• ยุติค้นหา ตึกใหม่ สตง. ถล่ม! ยืนยันตาย 7 ศพ สูญหาย 47 คน เปิดเบื้องหลังบริษัทยักษ์ใหญ่จีน ชิมลางสร้างตึกสูงในไทย แห่งแรกในต่างแดน ที่จบไม่สวย

    📌 เหตุการณ์สั่นสะเทือนวงการก่อสร้างไทย-จีน ที่สะท้อนความเสี่ยงระดับชาติ

    🏗️ แผ่นดินไหวแรงสะเทือนถึงใจ ตึกใหม่ สตง. ถล่มกลางกรุง! ในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น... อาคารสำนักงานแห่งใหม่ของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในย่านจตุจักร กรุงเทพฯ พังถล่มลงมาอย่างรุนแรง หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูด ในประเทศเมียนมา ซึ่งแรงสั่นสะเทือนส่งผลมาถึงกรุงเทพฯ

    เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะเทือนชีวิตผู้คน มีผู้เสียชีวิตยืนยันแล้ว 7 ศพ สูญหาย 47 คน และมีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคาร 30 คน แต่ยังเป็น จุดจบของความหวังทางยุทธศาสตร์ ที่จะให้บริษัทจีนเข้ามาชิมลาง สร้างอาคารสูงพิเศษในไทย เป็นครั้งแรกในต่างแดน 🇹🇭🇨🇳

    📌 เมื่อช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ 8.2 แมกนิจูด ในประเทศเมียนมา ซึ่งมีศูนย์กลางลึกใต้ดินกว่า 90 กม. แม้จะห่างจากกรุงเทพฯ หลายร้อยกิโลเมตร แต่แรงสั่นสะเทือน สามารถรับรู้ได้ถึงกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล 🌀

    จุดพังถล่มคือ อาคารสำนักงาน สตง. แห่งใหม่ บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และเพิ่งสร้างโครงสร้างเสร็จไปได้เพียง 30% ของแผนงาน

    แม้อาคารจะยังไม่เปิดใช้งาน แต่ในขณะนั้นมีวิศวกร ช่างเทคนิค และคนงานกว่า 100 ชีวิต อยู่ภายใน เนื่องจากกำลังเร่งติดตั้งระบบภายใน เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำ และระบบอาคารอัจฉริยะต่างๆ

    ⛑️ ทันทีหลังจากเหตุการณ์ถล่ม เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยหลายทีม ได้เข้าพื้นที่อย่างเร่งด่วน พร้อมอุปกรณ์ค้นหา และกู้ภัยทันสมัย เช่น กล้องจับความร้อน, โดรน, เครื่องตรวจจับเสียง ฯลฯ

    📉 ภาพรวมความเสียหาย และภารกิจค้นหาผู้รอดชีวิต
    🚨 สรุปสถานการณ์ ณ วันที่ 29 มีนาคม เวลา 05.00 น.
    - เสียชีวิตแล้ว 7 ศพ นำออกมาได้แล้ว 5 ศพ
    - ผู้รอดชีวิต 9 คน บาดเจ็บหลากหลายระดับ
    - ผู้ติดใต้ซาก 30 คน มีสัญญาณชีพ 15 คน
    - ผู้สูญหาย 47 คน
    - ยืนยันตัวตนแล้ว 85 คน

    การค้นหาแบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ A, B, C, D
    📍โซน A พบผู้มีสัญญาณชีพ 10 ราย
    📍โซน B พบผู้มีสัญญาณชีพ 2 ราย
    📍โซน D พบผู้มีสัญญาณชีพ 3 ราย

    การค้นหาต้องหยุดชั่วคราว เพื่อประเมินแผนใหม่ เนื่องจากโครงสร้างบางจุดยังไม่เสถียร เสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่ค้นหาเองด้วย

    💬 “เรากำลังแข่งกับเวลา และแข่งกับซากปูนที่อาจถล่มซ้ำอีกทุกวินาที” หนึ่งในทีมกู้ภัยกล่าว

    🏢 โครงการก่อสร้างอาคาร สตง. เป้าหมายสู่อนาคตรัฐ อาคารสำนักงานแห่งใหม่นี้ ถูกวางเป้าหมายให้เป็น ศูนย์กลางการเงิน และการควบคุมงบประมาณของรัฐ โดยมีโครงสร้าง 30 ชั้น ความสูงรวม 137 เมตร รวมพื้นที่ก่อสร้างกว่า 96,000 ตารางเมตร

    👉 อาคารนี้ประกอบด้วย อาคารสำนักงานหลัก อาคารประชุม และอาคารจอดรถอัตโนมัติ

    โครงการเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2563 ด้วยงบประมาณ 2,136 ล้านบาท โดยผู้รับเหมาก่อสร้างหลัก คือ กิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี และควบคุมงานโดยกลุ่มวิศวกร PKW โดยมีการลงนาม Integrity Pact กับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อความโปร่งใสในการจัดจ้าง

    🏗️ "ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10" บริษัทยักษ์จากจีนผู้หวังปักหมุดในไทย “China Railway No.10 Engineering Group” หรือ CRCC เป็นบริษัทลูกของกลุ่มรัฐวิสาหกิจจีน ที่มีชื่อเสียงด้านโครงสร้างพื้นฐาน

    โครงการ สตง. คือ โครงการอาคารสูงพิเศษแห่งแรกในต่างแดน ของบริษัทนี้ นำเทคโนโลยีล้ำสมัยจากจีนเข้ามาใช้เต็มที่ เช่น
    - ระบบ “แกนกลางรับแรง + พื้นไร้คาน”
    - เทคนิคแบบสไลด์คอนกรีต (Slip Form)
    - ระบบนั่งร้านปีนไต่อัตโนมัติ
    - ระบบติดตั้งไฟฟ้า แบบไม่ให้ท่อชนกันแม้แต่นิดเดียว

    👷 ทั้งหมดนี้แสดงถึงความพร้อมด้านวิศวกรรม และความหวังจะก้าวเข้าตลาดอาเซียนอย่างยิ่งใหญ่ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น กลับกลายเป็นวิกฤตแห่งความเชื่อมั่น...

    🔍 ความเสียหายเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่ตึกถล่ม แต่คือภาพลักษณ์ล่มสลาย ผลกระทบหลัก 3 ด้าน
    - ชีวิตคนงาน การสูญเสียชีวิต7 ศพ และผู้ติดอยู่ใต้ซากหลายสิบคน คือความสูญเสียที่ไม่มีเม็ดเงินใดทดแทนได้

    - ความเชื่อมั่นในบริษัทจีน โครงการนี้เคยเป็นความหวังว่าจะเป็น “โชว์เคสระดับอาเซียน” กลายเป็น “บทเรียนราคาแพง”

    - ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน โครงการยุทธศาสตร์ไทย-จีนในอนาคตอาจถูกชะลอ ตรวจสอบมากขึ้น และถูกตั้งคำถามมากขึ้น

    🧑‍💼 การตอบสนองของหน่วยงานรัฐ เดินหน้าแก้ไข เร่งค้นหาความจริง
    – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่พร้อมทีมวิศวกรกว่า 100 คน เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารทั่วกรุงเทพฯ ที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว

    – นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะโฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เร่งตรวจสอบคุณภาพโครงการ และประเมินความเสียหาย พร้อมยืนยัน จะเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส

    – นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กทม. รายงานสถานการณ์ค้นหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมแบ่งโซนและใช้เทคโนโลยี ช่วยระบุตำแหน่งผู้ติดใต้ซาก

    ✅ จุดจบที่ไม่ควรเกิด กับความหวังที่ดับไปกลางซากอาคาร โศกนาฏกรรมครั้งนี้ เป็นจุดเตือนที่สะเทือนใจว่า การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ และความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่อาจวัดด้วยเทคโนโลยี หรือเงินทุนเพียงอย่างเดียว ต้องอาศัย มาตรฐาน ความปลอดภัย และความโปร่งใสระดับสูงสุด

    หากสิ่งเหล่านี้ขาดหายไป... แม้จะเป็นโครงการที่ดูดีแค่ไหน ก็พร้อมจะพังถล่มลงมาในพริบตา 🕯️

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 291100 มี.ค. 2568

    🔖#ตึกสตงถล่ม #CRCCไทย #ไชน่าเรลเวย์10 #ข่าวด่วน #แผ่นดินไหว #อาคารสูงพิเศษ #ก่อสร้างไทยจีน #ข่าวโศกนาฏกรรม #ตึกถล่ม #ไทยจีน
    ยุติค้นหา ตึกใหม่ สตง. ถล่ม! ยืนยันตาย 7 ศพ สูญหาย 47 คน เปิดเบื้องหลังบริษัทยักษ์ใหญ่จีน ชิมลางสร้างตึกสูงในไทย แห่งแรกในต่างแดน ที่จบไม่สวย 📌 เหตุการณ์สั่นสะเทือนวงการก่อสร้างไทย-จีน ที่สะท้อนความเสี่ยงระดับชาติ 🏗️ แผ่นดินไหวแรงสะเทือนถึงใจ ตึกใหม่ สตง. ถล่มกลางกรุง! ในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น... อาคารสำนักงานแห่งใหม่ของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในย่านจตุจักร กรุงเทพฯ พังถล่มลงมาอย่างรุนแรง หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูด ในประเทศเมียนมา ซึ่งแรงสั่นสะเทือนส่งผลมาถึงกรุงเทพฯ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะเทือนชีวิตผู้คน มีผู้เสียชีวิตยืนยันแล้ว 7 ศพ สูญหาย 47 คน และมีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคาร 30 คน แต่ยังเป็น จุดจบของความหวังทางยุทธศาสตร์ ที่จะให้บริษัทจีนเข้ามาชิมลาง สร้างอาคารสูงพิเศษในไทย เป็นครั้งแรกในต่างแดน 🇹🇭🇨🇳 📌 เมื่อช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ 8.2 แมกนิจูด ในประเทศเมียนมา ซึ่งมีศูนย์กลางลึกใต้ดินกว่า 90 กม. แม้จะห่างจากกรุงเทพฯ หลายร้อยกิโลเมตร แต่แรงสั่นสะเทือน สามารถรับรู้ได้ถึงกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล 🌀 จุดพังถล่มคือ อาคารสำนักงาน สตง. แห่งใหม่ บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และเพิ่งสร้างโครงสร้างเสร็จไปได้เพียง 30% ของแผนงาน แม้อาคารจะยังไม่เปิดใช้งาน แต่ในขณะนั้นมีวิศวกร ช่างเทคนิค และคนงานกว่า 100 ชีวิต อยู่ภายใน เนื่องจากกำลังเร่งติดตั้งระบบภายใน เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำ และระบบอาคารอัจฉริยะต่างๆ ⛑️ ทันทีหลังจากเหตุการณ์ถล่ม เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยหลายทีม ได้เข้าพื้นที่อย่างเร่งด่วน พร้อมอุปกรณ์ค้นหา และกู้ภัยทันสมัย เช่น กล้องจับความร้อน, โดรน, เครื่องตรวจจับเสียง ฯลฯ 📉 ภาพรวมความเสียหาย และภารกิจค้นหาผู้รอดชีวิต 🚨 สรุปสถานการณ์ ณ วันที่ 29 มีนาคม เวลา 05.00 น. - เสียชีวิตแล้ว 7 ศพ นำออกมาได้แล้ว 5 ศพ - ผู้รอดชีวิต 9 คน บาดเจ็บหลากหลายระดับ - ผู้ติดใต้ซาก 30 คน มีสัญญาณชีพ 15 คน - ผู้สูญหาย 47 คน - ยืนยันตัวตนแล้ว 85 คน การค้นหาแบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ A, B, C, D 📍โซน A พบผู้มีสัญญาณชีพ 10 ราย 📍โซน B พบผู้มีสัญญาณชีพ 2 ราย 📍โซน D พบผู้มีสัญญาณชีพ 3 ราย การค้นหาต้องหยุดชั่วคราว เพื่อประเมินแผนใหม่ เนื่องจากโครงสร้างบางจุดยังไม่เสถียร เสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่ค้นหาเองด้วย 💬 “เรากำลังแข่งกับเวลา และแข่งกับซากปูนที่อาจถล่มซ้ำอีกทุกวินาที” หนึ่งในทีมกู้ภัยกล่าว 🏢 โครงการก่อสร้างอาคาร สตง. เป้าหมายสู่อนาคตรัฐ อาคารสำนักงานแห่งใหม่นี้ ถูกวางเป้าหมายให้เป็น ศูนย์กลางการเงิน และการควบคุมงบประมาณของรัฐ โดยมีโครงสร้าง 30 ชั้น ความสูงรวม 137 เมตร รวมพื้นที่ก่อสร้างกว่า 96,000 ตารางเมตร 👉 อาคารนี้ประกอบด้วย อาคารสำนักงานหลัก อาคารประชุม และอาคารจอดรถอัตโนมัติ โครงการเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2563 ด้วยงบประมาณ 2,136 ล้านบาท โดยผู้รับเหมาก่อสร้างหลัก คือ กิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี และควบคุมงานโดยกลุ่มวิศวกร PKW โดยมีการลงนาม Integrity Pact กับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อความโปร่งใสในการจัดจ้าง 🏗️ "ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10" บริษัทยักษ์จากจีนผู้หวังปักหมุดในไทย “China Railway No.10 Engineering Group” หรือ CRCC เป็นบริษัทลูกของกลุ่มรัฐวิสาหกิจจีน ที่มีชื่อเสียงด้านโครงสร้างพื้นฐาน โครงการ สตง. คือ โครงการอาคารสูงพิเศษแห่งแรกในต่างแดน ของบริษัทนี้ นำเทคโนโลยีล้ำสมัยจากจีนเข้ามาใช้เต็มที่ เช่น - ระบบ “แกนกลางรับแรง + พื้นไร้คาน” - เทคนิคแบบสไลด์คอนกรีต (Slip Form) - ระบบนั่งร้านปีนไต่อัตโนมัติ - ระบบติดตั้งไฟฟ้า แบบไม่ให้ท่อชนกันแม้แต่นิดเดียว 👷 ทั้งหมดนี้แสดงถึงความพร้อมด้านวิศวกรรม และความหวังจะก้าวเข้าตลาดอาเซียนอย่างยิ่งใหญ่ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น กลับกลายเป็นวิกฤตแห่งความเชื่อมั่น... 🔍 ความเสียหายเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่ตึกถล่ม แต่คือภาพลักษณ์ล่มสลาย ผลกระทบหลัก 3 ด้าน - ชีวิตคนงาน การสูญเสียชีวิต7 ศพ และผู้ติดอยู่ใต้ซากหลายสิบคน คือความสูญเสียที่ไม่มีเม็ดเงินใดทดแทนได้ - ความเชื่อมั่นในบริษัทจีน โครงการนี้เคยเป็นความหวังว่าจะเป็น “โชว์เคสระดับอาเซียน” กลายเป็น “บทเรียนราคาแพง” - ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน โครงการยุทธศาสตร์ไทย-จีนในอนาคตอาจถูกชะลอ ตรวจสอบมากขึ้น และถูกตั้งคำถามมากขึ้น 🧑‍💼 การตอบสนองของหน่วยงานรัฐ เดินหน้าแก้ไข เร่งค้นหาความจริง – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่พร้อมทีมวิศวกรกว่า 100 คน เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารทั่วกรุงเทพฯ ที่อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว – นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะโฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เร่งตรวจสอบคุณภาพโครงการ และประเมินความเสียหาย พร้อมยืนยัน จะเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส – นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กทม. รายงานสถานการณ์ค้นหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมแบ่งโซนและใช้เทคโนโลยี ช่วยระบุตำแหน่งผู้ติดใต้ซาก ✅ จุดจบที่ไม่ควรเกิด กับความหวังที่ดับไปกลางซากอาคาร โศกนาฏกรรมครั้งนี้ เป็นจุดเตือนที่สะเทือนใจว่า การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ และความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่อาจวัดด้วยเทคโนโลยี หรือเงินทุนเพียงอย่างเดียว ต้องอาศัย มาตรฐาน ความปลอดภัย และความโปร่งใสระดับสูงสุด หากสิ่งเหล่านี้ขาดหายไป... แม้จะเป็นโครงการที่ดูดีแค่ไหน ก็พร้อมจะพังถล่มลงมาในพริบตา 🕯️ ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 291100 มี.ค. 2568 🔖#ตึกสตงถล่ม #CRCCไทย #ไชน่าเรลเวย์10 #ข่าวด่วน #แผ่นดินไหว #อาคารสูงพิเศษ #ก่อสร้างไทยจีน #ข่าวโศกนาฏกรรม #ตึกถล่ม #ไทยจีน
    0 Comments 0 Shares 55 Views 0 Reviews
  • SpaceX เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยภารกิจ Fram2 ที่พายาน Crew Dragon บินผ่านขั้วโลกทั้งสอง โดยต้องปรับซอฟต์แวร์และเส้นทางใหม่เพื่อความปลอดภัย ภารกิจนี้ยังเพิ่มอินเทอร์เน็ต Starlink บนยานเพื่อรองรับการใช้งานระหว่างการโคจร ถือเป็นก้าวใหม่ที่น่าสนใจในเทคโนโลยีการบินอวกาศ

    ปรับเปลี่ยนเส้นทางบินครั้งสำคัญ:
    - เส้นทางบินของ Fram2 จะพุ่งตรงไปทางใต้ ผ่านฟลอริดา คิวบา ปานามา และทางตะวันตกของเปรูและเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นการเบี่ยงเบนจากภารกิจทั่วไปของ SpaceX ที่มักจะมุ่งเน้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ทางตะวันออกเฉียงเหนือ.

    ปรับปรุงซอฟต์แวร์และความปลอดภัย:
    - ยาน Crew Dragon ได้รับการปรับซอฟต์แวร์เพื่อให้สามารถลงจอดในน้ำได้อย่างปลอดภัยในกรณีฉุกเฉิน ขณะเดียวกัน Falcon 9 ก็เปลี่ยนการลงจอดใหม่ โดยใช้การเบิร์น "boost-back" สั้น ๆ เพื่อให้ลงจอดในน่านน้ำสากล.

    การสื่อสารในขั้วโลก:
    - SpaceX เพิ่มสถานี Starlink ในยาน Crew Dragon เพื่อให้ลูกเรือสามารถใช้อินเทอร์เน็ตด้วยความเร็ว 1 กิกะบิตต่อวินาทีในระหว่างการโคจรผ่านขั้วโลก.

    ความท้าทายใหม่ที่ต้องเผชิญ:
    - การลงจอดทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ในภารกิจนี้เป็นครั้งแรก เพื่อป้องกันความเสียหายจากอุปกรณ์ที่ติดตั้งในส่วน "trunk" ของยาน นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงชั้นเมฆที่อาจเป็นปัญหาสำหรับเฮลิคอปเตอร์กู้ยาน.

    https://wccftech.com/spacex-spills-the-beans-on-historys-first-astronaut-mission-to-the-earths-poles/
    SpaceX เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยภารกิจ Fram2 ที่พายาน Crew Dragon บินผ่านขั้วโลกทั้งสอง โดยต้องปรับซอฟต์แวร์และเส้นทางใหม่เพื่อความปลอดภัย ภารกิจนี้ยังเพิ่มอินเทอร์เน็ต Starlink บนยานเพื่อรองรับการใช้งานระหว่างการโคจร ถือเป็นก้าวใหม่ที่น่าสนใจในเทคโนโลยีการบินอวกาศ ปรับเปลี่ยนเส้นทางบินครั้งสำคัญ: - เส้นทางบินของ Fram2 จะพุ่งตรงไปทางใต้ ผ่านฟลอริดา คิวบา ปานามา และทางตะวันตกของเปรูและเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นการเบี่ยงเบนจากภารกิจทั่วไปของ SpaceX ที่มักจะมุ่งเน้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ทางตะวันออกเฉียงเหนือ. ปรับปรุงซอฟต์แวร์และความปลอดภัย: - ยาน Crew Dragon ได้รับการปรับซอฟต์แวร์เพื่อให้สามารถลงจอดในน้ำได้อย่างปลอดภัยในกรณีฉุกเฉิน ขณะเดียวกัน Falcon 9 ก็เปลี่ยนการลงจอดใหม่ โดยใช้การเบิร์น "boost-back" สั้น ๆ เพื่อให้ลงจอดในน่านน้ำสากล. การสื่อสารในขั้วโลก: - SpaceX เพิ่มสถานี Starlink ในยาน Crew Dragon เพื่อให้ลูกเรือสามารถใช้อินเทอร์เน็ตด้วยความเร็ว 1 กิกะบิตต่อวินาทีในระหว่างการโคจรผ่านขั้วโลก. ความท้าทายใหม่ที่ต้องเผชิญ: - การลงจอดทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ในภารกิจนี้เป็นครั้งแรก เพื่อป้องกันความเสียหายจากอุปกรณ์ที่ติดตั้งในส่วน "trunk" ของยาน นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงชั้นเมฆที่อาจเป็นปัญหาสำหรับเฮลิคอปเตอร์กู้ยาน. https://wccftech.com/spacex-spills-the-beans-on-historys-first-astronaut-mission-to-the-earths-poles/
    WCCFTECH.COM
    SpaceX Spills The Beans On History's First Astronaut Mission To The Earth's Poles!
    SpaceX shares details about its historic Fram2 launch to the Earth's poles on coming Monday. Take a look here for more!
    0 Comments 0 Shares 41 Views 0 Reviews
  • มัลแวร์ PJobRAT กลับมาอีกครั้งพร้อมความสามารถใหม่ ๆ ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถขโมยข้อมูลสำคัญและควบคุมอุปกรณ์ Android ได้ มันปลอมตัวเป็นแอปแชทที่ดูเหมือนจริงและแจกจ่ายผ่านเว็บไซต์ WordPress ผู้ใช้ควรระวังการติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือและอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันภัยคุกคาม

    พัฒนาการของมัลแวร์:
    - PJobRAT เวอร์ชันใหม่สามารถปลอมตัวเป็นแอปแชท เช่น SangaalLite และ CChat ซึ่งเป็นการเลียนแบบแอปแชทที่มีชื่อเสียง เพื่อให้ผู้ใช้ไว้วางใจและติดตั้ง.

    การแพร่กระจาย:
    - แอปที่ติดมัลแวร์ถูกแจกจ่ายผ่านเว็บไซต์ WordPress แทนที่จะผ่านแอปสโตร์หลัก เช่น Google Play ทำให้มัลแวร์สามารถแพร่กระจายได้อย่างยากที่จะตรวจสอบ.

    ผลกระทบต่อความปลอดภัย:
    - ความสามารถของมัลแวร์ที่รันคำสั่ง shell ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถใช้อุปกรณ์ของเหยื่อในการโจมตีเป้าหมายอื่นในเครือข่ายได้ และยังสามารถลบตัวเองออกจากระบบเมื่อบรรลุเป้าหมาย.

    คำแนะนำสำหรับผู้ใช้:
    - หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ, ใช้แอนตี้ไวรัสบนอุปกรณ์ และอัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันความเสี่ยง.

    https://www.techradar.com/pro/security/an-old-android-rat-has-returned-with-some-new-tricks-here-is-what-to-look-out-for
    มัลแวร์ PJobRAT กลับมาอีกครั้งพร้อมความสามารถใหม่ ๆ ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถขโมยข้อมูลสำคัญและควบคุมอุปกรณ์ Android ได้ มันปลอมตัวเป็นแอปแชทที่ดูเหมือนจริงและแจกจ่ายผ่านเว็บไซต์ WordPress ผู้ใช้ควรระวังการติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือและอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันภัยคุกคาม พัฒนาการของมัลแวร์: - PJobRAT เวอร์ชันใหม่สามารถปลอมตัวเป็นแอปแชท เช่น SangaalLite และ CChat ซึ่งเป็นการเลียนแบบแอปแชทที่มีชื่อเสียง เพื่อให้ผู้ใช้ไว้วางใจและติดตั้ง. การแพร่กระจาย: - แอปที่ติดมัลแวร์ถูกแจกจ่ายผ่านเว็บไซต์ WordPress แทนที่จะผ่านแอปสโตร์หลัก เช่น Google Play ทำให้มัลแวร์สามารถแพร่กระจายได้อย่างยากที่จะตรวจสอบ. ผลกระทบต่อความปลอดภัย: - ความสามารถของมัลแวร์ที่รันคำสั่ง shell ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถใช้อุปกรณ์ของเหยื่อในการโจมตีเป้าหมายอื่นในเครือข่ายได้ และยังสามารถลบตัวเองออกจากระบบเมื่อบรรลุเป้าหมาย. คำแนะนำสำหรับผู้ใช้: - หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ, ใช้แอนตี้ไวรัสบนอุปกรณ์ และอัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันความเสี่ยง. https://www.techradar.com/pro/security/an-old-android-rat-has-returned-with-some-new-tricks-here-is-what-to-look-out-for
    0 Comments 0 Shares 15 Views 0 Reviews
  • Mozilla ได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ zero-day ใน Firefox ที่อาจทำให้กระบวนการหลุดออกจาก sandbox ซึ่งเป็นกลไกสำคัญด้านความปลอดภัย ผู้ใช้ควรอัปเดตเบราว์เซอร์เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันการโจมตี โดยช่องโหว่นี้ถูกใช้ในแคมเปญจารกรรมข้อมูลในรัสเซียที่มุ่งเป้าหมายผู้ใช้ผ่านการโจมตีแบบ phishing

    ความสำคัญของ sandbox:
    - Sandbox เป็นระบบที่แยกเนื้อหาบนเว็บ เช่น JavaScript และ iframes ออกจากตัวระบบ เพื่อป้องกันเว็บไซต์หรือสคริปต์ที่เป็นอันตรายจากการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้หรือการแก้ไขไฟล์ในระบบ

    ช่องโหว่ที่ถูกค้นพบ:
    - Mozilla ระบุว่า ช่องโหว่นี้สามารถทำให้กระบวนการ child process ในเบราว์เซอร์นำไปสู่การสร้าง handle ที่มีสิทธิ์สูงโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งสามารถหลุดออกจาก sandbox ได้

    การอัปเดตที่สำคัญ:
    - ผู้ใช้ควรอัปเดต Firefox เป็นเวอร์ชัน 136.0.4 หรือ Firefox ESR 128.8.1 และ ESR 115.21.1 เพื่อแก้ไขปัญหา และ Mozilla ยืนยันว่าช่องโหว่นี้มีผลเฉพาะบนระบบ Windows

    การโจมตีที่เชื่อมโยง:
    - ช่องโหว่ดังกล่าวถูกใช้ในแคมเปญจารกรรมข้อมูลในรัสเซียที่ชื่อ Operation ForumTroll โดยแฮกเกอร์ได้หลอกเป้าหมายให้เข้าไปยังเว็บไซต์ปลอม primakovreadings[dot]info ผ่านการโจมตีแบบ phishing

    https://www.techradar.com/pro/security/firefox-patches-zero-day-security-flaw-days-after-chrome-fixes-the-same-issue
    Mozilla ได้ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ zero-day ใน Firefox ที่อาจทำให้กระบวนการหลุดออกจาก sandbox ซึ่งเป็นกลไกสำคัญด้านความปลอดภัย ผู้ใช้ควรอัปเดตเบราว์เซอร์เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อป้องกันการโจมตี โดยช่องโหว่นี้ถูกใช้ในแคมเปญจารกรรมข้อมูลในรัสเซียที่มุ่งเป้าหมายผู้ใช้ผ่านการโจมตีแบบ phishing ความสำคัญของ sandbox: - Sandbox เป็นระบบที่แยกเนื้อหาบนเว็บ เช่น JavaScript และ iframes ออกจากตัวระบบ เพื่อป้องกันเว็บไซต์หรือสคริปต์ที่เป็นอันตรายจากการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้หรือการแก้ไขไฟล์ในระบบ ช่องโหว่ที่ถูกค้นพบ: - Mozilla ระบุว่า ช่องโหว่นี้สามารถทำให้กระบวนการ child process ในเบราว์เซอร์นำไปสู่การสร้าง handle ที่มีสิทธิ์สูงโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งสามารถหลุดออกจาก sandbox ได้ การอัปเดตที่สำคัญ: - ผู้ใช้ควรอัปเดต Firefox เป็นเวอร์ชัน 136.0.4 หรือ Firefox ESR 128.8.1 และ ESR 115.21.1 เพื่อแก้ไขปัญหา และ Mozilla ยืนยันว่าช่องโหว่นี้มีผลเฉพาะบนระบบ Windows การโจมตีที่เชื่อมโยง: - ช่องโหว่ดังกล่าวถูกใช้ในแคมเปญจารกรรมข้อมูลในรัสเซียที่ชื่อ Operation ForumTroll โดยแฮกเกอร์ได้หลอกเป้าหมายให้เข้าไปยังเว็บไซต์ปลอม primakovreadings[dot]info ผ่านการโจมตีแบบ phishing https://www.techradar.com/pro/security/firefox-patches-zero-day-security-flaw-days-after-chrome-fixes-the-same-issue
    0 Comments 0 Shares 37 Views 0 Reviews
  • Mullvad VPN เปิดตัวฟีเจอร์ Multihop บน Android ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยออนไลน์ ด้วยการส่งข้อมูลผ่านเซิร์ฟเวอร์สองตัวที่อยู่ในเขตอำนาจต่างกัน การตั้งค่านั้นง่าย และผู้ใช้งานสามารถเลือกเซิร์ฟเวอร์ได้เองเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพ

    การทำงานของ Multihop:
    - Multihop สร้าง "อุโมงค์ภายในอุโมงค์" ผ่านการเลือกจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่แตกต่างกัน โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการได้เองจากกว่า 600 เซิร์ฟเวอร์ใน 49 ประเทศ.

    เพิ่มระดับความปลอดภัย:
    - การใช้เซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในเขตอำนาจที่ต่างกันลดโอกาสในการติดตามข้อมูล เนื่องจากต้องการการวิเคราะห์การใช้งานจากหลายตำแหน่ง ทำให้การโจมตีแบบ timing attacks ยากขึ้น.

    การเปิดใช้งาน:
    - ผู้ใช้สามารถเปิด Multihop ในแอป Mullvad VPN เวอร์ชัน 2025.1 หรือใหม่กว่า โดยเข้าไปที่ Settings และสลับการเปิด Multihop ในแอป จากนั้นเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการจากเมนู Switch location.

    การใช้งานที่หลากหลาย:
    - ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาให้เหมาะกับผู้ใช้งานบนทุกแพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการความปลอดภัยในชีวิตออนไลน์.

    https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/mullvad-vpn-brings-multihop-to-android-promising-to-make-online-tracking-even-harder
    Mullvad VPN เปิดตัวฟีเจอร์ Multihop บน Android ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยออนไลน์ ด้วยการส่งข้อมูลผ่านเซิร์ฟเวอร์สองตัวที่อยู่ในเขตอำนาจต่างกัน การตั้งค่านั้นง่าย และผู้ใช้งานสามารถเลือกเซิร์ฟเวอร์ได้เองเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพ การทำงานของ Multihop: - Multihop สร้าง "อุโมงค์ภายในอุโมงค์" ผ่านการเลือกจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่แตกต่างกัน โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการได้เองจากกว่า 600 เซิร์ฟเวอร์ใน 49 ประเทศ. เพิ่มระดับความปลอดภัย: - การใช้เซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในเขตอำนาจที่ต่างกันลดโอกาสในการติดตามข้อมูล เนื่องจากต้องการการวิเคราะห์การใช้งานจากหลายตำแหน่ง ทำให้การโจมตีแบบ timing attacks ยากขึ้น. การเปิดใช้งาน: - ผู้ใช้สามารถเปิด Multihop ในแอป Mullvad VPN เวอร์ชัน 2025.1 หรือใหม่กว่า โดยเข้าไปที่ Settings และสลับการเปิด Multihop ในแอป จากนั้นเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการจากเมนู Switch location. การใช้งานที่หลากหลาย: - ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาให้เหมาะกับผู้ใช้งานบนทุกแพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการความปลอดภัยในชีวิตออนไลน์. https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/mullvad-vpn-brings-multihop-to-android-promising-to-make-online-tracking-even-harder
    WWW.TECHRADAR.COM
    Mullvad VPN brings Multihop to Android – promising to make online tracking even harder
    You can now reroute WireGuard traffic from two servers for better privacy
    0 Comments 0 Shares 34 Views 0 Reviews
  • EU กำลังพิจารณามาตรการที่อาจกระทบต่อบริการ VPN โดยต้องการให้เก็บข้อมูลเพื่อตรวจสอบ แต่แนวคิดนี้ถูกมองว่าอาจทำลายความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้และสร้างปัญหาความปลอดภัยด้านข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญเน้นว่าสิทธิพลเมืองและความปลอดภัยของระบบยังเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

    จุดยืนของ EU:
    - HLG ถูกตั้งขึ้นเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ “การเข้าถึงข้อมูลเพื่อการบังคับใช้กฎหมาย” โดยมีเป้าหมายในการทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้งานในชีวิตประจำวันสามารถถูกตรวจสอบได้ตลอดเวลา ทั้งสมาร์ทโฟน, IoT และรถยนต์

    ผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัว:
    - ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากมีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อเข้าถึงข้อมูล ผู้ใช้อาจต้องพก “สปายแวร์ของรัฐ” ในมือถือ ขณะที่การบังคับให้ VPN เก็บข้อมูลเมทาดาต้า เช่น ตำแหน่ง หรือเวลาใช้งาน จะทำลายหลักการไม่เก็บข้อมูล (no-log policy) ของบริการที่เน้นความเป็นส่วนตัว

    สมดุลความปลอดภัยและสิทธิพลเมือง:
    - รายงานยังยอมรับว่าการเข้ารหัสเป็นสิ่งสำคัญต่อความปลอดภัย เช่น การป้องกันการโจรกรรมข้อมูล และการสอดแนมจากภาครัฐ แต่การเปิดช่องทางการเข้าถึงโดยกฎหมายอาจนำไปสู่การสูญเสียความปลอดภัยทางข้อมูลได้

    ข้อกังวลจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี:
    - ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า “การเข้ารหัสทำงานได้สมบูรณ์หรือถูกทำลายทั้งหมด” ไม่สามารถสร้าง “ทางเข้าลับ” (backdoor) ที่ยังคงความปลอดภัยได้ ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาทางเทคนิคในข้อเสนอของกฎหมาย

    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/vpn-services-may-soon-become-a-new-target-of-eu-lawmakers-after-being-deemed-a-key-challenge
    EU กำลังพิจารณามาตรการที่อาจกระทบต่อบริการ VPN โดยต้องการให้เก็บข้อมูลเพื่อตรวจสอบ แต่แนวคิดนี้ถูกมองว่าอาจทำลายความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้และสร้างปัญหาความปลอดภัยด้านข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญเน้นว่าสิทธิพลเมืองและความปลอดภัยของระบบยังเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม จุดยืนของ EU: - HLG ถูกตั้งขึ้นเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ “การเข้าถึงข้อมูลเพื่อการบังคับใช้กฎหมาย” โดยมีเป้าหมายในการทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้งานในชีวิตประจำวันสามารถถูกตรวจสอบได้ตลอดเวลา ทั้งสมาร์ทโฟน, IoT และรถยนต์ ผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัว: - ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากมีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อเข้าถึงข้อมูล ผู้ใช้อาจต้องพก “สปายแวร์ของรัฐ” ในมือถือ ขณะที่การบังคับให้ VPN เก็บข้อมูลเมทาดาต้า เช่น ตำแหน่ง หรือเวลาใช้งาน จะทำลายหลักการไม่เก็บข้อมูล (no-log policy) ของบริการที่เน้นความเป็นส่วนตัว สมดุลความปลอดภัยและสิทธิพลเมือง: - รายงานยังยอมรับว่าการเข้ารหัสเป็นสิ่งสำคัญต่อความปลอดภัย เช่น การป้องกันการโจรกรรมข้อมูล และการสอดแนมจากภาครัฐ แต่การเปิดช่องทางการเข้าถึงโดยกฎหมายอาจนำไปสู่การสูญเสียความปลอดภัยทางข้อมูลได้ ข้อกังวลจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี: - ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า “การเข้ารหัสทำงานได้สมบูรณ์หรือถูกทำลายทั้งหมด” ไม่สามารถสร้าง “ทางเข้าลับ” (backdoor) ที่ยังคงความปลอดภัยได้ ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาทางเทคนิคในข้อเสนอของกฎหมาย https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/vpn-services-may-soon-become-a-new-target-of-eu-lawmakers-after-being-deemed-a-key-challenge
    0 Comments 0 Shares 31 Views 0 Reviews
  • FBI กำลังสอบสวนเหตุการณ์แฮกระบบของ Oracle ที่ส่งผลให้ข้อมูลผู้ป่วยถูกขโมยและใช้ในการเรียกเงินจากผู้ให้บริการสุขภาพ โดยเหตุเกิดจากการใช้บัญชีผู้ใช้ที่ถูกขโมย Oracle ระบุว่าข้อมูลที่ได้รับผลกระทบมาจากระบบเก่าของ Cerner และกำลังดำเนินการปรับปรุงระบบเพื่อป้องกันการโจมตีในอนาคต

    ข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ:
    - ข้อมูลผู้ป่วยถูกขโมยจากเซิร์ฟเวอร์ Cerner ซึ่งเป็นบริษัทที่ Oracle เข้าซื้อกิจการในปี 2022 ระบบที่ถูกโจมตีเป็นระบบที่ยังไม่ได้ถูกย้ายไปยังบริการคลาวด์ของ Oracle.

    จุดอ่อนที่แฮกเกอร์ใช้โจมตี:
    - บริษัทแจ้งว่าผู้โจมตีสามารถเข้าถึงระบบได้โดยใช้ข้อมูลบัญชีผู้ใช้งานที่ถูกขโมย ซึ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการปกป้องข้อมูลเข้าสู่ระบบ.

    ผลกระทบในวงกว้าง:
    - Oracle มีลูกค้าในแวดวงการแพทย์เป็นจำนวนมาก หลังการซื้อ Cerner รวมถึงสัญญามูลค่า 16 พันล้านดอลลาร์กับกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกของสหรัฐฯ ความเสียหายนี้จึงอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในธุรกิจของ Oracle.

    มาตรการป้องกันในอนาคต:
    - Oracle ระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงหลังวันที่ 22 มกราคม และบริษัทได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงการรักษาความปลอดภัยของระบบเพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตีลักษณะเดียวกันในอนาคต.

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/29/fbi-investigating-cyberattack-at-oracle-bloomberg-news-reports
    FBI กำลังสอบสวนเหตุการณ์แฮกระบบของ Oracle ที่ส่งผลให้ข้อมูลผู้ป่วยถูกขโมยและใช้ในการเรียกเงินจากผู้ให้บริการสุขภาพ โดยเหตุเกิดจากการใช้บัญชีผู้ใช้ที่ถูกขโมย Oracle ระบุว่าข้อมูลที่ได้รับผลกระทบมาจากระบบเก่าของ Cerner และกำลังดำเนินการปรับปรุงระบบเพื่อป้องกันการโจมตีในอนาคต ข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ: - ข้อมูลผู้ป่วยถูกขโมยจากเซิร์ฟเวอร์ Cerner ซึ่งเป็นบริษัทที่ Oracle เข้าซื้อกิจการในปี 2022 ระบบที่ถูกโจมตีเป็นระบบที่ยังไม่ได้ถูกย้ายไปยังบริการคลาวด์ของ Oracle. จุดอ่อนที่แฮกเกอร์ใช้โจมตี: - บริษัทแจ้งว่าผู้โจมตีสามารถเข้าถึงระบบได้โดยใช้ข้อมูลบัญชีผู้ใช้งานที่ถูกขโมย ซึ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการปกป้องข้อมูลเข้าสู่ระบบ. ผลกระทบในวงกว้าง: - Oracle มีลูกค้าในแวดวงการแพทย์เป็นจำนวนมาก หลังการซื้อ Cerner รวมถึงสัญญามูลค่า 16 พันล้านดอลลาร์กับกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกของสหรัฐฯ ความเสียหายนี้จึงอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในธุรกิจของ Oracle. มาตรการป้องกันในอนาคต: - Oracle ระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงหลังวันที่ 22 มกราคม และบริษัทได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงการรักษาความปลอดภัยของระบบเพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตีลักษณะเดียวกันในอนาคต. https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/03/29/fbi-investigating-cyberattack-at-oracle-bloomberg-news-reports
    WWW.THESTAR.COM.MY
    FBI investigating cyberattack at Oracle, Bloomberg News reports
    (Reuters) -The Federal Bureau of Investigation (FBI) is probing the cyberattack at Oracle as the hackers broke into the cloud computing company's computer systems and stole patient data, Bloomberg News reported on Friday, citing a person familiar with the matter.
    0 Comments 0 Shares 45 Views 0 Reviews
  • นักวิจัยจาก JPMorgan Chase และพันธมิตรได้พัฒนาโปรโตคอลใหม่ที่สามารถสร้างตัวเลขแบบสุ่มจริง (Truly Random Numbers) โดยใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัมรุ่นปัจจุบัน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เครื่องจักรควอนตัมไม่เพียงเป็นแนวคิดทางทฤษฎี แต่มีการนำมาใช้ในงานที่เป็นประโยชน์จริง โดยโปรโตคอลนี้ช่วยให้สามารถสร้างตัวเลขสุ่มที่ได้รับการรับรอง (Certified Randomness) ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในด้านการเงิน การเข้ารหัส และความปลอดภัยสูงสุด

    ข้อดีของตัวเลขสุ่มที่ได้รับการรับรอง:
    - ตัวเลขสุ่มนี้มีคุณสมบัติสามประการ ได้แก่ การมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้, มีการรับรองทางคณิตศาสตร์อย่างเข้มงวด, และไม่สามารถถูกปรับเปลี่ยนโดยผู้ไม่หวังดี ซึ่งโปรโตคอลนี้แก้ปัญหาที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปไม่สามารถทำได้.

    การประยุกต์ใช้ในระบบที่ต้องการความปลอดภัยสูง:
    - การสร้างตัวเลขสุ่มนี้สามารถนำไปใช้ในกระบวนการสร้างกุญแจเข้ารหัส (Encryption Key) ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ซึ่งช่วยป้องกันการโจมตีด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต.

    การทดสอบและเทคโนโลยีที่ใช้:
    - โปรโตคอลนี้ถูกทดสอบบนคอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบ 56-qubit ของ Quantinuum ที่ใช้ Random Circuit Sampling (RCS) เพื่อลดเวลาประมวลผลจาก 100 วินาที (ในคอมพิวเตอร์ทั่วไป) เหลือเพียง 2 วินาที และผลลัพธ์ได้รับการตรวจสอบโดยซูเปอร์คอมพิวเตอร์เพื่อรับรองความสุ่ม.

    ความคาดหวังในอนาคต:
    - แม้จะยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แต่โปรโตคอลนี้แสดงถึงศักยภาพของคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต ที่อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการป้องกันและจัดการข้อมูลระดับสูง.

    https://www.csoonline.com/article/3855710/researchers-claim-their-protocol-can-create-truly-random-numbers-on-a-current-quantum-computer.html
    นักวิจัยจาก JPMorgan Chase และพันธมิตรได้พัฒนาโปรโตคอลใหม่ที่สามารถสร้างตัวเลขแบบสุ่มจริง (Truly Random Numbers) โดยใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัมรุ่นปัจจุบัน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เครื่องจักรควอนตัมไม่เพียงเป็นแนวคิดทางทฤษฎี แต่มีการนำมาใช้ในงานที่เป็นประโยชน์จริง โดยโปรโตคอลนี้ช่วยให้สามารถสร้างตัวเลขสุ่มที่ได้รับการรับรอง (Certified Randomness) ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในด้านการเงิน การเข้ารหัส และความปลอดภัยสูงสุด ข้อดีของตัวเลขสุ่มที่ได้รับการรับรอง: - ตัวเลขสุ่มนี้มีคุณสมบัติสามประการ ได้แก่ การมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้, มีการรับรองทางคณิตศาสตร์อย่างเข้มงวด, และไม่สามารถถูกปรับเปลี่ยนโดยผู้ไม่หวังดี ซึ่งโปรโตคอลนี้แก้ปัญหาที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปไม่สามารถทำได้. การประยุกต์ใช้ในระบบที่ต้องการความปลอดภัยสูง: - การสร้างตัวเลขสุ่มนี้สามารถนำไปใช้ในกระบวนการสร้างกุญแจเข้ารหัส (Encryption Key) ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ซึ่งช่วยป้องกันการโจมตีด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต. การทดสอบและเทคโนโลยีที่ใช้: - โปรโตคอลนี้ถูกทดสอบบนคอมพิวเตอร์ควอนตัมแบบ 56-qubit ของ Quantinuum ที่ใช้ Random Circuit Sampling (RCS) เพื่อลดเวลาประมวลผลจาก 100 วินาที (ในคอมพิวเตอร์ทั่วไป) เหลือเพียง 2 วินาที และผลลัพธ์ได้รับการตรวจสอบโดยซูเปอร์คอมพิวเตอร์เพื่อรับรองความสุ่ม. ความคาดหวังในอนาคต: - แม้จะยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แต่โปรโตคอลนี้แสดงถึงศักยภาพของคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต ที่อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการป้องกันและจัดการข้อมูลระดับสูง. https://www.csoonline.com/article/3855710/researchers-claim-their-protocol-can-create-truly-random-numbers-on-a-current-quantum-computer.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Researchers claim their protocol can create truly random numbers on a current quantum computer
    Work could be useful in high security environments, says industry analyst.
    0 Comments 0 Shares 47 Views 0 Reviews
  • บทความนี้พูดถึงเทคนิคการเข้ารหัสยุคใหม่ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในระบบข้อมูล ตั้งแต่ Blockchain ที่สร้างความโปร่งใส ไปจนถึง Fully Homomorphic Encryption ที่ช่วยให้คำนวณข้อมูลได้โดยไม่ต้องถอดรหัส การพัฒนาเหล่านี้ไม่เพียงช่วยปกป้องข้อมูล แต่ยังเปลี่ยนแปลงวิธีคิดเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลในอนาคต

    Blockchain:
    - นอกจากการใช้งานในสกุลเงินดิจิทัล ยังสามารถนำไปใช้ในระบบที่ต้องการความโปร่งใส เช่น การบริหารจัดการทรัพยากรร่วม หรือระบบการตัดสินใจในกลุ่มที่มีความหลากหลาย.

    Private Information Retrieval:
    - อัลกอริทึมที่ทำให้การค้นหาในฐานข้อมูลไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ค้นหา เหมาะสำหรับระบบที่ต้องการปกป้องความเป็นส่วนตัว เช่น องค์กรการเงินหรือหน่วยงานราชการ.

    Post-quantum Cryptography:
    - การพัฒนาอัลกอริทึมใหม่เพื่อเตรียมรับมือกับความสามารถของคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่อาจแทรกแซงระบบเข้ารหัสแบบดั้งเดิม.

    Fully Homomorphic Encryption (FHE):
    - นวัตกรรมที่ทำให้สามารถดำเนินการคำนวณข้อมูลโดยไม่ต้องถอดรหัส ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับการประมวลผลในองค์กร.

    https://www.csoonline.com/article/3850791/7-cutting-edge-encryption-techniques-for-reimagining-data-security.html
    บทความนี้พูดถึงเทคนิคการเข้ารหัสยุคใหม่ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในระบบข้อมูล ตั้งแต่ Blockchain ที่สร้างความโปร่งใส ไปจนถึง Fully Homomorphic Encryption ที่ช่วยให้คำนวณข้อมูลได้โดยไม่ต้องถอดรหัส การพัฒนาเหล่านี้ไม่เพียงช่วยปกป้องข้อมูล แต่ยังเปลี่ยนแปลงวิธีคิดเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลในอนาคต Blockchain: - นอกจากการใช้งานในสกุลเงินดิจิทัล ยังสามารถนำไปใช้ในระบบที่ต้องการความโปร่งใส เช่น การบริหารจัดการทรัพยากรร่วม หรือระบบการตัดสินใจในกลุ่มที่มีความหลากหลาย. Private Information Retrieval: - อัลกอริทึมที่ทำให้การค้นหาในฐานข้อมูลไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ค้นหา เหมาะสำหรับระบบที่ต้องการปกป้องความเป็นส่วนตัว เช่น องค์กรการเงินหรือหน่วยงานราชการ. Post-quantum Cryptography: - การพัฒนาอัลกอริทึมใหม่เพื่อเตรียมรับมือกับความสามารถของคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่อาจแทรกแซงระบบเข้ารหัสแบบดั้งเดิม. Fully Homomorphic Encryption (FHE): - นวัตกรรมที่ทำให้สามารถดำเนินการคำนวณข้อมูลโดยไม่ต้องถอดรหัส ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับการประมวลผลในองค์กร. https://www.csoonline.com/article/3850791/7-cutting-edge-encryption-techniques-for-reimagining-data-security.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    7 cutting-edge encryption techniques for reimagining data security
    From private information retrieval to federated learning, new approaches to securing information are not only resulting in practical data security solutions but also ways of rethinking data foundations.
    0 Comments 0 Shares 47 Views 0 Reviews
  • Ubuntu พบช่องโหว่ในระบบ Namespace ที่เปิดโอกาสให้นักโจมตีสามารถเลี่ยงการป้องกันในฟีเจอร์ AppArmor ได้ แม้จะยังไม่มีการนำไปใช้ในทางที่ผิด แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ดูแลระบบที่จะอัปเดตแพตช์และปรับการตั้งค่าความปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยง ฟีเจอร์ใหม่นี้ถูกตั้งใจออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัย แต่กลับแสดงข้อจำกัดที่ต้องได้รับการแก้ไขในอนาคต

    ธรรมชาติของช่องโหว่:
    - ช่องโหว่เหล่านี้สามารถถูกใช้เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดใน AppArmor โดยนักโจมตีสามารถใช้เครื่องมือที่ติดตั้งมาพร้อมกับ Ubuntu เช่น aa-exec หรือ busybox shell เพื่อสร้าง Namespace พร้อมสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ.

    การจัดการจาก Ubuntu:
    - ทาง Ubuntu ระบุว่าไม่ถือว่าช่องโหว่นี้เป็นปัญหาด้านความปลอดภัย เนื่องจากสิทธิ์การเข้าถึงถูกควบคุมอยู่ตามการตั้งค่าดั้งเดิม แต่ก็ยอมรับถึงข้อจำกัดของการป้องกันนี้ และกำลังทำการปรับปรุงเพื่อแก้ไขปัญหาในเวอร์ชันอนาคต.

    คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลระบบ:
    - ควรอัปเดตระบบให้ทันสมัย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เปิดใช้งานตัวเลือก kernel ที่จำกัดการเปลี่ยนแปลงโปรไฟล์ AppArmor รวมถึงการปรับแก้ไข AppArmor Profiles ให้เข้มงวดยิ่งขึ้น.

    ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น:
    - แม้ช่องโหว่ดังกล่าวยังไม่มีการนำไปใช้ในทางที่ผิด แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากเกิดการโจมตีที่ผสมกับช่องโหว่อื่น อาจนำมาซึ่งความเสียหายรุนแรงได้.

    https://www.networkworld.com/article/3856463/ubuntu-namespace-vulnerability-should-be-addressed-quickly-expert.html
    Ubuntu พบช่องโหว่ในระบบ Namespace ที่เปิดโอกาสให้นักโจมตีสามารถเลี่ยงการป้องกันในฟีเจอร์ AppArmor ได้ แม้จะยังไม่มีการนำไปใช้ในทางที่ผิด แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ดูแลระบบที่จะอัปเดตแพตช์และปรับการตั้งค่าความปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยง ฟีเจอร์ใหม่นี้ถูกตั้งใจออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัย แต่กลับแสดงข้อจำกัดที่ต้องได้รับการแก้ไขในอนาคต ธรรมชาติของช่องโหว่: - ช่องโหว่เหล่านี้สามารถถูกใช้เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดใน AppArmor โดยนักโจมตีสามารถใช้เครื่องมือที่ติดตั้งมาพร้อมกับ Ubuntu เช่น aa-exec หรือ busybox shell เพื่อสร้าง Namespace พร้อมสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ. การจัดการจาก Ubuntu: - ทาง Ubuntu ระบุว่าไม่ถือว่าช่องโหว่นี้เป็นปัญหาด้านความปลอดภัย เนื่องจากสิทธิ์การเข้าถึงถูกควบคุมอยู่ตามการตั้งค่าดั้งเดิม แต่ก็ยอมรับถึงข้อจำกัดของการป้องกันนี้ และกำลังทำการปรับปรุงเพื่อแก้ไขปัญหาในเวอร์ชันอนาคต. คำแนะนำสำหรับผู้ดูแลระบบ: - ควรอัปเดตระบบให้ทันสมัย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เปิดใช้งานตัวเลือก kernel ที่จำกัดการเปลี่ยนแปลงโปรไฟล์ AppArmor รวมถึงการปรับแก้ไข AppArmor Profiles ให้เข้มงวดยิ่งขึ้น. ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น: - แม้ช่องโหว่ดังกล่าวยังไม่มีการนำไปใช้ในทางที่ผิด แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากเกิดการโจมตีที่ผสมกับช่องโหว่อื่น อาจนำมาซึ่งความเสียหายรุนแรงได้. https://www.networkworld.com/article/3856463/ubuntu-namespace-vulnerability-should-be-addressed-quickly-expert.html
    WWW.NETWORKWORLD.COM
    Ubuntu namespace vulnerability should be addressed quickly: Expert
    A feature that was supposed to harden the OS can by bypassed, say researchers.
    0 Comments 0 Shares 19 Views 0 Reviews
  • เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐแยกเขี้ยวใส่เดนมาร์กอีกครั้ง:

    "ข้อความของเราถึงเดนมาร์กนั้นเรียบง่ายมาก คุณไม่ได้ทำหน้าที่อย่างดีเพื่อประชาชนกรีนแลนด์ คุณยังลงทุนไม่เพียงพอกับประชาชน และโครงสร้างด้านความปลอดภัย ถึงเวลาที่มันจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง"
    เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐแยกเขี้ยวใส่เดนมาร์กอีกครั้ง: "ข้อความของเราถึงเดนมาร์กนั้นเรียบง่ายมาก คุณไม่ได้ทำหน้าที่อย่างดีเพื่อประชาชนกรีนแลนด์ คุณยังลงทุนไม่เพียงพอกับประชาชน และโครงสร้างด้านความปลอดภัย ถึงเวลาที่มันจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง"
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 92 Views 5 0 Reviews
  • รีโพสต์จากเพจEnvironman 28 มีนาคม 2568 “ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี แผ่นดินไหว แต่เห็นได้ชัดเลยว่าประเทศไทยและรัฐบาลยังไม่ไหว.เหตุการณ์วันนี้ยิ่งสาดส่องสปอตไลท์ในสิ่งที่ชัดอยู่แล้วให้ชัดยิ่งขึ้นไปอีก ว่าเราไม่มีความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่รู้ว่าจะถอดกันอีกกี่บทเรียน กว่าที่รัฐจะมีมาตรการเตรียมพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์อะไรแบบนี้ .ใครมีความคิดเห็น มีอะไรจะเพิ่มก็เต็มที่เลยนะ แต่นี่คือสิ่งที่รับรู้ได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้และนี่ไม่ใช่การถอดบทเรียนอะไรทั้งนั้น นี่คือการเล่าระบายล้วน ๆ.⚫️ 1. ประชาชนต้อง Emergency Alert กันเอง.จนถึงตอนนี้ ณ เวลาที่กำลังเขียน (19:52 น.) ข้าพเจ้ายังไม่ได้ SMS จากกระทรวงทบวงกรมใดๆ เลยขอรับ คือเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่เกิดขึ้นบ่อย แต่หลังจากท่านนายกออกมาแถลงว่าจะมีการแจ้งเตือนตั้งแต่ช่วงบ่ายสอง ตอนนี้อาฟเตอร์กันไปแล้วไม่รู้กี่ช็อค ก็ยังเงียบกริบ .อีกพาร์ทนึงก็ต้องชมคนไทยที่ใส่ใจโซเชียล ที่ช่วยกันอัพเดท แชร์ข้อมูล คอยรายงานให้ได้ติดตามกัน แต่มันคือช่วงเวลาแบบนี้ไม่ใช่หรอ ที่ประชาชนอย่างเราจะหันไปหวังพึ่งรัฐ ที่ผู้เสียภาษีอย่างเราจะหวังพึ่งคุณภาพชีวิตพื้นฐานที่ควรได้รับ กลายเป็นว่าเราต้องเช็คกันเองว่าเกิดอะไรขึ้น เอาตรงๆ คือผมเป็นคนหนึ่งที่หาแถลงการณ์จากรัฐตอนเกิดเหตุ เพราะบางทีก็กลัวว่าชาวเน็ตบางกลุ่มจะเฟคนิวส์ล่อเอ็นเกจ แต่ก็ต้องผิดหวังต่อไป.⚫️ 2. หน้ามืด นอนน้อยกันทั้งแผ่นดิน.เชื่อแล้วว่าคนไทยทำงานหนักครับ 90% พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘คิดว่าตัวเองไม่สบาย’ ไม่มีใครคิดว่ามันคือแผ่นดินไหวเลย แต่ก็เข้าใจได้ ใครจะไปคิดว่าจะมีแผ่นดินไหวในไทย โดยเฉพาะชาวกทม. คือทุกคนเทไปว่าตัวเองโหมงาน นอนน้อยกันหมด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แอบเศร้าหน่อย ๆ นะ.ส่วนอีกเรื่องคือ 90% ของคนที่อยู่คอนโดอพาร์ตเม้นตท์ มีสัตว์เลี้ยงที่นิติไม่รู้ แต่จะมารู้ก็วันนี้แหละ ถ้าพูดให้ไม่ติดตลก ผมคิดว่าอยากให้สถานที่คำนึงถึงความเป็น Pet-Friendly ให้มากขึ้น ปัจจุบันมีคนมีสัตว์เลี้ยงเยอะมาก จะด้วยเพื่อแก้เหงาหรือเป็นยุคที่ไม่ค่อยอยากมีลูกหรืออะไรก็ว่าไป แต่ผมเห็นว่าพื้นที่ที่สามารถพาสัตว์ไปร่วมกิจกรรมกับเจ้าของนั้นมีน้อยมาก.⚫️ 3. ระบบขนส่งสาธารณะล่มสลาย.สัญชาตญาณแรกของคนหลังเกิดแผ่นดินไหวคือหาที่ปลอดภัย ซึ่งส่วนมากก็น่าจะนึกถึงบ้าน แต่ระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมดดูเหมือนจะไม่เพียงพอ ไม่มีแผนสำรอง ไม่มีโปรโตคอลฉุกเฉิน ไม่มีช่องทางพิเศษ ไม่มีอะไรเลย การจราจรติดแหง็ก ผู้คนติดแหง็ก ไร้ทางออก เกิดอะไรขึ้นก็ไม่บอก จะเดินทางไปไหนก็ไม่ได้ .ญี่ปุ่นเวลาเจอแผ่นดินไหว ประเทศเขาจะสวิตช์เป็นโหมดฉุกเฉินทันที รถไฟฟ้าก็จะมีมาตรการฉุกเฉินในการรับมือ รัฐมีการตกลงกับบริษัทขนส่งเอกชน แท็กซี่ ให้ออกมาช่วยอพยพหรือขนถ่ายคนในช่วงที่รถไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้ มีการจัดการควบคุมจราจรอย่างเข้มงวดให้คนไม่ติดแหง็กอยู่อย่างนั้น อีกเรื่องคือญี่ปุ่นมีศูนย์พักพิง คือใครที่ยังกลับบ้านไม่ได้ ก็มาพักรอก่อนได้ เอาจริงศูนย์พักพิงญี่ปุ่นคือมีอาหาร มีน้ำ มีอุปกรณ์พื้นฐานให้พร้อม ไม่ปล่อยให้ใครต้องเร่ร่อนอยู่บนถนน.ผมดักไว้ก่อนเลยว่าจะมีคนอ้างว่า ญี่ปุ่นเจอกับแผ่นดินไหวบ่อยจนชิน ของเรานี่แทบจะเป็นครั้งแรกในชีวิตของใครหลายคนเลยนะ จะวิจารณ์ขนาดนั้นก็เกินไป แต่ต้องบอกว่าตอนนี้โลกเรารวนไปหมดแล้ว ปีนี้เราเห็นว่าเกิดภัยพิบัติที่รุนแรงมากมายทั่วโลก อยากลองชวนคนที่แย้งเรื่องทำไมผมถึงเอาเราไปเทียบกับญี่ปุ่น มาแลกเปลี่ยนโต้แย้งเกี่ยวกับการจัดการเหตุฉุกเฉินพื้นฐานของบ้านเรามากกว่า พื้นฐานที่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ควรรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวหรือเกิดภัยพิบัติอื่นใดก็ตาม เพราะนี่คือโครงสร้างที่เราต้องมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราติดท็อป 10 ของประเทศที่จะได้รับผลกระทบจาก Climate Change ซึ่งจะมาในรูปแบบใดบ้างก็ไม่รู้.⚫️ 4. ระบบสาธารณสุขยังเปราะบาง.อันนี้เรามีบทเรียนจากโควิด-19 มาแล้ว แต่เหมือนจะยังถอดบทเรียนกันไม่เสร็จ การอพยพผู้ป่วยในยามฉุกเฉิน หรือโซนที่ให้โรงพยาบาลยังสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยในช่วงวิกฤต ตามข่าวยังเห็นโรงพยาบาลเอาคนไข้ออกมาผ่าตัดกลางแจ้งเพราะเป็นเคสด่วนอยู่เลย ซึ่งนี่คือคำถาม นี่คือโจทย์ที่เราเอามาคิดตั้งแต่ตอนนี้จนถึงอนาคตว่าเมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้ เราจะรับมือและจะมีมาตรการอย่างไร .นี่ไม่ใช่การสักแต่ว่าจะด่าก็ด่านะครับ และใครจะหาว่าการเมืองก็เอาเถอะ แต่นี่เห็นได้ชัดเลยว่ารัฐบาลขาดความพร้อมอย่างมากในการรับมือ จริงอยู่ที่เราไม่ได้เจอแผ่นดินไหวเป็นประจำ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้น่ากลัวมาก ผมคิดว่ายิ่งช่วงเวลาแบบนี้ที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดนี่แหละ ที่จะยิ่งเป็นตัววัดว่าเราโครงสร้างพื้นฐานเราพร้อมแค่ไหน ซึ่งผมคิดว่าไม่มีใครใกล้เคียงกับพร้อมเลย ไม่รู้ทุกคนว่ายังไง.เรื่องความปลอดภัยมันมากับความเชื่อมั่นด้วยนะ วันนี้ในกรุ๊ปแชทก็คือมีเพื่อนๆ พิมพ์มาว่า ‘กูจะมั่นใจโครงสร้างตึกไทยได้มากขนาดไหน’ ซึ่งเป็นตลกร้ายมาก ๆ ที่ตอนนี้เรามีความเชื่อมั่นกับอะไรพวกนี้ต่ำมาก ทั้ง ๆ ที่ควรจะเป็นตรงกันข้าม .วันนี้เป็นวันที่ทุกคนควรจะมีคำถาม เราเคยเจอน้ำท่วม เจอพายุ เจอโควิด แต่เราได้เรียนรู้อะไรจากมันบ้าง ‘หรือเปล่า’ ? ผมเองมีคำว่าทำไมเยอะมาก ทำไมการแจ้งเตือนล่าช้ามาก ทำไมระบบขนส่งสาธารณะและสาธารณสุขถึงไม่พร้อม ทำไมคุณภาพชีวิตของเรามันเปราะบางขนาดนี้ ขออภัยที่ยาวและวนยืดเยื้อ แต่มันคือความอัดอั้นที่อยากแชร์ออกมา.สุดท้ายนี้ เราขอแสดงความเสียใจให้กับผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ด้วยนะครับและขอให้ทุกชีวิตปลอดภัยครับ
    รีโพสต์จากเพจEnvironman 28 มีนาคม 2568 “ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี แผ่นดินไหว แต่เห็นได้ชัดเลยว่าประเทศไทยและรัฐบาลยังไม่ไหว.เหตุการณ์วันนี้ยิ่งสาดส่องสปอตไลท์ในสิ่งที่ชัดอยู่แล้วให้ชัดยิ่งขึ้นไปอีก ว่าเราไม่มีความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่รู้ว่าจะถอดกันอีกกี่บทเรียน กว่าที่รัฐจะมีมาตรการเตรียมพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์อะไรแบบนี้ .ใครมีความคิดเห็น มีอะไรจะเพิ่มก็เต็มที่เลยนะ แต่นี่คือสิ่งที่รับรู้ได้จากเหตุการณ์ครั้งนี้และนี่ไม่ใช่การถอดบทเรียนอะไรทั้งนั้น นี่คือการเล่าระบายล้วน ๆ.⚫️ 1. ประชาชนต้อง Emergency Alert กันเอง.จนถึงตอนนี้ ณ เวลาที่กำลังเขียน (19:52 น.) ข้าพเจ้ายังไม่ได้ SMS จากกระทรวงทบวงกรมใดๆ เลยขอรับ คือเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่เกิดขึ้นบ่อย แต่หลังจากท่านนายกออกมาแถลงว่าจะมีการแจ้งเตือนตั้งแต่ช่วงบ่ายสอง ตอนนี้อาฟเตอร์กันไปแล้วไม่รู้กี่ช็อค ก็ยังเงียบกริบ .อีกพาร์ทนึงก็ต้องชมคนไทยที่ใส่ใจโซเชียล ที่ช่วยกันอัพเดท แชร์ข้อมูล คอยรายงานให้ได้ติดตามกัน แต่มันคือช่วงเวลาแบบนี้ไม่ใช่หรอ ที่ประชาชนอย่างเราจะหันไปหวังพึ่งรัฐ ที่ผู้เสียภาษีอย่างเราจะหวังพึ่งคุณภาพชีวิตพื้นฐานที่ควรได้รับ กลายเป็นว่าเราต้องเช็คกันเองว่าเกิดอะไรขึ้น เอาตรงๆ คือผมเป็นคนหนึ่งที่หาแถลงการณ์จากรัฐตอนเกิดเหตุ เพราะบางทีก็กลัวว่าชาวเน็ตบางกลุ่มจะเฟคนิวส์ล่อเอ็นเกจ แต่ก็ต้องผิดหวังต่อไป.⚫️ 2. หน้ามืด นอนน้อยกันทั้งแผ่นดิน.เชื่อแล้วว่าคนไทยทำงานหนักครับ 90% พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘คิดว่าตัวเองไม่สบาย’ ไม่มีใครคิดว่ามันคือแผ่นดินไหวเลย แต่ก็เข้าใจได้ ใครจะไปคิดว่าจะมีแผ่นดินไหวในไทย โดยเฉพาะชาวกทม. คือทุกคนเทไปว่าตัวเองโหมงาน นอนน้อยกันหมด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แอบเศร้าหน่อย ๆ นะ.ส่วนอีกเรื่องคือ 90% ของคนที่อยู่คอนโดอพาร์ตเม้นตท์ มีสัตว์เลี้ยงที่นิติไม่รู้ แต่จะมารู้ก็วันนี้แหละ ถ้าพูดให้ไม่ติดตลก ผมคิดว่าอยากให้สถานที่คำนึงถึงความเป็น Pet-Friendly ให้มากขึ้น ปัจจุบันมีคนมีสัตว์เลี้ยงเยอะมาก จะด้วยเพื่อแก้เหงาหรือเป็นยุคที่ไม่ค่อยอยากมีลูกหรืออะไรก็ว่าไป แต่ผมเห็นว่าพื้นที่ที่สามารถพาสัตว์ไปร่วมกิจกรรมกับเจ้าของนั้นมีน้อยมาก.⚫️ 3. ระบบขนส่งสาธารณะล่มสลาย.สัญชาตญาณแรกของคนหลังเกิดแผ่นดินไหวคือหาที่ปลอดภัย ซึ่งส่วนมากก็น่าจะนึกถึงบ้าน แต่ระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมดดูเหมือนจะไม่เพียงพอ ไม่มีแผนสำรอง ไม่มีโปรโตคอลฉุกเฉิน ไม่มีช่องทางพิเศษ ไม่มีอะไรเลย การจราจรติดแหง็ก ผู้คนติดแหง็ก ไร้ทางออก เกิดอะไรขึ้นก็ไม่บอก จะเดินทางไปไหนก็ไม่ได้ .ญี่ปุ่นเวลาเจอแผ่นดินไหว ประเทศเขาจะสวิตช์เป็นโหมดฉุกเฉินทันที รถไฟฟ้าก็จะมีมาตรการฉุกเฉินในการรับมือ รัฐมีการตกลงกับบริษัทขนส่งเอกชน แท็กซี่ ให้ออกมาช่วยอพยพหรือขนถ่ายคนในช่วงที่รถไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้ มีการจัดการควบคุมจราจรอย่างเข้มงวดให้คนไม่ติดแหง็กอยู่อย่างนั้น อีกเรื่องคือญี่ปุ่นมีศูนย์พักพิง คือใครที่ยังกลับบ้านไม่ได้ ก็มาพักรอก่อนได้ เอาจริงศูนย์พักพิงญี่ปุ่นคือมีอาหาร มีน้ำ มีอุปกรณ์พื้นฐานให้พร้อม ไม่ปล่อยให้ใครต้องเร่ร่อนอยู่บนถนน.ผมดักไว้ก่อนเลยว่าจะมีคนอ้างว่า ญี่ปุ่นเจอกับแผ่นดินไหวบ่อยจนชิน ของเรานี่แทบจะเป็นครั้งแรกในชีวิตของใครหลายคนเลยนะ จะวิจารณ์ขนาดนั้นก็เกินไป แต่ต้องบอกว่าตอนนี้โลกเรารวนไปหมดแล้ว ปีนี้เราเห็นว่าเกิดภัยพิบัติที่รุนแรงมากมายทั่วโลก อยากลองชวนคนที่แย้งเรื่องทำไมผมถึงเอาเราไปเทียบกับญี่ปุ่น มาแลกเปลี่ยนโต้แย้งเกี่ยวกับการจัดการเหตุฉุกเฉินพื้นฐานของบ้านเรามากกว่า พื้นฐานที่ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ควรรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวหรือเกิดภัยพิบัติอื่นใดก็ตาม เพราะนี่คือโครงสร้างที่เราต้องมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราติดท็อป 10 ของประเทศที่จะได้รับผลกระทบจาก Climate Change ซึ่งจะมาในรูปแบบใดบ้างก็ไม่รู้.⚫️ 4. ระบบสาธารณสุขยังเปราะบาง.อันนี้เรามีบทเรียนจากโควิด-19 มาแล้ว แต่เหมือนจะยังถอดบทเรียนกันไม่เสร็จ การอพยพผู้ป่วยในยามฉุกเฉิน หรือโซนที่ให้โรงพยาบาลยังสามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยในช่วงวิกฤต ตามข่าวยังเห็นโรงพยาบาลเอาคนไข้ออกมาผ่าตัดกลางแจ้งเพราะเป็นเคสด่วนอยู่เลย ซึ่งนี่คือคำถาม นี่คือโจทย์ที่เราเอามาคิดตั้งแต่ตอนนี้จนถึงอนาคตว่าเมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้ เราจะรับมือและจะมีมาตรการอย่างไร .นี่ไม่ใช่การสักแต่ว่าจะด่าก็ด่านะครับ และใครจะหาว่าการเมืองก็เอาเถอะ แต่นี่เห็นได้ชัดเลยว่ารัฐบาลขาดความพร้อมอย่างมากในการรับมือ จริงอยู่ที่เราไม่ได้เจอแผ่นดินไหวเป็นประจำ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้น่ากลัวมาก ผมคิดว่ายิ่งช่วงเวลาแบบนี้ที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดนี่แหละ ที่จะยิ่งเป็นตัววัดว่าเราโครงสร้างพื้นฐานเราพร้อมแค่ไหน ซึ่งผมคิดว่าไม่มีใครใกล้เคียงกับพร้อมเลย ไม่รู้ทุกคนว่ายังไง.เรื่องความปลอดภัยมันมากับความเชื่อมั่นด้วยนะ วันนี้ในกรุ๊ปแชทก็คือมีเพื่อนๆ พิมพ์มาว่า ‘กูจะมั่นใจโครงสร้างตึกไทยได้มากขนาดไหน’ ซึ่งเป็นตลกร้ายมาก ๆ ที่ตอนนี้เรามีความเชื่อมั่นกับอะไรพวกนี้ต่ำมาก ทั้ง ๆ ที่ควรจะเป็นตรงกันข้าม .วันนี้เป็นวันที่ทุกคนควรจะมีคำถาม เราเคยเจอน้ำท่วม เจอพายุ เจอโควิด แต่เราได้เรียนรู้อะไรจากมันบ้าง ‘หรือเปล่า’ ? ผมเองมีคำว่าทำไมเยอะมาก ทำไมการแจ้งเตือนล่าช้ามาก ทำไมระบบขนส่งสาธารณะและสาธารณสุขถึงไม่พร้อม ทำไมคุณภาพชีวิตของเรามันเปราะบางขนาดนี้ ขออภัยที่ยาวและวนยืดเยื้อ แต่มันคือความอัดอั้นที่อยากแชร์ออกมา.สุดท้ายนี้ เราขอแสดงความเสียใจให้กับผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ด้วยนะครับและขอให้ทุกชีวิตปลอดภัยครับ
    Like
    1
    1 Comments 1 Shares 103 Views 0 Reviews
  • แถลงการณ์สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย.งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 กลับมาเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมงานตามปกติ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ เวลา 10.00-21.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์. จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูด ซึ่งเกิดขึ้นที่ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้พื้นที่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดสามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ .ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้การจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 ต้องปิดให้บริการชั่วคราว ในวันที่ 28 มีนาคม 2568 เนื่องจากทางคณะผู้จัดงาน โดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) คำนึงถึงความปลอดภัยขั้นสูงสุดของผู้เข้าร่วมงาน .ขณะนี้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ทางสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ในฐานะผู้จัดงานจึงขอเรียนแจ้งว่า งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 จะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้ง ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 เป็นต้นไปตั้งแต่เวลา 10.00 - 21.00 น. ภายใต้การดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุดของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในฐานะเจ้าของสถานที่การจัดงาน.สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย28 มีนาคม 2568
    แถลงการณ์สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย.งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 กลับมาเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมงานตามปกติ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 29 มีนาคมนี้ เวลา 10.00-21.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์. จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูด ซึ่งเกิดขึ้นที่ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้พื้นที่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดสามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ .ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้การจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 ต้องปิดให้บริการชั่วคราว ในวันที่ 28 มีนาคม 2568 เนื่องจากทางคณะผู้จัดงาน โดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) คำนึงถึงความปลอดภัยขั้นสูงสุดของผู้เข้าร่วมงาน .ขณะนี้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ทางสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ในฐานะผู้จัดงานจึงขอเรียนแจ้งว่า งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 จะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้ง ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 เป็นต้นไปตั้งแต่เวลา 10.00 - 21.00 น. ภายใต้การดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุดของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในฐานะเจ้าของสถานที่การจัดงาน.สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย28 มีนาคม 2568
    0 Comments 0 Shares 64 Views 0 Reviews
  • รฟฟท. ส่งทีมงานวิศวกรและทีมงานความปลอดภัย เร่งตรวจสอบความปลอดภัยรถไฟสายสีแดงทุกระบบ โดยละเอียด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ

    จากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นวันนี้ (28 มี.ค.68) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้ส่งทีมงานวิศวกรและทีมงานด้านความปลอดภัยลงพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบระบบต่างๆทันที ได้แก่ ระบบรางรถไฟฟ้า ระบบสายส่งกระแสไฟฟ้า ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบสื่อสาร รวมถึงอาคารสถานีทุกสถานีอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้โดยสารเกิดความมั่นใจว่า รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงมีมาตรการด้านความปลอดภัยสูงสุดเพื่อรองรับการใช้บริการของประชาชน

    โดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มีความจำเป็นต้องหยุดให้บริการเป็นการชั่วคราว ซึ่งขณะนี้ ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ หรือความเสียหายที่อาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อการเปิดให้บริการประชาชน โดยบริษัทฯจะดำเนินการตรวจสอบทุกระบบตามขั้นตอนโดยละเอียด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้บริการ

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/business/detail/9680000029783

    #MGROnline #รถไฟสายสีแดง #bkkearthquake #BangkokEarthquake #ThailandEarthquake
    #แผ่นดินไหว #ไทยแผ่นดินไหว #แผ่นดินไหวไทย #กรุงเทพแผ่นดินไหว #กรุงเทพมหานคร #ประเทศไทย #เมียนมา
    รฟฟท. ส่งทีมงานวิศวกรและทีมงานความปลอดภัย เร่งตรวจสอบความปลอดภัยรถไฟสายสีแดงทุกระบบ โดยละเอียด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ • จากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นวันนี้ (28 มี.ค.68) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้ส่งทีมงานวิศวกรและทีมงานด้านความปลอดภัยลงพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบระบบต่างๆทันที ได้แก่ ระบบรางรถไฟฟ้า ระบบสายส่งกระแสไฟฟ้า ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบสื่อสาร รวมถึงอาคารสถานีทุกสถานีอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้โดยสารเกิดความมั่นใจว่า รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงมีมาตรการด้านความปลอดภัยสูงสุดเพื่อรองรับการใช้บริการของประชาชน • โดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มีความจำเป็นต้องหยุดให้บริการเป็นการชั่วคราว ซึ่งขณะนี้ ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ หรือความเสียหายที่อาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อการเปิดให้บริการประชาชน โดยบริษัทฯจะดำเนินการตรวจสอบทุกระบบตามขั้นตอนโดยละเอียด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้บริการ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://mgronline.com/business/detail/9680000029783 • #MGROnline #รถไฟสายสีแดง #bkkearthquake #BangkokEarthquake #ThailandEarthquake #แผ่นดินไหว #ไทยแผ่นดินไหว #แผ่นดินไหวไทย #กรุงเทพแผ่นดินไหว #กรุงเทพมหานคร #ประเทศไทย #เมียนมา
    0 Comments 0 Shares 97 Views 0 Reviews
  • 📌 ปภ. แนะข้อปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยกรณีเกิดแผ่นดินไหว
    วันนี้ (28 มี.ค.68 เวลา 14.25 น.) นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอแนะนำวิธีการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้น โดยให้ประชาชนยึดหลัก “หมอบ – ป้อง – เกาะ” โดยการหมอบลงใต้โต๊ะหรือจุดที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรงให้พ้นจากแนวที่สิ่งของอาจหล่นใส่ และป้องกันของตกกระแทกด้วยการหมอบราบกับพื้นหรือก้มต่ำโดยแขนหรือมือกำบังศีรษะ รวมถึงเกาะโต๊ะหรือที่กำบังให้แน่น และเร่งอพยพออกจากอาคารสูงทันที และเมื่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวสิ้นสุด ขอให้ตรวจเช็กความปลอดภัยของคนรอบข้าง และอย่าเพิ่งรีบกลับเข้าไปในอาคารทันที ให้ตรวจสอบโครงสร้างอาคารและสภาพความมั่นคงปลอดภัยของสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ หรือรอฟังคำสั่งจากทางราชการ เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้วจึงค่อยเข้าไปในอาคารและตรวจสอบความเสียหายต่อไป
    โดยในกรณีแผ่นดินไหวในครั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ประสานให้จังหวัดที่มีรายงานรับรู้แรงสั่นสะเทือน ติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เพื่อลดความตื่นตระหนก ประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือของทางราชการ ตลอดจนเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป
    ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และหากได้รับความเดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป
    📌 ปภ. แนะข้อปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยกรณีเกิดแผ่นดินไหว วันนี้ (28 มี.ค.68 เวลา 14.25 น.) นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอแนะนำวิธีการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้น โดยให้ประชาชนยึดหลัก “หมอบ – ป้อง – เกาะ” โดยการหมอบลงใต้โต๊ะหรือจุดที่มีโครงสร้างมั่นคงแข็งแรงให้พ้นจากแนวที่สิ่งของอาจหล่นใส่ และป้องกันของตกกระแทกด้วยการหมอบราบกับพื้นหรือก้มต่ำโดยแขนหรือมือกำบังศีรษะ รวมถึงเกาะโต๊ะหรือที่กำบังให้แน่น และเร่งอพยพออกจากอาคารสูงทันที และเมื่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวสิ้นสุด ขอให้ตรวจเช็กความปลอดภัยของคนรอบข้าง และอย่าเพิ่งรีบกลับเข้าไปในอาคารทันที ให้ตรวจสอบโครงสร้างอาคารและสภาพความมั่นคงปลอดภัยของสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ หรือรอฟังคำสั่งจากทางราชการ เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้วจึงค่อยเข้าไปในอาคารและตรวจสอบความเสียหายต่อไป โดยในกรณีแผ่นดินไหวในครั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ประสานให้จังหวัดที่มีรายงานรับรู้แรงสั่นสะเทือน ติดตามสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เพื่อลดความตื่นตระหนก ประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือของทางราชการ ตลอดจนเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และหากได้รับความเดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป
    0 Comments 0 Shares 56 Views 0 Reviews
  • Signal แอปแชตที่มีชื่อเสียงด้านความปลอดภัย กลายเป็นข่าวดังเพราะความผิดพลาดในการใช้งานที่เกิดจากมนุษย์ แม้ว่าการเข้ารหัสของ Signal จะป้องกันการเจาะข้อมูลได้ดี แต่กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยของแอปยังพึ่งพาการใช้งานที่ถูกต้อง ฟีเจอร์อย่างข้อความลบตัวเองและ PIN สามารถเพิ่มการป้องกันได้ แต่ข้อมูลสำคัญควรใช้งานบนแพลตฟอร์มเฉพาะที่ปลอดภัยกว่านี้

    จุดแข็งของ Signal:
    - การเข้ารหัสแบบ end-to-end ช่วยให้เฉพาะผู้ส่งและผู้รับเท่านั้นที่สามารถอ่านข้อความได้ อีกทั้ง Signal ใช้ซอร์สโค้ดแบบเปิด ช่วยให้ตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ได้รวดเร็ว.

    ข้อผิดพลาดในกรณี Signalgate:
    - นักข่าวไม่ได้แฮกระบบ แต่ถูกเพิ่มเข้ากลุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เห็นข้อความที่ควรเป็นความลับ นี่แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยยังขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน.

    การใช้งานที่เหมาะสม:
    - Signal ถูกออกแบบมาสำหรับการสื่อสารส่วนตัว แต่ไม่เหมาะสำหรับข้อมูลลับทางการหรือข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูงสุด.

    คำแนะนำในการใช้งาน:
    - Signal มีฟีเจอร์เช่น การตั้งค่าข้อความที่ลบตัวเองอัตโนมัติ การซ่อนเบอร์โทร และการตั้งค่า PIN เพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่พึงประสงค์.

    https://www.techradar.com/computing/websites-apps/what-is-signal-signalgate-explained
    Signal แอปแชตที่มีชื่อเสียงด้านความปลอดภัย กลายเป็นข่าวดังเพราะความผิดพลาดในการใช้งานที่เกิดจากมนุษย์ แม้ว่าการเข้ารหัสของ Signal จะป้องกันการเจาะข้อมูลได้ดี แต่กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยของแอปยังพึ่งพาการใช้งานที่ถูกต้อง ฟีเจอร์อย่างข้อความลบตัวเองและ PIN สามารถเพิ่มการป้องกันได้ แต่ข้อมูลสำคัญควรใช้งานบนแพลตฟอร์มเฉพาะที่ปลอดภัยกว่านี้ จุดแข็งของ Signal: - การเข้ารหัสแบบ end-to-end ช่วยให้เฉพาะผู้ส่งและผู้รับเท่านั้นที่สามารถอ่านข้อความได้ อีกทั้ง Signal ใช้ซอร์สโค้ดแบบเปิด ช่วยให้ตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ได้รวดเร็ว. ข้อผิดพลาดในกรณี Signalgate: - นักข่าวไม่ได้แฮกระบบ แต่ถูกเพิ่มเข้ากลุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เห็นข้อความที่ควรเป็นความลับ นี่แสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยยังขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน. การใช้งานที่เหมาะสม: - Signal ถูกออกแบบมาสำหรับการสื่อสารส่วนตัว แต่ไม่เหมาะสำหรับข้อมูลลับทางการหรือข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูงสุด. คำแนะนำในการใช้งาน: - Signal มีฟีเจอร์เช่น การตั้งค่าข้อความที่ลบตัวเองอัตโนมัติ การซ่อนเบอร์โทร และการตั้งค่า PIN เพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่พึงประสงค์. https://www.techradar.com/computing/websites-apps/what-is-signal-signalgate-explained
    WWW.TECHRADAR.COM
    Signalgate explained: what is Signal, and how secure is the messaging app?
    How to use Signal properly to keep your chats safe and secure
    0 Comments 0 Shares 138 Views 0 Reviews
  • เซิร์ฟเวอร์เฉพาะเป็นตัวเลือกที่ช่วยให้ทรัพยากรทั้งหมดบนเซิร์ฟเวอร์อยู่ในมือผู้ใช้เพียงคนเดียว จึงเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยสูงหรือการประมวลผลที่ทรงพลัง การเลือกใช้งานเซิร์ฟเวอร์ขึ้นอยู่กับความต้องการและความเชี่ยวชาญของแต่ละธุรกิจ โดยโฮสต์แบบ Managed และ Unmanaged มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน

    เหตุผลที่ยังคงเลือกใช้เซิร์ฟเวอร์เฉพาะ:
    - แม้โฮสต์แบบคลาวด์จะได้รับความนิยมมากขึ้น เซิร์ฟเวอร์เฉพาะยังมีบทบาทสำคัญในสถานการณ์ที่ทรัพยากรต้องไม่แบ่งปัน เช่น การประมวลผลระดับสูงสำหรับ AI และงานที่ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมาก.

    ความแตกต่างระหว่างการจัดการเซิร์ฟเวอร์:
    - โฮสต์แบบ Managed Dedicated Servers ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการเซิร์ฟเวอร์ สำหรับผู้ใช้งานที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค ขณะที่ Unmanaged Hosting เหมาะสำหรับองค์กรที่มีทีมไอทีที่พร้อมจัดการเซิร์ฟเวอร์เอง.

    ข้อดีเฉพาะตัวของเซิร์ฟเวอร์เฉพาะ:
    - เซิร์ฟเวอร์เฉพาะเหมาะสำหรับธุรกิจที่มีทราฟฟิกคงที่ เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับโฮสต์คลาวด์ที่มีระบบคิดค่าใช้จ่ายแบบ Pay-as-you-go.

    การตัดสินใจเลือกเซิร์ฟเวอร์:
    - ธุรกิจที่มีงบประมาณจำกัดและมีทราฟฟิกที่ไม่แน่นอน อาจเลือกใช้เซิร์ฟเวอร์แชร์หรือคลาวด์ แต่เซิร์ฟเวอร์เฉพาะมีความเหมาะสมสำหรับองค์กรที่ต้องการควบคุมทรัพยากรอย่างเต็มที่.

    https://www.techradar.com/news/what-is-a-dedicated-server
    เซิร์ฟเวอร์เฉพาะเป็นตัวเลือกที่ช่วยให้ทรัพยากรทั้งหมดบนเซิร์ฟเวอร์อยู่ในมือผู้ใช้เพียงคนเดียว จึงเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยสูงหรือการประมวลผลที่ทรงพลัง การเลือกใช้งานเซิร์ฟเวอร์ขึ้นอยู่กับความต้องการและความเชี่ยวชาญของแต่ละธุรกิจ โดยโฮสต์แบบ Managed และ Unmanaged มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน เหตุผลที่ยังคงเลือกใช้เซิร์ฟเวอร์เฉพาะ: - แม้โฮสต์แบบคลาวด์จะได้รับความนิยมมากขึ้น เซิร์ฟเวอร์เฉพาะยังมีบทบาทสำคัญในสถานการณ์ที่ทรัพยากรต้องไม่แบ่งปัน เช่น การประมวลผลระดับสูงสำหรับ AI และงานที่ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมาก. ความแตกต่างระหว่างการจัดการเซิร์ฟเวอร์: - โฮสต์แบบ Managed Dedicated Servers ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการเซิร์ฟเวอร์ สำหรับผู้ใช้งานที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค ขณะที่ Unmanaged Hosting เหมาะสำหรับองค์กรที่มีทีมไอทีที่พร้อมจัดการเซิร์ฟเวอร์เอง. ข้อดีเฉพาะตัวของเซิร์ฟเวอร์เฉพาะ: - เซิร์ฟเวอร์เฉพาะเหมาะสำหรับธุรกิจที่มีทราฟฟิกคงที่ เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับโฮสต์คลาวด์ที่มีระบบคิดค่าใช้จ่ายแบบ Pay-as-you-go. การตัดสินใจเลือกเซิร์ฟเวอร์: - ธุรกิจที่มีงบประมาณจำกัดและมีทราฟฟิกที่ไม่แน่นอน อาจเลือกใช้เซิร์ฟเวอร์แชร์หรือคลาวด์ แต่เซิร์ฟเวอร์เฉพาะมีความเหมาะสมสำหรับองค์กรที่ต้องการควบคุมทรัพยากรอย่างเต็มที่. https://www.techradar.com/news/what-is-a-dedicated-server
    WWW.TECHRADAR.COM
    What is a dedicated server?
    Sometimes you need your own space
    0 Comments 0 Shares 131 Views 0 Reviews
  • ในบทความนี้นำเสนอการปรับแต่ง RTX 4090 ให้มีหน่วยความจำ GDDR6X 48GB โดยใช้ PCB ของ RTX 3090 เป็นพื้นฐาน แม้จะมีประสิทธิภาพสูงและเหมาะสำหรับงานเซิร์ฟเวอร์ แต่ก็มีราคาสูงและเสียงดังขณะทำงาน จุดเด่นคือความสามารถในการปรับแต่งผ่านเครื่องมือพิเศษโดยไม่ละเมิดระบบ Nvidia ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่ม

    การปรับแต่งขั้นสูง:
    - การเพิ่มหน่วยความจำบนด้านหลังของ PCB ที่ใช้ Thermal Pad และ Backplate ช่วยลดความร้อน ซึ่งทำให้การ์ดนี้เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้การประมวลผลหนัก เช่น ระบบเซิร์ฟเวอร์.

    เสียงดังและการทำงานหนัก:
    - การ์ดจอใช้ชุดพัดลมแบบ Blower-style ที่ทำให้มีเสียงดังถึง 65 เดซิเบลขณะทำงาน แต่สามารถควบคุมอุณหภูมิที่ค่อนข้างเสถียรในระหว่างการทดสอบใน Superposition ที่ 8K.

    การใช้ประโยชน์จากเครื่องมือภายในของ Nvidia:
    - นักดัดแปลงใช้เครื่องมือที่ได้มาจากการรั่วไหลของ Nvidia เช่น MATS และ MODS เพื่อปรับแต่งการ์ดจอให้ทำงานได้ตามที่ต้องการโดยไม่ละเมิดระบบความปลอดภัย.

    ราคาที่เข้าถึงยาก:
    - การ์ดนี้มีราคา $4,400 ซึ่งแม้จะสูงมาก แต่ยังถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดสำหรับผู้ที่ต้องการหน่วยความจำขนาด 48GB สำหรับงานเฉพาะทาง.

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/blower-style-rtx-4090-48gb-teardown-reveals-dual-sided-memory-configuration-pcb-design-echoes-the-rtx-3090
    ในบทความนี้นำเสนอการปรับแต่ง RTX 4090 ให้มีหน่วยความจำ GDDR6X 48GB โดยใช้ PCB ของ RTX 3090 เป็นพื้นฐาน แม้จะมีประสิทธิภาพสูงและเหมาะสำหรับงานเซิร์ฟเวอร์ แต่ก็มีราคาสูงและเสียงดังขณะทำงาน จุดเด่นคือความสามารถในการปรับแต่งผ่านเครื่องมือพิเศษโดยไม่ละเมิดระบบ Nvidia ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่ม การปรับแต่งขั้นสูง: - การเพิ่มหน่วยความจำบนด้านหลังของ PCB ที่ใช้ Thermal Pad และ Backplate ช่วยลดความร้อน ซึ่งทำให้การ์ดนี้เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้การประมวลผลหนัก เช่น ระบบเซิร์ฟเวอร์. เสียงดังและการทำงานหนัก: - การ์ดจอใช้ชุดพัดลมแบบ Blower-style ที่ทำให้มีเสียงดังถึง 65 เดซิเบลขณะทำงาน แต่สามารถควบคุมอุณหภูมิที่ค่อนข้างเสถียรในระหว่างการทดสอบใน Superposition ที่ 8K. การใช้ประโยชน์จากเครื่องมือภายในของ Nvidia: - นักดัดแปลงใช้เครื่องมือที่ได้มาจากการรั่วไหลของ Nvidia เช่น MATS และ MODS เพื่อปรับแต่งการ์ดจอให้ทำงานได้ตามที่ต้องการโดยไม่ละเมิดระบบความปลอดภัย. ราคาที่เข้าถึงยาก: - การ์ดนี้มีราคา $4,400 ซึ่งแม้จะสูงมาก แต่ยังถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดสำหรับผู้ที่ต้องการหน่วยความจำขนาด 48GB สำหรับงานเฉพาะทาง. https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/blower-style-rtx-4090-48gb-teardown-reveals-dual-sided-memory-configuration-pcb-design-echoes-the-rtx-3090
    0 Comments 0 Shares 116 Views 0 Reviews
  • การแบน TikTok ในสหรัฐฯ กำลังขาดแรงสนับสนุน เนื่องจากประชาชนส่วนหนึ่งมองว่าการแบนอาจกระทบเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและความเป็นอยู่ของผู้ใช้ที่สร้างรายได้จากแพลตฟอร์มนี้ ขณะที่อีกด้านยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและการควบคุมโดยจีน ในขณะนี้ TikTok กำลังเผชิญเส้นตายสำคัญและพยายามหาวิธีหลีกเลี่ยงการแบนด้วยการหาผู้ซื้อในสหรัฐฯ

    การเปรียบเทียบผู้ใช้งาน:
    - ผู้ที่ไม่ได้ใช้งาน TikTok มีแนวโน้มสนับสนุนการแบนสูงถึง 45% ขณะที่ผู้ใช้งาน TikTok มีเพียง 12% ที่เห็นด้วยกับการแบน.

    ผลกระทบต่อผู้สร้างรายได้:
    - ผู้คัดค้านกังวลว่าการแบน TikTok จะกระทบต่อผู้ใช้ที่พึ่งพาแพลตฟอร์มนี้ในการสร้างรายได้โดยเฉพาะผู้ที่เป็นครีเอเตอร์.

    สถานการณ์ปัจจุบัน:
    - TikTok เคยถูกแบนชั่วคราวในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และกำลังเผชิญกับเส้นตายที่อาจถูกแบนอีกครั้งในวันที่ 5 เมษายน หากบริษัท ByteDance ไม่สามารถหาผู้ซื้อเพื่อบริหาร TikTok ในสหรัฐฯ ได้.

    การเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงการแบน:
    - ByteDance กำลังเจรจากับกลุ่มต่าง ๆ เช่น Perplexity ซึ่งแสดงความสนใจซื้อ TikTok โดยให้คำมั่นที่จะปรับปรุงระบบอัลกอริทึมและเพิ่มความโปร่งใส.

    https://www.techspot.com/news/107316-tiktok-ban-loses-momentum-fewer-americans-view-security.html
    การแบน TikTok ในสหรัฐฯ กำลังขาดแรงสนับสนุน เนื่องจากประชาชนส่วนหนึ่งมองว่าการแบนอาจกระทบเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและความเป็นอยู่ของผู้ใช้ที่สร้างรายได้จากแพลตฟอร์มนี้ ขณะที่อีกด้านยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและการควบคุมโดยจีน ในขณะนี้ TikTok กำลังเผชิญเส้นตายสำคัญและพยายามหาวิธีหลีกเลี่ยงการแบนด้วยการหาผู้ซื้อในสหรัฐฯ การเปรียบเทียบผู้ใช้งาน: - ผู้ที่ไม่ได้ใช้งาน TikTok มีแนวโน้มสนับสนุนการแบนสูงถึง 45% ขณะที่ผู้ใช้งาน TikTok มีเพียง 12% ที่เห็นด้วยกับการแบน. ผลกระทบต่อผู้สร้างรายได้: - ผู้คัดค้านกังวลว่าการแบน TikTok จะกระทบต่อผู้ใช้ที่พึ่งพาแพลตฟอร์มนี้ในการสร้างรายได้โดยเฉพาะผู้ที่เป็นครีเอเตอร์. สถานการณ์ปัจจุบัน: - TikTok เคยถูกแบนชั่วคราวในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และกำลังเผชิญกับเส้นตายที่อาจถูกแบนอีกครั้งในวันที่ 5 เมษายน หากบริษัท ByteDance ไม่สามารถหาผู้ซื้อเพื่อบริหาร TikTok ในสหรัฐฯ ได้. การเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงการแบน: - ByteDance กำลังเจรจากับกลุ่มต่าง ๆ เช่น Perplexity ซึ่งแสดงความสนใจซื้อ TikTok โดยให้คำมั่นที่จะปรับปรุงระบบอัลกอริทึมและเพิ่มความโปร่งใส. https://www.techspot.com/news/107316-tiktok-ban-loses-momentum-fewer-americans-view-security.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    TikTok ban loses momentum as fewer Americans view it as a security threat
    Among those who support a ban, data security and the platform's Chinese ownership were cited as top concerns. Others took issue with the amount of inaccurate information...
    0 Comments 0 Shares 63 Views 0 Reviews
  • Google กำลังปรับวิธีการพัฒนา Android โดยเปลี่ยนเป็นงานภายในทั้งหมด เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและลดความผิดพลาดในกระบวนการ แม้ว่าชิ้นส่วนบางอย่างจะเผยแพร่ช้าลง แต่ Android ยังคงเป็นโอเพ่นซอร์สที่นักพัฒนาภายนอกสามารถมีส่วนร่วมได้ เป้าหมายหลักคือการพัฒนาแพลตฟอร์มให้ยั่งยืนและตอบโจทย์ผู้ใช้มากยิ่งขึ้น

    เหตุผลของการเปลี่ยนแปลง:
    - Google ระบุว่ากระบวนการพัฒนาแบบเดิมสร้างความล่าช้าในการปล่อยฟีเจอร์ใหม่และแก้ไขปัญหาความปลอดภัย เนื่องจากการผสานโค้ดระหว่างสองส่วนมักก่อให้เกิดข้อผิดพลาด.

    ผลกระทบต่อชุมชนนักพัฒนา:
    - การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้การเผยแพร่ซอร์สโค้ดบางส่วนล่าช้าลง แต่การพัฒนา Android โดยรวมไม่น่าจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตที่มีข้อตกลง GMS เช่น Samsung และ Xiaomi ยังคงสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง.

    ความคุ้มค่าในระยะยาว:
    - Google ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นการปิดกั้นนักพัฒนาภายนอก แต่เพื่อรักษาความเป็นโอเพ่นซอร์สของ Android พร้อมทั้งเพิ่มความรวดเร็วและลดข้อผิดพลาดในกระบวนการพัฒนา.

    https://www.techspot.com/news/107314-google-confirms-android-development-soon-become-fully-private.html
    Google กำลังปรับวิธีการพัฒนา Android โดยเปลี่ยนเป็นงานภายในทั้งหมด เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและลดความผิดพลาดในกระบวนการ แม้ว่าชิ้นส่วนบางอย่างจะเผยแพร่ช้าลง แต่ Android ยังคงเป็นโอเพ่นซอร์สที่นักพัฒนาภายนอกสามารถมีส่วนร่วมได้ เป้าหมายหลักคือการพัฒนาแพลตฟอร์มให้ยั่งยืนและตอบโจทย์ผู้ใช้มากยิ่งขึ้น เหตุผลของการเปลี่ยนแปลง: - Google ระบุว่ากระบวนการพัฒนาแบบเดิมสร้างความล่าช้าในการปล่อยฟีเจอร์ใหม่และแก้ไขปัญหาความปลอดภัย เนื่องจากการผสานโค้ดระหว่างสองส่วนมักก่อให้เกิดข้อผิดพลาด. ผลกระทบต่อชุมชนนักพัฒนา: - การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้การเผยแพร่ซอร์สโค้ดบางส่วนล่าช้าลง แต่การพัฒนา Android โดยรวมไม่น่าจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตที่มีข้อตกลง GMS เช่น Samsung และ Xiaomi ยังคงสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง. ความคุ้มค่าในระยะยาว: - Google ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นการปิดกั้นนักพัฒนาภายนอก แต่เพื่อรักษาความเป็นโอเพ่นซอร์สของ Android พร้อมทั้งเพิ่มความรวดเร็วและลดข้อผิดพลาดในกระบวนการพัฒนา. https://www.techspot.com/news/107314-google-confirms-android-development-soon-become-fully-private.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Google confirms Android development will soon become fully private
    Google told Android Authority that it will move all Android development to its internal branches next week, marking a significant shift from the system that has been...
    0 Comments 0 Shares 64 Views 0 Reviews
  • Vivaldi ร่วมมือกับ Proton เพื่อนำบริการ VPN ฟรีมาไว้ในเบราว์เซอร์ ช่วยให้ผู้ใช้เพิ่มความเป็นส่วนตัวออนไลน์ได้ง่ายขึ้นโดยไม่จำกัดแบนด์วิธ นอกจากนี้ยังมีการเข้ารหัสขั้นสูงเพื่อปกป้องข้อมูล แม้จะมีความเร็วระดับปานกลาง แต่ผู้ใช้ยังสามารถสมัครสมาชิก ProtonVPN Plus เพื่อความเร็วที่สูงขึ้นและเซิร์ฟเวอร์ที่หลากหลายกว่า เป็นการก้าวสำคัญในการให้บริการเบราว์เซอร์ที่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน

    ทางเลือกที่มีความยืดหยุ่น:
    - ProtonVPN ยังมีเวอร์ชัน Plus ที่เปิดให้ผู้ใช้สมัครสมาชิกเพื่อความเร็วที่สูงขึ้นและเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์กว่า 11,000 แห่งใน 110 ประเทศทั่วโลก.

    เปรียบเทียบกับบริการ VPN อื่น ๆ:
    - เบราว์เซอร์อื่น เช่น Microsoft Edge และ Brave มีบริการ VPN ในตัว แต่ Edge มีข้อจำกัดในแบนด์วิธเพียง 5GB ต่อเดือน ขณะที่ Brave เสนอ VPN ที่ไม่มีการเก็บบันทึกข้อมูลแต่มีค่าใช้จ่าย $9.99 ต่อเดือน หรือ $99 ต่อปี.

    เป้าหมายที่เหนือกว่า:
    - การรวมบริการ VPN ใน Vivaldi และ Proton มุ่งเน้นการต่อต้านการเก็บข้อมูลโดยบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ โดยนำเสนอทางเลือกจากยุโรป ซึ่ง Vivaldi ตั้งอยู่ในนอร์เวย์ และ Proton มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสวิตเซอร์แลนด์.

    https://www.techspot.com/news/107313-vivaldi-partners-proton-integrate-free-vpn-browser.html
    Vivaldi ร่วมมือกับ Proton เพื่อนำบริการ VPN ฟรีมาไว้ในเบราว์เซอร์ ช่วยให้ผู้ใช้เพิ่มความเป็นส่วนตัวออนไลน์ได้ง่ายขึ้นโดยไม่จำกัดแบนด์วิธ นอกจากนี้ยังมีการเข้ารหัสขั้นสูงเพื่อปกป้องข้อมูล แม้จะมีความเร็วระดับปานกลาง แต่ผู้ใช้ยังสามารถสมัครสมาชิก ProtonVPN Plus เพื่อความเร็วที่สูงขึ้นและเซิร์ฟเวอร์ที่หลากหลายกว่า เป็นการก้าวสำคัญในการให้บริการเบราว์เซอร์ที่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ทางเลือกที่มีความยืดหยุ่น: - ProtonVPN ยังมีเวอร์ชัน Plus ที่เปิดให้ผู้ใช้สมัครสมาชิกเพื่อความเร็วที่สูงขึ้นและเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์กว่า 11,000 แห่งใน 110 ประเทศทั่วโลก. เปรียบเทียบกับบริการ VPN อื่น ๆ: - เบราว์เซอร์อื่น เช่น Microsoft Edge และ Brave มีบริการ VPN ในตัว แต่ Edge มีข้อจำกัดในแบนด์วิธเพียง 5GB ต่อเดือน ขณะที่ Brave เสนอ VPN ที่ไม่มีการเก็บบันทึกข้อมูลแต่มีค่าใช้จ่าย $9.99 ต่อเดือน หรือ $99 ต่อปี. เป้าหมายที่เหนือกว่า: - การรวมบริการ VPN ใน Vivaldi และ Proton มุ่งเน้นการต่อต้านการเก็บข้อมูลโดยบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ โดยนำเสนอทางเลือกจากยุโรป ซึ่ง Vivaldi ตั้งอยู่ในนอร์เวย์ และ Proton มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสวิตเซอร์แลนด์. https://www.techspot.com/news/107313-vivaldi-partners-proton-integrate-free-vpn-browser.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Vivaldi and Proton partner to integrate free browser VPN
    Vivaldi (download safely here) is a fast, ultra-customizable browser that prioritizes user privacy – the antithesis of Chrome, arguably – offering built-in ad-tracking protection, ad-blocking, and a...
    0 Comments 0 Shares 45 Views 0 Reviews
  • Mozilla กำลังเดินหน้าอัปเดตเบราว์เซอร์ Firefox สำหรับองค์กร โดยมุ่งลดความจำเป็นในการใช้ DLL Injection ซึ่งเป็นกระบวนการที่ผู้ดูแลระบบใช้เพื่อติดตั้งโค้ดภายนอกในโปรแกรมเพื่อปรับแต่งฟังก์ชันการทำงาน ถึงแม้ว่าการใช้ DLL Injection จะช่วยให้เบราว์เซอร์ทำงานตามความต้องการเฉพาะขององค์กร แต่ก็ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านความเข้ากันได้ ความเสถียร และความปลอดภัยเมื่อเบราว์เซอร์ได้รับการอัปเดต

    ลดปัญหาจาก DLL Injection:
    - Mozilla เตรียมนำเสนอ SDK สำหรับโปรแกรม Data Loss Prevention (DLP) ใน Firefox เวอร์ชัน 138 ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในการป้องกันข้อมูลสูญหาย โดยไม่ต้องใช้ DLL Injection

    การผสานรวมระหว่างเบราว์เซอร์:
    - SDK ใหม่นี้ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับ DLP Agent ทั้งใน Firefox และ Chrome ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถใช้เครื่องมือเดียวในการจัดการเบราว์เซอร์ทั้งสอง.

    การปรับแต่งสำหรับองค์กร:
    - ฟีเจอร์ใหม่นี้จะเปิดให้ใช้ผ่าน Firefox Enterprise Policies เพื่อช่วยผู้ดูแลระบบปรับแต่งการทำงานของเบราว์เซอร์ เช่น จำกัดส่วนขยายหรือปรับปรุงตัวเลือกด้านความปลอดภัย.

    https://www.techspot.com/news/107307-mozilla-firefox-soon-reduce-need-dangerous-dll-injection.html
    Mozilla กำลังเดินหน้าอัปเดตเบราว์เซอร์ Firefox สำหรับองค์กร โดยมุ่งลดความจำเป็นในการใช้ DLL Injection ซึ่งเป็นกระบวนการที่ผู้ดูแลระบบใช้เพื่อติดตั้งโค้ดภายนอกในโปรแกรมเพื่อปรับแต่งฟังก์ชันการทำงาน ถึงแม้ว่าการใช้ DLL Injection จะช่วยให้เบราว์เซอร์ทำงานตามความต้องการเฉพาะขององค์กร แต่ก็ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านความเข้ากันได้ ความเสถียร และความปลอดภัยเมื่อเบราว์เซอร์ได้รับการอัปเดต ลดปัญหาจาก DLL Injection: - Mozilla เตรียมนำเสนอ SDK สำหรับโปรแกรม Data Loss Prevention (DLP) ใน Firefox เวอร์ชัน 138 ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในการป้องกันข้อมูลสูญหาย โดยไม่ต้องใช้ DLL Injection การผสานรวมระหว่างเบราว์เซอร์: - SDK ใหม่นี้ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับ DLP Agent ทั้งใน Firefox และ Chrome ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถใช้เครื่องมือเดียวในการจัดการเบราว์เซอร์ทั้งสอง. การปรับแต่งสำหรับองค์กร: - ฟีเจอร์ใหม่นี้จะเปิดให้ใช้ผ่าน Firefox Enterprise Policies เพื่อช่วยผู้ดูแลระบบปรับแต่งการทำงานของเบราว์เซอร์ เช่น จำกัดส่วนขยายหรือปรับปรุงตัวเลือกด้านความปลอดภัย. https://www.techspot.com/news/107307-mozilla-firefox-soon-reduce-need-dangerous-dll-injection.html
    WWW.TECHSPOT.COM
    Mozilla Firefox will soon reduce the need for dangerous DLL injection for enterprise users
    Mozilla recently released Firefox version 136.0.3, which will likely be the last minor release before a new iteration drops in April. Further out, the company plans to...
    0 Comments 0 Shares 54 Views 0 Reviews
  • Microsoft ได้เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ในแพลตฟอร์ม Security Copilot เพื่อช่วยจัดการภัยคุกคามไซเบอร์ที่กำลังมีความซับซ้อนและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ชุดเครื่องมือนี้ประกอบด้วย AI Agents 6 รายการจาก Microsoft และอีก 5 รายการที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตร โดยเน้นงานสำคัญ เช่น การตรวจจับฟิชชิง การป้องกันข้อมูล และการจัดการตัวตนแบบอัตโนมัติ ฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้ช่วยลดความซับซ้อนในการทำงานของทีมรักษาความปลอดภัย และสนับสนุนการจัดการภัยคุกคามได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    ตัวอย่างการใช้งานที่เน้นฟิชชิง:
    - Microsoft เปิดเผยว่ามีการตรวจจับอีเมลฟิชชิงมากกว่า 30 พันล้านฉบับ ระหว่างปี 2024 AI Agent ที่เพิ่มเข้ามาสามารถช่วยจัดการการแจ้งเตือนและลดภาระงานของทีมได้ โดยโฟกัสไปที่ภัยคุกคามที่ซับซ้อนกว่าแทน.

    ความแตกต่างจากระบบเดิม:
    - Security Copilot Agents พัฒนาให้เหนือกว่าระบบ SOAR และ XDR แบบเดิม โดยใช้ Generative AI ในการทำงาน เช่น วิเคราะห์ข้อมูลเหตุการณ์และเสนอขั้นตอนแก้ไขอย่างอัตโนมัติ ซึ่งลดงานที่ซ้ำซ้อนของทีม SOC (Security Operations Center).

    การผสานรวมเครื่องมือ:
    - ฟีเจอร์ใหม่สามารถผสานการทำงานกับผลิตภัณฑ์ในตระกูล Microsoft เช่น Defender, Entra และ Purview ซึ่งช่วยสร้างการจัดการภัยคุกคามแบบครบวงจรในระบบเดียว.

    คำแนะนำสำหรับการใช้งาน:
    - การใช้แพลตฟอร์มที่รวมทุกอย่างในที่เดียวช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าควรมีแนวทางแบบผสม (Hybrid Approach) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ให้บริการเพียงรายเดียว.

    https://www.csoonline.com/article/3853599/microsoft-launches-ai-agents-to-automate-cybersecurity-amid-rising-threats.html
    Microsoft ได้เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ในแพลตฟอร์ม Security Copilot เพื่อช่วยจัดการภัยคุกคามไซเบอร์ที่กำลังมีความซับซ้อนและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ชุดเครื่องมือนี้ประกอบด้วย AI Agents 6 รายการจาก Microsoft และอีก 5 รายการที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตร โดยเน้นงานสำคัญ เช่น การตรวจจับฟิชชิง การป้องกันข้อมูล และการจัดการตัวตนแบบอัตโนมัติ ฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้ช่วยลดความซับซ้อนในการทำงานของทีมรักษาความปลอดภัย และสนับสนุนการจัดการภัยคุกคามได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตัวอย่างการใช้งานที่เน้นฟิชชิง: - Microsoft เปิดเผยว่ามีการตรวจจับอีเมลฟิชชิงมากกว่า 30 พันล้านฉบับ ระหว่างปี 2024 AI Agent ที่เพิ่มเข้ามาสามารถช่วยจัดการการแจ้งเตือนและลดภาระงานของทีมได้ โดยโฟกัสไปที่ภัยคุกคามที่ซับซ้อนกว่าแทน. ความแตกต่างจากระบบเดิม: - Security Copilot Agents พัฒนาให้เหนือกว่าระบบ SOAR และ XDR แบบเดิม โดยใช้ Generative AI ในการทำงาน เช่น วิเคราะห์ข้อมูลเหตุการณ์และเสนอขั้นตอนแก้ไขอย่างอัตโนมัติ ซึ่งลดงานที่ซ้ำซ้อนของทีม SOC (Security Operations Center). การผสานรวมเครื่องมือ: - ฟีเจอร์ใหม่สามารถผสานการทำงานกับผลิตภัณฑ์ในตระกูล Microsoft เช่น Defender, Entra และ Purview ซึ่งช่วยสร้างการจัดการภัยคุกคามแบบครบวงจรในระบบเดียว. คำแนะนำสำหรับการใช้งาน: - การใช้แพลตฟอร์มที่รวมทุกอย่างในที่เดียวช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าควรมีแนวทางแบบผสม (Hybrid Approach) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ให้บริการเพียงรายเดียว. https://www.csoonline.com/article/3853599/microsoft-launches-ai-agents-to-automate-cybersecurity-amid-rising-threats.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Microsoft launches AI agents to automate cybersecurity amid rising threats
    The rollout includes six in-house AI agents from Microsoft and five developed with partners.
    0 Comments 0 Shares 120 Views 0 Reviews
  • 48 ปี โศกนาฏกรรมกลางรันเวย์ “โบอิง 747” ชนกันที่เตเนริเฟ 🇪🇸✈️ สำเนียงสเปนพ่นพิษ นักบินสื่อสารผิดพลาด 583 ศพ บทเรียนราคาแพงจากท่าอากาศยาน ท่ามกลางหมอกหนา ความเครียด และสำเนียงที่ฟังยาก

    🌫️ โศกนาฏกรรมแห่งเตเนริเฟ 🔥 ย้อนไปเมื่อ 48 ปี ที่ผ่านมา ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2520 เป็นวันที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การบิน เมื่อเครื่องบินโดยสารขนาดยักษ์ โบอิง 747 ของสายการบิน KLM และ Pan Am ชนกันกลางรันเวย์ที่สนามบินโลสโรเดโอส ปัจจุบันคือท่าอากาศยานเตเนริเฟนอร์เต เกาะเตเนริเฟ ประเทศสเปน

    ผลที่ตามมาคือ ผู้เสียชีวิต 583 ราย และบาดเจ็บ 61 คน เป็นอุบัติเหตุทางอากาศ ที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลก เหตุการณ์ครั้งนั้น ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีขัดข้อง หากแต่เป็นผลพวงจากปัจจัยมนุษย์ (Human Error) และการสื่อสารที่ผิดพลาด ท่ามกลางความกดดัน

    ✈️💥 บริบทก่อนเกิดเหตุ ในช่วงบ่ายของวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2520 "สนามบินกรันกานาเรีย" ซึ่งเป็นสนามบินหลักของหมู่เกาะคานารี ถูกขู่วางระเบิด ทำให้ต้องปิดการใช้งานชั่วคราว ✋🔴

    เครื่องบินหลายลำ รวมถึงเที่ยวบิน KLM 4805 และ Pan Am 1736 จำเป็นต้องลงจอดที่สนามบินสำรองอย่าง “โลสโรเดโอส” ซึ่งเป็นสนามบินขนาดเล็ก ที่ไม่มีความพร้อมรองรับ เครื่องบินลำใหญ่จำนวนมาก

    🕰️ จุดเริ่มต้นของหายนะ 🧨
    - KLM 4805 เดินทางจากอัมสเตอร์ดัม พร้อมผู้โดยสาร 234 คน และลูกเรือ 14 คน
    - Pan Am 1736:เดินทางจากลอสแอนเจลิส แวะนิวยอร์ก มุ่งหน้ากรุงมาดริด พร้อมผู้โดยสาร 380 คน และลูกเรือ 16 คน

    หลังจากเครื่องบินหลายลำลงจอด และจอดเรียงรายกันในพื้นที่จำกัด เจ้าหน้าที่ต้องบริหารพื้นที่ อย่างเร่งด่วน ก่อให้เกิดความเครียด ทั้งในหอบังคับการบินและลูกเรือ

    🚧 จุดเปลี่ยนสำคัญคือ กัปตันของ KLM ตัดสินใจเติมน้ำมันให้เต็มถัง เพื่อเลี่ยงเติมที่สนามบินปลายทางเ พราะราคาถูกกว่า ทำให้ต้องจอดนานกว่าเดิม และขัดขวางการเคลื่อนตัวของ Pan Am

    ☁️ หมอกและความสับสน ภัยเงียบแห่งรันเวย์ 🗣️ เมื่อสนามบินกรันกานาเรียเปิดใช้งานอีกครั้ง การจราจรทางอากาศในโลสโรเดโอส วุ่นวายทันที

    📻 หอบังคับการบิน ต้องจัดการเครื่องบินหลายลำ แต่ขาดเรดาร์ภาคพื้นดิน ทำให้พวกเขามองไม่เห็นตำแหน่งเครื่องบิน ต้องอาศัยการสื่อสารวิทยุแทน

    ✋ จุดวิกฤตเกิดขึ้นเมื่อ KLM เข้าใจผิดว่า สามารถนำเครื่องขึ้นได้ทันที ขณะที่ Pan Am ยังอยู่บนรันเวย์เดียวกัน!

    สำเนียงสเปน กับความคลุมเครือของคำว่า “Takeoff” 😓📡

    📌 ขณะที่ KLM กำลังเตรียมนำเครื่องขึ้น นักบินผู้ช่วยพูดว่า

    “We are now at takeoff.”

    ซึ่งไม่ใช่ประโยคขออนุญาตขึ้นบินโดยตรง แต่เป็นการสื่อสารที่ทำให้เข้าใจคลุมเครือ หอบังคับการบินตอบกลับว่า

    “OK, stand by for takeoff, I will call you.”

    แต่...❗เสียงตอบกลับนั้น ถูกกลืนหายไปกับคลื่นรบกวน ทำให้นักบิน KLM ไม่ได้ยินคำสั่งเต็ม ๆ

    🔥 การชนที่ไม่ควรเกิดขึ้น 💔 KLM เร่งนำเครื่องขึ้น โดยเข้าใจว่าได้รับอนุญาต ขณะที่ Pan Am กำลังเคลื่อนผ่านทางแยก วิ่งบนรันเวย์เดียวกัน หมอกหนาทำให้มองไม่เห็น

    ผลลัพธ์คือ ❌

    ✈️ เครื่องบิน KLM ชนเข้ากลางลำ Pan Am อย่างรุนแรง

    💥 ไฟลุกท่วมเครื่องบินทั้งสองลำในทันที

    - เสียชีวิตจาก KLM 248 ศพ (รอด = 0)
    - เสียชีวิตจาก Pan Am 335 ศพ (รอด = 61 คน)

    😢 บทวิเคราะห์: สาเหตุแห่งหายนะ 🔍
    ปัจจัยมนุษย์ (Human Error)
    - ความเครียดของกัปตัน KLM ที่ต้องรับแรงกดดัน จากบริษัทห้ามดีเลย์ 🕒
    - ขาดการสื่อสารชัดเจน ระหว่างนักบินกับหอบังคับการบิน 📻
    - สำเนียงสเปน ทำให้สื่อสารภาษาอังกฤษไม่ชัดเจน 🗣️

    ปัจจัยสิ่งแวดล้อม
    - สนามบินโลสโรเดโอส ไม่มีเรดาร์พื้นดิน ❌
    - หมอกลงจัด มองไม่เห็นปลายรันเวย์ 🌫️
    - พื้นที่สนามบิน ไม่พร้อมรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่หลายลำ 🚫

    📚🛫 หลังเหตุการณ์นี้ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ได้ปรับปรุงมาตรการอย่างจริงจัง
    ✅ การสื่อสารต้องใช้ภาษามาตรฐาน และชัดเจนมากขึ้น (Standard Phraseology)
    ✅ ห้ามนักบินตีความเอง โดยไม่มีการอนุญาตชัดเจน
    ✅ มีการพัฒนา Cockpit Resource Management (CRM) เพื่อเน้นการทำงานเป็นทีมระหว่างลูกเรือ
    ✅ ระบบเรดาร์พื้นดิน (Ground Radar) ถูกติดตั้งในสนามบินใหญ่ ๆ ทั่วโลก

    😨 เหตุการณ์ที่เกือบซ้ำรอยในปี 2542 🛬
    เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 ที่สนามบินโอแฮร์ สหรัฐอเมริกา ✈️
    - Korean Air เที่ยวบิน 36 Boeing 747 พร้อมผู้โดยสาร 340 คน
    - China Airlines เที่ยวบิน 9018 Boeing 747 เช่นกัน

    เกือบชนกันกลางรันเวย์ เนื่องจากความเข้าใจผิด ในการจราจรทางอากาศ แต่โชคดีที่หลีกเลี่ยงได้ทันโดยเครื่องบินอยู่ห่างกันเพียง 75 ฟุตเท่านั้น 😱

    🕯️ 583 ชีวิต กับบทเรียนที่ไม่มีวันลืม ✈️ “โศกนาฏกรรมเตเนริเฟ” เป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดครั้งหนึ่งของมนุษยชาติ ที่สอนเราให้ระมัดระวังในการสื่อสาร การจัดการความเสี่ยง และให้ความสำคัญ กับมาตรฐานความปลอดภัยการบิน ✈️🧠

    แม้เวลาจะผ่านไป 48 ปี... แต่ความสูญเสีย และบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ ยังคงส่องแสงเป็นคำเตือน ถึงทุกคนในวงการการบินเสมอ

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 271250 มี.ค. 2568

    📲 #TenerifeDisaster #Boeing747 #PlaneCrashHistory #AirlineSafety #KLM4805 #PanAm1736 #AirCrashInvestigation #อุบัติเหตุทางการบิน #โบอิง747ชนกัน #บทเรียนการบิน
    48 ปี โศกนาฏกรรมกลางรันเวย์ “โบอิง 747” ชนกันที่เตเนริเฟ 🇪🇸✈️ สำเนียงสเปนพ่นพิษ นักบินสื่อสารผิดพลาด 583 ศพ บทเรียนราคาแพงจากท่าอากาศยาน ท่ามกลางหมอกหนา ความเครียด และสำเนียงที่ฟังยาก 🌫️ โศกนาฏกรรมแห่งเตเนริเฟ 🔥 ย้อนไปเมื่อ 48 ปี ที่ผ่านมา ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2520 เป็นวันที่โลกต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การบิน เมื่อเครื่องบินโดยสารขนาดยักษ์ โบอิง 747 ของสายการบิน KLM และ Pan Am ชนกันกลางรันเวย์ที่สนามบินโลสโรเดโอส ปัจจุบันคือท่าอากาศยานเตเนริเฟนอร์เต เกาะเตเนริเฟ ประเทศสเปน ผลที่ตามมาคือ ผู้เสียชีวิต 583 ราย และบาดเจ็บ 61 คน เป็นอุบัติเหตุทางอากาศ ที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลก เหตุการณ์ครั้งนั้น ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีขัดข้อง หากแต่เป็นผลพวงจากปัจจัยมนุษย์ (Human Error) และการสื่อสารที่ผิดพลาด ท่ามกลางความกดดัน ✈️💥 บริบทก่อนเกิดเหตุ ในช่วงบ่ายของวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2520 "สนามบินกรันกานาเรีย" ซึ่งเป็นสนามบินหลักของหมู่เกาะคานารี ถูกขู่วางระเบิด ทำให้ต้องปิดการใช้งานชั่วคราว ✋🔴 เครื่องบินหลายลำ รวมถึงเที่ยวบิน KLM 4805 และ Pan Am 1736 จำเป็นต้องลงจอดที่สนามบินสำรองอย่าง “โลสโรเดโอส” ซึ่งเป็นสนามบินขนาดเล็ก ที่ไม่มีความพร้อมรองรับ เครื่องบินลำใหญ่จำนวนมาก 🕰️ จุดเริ่มต้นของหายนะ 🧨 - KLM 4805 เดินทางจากอัมสเตอร์ดัม พร้อมผู้โดยสาร 234 คน และลูกเรือ 14 คน - Pan Am 1736:เดินทางจากลอสแอนเจลิส แวะนิวยอร์ก มุ่งหน้ากรุงมาดริด พร้อมผู้โดยสาร 380 คน และลูกเรือ 16 คน หลังจากเครื่องบินหลายลำลงจอด และจอดเรียงรายกันในพื้นที่จำกัด เจ้าหน้าที่ต้องบริหารพื้นที่ อย่างเร่งด่วน ก่อให้เกิดความเครียด ทั้งในหอบังคับการบินและลูกเรือ 🚧 จุดเปลี่ยนสำคัญคือ กัปตันของ KLM ตัดสินใจเติมน้ำมันให้เต็มถัง เพื่อเลี่ยงเติมที่สนามบินปลายทางเ พราะราคาถูกกว่า ทำให้ต้องจอดนานกว่าเดิม และขัดขวางการเคลื่อนตัวของ Pan Am ☁️ หมอกและความสับสน ภัยเงียบแห่งรันเวย์ 🗣️ เมื่อสนามบินกรันกานาเรียเปิดใช้งานอีกครั้ง การจราจรทางอากาศในโลสโรเดโอส วุ่นวายทันที 📻 หอบังคับการบิน ต้องจัดการเครื่องบินหลายลำ แต่ขาดเรดาร์ภาคพื้นดิน ทำให้พวกเขามองไม่เห็นตำแหน่งเครื่องบิน ต้องอาศัยการสื่อสารวิทยุแทน ✋ จุดวิกฤตเกิดขึ้นเมื่อ KLM เข้าใจผิดว่า สามารถนำเครื่องขึ้นได้ทันที ขณะที่ Pan Am ยังอยู่บนรันเวย์เดียวกัน! สำเนียงสเปน กับความคลุมเครือของคำว่า “Takeoff” 😓📡 📌 ขณะที่ KLM กำลังเตรียมนำเครื่องขึ้น นักบินผู้ช่วยพูดว่า “We are now at takeoff.” ซึ่งไม่ใช่ประโยคขออนุญาตขึ้นบินโดยตรง แต่เป็นการสื่อสารที่ทำให้เข้าใจคลุมเครือ หอบังคับการบินตอบกลับว่า “OK, stand by for takeoff, I will call you.” แต่...❗เสียงตอบกลับนั้น ถูกกลืนหายไปกับคลื่นรบกวน ทำให้นักบิน KLM ไม่ได้ยินคำสั่งเต็ม ๆ 🔥 การชนที่ไม่ควรเกิดขึ้น 💔 KLM เร่งนำเครื่องขึ้น โดยเข้าใจว่าได้รับอนุญาต ขณะที่ Pan Am กำลังเคลื่อนผ่านทางแยก วิ่งบนรันเวย์เดียวกัน หมอกหนาทำให้มองไม่เห็น ผลลัพธ์คือ ❌ ✈️ เครื่องบิน KLM ชนเข้ากลางลำ Pan Am อย่างรุนแรง 💥 ไฟลุกท่วมเครื่องบินทั้งสองลำในทันที - เสียชีวิตจาก KLM 248 ศพ (รอด = 0) - เสียชีวิตจาก Pan Am 335 ศพ (รอด = 61 คน) 😢 บทวิเคราะห์: สาเหตุแห่งหายนะ 🔍 ปัจจัยมนุษย์ (Human Error) - ความเครียดของกัปตัน KLM ที่ต้องรับแรงกดดัน จากบริษัทห้ามดีเลย์ 🕒 - ขาดการสื่อสารชัดเจน ระหว่างนักบินกับหอบังคับการบิน 📻 - สำเนียงสเปน ทำให้สื่อสารภาษาอังกฤษไม่ชัดเจน 🗣️ ปัจจัยสิ่งแวดล้อม - สนามบินโลสโรเดโอส ไม่มีเรดาร์พื้นดิน ❌ - หมอกลงจัด มองไม่เห็นปลายรันเวย์ 🌫️ - พื้นที่สนามบิน ไม่พร้อมรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่หลายลำ 🚫 📚🛫 หลังเหตุการณ์นี้ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ได้ปรับปรุงมาตรการอย่างจริงจัง ✅ การสื่อสารต้องใช้ภาษามาตรฐาน และชัดเจนมากขึ้น (Standard Phraseology) ✅ ห้ามนักบินตีความเอง โดยไม่มีการอนุญาตชัดเจน ✅ มีการพัฒนา Cockpit Resource Management (CRM) เพื่อเน้นการทำงานเป็นทีมระหว่างลูกเรือ ✅ ระบบเรดาร์พื้นดิน (Ground Radar) ถูกติดตั้งในสนามบินใหญ่ ๆ ทั่วโลก 😨 เหตุการณ์ที่เกือบซ้ำรอยในปี 2542 🛬 เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 ที่สนามบินโอแฮร์ สหรัฐอเมริกา ✈️ - Korean Air เที่ยวบิน 36 Boeing 747 พร้อมผู้โดยสาร 340 คน - China Airlines เที่ยวบิน 9018 Boeing 747 เช่นกัน เกือบชนกันกลางรันเวย์ เนื่องจากความเข้าใจผิด ในการจราจรทางอากาศ แต่โชคดีที่หลีกเลี่ยงได้ทันโดยเครื่องบินอยู่ห่างกันเพียง 75 ฟุตเท่านั้น 😱 🕯️ 583 ชีวิต กับบทเรียนที่ไม่มีวันลืม ✈️ “โศกนาฏกรรมเตเนริเฟ” เป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดครั้งหนึ่งของมนุษยชาติ ที่สอนเราให้ระมัดระวังในการสื่อสาร การจัดการความเสี่ยง และให้ความสำคัญ กับมาตรฐานความปลอดภัยการบิน ✈️🧠 แม้เวลาจะผ่านไป 48 ปี... แต่ความสูญเสีย และบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ ยังคงส่องแสงเป็นคำเตือน ถึงทุกคนในวงการการบินเสมอ ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 271250 มี.ค. 2568 📲 #TenerifeDisaster #Boeing747 #PlaneCrashHistory #AirlineSafety #KLM4805 #PanAm1736 #AirCrashInvestigation #อุบัติเหตุทางการบิน #โบอิง747ชนกัน #บทเรียนการบิน
    0 Comments 0 Shares 204 Views 0 Reviews
  • อิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล ประกาศ: จะทำลายกาซาด้วยปฏิบัติการทางทหารเต็มกำลัง หลังจากแผนการดังกล่าวได้รับการอนุมัติแล้ว

    ขณะเดียวกันเนทันยาฮูนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศกลางที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้ว่า อิสราเอลจะเข้ายึดครองกาซาทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบในไม่ช้านี้ โดยใช้ข้ออ้างเพื่อกำจัดฮามาส และบังคับการส่งตัวประกันกลับคืน

    ในความเป็นจริง ทุกคนทราบดีว่าการโจมตีของอิสราเอล ไม่เคยสนใจความปลอดภัยของตัวประกัน ไม่เคยสนใจว่าฮามาสจะมีอยู่จริงหรือไม่ในตำแหน่งที่กองกำลังอิสราเอลโจมตี มีเพียงจุดประสงค์เดียวคือ "การทำลายล้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆของชาวปาเลสไตน์ และบังคับกดดันผู้ลี้ภัยให้ออกไปจากดินแดนของบรรพบุรุษพวกเขา"
    อิสราเอล แคทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล ประกาศ: จะทำลายกาซาด้วยปฏิบัติการทางทหารเต็มกำลัง หลังจากแผนการดังกล่าวได้รับการอนุมัติแล้ว ขณะเดียวกันเนทันยาฮูนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศกลางที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้ว่า อิสราเอลจะเข้ายึดครองกาซาทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบในไม่ช้านี้ โดยใช้ข้ออ้างเพื่อกำจัดฮามาส และบังคับการส่งตัวประกันกลับคืน ในความเป็นจริง ทุกคนทราบดีว่าการโจมตีของอิสราเอล ไม่เคยสนใจความปลอดภัยของตัวประกัน ไม่เคยสนใจว่าฮามาสจะมีอยู่จริงหรือไม่ในตำแหน่งที่กองกำลังอิสราเอลโจมตี มีเพียงจุดประสงค์เดียวคือ "การทำลายล้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆของชาวปาเลสไตน์ และบังคับกดดันผู้ลี้ภัยให้ออกไปจากดินแดนของบรรพบุรุษพวกเขา"
    0 Comments 0 Shares 185 Views 11 0 Reviews
More Results