• จากโลกไซไฟสู่ท้องถนนจริง: เอ็กโซสเกเลตันกำลังกลายเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

    เทคโนโลยีเอ็กโซสเกเลตันที่เคยถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ไซไฟขนาดใหญ่และใช้งานเฉพาะทาง กำลังเปลี่ยนโฉมสู่การเป็นอุปกรณ์ผู้บริโภคที่เบา ฉลาด และเข้าถึงได้มากขึ้น ผู้ผลิตหลายรายหวังให้มันกลายเป็นสินค้า mass market เหมือนสมาร์ตวอทช์ โดยเจาะกลุ่มตั้งแต่นักเดินป่าไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการคงความคล่องตัวไว้ อุปกรณ์เหล่านี้ถูกโชว์อย่างโดดเด่นในงาน CES ที่ลาสเวกัส พร้อมให้ผู้เข้าชมทดลองใช้งานจริง ทั้งแบบช่วยขา ช่วยเข่า หรือเสริมแรงหลัง — บางรุ่นทำได้ครบทั้งหมดในเครื่องเดียว

    เมื่อเทียบกับ Hardiman รุ่นดั้งเดิมในยุค 1960s ที่มีขนาดใหญ่เทอะทะเหมือนหุ่นยนต์ Transformers รุ่นใหม่ในปัจจุบันมีน้ำหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่) และออกแบบให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง หลังจากถูกใช้ในอุตสาหกรรมและการแพทย์มานานกว่า 20 ปี เทคโนโลยีนี้กำลังหลุดพ้นจากการเป็นสินค้านิชเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป ด้วยราคาที่ลดลงและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น

    สตาร์ทอัปหลายรายนำเสนอเอ็กโซสเกเลตันราคาประมาณ 1,000 ดอลลาร์ พร้อมเซนเซอร์และระบบ AI ที่ปรับแรงช่วยตามสภาพพื้นผิวและจังหวะการเดิน บางรุ่น เช่นของ Dnsys ยังรองรับการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 27 กม./ชม. ซึ่งเร็วกว่าคนส่วนใหญ่ วิสัยทัศน์ของผู้ผลิต — ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีน — คือการทำให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจ ไม่เขินอาย และมองอุปกรณ์นี้เหมือนแว่นหรือสมาร์ตวอทช์ในอนาคต

    แม้จะมีความกังวลว่าเอ็กโซสเกเลตันอาจทำให้ผู้ใช้ “ออกแรงน้อยลง” แต่ผู้ทดลองใช้งานจริงกลับพบว่ามันช่วยเสริมแรงโดยไม่แย่งการทำงานของร่างกาย หากช่วยให้คนออกไปเดินมากขึ้น ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ผู้ผลิตยังย้ำว่าผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้ด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นอุปกรณ์พยุงเดิน เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้แพร่หลายมากขึ้น ความรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์ก็จะค่อยๆ หายไป

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เทรนด์เอ็กโซสเกเลตันกำลังเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค
    น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย และราคาลดลง
    ใช้ AI ปรับแรงช่วยตามสภาพการเดิน

    การใช้งานและกลุ่มเป้าหมาย
    นักเดินป่า ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการเสริมแรงขณะเดิน
    บางรุ่นรองรับการวิ่งเร็วถึง 27 กม./ชม.

    ประเด็นที่ต้องระวัง
    ผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้เอง ไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยพยุง
    อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าอุปกรณ์ “ทำงานแทน” ผู้ใช้

    ความท้าทายด้านสังคมและการยอมรับ
    ผู้ใช้บางคนยังรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์
    ต้องสร้างความเข้าใจว่าอุปกรณ์ช่วยเสริม ไม่ได้ลดประโยชน์ของการออกกำลังกาย

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/from-sci-fi-to-sidewalk-exoskeletons-go-mainstream
    🤖🚶‍♂️ จากโลกไซไฟสู่ท้องถนนจริง: เอ็กโซสเกเลตันกำลังกลายเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เทคโนโลยีเอ็กโซสเกเลตันที่เคยถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ไซไฟขนาดใหญ่และใช้งานเฉพาะทาง กำลังเปลี่ยนโฉมสู่การเป็นอุปกรณ์ผู้บริโภคที่เบา ฉลาด และเข้าถึงได้มากขึ้น ผู้ผลิตหลายรายหวังให้มันกลายเป็นสินค้า mass market เหมือนสมาร์ตวอทช์ โดยเจาะกลุ่มตั้งแต่นักเดินป่าไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการคงความคล่องตัวไว้ อุปกรณ์เหล่านี้ถูกโชว์อย่างโดดเด่นในงาน CES ที่ลาสเวกัส พร้อมให้ผู้เข้าชมทดลองใช้งานจริง ทั้งแบบช่วยขา ช่วยเข่า หรือเสริมแรงหลัง — บางรุ่นทำได้ครบทั้งหมดในเครื่องเดียว เมื่อเทียบกับ Hardiman รุ่นดั้งเดิมในยุค 1960s ที่มีขนาดใหญ่เทอะทะเหมือนหุ่นยนต์ Transformers รุ่นใหม่ในปัจจุบันมีน้ำหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่) และออกแบบให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง หลังจากถูกใช้ในอุตสาหกรรมและการแพทย์มานานกว่า 20 ปี เทคโนโลยีนี้กำลังหลุดพ้นจากการเป็นสินค้านิชเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป ด้วยราคาที่ลดลงและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น สตาร์ทอัปหลายรายนำเสนอเอ็กโซสเกเลตันราคาประมาณ 1,000 ดอลลาร์ พร้อมเซนเซอร์และระบบ AI ที่ปรับแรงช่วยตามสภาพพื้นผิวและจังหวะการเดิน บางรุ่น เช่นของ Dnsys ยังรองรับการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 27 กม./ชม. ซึ่งเร็วกว่าคนส่วนใหญ่ วิสัยทัศน์ของผู้ผลิต — ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีน — คือการทำให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจ ไม่เขินอาย และมองอุปกรณ์นี้เหมือนแว่นหรือสมาร์ตวอทช์ในอนาคต แม้จะมีความกังวลว่าเอ็กโซสเกเลตันอาจทำให้ผู้ใช้ “ออกแรงน้อยลง” แต่ผู้ทดลองใช้งานจริงกลับพบว่ามันช่วยเสริมแรงโดยไม่แย่งการทำงานของร่างกาย หากช่วยให้คนออกไปเดินมากขึ้น ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ผู้ผลิตยังย้ำว่าผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้ด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นอุปกรณ์พยุงเดิน เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้แพร่หลายมากขึ้น ความรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์ก็จะค่อยๆ หายไป 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เทรนด์เอ็กโซสเกเลตันกำลังเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค ➡️ น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย และราคาลดลง ➡️ ใช้ AI ปรับแรงช่วยตามสภาพการเดิน ✅ การใช้งานและกลุ่มเป้าหมาย ➡️ นักเดินป่า ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการเสริมแรงขณะเดิน ➡️ บางรุ่นรองรับการวิ่งเร็วถึง 27 กม./ชม. ‼️ ประเด็นที่ต้องระวัง ⛔ ผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้เอง ไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยพยุง ⛔ อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าอุปกรณ์ “ทำงานแทน” ผู้ใช้ ‼️ ความท้าทายด้านสังคมและการยอมรับ ⛔ ผู้ใช้บางคนยังรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์ ⛔ ต้องสร้างความเข้าใจว่าอุปกรณ์ช่วยเสริม ไม่ได้ลดประโยชน์ของการออกกำลังกาย https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/from-sci-fi-to-sidewalk-exoskeletons-go-mainstream
    WWW.THESTAR.COM.MY
    From sci-fi to sidewalk: exoskeletons go mainstream
    Exoskeletons are shedding their bulky, sci-fi image to become lightweight, AI-powered consumer devices that manufacturers hope will become as commonplace as smartwatches, targeting everyone from hikers to seniors seeking to stay active.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 0 มุมมอง 0 รีวิว
  • DeepSeek เตรียมออกเวอร์ชันเฉพาะอิตาลี หลังถูกสอบสวนเรื่อง “AI Hallucination”

    บริษัทปัญญาประดิษฐ์สัญชาติจีน DeepSeek ตกลงปรับปรุงบริการและเปิดตัวเวอร์ชันเฉพาะประเทศอิตาลี หลังถูกหน่วยงานกำกับดูแลด้านการแข่งขันของอิตาลี (AGCM) สอบสวนยาวนานหลายเดือนเกี่ยวกับปัญหา “hallucinations” หรือการที่ AI สร้างข้อมูลผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ หน่วยงานระบุว่า DeepSeek ไม่ได้เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับความเสี่ยงนี้ จึงต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้โปร่งใสและเข้าใจง่ายขึ้น

    AGCM ประกาศยุติการสอบสวนหลัง DeepSeek ยอมรับชุดข้อผูกพันหลายประการ รวมถึงการทำให้คำเตือนเรื่อง hallucination ชัดเจนขึ้น และการลดอัตราการเกิด hallucination ผ่านการปรับปรุงเชิงเทคนิค ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลชื่นชมว่าเป็น “ความพยายามที่น่ายกย่อง” แม้บริษัทจะย้ำว่าปรากฏการณ์นี้เป็นปัญหาระดับโลกที่ไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมดก็ตาม

    การปรับตัวของ DeepSeek เกิดขึ้นในช่วงที่อิตาลีเข้มงวดกับบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ Meta และ Google ก็ถูกลงโทษด้านการแข่งขันและความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ DeepSeek ยังเคยถูกถอดออกจาก App Store ในอิตาลีเมื่อปีที่ผ่านมา หลังหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Garante) ตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลของบริษัท

    DeepSeek ยังต้องส่งรายงานความคืบหน้าให้ AGCM ภายใน 120 วัน และอาจถูกปรับสูงสุดถึง €10 ล้าน หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมด ขณะเดียวกันยังมีคำถามค้างคาเกี่ยวกับว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย Digital Services Act (DSA) ของสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องเผชิญการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นอีกระดับ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่ DeepSeek ตกลงทำตามข้อกำหนดของอิตาลี
    เปิดตัว chatbot เวอร์ชันเฉพาะอิตาลี
    เพิ่มคำเตือนเรื่อง hallucination ให้ชัดเจนและเป็นภาษาอิตาลี
    ปรับปรุงโมเดลเพื่อลดอัตรา hallucination

    เหตุผลที่ถูกสอบสวน
    ไม่เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับข้อมูลผิดพลาดของ AI
    ข้อมูลคำเตือนเดิมมีเฉพาะภาษาอังกฤษและจีน

    ความเสี่ยงและข้อควรระวัง
    หากไม่ทำตามข้อกำหนด อาจถูกปรับสูงสุด €10 ล้าน
    ปัญหา hallucination ยังไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมด

    ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน
    ยังไม่แน่ชัดว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย DSA หรือไม่
    หากถูกจัดเป็น “search engine” อาจต้องเผชิญกฎเข้มงวดจากสหภาพยุโรป

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/deepseek-to-customise-namesake-chatbot-for-italian-users-following-probe
    🇮🇹🤖 DeepSeek เตรียมออกเวอร์ชันเฉพาะอิตาลี หลังถูกสอบสวนเรื่อง “AI Hallucination” บริษัทปัญญาประดิษฐ์สัญชาติจีน DeepSeek ตกลงปรับปรุงบริการและเปิดตัวเวอร์ชันเฉพาะประเทศอิตาลี หลังถูกหน่วยงานกำกับดูแลด้านการแข่งขันของอิตาลี (AGCM) สอบสวนยาวนานหลายเดือนเกี่ยวกับปัญหา “hallucinations” หรือการที่ AI สร้างข้อมูลผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ หน่วยงานระบุว่า DeepSeek ไม่ได้เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับความเสี่ยงนี้ จึงต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้โปร่งใสและเข้าใจง่ายขึ้น AGCM ประกาศยุติการสอบสวนหลัง DeepSeek ยอมรับชุดข้อผูกพันหลายประการ รวมถึงการทำให้คำเตือนเรื่อง hallucination ชัดเจนขึ้น และการลดอัตราการเกิด hallucination ผ่านการปรับปรุงเชิงเทคนิค ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลชื่นชมว่าเป็น “ความพยายามที่น่ายกย่อง” แม้บริษัทจะย้ำว่าปรากฏการณ์นี้เป็นปัญหาระดับโลกที่ไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมดก็ตาม การปรับตัวของ DeepSeek เกิดขึ้นในช่วงที่อิตาลีเข้มงวดกับบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ Meta และ Google ก็ถูกลงโทษด้านการแข่งขันและความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ DeepSeek ยังเคยถูกถอดออกจาก App Store ในอิตาลีเมื่อปีที่ผ่านมา หลังหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Garante) ตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลของบริษัท DeepSeek ยังต้องส่งรายงานความคืบหน้าให้ AGCM ภายใน 120 วัน และอาจถูกปรับสูงสุดถึง €10 ล้าน หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมด ขณะเดียวกันยังมีคำถามค้างคาเกี่ยวกับว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย Digital Services Act (DSA) ของสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องเผชิญการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นอีกระดับ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่ DeepSeek ตกลงทำตามข้อกำหนดของอิตาลี ➡️ เปิดตัว chatbot เวอร์ชันเฉพาะอิตาลี ➡️ เพิ่มคำเตือนเรื่อง hallucination ให้ชัดเจนและเป็นภาษาอิตาลี ➡️ ปรับปรุงโมเดลเพื่อลดอัตรา hallucination ✅ เหตุผลที่ถูกสอบสวน ➡️ ไม่เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับข้อมูลผิดพลาดของ AI ➡️ ข้อมูลคำเตือนเดิมมีเฉพาะภาษาอังกฤษและจีน ‼️ ความเสี่ยงและข้อควรระวัง ⛔ หากไม่ทำตามข้อกำหนด อาจถูกปรับสูงสุด €10 ล้าน ⛔ ปัญหา hallucination ยังไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมด ‼️ ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน ⛔ ยังไม่แน่ชัดว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย DSA หรือไม่ ⛔ หากถูกจัดเป็น “search engine” อาจต้องเผชิญกฎเข้มงวดจากสหภาพยุโรป https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/deepseek-to-customise-namesake-chatbot-for-italian-users-following-probe
    WWW.THESTAR.COM.MY
    DeepSeek to customise namesake chatbot for Italian users following probe
    The firm agrees to a package of commitments, including tackling AI model 'hallucination' issues, with the Italian Competition Authority.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 0 มุมมอง 0 รีวิว
  • พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ระดับ CVSS 10.0 — ผู้ใช้ถูกเตือนให้อัปเดตด่วนเพื่อป้องกันการยึดระบบเต็มรูปแบบ

    วงการความปลอดภัยไซเบอร์กำลังจับตาช่องโหว่ใหม่ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติยอดนิยมอย่าง n8n หลังบริษัท Upwind เปิดเผยรายละเอียดของ CVE‑2026‑21877 ซึ่งถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 10.0 ช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีบัญชีผู้ใช้สามารถรันโค้ดอันตรายบนเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที ส่งผลให้สามารถยึดระบบทั้งหมดได้แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงสำหรับองค์กรที่ใช้ n8n เชื่อมต่อข้อมูลและระบบภายในจำนวนมาก

    สาเหตุของปัญหาเกิดจาก arbitrary file write หรือการที่ระบบอนุญาตให้ผู้ใช้เขียนไฟล์ไปยังตำแหน่งที่ไม่ควรเข้าถึงได้ เนื่องจาก n8n ไม่ได้ตรวจสอบ “ข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ” อย่างเข้มงวดก่อนประมวลผล เมื่อผู้โจมตีมีบัญชีผู้ใช้แล้ว พวกเขาสามารถบังคับให้ระบบรันโค้ดที่แอบแฝงอยู่ได้ทันที ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลภายใน ระบบฐานข้อมูล หรือข้อมูลลับขององค์กร

    สิ่งที่น่ากังวลคือช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อเวอร์ชันจำนวนมาก ตั้งแต่ 0.123.0 ไปจนถึง 1.121.3 ไม่ว่าจะใช้งานแบบ self‑hosted หรือ cloud-managed ก็มีความเสี่ยงเหมือนกันทั้งหมด แม้ตอนนี้ยังไม่มีรายงานการโจมตีจริง แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า “อย่ารอให้เกิดขึ้นก่อน” เพราะ n8n เป็นระบบที่เชื่อมต่อข้อมูลหลายส่วนเข้าด้วยกัน ทำให้การถูกยึดระบบเพียงจุดเดียวอาจลุกลามไปทั่วทั้งองค์กรได้อย่างรวดเร็ว

    คำแนะนำเร่งด่วนคือให้อัปเดตเป็น เวอร์ชัน 1.121.3 หรือสูงกว่า ทันที พร้อมปิดการใช้งาน Git node หากไม่จำเป็น และจำกัดสิทธิ์การแก้ไข workflow เฉพาะผู้ดูแลระบบระดับสูงเท่านั้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    รายละเอียดช่องโหว่ CVE‑2026‑21877
    เป็นช่องโหว่ authenticated remote code execution
    ความรุนแรงระดับ CVSS 10.0 สูงสุดเท่าที่มี

    สาเหตุของปัญหา
    เกิดจาก arbitrary file write ที่ตรวจสอบ input ไม่เพียงพอ
    ผู้โจมตีที่มีบัญชีสามารถรันโค้ดอันตรายได้ทันที

    ความเสี่ยงที่องค์กรต้องระวัง
    อาจถูกยึดระบบทั้งหมดผ่าน n8n service
    เสี่ยงต่อข้อมูลภายใน, credentials, และระบบเชื่อมต่ออื่นๆ

    วิธีป้องกันเร่งด่วน
    ต้องอัปเดตเป็น 1.121.3+ ทันที
    ปิด Git node และจำกัดสิทธิ์ workflow เฉพาะ admin ระดับสูง

    https://hackread.com/n8n-users-patch-full-system-takeover-vulnerability/
    🚨 พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ระดับ CVSS 10.0 — ผู้ใช้ถูกเตือนให้อัปเดตด่วนเพื่อป้องกันการยึดระบบเต็มรูปแบบ วงการความปลอดภัยไซเบอร์กำลังจับตาช่องโหว่ใหม่ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติยอดนิยมอย่าง n8n หลังบริษัท Upwind เปิดเผยรายละเอียดของ CVE‑2026‑21877 ซึ่งถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 10.0 ช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีบัญชีผู้ใช้สามารถรันโค้ดอันตรายบนเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที ส่งผลให้สามารถยึดระบบทั้งหมดได้แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงสำหรับองค์กรที่ใช้ n8n เชื่อมต่อข้อมูลและระบบภายในจำนวนมาก สาเหตุของปัญหาเกิดจาก arbitrary file write หรือการที่ระบบอนุญาตให้ผู้ใช้เขียนไฟล์ไปยังตำแหน่งที่ไม่ควรเข้าถึงได้ เนื่องจาก n8n ไม่ได้ตรวจสอบ “ข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ” อย่างเข้มงวดก่อนประมวลผล เมื่อผู้โจมตีมีบัญชีผู้ใช้แล้ว พวกเขาสามารถบังคับให้ระบบรันโค้ดที่แอบแฝงอยู่ได้ทันที ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลภายใน ระบบฐานข้อมูล หรือข้อมูลลับขององค์กร สิ่งที่น่ากังวลคือช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อเวอร์ชันจำนวนมาก ตั้งแต่ 0.123.0 ไปจนถึง 1.121.3 ไม่ว่าจะใช้งานแบบ self‑hosted หรือ cloud-managed ก็มีความเสี่ยงเหมือนกันทั้งหมด แม้ตอนนี้ยังไม่มีรายงานการโจมตีจริง แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า “อย่ารอให้เกิดขึ้นก่อน” เพราะ n8n เป็นระบบที่เชื่อมต่อข้อมูลหลายส่วนเข้าด้วยกัน ทำให้การถูกยึดระบบเพียงจุดเดียวอาจลุกลามไปทั่วทั้งองค์กรได้อย่างรวดเร็ว คำแนะนำเร่งด่วนคือให้อัปเดตเป็น เวอร์ชัน 1.121.3 หรือสูงกว่า ทันที พร้อมปิดการใช้งาน Git node หากไม่จำเป็น และจำกัดสิทธิ์การแก้ไข workflow เฉพาะผู้ดูแลระบบระดับสูงเท่านั้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ รายละเอียดช่องโหว่ CVE‑2026‑21877 ➡️ เป็นช่องโหว่ authenticated remote code execution ➡️ ความรุนแรงระดับ CVSS 10.0 สูงสุดเท่าที่มี ✅ สาเหตุของปัญหา ➡️ เกิดจาก arbitrary file write ที่ตรวจสอบ input ไม่เพียงพอ ➡️ ผู้โจมตีที่มีบัญชีสามารถรันโค้ดอันตรายได้ทันที ‼️ ความเสี่ยงที่องค์กรต้องระวัง ⛔ อาจถูกยึดระบบทั้งหมดผ่าน n8n service ⛔ เสี่ยงต่อข้อมูลภายใน, credentials, และระบบเชื่อมต่ออื่นๆ ‼️ วิธีป้องกันเร่งด่วน ⛔ ต้องอัปเดตเป็น 1.121.3+ ทันที ⛔ ปิด Git node และจำกัดสิทธิ์ workflow เฉพาะ admin ระดับสูง https://hackread.com/n8n-users-patch-full-system-takeover-vulnerability/
    HACKREAD.COM
    n8n Users Urged to Patch CVSS 10.0 Full System Takeover Vulnerability
    Follow us on Bluesky, Twitter (X), Mastodon and Facebook at @Hackread
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 0 มุมมอง 0 รีวิว
  • Dell ทำเซอร์ไพรส์ CES 2026 — งานแถลงข่าวที่ “ไม่พูดเรื่อง AI” จนกลายเป็นไฮไลต์ของงาน

    ท่ามกลางกระแส AI ที่ถาโถมทุกงานแถลงข่าวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Dell กลับเลือกเดินเกมสวนกระแสในงาน CES 2026 ด้วยการจัดบรีฟที่แทบไม่พูดถึง AI เลย ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้สื่ออย่าง PC Gamer ถึงขั้นบอกว่านี่คือ “งานบรีฟที่ไม่ AI ที่ดีที่สุดในรอบ 5 ปี” เพราะทุกบริษัทในช่วงหลังต่างพยายามยัดคำว่า AI ลงในทุกผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม

    Jeff Clarke ผู้บริหารระดับสูงของ Dell เปิดงานด้วยการพูดถึงภาพรวมอุตสาหกรรม เช่น ปัญหาภาษี การเปลี่ยนผ่าน Windows 10 → 11 และภาวะขาดแคลนหน่วยความจำในปี 2026 ก่อนจะกล่าวถึง “คำสัญญาของ AI ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง” เพียงเล็กน้อย จากนั้นก็เข้าสู่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น XPS รุ่นล่าสุด, Alienware รุ่นบางเฉียบ, รุ่นเริ่มต้นราคาย่อมเยา และเดสก์ท็อป Area‑51 เวอร์ชันใหม่ โดยทั้งหมดเน้น “ประสบการณ์ผู้ใช้” มากกว่า AI-first

    สิ่งที่น่าสนใจคือ Dell ยอมรับตรงๆ ว่า ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อคอมเพราะ AI และหลายครั้ง AI ทำให้ผู้ใช้ “สับสนมากกว่าช่วย” แม้ผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกชิ้นจะมี NPU อยู่แล้วก็ตาม นี่สะท้อนว่าบริษัทเริ่มเข้าใจว่าการตลาดแบบ AI-first ไม่ได้ตอบโจทย์ผู้ใช้ทั่วไป และอาจสร้างความคาดหวังเกินจริงมากกว่าให้ประโยชน์จริงๆ

    การที่แบรนด์ใหญ่ระดับ Dell/Alienware เลือกลดโทน AI-first ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจในอุตสาหกรรม เพราะในขณะที่หลายบริษัทท่วมตลาดด้วยคำว่า AI Dell กลับเลือกโฟกัสที่คุณภาพผลิตภัณฑ์จริงๆ ซึ่งอาจเป็นทิศทางใหม่ที่ผู้บริโภคต้องการมากกว่าในยุคที่คำว่า AI กลายเป็น buzzword ที่ถูกใช้จนเกินพอดี

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่ Dell ทำในงาน CES 2026
    จัดบรีฟที่แทบไม่พูดถึง AI เลย
    เปิดตัว XPS รุ่นใหม่, Alienware หลายรุ่น และ Area‑51 เวอร์ชันล่าสุด

    เหตุผลที่ Dell ลดโทน AI-first
    ผู้บริโภคไม่ได้ตัดสินใจซื้อเพราะ AI
    AI ทำให้ผู้ใช้สับสนมากกว่าช่วยในหลายกรณี

    ความเสี่ยงและข้อควรระวังในกระแส AI
    การตลาดแบบ AI-first อาจสร้างความคาดหวังเกินจริง
    ผู้ใช้บางกลุ่มอาจเข้าใจผิดว่าผลิตภัณฑ์ “ต้องมี AI” ถึงจะดี

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
    บริษัทอื่นอาจยังคงยัด AI ลงทุกผลิตภัณฑ์ ทำให้ตลาดสับสน
    หากไม่สื่อสารให้ดี ผู้ใช้จะไม่เข้าใจว่า AI มีประโยชน์จริงตรงไหน

    https://www.pcgamer.com/hardware/dells-ces-2026-chat-was-the-most-pleasingly-un-ai-briefing-ive-had-in-maybe-5-years/
    💻 Dell ทำเซอร์ไพรส์ CES 2026 — งานแถลงข่าวที่ “ไม่พูดเรื่อง AI” จนกลายเป็นไฮไลต์ของงาน ท่ามกลางกระแส AI ที่ถาโถมทุกงานแถลงข่าวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Dell กลับเลือกเดินเกมสวนกระแสในงาน CES 2026 ด้วยการจัดบรีฟที่แทบไม่พูดถึง AI เลย ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้สื่ออย่าง PC Gamer ถึงขั้นบอกว่านี่คือ “งานบรีฟที่ไม่ AI ที่ดีที่สุดในรอบ 5 ปี” เพราะทุกบริษัทในช่วงหลังต่างพยายามยัดคำว่า AI ลงในทุกผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม Jeff Clarke ผู้บริหารระดับสูงของ Dell เปิดงานด้วยการพูดถึงภาพรวมอุตสาหกรรม เช่น ปัญหาภาษี การเปลี่ยนผ่าน Windows 10 → 11 และภาวะขาดแคลนหน่วยความจำในปี 2026 ก่อนจะกล่าวถึง “คำสัญญาของ AI ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง” เพียงเล็กน้อย จากนั้นก็เข้าสู่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น XPS รุ่นล่าสุด, Alienware รุ่นบางเฉียบ, รุ่นเริ่มต้นราคาย่อมเยา และเดสก์ท็อป Area‑51 เวอร์ชันใหม่ โดยทั้งหมดเน้น “ประสบการณ์ผู้ใช้” มากกว่า AI-first สิ่งที่น่าสนใจคือ Dell ยอมรับตรงๆ ว่า ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อคอมเพราะ AI และหลายครั้ง AI ทำให้ผู้ใช้ “สับสนมากกว่าช่วย” แม้ผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกชิ้นจะมี NPU อยู่แล้วก็ตาม นี่สะท้อนว่าบริษัทเริ่มเข้าใจว่าการตลาดแบบ AI-first ไม่ได้ตอบโจทย์ผู้ใช้ทั่วไป และอาจสร้างความคาดหวังเกินจริงมากกว่าให้ประโยชน์จริงๆ การที่แบรนด์ใหญ่ระดับ Dell/Alienware เลือกลดโทน AI-first ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจในอุตสาหกรรม เพราะในขณะที่หลายบริษัทท่วมตลาดด้วยคำว่า AI Dell กลับเลือกโฟกัสที่คุณภาพผลิตภัณฑ์จริงๆ ซึ่งอาจเป็นทิศทางใหม่ที่ผู้บริโภคต้องการมากกว่าในยุคที่คำว่า AI กลายเป็น buzzword ที่ถูกใช้จนเกินพอดี 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่ Dell ทำในงาน CES 2026 ➡️ จัดบรีฟที่แทบไม่พูดถึง AI เลย ➡️ เปิดตัว XPS รุ่นใหม่, Alienware หลายรุ่น และ Area‑51 เวอร์ชันล่าสุด ✅ เหตุผลที่ Dell ลดโทน AI-first ➡️ ผู้บริโภคไม่ได้ตัดสินใจซื้อเพราะ AI ➡️ AI ทำให้ผู้ใช้สับสนมากกว่าช่วยในหลายกรณี ‼️ ความเสี่ยงและข้อควรระวังในกระแส AI ⛔ การตลาดแบบ AI-first อาจสร้างความคาดหวังเกินจริง ⛔ ผู้ใช้บางกลุ่มอาจเข้าใจผิดว่าผลิตภัณฑ์ “ต้องมี AI” ถึงจะดี ‼️ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม ⛔ บริษัทอื่นอาจยังคงยัด AI ลงทุกผลิตภัณฑ์ ทำให้ตลาดสับสน ⛔ หากไม่สื่อสารให้ดี ผู้ใช้จะไม่เข้าใจว่า AI มีประโยชน์จริงตรงไหน https://www.pcgamer.com/hardware/dells-ces-2026-chat-was-the-most-pleasingly-un-ai-briefing-ive-had-in-maybe-5-years/
    WWW.PCGAMER.COM
    Dell seems to be the first to realise we don't actually care about AI PCs
    "What we've learned over the course of this year, from a consumer perspective, is they're not buying based on AI."
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1 มุมมอง 0 รีวิว
  • Anomalies in the financial reports of a power company : Part 2
    Date : 9 January 2026

    ## 3. Capital projects that do not yet generate commensurate benefits

    - Several major infrastructure and system projects recognised as assets in 2022–2023 do not appear to yield clearly observable incremental revenues or cost savings in the 2023–2024 results.
    - These assets continue to be carried at cost without impairment charges, despite technology changes and regulatory developments that could affect expected cash flows and utilisation.

    **Audit concerns**

    - Whether management has performed robust impairment testing (under TFRS) for projects with delays, cost overruns, or under‑utilisation.
    - Whether the business cases, IRR/NPV assumptions and demand forecasts used to justify capitalisation remain valid under current economic and policy conditions.

    ***

    ## 4. Trade receivables and allowance for doubtful accounts / ECL

    - Trade and other receivables remain high and increase in some years, while the allowance for doubtful accounts and expected credit loss (ECL) does not increase in proportion to the exposure and macro‑economic conditions.
    - Disclosures on aging profiles, major customers, and high‑risk groups are limited, making it difficult to assess the true credit quality of the receivables portfolio.

    **Audit concerns**

    - Whether the ECL model parameters (PD, LGD, forward‑looking overlays) are sufficiently conservative and reflect the impact of customer support schemes, payment moratoriums, or economic slowdown.
    - Whether management judgement has been used to keep impairment charges low in order to support reported profit.

    To be continued—————————————————————————————————————————————————
    #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    Anomalies in the financial reports of a power company : Part 2 Date : 9 January 2026 ## 3. Capital projects that do not yet generate commensurate benefits - Several major infrastructure and system projects recognised as assets in 2022–2023 do not appear to yield clearly observable incremental revenues or cost savings in the 2023–2024 results. - These assets continue to be carried at cost without impairment charges, despite technology changes and regulatory developments that could affect expected cash flows and utilisation. **Audit concerns** - Whether management has performed robust impairment testing (under TFRS) for projects with delays, cost overruns, or under‑utilisation. - Whether the business cases, IRR/NPV assumptions and demand forecasts used to justify capitalisation remain valid under current economic and policy conditions. *** ## 4. Trade receivables and allowance for doubtful accounts / ECL - Trade and other receivables remain high and increase in some years, while the allowance for doubtful accounts and expected credit loss (ECL) does not increase in proportion to the exposure and macro‑economic conditions. - Disclosures on aging profiles, major customers, and high‑risk groups are limited, making it difficult to assess the true credit quality of the receivables portfolio. **Audit concerns** - Whether the ECL model parameters (PD, LGD, forward‑looking overlays) are sufficiently conservative and reflect the impact of customer support schemes, payment moratoriums, or economic slowdown. - Whether management judgement has been used to keep impairment charges low in order to support reported profit. To be continued————————————————————————————————————————————————— #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 20 มุมมอง 0 รีวิว
  • How Have You Been Saying These 15 Mispronounced International City Names?

    Have you been overcome with wanderlust lately? If you’re antsy to travel or are already planning a trip to a faraway locale, you might want to take a moment to consider the name of your destination. It’s possible that you may not even know how to pronounce the name of this city! As it turns out, even the most well-known cities around the globe can cause a serious pronunciation predicament. To help out, we’ve collected a list of 15 cities from around the world that often cause trouble for traveling tongues.

    Note: Many place names have very old names, and their pronunciation has changed over the years or there may be more than one acceptable way to say a place’s name. Place names are also very personal to the people who live in or are from these places, so it’s nice to make an effort to respect how locals pronounce them. In this list, we’ve sided with the locals, so that you’ll have no problems fitting in when you’re on the road.

    We are using the term “prevailing local pronunciation” to account for the fact not all locals may pronounce a place name the same way. We are using the term “common popular pronunciations” (instead of “mispronunciations”) for the prevalent pronunciations that are heard outside of a local area.

    1. Phuket, Thailand
    Common popular pronunciation: A vulgar English phrase
    Prevailing local pronunciation: [ poo–ket ]

    Let’s correct this one right away! The name of Phuket comes from the Malay word bukit, meaning “hill.”

    2. Melbourne, Australia
    Common popular pronunciation: [ mel-born ] Prevailing local pronunciation: [ mel-bern ] OR [ mel-bin ] (Australians)

    This Australian city was named by Queen Victoria of Great Britain after her good friend, Prime Minister William Lamb, 2nd Viscount Melbourne.

    3. Beijing, China
    Common popular pronunciation: [ bey–zhing ] Prevailing local pronunciation: [ bey–jing ]

    The name Beijing means “Northern Capital.” It was given this name by the Ming emperor during the 1400s when the capital was officially declared this northern city. The old capital was named Nanjing, meaning “Southern Capital.”

    4. Montreal, Canada
    Common popular pronunciation: [ mawn-tree-awl ] Prevailing local pronunciation: [ mawn-re-awl ] (the T is silent in French)

    According to one popular theory, Montreal was named by French explorer Jacques Cartier. Cartier gave the name mont Royal to the mountain sitting near the location of the future city. Over time, a variation of this name would be used to refer to the city itself.

    Visiting Canada, eh? Then add these Canadian regionalisms to your lingo.

    5. Versailles, France
    Common popular pronunciation: [ ver-sails ] Prevailing local pronunciation: [ ver-sahy ]

    The French town of Versailles is best known for the beautiful Palace of Versailles, a national landmark that was once home to the French kings.

    6. Nice, France
    Common popular pronunciation: [ nahys ] Prevailing local pronunciation: [ nees ]

    Founded by the ancient Greeks, it is thought that Nice’s name comes from the Greek word nikē, meaning “victory.”

    7. Seoul, Korea
    Common popular pronunciation: [ see-ohl ] Prevailing local pronunciation: [ sohl ]

    Seoul is the capital of South Korea, and the name actually means “capital” in Korean.

    Ride the Korean Wave by learning some helpful Korean vocabulary.

    8. Greenwich, England
    Common popular pronunciation: [ green-wich ] Prevailing local pronunciation: [ gren-ich ]

    As you might expect, the English town of Greenwich, shares its name with Greenwich Mean Time (GMT). The Royal Observatory is located there, and the prime meridian line passes right through Greenwich.

    9. Edinburgh, Scotland
    Common popular pronunciations: [ ed-n-burg ], [ ed-n-bur-oh ] Prevailing local pronunciation: [ ed-n-bur-uh ] OR [ ed-n-bruh ] (British)

    Edinburgh is the capital of Scotland. Edinburgh’s name is said to come from Din Eidyn (“Fort Eidyn”), the name given the area in a poem dating back to the 6th century. According to another popular theory, the name originates from Old English and means “Edwin’s Fort.” Edwin is thought to refer to King Edwin of Northumbria, even though King Edwin never lived in the area.

    10. Budapest, Hungary
    Common popular pronunciation: [ buh-duh-pest ] Prevailing local pronunciation: [ boo-duh–pest ] OR [ boo-do-pesht ] (Hungarian)

    The origin of Budapest’s name is simple enough: it comes from the names of the cities Buda and Pest who, along with the city Óbuda, united to become a single city. However, where Buda and Pest got their names is unknown.

    11. Tijuana, Mexico
    Common popular pronunciation: [ tee-uh–wah-nuh ] Prevailing local pronunciation: [ tee-hwah-nah ]

    There are lots of theories as to where Tijuana’s name came from. A popular theory says that the city was named for an actual woman called “Tía Juana (Aunt Juana)” who was a legendary cook.

    12. Ibiza, Spain
    Common popular pronunciation: [ ih-bee-zuh ] Prevailing local pronunciation: [ ee-vee-thah, ee-vee-sa ]

    This popular Spanish island has a long history and has had many different names. Way back in the 7th century BCE, the Carthiginians named a town on the island Ibosim. It is commonly said that the English name Ibiza was derived from the Arabic name Yabisa/Yabisah used by the Moors.

    13. Moscow, Russia
    Common popular pronunciation: [ mos-kou ] Prevailing local pronunciation: [ mos-koh ]

    We know that the city of Moscow got its name from the Moskva river. But where did the river get its name from? While nobody knows for sure, a popular theory is that the river’s name derives from the Finno-Urgic language.

    14. Tokyo, Japan
    Common popular pronunciation: [ toh-kee-oh ] Prevailing local pronunciation: [ taw-kyaw ]

    The name Tokyo literally translates to “Eastern Capital.” Originally known as Edo when it was the capital of the Tokugawa Shogunate, the city was renamed Tokyo after it became the new capital of Japan during the Meiji Restoration.

    15. Buenos Aires, Argentina
    Common popular pronunciations: [ bwey-nuhs ahyuhr-iz ], [ boh-nuhs ahyuhr-iz ] Prevailing local pronunciation: [ bwe-naws ahy-res ]

    The city of Buenos Aires was named by Spanish explorer Pedro de Mendoza. The name translates to “fair winds” or “good airs.” Originally, the small port city had the much longer name of Puerto de Nuestra Señora Santa María del Buen Aire.

    © 2026 AAKKHRA & Co. สงวนลิขสิทธิ์
    How Have You Been Saying These 15 Mispronounced International City Names? Have you been overcome with wanderlust lately? If you’re antsy to travel or are already planning a trip to a faraway locale, you might want to take a moment to consider the name of your destination. It’s possible that you may not even know how to pronounce the name of this city! As it turns out, even the most well-known cities around the globe can cause a serious pronunciation predicament. To help out, we’ve collected a list of 15 cities from around the world that often cause trouble for traveling tongues. Note: Many place names have very old names, and their pronunciation has changed over the years or there may be more than one acceptable way to say a place’s name. Place names are also very personal to the people who live in or are from these places, so it’s nice to make an effort to respect how locals pronounce them. In this list, we’ve sided with the locals, so that you’ll have no problems fitting in when you’re on the road. We are using the term “prevailing local pronunciation” to account for the fact not all locals may pronounce a place name the same way. We are using the term “common popular pronunciations” (instead of “mispronunciations”) for the prevalent pronunciations that are heard outside of a local area. 1. Phuket, Thailand Common popular pronunciation: A vulgar English phrase Prevailing local pronunciation: [ poo–ket ] Let’s correct this one right away! The name of Phuket comes from the Malay word bukit, meaning “hill.” 2. Melbourne, Australia Common popular pronunciation: [ mel-born ] Prevailing local pronunciation: [ mel-bern ] OR [ mel-bin ] (Australians) This Australian city was named by Queen Victoria of Great Britain after her good friend, Prime Minister William Lamb, 2nd Viscount Melbourne. 3. Beijing, China Common popular pronunciation: [ bey–zhing ] Prevailing local pronunciation: [ bey–jing ] The name Beijing means “Northern Capital.” It was given this name by the Ming emperor during the 1400s when the capital was officially declared this northern city. The old capital was named Nanjing, meaning “Southern Capital.” 4. Montreal, Canada Common popular pronunciation: [ mawn-tree-awl ] Prevailing local pronunciation: [ mawn-re-awl ] (the T is silent in French) According to one popular theory, Montreal was named by French explorer Jacques Cartier. Cartier gave the name mont Royal to the mountain sitting near the location of the future city. Over time, a variation of this name would be used to refer to the city itself. Visiting Canada, eh? Then add these Canadian regionalisms to your lingo. 5. Versailles, France Common popular pronunciation: [ ver-sails ] Prevailing local pronunciation: [ ver-sahy ] The French town of Versailles is best known for the beautiful Palace of Versailles, a national landmark that was once home to the French kings. 6. Nice, France Common popular pronunciation: [ nahys ] Prevailing local pronunciation: [ nees ] Founded by the ancient Greeks, it is thought that Nice’s name comes from the Greek word nikē, meaning “victory.” 7. Seoul, Korea Common popular pronunciation: [ see-ohl ] Prevailing local pronunciation: [ sohl ] Seoul is the capital of South Korea, and the name actually means “capital” in Korean. Ride the Korean Wave by learning some helpful Korean vocabulary. 8. Greenwich, England Common popular pronunciation: [ green-wich ] Prevailing local pronunciation: [ gren-ich ] As you might expect, the English town of Greenwich, shares its name with Greenwich Mean Time (GMT). The Royal Observatory is located there, and the prime meridian line passes right through Greenwich. 9. Edinburgh, Scotland Common popular pronunciations: [ ed-n-burg ], [ ed-n-bur-oh ] Prevailing local pronunciation: [ ed-n-bur-uh ] OR [ ed-n-bruh ] (British) Edinburgh is the capital of Scotland. Edinburgh’s name is said to come from Din Eidyn (“Fort Eidyn”), the name given the area in a poem dating back to the 6th century. According to another popular theory, the name originates from Old English and means “Edwin’s Fort.” Edwin is thought to refer to King Edwin of Northumbria, even though King Edwin never lived in the area. 10. Budapest, Hungary Common popular pronunciation: [ buh-duh-pest ] Prevailing local pronunciation: [ boo-duh–pest ] OR [ boo-do-pesht ] (Hungarian) The origin of Budapest’s name is simple enough: it comes from the names of the cities Buda and Pest who, along with the city Óbuda, united to become a single city. However, where Buda and Pest got their names is unknown. 11. Tijuana, Mexico Common popular pronunciation: [ tee-uh–wah-nuh ] Prevailing local pronunciation: [ tee-hwah-nah ] There are lots of theories as to where Tijuana’s name came from. A popular theory says that the city was named for an actual woman called “Tía Juana (Aunt Juana)” who was a legendary cook. 12. Ibiza, Spain Common popular pronunciation: [ ih-bee-zuh ] Prevailing local pronunciation: [ ee-vee-thah, ee-vee-sa ] This popular Spanish island has a long history and has had many different names. Way back in the 7th century BCE, the Carthiginians named a town on the island Ibosim. It is commonly said that the English name Ibiza was derived from the Arabic name Yabisa/Yabisah used by the Moors. 13. Moscow, Russia Common popular pronunciation: [ mos-kou ] Prevailing local pronunciation: [ mos-koh ] We know that the city of Moscow got its name from the Moskva river. But where did the river get its name from? While nobody knows for sure, a popular theory is that the river’s name derives from the Finno-Urgic language. 14. Tokyo, Japan Common popular pronunciation: [ toh-kee-oh ] Prevailing local pronunciation: [ taw-kyaw ] The name Tokyo literally translates to “Eastern Capital.” Originally known as Edo when it was the capital of the Tokugawa Shogunate, the city was renamed Tokyo after it became the new capital of Japan during the Meiji Restoration. 15. Buenos Aires, Argentina Common popular pronunciations: [ bwey-nuhs ahyuhr-iz ], [ boh-nuhs ahyuhr-iz ] Prevailing local pronunciation: [ bwe-naws ahy-res ] The city of Buenos Aires was named by Spanish explorer Pedro de Mendoza. The name translates to “fair winds” or “good airs.” Originally, the small port city had the much longer name of Puerto de Nuestra Señora Santa María del Buen Aire. © 2026 AAKKHRA & Co. สงวนลิขสิทธิ์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 37 มุมมอง 0 รีวิว
  • ออกกำลังกายแค่ 10 นาที จุดสัญญาณต้านมะเร็งในร่างกายได้จริง

    งานวิจัยใหม่ที่ถูกเผยแพร่ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า การออกกำลังกายแบบหนักเพียง 10 นาที สามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพในเลือดที่ช่วย ชะลอการเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ได้ทันที นักวิจัยพบว่าหลังจากการปั่นจักรยานอย่างเข้มข้น ร่างกายจะปล่อยโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA และลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายารักษาแบบใหม่ในอนาคต

    การทดลองนี้ทำกับอาสาสมัครอายุ 50–78 ปีที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่าเฉลี่ย หลังออกกำลังกาย นักวิจัยนำซีรั่มเลือดไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ และพบการเปลี่ยนแปลงของยีนและสัญญาณการซ่อมแซม DNA ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะเป็นเพียงการทดลองในระดับเซลล์ แต่ผลลัพธ์นี้ถือว่าน่าตื่นเต้นมาก

    สิ่งที่โดดเด่นคือ สัญญาณต้านมะเร็งเกิดขึ้นแม้จะออกกำลังกายเพียงครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน ทำให้แนวคิด “ออกกำลังกายสั้นแต่หนัก” (vigorous short bursts) กลายเป็นประเด็นที่วงการแพทย์เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น เพราะอาจช่วยให้คนทั่วไปเข้าถึงประโยชน์ด้านสุขภาพได้ง่ายกว่าเดิม

    อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่านี่เป็นเพียงก้าวแรก ผลลัพธ์ยังไม่ได้พิสูจน์ในมนุษย์จริง และยังต้องศึกษาระยะยาวเพิ่มเติม แต่ก็เพียงพอที่จะย้ำว่า แม้แค่ 10 นาทีต่อวันก็อาจช่วยปกป้องสุขภาพได้มากกว่าที่คิด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่งานวิจัยพบ
    ออกกำลังกายหนัก 10 นาที กระตุ้นโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA
    ลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง
    ซีรั่มหลังออกกำลังกายมีผลชะลอเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ

    ความหมายต่อสุขภาพของเรา
    แม้ออกกำลังกายสั้น ๆ ก็ให้ผลดีต่อร่างกาย
    อาจนำไปสู่การพัฒนายาเลียนแบบผลของการออกกำลังกายในอนาคต
    ช่วยย้ำความสำคัญของการเคลื่อนไหวร่างกายทุกวัน

    ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง
    การทดลองทำในระดับเซลล์ ไม่ใช่ในมนุษย์จริง
    ยังไม่รู้ผลระยะยาวของการออกกำลังกายแบบสั้นแต่หนัก
    ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้เป็นแนวทางรักษา

    https://www.sciencealert.com/10-minute-bursts-of-exercise-can-trigger-anti-cancer-signals-in-the-body
    🚴‍♂️✨ ออกกำลังกายแค่ 10 นาที จุดสัญญาณต้านมะเร็งในร่างกายได้จริง งานวิจัยใหม่ที่ถูกเผยแพร่ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า การออกกำลังกายแบบหนักเพียง 10 นาที สามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพในเลือดที่ช่วย ชะลอการเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ได้ทันที นักวิจัยพบว่าหลังจากการปั่นจักรยานอย่างเข้มข้น ร่างกายจะปล่อยโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA และลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายารักษาแบบใหม่ในอนาคต การทดลองนี้ทำกับอาสาสมัครอายุ 50–78 ปีที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่าเฉลี่ย หลังออกกำลังกาย นักวิจัยนำซีรั่มเลือดไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ และพบการเปลี่ยนแปลงของยีนและสัญญาณการซ่อมแซม DNA ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะเป็นเพียงการทดลองในระดับเซลล์ แต่ผลลัพธ์นี้ถือว่าน่าตื่นเต้นมาก สิ่งที่โดดเด่นคือ สัญญาณต้านมะเร็งเกิดขึ้นแม้จะออกกำลังกายเพียงครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน ทำให้แนวคิด “ออกกำลังกายสั้นแต่หนัก” (vigorous short bursts) กลายเป็นประเด็นที่วงการแพทย์เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น เพราะอาจช่วยให้คนทั่วไปเข้าถึงประโยชน์ด้านสุขภาพได้ง่ายกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่านี่เป็นเพียงก้าวแรก ผลลัพธ์ยังไม่ได้พิสูจน์ในมนุษย์จริง และยังต้องศึกษาระยะยาวเพิ่มเติม แต่ก็เพียงพอที่จะย้ำว่า แม้แค่ 10 นาทีต่อวันก็อาจช่วยปกป้องสุขภาพได้มากกว่าที่คิด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่งานวิจัยพบ ➡️ ออกกำลังกายหนัก 10 นาที กระตุ้นโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA ➡️ ลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง ➡️ ซีรั่มหลังออกกำลังกายมีผลชะลอเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ ✅ ความหมายต่อสุขภาพของเรา ➡️ แม้ออกกำลังกายสั้น ๆ ก็ให้ผลดีต่อร่างกาย ➡️ อาจนำไปสู่การพัฒนายาเลียนแบบผลของการออกกำลังกายในอนาคต ➡️ ช่วยย้ำความสำคัญของการเคลื่อนไหวร่างกายทุกวัน ‼️ ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง ⛔ การทดลองทำในระดับเซลล์ ไม่ใช่ในมนุษย์จริง ⛔ ยังไม่รู้ผลระยะยาวของการออกกำลังกายแบบสั้นแต่หนัก ⛔ ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้เป็นแนวทางรักษา https://www.sciencealert.com/10-minute-bursts-of-exercise-can-trigger-anti-cancer-signals-in-the-body
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    10-Minute Bursts of Exercise Can Trigger Anti-Cancer Signals in The Body
    Evidence suggests regular exercise can help tackle cancer, and a new study finds that cancer-fighting biological changes can be triggered in the body after just 10 minutes of intense cycling.
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 79 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักวิทยาศาสตร์สังเคราะห์สารต้านมะเร็งจากเชื้อราที่หายไปนานกว่า 55 ปีสำเร็จ

    การค้นพบครั้งสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อทีมนักวิจัยจาก MIT และ Harvard Medical School สามารถสังเคราะห์ verticillin A—สารประกอบจากเชื้อราที่ถูกค้นพบตั้งแต่กว่า 50 ปีก่อน—ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สารชนิดนี้เคยถูกมองว่าเป็น “เพชรในตม” ของวงการแพทย์ เพราะมีศักยภาพสูงในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง แต่ปัญหาคือมันพบในธรรมชาติน้อยมากและมีโครงสร้างที่ซับซ้อนจนไม่สามารถผลิตในห้องแล็บได้ จนกระทั่งวันนี้ที่เทคโนโลยีทางเคมีได้พัฒนาไปอีกขั้น

    นักวิจัยเปิดเผยว่า verticillin A มีโครงสร้างเป็นโมเลกุลแบบไดเมอร์ที่ประกอบด้วยสองส่วนเหมือนกันอย่างสมบูรณ์ ทำให้การสังเคราะห์ต้องอาศัยความแม่นยำสูงมาก ทั้งลำดับการเชื่อมพันธะและการปกป้องพันธะที่เปราะบางระหว่างกระบวนการ ทีมงานต้องปรับลำดับขั้นตอนใหม่ทั้งหมดจนได้กระบวนการ 16 ขั้นตอนที่สามารถสร้างโครงสร้าง 3 มิติของสารนี้ได้อย่างถูกต้อง

    เมื่อได้สารสังเคราะห์แล้ว นักวิจัยได้นำไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งชนิด Diffuse Midline Glioma (DMG) ซึ่งเป็นมะเร็งสมองที่รุนแรงในเด็ก ผลลัพธ์พบว่าสารนี้และอนุพันธ์ที่ออกแบบเพิ่มเติมสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้จริง และยังทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนที่ต้องการภายในเซลล์อีกด้วย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายาใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต

    ความสำเร็จครั้งนี้ยังเปิดประตูให้วงการแพทย์สามารถออกแบบอนุพันธ์ของ verticillin A เพื่อศึกษาฤทธิ์เชิงลึกมากขึ้น รวมถึงอาจนำไปสู่การค้นพบยาต้านมะเร็งรูปแบบใหม่ที่มีความจำเพาะและปลอดภัยกว่าเดิม นักวิจัยย้ำว่าสารจากธรรมชาติยังคงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของการค้นพบยาใหม่ และการสังเคราะห์สำเร็จครั้งนี้จะช่วยให้การวิจัยก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
    สังเคราะห์สาร verticillin A สำเร็จเป็นครั้งแรกหลังค้นพบมากว่า 50 ปี
    แก้ปัญหาโครงสร้างซับซ้อนและความไม่เสถียรของสารได้
    กระบวนการสังเคราะห์ 16 ขั้นตอนช่วยสร้างโครงสร้าง 3 มิติได้อย่างแม่นยำ

    ศักยภาพด้านการรักษามะเร็ง
    ทดสอบกับเซลล์มะเร็งสมอง DMG แล้วพบว่าสามารถทำลายเซลล์ได้
    สารทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนภายในเซลล์
    เปิดโอกาสพัฒนาอนุพันธ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา

    ประเด็นที่ยังต้องระวังและศึกษาต่อ
    ผลการทดลองยังอยู่ในระดับเซลล์ในห้องแล็บ ไม่ใช่การทดลองในมนุษย์
    ความปลอดภัยและผลข้างเคียงยังต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอน
    การพัฒนายาใหม่ต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมากก่อนนำมาใช้จริง

    https://www.sciencealert.com/potential-anti-cancer-fungal-compound-finally-synthesized-after-55-years
    🧪✨ นักวิทยาศาสตร์สังเคราะห์สารต้านมะเร็งจากเชื้อราที่หายไปนานกว่า 55 ปีสำเร็จ การค้นพบครั้งสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อทีมนักวิจัยจาก MIT และ Harvard Medical School สามารถสังเคราะห์ verticillin A—สารประกอบจากเชื้อราที่ถูกค้นพบตั้งแต่กว่า 50 ปีก่อน—ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สารชนิดนี้เคยถูกมองว่าเป็น “เพชรในตม” ของวงการแพทย์ เพราะมีศักยภาพสูงในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง แต่ปัญหาคือมันพบในธรรมชาติน้อยมากและมีโครงสร้างที่ซับซ้อนจนไม่สามารถผลิตในห้องแล็บได้ จนกระทั่งวันนี้ที่เทคโนโลยีทางเคมีได้พัฒนาไปอีกขั้น นักวิจัยเปิดเผยว่า verticillin A มีโครงสร้างเป็นโมเลกุลแบบไดเมอร์ที่ประกอบด้วยสองส่วนเหมือนกันอย่างสมบูรณ์ ทำให้การสังเคราะห์ต้องอาศัยความแม่นยำสูงมาก ทั้งลำดับการเชื่อมพันธะและการปกป้องพันธะที่เปราะบางระหว่างกระบวนการ ทีมงานต้องปรับลำดับขั้นตอนใหม่ทั้งหมดจนได้กระบวนการ 16 ขั้นตอนที่สามารถสร้างโครงสร้าง 3 มิติของสารนี้ได้อย่างถูกต้อง เมื่อได้สารสังเคราะห์แล้ว นักวิจัยได้นำไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งชนิด Diffuse Midline Glioma (DMG) ซึ่งเป็นมะเร็งสมองที่รุนแรงในเด็ก ผลลัพธ์พบว่าสารนี้และอนุพันธ์ที่ออกแบบเพิ่มเติมสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้จริง และยังทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนที่ต้องการภายในเซลล์อีกด้วย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายาใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต ความสำเร็จครั้งนี้ยังเปิดประตูให้วงการแพทย์สามารถออกแบบอนุพันธ์ของ verticillin A เพื่อศึกษาฤทธิ์เชิงลึกมากขึ้น รวมถึงอาจนำไปสู่การค้นพบยาต้านมะเร็งรูปแบบใหม่ที่มีความจำเพาะและปลอดภัยกว่าเดิม นักวิจัยย้ำว่าสารจากธรรมชาติยังคงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของการค้นพบยาใหม่ และการสังเคราะห์สำเร็จครั้งนี้จะช่วยให้การวิจัยก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ➡️ สังเคราะห์สาร verticillin A สำเร็จเป็นครั้งแรกหลังค้นพบมากว่า 50 ปี ➡️ แก้ปัญหาโครงสร้างซับซ้อนและความไม่เสถียรของสารได้ ➡️ กระบวนการสังเคราะห์ 16 ขั้นตอนช่วยสร้างโครงสร้าง 3 มิติได้อย่างแม่นยำ ✅ ศักยภาพด้านการรักษามะเร็ง ➡️ ทดสอบกับเซลล์มะเร็งสมอง DMG แล้วพบว่าสามารถทำลายเซลล์ได้ ➡️ สารทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนภายในเซลล์ ➡️ เปิดโอกาสพัฒนาอนุพันธ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ‼️ ประเด็นที่ยังต้องระวังและศึกษาต่อ ⛔ ผลการทดลองยังอยู่ในระดับเซลล์ในห้องแล็บ ไม่ใช่การทดลองในมนุษย์ ⛔ ความปลอดภัยและผลข้างเคียงยังต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอน ⛔ การพัฒนายาใหม่ต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมากก่อนนำมาใช้จริง https://www.sciencealert.com/potential-anti-cancer-fungal-compound-finally-synthesized-after-55-years
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Potential Anti-Cancer Fungal Compound Finally Synthesized After 55 Years
    The fungal compound verticillin A, discovered more than 50 years ago, has long been regarded for its potential cancer-fighting capabilities.
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 89 มุมมอง 0 รีวิว
  • Cloud‑9: วัตถุลึกลับที่อาจเป็น “โครงกระดูกดาร์กแมทเทอร์” ของกาแล็กซีที่ล้มเหลว

    วัตถุชื่อ Cloud‑9 ถูกค้นพบใกล้กาแล็กซี M94 ห่างจากโลกประมาณ 14.3 ล้านปีแสง และกำลังกลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่แข็งแกร่งที่สุดว่าเป็น “กาแล็กซีที่ไม่เคยเกิดดาว” เลยแม้แต่ดวงเดียว วัตถุนี้ประกอบด้วยก๊าซไฮโดรเจนเป็นหลักและมีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมากห่อหุ้มอยู่ แต่กลับไม่มีแสงดาวใด ๆ ทำให้มันแทบมองไม่เห็นในช่วงคลื่นส่วนใหญ่ของจักรวาล

    นักดาราศาสตร์พบว่า Cloud‑9 มีมวลก๊าซประมาณหนึ่งล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และต้องมีดาร์กแมทเทอร์มากถึงห้าพันล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์เพื่อคงสภาพก้อนก๊าซนี้ไว้โดยไม่แตกกระจาย ที่สำคัญคือมันไม่หมุน และไม่มีสัญญาณของดาวฤกษ์แม้แต่ดวงเดียว ซึ่งทำให้มันเข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC—ก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาร์กแมทเทอร์ยึดไว้ แต่ยังไม่ถึงจุดเริ่มก่อดาว

    การค้นพบนี้สำคัญมากเพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า RELHIC คือ “ชิ้นส่วนดั้งเดิม” ของกระบวนการสร้างกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล แต่ที่ผ่านมาไม่เคยพบตัวอย่างที่ชัดเจนเลย เนื่องจากส่วนใหญ่สูญเสียก๊าซไปตามกาลเวลา หรือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น Cloud‑9 จึงเป็นเหมือนหน้าต่างที่เปิดให้เราเห็นโครงสร้างดาร์กแมทเทอร์ที่ยังไม่เคยก่อกำเนิดดาวมาก่อนอย่างแท้จริง

    หาก Cloud‑9 สามารถสะสมก๊าซได้มากขึ้นในอนาคต มันอาจกลายเป็นกาแล็กซีเต็มรูปแบบ แต่ในตอนนี้มันคือซากโครงสร้างที่หยุดพัฒนา—หลักฐานหายากที่ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจว่า “กาแล็กซีเกิดขึ้นได้อย่างไร” และบทบาทของดาร์กแมทเทอร์ในจักรวาลมีความสำคัญเพียงใด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Cloud‑9 อยู่ห่างจากโลก 14.3 ล้านปีแสงใกล้กาแล็กซี M94
    เป็นก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่มีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมาก แต่ไม่มีดาวเลย
    มีมวลก๊าซประมาณ 1 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และดาร์กแมทเทอร์ราว 5 พันล้านเท่า
    เข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ยังไม่ถึงขั้นก่อดาว
    การค้นพบนี้ช่วยยืนยันแบบจำลองการก่อตัวกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล

    ประเด็นที่ควรระวังหรือข้อจำกัด
    การยืนยันว่าเป็น RELHIC 100% ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
    วัตถุประเภทนี้อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น
    การศึกษาดาร์กแมทเทอร์ยังมีข้อจำกัดเพราะตรวจจับได้ยากมาก
    อาจมีวัตถุคล้ายกันที่ยังไม่ถูกค้นพบ ทำให้ภาพรวมของจักรวาลยังไม่สมบูรณ์

    https://www.sciencealert.com/mysterious-cloud-9-may-be-the-dark-matter-bones-of-a-failed-galaxy
    🌌 Cloud‑9: วัตถุลึกลับที่อาจเป็น “โครงกระดูกดาร์กแมทเทอร์” ของกาแล็กซีที่ล้มเหลว วัตถุชื่อ Cloud‑9 ถูกค้นพบใกล้กาแล็กซี M94 ห่างจากโลกประมาณ 14.3 ล้านปีแสง และกำลังกลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่แข็งแกร่งที่สุดว่าเป็น “กาแล็กซีที่ไม่เคยเกิดดาว” เลยแม้แต่ดวงเดียว วัตถุนี้ประกอบด้วยก๊าซไฮโดรเจนเป็นหลักและมีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมากห่อหุ้มอยู่ แต่กลับไม่มีแสงดาวใด ๆ ทำให้มันแทบมองไม่เห็นในช่วงคลื่นส่วนใหญ่ของจักรวาล นักดาราศาสตร์พบว่า Cloud‑9 มีมวลก๊าซประมาณหนึ่งล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และต้องมีดาร์กแมทเทอร์มากถึงห้าพันล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์เพื่อคงสภาพก้อนก๊าซนี้ไว้โดยไม่แตกกระจาย ที่สำคัญคือมันไม่หมุน และไม่มีสัญญาณของดาวฤกษ์แม้แต่ดวงเดียว ซึ่งทำให้มันเข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC—ก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาร์กแมทเทอร์ยึดไว้ แต่ยังไม่ถึงจุดเริ่มก่อดาว การค้นพบนี้สำคัญมากเพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า RELHIC คือ “ชิ้นส่วนดั้งเดิม” ของกระบวนการสร้างกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล แต่ที่ผ่านมาไม่เคยพบตัวอย่างที่ชัดเจนเลย เนื่องจากส่วนใหญ่สูญเสียก๊าซไปตามกาลเวลา หรือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น Cloud‑9 จึงเป็นเหมือนหน้าต่างที่เปิดให้เราเห็นโครงสร้างดาร์กแมทเทอร์ที่ยังไม่เคยก่อกำเนิดดาวมาก่อนอย่างแท้จริง หาก Cloud‑9 สามารถสะสมก๊าซได้มากขึ้นในอนาคต มันอาจกลายเป็นกาแล็กซีเต็มรูปแบบ แต่ในตอนนี้มันคือซากโครงสร้างที่หยุดพัฒนา—หลักฐานหายากที่ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจว่า “กาแล็กซีเกิดขึ้นได้อย่างไร” และบทบาทของดาร์กแมทเทอร์ในจักรวาลมีความสำคัญเพียงใด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Cloud‑9 อยู่ห่างจากโลก 14.3 ล้านปีแสงใกล้กาแล็กซี M94 ➡️ เป็นก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่มีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมาก แต่ไม่มีดาวเลย ➡️ มีมวลก๊าซประมาณ 1 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และดาร์กแมทเทอร์ราว 5 พันล้านเท่า ➡️ เข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ยังไม่ถึงขั้นก่อดาว ➡️ การค้นพบนี้ช่วยยืนยันแบบจำลองการก่อตัวกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล ‼️ ประเด็นที่ควรระวังหรือข้อจำกัด ⛔ การยืนยันว่าเป็น RELHIC 100% ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ⛔ วัตถุประเภทนี้อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น ⛔ การศึกษาดาร์กแมทเทอร์ยังมีข้อจำกัดเพราะตรวจจับได้ยากมาก ⛔ อาจมีวัตถุคล้ายกันที่ยังไม่ถูกค้นพบ ทำให้ภาพรวมของจักรวาลยังไม่สมบูรณ์ https://www.sciencealert.com/mysterious-cloud-9-may-be-the-dark-matter-bones-of-a-failed-galaxy
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Mysterious 'Cloud-9' May Be The Dark-Matter Bones of a Failed Galaxy
    An object spotted in deep space is the strongest candidate yet for a galaxy arrested during early development.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 73 มุมมอง 0 รีวิว
  • ☕️ คาเฟอีนในเลือดอาจมีผลต่อไขมันในร่างกายและความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 – งานวิจัยใหม่ชี้ชัด

    งานวิจัยจากหลายสถาบันในยุโรปเผยให้เห็นความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือด ปริมาณไขมันในร่างกาย และความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรมของคนเกือบ 10,000 คนเพื่อวิเคราะห์ว่า “คนที่สลายคาเฟอีนช้ากว่า” มักมีระดับคาเฟอีนในเลือดสูงกว่า และมีแนวโน้มที่จะมีค่า BMI ต่ำลง ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของเบาหวานได้ด้วย งานวิจัยนี้ยังชี้ว่าครึ่งหนึ่งของผลป้องกันเบาหวานอาจเกิดจากการที่คาเฟอีนช่วยลดไขมันในร่างกายโดยตรง

    นักวิจัยอธิบายว่ากลไกที่เป็นไปได้คือคาเฟอีนช่วยเพิ่มกระบวนการ thermogenesis หรือการสร้างความร้อนในร่างกาย รวมถึงเพิ่มการเผาผลาญไขมัน (fat oxidation) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อระบบเมตาบอลิซึมโดยรวม แม้ผลลัพธ์จะสอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้า แต่ก็ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความสัมพันธ์เชิงสาเหตุอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนในปริมาณสูง

    อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ไม่ได้พบความเชื่อมโยงระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ภาพรวมของผลกระทบคาเฟอีนต่อสุขภาพชัดเจนขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าคาเฟอีนก็มีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง เช่น ความกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ หรือผลต่อความดันโลหิตในบางคน

    ในอนาคต นักวิจัยเสนอว่าการใช้เครื่องดื่มคาเฟอีนแบบไม่มีแคลอรี่อาจเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยลดความเสี่ยงโรคอ้วนและเบาหวาน แต่จำเป็นต้องมีการทดลองแบบควบคุมเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของแนวทางนี้อย่างแท้จริง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากงานวิจัย
    ระดับคาเฟอีนในเลือดสูงสัมพันธ์กับ BMI และไขมันในร่างกายที่ต่ำลง
    ความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลงเมื่อระดับคาเฟอีนสูงขึ้น โดยครึ่งหนึ่งของผลเกิดจากการลดไขมันในร่างกาย
    คาเฟอีนอาจเพิ่ม thermogenesis และ fat oxidation ซึ่งช่วยระบบเผาผลาญ
    ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น หัวใจล้มเหลวหรือโรคหลอดเลือดสมอง

    คำเตือนและข้อควรระวัง
    คาเฟอีนมีผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือความดันสูงในบางคน
    งานวิจัยแบบ Mendelian randomization ยังมีข้อจำกัด และอาจมีปัจจัยอื่นที่ยังไม่ได้วิเคราะห์
    ผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนยังไม่ชัดเจน จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
    ไม่ควรเพิ่มปริมาณคาเฟอีนเองโดยไม่พิจารณาสุขภาพส่วนบุคคลหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

    https://www.sciencealert.com/caffeine-in-your-blood-might-affect-body-fat-and-diabetes-risk-study-shows
    ☕️ คาเฟอีนในเลือดอาจมีผลต่อไขมันในร่างกายและความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 – งานวิจัยใหม่ชี้ชัด งานวิจัยจากหลายสถาบันในยุโรปเผยให้เห็นความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือด ปริมาณไขมันในร่างกาย และความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรมของคนเกือบ 10,000 คนเพื่อวิเคราะห์ว่า “คนที่สลายคาเฟอีนช้ากว่า” มักมีระดับคาเฟอีนในเลือดสูงกว่า และมีแนวโน้มที่จะมีค่า BMI ต่ำลง ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของเบาหวานได้ด้วย งานวิจัยนี้ยังชี้ว่าครึ่งหนึ่งของผลป้องกันเบาหวานอาจเกิดจากการที่คาเฟอีนช่วยลดไขมันในร่างกายโดยตรง นักวิจัยอธิบายว่ากลไกที่เป็นไปได้คือคาเฟอีนช่วยเพิ่มกระบวนการ thermogenesis หรือการสร้างความร้อนในร่างกาย รวมถึงเพิ่มการเผาผลาญไขมัน (fat oxidation) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อระบบเมตาบอลิซึมโดยรวม แม้ผลลัพธ์จะสอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้า แต่ก็ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความสัมพันธ์เชิงสาเหตุอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนในปริมาณสูง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ไม่ได้พบความเชื่อมโยงระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ภาพรวมของผลกระทบคาเฟอีนต่อสุขภาพชัดเจนขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าคาเฟอีนก็มีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง เช่น ความกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ หรือผลต่อความดันโลหิตในบางคน ในอนาคต นักวิจัยเสนอว่าการใช้เครื่องดื่มคาเฟอีนแบบไม่มีแคลอรี่อาจเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยลดความเสี่ยงโรคอ้วนและเบาหวาน แต่จำเป็นต้องมีการทดลองแบบควบคุมเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของแนวทางนี้อย่างแท้จริง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากงานวิจัย ➡️ ระดับคาเฟอีนในเลือดสูงสัมพันธ์กับ BMI และไขมันในร่างกายที่ต่ำลง ➡️ ความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลงเมื่อระดับคาเฟอีนสูงขึ้น โดยครึ่งหนึ่งของผลเกิดจากการลดไขมันในร่างกาย ➡️ คาเฟอีนอาจเพิ่ม thermogenesis และ fat oxidation ซึ่งช่วยระบบเผาผลาญ ➡️ ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น หัวใจล้มเหลวหรือโรคหลอดเลือดสมอง ‼️ คำเตือนและข้อควรระวัง ⛔ คาเฟอีนมีผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือความดันสูงในบางคน ⛔ งานวิจัยแบบ Mendelian randomization ยังมีข้อจำกัด และอาจมีปัจจัยอื่นที่ยังไม่ได้วิเคราะห์ ⛔ ผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนยังไม่ชัดเจน จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม ⛔ ไม่ควรเพิ่มปริมาณคาเฟอีนเองโดยไม่พิจารณาสุขภาพส่วนบุคคลหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ https://www.sciencealert.com/caffeine-in-your-blood-might-affect-body-fat-and-diabetes-risk-study-shows
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Caffeine in Your Blood Might Affect Body Fat And Diabetes Risk, Study Shows
    The levels of caffeine in your blood could affect the amount of body fat you carry, a factor that in turn could determine your risk of developing type 2 diabetes and cardiovascular diseases.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 66 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar

    อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025
    บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network

    TV ที่ดีที่สุดในปี 2025
    ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี
    https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy

    Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง
    Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม
    https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag

    Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet
    รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
    https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon

    Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่
    Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง
    https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts

    กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว
    เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges

    อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง”
    รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains

    Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft”
    นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters

    เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks
    นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่
    https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe

    พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล
    นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที
    https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution

    AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต”
    องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
    https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal

    องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน
    รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month

    ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime
    หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง
    https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one

    นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้
    นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94%
    https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results

    ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก
    รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties

    ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต
    ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้
    https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise

    Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน
    ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่
    https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators

    Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก
    Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง
    https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect

    แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร
    แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง
    https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know

    โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน
    UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027
    https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china

    Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด
    Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades

    LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ
    Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้
    https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing

    Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง
    Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง
    https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good

    Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro
    Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน
    https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro

    Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban
    Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    📌📡🟠 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟠📡📌 #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar 📡 อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025 บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network 📺 TV ที่ดีที่สุดในปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี 🔗 https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy 🎮 Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag 📱 Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ 🔗 https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon 🎧 Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่ Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง 🔗 https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts 🛡️ กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges 🇬🇧💻 อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง” รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains 🐧💥 Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft” นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters 👟🇯🇵 เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่ 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe 🔓⚠️ พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution 🚀 AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต” องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal 🔐 องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month 💵 ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง 🔗 https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one 🧪 นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้ นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94% 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results 🌐 ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties 💸 ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้ 🔗 https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise ⚖️ Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators ⚡ Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง 🔗 https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect 📧 แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know 🔍 โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china 📺 Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades 🤖 LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้ 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing 🧹 Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง 🔗 https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good ⚡ Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro 🕶️ Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 189 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260108 #securityonline

    GitLab ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงหลายรายการ
    GitLab ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับสูงหลายรายการ ทั้งช่องโหว่ XSS ที่สามารถฝังสคริปต์อันตรายใน Markdown, ช่องโหว่ Web IDE ที่ทำให้ผู้โจมตีรันโค้ดในเบราว์เซอร์เหยื่อได้เพียงแค่ล่อให้เปิดเว็บเพจที่สร้างขึ้นพิเศษ และช่องโหว่ใน Duo Workflows ที่เปิดทางให้เข้าถึงการตั้งค่า AI โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงปัญหาระดับกลางอื่น ๆ เช่น การแก้ไขการตั้งค่า AI ผ่าน GraphQL, การโจมตี DoS ระหว่างนำเข้าโปรเจกต์ และการลบ runner ของโปรเจกต์อื่นได้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดความเสี่ยงทั้งหมดนี้
    https://securityonline.info/gitlab-patch-high-severity-xss-ai-flaws-expose-user-data

    CrazyHunter แรนซัมแวร์สุดโหดไล่ล่าองค์กรสาธารณสุข
    CrazyHunter แรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนามาจาก Prince ransomware กำลังสร้างความเสียหายหนักในภาคสาธารณสุข โดยเฉพาะในไต้หวัน ด้วยเทคนิคเจาะระบบผ่านรหัสผ่านอ่อนแอ ใช้ SharpGPOAbuse กระจายตัวทั่วเครือข่าย และใช้ไดรเวอร์ BYOVD เพื่อปิดการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัส ก่อนเข้ารหัสไฟล์แบบเร็วด้วยวิธี partial encryption พร้อมข่มขู่เหยื่อผ่านช่องทาง Telegram และเว็บไซต์รั่วไหลข้อมูล กลุ่มผู้โจมตีประกาศชัดว่าต้องการความ “โลภแบบ REvil” ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขต้องเร่งเสริมมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน
    https://securityonline.info/crazyhunter-the-ruthless-ransomware-stalking-healthcare

    พบช่องโหว่ Auth Bypass ร้ายแรงใน TLP เครื่องมือจัดการพลังงานบน Linux
    นักวิจัยจาก SUSE พบช่องโหว่ร้ายแรงใน TLP เวอร์ชัน 1.9.0 ซึ่งมี daemon ใหม่ที่รันด้วยสิทธิ์ root แต่เกิดข้อผิดพลาดในกลไกตรวจสอบสิทธิ์ของ Polkit ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งงาน daemon ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน นอกจากนี้ยังพบปัญหา DoS จากการสร้าง profile hold ได้ไม่จำกัดจำนวน และการจัดการ cookie ที่ไม่ปลอดภัย ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์ในเวอร์ชัน 1.9.1 เพื่อแก้ไขทั้งหมดแล้ว ผู้ใช้ Linux ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง
    https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility

    GoBruteforcer กลับมาอีกครั้ง พร้อมบอทเน็ต 50,000 เซิร์ฟเวอร์จากโค้ดตัวอย่างที่ AI สร้าง
    GoBruteforcer เวอร์ชันใหม่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยอาศัยช่องโหว่จาก “โค้ดตัวอย่างที่ AI สร้างให้ผู้ใช้” ซึ่งมักมีค่า default อ่อนแอ ทำให้ผู้โจมตีสามารถ brute-force บริการยอดนิยมอย่าง MySQL, FTP และ phpMyAdmin ได้ง่ายขึ้น นักวิจัยพบว่ามีเซิร์ฟเวอร์กว่า 50,000 เครื่องเสี่ยงถูกโจมตี และกลุ่มผู้โจมตียังมุ่งเป้าไปที่ฐานข้อมูลของโปรเจกต์คริปโตเพื่อขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวมัลแวร์ถูกพัฒนาให้ซ่อนตัวเก่งขึ้น ใช้ชื่อ process ปลอม และหลีกเลี่ยง IP ของ DoD และคลาวด์ใหญ่ ๆ เพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับ
    https://securityonline.info/gobruteforcer-returns-how-ai-code-snippets-fueled-a-50000-server-botnet

    ความจริงเบื้องหลังเหตุ BGP Leak ของเวเนซุเอลา: ความผิดพลาดหรือปฏิบัติการลับ?
    เหตุการณ์ BGP leak ของผู้ให้บริการรัฐ CANTV ในเวเนซุเอลาเกิดขึ้นก่อนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จนทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าเป็นการดักข้อมูลโดยเจตนา แต่การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของ Cloudflare ชี้ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเพียง “ความผิดพลาดทางเทคนิค” จากการตั้งค่าที่ผิดพลาด เช่น การ prepend เส้นทางซ้ำหลายครั้งและการรั่วไหลของเส้นทางที่เกิดขึ้นบ่อยตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบการโจมตีจริง อีกทั้ง CANTV เป็นผู้ให้บริการ upstream อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องทำ BGP hijack เพื่อเข้าถึงข้อมูล เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ยังเปราะบาง และเน้นย้ำความสำคัญของมาตรฐานใหม่อย่าง ASPA และการบังคับใช้ OTC เพื่อป้องกันการรั่วไหลของเส้นทางในอนาคต
    https://securityonline.info/spy-games-or-glitch-the-truth-behind-venezuelas-bgp-leak/

    ไต้หวันเผชิญการโจมตีไซเบอร์กว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันจากจีน
    รายงานล่าสุดของสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าจีนเพิ่มระดับปฏิบัติการไซเบอร์อย่างเป็นระบบ โดยพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเฉลี่ยวันละกว่า 2.63 ล้านครั้งในปี 2025 โดยเฉพาะภาคพลังงานที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 1,000% พร้อมความเชื่อมโยงกับการซ้อมรบของกองทัพจีนและเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญ ขณะที่กลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับรัฐหลายกลุ่มถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ซับซ้อนและประสานกันอย่างเป็นระบบ
    https://securityonline.info/taiwan-faces-2-6-million-cyberattacks-daily-from-china

    ช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ไร้สาย H3C เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดสิทธิ์ Root
    พบการตั้งค่าที่ผิดพลาดในอุปกรณ์ควบคุมเครือข่ายไร้สายของ H3C ทำให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์ผ่าน FTP แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน และไฟล์เหล่านั้นถูกกำหนดสิทธิ์เป็น root โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้เต็มรูปแบบ ช่องโหว่นี้ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 9.8 และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบเฟิร์มแวร์และรอแพตช์แก้ไขจากผู้ผลิต
    https://securityonline.info/cve-2025-60262-critical-misconfiguration-in-h3c-wireless-gear-hands-control-to-hackers

    “Ghost Tap” มัลแวร์ Android รุ่นใหม่ เปลี่ยนมือถือเป็นเครื่องรูดเงินเงียบ ๆ
    รายงานจาก Group-IB เปิดเผยตลาดมืดที่กำลังเติบโตของมัลแวร์ NFC บน Android ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์ทำธุรกรรม tap-to-pay จากระยะไกลได้ โดยใช้แอปสองตัวทำงานร่วมกันเพื่อจำลองบัตรของเหยื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถรูดเงินได้แม้บัตรจะอยู่กับเจ้าของ ขบวนการนี้มีทั้งผู้พัฒนาเครื่องมือ ผู้ขาย POS ผิดกฎหมาย และเครือข่ายอาชญากรที่ทำงานข้ามประเทศ พร้อมพบความเสียหายแล้วหลายแสนดอลลาร์
    https://securityonline.info/ghost-tap-rising-new-wave-of-android-malware-turns-phones-into-digital-pickpockets

    🛜 ช่องโหว่ Trendnet CVE-2025-15471 เปิดทางยึดอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเดียว
    นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ขยายสัญญาณ Wi-Fi ของ Trendnet ที่เปิดให้ผู้โจมตีส่งคำสั่งผ่าน HTTP เพียงครั้งเดียวก็สามารถรันโค้ดในระดับ root ได้ทันที เนื่องจากระบบ backend รับคำสั่ง shell โดยตรงโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเปิด backdoor ดักข้อมูล หรือใช้เป็นฐานโจมตีภายในเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้ปิดการเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตจนกว่าจะมีแพตช์ออกมา
    https://securityonline.info/one-request-to-rule-them-all-critical-trendnet-flaw-cve-2025-15471-allows-total-takeover

    ช่องโหว่ร้ายแรง n8n เปิดทางแฮ็กยึดเซิร์ฟเวอร์กว่า 100,000 เครื่อง
    รายงานใหม่เผยช่องโหว่ระดับวิกฤต CVE‑2026‑21858 ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติ n8n ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน โดยอาศัยจุดอ่อนของการประมวลผล Content-Type ทำให้สามารถอ่านไฟล์ภายในระบบและขยายผลสู่การยึดสิทธิ์แอดมินเต็มรูปแบบ ซึ่งเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญอย่าง API keys, ฐานข้อมูลลูกค้า และ workflow ขององค์กรจำนวนมากทั่วโลก ผู้ดูแลระบบถูกเตือนให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.0 ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่
    https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-n8n-flaw-cve-2026-21858-exposes-100k-servers

    CISA เตือนด่วน: ช่องโหว่ HPE OneView ระดับ 10/10 และบั๊ก PowerPoint ปี 2009 ฟื้นคืนชีพ
    CISA เพิ่มสองช่องโหว่ใหม่เข้าสู่ KEV Catalog ได้แก่ CVE‑2025‑37164 ใน HPE OneView ที่เปิดให้ผู้โจมตีรันโค้ดระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และช่องโหว่เก่าปี 2009 ใน PowerPoint ที่กลับมาถูกใช้โจมตีอีกครั้ง หน่วยงานรัฐสหรัฐถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขภายใน 28 ม.ค. 2026 เพื่อป้องกันการถูกยึดระบบ โดย HPE ได้ออกแพตช์เร่งด่วนแล้วแต่ต้องติดตั้งซ้ำหลังอัปเกรดบางเวอร์ชัน
    https://securityonline.info/cisa-kev-alert-hpes-maximum-cvss-score-flaw-and-a-zombie-powerpoint-bug

    Lenovo เปิดตัว “Qira” และโรงงานคลาวด์ AI ยักษ์ใหญ่ใน CES 2026
    Lenovo ประกาศยุทธศาสตร์ Hybrid AI พร้อมเปิดตัว “Qira” ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลที่ทำงานข้ามอุปกรณ์ และจับมือ NVIDIA เปิดตัว AI Cloud Gigafactory ที่สามารถติดตั้งศูนย์ประมวลผลระดับกิกะวัตต์ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ พร้อมโชว์นวัตกรรมล้ำสมัย เช่น ThinkPad Rollable XD, AI Glasses และระบบ AI สำหรับ F1 และ FIFA ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สู่ผู้ให้บริการโซลูชัน AI เต็มรูปแบบ
    https://securityonline.info/agentic-evolution-lenovo-unveils-qira-and-ai-cloud-gigafactories-at-ces-2026

    Arm ประกาศยุค “Physical AI” และแพลตฟอร์ม AI‑Defined ที่ CES 2026
    Arm ชูวิสัยทัศน์ใหม่ที่ AI จะฝังอยู่ในทุกอุปกรณ์ ตั้งแต่รถยนต์อัตโนมัติ หุ่นยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่ โดยเน้นพลังของ Physical AI และ Edge AI ที่ทำงานแบบเรียลไทม์และประหยัดพลังงาน พร้อมเผยว่าชิป Arm ถูกใช้ในระบบขับขี่อัตโนมัติของ Rivian, Tesla AI5 และแพลตฟอร์ม NVIDIA Thor รวมถึงการเติบโตของ Windows on Arm ที่รองรับอุปกรณ์กว่า 100 รุ่นในปีนี้ สะท้อนบทบาทของ Arm ในการเป็นแกนกลางของยุค AI ทุกหนแห่ง
    https://securityonline.info/the-ubiquitous-brain-arm-unveils-the-era-of-physical-ai-and-ai-defined-platforms

    Logitech แก้ปัญหาใหญ่: ใบรับรองหมดอายุทำให้เมาส์บน Mac ใช้งานไม่ได้
    ผู้ใช้ macOS จำนวนมากพบว่า Logi Options+ และ G HUB หยุดทำงานเพราะใบรับรองนักพัฒนา Apple หมดอายุ ทำให้ระบบบล็อกกระบวนการเบื้องหลังทั้งหมด ส่งผลให้การตั้งค่าปุ่มและโปรไฟล์ใช้งานไม่ได้ Logitech ได้ออกอัปเดตพร้อมใบรับรองใหม่แล้ว โดยผู้ใช้ต้องติดตั้งทับ (ห้ามลบโปรแกรมเดิม) เพื่อกู้คืนการตั้งค่าทั้งหมด ส่วนผู้ใช้ Windows ไม่ได้รับผลกระทบ
    https://securityonline.info/the-logitech-fix-how-to-restore-your-broken-mac-mouse-settings-jan-2026

    Gmail ยุติระบบ Unified Inbox และปิดฟีเจอร์ Gmailify ในปี 2026
    กูเกิลประกาศยุติการดึงอีเมลจากบัญชีภายนอกผ่าน POP3 และยกเลิกฟีเจอร์ Gmailify ทำให้ผู้ใช้ที่เคยรวมหลายบัญชีไว้ในกล่องจดหมายเดียวต้องปรับตัว โดยอาจต้องตั้งระบบ Forward อีเมลจากผู้ให้บริการอื่นแทน แม้ยังสามารถเพิ่มบัญชีภายนอกผ่าน IMAP ได้ แต่จะไม่รวมอยู่ใน Inbox หลักอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยและการลดภาระระบบเดิมของกูเกิล
    https://securityonline.info/the-end-of-the-unified-inbox-gmail-kills-pop3-fetching-and-gmailify-in-2026

    Android ปิดประตูความโปร่งใส: Google หยุดปล่อยโค้ด AOSP รายไตรมาสในปี 2026
    Google เตรียมเปลี่ยนรอบการปล่อยซอร์สโค้ด AOSP จากทุกไตรมาสเป็นปีละสองครั้ง ทำให้โค้ดจาก Q1 และ Q3 จะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าจะรวมเข้ารุ่น Q2 และ Q4 ส่งผลให้ชุมชน Custom ROM เช่น LineageOS ต้องรอแพตช์ใหม่ล่าช้า 3 เดือน แม้ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบ แต่ความโปร่งใสของระบบ Android จะลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่แพตช์ความปลอดภัยรายเดือนยังคงปล่อยตามปกติ
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/android-behind-closed-doors-google-ends-quarterly-aosp-code-drops-in-2026

    📌🔐🟠 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟠🔐📌 #รวมข่าวIT #20260108 #securityonline 🛡️ GitLab ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงหลายรายการ GitLab ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับสูงหลายรายการ ทั้งช่องโหว่ XSS ที่สามารถฝังสคริปต์อันตรายใน Markdown, ช่องโหว่ Web IDE ที่ทำให้ผู้โจมตีรันโค้ดในเบราว์เซอร์เหยื่อได้เพียงแค่ล่อให้เปิดเว็บเพจที่สร้างขึ้นพิเศษ และช่องโหว่ใน Duo Workflows ที่เปิดทางให้เข้าถึงการตั้งค่า AI โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงปัญหาระดับกลางอื่น ๆ เช่น การแก้ไขการตั้งค่า AI ผ่าน GraphQL, การโจมตี DoS ระหว่างนำเข้าโปรเจกต์ และการลบ runner ของโปรเจกต์อื่นได้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดความเสี่ยงทั้งหมดนี้ 🔗 https://securityonline.info/gitlab-patch-high-severity-xss-ai-flaws-expose-user-data 💉 CrazyHunter แรนซัมแวร์สุดโหดไล่ล่าองค์กรสาธารณสุข CrazyHunter แรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนามาจาก Prince ransomware กำลังสร้างความเสียหายหนักในภาคสาธารณสุข โดยเฉพาะในไต้หวัน ด้วยเทคนิคเจาะระบบผ่านรหัสผ่านอ่อนแอ ใช้ SharpGPOAbuse กระจายตัวทั่วเครือข่าย และใช้ไดรเวอร์ BYOVD เพื่อปิดการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัส ก่อนเข้ารหัสไฟล์แบบเร็วด้วยวิธี partial encryption พร้อมข่มขู่เหยื่อผ่านช่องทาง Telegram และเว็บไซต์รั่วไหลข้อมูล กลุ่มผู้โจมตีประกาศชัดว่าต้องการความ “โลภแบบ REvil” ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขต้องเร่งเสริมมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน 🔗 https://securityonline.info/crazyhunter-the-ruthless-ransomware-stalking-healthcare 🔋 พบช่องโหว่ Auth Bypass ร้ายแรงใน TLP เครื่องมือจัดการพลังงานบน Linux นักวิจัยจาก SUSE พบช่องโหว่ร้ายแรงใน TLP เวอร์ชัน 1.9.0 ซึ่งมี daemon ใหม่ที่รันด้วยสิทธิ์ root แต่เกิดข้อผิดพลาดในกลไกตรวจสอบสิทธิ์ของ Polkit ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งงาน daemon ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน นอกจากนี้ยังพบปัญหา DoS จากการสร้าง profile hold ได้ไม่จำกัดจำนวน และการจัดการ cookie ที่ไม่ปลอดภัย ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์ในเวอร์ชัน 1.9.1 เพื่อแก้ไขทั้งหมดแล้ว ผู้ใช้ Linux ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility 🤖 GoBruteforcer กลับมาอีกครั้ง พร้อมบอทเน็ต 50,000 เซิร์ฟเวอร์จากโค้ดตัวอย่างที่ AI สร้าง GoBruteforcer เวอร์ชันใหม่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยอาศัยช่องโหว่จาก “โค้ดตัวอย่างที่ AI สร้างให้ผู้ใช้” ซึ่งมักมีค่า default อ่อนแอ ทำให้ผู้โจมตีสามารถ brute-force บริการยอดนิยมอย่าง MySQL, FTP และ phpMyAdmin ได้ง่ายขึ้น นักวิจัยพบว่ามีเซิร์ฟเวอร์กว่า 50,000 เครื่องเสี่ยงถูกโจมตี และกลุ่มผู้โจมตียังมุ่งเป้าไปที่ฐานข้อมูลของโปรเจกต์คริปโตเพื่อขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวมัลแวร์ถูกพัฒนาให้ซ่อนตัวเก่งขึ้น ใช้ชื่อ process ปลอม และหลีกเลี่ยง IP ของ DoD และคลาวด์ใหญ่ ๆ เพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับ 🔗 https://securityonline.info/gobruteforcer-returns-how-ai-code-snippets-fueled-a-50000-server-botnet 🌐 ความจริงเบื้องหลังเหตุ BGP Leak ของเวเนซุเอลา: ความผิดพลาดหรือปฏิบัติการลับ? เหตุการณ์ BGP leak ของผู้ให้บริการรัฐ CANTV ในเวเนซุเอลาเกิดขึ้นก่อนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จนทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าเป็นการดักข้อมูลโดยเจตนา แต่การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของ Cloudflare ชี้ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเพียง “ความผิดพลาดทางเทคนิค” จากการตั้งค่าที่ผิดพลาด เช่น การ prepend เส้นทางซ้ำหลายครั้งและการรั่วไหลของเส้นทางที่เกิดขึ้นบ่อยตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบการโจมตีจริง อีกทั้ง CANTV เป็นผู้ให้บริการ upstream อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องทำ BGP hijack เพื่อเข้าถึงข้อมูล เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ยังเปราะบาง และเน้นย้ำความสำคัญของมาตรฐานใหม่อย่าง ASPA และการบังคับใช้ OTC เพื่อป้องกันการรั่วไหลของเส้นทางในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/spy-games-or-glitch-the-truth-behind-venezuelas-bgp-leak/ 🇨🇳 ไต้หวันเผชิญการโจมตีไซเบอร์กว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันจากจีน รายงานล่าสุดของสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าจีนเพิ่มระดับปฏิบัติการไซเบอร์อย่างเป็นระบบ โดยพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเฉลี่ยวันละกว่า 2.63 ล้านครั้งในปี 2025 โดยเฉพาะภาคพลังงานที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 1,000% พร้อมความเชื่อมโยงกับการซ้อมรบของกองทัพจีนและเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญ ขณะที่กลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับรัฐหลายกลุ่มถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ซับซ้อนและประสานกันอย่างเป็นระบบ 🔗 https://securityonline.info/taiwan-faces-2-6-million-cyberattacks-daily-from-china 📡 ช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ไร้สาย H3C เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดสิทธิ์ Root พบการตั้งค่าที่ผิดพลาดในอุปกรณ์ควบคุมเครือข่ายไร้สายของ H3C ทำให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์ผ่าน FTP แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน และไฟล์เหล่านั้นถูกกำหนดสิทธิ์เป็น root โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้เต็มรูปแบบ ช่องโหว่นี้ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 9.8 และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบเฟิร์มแวร์และรอแพตช์แก้ไขจากผู้ผลิต 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-60262-critical-misconfiguration-in-h3c-wireless-gear-hands-control-to-hackers 📱 “Ghost Tap” มัลแวร์ Android รุ่นใหม่ เปลี่ยนมือถือเป็นเครื่องรูดเงินเงียบ ๆ รายงานจาก Group-IB เปิดเผยตลาดมืดที่กำลังเติบโตของมัลแวร์ NFC บน Android ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์ทำธุรกรรม tap-to-pay จากระยะไกลได้ โดยใช้แอปสองตัวทำงานร่วมกันเพื่อจำลองบัตรของเหยื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถรูดเงินได้แม้บัตรจะอยู่กับเจ้าของ ขบวนการนี้มีทั้งผู้พัฒนาเครื่องมือ ผู้ขาย POS ผิดกฎหมาย และเครือข่ายอาชญากรที่ทำงานข้ามประเทศ พร้อมพบความเสียหายแล้วหลายแสนดอลลาร์ 🔗 https://securityonline.info/ghost-tap-rising-new-wave-of-android-malware-turns-phones-into-digital-pickpockets 🛜 ช่องโหว่ Trendnet CVE-2025-15471 เปิดทางยึดอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเดียว นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ขยายสัญญาณ Wi-Fi ของ Trendnet ที่เปิดให้ผู้โจมตีส่งคำสั่งผ่าน HTTP เพียงครั้งเดียวก็สามารถรันโค้ดในระดับ root ได้ทันที เนื่องจากระบบ backend รับคำสั่ง shell โดยตรงโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเปิด backdoor ดักข้อมูล หรือใช้เป็นฐานโจมตีภายในเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้ปิดการเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตจนกว่าจะมีแพตช์ออกมา 🔗 https://securityonline.info/one-request-to-rule-them-all-critical-trendnet-flaw-cve-2025-15471-allows-total-takeover 🛡️ ช่องโหว่ร้ายแรง n8n เปิดทางแฮ็กยึดเซิร์ฟเวอร์กว่า 100,000 เครื่อง รายงานใหม่เผยช่องโหว่ระดับวิกฤต CVE‑2026‑21858 ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติ n8n ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน โดยอาศัยจุดอ่อนของการประมวลผล Content-Type ทำให้สามารถอ่านไฟล์ภายในระบบและขยายผลสู่การยึดสิทธิ์แอดมินเต็มรูปแบบ ซึ่งเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญอย่าง API keys, ฐานข้อมูลลูกค้า และ workflow ขององค์กรจำนวนมากทั่วโลก ผู้ดูแลระบบถูกเตือนให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.0 ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ 🔗 https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-n8n-flaw-cve-2026-21858-exposes-100k-servers 🚨 CISA เตือนด่วน: ช่องโหว่ HPE OneView ระดับ 10/10 และบั๊ก PowerPoint ปี 2009 ฟื้นคืนชีพ CISA เพิ่มสองช่องโหว่ใหม่เข้าสู่ KEV Catalog ได้แก่ CVE‑2025‑37164 ใน HPE OneView ที่เปิดให้ผู้โจมตีรันโค้ดระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และช่องโหว่เก่าปี 2009 ใน PowerPoint ที่กลับมาถูกใช้โจมตีอีกครั้ง หน่วยงานรัฐสหรัฐถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขภายใน 28 ม.ค. 2026 เพื่อป้องกันการถูกยึดระบบ โดย HPE ได้ออกแพตช์เร่งด่วนแล้วแต่ต้องติดตั้งซ้ำหลังอัปเกรดบางเวอร์ชัน 🔗 https://securityonline.info/cisa-kev-alert-hpes-maximum-cvss-score-flaw-and-a-zombie-powerpoint-bug 🤖 Lenovo เปิดตัว “Qira” และโรงงานคลาวด์ AI ยักษ์ใหญ่ใน CES 2026 Lenovo ประกาศยุทธศาสตร์ Hybrid AI พร้อมเปิดตัว “Qira” ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลที่ทำงานข้ามอุปกรณ์ และจับมือ NVIDIA เปิดตัว AI Cloud Gigafactory ที่สามารถติดตั้งศูนย์ประมวลผลระดับกิกะวัตต์ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ พร้อมโชว์นวัตกรรมล้ำสมัย เช่น ThinkPad Rollable XD, AI Glasses และระบบ AI สำหรับ F1 และ FIFA ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สู่ผู้ให้บริการโซลูชัน AI เต็มรูปแบบ 🔗 https://securityonline.info/agentic-evolution-lenovo-unveils-qira-and-ai-cloud-gigafactories-at-ces-2026 🧠 Arm ประกาศยุค “Physical AI” และแพลตฟอร์ม AI‑Defined ที่ CES 2026 Arm ชูวิสัยทัศน์ใหม่ที่ AI จะฝังอยู่ในทุกอุปกรณ์ ตั้งแต่รถยนต์อัตโนมัติ หุ่นยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่ โดยเน้นพลังของ Physical AI และ Edge AI ที่ทำงานแบบเรียลไทม์และประหยัดพลังงาน พร้อมเผยว่าชิป Arm ถูกใช้ในระบบขับขี่อัตโนมัติของ Rivian, Tesla AI5 และแพลตฟอร์ม NVIDIA Thor รวมถึงการเติบโตของ Windows on Arm ที่รองรับอุปกรณ์กว่า 100 รุ่นในปีนี้ สะท้อนบทบาทของ Arm ในการเป็นแกนกลางของยุค AI ทุกหนแห่ง 🔗 https://securityonline.info/the-ubiquitous-brain-arm-unveils-the-era-of-physical-ai-and-ai-defined-platforms 🖱️ Logitech แก้ปัญหาใหญ่: ใบรับรองหมดอายุทำให้เมาส์บน Mac ใช้งานไม่ได้ ผู้ใช้ macOS จำนวนมากพบว่า Logi Options+ และ G HUB หยุดทำงานเพราะใบรับรองนักพัฒนา Apple หมดอายุ ทำให้ระบบบล็อกกระบวนการเบื้องหลังทั้งหมด ส่งผลให้การตั้งค่าปุ่มและโปรไฟล์ใช้งานไม่ได้ Logitech ได้ออกอัปเดตพร้อมใบรับรองใหม่แล้ว โดยผู้ใช้ต้องติดตั้งทับ (ห้ามลบโปรแกรมเดิม) เพื่อกู้คืนการตั้งค่าทั้งหมด ส่วนผู้ใช้ Windows ไม่ได้รับผลกระทบ 🔗 https://securityonline.info/the-logitech-fix-how-to-restore-your-broken-mac-mouse-settings-jan-2026 📮 Gmail ยุติระบบ Unified Inbox และปิดฟีเจอร์ Gmailify ในปี 2026 กูเกิลประกาศยุติการดึงอีเมลจากบัญชีภายนอกผ่าน POP3 และยกเลิกฟีเจอร์ Gmailify ทำให้ผู้ใช้ที่เคยรวมหลายบัญชีไว้ในกล่องจดหมายเดียวต้องปรับตัว โดยอาจต้องตั้งระบบ Forward อีเมลจากผู้ให้บริการอื่นแทน แม้ยังสามารถเพิ่มบัญชีภายนอกผ่าน IMAP ได้ แต่จะไม่รวมอยู่ใน Inbox หลักอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยและการลดภาระระบบเดิมของกูเกิล 🔗 https://securityonline.info/the-end-of-the-unified-inbox-gmail-kills-pop3-fetching-and-gmailify-in-2026 🤖 Android ปิดประตูความโปร่งใส: Google หยุดปล่อยโค้ด AOSP รายไตรมาสในปี 2026 Google เตรียมเปลี่ยนรอบการปล่อยซอร์สโค้ด AOSP จากทุกไตรมาสเป็นปีละสองครั้ง ทำให้โค้ดจาก Q1 และ Q3 จะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าจะรวมเข้ารุ่น Q2 และ Q4 ส่งผลให้ชุมชน Custom ROM เช่น LineageOS ต้องรอแพตช์ใหม่ล่าช้า 3 เดือน แม้ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบ แต่ความโปร่งใสของระบบ Android จะลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่แพตช์ความปลอดภัยรายเดือนยังคงปล่อยตามปกติ ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/android-behind-closed-doors-google-ends-quarterly-aosp-code-drops-in-2026
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 189 มุมมอง 0 รีวิว
  • AMD สวนกลับ Intel: “ไม่แฟร์จะเอา Arc B390 มาเทียบกับ Strix Halo” — ชี้อยู่คนละระดับทั้งด้านกราฟิกและตลาดเป้าหมาย

    Rahul Tikoo ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ให้สัมภาษณ์กับ Tom’s Hardware โดยยืนยันว่า AMD “ไม่หวั่น” ต่อการเปิดตัว Panther Lake ของ Intel แม้จะมาพร้อม iGPU ตัวแรง Arc B390 ก็ตาม เขาระบุชัดว่า Strix Halo (Ryzen AI Max) ถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มผู้ใช้ระดับโปรและครีเอเตอร์ที่ต้องการพลังกราฟิกสูง ในขณะที่ Panther Lake เน้นตลาดโน้ตบุ๊กทั่วไป ทำให้การนำทั้งสองมาเทียบกัน “ไม่ใช่การต่อสู้ที่ยุติธรรม”

    Tikoo ยังชี้ว่า Intel เลือกเปรียบเทียบ Panther Lake กับ Ryzen AI รุ่นกลางเท่านั้น และ “หลีกเลี่ยง” การเทียบกับ Strix Halo โดยตรง ซึ่งสะท้อนว่าผลลัพธ์อาจไม่เข้าทาง Intel มากนัก นอกจากนี้เขายังแอบบอกใบ้ว่าราคา Panther Lake จะ “ไม่สวยงาม” และอาจสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้ ทำให้ Strix Halo อาจกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าในหลายตลาด

    ในด้านสเปก Intel Panther Lake ถือเป็นแพลตฟอร์มโน้ตบุ๊กที่ทรงพลังที่สุดของ Intel ในตอนนี้ ใช้กระบวนการผลิต 18A พร้อมคอร์ Cougar Cove และ Darkmount รวมถึง iGPU Xe3 B390 ที่ Intel อ้างว่าให้ประสิทธิภาพใกล้เคียง RTX 4050 Laptop GPU ที่กำลังไฟ 60W แต่ใช้พลังงานเพียง 45W เท่านั้น และสามารถทำได้ถึง 80 FPS ใน Cyberpunk 2077 ที่ 1080p High + XeSS Balanced ตามการทดสอบของ Tom’s Hardware เอง

    อย่างไรก็ตาม AMD ยืนยันว่าตนมี “สองไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ดีกว่า” คือ Strix Halo สำหรับผู้ใช้ระดับสูง และ Ryzen AI รุ่นปกติสำหรับตลาดแมส ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเลือกได้ตามความต้องการจริง ไม่ใช่ชิปที่พยายามทำทุกอย่างแต่ไม่โดดเด่นในด้านใดด้านหนึ่ง Tikoo เชื่อว่าผู้ใช้จะเลือกจากงานที่ทำ ไม่ใช่ตัวเลขสเปกเพียงอย่างเดียว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    AMD ระบุว่าไม่ควรนำ Arc B390 มาเทียบกับ Strix Halo
    เพราะทั้งสองถูกออกแบบมาเพื่อคนละตลาดและระดับประสิทธิภาพ

    Intel ไม่ได้เปรียบเทียบ Panther Lake กับ Strix Halo ในสไลด์ของตน
    เลือกเทียบกับ Ryzen AI รุ่นกลางเท่านั้น

    Intel Panther Lake ใช้กระบวนการผลิต 18A พร้อม iGPU Xe3 B390
    ทำเฟรมเรตได้ถึง 80 FPS ใน Cyberpunk 2077 ที่ 1080p High + XeSS Balanced

    AMD ชี้ว่าตนมีไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ครบกว่า
    Strix Halo สำหรับโปร/ครีเอเตอร์ และ Ryzen AI สำหรับผู้ใช้ทั่วไป

    ราคา Panther Lake อาจสูงกว่าที่คาด
    ผู้บริหาร AMD บอกใบ้ว่า “ไม่สวยงาม”

    iGPU แม้แรงขึ้นมาก แต่ยังไม่แทนที่ dGPU ระดับกลางได้เต็มที่
    โดยเฉพาะงาน AAA หรือเรนเดอร์หนัก

    การเปรียบเทียบจากสไลด์ของผู้ผลิตอาจมีอคติ
    ควรรอดูผลทดสอบจริงจากหลายสำนัก

    Strix Halo อาจมีราคาสูงเช่นกัน
    ทำให้โน้ตบุ๊กที่ใช้ชิปนี้อยู่ในกลุ่มพรีเมียม

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/amd-is-unphased-by-panther-lakes-big-integrated-gpu-its-not-even-a-fair-fight-to-compare-the-arc-b390-to-strix-halo-amd-exec-claims
    🔥🎮 AMD สวนกลับ Intel: “ไม่แฟร์จะเอา Arc B390 มาเทียบกับ Strix Halo” — ชี้อยู่คนละระดับทั้งด้านกราฟิกและตลาดเป้าหมาย Rahul Tikoo ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ให้สัมภาษณ์กับ Tom’s Hardware โดยยืนยันว่า AMD “ไม่หวั่น” ต่อการเปิดตัว Panther Lake ของ Intel แม้จะมาพร้อม iGPU ตัวแรง Arc B390 ก็ตาม เขาระบุชัดว่า Strix Halo (Ryzen AI Max) ถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มผู้ใช้ระดับโปรและครีเอเตอร์ที่ต้องการพลังกราฟิกสูง ในขณะที่ Panther Lake เน้นตลาดโน้ตบุ๊กทั่วไป ทำให้การนำทั้งสองมาเทียบกัน “ไม่ใช่การต่อสู้ที่ยุติธรรม” Tikoo ยังชี้ว่า Intel เลือกเปรียบเทียบ Panther Lake กับ Ryzen AI รุ่นกลางเท่านั้น และ “หลีกเลี่ยง” การเทียบกับ Strix Halo โดยตรง ซึ่งสะท้อนว่าผลลัพธ์อาจไม่เข้าทาง Intel มากนัก นอกจากนี้เขายังแอบบอกใบ้ว่าราคา Panther Lake จะ “ไม่สวยงาม” และอาจสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้ ทำให้ Strix Halo อาจกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าในหลายตลาด ในด้านสเปก Intel Panther Lake ถือเป็นแพลตฟอร์มโน้ตบุ๊กที่ทรงพลังที่สุดของ Intel ในตอนนี้ ใช้กระบวนการผลิต 18A พร้อมคอร์ Cougar Cove และ Darkmount รวมถึง iGPU Xe3 B390 ที่ Intel อ้างว่าให้ประสิทธิภาพใกล้เคียง RTX 4050 Laptop GPU ที่กำลังไฟ 60W แต่ใช้พลังงานเพียง 45W เท่านั้น และสามารถทำได้ถึง 80 FPS ใน Cyberpunk 2077 ที่ 1080p High + XeSS Balanced ตามการทดสอบของ Tom’s Hardware เอง อย่างไรก็ตาม AMD ยืนยันว่าตนมี “สองไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ดีกว่า” คือ Strix Halo สำหรับผู้ใช้ระดับสูง และ Ryzen AI รุ่นปกติสำหรับตลาดแมส ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเลือกได้ตามความต้องการจริง ไม่ใช่ชิปที่พยายามทำทุกอย่างแต่ไม่โดดเด่นในด้านใดด้านหนึ่ง Tikoo เชื่อว่าผู้ใช้จะเลือกจากงานที่ทำ ไม่ใช่ตัวเลขสเปกเพียงอย่างเดียว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ AMD ระบุว่าไม่ควรนำ Arc B390 มาเทียบกับ Strix Halo ➡️ เพราะทั้งสองถูกออกแบบมาเพื่อคนละตลาดและระดับประสิทธิภาพ ✅ Intel ไม่ได้เปรียบเทียบ Panther Lake กับ Strix Halo ในสไลด์ของตน ➡️ เลือกเทียบกับ Ryzen AI รุ่นกลางเท่านั้น ✅ Intel Panther Lake ใช้กระบวนการผลิต 18A พร้อม iGPU Xe3 B390 ➡️ ทำเฟรมเรตได้ถึง 80 FPS ใน Cyberpunk 2077 ที่ 1080p High + XeSS Balanced ✅ AMD ชี้ว่าตนมีไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ครบกว่า ➡️ Strix Halo สำหรับโปร/ครีเอเตอร์ และ Ryzen AI สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ‼️ ราคา Panther Lake อาจสูงกว่าที่คาด ⛔ ผู้บริหาร AMD บอกใบ้ว่า “ไม่สวยงาม” ‼️ iGPU แม้แรงขึ้นมาก แต่ยังไม่แทนที่ dGPU ระดับกลางได้เต็มที่ ⛔ โดยเฉพาะงาน AAA หรือเรนเดอร์หนัก ‼️ การเปรียบเทียบจากสไลด์ของผู้ผลิตอาจมีอคติ ⛔ ควรรอดูผลทดสอบจริงจากหลายสำนัก ‼️ Strix Halo อาจมีราคาสูงเช่นกัน ⛔ ทำให้โน้ตบุ๊กที่ใช้ชิปนี้อยู่ในกลุ่มพรีเมียม https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/amd-is-unphased-by-panther-lakes-big-integrated-gpu-its-not-even-a-fair-fight-to-compare-the-arc-b390-to-strix-halo-amd-exec-claims
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • Frore Systems โชว์ AirJet & LiquidJet ของจริง — คูลลิ่งจิ๋วพลังโหดที่อาจเปลี่ยนอนาคตโน้ตบุ๊กและ AI Server

    Frore Systems นำเทคโนโลยีระบายความร้อนรุ่นใหม่ AirJet และ LiquidJet มาโชว์แบบ “ตัวเป็น ๆ” ในงาน CES โดยชูจุดเด่นว่าให้ประสิทธิภาพสูงกว่าโซลูชันเดิมหลายเท่าในขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด AirJet Mini G2 ซึ่งเป็นโมดูลพื้นฐาน ใช้แผ่นสั่นความถี่สูงเพื่อสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด ทำให้ทำงานเงียบมากและแทบไม่ต้องบำรุงรักษา เหมาะกับอุปกรณ์พกพาอย่าง ultrabook, mini‑PC และ embedded system ที่ต้องการคูลลิ่งระดับ 45W แต่พื้นที่จำกัด

    หนึ่งในเดโมที่โดดเด่นคือ AirJet Pak 5C ซึ่งใช้ AirJet Mini G2 จำนวน 5 ตัว สามารถระบายความร้อนให้ Nvidia Jetson Orin NX Super (40W TDP) ได้อย่างสบาย ทั้งที่ตัวคูลเลอร์หนักเพียง 300 กรัมและมีขนาดใกล้เคียงฮาร์ดดิสก์ 2.5 นิ้ว แต่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าฮีตซิงก์อลูมิเนียมหนัก 2 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีเดโมบน Galaxy Book 5 Pro 14 นิ้ว ที่เปลี่ยนจากระบบพัดลมคู่แบบเดิมเป็น AirJet 4 ตัว ทำให้ได้ TDP สูงขึ้น (24W จากเดิม 20W) และเสียงรบกวนลดลงเหลือเพียง 27 dBA พร้อมประสิทธิภาพ Cinebench ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

    สำหรับงานระดับเซิร์ฟเวอร์ Frore นำ LiquidJet ซึ่งเป็น cold plate แบบไมโครแชนแนล 3D มาโชว์ โดยออกแบบให้เส้นทางน้ำสั้นลงและแรงดันต่ำกว่าโซลูชันทั่วไป ทำให้รองรับความร้อนระดับสูงมาก เช่น Nvidia Rubin 2 SoC ที่ปล่อยความร้อนถึง 1950W แต่ LiquidJet สามารถคุมอุณหภูมิไว้ที่ 65–70°C ได้อย่างน่าทึ่ง รวมถึง ASIC 1200W ที่ยังคงเย็นเพียง 70–75°C แม้น้ำเข้าจะอุ่นถึง 34.5°C ก็ตาม

    เดโมสุดท้ายคือ GPU 600W ที่ปกติร้อนถึง 105°C แต่เมื่อใช้ LiquidJet รุ่นออกแบบพิเศษกลับสามารถคงอุณหภูมิไว้ที่ 95°C ได้อย่างเสถียร แสดงให้เห็นว่า Frore สามารถออกแบบ cold plate ให้ตรงกับ hotspot ของชิปแต่ละรุ่นได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีนี้จึงถูกจับตามองอย่างมากในตลาด AI server ที่ต้องการคูลลิ่งประสิทธิภาพสูงเพื่อควบคุมต้นทุนพลังงานและเพิ่ม ROI

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Frore Systems โชว์ AirJet และ LiquidJet รุ่นผลิตจริงในงาน CES
    AirJet Mini G2 ใช้แผ่นสั่นสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด เงียบและไร้ฝุ่น

    AirJet Pak 5C ระบายความร้อน Jetson Orin NX Super (40W) ได้ด้วยน้ำหนักเพียง 300 กรัม
    ประสิทธิภาพเทียบฮีตซิงก์ 2 กิโลกรัม

    Galaxy Book 5 Pro ใช้ AirJet 4 ตัว ได้ TDP สูงขึ้นและเสียงลดลงเหลือ 27 dBA
    ประสิทธิภาพ Cinebench ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    LiquidJet รองรับความร้อนระดับ 1200–1950W สำหรับ AI server
    Rubin 2 SoC ถูกคุมไว้ที่ 65–70°C แม้โหลดสูงมาก

    GPU 600W ถูกลดอุณหภูมิจาก 105°C เหลือ 95°C ด้วย LiquidJet
    Cold plate ถูกออกแบบตรง hotspot ของชิปแต่ละรุ่น

    AirJet ยังเหมาะกับอุปกรณ์ TDP ต่ำ–กลางเท่านั้น
    ไม่เหมาะกับซีพียูเดสก์ท็อประดับสูง

    LiquidJet ต้องใช้ระบบน้ำเฉพาะทางและอาจมีต้นทุนสูง
    เหมาะกับศูนย์ข้อมูลมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป

    เทคโนโลยีใหม่อาจต้องรอการยอมรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์
    การนำไปใช้จริงอาจใช้เวลาหลายปี

    การออกแบบ cold plate เฉพาะรุ่นอาจเพิ่มต้นทุนการผลิต
    ไม่เหมาะกับตลาดที่ต้องการต้นทุนต่ำ

    https://www.tomshardware.com/pc-components/liquid-cooling/frore-systems-liquidjet-and-airjet-pak-cooling-systems-in-the-flesh-live-demo-with-production-hardware-display-impressive-cooling-capacity
    🧊🚀 Frore Systems โชว์ AirJet & LiquidJet ของจริง — คูลลิ่งจิ๋วพลังโหดที่อาจเปลี่ยนอนาคตโน้ตบุ๊กและ AI Server Frore Systems นำเทคโนโลยีระบายความร้อนรุ่นใหม่ AirJet และ LiquidJet มาโชว์แบบ “ตัวเป็น ๆ” ในงาน CES โดยชูจุดเด่นว่าให้ประสิทธิภาพสูงกว่าโซลูชันเดิมหลายเท่าในขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด AirJet Mini G2 ซึ่งเป็นโมดูลพื้นฐาน ใช้แผ่นสั่นความถี่สูงเพื่อสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด ทำให้ทำงานเงียบมากและแทบไม่ต้องบำรุงรักษา เหมาะกับอุปกรณ์พกพาอย่าง ultrabook, mini‑PC และ embedded system ที่ต้องการคูลลิ่งระดับ 45W แต่พื้นที่จำกัด หนึ่งในเดโมที่โดดเด่นคือ AirJet Pak 5C ซึ่งใช้ AirJet Mini G2 จำนวน 5 ตัว สามารถระบายความร้อนให้ Nvidia Jetson Orin NX Super (40W TDP) ได้อย่างสบาย ทั้งที่ตัวคูลเลอร์หนักเพียง 300 กรัมและมีขนาดใกล้เคียงฮาร์ดดิสก์ 2.5 นิ้ว แต่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าฮีตซิงก์อลูมิเนียมหนัก 2 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีเดโมบน Galaxy Book 5 Pro 14 นิ้ว ที่เปลี่ยนจากระบบพัดลมคู่แบบเดิมเป็น AirJet 4 ตัว ทำให้ได้ TDP สูงขึ้น (24W จากเดิม 20W) และเสียงรบกวนลดลงเหลือเพียง 27 dBA พร้อมประสิทธิภาพ Cinebench ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับงานระดับเซิร์ฟเวอร์ Frore นำ LiquidJet ซึ่งเป็น cold plate แบบไมโครแชนแนล 3D มาโชว์ โดยออกแบบให้เส้นทางน้ำสั้นลงและแรงดันต่ำกว่าโซลูชันทั่วไป ทำให้รองรับความร้อนระดับสูงมาก เช่น Nvidia Rubin 2 SoC ที่ปล่อยความร้อนถึง 1950W แต่ LiquidJet สามารถคุมอุณหภูมิไว้ที่ 65–70°C ได้อย่างน่าทึ่ง รวมถึง ASIC 1200W ที่ยังคงเย็นเพียง 70–75°C แม้น้ำเข้าจะอุ่นถึง 34.5°C ก็ตาม เดโมสุดท้ายคือ GPU 600W ที่ปกติร้อนถึง 105°C แต่เมื่อใช้ LiquidJet รุ่นออกแบบพิเศษกลับสามารถคงอุณหภูมิไว้ที่ 95°C ได้อย่างเสถียร แสดงให้เห็นว่า Frore สามารถออกแบบ cold plate ให้ตรงกับ hotspot ของชิปแต่ละรุ่นได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีนี้จึงถูกจับตามองอย่างมากในตลาด AI server ที่ต้องการคูลลิ่งประสิทธิภาพสูงเพื่อควบคุมต้นทุนพลังงานและเพิ่ม ROI 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Frore Systems โชว์ AirJet และ LiquidJet รุ่นผลิตจริงในงาน CES ➡️ AirJet Mini G2 ใช้แผ่นสั่นสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด เงียบและไร้ฝุ่น ✅ AirJet Pak 5C ระบายความร้อน Jetson Orin NX Super (40W) ได้ด้วยน้ำหนักเพียง 300 กรัม ➡️ ประสิทธิภาพเทียบฮีตซิงก์ 2 กิโลกรัม ✅ Galaxy Book 5 Pro ใช้ AirJet 4 ตัว ได้ TDP สูงขึ้นและเสียงลดลงเหลือ 27 dBA ➡️ ประสิทธิภาพ Cinebench ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ✅ LiquidJet รองรับความร้อนระดับ 1200–1950W สำหรับ AI server ➡️ Rubin 2 SoC ถูกคุมไว้ที่ 65–70°C แม้โหลดสูงมาก ✅ GPU 600W ถูกลดอุณหภูมิจาก 105°C เหลือ 95°C ด้วย LiquidJet ➡️ Cold plate ถูกออกแบบตรง hotspot ของชิปแต่ละรุ่น ‼️ AirJet ยังเหมาะกับอุปกรณ์ TDP ต่ำ–กลางเท่านั้น ⛔ ไม่เหมาะกับซีพียูเดสก์ท็อประดับสูง ‼️ LiquidJet ต้องใช้ระบบน้ำเฉพาะทางและอาจมีต้นทุนสูง ⛔ เหมาะกับศูนย์ข้อมูลมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป ‼️ เทคโนโลยีใหม่อาจต้องรอการยอมรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์ ⛔ การนำไปใช้จริงอาจใช้เวลาหลายปี ‼️ การออกแบบ cold plate เฉพาะรุ่นอาจเพิ่มต้นทุนการผลิต ⛔ ไม่เหมาะกับตลาดที่ต้องการต้นทุนต่ำ https://www.tomshardware.com/pc-components/liquid-cooling/frore-systems-liquidjet-and-airjet-pak-cooling-systems-in-the-flesh-live-demo-with-production-hardware-display-impressive-cooling-capacity
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 82 มุมมอง 0 รีวิว
  • Nvidia อาจเลื่อนเปิดตัว RTX 60 Series ไปปี 2027 — ใช้สถาปัตยกรรม Rubin แบบเดียวกับชิปศูนย์ข้อมูล

    รายงานล่าสุดจาก Tom’s Hardware ระบุว่า Nvidia อาจเลื่อนเปิดตัวการ์ดจอ GeForce RTX 60 Series ไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2027 โดยมีข้อมูลจากนักปล่อยข่าวชื่อดัง kopite7kimi ที่อ้างว่า Nvidia จะนำสถาปัตยกรรม Rubin ซึ่งเดิมออกแบบมาสำหรับศูนย์ข้อมูล มาใช้กับการ์ดจอเกมมิ่งรุ่นถัดไปด้วย การตัดสินใจนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะปกติ Nvidia มักแยกสถาปัตยกรรมระหว่างตลาดเกมมิ่งและตลาดดาต้าเซ็นเตอร์

    Rubin ถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ระดับสูง เช่น Vera Rubin NVL72 AI Supercomputer และ Rubin CPX accelerator ซึ่งมีประสิทธิภาพด้าน AI สูงกว่า Blackwell ถึง 5 เท่า ในงานประมวลผล NVFP4 แม้ตัวเลขนี้จะไม่ได้สะท้อนประสิทธิภาพเกมโดยตรง แต่ก็ชี้ว่าการ์ดจอเกมมิ่งรุ่นใหม่จะเน้นงาน AI มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ DLSS รุ่นถัดไปที่ต้องการพลังประมวลผล AI สูงขึ้นเรื่อย ๆ

    ข้อมูลจาก Rubin CPX ยังเผยว่าหากนำสเปกไปใช้กับการ์ดจอเกมมิ่ง เช่น RTX 6090 อาจได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 30% แม้ยังไม่รวมการเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาหรือการปรับปรุงสถาปัตยกรรมเพิ่มเติม นอกจากนี้ Rubin ยังถูกผลิตบนกระบวนการ TSMC 3nm class ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์และลดความร้อนลงเมื่อเทียบกับ Blackwell ที่ยังใช้โหนดเดียวกับ Ada Lovelace

    บทความยังระบุว่า Nvidia กำลังเผชิญปัญหาซัพพลายเชน โดยเฉพาะ DRAM ทำให้ RTX 50 Super Series อาจถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ขณะเดียวกัน Jensen Huang ก็ยอมรับว่าบริษัทอาจต้องนำการ์ดรุ่นเก่ากลับมาขายเพื่อแก้ปัญหาขาดตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความตึงตัวของตลาด GPU ในยุคที่ AI ต้องการการ์ดจอจำนวนมหาศาล

    สรุปประเด็นสำคัญ
    RTX 60 Series อาจเปิดตัวครึ่งหลังปี 2027
    ข้อมูลจาก leaker ชื่อดัง kopite7kimi

    ใช้สถาปัตยกรรม Rubin แบบเดียวกับชิปดาต้าเซ็นเตอร์
    Rubin ถูกใช้ใน Vera Rubin NVL72 และ Rubin CPX

    Rubin อาจให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 30% หากนำมาใช้กับ RTX 6090
    ยังไม่รวมการเพิ่ม clock หรือการปรับสถาปัตยกรรมเพิ่มเติม

    ผลิตบนกระบวนการ TSMC 3nm class
    คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์อย่างมาก

    Nvidia เน้น AI มากขึ้นในยุคใหม่ของการ์ดจอ
    DLSS รุ่นถัดไปต้องการพลัง AI สูงขึ้นเรื่อย ๆ

    การเลื่อนเปิดตัวอาจทำให้ตลาดเกมมิ่งขาดความคืบหน้า
    ผู้ใช้ที่รออัปเกรดอาจต้องรออีกหลายปี

    Rubin ถูกออกแบบเพื่อดาต้าเซ็นเตอร์ อาจไม่เหมาะกับเกม 100%
    ต้องรอดูว่าการปรับแต่งสำหรับเกมจะทำได้ดีแค่ไหน

    ปัญหา DRAM shortage อาจกระทบการผลิต GPU หลายรุ่น
    รวมถึง RTX 50 Super ที่อาจถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป

    การพึ่งพา AI มากขึ้นอาจทำให้ประสิทธิภาพเกมแบบ rasterization ไม่เพิ่มมากนัก
    ผู้ใช้ที่ไม่ใช้ DLSS อาจไม่ได้เห็นการกระโดดของเฟรมเรตมากเท่าที่หวัง

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidias-next-gen-rtx-60-series-might-not-debut-until-the-second-half-of-2027-says-leaker-rumor-claims-rubin-architecture-will-power-future-consumer-gpus
    ⚡🟩 Nvidia อาจเลื่อนเปิดตัว RTX 60 Series ไปปี 2027 — ใช้สถาปัตยกรรม Rubin แบบเดียวกับชิปศูนย์ข้อมูล รายงานล่าสุดจาก Tom’s Hardware ระบุว่า Nvidia อาจเลื่อนเปิดตัวการ์ดจอ GeForce RTX 60 Series ไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2027 โดยมีข้อมูลจากนักปล่อยข่าวชื่อดัง kopite7kimi ที่อ้างว่า Nvidia จะนำสถาปัตยกรรม Rubin ซึ่งเดิมออกแบบมาสำหรับศูนย์ข้อมูล มาใช้กับการ์ดจอเกมมิ่งรุ่นถัดไปด้วย การตัดสินใจนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะปกติ Nvidia มักแยกสถาปัตยกรรมระหว่างตลาดเกมมิ่งและตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ Rubin ถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ระดับสูง เช่น Vera Rubin NVL72 AI Supercomputer และ Rubin CPX accelerator ซึ่งมีประสิทธิภาพด้าน AI สูงกว่า Blackwell ถึง 5 เท่า ในงานประมวลผล NVFP4 แม้ตัวเลขนี้จะไม่ได้สะท้อนประสิทธิภาพเกมโดยตรง แต่ก็ชี้ว่าการ์ดจอเกมมิ่งรุ่นใหม่จะเน้นงาน AI มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ DLSS รุ่นถัดไปที่ต้องการพลังประมวลผล AI สูงขึ้นเรื่อย ๆ ข้อมูลจาก Rubin CPX ยังเผยว่าหากนำสเปกไปใช้กับการ์ดจอเกมมิ่ง เช่น RTX 6090 อาจได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 30% แม้ยังไม่รวมการเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาหรือการปรับปรุงสถาปัตยกรรมเพิ่มเติม นอกจากนี้ Rubin ยังถูกผลิตบนกระบวนการ TSMC 3nm class ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์และลดความร้อนลงเมื่อเทียบกับ Blackwell ที่ยังใช้โหนดเดียวกับ Ada Lovelace บทความยังระบุว่า Nvidia กำลังเผชิญปัญหาซัพพลายเชน โดยเฉพาะ DRAM ทำให้ RTX 50 Super Series อาจถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ขณะเดียวกัน Jensen Huang ก็ยอมรับว่าบริษัทอาจต้องนำการ์ดรุ่นเก่ากลับมาขายเพื่อแก้ปัญหาขาดตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความตึงตัวของตลาด GPU ในยุคที่ AI ต้องการการ์ดจอจำนวนมหาศาล 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ RTX 60 Series อาจเปิดตัวครึ่งหลังปี 2027 ➡️ ข้อมูลจาก leaker ชื่อดัง kopite7kimi ✅ ใช้สถาปัตยกรรม Rubin แบบเดียวกับชิปดาต้าเซ็นเตอร์ ➡️ Rubin ถูกใช้ใน Vera Rubin NVL72 และ Rubin CPX ✅ Rubin อาจให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 30% หากนำมาใช้กับ RTX 6090 ➡️ ยังไม่รวมการเพิ่ม clock หรือการปรับสถาปัตยกรรมเพิ่มเติม ✅ ผลิตบนกระบวนการ TSMC 3nm class ➡️ คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์อย่างมาก ✅ Nvidia เน้น AI มากขึ้นในยุคใหม่ของการ์ดจอ ➡️ DLSS รุ่นถัดไปต้องการพลัง AI สูงขึ้นเรื่อย ๆ ‼️ การเลื่อนเปิดตัวอาจทำให้ตลาดเกมมิ่งขาดความคืบหน้า ⛔ ผู้ใช้ที่รออัปเกรดอาจต้องรออีกหลายปี ‼️ Rubin ถูกออกแบบเพื่อดาต้าเซ็นเตอร์ อาจไม่เหมาะกับเกม 100% ⛔ ต้องรอดูว่าการปรับแต่งสำหรับเกมจะทำได้ดีแค่ไหน ‼️ ปัญหา DRAM shortage อาจกระทบการผลิต GPU หลายรุ่น ⛔ รวมถึง RTX 50 Super ที่อาจถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ‼️ การพึ่งพา AI มากขึ้นอาจทำให้ประสิทธิภาพเกมแบบ rasterization ไม่เพิ่มมากนัก ⛔ ผู้ใช้ที่ไม่ใช้ DLSS อาจไม่ได้เห็นการกระโดดของเฟรมเรตมากเท่าที่หวัง https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidias-next-gen-rtx-60-series-might-not-debut-until-the-second-half-of-2027-says-leaker-rumor-claims-rubin-architecture-will-power-future-consumer-gpus
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 84 มุมมอง 0 รีวิว
  • Elon Musk ลั่น! จะสร้างโรงงานผลิตชิป 2nm ที่ “สูบซิการ์–กินเบอร์เกอร์ได้” ชี้อุตสาหกรรมทำคลีนรูมผิดทาง

    Elon Musk จุดประเด็นร้อนในวงการเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง หลังให้สัมภาษณ์ว่าอุตสาหกรรม “ทำคลีนรูมผิดวิธี” และประกาศว่าหาก Tesla สร้างโรงงานผลิตชิป 2nm ของตัวเองสำเร็จ เขาจะสามารถ “กินชีสเบอร์เกอร์และสูบซิการ์ในโรงงานได้” โดยไม่กระทบต่อเวเฟอร์ เพราะเขาเชื่อว่าทางออกคือการ “แยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมทั้งหมด” แทนที่จะทำให้ทั้งห้องสะอาดระดับ ISO Class 1–3 ตามมาตรฐานปัจจุบัน

    คำพูดนี้สร้างเสียงวิจารณ์ทันที เพราะคลีนรูมระดับสูงเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตชิปขั้นสูง เช่น EUV lithography ที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่มีอนุภาคไม่เกิน 10 ชิ้นต่ออากาศหนึ่งลูกบาศก์เมตร แม้เพียง “ลมหายใจมนุษย์” ก็สร้างอนุภาคมากกว่าหลายล้านเท่า ซึ่งอาจทำลายกระจก EUV หรือทำให้เกิดความเสียหายต่อกระบวนการผลิตได้ Musk จึงถูกตั้งคำถามว่ามีความเข้าใจเชิงเทคนิคเพียงพอหรือไม่

    แม้ Musk จะยืนยันว่าการแยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมภายนอกเป็นทางออก แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการทำเช่นนั้นต้องใช้ระบบปิดที่ซับซ้อนมาก และยังไม่สามารถทดแทนคลีนรูมระดับสูงได้ทั้งหมด นอกจากนี้ การกินหรือสูบบุหรี่ในพื้นที่โรงงานยังผิดกฎความปลอดภัยพื้นฐานของอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสารเคมีไวไฟและระบบระบายอากาศด้วย

    บทความยังระบุว่า Musk เคยวิจารณ์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หลายครั้ง ทั้งเรื่องการสร้างโรงงานล่าช้าและกำลังการผลิตไม่พอสำหรับความต้องการของ xAI แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการสร้างโรงงานผลิตชิประดับ 2nm เป็นงานที่ซับซ้อนมหาศาล และไม่น่าเป็นไปได้ที่ Tesla จะทำได้ในเร็ววัน แม้ Musk จะมั่นใจในวิสัยทัศน์ของตัวเองก็ตาม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Musk ระบุว่าอุตสาหกรรมทำคลีนรูมผิดวิธี
    เชื่อว่าควรแยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมแทนการทำห้องให้สะอาดทั้งห้อง

    Musk อ้างว่าโรงงาน 2nm ของ Tesla จะสะอาดพอให้เขากินเบอร์เกอร์และสูบซิการ์ได้
    เป็นคำพูดที่สร้างกระแสวิจารณ์อย่างหนัก

    คลีนรูมระดับ ISO Class 1–3 มีความเข้มงวดสูงมาก
    ลมหายใจมนุษย์ยังสร้างอนุภาคมากเกินกว่าจะยอมรับได้

    Musk เคยวิจารณ์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หลายครั้ง
    โดยเฉพาะเรื่องกำลังผลิตที่ไม่พอต่อความต้องการของ xAI

    แนวคิด “กิน–สูบในโรงงานชิป” ขัดกับหลักความปลอดภัยและมาตรฐานอุตสาหกรรม
    เสี่ยงต่อการปนเปื้อนและอุบัติเหตุจากสารเคมี

    การแยกเวเฟอร์แบบปิดสนิทอาจไม่สามารถแทนที่คลีนรูมระดับสูงได้
    ระบบดังกล่าวซับซ้อนและยังไม่มีการใช้งานจริงในระดับ 2nm

    การสร้างโรงงานผลิตชิปขั้นสูงต้องใช้เงินและเทคโนโลยีมหาศาล
    Tesla ยังไม่มีประสบการณ์ตรงด้านนี้

    คำพูดของ Musk อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกระบวนการผลิตชิป
    อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีมาตรฐานที่เข้มงวดมากกว่าที่หลายคนคิด

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/elon-musk-wants-to-build-a-dirty-fab-that-you-can-smoke-and-eat-cheeseburgers-in-bets-that-tesla-will-turn-the-concept-of-cleanrooms-upside-down
    🏭🚬 Elon Musk ลั่น! จะสร้างโรงงานผลิตชิป 2nm ที่ “สูบซิการ์–กินเบอร์เกอร์ได้” ชี้อุตสาหกรรมทำคลีนรูมผิดทาง Elon Musk จุดประเด็นร้อนในวงการเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง หลังให้สัมภาษณ์ว่าอุตสาหกรรม “ทำคลีนรูมผิดวิธี” และประกาศว่าหาก Tesla สร้างโรงงานผลิตชิป 2nm ของตัวเองสำเร็จ เขาจะสามารถ “กินชีสเบอร์เกอร์และสูบซิการ์ในโรงงานได้” โดยไม่กระทบต่อเวเฟอร์ เพราะเขาเชื่อว่าทางออกคือการ “แยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมทั้งหมด” แทนที่จะทำให้ทั้งห้องสะอาดระดับ ISO Class 1–3 ตามมาตรฐานปัจจุบัน คำพูดนี้สร้างเสียงวิจารณ์ทันที เพราะคลีนรูมระดับสูงเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตชิปขั้นสูง เช่น EUV lithography ที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่มีอนุภาคไม่เกิน 10 ชิ้นต่ออากาศหนึ่งลูกบาศก์เมตร แม้เพียง “ลมหายใจมนุษย์” ก็สร้างอนุภาคมากกว่าหลายล้านเท่า ซึ่งอาจทำลายกระจก EUV หรือทำให้เกิดความเสียหายต่อกระบวนการผลิตได้ Musk จึงถูกตั้งคำถามว่ามีความเข้าใจเชิงเทคนิคเพียงพอหรือไม่ แม้ Musk จะยืนยันว่าการแยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมภายนอกเป็นทางออก แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการทำเช่นนั้นต้องใช้ระบบปิดที่ซับซ้อนมาก และยังไม่สามารถทดแทนคลีนรูมระดับสูงได้ทั้งหมด นอกจากนี้ การกินหรือสูบบุหรี่ในพื้นที่โรงงานยังผิดกฎความปลอดภัยพื้นฐานของอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสารเคมีไวไฟและระบบระบายอากาศด้วย บทความยังระบุว่า Musk เคยวิจารณ์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หลายครั้ง ทั้งเรื่องการสร้างโรงงานล่าช้าและกำลังการผลิตไม่พอสำหรับความต้องการของ xAI แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการสร้างโรงงานผลิตชิประดับ 2nm เป็นงานที่ซับซ้อนมหาศาล และไม่น่าเป็นไปได้ที่ Tesla จะทำได้ในเร็ววัน แม้ Musk จะมั่นใจในวิสัยทัศน์ของตัวเองก็ตาม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Musk ระบุว่าอุตสาหกรรมทำคลีนรูมผิดวิธี ➡️ เชื่อว่าควรแยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมแทนการทำห้องให้สะอาดทั้งห้อง ✅ Musk อ้างว่าโรงงาน 2nm ของ Tesla จะสะอาดพอให้เขากินเบอร์เกอร์และสูบซิการ์ได้ ➡️ เป็นคำพูดที่สร้างกระแสวิจารณ์อย่างหนัก ✅ คลีนรูมระดับ ISO Class 1–3 มีความเข้มงวดสูงมาก ➡️ ลมหายใจมนุษย์ยังสร้างอนุภาคมากเกินกว่าจะยอมรับได้ ✅ Musk เคยวิจารณ์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หลายครั้ง ➡️ โดยเฉพาะเรื่องกำลังผลิตที่ไม่พอต่อความต้องการของ xAI ‼️ แนวคิด “กิน–สูบในโรงงานชิป” ขัดกับหลักความปลอดภัยและมาตรฐานอุตสาหกรรม ⛔ เสี่ยงต่อการปนเปื้อนและอุบัติเหตุจากสารเคมี ‼️ การแยกเวเฟอร์แบบปิดสนิทอาจไม่สามารถแทนที่คลีนรูมระดับสูงได้ ⛔ ระบบดังกล่าวซับซ้อนและยังไม่มีการใช้งานจริงในระดับ 2nm ‼️ การสร้างโรงงานผลิตชิปขั้นสูงต้องใช้เงินและเทคโนโลยีมหาศาล ⛔ Tesla ยังไม่มีประสบการณ์ตรงด้านนี้ ‼️ คำพูดของ Musk อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกระบวนการผลิตชิป ⛔ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีมาตรฐานที่เข้มงวดมากกว่าที่หลายคนคิด https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/elon-musk-wants-to-build-a-dirty-fab-that-you-can-smoke-and-eat-cheeseburgers-in-bets-that-tesla-will-turn-the-concept-of-cleanrooms-upside-down
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 80 มุมมอง 0 รีวิว
  • Fedora 44 เตรียมเป็นดิสโทรแรกที่ใช้ Plasma Login Manager แทน SDDM

    Fedora 44 กำลังจะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลก KDE โดยประกาศว่าจะเป็นดิสโทรแรกที่นำ Plasma Login Manager (PLM) มาใช้เป็นตัวล็อกอินหลักแทน SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการมาถึงของ KDE Plasma 6.6 และการยุติการรองรับ X11 ใน Plasma 6.8 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า KDE กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Wayland อย่างเต็มตัว

    PLM ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับอนาคตของเดสก์ท็อป Linux แม้โครงการจะยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab แต่ทีม KDE ยืนยันว่ารุ่นที่จะปล่อยพร้อม Plasma 6.6 นั้นพร้อมใช้งานจริงแล้ว และ Fedora ก็มั่นใจพอที่จะนำมาใช้เป็นค่าเริ่มต้น

    อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ที่เคยติดตั้ง ธีม SDDM แบบ custom จะได้รับผลกระทบ เพราะ PLM ยังไม่รองรับธีมแบบเดิม หากต้องการใช้ธีมเหล่านั้นต่อ ผู้ใช้จำเป็นต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl และติดตั้งแพ็กเกจที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง

    Fedora ยังเปิดให้ผู้ใช้ทดสอบ PLM ได้แล้วบน Rawhide โดยติดตั้งแพ็กเกจ plasma-login-manager และเปิดใช้งานบริการ plasmalogin.service แต่ผู้เขียนบทความระบุว่าการทดสอบบน VM ยังมีปัญหาอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับฟีเจอร์ใหม่ระดับระบบแสดงผล

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Fedora 44 จะใช้ Plasma Login Manager (PLM) เป็นตัวล็อกอินเริ่มต้น
    แทนที่ SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี

    PLM จะมาพร้อม KDE Plasma 6.6
    รองรับ HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader

    KDE Plasma 6.8 จะเลิกสนับสนุน X11
    Wayland จะเป็น session หลักอย่างเป็นทางการ

    Fedora เปิดให้ทดสอบ PLM บน Rawhide แล้ว
    ติดตั้งด้วย sudo dnf install plasma-login-manager kcm-plasmalogin

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    ผู้ใช้ที่มี custom SDDM theme จะใช้งานต่อไม่ได้บน PLM
    ต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl

    PLM ยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab
    อาจมีบั๊กหรือปัญหาบน VM และฮาร์ดแวร์บางรุ่น

    การเปลี่ยนผ่านสู่ Wayland อาจทำให้แอปบางตัวมีปัญหา
    โดยเฉพาะแอปเก่าที่พึ่งพา X11

    https://itsfoss.com/news/fedora-44-plasma-login-manager/
    📰 💻 Fedora 44 เตรียมเป็นดิสโทรแรกที่ใช้ Plasma Login Manager แทน SDDM Fedora 44 กำลังจะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลก KDE โดยประกาศว่าจะเป็นดิสโทรแรกที่นำ Plasma Login Manager (PLM) มาใช้เป็นตัวล็อกอินหลักแทน SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการมาถึงของ KDE Plasma 6.6 และการยุติการรองรับ X11 ใน Plasma 6.8 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า KDE กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Wayland อย่างเต็มตัว PLM ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับอนาคตของเดสก์ท็อป Linux แม้โครงการจะยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab แต่ทีม KDE ยืนยันว่ารุ่นที่จะปล่อยพร้อม Plasma 6.6 นั้นพร้อมใช้งานจริงแล้ว และ Fedora ก็มั่นใจพอที่จะนำมาใช้เป็นค่าเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ที่เคยติดตั้ง ธีม SDDM แบบ custom จะได้รับผลกระทบ เพราะ PLM ยังไม่รองรับธีมแบบเดิม หากต้องการใช้ธีมเหล่านั้นต่อ ผู้ใช้จำเป็นต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl และติดตั้งแพ็กเกจที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง Fedora ยังเปิดให้ผู้ใช้ทดสอบ PLM ได้แล้วบน Rawhide โดยติดตั้งแพ็กเกจ plasma-login-manager และเปิดใช้งานบริการ plasmalogin.service แต่ผู้เขียนบทความระบุว่าการทดสอบบน VM ยังมีปัญหาอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับฟีเจอร์ใหม่ระดับระบบแสดงผล 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Fedora 44 จะใช้ Plasma Login Manager (PLM) เป็นตัวล็อกอินเริ่มต้น ➡️ แทนที่ SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี ✅ PLM จะมาพร้อม KDE Plasma 6.6 ➡️ รองรับ HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader ✅ KDE Plasma 6.8 จะเลิกสนับสนุน X11 ➡️ Wayland จะเป็น session หลักอย่างเป็นทางการ ✅ Fedora เปิดให้ทดสอบ PLM บน Rawhide แล้ว ➡️ ติดตั้งด้วย sudo dnf install plasma-login-manager kcm-plasmalogin คำเตือน / ความเสี่ยง ‼️ ผู้ใช้ที่มี custom SDDM theme จะใช้งานต่อไม่ได้บน PLM ⛔ ต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl ‼️ PLM ยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab ⛔ อาจมีบั๊กหรือปัญหาบน VM และฮาร์ดแวร์บางรุ่น ‼️ การเปลี่ยนผ่านสู่ Wayland อาจทำให้แอปบางตัวมีปัญหา ⛔ โดยเฉพาะแอปเก่าที่พึ่งพา X11 https://itsfoss.com/news/fedora-44-plasma-login-manager/
    ITSFOSS.COM
    Fedora 44 Will Be the First Distro to Adopt KDE's Plasma Login Manager
    The move replaces SDDM but means giving up on custom login themes.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 54 มุมมอง 0 รีวิว
  • พบช่องโหว่ร้ายแรง CVE‑2025‑67859 — Auth Bypass ในยูทิลิตี้แบตเตอรี่บน Linux เสี่ยงถูกยึดระบบ

    มีรายงานการค้นพบช่องโหว่ระดับ Critical ภายใต้รหัส CVE‑2025‑67859 ซึ่งเกิดขึ้นในยูทิลิตี้จัดการแบตเตอรี่ยอดนิยมบน Linux ที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถ ข้ามขั้นตอนยืนยันตัวตน (Authentication Bypass) และเข้าถึงฟังก์ชันระดับสูงของระบบได้โดยไม่ต้องมีสิทธิ์ที่ถูกต้อง นับเป็นความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การควบคุมเครื่องจากระยะไกลได้

    ช่องโหว่ประเภทนี้มักเกิดจากการตรวจสอบสิทธิ์ที่ไม่สมบูรณ์ เช่น การตรวจ token ไม่ครบ การตรวจสิทธิ์ฝั่ง client แทน server หรือการใช้ API ที่ไม่มีการป้องกันเพียงพอ เมื่อรวมกับการที่ยูทิลิตี้แบตเตอรี่ทำงานใกล้เคียงกับระดับ system service ยิ่งทำให้ผลกระทบรุนแรงขึ้น เพราะผู้โจมตีอาจเข้าถึงข้อมูลพลังงาน ระบบไฟล์ หรือแม้แต่รันคำสั่ง privileged ได้

    ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าช่องโหว่ลักษณะนี้อาจถูกนำไปใช้ร่วมกับช่องโหว่อื่นเพื่อทำ Privilege Escalation หรือ Remote Code Execution (RCE) โดยเฉพาะในระบบที่เปิดบริการให้ remote management หรือมีผู้ใช้หลายคนร่วมกันใช้งาน เช่น เซิร์ฟเวอร์ Linux, เครื่องพัฒนาโปรแกรม หรืออุปกรณ์ IoT ที่ใช้ Linux เป็นฐาน

    ขณะนี้ผู้พัฒนาได้เริ่มออกแพตช์แก้ไขในบางดิสโทรแล้ว และแนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบอัปเดตความปลอดภัยทันที รวมถึงปิดการเข้าถึงยูทิลิตี้ผ่าน network interface ชั่วคราวหากไม่จำเป็น เพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ได้อัปเดตระบบ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ช่องโหว่ CVE‑2025‑67859 เป็นระดับ Critical
    ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถข้ามการยืนยันตัวตนได้

    เกิดในยูทิลิตี้จัดการแบตเตอรี่บน Linux ที่ใช้งานแพร่หลาย
    อาจถูกใช้เพื่อเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต

    ผู้พัฒนาเริ่มปล่อยแพตช์แก้ไขแล้ว
    ผู้ใช้ควรอัปเดตแพ็กเกจทันทีเพื่อปิดช่องโหว่

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    เสี่ยงถูกยึดเครื่องหรือรันคำสั่ง privileged
    อาจนำไปสู่การโจมตีแบบ RCE หรือ Privilege Escalation

    ระบบที่เปิด remote access มีความเสี่ยงสูง
    ผู้โจมตีสามารถสแกนหาเครื่องที่ยังไม่ได้แพตช์ได้ง่าย

    การละเลยอัปเดตอาจทำให้ระบบถูกโจมตีแบบ Silent
    ผู้ใช้ไม่รู้ตัวจนกว่าจะเกิดความเสียหายแล้ว

    https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility/
    📰 ⚠️ พบช่องโหว่ร้ายแรง CVE‑2025‑67859 — Auth Bypass ในยูทิลิตี้แบตเตอรี่บน Linux เสี่ยงถูกยึดระบบ มีรายงานการค้นพบช่องโหว่ระดับ Critical ภายใต้รหัส CVE‑2025‑67859 ซึ่งเกิดขึ้นในยูทิลิตี้จัดการแบตเตอรี่ยอดนิยมบน Linux ที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถ ข้ามขั้นตอนยืนยันตัวตน (Authentication Bypass) และเข้าถึงฟังก์ชันระดับสูงของระบบได้โดยไม่ต้องมีสิทธิ์ที่ถูกต้อง นับเป็นความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การควบคุมเครื่องจากระยะไกลได้ ช่องโหว่ประเภทนี้มักเกิดจากการตรวจสอบสิทธิ์ที่ไม่สมบูรณ์ เช่น การตรวจ token ไม่ครบ การตรวจสิทธิ์ฝั่ง client แทน server หรือการใช้ API ที่ไม่มีการป้องกันเพียงพอ เมื่อรวมกับการที่ยูทิลิตี้แบตเตอรี่ทำงานใกล้เคียงกับระดับ system service ยิ่งทำให้ผลกระทบรุนแรงขึ้น เพราะผู้โจมตีอาจเข้าถึงข้อมูลพลังงาน ระบบไฟล์ หรือแม้แต่รันคำสั่ง privileged ได้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าช่องโหว่ลักษณะนี้อาจถูกนำไปใช้ร่วมกับช่องโหว่อื่นเพื่อทำ Privilege Escalation หรือ Remote Code Execution (RCE) โดยเฉพาะในระบบที่เปิดบริการให้ remote management หรือมีผู้ใช้หลายคนร่วมกันใช้งาน เช่น เซิร์ฟเวอร์ Linux, เครื่องพัฒนาโปรแกรม หรืออุปกรณ์ IoT ที่ใช้ Linux เป็นฐาน ขณะนี้ผู้พัฒนาได้เริ่มออกแพตช์แก้ไขในบางดิสโทรแล้ว และแนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบอัปเดตความปลอดภัยทันที รวมถึงปิดการเข้าถึงยูทิลิตี้ผ่าน network interface ชั่วคราวหากไม่จำเป็น เพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่ยังไม่ได้อัปเดตระบบ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ช่องโหว่ CVE‑2025‑67859 เป็นระดับ Critical ➡️ ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถข้ามการยืนยันตัวตนได้ ✅ เกิดในยูทิลิตี้จัดการแบตเตอรี่บน Linux ที่ใช้งานแพร่หลาย ➡️ อาจถูกใช้เพื่อเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ✅ ผู้พัฒนาเริ่มปล่อยแพตช์แก้ไขแล้ว ➡️ ผู้ใช้ควรอัปเดตแพ็กเกจทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ คำเตือน / ความเสี่ยง ‼️ เสี่ยงถูกยึดเครื่องหรือรันคำสั่ง privileged ⛔ อาจนำไปสู่การโจมตีแบบ RCE หรือ Privilege Escalation ‼️ ระบบที่เปิด remote access มีความเสี่ยงสูง ⛔ ผู้โจมตีสามารถสแกนหาเครื่องที่ยังไม่ได้แพตช์ได้ง่าย ‼️ การละเลยอัปเดตอาจทำให้ระบบถูกโจมตีแบบ Silent ⛔ ผู้ใช้ไม่รู้ตัวจนกว่าจะเกิดความเสียหายแล้ว https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility/
    SECURITYONLINE.INFO
    CVE-2025-67859: Critical Auth Bypass Discovered in Popular Linux Battery Utility
    CVE-2025-67859: TLP 1.9.0 flaw lets users bypass root auth. SUSE researchers urge Linux users to update to version 1.9.1 to fix this critical security gap.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 47 มุมมอง 0 รีวิว
  • Anomalies in the financial reports of a power company : Part 1
    Date : 8 January 2026

    ## 1. Revenue and profit trends versus cost environment

    - Company ’s core operating revenues show only modest growth over 2022–2024, while gross profit and operating profit do not decrease in line with the sharp increase and subsequent volatility in fuel and power purchase costs during the same period.
    - This pattern suggests that profit figures may appear “smoother” than would be expected given the external cost pressures, raising concerns about possible use of classification, timing, or presentation of income and expenses to stabilise reported earnings.

    **Audit concerns**

    - Whether revenue recognition and expense classification policies have been applied consistently, or selectively adjusted to maintain stable profit margins.
    - Whether there are any year‑end manual adjustments or reclassifications (e.g. moving items to “other income”) that significantly affect operating profit.

    ***

    ## 2. Property, plant and equipment and construction in progress

    - The carrying amounts of property, plant and equipment (PPE) and construction in progress (CIP) increase significantly over 2022–2024, reflecting large capital expenditures in network and system projects.
    - However, depreciation expense does not rise proportionately with the growth in PPE balances, especially in 2023–2024, which may indicate extensions of useful lives, changes in residual values, or delayed capitalisation/commissioning decisions that reduce current‑period expenses.

    **Audit concerns**

    - Whether useful lives, residual values and depreciation methods have been revised in a manner that is adequately supported and disclosed, or primarily to reduce depreciation expense.
    - Whether CIP projects are tested for impairment or re‑assessed for capitalisation criteria when there are delays, scope changes, or lower‑than‑expected economic benefits.

    To be continued—————————————————————————————————————————————
    #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    Anomalies in the financial reports of a power company : Part 1 Date : 8 January 2026 ## 1. Revenue and profit trends versus cost environment - Company ’s core operating revenues show only modest growth over 2022–2024, while gross profit and operating profit do not decrease in line with the sharp increase and subsequent volatility in fuel and power purchase costs during the same period. - This pattern suggests that profit figures may appear “smoother” than would be expected given the external cost pressures, raising concerns about possible use of classification, timing, or presentation of income and expenses to stabilise reported earnings. **Audit concerns** - Whether revenue recognition and expense classification policies have been applied consistently, or selectively adjusted to maintain stable profit margins. - Whether there are any year‑end manual adjustments or reclassifications (e.g. moving items to “other income”) that significantly affect operating profit. *** ## 2. Property, plant and equipment and construction in progress - The carrying amounts of property, plant and equipment (PPE) and construction in progress (CIP) increase significantly over 2022–2024, reflecting large capital expenditures in network and system projects. - However, depreciation expense does not rise proportionately with the growth in PPE balances, especially in 2023–2024, which may indicate extensions of useful lives, changes in residual values, or delayed capitalisation/commissioning decisions that reduce current‑period expenses. **Audit concerns** - Whether useful lives, residual values and depreciation methods have been revised in a manner that is adequately supported and disclosed, or primarily to reduce depreciation expense. - Whether CIP projects are tested for impairment or re‑assessed for capitalisation criteria when there are delays, scope changes, or lower‑than‑expected economic benefits. To be continued————————————————————————————————————————————— #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 67 มุมมอง 0 รีวิว
  • Kolkata Fatafat is one of the most well-known lottery-style games in West Bengal, enjoyed by a huge number of people who eagerly participate every day. The game is exciting because it offers quick results and the chance to win with just a little bit of luck. Many players follow the results regularly, checking updates to see if their predictions match. https://ffkolkataresult.org/ Over the years, it has grown into more than just a lottery—it has become a part of daily conversation for many people across Kolkata and beyond. The thrill of guessing numbers and waiting for the outcome adds to its popularity. However, it is also important to remember that Kolkata Fatafat is a game of chance. While it can bring moments of joy and winnings, players should approach it responsibly, without over-dependence. Treating it as a form of entertainment ensures the experience remains enjoyable and balanced.
    Kolkata Fatafat is one of the most well-known lottery-style games in West Bengal, enjoyed by a huge number of people who eagerly participate every day. The game is exciting because it offers quick results and the chance to win with just a little bit of luck. Many players follow the results regularly, checking updates to see if their predictions match. https://ffkolkataresult.org/ Over the years, it has grown into more than just a lottery—it has become a part of daily conversation for many people across Kolkata and beyond. The thrill of guessing numbers and waiting for the outcome adds to its popularity. However, it is also important to remember that Kolkata Fatafat is a game of chance. While it can bring moments of joy and winnings, players should approach it responsibly, without over-dependence. Treating it as a form of entertainment ensures the experience remains enjoyable and balanced.
    FFKOLKATARESULT.ORG
    Kolkata FF Fatafat Result Today
    Live Result today ❤️ Latest Kolkata Fatafat কলকাতা ফাটাফাট, Get real time Kolkata FF with Ghosh Babu LIVE updates and 220 patti chart daily Fatafat Tips
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 56 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 5

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 5
    ตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ของอเมริกาชัดเจนว่า เป็นยุทธศาสตร์เพื่อการครองโลกแต่ผู้เดียวของอเมริกา ดังนั้นแผนดำเนินการ หรือการเดินหมากของอเมริกา จึงเน้นที่การปิดล้อมและการปิดกั้น ผู้ที่อาจจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งในการครองโลกของตน ไม่ให้มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งทรัพยากร ที่จะทำให้คู่แข่ง มีโอกาส หรือมีอำนาจมากกว่า หรือขึ้นมาเทียบ
    และด้วยการคิดแบบนี้ ย่ำอยู่กับที่มา 70 ปีแล้ว อเมริกา จึงเน้นแต่การสร้างเครือข่ายด้านการทหาร โดยสร้างฐานทัพ พัฒนาศักยภาพและเพิ่มกำลังอาวุธ กำลังพล รูปแบบต่างๆ ที่มีทั้งเป็นทหารในระบบสังกัดกองทัพ และทหารนอกระบบ เช่นทหารรับจ้าง หรือพวก contractor อย่างพวกน้ำดำ Blackwater รวมไปถึงกองกำลังนอกระบบที่เรียกว่า พวกปฏิบัติการหลังฉาก หรือพวก stay behind และตอนนี้ก็เห็นกันแล้วว่า อเมริกาสร้างแม้กระทั่งเครือข่ายผู้ก่อการร้าย
    ความคิดของอเมริกา ที่นำมาสร้างเป็นยุทธศาสตร์ครองโลกนั้น มันเป็นความคิดที่เก่าตกรุ่น ไม่มีมิติ ของการสร้างสรร และที่สำคัญ มันเป็นความคิด หรือยุทธศาสตร์ที่มุ่งหมายที่จะทำลายล้างผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หรือความต้องการของอเมริกา มันเป็นยุทธศาสตร์เชิงทำลาย ….
    บทความชื่อ ” The rise of US nuclear primacy” เขียนโดย Kier Lieber และ Daryl Press ในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ฉบับเดือนมีนาคม/เมษนยน ค.ศ.2006 น่าจะยืนยันได้ดีถึงยุทธศาสตร์เชิงทำลายของอเมริกา ซึ่งสรุปว่า…..
    …. วันนี้ เป็นครั้งแรกในเวลากว่า 50 ปี ที่สามารถกล่าวได้เต็มปากว่า อเมริกาคือสุดยอดของการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป็นไปได้ว่าอีกไม่ช้านี้ ที่อเมริกาจะเป็นผู้ลงมือก่อน (first strike) ในการทำลายอาวุธนิวเคลียร์ระยะไกล ของรัสเซีย หรือจีน
    …..การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ มาจากการปรับปรุงระบบนิวเคลียร์ของอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การพัฒนาทางอาวุธของรัสเซียเสื่อมถอยลงแบบตกเขา ส่วนจีนเองการพัฒนาอาวุธให้ทันสมัย ไปถึงระดับนิวเคลียร์ก็เป็นไปอย่างช้ามาก …..ยกเว้นแต่อเมริกาจะเปลี่ยนแปลงนโยบายของตัว หรือรัสเซีย จีนจะรีบเร่งเครื่อง เพื่อสร้างขนาดและความพร้อมของกองทัพตัวเองเสียใหม่ ……ไม่เช่นนั้น รัสเซีย จีน และทั้งหมดในโลกนี้ จะต้องอยู่ภายใต้เงาของอเมริกา ที่เป็นเจ้าของสุดยอดของอาวุธนิวเคลียร์ ไปอีกนานนนนน….
    คน(โปร)อเมริกันอ่านแล้ว คงภูมิใจฉิบหายเลยนะครับ
    บทความข้างต้น คงไม่ผิดความจริงมากนัก เพราะเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2002 รัฐบาลคาวบอยบุช ก็ประกาศว่า
    ….. อเมริกากำลังใช้ยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ ด้วยการสร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นโครงการใหญ่และมีความสำคัญลำดับแรกๆ ของรัฐบาลคาวบอย นั่นคือ การสร้างระบบการต่อสู้ด้วยจรวด อเมริกาบอกกับพลเมืองของตนว่า เราต้องทำ เพื่อเตรียมรับมือกับการก่อการร้าย…..
    แต่น่าสังเกตว่า ที่อเมริกากำลังสร้างนั้น มันเป็นระบบรุก offensive ไม่ใช่เป็นระบบป้องกัน defensive ดังนั้น เป้าหมายจริง น่าจะเป็นการเตรียมการส่งให้แก่ รัสเซีย จีน
    เสียละมากกว่า
    และก็ต้องนับว่าอเมริกา นี่ลื่นมาก ใช้ผู้ก่อการ้ายมาเป็นข้ออ้างมาตั้งแต่ตอนโน้นเลย แต่ พอมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นจริงๆ ดันสูดกลิ่นไม่ได้ หาไม่เจอ ปราบไม่สำเร็จ… ได้แต่ทำหน้าเครียด ตาขวางขู่ผ่านสื่อว่า you are next….ใคร ใคร (วะ) ฮาชะมัด
    ส่วนรัสเซีย ตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย ในปี ค.ศ.1991 การพัฒนาอาวุธของรัสเซียที่เป็นทายาท ตามข่าวเหมือนจะแผ่วลงไป เพราะรัสเซียกำลังคร่ำเคร่งในการประคองตัวให้ยืนได้เสียก่อน
    และน่าสนใจว่า เพราะยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อทำลาย ของอเมริกานั่นเอง ที่ทำให้รัสเซียและจีน หันมาจับมือกันแน่นเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง
    รัสเซียและจีน น่าจะคิดไม่ต่างกัน ต่างมีนโยบายที่ต้องการสร้างประเทศให้เข้มแข็ง ช่วยตัวเองได้ พึ่งพาปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด และสร้างแนวร่วมที่สามารถจะช่วยเหลือเกื้อหนุนกันเอง
    ปี ค.ศ.2001 รัสเซีย จีน ทำสัญญา Russia China Friendship and Cooperation Treaty เป็นสัญญาทวิภาคีฉบับแรกระหว่างกัน นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950
    สัญญานี้ เน้นการร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศ เพื่อรับมือกับการทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของโลกของอเมริกา โดยรัสเซีย จีน ตกลงที่จะให้ร่วมมือกันทั้งด้านความมั่นคง และด้านเศรษฐกิจ
    รัสเซียเริ่มแบ่งข้อมูลของตัว เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการพัฒนาอาวุธให้แก่จีน และจีน จอมแกะแบบและจอมก๊อบ ก็แกะ และก๊อบ และช่วยพัฒนากลับให้กับรัสเซีย ด้วยวิธีนี้ ทั้งรัสเซียและจีน จึงก้าวไปข้างหน้าด้วยกันด้านอาวุธ รัสเซียและจีนน่าจะขอบใจ ไอ้ปากมอมที่มาช่วยเตือนว่า คนหนึ่งกำลังดิ่งลงหน้าผา ส่วนอีกคนหนึ่งก็เดินช้าเหมือนเต่า
    ขณะเดียวกัน รัสเซียมองดูตัวเอง เหมือนคนที่ต้องเริ่มตั้งตัวใหม่ หลังจากฉิบหายบ้านแตกสาแหรกขาด แถมล้มละลายอีกต่างหาก สมบัติติดตัวมีค่า คือทรัพย์ในดิน รัสเซียมีแหล่งแก๊สใหญ่ที่สุดในโลก มีบ่อน้ำมันมากกว่า 130,000 บ่อ ยังมีแหล่งน้ำมันและแก๊ส ที่ยังไม่ได้สำรวจอีกประมาณ 2,000 แห่ง ทางรอดของรัสเซียคือ สร้างประเทศ ที่เละจากการถูกรุมตี ซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้ยืนขึ้นมาใหม่ให้ได้จากทรัพย์ในดินของตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่สร้างอาวุธ เพื่อเอาไปใช้ปล้นสมบัติคนอื่น ปล้นเสร็จก็ฆ่าเจ้าของทิ้ง พร้อมกับเผาบ้านทำลายหลักฐาน เหมือนที่ไอ้บางพวกมันชอบทำกัน
    รัสเซียจึงเริ่มต้นสร้างประเทศให้แข็งแรง ด้วยยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายเหมือนกัน มันไม่ใช่เครือข่ายด้านกำลังทหาร แต่เป็นเครือข่ายท่อส่งแก๊ส และน้ำมัน !!! ให้กับเพื่อนและลูกค้า ที่น่าจะเป็นการช่วยให้สถานะของตนเองเป็นอันตรายน้อยลง และมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ฟังดูไม่น่าตื่นเต้น แต่น่าสนใจครับ
    ปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) รัสเซีย ในสมัยที่นายบอริส เยลซิน เป็นประธานาธิบดี ก็เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในบ้าน ไม่น่าเชื่อว่ามันมาจากพิษต้มยำกุ้ง ที่ลามข้ามทวีป จนเป็นโอกาสให้ไอเอมเอฟ เข้ามาจัดการรัสเซีย ด้วยการใช้นโยบายแปรรูปกิจการรัฐ เอาออกขายให้พวกขายชาติไม่กี่ตัว ที่สมคบกับต่างชาติ ซื้อเอาเป็นกิจการส่วนตัว เล่นเอาเศรษฐกิจรัสเซีย ซึ่งกำลังเปราะบางเหมือนข้าวเกรียบว่าว ก็แตกกระจาย นี่ผมเขียนเรื่องรัสเซียนะครับ แต่มันเหมือนกับบ้านเราอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ที่ไม่เหมือน คือวิธีแก้เกม วิธีพาประเทศออกจากกับดักอเมริกา ของรัสเซีย กับของสมันน้อย ต่างกันยังกับหนังคนละม้วน (ตอนนั้นเป็นสมันน้อยจริงๆ ตอนนี้ “หวัง” ว่าจะไม่ใช่แล้ว)
    และในปีนั้น คุณพี่ปูติน ซึ่งอยู่ในคณะทำงานของรัฐบาลรัสเซีย ก็เสนอนโยบายให้กับรัฐบาล ให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการให้รัฐเป็นผู้ควบคุมแหล่งพลังงาน และทรัพยากรของประเทศเสียเอง รวมทั้ง เป็นผู้ดำเนินการผลิตน้ำมันและแก๊ส ขาย และส่งออกเองด้วย เพื่อเป็นการลดต้นทุน จากการค้ากำไรของพ่อค้า และจะทำให้ชาวรัสเซียได้ใช้น้ำมันและแก๊สของรัสเซียเองในราคาถูก เป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจในประเทศส่วนหนึ่ง และนำกำไรจากการขายส่งออกพลังงาน ให้กลับมาอยู่ที่รัฐบาล เพื่อเอามาสร้างประเทศต่อไป
    นอกจากนั้น คุณพี่ปูติน ยังเสนอให้ มีการออกกฏหมายห้ามการค้าแบบผูกขาด ไม่ว่าจะผูกโดยธุรกิจใน หรือนอกประเทศ และห้ามต่างประเทศเข้ามามีส่วนถือหุ้นหรือลงทุน ในการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงาน ทรัพย์ในดินของประเทศ
    สรุปสั้นๆ ว่า คุณพี่ปูติน ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป การเอาทรัพย์สินสำคัญของชาติออกขายให้ต่างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการค้าเสรี ฯลฯ ที่อเมริกาเอามาแพร่เชื้อ ที่ไอเอมเอฟเอามารัดคอ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัสเซียฉิบหายหนักขึ้นจนในที่สุดถึงล้มละลาย ข้อเสนอของคุณพี่ปูติน เป็น การหักดิบ ตัดขาด จาก นโยบาย ความคิดและทฤษฏีลวงของอเมริกา อย่างสิ้นเชิง
    ปี ค.ศ.2000 คุณพี่ปูติน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี นโยบายสำคัญลำดับแรกของรัฐบาลปูตินคือ จัดการโอนเอากิจการสำคัญกลับมาเป็นของรัฐ โดยเฉพาะ Gazprom ที่จะต้องมาทำหน้าที่เป็นเจ้าของเครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัฐ ต่อจากนั้น เขาพยายามระงับการขายหุ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน Yokos และ Sibneft ที่กำลังเตรียมการ ที่จะขายให้กับบริษัทอเมริกัน (หน้าม้าของคาวบอยบุช)
    แค่ 2 เรื่องนี่ ก็คงพอทำให้อเมริกาและสื่อตะวันตก ช่วยกันประทับตราคุณพี่ปูติน ว่าเป็นคนเลวอย่างที่สุดแล้ว เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติตน มากกว่าเสรีภาพของมนุษย์ในการแสดงออก ฮา
    ขั้นตอนต่อไป คุณพี่ปูตินจัดการรวมเอานักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ นักธุรกิจ ที่รัสเซียเรียกว่า ” siloviki” หรือ nationalist พวกชาตินิยม มาเป็นผู้ร่วมร่างแผนการฟื้นฟูประเทศ และบริหารองค์กรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรของชาติ แต่ตะวันตกบอก เป็นพวก เคจีบี หรือ อยู่ฝ่ายความมั่นคงต่างหาก และด่าปูตินว่า กำลังดำเนินการฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซีย ทำแบบนี้แถวบ้านเรา คงถูกเรียกว่า เป็นพวกเผด็จการคลั่งชาติ
    แต่คุณพี่ปูตินไม่สนใจ เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่อส่งแก็ส ตามยุทธศาสตร์ ที่ทำให้รัสเซียเหมือนใส่หมวกกันน๊อก กันถูกตักดีหัว หรือ ล้มอีกทีต้องหัวไม่แตก
    รัสเซียสร้างเครือข่ายท่อส่งที่โยงใยไปทั่ว เป็นระยะทางทั้งหมดไม่น้อยกว่า 150,000 กม เครือข่ายท่อส่งนี้ มี Gazprom ที่เป็นของรัฐ เป็นเจ้าของ และเป็นผู้มีสิทธิใช้แต่ผู้เดียว
    แค่ในปี ค.ศ.2009 แก๊สของรัสเซียส่งออกไปให้ยุโรป ผ่านท่อส่ง 12 เส้น
    3 ท่อส่ง วิ่งตรงไปยัง ฟินแลนด์ แอสโทเนีย และลัตเวีย
    4 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่เบราลุส และส่งออกต่อไปยัง ลิทัวเนีย และ โปแลนด์
    5 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่ยูเครน เพื่อให้ยูเครน ส่งต่อให้ สโลวาเกีย โรมาเนีย ฮังการี และ โปแลนด์
    เห็นจำนวนท่อส่งและสถานที่รับแก๊สแล้ว คงพอเข้าใจนะครับ ว่า ทำไมยูเครน ถึงต้องมีปฏิวัติ เพื่อเอาคนของอเมริกามาคุมยูเครน และเรื่องยูเครนก็จะไม่มีวันสงบง่ายๆ และ รัสเซียก็จะเดินหน้าเรื่องท่อส่งแก๊สมาที่ยุโรป แบบมีเชือกคอยกระตุกให้หงายท้องอยู่ตลอดเวลา
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    26 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 5 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 5 ตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ของอเมริกาชัดเจนว่า เป็นยุทธศาสตร์เพื่อการครองโลกแต่ผู้เดียวของอเมริกา ดังนั้นแผนดำเนินการ หรือการเดินหมากของอเมริกา จึงเน้นที่การปิดล้อมและการปิดกั้น ผู้ที่อาจจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งในการครองโลกของตน ไม่ให้มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งทรัพยากร ที่จะทำให้คู่แข่ง มีโอกาส หรือมีอำนาจมากกว่า หรือขึ้นมาเทียบ และด้วยการคิดแบบนี้ ย่ำอยู่กับที่มา 70 ปีแล้ว อเมริกา จึงเน้นแต่การสร้างเครือข่ายด้านการทหาร โดยสร้างฐานทัพ พัฒนาศักยภาพและเพิ่มกำลังอาวุธ กำลังพล รูปแบบต่างๆ ที่มีทั้งเป็นทหารในระบบสังกัดกองทัพ และทหารนอกระบบ เช่นทหารรับจ้าง หรือพวก contractor อย่างพวกน้ำดำ Blackwater รวมไปถึงกองกำลังนอกระบบที่เรียกว่า พวกปฏิบัติการหลังฉาก หรือพวก stay behind และตอนนี้ก็เห็นกันแล้วว่า อเมริกาสร้างแม้กระทั่งเครือข่ายผู้ก่อการร้าย ความคิดของอเมริกา ที่นำมาสร้างเป็นยุทธศาสตร์ครองโลกนั้น มันเป็นความคิดที่เก่าตกรุ่น ไม่มีมิติ ของการสร้างสรร และที่สำคัญ มันเป็นความคิด หรือยุทธศาสตร์ที่มุ่งหมายที่จะทำลายล้างผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หรือความต้องการของอเมริกา มันเป็นยุทธศาสตร์เชิงทำลาย …. บทความชื่อ ” The rise of US nuclear primacy” เขียนโดย Kier Lieber และ Daryl Press ในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ฉบับเดือนมีนาคม/เมษนยน ค.ศ.2006 น่าจะยืนยันได้ดีถึงยุทธศาสตร์เชิงทำลายของอเมริกา ซึ่งสรุปว่า….. …. วันนี้ เป็นครั้งแรกในเวลากว่า 50 ปี ที่สามารถกล่าวได้เต็มปากว่า อเมริกาคือสุดยอดของการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป็นไปได้ว่าอีกไม่ช้านี้ ที่อเมริกาจะเป็นผู้ลงมือก่อน (first strike) ในการทำลายอาวุธนิวเคลียร์ระยะไกล ของรัสเซีย หรือจีน …..การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ มาจากการปรับปรุงระบบนิวเคลียร์ของอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การพัฒนาทางอาวุธของรัสเซียเสื่อมถอยลงแบบตกเขา ส่วนจีนเองการพัฒนาอาวุธให้ทันสมัย ไปถึงระดับนิวเคลียร์ก็เป็นไปอย่างช้ามาก …..ยกเว้นแต่อเมริกาจะเปลี่ยนแปลงนโยบายของตัว หรือรัสเซีย จีนจะรีบเร่งเครื่อง เพื่อสร้างขนาดและความพร้อมของกองทัพตัวเองเสียใหม่ ……ไม่เช่นนั้น รัสเซีย จีน และทั้งหมดในโลกนี้ จะต้องอยู่ภายใต้เงาของอเมริกา ที่เป็นเจ้าของสุดยอดของอาวุธนิวเคลียร์ ไปอีกนานนนนน…. คน(โปร)อเมริกันอ่านแล้ว คงภูมิใจฉิบหายเลยนะครับ บทความข้างต้น คงไม่ผิดความจริงมากนัก เพราะเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2002 รัฐบาลคาวบอยบุช ก็ประกาศว่า ….. อเมริกากำลังใช้ยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ ด้วยการสร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นโครงการใหญ่และมีความสำคัญลำดับแรกๆ ของรัฐบาลคาวบอย นั่นคือ การสร้างระบบการต่อสู้ด้วยจรวด อเมริกาบอกกับพลเมืองของตนว่า เราต้องทำ เพื่อเตรียมรับมือกับการก่อการร้าย….. แต่น่าสังเกตว่า ที่อเมริกากำลังสร้างนั้น มันเป็นระบบรุก offensive ไม่ใช่เป็นระบบป้องกัน defensive ดังนั้น เป้าหมายจริง น่าจะเป็นการเตรียมการส่งให้แก่ รัสเซีย จีน เสียละมากกว่า และก็ต้องนับว่าอเมริกา นี่ลื่นมาก ใช้ผู้ก่อการ้ายมาเป็นข้ออ้างมาตั้งแต่ตอนโน้นเลย แต่ พอมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นจริงๆ ดันสูดกลิ่นไม่ได้ หาไม่เจอ ปราบไม่สำเร็จ… ได้แต่ทำหน้าเครียด ตาขวางขู่ผ่านสื่อว่า you are next….ใคร ใคร (วะ) ฮาชะมัด ส่วนรัสเซีย ตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย ในปี ค.ศ.1991 การพัฒนาอาวุธของรัสเซียที่เป็นทายาท ตามข่าวเหมือนจะแผ่วลงไป เพราะรัสเซียกำลังคร่ำเคร่งในการประคองตัวให้ยืนได้เสียก่อน และน่าสนใจว่า เพราะยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อทำลาย ของอเมริกานั่นเอง ที่ทำให้รัสเซียและจีน หันมาจับมือกันแน่นเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง รัสเซียและจีน น่าจะคิดไม่ต่างกัน ต่างมีนโยบายที่ต้องการสร้างประเทศให้เข้มแข็ง ช่วยตัวเองได้ พึ่งพาปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด และสร้างแนวร่วมที่สามารถจะช่วยเหลือเกื้อหนุนกันเอง ปี ค.ศ.2001 รัสเซีย จีน ทำสัญญา Russia China Friendship and Cooperation Treaty เป็นสัญญาทวิภาคีฉบับแรกระหว่างกัน นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 สัญญานี้ เน้นการร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศ เพื่อรับมือกับการทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของโลกของอเมริกา โดยรัสเซีย จีน ตกลงที่จะให้ร่วมมือกันทั้งด้านความมั่นคง และด้านเศรษฐกิจ รัสเซียเริ่มแบ่งข้อมูลของตัว เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการพัฒนาอาวุธให้แก่จีน และจีน จอมแกะแบบและจอมก๊อบ ก็แกะ และก๊อบ และช่วยพัฒนากลับให้กับรัสเซีย ด้วยวิธีนี้ ทั้งรัสเซียและจีน จึงก้าวไปข้างหน้าด้วยกันด้านอาวุธ รัสเซียและจีนน่าจะขอบใจ ไอ้ปากมอมที่มาช่วยเตือนว่า คนหนึ่งกำลังดิ่งลงหน้าผา ส่วนอีกคนหนึ่งก็เดินช้าเหมือนเต่า ขณะเดียวกัน รัสเซียมองดูตัวเอง เหมือนคนที่ต้องเริ่มตั้งตัวใหม่ หลังจากฉิบหายบ้านแตกสาแหรกขาด แถมล้มละลายอีกต่างหาก สมบัติติดตัวมีค่า คือทรัพย์ในดิน รัสเซียมีแหล่งแก๊สใหญ่ที่สุดในโลก มีบ่อน้ำมันมากกว่า 130,000 บ่อ ยังมีแหล่งน้ำมันและแก๊ส ที่ยังไม่ได้สำรวจอีกประมาณ 2,000 แห่ง ทางรอดของรัสเซียคือ สร้างประเทศ ที่เละจากการถูกรุมตี ซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้ยืนขึ้นมาใหม่ให้ได้จากทรัพย์ในดินของตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่สร้างอาวุธ เพื่อเอาไปใช้ปล้นสมบัติคนอื่น ปล้นเสร็จก็ฆ่าเจ้าของทิ้ง พร้อมกับเผาบ้านทำลายหลักฐาน เหมือนที่ไอ้บางพวกมันชอบทำกัน รัสเซียจึงเริ่มต้นสร้างประเทศให้แข็งแรง ด้วยยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายเหมือนกัน มันไม่ใช่เครือข่ายด้านกำลังทหาร แต่เป็นเครือข่ายท่อส่งแก๊ส และน้ำมัน !!! ให้กับเพื่อนและลูกค้า ที่น่าจะเป็นการช่วยให้สถานะของตนเองเป็นอันตรายน้อยลง และมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ฟังดูไม่น่าตื่นเต้น แต่น่าสนใจครับ ปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) รัสเซีย ในสมัยที่นายบอริส เยลซิน เป็นประธานาธิบดี ก็เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในบ้าน ไม่น่าเชื่อว่ามันมาจากพิษต้มยำกุ้ง ที่ลามข้ามทวีป จนเป็นโอกาสให้ไอเอมเอฟ เข้ามาจัดการรัสเซีย ด้วยการใช้นโยบายแปรรูปกิจการรัฐ เอาออกขายให้พวกขายชาติไม่กี่ตัว ที่สมคบกับต่างชาติ ซื้อเอาเป็นกิจการส่วนตัว เล่นเอาเศรษฐกิจรัสเซีย ซึ่งกำลังเปราะบางเหมือนข้าวเกรียบว่าว ก็แตกกระจาย นี่ผมเขียนเรื่องรัสเซียนะครับ แต่มันเหมือนกับบ้านเราอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ที่ไม่เหมือน คือวิธีแก้เกม วิธีพาประเทศออกจากกับดักอเมริกา ของรัสเซีย กับของสมันน้อย ต่างกันยังกับหนังคนละม้วน (ตอนนั้นเป็นสมันน้อยจริงๆ ตอนนี้ “หวัง” ว่าจะไม่ใช่แล้ว) และในปีนั้น คุณพี่ปูติน ซึ่งอยู่ในคณะทำงานของรัฐบาลรัสเซีย ก็เสนอนโยบายให้กับรัฐบาล ให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการให้รัฐเป็นผู้ควบคุมแหล่งพลังงาน และทรัพยากรของประเทศเสียเอง รวมทั้ง เป็นผู้ดำเนินการผลิตน้ำมันและแก๊ส ขาย และส่งออกเองด้วย เพื่อเป็นการลดต้นทุน จากการค้ากำไรของพ่อค้า และจะทำให้ชาวรัสเซียได้ใช้น้ำมันและแก๊สของรัสเซียเองในราคาถูก เป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจในประเทศส่วนหนึ่ง และนำกำไรจากการขายส่งออกพลังงาน ให้กลับมาอยู่ที่รัฐบาล เพื่อเอามาสร้างประเทศต่อไป นอกจากนั้น คุณพี่ปูติน ยังเสนอให้ มีการออกกฏหมายห้ามการค้าแบบผูกขาด ไม่ว่าจะผูกโดยธุรกิจใน หรือนอกประเทศ และห้ามต่างประเทศเข้ามามีส่วนถือหุ้นหรือลงทุน ในการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงาน ทรัพย์ในดินของประเทศ สรุปสั้นๆ ว่า คุณพี่ปูติน ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป การเอาทรัพย์สินสำคัญของชาติออกขายให้ต่างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการค้าเสรี ฯลฯ ที่อเมริกาเอามาแพร่เชื้อ ที่ไอเอมเอฟเอามารัดคอ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัสเซียฉิบหายหนักขึ้นจนในที่สุดถึงล้มละลาย ข้อเสนอของคุณพี่ปูติน เป็น การหักดิบ ตัดขาด จาก นโยบาย ความคิดและทฤษฏีลวงของอเมริกา อย่างสิ้นเชิง ปี ค.ศ.2000 คุณพี่ปูติน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี นโยบายสำคัญลำดับแรกของรัฐบาลปูตินคือ จัดการโอนเอากิจการสำคัญกลับมาเป็นของรัฐ โดยเฉพาะ Gazprom ที่จะต้องมาทำหน้าที่เป็นเจ้าของเครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัฐ ต่อจากนั้น เขาพยายามระงับการขายหุ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน Yokos และ Sibneft ที่กำลังเตรียมการ ที่จะขายให้กับบริษัทอเมริกัน (หน้าม้าของคาวบอยบุช) แค่ 2 เรื่องนี่ ก็คงพอทำให้อเมริกาและสื่อตะวันตก ช่วยกันประทับตราคุณพี่ปูติน ว่าเป็นคนเลวอย่างที่สุดแล้ว เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติตน มากกว่าเสรีภาพของมนุษย์ในการแสดงออก ฮา ขั้นตอนต่อไป คุณพี่ปูตินจัดการรวมเอานักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ นักธุรกิจ ที่รัสเซียเรียกว่า ” siloviki” หรือ nationalist พวกชาตินิยม มาเป็นผู้ร่วมร่างแผนการฟื้นฟูประเทศ และบริหารองค์กรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรของชาติ แต่ตะวันตกบอก เป็นพวก เคจีบี หรือ อยู่ฝ่ายความมั่นคงต่างหาก และด่าปูตินว่า กำลังดำเนินการฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซีย ทำแบบนี้แถวบ้านเรา คงถูกเรียกว่า เป็นพวกเผด็จการคลั่งชาติ แต่คุณพี่ปูตินไม่สนใจ เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่อส่งแก็ส ตามยุทธศาสตร์ ที่ทำให้รัสเซียเหมือนใส่หมวกกันน๊อก กันถูกตักดีหัว หรือ ล้มอีกทีต้องหัวไม่แตก รัสเซียสร้างเครือข่ายท่อส่งที่โยงใยไปทั่ว เป็นระยะทางทั้งหมดไม่น้อยกว่า 150,000 กม เครือข่ายท่อส่งนี้ มี Gazprom ที่เป็นของรัฐ เป็นเจ้าของ และเป็นผู้มีสิทธิใช้แต่ผู้เดียว แค่ในปี ค.ศ.2009 แก๊สของรัสเซียส่งออกไปให้ยุโรป ผ่านท่อส่ง 12 เส้น 3 ท่อส่ง วิ่งตรงไปยัง ฟินแลนด์ แอสโทเนีย และลัตเวีย 4 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่เบราลุส และส่งออกต่อไปยัง ลิทัวเนีย และ โปแลนด์ 5 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่ยูเครน เพื่อให้ยูเครน ส่งต่อให้ สโลวาเกีย โรมาเนีย ฮังการี และ โปแลนด์ เห็นจำนวนท่อส่งและสถานที่รับแก๊สแล้ว คงพอเข้าใจนะครับ ว่า ทำไมยูเครน ถึงต้องมีปฏิวัติ เพื่อเอาคนของอเมริกามาคุมยูเครน และเรื่องยูเครนก็จะไม่มีวันสงบง่ายๆ และ รัสเซียก็จะเดินหน้าเรื่องท่อส่งแก๊สมาที่ยุโรป แบบมีเชือกคอยกระตุกให้หงายท้องอยู่ตลอดเวลา สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 26 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 208 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260107 #TechRadar

    OpenAI เผยมีผู้ใช้ ChatGPT ด้านสุขภาพกว่า 40 ล้านครั้งต่อวัน
    รายงานใหม่ของ OpenAI ระบุว่าผู้คนทั่วโลกกว่า 40 ล้านครั้งต่อวันใช้ ChatGPT เพื่อถามคำถามด้านสุขภาพ ตั้งแต่ตรวจสอบอาการ ไปจนถึงทำความเข้าใจคำแนะนำทางการแพทย์ โดยบริษัทมองว่า AI กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยด้านสุขภาพ” ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและลดความสับสน แม้จะยังมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำและความเสี่ยงหากผู้ใช้เชื่อข้อมูลมากเกินไป แต่ตัวเลขการใช้งานสะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากเลือกพึ่งพา AI ในช่วงเวลาที่เข้าถึงแพทย์ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/openai-says-40-million-people-use-chatgpt-for-healthcare-every-day

    Samsung โชว์จอพับไร้รอยพับครั้งแรก คาดเป็นสัญญาณถึง iPhone Fold
    ซัมซุงเปิดตัวเทคโนโลยีจอพับแบบไร้รอยพับที่ CES 2026 ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ใน iPhone Fold รุ่นแรกของ Apple ก่อนที่ซัมซุงเองจะนำไปใช้ในรุ่นถัดไป โดยจอนี้ถูกนำมาเทียบกับ Galaxy Z Fold 7 ให้เห็นชัดว่ารอยพับหายไปเกือบหมด ทำให้ตลาดมือถือพับได้อาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทั้งสวยงามและทนทานกว่าเดิม พร้อมคาดการณ์ว่า iPhone Fold อาจเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้
    https://www.techradar.com/phones/iphone/samsung-just-revealed-the-first-creaseless-foldable-screen-and-it-could-be-a-serious-hint-towards-the-iphone-fold

    Google เตรียมยุติการรองรับ POP3 ใน Gmail ปี 2026
    Google ประกาศว่าจะหยุดรองรับ POP3 ใน Gmail ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดึงอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นเข้ามาใน Gmail ได้อีกต่อไป รวมถึงยุติฟีเจอร์ Gmailify ที่เคยช่วยเพิ่มระบบกันสแปมและฟีเจอร์ขั้นสูงให้บัญชีอีเมลภายนอก โดย Google แนะนำให้ใช้ IMAP แทน แม้จะมีข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าธุรกิจที่มีเครื่องมือย้ายข้อมูลใน Workspace อยู่แล้ว
    https://www.techradar.com/pro/google-set-to-end-pop3-support-heres-what-we-know

    ข่าวลือ OpenAI อาจซื้อ Pinterest จุดกระแสไม่พอใจจากผู้ใช้
    เพียงแค่บทความคาดการณ์ว่า OpenAI อาจเข้าซื้อ Pinterest ก็ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจทันที เพราะกังวลว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการคัดสรรด้วยมือจะถูกกลืนด้วย AI และข้อมูลบนบอร์ดของพวกเขาอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล แม้จะยังไม่มีดีลจริง แต่กระแสต่อต้านสะท้อนว่าผู้ใช้ยังต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ที่ไม่ถูกครอบงำด้วย AI ขณะที่หุ้น Pinterest กลับพุ่งขึ้นเพียงเพราะข่าวลือดังกล่าว
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openais-rumored-acquisition-plans-for-pinterest-provoke-fury-among-some-users

    HP เปิดตัวคีย์บอร์ดที่เป็นคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ รองรับ Copilot+
    HP เปิดตัว EliteBoard G1a คีย์บอร์ดที่ภายในบรรจุพีซีครบชุด ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 พร้อมพลังประมวลผล AI มากพอสำหรับฟีเจอร์ Copilot+ บน Windows 11 แม้ตัวเครื่องจะบางเพียง 12 มม. แต่รองรับ RAM สูงสุด 64GB, SSD 2TB, ต่อจอ 4K ได้สองจอ และมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้เป็นแนวคิดใหม่ของพีซีแบบพกพาที่รวมทุกอย่างไว้ในคีย์บอร์ดเดียว
    https://www.techradar.com/computing/keyboards/hp-just-squeezed-a-desktop-computer-into-a-keyboard-and-its-powerful-enough-to-be-a-copilot-pc

    Deepfakes และความเชื่อมั่นดิจิทัลกำลังถูกท้าทาย
    ยุคที่ดีปเฟกและการปลอมแปลงด้วย AI แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคม เศรษฐกิจ และสถาบันการเงินเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทั้งการหลอกลวงด้วยใบหน้าเสียงปลอม การใช้วิดีโอปลอมในเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการโจมตีองค์กรที่สร้างความเสียหายมหาศาล จึงเกิดแนวคิด “Proof of Humanness” เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานเป็นมนุษย์จริงโดยไม่ต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความเชื่อมั่นดิจิทัลในอนาคต และเป็นทางรอดจากโลกที่แยกของจริงออกจากของปลอมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/pro/deepfakes-and-distrust-how-human-provenance-can-rebuild-digital-confidence

    ความสับสนเรื่องการรีแบรนด์ Microsoft Office → Microsoft 365 Copilot
    ผู้ใช้จำนวนมากเกิดความงุนงงเมื่อพบว่า Office.com ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Copilot ทั้งที่การรีแบรนด์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 แล้ว โดย Microsoft ต้องการผลักดัน Copilot ให้เป็นศูนย์กลางการทำงาน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความไม่พอใจ เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าถูกบังคับให้ใช้ AI มากเกินไป รวมถึงความกังวลว่าชื่อ “Office” อาจหายไปจากวงการซอฟต์แวร์ในที่สุด
    https://www.techradar.com/pro/microsoft-office-has-been-rebranded-to-microsoft-365-copilot-or-has-it

    มัลแวร์ปลอม Blue Screen of Death หลอกเหยื่อให้ติดตั้งตัวเอง
    แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียใช้แคมเปญ ClickFix รูปแบบใหม่ ส่งอีเมลปลอมเรื่องการจองโรงแรมเพื่อหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ ก่อนแสดงหน้าจอ BSOD ปลอมเพื่อทำให้ตื่นตระหนกและรันสคริปต์ที่เป็นมัลแวร์จริง ซึ่งสามารถปิด Defender ขโมยรหัสผ่าน และดึงข้อมูลคลิปบอร์ดได้ ถือเป็นการโจมตีที่ผสมผสานจิตวิทยาและเทคนิคขั้นสูงเพื่อหลบการตรวจจับ
    https://www.techradar.com/pro/security/hackers-use-blue-screen-of-death-malware-to-target-victims

    มือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงแบบ BlackBerry กลับมาแล้ว
    Clicks Communicator เปิดตัวมือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงด้านล่างและหน้าจอ AMOLED ขนาดกะทัดรัด ให้กลิ่นอาย BlackBerry ยุคทอง เน้นการพิมพ์และการทำงานเป็นหลัก มาพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microSD สูงสุด 2TB เหมาะสำหรับคนที่คิดถึงความรู้สึกการพิมพ์แบบปุ่มจริง และต้องการมือถือเครื่องที่สองสำหรับงาน Productivity
    https://www.techradar.com/phones/android/missing-your-blackberry-the-clicks-communicator-brings-back-the-physical-keyboard-and-a-3-5mm-headphone-jack

    Edge ถูกรีดีไซน์ให้คล้าย Copilot และผู้ใช้ไม่ปลื้ม
    Microsoft กำลังทดสอบดีไซน์ใหม่ของ Edge ที่ยืมสไตล์จาก Copilot ทั้งโทนสี ฟอนต์ และเมนูต่าง ๆ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดโหมด Copilot ก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านว่า Microsoft กำลังยัดเยียด AI มากเกินไป และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ “Microslop” แพร่กระจาย เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าประสบการณ์ใช้งานถูกบังคับให้เดินตามทิศทาง AI โดยไม่ฟังเสียงชุมชน
    https://www.techradar.com/computing/windows/microslop-is-heading-for-edge-major-browser-redesign-is-inspired-by-copilot-and-its-already-seriously-unpopular

    ช่องโหว่ WebUI เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ยึดบัญชีและรันโค้ดระยะไกล
    Open WebUI ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 8/10 (CVE‑2025‑64496) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉีดโค้ดผ่าน Direct Connection และขโมยโทเคนเพื่อยึดบัญชี รวมถึงอาจลุกลามไปสู่การรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยปัญหาเกิดจากการเชื่อมต่อไปยังโมเดลภายนอกที่ไม่ปลอดภัย และสามารถถูกหลอกให้เพิ่ม URL อันตรายได้ง่าย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 0.6.35 และจำกัดสิทธิ์การใช้เครื่องมือให้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น
    https://www.techradar.com/pro/security/this-webui-vulnerability-allows-remote-code-execution-heres-how-to-stay-safe

    องค์กรกว่า 50 แห่งถูกขโมยข้อมูลเพราะไม่เปิดใช้ MFA
    รายงานเผยว่าบริษัทใหญ่ระดับ Deloitte, KPMG และ Samsung ตกเป็นเหยื่อแฮ็กเกอร์ “Zestix” หลังไม่มีการบังคับใช้ MFA ทำให้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมยจากมัลแวร์อย่าง RedLine, Lumma และ Vidar ถูกนำไปใช้เข้าถึงคลาวด์และดูดข้อมูลจำนวนมาก บางองค์กรใช้รหัสผ่านเดิมมานานหลายปี ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง เช่น Pickett & Associates สูญข้อมูลกว่า 139GB
    https://www.techradar.com/pro/security/dozens-of-organizations-fall-victim-to-infostealers-after-failing-to-enforce-mfa

    งานวิจัยเตือน AI อาจทำให้มนุษย์ต้องรับผิดชอบงานมากขึ้น แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม
    บทความจาก Occupational Medicine ชี้ว่าการนำ AI มาใช้ช่วยงานอาจทำให้มนุษย์ต้องรับบท “ผู้จัดการ AI” เพิ่มภาระ ตรวจสอบความผิดพลาด และรับความเครียดมากขึ้น แม้งานจะถูกมองว่าง่ายขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ พร้อมเตือนว่าการจัดการที่ไม่ดีอาจกระทบต่อสุขภาพ ผลิตภาพ และโครงสร้างแรงงานในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/new-report-on-ai-adoption-warns-workers-could-face-more-complex-responsibilities-for-lower-pay

    กลุ่มแฮ็กเกอร์ SLH กลับมาอีกครั้ง แต่ดันโดนล่อเข้ากับดัก Honeypot
    กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters อ้างว่าบุกระบบ Resecurity ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายถูกเปิดโปงว่าตกหลุม Honeypot ที่สร้างข้อมูลปลอมไว้ล่อ ทำให้ Resecurity สามารถเก็บ IP, บัญชีที่เชื่อมโยง และหลักฐานต่าง ๆ ส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ถือเป็นการพลิกเกมที่ทำให้กลุ่มแฮ็กเกอร์เสี่ยงถูกจับกุมมากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/security/notorious-hacking-collective-returns-but-researchers-say-they-fell-for-a-honeypot

    AMD ประกาศยุค “YottaScale” ชี้ AI จะต้องการพลังประมวลผลระดับมหาศาล
    Lisa Su ซีอีโอ AMD กล่าวบนเวที CES 2026 ว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ต้องการพลังประมวลผลระดับ YottaFLOPS ซึ่งมากกว่าปัจจุบันถึง 10,000 เท่า พร้อมเปิดตัวชิปและโซลูชันใหม่ เช่น MI455 GPU และ EPYC Venice ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยย้ำว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สุดในรอบ 50 ปี
    https://www.techradar.com/pro/amd-ceo-welcomes-us-to-the-yottascale-era-lisa-su-says-ai-will-need-yottaflops-of-compute-power-soon

    Lenovo เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน
    Lenovo เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI ใหม่ชื่อ Qira ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และพีซีอย่างไร้รอยต่อ พร้อมฟีเจอร์ Smart Modes, Smart Share และ Smart Care ที่ช่วยปรับแต่งระบบ แชร์ไฟล์เร็วขึ้น และแก้ปัญหาเครื่องด้วย AI รวมถึงโซลูชัน AI สำหรับธุรกิจ SMB ที่เน้นความปลอดภัยและการประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Lenovo ที่ผลักดัน AI ให้เป็นหัวใจของการทำงานยุคใหม่
    https://www.techradar.com/pro/lenovo-unveils-the-ai-tools-it-hopes-will-supercharge-your-productivity-at-work

    ตำนาน Conner หวนคืนวงการสตอเรจใน CES 2026
    แบรนด์ Conner ผู้บุกเบิกฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้วในยุค 80–90 กลับมาอีกครั้งใน CES 2026 ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นสตอเรจพกพา เช่น SSD ขนาดเล็ก อุปกรณ์สำรองข้อมูลมือถือ และรุ่นที่ผสานพาวเวอร์แบงก์ โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคโมบายมากกว่าตลาดพีซีแบบเดิม แม้ตลาดแข่งขันสูง แต่การกลับมาครั้งนี้ก็สร้างความสนใจว่าบรรดาแบรนด์ในตำนานอื่น ๆ อาจตามกลับมาเช่นกัน
    https://www.techradar.com/pro/legendary-hdd-brand-that-created-3-5-inch-format-makes-surprising-comeback-at-ces-could-illustrious-names-like-maxtor-iomega-or-syquest-be-next

    OWC เปิดตัว SSD Thunderbolt 5 ความจุ 8TB เร็วแรงทะลุ 6000MB/s
    OWC เปิดตัว Envoy Ultra Thunderbolt 5 SSD ความจุ 8TB ที่รองรับความเร็วสูงกว่า 6000MB/s โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมไร้พัดลม ทนฝุ่นและน้ำระดับ IP67 และรองรับทั้ง Mac, Windows, iPad Pro และ Chromebook แม้ราคาจะสูงถึง $1,699 แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์สำหรับมืออาชีพที่ต้องการความเร็วและความจุระดับสูงสุดในตลาดปัจจุบัน
    https://www.techradar.com/pro/owc-debuts-pcie-gen4-class-8tb-thunderbolt-5-external-ssd-the-largest-and-fastest-in-its-category-but-it-wont-be-cheap

    ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าถูกแฮกข้อมูลลูกค้ากว่า 1 ล้านราย
    Brightspeed หนึ่งในผู้ให้บริการไฟเบอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่กลุ่มแฮกเกอร์ Crimson Collective อ้างว่าขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 1 ล้านราย รวมถึงชื่อ อีเมล เบอร์โทร และข้อมูลการชำระเงินบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันเหตุการณ์ แต่ระบุว่ากำลังสืบสวนอย่างจริงจัง เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ
    https://www.techradar.com/pro/security/one-of-the-largest-us-broadband-providers-investigates-breach

    หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock รุ่นใหม่มี “ขา” ปีนบันไดได้จริง
    Roborock เปิดตัว Saros Rover หุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้นแบบที่มาพร้อมขาแบบสติลท์ สามารถปีนบันได หมุนตัวบนขั้นบันได เดินบนพื้นต่างระดับ และหลบสิ่งกีดขวางอย่างคล่องตัว แม้ยังเป็นต้นแบบที่ต้องปรับปรุง แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่สามารถทำงานในบ้านหลายระดับได้จริง และอาจเปลี่ยนมาตรฐานของตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในอนาคต
    https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/i-just-saw-roborocks-new-robot-vacuum-with-legs-and-its-going-to-make-no-go-zones-a-thing-of-the-past

    AI Bubble – ฟองสบู่ที่แตกได้ แต่เทคโนโลยีไม่หายไป
    บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กระแสการลงทุนด้าน AI จะพองโตเกินจริงและอาจยุบตัวลงในไม่ช้า แต่ตัวเทคโนโลยีเองจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป เพราะ AI ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในองค์กรทั่วโลก โดยประเทศต่าง ๆ มีท่าทีต่อ AI แตกต่างกัน—สหรัฐฯ เร่งนวัตกรรม จีนเน้นลอกเลียนแบบ ส่วนยุโรปออกกฎเข้ม—และผู้ชนะในยุคนี้จะเป็นองค์กรที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพคน ไม่ใช่ลดคนทำงาน
    https://www.techradar.com/pro/the-ai-bubble-it-will-burst-but-ai-will-still-be-here

    Philips Hue SpatialAware – ระบบไฟอัจฉริยะที่เข้าใจตำแหน่งจริงในห้อง
    Philips Hue เปิดตัวฟีเจอร์ SpatialAware ที่ทำให้ระบบไฟสามารถรับรู้ตำแหน่งของหลอดไฟแต่ละดวงในห้องผ่านการสแกนด้วยกล้องมือถือ แล้วปรับโทนสีและความสว่างให้สมจริงขึ้น เช่น การจำลองแสงพระอาทิตย์ตกหรือท้องฟ้าสว่าง พร้อมอัปเดตให้ Bridge Pro รองรับอุปกรณ์มากขึ้น และเพิ่มความสามารถของผู้ช่วย AI รวมถึงรองรับ Apple Home ได้ดีขึ้น ทำให้บ้านอัจฉริยะมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/home/smart-lights/the-philips-hue-app-can-now-customize-lighting-scenes-so-they-suit-the-layout-of-your-rooms

    Lenovo Yoga Mini i – พีซีทรงกระบอกจิ๋ว รองรับ 4 จอ พร้อมพลัง AI
    Lenovo เปิดตัว Yoga Mini i พีซีขนาดเล็กเพียง 600 กรัม แต่รองรับจอภายนอกได้ถึง 4 จอ ใช้ชิป Intel Core Ultra X7 พร้อม RAM สูงสุด 32GB และ SSD สูงสุด 2TB ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Copilot+ เพื่อรองรับงาน AI และมัลติทาสก์ได้ดี แม้จะไม่เล็กเท่า ThinkCentre M75n Nano รุ่นในตำนาน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้ต้องการพีซีพกพาที่ทำงานจริงจังได้ครบเครื่อง
    https://www.techradar.com/pro/lenovo-adds-copilot-mac-mini-rival-to-yoga-product-line-but-i-am-so-disappointed-that-it-didnt-revive-the-nano-m75n-the-smallest-pc-ever

    Lenovo ThinkCentre X Tower – เวิร์กสเตชันคู่ GPU พร้อมการ์ด AI 1TB ลึกลับ
    ThinkCentre X Tower รุ่นใหม่ของ Lenovo กลับมาพร้อมระบบรองรับ GPU คู่แบบ RTX 5060 Ti รวม VRAM 32GB เพื่อประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้ในเครื่องเดียว และยังมี “AI Fusion Card” ขนาด 1TB ที่ช่วยให้ทำ post-training โมเดลระดับ 70B parameters ได้ในเครื่อง พร้อมสเปกจัดเต็มทั้ง Intel Ultra 9, RAM สูงสุด 256GB และพื้นที่เก็บข้อมูล M.2 สูงสุด 6TB เหมาะสำหรับงาน AI inference และงานข้อมูลหนักระดับองค์กร
    https://www.techradar.com/pro/return-of-the-sli-lenovos-new-workstation-pc-supports-up-to-2-rtx-5060-ti-gpus-for-ai-inference-but-im-more-interested-in-the-secretive-1tb-ai-fusion-card

    Motorola Razr Fold – มือถือพับจอใหญ่ 8.1 นิ้ว พร้อมปากกาและกล้องจัดเต็ม
    Motorola เปิดตัว Razr Fold มือถือพับรุ่นใหม่ที่ขยายสู่ตลาดแท็บเล็ตพับได้ ด้วยหน้าจอใหญ่ 8.1 นิ้วและจอหน้าปก 6.6 นิ้ว รองรับปากกา Moto Pen Ultra ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่า Galaxy Fold 7 พร้อมชุดกล้อง 5 ตัว รวมถึงกล้องหน้า 20MP และกล้องเซลฟี่ 32MP ที่ให้ความยืดหยุ่นด้านการถ่ายภาพสูง แม้ยังไม่เปิดเผยสเปกชิปหรือราคา แต่ดีไซน์ ฟีเจอร์ AI และความสามารถด้านมัลติทาสก์ทำให้รุ่นนี้น่าจับตามองมากในตลาดพับได้
    https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/motorola-razr-fold-is-mostly-a-mystery-but-it-already-outdoes-the-galaxy-fold-7-in-one-key-way

    Nvidia เปิดตัว G‑Sync Pulsar: ยกระดับความคมชัดการเคลื่อนไหวสำหรับเกมเมอร์
    Nvidia เผยโฉม G‑Sync Pulsar เทคโนโลยีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหา motion blur โดยใช้ระบบ backlight แบบแบ่งโซนและการสแกนแบบ rolling scan ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัดขึ้นอย่างมากจนการเล่นเกม 250fps ให้ความรู้สึกเหมือนจอ 1,000Hz พร้อมเปิดตัวในจอรุ่นใหม่จาก Acer, Asus, AOC และ MSI ในวันที่ 7 มกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ VRR รุ่นถัดไปสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูงสุด
    https://www.techradar.com/computing/monitors/nvidias-new-g-sync-pulsar-update-for-motion-clarity-is-a-big-win-for-pc-gamers-and-heres-why

    Motorola Signature: เรือธงสุดแกร่งที่สเปกจัดเต็ม แต่ชิปยังไม่สุด
    Motorola เปิดตัว Motorola Signature สมาร์ทโฟนเรือธงดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมกล้อง 50MP ทั้งสี่ตัว หน้าจอ AMOLED 165Hz ความสว่างสูงสุด 6,200 nits แบต 5,200mAh และชาร์จเร็ว 90W พร้อมความทนทานระดับ IP68/IP69 แต่จุดอ่อนคือชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ยังไม่ใช่รุ่นท็อป ทำให้ประสิทธิภาพไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงคู่แข่งระดับไฮเอนด์ แม้โดยรวมยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความครบเครื่องและอัปเดตยาว 7 ปี
    https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/the-motorola-signature-is-a-stunning-rugged-samsung-galaxy-s25-rival-with-one-unfortunate-weakness

    เตือนภัย! แคมเปญมัลแวร์ใหม่ขโมยแชต AI ผ่านส่วนขยาย Chrome ปลอม
    นักวิจัยพบส่วนขยาย Chrome ปลอมสองตัวที่มีผู้ใช้รวมเกือบ 900,000 ราย แอบดึงข้อมูลการสนทนากับ AI และ URL ของแท็บทุก 30 นาที ส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม โดยปลอมตัวเป็นส่วนขยายยอดนิยมด้าน AI ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของส่วนขยายที่แม้จะอยู่ในร้านค้าอย่างเป็นทางการก็ยังอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรตรวจสอบสิทธิ์และความน่าเชื่อถือก่อนติดตั้งเสมอ
    https://www.techradar.com/pro/security/this-new-malware-campaign-is-stealing-chat-logs-via-chrome-extensions

    Intel Arc B390: iGPU ตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาเล่นเกมลื่นระดับสูงได้จริง
    Intel เปิดตัวชิป Core Ultra series 3 พร้อม iGPU Arc B390 ที่สร้างความประทับใจด้วยประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับสูง สามารถรันเกมอย่าง Battlefield 6 และ Dying Light: The Beast ที่ 1080p ด้วยเฟรมเรตสูงเกินคาด แม้ไม่มีการ์ดจอแยก ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาในปี 2026 กลายเป็นตัวเลือกที่เล่นเกมได้จริงจังมากขึ้น และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด ultrabook ที่ต้องการทั้งความบางและพลังกราฟิกในตัวเดียว
    https://www.techradar.com/computing/cpu/the-intel-core-ultra-series-3-processors-look-impressive-enough-but-the-arc-b390-igpu-is-the-real-game-changer-here

    เสียงชัดคือหัวใจของการทำงานร่วมกับ AI — ถ้า AI ฟังคุณไม่ได้ มันก็ช่วยคุณไม่ได้
    บทความชี้ให้เห็นว่าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน การมีระบบเสียงที่คมชัดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ AI ต้องอาศัยเสียงที่ถูกต้องเพื่อประมวลผล ฟังอารมณ์ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทั้งในการประชุม การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันระหว่างทีมทั่วโลก องค์กรที่ลงทุนในไมโครโฟนและระบบประมวลผลเสียงคุณภาพสูงจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ลดความผิดพลาด และปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่
    https://www.techradar.com/pro/if-ai-cant-hear-you-it-cant-help-you-why-clear-audio-drives-real-productivity
    📌📡🟢 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟢📡📌 #รวมข่าวIT #20260107 #TechRadar 🏥 OpenAI เผยมีผู้ใช้ ChatGPT ด้านสุขภาพกว่า 40 ล้านครั้งต่อวัน รายงานใหม่ของ OpenAI ระบุว่าผู้คนทั่วโลกกว่า 40 ล้านครั้งต่อวันใช้ ChatGPT เพื่อถามคำถามด้านสุขภาพ ตั้งแต่ตรวจสอบอาการ ไปจนถึงทำความเข้าใจคำแนะนำทางการแพทย์ โดยบริษัทมองว่า AI กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยด้านสุขภาพ” ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและลดความสับสน แม้จะยังมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำและความเสี่ยงหากผู้ใช้เชื่อข้อมูลมากเกินไป แต่ตัวเลขการใช้งานสะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากเลือกพึ่งพา AI ในช่วงเวลาที่เข้าถึงแพทย์ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/openai-says-40-million-people-use-chatgpt-for-healthcare-every-day 📱 Samsung โชว์จอพับไร้รอยพับครั้งแรก คาดเป็นสัญญาณถึง iPhone Fold ซัมซุงเปิดตัวเทคโนโลยีจอพับแบบไร้รอยพับที่ CES 2026 ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ใน iPhone Fold รุ่นแรกของ Apple ก่อนที่ซัมซุงเองจะนำไปใช้ในรุ่นถัดไป โดยจอนี้ถูกนำมาเทียบกับ Galaxy Z Fold 7 ให้เห็นชัดว่ารอยพับหายไปเกือบหมด ทำให้ตลาดมือถือพับได้อาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทั้งสวยงามและทนทานกว่าเดิม พร้อมคาดการณ์ว่า iPhone Fold อาจเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/samsung-just-revealed-the-first-creaseless-foldable-screen-and-it-could-be-a-serious-hint-towards-the-iphone-fold 📧 Google เตรียมยุติการรองรับ POP3 ใน Gmail ปี 2026 Google ประกาศว่าจะหยุดรองรับ POP3 ใน Gmail ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดึงอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นเข้ามาใน Gmail ได้อีกต่อไป รวมถึงยุติฟีเจอร์ Gmailify ที่เคยช่วยเพิ่มระบบกันสแปมและฟีเจอร์ขั้นสูงให้บัญชีอีเมลภายนอก โดย Google แนะนำให้ใช้ IMAP แทน แม้จะมีข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าธุรกิจที่มีเครื่องมือย้ายข้อมูลใน Workspace อยู่แล้ว 🔗 https://www.techradar.com/pro/google-set-to-end-pop3-support-heres-what-we-know 🎨 ข่าวลือ OpenAI อาจซื้อ Pinterest จุดกระแสไม่พอใจจากผู้ใช้ เพียงแค่บทความคาดการณ์ว่า OpenAI อาจเข้าซื้อ Pinterest ก็ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจทันที เพราะกังวลว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการคัดสรรด้วยมือจะถูกกลืนด้วย AI และข้อมูลบนบอร์ดของพวกเขาอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล แม้จะยังไม่มีดีลจริง แต่กระแสต่อต้านสะท้อนว่าผู้ใช้ยังต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ที่ไม่ถูกครอบงำด้วย AI ขณะที่หุ้น Pinterest กลับพุ่งขึ้นเพียงเพราะข่าวลือดังกล่าว 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openais-rumored-acquisition-plans-for-pinterest-provoke-fury-among-some-users ⌨️ HP เปิดตัวคีย์บอร์ดที่เป็นคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ รองรับ Copilot+ HP เปิดตัว EliteBoard G1a คีย์บอร์ดที่ภายในบรรจุพีซีครบชุด ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 พร้อมพลังประมวลผล AI มากพอสำหรับฟีเจอร์ Copilot+ บน Windows 11 แม้ตัวเครื่องจะบางเพียง 12 มม. แต่รองรับ RAM สูงสุด 64GB, SSD 2TB, ต่อจอ 4K ได้สองจอ และมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้เป็นแนวคิดใหม่ของพีซีแบบพกพาที่รวมทุกอย่างไว้ในคีย์บอร์ดเดียว 🔗 https://www.techradar.com/computing/keyboards/hp-just-squeezed-a-desktop-computer-into-a-keyboard-and-its-powerful-enough-to-be-a-copilot-pc 🧩 Deepfakes และความเชื่อมั่นดิจิทัลกำลังถูกท้าทาย ยุคที่ดีปเฟกและการปลอมแปลงด้วย AI แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคม เศรษฐกิจ และสถาบันการเงินเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทั้งการหลอกลวงด้วยใบหน้าเสียงปลอม การใช้วิดีโอปลอมในเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการโจมตีองค์กรที่สร้างความเสียหายมหาศาล จึงเกิดแนวคิด “Proof of Humanness” เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานเป็นมนุษย์จริงโดยไม่ต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความเชื่อมั่นดิจิทัลในอนาคต และเป็นทางรอดจากโลกที่แยกของจริงออกจากของปลอมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/pro/deepfakes-and-distrust-how-human-provenance-can-rebuild-digital-confidence 🌀 ความสับสนเรื่องการรีแบรนด์ Microsoft Office → Microsoft 365 Copilot ผู้ใช้จำนวนมากเกิดความงุนงงเมื่อพบว่า Office.com ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Copilot ทั้งที่การรีแบรนด์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 แล้ว โดย Microsoft ต้องการผลักดัน Copilot ให้เป็นศูนย์กลางการทำงาน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความไม่พอใจ เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าถูกบังคับให้ใช้ AI มากเกินไป รวมถึงความกังวลว่าชื่อ “Office” อาจหายไปจากวงการซอฟต์แวร์ในที่สุด 🔗 https://www.techradar.com/pro/microsoft-office-has-been-rebranded-to-microsoft-365-copilot-or-has-it 💀 มัลแวร์ปลอม Blue Screen of Death หลอกเหยื่อให้ติดตั้งตัวเอง แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียใช้แคมเปญ ClickFix รูปแบบใหม่ ส่งอีเมลปลอมเรื่องการจองโรงแรมเพื่อหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ ก่อนแสดงหน้าจอ BSOD ปลอมเพื่อทำให้ตื่นตระหนกและรันสคริปต์ที่เป็นมัลแวร์จริง ซึ่งสามารถปิด Defender ขโมยรหัสผ่าน และดึงข้อมูลคลิปบอร์ดได้ ถือเป็นการโจมตีที่ผสมผสานจิตวิทยาและเทคนิคขั้นสูงเพื่อหลบการตรวจจับ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hackers-use-blue-screen-of-death-malware-to-target-victims ⌨️ มือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงแบบ BlackBerry กลับมาแล้ว Clicks Communicator เปิดตัวมือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงด้านล่างและหน้าจอ AMOLED ขนาดกะทัดรัด ให้กลิ่นอาย BlackBerry ยุคทอง เน้นการพิมพ์และการทำงานเป็นหลัก มาพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microSD สูงสุด 2TB เหมาะสำหรับคนที่คิดถึงความรู้สึกการพิมพ์แบบปุ่มจริง และต้องการมือถือเครื่องที่สองสำหรับงาน Productivity 🔗 https://www.techradar.com/phones/android/missing-your-blackberry-the-clicks-communicator-brings-back-the-physical-keyboard-and-a-3-5mm-headphone-jack 🧭 Edge ถูกรีดีไซน์ให้คล้าย Copilot และผู้ใช้ไม่ปลื้ม Microsoft กำลังทดสอบดีไซน์ใหม่ของ Edge ที่ยืมสไตล์จาก Copilot ทั้งโทนสี ฟอนต์ และเมนูต่าง ๆ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดโหมด Copilot ก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านว่า Microsoft กำลังยัดเยียด AI มากเกินไป และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ “Microslop” แพร่กระจาย เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าประสบการณ์ใช้งานถูกบังคับให้เดินตามทิศทาง AI โดยไม่ฟังเสียงชุมชน 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/microslop-is-heading-for-edge-major-browser-redesign-is-inspired-by-copilot-and-its-already-seriously-unpopular ⚠️ ช่องโหว่ WebUI เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ยึดบัญชีและรันโค้ดระยะไกล Open WebUI ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 8/10 (CVE‑2025‑64496) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉีดโค้ดผ่าน Direct Connection และขโมยโทเคนเพื่อยึดบัญชี รวมถึงอาจลุกลามไปสู่การรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยปัญหาเกิดจากการเชื่อมต่อไปยังโมเดลภายนอกที่ไม่ปลอดภัย และสามารถถูกหลอกให้เพิ่ม URL อันตรายได้ง่าย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 0.6.35 และจำกัดสิทธิ์การใช้เครื่องมือให้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-webui-vulnerability-allows-remote-code-execution-heres-how-to-stay-safe 🔐 องค์กรกว่า 50 แห่งถูกขโมยข้อมูลเพราะไม่เปิดใช้ MFA รายงานเผยว่าบริษัทใหญ่ระดับ Deloitte, KPMG และ Samsung ตกเป็นเหยื่อแฮ็กเกอร์ “Zestix” หลังไม่มีการบังคับใช้ MFA ทำให้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมยจากมัลแวร์อย่าง RedLine, Lumma และ Vidar ถูกนำไปใช้เข้าถึงคลาวด์และดูดข้อมูลจำนวนมาก บางองค์กรใช้รหัสผ่านเดิมมานานหลายปี ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง เช่น Pickett & Associates สูญข้อมูลกว่า 139GB 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/dozens-of-organizations-fall-victim-to-infostealers-after-failing-to-enforce-mfa 🧠 งานวิจัยเตือน AI อาจทำให้มนุษย์ต้องรับผิดชอบงานมากขึ้น แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม บทความจาก Occupational Medicine ชี้ว่าการนำ AI มาใช้ช่วยงานอาจทำให้มนุษย์ต้องรับบท “ผู้จัดการ AI” เพิ่มภาระ ตรวจสอบความผิดพลาด และรับความเครียดมากขึ้น แม้งานจะถูกมองว่าง่ายขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ พร้อมเตือนว่าการจัดการที่ไม่ดีอาจกระทบต่อสุขภาพ ผลิตภาพ และโครงสร้างแรงงานในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/new-report-on-ai-adoption-warns-workers-could-face-more-complex-responsibilities-for-lower-pay 🎣 กลุ่มแฮ็กเกอร์ SLH กลับมาอีกครั้ง แต่ดันโดนล่อเข้ากับดัก Honeypot กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters อ้างว่าบุกระบบ Resecurity ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายถูกเปิดโปงว่าตกหลุม Honeypot ที่สร้างข้อมูลปลอมไว้ล่อ ทำให้ Resecurity สามารถเก็บ IP, บัญชีที่เชื่อมโยง และหลักฐานต่าง ๆ ส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ถือเป็นการพลิกเกมที่ทำให้กลุ่มแฮ็กเกอร์เสี่ยงถูกจับกุมมากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/notorious-hacking-collective-returns-but-researchers-say-they-fell-for-a-honeypot 🚀 AMD ประกาศยุค “YottaScale” ชี้ AI จะต้องการพลังประมวลผลระดับมหาศาล Lisa Su ซีอีโอ AMD กล่าวบนเวที CES 2026 ว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ต้องการพลังประมวลผลระดับ YottaFLOPS ซึ่งมากกว่าปัจจุบันถึง 10,000 เท่า พร้อมเปิดตัวชิปและโซลูชันใหม่ เช่น MI455 GPU และ EPYC Venice ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยย้ำว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สุดในรอบ 50 ปี 🔗 https://www.techradar.com/pro/amd-ceo-welcomes-us-to-the-yottascale-era-lisa-su-says-ai-will-need-yottaflops-of-compute-power-soon 🧠✨ Lenovo เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน Lenovo เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI ใหม่ชื่อ Qira ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และพีซีอย่างไร้รอยต่อ พร้อมฟีเจอร์ Smart Modes, Smart Share และ Smart Care ที่ช่วยปรับแต่งระบบ แชร์ไฟล์เร็วขึ้น และแก้ปัญหาเครื่องด้วย AI รวมถึงโซลูชัน AI สำหรับธุรกิจ SMB ที่เน้นความปลอดภัยและการประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Lenovo ที่ผลักดัน AI ให้เป็นหัวใจของการทำงานยุคใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/lenovo-unveils-the-ai-tools-it-hopes-will-supercharge-your-productivity-at-work 💾📦 ตำนาน Conner หวนคืนวงการสตอเรจใน CES 2026 แบรนด์ Conner ผู้บุกเบิกฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้วในยุค 80–90 กลับมาอีกครั้งใน CES 2026 ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นสตอเรจพกพา เช่น SSD ขนาดเล็ก อุปกรณ์สำรองข้อมูลมือถือ และรุ่นที่ผสานพาวเวอร์แบงก์ โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคโมบายมากกว่าตลาดพีซีแบบเดิม แม้ตลาดแข่งขันสูง แต่การกลับมาครั้งนี้ก็สร้างความสนใจว่าบรรดาแบรนด์ในตำนานอื่น ๆ อาจตามกลับมาเช่นกัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/legendary-hdd-brand-that-created-3-5-inch-format-makes-surprising-comeback-at-ces-could-illustrious-names-like-maxtor-iomega-or-syquest-be-next ⚡🚀 OWC เปิดตัว SSD Thunderbolt 5 ความจุ 8TB เร็วแรงทะลุ 6000MB/s OWC เปิดตัว Envoy Ultra Thunderbolt 5 SSD ความจุ 8TB ที่รองรับความเร็วสูงกว่า 6000MB/s โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมไร้พัดลม ทนฝุ่นและน้ำระดับ IP67 และรองรับทั้ง Mac, Windows, iPad Pro และ Chromebook แม้ราคาจะสูงถึง $1,699 แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์สำหรับมืออาชีพที่ต้องการความเร็วและความจุระดับสูงสุดในตลาดปัจจุบัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/owc-debuts-pcie-gen4-class-8tb-thunderbolt-5-external-ssd-the-largest-and-fastest-in-its-category-but-it-wont-be-cheap 🔐⚠️ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าถูกแฮกข้อมูลลูกค้ากว่า 1 ล้านราย Brightspeed หนึ่งในผู้ให้บริการไฟเบอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่กลุ่มแฮกเกอร์ Crimson Collective อ้างว่าขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 1 ล้านราย รวมถึงชื่อ อีเมล เบอร์โทร และข้อมูลการชำระเงินบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันเหตุการณ์ แต่ระบุว่ากำลังสืบสวนอย่างจริงจัง เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/one-of-the-largest-us-broadband-providers-investigates-breach 🤖🦵 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock รุ่นใหม่มี “ขา” ปีนบันไดได้จริง Roborock เปิดตัว Saros Rover หุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้นแบบที่มาพร้อมขาแบบสติลท์ สามารถปีนบันได หมุนตัวบนขั้นบันได เดินบนพื้นต่างระดับ และหลบสิ่งกีดขวางอย่างคล่องตัว แม้ยังเป็นต้นแบบที่ต้องปรับปรุง แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่สามารถทำงานในบ้านหลายระดับได้จริง และอาจเปลี่ยนมาตรฐานของตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/i-just-saw-roborocks-new-robot-vacuum-with-legs-and-its-going-to-make-no-go-zones-a-thing-of-the-past 🧠 AI Bubble – ฟองสบู่ที่แตกได้ แต่เทคโนโลยีไม่หายไป บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กระแสการลงทุนด้าน AI จะพองโตเกินจริงและอาจยุบตัวลงในไม่ช้า แต่ตัวเทคโนโลยีเองจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป เพราะ AI ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในองค์กรทั่วโลก โดยประเทศต่าง ๆ มีท่าทีต่อ AI แตกต่างกัน—สหรัฐฯ เร่งนวัตกรรม จีนเน้นลอกเลียนแบบ ส่วนยุโรปออกกฎเข้ม—และผู้ชนะในยุคนี้จะเป็นองค์กรที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพคน ไม่ใช่ลดคนทำงาน 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-ai-bubble-it-will-burst-but-ai-will-still-be-here 💡 Philips Hue SpatialAware – ระบบไฟอัจฉริยะที่เข้าใจตำแหน่งจริงในห้อง Philips Hue เปิดตัวฟีเจอร์ SpatialAware ที่ทำให้ระบบไฟสามารถรับรู้ตำแหน่งของหลอดไฟแต่ละดวงในห้องผ่านการสแกนด้วยกล้องมือถือ แล้วปรับโทนสีและความสว่างให้สมจริงขึ้น เช่น การจำลองแสงพระอาทิตย์ตกหรือท้องฟ้าสว่าง พร้อมอัปเดตให้ Bridge Pro รองรับอุปกรณ์มากขึ้น และเพิ่มความสามารถของผู้ช่วย AI รวมถึงรองรับ Apple Home ได้ดีขึ้น ทำให้บ้านอัจฉริยะมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-lights/the-philips-hue-app-can-now-customize-lighting-scenes-so-they-suit-the-layout-of-your-rooms 🖥️ Lenovo Yoga Mini i – พีซีทรงกระบอกจิ๋ว รองรับ 4 จอ พร้อมพลัง AI Lenovo เปิดตัว Yoga Mini i พีซีขนาดเล็กเพียง 600 กรัม แต่รองรับจอภายนอกได้ถึง 4 จอ ใช้ชิป Intel Core Ultra X7 พร้อม RAM สูงสุด 32GB และ SSD สูงสุด 2TB ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Copilot+ เพื่อรองรับงาน AI และมัลติทาสก์ได้ดี แม้จะไม่เล็กเท่า ThinkCentre M75n Nano รุ่นในตำนาน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้ต้องการพีซีพกพาที่ทำงานจริงจังได้ครบเครื่อง 🔗 https://www.techradar.com/pro/lenovo-adds-copilot-mac-mini-rival-to-yoga-product-line-but-i-am-so-disappointed-that-it-didnt-revive-the-nano-m75n-the-smallest-pc-ever 🚀 Lenovo ThinkCentre X Tower – เวิร์กสเตชันคู่ GPU พร้อมการ์ด AI 1TB ลึกลับ ThinkCentre X Tower รุ่นใหม่ของ Lenovo กลับมาพร้อมระบบรองรับ GPU คู่แบบ RTX 5060 Ti รวม VRAM 32GB เพื่อประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้ในเครื่องเดียว และยังมี “AI Fusion Card” ขนาด 1TB ที่ช่วยให้ทำ post-training โมเดลระดับ 70B parameters ได้ในเครื่อง พร้อมสเปกจัดเต็มทั้ง Intel Ultra 9, RAM สูงสุด 256GB และพื้นที่เก็บข้อมูล M.2 สูงสุด 6TB เหมาะสำหรับงาน AI inference และงานข้อมูลหนักระดับองค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/return-of-the-sli-lenovos-new-workstation-pc-supports-up-to-2-rtx-5060-ti-gpus-for-ai-inference-but-im-more-interested-in-the-secretive-1tb-ai-fusion-card 📱 Motorola Razr Fold – มือถือพับจอใหญ่ 8.1 นิ้ว พร้อมปากกาและกล้องจัดเต็ม Motorola เปิดตัว Razr Fold มือถือพับรุ่นใหม่ที่ขยายสู่ตลาดแท็บเล็ตพับได้ ด้วยหน้าจอใหญ่ 8.1 นิ้วและจอหน้าปก 6.6 นิ้ว รองรับปากกา Moto Pen Ultra ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่า Galaxy Fold 7 พร้อมชุดกล้อง 5 ตัว รวมถึงกล้องหน้า 20MP และกล้องเซลฟี่ 32MP ที่ให้ความยืดหยุ่นด้านการถ่ายภาพสูง แม้ยังไม่เปิดเผยสเปกชิปหรือราคา แต่ดีไซน์ ฟีเจอร์ AI และความสามารถด้านมัลติทาสก์ทำให้รุ่นนี้น่าจับตามองมากในตลาดพับได้ 🔗 https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/motorola-razr-fold-is-mostly-a-mystery-but-it-already-outdoes-the-galaxy-fold-7-in-one-key-way 🖥️ Nvidia เปิดตัว G‑Sync Pulsar: ยกระดับความคมชัดการเคลื่อนไหวสำหรับเกมเมอร์ Nvidia เผยโฉม G‑Sync Pulsar เทคโนโลยีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหา motion blur โดยใช้ระบบ backlight แบบแบ่งโซนและการสแกนแบบ rolling scan ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัดขึ้นอย่างมากจนการเล่นเกม 250fps ให้ความรู้สึกเหมือนจอ 1,000Hz พร้อมเปิดตัวในจอรุ่นใหม่จาก Acer, Asus, AOC และ MSI ในวันที่ 7 มกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ VRR รุ่นถัดไปสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูงสุด 🔗 https://www.techradar.com/computing/monitors/nvidias-new-g-sync-pulsar-update-for-motion-clarity-is-a-big-win-for-pc-gamers-and-heres-why 📱 Motorola Signature: เรือธงสุดแกร่งที่สเปกจัดเต็ม แต่ชิปยังไม่สุด Motorola เปิดตัว Motorola Signature สมาร์ทโฟนเรือธงดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมกล้อง 50MP ทั้งสี่ตัว หน้าจอ AMOLED 165Hz ความสว่างสูงสุด 6,200 nits แบต 5,200mAh และชาร์จเร็ว 90W พร้อมความทนทานระดับ IP68/IP69 แต่จุดอ่อนคือชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ยังไม่ใช่รุ่นท็อป ทำให้ประสิทธิภาพไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงคู่แข่งระดับไฮเอนด์ แม้โดยรวมยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความครบเครื่องและอัปเดตยาว 7 ปี 🔗 https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/the-motorola-signature-is-a-stunning-rugged-samsung-galaxy-s25-rival-with-one-unfortunate-weakness 🔐 เตือนภัย! แคมเปญมัลแวร์ใหม่ขโมยแชต AI ผ่านส่วนขยาย Chrome ปลอม นักวิจัยพบส่วนขยาย Chrome ปลอมสองตัวที่มีผู้ใช้รวมเกือบ 900,000 ราย แอบดึงข้อมูลการสนทนากับ AI และ URL ของแท็บทุก 30 นาที ส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม โดยปลอมตัวเป็นส่วนขยายยอดนิยมด้าน AI ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของส่วนขยายที่แม้จะอยู่ในร้านค้าอย่างเป็นทางการก็ยังอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรตรวจสอบสิทธิ์และความน่าเชื่อถือก่อนติดตั้งเสมอ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-new-malware-campaign-is-stealing-chat-logs-via-chrome-extensions ⚡ Intel Arc B390: iGPU ตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาเล่นเกมลื่นระดับสูงได้จริง Intel เปิดตัวชิป Core Ultra series 3 พร้อม iGPU Arc B390 ที่สร้างความประทับใจด้วยประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับสูง สามารถรันเกมอย่าง Battlefield 6 และ Dying Light: The Beast ที่ 1080p ด้วยเฟรมเรตสูงเกินคาด แม้ไม่มีการ์ดจอแยก ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาในปี 2026 กลายเป็นตัวเลือกที่เล่นเกมได้จริงจังมากขึ้น และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด ultrabook ที่ต้องการทั้งความบางและพลังกราฟิกในตัวเดียว 🔗 https://www.techradar.com/computing/cpu/the-intel-core-ultra-series-3-processors-look-impressive-enough-but-the-arc-b390-igpu-is-the-real-game-changer-here 🎙️ เสียงชัดคือหัวใจของการทำงานร่วมกับ AI — ถ้า AI ฟังคุณไม่ได้ มันก็ช่วยคุณไม่ได้ บทความชี้ให้เห็นว่าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน การมีระบบเสียงที่คมชัดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ AI ต้องอาศัยเสียงที่ถูกต้องเพื่อประมวลผล ฟังอารมณ์ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทั้งในการประชุม การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันระหว่างทีมทั่วโลก องค์กรที่ลงทุนในไมโครโฟนและระบบประมวลผลเสียงคุณภาพสูงจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ลดความผิดพลาด และปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/if-ai-cant-hear-you-it-cant-help-you-why-clear-audio-drives-real-productivity
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 287 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260107 #securityonline


    NVIDIA เปิดตัว G‑SYNC Pulsar และ DLSS 4.5: ก้าวกระโดดสู่ภาพลื่นระดับ 1000Hz
    NVIDIA เผยโฉมเทคโนโลยี G‑SYNC Pulsar ที่ยกระดับความคมชัดของภาพเคลื่อนไหวให้เทียบเท่าจอ 1000Hz ผ่านเทคนิค Rolling Scan และระบบควบคุมแสงแบบอัจฉริยะ พร้อมเปิดตัว DLSS 4.5 ที่เพิ่มเฟรมเรตได้สูงสุด 6 เท่าและลดปัญหา ghosting อย่างเห็นผล รวมถึงโชว์การใช้งาน ACE AI Assistant ในเกมจริงครั้งแรก ทำให้การเล่นเกมยุคใหม่ทั้งลื่น คม และฉลาดขึ้นอย่างชัดเจน
    https://securityonline.info/the-1000hz-illusion-nvidia-unveils-g-sync-pulsar-and-dlss-4-5-at-ces-2026

    Qualcomm เปิดตัว Agentic AI และแพลตฟอร์ม Dual‑Elite: สมองกลางของรถยนต์ยุคใหม่
    Qualcomm ประกาศความร่วมมือเชิงลึกกับ Google พร้อมเปิดตัวสถาปัตยกรรม Agentic AI และคอนโทรลเลอร์แบบ Dual Snapdragon Elite ที่รวมสมองกลรถยนต์ทุกระบบไว้ในศูนย์กลางเดียว รองรับทั้งจอหลายชุด กล้องจำนวนมาก และระบบขับขี่อัตโนมัติระดับสูง โดยมี Leapmotor และ Toyota เป็นพันธมิตรรายแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ที่คิด วิเคราะห์ และตอบสนองได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น
    https://securityonline.info/the-central-brain-qualcomm-unveils-agentic-ai-and-dual-elite-platforms-at-ces-2026

    Boston Dynamics จับมือ Google DeepMind สร้าง Atlas รุ่นใหม่ที่ทั้ง “คิดเป็นและเคลื่อนไหวเหนือมนุษย์”
    Boston Dynamics และ Google DeepMind ผนึกกำลังนำโมเดล Gemini Robotics มาเสริมสมองให้หุ่นยนต์ Atlas รุ่นใหม่ที่มีความแข็งแรงระดับยกของ 50 กก. พร้อมความสามารถด้านการรับรู้และเหตุผลขั้นสูง โดย Hyundai เตรียมนำไปทดสอบในสายการผลิตจริงภายในปีนี้ เป้าหมายคือหุ่นยนต์ที่ทั้งคล่องตัวและฉลาดพอสำหรับงานอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้
    https://securityonline.info/brain-meets-brawn-boston-dynamics-and-google-deepmind-unite-for-the-new-atlas

    “รถยนต์ 10 ปี” ของ Qualcomm x Google: ยุคใหม่ของรถที่อัปเดตได้เหมือนสมาร์ตโฟน
    Qualcomm และ Google เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์แบบ Software‑Defined Vehicle ผ่านการผสาน Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบคลาวด์ของ Google ทำให้รถสามารถอัปเดตฟีเจอร์ได้ยาวนานถึง 10 ปี รองรับ AI ผู้ช่วยในรถแบบเรียลไทม์ และเปิดให้พัฒนาแอปบน vSoC ผ่านคลาวด์โดยไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์จริง ถือเป็นก้าวสำคัญสู่รถยนต์ที่ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุการใช้งาน
    https://securityonline.info/the-ten-year-car-qualcomm-and-google-unveil-the-future-of-ai-powered-mobility

    MediaTek เปิดตัว Filogic 8000: ชิป Wi‑Fi 8 ที่เน้นความเสถียรมากกว่าความเร็ว
    MediaTek เปิดตัวแพลตฟอร์ม Wi‑Fi 8 Filogic 8000 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีอุปกรณ์หนาแน่นและงาน AI‑intensive โดยเน้นความเสถียร ความหน่วงต่ำ และประสิทธิภาพการใช้งานจริงมากกว่าความเร็วสูงสุด ด้วยเทคโนโลยี Multi‑AP Coordination, Spectral Efficiency และ Long‑Range Enhancement ทำให้เหมาะกับบ้านอัจฉริยะ องค์กร และอุปกรณ์ยุคใหม่ที่ต้องการการเชื่อมต่อที่ไม่สะดุดแม้ในพื้นที่แออัด
    https://securityonline.info/reliability-over-speed-mediatek-debuts-filogic-8000-to-power-the-wi-fi-8-revolution

    Google อุดช่องโหว่ WebView รุนแรงใน Chrome 143
    Google ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งสำคัญให้ Chrome เวอร์ชัน 143 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับรุนแรง CVE-2026-0628 ซึ่งเกิดจากการบังคับใช้นโยบายใน WebView ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้โจมตีอาจหลุดออกจาก sandbox และเลี่ยงข้อจำกัดด้านความปลอดภัยได้ โดยช่องโหว่นี้ถูกรายงานตั้งแต่ปลายปี 2025 และ Google จำกัดการเปิดเผยรายละเอียดจนกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอัปเดตเพื่อป้องกันการย้อนรอยโจมตี
    https://securityonline.info/google-patches-high-severity-webview-flaw-in-chrome-143

    ช่องโหว่ Forcepoint DLP เปิดทางรันโค้ดผ่าน Python ที่ถูกจำกัด
    พบช่องโหว่ CVE-2025-14026 ใน Forcepoint One DLP Client ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถกู้คืนความสามารถของ Python ที่ถูกจำกัดไว้ และโหลด ctypes กลับมาใช้งานเพื่อรันโค้ดอันตรายได้ ส่งผลให้สามารถปิดระบบป้องกันข้อมูลหรือดัดแปลงพฤติกรรมของไคลเอนต์ได้ โดย Forcepoint แก้ปัญหาด้วยการลบ Python runtime ออกจากเวอร์ชันใหม่ทั้งหมด
    https://securityonline.info/cve-2025-14026-forcepoint-dlp-flaw-lets-attackers-unchain-restricted-python

    แคมเปญ PHALT#BLYX หลอกโรงแรมด้วย BSOD ปลอมเพื่อติดตั้ง DCRat
    แคมเปญโจมตี PHALT#BLYX ใช้การหลอกลวงแบบ “click-fix” ผ่านอีเมลปลอมจาก Booking.com พาเหยื่อไปหน้า CAPTCHA ปลอมที่นำไปสู่ Blue Screen ปลอม ก่อนหลอกให้รัน PowerShell เพื่อติดตั้งมัลแวร์ DCRat และ AsyncRAT โดยใช้เครื่องมือ Windows จริงเพื่อหลบการตรวจจับ พร้อมพบร่องรอยเชื่อมโยงกลุ่มผู้โจมตีที่ใช้ภาษารัสเซีย
    https://securityonline.info/the-clickfix-trap-phaltblyx-targets-hotels-with-fake-blue-screens-and-dcrat

    Utility ชื่อดังในจีนถูกแอบฝังปลั๊กอิน Mltab เพื่อดักข้อมูลเบราว์เซอร์
    เครื่องมือ Office Assistant ที่นิยมในจีนถูกพบว่าถูกฝังโค้ดอันตรายตั้งแต่ปี 2024 โดยโหลดปลั๊กอิน Mltab ที่มีลายเซ็นดิจิทัลปลอมเพื่อดักข้อมูลผู้ใช้และเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิก รวมถึงแก้ไขหน้า New Tab และลิงก์ต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้จากการรีไดเรกต์ โดยมีผู้ติดเชื้อเกือบหนึ่งล้านเครื่อง และปลั๊กอินยังคงอยู่ใน Edge Add-on Store ในช่วงเวลาที่รายงาน
    https://securityonline.info/popular-chinese-utility-hijacked-to-deploy-browser-malware

    ช่องโหว่ Dify ทำ API Key หลุดแบบ plaintext ให้ผู้ใช้ทั่วไปเห็นได้
    แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส Dify พบช่องโหว่ CVE-2025-67732 ที่ทำให้ API key ของผู้ให้บริการโมเดล เช่น OpenAI ถูกส่งกลับไปยัง frontend แบบไม่ปิดบัง ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่แอดมินสามารถดึงคีย์ไปใช้สร้างค่าใช้จ่ายหรือเข้าถึงบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทีมพัฒนาได้แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 1.11.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที
    https://securityonline.info/cve-2025-67732-dify-patch-fixes-high-severity-plaintext-api-key-exposure

    wolfSSH พบช่องโหว่ตรรกะร้ายแรงทำรหัสผ่านลูกค้ารั่วแบบไม่เข้ารหัส
    รายงานเตือนภัยล่าสุดเผยว่า wolfSSH มีช่องโหว่ด้านตรรกะที่ทำให้รหัสผ่านของผู้ใช้ถูกส่งแบบข้อความล้วน ซึ่งอาจถูกดักจับได้ง่ายในสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย โดยช่องโหว่นี้กระทบระบบที่ใช้ SCP/SSH และอุปกรณ์ embedded หลายประเภท ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องตรวจสอบการใช้งานและอัปเดตการตั้งค่าความปลอดภัยทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีแบบดักฟังหรือสอดแนมข้อมูลสำคัญขององค์กร
    https://securityonline.info/wolfssh-alert-critical-logic-flaw-exposes-client-passwords-in-clear-text

    Microsoft เตือนภัยการปลอมโดเมนภายในพุ่งสูง ใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมล
    Microsoft รายงานว่ามีการโจมตีฟิชชิงรูปแบบใหม่ที่ปลอมอีเมลให้เหมือนส่งมาจากภายในองค์กร โดยอาศัยการตั้งค่า MX และ DMARC ที่ผิดพลาดในระบบที่ไม่ได้ชี้ตรงไปยัง Office 365 ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งอีเมลปลอมที่ดูน่าเชื่อถือมาก พร้อมแนบไฟล์ปลอม เช่น ใบแจ้งหนี้หรือเอกสารภาษี เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินหรือกรอกข้อมูลสำคัญ ซึ่ง Microsoft แนะนำให้องค์กรตั้งค่า DMARC แบบ reject และ SPF แบบ hard fail เพื่อปิดช่องโหว่นี้ทันที
    https://securityonline.info/microsoft-warns-of-surge-in-internal-domain-spoofing

    ช่องโหว่ RCE ร้ายแรงโจมตีเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า แก้ไขไม่ได้อีกต่อไป
    พบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ที่เปิดให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลบนเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว โดยเกิดจากการตรวจสอบข้อมูลใน dnscfg.cgi ที่ไม่รัดกุม ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งคำสั่งระบบได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีรายงานว่าถูกใช้โจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ทำให้ผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เท่านั้นเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขใด ๆ อีกต่อไป
    https://securityonline.info/cve-2026-0625-critical-actively-exploited-rce-hits-unpatchable-d-link-routers

    TOTOLINK EX200 เปิด Telnet root เองเมื่ออัปเดตเฟิร์มแวร์ผิดพลาด
    ช่องโหว่ CVE-2025-65606 ถูกพบใน TOTOLINK EX200 ซึ่งเมื่ออัปโหลดไฟล์เฟิร์มแวร์ที่ผิดรูปแบบ อุปกรณ์จะเข้าสู่โหมดผิดปกติและเปิดบริการ Telnet ด้วยสิทธิ์ root โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ทำให้ผู้โจมตีที่เข้าถึงหน้าเว็บจัดการได้สามารถยกระดับสิทธิ์เป็นผู้ควบคุมระบบเต็มรูปแบบ และเนื่องจากอุปกรณ์หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ผู้ใช้ควรเลิกใช้งานหรือแยกเครือข่ายอย่างเข้มงวดทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงร้ายแรง
    https://securityonline.info/cve-2025-65606-totolink-ex200-error-opens-root-telnet-door

    n8n พบช่องโหว่ CVSS 10.0 เปิดทางยึดระบบเต็มรูปแบบผ่านการเขียนไฟล์
    แพลตฟอร์ม workflow automation อย่าง n8n ประกาศเตือนช่องโหว่ร้ายแรง CVE-2026-21877 ที่เปิดให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถเขียนไฟล์อันตรายลงระบบและสั่งรันโค้ดได้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถยึดระบบทั้งเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที โดยคาดว่าช่องโหว่มาจากฟีเจอร์ Git node ซึ่งแนะนำให้ปิดการใช้งานชั่วคราวหากยังไม่สามารถอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.3 หรือใหม่กว่าได้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้หลายคนร่วมกัน
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/cvss-10-0-alert-critical-n8n-flaw-cve-2026-21877-grants-total-control
    📌🔐🟢 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟢🔐📌 #รวมข่าวIT #20260107 #securityonline ⚡ NVIDIA เปิดตัว G‑SYNC Pulsar และ DLSS 4.5: ก้าวกระโดดสู่ภาพลื่นระดับ 1000Hz NVIDIA เผยโฉมเทคโนโลยี G‑SYNC Pulsar ที่ยกระดับความคมชัดของภาพเคลื่อนไหวให้เทียบเท่าจอ 1000Hz ผ่านเทคนิค Rolling Scan และระบบควบคุมแสงแบบอัจฉริยะ พร้อมเปิดตัว DLSS 4.5 ที่เพิ่มเฟรมเรตได้สูงสุด 6 เท่าและลดปัญหา ghosting อย่างเห็นผล รวมถึงโชว์การใช้งาน ACE AI Assistant ในเกมจริงครั้งแรก ทำให้การเล่นเกมยุคใหม่ทั้งลื่น คม และฉลาดขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://securityonline.info/the-1000hz-illusion-nvidia-unveils-g-sync-pulsar-and-dlss-4-5-at-ces-2026 🚗🧠 Qualcomm เปิดตัว Agentic AI และแพลตฟอร์ม Dual‑Elite: สมองกลางของรถยนต์ยุคใหม่ Qualcomm ประกาศความร่วมมือเชิงลึกกับ Google พร้อมเปิดตัวสถาปัตยกรรม Agentic AI และคอนโทรลเลอร์แบบ Dual Snapdragon Elite ที่รวมสมองกลรถยนต์ทุกระบบไว้ในศูนย์กลางเดียว รองรับทั้งจอหลายชุด กล้องจำนวนมาก และระบบขับขี่อัตโนมัติระดับสูง โดยมี Leapmotor และ Toyota เป็นพันธมิตรรายแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ที่คิด วิเคราะห์ และตอบสนองได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/the-central-brain-qualcomm-unveils-agentic-ai-and-dual-elite-platforms-at-ces-2026 🤖✨ Boston Dynamics จับมือ Google DeepMind สร้าง Atlas รุ่นใหม่ที่ทั้ง “คิดเป็นและเคลื่อนไหวเหนือมนุษย์” Boston Dynamics และ Google DeepMind ผนึกกำลังนำโมเดล Gemini Robotics มาเสริมสมองให้หุ่นยนต์ Atlas รุ่นใหม่ที่มีความแข็งแรงระดับยกของ 50 กก. พร้อมความสามารถด้านการรับรู้และเหตุผลขั้นสูง โดย Hyundai เตรียมนำไปทดสอบในสายการผลิตจริงภายในปีนี้ เป้าหมายคือหุ่นยนต์ที่ทั้งคล่องตัวและฉลาดพอสำหรับงานอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้ 🔗 https://securityonline.info/brain-meets-brawn-boston-dynamics-and-google-deepmind-unite-for-the-new-atlas 🚘🌐 “รถยนต์ 10 ปี” ของ Qualcomm x Google: ยุคใหม่ของรถที่อัปเดตได้เหมือนสมาร์ตโฟน Qualcomm และ Google เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์แบบ Software‑Defined Vehicle ผ่านการผสาน Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบคลาวด์ของ Google ทำให้รถสามารถอัปเดตฟีเจอร์ได้ยาวนานถึง 10 ปี รองรับ AI ผู้ช่วยในรถแบบเรียลไทม์ และเปิดให้พัฒนาแอปบน vSoC ผ่านคลาวด์โดยไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์จริง ถือเป็นก้าวสำคัญสู่รถยนต์ที่ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุการใช้งาน 🔗 https://securityonline.info/the-ten-year-car-qualcomm-and-google-unveil-the-future-of-ai-powered-mobility 📶🚀 MediaTek เปิดตัว Filogic 8000: ชิป Wi‑Fi 8 ที่เน้นความเสถียรมากกว่าความเร็ว MediaTek เปิดตัวแพลตฟอร์ม Wi‑Fi 8 Filogic 8000 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีอุปกรณ์หนาแน่นและงาน AI‑intensive โดยเน้นความเสถียร ความหน่วงต่ำ และประสิทธิภาพการใช้งานจริงมากกว่าความเร็วสูงสุด ด้วยเทคโนโลยี Multi‑AP Coordination, Spectral Efficiency และ Long‑Range Enhancement ทำให้เหมาะกับบ้านอัจฉริยะ องค์กร และอุปกรณ์ยุคใหม่ที่ต้องการการเชื่อมต่อที่ไม่สะดุดแม้ในพื้นที่แออัด 🔗 https://securityonline.info/reliability-over-speed-mediatek-debuts-filogic-8000-to-power-the-wi-fi-8-revolution 🛡️ Google อุดช่องโหว่ WebView รุนแรงใน Chrome 143 Google ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งสำคัญให้ Chrome เวอร์ชัน 143 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับรุนแรง CVE-2026-0628 ซึ่งเกิดจากการบังคับใช้นโยบายใน WebView ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้โจมตีอาจหลุดออกจาก sandbox และเลี่ยงข้อจำกัดด้านความปลอดภัยได้ โดยช่องโหว่นี้ถูกรายงานตั้งแต่ปลายปี 2025 และ Google จำกัดการเปิดเผยรายละเอียดจนกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอัปเดตเพื่อป้องกันการย้อนรอยโจมตี 🔗 https://securityonline.info/google-patches-high-severity-webview-flaw-in-chrome-143 🐍🔓 ช่องโหว่ Forcepoint DLP เปิดทางรันโค้ดผ่าน Python ที่ถูกจำกัด พบช่องโหว่ CVE-2025-14026 ใน Forcepoint One DLP Client ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถกู้คืนความสามารถของ Python ที่ถูกจำกัดไว้ และโหลด ctypes กลับมาใช้งานเพื่อรันโค้ดอันตรายได้ ส่งผลให้สามารถปิดระบบป้องกันข้อมูลหรือดัดแปลงพฤติกรรมของไคลเอนต์ได้ โดย Forcepoint แก้ปัญหาด้วยการลบ Python runtime ออกจากเวอร์ชันใหม่ทั้งหมด 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-14026-forcepoint-dlp-flaw-lets-attackers-unchain-restricted-python 🏨💀 แคมเปญ PHALT#BLYX หลอกโรงแรมด้วย BSOD ปลอมเพื่อติดตั้ง DCRat แคมเปญโจมตี PHALT#BLYX ใช้การหลอกลวงแบบ “click-fix” ผ่านอีเมลปลอมจาก Booking.com พาเหยื่อไปหน้า CAPTCHA ปลอมที่นำไปสู่ Blue Screen ปลอม ก่อนหลอกให้รัน PowerShell เพื่อติดตั้งมัลแวร์ DCRat และ AsyncRAT โดยใช้เครื่องมือ Windows จริงเพื่อหลบการตรวจจับ พร้อมพบร่องรอยเชื่อมโยงกลุ่มผู้โจมตีที่ใช้ภาษารัสเซีย 🔗 https://securityonline.info/the-clickfix-trap-phaltblyx-targets-hotels-with-fake-blue-screens-and-dcrat 🧰🕵️‍♂️ Utility ชื่อดังในจีนถูกแอบฝังปลั๊กอิน Mltab เพื่อดักข้อมูลเบราว์เซอร์ เครื่องมือ Office Assistant ที่นิยมในจีนถูกพบว่าถูกฝังโค้ดอันตรายตั้งแต่ปี 2024 โดยโหลดปลั๊กอิน Mltab ที่มีลายเซ็นดิจิทัลปลอมเพื่อดักข้อมูลผู้ใช้และเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิก รวมถึงแก้ไขหน้า New Tab และลิงก์ต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้จากการรีไดเรกต์ โดยมีผู้ติดเชื้อเกือบหนึ่งล้านเครื่อง และปลั๊กอินยังคงอยู่ใน Edge Add-on Store ในช่วงเวลาที่รายงาน 🔗 https://securityonline.info/popular-chinese-utility-hijacked-to-deploy-browser-malware 🔑⚠️ ช่องโหว่ Dify ทำ API Key หลุดแบบ plaintext ให้ผู้ใช้ทั่วไปเห็นได้ แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส Dify พบช่องโหว่ CVE-2025-67732 ที่ทำให้ API key ของผู้ให้บริการโมเดล เช่น OpenAI ถูกส่งกลับไปยัง frontend แบบไม่ปิดบัง ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่แอดมินสามารถดึงคีย์ไปใช้สร้างค่าใช้จ่ายหรือเข้าถึงบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทีมพัฒนาได้แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 1.11.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-67732-dify-patch-fixes-high-severity-plaintext-api-key-exposure 🔐 wolfSSH พบช่องโหว่ตรรกะร้ายแรงทำรหัสผ่านลูกค้ารั่วแบบไม่เข้ารหัส รายงานเตือนภัยล่าสุดเผยว่า wolfSSH มีช่องโหว่ด้านตรรกะที่ทำให้รหัสผ่านของผู้ใช้ถูกส่งแบบข้อความล้วน ซึ่งอาจถูกดักจับได้ง่ายในสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย โดยช่องโหว่นี้กระทบระบบที่ใช้ SCP/SSH และอุปกรณ์ embedded หลายประเภท ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องตรวจสอบการใช้งานและอัปเดตการตั้งค่าความปลอดภัยทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีแบบดักฟังหรือสอดแนมข้อมูลสำคัญขององค์กร 🔗 https://securityonline.info/wolfssh-alert-critical-logic-flaw-exposes-client-passwords-in-clear-text 📧 Microsoft เตือนภัยการปลอมโดเมนภายในพุ่งสูง ใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมล Microsoft รายงานว่ามีการโจมตีฟิชชิงรูปแบบใหม่ที่ปลอมอีเมลให้เหมือนส่งมาจากภายในองค์กร โดยอาศัยการตั้งค่า MX และ DMARC ที่ผิดพลาดในระบบที่ไม่ได้ชี้ตรงไปยัง Office 365 ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งอีเมลปลอมที่ดูน่าเชื่อถือมาก พร้อมแนบไฟล์ปลอม เช่น ใบแจ้งหนี้หรือเอกสารภาษี เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินหรือกรอกข้อมูลสำคัญ ซึ่ง Microsoft แนะนำให้องค์กรตั้งค่า DMARC แบบ reject และ SPF แบบ hard fail เพื่อปิดช่องโหว่นี้ทันที 🔗 https://securityonline.info/microsoft-warns-of-surge-in-internal-domain-spoofing 📡 ช่องโหว่ RCE ร้ายแรงโจมตีเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า แก้ไขไม่ได้อีกต่อไป พบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ที่เปิดให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลบนเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว โดยเกิดจากการตรวจสอบข้อมูลใน dnscfg.cgi ที่ไม่รัดกุม ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งคำสั่งระบบได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีรายงานว่าถูกใช้โจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ทำให้ผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เท่านั้นเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขใด ๆ อีกต่อไป 🔗 https://securityonline.info/cve-2026-0625-critical-actively-exploited-rce-hits-unpatchable-d-link-routers 📶 TOTOLINK EX200 เปิด Telnet root เองเมื่ออัปเดตเฟิร์มแวร์ผิดพลาด ช่องโหว่ CVE-2025-65606 ถูกพบใน TOTOLINK EX200 ซึ่งเมื่ออัปโหลดไฟล์เฟิร์มแวร์ที่ผิดรูปแบบ อุปกรณ์จะเข้าสู่โหมดผิดปกติและเปิดบริการ Telnet ด้วยสิทธิ์ root โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ทำให้ผู้โจมตีที่เข้าถึงหน้าเว็บจัดการได้สามารถยกระดับสิทธิ์เป็นผู้ควบคุมระบบเต็มรูปแบบ และเนื่องจากอุปกรณ์หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ผู้ใช้ควรเลิกใช้งานหรือแยกเครือข่ายอย่างเข้มงวดทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงร้ายแรง 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-65606-totolink-ex200-error-opens-root-telnet-door ⚠️ n8n พบช่องโหว่ CVSS 10.0 เปิดทางยึดระบบเต็มรูปแบบผ่านการเขียนไฟล์ แพลตฟอร์ม workflow automation อย่าง n8n ประกาศเตือนช่องโหว่ร้ายแรง CVE-2026-21877 ที่เปิดให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถเขียนไฟล์อันตรายลงระบบและสั่งรันโค้ดได้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถยึดระบบทั้งเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที โดยคาดว่าช่องโหว่มาจากฟีเจอร์ Git node ซึ่งแนะนำให้ปิดการใช้งานชั่วคราวหากยังไม่สามารถอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.3 หรือใหม่กว่าได้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้หลายคนร่วมกัน ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/cvss-10-0-alert-critical-n8n-flaw-cve-2026-21877-grants-total-control
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 176 มุมมอง 0 รีวิว
  • Pebble Round 2 กลับมาแล้ว! บางเฉียบเหมือนเดิม แต่จอใหญ่ขึ้น แบตอึดขึ้น และยังคงความเป็น Pebble แบบต้นฉบับ

    Pebble เปิดตัว Pebble Round 2 อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการคืนชีพหนึ่งในนาฬิกาที่แฟน ๆ รอคอยมากที่สุดตั้งแต่ยุค Pebble Time Round ปี 2015 รุ่นใหม่ยังคงความบางเฉียบเหมือนเดิม แต่แก้ปัญหาใหญ่ของรุ่นก่อนทั้งหมด ทั้งเรื่องแบตเตอรี่ที่สั้นและขอบจอที่หนาเกินไป โดย Pebble Round 2 มาพร้อม จอ e‑paper สีขนาด 1.3 นิ้วแบบไร้ขอบ, แบตใช้งานได้ ประมาณ 2 สัปดาห์, ตัวเรือนสเตนเลส และยังคงใช้ PebbleOS แบบโอเพ่นซอร์ส ที่แฟน ๆ ชื่นชอบ

    Pebble Round 2 ยังรองรับปุ่มกด 4 ปุ่มแบบดั้งเดิม พร้อมทัชสกรีนที่ “ไม่จำเป็นต้องใช้” ทำให้ยังคงความเป็นนาฬิกาที่ใช้งานง่ายแม้ไม่ต้องมองจอ นอกจากนี้ยังมีไมโครโฟนคู่สำหรับสั่งงาน AI และตอบข้อความ (Android พร้อมใช้ทันที ส่วน iOS จะตามมาใน EU) พร้อมฟีเจอร์พื้นฐานอย่างนับก้าว นอน และแสงไฟพื้นหลัง

    Pebble ระบุว่าการพัฒนารุ่นนี้ง่ายขึ้นมากเพราะนำดีไซน์ไฟฟ้าจาก Pebble Time 2 และโครงสร้างจาก Pebble Time Round มาผสมกับ PebbleOS ที่เป็นโอเพ่นซอร์ส ทำให้ทีมสามารถทำให้ระบบทำงานได้ภายใน “ไม่กี่วัน” หลังเริ่มโปรเจกต์ในเดือนมีนาคม 2025 ตอนนี้ Pebble Round 2 อยู่ในขั้น DVT (Design Verification Test) และพร้อมให้พรีออเดอร์ในราคา $199 โดยจะเริ่มส่งมอบในเดือน พฤษภาคม 2026

    Pebble ยังเปิดตัวสายแบบใหม่หลายแบบ ทั้งซิลิโคนและหนัง พร้อมรองรับสายมาตรฐาน 14mm และ 20mm ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ตามใจ และยังเชิญชวนแฟน ๆ ไปชมตัวจริงที่บูธ Pebble ในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัสอีกด้วย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ไฮไลต์ของ Pebble Round 2
    จอ 1.3" color e‑paper แบบไร้ขอบ
    แบตอึด ประมาณ 2 สัปดาห์
    บางเฉียบเพียง 8.1 มม.
    ตัวเรือนสเตนเลส 3 สี: ดำ / เงิน / โรสโกลด์
    รองรับ iOS และ Android
    ใช้ PebbleOS แบบโอเพ่นซอร์ส

    ข้อควรรู้
    ไม่ใช่นาฬิกาเน้นฟิตเนส (มีแค่ก้าว & นอน)
    iOS รองรับไมโครโฟนเฉพาะใน EU ช่วงแรก
    ยังอยู่ในขั้น DVT อาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนผลิตจริง

    ตัวเลือกและอุปกรณ์เสริม
    มี 4 รุ่น: Black 20mm / Silver 20mm / Silver 14mm / Rose Gold 14mm
    รองรับสายมาตรฐาน 14mm และ 20mm
    มีสายซิลิโคนและหนังแบบใหม่

    สิ่งที่ต้องระวัง
    ต้องเลือกขนาดสายให้ตรงกับรุ่น (14mm ↔ 20mm ใช้แทนกันไม่ได้)
    รุ่น 14mm อาจมีตัวเลือกสายน้อยกว่า

    สถานะการผลิตและการเปิดตัว
    เริ่มพัฒนาเดือนมีนาคม 2025
    ตอนนี้อยู่ในขั้น DVT
    พรีออเดอร์ราคา $199
    ส่งมอบ พฤษภาคม 2026
    โชว์ตัวจริงที่ CES 2026

    ความเสี่ยงก่อนวางขายจริง
    สเปกอาจมีการปรับเล็กน้อยในขั้น EVT/PVT
    จำนวนผลิตล็อตแรกอาจจำกัด

    https://repebble.com/blog/pebble-round-2-the-most-stylish-pebble-ever
    🕒✨ Pebble Round 2 กลับมาแล้ว! บางเฉียบเหมือนเดิม แต่จอใหญ่ขึ้น แบตอึดขึ้น และยังคงความเป็น Pebble แบบต้นฉบับ Pebble เปิดตัว Pebble Round 2 อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการคืนชีพหนึ่งในนาฬิกาที่แฟน ๆ รอคอยมากที่สุดตั้งแต่ยุค Pebble Time Round ปี 2015 รุ่นใหม่ยังคงความบางเฉียบเหมือนเดิม แต่แก้ปัญหาใหญ่ของรุ่นก่อนทั้งหมด ทั้งเรื่องแบตเตอรี่ที่สั้นและขอบจอที่หนาเกินไป โดย Pebble Round 2 มาพร้อม จอ e‑paper สีขนาด 1.3 นิ้วแบบไร้ขอบ, แบตใช้งานได้ ประมาณ 2 สัปดาห์, ตัวเรือนสเตนเลส และยังคงใช้ PebbleOS แบบโอเพ่นซอร์ส ที่แฟน ๆ ชื่นชอบ Pebble Round 2 ยังรองรับปุ่มกด 4 ปุ่มแบบดั้งเดิม พร้อมทัชสกรีนที่ “ไม่จำเป็นต้องใช้” ทำให้ยังคงความเป็นนาฬิกาที่ใช้งานง่ายแม้ไม่ต้องมองจอ นอกจากนี้ยังมีไมโครโฟนคู่สำหรับสั่งงาน AI และตอบข้อความ (Android พร้อมใช้ทันที ส่วน iOS จะตามมาใน EU) พร้อมฟีเจอร์พื้นฐานอย่างนับก้าว นอน และแสงไฟพื้นหลัง Pebble ระบุว่าการพัฒนารุ่นนี้ง่ายขึ้นมากเพราะนำดีไซน์ไฟฟ้าจาก Pebble Time 2 และโครงสร้างจาก Pebble Time Round มาผสมกับ PebbleOS ที่เป็นโอเพ่นซอร์ส ทำให้ทีมสามารถทำให้ระบบทำงานได้ภายใน “ไม่กี่วัน” หลังเริ่มโปรเจกต์ในเดือนมีนาคม 2025 ตอนนี้ Pebble Round 2 อยู่ในขั้น DVT (Design Verification Test) และพร้อมให้พรีออเดอร์ในราคา $199 โดยจะเริ่มส่งมอบในเดือน พฤษภาคม 2026 Pebble ยังเปิดตัวสายแบบใหม่หลายแบบ ทั้งซิลิโคนและหนัง พร้อมรองรับสายมาตรฐาน 14mm และ 20mm ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ตามใจ และยังเชิญชวนแฟน ๆ ไปชมตัวจริงที่บูธ Pebble ในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัสอีกด้วย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ไฮไลต์ของ Pebble Round 2 ➡️ จอ 1.3" color e‑paper แบบไร้ขอบ ➡️ แบตอึด ประมาณ 2 สัปดาห์ ➡️ บางเฉียบเพียง 8.1 มม. ➡️ ตัวเรือนสเตนเลส 3 สี: ดำ / เงิน / โรสโกลด์ ➡️ รองรับ iOS และ Android ➡️ ใช้ PebbleOS แบบโอเพ่นซอร์ส ‼️ ข้อควรรู้ ⛔ ไม่ใช่นาฬิกาเน้นฟิตเนส (มีแค่ก้าว & นอน) ⛔ iOS รองรับไมโครโฟนเฉพาะใน EU ช่วงแรก ⛔ ยังอยู่ในขั้น DVT อาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนผลิตจริง ✅ ตัวเลือกและอุปกรณ์เสริม ➡️ มี 4 รุ่น: Black 20mm / Silver 20mm / Silver 14mm / Rose Gold 14mm ➡️ รองรับสายมาตรฐาน 14mm และ 20mm ➡️ มีสายซิลิโคนและหนังแบบใหม่ ‼️ สิ่งที่ต้องระวัง ⛔ ต้องเลือกขนาดสายให้ตรงกับรุ่น (14mm ↔ 20mm ใช้แทนกันไม่ได้) ⛔ รุ่น 14mm อาจมีตัวเลือกสายน้อยกว่า ✅ สถานะการผลิตและการเปิดตัว ➡️ เริ่มพัฒนาเดือนมีนาคม 2025 ➡️ ตอนนี้อยู่ในขั้น DVT ➡️ พรีออเดอร์ราคา $199 ➡️ ส่งมอบ พฤษภาคม 2026 ➡️ โชว์ตัวจริงที่ CES 2026 ‼️ ความเสี่ยงก่อนวางขายจริง ⛔ สเปกอาจมีการปรับเล็กน้อยในขั้น EVT/PVT ⛔ จำนวนผลิตล็อตแรกอาจจำกัด https://repebble.com/blog/pebble-round-2-the-most-stylish-pebble-ever
    REPEBBLE.COM
    Pebble Round 2 - The Most Stylish Pebble Ever
    Pebble Round 2 - The Most Stylish Pebble Ever
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 90 มุมมอง 0 รีวิว
  • AWS ปรับขึ้นราคา GPU Capacity Blocks 15% แบบเงียบ ๆ — เขย่าวงการคลาวด์ ML ทั่วโลก

    AWS ได้ปรับขึ้นราคา EC2 Capacity Blocks for ML ประมาณ 15% แบบไม่ประกาศล่วงหน้า และที่สำคัญคือทำในวันเสาร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายองค์กรไม่ทันสังเกต การขึ้นราคานี้ส่งผลโดยตรงต่อผู้ใช้งาน GPU สำหรับงาน Machine Learning ระดับองค์กร โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการการันตี GPU สำหรับงานเทรนนิ่งที่ต้องใช้เวลานานและไม่สามารถเสี่ยงกับ Spot Instance ได้

    ราคาของอินสแตนซ์ยอดนิยมอย่าง p5e.48xlarge (8× NVIDIA H200) เพิ่มจาก $34.61 → $39.80 ต่อชั่วโมง ส่วน p5en.48xlarge เพิ่มจาก $36.18 → $41.61 และในบางภูมิภาค เช่น US West (N. California) ราคาพุ่งสูงกว่านั้นอีก การขึ้นราคานี้เกิดขึ้นเพียง 7 เดือนหลังจาก AWS เคยประกาศ “ลดราคา GPU สูงสุด 45%” แต่ครั้งนั้นเป็นการลดเฉพาะ On‑Demand และ Savings Plans ไม่ใช่ Capacity Blocks

    AWS ระบุว่าการขึ้นราคาครั้งนี้สะท้อน “อุปสงค์‑อุปทาน” ของไตรมาสปัจจุบัน แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่อาจเป็นสัญญาณว่า ยุคที่ AWS ลดราคาอย่างเดียวกำลังจะจบลง และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นราคาในบริการอื่น ๆ โดยเฉพาะทรัพยากรที่ขาดแคลน เช่น GPU และ RAM ซึ่งเป็นหัวใจของงาน AI

    การขึ้นราคานี้ยังเปิดโอกาสให้คู่แข่งอย่าง Azure และ Google Cloud ใช้เป็นจุดโจมตีทางการตลาด แม้พวกเขาเองก็ประสบปัญหาขาดแคลน GPU เช่นกัน แต่ perception มีผลมากในดีลระดับองค์กร ทำให้ AWS อาจต้องเผชิญแรงกดดันจากลูกค้ารายใหญ่ที่มีสัญญา EDP ซึ่งผูกส่วนลดไว้กับ “ราคา public” ที่ตอนนี้เพิ่มขึ้นแล้ว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    รายละเอียดการขึ้นราคา
    AWS ปรับขึ้นราคา EC2 Capacity Blocks for ML ~15%
    p5e.48xlarge: $34.61 → $39.80/hr
    p5en.48xlarge: $36.18 → $41.61/hr
    ภูมิภาค US West (N. California) ขึ้นสูงกว่าเฉลี่ย

    ผลกระทบต่อผู้ใช้
    ค่าใช้จ่าย ML training เพิ่มขึ้นทันที
    ลูกค้าที่มี Enterprise Discount Program (EDP) อาจต้องจ่ายแพงขึ้น เพราะส่วนลดอิงราคาปัจจุบัน
    คู่แข่งสามารถใช้ข่าวนี้โจมตี AWS ในดีลองค์กร

    เหตุผลที่ AWS อ้าง
    ราคาสะท้อน “อุปสงค์‑อุปทาน” ของไตรมาสนี้
    GPU ขาดแคลนทั่วโลก ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น

    ความเสี่ยงในอนาคต
    อาจเป็นสัญญาณว่าบริการอื่น เช่น RAM‑heavy instances อาจขึ้นราคาตาม
    ทำลายความเชื่อที่ว่า “ราคาคลาวด์มีแต่ลดลง” ซึ่ง AWS สร้างมานานกว่า 20 ปี

    มุมมองเชิงกลยุทธ์
    Capacity Blocks เป็นบริการสำหรับองค์กร ML ระดับใหญ่ ไม่ใช่ผู้ใช้ทั่วไป
    การขึ้นราคาครั้งนี้อาจเป็น “จุดเปลี่ยน” ของตลาดคลาวด์ AI

    ความเสี่ยงเชิงอุตสาหกรรม
    หาก AWS ขึ้นราคาแล้วไม่มีผลกระทบมาก การขึ้นครั้งต่อไปจะง่ายขึ้น
    อาจเกิด “โดมิโน” ให้ผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่นขึ้นราคาตาม

    https://www.theregister.com/2026/01/05/aws_price_increase/
    💸🔥 AWS ปรับขึ้นราคา GPU Capacity Blocks 15% แบบเงียบ ๆ — เขย่าวงการคลาวด์ ML ทั่วโลก AWS ได้ปรับขึ้นราคา EC2 Capacity Blocks for ML ประมาณ 15% แบบไม่ประกาศล่วงหน้า และที่สำคัญคือทำในวันเสาร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายองค์กรไม่ทันสังเกต การขึ้นราคานี้ส่งผลโดยตรงต่อผู้ใช้งาน GPU สำหรับงาน Machine Learning ระดับองค์กร โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการการันตี GPU สำหรับงานเทรนนิ่งที่ต้องใช้เวลานานและไม่สามารถเสี่ยงกับ Spot Instance ได้ ราคาของอินสแตนซ์ยอดนิยมอย่าง p5e.48xlarge (8× NVIDIA H200) เพิ่มจาก $34.61 → $39.80 ต่อชั่วโมง ส่วน p5en.48xlarge เพิ่มจาก $36.18 → $41.61 และในบางภูมิภาค เช่น US West (N. California) ราคาพุ่งสูงกว่านั้นอีก การขึ้นราคานี้เกิดขึ้นเพียง 7 เดือนหลังจาก AWS เคยประกาศ “ลดราคา GPU สูงสุด 45%” แต่ครั้งนั้นเป็นการลดเฉพาะ On‑Demand และ Savings Plans ไม่ใช่ Capacity Blocks AWS ระบุว่าการขึ้นราคาครั้งนี้สะท้อน “อุปสงค์‑อุปทาน” ของไตรมาสปัจจุบัน แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่อาจเป็นสัญญาณว่า ยุคที่ AWS ลดราคาอย่างเดียวกำลังจะจบลง และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นราคาในบริการอื่น ๆ โดยเฉพาะทรัพยากรที่ขาดแคลน เช่น GPU และ RAM ซึ่งเป็นหัวใจของงาน AI การขึ้นราคานี้ยังเปิดโอกาสให้คู่แข่งอย่าง Azure และ Google Cloud ใช้เป็นจุดโจมตีทางการตลาด แม้พวกเขาเองก็ประสบปัญหาขาดแคลน GPU เช่นกัน แต่ perception มีผลมากในดีลระดับองค์กร ทำให้ AWS อาจต้องเผชิญแรงกดดันจากลูกค้ารายใหญ่ที่มีสัญญา EDP ซึ่งผูกส่วนลดไว้กับ “ราคา public” ที่ตอนนี้เพิ่มขึ้นแล้ว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ รายละเอียดการขึ้นราคา ➡️ AWS ปรับขึ้นราคา EC2 Capacity Blocks for ML ~15% ➡️ p5e.48xlarge: $34.61 → $39.80/hr ➡️ p5en.48xlarge: $36.18 → $41.61/hr ➡️ ภูมิภาค US West (N. California) ขึ้นสูงกว่าเฉลี่ย ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้ ⛔ ค่าใช้จ่าย ML training เพิ่มขึ้นทันที ⛔ ลูกค้าที่มี Enterprise Discount Program (EDP) อาจต้องจ่ายแพงขึ้น เพราะส่วนลดอิงราคาปัจจุบัน ⛔ คู่แข่งสามารถใช้ข่าวนี้โจมตี AWS ในดีลองค์กร ✅ เหตุผลที่ AWS อ้าง ➡️ ราคาสะท้อน “อุปสงค์‑อุปทาน” ของไตรมาสนี้ ➡️ GPU ขาดแคลนทั่วโลก ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ‼️ ความเสี่ยงในอนาคต ⛔ อาจเป็นสัญญาณว่าบริการอื่น เช่น RAM‑heavy instances อาจขึ้นราคาตาม ⛔ ทำลายความเชื่อที่ว่า “ราคาคลาวด์มีแต่ลดลง” ซึ่ง AWS สร้างมานานกว่า 20 ปี ✅ มุมมองเชิงกลยุทธ์ ➡️ Capacity Blocks เป็นบริการสำหรับองค์กร ML ระดับใหญ่ ไม่ใช่ผู้ใช้ทั่วไป ➡️ การขึ้นราคาครั้งนี้อาจเป็น “จุดเปลี่ยน” ของตลาดคลาวด์ AI ‼️ ความเสี่ยงเชิงอุตสาหกรรม ⛔ หาก AWS ขึ้นราคาแล้วไม่มีผลกระทบมาก การขึ้นครั้งต่อไปจะง่ายขึ้น ⛔ อาจเกิด “โดมิโน” ให้ผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่นขึ้นราคาตาม https://www.theregister.com/2026/01/05/aws_price_increase/
    WWW.THEREGISTER.COM
    AWS raises GPU prices 15% on a Saturday
    : An anomaly or the beginning of a new trend? My bet's on the latter
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 84 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts