• “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ออกมาชี้แจงกรณีหลายฝ่ายตั้งคำถามเหตุใดจึงไม่มีการออกเสียงประชามติล่วงหน้า โดยย้ำชัดว่า ไม่ใช่เรื่องของการบริหารจัดการ แต่เป็นเพราะกฎหมายกำหนดให้การออกเสียงประชามติมีได้เพียงวันเดียว หากดำเนินการเกินจากที่กฎหมายบัญญัติ อาจทำให้การทำประชามติเป็นโมฆะได้
    .
    อย่างไรก็ตาม กฎหมายเปิดช่องให้ประชาชนสามารถ “ออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด” ได้ในวันเดียวกับวันลงประชามติ คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งแตกต่างจากการเลือกตั้ง สส. ที่สามารถลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์
    .
    เลขาธิการ กกต. ระบุว่า การเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า กับการออกเสียงประชามตินอกเขต เป็นคนละกระบวนการ แม้จะถูกจัดให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้กัน เนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้วันเลือกตั้งทั่วไปและวันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกัน จึงทำให้ประชาชนต้องวางแผนการใช้สิทธิ์มากขึ้น
    .
    พร้อมกันนี้ กกต. แนะนำ 4 แนวทางเพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ์ ได้แก่
    1) ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติพร้อมกันในวันที่ 8 ก.พ.
    2) ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. และไปออกเสียงประชามตินอกเขตในวันที่ 8 ก.พ.
    3) เลือกใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างเดียว และแจ้งเหตุไม่อาจไปออกเสียงประชามติ จะไม่ถูกตัดสิทธิ์
    4) การลงทะเบียนสามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้ ภายในกำหนดไม่เกินวันที่ 5 ม.ค.นี้
    .
    กกต. ย้ำให้ประชาชนตรวจสอบสิทธิ์และตัดสินใจลงทะเบียนให้ตรงกับแผนการเดินทาง เพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองของตนเองอย่างครบถ้วน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000819
    .
    #news1 #กกต #ประชามติ #เลือกตั้ง2569 #สิทธิเลือกตั้ง #แสวงบุญมี
    “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ออกมาชี้แจงกรณีหลายฝ่ายตั้งคำถามเหตุใดจึงไม่มีการออกเสียงประชามติล่วงหน้า โดยย้ำชัดว่า ไม่ใช่เรื่องของการบริหารจัดการ แต่เป็นเพราะกฎหมายกำหนดให้การออกเสียงประชามติมีได้เพียงวันเดียว หากดำเนินการเกินจากที่กฎหมายบัญญัติ อาจทำให้การทำประชามติเป็นโมฆะได้ . อย่างไรก็ตาม กฎหมายเปิดช่องให้ประชาชนสามารถ “ออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด” ได้ในวันเดียวกับวันลงประชามติ คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งแตกต่างจากการเลือกตั้ง สส. ที่สามารถลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ . เลขาธิการ กกต. ระบุว่า การเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า กับการออกเสียงประชามตินอกเขต เป็นคนละกระบวนการ แม้จะถูกจัดให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้กัน เนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้วันเลือกตั้งทั่วไปและวันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกัน จึงทำให้ประชาชนต้องวางแผนการใช้สิทธิ์มากขึ้น . พร้อมกันนี้ กกต. แนะนำ 4 แนวทางเพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ์ ได้แก่ 1) ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติพร้อมกันในวันที่ 8 ก.พ. 2) ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. และไปออกเสียงประชามตินอกเขตในวันที่ 8 ก.พ. 3) เลือกใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างเดียว และแจ้งเหตุไม่อาจไปออกเสียงประชามติ จะไม่ถูกตัดสิทธิ์ 4) การลงทะเบียนสามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงได้ ภายในกำหนดไม่เกินวันที่ 5 ม.ค.นี้ . กกต. ย้ำให้ประชาชนตรวจสอบสิทธิ์และตัดสินใจลงทะเบียนให้ตรงกับแผนการเดินทาง เพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองของตนเองอย่างครบถ้วน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000819 . #news1 #กกต #ประชามติ #เลือกตั้ง2569 #สิทธิเลือกตั้ง #แสวงบุญมี
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 171 มุมมอง 0 รีวิว
  • กกต.แจ้งเตือนประชาชน พรุ่งนี้ (5 ม.ค.) เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า และการออกเสียงประชามตินอกเขต–นอกราชอาณาจักร สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอให้รีบดำเนินการภายในกำหนด
    .
    วันนี้ (4 ม.ค.) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ที่ไม่สะดวกไปใช้สิทธิ ณ หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ให้ยื่นลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้า ภายในวันพรุ่งนี้ (5 ม.ค.) เพื่อไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569
    .
    การลงทะเบียนสามารถยื่นได้ต่อนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น หรือเอกอัครราชทูตหรือผู้ได้รับมอบหมาย ภายในเวลา 16.30 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2569 หรือยื่นทางไปรษณีย์โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ รวมถึงยื่นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (เฉพาะนอกเขต–นอกราชอาณาจักร) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบจะปิดอัตโนมัติเวลา 24.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
    .
    สำหรับการออกเสียงประชามติ ผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน่วยออกเสียงตามทะเบียนบ้าน ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนใช้ออกเสียงนอกเขต นอกราชอาณาจักร หรือสถานที่ออกเสียงสำหรับคนพิการ ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ภายในวันพรุ่งนี้เช่นกัน โดยใช้ช่องทางเดียวกัน
    .
    ทั้งนี้ การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า หรือออกเสียงประชามตินอกเขต ต้องเลือกสถานที่ที่ไม่ใช่จังหวัดตามทะเบียนบ้านของตนเอง หากลงทะเบียนผิดเขตจะไม่สามารถใช้สิทธิได้
    .
    ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน กกต. www.ect.go.th หรือสอบถามสายด่วน 1444
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000772
    .
    #News1 #News1live #กกต #เลือกตั้งล่วงหน้า #ประชามติ #ใช้สิทธิเลือกตั้ง
    กกต.แจ้งเตือนประชาชน พรุ่งนี้ (5 ม.ค.) เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า และการออกเสียงประชามตินอกเขต–นอกราชอาณาจักร สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอให้รีบดำเนินการภายในกำหนด . วันนี้ (4 ม.ค.) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ที่ไม่สะดวกไปใช้สิทธิ ณ หน่วยเลือกตั้งตามทะเบียนบ้านในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ให้ยื่นลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้า ภายในวันพรุ่งนี้ (5 ม.ค.) เพื่อไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 . การลงทะเบียนสามารถยื่นได้ต่อนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น หรือเอกอัครราชทูตหรือผู้ได้รับมอบหมาย ภายในเวลา 16.30 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2569 หรือยื่นทางไปรษณีย์โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ รวมถึงยื่นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (เฉพาะนอกเขต–นอกราชอาณาจักร) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบบจะปิดอัตโนมัติเวลา 24.00 น. ตามเวลาประเทศไทย . สำหรับการออกเสียงประชามติ ผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หน่วยออกเสียงตามทะเบียนบ้าน ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนใช้ออกเสียงนอกเขต นอกราชอาณาจักร หรือสถานที่ออกเสียงสำหรับคนพิการ ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ภายในวันพรุ่งนี้เช่นกัน โดยใช้ช่องทางเดียวกัน . ทั้งนี้ การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า หรือออกเสียงประชามตินอกเขต ต้องเลือกสถานที่ที่ไม่ใช่จังหวัดตามทะเบียนบ้านของตนเอง หากลงทะเบียนผิดเขตจะไม่สามารถใช้สิทธิได้ . ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน กกต. www.ect.go.th หรือสอบถามสายด่วน 1444 . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000772 . #News1 #News1live #กกต #เลือกตั้งล่วงหน้า #ประชามติ #ใช้สิทธิเลือกตั้ง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 139 มุมมอง 0 รีวิว
  • กกต.แจงแนวทางค่าใช้จ่ายและการหาเสียงเลือกตั้ง สส. หลังยุบสภา ผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต ใช้จ่ายได้ไม่เกิน 1.9 ล้านบาทต่อคน ขณะที่พรรคการเมืองใช้จ่ายได้ไม่เกิน 44 ล้านบาท โดยให้นับค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ยุบสภา จนถึงวันก่อนวันเลือกตั้ง พร้อมย้ำห้ามแจกเงินหรือสิ่งของจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย
    .
    อ่านรายละเอียด >> https://news1live.com/detail/9680000119667
    .
    #News1live #News1 #กกต #เลือกตั้ง #ยุบสภา #หาเสียงเลือกตั้ง #กฎหมายเลือกตั้ง
    กกต.แจงแนวทางค่าใช้จ่ายและการหาเสียงเลือกตั้ง สส. หลังยุบสภา ผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต ใช้จ่ายได้ไม่เกิน 1.9 ล้านบาทต่อคน ขณะที่พรรคการเมืองใช้จ่ายได้ไม่เกิน 44 ล้านบาท โดยให้นับค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ยุบสภา จนถึงวันก่อนวันเลือกตั้ง พร้อมย้ำห้ามแจกเงินหรือสิ่งของจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย . อ่านรายละเอียด >> https://news1live.com/detail/9680000119667 . #News1live #News1 #กกต #เลือกตั้ง #ยุบสภา #หาเสียงเลือกตั้ง #กฎหมายเลือกตั้ง
    Like
    Love
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 294 มุมมอง 0 รีวิว
  • "งานวิจัยเผย AI Chatbots มีอิทธิพลต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง"

    ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งในสหรัฐฯ พบว่า AI Chatbots สามารถเปลี่ยนทัศนคติทางการเมืองของผู้ใช้ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการสนทนาเชิงโต้ตอบที่ต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนกำลังพูดคุยกับบุคคลจริง ๆ มากกว่าการรับข้อมูลจากโฆษณาออนไลน์หรือโพสต์ในโซเชียลมีเดีย.

    นักวิจัยระบุว่า Chatbots มีศักยภาพในการ ปรับแต่งข้อความให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน เช่น การใช้ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียหรือพฤติกรรมออนไลน์ เพื่อสร้างข้อความที่ตรงกับความสนใจและความเชื่อเดิมของผู้ใช้ ซึ่งเพิ่มโอกาสในการโน้มน้าวใจได้มากขึ้น.

    แม้จะมีข้อดีในด้านการสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูล แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การใช้ AI ในการรณรงค์ทางการเมืองอาจสร้างความเสี่ยงต่อความโปร่งใสและความเป็นธรรม เพราะผู้ใช้บางคนอาจไม่รู้ว่ากำลังถูกโน้มน้าวโดยระบบอัตโนมัติ ไม่ใช่บุคคลจริง.

    งานวิจัยนี้จึงจุดประกายการถกเถียงว่า ควรมีการกำกับดูแลการใช้ AI ในการเมือง เพื่อป้องกันการบิดเบือนความคิดเห็นสาธารณะ และรักษาความเชื่อมั่นในกระบวนการประชาธิปไตย โดยหลายฝ่ายเสนอให้มีการออกกฎหมายหรือมาตรฐานใหม่ในการใช้เทคโนโลยีนี้.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    AI Chatbots สามารถเปลี่ยนทัศนคติทางการเมืองของผู้ใช้ได้
    การสนทนาเชิงโต้ตอบมีอิทธิพลมากกว่าการโฆษณาออนไลน์ทั่วไป
    Chatbots สามารถปรับแต่งข้อความให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน

    ข้อมูลเสริมจาก Internet
    หลายประเทศเริ่มถกเถียงเรื่องการกำกับดูแลการใช้ AI ในการเลือกตั้ง
    สหภาพยุโรปมีข้อเสนอให้จำกัดการใช้ AI เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูล
    นักวิชาการเตือนว่า AI อาจสร้าง “echo chamber” ที่ทำให้ผู้ใช้เห็นแต่ข้อมูลที่สอดคล้องกับความเชื่อเดิม

    คำเตือนจากข่าว
    ผู้ใช้บางคนอาจไม่รู้ว่ากำลังถูกโน้มน้าวโดยระบบอัตโนมัติ
    การใช้ AI ในการรณรงค์อาจกระทบต่อความโปร่งใสและความเป็นธรรม
    หากไม่มีการกำกับดูแล อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นในประชาธิปไตย

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/12/05/studies-ai-chatbots-can-influence-voters
    🗳️ "งานวิจัยเผย AI Chatbots มีอิทธิพลต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง" ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งในสหรัฐฯ พบว่า AI Chatbots สามารถเปลี่ยนทัศนคติทางการเมืองของผู้ใช้ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการสนทนาเชิงโต้ตอบที่ต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนกำลังพูดคุยกับบุคคลจริง ๆ มากกว่าการรับข้อมูลจากโฆษณาออนไลน์หรือโพสต์ในโซเชียลมีเดีย. นักวิจัยระบุว่า Chatbots มีศักยภาพในการ ปรับแต่งข้อความให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน เช่น การใช้ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียหรือพฤติกรรมออนไลน์ เพื่อสร้างข้อความที่ตรงกับความสนใจและความเชื่อเดิมของผู้ใช้ ซึ่งเพิ่มโอกาสในการโน้มน้าวใจได้มากขึ้น. แม้จะมีข้อดีในด้านการสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูล แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การใช้ AI ในการรณรงค์ทางการเมืองอาจสร้างความเสี่ยงต่อความโปร่งใสและความเป็นธรรม เพราะผู้ใช้บางคนอาจไม่รู้ว่ากำลังถูกโน้มน้าวโดยระบบอัตโนมัติ ไม่ใช่บุคคลจริง. งานวิจัยนี้จึงจุดประกายการถกเถียงว่า ควรมีการกำกับดูแลการใช้ AI ในการเมือง เพื่อป้องกันการบิดเบือนความคิดเห็นสาธารณะ และรักษาความเชื่อมั่นในกระบวนการประชาธิปไตย โดยหลายฝ่ายเสนอให้มีการออกกฎหมายหรือมาตรฐานใหม่ในการใช้เทคโนโลยีนี้. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ AI Chatbots สามารถเปลี่ยนทัศนคติทางการเมืองของผู้ใช้ได้ ➡️ การสนทนาเชิงโต้ตอบมีอิทธิพลมากกว่าการโฆษณาออนไลน์ทั่วไป ➡️ Chatbots สามารถปรับแต่งข้อความให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน ✅ ข้อมูลเสริมจาก Internet ➡️ หลายประเทศเริ่มถกเถียงเรื่องการกำกับดูแลการใช้ AI ในการเลือกตั้ง ➡️ สหภาพยุโรปมีข้อเสนอให้จำกัดการใช้ AI เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูล ➡️ นักวิชาการเตือนว่า AI อาจสร้าง “echo chamber” ที่ทำให้ผู้ใช้เห็นแต่ข้อมูลที่สอดคล้องกับความเชื่อเดิม ‼️ คำเตือนจากข่าว ⛔ ผู้ใช้บางคนอาจไม่รู้ว่ากำลังถูกโน้มน้าวโดยระบบอัตโนมัติ ⛔ การใช้ AI ในการรณรงค์อาจกระทบต่อความโปร่งใสและความเป็นธรรม ⛔ หากไม่มีการกำกับดูแล อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นในประชาธิปไตย https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2025/12/05/studies-ai-chatbots-can-influence-voters
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Studies: AI chatbots can influence voters
    A brief conversation with a partisan AI chatbot can influence voters' political views, studies published Dec 4 found, with evidence-backed arguments – true or not – proving particularly persuasive.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 363 มุมมอง 0 รีวิว
  • หัวข้อข่าว: "เมื่อสิ่งที่ไม่ใช่คน กลายเป็นบุคคลตามกฎหมาย "

    ลองจินตนาการดูว่า...เรือ แม่น้ำ หรือแม้แต่เทพเจ้า กลายเป็น “บุคคล” ที่สามารถฟ้องร้องหรือถูกฟ้องได้ในศาล! ฟังดูเหมือนนิยายแฟนตาซี แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงในหลายประเทศทั่วโลก และมีเหตุผลทางกฎหมายที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

    เรือ: บุคคลแห่งท้องทะเล
    ในโลกของกฎหมายทางทะเล เรือไม่ได้เป็นแค่ยานพาหนะ แต่เป็น “บุคคล” ที่สามารถถูกฟ้องร้องได้หากก่อความเสียหาย เช่น ชนท่าเรือหรือทำให้ทรัพย์สินเสียหาย โดยไม่ต้องรอให้เจ้าของเรือมารับผิดชอบ

    เรือมีสถานะเป็น “บุคคลตามกฎหมาย” เพื่อให้สามารถถูกยึดหรือฟ้องร้องได้
    สิ่งนี้ช่วยให้เจ้าท่าและผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีได้โดยไม่ต้องตามหาเจ้าของเรือที่อาจอยู่ไกลหลายพันไมล์

    เรือมี “สิทธิในการกู้ภัย” (Salvage Rights)
    หากเรือลำหนึ่งช่วยอีกลำหนึ่งจากอันตรายกลางทะเล จะมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนตามหลัก “no cure, no pay”


    แม่น้ำ Whanganui: วิญญาณแห่งธรรมชาติที่มีสิทธิ์ตามกฎหมาย
    ในปี 2017 รัฐบาลนิวซีแลนด์ได้ประกาศให้แม่น้ำ Whanganui เป็น “บุคคลตามกฎหมาย” เพื่อยอมรับความเชื่อของชาวเมารีที่มองว่าแม่น้ำคือบรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์

    แม่น้ำ Whanganui ได้รับสถานะเป็น “บุคคล” พร้อมสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบตามกฎหมาย
    มีผู้ดูแล 2 ฝ่าย: ตัวแทนจากรัฐบาลและตัวแทนจากชนเผ่าเมารี

    รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อฟื้นฟูแม่น้ำและดูแลผลประโยชน์ของแม่น้ำในระยะยาว
    รวมกว่า 110 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์


    เทพเจ้าในศาสนาฮินดู: ผู้ถือครองทรัพย์สินและสิทธิในศาล
    ในอินเดีย เทพเจ้าฮินดูถือเป็น “บุคคลตามกฎหมาย” ที่สามารถถือครองทรัพย์สินและมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรมได้ โดยมี “ผู้ดูแล” หรือ “เพื่อนสนิท” เป็นผู้ดำเนินการแทน

    เทพเจ้าฮินดูมีสถานะเป็น “บุคคลทางกฎหมาย” (juristic person)
    สามารถถือครองที่ดินและทรัพย์สินได้

    มี “ผู้ดูแล” (shebait) หรือ “เพื่อนสนิท” ที่เป็นตัวแทนในการดำเนินคดีแทนเทพเจ้า
    หากผู้ดูแลไม่ซื่อสัตย์ ผู้ศรัทธาคนอื่นสามารถฟ้องแทนเทพเจ้าได้

    คดีสำคัญ เช่น คดีที่ดินในเมืองอยุธยา (Ayodhya) ที่ศาลสูงสุดตัดสินให้เทพเจ้ารามเป็นเจ้าของที่ดิน
    มีการจัดตั้งทรัสต์เพื่อดูแลทรัพย์สินของเทพเจ้า


    เสริมความรู้: “บุคคลตามกฎหมาย” คืออะไร?
    คำว่า “บุคคลตามกฎหมาย” (legal person) ไม่ได้หมายถึงมนุษย์เท่านั้น แต่รวมถึงองค์กร บริษัท หรือแม้แต่สิ่งไม่มีชีวิตที่กฎหมายให้สิทธิและหน้าที่เหมือนบุคคล

    ตัวอย่างของบุคคลตามกฎหมาย:
    บริษัท ห้างหุ้นส่วน มูลนิธิ
    เรือ แม่น้ำ เทพเจ้า (ในบางประเทศ)

    บุคคลตามกฎหมายไม่ได้มีสิทธิเหมือนมนุษย์ทุกประการ
    เช่น ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง หรือสิทธิในชีวิตส่วนตัว

    https://bengoldhaber.substack.com/p/unexpected-things-that-are-people
    📰 หัวข้อข่าว: "เมื่อสิ่งที่ไม่ใช่คน กลายเป็นบุคคลตามกฎหมาย 🤖⚖️" ลองจินตนาการดูว่า...เรือ แม่น้ำ หรือแม้แต่เทพเจ้า กลายเป็น “บุคคล” ที่สามารถฟ้องร้องหรือถูกฟ้องได้ในศาล! ฟังดูเหมือนนิยายแฟนตาซี แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงในหลายประเทศทั่วโลก และมีเหตุผลทางกฎหมายที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว 🔖🔖🔖🔖🔖 🛳️ เรือ: บุคคลแห่งท้องทะเล ในโลกของกฎหมายทางทะเล เรือไม่ได้เป็นแค่ยานพาหนะ แต่เป็น “บุคคล” ที่สามารถถูกฟ้องร้องได้หากก่อความเสียหาย เช่น ชนท่าเรือหรือทำให้ทรัพย์สินเสียหาย โดยไม่ต้องรอให้เจ้าของเรือมารับผิดชอบ ✅ เรือมีสถานะเป็น “บุคคลตามกฎหมาย” เพื่อให้สามารถถูกยึดหรือฟ้องร้องได้ ➡️ สิ่งนี้ช่วยให้เจ้าท่าและผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีได้โดยไม่ต้องตามหาเจ้าของเรือที่อาจอยู่ไกลหลายพันไมล์ ✅ เรือมี “สิทธิในการกู้ภัย” (Salvage Rights) ➡️ หากเรือลำหนึ่งช่วยอีกลำหนึ่งจากอันตรายกลางทะเล จะมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนตามหลัก “no cure, no pay” 🔖🔖🔖🔖🔖 🌊 แม่น้ำ Whanganui: วิญญาณแห่งธรรมชาติที่มีสิทธิ์ตามกฎหมาย ในปี 2017 รัฐบาลนิวซีแลนด์ได้ประกาศให้แม่น้ำ Whanganui เป็น “บุคคลตามกฎหมาย” เพื่อยอมรับความเชื่อของชาวเมารีที่มองว่าแม่น้ำคือบรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ✅ แม่น้ำ Whanganui ได้รับสถานะเป็น “บุคคล” พร้อมสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบตามกฎหมาย ➡️ มีผู้ดูแล 2 ฝ่าย: ตัวแทนจากรัฐบาลและตัวแทนจากชนเผ่าเมารี ✅ รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อฟื้นฟูแม่น้ำและดูแลผลประโยชน์ของแม่น้ำในระยะยาว ➡️ รวมกว่า 110 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ 🔖🔖🔖🔖🔖 🛕 เทพเจ้าในศาสนาฮินดู: ผู้ถือครองทรัพย์สินและสิทธิในศาล ในอินเดีย เทพเจ้าฮินดูถือเป็น “บุคคลตามกฎหมาย” ที่สามารถถือครองทรัพย์สินและมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรมได้ โดยมี “ผู้ดูแล” หรือ “เพื่อนสนิท” เป็นผู้ดำเนินการแทน ✅ เทพเจ้าฮินดูมีสถานะเป็น “บุคคลทางกฎหมาย” (juristic person) ➡️ สามารถถือครองที่ดินและทรัพย์สินได้ ✅ มี “ผู้ดูแล” (shebait) หรือ “เพื่อนสนิท” ที่เป็นตัวแทนในการดำเนินคดีแทนเทพเจ้า ➡️ หากผู้ดูแลไม่ซื่อสัตย์ ผู้ศรัทธาคนอื่นสามารถฟ้องแทนเทพเจ้าได้ ✅ คดีสำคัญ เช่น คดีที่ดินในเมืองอยุธยา (Ayodhya) ที่ศาลสูงสุดตัดสินให้เทพเจ้ารามเป็นเจ้าของที่ดิน ➡️ มีการจัดตั้งทรัสต์เพื่อดูแลทรัพย์สินของเทพเจ้า 🔖🔖🔖🔖🔖 🧠 เสริมความรู้: “บุคคลตามกฎหมาย” คืออะไร? คำว่า “บุคคลตามกฎหมาย” (legal person) ไม่ได้หมายถึงมนุษย์เท่านั้น แต่รวมถึงองค์กร บริษัท หรือแม้แต่สิ่งไม่มีชีวิตที่กฎหมายให้สิทธิและหน้าที่เหมือนบุคคล ✅ ตัวอย่างของบุคคลตามกฎหมาย: ➡️ บริษัท ห้างหุ้นส่วน มูลนิธิ ➡️ เรือ แม่น้ำ เทพเจ้า (ในบางประเทศ) ‼️ บุคคลตามกฎหมายไม่ได้มีสิทธิเหมือนมนุษย์ทุกประการ ⛔ เช่น ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง หรือสิทธิในชีวิตส่วนตัว https://bengoldhaber.substack.com/p/unexpected-things-that-are-people
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 580 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฟังไว้เตือนสติ คณะรัฐมนตรีทุกคน ประชาธิปไตย มันคือจอมปลอม ที่ชาติตะวันตก ใส่สมองมา อยู่ดี กินดี มีสุข คือ ของจริง

    ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นไหม นักการเมืองทั้งโลก นายและนาง ล้วนแสบทั้งสิ้น ของไทยก็หายใจเข้าออก จะแก้แต่กติกา ถ้าพวก .. ดีจริง ไม่มีกติกา ก็สงบสุขได้ เพราะทุกชาติมีประเพณี วัฒนธรรม

    https://youtu.be/qgQlFr6Kc2o?si=Iky0LVEiMKLKgNYF
    ฟังไว้เตือนสติ คณะรัฐมนตรีทุกคน ประชาธิปไตย มันคือจอมปลอม ที่ชาติตะวันตก ใส่สมองมา อยู่ดี กินดี มีสุข คือ ของจริง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นไหม นักการเมืองทั้งโลก นายและนาง ล้วนแสบทั้งสิ้น ของไทยก็หายใจเข้าออก จะแก้แต่กติกา ถ้าพวก .. ดีจริง ไม่มีกติกา ก็สงบสุขได้ เพราะทุกชาติมีประเพณี วัฒนธรรม https://youtu.be/qgQlFr6Kc2o?si=Iky0LVEiMKLKgNYF
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 313 มุมมอง 0 รีวิว
  • กกต.เรียกสอบ “เศรณี” ส.ว. ปมต้องสงสัยทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หลังพบมีชื่อเข้าพักโรงแรมปทุมฯ ก่อนวันเลือก ส่อเข้าข่ายมาตรา 77 โทษหนักถึงจำคุก-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ขณะที่เจ้าตัวยังเป็นข่าวฉาวปะทะ รปภ.รัฐสภา ใช้ถ้อยคำหยาบคายข่มขู

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000093316

    #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire #เขมรลักลอบวางระเบิด
    กกต.เรียกสอบ “เศรณี” ส.ว. ปมต้องสงสัยทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หลังพบมีชื่อเข้าพักโรงแรมปทุมฯ ก่อนวันเลือก ส่อเข้าข่ายมาตรา 77 โทษหนักถึงจำคุก-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ขณะที่เจ้าตัวยังเป็นข่าวฉาวปะทะ รปภ.รัฐสภา ใช้ถ้อยคำหยาบคายข่มขู อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000093316 #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire #เขมรลักลอบวางระเบิด
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 503 มุมมอง 0 รีวิว
  • กกต.เรียกสอบ “เศรณี” ส.ว. ปมต้องสงสัยทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หลังพบมีชื่อเข้าพักโรงแรมปทุมฯ ก่อนวันเลือก ส่อเข้าข่ายมาตรา 77 โทษหนักถึงจำคุก-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ขณะที่เจ้าตัวยังเป็นข่าวฉาวปะทะ รปภ.รัฐสภา ใช้ถ้อยคำหยาบคายข่มขู
    .
    อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000093313

    #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    กกต.เรียกสอบ “เศรณี” ส.ว. ปมต้องสงสัยทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หลังพบมีชื่อเข้าพักโรงแรมปทุมฯ ก่อนวันเลือก ส่อเข้าข่ายมาตรา 77 โทษหนักถึงจำคุก-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ขณะที่เจ้าตัวยังเป็นข่าวฉาวปะทะ รปภ.รัฐสภา ใช้ถ้อยคำหยาบคายข่มขู . อ่านเพิ่มเติม..https://sondhitalk.com/detail/9680000093313 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #สนธิเล่าเรื่อง #Thaitimes #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 692 มุมมอง 0 รีวิว
  • ด่วน! ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง "พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน" พ้น สส.-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี ผิด ม.144 ใช้ช่องรองประธานสภาฯ เสนองบฯ ในพื้นที่ตนเอง
    https://www.thai-tai.tv/news/20698/
    .
    #ThailandFactMission #TruthFromThailand #สถานการณ์ไทยกัมพูชา #กัมพูชายิงก่อน #ข่าวบิดเบือน #กองทัพบก #ชายแดนไทยกัมพูชา #RightOfSelfDefense #ไทยไท
    ด่วน! ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง "พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน" พ้น สส.-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี ผิด ม.144 ใช้ช่องรองประธานสภาฯ เสนองบฯ ในพื้นที่ตนเอง https://www.thai-tai.tv/news/20698/ . #ThailandFactMission #TruthFromThailand #สถานการณ์ไทยกัมพูชา #กัมพูชายิงก่อน #ข่าวบิดเบือน #กองทัพบก #ชายแดนไทยกัมพูชา #RightOfSelfDefense #ไทยไท
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 485 มุมมอง 0 รีวิว
  • "สมชัย" ชี้ "แพทองธาร" ส่อผิดจริยธรรมร้ายแรง ปมคลิป "ฮุน เซน" หากศาลฎีกาประทับรับฟ้อง อาจพ้นตำแหน่งและถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง!
    https://www.thai-tai.tv/news/20269/
    .
    #สมชัยศรีสุทธิยากร #แพทองธาร #ฮุนเซน #ปปช #มาตรฐานจริยธรรม #ศาลฎีกา #นายกฯ #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #คดีจริยธรรม
    "สมชัย" ชี้ "แพทองธาร" ส่อผิดจริยธรรมร้ายแรง ปมคลิป "ฮุน เซน" หากศาลฎีกาประทับรับฟ้อง อาจพ้นตำแหน่งและถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง! https://www.thai-tai.tv/news/20269/ . #สมชัยศรีสุทธิยากร #แพทองธาร #ฮุนเซน #ปปช #มาตรฐานจริยธรรม #ศาลฎีกา #นายกฯ #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #คดีจริยธรรม
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 352 มุมมอง 0 รีวิว
  • "อยากทำตัวราวกับไม่แก่" 100 ปีมหาเธร์ โมฮัมหมัด

    ใครจะเชื่อว่าบนโลกนี้ยังมีนักการเมืองอายุยืนถึงเลขสามหลัก เฉกเช่นอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย มหาเธร์ โมฮัมหมัด มีวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 100 ปีเมื่อวันที่ 10 ก.ค. แม้คำอวยพรจะล้นหลาม แต่เขายังคงทำงานตามปกติอยู่ในสำนักงานที่เมืองปุตราจายา แม้จะมีแขกผู้มาเยือนแต่ก็ไม่ได้จัดงานฉลองใหญ่โต มีเพียงคนในสำนักงานนำเค้กก้อนเล็กมอบให้พร้อมร้องเพลงวันเกิด ก่อนที่มหาเธร์จะให้แยกย้ายกลับไปทำงานตามปกติ เคล็ดลับที่ทำให้อายุยืนเขาเชื่อว่ามาจากการไม่สูบบุหรี่ ไม่กินมากเกินไป และออกกำลังกายทั้งกายและใจ รวมทั้งสมอง แม้จะมีประวัติโรคหัวใจ รวมถึงการผ่าตัดบายพาสสองครั้งก็ตาม

    นัยยะที่ทำให้คอการเมืองและผู้สนใจมาเลเซียจับตามอง คือการที่เขากล่าวผ่านพอร์ตแคสต์ว่า ตราบใดที่ยังทำหน้าที่ได้ ก็อยากจะทำหน้าที่ต่อไป อยากจะทำตัวให้ราวกับว่ายังไม่แก่ พยายามใช้ชีวิตแบบเดียวกับตอนที่ยังเด็ก ทำงาน มาที่ออฟฟิศ ไปงานต่างๆ และอะไรต่อมิอะไร คิดว่าการได้ออกกำลังกายคือสิ่งที่ทำให้มีชีวิตชีวา และว่า "ผมเป็นคนแอคทีฟมาตลอด ไม่เข้าใจว่าทำไมคนถึงอยากพักผ่อน หมายความว่าไปเที่ยวพักผ่อน ทำอะไรสักอย่าง ไปเที่ยวพักผ่อนที่ได้ทำอะไรบางอย่าง แต่บางคนเกษียณแล้วอยากพักผ่อน การพักผ่อนหมายความว่ายังไง ไม่ทำอะไรเลยเหรอ"

    จากเด็กชายที่เกิดในเมืองอลอร์สตาร์ รัฐเคดะห์ ทางภาคเหนือของมาเลเซีย เขาคือนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งถึง 2 สมัย ปี 2524-2546 และ 2561-2563 สร้างความเปลี่ยนแปลงในมาเลเซีย โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางด่วนเหนือ-ใต้ สาย E1-E2 สนามบินกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) ตึกแฝดปิโตรนาสที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการพัฒนา การแปรรูปรัฐวิสาหกิจทั้งโทรคมนาคม ไฟฟ้า สายการบิน การสร้างแบรนด์รถยนต์แห่งชาติอย่างโปรตอน (Proton) กอบกู้ประเทศจากวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 2540 เลือกพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจ ควบคุมเงินทุนและกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินริงกิต ไม่พึ่งพากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

    ถึงกระนั้น การเมืองในมาเลเซียไม่ได้ขาวสะอาด เต็มไปด้วยเกมชิงอำนาจ เส้นทางการเมืองของมหาเธร์ไม่สวยงามนัก เคยถูกตั้งคำถามจากฝ่ายค้านและกลุ่มเอ็นจีโอถึงการรวมอำนาจทางการเมือง กำจัดฝ่ายตรงข้าม จำกัดเสรีภาพประชาชน รวมทั้งในสายตาคนรุ่นใหม่ เชื่อว่ามนต์ขลังของมหาเธร์หมดลงแล้ว เป็นเพียงอดีตผู้นำชราที่ไม่โดนใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในปัจจุบันท่ามกลางปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น การขึ้นภาษี SST สงครามการค้ากับสหรัฐฯ การปฎิรูปการเมืองที่ล้มเหลว หากมหาเธร์จะกลับมาลงสนามเลือกตั้งในวัย 100 ปี จะไหวหรือไม่ ถามใจชาวมาเลเซียดู

    #Newskit
    "อยากทำตัวราวกับไม่แก่" 100 ปีมหาเธร์ โมฮัมหมัด ใครจะเชื่อว่าบนโลกนี้ยังมีนักการเมืองอายุยืนถึงเลขสามหลัก เฉกเช่นอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย มหาเธร์ โมฮัมหมัด มีวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 100 ปีเมื่อวันที่ 10 ก.ค. แม้คำอวยพรจะล้นหลาม แต่เขายังคงทำงานตามปกติอยู่ในสำนักงานที่เมืองปุตราจายา แม้จะมีแขกผู้มาเยือนแต่ก็ไม่ได้จัดงานฉลองใหญ่โต มีเพียงคนในสำนักงานนำเค้กก้อนเล็กมอบให้พร้อมร้องเพลงวันเกิด ก่อนที่มหาเธร์จะให้แยกย้ายกลับไปทำงานตามปกติ เคล็ดลับที่ทำให้อายุยืนเขาเชื่อว่ามาจากการไม่สูบบุหรี่ ไม่กินมากเกินไป และออกกำลังกายทั้งกายและใจ รวมทั้งสมอง แม้จะมีประวัติโรคหัวใจ รวมถึงการผ่าตัดบายพาสสองครั้งก็ตาม นัยยะที่ทำให้คอการเมืองและผู้สนใจมาเลเซียจับตามอง คือการที่เขากล่าวผ่านพอร์ตแคสต์ว่า ตราบใดที่ยังทำหน้าที่ได้ ก็อยากจะทำหน้าที่ต่อไป อยากจะทำตัวให้ราวกับว่ายังไม่แก่ พยายามใช้ชีวิตแบบเดียวกับตอนที่ยังเด็ก ทำงาน มาที่ออฟฟิศ ไปงานต่างๆ และอะไรต่อมิอะไร คิดว่าการได้ออกกำลังกายคือสิ่งที่ทำให้มีชีวิตชีวา และว่า "ผมเป็นคนแอคทีฟมาตลอด ไม่เข้าใจว่าทำไมคนถึงอยากพักผ่อน หมายความว่าไปเที่ยวพักผ่อน ทำอะไรสักอย่าง ไปเที่ยวพักผ่อนที่ได้ทำอะไรบางอย่าง แต่บางคนเกษียณแล้วอยากพักผ่อน การพักผ่อนหมายความว่ายังไง ไม่ทำอะไรเลยเหรอ" จากเด็กชายที่เกิดในเมืองอลอร์สตาร์ รัฐเคดะห์ ทางภาคเหนือของมาเลเซีย เขาคือนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งถึง 2 สมัย ปี 2524-2546 และ 2561-2563 สร้างความเปลี่ยนแปลงในมาเลเซีย โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางด่วนเหนือ-ใต้ สาย E1-E2 สนามบินกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) ตึกแฝดปิโตรนาสที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการพัฒนา การแปรรูปรัฐวิสาหกิจทั้งโทรคมนาคม ไฟฟ้า สายการบิน การสร้างแบรนด์รถยนต์แห่งชาติอย่างโปรตอน (Proton) กอบกู้ประเทศจากวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 2540 เลือกพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจ ควบคุมเงินทุนและกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินริงกิต ไม่พึ่งพากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ถึงกระนั้น การเมืองในมาเลเซียไม่ได้ขาวสะอาด เต็มไปด้วยเกมชิงอำนาจ เส้นทางการเมืองของมหาเธร์ไม่สวยงามนัก เคยถูกตั้งคำถามจากฝ่ายค้านและกลุ่มเอ็นจีโอถึงการรวมอำนาจทางการเมือง กำจัดฝ่ายตรงข้าม จำกัดเสรีภาพประชาชน รวมทั้งในสายตาคนรุ่นใหม่ เชื่อว่ามนต์ขลังของมหาเธร์หมดลงแล้ว เป็นเพียงอดีตผู้นำชราที่ไม่โดนใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในปัจจุบันท่ามกลางปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น การขึ้นภาษี SST สงครามการค้ากับสหรัฐฯ การปฎิรูปการเมืองที่ล้มเหลว หากมหาเธร์จะกลับมาลงสนามเลือกตั้งในวัย 100 ปี จะไหวหรือไม่ ถามใจชาวมาเลเซียดู #Newskit
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 1094 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผลสำรวจพบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 40% ระบุว่าพวกเขาน่าจะสนับสนุน "พรรคอเมริกา" (America Party) ของอีลอน มัสก์ หากเขาตัดสินใจก่อตั้งพรรค ตามข้อมูลของ Quantus Insights

    ผลสำรวจดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่มัสก์ระบุว่าจะก่อตั้งพรรคการเมืองของตัวเอง เนื่องจากความขัดแย้งกับพรรครีพับลิกันที่เริ่มรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

    "ถึงเวลาแล้วสำหรับพรรคการเมืองใหม่ที่ใส่ใจประชาชนจริงๆ" เขากล่าวในโพสต์บน X เมื่อไม่นานนี้
    ผลสำรวจพบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 40% ระบุว่าพวกเขาน่าจะสนับสนุน "พรรคอเมริกา" (America Party) ของอีลอน มัสก์ หากเขาตัดสินใจก่อตั้งพรรค ตามข้อมูลของ Quantus Insights ผลสำรวจดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่มัสก์ระบุว่าจะก่อตั้งพรรคการเมืองของตัวเอง เนื่องจากความขัดแย้งกับพรรครีพับลิกันที่เริ่มรุนแรงเพิ่มมากขึ้น "ถึงเวลาแล้วสำหรับพรรคการเมืองใหม่ที่ใส่ใจประชาชนจริงๆ" เขากล่าวในโพสต์บน X เมื่อไม่นานนี้
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 537 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • ..แกนนำรวมพลังแผ่นดิน,ไปสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์เรียลไทม์เลย,แบบเฉพาะกิจ มีกดปุ่มลงมติไล่ออกรัฐบาลนี้กับปุ่มให้อยู่บริหารต่อเลย,มาดูว่าอะไรมากกว่ากัน,มติประชาชนกว่า32ล้านคนบอกว่ารัฐบาลต้องออกไปคือจบ,ในนัันอาจผูกมุกว่า,แบนสส.ตัดสิทธิสส.ทั้งสภาให้หมดเช่นกัน,จะสส.ฝ่ายค้านเองหรือสส.ฝ่ายรัฐบาลก็ตามตลอดสว.ด้วยที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้,ทั้งหมดต้องถูกล้างกระดานหมด,พักสถานะไปสัก10ปีจึงสามารถมาลงสมัครเลือกตั้งได้อีก,เห็นอธิปไตยชาติเป็นของล่อเล่นไม่จริงใจ,สส.ฝ่ายค้านกล้าลาออกจากสถานะสส.ฝ่ายค้านในสภา องค์ประชุมก็จบสิ้น,สส.ฝ่ายรัฐบาลลาออกจากสถานะสส.เพื่อแสดงจุดยืนในอธิปไตยชาติไทยตนเองต้องมาก่อนก็ไม่ครบองค์สส.จำนวนสส.ในการเป็นรัฐบาลจัดตั้งก็สิ้นสถานะจบล้างทันที,แต่นี้อะไรปัจจุบัน ทั้งหมดของตัวคนสส.ต่างเห็นแก่ตัวเอาประโยชน์ตนเป็นที่ตั้งมากกว่าอธิปไตยชาติ ไร้สำนึกพื้นฐานละอายแก่ใจใดๆเบื้องต้น,เมื่อประชาชนเราลงมติในแพลตฟอร์มเราที่คณะรวมพลังแผ่นดินสร้างแอปสร้างเครื่องมือแพลตฟอร์มนี้รุ่นเฉพาะกิจฉุกเฉินลงโทษคนทรยศเนรคุณในอธิปไตยไทยของตนเอง การสิ้นสถานะรัฐบาลก็สิ้นสุดลงทันทีเพื่อเสียข้างมากจากอำนาจตรงของประชาชนลงมติให้สิ้นสถานะบริหารชาติแล้ว,
    ..กระบวนการเลือกตั้งสส.เราผิดผีทั้งหมดจริงๆ
    ..จริงๆต้องมีเพียงสส.ที่เลือกตรงจากภาคประชาชนเท่านั้นที่ชนะการเลือกตั้งแล้วได้สิทธิชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาล,สว.ไม่จำเป็นต้องมีที่ชื่อว่าสภาสูงห่าเหวอะไร,ประชาธิปไตยคือมาจากประชาชน สว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเดียว,นายกฯต้องเลือกตั้งกาตรงจากประชาชนไม่ใช่ผีบ้าแบบปัจจุบันนี้,จัดตั้งรัฐบาลได้ต้องชนะการเลือกตั้งและยืนที่1มาเท่านั้น,สส.อำเภอละ1คนพอก็แค่878คนเอง
    จบ.นี้คือตัวแทนประชาชนจริงระดับใกล้ชิดปัญหา,รัฐมนตรพิเศษมี77คนใกล้ชิดจังหวัด.สายภาคการเมืองประสานงานสายธุรการระดับระบบราชการไทยชัดเจนด้วย,คณะรัฐมนตรีปกครองกระทรวงก็ปกติ,ซึ่งประสานงานกับรัฐมนตรีพิเศษนั้นๆ,รัฐมนตรีพิเศษและปกติต้องมาจากสส.878คนในนััน,สส.ไม่ต้องสังกัดพรรค,แต่พรรคสามารถสร้างสส.ประจำพรรคได้.รัฐบาลจะเกิดขึ้นได้ต้องมีสส.รวมกันเกินครึ่งหนึ่งของ878คน,จากนั้นสามารถสร้างทีมงานตนขึ้นบริหารจัดการได้,แม้สถานะสส.ไม่ถึงครึ่งหนึ่งในตอนแรกที่จัดตั้งรัฐบาล เพื่อการปกครองมีสภาพคล่อง,เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ,จนครบวาระ,ประชาชนสามารถลงชื่อออนไลน์เกิน60%ของผู้มีสิทธเลือกตั้งสามารถเป็นมติให้รัฐบาลชุดนั้นพ้นตำแหน่งแล้วเลือกตั้งใหม่ทันทีได้.,อบต.อบจ.ยุบทั้งหมดทั่วประเทศไม่มีความจำเป็น ทับซ้อนหน้าที่กันเสียเปล่าไม่ต้องมีคานอำนาจแบบในอดีต,ขยายธุรกรรมงานอำเภอจังหวัดให้ครอบคลุมพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนเพิ่มมากขึ้นประสานแก้ไขปัญหาร่วมกับสส.ในพื้นที่ ซึ่งสส.มีอำนาจเด็ดขาดเหนือกว่านายอำเภอทั้งหมด.สั่งการตรงแก่เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ในพื้นที่ของตนเอง.เสมือนนายอำเภอสั่งการเอง.สส.เป็นนาย,นายอำเภอเป็นรองนาย.,รองจากผู้ว่าจังหวัดรองจากรัฐมนตรีพิเศษประจำจังหวัดนั้นๆ,ซึ่งประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงใกล้ชิดผู้มาแก้ไขปัญหาช่วยเหลือตนได้,และประชาชนในพื้นที่สามารถลงมติไล่ออกสส.ในพื้นที่ตนเองได้เช่นกันทางแพลตฟอร์มออนไลน์เกิน60%ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่นั่นๆ,รัฐมนตรีพิเศษเกิน60%ของทั้งจังหวัดนั้นๆ,แต่สถานะเดิมให้สิทธิพิเศษละเว้นอัตโนมัติไม่นำมาใช้พิจารณา เป็นต้น,นี้คือมุมมองหนึ่งในการปกครองที่ประชาชนมีส่วนร่วมจริงสร้างสรรค์วิถีปกครองร่วมกันได้ควบคุมอำนาจตรงได้,ผ่านอำนาจตัวแทนที่อาจใช้ไปทางที่ผิดเช่นปัจจุบัน ไม่มีในนโยบายพรรคหลักเลยแต่จะสร้างบ่อนคาสิโนในประเทศไทยซึ่งมองข้ามประชาชนอย่างมากและจิตสำนึกชั่วดีว่าอะไรเสื่อมกิจการงานใดไม่ดีต่อสังคมชุมชนในชาติ ประชาชนสามารถลงโทษผู้ปกครองได้ทันทีเช่นกันนั้นเองโดยสร้างทางเลือกให้ซึ่งปัจจุบันไม่มีจริงอย่างชัดเจน,เป็นแต่พิธีวลีความให้ดูดีแค่นั้น,ยุ่งยากด้วย,เข้าถึงลำบาก ต่างจากลงมติเรียลไทม์รู้ผลเลยทันทีทั่วประเทศ.
    ..คณะรวมพลังแผ่นดินไทยเรา สามารถใช้ตังบริจาคนี้แบ่งบางส่วนว่าจ้างผู้รู้ผู้เก่งกล้าสามารถสนับสนุนปัจจัยแรงกายที่สร้างแพลตฟอร์มนั้นเพื่อแผ่นดินไทยของภาคประชาชนเราขึ้นมาคานอำนาจปกครองของรัฐบาลที่บริหารไปทางกากๆเสี่ยงภัยต่ออธิปไตยไทยตนเองหรือสาระพัดกิจกรรมเหี้ยๆนั้นได้,เช่นบ่อน้ำมันต้องโมฆะสัมปทานทั้งหมดเพราะเป็นไปดำเนินไปไม่ถูกหลักพื้นฐานสากลทางประชาธิปไตยที่เราปกครองในระบบประชาธิปไตยจากประชาชนคนส่วนมาก ไม่ผ่านอภิปรายและลงมติจากเสียงของประชาชนไทยเลยในสภาผู้แทนราษฎรเรา,สภา.สส.เรา,สามารถโมฆะอย่างชอบธรรมกว่าMOU43,44โน้น,บ่อน้ำมันแค่เราทำเองขายเองถูกๆภายในประเทศไทยเราเองแบบอิหร่านจะเบนซินหรือดีเชลไม่เกินลิตรละ1-2บาท,ทั่วประเทศไทยเราจะฟื้นฟูทางเศรษฐกิจขนาดไหนอาจเพียงแค่1-2ปีประเทศไทยเราจะรุ่งโรจน์ภายในประเทศทันทีมีกินมีใช้อยู่อย่างสุขสบายไม่ลำบากยากจนอีก,สามารถส่งขายน้ำมันปิโตรเลียมในราคาตลาดโลกได้อีก,สินค้าไทยเราจะแข่งขันได้อย่างสบายๆด้วย,นี้คือวิถีปกครองที่เหมาะสมแห่งธรรม ที่ปกติต้องดำเนินไปเช่นนั้น,แต่เพราะผิดผีผิดแบบมาอย่างยาวนานและไม่เคยปรับปรุงห่าอะไร,มองประชาชนเฉยๆไร้ค่าอีก มีค่าแค่ต้องการอำนาจเอาไปหาแดกโกงกินชาตินั้นล่ะ,เรา..ประชาชนจึงต้องจบมันจริงๆ.
    ..นี้ก็เหี้ย ชัดเจนว่าอยู่ฝ่ายไม่ดี ไม่สำนึกดีชั่วอะไรเลย สีข้างอยากเชียร์คนชั่วตนเข้าไส้แต่แผลเยอะไปเลยได้แค่นั่น,คนไทยเราชั่วเลวก็มีไม่น้อยปะปนในสังคมไทยเราใช่จิตใจดีทุกๆคน หยาบหนาบางมีต่างกัน,ดูกันยาวๆด้วย,แล้วก็เผยธาตุแท้ตนออกมา,สัญชาติไทยใจส้นตีนเป็นต่างชาติมันมีเยอะแยะจริงๆบ้านเมืองเรามีคนพวกนี้บนแผ่นดินไทยมากเกินไปจนมึนมาขึ้นปกครองประเทศได้เลยเสียหายหายนะพังพินาศไม่ยากอะไรเลยถ้าคนไทยดีๆเราไม่ออกมาจัดการบ้าง.,อนาคตต้องสร้างเครื่องมือของภาคประชาชนที่ง่ายในการจัดการพวกนี้สะดวกส่งไปพบพระเจ้าของมันง่ายๆก็ว่า,เรา..ประชาชนไม่ใช่หน้าที่ต้องอภัยโทษคนชั่วเลว หน้าที่เราส่งมันไปพบพระเจ้าของมันให้อภัยกันเอาเอง.
    ..https://youtu.be/-vDvSDywY4M?si=01E9wZFU9eJ5K2Un
    ..แกนนำรวมพลังแผ่นดิน,ไปสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์เรียลไทม์เลย,แบบเฉพาะกิจ มีกดปุ่มลงมติไล่ออกรัฐบาลนี้กับปุ่มให้อยู่บริหารต่อเลย,มาดูว่าอะไรมากกว่ากัน,มติประชาชนกว่า32ล้านคนบอกว่ารัฐบาลต้องออกไปคือจบ,ในนัันอาจผูกมุกว่า,แบนสส.ตัดสิทธิสส.ทั้งสภาให้หมดเช่นกัน,จะสส.ฝ่ายค้านเองหรือสส.ฝ่ายรัฐบาลก็ตามตลอดสว.ด้วยที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้,ทั้งหมดต้องถูกล้างกระดานหมด,พักสถานะไปสัก10ปีจึงสามารถมาลงสมัครเลือกตั้งได้อีก,เห็นอธิปไตยชาติเป็นของล่อเล่นไม่จริงใจ,สส.ฝ่ายค้านกล้าลาออกจากสถานะสส.ฝ่ายค้านในสภา องค์ประชุมก็จบสิ้น,สส.ฝ่ายรัฐบาลลาออกจากสถานะสส.เพื่อแสดงจุดยืนในอธิปไตยชาติไทยตนเองต้องมาก่อนก็ไม่ครบองค์สส.จำนวนสส.ในการเป็นรัฐบาลจัดตั้งก็สิ้นสถานะจบล้างทันที,แต่นี้อะไรปัจจุบัน ทั้งหมดของตัวคนสส.ต่างเห็นแก่ตัวเอาประโยชน์ตนเป็นที่ตั้งมากกว่าอธิปไตยชาติ ไร้สำนึกพื้นฐานละอายแก่ใจใดๆเบื้องต้น,เมื่อประชาชนเราลงมติในแพลตฟอร์มเราที่คณะรวมพลังแผ่นดินสร้างแอปสร้างเครื่องมือแพลตฟอร์มนี้รุ่นเฉพาะกิจฉุกเฉินลงโทษคนทรยศเนรคุณในอธิปไตยไทยของตนเอง การสิ้นสถานะรัฐบาลก็สิ้นสุดลงทันทีเพื่อเสียข้างมากจากอำนาจตรงของประชาชนลงมติให้สิ้นสถานะบริหารชาติแล้ว, ..กระบวนการเลือกตั้งสส.เราผิดผีทั้งหมดจริงๆ ..จริงๆต้องมีเพียงสส.ที่เลือกตรงจากภาคประชาชนเท่านั้นที่ชนะการเลือกตั้งแล้วได้สิทธิชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาล,สว.ไม่จำเป็นต้องมีที่ชื่อว่าสภาสูงห่าเหวอะไร,ประชาธิปไตยคือมาจากประชาชน สว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเดียว,นายกฯต้องเลือกตั้งกาตรงจากประชาชนไม่ใช่ผีบ้าแบบปัจจุบันนี้,จัดตั้งรัฐบาลได้ต้องชนะการเลือกตั้งและยืนที่1มาเท่านั้น,สส.อำเภอละ1คนพอก็แค่878คนเอง จบ.นี้คือตัวแทนประชาชนจริงระดับใกล้ชิดปัญหา,รัฐมนตรพิเศษมี77คนใกล้ชิดจังหวัด.สายภาคการเมืองประสานงานสายธุรการระดับระบบราชการไทยชัดเจนด้วย,คณะรัฐมนตรีปกครองกระทรวงก็ปกติ,ซึ่งประสานงานกับรัฐมนตรีพิเศษนั้นๆ,รัฐมนตรีพิเศษและปกติต้องมาจากสส.878คนในนััน,สส.ไม่ต้องสังกัดพรรค,แต่พรรคสามารถสร้างสส.ประจำพรรคได้.รัฐบาลจะเกิดขึ้นได้ต้องมีสส.รวมกันเกินครึ่งหนึ่งของ878คน,จากนั้นสามารถสร้างทีมงานตนขึ้นบริหารจัดการได้,แม้สถานะสส.ไม่ถึงครึ่งหนึ่งในตอนแรกที่จัดตั้งรัฐบาล เพื่อการปกครองมีสภาพคล่อง,เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ,จนครบวาระ,ประชาชนสามารถลงชื่อออนไลน์เกิน60%ของผู้มีสิทธเลือกตั้งสามารถเป็นมติให้รัฐบาลชุดนั้นพ้นตำแหน่งแล้วเลือกตั้งใหม่ทันทีได้.,อบต.อบจ.ยุบทั้งหมดทั่วประเทศไม่มีความจำเป็น ทับซ้อนหน้าที่กันเสียเปล่าไม่ต้องมีคานอำนาจแบบในอดีต,ขยายธุรกรรมงานอำเภอจังหวัดให้ครอบคลุมพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนเพิ่มมากขึ้นประสานแก้ไขปัญหาร่วมกับสส.ในพื้นที่ ซึ่งสส.มีอำนาจเด็ดขาดเหนือกว่านายอำเภอทั้งหมด.สั่งการตรงแก่เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ในพื้นที่ของตนเอง.เสมือนนายอำเภอสั่งการเอง.สส.เป็นนาย,นายอำเภอเป็นรองนาย.,รองจากผู้ว่าจังหวัดรองจากรัฐมนตรีพิเศษประจำจังหวัดนั้นๆ,ซึ่งประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงใกล้ชิดผู้มาแก้ไขปัญหาช่วยเหลือตนได้,และประชาชนในพื้นที่สามารถลงมติไล่ออกสส.ในพื้นที่ตนเองได้เช่นกันทางแพลตฟอร์มออนไลน์เกิน60%ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่นั่นๆ,รัฐมนตรีพิเศษเกิน60%ของทั้งจังหวัดนั้นๆ,แต่สถานะเดิมให้สิทธิพิเศษละเว้นอัตโนมัติไม่นำมาใช้พิจารณา เป็นต้น,นี้คือมุมมองหนึ่งในการปกครองที่ประชาชนมีส่วนร่วมจริงสร้างสรรค์วิถีปกครองร่วมกันได้ควบคุมอำนาจตรงได้,ผ่านอำนาจตัวแทนที่อาจใช้ไปทางที่ผิดเช่นปัจจุบัน ไม่มีในนโยบายพรรคหลักเลยแต่จะสร้างบ่อนคาสิโนในประเทศไทยซึ่งมองข้ามประชาชนอย่างมากและจิตสำนึกชั่วดีว่าอะไรเสื่อมกิจการงานใดไม่ดีต่อสังคมชุมชนในชาติ ประชาชนสามารถลงโทษผู้ปกครองได้ทันทีเช่นกันนั้นเองโดยสร้างทางเลือกให้ซึ่งปัจจุบันไม่มีจริงอย่างชัดเจน,เป็นแต่พิธีวลีความให้ดูดีแค่นั้น,ยุ่งยากด้วย,เข้าถึงลำบาก ต่างจากลงมติเรียลไทม์รู้ผลเลยทันทีทั่วประเทศ. ..คณะรวมพลังแผ่นดินไทยเรา สามารถใช้ตังบริจาคนี้แบ่งบางส่วนว่าจ้างผู้รู้ผู้เก่งกล้าสามารถสนับสนุนปัจจัยแรงกายที่สร้างแพลตฟอร์มนั้นเพื่อแผ่นดินไทยของภาคประชาชนเราขึ้นมาคานอำนาจปกครองของรัฐบาลที่บริหารไปทางกากๆเสี่ยงภัยต่ออธิปไตยไทยตนเองหรือสาระพัดกิจกรรมเหี้ยๆนั้นได้,เช่นบ่อน้ำมันต้องโมฆะสัมปทานทั้งหมดเพราะเป็นไปดำเนินไปไม่ถูกหลักพื้นฐานสากลทางประชาธิปไตยที่เราปกครองในระบบประชาธิปไตยจากประชาชนคนส่วนมาก ไม่ผ่านอภิปรายและลงมติจากเสียงของประชาชนไทยเลยในสภาผู้แทนราษฎรเรา,สภา.สส.เรา,สามารถโมฆะอย่างชอบธรรมกว่าMOU43,44โน้น,บ่อน้ำมันแค่เราทำเองขายเองถูกๆภายในประเทศไทยเราเองแบบอิหร่านจะเบนซินหรือดีเชลไม่เกินลิตรละ1-2บาท,ทั่วประเทศไทยเราจะฟื้นฟูทางเศรษฐกิจขนาดไหนอาจเพียงแค่1-2ปีประเทศไทยเราจะรุ่งโรจน์ภายในประเทศทันทีมีกินมีใช้อยู่อย่างสุขสบายไม่ลำบากยากจนอีก,สามารถส่งขายน้ำมันปิโตรเลียมในราคาตลาดโลกได้อีก,สินค้าไทยเราจะแข่งขันได้อย่างสบายๆด้วย,นี้คือวิถีปกครองที่เหมาะสมแห่งธรรม ที่ปกติต้องดำเนินไปเช่นนั้น,แต่เพราะผิดผีผิดแบบมาอย่างยาวนานและไม่เคยปรับปรุงห่าอะไร,มองประชาชนเฉยๆไร้ค่าอีก มีค่าแค่ต้องการอำนาจเอาไปหาแดกโกงกินชาตินั้นล่ะ,เรา..ประชาชนจึงต้องจบมันจริงๆ. ..นี้ก็เหี้ย ชัดเจนว่าอยู่ฝ่ายไม่ดี ไม่สำนึกดีชั่วอะไรเลย สีข้างอยากเชียร์คนชั่วตนเข้าไส้แต่แผลเยอะไปเลยได้แค่นั่น,คนไทยเราชั่วเลวก็มีไม่น้อยปะปนในสังคมไทยเราใช่จิตใจดีทุกๆคน หยาบหนาบางมีต่างกัน,ดูกันยาวๆด้วย,แล้วก็เผยธาตุแท้ตนออกมา,สัญชาติไทยใจส้นตีนเป็นต่างชาติมันมีเยอะแยะจริงๆบ้านเมืองเรามีคนพวกนี้บนแผ่นดินไทยมากเกินไปจนมึนมาขึ้นปกครองประเทศได้เลยเสียหายหายนะพังพินาศไม่ยากอะไรเลยถ้าคนไทยดีๆเราไม่ออกมาจัดการบ้าง.,อนาคตต้องสร้างเครื่องมือของภาคประชาชนที่ง่ายในการจัดการพวกนี้สะดวกส่งไปพบพระเจ้าของมันง่ายๆก็ว่า,เรา..ประชาชนไม่ใช่หน้าที่ต้องอภัยโทษคนชั่วเลว หน้าที่เราส่งมันไปพบพระเจ้าของมันให้อภัยกันเอาเอง. ..https://youtu.be/-vDvSDywY4M?si=01E9wZFU9eJ5K2Un
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 857 มุมมอง 0 รีวิว
  • ..คิดเล่นๆนะ,ถ้าประชาชนทุกๆคนที่เป็นสมาชิกพรรครัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลต่างทำการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคทั้งหมดที่เคยเอาบัตรประชาชนตนไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค ไปสนับสนุนการมีอยู่ของสมาชิกพรรคจะเกิดอะไรขึ้นถ้าร่วมสามัคคีใจทำการลาออกจากพวกทรยศอธิปไตยชาติไทยเรานะ,มันจะจัดตั้งพรรคมันก็ล่ารายชื่อเราเพื่อหาสมาชิกพรรคจากประชาชนกันจัง,จริงๆกกต.สมควรล้างสถานะสมาชิกพรรคทุกๆสมัยก่อนมีการเลือกตั้งนะ,ไม่ให้ผูกขาดหรือคงอยู่ของการมีอยู่บุคคลว่าสมัครเป็นสมาชิกพรรคตนไว้,ถ้าสถานะการมีอยู่ของประชาชนที่มาเป็นสมาชิกพรรคไม่ถึงเกณฑ์ห้ามพรรคส่งสส.ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองนั้นสิ้นสถานะพรรคการเมืองทันที,เช่นหากพรรคเพื่อไทย ประชาชนไม่พอใจเพราะวลีความว่าทหารไทยอยู่ตรงข้ามฝ่ายเรา,ประชาชนเสื้อแดงจากเคยเอาบัตรประชาชนไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคกว่า10-20ล้านคนที่ไม่อัพเดทมีตายทุกๆเดือนทุกๆปีก็ว่า,พากันลาออกออนไลน์ได้ทันทีในนามสมาชิกสนับสนุนการมีอยู่ของพรรคก่อนตั้งพรรคต้องมีสมาชิกจากประชาชนเข้าร่วมด้วยอย่างน้อย1,000คนจึงตั้งพรรคการเมืองได้,ประชาชนลงทะเบียนออนไลน์สายตรงต่อกกต.ว่าขอลาออกการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยทันทีกว่า10-20ล้านคนทันทีเข่นกัน,นั้นแสดงว่าขาดคุณสมบัติการมีอยู่ของพรรคการเมืองทันที,พรรคนั้นจะยุบพรรคไปเองทันทีโดยอัตโนมัติและต้องหาคนหาประชาชนคนไทยที่มีสิทธิเลือกตั้งมาเป็นสมาชิกพรรคใหม่อีกครั้ง จดทะเบียนรายชื่อพรรคใหม่อีกครั้งนั้นเอง,นี้คือประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองชัดเจนอีกทางหนึ่ง,สส.ก็ด้วยสามารถไร้สกัดพรรคการเมืองได้,อิสระจากวิถีพรรคการเมืองได้,
    ..จริงๆหากสส.มีจิตสำนึกจริง จะต้องลาออกจากพรรครัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดด้วย,สส.รัฐบาลทุกๆคนสามารถมีข้อหาเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตยชาติเข่นกันรวมถึงทุกๆคนที่ได้รับเงินเดือนทำงานให้กับพรรครัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดด้วยเพราะเป็นกลไกขับเคลื่อนความชั่วเลวให้ชาติไทยประสบกับภัยคุกคามรุกรานนี้ด้วยทางความมั่นคงทางอธิปไตยของประเทศไทยตนและขาดจิตสำนึกดีชั่ว ไม่รู้สำนึกควรไม่ควร ทำงานให้คนทรยศอธิปไตยแผ่นดินไทยตนเองซึ่งข่าวสารชัดเจนสามารถประกอบการตัดสินใจด้านจิตสำนึกดีชั่วเลวขั้นพื้นฐานได้,แต่ยังมีเจตนาชัดเจนหมายก่อการร่วมกระทำการไปด้วยอย่างตั้งใจเมื่อความชัดปรากฎแล้ว,
    ..นี้คือภัยคุกคามความมั่นคงทางอธิปไตยของประเทศ จะมาล่อเล่นไม่ได้,ประเทศไทยจะเป็นประเทศได้มิใช่ไม่มีที่ไปที่มา,มีเลือดมีเนื้อมีชีวิตผู้กล้ามากมายผู้บริสุทธิ์มากล้นต้องแลกมาเพื่อปกป้องอธิปไตยชาติไทยเรานี้.,สส.และกรรมการพรรคตลอดคนงานที่รับเงินเดือนค่าตอบแทนพรรคนั้นๆทั้งหมดสามารถเข้าใจชัดเจนว่ามีความผิดร้ายแรงอย่างให้อภัยโทษไม่ได้,ประชาชนผู้ร่วมเป็นสมาชิกพรรคนั้นๆก็ด้วยบางคนไม่รับรู้อะไรเลยว่าตนถูกขโมยเลขที่บัตรประชาชนไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้นๆกกต.จึงต้องมีระบบตรวจสอบสถานะสมาชิกพรรคการเมืองอย่างสะดวกสบายเรียลไทม์ให้เห็นผลว่าเขาเป็นสมาชิกนั้นๆได้แค่ตรวจสอบออนไลน์เรียลไทม์ด้วยเทคโนโลยีเราล้ำสมัยแล้ว,สามารถกดยืนยันลาออกจากสมาชิกนั้นเรียลไทม์ได้เช่นกัน,เราต้องปรับปรุงจริงๆนี้คือประชาชนมีส่วนร่วมจริงทางการบริหารประเทศ ชาติเสียหาย นายกฯไม่จำเป็นต้องลาออกหรือยุบสภาเลย,ประชาชนลาออกจากสมาชิกพรรคการเมืองนั้นๆก็จบ.,สส.ลาออกจากพรรคนั้นๆก็จบหากใช้สไตล์สส.มากจัดตั้งรัฐบาลได้.
    ..สรุป สส.ทั้งหมดคือตัวเหี้ยก็ได้ในตอนนี้,จะเป็นฮีโร่ก็ได้เช่นกันในเวลานี้ที่เป็นแปรสำคัญของทุกๆพรรคการเมืองในฝ่ายรัฐบาล,โยนความผิดให้สส.รัฐบาลเลย เพราะตัวการที่แท้จริงยังไม่ตัดสินใจว่าอะไรผิดถูก สมควรไม่สมควร เหมาะสมไม่เหมาะสม,ไม่ใช่แค่หัวหน้าพรรคหรือมติกรรมการพรรค ตัวพ่อมรึงคือมรึงนั้นล่ะ สส.ประจำพรรคจัดตัังรัฐบาลทั้งหลาย,ลาออกจากการเป็นสส.พรรครัฐบาลตั้งแต่ดูคลิปแล้วจึงจะสมควรสุด,ไม่อยากพูดแค่นั่นจริงๆ,และสื่อเราแบบโซเชียลทุกๆช่องทางสมควรตีหัวให้รู้สำนึกดีชั่วได้แล้ว,
    ..สส.พรรคนี้ทำดีมาก,คนทำงานในพรรคนี้ก็ดีด้วย,สามารถหนีหรือหลุดคดีภัยร้ายแรงด้านความมั่นคงทางอธิปไตยชาติไทยได้,และจริงๆต้องเป็นไปในรูปแบบนี้ด้วย กรรมการพรรค สส.พรรค เจ้าหน้าที่ทำงานแรงงานทุกๆคนในพรรคนั้นๆต้องรับโทษทั้งหมด,หนักเบาลดหย่อนตามบริบทหน้าที่หน้างานการมีส่วนกระบวนการนั้นๆแต่จริงๆโทษเสมอกันหมดในขั้นเรเวลความผิด.,มันจะเป็นบรรทัดฐานสร้างวินัยจิตสำนึกอันดีงามที่ดีในอนาคตได้และต่อยอดสิ่งดีๆเพิ่มขึ้นไปอีก.,และถ้าจะดีหากปลุกกระแสขับไล่สส.ที่อยู่ในพรรครัฐบาลทั้งหมดด้วยขาดจิตสำนึกรับผิดชอบชั่วดีขั้นพื้นฐานในบ้านในเมืองตนเองแท้ๆโดยเฉพาะเรื่องอธิปไตยชาติไทยตนเองเสือกยังคงดำรงตนอยู่เพื่อผลประโยชน์ตนเองต้องมาก่อน,จะสส.พรรคร่วมรัฐบาลก็ด้วย,ตลอดสส.ฝ่ายค้านเองก็เถอะ,เสือกอยากให้รัฐบาลยุบสภา,แต่ตนเองเสือกไม่ลาออกจากสส.ในการปกครองของรัฐบาล,ยุบสภาตัวเองก็พ้นสถานะสส.อยู่ดีกะแต่อยากได้ผลประโยชน์ใส่ตนเองหากลาออกหรือไม่ลาออก,สวัสดิการผลประโยชน์ชดเชยต่างกันก็ว่า,อุบาทก์สิ้นดีทั้งหมด,กลัวไม่ได้บำนาญสส.เหรอ.เดือนละเป็นหมื่นหลายหมื่นเนาะ.
    https://youtu.be/OXDSZRx7mOo?si=Y1y25Eci0honernx
    ..คิดเล่นๆนะ,ถ้าประชาชนทุกๆคนที่เป็นสมาชิกพรรครัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลต่างทำการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคทั้งหมดที่เคยเอาบัตรประชาชนตนไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค ไปสนับสนุนการมีอยู่ของสมาชิกพรรคจะเกิดอะไรขึ้นถ้าร่วมสามัคคีใจทำการลาออกจากพวกทรยศอธิปไตยชาติไทยเรานะ,มันจะจัดตั้งพรรคมันก็ล่ารายชื่อเราเพื่อหาสมาชิกพรรคจากประชาชนกันจัง,จริงๆกกต.สมควรล้างสถานะสมาชิกพรรคทุกๆสมัยก่อนมีการเลือกตั้งนะ,ไม่ให้ผูกขาดหรือคงอยู่ของการมีอยู่บุคคลว่าสมัครเป็นสมาชิกพรรคตนไว้,ถ้าสถานะการมีอยู่ของประชาชนที่มาเป็นสมาชิกพรรคไม่ถึงเกณฑ์ห้ามพรรคส่งสส.ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองนั้นสิ้นสถานะพรรคการเมืองทันที,เช่นหากพรรคเพื่อไทย ประชาชนไม่พอใจเพราะวลีความว่าทหารไทยอยู่ตรงข้ามฝ่ายเรา,ประชาชนเสื้อแดงจากเคยเอาบัตรประชาชนไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคกว่า10-20ล้านคนที่ไม่อัพเดทมีตายทุกๆเดือนทุกๆปีก็ว่า,พากันลาออกออนไลน์ได้ทันทีในนามสมาชิกสนับสนุนการมีอยู่ของพรรคก่อนตั้งพรรคต้องมีสมาชิกจากประชาชนเข้าร่วมด้วยอย่างน้อย1,000คนจึงตั้งพรรคการเมืองได้,ประชาชนลงทะเบียนออนไลน์สายตรงต่อกกต.ว่าขอลาออกการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยทันทีกว่า10-20ล้านคนทันทีเข่นกัน,นั้นแสดงว่าขาดคุณสมบัติการมีอยู่ของพรรคการเมืองทันที,พรรคนั้นจะยุบพรรคไปเองทันทีโดยอัตโนมัติและต้องหาคนหาประชาชนคนไทยที่มีสิทธิเลือกตั้งมาเป็นสมาชิกพรรคใหม่อีกครั้ง จดทะเบียนรายชื่อพรรคใหม่อีกครั้งนั้นเอง,นี้คือประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองชัดเจนอีกทางหนึ่ง,สส.ก็ด้วยสามารถไร้สกัดพรรคการเมืองได้,อิสระจากวิถีพรรคการเมืองได้, ..จริงๆหากสส.มีจิตสำนึกจริง จะต้องลาออกจากพรรครัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดด้วย,สส.รัฐบาลทุกๆคนสามารถมีข้อหาเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตยชาติเข่นกันรวมถึงทุกๆคนที่ได้รับเงินเดือนทำงานให้กับพรรครัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดด้วยเพราะเป็นกลไกขับเคลื่อนความชั่วเลวให้ชาติไทยประสบกับภัยคุกคามรุกรานนี้ด้วยทางความมั่นคงทางอธิปไตยของประเทศไทยตนและขาดจิตสำนึกดีชั่ว ไม่รู้สำนึกควรไม่ควร ทำงานให้คนทรยศอธิปไตยแผ่นดินไทยตนเองซึ่งข่าวสารชัดเจนสามารถประกอบการตัดสินใจด้านจิตสำนึกดีชั่วเลวขั้นพื้นฐานได้,แต่ยังมีเจตนาชัดเจนหมายก่อการร่วมกระทำการไปด้วยอย่างตั้งใจเมื่อความชัดปรากฎแล้ว, ..นี้คือภัยคุกคามความมั่นคงทางอธิปไตยของประเทศ จะมาล่อเล่นไม่ได้,ประเทศไทยจะเป็นประเทศได้มิใช่ไม่มีที่ไปที่มา,มีเลือดมีเนื้อมีชีวิตผู้กล้ามากมายผู้บริสุทธิ์มากล้นต้องแลกมาเพื่อปกป้องอธิปไตยชาติไทยเรานี้.,สส.และกรรมการพรรคตลอดคนงานที่รับเงินเดือนค่าตอบแทนพรรคนั้นๆทั้งหมดสามารถเข้าใจชัดเจนว่ามีความผิดร้ายแรงอย่างให้อภัยโทษไม่ได้,ประชาชนผู้ร่วมเป็นสมาชิกพรรคนั้นๆก็ด้วยบางคนไม่รับรู้อะไรเลยว่าตนถูกขโมยเลขที่บัตรประชาชนไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้นๆกกต.จึงต้องมีระบบตรวจสอบสถานะสมาชิกพรรคการเมืองอย่างสะดวกสบายเรียลไทม์ให้เห็นผลว่าเขาเป็นสมาชิกนั้นๆได้แค่ตรวจสอบออนไลน์เรียลไทม์ด้วยเทคโนโลยีเราล้ำสมัยแล้ว,สามารถกดยืนยันลาออกจากสมาชิกนั้นเรียลไทม์ได้เช่นกัน,เราต้องปรับปรุงจริงๆนี้คือประชาชนมีส่วนร่วมจริงทางการบริหารประเทศ ชาติเสียหาย นายกฯไม่จำเป็นต้องลาออกหรือยุบสภาเลย,ประชาชนลาออกจากสมาชิกพรรคการเมืองนั้นๆก็จบ.,สส.ลาออกจากพรรคนั้นๆก็จบหากใช้สไตล์สส.มากจัดตั้งรัฐบาลได้. ..สรุป สส.ทั้งหมดคือตัวเหี้ยก็ได้ในตอนนี้,จะเป็นฮีโร่ก็ได้เช่นกันในเวลานี้ที่เป็นแปรสำคัญของทุกๆพรรคการเมืองในฝ่ายรัฐบาล,โยนความผิดให้สส.รัฐบาลเลย เพราะตัวการที่แท้จริงยังไม่ตัดสินใจว่าอะไรผิดถูก สมควรไม่สมควร เหมาะสมไม่เหมาะสม,ไม่ใช่แค่หัวหน้าพรรคหรือมติกรรมการพรรค ตัวพ่อมรึงคือมรึงนั้นล่ะ สส.ประจำพรรคจัดตัังรัฐบาลทั้งหลาย,ลาออกจากการเป็นสส.พรรครัฐบาลตั้งแต่ดูคลิปแล้วจึงจะสมควรสุด,ไม่อยากพูดแค่นั่นจริงๆ,และสื่อเราแบบโซเชียลทุกๆช่องทางสมควรตีหัวให้รู้สำนึกดีชั่วได้แล้ว, ..สส.พรรคนี้ทำดีมาก,คนทำงานในพรรคนี้ก็ดีด้วย,สามารถหนีหรือหลุดคดีภัยร้ายแรงด้านความมั่นคงทางอธิปไตยชาติไทยได้,และจริงๆต้องเป็นไปในรูปแบบนี้ด้วย กรรมการพรรค สส.พรรค เจ้าหน้าที่ทำงานแรงงานทุกๆคนในพรรคนั้นๆต้องรับโทษทั้งหมด,หนักเบาลดหย่อนตามบริบทหน้าที่หน้างานการมีส่วนกระบวนการนั้นๆแต่จริงๆโทษเสมอกันหมดในขั้นเรเวลความผิด.,มันจะเป็นบรรทัดฐานสร้างวินัยจิตสำนึกอันดีงามที่ดีในอนาคตได้และต่อยอดสิ่งดีๆเพิ่มขึ้นไปอีก.,และถ้าจะดีหากปลุกกระแสขับไล่สส.ที่อยู่ในพรรครัฐบาลทั้งหมดด้วยขาดจิตสำนึกรับผิดชอบชั่วดีขั้นพื้นฐานในบ้านในเมืองตนเองแท้ๆโดยเฉพาะเรื่องอธิปไตยชาติไทยตนเองเสือกยังคงดำรงตนอยู่เพื่อผลประโยชน์ตนเองต้องมาก่อน,จะสส.พรรคร่วมรัฐบาลก็ด้วย,ตลอดสส.ฝ่ายค้านเองก็เถอะ,เสือกอยากให้รัฐบาลยุบสภา,แต่ตนเองเสือกไม่ลาออกจากสส.ในการปกครองของรัฐบาล,ยุบสภาตัวเองก็พ้นสถานะสส.อยู่ดีกะแต่อยากได้ผลประโยชน์ใส่ตนเองหากลาออกหรือไม่ลาออก,สวัสดิการผลประโยชน์ชดเชยต่างกันก็ว่า,อุบาทก์สิ้นดีทั้งหมด,กลัวไม่ได้บำนาญสส.เหรอ.เดือนละเป็นหมื่นหลายหมื่นเนาะ. https://youtu.be/OXDSZRx7mOo?si=Y1y25Eci0honernx
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 759 มุมมอง 0 รีวิว
  • แถลงการณ์บางส่วนของอารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน:

    พรุ่งนี้อารักชีจะเดินทางมาพบกับปูตินในมอสโกช่วงบ่าย โดยกล่าวว่าจะมีการหารือกัน "อย่างจริงจัง" กับผู้นำรัสเซีย

    "รัสเซียเป็นเพื่อนที่ดีของอิหร่าน เราปรึกษาหารือกันเสมอ"

    การโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ด้วยตัวเองถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่ไม่อาจให้อภัยได้ ควรได้รับการประณา

    ทรัมป์ทรยศต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของตนเอง จากการได้รับเลือกให้ยุติ "สงครามตลอดกาล" ของอเมริกาในตะวันออกกลาง แต่เขา "ยอมจำนน" ต่อความต้องการของอาชญากรสงคราม(เนทันยาฮู)ที่เป็นที่ต้องการตัว

    ทรัมป์คุ้นเคยอยู่กับการความมั่งคั่ง การเอาเปรียบบนชีวิตของพลเมืองอเมริกัน

    สหรัฐฯ 'ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อผลที่ตามมาที่อันอันตราย และส่งผลกระทบในวงกว้างจากการกระทำรุกรานอิหร่าน

    อิหร่านขอสงวนสิทธิในการป้องกันตนเองภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติ

    ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตความเสียหายของสถานที่ผลิตนิวเคลียร์ที่จะแจ้งให้ทราบ
    แถลงการณ์บางส่วนของอารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน: 👉พรุ่งนี้อารักชีจะเดินทางมาพบกับปูตินในมอสโกช่วงบ่าย โดยกล่าวว่าจะมีการหารือกัน "อย่างจริงจัง" กับผู้นำรัสเซีย 👉"รัสเซียเป็นเพื่อนที่ดีของอิหร่าน เราปรึกษาหารือกันเสมอ" 👉การโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ด้วยตัวเองถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่ไม่อาจให้อภัยได้ ควรได้รับการประณา 👉ทรัมป์ทรยศต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของตนเอง จากการได้รับเลือกให้ยุติ "สงครามตลอดกาล" ของอเมริกาในตะวันออกกลาง แต่เขา "ยอมจำนน" ต่อความต้องการของอาชญากรสงคราม(เนทันยาฮู)ที่เป็นที่ต้องการตัว 👉ทรัมป์คุ้นเคยอยู่กับการความมั่งคั่ง การเอาเปรียบบนชีวิตของพลเมืองอเมริกัน 👉สหรัฐฯ 'ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อผลที่ตามมาที่อันอันตราย และส่งผลกระทบในวงกว้างจากการกระทำรุกรานอิหร่าน 👉อิหร่านขอสงวนสิทธิในการป้องกันตนเองภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติ 👉ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตความเสียหายของสถานที่ผลิตนิวเคลียร์ที่จะแจ้งให้ทราบ
    Love
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 663 มุมมอง 15 0 รีวิว
  • สหรัฐจะ"โจมตีทิพย์" หรือเปล่าเดี๋ยวก็รู้!?!
    ดูเหมือนว่าทรัมป์โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านแบบขอไปที เพราะทนกับแรงกดดันรอบด้านไม่ไหว สังเกตได้จากการโจมตีทำในวงจำกัด และประกาศจะไม่ดำเนินการต่อ "อย่างน้อยในขณะนี้" โดยไม่ต้องการทำลายอิหร่านทั้งประเทศ ล้มระบอบของอิหร่านอย่างที่อิสราเอลต้องการ โจมตีแล้วถอยแล้วประกาศชัยชนะ แล้วบอกว่า "สันติภาพกลับมาแล้ว"
    .

    สื่ออิหร่านรายงานยืนยันสหรัฐโจมตีโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมฟอร์โดว์ของอิหร่าน (Fordow Fuel Enrichment Plant - FFEP) โดยระบุว่า "บางส่วนของโรงงาน" ถูกศัตรูโจมตี ขณะนี้ยังไม่มีคำชี้แจงใดๆ เกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

    สื่อยังรายงานอีกว่าอิหร่านได้เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ที่จำเป็นและคนงานออกจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งสามแห่งไปก่อนหน้านั้นแล้วเมื่อไม่นานนี้

    แหล่งข่าวอิหร่านยืนยันว่าหลังการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ฟอร์โดว์ยังคงสภาพดี มีอาวุธเพียง 2 ลูกที่โจมตีจุดเข้าถึงผิวดิน ไม่มีการเจาะทะลุ ไม่มีการระเบิดแบบลูกโซ่ และไม่มีการทำลายเครื่องปฏิกรณ์

    โรงงานนิวเคลียร์ฟอร์โดว์ถูกสร้างขึ้นภายใต้พื้นฐานเพื่อต้านทานสงครามนิวเคลียร์ การบินผ่านเพียงครั้งเดียวของสหรัฐไม่สามารถทำลายบังเกอร์ที่แข็งซึ่งฝังอยู่ลึกกว่า 90 เมตรที่อยู่ใต้หินที่แข็งแกร่งของภูเขาได้

    สื่ออิหร่านยังกล่าวอีกว่า ดูท่าการโจมตีครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตจริง แต่อาจสำเร็จบนหน้าสื่อ ซึ่งพวกเขาคงบรรยายเหตุการณ์กันอย่างสนุกสนาน แพร่กระจายข้อมูล โดยมุ่งเป้าไปที่การตลาด ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
    สหรัฐจะ"โจมตีทิพย์" หรือเปล่าเดี๋ยวก็รู้!?! ดูเหมือนว่าทรัมป์โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านแบบขอไปที เพราะทนกับแรงกดดันรอบด้านไม่ไหว สังเกตได้จากการโจมตีทำในวงจำกัด และประกาศจะไม่ดำเนินการต่อ "อย่างน้อยในขณะนี้" โดยไม่ต้องการทำลายอิหร่านทั้งประเทศ ล้มระบอบของอิหร่านอย่างที่อิสราเอลต้องการ โจมตีแล้วถอยแล้วประกาศชัยชนะ แล้วบอกว่า "สันติภาพกลับมาแล้ว" . สื่ออิหร่านรายงานยืนยันสหรัฐโจมตีโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมฟอร์โดว์ของอิหร่าน (Fordow Fuel Enrichment Plant - FFEP) โดยระบุว่า "บางส่วนของโรงงาน" ถูกศัตรูโจมตี ขณะนี้ยังไม่มีคำชี้แจงใดๆ เกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ สื่อยังรายงานอีกว่าอิหร่านได้เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ที่จำเป็นและคนงานออกจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งสามแห่งไปก่อนหน้านั้นแล้วเมื่อไม่นานนี้ แหล่งข่าวอิหร่านยืนยันว่าหลังการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ฟอร์โดว์ยังคงสภาพดี มีอาวุธเพียง 2 ลูกที่โจมตีจุดเข้าถึงผิวดิน ไม่มีการเจาะทะลุ ไม่มีการระเบิดแบบลูกโซ่ และไม่มีการทำลายเครื่องปฏิกรณ์ โรงงานนิวเคลียร์ฟอร์โดว์ถูกสร้างขึ้นภายใต้พื้นฐานเพื่อต้านทานสงครามนิวเคลียร์ การบินผ่านเพียงครั้งเดียวของสหรัฐไม่สามารถทำลายบังเกอร์ที่แข็งซึ่งฝังอยู่ลึกกว่า 90 เมตรที่อยู่ใต้หินที่แข็งแกร่งของภูเขาได้ สื่ออิหร่านยังกล่าวอีกว่า ดูท่าการโจมตีครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตจริง แต่อาจสำเร็จบนหน้าสื่อ ซึ่งพวกเขาคงบรรยายเหตุการณ์กันอย่างสนุกสนาน แพร่กระจายข้อมูล โดยมุ่งเป้าไปที่การตลาด ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 335 มุมมอง 0 รีวิว
  • 12 พฤษภาคม 2568- รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์สำคัญเรื่อง การเลือกตั้งเทศบาลในปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของการเมืองท้องถิ่นในประเทศไทยที่ยังคงมีลักษณะผสมผสานระหว่างความต่อเนื่องของโครงสร้างอำนาจเดิมและสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มปรากฏในบางพื้นที่ จากข้อมูลสามารถวิเคราะห์เบื้องต้นได้ดังนี้

    ภาพรวมพฤติกรรมการเลือกตั้ง

    1 ความต่อเนื่องของระบบอุปถัมภ์และบ้านใหญ่

    พฤติกรรมการเลือกตั้งของประชาชนส่วนใหญ่ยังคงยึดโยงกับนักการเมืองท้องถิ่นที่มีอิทธิพล หรือ “บ้านใหญ่” ซึ่งใช้อำนาจผ่านระบบอุปถัมภ์ (patronage system) และการซื้อเสียงเพื่อรักษาฐานอำนาจ

    ผลการเลือกตั้งแสดงให้เห็นว่า “แชมป์เก่า” หรือผู้ดำรงตำแหน่งเดิมส่วนใหญ่ยังคงรักษาเก้าอี้ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีตระกูลการเมืองครอบงำมายาวนาน

    การซื้อเสียงยังคงเป็นประเด็นสำคัญ โดยมีการร้องเรียนและหลักฐานที่ปรากฏในบางพื้นที่ เช่น ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีรายงานการจ่ายเงินหัวละ 3,000 บาท การซื้อเสียงนี้ถูกมองว่าเป็น “ความปกติ” ในบริบทการเลือกตั้งท้องถิ่นไทย

    2 สัญญาณการเปลี่ยนแปลง

    แม้ระบบบ้านใหญ่จะยังครองอำนาจ แต่บางพื้นที่เริ่มแสดงถึงความต้องการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่สนับสนุนพรรคประชาชน (เดิมคือพรรคก้าวไกล) ซึ่งมีฐานจากคนรุ่นใหม่และผู้ที่ไม่พอใจกับการเมืองแบบเดิม

    พรรคประชาชนได้รับชัยชนะในเทศบาลเมือง 5 แห่ง และเทศบาลตำบล 9 แห่ง จากทั้งหมด 95 แห่งที่ส่งผู้สมัคร คิดเป็นประมาณ 15% ของพื้นที่ที่ลงแข่ง

    ชัยชนะของพรรคประชาชนในบางพื้นที่ เช่น สมุทรปราการ สะท้อนถึงฐานสนับสนุนที่แข็งแกร่ง ซึ่งสอดคล้องกับผลการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2566 ที่พรรคนี้มีคะแนนนิยมสูง

    3 ความท้าทายของพรรคประชาชน

    ผลการเลือกตั้งที่ได้เพียง 15% จากพื้นที่ที่ลงสมัคร แสดงว่าพรรคประชาชนยังเผชิญความท้าทายในการเจาะฐานคะแนนในพื้นที่ที่มีระบบอุปถัมภ์ฝังรากลึก

    การเลือกตั้งท้องถิ่นเน้นที่ตัวบุคคลและความสัมพันธ์ในชุมชนมากกว่านโยบายระดับชาติ ซึ่งพรรคประชาชนอาจต้องใช้เวลาในการสร้างความยึดโยงกับชุมชนให้มากขึ้น

    4 ข้อสังเกตและแนวโน้มในอนาคต
    พฤติกรรมการเลือกตั้งแบบคู่ขนาน: ประชาชนบางส่วนแยกการตัดสินใจระหว่างการเลือกตั้งระดับชาติ (เน้นพรรคและนโยบาย) และระดับท้องถิ่น (เน้นตัวบุคคลและผลงาน) ส่งผลให้พรรคที่แข็งแกร่งในระดับชาติ เช่น พรรคประชาชน อาจไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในระดับท้องถิ่น

    สัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้น: การที่พรรคประชาชนได้รับชัยชนะใน 14 เทศบาลจาก 95 แห่งที่ลงสมัคร แม้จะไม่ถึงเป้าหมาย แต่ก็แสดงถึงการเริ่มต้นของการท้าทายอำนาจเดิม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฐานสนับสนุนจากคนรุ่นใหม่และผู้ที่ต่อต้านการเมืองบ้านใหญ่

    การซื้อเสียง: การซื้อเสียงยังคงเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการเมืองท้องถิ่นที่โปร่งใส การร้องเรียนในพื้นที่อย่างกาฬสินธุ์และสงขลา บ่งชี้ถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น

    5 สรุป
    การเลือกตั้งเทศบาล 2568 แสดงให้เห็นถึงความทนทานของโครงสร้างอำนาจแบบบ้านใหญ่และระบบอุปถัมภ์ที่ยังครองการเมืองท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม สัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏผ่านชัยชนะของพรรคประชาชนในบางพื้นที่ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางกลุ่มที่มองหาทางเลือกใหม่ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจต้องใช้เวลาและการทำงานในระดับชุมชนที่เข้มข้นขึ้นเพื่อทลายโครงสร้างอำนาจเดิม ในอนาคต การเลือกตั้งท้องถิ่นจะยังคงเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนพลวัตระหว่างความเก่ากับความใหม่ของการเมืองไทย
    12 พฤษภาคม 2568- รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์สำคัญเรื่อง การเลือกตั้งเทศบาลในปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของการเมืองท้องถิ่นในประเทศไทยที่ยังคงมีลักษณะผสมผสานระหว่างความต่อเนื่องของโครงสร้างอำนาจเดิมและสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มปรากฏในบางพื้นที่ จากข้อมูลสามารถวิเคราะห์เบื้องต้นได้ดังนี้ ภาพรวมพฤติกรรมการเลือกตั้ง 1 ความต่อเนื่องของระบบอุปถัมภ์และบ้านใหญ่ พฤติกรรมการเลือกตั้งของประชาชนส่วนใหญ่ยังคงยึดโยงกับนักการเมืองท้องถิ่นที่มีอิทธิพล หรือ “บ้านใหญ่” ซึ่งใช้อำนาจผ่านระบบอุปถัมภ์ (patronage system) และการซื้อเสียงเพื่อรักษาฐานอำนาจ ผลการเลือกตั้งแสดงให้เห็นว่า “แชมป์เก่า” หรือผู้ดำรงตำแหน่งเดิมส่วนใหญ่ยังคงรักษาเก้าอี้ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีตระกูลการเมืองครอบงำมายาวนาน การซื้อเสียงยังคงเป็นประเด็นสำคัญ โดยมีการร้องเรียนและหลักฐานที่ปรากฏในบางพื้นที่ เช่น ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีรายงานการจ่ายเงินหัวละ 3,000 บาท การซื้อเสียงนี้ถูกมองว่าเป็น “ความปกติ” ในบริบทการเลือกตั้งท้องถิ่นไทย 2 สัญญาณการเปลี่ยนแปลง แม้ระบบบ้านใหญ่จะยังครองอำนาจ แต่บางพื้นที่เริ่มแสดงถึงความต้องการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่สนับสนุนพรรคประชาชน (เดิมคือพรรคก้าวไกล) ซึ่งมีฐานจากคนรุ่นใหม่และผู้ที่ไม่พอใจกับการเมืองแบบเดิม พรรคประชาชนได้รับชัยชนะในเทศบาลเมือง 5 แห่ง และเทศบาลตำบล 9 แห่ง จากทั้งหมด 95 แห่งที่ส่งผู้สมัคร คิดเป็นประมาณ 15% ของพื้นที่ที่ลงแข่ง ชัยชนะของพรรคประชาชนในบางพื้นที่ เช่น สมุทรปราการ สะท้อนถึงฐานสนับสนุนที่แข็งแกร่ง ซึ่งสอดคล้องกับผลการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2566 ที่พรรคนี้มีคะแนนนิยมสูง 3 ความท้าทายของพรรคประชาชน ผลการเลือกตั้งที่ได้เพียง 15% จากพื้นที่ที่ลงสมัคร แสดงว่าพรรคประชาชนยังเผชิญความท้าทายในการเจาะฐานคะแนนในพื้นที่ที่มีระบบอุปถัมภ์ฝังรากลึก การเลือกตั้งท้องถิ่นเน้นที่ตัวบุคคลและความสัมพันธ์ในชุมชนมากกว่านโยบายระดับชาติ ซึ่งพรรคประชาชนอาจต้องใช้เวลาในการสร้างความยึดโยงกับชุมชนให้มากขึ้น 4 ข้อสังเกตและแนวโน้มในอนาคต พฤติกรรมการเลือกตั้งแบบคู่ขนาน: ประชาชนบางส่วนแยกการตัดสินใจระหว่างการเลือกตั้งระดับชาติ (เน้นพรรคและนโยบาย) และระดับท้องถิ่น (เน้นตัวบุคคลและผลงาน) ส่งผลให้พรรคที่แข็งแกร่งในระดับชาติ เช่น พรรคประชาชน อาจไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในระดับท้องถิ่น สัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้น: การที่พรรคประชาชนได้รับชัยชนะใน 14 เทศบาลจาก 95 แห่งที่ลงสมัคร แม้จะไม่ถึงเป้าหมาย แต่ก็แสดงถึงการเริ่มต้นของการท้าทายอำนาจเดิม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฐานสนับสนุนจากคนรุ่นใหม่และผู้ที่ต่อต้านการเมืองบ้านใหญ่ การซื้อเสียง: การซื้อเสียงยังคงเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการเมืองท้องถิ่นที่โปร่งใส การร้องเรียนในพื้นที่อย่างกาฬสินธุ์และสงขลา บ่งชี้ถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น 5 สรุป การเลือกตั้งเทศบาล 2568 แสดงให้เห็นถึงความทนทานของโครงสร้างอำนาจแบบบ้านใหญ่และระบบอุปถัมภ์ที่ยังครองการเมืองท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม สัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏผ่านชัยชนะของพรรคประชาชนในบางพื้นที่ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางกลุ่มที่มองหาทางเลือกใหม่ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจต้องใช้เวลาและการทำงานในระดับชุมชนที่เข้มข้นขึ้นเพื่อทลายโครงสร้างอำนาจเดิม ในอนาคต การเลือกตั้งท้องถิ่นจะยังคงเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนพลวัตระหว่างความเก่ากับความใหม่ของการเมืองไทย
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 857 มุมมอง 0 รีวิว
  • เกิดเหตุ สจ.กร่างสั่งลูกน้อง 5-7 คน ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลหน่วยเลือกตั้ง ต่อหน้าชาวบ้านที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เหตุเข้าไปถ่ายรูปภาพภายในหน่วยเลือกตั้งที่ 7 หมู่ 2 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000044035

    #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    เกิดเหตุ สจ.กร่างสั่งลูกน้อง 5-7 คน ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลหน่วยเลือกตั้ง ต่อหน้าชาวบ้านที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เหตุเข้าไปถ่ายรูปภาพภายในหน่วยเลือกตั้งที่ 7 หมู่ 2 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000044035 #News1live #News1 #Sondhitalk #SondhiX #คุยทุกเรื่องกับสนธิ #Thaitimes
    Like
    Sad
    4
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 622 มุมมอง 0 รีวิว
  • 30 เมษายน 2568- รายงานข่าวFM91 Trafficpro ระบุว่า ที่ประชุม คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้พิจารณาและมีมติให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาตามมาตรา 62 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 เพื่อวินิจฉัยสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง พ.ญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. กรณีกระทำการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถหรือชื่อเสียงเกียรติคุณตามมาตรา 77(4)ของกฎหมายเดียวกันจากเหตุแจ้งว่ามีคุณสมบัติ ด็อกเตอร์ จาก California University ในการยื่นสมัคร สว. ตามที่สำนักงาน กกต.โดยคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนได้เสนอรายงานผลการตรวจสอบพร้อมความเห็นว่า การจะใช้คำนำหน้าด็อกเตอร์ จะต้องเป็นการไปเรียนจริง และเรียนจบได้วุฒิบัตรมาแล้ว อีกทั้ง California University เป็นมหาวิทยาลัยที่ใช้วิธีให้ส่งรายงาน และการเทียบโอนเกรด ซึ่งยังไม่ได้มีการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในไทย
    30 เมษายน 2568- รายงานข่าวFM91 Trafficpro ระบุว่า ที่ประชุม คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้พิจารณาและมีมติให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาตามมาตรา 62 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561 เพื่อวินิจฉัยสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง พ.ญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. กรณีกระทำการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถหรือชื่อเสียงเกียรติคุณตามมาตรา 77(4)ของกฎหมายเดียวกันจากเหตุแจ้งว่ามีคุณสมบัติ ด็อกเตอร์ จาก California University ในการยื่นสมัคร สว. ตามที่สำนักงาน กกต.โดยคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนได้เสนอรายงานผลการตรวจสอบพร้อมความเห็นว่า การจะใช้คำนำหน้าด็อกเตอร์ จะต้องเป็นการไปเรียนจริง และเรียนจบได้วุฒิบัตรมาแล้ว อีกทั้ง California University เป็นมหาวิทยาลัยที่ใช้วิธีให้ส่งรายงาน และการเทียบโอนเกรด ซึ่งยังไม่ได้มีการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในไทย
    0 ความคิดเห็น 1 การแบ่งปัน 496 มุมมอง 0 รีวิว
  • กกต.มีมติ ส่งศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ "หมอเกศ" ม้านางฝอย ขนเพชรนางฟ้า ที่อ้างจบด็อกเตอร์ ม.แคลิฟอร์เนีย เข้าข่ายหลอกลวง
    #คิงส์โพธิ์แดง
    กกต.มีมติ ส่งศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ "หมอเกศ" ม้านางฝอย ขนเพชรนางฟ้า ที่อ้างจบด็อกเตอร์ ม.แคลิฟอร์เนีย เข้าข่ายหลอกลวง #คิงส์โพธิ์แดง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 402 มุมมอง 0 รีวิว
  • แม้ AI ข้อมูลบิดเบือนจะไม่พลิกผลเลือกตั้งปี 2024 แต่ภัยคุกคามของมันยังคงอยู่และกำลังพัฒนา แฮกเกอร์ใช้ AI ไม่เพียงแค่สร้างข่าวปลอม แต่ยังช่วยซ่อนร่องรอยในระบบไซเบอร์ ดีพเฟกเสียงและเอกสารปลอมถูกนำมาใช้เพื่อเจาะระบบความปลอดภัยขององค์กร และทำให้การตรวจจับการโจมตียากขึ้น ภัยคุกคามนี้ยังคงขยายตัว และองค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือโดยเร็ว

    AI กำลังถูกนำมาใช้โจมตีองค์กรและโครงสร้างพื้นฐาน
    - จากเดิมที่ใช้เพื่อชักจูงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง AI ข้อมูลบิดเบือนถูกนำไปใช้ในการโจมตีองค์กรและซัพพลายเชน
    - ภัยคุกคามไซเบอร์รูปแบบใหม่ เช่น AI-generated phishing และการปลอมตัวเป็นผู้บริหาร กำลังเพิ่มขึ้น

    ภัยคุกคาม AI ไม่ได้จบลง แค่กำลังปรับตัว
    - แม้จะมีมาตรการตอบโต้ เช่น การตรวจจับดีพเฟกและการกำกับดูแลจากยุโรป
    - แต่ผู้ไม่หวังดี กำลังพัฒนา AI นอกระบบตรวจสอบ และใช้เครื่องมือที่หลบเลี่ยงการตรวจจับ

    AI ช่วยให้แฮกเกอร์ซ่อนร่องรอยได้ดีขึ้น
    - แฮกเกอร์สามารถ สร้างข้อมูลเท็จภายในเครือข่ายที่ถูกโจมตี ทำให้ผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์หลงทาง
    - บางกลุ่มใช้ AI-generated logs และการปลอมแปลงหลักฐานดิจิทัล เพื่อบิดเบือนการตรวจสอบ

    องค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือภัยคุกคาม AI
    - ต้องพัฒนา เทคนิคใหม่ในการตรวจจับความผิดปกติของข้อมูล
    - ระบบยืนยันตัวตนแบบเดิม เช่นการสแกนเสียงและวิดีโอ อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

    https://www.csoonline.com/article/3852770/ai-disinformation-didnt-upend-2024-elections-but-the-threat-is-very-real.html
    แม้ AI ข้อมูลบิดเบือนจะไม่พลิกผลเลือกตั้งปี 2024 แต่ภัยคุกคามของมันยังคงอยู่และกำลังพัฒนา แฮกเกอร์ใช้ AI ไม่เพียงแค่สร้างข่าวปลอม แต่ยังช่วยซ่อนร่องรอยในระบบไซเบอร์ ดีพเฟกเสียงและเอกสารปลอมถูกนำมาใช้เพื่อเจาะระบบความปลอดภัยขององค์กร และทำให้การตรวจจับการโจมตียากขึ้น ภัยคุกคามนี้ยังคงขยายตัว และองค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือโดยเร็ว ✅ AI กำลังถูกนำมาใช้โจมตีองค์กรและโครงสร้างพื้นฐาน - จากเดิมที่ใช้เพื่อชักจูงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง AI ข้อมูลบิดเบือนถูกนำไปใช้ในการโจมตีองค์กรและซัพพลายเชน - ภัยคุกคามไซเบอร์รูปแบบใหม่ เช่น AI-generated phishing และการปลอมตัวเป็นผู้บริหาร กำลังเพิ่มขึ้น ✅ ภัยคุกคาม AI ไม่ได้จบลง แค่กำลังปรับตัว - แม้จะมีมาตรการตอบโต้ เช่น การตรวจจับดีพเฟกและการกำกับดูแลจากยุโรป - แต่ผู้ไม่หวังดี กำลังพัฒนา AI นอกระบบตรวจสอบ และใช้เครื่องมือที่หลบเลี่ยงการตรวจจับ ✅ AI ช่วยให้แฮกเกอร์ซ่อนร่องรอยได้ดีขึ้น - แฮกเกอร์สามารถ สร้างข้อมูลเท็จภายในเครือข่ายที่ถูกโจมตี ทำให้ผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์หลงทาง - บางกลุ่มใช้ AI-generated logs และการปลอมแปลงหลักฐานดิจิทัล เพื่อบิดเบือนการตรวจสอบ ✅ องค์กรต้องปรับกลยุทธ์รับมือภัยคุกคาม AI - ต้องพัฒนา เทคนิคใหม่ในการตรวจจับความผิดปกติของข้อมูล - ระบบยืนยันตัวตนแบบเดิม เช่นการสแกนเสียงและวิดีโอ อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป https://www.csoonline.com/article/3852770/ai-disinformation-didnt-upend-2024-elections-but-the-threat-is-very-real.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    AI disinformation didn’t upend 2024 elections, but the threat is very real
    The next phase of AI disinformation won’t just target voters but target organizations, supply chains, and critical infrastructure.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 416 มุมมอง 0 รีวิว
  • ประชาธิปไตยแบบใด!!?!!

    เอสโตเนียแก้รัฐธรรมนูญห้ามพลเมืองที่ไม่มีหนังสือเดินทางเอสโตเนียซึ่งเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น

    การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ "จำกัดสิทธิ" ของพลเมืองที่ยังคงใช้หนังสือเดินทางของรัสเซียและเบลารุส

    เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐสภาเอสโตเนียลงมติอย่างท่วมท้นด้วยคะแนน 93 เสียงจาก 101 เสียง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลิดรอนสิทธิของพลเมืองประเทศตนเองที่ไม่ยอมเปลี่ยนสัญชาติเพื่อเข้าสู่สหภาพยุโรป โดยที่พลเมืองส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบคือพลเมืองที่ยังคงใช้หนังสือเดินทางรัสเซียและเบลารุส

    ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงดังกล่าว ถูกส่งไปยังประธานาธิบดีเอสโตเนีย อลาร์ คาริส เพื่อลงนามและประกาศใช้ต่อไป


    ตามการแก้ไขเพิ่มเติม เฉพาะพลเมืองที่มีหนังสือเดินทางเอสโตเนียเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งท้องถิ่น นอกเหนือจากนี้จะมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเป็นครั้งสุดท้ายในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 ตุลาคม นี้

    ลอรี ลาตส์ นักการเมืองที่ลงคะแนน "ไม่เห็นด้วย" กับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการตัดสินใจครั้งนี้ว่า “เป็นความผิดพลาด เพราะนี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่เป็นประชาธิปไตย”

    Toomas Uibo นักการเมืองฝ่ายเสรีนิยม กล่าวตอบโต้ ลอรี ลาตส์ โดยระบุว่านี่คือประชาธิปไตยอย่างแท้จริง "เพราะพวกเขามีอิสระ นั่นคือการเลือกเป็นพลเมืองเอสโตเนีย"

    ทางด้านคริสเตน มิชัล นายกรัฐมนตรีเอสโตเนีย กล่าวชื่นชมผลการลงคะแนนครั้งนี้ว่าเป็น "ชัยชนะของทุกคน" และเสริมว่า "การตัดสินใจในชีวิตของพวกเราจะต้องไม่ให้พลเมืองของประเทศผู้รุกราน(หมายถึงรัสเซีย) เข้ามามีส่วนร่วม แต่เราจะตัดสินใจด้วยตัวเราเอง"

    จากข้อมูลในปี 2023 เอสโตเนียมีประชากรอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านคน ซึ่งนับว่ามีประชากรน้อยที่สุดในบรรดาประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป

    และในจำนวนนี้เป็นชาวรัสเซียที่มีเชื้อสายรัสเซียประมาณ 322,700 คน ซึ่งรวมผู้ที่ยังถือหนังสือเดินทางรัสเซียประมาณ 90,000 คน และเบลารุสอีกจำนวนหนึ่งที่จะได้รับผลกระทบหมดสิทธิเลือกตั้ง
    ประชาธิปไตยแบบใด!!?!! เอสโตเนียแก้รัฐธรรมนูญห้ามพลเมืองที่ไม่มีหนังสือเดินทางเอสโตเนียซึ่งเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ "จำกัดสิทธิ" ของพลเมืองที่ยังคงใช้หนังสือเดินทางของรัสเซียและเบลารุส เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐสภาเอสโตเนียลงมติอย่างท่วมท้นด้วยคะแนน 93 เสียงจาก 101 เสียง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลิดรอนสิทธิของพลเมืองประเทศตนเองที่ไม่ยอมเปลี่ยนสัญชาติเพื่อเข้าสู่สหภาพยุโรป โดยที่พลเมืองส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบคือพลเมืองที่ยังคงใช้หนังสือเดินทางรัสเซียและเบลารุส ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงดังกล่าว ถูกส่งไปยังประธานาธิบดีเอสโตเนีย อลาร์ คาริส เพื่อลงนามและประกาศใช้ต่อไป ตามการแก้ไขเพิ่มเติม เฉพาะพลเมืองที่มีหนังสือเดินทางเอสโตเนียเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งท้องถิ่น นอกเหนือจากนี้จะมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเป็นครั้งสุดท้ายในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 ตุลาคม นี้ ลอรี ลาตส์ นักการเมืองที่ลงคะแนน "ไม่เห็นด้วย" กับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการตัดสินใจครั้งนี้ว่า “เป็นความผิดพลาด เพราะนี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่เป็นประชาธิปไตย” Toomas Uibo นักการเมืองฝ่ายเสรีนิยม กล่าวตอบโต้ ลอรี ลาตส์ โดยระบุว่านี่คือประชาธิปไตยอย่างแท้จริง "เพราะพวกเขามีอิสระ นั่นคือการเลือกเป็นพลเมืองเอสโตเนีย" ทางด้านคริสเตน มิชัล นายกรัฐมนตรีเอสโตเนีย กล่าวชื่นชมผลการลงคะแนนครั้งนี้ว่าเป็น "ชัยชนะของทุกคน" และเสริมว่า "การตัดสินใจในชีวิตของพวกเราจะต้องไม่ให้พลเมืองของประเทศผู้รุกราน(หมายถึงรัสเซีย) เข้ามามีส่วนร่วม แต่เราจะตัดสินใจด้วยตัวเราเอง" จากข้อมูลในปี 2023 เอสโตเนียมีประชากรอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านคน ซึ่งนับว่ามีประชากรน้อยที่สุดในบรรดาประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และในจำนวนนี้เป็นชาวรัสเซียที่มีเชื้อสายรัสเซียประมาณ 322,700 คน ซึ่งรวมผู้ที่ยังถือหนังสือเดินทางรัสเซียประมาณ 90,000 คน และเบลารุสอีกจำนวนหนึ่งที่จะได้รับผลกระทบหมดสิทธิเลือกตั้ง
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 715 มุมมอง 0 รีวิว
  • "ศาลรัฐธรรมนูญ" มีมติให้ "สมชาย เล่งหลัก" พ้นสว. เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
    https://www.thai-tai.tv/news/17844/
    "ศาลรัฐธรรมนูญ" มีมติให้ "สมชาย เล่งหลัก" พ้นสว. เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี https://www.thai-tai.tv/news/17844/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 235 มุมมอง 0 รีวิว
  • ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยให้สมาชิกภาพความเป็นสมาชิกวุฒิสภาของนายสมชาย เล่งหลัก สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 111 (4) ประกอบ มาตรา 108 ข. ลักษณะต้องห้าม (1) และมาตรา 48 (5) นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่มาตรา 82 วรรคสอง คือวันที่ 11 ธ.ค 67 จากเหตุต้องคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ลต สส 338/2567 ลงวันที่ 23 ก.ย.67 ที่พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายสมชายเป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา เนื่องจากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าในการเลือกตั้ง สส. เมื่อปี 2566 นายสมชายซึ่งเป็นผู้สมัคร สส. เขต 9 สงขลาพรรคภูมิใจไทย รู้เห็นเป็นใจสนับสนุนให้ลูกน้อง จัดเตรียมเพื่อจะให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง ซึ่งเป็นการทุจริตเลือกตั้ง อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.2561 มาตรา73(1) ประกอบมาตรา 138 วรรคหนึ่ง นายสมชายจึงเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และศาลรัฐธรรมนูญให้ถือว่าวันที่ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่างลงคือวันที่ศาลอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 76 วรรคหนึ่งที่บัญญัติให้คำวินิจฉัยศาลธรรมนูญมีผลในวันอ่าน คือวันที่ 26 มี.ค 68 เป็นวันที่ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกว่างลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 107 วรรคสี่ทั้งนี้หลังศาลรัฐธรมนูญมีมติให้นายสมชาย เล่งหลัก พ้นสมาชิกภาพความเป็น สว. ทำให้ต้องเลื่อนบัญชีสำรอง สว.ขึ้นมาแทน คือ นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี สว.สำรองลำดับที่ 1 กลุ่มที่ 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระหรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน ขึ้นมาเป็น สว.แทน#สำนักข่าววันนิวส์
    ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยให้สมาชิกภาพความเป็นสมาชิกวุฒิสภาของนายสมชาย เล่งหลัก สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 111 (4) ประกอบ มาตรา 108 ข. ลักษณะต้องห้าม (1) และมาตรา 48 (5) นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่มาตรา 82 วรรคสอง คือวันที่ 11 ธ.ค 67 จากเหตุต้องคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ลต สส 338/2567 ลงวันที่ 23 ก.ย.67 ที่พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายสมชายเป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา เนื่องจากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าในการเลือกตั้ง สส. เมื่อปี 2566 นายสมชายซึ่งเป็นผู้สมัคร สส. เขต 9 สงขลาพรรคภูมิใจไทย รู้เห็นเป็นใจสนับสนุนให้ลูกน้อง จัดเตรียมเพื่อจะให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง ซึ่งเป็นการทุจริตเลือกตั้ง อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.2561 มาตรา73(1) ประกอบมาตรา 138 วรรคหนึ่ง นายสมชายจึงเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และศาลรัฐธรรมนูญให้ถือว่าวันที่ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่างลงคือวันที่ศาลอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 76 วรรคหนึ่งที่บัญญัติให้คำวินิจฉัยศาลธรรมนูญมีผลในวันอ่าน คือวันที่ 26 มี.ค 68 เป็นวันที่ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกว่างลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 107 วรรคสี่ทั้งนี้หลังศาลรัฐธรมนูญมีมติให้นายสมชาย เล่งหลัก พ้นสมาชิกภาพความเป็น สว. ทำให้ต้องเลื่อนบัญชีสำรอง สว.ขึ้นมาแทน คือ นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี สว.สำรองลำดับที่ 1 กลุ่มที่ 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระหรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน ขึ้นมาเป็น สว.แทน#สำนักข่าววันนิวส์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 630 มุมมอง 0 รีวิว
  • ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง “มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล” สส.นครศรีธรรมราช ภท. พร้อมสั่งชดใช้ 8 ล้านบาท ตามคำร้อง กกต.กรณีมีการรู้เห็นซื้อเสียง

    อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000028783
    ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง “มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล” สส.นครศรีธรรมราช ภท. พร้อมสั่งชดใช้ 8 ล้านบาท ตามคำร้อง กกต.กรณีมีการรู้เห็นซื้อเสียง อ่านต่อ..https://news1live.com/detail/9680000028783
    Like
    Haha
    11
    0 ความคิดเห็น 2 การแบ่งปัน 1312 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts