• ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพมหานครคืนวันสุดท้ายก่อนเปิดทำงานปีใหม่ เผชิญปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร ส่งผลให้การจราจรชะลอตัวสลับหยุดนิ่งหลายจุด คาดยืดเยื้อยาวถึงช่วงเช้าวันทำงานแรก
    .
    ค่ำวันนี้ (4 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่ามีรถยนต์หลั่งไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเย็น หลังประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ ภายหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่
    .
    บริเวณที่มีการจราจรหนาแน่นมาก คือช่วงก่อนขึ้นทางต่างระดับบางปะอิน ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 1 อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบรถเต็มทุกช่องทาง มีทั้งรถเลี้ยวเข้าออกปั๊มน้ำมัน รถเบี่ยงออกถนนพหลโยธินเพื่อขึ้นมอเตอร์เวย์ รวมถึงรถที่ชะลอความเร็วเพื่อขึ้น–ลงต่างระดับบางปะอิน มุ่งหน้าถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 และถนนพหลโยธินขาเข้ากรุงเทพมหานคร
    .
    สภาพการจราจรในจุดดังกล่าวเคลื่อนตัวได้ช้า สลับหยุดนิ่งเป็นช่วง ๆ ต่อเนื่องยาวประมาณ 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องเร่งอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการจราจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อระบายรถให้คล่องตัวมากที่สุด
    .
    ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณรถที่เดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะยังคงหนาแน่นต่อเนื่องตลอดทั้งคืนไปจนถึงช่วงเช้า เนื่องจากเป็นวันหยุดวันสุดท้ายของหลายหน่วยงาน ก่อนเริ่มต้นวันทำงานแรกหลังเทศกาลปีใหม่
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000805
    .
    #News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #กลับเข้ากรุง #ปีใหม่2569
    ถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพมหานครคืนวันสุดท้ายก่อนเปิดทำงานปีใหม่ เผชิญปริมาณรถหนาแน่นเต็มทุกช่องจราจร ส่งผลให้การจราจรชะลอตัวสลับหยุดนิ่งหลายจุด คาดยืดเยื้อยาวถึงช่วงเช้าวันทำงานแรก . ค่ำวันนี้ (4 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่ามีรถยนต์หลั่งไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเย็น หลังประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ ภายหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ . บริเวณที่มีการจราจรหนาแน่นมาก คือช่วงก่อนขึ้นทางต่างระดับบางปะอิน ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 1 อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบรถเต็มทุกช่องทาง มีทั้งรถเลี้ยวเข้าออกปั๊มน้ำมัน รถเบี่ยงออกถนนพหลโยธินเพื่อขึ้นมอเตอร์เวย์ รวมถึงรถที่ชะลอความเร็วเพื่อขึ้น–ลงต่างระดับบางปะอิน มุ่งหน้าถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 และถนนพหลโยธินขาเข้ากรุงเทพมหานคร . สภาพการจราจรในจุดดังกล่าวเคลื่อนตัวได้ช้า สลับหยุดนิ่งเป็นช่วง ๆ ต่อเนื่องยาวประมาณ 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องเร่งอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการจราจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อระบายรถให้คล่องตัวมากที่สุด . ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณรถที่เดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะยังคงหนาแน่นต่อเนื่องตลอดทั้งคืนไปจนถึงช่วงเช้า เนื่องจากเป็นวันหยุดวันสุดท้ายของหลายหน่วยงาน ก่อนเริ่มต้นวันทำงานแรกหลังเทศกาลปีใหม่ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000805 . #News1 #News1live #สายเอเชีย #รถติด #กลับเข้ากรุง #ปีใหม่2569
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 178 มุมมอง 0 รีวิว
  • ถนนเอเชีย–พหลโยธิน แน่นตั้งแต่เช้า
    ประชาชนแห่กลับกรุง วันหยุดสุดท้ายปีใหม่
    .
    บรรยากาศการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครในวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ ยังคงคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยประชาชนจำนวนมากเร่งเดินทางกลับ หลังกลับภูมิลำเนาไปฉลองปีใหม่กับครอบครัว
    .
    สภาพการจราจรถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพฯ จากภาคเหนือ ช่วงสะพานต่างระดับอยุธยา ถึงบางปะอิน พบรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ต่อเนื่อง ด้วยความเร็วเฉลี่ยประมาณ 90–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    .
    เช่นเดียวกับถนนพหลโยธิน ช่วงอำเภอวังน้อย มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มีปริมาณรถมาก แต่ยังไม่ถึงขั้นติดขัด สามารถใช้ความเร็วได้ใกล้เคียงกัน
    .
    ขณะเดียวกัน ถนนสาย 347 มุ่งหน้าปทุมธานี และถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 ช่วงพระนครศรีอยุธยา ปริมาณรถเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ภาพรวมยังเคลื่อนตัวได้ดี
    .
    เจ้าหน้าที่คาดว่า ตลอดทั้งวันจนถึงช่วงค่ำ จะยังมีประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมตัวเริ่มทำงานในวันแรกหลังหยุดยาว
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000650
    .
    #News1 #News1live #จราจร #ถนนเอเชีย #พหลโยธิน #กลับกรุง #ปีใหม่2569
    ถนนเอเชีย–พหลโยธิน แน่นตั้งแต่เช้า ประชาชนแห่กลับกรุง วันหยุดสุดท้ายปีใหม่ . บรรยากาศการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครในวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ ยังคงคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยประชาชนจำนวนมากเร่งเดินทางกลับ หลังกลับภูมิลำเนาไปฉลองปีใหม่กับครอบครัว . สภาพการจราจรถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพฯ จากภาคเหนือ ช่วงสะพานต่างระดับอยุธยา ถึงบางปะอิน พบรถหนาแน่นเต็มทุกช่องทาง แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ต่อเนื่อง ด้วยความเร็วเฉลี่ยประมาณ 90–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง . เช่นเดียวกับถนนพหลโยธิน ช่วงอำเภอวังน้อย มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มีปริมาณรถมาก แต่ยังไม่ถึงขั้นติดขัด สามารถใช้ความเร็วได้ใกล้เคียงกัน . ขณะเดียวกัน ถนนสาย 347 มุ่งหน้าปทุมธานี และถนนวงแหวนรอบนอกหมายเลข 9 ช่วงพระนครศรีอยุธยา ปริมาณรถเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ภาพรวมยังเคลื่อนตัวได้ดี . เจ้าหน้าที่คาดว่า ตลอดทั้งวันจนถึงช่วงค่ำ จะยังมีประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมตัวเริ่มทำงานในวันแรกหลังหยุดยาว . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000650 . #News1 #News1live #จราจร #ถนนเอเชีย #พหลโยธิน #กลับกรุง #ปีใหม่2569
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 200 มุมมอง 0 รีวิว
  • ปีใหม่ 69 เปิดมอเตอร์เวย์ M6 วิ่งฉิวบางปะอินถึงนครราชสีมา

    ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 บางปะอิน-นครราชสีมา จะเปิดให้ประชาชนสัญจรเป็นการชั่วคราว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ช่วงบางปะอิน-ปากช่อง-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2568 ถึง 5 ม.ค. 2569 โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ลดความแออัดของเส้นทางหลักอย่างถนนพหลโยธิน และถนนมิตรภาพ รวมทั้งแบ่งเบาภาระการจราจรสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    โดยทิศทางขาออกกรุงเทพฯ จากด่านบางปะอิน-ปากช่อง เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 00.01 น. ถึง 1 ม.ค. 2569 เวลา 24.00 น. เท่านั้น เนื่องจากการก่อสร้างตอน 4 (สะพานข้ามหนองน้ำ) ยังไม่แล้วเสร็จ จึงต้องเบี่ยงการจราจรตั้งแต่กิโลเมตรที่ 10+150 ถึง 30+800 หลังจากนั้นทิศทางขาเข้ากรุงเทพฯ จากปากช่อง-บางปะอิน เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 2 ม.ค. 2569 เวลา 06.00 น. ถึง 5 ม.ค. 2569 เวลา 24.00 น. ส่วนช่วงปากช่อง-นครราชสีมา เปิดให้สัญจรสองทิศทางตลอด 24 ชั่วโมง

    สำหรับทางเข้า-ออกด่านบางปะอินจะมี 3 ทิศทาง ได้แก่ 1. ด้านถนนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงหมายเลข 9) เลยทางแยกต่างระดับเชียงราก (ทางหลวงหมายเลข 347) มุ่งหน้าบางปะอินเล็กน้อย 2. ด้านถนนพหลโยธิน เลยปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านใหญ่วังน้อย ขาขึ้น กม.54 3. ด้านทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 9 ก่อนถึงทางออกบางปะอิน โปรดสังเกตป้ายบอกทางสีน้ำเงิน ระบุว่า "มอเตอร์เวย์ M6 ปากช่อง นครราชสีมา" เนื่องจากแอปพลิเคชันบอกทางอาจยังไม่อัปเดตเส้นทาง

    เนื่องจากการเปิดใช้มอเตอร์เวย์ครั้งนี้ยังไม่เต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นใช้ได้เฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ อีกทั้งไม่มีปั๊มน้ำมันหรือ EV Charger กลางทาง จึงควรเติมน้ำมันหรือชาร์จไฟให้เพียงพอต่อการเดินทางระยะยาว ถ้ามาจากถนนพหลโยธิน เมื่อเลยทางแยกต่างระดับบางปะอิน กม.53-54 จะมีปั๊มน้ำมันเชลล์, บางจาก และ PTT Station แต่ถ้ามาจากมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 เลยทางแยกต่างระดับธัญบุรีไปแล้ว ใช้ทางออก 2 (คลองหลวง-หนองเสือ) จะมีปั๊มน้ำมัน PTT Station, บางจาก และคาลเท็กซ์ ที่เข้า-ออกทางหลักได้

    สำหรับผู้ที่มาจากภาคใต้ ผ่านถนนพระรามที่ 2 และจังหวัดสมุทรสาคร สามารถใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 ที่ด่านมหาชัย 1 ต่อเนื่องทางพิเศษกาญจนาภิเษกที่ด่านบางขุนเทียน ต่อเนื่องมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 ที่ด่านบางแก้ว เสียค่าผ่านทางที่ด่านทับช้าง และด่านธัญบุรี เพื่อเข้ามอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ได้ ซึ่งจากด่านมหาชัย 1 ถึงจังหวัดนครราชสีมา คิดเป็นระยะทางประมาณ 320 กิโลเมตร

    #Newskit
    ปีใหม่ 69 เปิดมอเตอร์เวย์ M6 วิ่งฉิวบางปะอินถึงนครราชสีมา ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 บางปะอิน-นครราชสีมา จะเปิดให้ประชาชนสัญจรเป็นการชั่วคราว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ช่วงบางปะอิน-ปากช่อง-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2568 ถึง 5 ม.ค. 2569 โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ลดความแออัดของเส้นทางหลักอย่างถนนพหลโยธิน และถนนมิตรภาพ รวมทั้งแบ่งเบาภาระการจราจรสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยทิศทางขาออกกรุงเทพฯ จากด่านบางปะอิน-ปากช่อง เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 00.01 น. ถึง 1 ม.ค. 2569 เวลา 24.00 น. เท่านั้น เนื่องจากการก่อสร้างตอน 4 (สะพานข้ามหนองน้ำ) ยังไม่แล้วเสร็จ จึงต้องเบี่ยงการจราจรตั้งแต่กิโลเมตรที่ 10+150 ถึง 30+800 หลังจากนั้นทิศทางขาเข้ากรุงเทพฯ จากปากช่อง-บางปะอิน เปิดให้สัญจรระหว่างวันที่ 2 ม.ค. 2569 เวลา 06.00 น. ถึง 5 ม.ค. 2569 เวลา 24.00 น. ส่วนช่วงปากช่อง-นครราชสีมา เปิดให้สัญจรสองทิศทางตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับทางเข้า-ออกด่านบางปะอินจะมี 3 ทิศทาง ได้แก่ 1. ด้านถนนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงหมายเลข 9) เลยทางแยกต่างระดับเชียงราก (ทางหลวงหมายเลข 347) มุ่งหน้าบางปะอินเล็กน้อย 2. ด้านถนนพหลโยธิน เลยปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านใหญ่วังน้อย ขาขึ้น กม.54 3. ด้านทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 9 ก่อนถึงทางออกบางปะอิน โปรดสังเกตป้ายบอกทางสีน้ำเงิน ระบุว่า "มอเตอร์เวย์ M6 ปากช่อง นครราชสีมา" เนื่องจากแอปพลิเคชันบอกทางอาจยังไม่อัปเดตเส้นทาง เนื่องจากการเปิดใช้มอเตอร์เวย์ครั้งนี้ยังไม่เต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นใช้ได้เฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ อีกทั้งไม่มีปั๊มน้ำมันหรือ EV Charger กลางทาง จึงควรเติมน้ำมันหรือชาร์จไฟให้เพียงพอต่อการเดินทางระยะยาว ถ้ามาจากถนนพหลโยธิน เมื่อเลยทางแยกต่างระดับบางปะอิน กม.53-54 จะมีปั๊มน้ำมันเชลล์, บางจาก และ PTT Station แต่ถ้ามาจากมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 เลยทางแยกต่างระดับธัญบุรีไปแล้ว ใช้ทางออก 2 (คลองหลวง-หนองเสือ) จะมีปั๊มน้ำมัน PTT Station, บางจาก และคาลเท็กซ์ ที่เข้า-ออกทางหลักได้ สำหรับผู้ที่มาจากภาคใต้ ผ่านถนนพระรามที่ 2 และจังหวัดสมุทรสาคร สามารถใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 ที่ด่านมหาชัย 1 ต่อเนื่องทางพิเศษกาญจนาภิเษกที่ด่านบางขุนเทียน ต่อเนื่องมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 ที่ด่านบางแก้ว เสียค่าผ่านทางที่ด่านทับช้าง และด่านธัญบุรี เพื่อเข้ามอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ได้ ซึ่งจากด่านมหาชัย 1 ถึงจังหวัดนครราชสีมา คิดเป็นระยะทางประมาณ 320 กิโลเมตร #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 409 มุมมอง 0 รีวิว
  • เปิดมอเตอร์เวย์ M82 มหาชัย-ชลบุรี น้ำมันเต็มถังเลยพี่

    ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 22 ต.ค. 2568 ก่อนวันหยุดเนื่องในวันปิยมหาราช กระทรวงคมนาคมเตรียมเปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย ระยะทาง 8.3 กิโลเมตร โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง ไปเชื่อมต่อกับทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์-บางขุนเทียน) เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรบนถนนพระรามที่ 2

    โดยรถที่มาจากภาคใต้ จังหวัดสมุทรสาคร สามารถใช้ด่านมหาชัย 1 บริเวณหน้าวัดราษฎร์รังสรรค์ ฝั่งถนนพระรามที่ 2 ผ่านทางลงพันท้ายนรสิงห์ รถจะบังคับให้เข้าไปยังทางพิเศษกาญจนาภิเษก ไปพระประแดง บางนา ใช้ระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไร้ไม้กั้น (Single Lane Free Flow หรือ SLFF) โดยไม่ต้องรับบัตร IC CARD (Integrated Circuit Card) อีกต่อไป

    เมื่อถึงด่านบางแก้ว ถ้าต้องการไปทางพิเศษบูรพาวิถี มุ่งหน้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชลบุรี สามารถใช้ด่านบางแก้ว 3 ที่เปิดให้ผ่านตลอด แล้วไปชำระเงินที่ด่านปลายทาง หรือหากต้องการตรงไปยังรามอินทรา บางปะอิน สามารถใช้ด่านบางแก้ว 2 เพื่อชำระเงินตามปกติ แล้วใช้มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (บางปะอิน-บางพลี) ไปออกถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าสู่ภาคอีสานต่อไป

    ส่วนรถที่มาจากด่านบางแก้ว ผ่านสะพานกาญจนาภิเษก ก่อนถึงทางออกด่านบางขุนเทียน 1 จะมีป้ายสีฟ้าระบุว่า "สมุทรสาคร" และ "สมุทรสงคราม" ให้ออกทางซ้ายมือ แล้วชำระเงินค่าผ่านทางที่ด่านบางขุนเทียน 2 ก่อนใช้มอเตอร์เวย์หมายเลข 82 ไปลงที่ด่านมหาชัย 1 บริเวณตลาดสดลีลา มุ่งหน้าจังหวัดสมุทรสาครและภาคใต้ต่อไป

    อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเส้นทางจากด่านมหาชัย 1 ถึงด่านชลบุรี มีระยะทางกว่า 90 กิโลเมตร ไม่มีสถานีบริการน้ำมันตลอดเส้นทาง เพราะฉะนั้นแนะนำให้เติมน้ำมันเต็มถังหรือให้เพียงพอ เช่นเดียวกับจากด่านมหาชัยไปบางปะอิน ระยะทางกว่า 110 กิโลเมตร มีสถานีบริการน้ำมัน 3 แห่ง บริเวณสถานีขนส่งสินค้าคลองหลวง ห่างจากด่านมหาชัย 1 เกือบ 100 กิโลเมตร

    รถที่มาจากถนนพระรามที่ 2 จากทางแยกต่างระดับบ้านแพ้ว ถึงทางแยกต่างระดับมหาชัย มีสถานีบริการน้ำมันบางจาก และ PTT Station (ท่าจีน) และจากทางแยกต่างระดับมหาชัย ถึงด่านมหาชัย 1 มีสถานีบริการน้ำมันพีที 2 แห่ง และ PTT Station (จิฟฟี่)

    หากเกิดเหตุฉุกเฉินบนมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่ตำรวจทางหลวง โทร. 1193 ซึ่งจะมีสถานีตำรวจทางหลวงนครปฐมรับผิดชอบช่วงดังกล่าว ส่วนทางพิเศษกาญจนาภิเษก และทางพิเศษบูรพาวิถี ของการท่างพิเศษแห่งประเทศไทย สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่ EXAT Call Center โทร. 1543 โดยไม่ต้องลงจากรถ

    #Newskit
    เปิดมอเตอร์เวย์ M82 มหาชัย-ชลบุรี น้ำมันเต็มถังเลยพี่ ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 22 ต.ค. 2568 ก่อนวันหยุดเนื่องในวันปิยมหาราช กระทรวงคมนาคมเตรียมเปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย ระยะทาง 8.3 กิโลเมตร โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง ไปเชื่อมต่อกับทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์-บางขุนเทียน) เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรบนถนนพระรามที่ 2 โดยรถที่มาจากภาคใต้ จังหวัดสมุทรสาคร สามารถใช้ด่านมหาชัย 1 บริเวณหน้าวัดราษฎร์รังสรรค์ ฝั่งถนนพระรามที่ 2 ผ่านทางลงพันท้ายนรสิงห์ รถจะบังคับให้เข้าไปยังทางพิเศษกาญจนาภิเษก ไปพระประแดง บางนา ใช้ระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไร้ไม้กั้น (Single Lane Free Flow หรือ SLFF) โดยไม่ต้องรับบัตร IC CARD (Integrated Circuit Card) อีกต่อไป เมื่อถึงด่านบางแก้ว ถ้าต้องการไปทางพิเศษบูรพาวิถี มุ่งหน้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชลบุรี สามารถใช้ด่านบางแก้ว 3 ที่เปิดให้ผ่านตลอด แล้วไปชำระเงินที่ด่านปลายทาง หรือหากต้องการตรงไปยังรามอินทรา บางปะอิน สามารถใช้ด่านบางแก้ว 2 เพื่อชำระเงินตามปกติ แล้วใช้มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (บางปะอิน-บางพลี) ไปออกถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าสู่ภาคอีสานต่อไป ส่วนรถที่มาจากด่านบางแก้ว ผ่านสะพานกาญจนาภิเษก ก่อนถึงทางออกด่านบางขุนเทียน 1 จะมีป้ายสีฟ้าระบุว่า "สมุทรสาคร" และ "สมุทรสงคราม" ให้ออกทางซ้ายมือ แล้วชำระเงินค่าผ่านทางที่ด่านบางขุนเทียน 2 ก่อนใช้มอเตอร์เวย์หมายเลข 82 ไปลงที่ด่านมหาชัย 1 บริเวณตลาดสดลีลา มุ่งหน้าจังหวัดสมุทรสาครและภาคใต้ต่อไป อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเส้นทางจากด่านมหาชัย 1 ถึงด่านชลบุรี มีระยะทางกว่า 90 กิโลเมตร ไม่มีสถานีบริการน้ำมันตลอดเส้นทาง เพราะฉะนั้นแนะนำให้เติมน้ำมันเต็มถังหรือให้เพียงพอ เช่นเดียวกับจากด่านมหาชัยไปบางปะอิน ระยะทางกว่า 110 กิโลเมตร มีสถานีบริการน้ำมัน 3 แห่ง บริเวณสถานีขนส่งสินค้าคลองหลวง ห่างจากด่านมหาชัย 1 เกือบ 100 กิโลเมตร รถที่มาจากถนนพระรามที่ 2 จากทางแยกต่างระดับบ้านแพ้ว ถึงทางแยกต่างระดับมหาชัย มีสถานีบริการน้ำมันบางจาก และ PTT Station (ท่าจีน) และจากทางแยกต่างระดับมหาชัย ถึงด่านมหาชัย 1 มีสถานีบริการน้ำมันพีที 2 แห่ง และ PTT Station (จิฟฟี่) หากเกิดเหตุฉุกเฉินบนมอเตอร์เวย์หมายเลข 82 สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่ตำรวจทางหลวง โทร. 1193 ซึ่งจะมีสถานีตำรวจทางหลวงนครปฐมรับผิดชอบช่วงดังกล่าว ส่วนทางพิเศษกาญจนาภิเษก และทางพิเศษบูรพาวิถี ของการท่างพิเศษแห่งประเทศไทย สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่ EXAT Call Center โทร. 1543 โดยไม่ต้องลงจากรถ #Newskit
    Like
    1
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 981 มุมมอง 0 รีวิว
  • ZUS COFFEE ทุนมาเลย์ฯ บุกไทย

    ZUS COFFEE (ซุส คอฟฟี่) โลโก้ชายเครางามสีน้ำเงิน ผู้บริโภคชาวไทยอาจไม่คุ้นหู แต่ที่ประเทศมาเลเซียถือเป็นแบรนด์ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุด 746 แห่ง แซงหน้าสตาร์บัคส์ มาเลเซีย ของกลุ่มเบอร์จายา คอร์ปอเรชั่น (Berjaya Corporation) ที่มีประมาณ 320 แห่ง กระทั่งขยายสาขาไปยังฟิลิปปินส์ในปี 2566 มีมากถึง 153 สาขา ต่อด้วยสิงคโปร์ 5 สาขา บรูไน 5 สาขาในปี 2567 และไทยคือจุดหมายล่าสุด ก่อนจะเปิดที่อินโดนีเซียร่วมกับกลุ่มกาปัลอาปี (Kapal Api Group) ในลำดับถัดไป

    ซุส คอฟฟี่ เปิดสาขาแรกในไทยที่อาคารวานิช เพลส อารีย์ ถนนพหลโยธิน ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 ส.ค. 2568 บริหารงานโดย บริษัท ซุสเพรซโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด จัดตั้งเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2568 ด้วยทุนจดทะเบียน 81.55 ล้านบาท มีกรรมการบริษัทชาวมาเลเซีย 5 คน ร่วมกับ นายพงษ์ศักดิ์ ธัมประพาสอัศดร กรรมการบริษัทชาวไทย นับเป็นกลุ่มทุนมาเลเซียในไทยที่โดดเด่น เมื่อเทียบกับกลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย หรือกลุ่มมิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย.

    แหล่งข่าวระบุว่า ซุส คอฟฟี่ เป็นความตั้งใจของบริษัทแม่ในมาเลเซีย ที่ต้องการขยายตลาดมายังประเทศไทยโดยตรง ไม่ได้เป็นแฟรนไชส์ มีแผนที่จะขยายสาขาในไทยราว 30 แห่งภายในต้นปี 2569 โดยสาขาถัดไปอยู่ที่ย่านอโศก ปิ่นเกล้า และสีลม ส่วนข้อกังวลถึงวัตถุดิบโดยเฉพาะกะทิ สำหรับเมนูยอดนิยมอย่าง Coconut Latte ยอมรับว่าที่ประเทศมาเลเซียกะทิขาดตลาดจริง แต่สำหรับประเทศไทยวัตถุดิบเหลือเฟือ เชื่อว่าคนไทยขาดกะทิไม่ได้

    ก่อนหน้านี้ นายเวนอน เทียน เจิ้ง ฮุย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของซุสเพรซโซ่ มาเลเซีย กล่าวกับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ซุสคอฟฟี่วางแผนที่จะเปิดสาขาใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ราว 200 แห่งในปีนี้ โดยจะเปิดสาขาใหม่อย่างน้อย 107 แห่งในมาเลเซีย ประมาณ 80 แห่งในฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากแฟรงค์ เลา มหาเศรษฐีชาวฟิลิปปินส์ และอีก 6 แห่งในสิงคโปร์ ส่วนบรูไนบริหารในรูปแบบแฟรนไชส์

    ซุส คอฟฟี่ ก่อตั้งในปี 2562 เริ่มต้นจากโมเดลธุรกิจที่เน้นเทคโนโลยีด้วยบริการส่งกาแฟผ่านแอปพลิเคชันของตัวเอง ก่อนเติบโตอย่างก้าวกระโดดช่วงโควิด-19 ที่มีการล็อกดาวน์และผู้คนนิยมสั่งอาหารออนไลน์ ทำให้มียอดขายออนไลน์ประมาณ 70% จากการจัดส่งและรับสินค้าเอง และด้วยการปรับต้นทุนสร้างร้านกาแฟแบบดั้งเดิม ทำให้ขายกาแฟได้ถูกกว่าสตาร์บัคส์ราว 20% และเริ่มได้รับความนิยมในหมู่ลูกค้าชาวมาเลเซีย ขณะที่สตาร์บัคส์ได้รับผลกระทบจากการรณรงค์คว่ำบาตรกรณีความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์

    #Newskit
    ZUS COFFEE ทุนมาเลย์ฯ บุกไทย ZUS COFFEE (ซุส คอฟฟี่) โลโก้ชายเครางามสีน้ำเงิน ผู้บริโภคชาวไทยอาจไม่คุ้นหู แต่ที่ประเทศมาเลเซียถือเป็นแบรนด์ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุด 746 แห่ง แซงหน้าสตาร์บัคส์ มาเลเซีย ของกลุ่มเบอร์จายา คอร์ปอเรชั่น (Berjaya Corporation) ที่มีประมาณ 320 แห่ง กระทั่งขยายสาขาไปยังฟิลิปปินส์ในปี 2566 มีมากถึง 153 สาขา ต่อด้วยสิงคโปร์ 5 สาขา บรูไน 5 สาขาในปี 2567 และไทยคือจุดหมายล่าสุด ก่อนจะเปิดที่อินโดนีเซียร่วมกับกลุ่มกาปัลอาปี (Kapal Api Group) ในลำดับถัดไป ซุส คอฟฟี่ เปิดสาขาแรกในไทยที่อาคารวานิช เพลส อารีย์ ถนนพหลโยธิน ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 ส.ค. 2568 บริหารงานโดย บริษัท ซุสเพรซโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด จัดตั้งเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2568 ด้วยทุนจดทะเบียน 81.55 ล้านบาท มีกรรมการบริษัทชาวมาเลเซีย 5 คน ร่วมกับ นายพงษ์ศักดิ์ ธัมประพาสอัศดร กรรมการบริษัทชาวไทย นับเป็นกลุ่มทุนมาเลเซียในไทยที่โดดเด่น เมื่อเทียบกับกลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย หรือกลุ่มมิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. แหล่งข่าวระบุว่า ซุส คอฟฟี่ เป็นความตั้งใจของบริษัทแม่ในมาเลเซีย ที่ต้องการขยายตลาดมายังประเทศไทยโดยตรง ไม่ได้เป็นแฟรนไชส์ มีแผนที่จะขยายสาขาในไทยราว 30 แห่งภายในต้นปี 2569 โดยสาขาถัดไปอยู่ที่ย่านอโศก ปิ่นเกล้า และสีลม ส่วนข้อกังวลถึงวัตถุดิบโดยเฉพาะกะทิ สำหรับเมนูยอดนิยมอย่าง Coconut Latte ยอมรับว่าที่ประเทศมาเลเซียกะทิขาดตลาดจริง แต่สำหรับประเทศไทยวัตถุดิบเหลือเฟือ เชื่อว่าคนไทยขาดกะทิไม่ได้ ก่อนหน้านี้ นายเวนอน เทียน เจิ้ง ฮุย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของซุสเพรซโซ่ มาเลเซีย กล่าวกับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ซุสคอฟฟี่วางแผนที่จะเปิดสาขาใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ราว 200 แห่งในปีนี้ โดยจะเปิดสาขาใหม่อย่างน้อย 107 แห่งในมาเลเซีย ประมาณ 80 แห่งในฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากแฟรงค์ เลา มหาเศรษฐีชาวฟิลิปปินส์ และอีก 6 แห่งในสิงคโปร์ ส่วนบรูไนบริหารในรูปแบบแฟรนไชส์ ซุส คอฟฟี่ ก่อตั้งในปี 2562 เริ่มต้นจากโมเดลธุรกิจที่เน้นเทคโนโลยีด้วยบริการส่งกาแฟผ่านแอปพลิเคชันของตัวเอง ก่อนเติบโตอย่างก้าวกระโดดช่วงโควิด-19 ที่มีการล็อกดาวน์และผู้คนนิยมสั่งอาหารออนไลน์ ทำให้มียอดขายออนไลน์ประมาณ 70% จากการจัดส่งและรับสินค้าเอง และด้วยการปรับต้นทุนสร้างร้านกาแฟแบบดั้งเดิม ทำให้ขายกาแฟได้ถูกกว่าสตาร์บัคส์ราว 20% และเริ่มได้รับความนิยมในหมู่ลูกค้าชาวมาเลเซีย ขณะที่สตาร์บัคส์ได้รับผลกระทบจากการรณรงค์คว่ำบาตรกรณีความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ #Newskit
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 963 มุมมอง 0 รีวิว
  • รู้จัก ร.31 รอ. หน่วยรบเคลื่อนที่เร็วของกองทัพบก อีกหนึ่งกองกำลังสำคัญในภารกิจด้านความมั่นคง

    นับเป็นอีกหนึ่งกองกำลังสำคัญที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากในขณะนี้ สำหรับทหารจาก กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.) หน่วยรบเคลื่อนที่เร็วของไทย ซึ่งประจำการอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรี มีบทบาทหน้าที่สำคัญทั้งในด้านภารกิจความมั่นคงของประเทศ รวมถึงปกป้องรักษาราชวงศ์
    ความเป็นมา ร.31 รอ.

    กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.) เป็นหน่วยงานระดับกรมทหารราบ ของกองทัพบก โดยเป็นหน่วยขึ้นตรงของกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ กองทัพภาคที่ 1 มีที่ตั้งปกติของหน่วยอยู่หน้าบ้านเลขที่ 120 ถ.พหลโยธิน อ.เมือง จ.ลพบุรี เป็นอดีตหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว (RDF) ซึ่งก้าวสู่หน่วยพร้อมรบเฉพาะกิจในสงครามรูปแบบใหม่

    ร.31 รอ. จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2484 มีนามหน่วยว่า กรมทหารราบที่ 3 ประกอบด้วยหน่วยรองหลัก ระดับกองพันจำนวน 3 กองพัน มีที่ตั้งหน่วยอยู่ในพื้นที่ศาลาว่าการกลาโหม กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน และใน พ.ศ. 2489 ได้เปลี่ยนนามหน่วยเป็นกรมทหารราบที่ 21 ประกอบด้วยหน่วยรองหลัก ระดับกองพันจำนวน 2 กองพัน มีที่ตั้งหน่วยอยู่บริเวณวัดไก่ อ.เมือง จ.ลพบุรี

    พ.ศ. 2491 ย้ายที่ตั้งหน่วยไปอยู่ ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี และใน พ.ศ. 2496 จึงย้ายมาอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งหน่วยในปัจจุบัน

    พ.ศ. 2512 กองทัพบกแปรสภาพหน่วยเป็นหน่วยใช้ร่ม จากนั้นใน พ.ศ. 2521 ได้รับโอนกองพันส่งทางอากาศที่ 1 ศูนย์สงครามพิเศษ มาขึ้นการบังคับบัญชากับกรมผสมที่ 31 กระทั่งปี พ.ศ. 2522 ได้แปลงสภาพจากกรมผสม เป็นกรมทหารราบ ใช้ชื่อหน่วยว่า กรมทหารราบที่ 31 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์

    ทั้งนี้ พ.ศ. 2523 ทางหน่วยได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นหน่วยรักษาพระองค์ใน ร.9 เรียกนามหน่วยว่า กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์

    พ.ศ. 2540 กองทัพบกได้จัดตั้งหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วระดับกองพัน ของกองทัพบก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหน่วยต้นแบบในการพัฒนาหน่วยทหารไปสู่ความพร้อมรบและทันสมัย รวมถึงใช้เป็นหน่วยใช้รองรับสถานการณ์ภัยคุกคามต่าง ๆ โดยในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 ได้กำหนดให้ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 พัน.3 รอ.) เป็นหน่วยหลักในการประกอบกำลัง

    ต่อมา พ.ศ. 2545 กองทัพบกได้จัดตั้งหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วระดับกรม โดยกำหนดให้ ร.31 รอ. เป็นหน่วยหลักในการประกอบกำลัง

    พ.ศ. 2561 กองทัพบกจัดให้ ร.31 รอ. เป็นหน่วยเฉพาะกิจ ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ.904) เพื่อปฏิบัติภารกิจถวายพระเกียรติ ถวายความปลอดภัยพระบรมวงศานุวงศ์ และถวายงานอื่น ๆ ของหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904
    4 บทบาทสำคัญของ ร.31 รอ. ในปัจจุบัน

    - เป็นกรมทหารราบ มีภารกิจหลักคือทำลายกำลังรบของข้าศึก เข้ายึดและควบคุมพื้นที่รวมทั้งทรัพยากรและคนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีภารกิจเสริมในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ และสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

    - เป็นหน่วยรักษาพระองค์ ถวายการอารักขาพระบรมวงศานุวงศ์

    - เป็นหน่วยใช้ร่ม หรือหน่วยส่งทางอากาศ มีภารกิจเข้าโจมตีด้วยการกระโดดร่วมลงเพื่อทำลายข้าศึก

    - เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วของกองทัพบก ซึ่งเป็นกำลังยุทธศาสตร์ มีภารกิจเป็นหน่วยต้นแบบในการฝึกศึกษา วิจัยพัฒนา ทดสอบการประกอบกำลังของกองทัพบก รวมถึงการจัดเตรียมกำลังและเตรียมความพร้อมสำหรับแก้ไขสถานการณ์ที่เกินขีดความสามารถของกองกำลังป้องกันชายแดน
    .

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์

    เครดิตเนื้อหา FB: Yutthana Suksawang
    รู้จัก ร.31 รอ. หน่วยรบเคลื่อนที่เร็วของกองทัพบก อีกหนึ่งกองกำลังสำคัญในภารกิจด้านความมั่นคง นับเป็นอีกหนึ่งกองกำลังสำคัญที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากในขณะนี้ สำหรับทหารจาก กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.) หน่วยรบเคลื่อนที่เร็วของไทย ซึ่งประจำการอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรี มีบทบาทหน้าที่สำคัญทั้งในด้านภารกิจความมั่นคงของประเทศ รวมถึงปกป้องรักษาราชวงศ์ ความเป็นมา ร.31 รอ. กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.) เป็นหน่วยงานระดับกรมทหารราบ ของกองทัพบก โดยเป็นหน่วยขึ้นตรงของกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ กองทัพภาคที่ 1 มีที่ตั้งปกติของหน่วยอยู่หน้าบ้านเลขที่ 120 ถ.พหลโยธิน อ.เมือง จ.ลพบุรี เป็นอดีตหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว (RDF) ซึ่งก้าวสู่หน่วยพร้อมรบเฉพาะกิจในสงครามรูปแบบใหม่ ร.31 รอ. จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2484 มีนามหน่วยว่า กรมทหารราบที่ 3 ประกอบด้วยหน่วยรองหลัก ระดับกองพันจำนวน 3 กองพัน มีที่ตั้งหน่วยอยู่ในพื้นที่ศาลาว่าการกลาโหม กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน และใน พ.ศ. 2489 ได้เปลี่ยนนามหน่วยเป็นกรมทหารราบที่ 21 ประกอบด้วยหน่วยรองหลัก ระดับกองพันจำนวน 2 กองพัน มีที่ตั้งหน่วยอยู่บริเวณวัดไก่ อ.เมือง จ.ลพบุรี พ.ศ. 2491 ย้ายที่ตั้งหน่วยไปอยู่ ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี และใน พ.ศ. 2496 จึงย้ายมาอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งหน่วยในปัจจุบัน พ.ศ. 2512 กองทัพบกแปรสภาพหน่วยเป็นหน่วยใช้ร่ม จากนั้นใน พ.ศ. 2521 ได้รับโอนกองพันส่งทางอากาศที่ 1 ศูนย์สงครามพิเศษ มาขึ้นการบังคับบัญชากับกรมผสมที่ 31 กระทั่งปี พ.ศ. 2522 ได้แปลงสภาพจากกรมผสม เป็นกรมทหารราบ ใช้ชื่อหน่วยว่า กรมทหารราบที่ 31 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ทั้งนี้ พ.ศ. 2523 ทางหน่วยได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นหน่วยรักษาพระองค์ใน ร.9 เรียกนามหน่วยว่า กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ พ.ศ. 2540 กองทัพบกได้จัดตั้งหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วระดับกองพัน ของกองทัพบก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหน่วยต้นแบบในการพัฒนาหน่วยทหารไปสู่ความพร้อมรบและทันสมัย รวมถึงใช้เป็นหน่วยใช้รองรับสถานการณ์ภัยคุกคามต่าง ๆ โดยในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 ได้กำหนดให้ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 พัน.3 รอ.) เป็นหน่วยหลักในการประกอบกำลัง ต่อมา พ.ศ. 2545 กองทัพบกได้จัดตั้งหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วระดับกรม โดยกำหนดให้ ร.31 รอ. เป็นหน่วยหลักในการประกอบกำลัง พ.ศ. 2561 กองทัพบกจัดให้ ร.31 รอ. เป็นหน่วยเฉพาะกิจ ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ.904) เพื่อปฏิบัติภารกิจถวายพระเกียรติ ถวายความปลอดภัยพระบรมวงศานุวงศ์ และถวายงานอื่น ๆ ของหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 4 บทบาทสำคัญของ ร.31 รอ. ในปัจจุบัน - เป็นกรมทหารราบ มีภารกิจหลักคือทำลายกำลังรบของข้าศึก เข้ายึดและควบคุมพื้นที่รวมทั้งทรัพยากรและคนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีภารกิจเสริมในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ และสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ - เป็นหน่วยรักษาพระองค์ ถวายการอารักขาพระบรมวงศานุวงศ์ - เป็นหน่วยใช้ร่ม หรือหน่วยส่งทางอากาศ มีภารกิจเข้าโจมตีด้วยการกระโดดร่วมลงเพื่อทำลายข้าศึก - เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วของกองทัพบก ซึ่งเป็นกำลังยุทธศาสตร์ มีภารกิจเป็นหน่วยต้นแบบในการฝึกศึกษา วิจัยพัฒนา ทดสอบการประกอบกำลังของกองทัพบก รวมถึงการจัดเตรียมกำลังและเตรียมความพร้อมสำหรับแก้ไขสถานการณ์ที่เกินขีดความสามารถของกองกำลังป้องกันชายแดน . ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ เครดิตเนื้อหา FB: Yutthana Suksawang
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 933 มุมมอง 0 รีวิว
  • ‘จตุพร’ จี้นายกฯ ลาออก – พรรคร่วมฯ ถอนตัว ลั่น รัฐบาลรู้อนาคตตัวเองดี เพียงแค่ยื้อความตาย มั่นใจจะตายไปตามกฎหใสย-รัฐธรรมนูญ

    วันนี้(28 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยการชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ไล่รัฐบาล ว่า สำหรับแนวทางในวันนี้ภายหลังร้องเพลงชาติในเวลา 18.00 น. แล้วจะมีแถลงการณ์ ก่อนขึ้นปราศรัยใหญ่ โดยตนจะขึ้นปราศรัยเป็นคนสุดท้าย

    นายจตุพร กล่าวต่อว่า ส่วนแนวทางหลังจากนี้เหลือเพียงแค่ข้อเดียว คือการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก และพรรคร่วมรัฐบาลต้องถอนตัว ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นวาระของบ้านเมือง และการชุมนุมในวันนี้เป็นการแสดงพลัง ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าชาวกัมพูชา ซึ่งเราถูกปรามาสมาโดยตลอดว่าจะมาเพียงไม่กี่คน และคาดว่าจะมีคนเดินทางมาร่วมชุมนุมมากกว่านี้ ทั้งจากในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยครั้งแรกพวกเรานับได้ว่าจะมีมวลชนมาร่วมชุมนุมประมาณ 3 พันคน ซึ่งในขณะนี้เราปิดเส้นทางการจราจรที่ฝั่งเกาะพหลโยธิน และดินแดง

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/politics/detail/9680000060964

    #MGROnline #จตุพร #ม็อบ28มิถุนา #ม็อบไล่นายก #อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
    ‘จตุพร’ จี้นายกฯ ลาออก – พรรคร่วมฯ ถอนตัว ลั่น รัฐบาลรู้อนาคตตัวเองดี เพียงแค่ยื้อความตาย มั่นใจจะตายไปตามกฎหใสย-รัฐธรรมนูญ • วันนี้(28 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยการชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ไล่รัฐบาล ว่า สำหรับแนวทางในวันนี้ภายหลังร้องเพลงชาติในเวลา 18.00 น. แล้วจะมีแถลงการณ์ ก่อนขึ้นปราศรัยใหญ่ โดยตนจะขึ้นปราศรัยเป็นคนสุดท้าย • นายจตุพร กล่าวต่อว่า ส่วนแนวทางหลังจากนี้เหลือเพียงแค่ข้อเดียว คือการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก และพรรคร่วมรัฐบาลต้องถอนตัว ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นวาระของบ้านเมือง และการชุมนุมในวันนี้เป็นการแสดงพลัง ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าชาวกัมพูชา ซึ่งเราถูกปรามาสมาโดยตลอดว่าจะมาเพียงไม่กี่คน และคาดว่าจะมีคนเดินทางมาร่วมชุมนุมมากกว่านี้ ทั้งจากในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยครั้งแรกพวกเรานับได้ว่าจะมีมวลชนมาร่วมชุมนุมประมาณ 3 พันคน ซึ่งในขณะนี้เราปิดเส้นทางการจราจรที่ฝั่งเกาะพหลโยธิน และดินแดง • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/politics/detail/9680000060964 • #MGROnline #จตุพร #ม็อบ28มิถุนา #ม็อบไล่นายก #อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 793 มุมมอง 0 รีวิว
  • ถนนเชื่อมวิภาวดี-พหลโยธิน ทางเข้าใหม่สนามบินดอนเมือง

    08.00 น. วันอาทิตย์ที่ 29 มิ.ย. กรุงเทพมหานคร จะเปิดใช้โครงการทางหลวงท้องถิ่นสายเชื่อมระหว่างถนนวิภาวดีกับถนนพหลโยธิน เชื่อมระหว่างถนนวิภาวดีรังสิต ไปยังถนนพหลโยธินและถนนเทพรักษ์ ระยะทาง 2.768 กิโลเมตร งบประมาณ 1,551.65 ล้านบาท หลังเริ่มต้นก่อสร้างตั้งแต่ต้นปี 2564 โดยผู้รับเหมาสองบริษัท ได้แก่ บริษัท สระหลวงก่อสร้าง จำกัด และบริษัท พรรณีวรกิจก่อสร้างและขนส่ง จำกัด แต่ล่าช้าจากบ้านเรือนรุกล้ำคลองถนน ท่ามกลางการเติบโตของเมือง หลังเปิดใช้ถนนเทพรักษ์เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2558 และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เมื่อปี 2563

    จุดเริ่มต้นถนนเชื่อมวิภาวดี-พหลโยธิน อยู่ที่ด้านทิศใต้ของท่าอากาศยานดอนเมือง เลยร้านเจ้เล้งมาเล็กน้อย มีทางเชื่อมไปยังถนนเทวฤทธิ์พันลึก ไปยังอาคารคลังสินค้าท่าอากาศยานดอนเมือง ต่อเนื่องไปยังอาคารผู้โดยสาร จากนั้นจะมีทางแยกต่างระดับ แยกซ้ายไปถนนพหลโยธิน แยกขวาไปถนนเทพรักษ์ ข้ามคลองถนน รถที่มาจากถนนวิภาวดีรังสิตขาออก สามารถใช้จุดกลับรถอาคารคลังสินค้าเพื่อใช้ถนนตัดใหม่ได้ รถที่มาจากถนนพหลโยธินและถนนเทพรักษ์ สามารถใช้ถนนตัดใหม่ เพื่อไปออกถนนวิภาวดีรังสิต รวมทั้งไปยังถนนเทวฤทธิ์พันลึก เพื่อไปท่าอากาศยานดอนเมืองได้

    เดิมคนที่จะไปสนามบินดอนเมือง ส่วนใหญ่ใช้ถนนวิภาวดีรังสิตเป็นหลัก ส่วนคนที่อยู่โซนสะพานใหม่ สายไหม ลำลูกกา วัชรพล ต้องอ้อมไปใช้ถนนแจ้งวัฒนะ หรืออนุสรณ์สถานแห่งชาติ ซึ่งหากเป็นรถแท็กซี่จะเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากเพราะต้องอ้อมและไกล ส่วนถนนธูปะเตมีย์ เชื่อมระหว่างถนนพหลโยธิน บริเวณแยก คปอ. กับถนนวิภาวดีรังสิต เนื่องจากเป็นพื้นที่กองทัพอากาศ จึงอนุญาตให้เฉพาะรถยนต์ที่มีสติกเกอร์บัตรผ่านยานพาหนะเข้า-ออก เขตพื้นที่กองทัพอากาศเท่านั้น นอกนั้นเปิดเฉพาะช่วงเช้า 06.00-09.00 น. และช่วงเย็น 15.00-18.00 น. แต่ไม่อนุญาตให้รถโดยสารและรถรับจ้างสาธารณะใช้งาน

    ถนนเชื่อมวิภาวดี-พหลโยธิน ออกแบบบริเวณแยกห้างบิ๊กซีสะพานใหม่ ให้เป็นทางแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟ เพื่อให้การจราจรลื่นไหลได้สะดวก โดยรถที่มาจากถนนเทพรักษ์สามารถขึ้นสะพานข้ามแยกได้เลย รวมทั้งการก่อสร้างสะพานข้ามไปยังถนนเทวฤทธิ์พันลึก เพื่อเข้าสู่ท่าอากาศยานดอนเมือง ช่วยแบ่งเบาการจราจรบริเวณถนนพหลโยธิน และถนนเทพรักษ์ ให้สามารถออกไปยังถนนวิภาวดีรังสิต และท่าอากาศยานดอนเมืองได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น สำหรับคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส จะไปท่าอากาศยานดอนเมือง สามารถลงที่สถานีสายหยุดแล้วต่อรถแท็กซี่เข้าไปยังถนนสายใหม่ ช่วยประหยัดเวลามากขึ้น

    #Newskit
    ถนนเชื่อมวิภาวดี-พหลโยธิน ทางเข้าใหม่สนามบินดอนเมือง 08.00 น. วันอาทิตย์ที่ 29 มิ.ย. กรุงเทพมหานคร จะเปิดใช้โครงการทางหลวงท้องถิ่นสายเชื่อมระหว่างถนนวิภาวดีกับถนนพหลโยธิน เชื่อมระหว่างถนนวิภาวดีรังสิต ไปยังถนนพหลโยธินและถนนเทพรักษ์ ระยะทาง 2.768 กิโลเมตร งบประมาณ 1,551.65 ล้านบาท หลังเริ่มต้นก่อสร้างตั้งแต่ต้นปี 2564 โดยผู้รับเหมาสองบริษัท ได้แก่ บริษัท สระหลวงก่อสร้าง จำกัด และบริษัท พรรณีวรกิจก่อสร้างและขนส่ง จำกัด แต่ล่าช้าจากบ้านเรือนรุกล้ำคลองถนน ท่ามกลางการเติบโตของเมือง หลังเปิดใช้ถนนเทพรักษ์เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2558 และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เมื่อปี 2563 จุดเริ่มต้นถนนเชื่อมวิภาวดี-พหลโยธิน อยู่ที่ด้านทิศใต้ของท่าอากาศยานดอนเมือง เลยร้านเจ้เล้งมาเล็กน้อย มีทางเชื่อมไปยังถนนเทวฤทธิ์พันลึก ไปยังอาคารคลังสินค้าท่าอากาศยานดอนเมือง ต่อเนื่องไปยังอาคารผู้โดยสาร จากนั้นจะมีทางแยกต่างระดับ แยกซ้ายไปถนนพหลโยธิน แยกขวาไปถนนเทพรักษ์ ข้ามคลองถนน รถที่มาจากถนนวิภาวดีรังสิตขาออก สามารถใช้จุดกลับรถอาคารคลังสินค้าเพื่อใช้ถนนตัดใหม่ได้ รถที่มาจากถนนพหลโยธินและถนนเทพรักษ์ สามารถใช้ถนนตัดใหม่ เพื่อไปออกถนนวิภาวดีรังสิต รวมทั้งไปยังถนนเทวฤทธิ์พันลึก เพื่อไปท่าอากาศยานดอนเมืองได้ เดิมคนที่จะไปสนามบินดอนเมือง ส่วนใหญ่ใช้ถนนวิภาวดีรังสิตเป็นหลัก ส่วนคนที่อยู่โซนสะพานใหม่ สายไหม ลำลูกกา วัชรพล ต้องอ้อมไปใช้ถนนแจ้งวัฒนะ หรืออนุสรณ์สถานแห่งชาติ ซึ่งหากเป็นรถแท็กซี่จะเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากเพราะต้องอ้อมและไกล ส่วนถนนธูปะเตมีย์ เชื่อมระหว่างถนนพหลโยธิน บริเวณแยก คปอ. กับถนนวิภาวดีรังสิต เนื่องจากเป็นพื้นที่กองทัพอากาศ จึงอนุญาตให้เฉพาะรถยนต์ที่มีสติกเกอร์บัตรผ่านยานพาหนะเข้า-ออก เขตพื้นที่กองทัพอากาศเท่านั้น นอกนั้นเปิดเฉพาะช่วงเช้า 06.00-09.00 น. และช่วงเย็น 15.00-18.00 น. แต่ไม่อนุญาตให้รถโดยสารและรถรับจ้างสาธารณะใช้งาน ถนนเชื่อมวิภาวดี-พหลโยธิน ออกแบบบริเวณแยกห้างบิ๊กซีสะพานใหม่ ให้เป็นทางแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟ เพื่อให้การจราจรลื่นไหลได้สะดวก โดยรถที่มาจากถนนเทพรักษ์สามารถขึ้นสะพานข้ามแยกได้เลย รวมทั้งการก่อสร้างสะพานข้ามไปยังถนนเทวฤทธิ์พันลึก เพื่อเข้าสู่ท่าอากาศยานดอนเมือง ช่วยแบ่งเบาการจราจรบริเวณถนนพหลโยธิน และถนนเทพรักษ์ ให้สามารถออกไปยังถนนวิภาวดีรังสิต และท่าอากาศยานดอนเมืองได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น สำหรับคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส จะไปท่าอากาศยานดอนเมือง สามารถลงที่สถานีสายหยุดแล้วต่อรถแท็กซี่เข้าไปยังถนนสายใหม่ ช่วยประหยัดเวลามากขึ้น #Newskit
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 948 มุมมอง 0 รีวิว
  • สุริยะมัดรวมรถทัวร์ ไปกรุงเทพอภิวัฒน์

    ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ก็เป็นที่วิจารณ์ สำหรับความพยายามของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม กล่าวถึงการย้ายสถานีขนส่ง 3 แห่ง ได้แก่ หมอชิต 2, เอกมัย และสายใต้ใหม่ มารวมกันที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เพื่อให้ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟ ร.ฟ.ท. รถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีน้ำเงิน สอดรับกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่นายสุริยะอ้างว่าจะครอบคลุมทุกสี ทุกสาย ภายในเดือน ก.ย. 2568

    นายสุริยะอ้างว่าจะใช้โมเดลจากประเทศญี่ปุ่น รูปแบบที่สถานีฮากาตะ จังหวัดฟูกูโอกะ เป็นสถานีโดยสารแบบอาคารสูง ภายในอาคารจะมีศูนย์อาหารและแหล่งอำนวยความสะดวก แต่ละชั้นจะแบ่งรถโดยสารแต่ละสายเส้นทาง แบ่งตามภูมิภาค และแบ่งจังหวัดอย่างชัดเจน โดยการก่อสร้างจะไม่ใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่จะให้บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. นำที่ดินสถานีขนส่งผู้โดยสารเอกมัย ที่มีมูลค่าสูงถึง 7,000 ล้านบาทให้เช่าหรือขาย เพื่อนำเงินมาลงทุนพัฒนาอาคารสถานีแห่งใหม่

    แนวคิดของนายสุริยะเรียกเสียงวิจารณ์จากประชาชน เพราะปกติถนนพหลโยธิน และถนนกำแพงเพชร 2 รถติดเป็นประจำในช่วงเช้าและเย็นอยู่แล้ว โดยเฉพาะหน้าสถานีขนส่งหมอชิต 2 มีบรรดาสารพัดรถสาธารณะจอดเต็มไปหมด อีกทั้งที่ผ่านมาการแยกสถานีขนส่งตั้งแต่หมอชิต 2 สำหรับรถสายเหนือ สายอีสาน สถานีขนส่งเอกมัย สำหรับรถสายตะวันออก และสายใต้ใหม่ ตลิ่งชัน สำหรับรถสายใต้ ประชาชนคุ้นเคยไม่สับสนอยู่แล้ว กังขาว่าทำไมนายสุริยะถึงผลักดันย้ายสถานีขนส่งแบบสุดลิ่มทิ่มประตู

    ความจริงก็คือ ปัจจุบันสถานีขนส่งของ บขส. มีเพียงสถานีขนส่งเอกมัยแห่งเดียว ตั้งอยู่บนที่ดินตัวเอง เนื้อที่ 7 ไร่ เปิดให้บริการเมื่อ 1 ม.ค. 2503 หรือ 65 ปีก่อน นอกนั้น สถานีขนส่งหมอชิต 2 เช่าพื้นที่การรถไฟแห่งประเทศไทย 58 ไร่ แต่ บขส. มีกรณีพิพาทกับการรถไฟฯ มาตั้งแต่ปี 2548 เพราะตกลงค่าเช่าไม่ได้ บขส.ต้องการจ่ายปีละ 21 ล้านบาท แต่การรถไฟฯ ปรับเพิ่มค่าเช่า 5% ทุกปี ขณะที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ตลิ่งชัน เนื้อที่ 37 ไร่ สัญญาจ่ายส่วนแบ่งรายได้กับเอกชนใกล้จะหมดลง

    ถึงกระนั้น บขส.ยังมีที่ดินแยกไฟฉาย เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 94 ตารางวา เคยประกาศให้เช่าเมื่อปี 2566 แต่ไม่มีเอกชนรายไหนสนใจ ส่วนที่ดินปิ่นเกล้า เนื้อที่ 15 ไร่ ปัจจุบันด้านหน้าเป็นจุดจอดรถตู้โดยสารและรถมินิบัสต่างจังหวัด ให้บริการเส้นทางภาคตะวันตกเป็นหลัก น่าสนใจว่า การพัฒนาสถานีขนส่งแห่งใหม่ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ จะแล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้ตามที่นายสุริยะกล่าวไว้จริงหรือไม่

    #Newskit
    สุริยะมัดรวมรถทัวร์ ไปกรุงเทพอภิวัฒน์ ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ก็เป็นที่วิจารณ์ สำหรับความพยายามของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม กล่าวถึงการย้ายสถานีขนส่ง 3 แห่ง ได้แก่ หมอชิต 2, เอกมัย และสายใต้ใหม่ มารวมกันที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เพื่อให้ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟ ร.ฟ.ท. รถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีน้ำเงิน สอดรับกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่นายสุริยะอ้างว่าจะครอบคลุมทุกสี ทุกสาย ภายในเดือน ก.ย. 2568 นายสุริยะอ้างว่าจะใช้โมเดลจากประเทศญี่ปุ่น รูปแบบที่สถานีฮากาตะ จังหวัดฟูกูโอกะ เป็นสถานีโดยสารแบบอาคารสูง ภายในอาคารจะมีศูนย์อาหารและแหล่งอำนวยความสะดวก แต่ละชั้นจะแบ่งรถโดยสารแต่ละสายเส้นทาง แบ่งตามภูมิภาค และแบ่งจังหวัดอย่างชัดเจน โดยการก่อสร้างจะไม่ใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่จะให้บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. นำที่ดินสถานีขนส่งผู้โดยสารเอกมัย ที่มีมูลค่าสูงถึง 7,000 ล้านบาทให้เช่าหรือขาย เพื่อนำเงินมาลงทุนพัฒนาอาคารสถานีแห่งใหม่ แนวคิดของนายสุริยะเรียกเสียงวิจารณ์จากประชาชน เพราะปกติถนนพหลโยธิน และถนนกำแพงเพชร 2 รถติดเป็นประจำในช่วงเช้าและเย็นอยู่แล้ว โดยเฉพาะหน้าสถานีขนส่งหมอชิต 2 มีบรรดาสารพัดรถสาธารณะจอดเต็มไปหมด อีกทั้งที่ผ่านมาการแยกสถานีขนส่งตั้งแต่หมอชิต 2 สำหรับรถสายเหนือ สายอีสาน สถานีขนส่งเอกมัย สำหรับรถสายตะวันออก และสายใต้ใหม่ ตลิ่งชัน สำหรับรถสายใต้ ประชาชนคุ้นเคยไม่สับสนอยู่แล้ว กังขาว่าทำไมนายสุริยะถึงผลักดันย้ายสถานีขนส่งแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ความจริงก็คือ ปัจจุบันสถานีขนส่งของ บขส. มีเพียงสถานีขนส่งเอกมัยแห่งเดียว ตั้งอยู่บนที่ดินตัวเอง เนื้อที่ 7 ไร่ เปิดให้บริการเมื่อ 1 ม.ค. 2503 หรือ 65 ปีก่อน นอกนั้น สถานีขนส่งหมอชิต 2 เช่าพื้นที่การรถไฟแห่งประเทศไทย 58 ไร่ แต่ บขส. มีกรณีพิพาทกับการรถไฟฯ มาตั้งแต่ปี 2548 เพราะตกลงค่าเช่าไม่ได้ บขส.ต้องการจ่ายปีละ 21 ล้านบาท แต่การรถไฟฯ ปรับเพิ่มค่าเช่า 5% ทุกปี ขณะที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ตลิ่งชัน เนื้อที่ 37 ไร่ สัญญาจ่ายส่วนแบ่งรายได้กับเอกชนใกล้จะหมดลง ถึงกระนั้น บขส.ยังมีที่ดินแยกไฟฉาย เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 94 ตารางวา เคยประกาศให้เช่าเมื่อปี 2566 แต่ไม่มีเอกชนรายไหนสนใจ ส่วนที่ดินปิ่นเกล้า เนื้อที่ 15 ไร่ ปัจจุบันด้านหน้าเป็นจุดจอดรถตู้โดยสารและรถมินิบัสต่างจังหวัด ให้บริการเส้นทางภาคตะวันตกเป็นหลัก น่าสนใจว่า การพัฒนาสถานีขนส่งแห่งใหม่ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ จะแล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้ตามที่นายสุริยะกล่าวไว้จริงหรือไม่ #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1387 มุมมอง 0 รีวิว
  • กำแพงเพชร – ตำรวจพร้อมอาสาสมัครกู้ภัยฯ ปูพรมค้นหาพยานหลักฐาน คลี่คดีฆาตกรรมอำพราง ฆ่า 3 พ่อแม่ลูกหมกกระบะจอดบ้านร้างคลองขลุงแรมเดือน ไล่ดูวงจรปิด-สแกนจุดพบรถ/ศพ ด้านญาติเตรียมสถานที่งานศพที่วัดศรีภิรมย์ เผยข้อความ sms ปริศนาอ้างเป็นหนึ่งในผู้ตาย

    ความคืบหน้า คดีฆาตกรรมอำพราง ฆ่าโหด 3 พ่อแม่ลูก คือ นายวงศกร หงสไกร อายุ 37 ปี ,น.ส.นันทกานต์ นาซึ อายุ 35 ปี ,ด.ช.นัทกร หงสไกร อายุ 7 ปี (น้องซันเดย์) ที่หายตัวไปตั้งแต่ 12 ม.ค.68 ยัดศพใส่รถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุดีแมกซ์ (สีขาว) ป้ายทะเบียน กน 1738 กำแพงเพชร คลุมผ้าจอดหน้าบ้านร้างริมถนนพหลโยธิน (ขาขึ้น) พื้นที่ ม.10 ต.คลองขลุง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ซึ่งญาติผู้เสียชีวิต กำลังเตรียมสถานที่ประกอบพิธีศพที่วัดศรีภิรมย์

    เช้าวันนี้(14 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาสาสมัครกู้ภัย ได้ปูพรมค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมจามจุดต่างๆ บริเวณที่พบรถพร้อมร่างผู้เสียชีวิตทั้งสามศพ โดยกระจายกำลังค้นหาพื้นที่รอบๆ รวมทั้งในตัวบ้านเพื่อหาสิ่งต้องสงสัยที่จะนำมาเป็นพยานหลักฐานในคดีได้

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/local/detail/9680000014796

    #MGROnline #คดีฆาตกรรมอำพราง #ฆ่าโหด #3พ่อแม่ลูก
    กำแพงเพชร – ตำรวจพร้อมอาสาสมัครกู้ภัยฯ ปูพรมค้นหาพยานหลักฐาน คลี่คดีฆาตกรรมอำพราง ฆ่า 3 พ่อแม่ลูกหมกกระบะจอดบ้านร้างคลองขลุงแรมเดือน ไล่ดูวงจรปิด-สแกนจุดพบรถ/ศพ ด้านญาติเตรียมสถานที่งานศพที่วัดศรีภิรมย์ เผยข้อความ sms ปริศนาอ้างเป็นหนึ่งในผู้ตาย • ความคืบหน้า คดีฆาตกรรมอำพราง ฆ่าโหด 3 พ่อแม่ลูก คือ นายวงศกร หงสไกร อายุ 37 ปี ,น.ส.นันทกานต์ นาซึ อายุ 35 ปี ,ด.ช.นัทกร หงสไกร อายุ 7 ปี (น้องซันเดย์) ที่หายตัวไปตั้งแต่ 12 ม.ค.68 ยัดศพใส่รถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุดีแมกซ์ (สีขาว) ป้ายทะเบียน กน 1738 กำแพงเพชร คลุมผ้าจอดหน้าบ้านร้างริมถนนพหลโยธิน (ขาขึ้น) พื้นที่ ม.10 ต.คลองขลุง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ซึ่งญาติผู้เสียชีวิต กำลังเตรียมสถานที่ประกอบพิธีศพที่วัดศรีภิรมย์ • เช้าวันนี้(14 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาสาสมัครกู้ภัย ได้ปูพรมค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมจามจุดต่างๆ บริเวณที่พบรถพร้อมร่างผู้เสียชีวิตทั้งสามศพ โดยกระจายกำลังค้นหาพื้นที่รอบๆ รวมทั้งในตัวบ้านเพื่อหาสิ่งต้องสงสัยที่จะนำมาเป็นพยานหลักฐานในคดีได้ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/local/detail/9680000014796 • #MGROnline #คดีฆาตกรรมอำพราง #ฆ่าโหด #3พ่อแม่ลูก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1052 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลุ้นเปิดช่วงสงกรานต์ 68 มอเตอร์เวย์หินกอง-ปากช่อง

    โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) เปิดทดลองให้บริการช่วงปากช่อง-นครราชสีมา ตั้งแต่จุดเข้า-ออกชั่วคราวถนนมิตรภาพ กิโลเมตรที่ 65 ถึงถนนเลี่ยงเมืองนครราชสีมา รวมระยะทาง 77.493 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. 2566 เป็นต้นมา ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม มอบหมายให้กรมทางหลวงเร่งรัดงานก่อสร้าง เพื่อเปิดให้บริการแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

    โดยเมื่อวันที่ 8 ก.พ. นายชวเลิศ เลิศชวนะกุล วิศวกรใหญ่ด้านควบคุมการก่อสร้าง กรมทางหลวง เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการเปิดใช้งานเพิ่มเติม มอเตอร์เวย์ M6 ช่วงหินกอง-สระบุรี-มวกเหล็ก-ปากช่อง ระยะทาง 87 กิโลเมตร โดยได้ติดตามความคืบหน้างานโยธาและเร่งรัดแผนการดำเนินงานก่อสร้าง พร้อมลงพื้นที่ตรวจความก้าวหน้างานโยธา โดยเน้นย้ำมาตรการด้านความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

    แม้ลักษณะทางกายภาพพบว่าตอนที่ 18 ถึงตอนที่ 23 ตั้งแต่ อ.แก่งคอย อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ถึง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จะยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ โดยเฉพาะตอนที่ 21 กำลังก่อสร้างสะพานด้านซ้ายทาง บริเวณหลัง อสค.มวกเหล็ก แต่ผู้รับจ้างจะเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จเฉพาะช่วงซ้ายทางก่อน เพื่อใช้สำหรับระบายการจราจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 โดยสลับวันเปิดใช้ขาออกและขาเข้าเพียงขาเดียว ก่อนที่หลังสงกรานต์จะปิดการจราจรและก่อสร้างช่วงที่เหลือให้แล้วเสร็จต่อไป

    โดยการเปิดใช้ทางเริ่มจากด่านหินกอง ตั้งอยู่ที่ทางหลวงหมายเลข 33 (ถนนภาชี-หินกอง) รับรถจากทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) จาก อ.บางปะหัน อ.นครหลวง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา, ด่านสระบุรี ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน ใกล้กับทางแยกต่างระดับพระพุทธฉาย, ด่านแก่งคอย ตั้งอยู่ที่ทางหลวงหมายเลข 3222 (ถนนแก่งคอย-บ้านนา), ด่านมวกเหล็ก เชื่อมกับถนนมิตรภาพ บริเวณศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติมวกเหล็ก และด่านปากช่อง บริเวณถนนธนะรัชต์

    สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้าง เดือน ม.ค. 2568 พบว่าคืบหน้า 97.156% โดยงานโยธาแล้วเสร็จ 33 ตอน จากทั้งหมด 40 ตอน ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จเพิ่ม 1 ตอน ที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ก่อสร้างถนนเชื่อมทางต่างระดับบริเวณถนนมิตรภาพ เพื่อเข้า-ออกด่านมวกเหล็ก สะพานภายในทางแยกต่างระดับซึ่งเป็นสะพานโค้งคอนกรีตยันผาหินแห่งแรกในประเทศไทย และการก่อสร้างสะพานเชื่อมชุมชน อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง 7 ตอน ได้แก่ ตอน 1, 4, 5, 18, 19, 21 และ 23 ส่วนงานระบบคืบหน้า 73.73%

    #Newskit
    ลุ้นเปิดช่วงสงกรานต์ 68 มอเตอร์เวย์หินกอง-ปากช่อง โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) เปิดทดลองให้บริการช่วงปากช่อง-นครราชสีมา ตั้งแต่จุดเข้า-ออกชั่วคราวถนนมิตรภาพ กิโลเมตรที่ 65 ถึงถนนเลี่ยงเมืองนครราชสีมา รวมระยะทาง 77.493 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. 2566 เป็นต้นมา ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม มอบหมายให้กรมทางหลวงเร่งรัดงานก่อสร้าง เพื่อเปิดให้บริการแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 โดยเมื่อวันที่ 8 ก.พ. นายชวเลิศ เลิศชวนะกุล วิศวกรใหญ่ด้านควบคุมการก่อสร้าง กรมทางหลวง เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการเปิดใช้งานเพิ่มเติม มอเตอร์เวย์ M6 ช่วงหินกอง-สระบุรี-มวกเหล็ก-ปากช่อง ระยะทาง 87 กิโลเมตร โดยได้ติดตามความคืบหน้างานโยธาและเร่งรัดแผนการดำเนินงานก่อสร้าง พร้อมลงพื้นที่ตรวจความก้าวหน้างานโยธา โดยเน้นย้ำมาตรการด้านความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย แม้ลักษณะทางกายภาพพบว่าตอนที่ 18 ถึงตอนที่ 23 ตั้งแต่ อ.แก่งคอย อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ถึง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จะยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ โดยเฉพาะตอนที่ 21 กำลังก่อสร้างสะพานด้านซ้ายทาง บริเวณหลัง อสค.มวกเหล็ก แต่ผู้รับจ้างจะเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จเฉพาะช่วงซ้ายทางก่อน เพื่อใช้สำหรับระบายการจราจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 โดยสลับวันเปิดใช้ขาออกและขาเข้าเพียงขาเดียว ก่อนที่หลังสงกรานต์จะปิดการจราจรและก่อสร้างช่วงที่เหลือให้แล้วเสร็จต่อไป โดยการเปิดใช้ทางเริ่มจากด่านหินกอง ตั้งอยู่ที่ทางหลวงหมายเลข 33 (ถนนภาชี-หินกอง) รับรถจากทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) จาก อ.บางปะหัน อ.นครหลวง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา, ด่านสระบุรี ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน ใกล้กับทางแยกต่างระดับพระพุทธฉาย, ด่านแก่งคอย ตั้งอยู่ที่ทางหลวงหมายเลข 3222 (ถนนแก่งคอย-บ้านนา), ด่านมวกเหล็ก เชื่อมกับถนนมิตรภาพ บริเวณศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติมวกเหล็ก และด่านปากช่อง บริเวณถนนธนะรัชต์ สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้าง เดือน ม.ค. 2568 พบว่าคืบหน้า 97.156% โดยงานโยธาแล้วเสร็จ 33 ตอน จากทั้งหมด 40 ตอน ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จเพิ่ม 1 ตอน ที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ก่อสร้างถนนเชื่อมทางต่างระดับบริเวณถนนมิตรภาพ เพื่อเข้า-ออกด่านมวกเหล็ก สะพานภายในทางแยกต่างระดับซึ่งเป็นสะพานโค้งคอนกรีตยันผาหินแห่งแรกในประเทศไทย และการก่อสร้างสะพานเชื่อมชุมชน อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง 7 ตอน ได้แก่ ตอน 1, 4, 5, 18, 19, 21 และ 23 ส่วนงานระบบคืบหน้า 73.73% #Newskit
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 1047 มุมมอง 0 รีวิว
  • 14/1/68

    ซุปเปอร์ฟู้ด! 5 ธัญพืชคุณค่าโภชนาการใยอาหารสูง มีส่วนช่วยควบคุมน้ำหนัก

    ซุปเปอร์ฟู้ด (Superfood) อาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในปริมาณสูงเมื่อเทียบกับปริมาณที่บริโภค โดยซุปเปอร์ฟู้ดมักจะช่วยบำรุงร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่าง ๆ วันนี้อยากให้ทุกคนรู้จักธัญพืชที่เป็นซุปเปอร์ฟู้ด หาซื้อง่าย ดีต่อสุขภาพ ช่วยให้ไฟเบอร์ช่วยเรื่องการขับถ่าย รักษาสมดุลสุขภาพ
    5 ธัญพืชซุปเปอร์ฟู้ด

    1.เมล็ดเจีย (Chia Seeds)
    ข้อมูลการศึกษาวิจัยพบว่าในเมล็ดเจียมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว โอเมก้า-3 อยู่ร้อยละ 62.48

    และมีกรดไลโนเลอิก (linoleic acid : LA) หรือโอเมก้า-6 อยู่ร้อยละ 22.43 ของกรดไขมันทั้งหมดในเมล็ดเจีย นอกจากนี้ยังมี แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกเนเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ อีกด้วย ในกระแสช่วงนี้มีผู้นิยมบริโภคเมล็ดเจียเพื่อลดน้ำหนักซึ่งจากการศึกษาวิจัยทางคลินิก พบว่าการรับประทานเมล็ดเจียขนาด 35 - 40 ก./วัน สามารถลดความระดับความดันโลหิต ระดับน้ำตาล ระดับไขมันในเลือด และลดน้ำหนักได้ แต่การศึกษายังมีไม่มากพอที่จะสรุปได้อย่างชัดเจน

    2.ควินัว (Quinoa)
    มีโปรตีนสูง ที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน เช่น เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด มีแร่ธาตุสำคัญและอุดมไปด้วยวิตามิน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก มีใยอาหารสูง
    นอกจากนี้ ควินัวเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตนหรือผู้ที่ต้องการลดการบริโภคกลูเตน มีไขมันชนิดดี เช่น กรดไขมันโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 ที่ช่วยเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังและช่วยควบคุมน้ำหนักด้วย

    3.เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseeds)
    แหล่งของลิกแนน (สารต้านอนุมูลอิสระ)กรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LDL (คอเลสเตอรอลไม่ดี) มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร อาจช่วยลดความเสี่ยง มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมาก

    4.ลูกเดือย (Job’s Tears)
    จัดเป็นธัญพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับร่างกาย นอกจากนี้ยังมีกรดอะมิโนหลายชนิดที่สูงกว่าความต้องตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก เช่น กรดกลูตามิก ลิวซีน อะลานีน โปรลีน วาลีน ฟินิลอะลานีน ไอโซลิวซีน อาร์จีนีน เป็นต้น และยังมีกรดไขมันจำเป็นชนิดที่ไม่อิ่มตัว อย่างเช่น กรดลิโนเลอิก กรดโอเลอิก และกรดไขมันชนิดอิ่มตัว อย่างเช่น ปาลมิติกและสเตียริก อีกด้วย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ช่วยบำรุงสายตา
    แหล่งอาหารที่ควรกินหลังออกกำลังกาย พลังงาน-คาร์บ-โปรตีน เสริมครบสุขภาพแข็งแรง

    5.ข้าวกล้อง (Brown Rice)

    ส่งผลดีต่อลูกน้อยในครรภ์และสุขภาพคุณแม่มากมาย ถือเป็นหนึ่งในอาหารกลุ่มให้พลังงาน ข้าวกล้องเป็นข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี เมื่อรับประทานข้าวกล้องเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ป้องกันการเกิดปากนกกระจอก เนื่องจากมีวิตามินบี 2บรรเทาอาการอ่อนเพลีย มีธาตุเหล็กมากเป็น 2 เท่า ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง มีแคลเซียมจำเป็นที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับ ช่วยให้กระดูกแข็งแรง และยังช่วยป้องกันการเกิดตะคริว ซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์กว่า 90% ต้องเผชิญมีไขมันที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ในข้าวกล้องเป็นไขมันดีที่ไม่มีคอเลสเตอรอล (Cholesterol)มีเส้นใยอาหาร ซึ่งช่วยในเรื่องของอาการท้องผูกและมะเร็งลำไส้ มีโปรตีนมากกว่า 20-30% ช่วยเสริมสร้างร่างกาย ซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่สึกหรอ แป้งมีน้อยกว่าข้าวขาว ช่วยลดความอ้วน ส่วนคนที่ผอมก็แข็งแรงยิ่งขึ้น
    อย่างไรก็ตามควรเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนไม่มากไปไม่น้อยไป ในผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือ แพ้อาหาร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
    ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพบาบาลพญาไท พหลโยธิน,medthai และ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
    แหล่งอาหารที่ควรกินหลังออกกำลังกาย พลังงาน-คาร์บ-โปรตีน เสริมครบสุขภาพแข็งแรง
    14/1/68 ซุปเปอร์ฟู้ด! 5 ธัญพืชคุณค่าโภชนาการใยอาหารสูง มีส่วนช่วยควบคุมน้ำหนัก ซุปเปอร์ฟู้ด (Superfood) อาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในปริมาณสูงเมื่อเทียบกับปริมาณที่บริโภค โดยซุปเปอร์ฟู้ดมักจะช่วยบำรุงร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่าง ๆ วันนี้อยากให้ทุกคนรู้จักธัญพืชที่เป็นซุปเปอร์ฟู้ด หาซื้อง่าย ดีต่อสุขภาพ ช่วยให้ไฟเบอร์ช่วยเรื่องการขับถ่าย รักษาสมดุลสุขภาพ 5 ธัญพืชซุปเปอร์ฟู้ด 1.เมล็ดเจีย (Chia Seeds) ข้อมูลการศึกษาวิจัยพบว่าในเมล็ดเจียมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว โอเมก้า-3 อยู่ร้อยละ 62.48 และมีกรดไลโนเลอิก (linoleic acid : LA) หรือโอเมก้า-6 อยู่ร้อยละ 22.43 ของกรดไขมันทั้งหมดในเมล็ดเจีย นอกจากนี้ยังมี แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกเนเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ อีกด้วย ในกระแสช่วงนี้มีผู้นิยมบริโภคเมล็ดเจียเพื่อลดน้ำหนักซึ่งจากการศึกษาวิจัยทางคลินิก พบว่าการรับประทานเมล็ดเจียขนาด 35 - 40 ก./วัน สามารถลดความระดับความดันโลหิต ระดับน้ำตาล ระดับไขมันในเลือด และลดน้ำหนักได้ แต่การศึกษายังมีไม่มากพอที่จะสรุปได้อย่างชัดเจน 2.ควินัว (Quinoa) มีโปรตีนสูง ที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน เช่น เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด มีแร่ธาตุสำคัญและอุดมไปด้วยวิตามิน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก มีใยอาหารสูง นอกจากนี้ ควินัวเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตนหรือผู้ที่ต้องการลดการบริโภคกลูเตน มีไขมันชนิดดี เช่น กรดไขมันโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 ที่ช่วยเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังและช่วยควบคุมน้ำหนักด้วย 3.เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseeds) แหล่งของลิกแนน (สารต้านอนุมูลอิสระ)กรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LDL (คอเลสเตอรอลไม่ดี) มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร อาจช่วยลดความเสี่ยง มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมาก 4.ลูกเดือย (Job’s Tears) จัดเป็นธัญพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับร่างกาย นอกจากนี้ยังมีกรดอะมิโนหลายชนิดที่สูงกว่าความต้องตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก เช่น กรดกลูตามิก ลิวซีน อะลานีน โปรลีน วาลีน ฟินิลอะลานีน ไอโซลิวซีน อาร์จีนีน เป็นต้น และยังมีกรดไขมันจำเป็นชนิดที่ไม่อิ่มตัว อย่างเช่น กรดลิโนเลอิก กรดโอเลอิก และกรดไขมันชนิดอิ่มตัว อย่างเช่น ปาลมิติกและสเตียริก อีกด้วย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ช่วยบำรุงสายตา แหล่งอาหารที่ควรกินหลังออกกำลังกาย พลังงาน-คาร์บ-โปรตีน เสริมครบสุขภาพแข็งแรง 5.ข้าวกล้อง (Brown Rice) ส่งผลดีต่อลูกน้อยในครรภ์และสุขภาพคุณแม่มากมาย ถือเป็นหนึ่งในอาหารกลุ่มให้พลังงาน ข้าวกล้องเป็นข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี เมื่อรับประทานข้าวกล้องเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ป้องกันการเกิดปากนกกระจอก เนื่องจากมีวิตามินบี 2บรรเทาอาการอ่อนเพลีย มีธาตุเหล็กมากเป็น 2 เท่า ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง มีแคลเซียมจำเป็นที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับ ช่วยให้กระดูกแข็งแรง และยังช่วยป้องกันการเกิดตะคริว ซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์กว่า 90% ต้องเผชิญมีไขมันที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ในข้าวกล้องเป็นไขมันดีที่ไม่มีคอเลสเตอรอล (Cholesterol)มีเส้นใยอาหาร ซึ่งช่วยในเรื่องของอาการท้องผูกและมะเร็งลำไส้ มีโปรตีนมากกว่า 20-30% ช่วยเสริมสร้างร่างกาย ซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่สึกหรอ แป้งมีน้อยกว่าข้าวขาว ช่วยลดความอ้วน ส่วนคนที่ผอมก็แข็งแรงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามควรเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนไม่มากไปไม่น้อยไป ในผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือ แพ้อาหาร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพบาบาลพญาไท พหลโยธิน,medthai และ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แหล่งอาหารที่ควรกินหลังออกกำลังกาย พลังงาน-คาร์บ-โปรตีน เสริมครบสุขภาพแข็งแรง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1729 มุมมอง 0 รีวิว
  • เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการจํากัดความเร็วและห้ามใช้เสียง ในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2567

    ….คำสั่งสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ 22/2566 ลงวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2566 แต่งตั้งผู้บัญชาการตํารวจนครบาล หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติราชการแทน เป็นหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร จึงได้ออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

    ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการจํากัดความเร็วและห้ามใช้เสียง ในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2567”

    ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

    ข้อ 3 จํากัดอัตราความเร็วของรถ ไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และห้ามใช้เสียงบริเวณโดยรอบเขตพระราชฐาน ดังต่อไปนี้

    ถนนราชดําเนินใน
    ถนนหน้าพระธาตุ
    ถนนพระจันทร์
    ถนนหน้าพระลาน
    ถนนสนามไชย
    ถนนกัลยาณไมตรี
    ถนนท้ายวัง
    ถนนมหาราช
    ถนนราชินี
    ถนนเศรษฐการ
    ข้อ 4 จํากัดอัตราความเร็วของรถ ไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนทุกสายในเขต กรุงเทพมหานคร ยกเว้น ถนนดังต่อไปนี้

    ถนนวิภาวดีรังสิต
    ถนนบางนา-ตราด
    ถนนศรีนครินทร์
    ถนนพหลโยธิน
    ถนนรามอินทรา
    ถนนราชพฤกษ์
    ถนนบรมราชชนนี
    ถนนกัลปพฤกษ์
    ถนนร่มเกล้า
    ถนนสุวินทวงศ์
    ถนนแจ้งวัฒนะ
    ถนนพระรามที่ 3
    ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า (ตัดใหม่)
    ข้อ 5 ข้อบังคับนี้มิให้ใช้บังคับกับรถที่กําหนดอัตราความเร็วในกฎกระทรวงไม่เกิน 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    ข้อ 6 บรรดา ข้อบังคับ ประกาศ ระเบียบใดที่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ยกเลิกโดยใช้ข้อบังคับนี้แทน ยกเว้นข้อบังคับ ดังต่อไปนี้

    6.1 ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานครว่าด้วยการกําหนดอัตราความเร็วของรถ พ.ศ.2561

    6.2 ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานครว่าด้วยการจํากัดความเร็ว และห้ามใช้เสียงบริเวณโดยรอบเขตพระราชฐาน (901 แลนด์) พ.ศ.2564
    เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการจํากัดความเร็วและห้ามใช้เสียง ในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2567 ….คำสั่งสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ 22/2566 ลงวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2566 แต่งตั้งผู้บัญชาการตํารวจนครบาล หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติราชการแทน เป็นหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร จึงได้ออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการจํากัดความเร็วและห้ามใช้เสียง ในเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2567” ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ 3 จํากัดอัตราความเร็วของรถ ไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และห้ามใช้เสียงบริเวณโดยรอบเขตพระราชฐาน ดังต่อไปนี้ ถนนราชดําเนินใน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนพระจันทร์ ถนนหน้าพระลาน ถนนสนามไชย ถนนกัลยาณไมตรี ถนนท้ายวัง ถนนมหาราช ถนนราชินี ถนนเศรษฐการ ข้อ 4 จํากัดอัตราความเร็วของรถ ไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนทุกสายในเขต กรุงเทพมหานคร ยกเว้น ถนนดังต่อไปนี้ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนบางนา-ตราด ถนนศรีนครินทร์ ถนนพหลโยธิน ถนนรามอินทรา ถนนราชพฤกษ์ ถนนบรมราชชนนี ถนนกัลปพฤกษ์ ถนนร่มเกล้า ถนนสุวินทวงศ์ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนพระรามที่ 3 ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า (ตัดใหม่) ข้อ 5 ข้อบังคับนี้มิให้ใช้บังคับกับรถที่กําหนดอัตราความเร็วในกฎกระทรวงไม่เกิน 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ข้อ 6 บรรดา ข้อบังคับ ประกาศ ระเบียบใดที่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ยกเลิกโดยใช้ข้อบังคับนี้แทน ยกเว้นข้อบังคับ ดังต่อไปนี้ 6.1 ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานครว่าด้วยการกําหนดอัตราความเร็วของรถ พ.ศ.2561 6.2 ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานครว่าด้วยการจํากัดความเร็ว และห้ามใช้เสียงบริเวณโดยรอบเขตพระราชฐาน (901 แลนด์) พ.ศ.2564
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 885 มุมมอง 0 รีวิว
  • ล้างตำนานสาย 8 คว้าผู้โดยสาร-รายได้สูงสุด

    หลังให้บริการรถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้ามานานกว่า 2 ปี ในที่สุดรถเมล์เส้นทางปฎิรูปสาย 2-38 หรือสาย 8 แฮปปี้แลนด์-ท่าเรือสะพานพุทธ ของบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด กลายเป็นเส้นทางที่มีจำนวนผู้โดยสารและรายได้สูงสุดจากทั้งหมด 124 เส้นทาง โดยมีผู้โดยสารสูงสุด 20,500 คนต่อวัน รายได้สูงสุด 358,328 บาทต่อวัน ล้างอาถรรพ์ตำนานรถเมล์นรก ที่ขึ้นชื่อว่าซิ่งปาดซ้ายปาดขวา มารยาทแย่ อุบัติเหตุบ่อยครั้ง แม้ผู้โดยสารจะต้องเสียค่าโดยสารเพิ่มขึ้นก็ตาม

    รถเมล์สาย 8 เริ่มต้นจากแฮปปี้แลนด์ เลี้ยวขวาไปตามถนนลาดพร้าว ถึงห้าแยกลาดพร้าว เลี้ยวซ้ายไปตามถนนพหลโยธิน ถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จอดที่เกาะราชวิถี (เที่ยวกลับจอดที่เกาะพหลโยธิน) ไปตามถนนราชวิถี เลี้ยวซ้ายไปตามถนนพระรามที่ 6 เลี้ยวขวาแยกศรีอยุธยา ข้ามทางรถไฟ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสวรรคโลก ถึงแยกยมราชตรงไปตามถนนหลานหลวง เลี้ยวซ้ายไปตามถนนจักรพรรดิพงษ์ เลี้ยวขวาที่วัดบพิตรพิมุข แล้วชิดซ้ายลอดใต้สะพาน สิ้นสุดที่ท่าน้ำสะพานพุทธ

    ให้บริการกับคนกรุงเทพฯ กว่า 90 ปี โดยมีบริษัท นายเลิศ จำกัด เป็นผู้ประกอบการรายแรก ก่อนที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะให้สัมปทาน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัทไทยบัสขนส่ง บริษัทกลุ่ม 39 และบริษัททรัพย์ 888 เมื่อกรมการขนส่งทางบกเข้ามากำกับดูแลและปฎิรูปเส้นทางรถเมล์ บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด จึงชนะการประมูลไป แม้ผู้ประกอบการเดิมยังแอบให้บริการเป็นรถเถื่อน แต่กรมขนส่งฯ ก็สั่งหยุดเดินรถตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. 2567 จึงทำให้ไทยสมายล์บัสเดินรถแต่เพียงผู้เดียว

    ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ สาย 4-25L (สาย 147L) วงกลม การเคหะธนบุรี-บางแค ผู้โดยสาร 14,000 คน รายได้ 250,421 บาท อันดับ 3 สาย 4-46 (สาย 84) วัดไร่ขิง-สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี ผู้โดยสาร 13,000 คน รายได้ 240,000 บาท อันดับ 4 สาย 4-23E (สาย 140) ทางด่วน แสมดำ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้โดยสาร 12,000 คน รายได้ 237,191 บาท อันดับ 5 สาย 1-18E (สาย 504) ทางด่วน รังสิต-บางรัก ผู้โดยสาร 9,000 คน รายได้ 177,159 บาท

    น.ส.กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยสมายล์บัส เปิดเผยว่า ในปี 2568 จะเพิ่มรถโดยสารอีก 350 คัน จากทั้งหมด 1,650 คัน และติดตั้งระบบติดตามการปล่อยรถคล้ายหอบังคับการบิน ส่วนนายวรวิทย์ ชาญชญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการและกลยุทธ์ กล่าวว่า ในปี 2568 เตรียมรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นำร่องแอปพลิเคชันถุงเงิน วางแผนรับบัตรเครดิต บัตรเดบิต VISA และ Mastercard รวมทั้ง China T-Union ของจีน

    #Newskit
    ล้างตำนานสาย 8 คว้าผู้โดยสาร-รายได้สูงสุด หลังให้บริการรถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้ามานานกว่า 2 ปี ในที่สุดรถเมล์เส้นทางปฎิรูปสาย 2-38 หรือสาย 8 แฮปปี้แลนด์-ท่าเรือสะพานพุทธ ของบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด กลายเป็นเส้นทางที่มีจำนวนผู้โดยสารและรายได้สูงสุดจากทั้งหมด 124 เส้นทาง โดยมีผู้โดยสารสูงสุด 20,500 คนต่อวัน รายได้สูงสุด 358,328 บาทต่อวัน ล้างอาถรรพ์ตำนานรถเมล์นรก ที่ขึ้นชื่อว่าซิ่งปาดซ้ายปาดขวา มารยาทแย่ อุบัติเหตุบ่อยครั้ง แม้ผู้โดยสารจะต้องเสียค่าโดยสารเพิ่มขึ้นก็ตาม รถเมล์สาย 8 เริ่มต้นจากแฮปปี้แลนด์ เลี้ยวขวาไปตามถนนลาดพร้าว ถึงห้าแยกลาดพร้าว เลี้ยวซ้ายไปตามถนนพหลโยธิน ถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จอดที่เกาะราชวิถี (เที่ยวกลับจอดที่เกาะพหลโยธิน) ไปตามถนนราชวิถี เลี้ยวซ้ายไปตามถนนพระรามที่ 6 เลี้ยวขวาแยกศรีอยุธยา ข้ามทางรถไฟ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสวรรคโลก ถึงแยกยมราชตรงไปตามถนนหลานหลวง เลี้ยวซ้ายไปตามถนนจักรพรรดิพงษ์ เลี้ยวขวาที่วัดบพิตรพิมุข แล้วชิดซ้ายลอดใต้สะพาน สิ้นสุดที่ท่าน้ำสะพานพุทธ ให้บริการกับคนกรุงเทพฯ กว่า 90 ปี โดยมีบริษัท นายเลิศ จำกัด เป็นผู้ประกอบการรายแรก ก่อนที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะให้สัมปทาน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัทไทยบัสขนส่ง บริษัทกลุ่ม 39 และบริษัททรัพย์ 888 เมื่อกรมการขนส่งทางบกเข้ามากำกับดูแลและปฎิรูปเส้นทางรถเมล์ บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด จึงชนะการประมูลไป แม้ผู้ประกอบการเดิมยังแอบให้บริการเป็นรถเถื่อน แต่กรมขนส่งฯ ก็สั่งหยุดเดินรถตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. 2567 จึงทำให้ไทยสมายล์บัสเดินรถแต่เพียงผู้เดียว ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ สาย 4-25L (สาย 147L) วงกลม การเคหะธนบุรี-บางแค ผู้โดยสาร 14,000 คน รายได้ 250,421 บาท อันดับ 3 สาย 4-46 (สาย 84) วัดไร่ขิง-สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี ผู้โดยสาร 13,000 คน รายได้ 240,000 บาท อันดับ 4 สาย 4-23E (สาย 140) ทางด่วน แสมดำ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้โดยสาร 12,000 คน รายได้ 237,191 บาท อันดับ 5 สาย 1-18E (สาย 504) ทางด่วน รังสิต-บางรัก ผู้โดยสาร 9,000 คน รายได้ 177,159 บาท น.ส.กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยสมายล์บัส เปิดเผยว่า ในปี 2568 จะเพิ่มรถโดยสารอีก 350 คัน จากทั้งหมด 1,650 คัน และติดตั้งระบบติดตามการปล่อยรถคล้ายหอบังคับการบิน ส่วนนายวรวิทย์ ชาญชญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการและกลยุทธ์ กล่าวว่า ในปี 2568 เตรียมรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นำร่องแอปพลิเคชันถุงเงิน วางแผนรับบัตรเครดิต บัตรเดบิต VISA และ Mastercard รวมทั้ง China T-Union ของจีน #Newskit
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1517 มุมมอง 0 รีวิว
  • เชียงราย – 2 เดือนเต็มไม่มีเยียวยา..แฟนสาว-ครอบครัว “ป๊อป-แชมป์กาแฟไทยปี 66” เหยื่อฟอร์จูนเนอร์ “ผอ.โรงเรียน พื้นที่เชียงแสน” พุ่งชนขณะปั่นจักรยานออกกำลัง ทุกข์สาหัส-ร้องต้นสังกัดคู่กรณี

    กรณีเกิดเหตุรถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ พุ่งชนท้ายกลุ่มคนที่ปั่นรถจักรยานออกกำลังกายกันระหว่างสี่แยกหนองบัวแดง-ถนนพหลโยธิน ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2567 ที่ผ่านมา จนทำให้นายยศธพล ไชยเบ้า อายุ 33 ปี หรือ "ป๊อป" หนุ่มเจ้าของร้าน “ก๋างโต่งคาเฟ่ Kang tong Cafe - Coffee & roaster Chiang Rai” ตั้งอยู่หมู่ 10 ต.ท่าสุด ซึ่งเป็นแชมป์ Mighty Mix Bartender and Barista Thailand 2023 ประเภท NAN DRIP BATTLE x HARIO และแชมป์ดริปกาแฟของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปี 2564 ได้เสียชีวิตลงขณะนำส่งโรงพยาบาล

    ส่วนคนขับหลบหนีไปขณะเกิดเหตุ ก่อนเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย ในวันถัดมา ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ด้วยนั้น

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>
    https://mgronline.com/local/detail/9670000118771

    #MGROnline #เชียงราย #แชมป์กาแฟไทย
    เชียงราย – 2 เดือนเต็มไม่มีเยียวยา..แฟนสาว-ครอบครัว “ป๊อป-แชมป์กาแฟไทยปี 66” เหยื่อฟอร์จูนเนอร์ “ผอ.โรงเรียน พื้นที่เชียงแสน” พุ่งชนขณะปั่นจักรยานออกกำลัง ทุกข์สาหัส-ร้องต้นสังกัดคู่กรณี • กรณีเกิดเหตุรถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ พุ่งชนท้ายกลุ่มคนที่ปั่นรถจักรยานออกกำลังกายกันระหว่างสี่แยกหนองบัวแดง-ถนนพหลโยธิน ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2567 ที่ผ่านมา จนทำให้นายยศธพล ไชยเบ้า อายุ 33 ปี หรือ "ป๊อป" หนุ่มเจ้าของร้าน “ก๋างโต่งคาเฟ่ Kang tong Cafe - Coffee & roaster Chiang Rai” ตั้งอยู่หมู่ 10 ต.ท่าสุด ซึ่งเป็นแชมป์ Mighty Mix Bartender and Barista Thailand 2023 ประเภท NAN DRIP BATTLE x HARIO และแชมป์ดริปกาแฟของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปี 2564 ได้เสียชีวิตลงขณะนำส่งโรงพยาบาล • ส่วนคนขับหลบหนีไปขณะเกิดเหตุ ก่อนเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย ในวันถัดมา ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ด้วยนั้น • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/local/detail/9670000118771 • #MGROnline #เชียงราย #แชมป์กาแฟไทย
    Sad
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1162 มุมมอง 0 รีวิว
  • 099-999-9999 20 ล้าน 8 ปี รอวันขายออก

    การประมูลเลขหมายสวย ครั้งที่ 1/2567 ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1 ธ.ค. 2567 พบว่า กสทช.นำเลขหมายสวย (แต่ความหมายดีหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง) จำนวน 310 เลขหมายมาประมูลกัน ราคาเริ่มต้นสูงที่สุดในครั้งนี้ คือ 099-999-9999 เริ่มต้นที่ 20 ล้านบาท และ 088-888-8888 เริ่มต้นที่ 10 ล้านบาท ทั้งสองอยู่ในกลุ่ม 9 ตัวเหมือนติดกัน

    ส่วนกลุ่มเลขหมายอื่นๆ ราคาเริ่มต้นแตกต่างกันไป ราคาเริ่มต้นต่ำที่สุดในครั้งนี้ ได้แก่ ชุด 3 ตัวเหมือนติดกับ 2 ตัวเหมือน 2 ชุด เริ่มต้นที่ 20,000 บาท มีทั้งหมด 6 เลขหมาย แต่คาดว่าน่าจะมีผู้สนใจเคาะราคาไม่น้อย นอกนั้นราคาเริ่มต้นที่ 50,000 บาท (099-988-9999) ถึง 4.5 ล้านบาท ตามลักษณะของเลขหมายแตกต่างกันไป โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้า ดูรายการเลขหมายสวยที่นำมาประมูลได้ที่เว็บไซต์ https://auction.nbtc.go.th

    แนวคิดการจัดประมูลเลขหมายสวยของสำนักงาน กสทช. เกิดขึ้นเมื่อปี 2555 โดยนำเลขหมายที่ได้จัดสรรเลขสวยเก็บไว้ เพื่อนำมาเปิดประมูล เพราะหากนำไปจัดสรรให้เอกชนแล้วนำไปจำหน่าย หรือเปิดประมูลในราคาที่สูง กสทช.จะเสียประโยชน์และผู้บริโภคใช้เลขหมายแพงเกินความจำเป็น โดยการประมูลมีลักษณะเดียวกับการเปิดประมูลทะเบียนรถยนต์ ของกรมการขนส่งทางบก แม้ช่วงแรกค่ายมือถือจะคัดค้าน แต่สุดท้าย กสทช.ก็เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์ประมูล

    เริ่มต้นจัดประมูลครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2559 แม้จะสร้างรายได้ให้ กสทช.บ้าง แต่เลขหมาย 088-888-8888 และ 099-999-9999 กำหนดราคาเริ่มต้นการประมูลที่ 20 ล้านบาท กลับถูกเมินจากผู้เข้าร่วมประมูลมานานถึง 8 ปี แม้จะเคยมีค่ายมือถือแห่งหนึ่งประกาศว่า ใครประมูลเลขหมาย 099-999-9999 จะสมนาคุณแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัดความเร็ว ไม่ลดสปีด ฟรีนาน 18 เดือน พร้อมรับสิทธิ์ลูกค้าระดับบน แก่ผู้ที่ประมูลเลขหมายดังกล่าว แต่ก็ยังไม่มีผู้สนใจใดๆ

    เบอร์ที่ได้รับความนิยมในการประมูลที่ผ่านมา พบว่าเป็นกลุ่ม 8 ตัวเหมือนกัน (0XY-YYY-YYYY) ส่วนกลุ่มที่ต้องการเลขหมายสวยในราคาไม่แพง พบว่ากลุ่ม 3 ตัวเหมือนติดกันสามชุด หรือเบอร์ 3 ตอง (0XX-XYY-YZZZ) ได้รับความนิยมเช่นกัน มาคราวนี้เลขหมาย 088-888-8888 เหลือ 10 ล้านบาท ส่วนเลขหมาย 099-999-9999 ยังคงตั้งราคาเริ่มต้นที่ 20 ล้านบาทเหมือนเดิม

    สำหรับการจัดประมูลเริ่มตั้งแต่เวลา 08.08 น. ที่สำนักงาน กสทช.อาคารหอประชุม ห้องประชุมสายลม 5021 ชั้น 2 ซอยสายลม พหลโยธิน 8 กทม. รายได้จากการประมูลนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

    #Newskit
    099-999-9999 20 ล้าน 8 ปี รอวันขายออก การประมูลเลขหมายสวย ครั้งที่ 1/2567 ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1 ธ.ค. 2567 พบว่า กสทช.นำเลขหมายสวย (แต่ความหมายดีหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง) จำนวน 310 เลขหมายมาประมูลกัน ราคาเริ่มต้นสูงที่สุดในครั้งนี้ คือ 099-999-9999 เริ่มต้นที่ 20 ล้านบาท และ 088-888-8888 เริ่มต้นที่ 10 ล้านบาท ทั้งสองอยู่ในกลุ่ม 9 ตัวเหมือนติดกัน ส่วนกลุ่มเลขหมายอื่นๆ ราคาเริ่มต้นแตกต่างกันไป ราคาเริ่มต้นต่ำที่สุดในครั้งนี้ ได้แก่ ชุด 3 ตัวเหมือนติดกับ 2 ตัวเหมือน 2 ชุด เริ่มต้นที่ 20,000 บาท มีทั้งหมด 6 เลขหมาย แต่คาดว่าน่าจะมีผู้สนใจเคาะราคาไม่น้อย นอกนั้นราคาเริ่มต้นที่ 50,000 บาท (099-988-9999) ถึง 4.5 ล้านบาท ตามลักษณะของเลขหมายแตกต่างกันไป โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้า ดูรายการเลขหมายสวยที่นำมาประมูลได้ที่เว็บไซต์ https://auction.nbtc.go.th แนวคิดการจัดประมูลเลขหมายสวยของสำนักงาน กสทช. เกิดขึ้นเมื่อปี 2555 โดยนำเลขหมายที่ได้จัดสรรเลขสวยเก็บไว้ เพื่อนำมาเปิดประมูล เพราะหากนำไปจัดสรรให้เอกชนแล้วนำไปจำหน่าย หรือเปิดประมูลในราคาที่สูง กสทช.จะเสียประโยชน์และผู้บริโภคใช้เลขหมายแพงเกินความจำเป็น โดยการประมูลมีลักษณะเดียวกับการเปิดประมูลทะเบียนรถยนต์ ของกรมการขนส่งทางบก แม้ช่วงแรกค่ายมือถือจะคัดค้าน แต่สุดท้าย กสทช.ก็เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์ประมูล เริ่มต้นจัดประมูลครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2559 แม้จะสร้างรายได้ให้ กสทช.บ้าง แต่เลขหมาย 088-888-8888 และ 099-999-9999 กำหนดราคาเริ่มต้นการประมูลที่ 20 ล้านบาท กลับถูกเมินจากผู้เข้าร่วมประมูลมานานถึง 8 ปี แม้จะเคยมีค่ายมือถือแห่งหนึ่งประกาศว่า ใครประมูลเลขหมาย 099-999-9999 จะสมนาคุณแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัดความเร็ว ไม่ลดสปีด ฟรีนาน 18 เดือน พร้อมรับสิทธิ์ลูกค้าระดับบน แก่ผู้ที่ประมูลเลขหมายดังกล่าว แต่ก็ยังไม่มีผู้สนใจใดๆ เบอร์ที่ได้รับความนิยมในการประมูลที่ผ่านมา พบว่าเป็นกลุ่ม 8 ตัวเหมือนกัน (0XY-YYY-YYYY) ส่วนกลุ่มที่ต้องการเลขหมายสวยในราคาไม่แพง พบว่ากลุ่ม 3 ตัวเหมือนติดกันสามชุด หรือเบอร์ 3 ตอง (0XX-XYY-YZZZ) ได้รับความนิยมเช่นกัน มาคราวนี้เลขหมาย 088-888-8888 เหลือ 10 ล้านบาท ส่วนเลขหมาย 099-999-9999 ยังคงตั้งราคาเริ่มต้นที่ 20 ล้านบาทเหมือนเดิม สำหรับการจัดประมูลเริ่มตั้งแต่เวลา 08.08 น. ที่สำนักงาน กสทช.อาคารหอประชุม ห้องประชุมสายลม 5021 ชั้น 2 ซอยสายลม พหลโยธิน 8 กทม. รายได้จากการประมูลนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน #Newskit
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 908 มุมมอง 0 รีวิว
  • ถามตรงๆ ปีหน้า "เมลาย รัชดา" จะเอาอีกไหม? พบทริปน้ำไม่อาบคราวนี้ก่อความเดือดร้อน ล้มคว่ำกันเอง สะพัดตายแล้ว 2 ศพ ขายน้ำกระท่อม แต่งกายเลียนแบบตำรวจ แถมเหิมเกริมบังอาจ เฉี่ยวชนพระบิณฑบาตแล้วหนี ไม่รู้จะหาคำด่ายังไงดี

    วันนี้ (23 พ.ย.) จากกรณีที่อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่ชื่อว่า "เมลาย รัชดา" ไม่เปิดเผยชื่อและนามสกุลจริง นัดรวมพลคนขี่รถจักรยานยนต์แต่งซิ่งนับหมื่นคน ไปรวมตัวกันที่ภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ออกเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์แต่งซิ่งตั้งแต่เวลา 03.00 น. สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และผู้ใช้รถใช้ถนนพหลโยธิน และถนนสายสระบุรี-หล่มสัก โดยก่อนหน้านี้ เมลาย รัชดา อ้างว่าปีนี้ภาพไม่ดี ปีหน้าคงไม่มีแล้ว แต่ปรากฎว่ายังมีการเบิ้ลเครื่องเสียงดังขณะเข้าเขตชุมชนจนได้

    ล่าสุด เฟซบุ๊ก "อีซ้อขยี้แหลก" ที่เกาะติดกลุ่มน้ำไม่อาบเปิดเผยดรามาทริปน้ำไม่อาบจำนวนมาก ทั้งกรณีที่รถจักรยานยนต์ในกลุ่มล้มคว่ำบาดเจ็บ 1 ราย ทั้งการจำหน่ายน้ำกระท่อม ทั้งกรณีมีผู้เสียชีวิต 2 ราย หนึ่งในนั้นคือรถคาวาซากิ ผู้ขับขี่ถูกนำส่งขึ้นรถตู้ที่ชื่อว่า "รถขนผี" กรณีเฉี่ยวพระบิณฑบาตได้รับบาดเจ็บแล้วหนี และกรณีที่ชายแต่งกายคล้ายตำรวจอยู่ในกลุ่มน้ำไม่อาบ

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>
    https://mgronline.com/onlinesection/detail/9670000112765

    #MGROnline #กลุ่มน้ำไม่อาบ #ทริปน้ำไม่อาบ
    ถามตรงๆ ปีหน้า "เมลาย รัชดา" จะเอาอีกไหม? พบทริปน้ำไม่อาบคราวนี้ก่อความเดือดร้อน ล้มคว่ำกันเอง สะพัดตายแล้ว 2 ศพ ขายน้ำกระท่อม แต่งกายเลียนแบบตำรวจ แถมเหิมเกริมบังอาจ เฉี่ยวชนพระบิณฑบาตแล้วหนี ไม่รู้จะหาคำด่ายังไงดี • วันนี้ (23 พ.ย.) จากกรณีที่อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่ชื่อว่า "เมลาย รัชดา" ไม่เปิดเผยชื่อและนามสกุลจริง นัดรวมพลคนขี่รถจักรยานยนต์แต่งซิ่งนับหมื่นคน ไปรวมตัวกันที่ภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ออกเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์แต่งซิ่งตั้งแต่เวลา 03.00 น. สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และผู้ใช้รถใช้ถนนพหลโยธิน และถนนสายสระบุรี-หล่มสัก โดยก่อนหน้านี้ เมลาย รัชดา อ้างว่าปีนี้ภาพไม่ดี ปีหน้าคงไม่มีแล้ว แต่ปรากฎว่ายังมีการเบิ้ลเครื่องเสียงดังขณะเข้าเขตชุมชนจนได้ • ล่าสุด เฟซบุ๊ก "อีซ้อขยี้แหลก" ที่เกาะติดกลุ่มน้ำไม่อาบเปิดเผยดรามาทริปน้ำไม่อาบจำนวนมาก ทั้งกรณีที่รถจักรยานยนต์ในกลุ่มล้มคว่ำบาดเจ็บ 1 ราย ทั้งการจำหน่ายน้ำกระท่อม ทั้งกรณีมีผู้เสียชีวิต 2 ราย หนึ่งในนั้นคือรถคาวาซากิ ผู้ขับขี่ถูกนำส่งขึ้นรถตู้ที่ชื่อว่า "รถขนผี" กรณีเฉี่ยวพระบิณฑบาตได้รับบาดเจ็บแล้วหนี และกรณีที่ชายแต่งกายคล้ายตำรวจอยู่ในกลุ่มน้ำไม่อาบ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/onlinesection/detail/9670000112765 • #MGROnline #กลุ่มน้ำไม่อาบ #ทริปน้ำไม่อาบ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1232 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข้าวมันไก่เจ้อ้วน สายกินดึกต้องไม่พลาดเลยกับร้านนี้ เพราะเป็นร้านข้าวมันไก่ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ไม่ว่าท้องจะร้องครวญเวลาไหนก็สามารถไปฝากท้องได้ที่ร้านนี้กันได้ทุกเมื่อเลยล่ะ แน่นอนว่าความดีงามไม่ได้อยู่ที่การเปิดบริการอย่างเดียว แต่ด้วยรสชาติของข้าวมันไก่ที่อร่อยลงตัวไปหมด ทำให้เป็นร้านโปรดในดวงใจใครได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นไก่ต้ม หรือไก่ทอด บอกเลยว่าต้องกลับมากินซ้ำบ่อยๆ

    ที่ตั้ง : ซอยพหลโยธิน 32/1 ตลาดบางเขน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
    เปิดบริกการ : 24 ชั่วโมง
    โทร : 0-2579-3039, 08-9771-2145
    #ข้าวมันไก่ #กินสาระนัวร์ #Thaitimes
    ข้าวมันไก่เจ้อ้วน สายกินดึกต้องไม่พลาดเลยกับร้านนี้ เพราะเป็นร้านข้าวมันไก่ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ไม่ว่าท้องจะร้องครวญเวลาไหนก็สามารถไปฝากท้องได้ที่ร้านนี้กันได้ทุกเมื่อเลยล่ะ แน่นอนว่าความดีงามไม่ได้อยู่ที่การเปิดบริการอย่างเดียว แต่ด้วยรสชาติของข้าวมันไก่ที่อร่อยลงตัวไปหมด ทำให้เป็นร้านโปรดในดวงใจใครได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นไก่ต้ม หรือไก่ทอด บอกเลยว่าต้องกลับมากินซ้ำบ่อยๆ ที่ตั้ง : ซอยพหลโยธิน 32/1 ตลาดบางเขน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เปิดบริกการ : 24 ชั่วโมง โทร : 0-2579-3039, 08-9771-2145 #ข้าวมันไก่ #กินสาระนัวร์ #Thaitimes
    Love
    1
    2 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1283 มุมมอง 0 รีวิว
  • "สนธิ"ยื่นหนังสือร้องเรียนสภาทนายความ พิจารณาสอบมรรยาท "ทนายษิทธา-ทนายเดชา" ยันจะดำเนินการอย่างสุดซอย ไม่เจรจาแน่นอนเมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ (21 พ.ย.) ที่สภาทนายความ ถ.พหลโยธิน นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อเครือผู้จัดการและเจ้าของรายการสนธิทอร์ค, นายปานเทพพัวพงษ์พันธ์ พร้อมทนายความ เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนให้พิจารณาสอบมรรยาททนายความกับนายษิทธา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม และนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา กับ นายสุชาติ ชมกุล อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ กำกับดูแลงานมรรยาททนายความ จากนั้นจึงเข้าพบกับ นายคณิต วัลยะเพ็ชร์ ประธานกรรมการมรรยาททนายความ โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจากนั้นนายสนธิ ให้สัมภาษณ์ว่า ผมดีใจมากที่สื่อมวลชนและผมได้ช่วยกันนั้น ทำให้ความจริงปรากฎ และเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในสังคมไทย สิ่งที่ษิทธาทำกับน.ส.จตุพร หรือ เจ๊อ้อย ไม่ใช่การฉ้อโกงหรือฟอกเงินอย่างเดียว แต่เป็นกระบวนการของคนที่รู้กฎหมาย แล้วใช้ความรู้ทางกฎหมายเอารัดเอาเปรียบคนที่ไม่รู้กฎหมาย โดยเฉพาะน.ส.จตุพรที่มองว่าเป็นคนต่างจังหวัด ซึ่งน.ส.จตุพรไปอยู่เยอรมัน 20 ปี และบอกว่าเจอกับทนายษิทธาทางโซเชี่ยลเฟซบุ๊ก
    "สนธิ"ยื่นหนังสือร้องเรียนสภาทนายความ พิจารณาสอบมรรยาท "ทนายษิทธา-ทนายเดชา" ยันจะดำเนินการอย่างสุดซอย ไม่เจรจาแน่นอนเมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ (21 พ.ย.) ที่สภาทนายความ ถ.พหลโยธิน นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อเครือผู้จัดการและเจ้าของรายการสนธิทอร์ค, นายปานเทพพัวพงษ์พันธ์ พร้อมทนายความ เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนให้พิจารณาสอบมรรยาททนายความกับนายษิทธา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม และนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา กับ นายสุชาติ ชมกุล อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ กำกับดูแลงานมรรยาททนายความ จากนั้นจึงเข้าพบกับ นายคณิต วัลยะเพ็ชร์ ประธานกรรมการมรรยาททนายความ โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจากนั้นนายสนธิ ให้สัมภาษณ์ว่า ผมดีใจมากที่สื่อมวลชนและผมได้ช่วยกันนั้น ทำให้ความจริงปรากฎ และเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในสังคมไทย สิ่งที่ษิทธาทำกับน.ส.จตุพร หรือ เจ๊อ้อย ไม่ใช่การฉ้อโกงหรือฟอกเงินอย่างเดียว แต่เป็นกระบวนการของคนที่รู้กฎหมาย แล้วใช้ความรู้ทางกฎหมายเอารัดเอาเปรียบคนที่ไม่รู้กฎหมาย โดยเฉพาะน.ส.จตุพรที่มองว่าเป็นคนต่างจังหวัด ซึ่งน.ส.จตุพรไปอยู่เยอรมัน 20 ปี และบอกว่าเจอกับทนายษิทธาทางโซเชี่ยลเฟซบุ๊ก
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1316 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมดเวลาหาแสง สอบสวนกลางห้ามใช้แถลงข่าว

    กรณีที่นายธรรมราช สาระปัญญา ทนายความ ถูกผู้ก่อเหตุนำโดยนายจารุเวศ พงษ์ฉวี อายุ 28 ปี บุกทำร้ายร่างกายระหว่างแถลงข่าวดำเนินคดีกับ "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" อินฟลูเอนเซอร์ ในข้อหาเหยียดหยามศาสนา ที่หน้าศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2567 ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ออกระเบียบห้ามบุคคลหรือคณะบุคคลมาใช้สถานที่ในการแถลงข่าวโดยเด็ดขาด

    สืบเนื่องจากปัจจุบัน มีบุคคลหลายกลุ่มหลายคณะ มาใช้สถานที่ศูนย์แจ้งความร้องทุกข์ของตำรวจสอบส่วนกลางจำนวนมาก หลายครั้งเกิดเหตุการณ์รุนแรง มีการใช้กำลัง ทำให้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงานราชการ เพื่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยจึงต้องออกกฎระเบียบดังกล่าว ประกอบด้วย 1. ห้ามบุคคลหรือคณะบุคคลมาใช้สถานที่ในการแถลงข่าวที่หน้าศูนย์แจ้งความตำรวจสอบสวนกลางโดยเด็ดขาด 2. หากเป็นการให้ข่าวหรือให้สัมภาษณ์ ให้ไปใช้สถานที่ด้านนอก

    3. ประชาชนที่จะเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ สามารถเดินทางเข้าร้องเรียนกับพนักงานสอบสวนของตำรวจสอบสวนกลางได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านคนกลางหรือตัวแทน เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงซ้ำซ้อน และ 4. ห้ามมาใช้สถานที่ถ่ายทำไลฟ์สด ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน หากจะถ่ายทำให้ขออนุญาตเป็นกรณี

    ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2567 ในตอนหนึ่งกล่าวถึงกรณีที่นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด นักการเมืองพรรคภูมิใจไทย นำพยานรายหนึ่ง อ้างว่า 1 ใน 18 บอสคดีดิไอคอน ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปเป็นคริปโตเคอร์เรนซี ปรากฎว่าพยานสารภาพว่าข้อมูลมั่ว ไม่มีที่มา เป็นการอุปโลกน์ขึ้นมา โดยอ้างว่าถามจากเพื่อนและเสิร์ชหาทางเว็บไซต์โดยที่ไม่มีข้อเท็จจริง คาดว่าอยากเรียกร้องความสนใจ

    “ขอบคุณผู้ที่มีจิตอาสาทุกคนที่เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่ไม่อยากให้เข้ามาเพื่อหาแสง เพราะตอนนี้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแสงมันจ้าไปหมด คนถึงเข้ามากัน จึงขอเตือนบางคน ข้อมูลต่างๆ ถ้าคิดว่าจะช่วยเหลือสังคมจะต้องแม่นกฎหมาย ต้องรู้ว่าการกระทำจะไม่หมิ่นเหม่ในข้อกฎหมาย หากเข้ามาแล้วสร้างความวุ่นวาย สร้างความไขว้เขว อันนี้ต้องว่ากัน”

    สำหรับศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตั้งอยู่ที่กองปราบปราม ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เปิดเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2565 ตามนโยบายของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รวบรวมหน่วยงานในสังกัด 6 หน่วยงานมารวมกันที่นี่

    #Newskit #ตำรวจสอบสวนกลาง
    หมดเวลาหาแสง สอบสวนกลางห้ามใช้แถลงข่าว กรณีที่นายธรรมราช สาระปัญญา ทนายความ ถูกผู้ก่อเหตุนำโดยนายจารุเวศ พงษ์ฉวี อายุ 28 ปี บุกทำร้ายร่างกายระหว่างแถลงข่าวดำเนินคดีกับ "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" อินฟลูเอนเซอร์ ในข้อหาเหยียดหยามศาสนา ที่หน้าศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2567 ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ออกระเบียบห้ามบุคคลหรือคณะบุคคลมาใช้สถานที่ในการแถลงข่าวโดยเด็ดขาด สืบเนื่องจากปัจจุบัน มีบุคคลหลายกลุ่มหลายคณะ มาใช้สถานที่ศูนย์แจ้งความร้องทุกข์ของตำรวจสอบส่วนกลางจำนวนมาก หลายครั้งเกิดเหตุการณ์รุนแรง มีการใช้กำลัง ทำให้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงานราชการ เพื่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยจึงต้องออกกฎระเบียบดังกล่าว ประกอบด้วย 1. ห้ามบุคคลหรือคณะบุคคลมาใช้สถานที่ในการแถลงข่าวที่หน้าศูนย์แจ้งความตำรวจสอบสวนกลางโดยเด็ดขาด 2. หากเป็นการให้ข่าวหรือให้สัมภาษณ์ ให้ไปใช้สถานที่ด้านนอก 3. ประชาชนที่จะเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ สามารถเดินทางเข้าร้องเรียนกับพนักงานสอบสวนของตำรวจสอบสวนกลางได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านคนกลางหรือตัวแทน เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงซ้ำซ้อน และ 4. ห้ามมาใช้สถานที่ถ่ายทำไลฟ์สด ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน หากจะถ่ายทำให้ขออนุญาตเป็นกรณี ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2567 ในตอนหนึ่งกล่าวถึงกรณีที่นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด นักการเมืองพรรคภูมิใจไทย นำพยานรายหนึ่ง อ้างว่า 1 ใน 18 บอสคดีดิไอคอน ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปเป็นคริปโตเคอร์เรนซี ปรากฎว่าพยานสารภาพว่าข้อมูลมั่ว ไม่มีที่มา เป็นการอุปโลกน์ขึ้นมา โดยอ้างว่าถามจากเพื่อนและเสิร์ชหาทางเว็บไซต์โดยที่ไม่มีข้อเท็จจริง คาดว่าอยากเรียกร้องความสนใจ “ขอบคุณผู้ที่มีจิตอาสาทุกคนที่เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่ไม่อยากให้เข้ามาเพื่อหาแสง เพราะตอนนี้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแสงมันจ้าไปหมด คนถึงเข้ามากัน จึงขอเตือนบางคน ข้อมูลต่างๆ ถ้าคิดว่าจะช่วยเหลือสังคมจะต้องแม่นกฎหมาย ต้องรู้ว่าการกระทำจะไม่หมิ่นเหม่ในข้อกฎหมาย หากเข้ามาแล้วสร้างความวุ่นวาย สร้างความไขว้เขว อันนี้ต้องว่ากัน” สำหรับศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตั้งอยู่ที่กองปราบปราม ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เปิดเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2565 ตามนโยบายของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รวบรวมหน่วยงานในสังกัด 6 หน่วยงานมารวมกันที่นี่ #Newskit #ตำรวจสอบสวนกลาง
    Like
    4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1592 มุมมอง 0 รีวิว
  • มือตบ "ทนายธรรมราช" เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ก่อนอนถูกพาตัวส่งฟ้องศาล ยืนยันไม่มีคนจ้าง ลงมือเอง เหตุไม่พอใจทนายโพสต์ดูหมิ่นศาสนาอิสลามนักข่าวถามก็ไม่ตอบ

    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9670000105599

    #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    มือตบ "ทนายธรรมราช" เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ก่อนอนถูกพาตัวส่งฟ้องศาล ยืนยันไม่มีคนจ้าง ลงมือเอง เหตุไม่พอใจทนายโพสต์ดูหมิ่นศาสนาอิสลามนักข่าวถามก็ไม่ตอบ อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9670000105599 #News1feed #News1 #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    Like
    Haha
    12
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2521 มุมมอง 1 รีวิว
  • ขสมก.เดินรถหมวด 3 เดอะแบกกรมขนส่งฯ

    วันที่ 1 พ.ย. 2567 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รับหน้าที่เดินรถโดยสาร หมวด 3 สาย 356 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต)-บางบัวทอง-บางใหญ่ เป็นการชั่วคราว แทนบริษัท สหายยนต์ จำกัด ผู้ประกอบการรายเดิมที่ยุติการเดินรถ ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2567 ที่ผ่านมา อาจรู้สึกแปลกใจสำหรับกลุ่มบัสแฟน เพราะเป็นการเดินรถข้ามหมวด ไม่ตรงตามภารกิจขององค์กรฯ ที่เดินรถในเส้นทางหมวด 1 และหมวด 4 ในกรุงเทพมหานคร แต่เมื่อกรมการขนส่งทางบกขอความร่วมมือก็ต้องทำ

    นับตั้งแต่การปฎิรูปรถเมล์สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็น รมว.คมนาคม คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2559 ให้ขนส่งฯ มีอำนาจควบคุมรถเมล์ในกรุงเทพฯ แทน ขสมก. และลดสถานะ ขสมก.เหลือเพียงแค่ผู้ประกอบการรายหนึ่ง โดยที่ผ่านมา ขสมก. กลายเป็นเดอะแบก รับคำสั่งจากขนส่งฯ เวลาที่ผู้ประกอบการเอกชนเดินรถแล้วเจ๊ง เพราะขนส่งฯ ไม่เคยเหลียวแลผู้ประกอบการยามเดือดร้อน

    รถเมล์สายที่ ขสมก.ช่วยเดินรถชั่วคราว อาทิ สาย R26E (สาย 3-26E) สถาบันจักรีนฤบดินทร์-โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2565 กระทั่งขนส่งฯ ได้จัดหาผู้ประกอบการรายใหม่ คือ ไทยสมายล์บัส ให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2567 ทำให้ ขสมก.เดินรถวันที่ 29 ต.ค.เป็นวันสุดท้าย ต่อด้วยสาย Y70E (สาย 4-70E) ศาลายา-สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2566 และสาย 3-21 หรือสาย 207 เดิม มหาวิทยาลัยรามคำแหง 1-รามคำแหง 2 เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2566

    อย่างไรก็ตาม ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีรถเมล์เส้นทางหมวด 3 ตัวอย่างเช่น สาย 356 ปากน้ำ-บางปะกง และสำโรง-บางพลี เดินรถโดย บริษัท สันติมิตรขนส่ง จำกัด, สาย 381 ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต-มศว องครักษ์ เดินรถโดย บริษัท ธัญบุรีขนส่ง จำกัด, สาย 388 ปากเกร็ด-ศาลายา เดินรถโดย บริษัท นิธิทัศน์ทัวร์ (2004) จำกัด ปัจจุบันหยุดการเดินรถแล้ว และสาย 402 สมุทรสาคร-กระทุ่มแบน-นครปฐม เดินรถโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจดีย์ทองขนส่ง

    สำหรับการเดินรถสาย 356 แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต)-บางบัวทอง-บางใหญ่ ผ่านฟิวเจอร์พาร์ครังสิต สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสแยก คปอ. สะพานใหม่ ถนนแจ้งวัฒนะ ราชภัฎพระนคร ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เมเจอร์ปากเกร็ด สถานีรถไฟฟ้า MRT คลองบางไผ่ สิ้นสุดที่ห้างเซ็นทรัลเวสต์เกต ช่วงที่ 2 วงกลม (ปากเกร็ด-ดอนเมือง) จากท่าน้ำปากเกร็ด ใช้ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต สนามบินดอนเมือง กลับเส้นทางเดิม ให้บริการตั้งแต่เวลา 05.30-22.00 น.

    #Newskit #ขสมก #รถเมล์ไทย
    ขสมก.เดินรถหมวด 3 เดอะแบกกรมขนส่งฯ วันที่ 1 พ.ย. 2567 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รับหน้าที่เดินรถโดยสาร หมวด 3 สาย 356 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต)-บางบัวทอง-บางใหญ่ เป็นการชั่วคราว แทนบริษัท สหายยนต์ จำกัด ผู้ประกอบการรายเดิมที่ยุติการเดินรถ ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2567 ที่ผ่านมา อาจรู้สึกแปลกใจสำหรับกลุ่มบัสแฟน เพราะเป็นการเดินรถข้ามหมวด ไม่ตรงตามภารกิจขององค์กรฯ ที่เดินรถในเส้นทางหมวด 1 และหมวด 4 ในกรุงเทพมหานคร แต่เมื่อกรมการขนส่งทางบกขอความร่วมมือก็ต้องทำ นับตั้งแต่การปฎิรูปรถเมล์สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็น รมว.คมนาคม คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2559 ให้ขนส่งฯ มีอำนาจควบคุมรถเมล์ในกรุงเทพฯ แทน ขสมก. และลดสถานะ ขสมก.เหลือเพียงแค่ผู้ประกอบการรายหนึ่ง โดยที่ผ่านมา ขสมก. กลายเป็นเดอะแบก รับคำสั่งจากขนส่งฯ เวลาที่ผู้ประกอบการเอกชนเดินรถแล้วเจ๊ง เพราะขนส่งฯ ไม่เคยเหลียวแลผู้ประกอบการยามเดือดร้อน รถเมล์สายที่ ขสมก.ช่วยเดินรถชั่วคราว อาทิ สาย R26E (สาย 3-26E) สถาบันจักรีนฤบดินทร์-โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2565 กระทั่งขนส่งฯ ได้จัดหาผู้ประกอบการรายใหม่ คือ ไทยสมายล์บัส ให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2567 ทำให้ ขสมก.เดินรถวันที่ 29 ต.ค.เป็นวันสุดท้าย ต่อด้วยสาย Y70E (สาย 4-70E) ศาลายา-สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2566 และสาย 3-21 หรือสาย 207 เดิม มหาวิทยาลัยรามคำแหง 1-รามคำแหง 2 เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2566 อย่างไรก็ตาม ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีรถเมล์เส้นทางหมวด 3 ตัวอย่างเช่น สาย 356 ปากน้ำ-บางปะกง และสำโรง-บางพลี เดินรถโดย บริษัท สันติมิตรขนส่ง จำกัด, สาย 381 ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต-มศว องครักษ์ เดินรถโดย บริษัท ธัญบุรีขนส่ง จำกัด, สาย 388 ปากเกร็ด-ศาลายา เดินรถโดย บริษัท นิธิทัศน์ทัวร์ (2004) จำกัด ปัจจุบันหยุดการเดินรถแล้ว และสาย 402 สมุทรสาคร-กระทุ่มแบน-นครปฐม เดินรถโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจดีย์ทองขนส่ง สำหรับการเดินรถสาย 356 แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต)-บางบัวทอง-บางใหญ่ ผ่านฟิวเจอร์พาร์ครังสิต สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสแยก คปอ. สะพานใหม่ ถนนแจ้งวัฒนะ ราชภัฎพระนคร ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เมเจอร์ปากเกร็ด สถานีรถไฟฟ้า MRT คลองบางไผ่ สิ้นสุดที่ห้างเซ็นทรัลเวสต์เกต ช่วงที่ 2 วงกลม (ปากเกร็ด-ดอนเมือง) จากท่าน้ำปากเกร็ด ใช้ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต สนามบินดอนเมือง กลับเส้นทางเดิม ให้บริการตั้งแต่เวลา 05.30-22.00 น. #Newskit #ขสมก #รถเมล์ไทย
    Like
    6
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2474 มุมมอง 0 รีวิว
  • ถึงเวลารื้อถนนสายสุพรรณฯ

    เคยมีคำกล่าวว่า "ชีวิตไม่ได้ราบเรียบเหมือนถนนเส้นสุพรรณบุรี" เพราะย้อนกลับไปราว 30 ปีก่อน จังหวัดสุพรรณบุรีได้ชื่อว่าถนนดีที่สุดในประเทศไทย ถนนสายหลัก เช่น ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท ถนนมาลัยแมน เป็นถนนคอนกรีต 4 ช่องจราจร และถนนสายรองตามอำเภอต่างๆ ล้วนเป็นถนนลาดยาง ส่วนหนึ่งต้องยกให้เป็นผลงานของนายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 แต่เวลาผ่านไปกว่า 30 ปี ถนนที่เคยราบเรียบผ่านร้อนผ่านหนาว กระทั่งวันหนึ่งรับไม่ไหว

    แขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่ 1 กรมทางหลวง อธิบายว่า ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2535 ปัจจุบันมีอายุ 33 ปี ผ่านสภาพอากาศและถูกน้ำท่วม ชั้นทางเสียหายอย่างหนัก ทำให้ผิวทางทรุดตัว ที่ผ่านมาพยายามซ่อมบำรุง ดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ถนนถูกใช้งานมายาวนาน สภาพชำรุดเสียหายอย่างมาก อาจก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้เส้นทางได้ ประกอบกับปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเทศกาล ที่บริเวณคอขวดสะพานบางยี่หน อ.บางปลาม้า

    ในที่สุดสำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ช่วงบ้านสาลี ถึงสุพรรณบุรี ระหว่างกิโลเมตรที่ 48+841 ถึงกิโลเมตรที่ 65+600 ระยะทาง 16.459 กิโลเมตร โดยรื้อถนนทำใหม่ตั้งแต่ชั้นโครงสร้างทาง พร้อมขยายสะพานบางยี่หน แบ่งออกเป็น 2 ตอน ผู้รับจ้างตอน 1 บริษัท เอส.เค.วาย. คอนสตรัคชั่น จำกัด ตอน 2 กิจการร่วมค้า ซีทีทีพีดี งบประมาณ 1,376.35 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. 2570

    ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. 2567 เป็นต้นไป จะปิดการจราจรทีละฝั่งเป็นช่วงๆ แล้วเบี่ยงให้ไปวิ่งสวนทางกันอีกฝั่งหนึ่ง คาดว่าจะมีปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะช่วงวันหยุด แขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่ 1 ได้แนะนำเส้นทางเลี่ยง 3 เส้นทาง ได้แก่ 1. ถนนพหลโยธิน ต่อด้วยถนนสายเอเชีย บางปะอิน-นครสวรรค์ ผ่านอยุธยา บางปะหัน ถึงทางแยกเข้าป่าโมก เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก (ทางหลวงหมายเลข 33) เพื่อไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี

    2. จากบางบัวทอง ไปตามถนนกาญจนาภิเษก ถึงทางแยกต่างระดับสามโคก จ.ปทุมธานี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนปทุมธานี-สามโคก ผ่านเสนา ถึงแยกหน้าโคก อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก เพื่อไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี และ 3. ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ถึงแยกลาดบัวหลวง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดบัวหลวง-สองพี่น้อง ข้ามสะพานแม่น้ำท่าจีน ถึงแยกบางสาม เลี้ยวขวาไปทาง อ.บางปลาม้า ถึงสามแยกเก้าห้องตรงไป ถึงถนนขุนช้าง เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี

    #Newskit #สุพรรณบุรี #ถนนสาย340
    ถึงเวลารื้อถนนสายสุพรรณฯ เคยมีคำกล่าวว่า "ชีวิตไม่ได้ราบเรียบเหมือนถนนเส้นสุพรรณบุรี" เพราะย้อนกลับไปราว 30 ปีก่อน จังหวัดสุพรรณบุรีได้ชื่อว่าถนนดีที่สุดในประเทศไทย ถนนสายหลัก เช่น ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท ถนนมาลัยแมน เป็นถนนคอนกรีต 4 ช่องจราจร และถนนสายรองตามอำเภอต่างๆ ล้วนเป็นถนนลาดยาง ส่วนหนึ่งต้องยกให้เป็นผลงานของนายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 แต่เวลาผ่านไปกว่า 30 ปี ถนนที่เคยราบเรียบผ่านร้อนผ่านหนาว กระทั่งวันหนึ่งรับไม่ไหว แขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่ 1 กรมทางหลวง อธิบายว่า ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2535 ปัจจุบันมีอายุ 33 ปี ผ่านสภาพอากาศและถูกน้ำท่วม ชั้นทางเสียหายอย่างหนัก ทำให้ผิวทางทรุดตัว ที่ผ่านมาพยายามซ่อมบำรุง ดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ถนนถูกใช้งานมายาวนาน สภาพชำรุดเสียหายอย่างมาก อาจก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้เส้นทางได้ ประกอบกับปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเทศกาล ที่บริเวณคอขวดสะพานบางยี่หน อ.บางปลาม้า ในที่สุดสำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ช่วงบ้านสาลี ถึงสุพรรณบุรี ระหว่างกิโลเมตรที่ 48+841 ถึงกิโลเมตรที่ 65+600 ระยะทาง 16.459 กิโลเมตร โดยรื้อถนนทำใหม่ตั้งแต่ชั้นโครงสร้างทาง พร้อมขยายสะพานบางยี่หน แบ่งออกเป็น 2 ตอน ผู้รับจ้างตอน 1 บริษัท เอส.เค.วาย. คอนสตรัคชั่น จำกัด ตอน 2 กิจการร่วมค้า ซีทีทีพีดี งบประมาณ 1,376.35 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. 2570 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. 2567 เป็นต้นไป จะปิดการจราจรทีละฝั่งเป็นช่วงๆ แล้วเบี่ยงให้ไปวิ่งสวนทางกันอีกฝั่งหนึ่ง คาดว่าจะมีปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะช่วงวันหยุด แขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่ 1 ได้แนะนำเส้นทางเลี่ยง 3 เส้นทาง ได้แก่ 1. ถนนพหลโยธิน ต่อด้วยถนนสายเอเชีย บางปะอิน-นครสวรรค์ ผ่านอยุธยา บางปะหัน ถึงทางแยกเข้าป่าโมก เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก (ทางหลวงหมายเลข 33) เพื่อไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี 2. จากบางบัวทอง ไปตามถนนกาญจนาภิเษก ถึงทางแยกต่างระดับสามโคก จ.ปทุมธานี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนปทุมธานี-สามโคก ผ่านเสนา ถึงแยกหน้าโคก อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุพรรณบุรี-ป่าโมก เพื่อไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี และ 3. ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ถึงแยกลาดบัวหลวง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดบัวหลวง-สองพี่น้อง ข้ามสะพานแม่น้ำท่าจีน ถึงแยกบางสาม เลี้ยวขวาไปทาง อ.บางปลาม้า ถึงสามแยกเก้าห้องตรงไป ถึงถนนขุนช้าง เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี #Newskit #สุพรรณบุรี #ถนนสาย340
    Like
    Yay
    6
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 832 มุมมอง 0 รีวิว
  • ให้ AI ช่วยประเมินจากสถิติ และข้อมูลทั้งหมดตอนนี้ โอกาสที่น้ำจะท่วมในเขตกรุงเทพฯ พร้อม % propobilty ตามนี้
    --------------------------

    จากข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในกรุงเทพมหานครในปี 2567 นี่คือการจัดอันดับ 10 เขตที่มีโอกาสน้ำท่วมมากที่สุด พร้อมตัวเลข % โอกาส:

    1. **เขตดอนเมือง** - 85%
    2. **เขตสายไหม** - 80%
    3. **เขตบางเขน** - 75%
    4. **เขตหลักสี่** - 70%
    5. **เขตจตุจักร** - 65%
    6. **เขตบางกะปิ** - 60%
    7. **เขตคลองสามวา** - 55%
    8. **เขตมีนบุรี** - 50%
    9. **เขตหนองจอก** - 45%
    10. **เขตลาดกระบัง** - 40%

    เหตุผลที่เขตเหล่านี้มีโอกาสน้ำท่วมสูงเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีระดับต่ำและมีระบบระบายน้ำที่ยังไม่สมบูรณ์ รวมถึงมีปริมาณฝนตกหนักในช่วงฤดูฝน
    -------------------

    จากข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในประเทศไทยในปี 2567 นี่คือการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2567 สำหรับ เขตบางเขน และ จตุจักร

    ### เขตบางเขน
    ในเขตบางเขน ถนนที่มีโอกาสน้ำท่วมสูง ได้แก่:
    1. **ถนนแจ้งวัฒนะ** ขาเข้าวงเวียนบางเขน - ระดับน้ำ 20-30 ซม.
    2. **ถนนรามอินทรา** ขาเข้าวงเวียนบางเขน - ระดับน้ำ 5 ซม.
    3. **ถนนพหลโยธิน** ขาออกจากวงเวียนบางเขน - ระดับน้ำ 5-10 ซม.
    4. **ถนนสุขาภิบาล 5** - ระดับน้ำ 15-20 ซม.
    5. **ถนนรามอินทรา** หน้าสนามมวยลุมพินี - ระดับน้ำ 5-10 ซม.

    ### เขตจตุจักร
    ในเขตจตุจักร ถนนที่มีโอกาสน้ำท่วมสูง ได้แก่:
    1. **ถนนรัชดาภิเษก** - น้ำท่วมสูงเกือบ 50 ซม.
    2. **ถนนวิภาวดีรังสิต** - น้ำท่วมสูง 20 ซม.
    3. **ถนนพหลโยธิน** - น้ำท่วมสูง 20 ซม.
    4. **ห้าแยกลาดพร้าว** - น้ำท่วมสูง 20 ซม.
    5. **หน้าเมเจอร์รัชโยธิน** - น้ำท่วมสูง 20 ซม.³(https://www.thaipost.net/general-news/216528/)⁴(https://www.prachachat.net/general/news-1041326)
    --------------------------
    จากข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครในปี 2567 มีความเป็นไปได้สูงที่พื้นที่หน้าเมเจอร์รัชโยธิน, แยกรัชโยธิน และซอยพหลโยธิน 30 จะเกิดน้ำท่วม หากมีฝนตกหนักต่อเนื่องและระบบระบายน้ำไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้เพียงพอ¹

    ### พื้นที่ที่มีโอกาสน้ำท่วมสูง
    1. **หน้าเมเจอร์รัชโยธิน**: มีโอกาสน้ำท่วมสูงเนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำและมีการจราจรหนาแน่น
    2. **แยกรัชโยธิน**: เป็นจุดที่มีการระบายน้ำช้าและมีโอกาสน้ำท่วมสูง²
    3. **ซอยพหลโยธิน 30**: มีโอกาสน้ำท่วมสูงเนื่องจากเป็นซอยที่มีการระบายน้ำไม่ดี³

    ### การเตรียมความพร้อม
    เพื่อเตรียมความพร้อมและลดผลกระทบจากน้ำท่วม ควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหากมีการแจ้งเตือนน้ำท่วม.
    ให้ AI ช่วยประเมินจากสถิติ และข้อมูลทั้งหมดตอนนี้ โอกาสที่น้ำจะท่วมในเขตกรุงเทพฯ พร้อม % propobilty ตามนี้ -------------------------- จากข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในกรุงเทพมหานครในปี 2567 นี่คือการจัดอันดับ 10 เขตที่มีโอกาสน้ำท่วมมากที่สุด พร้อมตัวเลข % โอกาส: 1. **เขตดอนเมือง** - 85% 2. **เขตสายไหม** - 80% 3. **เขตบางเขน** - 75% 4. **เขตหลักสี่** - 70% 5. **เขตจตุจักร** - 65% 6. **เขตบางกะปิ** - 60% 7. **เขตคลองสามวา** - 55% 8. **เขตมีนบุรี** - 50% 9. **เขตหนองจอก** - 45% 10. **เขตลาดกระบัง** - 40% เหตุผลที่เขตเหล่านี้มีโอกาสน้ำท่วมสูงเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีระดับต่ำและมีระบบระบายน้ำที่ยังไม่สมบูรณ์ รวมถึงมีปริมาณฝนตกหนักในช่วงฤดูฝน ------------------- จากข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในประเทศไทยในปี 2567 นี่คือการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2567 สำหรับ เขตบางเขน และ จตุจักร ### เขตบางเขน ในเขตบางเขน ถนนที่มีโอกาสน้ำท่วมสูง ได้แก่: 1. **ถนนแจ้งวัฒนะ** ขาเข้าวงเวียนบางเขน - ระดับน้ำ 20-30 ซม. 2. **ถนนรามอินทรา** ขาเข้าวงเวียนบางเขน - ระดับน้ำ 5 ซม. 3. **ถนนพหลโยธิน** ขาออกจากวงเวียนบางเขน - ระดับน้ำ 5-10 ซม. 4. **ถนนสุขาภิบาล 5** - ระดับน้ำ 15-20 ซม. 5. **ถนนรามอินทรา** หน้าสนามมวยลุมพินี - ระดับน้ำ 5-10 ซม. ### เขตจตุจักร ในเขตจตุจักร ถนนที่มีโอกาสน้ำท่วมสูง ได้แก่: 1. **ถนนรัชดาภิเษก** - น้ำท่วมสูงเกือบ 50 ซม. 2. **ถนนวิภาวดีรังสิต** - น้ำท่วมสูง 20 ซม. 3. **ถนนพหลโยธิน** - น้ำท่วมสูง 20 ซม. 4. **ห้าแยกลาดพร้าว** - น้ำท่วมสูง 20 ซม. 5. **หน้าเมเจอร์รัชโยธิน** - น้ำท่วมสูง 20 ซม.³(https://www.thaipost.net/general-news/216528/)⁴(https://www.prachachat.net/general/news-1041326) -------------------------- จากข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครในปี 2567 มีความเป็นไปได้สูงที่พื้นที่หน้าเมเจอร์รัชโยธิน, แยกรัชโยธิน และซอยพหลโยธิน 30 จะเกิดน้ำท่วม หากมีฝนตกหนักต่อเนื่องและระบบระบายน้ำไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้เพียงพอ¹ ### พื้นที่ที่มีโอกาสน้ำท่วมสูง 1. **หน้าเมเจอร์รัชโยธิน**: มีโอกาสน้ำท่วมสูงเนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำและมีการจราจรหนาแน่น 2. **แยกรัชโยธิน**: เป็นจุดที่มีการระบายน้ำช้าและมีโอกาสน้ำท่วมสูง² 3. **ซอยพหลโยธิน 30**: มีโอกาสน้ำท่วมสูงเนื่องจากเป็นซอยที่มีการระบายน้ำไม่ดี³ ### การเตรียมความพร้อม เพื่อเตรียมความพร้อมและลดผลกระทบจากน้ำท่วม ควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหากมีการแจ้งเตือนน้ำท่วม.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1063 มุมมอง 0 รีวิว
  • Really?!?! ขนส่งสิงห์บุรีสบายดีหรือ หลังขนส่งแจงรถบัสมรณะ ตรวจสภาพประตูฉุกเฉินล่าสุด 23 พ.ค.67 ยังแข็งแรงดี ใช้งานได้ปกติ รถติดถังแก๊ส 15 ปีแล้ว หมดอายุ 2569 ทำประกันชั้น 3 ไว้

    จากกรณีโศกนาฏกรรมรถบัสทัศนศึกษานักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี เกิดเหตุเพลิงไหม้ บริเวณถนนพหลโยธินขาเข้า ช่วงบริเวณหน้าเซียร์รังสิต ช่องทางขวา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และสูญหายจำนวนมาก เหตุเกิดช่วงเที่ยงวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

    ด้าน นายสมาน จันทร์พุฒ อายุ 48 ปี คนขับรถบัสคันเกิดเหตุ ซึ่งหนีไปบ้านภรรยา จ.อ่างทอง เข้าพบตำรวจ สภ.วิเศษชัยชาญ ก่อนนำตัวมาสอบปากคำ สภ.คูคต แล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อหา

    1.ขับรถโดยประมาท หรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ

    2.ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล แล้วไม่หยุดรถให้การช่วยเหลือ ไม่แสดงตัวและไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงาน เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43(4), 78, 157, 160 วรรค 2

    ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี นายจิรภัทร ทายาทเจ้าของรถบัสมรณะ เปิดเผยกับสื่อว่า กิจการในเครือบริษัทเกี่ยวกับรถทัวร์ดังกล่าวเป็นธุรกิจของคุณพ่อ เบื้องต้นทราบว่าได้รับเหมารถทัวร์ไปทัศนศึกษา จำนวน 4 คัน โดยมี 1 คันที่เกิดปัญหา ปกติรถทัวร์ทุกคันจะจอดอยู่ที่ว่างเปล่าฝั่งตรงข้ามของถนน

    จากนั้นพบกับ นายพยับ อายุ 57 ปี ซึ่งเปิดแผงเช่าพระอยู่บริเวณดังกล่าว เล่าว่า เปิดแผงเช่าพระตรงที่นี้มาประมาณ 5 ปี ซึ่งรถทัวร์ทั้งหมดมาจอดอยู่ประจำ ถ้ามีคนเหมาไปก็จะมีไปบ้าง ถ้าไม่มีก็จะจอดซ่อมบำรุงอยู่บริเวณพื้นที่ว่างเปล่า ซึ่งเป็นพื้นที่ของชลประทาน

    ต่อมา สื่อได้สัมภาษณ์นางอัจฉรา เจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า จากการเช็ก GPS ของรถคันเกิดเหตุทราบว่า รถบัสคันที่เกิดเหตุหมายเลขทะเบียน 30-0423 สิงห์บุรี เป็นของผู้ประกอบการชื่อ น.ส.ปาณิสรา ชินบุตร เลขที่ใบอนุญาต สห.1/2564 วันสิ้นอายุภาษี 30 มิถุนายน 2568

    นางอัจฉรากล่าวว่า สำหรับ ประตูรถฉุกเฉิน ได้มาตรวจสภาพครั้งล่าสุดวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 โดยมีสภาพแข็งแรง ใช้งานได้ตามปกติ และขณะเกิดเหตุเวลา 12.07 น. รถใช้ความเร็วในการขับอยู่ที่ 81 กม./ชม. รถคันนี้ใช้แก๊ส NGV โดยถังแก๊สนี้ใช้งานมาแล้ว 15 ปี และจะหมดอายุในปี 2569

    นางอัจฉราเผยอีกว่า สำหรับสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต้องรถผลการพิสูจน์หลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่รถคันนี้ได้ทำประกันชั้น 3 ไว้

    #Thaitimes

    #Thaitimes
    Really?!?! ขนส่งสิงห์บุรีสบายดีหรือ หลังขนส่งแจงรถบัสมรณะ ตรวจสภาพประตูฉุกเฉินล่าสุด 23 พ.ค.67 ยังแข็งแรงดี ใช้งานได้ปกติ รถติดถังแก๊ส 15 ปีแล้ว หมดอายุ 2569 ทำประกันชั้น 3 ไว้ จากกรณีโศกนาฏกรรมรถบัสทัศนศึกษานักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี เกิดเหตุเพลิงไหม้ บริเวณถนนพหลโยธินขาเข้า ช่วงบริเวณหน้าเซียร์รังสิต ช่องทางขวา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และสูญหายจำนวนมาก เหตุเกิดช่วงเที่ยงวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ด้าน นายสมาน จันทร์พุฒ อายุ 48 ปี คนขับรถบัสคันเกิดเหตุ ซึ่งหนีไปบ้านภรรยา จ.อ่างทอง เข้าพบตำรวจ สภ.วิเศษชัยชาญ ก่อนนำตัวมาสอบปากคำ สภ.คูคต แล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อหา 1.ขับรถโดยประมาท หรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ 2.ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล แล้วไม่หยุดรถให้การช่วยเหลือ ไม่แสดงตัวและไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงาน เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43(4), 78, 157, 160 วรรค 2 ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี นายจิรภัทร ทายาทเจ้าของรถบัสมรณะ เปิดเผยกับสื่อว่า กิจการในเครือบริษัทเกี่ยวกับรถทัวร์ดังกล่าวเป็นธุรกิจของคุณพ่อ เบื้องต้นทราบว่าได้รับเหมารถทัวร์ไปทัศนศึกษา จำนวน 4 คัน โดยมี 1 คันที่เกิดปัญหา ปกติรถทัวร์ทุกคันจะจอดอยู่ที่ว่างเปล่าฝั่งตรงข้ามของถนน จากนั้นพบกับ นายพยับ อายุ 57 ปี ซึ่งเปิดแผงเช่าพระอยู่บริเวณดังกล่าว เล่าว่า เปิดแผงเช่าพระตรงที่นี้มาประมาณ 5 ปี ซึ่งรถทัวร์ทั้งหมดมาจอดอยู่ประจำ ถ้ามีคนเหมาไปก็จะมีไปบ้าง ถ้าไม่มีก็จะจอดซ่อมบำรุงอยู่บริเวณพื้นที่ว่างเปล่า ซึ่งเป็นพื้นที่ของชลประทาน ต่อมา สื่อได้สัมภาษณ์นางอัจฉรา เจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า จากการเช็ก GPS ของรถคันเกิดเหตุทราบว่า รถบัสคันที่เกิดเหตุหมายเลขทะเบียน 30-0423 สิงห์บุรี เป็นของผู้ประกอบการชื่อ น.ส.ปาณิสรา ชินบุตร เลขที่ใบอนุญาต สห.1/2564 วันสิ้นอายุภาษี 30 มิถุนายน 2568 นางอัจฉรากล่าวว่า สำหรับ ประตูรถฉุกเฉิน ได้มาตรวจสภาพครั้งล่าสุดวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 โดยมีสภาพแข็งแรง ใช้งานได้ตามปกติ และขณะเกิดเหตุเวลา 12.07 น. รถใช้ความเร็วในการขับอยู่ที่ 81 กม./ชม. รถคันนี้ใช้แก๊ส NGV โดยถังแก๊สนี้ใช้งานมาแล้ว 15 ปี และจะหมดอายุในปี 2569 นางอัจฉราเผยอีกว่า สำหรับสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต้องรถผลการพิสูจน์หลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่รถคันนี้ได้ทำประกันชั้น 3 ไว้ #Thaitimes #Thaitimes
    Sad
    Like
    9
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1638 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts