Linus Torvalds เปิดใจ! ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์ใหม่ปี 2026
ช่วงวันหยุดปลายปีที่ผ่านมา Linus Torvalds ผู้สร้าง Linux Kernel ใช้เวลาว่างทำโปรเจกต์ส่วนตัวเหมือนทุกปี แต่ครั้งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเขาเลือกใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในบางส่วนของโปรเจกต์ใหม่ชื่อ AudioNoise ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับสร้างเอฟเฟกต์เสียงดิจิทัลแบบสุ่ม โดย Torvalds ระบุชัดว่าโปรเจกต์นี้เป็นเพียงงานอดิเรกเพื่อเรียนรู้ระบบประมวลผลเสียง ไม่ใช่โครงการใหญ่โตอะไร
สิ่งที่ทำให้ชุมชนโอเพนซอร์สฮือฮาคือ Torvalds เขียนส่วนที่เป็น C ด้วยตัวเอง แต่ส่วนที่เป็น Python visualizer เขาใช้วิธีที่เรียกว่า “vibe coding” คือปล่อยให้ AI ช่วยเขียนแทน โดยใช้ Google Antigravity ซึ่งเป็น AI-powered IDE ที่พัฒนาต่อยอดจาก Windsurf และ VS Code อีกที เขายอมรับตรง ๆ ว่าเขาไม่ถนัด Python มากนัก และการใช้ AI ช่วยทำให้เขาเรียนรู้ได้เร็วขึ้นและลดขั้นตอน “ลอกโค้ดจาก Google” แบบเดิม ๆ
โปรเจกต์ AudioNoise นี้ยังคงเป็นโอเพนซอร์สภายใต้ GPL 2.0 เช่นเดียวกับงานอดิเรกก่อนหน้าอย่าง Guitar Pedal ที่เขาทำเมื่อปีที่แล้ว การที่บุคคลระดับ Torvalds หันมาใช้ AI coding assistant ทำให้หลายคนในวงการมองว่านี่อาจเป็นสัญญาณว่าการใช้ AI ในงานพัฒนาโปรแกรมจะกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงก็ยังเห็นประโยชน์ของมันในการทดลองสิ่งใหม่ ๆ
นอกจากนี้ การที่ Torvalds เลือกใช้ AI ในส่วนที่เขาไม่ถนัด ยังสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า AI ไม่ได้มาแทนที่นักพัฒนา แต่ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้และสร้างสรรค์ได้เร็วขึ้น ชุมชนโอเพนซอร์สเองก็เริ่มเปิดใจมากขึ้นต่อเครื่องมือ AI โดยเฉพาะเมื่อเห็นตัวอย่างจากผู้นำในวงการอย่าง Torvalds ที่กล้าลองและกล้าพูดถึงประสบการณ์ตรงของตัวเองอย่างโปร่งใส
สรุปประเด็นสำคัญ
Linus Torvalds ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์ AudioNoise
ใช้ AI เฉพาะส่วน Python visualizer
เขียนส่วน C ด้วยตัวเองเหมือนเดิม
ใช้ Google Antigravity ซึ่งเป็น AI IDE รุ่นใหม่
เป็น IDE ที่ต่อยอดจาก Windsurf และ VS Code
คาดว่าใช้ Google Gemini เป็น AI agent
โปรเจกต์ AudioNoise เป็นงานอดิเรกเพื่อเรียนรู้ระบบเสียงดิจิทัล
เป็นโอเพนซอร์สภายใต้ GPL 2.0
คล้ายโปรเจกต์ Guitar Pedal ที่เขาทำเมื่อปีก่อน
การใช้ AI ของ Torvalds ส่งสัญญาณสำคัญต่อวงการโอเพนซอร์ส
แสดงให้เห็นว่า AI เป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่ตัวแทนที่มนุษย์
ช่วยให้ผู้พัฒนาเรียนรู้สิ่งใหม่ได้เร็วขึ้น
ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา
การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะพื้นฐานลดลง
นักพัฒนาอาจไม่เข้าใจโค้ดลึกเท่าที่ควร
AI coding assistant อาจสร้างโค้ดที่ผิดพลาดหรือไม่ปลอดภัย
ต้องตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนใช้งานจริง
ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของโค้ดต้องระวังเป็นพิเศษ
การส่งโค้ดขึ้นระบบ AI อาจมีความเสี่ยงด้านข้อมูล
https://itsfoss.com/news/linus-torvalds-vibe-coding/
ช่วงวันหยุดปลายปีที่ผ่านมา Linus Torvalds ผู้สร้าง Linux Kernel ใช้เวลาว่างทำโปรเจกต์ส่วนตัวเหมือนทุกปี แต่ครั้งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเขาเลือกใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในบางส่วนของโปรเจกต์ใหม่ชื่อ AudioNoise ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับสร้างเอฟเฟกต์เสียงดิจิทัลแบบสุ่ม โดย Torvalds ระบุชัดว่าโปรเจกต์นี้เป็นเพียงงานอดิเรกเพื่อเรียนรู้ระบบประมวลผลเสียง ไม่ใช่โครงการใหญ่โตอะไร
สิ่งที่ทำให้ชุมชนโอเพนซอร์สฮือฮาคือ Torvalds เขียนส่วนที่เป็น C ด้วยตัวเอง แต่ส่วนที่เป็น Python visualizer เขาใช้วิธีที่เรียกว่า “vibe coding” คือปล่อยให้ AI ช่วยเขียนแทน โดยใช้ Google Antigravity ซึ่งเป็น AI-powered IDE ที่พัฒนาต่อยอดจาก Windsurf และ VS Code อีกที เขายอมรับตรง ๆ ว่าเขาไม่ถนัด Python มากนัก และการใช้ AI ช่วยทำให้เขาเรียนรู้ได้เร็วขึ้นและลดขั้นตอน “ลอกโค้ดจาก Google” แบบเดิม ๆ
โปรเจกต์ AudioNoise นี้ยังคงเป็นโอเพนซอร์สภายใต้ GPL 2.0 เช่นเดียวกับงานอดิเรกก่อนหน้าอย่าง Guitar Pedal ที่เขาทำเมื่อปีที่แล้ว การที่บุคคลระดับ Torvalds หันมาใช้ AI coding assistant ทำให้หลายคนในวงการมองว่านี่อาจเป็นสัญญาณว่าการใช้ AI ในงานพัฒนาโปรแกรมจะกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงก็ยังเห็นประโยชน์ของมันในการทดลองสิ่งใหม่ ๆ
นอกจากนี้ การที่ Torvalds เลือกใช้ AI ในส่วนที่เขาไม่ถนัด ยังสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า AI ไม่ได้มาแทนที่นักพัฒนา แต่ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้และสร้างสรรค์ได้เร็วขึ้น ชุมชนโอเพนซอร์สเองก็เริ่มเปิดใจมากขึ้นต่อเครื่องมือ AI โดยเฉพาะเมื่อเห็นตัวอย่างจากผู้นำในวงการอย่าง Torvalds ที่กล้าลองและกล้าพูดถึงประสบการณ์ตรงของตัวเองอย่างโปร่งใส
สรุปประเด็นสำคัญ
Linus Torvalds ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์ AudioNoise
ใช้ AI เฉพาะส่วน Python visualizer
เขียนส่วน C ด้วยตัวเองเหมือนเดิม
ใช้ Google Antigravity ซึ่งเป็น AI IDE รุ่นใหม่
เป็น IDE ที่ต่อยอดจาก Windsurf และ VS Code
คาดว่าใช้ Google Gemini เป็น AI agent
โปรเจกต์ AudioNoise เป็นงานอดิเรกเพื่อเรียนรู้ระบบเสียงดิจิทัล
เป็นโอเพนซอร์สภายใต้ GPL 2.0
คล้ายโปรเจกต์ Guitar Pedal ที่เขาทำเมื่อปีก่อน
การใช้ AI ของ Torvalds ส่งสัญญาณสำคัญต่อวงการโอเพนซอร์ส
แสดงให้เห็นว่า AI เป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่ตัวแทนที่มนุษย์
ช่วยให้ผู้พัฒนาเรียนรู้สิ่งใหม่ได้เร็วขึ้น
ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา
การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะพื้นฐานลดลง
นักพัฒนาอาจไม่เข้าใจโค้ดลึกเท่าที่ควร
AI coding assistant อาจสร้างโค้ดที่ผิดพลาดหรือไม่ปลอดภัย
ต้องตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนใช้งานจริง
ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของโค้ดต้องระวังเป็นพิเศษ
การส่งโค้ดขึ้นระบบ AI อาจมีความเสี่ยงด้านข้อมูล
https://itsfoss.com/news/linus-torvalds-vibe-coding/
🎸🤖 Linus Torvalds เปิดใจ! ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์ใหม่ปี 2026
ช่วงวันหยุดปลายปีที่ผ่านมา Linus Torvalds ผู้สร้าง Linux Kernel ใช้เวลาว่างทำโปรเจกต์ส่วนตัวเหมือนทุกปี แต่ครั้งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเขาเลือกใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในบางส่วนของโปรเจกต์ใหม่ชื่อ AudioNoise ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับสร้างเอฟเฟกต์เสียงดิจิทัลแบบสุ่ม โดย Torvalds ระบุชัดว่าโปรเจกต์นี้เป็นเพียงงานอดิเรกเพื่อเรียนรู้ระบบประมวลผลเสียง ไม่ใช่โครงการใหญ่โตอะไร
สิ่งที่ทำให้ชุมชนโอเพนซอร์สฮือฮาคือ Torvalds เขียนส่วนที่เป็น C ด้วยตัวเอง แต่ส่วนที่เป็น Python visualizer เขาใช้วิธีที่เรียกว่า “vibe coding” คือปล่อยให้ AI ช่วยเขียนแทน โดยใช้ Google Antigravity ซึ่งเป็น AI-powered IDE ที่พัฒนาต่อยอดจาก Windsurf และ VS Code อีกที เขายอมรับตรง ๆ ว่าเขาไม่ถนัด Python มากนัก และการใช้ AI ช่วยทำให้เขาเรียนรู้ได้เร็วขึ้นและลดขั้นตอน “ลอกโค้ดจาก Google” แบบเดิม ๆ
โปรเจกต์ AudioNoise นี้ยังคงเป็นโอเพนซอร์สภายใต้ GPL 2.0 เช่นเดียวกับงานอดิเรกก่อนหน้าอย่าง Guitar Pedal ที่เขาทำเมื่อปีที่แล้ว การที่บุคคลระดับ Torvalds หันมาใช้ AI coding assistant ทำให้หลายคนในวงการมองว่านี่อาจเป็นสัญญาณว่าการใช้ AI ในงานพัฒนาโปรแกรมจะกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคต แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงก็ยังเห็นประโยชน์ของมันในการทดลองสิ่งใหม่ ๆ
นอกจากนี้ การที่ Torvalds เลือกใช้ AI ในส่วนที่เขาไม่ถนัด ยังสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า AI ไม่ได้มาแทนที่นักพัฒนา แต่ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้และสร้างสรรค์ได้เร็วขึ้น ชุมชนโอเพนซอร์สเองก็เริ่มเปิดใจมากขึ้นต่อเครื่องมือ AI โดยเฉพาะเมื่อเห็นตัวอย่างจากผู้นำในวงการอย่าง Torvalds ที่กล้าลองและกล้าพูดถึงประสบการณ์ตรงของตัวเองอย่างโปร่งใส
📌 สรุปประเด็นสำคัญ
✅ Linus Torvalds ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดในโปรเจกต์ AudioNoise
➡️ ใช้ AI เฉพาะส่วน Python visualizer
➡️ เขียนส่วน C ด้วยตัวเองเหมือนเดิม
✅ ใช้ Google Antigravity ซึ่งเป็น AI IDE รุ่นใหม่
➡️ เป็น IDE ที่ต่อยอดจาก Windsurf และ VS Code
➡️ คาดว่าใช้ Google Gemini เป็น AI agent
✅ โปรเจกต์ AudioNoise เป็นงานอดิเรกเพื่อเรียนรู้ระบบเสียงดิจิทัล
➡️ เป็นโอเพนซอร์สภายใต้ GPL 2.0
➡️ คล้ายโปรเจกต์ Guitar Pedal ที่เขาทำเมื่อปีก่อน
✅ การใช้ AI ของ Torvalds ส่งสัญญาณสำคัญต่อวงการโอเพนซอร์ส
➡️ แสดงให้เห็นว่า AI เป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่ตัวแทนที่มนุษย์
➡️ ช่วยให้ผู้พัฒนาเรียนรู้สิ่งใหม่ได้เร็วขึ้น
⚠️ ประเด็นที่ควรระวังหรือพิจารณา
‼️ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ทักษะพื้นฐานลดลง
⛔ นักพัฒนาอาจไม่เข้าใจโค้ดลึกเท่าที่ควร
‼️ AI coding assistant อาจสร้างโค้ดที่ผิดพลาดหรือไม่ปลอดภัย
⛔ ต้องตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนใช้งานจริง
‼️ ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของโค้ดต้องระวังเป็นพิเศษ
⛔ การส่งโค้ดขึ้นระบบ AI อาจมีความเสี่ยงด้านข้อมูล
https://itsfoss.com/news/linus-torvalds-vibe-coding/
0 ความคิดเห็น
0 การแบ่งปัน
18 มุมมอง
0 รีวิว