• "ชัชชาติ" ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร สตง. ถล่ม เตรียมใช้เครื่องมือหนักเร่งช่วยผู้รอดชีวิต เผยยังพบสัญญาณชีพผู้สูญหายในซากตึก

    วันนี้ (29 มี.ค.) เวลา 06.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตึกถล่มย่านจตุจักรและได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ก่อนออกให้สัมภาษณ์ว่า ยังมีผู้ติดค้างจำนวนมาก มีซากชิ้นส่วนงานใหญ่ต้องเอาเครื่องมือหนักทยอยออก เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต รวมถึงร่างผู้เสียชีวิตด้วย ซึ่งต้องหาเครนมาขนเอาชิ้นส่วนโครงสร้างตึกออกไป ขณะนี้สถานการณ์คิดว่าต้องทำทุกอย่างขนานกันไป เช่น ประเมินอาคาร เตรียมหารถเครนว่าสามารถยกโครงสร้างได้กี่ตัน จะต้องหารถบรรทุกมาขนชิ้นส่วนออก ถ้าเตรียมทุกอย่างพร้อมก็จะเข้าไปดำเนินการทันที

    นายชัชชาติ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีบางหน่วยงานน้อยใจเพราะได้รับมอบหมายช่วยเหลือแต่ไม่ได้รับมอบหมายหน้าที่นั้น ผู้บัญชาการเหตุการณ์ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นคนบริหารจัดการพื้นที่ทั้งหมด หากใครต้องการเข้ามาช่วยเหลือก็สามารถแจ้งกับผู้อำนวยการได้ ว่าสามารถสนับสนุนส่วนใดได้บ้าง แต่ขณะเดียวกันหากเป็นจุดที่อันตรายทางเจ้าหน้าที่ก็คงไม่สามารถให้เข้าไปช่วยงานได้

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/crime/detail/9680000029924

    #MGROnline #แผ่นดินไหว #ไทยแผ่นดินไหว #แผ่นดินไหวไทย #กรุงเทพแผ่นดินไหว #กรุงเทพมหานคร #ประเทศไทย #เมียนมา #bkkearthquake #BangkokEarthquake #ThailandEarthquake
    "ชัชชาติ" ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร สตง. ถล่ม เตรียมใช้เครื่องมือหนักเร่งช่วยผู้รอดชีวิต เผยยังพบสัญญาณชีพผู้สูญหายในซากตึก • วันนี้ (29 มี.ค.) เวลา 06.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตึกถล่มย่านจตุจักรและได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ก่อนออกให้สัมภาษณ์ว่า ยังมีผู้ติดค้างจำนวนมาก มีซากชิ้นส่วนงานใหญ่ต้องเอาเครื่องมือหนักทยอยออก เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต รวมถึงร่างผู้เสียชีวิตด้วย ซึ่งต้องหาเครนมาขนเอาชิ้นส่วนโครงสร้างตึกออกไป ขณะนี้สถานการณ์คิดว่าต้องทำทุกอย่างขนานกันไป เช่น ประเมินอาคาร เตรียมหารถเครนว่าสามารถยกโครงสร้างได้กี่ตัน จะต้องหารถบรรทุกมาขนชิ้นส่วนออก ถ้าเตรียมทุกอย่างพร้อมก็จะเข้าไปดำเนินการทันที • นายชัชชาติ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีบางหน่วยงานน้อยใจเพราะได้รับมอบหมายช่วยเหลือแต่ไม่ได้รับมอบหมายหน้าที่นั้น ผู้บัญชาการเหตุการณ์ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นคนบริหารจัดการพื้นที่ทั้งหมด หากใครต้องการเข้ามาช่วยเหลือก็สามารถแจ้งกับผู้อำนวยการได้ ว่าสามารถสนับสนุนส่วนใดได้บ้าง แต่ขณะเดียวกันหากเป็นจุดที่อันตรายทางเจ้าหน้าที่ก็คงไม่สามารถให้เข้าไปช่วยงานได้ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/crime/detail/9680000029924 • #MGROnline #แผ่นดินไหว #ไทยแผ่นดินไหว #แผ่นดินไหวไทย #กรุงเทพแผ่นดินไหว #กรุงเทพมหานคร #ประเทศไทย #เมียนมา #bkkearthquake #BangkokEarthquake #ThailandEarthquake
    0 Comments 0 Shares 27 Views 0 Reviews
  • เหยื่อแผ่นดินไหว 'พม่า' พุ่งเฉียด 700 ศพ-เจ็บกว่า 1,600 คน ด้าน ‘ทรัมป์’ อนุมัติช่วยเหลือ-ชุดกู้ภัย ‘จีน-รัสเซีย’ ลงพื้นที่
    https://www.thai-tai.tv/news/17922/
    เหยื่อแผ่นดินไหว 'พม่า' พุ่งเฉียด 700 ศพ-เจ็บกว่า 1,600 คน ด้าน ‘ทรัมป์’ อนุมัติช่วยเหลือ-ชุดกู้ภัย ‘จีน-รัสเซีย’ ลงพื้นที่ https://www.thai-tai.tv/news/17922/
    0 Comments 0 Shares 24 Views 0 Reviews
  • #แผ่นดินไหว เกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน อีก 2 ครั้ง ในเมียนมา 1 ครั้ง ปชช.หวาดผวาหนัก
    https://www.thai-tai.tv/news/17912/
    #แผ่นดินไหว เกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน อีก 2 ครั้ง ในเมียนมา 1 ครั้ง ปชช.หวาดผวาหนัก https://www.thai-tai.tv/news/17912/
    0 Comments 0 Shares 34 Views 0 Reviews
  • ยุติค้นหา ตึกใหม่ สตง. ถล่ม! ยืนยันตาย 7 ศพ สูญหาย 47 คน เปิดเบื้องหลังบริษัทยักษ์ใหญ่จีน ชิมลางสร้างตึกสูงในไทย แห่งแรกในต่างแดน ที่จบไม่สวย

    📌 เหตุการณ์สั่นสะเทือนวงการก่อสร้างไทย-จีน ที่สะท้อนความเสี่ยงระดับชาติ

    🏗️ แผ่นดินไหวแรงสะเทือนถึงใจ ตึกใหม่ สตง. ถล่มกลางกรุง! ในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น... อาคารสำนักงานแห่งใหม่ของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในย่านจตุจักร กรุงเทพฯ พังถล่มลงมาอย่างรุนแรง หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูด ในประเทศเมียนมา ซึ่งแรงสั่นสะเทือนส่งผลมาถึงกรุงเทพฯ

    เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะเทือนชีวิตผู้คน มีผู้เสียชีวิตยืนยันแล้ว 7 ศพ สูญหาย 47 คน และมีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคาร 30 คน แต่ยังเป็น จุดจบของความหวังทางยุทธศาสตร์ ที่จะให้บริษัทจีนเข้ามาชิมลาง สร้างอาคารสูงพิเศษในไทย เป็นครั้งแรกในต่างแดน 🇹🇭🇨🇳

    📌 เมื่อช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ 8.2 แมกนิจูด ในประเทศเมียนมา ซึ่งมีศูนย์กลางลึกใต้ดินกว่า 90 กม. แม้จะห่างจากกรุงเทพฯ หลายร้อยกิโลเมตร แต่แรงสั่นสะเทือน สามารถรับรู้ได้ถึงกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล 🌀

    จุดพังถล่มคือ อาคารสำนักงาน สตง. แห่งใหม่ บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และเพิ่งสร้างโครงสร้างเสร็จไปได้เพียง 30% ของแผนงาน

    แม้อาคารจะยังไม่เปิดใช้งาน แต่ในขณะนั้นมีวิศวกร ช่างเทคนิค และคนงานกว่า 100 ชีวิต อยู่ภายใน เนื่องจากกำลังเร่งติดตั้งระบบภายใน เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำ และระบบอาคารอัจฉริยะต่างๆ

    ⛑️ ทันทีหลังจากเหตุการณ์ถล่ม เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยหลายทีม ได้เข้าพื้นที่อย่างเร่งด่วน พร้อมอุปกรณ์ค้นหา และกู้ภัยทันสมัย เช่น กล้องจับความร้อน, โดรน, เครื่องตรวจจับเสียง ฯลฯ

    📉 ภาพรวมความเสียหาย และภารกิจค้นหาผู้รอดชีวิต
    🚨 สรุปสถานการณ์ ณ วันที่ 29 มีนาคม เวลา 05.00 น.
    - เสียชีวิตแล้ว 7 ศพ นำออกมาได้แล้ว 5 ศพ
    - ผู้รอดชีวิต 9 คน บาดเจ็บหลากหลายระดับ
    - ผู้ติดใต้ซาก 30 คน มีสัญญาณชีพ 15 คน
    - ผู้สูญหาย 47 คน
    - ยืนยันตัวตนแล้ว 85 คน

    การค้นหาแบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ A, B, C, D
    📍โซน A พบผู้มีสัญญาณชีพ 10 ราย
    📍โซน B พบผู้มีสัญญาณชีพ 2 ราย
    📍โซน D พบผู้มีสัญญาณชีพ 3 ราย

    การค้นหาต้องหยุดชั่วคราว เพื่อประเมินแผนใหม่ เนื่องจากโครงสร้างบางจุดยังไม่เสถียร เสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่ค้นหาเองด้วย

    💬 “เรากำลังแข่งกับเวลา และแข่งกับซากปูนที่อาจถล่มซ้ำอีกทุกวินาที” หนึ่งในทีมกู้ภัยกล่าว

    🏢 โครงการก่อสร้างอาคาร สตง. เป้าหมายสู่อนาคตรัฐ อาคารสำนักงานแห่งใหม่นี้ ถูกวางเป้าหมายให้เป็น ศูนย์กลางการเงิน และการควบคุมงบประมาณของรัฐ โดยมีโครงสร้าง 30 ชั้น ความสูงรวม 137 เมตร รวมพื้นที่ก่อสร้างกว่า 96,000 ตารางเมตร

    👉 อาคารนี้ประกอบด้วย อาคารสำนักงานหลัก อาคารประชุม และอาคารจอดรถอัตโนมัติ

    โครงการเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2563 ด้วยงบประมาณ 2,136 ล้านบาท โดยผู้รับเหมาก่อสร้างหลัก คือ กิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี และควบคุมงานโดยกลุ่มวิศวกร PKW โดยมีการลงนาม Integrity Pact กับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อความโปร่งใสในการจัดจ้าง

    🏗️ "ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10" บริษัทยักษ์จากจีนผู้หวังปักหมุดในไทย “China Railway No.10 Engineering Group” หรือ CRCC เป็นบริษัทลูกของกลุ่มรัฐวิสาหกิจจีน ที่มีชื่อเสียงด้านโครงสร้างพื้นฐาน

    โครงการ สตง. คือ โครงการอาคารสูงพิเศษแห่งแรกในต่างแดน ของบริษัทนี้ นำเทคโนโลยีล้ำสมัยจากจีนเข้ามาใช้เต็มที่ เช่น
    - ระบบ “แกนกลางรับแรง + พื้นไร้คาน”
    - เทคนิคแบบสไลด์คอนกรีต (Slip Form)
    - ระบบนั่งร้านปีนไต่อัตโนมัติ
    - ระบบติดตั้งไฟฟ้า แบบไม่ให้ท่อชนกันแม้แต่นิดเดียว

    👷 ทั้งหมดนี้แสดงถึงความพร้อมด้านวิศวกรรม และความหวังจะก้าวเข้าตลาดอาเซียนอย่างยิ่งใหญ่ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น กลับกลายเป็นวิกฤตแห่งความเชื่อมั่น...

    🔍 ความเสียหายเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่ตึกถล่ม แต่คือภาพลักษณ์ล่มสลาย ผลกระทบหลัก 3 ด้าน
    - ชีวิตคนงาน การสูญเสียชีวิต7 ศพ และผู้ติดอยู่ใต้ซากหลายสิบคน คือความสูญเสียที่ไม่มีเม็ดเงินใดทดแทนได้

    - ความเชื่อมั่นในบริษัทจีน โครงการนี้เคยเป็นความหวังว่าจะเป็น “โชว์เคสระดับอาเซียน” กลายเป็น “บทเรียนราคาแพง”

    - ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน โครงการยุทธศาสตร์ไทย-จีนในอนาคตอาจถูกชะลอ ตรวจสอบมากขึ้น และถูกตั้งคำถามมากขึ้น

    🧑‍💼 การตอบสนองของหน่วยงานรัฐ เดินหน้าแก้ไข เร่งค้นหาความจริง
    – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่พร้อมทีมวิศวกรกว่า 100 คน เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารทั่วกรุงเทพฯ ที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว

    – นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะโฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เร่งตรวจสอบคุณภาพโครงการ และประเมินความเสียหาย พร้อมยืนยัน จะเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส

    – นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กทม. รายงานสถานการณ์ค้นหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมแบ่งโซนและใช้เทคโนโลยี ช่วยระบุตำแหน่งผู้ติดใต้ซาก

    ✅ จุดจบที่ไม่ควรเกิด กับความหวังที่ดับไปกลางซากอาคาร โศกนาฏกรรมครั้งนี้ เป็นจุดเตือนที่สะเทือนใจว่า การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ และความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่อาจวัดด้วยเทคโนโลยี หรือเงินทุนเพียงอย่างเดียว ต้องอาศัย มาตรฐาน ความปลอดภัย และความโปร่งใสระดับสูงสุด

    หากสิ่งเหล่านี้ขาดหายไป... แม้จะเป็นโครงการที่ดูดีแค่ไหน ก็พร้อมจะพังถล่มลงมาในพริบตา 🕯️

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 291100 มี.ค. 2568

    🔖#ตึกสตงถล่ม #CRCCไทย #ไชน่าเรลเวย์10 #ข่าวด่วน #แผ่นดินไหว #อาคารสูงพิเศษ #ก่อสร้างไทยจีน #ข่าวโศกนาฏกรรม #ตึกถล่ม #ไทยจีน
    ยุติค้นหา ตึกใหม่ สตง. ถล่ม! ยืนยันตาย 7 ศพ สูญหาย 47 คน เปิดเบื้องหลังบริษัทยักษ์ใหญ่จีน ชิมลางสร้างตึกสูงในไทย แห่งแรกในต่างแดน ที่จบไม่สวย 📌 เหตุการณ์สั่นสะเทือนวงการก่อสร้างไทย-จีน ที่สะท้อนความเสี่ยงระดับชาติ 🏗️ แผ่นดินไหวแรงสะเทือนถึงใจ ตึกใหม่ สตง. ถล่มกลางกรุง! ในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น... อาคารสำนักงานแห่งใหม่ของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในย่านจตุจักร กรุงเทพฯ พังถล่มลงมาอย่างรุนแรง หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูด ในประเทศเมียนมา ซึ่งแรงสั่นสะเทือนส่งผลมาถึงกรุงเทพฯ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะเทือนชีวิตผู้คน มีผู้เสียชีวิตยืนยันแล้ว 7 ศพ สูญหาย 47 คน และมีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคาร 30 คน แต่ยังเป็น จุดจบของความหวังทางยุทธศาสตร์ ที่จะให้บริษัทจีนเข้ามาชิมลาง สร้างอาคารสูงพิเศษในไทย เป็นครั้งแรกในต่างแดน 🇹🇭🇨🇳 📌 เมื่อช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ 8.2 แมกนิจูด ในประเทศเมียนมา ซึ่งมีศูนย์กลางลึกใต้ดินกว่า 90 กม. แม้จะห่างจากกรุงเทพฯ หลายร้อยกิโลเมตร แต่แรงสั่นสะเทือน สามารถรับรู้ได้ถึงกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล 🌀 จุดพังถล่มคือ อาคารสำนักงาน สตง. แห่งใหม่ บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และเพิ่งสร้างโครงสร้างเสร็จไปได้เพียง 30% ของแผนงาน แม้อาคารจะยังไม่เปิดใช้งาน แต่ในขณะนั้นมีวิศวกร ช่างเทคนิค และคนงานกว่า 100 ชีวิต อยู่ภายใน เนื่องจากกำลังเร่งติดตั้งระบบภายใน เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำ และระบบอาคารอัจฉริยะต่างๆ ⛑️ ทันทีหลังจากเหตุการณ์ถล่ม เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยหลายทีม ได้เข้าพื้นที่อย่างเร่งด่วน พร้อมอุปกรณ์ค้นหา และกู้ภัยทันสมัย เช่น กล้องจับความร้อน, โดรน, เครื่องตรวจจับเสียง ฯลฯ 📉 ภาพรวมความเสียหาย และภารกิจค้นหาผู้รอดชีวิต 🚨 สรุปสถานการณ์ ณ วันที่ 29 มีนาคม เวลา 05.00 น. - เสียชีวิตแล้ว 7 ศพ นำออกมาได้แล้ว 5 ศพ - ผู้รอดชีวิต 9 คน บาดเจ็บหลากหลายระดับ - ผู้ติดใต้ซาก 30 คน มีสัญญาณชีพ 15 คน - ผู้สูญหาย 47 คน - ยืนยันตัวตนแล้ว 85 คน การค้นหาแบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ A, B, C, D 📍โซน A พบผู้มีสัญญาณชีพ 10 ราย 📍โซน B พบผู้มีสัญญาณชีพ 2 ราย 📍โซน D พบผู้มีสัญญาณชีพ 3 ราย การค้นหาต้องหยุดชั่วคราว เพื่อประเมินแผนใหม่ เนื่องจากโครงสร้างบางจุดยังไม่เสถียร เสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่ค้นหาเองด้วย 💬 “เรากำลังแข่งกับเวลา และแข่งกับซากปูนที่อาจถล่มซ้ำอีกทุกวินาที” หนึ่งในทีมกู้ภัยกล่าว 🏢 โครงการก่อสร้างอาคาร สตง. เป้าหมายสู่อนาคตรัฐ อาคารสำนักงานแห่งใหม่นี้ ถูกวางเป้าหมายให้เป็น ศูนย์กลางการเงิน และการควบคุมงบประมาณของรัฐ โดยมีโครงสร้าง 30 ชั้น ความสูงรวม 137 เมตร รวมพื้นที่ก่อสร้างกว่า 96,000 ตารางเมตร 👉 อาคารนี้ประกอบด้วย อาคารสำนักงานหลัก อาคารประชุม และอาคารจอดรถอัตโนมัติ โครงการเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2563 ด้วยงบประมาณ 2,136 ล้านบาท โดยผู้รับเหมาก่อสร้างหลัก คือ กิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี และควบคุมงานโดยกลุ่มวิศวกร PKW โดยมีการลงนาม Integrity Pact กับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อความโปร่งใสในการจัดจ้าง 🏗️ "ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10" บริษัทยักษ์จากจีนผู้หวังปักหมุดในไทย “China Railway No.10 Engineering Group” หรือ CRCC เป็นบริษัทลูกของกลุ่มรัฐวิสาหกิจจีน ที่มีชื่อเสียงด้านโครงสร้างพื้นฐาน โครงการ สตง. คือ โครงการอาคารสูงพิเศษแห่งแรกในต่างแดน ของบริษัทนี้ นำเทคโนโลยีล้ำสมัยจากจีนเข้ามาใช้เต็มที่ เช่น - ระบบ “แกนกลางรับแรง + พื้นไร้คาน” - เทคนิคแบบสไลด์คอนกรีต (Slip Form) - ระบบนั่งร้านปีนไต่อัตโนมัติ - ระบบติดตั้งไฟฟ้า แบบไม่ให้ท่อชนกันแม้แต่นิดเดียว 👷 ทั้งหมดนี้แสดงถึงความพร้อมด้านวิศวกรรม และความหวังจะก้าวเข้าตลาดอาเซียนอย่างยิ่งใหญ่ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น กลับกลายเป็นวิกฤตแห่งความเชื่อมั่น... 🔍 ความเสียหายเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่ตึกถล่ม แต่คือภาพลักษณ์ล่มสลาย ผลกระทบหลัก 3 ด้าน - ชีวิตคนงาน การสูญเสียชีวิต7 ศพ และผู้ติดอยู่ใต้ซากหลายสิบคน คือความสูญเสียที่ไม่มีเม็ดเงินใดทดแทนได้ - ความเชื่อมั่นในบริษัทจีน โครงการนี้เคยเป็นความหวังว่าจะเป็น “โชว์เคสระดับอาเซียน” กลายเป็น “บทเรียนราคาแพง” - ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน โครงการยุทธศาสตร์ไทย-จีนในอนาคตอาจถูกชะลอ ตรวจสอบมากขึ้น และถูกตั้งคำถามมากขึ้น 🧑‍💼 การตอบสนองของหน่วยงานรัฐ เดินหน้าแก้ไข เร่งค้นหาความจริง – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่พร้อมทีมวิศวกรกว่า 100 คน เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารทั่วกรุงเทพฯ ที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว – นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะโฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เร่งตรวจสอบคุณภาพโครงการ และประเมินความเสียหาย พร้อมยืนยัน จะเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส – นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กทม. รายงานสถานการณ์ค้นหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมแบ่งโซนและใช้เทคโนโลยี ช่วยระบุตำแหน่งผู้ติดใต้ซาก ✅ จุดจบที่ไม่ควรเกิด กับความหวังที่ดับไปกลางซากอาคาร โศกนาฏกรรมครั้งนี้ เป็นจุดเตือนที่สะเทือนใจว่า การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ และความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่อาจวัดด้วยเทคโนโลยี หรือเงินทุนเพียงอย่างเดียว ต้องอาศัย มาตรฐาน ความปลอดภัย และความโปร่งใสระดับสูงสุด หากสิ่งเหล่านี้ขาดหายไป... แม้จะเป็นโครงการที่ดูดีแค่ไหน ก็พร้อมจะพังถล่มลงมาในพริบตา 🕯️ ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 291100 มี.ค. 2568 🔖#ตึกสตงถล่ม #CRCCไทย #ไชน่าเรลเวย์10 #ข่าวด่วน #แผ่นดินไหว #อาคารสูงพิเศษ #ก่อสร้างไทยจีน #ข่าวโศกนาฏกรรม #ตึกถล่ม #ไทยจีน
    0 Comments 0 Shares 83 Views 0 Reviews
  • Google Pixel 9a เตรียมเปิดตัวพร้อมราคาคุ้มค่าและตัวเลือกสีที่หลากหลาย แม้จะประสบปัญหาด้านส่วนประกอบในช่วงแรก แต่ Google ได้เร่งแก้ไขเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์จะมีคุณภาพสูงสุด การวางจำหน่ายจะเริ่มในวันที่ 10 เมษายนในบางประเทศ และขยายไปยังภูมิภาคอื่นในไม่กี่วันถัดมา

    ราคาที่คุ้มค่า:
    - Google Pixel 9a จะวางจำหน่ายในราคา $499 / £499 / AU$849 พร้อม RAM 8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 128GB ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่มองหาสมาร์ทโฟนระดับกลาง.

    ตัวเลือกสีที่น่าสนใจ:
    - Pixel 9a มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีดำ Obsidian, สีขาว Porcelain, สีชมพู Peony และสีม่วง Iris.

    การปรับปรุงจากรุ่นก่อน:
    - แม้จะมีข่าวลือเกี่ยวกับปัญหากล้องที่ร้อนเกินไป แต่ Google ได้ออกมายืนยันว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้ส่งผลต่อ Pixel 9a และสามารถแก้ไขได้ด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์.

    ความพยายามของ Google:
    - Google ได้จับข้อผิดพลาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และคาดว่าจะช่วยลดโอกาสที่ผู้ใช้พบปัญหาด้านเทคนิคในอนาคต.

    https://www.techradar.com/phones/google-pixel-phones/google-pixel-9a-delay-ends-heres-when-youll-be-able-to-buy-one
    Google Pixel 9a เตรียมเปิดตัวพร้อมราคาคุ้มค่าและตัวเลือกสีที่หลากหลาย แม้จะประสบปัญหาด้านส่วนประกอบในช่วงแรก แต่ Google ได้เร่งแก้ไขเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์จะมีคุณภาพสูงสุด การวางจำหน่ายจะเริ่มในวันที่ 10 เมษายนในบางประเทศ และขยายไปยังภูมิภาคอื่นในไม่กี่วันถัดมา ราคาที่คุ้มค่า: - Google Pixel 9a จะวางจำหน่ายในราคา $499 / £499 / AU$849 พร้อม RAM 8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 128GB ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่มองหาสมาร์ทโฟนระดับกลาง. ตัวเลือกสีที่น่าสนใจ: - Pixel 9a มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีดำ Obsidian, สีขาว Porcelain, สีชมพู Peony และสีม่วง Iris. การปรับปรุงจากรุ่นก่อน: - แม้จะมีข่าวลือเกี่ยวกับปัญหากล้องที่ร้อนเกินไป แต่ Google ได้ออกมายืนยันว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้ส่งผลต่อ Pixel 9a และสามารถแก้ไขได้ด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์. ความพยายามของ Google: - Google ได้จับข้อผิดพลาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และคาดว่าจะช่วยลดโอกาสที่ผู้ใช้พบปัญหาด้านเทคนิคในอนาคต. https://www.techradar.com/phones/google-pixel-phones/google-pixel-9a-delay-ends-heres-when-youll-be-able-to-buy-one
    0 Comments 0 Shares 32 Views 0 Reviews
  • ข่าวนี้กล่าวถึงแคมเปญฟิชชิงใหม่ที่เรียกว่า Morphing Meerkat ซึ่งถูกออกแบบมาให้สามารถปลอมแปลงหน้าล็อกอินของแบรนด์กว่า 100 รายการ โดยใช้ชุดเครื่องมือ Phishing-as-a-Service (PhaaS) ที่ช่วยสร้างอีเมลและหน้าเว็บปลอมได้อย่างแนบเนียน ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าเป็นของแท้เพื่อหลอกลวงข้อมูลส่วนตัว โดยวิธีการนี้ยังรวมถึงการใช้ DNS Mail Exchange (MX) record เพื่อแสดงหน้าเว็บปลอมที่เข้ากันกับบริการอีเมลของเป้าหมาย

    ความสามารถของ Morphing Meerkat:
    - ชุดเครื่องมือนี้สามารถสร้างหน้าเว็บปลอมที่สอดคล้องกับอีเมลที่ส่งให้เป้าหมายได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ แม้จะถูกใช้ในการส่งอีเมลหลอกลวงจำนวนมาก แต่ก็สามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับได้ดีผ่านเทคนิคที่ซับซ้อน เช่น การใช้การเปลี่ยนเส้นทางแบบเปิด (open redirects).

    ผลกระทบต่อธุรกิจ:
    - องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องเพิ่มการป้องกัน เช่น ใช้ DNS security ที่เข้มงวด รวมถึงการลดจำนวนบริการที่ไม่จำเป็นในเครือข่าย เพื่อลดพื้นที่เสี่ยงต่อการโจมตี.

    คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ:
    - ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ดูแลระบบควบคุมการสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ DNS-over-HTTPS (DoH) และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเซิร์ฟเวอร์ DNS มีการตั้งค่าป้องกันการโจมตีที่เหมาะสม.

    https://www.techradar.com/pro/security/this-new-phishing-campaign-can-tailor-its-messages-to-target-you-with-your-favorite-businesses
    ข่าวนี้กล่าวถึงแคมเปญฟิชชิงใหม่ที่เรียกว่า Morphing Meerkat ซึ่งถูกออกแบบมาให้สามารถปลอมแปลงหน้าล็อกอินของแบรนด์กว่า 100 รายการ โดยใช้ชุดเครื่องมือ Phishing-as-a-Service (PhaaS) ที่ช่วยสร้างอีเมลและหน้าเว็บปลอมได้อย่างแนบเนียน ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าเป็นของแท้เพื่อหลอกลวงข้อมูลส่วนตัว โดยวิธีการนี้ยังรวมถึงการใช้ DNS Mail Exchange (MX) record เพื่อแสดงหน้าเว็บปลอมที่เข้ากันกับบริการอีเมลของเป้าหมาย ความสามารถของ Morphing Meerkat: - ชุดเครื่องมือนี้สามารถสร้างหน้าเว็บปลอมที่สอดคล้องกับอีเมลที่ส่งให้เป้าหมายได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ แม้จะถูกใช้ในการส่งอีเมลหลอกลวงจำนวนมาก แต่ก็สามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับได้ดีผ่านเทคนิคที่ซับซ้อน เช่น การใช้การเปลี่ยนเส้นทางแบบเปิด (open redirects). ผลกระทบต่อธุรกิจ: - องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องเพิ่มการป้องกัน เช่น ใช้ DNS security ที่เข้มงวด รวมถึงการลดจำนวนบริการที่ไม่จำเป็นในเครือข่าย เพื่อลดพื้นที่เสี่ยงต่อการโจมตี. คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: - ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ดูแลระบบควบคุมการสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ DNS-over-HTTPS (DoH) และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเซิร์ฟเวอร์ DNS มีการตั้งค่าป้องกันการโจมตีที่เหมาะสม. https://www.techradar.com/pro/security/this-new-phishing-campaign-can-tailor-its-messages-to-target-you-with-your-favorite-businesses
    0 Comments 0 Shares 53 Views 0 Reviews
  • Google ใช้ระบบ Colossus เป็นฐานสำหรับการจัดเก็บข้อมูลมหาศาลในบริการต่าง ๆ โดยเน้นการใช้ HDD ควบคู่กับ SSD ที่มีการแคชด้วย AI เพื่อเพิ่มความเร็วและลดต้นทุน ระบบนี้รองรับการจัดเก็บข้อมูลระดับ Exabyte ด้วยความสามารถในการเขียนและอ่านที่น่าประทับใจ

    ระบบการแคชขั้นสูง:
    - เทคโนโลยี L4 distributed SSD caching ของ Colossus ใช้ AI ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูล เช่น กำหนดให้ข้อมูลที่ใช้บ่อยถูกจัดเก็บบน SSD เป็นเวลาสั้น ๆ ก่อนย้ายไปยัง HDD เพื่อลดต้นทุน.

    ประสิทธิภาพการจัดการข้อมูล:
    - ระบบ Colossus สามารถรองรับข้อมูลปริมาณมหาศาลถึงระดับหลาย Exabyte โดยคลัสเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดสามารถเขียนข้อมูลได้ถึง 25 Terabytes ต่อวินาที และอ่านข้อมูลได้ถึง 50 Terabytes ต่อวินาที.

    การประยุกต์ใช้ในบริการของ Google:
    - การทำงานของ Colossus ทำให้บริการต่าง ๆ เช่น BigQuery และ Cloud Storage มีการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมลดโอกาสการหมดพื้นที่จัดเก็บใน Google Cloud Zones.

    ความล้ำหน้าของระบบ:
    - การใช้ SSD เพียงบางส่วนช่วยให้ระบบมีความยืดหยุ่นสูง โดยจัดการข้อมูลที่เข้าถึงบ่อยอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บข้อมูลในระยะยาว.

    https://www.techspot.com/news/107332-google-colossus-internal-storage-system-relies-hdds-storing.html
    Google ใช้ระบบ Colossus เป็นฐานสำหรับการจัดเก็บข้อมูลมหาศาลในบริการต่าง ๆ โดยเน้นการใช้ HDD ควบคู่กับ SSD ที่มีการแคชด้วย AI เพื่อเพิ่มความเร็วและลดต้นทุน ระบบนี้รองรับการจัดเก็บข้อมูลระดับ Exabyte ด้วยความสามารถในการเขียนและอ่านที่น่าประทับใจ ระบบการแคชขั้นสูง: - เทคโนโลยี L4 distributed SSD caching ของ Colossus ใช้ AI ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูล เช่น กำหนดให้ข้อมูลที่ใช้บ่อยถูกจัดเก็บบน SSD เป็นเวลาสั้น ๆ ก่อนย้ายไปยัง HDD เพื่อลดต้นทุน. ประสิทธิภาพการจัดการข้อมูล: - ระบบ Colossus สามารถรองรับข้อมูลปริมาณมหาศาลถึงระดับหลาย Exabyte โดยคลัสเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดสามารถเขียนข้อมูลได้ถึง 25 Terabytes ต่อวินาที และอ่านข้อมูลได้ถึง 50 Terabytes ต่อวินาที. การประยุกต์ใช้ในบริการของ Google: - การทำงานของ Colossus ทำให้บริการต่าง ๆ เช่น BigQuery และ Cloud Storage มีการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมลดโอกาสการหมดพื้นที่จัดเก็บใน Google Cloud Zones. ความล้ำหน้าของระบบ: - การใช้ SSD เพียงบางส่วนช่วยให้ระบบมีความยืดหยุ่นสูง โดยจัดการข้อมูลที่เข้าถึงบ่อยอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บข้อมูลในระยะยาว. https://www.techspot.com/news/107332-google-colossus-internal-storage-system-relies-hdds-storing.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Google's Colossus internal storage system still relies on HDDs for storing most of its data
    In a recent blog post, Google revealed some of the "secrets" hiding behind Colossus, a massive network infrastructure the company describes as its universal storage platform. Colossus...
    0 Comments 0 Shares 47 Views 0 Reviews
  • ผิดจากนี้ไม่ใช่อเมริกา!
    ไม่กี่ชั่วโมงก่อน มีรายงานโดรนของอเมริกากำลังลาดตระเวนบริเวณชายฝั่งของภูมิภาคบูเชห์ร ของอิหร่าน
    แม้ว่าโดรนจะไม่ได้บินเข้าสู่พื้นที่น่านฟ้าของอิหร่าน แต่การกระทำของอเมริกา ถือเป็นการยั่วยุอย่างเต็มรูปแบบ!
    ผิดจากนี้ไม่ใช่อเมริกา! ไม่กี่ชั่วโมงก่อน มีรายงานโดรนของอเมริกากำลังลาดตระเวนบริเวณชายฝั่งของภูมิภาคบูเชห์ร ของอิหร่าน แม้ว่าโดรนจะไม่ได้บินเข้าสู่พื้นที่น่านฟ้าของอิหร่าน แต่การกระทำของอเมริกา ถือเป็นการยั่วยุอย่างเต็มรูปแบบ!
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 74 Views 0 Reviews
  • รีโพสต์จากเพจEnvironman 28 มีนาคม 2568 “ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี แผ่นดินไหว แต่เห็นได้ชัดเลยว่าประเทศไทยและรัฐบาลยังไม่ไหว.เหตุการณ์วันนี้ยิ่งสาดส่องสปอตไลท์ในสิ่งที่ชัดอยู่แล้วให้ชัดยิ่งขึ้นไปอีก ว่าเราไม่มีความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่รู้ว่าจะถอดกันอีกกี่บทเรียน กว่าที่รัฐจะมีมาตรการเตรียมพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์อะไรแบบนี้ .ใครมีความคิดเห็น มีอะไรจะเพิ่มก็เต็มที่เลยนะ แต่นี่คือสิ่งที่รับรู้ได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้และนี่ไม่ใช่การถอดบทเรียนอะไรทั้งนั้น นี่คือการเล่าระบายล้วน ๆ.⚫️ 1. ประชาชนต้อง Emergency Alert กันเอง.จนถึงตอนนี้ ณ เวลาที่กำลังเขียน (19:52 น.) ข้าพเจ้ายังไม่ได้ SMS จากกระทรวงทบวงกรมใดๆ เลยขอรับ คือเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่เกิดขึ้นบ่อย แต่หลังจากท่านนายกออกมาแถลงว่าจะมีการแจ้งเตือนตั้งแต่ช่วงบ่ายสอง ตอนนี้อาฟเตอร์กันไปแล้วไม่รู้กี่ช็อค ก็ยังเงียบกริบ .อีกพาร์ทนึงก็ต้องชมคนไทยที่ใส่ใจโซเชียล ที่ช่วยกันอัพเดท แชร์ข้อมูล คอยรายงานให้ได้ติดตามกัน แต่มันคือช่วงเวลาแบบนี้ไม่ใช่หรอ ที่ประชาชนอย่างเราจะหันไปหวังพึ่งรัฐ ที่ผู้เสียภาษีอย่างเราจะหวังพึ่งคุณภาพชีวิตพื้นฐานที่ควรได้รับ กลายเป็นว่าเราต้องเช็คกันเองว่าเกิดอะไรขึ้น เอาตรงๆ คือผมเป็นคนหนึ่งที่หาแถลงการณ์จากรัฐตอนเกิดเหตุ เพราะบางทีก็กลัวว่าชาวเน็ตบางกลุ่มจะเฟคนิวส์ล่อเอ็นเกจ แต่ก็ต้องผิดหวังต่อไป.⚫️ 2. หน้ามืด นอนน้อยกันทั้งแผ่นดิน.เชื่อแล้วว่าคนไทยทำงานหนักครับ 90% พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘คิดว่าตัวเองไม่สบาย’ ไม่มีใครคิดว่ามันคือแผ่นดินไหวเลย แต่ก็เข้าใจได้ ใครจะไปคิดว่าจะมีแผ่นดินไหวในไทย โดยเฉพาะชาวกทม. คือทุกคนเทไปว่าตัวเองโหมงาน นอนน้อยกันหมด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แอบเศร้าหน่อย ๆ นะ.ส่วนอีกเรื่องคือ 90% ของคนที่อยู่คอนโดอพาร์ตเม้นตท์ มีสัตว์เลี้ยงที่นิติไม่รู้ แต่จะมารู้ก็วันนี้แหละ ถ้าพูดให้ไม่ติดตลก ผมคิดว่าอยากให้สถานที่คำนึงถึงความเป็น Pet-Friendly ให้มากขึ้น ปัจจุบันมีคนมีสัตว์เลี้ยงเยอะมาก จะด้วยเพื่อแก้เหงาหรือเป็นยุคที่ไม่ค่อยอยากมีลูกหรืออะไรก็ว่าไป แต่ผมเห็นว่าพื้นที่ที่สามารถพาสัตว์ไปร่วมกิจกรรมกับเจ้าของนั้นมีน้อยมาก.⚫️ 3. ระบบขนส่งสาธารณะล่มสลาย.สัญชาตญาณแรกของคนหลังเกิดแผ่นดินไหวคือหาที่ปลอดภัย ซึ่งส่วนมากก็น่าจะนึกถึงบ้าน แต่ระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมดดูเหมือนจะไม่เพียงพอ ไม่มีแผนสำรอง ไม่มีโปรโตคอลฉุกเฉิน ไม่มีช่องทางพิเศษ ไม่มีอะไรเลย การจราจรติดแหง็ก ผู้คนติดแหง็ก ไร้ทางออก เกิดอะไรขึ้นก็ไม่บอก จะเดินทางไปไหนก็ไม่ได้ .ญี่ปุ่นเวลาเจอแผ่นดินไหว ประเทศเขาจะสวิตช์เป็นโหมดฉุกเฉินทันที รถไฟฟ้าก็จะมีมาตรการฉุกเฉินในการรับมือ รัฐมีการตกลงกับบริษัทขนส่งเอกชน แท็กซี่ ให้ออกมาช่วยอพยพหรือขนถ่ายคนในช่วงที่รถไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้ มีการจัดการควบคุมจราจรอย่างเข้มงวดให้คนไม่ติดแหง็กอยู่อย่างนั้น อีกเรื่องคือญี่ปุ่นมีศูนย์พักพิง คือใครที่ยังกลับบ้านไม่ได้ ก็มาพักรอก่อนได้ เอาจริงศูนย์พักพิงญี่ปุ่นคือมีอาหาร มีน้ำ มีอุปกรณ์พื้นฐานให้พร้อม ไม่ปล่อยให้ใครต้องเร่ร่อนอยู่บนถนน.ผมดักไว้ก่อนเลยว่าจะมีคนอ้างว่า ญี่ปุ่นเจอกับแผ่นดินไหวบ่อยจนชิน ของเรานี่แทบจะเป็นครั้งแรกในชีวิตของใครหลายคนเลยนะ จะวิจารณ์ขนาดนั้นก็เกินไป แต่ต้องบอกว่าตอนนี้โลกเรารวนไปหมดแล้ว ปีนี้เราเห็นว่าเกิดภัยพิบัติที่รุนแรงมากมายทั่วโลก อยากลองชวนคนที่แย้งเรื่องทำไมผมถึงเอาเราไปเทียบกับญี่ปุ่น มาแลกเปลี่ยนโต้แย้งเกี่ยวกับการจัดการเหตุฉุกเฉินพื้นฐานของบ้านเรามากกว่า พื้นฐานที่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ควรรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวหรือเกิดภัยพิบัติอื่นใดก็ตาม เพราะนี่คือโครงสร้างที่เราต้องมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราติดท็อป 10 ของประเทศที่จะได้รับผลกระทบจาก Climate Change ซึ่งจะมาในรูปแบบใดบ้างก็ไม่รู้.⚫️ 4. ระบบสาธารณสุขยังเปราะบาง.อันนี้เรามีบทเรียนจากโควิด-19 มาแล้ว แต่เหมือนจะยังถอดบทเรียนกันไม่เสร็จ การอพยพผู้ป่วยในยามฉุกเฉิน หรือโซนที่ให้โรงพยาบาลยังสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยในช่วงวิกฤต ตามข่าวยังเห็นโรงพยาบาลเอาคนไข้ออกมาผ่าตัดกลางแจ้งเพราะเป็นเคสด่วนอยู่เลย ซึ่งนี่คือคำถาม นี่คือโจทย์ที่เราเอามาคิดตั้งแต่ตอนนี้จนถึงอนาคตว่าเมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้ เราจะรับมือและจะมีมาตรการอย่างไร .นี่ไม่ใช่การสักแต่ว่าจะด่าก็ด่านะครับ และใครจะหาว่าการเมืองก็เอาเถอะ แต่นี่เห็นได้ชัดเลยว่ารัฐบาลขาดความพร้อมอย่างมากในการรับมือ จริงอยู่ที่เราไม่ได้เจอแผ่นดินไหวเป็นประจำ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้น่ากลัวมาก ผมคิดว่ายิ่งช่วงเวลาแบบนี้ที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดนี่แหละ ที่จะยิ่งเป็นตัววัดว่าเราโครงสร้างพื้นฐานเราพร้อมแค่ไหน ซึ่งผมคิดว่าไม่มีใครใกล้เคียงกับพร้อมเลย ไม่รู้ทุกคนว่ายังไง.เรื่องความปลอดภัยมันมากับความเชื่อมั่นด้วยนะ วันนี้ในกรุ๊ปแชทก็คือมีเพื่อนๆ พิมพ์มาว่า ‘กูจะมั่นใจโครงสร้างตึกไทยได้มากขนาดไหน’ ซึ่งเป็นตลกร้ายมาก ๆ ที่ตอนนี้เรามีความเชื่อมั่นกับอะไรพวกนี้ต่ำมาก ทั้ง ๆ ที่ควรจะเป็นตรงกันข้าม .วันนี้เป็นวันที่ทุกคนควรจะมีคำถาม เราเคยเจอน้ำท่วม เจอพายุ เจอโควิด แต่เราได้เรียนรู้อะไรจากมันบ้าง ‘หรือเปล่า’ ? ผมเองมีคำว่าทำไมเยอะมาก ทำไมการแจ้งเตือนล่าช้ามาก ทำไมระบบขนส่งสาธารณะและสาธารณสุขถึงไม่พร้อม ทำไมคุณภาพชีวิตของเรามันเปราะบางขนาดนี้ ขออภัยที่ยาวและวนยืดเยื้อ แต่มันคือความอัดอั้นที่อยากแชร์ออกมา.สุดท้ายนี้ เราขอแสดงความเสียใจให้กับผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ด้วยนะครับและขอให้ทุกชีวิตปลอดภัยครับ
    รีโพสต์จากเพจEnvironman 28 มีนาคม 2568 “ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี แผ่นดินไหว แต่เห็นได้ชัดเลยว่าประเทศไทยและรัฐบาลยังไม่ไหว.เหตุการณ์วันนี้ยิ่งสาดส่องสปอตไลท์ในสิ่งที่ชัดอยู่แล้วให้ชัดยิ่งขึ้นไปอีก ว่าเราไม่มีความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่รู้ว่าจะถอดกันอีกกี่บทเรียน กว่าที่รัฐจะมีมาตรการเตรียมพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์อะไรแบบนี้ .ใครมีความคิดเห็น มีอะไรจะเพิ่มก็เต็มที่เลยนะ แต่นี่คือสิ่งที่รับรู้ได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้และนี่ไม่ใช่การถอดบทเรียนอะไรทั้งนั้น นี่คือการเล่าระบายล้วน ๆ.⚫️ 1. ประชาชนต้อง Emergency Alert กันเอง.จนถึงตอนนี้ ณ เวลาที่กำลังเขียน (19:52 น.) ข้าพเจ้ายังไม่ได้ SMS จากกระทรวงทบวงกรมใดๆ เลยขอรับ คือเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่เกิดขึ้นบ่อย แต่หลังจากท่านนายกออกมาแถลงว่าจะมีการแจ้งเตือนตั้งแต่ช่วงบ่ายสอง ตอนนี้อาฟเตอร์กันไปแล้วไม่รู้กี่ช็อค ก็ยังเงียบกริบ .อีกพาร์ทนึงก็ต้องชมคนไทยที่ใส่ใจโซเชียล ที่ช่วยกันอัพเดท แชร์ข้อมูล คอยรายงานให้ได้ติดตามกัน แต่มันคือช่วงเวลาแบบนี้ไม่ใช่หรอ ที่ประชาชนอย่างเราจะหันไปหวังพึ่งรัฐ ที่ผู้เสียภาษีอย่างเราจะหวังพึ่งคุณภาพชีวิตพื้นฐานที่ควรได้รับ กลายเป็นว่าเราต้องเช็คกันเองว่าเกิดอะไรขึ้น เอาตรงๆ คือผมเป็นคนหนึ่งที่หาแถลงการณ์จากรัฐตอนเกิดเหตุ เพราะบางทีก็กลัวว่าชาวเน็ตบางกลุ่มจะเฟคนิวส์ล่อเอ็นเกจ แต่ก็ต้องผิดหวังต่อไป.⚫️ 2. หน้ามืด นอนน้อยกันทั้งแผ่นดิน.เชื่อแล้วว่าคนไทยทำงานหนักครับ 90% พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘คิดว่าตัวเองไม่สบาย’ ไม่มีใครคิดว่ามันคือแผ่นดินไหวเลย แต่ก็เข้าใจได้ ใครจะไปคิดว่าจะมีแผ่นดินไหวในไทย โดยเฉพาะชาวกทม. คือทุกคนเทไปว่าตัวเองโหมงาน นอนน้อยกันหมด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แอบเศร้าหน่อย ๆ นะ.ส่วนอีกเรื่องคือ 90% ของคนที่อยู่คอนโดอพาร์ตเม้นตท์ มีสัตว์เลี้ยงที่นิติไม่รู้ แต่จะมารู้ก็วันนี้แหละ ถ้าพูดให้ไม่ติดตลก ผมคิดว่าอยากให้สถานที่คำนึงถึงความเป็น Pet-Friendly ให้มากขึ้น ปัจจุบันมีคนมีสัตว์เลี้ยงเยอะมาก จะด้วยเพื่อแก้เหงาหรือเป็นยุคที่ไม่ค่อยอยากมีลูกหรืออะไรก็ว่าไป แต่ผมเห็นว่าพื้นที่ที่สามารถพาสัตว์ไปร่วมกิจกรรมกับเจ้าของนั้นมีน้อยมาก.⚫️ 3. ระบบขนส่งสาธารณะล่มสลาย.สัญชาตญาณแรกของคนหลังเกิดแผ่นดินไหวคือหาที่ปลอดภัย ซึ่งส่วนมากก็น่าจะนึกถึงบ้าน แต่ระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมดดูเหมือนจะไม่เพียงพอ ไม่มีแผนสำรอง ไม่มีโปรโตคอลฉุกเฉิน ไม่มีช่องทางพิเศษ ไม่มีอะไรเลย การจราจรติดแหง็ก ผู้คนติดแหง็ก ไร้ทางออก เกิดอะไรขึ้นก็ไม่บอก จะเดินทางไปไหนก็ไม่ได้ .ญี่ปุ่นเวลาเจอแผ่นดินไหว ประเทศเขาจะสวิตช์เป็นโหมดฉุกเฉินทันที รถไฟฟ้าก็จะมีมาตรการฉุกเฉินในการรับมือ รัฐมีการตกลงกับบริษัทขนส่งเอกชน แท็กซี่ ให้ออกมาช่วยอพยพหรือขนถ่ายคนในช่วงที่รถไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้ มีการจัดการควบคุมจราจรอย่างเข้มงวดให้คนไม่ติดแหง็กอยู่อย่างนั้น อีกเรื่องคือญี่ปุ่นมีศูนย์พักพิง คือใครที่ยังกลับบ้านไม่ได้ ก็มาพักรอก่อนได้ เอาจริงศูนย์พักพิงญี่ปุ่นคือมีอาหาร มีน้ำ มีอุปกรณ์พื้นฐานให้พร้อม ไม่ปล่อยให้ใครต้องเร่ร่อนอยู่บนถนน.ผมดักไว้ก่อนเลยว่าจะมีคนอ้างว่า ญี่ปุ่นเจอกับแผ่นดินไหวบ่อยจนชิน ของเรานี่แทบจะเป็นครั้งแรกในชีวิตของใครหลายคนเลยนะ จะวิจารณ์ขนาดนั้นก็เกินไป แต่ต้องบอกว่าตอนนี้โลกเรารวนไปหมดแล้ว ปีนี้เราเห็นว่าเกิดภัยพิบัติที่รุนแรงมากมายทั่วโลก อยากลองชวนคนที่แย้งเรื่องทำไมผมถึงเอาเราไปเทียบกับญี่ปุ่น มาแลกเปลี่ยนโต้แย้งเกี่ยวกับการจัดการเหตุฉุกเฉินพื้นฐานของบ้านเรามากกว่า พื้นฐานที่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ควรรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวหรือเกิดภัยพิบัติอื่นใดก็ตาม เพราะนี่คือโครงสร้างที่เราต้องมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราติดท็อป 10 ของประเทศที่จะได้รับผลกระทบจาก Climate Change ซึ่งจะมาในรูปแบบใดบ้างก็ไม่รู้.⚫️ 4. ระบบสาธารณสุขยังเปราะบาง.อันนี้เรามีบทเรียนจากโควิด-19 มาแล้ว แต่เหมือนจะยังถอดบทเรียนกันไม่เสร็จ การอพยพผู้ป่วยในยามฉุกเฉิน หรือโซนที่ให้โรงพยาบาลยังสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยในช่วงวิกฤต ตามข่าวยังเห็นโรงพยาบาลเอาคนไข้ออกมาผ่าตัดกลางแจ้งเพราะเป็นเคสด่วนอยู่เลย ซึ่งนี่คือคำถาม นี่คือโจทย์ที่เราเอามาคิดตั้งแต่ตอนนี้จนถึงอนาคตว่าเมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้ เราจะรับมือและจะมีมาตรการอย่างไร .นี่ไม่ใช่การสักแต่ว่าจะด่าก็ด่านะครับ และใครจะหาว่าการเมืองก็เอาเถอะ แต่นี่เห็นได้ชัดเลยว่ารัฐบาลขาดความพร้อมอย่างมากในการรับมือ จริงอยู่ที่เราไม่ได้เจอแผ่นดินไหวเป็นประจำ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้น่ากลัวมาก ผมคิดว่ายิ่งช่วงเวลาแบบนี้ที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดนี่แหละ ที่จะยิ่งเป็นตัววัดว่าเราโครงสร้างพื้นฐานเราพร้อมแค่ไหน ซึ่งผมคิดว่าไม่มีใครใกล้เคียงกับพร้อมเลย ไม่รู้ทุกคนว่ายังไง.เรื่องความปลอดภัยมันมากับความเชื่อมั่นด้วยนะ วันนี้ในกรุ๊ปแชทก็คือมีเพื่อนๆ พิมพ์มาว่า ‘กูจะมั่นใจโครงสร้างตึกไทยได้มากขนาดไหน’ ซึ่งเป็นตลกร้ายมาก ๆ ที่ตอนนี้เรามีความเชื่อมั่นกับอะไรพวกนี้ต่ำมาก ทั้ง ๆ ที่ควรจะเป็นตรงกันข้าม .วันนี้เป็นวันที่ทุกคนควรจะมีคำถาม เราเคยเจอน้ำท่วม เจอพายุ เจอโควิด แต่เราได้เรียนรู้อะไรจากมันบ้าง ‘หรือเปล่า’ ? ผมเองมีคำว่าทำไมเยอะมาก ทำไมการแจ้งเตือนล่าช้ามาก ทำไมระบบขนส่งสาธารณะและสาธารณสุขถึงไม่พร้อม ทำไมคุณภาพชีวิตของเรามันเปราะบางขนาดนี้ ขออภัยที่ยาวและวนยืดเยื้อ แต่มันคือความอัดอั้นที่อยากแชร์ออกมา.สุดท้ายนี้ เราขอแสดงความเสียใจให้กับผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ด้วยนะครับและขอให้ทุกชีวิตปลอดภัยครับ
    Like
    2
    1 Comments 1 Shares 128 Views 0 Reviews
  • แถลงการณ์สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย.งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 กลับมาเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมงานตามปกติ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ เวลา 10.00-21.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์. จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูด ซึ่งเกิดขึ้นที่ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้พื้นที่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดสามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ .ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้การจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 ต้องปิดให้บริการชั่วคราว ในวันที่ 28 มีนาคม 2568 เนื่องจากทางคณะผู้จัดงาน โดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) คำนึงถึงความปลอดภัยขั้นสูงสุดของผู้เข้าร่วมงาน .ขณะนี้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ทางสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ในฐานะผู้จัดงานจึงขอเรียนแจ้งว่า งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 จะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้ง ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 เป็นต้นไปตั้งแต่เวลา 10.00 - 21.00 น. ภายใต้การดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุดของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในฐานะเจ้าของสถานที่การจัดงาน.สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย28 มีนาคม 2568
    แถลงการณ์สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย.งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 กลับมาเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมงานตามปกติ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ เวลา 10.00-21.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์. จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูด ซึ่งเกิดขึ้นที่ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้พื้นที่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดสามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ .ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้การจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 ต้องปิดให้บริการชั่วคราว ในวันที่ 28 มีนาคม 2568 เนื่องจากทางคณะผู้จัดงาน โดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) คำนึงถึงความปลอดภัยขั้นสูงสุดของผู้เข้าร่วมงาน .ขณะนี้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ทางสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ในฐานะผู้จัดงานจึงขอเรียนแจ้งว่า งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 จะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้ง ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 เป็นต้นไปตั้งแต่เวลา 10.00 - 21.00 น. ภายใต้การดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุดของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในฐานะเจ้าของสถานที่การจัดงาน.สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย28 มีนาคม 2568
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 75 Views 0 Reviews
  • อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่หลายครั้งในเขตประเทศเลบานอนตอนใต้ และยังมีคำสั่งบังคับให้อพยพพลเรือนออกจากพื้นที่ฮาดาธของเบรุต ซึ่งถือเป็นการยกระดับความรุนแรงขึ้นอีกครั้งโดยที่เจ้าของประเทศไม่มีความสามารถในการต่อต้าน

    การโจมตีทางอากาศครั้งนี้มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย รวมถึงเด็ก 3 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 รายในเมืองโยมอร์ นับตั้งแต่อิสราเอลทำข้อตกลงหยุดยิงกับฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน มีผู้เสียชีวิตจากการที่อิสราเอลละเมิดข้อตกลงไปแล้ว 106 ราย
    อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่หลายครั้งในเขตประเทศเลบานอนตอนใต้ และยังมีคำสั่งบังคับให้อพยพพลเรือนออกจากพื้นที่ฮาดาธของเบรุต ซึ่งถือเป็นการยกระดับความรุนแรงขึ้นอีกครั้งโดยที่เจ้าของประเทศไม่มีความสามารถในการต่อต้าน การโจมตีทางอากาศครั้งนี้มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย รวมถึงเด็ก 3 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 รายในเมืองโยมอร์ นับตั้งแต่อิสราเอลทำข้อตกลงหยุดยิงกับฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน มีผู้เสียชีวิตจากการที่อิสราเอลละเมิดข้อตกลงไปแล้ว 106 ราย
    Like
    Angry
    2
    0 Comments 0 Shares 140 Views 9 0 Reviews
  • รฟฟท. ส่งทีมงานวิศวกรและทีมงานความปลอดภัย เร่งตรวจสอบความปลอดภัยรถไฟสายสีแดงทุกระบบ โดยละเอียด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ

    จากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นวันนี้ (28 มี.ค.68) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้ส่งทีมงานวิศวกรและทีมงานด้านความปลอดภัยลงพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบระบบต่างๆทันที ได้แก่ ระบบรางรถไฟฟ้า ระบบสายส่งกระแสไฟฟ้า ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบสื่อสาร รวมถึงอาคารสถานีทุกสถานีอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้โดยสารเกิดความมั่นใจว่า รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงมีมาตรการด้านความปลอดภัยสูงสุดเพื่อรองรับการใช้บริการของประชาชน

    โดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มีความจำเป็นต้องหยุดให้บริการเป็นการชั่วคราว ซึ่งขณะนี้ ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ หรือความเสียหายที่อาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อการเปิดให้บริการประชาชน โดยบริษัทฯจะดำเนินการตรวจสอบทุกระบบตามขั้นตอนโดยละเอียด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้บริการ

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/business/detail/9680000029783

    #MGROnline #รถไฟสายสีแดง #bkkearthquake #BangkokEarthquake #ThailandEarthquake
    #แผ่นดินไหว #ไทยแผ่นดินไหว #แผ่นดินไหวไทย #กรุงเทพแผ่นดินไหว #กรุงเทพมหานคร #ประเทศไทย #เมียนมา
    รฟฟท. ส่งทีมงานวิศวกรและทีมงานความปลอดภัย เร่งตรวจสอบความปลอดภัยรถไฟสายสีแดงทุกระบบ โดยละเอียด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ • จากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นวันนี้ (28 มี.ค.68) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้ส่งทีมงานวิศวกรและทีมงานด้านความปลอดภัยลงพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบระบบต่างๆทันที ได้แก่ ระบบรางรถไฟฟ้า ระบบสายส่งกระแสไฟฟ้า ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบสื่อสาร รวมถึงอาคารสถานีทุกสถานีอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้โดยสารเกิดความมั่นใจว่า รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงมีมาตรการด้านความปลอดภัยสูงสุดเพื่อรองรับการใช้บริการของประชาชน • โดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มีความจำเป็นต้องหยุดให้บริการเป็นการชั่วคราว ซึ่งขณะนี้ ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ หรือความเสียหายที่อาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อการเปิดให้บริการประชาชน โดยบริษัทฯจะดำเนินการตรวจสอบทุกระบบตามขั้นตอนโดยละเอียด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้บริการ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/business/detail/9680000029783 • #MGROnline #รถไฟสายสีแดง #bkkearthquake #BangkokEarthquake #ThailandEarthquake #แผ่นดินไหว #ไทยแผ่นดินไหว #แผ่นดินไหวไทย #กรุงเทพแผ่นดินไหว #กรุงเทพมหานคร #ประเทศไทย #เมียนมา
    0 Comments 0 Shares 108 Views 0 Reviews
  • "อิ๊งค์" โพสต์บินด่วนเข้ากรุง ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเหตุแผ่นดินไหว ขอยืนยันพื้นที่เสียหายอยู่ในวงจำกัด After Shock จะไม่รุนแรง ไม่มีทางเกิดสินามึ เผยกลับเข้าคอนโดได้ รถไฟฟ้าคาดเปิดบริการพรุ่งนี้

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000029741
    "อิ๊งค์" โพสต์บินด่วนเข้ากรุง ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเหตุแผ่นดินไหว ขอยืนยันพื้นที่เสียหายอยู่ในวงจำกัด After Shock จะไม่รุนแรง ไม่มีทางเกิดสินามึ เผยกลับเข้าคอนโดได้ รถไฟฟ้าคาดเปิดบริการพรุ่งนี้ อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000029741
    Like
    3
    3 Comments 0 Shares 306 Views 0 Reviews
  • เปิดสัญญาก่อสร้าง "อาคาร สตง.แห่งใหม่ ย่านจตุจักร" สูง 30 ชั้น มูลค่า 2,136 ล้าน ก่อนถล่มจากฤทธิ์แผ่นดินไหว พบ บ.ร่วมค้า "ไอทีดี - ไชน่า เรลเวย์" ได้งาน มีบริษัทคุมงาน 3 บริษัท หลัง ครม.ชุดนี้เพิ่งอนุมัติเพิ่มวงเงินค่าควบคุมงานก่อสร้างอาคาร เป็นวงเงิน 84.3 ล้าน มีการแก้ไขแบบก่อสร้าง จำเป็นขยายระยะเวลาก่อสร้าง 155 วัน จาก 1,080 วัน เป็น 1,235 วัน เผยโครงการอยู่ใน “ข้อตกลงคุณธรรม” รัฐ-ผู้รับเหมา-ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง

    วันนี้ (28 มี.ค.2568) มีรายงานจากสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เปิดเผยถึงกรณีพื้นที่อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ที่กำลังก่อสร้างถล่มหลังเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการ สตง.(แห่งใหม่) ความสูง 30 ชั้น มูลค่างานก่อสร้าง 2,136 ล้านบาท

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/politics/detail/9680000029708

    #MGROnline #bkkearthquake #BangkokEarthquake #ThailandEarthquake
    #แผ่นดินไหว #ไทยแผ่นดินไหว #แผ่นดินไหวไทย #กรุงเทพแผ่นดินไหว #กรุงเทพมหานคร #ประเทศไทย #เมียนมา
    เปิดสัญญาก่อสร้าง "อาคาร สตง.แห่งใหม่ ย่านจตุจักร" สูง 30 ชั้น มูลค่า 2,136 ล้าน ก่อนถล่มจากฤทธิ์แผ่นดินไหว พบ บ.ร่วมค้า "ไอทีดี - ไชน่า เรลเวย์" ได้งาน มีบริษัทคุมงาน 3 บริษัท หลัง ครม.ชุดนี้เพิ่งอนุมัติเพิ่มวงเงินค่าควบคุมงานก่อสร้างอาคาร เป็นวงเงิน 84.3 ล้าน มีการแก้ไขแบบก่อสร้าง จำเป็นขยายระยะเวลาก่อสร้าง 155 วัน จาก 1,080 วัน เป็น 1,235 วัน เผยโครงการอยู่ใน “ข้อตกลงคุณธรรม” รัฐ-ผู้รับเหมา-ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง • วันนี้ (28 มี.ค.2568) มีรายงานจากสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เปิดเผยถึงกรณีพื้นที่อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ที่กำลังก่อสร้างถล่มหลังเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการ สตง.(แห่งใหม่) ความสูง 30 ชั้น มูลค่างานก่อสร้าง 2,136 ล้านบาท • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/politics/detail/9680000029708 • #MGROnline #bkkearthquake #BangkokEarthquake #ThailandEarthquake #แผ่นดินไหว #ไทยแผ่นดินไหว #แผ่นดินไหวไทย #กรุงเทพแผ่นดินไหว #กรุงเทพมหานคร #ประเทศไทย #เมียนมา
    0 Comments 0 Shares 116 Views 0 Reviews
  • #แผ่นดินไหว “ภูมิธรรม” ลงพื้นที่ตึกถล่มแผ่นดินไหว ดับแล้ว 3 ติดในอาคารอีกกว่า 80 คน กองทัพบกระดมทหารช่วยเหลือแผ่นดินไหว
    https://www.thai-tai.tv/news/17892/
    #แผ่นดินไหว “ภูมิธรรม” ลงพื้นที่ตึกถล่มแผ่นดินไหว ดับแล้ว 3 ติดในอาคารอีกกว่า 80 คน กองทัพบกระดมทหารช่วยเหลือแผ่นดินไหว https://www.thai-tai.tv/news/17892/
    0 Comments 0 Shares 38 Views 0 Reviews
  • กทม. ออกประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยในพื้นที่ ระดับ 2 ด้วยวันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 13.20 น. ได้เกิดสถานการณ์แผ่นดินไหว ขนาดประมาณ 7.5 ใกล้เมืองมัณดาเลย์ ประเทศเมียนมา ห่างจากอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 366 กิโลเมตร และแรงสั่นสะเทือนส่งผลถึงประเทศไทยภาคเหนือ ภาคกลาง โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายจุด ซึ่งมีผลกระทบกับอาคารต่างๆ ในพื้นที่หลายเขต ซึ่งขณะนี้สถานการณ์แผ่นดินไหวดังกล่าวยังอาจสามารถก่อให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกได้ ทำให้กรุงเทพมหานครยังคงต้องเร่งสำรวจพื้นที่ความเสียหาย และเฝ้าระวังในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนพร้อมการแก้ไขพื้นที่ที่อาจยังมีอันตรายและมีผลกระทบต่อสาธารณชน อันเป็นสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการจัดการสาธารณภัยให้เป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564- 2570 ผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร จึงประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในเขตพื้นที่ประสบภัยดังกล่าว ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564- 2570 และแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ในการบริหารจัดการสาธารณภัยระดับที่สอง โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้บัญชาการ หรือแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกฎหมายระเบียบ คำสั่งประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยเร็วต่อไปประกาศ ณ วันที่ 28 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2568
    กทม. ออกประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยในพื้นที่ ระดับ 2 ด้วยวันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 13.20 น. ได้เกิดสถานการณ์แผ่นดินไหว ขนาดประมาณ 7.5 ใกล้เมืองมัณดาเลย์ ประเทศเมียนมา ห่างจากอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 366 กิโลเมตร และแรงสั่นสะเทือนส่งผลถึงประเทศไทยภาคเหนือ ภาคกลาง โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายจุด ซึ่งมีผลกระทบกับอาคารต่างๆ ในพื้นที่หลายเขต ซึ่งขณะนี้สถานการณ์แผ่นดินไหวดังกล่าวยังอาจสามารถก่อให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกได้ ทำให้กรุงเทพมหานครยังคงต้องเร่งสำรวจพื้นที่ความเสียหาย และเฝ้าระวังในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนพร้อมการแก้ไขพื้นที่ที่อาจยังมีอันตรายและมีผลกระทบต่อสาธารณชน อันเป็นสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการจัดการสาธารณภัยให้เป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2564- 2570 ผู้อำนวยการกรุงเทพมหานคร จึงประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในเขตพื้นที่ประสบภัยดังกล่าว ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564- 2570 และแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร ในการบริหารจัดการสาธารณภัยระดับที่สอง โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้บัญชาการ หรือแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกฎหมายระเบียบ คำสั่งประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยเร็วต่อไปประกาศ ณ วันที่ 28 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2568
    0 Comments 0 Shares 88 Views 0 Reviews
  • นายกฯ ประกาศ กทม. เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน เผยมีอาฟเตอร์ช็อกอีกภายใน 2 ชม.
    https://www.thai-tai.tv/news/17889/
    นายกฯ ประกาศ กทม. เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน เผยมีอาฟเตอร์ช็อกอีกภายใน 2 ชม. https://www.thai-tai.tv/news/17889/
    0 Comments 0 Shares 31 Views 0 Reviews
  • ปัจจุบัน **ยังไม่มีวิธีการพยากรณ์แผ่นดินไหวที่แม่นยำและถูกต้อง 100%** ในทางวิทยาศาสตร์ แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ซับซ้อน และยังไม่มีเทคโนโลยีหรือวิธีการใดที่สามารถทำนายเวลา สถานที่ และขนาดของแผ่นดินไหวได้อย่างแน่นอน

    ### **เหตุผลที่การพยากรณ์แผ่นดินไหวยังทำได้ยาก**
    1. **กระบวนการเกิดแผ่นดินไหวซับซ้อน**
    - แผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกอย่างฉับพลัน ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความเค้น (stress) การสะสมพลังงาน และความเสียดทานระหว่างหิน
    - การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นใต้ดินลึก ทำให้ติดตามและวัดได้ยาก

    2. **ขาดข้อมูลที่เพียงพอ**
    - แม้จะมีเครือข่ายเซ็นเซอร์วัดแผ่นดินไหว (seismometers) และระบบ GPS ติดตามการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก แต่ข้อมูลเหล่านี้มักบอกได้เพียง **"ความเสี่ยง"** ของพื้นที่ ไม่ใช่เวลาที่แน่นอน

    3. **ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ชัดเจน**
    - บางครั้งอาจพบสัญญาณก่อนเกิดแผ่นดินไหว เช่น การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำใต้ดิน หรือการเกิดแผ่นดินไหวเล็กๆ (foreshocks) แต่ก็ไม่เสมอไป และมักไม่สามารถยืนยันได้จนกว่าแผ่นดินไหวใหญ่จะเกิดขึ้น

    ### **ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในการเตือนภัยแผ่นดินไหว**
    แม้จะไม่สามารถพยากรณ์ได้ล่วงหน้า แต่มีระบบที่ช่วย **เตือนภัยก่อนเกิดแผ่นดินไหว (Early Warning System)** เช่น:
    - **ระบบ ShakeAlert (สหรัฐฯ), ระบบ J-Alert (ญี่ปุ่น)**
    - ใช้คลื่นแผ่นดินไหวที่เดินทางเร็วกว่า (คลื่น P) เพื่อส่งสัญญาณเตือนก่อนที่คลื่นทำลาย (คลื่น S) จะมาถึง
    - ช่วยให้มีเวลาเตรียมตัว **เพียงไม่กี่วินาทีถึงนาที**

    - **การประเมินความเสี่ยงระยะยาว**
    - นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุ **พื้นที่เสี่ยงสูง** จากประวัติแผ่นดินไหวและรอยเลื่อนมีพลัง เช่น แถบวงแหวนไฟแปซิฟิก (Ring of Fire)

    ### **ข้อสรุป**
    - **ยังไม่มีการพยากรณ์แผ่นดินไหวที่แม่นยำ** ในแง่ของการบอกเวลาและขนาดได้ล่วงหน้า
    - **ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหว (Early Warning)** สามารถช่วยลดความเสียหายได้บ้าง แต่ให้เวลาเตรียมตัวน้อยมาก
    - วิธีที่ดีที่สุดคือ **เตรียมความพร้อม** เช่น รู้จุดปลอดภัยในบ้าน มีชุดฉุกเฉิน และฝึกซ้อม应对แผ่นดินไหว

    หากมีข่าวเกี่ยวกับการทำนายแผ่นดินไหวที่อ้างว่าแม่นยำ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาให้ดี เพราะปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีที่สามารถทำได้อย่างแน่นอน!
    ปัจจุบัน **ยังไม่มีวิธีการพยากรณ์แผ่นดินไหวที่แม่นยำและถูกต้อง 100%** ในทางวิทยาศาสตร์ แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ซับซ้อน และยังไม่มีเทคโนโลยีหรือวิธีการใดที่สามารถทำนายเวลา สถานที่ และขนาดของแผ่นดินไหวได้อย่างแน่นอน ### **เหตุผลที่การพยากรณ์แผ่นดินไหวยังทำได้ยาก** 1. **กระบวนการเกิดแผ่นดินไหวซับซ้อน** - แผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกอย่างฉับพลัน ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความเค้น (stress) การสะสมพลังงาน และความเสียดทานระหว่างหิน - การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นใต้ดินลึก ทำให้ติดตามและวัดได้ยาก 2. **ขาดข้อมูลที่เพียงพอ** - แม้จะมีเครือข่ายเซ็นเซอร์วัดแผ่นดินไหว (seismometers) และระบบ GPS ติดตามการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก แต่ข้อมูลเหล่านี้มักบอกได้เพียง **"ความเสี่ยง"** ของพื้นที่ ไม่ใช่เวลาที่แน่นอน 3. **ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ชัดเจน** - บางครั้งอาจพบสัญญาณก่อนเกิดแผ่นดินไหว เช่น การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำใต้ดิน หรือการเกิดแผ่นดินไหวเล็กๆ (foreshocks) แต่ก็ไม่เสมอไป และมักไม่สามารถยืนยันได้จนกว่าแผ่นดินไหวใหญ่จะเกิดขึ้น ### **ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในการเตือนภัยแผ่นดินไหว** แม้จะไม่สามารถพยากรณ์ได้ล่วงหน้า แต่มีระบบที่ช่วย **เตือนภัยก่อนเกิดแผ่นดินไหว (Early Warning System)** เช่น: - **ระบบ ShakeAlert (สหรัฐฯ), ระบบ J-Alert (ญี่ปุ่น)** - ใช้คลื่นแผ่นดินไหวที่เดินทางเร็วกว่า (คลื่น P) เพื่อส่งสัญญาณเตือนก่อนที่คลื่นทำลาย (คลื่น S) จะมาถึง - ช่วยให้มีเวลาเตรียมตัว **เพียงไม่กี่วินาทีถึงนาที** - **การประเมินความเสี่ยงระยะยาว** - นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุ **พื้นที่เสี่ยงสูง** จากประวัติแผ่นดินไหวและรอยเลื่อนมีพลัง เช่น แถบวงแหวนไฟแปซิฟิก (Ring of Fire) ### **ข้อสรุป** - **ยังไม่มีการพยากรณ์แผ่นดินไหวที่แม่นยำ** ในแง่ของการบอกเวลาและขนาดได้ล่วงหน้า - **ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหว (Early Warning)** สามารถช่วยลดความเสียหายได้บ้าง แต่ให้เวลาเตรียมตัวน้อยมาก - วิธีที่ดีที่สุดคือ **เตรียมความพร้อม** เช่น รู้จุดปลอดภัยในบ้าน มีชุดฉุกเฉิน และฝึกซ้อม应对แผ่นดินไหว หากมีข่าวเกี่ยวกับการทำนายแผ่นดินไหวที่อ้างว่าแม่นยำ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาให้ดี เพราะปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีที่สามารถทำได้อย่างแน่นอน!
    0 Comments 0 Shares 118 Views 0 Reviews
  • เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ลึก 10 กม.พิกัด 96.12°E 22.07°N ที่ประเทศพม่า ขณะเกิดแผ่นดินไหวนั้นประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนทั้ง 13 อำเภอ โดยแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้นานประมาณ 2 วินาที ขณะที่ 2 เขื่อนยักษ์ ไร้ผลกระทบ

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000029596
    เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ลึก 10 กม.พิกัด 96.12°E 22.07°N ที่ประเทศพม่า ขณะเกิดแผ่นดินไหวนั้นประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนทั้ง 13 อำเภอ โดยแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้นานประมาณ 2 วินาที ขณะที่ 2 เขื่อนยักษ์ ไร้ผลกระทบ อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000029596
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 358 Views 0 Reviews
  • 📌 ปภ. แนะข้อปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยกรณีเกิดแผ่นดินไหว
    วันนี้ (28 มี.ค.68 เวลา 14.25 น.) นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอแนะนำวิธีการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้น โดยให้ประชาชนยึดหลัก “หมอบ – ป้อง – เกาะ” โดยการหมอบลงใต้โต๊ะหรือจุดที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรงให้พ้นจากแนวที่สิ่งของอาจหล่นใส่ และป้องกันของตกกระแทกด้วยการหมอบราบกับพื้นหรือก้มต่ำโดยแขนหรือมือกำบังศีรษะ รวมถึงเกาะโต๊ะหรือที่กำบังให้แน่น และเร่งอพยพออกจากอาคารสูงทันที และเมื่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวสิ้นสุด ขอให้ตรวจเช็กความปลอดภัยของคนรอบข้าง และอย่าเพิ่งรีบกลับเข้าไปในอาคารทันที ให้ตรวจสอบโครงสร้างอาคารและสภาพความมั่นคงปลอดภัยของสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ หรือรอฟังคำสั่งจากทางราชการ เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้วจึงค่อยเข้าไปในอาคารและตรวจสอบความเสียหายต่อไป
    โดยในกรณีแผ่นดินไหวในครั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ประสานให้จังหวัดที่มีรายงานรับรู้แรงสั่นสะเทือน ติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เพื่อลดความตื่นตระหนก ประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือของทางราชการ ตลอดจนเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป
    ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และหากได้รับความเดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป
    📌 ปภ. แนะข้อปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยกรณีเกิดแผ่นดินไหว วันนี้ (28 มี.ค.68 เวลา 14.25 น.) นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอแนะนำวิธีการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้น โดยให้ประชาชนยึดหลัก “หมอบ – ป้อง – เกาะ” โดยการหมอบลงใต้โต๊ะหรือจุดที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรงให้พ้นจากแนวที่สิ่งของอาจหล่นใส่ และป้องกันของตกกระแทกด้วยการหมอบราบกับพื้นหรือก้มต่ำโดยแขนหรือมือกำบังศีรษะ รวมถึงเกาะโต๊ะหรือที่กำบังให้แน่น และเร่งอพยพออกจากอาคารสูงทันที และเมื่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวสิ้นสุด ขอให้ตรวจเช็กความปลอดภัยของคนรอบข้าง และอย่าเพิ่งรีบกลับเข้าไปในอาคารทันที ให้ตรวจสอบโครงสร้างอาคารและสภาพความมั่นคงปลอดภัยของสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ หรือรอฟังคำสั่งจากทางราชการ เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้วจึงค่อยเข้าไปในอาคารและตรวจสอบความเสียหายต่อไป โดยในกรณีแผ่นดินไหวในครั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ประสานให้จังหวัดที่มีรายงานรับรู้แรงสั่นสะเทือน ติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เพื่อลดความตื่นตระหนก ประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือของทางราชการ ตลอดจนเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และหากได้รับความเดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป
    0 Comments 0 Shares 63 Views 0 Reviews
  • สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ระบุ อาคารกำลังก่อสร้างย่านจตุจักร ที่ถล่มลงมา มีคนงาน 50 ราย ติดอยู่ในอาคาร 43 ราย หนีออกมาได้ 7 ราย ศูนย์นเรนทร กำลังเข้าพื้นที่ช่วยเหลือ พร้อมเครือข่ายกู้ชีพ
    สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ระบุ อาคารกำลังก่อสร้างย่านจตุจักร ที่ถล่มลงมา มีคนงาน 50 ราย ติดอยู่ในอาคาร 43 ราย หนีออกมาได้ 7 ราย ศูนย์นเรนทร กำลังเข้าพื้นที่ช่วยเหลือ พร้อมเครือข่ายกู้ชีพ
    Sad
    1
    0 Comments 0 Shares 90 Views 0 Reviews
  • 🚨 Update!!
    ▪️อาคารที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ใกล้สวนจตุจักร ถล่มลงมา ในอาคารมีคนงานประมาณ 50 ราย หนีออกมาได้ 7 ราย ติดในอาคาร 43 ราย ทางศูนย์นเรนทร สพฉ. กำลังเร่งเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ พร้อมเครือข่ายกู้ชีพ
    ▪️ขณะนี้สัญญาณการสื่อสารมีปัญหาจากแผ่นดินไหว ทาง สพฉ. ได้จัดเตรียมรถสื่อสารของศูนย์นเรนทร สแตนบายสำหรับใช้ในการสื่อสารเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน มีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
    ที่มา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ -สพฉ.1669
    🚨 Update!! ▪️อาคารที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ใกล้สวนจตุจักร ถล่มลงมา ในอาคารมีคนงานประมาณ 50 ราย หนีออกมาได้ 7 ราย ติดในอาคาร 43 ราย ทางศูนย์นเรนทร สพฉ. กำลังเร่งเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ พร้อมเครือข่ายกู้ชีพ ▪️ขณะนี้สัญญาณการสื่อสารมีปัญหาจากแผ่นดินไหว ทาง สพฉ. ได้จัดเตรียมรถสื่อสารของศูนย์นเรนทร สแตนบายสำหรับใช้ในการสื่อสารเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน มีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ที่มา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ -สพฉ.1669
    0 Comments 0 Shares 40 Views 0 Reviews
  • **คุยเรื่องสีแดงจาก <ต้นตำนานอาภรณ์จักรพรรดิ>**

    สวัสดีค่ะ วันนี้มาคุยกันเกี่ยวกับบทกวีและสีแดงหลากเฉดที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง <ต้นตํานานอาภรณ์จักรพรรดิ> ซึ่งเดินเรื่องราวด้วยสูตรสีย้อมผ้าไหมสูจิ่นสีแดงของพ่อนางเอกที่ในเรื่องเรียกว่า ‘สู่หง’ ซึ่งถูกยกย่องขึ้นเป็นสุดยอดของสีแดงตามจินตนาการของผู้แต่งนิยายต้นฉบับ

    เพื่อนเพจที่ได้ดูเรื่องนี้จะจำได้ว่าก่อนที่นางเอกจะค้นคว้าสูตรลับนี้ของพ่อขึ้นมาอีกได้สำเร็จ นางเอกได้พัฒนาสีแดงขึ้นสามสีโดยอธิบายว่า ‘สู่หง’ แท้จริงแล้วหมายถึงสีแดงจากพื้นที่สู่ (สองสัปดาห์ก่อนเรากล่าวถึงดินแดนแคว้นสู่ไปแล้วลองย้อนอ่านดูได้) และนางได้จัดงานแฟชั่นโชว์ขึ้นเพื่อแสดงชุดที่ทอจากไหมสามสีใหม่นี้ โดยนางและพี่ชายได้บรรยายถึงสีเหล่านี้ด้วยการกล่าวอิงกับบทกวี วันนี้เรามาคุยถึงเกร็ดวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่แฝงอยู่ในนี้กัน

    เริ่มจากชุดแรกที่นางเอกกล่าวว่าสีแดงนี้ได้อารมณ์อิสระและความมีชีวิตชีวาจากบทกวีของกวีผู้ที่นางเรียกว่า ‘บัณฑิตจากชิงเหลียน’

    ในเรื่องไม่ได้กล่าวไว้ว่าเขาผู้นี้คือใครและคำแปลซับไทยอาจทำให้เข้าใจเป็นอื่น แต่จริงๆ แล้ว ‘บัณฑิตจากชิงเหลียน’ (青莲居士 / ชิงเหลียนจวีซื่อ) เป็นฉายาของกวีเอกสมัยถังหลี่ไป๋ และเป็นฉายาที่เราชาวไทยไม่คุ้นหู ซึ่งสาเหตุที่หลี่ไป๋ถูกเรียกขานเช่นนี้เป็นเพราะว่าบ้านเกิดของเขาคือหมู่บ้านชิงเหลียน (ปัจจุบันคือตำบลชิงเหลียน อำเภอจิ่นหยาง มณฑลเสฉวน) และกลอนบทที่พูดถึงในตอนนี้มีชื่อว่า ‘ซานจงอวี่โยวเหรินตุ้ยจั๋ว’ (山中与幽人对酌 แปลได้ว่าร่ำสุรากลางเขาคู่กับสหายผู้ปลีกวิเวก) ในบทกวีไม่ได้กล่าวถึงสีแดง แต่บรรยายถึงความสนุกสุขสันต์ที่ได้ร่ำสุรากับผู้รู้ใจท่ามกลางวิวดอกไม้บานเต็มเขา

    ต่อมาชุดที่สองนี้มีหลากเฉดสีเช่นแดง ชมพูและส้มเหลือง โดยบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากบทกวีของ ‘เลขาธิการหญิง’ (女校书 / หนี่ว์เจี้ยวซู) ซึ่งในเรื่องไม่ได้กล่าวไว้ว่าคือใคร

    กวีที่ถูกกล่าวถึงนี้คือเซวียเทา (薛涛) ผู้ที่ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในสี่กวีเอกสตรีแห่งราชวงศ์ถัง มีผลงานกว่าห้าร้อยชิ้น มีบทกลอนที่ยังคงสืบทอดมาจวบจนปัจจุบันกว่าเก้าสิบบท เกิดที่ฉางอันแต่ติดตามบิดาผู้เป็นขุนนางมารับราชการที่เมืองเฉิงตู นางได้รับการศึกษาอย่างดีและเป็นคนมีพรสวรรค์ด้านดนตรีและบทกวี แต่งกลอนยาวได้ตั้งแต่อายุเพียงแปดปี เชี่ยวชาญด้านการออกเสียงและดนตรี

    เมื่อเซวียเทาอายุได้สิบสี่ปี บิดาของนางป่วยตายในระหว่างไปปฏิบัติหน้าที่ต่างเมือง นางและมารดาพยายามหาเลี้ยงชีพอย่างยากลำบาก ในที่สุดนางตัดสินใจเข้าเป็นนางคณิกาหลวงประเภทขับร้อง (ในสมัยนั้นเรียกว่า ‘เกอจี้’) เพื่อจะได้มีเงินเดือนหลวงยังชีพ โดยรับหน้าที่ขับร้องในงานเลี้ยงของทางการต่างๆ มีโอกาสได้แต่งบทกวีในงานเลี้ยงต่อหน้าขุนนางชั้นผู้ใหญ่จนเป็นที่โด่งดัง ต่อมาได้รับการเคารพยกย่องจากผู้คนมากมายด้วยความปราดเปรื่องด้านงานกวี และได้รู้จักสนิทสนมกับเหวยเกาเริ่น เจี๋ยตู้สื่อผู้ปกครองเขตพื้นที่นั้น

    เจี๋ยตู้สื่อเหวยเกาเริ่นชื่นชมผลงานและความสามารถของเซวียเทาถึงขนาดยื่นฎีกาต่อฮ่องเต้เพื่อขอให้แต่งตั้งนางเป็น ‘เจี้ยวซูหลาง’ (校书郎) ซึ่งเป็นตำแหน่งเลขาธิการผู้ดูแลงานด้านพิสูจน์อักษรของเอกสารทางการและบันทึกโบราณ จัดเป็นตำแหน่งขุนนางขั้นที่เก้า แต่ไม่เคยมีสตรีดำรงตำแหน่งนี้มาก่อนจึงมีข้อจำกัดมากมาย สุดท้ายนางก็ไม่ได้รับการอนุมัติให้ดำรงตำแหน่งนี้ แต่อย่างไรก็ดีเรื่องที่นางได้รับการเสนอชื่อไม่ใช่ความลับ ชาวเมืองเฉิงตูจึงเรียกนางอย่างยกย่องว่า ‘เลขาธิการหญิง’ นั่นเอง

    บทกวีของเซวียเทาที่ถูกยกมากล่าวในซีรีส์นี้บรรยายถึงสีสันสวยงามบนแดนสวรรค์ที่แต่งแต้มจนดอกไม้ดารดาษมีสีสันสวยงาม แต่ที่ Storyฯ คิดว่าน่าสนใจยิ่งกว่าบทกวีนี้คือสีแดงที่เกี่ยวข้องกับเซวียเทา ว่ากันว่านางชื่นชอบสีแดงมาก มักแต่งกายด้วยสีแดง และได้คิดค้นกระดาษสีแดงขึ้นไว้สำหรับเขียนบทกลอนของตัวเอง บทกลอนบนกระดาษแดงสีพิเศษที่เขียนและลงนามโดยเซวียเทาถือว่าเป็นของที่มีค่าอันทรงเกียรติมากในสมัยนั้น โดยมีบางแผ่นมีลายวาดดอกไม้ที่บางคนตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นฝีมือการวาดของเซวียเทาเอง ต่อมากระดาษดังกล่าวเป็นที่นิยมแพร่หลายสำหรับชนชั้นมีการศึกษาในสมัยนั้นและกลายมาเป็นสินค้าที่นางผลิตขายยังชีพได้ในที่สุด เป็นที่จดจำในประวัติศาสตร์จีนว่ากระดาษเซวียเทา (薛涛笺 / เซวียเทาเจียน โดย ‘เจียน’ เป็นคำเรียกทั่วไปของกระดาษเขียนหนังสือ)

    Storyฯ เคยเขียนถึงวิธีการทำกระดาษจีนโบราณในบทความอื่น (ดูลิ้งค์ได้ที่ท้ายเรื่อง) ซึ่งมีกรรมวิธีการทำคล้ายกระดาษสา และกวีโบราณหลายท่านจะทำกระดาษของตัวเองไว้ใช้จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว เซวียเทาก็เช่นกัน หลังจากที่นางถอนตนออกจากการเป็นนางคณิกาหลวงแล้วก็พำนักอยู่ในบริเวณห่วนฮวาซีที่เมืองเฉิงตูนี้ (คือสถานที่ล้างไหมของนางเอกในซีรีส์ที่ Storyฯ เขียนถึงเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว) ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้ยังเป็นแหล่งผลิตกระดาษชื่อดังในสมัยราชวงศ์ถังอีกด้วย ว่ากันว่าเป็นเพราะคุณสมบัติของแหล่งน้ำแถวนี้เหมาะสมต่อการผสมเยื่อกระดาษ และกระดาษเซวียเทาถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่ากระดาษห่วนฮวา (浣花笺 / ห่วนฮวาเจียน)

    เซวียเทาใช้น้ำจากลำธารห่วนฮวาซี เยื่อไม้จากเปลือกต้นพุดตาน และสีที่คั้นจากกลีบดอกพุดตานทำกระดาษเซวียเทานี้ จากงานเขียนของท่านอื่นในสมัยนั้นมีการกล่าวว่าจริงๆ แล้วเนื้อกระดาษเซวียเทาไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่มันมีความโดดเด่นด้วยสีของกระดาษที่สวยงามไม่มีใครเทียม และบางครั้งยังมีเศษดอกไม้อัดติดมาในกระดาษด้วย แต่สีของกระดาษที่แท้จริงแล้วนั้นเป็นสีอะไรยังคงเป็นที่ถกเถียงกันจวบจนปัจจุบัน บ้างว่าเป็นสีชมพูแดงของดอกท้อซึ่งเป็นสีโปรดของนาง บ้างอ้างอิงจากกระดาษจริงของผลงานบทกวีของเซวียเทาที่มีคนสะสมไว้ พบว่ามีร่วมสิบเฉดสีไล่ไปตั้งแต่ชมพูแดง ม่วง ชมพูอมส้ม ส้มเขียว ส้มเหลือง จนถึงเหลืองนวล

    เซวียเทาเป็นหนึ่งบุคคลสำคัญที่เป็นความภาคภูมิใจของเมืองเฉิงตู มีรูปปั้นของนางตั้งอยู่ที่สวนวั่งเจียงโหลว เพื่อนเพจที่ไปเที่ยวเมืองเฉิงตูลองสังเกตดูนะคะ เผื่อว่าจะเห็นร่องรอยเกี่ยวกับเซวียเทาบ้าง

    ส่วนชุดที่สามในซีรีส์ นางเอกบอกไว้ว่าเป็นชุดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบทกวี ‘อวี๋เหม่ยเหริน’ (虞美人 / โฉมงามอวี๋) แต่ในซีรีส์ยังไม่ทันได้ท่องบทกวีนี้ก็เกิดเหตุการณ์อื่นขึ้นเสียก่อน

    บทกวี ‘อวี๋เหม่ยเหริน’ นี้มีวลีเด็ดที่หลายท่านอาจร้อง “อ๋อ” คือวลี ‘บุปผาวสันต์จันทราสารทฤดู’ Storyฯ เคยเขียนถึงบทกวีนี้เมื่อนานมาแล้วแต่ถูกลบไป เข้าใจว่าเป็นเพราะมันมีลิ้งค์ต้องห้าม เดี๋ยว Storyฯ จะแก้ไขและลงให้อ่านใหม่ในสัปดาห์หน้า ส่วนสีแดงที่เกี่ยวข้องก็คือสีแดงดอกป๊อปปี้ เพราะอวี๋เหม่ยเหรินคือชื่อเรียกของดอกป๊อปปี้ในภาษาจีนค่ะ

    (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory)

    ลิ้งค์บทความเกี่ยวกับกระดาษไป๋ลู่จากเรื่อง <เล่ห์รักวังคุนหนิง> https://www.facebook.com/StoryfromStory/posts/953057363489223

    Credit รูปภาพจากในละครและจาก:
    https://news.agentm.tw/310261/
    https://news.qq.com/rain/a/20200731A0U80V00
    https://www.yeeyi.com/news/details/629504/
    Credit ข้อมูลรวบรวมจาก:
    https://baike.baidu.com/item/李白/1043
    https://baike.baidu.com/item/薛涛/2719
    http://scdfz.sc.gov.cn/scyx/scrw/sclsmr/depsclsmr/xt/content_40259
    https://baike.baidu.com/item/薛涛笺/5523904
    https://www.sohu.com/a/538839040_355475
    http://scdfz.sc.gov.cn/whzh/slzc1/content_105211#

    #ต้นตำนานอาภรณ์จักรพรรดิ #เฉิงตู #สีแดงหงสู่ #บัณฑิตชิงเหลียน #เลขาธิการหญิง #โฉมงามอวี๋ #เซวียเทา #กระดาษจีนโบราณ #สาระจีน
    **คุยเรื่องสีแดงจาก <ต้นตำนานอาภรณ์จักรพรรดิ>** สวัสดีค่ะ วันนี้มาคุยกันเกี่ยวกับบทกวีและสีแดงหลากเฉดที่ถูกนำมาใช้ในเรื่อง <ต้นตํานานอาภรณ์จักรพรรดิ> ซึ่งเดินเรื่องราวด้วยสูตรสีย้อมผ้าไหมสูจิ่นสีแดงของพ่อนางเอกที่ในเรื่องเรียกว่า ‘สู่หง’ ซึ่งถูกยกย่องขึ้นเป็นสุดยอดของสีแดงตามจินตนาการของผู้แต่งนิยายต้นฉบับ เพื่อนเพจที่ได้ดูเรื่องนี้จะจำได้ว่าก่อนที่นางเอกจะค้นคว้าสูตรลับนี้ของพ่อขึ้นมาอีกได้สำเร็จ นางเอกได้พัฒนาสีแดงขึ้นสามสีโดยอธิบายว่า ‘สู่หง’ แท้จริงแล้วหมายถึงสีแดงจากพื้นที่สู่ (สองสัปดาห์ก่อนเรากล่าวถึงดินแดนแคว้นสู่ไปแล้วลองย้อนอ่านดูได้) และนางได้จัดงานแฟชั่นโชว์ขึ้นเพื่อแสดงชุดที่ทอจากไหมสามสีใหม่นี้ โดยนางและพี่ชายได้บรรยายถึงสีเหล่านี้ด้วยการกล่าวอิงกับบทกวี วันนี้เรามาคุยถึงเกร็ดวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่แฝงอยู่ในนี้กัน เริ่มจากชุดแรกที่นางเอกกล่าวว่าสีแดงนี้ได้อารมณ์อิสระและความมีชีวิตชีวาจากบทกวีของกวีผู้ที่นางเรียกว่า ‘บัณฑิตจากชิงเหลียน’ ในเรื่องไม่ได้กล่าวไว้ว่าเขาผู้นี้คือใครและคำแปลซับไทยอาจทำให้เข้าใจเป็นอื่น แต่จริงๆ แล้ว ‘บัณฑิตจากชิงเหลียน’ (青莲居士 / ชิงเหลียนจวีซื่อ) เป็นฉายาของกวีเอกสมัยถังหลี่ไป๋ และเป็นฉายาที่เราชาวไทยไม่คุ้นหู ซึ่งสาเหตุที่หลี่ไป๋ถูกเรียกขานเช่นนี้เป็นเพราะว่าบ้านเกิดของเขาคือหมู่บ้านชิงเหลียน (ปัจจุบันคือตำบลชิงเหลียน อำเภอจิ่นหยาง มณฑลเสฉวน) และกลอนบทที่พูดถึงในตอนนี้มีชื่อว่า ‘ซานจงอวี่โยวเหรินตุ้ยจั๋ว’ (山中与幽人对酌 แปลได้ว่าร่ำสุรากลางเขาคู่กับสหายผู้ปลีกวิเวก) ในบทกวีไม่ได้กล่าวถึงสีแดง แต่บรรยายถึงความสนุกสุขสันต์ที่ได้ร่ำสุรากับผู้รู้ใจท่ามกลางวิวดอกไม้บานเต็มเขา ต่อมาชุดที่สองนี้มีหลากเฉดสีเช่นแดง ชมพูและส้มเหลือง โดยบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากบทกวีของ ‘เลขาธิการหญิง’ (女校书 / หนี่ว์เจี้ยวซู) ซึ่งในเรื่องไม่ได้กล่าวไว้ว่าคือใคร กวีที่ถูกกล่าวถึงนี้คือเซวียเทา (薛涛) ผู้ที่ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในสี่กวีเอกสตรีแห่งราชวงศ์ถัง มีผลงานกว่าห้าร้อยชิ้น มีบทกลอนที่ยังคงสืบทอดมาจวบจนปัจจุบันกว่าเก้าสิบบท เกิดที่ฉางอันแต่ติดตามบิดาผู้เป็นขุนนางมารับราชการที่เมืองเฉิงตู นางได้รับการศึกษาอย่างดีและเป็นคนมีพรสวรรค์ด้านดนตรีและบทกวี แต่งกลอนยาวได้ตั้งแต่อายุเพียงแปดปี เชี่ยวชาญด้านการออกเสียงและดนตรี เมื่อเซวียเทาอายุได้สิบสี่ปี บิดาของนางป่วยตายในระหว่างไปปฏิบัติหน้าที่ต่างเมือง นางและมารดาพยายามหาเลี้ยงชีพอย่างยากลำบาก ในที่สุดนางตัดสินใจเข้าเป็นนางคณิกาหลวงประเภทขับร้อง (ในสมัยนั้นเรียกว่า ‘เกอจี้’) เพื่อจะได้มีเงินเดือนหลวงยังชีพ โดยรับหน้าที่ขับร้องในงานเลี้ยงของทางการต่างๆ มีโอกาสได้แต่งบทกวีในงานเลี้ยงต่อหน้าขุนนางชั้นผู้ใหญ่จนเป็นที่โด่งดัง ต่อมาได้รับการเคารพยกย่องจากผู้คนมากมายด้วยความปราดเปรื่องด้านงานกวี และได้รู้จักสนิทสนมกับเหวยเกาเริ่น เจี๋ยตู้สื่อผู้ปกครองเขตพื้นที่นั้น เจี๋ยตู้สื่อเหวยเกาเริ่นชื่นชมผลงานและความสามารถของเซวียเทาถึงขนาดยื่นฎีกาต่อฮ่องเต้เพื่อขอให้แต่งตั้งนางเป็น ‘เจี้ยวซูหลาง’ (校书郎) ซึ่งเป็นตำแหน่งเลขาธิการผู้ดูแลงานด้านพิสูจน์อักษรของเอกสารทางการและบันทึกโบราณ จัดเป็นตำแหน่งขุนนางขั้นที่เก้า แต่ไม่เคยมีสตรีดำรงตำแหน่งนี้มาก่อนจึงมีข้อจำกัดมากมาย สุดท้ายนางก็ไม่ได้รับการอนุมัติให้ดำรงตำแหน่งนี้ แต่อย่างไรก็ดีเรื่องที่นางได้รับการเสนอชื่อไม่ใช่ความลับ ชาวเมืองเฉิงตูจึงเรียกนางอย่างยกย่องว่า ‘เลขาธิการหญิง’ นั่นเอง บทกวีของเซวียเทาที่ถูกยกมากล่าวในซีรีส์นี้บรรยายถึงสีสันสวยงามบนแดนสวรรค์ที่แต่งแต้มจนดอกไม้ดารดาษมีสีสันสวยงาม แต่ที่ Storyฯ คิดว่าน่าสนใจยิ่งกว่าบทกวีนี้คือสีแดงที่เกี่ยวข้องกับเซวียเทา ว่ากันว่านางชื่นชอบสีแดงมาก มักแต่งกายด้วยสีแดง และได้คิดค้นกระดาษสีแดงขึ้นไว้สำหรับเขียนบทกลอนของตัวเอง บทกลอนบนกระดาษแดงสีพิเศษที่เขียนและลงนามโดยเซวียเทาถือว่าเป็นของที่มีค่าอันทรงเกียรติมากในสมัยนั้น โดยมีบางแผ่นมีลายวาดดอกไม้ที่บางคนตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นฝีมือการวาดของเซวียเทาเอง ต่อมากระดาษดังกล่าวเป็นที่นิยมแพร่หลายสำหรับชนชั้นมีการศึกษาในสมัยนั้นและกลายมาเป็นสินค้าที่นางผลิตขายยังชีพได้ในที่สุด เป็นที่จดจำในประวัติศาสตร์จีนว่ากระดาษเซวียเทา (薛涛笺 / เซวียเทาเจียน โดย ‘เจียน’ เป็นคำเรียกทั่วไปของกระดาษเขียนหนังสือ) Storyฯ เคยเขียนถึงวิธีการทำกระดาษจีนโบราณในบทความอื่น (ดูลิ้งค์ได้ที่ท้ายเรื่อง) ซึ่งมีกรรมวิธีการทำคล้ายกระดาษสา และกวีโบราณหลายท่านจะทำกระดาษของตัวเองไว้ใช้จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว เซวียเทาก็เช่นกัน หลังจากที่นางถอนตนออกจากการเป็นนางคณิกาหลวงแล้วก็พำนักอยู่ในบริเวณห่วนฮวาซีที่เมืองเฉิงตูนี้ (คือสถานที่ล้างไหมของนางเอกในซีรีส์ที่ Storyฯ เขียนถึงเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว) ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้ยังเป็นแหล่งผลิตกระดาษชื่อดังในสมัยราชวงศ์ถังอีกด้วย ว่ากันว่าเป็นเพราะคุณสมบัติของแหล่งน้ำแถวนี้เหมาะสมต่อการผสมเยื่อกระดาษ และกระดาษเซวียเทาถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่ากระดาษห่วนฮวา (浣花笺 / ห่วนฮวาเจียน) เซวียเทาใช้น้ำจากลำธารห่วนฮวาซี เยื่อไม้จากเปลือกต้นพุดตาน และสีที่คั้นจากกลีบดอกพุดตานทำกระดาษเซวียเทานี้ จากงานเขียนของท่านอื่นในสมัยนั้นมีการกล่าวว่าจริงๆ แล้วเนื้อกระดาษเซวียเทาไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่มันมีความโดดเด่นด้วยสีของกระดาษที่สวยงามไม่มีใครเทียม และบางครั้งยังมีเศษดอกไม้อัดติดมาในกระดาษด้วย แต่สีของกระดาษที่แท้จริงแล้วนั้นเป็นสีอะไรยังคงเป็นที่ถกเถียงกันจวบจนปัจจุบัน บ้างว่าเป็นสีชมพูแดงของดอกท้อซึ่งเป็นสีโปรดของนาง บ้างอ้างอิงจากกระดาษจริงของผลงานบทกวีของเซวียเทาที่มีคนสะสมไว้ พบว่ามีร่วมสิบเฉดสีไล่ไปตั้งแต่ชมพูแดง ม่วง ชมพูอมส้ม ส้มเขียว ส้มเหลือง จนถึงเหลืองนวล เซวียเทาเป็นหนึ่งบุคคลสำคัญที่เป็นความภาคภูมิใจของเมืองเฉิงตู มีรูปปั้นของนางตั้งอยู่ที่สวนวั่งเจียงโหลว เพื่อนเพจที่ไปเที่ยวเมืองเฉิงตูลองสังเกตดูนะคะ เผื่อว่าจะเห็นร่องรอยเกี่ยวกับเซวียเทาบ้าง ส่วนชุดที่สามในซีรีส์ นางเอกบอกไว้ว่าเป็นชุดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบทกวี ‘อวี๋เหม่ยเหริน’ (虞美人 / โฉมงามอวี๋) แต่ในซีรีส์ยังไม่ทันได้ท่องบทกวีนี้ก็เกิดเหตุการณ์อื่นขึ้นเสียก่อน บทกวี ‘อวี๋เหม่ยเหริน’ นี้มีวลีเด็ดที่หลายท่านอาจร้อง “อ๋อ” คือวลี ‘บุปผาวสันต์จันทราสารทฤดู’ Storyฯ เคยเขียนถึงบทกวีนี้เมื่อนานมาแล้วแต่ถูกลบไป เข้าใจว่าเป็นเพราะมันมีลิ้งค์ต้องห้าม เดี๋ยว Storyฯ จะแก้ไขและลงให้อ่านใหม่ในสัปดาห์หน้า ส่วนสีแดงที่เกี่ยวข้องก็คือสีแดงดอกป๊อปปี้ เพราะอวี๋เหม่ยเหรินคือชื่อเรียกของดอกป๊อปปี้ในภาษาจีนค่ะ (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ อย่าลืมกดติดตามเพจนี้เพื่อป้องกันการกีดกันของเฟซบุ๊คด้วยนะคะ #StoryfromStory) ลิ้งค์บทความเกี่ยวกับกระดาษไป๋ลู่จากเรื่อง <เล่ห์รักวังคุนหนิง> https://www.facebook.com/StoryfromStory/posts/953057363489223 Credit รูปภาพจากในละครและจาก: https://news.agentm.tw/310261/ https://news.qq.com/rain/a/20200731A0U80V00 https://www.yeeyi.com/news/details/629504/ Credit ข้อมูลรวบรวมจาก: https://baike.baidu.com/item/李白/1043 https://baike.baidu.com/item/薛涛/2719 http://scdfz.sc.gov.cn/scyx/scrw/sclsmr/depsclsmr/xt/content_40259 https://baike.baidu.com/item/薛涛笺/5523904 https://www.sohu.com/a/538839040_355475 http://scdfz.sc.gov.cn/whzh/slzc1/content_105211# #ต้นตำนานอาภรณ์จักรพรรดิ #เฉิงตู #สีแดงหงสู่ #บัณฑิตชิงเหลียน #เลขาธิการหญิง #โฉมงามอวี๋ #เซวียเทา #กระดาษจีนโบราณ #สาระจีน
    2 Comments 0 Shares 121 Views 0 Reviews
  • คนเห็นต่างเค้าไม่คุยโว้ย เสียเวลา พวกมึงก็มาอ้างแต่ประโยชน์ที่เป็นภาพลวงตา แล้วก็อ้างว่าทำกาสิโนแค่ 10% ของพื้นที่ เดี๋ยวคลิปคิงส์คืนนี้จะแฉให้ฟัง ว่า 10% มันใหญ่ขนาดไหน
    #คิงส์โพธิ์แดง
    #คิงส์โพธิ์แดงสำรอง
    #คิงส์โพธิ์แดงสำรอง3
    คนเห็นต่างเค้าไม่คุยโว้ย เสียเวลา พวกมึงก็มาอ้างแต่ประโยชน์ที่เป็นภาพลวงตา แล้วก็อ้างว่าทำกาสิโนแค่ 10% ของพื้นที่ เดี๋ยวคลิปคิงส์คืนนี้จะแฉให้ฟัง ว่า 10% มันใหญ่ขนาดไหน #คิงส์โพธิ์แดง #คิงส์โพธิ์แดงสำรอง #คิงส์โพธิ์แดงสำรอง3
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 114 Views 0 Reviews
  • จีนได้เปิดตัว หน้าจอ e-paper สีขนาดใหญ่ 31.2 นิ้ว ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในโลกที่มีการผลิตจำนวนมากสำหรับจอประเภทนี้ โดยบริษัท Guangzhou Aoyi Electronic Technology Co Ltd และ Shenzhen Jin Yatai Technology Co Ltd ได้ร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถลดข้อจำกัดเดิม เช่น อัตราการรีเฟรชต่ำและการตอบสนองที่ช้า นวัตกรรมใหม่นี้รองรับการเล่นวิดีโอที่ความเร็ว 18 เฟรมต่อวินาที และเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการประมวลผลภาพที่ละเอียดอ่อนกว่าเดิม

    การพัฒนาที่ล้ำหน้า:
    - หน้าจอใหม่นี้มาพร้อมกับการควบคุมการแสดงผลที่แยกส่วนในพื้นที่ (local display) และอัลกอริธึมประมวลผลภาพที่ปรับปรุงใหม่ ซึ่งช่วยลดการกระพริบของหน้าจอและเพิ่มความสดใสของสี.

    คุณสมบัติที่โดดเด่นของ e-paper:
    - หน้าจอ e-paper เป็นที่นิยมเพราะลดโอกาสเกิดอาการเมื่อยล้าสายตา อ่านได้ชัดเจนแม้ในแสงสว่างจัด และใช้พลังงานต่ำมากเมื่อเทียบกับหน้าจอปกติ.

    การใช้งานที่คาดหวัง:
    - หน้าจอนี้คาดว่าจะถูกนำไปใช้ในป้ายประชาสัมพันธ์ดิจิทัล, ป้ายรถเมล์, และหน้าจอข้อมูลสาธารณะ อีกทั้งยังมีโอกาสในการพัฒนาเพื่อใช้ในอุปกรณ์เชิงพาณิชย์อย่างหน้าจอ e-paper ขนาดใหญ่.

    ข้อจำกัดในปัจจุบัน:
    - แม้การพัฒนานี้จะเป็นก้าวสำคัญ แต่คุณภาพสีและความลึกของสีของหน้าจอยังไม่สามารถเทียบเท่ากับเทคโนโลยีอื่นอย่าง OLED หรือ IPS.

    https://www.tomshardware.com/monitors/mass-production-of-worlds-first-color-e-paper-display-over-30-inches-begins
    จีนได้เปิดตัว หน้าจอ e-paper สีขนาดใหญ่ 31.2 นิ้ว ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในโลกที่มีการผลิตจำนวนมากสำหรับจอประเภทนี้ โดยบริษัท Guangzhou Aoyi Electronic Technology Co Ltd และ Shenzhen Jin Yatai Technology Co Ltd ได้ร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถลดข้อจำกัดเดิม เช่น อัตราการรีเฟรชต่ำและการตอบสนองที่ช้า นวัตกรรมใหม่นี้รองรับการเล่นวิดีโอที่ความเร็ว 18 เฟรมต่อวินาที และเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการประมวลผลภาพที่ละเอียดอ่อนกว่าเดิม การพัฒนาที่ล้ำหน้า: - หน้าจอใหม่นี้มาพร้อมกับการควบคุมการแสดงผลที่แยกส่วนในพื้นที่ (local display) และอัลกอริธึมประมวลผลภาพที่ปรับปรุงใหม่ ซึ่งช่วยลดการกระพริบของหน้าจอและเพิ่มความสดใสของสี. คุณสมบัติที่โดดเด่นของ e-paper: - หน้าจอ e-paper เป็นที่นิยมเพราะลดโอกาสเกิดอาการเมื่อยล้าสายตา อ่านได้ชัดเจนแม้ในแสงสว่างจัด และใช้พลังงานต่ำมากเมื่อเทียบกับหน้าจอปกติ. การใช้งานที่คาดหวัง: - หน้าจอนี้คาดว่าจะถูกนำไปใช้ในป้ายประชาสัมพันธ์ดิจิทัล, ป้ายรถเมล์, และหน้าจอข้อมูลสาธารณะ อีกทั้งยังมีโอกาสในการพัฒนาเพื่อใช้ในอุปกรณ์เชิงพาณิชย์อย่างหน้าจอ e-paper ขนาดใหญ่. ข้อจำกัดในปัจจุบัน: - แม้การพัฒนานี้จะเป็นก้าวสำคัญ แต่คุณภาพสีและความลึกของสีของหน้าจอยังไม่สามารถเทียบเท่ากับเทคโนโลยีอื่นอย่าง OLED หรือ IPS. https://www.tomshardware.com/monitors/mass-production-of-worlds-first-color-e-paper-display-over-30-inches-begins
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Mass production of 'world's first' color e-paper display over 30-inches begins
    Chinese firm says products using the display will reach retail about two months later.
    0 Comments 0 Shares 59 Views 0 Reviews
More Results