• Microsoft ประกาศว่า ฟีเจอร์ AI Copilot+ ที่เคยเป็นเอกสิทธิ์สำหรับ Snapdragon X ตอนนี้จะเริ่มทยอยปล่อยให้ใช้งานบน AMD Ryzen AI 300 series และ Intel Core Ultra 200V PCs โดยฟีเจอร์ที่สำคัญ ได้แก่ Live Captions, Cocreator, Restyle Image และ Image Creator ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สร้างสรรค์คอนเทนต์และปรับแต่งรูปภาพได้ง่ายขึ้น

    ✅ Live Captions พร้อมแปลภาษาแบบเรียลไทม์
    - ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแปลเสียงพูดจาก 27 ภาษาเป็นภาษาจีนแบบย่อ
    - เดิมทีใช้ได้เฉพาะบน Snapdragon X แต่ตอนนี้เตรียมเปิดตัวให้กับ AMD และ Intel PCs

    ✅ Cocreator—ช่วยสร้างงานศิลปะใน Paint
    - ผู้ใช้สามารถสร้างภาพจาก ข้อความ (text prompt) หรือให้ AI ปรับแต่งภาพที่วาดเอง
    - ปัจจุบันเปิดให้ใช้งานบน AMD และ Intel PCs ที่มี NPU

    ✅ Restyle Image และ Image Creator ในแอป Photos
    - Restyle Image เป็นฟีเจอร์ปรับแต่งภาพให้เป็นสไตล์ศิลปะ เช่น ภาพสเก็ตช์หรือสีน้ำมัน
    - Image Creator ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างภาพจากคำสั่งข้อความได้โดยตรง

    ✅ ต้องอัปเดต Windows 11 และเปิดใช้งานการอัปเดตล่าสุด
    - ผู้ใช้ต้องติดตั้ง March non-security preview update
    - ต้องเปิดตัวเลือก Get the latest updates as soon as they’re available ใน Settings

    ✅ ฟีเจอร์อื่น ๆ เช่น Voice Access จะเปิดตัวภายในปีนี้
    - ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ สั่งงาน Windows ผ่านเสียงได้ดีขึ้น
    - ปัจจุบันเปิดให้ใช้งานบน Snapdragon X และจะมาใน AMD และ Intel PCs ช่วงปลายปี

    https://www.tomshardware.com/software/windows/snapdragon-x-exclusive-copilot-features-begin-trickling-through-to-modern-x86-windows-11-pcs
    Microsoft ประกาศว่า ฟีเจอร์ AI Copilot+ ที่เคยเป็นเอกสิทธิ์สำหรับ Snapdragon X ตอนนี้จะเริ่มทยอยปล่อยให้ใช้งานบน AMD Ryzen AI 300 series และ Intel Core Ultra 200V PCs โดยฟีเจอร์ที่สำคัญ ได้แก่ Live Captions, Cocreator, Restyle Image และ Image Creator ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สร้างสรรค์คอนเทนต์และปรับแต่งรูปภาพได้ง่ายขึ้น ✅ Live Captions พร้อมแปลภาษาแบบเรียลไทม์ - ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแปลเสียงพูดจาก 27 ภาษาเป็นภาษาจีนแบบย่อ - เดิมทีใช้ได้เฉพาะบน Snapdragon X แต่ตอนนี้เตรียมเปิดตัวให้กับ AMD และ Intel PCs ✅ Cocreator—ช่วยสร้างงานศิลปะใน Paint - ผู้ใช้สามารถสร้างภาพจาก ข้อความ (text prompt) หรือให้ AI ปรับแต่งภาพที่วาดเอง - ปัจจุบันเปิดให้ใช้งานบน AMD และ Intel PCs ที่มี NPU ✅ Restyle Image และ Image Creator ในแอป Photos - Restyle Image เป็นฟีเจอร์ปรับแต่งภาพให้เป็นสไตล์ศิลปะ เช่น ภาพสเก็ตช์หรือสีน้ำมัน - Image Creator ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างภาพจากคำสั่งข้อความได้โดยตรง ✅ ต้องอัปเดต Windows 11 และเปิดใช้งานการอัปเดตล่าสุด - ผู้ใช้ต้องติดตั้ง March non-security preview update - ต้องเปิดตัวเลือก Get the latest updates as soon as they’re available ใน Settings ✅ ฟีเจอร์อื่น ๆ เช่น Voice Access จะเปิดตัวภายในปีนี้ - ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ สั่งงาน Windows ผ่านเสียงได้ดีขึ้น - ปัจจุบันเปิดให้ใช้งานบน Snapdragon X และจะมาใน AMD และ Intel PCs ช่วงปลายปี https://www.tomshardware.com/software/windows/snapdragon-x-exclusive-copilot-features-begin-trickling-through-to-modern-x86-windows-11-pcs
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Snapdragon X exclusive Copilot+ features begin trickling through to modern x86 Windows 11 PCs
    AMD Ryzen AI 300 series and Intel Core Ultra 200V PCs are getting Live Captions, Cocreator, Restyle Image, and Image Creator.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 124 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตอนนี้แคลิฟอร์เนียมีสถานีชาร์จ EV มากกว่าปั๊มน้ำมันเป็นครั้งแรก! นี่เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันรถยนต์พลังงานสะอาด และรัฐกำลังลงทุนอย่างหนักเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีทั้งสถานีชาร์จทั่วไปและแบบชาร์จเร็ว และยังมีโครงการช่วยเหลือประชาชนรายได้น้อยให้สามารถซื้อ EV ได้ง่ายขึ้น

    จำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้าทั่วแคลิฟอร์เนีย:
    - แคลิฟอร์เนียมี 178,549 สถานีชาร์จ EV แซงหน้าปั๊มน้ำมันที่มีประมาณ 120,000 หัวจ่าย
    - ในจำนวนนี้ 162,000 จุด เป็นแบบ Level 2 (สำหรับการชาร์จทั่วไป) และ 17,000 จุด เป็น Fast Charger ที่ชาร์จเร็ว

    - ความพยายามของรัฐบาลในการส่งเสริม EV:
    - หน่วยงานรัฐลงทุนกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ขยายเครือข่ายชาร์จ EV และไฮโดรเจน
    - มีโครงการ Fast Charge California Project ที่เร่งติดตั้งสถานีชาร์จเร็วในพื้นที่ธุรกิจและสาธารณะ
    - มีเงินช่วยเหลือให้ประชาชนรายได้น้อยเพื่อซื้อรถ EV

    ปัญหาที่ต้องแก้ไขในอนาคต:
    - รัฐกำลังเร่งกระบวนการอนุมัติและลดขั้นตอนด้านกฎหมายเพื่อให้การติดตั้งสถานีชาร์จง่ายขึ้น
    - มีแผนรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และปรับปรุงความน่าเชื่อถือของสถานีชาร์จ

    แนวโน้มตลาดรถ EV ในแคลิฟอร์เนีย:
    - ในไตรมาสที่ 4 ปี 2024 ชาวแคลิฟอร์เนียซื้อรถ EV กว่า 108,000 คัน คิดเป็นกว่า 25% ของยอดขายรถใหม่ในรัฐ
    - รวมแล้วมีรถ EV กว่า 2 ล้านคัน ที่ถูกขายตั้งแต่เริ่มมีการนำมาใช้

    https://www.techspot.com/news/107367-ev-chargers-now-outnumber-gas-pumps-california-zero.html
    ตอนนี้แคลิฟอร์เนียมีสถานีชาร์จ EV มากกว่าปั๊มน้ำมันเป็นครั้งแรก! นี่เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันรถยนต์พลังงานสะอาด และรัฐกำลังลงทุนอย่างหนักเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีทั้งสถานีชาร์จทั่วไปและแบบชาร์จเร็ว และยังมีโครงการช่วยเหลือประชาชนรายได้น้อยให้สามารถซื้อ EV ได้ง่ายขึ้น จำนวนสถานีชาร์จไฟฟ้าทั่วแคลิฟอร์เนีย: - แคลิฟอร์เนียมี 178,549 สถานีชาร์จ EV แซงหน้าปั๊มน้ำมันที่มีประมาณ 120,000 หัวจ่าย - ในจำนวนนี้ 162,000 จุด เป็นแบบ Level 2 (สำหรับการชาร์จทั่วไป) และ 17,000 จุด เป็น Fast Charger ที่ชาร์จเร็ว - ความพยายามของรัฐบาลในการส่งเสริม EV: - หน่วยงานรัฐลงทุนกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ขยายเครือข่ายชาร์จ EV และไฮโดรเจน - มีโครงการ Fast Charge California Project ที่เร่งติดตั้งสถานีชาร์จเร็วในพื้นที่ธุรกิจและสาธารณะ - มีเงินช่วยเหลือให้ประชาชนรายได้น้อยเพื่อซื้อรถ EV ปัญหาที่ต้องแก้ไขในอนาคต: - รัฐกำลังเร่งกระบวนการอนุมัติและลดขั้นตอนด้านกฎหมายเพื่อให้การติดตั้งสถานีชาร์จง่ายขึ้น - มีแผนรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และปรับปรุงความน่าเชื่อถือของสถานีชาร์จ แนวโน้มตลาดรถ EV ในแคลิฟอร์เนีย: - ในไตรมาสที่ 4 ปี 2024 ชาวแคลิฟอร์เนียซื้อรถ EV กว่า 108,000 คัน คิดเป็นกว่า 25% ของยอดขายรถใหม่ในรัฐ - รวมแล้วมีรถ EV กว่า 2 ล้านคัน ที่ถูกขายตั้งแต่เริ่มมีการนำมาใช้ https://www.techspot.com/news/107367-ev-chargers-now-outnumber-gas-pumps-california-zero.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    EV chargers now outnumber gas pumps in California
    The state has also made significant strides in building an expansive electric vehicle charging network. Governor Gavin Newsom recently announced that California now boasts 178,549 public and...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 46 มุมมอง 0 รีวิว
  • 01-04-68/01 : หมี CNN / ยังไม่ชัดพออีกเหรอ? ไอ้ควาย! มรึงจะเอาเหี้ยอะไรไปเทียบ? กองเรือที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้ ไปอยู่ที่รัสเซีย จีน หมดแล้ว นวตกรรมโลกยุคใหม่ เทไปเอเซียหมดเกลี้ยง ของเก่าสมัย 30 ปี ก่อน มรึงยังกล้าเอามาอวดอ้างอีกเหรอ? อาร์คติค มันแบเบอร์อยู่แล้ว หากมรึงคิดจะวัด ตอบคำถามให้ได้ก่อนว่า "อาวุธมรึงที่จะใช้ในพื้นที่ติดลบ 60 องศา เซลเซียส มีแค่ไหน?" รัสเซียพัฒนาอาวุธจุดเหยือกแข็งมานานนับ 30 ปี ไม่ว่าจะรบในสมรภูมิใด เค้ารับได้หมด แต่อาวุธมรึงน็อค ตั้งแต่ยังไม่ทันจะใช้ แล้วจำนวนมรึงมีแค่ไหน เค้าผลิต 24 ชม. NON STOP วัคถุดิบมี เงินมี แล้วมรึงล่ะ ยิ่งกำลังพลไม่ต้องถาม จีน รัสเซีย มีเป็นล้าน ยังไม่นับทหารรับจ้างอีกครึ่งล้าน อาร์คติคของใคร? คงไม่ต้องถามกันต่อให้เสียอารมณ์ เพราะทุกวันนี้ เรือตัดน้ำแข็ง โครงสร้างพื้นฐาน สำหรับฐานทัพ ฐานปฎิบัติการ ในอาร์คติค รัสเซีย จีน จัดเต็มกว่ามรึงเยอะ แค่ชาตินาโต้ สแกนดิเนเวีย ยังมีไม่ถึงครึ่ง สิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ ที่มรึงจะใช้สำรวจ เจาะ หรือเพื่อวิจัยงานธรณี เพราะเงินสู้เค้าไม่ได้ เพราะพลังงานมรึงเป็นรอง เพราะเทคโนโลยีเทียบชั้นไม่ติด อย่าว่าแต่อาร์คติคเลย ไอ้ที่มรึงมีอยู่ ยังรักษาไว้ไม่ได้ คงมีแต่ควายเท่านั้น ที่เชื่อว่ามรึงเจ๋ง? ยิ่งอเมริกาโดดเดี่ยว เปลี่ยนยุโรปจากพันธมิตรกลายเป็นศัตรู ลำพังมรึงและนาโต้ หมาหมู่ ยังแพ้ยับรัสเซียในยูเครน ยังจะมีหน้ามาเสนอในอาร์คติคเพื่อ? อีกไม่นานดอก ท่อแก็สอาร์คติคจะเข้าสู่ยุโรปชัวร์ ไปถึงกรีนแลนด์ด้วย หากสดชื่น เหี้ยไม่เจียมตัว บทสุดท้ายคือ "สูญพันธุ์เหี้ย" รบกันเองให้เสร็จก่อนดีกว่ามุย? เหลือเท่าไหร่ค่อยมาวัดกับกู ให้กูขยี้เล่น บอกตรง จีน รัสเซีย มองข้าม อเมริกา ยุโรป ไปนานแล้ว เค้ารวบรวมโลกเข้าหากัน ผ่าน BRICS แล้วมรึงล่ะ ดีแต่แตกแยก จะเอาเหี้ยอะไรไปชนะ? ภูมิภาคศาสตร์โลกยุคใหม่ กลายเป็นพื้นที่ของโลกใหม่ไปแล้ว สงครามไม่เกิด มรึงก็จะดันให้เกิดให้ได้ ตายไม่ว่า แต่อียิวต้องยังคงอยู่สิน่ะ? งั้นล่ออียิวตายโหงก่อนตัวแรกเลยดีมั้ยล่ะ? ต้นตอปัญหาโลกทั้งหมดเกิดจากมันเนี่ยแหละ ในอาร์คติค นอกจากเป็นแหล่งพลังงานมหาศาลโลก ยังเป็นแหล่งของวัตถุลึกลับ และศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์นอกโลก ศูนย์ฐานปฎิบัติการใต้น้ำ ทำให้รู้ถึงสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งมันมีมานานแล้วนับ 1000000 ปี นวตกรรมใหม่โลกก่อเกิด อานิสงค์จากเพื่อนต่างมิติ ร่องรอย ติดตามเทคโนโลยีนอกโลก แม้แต่เศษอุกกาบาต ก็ทำให้สามารถทราบถึงเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมาได้ ความลับแท้จริงจากสิ่งนอกโลก มีกระจายไปทั่ว แต่จุดศูนย์กลางอยู่ที่ "แอนตาร์กติกา" ซึ่งมนุษย์ไม่ได้ถูกอนุญาตให้เข้าใกล้แถบนั้น คือข้อตกลงกันระหว่างชาวโลก กับผู้มาเยือนที่รักสันติภาพ

    Russia vs US: Who Holds the Ice in the Arctic Fleet Race? รัสเซียหรือสหรัฐ - ใครจะเป็นผู้รักษาน้ำแข็งในการแข่งขันกองเรือในอาร์คติก

    ------------------------------------------------------------------------—
    RONIN500(Admin Nidnoi) แปลโดย นิดหน่อย : รัสเซียหรือสหรัฐ - ใครจะเป็นผู้ครอบครองเขตน้ำแข็งในการแข่งขันกองเรือในอาร์คติก

    รองประธานาธิบดีสหรัฐ เจดี แวนซ์กล่าวว่า สหรัฐจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่าประเทศจะเป็นผู้นำในอาร์คติก เพื่อแซงหน้ารัสเซียแต่จะมีความเป็นไปได้หรือไม่สำหรับกองเรืออาร์คติก เมื่อเทียบกับกองเรือของรัสเซีย

    กองเรืออาร์คติกของรัสเซีย

    • กองเรือรัสเซียในอาร์คติกเป็นกองเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มียานพาหนะ 42 ลำซึ่งมีเรือฝ่าน้ำแข็งพลังงานนิวเคลียร์ 8 ลำและเรือฝ่าน้ำแข็งที่ใช้น้ำมันและไฟฟ้า 34 ลำ
    • กองเรือประกอบด้วยเรือฝ่าน้ำแข็งพลังงานนิวเคลียร์หนักจาก Project 22220 ที่มีกำลัง 60 เมกะวัตต์ (MW) รวมถึงเรือฝ่าน้ำแข็งที่มีกำลังมากที่สุดในโลกอย่าง Viktor Chernomyrdin ซึ่งมีกำลัง 25 เมกะวัตต์ (MW)
    • ความมั่นใจของรัสเซียอาร์คติกคือ กองเรือรัสเซียทางตอนเหนือ รวมถึงเรือฝ่ายน้ำแข็งหนัก Ilya Muromets เรือปราบเรือดำน้ำ Vice-Admiral Kulakov และเรือรบใหญ่ Alexander Otrakovsky
    • เรือดำน้ำนิวเคลียร์ระดับ Borei ยังสามารถปฏิบัติการได้ในขั้วโลกเหนือซึ่งแต่ละลำบรรทุกขีปนาวุธข้ามทวีป Bulava 16 ลูก เรือดำน้ำนิวเคลียร์ระดับ Yasen พร้อมขีปนาวุธ Onyx ขีปนาวุธ Kalibr และขีปนาวุธ Zircon

    กองเรืออาร์คติกของสหรัฐ

    • เรือรบ Polar Star ยังคงเป็นเรือฝ่าน้ำแข็งหนักเพียงลำเดียวของสหรัฐที่สามารถฝ่าน้ำแข็งในอาร์คติก ส่วนเรือฝ่าน้ำแข็งขนาดกลาง Healy ไม่ได้ใช้งานในอาร์คติกแล้ว
    • เรือรบบางลำเช่น เรือพิฆาต Arleigh Burke และเรือลาดตระเวน Ticonderoga สามารถปฏิบัติการได้ในอาร์คติก
    • เรือดำน้ำที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์หลายลำ เช่น เรือ Los Angeles เรือ Virginia และเรือ Seawolf สามารถเดินเรือในน้ำแข็งได้
    • จากเรื่องที่สหรัฐ “มีเรือฝ่าน้ำแข็งน้อยกว่าอย่างมาก” เมื่อเทียบกับรัสเซีย Gregory Guillot ผู้บัญชาการของกองทัพเรือของสหรัฐและกองทัพอากาศอเมริกาเหนือที่ยอมรับว่า “ยังไม่ได้จำกัดเสรีภาพในการซ้อมรบในอาร์คติก”

    https://sputnikglobe.com/20250329/-russia-vs-us-who-holds-the-ice-in-the-arctic-fleet-race--1121710115.html

    ------------------------------------------------------------------------—
    เข้าถ้ำ RONIN คลิกที่ LINK ตามนี้ : https://line.me/R/ti/p/@mheecnn

    หรือเข้า LINE OFFICIAL ACCOUNT
    https://voom-studio.line.biz/account/@hfs0310u/voom หรือเสิร์หหาใน LINE ได้ที่ @hfs0310u

    **เพจหลักของหมี CNN คือ**
    https://www.minds.com/mheecnn2/

    เพจ VK ของรัสเซีย พิมคำว่า Frank Mheecnn
    www.vk.com/id448335733

    **เพจหมี CNN ใน Twitter ตัวใหม่ล่าสุด!**
    https://twitter.com/CnnMhee

    **เพจหมี CNN ใน FB ห้องปิด ตัวใหม่ล่าสุด(2568)**
    ชื่อเพจ "SUBPRAYUTH THALUFAH" สัปยุทธ ทะลุฟ้า
    https://www.facebook.com/profile.php?id=61573193903186
    01-04-68/01 : หมี CNN / ยังไม่ชัดพออีกเหรอ? ไอ้ควาย! มรึงจะเอาเหี้ยอะไรไปเทียบ? กองเรือที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้ ไปอยู่ที่รัสเซีย จีน หมดแล้ว นวตกรรมโลกยุคใหม่ เทไปเอเซียหมดเกลี้ยง ของเก่าสมัย 30 ปี ก่อน มรึงยังกล้าเอามาอวดอ้างอีกเหรอ? อาร์คติค มันแบเบอร์อยู่แล้ว หากมรึงคิดจะวัด ตอบคำถามให้ได้ก่อนว่า "อาวุธมรึงที่จะใช้ในพื้นที่ติดลบ 60 องศา เซลเซียส มีแค่ไหน?" รัสเซียพัฒนาอาวุธจุดเหยือกแข็งมานานนับ 30 ปี ไม่ว่าจะรบในสมรภูมิใด เค้ารับได้หมด แต่อาวุธมรึงน็อค ตั้งแต่ยังไม่ทันจะใช้ แล้วจำนวนมรึงมีแค่ไหน เค้าผลิต 24 ชม. NON STOP วัคถุดิบมี เงินมี แล้วมรึงล่ะ ยิ่งกำลังพลไม่ต้องถาม จีน รัสเซีย มีเป็นล้าน ยังไม่นับทหารรับจ้างอีกครึ่งล้าน อาร์คติคของใคร? คงไม่ต้องถามกันต่อให้เสียอารมณ์ เพราะทุกวันนี้ เรือตัดน้ำแข็ง โครงสร้างพื้นฐาน สำหรับฐานทัพ ฐานปฎิบัติการ ในอาร์คติค รัสเซีย จีน จัดเต็มกว่ามรึงเยอะ แค่ชาตินาโต้ สแกนดิเนเวีย ยังมีไม่ถึงครึ่ง สิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ ที่มรึงจะใช้สำรวจ เจาะ หรือเพื่อวิจัยงานธรณี เพราะเงินสู้เค้าไม่ได้ เพราะพลังงานมรึงเป็นรอง เพราะเทคโนโลยีเทียบชั้นไม่ติด อย่าว่าแต่อาร์คติคเลย ไอ้ที่มรึงมีอยู่ ยังรักษาไว้ไม่ได้ คงมีแต่ควายเท่านั้น ที่เชื่อว่ามรึงเจ๋ง? ยิ่งอเมริกาโดดเดี่ยว เปลี่ยนยุโรปจากพันธมิตรกลายเป็นศัตรู ลำพังมรึงและนาโต้ หมาหมู่ ยังแพ้ยับรัสเซียในยูเครน ยังจะมีหน้ามาเสนอในอาร์คติคเพื่อ? อีกไม่นานดอก ท่อแก็สอาร์คติคจะเข้าสู่ยุโรปชัวร์ ไปถึงกรีนแลนด์ด้วย หากสดชื่น เหี้ยไม่เจียมตัว บทสุดท้ายคือ "สูญพันธุ์เหี้ย" รบกันเองให้เสร็จก่อนดีกว่ามุย? เหลือเท่าไหร่ค่อยมาวัดกับกู ให้กูขยี้เล่น บอกตรง จีน รัสเซีย มองข้าม อเมริกา ยุโรป ไปนานแล้ว เค้ารวบรวมโลกเข้าหากัน ผ่าน BRICS แล้วมรึงล่ะ ดีแต่แตกแยก จะเอาเหี้ยอะไรไปชนะ? ภูมิภาคศาสตร์โลกยุคใหม่ กลายเป็นพื้นที่ของโลกใหม่ไปแล้ว สงครามไม่เกิด มรึงก็จะดันให้เกิดให้ได้ ตายไม่ว่า แต่อียิวต้องยังคงอยู่สิน่ะ? งั้นล่ออียิวตายโหงก่อนตัวแรกเลยดีมั้ยล่ะ? ต้นตอปัญหาโลกทั้งหมดเกิดจากมันเนี่ยแหละ ในอาร์คติค นอกจากเป็นแหล่งพลังงานมหาศาลโลก ยังเป็นแหล่งของวัตถุลึกลับ และศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์นอกโลก ศูนย์ฐานปฎิบัติการใต้น้ำ ทำให้รู้ถึงสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งมันมีมานานแล้วนับ 1000000 ปี นวตกรรมใหม่โลกก่อเกิด อานิสงค์จากเพื่อนต่างมิติ ร่องรอย ติดตามเทคโนโลยีนอกโลก แม้แต่เศษอุกกาบาต ก็ทำให้สามารถทราบถึงเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมาได้ ความลับแท้จริงจากสิ่งนอกโลก มีกระจายไปทั่ว แต่จุดศูนย์กลางอยู่ที่ "แอนตาร์กติกา" ซึ่งมนุษย์ไม่ได้ถูกอนุญาตให้เข้าใกล้แถบนั้น คือข้อตกลงกันระหว่างชาวโลก กับผู้มาเยือนที่รักสันติภาพ Russia vs US: Who Holds the Ice in the Arctic Fleet Race? รัสเซียหรือสหรัฐ - ใครจะเป็นผู้รักษาน้ำแข็งในการแข่งขันกองเรือในอาร์คติก ------------------------------------------------------------------------— RONIN500(Admin Nidnoi) แปลโดย นิดหน่อย : รัสเซียหรือสหรัฐ - ใครจะเป็นผู้ครอบครองเขตน้ำแข็งในการแข่งขันกองเรือในอาร์คติก รองประธานาธิบดีสหรัฐ เจดี แวนซ์กล่าวว่า สหรัฐจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่าประเทศจะเป็นผู้นำในอาร์คติก เพื่อแซงหน้ารัสเซียแต่จะมีความเป็นไปได้หรือไม่สำหรับกองเรืออาร์คติก เมื่อเทียบกับกองเรือของรัสเซีย กองเรืออาร์คติกของรัสเซีย • กองเรือรัสเซียในอาร์คติกเป็นกองเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มียานพาหนะ 42 ลำซึ่งมีเรือฝ่าน้ำแข็งพลังงานนิวเคลียร์ 8 ลำและเรือฝ่าน้ำแข็งที่ใช้น้ำมันและไฟฟ้า 34 ลำ • กองเรือประกอบด้วยเรือฝ่าน้ำแข็งพลังงานนิวเคลียร์หนักจาก Project 22220 ที่มีกำลัง 60 เมกะวัตต์ (MW) รวมถึงเรือฝ่าน้ำแข็งที่มีกำลังมากที่สุดในโลกอย่าง Viktor Chernomyrdin ซึ่งมีกำลัง 25 เมกะวัตต์ (MW) • ความมั่นใจของรัสเซียอาร์คติกคือ กองเรือรัสเซียทางตอนเหนือ รวมถึงเรือฝ่ายน้ำแข็งหนัก Ilya Muromets เรือปราบเรือดำน้ำ Vice-Admiral Kulakov และเรือรบใหญ่ Alexander Otrakovsky • เรือดำน้ำนิวเคลียร์ระดับ Borei ยังสามารถปฏิบัติการได้ในขั้วโลกเหนือซึ่งแต่ละลำบรรทุกขีปนาวุธข้ามทวีป Bulava 16 ลูก เรือดำน้ำนิวเคลียร์ระดับ Yasen พร้อมขีปนาวุธ Onyx ขีปนาวุธ Kalibr และขีปนาวุธ Zircon กองเรืออาร์คติกของสหรัฐ • เรือรบ Polar Star ยังคงเป็นเรือฝ่าน้ำแข็งหนักเพียงลำเดียวของสหรัฐที่สามารถฝ่าน้ำแข็งในอาร์คติก ส่วนเรือฝ่าน้ำแข็งขนาดกลาง Healy ไม่ได้ใช้งานในอาร์คติกแล้ว • เรือรบบางลำเช่น เรือพิฆาต Arleigh Burke และเรือลาดตระเวน Ticonderoga สามารถปฏิบัติการได้ในอาร์คติก • เรือดำน้ำที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์หลายลำ เช่น เรือ Los Angeles เรือ Virginia และเรือ Seawolf สามารถเดินเรือในน้ำแข็งได้ • จากเรื่องที่สหรัฐ “มีเรือฝ่าน้ำแข็งน้อยกว่าอย่างมาก” เมื่อเทียบกับรัสเซีย Gregory Guillot ผู้บัญชาการของกองทัพเรือของสหรัฐและกองทัพอากาศอเมริกาเหนือที่ยอมรับว่า “ยังไม่ได้จำกัดเสรีภาพในการซ้อมรบในอาร์คติก” https://sputnikglobe.com/20250329/-russia-vs-us-who-holds-the-ice-in-the-arctic-fleet-race--1121710115.html ------------------------------------------------------------------------— เข้าถ้ำ RONIN คลิกที่ LINK ตามนี้ : https://line.me/R/ti/p/@mheecnn หรือเข้า LINE OFFICIAL ACCOUNT https://voom-studio.line.biz/account/@hfs0310u/voom หรือเสิร์หหาใน LINE ได้ที่ @hfs0310u **เพจหลักของหมี CNN คือ** https://www.minds.com/mheecnn2/ เพจ VK ของรัสเซีย พิมคำว่า Frank Mheecnn www.vk.com/id448335733 **เพจหมี CNN ใน Twitter ตัวใหม่ล่าสุด!** https://twitter.com/CnnMhee **เพจหมี CNN ใน FB ห้องปิด ตัวใหม่ล่าสุด(2568)** ชื่อเพจ "SUBPRAYUTH THALUFAH" สัปยุทธ ทะลุฟ้า https://www.facebook.com/profile.php?id=61573193903186
    SPUTNIKGLOBE.COM
    Russia vs US: Who Holds the Ice in the Arctic Fleet Race?
    US Vice President JD Vance said the US needs to make sure it's leading in the Arctic to outperform Russia.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 128 มุมมอง 0 รีวิว
  • น้ำมันหอมระเหย ผิวส้มแมนดารินเขียว ออร์แกนิค สกัดเย็น ออแกนิก

    จากธรรมชาติ 100%

    Telvada เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าทุกประเภทของ OleOliO แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

    ตั้งแต่ปี 1954 ครอบครัว OleOliO ได้ผลิตน้ำมันหอมระเหยเบอร์กาม็อตและส้มคุณภาพสูง
    ฟาร์มขนาด 50 เฮกตาร์ของเราตั้งอยู่ในซานคาร์โล ซึ่งเป็นแหล่งที่ดีที่สุดสำหรับการปลูกเบอร์กาม็อตและส้มเนื่องจากมีสภาพอากาศเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร

    พันธกิจของเราคือการผลิตน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติ 100% ที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ

    ตั้งแต่ปี 1954 เราปลูกเบอร์กาม็อตและส้มในฟาร์มออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองของเราซึ่งตั้งอยู่ในซานคาร์โล ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งที่ดีที่สุดสำหรับการปลูกเบอร์กาม็อตเนื่องจากมีสภาพอากาศเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร น้ำมันเบอร์กาม็อตจากซานคาร์โลถือเป็นน้ำมันคุณภาพสูงสุดในโลกสำหรับโปรไฟล์กลิ่น

    น้ำมันหอมระเหยแมนดารินเขียวออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองของเราสกัดโดยใช้เครื่อง Pelatrice จากเปลือกส้มแมนดารินดิบของพันธุ์ “Mandarini di Ciaculli” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในด้านคุณภาพที่เหนือกว่า
    เมื่อเทียบกับน้ำมันหอมระเหยแมนดารินเขียวพันธุ์อื่นๆ น้ำมันหอมระเหยของเราไม่มีกลิ่น "คาว" เมื่อเวลาผ่านไป และมีกลิ่นหอมที่ลึกซึ้ง สดชื่น และซับซ้อนกว่า

    Telvada Essential Oils เป็นผู้แทนจำหน่ายน้ำมันหอมระเหยของ OleOliO ทั้งหมดโดยตรงแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สำผัสและดื่มด่ำกันกลิ่น ส้มเขียวหวาน ที่ดีที่สุดในโลกได้แล้วในประทศไทย เพียงคุณได้ลองกลิ่น จะตกหลุมรักกับความหอมแบบสดชื่น ละมุนละไมมีมิติได้อย่างทันที

    ผสมได้ดีกับ : หญ้าแฝก คลารี่เสจ ไม้จันทร์หอม น้ำมันตระกูลส้ม และดอกไม้ทุกชนิด
    วิธีใช้ : ใช้ใส่เครื่องอโรม่า หรือเป็นวัตถุดิบผสมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ

    #thaitime#น้ำมันหอมระเหย#ซีตรัส#สดชื่น
    น้ำมันหอมระเหย ผิวส้มแมนดารินเขียว ออร์แกนิค สกัดเย็น ออแกนิก จากธรรมชาติ 100% Telvada เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าทุกประเภทของ OleOliO แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 1954 ครอบครัว OleOliO ได้ผลิตน้ำมันหอมระเหยเบอร์กาม็อตและส้มคุณภาพสูง ฟาร์มขนาด 50 เฮกตาร์ของเราตั้งอยู่ในซานคาร์โล ซึ่งเป็นแหล่งที่ดีที่สุดสำหรับการปลูกเบอร์กาม็อตและส้มเนื่องจากมีสภาพอากาศเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร พันธกิจของเราคือการผลิตน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติ 100% ที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ตั้งแต่ปี 1954 เราปลูกเบอร์กาม็อตและส้มในฟาร์มออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองของเราซึ่งตั้งอยู่ในซานคาร์โล ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งที่ดีที่สุดสำหรับการปลูกเบอร์กาม็อตเนื่องจากมีสภาพอากาศเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร น้ำมันเบอร์กาม็อตจากซานคาร์โลถือเป็นน้ำมันคุณภาพสูงสุดในโลกสำหรับโปรไฟล์กลิ่น น้ำมันหอมระเหยแมนดารินเขียวออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองของเราสกัดโดยใช้เครื่อง Pelatrice จากเปลือกส้มแมนดารินดิบของพันธุ์ “Mandarini di Ciaculli” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในด้านคุณภาพที่เหนือกว่า เมื่อเทียบกับน้ำมันหอมระเหยแมนดารินเขียวพันธุ์อื่นๆ น้ำมันหอมระเหยของเราไม่มีกลิ่น "คาว" เมื่อเวลาผ่านไป และมีกลิ่นหอมที่ลึกซึ้ง สดชื่น และซับซ้อนกว่า Telvada Essential Oils เป็นผู้แทนจำหน่ายน้ำมันหอมระเหยของ OleOliO ทั้งหมดโดยตรงแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สำผัสและดื่มด่ำกันกลิ่น ส้มเขียวหวาน ที่ดีที่สุดในโลกได้แล้วในประทศไทย เพียงคุณได้ลองกลิ่น จะตกหลุมรักกับความหอมแบบสดชื่น ละมุนละไมมีมิติได้อย่างทันที ผสมได้ดีกับ : หญ้าแฝก คลารี่เสจ ไม้จันทร์หอม น้ำมันตระกูลส้ม และดอกไม้ทุกชนิด วิธีใช้ : ใช้ใส่เครื่องอโรม่า หรือเป็นวัตถุดิบผสมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ #thaitime#น้ำมันหอมระเหย#ซีตรัส#สดชื่น
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 155 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เผยว่าเขารู้สึกหงุดหงิดประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และจะกำหนดมาตรการรีดภาษีรอง 25% ถึง 50% กับบรรดาผู้ซื้อน้ำมันรัสเซีย หากเขารู้สึกว่ามอสโกกำลังขัดขวางความพยายามยุติสงครามในยูเครน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000030410
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เผยว่าเขารู้สึกหงุดหงิดประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และจะกำหนดมาตรการรีดภาษีรอง 25% ถึง 50% กับบรรดาผู้ซื้อน้ำมันรัสเซีย หากเขารู้สึกว่ามอสโกกำลังขัดขวางความพยายามยุติสงครามในยูเครน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000030410
    Like
    Haha
    7
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 922 มุมมอง 0 รีวิว
  • เยอรมนีเพิ่งยืนยันอย่างเป็นทางการว่าได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมัน Eventin ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับรัสเซียและเป็นส่วนหนึ่งของกองเรือเงาของมอสโก พร้อมทั้งจับกุมตัวลูกเรือทั้งหมดไว้ และยึดน้ำมันกว่า 100,000 ตันที่อยู่บนเรือ

    เยอรมันนับเป็นชาติแรกที่แสดงความกล้าหาญออกมายอมรับการกระทำเช่นนี้ นับตั้งแต่รัสเซียทำสงครามกับยูเครน - สื่อรายงาน
    เยอรมนีเพิ่งยืนยันอย่างเป็นทางการว่าได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมัน Eventin ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับรัสเซียและเป็นส่วนหนึ่งของกองเรือเงาของมอสโก พร้อมทั้งจับกุมตัวลูกเรือทั้งหมดไว้ และยึดน้ำมันกว่า 100,000 ตันที่อยู่บนเรือ เยอรมันนับเป็นชาติแรกที่แสดงความกล้าหาญออกมายอมรับการกระทำเช่นนี้ นับตั้งแต่รัสเซียทำสงครามกับยูเครน - สื่อรายงาน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 189 มุมมอง 0 รีวิว
  • น้ำมันหอมระเหย ผิวส้มแมนดารินแดง ออร์แกนิค สกัดเย็น ออแกนิก

    จากธรรมชาติ 100%

    Telvada เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าทุกประเภทของ OleOliO แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

    ตั้งแต่ปี 1954 ครอบครัว OleOliO ได้ผลิตน้ำมันหอมระเหยเบอร์กาม็อตและส้มคุณภาพสูง
    ฟาร์มขนาด 50 เฮกตาร์ของเราตั้งอยู่ในซานคาร์โล ซึ่งเป็นแหล่งที่ดีที่สุดสำหรับการปลูกเบอร์กาม็อตและส้มเนื่องจากมีสภาพอากาศเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร

    พันธกิจของเราคือการผลิตน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติ 100% ที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ

    ตั้งแต่ปี 1954 เราปลูกเบอร์กาม็อตและส้มในฟาร์มออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองของเราซึ่งตั้งอยู่ในซานคาร์โล ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งที่ดีที่สุดสำหรับการปลูกเบอร์กาม็อตเนื่องจากมีสภาพอากาศเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร น้ำมันเบอร์กาม็อตจากซานคาร์โลถือเป็นน้ำมันคุณภาพสูงสุดในโลกสำหรับโปรไฟล์กลิ่น

    น้ำมันหอมระเหยแมนดารินแดงออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองของเราสกัดจากผลไม้สุกพันธุ์ “Mandarini di Ciaculli” โดยใช้เครื่อง Torchio ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องคุณภาพระดับสูง

    น้ำมันหอมระเหยแมนดารินแดงของเราผสมผสานกลิ่นหวานและกลิ่นดอกไม้ได้อย่างสมดุล

    Telvada Essential Oils เป็นผู้แทนจำหน่ายน้ำมันหอมระเหยของ OleOliO ทั้งหมดโดยตรงแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สำผัสและดื่มด่ำกันกลิ่น ส้มเขียวหวาน ที่ดีที่สุดในโลกได้แล้วในประทศไทย เพียงคุณได้ลองกลิ่น จะตกหลุมรักกับความหอมแบบสดชื่น ละมุนละไมมีมิติได้อย่างทันที

    ผสมได้ดีกับ : หญ้าแฝก คลารี่เสจ ไม้จันทร์หอม น้ำมันตระกูลส้ม และดอกไม้ทุกชนิด
    วิธีใช้ : ใช้ใส่เครื่องอโรม่า หรือเป็นวัตถุดิบผสมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ
    #thaitime#น้ำมันหอมระเหย#แนวกลิ่นซีตรัส
    น้ำมันหอมระเหย ผิวส้มแมนดารินแดง ออร์แกนิค สกัดเย็น ออแกนิก จากธรรมชาติ 100% Telvada เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าทุกประเภทของ OleOliO แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 1954 ครอบครัว OleOliO ได้ผลิตน้ำมันหอมระเหยเบอร์กาม็อตและส้มคุณภาพสูง ฟาร์มขนาด 50 เฮกตาร์ของเราตั้งอยู่ในซานคาร์โล ซึ่งเป็นแหล่งที่ดีที่สุดสำหรับการปลูกเบอร์กาม็อตและส้มเนื่องจากมีสภาพอากาศเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร พันธกิจของเราคือการผลิตน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติ 100% ที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ตั้งแต่ปี 1954 เราปลูกเบอร์กาม็อตและส้มในฟาร์มออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองของเราซึ่งตั้งอยู่ในซานคาร์โล ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งที่ดีที่สุดสำหรับการปลูกเบอร์กาม็อตเนื่องจากมีสภาพอากาศเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร น้ำมันเบอร์กาม็อตจากซานคาร์โลถือเป็นน้ำมันคุณภาพสูงสุดในโลกสำหรับโปรไฟล์กลิ่น น้ำมันหอมระเหยแมนดารินแดงออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองของเราสกัดจากผลไม้สุกพันธุ์ “Mandarini di Ciaculli” โดยใช้เครื่อง Torchio ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องคุณภาพระดับสูง น้ำมันหอมระเหยแมนดารินแดงของเราผสมผสานกลิ่นหวานและกลิ่นดอกไม้ได้อย่างสมดุล Telvada Essential Oils เป็นผู้แทนจำหน่ายน้ำมันหอมระเหยของ OleOliO ทั้งหมดโดยตรงแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สำผัสและดื่มด่ำกันกลิ่น ส้มเขียวหวาน ที่ดีที่สุดในโลกได้แล้วในประทศไทย เพียงคุณได้ลองกลิ่น จะตกหลุมรักกับความหอมแบบสดชื่น ละมุนละไมมีมิติได้อย่างทันที ผสมได้ดีกับ : หญ้าแฝก คลารี่เสจ ไม้จันทร์หอม น้ำมันตระกูลส้ม และดอกไม้ทุกชนิด วิธีใช้ : ใช้ใส่เครื่องอโรม่า หรือเป็นวัตถุดิบผสมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ #thaitime#น้ำมันหอมระเหย#แนวกลิ่นซีตรัส
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 222 มุมมอง 0 รีวิว
  • 📰 61 ปี หนังสือพิมพ์ “เดลินิวส์” จากบางกอกเดลิเมล์ สู่เดลินิวส์ออนไลน์ บันทึกความทรงจำของสื่อไทย ที่เติบโตเคียงข้างประชาชน

    ✨ 61 ปี แห่งการเปลี่ยนผ่านของสื่อที่ไม่หยุดนิ่ง ในยุคที่โลกหมุนเร็วด้วยข่าวสารและเทคโนโลยี 🌐 มีไม่กี่สื่อ ที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง ตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษ แต่ “เดลินิวส์” คือหนึ่งในนั้น 🙌

    จากวันแรกของการก่อตั้ง เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2507 สู่การเป็นผู้นำข่าวระดับประเทศ ทั้งในรูปแบบสิ่งพิมพ์และออนไลน์ 🖥️ เส้นทางของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์นั้น ไม่เพียงแต่สะท้อนวิวัฒนาการ ของวงการสื่อไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นกระจกเงาสำคัญของประวัติศาสตร์ สังคม และการเมืองไทยตลอด 61 ปี ที่ผ่านมา

    📆 ย้อนเวลาสำรวจเส้นทางของหนังสือพิมพ์ ที่เริ่มต้นจาก “บางกอกเดลิเมล์” สู่การเป็น “แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์” และ “เดลินิวส์ออนไลน์” ในวันนี้ พร้อมทั้งเผยเบื้องหลังความเปลี่ยนแปลง วิสัยทัศน์ และจุดยืนของสื่อ ที่ไม่เคยละทิ้งภารกิจเพื่อประชาชนไทย 🇹🇭

    🕰 จุดเริ่มต้นจากบางกอกเดลิเมล์ ความกล้าในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2493 ประเทศไทยอยู่ในยุคหลังสงครามโลก ครั้งที่สอง 📜 สื่อยังถูกควบคุมโดยรัฐอย่างเข้มงวด การเปิดตัวหนังสือพิมพ์ใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ “นายห้างแสง เหตระกูล” ผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจ "โรงพิมพ์ประชาช่าง" กลับกล้าเสี่ยง 🔍

    นายห้างแสงตัดสินใจซื้อกิจการ "หนังสือพิมพ์บางกอกเดลิเมล์" (Bangkok Daily Mail) ของนายหลุย คีรีวัตน์ ซึ่งได้หยุดดำเนินการไปตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 และรื้อฟื้นมันขึ้นใหม่ ในรูปแบบหนังสือพิมพ์รายปักษ์ชื่อว่า “เดลิเมล์วันจันทร์” ออกฉบับแรกเมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2493 📅

    ฉบับแรกมีพาดหัวว่า “นักศึกษา มธก.รากเลือดค้าน ก.พ.” เป็นการสะท้อนจุดยืนของสื่อ ที่กล้าแตะประเด็นทางสังคม การเมืองอย่างตรงไปตรงมา

    📰 เปลี่ยนผ่านอย่างมีทิศทาง จากเดลิเมล์ สู่แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ ในช่วง พ.ศ. 2500 “บางกอกเดลิเมล์รายวัน” ขยับสู่การเป็นหนังสือพิมพ์รายวัน อย่างเต็มรูปแบบ ขยายขนาดหน้ากระดาษจาก 7 เป็น 8 คอลัมน์นิ้ว 🖨 ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในวงการสื่อขณะนั้น 📈

    แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญก็เกิดขึ้น เมื่อรัฐบาล "จอมพลแปลก พิบูลสงคราม" ถูกโค่นล้มโดย "จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์" ซึ่งส่งผลให้สื่อหลายฉบับถูกตรวจสอบ และปิดตัวลง ❌

    ในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 “เดลิเมล์รายวัน” ถูกสั่งปิดโดยคำสั่งคณะปฏิวัติ มีการ ล่ามแท่นพิมพ์ด้วยโซ่ และลงครั่งประทับ ปิดฉากความกล้าหาญของสื่อเสรีในยุคนั้น อย่างสิ้นเชิง

    📢 เดลินิวส์ฉบับแรก กำเนิดเกิดใหม่ในนาม “แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์” แม้จะถูกสั่งปิด แต่ “นายห้างแสง” ไม่ยอมแพ้ ✊ เดินหน้าสู่บทใหม่ ซื้อหัวหนังสือพิมพ์ “แนวหน้า” และรวมเข้ากับชื่อเดิม กลายเป็น “แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์” 🗞

    วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2507 หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ออกวางแผงเป็นครั้งแรก โดยมี "นายประพันธ์ เหตระกูล" บุตรชายเป็นบรรณาธิการบริหาร

    พาดหัวฉบับแรกสร้างเสียงฮือฮาทันที “เมียน้อยจอมพลสฤษดิ์ท้องในอเมริกา พบรักแท้กับนักเรียนไทยวัยรุ่น” 😲 นำเสนอข่าวแบบเจาะลึกถึงตัวบุคคล และโครงสร้างอำนาจการเมือง

    🔍 ข่าวเด่นยุคแรก กล้าท้าชนอำนาจรัฐ เดลินิวส์มีจุดขายที่ชัดเจน คือการเสนอข่าวที่ตรงไปตรงมา 💥 โดยเฉพาะเรื่องของ "จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์" ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับอนุภรรยากว่า 103 คน และทรัพย์สินมูลค่ากว่า 2,874 ล้านบาท 😮

    นอกจากนี้ยังเปิดโปงคดีอาชญากรรม การทุจริต และประเด็นอ่อนไหวที่สื่ออื่นหลีกเลี่ยง จึงได้รับความนิยมจากผู้อ่านในวงกว้าง และถือเป็น “กระบอกเสียงของประชาชน” ที่แท้จริง

    📈 ก้าวข้ามวิกฤตเศรษฐกิจ ปรับคุณภาพเพื่อความอยู่รอด ช่วง พ.ศ. 2516 - 2517 ทั่วโลกประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลน ทำให้ต้นทุนการผลิตหนังสือพิมพ์สูงขึ้น 📉 หนังสือพิมพ์หลายฉบับต้องขึ้นราคาขาย เดลินิวส์ก็เช่นกัน โดยปรับขึ้น 50 สตางค์ 💸

    แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เดลินิวส์ ไม่ลดคุณภาพข่าว ตรงกันข้ามกลับเพิ่มคอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง และข่าวสังคม มากขึ้น ส่งผลให้ได้รับความเชื่อถือจากผู้อ่าน อย่างต่อเนื่อง ✨

    📚 เปลี่ยนชื่อเป็น “เดลินิวส์” อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2522 บริษัทสี่พระยาการพิมพ์ จำกัด ได้ยื่นเรื่องเปลี่ยนชื่อหนังสือพิมพ์เป็น “เดลินิวส์” และได้รับอนุญาตในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2522 🎉

    ต่อมา เดลินิวส์ได้ขยายสำนักงานจากถนนสี่พระยา มาที่ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบัน 🏢 พร้อมขยายจำนวนหน้าจาก 16 เป็น 48 หน้า และเพิ่มราคาจำหน่ายจาก 1 บาท เป็น 10 บาทในปัจจุบัน

    🖨 นวัตกรรมการพิมพ์ ก้าวสู่งานข่าวสีเต็มรูปแบบ ในปี พ.ศ. 2529 เดลินิวส์เริ่มพิมพ์ภาพข่าวสี่สีครั้งแรก คือ ภาพโศกนาฏกรรมกระสวยอวกาศ “แชลเลนเจอร์” 🚀 และต่อมาในปี พ.ศ. 2531 ตีพิมพ์ภาพ “ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก” คว้ามงกุฎนางงามจักรวาลที่ไต้หวัน 👑

    พร้อมลงทุนในระบบพิมพ์ แซตเติลไลต์ ยูนิต และโฟร์ไฮ ที่สามารถพิมพ์ได้เร็วถึง 120,000 ฉบับ ต่อชั่วโมง 🚀 สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการสื่อสิ่งพิมพ์ไทย

    🌐 เดลินิวส์ออนไลน์ ปฏิวัติวงการข่าวดิจิทัล ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2541 เดลินิวส์เข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตอย่างเต็มตัว เปิดเว็บไซต์ www.dailynews.co.th 💻 พร้อมคอนเซปต์ว่า...

    “ให้ข่าวสารพาไปไกลกว่าแค่ ‘รู้’ แต่คือ รู้ลึก รู้จริง และรู้เท่าทันทุกสถานการณ์”

    ในวันนี้ เดลินิวส์ออนไลน์ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ข่าว 🗂️ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเมือง เศรษฐกิจ สังคม บันเทิง กีฬา ไลฟ์สไตล์ รวมถึง วิดีโอ, อินโฟกราฟิก และ คอนเทนต์แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ⏱

    💡 ปณิธานของ “เดลินิวส์” ข่าวเพื่อประชาชน สิ่งที่ทำให้ “เดลินิวส์” อยู่ได้มากว่า 61 ปี ไม่ใช่เพียงเพราะยอดขายหรือชื่อเสียง 🏆 แต่เป็นเพราะความตั้งใจจริงของคณะผู้บริหาร ในการทำสื่อเพื่อประชาชน

    เดลินิวส์นำเสนอข่าวสารที่ครอบคลุม ทั้งข่าวสังคมที่ใกล้ตัว และข่าวเศรษฐกิจระดับชาติ โดยยึดมั่นในหลักจริยธรรมข่าว สร้างความเข้าใจ ที่มากกว่าแค่การรับรู้ข้อมูล 📘

    📌 เดลินิวส์…มากกว่าข่าว คือความเข้าใจ จาก “บางกอกเดลิเมล์” ที่เคยถูกล่ามแท่นพิมพ์ด้วยโซ่ จนถึง “เดลินิวส์ออนไลน์” ที่ไหลลื่นในโลกดิจิทัล 🌐

    เส้นทางกว่า 61 ปี ของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย และบทบาทของสื่อ ที่ไม่เคยละทิ้งประชาชน 💞

    และไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปอย่างไร เดลินิวส์ยังคงทำหน้าที่ ด้วยหัวใจของนักข่าวเพื่อประชาชน

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 280955 มี.ค. 2568

    📢 #เดลินิวส์ #ประวัติเดลินิวส์ #หนังสือพิมพ์ไทย #สื่อไทย #ข่าวออนไลน์ #เดลินิวส์ออนไลน์ #ข่าวเพื่อประชาชน #61ปีเดลินิวส์ #DailyNewsTH #ข่าวไทย
    📰 61 ปี หนังสือพิมพ์ “เดลินิวส์” จากบางกอกเดลิเมล์ สู่เดลินิวส์ออนไลน์ บันทึกความทรงจำของสื่อไทย ที่เติบโตเคียงข้างประชาชน ✨ 61 ปี แห่งการเปลี่ยนผ่านของสื่อที่ไม่หยุดนิ่ง ในยุคที่โลกหมุนเร็วด้วยข่าวสารและเทคโนโลยี 🌐 มีไม่กี่สื่อ ที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง ตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษ แต่ “เดลินิวส์” คือหนึ่งในนั้น 🙌 จากวันแรกของการก่อตั้ง เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2507 สู่การเป็นผู้นำข่าวระดับประเทศ ทั้งในรูปแบบสิ่งพิมพ์และออนไลน์ 🖥️ เส้นทางของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์นั้น ไม่เพียงแต่สะท้อนวิวัฒนาการ ของวงการสื่อไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นกระจกเงาสำคัญของประวัติศาสตร์ สังคม และการเมืองไทยตลอด 61 ปี ที่ผ่านมา 📆 ย้อนเวลาสำรวจเส้นทางของหนังสือพิมพ์ ที่เริ่มต้นจาก “บางกอกเดลิเมล์” สู่การเป็น “แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์” และ “เดลินิวส์ออนไลน์” ในวันนี้ พร้อมทั้งเผยเบื้องหลังความเปลี่ยนแปลง วิสัยทัศน์ และจุดยืนของสื่อ ที่ไม่เคยละทิ้งภารกิจเพื่อประชาชนไทย 🇹🇭 🕰 จุดเริ่มต้นจากบางกอกเดลิเมล์ ความกล้าในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2493 ประเทศไทยอยู่ในยุคหลังสงครามโลก ครั้งที่สอง 📜 สื่อยังถูกควบคุมโดยรัฐอย่างเข้มงวด การเปิดตัวหนังสือพิมพ์ใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ “นายห้างแสง เหตระกูล” ผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจ "โรงพิมพ์ประชาช่าง" กลับกล้าเสี่ยง 🔍 นายห้างแสงตัดสินใจซื้อกิจการ "หนังสือพิมพ์บางกอกเดลิเมล์" (Bangkok Daily Mail) ของนายหลุย คีรีวัตน์ ซึ่งได้หยุดดำเนินการไปตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 และรื้อฟื้นมันขึ้นใหม่ ในรูปแบบหนังสือพิมพ์รายปักษ์ชื่อว่า “เดลิเมล์วันจันทร์” ออกฉบับแรกเมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2493 📅 ฉบับแรกมีพาดหัวว่า “นักศึกษา มธก.รากเลือดค้าน ก.พ.” เป็นการสะท้อนจุดยืนของสื่อ ที่กล้าแตะประเด็นทางสังคม การเมืองอย่างตรงไปตรงมา 📰 เปลี่ยนผ่านอย่างมีทิศทาง จากเดลิเมล์ สู่แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ ในช่วง พ.ศ. 2500 “บางกอกเดลิเมล์รายวัน” ขยับสู่การเป็นหนังสือพิมพ์รายวัน อย่างเต็มรูปแบบ ขยายขนาดหน้ากระดาษจาก 7 เป็น 8 คอลัมน์นิ้ว 🖨 ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในวงการสื่อขณะนั้น 📈 แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญก็เกิดขึ้น เมื่อรัฐบาล "จอมพลแปลก พิบูลสงคราม" ถูกโค่นล้มโดย "จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์" ซึ่งส่งผลให้สื่อหลายฉบับถูกตรวจสอบ และปิดตัวลง ❌ ในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 “เดลิเมล์รายวัน” ถูกสั่งปิดโดยคำสั่งคณะปฏิวัติ มีการ ล่ามแท่นพิมพ์ด้วยโซ่ และลงครั่งประทับ ปิดฉากความกล้าหาญของสื่อเสรีในยุคนั้น อย่างสิ้นเชิง 📢 เดลินิวส์ฉบับแรก กำเนิดเกิดใหม่ในนาม “แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์” แม้จะถูกสั่งปิด แต่ “นายห้างแสง” ไม่ยอมแพ้ ✊ เดินหน้าสู่บทใหม่ ซื้อหัวหนังสือพิมพ์ “แนวหน้า” และรวมเข้ากับชื่อเดิม กลายเป็น “แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์” 🗞 วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2507 หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ออกวางแผงเป็นครั้งแรก โดยมี "นายประพันธ์ เหตระกูล" บุตรชายเป็นบรรณาธิการบริหาร พาดหัวฉบับแรกสร้างเสียงฮือฮาทันที “เมียน้อยจอมพลสฤษดิ์ท้องในอเมริกา พบรักแท้กับนักเรียนไทยวัยรุ่น” 😲 นำเสนอข่าวแบบเจาะลึกถึงตัวบุคคล และโครงสร้างอำนาจการเมือง 🔍 ข่าวเด่นยุคแรก กล้าท้าชนอำนาจรัฐ เดลินิวส์มีจุดขายที่ชัดเจน คือการเสนอข่าวที่ตรงไปตรงมา 💥 โดยเฉพาะเรื่องของ "จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์" ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับอนุภรรยากว่า 103 คน และทรัพย์สินมูลค่ากว่า 2,874 ล้านบาท 😮 นอกจากนี้ยังเปิดโปงคดีอาชญากรรม การทุจริต และประเด็นอ่อนไหวที่สื่ออื่นหลีกเลี่ยง จึงได้รับความนิยมจากผู้อ่านในวงกว้าง และถือเป็น “กระบอกเสียงของประชาชน” ที่แท้จริง 📈 ก้าวข้ามวิกฤตเศรษฐกิจ ปรับคุณภาพเพื่อความอยู่รอด ช่วง พ.ศ. 2516 - 2517 ทั่วโลกประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลน ทำให้ต้นทุนการผลิตหนังสือพิมพ์สูงขึ้น 📉 หนังสือพิมพ์หลายฉบับต้องขึ้นราคาขาย เดลินิวส์ก็เช่นกัน โดยปรับขึ้น 50 สตางค์ 💸 แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เดลินิวส์ ไม่ลดคุณภาพข่าว ตรงกันข้ามกลับเพิ่มคอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง และข่าวสังคม มากขึ้น ส่งผลให้ได้รับความเชื่อถือจากผู้อ่าน อย่างต่อเนื่อง ✨ 📚 เปลี่ยนชื่อเป็น “เดลินิวส์” อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2522 บริษัทสี่พระยาการพิมพ์ จำกัด ได้ยื่นเรื่องเปลี่ยนชื่อหนังสือพิมพ์เป็น “เดลินิวส์” และได้รับอนุญาตในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2522 🎉 ต่อมา เดลินิวส์ได้ขยายสำนักงานจากถนนสี่พระยา มาที่ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบัน 🏢 พร้อมขยายจำนวนหน้าจาก 16 เป็น 48 หน้า และเพิ่มราคาจำหน่ายจาก 1 บาท เป็น 10 บาทในปัจจุบัน 🖨 นวัตกรรมการพิมพ์ ก้าวสู่งานข่าวสีเต็มรูปแบบ ในปี พ.ศ. 2529 เดลินิวส์เริ่มพิมพ์ภาพข่าวสี่สีครั้งแรก คือ ภาพโศกนาฏกรรมกระสวยอวกาศ “แชลเลนเจอร์” 🚀 และต่อมาในปี พ.ศ. 2531 ตีพิมพ์ภาพ “ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก” คว้ามงกุฎนางงามจักรวาลที่ไต้หวัน 👑 พร้อมลงทุนในระบบพิมพ์ แซตเติลไลต์ ยูนิต และโฟร์ไฮ ที่สามารถพิมพ์ได้เร็วถึง 120,000 ฉบับ ต่อชั่วโมง 🚀 สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการสื่อสิ่งพิมพ์ไทย 🌐 เดลินิวส์ออนไลน์ ปฏิวัติวงการข่าวดิจิทัล ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2541 เดลินิวส์เข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตอย่างเต็มตัว เปิดเว็บไซต์ www.dailynews.co.th 💻 พร้อมคอนเซปต์ว่า... “ให้ข่าวสารพาไปไกลกว่าแค่ ‘รู้’ แต่คือ รู้ลึก รู้จริง และรู้เท่าทันทุกสถานการณ์” ในวันนี้ เดลินิวส์ออนไลน์ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ข่าว 🗂️ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเมือง เศรษฐกิจ สังคม บันเทิง กีฬา ไลฟ์สไตล์ รวมถึง วิดีโอ, อินโฟกราฟิก และ คอนเทนต์แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ⏱ 💡 ปณิธานของ “เดลินิวส์” ข่าวเพื่อประชาชน สิ่งที่ทำให้ “เดลินิวส์” อยู่ได้มากว่า 61 ปี ไม่ใช่เพียงเพราะยอดขายหรือชื่อเสียง 🏆 แต่เป็นเพราะความตั้งใจจริงของคณะผู้บริหาร ในการทำสื่อเพื่อประชาชน เดลินิวส์นำเสนอข่าวสารที่ครอบคลุม ทั้งข่าวสังคมที่ใกล้ตัว และข่าวเศรษฐกิจระดับชาติ โดยยึดมั่นในหลักจริยธรรมข่าว สร้างความเข้าใจ ที่มากกว่าแค่การรับรู้ข้อมูล 📘 📌 เดลินิวส์…มากกว่าข่าว คือความเข้าใจ จาก “บางกอกเดลิเมล์” ที่เคยถูกล่ามแท่นพิมพ์ด้วยโซ่ จนถึง “เดลินิวส์ออนไลน์” ที่ไหลลื่นในโลกดิจิทัล 🌐 เส้นทางกว่า 61 ปี ของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย และบทบาทของสื่อ ที่ไม่เคยละทิ้งประชาชน 💞 และไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปอย่างไร เดลินิวส์ยังคงทำหน้าที่ ด้วยหัวใจของนักข่าวเพื่อประชาชน ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 280955 มี.ค. 2568 📢 #เดลินิวส์ #ประวัติเดลินิวส์ #หนังสือพิมพ์ไทย #สื่อไทย #ข่าวออนไลน์ #เดลินิวส์ออนไลน์ #ข่าวเพื่อประชาชน #61ปีเดลินิวส์ #DailyNewsTH #ข่าวไทย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 536 มุมมอง 0 รีวิว
  • สส.พรรคส้ม เลี่ยงตอบชื่อ “ไทยสร้างสรรค์” เป็นพรรคจ้องดูด แต่ยืนยันแชทไลน์ซื้องูเห่าไม่ได้มโนเอง พร้อม โชว์เบอร์โทรศัพท์นักธุรกิจปั๊มน้ำมัน ให้สื่อดู

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000029240
    สส.พรรคส้ม เลี่ยงตอบชื่อ “ไทยสร้างสรรค์” เป็นพรรคจ้องดูด แต่ยืนยันแชทไลน์ซื้องูเห่าไม่ได้มโนเอง พร้อม โชว์เบอร์โทรศัพท์นักธุรกิจปั๊มน้ำมัน ให้สื่อดู อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000029240
    Like
    Haha
    4
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 845 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไฟป่าในเกาหลีใต้ลุกลามกินพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าวันนี้ (27 มี.ค.) เมื่อเทียบกับหนึ่งวันก่อนหน้า ขณะที่ทางการระบุว่าภัยพิบัติไฟป่าครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศได้คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วไม่ต่ำกว่า 26 คน และมีวัดวาอารามเก่าแก่ถูกเพลิงเผาวอดไปหลายแห่ง

    ไฟป่าในเทศมณฑลอุยซอง (Uiseong) ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในตอนนี้ได้ลุกลามขยายวงกว้างกินพื้นที่มากกว่า 33,000 เฮกตาร์ ซึ่งทำให้มันกลายเป็นไฟป่าจุดเดียวที่มีขนาดใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ เอาชนะสถิติไฟป่าเมื่อเดือน มี.ค. ปี 2000 ซึ่งเผาผลาญผืนป่าไป 24,000 เฮกตาร์

    “เราทั้งประเทศกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ขั้นวิกฤตและมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก สืบเนื่องจากไฟป่าที่ลุกลามรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” ฮัน ดักซู รักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวในการประชุมคณะทำงานตอบสนองไฟป่าของรัฐบาล

    กองทัพเกาหลีใต้ได้เบิกน้ำมันในคลังสำรองออกมาช่วยเติมเฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าตามเขตภูเขาทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ โดยขณะนี้ไฟป่าได้เผาไหม้พื้นที่มานานเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/around/detail/9680000029078

    #MGROnline #กองทัพเกาหลีใต้ ##ไฟป่า #เกาหลีใต้
    ไฟป่าในเกาหลีใต้ลุกลามกินพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าวันนี้ (27 มี.ค.) เมื่อเทียบกับหนึ่งวันก่อนหน้า ขณะที่ทางการระบุว่าภัยพิบัติไฟป่าครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศได้คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วไม่ต่ำกว่า 26 คน และมีวัดวาอารามเก่าแก่ถูกเพลิงเผาวอดไปหลายแห่ง • ไฟป่าในเทศมณฑลอุยซอง (Uiseong) ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในตอนนี้ได้ลุกลามขยายวงกว้างกินพื้นที่มากกว่า 33,000 เฮกตาร์ ซึ่งทำให้มันกลายเป็นไฟป่าจุดเดียวที่มีขนาดใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ เอาชนะสถิติไฟป่าเมื่อเดือน มี.ค. ปี 2000 ซึ่งเผาผลาญผืนป่าไป 24,000 เฮกตาร์ • “เราทั้งประเทศกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ขั้นวิกฤตและมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก สืบเนื่องจากไฟป่าที่ลุกลามรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” ฮัน ดักซู รักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวในการประชุมคณะทำงานตอบสนองไฟป่าของรัฐบาล • กองทัพเกาหลีใต้ได้เบิกน้ำมันในคลังสำรองออกมาช่วยเติมเฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าตามเขตภูเขาทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ โดยขณะนี้ไฟป่าได้เผาไหม้พื้นที่มานานเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/around/detail/9680000029078 • #MGROnline #กองทัพเกาหลีใต้ ##ไฟป่า #เกาหลีใต้
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 231 มุมมอง 0 รีวิว
  • 48 ปี โศกนาฏกรรมกลางรันเวย์ “โบอิง 747” ชนกันที่เตเนริเฟ 🇪🇸✈️ สำเนียงสเปนพ่นพิษ นักบินสื่อสารผิดพลาด 583 ศพ บทเรียนราคาแพงจากท่าอากาศยาน ท่ามกลางหมอกหนา ความเครียด และสำเนียงที่ฟังยาก

    🌫️ โศกนาฏกรรมแห่งเตเนริเฟ 🔥 ย้อนไปเมื่อ 48 ปี ที่ผ่านมา ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2520 เป็นวันที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การบิน เมื่อเครื่องบินโดยสารขนาดยักษ์ โบอิง 747 ของสายการบิน KLM และ Pan Am ชนกันกลางรันเวย์ที่สนามบินโลสโรเดโอส ปัจจุบันคือท่าอากาศยานเตเนริเฟนอร์เต เกาะเตเนริเฟ ประเทศสเปน

    ผลที่ตามมาคือ ผู้เสียชีวิต 583 ราย และบาดเจ็บ 61 คน เป็นอุบัติเหตุทางอากาศ ที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลก เหตุการณ์ครั้งนั้น ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีขัดข้อง หากแต่เป็นผลพวงจากปัจจัยมนุษย์ (Human Error) และการสื่อสารที่ผิดพลาด ท่ามกลางความกดดัน

    ✈️💥 บริบทก่อนเกิดเหตุ ในช่วงบ่ายของวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2520 "สนามบินกรันกานาเรีย" ซึ่งเป็นสนามบินหลักของหมู่เกาะคานารี ถูกขู่วางระเบิด ทำให้ต้องปิดการใช้งานชั่วคราว ✋🔴

    เครื่องบินหลายลำ รวมถึงเที่ยวบิน KLM 4805 และ Pan Am 1736 จำเป็นต้องลงจอดที่สนามบินสำรองอย่าง “โลสโรเดโอส” ซึ่งเป็นสนามบินขนาดเล็ก ที่ไม่มีความพร้อมรองรับ เครื่องบินลำใหญ่จำนวนมาก

    🕰️ จุดเริ่มต้นของหายนะ 🧨
    - KLM 4805 เดินทางจากอัมสเตอร์ดัม พร้อมผู้โดยสาร 234 คน และลูกเรือ 14 คน
    - Pan Am 1736:เดินทางจากลอสแอนเจลิส แวะนิวยอร์ก มุ่งหน้ากรุงมาดริด พร้อมผู้โดยสาร 380 คน และลูกเรือ 16 คน

    หลังจากเครื่องบินหลายลำลงจอด และจอดเรียงรายกันในพื้นที่จำกัด เจ้าหน้าที่ต้องบริหารพื้นที่ อย่างเร่งด่วน ก่อให้เกิดความเครียด ทั้งในหอบังคับการบินและลูกเรือ

    🚧 จุดเปลี่ยนสำคัญคือ กัปตันของ KLM ตัดสินใจเติมน้ำมันให้เต็มถัง เพื่อเลี่ยงเติมที่สนามบินปลายทางเ พราะราคาถูกกว่า ทำให้ต้องจอดนานกว่าเดิม และขัดขวางการเคลื่อนตัวของ Pan Am

    ☁️ หมอกและความสับสน ภัยเงียบแห่งรันเวย์ 🗣️ เมื่อสนามบินกรันกานาเรียเปิดใช้งานอีกครั้ง การจราจรทางอากาศในโลสโรเดโอส วุ่นวายทันที

    📻 หอบังคับการบิน ต้องจัดการเครื่องบินหลายลำ แต่ขาดเรดาร์ภาคพื้นดิน ทำให้พวกเขามองไม่เห็นตำแหน่งเครื่องบิน ต้องอาศัยการสื่อสารวิทยุแทน

    ✋ จุดวิกฤตเกิดขึ้นเมื่อ KLM เข้าใจผิดว่า สามารถนำเครื่องขึ้นได้ทันที ขณะที่ Pan Am ยังอยู่บนรันเวย์เดียวกัน!

    สำเนียงสเปน กับความคลุมเครือของคำว่า “Takeoff” 😓📡

    📌 ขณะที่ KLM กำลังเตรียมนำเครื่องขึ้น นักบินผู้ช่วยพูดว่า

    “We are now at takeoff.”

    ซึ่งไม่ใช่ประโยคขออนุญาตขึ้นบินโดยตรง แต่เป็นการสื่อสารที่ทำให้เข้าใจคลุมเครือ หอบังคับการบินตอบกลับว่า

    “OK, stand by for takeoff, I will call you.”

    แต่...❗เสียงตอบกลับนั้น ถูกกลืนหายไปกับคลื่นรบกวน ทำให้นักบิน KLM ไม่ได้ยินคำสั่งเต็ม ๆ

    🔥 การชนที่ไม่ควรเกิดขึ้น 💔 KLM เร่งนำเครื่องขึ้น โดยเข้าใจว่าได้รับอนุญาต ขณะที่ Pan Am กำลังเคลื่อนผ่านทางแยก วิ่งบนรันเวย์เดียวกัน หมอกหนาทำให้มองไม่เห็น

    ผลลัพธ์คือ ❌

    ✈️ เครื่องบิน KLM ชนเข้ากลางลำ Pan Am อย่างรุนแรง

    💥 ไฟลุกท่วมเครื่องบินทั้งสองลำในทันที

    - เสียชีวิตจาก KLM 248 ศพ (รอด = 0)
    - เสียชีวิตจาก Pan Am 335 ศพ (รอด = 61 คน)

    😢 บทวิเคราะห์: สาเหตุแห่งหายนะ 🔍
    ปัจจัยมนุษย์ (Human Error)
    - ความเครียดของกัปตัน KLM ที่ต้องรับแรงกดดัน จากบริษัทห้ามดีเลย์ 🕒
    - ขาดการสื่อสารชัดเจน ระหว่างนักบินกับหอบังคับการบิน 📻
    - สำเนียงสเปน ทำให้สื่อสารภาษาอังกฤษไม่ชัดเจน 🗣️

    ปัจจัยสิ่งแวดล้อม
    - สนามบินโลสโรเดโอส ไม่มีเรดาร์พื้นดิน ❌
    - หมอกลงจัด มองไม่เห็นปลายรันเวย์ 🌫️
    - พื้นที่สนามบิน ไม่พร้อมรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่หลายลำ 🚫

    📚🛫 หลังเหตุการณ์นี้ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ได้ปรับปรุงมาตรการอย่างจริงจัง
    ✅ การสื่อสารต้องใช้ภาษามาตรฐาน และชัดเจนมากขึ้น (Standard Phraseology)
    ✅ ห้ามนักบินตีความเอง โดยไม่มีการอนุญาตชัดเจน
    ✅ มีการพัฒนา Cockpit Resource Management (CRM) เพื่อเน้นการทำงานเป็นทีมระหว่างลูกเรือ
    ✅ ระบบเรดาร์พื้นดิน (Ground Radar) ถูกติดตั้งในสนามบินใหญ่ ๆ ทั่วโลก

    😨 เหตุการณ์ที่เกือบซ้ำรอยในปี 2542 🛬
    เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 ที่สนามบินโอแฮร์ สหรัฐอเมริกา ✈️
    - Korean Air เที่ยวบิน 36 Boeing 747 พร้อมผู้โดยสาร 340 คน
    - China Airlines เที่ยวบิน 9018 Boeing 747 เช่นกัน

    เกือบชนกันกลางรันเวย์ เนื่องจากความเข้าใจผิด ในการจราจรทางอากาศ แต่โชคดีที่หลีกเลี่ยงได้ทันโดยเครื่องบินอยู่ห่างกันเพียง 75 ฟุตเท่านั้น 😱

    🕯️ 583 ชีวิต กับบทเรียนที่ไม่มีวันลืม ✈️ “โศกนาฏกรรมเตเนริเฟ” เป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดครั้งหนึ่งของมนุษยชาติ ที่สอนเราให้ระมัดระวังในการสื่อสาร การจัดการความเสี่ยง และให้ความสำคัญ กับมาตรฐานความปลอดภัยการบิน ✈️🧠

    แม้เวลาจะผ่านไป 48 ปี... แต่ความสูญเสีย และบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ ยังคงส่องแสงเป็นคำเตือน ถึงทุกคนในวงการการบินเสมอ

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 271250 มี.ค. 2568

    📲 #TenerifeDisaster #Boeing747 #PlaneCrashHistory #AirlineSafety #KLM4805 #PanAm1736 #AirCrashInvestigation #อุบัติเหตุทางการบิน #โบอิง747ชนกัน #บทเรียนการบิน
    48 ปี โศกนาฏกรรมกลางรันเวย์ “โบอิง 747” ชนกันที่เตเนริเฟ 🇪🇸✈️ สำเนียงสเปนพ่นพิษ นักบินสื่อสารผิดพลาด 583 ศพ บทเรียนราคาแพงจากท่าอากาศยาน ท่ามกลางหมอกหนา ความเครียด และสำเนียงที่ฟังยาก 🌫️ โศกนาฏกรรมแห่งเตเนริเฟ 🔥 ย้อนไปเมื่อ 48 ปี ที่ผ่านมา ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2520 เป็นวันที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การบิน เมื่อเครื่องบินโดยสารขนาดยักษ์ โบอิง 747 ของสายการบิน KLM และ Pan Am ชนกันกลางรันเวย์ที่สนามบินโลสโรเดโอส ปัจจุบันคือท่าอากาศยานเตเนริเฟนอร์เต เกาะเตเนริเฟ ประเทศสเปน ผลที่ตามมาคือ ผู้เสียชีวิต 583 ราย และบาดเจ็บ 61 คน เป็นอุบัติเหตุทางอากาศ ที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลก เหตุการณ์ครั้งนั้น ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีขัดข้อง หากแต่เป็นผลพวงจากปัจจัยมนุษย์ (Human Error) และการสื่อสารที่ผิดพลาด ท่ามกลางความกดดัน ✈️💥 บริบทก่อนเกิดเหตุ ในช่วงบ่ายของวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2520 "สนามบินกรันกานาเรีย" ซึ่งเป็นสนามบินหลักของหมู่เกาะคานารี ถูกขู่วางระเบิด ทำให้ต้องปิดการใช้งานชั่วคราว ✋🔴 เครื่องบินหลายลำ รวมถึงเที่ยวบิน KLM 4805 และ Pan Am 1736 จำเป็นต้องลงจอดที่สนามบินสำรองอย่าง “โลสโรเดโอส” ซึ่งเป็นสนามบินขนาดเล็ก ที่ไม่มีความพร้อมรองรับ เครื่องบินลำใหญ่จำนวนมาก 🕰️ จุดเริ่มต้นของหายนะ 🧨 - KLM 4805 เดินทางจากอัมสเตอร์ดัม พร้อมผู้โดยสาร 234 คน และลูกเรือ 14 คน - Pan Am 1736:เดินทางจากลอสแอนเจลิส แวะนิวยอร์ก มุ่งหน้ากรุงมาดริด พร้อมผู้โดยสาร 380 คน และลูกเรือ 16 คน หลังจากเครื่องบินหลายลำลงจอด และจอดเรียงรายกันในพื้นที่จำกัด เจ้าหน้าที่ต้องบริหารพื้นที่ อย่างเร่งด่วน ก่อให้เกิดความเครียด ทั้งในหอบังคับการบินและลูกเรือ 🚧 จุดเปลี่ยนสำคัญคือ กัปตันของ KLM ตัดสินใจเติมน้ำมันให้เต็มถัง เพื่อเลี่ยงเติมที่สนามบินปลายทางเ พราะราคาถูกกว่า ทำให้ต้องจอดนานกว่าเดิม และขัดขวางการเคลื่อนตัวของ Pan Am ☁️ หมอกและความสับสน ภัยเงียบแห่งรันเวย์ 🗣️ เมื่อสนามบินกรันกานาเรียเปิดใช้งานอีกครั้ง การจราจรทางอากาศในโลสโรเดโอส วุ่นวายทันที 📻 หอบังคับการบิน ต้องจัดการเครื่องบินหลายลำ แต่ขาดเรดาร์ภาคพื้นดิน ทำให้พวกเขามองไม่เห็นตำแหน่งเครื่องบิน ต้องอาศัยการสื่อสารวิทยุแทน ✋ จุดวิกฤตเกิดขึ้นเมื่อ KLM เข้าใจผิดว่า สามารถนำเครื่องขึ้นได้ทันที ขณะที่ Pan Am ยังอยู่บนรันเวย์เดียวกัน! สำเนียงสเปน กับความคลุมเครือของคำว่า “Takeoff” 😓📡 📌 ขณะที่ KLM กำลังเตรียมนำเครื่องขึ้น นักบินผู้ช่วยพูดว่า “We are now at takeoff.” ซึ่งไม่ใช่ประโยคขออนุญาตขึ้นบินโดยตรง แต่เป็นการสื่อสารที่ทำให้เข้าใจคลุมเครือ หอบังคับการบินตอบกลับว่า “OK, stand by for takeoff, I will call you.” แต่...❗เสียงตอบกลับนั้น ถูกกลืนหายไปกับคลื่นรบกวน ทำให้นักบิน KLM ไม่ได้ยินคำสั่งเต็ม ๆ 🔥 การชนที่ไม่ควรเกิดขึ้น 💔 KLM เร่งนำเครื่องขึ้น โดยเข้าใจว่าได้รับอนุญาต ขณะที่ Pan Am กำลังเคลื่อนผ่านทางแยก วิ่งบนรันเวย์เดียวกัน หมอกหนาทำให้มองไม่เห็น ผลลัพธ์คือ ❌ ✈️ เครื่องบิน KLM ชนเข้ากลางลำ Pan Am อย่างรุนแรง 💥 ไฟลุกท่วมเครื่องบินทั้งสองลำในทันที - เสียชีวิตจาก KLM 248 ศพ (รอด = 0) - เสียชีวิตจาก Pan Am 335 ศพ (รอด = 61 คน) 😢 บทวิเคราะห์: สาเหตุแห่งหายนะ 🔍 ปัจจัยมนุษย์ (Human Error) - ความเครียดของกัปตัน KLM ที่ต้องรับแรงกดดัน จากบริษัทห้ามดีเลย์ 🕒 - ขาดการสื่อสารชัดเจน ระหว่างนักบินกับหอบังคับการบิน 📻 - สำเนียงสเปน ทำให้สื่อสารภาษาอังกฤษไม่ชัดเจน 🗣️ ปัจจัยสิ่งแวดล้อม - สนามบินโลสโรเดโอส ไม่มีเรดาร์พื้นดิน ❌ - หมอกลงจัด มองไม่เห็นปลายรันเวย์ 🌫️ - พื้นที่สนามบิน ไม่พร้อมรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่หลายลำ 🚫 📚🛫 หลังเหตุการณ์นี้ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ได้ปรับปรุงมาตรการอย่างจริงจัง ✅ การสื่อสารต้องใช้ภาษามาตรฐาน และชัดเจนมากขึ้น (Standard Phraseology) ✅ ห้ามนักบินตีความเอง โดยไม่มีการอนุญาตชัดเจน ✅ มีการพัฒนา Cockpit Resource Management (CRM) เพื่อเน้นการทำงานเป็นทีมระหว่างลูกเรือ ✅ ระบบเรดาร์พื้นดิน (Ground Radar) ถูกติดตั้งในสนามบินใหญ่ ๆ ทั่วโลก 😨 เหตุการณ์ที่เกือบซ้ำรอยในปี 2542 🛬 เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 ที่สนามบินโอแฮร์ สหรัฐอเมริกา ✈️ - Korean Air เที่ยวบิน 36 Boeing 747 พร้อมผู้โดยสาร 340 คน - China Airlines เที่ยวบิน 9018 Boeing 747 เช่นกัน เกือบชนกันกลางรันเวย์ เนื่องจากความเข้าใจผิด ในการจราจรทางอากาศ แต่โชคดีที่หลีกเลี่ยงได้ทันโดยเครื่องบินอยู่ห่างกันเพียง 75 ฟุตเท่านั้น 😱 🕯️ 583 ชีวิต กับบทเรียนที่ไม่มีวันลืม ✈️ “โศกนาฏกรรมเตเนริเฟ” เป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดครั้งหนึ่งของมนุษยชาติ ที่สอนเราให้ระมัดระวังในการสื่อสาร การจัดการความเสี่ยง และให้ความสำคัญ กับมาตรฐานความปลอดภัยการบิน ✈️🧠 แม้เวลาจะผ่านไป 48 ปี... แต่ความสูญเสีย และบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ ยังคงส่องแสงเป็นคำเตือน ถึงทุกคนในวงการการบินเสมอ ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 271250 มี.ค. 2568 📲 #TenerifeDisaster #Boeing747 #PlaneCrashHistory #AirlineSafety #KLM4805 #PanAm1736 #AirCrashInvestigation #อุบัติเหตุทางการบิน #โบอิง747ชนกัน #บทเรียนการบิน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 485 มุมมอง 0 รีวิว
  • 27-03-68/01 : หมี CNN / "ROCK N ROLL" EP.95 ชื่อตอน "CHECK MATE GOD OF THAI HIA" ไอ้สัส! งานช้าง ล่อตำหนวดยกกรม ขยี้หน่วยงานต้นน้ำซะเละเทะไม่มีเหลือ แม่แต่อีเจ้าศาลเถื่อนนนท์ ยังไม่ถอย เล่นตามน้ำ ไปตามบท ไม่มีแตกแถว สำนวนทำให้อ่อน เปลี่ยนข้อหาไม่ได้ แต่เปิดช่องให้กระทุ้งใหญ่ ศาลเจ้าใหญ่สั่ง กูจะไม่ทนกับเหี้ยขายชาติอีกต่อไป สะเทือนทั้งวงการ สนั่นทั้งแผ่นดิน จากแค่ดาราตายห่า กำลังจะลากเหี้ยทั้งแผ่นดินตายคาคุกทั่วอโยธยา เชือดก่อน 3 จะมีตามมาอีกเป็นร้อย ช้าก่อน! เพิ่งจะเริ่ม จุดเปลี่ยนคดีผีอีโมคือ "อีตำหนวดแถลงการณ์ตอแหล" หลักฐานเท็จในศาล จะเป็นบรรทัดฐานต่อไป หากเจ้าหน้าที่รัฐกลายร่างเป็นเหี้ย ต่อไป ความยุติธรรมจะหาจากใครได้อีก? ศาลเจ้าเป็นงาน ไม่รีบเชือดก่อน เพราะต้องลากทั้งองคาพยพทั้งหมด ที่ส่งสำนวน ส่งอัยกวย ตีความแล้วส่งขึ้นศาลเจ้า มันบิดเบือน มันตอแหลกันมาตั้งแต่ต้น ฆ่าคนคนเดียว จัดใหญ่หนีคดี ที่มาของสวรรค์มีตา จุดเล็กแค่ไหน ก็ขยายให้ใหญ่มหาศาลไร้จุดจบได้ แค่ความเงี่ยนตัวเดียว ทำเหี้ยตายยกรัง ยิ่งอุ้ม ยิ่งตายคาคอก ยิ่งดิ้น ยิ่งมัดคาหนังคาเขา เทคโนโลยีเข้ามาเอี่ยวเต็มตรีน แถไม่ได้ ตอแหลไม่ออก สารภาพไปแล้ว 2 ที่เหลือจะหุบปากต่ออีกมั้ย? เพ่อัจซัดใหญ่ ออกสื่อลั่น "ผีอีโม ต้องได้ฟื้นคืนชีพ" อโยธยากำลังจะได้แสงสว่างในไม่ช้านี้ ทุกความชั่วบัดซบ จะถูกเปิดเผยหมดสิ้น หลังจบศาลเจ้านนท์ เพื่อปูทางสู่ ศาลใหญ่ของจริง องค์คณะระดับชาติจริง และงานนี้ แม้แต่ตัวที่ว่าใหญ่ที่สุด ยังต้องนั่งกุมไข่ ช่วยใครไม่ได้ เพราะใครแตะต้อง งานนี้ "เชือดไร้ความปราณี" แสบสันต์ดีจริง ดารา ไฮโซ คนดัง คนมีสี อวดรวยกันดีนัก สรรพากรตามสืบ เจาะไข่แดงทันที ขอบคุณ ที่ให้กูได้รีดภาษีมรึงเพิ่ม และขอบคุณ ทำให้รู้ที่มาของเงิน เส้นทางการเงินที่บัดซบ "นี่มัน รีดเลือดจากปูดำ..ของจริง" สุดทนแล้ว..อโยธยา ลุกขึ้นสู้

    นั่นแหละที่เค้ารอมรึงอยู่ "เผ่นสิจ๊ะ.. ใครมันจะอยู่" เพราะไพ่ในมือถูกหงายจนหมดเกลี้ยง ตัวพ่อ ตัวสั่งการ ตัวลงมือ DSI เค้ารู้หมดเกลี้ยง แค่รอพยาน หลักฐานชัด เอาให้มัดจนดิ้นๆไม่หลุด แพ็คกระเป๋ากันเพี๊ยบ ออกนอกตามสูตร ไม่ใช่แค่คดีผีอีโม เพราะมันโยงไปแล้วกว่า 400 ตัว เส้นทางการเงิน จะถูกเรียกสอบ ทั้งสรรพากร ทั้งปปง. ปปส. งานนี้ระดับชาติ กวาดล้างป่าช้า ยิ่งกว่าหนังการ์ตูนอีกมรึง พรรคพวกในกระทรวงแจ้งว่า "ทำ OT ทำผลงานกันใหญ่ หล้งเบื้องบนไฟเขียว เตรียมเปลี่ยนหัวแล้วจ๊ะ" รอดูอะไรจะเกิดขึ้น ทุกอย่างมันมีเวลาของมัน ไม่ต้องไปเร่ง เหี้ยมันยิ่งดิ้น เวลามันก็ยิ่งน้อยลงไปเรื่อยๆ เวลาแสงทำงานแล้วมรึงจะช็อค รวดเดียวจบ ล่าสุด หญิงเด็ด แฝงตัวมาแรมปีเข้าแจมขบวนการเครือข่ายทุจริตยารพ. แม้แต่หมอยังไม่รอด จรรยาบรรณเหรอ? ในกลียุคมันมีด้วยเหรอ? สวรรค์เค้าเปิดทางให้เหี้ยทำชั่วสะดวกโยธินบูรณะ แกก็ล่อกันเต็มเหนี่ยวทั้งแผ่นดิน เพื่อรอการผลัดใบใหม่ทั้งหมด ดอกนี้ สาธารณสุขตายยกรัง รมต.ตายคาลายเซ็นต์ ผอ.ตายคารับรอง มันส์จริง เด็ดจริง ช่วงนี้ สะเด็ดน้ำกันทุกวงการ ทุกหมู่เหล่า แตะตรงไหน "แดร๊กหมดไม่มีเหลือ" ประกาศศักดา เพ่อัจซัด หลังสงกรานต์ คนบนเรือเยี่ยวแตกแน่ ของขวัญที่มรึงไม่ต้องการกำลังจะมาหา อะไรน่ะ อีร่านตุ๊ดแซด ปากดี หายไปไหนฟ่ะ? กูกำลังตามหามรึงอยู่ อีกระต๊าก ชีวิตดี๊ดี เสพสุขบนศพเพื่อน ผู้มีพระคุณ พร้อมจะตื่นมารับความจริงยัง? ไอ้อี สารเลวทั้งหลาย

    อ้าว..ไหง หนังคนละม้วน เปิดตัววันแรก งานมอเตอร์โชว์ คนไทยจนฟ่ะ แห่กันไปท่วมงานตั้งแต่ชั่วโมงแรก ค่ายจีนรับออเดอร์ไม่ทัน ลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ มาหมด BYD/ SAIC/ MG/ Great Wall Motor/ NIO/ ZEEKR ฯลฯ รถหรู ราคาไม่ถึงล้าน แล้วอียุ่นปี่ ขายเกินล้านเป็นแถว กูจะต้องหั่นลงอีกเท่าไหร่ ถึงจะตามมรึงทัน ผ่านมาได้ 5 ปีกว่าแล้ว หลังจีนยก EV เข้ามาบุกถล่มตลาดไทย ทำควายไทยตื่นทันที กูโดนหลอกมากว่าครึ่งศตวรรษนี่หว่า? แค่ 2 ปี แบตเตอร๊่พัฒนาไปไกลเกินจินตนาการ 10 นาที 1000 กม. เอาที่มรึงสบายใจเหอะ น้ำมันกลายเป็นเรื่องล้าหลังไปแล้ว เชิญมรึงขึ้นราคาน้ำมันกันให้สะใจ จนคนแห่ไปใช้ EV กันหมดประเทศ แล้วอย่าร้อง สุดท้ายก็ต้องไปเอาน้ำมันจากอิหร่าน รัสเซีย เข้ามาใช้ ใครล่ะ ที่ห้ามมรึงนำเข้า เพราะมันแดร๊กไม่ดุ เหมือนที่ทำกันมาชิมิ? ขนออกอ่าวไทย แล้วกลับเข้ามาเติมใหม่ใช้ราคาตลาดโลก ไอ้สัด! ไม่ใช่แค่เหี้ย แต่บัดสบขั้นสูงสุด นี่ว่ายุคอนาคตแล้วน่ะ แต่จีนไปไกลกว่านั้น เค้าไม่ใช่ล้อกันแล้วจ๊ะ เค้าบินไปส่งกันถึงที่ โดรนจะเข้ามาแทนรถยนต์ในไม่ช้านี้ อยู่ดีดี อิหร่านก็เปิดคลังแสงใต้ดินให้ดูใหม่ คลังขีปนาวุธ สุดอลังการ ต้องการจะสื่ออะไรจ๊ะ? อะไรน่ะ ยิงมรึงได้ยันไปถึงชาติหน้าไงล่ะ อียิวขี้แตก มรึงมาแต่ละเที่ยว กูแทบไม่ต้องสกัดเลย เพราะมันไม่เหลือให้สกัดแล้ว อิหร่านรุกหนักช่วงนี้ เหตุเพราะกำลังจะเปิดศึกที่ราบสูงโกลาน เพราะนั่นคือสัญลักษณ์ด่านสุดท้าย ปลดแอกอิทธิพลอียิวในตะวันออกกลางให้โลกประจักษ์

    ถึงคราวซวยมรึงแล้ว อี 22 ตำหนวดที่ฟ้องหมิ่นเพ่อัจแล้วแพ้ยับ ถูกฟ้องกลับพ่วงข้อหาปั้นหลักฐาน พยานเท็จ ใส่ร้ายป้ายสี คนละ 2 กระทง เด้งน่ะมันของแน่ แต่อาจลากยาวไปนอนคุกเป็นเพื่อนไอ้คนที่มรึงเพิ่งไปจับเค้ามาขังเนี่ยแหละ? งานนี้ ไม่ได้หวังแค่หางแถว ต้องล่อถึงหัวหน้าใหญ่ ต้นตอความเหี้ยอัปรีย์จัญไรของขบวนการต้นน้ำยุติธรรมไทย แม้แต่ในขบวนการของศาลเจ้าก็ไล่ล้างป่าช้าเช่นกัน ดั่งที่ 2 ผู้พิพากษาถูกเชือดล่าสุดก่อนหน้านั้น มาเป็นชุด เวลาแสงจัดใหญ่ ยิ่งกว่าคอนเสิร์ต LISA อีกมรึง? อะไรน่ะ อา ปา จือ ปา เจ๊ะ ยังไม่มันส์เท่านี้? ข้ามวิกแป๊บ ไม่พูดคงนอนไม่หลับสิน่ะ? แอร์โดกัน ส่งลูกเมีย บินไปหลบภัยมืดในอาร์เซอร์ไบจานก่อน งานนี้ม็อบเหี้ย C มากันเพี๊ยบ ผสมชาวบ้านที่โกรธแค้น แอร์โดกันมาช้านานในทุกเรื่องที่ดำรงตำแหน่งผู้นำทางการเมืองมากว่าเกือบ 20 ปี ทุกอย่างมันคือ บทละครหน้าฉาก ที่จะเกิด อ่านต่อ : www.minds.com/newsfeed/1...
    27-03-68/01 : หมี CNN / "ROCK N ROLL" EP.95 ชื่อตอน "CHECK MATE GOD OF THAI HIA" ไอ้สัส! งานช้าง ล่อตำหนวดยกกรม ขยี้หน่วยงานต้นน้ำซะเละเทะไม่มีเหลือ แม่แต่อีเจ้าศาลเถื่อนนนท์ ยังไม่ถอย เล่นตามน้ำ ไปตามบท ไม่มีแตกแถว สำนวนทำให้อ่อน เปลี่ยนข้อหาไม่ได้ แต่เปิดช่องให้กระทุ้งใหญ่ ศาลเจ้าใหญ่สั่ง กูจะไม่ทนกับเหี้ยขายชาติอีกต่อไป สะเทือนทั้งวงการ สนั่นทั้งแผ่นดิน จากแค่ดาราตายห่า กำลังจะลากเหี้ยทั้งแผ่นดินตายคาคุกทั่วอโยธยา เชือดก่อน 3 จะมีตามมาอีกเป็นร้อย ช้าก่อน! เพิ่งจะเริ่ม จุดเปลี่ยนคดีผีอีโมคือ "อีตำหนวดแถลงการณ์ตอแหล" หลักฐานเท็จในศาล จะเป็นบรรทัดฐานต่อไป หากเจ้าหน้าที่รัฐกลายร่างเป็นเหี้ย ต่อไป ความยุติธรรมจะหาจากใครได้อีก? ศาลเจ้าเป็นงาน ไม่รีบเชือดก่อน เพราะต้องลากทั้งองคาพยพทั้งหมด ที่ส่งสำนวน ส่งอัยกวย ตีความแล้วส่งขึ้นศาลเจ้า มันบิดเบือน มันตอแหลกันมาตั้งแต่ต้น ฆ่าคนคนเดียว จัดใหญ่หนีคดี ที่มาของสวรรค์มีตา จุดเล็กแค่ไหน ก็ขยายให้ใหญ่มหาศาลไร้จุดจบได้ แค่ความเงี่ยนตัวเดียว ทำเหี้ยตายยกรัง ยิ่งอุ้ม ยิ่งตายคาคอก ยิ่งดิ้น ยิ่งมัดคาหนังคาเขา เทคโนโลยีเข้ามาเอี่ยวเต็มตรีน แถไม่ได้ ตอแหลไม่ออก สารภาพไปแล้ว 2 ที่เหลือจะหุบปากต่ออีกมั้ย? เพ่อัจซัดใหญ่ ออกสื่อลั่น "ผีอีโม ต้องได้ฟื้นคืนชีพ" อโยธยากำลังจะได้แสงสว่างในไม่ช้านี้ ทุกความชั่วบัดซบ จะถูกเปิดเผยหมดสิ้น หลังจบศาลเจ้านนท์ เพื่อปูทางสู่ ศาลใหญ่ของจริง องค์คณะระดับชาติจริง และงานนี้ แม้แต่ตัวที่ว่าใหญ่ที่สุด ยังต้องนั่งกุมไข่ ช่วยใครไม่ได้ เพราะใครแตะต้อง งานนี้ "เชือดไร้ความปราณี" แสบสันต์ดีจริง ดารา ไฮโซ คนดัง คนมีสี อวดรวยกันดีนัก สรรพากรตามสืบ เจาะไข่แดงทันที ขอบคุณ ที่ให้กูได้รีดภาษีมรึงเพิ่ม และขอบคุณ ทำให้รู้ที่มาของเงิน เส้นทางการเงินที่บัดซบ "นี่มัน รีดเลือดจากปูดำ..ของจริง" สุดทนแล้ว..อโยธยา ลุกขึ้นสู้ นั่นแหละที่เค้ารอมรึงอยู่ "เผ่นสิจ๊ะ.. ใครมันจะอยู่" เพราะไพ่ในมือถูกหงายจนหมดเกลี้ยง ตัวพ่อ ตัวสั่งการ ตัวลงมือ DSI เค้ารู้หมดเกลี้ยง แค่รอพยาน หลักฐานชัด เอาให้มัดจนดิ้นๆไม่หลุด แพ็คกระเป๋ากันเพี๊ยบ ออกนอกตามสูตร ไม่ใช่แค่คดีผีอีโม เพราะมันโยงไปแล้วกว่า 400 ตัว เส้นทางการเงิน จะถูกเรียกสอบ ทั้งสรรพากร ทั้งปปง. ปปส. งานนี้ระดับชาติ กวาดล้างป่าช้า ยิ่งกว่าหนังการ์ตูนอีกมรึง พรรคพวกในกระทรวงแจ้งว่า "ทำ OT ทำผลงานกันใหญ่ หล้งเบื้องบนไฟเขียว เตรียมเปลี่ยนหัวแล้วจ๊ะ" รอดูอะไรจะเกิดขึ้น ทุกอย่างมันมีเวลาของมัน ไม่ต้องไปเร่ง เหี้ยมันยิ่งดิ้น เวลามันก็ยิ่งน้อยลงไปเรื่อยๆ เวลาแสงทำงานแล้วมรึงจะช็อค รวดเดียวจบ ล่าสุด หญิงเด็ด แฝงตัวมาแรมปีเข้าแจมขบวนการเครือข่ายทุจริตยารพ. แม้แต่หมอยังไม่รอด จรรยาบรรณเหรอ? ในกลียุคมันมีด้วยเหรอ? สวรรค์เค้าเปิดทางให้เหี้ยทำชั่วสะดวกโยธินบูรณะ แกก็ล่อกันเต็มเหนี่ยวทั้งแผ่นดิน เพื่อรอการผลัดใบใหม่ทั้งหมด ดอกนี้ สาธารณสุขตายยกรัง รมต.ตายคาลายเซ็นต์ ผอ.ตายคารับรอง มันส์จริง เด็ดจริง ช่วงนี้ สะเด็ดน้ำกันทุกวงการ ทุกหมู่เหล่า แตะตรงไหน "แดร๊กหมดไม่มีเหลือ" ประกาศศักดา เพ่อัจซัด หลังสงกรานต์ คนบนเรือเยี่ยวแตกแน่ ของขวัญที่มรึงไม่ต้องการกำลังจะมาหา อะไรน่ะ อีร่านตุ๊ดแซด ปากดี หายไปไหนฟ่ะ? กูกำลังตามหามรึงอยู่ อีกระต๊าก ชีวิตดี๊ดี เสพสุขบนศพเพื่อน ผู้มีพระคุณ พร้อมจะตื่นมารับความจริงยัง? ไอ้อี สารเลวทั้งหลาย อ้าว..ไหง หนังคนละม้วน เปิดตัววันแรก งานมอเตอร์โชว์ คนไทยจนฟ่ะ แห่กันไปท่วมงานตั้งแต่ชั่วโมงแรก ค่ายจีนรับออเดอร์ไม่ทัน ลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ มาหมด BYD/ SAIC/ MG/ Great Wall Motor/ NIO/ ZEEKR ฯลฯ รถหรู ราคาไม่ถึงล้าน แล้วอียุ่นปี่ ขายเกินล้านเป็นแถว กูจะต้องหั่นลงอีกเท่าไหร่ ถึงจะตามมรึงทัน ผ่านมาได้ 5 ปีกว่าแล้ว หลังจีนยก EV เข้ามาบุกถล่มตลาดไทย ทำควายไทยตื่นทันที กูโดนหลอกมากว่าครึ่งศตวรรษนี่หว่า? แค่ 2 ปี แบตเตอร๊่พัฒนาไปไกลเกินจินตนาการ 10 นาที 1000 กม. เอาที่มรึงสบายใจเหอะ น้ำมันกลายเป็นเรื่องล้าหลังไปแล้ว เชิญมรึงขึ้นราคาน้ำมันกันให้สะใจ จนคนแห่ไปใช้ EV กันหมดประเทศ แล้วอย่าร้อง สุดท้ายก็ต้องไปเอาน้ำมันจากอิหร่าน รัสเซีย เข้ามาใช้ ใครล่ะ ที่ห้ามมรึงนำเข้า เพราะมันแดร๊กไม่ดุ เหมือนที่ทำกันมาชิมิ? ขนออกอ่าวไทย แล้วกลับเข้ามาเติมใหม่ใช้ราคาตลาดโลก ไอ้สัด! ไม่ใช่แค่เหี้ย แต่บัดสบขั้นสูงสุด นี่ว่ายุคอนาคตแล้วน่ะ แต่จีนไปไกลกว่านั้น เค้าไม่ใช่ล้อกันแล้วจ๊ะ เค้าบินไปส่งกันถึงที่ โดรนจะเข้ามาแทนรถยนต์ในไม่ช้านี้ อยู่ดีดี อิหร่านก็เปิดคลังแสงใต้ดินให้ดูใหม่ คลังขีปนาวุธ สุดอลังการ ต้องการจะสื่ออะไรจ๊ะ? อะไรน่ะ ยิงมรึงได้ยันไปถึงชาติหน้าไงล่ะ อียิวขี้แตก มรึงมาแต่ละเที่ยว กูแทบไม่ต้องสกัดเลย เพราะมันไม่เหลือให้สกัดแล้ว อิหร่านรุกหนักช่วงนี้ เหตุเพราะกำลังจะเปิดศึกที่ราบสูงโกลาน เพราะนั่นคือสัญลักษณ์ด่านสุดท้าย ปลดแอกอิทธิพลอียิวในตะวันออกกลางให้โลกประจักษ์ ถึงคราวซวยมรึงแล้ว อี 22 ตำหนวดที่ฟ้องหมิ่นเพ่อัจแล้วแพ้ยับ ถูกฟ้องกลับพ่วงข้อหาปั้นหลักฐาน พยานเท็จ ใส่ร้ายป้ายสี คนละ 2 กระทง เด้งน่ะมันของแน่ แต่อาจลากยาวไปนอนคุกเป็นเพื่อนไอ้คนที่มรึงเพิ่งไปจับเค้ามาขังเนี่ยแหละ? งานนี้ ไม่ได้หวังแค่หางแถว ต้องล่อถึงหัวหน้าใหญ่ ต้นตอความเหี้ยอัปรีย์จัญไรของขบวนการต้นน้ำยุติธรรมไทย แม้แต่ในขบวนการของศาลเจ้าก็ไล่ล้างป่าช้าเช่นกัน ดั่งที่ 2 ผู้พิพากษาถูกเชือดล่าสุดก่อนหน้านั้น มาเป็นชุด เวลาแสงจัดใหญ่ ยิ่งกว่าคอนเสิร์ต LISA อีกมรึง? อะไรน่ะ อา ปา จือ ปา เจ๊ะ ยังไม่มันส์เท่านี้? ข้ามวิกแป๊บ ไม่พูดคงนอนไม่หลับสิน่ะ? แอร์โดกัน ส่งลูกเมีย บินไปหลบภัยมืดในอาร์เซอร์ไบจานก่อน งานนี้ม็อบเหี้ย C มากันเพี๊ยบ ผสมชาวบ้านที่โกรธแค้น แอร์โดกันมาช้านานในทุกเรื่องที่ดำรงตำแหน่งผู้นำทางการเมืองมากว่าเกือบ 20 ปี ทุกอย่างมันคือ บทละครหน้าฉาก ที่จะเกิด อ่านต่อ : www.minds.com/newsfeed/1...
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 512 มุมมอง 0 รีวิว
  • น้ำมันหอมระเหยเกรปฟรุต อิตาลี ออแกนิก สกัดเย็น

    จากธรรมชาติ 100%

    Telvada เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าทุกประเภทของ OleOliO แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

    ตั้งแต่ปี 1954 ครอบครัว OleOliO ได้ผลิตน้ำมันหอมระเหยเบอร์กาม็อตและส้มคุณภาพสูง
    ในฟาร์มขนาด 50 เฮกตาร์ของเราตั้งอยู่ในซานคาร์โล ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุดสำหรับการเพาะปลูกเบอร์กาม็อตและส้มเนื่องจากมีสภาพอากาศเฉพาะตัว

    พันธกิจของ OleOliO คือการผลิตน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติ 100% ที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ

    น้ำมันหอมระเหยเกรปฟรุตออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองของ OleOliO ได้รับการสกัดอย่างอ่อนโยนเพื่อรักษาคุณสมบัติในการบำบัดทั้งหมดที่ส้มอันสวยงามนี้มีให้ กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยเกรปฟรุตทำให้จิตใจและร่างกายสดชื่นและมีเสน่ห์

    Telvada เป็นผู้แทนจำหน่ายน้ำมันหอมระเหยของ OleOliO ทั้งหมดโดยตรงแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สัมผัสและดื่มด่ำกับกลิ่น grapefruit ที่ดีที่สุดในโลกได้แล้วในประทศไทย เพียงคุณได้ลองกลิ่น จะตกหลุมรักกับความหอม หวาน เปรี้ยว แบบสดชื่น ละมุนละไมมีมิติได้อย่างทันที

    ผสมได้ดีกับ : โหระพา สะระแหน่ โรสแมรี่
    วิธีใช้ : ใช้กับเครื่องอโรม่า หรือเป็นวัตถุดิบในการผสมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ
    #thaitmai #ลดสิว #ลดน้ำหนัก#นำมันหอมระเหยออแกนิค
    น้ำมันหอมระเหยเกรปฟรุต อิตาลี ออแกนิก สกัดเย็น จากธรรมชาติ 100% Telvada เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าทุกประเภทของ OleOliO แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 1954 ครอบครัว OleOliO ได้ผลิตน้ำมันหอมระเหยเบอร์กาม็อตและส้มคุณภาพสูง ในฟาร์มขนาด 50 เฮกตาร์ของเราตั้งอยู่ในซานคาร์โล ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุดสำหรับการเพาะปลูกเบอร์กาม็อตและส้มเนื่องจากมีสภาพอากาศเฉพาะตัว พันธกิจของ OleOliO คือการผลิตน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติ 100% ที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ น้ำมันหอมระเหยเกรปฟรุตออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองของ OleOliO ได้รับการสกัดอย่างอ่อนโยนเพื่อรักษาคุณสมบัติในการบำบัดทั้งหมดที่ส้มอันสวยงามนี้มีให้ กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยเกรปฟรุตทำให้จิตใจและร่างกายสดชื่นและมีเสน่ห์ Telvada เป็นผู้แทนจำหน่ายน้ำมันหอมระเหยของ OleOliO ทั้งหมดโดยตรงแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สัมผัสและดื่มด่ำกับกลิ่น grapefruit ที่ดีที่สุดในโลกได้แล้วในประทศไทย เพียงคุณได้ลองกลิ่น จะตกหลุมรักกับความหอม หวาน เปรี้ยว แบบสดชื่น ละมุนละไมมีมิติได้อย่างทันที ผสมได้ดีกับ : โหระพา สะระแหน่ โรสแมรี่ วิธีใช้ : ใช้กับเครื่องอโรม่า หรือเป็นวัตถุดิบในการผสมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ #thaitmai #ลดสิว #ลดน้ำหนัก#นำมันหอมระเหยออแกนิค
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 224 มุมมอง 0 รีวิว

  • 27/3/68

    ข้อควรระวังในการเติมลมยางรถยนต์ในปั๊มน้ำมัน

    1. ลงจากรถล๊อครถให้เรียบร้อย ป้องกันมิจฉาชีพ

    2. ควรใช้มือแตะเครื่องสูบลมยางว่ามีกระแสไฟรั่วหรือเปล่าก่อนใช้ เครื่องปั๊มลมยางอาจชำรุด/ควรแจ้งเจ้าหน้า เพื่อทราบ ให้เขาเขียนติดประกาศ เครื่องเสีย/หรือแวะร้านขายยางให้เขาเติม ปลอดภัยมากกว่า

    3. ไม่แน่ใจ ควรแจ้งเด็กปั๊มให้มาเติมให้จะปลอดภัยกว่า

    4. ลมยางควรเติมขณะยางเย็นแล้ว เพราะเวลาวิ่งมาถึง ยางจมีความร้อน ถ้าจำเป็นต้องเติมให้เพิ่มลมขึ้นกา่วปกติอีกประมาณ 2 หน่วย(เนื่องจากความร้อนทำให้ยางขยายตัว)

    cr:tiktok kruthur

    https://vt.tiktok.com/ZSrLMk8eQ/
    27/3/68 ข้อควรระวังในการเติมลมยางรถยนต์ในปั๊มน้ำมัน 1. ลงจากรถล๊อครถให้เรียบร้อย ป้องกันมิจฉาชีพ 2. ควรใช้มือแตะเครื่องสูบลมยางว่ามีกระแสไฟรั่วหรือเปล่าก่อนใช้ เครื่องปั๊มลมยางอาจชำรุด/ควรแจ้งเจ้าหน้า เพื่อทราบ ให้เขาเขียนติดประกาศ เครื่องเสีย/หรือแวะร้านขายยางให้เขาเติม ปลอดภัยมากกว่า 3. ไม่แน่ใจ ควรแจ้งเด็กปั๊มให้มาเติมให้จะปลอดภัยกว่า 4. ลมยางควรเติมขณะยางเย็นแล้ว เพราะเวลาวิ่งมาถึง ยางจมีความร้อน ถ้าจำเป็นต้องเติมให้เพิ่มลมขึ้นกา่วปกติอีกประมาณ 2 หน่วย(เนื่องจากความร้อนทำให้ยางขยายตัว) cr:tiktok kruthur https://vt.tiktok.com/ZSrLMk8eQ/
    @kruthunglovecar

    เติมลมยางในปั๊มน้ำมัน ระวังแบบนี้? อาจเกิดเหตุได้ พร้อมแนะนำ ขับรถต้องรู้ #รถยนตร์ #ความรู้เรื่องรถ #ดูแลรถ

    ♬ Sweet but Psycho - Ava Max
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 87 มุมมอง 0 รีวิว
  • รายงานวิเคราะห์จากเพจลงทุนแมน เกี่ยวกับสรุปวิกฤติค่าเงิน อินโดนีเซีย อ่อนสุดตั้งแต่ต้มยำกุ้ง ในโพสต์เดียว /โดย ลงทุนแมน
    ถ้าบอกว่า อินโดนีเซียยังเป็นประเทศดาวรุ่งพุ่งแรง ที่ทุกอย่างกำลังดูดี โพสต์นี้อาจทำให้หลายคนมองภาพประเทศนี้เปลี่ยนไป

    เพราะตอนนี้ อินโดนีเซียกำลังเจอวิกฤติเงินรูเปียอ่อนค่าอย่างหนัก ซึ่งเป็นการอ่อนค่ามากที่สุด นับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 เลยทีเดียว

    จนธนาคารกลางอินโดนีเซีย ต้องนำเงินทุนสำรองมาพยุงค่าเงินรูเปียไม่ให้อ่อนค่าไปมากกว่านี้

    วิกฤติค่าเงินของอินโดนีเซียรุนแรงแค่ไหน ?
    แล้วเกิดขึ้นเพราะอะไร ?
    ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

    ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซีย ร่วงไปแตะระดับ 16,600 รูเปียต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่ามากที่สุด ระดับเดียวกับช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง เมื่อปี 2540

    สถานการณ์ของอินโดนีเซียในครั้งนี้ อาจไม่ได้ซ้ำรอยกับวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่เริ่มต้นจากการถล่มค่าเงินในภูมิภาค แต่เกิดขึ้นจากรากฐานเศรษฐกิจของอินโดนีเซียที่อ่อนแอลง และถูกซ้ำเติมด้วยนโยบายภาครัฐ

    ก่อนหน้านี้ อินโดนีเซีย คือหนึ่งในประเทศที่ได้รับเงินสนับสนุนและการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง

    โดยในปี 2566 มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติมากถึง 1.88 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อนหน้า และมี GDP เติบโตเฉลี่ย 5% ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

    เมื่อมีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บวกกับเศรษฐกิจที่เติบโตดี มีฐานประชากรกว่า 281 ล้านคน คอยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    อีกทั้งรัฐบาลอินโดนีเซีย ดำเนินนโยบายแบบขาดดุลตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งอินโดนีเซียมีกรอบนโยบายขาดดุลงบประมาณราว -3% ต่อ GDP อย่างยาวนาน

    จนมาถึงยุคของ ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต
    ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งในช่วงปลายปี 2567 ก็ยังคงเดินตามแบบแผนเดิม ๆ คือ การตั้งงบประมาณแบบขาดดุล

    พร้อมกับนโยบายประชานิยมหลากหลายอย่าง ที่เขาได้ประกาศใช้ ไม่ว่าจะเป็น

    - ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 6.5% สูงกว่าข้อเสนอของกระทรวงแรงงานที่เสนอไว้ 6%

    - อาหารกลางวันฟรี ให้กับประชาชนกว่า 83 ล้านคน โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ เด็ก และสตรีมีครรภ์ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 950,000 ล้านบาทต่อปี

    - สั่งเบรกอัตราภาษี VAT ที่จะต้องปรับขึ้นเป็น 12% ในสินค้าทุกรายการ เป็นบังคับใช้เพียงสินค้าฟุ่มเฟือยเท่านั้น

    แน่นอนว่า การทำนโยบายประชานิยม ก็ยิ่งกดดันให้อินโดนีเซียต้องขาดดุลมากขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะเลยกรอบ 3% ต่อ GDP ที่วางไว้

    ซึ่งในปี 2568 รัฐบาลอินโดนีเซีย ตั้งเป้างบประมาณขาดดุลไว้ที่ 2.53% เพิ่มขึ้นจาก 2.29% ในปี 2567

    แล้วภาพเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย เป็นอย่างไร ?

    สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP อินโดนีเซีย ในปี 2567 อยู่ที่ 39% ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับชาติอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น ไทย ฟิลิปปินส์ หรือ มาเลเซีย

    แต่หากดูในภาพรวม จะพบว่า GDP ของอินโดนีเซีย กำลังเติบโตลดลงทีละน้อย จาก 5.31% ในปี 2565 เหลือ 5.03% ในปี 2567

    ในขณะที่รายได้ของรัฐ เริ่มส่งสัญญาณโตไม่ทันรายจ่าย ทำให้ภาครัฐขาดดุลมากขึ้น

    ปี 2565 ขาดดุล 943,236 ล้านบาท
    ปี 2566 ขาดดุล 994,387 ล้านบาท
    ปี 2567 ขาดดุล 1,070,091 ล้านบาท

    เมื่อมีแนวโน้มขาดดุลงบประมาณมากขึ้น แต่การเติบโตของเศรษฐกิจกลับเริ่มอ่อนแรง การกู้เงินมาใช้จ่ายจึงเพิ่มขึ้น

    ซึ่งแม้แต่ประธานาธิบดีปราโบโวเอง ก็เคยบอกไว้ว่ามีแผนจะปรับระดับเพดานหนี้สาธารณะต่อ GDP อินโดนีเซีย ไปอยู่ในระดับ 50% ภายในเวลา 5 ปี

    นอกจากเรื่องการขาดดุลอย่างต่อเนื่องแล้ว ประธานาธิบดีคนนี้ ยังต้องการตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ชื่อว่า Danantara ที่คาดว่าจะมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การจัดการกว่า 30 ล้านล้านบาท

    Danantara มีโมเดลคล้าย Temasek กองทุน
    ความมั่งคั่งแห่งชาติสิงคโปร์ ที่เน้นนำเงินของประเทศ
    ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วโลก

    รวมถึง รัฐวิสาหกิจของอินโดนีเซีย กว่า 40 แห่ง ที่จะถูกรวมเข้ามาเป็นสินทรัพย์ภายใต้กองทุน เช่น
    - Pertamina บริษัทน้ำมันและก๊าซ
    - PLN บริษัทไฟฟ้า
    - Telkom Indonesia บริษัทโทรคมนาคม

    แต่ปัญหาคือ กองทุนนี้ต้องใช้เงินมหาศาลในการจัดตั้งกองทุน ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลอินโดนีเซียทำ เป็นความเสี่ยงที่หลายคนกังวล

    เพราะรัฐบาลหาเงินมาทำกองทุนนี้ ด้วยการตัดงบประมาณบริการสาธารณะที่จำเป็น รวมถึงการลดเงินทุนสำหรับการศึกษาระดับประถมลง 24% และลดงบประมาณการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยลง 39% ลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพลง 19% และที่สำคัญคือ การลดโครงการสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานลง 73%

    เรียกได้ว่า กองทุนนี้มีเงินตั้งต้นจากการลดค่าใช้จ่าย
    ในเศรษฐกิจ ที่เป็นอนาคตสำคัญของประเทศ

    จากปัญหาหลักทั้ง 2 เรื่องนี้ นั่นก็คือ การขาดดุลงบประมาณ และการลดค่าใช้จ่ายที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ก็ทำให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มกังวลกับความอ่อนแอของเศรษฐกิจ และศักยภาพการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาวของอินโดนีเซีย

    ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มเทขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย จนดัชนีตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (IDX Composite) ปรับตัวลงไปแล้ว -10% นับจากต้นปี (ยังดีกว่าดัชนี SET ของไทยที่ -14%)

    ซึ่งวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียได้มีการประกาศหยุดซื้อขายหุ้นชั่วคราว หลังจากดัชนีหลักทรัพย์ร่วงไป -5%

    โดยแรงขายหุ้นจากนักลงทุนต่างชาติ ยังเป็นแรงกดดันให้ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซียอ่อนค่าลงอีกทาง

    ในที่สุด ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซียก็อ่อนค่าลงต่อเนื่อง จนตอนนี้อยู่ในระดับที่ต่ำสุด นับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งในช่วงปี 2540 ไปแล้ว (ในขณะที่ค่าเงินบาทไทยยังห่างไกลจากช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่อ่อนค่าลงไปแตะ 55 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)

    อย่างไรก็ตาม ก็ต้องบอกว่า เรื่องนี้ก็อาจเกิดขึ้นในระยะสั้นเท่านั้น หากความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมา และความท้าทายทางเศรษฐกิจเริ่มคลี่คลาย

    แต่ถ้ารัฐบาลอินโดนีเซียภายใต้ผู้นำที่ชื่อว่า ปราโบโว
    ซูเบียนโต ยังทำแบบเดิม ๆ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ยังไม่ฟื้นคืน

    สุดท้าย ก็อาจทำให้ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซีย ร่วงหนักไปมากกว่านี้ก็ได้..

    ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

    รู้ไหมว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ Danantara
    ของอินโดนีเซีย มีคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาอีกด้วย
    ╔═══════════╗
    ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
    ╚═══════════╝
    ติดตามลงทุนแมนได้ที่
    Website - longtunman.com
    Blockdit - blockdit.com/longtunman
    Facebook - facebook.com/longtunman
    Twitter - twitter.com/longtunman
    Instagram - instagram.com/longtunman
    YouTube - youtube.com/longtunman
    TikTok - tiktok.com/@longtunman
    Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
    Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
    Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
    References
    -https://www.reuters.com/markets/currencies/indonesia-cbank-says-rupiah-weakness-reflects-global-domestic-factors-2025-03-25/?utm_source=chatgpt.com
    -https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-03-26/indonesia-stock-market-why-are-investors-fleeing-what-role-has-prabowo-played
    -https://tradingeconomics.com/indonesia/indicators
    -https://www.bps.go.id/en/statistics-table/2/MTA4NSMy/actual-government-expenditures--finance-.html
    -https://asiatimes.com/2025/03/danantara-indonesias-ticking-financial-time-bomb
    รายงานวิเคราะห์จากเพจลงทุนแมน เกี่ยวกับสรุปวิกฤติค่าเงิน อินโดนีเซีย อ่อนสุดตั้งแต่ต้มยำกุ้ง ในโพสต์เดียว /โดย ลงทุนแมน ถ้าบอกว่า อินโดนีเซียยังเป็นประเทศดาวรุ่งพุ่งแรง ที่ทุกอย่างกำลังดูดี โพสต์นี้อาจทำให้หลายคนมองภาพประเทศนี้เปลี่ยนไป เพราะตอนนี้ อินโดนีเซียกำลังเจอวิกฤติเงินรูเปียอ่อนค่าอย่างหนัก ซึ่งเป็นการอ่อนค่ามากที่สุด นับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 เลยทีเดียว จนธนาคารกลางอินโดนีเซีย ต้องนำเงินทุนสำรองมาพยุงค่าเงินรูเปียไม่ให้อ่อนค่าไปมากกว่านี้ วิกฤติค่าเงินของอินโดนีเซียรุนแรงแค่ไหน ? แล้วเกิดขึ้นเพราะอะไร ? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซีย ร่วงไปแตะระดับ 16,600 รูเปียต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่ามากที่สุด ระดับเดียวกับช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง เมื่อปี 2540 สถานการณ์ของอินโดนีเซียในครั้งนี้ อาจไม่ได้ซ้ำรอยกับวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่เริ่มต้นจากการถล่มค่าเงินในภูมิภาค แต่เกิดขึ้นจากรากฐานเศรษฐกิจของอินโดนีเซียที่อ่อนแอลง และถูกซ้ำเติมด้วยนโยบายภาครัฐ ก่อนหน้านี้ อินโดนีเซีย คือหนึ่งในประเทศที่ได้รับเงินสนับสนุนและการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติมากถึง 1.88 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อนหน้า และมี GDP เติบโตเฉลี่ย 5% ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เมื่อมีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บวกกับเศรษฐกิจที่เติบโตดี มีฐานประชากรกว่า 281 ล้านคน คอยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อีกทั้งรัฐบาลอินโดนีเซีย ดำเนินนโยบายแบบขาดดุลตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งอินโดนีเซียมีกรอบนโยบายขาดดุลงบประมาณราว -3% ต่อ GDP อย่างยาวนาน จนมาถึงยุคของ ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งในช่วงปลายปี 2567 ก็ยังคงเดินตามแบบแผนเดิม ๆ คือ การตั้งงบประมาณแบบขาดดุล พร้อมกับนโยบายประชานิยมหลากหลายอย่าง ที่เขาได้ประกาศใช้ ไม่ว่าจะเป็น - ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 6.5% สูงกว่าข้อเสนอของกระทรวงแรงงานที่เสนอไว้ 6% - อาหารกลางวันฟรี ให้กับประชาชนกว่า 83 ล้านคน โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ เด็ก และสตรีมีครรภ์ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 950,000 ล้านบาทต่อปี - สั่งเบรกอัตราภาษี VAT ที่จะต้องปรับขึ้นเป็น 12% ในสินค้าทุกรายการ เป็นบังคับใช้เพียงสินค้าฟุ่มเฟือยเท่านั้น แน่นอนว่า การทำนโยบายประชานิยม ก็ยิ่งกดดันให้อินโดนีเซียต้องขาดดุลมากขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะเลยกรอบ 3% ต่อ GDP ที่วางไว้ ซึ่งในปี 2568 รัฐบาลอินโดนีเซีย ตั้งเป้างบประมาณขาดดุลไว้ที่ 2.53% เพิ่มขึ้นจาก 2.29% ในปี 2567 แล้วภาพเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย เป็นอย่างไร ? สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP อินโดนีเซีย ในปี 2567 อยู่ที่ 39% ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับชาติอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น ไทย ฟิลิปปินส์ หรือ มาเลเซีย แต่หากดูในภาพรวม จะพบว่า GDP ของอินโดนีเซีย กำลังเติบโตลดลงทีละน้อย จาก 5.31% ในปี 2565 เหลือ 5.03% ในปี 2567 ในขณะที่รายได้ของรัฐ เริ่มส่งสัญญาณโตไม่ทันรายจ่าย ทำให้ภาครัฐขาดดุลมากขึ้น ปี 2565 ขาดดุล 943,236 ล้านบาท ปี 2566 ขาดดุล 994,387 ล้านบาท ปี 2567 ขาดดุล 1,070,091 ล้านบาท เมื่อมีแนวโน้มขาดดุลงบประมาณมากขึ้น แต่การเติบโตของเศรษฐกิจกลับเริ่มอ่อนแรง การกู้เงินมาใช้จ่ายจึงเพิ่มขึ้น ซึ่งแม้แต่ประธานาธิบดีปราโบโวเอง ก็เคยบอกไว้ว่ามีแผนจะปรับระดับเพดานหนี้สาธารณะต่อ GDP อินโดนีเซีย ไปอยู่ในระดับ 50% ภายในเวลา 5 ปี นอกจากเรื่องการขาดดุลอย่างต่อเนื่องแล้ว ประธานาธิบดีคนนี้ ยังต้องการตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ชื่อว่า Danantara ที่คาดว่าจะมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การจัดการกว่า 30 ล้านล้านบาท Danantara มีโมเดลคล้าย Temasek กองทุน ความมั่งคั่งแห่งชาติสิงคโปร์ ที่เน้นนำเงินของประเทศ ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึง รัฐวิสาหกิจของอินโดนีเซีย กว่า 40 แห่ง ที่จะถูกรวมเข้ามาเป็นสินทรัพย์ภายใต้กองทุน เช่น - Pertamina บริษัทน้ำมันและก๊าซ - PLN บริษัทไฟฟ้า - Telkom Indonesia บริษัทโทรคมนาคม แต่ปัญหาคือ กองทุนนี้ต้องใช้เงินมหาศาลในการจัดตั้งกองทุน ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลอินโดนีเซียทำ เป็นความเสี่ยงที่หลายคนกังวล เพราะรัฐบาลหาเงินมาทำกองทุนนี้ ด้วยการตัดงบประมาณบริการสาธารณะที่จำเป็น รวมถึงการลดเงินทุนสำหรับการศึกษาระดับประถมลง 24% และลดงบประมาณการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยลง 39% ลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพลง 19% และที่สำคัญคือ การลดโครงการสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานลง 73% เรียกได้ว่า กองทุนนี้มีเงินตั้งต้นจากการลดค่าใช้จ่าย ในเศรษฐกิจ ที่เป็นอนาคตสำคัญของประเทศ จากปัญหาหลักทั้ง 2 เรื่องนี้ นั่นก็คือ การขาดดุลงบประมาณ และการลดค่าใช้จ่ายที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ก็ทำให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มกังวลกับความอ่อนแอของเศรษฐกิจ และศักยภาพการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาวของอินโดนีเซีย ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มเทขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย จนดัชนีตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (IDX Composite) ปรับตัวลงไปแล้ว -10% นับจากต้นปี (ยังดีกว่าดัชนี SET ของไทยที่ -14%) ซึ่งวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียได้มีการประกาศหยุดซื้อขายหุ้นชั่วคราว หลังจากดัชนีหลักทรัพย์ร่วงไป -5% โดยแรงขายหุ้นจากนักลงทุนต่างชาติ ยังเป็นแรงกดดันให้ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซียอ่อนค่าลงอีกทาง ในที่สุด ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซียก็อ่อนค่าลงต่อเนื่อง จนตอนนี้อยู่ในระดับที่ต่ำสุด นับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งในช่วงปี 2540 ไปแล้ว (ในขณะที่ค่าเงินบาทไทยยังห่างไกลจากช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่อ่อนค่าลงไปแตะ 55 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) อย่างไรก็ตาม ก็ต้องบอกว่า เรื่องนี้ก็อาจเกิดขึ้นในระยะสั้นเท่านั้น หากความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมา และความท้าทายทางเศรษฐกิจเริ่มคลี่คลาย แต่ถ้ารัฐบาลอินโดนีเซียภายใต้ผู้นำที่ชื่อว่า ปราโบโว ซูเบียนโต ยังทำแบบเดิม ๆ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ยังไม่ฟื้นคืน สุดท้าย ก็อาจทำให้ค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซีย ร่วงหนักไปมากกว่านี้ก็ได้.. ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ รู้ไหมว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ Danantara ของอินโดนีเซีย มีคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาอีกด้วย ╔═══════════╗ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download ╚═══════════╝ ติดตามลงทุนแมนได้ที่ Website - longtunman.com Blockdit - blockdit.com/longtunman Facebook - facebook.com/longtunman Twitter - twitter.com/longtunman Instagram - instagram.com/longtunman YouTube - youtube.com/longtunman TikTok - tiktok.com/@longtunman Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829 Soundcloud - soundcloud.com/longtunman References -https://www.reuters.com/markets/currencies/indonesia-cbank-says-rupiah-weakness-reflects-global-domestic-factors-2025-03-25/?utm_source=chatgpt.com -https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-03-26/indonesia-stock-market-why-are-investors-fleeing-what-role-has-prabowo-played -https://tradingeconomics.com/indonesia/indicators -https://www.bps.go.id/en/statistics-table/2/MTA4NSMy/actual-government-expenditures--finance-.html -https://asiatimes.com/2025/03/danantara-indonesias-ticking-financial-time-bomb
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 491 มุมมอง 0 รีวิว
  • “ศาลอาญา” มีคำพิพากษาให้จำคุกอดีตผู้บริหาร GGC และกรรมการบริษัทคู่ค้าในคดีฉ้อโกงและละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ หลังตรวจพบสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบหายไปจากระบบ มูลค่ากว่า 2,157 ล้านบาทนายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่าตามที่บริษัทฯ ได้แจ้งความร้องทุกข์อดีตผู้บริหารและคู่ค้าที่เกี่ยวข้องกับพวก ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในไตรมาส 3/2561 รวมทั้งสิ้น 8คดี ปัจจุบันคดีอยู่ในขั้นพนักงานสอบสวน 4 คดี อยู่ในชั้นพนักงานอัยการ 1 คดี และอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอีก 3 คดี นั้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1926/2565 ว่า จำเลยบางคนมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา และ/หรือ ความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกอดีตผู้บริหารของบริษัทฯจำนวน 1 คน เป็นระยะเวลา 2 ปี และให้นับโทษต่อจากคคีอาญาหมายเลขดำที่ อ.600/2565 อีกทั้งพิพากษาลงโทษจำคุกอดีตผู้บริหารของบริษัทฯ อีก 1 คน เป็นระยะเวลา 2 ปี และจำคุกกรรมการบริษัทคู่ค้า 1 คน เป็นระยะเวลา 1 ปี 4 เดือน พร้อมให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.600/2565
    “ศาลอาญา” มีคำพิพากษาให้จำคุกอดีตผู้บริหาร GGC และกรรมการบริษัทคู่ค้าในคดีฉ้อโกงและละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ หลังตรวจพบสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบหายไปจากระบบ มูลค่ากว่า 2,157 ล้านบาทนายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่าตามที่บริษัทฯ ได้แจ้งความร้องทุกข์อดีตผู้บริหารและคู่ค้าที่เกี่ยวข้องกับพวก ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในไตรมาส 3/2561 รวมทั้งสิ้น 8คดี ปัจจุบันคดีอยู่ในขั้นพนักงานสอบสวน 4 คดี อยู่ในชั้นพนักงานอัยการ 1 คดี และอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอีก 3 คดี นั้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1926/2565 ว่า จำเลยบางคนมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา และ/หรือ ความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกอดีตผู้บริหารของบริษัทฯจำนวน 1 คน เป็นระยะเวลา 2 ปี และให้นับโทษต่อจากคคีอาญาหมายเลขดำที่ อ.600/2565 อีกทั้งพิพากษาลงโทษจำคุกอดีตผู้บริหารของบริษัทฯ อีก 1 คน เป็นระยะเวลา 2 ปี และจำคุกกรรมการบริษัทคู่ค้า 1 คน เป็นระยะเวลา 1 ปี 4 เดือน พร้อมให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.600/2565
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 176 มุมมอง 0 รีวิว
  • “ศาลอาญา” มีคำพิพากษาให้จำคุกอดีตผู้บริหาร GGC และกรรมการบริษัทคู่ค้าในคดีฉ้อโกงและละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ หลังตรวจพบสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบหายไปจากระบบ มูลค่ากว่า 2,157 ล้านบาท

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000028902
    “ศาลอาญา” มีคำพิพากษาให้จำคุกอดีตผู้บริหาร GGC และกรรมการบริษัทคู่ค้าในคดีฉ้อโกงและละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ หลังตรวจพบสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบหายไปจากระบบ มูลค่ากว่า 2,157 ล้านบาท อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000028902
    Like
    12
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 751 มุมมอง 0 รีวิว
  • สหรัฐ รัสเซียและยูเครนสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 30 วัน โดยเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา

    ข้อตกลงดังกล่าว จะรวมถึงการรับรองความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ในทะเลดำ และเป้าหมายโครงสร้างพื้ฐานด้านพลังงานของแต่ละฝ่าย ซึ่งประกอบไปด้วย โรงกลั่นน้ำมัน, ท่อส่งน้ำมันและก๊าซ และสถานีนิวเคลียร์ต่าง ๆ อยู่ในเป้าหมายที่รัสเซียและยูเครนตกลงหยุดการโจมตีชั่วคราว ซึ่งในบัญชีรายชื่อสถานที่ห้ามโจมตีนั้น รวมถึงโรงเก็บเชื้อเพลิง, สถานสูบน้ำมัน, โรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานการผลิตและส่งไฟฟ้า เช่นโรงไฟฟ้า, สถานีย่อย, เครื่องแปลงไฟฟ้า, เครื่องจ่ายไฟฟ้าและเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเมิดข้อตกลง อีกฝ่ายหนึ่งก็จะไม่ต้องปฏิบัติตามเช่นกัน

    ขณะที่ รุสเตม อูเมรอฟ รัฐมนตรีกลาโหมยูเครนประกาศกร้าวว่า เคียฟจะตั้งเงื่อนไข หากรัสเซียมีการเคลื่อนไหวของเรือรบออกนอกพื้นที่ทะเลดำฝั่งตะวันออกเมื่อไหร่จะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงทันที!!
    สหรัฐ รัสเซียและยูเครนสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 30 วัน โดยเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ข้อตกลงดังกล่าว จะรวมถึงการรับรองความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ในทะเลดำ และเป้าหมายโครงสร้างพื้ฐานด้านพลังงานของแต่ละฝ่าย ซึ่งประกอบไปด้วย โรงกลั่นน้ำมัน, ท่อส่งน้ำมันและก๊าซ และสถานีนิวเคลียร์ต่าง ๆ อยู่ในเป้าหมายที่รัสเซียและยูเครนตกลงหยุดการโจมตีชั่วคราว ซึ่งในบัญชีรายชื่อสถานที่ห้ามโจมตีนั้น รวมถึงโรงเก็บเชื้อเพลิง, สถานสูบน้ำมัน, โรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานการผลิตและส่งไฟฟ้า เช่นโรงไฟฟ้า, สถานีย่อย, เครื่องแปลงไฟฟ้า, เครื่องจ่ายไฟฟ้าและเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเมิดข้อตกลง อีกฝ่ายหนึ่งก็จะไม่ต้องปฏิบัติตามเช่นกัน ขณะที่ รุสเตม อูเมรอฟ รัฐมนตรีกลาโหมยูเครนประกาศกร้าวว่า เคียฟจะตั้งเงื่อนไข หากรัสเซียมีการเคลื่อนไหวของเรือรบออกนอกพื้นที่ทะเลดำฝั่งตะวันออกเมื่อไหร่จะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงทันที!!
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 229 มุมมอง 0 รีวิว
  • การออก 'NOTAM' จนถึงวันที่ 1 พฤษภาคมของกองทัพสหรัฐในพื้นที่ของฐานทัพ Diego Garcia ยืนยันชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับเครื่องบินทิ้งระเบิด B1 และ B2 ซึ่งบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ จะประจำการทางอากาศบนเกาะที่อยู่ภายใต้การควบคุมของอังกฤษต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง

    บังเอิญว่าไทม์ไลน์นี้ไปทับซ้อนกับช่วงสิ้นสุดระยะเวลา 2 เดือน ที่ทรัมป์ยื่นคำขาดต่ออิหร่านเกี่ยวกับโรงงานนิวเคลียร์ ทำให้เกิดคำถามถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของเบื้องหลังการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯมาประจำการที่ฐานทัพแห่งนี้อย่างกระทันหัน

    เป็นที่แน่ชัดแช้วว่า สหรัฐส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 มากถึง 7 ลำ ไปยังฐานทัพดิเอโกการ์เซีย ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ทางทะเลของอังกฤษ ขณะเดียวกันมีรายงานว่าเครื่องบินเติมน้ำมันทางอากาศของสหรัฐฯ จำนวน 18 ลำ!!! ก็เคลื่อนตัวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

    เมื่อเครื่องบินเติมน้ำมันเข้ามาเกี่ยวข้องในสมการที่สำคัญนี้ จึงเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ากำลังเกิดเหตุการสำคัญอะไรบางอย่างแน่นอน
    การออก 'NOTAM' จนถึงวันที่ 1 พฤษภาคมของกองทัพสหรัฐในพื้นที่ของฐานทัพ Diego Garcia ยืนยันชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับเครื่องบินทิ้งระเบิด B1 และ B2 ซึ่งบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ จะประจำการทางอากาศบนเกาะที่อยู่ภายใต้การควบคุมของอังกฤษต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง บังเอิญว่าไทม์ไลน์นี้ไปทับซ้อนกับช่วงสิ้นสุดระยะเวลา 2 เดือน ที่ทรัมป์ยื่นคำขาดต่ออิหร่านเกี่ยวกับโรงงานนิวเคลียร์ ทำให้เกิดคำถามถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของเบื้องหลังการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯมาประจำการที่ฐานทัพแห่งนี้อย่างกระทันหัน เป็นที่แน่ชัดแช้วว่า สหรัฐส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 มากถึง 7 ลำ ไปยังฐานทัพดิเอโกการ์เซีย ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ทางทะเลของอังกฤษ ขณะเดียวกันมีรายงานว่าเครื่องบินเติมน้ำมันทางอากาศของสหรัฐฯ จำนวน 18 ลำ!!! ก็เคลื่อนตัวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อเครื่องบินเติมน้ำมันเข้ามาเกี่ยวข้องในสมการที่สำคัญนี้ จึงเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ากำลังเกิดเหตุการสำคัญอะไรบางอย่างแน่นอน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 211 มุมมอง 0 รีวิว
  • เครื่องแยกก้างปลา Fish Deboner
    เหมาะสำหรับปลาทุกชนิด หากเป็นปลาขนาดใหญ่ต้องถูกแล่เป็นชิ้นๆ
    ส่วนปลาขนาดเล็กสามารถแยกเนื้อปลาออกจากกระดูก หนัง และเอ็นของปลาได้ เพื่อเพิ่มอัตราการใช้วัตถุดิบและประหยัดต้นทุนแรงงาน เนื้อปลาที่ได้สามารถนำไปทำเป็น ลูกชิ้นปลา เส้นปลา วุ้นเส้นปลา เกี๊ยวปลา เป็นต้น เครื่องนี้ไม่เพียงแต่สามารถแยกปลาได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเนื้อกุ้ง มะขามเปียก และอื่นๆ

    - มอเตอร์ 3 แรงม้า ไฟ 380V
    - กำลังการผลิต 100-300 KG/H
    - ขนาด 800x650x900 มม.
    - น้ำหนัก 250 Kg.

    #เลือกคุณภาพ #เลือกBONNY ‼‼
    ย่งฮะเฮง เครื่องบด ย่อย หั่น สับ สไลซ์ คั้น อัด เลื่อย สำหรับ อาหาร ยา พลังงานหมุนเวียน
    LINE Business ID : @yonghahheng (มี@ข้างหน้า)
    หรือ https://lin.ee/HV4lSKp
    02-215-3515-9 หรือ 081-3189098
    www.yoryonghahheng.com
    E-mail : sales@yoryonghahheng.com

    #เครื่องบดยา #บดสมุนไพร #คั้นน้ำแยกกาก #เครื่องไฮดรอลิก #ถุงมือป้องกันมีดบาด #ขอดเกล็ดปลา #ลอกหนังปลา #ผ่าซีกปลา #เครื่องทำน้ำจิ้ม #ทำเครื่องปรุงรส #ทำเครื่องสำอาง #เครื่องแกะเม็ดข้าวโพด #แกะเมล็ดข้าวโพด #เครื่องย่อย #ย่อยกาก #ย่อยกากอาหาร #บดยา #บดสมุนไพร #บดฟ้าทะลายโจร #บีดอัดกระป๋องสี #บีดอัดกระดาษ #บีบอัดลัง #เครื่องทำซอส #oilscrewpress #สกัดน้ำมัน #เครื่องปอก #ปอกเปลือกกระเทียม #ปอกเปลือกหอมแดง
    เครื่องแยกก้างปลา Fish Deboner เหมาะสำหรับปลาทุกชนิด หากเป็นปลาขนาดใหญ่ต้องถูกแล่เป็นชิ้นๆ ส่วนปลาขนาดเล็กสามารถแยกเนื้อปลาออกจากกระดูก หนัง และเอ็นของปลาได้ เพื่อเพิ่มอัตราการใช้วัตถุดิบและประหยัดต้นทุนแรงงาน เนื้อปลาที่ได้สามารถนำไปทำเป็น ลูกชิ้นปลา เส้นปลา วุ้นเส้นปลา เกี๊ยวปลา เป็นต้น เครื่องนี้ไม่เพียงแต่สามารถแยกปลาได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเนื้อกุ้ง มะขามเปียก และอื่นๆ - มอเตอร์ 3 แรงม้า ไฟ 380V - กำลังการผลิต 100-300 KG/H - ขนาด 800x650x900 มม. - น้ำหนัก 250 Kg. #เลือกคุณภาพ #เลือกBONNY ‼‼ ย่งฮะเฮง เครื่องบด ย่อย หั่น สับ สไลซ์ คั้น อัด เลื่อย สำหรับ อาหาร ยา พลังงานหมุนเวียน LINE Business ID : @yonghahheng (มี@ข้างหน้า) หรือ https://lin.ee/HV4lSKp 02-215-3515-9 หรือ 081-3189098 www.yoryonghahheng.com E-mail : sales@yoryonghahheng.com #เครื่องบดยา #บดสมุนไพร #คั้นน้ำแยกกาก #เครื่องไฮดรอลิก #ถุงมือป้องกันมีดบาด #ขอดเกล็ดปลา #ลอกหนังปลา #ผ่าซีกปลา #เครื่องทำน้ำจิ้ม #ทำเครื่องปรุงรส #ทำเครื่องสำอาง #เครื่องแกะเม็ดข้าวโพด #แกะเมล็ดข้าวโพด #เครื่องย่อย #ย่อยกาก #ย่อยกากอาหาร #บดยา #บดสมุนไพร #บดฟ้าทะลายโจร #บีดอัดกระป๋องสี #บีดอัดกระดาษ #บีบอัดลัง #เครื่องทำซอส #oilscrewpress #สกัดน้ำมัน #เครื่องปอก #ปอกเปลือกกระเทียม #ปอกเปลือกหอมแดง
    Love
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 364 มุมมอง 0 รีวิว
  • จีนพัฒนาอุปกรณ์ตัดสายเคเบิลใต้ทะเลที่สามารถทำงานในระดับความลึกถึง 4,000 เมตร อุปกรณ์นี้ถูกออกแบบเพื่อช่วยในงานพลเรือน แต่ศักยภาพการใช้งานที่อาจส่งผลต่อการสื่อสารและพลังงานได้นำมาซึ่งความกังวลระดับโลก นอกจากนี้จีนยังใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อส่งเสริมความแข็งแกร่งในเศรษฐกิจทรัพยากรทางทะเลและสร้างความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

    เทคโนโลยีล้ำหน้าเพื่อการทำงานใต้น้ำ:
    - อุปกรณ์นี้ใช้โครงสร้างไทเทเนียมที่มีตราประทับน้ำมันเพื่อทนต่อแรงดันสูงของน้ำลึก และมีเครื่องบดที่เคลือบด้วยเพชรซึ่งสามารถทำลายสายเคเบิลเสริมเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังลดการรบกวนกับตะกอนใต้ทะเล.

    ความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ทางทะเล:
    - จีนได้สร้างกองเรือยานใต้น้ำที่มีคนขับและไร้คนขับที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งช่วยขยายอิทธิพลของประเทศในด้านโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเล และสร้างความกังวลเกี่ยวกับการใช้งานแบบลับ ๆ สำหรับแพลตฟอร์มทางไกล.

    ความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีน้ำเงิน:
    - อุปกรณ์นี้สามารถช่วยจีนพัฒนาอุตสาหกรรมทรัพยากรทางทะเล เช่น การสร้างสถานีวิจัยใต้น้ำในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่กว้างขึ้นในการพัฒนาทรัพยากรใต้ทะเล.

    การร่วมมือกับประเทศอื่น:
    - จีนได้ร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เช่น หมู่เกาะคุก เพื่อพัฒนาทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนและกระชับความสัมพันธ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ.

    https://www.techspot.com/news/107269-china-develops-deep-sea-cable-cutting-device-global.html
    จีนพัฒนาอุปกรณ์ตัดสายเคเบิลใต้ทะเลที่สามารถทำงานในระดับความลึกถึง 4,000 เมตร อุปกรณ์นี้ถูกออกแบบเพื่อช่วยในงานพลเรือน แต่ศักยภาพการใช้งานที่อาจส่งผลต่อการสื่อสารและพลังงานได้นำมาซึ่งความกังวลระดับโลก นอกจากนี้จีนยังใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อส่งเสริมความแข็งแกร่งในเศรษฐกิจทรัพยากรทางทะเลและสร้างความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เทคโนโลยีล้ำหน้าเพื่อการทำงานใต้น้ำ: - อุปกรณ์นี้ใช้โครงสร้างไทเทเนียมที่มีตราประทับน้ำมันเพื่อทนต่อแรงดันสูงของน้ำลึก และมีเครื่องบดที่เคลือบด้วยเพชรซึ่งสามารถทำลายสายเคเบิลเสริมเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังลดการรบกวนกับตะกอนใต้ทะเล. ความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ทางทะเล: - จีนได้สร้างกองเรือยานใต้น้ำที่มีคนขับและไร้คนขับที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งช่วยขยายอิทธิพลของประเทศในด้านโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเล และสร้างความกังวลเกี่ยวกับการใช้งานแบบลับ ๆ สำหรับแพลตฟอร์มทางไกล. ความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีน้ำเงิน: - อุปกรณ์นี้สามารถช่วยจีนพัฒนาอุตสาหกรรมทรัพยากรทางทะเล เช่น การสร้างสถานีวิจัยใต้น้ำในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายที่กว้างขึ้นในการพัฒนาทรัพยากรใต้ทะเล. การร่วมมือกับประเทศอื่น: - จีนได้ร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เช่น หมู่เกาะคุก เพื่อพัฒนาทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนและกระชับความสัมพันธ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ. https://www.techspot.com/news/107269-china-develops-deep-sea-cable-cutting-device-global.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    China develops deep-sea cable-cutting device with global implications
    The device integrates seamlessly with China's advanced crewed and uncrewed submersibles, such as the Fendouzhe and Haidou series, marking a significant leap in underwater capabilities.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 257 มุมมอง 0 รีวิว
  • ASML เริ่มต้นจากโรงงานหลังคารั่วที่เนเธอร์แลนด์ แต่ด้วยวิสัยทัศน์และความทุ่มเท บริษัทนี้กลายมาเป็นผู้นำระดับโลกในเทคโนโลยีลิโทกราฟีสำหรับผลิตชิป ตั้งแต่การเปิดตัวเครื่องจักรรุ่นแรกในปี 1984 ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยี EUV ที่ทรงอิทธิพลในปัจจุบัน แสดงถึงการเติบโตที่น่าทึ่งของบริษัท

    บริษัทนี้เริ่มต้นจากการร่วมมือระหว่าง Philips และ Advanced Semiconductor Materials International (ASMI) เพื่อมุ่งสร้างระบบลิโทกราฟีที่ตอบโจทย์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในอนาคต ปัจจุบัน ASML มีพนักงานกว่า 44,000 คน และสร้างรายได้เกือบ 31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี

    นวัตกรรมตั้งแต่ยุคเริ่มต้น:
    - ASML เปิดตัวผลิตภัณฑ์แรกในชื่อ PAS 2000 stepper โดยทีมงานสามารถแก้ปัญหาเสียงรบกวนจากปั๊มน้ำมันไฮดรอลิกผ่านการติดตั้งคอนเทนเนอร์ในบริเวณโรงงาน ซึ่งกลายเป็นตัวจุดประกายการพัฒนาเทคโนโลยีลิโทกราฟีที่ล้ำหน้าต่อมา.

    ความร่วมมือทางเทคนิคที่ต่อเนื่อง:
    - ความร่วมมือกับบริษัท Carl Zeiss ในด้านการผลิตเลนส์เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1986 และยังคงดำเนินต่อจนถึงปัจจุบัน สร้างมาตรฐานความแม่นยำในเครื่องจักรของ ASML.

    เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า:
    - ในปี 2010 ASML ได้เปิดตัวเครื่อง Twinscan NXE:3100 ที่ใช้เทคโนโลยี EUV (Extreme Ultraviolet Lithography) ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในยุคปัจจุบัน.

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม:
    - ปัจจุบัน ASML เป็นผู้นำในตลาดเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งบริษัทใหญ่อย่าง TSMC, Intel, และ Samsung ต่างพึ่งพาเทคโนโลยีของ ASML เพื่อพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ที่ล้ำสมัย.

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/asml-recalls-its-humble-origins-in-a-leaky-shed-in-eindhoven-circa-1984-it-now-makes-the-most-cutting-edge-chipmaking-tools-on-the-planet
    ASML เริ่มต้นจากโรงงานหลังคารั่วที่เนเธอร์แลนด์ แต่ด้วยวิสัยทัศน์และความทุ่มเท บริษัทนี้กลายมาเป็นผู้นำระดับโลกในเทคโนโลยีลิโทกราฟีสำหรับผลิตชิป ตั้งแต่การเปิดตัวเครื่องจักรรุ่นแรกในปี 1984 ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยี EUV ที่ทรงอิทธิพลในปัจจุบัน แสดงถึงการเติบโตที่น่าทึ่งของบริษัท บริษัทนี้เริ่มต้นจากการร่วมมือระหว่าง Philips และ Advanced Semiconductor Materials International (ASMI) เพื่อมุ่งสร้างระบบลิโทกราฟีที่ตอบโจทย์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในอนาคต ปัจจุบัน ASML มีพนักงานกว่า 44,000 คน และสร้างรายได้เกือบ 31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี นวัตกรรมตั้งแต่ยุคเริ่มต้น: - ASML เปิดตัวผลิตภัณฑ์แรกในชื่อ PAS 2000 stepper โดยทีมงานสามารถแก้ปัญหาเสียงรบกวนจากปั๊มน้ำมันไฮดรอลิกผ่านการติดตั้งคอนเทนเนอร์ในบริเวณโรงงาน ซึ่งกลายเป็นตัวจุดประกายการพัฒนาเทคโนโลยีลิโทกราฟีที่ล้ำหน้าต่อมา. ความร่วมมือทางเทคนิคที่ต่อเนื่อง: - ความร่วมมือกับบริษัท Carl Zeiss ในด้านการผลิตเลนส์เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1986 และยังคงดำเนินต่อจนถึงปัจจุบัน สร้างมาตรฐานความแม่นยำในเครื่องจักรของ ASML. เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า: - ในปี 2010 ASML ได้เปิดตัวเครื่อง Twinscan NXE:3100 ที่ใช้เทคโนโลยี EUV (Extreme Ultraviolet Lithography) ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในยุคปัจจุบัน. ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม: - ปัจจุบัน ASML เป็นผู้นำในตลาดเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งบริษัทใหญ่อย่าง TSMC, Intel, และ Samsung ต่างพึ่งพาเทคโนโลยีของ ASML เพื่อพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ที่ล้ำสมัย. https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/asml-recalls-its-humble-origins-in-a-leaky-shed-in-eindhoven-circa-1984-it-now-makes-the-most-cutting-edge-chipmaking-tools-on-the-planet
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 282 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🕌🇸🇦 50 ปี ลอบปลงพระชนม์กษัตริย์ไฟซาล แห่งซาอุดีอาระเบีย ราชนัดดามีอาการทางจิต ปลิดชีพลุง 3 นัดซ้อน เสยคาง-ข้างหู เบื้องลึกโศกนาฏกรรมสะเทือนโลก 🕊️🔫

    📌 ย้อนเหตุการณ์สะเทือนโลก เมื่อ 50 ปี ที่ผ่านมา เหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์กษัตริย์ไฟซาล แห่งซาอุฯ โดยเจ้าชายผู้มีอาการทางจิต พร้อมเผยข้อเท็จจริงที่หลายคนไม่เคยรู้ ผลกระทบที่ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน

    🕌 ย้อนรอยโศกนาฏกรรมแห่งราชวงศ์ซาอุฯ 25 มีนาคม พ.ศ. 2518... เช้าวันอังคารที่เงียบเหงาในกรุงริยาด กลับกลายเป็นวันแห่งโศกนาฏกรรมระดับโลก เมื่อ "สมเด็จพระราชาธิบดีไฟซาล บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอุด" ผู้นำสูงสุดแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ต้องสิ้นพระชนม์ด้วยฝีมือของเจ้าชาย ซึ่งเป็น "หลานชายแท้ ๆ" จากการลอบยิงระยะประชิด 3 นัดซ้อน ในพระราชวังหลวง... 💔🔫

    เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ความสูญเสียของราชวงศ์ หากแต่ส่งผลสะเทือนทั้งโลก โดยเฉพาะโลกมุสลิม ที่ยังคงสั่นคลอน กับคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอย่างแท้จริงว่า...

    "ทำไมเจ้าชายจึงลั่นไก?" 🤯

    📖 เรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ "สมเด็จพระราชาธิบดีไฟซาล บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอุด" ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อปี พ.ศ. 2507 ทรงเป็นที่รู้จักในฐานะกษัตริย์ผู้มีวิสัยทัศน์ 🌍✨

    พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการลดการพึ่งพาน้ำมัน ⛽️ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 🏗️ การส่งเสริมการศึกษา 📚 และการวางแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ในระยะยาว

    นอกจากนี้ กษัตริย์ไฟซาลยังเป็นผู้นำ ในการต่อต้านอิสราเอลอย่างแข็งกร้าว ในช่วงสงคราม Yom Kippur และมีบทบาทสำคัญในการใช้ “นโยบายน้ำมันเป็นอาวุธ” (Oil Weapon Policy) กดดันตะวันตก ในช่วงวิกฤตน้ำมันปี 2516 🛢️⚖️

    พระองค์จึงเป็นทั้งผู้นำเชิงกลยุทธ์ และนักปฏิรูปผู้ทรงพลังของซาอุดีอาระเบีย

    😱 เหตุการณ์ลอบสังหาร เช้าแห่งความมืดมิด เช้าวันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2518 ในพระราชวังหลวง กรุงริยาด 🇸🇦 "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด บิน อับดุลลาซิซ อัล ซาอุด" หลานชายแท้ ๆ ของกษัตริย์ไฟซาล ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดี พร้อมคณะผู้แทนจากประเทศคูเวต

    ขณะนั้นไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า…

    ทันทีที่กษัตริย์โน้มพระองค์ลง เพื่อจุมพิตเจ้าชายตามธรรมเนียม เจ้าชายกลับชักปืนพกสั้นออกมา แล้วยิงไปที่คางและข้างพระกรรณของกษัตริย์ 3 นัดซ้อน 🔫💥

    ราชองครักษ์พยายามจะโต้ตอบทันที แต่ “ชีค อาห์เมด ซากีห์ ยามานี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงปิโตรเลียมและทรัพยากรธรรมชาติ ได้ตะโกนห้ามไม่ให้สังหารเจ้าชายผู้ก่อเหตุ ทำให้เจ้าชายถูกจับกุมแทน

    👑 "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด" เป็นพระราชโอรสของเจ้าชายมูซาอิด พระอนุชาของกษัตริย์ไฟซาล เคยศึกษาที่สหรัฐอเมริกา 🇺🇸 และมีประวัติพฤติกรรมแปลกประหลาดหลายอย่าง เช่น...

    - ถูกจับที่สหรัฯอเมริกา จากคดีครอบครองยาเสพติด 💊
    - มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม และมีแนวคิดเสรีนิยมแบบตะวันตก 🌐
    - เคยมีความขัดแย้งภายในราชวงศ์ 📉

    รายงานจากนักจิตแพทย์หลายฝ่ายตรงกันว่า เจ้าชายทรงมีอาการ “โรคจิตเภท” (Schizophrenia) 😵‍💫

    อาการที่สังเกตได้คือ
    - ความหวาดระแวง (Paranoia)
    - ความคิดหลงผิด (Delusions)
    - พฤติกรรมรุนแรง และขาดการควบคุมตนเอง

    ❓ แรงจูงใจเบื้องหลังการลอบสังหาร แม้การสอบสวนจะสรุปว่า เจ้าชายไฟซาลก่อเหตุเพียงลำพัง แต่แรงจูงใจยังคงเป็นปริศนา 🤔

    ข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้ ได้แก่
    - แก้แค้นให้เจ้าชายคาลิด พระเชษฐาซึ่งเสียชีวิตจากการต่อสู้ กับกองกำลังรัฐในปี 2509 ⚔️
    - อาการป่วยจิตเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมรุนแรง โดยไม่มีแรงจูงใจทางการเมืองชัดเจน 💭
    - ความไม่พอใจต่อราชวงศ์ เจ้าชายรู้สึกถูกจำกัดเสรีภาพ หลังกลับจากสหรัฐฯ 🗽
    - แรงกระตุ้นจากภายนอก บางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจมี "ตะวันตก" อยู่เบื้องหลัง 🤫 แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน

    ⚖️ หลังจากเหตุการณ์ไม่นาน "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด" ถูกนำตัวขึ้นศาล ในข้อหาลอบปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์

    ศาลตัดสินให้ บั่นพระเศียรกลางจัตุรัสสาธารณะ ในกรุงริยาด ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายชารีอะห์ ของซาอุดีอาระเบีย ✝️⚔️

    การลงโทษต่อหน้าประชาชน ถูกใช้เพื่อส่งสารถึงประชาชนว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้จะเป็นเจ้าชายก็ตาม 👑❌⚖️

    🧠 จิตวิทยากับโศกนาฏกรรม ความเชื่อมโยงของ "โรคจิตเภท" จากคำวินิจฉัยของคณะจิตแพทย์พบว่าเจ้าชายไฟซาลมีอาการของ "โรคจิตเภท" ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีความคิดที่หลงผิด ไม่สามารถแยกแยะความจริง จากจินตนาการได้อย่างถูกต้อง 🤯

    อาการเด่นที่สังเกตได้คือ
    - ความหวาดระแวงว่า ถูกคุกคาม
    - อารมณ์ไม่คงที่
    - มีการตัดสินใจที่ผิดเพี้ยน
    - การรับรู้ผิดปกติอย่างรุนแรง

    💡สิ่งสำคัญคือ โรคจิตเภทไม่ใช่ความผิดของผู้ป่วย แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเวลานั้น การวินิจฉัยและการรักษา ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร

    🕵️‍♂️ เรื่องจริงที่โลกไม่ค่อยรู้
    📌 เจ้าชายเคยถูกจับในสหรัฐอเมริกา ในคดีครอบครองยาเสพติด
    📌 กษัตริย์ไฟซาลมีเป้าหมายลดการพึ่งพาน้ำมัน พัฒนาการศึกษา
    📌 บางแหล่งข่าวสงสัยว่า ตะวันตกอาจเกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร
    📌 "ชีค ยามานี" รัฐมนตรีน้ำมัน เป็นผู้หยุดราชองครักษ์ ไม่ให้สังหารเจ้าชายทันที

    🧩 โศกนาฏกรรมที่กลายเป็นบทเรียนแห่งโลก สะท้อนให้เห็นว่า... แม้จะอยู่ในพระราชวังสูงสุด หรือมีพระยศสูงส่งเพียงใด ก็ไม่อาจหนีจาก "ความเป็นมนุษย์" และ "ความเปราะบางของจิตใจ" ได้เลย

    กษัตริย์ไฟซาล อาจจากโลกนี้ไปด้วยความเจ็บปวด... แต่พระองค์ได้ทิ้งมรดกแห่งวิสัยทัศน์ ไว้ให้ซาอุดีอาระเบียก้าวหน้า ต่อมาอีกหลายทศวรรษ 🕊️

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 251024 มี.ค. 2568

    📲 #กษัตริย์ไฟซาล #ลอบสังหารซาอุ #ประวัติศาสตร์ซาอุ #โศกนาฏกรรมซาอุดีอาระเบีย #จิตเวชในราชวงศ์ #ซาอุยุค70 #เจ้าชายไฟซาล #ราชวงศ์อาหรับ #เรื่องจริงไม่เคยรู้ #FaisalBinAbdulAziz
    🕌🇸🇦 50 ปี ลอบปลงพระชนม์กษัตริย์ไฟซาล แห่งซาอุดีอาระเบีย ราชนัดดามีอาการทางจิต ปลิดชีพลุง 3 นัดซ้อน เสยคาง-ข้างหู เบื้องลึกโศกนาฏกรรมสะเทือนโลก 🕊️🔫 📌 ย้อนเหตุการณ์สะเทือนโลก เมื่อ 50 ปี ที่ผ่านมา เหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์กษัตริย์ไฟซาล แห่งซาอุฯ โดยเจ้าชายผู้มีอาการทางจิต พร้อมเผยข้อเท็จจริงที่หลายคนไม่เคยรู้ ผลกระทบที่ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน 🕌 ย้อนรอยโศกนาฏกรรมแห่งราชวงศ์ซาอุฯ 25 มีนาคม พ.ศ. 2518... เช้าวันอังคารที่เงียบเหงาในกรุงริยาด กลับกลายเป็นวันแห่งโศกนาฏกรรมระดับโลก เมื่อ "สมเด็จพระราชาธิบดีไฟซาล บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอุด" ผู้นำสูงสุดแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ต้องสิ้นพระชนม์ด้วยฝีมือของเจ้าชาย ซึ่งเป็น "หลานชายแท้ ๆ" จากการลอบยิงระยะประชิด 3 นัดซ้อน ในพระราชวังหลวง... 💔🔫 เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ความสูญเสียของราชวงศ์ หากแต่ส่งผลสะเทือนทั้งโลก โดยเฉพาะโลกมุสลิม ที่ยังคงสั่นคลอน กับคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอย่างแท้จริงว่า... "ทำไมเจ้าชายจึงลั่นไก?" 🤯 📖 เรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ "สมเด็จพระราชาธิบดีไฟซาล บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอุด" ทรงขึ้นครองราชย์เมื่อปี พ.ศ. 2507 ทรงเป็นที่รู้จักในฐานะกษัตริย์ผู้มีวิสัยทัศน์ 🌍✨ พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการลดการพึ่งพาน้ำมัน ⛽️ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 🏗️ การส่งเสริมการศึกษา 📚 และการวางแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ในระยะยาว นอกจากนี้ กษัตริย์ไฟซาลยังเป็นผู้นำ ในการต่อต้านอิสราเอลอย่างแข็งกร้าว ในช่วงสงคราม Yom Kippur และมีบทบาทสำคัญในการใช้ “นโยบายน้ำมันเป็นอาวุธ” (Oil Weapon Policy) กดดันตะวันตก ในช่วงวิกฤตน้ำมันปี 2516 🛢️⚖️ พระองค์จึงเป็นทั้งผู้นำเชิงกลยุทธ์ และนักปฏิรูปผู้ทรงพลังของซาอุดีอาระเบีย 😱 เหตุการณ์ลอบสังหาร เช้าแห่งความมืดมิด เช้าวันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2518 ในพระราชวังหลวง กรุงริยาด 🇸🇦 "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด บิน อับดุลลาซิซ อัล ซาอุด" หลานชายแท้ ๆ ของกษัตริย์ไฟซาล ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดี พร้อมคณะผู้แทนจากประเทศคูเวต ขณะนั้นไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า… ทันทีที่กษัตริย์โน้มพระองค์ลง เพื่อจุมพิตเจ้าชายตามธรรมเนียม เจ้าชายกลับชักปืนพกสั้นออกมา แล้วยิงไปที่คางและข้างพระกรรณของกษัตริย์ 3 นัดซ้อน 🔫💥 ราชองครักษ์พยายามจะโต้ตอบทันที แต่ “ชีค อาห์เมด ซากีห์ ยามานี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงปิโตรเลียมและทรัพยากรธรรมชาติ ได้ตะโกนห้ามไม่ให้สังหารเจ้าชายผู้ก่อเหตุ ทำให้เจ้าชายถูกจับกุมแทน 👑 "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด" เป็นพระราชโอรสของเจ้าชายมูซาอิด พระอนุชาของกษัตริย์ไฟซาล เคยศึกษาที่สหรัฐอเมริกา 🇺🇸 และมีประวัติพฤติกรรมแปลกประหลาดหลายอย่าง เช่น... - ถูกจับที่สหรัฯอเมริกา จากคดีครอบครองยาเสพติด 💊 - มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม และมีแนวคิดเสรีนิยมแบบตะวันตก 🌐 - เคยมีความขัดแย้งภายในราชวงศ์ 📉 รายงานจากนักจิตแพทย์หลายฝ่ายตรงกันว่า เจ้าชายทรงมีอาการ “โรคจิตเภท” (Schizophrenia) 😵‍💫 อาการที่สังเกตได้คือ - ความหวาดระแวง (Paranoia) - ความคิดหลงผิด (Delusions) - พฤติกรรมรุนแรง และขาดการควบคุมตนเอง ❓ แรงจูงใจเบื้องหลังการลอบสังหาร แม้การสอบสวนจะสรุปว่า เจ้าชายไฟซาลก่อเหตุเพียงลำพัง แต่แรงจูงใจยังคงเป็นปริศนา 🤔 ข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้ ได้แก่ - แก้แค้นให้เจ้าชายคาลิด พระเชษฐาซึ่งเสียชีวิตจากการต่อสู้ กับกองกำลังรัฐในปี 2509 ⚔️ - อาการป่วยจิตเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมรุนแรง โดยไม่มีแรงจูงใจทางการเมืองชัดเจน 💭 - ความไม่พอใจต่อราชวงศ์ เจ้าชายรู้สึกถูกจำกัดเสรีภาพ หลังกลับจากสหรัฐฯ 🗽 - แรงกระตุ้นจากภายนอก บางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจมี "ตะวันตก" อยู่เบื้องหลัง 🤫 แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ⚖️ หลังจากเหตุการณ์ไม่นาน "เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด" ถูกนำตัวขึ้นศาล ในข้อหาลอบปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์ ศาลตัดสินให้ บั่นพระเศียรกลางจัตุรัสสาธารณะ ในกรุงริยาด ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายชารีอะห์ ของซาอุดีอาระเบีย ✝️⚔️ การลงโทษต่อหน้าประชาชน ถูกใช้เพื่อส่งสารถึงประชาชนว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้จะเป็นเจ้าชายก็ตาม 👑❌⚖️ 🧠 จิตวิทยากับโศกนาฏกรรม ความเชื่อมโยงของ "โรคจิตเภท" จากคำวินิจฉัยของคณะจิตแพทย์พบว่าเจ้าชายไฟซาลมีอาการของ "โรคจิตเภท" ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีความคิดที่หลงผิด ไม่สามารถแยกแยะความจริง จากจินตนาการได้อย่างถูกต้อง 🤯 อาการเด่นที่สังเกตได้คือ - ความหวาดระแวงว่า ถูกคุกคาม - อารมณ์ไม่คงที่ - มีการตัดสินใจที่ผิดเพี้ยน - การรับรู้ผิดปกติอย่างรุนแรง 💡สิ่งสำคัญคือ โรคจิตเภทไม่ใช่ความผิดของผู้ป่วย แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเวลานั้น การวินิจฉัยและการรักษา ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร 🕵️‍♂️ เรื่องจริงที่โลกไม่ค่อยรู้ 📌 เจ้าชายเคยถูกจับในสหรัฐอเมริกา ในคดีครอบครองยาเสพติด 📌 กษัตริย์ไฟซาลมีเป้าหมายลดการพึ่งพาน้ำมัน พัฒนาการศึกษา 📌 บางแหล่งข่าวสงสัยว่า ตะวันตกอาจเกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร 📌 "ชีค ยามานี" รัฐมนตรีน้ำมัน เป็นผู้หยุดราชองครักษ์ ไม่ให้สังหารเจ้าชายทันที 🧩 โศกนาฏกรรมที่กลายเป็นบทเรียนแห่งโลก สะท้อนให้เห็นว่า... แม้จะอยู่ในพระราชวังสูงสุด หรือมีพระยศสูงส่งเพียงใด ก็ไม่อาจหนีจาก "ความเป็นมนุษย์" และ "ความเปราะบางของจิตใจ" ได้เลย กษัตริย์ไฟซาล อาจจากโลกนี้ไปด้วยความเจ็บปวด... แต่พระองค์ได้ทิ้งมรดกแห่งวิสัยทัศน์ ไว้ให้ซาอุดีอาระเบียก้าวหน้า ต่อมาอีกหลายทศวรรษ 🕊️ ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 251024 มี.ค. 2568 📲 #กษัตริย์ไฟซาล #ลอบสังหารซาอุ #ประวัติศาสตร์ซาอุ #โศกนาฏกรรมซาอุดีอาระเบีย #จิตเวชในราชวงศ์ #ซาอุยุค70 #เจ้าชายไฟซาล #ราชวงศ์อาหรับ #เรื่องจริงไม่เคยรู้ #FaisalBinAbdulAziz
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 577 มุมมอง 0 รีวิว
  • วันนี้มาคุยในเรื่องที่เพื่อนเพจท่านหนึ่งเคยถามมา สืบเนื่องจากเราเห็นละครจีนโบราณหลายเรื่องมีการกินน้ำแกงคุมกำเนิดหรือแม้แต่น้ำแกงที่ทำให้แท้งลูก อย่างตัวอย่างในเรื่อง <ร้อยรักปักดวงใจ> ที่หนึ่งในตัวละครหลักคืออนุฉินถูกบังคับให้กินน้ำแกงคุมกำเนิดมาตลอดจนภายหลังเมื่อตั้งครรภ์ก็แท้งลูกและไม่สามารถมีลูกได้อีก คำถามคือ มียาอย่างนี้จริงๆ หรือ?

    คำตอบคือ ‘น่าจะมี’ เพราะมีสูตรยาจีนโบราณหลายฉบับที่สืบทอดกันมาจวบจนปัจจุบัน เพียงแต่ว่าไม่มีใครออกมายืนยันว่าได้ทดลองและได้ผลจริง สาเหตุก็เพราะว่าปัจจุบันมีวิธีและยาคุมกำเนิดหลากหลาย และยาสูตรโบราณเหล่านี้อาจมีผลร้ายในระยะยาวต่อร่างกายได้ ดังเช่นที่ตำรายาจีนโบราณเคยกล่าวไว้ว่า ‘เป็นยานั้นไซร้สามส่วนคือพิษ’ (是药三分毒) อันหมายความว่า ยาอาจให้คุณและให้โทษได้

    จีนโบราณมีวิธีคุมกำเนิดหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือการกินน้ำแกงป้องกันการมีบุตร (ปี้จื่อทั้ง / 避子汤) หรือสูตรยาที่หยุดครรภ์ (ต้วนฉ่านฟ้าง / 断产方) อย่างเช่นใน ‘ตำราครรภ์’ ของเต๋อเจิ๊นฉางในสมัยสุย-ถัง หรือ ‘สูตรยาสำคัญของสตรี’ ของซุ้นซื้อเหมี่ยว แพทย์สมัยถังที่เลื่องชื่อในประวัติศาสตร์จีน

    เท่าที่ Storyฯ หาข้อมูลได้ พบว่ามีสูตรหลากหลาย แต่พอจะสรุปจากตัวยาหลักได้ว่าสรรพคุณโดยรวมของยาคุมกำเนิดและยาหยุดครรภ์เหล่านี้ก็คือ การเพิ่มฤทธิ์ธาตุหยิน (หรือฤทธิ์เย็น) ภายในร่างกาย และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ขับลม ขับเลือดเสีย ซึ่งมียาสมุนไพรจีนหลายตัวที่ให้สรรพคุณเหล่านี้ และหากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายจะใช้เป็นยารักษาหรือยาบำรุงได้ เช่นว่า โบราณใช้เป็นยาก่อนตั้งครรภ์เพื่อล้างมดลูกให้สะอาดและบำรุงชี่ปรับสภาพร่างกายเพื่อกระตุ้นให้ตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น และยาหลังคลอดบุตรหรือหลังประจำเดือนหมดเพื่อขับเลือดเสียที่เกาะอยู่บนผนังมดลูกออกมา ตัวอย่างของยาที่อยู่ในกลุ่มประเภทนี้ก็มีหลายชนิด (ดูรูปตัวอย่าง) เช่น ต่อมหางกวางชะมด ดอกคำฝอย ชวนเกียง น้ำมันที่สกัดจากผักกาดก้านขาว (canola oil) เป็นต้น แน่นอนว่าสูตรยาแต่ละขนานจะประกอบด้วยตัวยาหลากชนิด จึงอาจมีสรรพคุณในด้านอื่นด้วย เช่น ขับลม ลดสภาวะอักเสบในร่างกาย ลดการจับตัวของไขมัน ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น เป็นต้น

    แต่ ‘เป็นยานั้นไซร้สามส่วนคือพิษ’ หากรับประทานต่อเนื่องระยะยาวอาจทำให้มีภาวะโลหิตจาง ร่างกายอ่อนเพลียง่าย มดลูกทำงานไม่ปกติและประจำเดือนมาไม่ปกติ ทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ และหากรับประทานในช่วงตั้งครรภ์จะขับลิ่มเลือดและทำให้มดลูกบีบตัว ทำให้แท้งลูกได้ ยกตัวอย่างคือดอกคำฝอย เพื่อนเพจที่ดื่มชาดอกคำฝอยจะทราบดีถึงคำเตือนว่าห้ามดื่มในระหว่างตั้งครรภ์

    เพื่อนเพจที่คุ้นเคยกับยาสมุนไพรและยาจีนจะทราบว่า ยาเหล่านี้ต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ผลดังที่ต้องการ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อาหารอย่างอื่นที่เรารับประทานว่ามีฤทธิค้านกัน หรือมีฤทธิเสริมกันแรงเกินไปหรือไม่ และขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน

    ดังนั้นยาสูตร ‘ปี้จื่อทั้ง’ หรือ ‘ต้วนฉ่านฟ้าง’ ที่สืบทอดมาแต่โบราณเหล่านี้ จะออกฤทธิ์ทันควันเหมือนที่เราเห็นในละครหรือไม่? หรือว่าออกฤทธิ์ได้จริงแบบที่เห็นในละครหรือไม่? Storyฯ ก็ไม่ทราบได้ และไม่มีความรู้ลึกซึ้งถึงการรักษาแบบแผนจีนพอที่จะให้ความเห็น แต่ด้วยหลักการ ‘เป็นยานั้นไซร้สามส่วนคือพิษ’ เราจึงมักเห็นพล็อตละคร/นิยายที่มีการปรับสัดส่วนของสมุนไพรในสูตรยาหรือเพิ่มยาตัวอื่นเข้าไปให้กลายเป็นพิษนั่นเอง

    (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory)

    Credit รูปภาพและข้อมูลเรียบเรียงจาก:
    https://inf.news/entertainment/b6ddc93cc4f9a720bf5c3fd752c4e1b9.html
    https://www.popdaily.com.tw/forum/entertainment/935802
    https://www.sohu.com/a/251057863_100011360
    https://www.sohu.com/a/249476484_242776
    https://www.sohu.com/a/525891685_121119111
    https://www.huachiewtcm.com/content/8036/ชวนซฺยง-川芎-ข้อมูลสมุนไพรจีน
    https://baike.baidu.com/item/红花/16556131
    https://zh.wikipedia.org/zh-hant/麝香

    #ร้อยรักปักดวงใจ #ปี้จื่อทัง #น้ำแกงห้ามลูก #สมุนไพรในละครจีน
    วันนี้มาคุยในเรื่องที่เพื่อนเพจท่านหนึ่งเคยถามมา สืบเนื่องจากเราเห็นละครจีนโบราณหลายเรื่องมีการกินน้ำแกงคุมกำเนิดหรือแม้แต่น้ำแกงที่ทำให้แท้งลูก อย่างตัวอย่างในเรื่อง <ร้อยรักปักดวงใจ> ที่หนึ่งในตัวละครหลักคืออนุฉินถูกบังคับให้กินน้ำแกงคุมกำเนิดมาตลอดจนภายหลังเมื่อตั้งครรภ์ก็แท้งลูกและไม่สามารถมีลูกได้อีก คำถามคือ มียาอย่างนี้จริงๆ หรือ? คำตอบคือ ‘น่าจะมี’ เพราะมีสูตรยาจีนโบราณหลายฉบับที่สืบทอดกันมาจวบจนปัจจุบัน เพียงแต่ว่าไม่มีใครออกมายืนยันว่าได้ทดลองและได้ผลจริง สาเหตุก็เพราะว่าปัจจุบันมีวิธีและยาคุมกำเนิดหลากหลาย และยาสูตรโบราณเหล่านี้อาจมีผลร้ายในระยะยาวต่อร่างกายได้ ดังเช่นที่ตำรายาจีนโบราณเคยกล่าวไว้ว่า ‘เป็นยานั้นไซร้สามส่วนคือพิษ’ (是药三分毒) อันหมายความว่า ยาอาจให้คุณและให้โทษได้ จีนโบราณมีวิธีคุมกำเนิดหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือการกินน้ำแกงป้องกันการมีบุตร (ปี้จื่อทั้ง / 避子汤) หรือสูตรยาที่หยุดครรภ์ (ต้วนฉ่านฟ้าง / 断产方) อย่างเช่นใน ‘ตำราครรภ์’ ของเต๋อเจิ๊นฉางในสมัยสุย-ถัง หรือ ‘สูตรยาสำคัญของสตรี’ ของซุ้นซื้อเหมี่ยว แพทย์สมัยถังที่เลื่องชื่อในประวัติศาสตร์จีน เท่าที่ Storyฯ หาข้อมูลได้ พบว่ามีสูตรหลากหลาย แต่พอจะสรุปจากตัวยาหลักได้ว่าสรรพคุณโดยรวมของยาคุมกำเนิดและยาหยุดครรภ์เหล่านี้ก็คือ การเพิ่มฤทธิ์ธาตุหยิน (หรือฤทธิ์เย็น) ภายในร่างกาย และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ขับลม ขับเลือดเสีย ซึ่งมียาสมุนไพรจีนหลายตัวที่ให้สรรพคุณเหล่านี้ และหากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายจะใช้เป็นยารักษาหรือยาบำรุงได้ เช่นว่า โบราณใช้เป็นยาก่อนตั้งครรภ์เพื่อล้างมดลูกให้สะอาดและบำรุงชี่ปรับสภาพร่างกายเพื่อกระตุ้นให้ตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น และยาหลังคลอดบุตรหรือหลังประจำเดือนหมดเพื่อขับเลือดเสียที่เกาะอยู่บนผนังมดลูกออกมา ตัวอย่างของยาที่อยู่ในกลุ่มประเภทนี้ก็มีหลายชนิด (ดูรูปตัวอย่าง) เช่น ต่อมหางกวางชะมด ดอกคำฝอย ชวนเกียง น้ำมันที่สกัดจากผักกาดก้านขาว (canola oil) เป็นต้น แน่นอนว่าสูตรยาแต่ละขนานจะประกอบด้วยตัวยาหลากชนิด จึงอาจมีสรรพคุณในด้านอื่นด้วย เช่น ขับลม ลดสภาวะอักเสบในร่างกาย ลดการจับตัวของไขมัน ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น เป็นต้น แต่ ‘เป็นยานั้นไซร้สามส่วนคือพิษ’ หากรับประทานต่อเนื่องระยะยาวอาจทำให้มีภาวะโลหิตจาง ร่างกายอ่อนเพลียง่าย มดลูกทำงานไม่ปกติและประจำเดือนมาไม่ปกติ ทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ และหากรับประทานในช่วงตั้งครรภ์จะขับลิ่มเลือดและทำให้มดลูกบีบตัว ทำให้แท้งลูกได้ ยกตัวอย่างคือดอกคำฝอย เพื่อนเพจที่ดื่มชาดอกคำฝอยจะทราบดีถึงคำเตือนว่าห้ามดื่มในระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อนเพจที่คุ้นเคยกับยาสมุนไพรและยาจีนจะทราบว่า ยาเหล่านี้ต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ผลดังที่ต้องการ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อาหารอย่างอื่นที่เรารับประทานว่ามีฤทธิค้านกัน หรือมีฤทธิเสริมกันแรงเกินไปหรือไม่ และขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ดังนั้นยาสูตร ‘ปี้จื่อทั้ง’ หรือ ‘ต้วนฉ่านฟ้าง’ ที่สืบทอดมาแต่โบราณเหล่านี้ จะออกฤทธิ์ทันควันเหมือนที่เราเห็นในละครหรือไม่? หรือว่าออกฤทธิ์ได้จริงแบบที่เห็นในละครหรือไม่? Storyฯ ก็ไม่ทราบได้ และไม่มีความรู้ลึกซึ้งถึงการรักษาแบบแผนจีนพอที่จะให้ความเห็น แต่ด้วยหลักการ ‘เป็นยานั้นไซร้สามส่วนคือพิษ’ เราจึงมักเห็นพล็อตละคร/นิยายที่มีการปรับสัดส่วนของสมุนไพรในสูตรยาหรือเพิ่มยาตัวอื่นเข้าไปให้กลายเป็นพิษนั่นเอง (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory) Credit รูปภาพและข้อมูลเรียบเรียงจาก: https://inf.news/entertainment/b6ddc93cc4f9a720bf5c3fd752c4e1b9.html https://www.popdaily.com.tw/forum/entertainment/935802 https://www.sohu.com/a/251057863_100011360 https://www.sohu.com/a/249476484_242776 https://www.sohu.com/a/525891685_121119111 https://www.huachiewtcm.com/content/8036/ชวนซฺยง-川芎-ข้อมูลสมุนไพรจีน https://baike.baidu.com/item/红花/16556131 https://zh.wikipedia.org/zh-hant/麝香 #ร้อยรักปักดวงใจ #ปี้จื่อทัง #น้ำแกงห้ามลูก #สมุนไพรในละครจีน
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 361 มุมมอง 0 รีวิว
  • น้ำมันหอมระเหยมะนาวของเราสกัดจากต้น Citrus Latifolia ของอิตาลี ซึ่งให้กลิ่นหอมที่หวานและละมุนละไมกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับมะนาวพันธุ์เม็กซิกัน (Citrus Aurantifolia) น้ำมันนี้ให้กลิ่นหอมที่ฟุ้งและเข้มข้นมากซึ่งช่วยเติมพลังให้จิตใจ น้ำมะนาวที่กลั่นแล้วปลอดภัยสำหรับการใช้ภายนอกและเหมาะสำหรับใช้ในการปรุงน้ำหอม

    Telvada Essential Oils เป็นผู้แทนจำหน่ายน้ำมันหอมระเหยของ OleOliO ทั้งหมดโดยตรงแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สำผัสและดื่มด่ำกันกลิ่น มะนววสดๆ ที่ดีที่สุดในโลกได้แล้วในประทศไทย เพียงคุณได้ลองกลิ่น จะตกหลุมรักกับความหอมแบบเปรี้ยวที่สดชื่นที่สุด ได้อย่างทันที

    ผสมได้ดีกับ : โหระพา เป็บเปอร์มิ้นท์ และโรสแมรี่

    #น้ำมันหอมระเหย #อิตาลี #thaitime
    น้ำมันหอมระเหยมะนาวของเราสกัดจากต้น Citrus Latifolia ของอิตาลี ซึ่งให้กลิ่นหอมที่หวานและละมุนละไมกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับมะนาวพันธุ์เม็กซิกัน (Citrus Aurantifolia) น้ำมันนี้ให้กลิ่นหอมที่ฟุ้งและเข้มข้นมากซึ่งช่วยเติมพลังให้จิตใจ น้ำมะนาวที่กลั่นแล้วปลอดภัยสำหรับการใช้ภายนอกและเหมาะสำหรับใช้ในการปรุงน้ำหอม Telvada Essential Oils เป็นผู้แทนจำหน่ายน้ำมันหอมระเหยของ OleOliO ทั้งหมดโดยตรงแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สำผัสและดื่มด่ำกันกลิ่น มะนววสดๆ ที่ดีที่สุดในโลกได้แล้วในประทศไทย เพียงคุณได้ลองกลิ่น จะตกหลุมรักกับความหอมแบบเปรี้ยวที่สดชื่นที่สุด ได้อย่างทันที ผสมได้ดีกับ : โหระพา เป็บเปอร์มิ้นท์ และโรสแมรี่ #น้ำมันหอมระเหย #อิตาลี #thaitime
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 202 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts