• หมากรุก ตอนที่ 10

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 10 (จบ)
    สรุปว่า ยุทธศาสตร์ของอเมริกาคือ ยุทธศาสตร์เพื่อการ “ครองโลกแต่ผู้เดียว” ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมา
    ส่วนยุทธศาสตร์ของรัสเซีย น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “รัสเซียแกร่งกล้า” ที่สร้างบ้านเมืองให้แข็งแกร่งขึ้นมาใหม่ได้ และพร้อมแล้วที่จะบอกกับอเมริกาว่า “พอได้แล้วนะ” อเมริกาไม่ได้เป็นผู้กำหนดชะตาของทุกประเทศในโลกนี้อีกแล้ว การก้าวเข้าไปในซีเรีย และตะวันออกกลางของรัสเซีย มันแปลได้อย่างนั้น
    และยุทธศาสตร์ของจีน น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “จีนยิ่งใหญ่” หรือประเภทมังกรทะยานฟ้า เรื่องปิดล้อมจีนจบแล้ว อย่าได้คิดเชียวว่า จะมีใครมาปิด มาล้อมจีนได้อีก ไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ หรือกำลังทหาร ไม่มีทางแล้ว
    และตามยุทธศาสตร์ของทั้ง 3 ผู้ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานเช่นเดียวกัน 3 เรื่อง เพื่อจะเดินหน้าตามแผนของตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือ
    – มีอาวุธที่สุดยอด
    – มีกองกำลังที่ยิ่งใหญ่
    – ได้ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ
    เรื่องอาวุธ ผมไม่ขอวิเคราะห์ ใครมีอาวุธสุดยอดกว่าใคร เชื่อว่าไม่มีใครรู้จริงทั้งหมด นอกจากจะอยู่วงในสุดของแต่ละประเทศ และจะรู้จริงก็ตอนลงมือโซ้ยกันนั่นแหละครับ
    ส่วนยุทธศาสตร์ในการใช้อาวุธ จะใช้รูปแบบขนาด ระยะยิง จากฐานใดบ้าง มันคือแผนการรบ คนที่จะรู้แผนการรบจริงคือ ผู้บัญชาการรบ ผมเป็นแค่คนเล่านิทาน ไม่บังอาจไปวิจารณ์ฝ่ายใด คงบอกได้แต่ว่า ถ้าอเมริกาต้องเจอ รัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และปากีสถาน พร้อมกัน ผมว่า อเมริกาคงคิดหนัก นาโตถึงยังเป็นใบ้ และญี่ปุ่น ที่คิดจะแบกถาดให้อเมริกา วันนี้ น่าจะยังใช้เวลาหาถาดอีกนาน
    เรื่องกองกำลังของอเมริกา ต้องนับรวมทั้ง ทหารจริง ทหารรับจ้าง ทั้งของตัวเอง และของลูกหาบ ที่ครอบคลุม และแอบซ่อนอยู่ตามฐานทัพทั่วโลก และตอนนี้ คงต้องนับรวมเครือข่ายของผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินเข้าไปด้วย แปลว่า อเมริกาน่าจะมีแยะจริงๆ
    แต่ผมก็ยังเชื่อว่า อเมริกา เดี่ยวๆ ไม่มีกำลังพลมากกว่า รัสเซียเดี่ยว หรือจีนเดี่ยวอยู่แล้ว ยิ่งกำลังพลรัสเซียบวกจีน อเมริกายิ่งไม่มีทางเทียบ อเมริกาจึงต้องเช็คชื่อ เรียกลูกหาบมาเกือบทั้งโลก อย่างที่อเมริกากำลังดำเนินการอยู่
    คุณพี่ปูติน เดินหมากรุกเข้าไปในซีเรีย นี่จะเต็ม 3 เดือนแล้วนะครับ อเมริกายังเล่นหมากหลบ หมากเลี่ยง หมากเขก แต่ยังไม่ออกหมากรุกกลับ เข้าใจว่า คงยังเล่นหมากเก็บ “นับหัว” เอาเข้าคอกให้ครบเสียก่อน
    ส่วนเรื่องครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เล่านิทานมา 2 ปีกว่า มาจนถึงเรื่องนี้ ตอนนี้ คิดว่าอเมริกาพูดได้เต็มปากหรือไม่ว่า ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ของโลกไว้ได้แล้ว
    มันก็ย้อนกลับมาที่เดิมว่า ยุทธศาสตร์ที่แต่ละฝ่ายใช้ และการเดินหมากตามยุทธศาสตร์ได้ผลอย่างไร การเดินหมากแบบลุยกินดะไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่า จะทำให้ชนะเสมอไป ขณะเดียวกัน การเดินหมาก ที่เหมือนขยับไม่กี่ตา แต่ขยับอีกที ก็รุกฆาตแล้ว ก็อาจเกิดขึ้นได้เหมือนกัน
    ตลอดเวลา 70 ปีที่ผ่านมา อเมริกาเดินหมาก เหมือนกินดะได้ไปเกือบทั่วโลกแล้ว แต่การเดินหมากช่วงหลังของอเมริกา ดันสะดุดหัวแม่ตีนตัวเอง หัวทิ่มอย่างไม่น่าเชื่อ จากกระดาษซับไพรม์ใบบางๆ ที่ทำให้ตอนนี้อเมริกายังกระเป๋าฉีก ตูดขาด แต่อเมริกาสร้างเรื่องอื่นขึ้นมากลบ สื่อก็ช่วยพาเลี้ยว ชาวบ้านก็เลยลืม
    ปี ค.ศ.2007 เมื่ออเมริกาเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ จากเรื่องซับไพรม์ subprime ที่บริษัทเงินทุนจอมตะกละของอเมริกา เอาเอกสารลูกหนี้เงินกู้ซื้อบ้าน ไปขายลดต่ออีกหลายทอด จนไหม้เกรียม ลูกหนี้คนเดียว มีเจ้าหนี้ยืนเรียงคิวคอย พอเศรษฐกิจไม่ดี ลูกหนี้เจ็ง ไม่มีเงินผ่อนส่ง ไอ้พวกที่ซื้อไว้เป็นทอดๆ เรียงคิวคอย ก็ม่อยกะรอก ล้มตามกันเป็นพรวน และทำให้เศรษฐกิจอเมริกาสะอึกพรวด นักการเงินแก้ปัญหาหนี้เสียของบริษัทการเงิน ด้วยการเอาเงินรัฐมาอุ้มบริษัทการเงินเป็นจำนวนมหาศาล ตามสูตรสำเร็จ หลังจากนั้น ก็ลามไปกันใหญ่ และวันนี้อเมริกาก็มีหนี้กองโต ต้องลดงบ ตัดงบ ที่รวมไปถึงงบทางกองทัพด้วย
    สรุปสั้นๆ ว่า อเมริกาตูดขาดมาเกือบสิบปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังขาดอยู่ แต่ยังต้องทำหน้าใหญ่เอาไว้ แต่พินิจให้ดีๆ เถิดครับ หน้า พณ.ใบตองแห้ง กับ พณ.กลาโหม เวลาแถลงอะไรเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ที่ต้องยกกองกำลังเข้าไปที่ไหน ทำหน้าเหมือนกับกินข้าวบูดมันเน่ามาทั้งนั้น แถมถ้าจำเป็นต้องส่งกำลังไปเพื่อรักษาหน้า ก็เป็นหลักร้อย ส่วนอาวุธ ส่วนใหญ่ก็เป็นโดรน ไม่มีคนขับ อเมริกาถึงยืนยันว่า no boots on the ground อยู่ตลอดเวลาได้แต่คอยชี้นิ้วสั่ง โอลอง เอ็งไปซิ แคมารอน เอ็งด้วย เอะ แล้วอเมริกาหายไปไหน แค่ส่งไปที่ละร้อย สองร้อยคน แถวซีเรีย อีรัค ขายหน้าพี่เบิ้มหมด
    แต่ถึงอย่างนั้น เป็นประเทศมหาอำนาจมา 70 ปี สั่งซ้ายหันขวาหัน ให้มาเลียมือเลียตีนได้หมด แค่ตูดขาดไม่ถึง 10 ปี หมากเด็ด หายหมด หมากรุก ไม่มี อย่างนั้นหรือครับ แบบนี้จะแปลว่าอะไร
    แปลว่า อเมริกาซ่อนหมากเด็ด เตรียมไว้รุกฆาต หรือแปลว่าอเมริการบไม่เป็น หรือไม่มีปัญญายกทัพมารบแล้ว…
    น่าสังเกตว่า อเมริกาอาจจะถนัดแต่การรบแบบปฏิบัติการ หรือรบแบบกองโจรไปปล้นประเทศที่ไม่ทางสู้มากกว่า หรือไม่ก็ใช้ทหารรับจ้าง ที่เรียกเสียหรูว่า contractor หรือ security advisor เป็นผู้ไป “ดำเนินการ” ไม่ใช่การรบจริง เต็มรูปแบบทางกำลังทหาร
    ตลอดเวลาประมาณ 70 ที่ผ่านมา มีเพียง 2,3 ครั้งเท่านั้น ที่เป็นการรบจริง คือ ในสงครามเกาหลี และสงครามเวียตนามเท่านั้น นั่นมันก็กว่า 50 ปีมาแล้ว นอกนั้น มันเป็นการปฏิบัติการโดยพวกทหารรับจ้าง กับทหารนอกระบบ ที่เรียกว่า “stay behind” เครือข่ายหลังฉาก หรือเครือข่ายที่ซ่อนเร้นเกือบทั้งสิ้น แม้ในสมัยสงครามอิรัค อเมริกาก็ใช้ทหารรับจ้างมาก พอๆกับทหารในกองทัพ ถึงได้งบบานฉิบหายไป ส่วนนาโต้เอง ก็ไม่ได้มีกองกำลังทหารจริงทั้งหมด ใช้เครือข่าย stay behind กับ contractor มากเช่นเดียวกัน
    แต่ระหว่างเกือบ 10 ที่เศรษฐกิจอเมริกาสะอึก ฝั่งรัสเซียจีน แม้จะไม่ได้ฉลุย แต่ก็น่าจะมีอะไรดี ไม่งั้นรัสเซียคงไม่หาญกล้ายกพลเข้าไปที่ซีเรีย และการยกพลของรัสเซียครั้งนี้ คุณพี่ปูตินเล่นยกมาเป็นกองทัพ ทั้งบกเรืออากาศ มีเรือรบ มีเครื่องบิน มีรถถัง ทหารราบจำนวนแสน
    แล้วอเมริกาเดินหมากยังไงครับ ตอนนี้เป็นหมากพูด หรือหมากพ่น อย่าเป็นหมากเผ่นก็แล้วกัน
    เมื่อไม่นานมานี่ พณ. ใบตองแห้ง ออกมาพูดเองว่า ไอซิสแผ่วแล้วนะ พื้นที่ที่ยึดไปในอิรัคเหลือน้อยแล้ว ที่ซีเรียก็เช่นเดียวกัน หายไปแยะ ก็ใช่ซิ รัสเซียถล่มเสียราบ กองกำลังร่วมของอเมริกา เข้าไป 4 ปีกว่า ไอซิสมีแต่งอกเพิ่ม รัสเซียมาไม่ถึง 3 เดือน ไอซิสมุดรูหนีออกไปทางลิเบียหมด แต่ พณ.ใบตอง แห้งยังออกมาพูดเอาคะแนน แถมขู่พวกตัวหัวหน้าไอซิสอีกว่า you are next ต่อไปคือพวกเอ็ง ….เป็นการขู่ผ่านสื่อออกทีวี ….เห็นสันดานใบตองแห้งชัดจริงๆ
    ตกลงถึงวันนี้ ผมยังไม่เห็นหมากเด็ด หมากรุก อะไรที่จะทำให้ผมเชื่อว่า อเมริกาเป็นนักยุทธศาสตร์ทางด้านการรบ เอาละ มันยังไม่ถึงเวลารบจริง เพราะฉะนั้นตอนนี้ ต้องดูการเดินหมาก “เตรียมรบ” มากกว่า ว่าของใครล้ำลึกเด็ดขาดกว่ากัน คือดูตัวหมาก ที่แต่ละฝ่าย เลือกเอามาเดิน เลือกกิน หรือเลือกทิ้ง
    ตามทฤษฏีของไอ้แสบเบรสินสกี้ หมากตัวสำคัญในตะวันออกกลาง มี 2 ตัว คือ อิหร่าน กับตุรกี วันนี้เราเห็นชัดว่า อิหร่าน เปิดเผยว่าอยู่ขั้วรัสเซียจีน แผนบีบด้วยนิวเคลียร์ บีบอิหร่านไม่สำเร็จ
    ในตะวันออกกลางจึงเหลือตุรกี ที่เป็นหมากให้ดูว่า รัสเซียเสียตุรกี หรือรัสเซียถีบตุรกีทิ้ง และถ้าอเมริกาเลือกตุรกีมาเป็นหมากฝ่ายตัว เป็นเรื่องดี หรือ ซวยของอเมริกา
    ถัดมาเป็นหมาก แถวมหาสมุทรอินเดีย ใกล้บ้านเราเข้ามาหน่อย
    ปากีสถาน ก็เป็นหมากที่น่าสนใจตามดูเช่นเดียวกัน ว่า ปากีสถานทิ้งอเมริกา หรืออเมริกาทิ้งปากีสถาน และมาเลือกอินเดีย เพราะหมาก 2 ตัวนี้ คงจะอยู่ข้างเดียวกันยาก แม้ตอนนี้จะมีความพยายาม แต่นั่นแหละ แขกเป็นนักเล่นกล ไม่รู้ว่าอเมริกาจะรู้จักตำนานนี้ไหม
    อเมริกา จะเลือกเดินหมากอินเดียเพราะอะไร และอเมริกาได้ หรืออเมริกาเสีย ในการเสียปากีสถาน และ (ยังไม่แน่ว่าจะ) ได้ อินเดีย
    ช่วงนี้ดูหมาก 3 ตัวนี้ไว้เท่านั้นแหละครับ ตุรกี ปากีสถาน อืนเดีย การเดินหมาก 3 ตัวนี้ จะทำให้เห็นว่า ยุทธศาตร์ฝ่ายไหน ลึกซึ้ง และฝ่ายใด กำลังเดินหมาก รุก……
    หลังปีใหม่ ค่อยมาอ่านนิทานต่อนะครับ
    ระหว่างข้ามปี ใช้ชีวิตสบายๆ สวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ทำกุศล ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้เกิดสวัสดิมงคลแก่บ้านเมือง ตัวเองและครอบครัว และโชคดีตลอดปีใหม่ นะครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    31 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 10 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 10 (จบ) สรุปว่า ยุทธศาสตร์ของอเมริกาคือ ยุทธศาสตร์เพื่อการ “ครองโลกแต่ผู้เดียว” ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ส่วนยุทธศาสตร์ของรัสเซีย น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “รัสเซียแกร่งกล้า” ที่สร้างบ้านเมืองให้แข็งแกร่งขึ้นมาใหม่ได้ และพร้อมแล้วที่จะบอกกับอเมริกาว่า “พอได้แล้วนะ” อเมริกาไม่ได้เป็นผู้กำหนดชะตาของทุกประเทศในโลกนี้อีกแล้ว การก้าวเข้าไปในซีเรีย และตะวันออกกลางของรัสเซีย มันแปลได้อย่างนั้น และยุทธศาสตร์ของจีน น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “จีนยิ่งใหญ่” หรือประเภทมังกรทะยานฟ้า เรื่องปิดล้อมจีนจบแล้ว อย่าได้คิดเชียวว่า จะมีใครมาปิด มาล้อมจีนได้อีก ไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ หรือกำลังทหาร ไม่มีทางแล้ว และตามยุทธศาสตร์ของทั้ง 3 ผู้ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานเช่นเดียวกัน 3 เรื่อง เพื่อจะเดินหน้าตามแผนของตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือ – มีอาวุธที่สุดยอด – มีกองกำลังที่ยิ่งใหญ่ – ได้ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เรื่องอาวุธ ผมไม่ขอวิเคราะห์ ใครมีอาวุธสุดยอดกว่าใคร เชื่อว่าไม่มีใครรู้จริงทั้งหมด นอกจากจะอยู่วงในสุดของแต่ละประเทศ และจะรู้จริงก็ตอนลงมือโซ้ยกันนั่นแหละครับ ส่วนยุทธศาสตร์ในการใช้อาวุธ จะใช้รูปแบบขนาด ระยะยิง จากฐานใดบ้าง มันคือแผนการรบ คนที่จะรู้แผนการรบจริงคือ ผู้บัญชาการรบ ผมเป็นแค่คนเล่านิทาน ไม่บังอาจไปวิจารณ์ฝ่ายใด คงบอกได้แต่ว่า ถ้าอเมริกาต้องเจอ รัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และปากีสถาน พร้อมกัน ผมว่า อเมริกาคงคิดหนัก นาโตถึงยังเป็นใบ้ และญี่ปุ่น ที่คิดจะแบกถาดให้อเมริกา วันนี้ น่าจะยังใช้เวลาหาถาดอีกนาน เรื่องกองกำลังของอเมริกา ต้องนับรวมทั้ง ทหารจริง ทหารรับจ้าง ทั้งของตัวเอง และของลูกหาบ ที่ครอบคลุม และแอบซ่อนอยู่ตามฐานทัพทั่วโลก และตอนนี้ คงต้องนับรวมเครือข่ายของผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินเข้าไปด้วย แปลว่า อเมริกาน่าจะมีแยะจริงๆ แต่ผมก็ยังเชื่อว่า อเมริกา เดี่ยวๆ ไม่มีกำลังพลมากกว่า รัสเซียเดี่ยว หรือจีนเดี่ยวอยู่แล้ว ยิ่งกำลังพลรัสเซียบวกจีน อเมริกายิ่งไม่มีทางเทียบ อเมริกาจึงต้องเช็คชื่อ เรียกลูกหาบมาเกือบทั้งโลก อย่างที่อเมริกากำลังดำเนินการอยู่ คุณพี่ปูติน เดินหมากรุกเข้าไปในซีเรีย นี่จะเต็ม 3 เดือนแล้วนะครับ อเมริกายังเล่นหมากหลบ หมากเลี่ยง หมากเขก แต่ยังไม่ออกหมากรุกกลับ เข้าใจว่า คงยังเล่นหมากเก็บ “นับหัว” เอาเข้าคอกให้ครบเสียก่อน ส่วนเรื่องครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เล่านิทานมา 2 ปีกว่า มาจนถึงเรื่องนี้ ตอนนี้ คิดว่าอเมริกาพูดได้เต็มปากหรือไม่ว่า ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ของโลกไว้ได้แล้ว มันก็ย้อนกลับมาที่เดิมว่า ยุทธศาสตร์ที่แต่ละฝ่ายใช้ และการเดินหมากตามยุทธศาสตร์ได้ผลอย่างไร การเดินหมากแบบลุยกินดะไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่า จะทำให้ชนะเสมอไป ขณะเดียวกัน การเดินหมาก ที่เหมือนขยับไม่กี่ตา แต่ขยับอีกที ก็รุกฆาตแล้ว ก็อาจเกิดขึ้นได้เหมือนกัน ตลอดเวลา 70 ปีที่ผ่านมา อเมริกาเดินหมาก เหมือนกินดะได้ไปเกือบทั่วโลกแล้ว แต่การเดินหมากช่วงหลังของอเมริกา ดันสะดุดหัวแม่ตีนตัวเอง หัวทิ่มอย่างไม่น่าเชื่อ จากกระดาษซับไพรม์ใบบางๆ ที่ทำให้ตอนนี้อเมริกายังกระเป๋าฉีก ตูดขาด แต่อเมริกาสร้างเรื่องอื่นขึ้นมากลบ สื่อก็ช่วยพาเลี้ยว ชาวบ้านก็เลยลืม ปี ค.ศ.2007 เมื่ออเมริกาเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ จากเรื่องซับไพรม์ subprime ที่บริษัทเงินทุนจอมตะกละของอเมริกา เอาเอกสารลูกหนี้เงินกู้ซื้อบ้าน ไปขายลดต่ออีกหลายทอด จนไหม้เกรียม ลูกหนี้คนเดียว มีเจ้าหนี้ยืนเรียงคิวคอย พอเศรษฐกิจไม่ดี ลูกหนี้เจ็ง ไม่มีเงินผ่อนส่ง ไอ้พวกที่ซื้อไว้เป็นทอดๆ เรียงคิวคอย ก็ม่อยกะรอก ล้มตามกันเป็นพรวน และทำให้เศรษฐกิจอเมริกาสะอึกพรวด นักการเงินแก้ปัญหาหนี้เสียของบริษัทการเงิน ด้วยการเอาเงินรัฐมาอุ้มบริษัทการเงินเป็นจำนวนมหาศาล ตามสูตรสำเร็จ หลังจากนั้น ก็ลามไปกันใหญ่ และวันนี้อเมริกาก็มีหนี้กองโต ต้องลดงบ ตัดงบ ที่รวมไปถึงงบทางกองทัพด้วย สรุปสั้นๆ ว่า อเมริกาตูดขาดมาเกือบสิบปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังขาดอยู่ แต่ยังต้องทำหน้าใหญ่เอาไว้ แต่พินิจให้ดีๆ เถิดครับ หน้า พณ.ใบตองแห้ง กับ พณ.กลาโหม เวลาแถลงอะไรเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ที่ต้องยกกองกำลังเข้าไปที่ไหน ทำหน้าเหมือนกับกินข้าวบูดมันเน่ามาทั้งนั้น แถมถ้าจำเป็นต้องส่งกำลังไปเพื่อรักษาหน้า ก็เป็นหลักร้อย ส่วนอาวุธ ส่วนใหญ่ก็เป็นโดรน ไม่มีคนขับ อเมริกาถึงยืนยันว่า no boots on the ground อยู่ตลอดเวลาได้แต่คอยชี้นิ้วสั่ง โอลอง เอ็งไปซิ แคมารอน เอ็งด้วย เอะ แล้วอเมริกาหายไปไหน แค่ส่งไปที่ละร้อย สองร้อยคน แถวซีเรีย อีรัค ขายหน้าพี่เบิ้มหมด แต่ถึงอย่างนั้น เป็นประเทศมหาอำนาจมา 70 ปี สั่งซ้ายหันขวาหัน ให้มาเลียมือเลียตีนได้หมด แค่ตูดขาดไม่ถึง 10 ปี หมากเด็ด หายหมด หมากรุก ไม่มี อย่างนั้นหรือครับ แบบนี้จะแปลว่าอะไร แปลว่า อเมริกาซ่อนหมากเด็ด เตรียมไว้รุกฆาต หรือแปลว่าอเมริการบไม่เป็น หรือไม่มีปัญญายกทัพมารบแล้ว… น่าสังเกตว่า อเมริกาอาจจะถนัดแต่การรบแบบปฏิบัติการ หรือรบแบบกองโจรไปปล้นประเทศที่ไม่ทางสู้มากกว่า หรือไม่ก็ใช้ทหารรับจ้าง ที่เรียกเสียหรูว่า contractor หรือ security advisor เป็นผู้ไป “ดำเนินการ” ไม่ใช่การรบจริง เต็มรูปแบบทางกำลังทหาร ตลอดเวลาประมาณ 70 ที่ผ่านมา มีเพียง 2,3 ครั้งเท่านั้น ที่เป็นการรบจริง คือ ในสงครามเกาหลี และสงครามเวียตนามเท่านั้น นั่นมันก็กว่า 50 ปีมาแล้ว นอกนั้น มันเป็นการปฏิบัติการโดยพวกทหารรับจ้าง กับทหารนอกระบบ ที่เรียกว่า “stay behind” เครือข่ายหลังฉาก หรือเครือข่ายที่ซ่อนเร้นเกือบทั้งสิ้น แม้ในสมัยสงครามอิรัค อเมริกาก็ใช้ทหารรับจ้างมาก พอๆกับทหารในกองทัพ ถึงได้งบบานฉิบหายไป ส่วนนาโต้เอง ก็ไม่ได้มีกองกำลังทหารจริงทั้งหมด ใช้เครือข่าย stay behind กับ contractor มากเช่นเดียวกัน แต่ระหว่างเกือบ 10 ที่เศรษฐกิจอเมริกาสะอึก ฝั่งรัสเซียจีน แม้จะไม่ได้ฉลุย แต่ก็น่าจะมีอะไรดี ไม่งั้นรัสเซียคงไม่หาญกล้ายกพลเข้าไปที่ซีเรีย และการยกพลของรัสเซียครั้งนี้ คุณพี่ปูตินเล่นยกมาเป็นกองทัพ ทั้งบกเรืออากาศ มีเรือรบ มีเครื่องบิน มีรถถัง ทหารราบจำนวนแสน แล้วอเมริกาเดินหมากยังไงครับ ตอนนี้เป็นหมากพูด หรือหมากพ่น อย่าเป็นหมากเผ่นก็แล้วกัน เมื่อไม่นานมานี่ พณ. ใบตองแห้ง ออกมาพูดเองว่า ไอซิสแผ่วแล้วนะ พื้นที่ที่ยึดไปในอิรัคเหลือน้อยแล้ว ที่ซีเรียก็เช่นเดียวกัน หายไปแยะ ก็ใช่ซิ รัสเซียถล่มเสียราบ กองกำลังร่วมของอเมริกา เข้าไป 4 ปีกว่า ไอซิสมีแต่งอกเพิ่ม รัสเซียมาไม่ถึง 3 เดือน ไอซิสมุดรูหนีออกไปทางลิเบียหมด แต่ พณ.ใบตอง แห้งยังออกมาพูดเอาคะแนน แถมขู่พวกตัวหัวหน้าไอซิสอีกว่า you are next ต่อไปคือพวกเอ็ง ….เป็นการขู่ผ่านสื่อออกทีวี ….เห็นสันดานใบตองแห้งชัดจริงๆ ตกลงถึงวันนี้ ผมยังไม่เห็นหมากเด็ด หมากรุก อะไรที่จะทำให้ผมเชื่อว่า อเมริกาเป็นนักยุทธศาสตร์ทางด้านการรบ เอาละ มันยังไม่ถึงเวลารบจริง เพราะฉะนั้นตอนนี้ ต้องดูการเดินหมาก “เตรียมรบ” มากกว่า ว่าของใครล้ำลึกเด็ดขาดกว่ากัน คือดูตัวหมาก ที่แต่ละฝ่าย เลือกเอามาเดิน เลือกกิน หรือเลือกทิ้ง ตามทฤษฏีของไอ้แสบเบรสินสกี้ หมากตัวสำคัญในตะวันออกกลาง มี 2 ตัว คือ อิหร่าน กับตุรกี วันนี้เราเห็นชัดว่า อิหร่าน เปิดเผยว่าอยู่ขั้วรัสเซียจีน แผนบีบด้วยนิวเคลียร์ บีบอิหร่านไม่สำเร็จ ในตะวันออกกลางจึงเหลือตุรกี ที่เป็นหมากให้ดูว่า รัสเซียเสียตุรกี หรือรัสเซียถีบตุรกีทิ้ง และถ้าอเมริกาเลือกตุรกีมาเป็นหมากฝ่ายตัว เป็นเรื่องดี หรือ ซวยของอเมริกา ถัดมาเป็นหมาก แถวมหาสมุทรอินเดีย ใกล้บ้านเราเข้ามาหน่อย ปากีสถาน ก็เป็นหมากที่น่าสนใจตามดูเช่นเดียวกัน ว่า ปากีสถานทิ้งอเมริกา หรืออเมริกาทิ้งปากีสถาน และมาเลือกอินเดีย เพราะหมาก 2 ตัวนี้ คงจะอยู่ข้างเดียวกันยาก แม้ตอนนี้จะมีความพยายาม แต่นั่นแหละ แขกเป็นนักเล่นกล ไม่รู้ว่าอเมริกาจะรู้จักตำนานนี้ไหม อเมริกา จะเลือกเดินหมากอินเดียเพราะอะไร และอเมริกาได้ หรืออเมริกาเสีย ในการเสียปากีสถาน และ (ยังไม่แน่ว่าจะ) ได้ อินเดีย ช่วงนี้ดูหมาก 3 ตัวนี้ไว้เท่านั้นแหละครับ ตุรกี ปากีสถาน อืนเดีย การเดินหมาก 3 ตัวนี้ จะทำให้เห็นว่า ยุทธศาตร์ฝ่ายไหน ลึกซึ้ง และฝ่ายใด กำลังเดินหมาก รุก…… หลังปีใหม่ ค่อยมาอ่านนิทานต่อนะครับ ระหว่างข้ามปี ใช้ชีวิตสบายๆ สวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ทำกุศล ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้เกิดสวัสดิมงคลแก่บ้านเมือง ตัวเองและครอบครัว และโชคดีตลอดปีใหม่ นะครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 31 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 70 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 9

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 9
    จีนไม่ได้วางระบบเส้นทางรางรถไฟอย่างเดียว คนและสินค้าไปมาได้ ก็ต้องมีเส้นทางให้น้ำมันละแก๊สส่งไปมาได้ด้วย จีนทำสัญญาสร้างท่อส่งน้ำมันและแก๊ส จากเกือบทุกแหล่งพลังงานในยูเรเซีย มาสู่แหล่งชุมชนและอุตสาหกรรมในจีน ทางส่วนเหนือ ส่วนกลาง และตะวันออกเฉียงใต้ การสร้างเริ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน สร้างไปได้ 10 ปี ค.ศ.2009 China National Petroleum Corporation (CNPC) หน่วยงานที่ดูแลด้านพลังงาน ซึ่งเป็นของรัฐก็ทำพิธีเปิดท่อส่งน้ำมัน เส้นทางจากท้องน้อยรัสเซีย คาซัคสถาน-จีน ระยะทางสุดท้าย เป็นท่อส่งเส้นทางยาว 1,400 ไมล์ จากทะเลสาปแคสเปียนมาถึงซินเจียง
    CNPC ยังร่วมมือกับท้องน้อยรัสเซียอีกรายคือ เติร์กเมนิสถาน สร้างท่อส่งแก๊สยาว 1,200 ไมล์ ขนานคู่มากับเส้นของ คาซัคสถาน เป็นการนำพลังงานจากภูมิภาคเดียวกันมาสู่จีน เป็นเติร์กเมนเดียวกัน กับที่ไม่ยอมร่วมรายการกับ Nabucco นั่นแหละ ….แบบนี้ อเมริกา ก็หน้าแหก อีกสิ ครั้งที่เท่าไหร่ จำไม่ได้แล้ว มันแยะจัง
    นอกจากนี้ จีนยังสร้างท่อส่งจากอ่าวเบงกอล ผ่านพม่า ข้ามไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เส้นทางยาวถึง 1,500 ไมล์ เพื่อส่งน้ำมัน ที่จีนซื้อจากตะวันออกกลางและพม่า เพื่อเลี่ยงการถูกรัดคอ จากการใช้เส้นทางส่งน้ำมันทางเรือ ผ่านช่องแคบมะละกา ที่ลูกหาบของอเมริกาคุม อาเฮียรอบคอบนะ
    และรายการท่อส่งแก๊สบันลือโลกระหว่างรัสเซียกับจีน มูลค่า 400 พันล้าน อายุ 30 ปี ที่ Gazprom ของรัสเซีย ที่คุณพี่ปูตินตั้งใจจะส่งให้อาเฮียเพื่อนรักอุ่นทั้งปี ด้วยการส่งแก๊ส
    ปีละ 38 พันล้านคิวบิกเมตร ท่อส่งนี้เป็นเครือข่ายที่ยาวจากไซบีเรีย ไปถึงแมนจูเรีย
    ระบบท่อส่งของจีน เมื่อรวมกับเครือข่ายท่อส่งของรัสเซีย ที่แผ่กว้างขึ้นบนลงล่างยาวไปถึงยุโรปส่วนต่างๆ และมาต่อกับตะวันออกกลาง เข้าเครือข่ายท่อส่งของอิหร่านแล้ว เครือข่ายท่อส่งของพันธมิตรด้านรัสเซียจีนอิหร่าน ซึ่งตอนนี้น่าจะนับรวมปากีสถาน ที่เขาว่าได้แหกคอก ออกมาจากแก๊งใบตองแห้งเรียบร้อยแล้ว น่าจะทำให้เห็นว่า การเดินหมากของฝ่ายรัสเซียจีนบวกอิหร่าน โดยการสร้างเครือข่ายท่อส่ง และระบบขนส่งทางบก สร้างเครือข่ายทางรถไฟความเร็วสูง เป็นการเดินหมากยุทธศาสตร์ที่สร้างการเชื่อมโยง สร้างความเจริญ สร้างรายได้ และสร้างสัมพันธ์ระหว่างกัน ระหว่างผู้ที่อยู่ในบริเวณ World Island ขณะเดียวกัน ก็เป็นการสร้างพลัง อำนาจต่อรอง และความกดดัน ได้อย่างน่าสนใจด้วย
    และในยามศึกสงคราม เส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์การรบ จีน รัสเซีย มองไกลนะครับ อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ คิดอาศัยเส้นทางทางเรืออย่างเดียว ก็เข้าทางเขา
    แต่ยุทธศาสตร์ของฝ่ายรัสเซียจีน ไม่ได้มีเพียงเครือข่ายท่อส่งและราง
    ในขั้นตอนที่ 2 ของการสร้างตามยุทธศาสตร์ รัสเซีย จีน ยังสร้างเครือข่ายด้านเศรษฐกิจการค้า ด้วยยุทธศาสตร์จับมือกันรอด จับมือกันรวย ด้วยการสร้าง “เครื่องคานอำนาจ” ทางเศรษฐกิจอีกด้วย
    รัสเซีย-จีน ตั้งกลุ่ม SCO เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ในปี ค.ศ.2001 นำโดยจีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีสถาน ทาจิกีสถาน และอุซเบกีสถาน นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมสังเกตุการณ์ เช่นอิหร่าน เบลารุส มองโกเลีย อาฟกานิสถาน ปากีสถาน และอินเดีย และการที่รัสเซียและจีน สร้างราง สร้างท่อส่งข้ามทวีปได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ด้วยกัน โดยเฉพาะจากพวกท้องน้อยทรงเสน่ห์ ที่ตอนนี้ ยังรอดตัวจากการถูกทุบจากอีกฝ่าย
    นอกจากนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.2014 จีนยังประกาศการก่อตั้ง ธนาคารเพื่อการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคของเอเซีย Asian Infrastructure Investment Bank หรือ ไออิบ AIIB มันเป็นทางเลือก สำหรับประเทศที่ต้องการกู้เงินเพื่อมาพัฒนา และผลจากการพัฒนาตกอยู่กับประเทศนั้น ไม่ใช่เดินเข้าไปกู้เงินธนาคารไหน แล้วดันถูกธนาคารที่ให้กู้ ต้มคนกู้จนฉิบหายล้มละลายแทบต้องขายประเทศ อย่างที่ World Bank, IMF ทำกับทั่วโลก กู้ไปกู้มา คนกู้เจ๊งหนักไปกว่าเดิม แล้วจะไปกู้ทำไม
    ไออิบ มี 14 ประเทศมาร่วมด้วย แม้กระทั่งพวกลูกหาบฝั่งอเมริกา เช่น เยอรมัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ก็มา แต่ผม ที่ไม่เชื่อใจพวกตะวันตกง่ายๆ ก็ยังตะขิดตะขวงใจ มาร่วมทำไม (วะ) มันคงมองเห็นโอกาสที่จะใช้หม้อใบใหม่ต้มต่อ
    แต่ ก้าวสำคัญของจีนคือ แผนการสร้างราง สร้างท่อส่ง และถนน จากจีนทางด้านตะวันตก ไปสุดทางที่กวาดาร์ Gwadar ของปากีสถาน เพื่อเตรียมไว้เป็นท่าเรือ ที่จีนอาจจะใช้ในการทหารได้ในอนาคต เป็นการมองการณ์ไกล และเป็นการเดินหมากรุก ที่จีนกล้าเล่น เพราะปากีสถาน ก็มีชื่อว่า “เคย” อยู่ในกำมือของอเมริกา ไม่ต่างกับ หมากตุรกี ที่รัสเซียกำลังเล่น ทั้งๆ ที่รู้ว่า ตุรกี ก็มีหลายหัว…
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    30 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 9 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 9 จีนไม่ได้วางระบบเส้นทางรางรถไฟอย่างเดียว คนและสินค้าไปมาได้ ก็ต้องมีเส้นทางให้น้ำมันละแก๊สส่งไปมาได้ด้วย จีนทำสัญญาสร้างท่อส่งน้ำมันและแก๊ส จากเกือบทุกแหล่งพลังงานในยูเรเซีย มาสู่แหล่งชุมชนและอุตสาหกรรมในจีน ทางส่วนเหนือ ส่วนกลาง และตะวันออกเฉียงใต้ การสร้างเริ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน สร้างไปได้ 10 ปี ค.ศ.2009 China National Petroleum Corporation (CNPC) หน่วยงานที่ดูแลด้านพลังงาน ซึ่งเป็นของรัฐก็ทำพิธีเปิดท่อส่งน้ำมัน เส้นทางจากท้องน้อยรัสเซีย คาซัคสถาน-จีน ระยะทางสุดท้าย เป็นท่อส่งเส้นทางยาว 1,400 ไมล์ จากทะเลสาปแคสเปียนมาถึงซินเจียง CNPC ยังร่วมมือกับท้องน้อยรัสเซียอีกรายคือ เติร์กเมนิสถาน สร้างท่อส่งแก๊สยาว 1,200 ไมล์ ขนานคู่มากับเส้นของ คาซัคสถาน เป็นการนำพลังงานจากภูมิภาคเดียวกันมาสู่จีน เป็นเติร์กเมนเดียวกัน กับที่ไม่ยอมร่วมรายการกับ Nabucco นั่นแหละ ….แบบนี้ อเมริกา ก็หน้าแหก อีกสิ ครั้งที่เท่าไหร่ จำไม่ได้แล้ว มันแยะจัง นอกจากนี้ จีนยังสร้างท่อส่งจากอ่าวเบงกอล ผ่านพม่า ข้ามไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เส้นทางยาวถึง 1,500 ไมล์ เพื่อส่งน้ำมัน ที่จีนซื้อจากตะวันออกกลางและพม่า เพื่อเลี่ยงการถูกรัดคอ จากการใช้เส้นทางส่งน้ำมันทางเรือ ผ่านช่องแคบมะละกา ที่ลูกหาบของอเมริกาคุม อาเฮียรอบคอบนะ และรายการท่อส่งแก๊สบันลือโลกระหว่างรัสเซียกับจีน มูลค่า 400 พันล้าน อายุ 30 ปี ที่ Gazprom ของรัสเซีย ที่คุณพี่ปูตินตั้งใจจะส่งให้อาเฮียเพื่อนรักอุ่นทั้งปี ด้วยการส่งแก๊ส ปีละ 38 พันล้านคิวบิกเมตร ท่อส่งนี้เป็นเครือข่ายที่ยาวจากไซบีเรีย ไปถึงแมนจูเรีย ระบบท่อส่งของจีน เมื่อรวมกับเครือข่ายท่อส่งของรัสเซีย ที่แผ่กว้างขึ้นบนลงล่างยาวไปถึงยุโรปส่วนต่างๆ และมาต่อกับตะวันออกกลาง เข้าเครือข่ายท่อส่งของอิหร่านแล้ว เครือข่ายท่อส่งของพันธมิตรด้านรัสเซียจีนอิหร่าน ซึ่งตอนนี้น่าจะนับรวมปากีสถาน ที่เขาว่าได้แหกคอก ออกมาจากแก๊งใบตองแห้งเรียบร้อยแล้ว น่าจะทำให้เห็นว่า การเดินหมากของฝ่ายรัสเซียจีนบวกอิหร่าน โดยการสร้างเครือข่ายท่อส่ง และระบบขนส่งทางบก สร้างเครือข่ายทางรถไฟความเร็วสูง เป็นการเดินหมากยุทธศาสตร์ที่สร้างการเชื่อมโยง สร้างความเจริญ สร้างรายได้ และสร้างสัมพันธ์ระหว่างกัน ระหว่างผู้ที่อยู่ในบริเวณ World Island ขณะเดียวกัน ก็เป็นการสร้างพลัง อำนาจต่อรอง และความกดดัน ได้อย่างน่าสนใจด้วย และในยามศึกสงคราม เส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์การรบ จีน รัสเซีย มองไกลนะครับ อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ คิดอาศัยเส้นทางทางเรืออย่างเดียว ก็เข้าทางเขา แต่ยุทธศาสตร์ของฝ่ายรัสเซียจีน ไม่ได้มีเพียงเครือข่ายท่อส่งและราง ในขั้นตอนที่ 2 ของการสร้างตามยุทธศาสตร์ รัสเซีย จีน ยังสร้างเครือข่ายด้านเศรษฐกิจการค้า ด้วยยุทธศาสตร์จับมือกันรอด จับมือกันรวย ด้วยการสร้าง “เครื่องคานอำนาจ” ทางเศรษฐกิจอีกด้วย รัสเซีย-จีน ตั้งกลุ่ม SCO เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ในปี ค.ศ.2001 นำโดยจีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีสถาน ทาจิกีสถาน และอุซเบกีสถาน นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมสังเกตุการณ์ เช่นอิหร่าน เบลารุส มองโกเลีย อาฟกานิสถาน ปากีสถาน และอินเดีย และการที่รัสเซียและจีน สร้างราง สร้างท่อส่งข้ามทวีปได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ด้วยกัน โดยเฉพาะจากพวกท้องน้อยทรงเสน่ห์ ที่ตอนนี้ ยังรอดตัวจากการถูกทุบจากอีกฝ่าย นอกจากนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.2014 จีนยังประกาศการก่อตั้ง ธนาคารเพื่อการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคของเอเซีย Asian Infrastructure Investment Bank หรือ ไออิบ AIIB มันเป็นทางเลือก สำหรับประเทศที่ต้องการกู้เงินเพื่อมาพัฒนา และผลจากการพัฒนาตกอยู่กับประเทศนั้น ไม่ใช่เดินเข้าไปกู้เงินธนาคารไหน แล้วดันถูกธนาคารที่ให้กู้ ต้มคนกู้จนฉิบหายล้มละลายแทบต้องขายประเทศ อย่างที่ World Bank, IMF ทำกับทั่วโลก กู้ไปกู้มา คนกู้เจ๊งหนักไปกว่าเดิม แล้วจะไปกู้ทำไม ไออิบ มี 14 ประเทศมาร่วมด้วย แม้กระทั่งพวกลูกหาบฝั่งอเมริกา เช่น เยอรมัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ก็มา แต่ผม ที่ไม่เชื่อใจพวกตะวันตกง่ายๆ ก็ยังตะขิดตะขวงใจ มาร่วมทำไม (วะ) มันคงมองเห็นโอกาสที่จะใช้หม้อใบใหม่ต้มต่อ แต่ ก้าวสำคัญของจีนคือ แผนการสร้างราง สร้างท่อส่ง และถนน จากจีนทางด้านตะวันตก ไปสุดทางที่กวาดาร์ Gwadar ของปากีสถาน เพื่อเตรียมไว้เป็นท่าเรือ ที่จีนอาจจะใช้ในการทหารได้ในอนาคต เป็นการมองการณ์ไกล และเป็นการเดินหมากรุก ที่จีนกล้าเล่น เพราะปากีสถาน ก็มีชื่อว่า “เคย” อยู่ในกำมือของอเมริกา ไม่ต่างกับ หมากตุรกี ที่รัสเซียกำลังเล่น ทั้งๆ ที่รู้ว่า ตุรกี ก็มีหลายหัว… สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 30 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 76 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260109 #TechRadar

    Skullcandy เปิดตัวหูฟัง AI รุ่นใหม่ แต่มีข้อจำกัดสำคัญ
    Skullcandy เปิดตัวหูฟังที่ผสานระบบ AI เพื่อช่วยผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่แม้จะมีความสามารถล้ำสมัย ฟีเจอร์บางอย่างกลับถูกจำกัดไว้เฉพาะบางรุ่นหรือบางบริการ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานจริงอาจไม่สมบูรณ์เท่าที่คาดหวัง อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ที่ต้องการยกระดับหูฟังราคาจับต้องได้ให้มีความฉลาดขึ้นกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/skullcandys-new-earbuds-put-ai-in-your-ears-but-theres-a-catch

    ChatGPT Health พื้นที่ใหม่สำหรับคำถามสุขภาพที่เชื่อมข้อมูลสุขภาพของคุณได้
    OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับคำถามด้านสุขภาพ โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพส่วนตัว เช่น Apple Health หรือบันทึกการรักษา เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงกับบริบทของตัวเองมากขึ้น แม้จะมีความสามารถสูง แต่ OpenAI ย้ำชัดว่าเครื่องมือนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่แพทย์ และเน้นความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก พร้อมระบบป้องกันหลายชั้นเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpt-health-is-a-new-space-for-medical-questions-that-works-with-your-health-data-but-openai-insists-its-not-designed-to-replace-your-doctor

    พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ที่เปิดทางให้รันคำสั่งบนระบบได้
    มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน n8n แพลตฟอร์มอัตโนมัติงานแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แก้ไข workflow สามารถรันคำสั่งบนระบบจริงได้โดยตรง ทำให้เสี่ยงต่อการถูกฝังมัลแวร์ ขโมยข้อมูล หรือยึดระบบทั้งหมด โดยปัญหานี้ถูกแก้ไขแล้วในเวอร์ชันล่าสุด และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีหรือใช้วิธีป้องกันชั่วคราวตามคำแนะนำ
    https://www.techradar.com/pro/security/a-critical-n8n-flaw-has-been-discovered-heres-how-to-stay-safe

    AVA โฮโลแกรม AI ขนาดจิ๋วจาก Razer พร้อมเป็นทั้งโค้ชอีสปอร์ตและผู้ช่วยชีวิตประจำวัน
    Razer เปิดตัว Project AVA รุ่นอัปเกรด ซึ่งเป็นโฮโลแกรม AI ขนาดเล็กที่สามารถพูดคุย มองหน้าคุณ ติดตามสายตา และช่วยทั้งการเล่นเกม การจัดตารางงาน ไปจนถึงงานเอกสารต่าง ๆ ด้วยบุคลิกและอวาตาร์ที่เลือกได้หลายแบบ แม้จะล้ำสมัยและให้ความรู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวจริง ๆ แต่ก็มีข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้ต้องพิจารณา แม้ Razer จะยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดถูกประมวลผลภายในเครื่อง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/meet-the-tiny-ai-hologram-ready-to-be-your-esports-coach-and-life-planner

    AI ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการปลดพนักงาน?
    หลายองค์กรเริ่มโยนความผิดให้ AI ว่าเป็นสาเหตุของการปลดพนักงาน ทั้งที่ความจริงอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์ธุรกิจมากกว่า ทำให้เกิดคำถามว่า AI เป็นผู้ร้ายตัวจริงหรือเพียงข้ออ้างที่สะดวกสำหรับผู้บริหารในการลดคน
    https://www.techradar.com/pro/could-ai-be-a-scapegoat-in-layoffs

    NordPass เพิ่มระบบยืนยันตัวตน TOTP ในตัว
    NordPass เปิดตัวฟีเจอร์ TOTP Authenticator ที่รวมอยู่ในแอปโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแอปหลายตัวอีกต่อไป พร้อมรองรับการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์และการซิงก์ระหว่างอุปกรณ์ ช่วยให้การล็อกอินปลอดภัยและสะดวกขึ้นอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/nordpass-adds-built-in-totp-authenticator-for-personal-accounts

    บั๊กใหม่ใน Classic Outlook ทำให้อ่านอีเมลเข้ารหัสไม่ได้
    ผู้ใช้ Classic Outlook พบปัญหาหลังอัปเดตล่าสุด ทำให้ไม่สามารถเปิดอีเมลแบบ Encrypt Only ได้ โดย Microsoft แนะนำวิธีแก้ชั่วคราว เช่น เปลี่ยนวิธีเข้ารหัสผ่านเมนู Options หรือย้อนเวอร์ชัน Outlook ลงไปก่อน ส่งผลให้หลายองค์กรต้องหาทางรับมือระหว่างรอแพตช์แก้ไข
    https://www.techradar.com/pro/security/use-classic-outlook-this-microsoft-bug-might-stop-you-from-opening-encrypted-emails

    Gmail เพิ่มชุดฟีเจอร์ AI ใหม่เพื่อช่วยงานออฟฟิศ
    Google เปิดตัวฟีเจอร์ AI ชุดใหญ่ใน Gmail เช่น AI Inbox ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของอีเมล, AI Overviews ที่สรุปข้อมูลจากข้อความจำนวนมาก และระบบช่วยเขียนอีเมลเวอร์ชันใหม่ที่ฉลาดขึ้น ทำให้การจัดการอีเมลที่เคยยุ่งยากกลายเป็นงานที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด
    https://www.techradar.com/pro/gmail-is-getting-a-whole-host-of-ai-updates-to-try-and-solve-your-most-irritating-workplace-tasks

    Fujifilm เปิดตัวกล้อง Instax สไตล์ Super 8 สุดแหวกแนว
    Fujifilm Instax Mini Evo Cinema กลายเป็นกล้อง Instax ที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยดีไซน์ย้อนยุคแบบ Super 8 พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอที่แปลงเป็น QR Code ให้พิมพ์ออกมาได้ รวมถึงปุ่ม Eras Dial ที่เลือกโทนภาพตามยุคต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1930–2020 ทำให้เป็นกล้องที่ผสมความสนุกและความคลาสสิกได้อย่างลงตัว
    https://www.techradar.com/cameras/instant-cameras/fujifilms-new-super-8-style-video-camera-is-the-weirdest-instax-ever-but-it-could-also-be-the-most-fun

    Microsoft อาจเปิดตัว “Xbox PC แบบ OEM” ภายในปีนี้
    กระแสข่าวลือที่ถูกมองว่าน่าเชื่อถือชี้ว่า Microsoft เตรียมขยายจักรวาล Xbox ด้วยการเปิดตัวเครื่องเล่นเกมรูปแบบใหม่ที่เป็น “Xbox PC แบบ OEM” ซึ่งอาจเป็นการผสานประสบการณ์คอนโซลเข้ากับความยืดหยุ่นของพีซี เพื่อดึงดูดทั้งนักเล่นเกมและผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ โดยคาดว่าจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Xbox แข่งขันในตลาดเกมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
    https://www.techradar.com/gaming/xbox/microsoft-could-reveal-its-oem-xbox-pc-this-year-according-to-credible-rumors

    AI Factory: โครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อขับเคลื่อน AI ระดับองค์กร
    องค์กรทั่วโลกกำลังเร่งนำ AI มาใช้ แต่ความซับซ้อนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และความปลอดภัยทำให้เกิดความท้าทายอย่างมาก แนวคิด “AI Factory” จึงถูกเสนอเป็นสถาปัตยกรรมแบบครบวงจรที่รวม GPU, Kubernetes, ระบบความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมโมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยาย AI ได้อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และควบคุมได้มากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/ai-factories-are-the-foundation-for-enterprise-scale-ai

    Google ลดรอบการปล่อยซอร์สโค้ด Android เหลือปีละ 2 ครั้ง
    Google เตรียมปรับรูปแบบการปล่อยซอร์สโค้ด Android Open Source Project (AOSP) จากเดิมปีละ 4 ครั้ง เหลือเพียง 2 ครั้งในไตรมาส 2 และ 4 โดยให้เหตุผลว่าการลดความถี่จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม แม้ระบบปฏิบัติการจะยังอัปเดตตามปกติทุกไตรมาสก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีของ Android
    https://www.techradar.com/pro/google-set-to-reduce-the-android-source-code-releases-to-just-twice-a-year

    SMEs ต้องเร่งรับมือ “Data Sovereignty” เมื่อข้อมูลข้ามพรมแดนถูกจับตาเข้มงวด
    ธุรกิจขนาดกลางและเล็กในสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลข้ามประเทศ หลังมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและเกิดเหตุการณ์อย่าง AWS ล่มที่ส่งผลกระทบต่อบริการสำคัญ ทำให้ SMEs ต้องให้ความสำคัญกับการรู้ว่า “ข้อมูลอยู่ที่ไหน” และเลือกผู้ให้บริการที่โปร่งใส มีระบบสำรอง และรองรับข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล
    https://www.techradar.com/pro/your-datas-where-exactly-smes-and-data-sovereignty

    อุตสาหกรรม VPN เผชิญปีแห่งความท้าทาย: AI, การยืนยันอายุ และการเซ็นเซอร์
    ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ VPN เมื่อผู้ให้บริการต้องรับมือกับภัยคุกคามจาก AI เช่น การหลอกลวงด้วย LLM การบังคับใช้กฎหมายยืนยันอายุที่เสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล และการเพิ่มขึ้นของการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ผู้ให้บริการรายใหญ่จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือป้องกันสแกม การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม และระบบต่อต้านการปิดกั้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปี 2026 ที่การแข่งขันจะเข้มข้นยิ่งขึ้น
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/ai-age-verification-and-censorship-how-the-vpn-industry-tackled-2025s-biggest-issues-and-what-it-plans-to-do-next

    “External Brain” เวียร์เอเบิลยุคใหม่มาแรงในงาน CES 2026
    กระแสใหม่ของวงการเวียร์เอเบิลกำลังเปลี่ยนจากสายรัดข้อมือฟิตเนสไปสู่ “สมองเสริมภายนอก” ที่ช่วยประมวลผลและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อทำงานด้าน AI แบบเรียลไทม์ โดยอุปกรณ์รุ่นใหม่เน้นความเบา เรียบง่าย และใช้งานจริงได้มากขึ้น เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแสดงข้อมูลผ่านจอขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในแว่น ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูตลอดเวลา ถือเป็นทิศทางใหม่ที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นกับเทคโนโลยีได้ลงตัว
    https://www.techradar.com/health-fitness/smartwatches/forget-fitness-trackers-external-brains-are-the-hot-new-wearables-at-ces-this-year

    แว่น Even Realities G2 — มินิมอลแต่ทรงพลัง
    แว่นอัจฉริยะ Even Realities G2 โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเบาเหมือนแว่นทั่วไป แต่ซ่อนจอ waveform สีเขียวคมชัดไว้ในเลนส์ สามารถแสดงข้อมูลแบบ HUD เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแจ้งเตือน โดยอาศัยพลังประมวลผลจากสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ทำให้ตัวแว่นไม่เทอะทะและแบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้น พร้อมระบบควบคุมผ่านเซนเซอร์สัมผัสหลังขาแว่น ถือเป็นตัวอย่างของเวียร์เอเบิลที่เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง
    https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/i-tried-even-realities-g2-display-smart-glasses-and-now-i-cant-stop-thinking-about-their-minimalist-approach

    SwitchBot MindClip — คลิปติดปกเสื้อที่บันทึกทุกบทสนทนา
    SwitchBot เปิดตัว MindClip อุปกรณ์ขนาดเล็กติดปกเสื้อที่สามารถบันทึกเสียงทุกการสนทนาและจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลส่วนตัว พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยสรุปเนื้อหาและค้นหาบทสนทนาที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว แม้จะมีประโยชน์ในงานประชุมหรือคนที่หลงลืมง่าย แต่ก็สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวเพราะสามารถใช้บันทึกบทสนทนาในชีวิตประจำวันได้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดคำถามว่าความสะดวกสบายควรแลกกับความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน
    https://www.techradar.com/home/smart-home/switchbots-new-gadget-clips-to-your-collar-and-records-your-conversations-so-youll-never-have-to-pay-attention-ever-again

    Cisco อุดช่องโหว่ ISE หลังพบโค้ดโจมตีถูกเผยแพร่
    Cisco ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ระดับกลางในระบบ Identity Services Engine (ISE) ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แอดมินสามารถอ่านไฟล์สำคัญในระบบผ่านการอัปโหลดไฟล์ XML ที่ออกแบบมาเฉพาะ แม้ยังไม่พบการโจมตีจริง แต่มีโค้ด PoC เผยแพร่แล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่ใช้ ISE เป็นระบบควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายหลักขององค์กร
    https://www.techradar.com/pro/security/vulnerability-in-identity-service-engine-with-exploit-code-patched-by-cisco

    สหรัฐถอนตัวจากองค์กรอินเทอร์เน็ตเสรี 66 แห่ง
    รัฐบาลสหรัฐประกาศถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่ง รวมถึงกลุ่มด้านสิทธิอินเทอร์เน็ตอย่าง Freedom Online Coalition และ Global Forum on Cyber Expertise โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ การถอนตัวครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านสิทธิดิจิทัลและความมั่นคงไซเบอร์ทั่วโลก เพราะสหรัฐเป็นผู้สนับสนุนหลักของหลายโครงการ ทำให้อนาคตของความร่วมมือด้านอินเทอร์เน็ตเสรีต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/us-withdraws-from-internet-freedom-bodies-it-deems-wasteful-ineffective-and-harmful

    EU พิจารณาดีล Google ซื้อกิจการ Wiz
    หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาดีลที่ Google ต้องการเข้าซื้อ Wiz ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดคลาวด์และความปลอดภัยดิจิทัล หากดีลผ่านอาจทำให้ Google ขยายอิทธิพลด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการความปลอดภัยได้มากขึ้น แต่ก็เสี่ยงต่อข้อกังวลเรื่องการผูกขาดในระยะยาว
    https://www.techradar.com/pro/eu-antitrust-regulators-to-decide-on-googles-wiz-acquisition

    Honda–Sony เผยโฉม SUV รุ่นใหม่ แต่คู่แข่งจีนวิ่งนำไปไกลแล้ว
    Honda และ Sony ใช้เวที CES 2026 เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Afeela ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นและรองรับฟีเจอร์ความบันเทิงอย่างการเล่น PlayStation 5 ในรถ แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึก แต่รถรุ่นนี้ถูกวางแผนเปิดตัวในปี 2028 ทว่าในขณะที่ทั้งสองบริษัทยังอยู่ในขั้นพัฒนา ค่ายรถจีนกลับเดินหน้าไปไกลกว่า ทั้งด้านราคา ระยะทางวิ่ง และความพร้อมของสินค้าในตลาด
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/honda-and-sony-just-teased-a-second-suv-at-ces-2026-but-their-chinese-rivals-are-already-racing-ahead

    รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมใช้ AI ช่วยจัดการสายด่วนสวัสดิการ
    กระทรวง DWP ของสหราชอาณาจักรประกาศโครงการระยะ 4–6 ปีเพื่อใช้ระบบ AI ช่วยคัดแยกและนำทางสายโทรศัพท์เกี่ยวกับสวัสดิการ โดยหวังลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการ หลังจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นกว่า 2.4 ล้านคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบใหม่นี้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด
    https://www.techradar.com/pro/uk-government-department-to-use-ai-in-benefits-claims

    อัปเดตใหญ่ Windows 11 26H1 จะมีเฉพาะบนแล็ปท็อป Snapdragon X2
    อัปเดต Windows 11 รุ่น 26H1 ถูกยืนยันว่าจะปล่อยเฉพาะสำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ชิป Snapdragon X2 โดยเป็นการปรับปรุงระบบภายในเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ใด ๆ แม้จะเป็นการอัปเดตเชิงเทคนิค แต่ก็มีความกังวลว่าการเปลี่ยนแพลตฟอร์มอาจทำให้เกิดบั๊กเหมือนที่เคยเกิดในรุ่นก่อนหน้า
    https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11s-next-major-update-is-only-coming-to-a-few-laptops-but-that-could-be-a-blessing-in-disguise

    Xbox Developer Direct 2026 เตรียมเผยเกมใหม่เพียบ
    Xbox ประกาศจัดงาน Developer Direct 2026 ในวันที่ 22 มกราคมนี้ โดยจะเผยตัวอย่างใหม่ของ Fable และ Forza Horizon 6 รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมของ Beast of Reincarnation จาก Game Freak งานนี้ถือเป็นการเปิดศักราชเกมปี 2026 ที่แฟน ๆ รอคอย พร้อมโชว์เกมเพลย์และรายละเอียดจากทีมพัฒนาโดยตรง
    https://www.techradar.com/gaming/gaming-industry/xbox-confirms-developer-direct-2026-showcase-for-later-this-month-here-are-the-games-to-expect

    ข้อมูลส่วนตัวกว่า 700,000 รายถูกหน่วยงานรัฐอิลลินอยส์ทำรั่วไหล
    เหตุการณ์ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนกว่าเจ็ดแสนรายถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานรัฐในอิลลินอยส์สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เพราะข้อมูลที่หลุดอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาโครงสร้างระบบความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐที่ยังมีช่องโหว่และต้องเร่งปรับปรุงเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/security/personal-data-on-over-700-000-exposed-by-illinois-government-agency

    iPhone 4 กลับมาฮิตอีกครั้งในฐานะ “กล้องดิจิทัลเรโทร” แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย
    กระแสเรโทรทำให้ iPhone 4 กลายเป็นกล้องดิจิทัลยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นและสายคอนเทนต์ที่ชอบภาพโทนเก่า แม้คุณภาพจะสู้มือถือยุคใหม่ไม่ได้ แต่เสน่ห์ของภาพดิบ ๆ ทำให้มันกลับมาฮิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเพราะเครื่องไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยมานาน ผู้ใช้จึงต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัวและควรใช้แบบออฟไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านไซเบอร์
    https://www.techradar.com/phones/iphone/the-iphone-4-is-the-classic-camera-phone-that-retro-lovers-can-t-get-enough-of-but-don-t-skip-these-essential-security-tips (techradar.com in Bing)

    กล้องติดรถ Vantrue รุ่นใหม่มาพร้อมกล้องความร้อนแบบ Predator มองเห็นกลางคืนได้เหนือชั้น
    Vantrue เปิดตัว Pilot 2 กล้องติดรถที่รวมกล้องหน้า–หลัง พร้อมกล้องถ่ายภาพความร้อนที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นคน สัตว์ หรือสิ่งกีดขวางในสภาพแสงน้อยหรือหมอกหนาได้อย่างชัดเจนราวกับโหมดมองความร้อนในภาพยนตร์ Predator โดยระบบยังแจ้งเตือนอันตรายล่วงหน้าและรองรับ CarPlay/Android Auto ทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ยกระดับความปลอดภัยของรถรุ่นเก่าได้อย่างมาก
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/vantrue-unveils-worlds-first-dash-cam-with-thermal-imaging-for-predator-style-night-vision-on-the-move

    แฮ็กเกอร์จีน Salt Typhoon เจาะอีเมลเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐอีกครั้ง
    กลุ่มแฮ็กเกอร์รัฐหนุนจากจีน Salt Typhoon ถูกพบว่าลอบเข้าถึงอีเมลของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมาธิการสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ทั้งด้านจีน ความมั่นคง และกองทัพ แม้ยังไม่ชัดว่าการเข้าถึงลึกแค่ไหน แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงด้านไซเบอร์ระหว่างประเทศที่ทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดตามเดิม
    https://www.techradar.com/pro/security/congressional-staff-emails-hacked-as-part-of-salt-typhoon-campaign

    AMD Ryzen AI Halo ท้าชน Nvidia DGX Spark ด้วยพลังประมวลผล AI ในเครื่องเดียว
    AMD ประกาศเปิดตัว Ryzen AI Halo คอมพิวเตอร์สำหรับงาน AI โดยเฉพาะในปี 2026 มาพร้อมซีพียู 16 คอร์, NPU ในตัว, แรมสูงสุด 128GB และรองรับ ROCm เต็มรูปแบบ ทำให้สามารถรันโมเดล AI ขนาดใหญ่แบบโลคัลได้โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ถือเป็นคู่แข่งตรงของ Nvidia DGX Spark ที่ครองตลาดอยู่ก่อนแล้ว และเป็นก้าวสำคัญของ AMD ในการเข้าสู่ตลาด AI ระดับองค์กร
    https://www.techradar.com/pro/amd-will-launch-its-first-pc-in-2026-and-it-will-compete-with-a-very-familiar-brand-ryzen-ai-halo-will-go-head-to-head-against-nvidias-dgx-spark-mini-pc

    AI กับอนาคตดนตรี: will.i.am มองว่า TikTok อันตรายกว่า AI
    will.i.am พูดถึงมุมมองต่อดนตรียุคใหม่ว่าแม้ AI จะสร้างเพลงได้ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ต้องมีมนุษย์อยู่เบื้องหลัง ต่างจาก TikTok ที่เขามองว่าเป็นภัยต่อวงการมากกว่าเพราะเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพดนตรีจนศิลปินต้องปรับตัวอย่างหนัก พร้อมเล่าถึงการร่วมงานกับ LG เพื่อปรับแต่งเสียงลำโพงให้ตอบโจทย์ผู้ฟังยุคใหม่ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงในทุกอุปกรณ์
    https://www.techradar.com/audio/ai-generated-music-is-awesome-somebodys-still-generating-it-when-the-machines-doing-it-on-its-own-talk-to-me-will-i-am-tells-me-how-he-tunes-lgs-new-speakers-and-why-tiktok-rather-than-ai-is-the-big-danger-to-music

    Amazon ใช้ AI ช้อปแทนลูกค้า จนร้านค้ารายย่อยเดือด
    Amazon ทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ให้ AI ไปสั่งซื้อสินค้าจากเว็บร้านค้าต่าง ๆ แทนผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้ผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก เพราะสินค้าถูกนำไปแสดงบน Amazon โดยไม่ได้รับอนุญาต แถมบางครั้งยังเป็นสินค้าที่หมดสต็อกหรือไม่เคยตั้งใจขายตรง ทำให้ร้านค้าต้องรับมือกับออเดอร์ที่ไม่คาดคิดและข้อมูลผิดพลาดที่เกิดจากระบบ AI ของ Amazon เอง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/amazons-ai-is-shopping-on-your-behalf-where-its-not-supposed-to-and-retailers-arent-happy

    CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ตัวจิ๋วที่รวม SSD NVMe และชาร์จแรงสูง
    Satechi เปิดตัว CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ที่รวมพอร์ตความเร็วสูง, ช่องใส่ SSD NVMe สูงสุด 8TB, การชาร์จสูงสุด 140W และรองรับจอ 6K คู่บน Mac หรือสูงถึง 8K หลายจอบน Windows แม้จะไม่มีพอร์ตวิดีโอเฉพาะ แต่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานบนโต๊ะที่เล็กแต่ทรงพลังสำหรับผู้ใช้ทั้ง Mac และ Windows
    https://www.techradar.com/pro/satechi-unveils-thunderbolt-5-docking-station-that-doubles-as-external-ssd-shame-it-doesnt-take-hdds-and-why-doesnt-it-have-video-outputs-anyway

    Infinity Cube: ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในกล่องแก้ว 14 ฟุต
    Odinn เปิดตัว Infinity Cube แนวคิดใหม่ของศูนย์ข้อมูลที่ย่อส่วนลงในกล่องแก้วขนาด 14 ฟุต รองรับซีพียู AMD EPYC สูงสุด 56 ตัว, GPU Nvidia B200 ถึง 224 ตัว, RAM 86TB และ NVMe 27.5PB พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในตัว จุดเด่นคือความหนาแน่นสูงและดีไซน์สวยงาม แต่ยังมีคำถามเรื่องการใช้งานจริง การบำรุงรักษา และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิม
    https://www.techradar.com/pro/nvidia-partner-wants-to-beautify-data-centers-with-the-infinity-cube-concept-plans-to-cram-86tb-ddr5-and-224-b200-gpu-in-a-liquid-cooled-14ft-cube

    ราคาหน่วยความจำ DDR5 อาจพุ่งแตะ $500 ในปี 2026
    นักวิเคราะห์เตือนว่าราคา DRAM โดยเฉพาะ DDR5 อาจพุ่งขึ้นกว่า 60% ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพราะผู้ผลิตหันไปให้ความสำคัญกับหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์และงาน AI มากขึ้น ทำให้ตลาดผู้ใช้ทั่วไปขาดแคลน ตัวอย่างเช่นโมดูล 32GB ที่ปัจจุบันราคา $325 อาจทะลุ $500 ได้ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปีนี้
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/pro/2026-could-well-be-the-year-of-the-usd500-32gb-ddr5-memory-module-experts-predict-ddr-will-go-up-by-60-percent-in-q1-2026-alone
    📌📡🔵 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🔵📡📌 #รวมข่าวIT #20260109 #TechRadar 🎧 Skullcandy เปิดตัวหูฟัง AI รุ่นใหม่ แต่มีข้อจำกัดสำคัญ Skullcandy เปิดตัวหูฟังที่ผสานระบบ AI เพื่อช่วยผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่แม้จะมีความสามารถล้ำสมัย ฟีเจอร์บางอย่างกลับถูกจำกัดไว้เฉพาะบางรุ่นหรือบางบริการ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานจริงอาจไม่สมบูรณ์เท่าที่คาดหวัง อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ที่ต้องการยกระดับหูฟังราคาจับต้องได้ให้มีความฉลาดขึ้นกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/skullcandys-new-earbuds-put-ai-in-your-ears-but-theres-a-catch 🏥 ChatGPT Health พื้นที่ใหม่สำหรับคำถามสุขภาพที่เชื่อมข้อมูลสุขภาพของคุณได้ OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับคำถามด้านสุขภาพ โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพส่วนตัว เช่น Apple Health หรือบันทึกการรักษา เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงกับบริบทของตัวเองมากขึ้น แม้จะมีความสามารถสูง แต่ OpenAI ย้ำชัดว่าเครื่องมือนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่แพทย์ และเน้นความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก พร้อมระบบป้องกันหลายชั้นเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpt-health-is-a-new-space-for-medical-questions-that-works-with-your-health-data-but-openai-insists-its-not-designed-to-replace-your-doctor 🔐 พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ที่เปิดทางให้รันคำสั่งบนระบบได้ มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน n8n แพลตฟอร์มอัตโนมัติงานแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แก้ไข workflow สามารถรันคำสั่งบนระบบจริงได้โดยตรง ทำให้เสี่ยงต่อการถูกฝังมัลแวร์ ขโมยข้อมูล หรือยึดระบบทั้งหมด โดยปัญหานี้ถูกแก้ไขแล้วในเวอร์ชันล่าสุด และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีหรือใช้วิธีป้องกันชั่วคราวตามคำแนะนำ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/a-critical-n8n-flaw-has-been-discovered-heres-how-to-stay-safe 🌟 AVA โฮโลแกรม AI ขนาดจิ๋วจาก Razer พร้อมเป็นทั้งโค้ชอีสปอร์ตและผู้ช่วยชีวิตประจำวัน Razer เปิดตัว Project AVA รุ่นอัปเกรด ซึ่งเป็นโฮโลแกรม AI ขนาดเล็กที่สามารถพูดคุย มองหน้าคุณ ติดตามสายตา และช่วยทั้งการเล่นเกม การจัดตารางงาน ไปจนถึงงานเอกสารต่าง ๆ ด้วยบุคลิกและอวาตาร์ที่เลือกได้หลายแบบ แม้จะล้ำสมัยและให้ความรู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวจริง ๆ แต่ก็มีข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้ต้องพิจารณา แม้ Razer จะยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดถูกประมวลผลภายในเครื่อง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/meet-the-tiny-ai-hologram-ready-to-be-your-esports-coach-and-life-planner 🤖 AI ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการปลดพนักงาน? หลายองค์กรเริ่มโยนความผิดให้ AI ว่าเป็นสาเหตุของการปลดพนักงาน ทั้งที่ความจริงอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์ธุรกิจมากกว่า ทำให้เกิดคำถามว่า AI เป็นผู้ร้ายตัวจริงหรือเพียงข้ออ้างที่สะดวกสำหรับผู้บริหารในการลดคน 🔗 https://www.techradar.com/pro/could-ai-be-a-scapegoat-in-layoffs 🔐 NordPass เพิ่มระบบยืนยันตัวตน TOTP ในตัว NordPass เปิดตัวฟีเจอร์ TOTP Authenticator ที่รวมอยู่ในแอปโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแอปหลายตัวอีกต่อไป พร้อมรองรับการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์และการซิงก์ระหว่างอุปกรณ์ ช่วยให้การล็อกอินปลอดภัยและสะดวกขึ้นอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/nordpass-adds-built-in-totp-authenticator-for-personal-accounts 📧 บั๊กใหม่ใน Classic Outlook ทำให้อ่านอีเมลเข้ารหัสไม่ได้ ผู้ใช้ Classic Outlook พบปัญหาหลังอัปเดตล่าสุด ทำให้ไม่สามารถเปิดอีเมลแบบ Encrypt Only ได้ โดย Microsoft แนะนำวิธีแก้ชั่วคราว เช่น เปลี่ยนวิธีเข้ารหัสผ่านเมนู Options หรือย้อนเวอร์ชัน Outlook ลงไปก่อน ส่งผลให้หลายองค์กรต้องหาทางรับมือระหว่างรอแพตช์แก้ไข 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/use-classic-outlook-this-microsoft-bug-might-stop-you-from-opening-encrypted-emails ✉️ Gmail เพิ่มชุดฟีเจอร์ AI ใหม่เพื่อช่วยงานออฟฟิศ Google เปิดตัวฟีเจอร์ AI ชุดใหญ่ใน Gmail เช่น AI Inbox ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของอีเมล, AI Overviews ที่สรุปข้อมูลจากข้อความจำนวนมาก และระบบช่วยเขียนอีเมลเวอร์ชันใหม่ที่ฉลาดขึ้น ทำให้การจัดการอีเมลที่เคยยุ่งยากกลายเป็นงานที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด 🔗 https://www.techradar.com/pro/gmail-is-getting-a-whole-host-of-ai-updates-to-try-and-solve-your-most-irritating-workplace-tasks 📹 Fujifilm เปิดตัวกล้อง Instax สไตล์ Super 8 สุดแหวกแนว Fujifilm Instax Mini Evo Cinema กลายเป็นกล้อง Instax ที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยดีไซน์ย้อนยุคแบบ Super 8 พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอที่แปลงเป็น QR Code ให้พิมพ์ออกมาได้ รวมถึงปุ่ม Eras Dial ที่เลือกโทนภาพตามยุคต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1930–2020 ทำให้เป็นกล้องที่ผสมความสนุกและความคลาสสิกได้อย่างลงตัว 🔗 https://www.techradar.com/cameras/instant-cameras/fujifilms-new-super-8-style-video-camera-is-the-weirdest-instax-ever-but-it-could-also-be-the-most-fun 🎮 Microsoft อาจเปิดตัว “Xbox PC แบบ OEM” ภายในปีนี้ กระแสข่าวลือที่ถูกมองว่าน่าเชื่อถือชี้ว่า Microsoft เตรียมขยายจักรวาล Xbox ด้วยการเปิดตัวเครื่องเล่นเกมรูปแบบใหม่ที่เป็น “Xbox PC แบบ OEM” ซึ่งอาจเป็นการผสานประสบการณ์คอนโซลเข้ากับความยืดหยุ่นของพีซี เพื่อดึงดูดทั้งนักเล่นเกมและผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ โดยคาดว่าจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Xbox แข่งขันในตลาดเกมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 🔗 https://www.techradar.com/gaming/xbox/microsoft-could-reveal-its-oem-xbox-pc-this-year-according-to-credible-rumors 🏭 AI Factory: โครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อขับเคลื่อน AI ระดับองค์กร องค์กรทั่วโลกกำลังเร่งนำ AI มาใช้ แต่ความซับซ้อนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และความปลอดภัยทำให้เกิดความท้าทายอย่างมาก แนวคิด “AI Factory” จึงถูกเสนอเป็นสถาปัตยกรรมแบบครบวงจรที่รวม GPU, Kubernetes, ระบบความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมโมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยาย AI ได้อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และควบคุมได้มากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/ai-factories-are-the-foundation-for-enterprise-scale-ai 🤖 Google ลดรอบการปล่อยซอร์สโค้ด Android เหลือปีละ 2 ครั้ง Google เตรียมปรับรูปแบบการปล่อยซอร์สโค้ด Android Open Source Project (AOSP) จากเดิมปีละ 4 ครั้ง เหลือเพียง 2 ครั้งในไตรมาส 2 และ 4 โดยให้เหตุผลว่าการลดความถี่จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม แม้ระบบปฏิบัติการจะยังอัปเดตตามปกติทุกไตรมาสก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีของ Android 🔗 https://www.techradar.com/pro/google-set-to-reduce-the-android-source-code-releases-to-just-twice-a-year 🌍 SMEs ต้องเร่งรับมือ “Data Sovereignty” เมื่อข้อมูลข้ามพรมแดนถูกจับตาเข้มงวด ธุรกิจขนาดกลางและเล็กในสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลข้ามประเทศ หลังมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและเกิดเหตุการณ์อย่าง AWS ล่มที่ส่งผลกระทบต่อบริการสำคัญ ทำให้ SMEs ต้องให้ความสำคัญกับการรู้ว่า “ข้อมูลอยู่ที่ไหน” และเลือกผู้ให้บริการที่โปร่งใส มีระบบสำรอง และรองรับข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล 🔗 https://www.techradar.com/pro/your-datas-where-exactly-smes-and-data-sovereignty 🔐 อุตสาหกรรม VPN เผชิญปีแห่งความท้าทาย: AI, การยืนยันอายุ และการเซ็นเซอร์ ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ VPN เมื่อผู้ให้บริการต้องรับมือกับภัยคุกคามจาก AI เช่น การหลอกลวงด้วย LLM การบังคับใช้กฎหมายยืนยันอายุที่เสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล และการเพิ่มขึ้นของการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ผู้ให้บริการรายใหญ่จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือป้องกันสแกม การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม และระบบต่อต้านการปิดกั้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปี 2026 ที่การแข่งขันจะเข้มข้นยิ่งขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/ai-age-verification-and-censorship-how-the-vpn-industry-tackled-2025s-biggest-issues-and-what-it-plans-to-do-next 🧠✨ “External Brain” เวียร์เอเบิลยุคใหม่มาแรงในงาน CES 2026 กระแสใหม่ของวงการเวียร์เอเบิลกำลังเปลี่ยนจากสายรัดข้อมือฟิตเนสไปสู่ “สมองเสริมภายนอก” ที่ช่วยประมวลผลและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อทำงานด้าน AI แบบเรียลไทม์ โดยอุปกรณ์รุ่นใหม่เน้นความเบา เรียบง่าย และใช้งานจริงได้มากขึ้น เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแสดงข้อมูลผ่านจอขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในแว่น ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูตลอดเวลา ถือเป็นทิศทางใหม่ที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นกับเทคโนโลยีได้ลงตัว 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/smartwatches/forget-fitness-trackers-external-brains-are-the-hot-new-wearables-at-ces-this-year 👓💡 แว่น Even Realities G2 — มินิมอลแต่ทรงพลัง แว่นอัจฉริยะ Even Realities G2 โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเบาเหมือนแว่นทั่วไป แต่ซ่อนจอ waveform สีเขียวคมชัดไว้ในเลนส์ สามารถแสดงข้อมูลแบบ HUD เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแจ้งเตือน โดยอาศัยพลังประมวลผลจากสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ทำให้ตัวแว่นไม่เทอะทะและแบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้น พร้อมระบบควบคุมผ่านเซนเซอร์สัมผัสหลังขาแว่น ถือเป็นตัวอย่างของเวียร์เอเบิลที่เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง 🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/i-tried-even-realities-g2-display-smart-glasses-and-now-i-cant-stop-thinking-about-their-minimalist-approach 🎙️🤖 SwitchBot MindClip — คลิปติดปกเสื้อที่บันทึกทุกบทสนทนา SwitchBot เปิดตัว MindClip อุปกรณ์ขนาดเล็กติดปกเสื้อที่สามารถบันทึกเสียงทุกการสนทนาและจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลส่วนตัว พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยสรุปเนื้อหาและค้นหาบทสนทนาที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว แม้จะมีประโยชน์ในงานประชุมหรือคนที่หลงลืมง่าย แต่ก็สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวเพราะสามารถใช้บันทึกบทสนทนาในชีวิตประจำวันได้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดคำถามว่าความสะดวกสบายควรแลกกับความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/switchbots-new-gadget-clips-to-your-collar-and-records-your-conversations-so-youll-never-have-to-pay-attention-ever-again 🔐⚠️ Cisco อุดช่องโหว่ ISE หลังพบโค้ดโจมตีถูกเผยแพร่ Cisco ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ระดับกลางในระบบ Identity Services Engine (ISE) ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แอดมินสามารถอ่านไฟล์สำคัญในระบบผ่านการอัปโหลดไฟล์ XML ที่ออกแบบมาเฉพาะ แม้ยังไม่พบการโจมตีจริง แต่มีโค้ด PoC เผยแพร่แล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่ใช้ ISE เป็นระบบควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายหลักขององค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/vulnerability-in-identity-service-engine-with-exploit-code-patched-by-cisco 🌐🇺🇸 สหรัฐถอนตัวจากองค์กรอินเทอร์เน็ตเสรี 66 แห่ง รัฐบาลสหรัฐประกาศถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่ง รวมถึงกลุ่มด้านสิทธิอินเทอร์เน็ตอย่าง Freedom Online Coalition และ Global Forum on Cyber Expertise โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ การถอนตัวครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านสิทธิดิจิทัลและความมั่นคงไซเบอร์ทั่วโลก เพราะสหรัฐเป็นผู้สนับสนุนหลักของหลายโครงการ ทำให้อนาคตของความร่วมมือด้านอินเทอร์เน็ตเสรีต้องจับตาอย่างใกล้ชิด 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/us-withdraws-from-internet-freedom-bodies-it-deems-wasteful-ineffective-and-harmful 🏛️ EU พิจารณาดีล Google ซื้อกิจการ Wiz หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาดีลที่ Google ต้องการเข้าซื้อ Wiz ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดคลาวด์และความปลอดภัยดิจิทัล หากดีลผ่านอาจทำให้ Google ขยายอิทธิพลด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการความปลอดภัยได้มากขึ้น แต่ก็เสี่ยงต่อข้อกังวลเรื่องการผูกขาดในระยะยาว 🔗 https://www.techradar.com/pro/eu-antitrust-regulators-to-decide-on-googles-wiz-acquisition 🚗⚡ Honda–Sony เผยโฉม SUV รุ่นใหม่ แต่คู่แข่งจีนวิ่งนำไปไกลแล้ว Honda และ Sony ใช้เวที CES 2026 เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Afeela ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นและรองรับฟีเจอร์ความบันเทิงอย่างการเล่น PlayStation 5 ในรถ แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึก แต่รถรุ่นนี้ถูกวางแผนเปิดตัวในปี 2028 ทว่าในขณะที่ทั้งสองบริษัทยังอยู่ในขั้นพัฒนา ค่ายรถจีนกลับเดินหน้าไปไกลกว่า ทั้งด้านราคา ระยะทางวิ่ง และความพร้อมของสินค้าในตลาด 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/honda-and-sony-just-teased-a-second-suv-at-ces-2026-but-their-chinese-rivals-are-already-racing-ahead 🤖📞 รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมใช้ AI ช่วยจัดการสายด่วนสวัสดิการ กระทรวง DWP ของสหราชอาณาจักรประกาศโครงการระยะ 4–6 ปีเพื่อใช้ระบบ AI ช่วยคัดแยกและนำทางสายโทรศัพท์เกี่ยวกับสวัสดิการ โดยหวังลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการ หลังจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นกว่า 2.4 ล้านคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบใหม่นี้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด 🔗 https://www.techradar.com/pro/uk-government-department-to-use-ai-in-benefits-claims 💻⚙️ อัปเดตใหญ่ Windows 11 26H1 จะมีเฉพาะบนแล็ปท็อป Snapdragon X2 อัปเดต Windows 11 รุ่น 26H1 ถูกยืนยันว่าจะปล่อยเฉพาะสำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ชิป Snapdragon X2 โดยเป็นการปรับปรุงระบบภายในเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ใด ๆ แม้จะเป็นการอัปเดตเชิงเทคนิค แต่ก็มีความกังวลว่าการเปลี่ยนแพลตฟอร์มอาจทำให้เกิดบั๊กเหมือนที่เคยเกิดในรุ่นก่อนหน้า 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11s-next-major-update-is-only-coming-to-a-few-laptops-but-that-could-be-a-blessing-in-disguise 🎮✨ Xbox Developer Direct 2026 เตรียมเผยเกมใหม่เพียบ Xbox ประกาศจัดงาน Developer Direct 2026 ในวันที่ 22 มกราคมนี้ โดยจะเผยตัวอย่างใหม่ของ Fable และ Forza Horizon 6 รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมของ Beast of Reincarnation จาก Game Freak งานนี้ถือเป็นการเปิดศักราชเกมปี 2026 ที่แฟน ๆ รอคอย พร้อมโชว์เกมเพลย์และรายละเอียดจากทีมพัฒนาโดยตรง 🔗 https://www.techradar.com/gaming/gaming-industry/xbox-confirms-developer-direct-2026-showcase-for-later-this-month-here-are-the-games-to-expect 🛡️ ข้อมูลส่วนตัวกว่า 700,000 รายถูกหน่วยงานรัฐอิลลินอยส์ทำรั่วไหล เหตุการณ์ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนกว่าเจ็ดแสนรายถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานรัฐในอิลลินอยส์สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เพราะข้อมูลที่หลุดอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาโครงสร้างระบบความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐที่ยังมีช่องโหว่และต้องเร่งปรับปรุงเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/personal-data-on-over-700-000-exposed-by-illinois-government-agency 📸 iPhone 4 กลับมาฮิตอีกครั้งในฐานะ “กล้องดิจิทัลเรโทร” แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย กระแสเรโทรทำให้ iPhone 4 กลายเป็นกล้องดิจิทัลยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นและสายคอนเทนต์ที่ชอบภาพโทนเก่า แม้คุณภาพจะสู้มือถือยุคใหม่ไม่ได้ แต่เสน่ห์ของภาพดิบ ๆ ทำให้มันกลับมาฮิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเพราะเครื่องไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยมานาน ผู้ใช้จึงต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัวและควรใช้แบบออฟไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านไซเบอร์ 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/the-iphone-4-is-the-classic-camera-phone-that-retro-lovers-can-t-get-enough-of-but-don-t-skip-these-essential-security-tips (techradar.com in Bing) 🚗🌙 กล้องติดรถ Vantrue รุ่นใหม่มาพร้อมกล้องความร้อนแบบ Predator มองเห็นกลางคืนได้เหนือชั้น Vantrue เปิดตัว Pilot 2 กล้องติดรถที่รวมกล้องหน้า–หลัง พร้อมกล้องถ่ายภาพความร้อนที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นคน สัตว์ หรือสิ่งกีดขวางในสภาพแสงน้อยหรือหมอกหนาได้อย่างชัดเจนราวกับโหมดมองความร้อนในภาพยนตร์ Predator โดยระบบยังแจ้งเตือนอันตรายล่วงหน้าและรองรับ CarPlay/Android Auto ทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ยกระดับความปลอดภัยของรถรุ่นเก่าได้อย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/vantrue-unveils-worlds-first-dash-cam-with-thermal-imaging-for-predator-style-night-vision-on-the-move 🕵️‍♂️💻 แฮ็กเกอร์จีน Salt Typhoon เจาะอีเมลเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐอีกครั้ง กลุ่มแฮ็กเกอร์รัฐหนุนจากจีน Salt Typhoon ถูกพบว่าลอบเข้าถึงอีเมลของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมาธิการสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ทั้งด้านจีน ความมั่นคง และกองทัพ แม้ยังไม่ชัดว่าการเข้าถึงลึกแค่ไหน แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงด้านไซเบอร์ระหว่างประเทศที่ทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดตามเดิม 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/congressional-staff-emails-hacked-as-part-of-salt-typhoon-campaign 🤖⚡ AMD Ryzen AI Halo ท้าชน Nvidia DGX Spark ด้วยพลังประมวลผล AI ในเครื่องเดียว AMD ประกาศเปิดตัว Ryzen AI Halo คอมพิวเตอร์สำหรับงาน AI โดยเฉพาะในปี 2026 มาพร้อมซีพียู 16 คอร์, NPU ในตัว, แรมสูงสุด 128GB และรองรับ ROCm เต็มรูปแบบ ทำให้สามารถรันโมเดล AI ขนาดใหญ่แบบโลคัลได้โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ถือเป็นคู่แข่งตรงของ Nvidia DGX Spark ที่ครองตลาดอยู่ก่อนแล้ว และเป็นก้าวสำคัญของ AMD ในการเข้าสู่ตลาด AI ระดับองค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/amd-will-launch-its-first-pc-in-2026-and-it-will-compete-with-a-very-familiar-brand-ryzen-ai-halo-will-go-head-to-head-against-nvidias-dgx-spark-mini-pc 🎵 AI กับอนาคตดนตรี: will.i.am มองว่า TikTok อันตรายกว่า AI will.i.am พูดถึงมุมมองต่อดนตรียุคใหม่ว่าแม้ AI จะสร้างเพลงได้ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ต้องมีมนุษย์อยู่เบื้องหลัง ต่างจาก TikTok ที่เขามองว่าเป็นภัยต่อวงการมากกว่าเพราะเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพดนตรีจนศิลปินต้องปรับตัวอย่างหนัก พร้อมเล่าถึงการร่วมงานกับ LG เพื่อปรับแต่งเสียงลำโพงให้ตอบโจทย์ผู้ฟังยุคใหม่ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงในทุกอุปกรณ์ 🔗 https://www.techradar.com/audio/ai-generated-music-is-awesome-somebodys-still-generating-it-when-the-machines-doing-it-on-its-own-talk-to-me-will-i-am-tells-me-how-he-tunes-lgs-new-speakers-and-why-tiktok-rather-than-ai-is-the-big-danger-to-music 🛒 Amazon ใช้ AI ช้อปแทนลูกค้า จนร้านค้ารายย่อยเดือด Amazon ทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ให้ AI ไปสั่งซื้อสินค้าจากเว็บร้านค้าต่าง ๆ แทนผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้ผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก เพราะสินค้าถูกนำไปแสดงบน Amazon โดยไม่ได้รับอนุญาต แถมบางครั้งยังเป็นสินค้าที่หมดสต็อกหรือไม่เคยตั้งใจขายตรง ทำให้ร้านค้าต้องรับมือกับออเดอร์ที่ไม่คาดคิดและข้อมูลผิดพลาดที่เกิดจากระบบ AI ของ Amazon เอง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/amazons-ai-is-shopping-on-your-behalf-where-its-not-supposed-to-and-retailers-arent-happy 💻 CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ตัวจิ๋วที่รวม SSD NVMe และชาร์จแรงสูง Satechi เปิดตัว CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ที่รวมพอร์ตความเร็วสูง, ช่องใส่ SSD NVMe สูงสุด 8TB, การชาร์จสูงสุด 140W และรองรับจอ 6K คู่บน Mac หรือสูงถึง 8K หลายจอบน Windows แม้จะไม่มีพอร์ตวิดีโอเฉพาะ แต่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานบนโต๊ะที่เล็กแต่ทรงพลังสำหรับผู้ใช้ทั้ง Mac และ Windows 🔗 https://www.techradar.com/pro/satechi-unveils-thunderbolt-5-docking-station-that-doubles-as-external-ssd-shame-it-doesnt-take-hdds-and-why-doesnt-it-have-video-outputs-anyway 🧊 Infinity Cube: ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในกล่องแก้ว 14 ฟุต Odinn เปิดตัว Infinity Cube แนวคิดใหม่ของศูนย์ข้อมูลที่ย่อส่วนลงในกล่องแก้วขนาด 14 ฟุต รองรับซีพียู AMD EPYC สูงสุด 56 ตัว, GPU Nvidia B200 ถึง 224 ตัว, RAM 86TB และ NVMe 27.5PB พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในตัว จุดเด่นคือความหนาแน่นสูงและดีไซน์สวยงาม แต่ยังมีคำถามเรื่องการใช้งานจริง การบำรุงรักษา และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิม 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidia-partner-wants-to-beautify-data-centers-with-the-infinity-cube-concept-plans-to-cram-86tb-ddr5-and-224-b200-gpu-in-a-liquid-cooled-14ft-cube 💾 ราคาหน่วยความจำ DDR5 อาจพุ่งแตะ $500 ในปี 2026 นักวิเคราะห์เตือนว่าราคา DRAM โดยเฉพาะ DDR5 อาจพุ่งขึ้นกว่า 60% ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพราะผู้ผลิตหันไปให้ความสำคัญกับหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์และงาน AI มากขึ้น ทำให้ตลาดผู้ใช้ทั่วไปขาดแคลน ตัวอย่างเช่นโมดูล 32GB ที่ปัจจุบันราคา $325 อาจทะลุ $500 ได้ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปีนี้ ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/pro/2026-could-well-be-the-year-of-the-usd500-32gb-ddr5-memory-module-experts-predict-ddr-will-go-up-by-60-percent-in-q1-2026-alone
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 190 มุมมอง 0 รีวิว
  • งานหนักสำหรับผู้จัดการทีมเชลซีคนใหม่ 09/01/69 #โค้ชคนใหม่ #เลียม โรซีเนียร์ #เชลซี #สิงโตน้ำเงินคราม #กีฬาฟุตบอล
    งานหนักสำหรับผู้จัดการทีมเชลซีคนใหม่ 09/01/69 #โค้ชคนใหม่ #เลียม โรซีเนียร์ #เชลซี #สิงโตน้ำเงินคราม #กีฬาฟุตบอล
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 68 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • MSI เปิดตัว MEG X870E Unify‑X Max — เมนบอร์ด AM5 ที่ปลดล็อกพลัง Ryzen ได้เต็มศักยภาพ

    MSI ได้เปิดตัวเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์รุ่นใหม่ MEG X870E Unify‑X Max ซึ่งออกแบบมาเพื่อการโอเวอร์คล็อก Ryzen บนแพลตฟอร์ม AM5 อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมนบอร์ดรุ่นนี้มาพร้อมภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับซีพียู Ryzen รุ่นใหม่ ทำให้สามารถดันความเร็วได้สูงขึ้นอย่างเสถียร โดยเฉพาะกับซีพียูระดับท็อปที่ต้องการพลังงานมากขึ้น

    ดีไซน์ของ Unify‑X Max ยังคงเอกลักษณ์แบบ “ดำล้วน ไม่มี RGB” ที่เน้นความเรียบหรูและประสิทธิภาพเป็นหลัก พร้อมสล็อตแรมแบบ 2 DIMM ที่ช่วยให้การโอเวอร์คล็อกแรมทำได้ง่ายและนิ่งกว่าเมนบอร์ด 4 สล็อต ซึ่งเป็นแนวทางที่เมนบอร์ดระดับ OC นิยมใช้กันในช่วงหลัง นอกจากนี้ยังรองรับ PCIe 5.0 ทั้งในส่วนของการ์ดจอและ SSD ทำให้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในทุกด้าน

    MSI ยังเพิ่มฟีเจอร์สำหรับนักโอเวอร์คล็อก เช่น ปุ่มควบคุมบนบอร์ด, การอ่านโค้ดดีบัก, และระบบเสริมความเสถียรของไฟฟ้า ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ละเอียดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมมากมาย เมนบอร์ดนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง เช่น USB4 และ Wi‑Fi 7 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของปีนี้

    โดยรวมแล้ว MEG X870E Unify‑X Max เป็นเมนบอร์ดที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ระดับจริงจัง ทั้งเกมเมอร์ระดับสูง นักโอเวอร์คล็อก และผู้ที่ต้องการสร้างเครื่อง Ryzen ที่แรงที่สุดเท่าที่แพลตฟอร์ม AM5 จะทำได้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เมนบอร์ด MSI MEG X870E Unify‑X Max เปิดตัว
    เน้นโอเวอร์คล็อก Ryzen บน AM5
    ภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนเฉพาะทาง

    ดีไซน์แบบ 2 DIMM เพื่อโอเวอร์คล็อกแรม
    ช่วยให้เสถียรและดันบัสได้สูงกว่า
    เหมาะกับผู้ใช้สาย OC ระดับจริงจัง

    รองรับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด
    PCIe 5.0 สำหรับ GPU และ SSD
    มาพร้อม USB4 และ Wi‑Fi 7

    ความท้าทายของเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์
    ราคาสูงกว่ารุ่นทั่วไป
    ต้องใช้ซีพียูและแรมคุณภาพสูงเพื่อดึงศักยภาพเต็มที่

    ความเสี่ยงสำหรับผู้เริ่มต้น
    ฟีเจอร์ OC อาจซับซ้อนเกินจำเป็น
    ต้องมีความรู้ด้านการปรับแต่งระบบพอสมควร

    https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/msi-unlocks-the-full-power-of-amd-cpus-with-new-meg-x870e-unify-x-max-motherboard-premium-ryzen-overclocking-comes-to-am5
    ⚡ MSI เปิดตัว MEG X870E Unify‑X Max — เมนบอร์ด AM5 ที่ปลดล็อกพลัง Ryzen ได้เต็มศักยภาพ MSI ได้เปิดตัวเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์รุ่นใหม่ MEG X870E Unify‑X Max ซึ่งออกแบบมาเพื่อการโอเวอร์คล็อก Ryzen บนแพลตฟอร์ม AM5 อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมนบอร์ดรุ่นนี้มาพร้อมภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับซีพียู Ryzen รุ่นใหม่ ทำให้สามารถดันความเร็วได้สูงขึ้นอย่างเสถียร โดยเฉพาะกับซีพียูระดับท็อปที่ต้องการพลังงานมากขึ้น ดีไซน์ของ Unify‑X Max ยังคงเอกลักษณ์แบบ “ดำล้วน ไม่มี RGB” ที่เน้นความเรียบหรูและประสิทธิภาพเป็นหลัก พร้อมสล็อตแรมแบบ 2 DIMM ที่ช่วยให้การโอเวอร์คล็อกแรมทำได้ง่ายและนิ่งกว่าเมนบอร์ด 4 สล็อต ซึ่งเป็นแนวทางที่เมนบอร์ดระดับ OC นิยมใช้กันในช่วงหลัง นอกจากนี้ยังรองรับ PCIe 5.0 ทั้งในส่วนของการ์ดจอและ SSD ทำให้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในทุกด้าน MSI ยังเพิ่มฟีเจอร์สำหรับนักโอเวอร์คล็อก เช่น ปุ่มควบคุมบนบอร์ด, การอ่านโค้ดดีบัก, และระบบเสริมความเสถียรของไฟฟ้า ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ละเอียดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมมากมาย เมนบอร์ดนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง เช่น USB4 และ Wi‑Fi 7 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของปีนี้ โดยรวมแล้ว MEG X870E Unify‑X Max เป็นเมนบอร์ดที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ระดับจริงจัง ทั้งเกมเมอร์ระดับสูง นักโอเวอร์คล็อก และผู้ที่ต้องการสร้างเครื่อง Ryzen ที่แรงที่สุดเท่าที่แพลตฟอร์ม AM5 จะทำได้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เมนบอร์ด MSI MEG X870E Unify‑X Max เปิดตัว ➡️ เน้นโอเวอร์คล็อก Ryzen บน AM5 ➡️ ภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนเฉพาะทาง ✅ ดีไซน์แบบ 2 DIMM เพื่อโอเวอร์คล็อกแรม ➡️ ช่วยให้เสถียรและดันบัสได้สูงกว่า ➡️ เหมาะกับผู้ใช้สาย OC ระดับจริงจัง ✅ รองรับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ➡️ PCIe 5.0 สำหรับ GPU และ SSD ➡️ มาพร้อม USB4 และ Wi‑Fi 7 ‼️ ความท้าทายของเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์ ⛔ ราคาสูงกว่ารุ่นทั่วไป ⛔ ต้องใช้ซีพียูและแรมคุณภาพสูงเพื่อดึงศักยภาพเต็มที่ ‼️ ความเสี่ยงสำหรับผู้เริ่มต้น ⛔ ฟีเจอร์ OC อาจซับซ้อนเกินจำเป็น ⛔ ต้องมีความรู้ด้านการปรับแต่งระบบพอสมควร https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/msi-unlocks-the-full-power-of-amd-cpus-with-new-meg-x870e-unify-x-max-motherboard-premium-ryzen-overclocking-comes-to-am5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 52 มุมมอง 0 รีวิว
  • AMD ส่งสัญญาณ Ryzen 9 9950X3D2 — ชิป X3D รุ่นใหม่ยังคงหลุดต่อเนื่อง แม้ไม่เปิดตัวในงาน CES

    กระแสข่าวเกี่ยวกับ AMD Ryzen 9 9950X3D2 ยังคงร้อนแรง แม้ AMD จะไม่เปิดตัวชิป X3D รุ่นใหม่ในงาน CES ปีนี้ แต่ข้อมูลจากผู้ผลิตพีซีในจีนและภาพโปรโมตจาก Alienware ทำให้ข่าวลือยิ่งทวีความน่าสนใจ ชิปนี้คาดว่าจะเป็นตัวท็อปของตระกูล Ryzen 9000 ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen 5 พร้อมเทคโนโลยี 3D V‑Cache รุ่นปรับปรุง ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของ AMD ในตลาดเกมมิ่งระดับสูง

    รายงานหลายแหล่งระบุว่า AMD อาจกำลังทดสอบชิปนี้ภายใน และเตรียมเปิดตัวในช่วงกลางปี โดยเน้นประสิทธิภาพด้านเกมที่สูงขึ้นอย่างมากจากการเพิ่มแคช L3 แบบ 3D ซึ่งช่วยเพิ่มเฟรมเรตในเกมที่พึ่งพาแคชเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม Alienware Area‑51 รุ่นใหม่อาจไม่ได้ใช้ชิปนี้จริง แม้จะมีภาพโปรโมตที่ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น

    นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า AMD อาจปรับปรุงระบบจัดการความร้อนและการใช้พลังงานของ X3D รุ่นใหม่ เพื่อแก้ข้อจำกัดของรุ่นก่อนที่มีอุณหภูมิสูงและโอเวอร์คล็อกได้จำกัด หากเป็นจริง Ryzen 9 9950X3D2 อาจกลายเป็นชิปที่ทรงพลังที่สุดสำหรับเกมเมอร์และครีเอเตอร์ในตลาดเดสก์ท็อประดับไฮเอนด์ในปีนี้

    โดยรวมแล้ว การหลุดของข้อมูลครั้งนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังจับตามอง AMD อย่างใกล้ชิด เพราะซีรีส์ X3D เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อเสียงให้ AMD ในด้านประสิทธิภาพเกมอย่างมาก และการมาของ Zen 5 X3D อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการแข่งขันกับ Intel ในปีนี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Ryzen 9 9950X3D2 มีข้อมูลหลุดต่อเนื่อง
    แม้ไม่เปิดตัวในงาน CES แต่ข่าวยังแรง
    คาดว่าเป็นรุ่นท็อปของ Zen 5 พร้อม 3D V‑Cache

    Alienware China ทำให้ข่าวยิ่งถูกพูดถึง
    มีภาพโปรโมตที่สื่อถึงการใช้ชิป X3D
    แต่ Area‑51 รุ่นใหม่อาจไม่ได้ใช้ชิปนี้จริง

    คาดว่าประสิทธิภาพเกมจะเพิ่มขึ้นมาก
    3D V‑Cache รุ่นใหม่ช่วยเพิ่มเฟรมเรต
    อาจมีการปรับปรุงระบบความร้อนและพลังงาน

    ยังไม่มีการยืนยันจาก AMD
    วันเปิดตัวและสเปกจริงยังไม่ประกาศ
    ข้อมูลที่หลุดอาจไม่ตรงกับรุ่นขายจริง

    ความเสี่ยงด้านความคาดหวังของผู้ใช้
    ผู้ใช้บางรายอาจเข้าใจผิดจากภาพโปรโมต
    ตลาดอาจเกิดการเก็งกำลังก่อนเปิดตัวจริง


    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/amds-heavily-rumored-ryzen-9-9950x3d-continues-to-leak-despite-ces-no-show-alienware-china-teases-the-chip-for-its-area-51-desktop
    🔥 AMD ส่งสัญญาณ Ryzen 9 9950X3D2 — ชิป X3D รุ่นใหม่ยังคงหลุดต่อเนื่อง แม้ไม่เปิดตัวในงาน CES กระแสข่าวเกี่ยวกับ AMD Ryzen 9 9950X3D2 ยังคงร้อนแรง แม้ AMD จะไม่เปิดตัวชิป X3D รุ่นใหม่ในงาน CES ปีนี้ แต่ข้อมูลจากผู้ผลิตพีซีในจีนและภาพโปรโมตจาก Alienware ทำให้ข่าวลือยิ่งทวีความน่าสนใจ ชิปนี้คาดว่าจะเป็นตัวท็อปของตระกูล Ryzen 9000 ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen 5 พร้อมเทคโนโลยี 3D V‑Cache รุ่นปรับปรุง ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของ AMD ในตลาดเกมมิ่งระดับสูง รายงานหลายแหล่งระบุว่า AMD อาจกำลังทดสอบชิปนี้ภายใน และเตรียมเปิดตัวในช่วงกลางปี โดยเน้นประสิทธิภาพด้านเกมที่สูงขึ้นอย่างมากจากการเพิ่มแคช L3 แบบ 3D ซึ่งช่วยเพิ่มเฟรมเรตในเกมที่พึ่งพาแคชเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม Alienware Area‑51 รุ่นใหม่อาจไม่ได้ใช้ชิปนี้จริง แม้จะมีภาพโปรโมตที่ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า AMD อาจปรับปรุงระบบจัดการความร้อนและการใช้พลังงานของ X3D รุ่นใหม่ เพื่อแก้ข้อจำกัดของรุ่นก่อนที่มีอุณหภูมิสูงและโอเวอร์คล็อกได้จำกัด หากเป็นจริง Ryzen 9 9950X3D2 อาจกลายเป็นชิปที่ทรงพลังที่สุดสำหรับเกมเมอร์และครีเอเตอร์ในตลาดเดสก์ท็อประดับไฮเอนด์ในปีนี้ โดยรวมแล้ว การหลุดของข้อมูลครั้งนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังจับตามอง AMD อย่างใกล้ชิด เพราะซีรีส์ X3D เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อเสียงให้ AMD ในด้านประสิทธิภาพเกมอย่างมาก และการมาของ Zen 5 X3D อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการแข่งขันกับ Intel ในปีนี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Ryzen 9 9950X3D2 มีข้อมูลหลุดต่อเนื่อง ➡️ แม้ไม่เปิดตัวในงาน CES แต่ข่าวยังแรง ➡️ คาดว่าเป็นรุ่นท็อปของ Zen 5 พร้อม 3D V‑Cache ✅ Alienware China ทำให้ข่าวยิ่งถูกพูดถึง ➡️ มีภาพโปรโมตที่สื่อถึงการใช้ชิป X3D ➡️ แต่ Area‑51 รุ่นใหม่อาจไม่ได้ใช้ชิปนี้จริง ✅ คาดว่าประสิทธิภาพเกมจะเพิ่มขึ้นมาก ➡️ 3D V‑Cache รุ่นใหม่ช่วยเพิ่มเฟรมเรต ➡️ อาจมีการปรับปรุงระบบความร้อนและพลังงาน ‼️ ยังไม่มีการยืนยันจาก AMD ⛔ วันเปิดตัวและสเปกจริงยังไม่ประกาศ ⛔ ข้อมูลที่หลุดอาจไม่ตรงกับรุ่นขายจริง ‼️ ความเสี่ยงด้านความคาดหวังของผู้ใช้ ⛔ ผู้ใช้บางรายอาจเข้าใจผิดจากภาพโปรโมต ⛔ ตลาดอาจเกิดการเก็งกำลังก่อนเปิดตัวจริง https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/amds-heavily-rumored-ryzen-9-9950x3d-continues-to-leak-despite-ces-no-show-alienware-china-teases-the-chip-for-its-area-51-desktop
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 53 มุมมอง 0 รีวิว
  • ราคาหน่วยความจำ DDR5 เซิร์ฟเวอร์ในจีนพุ่งแรงจนเทียบเท่าราคาคอนโดในเซี่ยงไฮ้

    ตลาดหน่วยความจำเซิร์ฟเวอร์ในจีนกำลังเผชิญภาวะราคาพุ่งสูงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ DDR5 RDIMM ความจุสูงระดับ 256GB ที่มีรายงานว่าราคาต่อแผงทะลุ 5,700 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงกว่าราคาคอมพิวเตอร์ระดับเวิร์กสเตชันทั้งเครื่องเสียอีก ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูลและงานด้าน AI ทำให้ซัพพลายไม่เพียงพอ จนเกิดการแย่งซื้อในตลาด spot ของจีน

    สถานการณ์นี้ทำให้ผู้ค้าบางรายเริ่มขายเป็น “กล่อง 100 แผง” ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงเทียบเท่าราคาคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ในเซี่ยงไฮ้ ความร้อนแรงของตลาดสะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันด้าน AI และการขยายศูนย์ข้อมูลกำลังดันให้ความต้องการหน่วยความจำระดับเซิร์ฟเวอร์เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ผู้ผลิตรายใหญ่เองก็ยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทันกับความต้องการที่พุ่งสูง

    นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านจาก DDR4 ไปสู่ DDR5 ในระดับองค์กรยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาเพิ่มขึ้น เพราะ DDR5 ต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ซับซ้อนกว่า ทั้งในส่วนของ PMIC และโครงสร้างชิป ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นตามไปด้วย ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาจะยังคงสูงต่อเนื่องจนกว่ากำลังผลิตใหม่จะเริ่มเข้าสู่ตลาดในช่วงปลายปี

    ในภาพรวม เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณว่าตลาดฮาร์ดแวร์ระดับเซิร์ฟเวอร์กำลังเข้าสู่ยุคที่ “หน่วยความจำคือทองคำใหม่” โดยเฉพาะในประเทศที่มีการแข่งขันด้าน AI สูงอย่างจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาตลาดโลกในระยะถัดไปด้วย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ราคาหน่วยความจำ DDR5 เซิร์ฟเวอร์พุ่งสูงผิดปกติ
    แผง 256GB มีราคามากกว่า 5,700 ดอลลาร์
    กล่อง 100 แผงมีมูลค่าเทียบเท่าคอนโดในเซี่ยงไฮ้

    ความต้องการสูงจากตลาด AI และศูนย์ข้อมูล
    การแข่งขันด้าน AI ทำให้เกิดการแย่งซื้อ
    ซัพพลายไม่ทันความต้องการในจีน

    ต้นทุนการผลิต DDR5 สูงกว่า DDR4
    เทคโนโลยี PMIC และโครงสร้างชิปซับซ้อนขึ้น
    ผู้ผลิตยังเพิ่มกำลังผลิตได้ไม่ทัน

    ความเสี่ยงต่อผู้ประกอบการและตลาดโลก
    ราคาที่สูงอาจทำให้ต้นทุนศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น
    อาจเกิดการชะลออัปเกรดระบบในองค์กร

    ความผันผวนของตลาด spot ในจีน
    ราคาสามารถแกว่งแรงในระยะสั้น
    ผู้ซื้อรายย่อยอาจได้รับผลกระทบจากการเก็งกำไร

    https://www.tomshardware.com/pc-components/ddr5/boxes-of-100-ddr5-server-memory-sticks-in-china-now-priced-like-shanghai-apartments
    🏙️ ราคาหน่วยความจำ DDR5 เซิร์ฟเวอร์ในจีนพุ่งแรงจนเทียบเท่าราคาคอนโดในเซี่ยงไฮ้ ตลาดหน่วยความจำเซิร์ฟเวอร์ในจีนกำลังเผชิญภาวะราคาพุ่งสูงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ DDR5 RDIMM ความจุสูงระดับ 256GB ที่มีรายงานว่าราคาต่อแผงทะลุ 5,700 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงกว่าราคาคอมพิวเตอร์ระดับเวิร์กสเตชันทั้งเครื่องเสียอีก ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูลและงานด้าน AI ทำให้ซัพพลายไม่เพียงพอ จนเกิดการแย่งซื้อในตลาด spot ของจีน สถานการณ์นี้ทำให้ผู้ค้าบางรายเริ่มขายเป็น “กล่อง 100 แผง” ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงเทียบเท่าราคาคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ในเซี่ยงไฮ้ ความร้อนแรงของตลาดสะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันด้าน AI และการขยายศูนย์ข้อมูลกำลังดันให้ความต้องการหน่วยความจำระดับเซิร์ฟเวอร์เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ผู้ผลิตรายใหญ่เองก็ยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทันกับความต้องการที่พุ่งสูง นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านจาก DDR4 ไปสู่ DDR5 ในระดับองค์กรยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาเพิ่มขึ้น เพราะ DDR5 ต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ซับซ้อนกว่า ทั้งในส่วนของ PMIC และโครงสร้างชิป ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นตามไปด้วย ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาจะยังคงสูงต่อเนื่องจนกว่ากำลังผลิตใหม่จะเริ่มเข้าสู่ตลาดในช่วงปลายปี ในภาพรวม เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณว่าตลาดฮาร์ดแวร์ระดับเซิร์ฟเวอร์กำลังเข้าสู่ยุคที่ “หน่วยความจำคือทองคำใหม่” โดยเฉพาะในประเทศที่มีการแข่งขันด้าน AI สูงอย่างจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาตลาดโลกในระยะถัดไปด้วย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ราคาหน่วยความจำ DDR5 เซิร์ฟเวอร์พุ่งสูงผิดปกติ ➡️ แผง 256GB มีราคามากกว่า 5,700 ดอลลาร์ ➡️ กล่อง 100 แผงมีมูลค่าเทียบเท่าคอนโดในเซี่ยงไฮ้ ✅ ความต้องการสูงจากตลาด AI และศูนย์ข้อมูล ➡️ การแข่งขันด้าน AI ทำให้เกิดการแย่งซื้อ ➡️ ซัพพลายไม่ทันความต้องการในจีน ✅ ต้นทุนการผลิต DDR5 สูงกว่า DDR4 ➡️ เทคโนโลยี PMIC และโครงสร้างชิปซับซ้อนขึ้น ➡️ ผู้ผลิตยังเพิ่มกำลังผลิตได้ไม่ทัน ‼️ ความเสี่ยงต่อผู้ประกอบการและตลาดโลก ⛔ ราคาที่สูงอาจทำให้ต้นทุนศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น ⛔ อาจเกิดการชะลออัปเกรดระบบในองค์กร ‼️ ความผันผวนของตลาด spot ในจีน ⛔ ราคาสามารถแกว่งแรงในระยะสั้น ⛔ ผู้ซื้อรายย่อยอาจได้รับผลกระทบจากการเก็งกำไร https://www.tomshardware.com/pc-components/ddr5/boxes-of-100-ddr5-server-memory-sticks-in-china-now-priced-like-shanghai-apartments
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 50 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฝูงบินกริพเพนทิ้งไข่
    สั่งซื้อปี 2550 ไอ้เหลือกโลดทำงานอยู่ซีเอ็ดบุ๊ค
    ไอ้เท้งเรียนมหาลัย
    เมิงไปยกมือหนุนซื้อตอนไหนว่ะ
    #คิงส์โพธิ์แดง
    ฝูงบินกริพเพนทิ้งไข่ สั่งซื้อปี 2550 ไอ้เหลือกโลดทำงานอยู่ซีเอ็ดบุ๊ค ไอ้เท้งเรียนมหาลัย เมิงไปยกมือหนุนซื้อตอนไหนว่ะ #คิงส์โพธิ์แดง
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 44 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 8

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 8
    มาดูทางด้านจีนบ้าง เพราะยุทธศาสตร์รัสเซียจีน แม้จะแยกกัน แต่ก็สอดคล้องและเสริมกัน
    การพุ่งเป็นพลุของจีนทางด้านเศรษฐกิจในศตวรรษใหม่นี้ เป็นเรื่องน่าตกใจของอเมริกา แต่น่าสนใจสำหรับชาวโลก
    ยุทธศาสตร์จีนก็เป็นเรื่องใหม่ ที่ก้าวข้ามเรื่องของอำนาจทางเส้นทางน้ำที่ครอบโลกมาถึง 400 ปี แทนที่จีน จะมุ่งหน้าแต่จะสร้างแสนยานุภาพทางกองทัพเรือเพื่อ มาใช้อำนาจทางทะเล อย่างที่อังกฤษทำ หรือสร้างแสนยานุภาพทางอากาศ อย่างที่อเมริกาทำ จีนกลับใช้ยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายทำนองเดียวกับรัสเซีย
    รัสเซีย สร้างเครือข่ายท่อส่ง จีน สร้างเครือข่ายเส้นทางรถไฟ
    เหมือนเป็นการใช้ทฤษฏีครูแมค มาปรับหาสูตรยุทธศาสตร์ใหม่ แต่กลับทางกับความคิดของตะวันตก จีนกลับวิ่งเข้าไปในผืนแผ่นดิน World Island ไปถึงอาฟริกา เอเซีย และยุโรป มันเป็นการใช้ทฤษฏีภูมิศาสตร์การเมืองพื้นฐาน มาสร้างและเชื่อมชาวผืนแผ่นดินใหญ่ให้ใกล้ชิดกันเข้ามาอีก และทำให้ World Island กลับแข่งแกร่งขึ้นไปอีก
    จีนใช้เวลาเตรียมตัวอยู่หลายสิบปี วางแผนอย่างระมัดระวัง เป็น 2 ขั้นตอน
    ขั้นตอนแรก จีนใช้วิธีเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้า ระหว่างประเทศที่อยู่ใน World Island เข้าด้วยกันด้วยระบบการคมนาคม จีนวางเครือข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจำนวนมาก ควบคู่กับการวางท่อส่งน้ำมันและแก๊ส ยาวตลอดแนวอันกว้างไกลของยูเรเซีย ระหว่างเส้นทางยาว จีนยังต่อเส้นทางรถไฟเข้าไปในเมืองสำคัญต่างๆ ขึ้นไปทางเหนือ ลงไปทางใต้ เหมือนเป็นเครือข่ายก้างปลายักษ์ของเส้นทางรถไฟ
    นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการขนส่งสินค้าทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ รวมทั้งน้ำมัน และแร่ธาตุ ในปริมาณที่สูงมากได้พร้อมกัน ไปทางรถไฟเที่ยวเดียวกัน และข้ามทวีปทางบกได้ มันเป็นเส้นทางที่ยาวประมาณ 7,000 ไมล์ จากยิวูของจีน ถึงมาดริดของสเปน การขนส่งสินค้าครั้งละมากๆ มีทางเลือกแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งเส้นทางเรือแต่อย่างเดียวอีกต่อไป และอำนาจของฝ่ายอยู่เกาะ ก็เริ่มจะเสทือน
    ยุทธศาสตร์รางรถไฟของจีน ทำให้เกิดอำนาจต่อรอง ที่ไม่ได้มาจากอาวุธ อย่างที่อเมริกาก็นึกไม่ถึง เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์สร้างท่อส่งของรัสเซีย และขณะเดียวกัน ดูเหมือนเส้นทางราง กลับเป็นการ “ตัด” การเชื่อมโยงด้านกำลังทหารของอเมริกาไปในขณะเดียวกันด้วย….อย่านึกว่าอา เฮียเก่งแต่การค้า
    ครูแมค เคยเขียนบทความเมื่อปี ค.ศ.1904 ว่า แม้เส้นทางรถไฟรางเดี่ยว ทรานส์ไซบีเรีย ที่มีความยาวประมาณ 5,700 ไมล์ ยาวที่สุดในโลกขณะนั้น ที่วิ่งข้ามไปสุดทวีป จากมอสโคว์ไปวลาดิวอสสต็อก จะไม่แน่นอน และไม่ปลอดภัย แต่ครูแมคเชื่อว่า ต่อไปในไม่ช้า ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของรัสเซีย และมองโกเลีย ที่เต็มไปด้วยพลังงานและแร่ธาตุธรรมชาติมากมายจนประเมินไม่ถูกนั้น จะมีการเชื่อมต่อกันทางการค้า ที่การขนส่งทางเส้นทางเรือ แทบจะทำอะไรไม่ได้
    ครูแมค ประเมินไว้ไม่ผิดเรื่อง แต่อาจจะพลาดเรื่องเวลา เพราะพวกชาวเกาะของครูแมคเองนั่นแหละ เป็นฝ่ายจัดส่งพวกปฏิวัติมาให้รัสเซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1917 และส่งให้จีนในปี ค.ศ.1949 และต่อด้วยสงครามเย็นเสียอีกหลายสิบปี การสร้างเครือข่ายทางบกของ heartland กับพวก เลยมาสายไปหน่อย แต่ก็ “มาแล้ว” และยุทธศาสตร์เก่าๆ ที่ชาวเกาะสร้างขึ้น เพื่อมาใช้ขวางการเชื่อม ระหว่างชาวแผ่นดินใหญ่ก็ดูเหมือนจะใช้ “ยาก” ขึ้นเสียแล้ว
    ในขณะที่กลุ่มชาวเกาะ ยังติดกับอยู่กับนโยบายของตัว ที่แปลงมาจากทฤษฏีของครูแมค ในลักษณะการปิดล้อมและทำลาย โดยสร้างเครือข่ายฐานทัพ กับเครือข่ายผู้ก่อการร้าย แต่อาเฮียแถวปักกิ่ง กลับมองทฤษฏีของครูแมคจากสายตาและความคิดของผู้ที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ว่าเราจะสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อการค้า และสร้างธุรกิจกับพวกอยู่แผ่นดินใหญ่ด้วยกันอย่างไร
    แม้ชาวเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวาอย่างอเมริกา จะสร้างระบบถนนไฮเวย์ระหว่างรัฐมานานแล้วตั้งแต่ช่วงปี คศ 1950 ก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้ กับการวางเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศ แบบก้างปลาของอาเฮีย
    ในช่วงปี 2007 ถึง 2014 เส้นทางรถไฟแบบก้างปลา ของจีนยาว 9,000 ไมล์ ที่วิ่งผ่านข้ามไปมาระหว่างเมือง สามารถบรรทุกผู้โดยสารวันละ 2.5 ล้านคน ด้วยความเร็ว 240 ไมล์ต่อชั่วโมง และเมื่อระบบนี้เสร็จสมบูรณ์ ในปี ค.ศ.2030 ระยะทางรถไฟจะเพิ่มเป็น 16,000 ไมล์ ถึงปลายทางเมืองใหญ่ทั้งหมดของจีน
    หลังจากสร้างระบบรางในบ้านจนเป็นที่พอใจ จีนเริ่มยืดตัวออกไปนอกบ้าน ในปี ค.ศ.2008 รัสเซียและเยอรมันก็จับมือกับจีน เชื่อมต่อรางเส้นทางยูเรเซีย เส้นทางหนึ่งขึ้นเหนือ ไปตามเส้นทางทรานส์ไซบีเรียเดิม อีกเส้นลงใต้ วิ่งตามเส้นทางสายไหมเดิม ผ่านคาซัคสถาน ทั้ง 2 เส้นทางบรรจบกันที่มอสโคว์ จากนั้น วิ่งต่อไปจนถึงแฮมเบอร์ก ของเยอรมัน มันเป็นการเชื่อมยูเรเซียเข้าด้วยกัน
    เส้นทางใต้นั้น รถไฟบรรทุกสินค้า สามารถขนส่งสินค้าระหว่างจีน กับเยอรมัน เช่น สินค้าทางอุตสาหกรรม ส่วนประกอบของรถยนต์ ไปตามเส้นทางยาวประมาณ 6,700 ไมล์ จากเมืองไลปซิกในเยอรมัน ไปถึงเมืองชงชิงของจีน โดยใช้เวลาประมาณ 20 วัน เทียบกับเส้นทางขนส่งสินค้าประเภทเดียวกันทางเรือ ที่ใช้เวลา 35 วัน ประหยัดเวลาไปเกือบครึ่ง มันเป็นการลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย ที่มีความหมายสำหรับคนค้าขาย
    ตอนนี้ จีน คือตลาดใหญ่ของรถเบนซ์กับบีเอ็ม นะครับ เสี่ยตัวจริงทั้งนั้น เยอรมันถึงต้องบริการส่งถึงหน้าบ้าน
    ในปี ค.ศ.2013 Deutsche Bahn AG (การรถไฟเยอรมัน) เตรียมแผนที่จะสร้างอีกเส้นทาง ระหว่างแฮมเบอร์กในเยอรมัน ไป Zhengzhou ซึ่งจะทำให้การขนส่งระหว่างเยอรมันกับจีน ลดลงเหลือแค่ 15 วัน ส่วนคาซัคสถาน ก็จะสร้างเส้นทางจาก ฉ่งชิงไปดุสเบร์กของเยอรมัน ใช้เวลาวิ่ง 15 วันเท่ากัน
    ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2014 จีนประกาศแผนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ที่ยาวที่สุด มูลค่า 230 พันล้านเหรียญ ตามแผนนี้ รถไฟจะใช้เวลาวิ่งระยะทางประมาณ 4,300 ไมล์ ระหว่างปักกิ่งกับ มอสโคว์ เพียงแค่ 2 วัน จะไปหาเพื่อนไม่ต้องใช้เวลานาน
    นอกจากนี้ จีน ได้ตกลงที่จะสร้างเส้นทางเลียบชายฝั่ง ระหว่างจีนกับ ปากีสถาน พร้อมกับมีถนนไฮเวย์ เส้นทางรถไฟ และท่อส่ง ไปกันเป็นแผงยาวเกือบ 2,000 ไมล์ จากคัชการ์ในซินเจียง ที่อยู่สุดทางตะวันตกของจีน เพื่อไปออกท่าเรือ กวาดาร์ที่ปากีสถาน ที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.2007 และจีนไปลงทุนสร้างสาธารณูปโภค พร้อมอาคาร เพิ่มที่ท่าเรือกวาดาร์ ริมทะเลอารเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากอ่าวเปอร์เซียเพียง 370 ไมล์
    ในปี ค.ศ.2011 จีนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลงใต้มาถึงลาว มูลค่า 6.2 พันล้านเหรียญ และมีแผนจะสร้างเส้นทางที่ขนส่งผู้โดยสาร และ สินค้า จากคุนหมิงถึงสิงคโปร์ โดยใช้เวลาเพียง10 ชั่วโมง แผนนี้ ถ้าสำเร็จ จะทำให้ช่องแคบมะละกาไร้ความหมายไปสำหรับหลายประเทศ และคำขู่ที่ส่งเสียงมานาน อาจจะไม่ต่างกับเสียงลมพัดใบตองแห้ง….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    29 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 8 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 8 มาดูทางด้านจีนบ้าง เพราะยุทธศาสตร์รัสเซียจีน แม้จะแยกกัน แต่ก็สอดคล้องและเสริมกัน การพุ่งเป็นพลุของจีนทางด้านเศรษฐกิจในศตวรรษใหม่นี้ เป็นเรื่องน่าตกใจของอเมริกา แต่น่าสนใจสำหรับชาวโลก ยุทธศาสตร์จีนก็เป็นเรื่องใหม่ ที่ก้าวข้ามเรื่องของอำนาจทางเส้นทางน้ำที่ครอบโลกมาถึง 400 ปี แทนที่จีน จะมุ่งหน้าแต่จะสร้างแสนยานุภาพทางกองทัพเรือเพื่อ มาใช้อำนาจทางทะเล อย่างที่อังกฤษทำ หรือสร้างแสนยานุภาพทางอากาศ อย่างที่อเมริกาทำ จีนกลับใช้ยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายทำนองเดียวกับรัสเซีย รัสเซีย สร้างเครือข่ายท่อส่ง จีน สร้างเครือข่ายเส้นทางรถไฟ เหมือนเป็นการใช้ทฤษฏีครูแมค มาปรับหาสูตรยุทธศาสตร์ใหม่ แต่กลับทางกับความคิดของตะวันตก จีนกลับวิ่งเข้าไปในผืนแผ่นดิน World Island ไปถึงอาฟริกา เอเซีย และยุโรป มันเป็นการใช้ทฤษฏีภูมิศาสตร์การเมืองพื้นฐาน มาสร้างและเชื่อมชาวผืนแผ่นดินใหญ่ให้ใกล้ชิดกันเข้ามาอีก และทำให้ World Island กลับแข่งแกร่งขึ้นไปอีก จีนใช้เวลาเตรียมตัวอยู่หลายสิบปี วางแผนอย่างระมัดระวัง เป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรก จีนใช้วิธีเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้า ระหว่างประเทศที่อยู่ใน World Island เข้าด้วยกันด้วยระบบการคมนาคม จีนวางเครือข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจำนวนมาก ควบคู่กับการวางท่อส่งน้ำมันและแก๊ส ยาวตลอดแนวอันกว้างไกลของยูเรเซีย ระหว่างเส้นทางยาว จีนยังต่อเส้นทางรถไฟเข้าไปในเมืองสำคัญต่างๆ ขึ้นไปทางเหนือ ลงไปทางใต้ เหมือนเป็นเครือข่ายก้างปลายักษ์ของเส้นทางรถไฟ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการขนส่งสินค้าทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ รวมทั้งน้ำมัน และแร่ธาตุ ในปริมาณที่สูงมากได้พร้อมกัน ไปทางรถไฟเที่ยวเดียวกัน และข้ามทวีปทางบกได้ มันเป็นเส้นทางที่ยาวประมาณ 7,000 ไมล์ จากยิวูของจีน ถึงมาดริดของสเปน การขนส่งสินค้าครั้งละมากๆ มีทางเลือกแล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งเส้นทางเรือแต่อย่างเดียวอีกต่อไป และอำนาจของฝ่ายอยู่เกาะ ก็เริ่มจะเสทือน ยุทธศาสตร์รางรถไฟของจีน ทำให้เกิดอำนาจต่อรอง ที่ไม่ได้มาจากอาวุธ อย่างที่อเมริกาก็นึกไม่ถึง เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์สร้างท่อส่งของรัสเซีย และขณะเดียวกัน ดูเหมือนเส้นทางราง กลับเป็นการ “ตัด” การเชื่อมโยงด้านกำลังทหารของอเมริกาไปในขณะเดียวกันด้วย….อย่านึกว่าอา เฮียเก่งแต่การค้า ครูแมค เคยเขียนบทความเมื่อปี ค.ศ.1904 ว่า แม้เส้นทางรถไฟรางเดี่ยว ทรานส์ไซบีเรีย ที่มีความยาวประมาณ 5,700 ไมล์ ยาวที่สุดในโลกขณะนั้น ที่วิ่งข้ามไปสุดทวีป จากมอสโคว์ไปวลาดิวอสสต็อก จะไม่แน่นอน และไม่ปลอดภัย แต่ครูแมคเชื่อว่า ต่อไปในไม่ช้า ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของรัสเซีย และมองโกเลีย ที่เต็มไปด้วยพลังงานและแร่ธาตุธรรมชาติมากมายจนประเมินไม่ถูกนั้น จะมีการเชื่อมต่อกันทางการค้า ที่การขนส่งทางเส้นทางเรือ แทบจะทำอะไรไม่ได้ ครูแมค ประเมินไว้ไม่ผิดเรื่อง แต่อาจจะพลาดเรื่องเวลา เพราะพวกชาวเกาะของครูแมคเองนั่นแหละ เป็นฝ่ายจัดส่งพวกปฏิวัติมาให้รัสเซีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1917 และส่งให้จีนในปี ค.ศ.1949 และต่อด้วยสงครามเย็นเสียอีกหลายสิบปี การสร้างเครือข่ายทางบกของ heartland กับพวก เลยมาสายไปหน่อย แต่ก็ “มาแล้ว” และยุทธศาสตร์เก่าๆ ที่ชาวเกาะสร้างขึ้น เพื่อมาใช้ขวางการเชื่อม ระหว่างชาวแผ่นดินใหญ่ก็ดูเหมือนจะใช้ “ยาก” ขึ้นเสียแล้ว ในขณะที่กลุ่มชาวเกาะ ยังติดกับอยู่กับนโยบายของตัว ที่แปลงมาจากทฤษฏีของครูแมค ในลักษณะการปิดล้อมและทำลาย โดยสร้างเครือข่ายฐานทัพ กับเครือข่ายผู้ก่อการร้าย แต่อาเฮียแถวปักกิ่ง กลับมองทฤษฏีของครูแมคจากสายตาและความคิดของผู้ที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ว่าเราจะสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อการค้า และสร้างธุรกิจกับพวกอยู่แผ่นดินใหญ่ด้วยกันอย่างไร แม้ชาวเกาะเล็กเท่าหัวแม่โป้งของเท้าขวาอย่างอเมริกา จะสร้างระบบถนนไฮเวย์ระหว่างรัฐมานานแล้วตั้งแต่ช่วงปี คศ 1950 ก็จริง แต่มันเทียบไม่ได้ กับการวางเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในประเทศ แบบก้างปลาของอาเฮีย ในช่วงปี 2007 ถึง 2014 เส้นทางรถไฟแบบก้างปลา ของจีนยาว 9,000 ไมล์ ที่วิ่งผ่านข้ามไปมาระหว่างเมือง สามารถบรรทุกผู้โดยสารวันละ 2.5 ล้านคน ด้วยความเร็ว 240 ไมล์ต่อชั่วโมง และเมื่อระบบนี้เสร็จสมบูรณ์ ในปี ค.ศ.2030 ระยะทางรถไฟจะเพิ่มเป็น 16,000 ไมล์ ถึงปลายทางเมืองใหญ่ทั้งหมดของจีน หลังจากสร้างระบบรางในบ้านจนเป็นที่พอใจ จีนเริ่มยืดตัวออกไปนอกบ้าน ในปี ค.ศ.2008 รัสเซียและเยอรมันก็จับมือกับจีน เชื่อมต่อรางเส้นทางยูเรเซีย เส้นทางหนึ่งขึ้นเหนือ ไปตามเส้นทางทรานส์ไซบีเรียเดิม อีกเส้นลงใต้ วิ่งตามเส้นทางสายไหมเดิม ผ่านคาซัคสถาน ทั้ง 2 เส้นทางบรรจบกันที่มอสโคว์ จากนั้น วิ่งต่อไปจนถึงแฮมเบอร์ก ของเยอรมัน มันเป็นการเชื่อมยูเรเซียเข้าด้วยกัน เส้นทางใต้นั้น รถไฟบรรทุกสินค้า สามารถขนส่งสินค้าระหว่างจีน กับเยอรมัน เช่น สินค้าทางอุตสาหกรรม ส่วนประกอบของรถยนต์ ไปตามเส้นทางยาวประมาณ 6,700 ไมล์ จากเมืองไลปซิกในเยอรมัน ไปถึงเมืองชงชิงของจีน โดยใช้เวลาประมาณ 20 วัน เทียบกับเส้นทางขนส่งสินค้าประเภทเดียวกันทางเรือ ที่ใช้เวลา 35 วัน ประหยัดเวลาไปเกือบครึ่ง มันเป็นการลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย ที่มีความหมายสำหรับคนค้าขาย ตอนนี้ จีน คือตลาดใหญ่ของรถเบนซ์กับบีเอ็ม นะครับ เสี่ยตัวจริงทั้งนั้น เยอรมันถึงต้องบริการส่งถึงหน้าบ้าน ในปี ค.ศ.2013 Deutsche Bahn AG (การรถไฟเยอรมัน) เตรียมแผนที่จะสร้างอีกเส้นทาง ระหว่างแฮมเบอร์กในเยอรมัน ไป Zhengzhou ซึ่งจะทำให้การขนส่งระหว่างเยอรมันกับจีน ลดลงเหลือแค่ 15 วัน ส่วนคาซัคสถาน ก็จะสร้างเส้นทางจาก ฉ่งชิงไปดุสเบร์กของเยอรมัน ใช้เวลาวิ่ง 15 วันเท่ากัน ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2014 จีนประกาศแผนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ที่ยาวที่สุด มูลค่า 230 พันล้านเหรียญ ตามแผนนี้ รถไฟจะใช้เวลาวิ่งระยะทางประมาณ 4,300 ไมล์ ระหว่างปักกิ่งกับ มอสโคว์ เพียงแค่ 2 วัน จะไปหาเพื่อนไม่ต้องใช้เวลานาน นอกจากนี้ จีน ได้ตกลงที่จะสร้างเส้นทางเลียบชายฝั่ง ระหว่างจีนกับ ปากีสถาน พร้อมกับมีถนนไฮเวย์ เส้นทางรถไฟ และท่อส่ง ไปกันเป็นแผงยาวเกือบ 2,000 ไมล์ จากคัชการ์ในซินเจียง ที่อยู่สุดทางตะวันตกของจีน เพื่อไปออกท่าเรือ กวาดาร์ที่ปากีสถาน ที่สร้างตั้งแต่ ค.ศ.2007 และจีนไปลงทุนสร้างสาธารณูปโภค พร้อมอาคาร เพิ่มที่ท่าเรือกวาดาร์ ริมทะเลอารเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากอ่าวเปอร์เซียเพียง 370 ไมล์ ในปี ค.ศ.2011 จีนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลงใต้มาถึงลาว มูลค่า 6.2 พันล้านเหรียญ และมีแผนจะสร้างเส้นทางที่ขนส่งผู้โดยสาร และ สินค้า จากคุนหมิงถึงสิงคโปร์ โดยใช้เวลาเพียง10 ชั่วโมง แผนนี้ ถ้าสำเร็จ จะทำให้ช่องแคบมะละกาไร้ความหมายไปสำหรับหลายประเทศ และคำขู่ที่ส่งเสียงมานาน อาจจะไม่ต่างกับเสียงลมพัดใบตองแห้ง…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 29 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 191 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 7

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 7
    ยุทธศาสตร์ ใช้เครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัสเซีย ที่ไม่ต้องใช้อาวุธไปทำลายบ้านเมือง หรือทำร้ายชีวิตใคร แถมขายแก๊สได้ตังค์อีกด้วย กลับทำให้รัสเซียมีอำนาจต่อรองกับฝ่ายอียูอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะทำให้ชาวยุโรปเริ่มพึ่งแก๊สรัสเซียมากขึ้นทุกวัน วิธีการแบบนี้ ทำให้อเมริการับไม่ได้ หูเย็นหางตกหมด และเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียจึงต้องโดนสกัด และเป็นการสกัด อย่างรุนแรง มากขึ้นเรื่อยๆ ในบริเวณที่เครือข่ายท่อส่ง ขยายตัวไปยังจุดยุทธศาสตร์ ที่สำคัญของทั้ง 2 ฝ่าย
    อเมริกา เริ่มจัดรายการสกัดเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียมาตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.2000 แล้ว ตั้งแต่รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งใหม่ๆ แต่มันไม่ใช่เรื่องจะสกัดกันง่ายๆ รัสเซียส่งแก๊สถึงหน้าบ้านชาวยุโรป อยู่ๆอเมริกาออกอาการน้ำลายฟูมปาก จะให้ปิดท่อแก๊ส ชาวยุโรปคงไม่เอาด้วยง่ายๆ อย่างงั้นมันก็ต้องสร้างฉาก สร้างภาพว่า รัสเซียมีแผนชั่ว เป็นตัวเลว เชื่อถือไม่ได้เสียก่อน อเมริกาจึงใช้วิธีอย่างเคยๆ ยุแยงชาวยูเครน ซึ่งครึ่งหนึ่งก็ฝักฝ่ายทางรัสเซียและรัสเซียก็ช่วยเหลือ ด้วยการส่งแก๊สให้ยูเครนในราคาต่ำกว่าราคาตลาดด้วย แบบนี้รัสเซียชั่วมากใช่ไหม
    อเมริกาส่งทีมคุณนายนูแลนด์ เหยี่ยวกระหายเลือดตัวเมีย ที่ส่งลูกฟักให้อียู เมื่อตอนที่อียูก็คิดจะเข้ามายุ่งในยูเครนเหมือนกัน คุณนายลูกฟัก ส่งทีมเข้าไปในยูเครนตั้งแต่ก่อน ค.ศ.2006 เพื่อเข้าไปปั่นหัวให้ยูเครนเกิดความวุ่นวาย ในที่สุดก็ลามเป็นการปฏิวัติในยูเครน จนรัฐบาลยูเครนที่เป็นมิตรกับรัสเซียอยู่ไม่ได้ และอเมริกาก็เอาคนที่อเมริกาสั่งได้มาคุมยูเครน และยูเครนก็เริ่มมีเรื่องทะเลาะกับรัสเซียตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
    นับว่าฝีมือสร้างการป่วนของคุณนายลูกฟักนี่ชั้นเซียน ตอนนี้คุณนายก็ยังป้วนเปี้ยนเข้าออกอยู่แถวนั้น ตั้งแต่ต้นปี จนถึงตอนนี้ยังไม่หยุด แบบนี้อีกไม่นาน ก็คงมีข่าวแถวนั้นให้เราได้ตื่นเต้นกัน
    ขณะเดียวกัน อเมริกาก็เตรียมการที่จะเข้าไปแถวบริเวณท้องน้อยของรัสเซีย คือ เอเซียกลาง และคอเคซัส เพื่อชักชวน (หรือข่มขู่) ให้อดีตสมาชิกโซเวียตมาร่วมสร้างท่อส่งกับอเมริกาแทน เพื่อให้พวกประเทศที่อยู่แถวท้องน้อยเลิกผูกติดกับรัสเซีย จริงๆ ความมุ่งหมายของอเมริกาคือ คิดจะไปปล้นพลังงานของพวกท้องน้อย ก่อนคุณพี่ปูตินจะชวนให้พวกท้องน้อยเอามาขาย ผ่านท่อส่งของรัสเซียเสียหมด แล้วอเมริกากับพวกก็จะอดแดก (รัสเซียแค่เป็นตัวกลางเจ้าของท่อ แต่ไม่ได้เอาพลังงานของเพื่อนและพวกมาเป็นของตัว) ถ้าอเมริกาทำได้ มันก็จะเป็นการได้ทั้งของ ได้ทั้งเย้ยหยันรัสเซียไปด้วย
    ท่อส่งรายการแรกของอเมริกาทำสำเร็จในปี ค.ศ.2005 ระยะทางยาว 1 พันไมล์จากบากู อาเซอร์ไบจัน มาออกที่เมดิเตอร์เรเนียน แต่มันเป็นท่อส่งน้ำมัน เพราะอาเซอร์ไบจัน ที่อเมริกาส่งลูกกระเป๋งไปสร้างปฏิวัติขู่ประธานาธิบดีให้ร่วมรายการ ขายให้แต่น้ำมัน เอาดีว่ะ อย่างน้อยก็ได้เข้าไปล้วงท้องน้อยรัสเซียได้ครั้งนึงแล้ว อเมริกาตีปี๊บ โหมรายการการท่อส่งน้ำมัน Baku Tbilisi Ceyhan (BTC) ที่กลุ่มคาวบอยบุชกับ BP ของอังกฤษจับมือกันเล่น
    อ่านมาถึงตอนนี้ คงเข้าใจกันแล้วนะครับว่า เขาตั้ง หอการค้าอาเซอร์ไบจัน อเมริกา กันทำไม ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 นู่น
    ส่วนท่อส่งแก๊สของฝ่ายอเมริกา ที่มาตั้งชื่อภายหลัง และเป็นเรื่องโด่งดังมาก คือ Nabucco ต้องรอหน่อย เพราะอาเซอร์ไบจันบอกไม่ขายแก๊สให้ ขายน้ำมันอย่างเดียวก็ (เสียวรัสเซีย) พอแล้ว ไปเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถานแล้วกัน แผนของท่อส่ง Nabucco เลยต้องเปลี่ยนเป็นเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถาน ไปออกที่ตุรกี และส่งต่อไปขายในยุโรป
    อเมริการอเก้ออยู่นาน กว่าจะรู้ว่า เติร์กเมนไม่ยอมขายแก๊สให้ ไม่ว่าส่งทางท่อไหน เพราะไม่อยากเสี่ยงมีเรื่องกับรัสเซีย ไม่คุ้มว่ะ คุณเติร์กเมนบอก
    อเมริกาหน้าแหกไป 2 รอบ จะแหกอีกรอบคงไม่ไหวมั๊ง เป็นท้องน้อย แต่ทำไมเนื้อเหนียวจัง เคี้ยวยากฉิบหาย เลยเปลี่ยนเส้นทาง กลับไปแถวบากูถิ่นเก่า ยังไงก็ต้องสร้างท่อส่งแก๊สไปทางยุโรปให้ได้ เสียหน้าเว้ย
    ระหว่างที่อเมริกาพยายามหาทางเคี้ยวท้องน้อยรัสเซีย รัสเซียก็เดินหน้าเข้าไปในยุโรปต่อ และคราวนี้ รัสเซียหยิบชิ้นปลามัน เจาะเข้าไปที่หัวแถว คือเยอรมัน
    ปี ค.ศ.2005 รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งเส้นทาง Nord Stream หรือเส้นทางรอดใต้ทะเลบอลติกตรงไปที่เยอรมัน ปัจจุบัน Nord Stream มีสัญญาส่งแก๊ส ให้กับเยอรมัน อิตาลี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และแม้กระทั่งอังกฤษ ชาวเกาะใหญ่ก็ยังต้องการแก๊สจากประเทศที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ….แบบนี้ครูแมคแทบจะฟื้นขึ้นมาด่า…
    รายการ Nord Stream ทำให้อเมริกาควันออกหู รีบเร่งเครื่องเรื่องยูเครน ซึ่งเป็นสถานีส่งแก๊สรัสเซียมายุโรป ใหญ่ที่สุดขณะนั้น เรื่องยูเครน จะได้ช่วยลดอำนาจต่อรองระหว่างรัสเซียกับยุโรปลงไป นอกจากยูเครนที่ออกมาคัดค้านหัวชนฝา เส้นทาง Nord Stream แล้ว อีกประเทศ คือ โปแลนด์ ก็ออกมาค้านกับเขาด้วยเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีได้มีเสียอะไรกับเขาด้วย แบบนี้ต่อไปน่าจะได้รับบท… ที่ค่าตัวแพง
    จาก Nord Stream ทำให้รัสเซียได้ยุโรปบน หรือ ยุโรปเหนืออยู่ในกระเป๋า เส้นทางท่อส่งต่อไปของรัสเซียคือ ยุโรปใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางใกล้เคียงกับ Nabucco ของฝ่ายอเมริกา มันเหมือนเป็นรายการเกทับกัน
    ปี ค.ศ.2007 Gazprom ของรัสเซีย จับมือกับ ENI ของอิตาลี ลงทุนกันฝ่ายละครึ่ง เพื่อสร้างท่อส่งยุโรปใต้ South Stream Pipeline โดย ENI จะเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารท่อส่งยาว 550 ไมล์ ส่วนที่วิ่งลอดใต้ทะเลดำมาโผล่ที่บุลกาเรีย และแยกออกไป 2 ทาง ทางหนึ่งขึ้นเหนือไปโรมาเนีย ฮังการี เช็คโก และออสเตรีย อีกทางหนึ่งลงใต้ มาที่อิตาลี
    ลูกค้า South Stream งอกขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อขอเชื่อมท่อ เริ่มจาก โครเอเซีย ตามมาด้วยเซิร์บ บอสเนีย กรีซ และสโลวีเนีย มาสามัคคีร่วมท่อส่งกันหมด
    มันเป็นเส้นทางท่อส่งใกล้เคียงกันกับ Nabucco ลูกค้าก็รายเดียวกัน แบบนี้หมายความว่ายังไง หมายความว่า ใครแน่กว่า ก็ได้ไปนะซิ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีท่อส่ง 2 ท่อ วิ่งคู่กันไปขายที่เดียวกัน แต่ไม่ใช่เจ้าของเดียวกัน แบบนั้นมันก็คงเจ๊งทั้งคู่
    แต่เส้นทางท่อส่ง Nabucco น่าจะเจ๊งก่อน เพราะยังหาคนส่งแก๊สให้ไม่ได้ อ้าว ฉิบหายอีกแล้ว วิ่งสร้าง วิ่งขาย แต่ไม่มีแก๊สส่ง อย่างนี้ก็หน้าแหก เป็นครั้งที่ 3 ส่วนเส้นทาง South Stream ทุกอย่างพร้อมแล้ว เงินทุน คนสร้าง คนซื้อ และแก๊ส ที่จะส่งก็มาจากแหล่งแก๊สของรัสเซียเอง มันเห็นๆอยู่แล้วว่า South Stream น่าจะแซงผ่าน Nabucco อย่างสบาย สบาย
    หลังจากผู้ร่วมลงทุนทุกฝ่ายของ South Stream ลงนามในสัญญาร่วมทุนกันรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.2012 วันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.2012 ผู้ร่วมลงทุนกับรัสเซีย ก็ทำพิธีตอกเสาเอก เริ่มการก่อสร้างท่อระยะแรก ที่สถานีแก๊ส Russakaya ทางใต้ของรัสเซีย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
    ถึงเดือนเมษายน ค.ศ.2013 อาเซอร์ไบจัน ที่ฝ่ายตะวันตกมัดมือไว้ว่าจะต้องเป็นผู้ส่งแก๊สให้ Nabucco ก็ออกมาประกาศว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ส่งแก๊สให้ได้
    Nabucco ก็เลยจอดยับ ท่อกองอยู่ข้างถนน
    แบบนี้ South Stream ก็น่าจะไปโลด
    แต่คงโลดเกินไป วันที่ 17 เมษายน ค.ศ.2014 สภาของอียู ก็มีมติไม่เห็นด้วยกับการที่สมาชิกอียูจะใช้ท่อส่งของ Gazprom เนื่องจากจะเป็นการขัดต่อกฏของอียู ที่กำหนดว่า ท่อส่งกับแก๊ส ควรจะแยกการเป็นเจ้าของ ไม่เช่นนั้นจะเกิดกรณีเช่นยูเครน เมื่อไหร่ก็ได้ที่รัสเซียอยากปิดท่อ คนยุโรปก็จะหนาวตาย ไม่กลัวหรือไง
    ยุทธศาสตร์สร้าง ดูเหมือนจะแพ้ยุทธศาสตร์ทำลาย
    รัสเซียยื่นคำร้องคัดค้านมติของอียู ต่อ WTO ทันทีในเดือนเมษานั้นเอง ว่า กฏของอียูออกมาใช้บังคับ เมื่อปี ค.ศ.2009 แต่รัสเซียตกลงกับผู้ร่วมลงทุน ตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 เป็นการนำกฏใหม่มาบังคับใช้ย้อนหลัง การค้าเสรีเขาทำกันอย่างนี้หรือ….
    แต่ระหว่างที่รัสเซียกำลังต่อสู้ทางข้อกฏหมายกับอียู ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 บุลกาเรีย ว่าที่เจ้าของสถานี ที่แก๊สจะไปโผล่ และน่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด ก็ถูกบีบจนหน้าเขียว ให้ออกมาประกาศว่า บุลกาเรียหยุดการก่อสร้างท่อส่งชั่วคราวในส่วนของ
    บุลกาเรียแล้วคร้าบ เพราะอียูบีบแล้วบีบอีก จนเขียวเกือบดำ สำทับว่า บุลกาเรียกำลังทำผิดกฏในการเป็นสมาชิกของอียู ฮู้ย….อียู นี่มัน พรมเช็ด… ของอเมริกาจริงๆ
    รัสเซียยังโต้แย้งไปมากับอียูต่ออีกหลายเดือน แต่ในที่สุด เส้นทางท่อส่ง South Stream ที่มีกำหนดจะเสร็จภายในปี ค.ศ.2016 มีประเทศในยุโรปที่จะได้ใช้แก๊สจากท่อส่งนี้กว่า 10 ประเทศ ก็จบลงเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ.2014 เมื่อคุณพี่ปูติน ประกาศที่ตุรกี ระหว่างที่คุณพี่ไปพบประธานาธิบดีตุรกีว่า “ฝ่ายตะวันตกชนะ” เส้นทางท่อส่ง South Stream จบแล้ว แต่ท่อส่งของรัสเซียยังไม่จบ คราวนี้ รัสเซียเปลี่ยนสถานีปากทางออกมาที่ตุรกี….
    และนั่น เป็นการเดินหมากของรัสเซีย ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    28 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 7 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 7 ยุทธศาสตร์ ใช้เครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัสเซีย ที่ไม่ต้องใช้อาวุธไปทำลายบ้านเมือง หรือทำร้ายชีวิตใคร แถมขายแก๊สได้ตังค์อีกด้วย กลับทำให้รัสเซียมีอำนาจต่อรองกับฝ่ายอียูอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะทำให้ชาวยุโรปเริ่มพึ่งแก๊สรัสเซียมากขึ้นทุกวัน วิธีการแบบนี้ ทำให้อเมริการับไม่ได้ หูเย็นหางตกหมด และเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียจึงต้องโดนสกัด และเป็นการสกัด อย่างรุนแรง มากขึ้นเรื่อยๆ ในบริเวณที่เครือข่ายท่อส่ง ขยายตัวไปยังจุดยุทธศาสตร์ ที่สำคัญของทั้ง 2 ฝ่าย อเมริกา เริ่มจัดรายการสกัดเครือข่ายท่อส่งของรัสเซียมาตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.2000 แล้ว ตั้งแต่รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งใหม่ๆ แต่มันไม่ใช่เรื่องจะสกัดกันง่ายๆ รัสเซียส่งแก๊สถึงหน้าบ้านชาวยุโรป อยู่ๆอเมริกาออกอาการน้ำลายฟูมปาก จะให้ปิดท่อแก๊ส ชาวยุโรปคงไม่เอาด้วยง่ายๆ อย่างงั้นมันก็ต้องสร้างฉาก สร้างภาพว่า รัสเซียมีแผนชั่ว เป็นตัวเลว เชื่อถือไม่ได้เสียก่อน อเมริกาจึงใช้วิธีอย่างเคยๆ ยุแยงชาวยูเครน ซึ่งครึ่งหนึ่งก็ฝักฝ่ายทางรัสเซียและรัสเซียก็ช่วยเหลือ ด้วยการส่งแก๊สให้ยูเครนในราคาต่ำกว่าราคาตลาดด้วย แบบนี้รัสเซียชั่วมากใช่ไหม อเมริกาส่งทีมคุณนายนูแลนด์ เหยี่ยวกระหายเลือดตัวเมีย ที่ส่งลูกฟักให้อียู เมื่อตอนที่อียูก็คิดจะเข้ามายุ่งในยูเครนเหมือนกัน คุณนายลูกฟัก ส่งทีมเข้าไปในยูเครนตั้งแต่ก่อน ค.ศ.2006 เพื่อเข้าไปปั่นหัวให้ยูเครนเกิดความวุ่นวาย ในที่สุดก็ลามเป็นการปฏิวัติในยูเครน จนรัฐบาลยูเครนที่เป็นมิตรกับรัสเซียอยู่ไม่ได้ และอเมริกาก็เอาคนที่อเมริกาสั่งได้มาคุมยูเครน และยูเครนก็เริ่มมีเรื่องทะเลาะกับรัสเซียตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นับว่าฝีมือสร้างการป่วนของคุณนายลูกฟักนี่ชั้นเซียน ตอนนี้คุณนายก็ยังป้วนเปี้ยนเข้าออกอยู่แถวนั้น ตั้งแต่ต้นปี จนถึงตอนนี้ยังไม่หยุด แบบนี้อีกไม่นาน ก็คงมีข่าวแถวนั้นให้เราได้ตื่นเต้นกัน ขณะเดียวกัน อเมริกาก็เตรียมการที่จะเข้าไปแถวบริเวณท้องน้อยของรัสเซีย คือ เอเซียกลาง และคอเคซัส เพื่อชักชวน (หรือข่มขู่) ให้อดีตสมาชิกโซเวียตมาร่วมสร้างท่อส่งกับอเมริกาแทน เพื่อให้พวกประเทศที่อยู่แถวท้องน้อยเลิกผูกติดกับรัสเซีย จริงๆ ความมุ่งหมายของอเมริกาคือ คิดจะไปปล้นพลังงานของพวกท้องน้อย ก่อนคุณพี่ปูตินจะชวนให้พวกท้องน้อยเอามาขาย ผ่านท่อส่งของรัสเซียเสียหมด แล้วอเมริกากับพวกก็จะอดแดก (รัสเซียแค่เป็นตัวกลางเจ้าของท่อ แต่ไม่ได้เอาพลังงานของเพื่อนและพวกมาเป็นของตัว) ถ้าอเมริกาทำได้ มันก็จะเป็นการได้ทั้งของ ได้ทั้งเย้ยหยันรัสเซียไปด้วย ท่อส่งรายการแรกของอเมริกาทำสำเร็จในปี ค.ศ.2005 ระยะทางยาว 1 พันไมล์จากบากู อาเซอร์ไบจัน มาออกที่เมดิเตอร์เรเนียน แต่มันเป็นท่อส่งน้ำมัน เพราะอาเซอร์ไบจัน ที่อเมริกาส่งลูกกระเป๋งไปสร้างปฏิวัติขู่ประธานาธิบดีให้ร่วมรายการ ขายให้แต่น้ำมัน เอาดีว่ะ อย่างน้อยก็ได้เข้าไปล้วงท้องน้อยรัสเซียได้ครั้งนึงแล้ว อเมริกาตีปี๊บ โหมรายการการท่อส่งน้ำมัน Baku Tbilisi Ceyhan (BTC) ที่กลุ่มคาวบอยบุชกับ BP ของอังกฤษจับมือกันเล่น อ่านมาถึงตอนนี้ คงเข้าใจกันแล้วนะครับว่า เขาตั้ง หอการค้าอาเซอร์ไบจัน อเมริกา กันทำไม ตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 นู่น ส่วนท่อส่งแก๊สของฝ่ายอเมริกา ที่มาตั้งชื่อภายหลัง และเป็นเรื่องโด่งดังมาก คือ Nabucco ต้องรอหน่อย เพราะอาเซอร์ไบจันบอกไม่ขายแก๊สให้ ขายน้ำมันอย่างเดียวก็ (เสียวรัสเซีย) พอแล้ว ไปเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถานแล้วกัน แผนของท่อส่ง Nabucco เลยต้องเปลี่ยนเป็นเอาแก๊สจากเติร์กเมนิสถาน ไปออกที่ตุรกี และส่งต่อไปขายในยุโรป อเมริการอเก้ออยู่นาน กว่าจะรู้ว่า เติร์กเมนไม่ยอมขายแก๊สให้ ไม่ว่าส่งทางท่อไหน เพราะไม่อยากเสี่ยงมีเรื่องกับรัสเซีย ไม่คุ้มว่ะ คุณเติร์กเมนบอก อเมริกาหน้าแหกไป 2 รอบ จะแหกอีกรอบคงไม่ไหวมั๊ง เป็นท้องน้อย แต่ทำไมเนื้อเหนียวจัง เคี้ยวยากฉิบหาย เลยเปลี่ยนเส้นทาง กลับไปแถวบากูถิ่นเก่า ยังไงก็ต้องสร้างท่อส่งแก๊สไปทางยุโรปให้ได้ เสียหน้าเว้ย ระหว่างที่อเมริกาพยายามหาทางเคี้ยวท้องน้อยรัสเซีย รัสเซียก็เดินหน้าเข้าไปในยุโรปต่อ และคราวนี้ รัสเซียหยิบชิ้นปลามัน เจาะเข้าไปที่หัวแถว คือเยอรมัน ปี ค.ศ.2005 รัสเซียเริ่มสร้างท่อส่งเส้นทาง Nord Stream หรือเส้นทางรอดใต้ทะเลบอลติกตรงไปที่เยอรมัน ปัจจุบัน Nord Stream มีสัญญาส่งแก๊ส ให้กับเยอรมัน อิตาลี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และแม้กระทั่งอังกฤษ ชาวเกาะใหญ่ก็ยังต้องการแก๊สจากประเทศที่อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ….แบบนี้ครูแมคแทบจะฟื้นขึ้นมาด่า… รายการ Nord Stream ทำให้อเมริกาควันออกหู รีบเร่งเครื่องเรื่องยูเครน ซึ่งเป็นสถานีส่งแก๊สรัสเซียมายุโรป ใหญ่ที่สุดขณะนั้น เรื่องยูเครน จะได้ช่วยลดอำนาจต่อรองระหว่างรัสเซียกับยุโรปลงไป นอกจากยูเครนที่ออกมาคัดค้านหัวชนฝา เส้นทาง Nord Stream แล้ว อีกประเทศ คือ โปแลนด์ ก็ออกมาค้านกับเขาด้วยเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีได้มีเสียอะไรกับเขาด้วย แบบนี้ต่อไปน่าจะได้รับบท… ที่ค่าตัวแพง จาก Nord Stream ทำให้รัสเซียได้ยุโรปบน หรือ ยุโรปเหนืออยู่ในกระเป๋า เส้นทางท่อส่งต่อไปของรัสเซียคือ ยุโรปใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางใกล้เคียงกับ Nabucco ของฝ่ายอเมริกา มันเหมือนเป็นรายการเกทับกัน ปี ค.ศ.2007 Gazprom ของรัสเซีย จับมือกับ ENI ของอิตาลี ลงทุนกันฝ่ายละครึ่ง เพื่อสร้างท่อส่งยุโรปใต้ South Stream Pipeline โดย ENI จะเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารท่อส่งยาว 550 ไมล์ ส่วนที่วิ่งลอดใต้ทะเลดำมาโผล่ที่บุลกาเรีย และแยกออกไป 2 ทาง ทางหนึ่งขึ้นเหนือไปโรมาเนีย ฮังการี เช็คโก และออสเตรีย อีกทางหนึ่งลงใต้ มาที่อิตาลี ลูกค้า South Stream งอกขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อขอเชื่อมท่อ เริ่มจาก โครเอเซีย ตามมาด้วยเซิร์บ บอสเนีย กรีซ และสโลวีเนีย มาสามัคคีร่วมท่อส่งกันหมด มันเป็นเส้นทางท่อส่งใกล้เคียงกันกับ Nabucco ลูกค้าก็รายเดียวกัน แบบนี้หมายความว่ายังไง หมายความว่า ใครแน่กว่า ก็ได้ไปนะซิ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีท่อส่ง 2 ท่อ วิ่งคู่กันไปขายที่เดียวกัน แต่ไม่ใช่เจ้าของเดียวกัน แบบนั้นมันก็คงเจ๊งทั้งคู่ แต่เส้นทางท่อส่ง Nabucco น่าจะเจ๊งก่อน เพราะยังหาคนส่งแก๊สให้ไม่ได้ อ้าว ฉิบหายอีกแล้ว วิ่งสร้าง วิ่งขาย แต่ไม่มีแก๊สส่ง อย่างนี้ก็หน้าแหก เป็นครั้งที่ 3 ส่วนเส้นทาง South Stream ทุกอย่างพร้อมแล้ว เงินทุน คนสร้าง คนซื้อ และแก๊ส ที่จะส่งก็มาจากแหล่งแก๊สของรัสเซียเอง มันเห็นๆอยู่แล้วว่า South Stream น่าจะแซงผ่าน Nabucco อย่างสบาย สบาย หลังจากผู้ร่วมลงทุนทุกฝ่ายของ South Stream ลงนามในสัญญาร่วมทุนกันรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.2012 วันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.2012 ผู้ร่วมลงทุนกับรัสเซีย ก็ทำพิธีตอกเสาเอก เริ่มการก่อสร้างท่อระยะแรก ที่สถานีแก๊ส Russakaya ทางใต้ของรัสเซีย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ถึงเดือนเมษายน ค.ศ.2013 อาเซอร์ไบจัน ที่ฝ่ายตะวันตกมัดมือไว้ว่าจะต้องเป็นผู้ส่งแก๊สให้ Nabucco ก็ออกมาประกาศว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ส่งแก๊สให้ได้ Nabucco ก็เลยจอดยับ ท่อกองอยู่ข้างถนน แบบนี้ South Stream ก็น่าจะไปโลด แต่คงโลดเกินไป วันที่ 17 เมษายน ค.ศ.2014 สภาของอียู ก็มีมติไม่เห็นด้วยกับการที่สมาชิกอียูจะใช้ท่อส่งของ Gazprom เนื่องจากจะเป็นการขัดต่อกฏของอียู ที่กำหนดว่า ท่อส่งกับแก๊ส ควรจะแยกการเป็นเจ้าของ ไม่เช่นนั้นจะเกิดกรณีเช่นยูเครน เมื่อไหร่ก็ได้ที่รัสเซียอยากปิดท่อ คนยุโรปก็จะหนาวตาย ไม่กลัวหรือไง ยุทธศาสตร์สร้าง ดูเหมือนจะแพ้ยุทธศาสตร์ทำลาย รัสเซียยื่นคำร้องคัดค้านมติของอียู ต่อ WTO ทันทีในเดือนเมษานั้นเอง ว่า กฏของอียูออกมาใช้บังคับ เมื่อปี ค.ศ.2009 แต่รัสเซียตกลงกับผู้ร่วมลงทุน ตั้งแต่ปี ค.ศ.2007 เป็นการนำกฏใหม่มาบังคับใช้ย้อนหลัง การค้าเสรีเขาทำกันอย่างนี้หรือ…. แต่ระหว่างที่รัสเซียกำลังต่อสู้ทางข้อกฏหมายกับอียู ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 บุลกาเรีย ว่าที่เจ้าของสถานี ที่แก๊สจะไปโผล่ และน่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด ก็ถูกบีบจนหน้าเขียว ให้ออกมาประกาศว่า บุลกาเรียหยุดการก่อสร้างท่อส่งชั่วคราวในส่วนของ บุลกาเรียแล้วคร้าบ เพราะอียูบีบแล้วบีบอีก จนเขียวเกือบดำ สำทับว่า บุลกาเรียกำลังทำผิดกฏในการเป็นสมาชิกของอียู ฮู้ย….อียู นี่มัน พรมเช็ด… ของอเมริกาจริงๆ รัสเซียยังโต้แย้งไปมากับอียูต่ออีกหลายเดือน แต่ในที่สุด เส้นทางท่อส่ง South Stream ที่มีกำหนดจะเสร็จภายในปี ค.ศ.2016 มีประเทศในยุโรปที่จะได้ใช้แก๊สจากท่อส่งนี้กว่า 10 ประเทศ ก็จบลงเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ.2014 เมื่อคุณพี่ปูติน ประกาศที่ตุรกี ระหว่างที่คุณพี่ไปพบประธานาธิบดีตุรกีว่า “ฝ่ายตะวันตกชนะ” เส้นทางท่อส่ง South Stream จบแล้ว แต่ท่อส่งของรัสเซียยังไม่จบ คราวนี้ รัสเซียเปลี่ยนสถานีปากทางออกมาที่ตุรกี…. และนั่น เป็นการเดินหมากของรัสเซีย ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 28 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 183 มุมมอง 0 รีวิว
  • ออกกำลังกายแค่ 10 นาที จุดสัญญาณต้านมะเร็งในร่างกายได้จริง

    งานวิจัยใหม่ที่ถูกเผยแพร่ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า การออกกำลังกายแบบหนักเพียง 10 นาที สามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพในเลือดที่ช่วย ชะลอการเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ได้ทันที นักวิจัยพบว่าหลังจากการปั่นจักรยานอย่างเข้มข้น ร่างกายจะปล่อยโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA และลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายารักษาแบบใหม่ในอนาคต

    การทดลองนี้ทำกับอาสาสมัครอายุ 50–78 ปีที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่าเฉลี่ย หลังออกกำลังกาย นักวิจัยนำซีรั่มเลือดไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ และพบการเปลี่ยนแปลงของยีนและสัญญาณการซ่อมแซม DNA ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะเป็นเพียงการทดลองในระดับเซลล์ แต่ผลลัพธ์นี้ถือว่าน่าตื่นเต้นมาก

    สิ่งที่โดดเด่นคือ สัญญาณต้านมะเร็งเกิดขึ้นแม้จะออกกำลังกายเพียงครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน ทำให้แนวคิด “ออกกำลังกายสั้นแต่หนัก” (vigorous short bursts) กลายเป็นประเด็นที่วงการแพทย์เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น เพราะอาจช่วยให้คนทั่วไปเข้าถึงประโยชน์ด้านสุขภาพได้ง่ายกว่าเดิม

    อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่านี่เป็นเพียงก้าวแรก ผลลัพธ์ยังไม่ได้พิสูจน์ในมนุษย์จริง และยังต้องศึกษาระยะยาวเพิ่มเติม แต่ก็เพียงพอที่จะย้ำว่า แม้แค่ 10 นาทีต่อวันก็อาจช่วยปกป้องสุขภาพได้มากกว่าที่คิด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่งานวิจัยพบ
    ออกกำลังกายหนัก 10 นาที กระตุ้นโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA
    ลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง
    ซีรั่มหลังออกกำลังกายมีผลชะลอเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ

    ความหมายต่อสุขภาพของเรา
    แม้ออกกำลังกายสั้น ๆ ก็ให้ผลดีต่อร่างกาย
    อาจนำไปสู่การพัฒนายาเลียนแบบผลของการออกกำลังกายในอนาคต
    ช่วยย้ำความสำคัญของการเคลื่อนไหวร่างกายทุกวัน

    ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง
    การทดลองทำในระดับเซลล์ ไม่ใช่ในมนุษย์จริง
    ยังไม่รู้ผลระยะยาวของการออกกำลังกายแบบสั้นแต่หนัก
    ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้เป็นแนวทางรักษา

    https://www.sciencealert.com/10-minute-bursts-of-exercise-can-trigger-anti-cancer-signals-in-the-body
    🚴‍♂️✨ ออกกำลังกายแค่ 10 นาที จุดสัญญาณต้านมะเร็งในร่างกายได้จริง งานวิจัยใหม่ที่ถูกเผยแพร่ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า การออกกำลังกายแบบหนักเพียง 10 นาที สามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพในเลือดที่ช่วย ชะลอการเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ได้ทันที นักวิจัยพบว่าหลังจากการปั่นจักรยานอย่างเข้มข้น ร่างกายจะปล่อยโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA และลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายารักษาแบบใหม่ในอนาคต การทดลองนี้ทำกับอาสาสมัครอายุ 50–78 ปีที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่าเฉลี่ย หลังออกกำลังกาย นักวิจัยนำซีรั่มเลือดไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ และพบการเปลี่ยนแปลงของยีนและสัญญาณการซ่อมแซม DNA ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะเป็นเพียงการทดลองในระดับเซลล์ แต่ผลลัพธ์นี้ถือว่าน่าตื่นเต้นมาก สิ่งที่โดดเด่นคือ สัญญาณต้านมะเร็งเกิดขึ้นแม้จะออกกำลังกายเพียงครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน ทำให้แนวคิด “ออกกำลังกายสั้นแต่หนัก” (vigorous short bursts) กลายเป็นประเด็นที่วงการแพทย์เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น เพราะอาจช่วยให้คนทั่วไปเข้าถึงประโยชน์ด้านสุขภาพได้ง่ายกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่านี่เป็นเพียงก้าวแรก ผลลัพธ์ยังไม่ได้พิสูจน์ในมนุษย์จริง และยังต้องศึกษาระยะยาวเพิ่มเติม แต่ก็เพียงพอที่จะย้ำว่า แม้แค่ 10 นาทีต่อวันก็อาจช่วยปกป้องสุขภาพได้มากกว่าที่คิด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่งานวิจัยพบ ➡️ ออกกำลังกายหนัก 10 นาที กระตุ้นโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA ➡️ ลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง ➡️ ซีรั่มหลังออกกำลังกายมีผลชะลอเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ ✅ ความหมายต่อสุขภาพของเรา ➡️ แม้ออกกำลังกายสั้น ๆ ก็ให้ผลดีต่อร่างกาย ➡️ อาจนำไปสู่การพัฒนายาเลียนแบบผลของการออกกำลังกายในอนาคต ➡️ ช่วยย้ำความสำคัญของการเคลื่อนไหวร่างกายทุกวัน ‼️ ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง ⛔ การทดลองทำในระดับเซลล์ ไม่ใช่ในมนุษย์จริง ⛔ ยังไม่รู้ผลระยะยาวของการออกกำลังกายแบบสั้นแต่หนัก ⛔ ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้เป็นแนวทางรักษา https://www.sciencealert.com/10-minute-bursts-of-exercise-can-trigger-anti-cancer-signals-in-the-body
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    10-Minute Bursts of Exercise Can Trigger Anti-Cancer Signals in The Body
    Evidence suggests regular exercise can help tackle cancer, and a new study finds that cancer-fighting biological changes can be triggered in the body after just 10 minutes of intense cycling.
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 118 มุมมอง 0 รีวิว
  • Cloud‑9: วัตถุลึกลับที่อาจเป็น “โครงกระดูกดาร์กแมทเทอร์” ของกาแล็กซีที่ล้มเหลว

    วัตถุชื่อ Cloud‑9 ถูกค้นพบใกล้กาแล็กซี M94 ห่างจากโลกประมาณ 14.3 ล้านปีแสง และกำลังกลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่แข็งแกร่งที่สุดว่าเป็น “กาแล็กซีที่ไม่เคยเกิดดาว” เลยแม้แต่ดวงเดียว วัตถุนี้ประกอบด้วยก๊าซไฮโดรเจนเป็นหลักและมีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมากห่อหุ้มอยู่ แต่กลับไม่มีแสงดาวใด ๆ ทำให้มันแทบมองไม่เห็นในช่วงคลื่นส่วนใหญ่ของจักรวาล

    นักดาราศาสตร์พบว่า Cloud‑9 มีมวลก๊าซประมาณหนึ่งล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และต้องมีดาร์กแมทเทอร์มากถึงห้าพันล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์เพื่อคงสภาพก้อนก๊าซนี้ไว้โดยไม่แตกกระจาย ที่สำคัญคือมันไม่หมุน และไม่มีสัญญาณของดาวฤกษ์แม้แต่ดวงเดียว ซึ่งทำให้มันเข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC—ก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาร์กแมทเทอร์ยึดไว้ แต่ยังไม่ถึงจุดเริ่มก่อดาว

    การค้นพบนี้สำคัญมากเพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า RELHIC คือ “ชิ้นส่วนดั้งเดิม” ของกระบวนการสร้างกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล แต่ที่ผ่านมาไม่เคยพบตัวอย่างที่ชัดเจนเลย เนื่องจากส่วนใหญ่สูญเสียก๊าซไปตามกาลเวลา หรือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น Cloud‑9 จึงเป็นเหมือนหน้าต่างที่เปิดให้เราเห็นโครงสร้างดาร์กแมทเทอร์ที่ยังไม่เคยก่อกำเนิดดาวมาก่อนอย่างแท้จริง

    หาก Cloud‑9 สามารถสะสมก๊าซได้มากขึ้นในอนาคต มันอาจกลายเป็นกาแล็กซีเต็มรูปแบบ แต่ในตอนนี้มันคือซากโครงสร้างที่หยุดพัฒนา—หลักฐานหายากที่ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจว่า “กาแล็กซีเกิดขึ้นได้อย่างไร” และบทบาทของดาร์กแมทเทอร์ในจักรวาลมีความสำคัญเพียงใด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Cloud‑9 อยู่ห่างจากโลก 14.3 ล้านปีแสงใกล้กาแล็กซี M94
    เป็นก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่มีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมาก แต่ไม่มีดาวเลย
    มีมวลก๊าซประมาณ 1 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และดาร์กแมทเทอร์ราว 5 พันล้านเท่า
    เข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ยังไม่ถึงขั้นก่อดาว
    การค้นพบนี้ช่วยยืนยันแบบจำลองการก่อตัวกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล

    ประเด็นที่ควรระวังหรือข้อจำกัด
    การยืนยันว่าเป็น RELHIC 100% ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
    วัตถุประเภทนี้อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น
    การศึกษาดาร์กแมทเทอร์ยังมีข้อจำกัดเพราะตรวจจับได้ยากมาก
    อาจมีวัตถุคล้ายกันที่ยังไม่ถูกค้นพบ ทำให้ภาพรวมของจักรวาลยังไม่สมบูรณ์

    https://www.sciencealert.com/mysterious-cloud-9-may-be-the-dark-matter-bones-of-a-failed-galaxy
    🌌 Cloud‑9: วัตถุลึกลับที่อาจเป็น “โครงกระดูกดาร์กแมทเทอร์” ของกาแล็กซีที่ล้มเหลว วัตถุชื่อ Cloud‑9 ถูกค้นพบใกล้กาแล็กซี M94 ห่างจากโลกประมาณ 14.3 ล้านปีแสง และกำลังกลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่แข็งแกร่งที่สุดว่าเป็น “กาแล็กซีที่ไม่เคยเกิดดาว” เลยแม้แต่ดวงเดียว วัตถุนี้ประกอบด้วยก๊าซไฮโดรเจนเป็นหลักและมีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมากห่อหุ้มอยู่ แต่กลับไม่มีแสงดาวใด ๆ ทำให้มันแทบมองไม่เห็นในช่วงคลื่นส่วนใหญ่ของจักรวาล นักดาราศาสตร์พบว่า Cloud‑9 มีมวลก๊าซประมาณหนึ่งล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และต้องมีดาร์กแมทเทอร์มากถึงห้าพันล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์เพื่อคงสภาพก้อนก๊าซนี้ไว้โดยไม่แตกกระจาย ที่สำคัญคือมันไม่หมุน และไม่มีสัญญาณของดาวฤกษ์แม้แต่ดวงเดียว ซึ่งทำให้มันเข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC—ก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาร์กแมทเทอร์ยึดไว้ แต่ยังไม่ถึงจุดเริ่มก่อดาว การค้นพบนี้สำคัญมากเพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า RELHIC คือ “ชิ้นส่วนดั้งเดิม” ของกระบวนการสร้างกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล แต่ที่ผ่านมาไม่เคยพบตัวอย่างที่ชัดเจนเลย เนื่องจากส่วนใหญ่สูญเสียก๊าซไปตามกาลเวลา หรือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น Cloud‑9 จึงเป็นเหมือนหน้าต่างที่เปิดให้เราเห็นโครงสร้างดาร์กแมทเทอร์ที่ยังไม่เคยก่อกำเนิดดาวมาก่อนอย่างแท้จริง หาก Cloud‑9 สามารถสะสมก๊าซได้มากขึ้นในอนาคต มันอาจกลายเป็นกาแล็กซีเต็มรูปแบบ แต่ในตอนนี้มันคือซากโครงสร้างที่หยุดพัฒนา—หลักฐานหายากที่ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจว่า “กาแล็กซีเกิดขึ้นได้อย่างไร” และบทบาทของดาร์กแมทเทอร์ในจักรวาลมีความสำคัญเพียงใด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Cloud‑9 อยู่ห่างจากโลก 14.3 ล้านปีแสงใกล้กาแล็กซี M94 ➡️ เป็นก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่มีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมาก แต่ไม่มีดาวเลย ➡️ มีมวลก๊าซประมาณ 1 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และดาร์กแมทเทอร์ราว 5 พันล้านเท่า ➡️ เข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ยังไม่ถึงขั้นก่อดาว ➡️ การค้นพบนี้ช่วยยืนยันแบบจำลองการก่อตัวกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล ‼️ ประเด็นที่ควรระวังหรือข้อจำกัด ⛔ การยืนยันว่าเป็น RELHIC 100% ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ⛔ วัตถุประเภทนี้อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น ⛔ การศึกษาดาร์กแมทเทอร์ยังมีข้อจำกัดเพราะตรวจจับได้ยากมาก ⛔ อาจมีวัตถุคล้ายกันที่ยังไม่ถูกค้นพบ ทำให้ภาพรวมของจักรวาลยังไม่สมบูรณ์ https://www.sciencealert.com/mysterious-cloud-9-may-be-the-dark-matter-bones-of-a-failed-galaxy
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Mysterious 'Cloud-9' May Be The Dark-Matter Bones of a Failed Galaxy
    An object spotted in deep space is the strongest candidate yet for a galaxy arrested during early development.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 97 มุมมอง 0 รีวิว
  • ค้นพบฟอสซิลอายุ 773,000 ปี ที่อาจอยู่ใกล้รากกำเนิดมนุษย์สมัยใหม่

    การค้นพบฟอสซิลในถ้ำ Grotte à Hominidés เมืองคาซาบลังกา ประเทศโมร็อกโก กำลังสร้างความตื่นเต้นครั้งใหม่ในวงการมานุษยวิทยา ฟอสซิลเหล่านี้ประกอบด้วยขากรรไกร ฟัน กระดูกสันหลัง และกระดูกต้นขาบางส่วน ซึ่งมีอายุประมาณ 773,000 ปี อยู่ในช่วงเวลาที่สายพันธุ์มนุษย์เริ่มแยกออกจากบรรพบุรุษร่วมกับนีแอนเดอร์ทัลและเดนิโซแวนอย่างพอดี การวิเคราะห์พบว่าฟอสซิลมีลักษณะผสมผสานระหว่างมนุษย์สมัยใหม่ นีแอนเดอร์ทัล และลักษณะโบราณของ Homo erectus ซึ่งสะท้อนช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของวิวัฒนาการมนุษย์

    สิ่งที่ทำให้การค้นพบนี้โดดเด่นคือการระบุอายุฟอสซิลได้อย่างแม่นยำจากหลักฐานการกลับขั้วแม่เหล็กโลกครั้งล่าสุดที่เรียกว่า Matuyama–Brunhes reversal ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อราว 773,000 ปีก่อน และพบสัญญาณนี้ในชั้นตะกอนเดียวกับฟอสซิลโดยตรง ทำให้มั่นใจได้ว่าฟอสซิลอยู่ในช่วงเวลานั้นจริงๆ ไม่ใช่การคาดการณ์แบบกว้างๆ เหมือนฟอสซิลอื่นจำนวนมาก

    นักวิจัยเสนอว่ากลุ่มมนุษย์ในถ้ำแห่งนี้อาจเป็น “สายต้นกำเนิดในแอฟริกา” ที่อยู่ใกล้กับรากของสายพันธุ์มนุษย์สมัยใหม่มากที่สุดเท่าที่เคยพบมา ขณะที่ฟอสซิล Homo antecessor จากยุโรปที่มีอายุใกล้เคียงกันอาจเป็น “สายพี่น้อง” ที่แยกออกไปทางยูเรเชีย ไม่ใช่บรรพบุรุษโดยตรงของมนุษย์ปัจจุบัน การค้นพบนี้จึงช่วยย้ำว่า ต้นกำเนิดของมนุษย์สมัยใหม่มีรากลึกในทวีปแอฟริกา มากกว่าที่เคยถกเถียงกันก่อนหน้า

    นอกจากนี้ การวิเคราะห์ฟันด้วย CT scan ยังเผยให้เห็นโครงสร้างภายในที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่เหมือนทั้ง H. erectus และ H. antecessor โดยตรง แสดงให้เห็นว่ามีความหลากหลายของประชากรมนุษย์ในแอฟริกาในช่วงต้นไพลสโตซีนมากกว่าที่เคยคิดไว้ การค้นพบนี้จึงไม่เพียงเติมเต็มช่องว่างของประวัติศาสตร์มนุษย์ แต่ยังเปิดประตูสู่คำถามใหม่เกี่ยวกับการกระจายตัวและวิวัฒนาการของมนุษย์ยุคแรกๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    พบฟอสซิลมนุษย์อายุ 773,000 ปีในถ้ำ Grotte à Hominidés ประเทศโมร็อกโก
    ฟอสซิลมีลักษณะผสมระหว่างมนุษย์สมัยใหม่ นีแอนเดอร์ทัล และลักษณะโบราณของ Homo erectus
    การระบุอายุฟอสซิลแม่นยำจากเหตุการณ์กลับขั้วแม่เหล็กโลก Matuyama–Brunhes reversal
    นักวิจัยชี้ว่าฟอสซิลนี้อาจเป็นประชากรใกล้รากกำเนิดของมนุษย์สมัยใหม่ในแอฟริกา
    ฟันและขากรรไกรเผยให้เห็นความหลากหลายของมนุษย์ยุคต้นในแอฟริกา มากกว่าที่เคยคิดไว้

    คำเตือน / ข้อควรระวังในการตีความ
    ฟอสซิลยังมีจำนวนจำกัด ทำให้การสรุปภาพรวมของประชากรมนุษย์ยุคนี้ยังไม่สมบูรณ์
    ความสัมพันธ์เชิงสายวิวัฒนาการระหว่างกลุ่มมนุษย์โบราณยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติม
    การตีความฟอสซิลอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีการค้นพบใหม่ในอนาคต
    ไม่สามารถยืนยันได้ว่าฟอสซิลนี้เป็นบรรพบุรุษโดยตรงของมนุษย์สมัยใหม่ แต่เป็น “สายใกล้เคียง” เท่านั้น

    https://www.sciencealert.com/moroccan-cave-fossils-capture-a-crossroads-in-modern-human-evolution
    🌍 ค้นพบฟอสซิลอายุ 773,000 ปี ที่อาจอยู่ใกล้รากกำเนิดมนุษย์สมัยใหม่ การค้นพบฟอสซิลในถ้ำ Grotte à Hominidés เมืองคาซาบลังกา ประเทศโมร็อกโก กำลังสร้างความตื่นเต้นครั้งใหม่ในวงการมานุษยวิทยา ฟอสซิลเหล่านี้ประกอบด้วยขากรรไกร ฟัน กระดูกสันหลัง และกระดูกต้นขาบางส่วน ซึ่งมีอายุประมาณ 773,000 ปี อยู่ในช่วงเวลาที่สายพันธุ์มนุษย์เริ่มแยกออกจากบรรพบุรุษร่วมกับนีแอนเดอร์ทัลและเดนิโซแวนอย่างพอดี การวิเคราะห์พบว่าฟอสซิลมีลักษณะผสมผสานระหว่างมนุษย์สมัยใหม่ นีแอนเดอร์ทัล และลักษณะโบราณของ Homo erectus ซึ่งสะท้อนช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของวิวัฒนาการมนุษย์ สิ่งที่ทำให้การค้นพบนี้โดดเด่นคือการระบุอายุฟอสซิลได้อย่างแม่นยำจากหลักฐานการกลับขั้วแม่เหล็กโลกครั้งล่าสุดที่เรียกว่า Matuyama–Brunhes reversal ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อราว 773,000 ปีก่อน และพบสัญญาณนี้ในชั้นตะกอนเดียวกับฟอสซิลโดยตรง ทำให้มั่นใจได้ว่าฟอสซิลอยู่ในช่วงเวลานั้นจริงๆ ไม่ใช่การคาดการณ์แบบกว้างๆ เหมือนฟอสซิลอื่นจำนวนมาก นักวิจัยเสนอว่ากลุ่มมนุษย์ในถ้ำแห่งนี้อาจเป็น “สายต้นกำเนิดในแอฟริกา” ที่อยู่ใกล้กับรากของสายพันธุ์มนุษย์สมัยใหม่มากที่สุดเท่าที่เคยพบมา ขณะที่ฟอสซิล Homo antecessor จากยุโรปที่มีอายุใกล้เคียงกันอาจเป็น “สายพี่น้อง” ที่แยกออกไปทางยูเรเชีย ไม่ใช่บรรพบุรุษโดยตรงของมนุษย์ปัจจุบัน การค้นพบนี้จึงช่วยย้ำว่า ต้นกำเนิดของมนุษย์สมัยใหม่มีรากลึกในทวีปแอฟริกา มากกว่าที่เคยถกเถียงกันก่อนหน้า นอกจากนี้ การวิเคราะห์ฟันด้วย CT scan ยังเผยให้เห็นโครงสร้างภายในที่มีลักษณะเฉพาะ ไม่เหมือนทั้ง H. erectus และ H. antecessor โดยตรง แสดงให้เห็นว่ามีความหลากหลายของประชากรมนุษย์ในแอฟริกาในช่วงต้นไพลสโตซีนมากกว่าที่เคยคิดไว้ การค้นพบนี้จึงไม่เพียงเติมเต็มช่องว่างของประวัติศาสตร์มนุษย์ แต่ยังเปิดประตูสู่คำถามใหม่เกี่ยวกับการกระจายตัวและวิวัฒนาการของมนุษย์ยุคแรกๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ พบฟอสซิลมนุษย์อายุ 773,000 ปีในถ้ำ Grotte à Hominidés ประเทศโมร็อกโก ➡️ ฟอสซิลมีลักษณะผสมระหว่างมนุษย์สมัยใหม่ นีแอนเดอร์ทัล และลักษณะโบราณของ Homo erectus ➡️ การระบุอายุฟอสซิลแม่นยำจากเหตุการณ์กลับขั้วแม่เหล็กโลก Matuyama–Brunhes reversal ➡️ นักวิจัยชี้ว่าฟอสซิลนี้อาจเป็นประชากรใกล้รากกำเนิดของมนุษย์สมัยใหม่ในแอฟริกา ➡️ ฟันและขากรรไกรเผยให้เห็นความหลากหลายของมนุษย์ยุคต้นในแอฟริกา มากกว่าที่เคยคิดไว้ ‼️ คำเตือน / ข้อควรระวังในการตีความ ⛔ ฟอสซิลยังมีจำนวนจำกัด ทำให้การสรุปภาพรวมของประชากรมนุษย์ยุคนี้ยังไม่สมบูรณ์ ⛔ ความสัมพันธ์เชิงสายวิวัฒนาการระหว่างกลุ่มมนุษย์โบราณยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติม ⛔ การตีความฟอสซิลอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีการค้นพบใหม่ในอนาคต ⛔ ไม่สามารถยืนยันได้ว่าฟอสซิลนี้เป็นบรรพบุรุษโดยตรงของมนุษย์สมัยใหม่ แต่เป็น “สายใกล้เคียง” เท่านั้น https://www.sciencealert.com/moroccan-cave-fossils-capture-a-crossroads-in-modern-human-evolution
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Moroccan Cave Fossils Capture a Crossroads in Modern Human Evolution
    Ancient bones discovered in a cave in Casablanca, Morocco, could fill in some of the blanks about human evolution.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 97 มุมมอง 0 รีวิว
  • กริพเพนฝูงแรกสั่งซื้อปี 50 วิโรจน์ยังอยู่ซีเอ็ดบุ๊ค เท้งยังเรียนอยู่จุฬา แล้วมายกมือหนุนซื้อลำที่ไปทิ้งไข่ตอนไหน
    #7ดอกจิก
    กริพเพนฝูงแรกสั่งซื้อปี 50 วิโรจน์ยังอยู่ซีเอ็ดบุ๊ค เท้งยังเรียนอยู่จุฬา แล้วมายกมือหนุนซื้อลำที่ไปทิ้งไข่ตอนไหน #7ดอกจิก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 36 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผู้บริหาร AMD แนะผู้ใช้ “ซื้อซีพียูราคาถูกลง” เพื่อรับมือราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูง — ชี้ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพง

    ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาหน่วยความจำ (RAM) ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าผู้บริโภคสามารถ “บาลานซ์งบประมาณ” ได้ด้วยการเลือกซีพียูรุ่นที่ราคาถูกลงแทนการซื้อรุ่นท็อป เพราะในตลาดปัจจุบันมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพงเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีเสมอไป คำแนะนำนี้สะท้อนถึงความพยายามของ AMD ในการช่วยผู้ใช้จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมในยุคที่ต้นทุนหน่วยความจำสูงขึ้นอย่างมาก

    บทความระบุว่าราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาซัพพลายเชนและความต้องการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาด AI และเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นเมื่อประกอบพีซีใหม่ ผู้บริหาร AMD จึงเสนอว่าการเลือกซีพียูระดับกลางหรือระดับเริ่มต้น เช่น Ryzen 5 หรือ Ryzen 3 อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในช่วงที่ RAM มีราคาแพงกว่าปกติ

    AMD ยังชี้ว่าซีพียูรุ่นใหม่ของบริษัท เช่น Ryzen 7000 และ 8000 Series มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ แม้จะเป็นรุ่นที่ไม่ใช่ตัวท็อปก็ตาม โดยเฉพาะงานทั่วไป เกมระดับกลาง หรือการทำงานแบบมัลติทาสก์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ซีพียูระดับสูงสุดเสมอไป แนวคิดนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำงบไปลงกับ RAM หรือ SSD ที่มีราคาสูงขึ้นแทน เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่สมดุลกว่า

    อย่างไรก็ตาม คำแนะนำนี้ก็ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ของ AMD ในการผลักดันยอดขายซีพียูระดับกลาง–ล่างในช่วงที่ตลาดพีซีชะลอตัว ขณะเดียวกันก็สะท้อนความจริงว่าต้นทุนหน่วยความจำกำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการประกอบพีซีใหม่ในปีนี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผู้บริหาร AMD แนะนำให้ผู้ใช้เลือกซีพียูราคาถูกลงเพื่อชดเชยราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้น
    ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา

    ราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
    สาเหตุจากความต้องการสูงในตลาด AI และปัญหาซัพพลายเชน

    ซีพียูระดับกลางของ AMD เช่น Ryzen 5/3 ยังให้ประสิทธิภาพดีสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่
    เหมาะกับงานทั่วไปและเกมระดับกลาง

    AMD ชี้ว่าผู้ใช้ควรจัดงบให้สมดุลระหว่างซีพียูและ RAM
    เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่คุ้มค่าที่สุด

    ราคาหน่วยความจำอาจยังคงสูงต่อเนื่องในปีนี้
    ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีเพิ่มขึ้น

    การเลือกซีพียูราคาถูกเกินไปอาจจำกัดประสิทธิภาพในอนาคต
    โดยเฉพาะงานหนักหรือเกม AAA รุ่นใหม่

    คำแนะนำของ AMD อาจมีมุมมองเชิงการตลาด
    ผู้ใช้ควรพิจารณาความต้องการจริงของตนเอง

    หากซื้อ RAM ราคาสูงตอนนี้ อาจเจอราคาลดลงในอนาคต
    เสี่ยงต่อการจ่ายแพงเกินจำเป็น

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/senior-amd-executive-suggests-consumers-buy-cheap-cpus-to-combat-memory-pricing-squeeze-says-consumers-have-a-wide-assortment-of-choice-available-for-all-kinds-of-price-points
    🧠💸 ผู้บริหาร AMD แนะผู้ใช้ “ซื้อซีพียูราคาถูกลง” เพื่อรับมือราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูง — ชี้ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพง ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาหน่วยความจำ (RAM) ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าผู้บริโภคสามารถ “บาลานซ์งบประมาณ” ได้ด้วยการเลือกซีพียูรุ่นที่ราคาถูกลงแทนการซื้อรุ่นท็อป เพราะในตลาดปัจจุบันมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพงเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีเสมอไป คำแนะนำนี้สะท้อนถึงความพยายามของ AMD ในการช่วยผู้ใช้จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมในยุคที่ต้นทุนหน่วยความจำสูงขึ้นอย่างมาก บทความระบุว่าราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาซัพพลายเชนและความต้องการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาด AI และเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นเมื่อประกอบพีซีใหม่ ผู้บริหาร AMD จึงเสนอว่าการเลือกซีพียูระดับกลางหรือระดับเริ่มต้น เช่น Ryzen 5 หรือ Ryzen 3 อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในช่วงที่ RAM มีราคาแพงกว่าปกติ AMD ยังชี้ว่าซีพียูรุ่นใหม่ของบริษัท เช่น Ryzen 7000 และ 8000 Series มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ แม้จะเป็นรุ่นที่ไม่ใช่ตัวท็อปก็ตาม โดยเฉพาะงานทั่วไป เกมระดับกลาง หรือการทำงานแบบมัลติทาสก์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ซีพียูระดับสูงสุดเสมอไป แนวคิดนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำงบไปลงกับ RAM หรือ SSD ที่มีราคาสูงขึ้นแทน เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่สมดุลกว่า อย่างไรก็ตาม คำแนะนำนี้ก็ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ของ AMD ในการผลักดันยอดขายซีพียูระดับกลาง–ล่างในช่วงที่ตลาดพีซีชะลอตัว ขณะเดียวกันก็สะท้อนความจริงว่าต้นทุนหน่วยความจำกำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการประกอบพีซีใหม่ในปีนี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผู้บริหาร AMD แนะนำให้ผู้ใช้เลือกซีพียูราคาถูกลงเพื่อชดเชยราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้น ➡️ ตลาดมีตัวเลือกหลากหลายสำหรับทุกช่วงราคา ✅ ราคาหน่วยความจำ DRAM และ NAND เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ➡️ สาเหตุจากความต้องการสูงในตลาด AI และปัญหาซัพพลายเชน ✅ ซีพียูระดับกลางของ AMD เช่น Ryzen 5/3 ยังให้ประสิทธิภาพดีสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ ➡️ เหมาะกับงานทั่วไปและเกมระดับกลาง ✅ AMD ชี้ว่าผู้ใช้ควรจัดงบให้สมดุลระหว่างซีพียูและ RAM ➡️ เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่คุ้มค่าที่สุด ‼️ ราคาหน่วยความจำอาจยังคงสูงต่อเนื่องในปีนี้ ⛔ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีเพิ่มขึ้น ‼️ การเลือกซีพียูราคาถูกเกินไปอาจจำกัดประสิทธิภาพในอนาคต ⛔ โดยเฉพาะงานหนักหรือเกม AAA รุ่นใหม่ ‼️ คำแนะนำของ AMD อาจมีมุมมองเชิงการตลาด ⛔ ผู้ใช้ควรพิจารณาความต้องการจริงของตนเอง ‼️ หากซื้อ RAM ราคาสูงตอนนี้ อาจเจอราคาลดลงในอนาคต ⛔ เสี่ยงต่อการจ่ายแพงเกินจำเป็น https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/senior-amd-executive-suggests-consumers-buy-cheap-cpus-to-combat-memory-pricing-squeeze-says-consumers-have-a-wide-assortment-of-choice-available-for-all-kinds-of-price-points
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Senior AMD executive suggests consumers buy cheap CPUs to combat memory pricing squeeze — says ‘consumers have a wide assortment of choice available for all kinds of price points’
    'Consumers have a wide assortment of choice available for all kinds of price points that they can buy for this coming year. So yeah, I'm not not too concerned about that.'
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 112 มุมมอง 0 รีวิว
  • Frore Systems โชว์ AirJet & LiquidJet ของจริง — คูลลิ่งจิ๋วพลังโหดที่อาจเปลี่ยนอนาคตโน้ตบุ๊กและ AI Server

    Frore Systems นำเทคโนโลยีระบายความร้อนรุ่นใหม่ AirJet และ LiquidJet มาโชว์แบบ “ตัวเป็น ๆ” ในงาน CES โดยชูจุดเด่นว่าให้ประสิทธิภาพสูงกว่าโซลูชันเดิมหลายเท่าในขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด AirJet Mini G2 ซึ่งเป็นโมดูลพื้นฐาน ใช้แผ่นสั่นความถี่สูงเพื่อสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด ทำให้ทำงานเงียบมากและแทบไม่ต้องบำรุงรักษา เหมาะกับอุปกรณ์พกพาอย่าง ultrabook, mini‑PC และ embedded system ที่ต้องการคูลลิ่งระดับ 45W แต่พื้นที่จำกัด

    หนึ่งในเดโมที่โดดเด่นคือ AirJet Pak 5C ซึ่งใช้ AirJet Mini G2 จำนวน 5 ตัว สามารถระบายความร้อนให้ Nvidia Jetson Orin NX Super (40W TDP) ได้อย่างสบาย ทั้งที่ตัวคูลเลอร์หนักเพียง 300 กรัมและมีขนาดใกล้เคียงฮาร์ดดิสก์ 2.5 นิ้ว แต่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าฮีตซิงก์อลูมิเนียมหนัก 2 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีเดโมบน Galaxy Book 5 Pro 14 นิ้ว ที่เปลี่ยนจากระบบพัดลมคู่แบบเดิมเป็น AirJet 4 ตัว ทำให้ได้ TDP สูงขึ้น (24W จากเดิม 20W) และเสียงรบกวนลดลงเหลือเพียง 27 dBA พร้อมประสิทธิภาพ Cinebench ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

    สำหรับงานระดับเซิร์ฟเวอร์ Frore นำ LiquidJet ซึ่งเป็น cold plate แบบไมโครแชนแนล 3D มาโชว์ โดยออกแบบให้เส้นทางน้ำสั้นลงและแรงดันต่ำกว่าโซลูชันทั่วไป ทำให้รองรับความร้อนระดับสูงมาก เช่น Nvidia Rubin 2 SoC ที่ปล่อยความร้อนถึง 1950W แต่ LiquidJet สามารถคุมอุณหภูมิไว้ที่ 65–70°C ได้อย่างน่าทึ่ง รวมถึง ASIC 1200W ที่ยังคงเย็นเพียง 70–75°C แม้น้ำเข้าจะอุ่นถึง 34.5°C ก็ตาม

    เดโมสุดท้ายคือ GPU 600W ที่ปกติร้อนถึง 105°C แต่เมื่อใช้ LiquidJet รุ่นออกแบบพิเศษกลับสามารถคงอุณหภูมิไว้ที่ 95°C ได้อย่างเสถียร แสดงให้เห็นว่า Frore สามารถออกแบบ cold plate ให้ตรงกับ hotspot ของชิปแต่ละรุ่นได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีนี้จึงถูกจับตามองอย่างมากในตลาด AI server ที่ต้องการคูลลิ่งประสิทธิภาพสูงเพื่อควบคุมต้นทุนพลังงานและเพิ่ม ROI

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Frore Systems โชว์ AirJet และ LiquidJet รุ่นผลิตจริงในงาน CES
    AirJet Mini G2 ใช้แผ่นสั่นสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด เงียบและไร้ฝุ่น

    AirJet Pak 5C ระบายความร้อน Jetson Orin NX Super (40W) ได้ด้วยน้ำหนักเพียง 300 กรัม
    ประสิทธิภาพเทียบฮีตซิงก์ 2 กิโลกรัม

    Galaxy Book 5 Pro ใช้ AirJet 4 ตัว ได้ TDP สูงขึ้นและเสียงลดลงเหลือ 27 dBA
    ประสิทธิภาพ Cinebench ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    LiquidJet รองรับความร้อนระดับ 1200–1950W สำหรับ AI server
    Rubin 2 SoC ถูกคุมไว้ที่ 65–70°C แม้โหลดสูงมาก

    GPU 600W ถูกลดอุณหภูมิจาก 105°C เหลือ 95°C ด้วย LiquidJet
    Cold plate ถูกออกแบบตรง hotspot ของชิปแต่ละรุ่น

    AirJet ยังเหมาะกับอุปกรณ์ TDP ต่ำ–กลางเท่านั้น
    ไม่เหมาะกับซีพียูเดสก์ท็อประดับสูง

    LiquidJet ต้องใช้ระบบน้ำเฉพาะทางและอาจมีต้นทุนสูง
    เหมาะกับศูนย์ข้อมูลมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป

    เทคโนโลยีใหม่อาจต้องรอการยอมรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์
    การนำไปใช้จริงอาจใช้เวลาหลายปี

    การออกแบบ cold plate เฉพาะรุ่นอาจเพิ่มต้นทุนการผลิต
    ไม่เหมาะกับตลาดที่ต้องการต้นทุนต่ำ

    https://www.tomshardware.com/pc-components/liquid-cooling/frore-systems-liquidjet-and-airjet-pak-cooling-systems-in-the-flesh-live-demo-with-production-hardware-display-impressive-cooling-capacity
    🧊🚀 Frore Systems โชว์ AirJet & LiquidJet ของจริง — คูลลิ่งจิ๋วพลังโหดที่อาจเปลี่ยนอนาคตโน้ตบุ๊กและ AI Server Frore Systems นำเทคโนโลยีระบายความร้อนรุ่นใหม่ AirJet และ LiquidJet มาโชว์แบบ “ตัวเป็น ๆ” ในงาน CES โดยชูจุดเด่นว่าให้ประสิทธิภาพสูงกว่าโซลูชันเดิมหลายเท่าในขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด AirJet Mini G2 ซึ่งเป็นโมดูลพื้นฐาน ใช้แผ่นสั่นความถี่สูงเพื่อสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด ทำให้ทำงานเงียบมากและแทบไม่ต้องบำรุงรักษา เหมาะกับอุปกรณ์พกพาอย่าง ultrabook, mini‑PC และ embedded system ที่ต้องการคูลลิ่งระดับ 45W แต่พื้นที่จำกัด หนึ่งในเดโมที่โดดเด่นคือ AirJet Pak 5C ซึ่งใช้ AirJet Mini G2 จำนวน 5 ตัว สามารถระบายความร้อนให้ Nvidia Jetson Orin NX Super (40W TDP) ได้อย่างสบาย ทั้งที่ตัวคูลเลอร์หนักเพียง 300 กรัมและมีขนาดใกล้เคียงฮาร์ดดิสก์ 2.5 นิ้ว แต่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าฮีตซิงก์อลูมิเนียมหนัก 2 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีเดโมบน Galaxy Book 5 Pro 14 นิ้ว ที่เปลี่ยนจากระบบพัดลมคู่แบบเดิมเป็น AirJet 4 ตัว ทำให้ได้ TDP สูงขึ้น (24W จากเดิม 20W) และเสียงรบกวนลดลงเหลือเพียง 27 dBA พร้อมประสิทธิภาพ Cinebench ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับงานระดับเซิร์ฟเวอร์ Frore นำ LiquidJet ซึ่งเป็น cold plate แบบไมโครแชนแนล 3D มาโชว์ โดยออกแบบให้เส้นทางน้ำสั้นลงและแรงดันต่ำกว่าโซลูชันทั่วไป ทำให้รองรับความร้อนระดับสูงมาก เช่น Nvidia Rubin 2 SoC ที่ปล่อยความร้อนถึง 1950W แต่ LiquidJet สามารถคุมอุณหภูมิไว้ที่ 65–70°C ได้อย่างน่าทึ่ง รวมถึง ASIC 1200W ที่ยังคงเย็นเพียง 70–75°C แม้น้ำเข้าจะอุ่นถึง 34.5°C ก็ตาม เดโมสุดท้ายคือ GPU 600W ที่ปกติร้อนถึง 105°C แต่เมื่อใช้ LiquidJet รุ่นออกแบบพิเศษกลับสามารถคงอุณหภูมิไว้ที่ 95°C ได้อย่างเสถียร แสดงให้เห็นว่า Frore สามารถออกแบบ cold plate ให้ตรงกับ hotspot ของชิปแต่ละรุ่นได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีนี้จึงถูกจับตามองอย่างมากในตลาด AI server ที่ต้องการคูลลิ่งประสิทธิภาพสูงเพื่อควบคุมต้นทุนพลังงานและเพิ่ม ROI 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Frore Systems โชว์ AirJet และ LiquidJet รุ่นผลิตจริงในงาน CES ➡️ AirJet Mini G2 ใช้แผ่นสั่นสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด เงียบและไร้ฝุ่น ✅ AirJet Pak 5C ระบายความร้อน Jetson Orin NX Super (40W) ได้ด้วยน้ำหนักเพียง 300 กรัม ➡️ ประสิทธิภาพเทียบฮีตซิงก์ 2 กิโลกรัม ✅ Galaxy Book 5 Pro ใช้ AirJet 4 ตัว ได้ TDP สูงขึ้นและเสียงลดลงเหลือ 27 dBA ➡️ ประสิทธิภาพ Cinebench ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ✅ LiquidJet รองรับความร้อนระดับ 1200–1950W สำหรับ AI server ➡️ Rubin 2 SoC ถูกคุมไว้ที่ 65–70°C แม้โหลดสูงมาก ✅ GPU 600W ถูกลดอุณหภูมิจาก 105°C เหลือ 95°C ด้วย LiquidJet ➡️ Cold plate ถูกออกแบบตรง hotspot ของชิปแต่ละรุ่น ‼️ AirJet ยังเหมาะกับอุปกรณ์ TDP ต่ำ–กลางเท่านั้น ⛔ ไม่เหมาะกับซีพียูเดสก์ท็อประดับสูง ‼️ LiquidJet ต้องใช้ระบบน้ำเฉพาะทางและอาจมีต้นทุนสูง ⛔ เหมาะกับศูนย์ข้อมูลมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป ‼️ เทคโนโลยีใหม่อาจต้องรอการยอมรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์ ⛔ การนำไปใช้จริงอาจใช้เวลาหลายปี ‼️ การออกแบบ cold plate เฉพาะรุ่นอาจเพิ่มต้นทุนการผลิต ⛔ ไม่เหมาะกับตลาดที่ต้องการต้นทุนต่ำ https://www.tomshardware.com/pc-components/liquid-cooling/frore-systems-liquidjet-and-airjet-pak-cooling-systems-in-the-flesh-live-demo-with-production-hardware-display-impressive-cooling-capacity
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 114 มุมมอง 0 รีวิว
  • TUXEDO เปิดตัว InfinityBook Max 16 Gen10 — อัปเกรดจอ OLED ใหม่ พร้อมสเปกแรงทะลุขีดจำกัด

    TUXEDO Computers เปิดตัว InfinityBook Max 16 Gen10 รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมการอัปเกรดครั้งใหญ่ ทั้งในด้านหน้าจอ, ซีพียู, และจีพียู โดยรุ่นนี้มาพร้อม หน้าจอ OLED ใหม่, ซีพียู Intel รุ่นล่าสุด และตัวเลือก NVIDIA GPU ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ใช้ Linux ที่ต้องการโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงสำหรับงานหนัก เช่น การพัฒนา, การเรนเดอร์, หรือการทำงานด้านกราฟิกขั้นสูง

    นอกจากหน้าจอ OLED แล้ว InfinityBook Max 16 Gen10 ยังรองรับ RAM สูงสุดถึง 96GB DDR5 5600MHz และพื้นที่เก็บข้อมูลแบบ NVMe PCIe 4.0 สูงสุด 16TB ซึ่งถือว่าเหนือกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊กทั่วไปอย่างมาก ทำให้รองรับงานที่ต้องใช้หน่วยความจำจำนวนมากได้อย่างสบาย เช่น VM หลายตัวพร้อมกัน หรือการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่

    อีกหนึ่งจุดเด่นคือแบตเตอรี่ขนาด 99 Wh ซึ่งเป็นความจุสูงสุดตามกฎหมายการบิน ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นแม้จะเป็นเครื่องประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ยังมาพร้อมตัวเลือกระบบปฏิบัติการ Linux เช่น TUXEDO OS และ Ubuntu 24.04 LTS ให้ผู้ใช้เลือกได้ตามความถนัด โดยทั้งหมดถูกปรับแต่งให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ของ TUXEDO ได้อย่างลื่นไหล

    การเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ TUXEDO ในการผลักดันตลาดโน้ตบุ๊ก Linux ให้แข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่ได้อย่างสูสี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ระดับมืออาชีพที่ต้องการความเสถียรและความเข้ากันได้ของระบบแบบ 100% ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์นี้มาโดยตลอด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    TUXEDO เปิดตัว InfinityBook Max 16 Gen10 รุ่นใหม่
    มาพร้อมหน้าจอ OLED รุ่นล่าสุด

    รองรับ RAM สูงสุด 96GB DDR5 5600MHz
    เหมาะสำหรับงานหนักและ VM จำนวนมาก

    รองรับ SSD NVMe PCIe 4.0 สูงสุด 16TB
    ความเร็วสูงและพื้นที่เหลือเฟือ

    แบตเตอรี่ขนาด 99 Wh
    ความจุสูงสุดตามกฎหมายการบิน

    รองรับ TUXEDO OS และ Ubuntu 24.04 LTS
    ปรับแต่งมาเพื่อการใช้งานบน Linux โดยเฉพาะ

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    สเปกสูงอาจทำให้ราคาค่อนข้างสูง
    ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่จำเป็นต้องใช้สเปกระดับนี้

    หน้าจอ OLED มีโอกาสเกิด burn‑in หากใช้งานภาพนิ่งนาน ๆ
    ควรตั้ง screen timeout หรือใช้ screensaver

    การอัปเกรดภายในอาจต้องใช้ความชำนาญ
    ผู้ใช้ที่ไม่คุ้นเคยควรให้ศูนย์บริการจัดการแทน

    https://9to5linux.com/tuxedo-infinitybook-max-16-gen10-linux-laptop-unveiled-with-new-oled-display
    📰 💻 TUXEDO เปิดตัว InfinityBook Max 16 Gen10 — อัปเกรดจอ OLED ใหม่ พร้อมสเปกแรงทะลุขีดจำกัด TUXEDO Computers เปิดตัว InfinityBook Max 16 Gen10 รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมการอัปเกรดครั้งใหญ่ ทั้งในด้านหน้าจอ, ซีพียู, และจีพียู โดยรุ่นนี้มาพร้อม หน้าจอ OLED ใหม่, ซีพียู Intel รุ่นล่าสุด และตัวเลือก NVIDIA GPU ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ใช้ Linux ที่ต้องการโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงสำหรับงานหนัก เช่น การพัฒนา, การเรนเดอร์, หรือการทำงานด้านกราฟิกขั้นสูง นอกจากหน้าจอ OLED แล้ว InfinityBook Max 16 Gen10 ยังรองรับ RAM สูงสุดถึง 96GB DDR5 5600MHz และพื้นที่เก็บข้อมูลแบบ NVMe PCIe 4.0 สูงสุด 16TB ซึ่งถือว่าเหนือกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊กทั่วไปอย่างมาก ทำให้รองรับงานที่ต้องใช้หน่วยความจำจำนวนมากได้อย่างสบาย เช่น VM หลายตัวพร้อมกัน หรือการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ อีกหนึ่งจุดเด่นคือแบตเตอรี่ขนาด 99 Wh ซึ่งเป็นความจุสูงสุดตามกฎหมายการบิน ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นแม้จะเป็นเครื่องประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ยังมาพร้อมตัวเลือกระบบปฏิบัติการ Linux เช่น TUXEDO OS และ Ubuntu 24.04 LTS ให้ผู้ใช้เลือกได้ตามความถนัด โดยทั้งหมดถูกปรับแต่งให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ของ TUXEDO ได้อย่างลื่นไหล การเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ TUXEDO ในการผลักดันตลาดโน้ตบุ๊ก Linux ให้แข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่ได้อย่างสูสี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ระดับมืออาชีพที่ต้องการความเสถียรและความเข้ากันได้ของระบบแบบ 100% ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์นี้มาโดยตลอด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ TUXEDO เปิดตัว InfinityBook Max 16 Gen10 รุ่นใหม่ ➡️ มาพร้อมหน้าจอ OLED รุ่นล่าสุด ✅ รองรับ RAM สูงสุด 96GB DDR5 5600MHz ➡️ เหมาะสำหรับงานหนักและ VM จำนวนมาก ✅ รองรับ SSD NVMe PCIe 4.0 สูงสุด 16TB ➡️ ความเร็วสูงและพื้นที่เหลือเฟือ ✅ แบตเตอรี่ขนาด 99 Wh ➡️ ความจุสูงสุดตามกฎหมายการบิน ✅ รองรับ TUXEDO OS และ Ubuntu 24.04 LTS ➡️ ปรับแต่งมาเพื่อการใช้งานบน Linux โดยเฉพาะ คำเตือน / ความเสี่ยง ‼️ สเปกสูงอาจทำให้ราคาค่อนข้างสูง ⛔ ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่จำเป็นต้องใช้สเปกระดับนี้ ‼️ หน้าจอ OLED มีโอกาสเกิด burn‑in หากใช้งานภาพนิ่งนาน ๆ ⛔ ควรตั้ง screen timeout หรือใช้ screensaver ‼️ การอัปเกรดภายในอาจต้องใช้ความชำนาญ ⛔ ผู้ใช้ที่ไม่คุ้นเคยควรให้ศูนย์บริการจัดการแทน https://9to5linux.com/tuxedo-infinitybook-max-16-gen10-linux-laptop-unveiled-with-new-oled-display
    9TO5LINUX.COM
    TUXEDO InfinityBook Max 16 Gen10 Linux Laptop Unveiled with New OLED Display - 9to5Linux
    TUXEDO Computers unveils the InfinityBook Max 16 Gen10 Linux-powered laptop with NVIDIA GeForce RTX 5000 Series GPUs, OLED display, and more.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 70 มุมมอง 0 รีวิว
  • เจาะอินไซต์ท่องเที่ยวมาเลเซีย ห้างสรรพสินค้าคือหัวใจหลัก

    ประเทศมาเลเซียประกาศแคมเปญ Visit Malaysia 2026 เมื่อวันที่ 1 ม.ค.มีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 43 ล้านคน จาก 11 เดือนของปี 2568 อยู่ที่ 38.3 ล้านคน โดยจะจัดกิจกรรมมากกว่า 300 รายการตลอดปี ไฮไลท์สำคัญได้แก่ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลอีดิลฟิตรี เทศกาลดีปาวาลี และเทศกาลคริสต์มาส รวมถึงการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลทาดาวกามาตัน (Tadau Kaamatan) ในรัฐซาบาห์ และเทศกาลกาไวดายัก (Gawai Dayak) ของฝั่งมาเลเซียตะวันออก

    อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจการท่องเที่ยวในประเทศ ปี 2567 (Domestic Tourism Survey 2024) ของกรมสถิติมาเลเซีย (DOSM) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือน ก.ย.2568 พบว่าหากเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Visitors) และนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Tourists) กลับพบว่าห้างสรรพสินค้า คือหัวใจหลักของการท่องเที่ยวมาเลเซีย เพราะจากข้อมูลเกือบทุกรัฐ โดยเฉพาะกรุงกัวลาลัมเปอร์ สลังงอร์ ยะโฮร์ และปีนัง จะเห็นว่าห้างสรรพสินค้าติดอันดับ 1 ใน 5 ทั้งสองกลุ่ม

    กรุงกัวลาลัมเปอร์ จุดหมายปลายทางยอดนิยมสามอันดับแรก คือ ห้างสรรพสินค้าโซโก้ (SOGO) ศูนย์การค้ามิดวัลเลย์เมกามอลล์ (Mid Valley Megamall) และศูนย์การค้าซูเรียเคแอลซีซี (Suria KLCC) ปิโตรนาสทาวเวอร์ แต่ต่างกันตรงที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปยังศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ เช่น พาวิลเลียน กัวลาลัมเปอร์ (Pavilion Kuala Lumpur) และเบอร์จายา ไทมส์ สแควร์ (Berjaya Times Square) ขณะที่คนในประเทศเลือกจะไปตลาดปีตาลิง (Petaling Street Market) ย่านไชน่าทาวน์ และปาซาร์เซนี (Pasar Seni) หรือตลาดกลางกัวลาลัมเปอร์

    ส่วนรัฐปีนัง (Penang) นักท่องเที่ยวในประเทศนิยมไปศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างควีนส์เบย์มอลล์ (Queensbay Mall) ซันเวย์คาร์นิวัลมอลล์ (Sunway Carnival Mall) เกอร์นีย์พลาซา (Gurney Plaza) แม้ชาวต่างชาตินิยมไปปีนังฮิลล์ (Penang Hill หรือ Bukit Bendera) หาดบาตูเฟอร์ริงกี (Pantai Batu Ferringhi) อุทยานแห่งชาติปีนัง (Taman Negara Pulau Pinang) และสวนสนุกเอสเคป (ESCAPE) ก็ตาม แต่ก็มีควีนส์เบย์มอลล์ติดอันดับ

    อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น หาดเจอนัง (Pantai Cenang) ในลังกาวี รัฐเคดะห์, อุทยานทางทะเลในซาบาห์ รวมทั้งกลุ่มครอบครัวนิยมไปยังคาเมรอนไฮแลนด์ (Cameron Highlands) เกนติ้งไฮแลนด์ (Genting Highlands) ในรัฐปะหัง และจอนเกอร์สตรีท (Jonker Street) ในรัฐมะละกา แม้คนในท้องถิ่นจะเน้นไปห้างฯ ขนาดใหญ่ในรัฐอื่น และชายหาดที่เดินทางสะดวกก็ตาม

    #Newskit
    เจาะอินไซต์ท่องเที่ยวมาเลเซีย ห้างสรรพสินค้าคือหัวใจหลัก ประเทศมาเลเซียประกาศแคมเปญ Visit Malaysia 2026 เมื่อวันที่ 1 ม.ค.มีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 43 ล้านคน จาก 11 เดือนของปี 2568 อยู่ที่ 38.3 ล้านคน โดยจะจัดกิจกรรมมากกว่า 300 รายการตลอดปี ไฮไลท์สำคัญได้แก่ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลอีดิลฟิตรี เทศกาลดีปาวาลี และเทศกาลคริสต์มาส รวมถึงการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลทาดาวกามาตัน (Tadau Kaamatan) ในรัฐซาบาห์ และเทศกาลกาไวดายัก (Gawai Dayak) ของฝั่งมาเลเซียตะวันออก อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจการท่องเที่ยวในประเทศ ปี 2567 (Domestic Tourism Survey 2024) ของกรมสถิติมาเลเซีย (DOSM) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือน ก.ย.2568 พบว่าหากเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Visitors) และนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Tourists) กลับพบว่าห้างสรรพสินค้า คือหัวใจหลักของการท่องเที่ยวมาเลเซีย เพราะจากข้อมูลเกือบทุกรัฐ โดยเฉพาะกรุงกัวลาลัมเปอร์ สลังงอร์ ยะโฮร์ และปีนัง จะเห็นว่าห้างสรรพสินค้าติดอันดับ 1 ใน 5 ทั้งสองกลุ่ม กรุงกัวลาลัมเปอร์ จุดหมายปลายทางยอดนิยมสามอันดับแรก คือ ห้างสรรพสินค้าโซโก้ (SOGO) ศูนย์การค้ามิดวัลเลย์เมกามอลล์ (Mid Valley Megamall) และศูนย์การค้าซูเรียเคแอลซีซี (Suria KLCC) ปิโตรนาสทาวเวอร์ แต่ต่างกันตรงที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปยังศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ เช่น พาวิลเลียน กัวลาลัมเปอร์ (Pavilion Kuala Lumpur) และเบอร์จายา ไทมส์ สแควร์ (Berjaya Times Square) ขณะที่คนในประเทศเลือกจะไปตลาดปีตาลิง (Petaling Street Market) ย่านไชน่าทาวน์ และปาซาร์เซนี (Pasar Seni) หรือตลาดกลางกัวลาลัมเปอร์ ส่วนรัฐปีนัง (Penang) นักท่องเที่ยวในประเทศนิยมไปศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างควีนส์เบย์มอลล์ (Queensbay Mall) ซันเวย์คาร์นิวัลมอลล์ (Sunway Carnival Mall) เกอร์นีย์พลาซา (Gurney Plaza) แม้ชาวต่างชาตินิยมไปปีนังฮิลล์ (Penang Hill หรือ Bukit Bendera) หาดบาตูเฟอร์ริงกี (Pantai Batu Ferringhi) อุทยานแห่งชาติปีนัง (Taman Negara Pulau Pinang) และสวนสนุกเอสเคป (ESCAPE) ก็ตาม แต่ก็มีควีนส์เบย์มอลล์ติดอันดับ อย่างไรก็ตาม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น หาดเจอนัง (Pantai Cenang) ในลังกาวี รัฐเคดะห์, อุทยานทางทะเลในซาบาห์ รวมทั้งกลุ่มครอบครัวนิยมไปยังคาเมรอนไฮแลนด์ (Cameron Highlands) เกนติ้งไฮแลนด์ (Genting Highlands) ในรัฐปะหัง และจอนเกอร์สตรีท (Jonker Street) ในรัฐมะละกา แม้คนในท้องถิ่นจะเน้นไปห้างฯ ขนาดใหญ่ในรัฐอื่น และชายหาดที่เดินทางสะดวกก็ตาม #Newskit
    1 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 177 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 6

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 6
    อันที่จริงจะว่าไป คุณพี่ปูติน คิดยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายท่อส่งขึ้นมา ก็อาจจะเพราะโดนอเมริกาอังกฤษวางยาเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย
    ปี ค.ศ.1990 ต้นๆ รัฐบาลรัสเซีย นำโดยประธานาธิบดี บอริส เยลซิน พยายามให้ต่างชาติมาลงทุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เกี่ยวกับกิจการน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย เยลซินตกลงให้สัมปทานแก่ บริษัทใหญ่ของอเมริกา และยุโรป ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมัน 2 แห่ง คือ Sakhalin 1 และ Sakhalin 2 โดยการทำข้อตกลงแบ่งผลผลิตกัน production sharing agreement (PSA) โดยมี ExxonMobil เป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ลงทุน มันเป็นสัมปทานที่ไม่ต้องเสียภาษีใดๆทั้งสิ้นให้แก่รัสเซีย….เยี่ยม คุณปู่เยลซิน เนื้อยุ่ยเคี้ยวง่าย
    ตามสัญญานี้ รัฐบาลรัสเซียจะได้รับส่วนแบ่ง เป็นน้ำมัน หรือแก๊สที่ผลิตได้ ….แต่รัสเซียจะได้ส่วนแบ่งนี้ ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนได้ค่าลงทุนในโครงการคืนไปหมดก่อน แบบนี้น่าจะเรียกว่า สัญญาปล้นมากกว่าสัญญาแบ่งผลผลิต
    ผมขอแถมหน่อย สัญญาแบบนี้ มีที่มาน่ารู้จัก มันเป็นสัญญาแม่แบบ ที่ร่างโดย James Baker Institute ถังขยะความคิดของ เจมส์ เบเกอร์ที่ 3 ที่ไอ้โจรร้ายหนีคุก เคยเชิญมาหารือเรื่องการลงทุนกับกลุ่มคาร์ไลล์ Carlyle Group สมัยที่ไอ้โจรร้ายมันนั่งทำเนียบ จำกันได้ไหมครับ ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีไทยอีกท่านหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับ คาร์ไลล์ กรุ๊ปนี่ด้วย ( ข้อมูลส่วนที่มีผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคาร์ไลน์นี้ ผมเอามาจากข้อเขียนของสื่อใหญ่ ชื่อ ทนง ขันทอง เขียนมา 10 กว่าปีแล้ว ลากมารับความดีความชอบด้วยกันซะหน่อยนะครับอาจารย์ )
    สัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาปล้นพิมพ์นี้ คณะทำงานของไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิก เชนี่ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ และเอาไปใช้กับอิรัค และประเทศที่เรียกว่ากำลังพัฒนาแบบบ้านเรา จริงๆ มันเหมือนเป็นสัญญาต้มตุ๋น หรือ ปล้นหน้าด้านๆ หน่วยงานในบ้านเราอ่านเจอ ก็ระวังกันไว้บ้างแล้วกันครับ
    ไม่นานก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศแจ้งว่า โครงการ Sakhalin 1 จะเริ่มทำการผลิต ExxonMobil แจ้งทางรัสเซียว่า ต้นทุนของการผลิตเพิ่มขึ้นไปอีก 30% ดังนั้น ส่วนแบ่งน้ำมันของรัสเซียจึงต้อง “รอ” ไปก่อน มันเป็นการแจ้งโดยนายเจมส์ เบเกอร์ ในฐานะทนายของ ExxonMobil มันคงนึกว่ารัสเซียกินหญ้ามากกว่ามันฝรั่ง
    และ 1 วันก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศเปิดสถานีส่งน้ำมันที่ De Kastri ของโครงการ Sakhalin 1 อย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมของรัสเซียก็ประกาศว่า สถานีส่งน้ำมันของ ExxonMobil ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องผิวดิน จึงสั่งระงับการผลิตน้ำมันไว้ก่อน
    เรียบร้อยคุณพี่ปูติน มีใครฝันว่าจะเห็นเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในบ้านเราไหมครับ ผมมันพวกคลั่งชาติขอฝันหน่อย
    และเช่นเดียวกับโครงการ Sakhalin 2 ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง Royal Dutch Shell ของอังกฤษกับบริษัทน้ำมันญี่ปุ่น ในการสำรวจและผลิตทั้งน้ำมันและแก๊ส ที่ใช้สัญญาพิมพ์เดียวกันกับโครงการ Sakhalin 1 ก็ได้ถูกรัฐบาลของคุณพี่ปูตินยกเลิกการออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และะทำให้การผลิตหยุดชะงักลง เขาว่า Royal Dutch Shell ลงทุนไป 2 หมื่นกว่าล้านเหรียญ เป็นโครงการที่ใหญ่มาก จ้างคนทำงานเกือบ 2 พันคน
    ต้องนับว่าคุณพี่ปูตินนี่ใจถึงจรืงๆ จะสร้างบ้านสร้างเมืองใหม่ มันต้องมีความกล้าหาญ ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง แม้จะเหมือนนั่งอยู่หน้ากองไฟ หน้าไหม้หน้าเกรียมไปบ้าง แต่ยิ่งกว่าคุ้มครับ
    คงมีคนสงสัย รัสเซียที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส ทำไมรัสเซียถึงเน้นสร้างแต่เครือข่ายด้านแก๊ส
    คำตอบแรก คือ น้ำมันมีมาเฟียใหญ่คุมแยะ จากตัวอย่างที่เล่ามาข้างต้น มันอาจจะไปยาก ที่จะเริ่มสร้างชาติให้แข็งแรง ด้วยการวิ่งเข้าไปในดงตีนทันที จะฝ่าดงตีน ต้องมีความพร้อมพอสมควร ด้วยการเตรียมการส่วนอื่นด้วย
    คำตอบที่สอง คือ นำ้มัน สามารถมีการปั่นราคาขึ้นลงได้ ขืนลงทุนสร้างประเทศจากน้ำมัน ไอ้พวกมาเฟียใหญ่ที่คุมทั้งน้ำมัน ทั้งตลาดเงิน ทั้งตลาดหุ้น คงปั่นน้ำมันจนคุณพี่ปูติน จากสุดแกร่ง อาจกลายสภาพเป็นจิ้งหรีดได้ไม่ยาก
    คำตอบที่สาม คือ พวกเสี่ยปั้มตะวันออกกลางครองตลาดน้ำมันไว้แยะแล้ว มาที่หลัง จะให้แซง ของแถมจากมาเฟียใหญ่คงส่งมาเพียบ ยังไม่พร้อม ก็เก็บคะแนนทางอื่นไว้ รอวันพร้อมดีกว่า
    คำตอบที่สี่ คือ แก็ส กำลังเข้ามาแทนที่พลังงานน้ำมันในหลายจุด ความนิยมเริ่มพุ่ง และในยุโรป (ยัง) ไม่มีคู่แข่ง พวกมาเฟียยังนึกไม่ทัน
    คำตอบที่ห้า คือ แก๊ส ขนส่งยากโดยระบบอื่น ต้องใช้อุปกรณ์ค่อนข้างพิเศษ ทำให้มีต้นทุนสูง ส่วนการสร้างท่อส่ง เป็นการลงทุนครั้งเดียว ระยะยาวคุ้มกว่า และการซื้อขายแก๊สทางท่อส่งนี้ มีการทำสัญญาซื้อขายคิดราคาตายตัวล่วงหน้า ตัดโอกาสปั่นราคาออกไปได้ พวกมาเฟียมันจะได้กินแห้วบ้าง
    คำตอบที่หก และเป็นคำตอบที่น่าจะสำคัญที่สุด คือ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่อยู่ใจกลางยูเรเซีย ตามที่ครูแมคพูดไว้ อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน และบริเวณที่ตั้งของรัสเซีย ที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ มีเขตแดน ติดต่อกับ 14 ประเทศ 3 ทวีป หาใครมาเทียบยาก จึงเหมาะที่จะใช้เครือข่ายท่อส่ง เป็นยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์การเมือง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    27 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 6 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 6 อันที่จริงจะว่าไป คุณพี่ปูติน คิดยุทธศาสตร์สร้างเครือข่ายท่อส่งขึ้นมา ก็อาจจะเพราะโดนอเมริกาอังกฤษวางยาเอาไว้ เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย ปี ค.ศ.1990 ต้นๆ รัฐบาลรัสเซีย นำโดยประธานาธิบดี บอริส เยลซิน พยายามให้ต่างชาติมาลงทุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เกี่ยวกับกิจการน้ำมันและแก๊สของรัสเซีย เยลซินตกลงให้สัมปทานแก่ บริษัทใหญ่ของอเมริกา และยุโรป ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมัน 2 แห่ง คือ Sakhalin 1 และ Sakhalin 2 โดยการทำข้อตกลงแบ่งผลผลิตกัน production sharing agreement (PSA) โดยมี ExxonMobil เป็นหัวหน้าฝ่ายผู้ลงทุน มันเป็นสัมปทานที่ไม่ต้องเสียภาษีใดๆทั้งสิ้นให้แก่รัสเซีย….เยี่ยม คุณปู่เยลซิน เนื้อยุ่ยเคี้ยวง่าย ตามสัญญานี้ รัฐบาลรัสเซียจะได้รับส่วนแบ่ง เป็นน้ำมัน หรือแก๊สที่ผลิตได้ ….แต่รัสเซียจะได้ส่วนแบ่งนี้ ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนได้ค่าลงทุนในโครงการคืนไปหมดก่อน แบบนี้น่าจะเรียกว่า สัญญาปล้นมากกว่าสัญญาแบ่งผลผลิต ผมขอแถมหน่อย สัญญาแบบนี้ มีที่มาน่ารู้จัก มันเป็นสัญญาแม่แบบ ที่ร่างโดย James Baker Institute ถังขยะความคิดของ เจมส์ เบเกอร์ที่ 3 ที่ไอ้โจรร้ายหนีคุก เคยเชิญมาหารือเรื่องการลงทุนกับกลุ่มคาร์ไลล์ Carlyle Group สมัยที่ไอ้โจรร้ายมันนั่งทำเนียบ จำกันได้ไหมครับ ยังมีอดีตนายกรัฐมนตรีไทยอีกท่านหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับ คาร์ไลล์ กรุ๊ปนี่ด้วย ( ข้อมูลส่วนที่มีผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มคาร์ไลน์นี้ ผมเอามาจากข้อเขียนของสื่อใหญ่ ชื่อ ทนง ขันทอง เขียนมา 10 กว่าปีแล้ว ลากมารับความดีความชอบด้วยกันซะหน่อยนะครับอาจารย์ ) สัญญาร่วมลงทุน หรือสัญญาปล้นพิมพ์นี้ คณะทำงานของไอ้เหยี่ยวกระหายเลือด ดิก เชนี่ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบ และเอาไปใช้กับอิรัค และประเทศที่เรียกว่ากำลังพัฒนาแบบบ้านเรา จริงๆ มันเหมือนเป็นสัญญาต้มตุ๋น หรือ ปล้นหน้าด้านๆ หน่วยงานในบ้านเราอ่านเจอ ก็ระวังกันไว้บ้างแล้วกันครับ ไม่นานก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศแจ้งว่า โครงการ Sakhalin 1 จะเริ่มทำการผลิต ExxonMobil แจ้งทางรัสเซียว่า ต้นทุนของการผลิตเพิ่มขึ้นไปอีก 30% ดังนั้น ส่วนแบ่งน้ำมันของรัสเซียจึงต้อง “รอ” ไปก่อน มันเป็นการแจ้งโดยนายเจมส์ เบเกอร์ ในฐานะทนายของ ExxonMobil มันคงนึกว่ารัสเซียกินหญ้ามากกว่ามันฝรั่ง และ 1 วันก่อนที่ ExxonMobil จะประกาศเปิดสถานีส่งน้ำมันที่ De Kastri ของโครงการ Sakhalin 1 อย่างเป็นทางการ หน่วยงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมของรัสเซียก็ประกาศว่า สถานีส่งน้ำมันของ ExxonMobil ไม่ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องผิวดิน จึงสั่งระงับการผลิตน้ำมันไว้ก่อน เรียบร้อยคุณพี่ปูติน มีใครฝันว่าจะเห็นเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในบ้านเราไหมครับ ผมมันพวกคลั่งชาติขอฝันหน่อย และเช่นเดียวกับโครงการ Sakhalin 2 ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง Royal Dutch Shell ของอังกฤษกับบริษัทน้ำมันญี่ปุ่น ในการสำรวจและผลิตทั้งน้ำมันและแก๊ส ที่ใช้สัญญาพิมพ์เดียวกันกับโครงการ Sakhalin 1 ก็ได้ถูกรัฐบาลของคุณพี่ปูตินยกเลิกการออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม และะทำให้การผลิตหยุดชะงักลง เขาว่า Royal Dutch Shell ลงทุนไป 2 หมื่นกว่าล้านเหรียญ เป็นโครงการที่ใหญ่มาก จ้างคนทำงานเกือบ 2 พันคน ต้องนับว่าคุณพี่ปูตินนี่ใจถึงจรืงๆ จะสร้างบ้านสร้างเมืองใหม่ มันต้องมีความกล้าหาญ ถ้าทำเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง แม้จะเหมือนนั่งอยู่หน้ากองไฟ หน้าไหม้หน้าเกรียมไปบ้าง แต่ยิ่งกว่าคุ้มครับ คงมีคนสงสัย รัสเซียที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส ทำไมรัสเซียถึงเน้นสร้างแต่เครือข่ายด้านแก๊ส คำตอบแรก คือ น้ำมันมีมาเฟียใหญ่คุมแยะ จากตัวอย่างที่เล่ามาข้างต้น มันอาจจะไปยาก ที่จะเริ่มสร้างชาติให้แข็งแรง ด้วยการวิ่งเข้าไปในดงตีนทันที จะฝ่าดงตีน ต้องมีความพร้อมพอสมควร ด้วยการเตรียมการส่วนอื่นด้วย คำตอบที่สอง คือ นำ้มัน สามารถมีการปั่นราคาขึ้นลงได้ ขืนลงทุนสร้างประเทศจากน้ำมัน ไอ้พวกมาเฟียใหญ่ที่คุมทั้งน้ำมัน ทั้งตลาดเงิน ทั้งตลาดหุ้น คงปั่นน้ำมันจนคุณพี่ปูติน จากสุดแกร่ง อาจกลายสภาพเป็นจิ้งหรีดได้ไม่ยาก คำตอบที่สาม คือ พวกเสี่ยปั้มตะวันออกกลางครองตลาดน้ำมันไว้แยะแล้ว มาที่หลัง จะให้แซง ของแถมจากมาเฟียใหญ่คงส่งมาเพียบ ยังไม่พร้อม ก็เก็บคะแนนทางอื่นไว้ รอวันพร้อมดีกว่า คำตอบที่สี่ คือ แก็ส กำลังเข้ามาแทนที่พลังงานน้ำมันในหลายจุด ความนิยมเริ่มพุ่ง และในยุโรป (ยัง) ไม่มีคู่แข่ง พวกมาเฟียยังนึกไม่ทัน คำตอบที่ห้า คือ แก๊ส ขนส่งยากโดยระบบอื่น ต้องใช้อุปกรณ์ค่อนข้างพิเศษ ทำให้มีต้นทุนสูง ส่วนการสร้างท่อส่ง เป็นการลงทุนครั้งเดียว ระยะยาวคุ้มกว่า และการซื้อขายแก๊สทางท่อส่งนี้ มีการทำสัญญาซื้อขายคิดราคาตายตัวล่วงหน้า ตัดโอกาสปั่นราคาออกไปได้ พวกมาเฟียมันจะได้กินแห้วบ้าง คำตอบที่หก และเป็นคำตอบที่น่าจะสำคัญที่สุด คือ สภาพภูมิประเทศของรัสเซีย ที่อยู่ใจกลางยูเรเซีย ตามที่ครูแมคพูดไว้ อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน และบริเวณที่ตั้งของรัสเซีย ที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ มีเขตแดน ติดต่อกับ 14 ประเทศ 3 ทวีป หาใครมาเทียบยาก จึงเหมาะที่จะใช้เครือข่ายท่อส่ง เป็นยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์การเมือง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 27 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 243 มุมมอง 0 รีวิว
  • หมากรุก ตอนที่ 5

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 5
    ตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ของอเมริกาชัดเจนว่า เป็นยุทธศาสตร์เพื่อการครองโลกแต่ผู้เดียวของอเมริกา ดังนั้นแผนดำเนินการ หรือการเดินหมากของอเมริกา จึงเน้นที่การปิดล้อมและการปิดกั้น ผู้ที่อาจจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งในการครองโลกของตน ไม่ให้มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งทรัพยากร ที่จะทำให้คู่แข่ง มีโอกาส หรือมีอำนาจมากกว่า หรือขึ้นมาเทียบ
    และด้วยการคิดแบบนี้ ย่ำอยู่กับที่มา 70 ปีแล้ว อเมริกา จึงเน้นแต่การสร้างเครือข่ายด้านการทหาร โดยสร้างฐานทัพ พัฒนาศักยภาพและเพิ่มกำลังอาวุธ กำลังพล รูปแบบต่างๆ ที่มีทั้งเป็นทหารในระบบสังกัดกองทัพ และทหารนอกระบบ เช่นทหารรับจ้าง หรือพวก contractor อย่างพวกน้ำดำ Blackwater รวมไปถึงกองกำลังนอกระบบที่เรียกว่า พวกปฏิบัติการหลังฉาก หรือพวก stay behind และตอนนี้ก็เห็นกันแล้วว่า อเมริกาสร้างแม้กระทั่งเครือข่ายผู้ก่อการร้าย
    ความคิดของอเมริกา ที่นำมาสร้างเป็นยุทธศาสตร์ครองโลกนั้น มันเป็นความคิดที่เก่าตกรุ่น ไม่มีมิติ ของการสร้างสรร และที่สำคัญ มันเป็นความคิด หรือยุทธศาสตร์ที่มุ่งหมายที่จะทำลายล้างผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หรือความต้องการของอเมริกา มันเป็นยุทธศาสตร์เชิงทำลาย ….
    บทความชื่อ ” The rise of US nuclear primacy” เขียนโดย Kier Lieber และ Daryl Press ในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ฉบับเดือนมีนาคม/เมษนยน ค.ศ.2006 น่าจะยืนยันได้ดีถึงยุทธศาสตร์เชิงทำลายของอเมริกา ซึ่งสรุปว่า…..
    …. วันนี้ เป็นครั้งแรกในเวลากว่า 50 ปี ที่สามารถกล่าวได้เต็มปากว่า อเมริกาคือสุดยอดของการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป็นไปได้ว่าอีกไม่ช้านี้ ที่อเมริกาจะเป็นผู้ลงมือก่อน (first strike) ในการทำลายอาวุธนิวเคลียร์ระยะไกล ของรัสเซีย หรือจีน
    …..การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ มาจากการปรับปรุงระบบนิวเคลียร์ของอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การพัฒนาทางอาวุธของรัสเซียเสื่อมถอยลงแบบตกเขา ส่วนจีนเองการพัฒนาอาวุธให้ทันสมัย ไปถึงระดับนิวเคลียร์ก็เป็นไปอย่างช้ามาก …..ยกเว้นแต่อเมริกาจะเปลี่ยนแปลงนโยบายของตัว หรือรัสเซีย จีนจะรีบเร่งเครื่อง เพื่อสร้างขนาดและความพร้อมของกองทัพตัวเองเสียใหม่ ……ไม่เช่นนั้น รัสเซีย จีน และทั้งหมดในโลกนี้ จะต้องอยู่ภายใต้เงาของอเมริกา ที่เป็นเจ้าของสุดยอดของอาวุธนิวเคลียร์ ไปอีกนานนนนน….
    คน(โปร)อเมริกันอ่านแล้ว คงภูมิใจฉิบหายเลยนะครับ
    บทความข้างต้น คงไม่ผิดความจริงมากนัก เพราะเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2002 รัฐบาลคาวบอยบุช ก็ประกาศว่า
    ….. อเมริกากำลังใช้ยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ ด้วยการสร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นโครงการใหญ่และมีความสำคัญลำดับแรกๆ ของรัฐบาลคาวบอย นั่นคือ การสร้างระบบการต่อสู้ด้วยจรวด อเมริกาบอกกับพลเมืองของตนว่า เราต้องทำ เพื่อเตรียมรับมือกับการก่อการร้าย…..
    แต่น่าสังเกตว่า ที่อเมริกากำลังสร้างนั้น มันเป็นระบบรุก offensive ไม่ใช่เป็นระบบป้องกัน defensive ดังนั้น เป้าหมายจริง น่าจะเป็นการเตรียมการส่งให้แก่ รัสเซีย จีน
    เสียละมากกว่า
    และก็ต้องนับว่าอเมริกา นี่ลื่นมาก ใช้ผู้ก่อการ้ายมาเป็นข้ออ้างมาตั้งแต่ตอนโน้นเลย แต่ พอมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นจริงๆ ดันสูดกลิ่นไม่ได้ หาไม่เจอ ปราบไม่สำเร็จ… ได้แต่ทำหน้าเครียด ตาขวางขู่ผ่านสื่อว่า you are next….ใคร ใคร (วะ) ฮาชะมัด
    ส่วนรัสเซีย ตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย ในปี ค.ศ.1991 การพัฒนาอาวุธของรัสเซียที่เป็นทายาท ตามข่าวเหมือนจะแผ่วลงไป เพราะรัสเซียกำลังคร่ำเคร่งในการประคองตัวให้ยืนได้เสียก่อน
    และน่าสนใจว่า เพราะยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อทำลาย ของอเมริกานั่นเอง ที่ทำให้รัสเซียและจีน หันมาจับมือกันแน่นเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง
    รัสเซียและจีน น่าจะคิดไม่ต่างกัน ต่างมีนโยบายที่ต้องการสร้างประเทศให้เข้มแข็ง ช่วยตัวเองได้ พึ่งพาปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด และสร้างแนวร่วมที่สามารถจะช่วยเหลือเกื้อหนุนกันเอง
    ปี ค.ศ.2001 รัสเซีย จีน ทำสัญญา Russia China Friendship and Cooperation Treaty เป็นสัญญาทวิภาคีฉบับแรกระหว่างกัน นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950
    สัญญานี้ เน้นการร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศ เพื่อรับมือกับการทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของโลกของอเมริกา โดยรัสเซีย จีน ตกลงที่จะให้ร่วมมือกันทั้งด้านความมั่นคง และด้านเศรษฐกิจ
    รัสเซียเริ่มแบ่งข้อมูลของตัว เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการพัฒนาอาวุธให้แก่จีน และจีน จอมแกะแบบและจอมก๊อบ ก็แกะ และก๊อบ และช่วยพัฒนากลับให้กับรัสเซีย ด้วยวิธีนี้ ทั้งรัสเซียและจีน จึงก้าวไปข้างหน้าด้วยกันด้านอาวุธ รัสเซียและจีนน่าจะขอบใจ ไอ้ปากมอมที่มาช่วยเตือนว่า คนหนึ่งกำลังดิ่งลงหน้าผา ส่วนอีกคนหนึ่งก็เดินช้าเหมือนเต่า
    ขณะเดียวกัน รัสเซียมองดูตัวเอง เหมือนคนที่ต้องเริ่มตั้งตัวใหม่ หลังจากฉิบหายบ้านแตกสาแหรกขาด แถมล้มละลายอีกต่างหาก สมบัติติดตัวมีค่า คือทรัพย์ในดิน รัสเซียมีแหล่งแก๊สใหญ่ที่สุดในโลก มีบ่อน้ำมันมากกว่า 130,000 บ่อ ยังมีแหล่งน้ำมันและแก๊ส ที่ยังไม่ได้สำรวจอีกประมาณ 2,000 แห่ง ทางรอดของรัสเซียคือ สร้างประเทศ ที่เละจากการถูกรุมตี ซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้ยืนขึ้นมาใหม่ให้ได้จากทรัพย์ในดินของตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่สร้างอาวุธ เพื่อเอาไปใช้ปล้นสมบัติคนอื่น ปล้นเสร็จก็ฆ่าเจ้าของทิ้ง พร้อมกับเผาบ้านทำลายหลักฐาน เหมือนที่ไอ้บางพวกมันชอบทำกัน
    รัสเซียจึงเริ่มต้นสร้างประเทศให้แข็งแรง ด้วยยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายเหมือนกัน มันไม่ใช่เครือข่ายด้านกำลังทหาร แต่เป็นเครือข่ายท่อส่งแก๊ส และน้ำมัน !!! ให้กับเพื่อนและลูกค้า ที่น่าจะเป็นการช่วยให้สถานะของตนเองเป็นอันตรายน้อยลง และมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ฟังดูไม่น่าตื่นเต้น แต่น่าสนใจครับ
    ปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) รัสเซีย ในสมัยที่นายบอริส เยลซิน เป็นประธานาธิบดี ก็เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในบ้าน ไม่น่าเชื่อว่ามันมาจากพิษต้มยำกุ้ง ที่ลามข้ามทวีป จนเป็นโอกาสให้ไอเอมเอฟ เข้ามาจัดการรัสเซีย ด้วยการใช้นโยบายแปรรูปกิจการรัฐ เอาออกขายให้พวกขายชาติไม่กี่ตัว ที่สมคบกับต่างชาติ ซื้อเอาเป็นกิจการส่วนตัว เล่นเอาเศรษฐกิจรัสเซีย ซึ่งกำลังเปราะบางเหมือนข้าวเกรียบว่าว ก็แตกกระจาย นี่ผมเขียนเรื่องรัสเซียนะครับ แต่มันเหมือนกับบ้านเราอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ที่ไม่เหมือน คือวิธีแก้เกม วิธีพาประเทศออกจากกับดักอเมริกา ของรัสเซีย กับของสมันน้อย ต่างกันยังกับหนังคนละม้วน (ตอนนั้นเป็นสมันน้อยจริงๆ ตอนนี้ “หวัง” ว่าจะไม่ใช่แล้ว)
    และในปีนั้น คุณพี่ปูติน ซึ่งอยู่ในคณะทำงานของรัฐบาลรัสเซีย ก็เสนอนโยบายให้กับรัฐบาล ให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการให้รัฐเป็นผู้ควบคุมแหล่งพลังงาน และทรัพยากรของประเทศเสียเอง รวมทั้ง เป็นผู้ดำเนินการผลิตน้ำมันและแก๊ส ขาย และส่งออกเองด้วย เพื่อเป็นการลดต้นทุน จากการค้ากำไรของพ่อค้า และจะทำให้ชาวรัสเซียได้ใช้น้ำมันและแก๊สของรัสเซียเองในราคาถูก เป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจในประเทศส่วนหนึ่ง และนำกำไรจากการขายส่งออกพลังงาน ให้กลับมาอยู่ที่รัฐบาล เพื่อเอามาสร้างประเทศต่อไป
    นอกจากนั้น คุณพี่ปูติน ยังเสนอให้ มีการออกกฏหมายห้ามการค้าแบบผูกขาด ไม่ว่าจะผูกโดยธุรกิจใน หรือนอกประเทศ และห้ามต่างประเทศเข้ามามีส่วนถือหุ้นหรือลงทุน ในการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงาน ทรัพย์ในดินของประเทศ
    สรุปสั้นๆ ว่า คุณพี่ปูติน ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป การเอาทรัพย์สินสำคัญของชาติออกขายให้ต่างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการค้าเสรี ฯลฯ ที่อเมริกาเอามาแพร่เชื้อ ที่ไอเอมเอฟเอามารัดคอ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัสเซียฉิบหายหนักขึ้นจนในที่สุดถึงล้มละลาย ข้อเสนอของคุณพี่ปูติน เป็น การหักดิบ ตัดขาด จาก นโยบาย ความคิดและทฤษฏีลวงของอเมริกา อย่างสิ้นเชิง
    ปี ค.ศ.2000 คุณพี่ปูติน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี นโยบายสำคัญลำดับแรกของรัฐบาลปูตินคือ จัดการโอนเอากิจการสำคัญกลับมาเป็นของรัฐ โดยเฉพาะ Gazprom ที่จะต้องมาทำหน้าที่เป็นเจ้าของเครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัฐ ต่อจากนั้น เขาพยายามระงับการขายหุ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน Yokos และ Sibneft ที่กำลังเตรียมการ ที่จะขายให้กับบริษัทอเมริกัน (หน้าม้าของคาวบอยบุช)
    แค่ 2 เรื่องนี่ ก็คงพอทำให้อเมริกาและสื่อตะวันตก ช่วยกันประทับตราคุณพี่ปูติน ว่าเป็นคนเลวอย่างที่สุดแล้ว เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติตน มากกว่าเสรีภาพของมนุษย์ในการแสดงออก ฮา
    ขั้นตอนต่อไป คุณพี่ปูตินจัดการรวมเอานักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ นักธุรกิจ ที่รัสเซียเรียกว่า ” siloviki” หรือ nationalist พวกชาตินิยม มาเป็นผู้ร่วมร่างแผนการฟื้นฟูประเทศ และบริหารองค์กรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรของชาติ แต่ตะวันตกบอก เป็นพวก เคจีบี หรือ อยู่ฝ่ายความมั่นคงต่างหาก และด่าปูตินว่า กำลังดำเนินการฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซีย ทำแบบนี้แถวบ้านเรา คงถูกเรียกว่า เป็นพวกเผด็จการคลั่งชาติ
    แต่คุณพี่ปูตินไม่สนใจ เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่อส่งแก็ส ตามยุทธศาสตร์ ที่ทำให้รัสเซียเหมือนใส่หมวกกันน๊อก กันถูกตักดีหัว หรือ ล้มอีกทีต้องหัวไม่แตก
    รัสเซียสร้างเครือข่ายท่อส่งที่โยงใยไปทั่ว เป็นระยะทางทั้งหมดไม่น้อยกว่า 150,000 กม เครือข่ายท่อส่งนี้ มี Gazprom ที่เป็นของรัฐ เป็นเจ้าของ และเป็นผู้มีสิทธิใช้แต่ผู้เดียว
    แค่ในปี ค.ศ.2009 แก๊สของรัสเซียส่งออกไปให้ยุโรป ผ่านท่อส่ง 12 เส้น
    3 ท่อส่ง วิ่งตรงไปยัง ฟินแลนด์ แอสโทเนีย และลัตเวีย
    4 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่เบราลุส และส่งออกต่อไปยัง ลิทัวเนีย และ โปแลนด์
    5 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่ยูเครน เพื่อให้ยูเครน ส่งต่อให้ สโลวาเกีย โรมาเนีย ฮังการี และ โปแลนด์
    เห็นจำนวนท่อส่งและสถานที่รับแก๊สแล้ว คงพอเข้าใจนะครับ ว่า ทำไมยูเครน ถึงต้องมีปฏิวัติ เพื่อเอาคนของอเมริกามาคุมยูเครน และเรื่องยูเครนก็จะไม่มีวันสงบง่ายๆ และ รัสเซียก็จะเดินหน้าเรื่องท่อส่งแก๊สมาที่ยุโรป แบบมีเชือกคอยกระตุกให้หงายท้องอยู่ตลอดเวลา
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    26 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 5 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 5 ตลอด 70 ปี ที่ผ่านมา ยุทธศาสตร์ของอเมริกาชัดเจนว่า เป็นยุทธศาสตร์เพื่อการครองโลกแต่ผู้เดียวของอเมริกา ดังนั้นแผนดำเนินการ หรือการเดินหมากของอเมริกา จึงเน้นที่การปิดล้อมและการปิดกั้น ผู้ที่อาจจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งในการครองโลกของตน ไม่ให้มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งทรัพยากร ที่จะทำให้คู่แข่ง มีโอกาส หรือมีอำนาจมากกว่า หรือขึ้นมาเทียบ และด้วยการคิดแบบนี้ ย่ำอยู่กับที่มา 70 ปีแล้ว อเมริกา จึงเน้นแต่การสร้างเครือข่ายด้านการทหาร โดยสร้างฐานทัพ พัฒนาศักยภาพและเพิ่มกำลังอาวุธ กำลังพล รูปแบบต่างๆ ที่มีทั้งเป็นทหารในระบบสังกัดกองทัพ และทหารนอกระบบ เช่นทหารรับจ้าง หรือพวก contractor อย่างพวกน้ำดำ Blackwater รวมไปถึงกองกำลังนอกระบบที่เรียกว่า พวกปฏิบัติการหลังฉาก หรือพวก stay behind และตอนนี้ก็เห็นกันแล้วว่า อเมริกาสร้างแม้กระทั่งเครือข่ายผู้ก่อการร้าย ความคิดของอเมริกา ที่นำมาสร้างเป็นยุทธศาสตร์ครองโลกนั้น มันเป็นความคิดที่เก่าตกรุ่น ไม่มีมิติ ของการสร้างสรร และที่สำคัญ มันเป็นความคิด หรือยุทธศาสตร์ที่มุ่งหมายที่จะทำลายล้างผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หรือความต้องการของอเมริกา มันเป็นยุทธศาสตร์เชิงทำลาย …. บทความชื่อ ” The rise of US nuclear primacy” เขียนโดย Kier Lieber และ Daryl Press ในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังขยะความคิด CFR ฉบับเดือนมีนาคม/เมษนยน ค.ศ.2006 น่าจะยืนยันได้ดีถึงยุทธศาสตร์เชิงทำลายของอเมริกา ซึ่งสรุปว่า….. …. วันนี้ เป็นครั้งแรกในเวลากว่า 50 ปี ที่สามารถกล่าวได้เต็มปากว่า อเมริกาคือสุดยอดของการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป็นไปได้ว่าอีกไม่ช้านี้ ที่อเมริกาจะเป็นผู้ลงมือก่อน (first strike) ในการทำลายอาวุธนิวเคลียร์ระยะไกล ของรัสเซีย หรือจีน …..การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ มาจากการปรับปรุงระบบนิวเคลียร์ของอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การพัฒนาทางอาวุธของรัสเซียเสื่อมถอยลงแบบตกเขา ส่วนจีนเองการพัฒนาอาวุธให้ทันสมัย ไปถึงระดับนิวเคลียร์ก็เป็นไปอย่างช้ามาก …..ยกเว้นแต่อเมริกาจะเปลี่ยนแปลงนโยบายของตัว หรือรัสเซีย จีนจะรีบเร่งเครื่อง เพื่อสร้างขนาดและความพร้อมของกองทัพตัวเองเสียใหม่ ……ไม่เช่นนั้น รัสเซีย จีน และทั้งหมดในโลกนี้ จะต้องอยู่ภายใต้เงาของอเมริกา ที่เป็นเจ้าของสุดยอดของอาวุธนิวเคลียร์ ไปอีกนานนนนน…. คน(โปร)อเมริกันอ่านแล้ว คงภูมิใจฉิบหายเลยนะครับ บทความข้างต้น คงไม่ผิดความจริงมากนัก เพราะเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ.2002 รัฐบาลคาวบอยบุช ก็ประกาศว่า ….. อเมริกากำลังใช้ยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ ด้วยการสร้างกองทัพที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นโครงการใหญ่และมีความสำคัญลำดับแรกๆ ของรัฐบาลคาวบอย นั่นคือ การสร้างระบบการต่อสู้ด้วยจรวด อเมริกาบอกกับพลเมืองของตนว่า เราต้องทำ เพื่อเตรียมรับมือกับการก่อการร้าย….. แต่น่าสังเกตว่า ที่อเมริกากำลังสร้างนั้น มันเป็นระบบรุก offensive ไม่ใช่เป็นระบบป้องกัน defensive ดังนั้น เป้าหมายจริง น่าจะเป็นการเตรียมการส่งให้แก่ รัสเซีย จีน เสียละมากกว่า และก็ต้องนับว่าอเมริกา นี่ลื่นมาก ใช้ผู้ก่อการ้ายมาเป็นข้ออ้างมาตั้งแต่ตอนโน้นเลย แต่ พอมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นจริงๆ ดันสูดกลิ่นไม่ได้ หาไม่เจอ ปราบไม่สำเร็จ… ได้แต่ทำหน้าเครียด ตาขวางขู่ผ่านสื่อว่า you are next….ใคร ใคร (วะ) ฮาชะมัด ส่วนรัสเซีย ตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย ในปี ค.ศ.1991 การพัฒนาอาวุธของรัสเซียที่เป็นทายาท ตามข่าวเหมือนจะแผ่วลงไป เพราะรัสเซียกำลังคร่ำเคร่งในการประคองตัวให้ยืนได้เสียก่อน และน่าสนใจว่า เพราะยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อทำลาย ของอเมริกานั่นเอง ที่ทำให้รัสเซียและจีน หันมาจับมือกันแน่นเป็นแนวร่วมที่เข้มแข็ง รัสเซียและจีน น่าจะคิดไม่ต่างกัน ต่างมีนโยบายที่ต้องการสร้างประเทศให้เข้มแข็ง ช่วยตัวเองได้ พึ่งพาปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด และสร้างแนวร่วมที่สามารถจะช่วยเหลือเกื้อหนุนกันเอง ปี ค.ศ.2001 รัสเซีย จีน ทำสัญญา Russia China Friendship and Cooperation Treaty เป็นสัญญาทวิภาคีฉบับแรกระหว่างกัน นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 สัญญานี้ เน้นการร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศ เพื่อรับมือกับการทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของโลกของอเมริกา โดยรัสเซีย จีน ตกลงที่จะให้ร่วมมือกันทั้งด้านความมั่นคง และด้านเศรษฐกิจ รัสเซียเริ่มแบ่งข้อมูลของตัว เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการพัฒนาอาวุธให้แก่จีน และจีน จอมแกะแบบและจอมก๊อบ ก็แกะ และก๊อบ และช่วยพัฒนากลับให้กับรัสเซีย ด้วยวิธีนี้ ทั้งรัสเซียและจีน จึงก้าวไปข้างหน้าด้วยกันด้านอาวุธ รัสเซียและจีนน่าจะขอบใจ ไอ้ปากมอมที่มาช่วยเตือนว่า คนหนึ่งกำลังดิ่งลงหน้าผา ส่วนอีกคนหนึ่งก็เดินช้าเหมือนเต่า ขณะเดียวกัน รัสเซียมองดูตัวเอง เหมือนคนที่ต้องเริ่มตั้งตัวใหม่ หลังจากฉิบหายบ้านแตกสาแหรกขาด แถมล้มละลายอีกต่างหาก สมบัติติดตัวมีค่า คือทรัพย์ในดิน รัสเซียมีแหล่งแก๊สใหญ่ที่สุดในโลก มีบ่อน้ำมันมากกว่า 130,000 บ่อ ยังมีแหล่งน้ำมันและแก๊ส ที่ยังไม่ได้สำรวจอีกประมาณ 2,000 แห่ง ทางรอดของรัสเซียคือ สร้างประเทศ ที่เละจากการถูกรุมตี ซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้ยืนขึ้นมาใหม่ให้ได้จากทรัพย์ในดินของตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่สร้างอาวุธ เพื่อเอาไปใช้ปล้นสมบัติคนอื่น ปล้นเสร็จก็ฆ่าเจ้าของทิ้ง พร้อมกับเผาบ้านทำลายหลักฐาน เหมือนที่ไอ้บางพวกมันชอบทำกัน รัสเซียจึงเริ่มต้นสร้างประเทศให้แข็งแรง ด้วยยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายเหมือนกัน มันไม่ใช่เครือข่ายด้านกำลังทหาร แต่เป็นเครือข่ายท่อส่งแก๊ส และน้ำมัน !!! ให้กับเพื่อนและลูกค้า ที่น่าจะเป็นการช่วยให้สถานะของตนเองเป็นอันตรายน้อยลง และมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ฟังดูไม่น่าตื่นเต้น แต่น่าสนใจครับ ปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2540) รัสเซีย ในสมัยที่นายบอริส เยลซิน เป็นประธานาธิบดี ก็เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในบ้าน ไม่น่าเชื่อว่ามันมาจากพิษต้มยำกุ้ง ที่ลามข้ามทวีป จนเป็นโอกาสให้ไอเอมเอฟ เข้ามาจัดการรัสเซีย ด้วยการใช้นโยบายแปรรูปกิจการรัฐ เอาออกขายให้พวกขายชาติไม่กี่ตัว ที่สมคบกับต่างชาติ ซื้อเอาเป็นกิจการส่วนตัว เล่นเอาเศรษฐกิจรัสเซีย ซึ่งกำลังเปราะบางเหมือนข้าวเกรียบว่าว ก็แตกกระจาย นี่ผมเขียนเรื่องรัสเซียนะครับ แต่มันเหมือนกับบ้านเราอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ที่ไม่เหมือน คือวิธีแก้เกม วิธีพาประเทศออกจากกับดักอเมริกา ของรัสเซีย กับของสมันน้อย ต่างกันยังกับหนังคนละม้วน (ตอนนั้นเป็นสมันน้อยจริงๆ ตอนนี้ “หวัง” ว่าจะไม่ใช่แล้ว) และในปีนั้น คุณพี่ปูติน ซึ่งอยู่ในคณะทำงานของรัฐบาลรัสเซีย ก็เสนอนโยบายให้กับรัฐบาล ให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการให้รัฐเป็นผู้ควบคุมแหล่งพลังงาน และทรัพยากรของประเทศเสียเอง รวมทั้ง เป็นผู้ดำเนินการผลิตน้ำมันและแก๊ส ขาย และส่งออกเองด้วย เพื่อเป็นการลดต้นทุน จากการค้ากำไรของพ่อค้า และจะทำให้ชาวรัสเซียได้ใช้น้ำมันและแก๊สของรัสเซียเองในราคาถูก เป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจในประเทศส่วนหนึ่ง และนำกำไรจากการขายส่งออกพลังงาน ให้กลับมาอยู่ที่รัฐบาล เพื่อเอามาสร้างประเทศต่อไป นอกจากนั้น คุณพี่ปูติน ยังเสนอให้ มีการออกกฏหมายห้ามการค้าแบบผูกขาด ไม่ว่าจะผูกโดยธุรกิจใน หรือนอกประเทศ และห้ามต่างประเทศเข้ามามีส่วนถือหุ้นหรือลงทุน ในการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงาน ทรัพย์ในดินของประเทศ สรุปสั้นๆ ว่า คุณพี่ปูติน ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป การเอาทรัพย์สินสำคัญของชาติออกขายให้ต่างชาติ ไม่เห็นด้วยกับการค้าเสรี ฯลฯ ที่อเมริกาเอามาแพร่เชื้อ ที่ไอเอมเอฟเอามารัดคอ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รัสเซียฉิบหายหนักขึ้นจนในที่สุดถึงล้มละลาย ข้อเสนอของคุณพี่ปูติน เป็น การหักดิบ ตัดขาด จาก นโยบาย ความคิดและทฤษฏีลวงของอเมริกา อย่างสิ้นเชิง ปี ค.ศ.2000 คุณพี่ปูติน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี นโยบายสำคัญลำดับแรกของรัฐบาลปูตินคือ จัดการโอนเอากิจการสำคัญกลับมาเป็นของรัฐ โดยเฉพาะ Gazprom ที่จะต้องมาทำหน้าที่เป็นเจ้าของเครือข่ายท่อส่งแก๊สของรัฐ ต่อจากนั้น เขาพยายามระงับการขายหุ้นใหญ่ของบริษัทน้ำมัน Yokos และ Sibneft ที่กำลังเตรียมการ ที่จะขายให้กับบริษัทอเมริกัน (หน้าม้าของคาวบอยบุช) แค่ 2 เรื่องนี่ ก็คงพอทำให้อเมริกาและสื่อตะวันตก ช่วยกันประทับตราคุณพี่ปูติน ว่าเป็นคนเลวอย่างที่สุดแล้ว เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติตน มากกว่าเสรีภาพของมนุษย์ในการแสดงออก ฮา ขั้นตอนต่อไป คุณพี่ปูตินจัดการรวมเอานักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ นักธุรกิจ ที่รัสเซียเรียกว่า ” siloviki” หรือ nationalist พวกชาตินิยม มาเป็นผู้ร่วมร่างแผนการฟื้นฟูประเทศ และบริหารองค์กรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรของชาติ แต่ตะวันตกบอก เป็นพวก เคจีบี หรือ อยู่ฝ่ายความมั่นคงต่างหาก และด่าปูตินว่า กำลังดำเนินการฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซีย ทำแบบนี้แถวบ้านเรา คงถูกเรียกว่า เป็นพวกเผด็จการคลั่งชาติ แต่คุณพี่ปูตินไม่สนใจ เดินหน้าสร้างเครือข่ายท่อส่งแก็ส ตามยุทธศาสตร์ ที่ทำให้รัสเซียเหมือนใส่หมวกกันน๊อก กันถูกตักดีหัว หรือ ล้มอีกทีต้องหัวไม่แตก รัสเซียสร้างเครือข่ายท่อส่งที่โยงใยไปทั่ว เป็นระยะทางทั้งหมดไม่น้อยกว่า 150,000 กม เครือข่ายท่อส่งนี้ มี Gazprom ที่เป็นของรัฐ เป็นเจ้าของ และเป็นผู้มีสิทธิใช้แต่ผู้เดียว แค่ในปี ค.ศ.2009 แก๊สของรัสเซียส่งออกไปให้ยุโรป ผ่านท่อส่ง 12 เส้น 3 ท่อส่ง วิ่งตรงไปยัง ฟินแลนด์ แอสโทเนีย และลัตเวีย 4 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่เบราลุส และส่งออกต่อไปยัง ลิทัวเนีย และ โปแลนด์ 5 ท่อส่ง ผ่านเข้าไปที่ยูเครน เพื่อให้ยูเครน ส่งต่อให้ สโลวาเกีย โรมาเนีย ฮังการี และ โปแลนด์ เห็นจำนวนท่อส่งและสถานที่รับแก๊สแล้ว คงพอเข้าใจนะครับ ว่า ทำไมยูเครน ถึงต้องมีปฏิวัติ เพื่อเอาคนของอเมริกามาคุมยูเครน และเรื่องยูเครนก็จะไม่มีวันสงบง่ายๆ และ รัสเซียก็จะเดินหน้าเรื่องท่อส่งแก๊สมาที่ยุโรป แบบมีเชือกคอยกระตุกให้หงายท้องอยู่ตลอดเวลา สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 26 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 296 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260107 #TechRadar

    OpenAI เผยมีผู้ใช้ ChatGPT ด้านสุขภาพกว่า 40 ล้านครั้งต่อวัน
    รายงานใหม่ของ OpenAI ระบุว่าผู้คนทั่วโลกกว่า 40 ล้านครั้งต่อวันใช้ ChatGPT เพื่อถามคำถามด้านสุขภาพ ตั้งแต่ตรวจสอบอาการ ไปจนถึงทำความเข้าใจคำแนะนำทางการแพทย์ โดยบริษัทมองว่า AI กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยด้านสุขภาพ” ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและลดความสับสน แม้จะยังมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำและความเสี่ยงหากผู้ใช้เชื่อข้อมูลมากเกินไป แต่ตัวเลขการใช้งานสะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากเลือกพึ่งพา AI ในช่วงเวลาที่เข้าถึงแพทย์ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/openai-says-40-million-people-use-chatgpt-for-healthcare-every-day

    Samsung โชว์จอพับไร้รอยพับครั้งแรก คาดเป็นสัญญาณถึง iPhone Fold
    ซัมซุงเปิดตัวเทคโนโลยีจอพับแบบไร้รอยพับที่ CES 2026 ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ใน iPhone Fold รุ่นแรกของ Apple ก่อนที่ซัมซุงเองจะนำไปใช้ในรุ่นถัดไป โดยจอนี้ถูกนำมาเทียบกับ Galaxy Z Fold 7 ให้เห็นชัดว่ารอยพับหายไปเกือบหมด ทำให้ตลาดมือถือพับได้อาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทั้งสวยงามและทนทานกว่าเดิม พร้อมคาดการณ์ว่า iPhone Fold อาจเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้
    https://www.techradar.com/phones/iphone/samsung-just-revealed-the-first-creaseless-foldable-screen-and-it-could-be-a-serious-hint-towards-the-iphone-fold

    Google เตรียมยุติการรองรับ POP3 ใน Gmail ปี 2026
    Google ประกาศว่าจะหยุดรองรับ POP3 ใน Gmail ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดึงอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นเข้ามาใน Gmail ได้อีกต่อไป รวมถึงยุติฟีเจอร์ Gmailify ที่เคยช่วยเพิ่มระบบกันสแปมและฟีเจอร์ขั้นสูงให้บัญชีอีเมลภายนอก โดย Google แนะนำให้ใช้ IMAP แทน แม้จะมีข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าธุรกิจที่มีเครื่องมือย้ายข้อมูลใน Workspace อยู่แล้ว
    https://www.techradar.com/pro/google-set-to-end-pop3-support-heres-what-we-know

    ข่าวลือ OpenAI อาจซื้อ Pinterest จุดกระแสไม่พอใจจากผู้ใช้
    เพียงแค่บทความคาดการณ์ว่า OpenAI อาจเข้าซื้อ Pinterest ก็ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจทันที เพราะกังวลว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการคัดสรรด้วยมือจะถูกกลืนด้วย AI และข้อมูลบนบอร์ดของพวกเขาอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล แม้จะยังไม่มีดีลจริง แต่กระแสต่อต้านสะท้อนว่าผู้ใช้ยังต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ที่ไม่ถูกครอบงำด้วย AI ขณะที่หุ้น Pinterest กลับพุ่งขึ้นเพียงเพราะข่าวลือดังกล่าว
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openais-rumored-acquisition-plans-for-pinterest-provoke-fury-among-some-users

    HP เปิดตัวคีย์บอร์ดที่เป็นคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ รองรับ Copilot+
    HP เปิดตัว EliteBoard G1a คีย์บอร์ดที่ภายในบรรจุพีซีครบชุด ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 พร้อมพลังประมวลผล AI มากพอสำหรับฟีเจอร์ Copilot+ บน Windows 11 แม้ตัวเครื่องจะบางเพียง 12 มม. แต่รองรับ RAM สูงสุด 64GB, SSD 2TB, ต่อจอ 4K ได้สองจอ และมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้เป็นแนวคิดใหม่ของพีซีแบบพกพาที่รวมทุกอย่างไว้ในคีย์บอร์ดเดียว
    https://www.techradar.com/computing/keyboards/hp-just-squeezed-a-desktop-computer-into-a-keyboard-and-its-powerful-enough-to-be-a-copilot-pc

    Deepfakes และความเชื่อมั่นดิจิทัลกำลังถูกท้าทาย
    ยุคที่ดีปเฟกและการปลอมแปลงด้วย AI แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคม เศรษฐกิจ และสถาบันการเงินเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทั้งการหลอกลวงด้วยใบหน้าเสียงปลอม การใช้วิดีโอปลอมในเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการโจมตีองค์กรที่สร้างความเสียหายมหาศาล จึงเกิดแนวคิด “Proof of Humanness” เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานเป็นมนุษย์จริงโดยไม่ต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความเชื่อมั่นดิจิทัลในอนาคต และเป็นทางรอดจากโลกที่แยกของจริงออกจากของปลอมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/pro/deepfakes-and-distrust-how-human-provenance-can-rebuild-digital-confidence

    ความสับสนเรื่องการรีแบรนด์ Microsoft Office → Microsoft 365 Copilot
    ผู้ใช้จำนวนมากเกิดความงุนงงเมื่อพบว่า Office.com ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Copilot ทั้งที่การรีแบรนด์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 แล้ว โดย Microsoft ต้องการผลักดัน Copilot ให้เป็นศูนย์กลางการทำงาน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความไม่พอใจ เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าถูกบังคับให้ใช้ AI มากเกินไป รวมถึงความกังวลว่าชื่อ “Office” อาจหายไปจากวงการซอฟต์แวร์ในที่สุด
    https://www.techradar.com/pro/microsoft-office-has-been-rebranded-to-microsoft-365-copilot-or-has-it

    มัลแวร์ปลอม Blue Screen of Death หลอกเหยื่อให้ติดตั้งตัวเอง
    แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียใช้แคมเปญ ClickFix รูปแบบใหม่ ส่งอีเมลปลอมเรื่องการจองโรงแรมเพื่อหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ ก่อนแสดงหน้าจอ BSOD ปลอมเพื่อทำให้ตื่นตระหนกและรันสคริปต์ที่เป็นมัลแวร์จริง ซึ่งสามารถปิด Defender ขโมยรหัสผ่าน และดึงข้อมูลคลิปบอร์ดได้ ถือเป็นการโจมตีที่ผสมผสานจิตวิทยาและเทคนิคขั้นสูงเพื่อหลบการตรวจจับ
    https://www.techradar.com/pro/security/hackers-use-blue-screen-of-death-malware-to-target-victims

    มือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงแบบ BlackBerry กลับมาแล้ว
    Clicks Communicator เปิดตัวมือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงด้านล่างและหน้าจอ AMOLED ขนาดกะทัดรัด ให้กลิ่นอาย BlackBerry ยุคทอง เน้นการพิมพ์และการทำงานเป็นหลัก มาพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microSD สูงสุด 2TB เหมาะสำหรับคนที่คิดถึงความรู้สึกการพิมพ์แบบปุ่มจริง และต้องการมือถือเครื่องที่สองสำหรับงาน Productivity
    https://www.techradar.com/phones/android/missing-your-blackberry-the-clicks-communicator-brings-back-the-physical-keyboard-and-a-3-5mm-headphone-jack

    Edge ถูกรีดีไซน์ให้คล้าย Copilot และผู้ใช้ไม่ปลื้ม
    Microsoft กำลังทดสอบดีไซน์ใหม่ของ Edge ที่ยืมสไตล์จาก Copilot ทั้งโทนสี ฟอนต์ และเมนูต่าง ๆ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดโหมด Copilot ก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านว่า Microsoft กำลังยัดเยียด AI มากเกินไป และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ “Microslop” แพร่กระจาย เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าประสบการณ์ใช้งานถูกบังคับให้เดินตามทิศทาง AI โดยไม่ฟังเสียงชุมชน
    https://www.techradar.com/computing/windows/microslop-is-heading-for-edge-major-browser-redesign-is-inspired-by-copilot-and-its-already-seriously-unpopular

    ช่องโหว่ WebUI เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ยึดบัญชีและรันโค้ดระยะไกล
    Open WebUI ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 8/10 (CVE‑2025‑64496) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉีดโค้ดผ่าน Direct Connection และขโมยโทเคนเพื่อยึดบัญชี รวมถึงอาจลุกลามไปสู่การรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยปัญหาเกิดจากการเชื่อมต่อไปยังโมเดลภายนอกที่ไม่ปลอดภัย และสามารถถูกหลอกให้เพิ่ม URL อันตรายได้ง่าย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 0.6.35 และจำกัดสิทธิ์การใช้เครื่องมือให้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น
    https://www.techradar.com/pro/security/this-webui-vulnerability-allows-remote-code-execution-heres-how-to-stay-safe

    องค์กรกว่า 50 แห่งถูกขโมยข้อมูลเพราะไม่เปิดใช้ MFA
    รายงานเผยว่าบริษัทใหญ่ระดับ Deloitte, KPMG และ Samsung ตกเป็นเหยื่อแฮ็กเกอร์ “Zestix” หลังไม่มีการบังคับใช้ MFA ทำให้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมยจากมัลแวร์อย่าง RedLine, Lumma และ Vidar ถูกนำไปใช้เข้าถึงคลาวด์และดูดข้อมูลจำนวนมาก บางองค์กรใช้รหัสผ่านเดิมมานานหลายปี ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง เช่น Pickett & Associates สูญข้อมูลกว่า 139GB
    https://www.techradar.com/pro/security/dozens-of-organizations-fall-victim-to-infostealers-after-failing-to-enforce-mfa

    งานวิจัยเตือน AI อาจทำให้มนุษย์ต้องรับผิดชอบงานมากขึ้น แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม
    บทความจาก Occupational Medicine ชี้ว่าการนำ AI มาใช้ช่วยงานอาจทำให้มนุษย์ต้องรับบท “ผู้จัดการ AI” เพิ่มภาระ ตรวจสอบความผิดพลาด และรับความเครียดมากขึ้น แม้งานจะถูกมองว่าง่ายขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ พร้อมเตือนว่าการจัดการที่ไม่ดีอาจกระทบต่อสุขภาพ ผลิตภาพ และโครงสร้างแรงงานในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/new-report-on-ai-adoption-warns-workers-could-face-more-complex-responsibilities-for-lower-pay

    กลุ่มแฮ็กเกอร์ SLH กลับมาอีกครั้ง แต่ดันโดนล่อเข้ากับดัก Honeypot
    กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters อ้างว่าบุกระบบ Resecurity ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายถูกเปิดโปงว่าตกหลุม Honeypot ที่สร้างข้อมูลปลอมไว้ล่อ ทำให้ Resecurity สามารถเก็บ IP, บัญชีที่เชื่อมโยง และหลักฐานต่าง ๆ ส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ถือเป็นการพลิกเกมที่ทำให้กลุ่มแฮ็กเกอร์เสี่ยงถูกจับกุมมากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/security/notorious-hacking-collective-returns-but-researchers-say-they-fell-for-a-honeypot

    AMD ประกาศยุค “YottaScale” ชี้ AI จะต้องการพลังประมวลผลระดับมหาศาล
    Lisa Su ซีอีโอ AMD กล่าวบนเวที CES 2026 ว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ต้องการพลังประมวลผลระดับ YottaFLOPS ซึ่งมากกว่าปัจจุบันถึง 10,000 เท่า พร้อมเปิดตัวชิปและโซลูชันใหม่ เช่น MI455 GPU และ EPYC Venice ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยย้ำว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สุดในรอบ 50 ปี
    https://www.techradar.com/pro/amd-ceo-welcomes-us-to-the-yottascale-era-lisa-su-says-ai-will-need-yottaflops-of-compute-power-soon

    Lenovo เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน
    Lenovo เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI ใหม่ชื่อ Qira ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และพีซีอย่างไร้รอยต่อ พร้อมฟีเจอร์ Smart Modes, Smart Share และ Smart Care ที่ช่วยปรับแต่งระบบ แชร์ไฟล์เร็วขึ้น และแก้ปัญหาเครื่องด้วย AI รวมถึงโซลูชัน AI สำหรับธุรกิจ SMB ที่เน้นความปลอดภัยและการประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Lenovo ที่ผลักดัน AI ให้เป็นหัวใจของการทำงานยุคใหม่
    https://www.techradar.com/pro/lenovo-unveils-the-ai-tools-it-hopes-will-supercharge-your-productivity-at-work

    ตำนาน Conner หวนคืนวงการสตอเรจใน CES 2026
    แบรนด์ Conner ผู้บุกเบิกฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้วในยุค 80–90 กลับมาอีกครั้งใน CES 2026 ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นสตอเรจพกพา เช่น SSD ขนาดเล็ก อุปกรณ์สำรองข้อมูลมือถือ และรุ่นที่ผสานพาวเวอร์แบงก์ โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคโมบายมากกว่าตลาดพีซีแบบเดิม แม้ตลาดแข่งขันสูง แต่การกลับมาครั้งนี้ก็สร้างความสนใจว่าบรรดาแบรนด์ในตำนานอื่น ๆ อาจตามกลับมาเช่นกัน
    https://www.techradar.com/pro/legendary-hdd-brand-that-created-3-5-inch-format-makes-surprising-comeback-at-ces-could-illustrious-names-like-maxtor-iomega-or-syquest-be-next

    OWC เปิดตัว SSD Thunderbolt 5 ความจุ 8TB เร็วแรงทะลุ 6000MB/s
    OWC เปิดตัว Envoy Ultra Thunderbolt 5 SSD ความจุ 8TB ที่รองรับความเร็วสูงกว่า 6000MB/s โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมไร้พัดลม ทนฝุ่นและน้ำระดับ IP67 และรองรับทั้ง Mac, Windows, iPad Pro และ Chromebook แม้ราคาจะสูงถึง $1,699 แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์สำหรับมืออาชีพที่ต้องการความเร็วและความจุระดับสูงสุดในตลาดปัจจุบัน
    https://www.techradar.com/pro/owc-debuts-pcie-gen4-class-8tb-thunderbolt-5-external-ssd-the-largest-and-fastest-in-its-category-but-it-wont-be-cheap

    ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าถูกแฮกข้อมูลลูกค้ากว่า 1 ล้านราย
    Brightspeed หนึ่งในผู้ให้บริการไฟเบอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่กลุ่มแฮกเกอร์ Crimson Collective อ้างว่าขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 1 ล้านราย รวมถึงชื่อ อีเมล เบอร์โทร และข้อมูลการชำระเงินบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันเหตุการณ์ แต่ระบุว่ากำลังสืบสวนอย่างจริงจัง เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ
    https://www.techradar.com/pro/security/one-of-the-largest-us-broadband-providers-investigates-breach

    หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock รุ่นใหม่มี “ขา” ปีนบันไดได้จริง
    Roborock เปิดตัว Saros Rover หุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้นแบบที่มาพร้อมขาแบบสติลท์ สามารถปีนบันได หมุนตัวบนขั้นบันได เดินบนพื้นต่างระดับ และหลบสิ่งกีดขวางอย่างคล่องตัว แม้ยังเป็นต้นแบบที่ต้องปรับปรุง แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่สามารถทำงานในบ้านหลายระดับได้จริง และอาจเปลี่ยนมาตรฐานของตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในอนาคต
    https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/i-just-saw-roborocks-new-robot-vacuum-with-legs-and-its-going-to-make-no-go-zones-a-thing-of-the-past

    AI Bubble – ฟองสบู่ที่แตกได้ แต่เทคโนโลยีไม่หายไป
    บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กระแสการลงทุนด้าน AI จะพองโตเกินจริงและอาจยุบตัวลงในไม่ช้า แต่ตัวเทคโนโลยีเองจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป เพราะ AI ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในองค์กรทั่วโลก โดยประเทศต่าง ๆ มีท่าทีต่อ AI แตกต่างกัน—สหรัฐฯ เร่งนวัตกรรม จีนเน้นลอกเลียนแบบ ส่วนยุโรปออกกฎเข้ม—และผู้ชนะในยุคนี้จะเป็นองค์กรที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพคน ไม่ใช่ลดคนทำงาน
    https://www.techradar.com/pro/the-ai-bubble-it-will-burst-but-ai-will-still-be-here

    Philips Hue SpatialAware – ระบบไฟอัจฉริยะที่เข้าใจตำแหน่งจริงในห้อง
    Philips Hue เปิดตัวฟีเจอร์ SpatialAware ที่ทำให้ระบบไฟสามารถรับรู้ตำแหน่งของหลอดไฟแต่ละดวงในห้องผ่านการสแกนด้วยกล้องมือถือ แล้วปรับโทนสีและความสว่างให้สมจริงขึ้น เช่น การจำลองแสงพระอาทิตย์ตกหรือท้องฟ้าสว่าง พร้อมอัปเดตให้ Bridge Pro รองรับอุปกรณ์มากขึ้น และเพิ่มความสามารถของผู้ช่วย AI รวมถึงรองรับ Apple Home ได้ดีขึ้น ทำให้บ้านอัจฉริยะมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/home/smart-lights/the-philips-hue-app-can-now-customize-lighting-scenes-so-they-suit-the-layout-of-your-rooms

    Lenovo Yoga Mini i – พีซีทรงกระบอกจิ๋ว รองรับ 4 จอ พร้อมพลัง AI
    Lenovo เปิดตัว Yoga Mini i พีซีขนาดเล็กเพียง 600 กรัม แต่รองรับจอภายนอกได้ถึง 4 จอ ใช้ชิป Intel Core Ultra X7 พร้อม RAM สูงสุด 32GB และ SSD สูงสุด 2TB ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Copilot+ เพื่อรองรับงาน AI และมัลติทาสก์ได้ดี แม้จะไม่เล็กเท่า ThinkCentre M75n Nano รุ่นในตำนาน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้ต้องการพีซีพกพาที่ทำงานจริงจังได้ครบเครื่อง
    https://www.techradar.com/pro/lenovo-adds-copilot-mac-mini-rival-to-yoga-product-line-but-i-am-so-disappointed-that-it-didnt-revive-the-nano-m75n-the-smallest-pc-ever

    Lenovo ThinkCentre X Tower – เวิร์กสเตชันคู่ GPU พร้อมการ์ด AI 1TB ลึกลับ
    ThinkCentre X Tower รุ่นใหม่ของ Lenovo กลับมาพร้อมระบบรองรับ GPU คู่แบบ RTX 5060 Ti รวม VRAM 32GB เพื่อประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้ในเครื่องเดียว และยังมี “AI Fusion Card” ขนาด 1TB ที่ช่วยให้ทำ post-training โมเดลระดับ 70B parameters ได้ในเครื่อง พร้อมสเปกจัดเต็มทั้ง Intel Ultra 9, RAM สูงสุด 256GB และพื้นที่เก็บข้อมูล M.2 สูงสุด 6TB เหมาะสำหรับงาน AI inference และงานข้อมูลหนักระดับองค์กร
    https://www.techradar.com/pro/return-of-the-sli-lenovos-new-workstation-pc-supports-up-to-2-rtx-5060-ti-gpus-for-ai-inference-but-im-more-interested-in-the-secretive-1tb-ai-fusion-card

    Motorola Razr Fold – มือถือพับจอใหญ่ 8.1 นิ้ว พร้อมปากกาและกล้องจัดเต็ม
    Motorola เปิดตัว Razr Fold มือถือพับรุ่นใหม่ที่ขยายสู่ตลาดแท็บเล็ตพับได้ ด้วยหน้าจอใหญ่ 8.1 นิ้วและจอหน้าปก 6.6 นิ้ว รองรับปากกา Moto Pen Ultra ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่า Galaxy Fold 7 พร้อมชุดกล้อง 5 ตัว รวมถึงกล้องหน้า 20MP และกล้องเซลฟี่ 32MP ที่ให้ความยืดหยุ่นด้านการถ่ายภาพสูง แม้ยังไม่เปิดเผยสเปกชิปหรือราคา แต่ดีไซน์ ฟีเจอร์ AI และความสามารถด้านมัลติทาสก์ทำให้รุ่นนี้น่าจับตามองมากในตลาดพับได้
    https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/motorola-razr-fold-is-mostly-a-mystery-but-it-already-outdoes-the-galaxy-fold-7-in-one-key-way

    Nvidia เปิดตัว G‑Sync Pulsar: ยกระดับความคมชัดการเคลื่อนไหวสำหรับเกมเมอร์
    Nvidia เผยโฉม G‑Sync Pulsar เทคโนโลยีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหา motion blur โดยใช้ระบบ backlight แบบแบ่งโซนและการสแกนแบบ rolling scan ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัดขึ้นอย่างมากจนการเล่นเกม 250fps ให้ความรู้สึกเหมือนจอ 1,000Hz พร้อมเปิดตัวในจอรุ่นใหม่จาก Acer, Asus, AOC และ MSI ในวันที่ 7 มกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ VRR รุ่นถัดไปสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูงสุด
    https://www.techradar.com/computing/monitors/nvidias-new-g-sync-pulsar-update-for-motion-clarity-is-a-big-win-for-pc-gamers-and-heres-why

    Motorola Signature: เรือธงสุดแกร่งที่สเปกจัดเต็ม แต่ชิปยังไม่สุด
    Motorola เปิดตัว Motorola Signature สมาร์ทโฟนเรือธงดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมกล้อง 50MP ทั้งสี่ตัว หน้าจอ AMOLED 165Hz ความสว่างสูงสุด 6,200 nits แบต 5,200mAh และชาร์จเร็ว 90W พร้อมความทนทานระดับ IP68/IP69 แต่จุดอ่อนคือชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ยังไม่ใช่รุ่นท็อป ทำให้ประสิทธิภาพไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงคู่แข่งระดับไฮเอนด์ แม้โดยรวมยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความครบเครื่องและอัปเดตยาว 7 ปี
    https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/the-motorola-signature-is-a-stunning-rugged-samsung-galaxy-s25-rival-with-one-unfortunate-weakness

    เตือนภัย! แคมเปญมัลแวร์ใหม่ขโมยแชต AI ผ่านส่วนขยาย Chrome ปลอม
    นักวิจัยพบส่วนขยาย Chrome ปลอมสองตัวที่มีผู้ใช้รวมเกือบ 900,000 ราย แอบดึงข้อมูลการสนทนากับ AI และ URL ของแท็บทุก 30 นาที ส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม โดยปลอมตัวเป็นส่วนขยายยอดนิยมด้าน AI ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของส่วนขยายที่แม้จะอยู่ในร้านค้าอย่างเป็นทางการก็ยังอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรตรวจสอบสิทธิ์และความน่าเชื่อถือก่อนติดตั้งเสมอ
    https://www.techradar.com/pro/security/this-new-malware-campaign-is-stealing-chat-logs-via-chrome-extensions

    Intel Arc B390: iGPU ตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาเล่นเกมลื่นระดับสูงได้จริง
    Intel เปิดตัวชิป Core Ultra series 3 พร้อม iGPU Arc B390 ที่สร้างความประทับใจด้วยประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับสูง สามารถรันเกมอย่าง Battlefield 6 และ Dying Light: The Beast ที่ 1080p ด้วยเฟรมเรตสูงเกินคาด แม้ไม่มีการ์ดจอแยก ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาในปี 2026 กลายเป็นตัวเลือกที่เล่นเกมได้จริงจังมากขึ้น และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด ultrabook ที่ต้องการทั้งความบางและพลังกราฟิกในตัวเดียว
    https://www.techradar.com/computing/cpu/the-intel-core-ultra-series-3-processors-look-impressive-enough-but-the-arc-b390-igpu-is-the-real-game-changer-here

    เสียงชัดคือหัวใจของการทำงานร่วมกับ AI — ถ้า AI ฟังคุณไม่ได้ มันก็ช่วยคุณไม่ได้
    บทความชี้ให้เห็นว่าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน การมีระบบเสียงที่คมชัดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ AI ต้องอาศัยเสียงที่ถูกต้องเพื่อประมวลผล ฟังอารมณ์ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทั้งในการประชุม การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันระหว่างทีมทั่วโลก องค์กรที่ลงทุนในไมโครโฟนและระบบประมวลผลเสียงคุณภาพสูงจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ลดความผิดพลาด และปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่
    https://www.techradar.com/pro/if-ai-cant-hear-you-it-cant-help-you-why-clear-audio-drives-real-productivity
    📌📡🟢 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟢📡📌 #รวมข่าวIT #20260107 #TechRadar 🏥 OpenAI เผยมีผู้ใช้ ChatGPT ด้านสุขภาพกว่า 40 ล้านครั้งต่อวัน รายงานใหม่ของ OpenAI ระบุว่าผู้คนทั่วโลกกว่า 40 ล้านครั้งต่อวันใช้ ChatGPT เพื่อถามคำถามด้านสุขภาพ ตั้งแต่ตรวจสอบอาการ ไปจนถึงทำความเข้าใจคำแนะนำทางการแพทย์ โดยบริษัทมองว่า AI กำลังกลายเป็น “ผู้ช่วยด้านสุขภาพ” ที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลและลดความสับสน แม้จะยังมีข้อกังวลเรื่องความแม่นยำและความเสี่ยงหากผู้ใช้เชื่อข้อมูลมากเกินไป แต่ตัวเลขการใช้งานสะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากเลือกพึ่งพา AI ในช่วงเวลาที่เข้าถึงแพทย์ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openai/openai-says-40-million-people-use-chatgpt-for-healthcare-every-day 📱 Samsung โชว์จอพับไร้รอยพับครั้งแรก คาดเป็นสัญญาณถึง iPhone Fold ซัมซุงเปิดตัวเทคโนโลยีจอพับแบบไร้รอยพับที่ CES 2026 ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ใน iPhone Fold รุ่นแรกของ Apple ก่อนที่ซัมซุงเองจะนำไปใช้ในรุ่นถัดไป โดยจอนี้ถูกนำมาเทียบกับ Galaxy Z Fold 7 ให้เห็นชัดว่ารอยพับหายไปเกือบหมด ทำให้ตลาดมือถือพับได้อาจเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทั้งสวยงามและทนทานกว่าเดิม พร้อมคาดการณ์ว่า iPhone Fold อาจเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/samsung-just-revealed-the-first-creaseless-foldable-screen-and-it-could-be-a-serious-hint-towards-the-iphone-fold 📧 Google เตรียมยุติการรองรับ POP3 ใน Gmail ปี 2026 Google ประกาศว่าจะหยุดรองรับ POP3 ใน Gmail ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถดึงอีเมลจากผู้ให้บริการอื่นเข้ามาใน Gmail ได้อีกต่อไป รวมถึงยุติฟีเจอร์ Gmailify ที่เคยช่วยเพิ่มระบบกันสแปมและฟีเจอร์ขั้นสูงให้บัญชีอีเมลภายนอก โดย Google แนะนำให้ใช้ IMAP แทน แม้จะมีข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าธุรกิจที่มีเครื่องมือย้ายข้อมูลใน Workspace อยู่แล้ว 🔗 https://www.techradar.com/pro/google-set-to-end-pop3-support-heres-what-we-know 🎨 ข่าวลือ OpenAI อาจซื้อ Pinterest จุดกระแสไม่พอใจจากผู้ใช้ เพียงแค่บทความคาดการณ์ว่า OpenAI อาจเข้าซื้อ Pinterest ก็ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจทันที เพราะกังวลว่าแพลตฟอร์มที่เน้นการคัดสรรด้วยมือจะถูกกลืนด้วย AI และข้อมูลบนบอร์ดของพวกเขาอาจถูกนำไปใช้ฝึกโมเดล แม้จะยังไม่มีดีลจริง แต่กระแสต่อต้านสะท้อนว่าผู้ใช้ยังต้องการพื้นที่สร้างสรรค์ที่ไม่ถูกครอบงำด้วย AI ขณะที่หุ้น Pinterest กลับพุ่งขึ้นเพียงเพราะข่าวลือดังกล่าว 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/openais-rumored-acquisition-plans-for-pinterest-provoke-fury-among-some-users ⌨️ HP เปิดตัวคีย์บอร์ดที่เป็นคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ รองรับ Copilot+ HP เปิดตัว EliteBoard G1a คีย์บอร์ดที่ภายในบรรจุพีซีครบชุด ใช้ชิป AMD Ryzen AI 300 พร้อมพลังประมวลผล AI มากพอสำหรับฟีเจอร์ Copilot+ บน Windows 11 แม้ตัวเครื่องจะบางเพียง 12 มม. แต่รองรับ RAM สูงสุด 64GB, SSD 2TB, ต่อจอ 4K ได้สองจอ และมีแบตเตอรี่ในตัว ทำให้เป็นแนวคิดใหม่ของพีซีแบบพกพาที่รวมทุกอย่างไว้ในคีย์บอร์ดเดียว 🔗 https://www.techradar.com/computing/keyboards/hp-just-squeezed-a-desktop-computer-into-a-keyboard-and-its-powerful-enough-to-be-a-copilot-pc 🧩 Deepfakes และความเชื่อมั่นดิจิทัลกำลังถูกท้าทาย ยุคที่ดีปเฟกและการปลอมแปลงด้วย AI แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคม เศรษฐกิจ และสถาบันการเงินเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทั้งการหลอกลวงด้วยใบหน้าเสียงปลอม การใช้วิดีโอปลอมในเหตุฉุกเฉิน ไปจนถึงการโจมตีองค์กรที่สร้างความเสียหายมหาศาล จึงเกิดแนวคิด “Proof of Humanness” เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้งานเป็นมนุษย์จริงโดยไม่ต้องเก็บข้อมูลชีวมิติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความเชื่อมั่นดิจิทัลในอนาคต และเป็นทางรอดจากโลกที่แยกของจริงออกจากของปลอมได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/pro/deepfakes-and-distrust-how-human-provenance-can-rebuild-digital-confidence 🌀 ความสับสนเรื่องการรีแบรนด์ Microsoft Office → Microsoft 365 Copilot ผู้ใช้จำนวนมากเกิดความงุนงงเมื่อพบว่า Office.com ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Microsoft 365 Copilot ทั้งที่การรีแบรนด์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 แล้ว โดย Microsoft ต้องการผลักดัน Copilot ให้เป็นศูนย์กลางการทำงาน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับสร้างความไม่พอใจ เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าถูกบังคับให้ใช้ AI มากเกินไป รวมถึงความกังวลว่าชื่อ “Office” อาจหายไปจากวงการซอฟต์แวร์ในที่สุด 🔗 https://www.techradar.com/pro/microsoft-office-has-been-rebranded-to-microsoft-365-copilot-or-has-it 💀 มัลแวร์ปลอม Blue Screen of Death หลอกเหยื่อให้ติดตั้งตัวเอง แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียใช้แคมเปญ ClickFix รูปแบบใหม่ ส่งอีเมลปลอมเรื่องการจองโรงแรมเพื่อหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ ก่อนแสดงหน้าจอ BSOD ปลอมเพื่อทำให้ตื่นตระหนกและรันสคริปต์ที่เป็นมัลแวร์จริง ซึ่งสามารถปิด Defender ขโมยรหัสผ่าน และดึงข้อมูลคลิปบอร์ดได้ ถือเป็นการโจมตีที่ผสมผสานจิตวิทยาและเทคนิคขั้นสูงเพื่อหลบการตรวจจับ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hackers-use-blue-screen-of-death-malware-to-target-victims ⌨️ มือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงแบบ BlackBerry กลับมาแล้ว Clicks Communicator เปิดตัวมือถือ Android พร้อมคีย์บอร์ดจริงด้านล่างและหน้าจอ AMOLED ขนาดกะทัดรัด ให้กลิ่นอาย BlackBerry ยุคทอง เน้นการพิมพ์และการทำงานเป็นหลัก มาพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. และ microSD สูงสุด 2TB เหมาะสำหรับคนที่คิดถึงความรู้สึกการพิมพ์แบบปุ่มจริง และต้องการมือถือเครื่องที่สองสำหรับงาน Productivity 🔗 https://www.techradar.com/phones/android/missing-your-blackberry-the-clicks-communicator-brings-back-the-physical-keyboard-and-a-3-5mm-headphone-jack 🧭 Edge ถูกรีดีไซน์ให้คล้าย Copilot และผู้ใช้ไม่ปลื้ม Microsoft กำลังทดสอบดีไซน์ใหม่ของ Edge ที่ยืมสไตล์จาก Copilot ทั้งโทนสี ฟอนต์ และเมนูต่าง ๆ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดโหมด Copilot ก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านว่า Microsoft กำลังยัดเยียด AI มากเกินไป และยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ “Microslop” แพร่กระจาย เพราะผู้ใช้รู้สึกว่าประสบการณ์ใช้งานถูกบังคับให้เดินตามทิศทาง AI โดยไม่ฟังเสียงชุมชน 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/microslop-is-heading-for-edge-major-browser-redesign-is-inspired-by-copilot-and-its-already-seriously-unpopular ⚠️ ช่องโหว่ WebUI เปิดทางให้แฮ็กเกอร์ยึดบัญชีและรันโค้ดระยะไกล Open WebUI ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 8/10 (CVE‑2025‑64496) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีฉีดโค้ดผ่าน Direct Connection และขโมยโทเคนเพื่อยึดบัญชี รวมถึงอาจลุกลามไปสู่การรันโค้ดบนเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยปัญหาเกิดจากการเชื่อมต่อไปยังโมเดลภายนอกที่ไม่ปลอดภัย และสามารถถูกหลอกให้เพิ่ม URL อันตรายได้ง่าย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 0.6.35 และจำกัดสิทธิ์การใช้เครื่องมือให้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-webui-vulnerability-allows-remote-code-execution-heres-how-to-stay-safe 🔐 องค์กรกว่า 50 แห่งถูกขโมยข้อมูลเพราะไม่เปิดใช้ MFA รายงานเผยว่าบริษัทใหญ่ระดับ Deloitte, KPMG และ Samsung ตกเป็นเหยื่อแฮ็กเกอร์ “Zestix” หลังไม่มีการบังคับใช้ MFA ทำให้ข้อมูลล็อกอินที่ถูกขโมยจากมัลแวร์อย่าง RedLine, Lumma และ Vidar ถูกนำไปใช้เข้าถึงคลาวด์และดูดข้อมูลจำนวนมาก บางองค์กรใช้รหัสผ่านเดิมมานานหลายปี ทำให้ความเสียหายขยายวงกว้าง เช่น Pickett & Associates สูญข้อมูลกว่า 139GB 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/dozens-of-organizations-fall-victim-to-infostealers-after-failing-to-enforce-mfa 🧠 งานวิจัยเตือน AI อาจทำให้มนุษย์ต้องรับผิดชอบงานมากขึ้น แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม บทความจาก Occupational Medicine ชี้ว่าการนำ AI มาใช้ช่วยงานอาจทำให้มนุษย์ต้องรับบท “ผู้จัดการ AI” เพิ่มภาระ ตรวจสอบความผิดพลาด และรับความเครียดมากขึ้น แม้งานจะถูกมองว่าง่ายขึ้นก็ตาม ส่งผลให้ค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับความรับผิดชอบ พร้อมเตือนว่าการจัดการที่ไม่ดีอาจกระทบต่อสุขภาพ ผลิตภาพ และโครงสร้างแรงงานในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/new-report-on-ai-adoption-warns-workers-could-face-more-complex-responsibilities-for-lower-pay 🎣 กลุ่มแฮ็กเกอร์ SLH กลับมาอีกครั้ง แต่ดันโดนล่อเข้ากับดัก Honeypot กลุ่ม Scattered Lapsus$ Hunters อ้างว่าบุกระบบ Resecurity ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายถูกเปิดโปงว่าตกหลุม Honeypot ที่สร้างข้อมูลปลอมไว้ล่อ ทำให้ Resecurity สามารถเก็บ IP, บัญชีที่เชื่อมโยง และหลักฐานต่าง ๆ ส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ถือเป็นการพลิกเกมที่ทำให้กลุ่มแฮ็กเกอร์เสี่ยงถูกจับกุมมากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/notorious-hacking-collective-returns-but-researchers-say-they-fell-for-a-honeypot 🚀 AMD ประกาศยุค “YottaScale” ชี้ AI จะต้องการพลังประมวลผลระดับมหาศาล Lisa Su ซีอีโอ AMD กล่าวบนเวที CES 2026 ว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ต้องการพลังประมวลผลระดับ YottaFLOPS ซึ่งมากกว่าปัจจุบันถึง 10,000 เท่า พร้อมเปิดตัวชิปและโซลูชันใหม่ เช่น MI455 GPU และ EPYC Venice ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ โดยย้ำว่า AI จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สุดในรอบ 50 ปี 🔗 https://www.techradar.com/pro/amd-ceo-welcomes-us-to-the-yottascale-era-lisa-su-says-ai-will-need-yottaflops-of-compute-power-soon 🧠✨ Lenovo เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน Lenovo เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI ใหม่ชื่อ Qira ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และพีซีอย่างไร้รอยต่อ พร้อมฟีเจอร์ Smart Modes, Smart Share และ Smart Care ที่ช่วยปรับแต่งระบบ แชร์ไฟล์เร็วขึ้น และแก้ปัญหาเครื่องด้วย AI รวมถึงโซลูชัน AI สำหรับธุรกิจ SMB ที่เน้นความปลอดภัยและการประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของ Lenovo ที่ผลักดัน AI ให้เป็นหัวใจของการทำงานยุคใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/lenovo-unveils-the-ai-tools-it-hopes-will-supercharge-your-productivity-at-work 💾📦 ตำนาน Conner หวนคืนวงการสตอเรจใน CES 2026 แบรนด์ Conner ผู้บุกเบิกฮาร์ดดิสก์ 3.5 นิ้วในยุค 80–90 กลับมาอีกครั้งใน CES 2026 ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นสตอเรจพกพา เช่น SSD ขนาดเล็ก อุปกรณ์สำรองข้อมูลมือถือ และรุ่นที่ผสานพาวเวอร์แบงก์ โดยมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคโมบายมากกว่าตลาดพีซีแบบเดิม แม้ตลาดแข่งขันสูง แต่การกลับมาครั้งนี้ก็สร้างความสนใจว่าบรรดาแบรนด์ในตำนานอื่น ๆ อาจตามกลับมาเช่นกัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/legendary-hdd-brand-that-created-3-5-inch-format-makes-surprising-comeback-at-ces-could-illustrious-names-like-maxtor-iomega-or-syquest-be-next ⚡🚀 OWC เปิดตัว SSD Thunderbolt 5 ความจุ 8TB เร็วแรงทะลุ 6000MB/s OWC เปิดตัว Envoy Ultra Thunderbolt 5 SSD ความจุ 8TB ที่รองรับความเร็วสูงกว่า 6000MB/s โดยไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟภายนอก ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมไร้พัดลม ทนฝุ่นและน้ำระดับ IP67 และรองรับทั้ง Mac, Windows, iPad Pro และ Chromebook แม้ราคาจะสูงถึง $1,699 แต่ถูกวางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์สำหรับมืออาชีพที่ต้องการความเร็วและความจุระดับสูงสุดในตลาดปัจจุบัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/owc-debuts-pcie-gen4-class-8tb-thunderbolt-5-external-ssd-the-largest-and-fastest-in-its-category-but-it-wont-be-cheap 🔐⚠️ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าถูกแฮกข้อมูลลูกค้ากว่า 1 ล้านราย Brightspeed หนึ่งในผู้ให้บริการไฟเบอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่กลุ่มแฮกเกอร์ Crimson Collective อ้างว่าขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ากว่า 1 ล้านราย รวมถึงชื่อ อีเมล เบอร์โทร และข้อมูลการชำระเงินบางส่วน แม้บริษัทจะยังไม่ยืนยันเหตุการณ์ แต่ระบุว่ากำลังสืบสวนอย่างจริงจัง เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/one-of-the-largest-us-broadband-providers-investigates-breach 🤖🦵 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Roborock รุ่นใหม่มี “ขา” ปีนบันไดได้จริง Roborock เปิดตัว Saros Rover หุ่นยนต์ดูดฝุ่นต้นแบบที่มาพร้อมขาแบบสติลท์ สามารถปีนบันได หมุนตัวบนขั้นบันได เดินบนพื้นต่างระดับ และหลบสิ่งกีดขวางอย่างคล่องตัว แม้ยังเป็นต้นแบบที่ต้องปรับปรุง แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่สามารถทำงานในบ้านหลายระดับได้จริง และอาจเปลี่ยนมาตรฐานของตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/i-just-saw-roborocks-new-robot-vacuum-with-legs-and-its-going-to-make-no-go-zones-a-thing-of-the-past 🧠 AI Bubble – ฟองสบู่ที่แตกได้ แต่เทคโนโลยีไม่หายไป บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้กระแสการลงทุนด้าน AI จะพองโตเกินจริงและอาจยุบตัวลงในไม่ช้า แต่ตัวเทคโนโลยีเองจะยังคงอยู่และเติบโตต่อไป เพราะ AI ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในองค์กรทั่วโลก โดยประเทศต่าง ๆ มีท่าทีต่อ AI แตกต่างกัน—สหรัฐฯ เร่งนวัตกรรม จีนเน้นลอกเลียนแบบ ส่วนยุโรปออกกฎเข้ม—และผู้ชนะในยุคนี้จะเป็นองค์กรที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพคน ไม่ใช่ลดคนทำงาน 🔗 https://www.techradar.com/pro/the-ai-bubble-it-will-burst-but-ai-will-still-be-here 💡 Philips Hue SpatialAware – ระบบไฟอัจฉริยะที่เข้าใจตำแหน่งจริงในห้อง Philips Hue เปิดตัวฟีเจอร์ SpatialAware ที่ทำให้ระบบไฟสามารถรับรู้ตำแหน่งของหลอดไฟแต่ละดวงในห้องผ่านการสแกนด้วยกล้องมือถือ แล้วปรับโทนสีและความสว่างให้สมจริงขึ้น เช่น การจำลองแสงพระอาทิตย์ตกหรือท้องฟ้าสว่าง พร้อมอัปเดตให้ Bridge Pro รองรับอุปกรณ์มากขึ้น และเพิ่มความสามารถของผู้ช่วย AI รวมถึงรองรับ Apple Home ได้ดีขึ้น ทำให้บ้านอัจฉริยะมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-lights/the-philips-hue-app-can-now-customize-lighting-scenes-so-they-suit-the-layout-of-your-rooms 🖥️ Lenovo Yoga Mini i – พีซีทรงกระบอกจิ๋ว รองรับ 4 จอ พร้อมพลัง AI Lenovo เปิดตัว Yoga Mini i พีซีขนาดเล็กเพียง 600 กรัม แต่รองรับจอภายนอกได้ถึง 4 จอ ใช้ชิป Intel Core Ultra X7 พร้อม RAM สูงสุด 32GB และ SSD สูงสุด 2TB ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Copilot+ เพื่อรองรับงาน AI และมัลติทาสก์ได้ดี แม้จะไม่เล็กเท่า ThinkCentre M75n Nano รุ่นในตำนาน แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้ต้องการพีซีพกพาที่ทำงานจริงจังได้ครบเครื่อง 🔗 https://www.techradar.com/pro/lenovo-adds-copilot-mac-mini-rival-to-yoga-product-line-but-i-am-so-disappointed-that-it-didnt-revive-the-nano-m75n-the-smallest-pc-ever 🚀 Lenovo ThinkCentre X Tower – เวิร์กสเตชันคู่ GPU พร้อมการ์ด AI 1TB ลึกลับ ThinkCentre X Tower รุ่นใหม่ของ Lenovo กลับมาพร้อมระบบรองรับ GPU คู่แบบ RTX 5060 Ti รวม VRAM 32GB เพื่อประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่ได้ในเครื่องเดียว และยังมี “AI Fusion Card” ขนาด 1TB ที่ช่วยให้ทำ post-training โมเดลระดับ 70B parameters ได้ในเครื่อง พร้อมสเปกจัดเต็มทั้ง Intel Ultra 9, RAM สูงสุด 256GB และพื้นที่เก็บข้อมูล M.2 สูงสุด 6TB เหมาะสำหรับงาน AI inference และงานข้อมูลหนักระดับองค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/return-of-the-sli-lenovos-new-workstation-pc-supports-up-to-2-rtx-5060-ti-gpus-for-ai-inference-but-im-more-interested-in-the-secretive-1tb-ai-fusion-card 📱 Motorola Razr Fold – มือถือพับจอใหญ่ 8.1 นิ้ว พร้อมปากกาและกล้องจัดเต็ม Motorola เปิดตัว Razr Fold มือถือพับรุ่นใหม่ที่ขยายสู่ตลาดแท็บเล็ตพับได้ ด้วยหน้าจอใหญ่ 8.1 นิ้วและจอหน้าปก 6.6 นิ้ว รองรับปากกา Moto Pen Ultra ซึ่งเป็นจุดที่เหนือกว่า Galaxy Fold 7 พร้อมชุดกล้อง 5 ตัว รวมถึงกล้องหน้า 20MP และกล้องเซลฟี่ 32MP ที่ให้ความยืดหยุ่นด้านการถ่ายภาพสูง แม้ยังไม่เปิดเผยสเปกชิปหรือราคา แต่ดีไซน์ ฟีเจอร์ AI และความสามารถด้านมัลติทาสก์ทำให้รุ่นนี้น่าจับตามองมากในตลาดพับได้ 🔗 https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/motorola-razr-fold-is-mostly-a-mystery-but-it-already-outdoes-the-galaxy-fold-7-in-one-key-way 🖥️ Nvidia เปิดตัว G‑Sync Pulsar: ยกระดับความคมชัดการเคลื่อนไหวสำหรับเกมเมอร์ Nvidia เผยโฉม G‑Sync Pulsar เทคโนโลยีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดปัญหา motion blur โดยใช้ระบบ backlight แบบแบ่งโซนและการสแกนแบบ rolling scan ทำให้ภาพเคลื่อนไหวคมชัดขึ้นอย่างมากจนการเล่นเกม 250fps ให้ความรู้สึกเหมือนจอ 1,000Hz พร้อมเปิดตัวในจอรุ่นใหม่จาก Acer, Asus, AOC และ MSI ในวันที่ 7 มกราคม 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ VRR รุ่นถัดไปสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลสูงสุด 🔗 https://www.techradar.com/computing/monitors/nvidias-new-g-sync-pulsar-update-for-motion-clarity-is-a-big-win-for-pc-gamers-and-heres-why 📱 Motorola Signature: เรือธงสุดแกร่งที่สเปกจัดเต็ม แต่ชิปยังไม่สุด Motorola เปิดตัว Motorola Signature สมาร์ทโฟนเรือธงดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมกล้อง 50MP ทั้งสี่ตัว หน้าจอ AMOLED 165Hz ความสว่างสูงสุด 6,200 nits แบต 5,200mAh และชาร์จเร็ว 90W พร้อมความทนทานระดับ IP68/IP69 แต่จุดอ่อนคือชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ยังไม่ใช่รุ่นท็อป ทำให้ประสิทธิภาพไม่โดดเด่นเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับราคาที่ใกล้เคียงคู่แข่งระดับไฮเอนด์ แม้โดยรวมยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความครบเครื่องและอัปเดตยาว 7 ปี 🔗 https://www.techradar.com/phones/motorola-phones/the-motorola-signature-is-a-stunning-rugged-samsung-galaxy-s25-rival-with-one-unfortunate-weakness 🔐 เตือนภัย! แคมเปญมัลแวร์ใหม่ขโมยแชต AI ผ่านส่วนขยาย Chrome ปลอม นักวิจัยพบส่วนขยาย Chrome ปลอมสองตัวที่มีผู้ใช้รวมเกือบ 900,000 ราย แอบดึงข้อมูลการสนทนากับ AI และ URL ของแท็บทุก 30 นาที ส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม โดยปลอมตัวเป็นส่วนขยายยอดนิยมด้าน AI ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของส่วนขยายที่แม้จะอยู่ในร้านค้าอย่างเป็นทางการก็ยังอาจเป็นอันตรายได้ จึงควรตรวจสอบสิทธิ์และความน่าเชื่อถือก่อนติดตั้งเสมอ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-new-malware-campaign-is-stealing-chat-logs-via-chrome-extensions ⚡ Intel Arc B390: iGPU ตัวเปลี่ยนเกมที่ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาเล่นเกมลื่นระดับสูงได้จริง Intel เปิดตัวชิป Core Ultra series 3 พร้อม iGPU Arc B390 ที่สร้างความประทับใจด้วยประสิทธิภาพการเล่นเกมระดับสูง สามารถรันเกมอย่าง Battlefield 6 และ Dying Light: The Beast ที่ 1080p ด้วยเฟรมเรตสูงเกินคาด แม้ไม่มีการ์ดจอแยก ทำให้โน้ตบุ๊กบางเบาในปี 2026 กลายเป็นตัวเลือกที่เล่นเกมได้จริงจังมากขึ้น และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาด ultrabook ที่ต้องการทั้งความบางและพลังกราฟิกในตัวเดียว 🔗 https://www.techradar.com/computing/cpu/the-intel-core-ultra-series-3-processors-look-impressive-enough-but-the-arc-b390-igpu-is-the-real-game-changer-here 🎙️ เสียงชัดคือหัวใจของการทำงานร่วมกับ AI — ถ้า AI ฟังคุณไม่ได้ มันก็ช่วยคุณไม่ได้ บทความชี้ให้เห็นว่าในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในที่ทำงาน การมีระบบเสียงที่คมชัดเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ AI ต้องอาศัยเสียงที่ถูกต้องเพื่อประมวลผล ฟังอารมณ์ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ทั้งในการประชุม การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการทำงานร่วมกันระหว่างทีมทั่วโลก องค์กรที่ลงทุนในไมโครโฟนและระบบประมวลผลเสียงคุณภาพสูงจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร ลดความผิดพลาด และปลดล็อกศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/if-ai-cant-hear-you-it-cant-help-you-why-clear-audio-drives-real-productivity
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 390 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260107 #securityonline


    NVIDIA เปิดตัว G‑SYNC Pulsar และ DLSS 4.5: ก้าวกระโดดสู่ภาพลื่นระดับ 1000Hz
    NVIDIA เผยโฉมเทคโนโลยี G‑SYNC Pulsar ที่ยกระดับความคมชัดของภาพเคลื่อนไหวให้เทียบเท่าจอ 1000Hz ผ่านเทคนิค Rolling Scan และระบบควบคุมแสงแบบอัจฉริยะ พร้อมเปิดตัว DLSS 4.5 ที่เพิ่มเฟรมเรตได้สูงสุด 6 เท่าและลดปัญหา ghosting อย่างเห็นผล รวมถึงโชว์การใช้งาน ACE AI Assistant ในเกมจริงครั้งแรก ทำให้การเล่นเกมยุคใหม่ทั้งลื่น คม และฉลาดขึ้นอย่างชัดเจน
    https://securityonline.info/the-1000hz-illusion-nvidia-unveils-g-sync-pulsar-and-dlss-4-5-at-ces-2026

    Qualcomm เปิดตัว Agentic AI และแพลตฟอร์ม Dual‑Elite: สมองกลางของรถยนต์ยุคใหม่
    Qualcomm ประกาศความร่วมมือเชิงลึกกับ Google พร้อมเปิดตัวสถาปัตยกรรม Agentic AI และคอนโทรลเลอร์แบบ Dual Snapdragon Elite ที่รวมสมองกลรถยนต์ทุกระบบไว้ในศูนย์กลางเดียว รองรับทั้งจอหลายชุด กล้องจำนวนมาก และระบบขับขี่อัตโนมัติระดับสูง โดยมี Leapmotor และ Toyota เป็นพันธมิตรรายแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ที่คิด วิเคราะห์ และตอบสนองได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น
    https://securityonline.info/the-central-brain-qualcomm-unveils-agentic-ai-and-dual-elite-platforms-at-ces-2026

    Boston Dynamics จับมือ Google DeepMind สร้าง Atlas รุ่นใหม่ที่ทั้ง “คิดเป็นและเคลื่อนไหวเหนือมนุษย์”
    Boston Dynamics และ Google DeepMind ผนึกกำลังนำโมเดล Gemini Robotics มาเสริมสมองให้หุ่นยนต์ Atlas รุ่นใหม่ที่มีความแข็งแรงระดับยกของ 50 กก. พร้อมความสามารถด้านการรับรู้และเหตุผลขั้นสูง โดย Hyundai เตรียมนำไปทดสอบในสายการผลิตจริงภายในปีนี้ เป้าหมายคือหุ่นยนต์ที่ทั้งคล่องตัวและฉลาดพอสำหรับงานอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้
    https://securityonline.info/brain-meets-brawn-boston-dynamics-and-google-deepmind-unite-for-the-new-atlas

    “รถยนต์ 10 ปี” ของ Qualcomm x Google: ยุคใหม่ของรถที่อัปเดตได้เหมือนสมาร์ตโฟน
    Qualcomm และ Google เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์แบบ Software‑Defined Vehicle ผ่านการผสาน Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบคลาวด์ของ Google ทำให้รถสามารถอัปเดตฟีเจอร์ได้ยาวนานถึง 10 ปี รองรับ AI ผู้ช่วยในรถแบบเรียลไทม์ และเปิดให้พัฒนาแอปบน vSoC ผ่านคลาวด์โดยไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์จริง ถือเป็นก้าวสำคัญสู่รถยนต์ที่ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุการใช้งาน
    https://securityonline.info/the-ten-year-car-qualcomm-and-google-unveil-the-future-of-ai-powered-mobility

    MediaTek เปิดตัว Filogic 8000: ชิป Wi‑Fi 8 ที่เน้นความเสถียรมากกว่าความเร็ว
    MediaTek เปิดตัวแพลตฟอร์ม Wi‑Fi 8 Filogic 8000 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีอุปกรณ์หนาแน่นและงาน AI‑intensive โดยเน้นความเสถียร ความหน่วงต่ำ และประสิทธิภาพการใช้งานจริงมากกว่าความเร็วสูงสุด ด้วยเทคโนโลยี Multi‑AP Coordination, Spectral Efficiency และ Long‑Range Enhancement ทำให้เหมาะกับบ้านอัจฉริยะ องค์กร และอุปกรณ์ยุคใหม่ที่ต้องการการเชื่อมต่อที่ไม่สะดุดแม้ในพื้นที่แออัด
    https://securityonline.info/reliability-over-speed-mediatek-debuts-filogic-8000-to-power-the-wi-fi-8-revolution

    Google อุดช่องโหว่ WebView รุนแรงใน Chrome 143
    Google ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งสำคัญให้ Chrome เวอร์ชัน 143 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับรุนแรง CVE-2026-0628 ซึ่งเกิดจากการบังคับใช้นโยบายใน WebView ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้โจมตีอาจหลุดออกจาก sandbox และเลี่ยงข้อจำกัดด้านความปลอดภัยได้ โดยช่องโหว่นี้ถูกรายงานตั้งแต่ปลายปี 2025 และ Google จำกัดการเปิดเผยรายละเอียดจนกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอัปเดตเพื่อป้องกันการย้อนรอยโจมตี
    https://securityonline.info/google-patches-high-severity-webview-flaw-in-chrome-143

    ช่องโหว่ Forcepoint DLP เปิดทางรันโค้ดผ่าน Python ที่ถูกจำกัด
    พบช่องโหว่ CVE-2025-14026 ใน Forcepoint One DLP Client ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถกู้คืนความสามารถของ Python ที่ถูกจำกัดไว้ และโหลด ctypes กลับมาใช้งานเพื่อรันโค้ดอันตรายได้ ส่งผลให้สามารถปิดระบบป้องกันข้อมูลหรือดัดแปลงพฤติกรรมของไคลเอนต์ได้ โดย Forcepoint แก้ปัญหาด้วยการลบ Python runtime ออกจากเวอร์ชันใหม่ทั้งหมด
    https://securityonline.info/cve-2025-14026-forcepoint-dlp-flaw-lets-attackers-unchain-restricted-python

    แคมเปญ PHALT#BLYX หลอกโรงแรมด้วย BSOD ปลอมเพื่อติดตั้ง DCRat
    แคมเปญโจมตี PHALT#BLYX ใช้การหลอกลวงแบบ “click-fix” ผ่านอีเมลปลอมจาก Booking.com พาเหยื่อไปหน้า CAPTCHA ปลอมที่นำไปสู่ Blue Screen ปลอม ก่อนหลอกให้รัน PowerShell เพื่อติดตั้งมัลแวร์ DCRat และ AsyncRAT โดยใช้เครื่องมือ Windows จริงเพื่อหลบการตรวจจับ พร้อมพบร่องรอยเชื่อมโยงกลุ่มผู้โจมตีที่ใช้ภาษารัสเซีย
    https://securityonline.info/the-clickfix-trap-phaltblyx-targets-hotels-with-fake-blue-screens-and-dcrat

    Utility ชื่อดังในจีนถูกแอบฝังปลั๊กอิน Mltab เพื่อดักข้อมูลเบราว์เซอร์
    เครื่องมือ Office Assistant ที่นิยมในจีนถูกพบว่าถูกฝังโค้ดอันตรายตั้งแต่ปี 2024 โดยโหลดปลั๊กอิน Mltab ที่มีลายเซ็นดิจิทัลปลอมเพื่อดักข้อมูลผู้ใช้และเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิก รวมถึงแก้ไขหน้า New Tab และลิงก์ต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้จากการรีไดเรกต์ โดยมีผู้ติดเชื้อเกือบหนึ่งล้านเครื่อง และปลั๊กอินยังคงอยู่ใน Edge Add-on Store ในช่วงเวลาที่รายงาน
    https://securityonline.info/popular-chinese-utility-hijacked-to-deploy-browser-malware

    ช่องโหว่ Dify ทำ API Key หลุดแบบ plaintext ให้ผู้ใช้ทั่วไปเห็นได้
    แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส Dify พบช่องโหว่ CVE-2025-67732 ที่ทำให้ API key ของผู้ให้บริการโมเดล เช่น OpenAI ถูกส่งกลับไปยัง frontend แบบไม่ปิดบัง ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่แอดมินสามารถดึงคีย์ไปใช้สร้างค่าใช้จ่ายหรือเข้าถึงบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทีมพัฒนาได้แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 1.11.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที
    https://securityonline.info/cve-2025-67732-dify-patch-fixes-high-severity-plaintext-api-key-exposure

    wolfSSH พบช่องโหว่ตรรกะร้ายแรงทำรหัสผ่านลูกค้ารั่วแบบไม่เข้ารหัส
    รายงานเตือนภัยล่าสุดเผยว่า wolfSSH มีช่องโหว่ด้านตรรกะที่ทำให้รหัสผ่านของผู้ใช้ถูกส่งแบบข้อความล้วน ซึ่งอาจถูกดักจับได้ง่ายในสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย โดยช่องโหว่นี้กระทบระบบที่ใช้ SCP/SSH และอุปกรณ์ embedded หลายประเภท ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องตรวจสอบการใช้งานและอัปเดตการตั้งค่าความปลอดภัยทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีแบบดักฟังหรือสอดแนมข้อมูลสำคัญขององค์กร
    https://securityonline.info/wolfssh-alert-critical-logic-flaw-exposes-client-passwords-in-clear-text

    Microsoft เตือนภัยการปลอมโดเมนภายในพุ่งสูง ใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมล
    Microsoft รายงานว่ามีการโจมตีฟิชชิงรูปแบบใหม่ที่ปลอมอีเมลให้เหมือนส่งมาจากภายในองค์กร โดยอาศัยการตั้งค่า MX และ DMARC ที่ผิดพลาดในระบบที่ไม่ได้ชี้ตรงไปยัง Office 365 ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งอีเมลปลอมที่ดูน่าเชื่อถือมาก พร้อมแนบไฟล์ปลอม เช่น ใบแจ้งหนี้หรือเอกสารภาษี เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินหรือกรอกข้อมูลสำคัญ ซึ่ง Microsoft แนะนำให้องค์กรตั้งค่า DMARC แบบ reject และ SPF แบบ hard fail เพื่อปิดช่องโหว่นี้ทันที
    https://securityonline.info/microsoft-warns-of-surge-in-internal-domain-spoofing

    ช่องโหว่ RCE ร้ายแรงโจมตีเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า แก้ไขไม่ได้อีกต่อไป
    พบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ที่เปิดให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลบนเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว โดยเกิดจากการตรวจสอบข้อมูลใน dnscfg.cgi ที่ไม่รัดกุม ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งคำสั่งระบบได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีรายงานว่าถูกใช้โจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ทำให้ผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เท่านั้นเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขใด ๆ อีกต่อไป
    https://securityonline.info/cve-2026-0625-critical-actively-exploited-rce-hits-unpatchable-d-link-routers

    TOTOLINK EX200 เปิด Telnet root เองเมื่ออัปเดตเฟิร์มแวร์ผิดพลาด
    ช่องโหว่ CVE-2025-65606 ถูกพบใน TOTOLINK EX200 ซึ่งเมื่ออัปโหลดไฟล์เฟิร์มแวร์ที่ผิดรูปแบบ อุปกรณ์จะเข้าสู่โหมดผิดปกติและเปิดบริการ Telnet ด้วยสิทธิ์ root โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ทำให้ผู้โจมตีที่เข้าถึงหน้าเว็บจัดการได้สามารถยกระดับสิทธิ์เป็นผู้ควบคุมระบบเต็มรูปแบบ และเนื่องจากอุปกรณ์หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ผู้ใช้ควรเลิกใช้งานหรือแยกเครือข่ายอย่างเข้มงวดทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงร้ายแรง
    https://securityonline.info/cve-2025-65606-totolink-ex200-error-opens-root-telnet-door

    n8n พบช่องโหว่ CVSS 10.0 เปิดทางยึดระบบเต็มรูปแบบผ่านการเขียนไฟล์
    แพลตฟอร์ม workflow automation อย่าง n8n ประกาศเตือนช่องโหว่ร้ายแรง CVE-2026-21877 ที่เปิดให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถเขียนไฟล์อันตรายลงระบบและสั่งรันโค้ดได้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถยึดระบบทั้งเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที โดยคาดว่าช่องโหว่มาจากฟีเจอร์ Git node ซึ่งแนะนำให้ปิดการใช้งานชั่วคราวหากยังไม่สามารถอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.3 หรือใหม่กว่าได้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้หลายคนร่วมกัน
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/cvss-10-0-alert-critical-n8n-flaw-cve-2026-21877-grants-total-control
    📌🔐🟢 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟢🔐📌 #รวมข่าวIT #20260107 #securityonline ⚡ NVIDIA เปิดตัว G‑SYNC Pulsar และ DLSS 4.5: ก้าวกระโดดสู่ภาพลื่นระดับ 1000Hz NVIDIA เผยโฉมเทคโนโลยี G‑SYNC Pulsar ที่ยกระดับความคมชัดของภาพเคลื่อนไหวให้เทียบเท่าจอ 1000Hz ผ่านเทคนิค Rolling Scan และระบบควบคุมแสงแบบอัจฉริยะ พร้อมเปิดตัว DLSS 4.5 ที่เพิ่มเฟรมเรตได้สูงสุด 6 เท่าและลดปัญหา ghosting อย่างเห็นผล รวมถึงโชว์การใช้งาน ACE AI Assistant ในเกมจริงครั้งแรก ทำให้การเล่นเกมยุคใหม่ทั้งลื่น คม และฉลาดขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://securityonline.info/the-1000hz-illusion-nvidia-unveils-g-sync-pulsar-and-dlss-4-5-at-ces-2026 🚗🧠 Qualcomm เปิดตัว Agentic AI และแพลตฟอร์ม Dual‑Elite: สมองกลางของรถยนต์ยุคใหม่ Qualcomm ประกาศความร่วมมือเชิงลึกกับ Google พร้อมเปิดตัวสถาปัตยกรรม Agentic AI และคอนโทรลเลอร์แบบ Dual Snapdragon Elite ที่รวมสมองกลรถยนต์ทุกระบบไว้ในศูนย์กลางเดียว รองรับทั้งจอหลายชุด กล้องจำนวนมาก และระบบขับขี่อัตโนมัติระดับสูง โดยมี Leapmotor และ Toyota เป็นพันธมิตรรายแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ที่คิด วิเคราะห์ และตอบสนองได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/the-central-brain-qualcomm-unveils-agentic-ai-and-dual-elite-platforms-at-ces-2026 🤖✨ Boston Dynamics จับมือ Google DeepMind สร้าง Atlas รุ่นใหม่ที่ทั้ง “คิดเป็นและเคลื่อนไหวเหนือมนุษย์” Boston Dynamics และ Google DeepMind ผนึกกำลังนำโมเดล Gemini Robotics มาเสริมสมองให้หุ่นยนต์ Atlas รุ่นใหม่ที่มีความแข็งแรงระดับยกของ 50 กก. พร้อมความสามารถด้านการรับรู้และเหตุผลขั้นสูง โดย Hyundai เตรียมนำไปทดสอบในสายการผลิตจริงภายในปีนี้ เป้าหมายคือหุ่นยนต์ที่ทั้งคล่องตัวและฉลาดพอสำหรับงานอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้ 🔗 https://securityonline.info/brain-meets-brawn-boston-dynamics-and-google-deepmind-unite-for-the-new-atlas 🚘🌐 “รถยนต์ 10 ปี” ของ Qualcomm x Google: ยุคใหม่ของรถที่อัปเดตได้เหมือนสมาร์ตโฟน Qualcomm และ Google เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์แบบ Software‑Defined Vehicle ผ่านการผสาน Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบคลาวด์ของ Google ทำให้รถสามารถอัปเดตฟีเจอร์ได้ยาวนานถึง 10 ปี รองรับ AI ผู้ช่วยในรถแบบเรียลไทม์ และเปิดให้พัฒนาแอปบน vSoC ผ่านคลาวด์โดยไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์จริง ถือเป็นก้าวสำคัญสู่รถยนต์ที่ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุการใช้งาน 🔗 https://securityonline.info/the-ten-year-car-qualcomm-and-google-unveil-the-future-of-ai-powered-mobility 📶🚀 MediaTek เปิดตัว Filogic 8000: ชิป Wi‑Fi 8 ที่เน้นความเสถียรมากกว่าความเร็ว MediaTek เปิดตัวแพลตฟอร์ม Wi‑Fi 8 Filogic 8000 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่มีอุปกรณ์หนาแน่นและงาน AI‑intensive โดยเน้นความเสถียร ความหน่วงต่ำ และประสิทธิภาพการใช้งานจริงมากกว่าความเร็วสูงสุด ด้วยเทคโนโลยี Multi‑AP Coordination, Spectral Efficiency และ Long‑Range Enhancement ทำให้เหมาะกับบ้านอัจฉริยะ องค์กร และอุปกรณ์ยุคใหม่ที่ต้องการการเชื่อมต่อที่ไม่สะดุดแม้ในพื้นที่แออัด 🔗 https://securityonline.info/reliability-over-speed-mediatek-debuts-filogic-8000-to-power-the-wi-fi-8-revolution 🛡️ Google อุดช่องโหว่ WebView รุนแรงใน Chrome 143 Google ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งสำคัญให้ Chrome เวอร์ชัน 143 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับรุนแรง CVE-2026-0628 ซึ่งเกิดจากการบังคับใช้นโยบายใน WebView ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้โจมตีอาจหลุดออกจาก sandbox และเลี่ยงข้อจำกัดด้านความปลอดภัยได้ โดยช่องโหว่นี้ถูกรายงานตั้งแต่ปลายปี 2025 และ Google จำกัดการเปิดเผยรายละเอียดจนกว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะอัปเดตเพื่อป้องกันการย้อนรอยโจมตี 🔗 https://securityonline.info/google-patches-high-severity-webview-flaw-in-chrome-143 🐍🔓 ช่องโหว่ Forcepoint DLP เปิดทางรันโค้ดผ่าน Python ที่ถูกจำกัด พบช่องโหว่ CVE-2025-14026 ใน Forcepoint One DLP Client ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถกู้คืนความสามารถของ Python ที่ถูกจำกัดไว้ และโหลด ctypes กลับมาใช้งานเพื่อรันโค้ดอันตรายได้ ส่งผลให้สามารถปิดระบบป้องกันข้อมูลหรือดัดแปลงพฤติกรรมของไคลเอนต์ได้ โดย Forcepoint แก้ปัญหาด้วยการลบ Python runtime ออกจากเวอร์ชันใหม่ทั้งหมด 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-14026-forcepoint-dlp-flaw-lets-attackers-unchain-restricted-python 🏨💀 แคมเปญ PHALT#BLYX หลอกโรงแรมด้วย BSOD ปลอมเพื่อติดตั้ง DCRat แคมเปญโจมตี PHALT#BLYX ใช้การหลอกลวงแบบ “click-fix” ผ่านอีเมลปลอมจาก Booking.com พาเหยื่อไปหน้า CAPTCHA ปลอมที่นำไปสู่ Blue Screen ปลอม ก่อนหลอกให้รัน PowerShell เพื่อติดตั้งมัลแวร์ DCRat และ AsyncRAT โดยใช้เครื่องมือ Windows จริงเพื่อหลบการตรวจจับ พร้อมพบร่องรอยเชื่อมโยงกลุ่มผู้โจมตีที่ใช้ภาษารัสเซีย 🔗 https://securityonline.info/the-clickfix-trap-phaltblyx-targets-hotels-with-fake-blue-screens-and-dcrat 🧰🕵️‍♂️ Utility ชื่อดังในจีนถูกแอบฝังปลั๊กอิน Mltab เพื่อดักข้อมูลเบราว์เซอร์ เครื่องมือ Office Assistant ที่นิยมในจีนถูกพบว่าถูกฝังโค้ดอันตรายตั้งแต่ปี 2024 โดยโหลดปลั๊กอิน Mltab ที่มีลายเซ็นดิจิทัลปลอมเพื่อดักข้อมูลผู้ใช้และเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิก รวมถึงแก้ไขหน้า New Tab และลิงก์ต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้จากการรีไดเรกต์ โดยมีผู้ติดเชื้อเกือบหนึ่งล้านเครื่อง และปลั๊กอินยังคงอยู่ใน Edge Add-on Store ในช่วงเวลาที่รายงาน 🔗 https://securityonline.info/popular-chinese-utility-hijacked-to-deploy-browser-malware 🔑⚠️ ช่องโหว่ Dify ทำ API Key หลุดแบบ plaintext ให้ผู้ใช้ทั่วไปเห็นได้ แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส Dify พบช่องโหว่ CVE-2025-67732 ที่ทำให้ API key ของผู้ให้บริการโมเดล เช่น OpenAI ถูกส่งกลับไปยัง frontend แบบไม่ปิดบัง ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่แอดมินสามารถดึงคีย์ไปใช้สร้างค่าใช้จ่ายหรือเข้าถึงบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทีมพัฒนาได้แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 1.11.0 และแนะนำให้อัปเดตทันที 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-67732-dify-patch-fixes-high-severity-plaintext-api-key-exposure 🔐 wolfSSH พบช่องโหว่ตรรกะร้ายแรงทำรหัสผ่านลูกค้ารั่วแบบไม่เข้ารหัส รายงานเตือนภัยล่าสุดเผยว่า wolfSSH มีช่องโหว่ด้านตรรกะที่ทำให้รหัสผ่านของผู้ใช้ถูกส่งแบบข้อความล้วน ซึ่งอาจถูกดักจับได้ง่ายในสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย โดยช่องโหว่นี้กระทบระบบที่ใช้ SCP/SSH และอุปกรณ์ embedded หลายประเภท ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องตรวจสอบการใช้งานและอัปเดตการตั้งค่าความปลอดภัยทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีแบบดักฟังหรือสอดแนมข้อมูลสำคัญขององค์กร 🔗 https://securityonline.info/wolfssh-alert-critical-logic-flaw-exposes-client-passwords-in-clear-text 📧 Microsoft เตือนภัยการปลอมโดเมนภายในพุ่งสูง ใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมล Microsoft รายงานว่ามีการโจมตีฟิชชิงรูปแบบใหม่ที่ปลอมอีเมลให้เหมือนส่งมาจากภายในองค์กร โดยอาศัยการตั้งค่า MX และ DMARC ที่ผิดพลาดในระบบที่ไม่ได้ชี้ตรงไปยัง Office 365 ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งอีเมลปลอมที่ดูน่าเชื่อถือมาก พร้อมแนบไฟล์ปลอม เช่น ใบแจ้งหนี้หรือเอกสารภาษี เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินหรือกรอกข้อมูลสำคัญ ซึ่ง Microsoft แนะนำให้องค์กรตั้งค่า DMARC แบบ reject และ SPF แบบ hard fail เพื่อปิดช่องโหว่นี้ทันที 🔗 https://securityonline.info/microsoft-warns-of-surge-in-internal-domain-spoofing 📡 ช่องโหว่ RCE ร้ายแรงโจมตีเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า แก้ไขไม่ได้อีกต่อไป พบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ที่เปิดให้ผู้โจมตีสามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลบนเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว โดยเกิดจากการตรวจสอบข้อมูลใน dnscfg.cgi ที่ไม่รัดกุม ทำให้ผู้โจมตีสามารถส่งคำสั่งระบบได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีรายงานว่าถูกใช้โจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ทำให้ผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เท่านั้นเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขใด ๆ อีกต่อไป 🔗 https://securityonline.info/cve-2026-0625-critical-actively-exploited-rce-hits-unpatchable-d-link-routers 📶 TOTOLINK EX200 เปิด Telnet root เองเมื่ออัปเดตเฟิร์มแวร์ผิดพลาด ช่องโหว่ CVE-2025-65606 ถูกพบใน TOTOLINK EX200 ซึ่งเมื่ออัปโหลดไฟล์เฟิร์มแวร์ที่ผิดรูปแบบ อุปกรณ์จะเข้าสู่โหมดผิดปกติและเปิดบริการ Telnet ด้วยสิทธิ์ root โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ทำให้ผู้โจมตีที่เข้าถึงหน้าเว็บจัดการได้สามารถยกระดับสิทธิ์เป็นผู้ควบคุมระบบเต็มรูปแบบ และเนื่องจากอุปกรณ์หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ผู้ใช้ควรเลิกใช้งานหรือแยกเครือข่ายอย่างเข้มงวดทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงร้ายแรง 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-65606-totolink-ex200-error-opens-root-telnet-door ⚠️ n8n พบช่องโหว่ CVSS 10.0 เปิดทางยึดระบบเต็มรูปแบบผ่านการเขียนไฟล์ แพลตฟอร์ม workflow automation อย่าง n8n ประกาศเตือนช่องโหว่ร้ายแรง CVE-2026-21877 ที่เปิดให้ผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนสามารถเขียนไฟล์อันตรายลงระบบและสั่งรันโค้ดได้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถยึดระบบทั้งเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที โดยคาดว่าช่องโหว่มาจากฟีเจอร์ Git node ซึ่งแนะนำให้ปิดการใช้งานชั่วคราวหากยังไม่สามารถอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.3 หรือใหม่กว่าได้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ใช้หลายคนร่วมกัน ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/cvss-10-0-alert-critical-n8n-flaw-cve-2026-21877-grants-total-control
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 225 มุมมอง 0 รีวิว
  • ยังไม่ทันถามเจ้าตัว แต่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ออกมาพูดเองเออเองอีกระลอก อ้างว่ารัฐบาลชั่วคราวเวเนซุเอลาจะมอบน้ำมันคุณภาพสูงให้สหรัฐฯ สูงถึง 30–50 ล้านบาร์เรล และเงินจากการขายจะอยู่ภายใต้ “การควบคุมโดยตรงของเขา”
    .
    ทรัมป์ระบุว่า ได้สั่งการให้รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ เดินหน้าแผนดังกล่าวทันที พร้อมย้ำว่าน้ำมันจะถูกขนส่งตรงเข้าสหรัฐฯ โดยอ้างว่าเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ
    .
    คำกล่าวอ้างดังกล่าวสวนทางกับท่าทีของ เดลซี โรดริเกซ ผู้นำรักษาการเวเนซุเอลา ที่ยืนยันชัด “จะไม่มีอำนาจต่างชาติใดปกครองเวเนซุเอลา” พร้อมประกาศว่า รัฐบาลเวเนซุเอลาจะดูแลประเทศด้วยตนเอง
    .
    ท่ามกลางความตึงเครียด ทำเนียบขาวยังเตรียมเรียกประชุมผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่น้ำมันสหรัฐฯ เช่น เอ็กซอน เชฟรอน และโคโนโคฟิลิปส์ ท่ามกลางคำถามใหญ่จากนานาชาติว่า ทรัมป์กำลังพูดแทนใคร และใครกันแน่ที่ให้คำมั่นเรื่อง “น้ำมัน 50 ล้านบาร์เรล”
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001583
    .
    #News1 #News1live #ทรัมป์ #เวเนซุเอลา #น้ำมันโลก #การเมืองโลก #สหรัฐฯ
    ยังไม่ทันถามเจ้าตัว แต่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ออกมาพูดเองเออเองอีกระลอก อ้างว่ารัฐบาลชั่วคราวเวเนซุเอลาจะมอบน้ำมันคุณภาพสูงให้สหรัฐฯ สูงถึง 30–50 ล้านบาร์เรล และเงินจากการขายจะอยู่ภายใต้ “การควบคุมโดยตรงของเขา” . ทรัมป์ระบุว่า ได้สั่งการให้รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ เดินหน้าแผนดังกล่าวทันที พร้อมย้ำว่าน้ำมันจะถูกขนส่งตรงเข้าสหรัฐฯ โดยอ้างว่าเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ . คำกล่าวอ้างดังกล่าวสวนทางกับท่าทีของ เดลซี โรดริเกซ ผู้นำรักษาการเวเนซุเอลา ที่ยืนยันชัด “จะไม่มีอำนาจต่างชาติใดปกครองเวเนซุเอลา” พร้อมประกาศว่า รัฐบาลเวเนซุเอลาจะดูแลประเทศด้วยตนเอง . ท่ามกลางความตึงเครียด ทำเนียบขาวยังเตรียมเรียกประชุมผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่น้ำมันสหรัฐฯ เช่น เอ็กซอน เชฟรอน และโคโนโคฟิลิปส์ ท่ามกลางคำถามใหญ่จากนานาชาติว่า ทรัมป์กำลังพูดแทนใคร และใครกันแน่ที่ให้คำมั่นเรื่อง “น้ำมัน 50 ล้านบาร์เรล” . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001583 . #News1 #News1live #ทรัมป์ #เวเนซุเอลา #น้ำมันโลก #การเมืองโลก #สหรัฐฯ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 168 มุมมอง 0 รีวิว
  • เดนมาร์กออกโรงเดือด เตือนสหรัฐฯ ให้เลิกคุกคามกรีนแลนด์ หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” เดินหน้าพูดซ้ำถึงความจำเป็นด้านความมั่นคง พร้อมไม่ปิดทางใช้กำลังยึดดินแดน
    .
    นายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน ระบุชัด หากสหรัฐฯ ใช้กำลังทหารกับเดนมาร์กหรือกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นสมาชิกนาโต เท่ากับเป็นบทอวสานขององค์การนาโตและระเบียบความมั่นคงโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
    .
    ขณะที่ผู้นำกรีนแลนด์ออกโรงตอกกลับให้วอชิงตัน “เลิกฝัน” เรื่องการผนวกดินแดน พร้อมย้ำอนาคตของกรีนแลนด์ต้องตัดสินโดยประชาชนและอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ด้านสหภาพยุโรปและชาติยุโรปหลายประเทศประกาศหนุนเดนมาร์กเต็มที่
    .
    สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น เมื่อจีนออกมาแซะสหรัฐฯ ให้เลิกอ้าง “ภัยคุกคามจากจีน” เป็นข้ออ้างกอบโกยผลประโยชน์ หลังทรัมป์โยงเรือจีน–รัสเซียกับเหตุผลยึดกรีนแลนด์
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001540
    .
    #News1live #News1 #กรีนแลนด์ #เดนมาร์ก #ทรัมป์ #นาโต #การเมืองโลก
    เดนมาร์กออกโรงเดือด เตือนสหรัฐฯ ให้เลิกคุกคามกรีนแลนด์ หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” เดินหน้าพูดซ้ำถึงความจำเป็นด้านความมั่นคง พร้อมไม่ปิดทางใช้กำลังยึดดินแดน . นายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน ระบุชัด หากสหรัฐฯ ใช้กำลังทหารกับเดนมาร์กหรือกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นสมาชิกนาโต เท่ากับเป็นบทอวสานขององค์การนาโตและระเบียบความมั่นคงโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 . ขณะที่ผู้นำกรีนแลนด์ออกโรงตอกกลับให้วอชิงตัน “เลิกฝัน” เรื่องการผนวกดินแดน พร้อมย้ำอนาคตของกรีนแลนด์ต้องตัดสินโดยประชาชนและอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ด้านสหภาพยุโรปและชาติยุโรปหลายประเทศประกาศหนุนเดนมาร์กเต็มที่ . สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น เมื่อจีนออกมาแซะสหรัฐฯ ให้เลิกอ้าง “ภัยคุกคามจากจีน” เป็นข้ออ้างกอบโกยผลประโยชน์ หลังทรัมป์โยงเรือจีน–รัสเซียกับเหตุผลยึดกรีนแลนด์ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000001540 . #News1live #News1 #กรีนแลนด์ #เดนมาร์ก #ทรัมป์ #นาโต #การเมืองโลก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 174 มุมมอง 0 รีวิว
  • Android ปี 2026 เล่นเกม PC ได้จริง! Valve ปูทางด้วย FeX ทำให้มือถือกลายเป็น “พีซีพกพา”

    ปี 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการเกม เมื่อ Android สามารถ “รันเกม PC แบบเนทีฟ” ได้จริง ไม่ใช่การสตรีม ไม่ใช่การเอมูเลชัน แต่ใช้พลังประมวลผลของมือถือโดยตรง ทั้งหมดเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีแปลคำสั่ง x86 → ARM64 ของ Valve ที่ชื่อ FeX ซึ่งเป็นรากฐานเดียวกับที่ทำให้ Steam Deck ประสบความสำเร็จบน Linux มาก่อนหน้านี้ การมาถึงของ FeX บน Android ทำให้มือถือระดับเรือธงกลายเป็นเครื่องเล่นเกม PC แบบพกพาที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ

    เครื่องมือหลักที่ทำให้ทุกอย่างเป็นจริงคือ GameHub, GameHub Lite, และ GameNative ซึ่งช่วยติดตั้งและรันเกม Steam บน Android ได้โดยตรง แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ประสบการณ์ใช้งานถือว่าดีเกินคาด โดยเฉพาะเกมอินดี้ที่ทำงานได้ลื่นไหลแทบไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย ส่วนเกม AAA ยังมีข้อจำกัดด้านไดรเวอร์, ประสิทธิภาพ และระบบ anti‑cheat ที่ยังไม่รองรับ ARM อย่างเต็มรูปแบบ

    อย่างไรก็ตาม การเล่นเกม PC บน Android ยังมีความท้าทาย เช่น ความร้อน, RAM ไม่พอ, พื้นที่จัดเก็บจำกัด และความเข้ากันได้ของเกมที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ FeX, Lepton และชิป ARM รุ่นใหม่ ทำให้อนาคตของ “Android = พีซีเกมมิ่งพกพา” ดูสดใสกว่าที่เคย โดยเฉพาะเมื่อ Valve เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์ ARM ตัวใหม่อย่าง Steam Frame ในปี 2026 ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้วงการนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด

    ท้ายที่สุด Android อาจไม่มาแทนที่ Windows หรือ Steam Deck แต่จะกลายเป็น “อีกหนึ่งแพลตฟอร์มเกม PC” ที่เข้าถึงง่าย ราคาถูก และพกพาสะดวกที่สุดในโลก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Android เล่นเกม PC ได้จริงในปี 2026
    ใช้เทคโนโลยีแปลคำสั่ง FeX ของ Valve
    ไม่ใช่การสตรีม แต่รันเกมด้วยพลังของมือถือโดยตรง

    ข้อจำกัดที่ยังต้องระวัง
    เกม AAA ส่วนใหญ่ยังไม่ลื่นไหลหรือไม่รันเลย
    ระบบ anti‑cheat ยังไม่รองรับ ARM ทำให้เกมออนไลน์เล่นไม่ได้

    แอปที่ใช้รันเกม PC บน Android
    GameHub / GameHub Lite ใช้งานง่าย มี preset ให้เลือก
    GameNative ยืดหยุ่นกว่า รองรับ external storage

    ความเสี่ยงจากการตั้งค่าผิด
    ปรับโหมด Extreme/Performance อาจทำให้เกมเปิดไม่ได้
    ต้องลองผิดลองถูกเพราะแต่ละเกมต้องการค่าต่างกัน

    ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพ
    RAM 12–16GB ช่วยให้เกมทำงานได้ดีขึ้นมาก
    มือถือที่มีพัดลมเสริมช่วยลดการ throttle

    ปัญหาที่พบบ่อย
    มือถือร้อนเร็ว ทำให้เฟรมเรตตก
    พื้นที่เก็บข้อมูลไม่พอสำหรับเกม PC ขนาดใหญ่

    เกมที่เหมาะกับ Android ตอนนี้
    เกมอินดี้ทำงานได้ดีแทบทุกเกม
    เกม AAA รุ่นเก่า เช่น GTA V, Bioshock Infinite รันได้ลื่น

    เกมที่ยังไม่เหมาะ
    เกม AAA ใหม่ ๆ เช่น DOOM: The Dark Ages ยังเกินกำลังมือถือ
    เกมที่ใช้ anti‑cheat แบบเข้มงวด

    https://www.slashgear.com/2068348/how-to-play-pc-games-on-android-in-2026/
    🎮🔥 Android ปี 2026 เล่นเกม PC ได้จริง! Valve ปูทางด้วย FeX ทำให้มือถือกลายเป็น “พีซีพกพา” ปี 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการเกม เมื่อ Android สามารถ “รันเกม PC แบบเนทีฟ” ได้จริง ไม่ใช่การสตรีม ไม่ใช่การเอมูเลชัน แต่ใช้พลังประมวลผลของมือถือโดยตรง ทั้งหมดเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีแปลคำสั่ง x86 → ARM64 ของ Valve ที่ชื่อ FeX ซึ่งเป็นรากฐานเดียวกับที่ทำให้ Steam Deck ประสบความสำเร็จบน Linux มาก่อนหน้านี้ การมาถึงของ FeX บน Android ทำให้มือถือระดับเรือธงกลายเป็นเครื่องเล่นเกม PC แบบพกพาที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ เครื่องมือหลักที่ทำให้ทุกอย่างเป็นจริงคือ GameHub, GameHub Lite, และ GameNative ซึ่งช่วยติดตั้งและรันเกม Steam บน Android ได้โดยตรง แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ประสบการณ์ใช้งานถือว่าดีเกินคาด โดยเฉพาะเกมอินดี้ที่ทำงานได้ลื่นไหลแทบไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย ส่วนเกม AAA ยังมีข้อจำกัดด้านไดรเวอร์, ประสิทธิภาพ และระบบ anti‑cheat ที่ยังไม่รองรับ ARM อย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การเล่นเกม PC บน Android ยังมีความท้าทาย เช่น ความร้อน, RAM ไม่พอ, พื้นที่จัดเก็บจำกัด และความเข้ากันได้ของเกมที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ FeX, Lepton และชิป ARM รุ่นใหม่ ทำให้อนาคตของ “Android = พีซีเกมมิ่งพกพา” ดูสดใสกว่าที่เคย โดยเฉพาะเมื่อ Valve เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์ ARM ตัวใหม่อย่าง Steam Frame ในปี 2026 ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้วงการนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด ท้ายที่สุด Android อาจไม่มาแทนที่ Windows หรือ Steam Deck แต่จะกลายเป็น “อีกหนึ่งแพลตฟอร์มเกม PC” ที่เข้าถึงง่าย ราคาถูก และพกพาสะดวกที่สุดในโลก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Android เล่นเกม PC ได้จริงในปี 2026 ➡️ ใช้เทคโนโลยีแปลคำสั่ง FeX ของ Valve ➡️ ไม่ใช่การสตรีม แต่รันเกมด้วยพลังของมือถือโดยตรง ‼️ ข้อจำกัดที่ยังต้องระวัง ⛔ เกม AAA ส่วนใหญ่ยังไม่ลื่นไหลหรือไม่รันเลย ⛔ ระบบ anti‑cheat ยังไม่รองรับ ARM ทำให้เกมออนไลน์เล่นไม่ได้ ✅ แอปที่ใช้รันเกม PC บน Android ➡️ GameHub / GameHub Lite ใช้งานง่าย มี preset ให้เลือก ➡️ GameNative ยืดหยุ่นกว่า รองรับ external storage ‼️ ความเสี่ยงจากการตั้งค่าผิด ⛔ ปรับโหมด Extreme/Performance อาจทำให้เกมเปิดไม่ได้ ⛔ ต้องลองผิดลองถูกเพราะแต่ละเกมต้องการค่าต่างกัน ✅ ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพ ➡️ RAM 12–16GB ช่วยให้เกมทำงานได้ดีขึ้นมาก ➡️ มือถือที่มีพัดลมเสริมช่วยลดการ throttle ‼️ ปัญหาที่พบบ่อย ⛔ มือถือร้อนเร็ว ทำให้เฟรมเรตตก ⛔ พื้นที่เก็บข้อมูลไม่พอสำหรับเกม PC ขนาดใหญ่ ✅ เกมที่เหมาะกับ Android ตอนนี้ ➡️ เกมอินดี้ทำงานได้ดีแทบทุกเกม ➡️ เกม AAA รุ่นเก่า เช่น GTA V, Bioshock Infinite รันได้ลื่น ‼️ เกมที่ยังไม่เหมาะ ⛔ เกม AAA ใหม่ ๆ เช่น DOOM: The Dark Ages ยังเกินกำลังมือถือ ⛔ เกมที่ใช้ anti‑cheat แบบเข้มงวด https://www.slashgear.com/2068348/how-to-play-pc-games-on-android-in-2026/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    How To Play PC Games On Your Android Device In 2026 - SlashGear
    Android gaming has come a long way -- long enough to enable you to play some of your PC games on Android devices. Here's how to do it in 2026.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 84 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts