• "ดีเอสไอ" ทยอยสอบปากคำพยานคดีฮั้ว สว. "อั้งยี่-ฟอกเงิน" ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค. พร้อมออกหมายเรียกเพิ่มอีก 5 ราย พบหลักฐานโยงขบวนการฮั้ว

    วันนี้ (6 ก.ค.) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีฮั้ว สว. "อั้งยี่-ฟอกเงิน" หลังออกหมายเรียกพยาน 7 ราย ตั้งแต่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า ดีเอสไอ มีการออกหมายเรียกพยานกลุ่มแรก จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย 1.นายวรพจน์ (สงวนนามสกุล) 2.น.ส.สินิตา (สงวนนามสกุล) 3.นายสุบิน (สงวนนามสกุล) 4.น.ส.ญาณี (สงวนนามสกุล) 5.น.ส.ภัณนิภา (สงวนนามสกุล) 6.นายอากร (สงวนนามสกุล) และ 7.นายอาทร (สงวนนามสกุล) ให้เข้าชี้แจงเรื่องเส้นทางการเงิน เนื่องด้วยพนักงานสอบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงินของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงพบพฤติการณ์ของทั้ง 7 พยานมีส่วนเชื่อมโยงสัมพันธ์ คือ มีการโอนเงินในลักษณะเครือข่ายที่มีการจ้างผู้สมัครใน 3 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ลำพูน และหนองบัวลำภู

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000063587

    #Thaitimes #MGROnline #ดีเอสไอ
    "ดีเอสไอ" ทยอยสอบปากคำพยานคดีฮั้ว สว. "อั้งยี่-ฟอกเงิน" ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค. พร้อมออกหมายเรียกเพิ่มอีก 5 ราย พบหลักฐานโยงขบวนการฮั้ว • วันนี้ (6 ก.ค.) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีฮั้ว สว. "อั้งยี่-ฟอกเงิน" หลังออกหมายเรียกพยาน 7 ราย ตั้งแต่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า ดีเอสไอ มีการออกหมายเรียกพยานกลุ่มแรก จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย 1.นายวรพจน์ (สงวนนามสกุล) 2.น.ส.สินิตา (สงวนนามสกุล) 3.นายสุบิน (สงวนนามสกุล) 4.น.ส.ญาณี (สงวนนามสกุล) 5.น.ส.ภัณนิภา (สงวนนามสกุล) 6.นายอากร (สงวนนามสกุล) และ 7.นายอาทร (สงวนนามสกุล) ให้เข้าชี้แจงเรื่องเส้นทางการเงิน เนื่องด้วยพนักงานสอบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงินของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงพบพฤติการณ์ของทั้ง 7 พยานมีส่วนเชื่อมโยงสัมพันธ์ คือ มีการโอนเงินในลักษณะเครือข่ายที่มีการจ้างผู้สมัครใน 3 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ลำพูน และหนองบัวลำภู • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/crime/detail/9680000063587 • #Thaitimes #MGROnline #ดีเอสไอ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 9 มุมมอง 0 รีวิว
  • TOR 2003 และการประชุม JBC ที่เกี่ยวข้องกับการปักปันเขตแดนไทย–กัมพูชา มีผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญที่เกี่ยวข้องดังนี้:


    ---

    ช่วงการลงนาม TOR 2003

    18 มิถุนายน 2546 (พ.ศ. 2003)

    นายกรัฐมนตรี: พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ:
    นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย

    ผู้ร่วมลงนามฝ่ายไทย:
    นายธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล – เอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชา (ในขณะนั้น)



    ---

    ช่วง JBC ระยอง (พ.ย. 2551) – รัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

    นายกรัฐมนตรี: นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

    รมว.ต่างประเทศ: นายสมพงษ์ สระกวี

    เป็นการประชุมที่ยืนยันดำเนินการตาม TOR 2003



    ---

    JBC ช่วงรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (2552–2554)

    นายกรัฐมนตรี: นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

    รมว.ต่างประเทศ: นายกษิต ภิรมย์

    ประธาน JBC ฝ่ายไทย:
    นายธานี ทองภักดี (ในบางช่วงดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองเขตแดน กระทรวงการต่างประเทศ)

    JTSC ครั้งที่ 4 (14 ก.ค. 2567)
    นายกรัฐมนตรี: นายเศษฐา ทวีสิน
    จุดเริ่มต้นการผลักดันและนำ JTSC JWG TOR2003 กลับมาขับเคลื่อนอีกครั้ง

    ---

    JBC ครั้งที่ 6 (14 มิ.ย. 2568) – ล่าสุด
    นายกรัฐมนตรี: น.ส.แพทองธาร ชินวัตร
    รมว.ต่างประเทศ: ยังไม่เปิดเผยชื่ออย่างเป็นทางการ (อาจเปลี่ยนมือระหว่างปี)

    ประธาน JBC ฝ่ายไทย:
    นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย – ที่ปรึกษาด้านเขตแดน กระทรวงการต่างประเทศ


    สรุป:
    ช่วงรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการ “ฟื้นฟูการดำเนินการ JTSC อย่างเป็นทางการ”
    โดยมีความเคลื่อนไหวสำคัญคือการยอมรับผลการสำรวจ 45 จุด และเปิดทางให้จัดทำ TI
    ซึ่งจะมีผลทางกฎหมายในรัฐบาลถัดมา (แพทองธาร)


    --พฤติกรรมของกัมพูชาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึง การดำเนินการเชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นระบบ มีเป้าหมายชัดเจน และใช้เครื่องมือทางกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อยืนยันสิทธิในดินแดนโดย:


    ---

    วิเคราะห์พฤติกรรมที่ผ่านมา

    1. ใช้ TOR 2003 เป็นฐานเจรจา โดยไม่เปลี่ยนกรอบการตีความ


    2. พยายามบรรจุแนวเขตตามแผนที่ 1:200,000 ลงในกระบวนการทางเทคนิค เช่น TI / Orthophoto


    3. ยืนยันพิกัดรายหลักอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ไทย “ลงนามรับรองร่วม”


    4. เก็บหลักฐานการยอมรับจากฝ่ายไทย เพื่อนำไปใช้ในเวทีระหว่างประเทศ




    ---

    สิ่งที่ “กัมพูชาอาจทำต่อไป”:

    ลำดับ กลยุทธ์ที่เป็นไปได้ เป้าหมาย

    1 เร่งผลักดันให้ไทยลงนาม TI อย่างเป็นทางการ ล็อกแนวเขตให้สอดคล้องกับแผนที่ 1:200,000
    2 จัดเก็บข้อมูลพิกัดที่ไทยร่วมลงนามไว้เป็นหลักฐาน ใช้ยืนยันต่อ ICJ หรือในเวที UN
    3 ขอให้ไทยร่วมแผนปักเสาเขตร่วมในพื้นที่พิพาท สร้าง “แนวเส้นที่เกิดจากการรับรองร่วม”
    4 ไม่หารือในพื้นที่สำคัญ เช่น ปราสาทตาเมือนฯ ผ่าน JBC เพื่อบังคับไทยเข้าสู่ ICJ ในภายหลัง
    5 ขอความช่วยเหลือจากชาติสมาชิกอาเซียน / UNESCO ใช้ soft power หนุนสถานะทางประวัติศาสตร์และสิทธิในดินแดน



    ---

    ความเสี่ยง:

    หากไทย “ลงนามรับรอง TI / พิกัด” โดยไม่เปิดเผยให้รัฐสภา-ประชาชนตรวจสอบ
    → จะถูกตีความว่า “ยอมรับเขตแดนร่วมแล้ว”

    หากไทยเงียบและไม่แสดงจุดยืน → กัมพูชาจะใช้ “หลักฐานความนิ่งเฉย” โจมตีในเวทีสากล

    เมื่อแนวเขตปรากฏในเอกสารระหว่างประเทศ → ไทยจะฟ้องกลับภายหลัง ยากมาก


    TOR 2003 และการประชุม JBC ที่เกี่ยวข้องกับการปักปันเขตแดนไทย–กัมพูชา มีผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญที่เกี่ยวข้องดังนี้: --- 📌 ช่วงการลงนาม TOR 2003 📅 18 มิถุนายน 2546 (พ.ศ. 2003) 🧑‍⚖️ นายกรัฐมนตรี: พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร 🕴️ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ: นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย 📌 ผู้ร่วมลงนามฝ่ายไทย: นายธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล – เอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชา (ในขณะนั้น) --- 📌 ช่วง JBC ระยอง (พ.ย. 2551) – รัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ 🧑‍⚖️ นายกรัฐมนตรี: นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ 🕴️ รมว.ต่างประเทศ: นายสมพงษ์ สระกวี 🧾 เป็นการประชุมที่ยืนยันดำเนินการตาม TOR 2003 --- 📌 JBC ช่วงรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (2552–2554) 🧑‍⚖️ นายกรัฐมนตรี: นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 🕴️ รมว.ต่างประเทศ: นายกษิต ภิรมย์ 🎙️ ประธาน JBC ฝ่ายไทย: นายธานี ทองภักดี (ในบางช่วงดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองเขตแดน กระทรวงการต่างประเทศ) 📌 JTSC ครั้งที่ 4 (14 ก.ค. 2567) 🧑‍⚖️ นายกรัฐมนตรี: นายเศษฐา ทวีสิน จุดเริ่มต้นการผลักดันและนำ JTSC JWG TOR2003 กลับมาขับเคลื่อนอีกครั้ง --- 📌 JBC ครั้งที่ 6 (14 มิ.ย. 2568) – ล่าสุด 🧑‍⚖️ นายกรัฐมนตรี: น.ส.แพทองธาร ชินวัตร 🕴️ รมว.ต่างประเทศ: ยังไม่เปิดเผยชื่ออย่างเป็นทางการ (อาจเปลี่ยนมือระหว่างปี) 🎙️ ประธาน JBC ฝ่ายไทย: นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย – ที่ปรึกษาด้านเขตแดน กระทรวงการต่างประเทศ 📍 สรุป: ช่วงรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการ “ฟื้นฟูการดำเนินการ JTSC อย่างเป็นทางการ” โดยมีความเคลื่อนไหวสำคัญคือการยอมรับผลการสำรวจ 45 จุด และเปิดทางให้จัดทำ TI ซึ่งจะมีผลทางกฎหมายในรัฐบาลถัดมา (แพทองธาร) --พฤติกรรมของกัมพูชาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึง การดำเนินการเชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นระบบ มีเป้าหมายชัดเจน และใช้เครื่องมือทางกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อยืนยันสิทธิในดินแดนโดย: --- ✅ วิเคราะห์พฤติกรรมที่ผ่านมา 1. ใช้ TOR 2003 เป็นฐานเจรจา โดยไม่เปลี่ยนกรอบการตีความ 2. พยายามบรรจุแนวเขตตามแผนที่ 1:200,000 ลงในกระบวนการทางเทคนิค เช่น TI / Orthophoto 3. ยืนยันพิกัดรายหลักอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ไทย “ลงนามรับรองร่วม” 4. เก็บหลักฐานการยอมรับจากฝ่ายไทย เพื่อนำไปใช้ในเวทีระหว่างประเทศ --- 📌 สิ่งที่ “กัมพูชาอาจทำต่อไป”: ลำดับ กลยุทธ์ที่เป็นไปได้ เป้าหมาย 1 เร่งผลักดันให้ไทยลงนาม TI อย่างเป็นทางการ ล็อกแนวเขตให้สอดคล้องกับแผนที่ 1:200,000 2 จัดเก็บข้อมูลพิกัดที่ไทยร่วมลงนามไว้เป็นหลักฐาน ใช้ยืนยันต่อ ICJ หรือในเวที UN 3 ขอให้ไทยร่วมแผนปักเสาเขตร่วมในพื้นที่พิพาท สร้าง “แนวเส้นที่เกิดจากการรับรองร่วม” 4 ไม่หารือในพื้นที่สำคัญ เช่น ปราสาทตาเมือนฯ ผ่าน JBC เพื่อบังคับไทยเข้าสู่ ICJ ในภายหลัง 5 ขอความช่วยเหลือจากชาติสมาชิกอาเซียน / UNESCO ใช้ soft power หนุนสถานะทางประวัติศาสตร์และสิทธิในดินแดน --- 🚨 ความเสี่ยง: หากไทย “ลงนามรับรอง TI / พิกัด” โดยไม่เปิดเผยให้รัฐสภา-ประชาชนตรวจสอบ → จะถูกตีความว่า “ยอมรับเขตแดนร่วมแล้ว” หากไทยเงียบและไม่แสดงจุดยืน → กัมพูชาจะใช้ “หลักฐานความนิ่งเฉย” โจมตีในเวทีสากล เมื่อแนวเขตปรากฏในเอกสารระหว่างประเทศ → ไทยจะฟ้องกลับภายหลัง ยากมาก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 28 มุมมอง 0 รีวิว
  • วันนี้ตั้งใจมานานแล้วว่าจะสมัครสมาชิกบัตรสะสมแต้ม PT เพราะมีบางช่วงที่มีเหตุต้องเข้าพันธุ์ไทยบ่อย แต่ก็พยายามทำงานเพื่อให้มีเงินพอจ่ายค่ากาแฟพันธุ์ไทยได้ ส่วนอเมซอนขอลาขาดไปเลย ใช้พันธุ์ไทยตลอดไป
    วันนี้ดีดศาสตร์ ช้างยกกำลังกระทิง ดีดเต็มแม็กซ์ พร้อมชน ชางหรือกระทิงชนกัน แต่ไม่มีฝ่ายไหนล้มลง แต่ก็ต้องเอาให้คุ้มค่า เหลืองานอีกเยอะ
    วันนี้ตั้งใจมานานแล้วว่าจะสมัครสมาชิกบัตรสะสมแต้ม PT เพราะมีบางช่วงที่มีเหตุต้องเข้าพันธุ์ไทยบ่อย แต่ก็พยายามทำงานเพื่อให้มีเงินพอจ่ายค่ากาแฟพันธุ์ไทยได้ ส่วนอเมซอนขอลาขาดไปเลย ใช้พันธุ์ไทยตลอดไป วันนี้ดีดศาสตร์ ช้างยกกำลังกระทิง ดีดเต็มแม็กซ์ พร้อมชน ชางหรือกระทิงชนกัน แต่ไม่มีฝ่ายไหนล้มลง แต่ก็ต้องเอาให้คุ้มค่า เหลืองานอีกเยอะ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 16 มุมมอง 0 รีวิว

  • ..นักวิชาการมากมายเป็ยฝ่ายมืดแอบแฝงมิน้อย มีแต่คนเก่งๆทั้งนั้นและสามารถชี้นำสังคมได้โดยปูทางให้สามารถเข้ามามีชื่อเสียงรอไว้ในอดีตก็มาก ปะปนในทุกๆวงการทั่วไทยโดยเฉพาะศูนย์กลางอำนาจ.
    ..ส่วนตัวก็ติดตามท่านมาสักพักช่วงหนึ่งนานมาแล้ว แต่หลังๆแปลกๆบอกไม่ถูก เชียร์พรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศสุดๆ ซึ่งฝ่ายแสงต่างเห็นต่างชัดเจนทั่วโลก เผลอโน้นโลกเย็นลงต่างหากและถ้าประเทศไทยไม่เตรียมรับมือเราอาจหนาวตายแน่นอนติดลบกว่า-200องศากันเลย เลยเริ่มลุกลามคุกคามมาเรื่อยๆในตอนบนของไทย ยุโรปหลายประเทศติดลบกว่า60-70องศาแล้วซึ่งเขาอยู่มมาตลอดชีวิตยังยืนยันว่าหนาวผิดปกติ,HAARPสามารถสร้างสาระพัดต่างๆได้หมดก็ด้วย,รวมภัยธรรมชาติพื้นฐานซ้ำเติมด้วยที่ฝ่ายมืดทำให้ทั่วโลกเสียสมดุลจากการรบกวนชั้นบรรยากาศโลกด้วยความถี่คลื่นสาระพัดอย่าง,ใต้ดินอีกเครื่องทำแผ่นดินไหวก็ด้วยกระจายทั่วโลกของฝ่ายมืดใต้เปลือกโลก,จึงน่าจะสมคบคิดบิดเบือนมากกว่า สมมุติฐานมโนให้เข้าใจง่ายๆคือจีนนำร่องเตรียมดวงอาทิตย์เทียมแล้วซึ่งแน่นอนจีนท่องเวลาผ่านประตูมิติไปเห็นอนาคตมาแล้ว แล้วกลับมารับมือในไทม์ไลน์ที่จะมาถึงเร็วๆนี้,และเรา..ประเทศไทยก็ร่วมมือกับจีนได้รับการถ่ายทอดสิ่งนี้ด้วย จนมีข่าวการสร้างดวงอาทิตย์เทียมในไทยถึงว่าเข้าขั้นสำเร็จได้ไม่ยากด้วย วิสัยทัศน์พระมหากษัตริย์เราและความสัมพันธ์อันดีกับจีนดีเรื่อยมาจึงมีสิ่งดีๆนี้เกิดขึ้นเพื่อปกป้องคนไทยเราหรือทั้งอาเชียนมิให้หนาวตายด้วยดวงอาทิตย์เทียม,จีนก็ดูแลฝั่งตะวันออก,เราก็ดูแลฝั่งเอเชียกลางเป็นต้น,ตลอดอนาคตเราเข้าเป็นสมาชิกสภากาแล็กติกอย่างเป็นทางการอาจสาระพัดการช่วยเหลือจะมากมายกว่านี้,นี้ก็เข้าเป็นสมาชิกกองทัพพิทักษ์โลกแล้ว สามารถสร้างยานบินอวกาศในไทยได้สบายหรืออนาคตไทยเราจะเป็นฮับฐานหลักอีกที่ในการเป็นประเทศที่ผลิตยานบินอวกาศนั้นเอง.,เรามีนักวิชาการที่บิดเบือนทำคนไทยให้หลงทางมากเกินไปจริงๆ,ไม่มีความจริงใจอะไรในความซื่อสัตย์เลย,น่าผิดหวังมากๆ,ยุคใหม่ไม่สมควรมีนักวิชาการที่รับใช้ฝ่ายมืดในประเทศจริงๆ,พรบ.คาร์บอนเครดิตดีๆนี้ล่ะ,เครือข่ายกิจการเจ้าสัวในไทยของสมุนขี้ข้าซาตานประจำประเทศไทยต่างเตรียมพร้อมกอบโกยรับมือสิมิว่า,ปั่นเครดิตคาร์บอนตรึม,ปล่อยกู้เครดิตคาร์บอนอีก,ทำธุรกรรมใดๆคนไทยต้องมีเครดิตคาร์บอน,ลาพักเที่ยวมี10เครดิตคาร์บอนเที่ยวได้2วันก็ว่าโน้น,ชาวนาตอนแรกใช้ป่าเป็นเครดิตคาร์บอนรับฟรีที่100เครดิตต่อไร่,แต่จะทำนาทำสวนต้องจ่าย150เครดิตคาร์บอนจึงมีสถานะได้ใบอนุญาตทำนาทำสวนทำไร่ได้โน้น,กู้ตังกูเครดิตคาร์บอนเพิ่มจากแบงค์ซาตานแบบเดิมที่ประชาชนกู้ตังนั้นล่ะ,มันแจกจ่ายให้เครดิตคาร์บอนแต่ละแบงค์รอเหยื่อโง่ๆแบบมนุษย์ในยุคใหม่นี้ล่ะ หากินมุกๆใหม่ๆ,อาจแจกให้แบงค์ละ1ล้านล้านเครดิตคาร์บอนฟรีๆแบบในเครือมันตาอเมริกาในอดีตพิมพ์ตังขึ้นมาเองไร้ทองคำค้ำประกันนั้นล่ะ,ซวยคือประชาชนนี้ล่ะ,จะเลี้ยงแมวที่มีชีวิตหมาที่มีชีวิตต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการเลี้ยงหมาแมวต่อปีที่ตัวละ300เครดิตคาร์บอนเพราะปลดปล่อยคาร์บอนมากไป,แล้วก็มนุษย์เองก็ต้องจ่ายเครดิตคาร์บอนค่าหายใจค่าตดออกมาปลดปล่อยคาร์บอนออกมาก็ว่าเฉลี่ยต่อปีคนละ10,000เครดิตคาร์บอน,นี้คือวิธีวิถีควบคุมมนุษย์ในอนาคตยุคใหม่หรือทาสมนุษย์ผ่านเครดิตคาร์บอนหรือพรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศนั้นล่ะ ใน17ประกาศของแผนagenda2030นั้น,สังเกตุสิ ผลัดดันเพศสีรุ่งเต็มที่มั้ยเพราะมันก็คือ1ใน17ประการแผนนโยบายหลักมันด้วย.,พรบ.นี้จริงๆต้องฉีกทำลายทิ้งทันที,นัยยะทาสทั้งประเทศชัดเจนรวมถึงจับกุมสถาบันกษัตริย์ไปร่วมเป็นทาสใต้ระบบมันด้วย.พวกนี้ธรรมดาที่ไหน.,พรบ.นี้คือแม่บนของทุกๆประการ ตัวหลักในการจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตคนไทยทั้งหมดและคนทั่วโลก มันจึงส่งออกให้ถึงประเทศไปทำให้สำเร็จ,เทียบกบฎ2475ก็ไม่ต่างกัน รับงานมาเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองวิถีชีวิตของประเทศนั้นๆ เช่น จีนก็ส่งออกระบบคอมมิวนิสต์ให้เพราะประเทศใหญ่โตควบคุมต้องเด็ดขาด ไทยประเทศเล็กๆส่งออกให้มันใส่เป็นระบบประชาธิปไตยแทน,สมุนขี้ข้าคณะกบฎ2475จึงรับงานมาทำ จีนก็สำเร็จแบบจีน ไทยก็สำเร็จแบบไทยจนถึงปัจจุบัน เป็นต้น คำตอบขี้ข้าที่ถูกต้องและชัดเจนว่า ไม่ว่านายกฯคนไหนขึ้นบริหารล้วนคือคนของมัน ไม่แตะบ่อน้ำมันเลยที่มันเอาไปทำสาระพัดประโยชน์กำไร,และต้องรีบเร่งแจกจ่ายอยู่เนื่องๆหรือยกให้พวกมันชนิดให้ฟรีๆสไตล์ทาสใต้ปกครองนั้นล่ะ,ค่าภาคหลวงน้อยนิด,เนื้อปิโตรเลียมใดๆก็ไม่มีเป็นของตนเองจริง,มโนแค่ผักชีโชว์หรูวลีข้อความเท็จเท่านั้น,ราคาน้ำมันถ้าเป็นของตนเองต้องกำหนดและควบคุมราคาได้,แต่ถึงปัจจุบันไม่มีฝีมือความสามารถอะไร,มันสั่งไม่กี่คำ ขึ้นลงเป็นว่าเล่นนั้นเอง,คือทำกำไรปั่นกำไรในsetง่ายๆนั้นเอง.
    ..นี้คือวิถีปกครองที่พังจริงล้มเหลวจริงทั้งระบบ.

    https://youtu.be/2zua862k5MQ?si=7V9N5o9jQtfLN43H
    ..นักวิชาการมากมายเป็ยฝ่ายมืดแอบแฝงมิน้อย มีแต่คนเก่งๆทั้งนั้นและสามารถชี้นำสังคมได้โดยปูทางให้สามารถเข้ามามีชื่อเสียงรอไว้ในอดีตก็มาก ปะปนในทุกๆวงการทั่วไทยโดยเฉพาะศูนย์กลางอำนาจ. ..ส่วนตัวก็ติดตามท่านมาสักพักช่วงหนึ่งนานมาแล้ว แต่หลังๆแปลกๆบอกไม่ถูก เชียร์พรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศสุดๆ ซึ่งฝ่ายแสงต่างเห็นต่างชัดเจนทั่วโลก เผลอโน้นโลกเย็นลงต่างหากและถ้าประเทศไทยไม่เตรียมรับมือเราอาจหนาวตายแน่นอนติดลบกว่า-200องศากันเลย เลยเริ่มลุกลามคุกคามมาเรื่อยๆในตอนบนของไทย ยุโรปหลายประเทศติดลบกว่า60-70องศาแล้วซึ่งเขาอยู่มมาตลอดชีวิตยังยืนยันว่าหนาวผิดปกติ,HAARPสามารถสร้างสาระพัดต่างๆได้หมดก็ด้วย,รวมภัยธรรมชาติพื้นฐานซ้ำเติมด้วยที่ฝ่ายมืดทำให้ทั่วโลกเสียสมดุลจากการรบกวนชั้นบรรยากาศโลกด้วยความถี่คลื่นสาระพัดอย่าง,ใต้ดินอีกเครื่องทำแผ่นดินไหวก็ด้วยกระจายทั่วโลกของฝ่ายมืดใต้เปลือกโลก,จึงน่าจะสมคบคิดบิดเบือนมากกว่า สมมุติฐานมโนให้เข้าใจง่ายๆคือจีนนำร่องเตรียมดวงอาทิตย์เทียมแล้วซึ่งแน่นอนจีนท่องเวลาผ่านประตูมิติไปเห็นอนาคตมาแล้ว แล้วกลับมารับมือในไทม์ไลน์ที่จะมาถึงเร็วๆนี้,และเรา..ประเทศไทยก็ร่วมมือกับจีนได้รับการถ่ายทอดสิ่งนี้ด้วย จนมีข่าวการสร้างดวงอาทิตย์เทียมในไทยถึงว่าเข้าขั้นสำเร็จได้ไม่ยากด้วย วิสัยทัศน์พระมหากษัตริย์เราและความสัมพันธ์อันดีกับจีนดีเรื่อยมาจึงมีสิ่งดีๆนี้เกิดขึ้นเพื่อปกป้องคนไทยเราหรือทั้งอาเชียนมิให้หนาวตายด้วยดวงอาทิตย์เทียม,จีนก็ดูแลฝั่งตะวันออก,เราก็ดูแลฝั่งเอเชียกลางเป็นต้น,ตลอดอนาคตเราเข้าเป็นสมาชิกสภากาแล็กติกอย่างเป็นทางการอาจสาระพัดการช่วยเหลือจะมากมายกว่านี้,นี้ก็เข้าเป็นสมาชิกกองทัพพิทักษ์โลกแล้ว สามารถสร้างยานบินอวกาศในไทยได้สบายหรืออนาคตไทยเราจะเป็นฮับฐานหลักอีกที่ในการเป็นประเทศที่ผลิตยานบินอวกาศนั้นเอง.,เรามีนักวิชาการที่บิดเบือนทำคนไทยให้หลงทางมากเกินไปจริงๆ,ไม่มีความจริงใจอะไรในความซื่อสัตย์เลย,น่าผิดหวังมากๆ,ยุคใหม่ไม่สมควรมีนักวิชาการที่รับใช้ฝ่ายมืดในประเทศจริงๆ,พรบ.คาร์บอนเครดิตดีๆนี้ล่ะ,เครือข่ายกิจการเจ้าสัวในไทยของสมุนขี้ข้าซาตานประจำประเทศไทยต่างเตรียมพร้อมกอบโกยรับมือสิมิว่า,ปั่นเครดิตคาร์บอนตรึม,ปล่อยกู้เครดิตคาร์บอนอีก,ทำธุรกรรมใดๆคนไทยต้องมีเครดิตคาร์บอน,ลาพักเที่ยวมี10เครดิตคาร์บอนเที่ยวได้2วันก็ว่าโน้น,ชาวนาตอนแรกใช้ป่าเป็นเครดิตคาร์บอนรับฟรีที่100เครดิตต่อไร่,แต่จะทำนาทำสวนต้องจ่าย150เครดิตคาร์บอนจึงมีสถานะได้ใบอนุญาตทำนาทำสวนทำไร่ได้โน้น,กู้ตังกูเครดิตคาร์บอนเพิ่มจากแบงค์ซาตานแบบเดิมที่ประชาชนกู้ตังนั้นล่ะ,มันแจกจ่ายให้เครดิตคาร์บอนแต่ละแบงค์รอเหยื่อโง่ๆแบบมนุษย์ในยุคใหม่นี้ล่ะ หากินมุกๆใหม่ๆ,อาจแจกให้แบงค์ละ1ล้านล้านเครดิตคาร์บอนฟรีๆแบบในเครือมันตาอเมริกาในอดีตพิมพ์ตังขึ้นมาเองไร้ทองคำค้ำประกันนั้นล่ะ,ซวยคือประชาชนนี้ล่ะ,จะเลี้ยงแมวที่มีชีวิตหมาที่มีชีวิตต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการเลี้ยงหมาแมวต่อปีที่ตัวละ300เครดิตคาร์บอนเพราะปลดปล่อยคาร์บอนมากไป,แล้วก็มนุษย์เองก็ต้องจ่ายเครดิตคาร์บอนค่าหายใจค่าตดออกมาปลดปล่อยคาร์บอนออกมาก็ว่าเฉลี่ยต่อปีคนละ10,000เครดิตคาร์บอน,นี้คือวิธีวิถีควบคุมมนุษย์ในอนาคตยุคใหม่หรือทาสมนุษย์ผ่านเครดิตคาร์บอนหรือพรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศนั้นล่ะ ใน17ประกาศของแผนagenda2030นั้น,สังเกตุสิ ผลัดดันเพศสีรุ่งเต็มที่มั้ยเพราะมันก็คือ1ใน17ประการแผนนโยบายหลักมันด้วย.,พรบ.นี้จริงๆต้องฉีกทำลายทิ้งทันที,นัยยะทาสทั้งประเทศชัดเจนรวมถึงจับกุมสถาบันกษัตริย์ไปร่วมเป็นทาสใต้ระบบมันด้วย.พวกนี้ธรรมดาที่ไหน.,พรบ.นี้คือแม่บนของทุกๆประการ ตัวหลักในการจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตคนไทยทั้งหมดและคนทั่วโลก มันจึงส่งออกให้ถึงประเทศไปทำให้สำเร็จ,เทียบกบฎ2475ก็ไม่ต่างกัน รับงานมาเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองวิถีชีวิตของประเทศนั้นๆ เช่น จีนก็ส่งออกระบบคอมมิวนิสต์ให้เพราะประเทศใหญ่โตควบคุมต้องเด็ดขาด ไทยประเทศเล็กๆส่งออกให้มันใส่เป็นระบบประชาธิปไตยแทน,สมุนขี้ข้าคณะกบฎ2475จึงรับงานมาทำ จีนก็สำเร็จแบบจีน ไทยก็สำเร็จแบบไทยจนถึงปัจจุบัน เป็นต้น คำตอบขี้ข้าที่ถูกต้องและชัดเจนว่า ไม่ว่านายกฯคนไหนขึ้นบริหารล้วนคือคนของมัน ไม่แตะบ่อน้ำมันเลยที่มันเอาไปทำสาระพัดประโยชน์กำไร,และต้องรีบเร่งแจกจ่ายอยู่เนื่องๆหรือยกให้พวกมันชนิดให้ฟรีๆสไตล์ทาสใต้ปกครองนั้นล่ะ,ค่าภาคหลวงน้อยนิด,เนื้อปิโตรเลียมใดๆก็ไม่มีเป็นของตนเองจริง,มโนแค่ผักชีโชว์หรูวลีข้อความเท็จเท่านั้น,ราคาน้ำมันถ้าเป็นของตนเองต้องกำหนดและควบคุมราคาได้,แต่ถึงปัจจุบันไม่มีฝีมือความสามารถอะไร,มันสั่งไม่กี่คำ ขึ้นลงเป็นว่าเล่นนั้นเอง,คือทำกำไรปั่นกำไรในsetง่ายๆนั้นเอง. ..นี้คือวิถีปกครองที่พังจริงล้มเหลวจริงทั้งระบบ. https://youtu.be/2zua862k5MQ?si=7V9N5o9jQtfLN43H
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 121 มุมมอง 0 รีวิว
  • รัฐสภาสหรัฐโดยสมาชิกรัฐสภาจากทั้งสองพรรค เตรียมเสนอร่างกฎหมายที่จะมอบเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 และระเบิด “บังเกอร์บัสเตอร์” น้ำหนัก 30,000 ปอนด์ ให้กับอิสราเอล หากพบว่าอิหร่านกลับมาดำเนินโครงการอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง

    ร่างกฎหมายบังเกอร์บัสเตอร์ (The Bunker Buster Act) จะอนุญาตให้ประธานาธิบดีทรัมป์ “ดำเนินการใดๆ เพื่อให้แน่ใจว่าอิสราเอลพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันทั้งหมด หากอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์” ตามที่ Josh Gottheimer (D-NJ) และ Mike Lawler (R-NY) ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายดังกล่าวกล่าว

    “อิหร่านซึ่งเป็นรัฐที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของอเมริกา จะต้องไม่มีวันมีอาวุธนิวเคลียร์ได้” กอตต์ไฮเมอร์กล่าวในแถลงการณ์
    รัฐสภาสหรัฐโดยสมาชิกรัฐสภาจากทั้งสองพรรค เตรียมเสนอร่างกฎหมายที่จะมอบเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 และระเบิด “บังเกอร์บัสเตอร์” น้ำหนัก 30,000 ปอนด์ ให้กับอิสราเอล หากพบว่าอิหร่านกลับมาดำเนินโครงการอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง ร่างกฎหมายบังเกอร์บัสเตอร์ (The Bunker Buster Act) จะอนุญาตให้ประธานาธิบดีทรัมป์ “ดำเนินการใดๆ เพื่อให้แน่ใจว่าอิสราเอลพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันทั้งหมด หากอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์” ตามที่ Josh Gottheimer (D-NJ) และ Mike Lawler (R-NY) ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายดังกล่าวกล่าว “อิหร่านซึ่งเป็นรัฐที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของอเมริกา จะต้องไม่มีวันมีอาวุธนิวเคลียร์ได้” กอตต์ไฮเมอร์กล่าวในแถลงการณ์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 129 มุมมอง 0 รีวิว
  • มาเหมือนเดิม “วาฬบลูด้า 2 แม่ลูก” ท่องทะเลบางแสน เพิ่มเติมคือในปีนี้มีสมาชิกใหม่ เป็นลูกน้อยสีชมพู โชว์ลอยตัวเหนือน้ำไล่กินปลาทะเล ทำชาวเน็ตแห่แชร์คลิป

    วันนี้ ( 4 ก.ค.) ชาวเน็ตในพื้นที่ จ.ชลบุรี ได้พากันแชร์คลิปภาพสุดน่ารัก “วาฬบูลด้าสองแม่ลูก” ที่เคยอวดโฉมบริเวณท้องทะเลบางแสน จ.ชลบุรี เมื่อปีก่อนที่ในปีนี้ได้กลับมาเยือนท้องทะเลบางแสนอีกครั้ง แต่ที่มากกว่านั้นคือ วาฬน้อยอีก 1 ตัวซึ่งเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวบูลด้า ที่คาดว่าน่าจะเกิดจากแม่วาฬบลูด้าตัวเดิม

    โดยคลิปภาพเป็นความน่ารักของ ปลาวาฬบรูด้า 3 ตัวที่พากันไล่กินปลาเล็กปลาน้อยเหนือน้ำทะเลอย่างสนุกสนาน และมี นกนางนวล ฝูงใหญ่ที่พากันบินไล่จิกกินปลาที่กระโดดหนี วาฬบรูด้าขึ้นมาเหนือน้ำ ถือเป็นภาพความสวยงามทางธรรมชาติที่น่าชื่นชม

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/local/detail/9680000063158

    #Thaitimes #MGROnline #วาฬบรูด้า #บางแสน
    มาเหมือนเดิม “วาฬบลูด้า 2 แม่ลูก” ท่องทะเลบางแสน เพิ่มเติมคือในปีนี้มีสมาชิกใหม่ เป็นลูกน้อยสีชมพู โชว์ลอยตัวเหนือน้ำไล่กินปลาทะเล ทำชาวเน็ตแห่แชร์คลิป • วันนี้ ( 4 ก.ค.) ชาวเน็ตในพื้นที่ จ.ชลบุรี ได้พากันแชร์คลิปภาพสุดน่ารัก “วาฬบูลด้าสองแม่ลูก” ที่เคยอวดโฉมบริเวณท้องทะเลบางแสน จ.ชลบุรี เมื่อปีก่อนที่ในปีนี้ได้กลับมาเยือนท้องทะเลบางแสนอีกครั้ง แต่ที่มากกว่านั้นคือ วาฬน้อยอีก 1 ตัวซึ่งเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวบูลด้า ที่คาดว่าน่าจะเกิดจากแม่วาฬบลูด้าตัวเดิม • โดยคลิปภาพเป็นความน่ารักของ ปลาวาฬบรูด้า 3 ตัวที่พากันไล่กินปลาเล็กปลาน้อยเหนือน้ำทะเลอย่างสนุกสนาน และมี นกนางนวล ฝูงใหญ่ที่พากันบินไล่จิกกินปลาที่กระโดดหนี วาฬบรูด้าขึ้นมาเหนือน้ำ ถือเป็นภาพความสวยงามทางธรรมชาติที่น่าชื่นชม • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/local/detail/9680000063158 • #Thaitimes #MGROnline #วาฬบรูด้า #บางแสน
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 86 มุมมอง 0 รีวิว
  • “คุณหญิงกัลยา” ปัดตอบอนาคตทางการเมือง ยังไม่ได้ตั้งพรรคใหม่ ยอมรับคุย "ดร.เอ้" แค่เรื่องการศึกษา วันนี้ยังเป็นสมาชิก ปชป.แต่อยาคตยังไม่ทราบ

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000063116

    #News1live #News1 #SondhiX #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes
    “คุณหญิงกัลยา” ปัดตอบอนาคตทางการเมือง ยังไม่ได้ตั้งพรรคใหม่ ยอมรับคุย "ดร.เอ้" แค่เรื่องการศึกษา วันนี้ยังเป็นสมาชิก ปชป.แต่อยาคตยังไม่ทราบ อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000063116 #News1live #News1 #SondhiX #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 405 มุมมอง 0 รีวิว
  • “ฮุน มาเนต” โพสต์กัมพูชามีมรดกทางวัฒนธรรมเพียบ ยินดีครบรอบ 74 ปี กัมพูชาเป็นสมาชิกยูเนสโก (UNESCO)
    https://www.thai-tai.tv/news/19979/
    “ฮุน มาเนต” โพสต์กัมพูชามีมรดกทางวัฒนธรรมเพียบ ยินดีครบรอบ 74 ปี กัมพูชาเป็นสมาชิกยูเนสโก (UNESCO) https://www.thai-tai.tv/news/19979/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 70 มุมมอง 0 รีวิว
  • การจัดหาเงินทุนสำหรับ Biolabs ในยูเครนเริ่มขึ้นในปี 2548 ในช่วงที่บุชดำรงตำแหน่งบริหาร!

    OH LK!
    (D) วุฒิสมาชิกปี 2548 โอบามาทำอะไรในยูเครน จอร์เจีย และอาเซอร์ไบจาน กับ (R) วุฒิสมาชิกอาวุโส LUGAR?

    และทำไมเราถึงจัดหาเงินทุนสำหรับ Biolabs กว่า 47 แห่งที่ชายแดนรัสเซีย?

    > media.nti.org/pdfs/148_2.pdf…



    “ห้องปฏิบัติการทางชีวภาพที่ได้รับทุนจากสหรัฐฯ ในยูเครน อาเซอร์ไบจาน และจอร์เจีย เป็นส่วนหนึ่งของโครงการลดภัยคุกคามทางชีวภาพ (BTRP) ซึ่งมุ่งลดภัยคุกคามจากการแพร่กระจายอาวุธชีวภาพ

    *สถานที่*

    *ยูเครน*
    มีห้องปฏิบัติการ 46 แห่งทั่วยูเครนที่ได้รับทุนและการสนับสนุนจากโครงการลดภัยคุกคามทางชีวภาพของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ¹

    *จอร์เจีย*
    ห้องปฏิบัติการบางแห่งในจอร์เจียตั้งอยู่ในเมืองทบิลิซีและเกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังและวิจัยโรค ²

    *อาเซอร์ไบจาน*
    มีข้อมูลจำกัดเกี่ยวกับสถานที่ตั้งเฉพาะของห้องปฏิบัติการทางชีวภาพที่ได้รับทุนจากสหรัฐฯ ในอาเซอร์ไบจาน อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศนี้เข้าร่วมโครงการ BTRP และได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ เพื่อปรับปรุงความสามารถในการเฝ้าระวังโรค

    การระดมทุน สำหรับห้องทดลองเหล่านี้
    ตามข้อมูล Meta AI :
    (2004-2022) 945 ล้านเหรียญสหรัฐ

    รายละเอียด:
    *เงินทุนทั้งหมดสำหรับโครงการ BTRP ใกล้รัสเซีย*

    *เงินทุนทั้งหมดจำแนกตามประเทศ*

    1. *ยูเครน*: 385 ล้านเหรียญสหรัฐ (2005-2022)
    2. *จอร์เจีย*: 240 ล้านเหรียญสหรัฐ (2004-2022)
    3. *อาเซอร์ไบจาน*: 120 ล้านเหรียญสหรัฐ (2004-2022)
    4. *อาร์เมเนีย*: 60 ล้านเหรียญสหรัฐ (2004-2022)
    5. *คาซัคสถาน*: 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (2004-2022)
    6. *คีร์กีซสถาน*: 40 ล้านเหรียญสหรัฐ (2004-2022)

    *เงินทุนทั้งหมดจำแนกตามปี*

    1. *2004-2009*: 23 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (โดยเฉลี่ย)
    2. *2010-2015*: 53 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (โดยเฉลี่ย)
    3. *2016-2022*: 38 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (โดยเฉลี่ย)

    *เงินทุนทั้งหมด (2004-2022)*

    945 ล้านเหรียญสหรัฐ

    การจัดหาเงินทุนสำหรับ Biolabs ในยูเครนเริ่มขึ้นในปี 2548 ในช่วงที่บุชดำรงตำแหน่งบริหาร! 🦠OH L👀K! (D) วุฒิสมาชิกปี 2548 โอบามาทำอะไรในยูเครน จอร์เจีย และอาเซอร์ไบจาน กับ (R) วุฒิสมาชิกอาวุโส LUGAR? และทำไมเราถึงจัดหาเงินทุนสำหรับ Biolabs กว่า 47 แห่งที่ชายแดนรัสเซีย? > media.nti.org/pdfs/148_2.pdf… 🔸🔹💠🔹🔸 “ห้องปฏิบัติการทางชีวภาพที่ได้รับทุนจากสหรัฐฯ ในยูเครน อาเซอร์ไบจาน และจอร์เจีย เป็นส่วนหนึ่งของโครงการลดภัยคุกคามทางชีวภาพ (BTRP) ซึ่งมุ่งลดภัยคุกคามจากการแพร่กระจายอาวุธชีวภาพ *สถานที่* *ยูเครน* มีห้องปฏิบัติการ 46 แห่งทั่วยูเครนที่ได้รับทุนและการสนับสนุนจากโครงการลดภัยคุกคามทางชีวภาพของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ¹ *จอร์เจีย* ห้องปฏิบัติการบางแห่งในจอร์เจียตั้งอยู่ในเมืองทบิลิซีและเกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังและวิจัยโรค ² *อาเซอร์ไบจาน* มีข้อมูลจำกัดเกี่ยวกับสถานที่ตั้งเฉพาะของห้องปฏิบัติการทางชีวภาพที่ได้รับทุนจากสหรัฐฯ ในอาเซอร์ไบจาน อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศนี้เข้าร่วมโครงการ BTRP และได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ เพื่อปรับปรุงความสามารถในการเฝ้าระวังโรค การระดมทุน สำหรับห้องทดลองเหล่านี้ ตามข้อมูล Meta AI : (2004-2022) 945 ล้านเหรียญสหรัฐ 🦠รายละเอียด: *เงินทุนทั้งหมดสำหรับโครงการ BTRP ใกล้รัสเซีย* *เงินทุนทั้งหมดจำแนกตามประเทศ* 1. *ยูเครน*: 385 ล้านเหรียญสหรัฐ (2005-2022) 2. *จอร์เจีย*: 240 ล้านเหรียญสหรัฐ (2004-2022) 3. *อาเซอร์ไบจาน*: 120 ล้านเหรียญสหรัฐ (2004-2022) 4. *อาร์เมเนีย*: 60 ล้านเหรียญสหรัฐ (2004-2022) 5. *คาซัคสถาน*: 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (2004-2022) 6. *คีร์กีซสถาน*: 40 ล้านเหรียญสหรัฐ (2004-2022) *เงินทุนทั้งหมดจำแนกตามปี* 1. *2004-2009*: 23 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (โดยเฉลี่ย) 2. *2010-2015*: 53 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (โดยเฉลี่ย) 3. *2016-2022*: 38 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (โดยเฉลี่ย) *เงินทุนทั้งหมด (2004-2022)* 945 ล้านเหรียญสหรัฐ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 117 มุมมอง 0 รีวิว
  • 'ฮุน มาเนต' นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พบคณะที่ปรึกษากฎหมายกรณีกัมพูชายื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ซึ่งนำทีมโดยศาสตราจารย์ฌอง มาร์ค โซเรล (Prof.Jean-Marc  Sorel) อาจารย์ชาวฝรั่งเศส จากมหาวิทยาลัยปารีส

    นายฮุน มาเนต ระบุว่า การประชุมร่วมกันครั้งนี้เพื่อเดินหน้ากระบวนการนำ 4 พื้นที่พิพาท ได้แก่พื้นที่มอมเบย (ช่องบก) ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย ยื่นต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice - ICJ)

    เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2025 ณ กรุงเฮก นาง Kimsour Sovannary เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำเนเธอร์แลนด์ซึ่งมีถิ่นพำนักในกรุงบรัสเซลส์ ได้ยื่นคำร้องของกัมพูชาต่อนาย Philippe Gautier นายทะเบียนศาลยุติธรรมระหว่างประเทศด้วยตนเอง

    .

    รายงานของไทยพีบีเอสเมื่อปี 2556 ระบุว่า หากย้อนกลับไปในคดีตีความคำพิพากษากรณีปราสาทพระวิหาร ศาสตราจารย์ฌอง มาร์ค โซเรล คนนี้เป็นสมาชิกสำคัญในทีมที่ปรึกษาทางกฎหมาย ซึ่งมีส่วนช่วยให้กัมพูชาชนะในคดีตีความคำพิพากษาปี 2505 กรณีปราสาทพระวิหาร ซึ่งกลับมาพิจารณาในช่วงปี 2554-2556

    ศาสตราจารย์ฌอง มาร์ค โซเรล ในฐานะทนายความฝ่ายกัมพูชา สู้คดีโดยอ้างในตอนนั้นว่า รัฐไทยตีความคำพิพากษาเข้าข้างตนเอง โดยใช้ท่าทีไม่เป็นมิตร ด้วยภาษาและคำพูดที่เสียดสี บิดเบือน เพื่อทำให้เห็นว่า ปราสาทพระวิหารอยู่ในดินแดนของไทย ทั้งพยายามนำเรื่องเขตแดนและการพิพากษามารวมไว้เป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่เป็นคนละเรื่อง
    'ฮุน มาเนต' นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พบคณะที่ปรึกษากฎหมายกรณีกัมพูชายื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ซึ่งนำทีมโดยศาสตราจารย์ฌอง มาร์ค โซเรล (Prof.Jean-Marc  Sorel) อาจารย์ชาวฝรั่งเศส จากมหาวิทยาลัยปารีส นายฮุน มาเนต ระบุว่า การประชุมร่วมกันครั้งนี้เพื่อเดินหน้ากระบวนการนำ 4 พื้นที่พิพาท ได้แก่พื้นที่มอมเบย (ช่องบก) ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย ยื่นต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice - ICJ) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2025 ณ กรุงเฮก นาง Kimsour Sovannary เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำเนเธอร์แลนด์ซึ่งมีถิ่นพำนักในกรุงบรัสเซลส์ ได้ยื่นคำร้องของกัมพูชาต่อนาย Philippe Gautier นายทะเบียนศาลยุติธรรมระหว่างประเทศด้วยตนเอง . 👉รายงานของไทยพีบีเอสเมื่อปี 2556 ระบุว่า หากย้อนกลับไปในคดีตีความคำพิพากษากรณีปราสาทพระวิหาร ศาสตราจารย์ฌอง มาร์ค โซเรล คนนี้เป็นสมาชิกสำคัญในทีมที่ปรึกษาทางกฎหมาย ซึ่งมีส่วนช่วยให้กัมพูชาชนะในคดีตีความคำพิพากษาปี 2505 กรณีปราสาทพระวิหาร ซึ่งกลับมาพิจารณาในช่วงปี 2554-2556 👉ศาสตราจารย์ฌอง มาร์ค โซเรล ในฐานะทนายความฝ่ายกัมพูชา สู้คดีโดยอ้างในตอนนั้นว่า รัฐไทยตีความคำพิพากษาเข้าข้างตนเอง โดยใช้ท่าทีไม่เป็นมิตร ด้วยภาษาและคำพูดที่เสียดสี บิดเบือน เพื่อทำให้เห็นว่า ปราสาทพระวิหารอยู่ในดินแดนของไทย ทั้งพยายามนำเรื่องเขตแดนและการพิพากษามารวมไว้เป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่เป็นคนละเรื่อง
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 213 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผ่าดวง AI อุ๊งอิ๊งค์ไม่น่ารอด?

    1 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ให้รับคำร้องกรณีที่สมาชิกวุฒิสภาขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา พร้อมกับมีมติ 7 ต่อ 2 ให้หยุดปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย ขณะที่เจ้าตัวกล่าวขอโทษคนไทยที่ไม่สบายใจหรือรู้สึกโกรธเคือง ยืนยันตั้งใจทำเพื่อประเทศชาติจริงๆ

    เมื่อใช้ ChatGPT ทำนายดวงผู้หญิงที่เกิดวันที่ 21 ส.ค. 2529 ที่กรุงเทพมหานคร โดยไม่เจาะจงว่าเป็นใคร ใช้สถานการณ์สมมติว่าถูกฝ่ายตรวจสอบภายในบริษัทสั่งพักงานเพราะทำความผิดร้ายแรง มีคลิปเสียงที่ไปคุยกับบริษัทคู่แข่ง แต่บอกว่ามีเจตนาดี อยากช่วยบริษัท ไม่ได้ตั้งใจเป็นแบบนั้น พบว่าดาวเสาร์จร (Saturn transit) ซึ่งทำมุมตรงข้ามกับดวงอาทิตย์กำเนิดในราศีสิงห์ สะท้อนว่าเป็นช่วงที่ชีวิตโดนสอบสวนและต้องชดใช้ในสิ่งที่อาจทำไปโดยรู้หรือไม่รู้ตัว

    ส่วนคลิปเสียงเกี่ยวข้องกับดาวพุธ (Mercury) ซึ่งมักเกี่ยวกับหลักฐานทางการสื่อสาร หากพุธจรสัมพันธ์กับดาวมฤตยูหรือดาวเสาร์ ก็หมายถึงความลับที่ถูกเปิดเผย หรือคำพูดที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง ดาวพลูโตโคจรทำมุมกับดาวอังคารกำเนิดในราศีกันย์ ซึ่งดาวแห่งการกระทำเชิงงานสื่อถึงการถูกจับตา ถูกแฉ ถูกล้วงความลับ ซึ่งเกิดขึ้นกับคนที่มีอีโก้หรือเจตนาดี แต่ระบบไม่มองแบบนั้น ส่วนจะตกงานหรือไม่ มีโอกาสตกงานในตำแหน่งเดิม หรือต้องรีเซตใหม่สูง

    ปี 2568 เป็นปีที่ดาวเสาร์บีบตัวตนแรงที่สุดในรอบ 14 ปี ผู้หญิงรายนี้มีพลังอาทิตย์ในราศีสิงห์ ภาคภูมิใจในตัวเอง แต่ตอนนี้ถูกทำให้หมดศักดิ์ศรีแบบไม่เต็มใจ ซึ่งคลิปเสียงเป็นสิ่งที่ย้อนมาทำร้ายดาวพุธ กับอาทิตย์ หากสามารถพิสูจน์เจตนาดีและมีคนในองค์กรระดับสูงช่วยพูดแทน จะอาจได้โอกาสเปลี่ยนตำแหน่ง ลดบทบาท หรือย้าย มากกว่าถูกให้ออก แต่กลางปี 2569 ดาวพฤหัสเข้าสู่มุมดีกับงาน อาจมีหน่วยงานใหม่ หรือบริษัทใหม่ที่รับผู้หญิงรายนี้ไปด้วยมุมมองต่างจากองค์กรเดิม

    หากยังอยากอยู่ในที่เดิม ต้องยอมรับว่าเจตนาดีไม่เพียงพอในองค์กรระบบใหญ่ ต้องขอโทษแบบไม่มีข้อแม้ เพราะโหงวเฮ้งหรือดาวเสาร์ไม่เปิดรับข้ออ้าง อย่าปะทะกลับหรืออธิบายซ้ำซ้อนมากเกินไป คนไม่ชอบจะใช้เป็นเหตุขุดเพิ่ม และหาพยานบุคคลที่เคยเห็นความตั้งใจดี ขอให้พูดแทนแบบมืออาชีพ แต่หากพร้อมจะไปต่อที่ใหม่ ควรพักใจ รีเซตตัวเอง เลือกงานที่วางโครงสร้างชัดเจน ช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 จะมีแสงสว่างจากผู้ใหญ่ใหม่ หรือโปรเจกต์ที่เคยมีบุญคุณไว้ หรือเคยช่วยไว้ในอดีต

    #Newskit
    ผ่าดวง AI อุ๊งอิ๊งค์ไม่น่ารอด? 1 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ให้รับคำร้องกรณีที่สมาชิกวุฒิสภาขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา พร้อมกับมีมติ 7 ต่อ 2 ให้หยุดปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย ขณะที่เจ้าตัวกล่าวขอโทษคนไทยที่ไม่สบายใจหรือรู้สึกโกรธเคือง ยืนยันตั้งใจทำเพื่อประเทศชาติจริงๆ เมื่อใช้ ChatGPT ทำนายดวงผู้หญิงที่เกิดวันที่ 21 ส.ค. 2529 ที่กรุงเทพมหานคร โดยไม่เจาะจงว่าเป็นใคร ใช้สถานการณ์สมมติว่าถูกฝ่ายตรวจสอบภายในบริษัทสั่งพักงานเพราะทำความผิดร้ายแรง มีคลิปเสียงที่ไปคุยกับบริษัทคู่แข่ง แต่บอกว่ามีเจตนาดี อยากช่วยบริษัท ไม่ได้ตั้งใจเป็นแบบนั้น พบว่าดาวเสาร์จร (Saturn transit) ซึ่งทำมุมตรงข้ามกับดวงอาทิตย์กำเนิดในราศีสิงห์ สะท้อนว่าเป็นช่วงที่ชีวิตโดนสอบสวนและต้องชดใช้ในสิ่งที่อาจทำไปโดยรู้หรือไม่รู้ตัว ส่วนคลิปเสียงเกี่ยวข้องกับดาวพุธ (Mercury) ซึ่งมักเกี่ยวกับหลักฐานทางการสื่อสาร หากพุธจรสัมพันธ์กับดาวมฤตยูหรือดาวเสาร์ ก็หมายถึงความลับที่ถูกเปิดเผย หรือคำพูดที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง ดาวพลูโตโคจรทำมุมกับดาวอังคารกำเนิดในราศีกันย์ ซึ่งดาวแห่งการกระทำเชิงงานสื่อถึงการถูกจับตา ถูกแฉ ถูกล้วงความลับ ซึ่งเกิดขึ้นกับคนที่มีอีโก้หรือเจตนาดี แต่ระบบไม่มองแบบนั้น ส่วนจะตกงานหรือไม่ มีโอกาสตกงานในตำแหน่งเดิม หรือต้องรีเซตใหม่สูง ปี 2568 เป็นปีที่ดาวเสาร์บีบตัวตนแรงที่สุดในรอบ 14 ปี ผู้หญิงรายนี้มีพลังอาทิตย์ในราศีสิงห์ ภาคภูมิใจในตัวเอง แต่ตอนนี้ถูกทำให้หมดศักดิ์ศรีแบบไม่เต็มใจ ซึ่งคลิปเสียงเป็นสิ่งที่ย้อนมาทำร้ายดาวพุธ กับอาทิตย์ หากสามารถพิสูจน์เจตนาดีและมีคนในองค์กรระดับสูงช่วยพูดแทน จะอาจได้โอกาสเปลี่ยนตำแหน่ง ลดบทบาท หรือย้าย มากกว่าถูกให้ออก แต่กลางปี 2569 ดาวพฤหัสเข้าสู่มุมดีกับงาน อาจมีหน่วยงานใหม่ หรือบริษัทใหม่ที่รับผู้หญิงรายนี้ไปด้วยมุมมองต่างจากองค์กรเดิม หากยังอยากอยู่ในที่เดิม ต้องยอมรับว่าเจตนาดีไม่เพียงพอในองค์กรระบบใหญ่ ต้องขอโทษแบบไม่มีข้อแม้ เพราะโหงวเฮ้งหรือดาวเสาร์ไม่เปิดรับข้ออ้าง อย่าปะทะกลับหรืออธิบายซ้ำซ้อนมากเกินไป คนไม่ชอบจะใช้เป็นเหตุขุดเพิ่ม และหาพยานบุคคลที่เคยเห็นความตั้งใจดี ขอให้พูดแทนแบบมืออาชีพ แต่หากพร้อมจะไปต่อที่ใหม่ ควรพักใจ รีเซตตัวเอง เลือกงานที่วางโครงสร้างชัดเจน ช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 จะมีแสงสว่างจากผู้ใหญ่ใหม่ หรือโปรเจกต์ที่เคยมีบุญคุณไว้ หรือเคยช่วยไว้ในอดีต #Newskit
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 259 มุมมอง 0 รีวิว
  • สัปดาห์นี้ยังคงพูดถึงนิยาย/ละครแนวเทพเซียน

    เพื่อนเพจทราบหรือไม่ว่าสัตว์เทพที่เราพบเจอในหลายนิยาย/ละครจีน ไม่ว่าจะเป็นจิ้งจอกเก้าหาง นกหงส์ฟ้าเฟิ่งหวง กิเลน ฯลฯ โดยส่วนใหญ่มีบันทึกไว้ในเอกสารทางประวัติศาสตร์? เอกสารที่ว่านี้คือ “ซานไห่จิง” หรือ <คัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล> ซึ่งเป็นหนังสือโบราณสมัยก่อนราชวงศ์ฉิน (ประมาณ 400 ปี ก่อนคริสตกาล) ที่บันทึกเรื่องราวของเทพนิยาย ปีศาจ สัตว์ประหลาด นิทานปรัมปรา และวัฒนธรรม ฯลฯ ในยุคโบราณของจีน หนังสือแบ่งออกเป็นสิบแปดตอนประกอบด้วยบทแห่งขุนเขาและบทแห่งทะเล (Storyฯ เห็นมีแปลเป็นไทยวางขาย เพื่อนเพจที่สนใจสามารถหาอ่านได้)

    วันนี้เรามาเริ่มคุยกันเบาๆ เกี่ยวกับคัมภีร์ซานไห่จิงด้วย ‘สมาชิก’ ของคัมภีร์ฯ ที่เพื่อนเพจอาจไม่คุ้นหน้า แต่ถ้าใครได้ดูละครเรื่อง <ปลดผนึกหัวใจ> ก็จะได้เห็นเจ้าสัตว์เทพหน้าตาประหลาดตามรูป (รูปซ้ายล่าง) มีชื่อเรียกว่า “คายหมิงโซ่ว” (开明兽) มันมีบทบาทที่สำคัญยิ่ง เพราะเป็นผู้พิทักษ์เขาคุนลุ้นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในตำนานจีนที่เราคุ้นหู

    ความมีอยู่ว่า
    ...ที่ยอดเขามิรู้ปรากฎใบหน้าแปลกประหลาดโผล่ออกมาตั้งแต่เมื่อใด ตัวคล้ายสิงโต แต่ก็คล้ายสุนัข ที่แปลกที่สุดคือเศียรอันใหญ่ยังรายล้อมไปด้วยเศียรเล็กๆ หน้าตาเหมือนกันเป็นพิมพ์เดียว แต่ละเศียรกำลังเบิ่งตาโตมองสุราและไก่ย่างในมือของพวกเขา ทำท่าราวกับว่ากำลังจะน้ำลายไหลออกมา...
    - จากเรื่อง <ปลดผนึกหัวใจ> ผู้แต่ง สือซื่อหลาง
    (หมายเหตุ ชื่อตามชื่อไทยของละครที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องนี้)

    จริงๆ แล้วตามคัมภีร์ซานไห่จิงนั้นคายหมิงโซ่วมีลำตัวเป็นเสือยักษ์ (รูปล่างขวาจากบันทึกซันไห่จิง จะเห็นลายพาดกลอนชัดเจน) ไม่ใช่สิงโต ซึ่งต่างจากลักษณะในละคร มีเก้าเศียรและใบหน้าเป็นคน มันเป็นสัตว์เทพที่ดุร้ายมีพละกำลังเกินสัตว์ทั่วไป สามารถสัมผัสได้ถึงทุกสรรพสิ่งที่เข้าใกล้

    คายหมิงโซ่วเป็นผู้พิทักษ์เขาคุนลุ้น ซึ่งตามตำนานนั้นสูงจรดฟ้าอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ด้านตะวันตกมีประตูทางเข้าสู่เขตแดนสวรรค์อยู่เก้าประตู คายหมิงโซ่วมีหน้าที่คอยเฝ้าประตูทั้งเก้านี้ หนึ่งเศียรหันดูหนึ่งประตู ดวงตาไม่เคยหลับ เพื่อปกป้องไม่ให้มีสิ่งใดมารบกวนความสงบของสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ จึงไม่แปลกที่เราไม่ค่อยเห็นคายหมิงโซ่วออกมาเพ่นพ่านในนิยาย/ละครแนวเทพเซียนทั่วไป เนื่องจากมันมีสถานที่ที่ต้องอยู่โยงเฝ้าประจำนั่นเอง

    วันนี้คุยกันเบาะๆ กับสัตว์เทพที่ไม่ค่อยพบเจอ แต่คราวหน้าเราจะมาคุยกันถึงสัตว์เทพที่เพื่อนเพจส่วนใหญ่คุ้นเคยเป็นอย่างดี ซึ่งก็คือจิ้งจอกเก้าหาง ใครเป็นแฟนคลับป๋ายเฉี่ยนแห่งสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่อย่าลืมมาติดตามตอนต่อไปนะคะ

    (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ ช่วยกดไลค์กดแชร์กันด้วยนะคะ)

    Credit รูปภาพจาก:
    https://www.cdramalove.com/love-and-redemption-summary/
    https://m.sohu.com/a/383471932_100085277/?pvid=000115_3w_a
    Credit ข้อมูลรวบรวมจาก:
    https://m.sohu.com/a/383471932_100085277/?pvid=000115_3w_a
    https://baike.baidu.com/item/%E5%BC%80%E6%98%8E%E5%85%BD/3390243
    https://zhuanlan.zhihu.com/p/144025393

    #ปลดผนึกหัวใจ #ตำนานจีน #คายหมิงโซ่ว #ซานไห่จิง #StoryfromStory
    สัปดาห์นี้ยังคงพูดถึงนิยาย/ละครแนวเทพเซียน เพื่อนเพจทราบหรือไม่ว่าสัตว์เทพที่เราพบเจอในหลายนิยาย/ละครจีน ไม่ว่าจะเป็นจิ้งจอกเก้าหาง นกหงส์ฟ้าเฟิ่งหวง กิเลน ฯลฯ โดยส่วนใหญ่มีบันทึกไว้ในเอกสารทางประวัติศาสตร์? เอกสารที่ว่านี้คือ “ซานไห่จิง” หรือ <คัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล> ซึ่งเป็นหนังสือโบราณสมัยก่อนราชวงศ์ฉิน (ประมาณ 400 ปี ก่อนคริสตกาล) ที่บันทึกเรื่องราวของเทพนิยาย ปีศาจ สัตว์ประหลาด นิทานปรัมปรา และวัฒนธรรม ฯลฯ ในยุคโบราณของจีน หนังสือแบ่งออกเป็นสิบแปดตอนประกอบด้วยบทแห่งขุนเขาและบทแห่งทะเล (Storyฯ เห็นมีแปลเป็นไทยวางขาย เพื่อนเพจที่สนใจสามารถหาอ่านได้) วันนี้เรามาเริ่มคุยกันเบาๆ เกี่ยวกับคัมภีร์ซานไห่จิงด้วย ‘สมาชิก’ ของคัมภีร์ฯ ที่เพื่อนเพจอาจไม่คุ้นหน้า แต่ถ้าใครได้ดูละครเรื่อง <ปลดผนึกหัวใจ> ก็จะได้เห็นเจ้าสัตว์เทพหน้าตาประหลาดตามรูป (รูปซ้ายล่าง) มีชื่อเรียกว่า “คายหมิงโซ่ว” (开明兽) มันมีบทบาทที่สำคัญยิ่ง เพราะเป็นผู้พิทักษ์เขาคุนลุ้นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในตำนานจีนที่เราคุ้นหู ความมีอยู่ว่า ...ที่ยอดเขามิรู้ปรากฎใบหน้าแปลกประหลาดโผล่ออกมาตั้งแต่เมื่อใด ตัวคล้ายสิงโต แต่ก็คล้ายสุนัข ที่แปลกที่สุดคือเศียรอันใหญ่ยังรายล้อมไปด้วยเศียรเล็กๆ หน้าตาเหมือนกันเป็นพิมพ์เดียว แต่ละเศียรกำลังเบิ่งตาโตมองสุราและไก่ย่างในมือของพวกเขา ทำท่าราวกับว่ากำลังจะน้ำลายไหลออกมา... - จากเรื่อง <ปลดผนึกหัวใจ> ผู้แต่ง สือซื่อหลาง (หมายเหตุ ชื่อตามชื่อไทยของละครที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องนี้) จริงๆ แล้วตามคัมภีร์ซานไห่จิงนั้นคายหมิงโซ่วมีลำตัวเป็นเสือยักษ์ (รูปล่างขวาจากบันทึกซันไห่จิง จะเห็นลายพาดกลอนชัดเจน) ไม่ใช่สิงโต ซึ่งต่างจากลักษณะในละคร มีเก้าเศียรและใบหน้าเป็นคน มันเป็นสัตว์เทพที่ดุร้ายมีพละกำลังเกินสัตว์ทั่วไป สามารถสัมผัสได้ถึงทุกสรรพสิ่งที่เข้าใกล้ คายหมิงโซ่วเป็นผู้พิทักษ์เขาคุนลุ้น ซึ่งตามตำนานนั้นสูงจรดฟ้าอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ด้านตะวันตกมีประตูทางเข้าสู่เขตแดนสวรรค์อยู่เก้าประตู คายหมิงโซ่วมีหน้าที่คอยเฝ้าประตูทั้งเก้านี้ หนึ่งเศียรหันดูหนึ่งประตู ดวงตาไม่เคยหลับ เพื่อปกป้องไม่ให้มีสิ่งใดมารบกวนความสงบของสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ จึงไม่แปลกที่เราไม่ค่อยเห็นคายหมิงโซ่วออกมาเพ่นพ่านในนิยาย/ละครแนวเทพเซียนทั่วไป เนื่องจากมันมีสถานที่ที่ต้องอยู่โยงเฝ้าประจำนั่นเอง วันนี้คุยกันเบาะๆ กับสัตว์เทพที่ไม่ค่อยพบเจอ แต่คราวหน้าเราจะมาคุยกันถึงสัตว์เทพที่เพื่อนเพจส่วนใหญ่คุ้นเคยเป็นอย่างดี ซึ่งก็คือจิ้งจอกเก้าหาง ใครเป็นแฟนคลับป๋ายเฉี่ยนแห่งสามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่อย่าลืมมาติดตามตอนต่อไปนะคะ (ป.ล. หากอ่านแล้วชอบใจ ช่วยกดไลค์กดแชร์กันด้วยนะคะ) Credit รูปภาพจาก: https://www.cdramalove.com/love-and-redemption-summary/ https://m.sohu.com/a/383471932_100085277/?pvid=000115_3w_a Credit ข้อมูลรวบรวมจาก: https://m.sohu.com/a/383471932_100085277/?pvid=000115_3w_a https://baike.baidu.com/item/%E5%BC%80%E6%98%8E%E5%85%BD/3390243 https://zhuanlan.zhihu.com/p/144025393 #ปลดผนึกหัวใจ #ตำนานจีน #คายหมิงโซ่ว #ซานไห่จิง #StoryfromStory
    WWW.CDRAMALOVE.COM
    Love And Redemption Summary - C-Drama Love - Show Summary
    Chinese Drama Love And Redemption Summary (琉璃) The drama tells the story of Chu Xuan Ji, a girl born with an incomplete "sixth sense", and Yu
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 194 มุมมอง 0 รีวิว
  • ..พูดอย่างจริงใจ,แบบเปิดอกเลยนะ,
    ...แน่นอนบังเอิญมิใช่บังเอิญ มีใครพูดกระซิบข้างหูมั้ยนะต้องจำเป็นไปชุมนุมสถานที่ซาตานนี้นะ,เคยเตือนว่าอย่าไปเลย,ส่วนตัวเข้าใจว่าเป็นศูนย์รวมการเก็บเกี่ยวพลังงานจิตเชิงลบหรือบวกได้หมดเลยล่ะ,มันเอาไปขายทั่วจักรวาลทัังเชิงลบเชิงบวกล่ะ,เชิงลบแน่นอนสร้างหายนะได้เพิ่มมากขึ้นในหลายๆช่องทางที่มันมีพลังชั่วแล้ว จะไปทำลายที่ไหนก็ได้,ปกติผู้คนที่จราจรให้มันเก็บเกี่ยวอยู่แล้ว,ประเทศไทยเราสมควรทำลายสถานที่นี้เถอะ,มันชัดเจนขนาดนี้แล้วสัญลักษณ์ชัดๆฝ่ายมืด,ขออย่าเป็นฝ่ายมืดเลย,ที่ครอบงำเดอะแก๊งนี้เดอะคณะนี้,อดีตแกนนำพันธมิตรอาจเปลี่ยนสัญลักษณ์ไปเลยเป็นอันใหม่ก็ดีนะ,เหมือนตาปีศาจอย่างไงมันรู้,เมื่อพันธมิตรทิ้งจบอดีตนั้นแล้ว,ทิ้งโลโก้ไปเลยด้วยเถอะอย่าเสียดาย,เราติดตามสัญลักษณ์พวกซาตานมาเห็นแล้วไม่คอยสบายใจ,ตอนแลกบอกสถานที่จะชุมนุนว่าที่นี้ ก็ไม่เห็นด้วยในตอนต้นอยู่แล้ว,บ้านนี้มีคนอ่านน้อยก็ว่า,เลยไม่มีลำโพงดังไกลนักในการเตือน,เห็นสีรุ่งในเพจข่าวออนไลน์ของที่นี้ก็ยังไม่ค่อยสบายใจ,จนมองว่าเป็นพวกซาตานไปด้วยเลยนะ,มาใช้แอปซาตานคุมหลังฉากมั้ยนะยังคิดเลยthaitimeนี้,ผู้จัดการและทีมงานจะไม่รู้เรื่องdeep stateซาตานแรปทีเลี่ยนagenda2030เบื้องต้นเลยเหรอ,นี้คือตางูตาปีศาจตาสัตว์เลื้อยคลานชัดๆอิลูมินาติก็ว่า,
    ..พวกมันไม่ปะปนในแอปนี้ด้วยนะ ในเพจผู้จัดการออนไลน์ด้วยนะ,
    ..ถ้าthatimeเป็นพวกมันด้วยก็บอกด้วยนะ เปิดเผยให้ชัดเจนแบบพิธานั้นล่ะพรรคก้าวไกลโน้น.,ฝ่ายมืดปัจจุบันนี้ก็ชัดเจนหมดแล้วเช่นกัน เพื่อคัดเลือกคนมาเข้าพวกก็ว่าแบบเปิดเผยได้ ไม่ปิดบังแบบอดีตแล้ว,เพราะพระเจ้าเมื่อเลิกอนุญาตจะหาสมาชิกไปเป็นฝ่ายมารสะดวกๆแบบนี้ไม่ได้อีก,คือฝ่ายแสงก็เลือกคัดคนดึดดูดชาวโลกไปเป็นพวกตนมากๆอย่างเสรีได้เต็มที่เช่นอนุญาตฝ่ายมืดแบบนี้ในยุคนี้,เมื่อโลกระเบิดในอนาคต ฝ่ายมืดก็ดึงวิญญาณนัันๆไปด้วยทั้งหมดทันทีเช่นกันเหมือนสัญญาซาตานที่ลงนามกันไว้นั้นล่ะ,
    ..เคสนี้รูปนี้อธิบายชัดมาก,ตาชัดๆ,ตาเดียวแบบตาปีศาจในหนังเดอะลอร์ดนั้นล่ะ,หอคอยตาปีศาจ,คณะแกนร่วมรวมพลังแผ่นดินไทย หากจะสร้างสัญลักษณ์ตนขึ้นมาใหม่ อย่าไปทางสัญลักษณ์พวกปีศาจซาตานฝ่ายมืดเน้อ,มันจะน่าผิดหวังมาก,พันธมิตรจะสิ้นค่าทันทีเลยของยุคสมันอดีตเรา,เหมือนถูกหลอกไปเป็นเครื่องสังเวยบูชายันต์ให้พวกซาตานมารปีศาจมัน,
    ..ถ้าแฟนพันธ์แท้สายกูรูซาตานจริง เขาชี้ชัดเลยว่าคณะร่วมนี้เป็นฝ่ายมืดด้วย,ไปเพิ่มพลังงานใก้มันเลย ในที่ของๆมันด้วยเต็มๆ.ตาปีศาจชัดเจนมาก,ใครนะบินโดรนถ่ายรูปจนเห็นชัดขนาดนีั.นี้คือมุมมองบริบทด้านสัญลักษณ์ดวงตาปีศาจ,ส่วนในด้านคนไม่สนใจก็คือเพื่อไล่รัฐบาลนั้นล่ะ,ทหารไทยอยู่ฝ่ายตรงข้ามเรานะคุณลุงอังเคิลฮุนเซน อยากได้อะไรเกี๋ยวจัดให้.
    ..พูดอย่างจริงใจ,แบบเปิดอกเลยนะ, ...☝️แน่นอนบังเอิญมิใช่บังเอิญ มีใครพูดกระซิบข้างหูมั้ยนะต้องจำเป็นไปชุมนุมสถานที่ซาตานนี้นะ,เคยเตือนว่าอย่าไปเลย,ส่วนตัวเข้าใจว่าเป็นศูนย์รวมการเก็บเกี่ยวพลังงานจิตเชิงลบหรือบวกได้หมดเลยล่ะ,มันเอาไปขายทั่วจักรวาลทัังเชิงลบเชิงบวกล่ะ,เชิงลบแน่นอนสร้างหายนะได้เพิ่มมากขึ้นในหลายๆช่องทางที่มันมีพลังชั่วแล้ว จะไปทำลายที่ไหนก็ได้,ปกติผู้คนที่จราจรให้มันเก็บเกี่ยวอยู่แล้ว,ประเทศไทยเราสมควรทำลายสถานที่นี้เถอะ,มันชัดเจนขนาดนี้แล้วสัญลักษณ์ชัดๆฝ่ายมืด,ขออย่าเป็นฝ่ายมืดเลย,ที่ครอบงำเดอะแก๊งนี้เดอะคณะนี้,อดีตแกนนำพันธมิตรอาจเปลี่ยนสัญลักษณ์ไปเลยเป็นอันใหม่ก็ดีนะ,เหมือนตาปีศาจอย่างไงมันรู้,เมื่อพันธมิตรทิ้งจบอดีตนั้นแล้ว,ทิ้งโลโก้ไปเลยด้วยเถอะอย่าเสียดาย,เราติดตามสัญลักษณ์พวกซาตานมาเห็นแล้วไม่คอยสบายใจ,ตอนแลกบอกสถานที่จะชุมนุนว่าที่นี้ ก็ไม่เห็นด้วยในตอนต้นอยู่แล้ว,บ้านนี้มีคนอ่านน้อยก็ว่า,เลยไม่มีลำโพงดังไกลนักในการเตือน,เห็นสีรุ่งในเพจข่าวออนไลน์ของที่นี้ก็ยังไม่ค่อยสบายใจ,จนมองว่าเป็นพวกซาตานไปด้วยเลยนะ,มาใช้แอปซาตานคุมหลังฉากมั้ยนะยังคิดเลยthaitimeนี้,ผู้จัดการและทีมงานจะไม่รู้เรื่องdeep stateซาตานแรปทีเลี่ยนagenda2030เบื้องต้นเลยเหรอ,นี้คือตางูตาปีศาจตาสัตว์เลื้อยคลานชัดๆอิลูมินาติก็ว่า, ..พวกมันไม่ปะปนในแอปนี้ด้วยนะ ในเพจผู้จัดการออนไลน์ด้วยนะ, ..ถ้าthatimeเป็นพวกมันด้วยก็บอกด้วยนะ เปิดเผยให้ชัดเจนแบบพิธานั้นล่ะพรรคก้าวไกลโน้น.,ฝ่ายมืดปัจจุบันนี้ก็ชัดเจนหมดแล้วเช่นกัน เพื่อคัดเลือกคนมาเข้าพวกก็ว่าแบบเปิดเผยได้ ไม่ปิดบังแบบอดีตแล้ว,เพราะพระเจ้าเมื่อเลิกอนุญาตจะหาสมาชิกไปเป็นฝ่ายมารสะดวกๆแบบนี้ไม่ได้อีก,คือฝ่ายแสงก็เลือกคัดคนดึดดูดชาวโลกไปเป็นพวกตนมากๆอย่างเสรีได้เต็มที่เช่นอนุญาตฝ่ายมืดแบบนี้ในยุคนี้,เมื่อโลกระเบิดในอนาคต ฝ่ายมืดก็ดึงวิญญาณนัันๆไปด้วยทั้งหมดทันทีเช่นกันเหมือนสัญญาซาตานที่ลงนามกันไว้นั้นล่ะ, ..เคสนี้รูปนี้อธิบายชัดมาก,ตาชัดๆ,ตาเดียวแบบตาปีศาจในหนังเดอะลอร์ดนั้นล่ะ,หอคอยตาปีศาจ,คณะแกนร่วมรวมพลังแผ่นดินไทย หากจะสร้างสัญลักษณ์ตนขึ้นมาใหม่ อย่าไปทางสัญลักษณ์พวกปีศาจซาตานฝ่ายมืดเน้อ,มันจะน่าผิดหวังมาก,พันธมิตรจะสิ้นค่าทันทีเลยของยุคสมันอดีตเรา,เหมือนถูกหลอกไปเป็นเครื่องสังเวยบูชายันต์ให้พวกซาตานมารปีศาจมัน, ..ถ้าแฟนพันธ์แท้สายกูรูซาตานจริง เขาชี้ชัดเลยว่าคณะร่วมนี้เป็นฝ่ายมืดด้วย,ไปเพิ่มพลังงานใก้มันเลย ในที่ของๆมันด้วยเต็มๆ.ตาปีศาจชัดเจนมาก,ใครนะบินโดรนถ่ายรูปจนเห็นชัดขนาดนีั.นี้คือมุมมองบริบทด้านสัญลักษณ์ดวงตาปีศาจ,ส่วนในด้านคนไม่สนใจก็คือเพื่อไล่รัฐบาลนั้นล่ะ,ทหารไทยอยู่ฝ่ายตรงข้ามเรานะคุณลุงอังเคิลฮุนเซน อยากได้อะไรเกี๋ยวจัดให้.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 129 มุมมอง 0 รีวิว
  • สนธิเล่าเรื่อง 30-6-68
    .
    สวัสดีเช้าวันจันทร์ท่านสมาชิก และแฟน ๆ รายการสนธิเล่าเรื่อง หลังจากรับประทานอาหารเป็นข้าวผัดกระเทียม-หมูทอด แล้วคุณสนธิจะมาถ่ายทอดประสบการณ์ และสะท้อนเรื่องการชุมนุม “รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเมื่อวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา รวมถึงวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองนับจากวันนี้เป็นต้นไป
    .
    คลิกชม >> https://www.youtube.com/watch?v=FER_L8Burso
    .
    #สนธิเล่าเรื่อง #SondhiTalk #28มิถุนามาแน่ #รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย
    สนธิเล่าเรื่อง 30-6-68 . สวัสดีเช้าวันจันทร์ท่านสมาชิก และแฟน ๆ รายการสนธิเล่าเรื่อง หลังจากรับประทานอาหารเป็นข้าวผัดกระเทียม-หมูทอด แล้วคุณสนธิจะมาถ่ายทอดประสบการณ์ และสะท้อนเรื่องการชุมนุม “รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย” ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเมื่อวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา รวมถึงวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองนับจากวันนี้เป็นต้นไป . คลิกชม >> https://www.youtube.com/watch?v=FER_L8Burso . #สนธิเล่าเรื่อง #SondhiTalk #28มิถุนามาแน่ #รวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 162 มุมมอง 0 รีวิว
  • บรรดาชาติสมาชิกนาโตรุดส่งฝูงบินขับไล่ขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อตอนเช้าวันอาทิตย์(29มิ.ย.) อ้างอิงข้อมูลจากกองทัพโปแลนด์ หลังเจ้าหน้าที่รายหนึ่งของยูเครนบอกว่ามอสโกเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 3 ปี เล่นงานประเทศแห่งนี้
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000061311

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes
    บรรดาชาติสมาชิกนาโตรุดส่งฝูงบินขับไล่ขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อตอนเช้าวันอาทิตย์(29มิ.ย.) อ้างอิงข้อมูลจากกองทัพโปแลนด์ หลังเจ้าหน้าที่รายหนึ่งของยูเครนบอกว่ามอสโกเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 3 ปี เล่นงานประเทศแห่งนี้ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000061311 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes
    Like
    Haha
    8
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1044 มุมมอง 0 รีวิว
  • นับหนึ่งไล่อุ๊งอิ๊ง จุดเปราะบางชินวัตร

    การชุมนุมของคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 มิ.ย.) ซึ่งมีมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฎิรูปประเทศไทย (คปท.) กลุ่ม ศปปส. กองทัพธรรม ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนอีกหลายภาคส่วน มีข้อเรียกร้องหลัก 3 ข้อ ได้แก่ 1. ให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2. ให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว และ 3. ยืนเคียงข้างทหาร ปกป้องแผ่นดินและอธิปไตยของชาติ หลังมีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในลักษณะขายชาติ ทำลายความมั่นคงของรัฐนอกราชอาณาจักร

    แม้ว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนจะโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุม กล่าวหาว่าเป็นข้ออ้างไปสู่รัฐประหาร แต่ก็เป็นเพียงการประดิษฐ์วาทกรรมเพื่อปกป้องตัวเอง แม้ผู้นำเหล่าทัพในยุค พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ไม่ได้มีท่าทีแสดงออกอย่างโดดเด่น เมื่อเทียบกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ตาม ถึงกระนั้นพรรคประชาชนซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านทำได้แค่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา โดยไม่ได้ใช้วิธียื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรจะเปิดสมัยประชุมในวันที่ 3 ก.ค. ที่จะถึงนี้ จึงเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับนายทักษิณ ชินวัตร

    ทิศทางข่าวในวันอังคารที่จะถึงนี้ (1 ก.ค.) ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติรับคำร้องกรณีที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 36 คน ยื่นถอดถอน น.ส.แพทองธาร ออกจากตำแหน่งหรือไม่ กรณีคลิปเสียงกับ ฮุน เซน และจะมีมติให้ น.ส.แพทองธารหยุดปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้วกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายเศรษฐา ทวีสิน แม้ น.ส.แพทองธารจะใช้วิธีให้ตัวเองดำรงตำแหน่งควบ รมว.วัฒนธรรม เข้าประชุมคณะรัฐมนตรีก็ตาม ซึ่งกลุ่ม คปท. จะมีการประชุมเพื่อประเมินว่าจะยกระดับการชุมนุมไปในทิศทางใด โดยมีจุดยืนเดิม คือ นายกรัฐมนตรีลาออก และพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว

    อีกด้านหนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนแสวงหาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการบังคับโทษจำคุกของนายทักษิณกรณีชั้น 14 จำนวน 6 นัด ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ ขณะที่ศาลอาญานัดสืบพยานคดีมาตรา 112 จากกรณีที่นายทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์เมื่อปี 2558 จำนวน 7 นัด ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้เช่นกัน ซึ่งท่าทีนายทักษิณขณะนี้ นับตั้งแต่คลิปเสียงลูกสาวกับฮุน เซน ปล่อยให้ลูกสาวเผชิญหน้าอย่างโดดเดี่ยว ถือเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางช่วงหนึ่งของตระกูลชินวัตร

    #Newskit
    นับหนึ่งไล่อุ๊งอิ๊ง จุดเปราะบางชินวัตร การชุมนุมของคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 มิ.ย.) ซึ่งมีมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฎิรูปประเทศไทย (คปท.) กลุ่ม ศปปส. กองทัพธรรม ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนอีกหลายภาคส่วน มีข้อเรียกร้องหลัก 3 ข้อ ได้แก่ 1. ให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2. ให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว และ 3. ยืนเคียงข้างทหาร ปกป้องแผ่นดินและอธิปไตยของชาติ หลังมีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในลักษณะขายชาติ ทำลายความมั่นคงของรัฐนอกราชอาณาจักร แม้ว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนจะโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุม กล่าวหาว่าเป็นข้ออ้างไปสู่รัฐประหาร แต่ก็เป็นเพียงการประดิษฐ์วาทกรรมเพื่อปกป้องตัวเอง แม้ผู้นำเหล่าทัพในยุค พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ไม่ได้มีท่าทีแสดงออกอย่างโดดเด่น เมื่อเทียบกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ตาม ถึงกระนั้นพรรคประชาชนซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านทำได้แค่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา โดยไม่ได้ใช้วิธียื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรจะเปิดสมัยประชุมในวันที่ 3 ก.ค. ที่จะถึงนี้ จึงเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับนายทักษิณ ชินวัตร ทิศทางข่าวในวันอังคารที่จะถึงนี้ (1 ก.ค.) ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติรับคำร้องกรณีที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 36 คน ยื่นถอดถอน น.ส.แพทองธาร ออกจากตำแหน่งหรือไม่ กรณีคลิปเสียงกับ ฮุน เซน และจะมีมติให้ น.ส.แพทองธารหยุดปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้วกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายเศรษฐา ทวีสิน แม้ น.ส.แพทองธารจะใช้วิธีให้ตัวเองดำรงตำแหน่งควบ รมว.วัฒนธรรม เข้าประชุมคณะรัฐมนตรีก็ตาม ซึ่งกลุ่ม คปท. จะมีการประชุมเพื่อประเมินว่าจะยกระดับการชุมนุมไปในทิศทางใด โดยมีจุดยืนเดิม คือ นายกรัฐมนตรีลาออก และพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว อีกด้านหนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนแสวงหาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการบังคับโทษจำคุกของนายทักษิณกรณีชั้น 14 จำนวน 6 นัด ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ ขณะที่ศาลอาญานัดสืบพยานคดีมาตรา 112 จากกรณีที่นายทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์เมื่อปี 2558 จำนวน 7 นัด ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้เช่นกัน ซึ่งท่าทีนายทักษิณขณะนี้ นับตั้งแต่คลิปเสียงลูกสาวกับฮุน เซน ปล่อยให้ลูกสาวเผชิญหน้าอย่างโดดเดี่ยว ถือเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางช่วงหนึ่งของตระกูลชินวัตร #Newskit
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 316 มุมมอง 0 รีวิว
  • หน้าที่หลักของนายกรัฐมนตรี (Prime Minister) ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล ตามระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (เช่น ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น) มีดังนี้:

    1. **เป็นหัวหน้ารัฐบาล:**
    * เป็นผู้บัญชาการสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน
    * กำหนดนโยบายของคณะรัฐมนตรี (Cabinet) และรับผิดชอบต่อการดำเนินนโยบายนั้น
    * คุมทิศทางและประสานงานการทำงานของกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ

    2. **คัดเลือกและจัดตั้งคณะรัฐมนตรี:**
    * เป็นผู้เสนอชื่อบุคคลเพื่อพระมหากษัตริย์ (ในระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ) หรือประมุขแห่งรัฐ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี
    * มีอำนาจปรับเปลี่ยน (reshuffle) คณะรัฐมนตรี โดยการแต่งตั้งหรือถอดถอนรัฐมนตรี

    3. **เป็นผู้นำในรัฐสภา:**
    * แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา
    * ตอบคำถามและชี้แจงนโยบายในการอภิปรายทั่วไปในรัฐสภา (เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ)
    * เสนอร่างกฎหมายสำคัญของรัฐบาลต่อรัฐสภา

    4. **เป็นโฆษกหลักของรัฐบาล:**
    * ชี้แจงนโยบายและสถานการณ์สำคัญของประเทศต่อสาธารณชน
    * เป็นตัวแทนของรัฐบาลในการแถลงข่าวหรือสื่อสารในประเด็นเร่งด่วนหรือสำคัญระดับชาติ

    5. **เป็นผู้แทนประเทศในเวทีระหว่างประเทศ:**
    * เป็นตัวแทนสูงสุดของรัฐบาลในการเยือนต่างประเทศและต้อนรับผู้นำต่างประเทศ
    * เข้าร่วมการประชุมสุดยอดระหว่างประเทศ (เช่น การประชุมอาเซียน สหประชาชาติ G20)

    6. **เป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรี:**
    * เรียกประชุมและเป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรี
    * นำเสนอวาระการประชุมและชี้ขาดในกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีความเห็นไม่ตรงกัน

    7. **รับผิดชอบต่อความมั่นคงของชาติ:**
    * เป็นประธานในคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง (เช่น คณะกรรมการนโยบายต่างประเทศ คณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติ - ในบางประเทศ)
    * เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพในยามสงบ (ในบางประเทศ เช่น อังกฤษ) หรือประสานงานกับฝ่ายทหาร (ในประเทศที่ประมุขแห่งรัฐเป็นผู้บัญชาการสูงสุด เช่น ไทย)

    8. **การใช้อำนาจตามกฎหมาย:**
    * ลงนามในพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง และเอกสารราชการสำคัญต่างๆ ร่วมกับรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ
    * ใช้อำนาจอื่นๆ ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนด

    9. **การแก้ไขวิกฤต:**
    * เป็นผู้มีบทบาทสำคัญและเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจและแก้ไขวิกฤตการณ์ต่างๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือภัยธรรมชาติ

    10. **การรับผิดชอบทางการเมือง:**
    * ต้องรับผิดชอบทางการเมืองต่อรัฐสภาและประชาชน หากรัฐบาลบริหารงานผิดพลาดหรือนโยบายล้มเหลว นายกรัฐมนตรีมักจะเป็นผู้ที่ต้องลาออกหรือถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนใคร

    **หมายเหตุ:**
    * รายละเอียดหน้าที่และอำนาจอาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญและประเพณีทางการเมืองของประเทศนั้นๆ
    * ในประเทศไทย หน้าที่และอำนาจของนายกรัฐมนตรีกำหนดไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ. 2560) โดยเฉพาะในมาตรา 171, 172, 173 และหมวด 6 ว่าด้วยคณะรัฐมนตรี
    * นายกรัฐมนตรีต้องดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในประเทศไทย

    สรุปได้ว่า นายกรัฐมนตรีมีบทบาทสำคัญที่สุดในฝ่ายบริหาร ในการกำหนดทิศทางประเทศ นำการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจเรื่องสำคัญต่างๆ ของชาติ
    หน้าที่หลักของนายกรัฐมนตรี (Prime Minister) ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล ตามระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (เช่น ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น) มีดังนี้: 1. **เป็นหัวหน้ารัฐบาล:** * เป็นผู้บัญชาการสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน * กำหนดนโยบายของคณะรัฐมนตรี (Cabinet) และรับผิดชอบต่อการดำเนินนโยบายนั้น * คุมทิศทางและประสานงานการทำงานของกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ 2. **คัดเลือกและจัดตั้งคณะรัฐมนตรี:** * เป็นผู้เสนอชื่อบุคคลเพื่อพระมหากษัตริย์ (ในระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ) หรือประมุขแห่งรัฐ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี * มีอำนาจปรับเปลี่ยน (reshuffle) คณะรัฐมนตรี โดยการแต่งตั้งหรือถอดถอนรัฐมนตรี 3. **เป็นผู้นำในรัฐสภา:** * แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา * ตอบคำถามและชี้แจงนโยบายในการอภิปรายทั่วไปในรัฐสภา (เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ) * เสนอร่างกฎหมายสำคัญของรัฐบาลต่อรัฐสภา 4. **เป็นโฆษกหลักของรัฐบาล:** * ชี้แจงนโยบายและสถานการณ์สำคัญของประเทศต่อสาธารณชน * เป็นตัวแทนของรัฐบาลในการแถลงข่าวหรือสื่อสารในประเด็นเร่งด่วนหรือสำคัญระดับชาติ 5. **เป็นผู้แทนประเทศในเวทีระหว่างประเทศ:** * เป็นตัวแทนสูงสุดของรัฐบาลในการเยือนต่างประเทศและต้อนรับผู้นำต่างประเทศ * เข้าร่วมการประชุมสุดยอดระหว่างประเทศ (เช่น การประชุมอาเซียน สหประชาชาติ G20) 6. **เป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรี:** * เรียกประชุมและเป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรี * นำเสนอวาระการประชุมและชี้ขาดในกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีความเห็นไม่ตรงกัน 7. **รับผิดชอบต่อความมั่นคงของชาติ:** * เป็นประธานในคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง (เช่น คณะกรรมการนโยบายต่างประเทศ คณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติ - ในบางประเทศ) * เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพในยามสงบ (ในบางประเทศ เช่น อังกฤษ) หรือประสานงานกับฝ่ายทหาร (ในประเทศที่ประมุขแห่งรัฐเป็นผู้บัญชาการสูงสุด เช่น ไทย) 8. **การใช้อำนาจตามกฎหมาย:** * ลงนามในพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง และเอกสารราชการสำคัญต่างๆ ร่วมกับรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ * ใช้อำนาจอื่นๆ ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนด 9. **การแก้ไขวิกฤต:** * เป็นผู้มีบทบาทสำคัญและเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจและแก้ไขวิกฤตการณ์ต่างๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือภัยธรรมชาติ 10. **การรับผิดชอบทางการเมือง:** * ต้องรับผิดชอบทางการเมืองต่อรัฐสภาและประชาชน หากรัฐบาลบริหารงานผิดพลาดหรือนโยบายล้มเหลว นายกรัฐมนตรีมักจะเป็นผู้ที่ต้องลาออกหรือถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนใคร **หมายเหตุ:** * รายละเอียดหน้าที่และอำนาจอาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญและประเพณีทางการเมืองของประเทศนั้นๆ * ในประเทศไทย หน้าที่และอำนาจของนายกรัฐมนตรีกำหนดไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ. 2560) โดยเฉพาะในมาตรา 171, 172, 173 และหมวด 6 ว่าด้วยคณะรัฐมนตรี * นายกรัฐมนตรีต้องดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในประเทศไทย สรุปได้ว่า นายกรัฐมนตรีมีบทบาทสำคัญที่สุดในฝ่ายบริหาร ในการกำหนดทิศทางประเทศ นำการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจเรื่องสำคัญต่างๆ ของชาติ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 192 มุมมอง 0 รีวิว
  • ..นี้คือความเหี้ยของคนขึ้นไปปกครอง,คนเขียนกฎหมายการเลือกตั้ง,พรรคแพ้การเลือกตั้งสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้,จริงๆต้องเลือกตั้งใหม่,ห้ามสส.คนสมัครเดิมลงเลือกตั้ง.ให้อนุญาตคนหน้าใหม่มาลงสมัครแทน.,กฎหมายการเลือกตั้งเราเองล่ะคือตัวปัญหาอีกกรณีในมุมมองนี้,จนประชาชนต้องลงสนามรบกันเลย,และเสือกไปลาออกด้วย พรรคร่วมก็หน้ามึน, นายกฯพระราชทานแก้หมากdeep stateต่างชาติได้,และสามารถอยู่เฉพาะกิจสัก10-20ปีก็ได้ เงื่อนไขคือยึดคืนบ่อน้ำมันทั้งหมดบนแผ่นดินไทยบนอ่าวไทยบนอันดามันบนราชอาณาจักรเราคืนมาอย่างจริงจังเสียที,สงครามสมัยนี้แม้อิสราเอลกับอิหร่าน ลึกๆจริงๆเรื่องวัตถุดิบทรัพยากรมีค่าของแต่ละชาติแบบน้ำมันที่อิหร่านมีนั่นล่ะ ส่วนจะขายให้ใครอีกเรื่อง,อิหร่านขายน้ำมันให้คนในประเทศอิหร่านตนแค่ลิตรละ1-2บาท,ประเทศไทยมีบ่อน้ำมันมากกว่าอิหร่าน มีโรงกลั่นน้ำมันมากกว่าอิหร่านเสือกขายน้ำมันลดต้นทุนให้ชาวนาชาวเกษตรทุกๆอุตสากรรมสัญชาติไทยลิตระละ1-2บาทแบบอิหร่านไม่ได้เลย,เรา..มีวิถีการปกครองที่ล้มเหลวตกประเมินผลงาน สอบตกในการปกครองประเทศไทย.,ทหารชนะโดยไม่ต้องลงสนามหรือรบก็ได้,การลงสนามรบในยุคนี้เป็นบริบทหรือวิถีสุดท้ายซึ่งคนโง่ผู้นำโง่ๆมักสำคัญผิดว่าคือสิ่งแรกที่ต้องมี,โลกเรามิใช่ยุคจับดาบจับหอกมาสู้กันแล้ว,ระดับปัญญาภูมิจิตภูมิใจพัฒนาไปมากแล้ว,เพราะสงครามเต็มไปด้วยการพรากจากการสูญเสียซึ่งผู้บริสุทธิ์ของทั้งสองฝั่งฝ่ายไม่จำเป็นต้องมาเป็นเหยื่อในกลไกการปกครองที่อุบาทก์ของผู้ปกครองชาตินั้นๆ.,ชาวโลกที่บริสุทธิ์ไม่สมควรตกเป็นเหยื่อแห่งภัยนี้เหมือนในอดีต,คนขายคนค้าอาวุธค้ากระสุนค้าเครื่องยิงมันได้ประโยชน์ทัังนั้นนั่งดูเจ้านายโง่ๆทำสงครามฆ่าฟันกัน.คนตายใช่เจ้านายสมองโง่พวกนั่นไม่,เสือกพลทหารประชาชนธรรมดานี้เองที่อยู่ในวิถีสงครามซวยต่างหาก.,สนองอารมณ์เจ้านายนักปกครองเลวไม่คุ้มอะไร,เราก็สูญเสีย เขาก็สูญเสียสะเหร่อยิงกันแทบตายเดี๋ยวก็มาจับมือแบบอิสราเอลหรืออิหร่านอีก,ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เลยยิ่งโหดอีก,ระเบิดทั้งประเทศขีปนาวุธยิงถล่มราบเรียบอีกก็ดับอนาถอีกคนบริสุทธิ์,หมากนี้แก้ง่ายจะตาย เอากำลังทหารมายึดอำนาจรัฐบาลที่เป็นฝ่ายตรงข้ามทหารสิ,ยึดอำนาจเด็ดเสร็จขาด,ประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศไทยเรียกฑูตไทยเรากลับมาจริงทั้งหมดถีบฑูตเขมรคนเขมรออกจากประเทศทั้งหมดหรือส่งไปประเทศอื่นห้ามคนเขมรอยู่บนแผ่นดินไทยทุกๆตัว,ปิดพรมแดนจริงจังตลอดแนว ตัดทั้งหมดที่ไปเขมร,ระเบิดรางรถไฟทิ้ง ระเบิดถนนหนทางทิ้ง ปิดน่านฟ้าน่านน้ำไปเขมรทั้งหมด,คนไทยห้ามเข้าเขมรทุกๆกรณี นักพนันโทษประหารทันทีอยากเล่นนักไปเล่นในนรกเลย,แบนสกุลเงินเขมร,ลบสกุลเงินเขมรออกจากประเทศไทยห้ามรับห้ามแลกเปลี่ยนทั้งหมด,คว่ำบาตรเขมร,พันธมิตรไทยทั้งหมดห้ามค้าขายกับเขมร,น้ำมันไทยทุกๆบ่อที่สัมปทานไปมีคำสั่งให้ปิดทุกๆหลุมขุดเจาะบนอ่าวไทยยิ่งใกล้ๆเขมรปิดถาวรทันที,เปิดเจาะแค่ใช้ในประเทศไทยเท่านั้นและด้วยกฎอัยการศึกความมั่นคงของชาติโมฆะสัมปทานบ่อน้ำมันทั้งหมดยึดคืนเพื่อความมั่นคงทางยุทธปัจจัยของประเทศไทยทั้งหมด,สมาชิกพันธมิตรใดไม่ทำตามที่ไทยร้องขอหากไทยส่งออกน้ำมันให้ชาตินั้นสามารถระงับการส่งออกทันที,กระแสเงินโอนไปเขมรจะอายัดทุกๆกรณีตลอดโอนมาไทยจากเขมรก็เดียวเช่นกันจะถูกอายัดหมดยึดทรัพย์หมด,นี้คือมาตราการเล็กน้อยในการไม่ต้องรบทางสนามจริง,ประชาชนไม่ถูกระเบิดอาวุธใดๆด้วย,ประชาชนเขมรต้องจัดการผู้นำตนเองที่ชั่วเลวเองภายในชาติเขมรเอง,เราจัดการคนทรยศผ่านในแล้วที่ทำให้อาเชียนไม่สงบสุข.


    https://youtube.com/shorts/H4gKf2Cv8m0?si=4REnp_d5oaWqkeh6
    ..นี้คือความเหี้ยของคนขึ้นไปปกครอง,คนเขียนกฎหมายการเลือกตั้ง,พรรคแพ้การเลือกตั้งสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้,จริงๆต้องเลือกตั้งใหม่,ห้ามสส.คนสมัครเดิมลงเลือกตั้ง.ให้อนุญาตคนหน้าใหม่มาลงสมัครแทน.,กฎหมายการเลือกตั้งเราเองล่ะคือตัวปัญหาอีกกรณีในมุมมองนี้,จนประชาชนต้องลงสนามรบกันเลย,และเสือกไปลาออกด้วย พรรคร่วมก็หน้ามึน, นายกฯพระราชทานแก้หมากdeep stateต่างชาติได้,และสามารถอยู่เฉพาะกิจสัก10-20ปีก็ได้ เงื่อนไขคือยึดคืนบ่อน้ำมันทั้งหมดบนแผ่นดินไทยบนอ่าวไทยบนอันดามันบนราชอาณาจักรเราคืนมาอย่างจริงจังเสียที,สงครามสมัยนี้แม้อิสราเอลกับอิหร่าน ลึกๆจริงๆเรื่องวัตถุดิบทรัพยากรมีค่าของแต่ละชาติแบบน้ำมันที่อิหร่านมีนั่นล่ะ ส่วนจะขายให้ใครอีกเรื่อง,อิหร่านขายน้ำมันให้คนในประเทศอิหร่านตนแค่ลิตรละ1-2บาท,ประเทศไทยมีบ่อน้ำมันมากกว่าอิหร่าน มีโรงกลั่นน้ำมันมากกว่าอิหร่านเสือกขายน้ำมันลดต้นทุนให้ชาวนาชาวเกษตรทุกๆอุตสากรรมสัญชาติไทยลิตระละ1-2บาทแบบอิหร่านไม่ได้เลย,เรา..มีวิถีการปกครองที่ล้มเหลวตกประเมินผลงาน สอบตกในการปกครองประเทศไทย.,ทหารชนะโดยไม่ต้องลงสนามหรือรบก็ได้,การลงสนามรบในยุคนี้เป็นบริบทหรือวิถีสุดท้ายซึ่งคนโง่ผู้นำโง่ๆมักสำคัญผิดว่าคือสิ่งแรกที่ต้องมี,โลกเรามิใช่ยุคจับดาบจับหอกมาสู้กันแล้ว,ระดับปัญญาภูมิจิตภูมิใจพัฒนาไปมากแล้ว,เพราะสงครามเต็มไปด้วยการพรากจากการสูญเสียซึ่งผู้บริสุทธิ์ของทั้งสองฝั่งฝ่ายไม่จำเป็นต้องมาเป็นเหยื่อในกลไกการปกครองที่อุบาทก์ของผู้ปกครองชาตินั้นๆ.,ชาวโลกที่บริสุทธิ์ไม่สมควรตกเป็นเหยื่อแห่งภัยนี้เหมือนในอดีต,คนขายคนค้าอาวุธค้ากระสุนค้าเครื่องยิงมันได้ประโยชน์ทัังนั้นนั่งดูเจ้านายโง่ๆทำสงครามฆ่าฟันกัน.คนตายใช่เจ้านายสมองโง่พวกนั่นไม่,เสือกพลทหารประชาชนธรรมดานี้เองที่อยู่ในวิถีสงครามซวยต่างหาก.,สนองอารมณ์เจ้านายนักปกครองเลวไม่คุ้มอะไร,เราก็สูญเสีย เขาก็สูญเสียสะเหร่อยิงกันแทบตายเดี๋ยวก็มาจับมือแบบอิสราเอลหรืออิหร่านอีก,ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เลยยิ่งโหดอีก,ระเบิดทั้งประเทศขีปนาวุธยิงถล่มราบเรียบอีกก็ดับอนาถอีกคนบริสุทธิ์,หมากนี้แก้ง่ายจะตาย เอากำลังทหารมายึดอำนาจรัฐบาลที่เป็นฝ่ายตรงข้ามทหารสิ,ยึดอำนาจเด็ดเสร็จขาด,ประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศไทยเรียกฑูตไทยเรากลับมาจริงทั้งหมดถีบฑูตเขมรคนเขมรออกจากประเทศทั้งหมดหรือส่งไปประเทศอื่นห้ามคนเขมรอยู่บนแผ่นดินไทยทุกๆตัว,ปิดพรมแดนจริงจังตลอดแนว ตัดทั้งหมดที่ไปเขมร,ระเบิดรางรถไฟทิ้ง ระเบิดถนนหนทางทิ้ง ปิดน่านฟ้าน่านน้ำไปเขมรทั้งหมด,คนไทยห้ามเข้าเขมรทุกๆกรณี นักพนันโทษประหารทันทีอยากเล่นนักไปเล่นในนรกเลย,แบนสกุลเงินเขมร,ลบสกุลเงินเขมรออกจากประเทศไทยห้ามรับห้ามแลกเปลี่ยนทั้งหมด,คว่ำบาตรเขมร,พันธมิตรไทยทั้งหมดห้ามค้าขายกับเขมร,น้ำมันไทยทุกๆบ่อที่สัมปทานไปมีคำสั่งให้ปิดทุกๆหลุมขุดเจาะบนอ่าวไทยยิ่งใกล้ๆเขมรปิดถาวรทันที,เปิดเจาะแค่ใช้ในประเทศไทยเท่านั้นและด้วยกฎอัยการศึกความมั่นคงของชาติโมฆะสัมปทานบ่อน้ำมันทั้งหมดยึดคืนเพื่อความมั่นคงทางยุทธปัจจัยของประเทศไทยทั้งหมด,สมาชิกพันธมิตรใดไม่ทำตามที่ไทยร้องขอหากไทยส่งออกน้ำมันให้ชาตินั้นสามารถระงับการส่งออกทันที,กระแสเงินโอนไปเขมรจะอายัดทุกๆกรณีตลอดโอนมาไทยจากเขมรก็เดียวเช่นกันจะถูกอายัดหมดยึดทรัพย์หมด,นี้คือมาตราการเล็กน้อยในการไม่ต้องรบทางสนามจริง,ประชาชนไม่ถูกระเบิดอาวุธใดๆด้วย,ประชาชนเขมรต้องจัดการผู้นำตนเองที่ชั่วเลวเองภายในชาติเขมรเอง,เราจัดการคนทรยศผ่านในแล้วที่ทำให้อาเชียนไม่สงบสุข. https://youtube.com/shorts/H4gKf2Cv8m0?si=4REnp_d5oaWqkeh6
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 226 มุมมอง 0 รีวิว
  • ยังมีสมาชิกบางท่าน เพิกเฉยต่อบทบาทของ CIA ที่มีต่อประเทศไทย
    อยู่ นี่คือการสรุปย่อๆเท่าที่หามาได้ ในอนาคตจะพูดเรื่องความสำคัญของไทยในสายตา CIA

    การเคลื่อนไหวของ CIA ในประเทศไทย เป็นเรื่องที่มีทั้งข้อมูลที่เปิดเผยและข้อมูลที่เป็นความลับมาก ซึ่งบางส่วนถูกเปิดโปงผ่านเอกสารประวัติศาสตร์ หรือแหล่งข่าวอย่าง Wikileaks, บันทึกของนักข่าวสายความมั่นคง และงานวิชาการ



    สรุป “การเคลื่อนไหวของ CIA ในไทย” แบ่งเป็น 3 ยุคหลัก



    1. ยุคสงครามเย็น (1950s–1980s): ฐานข่าวกรอง-ฐานทัพลับ

    จุดประสงค์หลัก: ต่อต้านคอมมิวนิสต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    ไทย = พันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาค
    • CIA ใช้ไทยเป็น “ฐานปฏิบัติการลับ (covert ops base)” เพื่อ:
    • สนับสนุนฝ่ายต่อต้านคอมมิวนิสต์ใน ลาว–เวียดนาม–กัมพูชา
    • ส่งกำลังทางอากาศ ลำเลียงข่าวกรอง และฝึกกองกำลังลับ

    ตัวอย่างที่เป็นที่รู้กัน:
    • ฐานทัพ อุดรธานี (เรียกในบางวงว่า “Udon CIA base”) ใช้เป็นที่ตั้งของ Air America สายการบินลับของ CIA
    • การฝึก “กองกำลังเงา” ในลาว-เขมร โดยมีเจ้าหน้าที่ CIA ประจำที่ไทย
    • ปฏิบัติการ Operation Cold Chop / Operation Hardnose: ส่งสายลับเข้าไปในจีนตอนใต้จากชายแดนไทย-พม่า



    2. ยุคหลังสงครามเย็น – 9/11 (1990s–2000s): ข่าวกรองและต่อต้านก่อการร้าย

    จุดประสงค์หลัก: ปราบก่อการร้าย-เครือข่ายอิสลามหัวรุนแรง
    • หลังเหตุการณ์ 9/11 สหรัฐฯ เริ่มจับตาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะแหล่งกบดานของกลุ่มหัวรุนแรง
    • CIA ร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิด เช่น:
    • แลกเปลี่ยนข่าวกรองกับตำรวจไทยและหน่วยข่าวทหาร
    • ติดตามเครือข่ายอัลกออิดะห์ในเอเชีย
    • ปฏิบัติการลับเพื่อจับกุมหรือสอบสวนผู้ต้องสงสัย

    กรณีที่ถูกเปิดเผย:
    • ปี 2002–2003: CIA ใช้สถานที่ลับในไทยเป็น “black site” (คุกลับนอกอเมริกา) เพื่อสอบสวนผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย เช่น อับู ซูไบดะห์ (Abu Zubaydah)
    • สถานที่นี้เชื่อกันว่าอยู่ทางภาคตะวันออกของไทย
    • ถูกเปิดเผยในรายงานวุฒิสภาสหรัฐฯ ปี 2014 ว่าใช้ “enhanced interrogation techniques” (การทรมาน)
    • CIA มีบทบาทร่วมในการล่าและส่งตัวผู้ต้องสงสัยจากไทยไปยังประเทศที่สาม (extraordinary rendition)



    3. ยุคใหม่ (2010s–ปัจจุบัน): แข่งอิทธิพลจีน-ไซเบอร์-การเมือง

    จุดประสงค์หลัก:
    1. จับตาจีนในไทย (BRI, 5G, การทหาร, ดิจิทัล)
    2. สกัดรัสเซียในเอเชีย
    3. ติดตามการเคลื่อนไหวทางการเมือง–กลุ่มเคลื่อนไหว
    4. ร่วมมือด้านไซเบอร์/ต่อต้านการแทรกแซง

    รูปแบบที่ปรากฏ:
    • การติดต่อกับนักการเมือง-นักเคลื่อนไหว ที่สนับสนุนเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน (เช่น NGO, นักศึกษาบางกลุ่ม)
    • ติดตามการลงทุนของจีน ในโครงการอย่างรถไฟความเร็วสูง, EEC, ท่าเรือน้ำลึก
    • ใช้ สถานทูตและหน่วยงานต่างประเทศ (USAID, IRI, NED) เป็นช่องทางซัพพอร์ตทางอ้อม
    • ปี 2020s: สื่อรายงานว่ารัสเซียและจีนพยายามตั้ง “สถานีดักฟัง” และ CIA พยายามห้ามไทยอนุญาต



    มุมที่คนไทยหลายคนอาจไม่รู้:
    • CIA ไม่จำเป็นต้อง “ลงมือ” เองทุกครั้ง แต่ใช้ Soft Power + ปฏิบัติการผ่านหน่วยงานในพื้นที่
    • ความร่วมมือข่าวกรองไทย–สหรัฐฯ เข้มแข็งต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับ สันติบาล, หน่วยข่าวทหาร, ปอท.
    • CIA ในไทยมักมี “เจ้าหน้าที่ภายใต้สถานทูต” (official cover) ซึ่งไม่ได้แสดงตัวเป็น CIA โดยตรง



    สรุปภาพรวม:

    CIA เคยมีและอาจยังคงมีบทบาทในไทย
    โดยเป้าหมายเปลี่ยนไปตามยุคสมัย:
    ยุคคอมมิวนิสต์ → ต่อต้านพรรคแดงในอินโดจีน
    ยุคหลัง 9/11 → ก่อการร้าย-จับผู้ต้องสงสัย
    ยุคปัจจุบัน → แข่งกับจีน-รัสเซีย, ไซเบอร์, การเมืองภายในไทย
    ยังมีสมาชิกบางท่าน เพิกเฉยต่อบทบาทของ CIA ที่มีต่อประเทศไทย อยู่ นี่คือการสรุปย่อๆเท่าที่หามาได้ ในอนาคตจะพูดเรื่องความสำคัญของไทยในสายตา CIA การเคลื่อนไหวของ CIA ในประเทศไทย เป็นเรื่องที่มีทั้งข้อมูลที่เปิดเผยและข้อมูลที่เป็นความลับมาก ซึ่งบางส่วนถูกเปิดโปงผ่านเอกสารประวัติศาสตร์ หรือแหล่งข่าวอย่าง Wikileaks, บันทึกของนักข่าวสายความมั่นคง และงานวิชาการ ⸻ 🔍 สรุป “การเคลื่อนไหวของ CIA ในไทย” แบ่งเป็น 3 ยุคหลัก ⸻ 🇺🇸 1. ยุคสงครามเย็น (1950s–1980s): ฐานข่าวกรอง-ฐานทัพลับ จุดประสงค์หลัก: ต่อต้านคอมมิวนิสต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ • 🇹🇭 ไทย = พันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาค • CIA ใช้ไทยเป็น “ฐานปฏิบัติการลับ (covert ops base)” เพื่อ: • สนับสนุนฝ่ายต่อต้านคอมมิวนิสต์ใน ลาว–เวียดนาม–กัมพูชา • ส่งกำลังทางอากาศ ลำเลียงข่าวกรอง และฝึกกองกำลังลับ 💥 ตัวอย่างที่เป็นที่รู้กัน: • ฐานทัพ อุดรธานี (เรียกในบางวงว่า “Udon CIA base”) ใช้เป็นที่ตั้งของ Air America สายการบินลับของ CIA • การฝึก “กองกำลังเงา” ในลาว-เขมร โดยมีเจ้าหน้าที่ CIA ประจำที่ไทย • ปฏิบัติการ Operation Cold Chop / Operation Hardnose: ส่งสายลับเข้าไปในจีนตอนใต้จากชายแดนไทย-พม่า ⸻ 🕵️‍♂️ 2. ยุคหลังสงครามเย็น – 9/11 (1990s–2000s): ข่าวกรองและต่อต้านก่อการร้าย จุดประสงค์หลัก: ปราบก่อการร้าย-เครือข่ายอิสลามหัวรุนแรง • หลังเหตุการณ์ 9/11 สหรัฐฯ เริ่มจับตาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะแหล่งกบดานของกลุ่มหัวรุนแรง • CIA ร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิด เช่น: • แลกเปลี่ยนข่าวกรองกับตำรวจไทยและหน่วยข่าวทหาร • ติดตามเครือข่ายอัลกออิดะห์ในเอเชีย • ปฏิบัติการลับเพื่อจับกุมหรือสอบสวนผู้ต้องสงสัย 💣 กรณีที่ถูกเปิดเผย: • ปี 2002–2003: CIA ใช้สถานที่ลับในไทยเป็น “black site” (คุกลับนอกอเมริกา) เพื่อสอบสวนผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย เช่น อับู ซูไบดะห์ (Abu Zubaydah) • สถานที่นี้เชื่อกันว่าอยู่ทางภาคตะวันออกของไทย • ถูกเปิดเผยในรายงานวุฒิสภาสหรัฐฯ ปี 2014 ว่าใช้ “enhanced interrogation techniques” (การทรมาน) • CIA มีบทบาทร่วมในการล่าและส่งตัวผู้ต้องสงสัยจากไทยไปยังประเทศที่สาม (extraordinary rendition) ⸻ 🌐 3. ยุคใหม่ (2010s–ปัจจุบัน): แข่งอิทธิพลจีน-ไซเบอร์-การเมือง จุดประสงค์หลัก: 1. จับตาจีนในไทย (BRI, 5G, การทหาร, ดิจิทัล) 2. สกัดรัสเซียในเอเชีย 3. ติดตามการเคลื่อนไหวทางการเมือง–กลุ่มเคลื่อนไหว 4. ร่วมมือด้านไซเบอร์/ต่อต้านการแทรกแซง รูปแบบที่ปรากฏ: • การติดต่อกับนักการเมือง-นักเคลื่อนไหว ที่สนับสนุนเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน (เช่น NGO, นักศึกษาบางกลุ่ม) • ติดตามการลงทุนของจีน ในโครงการอย่างรถไฟความเร็วสูง, EEC, ท่าเรือน้ำลึก • ใช้ สถานทูตและหน่วยงานต่างประเทศ (USAID, IRI, NED) เป็นช่องทางซัพพอร์ตทางอ้อม • ปี 2020s: สื่อรายงานว่ารัสเซียและจีนพยายามตั้ง “สถานีดักฟัง” และ CIA พยายามห้ามไทยอนุญาต ⸻ 🧭 มุมที่คนไทยหลายคนอาจไม่รู้: • CIA ไม่จำเป็นต้อง “ลงมือ” เองทุกครั้ง แต่ใช้ Soft Power + ปฏิบัติการผ่านหน่วยงานในพื้นที่ • ความร่วมมือข่าวกรองไทย–สหรัฐฯ เข้มแข็งต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับ สันติบาล, หน่วยข่าวทหาร, ปอท. • CIA ในไทยมักมี “เจ้าหน้าที่ภายใต้สถานทูต” (official cover) ซึ่งไม่ได้แสดงตัวเป็น CIA โดยตรง ⸻ ✅ สรุปภาพรวม: CIA เคยมีและอาจยังคงมีบทบาทในไทย โดยเป้าหมายเปลี่ยนไปตามยุคสมัย: 🔸 ยุคคอมมิวนิสต์ → ต่อต้านพรรคแดงในอินโดจีน 🔸 ยุคหลัง 9/11 → ก่อการร้าย-จับผู้ต้องสงสัย 🔸 ยุคปัจจุบัน → แข่งกับจีน-รัสเซีย, ไซเบอร์, การเมืองภายในไทย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 303 มุมมอง 0 รีวิว
  • วันนี้ (27 มิ.ย.) นายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวปราศรัยต่อสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพระวิหาร ในประเด็นการแก้ปัญหาชายแดนกับไทยว่า ประเทศไทยควรทำงานกับกัมพูชาเหมือนยุคสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะในยุคนั้นความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชา-ไทยเปรียบเสมือนการเดินบนพรมแดง ไม่มีการขัดแย้งหรือโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น

    ทั้งนี้ นายฮุนเซนเคยกล่าวในทำนองเดียวกันนี้ที่ศูนย์อพยพวัดโพธิ์ 5,000 ต้น อำเภอกุเลน จังหวัดพระวิหาร เมื่อบ่ายวันที่ 26 มิ.ย. ว่า เขาประสบช่วงเวลาที่ยากลำบากในความสัมพันธ์กับไทย ไม่ว่าจะภายใต้การนำของพลเรือนหรือทหาร อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและมั่นคงที่สุดระหว่างสองประเทศเกิดขึ้นในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

    “ผมพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าในสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งยาวนานเกือบสิบปี ความสัมพันธ์ทวิภาคีของเราไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นเลย” นายฮุนเซนกล่าวเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.

    นายฮุนเซนกล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นนายกฯ ช่วงปี 2557 จนถึงปี 2566 แม้จะมาจากทหาร แต่ก็สามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงกัมพูชาได้

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000060623

    #Thaitimes #MGROnline #ฮุนเซน #ทักษิณ #แพทองธาร #นายกรัฐมนตรี #กัมพูชา #ไทย #ประยุทธ์จันทร์โอชา
    วันนี้ (27 มิ.ย.) นายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวปราศรัยต่อสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพระวิหาร ในประเด็นการแก้ปัญหาชายแดนกับไทยว่า ประเทศไทยควรทำงานกับกัมพูชาเหมือนยุคสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะในยุคนั้นความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชา-ไทยเปรียบเสมือนการเดินบนพรมแดง ไม่มีการขัดแย้งหรือโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น • ทั้งนี้ นายฮุนเซนเคยกล่าวในทำนองเดียวกันนี้ที่ศูนย์อพยพวัดโพธิ์ 5,000 ต้น อำเภอกุเลน จังหวัดพระวิหาร เมื่อบ่ายวันที่ 26 มิ.ย. ว่า เขาประสบช่วงเวลาที่ยากลำบากในความสัมพันธ์กับไทย ไม่ว่าจะภายใต้การนำของพลเรือนหรือทหาร อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและมั่นคงที่สุดระหว่างสองประเทศเกิดขึ้นในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี • “ผมพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าในสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งยาวนานเกือบสิบปี ความสัมพันธ์ทวิภาคีของเราไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นเลย” นายฮุนเซนกล่าวเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. • นายฮุนเซนกล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นนายกฯ ช่วงปี 2557 จนถึงปี 2566 แม้จะมาจากทหาร แต่ก็สามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงกัมพูชาได้ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000060623 • #Thaitimes #MGROnline #ฮุนเซน #ทักษิณ #แพทองธาร #นายกรัฐมนตรี #กัมพูชา #ไทย #ประยุทธ์จันทร์โอชา
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 229 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฮุนเซน ประธานพฤฒสภากัมพูชาได้เปิดเผยต่อสาธารณชนว่า อดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของไทย น้องสาวของทักษิณ ชินวัตร ใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาหลบหนีออกจากไทย และลี้ภัยไปต่างประเทศ

    ในการประชุมสมาชิกสภาท้องถิ่นในจ.พระวิหาร วันนี้ (27) ฮุนเซนกล่าวว่าตนไม่เปิดเผยข้อมูลนี้เพราะเกรงใจ แต่จำเป็นต้องพูดอกมาหลังจากที่ถูกแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทยคนปัจจุบันโจมตีเป็นการส่วนตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    “ผมสงสารยิ่งลักษณ์ เธอยังคงถือหนังสือเดินทางกัมพูชาและอาศัยอยู่ต่างประเทศ แต่เธอต้องทนทุกข์เพราะพี่ชายของเธอ และตอนนี้เป็นเพราะหลานสาวของเธออีก ผมไม่ได้อยากที่จะพูด แต่ก็ต้องทำ ตอนที่รถพายิ่งลักษณ์ออกจากปอยเปต ตรงกับเที่ยวบินของเธอจากสิงคโปร์มายังเสียมราฐ พอเครื่องบินลงจอด เธอก็ขึ้นรถทันที วันนี้ความจริงถูกเปิดเผย” ฮุนเซน กล่าว

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/indochina/detail/9680000060614

    #MGROnline #ฮุนเซน #ประธานพฤฒสภากัมพูชา #อดีตนายกรัฐมนตรี #ยิ่งลักษณชินวัตร
    ฮุนเซน ประธานพฤฒสภากัมพูชาได้เปิดเผยต่อสาธารณชนว่า อดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของไทย น้องสาวของทักษิณ ชินวัตร ใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาหลบหนีออกจากไทย และลี้ภัยไปต่างประเทศ • ในการประชุมสมาชิกสภาท้องถิ่นในจ.พระวิหาร วันนี้ (27) ฮุนเซนกล่าวว่าตนไม่เปิดเผยข้อมูลนี้เพราะเกรงใจ แต่จำเป็นต้องพูดอกมาหลังจากที่ถูกแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทยคนปัจจุบันโจมตีเป็นการส่วนตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า • “ผมสงสารยิ่งลักษณ์ เธอยังคงถือหนังสือเดินทางกัมพูชาและอาศัยอยู่ต่างประเทศ แต่เธอต้องทนทุกข์เพราะพี่ชายของเธอ และตอนนี้เป็นเพราะหลานสาวของเธออีก ผมไม่ได้อยากที่จะพูด แต่ก็ต้องทำ ตอนที่รถพายิ่งลักษณ์ออกจากปอยเปต ตรงกับเที่ยวบินของเธอจากสิงคโปร์มายังเสียมราฐ พอเครื่องบินลงจอด เธอก็ขึ้นรถทันที วันนี้ความจริงถูกเปิดเผย” ฮุนเซน กล่าว • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/indochina/detail/9680000060614 • #MGROnline #ฮุนเซน #ประธานพฤฒสภากัมพูชา #อดีตนายกรัฐมนตรี #ยิ่งลักษณชินวัตร
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 244 มุมมอง 0 รีวิว
  • “ฮุนเซน” ตัดพ้อกัมพูชาเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงออนไลน์ที่ผ่านมาทางประเทศไทย เพราะไทยมีสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ นำแก๊งฉ้อโกงเข้ามา แล้วโยนผิดให้กัมพูชา โปรดหยุดใส่ร้ายกันได้แล้ว

    วันนี้ (27 มิ.ย.) นายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวระหว่างการปราศรัยต่อสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพระวิหาร ในประเด็นการหลอกลวงออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ว่า กัมพูชาเป็นเหยื่อของไทยเท่านั้น เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีเที่ยวบินตรงไปยังหลายประเทศ และนำคนโกงเหล่านั้นเข้ามาในประเทศ ดังนั้นจึงขอร้องให้ไทยโปรดหยุดใส่ร้ายพวกเขา เพราะไทยเป็นคนสร้างปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชา

    นายฮุนเซนกล่าวถึงการฉ้อโกงออนไลน์ในกัมพูชาว่าเกิดจากประเทศไทย และกัมพูชาได้รับชื่อเสียงในทางลบเพราะประเทศไทย กัมพูชาเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงออนไลน์ที่เกิดจากประเทศไทยเท่านั้น เนื่องจากประเทศไทยมีสนามบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดและมีเที่ยวบินตรงจากทั่วโลก เอื้อต่อขบวนการฉ้อโกงออนไลน์ จึงขอเรียกร้องให้จีน สหรัฐอเมริกา และประชาคมโลกพิจารณาปัญหานี้

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000060602

    #Thaitimes #MGROnline #ฮุนเซน #กัมพูชา #เหยื่อ #ฉ้อโกงออนไลน์
    “ฮุนเซน” ตัดพ้อกัมพูชาเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงออนไลน์ที่ผ่านมาทางประเทศไทย เพราะไทยมีสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ นำแก๊งฉ้อโกงเข้ามา แล้วโยนผิดให้กัมพูชา โปรดหยุดใส่ร้ายกันได้แล้ว • วันนี้ (27 มิ.ย.) นายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวระหว่างการปราศรัยต่อสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพระวิหาร ในประเด็นการหลอกลวงออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ว่า กัมพูชาเป็นเหยื่อของไทยเท่านั้น เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีเที่ยวบินตรงไปยังหลายประเทศ และนำคนโกงเหล่านั้นเข้ามาในประเทศ ดังนั้นจึงขอร้องให้ไทยโปรดหยุดใส่ร้ายพวกเขา เพราะไทยเป็นคนสร้างปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชา • นายฮุนเซนกล่าวถึงการฉ้อโกงออนไลน์ในกัมพูชาว่าเกิดจากประเทศไทย และกัมพูชาได้รับชื่อเสียงในทางลบเพราะประเทศไทย กัมพูชาเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงออนไลน์ที่เกิดจากประเทศไทยเท่านั้น เนื่องจากประเทศไทยมีสนามบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดและมีเที่ยวบินตรงจากทั่วโลก เอื้อต่อขบวนการฉ้อโกงออนไลน์ จึงขอเรียกร้องให้จีน สหรัฐอเมริกา และประชาคมโลกพิจารณาปัญหานี้ • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000060602 • #Thaitimes #MGROnline #ฮุนเซน #กัมพูชา #เหยื่อ #ฉ้อโกงออนไลน์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 272 มุมมอง 0 รีวิว
  • วันนี้ (27 มิ.ย.) นายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวระหว่างการปราศรัยต่อสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพระวิหาร ตอบโต้ข้อกล่าวหาของฝ่ายไทยที่ว่ากัมพูชายังคงซื้อไฟฟ้าจากไทย 6 จุด โดยถามว่าสถานที่เหล่านี้อยู่ที่ไหนกันแน่

    นายฮุนเซนกล่าวว่า หากมีสถานที่ดังกล่าวอยู่จริง ฝ่ายไทยควรระบุให้ชัดเจนในวันนี้ เพราะกัมพูชาต้องการทราบเช่นกัน เพื่อยุติการซื้อไฟฟ้าในจุดดังกล่าวทันที “แต่หากคุณไม่สามารถให้ข้อมูลดังกล่าวได้ และไม่สามารถยืนยันได้ในวันนี้ แสดงว่าคุณไม่เหมาะกับการอ้างสิทธิดังกล่าว”

    “คุณกล่าวหาว่ากัมพูชาได้รับข้อมูลเท็จ แต่เมื่อเราชี้แจงเรื่องดังกล่าว คุณกลับขอโทษผม คุณไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี แม้แต่ตอนที่กระทรวงการต่างประเทศของคุณดูหมิ่นประเทศของผม คุณก็ไม่รู้ตัวและต่อมาก็ขอโทษผมทางโทรศัพท์ หากคุณเตรียมที่จะตัดขาดเรา เราก็จะรีบดำเนินการและตัดขาดคุณก่อน” นายฮุนเซนกล่าว

    กัมพูชาตั้งเป้าหมายที่จะรักษาข้อตกลงทางธุรกิจกับไทยมาโดยตลอด แต่เมื่อมีการคุกคาม กัมพูชาก็มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตเพียงพออยู่แล้ว แม้จะเป็นเช่นนั้น กัมพูชายังคงเคารพสัญญาที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับคำเตือน กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากระงับบริการเหล่านั้นโดยฝ่ายเดียว และหาทางเลือกอื่น ในจังหวัดเกาะกง กัมพูชามีไฟฟ้าอยู่แล้ว 50 เมกะวัตต์ แต่เนื่องจากมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ กัมพูชาจึงยังคงจัดหาไฟฟ้าจากจังหวัดตราดของไทย เมื่อเกิดภัยคุกคาม นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาจึงสั่งระงับการซื้อไฟฟ้าจากทันที

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000060587

    #Thaitimes #MGROnline #ฮุนเซน #ทักษิณ #แพทองธาร #นายกรัฐมนตรี #กัมพูชา #ไทย
    วันนี้ (27 มิ.ย.) นายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวระหว่างการปราศรัยต่อสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพระวิหาร ตอบโต้ข้อกล่าวหาของฝ่ายไทยที่ว่ากัมพูชายังคงซื้อไฟฟ้าจากไทย 6 จุด โดยถามว่าสถานที่เหล่านี้อยู่ที่ไหนกันแน่ • นายฮุนเซนกล่าวว่า หากมีสถานที่ดังกล่าวอยู่จริง ฝ่ายไทยควรระบุให้ชัดเจนในวันนี้ เพราะกัมพูชาต้องการทราบเช่นกัน เพื่อยุติการซื้อไฟฟ้าในจุดดังกล่าวทันที “แต่หากคุณไม่สามารถให้ข้อมูลดังกล่าวได้ และไม่สามารถยืนยันได้ในวันนี้ แสดงว่าคุณไม่เหมาะกับการอ้างสิทธิดังกล่าว” • “คุณกล่าวหาว่ากัมพูชาได้รับข้อมูลเท็จ แต่เมื่อเราชี้แจงเรื่องดังกล่าว คุณกลับขอโทษผม คุณไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี แม้แต่ตอนที่กระทรวงการต่างประเทศของคุณดูหมิ่นประเทศของผม คุณก็ไม่รู้ตัวและต่อมาก็ขอโทษผมทางโทรศัพท์ หากคุณเตรียมที่จะตัดขาดเรา เราก็จะรีบดำเนินการและตัดขาดคุณก่อน” นายฮุนเซนกล่าว • กัมพูชาตั้งเป้าหมายที่จะรักษาข้อตกลงทางธุรกิจกับไทยมาโดยตลอด แต่เมื่อมีการคุกคาม กัมพูชาก็มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตเพียงพออยู่แล้ว แม้จะเป็นเช่นนั้น กัมพูชายังคงเคารพสัญญาที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับคำเตือน กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากระงับบริการเหล่านั้นโดยฝ่ายเดียว และหาทางเลือกอื่น ในจังหวัดเกาะกง กัมพูชามีไฟฟ้าอยู่แล้ว 50 เมกะวัตต์ แต่เนื่องจากมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ กัมพูชาจึงยังคงจัดหาไฟฟ้าจากจังหวัดตราดของไทย เมื่อเกิดภัยคุกคาม นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาจึงสั่งระงับการซื้อไฟฟ้าจากทันที • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000060587 • #Thaitimes #MGROnline #ฮุนเซน #ทักษิณ #แพทองธาร #นายกรัฐมนตรี #กัมพูชา #ไทย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 203 มุมมอง 0 รีวิว
  • “ฮุนเซน” ย้อนความหลัง “ทักษิณ” เคยมาขอคำแนะนำเรื่องตั้งพรรคการเมือง โดยบอกว่าอยากได้ประสบการณ์ ก่อนตั้งพรรคลงเลือกตั้งปี 2544 แต่เสียงยังไม่มากพอ เลยให้ตนช่วยเจรจา “พล.อ.ชวลิต” ร่วมจัดตั้งรัฐบาลเป็นผลสำเร็จ

    เช้าวันนี้ (27 มิ.ย.) นายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวปราศรัยต่อสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพระวิหาร ตอนหนึ่งว่า พรรคเพื่อไทยของนายทักษิณ ชินวัตร ได้รับความช่วยเหลือในการจัดตั้งจากตนเอง และตนได้ให้คำแนะนำและประสบการณ์ในการจัดตั้งพรรคแก่นายทักษิณ

    ฮุนเซนกล่าวว่า “สำหรับพรรคเพื่อไทย ผมขอกล่าวว่าผมมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคนี้ โปรดจำไว้ว่าคุณทักษิณและคุณสุรเกียรติ์ ก่อนอื่น ผมไปที่นิวยอร์ก ออกจากฮาวานา เยือนคิวบา และมานิวยอร์ก คุณทักษิณและคุณสุรเกียรติ์บินไปเทกซัสเพื่อพบกับบุช ตอนนั้นบุชยังไม่ได้เป็นประธานาธิบดี แต่ตามคำทำนายของทักษิณ บุชจะชนะการเลือกตั้ง ดังนั้นจะต้องมีความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผู้สมัครที่มีศักยภาพที่จะได้รับการเลือกตั้ง”

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000060580

    #Thaitimes #MGROnline #ฮุนเซน #ทักษิณ
    “ฮุนเซน” ย้อนความหลัง “ทักษิณ” เคยมาขอคำแนะนำเรื่องตั้งพรรคการเมือง โดยบอกว่าอยากได้ประสบการณ์ ก่อนตั้งพรรคลงเลือกตั้งปี 2544 แต่เสียงยังไม่มากพอ เลยให้ตนช่วยเจรจา “พล.อ.ชวลิต” ร่วมจัดตั้งรัฐบาลเป็นผลสำเร็จ • เช้าวันนี้ (27 มิ.ย.) นายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวปราศรัยต่อสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพระวิหาร ตอนหนึ่งว่า พรรคเพื่อไทยของนายทักษิณ ชินวัตร ได้รับความช่วยเหลือในการจัดตั้งจากตนเอง และตนได้ให้คำแนะนำและประสบการณ์ในการจัดตั้งพรรคแก่นายทักษิณ • ฮุนเซนกล่าวว่า “สำหรับพรรคเพื่อไทย ผมขอกล่าวว่าผมมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคนี้ โปรดจำไว้ว่าคุณทักษิณและคุณสุรเกียรติ์ ก่อนอื่น ผมไปที่นิวยอร์ก ออกจากฮาวานา เยือนคิวบา และมานิวยอร์ก คุณทักษิณและคุณสุรเกียรติ์บินไปเทกซัสเพื่อพบกับบุช ตอนนั้นบุชยังไม่ได้เป็นประธานาธิบดี แต่ตามคำทำนายของทักษิณ บุชจะชนะการเลือกตั้ง ดังนั้นจะต้องมีความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผู้สมัครที่มีศักยภาพที่จะได้รับการเลือกตั้ง” • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000060580 • #Thaitimes #MGROnline #ฮุนเซน #ทักษิณ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 253 มุมมอง 0 รีวิว
  • “ฮุนเซน” ยันกุมความลับ “แม้ว” ดูหมิ่นกษัตริย์ของตัวเอง แนะทางการไทยส่งทูตพิเศษไปขอข้อมูล พร้อมให้โดยละเอียด

    เช้าวันนี้ (27 มิ.ย.) นายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวปราศรัยต่อสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพระวิหาร ตอนหนึ่งว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยได้ทำการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ไทย แต่เขาจะไม่พูดในรายละเอียด หากทางการไทยต้องการทราบว่านายทักษิณดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ของตนอย่างไร ทางการไทยสามารถส่งทูตพิเศษไปสอบถามโดยละเอียดได้ นายฮุนเซนยืนยันเรื่องนี้และสัญญาว่าจะให้คำตอบโดยละเอียดมากขึ้น

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000060543

    #Thaitimes #MGROnline #Cambodia #ฮุนเซน #ไทยกัมพูชา #ทักษิณ
    “ฮุนเซน” ยันกุมความลับ “แม้ว” ดูหมิ่นกษัตริย์ของตัวเอง แนะทางการไทยส่งทูตพิเศษไปขอข้อมูล พร้อมให้โดยละเอียด เช้าวันนี้ (27 มิ.ย.) นายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวปราศรัยต่อสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพระวิหาร ตอนหนึ่งว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยได้ทำการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ไทย แต่เขาจะไม่พูดในรายละเอียด หากทางการไทยต้องการทราบว่านายทักษิณดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ของตนอย่างไร ทางการไทยสามารถส่งทูตพิเศษไปสอบถามโดยละเอียดได้ นายฮุนเซนยืนยันเรื่องนี้และสัญญาว่าจะให้คำตอบโดยละเอียดมากขึ้น • คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000060543 • #Thaitimes #MGROnline #Cambodia #ฮุนเซน #ไทยกัมพูชา #ทักษิณ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 201 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts