• เหรียญครูบาดวงดี วัดท่าจำปี จ.เชียงใหม่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ปี2549
    เหรียญครูบาดวงดี ดวงดี-มีเงิน-อยู่ดี-มีสุข วัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ปี2549 // พระดี พิธีใหญ๋ เนื่องในโอกาส ธนาคารไทยพานิชย์ ครบ100ปี // พระสถาพสวยมาก พระสถาพเดิมๆ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >>

    ** พุทธคุณด้านเมตตามหานิยม ค้าขาย มีกำไร มีโชคลาภ โภคทรัพย์ และความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน ทำอะไรก็ดี มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต เหมาะอย่างยิ่งในยุคเศรษฐกิจเช่นนี้ **

    ** หลวงปู่ครูบาดวงดี สุภัทโท วัดท่าจำปี (พระมงคลวิสุต) เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ท่านเกิด 24 เม.ย. 2449 มรณภาพ 6 ก.พ. 2553 อายุ 103 ปี 81 พรรษา ท่านมีชื่อเสียงด้านวัตรปฏิบัติเคร่งครัด เมตตาสูง และช่วยพัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรือง เป็นที่เคารพรักของศิษยานุศิษย์และชาวบ้านอย่างมาก **

    ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพเดิมๆ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    เหรียญครูบาดวงดี วัดท่าจำปี จ.เชียงใหม่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ปี2549 เหรียญครูบาดวงดี ดวงดี-มีเงิน-อยู่ดี-มีสุข วัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ปี2549 // พระดี พิธีใหญ๋ เนื่องในโอกาส ธนาคารไทยพานิชย์ ครบ100ปี // พระสถาพสวยมาก พระสถาพเดิมๆ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >> ** พุทธคุณด้านเมตตามหานิยม ค้าขาย มีกำไร มีโชคลาภ โภคทรัพย์ และความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน ทำอะไรก็ดี มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต เหมาะอย่างยิ่งในยุคเศรษฐกิจเช่นนี้ ** ** หลวงปู่ครูบาดวงดี สุภัทโท วัดท่าจำปี (พระมงคลวิสุต) เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ท่านเกิด 24 เม.ย. 2449 มรณภาพ 6 ก.พ. 2553 อายุ 103 ปี 81 พรรษา ท่านมีชื่อเสียงด้านวัตรปฏิบัติเคร่งครัด เมตตาสูง และช่วยพัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรือง เป็นที่เคารพรักของศิษยานุศิษย์และชาวบ้านอย่างมาก ** ** พระสถาพสวยมาก พระสถาพเดิมๆ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 Comments 0 Shares 2 Views 0 Reviews
  • พระสิวลีเหยียบเต่าพญานาค
    พระสิวลีเหยียบเต่าพญานาค เนื้อผงพุทธคุณ //พระขนาดใหญ่ สูง 2 นิ้ว วัตถุมงคลที่มีพุทธคุณเด่นด้านโชคลาภ เมตตามหานิยมค้าขายดี // พระสถาพสวยมาก พระดูง่าย พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >>

    ** พุทธคุณเรื่อง มหาสิทธิโชค โชคลาภไม่ขาดสาย ความอุดมสมบูรณ์ บันดาลทรัพย์ คุ้มครอง เมตตามหานิยม และการเดินทาง แคล้วคลาดปลอดภัย อายุยืน ความมั่นคง ทำให้ผู้บูชาเชื่อว่าจะมีความเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย มีคนช่วยเหลือ และพ้นจากอุปสรรคทั้งปวง **

    ** พระสิวลีเหยียบเต่าพญานาค (อรหันต์แห่งโชคลาภ) ยืนเหยียบอยู่บน เต่า และ พญานาค (หรือบางครั้งมีปลา) เพื่อเสริมเรื่อง โชคลาภ เงินทอง ความสำเร็จ และ ความอุดมสมบูรณ์ โดยมักสร้างจากเนื้อต่างๆ เช่น เหล็กน้ำพี้ ทองเหลือง เพื่อการบูชาและค้าขาย. พระสีวลี (ผู้มีลาภมาก) เข้ากับพญานาค (บันดาลทรัพย์, คุ้มครอง) และพญาเต่าเรือน (อายุยืน, ความมั่นคง) ทำให้ผู้บูชาเชื่อว่าจะมีความเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย มีคนช่วยเหลือ และพ้นจากอุปสรรคทั้งปวง **


    ** พระสถาพสวยมาก พระดูง่าย พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ

    ช่องทางติดต่อ
    LINE 0881915131
    โทรศัพท์ 0881915131
    พระสิวลีเหยียบเต่าพญานาค พระสิวลีเหยียบเต่าพญานาค เนื้อผงพุทธคุณ //พระขนาดใหญ่ สูง 2 นิ้ว วัตถุมงคลที่มีพุทธคุณเด่นด้านโชคลาภ เมตตามหานิยมค้าขายดี // พระสถาพสวยมาก พระดูง่าย พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ //#รับประกันพระแท้ตลอดชีพครับ >> ** พุทธคุณเรื่อง มหาสิทธิโชค โชคลาภไม่ขาดสาย ความอุดมสมบูรณ์ บันดาลทรัพย์ คุ้มครอง เมตตามหานิยม และการเดินทาง แคล้วคลาดปลอดภัย อายุยืน ความมั่นคง ทำให้ผู้บูชาเชื่อว่าจะมีความเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย มีคนช่วยเหลือ และพ้นจากอุปสรรคทั้งปวง ** ** พระสิวลีเหยียบเต่าพญานาค (อรหันต์แห่งโชคลาภ) ยืนเหยียบอยู่บน เต่า และ พญานาค (หรือบางครั้งมีปลา) เพื่อเสริมเรื่อง โชคลาภ เงินทอง ความสำเร็จ และ ความอุดมสมบูรณ์ โดยมักสร้างจากเนื้อต่างๆ เช่น เหล็กน้ำพี้ ทองเหลือง เพื่อการบูชาและค้าขาย. พระสีวลี (ผู้มีลาภมาก) เข้ากับพญานาค (บันดาลทรัพย์, คุ้มครอง) และพญาเต่าเรือน (อายุยืน, ความมั่นคง) ทำให้ผู้บูชาเชื่อว่าจะมีความเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย มีคนช่วยเหลือ และพ้นจากอุปสรรคทั้งปวง ** ** พระสถาพสวยมาก พระดูง่าย พระสถาพสมบูรณ์ หายากก พระไม่ถูกใช้ครับ ช่องทางติดต่อ LINE 0881915131 โทรศัพท์ 0881915131
    0 Comments 0 Shares 3 Views 0 Reviews
  • สายตาสั้น หรือสายตายาว สายตาปกติ ก็มีให้เลือกตามขนาดสายตา เลนส์ออกแดดเปลี่ยนสี คุณภาพดีราคาประหยัด อย่ารอนานจัดเลย!!!!

    Linkนี้มีของดี

    https://vt.tiktok.com/ZSHEwc8J57rWH-3qvFk/

    #ลุงช้างหญ่าย #ลุงช้างรีวิวดะ #รีวิวของดีบอกต่อ #แว่นสายตาออโต้เลนส์
    สายตาสั้น หรือสายตายาว สายตาปกติ ก็มีให้เลือกตามขนาดสายตา เลนส์ออกแดดเปลี่ยนสี คุณภาพดีราคาประหยัด อย่ารอนานจัดเลย!!!! Linkนี้มีของดี https://vt.tiktok.com/ZSHEwc8J57rWH-3qvFk/ #ลุงช้างหญ่าย #ลุงช้างรีวิวดะ #รีวิวของดีบอกต่อ #แว่นสายตาออโต้เลนส์
    0 Comments 0 Shares 2 Views 0 0 Reviews
  • AMD เปิดตัว Ryzen AI 400 ซีรีส์ใหม่บนเดสก์ท็อป AM5 — ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ APU ยุค AI

    การมาถึงของ AMD Ryzen AI 400 และ Ryzen AI PRO 400 บนแพลตฟอร์ม AM5 Desktop ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าโลกพีซีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “AI เป็นหัวใจหลักของสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์” ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เสริมอีกต่อไป ซีรีส์ใหม่นี้มาพร้อมสถาปัตยกรรม Zen 5, กราฟิก RDNA 3.5, และหน่วยประมวลผล AI XDNA 2 NPU ที่ให้พลังสูงสุดถึง 60 TOPS ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนหลายเท่า ทำให้รองรับงาน AI แบบ Local ได้ลื่นไหลยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องพึ่ง Cloud มากเท่าเดิม

    AMD ยังยืนยันว่าซีพียูรุ่นใหม่นี้จะถูกวางจำหน่ายในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 พร้อมรองรับโดยเมนบอร์ด AM5 รุ่นปัจจุบันผ่านอัปเดต BIOS ที่ผู้ผลิตเริ่มทยอยปล่อยออกมาแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ Ryzen AI 400 ยังถูกออกแบบให้เป็น “รุ่นต่อยอด” จาก Ryzen 8000G ที่โดดเด่นด้านการโอเวอร์คล็อกแรม ทำให้ผู้ใช้สายปรับแต่งมีความหวังว่าจะได้เห็นศักยภาพที่สูงขึ้นอีกขั้นในเจเนอเรชันใหม่

    สิ่งที่น่าสนใจคือ AMD กำลังผลักดันให้ APU กลายเป็นศูนย์กลางของงานประมวลผลยุคใหม่ ทั้งด้านเกมมิ่ง, งานสร้างคอนเทนต์, และงาน AI แบบ On-device โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งอย่าง Intel และ NVIDIA ต่างก็เร่งพัฒนา AI PC เช่นกัน การแข่งขันนี้จะส่งผลให้ผู้บริโภคได้เห็นนวัตกรรมที่เร็วขึ้นและราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้นในตลาดพีซีระดับกลางถึงระดับสูง

    ในภาพรวม การมาของ Ryzen AI 400 ไม่ได้เป็นเพียงการอัปเกรดสเปก แต่เป็นการวางรากฐานให้พีซีในอนาคตสามารถทำงานร่วมกับโมเดล AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดภาระของระบบ Cloud และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้ เพราะข้อมูลจำนวนมากสามารถประมวลผลภายในเครื่องได้โดยตรง นี่คือก้าวสำคัญของ AMD ในการผลักดัน AI PC ให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Ryzen AI 400 เปิดตัวบนแพลตฟอร์ม AM5
    ใช้สถาปัตยกรรม Zen 5, RDNA 3.5 และ XDNA 2 NPU
    รองรับสูงสุด 12 คอร์ CPU, 16 คอร์ GPU และ 60 TOPS NPU

    รองรับโดยเมนบอร์ด AM5 ผ่านอัปเดต BIOS
    ผู้ผลิตเริ่มปล่อย AGESA เวอร์ชันใหม่ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
    ทำให้ผู้ใช้เมนบอร์ดปัจจุบันสามารถอัปเกรดได้ทันทีเมื่อซีพียูวางขาย

    พัฒนาต่อยอดจาก Ryzen 8000G
    คาดว่าจะมีศักยภาพด้านโอเวอร์คล็อกแรมที่ดีขึ้น
    เพิ่มประสิทธิภาพงานเกมและงาน AI แบบ Local

    ความไม่แน่นอนของสเปกจริง
    AMD ยังไม่เปิดเผย SKU อย่างเป็นทางการ
    ประสิทธิภาพจริงอาจแตกต่างจากข้อมูลที่เปิดเผยในงาน

    การแข่งขันด้าน AI PC ที่รุนแรงขึ้น
    อาจทำให้ราคาในตลาดผันผวน
    ผู้ใช้ต้องพิจารณาความคุ้มค่าระหว่าง AMD, Intel และ NVIDIA

    https://wccftech.com/amd-confirms-ryzen-ai-400-ryzen-ai-pro-400-apus-for-am5-desktops/
    🧠💥 AMD เปิดตัว Ryzen AI 400 ซีรีส์ใหม่บนเดสก์ท็อป AM5 — ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ APU ยุค AI การมาถึงของ AMD Ryzen AI 400 และ Ryzen AI PRO 400 บนแพลตฟอร์ม AM5 Desktop ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าโลกพีซีกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “AI เป็นหัวใจหลักของสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์” ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เสริมอีกต่อไป ซีรีส์ใหม่นี้มาพร้อมสถาปัตยกรรม Zen 5, กราฟิก RDNA 3.5, และหน่วยประมวลผล AI XDNA 2 NPU ที่ให้พลังสูงสุดถึง 60 TOPS ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนหลายเท่า ทำให้รองรับงาน AI แบบ Local ได้ลื่นไหลยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องพึ่ง Cloud มากเท่าเดิม AMD ยังยืนยันว่าซีพียูรุ่นใหม่นี้จะถูกวางจำหน่ายในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 พร้อมรองรับโดยเมนบอร์ด AM5 รุ่นปัจจุบันผ่านอัปเดต BIOS ที่ผู้ผลิตเริ่มทยอยปล่อยออกมาแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ Ryzen AI 400 ยังถูกออกแบบให้เป็น “รุ่นต่อยอด” จาก Ryzen 8000G ที่โดดเด่นด้านการโอเวอร์คล็อกแรม ทำให้ผู้ใช้สายปรับแต่งมีความหวังว่าจะได้เห็นศักยภาพที่สูงขึ้นอีกขั้นในเจเนอเรชันใหม่ สิ่งที่น่าสนใจคือ AMD กำลังผลักดันให้ APU กลายเป็นศูนย์กลางของงานประมวลผลยุคใหม่ ทั้งด้านเกมมิ่ง, งานสร้างคอนเทนต์, และงาน AI แบบ On-device โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งอย่าง Intel และ NVIDIA ต่างก็เร่งพัฒนา AI PC เช่นกัน การแข่งขันนี้จะส่งผลให้ผู้บริโภคได้เห็นนวัตกรรมที่เร็วขึ้นและราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้นในตลาดพีซีระดับกลางถึงระดับสูง ในภาพรวม การมาของ Ryzen AI 400 ไม่ได้เป็นเพียงการอัปเกรดสเปก แต่เป็นการวางรากฐานให้พีซีในอนาคตสามารถทำงานร่วมกับโมเดล AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดภาระของระบบ Cloud และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ผู้ใช้ เพราะข้อมูลจำนวนมากสามารถประมวลผลภายในเครื่องได้โดยตรง นี่คือก้าวสำคัญของ AMD ในการผลักดัน AI PC ให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Ryzen AI 400 เปิดตัวบนแพลตฟอร์ม AM5 ➡️ ใช้สถาปัตยกรรม Zen 5, RDNA 3.5 และ XDNA 2 NPU ➡️ รองรับสูงสุด 12 คอร์ CPU, 16 คอร์ GPU และ 60 TOPS NPU ✅ รองรับโดยเมนบอร์ด AM5 ผ่านอัปเดต BIOS ➡️ ผู้ผลิตเริ่มปล่อย AGESA เวอร์ชันใหม่ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ➡️ ทำให้ผู้ใช้เมนบอร์ดปัจจุบันสามารถอัปเกรดได้ทันทีเมื่อซีพียูวางขาย ✅ พัฒนาต่อยอดจาก Ryzen 8000G ➡️ คาดว่าจะมีศักยภาพด้านโอเวอร์คล็อกแรมที่ดีขึ้น ➡️ เพิ่มประสิทธิภาพงานเกมและงาน AI แบบ Local ‼️ ความไม่แน่นอนของสเปกจริง ⛔ AMD ยังไม่เปิดเผย SKU อย่างเป็นทางการ ⛔ ประสิทธิภาพจริงอาจแตกต่างจากข้อมูลที่เปิดเผยในงาน ‼️ การแข่งขันด้าน AI PC ที่รุนแรงขึ้น ⛔ อาจทำให้ราคาในตลาดผันผวน ⛔ ผู้ใช้ต้องพิจารณาความคุ้มค่าระหว่าง AMD, Intel และ NVIDIA https://wccftech.com/amd-confirms-ryzen-ai-400-ryzen-ai-pro-400-apus-for-am5-desktops/
    WCCFTECH.COM
    AMD Confirms Ryzen AI 400 & Ryzen AI PRO 400 APUs Are Coming To AM5 Desktops: Powered By Zen 5 CPU, RDNA 3.5 iGPU, & XDNA 2 NPU Cores
    AMD will be launching its Ryzen AI 400 & Ryzen AI PRO 400 Desktop AM5 APUs in the first half of 2026, featuring brand new architectures.
    0 Comments 0 Shares 10 Views 0 Reviews
  • การ์ดจอ Blackwell ถูกดัดแปลงเป็น “Blower GPU” เพื่อป้อนตลาด AI จีน

    การ์ดจอซีรีส์ Nvidia Blackwell (RTX 50 Series) ซึ่งปกติออกแบบมาสำหรับเกมมิ่ง กำลังถูกนำไปดัดแปลงเป็น รุ่น Blower-style เพื่อใช้งานในศูนย์ข้อมูล AI โดยเฉพาะในจีน ที่มีความต้องการ GPU สูงมากจนเกิดตลาดดัดแปลงแบบ “ใต้ดิน” ขึ้นมา

    การดัดแปลงนี้เกิดขึ้นเพราะการ์ดจอแบบ Blower สามารถระบายความร้อนได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีการ์ดจำนวนมากวางชิดกัน เช่นใน AI farms หรือ data centers ต่างจากการ์ดเกมมิ่งทั่วไปที่ออกแบบให้ใช้ในเคสพีซีปกติ เมื่อรวมกับความต้องการ GPU ที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในจีน ทำให้มีการนำการ์ดเกมมิ่งอย่าง RTX 5090, 5080, 5070 Ti และ 5060 Ti มาปรับแต่งใหม่ให้เหมาะกับงาน AI

    ราคาของการ์ดเหล่านี้สูงกว่ารุ่นเกมมิ่งมาก เช่น RTX 5090 Blower ราคาเกือบ 4,156 ดอลลาร์, ส่วนรุ่นรองลงมาก็แพงขึ้นเช่นกัน เพราะถูกมองว่าเป็นสินค้าสำหรับงาน AI ที่ให้ผลตอบแทนสูง ผู้ซื้อจำนวนมากยอมจ่ายแพงเพื่อให้ได้ GPU ที่ใช้งานได้ทันที แม้จะเป็นการดัดแปลงแบบไม่เป็นทางการก็ตาม

    นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่ม VRAM ให้สูงขึ้นในบางรุ่น เช่น 32GB หรือมากกว่านั้น เพื่อรองรับโมเดล AI ขนาดใหญ่ ทำให้การ์ดเกมมิ่งที่ควรจะอยู่ในตลาดผู้เล่นเกม กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรม AI ไปโดยปริยาย สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาด GPU ที่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วย AI มากกว่าเกมมิ่งอย่างชัดเจน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การ์ดเกมมิ่งถูกดัดแปลงเป็น Blower GPU
    ใช้การ์ด RTX 5090, 5080, 5070 Ti, 5060 Ti มาทำเป็นรุ่น Blower
    เหมาะกับศูนย์ข้อมูล AI มากกว่าเคสพีซีทั่วไป
    เป็นการดัดแปลงแบบ aftermarket ไม่ใช่ของ Nvidia โดยตรง

    เหตุผลที่ตลาดจีนต้องการสูง
    ความต้องการ GPU สำหรับ AI พุ่งสูง
    การ์ดบางรุ่นถูกควบคุมการส่งออก ทำให้เกิดตลาดใต้ดิน
    Blower-style ช่วยระบายความร้อนในระบบ GPU หนาแน่นได้ดีกว่า

    ผลกระทบต่อตลาด
    ราคาการ์ดดัดแปลงสูงกว่ารุ่นเกมมิ่งมาก
    ผู้ใช้เกมมิ่งอาจหาการ์ดบางรุ่นได้ยากขึ้น
    ตลาด GPU ถูกเบียดไปทาง AI มากขึ้นเรื่อยๆ

    ความเสี่ยงและข้อควรระวัง
    การดัดแปลงไม่ใช่ของทางการ อาจมีปัญหาคุณภาพ
    การเพิ่ม VRAM แบบไม่เป็นทางการอาจทำให้เสถียรภาพลดลง
    การใช้งานผิดประเภทอาจทำให้ประกันหมดสิทธิ์

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidias-blackwell-gaming-gpus-go-through-blower-style-transformation-to-fuel-ai-data-centers-rtx-5080-rtx-5070-ti-rtx-5060-ti-blower-gpus-up-for-purchase-in-china
    🚀🌀 การ์ดจอ Blackwell ถูกดัดแปลงเป็น “Blower GPU” เพื่อป้อนตลาด AI จีน การ์ดจอซีรีส์ Nvidia Blackwell (RTX 50 Series) ซึ่งปกติออกแบบมาสำหรับเกมมิ่ง กำลังถูกนำไปดัดแปลงเป็น รุ่น Blower-style เพื่อใช้งานในศูนย์ข้อมูล AI โดยเฉพาะในจีน ที่มีความต้องการ GPU สูงมากจนเกิดตลาดดัดแปลงแบบ “ใต้ดิน” ขึ้นมา การดัดแปลงนี้เกิดขึ้นเพราะการ์ดจอแบบ Blower สามารถระบายความร้อนได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีการ์ดจำนวนมากวางชิดกัน เช่นใน AI farms หรือ data centers ต่างจากการ์ดเกมมิ่งทั่วไปที่ออกแบบให้ใช้ในเคสพีซีปกติ เมื่อรวมกับความต้องการ GPU ที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในจีน ทำให้มีการนำการ์ดเกมมิ่งอย่าง RTX 5090, 5080, 5070 Ti และ 5060 Ti มาปรับแต่งใหม่ให้เหมาะกับงาน AI ราคาของการ์ดเหล่านี้สูงกว่ารุ่นเกมมิ่งมาก เช่น RTX 5090 Blower ราคาเกือบ 4,156 ดอลลาร์, ส่วนรุ่นรองลงมาก็แพงขึ้นเช่นกัน เพราะถูกมองว่าเป็นสินค้าสำหรับงาน AI ที่ให้ผลตอบแทนสูง ผู้ซื้อจำนวนมากยอมจ่ายแพงเพื่อให้ได้ GPU ที่ใช้งานได้ทันที แม้จะเป็นการดัดแปลงแบบไม่เป็นทางการก็ตาม นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่ม VRAM ให้สูงขึ้นในบางรุ่น เช่น 32GB หรือมากกว่านั้น เพื่อรองรับโมเดล AI ขนาดใหญ่ ทำให้การ์ดเกมมิ่งที่ควรจะอยู่ในตลาดผู้เล่นเกม กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรม AI ไปโดยปริยาย สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาด GPU ที่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วย AI มากกว่าเกมมิ่งอย่างชัดเจน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การ์ดเกมมิ่งถูกดัดแปลงเป็น Blower GPU ➡️ ใช้การ์ด RTX 5090, 5080, 5070 Ti, 5060 Ti มาทำเป็นรุ่น Blower ➡️ เหมาะกับศูนย์ข้อมูล AI มากกว่าเคสพีซีทั่วไป ➡️ เป็นการดัดแปลงแบบ aftermarket ไม่ใช่ของ Nvidia โดยตรง ✅ เหตุผลที่ตลาดจีนต้องการสูง ➡️ ความต้องการ GPU สำหรับ AI พุ่งสูง ➡️ การ์ดบางรุ่นถูกควบคุมการส่งออก ทำให้เกิดตลาดใต้ดิน ➡️ Blower-style ช่วยระบายความร้อนในระบบ GPU หนาแน่นได้ดีกว่า ‼️ ผลกระทบต่อตลาด ⛔ ราคาการ์ดดัดแปลงสูงกว่ารุ่นเกมมิ่งมาก ⛔ ผู้ใช้เกมมิ่งอาจหาการ์ดบางรุ่นได้ยากขึ้น ⛔ ตลาด GPU ถูกเบียดไปทาง AI มากขึ้นเรื่อยๆ ‼️ ความเสี่ยงและข้อควรระวัง ⛔ การดัดแปลงไม่ใช่ของทางการ อาจมีปัญหาคุณภาพ ⛔ การเพิ่ม VRAM แบบไม่เป็นทางการอาจทำให้เสถียรภาพลดลง ⛔ การใช้งานผิดประเภทอาจทำให้ประกันหมดสิทธิ์ https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidias-blackwell-gaming-gpus-go-through-blower-style-transformation-to-fuel-ai-data-centers-rtx-5080-rtx-5070-ti-rtx-5060-ti-blower-gpus-up-for-purchase-in-china
    0 Comments 0 Shares 14 Views 0 Reviews
  • ผู้ดูแลระบบได้สิทธิ์ลบ Microsoft Copilot ออกจาก Windows 11 แล้ว!

    Microsoft ได้เพิ่มความสามารถใหม่ให้ผู้ดูแลระบบ (Admins) สามารถ ถอนการติดตั้ง Microsoft Copilot App ออกจากอุปกรณ์ Windows 11 เวอร์ชัน Pro, Enterprise และ Education ได้แล้ว ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะบางประการ

    ฟีเจอร์นี้ถูกปล่อยผ่าน Windows Insider Preview Build 26220.7535 (KB5072046) โดยเพิ่มนโยบายใหม่ชื่อ RemoveMicrosoftCopilotApp ที่ช่วยให้ Admin สามารถลบ Copilot เวอร์ชันฟรีที่ติดมากับ Windows 11 ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ยังคงมี Microsoft 365 Copilot อยู่ในระบบ เพราะเป็นบริการแบบสมัครสมาชิกที่แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง

    แม้จะฟังดูง่าย แต่การลบ Copilot ไม่ได้ทำได้ทุกเครื่อง เพราะ Microsoft กำหนดเงื่อนไขไว้หลายข้อ เช่น อุปกรณ์ต้องมีทั้ง Microsoft 365 Copilot และ Microsoft Copilot ติดตั้งอยู่, แอป Copilot ต้องไม่ใช่แอปที่ผู้ใช้ติดตั้งเอง และที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ใช้ต้องไม่เปิด Copilot ภายใน 28 วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องยากเพราะ Copilot เปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ระบบ และยังมีคีย์ลัดที่กดโดนได้ง่าย เช่น Windows + C หรือ Alt + Space

    แม้จะมีข้อจำกัด แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นสัญญาณว่า Microsoft เริ่มเปิดทางให้ผู้ใช้และองค์กรควบคุมระบบได้มากขึ้น หลังจากกระแสต่อต้านการยัดเยียดฟีเจอร์ AI ใน Windows 11 ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลายองค์กรอาจมองว่านี่คือโอกาสในการจัดการระบบให้เบาลง ปลอดภัยขึ้น และเหมาะกับนโยบายภายในมากกว่าเดิม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ฟีเจอร์ใหม่สำหรับผู้ดูแลระบบ
    Admin สามารถลบ Microsoft Copilot App ออกจาก Windows 11 ได้
    ใช้ผ่านนโยบาย RemoveMicrosoftCopilotApp ใน Group Policy
    มีผลใน Windows Insider Build 26220.7535

    เงื่อนไขที่อุปกรณ์ต้องมี
    ต้องติดตั้งทั้ง Microsoft 365 Copilot และ Microsoft Copilot
    Copilot ต้องไม่ใช่แอปที่ผู้ใช้ติดตั้งเอง
    แอปต้องไม่ถูกเปิดใช้งานในช่วง 28 วันล่าสุด

    ข้อจำกัดและความท้าทาย
    Copilot เปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ระบบ ทำให้ยากต่อการเข้าเงื่อนไข
    คีย์ลัด Copilot อาจทำให้เปิดแอปโดยไม่ตั้งใจ
    ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่สามารถลบได้เอง ต้องให้ Admin จัดการ

    ผลกระทบต่อองค์กรและผู้ใช้
    องค์กรต้องประเมินผลกระทบก่อนลบ Copilot
    ผู้ใช้ที่ต้องการใช้ AI อาจต้องติดตั้งใหม่เอง
    การจัดการระบบอาจซับซ้อนขึ้นหากมีหลายเวอร์ชันของ Copilot

    https://www.tomshardware.com/software/windows/admins-finally-get-the-power-to-uninstall-microsoft-copilot-on-windows-11-pro-enterprise-and-edu-versions-devices-must-meet-specific-conditions-to-allow-the-removal-of-the-ai-app
    🧩💻 ผู้ดูแลระบบได้สิทธิ์ลบ Microsoft Copilot ออกจาก Windows 11 แล้ว! Microsoft ได้เพิ่มความสามารถใหม่ให้ผู้ดูแลระบบ (Admins) สามารถ ถอนการติดตั้ง Microsoft Copilot App ออกจากอุปกรณ์ Windows 11 เวอร์ชัน Pro, Enterprise และ Education ได้แล้ว ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะบางประการ ฟีเจอร์นี้ถูกปล่อยผ่าน Windows Insider Preview Build 26220.7535 (KB5072046) โดยเพิ่มนโยบายใหม่ชื่อ RemoveMicrosoftCopilotApp ที่ช่วยให้ Admin สามารถลบ Copilot เวอร์ชันฟรีที่ติดมากับ Windows 11 ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ยังคงมี Microsoft 365 Copilot อยู่ในระบบ เพราะเป็นบริการแบบสมัครสมาชิกที่แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง แม้จะฟังดูง่าย แต่การลบ Copilot ไม่ได้ทำได้ทุกเครื่อง เพราะ Microsoft กำหนดเงื่อนไขไว้หลายข้อ เช่น อุปกรณ์ต้องมีทั้ง Microsoft 365 Copilot และ Microsoft Copilot ติดตั้งอยู่, แอป Copilot ต้องไม่ใช่แอปที่ผู้ใช้ติดตั้งเอง และที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ใช้ต้องไม่เปิด Copilot ภายใน 28 วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องยากเพราะ Copilot เปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ระบบ และยังมีคีย์ลัดที่กดโดนได้ง่าย เช่น Windows + C หรือ Alt + Space แม้จะมีข้อจำกัด แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นสัญญาณว่า Microsoft เริ่มเปิดทางให้ผู้ใช้และองค์กรควบคุมระบบได้มากขึ้น หลังจากกระแสต่อต้านการยัดเยียดฟีเจอร์ AI ใน Windows 11 ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลายองค์กรอาจมองว่านี่คือโอกาสในการจัดการระบบให้เบาลง ปลอดภัยขึ้น และเหมาะกับนโยบายภายในมากกว่าเดิม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ฟีเจอร์ใหม่สำหรับผู้ดูแลระบบ ➡️ Admin สามารถลบ Microsoft Copilot App ออกจาก Windows 11 ได้ ➡️ ใช้ผ่านนโยบาย RemoveMicrosoftCopilotApp ใน Group Policy ➡️ มีผลใน Windows Insider Build 26220.7535 ✅ เงื่อนไขที่อุปกรณ์ต้องมี ➡️ ต้องติดตั้งทั้ง Microsoft 365 Copilot และ Microsoft Copilot ➡️ Copilot ต้องไม่ใช่แอปที่ผู้ใช้ติดตั้งเอง ➡️ แอปต้องไม่ถูกเปิดใช้งานในช่วง 28 วันล่าสุด ‼️ ข้อจำกัดและความท้าทาย ⛔ Copilot เปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ระบบ ทำให้ยากต่อการเข้าเงื่อนไข ⛔ คีย์ลัด Copilot อาจทำให้เปิดแอปโดยไม่ตั้งใจ ⛔ ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่สามารถลบได้เอง ต้องให้ Admin จัดการ ‼️ ผลกระทบต่อองค์กรและผู้ใช้ ⛔ องค์กรต้องประเมินผลกระทบก่อนลบ Copilot ⛔ ผู้ใช้ที่ต้องการใช้ AI อาจต้องติดตั้งใหม่เอง ⛔ การจัดการระบบอาจซับซ้อนขึ้นหากมีหลายเวอร์ชันของ Copilot https://www.tomshardware.com/software/windows/admins-finally-get-the-power-to-uninstall-microsoft-copilot-on-windows-11-pro-enterprise-and-edu-versions-devices-must-meet-specific-conditions-to-allow-the-removal-of-the-ai-app
    0 Comments 0 Shares 17 Views 0 Reviews
  • HP มองหาซัพพลายเออร์ DRAM จากจีน หลังตลาดขาดแคลนหนัก — นักวิเคราะห์ชี้ “ชิปหน่วยความจำคือสินค้าโภคภัณฑ์ เปลี่ยนผู้ผลิตได้ง่าย”

    ความต้องการหน่วยความจำทั่วโลกกำลังพุ่งสูงจากกระแส AI ทำให้เกิดภาวะขาดแคลน DRAM และ NAND อย่างหนัก ผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งสาม — Samsung, SK hynix และ Micron — ไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทัน ส่งผลให้บริษัทอย่าง HP เริ่มมองหาทางเลือกใหม่ โดยเฉพาะซัพพลายเออร์จากจีน เพื่อป้อนตลาดเอเชียและยุโรปบางส่วน

    นักวิเคราะห์ Tae Kim ระบุว่า HP ได้แจ้งกับ Bank of America ว่ากำลัง “คัดเลือกซัพพลายเออร์เพิ่มเติมจากจีน” แม้ยังไม่ยืนยันว่าจะเปลี่ยนซัพพลายเออร์จริง แต่ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังเตรียมรับมือกับความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน โดยเฉพาะเมื่อชิปหน่วยความจำถูกมองว่าเป็น commodity ที่สามารถสลับผู้ผลิตได้ง่าย ต่างจากชิป AI ที่มีความเฉพาะทางสูง

    ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตหน่วยความจำจีนอย่าง CXMT และ YMTC กำลังฉวยโอกาสจากตลาดที่ตึงตัว CXMT เปิดตัว DDR5‑8000 และ LPDDR5X‑10667 แม้จะถูกจำกัดการส่งออกจากสหรัฐ และยังเตรียม IPO มูลค่า 4.2 พันล้านดอลลาร์เพื่อขยายกำลังผลิต ส่วน YMTC ก็มีแผนเข้าสู่ตลาด DRAM และอาจจับมือ CXMT เพื่อผลิต HBM ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงที่สุดในยุค AI

    แม้จะมีข้อกล่าวหาเรื่องการลอกเทคโนโลยีจาก Samsung แต่ภาวะขาดแคลนทำให้หลายบริษัทอาจ “ยอมมองข้าม” เพื่อให้สินค้าทันตลาด เพราะผู้ใช้ปลายทางส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจว่าชิปมาจากประเทศใด ตราบใดที่ประสิทธิภาพดีและราคาคุ้มค่า

    สรุปประเด็นสำคัญ
    HP กำลังคัดเลือกซัพพลายเออร์ DRAM จากจีน
    เพื่อรับมือภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ

    ชิปหน่วยความจำถูกมองเป็นสินค้าโภคภัณฑ์
    นักวิเคราะห์ชี้ว่าสามารถเปลี่ยนผู้ผลิตได้ง่ายกว่า AI chips

    ตลาดขาดแคลนเพราะความต้องการ HBM สูงมากจากกระแส AI
    ผู้ผลิตรายใหญ่ไม่เพิ่มกำลังผลิตเพราะเสี่ยงฟองสบู่

    ผู้ผลิตจีนอย่าง CXMT และ YMTC กำลังรุกตลาดหนัก
    เปิดตัว DDR5 รุ่นใหม่และเตรียม IPO มูลค่ามหาศาล

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    การใช้ชิปจากจีนอาจมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
    โดยเฉพาะข้อจำกัดการส่งออกและแรงกดดันจากสหรัฐ

    ข้อกล่าวหาเรื่องการลอกเทคโนโลยีอาจกระทบความเชื่อมั่น
    แม้บริษัทปลายทางอาจจำเป็นต้องซื้อเพราะตลาดตึงตัว

    ตลาดหน่วยความจำมีวัฏจักรขึ้นลงรุนแรง
    การลงทุนเพิ่มอาจเสี่ยงหากความต้องการลดลงในอนาคต

    https://www.tomshardware.com/pc-components/ram/hp-reportedly-eyes-chinese-suppliers-for-dram-as-global-shortage-sparks-shake-up-analyst-says-memory-chips-are-commodities-that-can-easily-be-replaced
    🧠💾 HP มองหาซัพพลายเออร์ DRAM จากจีน หลังตลาดขาดแคลนหนัก — นักวิเคราะห์ชี้ “ชิปหน่วยความจำคือสินค้าโภคภัณฑ์ เปลี่ยนผู้ผลิตได้ง่าย” ความต้องการหน่วยความจำทั่วโลกกำลังพุ่งสูงจากกระแส AI ทำให้เกิดภาวะขาดแคลน DRAM และ NAND อย่างหนัก ผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งสาม — Samsung, SK hynix และ Micron — ไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทัน ส่งผลให้บริษัทอย่าง HP เริ่มมองหาทางเลือกใหม่ โดยเฉพาะซัพพลายเออร์จากจีน เพื่อป้อนตลาดเอเชียและยุโรปบางส่วน นักวิเคราะห์ Tae Kim ระบุว่า HP ได้แจ้งกับ Bank of America ว่ากำลัง “คัดเลือกซัพพลายเออร์เพิ่มเติมจากจีน” แม้ยังไม่ยืนยันว่าจะเปลี่ยนซัพพลายเออร์จริง แต่ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังเตรียมรับมือกับความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน โดยเฉพาะเมื่อชิปหน่วยความจำถูกมองว่าเป็น commodity ที่สามารถสลับผู้ผลิตได้ง่าย ต่างจากชิป AI ที่มีความเฉพาะทางสูง ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตหน่วยความจำจีนอย่าง CXMT และ YMTC กำลังฉวยโอกาสจากตลาดที่ตึงตัว CXMT เปิดตัว DDR5‑8000 และ LPDDR5X‑10667 แม้จะถูกจำกัดการส่งออกจากสหรัฐ และยังเตรียม IPO มูลค่า 4.2 พันล้านดอลลาร์เพื่อขยายกำลังผลิต ส่วน YMTC ก็มีแผนเข้าสู่ตลาด DRAM และอาจจับมือ CXMT เพื่อผลิต HBM ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงที่สุดในยุค AI แม้จะมีข้อกล่าวหาเรื่องการลอกเทคโนโลยีจาก Samsung แต่ภาวะขาดแคลนทำให้หลายบริษัทอาจ “ยอมมองข้าม” เพื่อให้สินค้าทันตลาด เพราะผู้ใช้ปลายทางส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจว่าชิปมาจากประเทศใด ตราบใดที่ประสิทธิภาพดีและราคาคุ้มค่า 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ HP กำลังคัดเลือกซัพพลายเออร์ DRAM จากจีน ➡️ เพื่อรับมือภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ ✅ ชิปหน่วยความจำถูกมองเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ➡️ นักวิเคราะห์ชี้ว่าสามารถเปลี่ยนผู้ผลิตได้ง่ายกว่า AI chips ✅ ตลาดขาดแคลนเพราะความต้องการ HBM สูงมากจากกระแส AI ➡️ ผู้ผลิตรายใหญ่ไม่เพิ่มกำลังผลิตเพราะเสี่ยงฟองสบู่ ✅ ผู้ผลิตจีนอย่าง CXMT และ YMTC กำลังรุกตลาดหนัก ➡️ เปิดตัว DDR5 รุ่นใหม่และเตรียม IPO มูลค่ามหาศาล คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ การใช้ชิปจากจีนอาจมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ⛔ โดยเฉพาะข้อจำกัดการส่งออกและแรงกดดันจากสหรัฐ ‼️ ข้อกล่าวหาเรื่องการลอกเทคโนโลยีอาจกระทบความเชื่อมั่น ⛔ แม้บริษัทปลายทางอาจจำเป็นต้องซื้อเพราะตลาดตึงตัว ‼️ ตลาดหน่วยความจำมีวัฏจักรขึ้นลงรุนแรง ⛔ การลงทุนเพิ่มอาจเสี่ยงหากความต้องการลดลงในอนาคต https://www.tomshardware.com/pc-components/ram/hp-reportedly-eyes-chinese-suppliers-for-dram-as-global-shortage-sparks-shake-up-analyst-says-memory-chips-are-commodities-that-can-easily-be-replaced
    0 Comments 0 Shares 15 Views 0 Reviews
  • Intel เดินหน้าเต็มกำลังกับกระบวนการผลิต 14A — CEO ยืนยัน “มีลูกค้าภายนอกแล้ว” และพร้อมเร่งพัฒนาเพื่อแซงคู่แข่ง

    Intel ใช้เวที CES 2026 ไม่เพียงเปิดตัว Panther Lake แต่ยังส่งสัญญาณสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของธุรกิจ Foundry ด้วยการประกาศว่า บริษัทกำลัง “เดินหน้าเต็มกำลัง” กับกระบวนการผลิต 14A (1.4nm-class) ซึ่งเป็นท่าทีที่สวนทางกับคำพูดเมื่อกลางปีที่ระบุว่าอาจ “หยุดหรือยกเลิก” หากไม่ได้ลูกค้าภายนอก แต่ตอนนี้ CEO Lip‑Bu Tan ยืนยันว่า 14A มี “โมเมนตัมที่ดีมาก” และมีลูกค้ามากกว่าหนึ่งรายแล้ว

    กระบวนการผลิต 14A จะพร้อมใช้งานเชิงพาณิชย์ในปี 2027 โดย Intel เตรียมปล่อย PDK รุ่นแรกให้ลูกค้าภายนอกภายในปีนี้ จุดเด่นของ 14A คือการต่อยอดจาก 18A ด้วย RibbonFET รุ่นที่ 2, ระบบจ่ายไฟแบบ PowerDirect BSPDN รุ่นใหม่, และ Turbo Cells ที่ช่วยเพิ่มความเร็วโดยไม่เพิ่มพื้นที่หรือพลังงานมากนัก ทำให้ 14A เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ Intel หวังใช้กลับมาท้าชน TSMC และ Samsung ในตลาด Foundry ระดับสูง

    อย่างไรก็ตาม Intel ยังมีความท้าทายสำคัญ เพราะ แผนลงทุนปัจจุบันไม่ได้รวมกำลังการผลิตสำหรับลูกค้าภายนอก หมายความว่าหากมีบริษัทใหญ่ เช่น Apple, Nvidia, AMD หรือ Qualcomm ต้องการใช้ 14A จริง Intel จะต้องลงทุนเพิ่มทันที ซึ่งอาจทำให้จุดคุ้มทุนของธุรกิจ Foundry ถูกเลื่อนออกไป แต่ผู้บริหารเชื่อว่านักลงทุน “ยอมรับได้” หากเป็นสัญญาณว่าบริษัทสามารถดึงลูกค้าภายนอกได้จริง

    การแข่งขันในตลาด Foundry กำลังดุเดือด เพราะ TSMC และ Samsung มักสร้างกำลังการผลิตล่วงหน้าพร้อมลูกค้าหลักหลายราย ขณะที่ Intel ต้องสร้างกำลังผลิตเพื่อรองรับความต้องการภายในก่อน ทำให้การดึงลูกค้าภายนอกต้องอาศัยความมั่นใจสูงมาก ทั้งในด้านเทคโนโลยีและความพร้อมของโรงงาน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Intel เดินหน้าเต็มกำลังกับกระบวนการผลิต 14A
    CEO ยืนยันว่ามีลูกค้าภายนอกมากกว่าหนึ่งรายแล้ว

    14A จะพร้อมผลิตจริงในปี 2027
    PDK สำหรับลูกค้าภายนอกจะออกภายในปีนี้

    เทคโนโลยีใหม่: RibbonFET Gen 2, PowerDirect BSPDN, Turbo Cells
    เพิ่มประสิทธิภาพและลดปัญหาด้านพลังงาน

    Intel ต้องการลูกค้าภายนอกเพื่อคุ้มทุนการพัฒนา 14A
    แต่แผนลงทุนปัจจุบันยังไม่รวมกำลังผลิตสำหรับลูกค้าภายนอก

    18A ยังมีลูกค้าภายนอกน้อยมาก
    ทำให้ 14A เป็นโอกาสสำคัญในการพิสูจน์ Intel Foundry

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    Intel อาจต้องลงทุนเพิ่มอย่างมากหากได้ลูกค้ารายใหญ่
    อาจทำให้กำไรของธุรกิจ Foundry ถูกเลื่อนออกไป

    การแข่งขันกับ TSMC และ Samsung ยังหนักมาก
    ทั้งสองบริษัทมีโมเดลการสร้างกำลังผลิตที่มั่นคงกว่า

    ความสำเร็จของ 14A ขึ้นอยู่กับการดึงลูกค้าภายนอกให้ได้จริง
    หากไม่สำเร็จ Intel อาจเสียโอกาสในตลาดระดับสูงอีกครั้ง

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/intel-is-going-big-time-into-14a-says-ceo-lip-bu-tan-serve-the-customer-well-remark-hints-at-external-client
    🏭⚡ Intel เดินหน้าเต็มกำลังกับกระบวนการผลิต 14A — CEO ยืนยัน “มีลูกค้าภายนอกแล้ว” และพร้อมเร่งพัฒนาเพื่อแซงคู่แข่ง Intel ใช้เวที CES 2026 ไม่เพียงเปิดตัว Panther Lake แต่ยังส่งสัญญาณสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของธุรกิจ Foundry ด้วยการประกาศว่า บริษัทกำลัง “เดินหน้าเต็มกำลัง” กับกระบวนการผลิต 14A (1.4nm-class) ซึ่งเป็นท่าทีที่สวนทางกับคำพูดเมื่อกลางปีที่ระบุว่าอาจ “หยุดหรือยกเลิก” หากไม่ได้ลูกค้าภายนอก แต่ตอนนี้ CEO Lip‑Bu Tan ยืนยันว่า 14A มี “โมเมนตัมที่ดีมาก” และมีลูกค้ามากกว่าหนึ่งรายแล้ว กระบวนการผลิต 14A จะพร้อมใช้งานเชิงพาณิชย์ในปี 2027 โดย Intel เตรียมปล่อย PDK รุ่นแรกให้ลูกค้าภายนอกภายในปีนี้ จุดเด่นของ 14A คือการต่อยอดจาก 18A ด้วย RibbonFET รุ่นที่ 2, ระบบจ่ายไฟแบบ PowerDirect BSPDN รุ่นใหม่, และ Turbo Cells ที่ช่วยเพิ่มความเร็วโดยไม่เพิ่มพื้นที่หรือพลังงานมากนัก ทำให้ 14A เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ Intel หวังใช้กลับมาท้าชน TSMC และ Samsung ในตลาด Foundry ระดับสูง อย่างไรก็ตาม Intel ยังมีความท้าทายสำคัญ เพราะ แผนลงทุนปัจจุบันไม่ได้รวมกำลังการผลิตสำหรับลูกค้าภายนอก หมายความว่าหากมีบริษัทใหญ่ เช่น Apple, Nvidia, AMD หรือ Qualcomm ต้องการใช้ 14A จริง Intel จะต้องลงทุนเพิ่มทันที ซึ่งอาจทำให้จุดคุ้มทุนของธุรกิจ Foundry ถูกเลื่อนออกไป แต่ผู้บริหารเชื่อว่านักลงทุน “ยอมรับได้” หากเป็นสัญญาณว่าบริษัทสามารถดึงลูกค้าภายนอกได้จริง การแข่งขันในตลาด Foundry กำลังดุเดือด เพราะ TSMC และ Samsung มักสร้างกำลังการผลิตล่วงหน้าพร้อมลูกค้าหลักหลายราย ขณะที่ Intel ต้องสร้างกำลังผลิตเพื่อรองรับความต้องการภายในก่อน ทำให้การดึงลูกค้าภายนอกต้องอาศัยความมั่นใจสูงมาก ทั้งในด้านเทคโนโลยีและความพร้อมของโรงงาน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Intel เดินหน้าเต็มกำลังกับกระบวนการผลิต 14A ➡️ CEO ยืนยันว่ามีลูกค้าภายนอกมากกว่าหนึ่งรายแล้ว ✅ 14A จะพร้อมผลิตจริงในปี 2027 ➡️ PDK สำหรับลูกค้าภายนอกจะออกภายในปีนี้ ✅ เทคโนโลยีใหม่: RibbonFET Gen 2, PowerDirect BSPDN, Turbo Cells ➡️ เพิ่มประสิทธิภาพและลดปัญหาด้านพลังงาน ✅ Intel ต้องการลูกค้าภายนอกเพื่อคุ้มทุนการพัฒนา 14A ➡️ แต่แผนลงทุนปัจจุบันยังไม่รวมกำลังผลิตสำหรับลูกค้าภายนอก ✅ 18A ยังมีลูกค้าภายนอกน้อยมาก ➡️ ทำให้ 14A เป็นโอกาสสำคัญในการพิสูจน์ Intel Foundry คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ Intel อาจต้องลงทุนเพิ่มอย่างมากหากได้ลูกค้ารายใหญ่ ⛔ อาจทำให้กำไรของธุรกิจ Foundry ถูกเลื่อนออกไป ‼️ การแข่งขันกับ TSMC และ Samsung ยังหนักมาก ⛔ ทั้งสองบริษัทมีโมเดลการสร้างกำลังผลิตที่มั่นคงกว่า ‼️ ความสำเร็จของ 14A ขึ้นอยู่กับการดึงลูกค้าภายนอกให้ได้จริง ⛔ หากไม่สำเร็จ Intel อาจเสียโอกาสในตลาดระดับสูงอีกครั้ง https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/intel-is-going-big-time-into-14a-says-ceo-lip-bu-tan-serve-the-customer-well-remark-hints-at-external-client
    0 Comments 0 Shares 23 Views 0 Reviews
  • ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5 — เตรียมพร้อมรองรับ Ryzen รุ่นอนาคต และใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ล่วงหน้า

    ASUS เดินตามรอย Gigabyte ด้วยการอัปเกรด ขนาด BIOS ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ดตระกูล ROG Strix Neo AM5 ซึ่งมากกว่าเมนบอร์ด AM5 รุ่นก่อนหน้าถึงสองเท่า การเพิ่มความจุครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อความหรูหรา แต่เพื่อแก้ปัญหาเดียวกับที่เคยเกิดในยุค AM4 — เมื่อ BIOS มีพื้นที่ไม่พอรองรับ CPU รุ่นใหม่ ทำให้ต้องตัดฟีเจอร์หรือรองรับ CPU บางรุ่นไม่ได้

    เมนบอร์ดที่ได้อัปเกรด ROM ได้แก่
    ROG Strix X870E‑E Gaming WiFi7 Neo
    ROG Strix X870E‑A Gaming WiFi7 Neo
    ROG Strix B850‑F Gaming WiFi7 Neo
    ROG Strix B850‑A Gaming WiFi7 Neo

    แม้ตอนนี้ AM5 ยังไม่มีปัญหาความเข้ากันได้ของ CPU แต่ ASUS และ Gigabyte เลือก “กันไว้ก่อน” เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS ออกเหมือนยุค AM4 ที่เคยเจอปัญหา ROM 16MB ไม่พอจนต้องออกบอร์ดรุ่นใหม่ที่มี 32MB

    ในระหว่างที่ยังไม่มี CPU ใหม่มาใช้พื้นที่ ROM เพิ่มเติม ASUS ใช้พื้นที่ว่างนี้เพื่อ ใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ใน BIOS เลย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น เพราะ Microsoft บังคับให้ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและล็อกอินบัญชี Microsoft ก่อนติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ การมีไดรเวอร์ Wi‑Fi ติดตั้งล่วงหน้าจึงช่วยลดปัญหานี้ได้มาก

    นอกจากนี้ Strix Neo ยังเพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง เช่น Q‑Release สำหรับถอดการ์ดจอใหญ่ ๆ ได้ง่ายขึ้น, การจัดสรรเลน PCIe ใหม่ที่ทำให้ใช้ PCIe 5.0 x16 พร้อม M.2 PCIe 5.0 สองตัวได้เต็มสปีด และเพิ่ม USB 2.0 headers ภายในถึง 3 ช่อง เพื่อรองรับอุปกรณ์ภายในเคสที่ต้องใช้พอร์ต USB เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5
    เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS

    ใช้พื้นที่ ROM ส่วนเกินเพื่อติดตั้งไดรเวอร์ Wi‑Fi ล่วงหน้า
    ช่วยให้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น

    เมนบอร์ดที่ได้รับอัปเกรดมี 4 รุ่นในตระกูล ROG Strix Neo
    X870E‑E, X870E‑A, B850‑F, B850‑A

    แก้ปัญหาที่เคยเกิดในยุค AM4 ที่ ROM ไม่พอรองรับ CPU ใหม่
    AM4 เคยต้องตัดฟีเจอร์ BIOS เพื่อให้พอพื้นที่

    Strix Neo เพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง
    Q‑Release, PCIe optimization, USB 2.0 headers เพิ่มขึ้น

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    แม้ ROM ใหญ่ขึ้น แต่ยังต้องรอทดสอบจริงกับ Ryzen รุ่นอนาคต
    ความเข้ากันได้จริงอาจขึ้นกับการออกแบบ BIOS ในอนาคต

    การแชร์เลน PCIe ระหว่าง M.2 และ USB4 อาจมีผลกับบางการใช้งาน
    ผู้ใช้ที่ต้องการแบนด์วิดท์สูงสุดทุกอุปกรณ์ควรตรวจสอบก่อน

    ฟีเจอร์ Wi‑Fi pre‑install อาจไม่รองรับทุกเวอร์ชันของ Windows
    โดยเฉพาะการติดตั้งแบบ offline หรือเวอร์ชันเก่า

    https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/asus-adds-64mb-rom-to-strix-neo-am5-motherboards-following-gigabyte-capacity-large-enough-to-fit-pre-installed-wi-fi-drivers
    🧩⚡ ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5 — เตรียมพร้อมรองรับ Ryzen รุ่นอนาคต และใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ล่วงหน้า ASUS เดินตามรอย Gigabyte ด้วยการอัปเกรด ขนาด BIOS ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ดตระกูล ROG Strix Neo AM5 ซึ่งมากกว่าเมนบอร์ด AM5 รุ่นก่อนหน้าถึงสองเท่า การเพิ่มความจุครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อความหรูหรา แต่เพื่อแก้ปัญหาเดียวกับที่เคยเกิดในยุค AM4 — เมื่อ BIOS มีพื้นที่ไม่พอรองรับ CPU รุ่นใหม่ ทำให้ต้องตัดฟีเจอร์หรือรองรับ CPU บางรุ่นไม่ได้ เมนบอร์ดที่ได้อัปเกรด ROM ได้แก่ 💠 ROG Strix X870E‑E Gaming WiFi7 Neo 💠 ROG Strix X870E‑A Gaming WiFi7 Neo 💠 ROG Strix B850‑F Gaming WiFi7 Neo 💠 ROG Strix B850‑A Gaming WiFi7 Neo แม้ตอนนี้ AM5 ยังไม่มีปัญหาความเข้ากันได้ของ CPU แต่ ASUS และ Gigabyte เลือก “กันไว้ก่อน” เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS ออกเหมือนยุค AM4 ที่เคยเจอปัญหา ROM 16MB ไม่พอจนต้องออกบอร์ดรุ่นใหม่ที่มี 32MB ในระหว่างที่ยังไม่มี CPU ใหม่มาใช้พื้นที่ ROM เพิ่มเติม ASUS ใช้พื้นที่ว่างนี้เพื่อ ใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ใน BIOS เลย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น เพราะ Microsoft บังคับให้ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและล็อกอินบัญชี Microsoft ก่อนติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ การมีไดรเวอร์ Wi‑Fi ติดตั้งล่วงหน้าจึงช่วยลดปัญหานี้ได้มาก นอกจากนี้ Strix Neo ยังเพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง เช่น Q‑Release สำหรับถอดการ์ดจอใหญ่ ๆ ได้ง่ายขึ้น, การจัดสรรเลน PCIe ใหม่ที่ทำให้ใช้ PCIe 5.0 x16 พร้อม M.2 PCIe 5.0 สองตัวได้เต็มสปีด และเพิ่ม USB 2.0 headers ภายในถึง 3 ช่อง เพื่อรองรับอุปกรณ์ภายในเคสที่ต้องใช้พอร์ต USB เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5 ➡️ เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS ✅ ใช้พื้นที่ ROM ส่วนเกินเพื่อติดตั้งไดรเวอร์ Wi‑Fi ล่วงหน้า ➡️ ช่วยให้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น ✅ เมนบอร์ดที่ได้รับอัปเกรดมี 4 รุ่นในตระกูล ROG Strix Neo ➡️ X870E‑E, X870E‑A, B850‑F, B850‑A ✅ แก้ปัญหาที่เคยเกิดในยุค AM4 ที่ ROM ไม่พอรองรับ CPU ใหม่ ➡️ AM4 เคยต้องตัดฟีเจอร์ BIOS เพื่อให้พอพื้นที่ ✅ Strix Neo เพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง ➡️ Q‑Release, PCIe optimization, USB 2.0 headers เพิ่มขึ้น คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ แม้ ROM ใหญ่ขึ้น แต่ยังต้องรอทดสอบจริงกับ Ryzen รุ่นอนาคต ⛔ ความเข้ากันได้จริงอาจขึ้นกับการออกแบบ BIOS ในอนาคต ‼️ การแชร์เลน PCIe ระหว่าง M.2 และ USB4 อาจมีผลกับบางการใช้งาน ⛔ ผู้ใช้ที่ต้องการแบนด์วิดท์สูงสุดทุกอุปกรณ์ควรตรวจสอบก่อน ‼️ ฟีเจอร์ Wi‑Fi pre‑install อาจไม่รองรับทุกเวอร์ชันของ Windows ⛔ โดยเฉพาะการติดตั้งแบบ offline หรือเวอร์ชันเก่า https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/asus-adds-64mb-rom-to-strix-neo-am5-motherboards-following-gigabyte-capacity-large-enough-to-fit-pre-installed-wi-fi-drivers
    0 Comments 0 Shares 15 Views 0 Reviews
  • ฮีตเตอร์ทำน้ำร้อนที่ “ขุดบิตคอยน์ได้” — อุปกรณ์ราคา $2,000 ที่บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปี

    บริษัท Superheat เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ชื่อ Superheat H1 ที่งาน CES 2026 โดยชูจุดขายว่าเป็น “เครื่องทำน้ำร้อนที่จ่ายเงินคืนให้คุณ” เพราะมันใช้ ความร้อนจากการขุด Bitcoin มาอุ่นน้ำแทนการใช้ฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม แนวคิดคือแทนที่จะปล่อยความร้อนจากเครื่องขุดให้สูญเปล่า ก็จับมาใช้ประโยชน์ในบ้านแทน ทำให้ค่าไฟที่ใช้ขุดถูกชดเชยด้วยการลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำร้อนไปพร้อมกัน

    Superheat เคลมว่า H1 สามารถสร้างรายได้จากการขุดได้ประมาณ $1,000 ต่อปี และช่วยลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80% หากตัวเลขนี้เป็นจริง ผู้ใช้จะคืนทุนภายในประมาณ 2 ปี และอุปกรณ์มีอายุการใช้งานราว 10 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป นอกจากนี้บริษัทยังอ้างว่าหากนำไปใช้ในอพาร์ตเมนต์ 700 ห้อง อาจสร้างรายได้รวมถึง $980,000 ต่อปี จากการขุด Bitcoin

    แนวคิดนี้เกิดจากปัญหาค่าใช้จ่ายด้านความร้อนในศูนย์ข้อมูลและเหมืองคริปโตที่สูงมาก โดยเฉพาะค่า “ระบายความร้อน” ซึ่งเป็นต้นทุนอันดับสองรองจากค่าไฟฟ้า การนำความร้อนเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่จึงเป็นแนวทางที่หลายบริษัทเริ่มสนใจ และ Superheat ก็พยายามนำไอเดียนี้มาสู่ระดับครัวเรือน

    อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขุดยังขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนสูง ปัจจุบัน BTC อยู่ราว $91,000 หลังจากเคยขึ้นไปแตะ $125,000 ในปีที่ผ่านมา และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าปีนี้อาจแกว่งในช่วง $75,000–$225,000 ซึ่งหมายความว่ารายได้จริงอาจมากหรือน้อยกว่าที่บริษัทคาดไว้มาก นอกจากนี้ผู้ใช้ยังต้องคอยตามข่าวราคาและแนวโน้มตลาดอยู่เสมอ เพราะรายได้จากการขุดไม่แน่นอนเลยแม้แต่น้อย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Superheat H1 คือเครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ความร้อนจากการขุด Bitcoin
    ใช้ ASIC ภายในแทนฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม

    ราคาเครื่องอยู่ที่ $2,000
    บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปีจากรายได้ขุดและการลดค่าไฟ

    สร้างรายได้ประมาณ $1,000 ต่อปีจากการขุด
    พร้อมลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80%

    อายุการใช้งานประมาณ 10 ปี
    ใกล้เคียงเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป

    บริษัทอ้างว่าสามารถขยายสเกลไปยังอพาร์ตเมนต์หรือโรงแรมได้
    700 ห้องอาจสร้างรายได้รวมเกือบ $1M ต่อปี

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    รายได้จากการขุดขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนมาก
    อาจทำให้รายได้จริงต่ำกว่าที่คาดไว้มาก

    ค่าไฟฟ้าในบางพื้นที่อาจทำให้ไม่คุ้มทุน
    โดยเฉพาะประเทศที่ค่าไฟสูง

    อุปกรณ์มีชิ้นส่วน ASIC ที่อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป
    ต้องพิจารณาค่าเปลี่ยนอะไหล่

    การขุดคริปโตอาจมีข้อกฎหมายหรือข้อจำกัดในบางประเทศ
    ผู้ใช้ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้ง

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptomining/bitcoin-mining-water-heater-firm-says-its-usd2-000-product-can-rake-back-usd1-000-a-year-in-btc-and-claims-it-can-offset-up-to-80-percent-of-electricity-and-water-costs
    🔥💰 ฮีตเตอร์ทำน้ำร้อนที่ “ขุดบิตคอยน์ได้” — อุปกรณ์ราคา $2,000 ที่บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปี บริษัท Superheat เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ชื่อ Superheat H1 ที่งาน CES 2026 โดยชูจุดขายว่าเป็น “เครื่องทำน้ำร้อนที่จ่ายเงินคืนให้คุณ” เพราะมันใช้ ความร้อนจากการขุด Bitcoin มาอุ่นน้ำแทนการใช้ฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม แนวคิดคือแทนที่จะปล่อยความร้อนจากเครื่องขุดให้สูญเปล่า ก็จับมาใช้ประโยชน์ในบ้านแทน ทำให้ค่าไฟที่ใช้ขุดถูกชดเชยด้วยการลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำร้อนไปพร้อมกัน Superheat เคลมว่า H1 สามารถสร้างรายได้จากการขุดได้ประมาณ $1,000 ต่อปี และช่วยลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80% หากตัวเลขนี้เป็นจริง ผู้ใช้จะคืนทุนภายในประมาณ 2 ปี และอุปกรณ์มีอายุการใช้งานราว 10 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป นอกจากนี้บริษัทยังอ้างว่าหากนำไปใช้ในอพาร์ตเมนต์ 700 ห้อง อาจสร้างรายได้รวมถึง $980,000 ต่อปี จากการขุด Bitcoin แนวคิดนี้เกิดจากปัญหาค่าใช้จ่ายด้านความร้อนในศูนย์ข้อมูลและเหมืองคริปโตที่สูงมาก โดยเฉพาะค่า “ระบายความร้อน” ซึ่งเป็นต้นทุนอันดับสองรองจากค่าไฟฟ้า การนำความร้อนเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่จึงเป็นแนวทางที่หลายบริษัทเริ่มสนใจ และ Superheat ก็พยายามนำไอเดียนี้มาสู่ระดับครัวเรือน อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขุดยังขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนสูง ปัจจุบัน BTC อยู่ราว $91,000 หลังจากเคยขึ้นไปแตะ $125,000 ในปีที่ผ่านมา และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าปีนี้อาจแกว่งในช่วง $75,000–$225,000 ซึ่งหมายความว่ารายได้จริงอาจมากหรือน้อยกว่าที่บริษัทคาดไว้มาก นอกจากนี้ผู้ใช้ยังต้องคอยตามข่าวราคาและแนวโน้มตลาดอยู่เสมอ เพราะรายได้จากการขุดไม่แน่นอนเลยแม้แต่น้อย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Superheat H1 คือเครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ความร้อนจากการขุด Bitcoin ➡️ ใช้ ASIC ภายในแทนฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม ✅ ราคาเครื่องอยู่ที่ $2,000 ➡️ บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปีจากรายได้ขุดและการลดค่าไฟ ✅ สร้างรายได้ประมาณ $1,000 ต่อปีจากการขุด ➡️ พร้อมลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80% ✅ อายุการใช้งานประมาณ 10 ปี ➡️ ใกล้เคียงเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป ✅ บริษัทอ้างว่าสามารถขยายสเกลไปยังอพาร์ตเมนต์หรือโรงแรมได้ ➡️ 700 ห้องอาจสร้างรายได้รวมเกือบ $1M ต่อปี คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ รายได้จากการขุดขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนมาก ⛔ อาจทำให้รายได้จริงต่ำกว่าที่คาดไว้มาก ‼️ ค่าไฟฟ้าในบางพื้นที่อาจทำให้ไม่คุ้มทุน ⛔ โดยเฉพาะประเทศที่ค่าไฟสูง ‼️ อุปกรณ์มีชิ้นส่วน ASIC ที่อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป ⛔ ต้องพิจารณาค่าเปลี่ยนอะไหล่ ‼️ การขุดคริปโตอาจมีข้อกฎหมายหรือข้อจำกัดในบางประเทศ ⛔ ผู้ใช้ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้ง https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptomining/bitcoin-mining-water-heater-firm-says-its-usd2-000-product-can-rake-back-usd1-000-a-year-in-btc-and-claims-it-can-offset-up-to-80-percent-of-electricity-and-water-costs
    0 Comments 0 Shares 16 Views 0 Reviews
  • ไดอารี่ Linux: เมื่อผู้ใช้ Windows ตัดสินใจย้ายค่าย — และทุกอย่างไปได้สวยกว่าที่คิด

    การตัดสินใจทิ้ง Windows เพื่อหันมาใช้ Linux แบบเต็มตัวไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้คอมทำงานจริงและเล่นเกมเป็นประจำ แต่ผู้เขียนจาก The Verge กลับพบว่าประสบการณ์ครั้งนี้ “ง่ายกว่าที่คิดมาก” แม้จะมีเหตุการณ์วุ่นวายหลายอย่างเกิดขึ้นก่อนเริ่มติดตั้ง แต่เมื่อได้ลงมือจริง ทุกอย่างกลับราบรื่นกว่าที่คาดไว้มาก โดยเฉพาะการใช้งานร่วมกับการ์ดจอ Nvidia ซึ่งปกติถือว่าเป็นจุดท้าทายของ Linux

    สิ่งที่น่าสนใจคือเขาเลือกใช้ CachyOS แทนดิสโทรยอดนิยมอย่าง Ubuntu เพราะต้องการระบบที่ “ปรับแต่งมาสำหรับฮาร์ดแวร์ยุคใหม่และเหมาะกับการเล่นเกม” การติดตั้งเป็นไปอย่างง่ายดาย และเขาสามารถใช้งานจริงได้ทันที ทั้งงานประจำวัน การเล่นเกมหนึ่งเกม และแม้กระทั่งการพิมพ์งานจากเครื่องพิมพ์ที่ปกติสร้างปัญหาให้เขาบ่อยครั้งบน Windows

    แม้จะมีเรื่องตลกอย่างเมาส์เกมมิ่งที่ “ใช้ได้เฉพาะตอนเล่นเกม” แต่โดยรวมแล้ว Linux ให้ประสบการณ์ที่เสถียรและใช้งานได้จริงกว่าที่เขาคาดไว้มาก จุดที่คิดว่ายากกลับง่าย ส่วนที่คิดว่าง่ายกลับมีรายละเอียดให้แก้ไขบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นทำให้ต้องปวดหัวหรือเสียเวลาเป็นวัน ๆ เหมือนภาพจำของ Linux ในอดีต

    เมื่อมองภาพรวม การทดลองครั้งนี้สะท้อนว่าปี 2026 คือยุคที่ Linux Desktop “พร้อมใช้งานจริง” มากขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการหลีกหนี Windows ที่เต็มไปด้วยฟีเจอร์บังคับและระบบที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ Linux กลายเป็นตัวเลือกที่ “wingable” หรือใช้งานได้โดยไม่ต้องเป็นกูรูอีกต่อไป

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผู้เขียนย้ายจาก Windows มาใช้ Linux แบบเต็มตัว
    ต้องการหลีกเลี่ยงความยุ่งยากของ Windows รุ่นใหม่

    เลือกใช้ CachyOS แทน Ubuntu
    เพราะเหมาะกับฮาร์ดแวร์ใหม่และการเล่นเกม

    การ์ดจอ Nvidia ทำงานได้ดีตั้งแต่แรก
    ติดตั้งง่ายกว่าที่คาดไว้

    ใช้งานจริงได้ทันทีหลังติดตั้ง
    ทำงาน เล่นเกม และพิมพ์เอกสารได้ครบ

    พบปัญหาเล็กน้อย เช่น เมาส์เกมมิ่งทำงานแปลก ๆ
    แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่จนใช้งานไม่ได้

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    บางงานที่คิดว่าง่ายอาจมีรายละเอียดให้แก้ไข
    เช่น อุปกรณ์เสริมบางชนิดที่ทำงานไม่สมบูรณ์

    Linux ยังต้องอาศัยการค้นคว้าบ้างในบางจุด
    โดยเฉพาะผู้ใช้ที่มีฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง

    ไม่ใช่ทุกดิสโทรจะเหมาะกับทุกคน
    CachyOS ดีสำหรับเกม แต่ผู้ใช้ทั่วไปอาจเหมาะกับดิสโทรอื่นมากกว่า

    https://www.theverge.com/tech/858910/linux-diary-gaming-desktop
    🐧💻 ไดอารี่ Linux: เมื่อผู้ใช้ Windows ตัดสินใจย้ายค่าย — และทุกอย่างไปได้สวยกว่าที่คิด การตัดสินใจทิ้ง Windows เพื่อหันมาใช้ Linux แบบเต็มตัวไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้คอมทำงานจริงและเล่นเกมเป็นประจำ แต่ผู้เขียนจาก The Verge กลับพบว่าประสบการณ์ครั้งนี้ “ง่ายกว่าที่คิดมาก” แม้จะมีเหตุการณ์วุ่นวายหลายอย่างเกิดขึ้นก่อนเริ่มติดตั้ง แต่เมื่อได้ลงมือจริง ทุกอย่างกลับราบรื่นกว่าที่คาดไว้มาก โดยเฉพาะการใช้งานร่วมกับการ์ดจอ Nvidia ซึ่งปกติถือว่าเป็นจุดท้าทายของ Linux สิ่งที่น่าสนใจคือเขาเลือกใช้ CachyOS แทนดิสโทรยอดนิยมอย่าง Ubuntu เพราะต้องการระบบที่ “ปรับแต่งมาสำหรับฮาร์ดแวร์ยุคใหม่และเหมาะกับการเล่นเกม” การติดตั้งเป็นไปอย่างง่ายดาย และเขาสามารถใช้งานจริงได้ทันที ทั้งงานประจำวัน การเล่นเกมหนึ่งเกม และแม้กระทั่งการพิมพ์งานจากเครื่องพิมพ์ที่ปกติสร้างปัญหาให้เขาบ่อยครั้งบน Windows แม้จะมีเรื่องตลกอย่างเมาส์เกมมิ่งที่ “ใช้ได้เฉพาะตอนเล่นเกม” แต่โดยรวมแล้ว Linux ให้ประสบการณ์ที่เสถียรและใช้งานได้จริงกว่าที่เขาคาดไว้มาก จุดที่คิดว่ายากกลับง่าย ส่วนที่คิดว่าง่ายกลับมีรายละเอียดให้แก้ไขบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นทำให้ต้องปวดหัวหรือเสียเวลาเป็นวัน ๆ เหมือนภาพจำของ Linux ในอดีต เมื่อมองภาพรวม การทดลองครั้งนี้สะท้อนว่าปี 2026 คือยุคที่ Linux Desktop “พร้อมใช้งานจริง” มากขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการหลีกหนี Windows ที่เต็มไปด้วยฟีเจอร์บังคับและระบบที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ Linux กลายเป็นตัวเลือกที่ “wingable” หรือใช้งานได้โดยไม่ต้องเป็นกูรูอีกต่อไป 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผู้เขียนย้ายจาก Windows มาใช้ Linux แบบเต็มตัว ➡️ ต้องการหลีกเลี่ยงความยุ่งยากของ Windows รุ่นใหม่ ✅ เลือกใช้ CachyOS แทน Ubuntu ➡️ เพราะเหมาะกับฮาร์ดแวร์ใหม่และการเล่นเกม ✅ การ์ดจอ Nvidia ทำงานได้ดีตั้งแต่แรก ➡️ ติดตั้งง่ายกว่าที่คาดไว้ ✅ ใช้งานจริงได้ทันทีหลังติดตั้ง ➡️ ทำงาน เล่นเกม และพิมพ์เอกสารได้ครบ ✅ พบปัญหาเล็กน้อย เช่น เมาส์เกมมิ่งทำงานแปลก ๆ ➡️ แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่จนใช้งานไม่ได้ คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ บางงานที่คิดว่าง่ายอาจมีรายละเอียดให้แก้ไข ⛔ เช่น อุปกรณ์เสริมบางชนิดที่ทำงานไม่สมบูรณ์ ‼️ Linux ยังต้องอาศัยการค้นคว้าบ้างในบางจุด ⛔ โดยเฉพาะผู้ใช้ที่มีฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง ‼️ ไม่ใช่ทุกดิสโทรจะเหมาะกับทุกคน ⛔ CachyOS ดีสำหรับเกม แต่ผู้ใช้ทั่วไปอาจเหมาะกับดิสโทรอื่นมากกว่า https://www.theverge.com/tech/858910/linux-diary-gaming-desktop
    0 Comments 0 Shares 17 Views 0 Reviews
  • ภัยคุกคามไซเบอร์ต่อระบบ AI ที่องค์กรต้องเฝ้าระวังมากที่สุดในปี 2026

    การโจมตีระบบ AI เริ่มขยับจากงานวิจัยสู่เหตุการณ์จริงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรเร่งนำ AI ไปใช้งานโดยยังไม่ได้วางระบบป้องกันอย่างรัดกุม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหลายองค์กร “รู้ว่ามีความเสี่ยง แต่ยังไม่รู้วิธีป้องกันอย่างถูกต้อง” ซึ่งทำให้ระบบ AI กลายเป็นเป้าหมายใหม่ของแฮ็กเกอร์ที่ต้องการเจาะข้อมูลหรือควบคุมโมเดลให้ทำงานผิดพลาด

    ภัยคุกคามที่พบมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การโจมตีข้อมูลฝึก (data poisoning), การฝังคำสั่งอันตรายใน prompt (prompt injection), การขโมยโมเดล (model theft), ไปจนถึงการโจมตีห่วงโซ่อุปทานของ AI (AI supply chain attacks) ซึ่งหลายกรณีถูกพิสูจน์แล้วว่าเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีอีกต่อไป ตัวอย่างเช่นการค้นพบช่องโหว่ MCP ที่ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถ “ยึดการทำงานของ AI agent ได้ทั้งหมด” ผ่าน tool poisoning

    นอกจากนี้ยังมีการโจมตีแบบ adversarial input ที่ใช้ข้อมูลที่ถูกปรับแต่งเพียงเล็กน้อยเพื่อทำให้โมเดลตัดสินใจผิดพลาด รวมถึงการโจมตีแบบ model inversion ที่พยายามย้อนรอยข้อมูลฝึกจากผลลัพธ์ของโมเดล ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลได้โดยที่เจ้าของระบบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

    ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าองค์กรต้องเริ่มวางกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยของ AI อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ป้องกันระบบ IT แบบเดิม แต่ต้องมีการประเมินโมเดลก่อนใช้งาน, เฝ้าระวังพฤติกรรมผิดปกติของ AI, ใช้ adversarial training, และนำกรอบ MITRE ATLAS มาใช้เพื่อทำความเข้าใจเทคนิคการโจมตีที่เกิดขึ้นในโลกจริง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือระดับผู้บริหาร ไม่ใช่หน้าที่ของทีม CISO เพียงลำพัง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ภัยคุกคามต่อระบบ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    หลายองค์กรยังไม่มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอ

    Data poisoning และ model poisoning เป็นภัยหลัก
    ทำให้โมเดลเรียนรู้ข้อมูลผิดและให้ผลลัพธ์ผิดพลาด

    Tool poisoning ใน MCP ถูกพิสูจน์แล้วว่าสามารถยึด AI agent ได้
    แฮ็กเกอร์สามารถขโมยข้อมูลและควบคุมการทำงานของโมเดลได้

    Prompt injection ยังคงเป็นการโจมตีที่พบได้บ่อยที่สุด
    ใช้หลอกให้โมเดลทำสิ่งที่ขัดกับ guardrails

    Model theft และ model inversion ทำให้ข้อมูลฝึกเสี่ยงรั่วไหล
    แฮ็กเกอร์สามารถย้อนรอยข้อมูลหรือคัดลอกโมเดลได้จาก API

    กรอบ MITRE ATLAS ถูกแนะนำให้ใช้เพื่อวิเคราะห์ภัยคุกคาม AI
    ช่วยระบุ tactics และ techniques ของผู้โจมตีได้ดีขึ้น

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    การโจมตีหลายแบบยังตรวจจับได้ยากมาก
    เช่น adversarial input ที่เปลี่ยนข้อมูลเพียงเล็กน้อยแต่ทำให้โมเดลผิดพลาด

    องค์กรจำนวนมากยังขาดความรู้ด้าน AI security
    ทำให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์ล่าช้าหรือผิดพลาดได้

    AI supply chain กลายเป็นจุดอ่อนใหม่
    ช่องโหว่ในโมเดลหรือโค้ดจากบุคคลที่สามอาจถูกใช้โจมตีระบบทั้งหมดได้

    แรงกดดันทางธุรกิจทำให้องค์กรรีบใช้ AI โดยไม่ตรวจสอบความปลอดภัย
    ส่งผลให้ความเสี่ยงสะสมและยากต่อการแก้ไขในอนาคต

    https://www.csoonline.com/article/4110008/top-cyber-threats-to-your-ai-systems-and-infrastructure.html
    🔐🤖 ภัยคุกคามไซเบอร์ต่อระบบ AI ที่องค์กรต้องเฝ้าระวังมากที่สุดในปี 2026 การโจมตีระบบ AI เริ่มขยับจากงานวิจัยสู่เหตุการณ์จริงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรเร่งนำ AI ไปใช้งานโดยยังไม่ได้วางระบบป้องกันอย่างรัดกุม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหลายองค์กร “รู้ว่ามีความเสี่ยง แต่ยังไม่รู้วิธีป้องกันอย่างถูกต้อง” ซึ่งทำให้ระบบ AI กลายเป็นเป้าหมายใหม่ของแฮ็กเกอร์ที่ต้องการเจาะข้อมูลหรือควบคุมโมเดลให้ทำงานผิดพลาด ภัยคุกคามที่พบมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การโจมตีข้อมูลฝึก (data poisoning), การฝังคำสั่งอันตรายใน prompt (prompt injection), การขโมยโมเดล (model theft), ไปจนถึงการโจมตีห่วงโซ่อุปทานของ AI (AI supply chain attacks) ซึ่งหลายกรณีถูกพิสูจน์แล้วว่าเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีอีกต่อไป ตัวอย่างเช่นการค้นพบช่องโหว่ MCP ที่ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถ “ยึดการทำงานของ AI agent ได้ทั้งหมด” ผ่าน tool poisoning นอกจากนี้ยังมีการโจมตีแบบ adversarial input ที่ใช้ข้อมูลที่ถูกปรับแต่งเพียงเล็กน้อยเพื่อทำให้โมเดลตัดสินใจผิดพลาด รวมถึงการโจมตีแบบ model inversion ที่พยายามย้อนรอยข้อมูลฝึกจากผลลัพธ์ของโมเดล ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลได้โดยที่เจ้าของระบบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าองค์กรต้องเริ่มวางกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยของ AI อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ป้องกันระบบ IT แบบเดิม แต่ต้องมีการประเมินโมเดลก่อนใช้งาน, เฝ้าระวังพฤติกรรมผิดปกติของ AI, ใช้ adversarial training, และนำกรอบ MITRE ATLAS มาใช้เพื่อทำความเข้าใจเทคนิคการโจมตีที่เกิดขึ้นในโลกจริง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือระดับผู้บริหาร ไม่ใช่หน้าที่ของทีม CISO เพียงลำพัง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ภัยคุกคามต่อระบบ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ➡️ หลายองค์กรยังไม่มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอ ✅ Data poisoning และ model poisoning เป็นภัยหลัก ➡️ ทำให้โมเดลเรียนรู้ข้อมูลผิดและให้ผลลัพธ์ผิดพลาด ✅ Tool poisoning ใน MCP ถูกพิสูจน์แล้วว่าสามารถยึด AI agent ได้ ➡️ แฮ็กเกอร์สามารถขโมยข้อมูลและควบคุมการทำงานของโมเดลได้ ✅ Prompt injection ยังคงเป็นการโจมตีที่พบได้บ่อยที่สุด ➡️ ใช้หลอกให้โมเดลทำสิ่งที่ขัดกับ guardrails ✅ Model theft และ model inversion ทำให้ข้อมูลฝึกเสี่ยงรั่วไหล ➡️ แฮ็กเกอร์สามารถย้อนรอยข้อมูลหรือคัดลอกโมเดลได้จาก API ✅ กรอบ MITRE ATLAS ถูกแนะนำให้ใช้เพื่อวิเคราะห์ภัยคุกคาม AI ➡️ ช่วยระบุ tactics และ techniques ของผู้โจมตีได้ดีขึ้น คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ การโจมตีหลายแบบยังตรวจจับได้ยากมาก ⛔ เช่น adversarial input ที่เปลี่ยนข้อมูลเพียงเล็กน้อยแต่ทำให้โมเดลผิดพลาด ‼️ องค์กรจำนวนมากยังขาดความรู้ด้าน AI security ⛔ ทำให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์ล่าช้าหรือผิดพลาดได้ ‼️ AI supply chain กลายเป็นจุดอ่อนใหม่ ⛔ ช่องโหว่ในโมเดลหรือโค้ดจากบุคคลที่สามอาจถูกใช้โจมตีระบบทั้งหมดได้ ‼️ แรงกดดันทางธุรกิจทำให้องค์กรรีบใช้ AI โดยไม่ตรวจสอบความปลอดภัย ⛔ ส่งผลให้ความเสี่ยงสะสมและยากต่อการแก้ไขในอนาคต https://www.csoonline.com/article/4110008/top-cyber-threats-to-your-ai-systems-and-infrastructure.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Top cyber threats to your AI systems and infrastructure
    From data poisoning to prompt injection, threats against enterprise AI applications and foundations are beginning to move from theory to reality.
    0 Comments 0 Shares 16 Views 0 Reviews
  • https://youtu.be/515E5RkrGC8?si=cYI6sj-HovqlCaZa
    https://youtu.be/515E5RkrGC8?si=cYI6sj-HovqlCaZa
    0 Comments 0 Shares 4 Views 0 Reviews
  • 5 ฟีเจอร์ใหม่สุดมีประโยชน์ที่ Android ได้ฟรีในปี 2025

    ปี 2025 ถือเป็นปีที่ Android ก้าวกระโดดด้านฟีเจอร์เชิงซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับการมาของ Android 16 ที่เน้นความปลอดภัย ความสะดวก และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ฟีเจอร์หลายอย่างเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานได้ฟรี แม้บางฟีเจอร์จะยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ แต่ก็สะท้อนทิศทางใหม่ของ Android ที่มุ่งช่วยผู้ใช้ในสถานการณ์จริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพิ่มลูกเล่นบนหน้าจอ

    หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดคือ Emergency Live Video ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถขอเปิดวิดีโอสดจากกล้องของผู้ใช้เพื่อประเมินสถานการณ์ได้ทันที ฟีเจอร์นี้อาจเปลี่ยนวิธีการช่วยชีวิตในอนาคต เพราะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ เช่น การทำ CPR หรือการประเมินอุบัติเหตุโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้พยายามอธิบายเอง

    นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อย่าง Call Reason, Notification Cooldown, และ Notification Summaries ที่ช่วยจัดการความวุ่นวายของการแจ้งเตือนและการโทรได้ดีขึ้น รวมถึง Live Scam Detection ที่ใช้ AI ตรวจจับรูปแบบการหลอกลวงระหว่างการโทรแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในยุคที่มิจฉาชีพพัฒนาวิธีการหลอกลวงซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ

    สุดท้ายคือ Live Location Sharing ที่ทำให้ Android Find My Device สามารถแชร์ตำแหน่งคนได้แบบเดียวกับ Apple Find My ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตามเพื่อนหรือครอบครัวได้ง่ายขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิม ฟีเจอร์นี้รองรับอุปกรณ์ Android จำนวนมาก ทำให้เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Emergency Live Video ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นสถานการณ์จริง
    ใช้ได้บน Android 8 ขึ้นไป และเริ่มให้บริการในบางประเทศ

    Call Reason ช่วยให้ผู้โทรระบุเหตุผลก่อนโทร
    ช่วยให้สายด่วนหรือสายสำคัญทะลุ Do Not Disturb ได้

    Notification Cooldown ลดความถี่ของการแจ้งเตือนอัตโนมัติ
    เหมาะกับกลุ่มแชตที่แจ้งเตือนรัว ๆ

    Notification Summaries ใช้ AI สรุปแจ้งเตือน
    ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้แอปใดถูกสรุป

    Live Scam Detection ตรวจจับการหลอกลวงระหว่างโทร
    ใช้ได้บน Pixel 6 ขึ้นไปในสหรัฐ

    Live Location Sharing เพิ่มความสามารถให้ Find My Device
    แชร์ตำแหน่งคนแบบเรียลไทม์ได้เหมือน iOS

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    ฟีเจอร์บางอย่างยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ
    ผู้ใช้ Android รุ่นอื่นอาจยังไม่ได้รับอัปเดต

    AI Notification Summaries อาจตีความผิดได้
    มีตัวอย่างจาก iOS ที่สรุปข้อความผิดความหมาย

    Live Scam Detection ไม่สามารถป้องกันได้ 100%
    อาจเกิด false positive หรือพลาดรูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพ

    Emergency Live Video ยังไม่รองรับทั่วโลก
    ต้องรอการขยายบริการจากผู้ให้บริการฉุกเฉินในแต่ละประเทศ

    https://www.slashgear.com/2069935/useful-new-android-phone-features-2025/
    📱✨ 5 ฟีเจอร์ใหม่สุดมีประโยชน์ที่ Android ได้ฟรีในปี 2025 ปี 2025 ถือเป็นปีที่ Android ก้าวกระโดดด้านฟีเจอร์เชิงซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับการมาของ Android 16 ที่เน้นความปลอดภัย ความสะดวก และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ฟีเจอร์หลายอย่างเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานได้ฟรี แม้บางฟีเจอร์จะยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ แต่ก็สะท้อนทิศทางใหม่ของ Android ที่มุ่งช่วยผู้ใช้ในสถานการณ์จริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพิ่มลูกเล่นบนหน้าจอ หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดคือ Emergency Live Video ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถขอเปิดวิดีโอสดจากกล้องของผู้ใช้เพื่อประเมินสถานการณ์ได้ทันที ฟีเจอร์นี้อาจเปลี่ยนวิธีการช่วยชีวิตในอนาคต เพราะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ เช่น การทำ CPR หรือการประเมินอุบัติเหตุโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้พยายามอธิบายเอง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อย่าง Call Reason, Notification Cooldown, และ Notification Summaries ที่ช่วยจัดการความวุ่นวายของการแจ้งเตือนและการโทรได้ดีขึ้น รวมถึง Live Scam Detection ที่ใช้ AI ตรวจจับรูปแบบการหลอกลวงระหว่างการโทรแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในยุคที่มิจฉาชีพพัฒนาวิธีการหลอกลวงซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายคือ Live Location Sharing ที่ทำให้ Android Find My Device สามารถแชร์ตำแหน่งคนได้แบบเดียวกับ Apple Find My ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตามเพื่อนหรือครอบครัวได้ง่ายขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิม ฟีเจอร์นี้รองรับอุปกรณ์ Android จำนวนมาก ทำให้เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Emergency Live Video ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นสถานการณ์จริง ➡️ ใช้ได้บน Android 8 ขึ้นไป และเริ่มให้บริการในบางประเทศ ✅ Call Reason ช่วยให้ผู้โทรระบุเหตุผลก่อนโทร ➡️ ช่วยให้สายด่วนหรือสายสำคัญทะลุ Do Not Disturb ได้ ✅ Notification Cooldown ลดความถี่ของการแจ้งเตือนอัตโนมัติ ➡️ เหมาะกับกลุ่มแชตที่แจ้งเตือนรัว ๆ ✅ Notification Summaries ใช้ AI สรุปแจ้งเตือน ➡️ ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้แอปใดถูกสรุป ✅ Live Scam Detection ตรวจจับการหลอกลวงระหว่างโทร ➡️ ใช้ได้บน Pixel 6 ขึ้นไปในสหรัฐ ✅ Live Location Sharing เพิ่มความสามารถให้ Find My Device ➡️ แชร์ตำแหน่งคนแบบเรียลไทม์ได้เหมือน iOS คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ ฟีเจอร์บางอย่างยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ ⛔ ผู้ใช้ Android รุ่นอื่นอาจยังไม่ได้รับอัปเดต ‼️ AI Notification Summaries อาจตีความผิดได้ ⛔ มีตัวอย่างจาก iOS ที่สรุปข้อความผิดความหมาย ‼️ Live Scam Detection ไม่สามารถป้องกันได้ 100% ⛔ อาจเกิด false positive หรือพลาดรูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพ ‼️ Emergency Live Video ยังไม่รองรับทั่วโลก ⛔ ต้องรอการขยายบริการจากผู้ให้บริการฉุกเฉินในแต่ละประเทศ https://www.slashgear.com/2069935/useful-new-android-phone-features-2025/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Useful New Features Your Android Phone Got For Free In 2025 - SlashGear
    These Android updates are less about flash and more about trust, helping with scams, emergencies, tracking people, and constant notification noise.
    0 Comments 0 Shares 18 Views 0 Reviews
  • 5 อุปกรณ์ Smart Home ราคาประหยัด ที่ใช้แทนรุ่นแพงได้แบบคุ้มค่า

    ตลาดสมาร์ทโฮมกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และหลายคนอยากเริ่มอัปเกรดบ้านให้ฉลาดขึ้น แต่ติดปัญหาว่าอุปกรณ์จากแบรนด์ใหญ่ เช่น Apple, Google หรือ Ring มักมีราคาค่อนข้างสูง บทความนี้จึงรวบรวม “ตัวเลือกที่ถูกกว่า แต่ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน” ตั้งแต่หลอดไฟอัจฉริยะ กล้องวงจรปิด ปลั๊กไฟอัจฉริยะ ไปจนถึงลำโพงสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งช่วยให้คุณสร้างบ้านอัจฉริยะได้โดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป

    หลายอุปกรณ์ในลิสต์นี้มาจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ เช่น Amazon Basics, TP-Link (Tapo/Kasa), Blink และ Tapo ซึ่งมีรีวิวจากผู้ใช้จริงจำนวนมากและได้รับคะแนนสูง จุดเด่นคือการติดตั้งง่าย ใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Alexa หรือ Google Home ได้ และมีฟีเจอร์พื้นฐานครบถ้วน แม้จะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่รองรับ Apple Home หรือไม่มีฟีเจอร์ขั้นสูงแบบรุ่นแพง แต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่าอย่างมากสำหรับผู้เริ่มต้น

    อุปกรณ์อย่าง Blink Mini และ Kasa Smart Plug Ultra Mini ได้รับคำชมเรื่องความเสถียรและความง่ายในการใช้งาน ขณะที่ Tapo Robot Vacuum and Mop ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากได้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาย่อมเยา แม้จะไม่มีฐานเทขยะอัตโนมัติ แต่ก็มีระบบ LiDAR และฟีเจอร์ทำความสะอาดพื้นครบถ้วนในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งเกือบครึ่งหนึ่ง

    สุดท้าย Echo Dot รุ่นที่ 5 ก็เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาประหยัดที่ช่วยให้คุณควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดในบ้านได้ง่ายขึ้น พร้อมคุณภาพเสียงที่ดีเกินราคา และรองรับการใช้งานร่วมกับบริการสตรีมเพลงยอดนิยม ทำให้เป็นศูนย์กลางของบ้านอัจฉริยะที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดตัวหนึ่งในตลาดตอนนี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Amazon Basics Smart Light Bulb เป็นตัวเลือกถูกกว่า TP-Link Tapo
    ราคาเพียง $13 แต่ฟีเจอร์ใกล้เคียงรุ่นแพงกว่า

    Blink Mini เป็นกล้องวงจรปิดราคาประหยัด
    ราคา $29 ถูกกว่า Ring Indoor Cam แต่ยังให้ภาพ 1080p และมีเสียงสองทาง

    Kasa Smart Plug Ultra Mini คุ้มค่ามาก
    ราคา $10 และรองรับ Google Home/Alexa

    Tapo Robot Vacuum and Mop เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาถูก
    ราคา $160 พร้อม LiDAR และฟีเจอร์ครบถ้วน

    Echo Dot 5th Gen เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาดีที่สุดตัวหนึ่ง
    ราคา $50 และรองรับ multi-room, Spotify, Apple Music

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    บางอุปกรณ์รองรับเฉพาะ Alexa เท่านั้น
    เช่น Amazon Basics Smart Light Bulb ไม่รองรับ Google Home หรือ Apple Home

    Blink Mini ไม่มีการบันทึกวิดีโอแบบ local storage ในตัว
    ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่ม

    หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Tapo อาจจัดการเศษฝุ่นหนัก ๆ ได้ไม่ดีนัก
    ตามรีวิวของ PCMag

    Kasa Smart Plug ไม่รองรับ Apple Home
    อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ระบบ Apple ล้วน

    https://www.slashgear.com/2069810/smart-home-gadgets-cheap-alternatives-expensive-versions/
    🏠💡 5 อุปกรณ์ Smart Home ราคาประหยัด ที่ใช้แทนรุ่นแพงได้แบบคุ้มค่า ตลาดสมาร์ทโฮมกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และหลายคนอยากเริ่มอัปเกรดบ้านให้ฉลาดขึ้น แต่ติดปัญหาว่าอุปกรณ์จากแบรนด์ใหญ่ เช่น Apple, Google หรือ Ring มักมีราคาค่อนข้างสูง บทความนี้จึงรวบรวม “ตัวเลือกที่ถูกกว่า แต่ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน” ตั้งแต่หลอดไฟอัจฉริยะ กล้องวงจรปิด ปลั๊กไฟอัจฉริยะ ไปจนถึงลำโพงสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งช่วยให้คุณสร้างบ้านอัจฉริยะได้โดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป หลายอุปกรณ์ในลิสต์นี้มาจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ เช่น Amazon Basics, TP-Link (Tapo/Kasa), Blink และ Tapo ซึ่งมีรีวิวจากผู้ใช้จริงจำนวนมากและได้รับคะแนนสูง จุดเด่นคือการติดตั้งง่าย ใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Alexa หรือ Google Home ได้ และมีฟีเจอร์พื้นฐานครบถ้วน แม้จะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่รองรับ Apple Home หรือไม่มีฟีเจอร์ขั้นสูงแบบรุ่นแพง แต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่าอย่างมากสำหรับผู้เริ่มต้น อุปกรณ์อย่าง Blink Mini และ Kasa Smart Plug Ultra Mini ได้รับคำชมเรื่องความเสถียรและความง่ายในการใช้งาน ขณะที่ Tapo Robot Vacuum and Mop ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากได้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาย่อมเยา แม้จะไม่มีฐานเทขยะอัตโนมัติ แต่ก็มีระบบ LiDAR และฟีเจอร์ทำความสะอาดพื้นครบถ้วนในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งเกือบครึ่งหนึ่ง สุดท้าย Echo Dot รุ่นที่ 5 ก็เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาประหยัดที่ช่วยให้คุณควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดในบ้านได้ง่ายขึ้น พร้อมคุณภาพเสียงที่ดีเกินราคา และรองรับการใช้งานร่วมกับบริการสตรีมเพลงยอดนิยม ทำให้เป็นศูนย์กลางของบ้านอัจฉริยะที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดตัวหนึ่งในตลาดตอนนี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Amazon Basics Smart Light Bulb เป็นตัวเลือกถูกกว่า TP-Link Tapo ➡️ ราคาเพียง $13 แต่ฟีเจอร์ใกล้เคียงรุ่นแพงกว่า ✅ Blink Mini เป็นกล้องวงจรปิดราคาประหยัด ➡️ ราคา $29 ถูกกว่า Ring Indoor Cam แต่ยังให้ภาพ 1080p และมีเสียงสองทาง ✅ Kasa Smart Plug Ultra Mini คุ้มค่ามาก ➡️ ราคา $10 และรองรับ Google Home/Alexa ✅ Tapo Robot Vacuum and Mop เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาถูก ➡️ ราคา $160 พร้อม LiDAR และฟีเจอร์ครบถ้วน ✅ Echo Dot 5th Gen เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาดีที่สุดตัวหนึ่ง ➡️ ราคา $50 และรองรับ multi-room, Spotify, Apple Music คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ บางอุปกรณ์รองรับเฉพาะ Alexa เท่านั้น ⛔ เช่น Amazon Basics Smart Light Bulb ไม่รองรับ Google Home หรือ Apple Home ‼️ Blink Mini ไม่มีการบันทึกวิดีโอแบบ local storage ในตัว ⛔ ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่ม ‼️ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Tapo อาจจัดการเศษฝุ่นหนัก ๆ ได้ไม่ดีนัก ⛔ ตามรีวิวของ PCMag ‼️ Kasa Smart Plug ไม่รองรับ Apple Home ⛔ อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ระบบ Apple ล้วน https://www.slashgear.com/2069810/smart-home-gadgets-cheap-alternatives-expensive-versions/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Cheap Alternatives To Expensive Smart Home Gadgets - SlashGear
    From basics like light bulbs and plug sockets to upmarket items like robot vacuum cleaners, smart home essentials don't have to cost the earth.
    0 Comments 0 Shares 21 Views 0 Reviews
  • AI ออกแบบคอมพิวเตอร์ 843 ชิ้นส่วน — และบูตติดตั้งแต่ครั้งแรก!

    โปรเจกต์ Project Speedrun จากทีม Quilter AI เป็นหนึ่งในก้าวกระโดดที่น่าทึ่งที่สุดของวงการฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ เพราะเป็นครั้งแรกที่ AI ถูกใช้เพื่อออกแบบ “คอมพิวเตอร์ทั้งเครื่อง” ตั้งแต่เลย์เอาต์ PCB ไปจนถึงการจัดวางชิ้นส่วนจำนวนมหาศาลกว่า 843 ชิ้น และที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ — เครื่องนี้ บูตติดตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นในงานออกแบบฮาร์ดแวร์จริง

    แม้ AI จะทำงานหนักในส่วนของการจัดวางและ routing แต่โครงสร้างหลักยังถูกกำหนดโดยวิศวกรมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นสเปก, ข้อจำกัดทางไฟฟ้า, การเลือกชิ้นส่วน และเงื่อนไขการผลิต จากนั้น AI จึงเข้ามาทำงานซ้ำ ๆ ที่กินเวลามาก ทำให้โปรเจกต์ที่ปกติใช้เวลาราว 3 เดือน ถูกย่นเหลือไม่ถึง 1 สัปดาห์ ซึ่งเป็นการลดเวลาที่แทบไม่น่าเชื่อในวงการออกแบบ PCB

    หลังจาก AI สร้างเลย์เอาต์เสร็จ ทีมงานนำไปผลิต PCB จริงและประกอบบอร์ด ผลลัพธ์คือแทบไม่ต้องแก้ไขอะไรเลย มีเพียงการ “ขัดเกลา” เล็กน้อยที่ใช้เวลาเพียง 38.5 ชั่วโมง เทียบกับงานปกติที่ต้องใช้กว่า 428 ชั่วโมง คอมพิวเตอร์ที่ได้ใช้ชิป NXP i.MX 8M Mini Quad, RAM 2GB, storage 32GB พร้อมพอร์ตต่าง ๆ ครบครัน และสามารถรัน Linux, YouTube, เกม AngryBots และแอป productivity ได้อย่างสมบูรณ์

    ความสำเร็จนี้ชี้ให้เห็นว่าอนาคตของการออกแบบฮาร์ดแวร์อาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ AI สามารถลดเวลา ลดต้นทุน และลดความผิดพลาดได้อย่างมหาศาล ทำให้วิศวกรสามารถโฟกัสกับงานเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น ขณะที่ AI รับหน้าที่งานหนักที่ต้องใช้ความละเอียดสูงแทน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    AI ออกแบบคอมพิวเตอร์ทั้งเครื่องได้สำเร็จ
    ใช้ชิ้นส่วนกว่า 843 ชิ้น

    โปรเจกต์ใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์
    ปกติใช้เวลาราว 3 เดือน

    บูตติดตั้งแต่ครั้งแรก
    ถือว่าแทบไม่เคยเกิดขึ้นในงานฮาร์ดแวร์

    AI ทำงาน routing และ layout
    มนุษย์กำหนดสเปกและข้อจำกัด

    คอมพิวเตอร์ที่ได้ใช้งานได้จริง
    รัน Linux, YouTube, เกม และ productivity suite ได้

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    AI ยังไม่สามารถออกแบบทุกอย่างได้เอง
    ต้องมีมนุษย์กำหนดสเปกและเงื่อนไขก่อน

    ข้อมูลทั้งหมดมาจาก Quilter เอง
    ยังต้องรอการตรวจสอบจากภายนอกเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ

    การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจลดความเข้าใจเชิงลึกของวิศวกร
    อาจทำให้ทักษะพื้นฐานบางอย่างถูกใช้น้อยลง

    https://www.slashgear.com/2069823/quilter-ai-project-speedrun-computer-design/
    🤖💻 AI ออกแบบคอมพิวเตอร์ 843 ชิ้นส่วน — และบูตติดตั้งแต่ครั้งแรก! โปรเจกต์ Project Speedrun จากทีม Quilter AI เป็นหนึ่งในก้าวกระโดดที่น่าทึ่งที่สุดของวงการฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ เพราะเป็นครั้งแรกที่ AI ถูกใช้เพื่อออกแบบ “คอมพิวเตอร์ทั้งเครื่อง” ตั้งแต่เลย์เอาต์ PCB ไปจนถึงการจัดวางชิ้นส่วนจำนวนมหาศาลกว่า 843 ชิ้น และที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ — เครื่องนี้ บูตติดตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นในงานออกแบบฮาร์ดแวร์จริง แม้ AI จะทำงานหนักในส่วนของการจัดวางและ routing แต่โครงสร้างหลักยังถูกกำหนดโดยวิศวกรมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นสเปก, ข้อจำกัดทางไฟฟ้า, การเลือกชิ้นส่วน และเงื่อนไขการผลิต จากนั้น AI จึงเข้ามาทำงานซ้ำ ๆ ที่กินเวลามาก ทำให้โปรเจกต์ที่ปกติใช้เวลาราว 3 เดือน ถูกย่นเหลือไม่ถึง 1 สัปดาห์ ซึ่งเป็นการลดเวลาที่แทบไม่น่าเชื่อในวงการออกแบบ PCB หลังจาก AI สร้างเลย์เอาต์เสร็จ ทีมงานนำไปผลิต PCB จริงและประกอบบอร์ด ผลลัพธ์คือแทบไม่ต้องแก้ไขอะไรเลย มีเพียงการ “ขัดเกลา” เล็กน้อยที่ใช้เวลาเพียง 38.5 ชั่วโมง เทียบกับงานปกติที่ต้องใช้กว่า 428 ชั่วโมง คอมพิวเตอร์ที่ได้ใช้ชิป NXP i.MX 8M Mini Quad, RAM 2GB, storage 32GB พร้อมพอร์ตต่าง ๆ ครบครัน และสามารถรัน Linux, YouTube, เกม AngryBots และแอป productivity ได้อย่างสมบูรณ์ ความสำเร็จนี้ชี้ให้เห็นว่าอนาคตของการออกแบบฮาร์ดแวร์อาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ AI สามารถลดเวลา ลดต้นทุน และลดความผิดพลาดได้อย่างมหาศาล ทำให้วิศวกรสามารถโฟกัสกับงานเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น ขณะที่ AI รับหน้าที่งานหนักที่ต้องใช้ความละเอียดสูงแทน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ AI ออกแบบคอมพิวเตอร์ทั้งเครื่องได้สำเร็จ ➡️ ใช้ชิ้นส่วนกว่า 843 ชิ้น ✅ โปรเจกต์ใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ ➡️ ปกติใช้เวลาราว 3 เดือน ✅ บูตติดตั้งแต่ครั้งแรก ➡️ ถือว่าแทบไม่เคยเกิดขึ้นในงานฮาร์ดแวร์ ✅ AI ทำงาน routing และ layout ➡️ มนุษย์กำหนดสเปกและข้อจำกัด ✅ คอมพิวเตอร์ที่ได้ใช้งานได้จริง ➡️ รัน Linux, YouTube, เกม และ productivity suite ได้ คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ AI ยังไม่สามารถออกแบบทุกอย่างได้เอง ⛔ ต้องมีมนุษย์กำหนดสเปกและเงื่อนไขก่อน ‼️ ข้อมูลทั้งหมดมาจาก Quilter เอง ⛔ ยังต้องรอการตรวจสอบจากภายนอกเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ ‼️ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจลดความเข้าใจเชิงลึกของวิศวกร ⛔ อาจทำให้ทักษะพื้นฐานบางอย่างถูกใช้น้อยลง https://www.slashgear.com/2069823/quilter-ai-project-speedrun-computer-design/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    This AI Designed An 843-Part Computer (And It Booted On The First Try) - SlashGear
    Although the AI didn't select the components or board layout, its assistance with routing potentially saved engineers weeks of work.
    0 Comments 0 Shares 15 Views 0 Reviews
  • Debian 13.3 “Trixie” อัปเดตใหญ่ แก้บั๊ก 108 จุด อุดช่องโหว่ความปลอดภัย 37 รายการ

    Debian 13.3 “Trixie” เป็นอัปเดตแบบ point release ล่าสุดของ Debian 13 ที่มุ่งเน้นการปรับปรุงเสถียรภาพและความปลอดภัยของระบบ โดยทีมพัฒนาได้รวมแพตช์แก้ไขบั๊กกว่า 108 รายการ และอัปเดตด้านความปลอดภัยอีก 37 รายการ เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าระบบมีความเสถียรและปลอดภัยมากขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนเวอร์ชันหลักของระบบปฏิบัติการ

    อัปเดตครั้งนี้ครอบคลุมแพ็กเกจสำคัญจำนวนมาก เช่น systemd, Linux kernel, GNOME, KDE Plasma, Firefox ESR และไลบรารีต่าง ๆ ที่เป็นหัวใจของระบบ ทำให้ผู้ใช้ทั้งเดสก์ท็อปและเซิร์ฟเวอร์ได้รับประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการความเสถียรระดับองค์กรตามสไตล์ Debian Stable

    นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะด้าน เช่น ปัญหาการแสดงผล UI, บั๊กของไดรเวอร์บางรุ่น, ปัญหาการทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ใหม่ รวมถึงการอุดช่องโหว่ที่มีความเสี่ยงระดับสูงในแพ็กเกจยอดนิยมหลายตัว ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในระบบที่ใช้งานระยะยาว

    ผู้ใช้ Debian 13 สามารถอัปเดตได้ทันทีผ่านคำสั่ง apt โดยไม่ต้องติดตั้งใหม่ และยังคงได้รับการสนับสนุนต่อเนื่องตามรอบอัปเดตของ Debian Stable ที่เน้นความมั่นคงและความน่าเชื่อถือเป็นหลัก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Debian 13.3 “Trixie” ออกอัปเดตใหม่
    เป็น point release สำหรับ Debian 13 Stable

    แก้บั๊กจำนวนมาก
    รวมทั้งหมดกว่า 108 รายการ

    อัปเดตความปลอดภัย
    มีการอุดช่องโหว่ 37 รายการ

    อัปเดตแพ็กเกจสำคัญ
    เช่น systemd, kernel, GNOME, KDE, Firefox ESR

    ผู้ใช้สามารถอัปเดตผ่าน apt ได้ทันที
    ไม่ต้องติดตั้งระบบใหม่

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    อัปเดตอาจกระทบแพ็กเกจที่ปรับแต่งเอง
    ผู้ใช้ที่คอมไพล์แพ็กเกจเองควรตรวจสอบ compatibility

    ระบบที่ใช้ kernel รุ่นเก่าอาจต้องรีบูต
    เพื่อให้แพตช์ความปลอดภัยทำงานสมบูรณ์

    บางแพ็กเกจอาจมีการเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อย
    ควรตรวจ changelog หากใช้ในงาน production

    https://9to5linux.com/debian-13-3-trixie-released-with-108-bug-fixes-and-37-security-updates
    🐧 Debian 13.3 “Trixie” อัปเดตใหญ่ แก้บั๊ก 108 จุด อุดช่องโหว่ความปลอดภัย 37 รายการ Debian 13.3 “Trixie” เป็นอัปเดตแบบ point release ล่าสุดของ Debian 13 ที่มุ่งเน้นการปรับปรุงเสถียรภาพและความปลอดภัยของระบบ โดยทีมพัฒนาได้รวมแพตช์แก้ไขบั๊กกว่า 108 รายการ และอัปเดตด้านความปลอดภัยอีก 37 รายการ เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าระบบมีความเสถียรและปลอดภัยมากขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนเวอร์ชันหลักของระบบปฏิบัติการ อัปเดตครั้งนี้ครอบคลุมแพ็กเกจสำคัญจำนวนมาก เช่น systemd, Linux kernel, GNOME, KDE Plasma, Firefox ESR และไลบรารีต่าง ๆ ที่เป็นหัวใจของระบบ ทำให้ผู้ใช้ทั้งเดสก์ท็อปและเซิร์ฟเวอร์ได้รับประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการความเสถียรระดับองค์กรตามสไตล์ Debian Stable นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะด้าน เช่น ปัญหาการแสดงผล UI, บั๊กของไดรเวอร์บางรุ่น, ปัญหาการทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ใหม่ รวมถึงการอุดช่องโหว่ที่มีความเสี่ยงระดับสูงในแพ็กเกจยอดนิยมหลายตัว ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในระบบที่ใช้งานระยะยาว ผู้ใช้ Debian 13 สามารถอัปเดตได้ทันทีผ่านคำสั่ง apt โดยไม่ต้องติดตั้งใหม่ และยังคงได้รับการสนับสนุนต่อเนื่องตามรอบอัปเดตของ Debian Stable ที่เน้นความมั่นคงและความน่าเชื่อถือเป็นหลัก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Debian 13.3 “Trixie” ออกอัปเดตใหม่ ➡️ เป็น point release สำหรับ Debian 13 Stable ✅ แก้บั๊กจำนวนมาก ➡️ รวมทั้งหมดกว่า 108 รายการ ✅ อัปเดตความปลอดภัย ➡️ มีการอุดช่องโหว่ 37 รายการ ✅ อัปเดตแพ็กเกจสำคัญ ➡️ เช่น systemd, kernel, GNOME, KDE, Firefox ESR ✅ ผู้ใช้สามารถอัปเดตผ่าน apt ได้ทันที ➡️ ไม่ต้องติดตั้งระบบใหม่ คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ อัปเดตอาจกระทบแพ็กเกจที่ปรับแต่งเอง ⛔ ผู้ใช้ที่คอมไพล์แพ็กเกจเองควรตรวจสอบ compatibility ‼️ ระบบที่ใช้ kernel รุ่นเก่าอาจต้องรีบูต ⛔ เพื่อให้แพตช์ความปลอดภัยทำงานสมบูรณ์ ‼️ บางแพ็กเกจอาจมีการเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อย ⛔ ควรตรวจ changelog หากใช้ในงาน production https://9to5linux.com/debian-13-3-trixie-released-with-108-bug-fixes-and-37-security-updates
    9TO5LINUX.COM
    Debian 13.3 "Trixie" Released with 108 Bug Fixes and 37 Security Updates - 9to5Linux
    Debian 13.3 is now available for download as a new point release to Debian 13 “Trixie” with 108 bug fixes and 37 security updates.
    0 Comments 0 Shares 14 Views 0 Reviews
  • The financial reports of a power company : Part 4
    Date : 11 January 2026

    ## 7. Debt structure, interest expense and loan covenants

    - A company ’s long‑term borrowings and debentures are restructured or refinanced during 2022–2024, but the average effective interest expense does not rise in line with market rate increases, especially in 2023–2024.
    - Disclosures of loan covenants and key financial ratios required by lenders are limited, which obscures the extent of covenant pressure and the potential incentives to manage reported numbers.

    **Audit concerns**

    - Whether interest expense is fully recognised in accordance with the effective interest method, including amortisation of premiums, discounts and transaction costs.
    - Whether any accounting choices (e.g. capitalisation of borrowing costs, classification of leases) are influenced by a need to avoid covenant breaches.

    ***

    ## 8. Employee benefit obligations and actuarial assumptions

    - Defined benefit obligations and other long‑term employee benefit liabilities show relatively limited volatility across 2022–2024, even though discount rates and inflation expectations change materially with the interest‑rate cycle.
    - This stability may indicate the use of actuarial assumptions that dampen the impact of market movements on reported obligations and OCI.

    **Audit concerns**

    - Whether actuarial assumptions (discount rate, salary growth, mortality, staff turnover) are consistent with market benchmarks and internal HR data.
    - Whether sensitivity analyses and disclosures provide sufficient transparency regarding the potential impact on equity and profit if assumptions were more conservative.

    To be continued—————————————————————————————————————————————————-
    #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    The financial reports of a power company : Part 4 Date : 11 January 2026 ## 7. Debt structure, interest expense and loan covenants - A company ’s long‑term borrowings and debentures are restructured or refinanced during 2022–2024, but the average effective interest expense does not rise in line with market rate increases, especially in 2023–2024. - Disclosures of loan covenants and key financial ratios required by lenders are limited, which obscures the extent of covenant pressure and the potential incentives to manage reported numbers. **Audit concerns** - Whether interest expense is fully recognised in accordance with the effective interest method, including amortisation of premiums, discounts and transaction costs. - Whether any accounting choices (e.g. capitalisation of borrowing costs, classification of leases) are influenced by a need to avoid covenant breaches. *** ## 8. Employee benefit obligations and actuarial assumptions - Defined benefit obligations and other long‑term employee benefit liabilities show relatively limited volatility across 2022–2024, even though discount rates and inflation expectations change materially with the interest‑rate cycle. - This stability may indicate the use of actuarial assumptions that dampen the impact of market movements on reported obligations and OCI. **Audit concerns** - Whether actuarial assumptions (discount rate, salary growth, mortality, staff turnover) are consistent with market benchmarks and internal HR data. - Whether sensitivity analyses and disclosures provide sufficient transparency regarding the potential impact on equity and profit if assumptions were more conservative. To be continued—————————————————————————————————————————————————- #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    0 Comments 0 Shares 27 Views 0 Reviews
  • เช้าวันนี้สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพมหานครปรับตัวสูงขึ้น ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 37.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐาน และเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน ส่งผลให้หลายพื้นที่ขยับเข้าสู่ระดับสีส้ม
    .
    ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครระบุว่า หลายเขตมีค่าฝุ่นเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพเหนือ กรุงเทพตะวันออก และกรุงธนใต้ ขณะที่แนวโน้มในช่วงนี้อากาศปิด ทำให้ฝุ่นสะสมต่อเนื่องราว 4 วัน
    .
    กรุงเทพมหานครแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 เมื่อต้องออกนอกอาคาร ลดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และเฝ้าระวังอาการผิดปกติ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002889
    .
    #News1live #News1 #PM25 #ฝุ่นกรุงเทพ #อากาศปิด #สุขภาพ
    เช้าวันนี้สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพมหานครปรับตัวสูงขึ้น ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 37.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐาน และเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน ส่งผลให้หลายพื้นที่ขยับเข้าสู่ระดับสีส้ม . ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครระบุว่า หลายเขตมีค่าฝุ่นเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพเหนือ กรุงเทพตะวันออก และกรุงธนใต้ ขณะที่แนวโน้มในช่วงนี้อากาศปิด ทำให้ฝุ่นสะสมต่อเนื่องราว 4 วัน . กรุงเทพมหานครแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 เมื่อต้องออกนอกอาคาร ลดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และเฝ้าระวังอาการผิดปกติ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002889 . #News1live #News1 #PM25 #ฝุ่นกรุงเทพ #อากาศปิด #สุขภาพ
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 50 Views 0 Reviews
  • อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเบิกไพร เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บ้านโป่ง แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หลังไม่ดำเนินการคืนสิทธิและชดใช้ค่าตอบแทนตามคำพิพากษาศาล
    .
    กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการถูกสั่งให้พ้นตำแหน่งเมื่อปี 2565 จากคดีโครงการตลาดน้ำเบิกไพร ก่อนที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 7 จะมีคำพิพากษายกฟ้องในปี 2567 และมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งพ้นตำแหน่งภายใน 15 วัน
    .
    ผู้ร้องระบุว่าได้ยื่นหนังสือขอคืนสิทธิและขอรับค่าตอบแทนย้อนหลังรวมกว่า 3 ปี มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่มีการดำเนินการหรือชี้แจง จึงจำเป็นต้องแจ้งความเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002865
    .
    #News1live #News1 #ราชบุรี #มาตรา157 #คดีปกครอง #คืนสิทธิ
    อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเบิกไพร เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บ้านโป่ง แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หลังไม่ดำเนินการคืนสิทธิและชดใช้ค่าตอบแทนตามคำพิพากษาศาล . กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการถูกสั่งให้พ้นตำแหน่งเมื่อปี 2565 จากคดีโครงการตลาดน้ำเบิกไพร ก่อนที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 7 จะมีคำพิพากษายกฟ้องในปี 2567 และมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งพ้นตำแหน่งภายใน 15 วัน . ผู้ร้องระบุว่าได้ยื่นหนังสือขอคืนสิทธิและขอรับค่าตอบแทนย้อนหลังรวมกว่า 3 ปี มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่มีการดำเนินการหรือชี้แจง จึงจำเป็นต้องแจ้งความเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002865 . #News1live #News1 #ราชบุรี #มาตรา157 #คดีปกครอง #คืนสิทธิ
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 45 Views 0 Reviews
  • กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาออกมาย้ำจุดยืนว่าประเทศจะไม่ยอมให้เป็นแหล่งกบดานของเครือข่ายสแกมออนไลน์ ภายหลังการจับกุมและส่งตัว “เฉิน จื้อ” นักธุรกิจเชื้อสายจีน ให้ทางการจีนตามความร่วมมือทวิภาคี
    .
    รองโฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกรอบกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรการสืบสวน บังคับใช้กฎหมาย และควบคุมการเดินทางของชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ
    .
    ทางการกัมพูชายังยืนยันเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายฉ้อโกงทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยเตือนเจ้าหน้าที่รัฐที่เพิกเฉยหรือให้การคุ้มครองผู้กระทำผิด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002885
    .
    #News1live #News1 #กัมพูชา #เฉินจื้อ #สแกมเมอร์ #อาชญากรรมข้ามชาติ
    กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาออกมาย้ำจุดยืนว่าประเทศจะไม่ยอมให้เป็นแหล่งกบดานของเครือข่ายสแกมออนไลน์ ภายหลังการจับกุมและส่งตัว “เฉิน จื้อ” นักธุรกิจเชื้อสายจีน ให้ทางการจีนตามความร่วมมือทวิภาคี . รองโฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกรอบกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรการสืบสวน บังคับใช้กฎหมาย และควบคุมการเดินทางของชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ . ทางการกัมพูชายังยืนยันเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายฉ้อโกงทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยเตือนเจ้าหน้าที่รัฐที่เพิกเฉยหรือให้การคุ้มครองผู้กระทำผิด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002885 . #News1live #News1 #กัมพูชา #เฉินจื้อ #สแกมเมอร์ #อาชญากรรมข้ามชาติ
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 47 Views 0 Reviews
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอาวุโสของรัสเซีย ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ หลังเกิดกรณีกองทัพอเมริกาเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่ประดับธงรัสเซียในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ
    .
    อเล็กซีย์ ซูราฟเลฟ รองประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมของสภาดูมา ระบุว่าการยึดเรือดังกล่าวเท่ากับเป็นการโจมตีดินแดนของรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้มอสโกตอบโต้ทางทหาร รวมถึงการใช้อาวุธร้ายแรงตามหลักนิยมทางทหารของรัสเซีย
    .
    ด้านสหรัฐฯ ชี้แจงว่าการเข้ายึดเรือดำเนินการภายใต้หมายศาลรัฐบาลกลาง โดยอ้างว่าเรือลำดังกล่าวละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และอยู่ภายใต้การติดตามของยามชายฝั่งสหรัฐฯ มาเป็นเวลานาน ซึ่งกรณีนี้ถูกจับตาว่าอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจนิวเคลียร์
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002884
    .
    #News1live #News1 #รัสเซีย #สหรัฐอเมริกา #ความตึงเครียดโลก #เรือน้ำมัน
    สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอาวุโสของรัสเซีย ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ หลังเกิดกรณีกองทัพอเมริกาเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่ประดับธงรัสเซียในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ . อเล็กซีย์ ซูราฟเลฟ รองประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมของสภาดูมา ระบุว่าการยึดเรือดังกล่าวเท่ากับเป็นการโจมตีดินแดนของรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้มอสโกตอบโต้ทางทหาร รวมถึงการใช้อาวุธร้ายแรงตามหลักนิยมทางทหารของรัสเซีย . ด้านสหรัฐฯ ชี้แจงว่าการเข้ายึดเรือดำเนินการภายใต้หมายศาลรัฐบาลกลาง โดยอ้างว่าเรือลำดังกล่าวละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และอยู่ภายใต้การติดตามของยามชายฝั่งสหรัฐฯ มาเป็นเวลานาน ซึ่งกรณีนี้ถูกจับตาว่าอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจนิวเคลียร์ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002884 . #News1live #News1 #รัสเซีย #สหรัฐอเมริกา #ความตึงเครียดโลก #เรือน้ำมัน
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 52 Views 0 Reviews
  • แม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการวางกำลังป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย บริเวณพื้นที่ปฏิบัติการบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน
    .
    การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการรับฟังการบรรยายสรุปแนวทางการวางกำลังของหน่วยเฉพาะกิจ การลาดตระเวน การตรวจการณ์ รวมถึงความคืบหน้าการสร้างบังเกอร์และที่มั่นแข็งแรง เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดน
    .
    แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ให้กำลังใจกำลังพล พร้อมชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และกำชับให้ปฏิบัติงานด้วยความไม่ประมาท ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนตามแนวชายแดน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002870
    .
    #News1live #News1 #แม่ทัพภาคที่1 #ชายแดนสระแก้ว #ความมั่นคง #กองทัพบก
    แม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการวางกำลังป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย บริเวณพื้นที่ปฏิบัติการบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน . การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการรับฟังการบรรยายสรุปแนวทางการวางกำลังของหน่วยเฉพาะกิจ การลาดตระเวน การตรวจการณ์ รวมถึงความคืบหน้าการสร้างบังเกอร์และที่มั่นแข็งแรง เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดน . แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ให้กำลังใจกำลังพล พร้อมชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และกำชับให้ปฏิบัติงานด้วยความไม่ประมาท ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนตามแนวชายแดน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002870 . #News1live #News1 #แม่ทัพภาคที่1 #ชายแดนสระแก้ว #ความมั่นคง #กองทัพบก
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 46 Views 0 Reviews
  • ผู้บัญชาการทหารบก ลงพื้นที่ตรวจแนวการวางกำลังและการสถาปนาความมั่นคงบริเวณแนวชายแดน พื้นที่ฐานปฏิบัติการเนิน 225 เนิน 350 และปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจความพร้อมกำลังพล
    .
    การลงพื้นที่ครั้งนี้เน้นการตรวจความพร้อมด้านกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และการจัดกำลังตามแนวชายแดน พร้อมกำชับให้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รอบคอบ และรัดกุม เพื่อปกป้องอธิปไตยและสถาปนาความมั่นคงในทุกมิติ
    .
    ผู้บัญชาการทหารบกยังให้กำลังใจกำลังพลกองกำลังสุรนารี ขอให้ภาคภูมิใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา และย้ำว่าภารกิจยังต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อความสงบมั่นคงของพื้นที่ชายแดนและประเทศชาติ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002857
    .
    #News1live #News1 #ผบ.ทบ #ชายแดนไทยกัมพูชา #กองทัพบก #ความมั่นคง
    ผู้บัญชาการทหารบก ลงพื้นที่ตรวจแนวการวางกำลังและการสถาปนาความมั่นคงบริเวณแนวชายแดน พื้นที่ฐานปฏิบัติการเนิน 225 เนิน 350 และปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจความพร้อมกำลังพล . การลงพื้นที่ครั้งนี้เน้นการตรวจความพร้อมด้านกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และการจัดกำลังตามแนวชายแดน พร้อมกำชับให้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รอบคอบ และรัดกุม เพื่อปกป้องอธิปไตยและสถาปนาความมั่นคงในทุกมิติ . ผู้บัญชาการทหารบกยังให้กำลังใจกำลังพลกองกำลังสุรนารี ขอให้ภาคภูมิใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา และย้ำว่าภารกิจยังต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อความสงบมั่นคงของพื้นที่ชายแดนและประเทศชาติ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002857 . #News1live #News1 #ผบ.ทบ #ชายแดนไทยกัมพูชา #กองทัพบก #ความมั่นคง
    Like
    2
    0 Comments 0 Shares 57 Views 0 Reviews
  • บริษัท ขนส่ง จำกัด ยอมรับการส่งมอบรถโดยสารใหม่ 311 คัน ล่าช้ากว่ากำหนด จากเดิมต้องครบภายในเดือนธันวาคม 2568 แต่ส่งมอบได้เพียง 22 คัน ส่งผลให้ต้องถูกปรับตามสัญญาวันละประมาณ 500,000 บาท
    .
    บขส.ชี้แจงว่าได้ปรับแผนให้เอกชนทยอยส่งมอบรถเพิ่มเติมในช่วงต้นปี 2569 และคาดว่าจะส่งมอบครบทั้งหมดภายในเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2569 พร้อมต่อสัญญาเช่ารถเดิม 88 คัน ออกไปชั่วคราว เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน
    .
    ด้านกรมการขนส่งทางบกยืนยัน รถโดยสารดังกล่าวผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยครบถ้วน ทั้งโครงสร้างตัวถัง จุดศูนย์ถ่วง และการทรงตัว ขณะที่ประเด็นการทดสอบเพิ่มเติมยังอยู่ระหว่างการตั้งข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญในวงการรถโดยสาร
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002834
    .
    #News1live #News1 #บขส #รถโดยสารใหม่ #ขนส่งทางบก #ส่งมอบล่าช้า
    บริษัท ขนส่ง จำกัด ยอมรับการส่งมอบรถโดยสารใหม่ 311 คัน ล่าช้ากว่ากำหนด จากเดิมต้องครบภายในเดือนธันวาคม 2568 แต่ส่งมอบได้เพียง 22 คัน ส่งผลให้ต้องถูกปรับตามสัญญาวันละประมาณ 500,000 บาท . บขส.ชี้แจงว่าได้ปรับแผนให้เอกชนทยอยส่งมอบรถเพิ่มเติมในช่วงต้นปี 2569 และคาดว่าจะส่งมอบครบทั้งหมดภายในเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2569 พร้อมต่อสัญญาเช่ารถเดิม 88 คัน ออกไปชั่วคราว เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน . ด้านกรมการขนส่งทางบกยืนยัน รถโดยสารดังกล่าวผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยครบถ้วน ทั้งโครงสร้างตัวถัง จุดศูนย์ถ่วง และการทรงตัว ขณะที่ประเด็นการทดสอบเพิ่มเติมยังอยู่ระหว่างการตั้งข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญในวงการรถโดยสาร . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002834 . #News1live #News1 #บขส #รถโดยสารใหม่ #ขนส่งทางบก #ส่งมอบล่าช้า
    Like
    1
    0 Comments 0 Shares 59 Views 0 Reviews
More Results