• ญาติร้องขอความช่วยเหลือ หลังหนุ่มลำปางวัย 20 ปี นักศึกษาชั้น ปวส. ถูกชักชวนไปอบรมงานที่จังหวัดจันทบุรี อ้างทำงานดูแลระบบเว็บไซต์ แต่เดินทางได้เพียงวันเดียวกลับขาดการติดต่อ ก่อนตรวจพบพิกัดโทรศัพท์อยู่ฝั่งเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา
    .
    ญาติระบุ ก่อนเดินทางผู้เสียหายได้เปิดบัญชีธนาคารถึง 5 บัญชี และมีข้อมูลว่าถูกพาเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติข้ามแดน หลังถึงที่พักฝั่งกัมพูชา โทรศัพท์ถูกยึด และไม่สามารถติดต่อได้อีก โดยมีเพียงข้อความแชทที่เชื่อว่าไม่ใช่การพิมพ์ของเจ้าตัว
    .
    ครอบครัวและแฟนสาวยืนยัน ผู้เสียหายเข้าใจว่าเป็นงานในประเทศไทย และไม่มีเจตนาไปทำงานผิดกฎหมาย พร้อมวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามและพาตัวกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002192
    .
    #News1live #News1 #สแกมเมอร์ #หลอกทำงาน #ปอยเปต #ค้ามนุษย์ออนไลน์
    ญาติร้องขอความช่วยเหลือ หลังหนุ่มลำปางวัย 20 ปี นักศึกษาชั้น ปวส. ถูกชักชวนไปอบรมงานที่จังหวัดจันทบุรี อ้างทำงานดูแลระบบเว็บไซต์ แต่เดินทางได้เพียงวันเดียวกลับขาดการติดต่อ ก่อนตรวจพบพิกัดโทรศัพท์อยู่ฝั่งเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา . ญาติระบุ ก่อนเดินทางผู้เสียหายได้เปิดบัญชีธนาคารถึง 5 บัญชี และมีข้อมูลว่าถูกพาเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติข้ามแดน หลังถึงที่พักฝั่งกัมพูชา โทรศัพท์ถูกยึด และไม่สามารถติดต่อได้อีก โดยมีเพียงข้อความแชทที่เชื่อว่าไม่ใช่การพิมพ์ของเจ้าตัว . ครอบครัวและแฟนสาวยืนยัน ผู้เสียหายเข้าใจว่าเป็นงานในประเทศไทย และไม่มีเจตนาไปทำงานผิดกฎหมาย พร้อมวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามและพาตัวกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002192 . #News1live #News1 #สแกมเมอร์ #หลอกทำงาน #ปอยเปต #ค้ามนุษย์ออนไลน์
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 59 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตำรวจไทยร่วมตำรวจเกาหลีใต้ บุกจับสมาชิกแก๊งคอลเซนเตอร์ชาวจีน หลอกนักศึกษาเกาหลีใต้ไปทำงานสแกมเมอร์ ก่อนบังคับขู่เข็ญและทำร้ายจนเสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้าน แล้วหลบหนีเข้ามากบดานในพื้นที่พัทยา
    .
    การจับกุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตำรวจสอบสวนกลาง และตำรวจเกาหลีใต้ หลังพบผู้ต้องหาเป็นบุคคลตามหมายจับสากล ฐานล่อลวงข้ามชาติและบังคับขู่เข็ญ
    .
    พฤติการณ์ใช้การโฆษณาชวนทำงาน หลอกเหยื่อไปต่างประเทศ ยึดพาสปอร์ต บังคับทำงานสแกมเมอร์ และส่งมอบบัญชีธนาคารให้ขบวนการ
    .
    เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักในพัทยา พบผู้ต้องหาชาวจีนซ่อนตัวอยู่กับพวกอีกหลายราย ก่อนควบคุมตัวส่งอัยการสำนักงานต่างประเทศ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002264
    .
    #News1live #News1 #สแกมเมอร์ #แก๊งคอลเซนเตอร์ #อาชญากรรมข้ามชาติ #พัทยา #ทำลายให้สิ้นสภาพ
    ตำรวจไทยร่วมตำรวจเกาหลีใต้ บุกจับสมาชิกแก๊งคอลเซนเตอร์ชาวจีน หลอกนักศึกษาเกาหลีใต้ไปทำงานสแกมเมอร์ ก่อนบังคับขู่เข็ญและทำร้ายจนเสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้าน แล้วหลบหนีเข้ามากบดานในพื้นที่พัทยา . การจับกุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตำรวจสอบสวนกลาง และตำรวจเกาหลีใต้ หลังพบผู้ต้องหาเป็นบุคคลตามหมายจับสากล ฐานล่อลวงข้ามชาติและบังคับขู่เข็ญ . พฤติการณ์ใช้การโฆษณาชวนทำงาน หลอกเหยื่อไปต่างประเทศ ยึดพาสปอร์ต บังคับทำงานสแกมเมอร์ และส่งมอบบัญชีธนาคารให้ขบวนการ . เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักในพัทยา พบผู้ต้องหาชาวจีนซ่อนตัวอยู่กับพวกอีกหลายราย ก่อนควบคุมตัวส่งอัยการสำนักงานต่างประเทศ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002264 . #News1live #News1 #สแกมเมอร์ #แก๊งคอลเซนเตอร์ #อาชญากรรมข้ามชาติ #พัทยา #ทำลายให้สิ้นสภาพ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 58 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 8

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 8
    มาดูทางด้านจีนบ้าง เพราะยุทธศาสตร์รัสเซียจีน แม้จะแยกกัน แต่ก็สอดคล้องและเสริมกัน
    การพุ่งเป็นพลุของจีนทางด้านเศรษฐกิจในศตวรรษใหม่นี้ เป็นเรื่องน่าตกใจของอเมริกา แต่น่าสนใจสำหรับชาวโลก
    ยุทธศาสตร์จีนก็เป็นเรื่องใหม่ ที่ก้าวข้ามเรื่องของอำนาจทางเส้นทางน้ำที่ครอบโลกมาถึง 400 ปี แทนที่จีน จะมุ่งหน้าแต่จะสร้างแสนยานุภาพทางกองทัพเรือเพื่อ มาใช้อำนาจทางทะเล อย่างที่อังกฤษทำ หรือสร้างแสนยานุภาพทางอากาศ อย่างที่อเมริกาทำ จีนกลับใช้ยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายทำนองเดียวกับรัสเซีย
    รัสเซีย สร้างเครือข่ายท่อส่ง จีน สร้างเครือข่ายเส้นทางรถไฟ
    เหมือนเป็นการใช้ทฤษฏีครูแมค มาปรับหาสูตรยุทธศาสตร์ใหม่ แต่กลับทางกับความคิดของตะวันตก จีนกลับวิ่งเข้าไปในผืนแผ่นดิน World Island ไปถึงอาฟริกา เอเซีย และยุโรป มันเป็นการใช้ทฤษฏีภูมิศาสตร์การเมืองพื้นฐาน มาสร้างและเชื่อมชาวผืนแผ่นดินใหญ่ให้ใกล้ชิดกันเข้ามาอีก และทำให้ World Island กลับแข่งแกร่งขึ้นไปอีก
    จีนใช้เวลาเตรียมตัวอยู่หลายสิบปี วางแผนอย่างระมัดระวัง เป็น 2 ขั้นตอน
    ขั้นตอนแรก จีนใช้วิธีเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้า ระหว่างประเทศที่อยู่ใน World Island เข้าด้วยกันด้วยระบบการคมนาคม จีนวางเครือข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจำนวนมาก ควบคู่กับการวางท่อส่งน้ำมันและแก๊ส ยาวตลอดแนวอันกว้างไกลของยูเรเซีย ระหว่างเส้นทางยาว จีนยังต่อเส้นทางรถไฟเข้าไปในเมืองสำคัญต่างๆ ขึ้นไปทางเหนือ ลงไปทางใต้ เหมือนเป็นเครือข่ายก้างปลายักษ์ของเส้นทางรถไฟ
    นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการขนส่งสินค้าทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ รวมทั้งน้ำมัน และแร่ธาตุ ในปริมาณที่สูงมากได้พร้อมกัน ไปทางรถไฟเที่ยวเดียวกัน และข้ามทวีปทางบกได้ มันเป็นเส้นทางที่ยาวประมาณ 7,000 ไมล์ จากยิวูของจีน ถึงมาดริดของสเปน การขนส่งสินค้าครั้งละมากๆ มีทางเลือกแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งเส้นทางเรือแต่อย่างเดียวอีกต่อไป และอำนาจของฝ่ายอยู่เกาะ ก็เริ่มจะเสทือน
    ยุทธศาสตร์รางรถไฟของจีน ทำให้เกิดอำนาจต่อรอง ที่ไม่ได้มาจากอาวุธ อย่างที่อเมริกาก็นึกไม่ถึง เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์สร้างท่อส่งของรัสเซีย และขณะเดียวกัน ดูเหมือนเส้นทางราง กลับเป็นการ “ตัด” การเชื่อมโยงด้านกำลังทหารของอเมริกาไปในขณะเดียวกันด้วย….อย่านึกว่าอา เฮียเก่งแต่การค้า
    ครูแมค เคยเขียนบทความเมื่อปี ค.ศ.1904 ว่า แม้เส้นทางรถไฟรางเดี่ยว ทรานส์ไซบีเรีย ที่มีความยาวประมาณ 5,700 ไมล์ ยาวที่สุดในโลกขณะนั้น ที่วิ่งข้ามไปสุดทวีป จากมอสโคว์ไปวลาดิวอสสต็อก จะไม่แน่นอน และไม่ปลอดภัย แต่ครูแมคเชื่อว่า ต่อไปในไม่ช้า ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของรัสเซีย และมองโกเลีย ที่เต็มไปด้วยพลังงานและแร่ธาตุธรรมชาติมากมายจนประเมินไม่ถูกนั้น จะมีการเชื่อมต่อกันทางการค้า ที่การขนส่งทางเส้นทางเรือ แทบจะทำอะไรไม่ได้
    ครูแมค ประเมินไว้ไม่ผิดเรื่อง แต่อาจจะพลาดเรื่องเวลา เพราะพวกชาวเกาะของครูแมคเองนั่นแหละ เป็นฝ่ายจัดส่งพวกปฏิวัติมาให้รัสเซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1917 และส่งให้จีนในปี ค.ศ.1949 และต่อด้วยสงครามเย็นเสียอีกหลายสิบปี การสร้างเครือข่ายทางบกของ heartland กับพวก เลยมาสายไปหน่อย แต่ก็ “มาแล้ว” และยุทธศาสตร์เก่าๆ ที่ชาวเกาะสร้างขึ้น เพื่อมาใช้ขวางการเชื่อม ระหว่างชาวแผ่นดินใหญ่ก็ดูเหมือนจะใช้ “ยาก” ขึ้นเสียแล้ว
    ในขณะที่กลุ่มชาวเกาะ ยังติดกับอยู่กับนโยบายของตัว ที่แปลงมาจากทฤษฏีของครูแมค ในลักษณะการปิดล้อมและทำลาย โดยสร้างเครือข่ายฐานทัพ กับเครือข่ายผู้ก่อการร้าย แต่อาเฮียแถวปักกิ่ง กลับมองทฤษฏีของครูแมคจากสายตาและความคิดของผู้ที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ว่าเราจะสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อการค้า และสร้างธุรกิจกับพวกอยู่แผ่นดินใหญ่ด้วยกันอย่างไร
    แม้ชาวเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวาอย่างอเมริกา จะสร้างระบบถนนไฮเวย์ระหว่างรัฐมานานแล้วตั้งแต่ช่วงปี คศ 1950 ก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้ กับการวางเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศ แบบก้างปลาของอาเฮีย
    ในช่วงปี 2007 ถึง 2014 เส้นทางรถไฟแบบก้างปลา ของจีนยาว 9,000 ไมล์ ที่วิ่งผ่านข้ามไปมาระหว่างเมือง สามารถบรรทุกผู้โดยสารวันละ 2.5 ล้านคน ด้วยความเร็ว 240 ไมล์ต่อชั่วโมง และเมื่อระบบนี้เสร็จสมบูรณ์ ในปี ค.ศ.2030 ระยะทางรถไฟจะเพิ่มเป็น 16,000 ไมล์ ถึงปลายทางเมืองใหญ่ทั้งหมดของจีน
    หลังจากสร้างระบบรางในบ้านจนเป็นที่พอใจ จีนเริ่มยืดตัวออกไปนอกบ้าน ในปี ค.ศ.2008 รัสเซียและเยอรมันก็จับมือกับจีน เชื่อมต่อรางเส้นทางยูเรเซีย เส้นทางหนึ่งขึ้นเหนือ ไปตามเส้นทางทรานส์ไซบีเรียเดิม อีกเส้นลงใต้ วิ่งตามเส้นทางสายไหมเดิม ผ่านคาซัคสถาน ทั้ง 2 เส้นทางบรรจบกันที่มอสโคว์ จากนั้น วิ่งต่อไปจนถึงแฮมเบอร์ก ของเยอรมัน มันเป็นการเชื่อมยูเรเซียเข้าด้วยกัน
    เส้นทางใต้นั้น รถไฟบรรทุกสินค้า สามารถขนส่งสินค้าระหว่างจีน กับเยอรมัน เช่น สินค้าทางอุตสาหกรรม ส่วนประกอบของรถยนต์ ไปตามเส้นทางยาวประมาณ 6,700 ไมล์ จากเมืองไลปซิกในเยอรมัน ไปถึงเมืองชงชิงของจีน โดยใช้เวลาประมาณ 20 วัน เทียบกับเส้นทางขนส่งสินค้าประเภทเดียวกันทางเรือ ที่ใช้เวลา 35 วัน ประหยัดเวลาไปเกือบครึ่ง มันเป็นการลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย ที่มีความหมายสำหรับคนค้าขาย
    ตอนนี้ จีน คือตลาดใหญ่ของรถเบนซ์กับบีเอ็ม นะครับ เสี่ยตัวจริงทั้งนั้น เยอรมันถึงต้องบริการส่งถึงหน้าบ้าน
    ในปี ค.ศ.2013 Deutsche Bahn AG (การรถไฟเยอรมัน) เตรียมแผนที่จะสร้างอีกเส้นทาง ระหว่างแฮมเบอร์กในเยอรมัน ไป Zhengzhou ซึ่งจะทำให้การขนส่งระหว่างเยอรมันกับจีน ลดลงเหลือแค่ 15 วัน ส่วนคาซัคสถาน ก็จะสร้างเส้นทางจาก ฉ่งชิงไปดุสเบร์กของเยอรมัน ใช้เวลาวิ่ง 15 วันเท่ากัน
    ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2014 จีนประกาศแผนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ที่ยาวที่สุด มูลค่า 230 พันล้านเหรียญ ตามแผนนี้ รถไฟจะใช้เวลาวิ่งระยะทางประมาณ 4,300 ไมล์ ระหว่างปักกิ่งกับ มอสโคว์ เพียงแค่ 2 วัน จะไปหาเพื่อนไม่ต้องใช้เวลานาน
    นอกจากนี้ จีน ได้ตกลงที่จะสร้างเส้นทางเลียบชายฝั่ง ระหว่างจีนกับ ปากีสถาน พร้อมกับมีถนนไฮเวย์ เส้นทางรถไฟ และท่อส่ง ไปกันเป็นแผงยาวเกือบ 2,000 ไมล์ จากคัชการ์ในซินเจียง ที่อยู่สุดทางตะวันตกของจีน เพื่อไปออกท่าเรือ กวาดาร์ที่ปากีสถาน ที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.2007 และจีนไปลงทุนสร้างสาธารณูปโภค พร้อมอาคาร เพิ่มที่ท่าเรือกวาดาร์ ริมทะเลอารเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากอ่าวเปอร์เซียเพียง 370 ไมล์
    ในปี ค.ศ.2011 จีนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลงใต้มาถึงลาว มูลค่า 6.2 พันล้านเหรียญ และมีแผนจะสร้างเส้นทางที่ขนส่งผู้โดยสาร และ สินค้า จากคุนหมิงถึงสิงคโปร์ โดยใช้เวลาเพียง10 ชั่วโมง แผนนี้ ถ้าสำเร็จ จะทำให้ช่องแคบมะละกาไร้ความหมายไปสำหรับหลายประเทศ และคำขู่ที่ส่งเสียงมานาน อาจจะไม่ต่างกับเสียงลมพัดใบตองแห้ง….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    29 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 8 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 8 มาดูทางด้านจีนบ้าง เพราะยุทธศาสตร์รัสเซียจีน แม้จะแยกกัน แต่ก็สอดคล้องและเสริมกัน การพุ่งเป็นพลุของจีนทางด้านเศรษฐกิจในศตวรรษใหม่นี้ เป็นเรื่องน่าตกใจของอเมริกา แต่น่าสนใจสำหรับชาวโลก ยุทธศาสตร์จีนก็เป็นเรื่องใหม่ ที่ก้าวข้ามเรื่องของอำนาจทางเส้นทางน้ำที่ครอบโลกมาถึง 400 ปี แทนที่จีน จะมุ่งหน้าแต่จะสร้างแสนยานุภาพทางกองทัพเรือเพื่อ มาใช้อำนาจทางทะเล อย่างที่อังกฤษทำ หรือสร้างแสนยานุภาพทางอากาศ อย่างที่อเมริกาทำ จีนกลับใช้ยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายทำนองเดียวกับรัสเซีย รัสเซีย สร้างเครือข่ายท่อส่ง จีน สร้างเครือข่ายเส้นทางรถไฟ เหมือนเป็นการใช้ทฤษฏีครูแมค มาปรับหาสูตรยุทธศาสตร์ใหม่ แต่กลับทางกับความคิดของตะวันตก จีนกลับวิ่งเข้าไปในผืนแผ่นดิน World Island ไปถึงอาฟริกา เอเซีย และยุโรป มันเป็นการใช้ทฤษฏีภูมิศาสตร์การเมืองพื้นฐาน มาสร้างและเชื่อมชาวผืนแผ่นดินใหญ่ให้ใกล้ชิดกันเข้ามาอีก และทำให้ World Island กลับแข่งแกร่งขึ้นไปอีก จีนใช้เวลาเตรียมตัวอยู่หลายสิบปี วางแผนอย่างระมัดระวัง เป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก จีนใช้วิธีเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้า ระหว่างประเทศที่อยู่ใน World Island เข้าด้วยกันด้วยระบบการคมนาคม จีนวางเครือข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจำนวนมาก ควบคู่กับการวางท่อส่งน้ำมันและแก๊ส ยาวตลอดแนวอันกว้างไกลของยูเรเซีย ระหว่างเส้นทางยาว จีนยังต่อเส้นทางรถไฟเข้าไปในเมืองสำคัญต่างๆ ขึ้นไปทางเหนือ ลงไปทางใต้ เหมือนเป็นเครือข่ายก้างปลายักษ์ของเส้นทางรถไฟ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการขนส่งสินค้าทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ รวมทั้งน้ำมัน และแร่ธาตุ ในปริมาณที่สูงมากได้พร้อมกัน ไปทางรถไฟเที่ยวเดียวกัน และข้ามทวีปทางบกได้ มันเป็นเส้นทางที่ยาวประมาณ 7,000 ไมล์ จากยิวูของจีน ถึงมาดริดของสเปน การขนส่งสินค้าครั้งละมากๆ มีทางเลือกแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งเส้นทางเรือแต่อย่างเดียวอีกต่อไป และอำนาจของฝ่ายอยู่เกาะ ก็เริ่มจะเสทือน ยุทธศาสตร์รางรถไฟของจีน ทำให้เกิดอำนาจต่อรอง ที่ไม่ได้มาจากอาวุธ อย่างที่อเมริกาก็นึกไม่ถึง เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์สร้างท่อส่งของรัสเซีย และขณะเดียวกัน ดูเหมือนเส้นทางราง กลับเป็นการ “ตัด” การเชื่อมโยงด้านกำลังทหารของอเมริกาไปในขณะเดียวกันด้วย….อย่านึกว่าอา เฮียเก่งแต่การค้า ครูแมค เคยเขียนบทความเมื่อปี ค.ศ.1904 ว่า แม้เส้นทางรถไฟรางเดี่ยว ทรานส์ไซบีเรีย ที่มีความยาวประมาณ 5,700 ไมล์ ยาวที่สุดในโลกขณะนั้น ที่วิ่งข้ามไปสุดทวีป จากมอสโคว์ไปวลาดิวอสสต็อก จะไม่แน่นอน และไม่ปลอดภัย แต่ครูแมคเชื่อว่า ต่อไปในไม่ช้า ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของรัสเซีย และมองโกเลีย ที่เต็มไปด้วยพลังงานและแร่ธาตุธรรมชาติมากมายจนประเมินไม่ถูกนั้น จะมีการเชื่อมต่อกันทางการค้า ที่การขนส่งทางเส้นทางเรือ แทบจะทำอะไรไม่ได้ ครูแมค ประเมินไว้ไม่ผิดเรื่อง แต่อาจจะพลาดเรื่องเวลา เพราะพวกชาวเกาะของครูแมคเองนั่นแหละ เป็นฝ่ายจัดส่งพวกปฏิวัติมาให้รัสเซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1917 และส่งให้จีนในปี ค.ศ.1949 และต่อด้วยสงครามเย็นเสียอีกหลายสิบปี การสร้างเครือข่ายทางบกของ heartland กับพวก เลยมาสายไปหน่อย แต่ก็ “มาแล้ว” และยุทธศาสตร์เก่าๆ ที่ชาวเกาะสร้างขึ้น เพื่อมาใช้ขวางการเชื่อม ระหว่างชาวแผ่นดินใหญ่ก็ดูเหมือนจะใช้ “ยาก” ขึ้นเสียแล้ว ในขณะที่กลุ่มชาวเกาะ ยังติดกับอยู่กับนโยบายของตัว ที่แปลงมาจากทฤษฏีของครูแมค ในลักษณะการปิดล้อมและทำลาย โดยสร้างเครือข่ายฐานทัพ กับเครือข่ายผู้ก่อการร้าย แต่อาเฮียแถวปักกิ่ง กลับมองทฤษฏีของครูแมคจากสายตาและความคิดของผู้ที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ว่าเราจะสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อการค้า และสร้างธุรกิจกับพวกอยู่แผ่นดินใหญ่ด้วยกันอย่างไร แม้ชาวเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวาอย่างอเมริกา จะสร้างระบบถนนไฮเวย์ระหว่างรัฐมานานแล้วตั้งแต่ช่วงปี คศ 1950 ก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้ กับการวางเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศ แบบก้างปลาของอาเฮีย ในช่วงปี 2007 ถึง 2014 เส้นทางรถไฟแบบก้างปลา ของจีนยาว 9,000 ไมล์ ที่วิ่งผ่านข้ามไปมาระหว่างเมือง สามารถบรรทุกผู้โดยสารวันละ 2.5 ล้านคน ด้วยความเร็ว 240 ไมล์ต่อชั่วโมง และเมื่อระบบนี้เสร็จสมบูรณ์ ในปี ค.ศ.2030 ระยะทางรถไฟจะเพิ่มเป็น 16,000 ไมล์ ถึงปลายทางเมืองใหญ่ทั้งหมดของจีน หลังจากสร้างระบบรางในบ้านจนเป็นที่พอใจ จีนเริ่มยืดตัวออกไปนอกบ้าน ในปี ค.ศ.2008 รัสเซียและเยอรมันก็จับมือกับจีน เชื่อมต่อรางเส้นทางยูเรเซีย เส้นทางหนึ่งขึ้นเหนือ ไปตามเส้นทางทรานส์ไซบีเรียเดิม อีกเส้นลงใต้ วิ่งตามเส้นทางสายไหมเดิม ผ่านคาซัคสถาน ทั้ง 2 เส้นทางบรรจบกันที่มอสโคว์ จากนั้น วิ่งต่อไปจนถึงแฮมเบอร์ก ของเยอรมัน มันเป็นการเชื่อมยูเรเซียเข้าด้วยกัน เส้นทางใต้นั้น รถไฟบรรทุกสินค้า สามารถขนส่งสินค้าระหว่างจีน กับเยอรมัน เช่น สินค้าทางอุตสาหกรรม ส่วนประกอบของรถยนต์ ไปตามเส้นทางยาวประมาณ 6,700 ไมล์ จากเมืองไลปซิกในเยอรมัน ไปถึงเมืองชงชิงของจีน โดยใช้เวลาประมาณ 20 วัน เทียบกับเส้นทางขนส่งสินค้าประเภทเดียวกันทางเรือ ที่ใช้เวลา 35 วัน ประหยัดเวลาไปเกือบครึ่ง มันเป็นการลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย ที่มีความหมายสำหรับคนค้าขาย ตอนนี้ จีน คือตลาดใหญ่ของรถเบนซ์กับบีเอ็ม นะครับ เสี่ยตัวจริงทั้งนั้น เยอรมันถึงต้องบริการส่งถึงหน้าบ้าน ในปี ค.ศ.2013 Deutsche Bahn AG (การรถไฟเยอรมัน) เตรียมแผนที่จะสร้างอีกเส้นทาง ระหว่างแฮมเบอร์กในเยอรมัน ไป Zhengzhou ซึ่งจะทำให้การขนส่งระหว่างเยอรมันกับจีน ลดลงเหลือแค่ 15 วัน ส่วนคาซัคสถาน ก็จะสร้างเส้นทางจาก ฉ่งชิงไปดุสเบร์กของเยอรมัน ใช้เวลาวิ่ง 15 วันเท่ากัน ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2014 จีนประกาศแผนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ที่ยาวที่สุด มูลค่า 230 พันล้านเหรียญ ตามแผนนี้ รถไฟจะใช้เวลาวิ่งระยะทางประมาณ 4,300 ไมล์ ระหว่างปักกิ่งกับ มอสโคว์ เพียงแค่ 2 วัน จะไปหาเพื่อนไม่ต้องใช้เวลานาน นอกจากนี้ จีน ได้ตกลงที่จะสร้างเส้นทางเลียบชายฝั่ง ระหว่างจีนกับ ปากีสถาน พร้อมกับมีถนนไฮเวย์ เส้นทางรถไฟ และท่อส่ง ไปกันเป็นแผงยาวเกือบ 2,000 ไมล์ จากคัชการ์ในซินเจียง ที่อยู่สุดทางตะวันตกของจีน เพื่อไปออกท่าเรือ กวาดาร์ที่ปากีสถาน ที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.2007 และจีนไปลงทุนสร้างสาธารณูปโภค พร้อมอาคาร เพิ่มที่ท่าเรือกวาดาร์ ริมทะเลอารเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากอ่าวเปอร์เซียเพียง 370 ไมล์ ในปี ค.ศ.2011 จีนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลงใต้มาถึงลาว มูลค่า 6.2 พันล้านเหรียญ และมีแผนจะสร้างเส้นทางที่ขนส่งผู้โดยสาร และ สินค้า จากคุนหมิงถึงสิงคโปร์ โดยใช้เวลาเพียง10 ชั่วโมง แผนนี้ ถ้าสำเร็จ จะทำให้ช่องแคบมะละกาไร้ความหมายไปสำหรับหลายประเทศ และคำขู่ที่ส่งเสียงมานาน อาจจะไม่ต่างกับเสียงลมพัดใบตองแห้ง…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 29 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 79 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 7

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 7
    ยุทธศาสตร์ ใช้เครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัสเซีย ที่ไม่ต้องใช้อาวุธไปทำลายบ้านเมือง หรือทำร้ายชีวิตใคร แถมขายแก๊สได้ตังค์อีกด้วย กลับทำให้รัสเซียมีอำนาจต่อรองกับฝ่ายอียูอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะทำให้ชาวยุโรปเริ่มพึ่งแก๊สรัสเซียมากขึ้นทุกวัน วิธีการแบบนี้ ทำให้อเมริการับไม่ได้ หูเย็นหางตกหมด และเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียจึงต้องโดนสกัด และเป็นการสกัด อย่างรุนแรง มากขึ้นเรื่อยๆ ในบริเวณที่เครือข่ายท่อส่ง ขยายตัวไปยังจุดยุทธศาสตร์ ที่สำคัญของทั้ง 2 ฝ่าย
    อเมริกา เริ่มจัดรายการสกัดเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียมาตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.2000 แล้ว ตั้งแต่รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งใหม่ๆ แต่มันไม่ใช่เรื่องจะสกัดกันง่ายๆ รัสเซียส่งแก๊สถึงหน้าบ้านชาวยุโรป อยู่ๆอเมริกาออกอาการน้ำลายฟูมปาก จะให้ปิดท่อแก๊ส ชาวยุโรปคงไม่เอาด้วยง่ายๆ อย่างงั้นมันก็ต้องสร้างฉาก สร้างภาพว่า รัสเซียมีแผนชั่ว เป็นตัวเลว เชื่อถือไม่ได้เสียก่อน อเมริกาจึงใช้วิธีอย่างเคยๆ ยุแยงชาวยูเครน ซึ่งครึ่งหนึ่งก็ฝักฝ่ายทางรัสเซียและรัสเซียก็ช่วยเหลือ ด้วยการส่งแก๊สให้ยูเครนในราคาต่ำกว่าราคาตลาดด้วย แบบนี้รัสเซียชั่วมากใช่ไหม
    อเมริกาส่งทีมคุณนายนูแลนด์ เหยี่ยวกระหายเลือดตัวเมีย ที่ส่งลูกฟักให้อียู เมื่อตอนที่อียูก็คิดจะเข้ามายุ่งในยูเครนเหมือนกัน คุณนายลูกฟัก ส่งทีมเข้าไปในยูเครนตั้งแต่ก่อน ค.ศ.2006 เพื่อเข้าไปปั่นหัวให้ยูเครนเกิดความวุ่นวาย ในที่สุดก็ลามเป็นการปฏิวัติในยูเครน จนรัฐบาลยูเครนที่เป็นมิตรกับรัสเซียอยู่ไม่ได้ และอเมริกาก็เอาคนที่อเมริกาสั่งได้มาคุมยูเครน และยูเครนก็เริ่มมีเรื่องทะเลาะกับรัสเซียตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
    นับว่าฝีมือสร้างการป่วนของคุณนายลูกฟักนี่ชั้นเซียน ตอนนี้คุณนายก็ยังป้วนเปี้ยนเข้าออกอยู่แถวนั้น ตั้งแต่ต้นปี จนถึงตอนนี้ยังไม่หยุด แบบนี้อีกไม่นาน ก็คงมีข่าวแถวนั้นให้เราได้ตื่นเต้นกัน
    ขณะเดียวกัน อเมริกาก็เตรียมการที่จะเข้าไปแถวบริเวณท้องน้อยของรัสเซีย คือ เอเซียกลาง และคอเคซัส เพื่อชักชวน (หรือข่มขู่) ให้อดีตสมาชิกโซเวียตมาร่วมสร้างท่อส่งกับอเมริกาแทน เพื่อให้พวกประเทศที่อยู่แถวท้องน้อยเลิกผูกติดกับรัสเซีย จริงๆ ความมุ่งหมายของอเมริกาคือ คิดจะไปปล้นพลังงานของพวกท้องน้อย ก่อนคุณพี่ปูตินจะชวนให้พวกท้องน้อยเอามาขาย ผ่านท่อส่งของรัสเซียเสียหมด แล้วอเมริกากับพวกก็จะอดแดก (รัสเซียแค่เป็นตัวกลางเจ้าของท่อ แต่ไม่ได้เอาพลังงานของเพื่อนและพวกมาเป็นของตัว) ถ้าอเมริกาทำได้ มันก็จะเป็นการได้ทั้งของ ได้ทั้งเย้ยหยันรัสเซียไปด้วย
    ท่อส่งรายการแรกของอเมริกาทำสำเร็จในปี ค.ศ.2005 ระยะทางยาว 1 พันไมล์จากบากู อาเซอร์ไบจัน มาออกที่เมดิเตอร์เรเนียน แต่มันเป็นท่อส่งน้ำมัน เพราะอาเซอร์ไบจัน ที่อเมริกาส่งลูกกระเป๋งไปสร้างปฏิวัติขู่ประธานาธิบดีให้ร่วมรายการ ขายให้แต่น้ำมัน เอาดีว่ะ อย่างน้อยก็ได้เข้าไปล้วงท้องน้อยรัสเซียได้ครั้งนึงแล้ว อเมริกาตีปี๊บ โหมรายการการท่อส่งน้ำมัน Baku Tbilisi Ceyhan (BTC) ที่กลุ่มคาวบอยบุชกับ BP ของอังกฤษจับมือกันเล่น
    อ่านมาถึงตอนนี้ คงเข้าใจกันแล้วนะครับว่า เขาตั้ง หอการค้าอาเซอร์ไบจัน อเมริกา กันทำไม ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 นู่น
    ส่วนท่อส่งแก๊สของฝ่ายอเมริกา ที่มาตั้งชื่อภายหลัง และเป็นเรื่องโด่งดังมาก คือ Nabucco ต้องรอหน่อย เพราะอาเซอร์ไบจันบอกไม่ขายแก๊สให้ ขายน้ำมันอย่างเดียวก็ (เสียวรัสเซีย) พอแล้ว ไปเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถานแล้วกัน แผนของท่อส่ง Nabucco เลยต้องเปลี่ยนเป็นเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถาน ไปออกที่ตุรกี และส่งต่อไปขายในยุโรป
    อเมริการอเก้ออยู่นาน กว่าจะรู้ว่า เติร์กเมนไม่ยอมขายแก๊สให้ ไม่ว่าส่งทางท่อไหน เพราะไม่อยากเสี่ยงมีเรื่องกับรัสเซีย ไม่คุ้มว่ะ คุณเติร์กเมนบอก
    อเมริกาหน้าแหกไป 2 รอบ จะแหกอีกรอบคงไม่ไหวมั๊ง เป็นท้องน้อย แต่ทำไมเนื้อเหนียวจัง เคี้ยวยากฉิบหาย เลยเปลี่ยนเส้นทาง กลับไปแถวบากูถิ่นเก่า ยังไงก็ต้องสร้างท่อส่งแก๊สไปทางยุโรปให้ได้ เสียหน้าเว้ย
    ระหว่างที่อเมริกาพยายามหาทางเคี้ยวท้องน้อยรัสเซีย รัสเซียก็เดินหน้าเข้าไปในยุโรปต่อ และคราวนี้ รัสเซียหยิบชิ้นปลามัน เจาะเข้าไปที่หัวแถว คือเยอรมัน
    ปี ค.ศ.2005 รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งเส้นทาง Nord Stream หรือเส้นทางรอดใต้ทะเลบอลติกตรงไปที่เยอรมัน ปัจจุบัน Nord Stream มีสัญญาส่งแก๊ส ให้กับเยอรมัน อิตาลี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และแม้กระทั่งอังกฤษ ชาวเกาะใหญ่ก็ยังต้องการแก๊สจากประเทศที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ….แบบนี้ครูแมคแทบจะฟื้นขึ้นมาด่า…
    รายการ Nord Stream ทำให้อเมริกาควันออกหู รีบเร่งเครื่องเรื่องยูเครน ซึ่งเป็นสถานีส่งแก๊สรัสเซียมายุโรป ใหญ่ที่สุดขณะนั้น เรื่องยูเครน จะได้ช่วยลดอำนาจต่อรองระหว่างรัสเซียกับยุโรปลงไป นอกจากยูเครนที่ออกมาคัดค้านหัวชนฝา เส้นทาง Nord Stream แล้ว อีกประเทศ คือ โปแลนด์ ก็ออกมาค้านกับเขาด้วยเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีได้มีเสียอะไรกับเขาด้วย แบบนี้ต่อไปน่าจะได้รับบท… ที่ค่าตัวแพง
    จาก Nord Stream ทำให้รัสเซียได้ยุโรปบน หรือ ยุโรปเหนืออยู่ในกระเป๋า เส้นทางท่อส่งต่อไปของรัสเซียคือ ยุโรปใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางใกล้เคียงกับ Nabucco ของฝ่ายอเมริกา มันเหมือนเป็นรายการเกทับกัน
    ปี ค.ศ.2007 Gazprom ของรัสเซีย จับมือกับ ENI ของอิตาลี ลงทุนกันฝ่ายละครึ่ง เพื่อสร้างท่อส่งยุโรปใต้ South Stream Pipeline โดย ENI จะเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารท่อส่งยาว 550 ไมล์ ส่วนที่วิ่งลอดใต้ทะเลดำมาโผล่ที่บุลกาเรีย และแยกออกไป 2 ทาง ทางหนึ่งขึ้นเหนือไปโรมาเนีย ฮังการี เช็คโก และออสเตรีย อีกทางหนึ่งลงใต้ มาที่อิตาลี
    ลูกค้า South Stream งอกขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อขอเชื่อมท่อ เริ่มจาก โครเอเซีย ตามมาด้วยเซิร์บ บอสเนีย กรีซ และสโลวีเนีย มาสามัคคีร่วมท่อส่งกันหมด
    มันเป็นเส้นทางท่อส่งใกล้เคียงกันกับ Nabucco ลูกค้าก็รายเดียวกัน แบบนี้หมายความว่ายังไง หมายความว่า ใครแน่กว่า ก็ได้ไปนะซิ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีท่อส่ง 2 ท่อ วิ่งคู่กันไปขายที่เดียวกัน แต่ไม่ใช่เจ้าของเดียวกัน แบบนั้นมันก็คงเจ๊งทั้งคู่
    แต่เส้นทางท่อส่ง Nabucco น่าจะเจ๊งก่อน เพราะยังหาคนส่งแก๊สให้ไม่ได้ อ้าว ฉิบหายอีกแล้ว วิ่งสร้าง วิ่งขาย แต่ไม่มีแก๊สส่ง อย่างนี้ก็หน้าแหก เป็นครั้งที่ 3 ส่วนเส้นทาง South Stream ทุกอย่างพร้อมแล้ว เงินทุน คนสร้าง คนซื้อ และแก๊ส ที่จะส่งก็มาจากแหล่งแก๊สของรัสเซียเอง มันเห็นๆอยู่แล้วว่า South Stream น่าจะแซงผ่าน Nabucco อย่างสบาย สบาย
    หลังจากผู้ร่วมลงทุนทุกฝ่ายของ South Stream ลงนามในสัญญาร่วมทุนกันรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.2012 วันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.2012 ผู้ร่วมลงทุนกับรัสเซีย ก็ทำพิธีตอกเสาเอก เริ่มการก่อสร้างท่อระยะแรก ที่สถานีแก๊ส Russakaya ทางใต้ของรัสเซีย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
    ถึงเดือนเมษายน ค.ศ.2013 อาเซอร์ไบจัน ที่ฝ่ายตะวันตกมัดมือไว้ว่าจะต้องเป็นผู้ส่งแก๊สให้ Nabucco ก็ออกมาประกาศว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ส่งแก๊สให้ได้
    Nabucco ก็เลยจอดยับ ท่อกองอยู่ข้างถนน
    แบบนี้ South Stream ก็น่าจะไปโลด
    แต่คงโลดเกินไป วันที่ 17 เมษายน ค.ศ.2014 สภาของอียู ก็มีมติไม่เห็นด้วยกับการที่สมาชิกอียูจะใช้ท่อส่งของ Gazprom เนื่องจากจะเป็นการขัดต่อกฏของอียู ที่กำหนดว่า ท่อส่งกับแก๊ส ควรจะแยกการเป็นเจ้าของ ไม่เช่นนั้นจะเกิดกรณีเช่นยูเครน เมื่อไหร่ก็ได้ที่รัสเซียอยากปิดท่อ คนยุโรปก็จะหนาวตาย ไม่กลัวหรือไง
    ยุทธศาสตร์สร้าง ดูเหมือนจะแพ้ยุทธศาสตร์ทำลาย
    รัสเซียยื่นคำร้องคัดค้านมติของอียู ต่อ WTO ทันทีในเดือนเมษานั้นเอง ว่า กฏของอียูออกมาใช้บังคับ เมื่อปี ค.ศ.2009 แต่รัสเซียตกลงกับผู้ร่วมลงทุน ตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 เป็นการนำกฏใหม่มาบังคับใช้ย้อนหลัง การค้าเสรีเขาทำกันอย่างนี้หรือ….
    แต่ระหว่างที่รัสเซียกำลังต่อสู้ทางข้อกฏหมายกับอียู ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 บุลกาเรีย ว่าที่เจ้าของสถานี ที่แก๊สจะไปโผล่ และน่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด ก็ถูกบีบจนหน้าเขียว ให้ออกมาประกาศว่า บุลกาเรียหยุดการก่อสร้างท่อส่งชั่วคราวในส่วนของ
    บุลกาเรียแล้วคร้าบ เพราะอียูบีบแล้วบีบอีก จนเขียวเกือบดำ สำทับว่า บุลกาเรียกำลังทำผิดกฏในการเป็นสมาชิกของอียู ฮู้ย….อียู นี่มัน พรมเช็ด… ของอเมริกาจริงๆ
    รัสเซียยังโต้แย้งไปมากับอียูต่ออีกหลายเดือน แต่ในที่สุด เส้นทางท่อส่ง South Stream ที่มีกำหนดจะเสร็จภายในปี ค.ศ.2016 มีประเทศในยุโรปที่จะได้ใช้แก๊สจากท่อส่งนี้กว่า 10 ประเทศ ก็จบลงเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ.2014 เมื่อคุณพี่ปูติน ประกาศที่ตุรกี ระหว่างที่คุณพี่ไปพบประธานาธิบดีตุรกีว่า “ฝ่ายตะวันตกชนะ” เส้นทางท่อส่ง South Stream จบแล้ว แต่ท่อส่งของรัสเซียยังไม่จบ คราวนี้ รัสเซียเปลี่ยนสถานีปากทางออกมาที่ตุรกี….
    และนั่น เป็นการเดินหมากของรัสเซีย ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    28 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 7 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 7 ยุทธศาสตร์ ใช้เครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัสเซีย ที่ไม่ต้องใช้อาวุธไปทำลายบ้านเมือง หรือทำร้ายชีวิตใคร แถมขายแก๊สได้ตังค์อีกด้วย กลับทำให้รัสเซียมีอำนาจต่อรองกับฝ่ายอียูอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะทำให้ชาวยุโรปเริ่มพึ่งแก๊สรัสเซียมากขึ้นทุกวัน วิธีการแบบนี้ ทำให้อเมริการับไม่ได้ หูเย็นหางตกหมด และเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียจึงต้องโดนสกัด และเป็นการสกัด อย่างรุนแรง มากขึ้นเรื่อยๆ ในบริเวณที่เครือข่ายท่อส่ง ขยายตัวไปยังจุดยุทธศาสตร์ ที่สำคัญของทั้ง 2 ฝ่าย อเมริกา เริ่มจัดรายการสกัดเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียมาตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.2000 แล้ว ตั้งแต่รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งใหม่ๆ แต่มันไม่ใช่เรื่องจะสกัดกันง่ายๆ รัสเซียส่งแก๊สถึงหน้าบ้านชาวยุโรป อยู่ๆอเมริกาออกอาการน้ำลายฟูมปาก จะให้ปิดท่อแก๊ส ชาวยุโรปคงไม่เอาด้วยง่ายๆ อย่างงั้นมันก็ต้องสร้างฉาก สร้างภาพว่า รัสเซียมีแผนชั่ว เป็นตัวเลว เชื่อถือไม่ได้เสียก่อน อเมริกาจึงใช้วิธีอย่างเคยๆ ยุแยงชาวยูเครน ซึ่งครึ่งหนึ่งก็ฝักฝ่ายทางรัสเซียและรัสเซียก็ช่วยเหลือ ด้วยการส่งแก๊สให้ยูเครนในราคาต่ำกว่าราคาตลาดด้วย แบบนี้รัสเซียชั่วมากใช่ไหม อเมริกาส่งทีมคุณนายนูแลนด์ เหยี่ยวกระหายเลือดตัวเมีย ที่ส่งลูกฟักให้อียู เมื่อตอนที่อียูก็คิดจะเข้ามายุ่งในยูเครนเหมือนกัน คุณนายลูกฟัก ส่งทีมเข้าไปในยูเครนตั้งแต่ก่อน ค.ศ.2006 เพื่อเข้าไปปั่นหัวให้ยูเครนเกิดความวุ่นวาย ในที่สุดก็ลามเป็นการปฏิวัติในยูเครน จนรัฐบาลยูเครนที่เป็นมิตรกับรัสเซียอยู่ไม่ได้ และอเมริกาก็เอาคนที่อเมริกาสั่งได้มาคุมยูเครน และยูเครนก็เริ่มมีเรื่องทะเลาะกับรัสเซียตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นับว่าฝีมือสร้างการป่วนของคุณนายลูกฟักนี่ชั้นเซียน ตอนนี้คุณนายก็ยังป้วนเปี้ยนเข้าออกอยู่แถวนั้น ตั้งแต่ต้นปี จนถึงตอนนี้ยังไม่หยุด แบบนี้อีกไม่นาน ก็คงมีข่าวแถวนั้นให้เราได้ตื่นเต้นกัน ขณะเดียวกัน อเมริกาก็เตรียมการที่จะเข้าไปแถวบริเวณท้องน้อยของรัสเซีย คือ เอเซียกลาง และคอเคซัส เพื่อชักชวน (หรือข่มขู่) ให้อดีตสมาชิกโซเวียตมาร่วมสร้างท่อส่งกับอเมริกาแทน เพื่อให้พวกประเทศที่อยู่แถวท้องน้อยเลิกผูกติดกับรัสเซีย จริงๆ ความมุ่งหมายของอเมริกาคือ คิดจะไปปล้นพลังงานของพวกท้องน้อย ก่อนคุณพี่ปูตินจะชวนให้พวกท้องน้อยเอามาขาย ผ่านท่อส่งของรัสเซียเสียหมด แล้วอเมริกากับพวกก็จะอดแดก (รัสเซียแค่เป็นตัวกลางเจ้าของท่อ แต่ไม่ได้เอาพลังงานของเพื่อนและพวกมาเป็นของตัว) ถ้าอเมริกาทำได้ มันก็จะเป็นการได้ทั้งของ ได้ทั้งเย้ยหยันรัสเซียไปด้วย ท่อส่งรายการแรกของอเมริกาทำสำเร็จในปี ค.ศ.2005 ระยะทางยาว 1 พันไมล์จากบากู อาเซอร์ไบจัน มาออกที่เมดิเตอร์เรเนียน แต่มันเป็นท่อส่งน้ำมัน เพราะอาเซอร์ไบจัน ที่อเมริกาส่งลูกกระเป๋งไปสร้างปฏิวัติขู่ประธานาธิบดีให้ร่วมรายการ ขายให้แต่น้ำมัน เอาดีว่ะ อย่างน้อยก็ได้เข้าไปล้วงท้องน้อยรัสเซียได้ครั้งนึงแล้ว อเมริกาตีปี๊บ โหมรายการการท่อส่งน้ำมัน Baku Tbilisi Ceyhan (BTC) ที่กลุ่มคาวบอยบุชกับ BP ของอังกฤษจับมือกันเล่น อ่านมาถึงตอนนี้ คงเข้าใจกันแล้วนะครับว่า เขาตั้ง หอการค้าอาเซอร์ไบจัน อเมริกา กันทำไม ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 นู่น ส่วนท่อส่งแก๊สของฝ่ายอเมริกา ที่มาตั้งชื่อภายหลัง และเป็นเรื่องโด่งดังมาก คือ Nabucco ต้องรอหน่อย เพราะอาเซอร์ไบจันบอกไม่ขายแก๊สให้ ขายน้ำมันอย่างเดียวก็ (เสียวรัสเซีย) พอแล้ว ไปเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถานแล้วกัน แผนของท่อส่ง Nabucco เลยต้องเปลี่ยนเป็นเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถาน ไปออกที่ตุรกี และส่งต่อไปขายในยุโรป อเมริการอเก้ออยู่นาน กว่าจะรู้ว่า เติร์กเมนไม่ยอมขายแก๊สให้ ไม่ว่าส่งทางท่อไหน เพราะไม่อยากเสี่ยงมีเรื่องกับรัสเซีย ไม่คุ้มว่ะ คุณเติร์กเมนบอก อเมริกาหน้าแหกไป 2 รอบ จะแหกอีกรอบคงไม่ไหวมั๊ง เป็นท้องน้อย แต่ทำไมเนื้อเหนียวจัง เคี้ยวยากฉิบหาย เลยเปลี่ยนเส้นทาง กลับไปแถวบากูถิ่นเก่า ยังไงก็ต้องสร้างท่อส่งแก๊สไปทางยุโรปให้ได้ เสียหน้าเว้ย ระหว่างที่อเมริกาพยายามหาทางเคี้ยวท้องน้อยรัสเซีย รัสเซียก็เดินหน้าเข้าไปในยุโรปต่อ และคราวนี้ รัสเซียหยิบชิ้นปลามัน เจาะเข้าไปที่หัวแถว คือเยอรมัน ปี ค.ศ.2005 รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งเส้นทาง Nord Stream หรือเส้นทางรอดใต้ทะเลบอลติกตรงไปที่เยอรมัน ปัจจุบัน Nord Stream มีสัญญาส่งแก๊ส ให้กับเยอรมัน อิตาลี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และแม้กระทั่งอังกฤษ ชาวเกาะใหญ่ก็ยังต้องการแก๊สจากประเทศที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ….แบบนี้ครูแมคแทบจะฟื้นขึ้นมาด่า… รายการ Nord Stream ทำให้อเมริกาควันออกหู รีบเร่งเครื่องเรื่องยูเครน ซึ่งเป็นสถานีส่งแก๊สรัสเซียมายุโรป ใหญ่ที่สุดขณะนั้น เรื่องยูเครน จะได้ช่วยลดอำนาจต่อรองระหว่างรัสเซียกับยุโรปลงไป นอกจากยูเครนที่ออกมาคัดค้านหัวชนฝา เส้นทาง Nord Stream แล้ว อีกประเทศ คือ โปแลนด์ ก็ออกมาค้านกับเขาด้วยเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีได้มีเสียอะไรกับเขาด้วย แบบนี้ต่อไปน่าจะได้รับบท… ที่ค่าตัวแพง จาก Nord Stream ทำให้รัสเซียได้ยุโรปบน หรือ ยุโรปเหนืออยู่ในกระเป๋า เส้นทางท่อส่งต่อไปของรัสเซียคือ ยุโรปใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางใกล้เคียงกับ Nabucco ของฝ่ายอเมริกา มันเหมือนเป็นรายการเกทับกัน ปี ค.ศ.2007 Gazprom ของรัสเซีย จับมือกับ ENI ของอิตาลี ลงทุนกันฝ่ายละครึ่ง เพื่อสร้างท่อส่งยุโรปใต้ South Stream Pipeline โดย ENI จะเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารท่อส่งยาว 550 ไมล์ ส่วนที่วิ่งลอดใต้ทะเลดำมาโผล่ที่บุลกาเรีย และแยกออกไป 2 ทาง ทางหนึ่งขึ้นเหนือไปโรมาเนีย ฮังการี เช็คโก และออสเตรีย อีกทางหนึ่งลงใต้ มาที่อิตาลี ลูกค้า South Stream งอกขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อขอเชื่อมท่อ เริ่มจาก โครเอเซีย ตามมาด้วยเซิร์บ บอสเนีย กรีซ และสโลวีเนีย มาสามัคคีร่วมท่อส่งกันหมด มันเป็นเส้นทางท่อส่งใกล้เคียงกันกับ Nabucco ลูกค้าก็รายเดียวกัน แบบนี้หมายความว่ายังไง หมายความว่า ใครแน่กว่า ก็ได้ไปนะซิ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีท่อส่ง 2 ท่อ วิ่งคู่กันไปขายที่เดียวกัน แต่ไม่ใช่เจ้าของเดียวกัน แบบนั้นมันก็คงเจ๊งทั้งคู่ แต่เส้นทางท่อส่ง Nabucco น่าจะเจ๊งก่อน เพราะยังหาคนส่งแก๊สให้ไม่ได้ อ้าว ฉิบหายอีกแล้ว วิ่งสร้าง วิ่งขาย แต่ไม่มีแก๊สส่ง อย่างนี้ก็หน้าแหก เป็นครั้งที่ 3 ส่วนเส้นทาง South Stream ทุกอย่างพร้อมแล้ว เงินทุน คนสร้าง คนซื้อ และแก๊ส ที่จะส่งก็มาจากแหล่งแก๊สของรัสเซียเอง มันเห็นๆอยู่แล้วว่า South Stream น่าจะแซงผ่าน Nabucco อย่างสบาย สบาย หลังจากผู้ร่วมลงทุนทุกฝ่ายของ South Stream ลงนามในสัญญาร่วมทุนกันรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.2012 วันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.2012 ผู้ร่วมลงทุนกับรัสเซีย ก็ทำพิธีตอกเสาเอก เริ่มการก่อสร้างท่อระยะแรก ที่สถานีแก๊ส Russakaya ทางใต้ของรัสเซีย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ถึงเดือนเมษายน ค.ศ.2013 อาเซอร์ไบจัน ที่ฝ่ายตะวันตกมัดมือไว้ว่าจะต้องเป็นผู้ส่งแก๊สให้ Nabucco ก็ออกมาประกาศว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ส่งแก๊สให้ได้ Nabucco ก็เลยจอดยับ ท่อกองอยู่ข้างถนน แบบนี้ South Stream ก็น่าจะไปโลด แต่คงโลดเกินไป วันที่ 17 เมษายน ค.ศ.2014 สภาของอียู ก็มีมติไม่เห็นด้วยกับการที่สมาชิกอียูจะใช้ท่อส่งของ Gazprom เนื่องจากจะเป็นการขัดต่อกฏของอียู ที่กำหนดว่า ท่อส่งกับแก๊ส ควรจะแยกการเป็นเจ้าของ ไม่เช่นนั้นจะเกิดกรณีเช่นยูเครน เมื่อไหร่ก็ได้ที่รัสเซียอยากปิดท่อ คนยุโรปก็จะหนาวตาย ไม่กลัวหรือไง ยุทธศาสตร์สร้าง ดูเหมือนจะแพ้ยุทธศาสตร์ทำลาย รัสเซียยื่นคำร้องคัดค้านมติของอียู ต่อ WTO ทันทีในเดือนเมษานั้นเอง ว่า กฏของอียูออกมาใช้บังคับ เมื่อปี ค.ศ.2009 แต่รัสเซียตกลงกับผู้ร่วมลงทุน ตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 เป็นการนำกฏใหม่มาบังคับใช้ย้อนหลัง การค้าเสรีเขาทำกันอย่างนี้หรือ…. แต่ระหว่างที่รัสเซียกำลังต่อสู้ทางข้อกฏหมายกับอียู ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 บุลกาเรีย ว่าที่เจ้าของสถานี ที่แก๊สจะไปโผล่ และน่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด ก็ถูกบีบจนหน้าเขียว ให้ออกมาประกาศว่า บุลกาเรียหยุดการก่อสร้างท่อส่งชั่วคราวในส่วนของ บุลกาเรียแล้วคร้าบ เพราะอียูบีบแล้วบีบอีก จนเขียวเกือบดำ สำทับว่า บุลกาเรียกำลังทำผิดกฏในการเป็นสมาชิกของอียู ฮู้ย….อียู นี่มัน พรมเช็ด… ของอเมริกาจริงๆ รัสเซียยังโต้แย้งไปมากับอียูต่ออีกหลายเดือน แต่ในที่สุด เส้นทางท่อส่ง South Stream ที่มีกำหนดจะเสร็จภายในปี ค.ศ.2016 มีประเทศในยุโรปที่จะได้ใช้แก๊สจากท่อส่งนี้กว่า 10 ประเทศ ก็จบลงเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ.2014 เมื่อคุณพี่ปูติน ประกาศที่ตุรกี ระหว่างที่คุณพี่ไปพบประธานาธิบดีตุรกีว่า “ฝ่ายตะวันตกชนะ” เส้นทางท่อส่ง South Stream จบแล้ว แต่ท่อส่งของรัสเซียยังไม่จบ คราวนี้ รัสเซียเปลี่ยนสถานีปากทางออกมาที่ตุรกี…. และนั่น เป็นการเดินหมากของรัสเซีย ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 28 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 72 มุมมอง 0 รีวิว
  • ดาวเบเทลจุสไม่ได้อยู่ลำพัง—งานวิจัย 8 ปีเผยมี “ดาวคู่” โคจรซ่อนอยู่จริง

    จากข้อมูลในลิงก์ที่คุณให้มา นักดาราศาสตร์ยืนยันแล้วว่า Betelgeuse ดาวยักษ์แดงยักษ์ใหญ่ที่สว่างที่สุดดวงหนึ่งในท้องฟ้า มีดาวบริวารชื่อ “Siwarha” โคจรรอบอยู่ และทิ้งร่องรอยเป็น “wake” หรือทางผ่านของก๊าซที่ตรวจจับได้ชัดเจนจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง

    หัวข้อข่าว: “8 ปีแห่งการเฝ้าสังเกตเผยดาวคู่ลึกลับของ Betelgeuse”
    การค้นพบครั้งนี้เกิดจากการรวบรวมข้อมูลกว่า 8 ปีจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง รวมถึง Hubble Space Telescope ซึ่งช่วยยืนยันว่าความแปรผันของแสง Betelgeuse ไม่ได้เกิดจากการเต้นของดาวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผลกระทบของดาวบริวารที่เคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศอันบวมพองของมันด้วย การเคลื่อนที่ของ Siwarha ทำให้เกิด “รอยตื่น” ของก๊าซหนาแน่นที่ตรวจจับได้ในสเปกตรัมของแสง โดยเฉพาะในช่วงรังสีอัลตราไวโอเลตของธาตุเหล็กไอออน

    นักวิจัยอธิบายว่าปรากฏการณ์นี้คล้ายกับ “เรือแล่นผ่านน้ำ” ที่ทิ้งคลื่นไว้ด้านหลัง เมื่อ Siwarha เคลื่อนผ่านด้านหน้าของ Betelgeuse จะเกิดยอดสัญญาณของแสงเหล็กที่สูงขึ้น แต่เมื่อมันเคลื่อนผ่านด้านหลัง หางก๊าซของมันจะดูดกลืนแสงบางส่วน ทำให้ยอดสัญญาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด วงโคจรหนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน หรือราว 5.77 ปี

    การยืนยันดาวคู่ครั้งนี้ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงได้ดีขึ้น รวมถึงกระบวนการปลดปล่อยมวลและการเปลี่ยนแปลงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา ซึ่ง Betelgeuse เป็นหนึ่งในดาวที่ถูกจับตามองมากที่สุดว่าจะระเบิดในอนาคตอันใกล้หรือไม่ แม้จะยังไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ก็ตาม

    ปัจจุบัน Siwarha ได้เคลื่อนกลับไปอยู่ด้านหลัง Betelgeuse และจะไม่ปรากฏให้ตรวจจับได้อีกจนถึง สิงหาคม 2027 ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกเตรียมเฝ้าดูอีกครั้ง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การค้นพบหลักจากงานวิจัย
    ยืนยันการมีอยู่ของดาวบริวาร “Siwarha” โคจรรอบ Betelgeuse
    ตรวจพบ “wake” หรือรอยทางก๊าซที่เกิดจากการเคลื่อนผ่านของดาวคู่
    วงโคจรของ Siwarha ใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน (5.77 ปี)

    ความสำคัญทางดาราศาสตร์
    ช่วยอธิบายความแปรผันของแสง Betelgeuse ที่เคยเป็นปริศนามานาน
    เปิดมุมมองใหม่ต่อวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา
    ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการปลดปล่อยมวลและโครงสร้างชั้นบรรยากาศของดาว

    ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ
    ยังต้องศึกษาว่าดาวคู่ส่งผลต่อการระเบิดซูเปอร์โนวาในอนาคตอย่างไร
    การตรวจจับ Siwarha ทำได้เฉพาะบางช่วงของวงโคจรเท่านั้น
    ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ความละเอียดสูงและเวลาสังเกตการณ์ยาวนาน

    https://www.sciencealert.com/betelgeuse-is-definitely-not-alone-8-year-study-confirms
    🌟 ดาวเบเทลจุสไม่ได้อยู่ลำพัง—งานวิจัย 8 ปีเผยมี “ดาวคู่” โคจรซ่อนอยู่จริง จากข้อมูลในลิงก์ที่คุณให้มา นักดาราศาสตร์ยืนยันแล้วว่า Betelgeuse ดาวยักษ์แดงยักษ์ใหญ่ที่สว่างที่สุดดวงหนึ่งในท้องฟ้า มีดาวบริวารชื่อ “Siwarha” โคจรรอบอยู่ และทิ้งร่องรอยเป็น “wake” หรือทางผ่านของก๊าซที่ตรวจจับได้ชัดเจนจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง 🔭✨ หัวข้อข่าว: “8 ปีแห่งการเฝ้าสังเกตเผยดาวคู่ลึกลับของ Betelgeuse” การค้นพบครั้งนี้เกิดจากการรวบรวมข้อมูลกว่า 8 ปีจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง รวมถึง Hubble Space Telescope ซึ่งช่วยยืนยันว่าความแปรผันของแสง Betelgeuse ไม่ได้เกิดจากการเต้นของดาวเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผลกระทบของดาวบริวารที่เคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศอันบวมพองของมันด้วย การเคลื่อนที่ของ Siwarha ทำให้เกิด “รอยตื่น” ของก๊าซหนาแน่นที่ตรวจจับได้ในสเปกตรัมของแสง โดยเฉพาะในช่วงรังสีอัลตราไวโอเลตของธาตุเหล็กไอออน นักวิจัยอธิบายว่าปรากฏการณ์นี้คล้ายกับ “เรือแล่นผ่านน้ำ” ที่ทิ้งคลื่นไว้ด้านหลัง เมื่อ Siwarha เคลื่อนผ่านด้านหน้าของ Betelgeuse จะเกิดยอดสัญญาณของแสงเหล็กที่สูงขึ้น แต่เมื่อมันเคลื่อนผ่านด้านหลัง หางก๊าซของมันจะดูดกลืนแสงบางส่วน ทำให้ยอดสัญญาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด วงโคจรหนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน หรือราว 5.77 ปี การยืนยันดาวคู่ครั้งนี้ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงได้ดีขึ้น รวมถึงกระบวนการปลดปล่อยมวลและการเปลี่ยนแปลงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา ซึ่ง Betelgeuse เป็นหนึ่งในดาวที่ถูกจับตามองมากที่สุดว่าจะระเบิดในอนาคตอันใกล้หรือไม่ แม้จะยังไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ก็ตาม ปัจจุบัน Siwarha ได้เคลื่อนกลับไปอยู่ด้านหลัง Betelgeuse และจะไม่ปรากฏให้ตรวจจับได้อีกจนถึง สิงหาคม 2027 ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่นักดาราศาสตร์ทั่วโลกเตรียมเฝ้าดูอีกครั้ง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การค้นพบหลักจากงานวิจัย ➡️ ยืนยันการมีอยู่ของดาวบริวาร “Siwarha” โคจรรอบ Betelgeuse ➡️ ตรวจพบ “wake” หรือรอยทางก๊าซที่เกิดจากการเคลื่อนผ่านของดาวคู่ ➡️ วงโคจรของ Siwarha ใช้เวลาประมาณ 2,109 วัน (5.77 ปี) ✅ ความสำคัญทางดาราศาสตร์ ➡️ ช่วยอธิบายความแปรผันของแสง Betelgeuse ที่เคยเป็นปริศนามานาน ➡️ เปิดมุมมองใหม่ต่อวิวัฒนาการของดาวยักษ์แดงก่อนเกิดซูเปอร์โนวา ➡️ ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการปลดปล่อยมวลและโครงสร้างชั้นบรรยากาศของดาว ‼️ ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ ⛔ ยังต้องศึกษาว่าดาวคู่ส่งผลต่อการระเบิดซูเปอร์โนวาในอนาคตอย่างไร ⛔ การตรวจจับ Siwarha ทำได้เฉพาะบางช่วงของวงโคจรเท่านั้น ⛔ ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ความละเอียดสูงและเวลาสังเกตการณ์ยาวนาน https://www.sciencealert.com/betelgeuse-is-definitely-not-alone-8-year-study-confirms
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Betelgeuse Is Definitely Not Alone, 8-Year Study Confirms
    Betelgeuse is one of the weirdest stars in the sky, but astronomers can now explain one of its most enduring mysteries.
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 71 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักวิทยาศาสตร์สังเคราะห์สารต้านมะเร็งจากเชื้อราที่หายไปนานกว่า 55 ปีสำเร็จ

    การค้นพบครั้งสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อทีมนักวิจัยจาก MIT และ Harvard Medical School สามารถสังเคราะห์ verticillin A—สารประกอบจากเชื้อราที่ถูกค้นพบตั้งแต่กว่า 50 ปีก่อน—ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สารชนิดนี้เคยถูกมองว่าเป็น “เพชรในตม” ของวงการแพทย์ เพราะมีศักยภาพสูงในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง แต่ปัญหาคือมันพบในธรรมชาติน้อยมากและมีโครงสร้างที่ซับซ้อนจนไม่สามารถผลิตในห้องแล็บได้ จนกระทั่งวันนี้ที่เทคโนโลยีทางเคมีได้พัฒนาไปอีกขั้น

    นักวิจัยเปิดเผยว่า verticillin A มีโครงสร้างเป็นโมเลกุลแบบไดเมอร์ที่ประกอบด้วยสองส่วนเหมือนกันอย่างสมบูรณ์ ทำให้การสังเคราะห์ต้องอาศัยความแม่นยำสูงมาก ทั้งลำดับการเชื่อมพันธะและการปกป้องพันธะที่เปราะบางระหว่างกระบวนการ ทีมงานต้องปรับลำดับขั้นตอนใหม่ทั้งหมดจนได้กระบวนการ 16 ขั้นตอนที่สามารถสร้างโครงสร้าง 3 มิติของสารนี้ได้อย่างถูกต้อง

    เมื่อได้สารสังเคราะห์แล้ว นักวิจัยได้นำไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งชนิด Diffuse Midline Glioma (DMG) ซึ่งเป็นมะเร็งสมองที่รุนแรงในเด็ก ผลลัพธ์พบว่าสารนี้และอนุพันธ์ที่ออกแบบเพิ่มเติมสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้จริง และยังทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนที่ต้องการภายในเซลล์อีกด้วย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายาใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต

    ความสำเร็จครั้งนี้ยังเปิดประตูให้วงการแพทย์สามารถออกแบบอนุพันธ์ของ verticillin A เพื่อศึกษาฤทธิ์เชิงลึกมากขึ้น รวมถึงอาจนำไปสู่การค้นพบยาต้านมะเร็งรูปแบบใหม่ที่มีความจำเพาะและปลอดภัยกว่าเดิม นักวิจัยย้ำว่าสารจากธรรมชาติยังคงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของการค้นพบยาใหม่ และการสังเคราะห์สำเร็จครั้งนี้จะช่วยให้การวิจัยก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
    สังเคราะห์สาร verticillin A สำเร็จเป็นครั้งแรกหลังค้นพบมากว่า 50 ปี
    แก้ปัญหาโครงสร้างซับซ้อนและความไม่เสถียรของสารได้
    กระบวนการสังเคราะห์ 16 ขั้นตอนช่วยสร้างโครงสร้าง 3 มิติได้อย่างแม่นยำ

    ศักยภาพด้านการรักษามะเร็ง
    ทดสอบกับเซลล์มะเร็งสมอง DMG แล้วพบว่าสามารถทำลายเซลล์ได้
    สารทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนภายในเซลล์
    เปิดโอกาสพัฒนาอนุพันธ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา

    ประเด็นที่ยังต้องระวังและศึกษาต่อ
    ผลการทดลองยังอยู่ในระดับเซลล์ในห้องแล็บ ไม่ใช่การทดลองในมนุษย์
    ความปลอดภัยและผลข้างเคียงยังต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอน
    การพัฒนายาใหม่ต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมากก่อนนำมาใช้จริง

    https://www.sciencealert.com/potential-anti-cancer-fungal-compound-finally-synthesized-after-55-years
    🧪✨ นักวิทยาศาสตร์สังเคราะห์สารต้านมะเร็งจากเชื้อราที่หายไปนานกว่า 55 ปีสำเร็จ การค้นพบครั้งสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อทีมนักวิจัยจาก MIT และ Harvard Medical School สามารถสังเคราะห์ verticillin A—สารประกอบจากเชื้อราที่ถูกค้นพบตั้งแต่กว่า 50 ปีก่อน—ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สารชนิดนี้เคยถูกมองว่าเป็น “เพชรในตม” ของวงการแพทย์ เพราะมีศักยภาพสูงในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง แต่ปัญหาคือมันพบในธรรมชาติน้อยมากและมีโครงสร้างที่ซับซ้อนจนไม่สามารถผลิตในห้องแล็บได้ จนกระทั่งวันนี้ที่เทคโนโลยีทางเคมีได้พัฒนาไปอีกขั้น นักวิจัยเปิดเผยว่า verticillin A มีโครงสร้างเป็นโมเลกุลแบบไดเมอร์ที่ประกอบด้วยสองส่วนเหมือนกันอย่างสมบูรณ์ ทำให้การสังเคราะห์ต้องอาศัยความแม่นยำสูงมาก ทั้งลำดับการเชื่อมพันธะและการปกป้องพันธะที่เปราะบางระหว่างกระบวนการ ทีมงานต้องปรับลำดับขั้นตอนใหม่ทั้งหมดจนได้กระบวนการ 16 ขั้นตอนที่สามารถสร้างโครงสร้าง 3 มิติของสารนี้ได้อย่างถูกต้อง เมื่อได้สารสังเคราะห์แล้ว นักวิจัยได้นำไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งชนิด Diffuse Midline Glioma (DMG) ซึ่งเป็นมะเร็งสมองที่รุนแรงในเด็ก ผลลัพธ์พบว่าสารนี้และอนุพันธ์ที่ออกแบบเพิ่มเติมสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้จริง และยังทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนที่ต้องการภายในเซลล์อีกด้วย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายาใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต ความสำเร็จครั้งนี้ยังเปิดประตูให้วงการแพทย์สามารถออกแบบอนุพันธ์ของ verticillin A เพื่อศึกษาฤทธิ์เชิงลึกมากขึ้น รวมถึงอาจนำไปสู่การค้นพบยาต้านมะเร็งรูปแบบใหม่ที่มีความจำเพาะและปลอดภัยกว่าเดิม นักวิจัยย้ำว่าสารจากธรรมชาติยังคงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของการค้นพบยาใหม่ และการสังเคราะห์สำเร็จครั้งนี้จะช่วยให้การวิจัยก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ➡️ สังเคราะห์สาร verticillin A สำเร็จเป็นครั้งแรกหลังค้นพบมากว่า 50 ปี ➡️ แก้ปัญหาโครงสร้างซับซ้อนและความไม่เสถียรของสารได้ ➡️ กระบวนการสังเคราะห์ 16 ขั้นตอนช่วยสร้างโครงสร้าง 3 มิติได้อย่างแม่นยำ ✅ ศักยภาพด้านการรักษามะเร็ง ➡️ ทดสอบกับเซลล์มะเร็งสมอง DMG แล้วพบว่าสามารถทำลายเซลล์ได้ ➡️ สารทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนภายในเซลล์ ➡️ เปิดโอกาสพัฒนาอนุพันธ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ‼️ ประเด็นที่ยังต้องระวังและศึกษาต่อ ⛔ ผลการทดลองยังอยู่ในระดับเซลล์ในห้องแล็บ ไม่ใช่การทดลองในมนุษย์ ⛔ ความปลอดภัยและผลข้างเคียงยังต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอน ⛔ การพัฒนายาใหม่ต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมากก่อนนำมาใช้จริง https://www.sciencealert.com/potential-anti-cancer-fungal-compound-finally-synthesized-after-55-years
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Potential Anti-Cancer Fungal Compound Finally Synthesized After 55 Years
    The fungal compound verticillin A, discovered more than 50 years ago, has long been regarded for its potential cancer-fighting capabilities.
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 60 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260108 #securityonline

    GitLab ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงหลายรายการ
    GitLab ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับสูงหลายรายการ ทั้งช่องโหว่ XSS ที่สามารถฝังสคริปต์อันตรายใน Markdown, ช่องโหว่ Web IDE ที่ทำให้ผู้โจมตีรันโค้ดในเบราว์เซอร์เหยื่อได้เพียงแค่ล่อให้เปิดเว็บเพจที่สร้างขึ้นพิเศษ และช่องโหว่ใน Duo Workflows ที่เปิดทางให้เข้าถึงการตั้งค่า AI โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงปัญหาระดับกลางอื่น ๆ เช่น การแก้ไขการตั้งค่า AI ผ่าน GraphQL, การโจมตี DoS ระหว่างนำเข้าโปรเจกต์ และการลบ runner ของโปรเจกต์อื่นได้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดความเสี่ยงทั้งหมดนี้
    https://securityonline.info/gitlab-patch-high-severity-xss-ai-flaws-expose-user-data

    CrazyHunter แรนซัมแวร์สุดโหดไล่ล่าองค์กรสาธารณสุข
    CrazyHunter แรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนามาจาก Prince ransomware กำลังสร้างความเสียหายหนักในภาคสาธารณสุข โดยเฉพาะในไต้หวัน ด้วยเทคนิคเจาะระบบผ่านรหัสผ่านอ่อนแอ ใช้ SharpGPOAbuse กระจายตัวทั่วเครือข่าย และใช้ไดรเวอร์ BYOVD เพื่อปิดการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัส ก่อนเข้ารหัสไฟล์แบบเร็วด้วยวิธี partial encryption พร้อมข่มขู่เหยื่อผ่านช่องทาง Telegram และเว็บไซต์รั่วไหลข้อมูล กลุ่มผู้โจมตีประกาศชัดว่าต้องการความ “โลภแบบ REvil” ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขต้องเร่งเสริมมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน
    https://securityonline.info/crazyhunter-the-ruthless-ransomware-stalking-healthcare

    พบช่องโหว่ Auth Bypass ร้ายแรงใน TLP เครื่องมือจัดการพลังงานบน Linux
    นักวิจัยจาก SUSE พบช่องโหว่ร้ายแรงใน TLP เวอร์ชัน 1.9.0 ซึ่งมี daemon ใหม่ที่รันด้วยสิทธิ์ root แต่เกิดข้อผิดพลาดในกลไกตรวจสอบสิทธิ์ของ Polkit ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งงาน daemon ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน นอกจากนี้ยังพบปัญหา DoS จากการสร้าง profile hold ได้ไม่จำกัดจำนวน และการจัดการ cookie ที่ไม่ปลอดภัย ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์ในเวอร์ชัน 1.9.1 เพื่อแก้ไขทั้งหมดแล้ว ผู้ใช้ Linux ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง
    https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility

    GoBruteforcer กลับมาอีกครั้ง พร้อมบอทเน็ต 50,000 เซิร์ฟเวอร์จากโค้ดตัวอย่างที่ AI สร้าง
    GoBruteforcer เวอร์ชันใหม่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยอาศัยช่องโหว่จาก “โค้ดตัวอย่างที่ AI สร้างให้ผู้ใช้” ซึ่งมักมีค่า default อ่อนแอ ทำให้ผู้โจมตีสามารถ brute-force บริการยอดนิยมอย่าง MySQL, FTP และ phpMyAdmin ได้ง่ายขึ้น นักวิจัยพบว่ามีเซิร์ฟเวอร์กว่า 50,000 เครื่องเสี่ยงถูกโจมตี และกลุ่มผู้โจมตียังมุ่งเป้าไปที่ฐานข้อมูลของโปรเจกต์คริปโตเพื่อขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวมัลแวร์ถูกพัฒนาให้ซ่อนตัวเก่งขึ้น ใช้ชื่อ process ปลอม และหลีกเลี่ยง IP ของ DoD และคลาวด์ใหญ่ ๆ เพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับ
    https://securityonline.info/gobruteforcer-returns-how-ai-code-snippets-fueled-a-50000-server-botnet

    ความจริงเบื้องหลังเหตุ BGP Leak ของเวเนซุเอลา: ความผิดพลาดหรือปฏิบัติการลับ?
    เหตุการณ์ BGP leak ของผู้ให้บริการรัฐ CANTV ในเวเนซุเอลาเกิดขึ้นก่อนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จนทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าเป็นการดักข้อมูลโดยเจตนา แต่การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของ Cloudflare ชี้ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเพียง “ความผิดพลาดทางเทคนิค” จากการตั้งค่าที่ผิดพลาด เช่น การ prepend เส้นทางซ้ำหลายครั้งและการรั่วไหลของเส้นทางที่เกิดขึ้นบ่อยตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบการโจมตีจริง อีกทั้ง CANTV เป็นผู้ให้บริการ upstream อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องทำ BGP hijack เพื่อเข้าถึงข้อมูล เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ยังเปราะบาง และเน้นย้ำความสำคัญของมาตรฐานใหม่อย่าง ASPA และการบังคับใช้ OTC เพื่อป้องกันการรั่วไหลของเส้นทางในอนาคต
    https://securityonline.info/spy-games-or-glitch-the-truth-behind-venezuelas-bgp-leak/

    ไต้หวันเผชิญการโจมตีไซเบอร์กว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันจากจีน
    รายงานล่าสุดของสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าจีนเพิ่มระดับปฏิบัติการไซเบอร์อย่างเป็นระบบ โดยพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเฉลี่ยวันละกว่า 2.63 ล้านครั้งในปี 2025 โดยเฉพาะภาคพลังงานที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 1,000% พร้อมความเชื่อมโยงกับการซ้อมรบของกองทัพจีนและเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญ ขณะที่กลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับรัฐหลายกลุ่มถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ซับซ้อนและประสานกันอย่างเป็นระบบ
    https://securityonline.info/taiwan-faces-2-6-million-cyberattacks-daily-from-china

    ช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ไร้สาย H3C เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดสิทธิ์ Root
    พบการตั้งค่าที่ผิดพลาดในอุปกรณ์ควบคุมเครือข่ายไร้สายของ H3C ทำให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์ผ่าน FTP แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน และไฟล์เหล่านั้นถูกกำหนดสิทธิ์เป็น root โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้เต็มรูปแบบ ช่องโหว่นี้ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 9.8 และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบเฟิร์มแวร์และรอแพตช์แก้ไขจากผู้ผลิต
    https://securityonline.info/cve-2025-60262-critical-misconfiguration-in-h3c-wireless-gear-hands-control-to-hackers

    “Ghost Tap” มัลแวร์ Android รุ่นใหม่ เปลี่ยนมือถือเป็นเครื่องรูดเงินเงียบ ๆ
    รายงานจาก Group-IB เปิดเผยตลาดมืดที่กำลังเติบโตของมัลแวร์ NFC บน Android ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์ทำธุรกรรม tap-to-pay จากระยะไกลได้ โดยใช้แอปสองตัวทำงานร่วมกันเพื่อจำลองบัตรของเหยื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถรูดเงินได้แม้บัตรจะอยู่กับเจ้าของ ขบวนการนี้มีทั้งผู้พัฒนาเครื่องมือ ผู้ขาย POS ผิดกฎหมาย และเครือข่ายอาชญากรที่ทำงานข้ามประเทศ พร้อมพบความเสียหายแล้วหลายแสนดอลลาร์
    https://securityonline.info/ghost-tap-rising-new-wave-of-android-malware-turns-phones-into-digital-pickpockets

    🛜 ช่องโหว่ Trendnet CVE-2025-15471 เปิดทางยึดอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเดียว
    นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ขยายสัญญาณ Wi-Fi ของ Trendnet ที่เปิดให้ผู้โจมตีส่งคำสั่งผ่าน HTTP เพียงครั้งเดียวก็สามารถรันโค้ดในระดับ root ได้ทันที เนื่องจากระบบ backend รับคำสั่ง shell โดยตรงโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเปิด backdoor ดักข้อมูล หรือใช้เป็นฐานโจมตีภายในเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้ปิดการเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตจนกว่าจะมีแพตช์ออกมา
    https://securityonline.info/one-request-to-rule-them-all-critical-trendnet-flaw-cve-2025-15471-allows-total-takeover

    ช่องโหว่ร้ายแรง n8n เปิดทางแฮ็กยึดเซิร์ฟเวอร์กว่า 100,000 เครื่อง
    รายงานใหม่เผยช่องโหว่ระดับวิกฤต CVE‑2026‑21858 ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติ n8n ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน โดยอาศัยจุดอ่อนของการประมวลผล Content-Type ทำให้สามารถอ่านไฟล์ภายในระบบและขยายผลสู่การยึดสิทธิ์แอดมินเต็มรูปแบบ ซึ่งเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญอย่าง API keys, ฐานข้อมูลลูกค้า และ workflow ขององค์กรจำนวนมากทั่วโลก ผู้ดูแลระบบถูกเตือนให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.0 ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่
    https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-n8n-flaw-cve-2026-21858-exposes-100k-servers

    CISA เตือนด่วน: ช่องโหว่ HPE OneView ระดับ 10/10 และบั๊ก PowerPoint ปี 2009 ฟื้นคืนชีพ
    CISA เพิ่มสองช่องโหว่ใหม่เข้าสู่ KEV Catalog ได้แก่ CVE‑2025‑37164 ใน HPE OneView ที่เปิดให้ผู้โจมตีรันโค้ดระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และช่องโหว่เก่าปี 2009 ใน PowerPoint ที่กลับมาถูกใช้โจมตีอีกครั้ง หน่วยงานรัฐสหรัฐถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขภายใน 28 ม.ค. 2026 เพื่อป้องกันการถูกยึดระบบ โดย HPE ได้ออกแพตช์เร่งด่วนแล้วแต่ต้องติดตั้งซ้ำหลังอัปเกรดบางเวอร์ชัน
    https://securityonline.info/cisa-kev-alert-hpes-maximum-cvss-score-flaw-and-a-zombie-powerpoint-bug

    Lenovo เปิดตัว “Qira” และโรงงานคลาวด์ AI ยักษ์ใหญ่ใน CES 2026
    Lenovo ประกาศยุทธศาสตร์ Hybrid AI พร้อมเปิดตัว “Qira” ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลที่ทำงานข้ามอุปกรณ์ และจับมือ NVIDIA เปิดตัว AI Cloud Gigafactory ที่สามารถติดตั้งศูนย์ประมวลผลระดับกิกะวัตต์ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ พร้อมโชว์นวัตกรรมล้ำสมัย เช่น ThinkPad Rollable XD, AI Glasses และระบบ AI สำหรับ F1 และ FIFA ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สู่ผู้ให้บริการโซลูชัน AI เต็มรูปแบบ
    https://securityonline.info/agentic-evolution-lenovo-unveils-qira-and-ai-cloud-gigafactories-at-ces-2026

    Arm ประกาศยุค “Physical AI” และแพลตฟอร์ม AI‑Defined ที่ CES 2026
    Arm ชูวิสัยทัศน์ใหม่ที่ AI จะฝังอยู่ในทุกอุปกรณ์ ตั้งแต่รถยนต์อัตโนมัติ หุ่นยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่ โดยเน้นพลังของ Physical AI และ Edge AI ที่ทำงานแบบเรียลไทม์และประหยัดพลังงาน พร้อมเผยว่าชิป Arm ถูกใช้ในระบบขับขี่อัตโนมัติของ Rivian, Tesla AI5 และแพลตฟอร์ม NVIDIA Thor รวมถึงการเติบโตของ Windows on Arm ที่รองรับอุปกรณ์กว่า 100 รุ่นในปีนี้ สะท้อนบทบาทของ Arm ในการเป็นแกนกลางของยุค AI ทุกหนแห่ง
    https://securityonline.info/the-ubiquitous-brain-arm-unveils-the-era-of-physical-ai-and-ai-defined-platforms

    Logitech แก้ปัญหาใหญ่: ใบรับรองหมดอายุทำให้เมาส์บน Mac ใช้งานไม่ได้
    ผู้ใช้ macOS จำนวนมากพบว่า Logi Options+ และ G HUB หยุดทำงานเพราะใบรับรองนักพัฒนา Apple หมดอายุ ทำให้ระบบบล็อกกระบวนการเบื้องหลังทั้งหมด ส่งผลให้การตั้งค่าปุ่มและโปรไฟล์ใช้งานไม่ได้ Logitech ได้ออกอัปเดตพร้อมใบรับรองใหม่แล้ว โดยผู้ใช้ต้องติดตั้งทับ (ห้ามลบโปรแกรมเดิม) เพื่อกู้คืนการตั้งค่าทั้งหมด ส่วนผู้ใช้ Windows ไม่ได้รับผลกระทบ
    https://securityonline.info/the-logitech-fix-how-to-restore-your-broken-mac-mouse-settings-jan-2026

    Gmail ยุติระบบ Unified Inbox และปิดฟีเจอร์ Gmailify ในปี 2026
    กูเกิลประกาศยุติการดึงอีเมลจากบัญชีภายนอกผ่าน POP3 และยกเลิกฟีเจอร์ Gmailify ทำให้ผู้ใช้ที่เคยรวมหลายบัญชีไว้ในกล่องจดหมายเดียวต้องปรับตัว โดยอาจต้องตั้งระบบ Forward อีเมลจากผู้ให้บริการอื่นแทน แม้ยังสามารถเพิ่มบัญชีภายนอกผ่าน IMAP ได้ แต่จะไม่รวมอยู่ใน Inbox หลักอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยและการลดภาระระบบเดิมของกูเกิล
    https://securityonline.info/the-end-of-the-unified-inbox-gmail-kills-pop3-fetching-and-gmailify-in-2026

    Android ปิดประตูความโปร่งใส: Google หยุดปล่อยโค้ด AOSP รายไตรมาสในปี 2026
    Google เตรียมเปลี่ยนรอบการปล่อยซอร์สโค้ด AOSP จากทุกไตรมาสเป็นปีละสองครั้ง ทำให้โค้ดจาก Q1 และ Q3 จะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าจะรวมเข้ารุ่น Q2 และ Q4 ส่งผลให้ชุมชน Custom ROM เช่น LineageOS ต้องรอแพตช์ใหม่ล่าช้า 3 เดือน แม้ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบ แต่ความโปร่งใสของระบบ Android จะลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่แพตช์ความปลอดภัยรายเดือนยังคงปล่อยตามปกติ
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/android-behind-closed-doors-google-ends-quarterly-aosp-code-drops-in-2026

    📌🔐🟠 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟠🔐📌 #รวมข่าวIT #20260108 #securityonline 🛡️ GitLab ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงหลายรายการ GitLab ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับสูงหลายรายการ ทั้งช่องโหว่ XSS ที่สามารถฝังสคริปต์อันตรายใน Markdown, ช่องโหว่ Web IDE ที่ทำให้ผู้โจมตีรันโค้ดในเบราว์เซอร์เหยื่อได้เพียงแค่ล่อให้เปิดเว็บเพจที่สร้างขึ้นพิเศษ และช่องโหว่ใน Duo Workflows ที่เปิดทางให้เข้าถึงการตั้งค่า AI โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงปัญหาระดับกลางอื่น ๆ เช่น การแก้ไขการตั้งค่า AI ผ่าน GraphQL, การโจมตี DoS ระหว่างนำเข้าโปรเจกต์ และการลบ runner ของโปรเจกต์อื่นได้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดความเสี่ยงทั้งหมดนี้ 🔗 https://securityonline.info/gitlab-patch-high-severity-xss-ai-flaws-expose-user-data 💉 CrazyHunter แรนซัมแวร์สุดโหดไล่ล่าองค์กรสาธารณสุข CrazyHunter แรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนามาจาก Prince ransomware กำลังสร้างความเสียหายหนักในภาคสาธารณสุข โดยเฉพาะในไต้หวัน ด้วยเทคนิคเจาะระบบผ่านรหัสผ่านอ่อนแอ ใช้ SharpGPOAbuse กระจายตัวทั่วเครือข่าย และใช้ไดรเวอร์ BYOVD เพื่อปิดการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัส ก่อนเข้ารหัสไฟล์แบบเร็วด้วยวิธี partial encryption พร้อมข่มขู่เหยื่อผ่านช่องทาง Telegram และเว็บไซต์รั่วไหลข้อมูล กลุ่มผู้โจมตีประกาศชัดว่าต้องการความ “โลภแบบ REvil” ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขต้องเร่งเสริมมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน 🔗 https://securityonline.info/crazyhunter-the-ruthless-ransomware-stalking-healthcare 🔋 พบช่องโหว่ Auth Bypass ร้ายแรงใน TLP เครื่องมือจัดการพลังงานบน Linux นักวิจัยจาก SUSE พบช่องโหว่ร้ายแรงใน TLP เวอร์ชัน 1.9.0 ซึ่งมี daemon ใหม่ที่รันด้วยสิทธิ์ root แต่เกิดข้อผิดพลาดในกลไกตรวจสอบสิทธิ์ของ Polkit ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งงาน daemon ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน นอกจากนี้ยังพบปัญหา DoS จากการสร้าง profile hold ได้ไม่จำกัดจำนวน และการจัดการ cookie ที่ไม่ปลอดภัย ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์ในเวอร์ชัน 1.9.1 เพื่อแก้ไขทั้งหมดแล้ว ผู้ใช้ Linux ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility 🤖 GoBruteforcer กลับมาอีกครั้ง พร้อมบอทเน็ต 50,000 เซิร์ฟเวอร์จากโค้ดตัวอย่างที่ AI สร้าง GoBruteforcer เวอร์ชันใหม่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยอาศัยช่องโหว่จาก “โค้ดตัวอย่างที่ AI สร้างให้ผู้ใช้” ซึ่งมักมีค่า default อ่อนแอ ทำให้ผู้โจมตีสามารถ brute-force บริการยอดนิยมอย่าง MySQL, FTP และ phpMyAdmin ได้ง่ายขึ้น นักวิจัยพบว่ามีเซิร์ฟเวอร์กว่า 50,000 เครื่องเสี่ยงถูกโจมตี และกลุ่มผู้โจมตียังมุ่งเป้าไปที่ฐานข้อมูลของโปรเจกต์คริปโตเพื่อขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวมัลแวร์ถูกพัฒนาให้ซ่อนตัวเก่งขึ้น ใช้ชื่อ process ปลอม และหลีกเลี่ยง IP ของ DoD และคลาวด์ใหญ่ ๆ เพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับ 🔗 https://securityonline.info/gobruteforcer-returns-how-ai-code-snippets-fueled-a-50000-server-botnet 🌐 ความจริงเบื้องหลังเหตุ BGP Leak ของเวเนซุเอลา: ความผิดพลาดหรือปฏิบัติการลับ? เหตุการณ์ BGP leak ของผู้ให้บริการรัฐ CANTV ในเวเนซุเอลาเกิดขึ้นก่อนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จนทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าเป็นการดักข้อมูลโดยเจตนา แต่การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของ Cloudflare ชี้ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเพียง “ความผิดพลาดทางเทคนิค” จากการตั้งค่าที่ผิดพลาด เช่น การ prepend เส้นทางซ้ำหลายครั้งและการรั่วไหลของเส้นทางที่เกิดขึ้นบ่อยตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบการโจมตีจริง อีกทั้ง CANTV เป็นผู้ให้บริการ upstream อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องทำ BGP hijack เพื่อเข้าถึงข้อมูล เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ยังเปราะบาง และเน้นย้ำความสำคัญของมาตรฐานใหม่อย่าง ASPA และการบังคับใช้ OTC เพื่อป้องกันการรั่วไหลของเส้นทางในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/spy-games-or-glitch-the-truth-behind-venezuelas-bgp-leak/ 🇨🇳 ไต้หวันเผชิญการโจมตีไซเบอร์กว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันจากจีน รายงานล่าสุดของสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าจีนเพิ่มระดับปฏิบัติการไซเบอร์อย่างเป็นระบบ โดยพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเฉลี่ยวันละกว่า 2.63 ล้านครั้งในปี 2025 โดยเฉพาะภาคพลังงานที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 1,000% พร้อมความเชื่อมโยงกับการซ้อมรบของกองทัพจีนและเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญ ขณะที่กลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับรัฐหลายกลุ่มถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ซับซ้อนและประสานกันอย่างเป็นระบบ 🔗 https://securityonline.info/taiwan-faces-2-6-million-cyberattacks-daily-from-china 📡 ช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ไร้สาย H3C เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดสิทธิ์ Root พบการตั้งค่าที่ผิดพลาดในอุปกรณ์ควบคุมเครือข่ายไร้สายของ H3C ทำให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์ผ่าน FTP แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน และไฟล์เหล่านั้นถูกกำหนดสิทธิ์เป็น root โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้เต็มรูปแบบ ช่องโหว่นี้ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 9.8 และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบเฟิร์มแวร์และรอแพตช์แก้ไขจากผู้ผลิต 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-60262-critical-misconfiguration-in-h3c-wireless-gear-hands-control-to-hackers 📱 “Ghost Tap” มัลแวร์ Android รุ่นใหม่ เปลี่ยนมือถือเป็นเครื่องรูดเงินเงียบ ๆ รายงานจาก Group-IB เปิดเผยตลาดมืดที่กำลังเติบโตของมัลแวร์ NFC บน Android ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์ทำธุรกรรม tap-to-pay จากระยะไกลได้ โดยใช้แอปสองตัวทำงานร่วมกันเพื่อจำลองบัตรของเหยื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถรูดเงินได้แม้บัตรจะอยู่กับเจ้าของ ขบวนการนี้มีทั้งผู้พัฒนาเครื่องมือ ผู้ขาย POS ผิดกฎหมาย และเครือข่ายอาชญากรที่ทำงานข้ามประเทศ พร้อมพบความเสียหายแล้วหลายแสนดอลลาร์ 🔗 https://securityonline.info/ghost-tap-rising-new-wave-of-android-malware-turns-phones-into-digital-pickpockets 🛜 ช่องโหว่ Trendnet CVE-2025-15471 เปิดทางยึดอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเดียว นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ขยายสัญญาณ Wi-Fi ของ Trendnet ที่เปิดให้ผู้โจมตีส่งคำสั่งผ่าน HTTP เพียงครั้งเดียวก็สามารถรันโค้ดในระดับ root ได้ทันที เนื่องจากระบบ backend รับคำสั่ง shell โดยตรงโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเปิด backdoor ดักข้อมูล หรือใช้เป็นฐานโจมตีภายในเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้ปิดการเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตจนกว่าจะมีแพตช์ออกมา 🔗 https://securityonline.info/one-request-to-rule-them-all-critical-trendnet-flaw-cve-2025-15471-allows-total-takeover 🛡️ ช่องโหว่ร้ายแรง n8n เปิดทางแฮ็กยึดเซิร์ฟเวอร์กว่า 100,000 เครื่อง รายงานใหม่เผยช่องโหว่ระดับวิกฤต CVE‑2026‑21858 ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติ n8n ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน โดยอาศัยจุดอ่อนของการประมวลผล Content-Type ทำให้สามารถอ่านไฟล์ภายในระบบและขยายผลสู่การยึดสิทธิ์แอดมินเต็มรูปแบบ ซึ่งเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญอย่าง API keys, ฐานข้อมูลลูกค้า และ workflow ขององค์กรจำนวนมากทั่วโลก ผู้ดูแลระบบถูกเตือนให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.0 ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ 🔗 https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-n8n-flaw-cve-2026-21858-exposes-100k-servers 🚨 CISA เตือนด่วน: ช่องโหว่ HPE OneView ระดับ 10/10 และบั๊ก PowerPoint ปี 2009 ฟื้นคืนชีพ CISA เพิ่มสองช่องโหว่ใหม่เข้าสู่ KEV Catalog ได้แก่ CVE‑2025‑37164 ใน HPE OneView ที่เปิดให้ผู้โจมตีรันโค้ดระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และช่องโหว่เก่าปี 2009 ใน PowerPoint ที่กลับมาถูกใช้โจมตีอีกครั้ง หน่วยงานรัฐสหรัฐถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขภายใน 28 ม.ค. 2026 เพื่อป้องกันการถูกยึดระบบ โดย HPE ได้ออกแพตช์เร่งด่วนแล้วแต่ต้องติดตั้งซ้ำหลังอัปเกรดบางเวอร์ชัน 🔗 https://securityonline.info/cisa-kev-alert-hpes-maximum-cvss-score-flaw-and-a-zombie-powerpoint-bug 🤖 Lenovo เปิดตัว “Qira” และโรงงานคลาวด์ AI ยักษ์ใหญ่ใน CES 2026 Lenovo ประกาศยุทธศาสตร์ Hybrid AI พร้อมเปิดตัว “Qira” ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลที่ทำงานข้ามอุปกรณ์ และจับมือ NVIDIA เปิดตัว AI Cloud Gigafactory ที่สามารถติดตั้งศูนย์ประมวลผลระดับกิกะวัตต์ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ พร้อมโชว์นวัตกรรมล้ำสมัย เช่น ThinkPad Rollable XD, AI Glasses และระบบ AI สำหรับ F1 และ FIFA ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สู่ผู้ให้บริการโซลูชัน AI เต็มรูปแบบ 🔗 https://securityonline.info/agentic-evolution-lenovo-unveils-qira-and-ai-cloud-gigafactories-at-ces-2026 🧠 Arm ประกาศยุค “Physical AI” และแพลตฟอร์ม AI‑Defined ที่ CES 2026 Arm ชูวิสัยทัศน์ใหม่ที่ AI จะฝังอยู่ในทุกอุปกรณ์ ตั้งแต่รถยนต์อัตโนมัติ หุ่นยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่ โดยเน้นพลังของ Physical AI และ Edge AI ที่ทำงานแบบเรียลไทม์และประหยัดพลังงาน พร้อมเผยว่าชิป Arm ถูกใช้ในระบบขับขี่อัตโนมัติของ Rivian, Tesla AI5 และแพลตฟอร์ม NVIDIA Thor รวมถึงการเติบโตของ Windows on Arm ที่รองรับอุปกรณ์กว่า 100 รุ่นในปีนี้ สะท้อนบทบาทของ Arm ในการเป็นแกนกลางของยุค AI ทุกหนแห่ง 🔗 https://securityonline.info/the-ubiquitous-brain-arm-unveils-the-era-of-physical-ai-and-ai-defined-platforms 🖱️ Logitech แก้ปัญหาใหญ่: ใบรับรองหมดอายุทำให้เมาส์บน Mac ใช้งานไม่ได้ ผู้ใช้ macOS จำนวนมากพบว่า Logi Options+ และ G HUB หยุดทำงานเพราะใบรับรองนักพัฒนา Apple หมดอายุ ทำให้ระบบบล็อกกระบวนการเบื้องหลังทั้งหมด ส่งผลให้การตั้งค่าปุ่มและโปรไฟล์ใช้งานไม่ได้ Logitech ได้ออกอัปเดตพร้อมใบรับรองใหม่แล้ว โดยผู้ใช้ต้องติดตั้งทับ (ห้ามลบโปรแกรมเดิม) เพื่อกู้คืนการตั้งค่าทั้งหมด ส่วนผู้ใช้ Windows ไม่ได้รับผลกระทบ 🔗 https://securityonline.info/the-logitech-fix-how-to-restore-your-broken-mac-mouse-settings-jan-2026 📮 Gmail ยุติระบบ Unified Inbox และปิดฟีเจอร์ Gmailify ในปี 2026 กูเกิลประกาศยุติการดึงอีเมลจากบัญชีภายนอกผ่าน POP3 และยกเลิกฟีเจอร์ Gmailify ทำให้ผู้ใช้ที่เคยรวมหลายบัญชีไว้ในกล่องจดหมายเดียวต้องปรับตัว โดยอาจต้องตั้งระบบ Forward อีเมลจากผู้ให้บริการอื่นแทน แม้ยังสามารถเพิ่มบัญชีภายนอกผ่าน IMAP ได้ แต่จะไม่รวมอยู่ใน Inbox หลักอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยและการลดภาระระบบเดิมของกูเกิล 🔗 https://securityonline.info/the-end-of-the-unified-inbox-gmail-kills-pop3-fetching-and-gmailify-in-2026 🤖 Android ปิดประตูความโปร่งใส: Google หยุดปล่อยโค้ด AOSP รายไตรมาสในปี 2026 Google เตรียมเปลี่ยนรอบการปล่อยซอร์สโค้ด AOSP จากทุกไตรมาสเป็นปีละสองครั้ง ทำให้โค้ดจาก Q1 และ Q3 จะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าจะรวมเข้ารุ่น Q2 และ Q4 ส่งผลให้ชุมชน Custom ROM เช่น LineageOS ต้องรอแพตช์ใหม่ล่าช้า 3 เดือน แม้ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบ แต่ความโปร่งใสของระบบ Android จะลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่แพตช์ความปลอดภัยรายเดือนยังคงปล่อยตามปกติ ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/android-behind-closed-doors-google-ends-quarterly-aosp-code-drops-in-2026
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 137 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผู้บริหาร AMD แนะผู้ใช้ “ซื้อซีพียูราคาถูกลง” เพื่อรับมือราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูง — ชี้ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพง

    ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาหน่วยความจำ (RAM) ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าผู้บริโภคสามารถ “บาลานซ์งบประมาณ” ได้ด้วยการเลือกซีพียูรุ่นที่ราคาถูกลงแทนการซื้อรุ่นท็อป เพราะในตลาดปัจจุบันมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพงเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีเสมอไป คำแนะนำนี้สะท้อนถึงความพยายามของ AMD ในการช่วยผู้ใช้จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมในยุคที่ต้นทุนหน่วยความจำสูงขึ้นอย่างมาก

    บทความระบุว่าราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาซัพพลายเชนและความต้องการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาด AI และเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นเมื่อประกอบพีซีใหม่ ผู้บริหาร AMD จึงเสนอว่าการเลือกซีพียูระดับกลางหรือระดับเริ่มต้น เช่น Ryzen 5 หรือ Ryzen 3 อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในช่วงที่ RAM มีราคาแพงกว่าปกติ

    AMD ยังชี้ว่าซีพียูรุ่นใหม่ของบริษัท เช่น Ryzen 7000 และ 8000 Series มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ แม้จะเป็นรุ่นที่ไม่ใช่ตัวท็อปก็ตาม โดยเฉพาะงานทั่วไป เกมระดับกลาง หรือการทำงานแบบมัลติทาสก์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ซีพียูระดับสูงสุดเสมอไป แนวคิดนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำงบไปลงกับ RAM หรือ SSD ที่มีราคาสูงขึ้นแทน เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่สมดุลกว่า

    อย่างไรก็ตาม คำแนะนำนี้ก็ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ของ AMD ในการผลักดันยอดขายซีพียูระดับกลาง–ล่างในช่วงที่ตลาดพีซีชะลอตัว ขณะเดียวกันก็สะท้อนความจริงว่าต้นทุนหน่วยความจำกำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการประกอบพีซีใหม่ในปีนี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผู้บริหาร AMD แนะนำให้ผู้ใช้เลือกซีพียูราคาถูกลงเพื่อชดเชยราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้น
    ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา

    ราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
    สาเหตุจากความต้องการสูงในตลาด AI และปัญหาซัพพลายเชน

    ซีพียูระดับกลางของ AMD เช่น Ryzen 5/3 ยังให้ประสิทธิภาพดีสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่
    เหมาะกับงานทั่วไปและเกมระดับกลาง

    AMD ชี้ว่าผู้ใช้ควรจัดงบให้สมดุลระหว่างซีพียูและ RAM
    เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่คุ้มค่าที่สุด

    ราคาหน่วยความจำอาจยังคงสูงต่อเนื่องในปีนี้
    ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีเพิ่มขึ้น

    การเลือกซีพียูราคาถูกเกินไปอาจจำกัดประสิทธิภาพในอนาคต
    โดยเฉพาะงานหนักหรือเกม AAA รุ่นใหม่

    คำแนะนำของ AMD อาจมีมุมมองเชิงการตลาด
    ผู้ใช้ควรพิจารณาความต้องการจริงของตนเอง

    หากซื้อ RAM ราคาสูงตอนนี้ อาจเจอราคาลดลงในอนาคต
    เสี่ยงต่อการจ่ายแพงเกินจำเป็น

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/senior-amd-executive-suggests-consumers-buy-cheap-cpus-to-combat-memory-pricing-squeeze-says-consumers-have-a-wide-assortment-of-choice-available-for-all-kinds-of-price-points
    🧠💸 ผู้บริหาร AMD แนะผู้ใช้ “ซื้อซีพียูราคาถูกลง” เพื่อรับมือราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูง — ชี้ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพง ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาหน่วยความจำ (RAM) ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าผู้บริโภคสามารถ “บาลานซ์งบประมาณ” ได้ด้วยการเลือกซีพียูรุ่นที่ราคาถูกลงแทนการซื้อรุ่นท็อป เพราะในตลาดปัจจุบันมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพงเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีเสมอไป คำแนะนำนี้สะท้อนถึงความพยายามของ AMD ในการช่วยผู้ใช้จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมในยุคที่ต้นทุนหน่วยความจำสูงขึ้นอย่างมาก บทความระบุว่าราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาซัพพลายเชนและความต้องการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาด AI และเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นเมื่อประกอบพีซีใหม่ ผู้บริหาร AMD จึงเสนอว่าการเลือกซีพียูระดับกลางหรือระดับเริ่มต้น เช่น Ryzen 5 หรือ Ryzen 3 อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในช่วงที่ RAM มีราคาแพงกว่าปกติ AMD ยังชี้ว่าซีพียูรุ่นใหม่ของบริษัท เช่น Ryzen 7000 และ 8000 Series มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ แม้จะเป็นรุ่นที่ไม่ใช่ตัวท็อปก็ตาม โดยเฉพาะงานทั่วไป เกมระดับกลาง หรือการทำงานแบบมัลติทาสก์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ซีพียูระดับสูงสุดเสมอไป แนวคิดนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำงบไปลงกับ RAM หรือ SSD ที่มีราคาสูงขึ้นแทน เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่สมดุลกว่า อย่างไรก็ตาม คำแนะนำนี้ก็ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ของ AMD ในการผลักดันยอดขายซีพียูระดับกลาง–ล่างในช่วงที่ตลาดพีซีชะลอตัว ขณะเดียวกันก็สะท้อนความจริงว่าต้นทุนหน่วยความจำกำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการประกอบพีซีใหม่ในปีนี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผู้บริหาร AMD แนะนำให้ผู้ใช้เลือกซีพียูราคาถูกลงเพื่อชดเชยราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้น ➡️ ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา ✅ ราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ➡️ สาเหตุจากความต้องการสูงในตลาด AI และปัญหาซัพพลายเชน ✅ ซีพียูระดับกลางของ AMD เช่น Ryzen 5/3 ยังให้ประสิทธิภาพดีสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ ➡️ เหมาะกับงานทั่วไปและเกมระดับกลาง ✅ AMD ชี้ว่าผู้ใช้ควรจัดงบให้สมดุลระหว่างซีพียูและ RAM ➡️ เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่คุ้มค่าที่สุด ‼️ ราคาหน่วยความจำอาจยังคงสูงต่อเนื่องในปีนี้ ⛔ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีเพิ่มขึ้น ‼️ การเลือกซีพียูราคาถูกเกินไปอาจจำกัดประสิทธิภาพในอนาคต ⛔ โดยเฉพาะงานหนักหรือเกม AAA รุ่นใหม่ ‼️ คำแนะนำของ AMD อาจมีมุมมองเชิงการตลาด ⛔ ผู้ใช้ควรพิจารณาความต้องการจริงของตนเอง ‼️ หากซื้อ RAM ราคาสูงตอนนี้ อาจเจอราคาลดลงในอนาคต ⛔ เสี่ยงต่อการจ่ายแพงเกินจำเป็น https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/senior-amd-executive-suggests-consumers-buy-cheap-cpus-to-combat-memory-pricing-squeeze-says-consumers-have-a-wide-assortment-of-choice-available-for-all-kinds-of-price-points
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Senior AMD executive suggests consumers buy cheap CPUs to combat memory pricing squeeze — says ‘consumers have a wide assortment of choice available for all kinds of price points’
    'Consumers have a wide assortment of choice available for all kinds of price points that they can buy for this coming year. So yeah, I'm not not too concerned about that.'
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 65 มุมมอง 0 รีวิว
  • Claude Code ทำงานเทียบเท่าทีมวิศวกร 1 ปีในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง — จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวงการเขียนโค้ด

    รายงานจาก SlashGear เปิดเผยเหตุการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการเทคโนโลยี เมื่อวิศวกรของ Google ระบุว่า Claude Code ซึ่งเป็น AI coding agent ของ Anthropic สามารถ “สร้างงานเทียบเท่าผลงานของทีมวิศวกรทั้งปี ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง” เหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกโดย Rohan Paul วิศวกร AI ที่โพสต์ข้อความบน X พร้อมอ้างอิงคำพูดจาก Principal Engineer ของ Google ซึ่งทำให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางในชุมชนนักพัฒนา

    Claude Code ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยงานด้าน mapping โปรเจกต์, การทดสอบ, และการจัดการโครงสร้างระบบ ซึ่งปกติเป็นงานที่กินเวลามากสำหรับมนุษย์ แต่ AI รุ่นนี้สามารถจัดการงานซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะงานที่ต้องอาศัยการอ่านโค้ดจำนวนมาก การ debug ซ้ำ ๆ และการทำ pattern-matching ข้ามระบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นงานที่มนุษย์ต้องใช้เวลานานมากในการทำให้เสร็จสมบูรณ์

    สิ่งที่น่าสนใจคือ Jaana Dogan วิศวกร Google ที่ถูกอ้างถึง ได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่า Claude Code สามารถสร้าง distributed agent orchestrator ที่ทีมของเธอใช้เวลาทั้งปีพัฒนา—ได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง เธอระบุว่าแม้ AI จะไม่ได้คิดค้นวิธีใหม่ แต่สามารถ “จำลองงานทั้งหมดได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ AI ในการเร่งการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างมหาศาล

    อย่างไรก็ตาม Dogan เตือนว่านี่ไม่ใช่เวทมนตร์—AI ยังไม่สมบูรณ์แบบ และต้องอาศัยการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เธอแนะนำให้นักพัฒนาที่สงสัยลองใช้ AI กับโดเมนที่ตัวเองเชี่ยวชาญ เพื่อประเมินคุณภาพของผลลัพธ์ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI จะเป็นทักษะสำคัญในยุคใหม่ของการพัฒนาเทคโนโลยี

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Claude Code ทำงานเทียบเท่าทีมวิศวกร 1 ปีในเวลา 1 ชั่วโมง
    ข้อมูลถูกเปิดเผยโดยวิศวกร Google ผ่านโพสต์บน X

    Claude Code เชี่ยวชาญงาน mapping, testing, และการจัดการโครงสร้างระบบ
    ลดเวลางานที่มนุษย์ต้องทำซ้ำ ๆ เช่น debugging และอ่านโค้ดจำนวนมาก

    Jaana Dogan วิศวกร Google ยืนยันว่า AI ทำซ้ำงานของทีมได้อย่างแม่นยำ
    แม้ไม่คิดวิธีใหม่ แต่สามารถ replicate งานได้เร็วมาก

    ชุมชนนักพัฒนากำลังถกเถียงเรื่องวิธีใช้ AI ในงานจริง
    หลายคนมองว่าเป็นโอกาสใหม่ ขณะที่บางคนกังวลเรื่องผลกระทบต่ออาชีพ

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    AI ยังไม่สมบูรณ์แบบและอาจสร้างข้อผิดพลาดที่มองไม่เห็น
    จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบโค้ดและสถาปัตยกรรม

    การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะมนุษย์ลดลง
    โดยเฉพาะทักษะการ debug และการออกแบบระบบ

    การ replicate งานเร็วไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยหรือเหมาะกับ production
    ต้องตรวจสอบด้าน security, performance และ maintainability

    ความเร็วของ AI อาจทำให้เกิดการ deploy ระบบที่ยังไม่ผ่านการทดสอบเพียงพอ
    เสี่ยงต่อบั๊กหรือช่องโหว่ที่อาจสร้างความเสียหายได้


    https://www.slashgear.com/2069923/google-programmer-claude-code-ai-claim/
    🤖💥 Claude Code ทำงานเทียบเท่าทีมวิศวกร 1 ปีในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง — จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวงการเขียนโค้ด รายงานจาก SlashGear เปิดเผยเหตุการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการเทคโนโลยี เมื่อวิศวกรของ Google ระบุว่า Claude Code ซึ่งเป็น AI coding agent ของ Anthropic สามารถ “สร้างงานเทียบเท่าผลงานของทีมวิศวกรทั้งปี ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง” เหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกโดย Rohan Paul วิศวกร AI ที่โพสต์ข้อความบน X พร้อมอ้างอิงคำพูดจาก Principal Engineer ของ Google ซึ่งทำให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางในชุมชนนักพัฒนา Claude Code ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยงานด้าน mapping โปรเจกต์, การทดสอบ, และการจัดการโครงสร้างระบบ ซึ่งปกติเป็นงานที่กินเวลามากสำหรับมนุษย์ แต่ AI รุ่นนี้สามารถจัดการงานซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะงานที่ต้องอาศัยการอ่านโค้ดจำนวนมาก การ debug ซ้ำ ๆ และการทำ pattern-matching ข้ามระบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นงานที่มนุษย์ต้องใช้เวลานานมากในการทำให้เสร็จสมบูรณ์ สิ่งที่น่าสนใจคือ Jaana Dogan วิศวกร Google ที่ถูกอ้างถึง ได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่า Claude Code สามารถสร้าง distributed agent orchestrator ที่ทีมของเธอใช้เวลาทั้งปีพัฒนา—ได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง เธอระบุว่าแม้ AI จะไม่ได้คิดค้นวิธีใหม่ แต่สามารถ “จำลองงานทั้งหมดได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ AI ในการเร่งการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม Dogan เตือนว่านี่ไม่ใช่เวทมนตร์—AI ยังไม่สมบูรณ์แบบ และต้องอาศัยการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เธอแนะนำให้นักพัฒนาที่สงสัยลองใช้ AI กับโดเมนที่ตัวเองเชี่ยวชาญ เพื่อประเมินคุณภาพของผลลัพธ์ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI จะเป็นทักษะสำคัญในยุคใหม่ของการพัฒนาเทคโนโลยี 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Claude Code ทำงานเทียบเท่าทีมวิศวกร 1 ปีในเวลา 1 ชั่วโมง ➡️ ข้อมูลถูกเปิดเผยโดยวิศวกร Google ผ่านโพสต์บน X ✅ Claude Code เชี่ยวชาญงาน mapping, testing, และการจัดการโครงสร้างระบบ ➡️ ลดเวลางานที่มนุษย์ต้องทำซ้ำ ๆ เช่น debugging และอ่านโค้ดจำนวนมาก ✅ Jaana Dogan วิศวกร Google ยืนยันว่า AI ทำซ้ำงานของทีมได้อย่างแม่นยำ ➡️ แม้ไม่คิดวิธีใหม่ แต่สามารถ replicate งานได้เร็วมาก ✅ ชุมชนนักพัฒนากำลังถกเถียงเรื่องวิธีใช้ AI ในงานจริง ➡️ หลายคนมองว่าเป็นโอกาสใหม่ ขณะที่บางคนกังวลเรื่องผลกระทบต่ออาชีพ คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ AI ยังไม่สมบูรณ์แบบและอาจสร้างข้อผิดพลาดที่มองไม่เห็น ⛔ จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบโค้ดและสถาปัตยกรรม ‼️ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะมนุษย์ลดลง ⛔ โดยเฉพาะทักษะการ debug และการออกแบบระบบ ‼️ การ replicate งานเร็วไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยหรือเหมาะกับ production ⛔ ต้องตรวจสอบด้าน security, performance และ maintainability ‼️ ความเร็วของ AI อาจทำให้เกิดการ deploy ระบบที่ยังไม่ผ่านการทดสอบเพียงพอ ⛔ เสี่ยงต่อบั๊กหรือช่องโหว่ที่อาจสร้างความเสียหายได้ https://www.slashgear.com/2069923/google-programmer-claude-code-ai-claim/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    Google Programmer Claims AI Solved A Problem That Took Human Coders A Year - SlashGear
    As questions about the use of AI in every day tasks are on the rise, a Google programmer has claimed the company's Claude is working faster than humans.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 49 มุมมอง 0 รีวิว
  • Opus 4.5: โมเดล AI ที่เขย่าวงการพัฒนาแอป—จากงานเล่น ๆ สู่การสร้างระบบจริงในไม่กี่ชั่วโมง

    Opus 4.5 ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ AI coding agents เพราะมันไม่ได้แค่ช่วยเขียนโค้ด แต่สามารถ สร้างแอปทั้งตัว ตั้งแต่ UI, backend, integration, automation ไปจนถึง deployment ได้แทบครบวงจร ผู้เขียนบทความทดลองให้ Opus 4.5 สร้างโปรเจกต์จริงหลายตัว และพบว่ามันสามารถแก้ปัญหาเอง อ่าน error logs เอง และ iterate จนกว่าระบบจะทำงานได้—สิ่งที่ AI รุ่นก่อนทำไม่ได้เลย

    สิ่งที่น่าตกใจคือโปรเจกต์ที่ปกติใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน กลับถูกสร้างเสร็จภายใน “ไม่กี่ชั่วโมง” เช่น แอปแปลงไฟล์ภาพบน Windows, แอปบันทึกหน้าจอพร้อมเครื่องมือแก้ไขภาพ/วิดีโอ, ระบบโพสต์ภาพลง Facebook แบบอัตโนมัติ และแอปจัดการเส้นทางงานของธุรกิจจริง—all built almost entirely by Opus 4.5

    ผู้เขียนยอมรับตรง ๆ ว่าเขา “ไม่รู้โค้ดที่ AI สร้างทำงานอย่างไร” โดยเฉพาะภาษาอย่าง Swift ที่เขาไม่เคยเขียน แต่ Opus 4.5 ก็ยังสามารถ debug และแก้ปัญหาเองได้จนจบงาน ทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า มนุษย์จำเป็นต้องอ่านโค้ดอีกต่อไปหรือไม่ เมื่อ AI สามารถเขียน–แก้–ปรับปรุงได้เองทั้งหมด

    ท้ายบทความ ผู้เขียนสะท้อนความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวั่นใจ—เพราะสิ่งที่เขาใช้เวลาทั้งชีวิตเรียนรู้ กลายเป็นสิ่งที่ AI ทำได้ง่าย ๆ ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ยอมรับว่าโลกกำลังเปลี่ยน และสิ่งที่ควรทำคือ “ลงมือสร้าง” แทนที่จะกลัวการเปลี่ยนแปลง พร้อมเตือนว่าอย่างน้อยที่สุด… ควรรู้ว่า API keys ของตัวเองอยู่ตรงไหน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Opus 4.5 ทำงานได้เหนือกว่า AI coding agents รุ่นก่อนมาก
    สามารถอ่าน error logs, แก้ปัญหา, และ iterate เองจนระบบทำงานได้

    ผู้เขียนใช้ Opus 4.5 สร้างหลายโปรเจกต์จริงในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
    เช่น แอปแปลงภาพ, แอปบันทึกหน้าจอ, ระบบโพสต์ Facebook อัตโนมัติ, แอปจัดการเส้นทางงาน

    AI สามารถสร้างทั้ง frontend, backend, integration และ deployment
    ใช้ Firebase CLI, dotnet CLI และเครื่องมืออื่น ๆ โดยไม่ต้องสอนมาก

    ผู้เขียนใช้ prompt แบบ “AI-first coding” ให้ AI เขียนโค้ดเพื่อ AI ไม่ใช่เพื่อมนุษย์
    เน้นโครงสร้างเรียบง่าย, explicit, regenerable, และลด abstraction

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ผู้เขียนยอมรับว่าเขาไม่เข้าใจโค้ดที่ AI สร้าง
    อาจเสี่ยงต่อการ debug หรือ maintain หาก AI ทำงานผิดพลาด

    ความปลอดภัยของระบบยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ
    ต้องตรวจสอบ API keys, การจัดการ auth, และข้อมูลสำคัญด้วยตนเอง

    การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะมนุษย์ลดลง
    โดยเฉพาะความเข้าใจเชิงลึกด้านสถาปัตยกรรมและความปลอดภัย

    ความเร็วในการสร้างแอปอาจทำให้เกิดการ deploy ระบบที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบเพียงพอ
    เสี่ยงต่อบั๊กหรือช่องโหว่ที่มองไม่เห็น

    https://burkeholland.github.io/posts/opus-4-5-change-everything/
    🤖 Opus 4.5: โมเดล AI ที่เขย่าวงการพัฒนาแอป—จากงานเล่น ๆ สู่การสร้างระบบจริงในไม่กี่ชั่วโมง Opus 4.5 ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ AI coding agents เพราะมันไม่ได้แค่ช่วยเขียนโค้ด แต่สามารถ สร้างแอปทั้งตัว ตั้งแต่ UI, backend, integration, automation ไปจนถึง deployment ได้แทบครบวงจร ผู้เขียนบทความทดลองให้ Opus 4.5 สร้างโปรเจกต์จริงหลายตัว และพบว่ามันสามารถแก้ปัญหาเอง อ่าน error logs เอง และ iterate จนกว่าระบบจะทำงานได้—สิ่งที่ AI รุ่นก่อนทำไม่ได้เลย สิ่งที่น่าตกใจคือโปรเจกต์ที่ปกติใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน กลับถูกสร้างเสร็จภายใน “ไม่กี่ชั่วโมง” เช่น แอปแปลงไฟล์ภาพบน Windows, แอปบันทึกหน้าจอพร้อมเครื่องมือแก้ไขภาพ/วิดีโอ, ระบบโพสต์ภาพลง Facebook แบบอัตโนมัติ และแอปจัดการเส้นทางงานของธุรกิจจริง—all built almost entirely by Opus 4.5 ผู้เขียนยอมรับตรง ๆ ว่าเขา “ไม่รู้โค้ดที่ AI สร้างทำงานอย่างไร” โดยเฉพาะภาษาอย่าง Swift ที่เขาไม่เคยเขียน แต่ Opus 4.5 ก็ยังสามารถ debug และแก้ปัญหาเองได้จนจบงาน ทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า มนุษย์จำเป็นต้องอ่านโค้ดอีกต่อไปหรือไม่ เมื่อ AI สามารถเขียน–แก้–ปรับปรุงได้เองทั้งหมด ท้ายบทความ ผู้เขียนสะท้อนความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวั่นใจ—เพราะสิ่งที่เขาใช้เวลาทั้งชีวิตเรียนรู้ กลายเป็นสิ่งที่ AI ทำได้ง่าย ๆ ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ยอมรับว่าโลกกำลังเปลี่ยน และสิ่งที่ควรทำคือ “ลงมือสร้าง” แทนที่จะกลัวการเปลี่ยนแปลง พร้อมเตือนว่าอย่างน้อยที่สุด… ควรรู้ว่า API keys ของตัวเองอยู่ตรงไหน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Opus 4.5 ทำงานได้เหนือกว่า AI coding agents รุ่นก่อนมาก ➡️ สามารถอ่าน error logs, แก้ปัญหา, และ iterate เองจนระบบทำงานได้ ✅ ผู้เขียนใช้ Opus 4.5 สร้างหลายโปรเจกต์จริงในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ➡️ เช่น แอปแปลงภาพ, แอปบันทึกหน้าจอ, ระบบโพสต์ Facebook อัตโนมัติ, แอปจัดการเส้นทางงาน ✅ AI สามารถสร้างทั้ง frontend, backend, integration และ deployment ➡️ ใช้ Firebase CLI, dotnet CLI และเครื่องมืออื่น ๆ โดยไม่ต้องสอนมาก ✅ ผู้เขียนใช้ prompt แบบ “AI-first coding” ให้ AI เขียนโค้ดเพื่อ AI ไม่ใช่เพื่อมนุษย์ ➡️ เน้นโครงสร้างเรียบง่าย, explicit, regenerable, และลด abstraction คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ผู้เขียนยอมรับว่าเขาไม่เข้าใจโค้ดที่ AI สร้าง ⛔ อาจเสี่ยงต่อการ debug หรือ maintain หาก AI ทำงานผิดพลาด ‼️ ความปลอดภัยของระบบยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ ⛔ ต้องตรวจสอบ API keys, การจัดการ auth, และข้อมูลสำคัญด้วยตนเอง ‼️ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะมนุษย์ลดลง ⛔ โดยเฉพาะความเข้าใจเชิงลึกด้านสถาปัตยกรรมและความปลอดภัย ‼️ ความเร็วในการสร้างแอปอาจทำให้เกิดการ deploy ระบบที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบเพียงพอ ⛔ เสี่ยงต่อบั๊กหรือช่องโหว่ที่มองไม่เห็น https://burkeholland.github.io/posts/opus-4-5-change-everything/
    BURKEHOLLAND.GITHUB.IO
    Opus 4.5 is going to change everything
    Three months ago I would have dismissed claims that AI could replace developers. Today, after using Claude Opus 4.5, I believe AI coding agents can absolutely replace developers.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 57 มุมมอง 0 รีวิว
  • พระประจำวันพฤหัสบดี พระพุทธรูปปางสมาธิ วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี ปี2528
    พระประจำวันพฤหัสบดี พระพุทธรูปปางสมาธิ เนื้อผงน้ำมัน วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี ปี2528 // พระดีพิธีใหญ่ !! พระเกจิเอาจารย์ ร่วมปลุกเสกหลายท่าน หายาก น่าใช้ครับ //พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >>

    ** พุทธคุณด้าน สติปัญญา ความสำเร็จในการศึกษา/การงาน และ ความสงบในจิตใจ เหมาะกับคนเกิดวันพฤหัสฯ เพราะเป็นคนมีปัญญา ใจกว้าง มีคุณธรรม นิยมบูชาพระปางสมาธิและพระปางเปิดโลกเสริมดวง **

    ** พระพุทธรูปประจำวันเกิดของคนเกิดวันพฤหัสบดีคือ “พระพุทธรูปปางสมาธิ” หรือเรียกอีกอย่างว่า “พระพุทธรูปปางตรัสรู้” มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้งสองข้างวางซ้อนกันอยู่บนพระเพลา โดยพระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย และพระชงฆ์ (แข้ง) ขวาทับพระชงฆ์ซ้าย ซึ่งพระพุทธรูปปางสมาธินี้มาจากเมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะหรือพระโพธิสัตว์ประทับในท่าขัดสมาธิใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ใกล้กับฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เพื่อตั้งพระทัยเจริญสมาธิในญาณขั้นต่าง ๆ จนได้บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณและตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 45 ปี **

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    พระประจำวันพฤหัสบดี พระพุทธรูปปางสมาธิ วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี ปี2528 พระประจำวันพฤหัสบดี พระพุทธรูปปางสมาธิ เนื้อผงน้ำมัน วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี ปี2528 // พระดีพิธีใหญ่ !! พระเกจิเอาจารย์ ร่วมปลุกเสกหลายท่าน หายาก น่าใช้ครับ //พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >> ** พุทธคุณด้าน สติปัญญา ความสำเร็จในการศึกษา/การงาน และ ความสงบในจิตใจ เหมาะกับคนเกิดวันพฤหัสฯ เพราะเป็นคนมีปัญญา ใจกว้าง มีคุณธรรม นิยมบูชาพระปางสมาธิและพระปางเปิดโลกเสริมดวง ** ** พระพุทธรูปประจำวันเกิดของคนเกิดวันพฤหัสบดีคือ “พระพุทธรูปปางสมาธิ” หรือเรียกอีกอย่างว่า “พระพุทธรูปปางตรัสรู้” มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้งสองข้างวางซ้อนกันอยู่บนพระเพลา โดยพระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย และพระชงฆ์ (แข้ง) ขวาทับพระชงฆ์ซ้าย ซึ่งพระพุทธรูปปางสมาธินี้มาจากเมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะหรือพระโพธิสัตว์ประทับในท่าขัดสมาธิใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ใกล้กับฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เพื่อตั้งพระทัยเจริญสมาธิในญาณขั้นต่าง ๆ จนได้บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณและตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 45 ปี ** ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 27 มุมมอง 0 รีวิว
  • TUXEDO เปิดตัว InfinityBook Max 16 Gen10 — อัปเกรดจอ OLED ใหม่ พร้อมสเปกแรงทะลุขีดจำกัด

    TUXEDO Computers เปิดตัว InfinityBook Max 16 Gen10 รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมการอัปเกรดครั้งใหญ่ ทั้งในด้านหน้าจอ, ซีพียู, และจีพียู โดยรุ่นนี้มาพร้อม หน้าจอ OLED ใหม่, ซีพียู Intel รุ่นล่าสุด และตัวเลือก NVIDIA GPU ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ใช้ Linux ที่ต้องการโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงสำหรับงานหนัก เช่น การพัฒนา, การเรนเดอร์, หรือการทำงานด้านกราฟิกขั้นสูง

    นอกจากหน้าจอ OLED แล้ว InfinityBook Max 16 Gen10 ยังรองรับ RAM สูงสุดถึง 96GB DDR5 5600MHz และพื้นที่เก็บข้อมูลแบบ NVMe PCIe 4.0 สูงสุด 16TB ซึ่งถือว่าเหนือกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊กทั่วไปอย่างมาก ทำให้รองรับงานที่ต้องใช้หน่วยความจำจำนวนมากได้อย่างสบาย เช่น VM หลายตัวพร้อมกัน หรือการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่

    อีกหนึ่งจุดเด่นคือแบตเตอรี่ขนาด 99 Wh ซึ่งเป็นความจุสูงสุดตามกฎหมายการบิน ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นแม้จะเป็นเครื่องประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ยังมาพร้อมตัวเลือกระบบปฏิบัติการ Linux เช่น TUXEDO OS และ Ubuntu 24.04 LTS ให้ผู้ใช้เลือกได้ตามความถนัด โดยทั้งหมดถูกปรับแต่งให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ของ TUXEDO ได้อย่างลื่นไหล

    การเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ TUXEDO ในการผลักดันตลาดโน้ตบุ๊ก Linux ให้แข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่ได้อย่างสูสี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ระดับมืออาชีพที่ต้องการความเสถียรและความเข้ากันได้ของระบบแบบ 100% ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์นี้มาโดยตลอด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    TUXEDO เปิดตัว InfinityBook Max 16 Gen10 รุ่นใหม่
    มาพร้อมหน้าจอ OLED รุ่นล่าสุด

    รองรับ RAM สูงสุด 96GB DDR5 5600MHz
    เหมาะสำหรับงานหนักและ VM จำนวนมาก

    รองรับ SSD NVMe PCIe 4.0 สูงสุด 16TB
    ความเร็วสูงและพื้นที่เหลือเฟือ

    แบตเตอรี่ขนาด 99 Wh
    ความจุสูงสุดตามกฎหมายการบิน

    รองรับ TUXEDO OS และ Ubuntu 24.04 LTS
    ปรับแต่งมาเพื่อการใช้งานบน Linux โดยเฉพาะ

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    สเปกสูงอาจทำให้ราคาค่อนข้างสูง
    ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่จำเป็นต้องใช้สเปกระดับนี้

    หน้าจอ OLED มีโอกาสเกิด burn‑in หากใช้งานภาพนิ่งนาน ๆ
    ควรตั้ง screen timeout หรือใช้ screensaver

    การอัปเกรดภายในอาจต้องใช้ความชำนาญ
    ผู้ใช้ที่ไม่คุ้นเคยควรให้ศูนย์บริการจัดการแทน

    https://9to5linux.com/tuxedo-infinitybook-max-16-gen10-linux-laptop-unveiled-with-new-oled-display
    📰 💻 TUXEDO เปิดตัว InfinityBook Max 16 Gen10 — อัปเกรดจอ OLED ใหม่ พร้อมสเปกแรงทะลุขีดจำกัด TUXEDO Computers เปิดตัว InfinityBook Max 16 Gen10 รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมการอัปเกรดครั้งใหญ่ ทั้งในด้านหน้าจอ, ซีพียู, และจีพียู โดยรุ่นนี้มาพร้อม หน้าจอ OLED ใหม่, ซีพียู Intel รุ่นล่าสุด และตัวเลือก NVIDIA GPU ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ใช้ Linux ที่ต้องการโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงสำหรับงานหนัก เช่น การพัฒนา, การเรนเดอร์, หรือการทำงานด้านกราฟิกขั้นสูง นอกจากหน้าจอ OLED แล้ว InfinityBook Max 16 Gen10 ยังรองรับ RAM สูงสุดถึง 96GB DDR5 5600MHz และพื้นที่เก็บข้อมูลแบบ NVMe PCIe 4.0 สูงสุด 16TB ซึ่งถือว่าเหนือกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊กทั่วไปอย่างมาก ทำให้รองรับงานที่ต้องใช้หน่วยความจำจำนวนมากได้อย่างสบาย เช่น VM หลายตัวพร้อมกัน หรือการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ อีกหนึ่งจุดเด่นคือแบตเตอรี่ขนาด 99 Wh ซึ่งเป็นความจุสูงสุดตามกฎหมายการบิน ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นแม้จะเป็นเครื่องประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ยังมาพร้อมตัวเลือกระบบปฏิบัติการ Linux เช่น TUXEDO OS และ Ubuntu 24.04 LTS ให้ผู้ใช้เลือกได้ตามความถนัด โดยทั้งหมดถูกปรับแต่งให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ของ TUXEDO ได้อย่างลื่นไหล การเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ TUXEDO ในการผลักดันตลาดโน้ตบุ๊ก Linux ให้แข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่ได้อย่างสูสี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ระดับมืออาชีพที่ต้องการความเสถียรและความเข้ากันได้ของระบบแบบ 100% ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์นี้มาโดยตลอด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ TUXEDO เปิดตัว InfinityBook Max 16 Gen10 รุ่นใหม่ ➡️ มาพร้อมหน้าจอ OLED รุ่นล่าสุด ✅ รองรับ RAM สูงสุด 96GB DDR5 5600MHz ➡️ เหมาะสำหรับงานหนักและ VM จำนวนมาก ✅ รองรับ SSD NVMe PCIe 4.0 สูงสุด 16TB ➡️ ความเร็วสูงและพื้นที่เหลือเฟือ ✅ แบตเตอรี่ขนาด 99 Wh ➡️ ความจุสูงสุดตามกฎหมายการบิน ✅ รองรับ TUXEDO OS และ Ubuntu 24.04 LTS ➡️ ปรับแต่งมาเพื่อการใช้งานบน Linux โดยเฉพาะ คำเตือน / ความเสี่ยง ‼️ สเปกสูงอาจทำให้ราคาค่อนข้างสูง ⛔ ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่จำเป็นต้องใช้สเปกระดับนี้ ‼️ หน้าจอ OLED มีโอกาสเกิด burn‑in หากใช้งานภาพนิ่งนาน ๆ ⛔ ควรตั้ง screen timeout หรือใช้ screensaver ‼️ การอัปเกรดภายในอาจต้องใช้ความชำนาญ ⛔ ผู้ใช้ที่ไม่คุ้นเคยควรให้ศูนย์บริการจัดการแทน https://9to5linux.com/tuxedo-infinitybook-max-16-gen10-linux-laptop-unveiled-with-new-oled-display
    9TO5LINUX.COM
    TUXEDO InfinityBook Max 16 Gen10 Linux Laptop Unveiled with New OLED Display - 9to5Linux
    TUXEDO Computers unveils the InfinityBook Max 16 Gen10 Linux-powered laptop with NVIDIA GeForce RTX 5000 Series GPUs, OLED display, and more.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 34 มุมมอง 0 รีวิว
  • Wike — แอป Wikipedia บน Linux ที่ดูเหมือนจะไม่จำเป็น แต่กลับดีเกินคาด

    Wike เป็นแอป Wikipedia แบบ Native สำหรับเดสก์ท็อป Linux ที่ตอนแรกหลายคน—including ผู้เขียนบทความ—คิดว่าไม่น่าจะมีประโยชน์อะไร เพราะเปิด Wikipedia ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ก็ทำได้อยู่แล้ว แต่เมื่อได้ลองใช้งานจริง กลับพบว่าการแยก Wikipedia ออกมาเป็นแอปเฉพาะทางช่วยให้ประสบการณ์อ่านดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งความเรียบง่าย ความลื่นไหล และฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อการอ่านโดยเฉพาะ

    แอปนี้เป็นส่วนหนึ่งของ GNOME Circle ซึ่งหมายถึงผ่านมาตรฐานคุณภาพและการออกแบบของ GNOME อย่างเป็นทางการ แม้จะออกแบบมาสำหรับ GNOME แต่ก็ใช้งานได้บนเดสก์ท็อปอื่นเช่น KDE หรือ XFCE เพียงแต่อาจขาดฟีเจอร์บางอย่างไป จุดเด่นของ Wike คือการรองรับมากกว่า 300 ภาษา, การค้นหาผ่าน GNOME Activities, การแสดงตัวอย่างลิงก์แบบ Popup และการปรับฟอนต์หรือธีมได้ตามใจ

    นอกจากนี้ Wike ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้การอ่าน Wikipedia สนุกขึ้น เช่น Sidebar สำหรับสารบัญ, ระบบ Bookmark และ Reading List, ประวัติการอ่านแบบเรียงตามเวลา รวมถึงการคัดลอกลิงก์พร้อมไฮไลต์ข้อความ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เว็บเบราว์เซอร์ทั่วไปไม่มี ทำให้เหมาะมากสำหรับนักเรียน นักวิจัย หรือคนที่อ่าน Wikipedia บ่อย ๆ

    แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ Wike ก็ยังมีข้อจำกัด เช่น ไม่สามารถใช้งานแบบ Offline ได้ และต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ซึ่งผู้เขียนบทความมองว่าถ้ามีโหมด Offline แบบสารานุกรมยุค 90s จะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้ Linux ที่ต้องการประสบการณ์อ่าน Wikipedia แบบสะอาดและโฟกัส Wike ถือเป็นแอปที่น่าลองอย่างยิ่ง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Wike เป็นแอป Wikipedia แบบ Native สำหรับ Linux
    ผ่านมาตรฐาน GNOME Circle อย่างเป็นทางการ

    รองรับมากกว่า 300 ภาษาและมีโหมดอ่านแบบ distraction‑free
    ปรับฟอนต์ ธีม และสารบัญด้านข้างได้

    ค้นหา Wikipedia ได้จาก GNOME Activities โดยตรง
    เปิด Super key แล้วพิมพ์คำค้นหาได้ทันที

    มีฟีเจอร์ Link Preview, Bookmark, Reading List และ Copy Link with Highlight
    ช่วยให้การอ่านและแชร์ข้อมูลสะดวกขึ้นมาก

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    Wike ไม่รองรับการอ่านแบบ Offline
    ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา

    ฟีเจอร์บางอย่างอาจไม่สมบูรณ์บนเดสก์ท็อปที่ไม่ใช่ GNOME
    เช่น การค้นหาผ่าน Activities หรือการแสดงผลบางส่วน

    ผู้ใช้ที่ต้องการฟีเจอร์ขั้นสูงแบบ Browser Extensions อาจรู้สึกขาดบางอย่าง
    เช่น การจดโน้ต, การแปลอัตโนมัติ, หรือการบล็อกโฆษณา

    https://itsfoss.com/wike-wikipedia/
    📰 📚 Wike — แอป Wikipedia บน Linux ที่ดูเหมือนจะไม่จำเป็น แต่กลับดีเกินคาด Wike เป็นแอป Wikipedia แบบ Native สำหรับเดสก์ท็อป Linux ที่ตอนแรกหลายคน—including ผู้เขียนบทความ—คิดว่าไม่น่าจะมีประโยชน์อะไร เพราะเปิด Wikipedia ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ก็ทำได้อยู่แล้ว แต่เมื่อได้ลองใช้งานจริง กลับพบว่าการแยก Wikipedia ออกมาเป็นแอปเฉพาะทางช่วยให้ประสบการณ์อ่านดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งความเรียบง่าย ความลื่นไหล และฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อการอ่านโดยเฉพาะ แอปนี้เป็นส่วนหนึ่งของ GNOME Circle ซึ่งหมายถึงผ่านมาตรฐานคุณภาพและการออกแบบของ GNOME อย่างเป็นทางการ แม้จะออกแบบมาสำหรับ GNOME แต่ก็ใช้งานได้บนเดสก์ท็อปอื่นเช่น KDE หรือ XFCE เพียงแต่อาจขาดฟีเจอร์บางอย่างไป จุดเด่นของ Wike คือการรองรับมากกว่า 300 ภาษา, การค้นหาผ่าน GNOME Activities, การแสดงตัวอย่างลิงก์แบบ Popup และการปรับฟอนต์หรือธีมได้ตามใจ นอกจากนี้ Wike ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้การอ่าน Wikipedia สนุกขึ้น เช่น Sidebar สำหรับสารบัญ, ระบบ Bookmark และ Reading List, ประวัติการอ่านแบบเรียงตามเวลา รวมถึงการคัดลอกลิงก์พร้อมไฮไลต์ข้อความ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เว็บเบราว์เซอร์ทั่วไปไม่มี ทำให้เหมาะมากสำหรับนักเรียน นักวิจัย หรือคนที่อ่าน Wikipedia บ่อย ๆ แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ Wike ก็ยังมีข้อจำกัด เช่น ไม่สามารถใช้งานแบบ Offline ได้ และต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ซึ่งผู้เขียนบทความมองว่าถ้ามีโหมด Offline แบบสารานุกรมยุค 90s จะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้ Linux ที่ต้องการประสบการณ์อ่าน Wikipedia แบบสะอาดและโฟกัส Wike ถือเป็นแอปที่น่าลองอย่างยิ่ง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Wike เป็นแอป Wikipedia แบบ Native สำหรับ Linux ➡️ ผ่านมาตรฐาน GNOME Circle อย่างเป็นทางการ ✅ รองรับมากกว่า 300 ภาษาและมีโหมดอ่านแบบ distraction‑free ➡️ ปรับฟอนต์ ธีม และสารบัญด้านข้างได้ ✅ ค้นหา Wikipedia ได้จาก GNOME Activities โดยตรง ➡️ เปิด Super key แล้วพิมพ์คำค้นหาได้ทันที ✅ มีฟีเจอร์ Link Preview, Bookmark, Reading List และ Copy Link with Highlight ➡️ ช่วยให้การอ่านและแชร์ข้อมูลสะดวกขึ้นมาก คำเตือน / ความเสี่ยง ‼️ Wike ไม่รองรับการอ่านแบบ Offline ⛔ ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ‼️ ฟีเจอร์บางอย่างอาจไม่สมบูรณ์บนเดสก์ท็อปที่ไม่ใช่ GNOME ⛔ เช่น การค้นหาผ่าน Activities หรือการแสดงผลบางส่วน ‼️ ผู้ใช้ที่ต้องการฟีเจอร์ขั้นสูงแบบ Browser Extensions อาจรู้สึกขาดบางอย่าง ⛔ เช่น การจดโน้ต, การแปลอัตโนมัติ, หรือการบล็อกโฆษณา https://itsfoss.com/wike-wikipedia/
    ITSFOSS.COM
    I Thought This Wikipedia App for Linux was Pointless (I Was Wrong)
    I don't need to tell you that this application is for the people who enjoy the free and open knowledge provided by Wikipedia.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 39 มุมมอง 0 รีวิว
  • รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ชี้รัฐบาลควรปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด จนกว่า‘ฮุน เซน’ จะสิ้นสภาพ และไม่ต่อใบอนุญาตแรงงานเขมร เหตุ‘ฮุนเซน’ ปลูกฝังคนเขมร ว่าไทยเป็นผู้รุกราน สร้างความเกลียดชังและพยาบาทคนไทยอาจนำไปสู่เหตุวินาศกรรมได้ ยันรัฐบาลควรยึดโมเดล‘ญี่ปุ่น-จีน-เกาหลีใต้’ ใช้ความมั่นคงเป็นตัวตั้งเศรษฐกิจจะดีตามมา วอนนักธุรกิจอย่าเสียดายแรงงานถูก ขณะที่การปิดด่าน แม้การค้าสะดุดแต่ระยะยาวดีแน่ส่วนบรรดา‘นักเล่น’ ไทย-ต่างชาติ ไม่ข้ามไปเล่นกาสิโนกัมพูชาทำให้รายได้ปอยเปตหดหายเพราะกาสิโนและรังสแกมเมอร์ ถือเป็นแหล่งรายได้ 60% ของGDP มั่นใจการบีบเขมรทุกด้านสะท้อนภาพ‘ฮุน เซน’ คือตัวปัญหา ปลุกคนกัมพูชาลุกขึ้นสู้! แนะระวังเหตุปะทะรอบที่ 3
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001915

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ชี้รัฐบาลควรปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด จนกว่า‘ฮุน เซน’ จะสิ้นสภาพ และไม่ต่อใบอนุญาตแรงงานเขมร เหตุ‘ฮุนเซน’ ปลูกฝังคนเขมร ว่าไทยเป็นผู้รุกราน สร้างความเกลียดชังและพยาบาทคนไทยอาจนำไปสู่เหตุวินาศกรรมได้ ยันรัฐบาลควรยึดโมเดล‘ญี่ปุ่น-จีน-เกาหลีใต้’ ใช้ความมั่นคงเป็นตัวตั้งเศรษฐกิจจะดีตามมา วอนนักธุรกิจอย่าเสียดายแรงงานถูก ขณะที่การปิดด่าน แม้การค้าสะดุดแต่ระยะยาวดีแน่ส่วนบรรดา‘นักเล่น’ ไทย-ต่างชาติ ไม่ข้ามไปเล่นกาสิโนกัมพูชาทำให้รายได้ปอยเปตหดหายเพราะกาสิโนและรังสแกมเมอร์ ถือเป็นแหล่งรายได้ 60% ของGDP มั่นใจการบีบเขมรทุกด้านสะท้อนภาพ‘ฮุน เซน’ คือตัวปัญหา ปลุกคนกัมพูชาลุกขึ้นสู้! แนะระวังเหตุปะทะรอบที่ 3 . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9690000001915 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    6
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 124 มุมมอง 0 รีวิว
  • เจาะอินไซต์ท่องเที่ยวมาเลเซีย ห้างสรรพสินค้าคือหัวใจหลัก

    ประเทศมาเลเซียประกาศแคมเปญ Visit Malaysia 2026 เมื่อวันที่ 1 ม.ค.มีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 43 ล้านคน จาก 11 เดือนของปี 2568 อยู่ที่ 38.3 ล้านคน โดยจะจัดกิจกรรมมากกว่า 300 รายการตลอดปี ไฮไลท์สำคัญได้แก่ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลอีดิลฟิตรี เทศกาลดีปาวาลี และเทศกาลคริสต์มาส รวมถึงการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลทาดาวกามาตัน (Tadau Kaamatan) ในรัฐซาบาห์ และเทศกาลกาไวดายัก (Gawai Dayak) ของฝั่งมาเลเซียตะวันออก

    อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจการท่องเที่ยวในประเทศ ปี 2567 (Domestic Tourism Survey 2024) ของกรมสถิติมาเลเซีย (DOSM) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือน ก.ย.2568 พบว่าหากเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Visitors) และนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Tourists) กลับพบว่าห้างสรรพสินค้า คือหัวใจหลักของการท่องเที่ยวมาเลเซีย เพราะจากข้อมูลเกือบทุกรัฐ โดยเฉพาะกรุงกัวลาลัมเปอร์ สลังงอร์ ยะโฮร์ และปีนัง จะเห็นว่าห้างสรรพสินค้าติดอันดับ 1 ใน 5 ทั้งสองกลุ่ม

    กรุงกัวลาลัมเปอร์ จุดหมายปลายทางยอดนิยมสามอันดับแรก คือ ห้างสรรพสินค้าโซโก้ (SOGO) ศูนย์การค้ามิดวัลเลย์เมกามอลล์ (Mid Valley Megamall) และศูนย์การค้าซูเรียเคแอลซีซี (Suria KLCC) ปิโตรนาสทาวเวอร์ แต่ต่างกันตรงที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปยังศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ เช่น พาวิลเลียน กัวลาลัมเปอร์ (Pavilion Kuala Lumpur) และเบอร์จายา ไทมส์ สแควร์ (Berjaya Times Square) ขณะที่คนในประเทศเลือกจะไปตลาดปีตาลิง (Petaling Street Market) ย่านไชน่าทาวน์ และปาซาร์เซนี (Pasar Seni) หรือตลาดกลางกัวลาลัมเปอร์

    ส่วนรัฐปีนัง (Penang) นักท่องเที่ยวในประเทศนิยมไปศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างควีนส์เบย์มอลล์ (Queensbay Mall) ซันเวย์คาร์นิวัลมอลล์ (Sunway Carnival Mall) เกอร์นีย์พลาซา (Gurney Plaza) แม้ชาวต่างชาตินิยมไปปีนังฮิลล์ (Penang Hill หรือ Bukit Bendera) หาดบาตูเฟอร์ริงกี (Pantai Batu Ferringhi) อุทยานแห่งชาติปีนัง (Taman Negara Pulau Pinang) และสวนสนุกเอสเคป (ESCAPE) ก็ตาม แต่ก็มีควีนส์เบย์มอลล์ติดอันดับ

    อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น หาดเจอนัง (Pantai Cenang) ในลังกาวี รัฐเคดะห์, อุทยานทางทะเลในซาบาห์ รวมทั้งกลุ่มครอบครัวนิยมไปยังคาเมรอนไฮแลนด์ (Cameron Highlands) เกนติ้งไฮแลนด์ (Genting Highlands) ในรัฐปะหัง และจอนเกอร์สตรีท (Jonker Street) ในรัฐมะละกา แม้คนในท้องถิ่นจะเน้นไปห้างฯ ขนาดใหญ่ในรัฐอื่น และชายหาดที่เดินทางสะดวกก็ตาม

    #Newskit
    เจาะอินไซต์ท่องเที่ยวมาเลเซีย ห้างสรรพสินค้าคือหัวใจหลัก ประเทศมาเลเซียประกาศแคมเปญ Visit Malaysia 2026 เมื่อวันที่ 1 ม.ค.มีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 43 ล้านคน จาก 11 เดือนของปี 2568 อยู่ที่ 38.3 ล้านคน โดยจะจัดกิจกรรมมากกว่า 300 รายการตลอดปี ไฮไลท์สำคัญได้แก่ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลอีดิลฟิตรี เทศกาลดีปาวาลี และเทศกาลคริสต์มาส รวมถึงการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลทาดาวกามาตัน (Tadau Kaamatan) ในรัฐซาบาห์ และเทศกาลกาไวดายัก (Gawai Dayak) ของฝั่งมาเลเซียตะวันออก อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจการท่องเที่ยวในประเทศ ปี 2567 (Domestic Tourism Survey 2024) ของกรมสถิติมาเลเซีย (DOSM) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือน ก.ย.2568 พบว่าหากเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Visitors) และนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Tourists) กลับพบว่าห้างสรรพสินค้า คือหัวใจหลักของการท่องเที่ยวมาเลเซีย เพราะจากข้อมูลเกือบทุกรัฐ โดยเฉพาะกรุงกัวลาลัมเปอร์ สลังงอร์ ยะโฮร์ และปีนัง จะเห็นว่าห้างสรรพสินค้าติดอันดับ 1 ใน 5 ทั้งสองกลุ่ม กรุงกัวลาลัมเปอร์ จุดหมายปลายทางยอดนิยมสามอันดับแรก คือ ห้างสรรพสินค้าโซโก้ (SOGO) ศูนย์การค้ามิดวัลเลย์เมกามอลล์ (Mid Valley Megamall) และศูนย์การค้าซูเรียเคแอลซีซี (Suria KLCC) ปิโตรนาสทาวเวอร์ แต่ต่างกันตรงที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปยังศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ เช่น พาวิลเลียน กัวลาลัมเปอร์ (Pavilion Kuala Lumpur) และเบอร์จายา ไทมส์ สแควร์ (Berjaya Times Square) ขณะที่คนในประเทศเลือกจะไปตลาดปีตาลิง (Petaling Street Market) ย่านไชน่าทาวน์ และปาซาร์เซนี (Pasar Seni) หรือตลาดกลางกัวลาลัมเปอร์ ส่วนรัฐปีนัง (Penang) นักท่องเที่ยวในประเทศนิยมไปศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างควีนส์เบย์มอลล์ (Queensbay Mall) ซันเวย์คาร์นิวัลมอลล์ (Sunway Carnival Mall) เกอร์นีย์พลาซา (Gurney Plaza) แม้ชาวต่างชาตินิยมไปปีนังฮิลล์ (Penang Hill หรือ Bukit Bendera) หาดบาตูเฟอร์ริงกี (Pantai Batu Ferringhi) อุทยานแห่งชาติปีนัง (Taman Negara Pulau Pinang) และสวนสนุกเอสเคป (ESCAPE) ก็ตาม แต่ก็มีควีนส์เบย์มอลล์ติดอันดับ อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น หาดเจอนัง (Pantai Cenang) ในลังกาวี รัฐเคดะห์, อุทยานทางทะเลในซาบาห์ รวมทั้งกลุ่มครอบครัวนิยมไปยังคาเมรอนไฮแลนด์ (Cameron Highlands) เกนติ้งไฮแลนด์ (Genting Highlands) ในรัฐปะหัง และจอนเกอร์สตรีท (Jonker Street) ในรัฐมะละกา แม้คนในท้องถิ่นจะเน้นไปห้างฯ ขนาดใหญ่ในรัฐอื่น และชายหาดที่เดินทางสะดวกก็ตาม #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 120 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 6

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 6
    อันที่จริงจะว่าไป คุณพี่ปูติน คิดยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายท่อส่งขึ้นมา ก็อาจจะเพราะโดนอเมริกาอังกฤษวางยาเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย
    ปี ค.ศ.1990 ต้นๆ รัฐบาลรัสเซีย นำโดยประธานาธิบดี บอริส เยลซิน พยายามให้ต่างชาติมาลงทุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เกี่ยวกับกิจการน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย เยลซินตกลงให้สัมปทานแก่ บริษัทใหญ่ของอเมริกา และยุโรป ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมัน 2 แห่ง คือ Sakhalin 1 และ Sakhalin 2 โดยการทำข้อตกลงแบ่งผลผลิตกัน production sharing agreement (PSA) โดยมี ExxonMobil เป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ลงทุน มันเป็นสัมปทานที่ไม่ต้องเสียภาษีใดๆทั้งสิ้นให้แก่รัสเซีย….เยี่ยม คุณปู่เยลซิน เนื้อยุ่ยเคี้ยวง่าย
    ตามสัญญานี้ รัฐบาลรัสเซียจะได้รับส่วนแบ่ง เป็นน้ำมัน หรือแก๊สที่ผลิตได้ ….แต่รัสเซียจะได้ส่วนแบ่งนี้ ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนได้ค่าลงทุนในโครงการคืนไปหมดก่อน แบบนี้น่าจะเรียกว่า สัญญาปล้นมากกว่าสัญญาแบ่งผลผลิต
    ผมขอแถมหน่อย สัญญาแบบนี้ มีที่มาน่ารู้จัก มันเป็นสัญญาแม่แบบ ที่ร่างโดย James Baker Institute ถังขยะความคิดของ เจมส์ เบเกอร์ที่ 3 ที่ไอ้โจรร้ายหนีคุก เคยเชิญมาหารือเรื่องการลงทุนกับกลุ่มคาร์ไลล์ Carlyle Group สมัยที่ไอ้โจรร้ายมันนั่งทำเนียบ จำกันได้ไหมครับ ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีไทยอีกท่านหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับ คาร์ไลล์ กรุ๊ปนี่ด้วย ( ข้อมูลส่วนที่มีผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคาร์ไลน์นี้ ผมเอามาจากข้อเขียนของสื่อใหญ่ ชื่อ ทนง ขันทอง เขียนมา 10 กว่าปีแล้ว ลากมารับความดีความชอบด้วยกันซะหน่อยนะครับอาจารย์ )
    สัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาปล้นพิมพ์นี้ คณะทำงานของไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิก เชนี่ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ และเอาไปใช้กับอิรัค และประเทศที่เรียกว่ากำลังพัฒนาแบบบ้านเรา จริงๆ มันเหมือนเป็นสัญญาต้มตุ๋น หรือ ปล้นหน้าด้านๆ หน่วยงานในบ้านเราอ่านเจอ ก็ระวังกันไว้บ้างแล้วกันครับ
    ไม่นานก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศแจ้งว่า โครงการ Sakhalin 1 จะเริ่มทำการผลิต ExxonMobil แจ้งทางรัสเซียว่า ต้นทุนของการผลิตเพิ่มขึ้นไปอีก 30% ดังนั้น ส่วนแบ่งน้ำมันของรัสเซียจึงต้อง “รอ” ไปก่อน มันเป็นการแจ้งโดยนายเจมส์ เบเกอร์ ในฐานะทนายของ ExxonMobil มันคงนึกว่ารัสเซียกินหญ้ามากกว่ามันฝรั่ง
    และ 1 วันก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศเปิดสถานีส่งน้ำมันที่ De Kastri ของโครงการ Sakhalin 1 อย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมของรัสเซียก็ประกาศว่า สถานีส่งน้ำมันของ ExxonMobil ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องผิวดิน จึงสั่งระงับการผลิตน้ำมันไว้ก่อน
    เรียบร้อยคุณพี่ปูติน มีใครฝันว่าจะเห็นเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในบ้านเราไหมครับ ผมมันพวกคลั่งชาติขอฝันหน่อย
    และเช่นเดียวกับโครงการ Sakhalin 2 ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง Royal Dutch Shell ของอังกฤษกับบริษัทน้ำมันญี่ปุ่น ในการสำรวจและผลิตทั้งน้ำมันและแก๊ส ที่ใช้สัญญาพิมพ์เดียวกันกับโครงการ Sakhalin 1 ก็ได้ถูกรัฐบาลของคุณพี่ปูตินยกเลิกการออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และะทำให้การผลิตหยุดชะงักลง เขาว่า Royal Dutch Shell ลงทุนไป 2 หมื่นกว่าล้านเหรียญ เป็นโครงการที่ใหญ่มาก จ้างคนทำงานเกือบ 2 พันคน
    ต้องนับว่าคุณพี่ปูตินนี่ใจถึงจรืงๆ จะสร้างบ้านสร้างเมืองใหม่ มันต้องมีความกล้าหาญ ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง แม้จะเหมือนนั่งอยู่หน้ากองไฟ หน้าไหม้หน้าเกรียมไปบ้าง แต่ยิ่งกว่าคุ้มครับ
    คงมีคนสงสัย รัสเซียที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส ทำไมรัสเซียถึงเน้นสร้างแต่เครือข่ายด้านแก๊ส
    คำตอบแรก คือ น้ำมันมีมาเฟียใหญ่คุมแยะ จากตัวอย่างที่เล่ามาข้างต้น มันอาจจะไปยาก ที่จะเริ่มสร้างชาติให้แข็งแรง ด้วยการวิ่งเข้าไปในดงตีนทันที จะฝ่าดงตีน ต้องมีความพร้อมพอสมควร ด้วยการเตรียมการส่วนอื่นด้วย
    คำตอบที่สอง คือ นำ้มัน สามารถมีการปั่นราคาขึ้นลงได้ ขืนลงทุนสร้างประเทศจากน้ำมัน ไอ้พวกมาเฟียใหญ่ที่คุมทั้งน้ำมัน ทั้งตลาดเงิน ทั้งตลาดหุ้น คงปั่นน้ำมันจนคุณพี่ปูติน จากสุดแกร่ง อาจกลายสภาพเป็นจิ้งหรีดได้ไม่ยาก
    คำตอบที่สาม คือ พวกเสี่ยปั้มตะวันออกกลางครองตลาดน้ำมันไว้แยะแล้ว มาที่หลัง จะให้แซง ของแถมจากมาเฟียใหญ่คงส่งมาเพียบ ยังไม่พร้อม ก็เก็บคะแนนทางอื่นไว้ รอวันพร้อมดีกว่า
    คำตอบที่สี่ คือ แก็ส กำลังเข้ามาแทนที่พลังงานน้ำมันในหลายจุด ความนิยมเริ่มพุ่ง และในยุโรป (ยัง) ไม่มีคู่แข่ง พวกมาเฟียยังนึกไม่ทัน
    คำตอบที่ห้า คือ แก๊ส ขนส่งยากโดยระบบอื่น ต้องใช้อุปกรณ์ค่อนข้างพิเศษ ทำให้มีต้นทุนสูง ส่วนการสร้างท่อส่ง เป็นการลงทุนครั้งเดียว ระยะยาวคุ้มกว่า และการซื้อขายแก๊สทางท่อส่งนี้ มีการทำสัญญาซื้อขายคิดราคาตายตัวล่วงหน้า ตัดโอกาสปั่นราคาออกไปได้ พวกมาเฟียมันจะได้กินแห้วบ้าง
    คำตอบที่หก และเป็นคำตอบที่น่าจะสำคัญที่สุด คือ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่อยู่ใจกลางยูเรเซีย ตามที่ครูแมคพูดไว้ อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน และบริเวณที่ตั้งของรัสเซีย ที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ มีเขตแดน ติดต่อกับ 14 ประเทศ 3 ทวีป หาใครมาเทียบยาก จึงเหมาะที่จะใช้เครือข่ายท่อส่ง เป็นยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์การเมือง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    27 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 6 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 6 อันที่จริงจะว่าไป คุณพี่ปูติน คิดยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายท่อส่งขึ้นมา ก็อาจจะเพราะโดนอเมริกาอังกฤษวางยาเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย ปี ค.ศ.1990 ต้นๆ รัฐบาลรัสเซีย นำโดยประธานาธิบดี บอริส เยลซิน พยายามให้ต่างชาติมาลงทุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เกี่ยวกับกิจการน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย เยลซินตกลงให้สัมปทานแก่ บริษัทใหญ่ของอเมริกา และยุโรป ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมัน 2 แห่ง คือ Sakhalin 1 และ Sakhalin 2 โดยการทำข้อตกลงแบ่งผลผลิตกัน production sharing agreement (PSA) โดยมี ExxonMobil เป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ลงทุน มันเป็นสัมปทานที่ไม่ต้องเสียภาษีใดๆทั้งสิ้นให้แก่รัสเซีย….เยี่ยม คุณปู่เยลซิน เนื้อยุ่ยเคี้ยวง่าย ตามสัญญานี้ รัฐบาลรัสเซียจะได้รับส่วนแบ่ง เป็นน้ำมัน หรือแก๊สที่ผลิตได้ ….แต่รัสเซียจะได้ส่วนแบ่งนี้ ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนได้ค่าลงทุนในโครงการคืนไปหมดก่อน แบบนี้น่าจะเรียกว่า สัญญาปล้นมากกว่าสัญญาแบ่งผลผลิต ผมขอแถมหน่อย สัญญาแบบนี้ มีที่มาน่ารู้จัก มันเป็นสัญญาแม่แบบ ที่ร่างโดย James Baker Institute ถังขยะความคิดของ เจมส์ เบเกอร์ที่ 3 ที่ไอ้โจรร้ายหนีคุก เคยเชิญมาหารือเรื่องการลงทุนกับกลุ่มคาร์ไลล์ Carlyle Group สมัยที่ไอ้โจรร้ายมันนั่งทำเนียบ จำกันได้ไหมครับ ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีไทยอีกท่านหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับ คาร์ไลล์ กรุ๊ปนี่ด้วย ( ข้อมูลส่วนที่มีผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคาร์ไลน์นี้ ผมเอามาจากข้อเขียนของสื่อใหญ่ ชื่อ ทนง ขันทอง เขียนมา 10 กว่าปีแล้ว ลากมารับความดีความชอบด้วยกันซะหน่อยนะครับอาจารย์ ) สัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาปล้นพิมพ์นี้ คณะทำงานของไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิก เชนี่ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ และเอาไปใช้กับอิรัค และประเทศที่เรียกว่ากำลังพัฒนาแบบบ้านเรา จริงๆ มันเหมือนเป็นสัญญาต้มตุ๋น หรือ ปล้นหน้าด้านๆ หน่วยงานในบ้านเราอ่านเจอ ก็ระวังกันไว้บ้างแล้วกันครับ ไม่นานก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศแจ้งว่า โครงการ Sakhalin 1 จะเริ่มทำการผลิต ExxonMobil แจ้งทางรัสเซียว่า ต้นทุนของการผลิตเพิ่มขึ้นไปอีก 30% ดังนั้น ส่วนแบ่งน้ำมันของรัสเซียจึงต้อง “รอ” ไปก่อน มันเป็นการแจ้งโดยนายเจมส์ เบเกอร์ ในฐานะทนายของ ExxonMobil มันคงนึกว่ารัสเซียกินหญ้ามากกว่ามันฝรั่ง และ 1 วันก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศเปิดสถานีส่งน้ำมันที่ De Kastri ของโครงการ Sakhalin 1 อย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมของรัสเซียก็ประกาศว่า สถานีส่งน้ำมันของ ExxonMobil ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องผิวดิน จึงสั่งระงับการผลิตน้ำมันไว้ก่อน เรียบร้อยคุณพี่ปูติน มีใครฝันว่าจะเห็นเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในบ้านเราไหมครับ ผมมันพวกคลั่งชาติขอฝันหน่อย และเช่นเดียวกับโครงการ Sakhalin 2 ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง Royal Dutch Shell ของอังกฤษกับบริษัทน้ำมันญี่ปุ่น ในการสำรวจและผลิตทั้งน้ำมันและแก๊ส ที่ใช้สัญญาพิมพ์เดียวกันกับโครงการ Sakhalin 1 ก็ได้ถูกรัฐบาลของคุณพี่ปูตินยกเลิกการออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และะทำให้การผลิตหยุดชะงักลง เขาว่า Royal Dutch Shell ลงทุนไป 2 หมื่นกว่าล้านเหรียญ เป็นโครงการที่ใหญ่มาก จ้างคนทำงานเกือบ 2 พันคน ต้องนับว่าคุณพี่ปูตินนี่ใจถึงจรืงๆ จะสร้างบ้านสร้างเมืองใหม่ มันต้องมีความกล้าหาญ ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง แม้จะเหมือนนั่งอยู่หน้ากองไฟ หน้าไหม้หน้าเกรียมไปบ้าง แต่ยิ่งกว่าคุ้มครับ คงมีคนสงสัย รัสเซียที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส ทำไมรัสเซียถึงเน้นสร้างแต่เครือข่ายด้านแก๊ส คำตอบแรก คือ น้ำมันมีมาเฟียใหญ่คุมแยะ จากตัวอย่างที่เล่ามาข้างต้น มันอาจจะไปยาก ที่จะเริ่มสร้างชาติให้แข็งแรง ด้วยการวิ่งเข้าไปในดงตีนทันที จะฝ่าดงตีน ต้องมีความพร้อมพอสมควร ด้วยการเตรียมการส่วนอื่นด้วย คำตอบที่สอง คือ นำ้มัน สามารถมีการปั่นราคาขึ้นลงได้ ขืนลงทุนสร้างประเทศจากน้ำมัน ไอ้พวกมาเฟียใหญ่ที่คุมทั้งน้ำมัน ทั้งตลาดเงิน ทั้งตลาดหุ้น คงปั่นน้ำมันจนคุณพี่ปูติน จากสุดแกร่ง อาจกลายสภาพเป็นจิ้งหรีดได้ไม่ยาก คำตอบที่สาม คือ พวกเสี่ยปั้มตะวันออกกลางครองตลาดน้ำมันไว้แยะแล้ว มาที่หลัง จะให้แซง ของแถมจากมาเฟียใหญ่คงส่งมาเพียบ ยังไม่พร้อม ก็เก็บคะแนนทางอื่นไว้ รอวันพร้อมดีกว่า คำตอบที่สี่ คือ แก็ส กำลังเข้ามาแทนที่พลังงานน้ำมันในหลายจุด ความนิยมเริ่มพุ่ง และในยุโรป (ยัง) ไม่มีคู่แข่ง พวกมาเฟียยังนึกไม่ทัน คำตอบที่ห้า คือ แก๊ส ขนส่งยากโดยระบบอื่น ต้องใช้อุปกรณ์ค่อนข้างพิเศษ ทำให้มีต้นทุนสูง ส่วนการสร้างท่อส่ง เป็นการลงทุนครั้งเดียว ระยะยาวคุ้มกว่า และการซื้อขายแก๊สทางท่อส่งนี้ มีการทำสัญญาซื้อขายคิดราคาตายตัวล่วงหน้า ตัดโอกาสปั่นราคาออกไปได้ พวกมาเฟียมันจะได้กินแห้วบ้าง คำตอบที่หก และเป็นคำตอบที่น่าจะสำคัญที่สุด คือ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่อยู่ใจกลางยูเรเซีย ตามที่ครูแมคพูดไว้ อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน และบริเวณที่ตั้งของรัสเซีย ที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ มีเขตแดน ติดต่อกับ 14 ประเทศ 3 ทวีป หาใครมาเทียบยาก จึงเหมาะที่จะใช้เครือข่ายท่อส่ง เป็นยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์การเมือง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 27 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 136 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 5

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 5
    ตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ของอเมริกาชัดเจนว่า เป็นยุทธศาสตร์เพื่อการครองโลกแต่ผู้เดียวของอเมริกา ดังนั้นแผนดำเนินการ หรือการเดินหมากของอเมริกา จึงเน้นที่การปิดล้อมและการปิดกั้น ผู้ที่อาจจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งในการครองโลกของตน ไม่ให้มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งทรัพยากร ที่จะทำให้คู่แข่ง มีโอกาส หรือมีอำนาจมากกว่า หรือขึ้นมาเทียบ
    และด้วยการคิดแบบนี้ ย่ำอยู่กับที่มา 70 ปีแล้ว อเมริกา จึงเน้นแต่การสร้างเครือข่ายด้านการทหาร โดยสร้างฐานทัพ พัฒนาศักยภาพและเพิ่มกำลังอาวุธ กำลังพล รูปแบบต่างๆ ที่มีทั้งเป็นทหารในระบบสังกัดกองทัพ และทหารนอกระบบ เช่นทหารรับจ้าง หรือพวก contractor อย่างพวกน้ำดำ Blackwater รวมไปถึงกองกำลังนอกระบบที่เรียกว่า พวกปฏิบัติการหลังฉาก หรือพวก stay behind และตอนนี้ก็เห็นกันแล้วว่า อเมริกาสร้างแม้กระทั่งเครือข่ายผู้ก่อการร้าย
    ความคิดของอเมริกา ที่นำมาสร้างเป็นยุทธศาสตร์ครองโลกนั้น มันเป็นความคิดที่เก่าตกรุ่น ไม่มีมิติ ของการสร้างสรร และที่สำคัญ มันเป็นความคิด หรือยุทธศาสตร์ที่มุ่งหมายที่จะทำลายล้างผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หรือความต้องการของอเมริกา มันเป็นยุทธศาสตร์เชิงทำลาย ….
    บทความชื่อ ” The rise of US nuclear primacy” เขียนโดย Kier Lieber และ Daryl Press ในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ฉบับเดือนมีนาคม/เมษนยน ค.ศ.2006 น่าจะยืนยันได้ดีถึงยุทธศาสตร์เชิงทำลายของอเมริกา ซึ่งสรุปว่า…..
    …. วันนี้ เป็นครั้งแรกในเวลากว่า 50 ปี ที่สามารถกล่าวได้เต็มปากว่า อเมริกาคือสุดยอดของการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป็นไปได้ว่าอีกไม่ช้านี้ ที่อเมริกาจะเป็นผู้ลงมือก่อน (first strike) ในการทำลายอาวุธนิวเคลียร์ระยะไกล ของรัสเซีย หรือจีน
    …..การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ มาจากการปรับปรุงระบบนิวเคลียร์ของอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การพัฒนาทางอาวุธของรัสเซียเสื่อมถอยลงแบบตกเขา ส่วนจีนเองการพัฒนาอาวุธให้ทันสมัย ไปถึงระดับนิวเคลียร์ก็เป็นไปอย่างช้ามาก …..ยกเว้นแต่อเมริกาจะเปลี่ยนแปลงนโยบายของตัว หรือรัสเซีย จีนจะรีบเร่งเครื่อง เพื่อสร้างขนาดและความพร้อมของกองทัพตัวเองเสียใหม่ ……ไม่เช่นนั้น รัสเซีย จีน และทั้งหมดในโลกนี้ จะต้องอยู่ภายใต้เงาของอเมริกา ที่เป็นเจ้าของสุดยอดของอาวุธนิวเคลียร์ ไปอีกนานนนนน….
    คน(โปร)อเมริกันอ่านแล้ว คงภูมิใจฉิบหายเลยนะครับ
    บทความข้างต้น คงไม่ผิดความจริงมากนัก เพราะเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2002 รัฐบาลคาวบอยบุช ก็ประกาศว่า
    ….. อเมริกากำลังใช้ยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ ด้วยการสร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นโครงการใหญ่และมีความสำคัญลำดับแรกๆ ของรัฐบาลคาวบอย นั่นคือ การสร้างระบบการต่อสู้ด้วยจรวด อเมริกาบอกกับพลเมืองของตนว่า เราต้องทำ เพื่อเตรียมรับมือกับการก่อการร้าย…..
    แต่น่าสังเกตว่า ที่อเมริกากำลังสร้างนั้น มันเป็นระบบรุก offensive ไม่ใช่เป็นระบบป้องกัน defensive ดังนั้น เป้าหมายจริง น่าจะเป็นการเตรียมการส่งให้แก่ รัสเซีย จีน
    เสียละมากกว่า
    และก็ต้องนับว่าอเมริกา นี่ลื่นมาก ใช้ผู้ก่อการ้ายมาเป็นข้ออ้างมาตั้งแต่ตอนโน้นเลย แต่ พอมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นจริงๆ ดันสูดกลิ่นไม่ได้ หาไม่เจอ ปราบไม่สำเร็จ… ได้แต่ทำหน้าเครียด ตาขวางขู่ผ่านสื่อว่า you are next….ใคร ใคร (วะ) ฮาชะมัด
    ส่วนรัสเซีย ตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย ในปี ค.ศ.1991 การพัฒนาอาวุธของรัสเซียที่เป็นทายาท ตามข่าวเหมือนจะแผ่วลงไป เพราะรัสเซียกำลังคร่ำเคร่งในการประคองตัวให้ยืนได้เสียก่อน
    และน่าสนใจว่า เพราะยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อทำลาย ของอเมริกานั่นเอง ที่ทำให้รัสเซียและจีน หันมาจับมือกันแน่นเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง
    รัสเซียและจีน น่าจะคิดไม่ต่างกัน ต่างมีนโยบายที่ต้องการสร้างประเทศให้เข้มแข็ง ช่วยตัวเองได้ พึ่งพาปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด และสร้างแนวร่วมที่สามารถจะช่วยเหลือเกื้อหนุนกันเอง
    ปี ค.ศ.2001 รัสเซีย จีน ทำสัญญา Russia China Friendship and Cooperation Treaty เป็นสัญญาทวิภาคีฉบับแรกระหว่างกัน นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950
    สัญญานี้ เน้นการร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศ เพื่อรับมือกับการทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของโลกของอเมริกา โดยรัสเซีย จีน ตกลงที่จะให้ร่วมมือกันทั้งด้านความมั่นคง และด้านเศรษฐกิจ
    รัสเซียเริ่มแบ่งข้อมูลของตัว เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการพัฒนาอาวุธให้แก่จีน และจีน จอมแกะแบบและจอมก๊อบ ก็แกะ และก๊อบ และช่วยพัฒนากลับให้กับรัสเซีย ด้วยวิธีนี้ ทั้งรัสเซียและจีน จึงก้าวไปข้างหน้าด้วยกันด้านอาวุธ รัสเซียและจีนน่าจะขอบใจ ไอ้ปากมอมที่มาช่วยเตือนว่า คนหนึ่งกำลังดิ่งลงหน้าผา ส่วนอีกคนหนึ่งก็เดินช้าเหมือนเต่า
    ขณะเดียวกัน รัสเซียมองดูตัวเอง เหมือนคนที่ต้องเริ่มตั้งตัวใหม่ หลังจากฉิบหายบ้านแตกสาแหรกขาด แถมล้มละลายอีกต่างหาก สมบัติติดตัวมีค่า คือทรัพย์ในดิน รัสเซียมีแหล่งแก๊สใหญ่ที่สุดในโลก มีบ่อน้ำมันมากกว่า 130,000 บ่อ ยังมีแหล่งน้ำมันและแก๊ส ที่ยังไม่ได้สำรวจอีกประมาณ 2,000 แห่ง ทางรอดของรัสเซียคือ สร้างประเทศ ที่เละจากการถูกรุมตี ซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้ยืนขึ้นมาใหม่ให้ได้จากทรัพย์ในดินของตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่สร้างอาวุธ เพื่อเอาไปใช้ปล้นสมบัติคนอื่น ปล้นเสร็จก็ฆ่าเจ้าของทิ้ง พร้อมกับเผาบ้านทำลายหลักฐาน เหมือนที่ไอ้บางพวกมันชอบทำกัน
    รัสเซียจึงเริ่มต้นสร้างประเทศให้แข็งแรง ด้วยยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายเหมือนกัน มันไม่ใช่เครือข่ายด้านกำลังทหาร แต่เป็นเครือข่ายท่อส่งแก๊ส และน้ำมัน !!! ให้กับเพื่อนและลูกค้า ที่น่าจะเป็นการช่วยให้สถานะของตนเองเป็นอันตรายน้อยลง และมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ฟังดูไม่น่าตื่นเต้น แต่น่าสนใจครับ
    ปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) รัสเซีย ในสมัยที่นายบอริส เยลซิน เป็นประธานาธิบดี ก็เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในบ้าน ไม่น่าเชื่อว่ามันมาจากพิษต้มยำกุ้ง ที่ลามข้ามทวีป จนเป็นโอกาสให้ไอเอมเอฟ เข้ามาจัดการรัสเซีย ด้วยการใช้นโยบายแปรรูปกิจการรัฐ เอาออกขายให้พวกขายชาติไม่กี่ตัว ที่สมคบกับต่างชาติ ซื้อเอาเป็นกิจการส่วนตัว เล่นเอาเศรษฐกิจรัสเซีย ซึ่งกำลังเปราะบางเหมือนข้าวเกรียบว่าว ก็แตกกระจาย นี่ผมเขียนเรื่องรัสเซียนะครับ แต่มันเหมือนกับบ้านเราอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ที่ไม่เหมือน คือวิธีแก้เกม วิธีพาประเทศออกจากกับดักอเมริกา ของรัสเซีย กับของสมันน้อย ต่างกันยังกับหนังคนละม้วน (ตอนนั้นเป็นสมันน้อยจริงๆ ตอนนี้ “หวัง” ว่าจะไม่ใช่แล้ว)
    และในปีนั้น คุณพี่ปูติน ซึ่งอยู่ในคณะทำงานของรัฐบาลรัสเซีย ก็เสนอนโยบายให้กับรัฐบาล ให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการให้รัฐเป็นผู้ควบคุมแหล่งพลังงาน และทรัพยากรของประเทศเสียเอง รวมทั้ง เป็นผู้ดำเนินการผลิตน้ำมันและแก๊ส ขาย และส่งออกเองด้วย เพื่อเป็นการลดต้นทุน จากการค้ากำไรของพ่อค้า และจะทำให้ชาวรัสเซียได้ใช้น้ำมันและแก๊สของรัสเซียเองในราคาถูก เป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจในประเทศส่วนหนึ่ง และนำกำไรจากการขายส่งออกพลังงาน ให้กลับมาอยู่ที่รัฐบาล เพื่อเอามาสร้างประเทศต่อไป
    นอกจากนั้น คุณพี่ปูติน ยังเสนอให้ มีการออกกฏหมายห้ามการค้าแบบผูกขาด ไม่ว่าจะผูกโดยธุรกิจใน หรือนอกประเทศ และห้ามต่างประเทศเข้ามามีส่วนถือหุ้นหรือลงทุน ในการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงาน ทรัพย์ในดินของประเทศ
    สรุปสั้นๆ ว่า คุณพี่ปูติน ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป การเอาทรัพย์สินสำคัญของชาติออกขายให้ต่างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการค้าเสรี ฯลฯ ที่อเมริกาเอามาแพร่เชื้อ ที่ไอเอมเอฟเอามารัดคอ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัสเซียฉิบหายหนักขึ้นจนในที่สุดถึงล้มละลาย ข้อเสนอของคุณพี่ปูติน เป็น การหักดิบ ตัดขาด จาก นโยบาย ความคิดและทฤษฏีลวงของอเมริกา อย่างสิ้นเชิง
    ปี ค.ศ.2000 คุณพี่ปูติน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี นโยบายสำคัญลำดับแรกของรัฐบาลปูตินคือ จัดการโอนเอากิจการสำคัญกลับมาเป็นของรัฐ โดยเฉพาะ Gazprom ที่จะต้องมาทำหน้าที่เป็นเจ้าของเครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัฐ ต่อจากนั้น เขาพยายามระงับการขายหุ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน Yokos และ Sibneft ที่กำลังเตรียมการ ที่จะขายให้กับบริษัทอเมริกัน (หน้าม้าของคาวบอยบุช)
    แค่ 2 เรื่องนี่ ก็คงพอทำให้อเมริกาและสื่อตะวันตก ช่วยกันประทับตราคุณพี่ปูติน ว่าเป็นคนเลวอย่างที่สุดแล้ว เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติตน มากกว่าเสรีภาพของมนุษย์ในการแสดงออก ฮา
    ขั้นตอนต่อไป คุณพี่ปูตินจัดการรวมเอานักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ นักธุรกิจ ที่รัสเซียเรียกว่า ” siloviki” หรือ nationalist พวกชาตินิยม มาเป็นผู้ร่วมร่างแผนการฟื้นฟูประเทศ และบริหารองค์กรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรของชาติ แต่ตะวันตกบอก เป็นพวก เคจีบี หรือ อยู่ฝ่ายความมั่นคงต่างหาก และด่าปูตินว่า กำลังดำเนินการฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซีย ทำแบบนี้แถวบ้านเรา คงถูกเรียกว่า เป็นพวกเผด็จการคลั่งชาติ
    แต่คุณพี่ปูตินไม่สนใจ เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่อส่งแก็ส ตามยุทธศาสตร์ ที่ทำให้รัสเซียเหมือนใส่หมวกกันน๊อก กันถูกตักดีหัว หรือ ล้มอีกทีต้องหัวไม่แตก
    รัสเซียสร้างเครือข่ายท่อส่งที่โยงใยไปทั่ว เป็นระยะทางทั้งหมดไม่น้อยกว่า 150,000 กม เครือข่ายท่อส่งนี้ มี Gazprom ที่เป็นของรัฐ เป็นเจ้าของ และเป็นผู้มีสิทธิใช้แต่ผู้เดียว
    แค่ในปี ค.ศ.2009 แก๊สของรัสเซียส่งออกไปให้ยุโรป ผ่านท่อส่ง 12 เส้น
    3 ท่อส่ง วิ่งตรงไปยัง ฟินแลนด์ แอสโทเนีย และลัตเวีย
    4 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่เบราลุส และส่งออกต่อไปยัง ลิทัวเนีย และ โปแลนด์
    5 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่ยูเครน เพื่อให้ยูเครน ส่งต่อให้ สโลวาเกีย โรมาเนีย ฮังการี และ โปแลนด์
    เห็นจำนวนท่อส่งและสถานที่รับแก๊สแล้ว คงพอเข้าใจนะครับ ว่า ทำไมยูเครน ถึงต้องมีปฏิวัติ เพื่อเอาคนของอเมริกามาคุมยูเครน และเรื่องยูเครนก็จะไม่มีวันสงบง่ายๆ และ รัสเซียก็จะเดินหน้าเรื่องท่อส่งแก๊สมาที่ยุโรป แบบมีเชือกคอยกระตุกให้หงายท้องอยู่ตลอดเวลา
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    26 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 5 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 5 ตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ของอเมริกาชัดเจนว่า เป็นยุทธศาสตร์เพื่อการครองโลกแต่ผู้เดียวของอเมริกา ดังนั้นแผนดำเนินการ หรือการเดินหมากของอเมริกา จึงเน้นที่การปิดล้อมและการปิดกั้น ผู้ที่อาจจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งในการครองโลกของตน ไม่ให้มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งทรัพยากร ที่จะทำให้คู่แข่ง มีโอกาส หรือมีอำนาจมากกว่า หรือขึ้นมาเทียบ และด้วยการคิดแบบนี้ ย่ำอยู่กับที่มา 70 ปีแล้ว อเมริกา จึงเน้นแต่การสร้างเครือข่ายด้านการทหาร โดยสร้างฐานทัพ พัฒนาศักยภาพและเพิ่มกำลังอาวุธ กำลังพล รูปแบบต่างๆ ที่มีทั้งเป็นทหารในระบบสังกัดกองทัพ และทหารนอกระบบ เช่นทหารรับจ้าง หรือพวก contractor อย่างพวกน้ำดำ Blackwater รวมไปถึงกองกำลังนอกระบบที่เรียกว่า พวกปฏิบัติการหลังฉาก หรือพวก stay behind และตอนนี้ก็เห็นกันแล้วว่า อเมริกาสร้างแม้กระทั่งเครือข่ายผู้ก่อการร้าย ความคิดของอเมริกา ที่นำมาสร้างเป็นยุทธศาสตร์ครองโลกนั้น มันเป็นความคิดที่เก่าตกรุ่น ไม่มีมิติ ของการสร้างสรร และที่สำคัญ มันเป็นความคิด หรือยุทธศาสตร์ที่มุ่งหมายที่จะทำลายล้างผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หรือความต้องการของอเมริกา มันเป็นยุทธศาสตร์เชิงทำลาย …. บทความชื่อ ” The rise of US nuclear primacy” เขียนโดย Kier Lieber และ Daryl Press ในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ฉบับเดือนมีนาคม/เมษนยน ค.ศ.2006 น่าจะยืนยันได้ดีถึงยุทธศาสตร์เชิงทำลายของอเมริกา ซึ่งสรุปว่า….. …. วันนี้ เป็นครั้งแรกในเวลากว่า 50 ปี ที่สามารถกล่าวได้เต็มปากว่า อเมริกาคือสุดยอดของการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป็นไปได้ว่าอีกไม่ช้านี้ ที่อเมริกาจะเป็นผู้ลงมือก่อน (first strike) ในการทำลายอาวุธนิวเคลียร์ระยะไกล ของรัสเซีย หรือจีน …..การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ มาจากการปรับปรุงระบบนิวเคลียร์ของอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การพัฒนาทางอาวุธของรัสเซียเสื่อมถอยลงแบบตกเขา ส่วนจีนเองการพัฒนาอาวุธให้ทันสมัย ไปถึงระดับนิวเคลียร์ก็เป็นไปอย่างช้ามาก …..ยกเว้นแต่อเมริกาจะเปลี่ยนแปลงนโยบายของตัว หรือรัสเซีย จีนจะรีบเร่งเครื่อง เพื่อสร้างขนาดและความพร้อมของกองทัพตัวเองเสียใหม่ ……ไม่เช่นนั้น รัสเซีย จีน และทั้งหมดในโลกนี้ จะต้องอยู่ภายใต้เงาของอเมริกา ที่เป็นเจ้าของสุดยอดของอาวุธนิวเคลียร์ ไปอีกนานนนนน…. คน(โปร)อเมริกันอ่านแล้ว คงภูมิใจฉิบหายเลยนะครับ บทความข้างต้น คงไม่ผิดความจริงมากนัก เพราะเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2002 รัฐบาลคาวบอยบุช ก็ประกาศว่า ….. อเมริกากำลังใช้ยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ ด้วยการสร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นโครงการใหญ่และมีความสำคัญลำดับแรกๆ ของรัฐบาลคาวบอย นั่นคือ การสร้างระบบการต่อสู้ด้วยจรวด อเมริกาบอกกับพลเมืองของตนว่า เราต้องทำ เพื่อเตรียมรับมือกับการก่อการร้าย….. แต่น่าสังเกตว่า ที่อเมริกากำลังสร้างนั้น มันเป็นระบบรุก offensive ไม่ใช่เป็นระบบป้องกัน defensive ดังนั้น เป้าหมายจริง น่าจะเป็นการเตรียมการส่งให้แก่ รัสเซีย จีน เสียละมากกว่า และก็ต้องนับว่าอเมริกา นี่ลื่นมาก ใช้ผู้ก่อการ้ายมาเป็นข้ออ้างมาตั้งแต่ตอนโน้นเลย แต่ พอมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นจริงๆ ดันสูดกลิ่นไม่ได้ หาไม่เจอ ปราบไม่สำเร็จ… ได้แต่ทำหน้าเครียด ตาขวางขู่ผ่านสื่อว่า you are next….ใคร ใคร (วะ) ฮาชะมัด ส่วนรัสเซีย ตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย ในปี ค.ศ.1991 การพัฒนาอาวุธของรัสเซียที่เป็นทายาท ตามข่าวเหมือนจะแผ่วลงไป เพราะรัสเซียกำลังคร่ำเคร่งในการประคองตัวให้ยืนได้เสียก่อน และน่าสนใจว่า เพราะยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อทำลาย ของอเมริกานั่นเอง ที่ทำให้รัสเซียและจีน หันมาจับมือกันแน่นเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง รัสเซียและจีน น่าจะคิดไม่ต่างกัน ต่างมีนโยบายที่ต้องการสร้างประเทศให้เข้มแข็ง ช่วยตัวเองได้ พึ่งพาปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด และสร้างแนวร่วมที่สามารถจะช่วยเหลือเกื้อหนุนกันเอง ปี ค.ศ.2001 รัสเซีย จีน ทำสัญญา Russia China Friendship and Cooperation Treaty เป็นสัญญาทวิภาคีฉบับแรกระหว่างกัน นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 สัญญานี้ เน้นการร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศ เพื่อรับมือกับการทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของโลกของอเมริกา โดยรัสเซีย จีน ตกลงที่จะให้ร่วมมือกันทั้งด้านความมั่นคง และด้านเศรษฐกิจ รัสเซียเริ่มแบ่งข้อมูลของตัว เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการพัฒนาอาวุธให้แก่จีน และจีน จอมแกะแบบและจอมก๊อบ ก็แกะ และก๊อบ และช่วยพัฒนากลับให้กับรัสเซีย ด้วยวิธีนี้ ทั้งรัสเซียและจีน จึงก้าวไปข้างหน้าด้วยกันด้านอาวุธ รัสเซียและจีนน่าจะขอบใจ ไอ้ปากมอมที่มาช่วยเตือนว่า คนหนึ่งกำลังดิ่งลงหน้าผา ส่วนอีกคนหนึ่งก็เดินช้าเหมือนเต่า ขณะเดียวกัน รัสเซียมองดูตัวเอง เหมือนคนที่ต้องเริ่มตั้งตัวใหม่ หลังจากฉิบหายบ้านแตกสาแหรกขาด แถมล้มละลายอีกต่างหาก สมบัติติดตัวมีค่า คือทรัพย์ในดิน รัสเซียมีแหล่งแก๊สใหญ่ที่สุดในโลก มีบ่อน้ำมันมากกว่า 130,000 บ่อ ยังมีแหล่งน้ำมันและแก๊ส ที่ยังไม่ได้สำรวจอีกประมาณ 2,000 แห่ง ทางรอดของรัสเซียคือ สร้างประเทศ ที่เละจากการถูกรุมตี ซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้ยืนขึ้นมาใหม่ให้ได้จากทรัพย์ในดินของตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่สร้างอาวุธ เพื่อเอาไปใช้ปล้นสมบัติคนอื่น ปล้นเสร็จก็ฆ่าเจ้าของทิ้ง พร้อมกับเผาบ้านทำลายหลักฐาน เหมือนที่ไอ้บางพวกมันชอบทำกัน รัสเซียจึงเริ่มต้นสร้างประเทศให้แข็งแรง ด้วยยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายเหมือนกัน มันไม่ใช่เครือข่ายด้านกำลังทหาร แต่เป็นเครือข่ายท่อส่งแก๊ส และน้ำมัน !!! ให้กับเพื่อนและลูกค้า ที่น่าจะเป็นการช่วยให้สถานะของตนเองเป็นอันตรายน้อยลง และมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ฟังดูไม่น่าตื่นเต้น แต่น่าสนใจครับ ปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) รัสเซีย ในสมัยที่นายบอริส เยลซิน เป็นประธานาธิบดี ก็เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในบ้าน ไม่น่าเชื่อว่ามันมาจากพิษต้มยำกุ้ง ที่ลามข้ามทวีป จนเป็นโอกาสให้ไอเอมเอฟ เข้ามาจัดการรัสเซีย ด้วยการใช้นโยบายแปรรูปกิจการรัฐ เอาออกขายให้พวกขายชาติไม่กี่ตัว ที่สมคบกับต่างชาติ ซื้อเอาเป็นกิจการส่วนตัว เล่นเอาเศรษฐกิจรัสเซีย ซึ่งกำลังเปราะบางเหมือนข้าวเกรียบว่าว ก็แตกกระจาย นี่ผมเขียนเรื่องรัสเซียนะครับ แต่มันเหมือนกับบ้านเราอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ที่ไม่เหมือน คือวิธีแก้เกม วิธีพาประเทศออกจากกับดักอเมริกา ของรัสเซีย กับของสมันน้อย ต่างกันยังกับหนังคนละม้วน (ตอนนั้นเป็นสมันน้อยจริงๆ ตอนนี้ “หวัง” ว่าจะไม่ใช่แล้ว) และในปีนั้น คุณพี่ปูติน ซึ่งอยู่ในคณะทำงานของรัฐบาลรัสเซีย ก็เสนอนโยบายให้กับรัฐบาล ให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการให้รัฐเป็นผู้ควบคุมแหล่งพลังงาน และทรัพยากรของประเทศเสียเอง รวมทั้ง เป็นผู้ดำเนินการผลิตน้ำมันและแก๊ส ขาย และส่งออกเองด้วย เพื่อเป็นการลดต้นทุน จากการค้ากำไรของพ่อค้า และจะทำให้ชาวรัสเซียได้ใช้น้ำมันและแก๊สของรัสเซียเองในราคาถูก เป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจในประเทศส่วนหนึ่ง และนำกำไรจากการขายส่งออกพลังงาน ให้กลับมาอยู่ที่รัฐบาล เพื่อเอามาสร้างประเทศต่อไป นอกจากนั้น คุณพี่ปูติน ยังเสนอให้ มีการออกกฏหมายห้ามการค้าแบบผูกขาด ไม่ว่าจะผูกโดยธุรกิจใน หรือนอกประเทศ และห้ามต่างประเทศเข้ามามีส่วนถือหุ้นหรือลงทุน ในการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงาน ทรัพย์ในดินของประเทศ สรุปสั้นๆ ว่า คุณพี่ปูติน ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป การเอาทรัพย์สินสำคัญของชาติออกขายให้ต่างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการค้าเสรี ฯลฯ ที่อเมริกาเอามาแพร่เชื้อ ที่ไอเอมเอฟเอามารัดคอ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัสเซียฉิบหายหนักขึ้นจนในที่สุดถึงล้มละลาย ข้อเสนอของคุณพี่ปูติน เป็น การหักดิบ ตัดขาด จาก นโยบาย ความคิดและทฤษฏีลวงของอเมริกา อย่างสิ้นเชิง ปี ค.ศ.2000 คุณพี่ปูติน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี นโยบายสำคัญลำดับแรกของรัฐบาลปูตินคือ จัดการโอนเอากิจการสำคัญกลับมาเป็นของรัฐ โดยเฉพาะ Gazprom ที่จะต้องมาทำหน้าที่เป็นเจ้าของเครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัฐ ต่อจากนั้น เขาพยายามระงับการขายหุ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน Yokos และ Sibneft ที่กำลังเตรียมการ ที่จะขายให้กับบริษัทอเมริกัน (หน้าม้าของคาวบอยบุช) แค่ 2 เรื่องนี่ ก็คงพอทำให้อเมริกาและสื่อตะวันตก ช่วยกันประทับตราคุณพี่ปูติน ว่าเป็นคนเลวอย่างที่สุดแล้ว เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติตน มากกว่าเสรีภาพของมนุษย์ในการแสดงออก ฮา ขั้นตอนต่อไป คุณพี่ปูตินจัดการรวมเอานักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ นักธุรกิจ ที่รัสเซียเรียกว่า ” siloviki” หรือ nationalist พวกชาตินิยม มาเป็นผู้ร่วมร่างแผนการฟื้นฟูประเทศ และบริหารองค์กรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรของชาติ แต่ตะวันตกบอก เป็นพวก เคจีบี หรือ อยู่ฝ่ายความมั่นคงต่างหาก และด่าปูตินว่า กำลังดำเนินการฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซีย ทำแบบนี้แถวบ้านเรา คงถูกเรียกว่า เป็นพวกเผด็จการคลั่งชาติ แต่คุณพี่ปูตินไม่สนใจ เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่อส่งแก็ส ตามยุทธศาสตร์ ที่ทำให้รัสเซียเหมือนใส่หมวกกันน๊อก กันถูกตักดีหัว หรือ ล้มอีกทีต้องหัวไม่แตก รัสเซียสร้างเครือข่ายท่อส่งที่โยงใยไปทั่ว เป็นระยะทางทั้งหมดไม่น้อยกว่า 150,000 กม เครือข่ายท่อส่งนี้ มี Gazprom ที่เป็นของรัฐ เป็นเจ้าของ และเป็นผู้มีสิทธิใช้แต่ผู้เดียว แค่ในปี ค.ศ.2009 แก๊สของรัสเซียส่งออกไปให้ยุโรป ผ่านท่อส่ง 12 เส้น 3 ท่อส่ง วิ่งตรงไปยัง ฟินแลนด์ แอสโทเนีย และลัตเวีย 4 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่เบราลุส และส่งออกต่อไปยัง ลิทัวเนีย และ โปแลนด์ 5 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่ยูเครน เพื่อให้ยูเครน ส่งต่อให้ สโลวาเกีย โรมาเนีย ฮังการี และ โปแลนด์ เห็นจำนวนท่อส่งและสถานที่รับแก๊สแล้ว คงพอเข้าใจนะครับ ว่า ทำไมยูเครน ถึงต้องมีปฏิวัติ เพื่อเอาคนของอเมริกามาคุมยูเครน และเรื่องยูเครนก็จะไม่มีวันสงบง่ายๆ และ รัสเซียก็จะเดินหน้าเรื่องท่อส่งแก๊สมาที่ยุโรป แบบมีเชือกคอยกระตุกให้หงายท้องอยู่ตลอดเวลา สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 26 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 175 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260107 #TechRadar

    OpenAI เผยมีผู้ใช้ ChatGPT ด้านสุขภาพกว่า 40 ล้านครั้งต่อวัน
    รายงานใหม่ของ OpenAI ระบุว่าผู้คนทั่วโลกกว่า 40 ล้านครั้งต่อวันใช้ ChatGPT เพื่อถามคำถามด้านสุขภาพ ตั้งแต่ตรวจสอบอาการ ไปจนถึงทำความเข้าใจคำแนะนำทางการแพทย์ โดยบริษัทมองว่า AI กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยด้านสุขภาพ” ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและลดความสับสน แม้จะยังมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำและความเสี่ยงหากผู้ใช้เชื่อข้อมูลมากเกินไป แต่ตัวเลขการใช้งานสะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากเลือกพึ่งพา AI ในช่วงเวลาที่เข้าถึงแพทย์ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/openai-says-40-million-people-use-chatgpt-for-healthcare-every-day

    Samsung โชว์จอพับไร้รอยพับครั้งแรก คาดเป็นสัญญาณถึง iPhone Fold
    ซัมซุงเปิดตัวเทคโนโลยีจอพับแบบไร้รอยพับที่ CES 2026 ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ใน iPhone Fold รุ่นแรกของ Apple ก่อนที่ซัมซุงเองจะนำไปใช้ในรุ่นถัดไป โดยจอนี้ถูกนำมาเทียบกับ Galaxy Z Fold 7 ให้เห็นชัดว่ารอยพับหายไปเกือบหมด ทำให้ตลาดมือถือพับได้อาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทั้งสวยงามและทนทานกว่าเดิม พร้อมคาดการณ์ว่า iPhone Fold อาจเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้
    https://www.techradar.com/phones/iphone/samsung-just-revealed-the-first-creaseless-foldable-screen-and-it-could-be-a-serious-hint-towards-the-iphone-fold

    Google เตรียมยุติการรองรับ POP3 ใน Gmail ปี 2026
    Google ประกาศว่าจะหยุดรองรับ POP3 ใน Gmail ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดึงอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นเข้ามาใน Gmail ได้อีกต่อไป รวมถึงยุติฟีเจอร์ Gmailify ที่เคยช่วยเพิ่มระบบกันสแปมและฟีเจอร์ขั้นสูงให้บัญชีอีเมลภายนอก โดย Google แนะนำให้ใช้ IMAP แทน แม้จะมีข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าธุรกิจที่มีเครื่องมือย้ายข้อมูลใน Workspace อยู่แล้ว
    https://www.techradar.com/pro/google-set-to-end-pop3-support-heres-what-we-know

    ข่าวลือ OpenAI อาจซื้อ Pinterest จุดกระแสไม่พอใจจากผู้ใช้
    เพียงแค่บทความคาดการณ์ว่า OpenAI อาจเข้าซื้อ Pinterest ก็ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจทันที เพราะกังวลว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการคัดสรรด้วยมือจะถูกกลืนด้วย AI และข้อมูลบนบอร์ดของพวกเขาอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล แม้จะยังไม่มีดีลจริง แต่กระแสต่อต้านสะท้อนว่าผู้ใช้ยังต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ที่ไม่ถูกครอบงำด้วย AI ขณะที่หุ้น Pinterest กลับพุ่งขึ้นเพียงเพราะข่าวลือดังกล่าว
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openais-rumored-acquisition-plans-for-pinterest-provoke-fury-among-some-users

    HP เปิดตัวคีย์บอร์ดที่เป็นคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ รองรับ Copilot+
    HP เปิดตัว EliteBoard G1a คีย์บอร์ดที่ภายในบรรจุพีซีครบชุด ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 พร้อมพลังประมวลผล AI มากพอสำหรับฟีเจอร์ Copilot+ บน Windows 11 แม้ตัวเครื่องจะบางเพียง 12 มม. แต่รองรับ RAM สูงสุด 64GB, SSD 2TB, ต่อจอ 4K ได้สองจอ และมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้เป็นแนวคิดใหม่ของพีซีแบบพกพาที่รวมทุกอย่างไว้ในคีย์บอร์ดเดียว
    https://www.techradar.com/computing/keyboards/hp-just-squeezed-a-desktop-computer-into-a-keyboard-and-its-powerful-enough-to-be-a-copilot-pc

    Deepfakes และความเชื่อมั่นดิจิทัลกำลังถูกท้าทาย
    ยุคที่ดีปเฟกและการปลอมแปลงด้วย AI แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคม เศรษฐกิจ และสถาบันการเงินเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทั้งการหลอกลวงด้วยใบหน้าเสียงปลอม การใช้วิดีโอปลอมในเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการโจมตีองค์กรที่สร้างความเสียหายมหาศาล จึงเกิดแนวคิด “Proof of Humanness” เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานเป็นมนุษย์จริงโดยไม่ต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความเชื่อมั่นดิจิทัลในอนาคต และเป็นทางรอดจากโลกที่แยกของจริงออกจากของปลอมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/pro/deepfakes-and-distrust-how-human-provenance-can-rebuild-digital-confidence

    ความสับสนเรื่องการรีแบรนด์ Microsoft Office → Microsoft 365 Copilot
    ผู้ใช้จำนวนมากเกิดความงุนงงเมื่อพบว่า Office.com ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Copilot ทั้งที่การรีแบรนด์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 แล้ว โดย Microsoft ต้องการผลักดัน Copilot ให้เป็นศูนย์กลางการทำงาน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความไม่พอใจ เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าถูกบังคับให้ใช้ AI มากเกินไป รวมถึงความกังวลว่าชื่อ “Office” อาจหายไปจากวงการซอฟต์แวร์ในที่สุด
    https://www.techradar.com/pro/microsoft-office-has-been-rebranded-to-microsoft-365-copilot-or-has-it

    มัลแวร์ปลอม Blue Screen of Death หลอกเหยื่อให้ติดตั้งตัวเอง
    แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียใช้แคมเปญ ClickFix รูปแบบใหม่ ส่งอีเมลปลอมเรื่องการจองโรงแรมเพื่อหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ ก่อนแสดงหน้าจอ BSOD ปลอมเพื่อทำให้ตื่นตระหนกและรันสคริปต์ที่เป็นมัลแวร์จริง ซึ่งสามารถปิด Defender ขโมยรหัสผ่าน และดึงข้อมูลคลิปบอร์ดได้ ถือเป็นการโจมตีที่ผสมผสานจิตวิทยาและเทคนิคขั้นสูงเพื่อหลบการตรวจจับ
    https://www.techradar.com/pro/security/hackers-use-blue-screen-of-death-malware-to-target-victims

    มือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงแบบ BlackBerry กลับมาแล้ว
    Clicks Communicator เปิดตัวมือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงด้านล่างและหน้าจอ AMOLED ขนาดกะทัดรัด ให้กลิ่นอาย BlackBerry ยุคทอง เน้นการพิมพ์และการทำงานเป็นหลัก มาพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microSD สูงสุด 2TB เหมาะสำหรับคนที่คิดถึงความรู้สึกการพิมพ์แบบปุ่มจริง และต้องการมือถือเครื่องที่สองสำหรับงาน Productivity
    https://www.techradar.com/phones/android/missing-your-blackberry-the-clicks-communicator-brings-back-the-physical-keyboard-and-a-3-5mm-headphone-jack

    Edge ถูกรีดีไซน์ให้คล้าย Copilot และผู้ใช้ไม่ปลื้ม
    Microsoft กำลังทดสอบดีไซน์ใหม่ของ Edge ที่ยืมสไตล์จาก Copilot ทั้งโทนสี ฟอนต์ และเมนูต่าง ๆ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดโหมด Copilot ก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านว่า Microsoft กำลังยัดเยียด AI มากเกินไป และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ “Microslop” แพร่กระจาย เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าประสบการณ์ใช้งานถูกบังคับให้เดินตามทิศทาง AI โดยไม่ฟังเสียงชุมชน
    https://www.techradar.com/computing/windows/microslop-is-heading-for-edge-major-browser-redesign-is-inspired-by-copilot-and-its-already-seriously-unpopular

    ช่องโหว่ WebUI เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ยึดบัญชีและรันโค้ดระยะไกล
    Open WebUI ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 8/10 (CVE‑2025‑64496) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉีดโค้ดผ่าน Direct Connection และขโมยโทเคนเพื่อยึดบัญชี รวมถึงอาจลุกลามไปสู่การรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยปัญหาเกิดจากการเชื่อมต่อไปยังโมเดลภายนอกที่ไม่ปลอดภัย และสามารถถูกหลอกให้เพิ่ม URL อันตรายได้ง่าย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 0.6.35 และจำกัดสิทธิ์การใช้เครื่องมือให้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น
    https://www.techradar.com/pro/security/this-webui-vulnerability-allows-remote-code-execution-heres-how-to-stay-safe

    องค์กรกว่า 50 แห่งถูกขโมยข้อมูลเพราะไม่เปิดใช้ MFA
    รายงานเผยว่าบริษัทใหญ่ระดับ Deloitte, KPMG และ Samsung ตกเป็นเหยื่อแฮ็กเกอร์ “Zestix” หลังไม่มีการบังคับใช้ MFA ทำให้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมยจากมัลแวร์อย่าง RedLine, Lumma และ Vidar ถูกนำไปใช้เข้าถึงคลาวด์และดูดข้อมูลจำนวนมาก บางองค์กรใช้รหัสผ่านเดิมมานานหลายปี ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง เช่น Pickett & Associates สูญข้อมูลกว่า 139GB
    https://www.techradar.com/pro/security/dozens-of-organizations-fall-victim-to-infostealers-after-failing-to-enforce-mfa

    งานวิจัยเตือน AI อาจทำให้มนุษย์ต้องรับผิดชอบงานมากขึ้น แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม
    บทความจาก Occupational Medicine ชี้ว่าการนำ AI มาใช้ช่วยงานอาจทำให้มนุษย์ต้องรับบท “ผู้จัดการ AI” เพิ่มภาระ ตรวจสอบความผิดพลาด และรับความเครียดมากขึ้น แม้งานจะถูกมองว่าง่ายขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ พร้อมเตือนว่าการจัดการที่ไม่ดีอาจกระทบต่อสุขภาพ ผลิตภาพ และโครงสร้างแรงงานในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/new-report-on-ai-adoption-warns-workers-could-face-more-complex-responsibilities-for-lower-pay

    กลุ่มแฮ็กเกอร์ SLH กลับมาอีกครั้ง แต่ดันโดนล่อเข้ากับดัก Honeypot
    กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters อ้างว่าบุกระบบ Resecurity ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายถูกเปิดโปงว่าตกหลุม Honeypot ที่สร้างข้อมูลปลอมไว้ล่อ ทำให้ Resecurity สามารถเก็บ IP, บัญชีที่เชื่อมโยง และหลักฐานต่าง ๆ ส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ถือเป็นการพลิกเกมที่ทำให้กลุ่มแฮ็กเกอร์เสี่ยงถูกจับกุมมากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/security/notorious-hacking-collective-returns-but-researchers-say-they-fell-for-a-honeypot

    AMD ประกาศยุค “YottaScale” ชี้ AI จะต้องการพลังประมวลผลระดับมหาศาล
    Lisa Su ซีอีโอ AMD กล่าวบนเวที CES 2026 ว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ต้องการพลังประมวลผลระดับ YottaFLOPS ซึ่งมากกว่าปัจจุบันถึง 10,000 เท่า พร้อมเปิดตัวชิปและโซลูชันใหม่ เช่น MI455 GPU และ EPYC Venice ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยย้ำว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สุดในรอบ 50 ปี
    https://www.techradar.com/pro/amd-ceo-welcomes-us-to-the-yottascale-era-lisa-su-says-ai-will-need-yottaflops-of-compute-power-soon

    Lenovo เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน
    Lenovo เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI ใหม่ชื่อ Qira ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และพีซีอย่างไร้รอยต่อ พร้อมฟีเจอร์ Smart Modes, Smart Share และ Smart Care ที่ช่วยปรับแต่งระบบ แชร์ไฟล์เร็วขึ้น และแก้ปัญหาเครื่องด้วย AI รวมถึงโซลูชัน AI สำหรับธุรกิจ SMB ที่เน้นความปลอดภัยและการประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Lenovo ที่ผลักดัน AI ให้เป็นหัวใจของการทำงานยุคใหม่
    https://www.techradar.com/pro/lenovo-unveils-the-ai-tools-it-hopes-will-supercharge-your-productivity-at-work

    ตำนาน Conner หวนคืนวงการสตอเรจใน CES 2026
    แบรนด์ Conner ผู้บุกเบิกฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้วในยุค 80–90 กลับมาอีกครั้งใน CES 2026 ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นสตอเรจพกพา เช่น SSD ขนาดเล็ก อุปกรณ์สำรองข้อมูลมือถือ และรุ่นที่ผสานพาวเวอร์แบงก์ โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคโมบายมากกว่าตลาดพีซีแบบเดิม แม้ตลาดแข่งขันสูง แต่การกลับมาครั้งนี้ก็สร้างความสนใจว่าบรรดาแบรนด์ในตำนานอื่น ๆ อาจตามกลับมาเช่นกัน
    https://www.techradar.com/pro/legendary-hdd-brand-that-created-3-5-inch-format-makes-surprising-comeback-at-ces-could-illustrious-names-like-maxtor-iomega-or-syquest-be-next

    OWC เปิดตัว SSD Thunderbolt 5 ความจุ 8TB เร็วแรงทะลุ 6000MB/s
    OWC เปิดตัว Envoy Ultra Thunderbolt 5 SSD ความจุ 8TB ที่รองรับความเร็วสูงกว่า 6000MB/s โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมไร้พัดลม ทนฝุ่นและน้ำระดับ IP67 และรองรับทั้ง Mac, Windows, iPad Pro และ Chromebook แม้ราคาจะสูงถึง $1,699 แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์สำหรับมืออาชีพที่ต้องการความเร็วและความจุระดับสูงสุดในตลาดปัจจุบัน
    https://www.techradar.com/pro/owc-debuts-pcie-gen4-class-8tb-thunderbolt-5-external-ssd-the-largest-and-fastest-in-its-category-but-it-wont-be-cheap

    ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าถูกแฮกข้อมูลลูกค้ากว่า 1 ล้านราย
    Brightspeed หนึ่งในผู้ให้บริการไฟเบอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่กลุ่มแฮกเกอร์ Crimson Collective อ้างว่าขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 1 ล้านราย รวมถึงชื่อ อีเมล เบอร์โทร และข้อมูลการชำระเงินบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันเหตุการณ์ แต่ระบุว่ากำลังสืบสวนอย่างจริงจัง เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ
    https://www.techradar.com/pro/security/one-of-the-largest-us-broadband-providers-investigates-breach

    หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock รุ่นใหม่มี “ขา” ปีนบันไดได้จริง
    Roborock เปิดตัว Saros Rover หุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้นแบบที่มาพร้อมขาแบบสติลท์ สามารถปีนบันได หมุนตัวบนขั้นบันได เดินบนพื้นต่างระดับ และหลบสิ่งกีดขวางอย่างคล่องตัว แม้ยังเป็นต้นแบบที่ต้องปรับปรุง แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่สามารถทำงานในบ้านหลายระดับได้จริง และอาจเปลี่ยนมาตรฐานของตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในอนาคต
    https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/i-just-saw-roborocks-new-robot-vacuum-with-legs-and-its-going-to-make-no-go-zones-a-thing-of-the-past

    AI Bubble – ฟองสบู่ที่แตกได้ แต่เทคโนโลยีไม่หายไป
    บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กระแสการลงทุนด้าน AI จะพองโตเกินจริงและอาจยุบตัวลงในไม่ช้า แต่ตัวเทคโนโลยีเองจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป เพราะ AI ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในองค์กรทั่วโลก โดยประเทศต่าง ๆ มีท่าทีต่อ AI แตกต่างกัน—สหรัฐฯ เร่งนวัตกรรม จีนเน้นลอกเลียนแบบ ส่วนยุโรปออกกฎเข้ม—และผู้ชนะในยุคนี้จะเป็นองค์กรที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพคน ไม่ใช่ลดคนทำงาน
    https://www.techradar.com/pro/the-ai-bubble-it-will-burst-but-ai-will-still-be-here

    Philips Hue SpatialAware – ระบบไฟอัจฉริยะที่เข้าใจตำแหน่งจริงในห้อง
    Philips Hue เปิดตัวฟีเจอร์ SpatialAware ที่ทำให้ระบบไฟสามารถรับรู้ตำแหน่งของหลอดไฟแต่ละดวงในห้องผ่านการสแกนด้วยกล้องมือถือ แล้วปรับโทนสีและความสว่างให้สมจริงขึ้น เช่น การจำลองแสงพระอาทิตย์ตกหรือท้องฟ้าสว่าง พร้อมอัปเดตให้ Bridge Pro รองรับอุปกรณ์มากขึ้น และเพิ่มความสามารถของผู้ช่วย AI รวมถึงรองรับ Apple Home ได้ดีขึ้น ทำให้บ้านอัจฉริยะมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/home/smart-lights/the-philips-hue-app-can-now-customize-lighting-scenes-so-they-suit-the-layout-of-your-rooms

    Lenovo Yoga Mini i – พีซีทรงกระบอกจิ๋ว รองรับ 4 จอ พร้อมพลัง AI
    Lenovo เปิดตัว Yoga Mini i พีซีขนาดเล็กเพียง 600 กรัม แต่รองรับจอภายนอกได้ถึง 4 จอ ใช้ชิป Intel Core Ultra X7 พร้อม RAM สูงสุด 32GB และ SSD สูงสุด 2TB ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Copilot+ เพื่อรองรับงาน AI และมัลติทาสก์ได้ดี แม้จะไม่เล็กเท่า ThinkCentre M75n Nano รุ่นในตำนาน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้ต้องการพีซีพกพาที่ทำงานจริงจังได้ครบเครื่อง
    https://www.techradar.com/pro/lenovo-adds-copilot-mac-mini-rival-to-yoga-product-line-but-i-am-so-disappointed-that-it-didnt-revive-the-nano-m75n-the-smallest-pc-ever

    Lenovo ThinkCentre X Tower – เวิร์กสเตชันคู่ GPU พร้อมการ์ด AI 1TB ลึกลับ
    ThinkCentre X Tower รุ่นใหม่ของ Lenovo กลับมาพร้อมระบบรองรับ GPU คู่แบบ RTX 5060 Ti รวม VRAM 32GB เพื่อประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้ในเครื่องเดียว และยังมี “AI Fusion Card” ขนาด 1TB ที่ช่วยให้ทำ post-training โมเดลระดับ 70B parameters ได้ในเครื่อง พร้อมสเปกจัดเต็มทั้ง Intel Ultra 9, RAM สูงสุด 256GB และพื้นที่เก็บข้อมูล M.2 สูงสุด 6TB เหมาะสำหรับงาน AI inference และงานข้อมูลหนักระดับองค์กร
    https://www.techradar.com/pro/return-of-the-sli-lenovos-new-workstation-pc-supports-up-to-2-rtx-5060-ti-gpus-for-ai-inference-but-im-more-interested-in-the-secretive-1tb-ai-fusion-card

    Motorola Razr Fold – มือถือพับจอใหญ่ 8.1 นิ้ว พร้อมปากกาและกล้องจัดเต็ม
    Motorola เปิดตัว Razr Fold มือถือพับรุ่นใหม่ที่ขยายสู่ตลาดแท็บเล็ตพับได้ ด้วยหน้าจอใหญ่ 8.1 นิ้วและจอหน้าปก 6.6 นิ้ว รองรับปากกา Moto Pen Ultra ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่า Galaxy Fold 7 พร้อมชุดกล้อง 5 ตัว รวมถึงกล้องหน้า 20MP และกล้องเซลฟี่ 32MP ที่ให้ความยืดหยุ่นด้านการถ่ายภาพสูง แม้ยังไม่เปิดเผยสเปกชิปหรือราคา แต่ดีไซน์ ฟีเจอร์ AI และความสามารถด้านมัลติทาสก์ทำให้รุ่นนี้น่าจับตามองมากในตลาดพับได้
    https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/motorola-razr-fold-is-mostly-a-mystery-but-it-already-outdoes-the-galaxy-fold-7-in-one-key-way

    Nvidia เปิดตัว G‑Sync Pulsar: ยกระดับความคมชัดการเคลื่อนไหวสำหรับเกมเมอร์
    Nvidia เผยโฉม G‑Sync Pulsar เทคโนโลยีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหา motion blur โดยใช้ระบบ backlight แบบแบ่งโซนและการสแกนแบบ rolling scan ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัดขึ้นอย่างมากจนการเล่นเกม 250fps ให้ความรู้สึกเหมือนจอ 1,000Hz พร้อมเปิดตัวในจอรุ่นใหม่จาก Acer, Asus, AOC และ MSI ในวันที่ 7 มกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ VRR รุ่นถัดไปสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูงสุด
    https://www.techradar.com/computing/monitors/nvidias-new-g-sync-pulsar-update-for-motion-clarity-is-a-big-win-for-pc-gamers-and-heres-why

    Motorola Signature: เรือธงสุดแกร่งที่สเปกจัดเต็ม แต่ชิปยังไม่สุด
    Motorola เปิดตัว Motorola Signature สมาร์ทโฟนเรือธงดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมกล้อง 50MP ทั้งสี่ตัว หน้าจอ AMOLED 165Hz ความสว่างสูงสุด 6,200 nits แบต 5,200mAh และชาร์จเร็ว 90W พร้อมความทนทานระดับ IP68/IP69 แต่จุดอ่อนคือชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ยังไม่ใช่รุ่นท็อป ทำให้ประสิทธิภาพไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงคู่แข่งระดับไฮเอนด์ แม้โดยรวมยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความครบเครื่องและอัปเดตยาว 7 ปี
    https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/the-motorola-signature-is-a-stunning-rugged-samsung-galaxy-s25-rival-with-one-unfortunate-weakness

    เตือนภัย! แคมเปญมัลแวร์ใหม่ขโมยแชต AI ผ่านส่วนขยาย Chrome ปลอม
    นักวิจัยพบส่วนขยาย Chrome ปลอมสองตัวที่มีผู้ใช้รวมเกือบ 900,000 ราย แอบดึงข้อมูลการสนทนากับ AI และ URL ของแท็บทุก 30 นาที ส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม โดยปลอมตัวเป็นส่วนขยายยอดนิยมด้าน AI ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของส่วนขยายที่แม้จะอยู่ในร้านค้าอย่างเป็นทางการก็ยังอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรตรวจสอบสิทธิ์และความน่าเชื่อถือก่อนติดตั้งเสมอ
    https://www.techradar.com/pro/security/this-new-malware-campaign-is-stealing-chat-logs-via-chrome-extensions

    Intel Arc B390: iGPU ตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาเล่นเกมลื่นระดับสูงได้จริง
    Intel เปิดตัวชิป Core Ultra series 3 พร้อม iGPU Arc B390 ที่สร้างความประทับใจด้วยประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับสูง สามารถรันเกมอย่าง Battlefield 6 และ Dying Light: The Beast ที่ 1080p ด้วยเฟรมเรตสูงเกินคาด แม้ไม่มีการ์ดจอแยก ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาในปี 2026 กลายเป็นตัวเลือกที่เล่นเกมได้จริงจังมากขึ้น และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด ultrabook ที่ต้องการทั้งความบางและพลังกราฟิกในตัวเดียว
    https://www.techradar.com/computing/cpu/the-intel-core-ultra-series-3-processors-look-impressive-enough-but-the-arc-b390-igpu-is-the-real-game-changer-here

    เสียงชัดคือหัวใจของการทำงานร่วมกับ AI — ถ้า AI ฟังคุณไม่ได้ มันก็ช่วยคุณไม่ได้
    บทความชี้ให้เห็นว่าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน การมีระบบเสียงที่คมชัดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ AI ต้องอาศัยเสียงที่ถูกต้องเพื่อประมวลผล ฟังอารมณ์ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทั้งในการประชุม การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันระหว่างทีมทั่วโลก องค์กรที่ลงทุนในไมโครโฟนและระบบประมวลผลเสียงคุณภาพสูงจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ลดความผิดพลาด และปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่
    https://www.techradar.com/pro/if-ai-cant-hear-you-it-cant-help-you-why-clear-audio-drives-real-productivity
    📌📡🟢 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟢📡📌 #รวมข่าวIT #20260107 #TechRadar 🏥 OpenAI เผยมีผู้ใช้ ChatGPT ด้านสุขภาพกว่า 40 ล้านครั้งต่อวัน รายงานใหม่ของ OpenAI ระบุว่าผู้คนทั่วโลกกว่า 40 ล้านครั้งต่อวันใช้ ChatGPT เพื่อถามคำถามด้านสุขภาพ ตั้งแต่ตรวจสอบอาการ ไปจนถึงทำความเข้าใจคำแนะนำทางการแพทย์ โดยบริษัทมองว่า AI กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยด้านสุขภาพ” ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและลดความสับสน แม้จะยังมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำและความเสี่ยงหากผู้ใช้เชื่อข้อมูลมากเกินไป แต่ตัวเลขการใช้งานสะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากเลือกพึ่งพา AI ในช่วงเวลาที่เข้าถึงแพทย์ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/openai-says-40-million-people-use-chatgpt-for-healthcare-every-day 📱 Samsung โชว์จอพับไร้รอยพับครั้งแรก คาดเป็นสัญญาณถึง iPhone Fold ซัมซุงเปิดตัวเทคโนโลยีจอพับแบบไร้รอยพับที่ CES 2026 ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ใน iPhone Fold รุ่นแรกของ Apple ก่อนที่ซัมซุงเองจะนำไปใช้ในรุ่นถัดไป โดยจอนี้ถูกนำมาเทียบกับ Galaxy Z Fold 7 ให้เห็นชัดว่ารอยพับหายไปเกือบหมด ทำให้ตลาดมือถือพับได้อาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทั้งสวยงามและทนทานกว่าเดิม พร้อมคาดการณ์ว่า iPhone Fold อาจเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/samsung-just-revealed-the-first-creaseless-foldable-screen-and-it-could-be-a-serious-hint-towards-the-iphone-fold 📧 Google เตรียมยุติการรองรับ POP3 ใน Gmail ปี 2026 Google ประกาศว่าจะหยุดรองรับ POP3 ใน Gmail ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดึงอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นเข้ามาใน Gmail ได้อีกต่อไป รวมถึงยุติฟีเจอร์ Gmailify ที่เคยช่วยเพิ่มระบบกันสแปมและฟีเจอร์ขั้นสูงให้บัญชีอีเมลภายนอก โดย Google แนะนำให้ใช้ IMAP แทน แม้จะมีข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าธุรกิจที่มีเครื่องมือย้ายข้อมูลใน Workspace อยู่แล้ว 🔗 https://www.techradar.com/pro/google-set-to-end-pop3-support-heres-what-we-know 🎨 ข่าวลือ OpenAI อาจซื้อ Pinterest จุดกระแสไม่พอใจจากผู้ใช้ เพียงแค่บทความคาดการณ์ว่า OpenAI อาจเข้าซื้อ Pinterest ก็ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจทันที เพราะกังวลว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการคัดสรรด้วยมือจะถูกกลืนด้วย AI และข้อมูลบนบอร์ดของพวกเขาอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล แม้จะยังไม่มีดีลจริง แต่กระแสต่อต้านสะท้อนว่าผู้ใช้ยังต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ที่ไม่ถูกครอบงำด้วย AI ขณะที่หุ้น Pinterest กลับพุ่งขึ้นเพียงเพราะข่าวลือดังกล่าว 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openais-rumored-acquisition-plans-for-pinterest-provoke-fury-among-some-users ⌨️ HP เปิดตัวคีย์บอร์ดที่เป็นคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ รองรับ Copilot+ HP เปิดตัว EliteBoard G1a คีย์บอร์ดที่ภายในบรรจุพีซีครบชุด ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 พร้อมพลังประมวลผล AI มากพอสำหรับฟีเจอร์ Copilot+ บน Windows 11 แม้ตัวเครื่องจะบางเพียง 12 มม. แต่รองรับ RAM สูงสุด 64GB, SSD 2TB, ต่อจอ 4K ได้สองจอ และมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้เป็นแนวคิดใหม่ของพีซีแบบพกพาที่รวมทุกอย่างไว้ในคีย์บอร์ดเดียว 🔗 https://www.techradar.com/computing/keyboards/hp-just-squeezed-a-desktop-computer-into-a-keyboard-and-its-powerful-enough-to-be-a-copilot-pc 🧩 Deepfakes และความเชื่อมั่นดิจิทัลกำลังถูกท้าทาย ยุคที่ดีปเฟกและการปลอมแปลงด้วย AI แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคม เศรษฐกิจ และสถาบันการเงินเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทั้งการหลอกลวงด้วยใบหน้าเสียงปลอม การใช้วิดีโอปลอมในเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการโจมตีองค์กรที่สร้างความเสียหายมหาศาล จึงเกิดแนวคิด “Proof of Humanness” เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานเป็นมนุษย์จริงโดยไม่ต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความเชื่อมั่นดิจิทัลในอนาคต และเป็นทางรอดจากโลกที่แยกของจริงออกจากของปลอมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/pro/deepfakes-and-distrust-how-human-provenance-can-rebuild-digital-confidence 🌀 ความสับสนเรื่องการรีแบรนด์ Microsoft Office → Microsoft 365 Copilot ผู้ใช้จำนวนมากเกิดความงุนงงเมื่อพบว่า Office.com ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Copilot ทั้งที่การรีแบรนด์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 แล้ว โดย Microsoft ต้องการผลักดัน Copilot ให้เป็นศูนย์กลางการทำงาน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความไม่พอใจ เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าถูกบังคับให้ใช้ AI มากเกินไป รวมถึงความกังวลว่าชื่อ “Office” อาจหายไปจากวงการซอฟต์แวร์ในที่สุด 🔗 https://www.techradar.com/pro/microsoft-office-has-been-rebranded-to-microsoft-365-copilot-or-has-it 💀 มัลแวร์ปลอม Blue Screen of Death หลอกเหยื่อให้ติดตั้งตัวเอง แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียใช้แคมเปญ ClickFix รูปแบบใหม่ ส่งอีเมลปลอมเรื่องการจองโรงแรมเพื่อหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ ก่อนแสดงหน้าจอ BSOD ปลอมเพื่อทำให้ตื่นตระหนกและรันสคริปต์ที่เป็นมัลแวร์จริง ซึ่งสามารถปิด Defender ขโมยรหัสผ่าน และดึงข้อมูลคลิปบอร์ดได้ ถือเป็นการโจมตีที่ผสมผสานจิตวิทยาและเทคนิคขั้นสูงเพื่อหลบการตรวจจับ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hackers-use-blue-screen-of-death-malware-to-target-victims ⌨️ มือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงแบบ BlackBerry กลับมาแล้ว Clicks Communicator เปิดตัวมือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงด้านล่างและหน้าจอ AMOLED ขนาดกะทัดรัด ให้กลิ่นอาย BlackBerry ยุคทอง เน้นการพิมพ์และการทำงานเป็นหลัก มาพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microSD สูงสุด 2TB เหมาะสำหรับคนที่คิดถึงความรู้สึกการพิมพ์แบบปุ่มจริง และต้องการมือถือเครื่องที่สองสำหรับงาน Productivity 🔗 https://www.techradar.com/phones/android/missing-your-blackberry-the-clicks-communicator-brings-back-the-physical-keyboard-and-a-3-5mm-headphone-jack 🧭 Edge ถูกรีดีไซน์ให้คล้าย Copilot และผู้ใช้ไม่ปลื้ม Microsoft กำลังทดสอบดีไซน์ใหม่ของ Edge ที่ยืมสไตล์จาก Copilot ทั้งโทนสี ฟอนต์ และเมนูต่าง ๆ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดโหมด Copilot ก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านว่า Microsoft กำลังยัดเยียด AI มากเกินไป และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ “Microslop” แพร่กระจาย เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าประสบการณ์ใช้งานถูกบังคับให้เดินตามทิศทาง AI โดยไม่ฟังเสียงชุมชน 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/microslop-is-heading-for-edge-major-browser-redesign-is-inspired-by-copilot-and-its-already-seriously-unpopular ⚠️ ช่องโหว่ WebUI เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ยึดบัญชีและรันโค้ดระยะไกล Open WebUI ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 8/10 (CVE‑2025‑64496) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉีดโค้ดผ่าน Direct Connection และขโมยโทเคนเพื่อยึดบัญชี รวมถึงอาจลุกลามไปสู่การรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยปัญหาเกิดจากการเชื่อมต่อไปยังโมเดลภายนอกที่ไม่ปลอดภัย และสามารถถูกหลอกให้เพิ่ม URL อันตรายได้ง่าย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 0.6.35 และจำกัดสิทธิ์การใช้เครื่องมือให้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-webui-vulnerability-allows-remote-code-execution-heres-how-to-stay-safe 🔐 องค์กรกว่า 50 แห่งถูกขโมยข้อมูลเพราะไม่เปิดใช้ MFA รายงานเผยว่าบริษัทใหญ่ระดับ Deloitte, KPMG และ Samsung ตกเป็นเหยื่อแฮ็กเกอร์ “Zestix” หลังไม่มีการบังคับใช้ MFA ทำให้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมยจากมัลแวร์อย่าง RedLine, Lumma และ Vidar ถูกนำไปใช้เข้าถึงคลาวด์และดูดข้อมูลจำนวนมาก บางองค์กรใช้รหัสผ่านเดิมมานานหลายปี ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง เช่น Pickett & Associates สูญข้อมูลกว่า 139GB 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/dozens-of-organizations-fall-victim-to-infostealers-after-failing-to-enforce-mfa 🧠 งานวิจัยเตือน AI อาจทำให้มนุษย์ต้องรับผิดชอบงานมากขึ้น แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม บทความจาก Occupational Medicine ชี้ว่าการนำ AI มาใช้ช่วยงานอาจทำให้มนุษย์ต้องรับบท “ผู้จัดการ AI” เพิ่มภาระ ตรวจสอบความผิดพลาด และรับความเครียดมากขึ้น แม้งานจะถูกมองว่าง่ายขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ พร้อมเตือนว่าการจัดการที่ไม่ดีอาจกระทบต่อสุขภาพ ผลิตภาพ และโครงสร้างแรงงานในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/new-report-on-ai-adoption-warns-workers-could-face-more-complex-responsibilities-for-lower-pay 🎣 กลุ่มแฮ็กเกอร์ SLH กลับมาอีกครั้ง แต่ดันโดนล่อเข้ากับดัก Honeypot กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters อ้างว่าบุกระบบ Resecurity ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายถูกเปิดโปงว่าตกหลุม Honeypot ที่สร้างข้อมูลปลอมไว้ล่อ ทำให้ Resecurity สามารถเก็บ IP, บัญชีที่เชื่อมโยง และหลักฐานต่าง ๆ ส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ถือเป็นการพลิกเกมที่ทำให้กลุ่มแฮ็กเกอร์เสี่ยงถูกจับกุมมากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/notorious-hacking-collective-returns-but-researchers-say-they-fell-for-a-honeypot 🚀 AMD ประกาศยุค “YottaScale” ชี้ AI จะต้องการพลังประมวลผลระดับมหาศาล Lisa Su ซีอีโอ AMD กล่าวบนเวที CES 2026 ว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ต้องการพลังประมวลผลระดับ YottaFLOPS ซึ่งมากกว่าปัจจุบันถึง 10,000 เท่า พร้อมเปิดตัวชิปและโซลูชันใหม่ เช่น MI455 GPU และ EPYC Venice ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยย้ำว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สุดในรอบ 50 ปี 🔗 https://www.techradar.com/pro/amd-ceo-welcomes-us-to-the-yottascale-era-lisa-su-says-ai-will-need-yottaflops-of-compute-power-soon 🧠✨ Lenovo เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน Lenovo เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI ใหม่ชื่อ Qira ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และพีซีอย่างไร้รอยต่อ พร้อมฟีเจอร์ Smart Modes, Smart Share และ Smart Care ที่ช่วยปรับแต่งระบบ แชร์ไฟล์เร็วขึ้น และแก้ปัญหาเครื่องด้วย AI รวมถึงโซลูชัน AI สำหรับธุรกิจ SMB ที่เน้นความปลอดภัยและการประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Lenovo ที่ผลักดัน AI ให้เป็นหัวใจของการทำงานยุคใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/lenovo-unveils-the-ai-tools-it-hopes-will-supercharge-your-productivity-at-work 💾📦 ตำนาน Conner หวนคืนวงการสตอเรจใน CES 2026 แบรนด์ Conner ผู้บุกเบิกฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้วในยุค 80–90 กลับมาอีกครั้งใน CES 2026 ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นสตอเรจพกพา เช่น SSD ขนาดเล็ก อุปกรณ์สำรองข้อมูลมือถือ และรุ่นที่ผสานพาวเวอร์แบงก์ โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคโมบายมากกว่าตลาดพีซีแบบเดิม แม้ตลาดแข่งขันสูง แต่การกลับมาครั้งนี้ก็สร้างความสนใจว่าบรรดาแบรนด์ในตำนานอื่น ๆ อาจตามกลับมาเช่นกัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/legendary-hdd-brand-that-created-3-5-inch-format-makes-surprising-comeback-at-ces-could-illustrious-names-like-maxtor-iomega-or-syquest-be-next ⚡🚀 OWC เปิดตัว SSD Thunderbolt 5 ความจุ 8TB เร็วแรงทะลุ 6000MB/s OWC เปิดตัว Envoy Ultra Thunderbolt 5 SSD ความจุ 8TB ที่รองรับความเร็วสูงกว่า 6000MB/s โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมไร้พัดลม ทนฝุ่นและน้ำระดับ IP67 และรองรับทั้ง Mac, Windows, iPad Pro และ Chromebook แม้ราคาจะสูงถึง $1,699 แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์สำหรับมืออาชีพที่ต้องการความเร็วและความจุระดับสูงสุดในตลาดปัจจุบัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/owc-debuts-pcie-gen4-class-8tb-thunderbolt-5-external-ssd-the-largest-and-fastest-in-its-category-but-it-wont-be-cheap 🔐⚠️ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าถูกแฮกข้อมูลลูกค้ากว่า 1 ล้านราย Brightspeed หนึ่งในผู้ให้บริการไฟเบอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่กลุ่มแฮกเกอร์ Crimson Collective อ้างว่าขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 1 ล้านราย รวมถึงชื่อ อีเมล เบอร์โทร และข้อมูลการชำระเงินบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันเหตุการณ์ แต่ระบุว่ากำลังสืบสวนอย่างจริงจัง เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/one-of-the-largest-us-broadband-providers-investigates-breach 🤖🦵 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock รุ่นใหม่มี “ขา” ปีนบันไดได้จริง Roborock เปิดตัว Saros Rover หุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้นแบบที่มาพร้อมขาแบบสติลท์ สามารถปีนบันได หมุนตัวบนขั้นบันได เดินบนพื้นต่างระดับ และหลบสิ่งกีดขวางอย่างคล่องตัว แม้ยังเป็นต้นแบบที่ต้องปรับปรุง แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่สามารถทำงานในบ้านหลายระดับได้จริง และอาจเปลี่ยนมาตรฐานของตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/i-just-saw-roborocks-new-robot-vacuum-with-legs-and-its-going-to-make-no-go-zones-a-thing-of-the-past 🧠 AI Bubble – ฟองสบู่ที่แตกได้ แต่เทคโนโลยีไม่หายไป บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กระแสการลงทุนด้าน AI จะพองโตเกินจริงและอาจยุบตัวลงในไม่ช้า แต่ตัวเทคโนโลยีเองจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป เพราะ AI ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในองค์กรทั่วโลก โดยประเทศต่าง ๆ มีท่าทีต่อ AI แตกต่างกัน—สหรัฐฯ เร่งนวัตกรรม จีนเน้นลอกเลียนแบบ ส่วนยุโรปออกกฎเข้ม—และผู้ชนะในยุคนี้จะเป็นองค์กรที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพคน ไม่ใช่ลดคนทำงาน 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-ai-bubble-it-will-burst-but-ai-will-still-be-here 💡 Philips Hue SpatialAware – ระบบไฟอัจฉริยะที่เข้าใจตำแหน่งจริงในห้อง Philips Hue เปิดตัวฟีเจอร์ SpatialAware ที่ทำให้ระบบไฟสามารถรับรู้ตำแหน่งของหลอดไฟแต่ละดวงในห้องผ่านการสแกนด้วยกล้องมือถือ แล้วปรับโทนสีและความสว่างให้สมจริงขึ้น เช่น การจำลองแสงพระอาทิตย์ตกหรือท้องฟ้าสว่าง พร้อมอัปเดตให้ Bridge Pro รองรับอุปกรณ์มากขึ้น และเพิ่มความสามารถของผู้ช่วย AI รวมถึงรองรับ Apple Home ได้ดีขึ้น ทำให้บ้านอัจฉริยะมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-lights/the-philips-hue-app-can-now-customize-lighting-scenes-so-they-suit-the-layout-of-your-rooms 🖥️ Lenovo Yoga Mini i – พีซีทรงกระบอกจิ๋ว รองรับ 4 จอ พร้อมพลัง AI Lenovo เปิดตัว Yoga Mini i พีซีขนาดเล็กเพียง 600 กรัม แต่รองรับจอภายนอกได้ถึง 4 จอ ใช้ชิป Intel Core Ultra X7 พร้อม RAM สูงสุด 32GB และ SSD สูงสุด 2TB ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Copilot+ เพื่อรองรับงาน AI และมัลติทาสก์ได้ดี แม้จะไม่เล็กเท่า ThinkCentre M75n Nano รุ่นในตำนาน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้ต้องการพีซีพกพาที่ทำงานจริงจังได้ครบเครื่อง 🔗 https://www.techradar.com/pro/lenovo-adds-copilot-mac-mini-rival-to-yoga-product-line-but-i-am-so-disappointed-that-it-didnt-revive-the-nano-m75n-the-smallest-pc-ever 🚀 Lenovo ThinkCentre X Tower – เวิร์กสเตชันคู่ GPU พร้อมการ์ด AI 1TB ลึกลับ ThinkCentre X Tower รุ่นใหม่ของ Lenovo กลับมาพร้อมระบบรองรับ GPU คู่แบบ RTX 5060 Ti รวม VRAM 32GB เพื่อประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้ในเครื่องเดียว และยังมี “AI Fusion Card” ขนาด 1TB ที่ช่วยให้ทำ post-training โมเดลระดับ 70B parameters ได้ในเครื่อง พร้อมสเปกจัดเต็มทั้ง Intel Ultra 9, RAM สูงสุด 256GB และพื้นที่เก็บข้อมูล M.2 สูงสุด 6TB เหมาะสำหรับงาน AI inference และงานข้อมูลหนักระดับองค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/return-of-the-sli-lenovos-new-workstation-pc-supports-up-to-2-rtx-5060-ti-gpus-for-ai-inference-but-im-more-interested-in-the-secretive-1tb-ai-fusion-card 📱 Motorola Razr Fold – มือถือพับจอใหญ่ 8.1 นิ้ว พร้อมปากกาและกล้องจัดเต็ม Motorola เปิดตัว Razr Fold มือถือพับรุ่นใหม่ที่ขยายสู่ตลาดแท็บเล็ตพับได้ ด้วยหน้าจอใหญ่ 8.1 นิ้วและจอหน้าปก 6.6 นิ้ว รองรับปากกา Moto Pen Ultra ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่า Galaxy Fold 7 พร้อมชุดกล้อง 5 ตัว รวมถึงกล้องหน้า 20MP และกล้องเซลฟี่ 32MP ที่ให้ความยืดหยุ่นด้านการถ่ายภาพสูง แม้ยังไม่เปิดเผยสเปกชิปหรือราคา แต่ดีไซน์ ฟีเจอร์ AI และความสามารถด้านมัลติทาสก์ทำให้รุ่นนี้น่าจับตามองมากในตลาดพับได้ 🔗 https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/motorola-razr-fold-is-mostly-a-mystery-but-it-already-outdoes-the-galaxy-fold-7-in-one-key-way 🖥️ Nvidia เปิดตัว G‑Sync Pulsar: ยกระดับความคมชัดการเคลื่อนไหวสำหรับเกมเมอร์ Nvidia เผยโฉม G‑Sync Pulsar เทคโนโลยีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหา motion blur โดยใช้ระบบ backlight แบบแบ่งโซนและการสแกนแบบ rolling scan ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัดขึ้นอย่างมากจนการเล่นเกม 250fps ให้ความรู้สึกเหมือนจอ 1,000Hz พร้อมเปิดตัวในจอรุ่นใหม่จาก Acer, Asus, AOC และ MSI ในวันที่ 7 มกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ VRR รุ่นถัดไปสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูงสุด 🔗 https://www.techradar.com/computing/monitors/nvidias-new-g-sync-pulsar-update-for-motion-clarity-is-a-big-win-for-pc-gamers-and-heres-why 📱 Motorola Signature: เรือธงสุดแกร่งที่สเปกจัดเต็ม แต่ชิปยังไม่สุด Motorola เปิดตัว Motorola Signature สมาร์ทโฟนเรือธงดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมกล้อง 50MP ทั้งสี่ตัว หน้าจอ AMOLED 165Hz ความสว่างสูงสุด 6,200 nits แบต 5,200mAh และชาร์จเร็ว 90W พร้อมความทนทานระดับ IP68/IP69 แต่จุดอ่อนคือชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ยังไม่ใช่รุ่นท็อป ทำให้ประสิทธิภาพไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงคู่แข่งระดับไฮเอนด์ แม้โดยรวมยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความครบเครื่องและอัปเดตยาว 7 ปี 🔗 https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/the-motorola-signature-is-a-stunning-rugged-samsung-galaxy-s25-rival-with-one-unfortunate-weakness 🔐 เตือนภัย! แคมเปญมัลแวร์ใหม่ขโมยแชต AI ผ่านส่วนขยาย Chrome ปลอม นักวิจัยพบส่วนขยาย Chrome ปลอมสองตัวที่มีผู้ใช้รวมเกือบ 900,000 ราย แอบดึงข้อมูลการสนทนากับ AI และ URL ของแท็บทุก 30 นาที ส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม โดยปลอมตัวเป็นส่วนขยายยอดนิยมด้าน AI ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของส่วนขยายที่แม้จะอยู่ในร้านค้าอย่างเป็นทางการก็ยังอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรตรวจสอบสิทธิ์และความน่าเชื่อถือก่อนติดตั้งเสมอ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-new-malware-campaign-is-stealing-chat-logs-via-chrome-extensions ⚡ Intel Arc B390: iGPU ตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาเล่นเกมลื่นระดับสูงได้จริง Intel เปิดตัวชิป Core Ultra series 3 พร้อม iGPU Arc B390 ที่สร้างความประทับใจด้วยประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับสูง สามารถรันเกมอย่าง Battlefield 6 และ Dying Light: The Beast ที่ 1080p ด้วยเฟรมเรตสูงเกินคาด แม้ไม่มีการ์ดจอแยก ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาในปี 2026 กลายเป็นตัวเลือกที่เล่นเกมได้จริงจังมากขึ้น และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด ultrabook ที่ต้องการทั้งความบางและพลังกราฟิกในตัวเดียว 🔗 https://www.techradar.com/computing/cpu/the-intel-core-ultra-series-3-processors-look-impressive-enough-but-the-arc-b390-igpu-is-the-real-game-changer-here 🎙️ เสียงชัดคือหัวใจของการทำงานร่วมกับ AI — ถ้า AI ฟังคุณไม่ได้ มันก็ช่วยคุณไม่ได้ บทความชี้ให้เห็นว่าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน การมีระบบเสียงที่คมชัดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ AI ต้องอาศัยเสียงที่ถูกต้องเพื่อประมวลผล ฟังอารมณ์ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทั้งในการประชุม การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันระหว่างทีมทั่วโลก องค์กรที่ลงทุนในไมโครโฟนและระบบประมวลผลเสียงคุณภาพสูงจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ลดความผิดพลาด และปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/if-ai-cant-hear-you-it-cant-help-you-why-clear-audio-drives-real-productivity
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 229 มุมมอง 0 รีวิว
  • “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตรอง ผบ.ตร. โดยยืนยันว่า ขณะนี้สำนวนทั้งหมดได้ส่งถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว และตำรวจมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่งต่อให้ ป.ป.ช. อย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าไม่มีอคติ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
    .
    พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า หากมีพยานหรือบุคคลใดประสงค์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาให้ถ้อยคำได้ และตำรวจจะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยัง ป.ป.ช. ตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง
    .
    ในส่วนของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในพยานสำคัญในคดี รอง ผบช.ก. ยอมรับว่าเจ้าตัวเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัว จนเกิดความเครียดอย่างรุนแรง แต่ได้ตัดสินใจยืนหยัดต่อสู้กับข้อเท็จจริง พร้อมยอมรับผลตามกระบวนการยุติธรรม
    .
    รอง ผบช.ก. ยังย้ำความเชื่อมั่นต่อการทำงานของ ป.ป.ช. ว่าเป็นองค์กรที่ประชาชนยังสามารถพึ่งพาได้ พร้อมระบุว่าการปรับเปลี่ยนหน้าที่กรรมการที่เกี่ยวข้องกับคดี จะช่วยให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบและโปร่งใสมากขึ้น
    .
    News1 จะติดตามความเคลื่อนไหวของคดีนี้อย่างใกล้ชิด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001692
    .
    #News1 #News1live #บิ๊กเต่า #ปปช #คดีดัง #กระบวนการยุติธรรม
    “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตรอง ผบ.ตร. โดยยืนยันว่า ขณะนี้สำนวนทั้งหมดได้ส่งถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว และตำรวจมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่งต่อให้ ป.ป.ช. อย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าไม่มีอคติ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย . พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า หากมีพยานหรือบุคคลใดประสงค์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาให้ถ้อยคำได้ และตำรวจจะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยัง ป.ป.ช. ตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง . ในส่วนของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในพยานสำคัญในคดี รอง ผบช.ก. ยอมรับว่าเจ้าตัวเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัว จนเกิดความเครียดอย่างรุนแรง แต่ได้ตัดสินใจยืนหยัดต่อสู้กับข้อเท็จจริง พร้อมยอมรับผลตามกระบวนการยุติธรรม . รอง ผบช.ก. ยังย้ำความเชื่อมั่นต่อการทำงานของ ป.ป.ช. ว่าเป็นองค์กรที่ประชาชนยังสามารถพึ่งพาได้ พร้อมระบุว่าการปรับเปลี่ยนหน้าที่กรรมการที่เกี่ยวข้องกับคดี จะช่วยให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบและโปร่งใสมากขึ้น . News1 จะติดตามความเคลื่อนไหวของคดีนี้อย่างใกล้ชิด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001692 . #News1 #News1live #บิ๊กเต่า #ปปช #คดีดัง #กระบวนการยุติธรรม
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 182 มุมมอง 0 รีวิว
  • สนามเลือกตั้งจังหวัดสกลนครคึกคัก โดยเฉพาะเขต 6 ที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย เปิดเกมลงพื้นที่อำเภอเจริญศิลป์ อ้อนขอคะแนนเสียงจากชาวบ้าน หวังชิงเก้าอี้จากแชมป์เก่าพรรคเพื่อไทย
    .
    นายบรม เอ่งฉ้วน ผู้สมัคร ส.ส. สกลนคร เขต 6 เบอร์ 5 พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน ย้ำขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้คนในพื้นที่ แม้ไม่ใช่คนสกลนครโดยกำเนิด แต่ยืนยันอาศัยและทำงานในพื้นที่มากว่า 12 ปี พร้อมนำประสบการณ์ด้านธุรกิจมาพัฒนาชุมชนและเกษตรกร
    .
    ศึกเลือกตั้งเขต 6 สกลนคร ครอบคลุมพื้นที่ อ.พังโคน อ.เจริญศิลป์ และ อ.วานรนิวาส บรรยากาศหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างผู้สมัครหน้าใหม่กับแชมป์เก่าที่ครองพื้นที่มาอย่างยาวนาน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001618
    .
    #News1 #News1live #เลือกตั้ง2569 #สกลนคร #ภูมิใจไทย #การเมือง
    สนามเลือกตั้งจังหวัดสกลนครคึกคัก โดยเฉพาะเขต 6 ที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย เปิดเกมลงพื้นที่อำเภอเจริญศิลป์ อ้อนขอคะแนนเสียงจากชาวบ้าน หวังชิงเก้าอี้จากแชมป์เก่าพรรคเพื่อไทย . นายบรม เอ่งฉ้วน ผู้สมัคร ส.ส. สกลนคร เขต 6 เบอร์ 5 พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน ย้ำขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้คนในพื้นที่ แม้ไม่ใช่คนสกลนครโดยกำเนิด แต่ยืนยันอาศัยและทำงานในพื้นที่มากว่า 12 ปี พร้อมนำประสบการณ์ด้านธุรกิจมาพัฒนาชุมชนและเกษตรกร . ศึกเลือกตั้งเขต 6 สกลนคร ครอบคลุมพื้นที่ อ.พังโคน อ.เจริญศิลป์ และ อ.วานรนิวาส บรรยากาศหาเสียงเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างผู้สมัครหน้าใหม่กับแชมป์เก่าที่ครองพื้นที่มาอย่างยาวนาน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001618 . #News1 #News1live #เลือกตั้ง2569 #สกลนคร #ภูมิใจไทย #การเมือง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 143 มุมมอง 0 รีวิว
  • สถานการณ์ตึงเครียดข้ามแอตแลนติกเริ่มชัดขึ้น เมื่อ “มิชาเอล ยาคอฟเลฟฟ์” อดีตนายพลนาโต ออกมาเตือนว่า หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังเดินหน้าผนวกกรีนแลนด์เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ ยุโรปอาจหลีกเลี่ยงไม่พ้นการเผชิญหน้าทางทหารกับอเมริกา
    .
    อดีตนายพลนาโตชี้ว่า คำขู่และท่าทีของทรัมป์ต่อกรีนแลนด์ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และอาจยกระดับจากแรงกดดันทางการเมืองไปสู่การบีบบังคับหรือการรุกราน พร้อมระบุว่า ยุโรปจำเป็นต้องเตรียมพร้อม แม้กระทั่ง “ต้องสู้กับสหรัฐฯ เพื่อปกป้องอธิปไตย”
    .
    ยาคอฟเลฟฟ์ยังเตือนถึงรอยร้าวรุนแรงในนาโต และเสนอให้ยุโรปพิจารณาแยกตัวจากอิทธิพลของสหรัฐฯ รวมถึงอาจต้องย้ายฐานบัญชาการ และทบทวนการให้กองกำลังสหรัฐฯ ตั้งฐานทัพในยุโรป หากวอชิงตันยังบ่อนทำลายพันธมิตร
    .
    คำเตือนนี้ยิ่งตอกย้ำความกังวลของผู้นำยุโรป หลังท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์ต่อเวเนซุเอลา และการพูดถึงกรีนแลนด์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเริ่มถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของพันธมิตรนาโตเอง
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001599
    .
    #News1 #News1live #ทรัมป์ #กรีนแลนด์ #นาโต #ยุโรป #การเมืองโลก
    สถานการณ์ตึงเครียดข้ามแอตแลนติกเริ่มชัดขึ้น เมื่อ “มิชาเอล ยาคอฟเลฟฟ์” อดีตนายพลนาโต ออกมาเตือนว่า หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังเดินหน้าผนวกกรีนแลนด์เป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ ยุโรปอาจหลีกเลี่ยงไม่พ้นการเผชิญหน้าทางทหารกับอเมริกา . อดีตนายพลนาโตชี้ว่า คำขู่และท่าทีของทรัมป์ต่อกรีนแลนด์ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และอาจยกระดับจากแรงกดดันทางการเมืองไปสู่การบีบบังคับหรือการรุกราน พร้อมระบุว่า ยุโรปจำเป็นต้องเตรียมพร้อม แม้กระทั่ง “ต้องสู้กับสหรัฐฯ เพื่อปกป้องอธิปไตย” . ยาคอฟเลฟฟ์ยังเตือนถึงรอยร้าวรุนแรงในนาโต และเสนอให้ยุโรปพิจารณาแยกตัวจากอิทธิพลของสหรัฐฯ รวมถึงอาจต้องย้ายฐานบัญชาการ และทบทวนการให้กองกำลังสหรัฐฯ ตั้งฐานทัพในยุโรป หากวอชิงตันยังบ่อนทำลายพันธมิตร . คำเตือนนี้ยิ่งตอกย้ำความกังวลของผู้นำยุโรป หลังท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์ต่อเวเนซุเอลา และการพูดถึงกรีนแลนด์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเริ่มถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของพันธมิตรนาโตเอง . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001599 . #News1 #News1live #ทรัมป์ #กรีนแลนด์ #นาโต #ยุโรป #การเมืองโลก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 134 มุมมอง 0 รีวิว
  • รองผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กรณี “โจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม อ้างมีความพยายามดำเนินคดีซ้ำในคดีพัวพันเว็บพนันออนไลน์ ทั้งที่อยู่ในอำนาจการสอบสวนของ ป.ป.ช.
    .
    พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. ระบุว่า ได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดแล้ว ตั้งแต่ สอท.1 ถึง สอท.5 เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบและรวดเร็ว พร้อมย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยไม่เลือกปฏิบัติ
    .
    ขณะเดียวกัน รอง ผบช.สอท. ยังกล่าวถึงการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ว่า เป็นวาระสำคัญทั้งระดับชาติและนานาชาติ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากตำรวจทุกระดับ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์และประชาชน เพื่อปิดกั้นการเข้าถึงและลดผลกระทบต่อสังคม
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000111060
    .
    #News1live #News1 #ตำรวจไซเบอร์ #บิ๊กโจ๊ก #เว็บพนัน #กระบวนการยุติธรรม
    รองผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กรณี “โจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม อ้างมีความพยายามดำเนินคดีซ้ำในคดีพัวพันเว็บพนันออนไลน์ ทั้งที่อยู่ในอำนาจการสอบสวนของ ป.ป.ช. . พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. ระบุว่า ได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดแล้ว ตั้งแต่ สอท.1 ถึง สอท.5 เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบและรวดเร็ว พร้อมย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยไม่เลือกปฏิบัติ . ขณะเดียวกัน รอง ผบช.สอท. ยังกล่าวถึงการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ว่า เป็นวาระสำคัญทั้งระดับชาติและนานาชาติ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากตำรวจทุกระดับ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์และประชาชน เพื่อปิดกั้นการเข้าถึงและลดผลกระทบต่อสังคม . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9680000111060 . #News1live #News1 #ตำรวจไซเบอร์ #บิ๊กโจ๊ก #เว็บพนัน #กระบวนการยุติธรรม
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 69 มุมมอง 0 รีวิว
  • โพสต์เชิงลบครอง Hacker News! 65% เป็นเนื้อหาเชิงลบ — และได้คะแนนสูงกว่าโพสต์ทั่วไปถึง 27%

    งานวิจัยล่าสุดที่วิเคราะห์โพสต์กว่า 32,000 โพสต์ และคอมเมนต์กว่า 340,000 รายการ บน Hacker News พบว่าโพสต์ที่มี “โทนเชิงลบ” เช่น การวิจารณ์เทคโนโลยี ความไม่พอใจต่อ API หรือความกังวลต่ออุตสาหกรรม กลับได้รับความสนใจมากกว่าโพสต์ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยโพสต์เชิงลบมีคะแนนเฉลี่ย 35.6 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยรวม 28 คะแนน ซึ่งเท่ากับ เพิ่มขึ้น 27% ในแง่ของ engagement

    การวิเคราะห์นี้ใช้โมเดลหลายตัว ทั้ง DistilBERT, BERT Multi, RoBERTa รวมถึง LLM อย่าง Llama 3.1, Mistral 3.1 และ Gemma 3 เพื่อให้แน่ใจว่าผลลัพธ์ไม่เอนเอียงจากโมเดลใดโมเดลหนึ่ง แม้แต่ละโมเดลจะให้การกระจายคะแนนต่างกัน แต่ “แนวโน้มเชิงลบ” ยังคงปรากฏชัดในทุกโมเดลที่ทดสอบ ซึ่งสะท้อนว่าความลบใน HN ไม่ใช่แค่ noise แต่เป็น pattern จริงในชุมชนนี้

    สิ่งที่น่าสนใจคือ “ความลบ” ใน Hacker News ไม่ได้หมายถึง toxic หรือการโจมตีส่วนบุคคล แต่เป็นการวิจารณ์เชิงเทคนิค การตั้งคำถามต่อเทคโนโลยีใหม่ หรือความไม่พอใจต่อมาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของชุมชนที่เน้นการถกเถียงเชิงลึกมากกว่าอารมณ์ส่วนตัว ทำให้โพสต์เชิงลบกลายเป็นเนื้อหาที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมได้ดีเป็นพิเศษ

    ผู้วิจัยตั้งคำถามว่า “ความลบทำให้ engagement สูงขึ้น หรือโพสต์ที่เป็นประเด็นร้อนอยู่แล้วจึงถูกนำเสนอในโทนลบ?” ซึ่งคำตอบอาจเป็นทั้งสองอย่าง งานวิจัยฉบับเต็มและ dashboard กำลังจะถูกเผยแพร่ พร้อมเปิด dataset ให้สาธารณะเข้าถึงในอนาคตอันใกล้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผลการวิจัยหลัก
    65% ของโพสต์บน Hacker News ถูกจัดว่าเป็น “เชิงลบ”
    โพสต์เชิงลบมีคะแนนเฉลี่ย 35.6 คะแนน สูงกว่าค่าเฉลี่ยรวม 28 คะแนน (เพิ่มขึ้น 27%)

    ความหมายและความเสี่ยง
    ความลบอาจกลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้ใช้โพสต์ในโทนลบเพื่อเรียก engagement
    อาจทำให้ภาพรวมของชุมชนดู “มองโลกในแง่ร้าย” แม้จะเป็นการวิจารณ์เชิงเทคนิคก็ตาม

    วิธีการวิเคราะห์
    ใช้โมเดล 6 ตัว: DistilBERT, BERT Multi, RoBERTa, Llama 3.1, Mistral 3.1, Gemma 3
    ผลลัพธ์สอดคล้องกันทุกโมเดล แม้การกระจายคะแนนต่างกัน

    ข้อจำกัดของงานวิจัย
    โมเดลอาจมี bias ต่อโทนลบ
    ความลบใน HN ไม่ได้หมายถึง toxic แต่ classifier อาจตีความผิดได้

    ลักษณะของ “ความลบ” ใน HN
    การวิจารณ์เทคโนโลยี
    ความสงสัยต่อประกาศใหม่
    ความไม่พอใจต่อ API หรือมาตรฐานอุตสาหกรรม

    สิ่งที่ไม่ใช่
    ไม่ใช่การด่าทอหรือโจมตีส่วนบุคคล
    ไม่ใช่ toxic negativity

    https://philippdubach.com/standalone/hn-sentiment/
    🧠📉 โพสต์เชิงลบครอง Hacker News! 65% เป็นเนื้อหาเชิงลบ — และได้คะแนนสูงกว่าโพสต์ทั่วไปถึง 27% งานวิจัยล่าสุดที่วิเคราะห์โพสต์กว่า 32,000 โพสต์ และคอมเมนต์กว่า 340,000 รายการ บน Hacker News พบว่าโพสต์ที่มี “โทนเชิงลบ” เช่น การวิจารณ์เทคโนโลยี ความไม่พอใจต่อ API หรือความกังวลต่ออุตสาหกรรม กลับได้รับความสนใจมากกว่าโพสต์ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยโพสต์เชิงลบมีคะแนนเฉลี่ย 35.6 คะแนน เทียบกับค่าเฉลี่ยรวม 28 คะแนน ซึ่งเท่ากับ เพิ่มขึ้น 27% ในแง่ของ engagement การวิเคราะห์นี้ใช้โมเดลหลายตัว ทั้ง DistilBERT, BERT Multi, RoBERTa รวมถึง LLM อย่าง Llama 3.1, Mistral 3.1 และ Gemma 3 เพื่อให้แน่ใจว่าผลลัพธ์ไม่เอนเอียงจากโมเดลใดโมเดลหนึ่ง แม้แต่ละโมเดลจะให้การกระจายคะแนนต่างกัน แต่ “แนวโน้มเชิงลบ” ยังคงปรากฏชัดในทุกโมเดลที่ทดสอบ ซึ่งสะท้อนว่าความลบใน HN ไม่ใช่แค่ noise แต่เป็น pattern จริงในชุมชนนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ “ความลบ” ใน Hacker News ไม่ได้หมายถึง toxic หรือการโจมตีส่วนบุคคล แต่เป็นการวิจารณ์เชิงเทคนิค การตั้งคำถามต่อเทคโนโลยีใหม่ หรือความไม่พอใจต่อมาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของชุมชนที่เน้นการถกเถียงเชิงลึกมากกว่าอารมณ์ส่วนตัว ทำให้โพสต์เชิงลบกลายเป็นเนื้อหาที่กระตุ้นการมีส่วนร่วมได้ดีเป็นพิเศษ ผู้วิจัยตั้งคำถามว่า “ความลบทำให้ engagement สูงขึ้น หรือโพสต์ที่เป็นประเด็นร้อนอยู่แล้วจึงถูกนำเสนอในโทนลบ?” ซึ่งคำตอบอาจเป็นทั้งสองอย่าง งานวิจัยฉบับเต็มและ dashboard กำลังจะถูกเผยแพร่ พร้อมเปิด dataset ให้สาธารณะเข้าถึงในอนาคตอันใกล้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผลการวิจัยหลัก ➡️ 65% ของโพสต์บน Hacker News ถูกจัดว่าเป็น “เชิงลบ” ➡️ โพสต์เชิงลบมีคะแนนเฉลี่ย 35.6 คะแนน สูงกว่าค่าเฉลี่ยรวม 28 คะแนน (เพิ่มขึ้น 27%) ‼️ ความหมายและความเสี่ยง ⛔ ความลบอาจกลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้ใช้โพสต์ในโทนลบเพื่อเรียก engagement ⛔ อาจทำให้ภาพรวมของชุมชนดู “มองโลกในแง่ร้าย” แม้จะเป็นการวิจารณ์เชิงเทคนิคก็ตาม ✅ วิธีการวิเคราะห์ ➡️ ใช้โมเดล 6 ตัว: DistilBERT, BERT Multi, RoBERTa, Llama 3.1, Mistral 3.1, Gemma 3 ➡️ ผลลัพธ์สอดคล้องกันทุกโมเดล แม้การกระจายคะแนนต่างกัน ‼️ ข้อจำกัดของงานวิจัย ⛔ โมเดลอาจมี bias ต่อโทนลบ ⛔ ความลบใน HN ไม่ได้หมายถึง toxic แต่ classifier อาจตีความผิดได้ ✅ ลักษณะของ “ความลบ” ใน HN ➡️ การวิจารณ์เทคโนโลยี ➡️ ความสงสัยต่อประกาศใหม่ ➡️ ความไม่พอใจต่อ API หรือมาตรฐานอุตสาหกรรม ‼️ สิ่งที่ไม่ใช่ ⛔ ไม่ใช่การด่าทอหรือโจมตีส่วนบุคคล ⛔ ไม่ใช่ toxic negativity https://philippdubach.com/standalone/hn-sentiment/
    PHILIPPDUBACH.COM
    65% of Hacker News Posts Have Negative Sentiment, and They Outperform
    Analysis of 32,000 HN posts and 340K comments reveals negativity bias correlates with higher engagement. Data, methodology, and full paper available.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 56 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 แอปที่ช่วยชุบชีวิตให้ Windows เครื่องเก่า — เบา เร็ว และฟรี!

    คอมพิวเตอร์ Windows ที่ใช้งานมานานมักจะเริ่มช้าลงเพราะไฟล์ขยะสะสม แอปที่รันเบื้องหลังโดยไม่จำเป็น และระบบที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม บทความนี้แนะนำ 5 แอปฟรีที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้เครื่องเก่าได้จริง ตั้งแต่การเคลียร์ไฟล์ขยะ การค้นหาไฟล์แบบทันที ไปจนถึงการลบแอปแบบถอนรากถอนโคน พร้อมทั้งแนะนำเบราว์เซอร์ที่เบากว่า Chrome เพื่อช่วยลดภาระเครื่อง

    นอกจากแอปที่แนะนำในบทความแล้ว ปัจจุบันยังมีเทคนิคเสริมที่ผู้ใช้ Windows นิยมใช้ เช่น การเปิดใช้งาน Storage Sense, การปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น, และการอัปเกรด SSD ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วได้แบบเห็นผลทันที แม้จะเป็นเครื่องเก่าก็ตาม การใช้แอปเหล่านี้ร่วมกับการดูแลระบบพื้นฐานจะช่วยให้เครื่องกลับมาลื่นไหลเหมือนใหม่

    แอปทั้ง 5 ตัวนี้เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ถนัดด้านเทคนิค เพราะใช้งานง่าย ปลอดภัย และไม่ต้องปรับแต่งซับซ้อน โดยเฉพาะ Microsoft PC Manager ที่ออกแบบโดย Microsoft เอง ทำให้เข้ากันได้ดีกับ Windows 10 และ 11 ส่วนแอปอย่าง Everything และ Thorium Browser ก็ช่วยลดภาระเครื่องได้มากสำหรับผู้ที่ใช้ HDD หรือ RAM น้อย

    สุดท้าย หากคุณมีเครื่องเก่าที่เริ่มอืด การลองใช้ชุดเครื่องมือเหล่านี้ก่อนซื้อเครื่องใหม่เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามาก เพราะหลายครั้งปัญหาไม่ได้มาจากฮาร์ดแวร์ แต่เกิดจากซอฟต์แวร์ที่สะสมมานานจนทำให้ระบบทำงานช้าลง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    แอปที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้ Windows เครื่องเก่า
    Microsoft PC Manager — เคลียร์ไฟล์ขยะ, จัดการ RAM, มี Deep Uninstall
    Everything — ค้นหาไฟล์เร็วมาก ใช้ทรัพยากรน้อย
    Chris Titus Tech’s Windows Utility — Debloat Windows แบบลึก
    Thorium Browser — เบากว่า Chrome แต่ยังรองรับ Extensions
    Bulk Crap Uninstaller (BCU) — ลบแอปพร้อมไฟล์ตกค้างทั้งหมด

    ข้อควรระวังในการใช้งาน
    เครื่องมือ Debloat อย่าง Chris Titus Utility ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
    การลบแอปจำนวนมากอาจทำให้ระบบเสียหายหากไม่สร้าง Restore Point
    Thorium Browser แม้เบา แต่บางเว็บอาจไม่รองรับ 100%

    เทคนิคเสริมที่ช่วยให้เครื่องเร็วขึ้น (เพิ่มเติมจากบทความ)
    เปิด Storage Sense เพื่อลบไฟล์อัตโนมัติ
    ปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น
    อัปเดต Windows และไดรเวอร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

    ความเสี่ยงหากละเลยการดูแลระบบ
    ไฟล์ขยะสะสมจนทำให้เครื่องช้าและค้างบ่อย
    แอปที่รันเบื้องหลังอาจกิน RAM และ CPU โดยไม่รู้ตัว
    ระบบอาจเสี่ยงต่อมัลแวร์หากไม่อัปเดต

    เหมาะกับใคร
    ผู้ใช้ที่มีเครื่องเก่า RAM น้อย หรือยังใช้ HDD
    คนที่ต้องการเพิ่มความเร็วโดยไม่เสียเงินซื้อเครื่องใหม่
    ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการเครื่องมือใช้งานง่าย

    ไม่เหมาะกับใคร
    ผู้ที่ต้องการปรับแต่งระบบแบบลึกแต่ไม่มั่นใจด้านเทคนิค
    ผู้ที่ต้องการความเสถียรสูงมาก เช่น เครื่องสำหรับงานเซิร์ฟเวอร์

    https://www.slashgear.com/2065210/apps-speed-up-old-windows-pc/
    ⚡🖥️ 5 แอปที่ช่วยชุบชีวิตให้ Windows เครื่องเก่า — เบา เร็ว และฟรี! คอมพิวเตอร์ Windows ที่ใช้งานมานานมักจะเริ่มช้าลงเพราะไฟล์ขยะสะสม แอปที่รันเบื้องหลังโดยไม่จำเป็น และระบบที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม บทความนี้แนะนำ 5 แอปฟรีที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้เครื่องเก่าได้จริง ตั้งแต่การเคลียร์ไฟล์ขยะ การค้นหาไฟล์แบบทันที ไปจนถึงการลบแอปแบบถอนรากถอนโคน พร้อมทั้งแนะนำเบราว์เซอร์ที่เบากว่า Chrome เพื่อช่วยลดภาระเครื่อง นอกจากแอปที่แนะนำในบทความแล้ว ปัจจุบันยังมีเทคนิคเสริมที่ผู้ใช้ Windows นิยมใช้ เช่น การเปิดใช้งาน Storage Sense, การปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น, และการอัปเกรด SSD ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วได้แบบเห็นผลทันที แม้จะเป็นเครื่องเก่าก็ตาม การใช้แอปเหล่านี้ร่วมกับการดูแลระบบพื้นฐานจะช่วยให้เครื่องกลับมาลื่นไหลเหมือนใหม่ แอปทั้ง 5 ตัวนี้เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ถนัดด้านเทคนิค เพราะใช้งานง่าย ปลอดภัย และไม่ต้องปรับแต่งซับซ้อน โดยเฉพาะ Microsoft PC Manager ที่ออกแบบโดย Microsoft เอง ทำให้เข้ากันได้ดีกับ Windows 10 และ 11 ส่วนแอปอย่าง Everything และ Thorium Browser ก็ช่วยลดภาระเครื่องได้มากสำหรับผู้ที่ใช้ HDD หรือ RAM น้อย สุดท้าย หากคุณมีเครื่องเก่าที่เริ่มอืด การลองใช้ชุดเครื่องมือเหล่านี้ก่อนซื้อเครื่องใหม่เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามาก เพราะหลายครั้งปัญหาไม่ได้มาจากฮาร์ดแวร์ แต่เกิดจากซอฟต์แวร์ที่สะสมมานานจนทำให้ระบบทำงานช้าลง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ แอปที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้ Windows เครื่องเก่า ➡️ Microsoft PC Manager — เคลียร์ไฟล์ขยะ, จัดการ RAM, มี Deep Uninstall ➡️ Everything — ค้นหาไฟล์เร็วมาก ใช้ทรัพยากรน้อย ➡️ Chris Titus Tech’s Windows Utility — Debloat Windows แบบลึก ➡️ Thorium Browser — เบากว่า Chrome แต่ยังรองรับ Extensions ➡️ Bulk Crap Uninstaller (BCU) — ลบแอปพร้อมไฟล์ตกค้างทั้งหมด ‼️ ข้อควรระวังในการใช้งาน ⛔ เครื่องมือ Debloat อย่าง Chris Titus Utility ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ⛔ การลบแอปจำนวนมากอาจทำให้ระบบเสียหายหากไม่สร้าง Restore Point ⛔ Thorium Browser แม้เบา แต่บางเว็บอาจไม่รองรับ 100% ✅ เทคนิคเสริมที่ช่วยให้เครื่องเร็วขึ้น (เพิ่มเติมจากบทความ) ➡️ เปิด Storage Sense เพื่อลบไฟล์อัตโนมัติ ➡️ ปิด Startup Apps ที่ไม่จำเป็น ➡️ อัปเดต Windows และไดรเวอร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ‼️ ความเสี่ยงหากละเลยการดูแลระบบ ⛔ ไฟล์ขยะสะสมจนทำให้เครื่องช้าและค้างบ่อย ⛔ แอปที่รันเบื้องหลังอาจกิน RAM และ CPU โดยไม่รู้ตัว ⛔ ระบบอาจเสี่ยงต่อมัลแวร์หากไม่อัปเดต ✅ เหมาะกับใคร ➡️ ผู้ใช้ที่มีเครื่องเก่า RAM น้อย หรือยังใช้ HDD ➡️ คนที่ต้องการเพิ่มความเร็วโดยไม่เสียเงินซื้อเครื่องใหม่ ➡️ ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการเครื่องมือใช้งานง่าย ‼️ ไม่เหมาะกับใคร ⛔ ผู้ที่ต้องการปรับแต่งระบบแบบลึกแต่ไม่มั่นใจด้านเทคนิค ⛔ ผู้ที่ต้องการความเสถียรสูงมาก เช่น เครื่องสำหรับงานเซิร์ฟเวอร์ https://www.slashgear.com/2065210/apps-speed-up-old-windows-pc/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Apps That Can Breathe New Life Into Your Old Windows PC - SlashGear
    Struggling with sluggish startups and leftover app trash? This lineup of optimizers, uninstallers, and tweaks frees up your Windows PC's potential effortlessly.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 78 มุมมอง 0 รีวิว
  • GitHub Desktop บน Ubuntu: ทางเลือกใหม่ที่ใช้งานง่ายสำหรับสายโค้ดบนลินุกซ์

    GitHub Desktop แม้จะไม่ได้รองรับอย่างเป็นทางการบน Linux แต่ชุมชนโอเพ่นซอร์สก็ได้สร้างทางเลือกที่ใช้งานได้จริงและเสถียรผ่าน “ShiftKey Fork” ซึ่งทำให้ผู้ใช้ Ubuntu สามารถติดตั้งและใช้งานได้เหมือนบน Windows และ macOS ทุกประการ การติดตั้งสามารถทำได้ทั้งผ่าน APT repository และ Flatpak ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่นและความปลอดภัยที่มากขึ้น

    การใช้งาน GitHub Desktop ช่วยลดความซับซ้อนของ Git CLI โดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะมีอินเทอร์เฟซที่เป็นมิตร เห็นประวัติการแก้ไขแบบภาพ และช่วยจัดการ branch, commit, merge ได้ง่ายขึ้นมาก ผู้ใช้จำนวนมากชื่นชอบเพราะลดความผิดพลาดจากการพิมพ์คำสั่ง และช่วยให้ทำงานร่วมกับทีมได้ราบรื่นขึ้น นอกจากนี้ยังผสานการทำงานกับ GitHub ได้อย่างลื่นไหล ทำให้การ clone, push, pull หรือเปิด pull request ทำได้ในไม่กี่คลิก

    แม้ GitHub Desktop จะไม่ใช่แอปอย่างเป็นทางการบน Linux แต่ความนิยมของ ShiftKey Fork แสดงให้เห็นถึงพลังของชุมชนโอเพ่นซอร์สที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างของซอฟต์แวร์ข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม การติดตั้งและถอนการติดตั้งก็ทำได้ง่าย ไม่ว่าจะใช้ APT หรือ Flatpak ผู้ใช้สามารถเลือกวิธีที่เหมาะกับสไตล์การใช้งานของตนเองได้อย่างอิสระ

    สุดท้ายนี้ การมีเครื่องมือ GUI อย่าง GitHub Desktop บน Ubuntu ช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ถนัด command line สามารถเข้าถึงโลกของ Git และการพัฒนาแบบมืออาชีพได้ง่ายขึ้น เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการที่โอเพ่นซอร์สช่วยเปิดประตูให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    วิธีติดตั้ง GitHub Desktop บน Ubuntu
    ใช้ APT repository ของ ShiftKey เพื่ออัปเดตอัตโนมัติ
    ใช้ Flatpak สำหรับผู้ที่ต้องการ sandbox และความปลอดภัยสูง

    คุณสมบัติเด่นของ GitHub Desktop
    อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
    ช่วยลดความผิดพลาดจากการใช้ Git ผ่าน command line
    แสดงประวัติการแก้ไขแบบภาพ ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น

    ข้อควรระวังในการติดตั้ง
    ไม่ใช่เวอร์ชันทางการจาก GitHub แต่เป็น fork จากชุมชน
    ต้องเพิ่ม key และ repository ภายนอก อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการระบบที่ “pure”

    ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย
    ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของ repository ก่อนติดตั้ง
    Flatpak แม้จะปลอดภัยกว่า แต่ใช้พื้นที่มากกว่า

    https://itsfoss.com/install-github-desktop-ubuntu/
    🖥️ GitHub Desktop บน Ubuntu: ทางเลือกใหม่ที่ใช้งานง่ายสำหรับสายโค้ดบนลินุกซ์ GitHub Desktop แม้จะไม่ได้รองรับอย่างเป็นทางการบน Linux แต่ชุมชนโอเพ่นซอร์สก็ได้สร้างทางเลือกที่ใช้งานได้จริงและเสถียรผ่าน “ShiftKey Fork” ซึ่งทำให้ผู้ใช้ Ubuntu สามารถติดตั้งและใช้งานได้เหมือนบน Windows และ macOS ทุกประการ การติดตั้งสามารถทำได้ทั้งผ่าน APT repository และ Flatpak ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่นและความปลอดภัยที่มากขึ้น การใช้งาน GitHub Desktop ช่วยลดความซับซ้อนของ Git CLI โดยเฉพาะสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะมีอินเทอร์เฟซที่เป็นมิตร เห็นประวัติการแก้ไขแบบภาพ และช่วยจัดการ branch, commit, merge ได้ง่ายขึ้นมาก ผู้ใช้จำนวนมากชื่นชอบเพราะลดความผิดพลาดจากการพิมพ์คำสั่ง และช่วยให้ทำงานร่วมกับทีมได้ราบรื่นขึ้น นอกจากนี้ยังผสานการทำงานกับ GitHub ได้อย่างลื่นไหล ทำให้การ clone, push, pull หรือเปิด pull request ทำได้ในไม่กี่คลิก แม้ GitHub Desktop จะไม่ใช่แอปอย่างเป็นทางการบน Linux แต่ความนิยมของ ShiftKey Fork แสดงให้เห็นถึงพลังของชุมชนโอเพ่นซอร์สที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างของซอฟต์แวร์ข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม การติดตั้งและถอนการติดตั้งก็ทำได้ง่าย ไม่ว่าจะใช้ APT หรือ Flatpak ผู้ใช้สามารถเลือกวิธีที่เหมาะกับสไตล์การใช้งานของตนเองได้อย่างอิสระ สุดท้ายนี้ การมีเครื่องมือ GUI อย่าง GitHub Desktop บน Ubuntu ช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ถนัด command line สามารถเข้าถึงโลกของ Git และการพัฒนาแบบมืออาชีพได้ง่ายขึ้น เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการที่โอเพ่นซอร์สช่วยเปิดประตูให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ วิธีติดตั้ง GitHub Desktop บน Ubuntu ➡️ ใช้ APT repository ของ ShiftKey เพื่ออัปเดตอัตโนมัติ ➡️ ใช้ Flatpak สำหรับผู้ที่ต้องการ sandbox และความปลอดภัยสูง ✅ คุณสมบัติเด่นของ GitHub Desktop ➡️ อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ➡️ ช่วยลดความผิดพลาดจากการใช้ Git ผ่าน command line ➡️ แสดงประวัติการแก้ไขแบบภาพ ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น ‼️ ข้อควรระวังในการติดตั้ง ⛔ ไม่ใช่เวอร์ชันทางการจาก GitHub แต่เป็น fork จากชุมชน ⛔ ต้องเพิ่ม key และ repository ภายนอก อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการระบบที่ “pure” ‼️ ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย ⛔ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของ repository ก่อนติดตั้ง ⛔ Flatpak แม้จะปลอดภัยกว่า แต่ใช้พื้นที่มากกว่า https://itsfoss.com/install-github-desktop-ubuntu/
    ITSFOSS.COM
    Installing GitHub Desktop on Ubuntu Linux (Because I Like it)
    GitHub Desktop is not officially available for Linux. But there are alternative ways to install GitHub Desktop fork on Ubuntu.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 69 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts