• ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5 — เตรียมพร้อมรองรับ Ryzen รุ่นอนาคต และใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ล่วงหน้า

    ASUS เดินตามรอย Gigabyte ด้วยการอัปเกรด ขนาด BIOS ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ดตระกูล ROG Strix Neo AM5 ซึ่งมากกว่าเมนบอร์ด AM5 รุ่นก่อนหน้าถึงสองเท่า การเพิ่มความจุครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อความหรูหรา แต่เพื่อแก้ปัญหาเดียวกับที่เคยเกิดในยุค AM4 — เมื่อ BIOS มีพื้นที่ไม่พอรองรับ CPU รุ่นใหม่ ทำให้ต้องตัดฟีเจอร์หรือรองรับ CPU บางรุ่นไม่ได้

    เมนบอร์ดที่ได้อัปเกรด ROM ได้แก่
    ROG Strix X870E‑E Gaming WiFi7 Neo
    ROG Strix X870E‑A Gaming WiFi7 Neo
    ROG Strix B850‑F Gaming WiFi7 Neo
    ROG Strix B850‑A Gaming WiFi7 Neo

    แม้ตอนนี้ AM5 ยังไม่มีปัญหาความเข้ากันได้ของ CPU แต่ ASUS และ Gigabyte เลือก “กันไว้ก่อน” เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS ออกเหมือนยุค AM4 ที่เคยเจอปัญหา ROM 16MB ไม่พอจนต้องออกบอร์ดรุ่นใหม่ที่มี 32MB

    ในระหว่างที่ยังไม่มี CPU ใหม่มาใช้พื้นที่ ROM เพิ่มเติม ASUS ใช้พื้นที่ว่างนี้เพื่อ ใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ใน BIOS เลย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น เพราะ Microsoft บังคับให้ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและล็อกอินบัญชี Microsoft ก่อนติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ การมีไดรเวอร์ Wi‑Fi ติดตั้งล่วงหน้าจึงช่วยลดปัญหานี้ได้มาก

    นอกจากนี้ Strix Neo ยังเพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง เช่น Q‑Release สำหรับถอดการ์ดจอใหญ่ ๆ ได้ง่ายขึ้น, การจัดสรรเลน PCIe ใหม่ที่ทำให้ใช้ PCIe 5.0 x16 พร้อม M.2 PCIe 5.0 สองตัวได้เต็มสปีด และเพิ่ม USB 2.0 headers ภายในถึง 3 ช่อง เพื่อรองรับอุปกรณ์ภายในเคสที่ต้องใช้พอร์ต USB เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5
    เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS

    ใช้พื้นที่ ROM ส่วนเกินเพื่อติดตั้งไดรเวอร์ Wi‑Fi ล่วงหน้า
    ช่วยให้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น

    เมนบอร์ดที่ได้รับอัปเกรดมี 4 รุ่นในตระกูล ROG Strix Neo
    X870E‑E, X870E‑A, B850‑F, B850‑A

    แก้ปัญหาที่เคยเกิดในยุค AM4 ที่ ROM ไม่พอรองรับ CPU ใหม่
    AM4 เคยต้องตัดฟีเจอร์ BIOS เพื่อให้พอพื้นที่

    Strix Neo เพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง
    Q‑Release, PCIe optimization, USB 2.0 headers เพิ่มขึ้น

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    แม้ ROM ใหญ่ขึ้น แต่ยังต้องรอทดสอบจริงกับ Ryzen รุ่นอนาคต
    ความเข้ากันได้จริงอาจขึ้นกับการออกแบบ BIOS ในอนาคต

    การแชร์เลน PCIe ระหว่าง M.2 และ USB4 อาจมีผลกับบางการใช้งาน
    ผู้ใช้ที่ต้องการแบนด์วิดท์สูงสุดทุกอุปกรณ์ควรตรวจสอบก่อน

    ฟีเจอร์ Wi‑Fi pre‑install อาจไม่รองรับทุกเวอร์ชันของ Windows
    โดยเฉพาะการติดตั้งแบบ offline หรือเวอร์ชันเก่า

    https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/asus-adds-64mb-rom-to-strix-neo-am5-motherboards-following-gigabyte-capacity-large-enough-to-fit-pre-installed-wi-fi-drivers
    🧩⚡ ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5 — เตรียมพร้อมรองรับ Ryzen รุ่นอนาคต และใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ล่วงหน้า ASUS เดินตามรอย Gigabyte ด้วยการอัปเกรด ขนาด BIOS ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ดตระกูล ROG Strix Neo AM5 ซึ่งมากกว่าเมนบอร์ด AM5 รุ่นก่อนหน้าถึงสองเท่า การเพิ่มความจุครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อความหรูหรา แต่เพื่อแก้ปัญหาเดียวกับที่เคยเกิดในยุค AM4 — เมื่อ BIOS มีพื้นที่ไม่พอรองรับ CPU รุ่นใหม่ ทำให้ต้องตัดฟีเจอร์หรือรองรับ CPU บางรุ่นไม่ได้ เมนบอร์ดที่ได้อัปเกรด ROM ได้แก่ 💠 ROG Strix X870E‑E Gaming WiFi7 Neo 💠 ROG Strix X870E‑A Gaming WiFi7 Neo 💠 ROG Strix B850‑F Gaming WiFi7 Neo 💠 ROG Strix B850‑A Gaming WiFi7 Neo แม้ตอนนี้ AM5 ยังไม่มีปัญหาความเข้ากันได้ของ CPU แต่ ASUS และ Gigabyte เลือก “กันไว้ก่อน” เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS ออกเหมือนยุค AM4 ที่เคยเจอปัญหา ROM 16MB ไม่พอจนต้องออกบอร์ดรุ่นใหม่ที่มี 32MB ในระหว่างที่ยังไม่มี CPU ใหม่มาใช้พื้นที่ ROM เพิ่มเติม ASUS ใช้พื้นที่ว่างนี้เพื่อ ใส่ไดรเวอร์ Wi‑Fi มาให้ใน BIOS เลย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น เพราะ Microsoft บังคับให้ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและล็อกอินบัญชี Microsoft ก่อนติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ การมีไดรเวอร์ Wi‑Fi ติดตั้งล่วงหน้าจึงช่วยลดปัญหานี้ได้มาก นอกจากนี้ Strix Neo ยังเพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง เช่น Q‑Release สำหรับถอดการ์ดจอใหญ่ ๆ ได้ง่ายขึ้น, การจัดสรรเลน PCIe ใหม่ที่ทำให้ใช้ PCIe 5.0 x16 พร้อม M.2 PCIe 5.0 สองตัวได้เต็มสปีด และเพิ่ม USB 2.0 headers ภายในถึง 3 ช่อง เพื่อรองรับอุปกรณ์ภายในเคสที่ต้องใช้พอร์ต USB เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ASUS เพิ่ม ROM เป็น 64MB บนเมนบอร์ด Strix Neo AM5 ➡️ เพื่อรองรับ Ryzen รุ่นอนาคตโดยไม่ต้องตัดฟีเจอร์ BIOS ✅ ใช้พื้นที่ ROM ส่วนเกินเพื่อติดตั้งไดรเวอร์ Wi‑Fi ล่วงหน้า ➡️ ช่วยให้ติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น ✅ เมนบอร์ดที่ได้รับอัปเกรดมี 4 รุ่นในตระกูล ROG Strix Neo ➡️ X870E‑E, X870E‑A, B850‑F, B850‑A ✅ แก้ปัญหาที่เคยเกิดในยุค AM4 ที่ ROM ไม่พอรองรับ CPU ใหม่ ➡️ AM4 เคยต้องตัดฟีเจอร์ BIOS เพื่อให้พอพื้นที่ ✅ Strix Neo เพิ่มฟีเจอร์คุณภาพชีวิตหลายอย่าง ➡️ Q‑Release, PCIe optimization, USB 2.0 headers เพิ่มขึ้น คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ แม้ ROM ใหญ่ขึ้น แต่ยังต้องรอทดสอบจริงกับ Ryzen รุ่นอนาคต ⛔ ความเข้ากันได้จริงอาจขึ้นกับการออกแบบ BIOS ในอนาคต ‼️ การแชร์เลน PCIe ระหว่าง M.2 และ USB4 อาจมีผลกับบางการใช้งาน ⛔ ผู้ใช้ที่ต้องการแบนด์วิดท์สูงสุดทุกอุปกรณ์ควรตรวจสอบก่อน ‼️ ฟีเจอร์ Wi‑Fi pre‑install อาจไม่รองรับทุกเวอร์ชันของ Windows ⛔ โดยเฉพาะการติดตั้งแบบ offline หรือเวอร์ชันเก่า https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/asus-adds-64mb-rom-to-strix-neo-am5-motherboards-following-gigabyte-capacity-large-enough-to-fit-pre-installed-wi-fi-drivers
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 0 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฮีตเตอร์ทำน้ำร้อนที่ “ขุดบิตคอยน์ได้” — อุปกรณ์ราคา $2,000 ที่บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปี

    บริษัท Superheat เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ชื่อ Superheat H1 ที่งาน CES 2026 โดยชูจุดขายว่าเป็น “เครื่องทำน้ำร้อนที่จ่ายเงินคืนให้คุณ” เพราะมันใช้ ความร้อนจากการขุด Bitcoin มาอุ่นน้ำแทนการใช้ฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม แนวคิดคือแทนที่จะปล่อยความร้อนจากเครื่องขุดให้สูญเปล่า ก็จับมาใช้ประโยชน์ในบ้านแทน ทำให้ค่าไฟที่ใช้ขุดถูกชดเชยด้วยการลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำร้อนไปพร้อมกัน

    Superheat เคลมว่า H1 สามารถสร้างรายได้จากการขุดได้ประมาณ $1,000 ต่อปี และช่วยลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80% หากตัวเลขนี้เป็นจริง ผู้ใช้จะคืนทุนภายในประมาณ 2 ปี และอุปกรณ์มีอายุการใช้งานราว 10 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป นอกจากนี้บริษัทยังอ้างว่าหากนำไปใช้ในอพาร์ตเมนต์ 700 ห้อง อาจสร้างรายได้รวมถึง $980,000 ต่อปี จากการขุด Bitcoin

    แนวคิดนี้เกิดจากปัญหาค่าใช้จ่ายด้านความร้อนในศูนย์ข้อมูลและเหมืองคริปโตที่สูงมาก โดยเฉพาะค่า “ระบายความร้อน” ซึ่งเป็นต้นทุนอันดับสองรองจากค่าไฟฟ้า การนำความร้อนเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่จึงเป็นแนวทางที่หลายบริษัทเริ่มสนใจ และ Superheat ก็พยายามนำไอเดียนี้มาสู่ระดับครัวเรือน

    อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขุดยังขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนสูง ปัจจุบัน BTC อยู่ราว $91,000 หลังจากเคยขึ้นไปแตะ $125,000 ในปีที่ผ่านมา และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าปีนี้อาจแกว่งในช่วง $75,000–$225,000 ซึ่งหมายความว่ารายได้จริงอาจมากหรือน้อยกว่าที่บริษัทคาดไว้มาก นอกจากนี้ผู้ใช้ยังต้องคอยตามข่าวราคาและแนวโน้มตลาดอยู่เสมอ เพราะรายได้จากการขุดไม่แน่นอนเลยแม้แต่น้อย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Superheat H1 คือเครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ความร้อนจากการขุด Bitcoin
    ใช้ ASIC ภายในแทนฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม

    ราคาเครื่องอยู่ที่ $2,000
    บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปีจากรายได้ขุดและการลดค่าไฟ

    สร้างรายได้ประมาณ $1,000 ต่อปีจากการขุด
    พร้อมลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80%

    อายุการใช้งานประมาณ 10 ปี
    ใกล้เคียงเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป

    บริษัทอ้างว่าสามารถขยายสเกลไปยังอพาร์ตเมนต์หรือโรงแรมได้
    700 ห้องอาจสร้างรายได้รวมเกือบ $1M ต่อปี

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    รายได้จากการขุดขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนมาก
    อาจทำให้รายได้จริงต่ำกว่าที่คาดไว้มาก

    ค่าไฟฟ้าในบางพื้นที่อาจทำให้ไม่คุ้มทุน
    โดยเฉพาะประเทศที่ค่าไฟสูง

    อุปกรณ์มีชิ้นส่วน ASIC ที่อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป
    ต้องพิจารณาค่าเปลี่ยนอะไหล่

    การขุดคริปโตอาจมีข้อกฎหมายหรือข้อจำกัดในบางประเทศ
    ผู้ใช้ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้ง

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptomining/bitcoin-mining-water-heater-firm-says-its-usd2-000-product-can-rake-back-usd1-000-a-year-in-btc-and-claims-it-can-offset-up-to-80-percent-of-electricity-and-water-costs
    🔥💰 ฮีตเตอร์ทำน้ำร้อนที่ “ขุดบิตคอยน์ได้” — อุปกรณ์ราคา $2,000 ที่บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปี บริษัท Superheat เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ชื่อ Superheat H1 ที่งาน CES 2026 โดยชูจุดขายว่าเป็น “เครื่องทำน้ำร้อนที่จ่ายเงินคืนให้คุณ” เพราะมันใช้ ความร้อนจากการขุด Bitcoin มาอุ่นน้ำแทนการใช้ฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม แนวคิดคือแทนที่จะปล่อยความร้อนจากเครื่องขุดให้สูญเปล่า ก็จับมาใช้ประโยชน์ในบ้านแทน ทำให้ค่าไฟที่ใช้ขุดถูกชดเชยด้วยการลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำร้อนไปพร้อมกัน Superheat เคลมว่า H1 สามารถสร้างรายได้จากการขุดได้ประมาณ $1,000 ต่อปี และช่วยลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80% หากตัวเลขนี้เป็นจริง ผู้ใช้จะคืนทุนภายในประมาณ 2 ปี และอุปกรณ์มีอายุการใช้งานราว 10 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป นอกจากนี้บริษัทยังอ้างว่าหากนำไปใช้ในอพาร์ตเมนต์ 700 ห้อง อาจสร้างรายได้รวมถึง $980,000 ต่อปี จากการขุด Bitcoin แนวคิดนี้เกิดจากปัญหาค่าใช้จ่ายด้านความร้อนในศูนย์ข้อมูลและเหมืองคริปโตที่สูงมาก โดยเฉพาะค่า “ระบายความร้อน” ซึ่งเป็นต้นทุนอันดับสองรองจากค่าไฟฟ้า การนำความร้อนเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่จึงเป็นแนวทางที่หลายบริษัทเริ่มสนใจ และ Superheat ก็พยายามนำไอเดียนี้มาสู่ระดับครัวเรือน อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขุดยังขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนสูง ปัจจุบัน BTC อยู่ราว $91,000 หลังจากเคยขึ้นไปแตะ $125,000 ในปีที่ผ่านมา และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าปีนี้อาจแกว่งในช่วง $75,000–$225,000 ซึ่งหมายความว่ารายได้จริงอาจมากหรือน้อยกว่าที่บริษัทคาดไว้มาก นอกจากนี้ผู้ใช้ยังต้องคอยตามข่าวราคาและแนวโน้มตลาดอยู่เสมอ เพราะรายได้จากการขุดไม่แน่นอนเลยแม้แต่น้อย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Superheat H1 คือเครื่องทำน้ำร้อนที่ใช้ความร้อนจากการขุด Bitcoin ➡️ ใช้ ASIC ภายในแทนฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิม ✅ ราคาเครื่องอยู่ที่ $2,000 ➡️ บริษัทเคลมว่าคืนทุนใน 2 ปีจากรายได้ขุดและการลดค่าไฟ ✅ สร้างรายได้ประมาณ $1,000 ต่อปีจากการขุด ➡️ พร้อมลดค่าไฟ–ค่าน้ำร้อนลงได้ถึง 80% ✅ อายุการใช้งานประมาณ 10 ปี ➡️ ใกล้เคียงเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป ✅ บริษัทอ้างว่าสามารถขยายสเกลไปยังอพาร์ตเมนต์หรือโรงแรมได้ ➡️ 700 ห้องอาจสร้างรายได้รวมเกือบ $1M ต่อปี คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ รายได้จากการขุดขึ้นอยู่กับราคาบิตคอยน์ที่ผันผวนมาก ⛔ อาจทำให้รายได้จริงต่ำกว่าที่คาดไว้มาก ‼️ ค่าไฟฟ้าในบางพื้นที่อาจทำให้ไม่คุ้มทุน ⛔ โดยเฉพาะประเทศที่ค่าไฟสูง ‼️ อุปกรณ์มีชิ้นส่วน ASIC ที่อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าเครื่องทำน้ำร้อนทั่วไป ⛔ ต้องพิจารณาค่าเปลี่ยนอะไหล่ ‼️ การขุดคริปโตอาจมีข้อกฎหมายหรือข้อจำกัดในบางประเทศ ⛔ ผู้ใช้ต้องตรวจสอบก่อนติดตั้ง https://www.tomshardware.com/tech-industry/cryptomining/bitcoin-mining-water-heater-firm-says-its-usd2-000-product-can-rake-back-usd1-000-a-year-in-btc-and-claims-it-can-offset-up-to-80-percent-of-electricity-and-water-costs
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 0 มุมมอง 0 รีวิว
  • DeepSeek เตรียมเปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ เน้นงานเขียนโค้ด กุมภาพันธ์นี้

    สตาร์ทอัพ AI จากจีนอย่าง DeepSeek กำลังเตรียมเปิดตัวโมเดลใหม่ DeepSeek V4 ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยรายงานจาก The Information ระบุว่าโมเดลรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ เพิ่มความสามารถด้านการเขียนโค้ดโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นทิศทางที่หลายบริษัทกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดในตลาด AI สำหรับนักพัฒนาและองค์กรที่ต้องการเครื่องมือช่วยเขียนโปรแกรมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคของ V4 ยังไม่ถูกเปิดเผย แต่การมุ่งเน้นด้าน “strong coding capabilities” บ่งบอกว่า DeepSeek ต้องการท้าชนโมเดลระดับสูงจากฝั่งตะวันตก เช่น GPT‑4, Claude, และ Gemini โดยเฉพาะในงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น การสร้างโค้ด การดีบัก และการวิเคราะห์โครงสร้างโปรแกรม ซึ่งเป็นจุดที่องค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ

    การเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในจีน ที่กำลังเร่งพัฒนาโมเดลเฉพาะทางเพื่อแข่งขันในตลาดโลก แม้รายงานจะระบุว่า Reuters ยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้ แต่การเคลื่อนไหวของ DeepSeek ก็ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะบริษัทเพิ่งเป็นที่จับตามองจากความสามารถของโมเดลก่อนหน้าในด้านประสิทธิภาพและต้นทุนที่ต่ำกว่าโมเดลตะวันตกหลายตัว

    หาก DeepSeek V4 เปิดตัวตามกำหนดและทำผลงานได้ดีในงานเขียนโค้ด ก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่เข้ามาเปลี่ยนสมรภูมิ AI สำหรับนักพัฒนา และอาจทำให้การแข่งขันด้าน AI coding assistants เข้มข้นขึ้นกว่าเดิมในปี 2026

    สรุปประเด็นสำคัญ
    DeepSeek เตรียมเปิดตัวโมเดลใหม่ชื่อ V4
    เน้นความสามารถด้านการเขียนโค้ดโดยเฉพาะ

    คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์
    รายงานโดย The Information

    เป็นโมเดลรุ่นต่อจาก DeepSeek รุ่นก่อนที่ได้รับความสนใจมาก
    เน้นประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

    Reuters ยังไม่สามารถยืนยันรายงานได้
    ข้อมูลยังอยู่ในขั้นรายงานจากแหล่งข่าวภายใน

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    ข้อมูลยังไม่เป็นทางการ
    ต้องรอประกาศจาก DeepSeek โดยตรง

    ยังไม่มีรายละเอียดด้านสเปกหรือ benchmark
    ไม่สามารถประเมินความสามารถจริงได้ในตอนนี้

    การแข่งขันด้าน AI coding assistants รุนแรงมาก
    โมเดลใหม่อาจต้องพิสูจน์ตัวเองในตลาดที่มีคู่แข่งรายใหญ่

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/deepseek-to-launch-new-ai-model-focused-on-coding-in-february-the-information-reports
    🤖💻 DeepSeek เตรียมเปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ เน้นงานเขียนโค้ด กุมภาพันธ์นี้ สตาร์ทอัพ AI จากจีนอย่าง DeepSeek กำลังเตรียมเปิดตัวโมเดลใหม่ DeepSeek V4 ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยรายงานจาก The Information ระบุว่าโมเดลรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ เพิ่มความสามารถด้านการเขียนโค้ดโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นทิศทางที่หลายบริษัทกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดในตลาด AI สำหรับนักพัฒนาและองค์กรที่ต้องการเครื่องมือช่วยเขียนโปรแกรมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคของ V4 ยังไม่ถูกเปิดเผย แต่การมุ่งเน้นด้าน “strong coding capabilities” บ่งบอกว่า DeepSeek ต้องการท้าชนโมเดลระดับสูงจากฝั่งตะวันตก เช่น GPT‑4, Claude, และ Gemini โดยเฉพาะในงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น การสร้างโค้ด การดีบัก และการวิเคราะห์โครงสร้างโปรแกรม ซึ่งเป็นจุดที่องค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ การเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในจีน ที่กำลังเร่งพัฒนาโมเดลเฉพาะทางเพื่อแข่งขันในตลาดโลก แม้รายงานจะระบุว่า Reuters ยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้ แต่การเคลื่อนไหวของ DeepSeek ก็ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะบริษัทเพิ่งเป็นที่จับตามองจากความสามารถของโมเดลก่อนหน้าในด้านประสิทธิภาพและต้นทุนที่ต่ำกว่าโมเดลตะวันตกหลายตัว หาก DeepSeek V4 เปิดตัวตามกำหนดและทำผลงานได้ดีในงานเขียนโค้ด ก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่เข้ามาเปลี่ยนสมรภูมิ AI สำหรับนักพัฒนา และอาจทำให้การแข่งขันด้าน AI coding assistants เข้มข้นขึ้นกว่าเดิมในปี 2026 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ DeepSeek เตรียมเปิดตัวโมเดลใหม่ชื่อ V4 ➡️ เน้นความสามารถด้านการเขียนโค้ดโดยเฉพาะ ✅ คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ ➡️ รายงานโดย The Information ✅ เป็นโมเดลรุ่นต่อจาก DeepSeek รุ่นก่อนที่ได้รับความสนใจมาก ➡️ เน้นประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ ✅ Reuters ยังไม่สามารถยืนยันรายงานได้ ➡️ ข้อมูลยังอยู่ในขั้นรายงานจากแหล่งข่าวภายใน คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ ข้อมูลยังไม่เป็นทางการ ⛔ ต้องรอประกาศจาก DeepSeek โดยตรง ‼️ ยังไม่มีรายละเอียดด้านสเปกหรือ benchmark ⛔ ไม่สามารถประเมินความสามารถจริงได้ในตอนนี้ ‼️ การแข่งขันด้าน AI coding assistants รุนแรงมาก ⛔ โมเดลใหม่อาจต้องพิสูจน์ตัวเองในตลาดที่มีคู่แข่งรายใหญ่ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/deepseek-to-launch-new-ai-model-focused-on-coding-in-february-the-information-reports
    WWW.THESTAR.COM.MY
    DeepSeek to launch new AI model focused on coding in February, The Information reports
    Jan ‌9 (Reuters) - ‌Chinese AI startup ‌DeepSeek is expected to ‍launch ‍its next-generation ‌AI model V4 ‍that ​features ⁠strong coding capabilities ‌in February, ⁠The ‍Information reported ‍on Friday, citing ‌people familiar with the matter.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 0 มุมมอง 0 รีวิว
  • How Will the Miracle Happen Today? — บทสะท้อนใจเรื่อง “ความเมตตาของคนแปลกหน้า”

    บทความนี้เป็นงานเขียนเชิงบันทึกความทรงจำที่งดงามและลึกซึ้ง ผู้เขียนเล่าย้อนถึงช่วงวัยหนุ่มที่ต้องอาศัย “ความเมตตาของคนแปลกหน้า” ตั้งแต่การโบกรถไปทำงานทุกวันบนถนน Route 22 จนถึงการเดินทางท่องเอเชียหลายปีเต็ม สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจไม่เคยเปลี่ยน คือความช่วยเหลือที่มาถึง “ตรงเวลาเสมอ” แม้จะไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้หยิบยื่นให้ในแต่ละวัน ความรู้สึกนี้ทำให้เขาตั้งคำถามกับตัวเองทุกเช้า— “วันนี้ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นอย่างไรนะ?”

    ผู้เขียนเล่าถึงเหตุการณ์มากมายที่คนแปลกหน้ามอบน้ำใจให้เขาอย่างไม่หวังสิ่งตอบแทน เช่น ครอบครัวในฟิลิปปินส์ที่เปิดกระป๋องอาหารสุดท้ายให้เขา นักเก็บฟืนในปากีสถานที่แบ่งที่พักเล็ก ๆ ให้เขานอนในคืนหิมะตก หรือครอบครัวในไต้หวันที่ให้เขาอยู่ด้วยสองสัปดาห์เต็ม ความเมตตาเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาเริ่มเชื่อว่า “ปาฏิหาริย์” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราเปิดใจยอมรับความช่วยเหลือ

    เขายังเล่าถึงประสบการณ์ปั่นจักรยานข้ามอเมริกา ที่ทุกครั้งที่ขออนุญาตกางเต็นท์ในสวนหลังบ้านของใครสักคน เขาไม่เคยถูกปฏิเสธเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผู้คนมักเชิญเขาเข้าบ้าน เล่าเรื่องชีวิต แลกเปลี่ยนความฝัน และแบ่งปันอาหารง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ผู้เขียนเชื่อว่าการยอมรับความช่วยเหลือ—การเป็น “kindee” หรือผู้รับความเมตตา—เป็นทักษะที่มนุษย์ยุคใหม่หลงลืมไป ทั้งที่มันคือหัวใจของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์

    ท้ายที่สุด เขาสรุปว่าชีวิตทั้งชีวิตของเราคือ “ของขวัญ” ที่ไม่ได้มาจากความสามารถหรือความคู่ควรของเราเอง แต่เป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกลมหายใจ ความกตัญญูจึงเป็นรูปแบบหนึ่งของศรัทธา—ไม่ใช่ศรัทธาในสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เป็นศรัทธาในความดีที่มนุษย์มีให้กันอย่างไม่สิ้นสุด และจะเกิดขึ้นอีกครั้งเสมอ หากเราเปิดใจรับมัน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผู้เขียนสะท้อนประสบการณ์โบกรถและเดินทางในเอเชีย
    พบความเมตตาจากคนแปลกหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    แนวคิด “How will the miracle happen today?” เกิดจากประสบการณ์จริง
    ปาฏิหาริย์คือความช่วยเหลือที่มาถึงอย่างไม่คาดคิด

    การเป็นผู้รับความเมตตา (kindee) คือทักษะที่ต้องฝึก
    ต้องเปิดใจ ยอมรับความช่วยเหลือด้วยความถ่อมตน

    ชีวิตคือของขวัญที่เราไม่ได้สร้างเอง
    ความกตัญญูคือรูปแบบหนึ่งของศรัทธาในความดีของมนุษย์

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    การพึ่งพาความเมตตาอย่างเดียวอาจไม่เหมาะกับทุกสถานการณ์
    ต้องมีวิจารณญาณและความปลอดภัยเป็นหลัก

    การเปิดใจรับความช่วยเหลืออาจยากสำหรับบางคน
    โดยเฉพาะผู้ที่คุ้นชินกับการพึ่งพาตนเอง

    การตีความ “ปาฏิหาริย์” ต้องไม่ทำให้ละเลยความรับผิดชอบของตนเอง
    ความช่วยเหลือคือของขวัญ ไม่ใช่สิ่งที่ควรคาดหวังเสมอ

    https://kk.org/thetechnium/how-will-the-miracle-happen-today/
    🌟🚶 How Will the Miracle Happen Today? — บทสะท้อนใจเรื่อง “ความเมตตาของคนแปลกหน้า” บทความนี้เป็นงานเขียนเชิงบันทึกความทรงจำที่งดงามและลึกซึ้ง ผู้เขียนเล่าย้อนถึงช่วงวัยหนุ่มที่ต้องอาศัย “ความเมตตาของคนแปลกหน้า” ตั้งแต่การโบกรถไปทำงานทุกวันบนถนน Route 22 จนถึงการเดินทางท่องเอเชียหลายปีเต็ม สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจไม่เคยเปลี่ยน คือความช่วยเหลือที่มาถึง “ตรงเวลาเสมอ” แม้จะไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้หยิบยื่นให้ในแต่ละวัน ความรู้สึกนี้ทำให้เขาตั้งคำถามกับตัวเองทุกเช้า— “วันนี้ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นอย่างไรนะ?” ผู้เขียนเล่าถึงเหตุการณ์มากมายที่คนแปลกหน้ามอบน้ำใจให้เขาอย่างไม่หวังสิ่งตอบแทน เช่น ครอบครัวในฟิลิปปินส์ที่เปิดกระป๋องอาหารสุดท้ายให้เขา นักเก็บฟืนในปากีสถานที่แบ่งที่พักเล็ก ๆ ให้เขานอนในคืนหิมะตก หรือครอบครัวในไต้หวันที่ให้เขาอยู่ด้วยสองสัปดาห์เต็ม ความเมตตาเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาเริ่มเชื่อว่า “ปาฏิหาริย์” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราเปิดใจยอมรับความช่วยเหลือ เขายังเล่าถึงประสบการณ์ปั่นจักรยานข้ามอเมริกา ที่ทุกครั้งที่ขออนุญาตกางเต็นท์ในสวนหลังบ้านของใครสักคน เขาไม่เคยถูกปฏิเสธเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผู้คนมักเชิญเขาเข้าบ้าน เล่าเรื่องชีวิต แลกเปลี่ยนความฝัน และแบ่งปันอาหารง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ผู้เขียนเชื่อว่าการยอมรับความช่วยเหลือ—การเป็น “kindee” หรือผู้รับความเมตตา—เป็นทักษะที่มนุษย์ยุคใหม่หลงลืมไป ทั้งที่มันคือหัวใจของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ท้ายที่สุด เขาสรุปว่าชีวิตทั้งชีวิตของเราคือ “ของขวัญ” ที่ไม่ได้มาจากความสามารถหรือความคู่ควรของเราเอง แต่เป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกลมหายใจ ความกตัญญูจึงเป็นรูปแบบหนึ่งของศรัทธา—ไม่ใช่ศรัทธาในสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เป็นศรัทธาในความดีที่มนุษย์มีให้กันอย่างไม่สิ้นสุด และจะเกิดขึ้นอีกครั้งเสมอ หากเราเปิดใจรับมัน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผู้เขียนสะท้อนประสบการณ์โบกรถและเดินทางในเอเชีย ➡️ พบความเมตตาจากคนแปลกหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ✅ แนวคิด “How will the miracle happen today?” เกิดจากประสบการณ์จริง ➡️ ปาฏิหาริย์คือความช่วยเหลือที่มาถึงอย่างไม่คาดคิด ✅ การเป็นผู้รับความเมตตา (kindee) คือทักษะที่ต้องฝึก ➡️ ต้องเปิดใจ ยอมรับความช่วยเหลือด้วยความถ่อมตน ✅ ชีวิตคือของขวัญที่เราไม่ได้สร้างเอง ➡️ ความกตัญญูคือรูปแบบหนึ่งของศรัทธาในความดีของมนุษย์ คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ การพึ่งพาความเมตตาอย่างเดียวอาจไม่เหมาะกับทุกสถานการณ์ ⛔ ต้องมีวิจารณญาณและความปลอดภัยเป็นหลัก ‼️ การเปิดใจรับความช่วยเหลืออาจยากสำหรับบางคน ⛔ โดยเฉพาะผู้ที่คุ้นชินกับการพึ่งพาตนเอง ‼️ การตีความ “ปาฏิหาริย์” ต้องไม่ทำให้ละเลยความรับผิดชอบของตนเอง ⛔ ความช่วยเหลือคือของขวัญ ไม่ใช่สิ่งที่ควรคาดหวังเสมอ https://kk.org/thetechnium/how-will-the-miracle-happen-today/
    KK.ORG
    How Will the Miracle Happen Today?
    When I was in my twenties I would hitchhike to work every day. I’d walk down three blocks to Route 22 in New Jersey, stick out my thumb and wait for a ride to work. Someone always picked me up. … Continue reading →
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2 มุมมอง 0 รีวิว
  • Markdown: ภาษาข้อความธรรมดาที่กลายเป็นรากฐานของอินเทอร์เน็ตยุคใหม่

    Markdown เริ่มต้นจากปัญหาส่วนตัวของ John Gruber ที่ต้องการวิธีเขียนเว็บให้ “ง่ายเหมือนเขียนอีเมล” แต่ “แปลงเป็น HTML ได้สวยงาม” โดยไม่ต้องจำแท็กยุ่งยาก ผลลัพธ์คือรูปแบบข้อความธรรมดาที่มนุษย์อ่านง่าย เครื่องอ่านง่าย และใครก็ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องเรียนรู้อะไรใหม่มากนัก สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคือมันจะกลายเป็นภาษากลางของอินเทอร์เน็ตในอีก 20 ปีต่อมา ตั้งแต่บล็อกยุคแรกจนถึงระบบ AI ขั้นสูงในปัจจุบัน

    บทความเล่าว่าช่วงปี 2002–2004 เป็นยุคที่บล็อกกำลังเติบโต นักเขียนและนักพัฒนาเว็บต่างสร้างเครื่องมือของตัวเองไปพร้อมกับสร้างเนื้อหา Gruber จึงออกแบบ Markdown ให้เข้ากับพฤติกรรมที่คนใช้อยู่แล้ว เช่น การใช้ * เพื่อเน้นข้อความ หรือ # เพื่อทำหัวข้อ ซึ่งเป็นรูปแบบที่คนคุ้นเคยมาตั้งแต่ยุคอีเมล ทำให้ Markdown ถูกใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องสอนใครมากนัก Aaron Swartz ซึ่งตอนนั้นอายุเพียง 17 ปี ก็มีบทบาทสำคัญในการทดสอบและปรับปรุง Markdown ให้ใช้งานได้จริงในโลกจริง

    เมื่อเวลาผ่านไป Markdown กลายเป็นภาษากลางของนักพัฒนาและผู้ใช้ทั่วไป GitHub ใช้ Markdown เป็นมาตรฐานสำหรับ README และเอกสารประกอบโค้ด แอปจดบันทึกแทบทุกตัวรองรับ Markdown ตั้งแต่ Notepad ใหม่ของ Microsoft ไปจนถึง Apple Notes แม้แต่ระบบ AI ขั้นสูงก็ใช้ Markdown เป็นโครงสร้างหลักของ prompt และเอกสารควบคุมโมเดล ซึ่งหมายความว่า “อุตสาหกรรม AI มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์กำลังขับเคลื่อนด้วยไฟล์ข้อความธรรมดาที่คนคนเดียวสร้างขึ้นฟรี ๆ”

    ท้ายที่สุด Markdown ชนะเพราะมันเรียบง่าย เปิดกว้าง ไม่ติดลิขสิทธิ์ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้คนพร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ บนอินเทอร์เน็ต บทความชี้ให้เห็นว่าความสำเร็จของ Markdown เป็นตัวอย่างของ “อินเทอร์เน็ตที่สร้างโดยคนธรรมดาที่เก่งและใจดี” ไม่ใช่โดยบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงอย่างเดียว และเตือนเราว่าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกดิจิทัลจำนวนมากเกิดจากความเอื้อเฟื้อของผู้สร้างที่ไม่ได้หวังผลตอบแทนมหาศาลเลยแม้แต่น้อย

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Markdown ถูกสร้างในปี 2004 โดย John Gruber
    จุดประสงค์คือทำให้การเขียนเว็บง่ายเหมือนเขียนอีเมล

    Aaron Swartz มีบทบาทสำคัญในการทดสอบและปรับปรุง Markdown
    ทำให้มันเสถียรและใช้งานได้จริงตั้งแต่วันแรก

    Markdown กลายเป็นภาษากลางของนักพัฒนาและแพลตฟอร์มทั่วโลก
    GitHub, Slack, Discord, Apple Notes, Google Docs ต่างรองรับ

    ระบบ AI ขั้นสูงใช้ Markdown เป็นโครงสร้างควบคุมโมเดล
    Prompt, workflow, และเอกสารทั้งหมดอยู่ในรูปแบบ Markdown

    Markdown ประสบความสำเร็จเพราะเรียบง่าย เปิดกว้าง และไม่ติดลิขสิทธิ์
    ทำให้ทุกคนสามารถนำไปใช้และต่อยอดได้ฟรี

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    ความหลากหลายของ “รสชาติ” Markdown อาจทำให้เกิดความไม่เข้ากัน
    เช่น CommonMark, GitHub-Flavored Markdown

    ความเรียบง่ายอาจทำให้บางงานต้องพึ่งปลั๊กอินหรือส่วนขยาย
    โดยเฉพาะงานที่ต้องการโครงสร้างซับซ้อน

    ผู้ใช้ใหม่อาจสับสนเมื่อเจอ Markdown เวอร์ชันที่ต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์ม
    เช่น การจัดการตารางหรือการ escape ตัวอักษร

    https://www.anildash.com/2026/01/09/how-markdown-took-over-the-world/
    📝🌍 Markdown: ภาษาข้อความธรรมดาที่กลายเป็นรากฐานของอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ Markdown เริ่มต้นจากปัญหาส่วนตัวของ John Gruber ที่ต้องการวิธีเขียนเว็บให้ “ง่ายเหมือนเขียนอีเมล” แต่ “แปลงเป็น HTML ได้สวยงาม” โดยไม่ต้องจำแท็กยุ่งยาก ผลลัพธ์คือรูปแบบข้อความธรรมดาที่มนุษย์อ่านง่าย เครื่องอ่านง่าย และใครก็ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องเรียนรู้อะไรใหม่มากนัก สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคือมันจะกลายเป็นภาษากลางของอินเทอร์เน็ตในอีก 20 ปีต่อมา ตั้งแต่บล็อกยุคแรกจนถึงระบบ AI ขั้นสูงในปัจจุบัน บทความเล่าว่าช่วงปี 2002–2004 เป็นยุคที่บล็อกกำลังเติบโต นักเขียนและนักพัฒนาเว็บต่างสร้างเครื่องมือของตัวเองไปพร้อมกับสร้างเนื้อหา Gruber จึงออกแบบ Markdown ให้เข้ากับพฤติกรรมที่คนใช้อยู่แล้ว เช่น การใช้ * เพื่อเน้นข้อความ หรือ # เพื่อทำหัวข้อ ซึ่งเป็นรูปแบบที่คนคุ้นเคยมาตั้งแต่ยุคอีเมล ทำให้ Markdown ถูกใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องสอนใครมากนัก Aaron Swartz ซึ่งตอนนั้นอายุเพียง 17 ปี ก็มีบทบาทสำคัญในการทดสอบและปรับปรุง Markdown ให้ใช้งานได้จริงในโลกจริง เมื่อเวลาผ่านไป Markdown กลายเป็นภาษากลางของนักพัฒนาและผู้ใช้ทั่วไป GitHub ใช้ Markdown เป็นมาตรฐานสำหรับ README และเอกสารประกอบโค้ด แอปจดบันทึกแทบทุกตัวรองรับ Markdown ตั้งแต่ Notepad ใหม่ของ Microsoft ไปจนถึง Apple Notes แม้แต่ระบบ AI ขั้นสูงก็ใช้ Markdown เป็นโครงสร้างหลักของ prompt และเอกสารควบคุมโมเดล ซึ่งหมายความว่า “อุตสาหกรรม AI มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์กำลังขับเคลื่อนด้วยไฟล์ข้อความธรรมดาที่คนคนเดียวสร้างขึ้นฟรี ๆ” ท้ายที่สุด Markdown ชนะเพราะมันเรียบง่าย เปิดกว้าง ไม่ติดลิขสิทธิ์ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้คนพร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ บนอินเทอร์เน็ต บทความชี้ให้เห็นว่าความสำเร็จของ Markdown เป็นตัวอย่างของ “อินเทอร์เน็ตที่สร้างโดยคนธรรมดาที่เก่งและใจดี” ไม่ใช่โดยบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงอย่างเดียว และเตือนเราว่าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกดิจิทัลจำนวนมากเกิดจากความเอื้อเฟื้อของผู้สร้างที่ไม่ได้หวังผลตอบแทนมหาศาลเลยแม้แต่น้อย 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Markdown ถูกสร้างในปี 2004 โดย John Gruber ➡️ จุดประสงค์คือทำให้การเขียนเว็บง่ายเหมือนเขียนอีเมล ✅ Aaron Swartz มีบทบาทสำคัญในการทดสอบและปรับปรุง Markdown ➡️ ทำให้มันเสถียรและใช้งานได้จริงตั้งแต่วันแรก ✅ Markdown กลายเป็นภาษากลางของนักพัฒนาและแพลตฟอร์มทั่วโลก ➡️ GitHub, Slack, Discord, Apple Notes, Google Docs ต่างรองรับ ✅ ระบบ AI ขั้นสูงใช้ Markdown เป็นโครงสร้างควบคุมโมเดล ➡️ Prompt, workflow, และเอกสารทั้งหมดอยู่ในรูปแบบ Markdown ✅ Markdown ประสบความสำเร็จเพราะเรียบง่าย เปิดกว้าง และไม่ติดลิขสิทธิ์ ➡️ ทำให้ทุกคนสามารถนำไปใช้และต่อยอดได้ฟรี คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ ความหลากหลายของ “รสชาติ” Markdown อาจทำให้เกิดความไม่เข้ากัน ⛔ เช่น CommonMark, GitHub-Flavored Markdown ‼️ ความเรียบง่ายอาจทำให้บางงานต้องพึ่งปลั๊กอินหรือส่วนขยาย ⛔ โดยเฉพาะงานที่ต้องการโครงสร้างซับซ้อน ‼️ ผู้ใช้ใหม่อาจสับสนเมื่อเจอ Markdown เวอร์ชันที่ต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์ม ⛔ เช่น การจัดการตารางหรือการ escape ตัวอักษร https://www.anildash.com/2026/01/09/how-markdown-took-over-the-world/
    WWW.ANILDASH.COM
    How Markdown took over the world - Anil Dash
    A blog about making culture. Since 1999.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 5 มุมมอง 0 รีวิว
  • งานวิจัยใหม่ชี้ “การออกกำลังกาย” ช่วยลดอาการซึมเศร้าได้พอ ๆ กับการทำจิตบำบัด

    งานวิจัยขนาดใหญ่จาก Cochrane พบหลักฐานที่แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ ว่า การออกกำลังกายสามารถลดอาการซึมเศร้าได้ในระดับใกล้เคียงกับการทำจิตบำบัด และอาจให้ผลใกล้เคียงกับยาต้านซึมเศร้าในบางกรณี แม้หลักฐานด้านการเปรียบเทียบกับยาอาจยังไม่แน่นหนาเท่า แต่ผลลัพธ์โดยรวมชี้ชัดว่าการเคลื่อนไหวร่างกายเป็น “เครื่องมือที่เข้าถึงง่ายและปลอดภัย” สำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า

    งานทบทวนนี้รวบรวมข้อมูลจาก 73 งานวิจัยแบบสุ่มควบคุม (RCT) รวมผู้เข้าร่วมเกือบ 5,000 คน พบว่าการออกกำลังกายระดับเบาถึงปานกลางที่ทำต่อเนื่อง 13–36 ครั้ง ให้ผลดีที่สุดในการลดอาการซึมเศร้า โดยไม่มีรูปแบบการออกกำลังกายใดโดดเด่นเหนือกว่าอย่างชัดเจน แม้แต่การฝึกแรงต้าน (resistance training) ก็ให้ผลดีไม่แพ้การออกกำลังกายแบบแอโรบิก

    ผลข้างเคียงจากการออกกำลังกายพบได้น้อยมาก เช่น อาการบาดเจ็บเล็กน้อยของกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ ขณะที่กลุ่มที่ใช้ยาต้านซึมเศร้าพบผลข้างเคียงตามปกติ เช่น อ่อนเพลียหรือปัญหาทางเดินอาหาร งานวิจัยยังชี้ว่าการออกกำลังกาย “เหมาะกับบางคนมากกว่าบางคน” และความสำเร็จขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ผู้ป่วยสามารถทำได้ต่อเนื่องจริงในชีวิตประจำวัน

    อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเตือนว่าหลายงานวิจัยมีขนาดตัวอย่างเล็ก และยังมีข้อมูลไม่เพียงพอเกี่ยวกับผลลัพธ์ระยะยาว จึงจำเป็นต้องมีงานวิจัยคุณภาพสูงเพิ่มเติมเพื่อระบุว่า “รูปแบบการออกกำลังกายแบบใดเหมาะกับใคร” และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานแค่ไหนหลังหยุดโปรแกรม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การออกกำลังกายลดอาการซึมเศร้าได้ใกล้เคียงจิตบำบัด
    พบจากการวิเคราะห์งานวิจัย 73 ชิ้น รวมผู้เข้าร่วมเกือบ 5,000 คน

    ให้ผลใกล้เคียงยาต้านซึมเศร้าในบางกรณี
    แต่หลักฐานยังมีความไม่แน่นอนสูง

    ออกกำลังกายระดับเบาถึงปานกลางได้ผลดีที่สุด
    โดยเฉพาะเมื่อทำต่อเนื่อง 13–36 ครั้ง

    ผลข้างเคียงน้อยมากเมื่อเทียบกับยา
    ส่วนใหญ่เป็นอาการบาดเจ็บเล็กน้อยของกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ

    ไม่มีรูปแบบการออกกำลังกายใดเหนือกว่าอย่างชัดเจน
    แต่การผสมผสานหลายรูปแบบและ resistance training อาจให้ผลดีกว่าแอโรบิกอย่างเดียว

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    ข้อมูลระยะยาวยังไม่ชัดเจน
    งานวิจัยส่วนใหญ่ไม่ได้ติดตามผลหลังจบโปรแกรม

    งานวิจัยจำนวนมากมีขนาดตัวอย่างเล็ก
    ทำให้ข้อสรุปบางส่วนยังไม่แข็งแรงพอ

    การออกกำลังกายไม่ได้เหมาะกับทุกคน
    ต้องเลือกกิจกรรมที่ผู้ป่วยสามารถทำได้จริงและต่อเนื่อง

    https://www.sciencedaily.com/releases/2026/01/260107225516.htm
    🧠🏃 งานวิจัยใหม่ชี้ “การออกกำลังกาย” ช่วยลดอาการซึมเศร้าได้พอ ๆ กับการทำจิตบำบัด งานวิจัยขนาดใหญ่จาก Cochrane พบหลักฐานที่แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ ว่า การออกกำลังกายสามารถลดอาการซึมเศร้าได้ในระดับใกล้เคียงกับการทำจิตบำบัด และอาจให้ผลใกล้เคียงกับยาต้านซึมเศร้าในบางกรณี แม้หลักฐานด้านการเปรียบเทียบกับยาอาจยังไม่แน่นหนาเท่า แต่ผลลัพธ์โดยรวมชี้ชัดว่าการเคลื่อนไหวร่างกายเป็น “เครื่องมือที่เข้าถึงง่ายและปลอดภัย” สำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า งานทบทวนนี้รวบรวมข้อมูลจาก 73 งานวิจัยแบบสุ่มควบคุม (RCT) รวมผู้เข้าร่วมเกือบ 5,000 คน พบว่าการออกกำลังกายระดับเบาถึงปานกลางที่ทำต่อเนื่อง 13–36 ครั้ง ให้ผลดีที่สุดในการลดอาการซึมเศร้า โดยไม่มีรูปแบบการออกกำลังกายใดโดดเด่นเหนือกว่าอย่างชัดเจน แม้แต่การฝึกแรงต้าน (resistance training) ก็ให้ผลดีไม่แพ้การออกกำลังกายแบบแอโรบิก ผลข้างเคียงจากการออกกำลังกายพบได้น้อยมาก เช่น อาการบาดเจ็บเล็กน้อยของกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ ขณะที่กลุ่มที่ใช้ยาต้านซึมเศร้าพบผลข้างเคียงตามปกติ เช่น อ่อนเพลียหรือปัญหาทางเดินอาหาร งานวิจัยยังชี้ว่าการออกกำลังกาย “เหมาะกับบางคนมากกว่าบางคน” และความสำเร็จขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ผู้ป่วยสามารถทำได้ต่อเนื่องจริงในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเตือนว่าหลายงานวิจัยมีขนาดตัวอย่างเล็ก และยังมีข้อมูลไม่เพียงพอเกี่ยวกับผลลัพธ์ระยะยาว จึงจำเป็นต้องมีงานวิจัยคุณภาพสูงเพิ่มเติมเพื่อระบุว่า “รูปแบบการออกกำลังกายแบบใดเหมาะกับใคร” และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานแค่ไหนหลังหยุดโปรแกรม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การออกกำลังกายลดอาการซึมเศร้าได้ใกล้เคียงจิตบำบัด ➡️ พบจากการวิเคราะห์งานวิจัย 73 ชิ้น รวมผู้เข้าร่วมเกือบ 5,000 คน ✅ ให้ผลใกล้เคียงยาต้านซึมเศร้าในบางกรณี ➡️ แต่หลักฐานยังมีความไม่แน่นอนสูง ✅ ออกกำลังกายระดับเบาถึงปานกลางได้ผลดีที่สุด ➡️ โดยเฉพาะเมื่อทำต่อเนื่อง 13–36 ครั้ง ✅ ผลข้างเคียงน้อยมากเมื่อเทียบกับยา ➡️ ส่วนใหญ่เป็นอาการบาดเจ็บเล็กน้อยของกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ ✅ ไม่มีรูปแบบการออกกำลังกายใดเหนือกว่าอย่างชัดเจน ➡️ แต่การผสมผสานหลายรูปแบบและ resistance training อาจให้ผลดีกว่าแอโรบิกอย่างเดียว คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ ข้อมูลระยะยาวยังไม่ชัดเจน ⛔ งานวิจัยส่วนใหญ่ไม่ได้ติดตามผลหลังจบโปรแกรม ‼️ งานวิจัยจำนวนมากมีขนาดตัวอย่างเล็ก ⛔ ทำให้ข้อสรุปบางส่วนยังไม่แข็งแรงพอ ‼️ การออกกำลังกายไม่ได้เหมาะกับทุกคน ⛔ ต้องเลือกกิจกรรมที่ผู้ป่วยสามารถทำได้จริงและต่อเนื่อง https://www.sciencedaily.com/releases/2026/01/260107225516.htm
    WWW.SCIENCEDAILY.COM
    Scientists find exercise rivals therapy for depression
    A large review of studies suggests that exercise can ease depression about as effectively as psychological therapy. Compared with antidepressants, exercise showed similar benefits, though the evidence was less certain. Researchers found that light to moderate activity over multiple sessions worked best, with few side effects. While it’s not a cure-all, exercise may be a powerful and accessible tool for many people.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 4 มุมมอง 0 รีวิว
  • Dark Sky: บทอาลัยให้แอปพยากรณ์อากาศที่เป็น “งานศิลปะด้านข้อมูล”

    Dark Sky ไม่ได้เป็นเพียงแอปพยากรณ์อากาศธรรมดา แต่เป็นตัวอย่างระดับมาสเตอร์พีซของการออกแบบข้อมูลที่ “เข้าใจมนุษย์จริง ๆ” ผู้เขียนเล่าว่าแม้ Apple จะปิดบริการ Dark Sky ในปี 2023 หลังการซื้อกิจการ แต่สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่ API หรือเทคโนโลยีพยากรณ์ แต่คือประสบการณ์การใช้งานที่ถูกออกแบบอย่างละเอียดลึกซึ้งจนผู้ใช้สามารถ “เห็นรูปทรงของสภาพอากาศ” ได้ในพริบตาเดียว ไม่ว่าจะเป็นฝนที่กำลังจะมา ลมแรงที่กำลังพัด หรืออุณหภูมิที่กำลังเปลี่ยนแปลง

    หัวใจของ Dark Sky คือการนำเสนอข้อมูลแบบ context-sensitive information graphics—กราฟิกที่ปรับตามบริบทของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ เช่น การแสดงเฉพาะข้อมูลที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลานั้น การเน้นพายุที่กำลังเข้า การแสดงโอกาสฝนตกแบบนาทีต่อนาที หรือการใช้ลูกศรแทนข้อความเพื่อสื่อทิศทางลมอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ใช้ “เข้าใจสภาพอากาศ” มากกว่าแค่ “อ่านตัวเลข”

    แอปยังมีการออกแบบที่ละเอียดอ่อน เช่น การคงสัดส่วนของช่วงอุณหภูมิจริงในกราฟรายสัปดาห์แทนการบีบให้เท่ากันทุกวัน การใช้หมวดหมู่แทนตัวเลขเพื่อหลีกเลี่ยงความแม่นยำปลอม ๆ ของข้อมูลพยากรณ์ และการนำเสนอแผนที่พายุที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังด้วยสีและลูกศรเพียงไม่กี่แบบ สิ่งเหล่านี้ทำให้ Dark Sky กลายเป็นแอปที่ผู้ใช้จำนวนมาก “ผูกพัน” เพราะมันช่วยให้ตัดสินใจในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น

    แม้ Apple Weather จะรับช่วงต่อด้านเทคโนโลยี แต่ผู้ใช้จำนวนมากยังรู้สึกว่า “จิตวิญญาณของ Dark Sky” หายไป เพราะมันไม่ได้แค่บอกข้อมูล แต่ช่วยตีความข้อมูลให้มนุษย์เข้าใจได้ทันที บทความจึงปิดท้ายด้วยคำเชิญชวนให้วงการซอฟต์แวร์สร้างประสบการณ์แบบ Dark Sky มากขึ้น—ไม่ใช่แค่แสดงข้อมูล แต่ทำให้ข้อมูล “มีความหมาย” ต่อชีวิตผู้ใช้จริง ๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Dark Sky ถูกปิดบริการโดย Apple ในปี 2023
    เทคโนโลยีถูกย้ายไป Apple Weather แต่ประสบการณ์ผู้ใช้ไม่เหมือนเดิม

    จุดเด่นคือการออกแบบข้อมูลแบบ context-sensitive
    แอปปรับข้อมูลตามสถานการณ์ เช่น พายุ ฝน ลม อุณหภูมิ

    การนำเสนอข้อมูลละเอียดและเป็นธรรมชาติ
    เช่น ลูกศรแทนทิศลม, กราฟอุณหภูมิที่คงสัดส่วนจริง

    ผู้ใช้จำนวนมากคิดถึงฟีเจอร์เฉพาะของ Dark Sky
    โดยเฉพาะกราฟฝนแบบนาทีต่อนาทีและการแสดงผลที่เข้าใจง่าย

    บทความชี้ว่าซอฟต์แวร์ยุคใหม่ควรเรียนรู้จาก Dark Sky
    ไม่ใช่แค่แสดงข้อมูล แต่ช่วยให้ผู้ใช้ “เข้าใจ” และ “ตัดสินใจ” ได้ดีขึ้น

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    การพึ่งพาแอปที่ถูกปิดบริการอาจทำให้ข้อมูลขาดช่วง
    ผู้ใช้ต้องหาทางเลือกใหม่ที่อาจไม่เทียบเท่า

    Apple Weather ยังไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้ทุกกลุ่ม
    โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการข้อมูลแบบ hyperlocal

    การออกแบบข้อมูลที่ไม่คำนึงถึงบริบทอาจทำให้ผู้ใช้ตีความผิด
    เช่น การใช้ตัวเลขมากเกินไปหรือการ rescale กราฟจนเสียความหมาย

    https://nightingaledvs.com/dark-sky-weather-data-viz/
    🌧️📱 Dark Sky: บทอาลัยให้แอปพยากรณ์อากาศที่เป็น “งานศิลปะด้านข้อมูล” Dark Sky ไม่ได้เป็นเพียงแอปพยากรณ์อากาศธรรมดา แต่เป็นตัวอย่างระดับมาสเตอร์พีซของการออกแบบข้อมูลที่ “เข้าใจมนุษย์จริง ๆ” ผู้เขียนเล่าว่าแม้ Apple จะปิดบริการ Dark Sky ในปี 2023 หลังการซื้อกิจการ แต่สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่ API หรือเทคโนโลยีพยากรณ์ แต่คือประสบการณ์การใช้งานที่ถูกออกแบบอย่างละเอียดลึกซึ้งจนผู้ใช้สามารถ “เห็นรูปทรงของสภาพอากาศ” ได้ในพริบตาเดียว ไม่ว่าจะเป็นฝนที่กำลังจะมา ลมแรงที่กำลังพัด หรืออุณหภูมิที่กำลังเปลี่ยนแปลง หัวใจของ Dark Sky คือการนำเสนอข้อมูลแบบ context-sensitive information graphics—กราฟิกที่ปรับตามบริบทของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ เช่น การแสดงเฉพาะข้อมูลที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลานั้น การเน้นพายุที่กำลังเข้า การแสดงโอกาสฝนตกแบบนาทีต่อนาที หรือการใช้ลูกศรแทนข้อความเพื่อสื่อทิศทางลมอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ใช้ “เข้าใจสภาพอากาศ” มากกว่าแค่ “อ่านตัวเลข” แอปยังมีการออกแบบที่ละเอียดอ่อน เช่น การคงสัดส่วนของช่วงอุณหภูมิจริงในกราฟรายสัปดาห์แทนการบีบให้เท่ากันทุกวัน การใช้หมวดหมู่แทนตัวเลขเพื่อหลีกเลี่ยงความแม่นยำปลอม ๆ ของข้อมูลพยากรณ์ และการนำเสนอแผนที่พายุที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังด้วยสีและลูกศรเพียงไม่กี่แบบ สิ่งเหล่านี้ทำให้ Dark Sky กลายเป็นแอปที่ผู้ใช้จำนวนมาก “ผูกพัน” เพราะมันช่วยให้ตัดสินใจในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น แม้ Apple Weather จะรับช่วงต่อด้านเทคโนโลยี แต่ผู้ใช้จำนวนมากยังรู้สึกว่า “จิตวิญญาณของ Dark Sky” หายไป เพราะมันไม่ได้แค่บอกข้อมูล แต่ช่วยตีความข้อมูลให้มนุษย์เข้าใจได้ทันที บทความจึงปิดท้ายด้วยคำเชิญชวนให้วงการซอฟต์แวร์สร้างประสบการณ์แบบ Dark Sky มากขึ้น—ไม่ใช่แค่แสดงข้อมูล แต่ทำให้ข้อมูล “มีความหมาย” ต่อชีวิตผู้ใช้จริง ๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Dark Sky ถูกปิดบริการโดย Apple ในปี 2023 ➡️ เทคโนโลยีถูกย้ายไป Apple Weather แต่ประสบการณ์ผู้ใช้ไม่เหมือนเดิม ✅ จุดเด่นคือการออกแบบข้อมูลแบบ context-sensitive ➡️ แอปปรับข้อมูลตามสถานการณ์ เช่น พายุ ฝน ลม อุณหภูมิ ✅ การนำเสนอข้อมูลละเอียดและเป็นธรรมชาติ ➡️ เช่น ลูกศรแทนทิศลม, กราฟอุณหภูมิที่คงสัดส่วนจริง ✅ ผู้ใช้จำนวนมากคิดถึงฟีเจอร์เฉพาะของ Dark Sky ➡️ โดยเฉพาะกราฟฝนแบบนาทีต่อนาทีและการแสดงผลที่เข้าใจง่าย ✅ บทความชี้ว่าซอฟต์แวร์ยุคใหม่ควรเรียนรู้จาก Dark Sky ➡️ ไม่ใช่แค่แสดงข้อมูล แต่ช่วยให้ผู้ใช้ “เข้าใจ” และ “ตัดสินใจ” ได้ดีขึ้น คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ การพึ่งพาแอปที่ถูกปิดบริการอาจทำให้ข้อมูลขาดช่วง ⛔ ผู้ใช้ต้องหาทางเลือกใหม่ที่อาจไม่เทียบเท่า ‼️ Apple Weather ยังไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้ทุกกลุ่ม ⛔ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการข้อมูลแบบ hyperlocal ‼️ การออกแบบข้อมูลที่ไม่คำนึงถึงบริบทอาจทำให้ผู้ใช้ตีความผิด ⛔ เช่น การใช้ตัวเลขมากเกินไปหรือการ rescale กราฟจนเสียความหมาย https://nightingaledvs.com/dark-sky-weather-data-viz/
    NIGHTINGALEDVS.COM
    A Eulogy for Dark Sky, a Data Visualization Masterpiece
    A deep look at how the Dark Sky weather app used simple but highly effective charts to report and contextualize the weather.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 5 มุมมอง 0 รีวิว
  • ไดอารี่ Linux: เมื่อผู้ใช้ Windows ตัดสินใจย้ายค่าย — และทุกอย่างไปได้สวยกว่าที่คิด

    การตัดสินใจทิ้ง Windows เพื่อหันมาใช้ Linux แบบเต็มตัวไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้คอมทำงานจริงและเล่นเกมเป็นประจำ แต่ผู้เขียนจาก The Verge กลับพบว่าประสบการณ์ครั้งนี้ “ง่ายกว่าที่คิดมาก” แม้จะมีเหตุการณ์วุ่นวายหลายอย่างเกิดขึ้นก่อนเริ่มติดตั้ง แต่เมื่อได้ลงมือจริง ทุกอย่างกลับราบรื่นกว่าที่คาดไว้มาก โดยเฉพาะการใช้งานร่วมกับการ์ดจอ Nvidia ซึ่งปกติถือว่าเป็นจุดท้าทายของ Linux

    สิ่งที่น่าสนใจคือเขาเลือกใช้ CachyOS แทนดิสโทรยอดนิยมอย่าง Ubuntu เพราะต้องการระบบที่ “ปรับแต่งมาสำหรับฮาร์ดแวร์ยุคใหม่และเหมาะกับการเล่นเกม” การติดตั้งเป็นไปอย่างง่ายดาย และเขาสามารถใช้งานจริงได้ทันที ทั้งงานประจำวัน การเล่นเกมหนึ่งเกม และแม้กระทั่งการพิมพ์งานจากเครื่องพิมพ์ที่ปกติสร้างปัญหาให้เขาบ่อยครั้งบน Windows

    แม้จะมีเรื่องตลกอย่างเมาส์เกมมิ่งที่ “ใช้ได้เฉพาะตอนเล่นเกม” แต่โดยรวมแล้ว Linux ให้ประสบการณ์ที่เสถียรและใช้งานได้จริงกว่าที่เขาคาดไว้มาก จุดที่คิดว่ายากกลับง่าย ส่วนที่คิดว่าง่ายกลับมีรายละเอียดให้แก้ไขบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นทำให้ต้องปวดหัวหรือเสียเวลาเป็นวัน ๆ เหมือนภาพจำของ Linux ในอดีต

    เมื่อมองภาพรวม การทดลองครั้งนี้สะท้อนว่าปี 2026 คือยุคที่ Linux Desktop “พร้อมใช้งานจริง” มากขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการหลีกหนี Windows ที่เต็มไปด้วยฟีเจอร์บังคับและระบบที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ Linux กลายเป็นตัวเลือกที่ “wingable” หรือใช้งานได้โดยไม่ต้องเป็นกูรูอีกต่อไป

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ผู้เขียนย้ายจาก Windows มาใช้ Linux แบบเต็มตัว
    ต้องการหลีกเลี่ยงความยุ่งยากของ Windows รุ่นใหม่

    เลือกใช้ CachyOS แทน Ubuntu
    เพราะเหมาะกับฮาร์ดแวร์ใหม่และการเล่นเกม

    การ์ดจอ Nvidia ทำงานได้ดีตั้งแต่แรก
    ติดตั้งง่ายกว่าที่คาดไว้

    ใช้งานจริงได้ทันทีหลังติดตั้ง
    ทำงาน เล่นเกม และพิมพ์เอกสารได้ครบ

    พบปัญหาเล็กน้อย เช่น เมาส์เกมมิ่งทำงานแปลก ๆ
    แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่จนใช้งานไม่ได้

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    บางงานที่คิดว่าง่ายอาจมีรายละเอียดให้แก้ไข
    เช่น อุปกรณ์เสริมบางชนิดที่ทำงานไม่สมบูรณ์

    Linux ยังต้องอาศัยการค้นคว้าบ้างในบางจุด
    โดยเฉพาะผู้ใช้ที่มีฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง

    ไม่ใช่ทุกดิสโทรจะเหมาะกับทุกคน
    CachyOS ดีสำหรับเกม แต่ผู้ใช้ทั่วไปอาจเหมาะกับดิสโทรอื่นมากกว่า

    https://www.theverge.com/tech/858910/linux-diary-gaming-desktop
    🐧💻 ไดอารี่ Linux: เมื่อผู้ใช้ Windows ตัดสินใจย้ายค่าย — และทุกอย่างไปได้สวยกว่าที่คิด การตัดสินใจทิ้ง Windows เพื่อหันมาใช้ Linux แบบเต็มตัวไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้คอมทำงานจริงและเล่นเกมเป็นประจำ แต่ผู้เขียนจาก The Verge กลับพบว่าประสบการณ์ครั้งนี้ “ง่ายกว่าที่คิดมาก” แม้จะมีเหตุการณ์วุ่นวายหลายอย่างเกิดขึ้นก่อนเริ่มติดตั้ง แต่เมื่อได้ลงมือจริง ทุกอย่างกลับราบรื่นกว่าที่คาดไว้มาก โดยเฉพาะการใช้งานร่วมกับการ์ดจอ Nvidia ซึ่งปกติถือว่าเป็นจุดท้าทายของ Linux สิ่งที่น่าสนใจคือเขาเลือกใช้ CachyOS แทนดิสโทรยอดนิยมอย่าง Ubuntu เพราะต้องการระบบที่ “ปรับแต่งมาสำหรับฮาร์ดแวร์ยุคใหม่และเหมาะกับการเล่นเกม” การติดตั้งเป็นไปอย่างง่ายดาย และเขาสามารถใช้งานจริงได้ทันที ทั้งงานประจำวัน การเล่นเกมหนึ่งเกม และแม้กระทั่งการพิมพ์งานจากเครื่องพิมพ์ที่ปกติสร้างปัญหาให้เขาบ่อยครั้งบน Windows แม้จะมีเรื่องตลกอย่างเมาส์เกมมิ่งที่ “ใช้ได้เฉพาะตอนเล่นเกม” แต่โดยรวมแล้ว Linux ให้ประสบการณ์ที่เสถียรและใช้งานได้จริงกว่าที่เขาคาดไว้มาก จุดที่คิดว่ายากกลับง่าย ส่วนที่คิดว่าง่ายกลับมีรายละเอียดให้แก้ไขบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นทำให้ต้องปวดหัวหรือเสียเวลาเป็นวัน ๆ เหมือนภาพจำของ Linux ในอดีต เมื่อมองภาพรวม การทดลองครั้งนี้สะท้อนว่าปี 2026 คือยุคที่ Linux Desktop “พร้อมใช้งานจริง” มากขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการหลีกหนี Windows ที่เต็มไปด้วยฟีเจอร์บังคับและระบบที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ Linux กลายเป็นตัวเลือกที่ “wingable” หรือใช้งานได้โดยไม่ต้องเป็นกูรูอีกต่อไป 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ผู้เขียนย้ายจาก Windows มาใช้ Linux แบบเต็มตัว ➡️ ต้องการหลีกเลี่ยงความยุ่งยากของ Windows รุ่นใหม่ ✅ เลือกใช้ CachyOS แทน Ubuntu ➡️ เพราะเหมาะกับฮาร์ดแวร์ใหม่และการเล่นเกม ✅ การ์ดจอ Nvidia ทำงานได้ดีตั้งแต่แรก ➡️ ติดตั้งง่ายกว่าที่คาดไว้ ✅ ใช้งานจริงได้ทันทีหลังติดตั้ง ➡️ ทำงาน เล่นเกม และพิมพ์เอกสารได้ครบ ✅ พบปัญหาเล็กน้อย เช่น เมาส์เกมมิ่งทำงานแปลก ๆ ➡️ แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่จนใช้งานไม่ได้ คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ บางงานที่คิดว่าง่ายอาจมีรายละเอียดให้แก้ไข ⛔ เช่น อุปกรณ์เสริมบางชนิดที่ทำงานไม่สมบูรณ์ ‼️ Linux ยังต้องอาศัยการค้นคว้าบ้างในบางจุด ⛔ โดยเฉพาะผู้ใช้ที่มีฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง ‼️ ไม่ใช่ทุกดิสโทรจะเหมาะกับทุกคน ⛔ CachyOS ดีสำหรับเกม แต่ผู้ใช้ทั่วไปอาจเหมาะกับดิสโทรอื่นมากกว่า https://www.theverge.com/tech/858910/linux-diary-gaming-desktop
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 6 มุมมอง 0 รีวิว
  • ภัยคุกคามไซเบอร์ต่อระบบ AI ที่องค์กรต้องเฝ้าระวังมากที่สุดในปี 2026

    การโจมตีระบบ AI เริ่มขยับจากงานวิจัยสู่เหตุการณ์จริงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรเร่งนำ AI ไปใช้งานโดยยังไม่ได้วางระบบป้องกันอย่างรัดกุม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหลายองค์กร “รู้ว่ามีความเสี่ยง แต่ยังไม่รู้วิธีป้องกันอย่างถูกต้อง” ซึ่งทำให้ระบบ AI กลายเป็นเป้าหมายใหม่ของแฮ็กเกอร์ที่ต้องการเจาะข้อมูลหรือควบคุมโมเดลให้ทำงานผิดพลาด

    ภัยคุกคามที่พบมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การโจมตีข้อมูลฝึก (data poisoning), การฝังคำสั่งอันตรายใน prompt (prompt injection), การขโมยโมเดล (model theft), ไปจนถึงการโจมตีห่วงโซ่อุปทานของ AI (AI supply chain attacks) ซึ่งหลายกรณีถูกพิสูจน์แล้วว่าเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีอีกต่อไป ตัวอย่างเช่นการค้นพบช่องโหว่ MCP ที่ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถ “ยึดการทำงานของ AI agent ได้ทั้งหมด” ผ่าน tool poisoning

    นอกจากนี้ยังมีการโจมตีแบบ adversarial input ที่ใช้ข้อมูลที่ถูกปรับแต่งเพียงเล็กน้อยเพื่อทำให้โมเดลตัดสินใจผิดพลาด รวมถึงการโจมตีแบบ model inversion ที่พยายามย้อนรอยข้อมูลฝึกจากผลลัพธ์ของโมเดล ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลได้โดยที่เจ้าของระบบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

    ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าองค์กรต้องเริ่มวางกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยของ AI อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ป้องกันระบบ IT แบบเดิม แต่ต้องมีการประเมินโมเดลก่อนใช้งาน, เฝ้าระวังพฤติกรรมผิดปกติของ AI, ใช้ adversarial training, และนำกรอบ MITRE ATLAS มาใช้เพื่อทำความเข้าใจเทคนิคการโจมตีที่เกิดขึ้นในโลกจริง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือระดับผู้บริหาร ไม่ใช่หน้าที่ของทีม CISO เพียงลำพัง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ภัยคุกคามต่อระบบ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    หลายองค์กรยังไม่มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอ

    Data poisoning และ model poisoning เป็นภัยหลัก
    ทำให้โมเดลเรียนรู้ข้อมูลผิดและให้ผลลัพธ์ผิดพลาด

    Tool poisoning ใน MCP ถูกพิสูจน์แล้วว่าสามารถยึด AI agent ได้
    แฮ็กเกอร์สามารถขโมยข้อมูลและควบคุมการทำงานของโมเดลได้

    Prompt injection ยังคงเป็นการโจมตีที่พบได้บ่อยที่สุด
    ใช้หลอกให้โมเดลทำสิ่งที่ขัดกับ guardrails

    Model theft และ model inversion ทำให้ข้อมูลฝึกเสี่ยงรั่วไหล
    แฮ็กเกอร์สามารถย้อนรอยข้อมูลหรือคัดลอกโมเดลได้จาก API

    กรอบ MITRE ATLAS ถูกแนะนำให้ใช้เพื่อวิเคราะห์ภัยคุกคาม AI
    ช่วยระบุ tactics และ techniques ของผู้โจมตีได้ดีขึ้น

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    การโจมตีหลายแบบยังตรวจจับได้ยากมาก
    เช่น adversarial input ที่เปลี่ยนข้อมูลเพียงเล็กน้อยแต่ทำให้โมเดลผิดพลาด

    องค์กรจำนวนมากยังขาดความรู้ด้าน AI security
    ทำให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์ล่าช้าหรือผิดพลาดได้

    AI supply chain กลายเป็นจุดอ่อนใหม่
    ช่องโหว่ในโมเดลหรือโค้ดจากบุคคลที่สามอาจถูกใช้โจมตีระบบทั้งหมดได้

    แรงกดดันทางธุรกิจทำให้องค์กรรีบใช้ AI โดยไม่ตรวจสอบความปลอดภัย
    ส่งผลให้ความเสี่ยงสะสมและยากต่อการแก้ไขในอนาคต

    https://www.csoonline.com/article/4110008/top-cyber-threats-to-your-ai-systems-and-infrastructure.html
    🔐🤖 ภัยคุกคามไซเบอร์ต่อระบบ AI ที่องค์กรต้องเฝ้าระวังมากที่สุดในปี 2026 การโจมตีระบบ AI เริ่มขยับจากงานวิจัยสู่เหตุการณ์จริงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรเร่งนำ AI ไปใช้งานโดยยังไม่ได้วางระบบป้องกันอย่างรัดกุม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหลายองค์กร “รู้ว่ามีความเสี่ยง แต่ยังไม่รู้วิธีป้องกันอย่างถูกต้อง” ซึ่งทำให้ระบบ AI กลายเป็นเป้าหมายใหม่ของแฮ็กเกอร์ที่ต้องการเจาะข้อมูลหรือควบคุมโมเดลให้ทำงานผิดพลาด ภัยคุกคามที่พบมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การโจมตีข้อมูลฝึก (data poisoning), การฝังคำสั่งอันตรายใน prompt (prompt injection), การขโมยโมเดล (model theft), ไปจนถึงการโจมตีห่วงโซ่อุปทานของ AI (AI supply chain attacks) ซึ่งหลายกรณีถูกพิสูจน์แล้วว่าเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีอีกต่อไป ตัวอย่างเช่นการค้นพบช่องโหว่ MCP ที่ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถ “ยึดการทำงานของ AI agent ได้ทั้งหมด” ผ่าน tool poisoning นอกจากนี้ยังมีการโจมตีแบบ adversarial input ที่ใช้ข้อมูลที่ถูกปรับแต่งเพียงเล็กน้อยเพื่อทำให้โมเดลตัดสินใจผิดพลาด รวมถึงการโจมตีแบบ model inversion ที่พยายามย้อนรอยข้อมูลฝึกจากผลลัพธ์ของโมเดล ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลได้โดยที่เจ้าของระบบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าองค์กรต้องเริ่มวางกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยของ AI อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ป้องกันระบบ IT แบบเดิม แต่ต้องมีการประเมินโมเดลก่อนใช้งาน, เฝ้าระวังพฤติกรรมผิดปกติของ AI, ใช้ adversarial training, และนำกรอบ MITRE ATLAS มาใช้เพื่อทำความเข้าใจเทคนิคการโจมตีที่เกิดขึ้นในโลกจริง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือระดับผู้บริหาร ไม่ใช่หน้าที่ของทีม CISO เพียงลำพัง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ภัยคุกคามต่อระบบ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ➡️ หลายองค์กรยังไม่มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอ ✅ Data poisoning และ model poisoning เป็นภัยหลัก ➡️ ทำให้โมเดลเรียนรู้ข้อมูลผิดและให้ผลลัพธ์ผิดพลาด ✅ Tool poisoning ใน MCP ถูกพิสูจน์แล้วว่าสามารถยึด AI agent ได้ ➡️ แฮ็กเกอร์สามารถขโมยข้อมูลและควบคุมการทำงานของโมเดลได้ ✅ Prompt injection ยังคงเป็นการโจมตีที่พบได้บ่อยที่สุด ➡️ ใช้หลอกให้โมเดลทำสิ่งที่ขัดกับ guardrails ✅ Model theft และ model inversion ทำให้ข้อมูลฝึกเสี่ยงรั่วไหล ➡️ แฮ็กเกอร์สามารถย้อนรอยข้อมูลหรือคัดลอกโมเดลได้จาก API ✅ กรอบ MITRE ATLAS ถูกแนะนำให้ใช้เพื่อวิเคราะห์ภัยคุกคาม AI ➡️ ช่วยระบุ tactics และ techniques ของผู้โจมตีได้ดีขึ้น คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ การโจมตีหลายแบบยังตรวจจับได้ยากมาก ⛔ เช่น adversarial input ที่เปลี่ยนข้อมูลเพียงเล็กน้อยแต่ทำให้โมเดลผิดพลาด ‼️ องค์กรจำนวนมากยังขาดความรู้ด้าน AI security ⛔ ทำให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์ล่าช้าหรือผิดพลาดได้ ‼️ AI supply chain กลายเป็นจุดอ่อนใหม่ ⛔ ช่องโหว่ในโมเดลหรือโค้ดจากบุคคลที่สามอาจถูกใช้โจมตีระบบทั้งหมดได้ ‼️ แรงกดดันทางธุรกิจทำให้องค์กรรีบใช้ AI โดยไม่ตรวจสอบความปลอดภัย ⛔ ส่งผลให้ความเสี่ยงสะสมและยากต่อการแก้ไขในอนาคต https://www.csoonline.com/article/4110008/top-cyber-threats-to-your-ai-systems-and-infrastructure.html
    WWW.CSOONLINE.COM
    Top cyber threats to your AI systems and infrastructure
    From data poisoning to prompt injection, threats against enterprise AI applications and foundations are beginning to move from theory to reality.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 6 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 ฟีเจอร์ใหม่สุดมีประโยชน์ที่ Android ได้ฟรีในปี 2025

    ปี 2025 ถือเป็นปีที่ Android ก้าวกระโดดด้านฟีเจอร์เชิงซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับการมาของ Android 16 ที่เน้นความปลอดภัย ความสะดวก และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ฟีเจอร์หลายอย่างเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานได้ฟรี แม้บางฟีเจอร์จะยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ แต่ก็สะท้อนทิศทางใหม่ของ Android ที่มุ่งช่วยผู้ใช้ในสถานการณ์จริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพิ่มลูกเล่นบนหน้าจอ

    หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดคือ Emergency Live Video ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถขอเปิดวิดีโอสดจากกล้องของผู้ใช้เพื่อประเมินสถานการณ์ได้ทันที ฟีเจอร์นี้อาจเปลี่ยนวิธีการช่วยชีวิตในอนาคต เพราะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ เช่น การทำ CPR หรือการประเมินอุบัติเหตุโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้พยายามอธิบายเอง

    นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อย่าง Call Reason, Notification Cooldown, และ Notification Summaries ที่ช่วยจัดการความวุ่นวายของการแจ้งเตือนและการโทรได้ดีขึ้น รวมถึง Live Scam Detection ที่ใช้ AI ตรวจจับรูปแบบการหลอกลวงระหว่างการโทรแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในยุคที่มิจฉาชีพพัฒนาวิธีการหลอกลวงซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ

    สุดท้ายคือ Live Location Sharing ที่ทำให้ Android Find My Device สามารถแชร์ตำแหน่งคนได้แบบเดียวกับ Apple Find My ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตามเพื่อนหรือครอบครัวได้ง่ายขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิม ฟีเจอร์นี้รองรับอุปกรณ์ Android จำนวนมาก ทำให้เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Emergency Live Video ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นสถานการณ์จริง
    ใช้ได้บน Android 8 ขึ้นไป และเริ่มให้บริการในบางประเทศ

    Call Reason ช่วยให้ผู้โทรระบุเหตุผลก่อนโทร
    ช่วยให้สายด่วนหรือสายสำคัญทะลุ Do Not Disturb ได้

    Notification Cooldown ลดความถี่ของการแจ้งเตือนอัตโนมัติ
    เหมาะกับกลุ่มแชตที่แจ้งเตือนรัว ๆ

    Notification Summaries ใช้ AI สรุปแจ้งเตือน
    ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้แอปใดถูกสรุป

    Live Scam Detection ตรวจจับการหลอกลวงระหว่างโทร
    ใช้ได้บน Pixel 6 ขึ้นไปในสหรัฐ

    Live Location Sharing เพิ่มความสามารถให้ Find My Device
    แชร์ตำแหน่งคนแบบเรียลไทม์ได้เหมือน iOS

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    ฟีเจอร์บางอย่างยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ
    ผู้ใช้ Android รุ่นอื่นอาจยังไม่ได้รับอัปเดต

    AI Notification Summaries อาจตีความผิดได้
    มีตัวอย่างจาก iOS ที่สรุปข้อความผิดความหมาย

    Live Scam Detection ไม่สามารถป้องกันได้ 100%
    อาจเกิด false positive หรือพลาดรูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพ

    Emergency Live Video ยังไม่รองรับทั่วโลก
    ต้องรอการขยายบริการจากผู้ให้บริการฉุกเฉินในแต่ละประเทศ

    https://www.slashgear.com/2069935/useful-new-android-phone-features-2025/
    📱✨ 5 ฟีเจอร์ใหม่สุดมีประโยชน์ที่ Android ได้ฟรีในปี 2025 ปี 2025 ถือเป็นปีที่ Android ก้าวกระโดดด้านฟีเจอร์เชิงซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับการมาของ Android 16 ที่เน้นความปลอดภัย ความสะดวก และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ฟีเจอร์หลายอย่างเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานได้ฟรี แม้บางฟีเจอร์จะยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ แต่ก็สะท้อนทิศทางใหม่ของ Android ที่มุ่งช่วยผู้ใช้ในสถานการณ์จริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพิ่มลูกเล่นบนหน้าจอ หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดคือ Emergency Live Video ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถขอเปิดวิดีโอสดจากกล้องของผู้ใช้เพื่อประเมินสถานการณ์ได้ทันที ฟีเจอร์นี้อาจเปลี่ยนวิธีการช่วยชีวิตในอนาคต เพราะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ เช่น การทำ CPR หรือการประเมินอุบัติเหตุโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้พยายามอธิบายเอง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อย่าง Call Reason, Notification Cooldown, และ Notification Summaries ที่ช่วยจัดการความวุ่นวายของการแจ้งเตือนและการโทรได้ดีขึ้น รวมถึง Live Scam Detection ที่ใช้ AI ตรวจจับรูปแบบการหลอกลวงระหว่างการโทรแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในยุคที่มิจฉาชีพพัฒนาวิธีการหลอกลวงซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายคือ Live Location Sharing ที่ทำให้ Android Find My Device สามารถแชร์ตำแหน่งคนได้แบบเดียวกับ Apple Find My ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ติดตามเพื่อนหรือครอบครัวได้ง่ายขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิม ฟีเจอร์นี้รองรับอุปกรณ์ Android จำนวนมาก ทำให้เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Emergency Live Video ช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นสถานการณ์จริง ➡️ ใช้ได้บน Android 8 ขึ้นไป และเริ่มให้บริการในบางประเทศ ✅ Call Reason ช่วยให้ผู้โทรระบุเหตุผลก่อนโทร ➡️ ช่วยให้สายด่วนหรือสายสำคัญทะลุ Do Not Disturb ได้ ✅ Notification Cooldown ลดความถี่ของการแจ้งเตือนอัตโนมัติ ➡️ เหมาะกับกลุ่มแชตที่แจ้งเตือนรัว ๆ ✅ Notification Summaries ใช้ AI สรุปแจ้งเตือน ➡️ ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้แอปใดถูกสรุป ✅ Live Scam Detection ตรวจจับการหลอกลวงระหว่างโทร ➡️ ใช้ได้บน Pixel 6 ขึ้นไปในสหรัฐ ✅ Live Location Sharing เพิ่มความสามารถให้ Find My Device ➡️ แชร์ตำแหน่งคนแบบเรียลไทม์ได้เหมือน iOS คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ ฟีเจอร์บางอย่างยังจำกัดเฉพาะ Pixel หรือบางประเทศ ⛔ ผู้ใช้ Android รุ่นอื่นอาจยังไม่ได้รับอัปเดต ‼️ AI Notification Summaries อาจตีความผิดได้ ⛔ มีตัวอย่างจาก iOS ที่สรุปข้อความผิดความหมาย ‼️ Live Scam Detection ไม่สามารถป้องกันได้ 100% ⛔ อาจเกิด false positive หรือพลาดรูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพ ‼️ Emergency Live Video ยังไม่รองรับทั่วโลก ⛔ ต้องรอการขยายบริการจากผู้ให้บริการฉุกเฉินในแต่ละประเทศ https://www.slashgear.com/2069935/useful-new-android-phone-features-2025/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Useful New Features Your Android Phone Got For Free In 2025 - SlashGear
    These Android updates are less about flash and more about trust, helping with scams, emergencies, tracking people, and constant notification noise.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 6 มุมมอง 0 รีวิว
  • 5 อุปกรณ์ Smart Home ราคาประหยัด ที่ใช้แทนรุ่นแพงได้แบบคุ้มค่า

    ตลาดสมาร์ทโฮมกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และหลายคนอยากเริ่มอัปเกรดบ้านให้ฉลาดขึ้น แต่ติดปัญหาว่าอุปกรณ์จากแบรนด์ใหญ่ เช่น Apple, Google หรือ Ring มักมีราคาค่อนข้างสูง บทความนี้จึงรวบรวม “ตัวเลือกที่ถูกกว่า แต่ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน” ตั้งแต่หลอดไฟอัจฉริยะ กล้องวงจรปิด ปลั๊กไฟอัจฉริยะ ไปจนถึงลำโพงสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งช่วยให้คุณสร้างบ้านอัจฉริยะได้โดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป

    หลายอุปกรณ์ในลิสต์นี้มาจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ เช่น Amazon Basics, TP-Link (Tapo/Kasa), Blink และ Tapo ซึ่งมีรีวิวจากผู้ใช้จริงจำนวนมากและได้รับคะแนนสูง จุดเด่นคือการติดตั้งง่าย ใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Alexa หรือ Google Home ได้ และมีฟีเจอร์พื้นฐานครบถ้วน แม้จะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่รองรับ Apple Home หรือไม่มีฟีเจอร์ขั้นสูงแบบรุ่นแพง แต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่าอย่างมากสำหรับผู้เริ่มต้น

    อุปกรณ์อย่าง Blink Mini และ Kasa Smart Plug Ultra Mini ได้รับคำชมเรื่องความเสถียรและความง่ายในการใช้งาน ขณะที่ Tapo Robot Vacuum and Mop ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากได้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาย่อมเยา แม้จะไม่มีฐานเทขยะอัตโนมัติ แต่ก็มีระบบ LiDAR และฟีเจอร์ทำความสะอาดพื้นครบถ้วนในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งเกือบครึ่งหนึ่ง

    สุดท้าย Echo Dot รุ่นที่ 5 ก็เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาประหยัดที่ช่วยให้คุณควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดในบ้านได้ง่ายขึ้น พร้อมคุณภาพเสียงที่ดีเกินราคา และรองรับการใช้งานร่วมกับบริการสตรีมเพลงยอดนิยม ทำให้เป็นศูนย์กลางของบ้านอัจฉริยะที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดตัวหนึ่งในตลาดตอนนี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Amazon Basics Smart Light Bulb เป็นตัวเลือกถูกกว่า TP-Link Tapo
    ราคาเพียง $13 แต่ฟีเจอร์ใกล้เคียงรุ่นแพงกว่า

    Blink Mini เป็นกล้องวงจรปิดราคาประหยัด
    ราคา $29 ถูกกว่า Ring Indoor Cam แต่ยังให้ภาพ 1080p และมีเสียงสองทาง

    Kasa Smart Plug Ultra Mini คุ้มค่ามาก
    ราคา $10 และรองรับ Google Home/Alexa

    Tapo Robot Vacuum and Mop เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาถูก
    ราคา $160 พร้อม LiDAR และฟีเจอร์ครบถ้วน

    Echo Dot 5th Gen เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาดีที่สุดตัวหนึ่ง
    ราคา $50 และรองรับ multi-room, Spotify, Apple Music

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    บางอุปกรณ์รองรับเฉพาะ Alexa เท่านั้น
    เช่น Amazon Basics Smart Light Bulb ไม่รองรับ Google Home หรือ Apple Home

    Blink Mini ไม่มีการบันทึกวิดีโอแบบ local storage ในตัว
    ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่ม

    หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Tapo อาจจัดการเศษฝุ่นหนัก ๆ ได้ไม่ดีนัก
    ตามรีวิวของ PCMag

    Kasa Smart Plug ไม่รองรับ Apple Home
    อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ระบบ Apple ล้วน

    https://www.slashgear.com/2069810/smart-home-gadgets-cheap-alternatives-expensive-versions/
    🏠💡 5 อุปกรณ์ Smart Home ราคาประหยัด ที่ใช้แทนรุ่นแพงได้แบบคุ้มค่า ตลาดสมาร์ทโฮมกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และหลายคนอยากเริ่มอัปเกรดบ้านให้ฉลาดขึ้น แต่ติดปัญหาว่าอุปกรณ์จากแบรนด์ใหญ่ เช่น Apple, Google หรือ Ring มักมีราคาค่อนข้างสูง บทความนี้จึงรวบรวม “ตัวเลือกที่ถูกกว่า แต่ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน” ตั้งแต่หลอดไฟอัจฉริยะ กล้องวงจรปิด ปลั๊กไฟอัจฉริยะ ไปจนถึงลำโพงสั่งงานด้วยเสียง ซึ่งช่วยให้คุณสร้างบ้านอัจฉริยะได้โดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป หลายอุปกรณ์ในลิสต์นี้มาจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ เช่น Amazon Basics, TP-Link (Tapo/Kasa), Blink และ Tapo ซึ่งมีรีวิวจากผู้ใช้จริงจำนวนมากและได้รับคะแนนสูง จุดเด่นคือการติดตั้งง่าย ใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Alexa หรือ Google Home ได้ และมีฟีเจอร์พื้นฐานครบถ้วน แม้จะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่รองรับ Apple Home หรือไม่มีฟีเจอร์ขั้นสูงแบบรุ่นแพง แต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่าอย่างมากสำหรับผู้เริ่มต้น อุปกรณ์อย่าง Blink Mini และ Kasa Smart Plug Ultra Mini ได้รับคำชมเรื่องความเสถียรและความง่ายในการใช้งาน ขณะที่ Tapo Robot Vacuum and Mop ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากได้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาย่อมเยา แม้จะไม่มีฐานเทขยะอัตโนมัติ แต่ก็มีระบบ LiDAR และฟีเจอร์ทำความสะอาดพื้นครบถ้วนในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งเกือบครึ่งหนึ่ง สุดท้าย Echo Dot รุ่นที่ 5 ก็เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาประหยัดที่ช่วยให้คุณควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดในบ้านได้ง่ายขึ้น พร้อมคุณภาพเสียงที่ดีเกินราคา และรองรับการใช้งานร่วมกับบริการสตรีมเพลงยอดนิยม ทำให้เป็นศูนย์กลางของบ้านอัจฉริยะที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดตัวหนึ่งในตลาดตอนนี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Amazon Basics Smart Light Bulb เป็นตัวเลือกถูกกว่า TP-Link Tapo ➡️ ราคาเพียง $13 แต่ฟีเจอร์ใกล้เคียงรุ่นแพงกว่า ✅ Blink Mini เป็นกล้องวงจรปิดราคาประหยัด ➡️ ราคา $29 ถูกกว่า Ring Indoor Cam แต่ยังให้ภาพ 1080p และมีเสียงสองทาง ✅ Kasa Smart Plug Ultra Mini คุ้มค่ามาก ➡️ ราคา $10 และรองรับ Google Home/Alexa ✅ Tapo Robot Vacuum and Mop เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นราคาถูก ➡️ ราคา $160 พร้อม LiDAR และฟีเจอร์ครบถ้วน ✅ Echo Dot 5th Gen เป็นลำโพงอัจฉริยะราคาดีที่สุดตัวหนึ่ง ➡️ ราคา $50 และรองรับ multi-room, Spotify, Apple Music คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ บางอุปกรณ์รองรับเฉพาะ Alexa เท่านั้น ⛔ เช่น Amazon Basics Smart Light Bulb ไม่รองรับ Google Home หรือ Apple Home ‼️ Blink Mini ไม่มีการบันทึกวิดีโอแบบ local storage ในตัว ⛔ ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่ม ‼️ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Tapo อาจจัดการเศษฝุ่นหนัก ๆ ได้ไม่ดีนัก ⛔ ตามรีวิวของ PCMag ‼️ Kasa Smart Plug ไม่รองรับ Apple Home ⛔ อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ระบบ Apple ล้วน https://www.slashgear.com/2069810/smart-home-gadgets-cheap-alternatives-expensive-versions/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    5 Cheap Alternatives To Expensive Smart Home Gadgets - SlashGear
    From basics like light bulbs and plug sockets to upmarket items like robot vacuum cleaners, smart home essentials don't have to cost the earth.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 5 มุมมอง 0 รีวิว
  • AI ออกแบบคอมพิวเตอร์ 843 ชิ้นส่วน — และบูตติดตั้งแต่ครั้งแรก!

    โปรเจกต์ Project Speedrun จากทีม Quilter AI เป็นหนึ่งในก้าวกระโดดที่น่าทึ่งที่สุดของวงการฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ เพราะเป็นครั้งแรกที่ AI ถูกใช้เพื่อออกแบบ “คอมพิวเตอร์ทั้งเครื่อง” ตั้งแต่เลย์เอาต์ PCB ไปจนถึงการจัดวางชิ้นส่วนจำนวนมหาศาลกว่า 843 ชิ้น และที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ — เครื่องนี้ บูตติดตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นในงานออกแบบฮาร์ดแวร์จริง

    แม้ AI จะทำงานหนักในส่วนของการจัดวางและ routing แต่โครงสร้างหลักยังถูกกำหนดโดยวิศวกรมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นสเปก, ข้อจำกัดทางไฟฟ้า, การเลือกชิ้นส่วน และเงื่อนไขการผลิต จากนั้น AI จึงเข้ามาทำงานซ้ำ ๆ ที่กินเวลามาก ทำให้โปรเจกต์ที่ปกติใช้เวลาราว 3 เดือน ถูกย่นเหลือไม่ถึง 1 สัปดาห์ ซึ่งเป็นการลดเวลาที่แทบไม่น่าเชื่อในวงการออกแบบ PCB

    หลังจาก AI สร้างเลย์เอาต์เสร็จ ทีมงานนำไปผลิต PCB จริงและประกอบบอร์ด ผลลัพธ์คือแทบไม่ต้องแก้ไขอะไรเลย มีเพียงการ “ขัดเกลา” เล็กน้อยที่ใช้เวลาเพียง 38.5 ชั่วโมง เทียบกับงานปกติที่ต้องใช้กว่า 428 ชั่วโมง คอมพิวเตอร์ที่ได้ใช้ชิป NXP i.MX 8M Mini Quad, RAM 2GB, storage 32GB พร้อมพอร์ตต่าง ๆ ครบครัน และสามารถรัน Linux, YouTube, เกม AngryBots และแอป productivity ได้อย่างสมบูรณ์

    ความสำเร็จนี้ชี้ให้เห็นว่าอนาคตของการออกแบบฮาร์ดแวร์อาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ AI สามารถลดเวลา ลดต้นทุน และลดความผิดพลาดได้อย่างมหาศาล ทำให้วิศวกรสามารถโฟกัสกับงานเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น ขณะที่ AI รับหน้าที่งานหนักที่ต้องใช้ความละเอียดสูงแทน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    AI ออกแบบคอมพิวเตอร์ทั้งเครื่องได้สำเร็จ
    ใช้ชิ้นส่วนกว่า 843 ชิ้น

    โปรเจกต์ใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์
    ปกติใช้เวลาราว 3 เดือน

    บูตติดตั้งแต่ครั้งแรก
    ถือว่าแทบไม่เคยเกิดขึ้นในงานฮาร์ดแวร์

    AI ทำงาน routing และ layout
    มนุษย์กำหนดสเปกและข้อจำกัด

    คอมพิวเตอร์ที่ได้ใช้งานได้จริง
    รัน Linux, YouTube, เกม และ productivity suite ได้

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    AI ยังไม่สามารถออกแบบทุกอย่างได้เอง
    ต้องมีมนุษย์กำหนดสเปกและเงื่อนไขก่อน

    ข้อมูลทั้งหมดมาจาก Quilter เอง
    ยังต้องรอการตรวจสอบจากภายนอกเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ

    การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจลดความเข้าใจเชิงลึกของวิศวกร
    อาจทำให้ทักษะพื้นฐานบางอย่างถูกใช้น้อยลง

    https://www.slashgear.com/2069823/quilter-ai-project-speedrun-computer-design/
    🤖💻 AI ออกแบบคอมพิวเตอร์ 843 ชิ้นส่วน — และบูตติดตั้งแต่ครั้งแรก! โปรเจกต์ Project Speedrun จากทีม Quilter AI เป็นหนึ่งในก้าวกระโดดที่น่าทึ่งที่สุดของวงการฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ เพราะเป็นครั้งแรกที่ AI ถูกใช้เพื่อออกแบบ “คอมพิวเตอร์ทั้งเครื่อง” ตั้งแต่เลย์เอาต์ PCB ไปจนถึงการจัดวางชิ้นส่วนจำนวนมหาศาลกว่า 843 ชิ้น และที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ — เครื่องนี้ บูตติดตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นในงานออกแบบฮาร์ดแวร์จริง แม้ AI จะทำงานหนักในส่วนของการจัดวางและ routing แต่โครงสร้างหลักยังถูกกำหนดโดยวิศวกรมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นสเปก, ข้อจำกัดทางไฟฟ้า, การเลือกชิ้นส่วน และเงื่อนไขการผลิต จากนั้น AI จึงเข้ามาทำงานซ้ำ ๆ ที่กินเวลามาก ทำให้โปรเจกต์ที่ปกติใช้เวลาราว 3 เดือน ถูกย่นเหลือไม่ถึง 1 สัปดาห์ ซึ่งเป็นการลดเวลาที่แทบไม่น่าเชื่อในวงการออกแบบ PCB หลังจาก AI สร้างเลย์เอาต์เสร็จ ทีมงานนำไปผลิต PCB จริงและประกอบบอร์ด ผลลัพธ์คือแทบไม่ต้องแก้ไขอะไรเลย มีเพียงการ “ขัดเกลา” เล็กน้อยที่ใช้เวลาเพียง 38.5 ชั่วโมง เทียบกับงานปกติที่ต้องใช้กว่า 428 ชั่วโมง คอมพิวเตอร์ที่ได้ใช้ชิป NXP i.MX 8M Mini Quad, RAM 2GB, storage 32GB พร้อมพอร์ตต่าง ๆ ครบครัน และสามารถรัน Linux, YouTube, เกม AngryBots และแอป productivity ได้อย่างสมบูรณ์ ความสำเร็จนี้ชี้ให้เห็นว่าอนาคตของการออกแบบฮาร์ดแวร์อาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ AI สามารถลดเวลา ลดต้นทุน และลดความผิดพลาดได้อย่างมหาศาล ทำให้วิศวกรสามารถโฟกัสกับงานเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น ขณะที่ AI รับหน้าที่งานหนักที่ต้องใช้ความละเอียดสูงแทน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ AI ออกแบบคอมพิวเตอร์ทั้งเครื่องได้สำเร็จ ➡️ ใช้ชิ้นส่วนกว่า 843 ชิ้น ✅ โปรเจกต์ใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ ➡️ ปกติใช้เวลาราว 3 เดือน ✅ บูตติดตั้งแต่ครั้งแรก ➡️ ถือว่าแทบไม่เคยเกิดขึ้นในงานฮาร์ดแวร์ ✅ AI ทำงาน routing และ layout ➡️ มนุษย์กำหนดสเปกและข้อจำกัด ✅ คอมพิวเตอร์ที่ได้ใช้งานได้จริง ➡️ รัน Linux, YouTube, เกม และ productivity suite ได้ คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ AI ยังไม่สามารถออกแบบทุกอย่างได้เอง ⛔ ต้องมีมนุษย์กำหนดสเปกและเงื่อนไขก่อน ‼️ ข้อมูลทั้งหมดมาจาก Quilter เอง ⛔ ยังต้องรอการตรวจสอบจากภายนอกเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ ‼️ การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจลดความเข้าใจเชิงลึกของวิศวกร ⛔ อาจทำให้ทักษะพื้นฐานบางอย่างถูกใช้น้อยลง https://www.slashgear.com/2069823/quilter-ai-project-speedrun-computer-design/
    WWW.SLASHGEAR.COM
    This AI Designed An 843-Part Computer (And It Booted On The First Try) - SlashGear
    Although the AI didn't select the components or board layout, its assistance with routing potentially saved engineers weeks of work.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 4 มุมมอง 0 รีวิว
  • FENGSHUI DAILY
    อัพเดตทุกวัน ที่นี่ที่เดียว
    สีเสริมดวง เสริมความเฮง
    ทิศมงคล เวลามงคล
    อย่าลืมดูกัน เมื่อเริ่มวันใหม่
    วันจันทร์ที่ 12 เดือนมกราคม พ.ศ.2569
    ___________________________________
    FengshuiBizDesigner
    ฮวงจุ้ย...ออกแบบได้
    FENGSHUI DAILY อัพเดตทุกวัน ที่นี่ที่เดียว สีเสริมดวง เสริมความเฮง ทิศมงคล เวลามงคล อย่าลืมดูกัน เมื่อเริ่มวันใหม่ วันจันทร์ที่ 12 เดือนมกราคม พ.ศ.2569 ___________________________________ FengshuiBizDesigner ฮวงจุ้ย...ออกแบบได้
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 2 มุมมอง 0 รีวิว
  • The financial reports of a power company : Part 4
    Date : 11 January 2026

    ## 7. Debt structure, interest expense and loan covenants

    - A company ’s long‑term borrowings and debentures are restructured or refinanced during 2022–2024, but the average effective interest expense does not rise in line with market rate increases, especially in 2023–2024.
    - Disclosures of loan covenants and key financial ratios required by lenders are limited, which obscures the extent of covenant pressure and the potential incentives to manage reported numbers.

    **Audit concerns**

    - Whether interest expense is fully recognised in accordance with the effective interest method, including amortisation of premiums, discounts and transaction costs.
    - Whether any accounting choices (e.g. capitalisation of borrowing costs, classification of leases) are influenced by a need to avoid covenant breaches.

    ***

    ## 8. Employee benefit obligations and actuarial assumptions

    - Defined benefit obligations and other long‑term employee benefit liabilities show relatively limited volatility across 2022–2024, even though discount rates and inflation expectations change materially with the interest‑rate cycle.
    - This stability may indicate the use of actuarial assumptions that dampen the impact of market movements on reported obligations and OCI.

    **Audit concerns**

    - Whether actuarial assumptions (discount rate, salary growth, mortality, staff turnover) are consistent with market benchmarks and internal HR data.
    - Whether sensitivity analyses and disclosures provide sufficient transparency regarding the potential impact on equity and profit if assumptions were more conservative.

    To be continued—————————————————————————————————————————————————-
    #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    The financial reports of a power company : Part 4 Date : 11 January 2026 ## 7. Debt structure, interest expense and loan covenants - A company ’s long‑term borrowings and debentures are restructured or refinanced during 2022–2024, but the average effective interest expense does not rise in line with market rate increases, especially in 2023–2024. - Disclosures of loan covenants and key financial ratios required by lenders are limited, which obscures the extent of covenant pressure and the potential incentives to manage reported numbers. **Audit concerns** - Whether interest expense is fully recognised in accordance with the effective interest method, including amortisation of premiums, discounts and transaction costs. - Whether any accounting choices (e.g. capitalisation of borrowing costs, classification of leases) are influenced by a need to avoid covenant breaches. *** ## 8. Employee benefit obligations and actuarial assumptions - Defined benefit obligations and other long‑term employee benefit liabilities show relatively limited volatility across 2022–2024, even though discount rates and inflation expectations change materially with the interest‑rate cycle. - This stability may indicate the use of actuarial assumptions that dampen the impact of market movements on reported obligations and OCI. **Audit concerns** - Whether actuarial assumptions (discount rate, salary growth, mortality, staff turnover) are consistent with market benchmarks and internal HR data. - Whether sensitivity analyses and disclosures provide sufficient transparency regarding the potential impact on equity and profit if assumptions were more conservative. To be continued—————————————————————————————————————————————————- #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 11 มุมมอง 0 รีวิว
  • เช้าวันนี้สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพมหานครปรับตัวสูงขึ้น ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 37.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐาน และเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน ส่งผลให้หลายพื้นที่ขยับเข้าสู่ระดับสีส้ม
    .
    ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครระบุว่า หลายเขตมีค่าฝุ่นเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพเหนือ กรุงเทพตะวันออก และกรุงธนใต้ ขณะที่แนวโน้มในช่วงนี้อากาศปิด ทำให้ฝุ่นสะสมต่อเนื่องราว 4 วัน
    .
    กรุงเทพมหานครแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 เมื่อต้องออกนอกอาคาร ลดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และเฝ้าระวังอาการผิดปกติ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002889
    .
    #News1live #News1 #PM25 #ฝุ่นกรุงเทพ #อากาศปิด #สุขภาพ
    เช้าวันนี้สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพมหานครปรับตัวสูงขึ้น ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 37.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐาน และเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน ส่งผลให้หลายพื้นที่ขยับเข้าสู่ระดับสีส้ม . ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครระบุว่า หลายเขตมีค่าฝุ่นเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพเหนือ กรุงเทพตะวันออก และกรุงธนใต้ ขณะที่แนวโน้มในช่วงนี้อากาศปิด ทำให้ฝุ่นสะสมต่อเนื่องราว 4 วัน . กรุงเทพมหานครแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 เมื่อต้องออกนอกอาคาร ลดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และเฝ้าระวังอาการผิดปกติ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002889 . #News1live #News1 #PM25 #ฝุ่นกรุงเทพ #อากาศปิด #สุขภาพ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 24 มุมมอง 0 รีวิว
  • อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเบิกไพร เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บ้านโป่ง แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หลังไม่ดำเนินการคืนสิทธิและชดใช้ค่าตอบแทนตามคำพิพากษาศาล
    .
    กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการถูกสั่งให้พ้นตำแหน่งเมื่อปี 2565 จากคดีโครงการตลาดน้ำเบิกไพร ก่อนที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 7 จะมีคำพิพากษายกฟ้องในปี 2567 และมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งพ้นตำแหน่งภายใน 15 วัน
    .
    ผู้ร้องระบุว่าได้ยื่นหนังสือขอคืนสิทธิและขอรับค่าตอบแทนย้อนหลังรวมกว่า 3 ปี มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่มีการดำเนินการหรือชี้แจง จึงจำเป็นต้องแจ้งความเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002865
    .
    #News1live #News1 #ราชบุรี #มาตรา157 #คดีปกครอง #คืนสิทธิ
    อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเบิกไพร เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บ้านโป่ง แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หลังไม่ดำเนินการคืนสิทธิและชดใช้ค่าตอบแทนตามคำพิพากษาศาล . กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการถูกสั่งให้พ้นตำแหน่งเมื่อปี 2565 จากคดีโครงการตลาดน้ำเบิกไพร ก่อนที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 7 จะมีคำพิพากษายกฟ้องในปี 2567 และมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งพ้นตำแหน่งภายใน 15 วัน . ผู้ร้องระบุว่าได้ยื่นหนังสือขอคืนสิทธิและขอรับค่าตอบแทนย้อนหลังรวมกว่า 3 ปี มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่มีการดำเนินการหรือชี้แจง จึงจำเป็นต้องแจ้งความเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002865 . #News1live #News1 #ราชบุรี #มาตรา157 #คดีปกครอง #คืนสิทธิ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 25 มุมมอง 0 รีวิว
  • กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาออกมาย้ำจุดยืนว่าประเทศจะไม่ยอมให้เป็นแหล่งกบดานของเครือข่ายสแกมออนไลน์ ภายหลังการจับกุมและส่งตัว “เฉิน จื้อ” นักธุรกิจเชื้อสายจีน ให้ทางการจีนตามความร่วมมือทวิภาคี
    .
    รองโฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกรอบกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรการสืบสวน บังคับใช้กฎหมาย และควบคุมการเดินทางของชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ
    .
    ทางการกัมพูชายังยืนยันเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายฉ้อโกงทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยเตือนเจ้าหน้าที่รัฐที่เพิกเฉยหรือให้การคุ้มครองผู้กระทำผิด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002885
    .
    #News1live #News1 #กัมพูชา #เฉินจื้อ #สแกมเมอร์ #อาชญากรรมข้ามชาติ
    กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาออกมาย้ำจุดยืนว่าประเทศจะไม่ยอมให้เป็นแหล่งกบดานของเครือข่ายสแกมออนไลน์ ภายหลังการจับกุมและส่งตัว “เฉิน จื้อ” นักธุรกิจเชื้อสายจีน ให้ทางการจีนตามความร่วมมือทวิภาคี . รองโฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกรอบกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรการสืบสวน บังคับใช้กฎหมาย และควบคุมการเดินทางของชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ . ทางการกัมพูชายังยืนยันเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายฉ้อโกงทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยเตือนเจ้าหน้าที่รัฐที่เพิกเฉยหรือให้การคุ้มครองผู้กระทำผิด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002885 . #News1live #News1 #กัมพูชา #เฉินจื้อ #สแกมเมอร์ #อาชญากรรมข้ามชาติ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 25 มุมมอง 0 รีวิว
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอาวุโสของรัสเซีย ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ หลังเกิดกรณีกองทัพอเมริกาเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่ประดับธงรัสเซียในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ
    .
    อเล็กซีย์ ซูราฟเลฟ รองประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมของสภาดูมา ระบุว่าการยึดเรือดังกล่าวเท่ากับเป็นการโจมตีดินแดนของรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้มอสโกตอบโต้ทางทหาร รวมถึงการใช้อาวุธร้ายแรงตามหลักนิยมทางทหารของรัสเซีย
    .
    ด้านสหรัฐฯ ชี้แจงว่าการเข้ายึดเรือดำเนินการภายใต้หมายศาลรัฐบาลกลาง โดยอ้างว่าเรือลำดังกล่าวละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และอยู่ภายใต้การติดตามของยามชายฝั่งสหรัฐฯ มาเป็นเวลานาน ซึ่งกรณีนี้ถูกจับตาว่าอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจนิวเคลียร์
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002884
    .
    #News1live #News1 #รัสเซีย #สหรัฐอเมริกา #ความตึงเครียดโลก #เรือน้ำมัน
    สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอาวุโสของรัสเซีย ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ หลังเกิดกรณีกองทัพอเมริกาเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่ประดับธงรัสเซียในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ . อเล็กซีย์ ซูราฟเลฟ รองประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมของสภาดูมา ระบุว่าการยึดเรือดังกล่าวเท่ากับเป็นการโจมตีดินแดนของรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้มอสโกตอบโต้ทางทหาร รวมถึงการใช้อาวุธร้ายแรงตามหลักนิยมทางทหารของรัสเซีย . ด้านสหรัฐฯ ชี้แจงว่าการเข้ายึดเรือดำเนินการภายใต้หมายศาลรัฐบาลกลาง โดยอ้างว่าเรือลำดังกล่าวละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และอยู่ภายใต้การติดตามของยามชายฝั่งสหรัฐฯ มาเป็นเวลานาน ซึ่งกรณีนี้ถูกจับตาว่าอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจนิวเคลียร์ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002884 . #News1live #News1 #รัสเซีย #สหรัฐอเมริกา #ความตึงเครียดโลก #เรือน้ำมัน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 25 มุมมอง 0 รีวิว
  • สถานการณ์การเมืองและภาพลักษณ์ของกัมพูชาถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังมีความพยายามดึงบุคคลมีชื่อเสียงระดับโลกเข้ามาช่วยฟื้นความเชื่อมั่น ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งภายในและต่างประเทศ
    .
    รายงานระบุว่าทางการกัมพูชาพยายามติดต่อ แองเจลินา โจลี นักแสดงฮอลลีวูดที่เคยได้รับสัญชาติกัมพูชา เพื่อร่วมสร้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่สื่อและชาวเน็ตกัมพูชามีทั้งเสียงสนับสนุนและโจมตีอย่างรุนแรงเมื่อความพยายามไม่เป็นผล
    .
    ขณะเดียวกัน กัมพูชายังดำเนินการควบคุมตัวและส่งตัว เฉิน จื้อ นักธุรกิจผู้อื้อฉาวกลับประเทศจีน ภายใต้ความร่วมมือทวิภาคี ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่องการเลือกส่งตัวให้จีน ทั้งที่สหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายดำเนินคดีและอายัดทรัพย์ พร้อมมาตรการด้านการเดินทางและสนามบินที่เข้มงวดมากขึ้นในช่วงความตึงเครียดกับไทย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002763
    .
    #News1live #News1 #กัมพูชา #การเมืองภูมิภาค #สงครามข้อมูลข่าวสาร #เฉินจื้อ
    สถานการณ์การเมืองและภาพลักษณ์ของกัมพูชาถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังมีความพยายามดึงบุคคลมีชื่อเสียงระดับโลกเข้ามาช่วยฟื้นความเชื่อมั่น ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งภายในและต่างประเทศ . รายงานระบุว่าทางการกัมพูชาพยายามติดต่อ แองเจลินา โจลี นักแสดงฮอลลีวูดที่เคยได้รับสัญชาติกัมพูชา เพื่อร่วมสร้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่สื่อและชาวเน็ตกัมพูชามีทั้งเสียงสนับสนุนและโจมตีอย่างรุนแรงเมื่อความพยายามไม่เป็นผล . ขณะเดียวกัน กัมพูชายังดำเนินการควบคุมตัวและส่งตัว เฉิน จื้อ นักธุรกิจผู้อื้อฉาวกลับประเทศจีน ภายใต้ความร่วมมือทวิภาคี ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่องการเลือกส่งตัวให้จีน ทั้งที่สหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายดำเนินคดีและอายัดทรัพย์ พร้อมมาตรการด้านการเดินทางและสนามบินที่เข้มงวดมากขึ้นในช่วงความตึงเครียดกับไทย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002763 . #News1live #News1 #กัมพูชา #การเมืองภูมิภาค #สงครามข้อมูลข่าวสาร #เฉินจื้อ
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 25 มุมมอง 0 รีวิว
  • แม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการวางกำลังป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย บริเวณพื้นที่ปฏิบัติการบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน
    .
    การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการรับฟังการบรรยายสรุปแนวทางการวางกำลังของหน่วยเฉพาะกิจ การลาดตระเวน การตรวจการณ์ รวมถึงความคืบหน้าการสร้างบังเกอร์และที่มั่นแข็งแรง เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดน
    .
    แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ให้กำลังใจกำลังพล พร้อมชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และกำชับให้ปฏิบัติงานด้วยความไม่ประมาท ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนตามแนวชายแดน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002870
    .
    #News1live #News1 #แม่ทัพภาคที่1 #ชายแดนสระแก้ว #ความมั่นคง #กองทัพบก
    แม่ทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการวางกำลังป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย บริเวณพื้นที่ปฏิบัติการบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน . การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการรับฟังการบรรยายสรุปแนวทางการวางกำลังของหน่วยเฉพาะกิจ การลาดตระเวน การตรวจการณ์ รวมถึงความคืบหน้าการสร้างบังเกอร์และที่มั่นแข็งแรง เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดน . แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ให้กำลังใจกำลังพล พร้อมชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และกำชับให้ปฏิบัติงานด้วยความไม่ประมาท ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนตามแนวชายแดน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002870 . #News1live #News1 #แม่ทัพภาคที่1 #ชายแดนสระแก้ว #ความมั่นคง #กองทัพบก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 24 มุมมอง 0 รีวิว
  • ผู้บัญชาการทหารบก ลงพื้นที่ตรวจแนวการวางกำลังและการสถาปนาความมั่นคงบริเวณแนวชายแดน พื้นที่ฐานปฏิบัติการเนิน 225 เนิน 350 และปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจความพร้อมกำลังพล
    .
    การลงพื้นที่ครั้งนี้เน้นการตรวจความพร้อมด้านกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และการจัดกำลังตามแนวชายแดน พร้อมกำชับให้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รอบคอบ และรัดกุม เพื่อปกป้องอธิปไตยและสถาปนาความมั่นคงในทุกมิติ
    .
    ผู้บัญชาการทหารบกยังให้กำลังใจกำลังพลกองกำลังสุรนารี ขอให้ภาคภูมิใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา และย้ำว่าภารกิจยังต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อความสงบมั่นคงของพื้นที่ชายแดนและประเทศชาติ
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002857
    .
    #News1live #News1 #ผบ.ทบ #ชายแดนไทยกัมพูชา #กองทัพบก #ความมั่นคง
    ผู้บัญชาการทหารบก ลงพื้นที่ตรวจแนวการวางกำลังและการสถาปนาความมั่นคงบริเวณแนวชายแดน พื้นที่ฐานปฏิบัติการเนิน 225 เนิน 350 และปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจความพร้อมกำลังพล . การลงพื้นที่ครั้งนี้เน้นการตรวจความพร้อมด้านกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และการจัดกำลังตามแนวชายแดน พร้อมกำชับให้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รอบคอบ และรัดกุม เพื่อปกป้องอธิปไตยและสถาปนาความมั่นคงในทุกมิติ . ผู้บัญชาการทหารบกยังให้กำลังใจกำลังพลกองกำลังสุรนารี ขอให้ภาคภูมิใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา และย้ำว่าภารกิจยังต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อความสงบมั่นคงของพื้นที่ชายแดนและประเทศชาติ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002857 . #News1live #News1 #ผบ.ทบ #ชายแดนไทยกัมพูชา #กองทัพบก #ความมั่นคง
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 35 มุมมอง 0 รีวิว
  • บริษัท ขนส่ง จำกัด ยอมรับการส่งมอบรถโดยสารใหม่ 311 คัน ล่าช้ากว่ากำหนด จากเดิมต้องครบภายในเดือนธันวาคม 2568 แต่ส่งมอบได้เพียง 22 คัน ส่งผลให้ต้องถูกปรับตามสัญญาวันละประมาณ 500,000 บาท
    .
    บขส.ชี้แจงว่าได้ปรับแผนให้เอกชนทยอยส่งมอบรถเพิ่มเติมในช่วงต้นปี 2569 และคาดว่าจะส่งมอบครบทั้งหมดภายในเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2569 พร้อมต่อสัญญาเช่ารถเดิม 88 คัน ออกไปชั่วคราว เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน
    .
    ด้านกรมการขนส่งทางบกยืนยัน รถโดยสารดังกล่าวผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยครบถ้วน ทั้งโครงสร้างตัวถัง จุดศูนย์ถ่วง และการทรงตัว ขณะที่ประเด็นการทดสอบเพิ่มเติมยังอยู่ระหว่างการตั้งข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญในวงการรถโดยสาร
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002834
    .
    #News1live #News1 #บขส #รถโดยสารใหม่ #ขนส่งทางบก #ส่งมอบล่าช้า
    บริษัท ขนส่ง จำกัด ยอมรับการส่งมอบรถโดยสารใหม่ 311 คัน ล่าช้ากว่ากำหนด จากเดิมต้องครบภายในเดือนธันวาคม 2568 แต่ส่งมอบได้เพียง 22 คัน ส่งผลให้ต้องถูกปรับตามสัญญาวันละประมาณ 500,000 บาท . บขส.ชี้แจงว่าได้ปรับแผนให้เอกชนทยอยส่งมอบรถเพิ่มเติมในช่วงต้นปี 2569 และคาดว่าจะส่งมอบครบทั้งหมดภายในเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2569 พร้อมต่อสัญญาเช่ารถเดิม 88 คัน ออกไปชั่วคราว เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน . ด้านกรมการขนส่งทางบกยืนยัน รถโดยสารดังกล่าวผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยครบถ้วน ทั้งโครงสร้างตัวถัง จุดศูนย์ถ่วง และการทรงตัว ขณะที่ประเด็นการทดสอบเพิ่มเติมยังอยู่ระหว่างการตั้งข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญในวงการรถโดยสาร . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002834 . #News1live #News1 #บขส #รถโดยสารใหม่ #ขนส่งทางบก #ส่งมอบล่าช้า
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 34 มุมมอง 0 รีวิว
  • กรมทหารราบที่ 29 กองพลทหารราบที่ 9 ลงพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จัดกิจกรรมคืนความสุขให้ประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา มอบผ้าห่มกันหนาวแก่พระสงฆ์ ผู้พิการ และประชาชนผู้ยากไร้ พร้อมดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพเบื้องต้น
    .
    กิจกรรมดังกล่าวนำโดยผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 พร้อมกำลังพล และชุดทหารเสนารักษ์ ตรวจสุขภาพพระสงฆ์ที่อาพาธ ก่อนส่งต่อการรักษาที่เหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยหนาวในพื้นที่ห่างไกล
    .
    จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านตุ่น มอบของขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ให้แก่นักเรียนในพื้นที่ ทั้งของเล่นเสริมพัฒนาการ อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ผ้าห่มกันหนาว และไอศกรีม สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นให้เด็กและชุมชน
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002851
    .
    #News1live #News1 #ร29 #กองพลทหารราบที่9 #วันเด็ก #อรัญประเทศ
    กรมทหารราบที่ 29 กองพลทหารราบที่ 9 ลงพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จัดกิจกรรมคืนความสุขให้ประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา มอบผ้าห่มกันหนาวแก่พระสงฆ์ ผู้พิการ และประชาชนผู้ยากไร้ พร้อมดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพเบื้องต้น . กิจกรรมดังกล่าวนำโดยผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 พร้อมกำลังพล และชุดทหารเสนารักษ์ ตรวจสุขภาพพระสงฆ์ที่อาพาธ ก่อนส่งต่อการรักษาที่เหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยหนาวในพื้นที่ห่างไกล . จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านตุ่น มอบของขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ให้แก่นักเรียนในพื้นที่ ทั้งของเล่นเสริมพัฒนาการ อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ผ้าห่มกันหนาว และไอศกรีม สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นให้เด็กและชุมชน . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002851 . #News1live #News1 #ร29 #กองพลทหารราบที่9 #วันเด็ก #อรัญประเทศ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 36 มุมมอง 0 รีวิว
  • เกิดอุบัติเหตุรถตู้บรรทุกนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พุ่งชนต้นไม้ข้างทางบนถนนเชียงใหม่-พร้าว ก่อนถึงน้ำตกวังบัวตอง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 7 ราย
    .
    เจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่โจ้เข้าช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ 5 ราย ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำตัวออกมาอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย หมดสติ ไม่มีชีพจร เจ้าหน้าที่ทำการช่วยเหลือก่อนนำส่งโรงพยาบาลแม่แตง ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 6 ราย ยังรู้สึกตัวดี
    .
    ผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่แตง โรงพยาบาลสันทราย และโรงพยาบาลนครพิงค์ ขณะที่สาเหตุของอุบัติเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002808
    .
    #News1live #News1 #เชียงใหม่ #อุบัติเหตุ #รถตู้นักท่องเที่ยว #วันเด็ก
    เกิดอุบัติเหตุรถตู้บรรทุกนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พุ่งชนต้นไม้ข้างทางบนถนนเชียงใหม่-พร้าว ก่อนถึงน้ำตกวังบัวตอง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 7 ราย . เจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่โจ้เข้าช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ 5 ราย ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำตัวออกมาอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย หมดสติ ไม่มีชีพจร เจ้าหน้าที่ทำการช่วยเหลือก่อนนำส่งโรงพยาบาลแม่แตง ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 6 ราย ยังรู้สึกตัวดี . ผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่แตง โรงพยาบาลสันทราย และโรงพยาบาลนครพิงค์ ขณะที่สาเหตุของอุบัติเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002808 . #News1live #News1 #เชียงใหม่ #อุบัติเหตุ #รถตู้นักท่องเที่ยว #วันเด็ก
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 35 มุมมอง 0 รีวิว
  • ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ร่วมกับเมืองพัทยา ลงพื้นที่จัดระเบียบคนเร่ร่อนและคนไร้บ้าน เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม และยกระดับภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลก
    .
    การปฏิบัติการเกิดขึ้นบริเวณถนนเลียบทางรถไฟ แยกหนองกระบอก พบคนเร่ร่อนและคนไร้บ้านรวม 6 คน เข้าจับจองพื้นที่อาศัยอยู่ข้างอาคารพาณิชย์ของเอกชน พร้อมพบอุปกรณ์การเสพกัญชา เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวทั้งหมดไปตรวจสอบประวัติและตรวจหาสารเสพติดที่ สภ.บางละมุง
    .
    เมืองพัทยาเตรียมประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนจัดระเบียบพื้นที่อย่างเป็นระบบ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจเป็นรอบ เพื่อป้องกันการหวนกลับมาก่อปัญหา และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002849
    .
    #News1live #News1 #บางละมุง #เมืองพัทยา #จัดระเบียบคนเร่ร่อน #ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
    ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ร่วมกับเมืองพัทยา ลงพื้นที่จัดระเบียบคนเร่ร่อนและคนไร้บ้าน เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม และยกระดับภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลก . การปฏิบัติการเกิดขึ้นบริเวณถนนเลียบทางรถไฟ แยกหนองกระบอก พบคนเร่ร่อนและคนไร้บ้านรวม 6 คน เข้าจับจองพื้นที่อาศัยอยู่ข้างอาคารพาณิชย์ของเอกชน พร้อมพบอุปกรณ์การเสพกัญชา เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวทั้งหมดไปตรวจสอบประวัติและตรวจหาสารเสพติดที่ สภ.บางละมุง . เมืองพัทยาเตรียมประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนจัดระเบียบพื้นที่อย่างเป็นระบบ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจเป็นรอบ เพื่อป้องกันการหวนกลับมาก่อปัญหา และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002849 . #News1live #News1 #บางละมุง #เมืองพัทยา #จัดระเบียบคนเร่ร่อน #ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 33 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts