• ‘ม็อบชาวนา’ บุกทำเนียบฯ ทวงถามมาตรการอุ้มราคาข้าวเปลือกนาปรังตันละ 11,000 บาท-เยียวยาพื้นที่รับน้ำ 300 ต่อไร่ 4 เดือน
    https://www.thai-tai.tv/news/17484/
    ‘ม็อบชาวนา’ บุกทำเนียบฯ ทวงถามมาตรการอุ้มราคาข้าวเปลือกนาปรังตันละ 11,000 บาท-เยียวยาพื้นที่รับน้ำ 300 ต่อไร่ 4 เดือน https://www.thai-tai.tv/news/17484/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 125 มุมมอง 0 รีวิว
  • รัฐบาลรุกคืบปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กัดไม่ปล่อย “ไม่จบ ไม่เลิก” เร่งแก้ราคาสินค้าเกษตร-ประมง คุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน

    📅 มติประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 รัฐบาลเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน ทั้งเรื่องราคาสินค้าเกษตร การเยียวยาอุตสาหกรรมประมง และการคุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชน โดยเน้นนโยบาย "กัดไม่ปล่อย ไม่จบ ไม่เลิก" เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

    ปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ “ไม่จบ ไม่เลิก” สองกระทรวงหลักร่วมรับผิดชอบ
    การระบาดของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างหนัก รัฐบาลจึงดำเนินมาตรการเข้มข้น โดยมอบหมายให้กระทรวงกลาโหม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหน่วยงานหลักในการปราบปราม

    กระทรวงกลาโหม ปิดช่องทางข้ามแดน ตัดเส้นทางเครือข่ายอาชญากรรม
    🔹 Seal ชายแดน 14 จังหวัด เพื่อสกัดเส้นทางลำเลียงอาชญากรข้ามชาติ
    🔹 กวาดล้างคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ ที่มีฐานปฏิบัติการอยู่บริเวณชายแดน
    🔹 ดำเนินมาตรการ "ตัดไฟ ตัดทางน้ำมัน" เพื่อทำลายโครงสร้างสนับสนุน ของเครือข่ายมิจฉาชีพ
    🔹 ประสานงานกับประเทศปลายทาง เช่น จีนและเมียนมา เพื่อนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
    🔹 คุมเข้มเจ้าหน้าที่รัฐ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง หากพบการทุจริต ดำเนินการลงโทษทันที

    กระทรวงดิจิทัลฯ ปิดช่องทางสื่อสารของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
    🔸 รื้อถอนเสาสัญญาณใกล้ชายแดน โดยปรับลดความสูง ความแรงของสัญญาณ และควบคุมทิศทางของคลื่นความถี่
    🔸 ตัดสัญญาณซิมบ็อกซ์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อลดการโทรศัพท์หลอกลวงจากต่างประเทศ
    🔸 คัดกรองเบอร์โทรต้องสงสัย (Cleansing System) ปิดกั้นหมายเลข ที่มีแนวโน้มใช้ในทางมิชอบ

    🛡️ เป้าหมายคือ การทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ให้หมดสิ้นจากประเทศไทย!

    แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร
    เศรษฐกิจภาคเกษตร เป็นหัวใจสำคัญของประเทศไทย แต่ราคาพืชผลยังคงผันผวน รัฐบาลจึงเร่งดำเนินมาตรการระยะสั้น และระยะยาว เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

    มาตรการเร่งด่วน
    ✔️ ตรึงราคาข้าวเปลือก, มันสำปะหลัง, ข้าวโพด, ปาล์มน้ำมัน และยางพารา
    ✔️ อุดหนุนเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากราคาตกต่ำ
    ✔️ ควบคุมต้นทุนการผลิต เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และค่าแรง

    มาตรการระยะยาว
    🌱 พัฒนาพันธุ์พืชใหม่ๆ ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ และความต้องการของตลาด
    📡 นำเทคโนโลยี และนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) มาช่วยเพิ่มผลผลิต
    📊 เชื่อมโยงข้อมูลตลาดล่วงหน้า (Agri-Market Intelligence) เพื่อลดความเสี่ยงจากราคาตกต่ำ

    👩‍🌾 เกษตรกรไทยต้องมีรายได้ที่มั่นคง และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้!

    แก้ปัญหาวิกฤติอุตสาหกรรมประมง เร่งจ่ายเงินเยียวยา
    อุตสาหกรรมประมงของไทย ได้รับผลกระทบหนักจากนโยบาย "นำเรือออกนอกระบบ" เพื่อลดปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ทำให้เจ้าของเรือจำนวนมาก ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา

    แนวทางการช่วยเหลือ
    ✅ กรมประมง และกระทรวงเกษตรฯ เร่งจ่ายเงินเยียวยา ให้เจ้าของเรือที่ได้รับผลกระทบ
    ✅ เสนอที่ประชุม ครม. เพื่ออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม
    ✅ ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมประมง ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบสากล โดยไม่กระทบต่อผู้ประกอบการ

    🎣 รัฐบาลยืนยันว่า ประมงไทยจะต้องอยู่รอด และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้!

    คุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน ปรับกฎหมายให้รัดกุมขึ้น
    ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า กำลังระบาดในกลุ่มเยาวชนอย่างหนัก ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ และการเสพติดในระยะยาว รัฐบาลจึงเร่งหามาตรการควบคุมอย่างจริงจัง

    มาตรการเร่งด่วน
    🚫 ปรับแก้ข้อกฎหมาย เพื่อให้การครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ผิดกฎหมายชัดเจนยิ่งขึ้น
    🚫 เพิ่มโทษสำหรับการนำเข้า และจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า โดยไม่ได้รับอนุญาต
    🚫 คุมเข้มโซเชียลมีเดีย และแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่โฆษณาขายบุหรี่ไฟฟ้า

    มาตรการให้ความรู้เยาวชน
    📢 จัดแคมเปญให้ความรู้ เรื่องอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน
    📢 สร้างระบบแจ้งเบาะแส เพื่อให้ประชาชนช่วยกันสอดส่อง

    🚭 รัฐบาลมุ่งมั่นปกป้องสุขภาพเยาวชนไทย จากภัยของบุหรี่ไฟฟ้า!

    เดินหน้าปฏิบัติการ กัดไม่ปล่อย! การประชุม ครม. ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการทำงาน ที่จริงจังของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ

    ✅ กวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำลายเครือข่ายอาชญากรรม
    ✅ ตรึงราคาสินค้าเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร
    ✅ ฟื้นฟูอุตสาหกรรมประมง ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
    ✅ คุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน ป้องกันภัยสุขภาพและการเสพติด

    🏛️ รัฐบาลยืนยัน! จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และไม่ยอมแพ้จนกว่าจะเห็นผล!

    ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 262122 ก.พ. 2568

    📌 #รัฐบาลไทย #ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ #ราคาสินค้าเกษตร #ปัญหาประมง #บุหรี่ไฟฟ้า #ปกป้องเยาวชน #นโยบายรัฐ #ครม2568 #เกษตรกรไทย #หยุดแก๊งมิจฉาชีพ
    รัฐบาลรุกคืบปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กัดไม่ปล่อย “ไม่จบ ไม่เลิก” เร่งแก้ราคาสินค้าเกษตร-ประมง คุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน 📅 มติประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 รัฐบาลเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน ทั้งเรื่องราคาสินค้าเกษตร การเยียวยาอุตสาหกรรมประมง และการคุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชน โดยเน้นนโยบาย "กัดไม่ปล่อย ไม่จบ ไม่เลิก" เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ “ไม่จบ ไม่เลิก” สองกระทรวงหลักร่วมรับผิดชอบ การระบาดของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างหนัก รัฐบาลจึงดำเนินมาตรการเข้มข้น โดยมอบหมายให้กระทรวงกลาโหม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหน่วยงานหลักในการปราบปราม กระทรวงกลาโหม ปิดช่องทางข้ามแดน ตัดเส้นทางเครือข่ายอาชญากรรม 🔹 Seal ชายแดน 14 จังหวัด เพื่อสกัดเส้นทางลำเลียงอาชญากรข้ามชาติ 🔹 กวาดล้างคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ ที่มีฐานปฏิบัติการอยู่บริเวณชายแดน 🔹 ดำเนินมาตรการ "ตัดไฟ ตัดทางน้ำมัน" เพื่อทำลายโครงสร้างสนับสนุน ของเครือข่ายมิจฉาชีพ 🔹 ประสานงานกับประเทศปลายทาง เช่น จีนและเมียนมา เพื่อนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม 🔹 คุมเข้มเจ้าหน้าที่รัฐ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง หากพบการทุจริต ดำเนินการลงโทษทันที กระทรวงดิจิทัลฯ ปิดช่องทางสื่อสารของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 🔸 รื้อถอนเสาสัญญาณใกล้ชายแดน โดยปรับลดความสูง ความแรงของสัญญาณ และควบคุมทิศทางของคลื่นความถี่ 🔸 ตัดสัญญาณซิมบ็อกซ์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อลดการโทรศัพท์หลอกลวงจากต่างประเทศ 🔸 คัดกรองเบอร์โทรต้องสงสัย (Cleansing System) ปิดกั้นหมายเลข ที่มีแนวโน้มใช้ในทางมิชอบ 🛡️ เป้าหมายคือ การทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ให้หมดสิ้นจากประเทศไทย! แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร เศรษฐกิจภาคเกษตร เป็นหัวใจสำคัญของประเทศไทย แต่ราคาพืชผลยังคงผันผวน รัฐบาลจึงเร่งดำเนินมาตรการระยะสั้น และระยะยาว เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร มาตรการเร่งด่วน ✔️ ตรึงราคาข้าวเปลือก, มันสำปะหลัง, ข้าวโพด, ปาล์มน้ำมัน และยางพารา ✔️ อุดหนุนเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากราคาตกต่ำ ✔️ ควบคุมต้นทุนการผลิต เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และค่าแรง มาตรการระยะยาว 🌱 พัฒนาพันธุ์พืชใหม่ๆ ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ และความต้องการของตลาด 📡 นำเทคโนโลยี และนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) มาช่วยเพิ่มผลผลิต 📊 เชื่อมโยงข้อมูลตลาดล่วงหน้า (Agri-Market Intelligence) เพื่อลดความเสี่ยงจากราคาตกต่ำ 👩‍🌾 เกษตรกรไทยต้องมีรายได้ที่มั่นคง และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้! แก้ปัญหาวิกฤติอุตสาหกรรมประมง เร่งจ่ายเงินเยียวยา อุตสาหกรรมประมงของไทย ได้รับผลกระทบหนักจากนโยบาย "นำเรือออกนอกระบบ" เพื่อลดปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ทำให้เจ้าของเรือจำนวนมาก ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา แนวทางการช่วยเหลือ ✅ กรมประมง และกระทรวงเกษตรฯ เร่งจ่ายเงินเยียวยา ให้เจ้าของเรือที่ได้รับผลกระทบ ✅ เสนอที่ประชุม ครม. เพื่ออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม ✅ ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมประมง ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบสากล โดยไม่กระทบต่อผู้ประกอบการ 🎣 รัฐบาลยืนยันว่า ประมงไทยจะต้องอยู่รอด และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้! คุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน ปรับกฎหมายให้รัดกุมขึ้น ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า กำลังระบาดในกลุ่มเยาวชนอย่างหนัก ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ และการเสพติดในระยะยาว รัฐบาลจึงเร่งหามาตรการควบคุมอย่างจริงจัง มาตรการเร่งด่วน 🚫 ปรับแก้ข้อกฎหมาย เพื่อให้การครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ผิดกฎหมายชัดเจนยิ่งขึ้น 🚫 เพิ่มโทษสำหรับการนำเข้า และจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า โดยไม่ได้รับอนุญาต 🚫 คุมเข้มโซเชียลมีเดีย และแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่โฆษณาขายบุหรี่ไฟฟ้า มาตรการให้ความรู้เยาวชน 📢 จัดแคมเปญให้ความรู้ เรื่องอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน 📢 สร้างระบบแจ้งเบาะแส เพื่อให้ประชาชนช่วยกันสอดส่อง 🚭 รัฐบาลมุ่งมั่นปกป้องสุขภาพเยาวชนไทย จากภัยของบุหรี่ไฟฟ้า! เดินหน้าปฏิบัติการ กัดไม่ปล่อย! การประชุม ครม. ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการทำงาน ที่จริงจังของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ ✅ กวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำลายเครือข่ายอาชญากรรม ✅ ตรึงราคาสินค้าเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ✅ ฟื้นฟูอุตสาหกรรมประมง ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ✅ คุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน ป้องกันภัยสุขภาพและการเสพติด 🏛️ รัฐบาลยืนยัน! จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และไม่ยอมแพ้จนกว่าจะเห็นผล! ป้อม-อัครวัฒน์ ธนันฐ์กิตติกุล 262122 ก.พ. 2568 📌 #รัฐบาลไทย #ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ #ราคาสินค้าเกษตร #ปัญหาประมง #บุหรี่ไฟฟ้า #ปกป้องเยาวชน #นโยบายรัฐ #ครม2568 #เกษตรกรไทย #หยุดแก๊งมิจฉาชีพ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 798 มุมมอง 0 รีวิว
  • ข้าพเจ้าสนับสนุนการเผาฟางแบบสุดตัว

    ข้าพเจ้าเผามาตลอด อย่าว่าแต่ฟางเลย หญ้า ใบไม้ก็เผา ใครห้ามก็ไม่ฟัง ก็จะเผา จะทำไม

    ขั้นตอนหนึ่ง ในการทำนาของข้าพเจ้า คือ หลังจากเกี่ยวข้าวและจัดการข้าวเปลือกเสร็จแล้ว ข้าพเจ้าจะเผาฟางทั้งหมด ด้วยวิธีทางชีวภาพ นั้นคือการทำปุ๋ยหมัก ตามวิธีการทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกอง วิศวกรรมแม่โจ้ 1 แต่ข้าพเจ้าจะพูดว่า เผาฟางโดยไม่ใช้ไฟ

    ถ้าทำแบบขี้เกียจ จะใช้เวลาหมัก 2 เดือน คนหมักมีหน้าที่แค่รักษาความชื้น และคอยเจาะกองปุ๋ย เติมน้ำ ทุก 10 วัน เพื่อรักษาความชื้นภายใน ไม่ให้แห้ง จุลินทรีย์จะได้ทำหน้าที่ย่อยสลายได้อย่างต่อเนื่อง ควันที่เห็นเกิดจากความร้อนในกระบวนการย่อยสลาย ปะทะเข้ากับอากาศเย็น ถ้าทำหน้าร้อนจะเห็นเป็นเปลวความร้อน

    เนื่องจากเป็นการหมักแบบใช้ออกซิเจน ก๊าซที่ได้จึงเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซนี้จะถูกใช้โดยต้นไม้ ตามวัฏจักรคาร์บอน สิ่งที่ข้าพเจ้าต้องทำเพิ่มเติม คือ ต้องปลูกต้นไม้ เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น เพื่อกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ ได้คาร์บอนเครดิต ไปเต็มๆ แต่อันนี้ไม่ขาย เอาไว้โม้ แฮ่ๆ

    เมื่อครบ 2 เดือน ล้มกอง ตากให้แห้งพอหมาดๆ จะได้ปุ๋ยหมักชั้นเยี่ยม อ.ธีระพงษ์ สว่างปัญญางกูร(ลูกศิษย์เรียกจารย์ลุง) ผู้ทำวิจัย เคลมว่า ถ้าทำตามวิธีของจารย์ลุง ปุ๋ยหมักจะผ่านตามมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ประเทศไทย ข้าพเจ้าไม่เชื่อ เลยส่งไปตรวจ 2 ครั้งเขาตรวจ 20 กว่ารายการ ทั้งธาตุอาหารหลัก อาหารรอง อินทรีย์วัตถุ โลหะหนัก ฯ ปรากฎว่าผ่านเกณฑ์จริง น่าจะเชื่อตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องเสียเงิน เพราะงานวิจัยของจารย์ลุง ได้รางวัลงานวิจัยดีเด่นแห่งชาติ

    แม้แต่หญ้าที่ตัดแล้ว ใบไม้ที่ร่วงหล่น ข้าพเจ้าจะรวบรวมไว้ และก็เผาแบบเดียวกัน เผาโดยไม่ใช้ไฟ ไร้ PM10 PM2.5 ได้ปุ๋ยหมักอินทรีย์ ไว้ใส่พืช ผัก ผลไม้ มันช่างดีจริงจริง

    เมื่อถึงฤดูทำนา เวลาเตรียมดิน ข้าพเจ้าจะขนฟางที่เผาแล้วทั้งหมดลงใส่นา จบเรื่องปุ๋ย ตลอดฤดูการปลูก เกี่ยวข้าวเสร็จ เผาฟางต่อ เผาโดยไม่ใช้ไฟ ทำวนไป ได้ดินดี ได้ข้าวอินทรีย์ธรรมดาแสนดี ไว้กินตลอดปี
    ข้าพเจ้าสนับสนุนการเผาฟางแบบสุดตัว ข้าพเจ้าเผามาตลอด อย่าว่าแต่ฟางเลย หญ้า ใบไม้ก็เผา ใครห้ามก็ไม่ฟัง ก็จะเผา จะทำไม ขั้นตอนหนึ่ง ในการทำนาของข้าพเจ้า คือ หลังจากเกี่ยวข้าวและจัดการข้าวเปลือกเสร็จแล้ว ข้าพเจ้าจะเผาฟางทั้งหมด ด้วยวิธีทางชีวภาพ นั้นคือการทำปุ๋ยหมัก ตามวิธีการทำปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกอง วิศวกรรมแม่โจ้ 1 แต่ข้าพเจ้าจะพูดว่า เผาฟางโดยไม่ใช้ไฟ ถ้าทำแบบขี้เกียจ จะใช้เวลาหมัก 2 เดือน คนหมักมีหน้าที่แค่รักษาความชื้น และคอยเจาะกองปุ๋ย เติมน้ำ ทุก 10 วัน เพื่อรักษาความชื้นภายใน ไม่ให้แห้ง จุลินทรีย์จะได้ทำหน้าที่ย่อยสลายได้อย่างต่อเนื่อง ควันที่เห็นเกิดจากความร้อนในกระบวนการย่อยสลาย ปะทะเข้ากับอากาศเย็น ถ้าทำหน้าร้อนจะเห็นเป็นเปลวความร้อน เนื่องจากเป็นการหมักแบบใช้ออกซิเจน ก๊าซที่ได้จึงเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซนี้จะถูกใช้โดยต้นไม้ ตามวัฏจักรคาร์บอน สิ่งที่ข้าพเจ้าต้องทำเพิ่มเติม คือ ต้องปลูกต้นไม้ เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น เพื่อกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ ได้คาร์บอนเครดิต ไปเต็มๆ แต่อันนี้ไม่ขาย เอาไว้โม้ แฮ่ๆ เมื่อครบ 2 เดือน ล้มกอง ตากให้แห้งพอหมาดๆ จะได้ปุ๋ยหมักชั้นเยี่ยม อ.ธีระพงษ์ สว่างปัญญางกูร(ลูกศิษย์เรียกจารย์ลุง) ผู้ทำวิจัย เคลมว่า ถ้าทำตามวิธีของจารย์ลุง ปุ๋ยหมักจะผ่านตามมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ประเทศไทย ข้าพเจ้าไม่เชื่อ เลยส่งไปตรวจ 2 ครั้งเขาตรวจ 20 กว่ารายการ ทั้งธาตุอาหารหลัก อาหารรอง อินทรีย์วัตถุ โลหะหนัก ฯ ปรากฎว่าผ่านเกณฑ์จริง น่าจะเชื่อตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องเสียเงิน เพราะงานวิจัยของจารย์ลุง ได้รางวัลงานวิจัยดีเด่นแห่งชาติ แม้แต่หญ้าที่ตัดแล้ว ใบไม้ที่ร่วงหล่น ข้าพเจ้าจะรวบรวมไว้ และก็เผาแบบเดียวกัน เผาโดยไม่ใช้ไฟ ไร้ PM10 PM2.5 ได้ปุ๋ยหมักอินทรีย์ ไว้ใส่พืช ผัก ผลไม้ มันช่างดีจริงจริง เมื่อถึงฤดูทำนา เวลาเตรียมดิน ข้าพเจ้าจะขนฟางที่เผาแล้วทั้งหมดลงใส่นา จบเรื่องปุ๋ย ตลอดฤดูการปลูก เกี่ยวข้าวเสร็จ เผาฟางต่อ เผาโดยไม่ใช้ไฟ ทำวนไป ได้ดินดี ได้ข้าวอินทรีย์ธรรมดาแสนดี ไว้กินตลอดปี
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 374 มุมมอง 0 รีวิว
  • #ข้าวเปลือก# คุณตาของผู้เขียนเล่าให้ฟังว่า เวลาเจอข้าวเปลือกในข้าวที่เรากิน (เท่านั้น) ให้เก็บติดตัวเอาไว้ นัยว่า ทางแคล้วคลาดดีนักแล...ลองคิดดู ผ่านการ สี จัด บรรจุ กี่กระบวนการ มาถึงเรา ผ่านกระบวนการซาวน้ำอีก...ยังเล็ดลอดมาถึงเรา...นั่นละ ...ของดี...(ไม่ใช่ข้าวเปลือกทั่วไปนะ)
    #ข้าวเปลือก# คุณตาของผู้เขียนเล่าให้ฟังว่า เวลาเจอข้าวเปลือกในข้าวที่เรากิน (เท่านั้น) ให้เก็บติดตัวเอาไว้ นัยว่า ทางแคล้วคลาดดีนักแล...ลองคิดดู ผ่านการ สี จัด บรรจุ กี่กระบวนการ มาถึงเรา ผ่านกระบวนการซาวน้ำอีก...ยังเล็ดลอดมาถึงเรา...นั่นละ ...ของดี...(ไม่ใช่ข้าวเปลือกทั่วไปนะ)
    Wow
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 166 มุมมอง 0 รีวิว
  • มูลค่าการทุจริตในการระบายข้าว 84,476 ล้านบาท.
    ตั้งแต่ปี 54 เป็นต้นมาโครงการจำนำข้าวขาดทุน 957,000 ล้านบาท
    รัฐบาลประยุทธ์ ตั้งงบประมาณ ชำระหนี้ไปแล้ว 781,000 ล้านบาท
    รัฐบาลเศรษฐา ใต้ตีนทักษิณ ขายข้าวล็อตสุดท้ายได้ 272 ล้านบาท
    --------------
    สรุปความ up-pre ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ใต้ตีนทักษิณ
    ⭕ โครงการรับจำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ รับจำนำข้าวทั้งหมด 5 ฤดู
    รอบฤดูกาลผลิตปี 2554/2555 ถึงปี 2556/2557
    ⭕ รับจำนำข้าวเปลือก 54.35 ล้านตัน
    ⭕ ค่าใช้จ่ายรวม 9.85 แสนล้านบาท เป็นเงินซื้อข้าว 8.57 แสนล้านบาท
    ⭕ ขาดทุนทางคลัง 5.39 แสนล้านบาท (เม.ย. 2557) *หากคำนวณผลตรวจสต็อกข้าวของ คสช. (ต.ค. 2557) จะขาดทุน 6.6 แสนล้านบาท
    ⭕ ผลประโยชน์ส่วนเกินจากโครงการจำนำข้าวที่ตกแก่ชาวนา 5.6 แสนล้านบาท แต่ส่วนใหญ่เป็นชาวนารายกลางและรายใหญ่
    ⭕ มูลค่าการทุจริตในการระบายข้าว 84,476 ล้านบาท


    #รัฐบาลuppre
    มูลค่าการทุจริตในการระบายข้าว 84,476 ล้านบาท. ตั้งแต่ปี 54 เป็นต้นมาโครงการจำนำข้าวขาดทุน 957,000 ล้านบาท รัฐบาลประยุทธ์ ตั้งงบประมาณ ชำระหนี้ไปแล้ว 781,000 ล้านบาท รัฐบาลเศรษฐา ใต้ตีนทักษิณ ขายข้าวล็อตสุดท้ายได้ 272 ล้านบาท -------------- สรุปความ up-pre ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ใต้ตีนทักษิณ ⭕ โครงการรับจำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ รับจำนำข้าวทั้งหมด 5 ฤดู รอบฤดูกาลผลิตปี 2554/2555 ถึงปี 2556/2557 ⭕ รับจำนำข้าวเปลือก 54.35 ล้านตัน ⭕ ค่าใช้จ่ายรวม 9.85 แสนล้านบาท เป็นเงินซื้อข้าว 8.57 แสนล้านบาท ⭕ ขาดทุนทางคลัง 5.39 แสนล้านบาท (เม.ย. 2557) *หากคำนวณผลตรวจสต็อกข้าวของ คสช. (ต.ค. 2557) จะขาดทุน 6.6 แสนล้านบาท ⭕ ผลประโยชน์ส่วนเกินจากโครงการจำนำข้าวที่ตกแก่ชาวนา 5.6 แสนล้านบาท แต่ส่วนใหญ่เป็นชาวนารายกลางและรายใหญ่ ⭕ มูลค่าการทุจริตในการระบายข้าว 84,476 ล้านบาท #รัฐบาลuppre
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1081 มุมมอง 0 รีวิว