• ทรัมป์-เซนเลนสกีจ่อลงนามข้อตกลง 'แรร์เอิร์ธ' พรุ่งนี้! : คนเคาะข่าว 27-02-68
    : อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร ผู้เชี่ยวชาญข่าวต่างประเทศ
    ดำเนินรายการโดย อุษณีย์ เอกอุษณีย์

    #ทรัมป์ #เซเลนสกี #แรร์เอิร์ธ #ข้อตกลงแร่หายาก #คนเคาะข่าว #ข่าวต่างประเทศ #เศรษฐกิจโลก #ความมั่นคง #วิเคราะห์การเมือง #Geopolitics #USA #ยูเครน #พลังงาน #ทรัพยากรธรรมชาติ #ไทยTimes
    ทรัมป์-เซนเลนสกีจ่อลงนามข้อตกลง 'แรร์เอิร์ธ' พรุ่งนี้! : คนเคาะข่าว 27-02-68 : อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร ผู้เชี่ยวชาญข่าวต่างประเทศ ดำเนินรายการโดย อุษณีย์ เอกอุษณีย์ #ทรัมป์ #เซเลนสกี #แรร์เอิร์ธ #ข้อตกลงแร่หายาก #คนเคาะข่าว #ข่าวต่างประเทศ #เศรษฐกิจโลก #ความมั่นคง #วิเคราะห์การเมือง #Geopolitics #USA #ยูเครน #พลังงาน #ทรัพยากรธรรมชาติ #ไทยTimes
    Like
    2
    0 Comments 1 Shares 88 Views 8 0 Reviews
  • ยูเครนยอมตกลงในเงื่อนไขต่างๆ ในข้อตกลงแร่กับสหรัฐฯ และอาจลงนาม จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ยูเครนรายหนึ่ง ในความเคลื่อนไหวที่เคียฟได้แต่หวังว่าจะเป็นตัวปูทางสำหรับการรับประกันความมั่นคงจากวอชิงตันในอนาคต
    .
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เรียกร้องยูเครนเปิดทางให้อเมริกาเข้าถึงแร่แรร์เอิร์ธ สำหรับชดใช้เงินหลายแสนล้านดอลลาร์ ในความช่วยเหลือต่างๆ ในช่วงระหว่างสงคราม ในสมัยอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน
    .
    แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครน เปิดเผยกับเอเอฟพี โดยไม่ประสงค์เอ่ยนามในช่วงค่ำวันอังคาร (25 ก.พ.) ว่าข้อตกลงนี้จะได้เห็นสหรัฐฯ ร่วมพัฒนาความมั่งคั่งทางแร่ธาตุของยูเครน ในขณะที่ผลกำไรจะไหลเข้าสู่กองทุนใหม่ที่จัดตั้งขึ้นมา ซึ่งจะเป็นกองทุนร่วมระหว่างยูเครนกับอเมริกา
    .
    รายงานข่าวระบุ แหล่งข่าวบอกด้วยว่าร่างข้อตกลงนี้ยังรวมไปถึงการพาดพิงถึง "ความมั่นคง" แต่ไม่กำหนดอย่างชัดเจนเกี่ยวกับพันธสัญญาของสหรัฐฯ หนึ่งข้อเรียกร้องหลักของเคียฟ สำหรับข้อตกลงนี้
    .
    "มีประโยคทั่วไปที่บอกว่าอเมริกาจะลงทุนในชาติอธิปไตยยูเครน ที่มีเสถียรภาพและความรุ่งเรือง และมันรับใช้สันติภาพที่ยั่งยืนและบอกว่าอเมริกาสนับสนุนความพยายามรับประกันความมั่นคง เวลานี้พวกเจ้าหน้าที่รัฐบาลกำลังทำงานกันในรายละเอียด" แหล่งข่าวระบุ พร้อมบอกว่าประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน อาจลงนามในข้อตกลงนี้ ระหว่างเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน อย่างเร็วที่สุดในวันศุกร์ (28 ก.พ.)
    .
    ทรัมป์ เปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้ว หันไปเปิดการเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ขณะเดียวกันก็ข่มขู่บรรดาพันธมิตรดั้งเดิมของวอชิงตัน
    .
    นอกจากนี้ ในวอชิงตันยังยืนอยู่ข้างรัสเซีย ณ เวทีสหประชาชาติ ในการลงมติใน 2 ญัตติเมื่อวันจันทร์ (24 ก.พ.) ในขณะที่พวกเขาหาทางหลีกเลี่ยงการประณามใดๆ ต่อกณีมอสโกรุกรานยูเครนเมื่อ 3 ปีก่อน
    .
    ยูเครน หวังว่าข้อตกลงแร่จะช่วยปรับปรุงความสัมพันธ์กับรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งมึนตึงมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสงครามน้ำลายระหว่างเซเลนสกีกับผู้นำสหรัฐฯ
    .
    เมื่อเดือนที่แล้ว ทรัมป์ ตราหน้า เซเลนสกี ว่าเป็น "เผด็จการ" และเรียกร้องให้เขาดำเนินการอย่างรวดเร็วในการยุติสงคราม หนึ่งวันหลังจากพวกเจ้าหน้าที่รัสเซียและสหรัฐฯ เปิดการพูดคุยหารือกันในซาอุดีอาระเบีย โดยที่ยูเครนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ
    .
    จากนั้นในวันเสาร์ (22 ก.พ.) ณ ที่ประชุมของฝ่ายอนุรักษนิยม ทรัมป์เน้นย้ำอีกครั้งว่าเขากำลังพยายามทวงเงินความช่วยเหลือหลายแสนล้านดอลลาร์ ที่ส่งไปสนับสนุนยูเครนทำสงครามกับรัสเซีย หลัง เซเลนสกี กล่าวหาผู้นำสหรัฐฯ กำลังใช้ชีวิตอยู่ใน "ฟองสบู่แห่งการบิดเบือนข้อมูลของรัสเซีย"
    .
    ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ เคยเรียกร้องขอแร่แร์เฮิร์ธ มูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์ แลกกับความช่วยเหลือที่เคยมอบให้เคียฟ ตัวเลขที่ยูเครนลังเลที่จะตอบรับ และไม่สอดคล้องกับตัวเลขความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ
    .
    แหล่งข่าวบอกว่าวอชิงตันตัดข้อแม้นี้ออกไป เช่นเดียวกับเงื่อนไขอื่นๆ ที่ไม่เอื้ออำนวยกับยูเครน "พวกเขาถอนเงื่อนไขทั้งหมดที่ไม่เหมาะกับเรา"
    .
    อ้างอิงข้อมูลอย่างเป็นทางการ สหรัฐฯ มอบเงินช่วยเหลือทางทหารแก่เคียฟไปแล้วมากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่รัสเซียรุกราน ถือเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดในหมู่พันธมิตรของเคียฟ แต่ต่ำกว่าตัวเลข 500,000 ล้านดอลลาร์ ตามที่ทรัมป์กล่าวอ้าง
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000018794
    ..............
    Sondhi X
    ยูเครนยอมตกลงในเงื่อนไขต่างๆ ในข้อตกลงแร่กับสหรัฐฯ และอาจลงนาม จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ยูเครนรายหนึ่ง ในความเคลื่อนไหวที่เคียฟได้แต่หวังว่าจะเป็นตัวปูทางสำหรับการรับประกันความมั่นคงจากวอชิงตันในอนาคต . ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เรียกร้องยูเครนเปิดทางให้อเมริกาเข้าถึงแร่แรร์เอิร์ธ สำหรับชดใช้เงินหลายแสนล้านดอลลาร์ ในความช่วยเหลือต่างๆ ในช่วงระหว่างสงคราม ในสมัยอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน . แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครน เปิดเผยกับเอเอฟพี โดยไม่ประสงค์เอ่ยนามในช่วงค่ำวันอังคาร (25 ก.พ.) ว่าข้อตกลงนี้จะได้เห็นสหรัฐฯ ร่วมพัฒนาความมั่งคั่งทางแร่ธาตุของยูเครน ในขณะที่ผลกำไรจะไหลเข้าสู่กองทุนใหม่ที่จัดตั้งขึ้นมา ซึ่งจะเป็นกองทุนร่วมระหว่างยูเครนกับอเมริกา . รายงานข่าวระบุ แหล่งข่าวบอกด้วยว่าร่างข้อตกลงนี้ยังรวมไปถึงการพาดพิงถึง "ความมั่นคง" แต่ไม่กำหนดอย่างชัดเจนเกี่ยวกับพันธสัญญาของสหรัฐฯ หนึ่งข้อเรียกร้องหลักของเคียฟ สำหรับข้อตกลงนี้ . "มีประโยคทั่วไปที่บอกว่าอเมริกาจะลงทุนในชาติอธิปไตยยูเครน ที่มีเสถียรภาพและความรุ่งเรือง และมันรับใช้สันติภาพที่ยั่งยืนและบอกว่าอเมริกาสนับสนุนความพยายามรับประกันความมั่นคง เวลานี้พวกเจ้าหน้าที่รัฐบาลกำลังทำงานกันในรายละเอียด" แหล่งข่าวระบุ พร้อมบอกว่าประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน อาจลงนามในข้อตกลงนี้ ระหว่างเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน อย่างเร็วที่สุดในวันศุกร์ (28 ก.พ.) . ทรัมป์ เปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนที่แล้ว หันไปเปิดการเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ขณะเดียวกันก็ข่มขู่บรรดาพันธมิตรดั้งเดิมของวอชิงตัน . นอกจากนี้ ในวอชิงตันยังยืนอยู่ข้างรัสเซีย ณ เวทีสหประชาชาติ ในการลงมติใน 2 ญัตติเมื่อวันจันทร์ (24 ก.พ.) ในขณะที่พวกเขาหาทางหลีกเลี่ยงการประณามใดๆ ต่อกณีมอสโกรุกรานยูเครนเมื่อ 3 ปีก่อน . ยูเครน หวังว่าข้อตกลงแร่จะช่วยปรับปรุงความสัมพันธ์กับรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งมึนตึงมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสงครามน้ำลายระหว่างเซเลนสกีกับผู้นำสหรัฐฯ . เมื่อเดือนที่แล้ว ทรัมป์ ตราหน้า เซเลนสกี ว่าเป็น "เผด็จการ" และเรียกร้องให้เขาดำเนินการอย่างรวดเร็วในการยุติสงคราม หนึ่งวันหลังจากพวกเจ้าหน้าที่รัสเซียและสหรัฐฯ เปิดการพูดคุยหารือกันในซาอุดีอาระเบีย โดยที่ยูเครนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ . จากนั้นในวันเสาร์ (22 ก.พ.) ณ ที่ประชุมของฝ่ายอนุรักษนิยม ทรัมป์เน้นย้ำอีกครั้งว่าเขากำลังพยายามทวงเงินความช่วยเหลือหลายแสนล้านดอลลาร์ ที่ส่งไปสนับสนุนยูเครนทำสงครามกับรัสเซีย หลัง เซเลนสกี กล่าวหาผู้นำสหรัฐฯ กำลังใช้ชีวิตอยู่ใน "ฟองสบู่แห่งการบิดเบือนข้อมูลของรัสเซีย" . ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ เคยเรียกร้องขอแร่แร์เฮิร์ธ มูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์ แลกกับความช่วยเหลือที่เคยมอบให้เคียฟ ตัวเลขที่ยูเครนลังเลที่จะตอบรับ และไม่สอดคล้องกับตัวเลขความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ . แหล่งข่าวบอกว่าวอชิงตันตัดข้อแม้นี้ออกไป เช่นเดียวกับเงื่อนไขอื่นๆ ที่ไม่เอื้ออำนวยกับยูเครน "พวกเขาถอนเงื่อนไขทั้งหมดที่ไม่เหมาะกับเรา" . อ้างอิงข้อมูลอย่างเป็นทางการ สหรัฐฯ มอบเงินช่วยเหลือทางทหารแก่เคียฟไปแล้วมากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่รัสเซียรุกราน ถือเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดในหมู่พันธมิตรของเคียฟ แต่ต่ำกว่าตัวเลข 500,000 ล้านดอลลาร์ ตามที่ทรัมป์กล่าวอ้าง . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000018794 .............. Sondhi X
    Like
    6
    0 Comments 0 Shares 873 Views 0 Reviews
  • ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ในวันจันทร์(24ก.พ.) เปิดเผยว่าเขาพร้อมเปิดทางให้สหรัฐฯเข้าไปลงทุนในแร่ธาตุยุทธศาตร์ต่างๆ ในดินแดนยูเครน ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของยูเครน ความเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนเป็นการโน้มน้าวใจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งอเมริกา ที่พยายามกดดันให้เคียฟลงนามในข้อตกลง ไฟเขียวให้วอชิงตันเข้าถึงทรัพยากรแร่อันมีค่า
    .
    ปูติน แสดงความคิดเห็นผ่านสถานีโทรทัศน์ ว่ารัสเซียพร้อมทำงานร่วมกันคู่หูต่างชาติ ในนั้นรวมถึงอเมริกา ในการพัฒนาแหล่งสำรองแร่ธาตุหายากและแร่แรร์เอิร์ธ ซึ่งรวมไปถึงใน "แคว้นใหม่ของเรา" อ้างถึงแคว้นต่างๆของยูเครนที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย
    .
    ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กำลังผลักดันให้ ยูเครน ลงนามในข้อตกลงหนึ่ง ที่เปิดทางให้สิทธิพิเศษแก่อเมริกาเข้าถึงแหล่งสำรองแร่อันมีค่าของยูเครน
    .
    การให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนครั้งนี้ของปูติน มีขึ้นหลังจากเขาเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับทรัพยกรแร่หายากและแร่แร์เฮิร์ธของรัสเซีย ที่มีความสำคัญในทางยุทธศาสตร์ โดยเขาระบุว่ารัสเซียเป็นผู้นำโลกในแง่ของแหล่งสำรอง มีมากกว่าในยูเครนอยู่มากมายมหาศาล และ "จำเป็นต้องดำเนินการมากกว่าที่เป็นอยู่" กับทรัพยากรเหล่านั้น
    .
    "เราจะทำงานด้วยความยินดีกับคู่หูต่างชาติทุกราย ในนั้นรวมถึงอเมริกา" เขากล่าว พร้อมระบุถึงแคว้นต่างๆที่พบแร่ธาตุหายากเหล่านั้น ในนั้นรวมถึงไซบีเรียและทางตะวันออกไกลของรัสเซีย "เราพร้อมดึงดูดคู่หูต่างชาติเข้ามายังสิ่งที่เราเรียกว่า ดินแดนใหม่ ดินแดนประวัติศาสตร์ของเราที่กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย" ปูติน อ้างถึงแคว้นต่างๆของยูเครน ที่ทางรัสเซียเข้ายึดครองผ่านการรุกรานทางทหาร
    .
    "แน่นอนว่ามีแหล่งสำรองอยู่ที่นั่นด้วย เราพร้อมทำงานร่วมกับคู่หูของเรา ในนั้นรวมถึงอเมริกา ในแคว้นใหม่ทั้งหลายของเราเช่นกัน" ปูตินระบุ พร้อมยืนยันว่าเวลานี้บรรดาบริษัทสหรัฐฯและรัสเซียอยู่ระหว่างการติดต่อและหารือกันเกี่ยวกับโครงการเศรษฐกิจร่วมต่างๆนานา ที่เกี่ยวข้องกับการคลี่คลายความขัดแย้งในยูเครน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000018395
    ..............
    Sondhi X
    ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ในวันจันทร์(24ก.พ.) เปิดเผยว่าเขาพร้อมเปิดทางให้สหรัฐฯเข้าไปลงทุนในแร่ธาตุยุทธศาตร์ต่างๆ ในดินแดนยูเครน ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของยูเครน ความเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนเป็นการโน้มน้าวใจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งอเมริกา ที่พยายามกดดันให้เคียฟลงนามในข้อตกลง ไฟเขียวให้วอชิงตันเข้าถึงทรัพยากรแร่อันมีค่า . ปูติน แสดงความคิดเห็นผ่านสถานีโทรทัศน์ ว่ารัสเซียพร้อมทำงานร่วมกันคู่หูต่างชาติ ในนั้นรวมถึงอเมริกา ในการพัฒนาแหล่งสำรองแร่ธาตุหายากและแร่แรร์เอิร์ธ ซึ่งรวมไปถึงใน "แคว้นใหม่ของเรา" อ้างถึงแคว้นต่างๆของยูเครนที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย . ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กำลังผลักดันให้ ยูเครน ลงนามในข้อตกลงหนึ่ง ที่เปิดทางให้สิทธิพิเศษแก่อเมริกาเข้าถึงแหล่งสำรองแร่อันมีค่าของยูเครน . การให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนครั้งนี้ของปูติน มีขึ้นหลังจากเขาเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับทรัพยกรแร่หายากและแร่แร์เฮิร์ธของรัสเซีย ที่มีความสำคัญในทางยุทธศาสตร์ โดยเขาระบุว่ารัสเซียเป็นผู้นำโลกในแง่ของแหล่งสำรอง มีมากกว่าในยูเครนอยู่มากมายมหาศาล และ "จำเป็นต้องดำเนินการมากกว่าที่เป็นอยู่" กับทรัพยากรเหล่านั้น . "เราจะทำงานด้วยความยินดีกับคู่หูต่างชาติทุกราย ในนั้นรวมถึงอเมริกา" เขากล่าว พร้อมระบุถึงแคว้นต่างๆที่พบแร่ธาตุหายากเหล่านั้น ในนั้นรวมถึงไซบีเรียและทางตะวันออกไกลของรัสเซีย "เราพร้อมดึงดูดคู่หูต่างชาติเข้ามายังสิ่งที่เราเรียกว่า ดินแดนใหม่ ดินแดนประวัติศาสตร์ของเราที่กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย" ปูติน อ้างถึงแคว้นต่างๆของยูเครน ที่ทางรัสเซียเข้ายึดครองผ่านการรุกรานทางทหาร . "แน่นอนว่ามีแหล่งสำรองอยู่ที่นั่นด้วย เราพร้อมทำงานร่วมกับคู่หูของเรา ในนั้นรวมถึงอเมริกา ในแคว้นใหม่ทั้งหลายของเราเช่นกัน" ปูตินระบุ พร้อมยืนยันว่าเวลานี้บรรดาบริษัทสหรัฐฯและรัสเซียอยู่ระหว่างการติดต่อและหารือกันเกี่ยวกับโครงการเศรษฐกิจร่วมต่างๆนานา ที่เกี่ยวข้องกับการคลี่คลายความขัดแย้งในยูเครน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000018395 .............. Sondhi X
    Like
    13
    0 Comments 0 Shares 1060 Views 0 Reviews
  • วอชิงตันคาดหมายว่าเคียฟจะจ่ายคืนสหรัฐฯ สำหรับสิ่งต่างๆที่อเมริกาได้ลงทุนไปในความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซีย จากคำกล่าวของ ไมเคล วอลท์ซ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์เมื่อวันอาทิตย์(16ก.พ.) เขาอ้างว่าการชดใช้คืนประชาชนชาวอเมริกา เป็นหนทางที่ดีที่สุดสหรับยูเครน สำหรับรับประกันว่าจะยังคงได้รับความช่วยเหลือต่อไปในอนาคต
    .
    ความเห็นของวอล์ทซ มีขึ้นหลังจากมีข่าวว่า โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ปฏิเสธลงนามในเอกสารฉบับหนึ่ง ที่ให้สิทธิอเมริกาเข้าถึงแหล่งแร่ในอนาคตของยูเครน 50% และพยายามหาข้อตกลงที่ดีกว่านั้น ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆนี้ เรียกร้องแร่แรร์เอิร์ทในมูลค่าเทียบเท่ากับ 500,000 ล้านดอลลาร์ จากยูเครน แลกกับเงินที่วอชิงตันมอบให้แก่เคียฟไปแล้วกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ในรูปแบบของความช่วยเหลือต่างๆนานา ท่ามกลางความขัดแย้งกับมอสโก
    .
    "ประชาชนชาวอเมริกาควรได้รับการหักลบกลบหนี้ ควรได้รับการจ่ายคืนในรูปแบบหนึ่งรูปแบบใด สำหรับเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ที่พวกเขาลงทุนไปในสงครามนี้" วอลท์ซกล่าวในวันอาทิตย์(16ก.พ.) "ผมคิดว่า คงไม่มีสิ่งใดที่สามารถทำให้ประชาชนชาวอเมริกามีความสบายใจกับการลงทุนในอนาคตได้ ถ้าหากว่าเราไม่สามารถเป็นหุ้นส่วนและอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนอเมริกา"
    .
    ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติบอกด้วยว่า "เซเลนสกีจะฉลาดมาก หากเข้าสู่ข้อตกลงนี้กับสหรัฐฯ"
    .
    ก่อนหน้านี้ เซเลนสกี เคยเน้นย้ำว่าเขาต้องการสถาปนาความเป็นหุ้นส่วนผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่แค่เพียงส่งมอบทรัพยากรทางธรรมชาติของยูเครนให้สหรัฐไปเฉยๆ ขณะเดียวกัน เดนิส ชมีกัล นายกรัฐมนตรียูเครน เสนออนุมัติให้อียูเข้าถึงทรัพยากรของยูเครนเช่นกัน แลกกับความร่วมมือกับเคียฟและการลงทุนในการบูรณะฟื้นฟูประเทศ
    .
    วอลท์ซ อ้างว่าสหรัฐฯแบกรับภาระหนักในความช่วยเหลือทางทหารและทางการเงินที่ตะวันตกมอบให้แก่เคียฟ โดยอย่างเป็นทางการแล้ว สภาคองเกรสอนุมัติเงินช่วยเหลือแก่ยูเครนไปแล้วกว่า 175,000 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ปี 2022 ในนั้นส่วนหนึ่งในเงินดังกล่าว ได้ส่งผ่านไปยังอุตสาหกรรมต่างๆของอเมริกาและความเคลื่อนไหวต่างๆของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง
    .
    อ้างอิงข้อมูลจากสถาบันคีลเพื่อการศึกษาเศรษฐกิจโลก พบว่าจนถึงเดือนตุลาคม 2024 สหรัฐฯมอบความช่วยเหลือทั้งด้านการทหารและทางการเงินแก่ยูเครนไปแล้วราวๆ 92,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนบรรดาชาติอียูและสหราชอาณาจักร จัดสรรงบประมาณรวมกัน 131,000 ล้านดอลลาร์
    .
    รายงานของเวิลด์อีโคโนมิค ฟอรัม ในปี 2024 เน้นว่ายูเครนมีศักยภาพล้นเหลือในฐานะผู้จัดหารายใหญ่ของโลก สำหรับป้อนวัตถุดิบสำคัญๆที่จำเป็นในด้านกลาโหม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมสีเขียว นอกจากนี้แล้วประเทศแห่งนี้ยังมีแหล่งสำรองลิเธียมและไททาเนียมใหญ่ที่สุดในยุโรป แม้ทั้ง 2 ชนิด ไม่ถูกจัดว่าเป็นองค์ประกอบของแร่แรร์เอิร์ธ
    .
    อย่างไรก็ตาม เซเลนสกี เคยยอมรับว่าดินแดนที่อุดมไปด้วยแร่นั้น เวลานี้ส่วนใหญ่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซียและอ้างอิงข้อมูลจากนิตยสารฟอร์บส์ พบว่าความมั่นคงด้านแร่ธาตุในอดีตของยูเครน มูลค่าราวๆ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ในสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ ซึ่้งเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียในปี 2022
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000015547
    ..............
    Sondhi X
    วอชิงตันคาดหมายว่าเคียฟจะจ่ายคืนสหรัฐฯ สำหรับสิ่งต่างๆที่อเมริกาได้ลงทุนไปในความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซีย จากคำกล่าวของ ไมเคล วอลท์ซ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์เมื่อวันอาทิตย์(16ก.พ.) เขาอ้างว่าการชดใช้คืนประชาชนชาวอเมริกา เป็นหนทางที่ดีที่สุดสหรับยูเครน สำหรับรับประกันว่าจะยังคงได้รับความช่วยเหลือต่อไปในอนาคต . ความเห็นของวอล์ทซ มีขึ้นหลังจากมีข่าวว่า โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ปฏิเสธลงนามในเอกสารฉบับหนึ่ง ที่ให้สิทธิอเมริกาเข้าถึงแหล่งแร่ในอนาคตของยูเครน 50% และพยายามหาข้อตกลงที่ดีกว่านั้น ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆนี้ เรียกร้องแร่แรร์เอิร์ทในมูลค่าเทียบเท่ากับ 500,000 ล้านดอลลาร์ จากยูเครน แลกกับเงินที่วอชิงตันมอบให้แก่เคียฟไปแล้วกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ในรูปแบบของความช่วยเหลือต่างๆนานา ท่ามกลางความขัดแย้งกับมอสโก . "ประชาชนชาวอเมริกาควรได้รับการหักลบกลบหนี้ ควรได้รับการจ่ายคืนในรูปแบบหนึ่งรูปแบบใด สำหรับเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ที่พวกเขาลงทุนไปในสงครามนี้" วอลท์ซกล่าวในวันอาทิตย์(16ก.พ.) "ผมคิดว่า คงไม่มีสิ่งใดที่สามารถทำให้ประชาชนชาวอเมริกามีความสบายใจกับการลงทุนในอนาคตได้ ถ้าหากว่าเราไม่สามารถเป็นหุ้นส่วนและอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนอเมริกา" . ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติบอกด้วยว่า "เซเลนสกีจะฉลาดมาก หากเข้าสู่ข้อตกลงนี้กับสหรัฐฯ" . ก่อนหน้านี้ เซเลนสกี เคยเน้นย้ำว่าเขาต้องการสถาปนาความเป็นหุ้นส่วนผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่แค่เพียงส่งมอบทรัพยากรทางธรรมชาติของยูเครนให้สหรัฐไปเฉยๆ ขณะเดียวกัน เดนิส ชมีกัล นายกรัฐมนตรียูเครน เสนออนุมัติให้อียูเข้าถึงทรัพยากรของยูเครนเช่นกัน แลกกับความร่วมมือกับเคียฟและการลงทุนในการบูรณะฟื้นฟูประเทศ . วอลท์ซ อ้างว่าสหรัฐฯแบกรับภาระหนักในความช่วยเหลือทางทหารและทางการเงินที่ตะวันตกมอบให้แก่เคียฟ โดยอย่างเป็นทางการแล้ว สภาคองเกรสอนุมัติเงินช่วยเหลือแก่ยูเครนไปแล้วกว่า 175,000 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ปี 2022 ในนั้นส่วนหนึ่งในเงินดังกล่าว ได้ส่งผ่านไปยังอุตสาหกรรมต่างๆของอเมริกาและความเคลื่อนไหวต่างๆของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง . อ้างอิงข้อมูลจากสถาบันคีลเพื่อการศึกษาเศรษฐกิจโลก พบว่าจนถึงเดือนตุลาคม 2024 สหรัฐฯมอบความช่วยเหลือทั้งด้านการทหารและทางการเงินแก่ยูเครนไปแล้วราวๆ 92,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนบรรดาชาติอียูและสหราชอาณาจักร จัดสรรงบประมาณรวมกัน 131,000 ล้านดอลลาร์ . รายงานของเวิลด์อีโคโนมิค ฟอรัม ในปี 2024 เน้นว่ายูเครนมีศักยภาพล้นเหลือในฐานะผู้จัดหารายใหญ่ของโลก สำหรับป้อนวัตถุดิบสำคัญๆที่จำเป็นในด้านกลาโหม เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมสีเขียว นอกจากนี้แล้วประเทศแห่งนี้ยังมีแหล่งสำรองลิเธียมและไททาเนียมใหญ่ที่สุดในยุโรป แม้ทั้ง 2 ชนิด ไม่ถูกจัดว่าเป็นองค์ประกอบของแร่แรร์เอิร์ธ . อย่างไรก็ตาม เซเลนสกี เคยยอมรับว่าดินแดนที่อุดมไปด้วยแร่นั้น เวลานี้ส่วนใหญ่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซียและอ้างอิงข้อมูลจากนิตยสารฟอร์บส์ พบว่าความมั่นคงด้านแร่ธาตุในอดีตของยูเครน มูลค่าราวๆ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ในสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ ซึ่้งเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียในปี 2022 . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000015547 .............. Sondhi X
    Like
    Haha
    Love
    10
    1 Comments 0 Shares 1414 Views 1 Reviews
  • เซเลนสกีเผยเอง สั่งห้ามบรรดารัฐมนตรีลงนามทำความตกลงให้อเมริกาเข้าถึงแร่ธาตุมีค่า รวมทั้งแรร์เอิร์ธ ของยูเครน เนื่องจากข้อเสนอของวอชิงตันเน้นผลประโยชน์ของสหรัฐฯ มากเกินไป แต่ละเลยการรับประกันความมั่นคงของเคียฟอย่างเฉพาะเจาะจง ด้านทำเนียบขาวโต้ผู้นำยูเครนมองข้ามโอกาสระยะยาว อ้างลอยๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอเมริกาคือการรับประกันที่จะป้องกันการถูกรุกรานในอนาคตและเป็นส่วนหนึ่งของสันติภาพที่ยืนนาน
    .
    ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครน ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอพีเมื่อวันเสาร์ (15 ก.พ.) ขณะร่วมการประชุมความมั่นคงประจำปีที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ว่า เขาออกคำสั่งห้ามบรรดารัฐมนตรีของยูเครนลงนามในร่างข้อตกลงที่ฝ่ายสหรัฐฯ เสนอมา เนื่องจากมองว่า อเมริกาไม่พร้อมปกป้องยูเครน
    .
    พวกเจ้าหน้าที่ของยูเครนทั้งในปัจจุบันและในอดีต ซึ่งรับรู้ข้อมูลการเจรจาเผยว่า ข้อเสนอดังกล่าวที่เป็นประเด็นสำคัญในการหารือทวิภาคีระหว่าง 2 ประเทศ โดยมีเซเลนสกีเป็นผู้นำการเจรจาของฝ่ายเคียฟ และรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ของสหรัฐฯ เป็นผู้นำการเจรจาของฝ่ายวอชิงตัน ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายต่างเดินทางไปร่วมงานประชุมความมั่นคงมิวนิกเมื่อวันศุกร์ (14 ) นั้น มุ่งเน้นเพียงว่า อเมริกาจะสามารถใช้แร่ธาตุมีค่า ตลอดจน แรร์เอิร์ธ ของยูเครนเป็นค่าชดเชยความช่วยเหลือที่ผ่านมาของสหรัฐฯ ภายใต้คณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน และความช่วยเหลือที่จะมีขึ้นอีกในอนาคตได้อย่างไร
    .
    ทั้งนี้ ยูเครนเป็นประเทศที่มีแหล่งทรัพยากรแร่สำคัญๆ หลายตัวอุดมสมบูรณ์มาก โดยแร่เหล่านั้นนำไปใช้ในการผลิตเครื่องบิน อุตสาหกรรมกลาโหมและนิวเคลียร์ ซึ่งคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่า สนใจเข้าถึงแร่เหล่านั้นเพื่อลดการพึ่งพาจีน ทว่า เซเลนสกียื่นข้อแลกเปลี่ยนให้อเมริกาให้การรับประกันความมั่นคงแก่ยูเครนจากการรุกรานของรัสเซียในอนาคต
    .
    เซเลนสกีไม่ได้ให้รายละเอียดว่า เหตุใดจึงห้ามเจ้าหน้าที่ยูเครนลงนามข้อตกลงดังกล่าวที่ สกอตต์ แบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยื่นให้พิจารณาระหว่างที่เขาไปเยือนเคียฟเมื่อวันพุธ (12) ทว่า อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสของยูเครนคนหนึ่งระบุว่า ร่างข้อตกลงดังกล่าวมีเนื้อหาแบบข้อตกลงล่าอาณานิคม เซเลนสกีจึงไม่อาจยอมรับได้
    .
    ทางด้านไบรอัน ฮิวจ์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว ไม่ได้ยืนยันโดยตรงเกี่ยวกับข้อเสนอที่เป็นปัญหา แต่แถลงว่า เซเลนสกีมองการณ์แค่สั้นๆ เกี่ยวกับโอกาสที่ดีเยี่ยมที่คณะบริหารทรัมป์หยิบยื่นให้ยูเครน เนื่องจากข้อตกลงแร่ธาตุหายากของยูเครนนี้ จะทำให้ผู้เสียภาษีในอเมริกาได้เงินที่ส่งไปช่วยเคียฟคืน ขณะที่เศรษฐกิจยูเครนก็จะเจริญเติบโต
    .
    เขาสำทับว่า ทำเนียบขาวเชื่อว่า การที่ยูเครนเชื่อมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอเมริกาเป็นการรับประกันที่ดีที่สุดในการป้องกันการถูกรุกรานในอนาคต และเป็นส่วนหนึ่งของสันติภาพที่ยืนนาน ซึ่งยูเครนจำเป็นต้องยอมรับประเด็นนี้เช่นเดียวกับที่อเมริกาและรัสเซียต่างยอมรับ
    .
    ทว่า เจ้าหน้าที่อาวุโสของยูเครนแจงว่า ระหว่างการหารือในมิวนิก เจ้าหน้าที่อเมริกันคิดแต่เรื่องการค้าและมุ่งเน้นประเด็นการสำรวจแร่และรูปแบบการเป็นหุ้นส่วนในการสำรวจแร่ร่วมกับยูเครน แต่ไม่มีการหารือเกี่ยวกับมูลค่าที่เป็นไปได้ของแหล่งแร่ในยูเครนซึ่งมีจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ หรือว่ายังเข้าไปสำรวจขุดค้นไม่ได้เนื่องจากอยู่ใกล้แนวรบ
    .
    นอกจากนั้นข้อเสนอของอเมริกายังไม่ได้กล่าวถึงวิธีการรักษาความปลอดภัยแหล่งแร่ในกรณีที่รัสเซียยังคงสู้รบในยูเครน รวมทั้งไม่มีคำตอบเกี่ยวกับวิธีถลุงแร่ที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานของยูเครน
    .
    เจ้าหน้าที่อาวุโสของยูเครนสำทับว่า ข้อตกลงเช่นนี้จะต้องสอดคล้องกับกฎหมายของยูเครน และได้รับการยอมรับจากประชาชนยูเครน
    .
    กระนั้นก็ตาม เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวระบุว่า เซเลนสกีและแวนซ์ไม่ได้หารือรายละเอียดของข้อเสนอของอเมริการะหว่างพบกันเมื่อวันศุกร์ และการประชุมเป็นไปอย่างดีมากและมีสาระสำคัญ โดยแวนซ์กล่าวชัดเจนว่า เป้าหมายหลักของทรัมป์คือการบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนและยาวนาน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000015542
    ..............
    Sondhi X
    เซเลนสกีเผยเอง สั่งห้ามบรรดารัฐมนตรีลงนามทำความตกลงให้อเมริกาเข้าถึงแร่ธาตุมีค่า รวมทั้งแรร์เอิร์ธ ของยูเครน เนื่องจากข้อเสนอของวอชิงตันเน้นผลประโยชน์ของสหรัฐฯ มากเกินไป แต่ละเลยการรับประกันความมั่นคงของเคียฟอย่างเฉพาะเจาะจง ด้านทำเนียบขาวโต้ผู้นำยูเครนมองข้ามโอกาสระยะยาว อ้างลอยๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอเมริกาคือการรับประกันที่จะป้องกันการถูกรุกรานในอนาคตและเป็นส่วนหนึ่งของสันติภาพที่ยืนนาน . ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครน ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอพีเมื่อวันเสาร์ (15 ก.พ.) ขณะร่วมการประชุมความมั่นคงประจำปีที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ว่า เขาออกคำสั่งห้ามบรรดารัฐมนตรีของยูเครนลงนามในร่างข้อตกลงที่ฝ่ายสหรัฐฯ เสนอมา เนื่องจากมองว่า อเมริกาไม่พร้อมปกป้องยูเครน . พวกเจ้าหน้าที่ของยูเครนทั้งในปัจจุบันและในอดีต ซึ่งรับรู้ข้อมูลการเจรจาเผยว่า ข้อเสนอดังกล่าวที่เป็นประเด็นสำคัญในการหารือทวิภาคีระหว่าง 2 ประเทศ โดยมีเซเลนสกีเป็นผู้นำการเจรจาของฝ่ายเคียฟ และรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ของสหรัฐฯ เป็นผู้นำการเจรจาของฝ่ายวอชิงตัน ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายต่างเดินทางไปร่วมงานประชุมความมั่นคงมิวนิกเมื่อวันศุกร์ (14 ) นั้น มุ่งเน้นเพียงว่า อเมริกาจะสามารถใช้แร่ธาตุมีค่า ตลอดจน แรร์เอิร์ธ ของยูเครนเป็นค่าชดเชยความช่วยเหลือที่ผ่านมาของสหรัฐฯ ภายใต้คณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน และความช่วยเหลือที่จะมีขึ้นอีกในอนาคตได้อย่างไร . ทั้งนี้ ยูเครนเป็นประเทศที่มีแหล่งทรัพยากรแร่สำคัญๆ หลายตัวอุดมสมบูรณ์มาก โดยแร่เหล่านั้นนำไปใช้ในการผลิตเครื่องบิน อุตสาหกรรมกลาโหมและนิวเคลียร์ ซึ่งคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่า สนใจเข้าถึงแร่เหล่านั้นเพื่อลดการพึ่งพาจีน ทว่า เซเลนสกียื่นข้อแลกเปลี่ยนให้อเมริกาให้การรับประกันความมั่นคงแก่ยูเครนจากการรุกรานของรัสเซียในอนาคต . เซเลนสกีไม่ได้ให้รายละเอียดว่า เหตุใดจึงห้ามเจ้าหน้าที่ยูเครนลงนามข้อตกลงดังกล่าวที่ สกอตต์ แบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยื่นให้พิจารณาระหว่างที่เขาไปเยือนเคียฟเมื่อวันพุธ (12) ทว่า อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสของยูเครนคนหนึ่งระบุว่า ร่างข้อตกลงดังกล่าวมีเนื้อหาแบบข้อตกลงล่าอาณานิคม เซเลนสกีจึงไม่อาจยอมรับได้ . ทางด้านไบรอัน ฮิวจ์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว ไม่ได้ยืนยันโดยตรงเกี่ยวกับข้อเสนอที่เป็นปัญหา แต่แถลงว่า เซเลนสกีมองการณ์แค่สั้นๆ เกี่ยวกับโอกาสที่ดีเยี่ยมที่คณะบริหารทรัมป์หยิบยื่นให้ยูเครน เนื่องจากข้อตกลงแร่ธาตุหายากของยูเครนนี้ จะทำให้ผู้เสียภาษีในอเมริกาได้เงินที่ส่งไปช่วยเคียฟคืน ขณะที่เศรษฐกิจยูเครนก็จะเจริญเติบโต . เขาสำทับว่า ทำเนียบขาวเชื่อว่า การที่ยูเครนเชื่อมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอเมริกาเป็นการรับประกันที่ดีที่สุดในการป้องกันการถูกรุกรานในอนาคต และเป็นส่วนหนึ่งของสันติภาพที่ยืนนาน ซึ่งยูเครนจำเป็นต้องยอมรับประเด็นนี้เช่นเดียวกับที่อเมริกาและรัสเซียต่างยอมรับ . ทว่า เจ้าหน้าที่อาวุโสของยูเครนแจงว่า ระหว่างการหารือในมิวนิก เจ้าหน้าที่อเมริกันคิดแต่เรื่องการค้าและมุ่งเน้นประเด็นการสำรวจแร่และรูปแบบการเป็นหุ้นส่วนในการสำรวจแร่ร่วมกับยูเครน แต่ไม่มีการหารือเกี่ยวกับมูลค่าที่เป็นไปได้ของแหล่งแร่ในยูเครนซึ่งมีจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ หรือว่ายังเข้าไปสำรวจขุดค้นไม่ได้เนื่องจากอยู่ใกล้แนวรบ . นอกจากนั้นข้อเสนอของอเมริกายังไม่ได้กล่าวถึงวิธีการรักษาความปลอดภัยแหล่งแร่ในกรณีที่รัสเซียยังคงสู้รบในยูเครน รวมทั้งไม่มีคำตอบเกี่ยวกับวิธีถลุงแร่ที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานของยูเครน . เจ้าหน้าที่อาวุโสของยูเครนสำทับว่า ข้อตกลงเช่นนี้จะต้องสอดคล้องกับกฎหมายของยูเครน และได้รับการยอมรับจากประชาชนยูเครน . กระนั้นก็ตาม เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวระบุว่า เซเลนสกีและแวนซ์ไม่ได้หารือรายละเอียดของข้อเสนอของอเมริการะหว่างพบกันเมื่อวันศุกร์ และการประชุมเป็นไปอย่างดีมากและมีสาระสำคัญ โดยแวนซ์กล่าวชัดเจนว่า เป้าหมายหลักของทรัมป์คือการบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนและยาวนาน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000015542 .............. Sondhi X
    Like
    Haha
    Love
    7
    0 Comments 0 Shares 1360 Views 0 Reviews
  • ทรัมป์ย้ำต้องการได้แร่แรร์เอิร์ธจากยูเครน เพื่อรับประกันว่า อเมริกาจะได้ผลตอบแทนจากความช่วยเหลือจำนวนมหาศาลที่ให้แก่เคียฟ ไม่ว่ายูเครนจะตกเป็นของรัสเซียในวันหนึ่งวันใดหรือไม่ก็ตาม
    .
    ระหว่างให้สัมภาษณ์กับเบร็ต ไบเออร์ ผู้ดำเนินรายการของฟ็อกซ์ นิวส์ ที่ออกอากาศเมื่อวันจันทร์ (10 ก.พ.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า อเมริกาให้ความช่วยเหลือยูเครนในรูปแบบต่างๆ รวมเป็นมูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ หรืออาจถึง 350,000 ล้านดอลลาร์ และเสริมว่า วอชิงตันคงรู้สึกโง่มากถ้ายังคงให้ความช่วยเหลือต่อไปโดยไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย
    .
    ประมุขทำเนียบขาวยังบอกอีกว่า ยูเครนมีดินแดนที่อุดมด้วยแร่มีค่าต่างๆ รวมทั้งแรร์เอิร์ธ น้ำมัน และก๊าซ และตนได้บอกชัดเจนว่า ต้องการแรร์เอิร์ธมูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเคียฟตอบตกลงแล้ว
    .
    ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ ได้แถลงยืนยันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า พร้อมทำข้อตกลงกับอเมริกาเกี่ยวกับแร่หายากของยูเครน เช่น ลิเธียม ไทเทเนียม แต่ยืนกรานว่า พันธมิตรตะวันตกต้องช่วยผลักดันกองทัพรัสเซียออกจากดินแดนที่อุดมด้วยแร่ธาตุของยูเครนก่อนจึงจะสามารถเข้าไปลงทุนได้
    .
    นอกจากนั้น ทรัมป์ยังยืนยันว่า เร็วๆ นี้ คีธ เคลล็อก ผู้แทนพิเศษดูแลเรื่องยูเครนและรัสเซียของทรัมป์ และได้รับมอบหมายให้ร่างข้อเสนอเพื่อยุติการสู้รบระหว่างเคียฟกับมอสโก กำลังจะเดินทางไปยูเครน ซึ่งแหล่งข่าวในสำนักงานประธานาธิบดียูเครนเผยว่า เคลล็อกจะเดินทางถึงเคียฟวันที่ 20 ที่จะถึง หรือก่อนวันครบรอบ 3 ปีที่รัสเซียบุกยูเครน 4 วัน
    .
    ทั้งนี้ ทรัมป์กำลังพยายามผลักดันเพื่อยุติการสู้รบขัดแย้งในยูเครน ขณะที่เซเลนสกี้เรียกร้องการรับประกันความมั่นคงจากวอชิงตันก่อนทำข้อตกลงกับรัสเซีย เนื่องจากกลัวว่า หากปราศจากคำมั่นสัญญาทางทหาร เช่น การได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) หรือการมีกองกำลังรักษาสันติภาพเข้ามาประจำในยูเครน การยุติสงครามจะกลายเป็นการต่อเวลาให้เครมลินได้รวบรวมสรรพกำลังและกลับเข้าโจมตียูเครนอีกครั้ง
    .
    ขณะเดียวกัน เซียร์กี นิคิโฟรอฟ โฆษกของเซเลนสกี้ เผยว่า ประธานาธิบดียูเครนจะพบกับรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของอเมริกาในวันศุกร์ (14 ก.พ.) ระหว่างที่ทั้งคู่ต่างเดินทางไปร่วมเวทีการประชุมความมั่นคงที่เมืองมิวนิก ทางภาคใต้ของเยอรมนี
    .
    ทรัมป์ประกาศมานานแล้วว่า ต้องการเป็นตัวกลางเพื่อให้สงครามในยูเครนยุติลง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดข้อสนอในการนำเซเลนสกี้และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน สู่โต๊ะเจรจา โดยที่ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ต่างเคยยืนกรานว่า จะไม่หารือกันโดยตรง และขณะนี้ก็มีเหตุผลน้อยมากที่จะทำให้ผู้นำทั้งสองประเทศเปลี่ยนใจ
    .
    ปูตินนั้นเรียกร้องให้ยูเครนถอนออกไปจาก 4 แคว้นทางภาคใต้และภาคตะวันออกที่กองกำลังรัสเซียยึดพื้นที่เอาไว้ได้บางส่วน ได้แก่ โดเนตสก์ เคียร์ซอน ลูกันสก์ และซาโปริซเซีย โดยที่แดนหมีขาวได้ประกาศผนวกดินแดนเหล่านี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นก็ต้องการให้เคียฟยุติแผนการเข้าเป็นสมาชิกนาโต
    .
    ทว่า เซเลนสกี้ปฏิเสธการยกดินแดนให้มอสโก แม้ยอมรับว่าคงไม่สามารถเอาชนะรัสเซียด้วยกำลังทหาร และต้องพึ่งแนวทางการทูตเพื่อให้ได้ดินแดนเหล่านั้นกลับคืนมาก็ตาม
    .
    ผู้นำยูเครนยังเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า กำลังมีการจัดเตรียมสำหรับการพบปะระหว่างตนกับทรัมป์ แต่ไม่ได้เปิดเผยวันเวลาที่แน่นอน ขณะที่ทรัมป์กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อาจพบกับเซเลนสกี้ในอีกไม่กี่วันนี้ แต่ยืนยันว่า ไม่มีแผนเดินทางไปเคียฟ
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000013980
    ..............
    Sondhi X
    ทรัมป์ย้ำต้องการได้แร่แรร์เอิร์ธจากยูเครน เพื่อรับประกันว่า อเมริกาจะได้ผลตอบแทนจากความช่วยเหลือจำนวนมหาศาลที่ให้แก่เคียฟ ไม่ว่ายูเครนจะตกเป็นของรัสเซียในวันหนึ่งวันใดหรือไม่ก็ตาม . ระหว่างให้สัมภาษณ์กับเบร็ต ไบเออร์ ผู้ดำเนินรายการของฟ็อกซ์ นิวส์ ที่ออกอากาศเมื่อวันจันทร์ (10 ก.พ.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า อเมริกาให้ความช่วยเหลือยูเครนในรูปแบบต่างๆ รวมเป็นมูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ หรืออาจถึง 350,000 ล้านดอลลาร์ และเสริมว่า วอชิงตันคงรู้สึกโง่มากถ้ายังคงให้ความช่วยเหลือต่อไปโดยไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย . ประมุขทำเนียบขาวยังบอกอีกว่า ยูเครนมีดินแดนที่อุดมด้วยแร่มีค่าต่างๆ รวมทั้งแรร์เอิร์ธ น้ำมัน และก๊าซ และตนได้บอกชัดเจนว่า ต้องการแรร์เอิร์ธมูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเคียฟตอบตกลงแล้ว . ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ ได้แถลงยืนยันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า พร้อมทำข้อตกลงกับอเมริกาเกี่ยวกับแร่หายากของยูเครน เช่น ลิเธียม ไทเทเนียม แต่ยืนกรานว่า พันธมิตรตะวันตกต้องช่วยผลักดันกองทัพรัสเซียออกจากดินแดนที่อุดมด้วยแร่ธาตุของยูเครนก่อนจึงจะสามารถเข้าไปลงทุนได้ . นอกจากนั้น ทรัมป์ยังยืนยันว่า เร็วๆ นี้ คีธ เคลล็อก ผู้แทนพิเศษดูแลเรื่องยูเครนและรัสเซียของทรัมป์ และได้รับมอบหมายให้ร่างข้อเสนอเพื่อยุติการสู้รบระหว่างเคียฟกับมอสโก กำลังจะเดินทางไปยูเครน ซึ่งแหล่งข่าวในสำนักงานประธานาธิบดียูเครนเผยว่า เคลล็อกจะเดินทางถึงเคียฟวันที่ 20 ที่จะถึง หรือก่อนวันครบรอบ 3 ปีที่รัสเซียบุกยูเครน 4 วัน . ทั้งนี้ ทรัมป์กำลังพยายามผลักดันเพื่อยุติการสู้รบขัดแย้งในยูเครน ขณะที่เซเลนสกี้เรียกร้องการรับประกันความมั่นคงจากวอชิงตันก่อนทำข้อตกลงกับรัสเซีย เนื่องจากกลัวว่า หากปราศจากคำมั่นสัญญาทางทหาร เช่น การได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) หรือการมีกองกำลังรักษาสันติภาพเข้ามาประจำในยูเครน การยุติสงครามจะกลายเป็นการต่อเวลาให้เครมลินได้รวบรวมสรรพกำลังและกลับเข้าโจมตียูเครนอีกครั้ง . ขณะเดียวกัน เซียร์กี นิคิโฟรอฟ โฆษกของเซเลนสกี้ เผยว่า ประธานาธิบดียูเครนจะพบกับรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของอเมริกาในวันศุกร์ (14 ก.พ.) ระหว่างที่ทั้งคู่ต่างเดินทางไปร่วมเวทีการประชุมความมั่นคงที่เมืองมิวนิก ทางภาคใต้ของเยอรมนี . ทรัมป์ประกาศมานานแล้วว่า ต้องการเป็นตัวกลางเพื่อให้สงครามในยูเครนยุติลง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดข้อสนอในการนำเซเลนสกี้และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน สู่โต๊ะเจรจา โดยที่ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ต่างเคยยืนกรานว่า จะไม่หารือกันโดยตรง และขณะนี้ก็มีเหตุผลน้อยมากที่จะทำให้ผู้นำทั้งสองประเทศเปลี่ยนใจ . ปูตินนั้นเรียกร้องให้ยูเครนถอนออกไปจาก 4 แคว้นทางภาคใต้และภาคตะวันออกที่กองกำลังรัสเซียยึดพื้นที่เอาไว้ได้บางส่วน ได้แก่ โดเนตสก์ เคียร์ซอน ลูกันสก์ และซาโปริซเซีย โดยที่แดนหมีขาวได้ประกาศผนวกดินแดนเหล่านี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นก็ต้องการให้เคียฟยุติแผนการเข้าเป็นสมาชิกนาโต . ทว่า เซเลนสกี้ปฏิเสธการยกดินแดนให้มอสโก แม้ยอมรับว่าคงไม่สามารถเอาชนะรัสเซียด้วยกำลังทหาร และต้องพึ่งแนวทางการทูตเพื่อให้ได้ดินแดนเหล่านั้นกลับคืนมาก็ตาม . ผู้นำยูเครนยังเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า กำลังมีการจัดเตรียมสำหรับการพบปะระหว่างตนกับทรัมป์ แต่ไม่ได้เปิดเผยวันเวลาที่แน่นอน ขณะที่ทรัมป์กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อาจพบกับเซเลนสกี้ในอีกไม่กี่วันนี้ แต่ยืนยันว่า ไม่มีแผนเดินทางไปเคียฟ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000013980 .............. Sondhi X
    Like
    Haha
    7
    0 Comments 0 Shares 1877 Views 0 Reviews
  • รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศรัสเซียสวนกลับ ยังไม่ได้รับข้อเสนอดีๆ จาก เพื่อเริ่มต้นการเจรจาเกี่ยวกับยูเครน หลังจากทรัมป์อวดอ้างว่า ได้คุยกับปูตินแล้ว และมีความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงคราม
    .
    มิคาอิล กาลูซิน รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอาร์ไอเอของทางการรัสเซียที่นำออกเผยแพร่ในวันจันทร์ (10 ก.พ.) ว่า คำพูดต้องได้รับการสนับสนุนด้วยขั้นตอนการปฏิบัติซึ่งคำนึงถึงผลประโยชน์อันชอบธรรมของรัสเซีย รวมทั้งแสดงถึงความพร้อมในการกำจัดรากเหง้าของปัญหาที่นำไปสู่วิกฤตยูเครน และตระหนึกถึงความเป็นจริงใหม่ ก่อนสำทับว่า ถึงขณะนี้มอสโกยังไม่ได้รับข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมเพื่อเริ่มต้นการเจรจาเกี่ยวกับยูเครนแต่อย่างใด
    .
    ช่วงหลายวันมานี้มีข้อมูลที่ขัดแย้งกันออกมาจากฝั่งวอชิงตันและมอสโกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เพื่อยุติสงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อมายาวนานเกือบ 3 ปีเต็ม
    .
    สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ให้สัมภาษณ์นิวยอร์กโพสต์ว่า เขาไม่ควรพูดเรื่องนี้ แต่ว่าเขาได้คุยกับปูตินแล้ว ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการครั้งแรกอย่างน้อยก็จากฝ่ายวอชิงตันว่า ผู้นำสองประเทศได้พูดคุยกันภายหลังจากหมางเมินมาตลอดตั้งแต่ช่วงต้นปี 2022 นอกจากนั้นทรัมป์ยังแสดงความหวังว่า จะมีการหารือเพิ่มเติม พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า การเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครนมีความคืบหน้า แต่ไม่เปิดเผยว่า ใช้ช่องทางใดในการสื่อสารกับผู้นำรัสเซีย
    .
    ระหว่างให้สัมภาษณ์นิวยอร์กโพสต์เมื่อวันศุกร์ (7) ประมุขทำเนียบขาวยังบอกว่า ไม่ต้องการเปิดเผยว่า ได้คุยกับปูตินแล้วกี่รอบ และรอบล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อใด
    .
    ต่อมาในวันอาทิตย์ (9 ก.พ.) ดมิตริ เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน เปิดเผยกับสำนักข่าวทาสส์ ของทางการรัสเซียว่า ระหว่างปูตินกับทรัมป์ มีการสื่อสารด้วยช่องทางต่างๆ ซึ่งตนเองอาจไม่รับรู้ทุกเรื่อง จึงไม่สามารถยืนยันหรือปฏิเสธได้ว่า ผู้นำทั้งสองมีการพูดคุยกันหรือยังนับตั้งแต่ที่ทรัมป์เข้าดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง
    .
    เช่นเดียวกับ ไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ที่ปฏิเสธที่จะแจกแจงว่า ผู้นำอเมริกาและรัสเซียสื่อสารกันเมื่อใด แต่ส่งสัญญาณว่า ทรัมป์อาจใช้มาตรการแซงก์ชันหรือภาษีศุลกากรเพื่อบีบให้ปูตินยอมเจรจาหยุดยิง
    .
    ก่อนหน้านี้ทรัมป์ย้ำมาตลอดว่า ต้องการยุติสงครามในยูเครนและจะพบกับปูตินเพื่อหารือเรื่องนี้ แต่ไม่ได้บอกว่า จะเป็นเมื่อใดและที่ไหน โดยในวันอาทิตย์ผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์แค่ว่า จะพบกับประมุขรัสเซียในเวลาที่เหมาะสม
    .
    อย่างไรก็ดี รอยเตอร์รายงานก่อนหน้านี้ว่า รัสเซียมองว่า สถานที่จัดประชุมสุดยอดอาจเป็นที่ซาอุดีอาระเบียหรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเมื่อวันพฤหัสฯ ที่แล้ว (6) ลีโอนิด สลัตสกี สมาชิกคณะกรรมาธิการกิจการระหว่างประเทศของรัฐสภารัสเซีย เปิดเผยกับสำนักข่าวอาร์ไอเอว่า การเตรียมการสำหรับการพบกันระหว่างปูตินกับทรัมป์มีความคืบหน้า โดยอาจจัดขึ้นในเดือนนี้หรือเดือนมีนาคม
    .
    นอกจากนั้นเมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ยังบอกว่า อาจพบกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ของยูเครนเพื่อหารือเรื่องดังกล่าวในสัปดาห์นี้ ขณะที่เซเลนสกี้ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า ตนต้องการให้ยูเครนจัดหาแร่แรร์เอิร์ธ ให้อเมริกาเพื่อแลกเปลี่ยนกับการสนับสนุนทางการเงินสำหรับการทำสงครามกับรัสเซีย
    .
    ก่อนหน้านี้ผู้นำเคียฟผู้นี้ยืนยันว่า จะไม่ยอมยกดินแดนที่ถูกยึดครองให้รัสเซีย รวมทั้งยังต้องการเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งล้วนเป็นเงื่อนไขที่ตรงข้ามกับจุดยืนของรัสเซีย
    .
    ทางด้านปูตินนั้นมองว่า สงครามในยูเครนเป็นสงครามเพื่อความอยู่รอดของรัสเซีย หลังจากถูกฝ่ายตะวันตกที่ใช้องค์การนาโตเป็นหัวหอก รุกไล่เข้ามาจนติดพรมแดนรัสเซีย
    .
    จากคำพูดของรัฐมนตรีช่วยกาลูซิน ระบุว่า มอสโกยังคงเปิดกว้างสำหรับการเจราจา ทว่าแดนหมีขาวยังยืนยันเงื่อนไขเดิมคือ ยูเครนต้องไม่เข้าเป็นสมาชิกนาโต และต้องมีมาตรการในการปกป้องสิทธิ์ของชาวรัสเซียในยูเครน
    .
    ขณะเดียวกัน แม้ทรัมป์ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนสันติภาพยูเครน แต่อาร์ทีรายงานว่า แผนการดังกล่าวอาจรวมถึงการระงับชั่วคราวการสู้รบขัดแย้งตลอดแนวรบปัจจุบัน การสร้างเขตปลอดทหารและการจัดส่งทหารยุโรปเข้าไปทำหน้าที่รักษาสันติภาพ และการระงับการเข้าเป็นสมาชิกนาโตของยูเครน
    .
    ทว่า รัสเซียไม่เห็นด้วยกับเรื่องการหยุดพักการสู้รบขัดแย้ง และยืนกรานว่า ข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนต้องกำหนดให้ยูเครนรักษาความเป็นกลางถาวรและเป็นเขตปลอดทหาร ตลอดจนถึงขจัดระบอบนาซี และยอมรับความเป็นจริงด้านดินแดน ซึ่งหมายถึงแคว้นต่างๆ ที่ถูกรัสเซียประกาศผนวกเป็นดินแดนของตนไปแล้ว
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000013539
    ..............
    Sondhi X
    รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศรัสเซียสวนกลับ ยังไม่ได้รับข้อเสนอดีๆ จาก เพื่อเริ่มต้นการเจรจาเกี่ยวกับยูเครน หลังจากทรัมป์อวดอ้างว่า ได้คุยกับปูตินแล้ว และมีความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงคราม . มิคาอิล กาลูซิน รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอาร์ไอเอของทางการรัสเซียที่นำออกเผยแพร่ในวันจันทร์ (10 ก.พ.) ว่า คำพูดต้องได้รับการสนับสนุนด้วยขั้นตอนการปฏิบัติซึ่งคำนึงถึงผลประโยชน์อันชอบธรรมของรัสเซีย รวมทั้งแสดงถึงความพร้อมในการกำจัดรากเหง้าของปัญหาที่นำไปสู่วิกฤตยูเครน และตระหนึกถึงความเป็นจริงใหม่ ก่อนสำทับว่า ถึงขณะนี้มอสโกยังไม่ได้รับข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมเพื่อเริ่มต้นการเจรจาเกี่ยวกับยูเครนแต่อย่างใด . ช่วงหลายวันมานี้มีข้อมูลที่ขัดแย้งกันออกมาจากฝั่งวอชิงตันและมอสโกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เพื่อยุติสงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อมายาวนานเกือบ 3 ปีเต็ม . สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ให้สัมภาษณ์นิวยอร์กโพสต์ว่า เขาไม่ควรพูดเรื่องนี้ แต่ว่าเขาได้คุยกับปูตินแล้ว ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการครั้งแรกอย่างน้อยก็จากฝ่ายวอชิงตันว่า ผู้นำสองประเทศได้พูดคุยกันภายหลังจากหมางเมินมาตลอดตั้งแต่ช่วงต้นปี 2022 นอกจากนั้นทรัมป์ยังแสดงความหวังว่า จะมีการหารือเพิ่มเติม พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า การเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครนมีความคืบหน้า แต่ไม่เปิดเผยว่า ใช้ช่องทางใดในการสื่อสารกับผู้นำรัสเซีย . ระหว่างให้สัมภาษณ์นิวยอร์กโพสต์เมื่อวันศุกร์ (7) ประมุขทำเนียบขาวยังบอกว่า ไม่ต้องการเปิดเผยว่า ได้คุยกับปูตินแล้วกี่รอบ และรอบล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อใด . ต่อมาในวันอาทิตย์ (9 ก.พ.) ดมิตริ เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน เปิดเผยกับสำนักข่าวทาสส์ ของทางการรัสเซียว่า ระหว่างปูตินกับทรัมป์ มีการสื่อสารด้วยช่องทางต่างๆ ซึ่งตนเองอาจไม่รับรู้ทุกเรื่อง จึงไม่สามารถยืนยันหรือปฏิเสธได้ว่า ผู้นำทั้งสองมีการพูดคุยกันหรือยังนับตั้งแต่ที่ทรัมป์เข้าดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง . เช่นเดียวกับ ไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ที่ปฏิเสธที่จะแจกแจงว่า ผู้นำอเมริกาและรัสเซียสื่อสารกันเมื่อใด แต่ส่งสัญญาณว่า ทรัมป์อาจใช้มาตรการแซงก์ชันหรือภาษีศุลกากรเพื่อบีบให้ปูตินยอมเจรจาหยุดยิง . ก่อนหน้านี้ทรัมป์ย้ำมาตลอดว่า ต้องการยุติสงครามในยูเครนและจะพบกับปูตินเพื่อหารือเรื่องนี้ แต่ไม่ได้บอกว่า จะเป็นเมื่อใดและที่ไหน โดยในวันอาทิตย์ผู้นำสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์แค่ว่า จะพบกับประมุขรัสเซียในเวลาที่เหมาะสม . อย่างไรก็ดี รอยเตอร์รายงานก่อนหน้านี้ว่า รัสเซียมองว่า สถานที่จัดประชุมสุดยอดอาจเป็นที่ซาอุดีอาระเบียหรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเมื่อวันพฤหัสฯ ที่แล้ว (6) ลีโอนิด สลัตสกี สมาชิกคณะกรรมาธิการกิจการระหว่างประเทศของรัฐสภารัสเซีย เปิดเผยกับสำนักข่าวอาร์ไอเอว่า การเตรียมการสำหรับการพบกันระหว่างปูตินกับทรัมป์มีความคืบหน้า โดยอาจจัดขึ้นในเดือนนี้หรือเดือนมีนาคม . นอกจากนั้นเมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ยังบอกว่า อาจพบกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ของยูเครนเพื่อหารือเรื่องดังกล่าวในสัปดาห์นี้ ขณะที่เซเลนสกี้ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า ตนต้องการให้ยูเครนจัดหาแร่แรร์เอิร์ธ ให้อเมริกาเพื่อแลกเปลี่ยนกับการสนับสนุนทางการเงินสำหรับการทำสงครามกับรัสเซีย . ก่อนหน้านี้ผู้นำเคียฟผู้นี้ยืนยันว่า จะไม่ยอมยกดินแดนที่ถูกยึดครองให้รัสเซีย รวมทั้งยังต้องการเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งล้วนเป็นเงื่อนไขที่ตรงข้ามกับจุดยืนของรัสเซีย . ทางด้านปูตินนั้นมองว่า สงครามในยูเครนเป็นสงครามเพื่อความอยู่รอดของรัสเซีย หลังจากถูกฝ่ายตะวันตกที่ใช้องค์การนาโตเป็นหัวหอก รุกไล่เข้ามาจนติดพรมแดนรัสเซีย . จากคำพูดของรัฐมนตรีช่วยกาลูซิน ระบุว่า มอสโกยังคงเปิดกว้างสำหรับการเจราจา ทว่าแดนหมีขาวยังยืนยันเงื่อนไขเดิมคือ ยูเครนต้องไม่เข้าเป็นสมาชิกนาโต และต้องมีมาตรการในการปกป้องสิทธิ์ของชาวรัสเซียในยูเครน . ขณะเดียวกัน แม้ทรัมป์ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแผนสันติภาพยูเครน แต่อาร์ทีรายงานว่า แผนการดังกล่าวอาจรวมถึงการระงับชั่วคราวการสู้รบขัดแย้งตลอดแนวรบปัจจุบัน การสร้างเขตปลอดทหารและการจัดส่งทหารยุโรปเข้าไปทำหน้าที่รักษาสันติภาพ และการระงับการเข้าเป็นสมาชิกนาโตของยูเครน . ทว่า รัสเซียไม่เห็นด้วยกับเรื่องการหยุดพักการสู้รบขัดแย้ง และยืนกรานว่า ข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนต้องกำหนดให้ยูเครนรักษาความเป็นกลางถาวรและเป็นเขตปลอดทหาร ตลอดจนถึงขจัดระบอบนาซี และยอมรับความเป็นจริงด้านดินแดน ซึ่งหมายถึงแคว้นต่างๆ ที่ถูกรัสเซียประกาศผนวกเป็นดินแดนของตนไปแล้ว . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000013539 .............. Sondhi X
    Like
    Haha
    Yay
    4
    0 Comments 0 Shares 1601 Views 0 Reviews
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เผยว่าได้พูดคุยกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เป็นที่เรียบร้อยแล้วผ่านทางโทรศัพท์ เกี่ยวกับการยุติสงครามในยูเครน ตามรายงานของนิวยอร์กโพสต์ ถือเป็นสนทนากันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกระหว่าง ปูตินกับผู้นำรายหนึ่งๆของอเมริกา นับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2022
    .
    ที่ผ่านมา ทรัมป์ รับปากยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน แต่ยังไม่เคยพูดกับสาธารณะชนว่าเขาจะดำเนินการอย่างไรเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขาบอกว่าอเมริกากำลังพูดคุยกับทั้งฝ่ายรัสเซียและยูเครน เกี่ยวกับการคลี่คลายความขัดแย้ง แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆเพิ่มเติม
    .
    ระหว่างให้สัมภาษณ์บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันศุกร์(7ก.พ.) ทรัมป์บอกกับนิวยอร์กโพสต์ว่า คงจะดีกว่าที่ไม่บอกว่าเขาพูดคุยกับปูตินไปแล้วกี่ครั้งและหลายครั้งมากแค่ไหน นอกจากนี้แล้วประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ไม่ได้เปิดเผยด้วยว่าครั้งสุดท้ายของการสนทนากันนั้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่ "เขา(ปูติน) อยากเห็นผู้คนหยุดบาดเจ็บล้มตาย" ทรัมป์กล่าว
    .
    ด้าน ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกของวังเครมลิน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวทาสส์นิวส์ สื่อมวลชนแห่งรัฐ ไม่ยืนยันหรือปฏิเสธรายงานข่าวของนิวยอร์กโพสต์ ส่วน ไมค์ วอลต์ซ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ตอบคำถามระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอ็นบีซีในวันอาทิตย์(9ก.พ.) เกี่ยวกับการสนทนากันระหว่าง ทรัมป์ กับ ปูติน ว่า "ผมไม่ขอให้ข้อมูลไปมากกว่าท่านประธานาธิบดี แต่แน่นอนว่ามีการสนทนาในประเด็นที่อ่อนไหวมากมาย"
    .
    ทรัมป์ เน้นย้ำซ้ำๆว่าเขาต้องการยุติสงครามและจะพบปะพูดคุยกับปูติน เพื่อหารือในเรืองนี้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าการประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้นที่ไหนและเวลาใด อย่างไรก็ตามสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อช่วงต้นเดือนว่า รัสเซียได้เล็งซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เอาไว้ ในฐานะสถานที่ที่เป็นไปได้สำหรับจัดการประชุมซัมมิตระหว่างปูตินกับทรัมป์
    .
    ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯจะพากันมุ่งหน้าไปยังยุโรป ส่วนหนึ่งในการหารือเกี่ยวกับสงคราม ในนั้นรวมถึง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ, พีต เฮกเซท รัฐมนตรีกลาโหม, รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ และ คีธ เคลล็อกก์ ทูตพิเศษด้านสงครามยูเครน
    .
    ระหว่างให้สัมภาษณ์กับเอ็นบีซี วอลต์ซบ่งชี้ว่าทรัมป์อาจมีความตั้งใจใช้มาตรการคว่ำบาตรและรีดภาษีหว่านล้อมให้ปูตินเข้าสู่โต๊ะเจรจา พร้อมเผยว่าพวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและยูเครนจะหารือเกี่ยวกับกรณีอเมริกาจะเข้าถึงทรัพยากรแร่แรร์เอิร์ธของยูเครน ชดเชยเงินช่วยเหนือของวอชิงตันที่มอบให้แก่พันธฒิตรแห่งนี้ "การพูดคุยเหล่านี้จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้"
    .
    เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ปูติน วางกรอบเงื่อนไขอย่างเปิดเผยสำหรับการยุติสงครามในทันที นั่นคือยูเครนต้องละทิ้งความทะเยอทะยานเข้าร่วมนาโต และถอนกำลังพลออกจาก 4 แคว้นของเคียฟ ที่ปัจจุบันถูกควบคุมโดยรัสเซียเป็นส่วนใหญ่และมอสโกกล่าวอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดน
    .
    รอยเตอร์รายงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน ว่า ปูติน เปิดกว้างหารือข้อตกลงสันติภาพกับทรัมป์ แต่ปฏิเสธความเป็นไปได้ใดๆของการยอมสละดินแดนครั้งใหญ่แลกข้อตกลง และยืนยันว่าเคียฟต้องละทิ้งความทะเยอทะยานเข้าร่วมนาโต
    .
    วังเครามลิน เน้นย้ำซ้ำๆให้ระมัดระวังในการคาดเดาใดๆในเรื่องการติดต่อกับคณะทำงานของทรัมป์ เกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพที่เป็นไปได้ใดๆ
    .
    อย่างไรก็ตามสำนักข่าวอาร์ไอเอ รายงานอ้าง ลีโอนิด สลัตสกี หัวหน้าคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของรัฐสภารัสเซีย ระบุในวันพฤหัสบดีที่แล้ว(6ก.พ.) ว่าเวลานี้อยู่ในขั้นการเตรียมการล่วงหน้าสำหรับการประชุมดังกล่าว และมันอาจเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์หรือไม่ก็เดือนมีนาคม
    .
    ปูติน พูดคุยครั้งสุดท้ายกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ไม่นานก่อนที่ ปูติน ออกคำสั่งให้ทหารหลายหมื่นนายบุกเข้าไปในยูเครน
    .
    รอยเตอร์, วอชิงตันโพสต์ และ Axios เคยรายงานแยกกันว่า ทรัมป์ และ ปูติน ได้พูดคุยกันไปแล้วในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่วังเครมลินปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าว
    .
    เมื่อวันศุกร์(7ก.พ.) ทรัมป์บอกว่าเขาอาจพบปะกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือเกี่ยวกับการยุติสงคราม ในขณะที่ เซเลนสกี เผยกับรอยเตอร์ ว่าเขาต้องการให้ยูเครนจัดหาแร่แรร์เอิร์ธและแร่ธาตุอื่นๆแก่สหรัฐฯ แลกกับเงินสนับสนุนในการทำสงคราม
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000013148
    ..............
    Sondhi X
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เผยว่าได้พูดคุยกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เป็นที่เรียบร้อยแล้วผ่านทางโทรศัพท์ เกี่ยวกับการยุติสงครามในยูเครน ตามรายงานของนิวยอร์กโพสต์ ถือเป็นสนทนากันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกระหว่าง ปูตินกับผู้นำรายหนึ่งๆของอเมริกา นับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2022 . ที่ผ่านมา ทรัมป์ รับปากยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน แต่ยังไม่เคยพูดกับสาธารณะชนว่าเขาจะดำเนินการอย่างไรเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขาบอกว่าอเมริกากำลังพูดคุยกับทั้งฝ่ายรัสเซียและยูเครน เกี่ยวกับการคลี่คลายความขัดแย้ง แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆเพิ่มเติม . ระหว่างให้สัมภาษณ์บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันศุกร์(7ก.พ.) ทรัมป์บอกกับนิวยอร์กโพสต์ว่า คงจะดีกว่าที่ไม่บอกว่าเขาพูดคุยกับปูตินไปแล้วกี่ครั้งและหลายครั้งมากแค่ไหน นอกจากนี้แล้วประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ไม่ได้เปิดเผยด้วยว่าครั้งสุดท้ายของการสนทนากันนั้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่ "เขา(ปูติน) อยากเห็นผู้คนหยุดบาดเจ็บล้มตาย" ทรัมป์กล่าว . ด้าน ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกของวังเครมลิน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวทาสส์นิวส์ สื่อมวลชนแห่งรัฐ ไม่ยืนยันหรือปฏิเสธรายงานข่าวของนิวยอร์กโพสต์ ส่วน ไมค์ วอลต์ซ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ตอบคำถามระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอ็นบีซีในวันอาทิตย์(9ก.พ.) เกี่ยวกับการสนทนากันระหว่าง ทรัมป์ กับ ปูติน ว่า "ผมไม่ขอให้ข้อมูลไปมากกว่าท่านประธานาธิบดี แต่แน่นอนว่ามีการสนทนาในประเด็นที่อ่อนไหวมากมาย" . ทรัมป์ เน้นย้ำซ้ำๆว่าเขาต้องการยุติสงครามและจะพบปะพูดคุยกับปูติน เพื่อหารือในเรืองนี้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าการประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้นที่ไหนและเวลาใด อย่างไรก็ตามสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อช่วงต้นเดือนว่า รัสเซียได้เล็งซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เอาไว้ ในฐานะสถานที่ที่เป็นไปได้สำหรับจัดการประชุมซัมมิตระหว่างปูตินกับทรัมป์ . ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯจะพากันมุ่งหน้าไปยังยุโรป ส่วนหนึ่งในการหารือเกี่ยวกับสงคราม ในนั้นรวมถึง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ, พีต เฮกเซท รัฐมนตรีกลาโหม, รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ และ คีธ เคลล็อกก์ ทูตพิเศษด้านสงครามยูเครน . ระหว่างให้สัมภาษณ์กับเอ็นบีซี วอลต์ซบ่งชี้ว่าทรัมป์อาจมีความตั้งใจใช้มาตรการคว่ำบาตรและรีดภาษีหว่านล้อมให้ปูตินเข้าสู่โต๊ะเจรจา พร้อมเผยว่าพวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและยูเครนจะหารือเกี่ยวกับกรณีอเมริกาจะเข้าถึงทรัพยากรแร่แรร์เอิร์ธของยูเครน ชดเชยเงินช่วยเหนือของวอชิงตันที่มอบให้แก่พันธฒิตรแห่งนี้ "การพูดคุยเหล่านี้จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้" . เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ปูติน วางกรอบเงื่อนไขอย่างเปิดเผยสำหรับการยุติสงครามในทันที นั่นคือยูเครนต้องละทิ้งความทะเยอทะยานเข้าร่วมนาโต และถอนกำลังพลออกจาก 4 แคว้นของเคียฟ ที่ปัจจุบันถูกควบคุมโดยรัสเซียเป็นส่วนใหญ่และมอสโกกล่าวอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดน . รอยเตอร์รายงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน ว่า ปูติน เปิดกว้างหารือข้อตกลงสันติภาพกับทรัมป์ แต่ปฏิเสธความเป็นไปได้ใดๆของการยอมสละดินแดนครั้งใหญ่แลกข้อตกลง และยืนยันว่าเคียฟต้องละทิ้งความทะเยอทะยานเข้าร่วมนาโต . วังเครามลิน เน้นย้ำซ้ำๆให้ระมัดระวังในการคาดเดาใดๆในเรื่องการติดต่อกับคณะทำงานของทรัมป์ เกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพที่เป็นไปได้ใดๆ . อย่างไรก็ตามสำนักข่าวอาร์ไอเอ รายงานอ้าง ลีโอนิด สลัตสกี หัวหน้าคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของรัฐสภารัสเซีย ระบุในวันพฤหัสบดีที่แล้ว(6ก.พ.) ว่าเวลานี้อยู่ในขั้นการเตรียมการล่วงหน้าสำหรับการประชุมดังกล่าว และมันอาจเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์หรือไม่ก็เดือนมีนาคม . ปูติน พูดคุยครั้งสุดท้ายกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ไม่นานก่อนที่ ปูติน ออกคำสั่งให้ทหารหลายหมื่นนายบุกเข้าไปในยูเครน . รอยเตอร์, วอชิงตันโพสต์ และ Axios เคยรายงานแยกกันว่า ทรัมป์ และ ปูติน ได้พูดคุยกันไปแล้วในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่วังเครมลินปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าว . เมื่อวันศุกร์(7ก.พ.) ทรัมป์บอกว่าเขาอาจพบปะกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือเกี่ยวกับการยุติสงคราม ในขณะที่ เซเลนสกี เผยกับรอยเตอร์ ว่าเขาต้องการให้ยูเครนจัดหาแร่แรร์เอิร์ธและแร่ธาตุอื่นๆแก่สหรัฐฯ แลกกับเงินสนับสนุนในการทำสงคราม . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000013148 .............. Sondhi X
    Like
    Love
    Haha
    10
    0 Comments 0 Shares 1442 Views 0 Reviews
  • โอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ประณาม "เห็นแก่ตัวและคิดเข้าข้างตนเอง" ต่อข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐน ที่เสนอขอแร่แร์เอิร์ธจากยูเครน แลกกับความช่วยเหลือทางทหารจากอเมริกา ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแห่งหนึ่งที่เผยแพร่เมื่อวันเสาร์(8ก.พ.)
    .
    แรร์เอิร์ธ เป็นแร่ที่มีองค์ประกอบของธาตุเคมี 17 ชนิดในตารางธาตุ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตสมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ และไม่มีอะไรมาแทนที่มันได้
    .
    "ยูเครนกำลังถูกโจมตีและเรากำลังช่วยเหลือพวกเขา โดยไม่ได้ร้องขอให้จ่ายค่าตอบแทน นี่ควรเป็นจุดยืนของทุกคน" โชลซ์กล่าวผ่านสำนักข่าวอาร์เอ็นดี เมื่อถูกถามเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของทรัมป์ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ยูเครนจะให้แร่แรร์เอิร์ธเป็นการแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐฯ
    .
    ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีเยอรมนีเคยออกมาให้คำจกกัดความข้อเรียกร้องของทรัมป์ มาแล้วรอบหนึ่งว่า "เห็นแก่ตัวมากๆ" หลังเสร็จสิ้นการประชุมซัมมิตสหภาพยุโรปในบรัสเซลส์
    .
    เขาบอกว่าทรัพยากรต่างๆของยูเครนควรถูกใช้เป็นทุนสนับสนุนทุกๆอย่างที่จำเป็นหลังจบสงคราม อย่างเช่นการฟื้นฟูและทำนุบำรุงกองทัพที่เข้มแข็ง "มันจะเป็นการเห็นแก่ตัวอย่างมาก และรับใช้แต่ผลประโยชน์ของตนเอง ในการเรียกร้องบางอย่างจากยูเครนแลกกับความช่วยเหลือ" โชลซ์ระบุ
    .
    ทรัมป์ กล่าวว่าเขาต้องการ "ความเท่าเทียม" จากยูเครน สำหรับความช่วยเหลือทางการเงินที่วอชิงตันมอบให้ และบอกว่า "เราอยากบอกกับยูเครนว่า พวกเขามีแร่แรร์เอิร์ธที่มีค่ามากๆ เรากำลังหาทางตกลงกับยูเครน ข้อตกลงที่พวกเขาจะได้รับคำรับประกันในสิ่งในเราจะมอบให้แก่พวกเขา แลกกับแร่แร์เอิร์ธของพวกเขาและสิ่งอื่นๆ"
    .
    ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกต่อว่า "เราต้องการมีความมั่นคงด้านแร่แรร์เอิร์ธ เรากำลังใส่เงินลงไปหลายแสนล้านดอลลาร์ พวกเขามีแร่แรร์เอิร์ธมหาศาล เและผมต้องการความมั่นคงด้านแร่แรร์เอิร์ธ และพวกเขามีความตั้งใจที่จะทำมัน"
    .
    ในวันศุกร์(7ก.พ.) ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เปิดเผยว่าวอชิงตันและเคียฟกำลังมีแผน "พบปะพูดคุยกัน" หลัง ทรัมป์ หยิบยกความเป็นไปได้ที่จะประชุมร่วมกับเขาในสัปดาห์หน้า
    .
    ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ เซเลนสกี บอกว่ายูเครนพร้อมอ้าแขนต้อนรับการลงทุนจากเหล่าบริษัทสหรัฐฯในแร่แรร์เอิร์ธ หรือโลหะต่างๆที่ถูกใช้อย่างกว้างขวางในงานอิเล็กทรอนิกส์
    .
    ในแผนสันติภาพที่เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน เซเลนสกี เสนอ "ข้อตกลงพิเศษ" กับบรรดาพันธมิตรของประเทศ เปิดทางสำหรับการปกป้องร่วมกันและสำรวจร่วมกันในด้านทรัพยากรทางยุทธศาสตร์ทั้งหลาย อย่างไรก็ตามครั้งนั้น เขาไม่ได้พาดพิงอย่างเจาะจงถึงแร่แรร์เอิร์ธ โดยที่เขาอ้างถึงนั้นมีเพียง ยูเรเนียม, ไทเทเนียม, ลิเธียม, แกรไฟต์ และทรัพยากรทางยุทธศาสตร์มูลค่าสูงอื่นๆ
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000012938
    ..............
    Sondhi X
    โอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ประณาม "เห็นแก่ตัวและคิดเข้าข้างตนเอง" ต่อข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐน ที่เสนอขอแร่แร์เอิร์ธจากยูเครน แลกกับความช่วยเหลือทางทหารจากอเมริกา ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแห่งหนึ่งที่เผยแพร่เมื่อวันเสาร์(8ก.พ.) . แรร์เอิร์ธ เป็นแร่ที่มีองค์ประกอบของธาตุเคมี 17 ชนิดในตารางธาตุ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตสมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ และไม่มีอะไรมาแทนที่มันได้ . "ยูเครนกำลังถูกโจมตีและเรากำลังช่วยเหลือพวกเขา โดยไม่ได้ร้องขอให้จ่ายค่าตอบแทน นี่ควรเป็นจุดยืนของทุกคน" โชลซ์กล่าวผ่านสำนักข่าวอาร์เอ็นดี เมื่อถูกถามเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของทรัมป์ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ยูเครนจะให้แร่แรร์เอิร์ธเป็นการแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐฯ . ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีเยอรมนีเคยออกมาให้คำจกกัดความข้อเรียกร้องของทรัมป์ มาแล้วรอบหนึ่งว่า "เห็นแก่ตัวมากๆ" หลังเสร็จสิ้นการประชุมซัมมิตสหภาพยุโรปในบรัสเซลส์ . เขาบอกว่าทรัพยากรต่างๆของยูเครนควรถูกใช้เป็นทุนสนับสนุนทุกๆอย่างที่จำเป็นหลังจบสงคราม อย่างเช่นการฟื้นฟูและทำนุบำรุงกองทัพที่เข้มแข็ง "มันจะเป็นการเห็นแก่ตัวอย่างมาก และรับใช้แต่ผลประโยชน์ของตนเอง ในการเรียกร้องบางอย่างจากยูเครนแลกกับความช่วยเหลือ" โชลซ์ระบุ . ทรัมป์ กล่าวว่าเขาต้องการ "ความเท่าเทียม" จากยูเครน สำหรับความช่วยเหลือทางการเงินที่วอชิงตันมอบให้ และบอกว่า "เราอยากบอกกับยูเครนว่า พวกเขามีแร่แรร์เอิร์ธที่มีค่ามากๆ เรากำลังหาทางตกลงกับยูเครน ข้อตกลงที่พวกเขาจะได้รับคำรับประกันในสิ่งในเราจะมอบให้แก่พวกเขา แลกกับแร่แร์เอิร์ธของพวกเขาและสิ่งอื่นๆ" . ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกต่อว่า "เราต้องการมีความมั่นคงด้านแร่แรร์เอิร์ธ เรากำลังใส่เงินลงไปหลายแสนล้านดอลลาร์ พวกเขามีแร่แรร์เอิร์ธมหาศาล เและผมต้องการความมั่นคงด้านแร่แรร์เอิร์ธ และพวกเขามีความตั้งใจที่จะทำมัน" . ในวันศุกร์(7ก.พ.) ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เปิดเผยว่าวอชิงตันและเคียฟกำลังมีแผน "พบปะพูดคุยกัน" หลัง ทรัมป์ หยิบยกความเป็นไปได้ที่จะประชุมร่วมกับเขาในสัปดาห์หน้า . ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ เซเลนสกี บอกว่ายูเครนพร้อมอ้าแขนต้อนรับการลงทุนจากเหล่าบริษัทสหรัฐฯในแร่แรร์เอิร์ธ หรือโลหะต่างๆที่ถูกใช้อย่างกว้างขวางในงานอิเล็กทรอนิกส์ . ในแผนสันติภาพที่เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน เซเลนสกี เสนอ "ข้อตกลงพิเศษ" กับบรรดาพันธมิตรของประเทศ เปิดทางสำหรับการปกป้องร่วมกันและสำรวจร่วมกันในด้านทรัพยากรทางยุทธศาสตร์ทั้งหลาย อย่างไรก็ตามครั้งนั้น เขาไม่ได้พาดพิงอย่างเจาะจงถึงแร่แรร์เอิร์ธ โดยที่เขาอ้างถึงนั้นมีเพียง ยูเรเนียม, ไทเทเนียม, ลิเธียม, แกรไฟต์ และทรัพยากรทางยุทธศาสตร์มูลค่าสูงอื่นๆ . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000012938 .............. Sondhi X
    Like
    Love
    Haha
    10
    0 Comments 0 Shares 1556 Views 0 Reviews
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯระบุต้องการให้ยูเครนป้อนแร่แรร์เอิร์ธแก่อเมริกา ในฐานะรูปแบบหนึ่งของการชำระเงิน แลกกับความช่วยเหลือทางการเงินสนับสนุนประเทศแห่งนี้ที่กำลังทำสงครามกับรัสเซีย
    .
    ทรัมป์ บอกกับพวกผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว ว่ายูเครนจะเต็มใจยอมรับเงื่อนไขนี้ และระบุเขาต้องการแร่แรร์เอิร์ธจากยูเครน ในมูลค่าที่เท่าเทียมกับเงินสนับสนุนเกือบ 300,000 ล้านดอลลาร์ที่วอชิงตันมอบให้แก่เคียฟ
    .
    "เราบอกกับยูเครนไปว่า พวกเขามีแร่แรร์เอิร์ธที่มีมูลค่ามากๆ" ทรัมป์กล่าว และเรากำลังมองหาทำข้อตกลงกับยูเครน ว่าพวกเขาจะได้อะไรบ้าง และเราจะมอบอะไรให้พวกเขา แลกกับแร่แรร์เอิร์ธของพวกเขาและสิ่งอื่นๆ"
    .
    ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ทรัมป์ ใช้คำจำกัดความ "แรร์เอิร์ธ" ครอบคลุมถึงแร่สำคัญๆทุกชนิด หรือแค่หมายถึงแร่แรร์เอิร์ธแต่เพียงอย่างเดียว
    .
    แรร์เอิร์ธ เป็นแร่ที่มีองค์ประกอบของธาตุเคมี 17 ชนิดในตารางธาตุ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตสมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ
    .
    สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐฯ มองว่ามีแร่ 50 ชนิดที่สำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศและการป้องกันประเทศ ในนั้นมีหลายชนิดที่เป็นองค์ประกอบของแร่แรร์เอิร์ธ เช่นเดียวกับนิกเกิลและลิเธียม
    .
    ยูเครน มีทรัพยกรยูเรเนียม ลิเธียมและไทเทเนียม อยู่มหาศาล แม้ไม่ติด 1 ใน 5 ของโลกในแง่ของปริมาณ ส่วนสหรัฐฯก็มีแหล่งสำรองทรัพยกรเหล่านี้ที่ยังไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์เช่นกัน เช่นเดียวกับแร่สำคัญๆอื่นๆ
    .
    อย่างไรก็ตามในส่วนของแร่แรร์เอิร์ธ สหรัฐฯมีเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ เพียงแห่งเดียวที่ยังคงปฏิบัติการอยู่ และมีศักยภาพการแปรรูปเพียงเล็กน้อย แม้หลายบริษัทกำลังอยู่ระหว่างหาทางพัฒนาโปรเจ็คต่างๆภายในประเทศ ผิดกับจีน คู่แข่งสำคัญ ที่เป็นชาติผู้ผลิตแร่แร์เอิร์ธใหญ่ที่สุดของโลก รวมไปถึงแร่สำคัญๆอื่นๆอีกมากมาย
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000011140
    ..............
    Sondhi X
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯระบุต้องการให้ยูเครนป้อนแร่แรร์เอิร์ธแก่อเมริกา ในฐานะรูปแบบหนึ่งของการชำระเงิน แลกกับความช่วยเหลือทางการเงินสนับสนุนประเทศแห่งนี้ที่กำลังทำสงครามกับรัสเซีย . ทรัมป์ บอกกับพวกผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว ว่ายูเครนจะเต็มใจยอมรับเงื่อนไขนี้ และระบุเขาต้องการแร่แรร์เอิร์ธจากยูเครน ในมูลค่าที่เท่าเทียมกับเงินสนับสนุนเกือบ 300,000 ล้านดอลลาร์ที่วอชิงตันมอบให้แก่เคียฟ . "เราบอกกับยูเครนไปว่า พวกเขามีแร่แรร์เอิร์ธที่มีมูลค่ามากๆ" ทรัมป์กล่าว และเรากำลังมองหาทำข้อตกลงกับยูเครน ว่าพวกเขาจะได้อะไรบ้าง และเราจะมอบอะไรให้พวกเขา แลกกับแร่แรร์เอิร์ธของพวกเขาและสิ่งอื่นๆ" . ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ทรัมป์ ใช้คำจำกัดความ "แรร์เอิร์ธ" ครอบคลุมถึงแร่สำคัญๆทุกชนิด หรือแค่หมายถึงแร่แรร์เอิร์ธแต่เพียงอย่างเดียว . แรร์เอิร์ธ เป็นแร่ที่มีองค์ประกอบของธาตุเคมี 17 ชนิดในตารางธาตุ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตสมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ . สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐฯ มองว่ามีแร่ 50 ชนิดที่สำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศและการป้องกันประเทศ ในนั้นมีหลายชนิดที่เป็นองค์ประกอบของแร่แรร์เอิร์ธ เช่นเดียวกับนิกเกิลและลิเธียม . ยูเครน มีทรัพยกรยูเรเนียม ลิเธียมและไทเทเนียม อยู่มหาศาล แม้ไม่ติด 1 ใน 5 ของโลกในแง่ของปริมาณ ส่วนสหรัฐฯก็มีแหล่งสำรองทรัพยกรเหล่านี้ที่ยังไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์เช่นกัน เช่นเดียวกับแร่สำคัญๆอื่นๆ . อย่างไรก็ตามในส่วนของแร่แรร์เอิร์ธ สหรัฐฯมีเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ เพียงแห่งเดียวที่ยังคงปฏิบัติการอยู่ และมีศักยภาพการแปรรูปเพียงเล็กน้อย แม้หลายบริษัทกำลังอยู่ระหว่างหาทางพัฒนาโปรเจ็คต่างๆภายในประเทศ ผิดกับจีน คู่แข่งสำคัญ ที่เป็นชาติผู้ผลิตแร่แร์เอิร์ธใหญ่ที่สุดของโลก รวมไปถึงแร่สำคัญๆอื่นๆอีกมากมาย . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000011140 .............. Sondhi X
    Like
    Haha
    Love
    9
    1 Comments 0 Shares 1487 Views 0 Reviews
  • เชื่อว่าอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ อาจได้ความคิดซื้อเกาะกรีนแลนด์จากทายาทเครื่องสำอาง ESTÉE LAUDER “โรแนลด์ ลอเดอร์” (Ronald Lauder) เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย นายกรัฐมนตรีอิตาลีฟันธง เหมือนสัญญาณเตือนไป “ปักกิ่ง” ไม่กี่วันหลังวอชิงตันล็อบบี้ไม่ให้ขายบริษัทเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth) ของกรีนแลนด์ไปให้ปักกิ่ง
    .
    หนังสือพิมพ์ดิอินดีเพนเดนท์ของอังกฤษรายงานวันพุธ (8 ม.ค.) ว่า มีการเชื่อว่า ความคิดการซื้อเกาะกรีนแลนด์อาจมาจากเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของทรัมป์ ทายาทเครื่องสำอาง ESTÉE LAUDER “โรแนลด์ ลอเดอร์” (Ronald Lauder) อ้างจากหนังสือ The Divider ของปีเตอร์ เบเกอร์ (Peter Baker) จากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส และซูซาน กลาสเซอร์ (Susan Glasser) จาก The New Yorker ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอดีตผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ในขณะที่อยู่ในทำเนียบขาวระหว่างปี 2017-2021
    .
    “เพื่อนคนหนึ่งของผมที่เป็นนักธุรกิจที่มีประสบการณ์มากๆ คิดว่าเราควรได้เกาะกรีนแลนด์” ทรัมป์กล่าวต่อที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติในเวลานั้น อ้างอิงจากหนังสือ
    .
    ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในเวลานั้นถามย้ำว่า “คุณคิดว่าอย่างไร?”
    .
    และส่งผลทำให้มีการตั้งทีมศึกษา การหาทางออกต่างๆ เป็นต้นว่า ข้อเสนอขอเช่าเกาะ ที่คล้ายข้อตกลงอสังหาริมทรัพย์นิวยอร์ก
    .
    อ้างอิงจากนิวยอร์กไทม์ส มีความวิตกในกลุ่มผู้ช่วยทรัมป์ว่า หากแนวคิดการซื้อเกาะกรีนแลนด์หากรั่วออกไปอาจส่งผลกระทบทางการทูตได้
    .
    ทรัมป์ให้มสัมภาษณ์กับผู้แต่งว่า “ผมพูดว่า ทำไมพวกเราไม่ครอบครองมัน” และเสริมว่า “คุณมองไปที่แผนที่สิ ผมเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผมมองไปที่ตรงมุม ผมพูดว่า ผมจะต้องมีร้านสำหรับตึกที่ผมกำลังจะสร้างและอื่นๆ มันไม่ต่างกันเลย”
    .
    ผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่า “ผมรักแผน และผมมักพูดว่า มองไปที่ขนาดของมันสิ มันใหญ่มหึมามาก มันสมควรเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา”
    .
    ดิอินดีเพนเดนท์รายงานว่า อ้างอิงจากหนังสือพบว่า ทายาท Estée Lauder ได้หารือกับทรัมป์เกี่ยวกับเกาะกรีนแลนด์มาตั้งแต่เริ่มแรกของสมัยการดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2017 และแม้กระทั่งเสนอตัวเองเป็นประตูหลังติดต่อรัฐบาลเดนมาร์กสำหรับการเจรจาต่อรอง
    .
    ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ จอห์น โบลตัน (John Bolton) ในเวลานั้นได้สั่งผู้ช่วยของเขา ฟิโอนา ฮิลล์ (Fiona Hill) ให้ตั้งทีมงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ และพบมีการแอบหารือลับร่วมกับเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก พร้อมกับเมโมเสนอช่องทางตัวเลือก
    .
    ทั้งนี้ โบลตันวิตกการแผ่อิทธิพลของ "ปักกิ่ง" มายังภูมิภาคอาร์กติก ขั้วโลกเหนือ และเชื่อว่าการที่สหรัฐฯ จะเพิ่มอิทธิพลปรากฏตัวบนเกาะกรีนแลนด์จะเป็นความคิดที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม โบลตันเชื่อว่า ความคิดซื้อเกาะกรีนแลนด์นั้นไม่มีความเป็นไปได้
    .
    มีการสานสัมพันธ์ระหว่างกรีนแลนด์และจีน อ้างอิงจาก highnorthnews รายงานเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ปี 2021 ว่า เกาะกรีนแลนด์ได้เปิดสำนักงานตัวแทนขึ้นที่กรุงปักกิ่ง เพื่อโปรโมตทางเศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรมระหว่างกรีนแลนด์และเอเชีย โดยมีเป้าหมายไปที่ "จีน" แต่ยังครอบคลุมไปถึงญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้
    .
    ความกังวลของโบลตันเกี่ยวกับกรีนแลนด์ในเวลานั้นยังสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของวอชิงตันเมื่อล่าสุด
    .
    รอยเตอร์รายงานวันศุกร์ (10) ล่าสุดว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่กำลังจะหมดสมัยได้ร่วมกับโคเปนเฮเกนแอบล็อบบี้บริษัทเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth) Tanbreez Mining ของกรีนแลนด์ที่มีนโยบายว่า ทำเหมืองเพื่อเทคโนโลยีสะอาดกว่า (Mining for Greener Technologies) ไม่ให้ถูกขายไปให้ปักกิ่ง
    .
    แร่แรร์เอิร์ธนั้นมีคุณสมบัติความเป็นแม่เหล็กสูงและมีความสำคัญต่อการพัฒนาตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงจรวดมิสไซล์ที่ทั้งสหรัฐฯ และจีนต่างแข่งขันเพื่อครอบครอง
    .
    เกร็ก บาร์นส์ (Greg Barnes) ซีอีโอบริษัท Tanbreez Mining ที่ขัดสนเงินให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า เจ้าหน้าที่อเมริกันปีที่แล้วเดินทางมาที่ทางใต้ของเกาะกรีนแลนด์ถึง 2 ครั้งเพื่อเตือนไม่ให้ขายไปให้ผู้ซื้อที่เชื่อมโยงกับปักกิ่ง
    .
    และในท้ายที่สุดเขาจำเป็นต้องขายบริษัทเหมืองแร่กรีนแลนด์ไปให้บริษัทเหมืองแร่ Critical Metals ที่มีฐานในนิวยอร์กในข้อตกลงที่สลับซับซ้อนและได้เงินน้อยกว่า ซึ่งสัญญาจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้
    .
    ทั้งนี้บาร์นส์จะได้เงินสด 5 ล้านดอลลาร์และหุ้นใน Critical Metals สำหรับ Tanbreez Mining เป็นมูลค่า 211 ล้านดอลลาร์ เป็นมูลค่าสัญญาขายน้อยกว่ามากเมื่อเปรียบเทียบออกมาจากฝั่งของบริษัทจีน
    .
    ทรัมป์ต้องการได้เกาะกรีนแลนด์เพื่อกันจีนนั้นยังออกมาจากความเห็นของนายกรัฐมนตรีอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni)
    .
    ฟรานซ์24 ของฝรั่งเศสรายงานวันพฤหัสบดี (9) ว่า ผู้นำหญิงอิตาลีเปิดเผยว่า เธอมองว่าการที่ว่าที่ประธานาธิบดีอเมริกันคนใหม่ข่มขู่จะใช้กำลังทหารเข้ายึดเกาะกรีนแลนด์หรือคลองปานามาเป็นเสมือนคำเตือนไปยังประเทศฝ่ายตรงข้ามเป็นต้นว่า “จีน” ที่สมควรทำตัวออกห่างจากพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ
    .
    เดลีเมลของอังกฤษรายงานวันเสาร์ (11) ว่า นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ Múte Egede ในวันศุกร์ (10) ที่เดนมาร์ก ได้แสดงความปรารถนาจะเข้าสู่การเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ สำหรับผลประโยชน์ร่วมกัน พร้อมย้ำว่า “ชาวกรีนแลนด์ไม่ต้องการเป็นอเมริกันชน”
    .
    เกิดขึ้นหลังแอ็กซิออส (Axios) รายงานว่า เจ้าหน้าที่เดนมาร์กได้สื่อสารในทางลับกับทีมของทรัมป์ประเด็นเกาะกรีนแลนด์ก่อนหน้าวันพิธีสาบานตนในวันที่ 20 ม.ค.
    .
    สหรัฐฯ ที่ตั้งชาติมาอย่างหลากหลายวิธีทั้งสู้รบในสงครามปฏิวัติอเมริกากับอังกฤษ และการสู้รบสเปน และเม็กซิโกในการขยายดินแดน และยังรวมไปถึงการใช้เงินเพื่อซื้อดินแดน
    .
    เดลีเมลของอังกฤษประเมินว่า หากสหรัฐฯ เดินหน้าซื้อเกาะกรีนแลนด์จริงอาจต้องจ่ายแพงกว่าตอนซื้อรัฐอะแลสกาจากรัสเซียเมื่อปี 1867 ในราคา 7.2 ล้านดอลลาร์ หรือเท่ากับ 153.5 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน
    .
    โดยชี้ว่า เกาะกรีนแลนด์ใหญ่กว่ารัฐอะแลสกา 150 เท่า คาดว่าอาจต้องควักกระเป๋าจ่ายถึง 230.25 ล้านดอลลาร์
    สหรัฐฯ เคยซื้อเกาะเวอร์จินจากเดนมาร์กเมื่อปี 1917 ด้วยทองคำมูลค่า 25 ล้านดอลลาร์ เทียบเท่ากับ 616.2 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน
    .
    และรัฐบาลลุงแซมยังเคยทุ่มซื้อรัฐลุยเซียนาจากฝรั่งเศสเมื่อปี 1803 ในราคา 15 ล้านดอลลาร์ หรือตกราว 418.8 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000003916
    ..............
    Sondhi X
    เชื่อว่าอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ อาจได้ความคิดซื้อเกาะกรีนแลนด์จากทายาทเครื่องสำอาง ESTÉE LAUDER “โรแนลด์ ลอเดอร์” (Ronald Lauder) เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย นายกรัฐมนตรีอิตาลีฟันธง เหมือนสัญญาณเตือนไป “ปักกิ่ง” ไม่กี่วันหลังวอชิงตันล็อบบี้ไม่ให้ขายบริษัทเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth) ของกรีนแลนด์ไปให้ปักกิ่ง . หนังสือพิมพ์ดิอินดีเพนเดนท์ของอังกฤษรายงานวันพุธ (8 ม.ค.) ว่า มีการเชื่อว่า ความคิดการซื้อเกาะกรีนแลนด์อาจมาจากเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของทรัมป์ ทายาทเครื่องสำอาง ESTÉE LAUDER “โรแนลด์ ลอเดอร์” (Ronald Lauder) อ้างจากหนังสือ The Divider ของปีเตอร์ เบเกอร์ (Peter Baker) จากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส และซูซาน กลาสเซอร์ (Susan Glasser) จาก The New Yorker ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอดีตผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ในขณะที่อยู่ในทำเนียบขาวระหว่างปี 2017-2021 . “เพื่อนคนหนึ่งของผมที่เป็นนักธุรกิจที่มีประสบการณ์มากๆ คิดว่าเราควรได้เกาะกรีนแลนด์” ทรัมป์กล่าวต่อที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติในเวลานั้น อ้างอิงจากหนังสือ . ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในเวลานั้นถามย้ำว่า “คุณคิดว่าอย่างไร?” . และส่งผลทำให้มีการตั้งทีมศึกษา การหาทางออกต่างๆ เป็นต้นว่า ข้อเสนอขอเช่าเกาะ ที่คล้ายข้อตกลงอสังหาริมทรัพย์นิวยอร์ก . อ้างอิงจากนิวยอร์กไทม์ส มีความวิตกในกลุ่มผู้ช่วยทรัมป์ว่า หากแนวคิดการซื้อเกาะกรีนแลนด์หากรั่วออกไปอาจส่งผลกระทบทางการทูตได้ . ทรัมป์ให้มสัมภาษณ์กับผู้แต่งว่า “ผมพูดว่า ทำไมพวกเราไม่ครอบครองมัน” และเสริมว่า “คุณมองไปที่แผนที่สิ ผมเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผมมองไปที่ตรงมุม ผมพูดว่า ผมจะต้องมีร้านสำหรับตึกที่ผมกำลังจะสร้างและอื่นๆ มันไม่ต่างกันเลย” . ผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่า “ผมรักแผน และผมมักพูดว่า มองไปที่ขนาดของมันสิ มันใหญ่มหึมามาก มันสมควรเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา” . ดิอินดีเพนเดนท์รายงานว่า อ้างอิงจากหนังสือพบว่า ทายาท Estée Lauder ได้หารือกับทรัมป์เกี่ยวกับเกาะกรีนแลนด์มาตั้งแต่เริ่มแรกของสมัยการดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2017 และแม้กระทั่งเสนอตัวเองเป็นประตูหลังติดต่อรัฐบาลเดนมาร์กสำหรับการเจรจาต่อรอง . ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ จอห์น โบลตัน (John Bolton) ในเวลานั้นได้สั่งผู้ช่วยของเขา ฟิโอนา ฮิลล์ (Fiona Hill) ให้ตั้งทีมงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ และพบมีการแอบหารือลับร่วมกับเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก พร้อมกับเมโมเสนอช่องทางตัวเลือก . ทั้งนี้ โบลตันวิตกการแผ่อิทธิพลของ "ปักกิ่ง" มายังภูมิภาคอาร์กติก ขั้วโลกเหนือ และเชื่อว่าการที่สหรัฐฯ จะเพิ่มอิทธิพลปรากฏตัวบนเกาะกรีนแลนด์จะเป็นความคิดที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม โบลตันเชื่อว่า ความคิดซื้อเกาะกรีนแลนด์นั้นไม่มีความเป็นไปได้ . มีการสานสัมพันธ์ระหว่างกรีนแลนด์และจีน อ้างอิงจาก highnorthnews รายงานเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ปี 2021 ว่า เกาะกรีนแลนด์ได้เปิดสำนักงานตัวแทนขึ้นที่กรุงปักกิ่ง เพื่อโปรโมตทางเศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรมระหว่างกรีนแลนด์และเอเชีย โดยมีเป้าหมายไปที่ "จีน" แต่ยังครอบคลุมไปถึงญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ . ความกังวลของโบลตันเกี่ยวกับกรีนแลนด์ในเวลานั้นยังสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของวอชิงตันเมื่อล่าสุด . รอยเตอร์รายงานวันศุกร์ (10) ล่าสุดว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่กำลังจะหมดสมัยได้ร่วมกับโคเปนเฮเกนแอบล็อบบี้บริษัทเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth) Tanbreez Mining ของกรีนแลนด์ที่มีนโยบายว่า ทำเหมืองเพื่อเทคโนโลยีสะอาดกว่า (Mining for Greener Technologies) ไม่ให้ถูกขายไปให้ปักกิ่ง . แร่แรร์เอิร์ธนั้นมีคุณสมบัติความเป็นแม่เหล็กสูงและมีความสำคัญต่อการพัฒนาตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงจรวดมิสไซล์ที่ทั้งสหรัฐฯ และจีนต่างแข่งขันเพื่อครอบครอง . เกร็ก บาร์นส์ (Greg Barnes) ซีอีโอบริษัท Tanbreez Mining ที่ขัดสนเงินให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า เจ้าหน้าที่อเมริกันปีที่แล้วเดินทางมาที่ทางใต้ของเกาะกรีนแลนด์ถึง 2 ครั้งเพื่อเตือนไม่ให้ขายไปให้ผู้ซื้อที่เชื่อมโยงกับปักกิ่ง . และในท้ายที่สุดเขาจำเป็นต้องขายบริษัทเหมืองแร่กรีนแลนด์ไปให้บริษัทเหมืองแร่ Critical Metals ที่มีฐานในนิวยอร์กในข้อตกลงที่สลับซับซ้อนและได้เงินน้อยกว่า ซึ่งสัญญาจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้ . ทั้งนี้บาร์นส์จะได้เงินสด 5 ล้านดอลลาร์และหุ้นใน Critical Metals สำหรับ Tanbreez Mining เป็นมูลค่า 211 ล้านดอลลาร์ เป็นมูลค่าสัญญาขายน้อยกว่ามากเมื่อเปรียบเทียบออกมาจากฝั่งของบริษัทจีน . ทรัมป์ต้องการได้เกาะกรีนแลนด์เพื่อกันจีนนั้นยังออกมาจากความเห็นของนายกรัฐมนตรีอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) . ฟรานซ์24 ของฝรั่งเศสรายงานวันพฤหัสบดี (9) ว่า ผู้นำหญิงอิตาลีเปิดเผยว่า เธอมองว่าการที่ว่าที่ประธานาธิบดีอเมริกันคนใหม่ข่มขู่จะใช้กำลังทหารเข้ายึดเกาะกรีนแลนด์หรือคลองปานามาเป็นเสมือนคำเตือนไปยังประเทศฝ่ายตรงข้ามเป็นต้นว่า “จีน” ที่สมควรทำตัวออกห่างจากพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ . เดลีเมลของอังกฤษรายงานวันเสาร์ (11) ว่า นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ Múte Egede ในวันศุกร์ (10) ที่เดนมาร์ก ได้แสดงความปรารถนาจะเข้าสู่การเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ สำหรับผลประโยชน์ร่วมกัน พร้อมย้ำว่า “ชาวกรีนแลนด์ไม่ต้องการเป็นอเมริกันชน” . เกิดขึ้นหลังแอ็กซิออส (Axios) รายงานว่า เจ้าหน้าที่เดนมาร์กได้สื่อสารในทางลับกับทีมของทรัมป์ประเด็นเกาะกรีนแลนด์ก่อนหน้าวันพิธีสาบานตนในวันที่ 20 ม.ค. . สหรัฐฯ ที่ตั้งชาติมาอย่างหลากหลายวิธีทั้งสู้รบในสงครามปฏิวัติอเมริกากับอังกฤษ และการสู้รบสเปน และเม็กซิโกในการขยายดินแดน และยังรวมไปถึงการใช้เงินเพื่อซื้อดินแดน . เดลีเมลของอังกฤษประเมินว่า หากสหรัฐฯ เดินหน้าซื้อเกาะกรีนแลนด์จริงอาจต้องจ่ายแพงกว่าตอนซื้อรัฐอะแลสกาจากรัสเซียเมื่อปี 1867 ในราคา 7.2 ล้านดอลลาร์ หรือเท่ากับ 153.5 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน . โดยชี้ว่า เกาะกรีนแลนด์ใหญ่กว่ารัฐอะแลสกา 150 เท่า คาดว่าอาจต้องควักกระเป๋าจ่ายถึง 230.25 ล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ เคยซื้อเกาะเวอร์จินจากเดนมาร์กเมื่อปี 1917 ด้วยทองคำมูลค่า 25 ล้านดอลลาร์ เทียบเท่ากับ 616.2 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน . และรัฐบาลลุงแซมยังเคยทุ่มซื้อรัฐลุยเซียนาจากฝรั่งเศสเมื่อปี 1803 ในราคา 15 ล้านดอลลาร์ หรือตกราว 418.8 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000003916 .............. Sondhi X
    Like
    Haha
    Yay
    5
    0 Comments 0 Shares 1939 Views 0 Reviews