนตร์ดังกระหึ่มลั่นท้องฟ้าของกรุงไคโร พวกเขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นเสียงของอะไร หลายคนบอกว่า มันน่าเป็นเสียงเครื่องบินนะ …ชาวไคโรยิ่งตาเหลือก นี่ใครกำลังจะเฉี่ยวมาเจาะกบาลเราหรือไง
    มันเป็นเสียงของฝูงเครื่องบินรบ F-16s จำนวน 8 ลำ ของอเมริกา ใหม่เอี่ยม เพิ่งแกะออกมาจากโรงผลิต ส่งตรงมาจากวอชิงตัน เครื่องบินทั้ง 8 ลำ บินต่ำเมื่อผ่านใจกลางเมืองไคโร หลังจากนั้นก็ปล่อยควัน สีแดง ขาว และดำ เป็นทางยาว…. มันเป็นสีของธงชาติอียิปต์….
    มันมีความหมายมาก สำหรับประธานาธิบดี เอล ซิซิ Abdel Fattah el-Sisi
    มันเป็นเครื่องหมายที่ไม่ใช่แค่แสดงถึงอำนาจของ เอล ซิซิ ในอิยิปต์เท่านั้น แต่มันยังแสดงให้เห็นว่า เอล ซิซิ กำลังขี่คอ พณ. โอบามา ที่พยายามจะบี้เขาทุกวิถีทาง ตั้งแต่เขาทำการปฏิวัติ ในปี ค.ศ.2013 ไล่ตะเพิดประธานาธิบดี มอร์ซิ ที่อเมริกาสนับสนุน ลงจากตำแหน่ง แล้วลากเอามาเข้าคุก ดำเนินคดี และพิพากษาตัดสินประหารชีวิตมอร์ซิอีกด้วย
    แต่นั่น ดูเหมือนจะยังไม่ทำให้ซิซิแน่ใจว่าเขาคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ไหนๆ ก็ปฏิวัติแล้ว เอล ซิซิ เลยจัดการถอนหนาม ขุดรากโค่นตอ ผู้ที่มาทำการประท้วงการปฏิวัติของเขา ด้วยการจับผู้ประท้วงเข้าคุกไปหลายพันคน รวมทั้งนักการเมืองที่ออกมาต่อต้าน และปราบประชาชนที่ออกมาทำการประท้วง ด้วยการยิงร่วงไปประมาณพันคน
    อเมริกาโกรธ ซิซิ จนพูดแทบไม่ออก พณ. ใบตองแห้งบอกว่า นี่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง และทำลายประชาธิปไตย… อย่างนี้เราจะติดต่อกับอียิปต์ต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่เคารพหลักการ ไม่เห็นคุณค่าของอุดมการณ์ อย่างที่เราเห็น….
    เอล ซิซิ เป็นนายพล รุ่นเก๋า เขี้ยวยาว ไม่ต่างกับมูบารัค ที่อเมริกาใช้อย่างกับพรมเช็ดเท้า เมื่อหมดประโยชน์ อเมริกาก็เอาพรมเช็ดเท้าโยนทิ้ง…ปล่อยให้ถูกจับไปเข้าคุก ซิซิ จะมีชะตากรรมเหมือนมูบารัคหรือเปล่า
    ไม่กี่อาทิตย์หลังจากนั้น พณ. ใบตองแห้ง ก็สั่งทำโทษ ซิซิอย่างรุนแรง อเมริการะงับการส่งอาวุธทุกประเภท รถถัง เครื่องบิน รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ สำหรับการรบรุ่นใหม่เอี่ยม ที่เตรียมส่งให้อียิปต์ทั้งหมด และระงับการโอนเงินสดจำนวน 260 ล้านเหรียญอีกด้วย (ข่าวไม่ได้บอกว่าเป็นค่าอะไร! )
    ยังไม่หมด….พณ. ใบตองแห้ง ยังเตรียมการที่จะระงับการส่งงบช่วยเหลือทางการทหาร ที่อเมริกาจ่ายสนับสนุนให้อียิปต์ เป็นรายปี จำนวนปีละ 1.3 พันล้านเหรียญทุกปี เป็นเงินที่ทางไคโร ต้องการอย่างมาก และใช้เกลี้ยงทุกปี
    ข่าวว่า มันเป็นงบช่วยเหลือทางทหาร ที่อเมริกาจ่ายให้สูงสุดมากกว่าประเทศใดๆ ในโลก ยกเว้นแต่ของอิสราเอลเท่านั้น
    ทางวอชิงตันยังพิจารณาต่ออีกว่า มาตรการลงโทษอียิปต์ แค่นี้พอไหม หรือเราควรจะเพิ่มการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเข้าไปด้วย
    ที่ปรึกษา พณ. ใบตองแห้ง เสียงแตก แบ่งเป็น 2 ค่าย ค่ายด้านความมั่นคง นำโดย เบน โรดส์ Ben Rhodes และคุณนายซาแมนต้า พาวเวอร์ Samantha Powers ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันเป็นทูตอเมริกาประจำสหประชาชาติ บอกว่า เราต้องเอาเรื่องงบทหารมาบีบให้ ซิซิ ประพฤติตัวดีขึ้น ทางด้านสิทธิมนุษยชน กับเรื่องประชาธิปไตยด้วยสิ
    แต่อีกค่าย ที่มี รม.ตปท. คนหน้าแก่ จอห์น แครี่ หรือจอห์นเงี้ยว ของ อ ทนง นายชัค เฮเกล รม กลาโหมสมัยนั้น รวมทั้ง คุณหน้าเต้าหูบูดของผม แอช คาร์เตอร์ ต่างสนับสนุนให้ส่งงบ อุ้มอียิปต์ต่อไป อ้างว่า การตัดงบ ไม่ได้เป็นการทำโทษซิซิหรอก แต่อเมริกาเองจะเสียหายมากกว่านะ
    ทั้ง 2 ค่ายทะเลาะกันเองนานเป็นเดือนๆ แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะจัดการกับอียิปต์แบบไหน และจะบี้ เอล ซิซิ อย่างไรดี ในที่สุด ทั้ง 2 ค่าย ต่างฝ่ายต่างบีบไข่ซิซิพร้อมกัน แบบนี้ซิซิก็จุกจนหน้าเขียว …. มึงจะเอายังไงกับกู กูมึนไปหมดแล้วนะ เดี๋ยวข้างนึงก็กระตุกให้ทำอย่างโง้น อีกข้างก็กระตุกให้ทำอย่างงี้ …..แบบนี้กูก็ยานหมด แล้วซิซิก็เลยทำทุกอย่าง…. ตามใจตัวเอง ฮา
    แต่แล้วอยู่ดีๆ ประมาณเดือนมีนาคม ค.ศ.2015 ปีที่แล้ว พณ. ใบตองแห้ง ก็ โทรศัพท์ไปหาซิซิ บอกว่า ตกลงอเมริกาจะส่งอาวุธต่างๆ รวมทั้งเครื่องบิน F-16s และโอนเงินสด 260 ล้านเหรียญตามที่ตกลงกันให้นะ อ้อ แล้ว เรื่องที่ว่าอเมริกาจะทบทวน การส่งงบสนับสนุน รายปี 1.3 พันล้านเหรียญ นั่น เราไม่บล๊อกแล้วนะเพื่อน …ทุกอย่างเหมือนเดิม… เออ มาแปลก ไม่รู้ พณ. ใบตองแห้งกำลังคิดอะไร
    เจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง ทำหน้าเครียด บอกเมื่อปลายปี 2015
    …จะแปลกอะไร ก็เราแพ้ไง …. ไม่ว่าเราจะใช้นโยบายแบบไหนในอียิปต์ เราก็ไม่สามารถจะ “จัดการ” อียิปต์ได้อย่างที่เราต้องการ ไม่เหมือนสมัยที่มูบารัคปกครองอียิปต์ ….ก็อเมริกาเสือกคลายมือ ที่กำลังบีบไข่ซิซิเสียเองนี่…..
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    15 ม.ค. 2559
    ลายใบตอง ตอนที่ 1 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “ลายใบตอง” ตอน 1 ที่อียิปต์ เดือนกรกฏาคม ค.ศ.2015 ชาวไคโรต่างแตกตื่น พวกเขาได้ยินเสียงเครื่องยนตร์ดังกระหึ่มลั่นท้องฟ้าของกรุงไคโร พวกเขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นเสียงของอะไร หลายคนบอกว่า มันน่าเป็นเสียงเครื่องบินนะ …ชาวไคโรยิ่งตาเหลือก นี่ใครกำลังจะเฉี่ยวมาเจาะกบาลเราหรือไง มันเป็นเสียงของฝูงเครื่องบินรบ F-16s จำนวน 8 ลำ ของอเมริกา ใหม่เอี่ยม เพิ่งแกะออกมาจากโรงผลิต ส่งตรงมาจากวอชิงตัน เครื่องบินทั้ง 8 ลำ บินต่ำเมื่อผ่านใจกลางเมืองไคโร หลังจากนั้นก็ปล่อยควัน สีแดง ขาว และดำ เป็นทางยาว…. มันเป็นสีของธงชาติอียิปต์…. มันมีความหมายมาก สำหรับประธานาธิบดี เอล ซิซิ Abdel Fattah el-Sisi มันเป็นเครื่องหมายที่ไม่ใช่แค่แสดงถึงอำนาจของ เอล ซิซิ ในอิยิปต์เท่านั้น แต่มันยังแสดงให้เห็นว่า เอล ซิซิ กำลังขี่คอ พณ. โอบามา ที่พยายามจะบี้เขาทุกวิถีทาง ตั้งแต่เขาทำการปฏิวัติ ในปี ค.ศ.2013 ไล่ตะเพิดประธานาธิบดี มอร์ซิ ที่อเมริกาสนับสนุน ลงจากตำแหน่ง แล้วลากเอามาเข้าคุก ดำเนินคดี และพิพากษาตัดสินประหารชีวิตมอร์ซิอีกด้วย แต่นั่น ดูเหมือนจะยังไม่ทำให้ซิซิแน่ใจว่าเขาคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ไหนๆ ก็ปฏิวัติแล้ว เอล ซิซิ เลยจัดการถอนหนาม ขุดรากโค่นตอ ผู้ที่มาทำการประท้วงการปฏิวัติของเขา ด้วยการจับผู้ประท้วงเข้าคุกไปหลายพันคน รวมทั้งนักการเมืองที่ออกมาต่อต้าน และปราบประชาชนที่ออกมาทำการประท้วง ด้วยการยิงร่วงไปประมาณพันคน อเมริกาโกรธ ซิซิ จนพูดแทบไม่ออก พณ. ใบตองแห้งบอกว่า นี่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง และทำลายประชาธิปไตย… อย่างนี้เราจะติดต่อกับอียิปต์ต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่เคารพหลักการ ไม่เห็นคุณค่าของอุดมการณ์ อย่างที่เราเห็น…. เอล ซิซิ เป็นนายพล รุ่นเก๋า เขี้ยวยาว ไม่ต่างกับมูบารัค ที่อเมริกาใช้อย่างกับพรมเช็ดเท้า เมื่อหมดประโยชน์ อเมริกาก็เอาพรมเช็ดเท้าโยนทิ้ง…ปล่อยให้ถูกจับไปเข้าคุก ซิซิ จะมีชะตากรรมเหมือนมูบารัคหรือเปล่า ไม่กี่อาทิตย์หลังจากนั้น พณ. ใบตองแห้ง ก็สั่งทำโทษ ซิซิอย่างรุนแรง อเมริการะงับการส่งอาวุธทุกประเภท รถถัง เครื่องบิน รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ สำหรับการรบรุ่นใหม่เอี่ยม ที่เตรียมส่งให้อียิปต์ทั้งหมด และระงับการโอนเงินสดจำนวน 260 ล้านเหรียญอีกด้วย (ข่าวไม่ได้บอกว่าเป็นค่าอะไร! ) ยังไม่หมด….พณ. ใบตองแห้ง ยังเตรียมการที่จะระงับการส่งงบช่วยเหลือทางการทหาร ที่อเมริกาจ่ายสนับสนุนให้อียิปต์ เป็นรายปี จำนวนปีละ 1.3 พันล้านเหรียญทุกปี เป็นเงินที่ทางไคโร ต้องการอย่างมาก และใช้เกลี้ยงทุกปี ข่าวว่า มันเป็นงบช่วยเหลือทางทหาร ที่อเมริกาจ่ายให้สูงสุดมากกว่าประเทศใดๆ ในโลก ยกเว้นแต่ของอิสราเอลเท่านั้น ทางวอชิงตันยังพิจารณาต่ออีกว่า มาตรการลงโทษอียิปต์ แค่นี้พอไหม หรือเราควรจะเพิ่มการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเข้าไปด้วย ที่ปรึกษา พณ. ใบตองแห้ง เสียงแตก แบ่งเป็น 2 ค่าย ค่ายด้านความมั่นคง นำโดย เบน โรดส์ Ben Rhodes และคุณนายซาแมนต้า พาวเวอร์ Samantha Powers ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันเป็นทูตอเมริกาประจำสหประชาชาติ บอกว่า เราต้องเอาเรื่องงบทหารมาบีบให้ ซิซิ ประพฤติตัวดีขึ้น ทางด้านสิทธิมนุษยชน กับเรื่องประชาธิปไตยด้วยสิ แต่อีกค่าย ที่มี รม.ตปท. คนหน้าแก่ จอห์น แครี่ หรือจอห์นเงี้ยว ของ อ ทนง นายชัค เฮเกล รม กลาโหมสมัยนั้น รวมทั้ง คุณหน้าเต้าหูบูดของผม แอช คาร์เตอร์ ต่างสนับสนุนให้ส่งงบ อุ้มอียิปต์ต่อไป อ้างว่า การตัดงบ ไม่ได้เป็นการทำโทษซิซิหรอก แต่อเมริกาเองจะเสียหายมากกว่านะ ทั้ง 2 ค่ายทะเลาะกันเองนานเป็นเดือนๆ แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะจัดการกับอียิปต์แบบไหน และจะบี้ เอล ซิซิ อย่างไรดี ในที่สุด ทั้ง 2 ค่าย ต่างฝ่ายต่างบีบไข่ซิซิพร้อมกัน แบบนี้ซิซิก็จุกจนหน้าเขียว …. มึงจะเอายังไงกับกู กูมึนไปหมดแล้วนะ เดี๋ยวข้างนึงก็กระตุกให้ทำอย่างโง้น อีกข้างก็กระตุกให้ทำอย่างงี้ …..แบบนี้กูก็ยานหมด แล้วซิซิก็เลยทำทุกอย่าง…. ตามใจตัวเอง ฮา แต่แล้วอยู่ดีๆ ประมาณเดือนมีนาคม ค.ศ.2015 ปีที่แล้ว พณ. ใบตองแห้ง ก็ โทรศัพท์ไปหาซิซิ บอกว่า ตกลงอเมริกาจะส่งอาวุธต่างๆ รวมทั้งเครื่องบิน F-16s และโอนเงินสด 260 ล้านเหรียญตามที่ตกลงกันให้นะ อ้อ แล้ว เรื่องที่ว่าอเมริกาจะทบทวน การส่งงบสนับสนุน รายปี 1.3 พันล้านเหรียญ นั่น เราไม่บล๊อกแล้วนะเพื่อน …ทุกอย่างเหมือนเดิม… เออ มาแปลก ไม่รู้ พณ. ใบตองแห้งกำลังคิดอะไร เจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะทำงานของ พณ. ใบตองแห้ง ทำหน้าเครียด บอกเมื่อปลายปี 2015 …จะแปลกอะไร ก็เราแพ้ไง …. ไม่ว่าเราจะใช้นโยบายแบบไหนในอียิปต์ เราก็ไม่สามารถจะ “จัดการ” อียิปต์ได้อย่างที่เราต้องการ ไม่เหมือนสมัยที่มูบารัคปกครองอียิปต์ ….ก็อเมริกาเสือกคลายมือ ที่กำลังบีบไข่ซิซิเสียเองนี่….. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 15 ม.ค. 2559
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 102 มุมมอง 0 รีวิว
  • How Will the Miracle Happen Today? — บทสะท้อนใจเรื่อง “ความเมตตาของคนแปลกหน้า”

    บทความนี้เป็นงานเขียนเชิงบันทึกความทรงจำที่งดงามและลึกซึ้ง ผู้เขียนเล่าย้อนถึงช่วงวัยหนุ่มที่ต้องอาศัย “ความเมตตาของคนแปลกหน้า” ตั้งแต่การโบกรถไปทำงานทุกวันบนถนน Route 22 จนถึงการเดินทางท่องเอเชียหลายปีเต็ม สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจไม่เคยเปลี่ยน คือความช่วยเหลือที่มาถึง “ตรงเวลาเสมอ” แม้จะไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้หยิบยื่นให้ในแต่ละวัน ความรู้สึกนี้ทำให้เขาตั้งคำถามกับตัวเองทุกเช้า— “วันนี้ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นอย่างไรนะ?”

    ผู้เขียนเล่าถึงเหตุการณ์มากมายที่คนแปลกหน้ามอบน้ำใจให้เขาอย่างไม่หวังสิ่งตอบแทน เช่น ครอบครัวในฟิลิปปินส์ที่เปิดกระป๋องอาหารสุดท้ายให้เขา นักเก็บฟืนในปากีสถานที่แบ่งที่พักเล็ก ๆ ให้เขานอนในคืนหิมะตก หรือครอบครัวในไต้หวันที่ให้เขาอยู่ด้วยสองสัปดาห์เต็ม ความเมตตาเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาเริ่มเชื่อว่า “ปาฏิหาริย์” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราเปิดใจยอมรับความช่วยเหลือ

    เขายังเล่าถึงประสบการณ์ปั่นจักรยานข้ามอเมริกา ที่ทุกครั้งที่ขออนุญาตกางเต็นท์ในสวนหลังบ้านของใครสักคน เขาไม่เคยถูกปฏิเสธเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผู้คนมักเชิญเขาเข้าบ้าน เล่าเรื่องชีวิต แลกเปลี่ยนความฝัน และแบ่งปันอาหารง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ผู้เขียนเชื่อว่าการยอมรับความช่วยเหลือ—การเป็น “kindee” หรือผู้รับความเมตตา—เป็นทักษะที่มนุษย์ยุคใหม่หลงลืมไป ทั้งที่มันคือหัวใจของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์

    ท้ายที่สุด เขาสรุปว่าชีวิตทั้งชีวิตของเราคือ “ของขวัญ” ที่ไม่ได้มาจากความสามารถหรือความคู่ควรของเราเอง แต่เป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกลมหายใจ ความกตัญญูจึงเป็นรูปแบบหนึ่งของศรัทธา—ไม่ใช่ศรัทธาในสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เป็นศรัทธาในความดีที่มนุษย์มีให้กันอย่างไม่สิ้นสุด และจะเกิดขึ้นอีกครั้งเสมอ หากเราเปิดใจรับมัน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผู้เขียนสะท้อนประสบการณ์โบกรถและเดินทางในเอเชีย
    พบความเมตตาจากคนแปลกหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    แนวคิด “How will the miracle happen today?” เกิดจากประสบการณ์จริง
    ปาฏิหาริย์คือความช่วยเหลือที่มาถึงอย่างไม่คาดคิด

    การเป็นผู้รับความเมตตา (kindee) คือทักษะที่ต้องฝึก
    ต้องเปิดใจ ยอมรับความช่วยเหลือด้วยความถ่อมตน

    ชีวิตคือของขวัญที่เราไม่ได้สร้างเอง
    ความกตัญญูคือรูปแบบหนึ่งของศรัทธาในความดีของมนุษย์

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    การพึ่งพาความเมตตาอย่างเดียวอาจไม่เหมาะกับทุกสถานการณ์
    ต้องมีวิจารณญาณและความปลอดภัยเป็นหลัก

    การเปิดใจรับความช่วยเหลืออาจยากสำหรับบางคน
    โดยเฉพาะผู้ที่คุ้นชินกับการพึ่งพาตนเอง

    การตีความ “ปาฏิหาริย์” ต้องไม่ทำให้ละเลยความรับผิดชอบของตนเอง
    ความช่วยเหลือคือของขวัญ ไม่ใช่สิ่งที่ควรคาดหวังเสมอ

    https://kk.org/thetechnium/how-will-the-miracle-happen-today/
    🌟🚶 How Will the Miracle Happen Today? — บทสะท้อนใจเรื่อง “ความเมตตาของคนแปลกหน้า” บทความนี้เป็นงานเขียนเชิงบันทึกความทรงจำที่งดงามและลึกซึ้ง ผู้เขียนเล่าย้อนถึงช่วงวัยหนุ่มที่ต้องอาศัย “ความเมตตาของคนแปลกหน้า” ตั้งแต่การโบกรถไปทำงานทุกวันบนถนน Route 22 จนถึงการเดินทางท่องเอเชียหลายปีเต็ม สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจไม่เคยเปลี่ยน คือความช่วยเหลือที่มาถึง “ตรงเวลาเสมอ” แม้จะไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้หยิบยื่นให้ในแต่ละวัน ความรู้สึกนี้ทำให้เขาตั้งคำถามกับตัวเองทุกเช้า— “วันนี้ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นอย่างไรนะ?” ผู้เขียนเล่าถึงเหตุการณ์มากมายที่คนแปลกหน้ามอบน้ำใจให้เขาอย่างไม่หวังสิ่งตอบแทน เช่น ครอบครัวในฟิลิปปินส์ที่เปิดกระป๋องอาหารสุดท้ายให้เขา นักเก็บฟืนในปากีสถานที่แบ่งที่พักเล็ก ๆ ให้เขานอนในคืนหิมะตก หรือครอบครัวในไต้หวันที่ให้เขาอยู่ด้วยสองสัปดาห์เต็ม ความเมตตาเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาเริ่มเชื่อว่า “ปาฏิหาริย์” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราเปิดใจยอมรับความช่วยเหลือ เขายังเล่าถึงประสบการณ์ปั่นจักรยานข้ามอเมริกา ที่ทุกครั้งที่ขออนุญาตกางเต็นท์ในสวนหลังบ้านของใครสักคน เขาไม่เคยถูกปฏิเสธเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผู้คนมักเชิญเขาเข้าบ้าน เล่าเรื่องชีวิต แลกเปลี่ยนความฝัน และแบ่งปันอาหารง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ผู้เขียนเชื่อว่าการยอมรับความช่วยเหลือ—การเป็น “kindee” หรือผู้รับความเมตตา—เป็นทักษะที่มนุษย์ยุคใหม่หลงลืมไป ทั้งที่มันคือหัวใจของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ท้ายที่สุด เขาสรุปว่าชีวิตทั้งชีวิตของเราคือ “ของขวัญ” ที่ไม่ได้มาจากความสามารถหรือความคู่ควรของเราเอง แต่เป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกลมหายใจ ความกตัญญูจึงเป็นรูปแบบหนึ่งของศรัทธา—ไม่ใช่ศรัทธาในสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เป็นศรัทธาในความดีที่มนุษย์มีให้กันอย่างไม่สิ้นสุด และจะเกิดขึ้นอีกครั้งเสมอ หากเราเปิดใจรับมัน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผู้เขียนสะท้อนประสบการณ์โบกรถและเดินทางในเอเชีย ➡️ พบความเมตตาจากคนแปลกหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ✅ แนวคิด “How will the miracle happen today?” เกิดจากประสบการณ์จริง ➡️ ปาฏิหาริย์คือความช่วยเหลือที่มาถึงอย่างไม่คาดคิด ✅ การเป็นผู้รับความเมตตา (kindee) คือทักษะที่ต้องฝึก ➡️ ต้องเปิดใจ ยอมรับความช่วยเหลือด้วยความถ่อมตน ✅ ชีวิตคือของขวัญที่เราไม่ได้สร้างเอง ➡️ ความกตัญญูคือรูปแบบหนึ่งของศรัทธาในความดีของมนุษย์ คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ การพึ่งพาความเมตตาอย่างเดียวอาจไม่เหมาะกับทุกสถานการณ์ ⛔ ต้องมีวิจารณญาณและความปลอดภัยเป็นหลัก ‼️ การเปิดใจรับความช่วยเหลืออาจยากสำหรับบางคน ⛔ โดยเฉพาะผู้ที่คุ้นชินกับการพึ่งพาตนเอง ‼️ การตีความ “ปาฏิหาริย์” ต้องไม่ทำให้ละเลยความรับผิดชอบของตนเอง ⛔ ความช่วยเหลือคือของขวัญ ไม่ใช่สิ่งที่ควรคาดหวังเสมอ https://kk.org/thetechnium/how-will-the-miracle-happen-today/
    KK.ORG
    How Will the Miracle Happen Today?
    When I was in my twenties I would hitchhike to work every day. I’d walk down three blocks to Route 22 in New Jersey, stick out my thumb and wait for a ride to work. Someone always picked me up. … Continue reading →
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 133 มุมมอง 0 รีวิว
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอาวุโสของรัสเซีย ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ หลังเกิดกรณีกองทัพอเมริกาเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่ประดับธงรัสเซียในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ
    .
    อเล็กซีย์ ซูราฟเลฟ รองประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมของสภาดูมา ระบุว่าการยึดเรือดังกล่าวเท่ากับเป็นการโจมตีดินแดนของรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้มอสโกตอบโต้ทางทหาร รวมถึงการใช้อาวุธร้ายแรงตามหลักนิยมทางทหารของรัสเซีย
    .
    ด้านสหรัฐฯ ชี้แจงว่าการเข้ายึดเรือดำเนินการภายใต้หมายศาลรัฐบาลกลาง โดยอ้างว่าเรือลำดังกล่าวละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และอยู่ภายใต้การติดตามของยามชายฝั่งสหรัฐฯ มาเป็นเวลานาน ซึ่งกรณีนี้ถูกจับตาว่าอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจนิวเคลียร์
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002884
    .
    #News1live #News1 #รัสเซีย #สหรัฐอเมริกา #ความตึงเครียดโลก #เรือน้ำมัน
    สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอาวุโสของรัสเซีย ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ หลังเกิดกรณีกองทัพอเมริกาเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่ประดับธงรัสเซียในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ . อเล็กซีย์ ซูราฟเลฟ รองประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมของสภาดูมา ระบุว่าการยึดเรือดังกล่าวเท่ากับเป็นการโจมตีดินแดนของรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้มอสโกตอบโต้ทางทหาร รวมถึงการใช้อาวุธร้ายแรงตามหลักนิยมทางทหารของรัสเซีย . ด้านสหรัฐฯ ชี้แจงว่าการเข้ายึดเรือดำเนินการภายใต้หมายศาลรัฐบาลกลาง โดยอ้างว่าเรือลำดังกล่าวละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และอยู่ภายใต้การติดตามของยามชายฝั่งสหรัฐฯ มาเป็นเวลานาน ซึ่งกรณีนี้ถูกจับตาว่าอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจนิวเคลียร์ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002884 . #News1live #News1 #รัสเซีย #สหรัฐอเมริกา #ความตึงเครียดโลก #เรือน้ำมัน
    Like
    4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 151 มุมมอง 0 รีวิว
  • สถานการณ์การเมืองและภาพลักษณ์ของกัมพูชาถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังมีความพยายามดึงบุคคลมีชื่อเสียงระดับโลกเข้ามาช่วยฟื้นความเชื่อมั่น ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งภายในและต่างประเทศ
    .
    รายงานระบุว่าทางการกัมพูชาพยายามติดต่อ แองเจลินา โจลี นักแสดงฮอลลีวูดที่เคยได้รับสัญชาติกัมพูชา เพื่อร่วมสร้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่สื่อและชาวเน็ตกัมพูชามีทั้งเสียงสนับสนุนและโจมตีอย่างรุนแรงเมื่อความพยายามไม่เป็นผล
    .
    ขณะเดียวกัน กัมพูชายังดำเนินการควบคุมตัวและส่งตัว เฉิน จื้อ นักธุรกิจผู้อื้อฉาวกลับประเทศจีน ภายใต้ความร่วมมือทวิภาคี ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่องการเลือกส่งตัวให้จีน ทั้งที่สหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายดำเนินคดีและอายัดทรัพย์ พร้อมมาตรการด้านการเดินทางและสนามบินที่เข้มงวดมากขึ้นในช่วงความตึงเครียดกับไทย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002763
    .
    #News1live #News1 #กัมพูชา #การเมืองภูมิภาค #สงครามข้อมูลข่าวสาร #เฉินจื้อ
    สถานการณ์การเมืองและภาพลักษณ์ของกัมพูชาถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังมีความพยายามดึงบุคคลมีชื่อเสียงระดับโลกเข้ามาช่วยฟื้นความเชื่อมั่น ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งภายในและต่างประเทศ . รายงานระบุว่าทางการกัมพูชาพยายามติดต่อ แองเจลินา โจลี นักแสดงฮอลลีวูดที่เคยได้รับสัญชาติกัมพูชา เพื่อร่วมสร้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่สื่อและชาวเน็ตกัมพูชามีทั้งเสียงสนับสนุนและโจมตีอย่างรุนแรงเมื่อความพยายามไม่เป็นผล . ขณะเดียวกัน กัมพูชายังดำเนินการควบคุมตัวและส่งตัว เฉิน จื้อ นักธุรกิจผู้อื้อฉาวกลับประเทศจีน ภายใต้ความร่วมมือทวิภาคี ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่องการเลือกส่งตัวให้จีน ทั้งที่สหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายดำเนินคดีและอายัดทรัพย์ พร้อมมาตรการด้านการเดินทางและสนามบินที่เข้มงวดมากขึ้นในช่วงความตึงเครียดกับไทย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002763 . #News1live #News1 #กัมพูชา #การเมืองภูมิภาค #สงครามข้อมูลข่าวสาร #เฉินจื้อ
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 144 มุมมอง 0 รีวิว
  • เรื่อง จุดฝักแค
    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จุดฝักแค”
    ตอน 1
    ตะวันออกกลาง ทำท่าจะเป็นแดนเดือดทั่วทะเลทรายไม่ให้น้อยหน้ากัน เดี๋ยวจะไม่เชื่อว่าเขาจะเอาแต่ปั้ม ไม่เอาคน…
    ดูไบ แดนเศรษฐี (หนีคุก) เริ่มฉลองปีใหม่ด้วยไฟใหม้ตึกสูงโรงแรมหรู ระหว่างนับถอยหลังก่อนถึงปีใหม่ เล่นเอาชาวดูไบที่มาดูไฟ ยืนอ้าปากค้าง โห บ้านเรานี่ถ้าจะรวยจริงนะ แทนที่จะจุดพลุขึ้นฟ้าฉลองปีใหม่ นี่เล่นจุดไฟเผาตึกฉลองเลยเหรอ เอะ แล้วไอ้เหลี่ยมร้ายมันอยู่แถวนั้นหรือเปล่านะ ม่ายน่อ เขาว่ามันมาสั่งการกวนตีนลุงตู่ ระหว่างรอรับน้องสาวเตรียมหนีคดีออกนอกประเทศ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแถวนี้ต่างหาก
    ซีเอนเอน ท่าจะรับค่าอุปถัมภ์รายการไปแยะ ตอนแรกเจ้าหน้าที่ถ่ายถอดทำหน้าที่ตามอาชีพ แบ่งจอให้ดูเลย ด้านซ้ายฉลองปีใหม่ด้วยไฟไหม้ตึก ไฟลุกโชนทั้งตึก มีตัววิ่งขึ้นว่า hotel inferno โรมแรมไฟนรก ด้านขวาของจอถ่ายทอดยิงพลุ เดี๋ยวโป้ง เดี๋ยวโป้ง ข่าวบอก 2 เหตุการณ์ อยู่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตร ชาวดูไบ ดูพลุ สลับกับดูไฟไหม้คอเกือบเคล็ด เพราะรัฐบาลดูไบบอก ไฟไหม้ยังไงเราก็ไม่เลิกการจุดพลุให้ประชาชนชื่นชม ให้ตายเถอะโรบิน ผมเชื่อแล้วว่าเขารวยจริง
    คุณเบ็กกี้ ผู้จัดรายการสาวใหญ่ ของซีเอนเอน ไม่รู้ใครไปปลุกหล่อนมาเข้าฉากกลางดึก หลังจากพลุเลิกแล้ว แต่ไฟไหม้ยังไม่เลิก คุณเบ็กกี้ประกาศปากคอสั่นว่า ไฟไหม้โรงแรมแค่ข้างนอกนะฮ้า ไม่เข้าข้างในตึกเลยฺฮ่า เสียหายนิดหน่อยเองฮ่ะ ไม่มีใครเป็นอันตรายร้ายแรงเล้ย ว่าแล้วคุณเธอก็หายวับกลับไปนอนต่อ
    วาว.. มัน ซี เอน เอน จริงๆ แล้ววันรุ่งขึ้น ข่าวไฟไหม้โรงแรมหรูที่ดูไบก็หายไปเหมือนถูกชักโครกทิ้ง…จะออกข่าวทำไมให้ เสียเวลา มึงไว้ทำข่าวว่ารัสเซียกำลังจะอดตาย จีนแผ่นดินถล่ม ไทยผลิตอาหารไม่ได้มาตรฐาน อะไรทำนองนั้นซีวะ… ผมสงสัยว่า ไอ้คนถ่ายทอดไฟไหม้โรงแรม อาจจะตกงานไปแล้วเรียบร้อย
    หลังจากดู ดูไบจุดไฟตึกฉลองปีใหม่เสร็จ ผมก็กลับไปนอนต่อ ผมยังไม่ทันฟื้นจากการนอนข้ามปีของผม ผ่านปีใหม่ไปไม่ถึง 2 วัน ซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั๊มใหญ่ของผม ก็เริ่มศักราชใหม่ด้วยการสั่งประหารชีวิตนักโทษ วันเดียวฉับไป 47 หัว ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นพวกก่อการร้ายพันธ์อัลไคด้า ที่เคยหาเรื่องซ่าใส่ซาอุ แต่มี 3 คนเป็นรายการแถมนอกเหนือจาก อัลไคด้า
    นับเป็นการประหารชีวิตในวันเดียวมากที่สุดในรอบ35 ปีของซาอุ เสี่ยปั๊มใหญ่เล่นแรงจริง สงสัยเจอพิษแมงกะแท้ทะเลทราย
    แต่ปรากฏว่ารายการแถม ทำท่าจะเป็นชนวนฝักแค จุดลุกลาม จนตะวันออกกลางอาจจะกลายเป็นทะเลทรายเลือด …. ตามแผนของใครไม่รู้
    ชนวนใหญ่ของฟักแคชื่อ Sheik Nimr Baqr al-Nimr ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นผู้สอนศาสนานิกายชีอะที่อยู่ในซาอุ เป็นที่เคารพ และรู้จักกันทั่วของฝ่ายชีอะทั้งในและนอกซาอุดิอารเบีย แต่ซาอุบอกว่า ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นพวกหัวรุนแรง นักเคลื่อนไหวที่ก่อความวุ่นวาย พยายามยุยงให้พวกชีอะก่อความไม่สงบในซาอุ มาตั้งแต่ ปี ค.ศ.2011 แล้วนะ แล้วก็ทำให้ซาอุเกือบจะมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาด้วยในช่วงปีนั้น ว่าเข้านั้น
    การตัดสินประหารชีวิต ชี้ค อัล นิมร์ ได้รับการเตือนจากนานาประเทศทั้งในและตะวันออกกลางว่า ระวังมันจะบานปลายจนหุบไม่เข้า เพราะมันอาจจะมากกว่าเป็นการจุดไฟสงครามระหว่างนิกายศาสนาก็ได้…
    แต่ซาอุดิ อารเบียบอกว่า…. อัล นิมร์ คุกคามพระราชวงศ์ของเรา เราต้องการให้เป็นที่รู้กันว่า ใครจะมากดดันเราไม่ได้…..นี่ มันต้องอย่างนี้ มีหน้าไหนกล้าเข้าไปยุ่งในบ้านเขาบ้าง
    และก็ได้ผล…กระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ไม่ได้ “ทักท้วง” การตัดสินของซาอุดิอารเบียในเรื่องนี้ เพียงแต่ให้ความเห็นว่า อเมริกามีความเป็นห่วงอย่างยิ่งยวดว่า เรื่องนี้จะทำให้การขัดแย้งระหว่างนิกายทางศาสนาจะรุนแรงขึ้น และทางกระทรวง ขอให้ผู้นำภูมิภาค ใช้ความพยายามเป็นสองเท่า ที่จะลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาคลงมา
    ประชาธิปไตยสักกะบวยอะไรของมึง ฉับหัววันเดียว 47 คน มึงบอกว่า ให้ผู้นำ(คนอื่น) ใช้ความพยายามเป็น 2 เท่าที่จะลดความตึงเครียด แต่กับคนสั่งฉับ มึงไม่กล้าแตะเขาเลย ปาหี่ ฉิบหาย
    ตกลงนี่ มันอเมริกาเดียวกันกับที่เข้ามาเสือกในบ้านเราทุกเรื่องหรือเปล่าครับ
ที่บ้านเรา ผมเห็นมันมายืนชี้นิ้วเสือกสาระพัด ทั้งๆที่ยังไม่ได้ฉับใครสักหัว แค่เชิญมาปรับทัศนคติ…..มันก็หาว่าเราละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ได้แต่บ่นกันเองหน้าจอ ไหนบอกว่าเป็นช้างศึกไงครับ ไม่ใช่สมันน้อยแล้วนะ ลุงนิทานอย่ามาเรียกสมันน้อยอีกนะ ฮา
    ###############
ตอน 2
    ซาอุดิอารเบีย ประหารชีวิต ชิ๊ค อัล นิมร์ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 มกราคม หลังจากข่าวออกไม่กี่ชั่วโมง ชาวอิหร่าน ซึ่งนับถืออิสลามนิกายชีอะ ต่างออกมาประท้วงการประหารชีวิต และพากันเดินขบวนไปหน้าสถานทูตซาอุดิอารเบียในกรุงเตหะราน หลังจากนั้นการประท้วงก็รุนแรงขึ้น มีการบุกเข้าไปเผาสถานกงสุลของซาอุดิอารเบีย ที่เมืองมาชาดในอิหร่าน ตามมาด้วยการเผาสถานทูตของซาอุดิอารเบีย ที่กรุงเตหะราน
    หลังจากมีข่าวว่า สถานทูตถูกเผาในวันเสาร์ที่ 2 มกราคม วันอาทิตย์รุ่งขึ้น รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย นาย Adel al-Jubeir ก็ออกมาทำหน้าเครียดให้สัมภาษณ์ผ่านวิทยุประเภทกรมกร๊วกของซาอุ ทันที
    … อิหร่าน มีประวัติการละเมิดต่างประเทศอย่างนี้มานานแล้ว จำไม่ได้หรือ ปี ค.ศ.1979 นั่นไง (ที่อิหร่านบุกสถานทูตอเมริกา และจับตัวเจ้าหน้าที่สถานทูตเป็นตัวประกัน : คนเล่านิทาน) มันแสนจะอื้อฉาว และละเมิดกฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศจนหมดสิ้น….
    …. อิหร่าน ยังมีนโยบายที่ก้าวร้าว โดยมีเป้าหมายที่จะทำลายความมั่นคงของภูมิภาค … อิหร่านลักลอบขนทั้งอาวุธ และระเบิด เข้ามาสร้างผู้ก่อการร้ายในซาอุดิอารเบียและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคด้วย… เราจะไม่มีวันยอมให้อิหร่านมาบ่อนทำลายความมั่นคงของเราอย่างเด็ดขาด….
    …. ประวัติศาสตร์ของอิหร่าน มีแต่เรื่องแย่ๆ มีแต่เข้าไปแทรกแซงอย่างไม่เป็นมิตร กับประเทศในภูมิภาค และพร้อมที่จะทำลายล้างเขาไปทั่ว รวมทั้งฆ่าคนบริสุทธิ์…
    หลังจากด่าอิหร่านอย่างยืดยาว รสเผ็ดเจ็บร้อนถึงใจเสร็จ ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ อัล จูเบียร์ ก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตดังฉับ …กับอิหร่านทันที พร้อมกับมีคำสั่ง ไล่ทูตอิหร่านประจำซาอุ ให้ออกไปจากซาอุดิอารเบียภายใน 48 ชั่วโมง รวดเร็วชนิดเก็บได้แต่ของสำคัญ เช่นไม้แคะหูกับรองเท้าแตะฯลฯ ที่เหลือทิ้งมันไป…
    ซาอุดิ อารเบีย ยังไม่หายร้อน ตามต่อด้วยการสั่งห้ามเครื่องบินอิหร่าน บินลงซาอุ และห้ามเครื่องบินซาอุไปลงอิหร่าน จะเดินทางไปหากันก็จงใช้อูฐอย่างเมื่อร้อยปีก่อน
    เด็ดขาดจริงๆ สื่ออเมริกัน ต่างลงข่าวทั้งหมดนี้อย่างพร้อมเพรียง และละเอียดถี่ถ้วน คาดว่า ไม่น่ามีใครตกข่าวเลย คงแจกทั่วถึงกันหมด
    หลังจากนั้นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการประหารชีวิต ชิ้ค อัล นิมร์ ก็ลามอย่างรวดเร็ว ไล่ไปตั้งแต่บาห์เรน จนถึง ปากีสถาน เหมือนอย่างกับใครกำลังจุดฟักแคลูกระเบิด หรือฟักแคเผาผี ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไหน แต่จะอย่างไหน มันก็ไม่ใช่เป็นมงคล สำหรับการเริ่มปีใหม่ ของชาวตะวันออกกลางทั้งสิ้น
    ที่บาห์เรน กลุ่มชีอะ ออกมาประท้วงในหลายเมือง พร้อมทั้งตะโดนด่าราชวงศ์ Al Saud ที่กำลังปกครองซาอุดิอารเบีย ที่ก็ถือว่าเป็นลูกพี่ใหญ่ของบาห์เรน หลังจากนั้น บาห์เรนก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ตามลูกพี่ ไปเรียบร้อยอีกหนึ่งฉับ
    ตามมาด้วยเอมิเรต ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ลดจำนวนเจ้าหน้าที่สถานทูตของซาอุ ที่ประจำอยู่ที่กรุงเตหะราน เรียกว่ายังไม่ถึงกับฉับ แค่เฉาะให้อิหร่านรู้สึก
    ส่วนคูเวต ในฐานะสมาชิกชาวอ่าว ก็รีบตัดฉับสัมพันธ์อิหร่านตามลูกพี่เหมือนกัน
    แต่จอร์แดน แค่เรียกทูตอิหร่านประจำจอร์แดนมาด่ายับ เรื่องเหตุการณ์เผาสถานทูตซาอุ แต่ยังไม่ฉับตามซาอุ เพราะจอร์แดนถือตัวว่า ไม่ใช่ลูกกะเป๋งของซาอุ แค่ซาอุช่วยสนับสนุนช่วยเหลือทางการเงินให้เท่านั้น … ฟังแล้วงง
    สำหรับการ์ต้า เพิ่งประกาศฉับไปเมื่อวาน เรียกทูตกลับบ้าน ประกาศเป็นรายสุดท้าย แหม นึกว่าแน่ เห็นคิดอยู่หลายวันเลยนะเสี่ยปั้มสิงห์สำอาง ในที่สุดก็ต้องฉับตามลูกพี่
    ส่วนโอมาน ประกาศตัวเป็นกลางเหมือนทุกเรื่อง เราไม่ชอบยุ่งกับเรื่องขัดแย้งของใคร แหะ แหะ แต่เราเอนตัวไปทางอิหร่านนานแล้วโยม จ่อหน้ากันอยู่ตรงนั้นมันก็น่าเสียวแทน
    การปะทะทางการทูต ลามไปถึงอาฟริกา ซูดาน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมสุนนี่ ก็ไล่ทูตอิหร่านพร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตทั้งหมดกลับบ้านกับเขาด้วย และเรียกทูตของตนที่ประจำอยู่ที่อิหร่านกลับซูดาน
    ซูดานแถลงว่า เพราะอิหร่านเข้าไปแทรกแซงในกิจการบ้านคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องศาสนา ….รัศมีเสี่ยปั๊มใหญ่นี่แผ่ไพศาลเอาเรื่อง
    แต่ที่เบรุต Hassan Nasrallah หัวหน้ากลุ่มเฮสบอลเลาะห์ กล่าวสรรเสริญ ชิ้ค อัล นิมร์ว่า เป็นผู้สละชีวิตเพื่อศาสนา เป็นนักรบที่ควรแก่เคารพ
    เหตุการณ์ประหารชีวิตของ ชิ้ค อัล นิมร์ ทำให้ฝ่ายอิหร่านออกมาตอบโต้ว่า ซาอุดิอารเบีย เจ้าจงเตรียมตัว การล้างแค้นอย่างรุนแรงจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน…
    ###############
ตอน 3
    ชิ้ค อัล นิมร์ เป็นชาวซาอุดิ ที่นับถืออิสลามนิกายชีอะ ซึ่งมีเพียงประมาณ 15% ในซาอุดิอารเบีย ที่นับนิกายสุนนี่เป็นนิกายทางการ ในขณะที่หัวหน้าชีอะอื่นๆในซาอุ อยู่ในซาอุแบบเจียมตัว พยายามทำตัวคล้อยไปกับสังคมของสุนนี่ แต่ อัล นิมร์ ลุกขึ้นประกาศว่า มันไม่ควรเป็นเช่นนั้น ซาอุดิ อารเบีย ควรใจกว้างกับทุกนิกายเช่นเดียวกัน
    อัล นิมร์ พูดแสดงความเห็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เสียงเขาดังอยู่ในหัวของชีอะเกือบทุกคน โดยเฉพาะที่อยู่ในซาอุดิอารเบีย ในที่สุดเมื่อเกิดเหตุการประท้วงรุนแรงในซาอุดิอารเบีย โดยกลุ่มชีอะ ในปี ค.ศ.2011 ที่ตะวันตกอ้างว่าลามมาจากเทศกาลอาหรับ แต่พวกชีอะบอกว่า เราไม่ได้มาเรียกร้องเอาประซาธิปไตยนะ แต่เราต้องการให้พวกชีอะ ได้รับการปฏิบัติ ที่ดีขึ้นกว่าเดิมในซาอุดิอารเบียต่างหาก แต่รัฐบาลซาอุดิ อารเบีย ใช้ยาแรงในการปราบปรามการประท้วงของพวกชีอะ ด้วยการใช้กระสุนจริง และก็มีชาวซาอุชีอะตายจริงหลายสิบ
    ทางการซาอุ สั่งจับ อัล นิมร์ ในปี ค.ศ.2012 และตั้งข้อหาว่า เขาเป็นผู้มีส่วน ที่ทำให้เกิดความไม่สงบดังกล่าว แถมยิงต่อสู้ตำรวจที่มาจับ และพยายามชักชวนให้ต่างชาติเข้ามามีส่วนวุ่นวายในกิจการในประเทศ ว่าแล้วก็มีคำสั่งในปี ค.ศ.2014 ให้ตัดสินประหารชีวิต อัล นิมร์
    หลายฝ่ายที่ติดตามเหตุการณ์ของ อัล นิมร์ มาตลอด หวังว่าเขาจะได้รับการอภัยโทษ แต่นอกจากการอภัยโทษไม่เกิดขึ้นแล้ว ยังมีนักวิเคระาห์การเมืองตะวันตก ออกมาให้ความเห็นว่า อัล นิมร์ ติดคุกมาปีกว่า ทำไมถึงมาทำการประหารชีวิตเขาในตอนนี้ เหมือนเป็นการเลือกจังหวะเวลา…
    ก่อนสิ้นปี ค.ศ.2015 อเมริกาเคาะถามรัสเซียว่า จะเอาอย่างไรเรื่องซีเรีย สุ่มเสียงอ่อนลงว่า อัสสาดจะอยู่ต่อก็ได้นะ แต่ถ้าเลือกตั้งแพ้แล้วต้องไปนะ รัสเซียบอก เราก็พูดอย่างนี้มาตั้งแต่แรก มึงฟังไม่ได้ศัพท์เลยหรือไง ทำเอาอเมริกากลับไปตั้งหลัก หลังปีใหม่ค่อยมาว่ากันต่อ
    ส่วนเรื่องเยเมน ซาอุดิอารเบียนำทัพเข้าไปลุยเยเมน แต่ดันติดหล่มมาตั้งแต่แต่กลางปี ค.ศ.2015 ขึ้นจากหล่มไม่ได้ ไปต่อไม่เป็น เลยมีการเจรจาสงบศึกชั่วคราว แต่การสงบศึกก็ดูเหมือนไม่สงบจริง เพราะยังขึ้นจากหล่มไม่ได้ ติดหล่มทรายนานๆ นี่ถึงตายนะครับ
    ที่ซีเรีย มีกองกำลังของจริงของอิหร่าน คอยช่วยอัสสาด รบสู้กับพวกกบฎซีเรีย ขณะเดียวกัน ก็มีกองกำลังของผู้ก่อการร้ายเติมเงิน ที่ซาอุดิอารเบียและพวกคอยสนับสนุนเติมเงินเติมอาวุธ มาช่วยกบฏซีเรียรบสู้ กับรัฐบาลอัสสาด…. มึนหัวแทนคนอ่าน ค่อยๆอ่านนะครับ
    ที่เยเมน มีกองกำลังของจริงของซาอุดิอารเบียและพวก กำลังรบกับพวกที่ซาอุ เรียกว่าเป็นกบฏในเยเมน ซึ่งขณะนี้ พวกกบฏ รบชนะฝ่ายรัฐบาลเยเมน และไล่รัฐบาลเยเมนแตกกระเจิง จนตัวนายกรัฐมนตรีเยเมนหนีไปพึ่งใบบุญซาอุดิอารเบีย ฝ่ายกบฏที่กำลังสู้กับกองกำลังซาอุ มีกลุ่มนักรบฮูตติเป็นตัวยืน เป็นฮูตติ ที่อิหร่านให้การสนับสนุนทั้งด้านกองกำลังและอาวุธ
    ที่อิรัค มีกองกำลังของชาวอิรัค กำลังรบเพื่อยึดเอาบ้านเมือง กลับคืนมาจากที่ผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินยึดเอาไว้ และเริ่มตั้งแต่ปลายปีที่แล้วมานี้ ชาวอิรัค ทำท่าจะยึดเมืองใหญ่คืนมาได้ โดยเป็นที่รู้กันดีว่า ฝ่ายรัสเซียอิหร่านให้การสนับสนุนชาวอิรัค ในการยึดเมืองคืน ส่วนซาอุดิอารเบียและพวก รวมทั้งตุรกี และฝ่ายตะวันตก เป็นผู้สนับสนุนพวกนักรบเติมเงิน ในการยึดอิรัคตั้งแต่เริ่ม….
    และเมื่ออิรัค เริ่มยึดเมืองกลับคืนได้ อเมริการีบออกมาให้ข่าวทุกวันว่า เป็นผลงานของตน แต่ชาวบ้านที่ติดตามข่าวมาตลอด โดยไม่มีกระป๋องครอบหัวไว้ ก็คงพอรู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร
    พวกเขาวุ่นวายกันขนาดนี้ ยังคิดว่า การประหารชีวิต อัล นิมร์ นั้น มาจากการกระทำของอัล นิมร์ ที่ซาอุดิอารเบีย อ้างว่า เป็นการกดดัน และคุกคามราชวงศ์ซาอุด…อย่างนั้นหรือ……
    ###############
ตอน 4 (จบ)
    ตั้งแต่กษัตริย์อับดุลลาห์ ขึ้นครองราชย์เมื่อต้นปี ค.ศ.2015 นโยบายด้านต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย ดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นเชิงรุก(ราน) อย่างเห็นได้ชัด
    แต่ไหนแต่ไรมา ซาอุดิอารเบียกับอิหร่านก็ไม่รักกันอยู่แล้ว ซาอุมองอิหร่านเป็นคู่แข่งทางการเมืองที่สำคัญ แย่งชิงกันเป็นผู้นำของตะวันออกกลางมาตลอด แต่ซาอุดิอารเบีย ย่อมคิดว่าตนเองได้เปรียบอิหร่าน เพราะมีแบ๊กแข็งโป๊กอย่างอเมริกา ส่วนอิหร่าน แม้จะมีรัสเซีย จีน เป็นเพื่อน แต่ในสายตาชาวโลกที่หัวติดอยู่ในกระป๋องสี่เหลี่ยม ย่อมมองรัสเซีย จีน ต่างกับมองเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้ง
    ซาอุดิ อารเบีย มาเสียเส้น ก็ตอนเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้งใช้เวลาเจรจาเรื่องนิวเคลียร์กับอิหร่านนานไป หน่อย เล่นเอาซาอุดิอารเบียงอนจนเตียงแถบหัก แค่นั้นซาอุดิ อารเบีย ก็ยังลงบัญชีงอนเอาไว้ไม่เลิกพ้อ แต่พอคุณพี่ปูติน ที่เป็นเพื่อนกับอิหร่านและซีเรีย ยกทัพเข้ามาในซีเรีย นี่ 3 เดือนกว่าแล้ว และยังไม่มีที่ท่าว่าจะเคลื่อนย้ายออกไป แถมทำท่าจะปักหลักพักนาน แบบนี้ ซาอุดิ อารเบีย จะใช้แค่บทแง่งอน มันคงไม่พอกระตุกคอคู่รักให้หันมาสนใจ
    อเมริกา คู่รักฝักแค ยังไม่แสดงที่ท่าว่าจะกระดิกตัว ออกมาปกป้องฝ่ายซาอุดิจากการบุกมาของรัสเซียเลย ได้แต่ส่งเสียงตามลม โหยหวนเหมือนเวลาเห็นใบตองไหว ก็แค่นั้น แล้วแบบนี้เสี่ยปั๊มใหญ่ จะให้เสี่ยปั๊มใหญ่ถูกหยามหน้าต่อไปได้ยังไง
นี่ถ้า รัสเซียไม่ขยับไปไหน นั่งรับลมทะเลทรายเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกนาน อิหร่านก็คงใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น แถมซีเรีย ที่เราลงทุนเติมเงินลงไปเสียนับไม่ถ้วน ก็ยังไม่ล่ม แค่เละ เจ้าอัสสาดคนนอกศาสนา ก็ยังอยู่ได้ แล้วนี่อิรัคยังมีทีท่าว่า อาจจะไปซบอิหร่านเต็มตัว ยิ่งจะทำให้อิหร่านใหญ่ขึ้นไปอีก โอ้ย… คิดมาถึงตรงนี้แล้ว เสี่ยปั๊มใหญ่ น่าจะรับไม่ไหว มันเลยต้องฉับ ฉับ …
    หลังจาก ฉับ ฉับ ไปแล้ว ความร้อนก็ยังไม่ลด ซาอุดิ อารเบีย เลยต้องกระแทกให้อีกดอกว่า …. ถึง จุดนี้ ซาอุดิอารเบีย ไปไกลเกินกว่าที่จะสนใจแล้ว ว่าโอบามาคิดอย่างไร…. ซาอุดิ อารเบีย ไม่สนใจว่าจะทำให้ทำเนียบขาวโกรธหรือไม่…
…..พอ ก็คือ พอ enough is enough …..เอะ นี่เป็น ข้อความส่งถึงอิหร่าน หรือถึงอเมริกากันแน่ ผมชักไม่แน่ใจ
    บทนี้ ถ้าฮอลลีวู้ด ไม่รีบเอาไปทำหนัง เสียดายตายห่าเลยครับ
    ผมเกือบลืมเล่าถึงดาราตัวเอก ที่ตอนนี้ออกฉากมาพูดแทนซาอุดิอารเบียคือนาย อัล จูเบียร์
    อัล จูเบียร์ นี่ ก่อนหน้าจะมารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิ เขาเป็น ทูตซาอุ ประจำอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 ถึง 2015 เรียกว่า ซี้ย่ำปึกกับอเมริกา มาตั้งแต่สมัยคาวบอยบุช นอกจากนี้ อัล จูเบียร์ ยังเป็นที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศประจำตัวของกษัตริย์อับดุลลาห์ อีกด้วย เมื่อเจ้าชายอับดุลลาห์ขึ้นครองราชย์ไม่กี่เดือน ก็ตั้ง อัล จูเบียร์เป็นรัฐมนตรี ดูเหมือนเขาจะเป็นคนธรรมดาคนแรกของซาอุ ที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้
    ประวัติดาราแบบนี้ คงทำให้มองเห็นภาพกันนะครับว่า ใครกำลังใช้ใคร จุดฝักแค แล้วฝักแคมันจะลามไปถึงไหน แผนเอาปั๊ม ไม่เอาคนนี่เล่นไม่ยากเลย ไม่ว่าที่ไหน เอาของไม่เอาคน ยุซ้าย แยงขวา เดี๋ยวเขาก็ตีกันเอง เราไม่ต้องกรีทาทัพมาให้เจ็บตาปลาเลยนะ จิ้งหรีดพันธุ์ไหน มันก็ปั่นได้ทั้งนั้นแหละ …ถ้ามันไม่รู้ตัวว่าถูกปั่น…
    แล้วแบบนี้ฝ่ายรัสเซีย จีน อิหร่าน และไอ้นักไต่ลวดจอมเล่นเสียวตุรกีว่ายังไง ไม่พูดถึงเลยนะลุง
    แหม ผมก็ไม่ได้มีโอกาสถามท่านทั้งสาม และนักไต่ลวดโดยตรงนะครับ แต่ผมว่า แผนปั่นจิ้งหรีด แผนจุดฝักแค ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้น ก็เล่นแบบซ้ำซาก
    ผมเลยเดาเอาเองว่า อิหร่าน คงบอกเราคอยอยู่ ส่วนอาเฮีย คงอมยิ้ม และ คุณพี่ปูติน คงหัวร่อ หึ หึ ใน ลำคอ… ส่วนตุรกีนักไต่ลวด คงถอนหายใจยาว กูคงไม่ตายเดี่ยว….
    สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
8 ม.ค. 2559
    เรื่อง จุดฝักแค นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จุดฝักแค” ตอน 1 ตะวันออกกลาง ทำท่าจะเป็นแดนเดือดทั่วทะเลทรายไม่ให้น้อยหน้ากัน เดี๋ยวจะไม่เชื่อว่าเขาจะเอาแต่ปั้ม ไม่เอาคน… ดูไบ แดนเศรษฐี (หนีคุก) เริ่มฉลองปีใหม่ด้วยไฟใหม้ตึกสูงโรงแรมหรู ระหว่างนับถอยหลังก่อนถึงปีใหม่ เล่นเอาชาวดูไบที่มาดูไฟ ยืนอ้าปากค้าง โห บ้านเรานี่ถ้าจะรวยจริงนะ แทนที่จะจุดพลุขึ้นฟ้าฉลองปีใหม่ นี่เล่นจุดไฟเผาตึกฉลองเลยเหรอ เอะ แล้วไอ้เหลี่ยมร้ายมันอยู่แถวนั้นหรือเปล่านะ ม่ายน่อ เขาว่ามันมาสั่งการกวนตีนลุงตู่ ระหว่างรอรับน้องสาวเตรียมหนีคดีออกนอกประเทศ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแถวนี้ต่างหาก ซีเอนเอน ท่าจะรับค่าอุปถัมภ์รายการไปแยะ ตอนแรกเจ้าหน้าที่ถ่ายถอดทำหน้าที่ตามอาชีพ แบ่งจอให้ดูเลย ด้านซ้ายฉลองปีใหม่ด้วยไฟไหม้ตึก ไฟลุกโชนทั้งตึก มีตัววิ่งขึ้นว่า hotel inferno โรมแรมไฟนรก ด้านขวาของจอถ่ายทอดยิงพลุ เดี๋ยวโป้ง เดี๋ยวโป้ง ข่าวบอก 2 เหตุการณ์ อยู่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตร ชาวดูไบ ดูพลุ สลับกับดูไฟไหม้คอเกือบเคล็ด เพราะรัฐบาลดูไบบอก ไฟไหม้ยังไงเราก็ไม่เลิกการจุดพลุให้ประชาชนชื่นชม ให้ตายเถอะโรบิน ผมเชื่อแล้วว่าเขารวยจริง คุณเบ็กกี้ ผู้จัดรายการสาวใหญ่ ของซีเอนเอน ไม่รู้ใครไปปลุกหล่อนมาเข้าฉากกลางดึก หลังจากพลุเลิกแล้ว แต่ไฟไหม้ยังไม่เลิก คุณเบ็กกี้ประกาศปากคอสั่นว่า ไฟไหม้โรงแรมแค่ข้างนอกนะฮ้า ไม่เข้าข้างในตึกเลยฺฮ่า เสียหายนิดหน่อยเองฮ่ะ ไม่มีใครเป็นอันตรายร้ายแรงเล้ย ว่าแล้วคุณเธอก็หายวับกลับไปนอนต่อ วาว.. มัน ซี เอน เอน จริงๆ แล้ววันรุ่งขึ้น ข่าวไฟไหม้โรงแรมหรูที่ดูไบก็หายไปเหมือนถูกชักโครกทิ้ง…จะออกข่าวทำไมให้ เสียเวลา มึงไว้ทำข่าวว่ารัสเซียกำลังจะอดตาย จีนแผ่นดินถล่ม ไทยผลิตอาหารไม่ได้มาตรฐาน อะไรทำนองนั้นซีวะ… ผมสงสัยว่า ไอ้คนถ่ายทอดไฟไหม้โรงแรม อาจจะตกงานไปแล้วเรียบร้อย หลังจากดู ดูไบจุดไฟตึกฉลองปีใหม่เสร็จ ผมก็กลับไปนอนต่อ ผมยังไม่ทันฟื้นจากการนอนข้ามปีของผม ผ่านปีใหม่ไปไม่ถึง 2 วัน ซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั๊มใหญ่ของผม ก็เริ่มศักราชใหม่ด้วยการสั่งประหารชีวิตนักโทษ วันเดียวฉับไป 47 หัว ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นพวกก่อการร้ายพันธ์อัลไคด้า ที่เคยหาเรื่องซ่าใส่ซาอุ แต่มี 3 คนเป็นรายการแถมนอกเหนือจาก อัลไคด้า นับเป็นการประหารชีวิตในวันเดียวมากที่สุดในรอบ35 ปีของซาอุ เสี่ยปั๊มใหญ่เล่นแรงจริง สงสัยเจอพิษแมงกะแท้ทะเลทราย แต่ปรากฏว่ารายการแถม ทำท่าจะเป็นชนวนฝักแค จุดลุกลาม จนตะวันออกกลางอาจจะกลายเป็นทะเลทรายเลือด …. ตามแผนของใครไม่รู้ ชนวนใหญ่ของฟักแคชื่อ Sheik Nimr Baqr al-Nimr ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นผู้สอนศาสนานิกายชีอะที่อยู่ในซาอุ เป็นที่เคารพ และรู้จักกันทั่วของฝ่ายชีอะทั้งในและนอกซาอุดิอารเบีย แต่ซาอุบอกว่า ชิ๊ค อัล นิมร์ เป็นพวกหัวรุนแรง นักเคลื่อนไหวที่ก่อความวุ่นวาย พยายามยุยงให้พวกชีอะก่อความไม่สงบในซาอุ มาตั้งแต่ ปี ค.ศ.2011 แล้วนะ แล้วก็ทำให้ซาอุเกือบจะมีเทศกาลอาหรับสปริงกับเขาด้วยในช่วงปีนั้น ว่าเข้านั้น การตัดสินประหารชีวิต ชี้ค อัล นิมร์ ได้รับการเตือนจากนานาประเทศทั้งในและตะวันออกกลางว่า ระวังมันจะบานปลายจนหุบไม่เข้า เพราะมันอาจจะมากกว่าเป็นการจุดไฟสงครามระหว่างนิกายศาสนาก็ได้… แต่ซาอุดิ อารเบียบอกว่า…. อัล นิมร์ คุกคามพระราชวงศ์ของเรา เราต้องการให้เป็นที่รู้กันว่า ใครจะมากดดันเราไม่ได้…..นี่ มันต้องอย่างนี้ มีหน้าไหนกล้าเข้าไปยุ่งในบ้านเขาบ้าง และก็ได้ผล…กระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ไม่ได้ “ทักท้วง” การตัดสินของซาอุดิอารเบียในเรื่องนี้ เพียงแต่ให้ความเห็นว่า อเมริกามีความเป็นห่วงอย่างยิ่งยวดว่า เรื่องนี้จะทำให้การขัดแย้งระหว่างนิกายทางศาสนาจะรุนแรงขึ้น และทางกระทรวง ขอให้ผู้นำภูมิภาค ใช้ความพยายามเป็นสองเท่า ที่จะลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาคลงมา ประชาธิปไตยสักกะบวยอะไรของมึง ฉับหัววันเดียว 47 คน มึงบอกว่า ให้ผู้นำ(คนอื่น) ใช้ความพยายามเป็น 2 เท่าที่จะลดความตึงเครียด แต่กับคนสั่งฉับ มึงไม่กล้าแตะเขาเลย ปาหี่ ฉิบหาย ตกลงนี่ มันอเมริกาเดียวกันกับที่เข้ามาเสือกในบ้านเราทุกเรื่องหรือเปล่าครับ
ที่บ้านเรา ผมเห็นมันมายืนชี้นิ้วเสือกสาระพัด ทั้งๆที่ยังไม่ได้ฉับใครสักหัว แค่เชิญมาปรับทัศนคติ…..มันก็หาว่าเราละเมิดสิทธิมนุษยชน ก็ได้แต่บ่นกันเองหน้าจอ ไหนบอกว่าเป็นช้างศึกไงครับ ไม่ใช่สมันน้อยแล้วนะ ลุงนิทานอย่ามาเรียกสมันน้อยอีกนะ ฮา ###############
ตอน 2 ซาอุดิอารเบีย ประหารชีวิต ชิ๊ค อัล นิมร์ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 มกราคม หลังจากข่าวออกไม่กี่ชั่วโมง ชาวอิหร่าน ซึ่งนับถืออิสลามนิกายชีอะ ต่างออกมาประท้วงการประหารชีวิต และพากันเดินขบวนไปหน้าสถานทูตซาอุดิอารเบียในกรุงเตหะราน หลังจากนั้นการประท้วงก็รุนแรงขึ้น มีการบุกเข้าไปเผาสถานกงสุลของซาอุดิอารเบีย ที่เมืองมาชาดในอิหร่าน ตามมาด้วยการเผาสถานทูตของซาอุดิอารเบีย ที่กรุงเตหะราน หลังจากมีข่าวว่า สถานทูตถูกเผาในวันเสาร์ที่ 2 มกราคม วันอาทิตย์รุ่งขึ้น รัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย นาย Adel al-Jubeir ก็ออกมาทำหน้าเครียดให้สัมภาษณ์ผ่านวิทยุประเภทกรมกร๊วกของซาอุ ทันที … อิหร่าน มีประวัติการละเมิดต่างประเทศอย่างนี้มานานแล้ว จำไม่ได้หรือ ปี ค.ศ.1979 นั่นไง (ที่อิหร่านบุกสถานทูตอเมริกา และจับตัวเจ้าหน้าที่สถานทูตเป็นตัวประกัน : คนเล่านิทาน) มันแสนจะอื้อฉาว และละเมิดกฎหมายข้อตกลงระหว่างประเทศจนหมดสิ้น…. …. อิหร่าน ยังมีนโยบายที่ก้าวร้าว โดยมีเป้าหมายที่จะทำลายความมั่นคงของภูมิภาค … อิหร่านลักลอบขนทั้งอาวุธ และระเบิด เข้ามาสร้างผู้ก่อการร้ายในซาอุดิอารเบียและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคด้วย… เราจะไม่มีวันยอมให้อิหร่านมาบ่อนทำลายความมั่นคงของเราอย่างเด็ดขาด…. …. ประวัติศาสตร์ของอิหร่าน มีแต่เรื่องแย่ๆ มีแต่เข้าไปแทรกแซงอย่างไม่เป็นมิตร กับประเทศในภูมิภาค และพร้อมที่จะทำลายล้างเขาไปทั่ว รวมทั้งฆ่าคนบริสุทธิ์… หลังจากด่าอิหร่านอย่างยืดยาว รสเผ็ดเจ็บร้อนถึงใจเสร็จ ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ อัล จูเบียร์ ก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตดังฉับ …กับอิหร่านทันที พร้อมกับมีคำสั่ง ไล่ทูตอิหร่านประจำซาอุ ให้ออกไปจากซาอุดิอารเบียภายใน 48 ชั่วโมง รวดเร็วชนิดเก็บได้แต่ของสำคัญ เช่นไม้แคะหูกับรองเท้าแตะฯลฯ ที่เหลือทิ้งมันไป… ซาอุดิ อารเบีย ยังไม่หายร้อน ตามต่อด้วยการสั่งห้ามเครื่องบินอิหร่าน บินลงซาอุ และห้ามเครื่องบินซาอุไปลงอิหร่าน จะเดินทางไปหากันก็จงใช้อูฐอย่างเมื่อร้อยปีก่อน เด็ดขาดจริงๆ สื่ออเมริกัน ต่างลงข่าวทั้งหมดนี้อย่างพร้อมเพรียง และละเอียดถี่ถ้วน คาดว่า ไม่น่ามีใครตกข่าวเลย คงแจกทั่วถึงกันหมด หลังจากนั้นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการประหารชีวิต ชิ้ค อัล นิมร์ ก็ลามอย่างรวดเร็ว ไล่ไปตั้งแต่บาห์เรน จนถึง ปากีสถาน เหมือนอย่างกับใครกำลังจุดฟักแคลูกระเบิด หรือฟักแคเผาผี ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไหน แต่จะอย่างไหน มันก็ไม่ใช่เป็นมงคล สำหรับการเริ่มปีใหม่ ของชาวตะวันออกกลางทั้งสิ้น ที่บาห์เรน กลุ่มชีอะ ออกมาประท้วงในหลายเมือง พร้อมทั้งตะโดนด่าราชวงศ์ Al Saud ที่กำลังปกครองซาอุดิอารเบีย ที่ก็ถือว่าเป็นลูกพี่ใหญ่ของบาห์เรน หลังจากนั้น บาห์เรนก็ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ตามลูกพี่ ไปเรียบร้อยอีกหนึ่งฉับ ตามมาด้วยเอมิเรต ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน ลดจำนวนเจ้าหน้าที่สถานทูตของซาอุ ที่ประจำอยู่ที่กรุงเตหะราน เรียกว่ายังไม่ถึงกับฉับ แค่เฉาะให้อิหร่านรู้สึก ส่วนคูเวต ในฐานะสมาชิกชาวอ่าว ก็รีบตัดฉับสัมพันธ์อิหร่านตามลูกพี่เหมือนกัน แต่จอร์แดน แค่เรียกทูตอิหร่านประจำจอร์แดนมาด่ายับ เรื่องเหตุการณ์เผาสถานทูตซาอุ แต่ยังไม่ฉับตามซาอุ เพราะจอร์แดนถือตัวว่า ไม่ใช่ลูกกะเป๋งของซาอุ แค่ซาอุช่วยสนับสนุนช่วยเหลือทางการเงินให้เท่านั้น … ฟังแล้วงง สำหรับการ์ต้า เพิ่งประกาศฉับไปเมื่อวาน เรียกทูตกลับบ้าน ประกาศเป็นรายสุดท้าย แหม นึกว่าแน่ เห็นคิดอยู่หลายวันเลยนะเสี่ยปั้มสิงห์สำอาง ในที่สุดก็ต้องฉับตามลูกพี่ ส่วนโอมาน ประกาศตัวเป็นกลางเหมือนทุกเรื่อง เราไม่ชอบยุ่งกับเรื่องขัดแย้งของใคร แหะ แหะ แต่เราเอนตัวไปทางอิหร่านนานแล้วโยม จ่อหน้ากันอยู่ตรงนั้นมันก็น่าเสียวแทน การปะทะทางการทูต ลามไปถึงอาฟริกา ซูดาน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมสุนนี่ ก็ไล่ทูตอิหร่านพร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตทั้งหมดกลับบ้านกับเขาด้วย และเรียกทูตของตนที่ประจำอยู่ที่อิหร่านกลับซูดาน ซูดานแถลงว่า เพราะอิหร่านเข้าไปแทรกแซงในกิจการบ้านคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องศาสนา ….รัศมีเสี่ยปั๊มใหญ่นี่แผ่ไพศาลเอาเรื่อง แต่ที่เบรุต Hassan Nasrallah หัวหน้ากลุ่มเฮสบอลเลาะห์ กล่าวสรรเสริญ ชิ้ค อัล นิมร์ว่า เป็นผู้สละชีวิตเพื่อศาสนา เป็นนักรบที่ควรแก่เคารพ เหตุการณ์ประหารชีวิตของ ชิ้ค อัล นิมร์ ทำให้ฝ่ายอิหร่านออกมาตอบโต้ว่า ซาอุดิอารเบีย เจ้าจงเตรียมตัว การล้างแค้นอย่างรุนแรงจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน… ###############
ตอน 3 ชิ้ค อัล นิมร์ เป็นชาวซาอุดิ ที่นับถืออิสลามนิกายชีอะ ซึ่งมีเพียงประมาณ 15% ในซาอุดิอารเบีย ที่นับนิกายสุนนี่เป็นนิกายทางการ ในขณะที่หัวหน้าชีอะอื่นๆในซาอุ อยู่ในซาอุแบบเจียมตัว พยายามทำตัวคล้อยไปกับสังคมของสุนนี่ แต่ อัล นิมร์ ลุกขึ้นประกาศว่า มันไม่ควรเป็นเช่นนั้น ซาอุดิ อารเบีย ควรใจกว้างกับทุกนิกายเช่นเดียวกัน อัล นิมร์ พูดแสดงความเห็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เสียงเขาดังอยู่ในหัวของชีอะเกือบทุกคน โดยเฉพาะที่อยู่ในซาอุดิอารเบีย ในที่สุดเมื่อเกิดเหตุการประท้วงรุนแรงในซาอุดิอารเบีย โดยกลุ่มชีอะ ในปี ค.ศ.2011 ที่ตะวันตกอ้างว่าลามมาจากเทศกาลอาหรับ แต่พวกชีอะบอกว่า เราไม่ได้มาเรียกร้องเอาประซาธิปไตยนะ แต่เราต้องการให้พวกชีอะ ได้รับการปฏิบัติ ที่ดีขึ้นกว่าเดิมในซาอุดิอารเบียต่างหาก แต่รัฐบาลซาอุดิ อารเบีย ใช้ยาแรงในการปราบปรามการประท้วงของพวกชีอะ ด้วยการใช้กระสุนจริง และก็มีชาวซาอุชีอะตายจริงหลายสิบ ทางการซาอุ สั่งจับ อัล นิมร์ ในปี ค.ศ.2012 และตั้งข้อหาว่า เขาเป็นผู้มีส่วน ที่ทำให้เกิดความไม่สงบดังกล่าว แถมยิงต่อสู้ตำรวจที่มาจับ และพยายามชักชวนให้ต่างชาติเข้ามามีส่วนวุ่นวายในกิจการในประเทศ ว่าแล้วก็มีคำสั่งในปี ค.ศ.2014 ให้ตัดสินประหารชีวิต อัล นิมร์ หลายฝ่ายที่ติดตามเหตุการณ์ของ อัล นิมร์ มาตลอด หวังว่าเขาจะได้รับการอภัยโทษ แต่นอกจากการอภัยโทษไม่เกิดขึ้นแล้ว ยังมีนักวิเคระาห์การเมืองตะวันตก ออกมาให้ความเห็นว่า อัล นิมร์ ติดคุกมาปีกว่า ทำไมถึงมาทำการประหารชีวิตเขาในตอนนี้ เหมือนเป็นการเลือกจังหวะเวลา… ก่อนสิ้นปี ค.ศ.2015 อเมริกาเคาะถามรัสเซียว่า จะเอาอย่างไรเรื่องซีเรีย สุ่มเสียงอ่อนลงว่า อัสสาดจะอยู่ต่อก็ได้นะ แต่ถ้าเลือกตั้งแพ้แล้วต้องไปนะ รัสเซียบอก เราก็พูดอย่างนี้มาตั้งแต่แรก มึงฟังไม่ได้ศัพท์เลยหรือไง ทำเอาอเมริกากลับไปตั้งหลัก หลังปีใหม่ค่อยมาว่ากันต่อ ส่วนเรื่องเยเมน ซาอุดิอารเบียนำทัพเข้าไปลุยเยเมน แต่ดันติดหล่มมาตั้งแต่แต่กลางปี ค.ศ.2015 ขึ้นจากหล่มไม่ได้ ไปต่อไม่เป็น เลยมีการเจรจาสงบศึกชั่วคราว แต่การสงบศึกก็ดูเหมือนไม่สงบจริง เพราะยังขึ้นจากหล่มไม่ได้ ติดหล่มทรายนานๆ นี่ถึงตายนะครับ ที่ซีเรีย มีกองกำลังของจริงของอิหร่าน คอยช่วยอัสสาด รบสู้กับพวกกบฎซีเรีย ขณะเดียวกัน ก็มีกองกำลังของผู้ก่อการร้ายเติมเงิน ที่ซาอุดิอารเบียและพวกคอยสนับสนุนเติมเงินเติมอาวุธ มาช่วยกบฏซีเรียรบสู้ กับรัฐบาลอัสสาด…. มึนหัวแทนคนอ่าน ค่อยๆอ่านนะครับ ที่เยเมน มีกองกำลังของจริงของซาอุดิอารเบียและพวก กำลังรบกับพวกที่ซาอุ เรียกว่าเป็นกบฏในเยเมน ซึ่งขณะนี้ พวกกบฏ รบชนะฝ่ายรัฐบาลเยเมน และไล่รัฐบาลเยเมนแตกกระเจิง จนตัวนายกรัฐมนตรีเยเมนหนีไปพึ่งใบบุญซาอุดิอารเบีย ฝ่ายกบฏที่กำลังสู้กับกองกำลังซาอุ มีกลุ่มนักรบฮูตติเป็นตัวยืน เป็นฮูตติ ที่อิหร่านให้การสนับสนุนทั้งด้านกองกำลังและอาวุธ ที่อิรัค มีกองกำลังของชาวอิรัค กำลังรบเพื่อยึดเอาบ้านเมือง กลับคืนมาจากที่ผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินยึดเอาไว้ และเริ่มตั้งแต่ปลายปีที่แล้วมานี้ ชาวอิรัค ทำท่าจะยึดเมืองใหญ่คืนมาได้ โดยเป็นที่รู้กันดีว่า ฝ่ายรัสเซียอิหร่านให้การสนับสนุนชาวอิรัค ในการยึดเมืองคืน ส่วนซาอุดิอารเบียและพวก รวมทั้งตุรกี และฝ่ายตะวันตก เป็นผู้สนับสนุนพวกนักรบเติมเงิน ในการยึดอิรัคตั้งแต่เริ่ม…. และเมื่ออิรัค เริ่มยึดเมืองกลับคืนได้ อเมริการีบออกมาให้ข่าวทุกวันว่า เป็นผลงานของตน แต่ชาวบ้านที่ติดตามข่าวมาตลอด โดยไม่มีกระป๋องครอบหัวไว้ ก็คงพอรู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร พวกเขาวุ่นวายกันขนาดนี้ ยังคิดว่า การประหารชีวิต อัล นิมร์ นั้น มาจากการกระทำของอัล นิมร์ ที่ซาอุดิอารเบีย อ้างว่า เป็นการกดดัน และคุกคามราชวงศ์ซาอุด…อย่างนั้นหรือ…… ###############
ตอน 4 (จบ) ตั้งแต่กษัตริย์อับดุลลาห์ ขึ้นครองราชย์เมื่อต้นปี ค.ศ.2015 นโยบายด้านต่างประเทศของซาอุดิอารเบีย ดูเหมือนจะเปลี่ยนเป็นเชิงรุก(ราน) อย่างเห็นได้ชัด แต่ไหนแต่ไรมา ซาอุดิอารเบียกับอิหร่านก็ไม่รักกันอยู่แล้ว ซาอุมองอิหร่านเป็นคู่แข่งทางการเมืองที่สำคัญ แย่งชิงกันเป็นผู้นำของตะวันออกกลางมาตลอด แต่ซาอุดิอารเบีย ย่อมคิดว่าตนเองได้เปรียบอิหร่าน เพราะมีแบ๊กแข็งโป๊กอย่างอเมริกา ส่วนอิหร่าน แม้จะมีรัสเซีย จีน เป็นเพื่อน แต่ในสายตาชาวโลกที่หัวติดอยู่ในกระป๋องสี่เหลี่ยม ย่อมมองรัสเซีย จีน ต่างกับมองเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้ง ซาอุดิ อารเบีย มาเสียเส้น ก็ตอนเจ้าพ่อใหญ่ใบตองแห้งใช้เวลาเจรจาเรื่องนิวเคลียร์กับอิหร่านนานไป หน่อย เล่นเอาซาอุดิอารเบียงอนจนเตียงแถบหัก แค่นั้นซาอุดิ อารเบีย ก็ยังลงบัญชีงอนเอาไว้ไม่เลิกพ้อ แต่พอคุณพี่ปูติน ที่เป็นเพื่อนกับอิหร่านและซีเรีย ยกทัพเข้ามาในซีเรีย นี่ 3 เดือนกว่าแล้ว และยังไม่มีที่ท่าว่าจะเคลื่อนย้ายออกไป แถมทำท่าจะปักหลักพักนาน แบบนี้ ซาอุดิ อารเบีย จะใช้แค่บทแง่งอน มันคงไม่พอกระตุกคอคู่รักให้หันมาสนใจ อเมริกา คู่รักฝักแค ยังไม่แสดงที่ท่าว่าจะกระดิกตัว ออกมาปกป้องฝ่ายซาอุดิจากการบุกมาของรัสเซียเลย ได้แต่ส่งเสียงตามลม โหยหวนเหมือนเวลาเห็นใบตองไหว ก็แค่นั้น แล้วแบบนี้เสี่ยปั๊มใหญ่ จะให้เสี่ยปั๊มใหญ่ถูกหยามหน้าต่อไปได้ยังไง
นี่ถ้า รัสเซียไม่ขยับไปไหน นั่งรับลมทะเลทรายเปลี่ยนบรรยากาศไปอีกนาน อิหร่านก็คงใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น แถมซีเรีย ที่เราลงทุนเติมเงินลงไปเสียนับไม่ถ้วน ก็ยังไม่ล่ม แค่เละ เจ้าอัสสาดคนนอกศาสนา ก็ยังอยู่ได้ แล้วนี่อิรัคยังมีทีท่าว่า อาจจะไปซบอิหร่านเต็มตัว ยิ่งจะทำให้อิหร่านใหญ่ขึ้นไปอีก โอ้ย… คิดมาถึงตรงนี้แล้ว เสี่ยปั๊มใหญ่ น่าจะรับไม่ไหว มันเลยต้องฉับ ฉับ … หลังจาก ฉับ ฉับ ไปแล้ว ความร้อนก็ยังไม่ลด ซาอุดิ อารเบีย เลยต้องกระแทกให้อีกดอกว่า …. ถึง จุดนี้ ซาอุดิอารเบีย ไปไกลเกินกว่าที่จะสนใจแล้ว ว่าโอบามาคิดอย่างไร…. ซาอุดิ อารเบีย ไม่สนใจว่าจะทำให้ทำเนียบขาวโกรธหรือไม่…
…..พอ ก็คือ พอ enough is enough …..เอะ นี่เป็น ข้อความส่งถึงอิหร่าน หรือถึงอเมริกากันแน่ ผมชักไม่แน่ใจ บทนี้ ถ้าฮอลลีวู้ด ไม่รีบเอาไปทำหนัง เสียดายตายห่าเลยครับ ผมเกือบลืมเล่าถึงดาราตัวเอก ที่ตอนนี้ออกฉากมาพูดแทนซาอุดิอารเบียคือนาย อัล จูเบียร์ อัล จูเบียร์ นี่ ก่อนหน้าจะมารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดิ เขาเป็น ทูตซาอุ ประจำอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 ถึง 2015 เรียกว่า ซี้ย่ำปึกกับอเมริกา มาตั้งแต่สมัยคาวบอยบุช นอกจากนี้ อัล จูเบียร์ ยังเป็นที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศประจำตัวของกษัตริย์อับดุลลาห์ อีกด้วย เมื่อเจ้าชายอับดุลลาห์ขึ้นครองราชย์ไม่กี่เดือน ก็ตั้ง อัล จูเบียร์เป็นรัฐมนตรี ดูเหมือนเขาจะเป็นคนธรรมดาคนแรกของซาอุ ที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ ประวัติดาราแบบนี้ คงทำให้มองเห็นภาพกันนะครับว่า ใครกำลังใช้ใคร จุดฝักแค แล้วฝักแคมันจะลามไปถึงไหน แผนเอาปั๊ม ไม่เอาคนนี่เล่นไม่ยากเลย ไม่ว่าที่ไหน เอาของไม่เอาคน ยุซ้าย แยงขวา เดี๋ยวเขาก็ตีกันเอง เราไม่ต้องกรีทาทัพมาให้เจ็บตาปลาเลยนะ จิ้งหรีดพันธุ์ไหน มันก็ปั่นได้ทั้งนั้นแหละ …ถ้ามันไม่รู้ตัวว่าถูกปั่น… แล้วแบบนี้ฝ่ายรัสเซีย จีน อิหร่าน และไอ้นักไต่ลวดจอมเล่นเสียวตุรกีว่ายังไง ไม่พูดถึงเลยนะลุง แหม ผมก็ไม่ได้มีโอกาสถามท่านทั้งสาม และนักไต่ลวดโดยตรงนะครับ แต่ผมว่า แผนปั่นจิ้งหรีด แผนจุดฝักแค ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้น ก็เล่นแบบซ้ำซาก ผมเลยเดาเอาเองว่า อิหร่าน คงบอกเราคอยอยู่ ส่วนอาเฮีย คงอมยิ้ม และ คุณพี่ปูติน คงหัวร่อ หึ หึ ใน ลำคอ… ส่วนตุรกีนักไต่ลวด คงถอนหายใจยาว กูคงไม่ตายเดี่ยว…. สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
8 ม.ค. 2559
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 213 มุมมอง 0 รีวิว
  • ทรัมป์และรัฐมนตรี Lutnick ชื่นชม Intel หลังเปิดตัว Panther Lake — ชี้การลงทุนของรัฐบาล “สร้างมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ให้ชาวอเมริกัน”

    หลังการเปิดตัวชิป Intel Panther Lake ที่งาน CES 2026 ประธานาธิบดี Donald Trump และรัฐมนตรีพาณิชย์ Howard Lutnick ได้ออกมาแสดงความยินดีกับ Intel และ CEO คนใหม่ Lip‑Bu Tan โดยระบุว่าการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าถือหุ้น 10% ใน Intel กำลังสร้างผลตอบแทนอย่างมหาศาลให้กับประเทศภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

    ทรัมป์กล่าวว่าการลงทุนครั้งนี้ช่วยผลักดันให้สหรัฐฯ กลับมามีบทบาทนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง ขณะที่ Lutnick ชี้ว่าชิป 1.8nm (18A) รุ่นใหม่ของ Intel เป็นก้าวสำคัญในการนำการผลิตชิปขั้นสูงกลับคืนสู่แผ่นดินอเมริกา นอกจากนี้ ทั้งสองยังย้ำว่ามูลค่าหุ้น Intel เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการลงทุนของรัฐบาลและดีลใหญ่กับ Nvidia ในปีที่ผ่านมา

    Intel เองเพิ่งผ่านช่วงเวลายากลำบาก ทั้งรายงานผลประกอบการที่ตกต่ำ การปลดพนักงานหลายหมื่นคน และการเปลี่ยนตัว CEO จาก Pat Gelsinger มาเป็น Lip‑Bu Tan ในปี 2025 แต่หลังจากได้รับเงินลงทุนจากรัฐบาลและดีลหุ้นมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์จาก Nvidia บริษัทก็เริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยชิป Panther Lake และ Core Ultra Series 3 ที่ใช้กระบวนการผลิต 18A ได้รับคำชมว่ามีประสิทธิภาพด้านกราฟิกดีขึ้นจนท้าชน RTX 4050 ได้ในบางงานทดสอบ

    แม้ธุรกิจชิปสำหรับผู้บริโภคจะเริ่มกลับมา แต่ Intel ยังต้องเร่งทำให้ธุรกิจ Foundry ทำกำไร ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2027 เมื่อกระบวนการผลิต 14A พร้อมใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ 18A ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง และได้รับแรงสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างชัดเจนในยุคการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    รัฐบาลสหรัฐฯ ชื่นชม Intel หลังเปิดตัว Panther Lake
    ทรัมป์ระบุว่าการถือหุ้น 10% ทำกำไร “หลายหมื่นล้านดอลลาร์” ภายใน 4 เดือน
    Lutnick ย้ำว่าชิป 1.8nm เป็นก้าวสำคัญของการผลิตชิปในประเทศ

    Intel ฟื้นตัวหลังปีที่ยากลำบาก
    ปี 2024–2025 บริษัทเผชิญผลประกอบการตกต่ำและการเปลี่ยน CEO
    ดีล Nvidia มูลค่า $5B ช่วยดันราคาหุ้นขึ้น 25%

    ชิปใหม่ได้รับคำชม
    Panther Lake และ Core Ultra Series 3 ใช้กระบวนการผลิต 18A
    ประสิทธิภาพกราฟิกดีขึ้นจนใกล้เคียง RTX 4050 ในบางงานทดสอบ

    แผนอนาคตของ Intel
    Foundry คาดว่าจะเริ่มทำกำไรในปี 2027 เมื่อ 14A พร้อมใช้งาน
    CEO Lip‑Bu Tan ระบุว่า Intel “กำลังเดินหน้าเต็มกำลังสู่ 14A”

    ประเด็นที่ควรจับตา
    ความผันผวนของ Intel ในช่วงที่ผ่านมา
    ผลประกอบการและการปลดพนักงานจำนวนมากยังเป็นรอยแผลของบริษัท

    การแข่งขันระดับโลกด้านเซมิคอนดักเตอร์
    Intel ต้องเร่งตาม TSMC และ Samsung ให้ทันในด้านเทคโนโลยีและกำลังผลิต

    ความเสี่ยงของการพึ่งพาการสนับสนุนจากรัฐบาล
    หากนโยบายเปลี่ยน อาจกระทบต่อการลงทุนและทิศทางของบริษัท

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/president-trump-sec-lutnick-praise-intel-after-the-launch-of-panther-lake-chips-says-investment-in-company-already-bringing-tens-of-billions-of-dollars-for-the-american-people
    🇺🇸💻 ทรัมป์และรัฐมนตรี Lutnick ชื่นชม Intel หลังเปิดตัว Panther Lake — ชี้การลงทุนของรัฐบาล “สร้างมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ให้ชาวอเมริกัน” หลังการเปิดตัวชิป Intel Panther Lake ที่งาน CES 2026 ประธานาธิบดี Donald Trump และรัฐมนตรีพาณิชย์ Howard Lutnick ได้ออกมาแสดงความยินดีกับ Intel และ CEO คนใหม่ Lip‑Bu Tan โดยระบุว่าการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าถือหุ้น 10% ใน Intel กำลังสร้างผลตอบแทนอย่างมหาศาลให้กับประเทศภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ทรัมป์กล่าวว่าการลงทุนครั้งนี้ช่วยผลักดันให้สหรัฐฯ กลับมามีบทบาทนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง ขณะที่ Lutnick ชี้ว่าชิป 1.8nm (18A) รุ่นใหม่ของ Intel เป็นก้าวสำคัญในการนำการผลิตชิปขั้นสูงกลับคืนสู่แผ่นดินอเมริกา นอกจากนี้ ทั้งสองยังย้ำว่ามูลค่าหุ้น Intel เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการลงทุนของรัฐบาลและดีลใหญ่กับ Nvidia ในปีที่ผ่านมา Intel เองเพิ่งผ่านช่วงเวลายากลำบาก ทั้งรายงานผลประกอบการที่ตกต่ำ การปลดพนักงานหลายหมื่นคน และการเปลี่ยนตัว CEO จาก Pat Gelsinger มาเป็น Lip‑Bu Tan ในปี 2025 แต่หลังจากได้รับเงินลงทุนจากรัฐบาลและดีลหุ้นมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์จาก Nvidia บริษัทก็เริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยชิป Panther Lake และ Core Ultra Series 3 ที่ใช้กระบวนการผลิต 18A ได้รับคำชมว่ามีประสิทธิภาพด้านกราฟิกดีขึ้นจนท้าชน RTX 4050 ได้ในบางงานทดสอบ แม้ธุรกิจชิปสำหรับผู้บริโภคจะเริ่มกลับมา แต่ Intel ยังต้องเร่งทำให้ธุรกิจ Foundry ทำกำไร ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2027 เมื่อกระบวนการผลิต 14A พร้อมใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ 18A ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง และได้รับแรงสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างชัดเจนในยุคการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ รัฐบาลสหรัฐฯ ชื่นชม Intel หลังเปิดตัว Panther Lake ➡️ ทรัมป์ระบุว่าการถือหุ้น 10% ทำกำไร “หลายหมื่นล้านดอลลาร์” ภายใน 4 เดือน ➡️ Lutnick ย้ำว่าชิป 1.8nm เป็นก้าวสำคัญของการผลิตชิปในประเทศ ✅ Intel ฟื้นตัวหลังปีที่ยากลำบาก ➡️ ปี 2024–2025 บริษัทเผชิญผลประกอบการตกต่ำและการเปลี่ยน CEO ➡️ ดีล Nvidia มูลค่า $5B ช่วยดันราคาหุ้นขึ้น 25% ✅ ชิปใหม่ได้รับคำชม ➡️ Panther Lake และ Core Ultra Series 3 ใช้กระบวนการผลิต 18A ➡️ ประสิทธิภาพกราฟิกดีขึ้นจนใกล้เคียง RTX 4050 ในบางงานทดสอบ ✅ แผนอนาคตของ Intel ➡️ Foundry คาดว่าจะเริ่มทำกำไรในปี 2027 เมื่อ 14A พร้อมใช้งาน ➡️ CEO Lip‑Bu Tan ระบุว่า Intel “กำลังเดินหน้าเต็มกำลังสู่ 14A” ⚠️ ประเด็นที่ควรจับตา ‼️ ความผันผวนของ Intel ในช่วงที่ผ่านมา ⛔ ผลประกอบการและการปลดพนักงานจำนวนมากยังเป็นรอยแผลของบริษัท ‼️ การแข่งขันระดับโลกด้านเซมิคอนดักเตอร์ ⛔ Intel ต้องเร่งตาม TSMC และ Samsung ให้ทันในด้านเทคโนโลยีและกำลังผลิต ‼️ ความเสี่ยงของการพึ่งพาการสนับสนุนจากรัฐบาล ⛔ หากนโยบายเปลี่ยน อาจกระทบต่อการลงทุนและทิศทางของบริษัท https://www.tomshardware.com/tech-industry/president-trump-sec-lutnick-praise-intel-after-the-launch-of-panther-lake-chips-says-investment-in-company-already-bringing-tens-of-billions-of-dollars-for-the-american-people
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 175 มุมมอง 0 รีวิว
  • ราคา Steam Machine อาจหลุดออกมาแล้ว…และมันแพงกว่าที่หลายคนหวังไว้มาก

    ข้อมูลหลุดจากเว็บไซต์ค้าปลีกในสาธารณรัฐเช็กทำให้วงการเกมต้องสะดุ้ง—เพราะราคาของ Valve Steam Machine ที่หลายคนรอคอย อาจเริ่มต้นสูงถึง 19,826 โครูนาเช็ก หรือประมาณ $949 USD สำหรับรุ่น 512GB และอาจแตะ $1,070 USD สำหรับรุ่น 2TB ซึ่งสูงกว่าที่แฟน ๆ คาดหวังไว้มาก แม้จะยังไม่ใช่ราคาทางการ แต่ข้อมูลนี้ถูกพบใน backend code ของร้าน Smarty.cz ทำให้มีน้ำหนักไม่น้อย

    อย่างไรก็ตาม ราคานี้อาจไม่สะท้อนราคาที่จะขายในสหรัฐฯ เพราะสินค้าของบริษัทอเมริกันมักถูกบวกภาษีนำเข้าในยุโรป ตัวอย่างเช่น Steam Deck OLED รุ่น 512GB ที่สหรัฐฯ ขาย $549 แต่ร้านเดียวกันขายเทียบเท่า $690 ซึ่งแพงกว่า 22% หากใช้ตรรกะเดียวกัน Steam Machine อาจลงเอยที่ราว $750–$850 USD ในตลาดอเมริกา แต่ก็ยังถือว่า “สูงกว่าที่หวัง” อยู่ดี

    Valve เคยบอกว่า Steam Machine จะถูกวางตำแหน่งให้ “ใกล้เคียงพีซีระดับเริ่มต้น” และแข่งขันกับพีซีประกอบเองได้ แต่ด้วยราคาชิ้นส่วนที่พุ่งสูงจากวิกฤตหน่วยความจำ (RAM crisis) ทำให้ต้นทุนอาจสูงขึ้นกว่าที่ Valve ตั้งใจไว้ อีกทั้ง Valve ยังยืนยันว่าเครื่องนี้ จะไม่ถูกอุดหนุนราคา แบบที่เคยทำกับ Steam Deck รุ่นแรก ทำให้ราคาสุดท้ายอาจขยับขึ้นอีก

    แม้ราคาจะดูแรง แต่ Valve ระบุว่า Steam Machine จะมีประสิทธิภาพ “แรงกว่า 70% ของพีซีเกมมิ่งที่ Valve ตรวจพบในระบบ” ซึ่งอาจทำให้มันเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากได้เครื่องเล่นเกมพลังสูงที่ใช้ SteamOS โดยไม่ต้องประกอบพีซีเอง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่ข้อมูลหลุดเผยออกมา
    ราคาใน backend เริ่มที่ 19,826 CZK (~$949) สำหรับรุ่น 512GB
    รุ่น 2TB อาจอยู่ที่ ~$1,070 USD
    ราคายุโรปมักสูงกว่าสหรัฐฯ ประมาณ 20% ทำให้ราคาอเมริกาน่าจะอยู่ราว $750–$850
    Valve ยืนยันว่าเครื่องนี้จะไม่ถูกอุดหนุนราคาเหมือน Steam Deck รุ่นแรก

    ประเด็นที่ต้องระวัง
    ราคาที่หลุดอาจเป็นเพียง placeholder ยังไม่ใช่ราคาจริง
    วิกฤตราคา RAM อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นอีกในช่วงเปิดตัว
    ประสิทธิภาพ “ระดับพีซีเริ่มต้น” ยังไม่ชัดเจนว่าหมายถึงระดับไหน
    ราคาสุดท้ายอาจสูงกว่าที่คาด หาก Valve ไม่ลดกำไรเพื่อแข่งขันตลาด

    https://www.slashgear.com/2072196/new-steam-machine-price-leak/
    🎮 ราคา Steam Machine อาจหลุดออกมาแล้ว…และมันแพงกว่าที่หลายคนหวังไว้มาก ข้อมูลหลุดจากเว็บไซต์ค้าปลีกในสาธารณรัฐเช็กทำให้วงการเกมต้องสะดุ้ง—เพราะราคาของ Valve Steam Machine ที่หลายคนรอคอย อาจเริ่มต้นสูงถึง 19,826 โครูนาเช็ก หรือประมาณ $949 USD สำหรับรุ่น 512GB และอาจแตะ $1,070 USD สำหรับรุ่น 2TB ซึ่งสูงกว่าที่แฟน ๆ คาดหวังไว้มาก แม้จะยังไม่ใช่ราคาทางการ แต่ข้อมูลนี้ถูกพบใน backend code ของร้าน Smarty.cz ทำให้มีน้ำหนักไม่น้อย อย่างไรก็ตาม ราคานี้อาจไม่สะท้อนราคาที่จะขายในสหรัฐฯ เพราะสินค้าของบริษัทอเมริกันมักถูกบวกภาษีนำเข้าในยุโรป ตัวอย่างเช่น Steam Deck OLED รุ่น 512GB ที่สหรัฐฯ ขาย $549 แต่ร้านเดียวกันขายเทียบเท่า $690 ซึ่งแพงกว่า 22% หากใช้ตรรกะเดียวกัน Steam Machine อาจลงเอยที่ราว $750–$850 USD ในตลาดอเมริกา แต่ก็ยังถือว่า “สูงกว่าที่หวัง” อยู่ดี Valve เคยบอกว่า Steam Machine จะถูกวางตำแหน่งให้ “ใกล้เคียงพีซีระดับเริ่มต้น” และแข่งขันกับพีซีประกอบเองได้ แต่ด้วยราคาชิ้นส่วนที่พุ่งสูงจากวิกฤตหน่วยความจำ (RAM crisis) ทำให้ต้นทุนอาจสูงขึ้นกว่าที่ Valve ตั้งใจไว้ อีกทั้ง Valve ยังยืนยันว่าเครื่องนี้ จะไม่ถูกอุดหนุนราคา แบบที่เคยทำกับ Steam Deck รุ่นแรก ทำให้ราคาสุดท้ายอาจขยับขึ้นอีก แม้ราคาจะดูแรง แต่ Valve ระบุว่า Steam Machine จะมีประสิทธิภาพ “แรงกว่า 70% ของพีซีเกมมิ่งที่ Valve ตรวจพบในระบบ” ซึ่งอาจทำให้มันเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากได้เครื่องเล่นเกมพลังสูงที่ใช้ SteamOS โดยไม่ต้องประกอบพีซีเอง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่ข้อมูลหลุดเผยออกมา ➡️ ราคาใน backend เริ่มที่ 19,826 CZK (~$949) สำหรับรุ่น 512GB ➡️ รุ่น 2TB อาจอยู่ที่ ~$1,070 USD ➡️ ราคายุโรปมักสูงกว่าสหรัฐฯ ประมาณ 20% ทำให้ราคาอเมริกาน่าจะอยู่ราว $750–$850 ➡️ Valve ยืนยันว่าเครื่องนี้จะไม่ถูกอุดหนุนราคาเหมือน Steam Deck รุ่นแรก ‼️ ประเด็นที่ต้องระวัง ⛔ ราคาที่หลุดอาจเป็นเพียง placeholder ยังไม่ใช่ราคาจริง ⛔ วิกฤตราคา RAM อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นอีกในช่วงเปิดตัว ⛔ ประสิทธิภาพ “ระดับพีซีเริ่มต้น” ยังไม่ชัดเจนว่าหมายถึงระดับไหน ⛔ ราคาสุดท้ายอาจสูงกว่าที่คาด หาก Valve ไม่ลดกำไรเพื่อแข่งขันตลาด https://www.slashgear.com/2072196/new-steam-machine-price-leak/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    The Steam Machine's Price Might Have Just Leaked And It's Not What We Hoped For - SlashGear
    The has been a lot of buzz surrounding the Steam Machine console, and while nothing official has been released, we might have a good idea how much it will cost.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 92 มุมมอง 0 รีวิว
  • ท่องเที่บวดูเพลินๆ
    https://youtu.be/uYRb0s8a0jE?si=3WaZI8GXSgSDkkwr
    #แบกเป้เกอร์
    #เอกวาดอร์
    #ท่องเที่ยว
    #อเมริกาใต้
    #Ecuador
    ท่องเที่บวดูเพลินๆ https://youtu.be/uYRb0s8a0jE?si=3WaZI8GXSgSDkkwr #แบกเป้เกอร์ #เอกวาดอร์ #ท่องเที่ยว #อเมริกาใต้ #Ecuador
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 47 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 10

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 10 (จบ)
    สรุปว่า ยุทธศาสตร์ของอเมริกาคือ ยุทธศาสตร์เพื่อการ “ครองโลกแต่ผู้เดียว” ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมา
    ส่วนยุทธศาสตร์ของรัสเซีย น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “รัสเซียแกร่งกล้า” ที่สร้างบ้านเมืองให้แข็งแกร่งขึ้นมาใหม่ได้ และพร้อมแล้วที่จะบอกกับอเมริกาว่า “พอได้แล้วนะ” อเมริกาไม่ได้เป็นผู้กำหนดชะตาของทุกประเทศในโลกนี้อีกแล้ว การก้าวเข้าไปในซีเรีย และตะวันออกกลางของรัสเซีย มันแปลได้อย่างนั้น
    และยุทธศาสตร์ของจีน น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “จีนยิ่งใหญ่” หรือประเภทมังกรทะยานฟ้า เรื่องปิดล้อมจีนจบแล้ว อย่าได้คิดเชียวว่า จะมีใครมาปิด มาล้อมจีนได้อีก ไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ หรือกำลังทหาร ไม่มีทางแล้ว
    และตามยุทธศาสตร์ของทั้ง 3 ผู้ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานเช่นเดียวกัน 3 เรื่อง เพื่อจะเดินหน้าตามแผนของตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือ
    – มีอาวุธที่สุดยอด
    – มีกองกำลังที่ยิ่งใหญ่
    – ได้ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ
    เรื่องอาวุธ ผมไม่ขอวิเคราะห์ ใครมีอาวุธสุดยอดกว่าใคร เชื่อว่าไม่มีใครรู้จริงทั้งหมด นอกจากจะอยู่วงในสุดของแต่ละประเทศ และจะรู้จริงก็ตอนลงมือโซ้ยกันนั่นแหละครับ
    ส่วนยุทธศาสตร์ในการใช้อาวุธ จะใช้รูปแบบขนาด ระยะยิง จากฐานใดบ้าง มันคือแผนการรบ คนที่จะรู้แผนการรบจริงคือ ผู้บัญชาการรบ ผมเป็นแค่คนเล่านิทาน ไม่บังอาจไปวิจารณ์ฝ่ายใด คงบอกได้แต่ว่า ถ้าอเมริกาต้องเจอ รัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และปากีสถาน พร้อมกัน ผมว่า อเมริกาคงคิดหนัก นาโตถึงยังเป็นใบ้ และญี่ปุ่น ที่คิดจะแบกถาดให้อเมริกา วันนี้ น่าจะยังใช้เวลาหาถาดอีกนาน
    เรื่องกองกำลังของอเมริกา ต้องนับรวมทั้ง ทหารจริง ทหารรับจ้าง ทั้งของตัวเอง และของลูกหาบ ที่ครอบคลุม และแอบซ่อนอยู่ตามฐานทัพทั่วโลก และตอนนี้ คงต้องนับรวมเครือข่ายของผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินเข้าไปด้วย แปลว่า อเมริกาน่าจะมีแยะจริงๆ
    แต่ผมก็ยังเชื่อว่า อเมริกา เดี่ยวๆ ไม่มีกำลังพลมากกว่า รัสเซียเดี่ยว หรือจีนเดี่ยวอยู่แล้ว ยิ่งกำลังพลรัสเซียบวกจีน อเมริกายิ่งไม่มีทางเทียบ อเมริกาจึงต้องเช็คชื่อ เรียกลูกหาบมาเกือบทั้งโลก อย่างที่อเมริกากำลังดำเนินการอยู่
    คุณพี่ปูติน เดินหมากรุกเข้าไปในซีเรีย นี่จะเต็ม 3 เดือนแล้วนะครับ อเมริกายังเล่นหมากหลบ หมากเลี่ยง หมากเขก แต่ยังไม่ออกหมากรุกกลับ เข้าใจว่า คงยังเล่นหมากเก็บ “นับหัว” เอาเข้าคอกให้ครบเสียก่อน
    ส่วนเรื่องครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เล่านิทานมา 2 ปีกว่า มาจนถึงเรื่องนี้ ตอนนี้ คิดว่าอเมริกาพูดได้เต็มปากหรือไม่ว่า ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ของโลกไว้ได้แล้ว
    มันก็ย้อนกลับมาที่เดิมว่า ยุทธศาสตร์ที่แต่ละฝ่ายใช้ และการเดินหมากตามยุทธศาสตร์ได้ผลอย่างไร การเดินหมากแบบลุยกินดะไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่า จะทำให้ชนะเสมอไป ขณะเดียวกัน การเดินหมาก ที่เหมือนขยับไม่กี่ตา แต่ขยับอีกที ก็รุกฆาตแล้ว ก็อาจเกิดขึ้นได้เหมือนกัน
    ตลอดเวลา 70 ปีที่ผ่านมา อเมริกาเดินหมาก เหมือนกินดะได้ไปเกือบทั่วโลกแล้ว แต่การเดินหมากช่วงหลังของอเมริกา ดันสะดุดหัวแม่ตีนตัวเอง หัวทิ่มอย่างไม่น่าเชื่อ จากกระดาษซับไพรม์ใบบางๆ ที่ทำให้ตอนนี้อเมริกายังกระเป๋าฉีก ตูดขาด แต่อเมริกาสร้างเรื่องอื่นขึ้นมากลบ สื่อก็ช่วยพาเลี้ยว ชาวบ้านก็เลยลืม
    ปี ค.ศ.2007 เมื่ออเมริกาเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ จากเรื่องซับไพรม์ subprime ที่บริษัทเงินทุนจอมตะกละของอเมริกา เอาเอกสารลูกหนี้เงินกู้ซื้อบ้าน ไปขายลดต่ออีกหลายทอด จนไหม้เกรียม ลูกหนี้คนเดียว มีเจ้าหนี้ยืนเรียงคิวคอย พอเศรษฐกิจไม่ดี ลูกหนี้เจ็ง ไม่มีเงินผ่อนส่ง ไอ้พวกที่ซื้อไว้เป็นทอดๆ เรียงคิวคอย ก็ม่อยกะรอก ล้มตามกันเป็นพรวน และทำให้เศรษฐกิจอเมริกาสะอึกพรวด นักการเงินแก้ปัญหาหนี้เสียของบริษัทการเงิน ด้วยการเอาเงินรัฐมาอุ้มบริษัทการเงินเป็นจำนวนมหาศาล ตามสูตรสำเร็จ หลังจากนั้น ก็ลามไปกันใหญ่ และวันนี้อเมริกาก็มีหนี้กองโต ต้องลดงบ ตัดงบ ที่รวมไปถึงงบทางกองทัพด้วย
    สรุปสั้นๆ ว่า อเมริกาตูดขาดมาเกือบสิบปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังขาดอยู่ แต่ยังต้องทำหน้าใหญ่เอาไว้ แต่พินิจให้ดีๆ เถิดครับ หน้า พณ.ใบตองแห้ง กับ พณ.กลาโหม เวลาแถลงอะไรเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ที่ต้องยกกองกำลังเข้าไปที่ไหน ทำหน้าเหมือนกับกินข้าวบูดมันเน่ามาทั้งนั้น แถมถ้าจำเป็นต้องส่งกำลังไปเพื่อรักษาหน้า ก็เป็นหลักร้อย ส่วนอาวุธ ส่วนใหญ่ก็เป็นโดรน ไม่มีคนขับ อเมริกาถึงยืนยันว่า no boots on the ground อยู่ตลอดเวลาได้แต่คอยชี้นิ้วสั่ง โอลอง เอ็งไปซิ แคมารอน เอ็งด้วย เอะ แล้วอเมริกาหายไปไหน แค่ส่งไปที่ละร้อย สองร้อยคน แถวซีเรีย อีรัค ขายหน้าพี่เบิ้มหมด
    แต่ถึงอย่างนั้น เป็นประเทศมหาอำนาจมา 70 ปี สั่งซ้ายหันขวาหัน ให้มาเลียมือเลียตีนได้หมด แค่ตูดขาดไม่ถึง 10 ปี หมากเด็ด หายหมด หมากรุก ไม่มี อย่างนั้นหรือครับ แบบนี้จะแปลว่าอะไร
    แปลว่า อเมริกาซ่อนหมากเด็ด เตรียมไว้รุกฆาต หรือแปลว่าอเมริการบไม่เป็น หรือไม่มีปัญญายกทัพมารบแล้ว…
    น่าสังเกตว่า อเมริกาอาจจะถนัดแต่การรบแบบปฏิบัติการ หรือรบแบบกองโจรไปปล้นประเทศที่ไม่ทางสู้มากกว่า หรือไม่ก็ใช้ทหารรับจ้าง ที่เรียกเสียหรูว่า contractor หรือ security advisor เป็นผู้ไป “ดำเนินการ” ไม่ใช่การรบจริง เต็มรูปแบบทางกำลังทหาร
    ตลอดเวลาประมาณ 70 ที่ผ่านมา มีเพียง 2,3 ครั้งเท่านั้น ที่เป็นการรบจริง คือ ในสงครามเกาหลี และสงครามเวียตนามเท่านั้น นั่นมันก็กว่า 50 ปีมาแล้ว นอกนั้น มันเป็นการปฏิบัติการโดยพวกทหารรับจ้าง กับทหารนอกระบบ ที่เรียกว่า “stay behind” เครือข่ายหลังฉาก หรือเครือข่ายที่ซ่อนเร้นเกือบทั้งสิ้น แม้ในสมัยสงครามอิรัค อเมริกาก็ใช้ทหารรับจ้างมาก พอๆกับทหารในกองทัพ ถึงได้งบบานฉิบหายไป ส่วนนาโต้เอง ก็ไม่ได้มีกองกำลังทหารจริงทั้งหมด ใช้เครือข่าย stay behind กับ contractor มากเช่นเดียวกัน
    แต่ระหว่างเกือบ 10 ที่เศรษฐกิจอเมริกาสะอึก ฝั่งรัสเซียจีน แม้จะไม่ได้ฉลุย แต่ก็น่าจะมีอะไรดี ไม่งั้นรัสเซียคงไม่หาญกล้ายกพลเข้าไปที่ซีเรีย และการยกพลของรัสเซียครั้งนี้ คุณพี่ปูตินเล่นยกมาเป็นกองทัพ ทั้งบกเรืออากาศ มีเรือรบ มีเครื่องบิน มีรถถัง ทหารราบจำนวนแสน
    แล้วอเมริกาเดินหมากยังไงครับ ตอนนี้เป็นหมากพูด หรือหมากพ่น อย่าเป็นหมากเผ่นก็แล้วกัน
    เมื่อไม่นานมานี่ พณ. ใบตองแห้ง ออกมาพูดเองว่า ไอซิสแผ่วแล้วนะ พื้นที่ที่ยึดไปในอิรัคเหลือน้อยแล้ว ที่ซีเรียก็เช่นเดียวกัน หายไปแยะ ก็ใช่ซิ รัสเซียถล่มเสียราบ กองกำลังร่วมของอเมริกา เข้าไป 4 ปีกว่า ไอซิสมีแต่งอกเพิ่ม รัสเซียมาไม่ถึง 3 เดือน ไอซิสมุดรูหนีออกไปทางลิเบียหมด แต่ พณ.ใบตอง แห้งยังออกมาพูดเอาคะแนน แถมขู่พวกตัวหัวหน้าไอซิสอีกว่า you are next ต่อไปคือพวกเอ็ง ….เป็นการขู่ผ่านสื่อออกทีวี ….เห็นสันดานใบตองแห้งชัดจริงๆ
    ตกลงถึงวันนี้ ผมยังไม่เห็นหมากเด็ด หมากรุก อะไรที่จะทำให้ผมเชื่อว่า อเมริกาเป็นนักยุทธศาสตร์ทางด้านการรบ เอาละ มันยังไม่ถึงเวลารบจริง เพราะฉะนั้นตอนนี้ ต้องดูการเดินหมาก “เตรียมรบ” มากกว่า ว่าของใครล้ำลึกเด็ดขาดกว่ากัน คือดูตัวหมาก ที่แต่ละฝ่าย เลือกเอามาเดิน เลือกกิน หรือเลือกทิ้ง
    ตามทฤษฏีของไอ้แสบเบรสินสกี้ หมากตัวสำคัญในตะวันออกกลาง มี 2 ตัว คือ อิหร่าน กับตุรกี วันนี้เราเห็นชัดว่า อิหร่าน เปิดเผยว่าอยู่ขั้วรัสเซียจีน แผนบีบด้วยนิวเคลียร์ บีบอิหร่านไม่สำเร็จ
    ในตะวันออกกลางจึงเหลือตุรกี ที่เป็นหมากให้ดูว่า รัสเซียเสียตุรกี หรือรัสเซียถีบตุรกีทิ้ง และถ้าอเมริกาเลือกตุรกีมาเป็นหมากฝ่ายตัว เป็นเรื่องดี หรือ ซวยของอเมริกา
    ถัดมาเป็นหมาก แถวมหาสมุทรอินเดีย ใกล้บ้านเราเข้ามาหน่อย
    ปากีสถาน ก็เป็นหมากที่น่าสนใจตามดูเช่นเดียวกัน ว่า ปากีสถานทิ้งอเมริกา หรืออเมริกาทิ้งปากีสถาน และมาเลือกอินเดีย เพราะหมาก 2 ตัวนี้ คงจะอยู่ข้างเดียวกันยาก แม้ตอนนี้จะมีความพยายาม แต่นั่นแหละ แขกเป็นนักเล่นกล ไม่รู้ว่าอเมริกาจะรู้จักตำนานนี้ไหม
    อเมริกา จะเลือกเดินหมากอินเดียเพราะอะไร และอเมริกาได้ หรืออเมริกาเสีย ในการเสียปากีสถาน และ (ยังไม่แน่ว่าจะ) ได้ อินเดีย
    ช่วงนี้ดูหมาก 3 ตัวนี้ไว้เท่านั้นแหละครับ ตุรกี ปากีสถาน อืนเดีย การเดินหมาก 3 ตัวนี้ จะทำให้เห็นว่า ยุทธศาตร์ฝ่ายไหน ลึกซึ้ง และฝ่ายใด กำลังเดินหมาก รุก……
    หลังปีใหม่ ค่อยมาอ่านนิทานต่อนะครับ
    ระหว่างข้ามปี ใช้ชีวิตสบายๆ สวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ทำกุศล ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้เกิดสวัสดิมงคลแก่บ้านเมือง ตัวเองและครอบครัว และโชคดีตลอดปีใหม่ นะครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    31 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 10 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 10 (จบ) สรุปว่า ยุทธศาสตร์ของอเมริกาคือ ยุทธศาสตร์เพื่อการ “ครองโลกแต่ผู้เดียว” ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ส่วนยุทธศาสตร์ของรัสเซีย น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “รัสเซียแกร่งกล้า” ที่สร้างบ้านเมืองให้แข็งแกร่งขึ้นมาใหม่ได้ และพร้อมแล้วที่จะบอกกับอเมริกาว่า “พอได้แล้วนะ” อเมริกาไม่ได้เป็นผู้กำหนดชะตาของทุกประเทศในโลกนี้อีกแล้ว การก้าวเข้าไปในซีเรีย และตะวันออกกลางของรัสเซีย มันแปลได้อย่างนั้น และยุทธศาสตร์ของจีน น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “จีนยิ่งใหญ่” หรือประเภทมังกรทะยานฟ้า เรื่องปิดล้อมจีนจบแล้ว อย่าได้คิดเชียวว่า จะมีใครมาปิด มาล้อมจีนได้อีก ไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ หรือกำลังทหาร ไม่มีทางแล้ว และตามยุทธศาสตร์ของทั้ง 3 ผู้ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานเช่นเดียวกัน 3 เรื่อง เพื่อจะเดินหน้าตามแผนของตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือ – มีอาวุธที่สุดยอด – มีกองกำลังที่ยิ่งใหญ่ – ได้ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เรื่องอาวุธ ผมไม่ขอวิเคราะห์ ใครมีอาวุธสุดยอดกว่าใคร เชื่อว่าไม่มีใครรู้จริงทั้งหมด นอกจากจะอยู่วงในสุดของแต่ละประเทศ และจะรู้จริงก็ตอนลงมือโซ้ยกันนั่นแหละครับ ส่วนยุทธศาสตร์ในการใช้อาวุธ จะใช้รูปแบบขนาด ระยะยิง จากฐานใดบ้าง มันคือแผนการรบ คนที่จะรู้แผนการรบจริงคือ ผู้บัญชาการรบ ผมเป็นแค่คนเล่านิทาน ไม่บังอาจไปวิจารณ์ฝ่ายใด คงบอกได้แต่ว่า ถ้าอเมริกาต้องเจอ รัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และปากีสถาน พร้อมกัน ผมว่า อเมริกาคงคิดหนัก นาโตถึงยังเป็นใบ้ และญี่ปุ่น ที่คิดจะแบกถาดให้อเมริกา วันนี้ น่าจะยังใช้เวลาหาถาดอีกนาน เรื่องกองกำลังของอเมริกา ต้องนับรวมทั้ง ทหารจริง ทหารรับจ้าง ทั้งของตัวเอง และของลูกหาบ ที่ครอบคลุม และแอบซ่อนอยู่ตามฐานทัพทั่วโลก และตอนนี้ คงต้องนับรวมเครือข่ายของผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินเข้าไปด้วย แปลว่า อเมริกาน่าจะมีแยะจริงๆ แต่ผมก็ยังเชื่อว่า อเมริกา เดี่ยวๆ ไม่มีกำลังพลมากกว่า รัสเซียเดี่ยว หรือจีนเดี่ยวอยู่แล้ว ยิ่งกำลังพลรัสเซียบวกจีน อเมริกายิ่งไม่มีทางเทียบ อเมริกาจึงต้องเช็คชื่อ เรียกลูกหาบมาเกือบทั้งโลก อย่างที่อเมริกากำลังดำเนินการอยู่ คุณพี่ปูติน เดินหมากรุกเข้าไปในซีเรีย นี่จะเต็ม 3 เดือนแล้วนะครับ อเมริกายังเล่นหมากหลบ หมากเลี่ยง หมากเขก แต่ยังไม่ออกหมากรุกกลับ เข้าใจว่า คงยังเล่นหมากเก็บ “นับหัว” เอาเข้าคอกให้ครบเสียก่อน ส่วนเรื่องครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เล่านิทานมา 2 ปีกว่า มาจนถึงเรื่องนี้ ตอนนี้ คิดว่าอเมริกาพูดได้เต็มปากหรือไม่ว่า ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ของโลกไว้ได้แล้ว มันก็ย้อนกลับมาที่เดิมว่า ยุทธศาสตร์ที่แต่ละฝ่ายใช้ และการเดินหมากตามยุทธศาสตร์ได้ผลอย่างไร การเดินหมากแบบลุยกินดะไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่า จะทำให้ชนะเสมอไป ขณะเดียวกัน การเดินหมาก ที่เหมือนขยับไม่กี่ตา แต่ขยับอีกที ก็รุกฆาตแล้ว ก็อาจเกิดขึ้นได้เหมือนกัน ตลอดเวลา 70 ปีที่ผ่านมา อเมริกาเดินหมาก เหมือนกินดะได้ไปเกือบทั่วโลกแล้ว แต่การเดินหมากช่วงหลังของอเมริกา ดันสะดุดหัวแม่ตีนตัวเอง หัวทิ่มอย่างไม่น่าเชื่อ จากกระดาษซับไพรม์ใบบางๆ ที่ทำให้ตอนนี้อเมริกายังกระเป๋าฉีก ตูดขาด แต่อเมริกาสร้างเรื่องอื่นขึ้นมากลบ สื่อก็ช่วยพาเลี้ยว ชาวบ้านก็เลยลืม ปี ค.ศ.2007 เมื่ออเมริกาเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ จากเรื่องซับไพรม์ subprime ที่บริษัทเงินทุนจอมตะกละของอเมริกา เอาเอกสารลูกหนี้เงินกู้ซื้อบ้าน ไปขายลดต่ออีกหลายทอด จนไหม้เกรียม ลูกหนี้คนเดียว มีเจ้าหนี้ยืนเรียงคิวคอย พอเศรษฐกิจไม่ดี ลูกหนี้เจ็ง ไม่มีเงินผ่อนส่ง ไอ้พวกที่ซื้อไว้เป็นทอดๆ เรียงคิวคอย ก็ม่อยกะรอก ล้มตามกันเป็นพรวน และทำให้เศรษฐกิจอเมริกาสะอึกพรวด นักการเงินแก้ปัญหาหนี้เสียของบริษัทการเงิน ด้วยการเอาเงินรัฐมาอุ้มบริษัทการเงินเป็นจำนวนมหาศาล ตามสูตรสำเร็จ หลังจากนั้น ก็ลามไปกันใหญ่ และวันนี้อเมริกาก็มีหนี้กองโต ต้องลดงบ ตัดงบ ที่รวมไปถึงงบทางกองทัพด้วย สรุปสั้นๆ ว่า อเมริกาตูดขาดมาเกือบสิบปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังขาดอยู่ แต่ยังต้องทำหน้าใหญ่เอาไว้ แต่พินิจให้ดีๆ เถิดครับ หน้า พณ.ใบตองแห้ง กับ พณ.กลาโหม เวลาแถลงอะไรเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ที่ต้องยกกองกำลังเข้าไปที่ไหน ทำหน้าเหมือนกับกินข้าวบูดมันเน่ามาทั้งนั้น แถมถ้าจำเป็นต้องส่งกำลังไปเพื่อรักษาหน้า ก็เป็นหลักร้อย ส่วนอาวุธ ส่วนใหญ่ก็เป็นโดรน ไม่มีคนขับ อเมริกาถึงยืนยันว่า no boots on the ground อยู่ตลอดเวลาได้แต่คอยชี้นิ้วสั่ง โอลอง เอ็งไปซิ แคมารอน เอ็งด้วย เอะ แล้วอเมริกาหายไปไหน แค่ส่งไปที่ละร้อย สองร้อยคน แถวซีเรีย อีรัค ขายหน้าพี่เบิ้มหมด แต่ถึงอย่างนั้น เป็นประเทศมหาอำนาจมา 70 ปี สั่งซ้ายหันขวาหัน ให้มาเลียมือเลียตีนได้หมด แค่ตูดขาดไม่ถึง 10 ปี หมากเด็ด หายหมด หมากรุก ไม่มี อย่างนั้นหรือครับ แบบนี้จะแปลว่าอะไร แปลว่า อเมริกาซ่อนหมากเด็ด เตรียมไว้รุกฆาต หรือแปลว่าอเมริการบไม่เป็น หรือไม่มีปัญญายกทัพมารบแล้ว… น่าสังเกตว่า อเมริกาอาจจะถนัดแต่การรบแบบปฏิบัติการ หรือรบแบบกองโจรไปปล้นประเทศที่ไม่ทางสู้มากกว่า หรือไม่ก็ใช้ทหารรับจ้าง ที่เรียกเสียหรูว่า contractor หรือ security advisor เป็นผู้ไป “ดำเนินการ” ไม่ใช่การรบจริง เต็มรูปแบบทางกำลังทหาร ตลอดเวลาประมาณ 70 ที่ผ่านมา มีเพียง 2,3 ครั้งเท่านั้น ที่เป็นการรบจริง คือ ในสงครามเกาหลี และสงครามเวียตนามเท่านั้น นั่นมันก็กว่า 50 ปีมาแล้ว นอกนั้น มันเป็นการปฏิบัติการโดยพวกทหารรับจ้าง กับทหารนอกระบบ ที่เรียกว่า “stay behind” เครือข่ายหลังฉาก หรือเครือข่ายที่ซ่อนเร้นเกือบทั้งสิ้น แม้ในสมัยสงครามอิรัค อเมริกาก็ใช้ทหารรับจ้างมาก พอๆกับทหารในกองทัพ ถึงได้งบบานฉิบหายไป ส่วนนาโต้เอง ก็ไม่ได้มีกองกำลังทหารจริงทั้งหมด ใช้เครือข่าย stay behind กับ contractor มากเช่นเดียวกัน แต่ระหว่างเกือบ 10 ที่เศรษฐกิจอเมริกาสะอึก ฝั่งรัสเซียจีน แม้จะไม่ได้ฉลุย แต่ก็น่าจะมีอะไรดี ไม่งั้นรัสเซียคงไม่หาญกล้ายกพลเข้าไปที่ซีเรีย และการยกพลของรัสเซียครั้งนี้ คุณพี่ปูตินเล่นยกมาเป็นกองทัพ ทั้งบกเรืออากาศ มีเรือรบ มีเครื่องบิน มีรถถัง ทหารราบจำนวนแสน แล้วอเมริกาเดินหมากยังไงครับ ตอนนี้เป็นหมากพูด หรือหมากพ่น อย่าเป็นหมากเผ่นก็แล้วกัน เมื่อไม่นานมานี่ พณ. ใบตองแห้ง ออกมาพูดเองว่า ไอซิสแผ่วแล้วนะ พื้นที่ที่ยึดไปในอิรัคเหลือน้อยแล้ว ที่ซีเรียก็เช่นเดียวกัน หายไปแยะ ก็ใช่ซิ รัสเซียถล่มเสียราบ กองกำลังร่วมของอเมริกา เข้าไป 4 ปีกว่า ไอซิสมีแต่งอกเพิ่ม รัสเซียมาไม่ถึง 3 เดือน ไอซิสมุดรูหนีออกไปทางลิเบียหมด แต่ พณ.ใบตอง แห้งยังออกมาพูดเอาคะแนน แถมขู่พวกตัวหัวหน้าไอซิสอีกว่า you are next ต่อไปคือพวกเอ็ง ….เป็นการขู่ผ่านสื่อออกทีวี ….เห็นสันดานใบตองแห้งชัดจริงๆ ตกลงถึงวันนี้ ผมยังไม่เห็นหมากเด็ด หมากรุก อะไรที่จะทำให้ผมเชื่อว่า อเมริกาเป็นนักยุทธศาสตร์ทางด้านการรบ เอาละ มันยังไม่ถึงเวลารบจริง เพราะฉะนั้นตอนนี้ ต้องดูการเดินหมาก “เตรียมรบ” มากกว่า ว่าของใครล้ำลึกเด็ดขาดกว่ากัน คือดูตัวหมาก ที่แต่ละฝ่าย เลือกเอามาเดิน เลือกกิน หรือเลือกทิ้ง ตามทฤษฏีของไอ้แสบเบรสินสกี้ หมากตัวสำคัญในตะวันออกกลาง มี 2 ตัว คือ อิหร่าน กับตุรกี วันนี้เราเห็นชัดว่า อิหร่าน เปิดเผยว่าอยู่ขั้วรัสเซียจีน แผนบีบด้วยนิวเคลียร์ บีบอิหร่านไม่สำเร็จ ในตะวันออกกลางจึงเหลือตุรกี ที่เป็นหมากให้ดูว่า รัสเซียเสียตุรกี หรือรัสเซียถีบตุรกีทิ้ง และถ้าอเมริกาเลือกตุรกีมาเป็นหมากฝ่ายตัว เป็นเรื่องดี หรือ ซวยของอเมริกา ถัดมาเป็นหมาก แถวมหาสมุทรอินเดีย ใกล้บ้านเราเข้ามาหน่อย ปากีสถาน ก็เป็นหมากที่น่าสนใจตามดูเช่นเดียวกัน ว่า ปากีสถานทิ้งอเมริกา หรืออเมริกาทิ้งปากีสถาน และมาเลือกอินเดีย เพราะหมาก 2 ตัวนี้ คงจะอยู่ข้างเดียวกันยาก แม้ตอนนี้จะมีความพยายาม แต่นั่นแหละ แขกเป็นนักเล่นกล ไม่รู้ว่าอเมริกาจะรู้จักตำนานนี้ไหม อเมริกา จะเลือกเดินหมากอินเดียเพราะอะไร และอเมริกาได้ หรืออเมริกาเสีย ในการเสียปากีสถาน และ (ยังไม่แน่ว่าจะ) ได้ อินเดีย ช่วงนี้ดูหมาก 3 ตัวนี้ไว้เท่านั้นแหละครับ ตุรกี ปากีสถาน อืนเดีย การเดินหมาก 3 ตัวนี้ จะทำให้เห็นว่า ยุทธศาตร์ฝ่ายไหน ลึกซึ้ง และฝ่ายใด กำลังเดินหมาก รุก…… หลังปีใหม่ ค่อยมาอ่านนิทานต่อนะครับ ระหว่างข้ามปี ใช้ชีวิตสบายๆ สวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ทำกุศล ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้เกิดสวัสดิมงคลแก่บ้านเมือง ตัวเองและครอบครัว และโชคดีตลอดปีใหม่ นะครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 31 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 265 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 9

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 9
    จีนไม่ได้วางระบบเส้นทางรางรถไฟอย่างเดียว คนและสินค้าไปมาได้ ก็ต้องมีเส้นทางให้น้ำมันละแก๊สส่งไปมาได้ด้วย จีนทำสัญญาสร้างท่อส่งน้ำมันและแก๊ส จากเกือบทุกแหล่งพลังงานในยูเรเซีย มาสู่แหล่งชุมชนและอุตสาหกรรมในจีน ทางส่วนเหนือ ส่วนกลาง และตะวันออกเฉียงใต้ การสร้างเริ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน สร้างไปได้ 10 ปี ค.ศ.2009 China National Petroleum Corporation (CNPC) หน่วยงานที่ดูแลด้านพลังงาน ซึ่งเป็นของรัฐก็ทำพิธีเปิดท่อส่งน้ำมัน เส้นทางจากท้องน้อยรัสเซีย คาซัคสถาน-จีน ระยะทางสุดท้าย เป็นท่อส่งเส้นทางยาว 1,400 ไมล์ จากทะเลสาปแคสเปียนมาถึงซินเจียง
    CNPC ยังร่วมมือกับท้องน้อยรัสเซียอีกรายคือ เติร์กเมนิสถาน สร้างท่อส่งแก๊สยาว 1,200 ไมล์ ขนานคู่มากับเส้นของ คาซัคสถาน เป็นการนำพลังงานจากภูมิภาคเดียวกันมาสู่จีน เป็นเติร์กเมนเดียวกัน กับที่ไม่ยอมร่วมรายการกับ Nabucco นั่นแหละ ….แบบนี้ อเมริกา ก็หน้าแหก อีกสิ ครั้งที่เท่าไหร่ จำไม่ได้แล้ว มันแยะจัง
    นอกจากนี้ จีนยังสร้างท่อส่งจากอ่าวเบงกอล ผ่านพม่า ข้ามไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เส้นทางยาวถึง 1,500 ไมล์ เพื่อส่งน้ำมัน ที่จีนซื้อจากตะวันออกกลางและพม่า เพื่อเลี่ยงการถูกรัดคอ จากการใช้เส้นทางส่งน้ำมันทางเรือ ผ่านช่องแคบมะละกา ที่ลูกหาบของอเมริกาคุม อาเฮียรอบคอบนะ
    และรายการท่อส่งแก๊สบันลือโลกระหว่างรัสเซียกับจีน มูลค่า 400 พันล้าน อายุ 30 ปี ที่ Gazprom ของรัสเซีย ที่คุณพี่ปูตินตั้งใจจะส่งให้อาเฮียเพื่อนรักอุ่นทั้งปี ด้วยการส่งแก๊ส
    ปีละ 38 พันล้านคิวบิกเมตร ท่อส่งนี้เป็นเครือข่ายที่ยาวจากไซบีเรีย ไปถึงแมนจูเรีย
    ระบบท่อส่งของจีน เมื่อรวมกับเครือข่ายท่อส่งของรัสเซีย ที่แผ่กว้างขึ้นบนลงล่างยาวไปถึงยุโรปส่วนต่างๆ และมาต่อกับตะวันออกกลาง เข้าเครือข่ายท่อส่งของอิหร่านแล้ว เครือข่ายท่อส่งของพันธมิตรด้านรัสเซียจีนอิหร่าน ซึ่งตอนนี้น่าจะนับรวมปากีสถาน ที่เขาว่าได้แหกคอก ออกมาจากแก๊งใบตองแห้งเรียบร้อยแล้ว น่าจะทำให้เห็นว่า การเดินหมากของฝ่ายรัสเซียจีนบวกอิหร่าน โดยการสร้างเครือข่ายท่อส่ง และระบบขนส่งทางบก สร้างเครือข่ายทางรถไฟความเร็วสูง เป็นการเดินหมากยุทธศาสตร์ที่สร้างการเชื่อมโยง สร้างความเจริญ สร้างรายได้ และสร้างสัมพันธ์ระหว่างกัน ระหว่างผู้ที่อยู่ในบริเวณ World Island ขณะเดียวกัน ก็เป็นการสร้างพลัง อำนาจต่อรอง และความกดดัน ได้อย่างน่าสนใจด้วย
    และในยามศึกสงคราม เส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์การรบ จีน รัสเซีย มองไกลนะครับ อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ คิดอาศัยเส้นทางทางเรืออย่างเดียว ก็เข้าทางเขา
    แต่ยุทธศาสตร์ของฝ่ายรัสเซียจีน ไม่ได้มีเพียงเครือข่ายท่อส่งและราง
    ในขั้นตอนที่ 2 ของการสร้างตามยุทธศาสตร์ รัสเซีย จีน ยังสร้างเครือข่ายด้านเศรษฐกิจการค้า ด้วยยุทธศาสตร์จับมือกันรอด จับมือกันรวย ด้วยการสร้าง “เครื่องคานอำนาจ” ทางเศรษฐกิจอีกด้วย
    รัสเซีย-จีน ตั้งกลุ่ม SCO เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ในปี ค.ศ.2001 นำโดยจีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีสถาน ทาจิกีสถาน และอุซเบกีสถาน นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมสังเกตุการณ์ เช่นอิหร่าน เบลารุส มองโกเลีย อาฟกานิสถาน ปากีสถาน และอินเดีย และการที่รัสเซียและจีน สร้างราง สร้างท่อส่งข้ามทวีปได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ด้วยกัน โดยเฉพาะจากพวกท้องน้อยทรงเสน่ห์ ที่ตอนนี้ ยังรอดตัวจากการถูกทุบจากอีกฝ่าย
    นอกจากนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.2014 จีนยังประกาศการก่อตั้ง ธนาคารเพื่อการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคของเอเซีย Asian Infrastructure Investment Bank หรือ ไออิบ AIIB มันเป็นทางเลือก สำหรับประเทศที่ต้องการกู้เงินเพื่อมาพัฒนา และผลจากการพัฒนาตกอยู่กับประเทศนั้น ไม่ใช่เดินเข้าไปกู้เงินธนาคารไหน แล้วดันถูกธนาคารที่ให้กู้ ต้มคนกู้จนฉิบหายล้มละลายแทบต้องขายประเทศ อย่างที่ World Bank, IMF ทำกับทั่วโลก กู้ไปกู้มา คนกู้เจ๊งหนักไปกว่าเดิม แล้วจะไปกู้ทำไม
    ไออิบ มี 14 ประเทศมาร่วมด้วย แม้กระทั่งพวกลูกหาบฝั่งอเมริกา เช่น เยอรมัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ก็มา แต่ผม ที่ไม่เชื่อใจพวกตะวันตกง่ายๆ ก็ยังตะขิดตะขวงใจ มาร่วมทำไม (วะ) มันคงมองเห็นโอกาสที่จะใช้หม้อใบใหม่ต้มต่อ
    แต่ ก้าวสำคัญของจีนคือ แผนการสร้างราง สร้างท่อส่ง และถนน จากจีนทางด้านตะวันตก ไปสุดทางที่กวาดาร์ Gwadar ของปากีสถาน เพื่อเตรียมไว้เป็นท่าเรือ ที่จีนอาจจะใช้ในการทหารได้ในอนาคต เป็นการมองการณ์ไกล และเป็นการเดินหมากรุก ที่จีนกล้าเล่น เพราะปากีสถาน ก็มีชื่อว่า “เคย” อยู่ในกำมือของอเมริกา ไม่ต่างกับ หมากตุรกี ที่รัสเซียกำลังเล่น ทั้งๆ ที่รู้ว่า ตุรกี ก็มีหลายหัว…
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    30 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 9 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 9 จีนไม่ได้วางระบบเส้นทางรางรถไฟอย่างเดียว คนและสินค้าไปมาได้ ก็ต้องมีเส้นทางให้น้ำมันละแก๊สส่งไปมาได้ด้วย จีนทำสัญญาสร้างท่อส่งน้ำมันและแก๊ส จากเกือบทุกแหล่งพลังงานในยูเรเซีย มาสู่แหล่งชุมชนและอุตสาหกรรมในจีน ทางส่วนเหนือ ส่วนกลาง และตะวันออกเฉียงใต้ การสร้างเริ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน สร้างไปได้ 10 ปี ค.ศ.2009 China National Petroleum Corporation (CNPC) หน่วยงานที่ดูแลด้านพลังงาน ซึ่งเป็นของรัฐก็ทำพิธีเปิดท่อส่งน้ำมัน เส้นทางจากท้องน้อยรัสเซีย คาซัคสถาน-จีน ระยะทางสุดท้าย เป็นท่อส่งเส้นทางยาว 1,400 ไมล์ จากทะเลสาปแคสเปียนมาถึงซินเจียง CNPC ยังร่วมมือกับท้องน้อยรัสเซียอีกรายคือ เติร์กเมนิสถาน สร้างท่อส่งแก๊สยาว 1,200 ไมล์ ขนานคู่มากับเส้นของ คาซัคสถาน เป็นการนำพลังงานจากภูมิภาคเดียวกันมาสู่จีน เป็นเติร์กเมนเดียวกัน กับที่ไม่ยอมร่วมรายการกับ Nabucco นั่นแหละ ….แบบนี้ อเมริกา ก็หน้าแหก อีกสิ ครั้งที่เท่าไหร่ จำไม่ได้แล้ว มันแยะจัง นอกจากนี้ จีนยังสร้างท่อส่งจากอ่าวเบงกอล ผ่านพม่า ข้ามไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เส้นทางยาวถึง 1,500 ไมล์ เพื่อส่งน้ำมัน ที่จีนซื้อจากตะวันออกกลางและพม่า เพื่อเลี่ยงการถูกรัดคอ จากการใช้เส้นทางส่งน้ำมันทางเรือ ผ่านช่องแคบมะละกา ที่ลูกหาบของอเมริกาคุม อาเฮียรอบคอบนะ และรายการท่อส่งแก๊สบันลือโลกระหว่างรัสเซียกับจีน มูลค่า 400 พันล้าน อายุ 30 ปี ที่ Gazprom ของรัสเซีย ที่คุณพี่ปูตินตั้งใจจะส่งให้อาเฮียเพื่อนรักอุ่นทั้งปี ด้วยการส่งแก๊ส ปีละ 38 พันล้านคิวบิกเมตร ท่อส่งนี้เป็นเครือข่ายที่ยาวจากไซบีเรีย ไปถึงแมนจูเรีย ระบบท่อส่งของจีน เมื่อรวมกับเครือข่ายท่อส่งของรัสเซีย ที่แผ่กว้างขึ้นบนลงล่างยาวไปถึงยุโรปส่วนต่างๆ และมาต่อกับตะวันออกกลาง เข้าเครือข่ายท่อส่งของอิหร่านแล้ว เครือข่ายท่อส่งของพันธมิตรด้านรัสเซียจีนอิหร่าน ซึ่งตอนนี้น่าจะนับรวมปากีสถาน ที่เขาว่าได้แหกคอก ออกมาจากแก๊งใบตองแห้งเรียบร้อยแล้ว น่าจะทำให้เห็นว่า การเดินหมากของฝ่ายรัสเซียจีนบวกอิหร่าน โดยการสร้างเครือข่ายท่อส่ง และระบบขนส่งทางบก สร้างเครือข่ายทางรถไฟความเร็วสูง เป็นการเดินหมากยุทธศาสตร์ที่สร้างการเชื่อมโยง สร้างความเจริญ สร้างรายได้ และสร้างสัมพันธ์ระหว่างกัน ระหว่างผู้ที่อยู่ในบริเวณ World Island ขณะเดียวกัน ก็เป็นการสร้างพลัง อำนาจต่อรอง และความกดดัน ได้อย่างน่าสนใจด้วย และในยามศึกสงคราม เส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์การรบ จีน รัสเซีย มองไกลนะครับ อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ คิดอาศัยเส้นทางทางเรืออย่างเดียว ก็เข้าทางเขา แต่ยุทธศาสตร์ของฝ่ายรัสเซียจีน ไม่ได้มีเพียงเครือข่ายท่อส่งและราง ในขั้นตอนที่ 2 ของการสร้างตามยุทธศาสตร์ รัสเซีย จีน ยังสร้างเครือข่ายด้านเศรษฐกิจการค้า ด้วยยุทธศาสตร์จับมือกันรอด จับมือกันรวย ด้วยการสร้าง “เครื่องคานอำนาจ” ทางเศรษฐกิจอีกด้วย รัสเซีย-จีน ตั้งกลุ่ม SCO เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ในปี ค.ศ.2001 นำโดยจีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีสถาน ทาจิกีสถาน และอุซเบกีสถาน นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมสังเกตุการณ์ เช่นอิหร่าน เบลารุส มองโกเลีย อาฟกานิสถาน ปากีสถาน และอินเดีย และการที่รัสเซียและจีน สร้างราง สร้างท่อส่งข้ามทวีปได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ด้วยกัน โดยเฉพาะจากพวกท้องน้อยทรงเสน่ห์ ที่ตอนนี้ ยังรอดตัวจากการถูกทุบจากอีกฝ่าย นอกจากนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.2014 จีนยังประกาศการก่อตั้ง ธนาคารเพื่อการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคของเอเซีย Asian Infrastructure Investment Bank หรือ ไออิบ AIIB มันเป็นทางเลือก สำหรับประเทศที่ต้องการกู้เงินเพื่อมาพัฒนา และผลจากการพัฒนาตกอยู่กับประเทศนั้น ไม่ใช่เดินเข้าไปกู้เงินธนาคารไหน แล้วดันถูกธนาคารที่ให้กู้ ต้มคนกู้จนฉิบหายล้มละลายแทบต้องขายประเทศ อย่างที่ World Bank, IMF ทำกับทั่วโลก กู้ไปกู้มา คนกู้เจ๊งหนักไปกว่าเดิม แล้วจะไปกู้ทำไม ไออิบ มี 14 ประเทศมาร่วมด้วย แม้กระทั่งพวกลูกหาบฝั่งอเมริกา เช่น เยอรมัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ก็มา แต่ผม ที่ไม่เชื่อใจพวกตะวันตกง่ายๆ ก็ยังตะขิดตะขวงใจ มาร่วมทำไม (วะ) มันคงมองเห็นโอกาสที่จะใช้หม้อใบใหม่ต้มต่อ แต่ ก้าวสำคัญของจีนคือ แผนการสร้างราง สร้างท่อส่ง และถนน จากจีนทางด้านตะวันตก ไปสุดทางที่กวาดาร์ Gwadar ของปากีสถาน เพื่อเตรียมไว้เป็นท่าเรือ ที่จีนอาจจะใช้ในการทหารได้ในอนาคต เป็นการมองการณ์ไกล และเป็นการเดินหมากรุก ที่จีนกล้าเล่น เพราะปากีสถาน ก็มีชื่อว่า “เคย” อยู่ในกำมือของอเมริกา ไม่ต่างกับ หมากตุรกี ที่รัสเซียกำลังเล่น ทั้งๆ ที่รู้ว่า ตุรกี ก็มีหลายหัว… สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 30 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 235 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ประกาศแผนเตรียมนำสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานภายใต้สหประชาชาติหลายสิบแห่ง โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาติสหรัฐฯ
    .
    รายชื่อองค์กรที่อยู่ระหว่างการถอนตัว ครอบคลุมทั้งองค์กรนอกสหประชาชาติ 35 แห่ง และหน่วยงานของสหประชาชาติ 31 แห่ง รวมถึงกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ และกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ โดยทำเนียบขาวระบุว่าการถอนตัวจะหมายถึงการยุติการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนทางการเงินในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต
    .
    ทำเนียบขาวชี้ว่า องค์กรเหล่านี้ส่งเสริมนโยบายระดับโลกที่ขัดกับอธิปไตยและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับองค์กรระหว่างรัฐบาล อนุสัญญา และสนธิสัญญาระหว่างประเทศทั้งหมด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001968
    .
    #News1live #News1 #สหรัฐอเมริกา #โดนัลด์ทรัมป์ #สหประชาชาติ #การเมืองโลก
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ประกาศแผนเตรียมนำสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานภายใต้สหประชาชาติหลายสิบแห่ง โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาติสหรัฐฯ . รายชื่อองค์กรที่อยู่ระหว่างการถอนตัว ครอบคลุมทั้งองค์กรนอกสหประชาชาติ 35 แห่ง และหน่วยงานของสหประชาชาติ 31 แห่ง รวมถึงกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ และกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ โดยทำเนียบขาวระบุว่าการถอนตัวจะหมายถึงการยุติการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนทางการเงินในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต . ทำเนียบขาวชี้ว่า องค์กรเหล่านี้ส่งเสริมนโยบายระดับโลกที่ขัดกับอธิปไตยและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับองค์กรระหว่างรัฐบาล อนุสัญญา และสนธิสัญญาระหว่างประเทศทั้งหมด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001968 . #News1live #News1 #สหรัฐอเมริกา #โดนัลด์ทรัมป์ #สหประชาชาติ #การเมืองโลก
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 358 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา เสนอให้งบประมาณด้านกลาโหมของสหรัฐฯ ในปี 2027 เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ สูงกว่างบประมาณปี 2026 ที่สภาคองเกรสอนุมัติไว้ 901,000 ล้านดอลลาร์อย่างมาก ท่ามกลางกระแสวิพากษ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านงบประมาณ
    .
    ทรัมป์ ระบุว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการหารืออย่างยาวนานกับฝ่ายนิติบัญญัติและผู้กำหนดนโยบาย พร้อมชี้ว่าสหรัฐฯ อยู่ในช่วงเวลาที่วุ่นวายและอันตราย ขณะที่แผนเพิ่มงบประมาณยังต้องผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อย
    .
    สถาบันวิจัยด้านงบประมาณประเมินว่า ข้อเสนอนี้อาจสร้างภาระค่าใช้จ่ายหลายล้านล้านดอลลาร์ในระยะยาว และเพิ่มหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นบริษัทอุตสาหกรรมกลาโหมรายใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทันทีจากความคาดหวังด้านผลกำไร
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002003
    .
    #News1live #News1 #สหรัฐอเมริกา #งบกลาโหม #โดนัลด์ทรัมป์ #การเมืองโลก
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา เสนอให้งบประมาณด้านกลาโหมของสหรัฐฯ ในปี 2027 เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ สูงกว่างบประมาณปี 2026 ที่สภาคองเกรสอนุมัติไว้ 901,000 ล้านดอลลาร์อย่างมาก ท่ามกลางกระแสวิพากษ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านงบประมาณ . ทรัมป์ ระบุว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการหารืออย่างยาวนานกับฝ่ายนิติบัญญัติและผู้กำหนดนโยบาย พร้อมชี้ว่าสหรัฐฯ อยู่ในช่วงเวลาที่วุ่นวายและอันตราย ขณะที่แผนเพิ่มงบประมาณยังต้องผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อย . สถาบันวิจัยด้านงบประมาณประเมินว่า ข้อเสนอนี้อาจสร้างภาระค่าใช้จ่ายหลายล้านล้านดอลลาร์ในระยะยาว และเพิ่มหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นบริษัทอุตสาหกรรมกลาโหมรายใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทันทีจากความคาดหวังด้านผลกำไร . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002003 . #News1live #News1 #สหรัฐอเมริกา #งบกลาโหม #โดนัลด์ทรัมป์ #การเมืองโลก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 326 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts