• 🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷

    #รวมข่าวIT #20260113 #TechRadar

    แฮ็กเกอร์ไล่เจาะบริการ LLM ผ่านพร็อกซีผิดพลาด
    รายงานเผยว่ามีการโจมตีมากกว่า 91,000 ครั้งต่อระบบ AI ที่เปิดทิ้งไว้ โดยแฮ็กเกอร์พยายามหลอกให้เซิร์ฟเวอร์ “โทรกลับ” เพื่อหาช่องโหว่ รวมถึงการยิงคำสั่งจำนวนมากเพื่อสำรวจว่าระบบใช้โมเดลใดและตั้งค่าอย่างไร เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าบริการ LLM ที่ตั้งค่าพร็อกซีผิดพลาดกำลังกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของอาชญากรไซเบอร์อย่างจริงจัง
    https://www.techradar.com/pro/security/hackers-are-going-after-top-llm-services-by-cracking-misconfigured-proxies

    Cloudflare ขู่ถอนเซิร์ฟเวอร์ออกจากอิตาลีหลังโดนปรับ €14M
    Cloudflare ตอบโต้รัฐบาลอิตาลีอย่างดุเดือดหลังถูกปรับเพราะไม่เข้าร่วมระบบ “Piracy Shield” ที่บังคับให้ผู้ให้บริการ DNS บล็อกเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ โดย CEO ระบุว่านี่เป็นการคุกคามเสรีภาพอินเทอร์เน็ต และอาจถึงขั้นถอนเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดออกจากประเทศ รวมถึงหยุดสนับสนุนงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/cloudflare-ceo-threatens-to-pull-servers-from-italy-after-agcoms-eur14m-fine

    Trend Micro ออกแพตช์ด่วนแก้ช่องโหว่ RCE รุนแรงใน Apex Central
    Trend Micro รีบปล่อยแพตช์สำคัญเพื่ออุดช่องโหว่ระดับวิกฤตที่เปิดทางให้แฮ็กเกอร์รันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ช่องโหว่นี้เกิดจากการโหลด DLL ที่ผู้โจมตีควบคุมได้ ทำให้ผู้ใช้ถูกแนะนำให้รีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจถูกเจาะระบบ
    https://www.techradar.com/pro/security/trend-micro-releases-critical-security-fixes-for-apex-central-rce-so-patch-now

    Discord ใช้งานไม่ได้ในอียิปต์ ผู้ใช้แห่สมัคร Proton VPN พุ่ง 103%
    ผู้ใช้อียิปต์พบว่า Discord ถูกบล็อกแบบกะทันหันทั่วประเทศ ทำให้เกิดกระแสใช้งาน VPN เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย Proton VPN รายงานว่ามีผู้สมัครใช้งานฟรีเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนแนวโน้มการควบคุมแพลตฟอร์มสื่อสารในภูมิภาค MENA ที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/discord-stopped-working-in-egypt-and-proton-vpn-records-massive-usage-spike

    Lego อาจออกชุด iMac G3 รุ่นคลาสสิกเอาใจสายเรโทร
    โปรเจกต์ Lego iMac G3 ที่สร้างจากตัวต่อกว่า 700 ชิ้นกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อผลิตจริง โดยดีไซน์จำลองเครื่อง iMac รุ่นปี 1998 พร้อมฝาโปร่งใสและรายละเอียดภายในครบถ้วน ทำให้แฟน Apple ยุค 90s ต่างลุ้นให้ชุดนี้ผ่านการอนุมัติและวางขายจริง
    https://www.techradar.com/computing/a-lego-version-of-the-original-imac-g3-could-be-in-the-works-and-it-looks-like-90s-nostalgia-gold

    อุปกรณ์เสริม DJI ราคา $14 ที่สายถ่ายวิดีโอควรมี
    อุปกรณ์ DJI Mic Series Mobile Receiver กลายเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคนถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ เพราะแก้ปัญหาคุณภาพเสียง Bluetooth ที่แย่ การต่ออุปกรณ์ที่เกะกะ และยังเพิ่มความสะดวกด้วยการจ่ายไฟผ่านมือถือ พร้อมช่องชาร์จแบบ passthrough ใช้งานได้ทั้งกับ DJI Mic 2, Mic 3 และ Mini รวมถึงกล้องแอ็กชันรุ่นเก่าอย่าง Action 2 ทำให้การถ่ายวิดีโอคล่องตัวขึ้นมากในราคาเพียง $14 เท่านั้น
    https://www.techradar.com/cameras/camera-accessories/this-usd14-dji-accessory-is-a-vlogging-and-action-cam-essential-heres-why

    AI อังกฤษเตือน: ไม่มีบริษัทไหนหยุดภาพล่อแหลมจาก AI ได้จริง
    CEO ของ Locai Labs ระบุว่าไม่มีโมเดล AI ใดปลอดภัยพอที่จะป้องกันการสร้างภาพไม่เหมาะสมได้ 100% พร้อมประกาศแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปีและงดให้บริการสร้างภาพจนกว่าจะมั่นใจเรื่องความปลอดภัย ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลในสหราชอาณาจักรเริ่มสอบสวน Grok ของ Elon Musk หลังพบการนำไปใช้สร้างภาพไม่เหมาะสมของผู้หญิงและเด็ก สะท้อนความท้าทายด้านจริยธรรมและความปลอดภัยของ AI ในยุคปัจจุบัน
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/no-company-can-stop-nude-ai-images-but-were-the-only-ones-being-honest-about-it-british-ai-rival-to-chatgpt-bans-under-18s-and-refuses-image-generation-over-safety-concerns

    Meta ลบกว่า 500,000 บัญชีวัยรุ่นออสเตรเลีย หลังกฎหมายแบนเด็กต่ำกว่า 16 ใช้โซเชียล
    หลังออสเตรเลียออกกฎหมายแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปีบนโซเชียลมีเดีย Meta ลบไปแล้วกว่า 544,000 บัญชีจาก Facebook, Instagram และ Threads แม้จะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ Meta ย้ำว่าวิธีที่ดีกว่าคือระบบยืนยันอายุระดับร้านแอป เพื่อป้องกันเด็กย้ายไปใช้แพลตฟอร์มที่ควบคุมยากกว่า พร้อมผลักดันมาตรฐานกลางผ่านโครงการ OpenAge Initiative
    https://www.techradar.com/computing/social-media/meta-wipes-over-500-000-australian-teen-accounts-in-a-single-week-but-says-world-first-social-media-crackdown-is-failing

    คู่มือดูถ่ายทอดสดโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 แบบครบจบในที่เดียว
    มหกรรมกีฬา Winter Olympics Milano Cortina 2026 เตรียมเปิดฉากในอิตาลี โดยมีทั้งสกี สเก็ต ฮอกกี้ และกีฬาฤดูหนาวอีกมากมาย พร้อมดาวเด่นอย่าง Lindsay Vonn และ Ilia Malinin ที่แฟนกีฬาจับตา การรับชมทำได้ฟรีในหลายประเทศ เช่น BBC iPlayer, CBC Gem, 9Now และ RTE Player รวมถึงตัวเลือกสตรีมมิงอื่น ๆ พร้อมตารางแข่งขันแบบละเอียดสำหรับผู้ชมทั่วโลก
    https://www.techradar.com/how-to-watch/sport/winter-olympics-2026-live-stream-milano-cortina-2026

    ข่าวดีสำหรับคนไม่ปลื้ม Copilot: ผู้ดูแลระบบเริ่มลบแอปออกจากเครื่องงานได้แล้ว
    Windows 11 Insider Preview ล่าสุดเพิ่มนโยบายให้ผู้ดูแลระบบในองค์กรสามารถลบแอป Copilot เวอร์ชันฟรีออกจากอุปกรณ์ได้ แม้ฟีเจอร์บางส่วนยังคงอยู่และลบได้เฉพาะในเครื่องที่มี Copilot แบบสมัครสมาชิกติดตั้งร่วมกันเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความพยายามของ Microsoft ในการจัดระเบียบระบบมากกว่าการถอยจากการผลักดัน AI อย่างเต็มตัว
    https://www.techradar.com/pro/good-news-copilot-haters-some-of-you-will-be-able-to-disable-the-ai-tool-on-your-work-device-at-last

    ฐานข้อมูลเว็บแฮ็กเกอร์ BreachForums ถูกเจาะ ข้อมูลผู้ใช้กว่า 3 แสนรายหลุด
    ชุมชนแฮ็กเกอร์ชื่อดัง BreachForums กลายเป็นเหยื่อเสียเองเมื่อมีการเผยแพร่ฐานข้อมูลสมาชิกกว่า 323,000 ราย รวมถึงชื่อผู้ใช้ วันที่สมัคร และ IP address โดยกว่า 70,000 รายเป็น IP จริงที่อาจระบุตัวบุคคลได้ แม้ผู้ดูแลยืนยันว่าเป็นข้อมูลเก่าจากช่วงกู้ระบบในปี 2025 แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้นำข้อมูลออกมา ขณะที่กลุ่ม ShinyHunters ปฏิเสธการเกี่ยวข้องทั้งหมด
    https://www.techradar.com/pro/security/hacking-hub-breachforums-hit-by-data-breach-324-000-accounts-exposed

    นักพัฒนาไม่เชื่อใจโค้ดจาก AI แต่ครึ่งหนึ่งก็ยังไม่ตรวจทาน
    ผลสำรวจเผยว่า 96% ของนักพัฒนาไม่เชื่อว่าโค้ดที่ AI สร้างจะถูกต้องเสมอ แต่กว่า 52% กลับยอมรับว่าไม่ได้ตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนใช้งาน แม้ปัจจุบันโค้ดที่สร้างโดย AI จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและถูกนำไปใช้ในงานสำคัญมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงด้านบั๊กและช่องโหว่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยหลายคนยังใช้บัญชีส่วนตัวเข้าถึง AI ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลอีกชั้นหนึ่ง
    https://www.techradar.com/pro/devs-dont-trust-ai-code-but-many-say-they-still-dont-check-it-anyways

    Apple ยอมรับพลัง AI ของ Google และเตรียมใช้ Gemini ขับเคลื่อน Siri รุ่นใหม่
    Apple และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Siri เวอร์ชันใหม่และโมเดล AI หลักของ Apple จะทำงานบนเทคโนโลยี Gemini ของ Google หลัง Apple ยอมรับว่า AI ของ Google มีความสามารถเหนือกว่าในตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจช่วยให้ Siri กลับมาแข่งขันได้อีกครั้งหลังล่าช้ามาหลายปี แต่ยังต้องรอดูว่าผู้ใช้จะได้สัมผัส Siri รุ่นใหม่จริงเมื่อใด
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/apple-intelligence/apple-gives-up-and-lets-google-take-the-ai-wheel-gemini-will-officially-power-siris-big-ai-upgrade-this-year

    อิหร่านถูกตัดอินเทอร์เน็ตกว่า 96 ชั่วโมง ท่ามกลางการประท้วงทั่วประเทศ
    อิหร่านเข้าสู่ภาวะมืดสนิททางดิจิทัลเป็นวันที่ห้า หลังรัฐบาลตัดอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศเพื่อตอบโต้การประท้วงครั้งใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 90 ล้านคนไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ หรือข้อมูลมือถือได้ แม้ Starlink บางพื้นที่ยังพอใช้งานได้ แต่ก็ถูกแทรกแซงอย่างหนัก ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านคืนการเชื่อมต่อทันที เพราะนี่คือการ “ตัดประเทศออกจากโลก” อย่างแท้จริง
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/iranians-offline-for-over-90-hours-as-digital-blackout-continues-for-fifth-day-heres-everything-we-know

    ChatGPT เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ Jobs ช่วยหางาน–อัปสกิล–เตรียมตัวสมัครงาน
    OpenAI ถูกพบว่ากำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่ชื่อ ChatGPT Jobs ซึ่งจะช่วยผู้ใช้ค้นหางาน เขียนเรซูเม่ แนะนำทักษะที่ควรพัฒนา และเปรียบเทียบโอกาสงานตามเป้าหมายของแต่ละคน โดยอาจทำงานคล้ายแดชบอร์ด Health ที่เพิ่งเปิดตัวก่อนหน้า ฟีเจอร์นี้สอดคล้องกับโครงการ OpenAI Certifications ที่ตั้งเป้ายกระดับทักษะแรงงานกว่า 10 ล้านคนภายในปี 2030
    https://www.techradar.com/pro/openais-new-tool-will-see-chatgpt-try-and-help-you-find-a-new-job

    GPU สายพันธุ์ใหม่ท้าชน Nvidia/AMD ด้วยสถาปัตยกรรม RISC‑V
    Bolt Graphics เดินหน้าพัฒนา Zeus GPU ที่ใช้ RISC‑V เป็นแกนหลักเพื่อท้าชนยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ AMD โดยชูจุดเด่นด้านการประมวลผล AI, path tracing และการทำงานแบบสแตนด์อโลนที่รัน Linux ได้ในตัว พร้อมรองรับ CUDA บน RISC‑V ซึ่งช่วยลดกำแพงซอฟต์แวร์ และยังรองรับ Vulkan, DirectX 12 และเอนจินยอดนิยมหลายตัว ทำให้เป็นอีกผู้เล่นที่น่าจับตาในตลาดเร่งความเร็ว AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
    https://www.techradar.com/pro/plucky-startup-bolt-graphics-still-wants-to-use-risc-v-to-compete-with-nvidia-amd-in-ai-and-beyond-and-given-cudas-port-on-risc-v-there-may-be-something-there

    AI ผู้ช่วยแพทย์คนใหม่ Claude for Health
    Anthropic เปิดตัว Claude for Healthcare ที่ช่วยผู้ใช้และบุคลากรทางการแพทย์ตีความผลตรวจสุขภาพ อธิบายข้อมูลทางการแพทย์ให้เข้าใจง่าย และลดภาระงานเอกสาร เช่น prior authorization และการตรวจสอบข้อมูลประกัน โดยระบบออกแบบให้เป็นแบบ opt‑in และเน้นความเป็นส่วนตัว ทำให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยที่ช่วยให้ทั้งคนไข้และแพทย์ทำงานได้คล่องตัวขึ้น
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/claude-just-joined-your-healthcare-team-and-might-be-ready-to-help-your-doctor-help-you

    RTX 5090 ProArt รุ่นใหม่พร้อมพอร์ตหูฟังสุดเซอร์ไพรส์
    Asus เปิดตัว ProArt RTX 5090 ที่เน้นกลุ่มครีเอเตอร์ด้วยดีไซน์บางกว่าเรือธงทั่วไป ใช้สถาปัตยกรรม Blackwell พร้อม 32GB GDDR7 และพลัง AI TOPs สูงลิ่ว จุดเด่นที่สะดุดตาคือมีช่องเสียบหูฟัง 2.5 มม. บนการ์ดจอ รวมถึงพอร์ต USB‑C สำหรับจอพกพา ถือเป็นการ์ดจอที่ผสมความแรงกับความยืดหยุ่นด้านการใช้งานได้อย่างน่าสนใจ
    https://www.techradar.com/pro/nvidias-latest-rtx-5090-gpu-card-has-an-audio-jack-yes-a-headphone-socket-on-a-video-card-but-no-wooden-trim-or-ssd-like-its-predecessor

    ยุคของ TLC/QLC ครองตลาด SSD เมื่อ MLC ถอยสู่ตลาดเฉพาะทาง
    รายงานจาก TrendForce ระบุว่า MLC NAND กำลังหายไปจากตลาดหลัก เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่ทยอยเลิกผลิตและหันไปลงทุนใน TLC และ QLC ที่ตอบโจทย์ความต้องการความจุสูงและงาน AI มากกว่า ทำให้ MLC เหลือบทบาทในอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น ยานยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ และระบบเครือข่าย ขณะที่ PLC ยังห่างไกลจากการใช้งานจริงจนกว่าจะถึงยุค SSD ระดับเพตะไบต์
    https://www.techradar.com/pro/bye-bye-mlc-qlc-and-tlc-to-be-dominant-ssd-technologies-amidst-ai-ravenous-appetite-for-nand-and-plc-wont-probably-happen-till-the-era-of-petabyte-ssds

    Lenovo Yoga Pro 27UD‑10 จอ QD‑OLED พร้อมเว็บแคม 4K ถอดได้
    Lenovo เปิดตัวจอ Yoga Pro 27UD‑10 ที่มาพร้อม QD‑OLED ความละเอียด 4K รีเฟรชเรต 120Hz จุดขายคือเว็บแคม 4K แบบถอดได้พร้อมไมค์ 4 ตัว รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos รวมถึง USB4 ที่จ่ายไฟได้ 140W และฟีเจอร์ Color Sync ที่ทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊ก Lenovo บางรุ่น ทำให้เป็นจอระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์งานสร้างสรรค์และการประชุมออนไลน์
    https://www.techradar.com/pro/this-lenovo-monitor-has-six-speakers-and-is-the-only-windows-pc-monitor-with-dolby-atmos-and-dolby-vision-and-it-even-has-a-4k-detachable-webcam
    📌📡🩷 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🩷📡📌 #รวมข่าวIT #20260113 #TechRadar 🔐 แฮ็กเกอร์ไล่เจาะบริการ LLM ผ่านพร็อกซีผิดพลาด รายงานเผยว่ามีการโจมตีมากกว่า 91,000 ครั้งต่อระบบ AI ที่เปิดทิ้งไว้ โดยแฮ็กเกอร์พยายามหลอกให้เซิร์ฟเวอร์ “โทรกลับ” เพื่อหาช่องโหว่ รวมถึงการยิงคำสั่งจำนวนมากเพื่อสำรวจว่าระบบใช้โมเดลใดและตั้งค่าอย่างไร เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าบริการ LLM ที่ตั้งค่าพร็อกซีผิดพลาดกำลังกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของอาชญากรไซเบอร์อย่างจริงจัง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hackers-are-going-after-top-llm-services-by-cracking-misconfigured-proxies ⚖️ Cloudflare ขู่ถอนเซิร์ฟเวอร์ออกจากอิตาลีหลังโดนปรับ €14M Cloudflare ตอบโต้รัฐบาลอิตาลีอย่างดุเดือดหลังถูกปรับเพราะไม่เข้าร่วมระบบ “Piracy Shield” ที่บังคับให้ผู้ให้บริการ DNS บล็อกเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ โดย CEO ระบุว่านี่เป็นการคุกคามเสรีภาพอินเทอร์เน็ต และอาจถึงขั้นถอนเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดออกจากประเทศ รวมถึงหยุดสนับสนุนงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/cloudflare-ceo-threatens-to-pull-servers-from-italy-after-agcoms-eur14m-fine 🛡️ Trend Micro ออกแพตช์ด่วนแก้ช่องโหว่ RCE รุนแรงใน Apex Central Trend Micro รีบปล่อยแพตช์สำคัญเพื่ออุดช่องโหว่ระดับวิกฤตที่เปิดทางให้แฮ็กเกอร์รันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ช่องโหว่นี้เกิดจากการโหลด DLL ที่ผู้โจมตีควบคุมได้ ทำให้ผู้ใช้ถูกแนะนำให้รีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจถูกเจาะระบบ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/trend-micro-releases-critical-security-fixes-for-apex-central-rce-so-patch-now 🚫 Discord ใช้งานไม่ได้ในอียิปต์ ผู้ใช้แห่สมัคร Proton VPN พุ่ง 103% ผู้ใช้อียิปต์พบว่า Discord ถูกบล็อกแบบกะทันหันทั่วประเทศ ทำให้เกิดกระแสใช้งาน VPN เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย Proton VPN รายงานว่ามีผู้สมัครใช้งานฟรีเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เหตุการณ์นี้สะท้อนแนวโน้มการควบคุมแพลตฟอร์มสื่อสารในภูมิภาค MENA ที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/discord-stopped-working-in-egypt-and-proton-vpn-records-massive-usage-spike 🧱 Lego อาจออกชุด iMac G3 รุ่นคลาสสิกเอาใจสายเรโทร โปรเจกต์ Lego iMac G3 ที่สร้างจากตัวต่อกว่า 700 ชิ้นกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อผลิตจริง โดยดีไซน์จำลองเครื่อง iMac รุ่นปี 1998 พร้อมฝาโปร่งใสและรายละเอียดภายในครบถ้วน ทำให้แฟน Apple ยุค 90s ต่างลุ้นให้ชุดนี้ผ่านการอนุมัติและวางขายจริง 🔗 https://www.techradar.com/computing/a-lego-version-of-the-original-imac-g3-could-be-in-the-works-and-it-looks-like-90s-nostalgia-gold 📸 อุปกรณ์เสริม DJI ราคา $14 ที่สายถ่ายวิดีโอควรมี อุปกรณ์ DJI Mic Series Mobile Receiver กลายเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคนถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ เพราะแก้ปัญหาคุณภาพเสียง Bluetooth ที่แย่ การต่ออุปกรณ์ที่เกะกะ และยังเพิ่มความสะดวกด้วยการจ่ายไฟผ่านมือถือ พร้อมช่องชาร์จแบบ passthrough ใช้งานได้ทั้งกับ DJI Mic 2, Mic 3 และ Mini รวมถึงกล้องแอ็กชันรุ่นเก่าอย่าง Action 2 ทำให้การถ่ายวิดีโอคล่องตัวขึ้นมากในราคาเพียง $14 เท่านั้น 🔗 https://www.techradar.com/cameras/camera-accessories/this-usd14-dji-accessory-is-a-vlogging-and-action-cam-essential-heres-why ⚠️ AI อังกฤษเตือน: ไม่มีบริษัทไหนหยุดภาพล่อแหลมจาก AI ได้จริง CEO ของ Locai Labs ระบุว่าไม่มีโมเดล AI ใดปลอดภัยพอที่จะป้องกันการสร้างภาพไม่เหมาะสมได้ 100% พร้อมประกาศแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปีและงดให้บริการสร้างภาพจนกว่าจะมั่นใจเรื่องความปลอดภัย ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลในสหราชอาณาจักรเริ่มสอบสวน Grok ของ Elon Musk หลังพบการนำไปใช้สร้างภาพไม่เหมาะสมของผู้หญิงและเด็ก สะท้อนความท้าทายด้านจริยธรรมและความปลอดภัยของ AI ในยุคปัจจุบัน 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/no-company-can-stop-nude-ai-images-but-were-the-only-ones-being-honest-about-it-british-ai-rival-to-chatgpt-bans-under-18s-and-refuses-image-generation-over-safety-concerns 🧹 Meta ลบกว่า 500,000 บัญชีวัยรุ่นออสเตรเลีย หลังกฎหมายแบนเด็กต่ำกว่า 16 ใช้โซเชียล หลังออสเตรเลียออกกฎหมายแบนผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปีบนโซเชียลมีเดีย Meta ลบไปแล้วกว่า 544,000 บัญชีจาก Facebook, Instagram และ Threads แม้จะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ Meta ย้ำว่าวิธีที่ดีกว่าคือระบบยืนยันอายุระดับร้านแอป เพื่อป้องกันเด็กย้ายไปใช้แพลตฟอร์มที่ควบคุมยากกว่า พร้อมผลักดันมาตรฐานกลางผ่านโครงการ OpenAge Initiative 🔗 https://www.techradar.com/computing/social-media/meta-wipes-over-500-000-australian-teen-accounts-in-a-single-week-but-says-world-first-social-media-crackdown-is-failing 🏂 คู่มือดูถ่ายทอดสดโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 แบบครบจบในที่เดียว มหกรรมกีฬา Winter Olympics Milano Cortina 2026 เตรียมเปิดฉากในอิตาลี โดยมีทั้งสกี สเก็ต ฮอกกี้ และกีฬาฤดูหนาวอีกมากมาย พร้อมดาวเด่นอย่าง Lindsay Vonn และ Ilia Malinin ที่แฟนกีฬาจับตา การรับชมทำได้ฟรีในหลายประเทศ เช่น BBC iPlayer, CBC Gem, 9Now และ RTE Player รวมถึงตัวเลือกสตรีมมิงอื่น ๆ พร้อมตารางแข่งขันแบบละเอียดสำหรับผู้ชมทั่วโลก 🔗 https://www.techradar.com/how-to-watch/sport/winter-olympics-2026-live-stream-milano-cortina-2026 💻 ข่าวดีสำหรับคนไม่ปลื้ม Copilot: ผู้ดูแลระบบเริ่มลบแอปออกจากเครื่องงานได้แล้ว Windows 11 Insider Preview ล่าสุดเพิ่มนโยบายให้ผู้ดูแลระบบในองค์กรสามารถลบแอป Copilot เวอร์ชันฟรีออกจากอุปกรณ์ได้ แม้ฟีเจอร์บางส่วนยังคงอยู่และลบได้เฉพาะในเครื่องที่มี Copilot แบบสมัครสมาชิกติดตั้งร่วมกันเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความพยายามของ Microsoft ในการจัดระเบียบระบบมากกว่าการถอยจากการผลักดัน AI อย่างเต็มตัว 🔗 https://www.techradar.com/pro/good-news-copilot-haters-some-of-you-will-be-able-to-disable-the-ai-tool-on-your-work-device-at-last 🕵️‍♂️ ฐานข้อมูลเว็บแฮ็กเกอร์ BreachForums ถูกเจาะ ข้อมูลผู้ใช้กว่า 3 แสนรายหลุด ชุมชนแฮ็กเกอร์ชื่อดัง BreachForums กลายเป็นเหยื่อเสียเองเมื่อมีการเผยแพร่ฐานข้อมูลสมาชิกกว่า 323,000 ราย รวมถึงชื่อผู้ใช้ วันที่สมัคร และ IP address โดยกว่า 70,000 รายเป็น IP จริงที่อาจระบุตัวบุคคลได้ แม้ผู้ดูแลยืนยันว่าเป็นข้อมูลเก่าจากช่วงกู้ระบบในปี 2025 แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้นำข้อมูลออกมา ขณะที่กลุ่ม ShinyHunters ปฏิเสธการเกี่ยวข้องทั้งหมด 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/hacking-hub-breachforums-hit-by-data-breach-324-000-accounts-exposed 👨‍💻 นักพัฒนาไม่เชื่อใจโค้ดจาก AI แต่ครึ่งหนึ่งก็ยังไม่ตรวจทาน ผลสำรวจเผยว่า 96% ของนักพัฒนาไม่เชื่อว่าโค้ดที่ AI สร้างจะถูกต้องเสมอ แต่กว่า 52% กลับยอมรับว่าไม่ได้ตรวจสอบโค้ดทุกครั้งก่อนใช้งาน แม้ปัจจุบันโค้ดที่สร้างโดย AI จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและถูกนำไปใช้ในงานสำคัญมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงด้านบั๊กและช่องโหว่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยหลายคนยังใช้บัญชีส่วนตัวเข้าถึง AI ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลอีกชั้นหนึ่ง 🔗 https://www.techradar.com/pro/devs-dont-trust-ai-code-but-many-say-they-still-dont-check-it-anyways 🍏 Apple ยอมรับพลัง AI ของ Google และเตรียมใช้ Gemini ขับเคลื่อน Siri รุ่นใหม่ Apple และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Siri เวอร์ชันใหม่และโมเดล AI หลักของ Apple จะทำงานบนเทคโนโลยี Gemini ของ Google หลัง Apple ยอมรับว่า AI ของ Google มีความสามารถเหนือกว่าในตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจช่วยให้ Siri กลับมาแข่งขันได้อีกครั้งหลังล่าช้ามาหลายปี แต่ยังต้องรอดูว่าผู้ใช้จะได้สัมผัส Siri รุ่นใหม่จริงเมื่อใด 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/apple-intelligence/apple-gives-up-and-lets-google-take-the-ai-wheel-gemini-will-officially-power-siris-big-ai-upgrade-this-year 🚫 อิหร่านถูกตัดอินเทอร์เน็ตกว่า 96 ชั่วโมง ท่ามกลางการประท้วงทั่วประเทศ อิหร่านเข้าสู่ภาวะมืดสนิททางดิจิทัลเป็นวันที่ห้า หลังรัฐบาลตัดอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศเพื่อตอบโต้การประท้วงครั้งใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 90 ล้านคนไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ หรือข้อมูลมือถือได้ แม้ Starlink บางพื้นที่ยังพอใช้งานได้ แต่ก็ถูกแทรกแซงอย่างหนัก ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านคืนการเชื่อมต่อทันที เพราะนี่คือการ “ตัดประเทศออกจากโลก” อย่างแท้จริง 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/iranians-offline-for-over-90-hours-as-digital-blackout-continues-for-fifth-day-heres-everything-we-know 💼 ChatGPT เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ Jobs ช่วยหางาน–อัปสกิล–เตรียมตัวสมัครงาน OpenAI ถูกพบว่ากำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่ชื่อ ChatGPT Jobs ซึ่งจะช่วยผู้ใช้ค้นหางาน เขียนเรซูเม่ แนะนำทักษะที่ควรพัฒนา และเปรียบเทียบโอกาสงานตามเป้าหมายของแต่ละคน โดยอาจทำงานคล้ายแดชบอร์ด Health ที่เพิ่งเปิดตัวก่อนหน้า ฟีเจอร์นี้สอดคล้องกับโครงการ OpenAI Certifications ที่ตั้งเป้ายกระดับทักษะแรงงานกว่า 10 ล้านคนภายในปี 2030 🔗 https://www.techradar.com/pro/openais-new-tool-will-see-chatgpt-try-and-help-you-find-a-new-job ⚡ GPU สายพันธุ์ใหม่ท้าชน Nvidia/AMD ด้วยสถาปัตยกรรม RISC‑V Bolt Graphics เดินหน้าพัฒนา Zeus GPU ที่ใช้ RISC‑V เป็นแกนหลักเพื่อท้าชนยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ AMD โดยชูจุดเด่นด้านการประมวลผล AI, path tracing และการทำงานแบบสแตนด์อโลนที่รัน Linux ได้ในตัว พร้อมรองรับ CUDA บน RISC‑V ซึ่งช่วยลดกำแพงซอฟต์แวร์ และยังรองรับ Vulkan, DirectX 12 และเอนจินยอดนิยมหลายตัว ทำให้เป็นอีกผู้เล่นที่น่าจับตาในตลาดเร่งความเร็ว AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 🔗 https://www.techradar.com/pro/plucky-startup-bolt-graphics-still-wants-to-use-risc-v-to-compete-with-nvidia-amd-in-ai-and-beyond-and-given-cudas-port-on-risc-v-there-may-be-something-there 🏥 AI ผู้ช่วยแพทย์คนใหม่ Claude for Health Anthropic เปิดตัว Claude for Healthcare ที่ช่วยผู้ใช้และบุคลากรทางการแพทย์ตีความผลตรวจสุขภาพ อธิบายข้อมูลทางการแพทย์ให้เข้าใจง่าย และลดภาระงานเอกสาร เช่น prior authorization และการตรวจสอบข้อมูลประกัน โดยระบบออกแบบให้เป็นแบบ opt‑in และเน้นความเป็นส่วนตัว ทำให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยที่ช่วยให้ทั้งคนไข้และแพทย์ทำงานได้คล่องตัวขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/claude-just-joined-your-healthcare-team-and-might-be-ready-to-help-your-doctor-help-you 🎨 RTX 5090 ProArt รุ่นใหม่พร้อมพอร์ตหูฟังสุดเซอร์ไพรส์ Asus เปิดตัว ProArt RTX 5090 ที่เน้นกลุ่มครีเอเตอร์ด้วยดีไซน์บางกว่าเรือธงทั่วไป ใช้สถาปัตยกรรม Blackwell พร้อม 32GB GDDR7 และพลัง AI TOPs สูงลิ่ว จุดเด่นที่สะดุดตาคือมีช่องเสียบหูฟัง 2.5 มม. บนการ์ดจอ รวมถึงพอร์ต USB‑C สำหรับจอพกพา ถือเป็นการ์ดจอที่ผสมความแรงกับความยืดหยุ่นด้านการใช้งานได้อย่างน่าสนใจ 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidias-latest-rtx-5090-gpu-card-has-an-audio-jack-yes-a-headphone-socket-on-a-video-card-but-no-wooden-trim-or-ssd-like-its-predecessor 💾 ยุคของ TLC/QLC ครองตลาด SSD เมื่อ MLC ถอยสู่ตลาดเฉพาะทาง รายงานจาก TrendForce ระบุว่า MLC NAND กำลังหายไปจากตลาดหลัก เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่ทยอยเลิกผลิตและหันไปลงทุนใน TLC และ QLC ที่ตอบโจทย์ความต้องการความจุสูงและงาน AI มากกว่า ทำให้ MLC เหลือบทบาทในอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น ยานยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ และระบบเครือข่าย ขณะที่ PLC ยังห่างไกลจากการใช้งานจริงจนกว่าจะถึงยุค SSD ระดับเพตะไบต์ 🔗 https://www.techradar.com/pro/bye-bye-mlc-qlc-and-tlc-to-be-dominant-ssd-technologies-amidst-ai-ravenous-appetite-for-nand-and-plc-wont-probably-happen-till-the-era-of-petabyte-ssds 🖥️ Lenovo Yoga Pro 27UD‑10 จอ QD‑OLED พร้อมเว็บแคม 4K ถอดได้ Lenovo เปิดตัวจอ Yoga Pro 27UD‑10 ที่มาพร้อม QD‑OLED ความละเอียด 4K รีเฟรชเรต 120Hz จุดขายคือเว็บแคม 4K แบบถอดได้พร้อมไมค์ 4 ตัว รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos รวมถึง USB4 ที่จ่ายไฟได้ 140W และฟีเจอร์ Color Sync ที่ทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊ก Lenovo บางรุ่น ทำให้เป็นจอระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์งานสร้างสรรค์และการประชุมออนไลน์ 🔗 https://www.techradar.com/pro/this-lenovo-monitor-has-six-speakers-and-is-the-only-windows-pc-monitor-with-dolby-atmos-and-dolby-vision-and-it-even-has-a-4k-detachable-webcam
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 163 มุมมอง 0 รีวิว
  • ความว้าวของงาน CES 2026: นวัตกรรมที่พลิกโฉมโลกเทคโนโลยีในปีนี้

    งาน CES 2026 ที่เพิ่งปิดฉากลงไปที่ลาสเวกัส รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา ได้กลายเป็นเวทีแสดงพลังแห่งอนาคต ที่ทำให้คนทั้งโลกร้องว้าวอีกครั้ง ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 800,000 คน และบริษัท exhibitors กว่า 4,000 แห่ง มหกรรมเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรวมตัวของยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง Samsung, LG, NVIDIA, Intel และอีกมากมาย แต่ยังเป็นการเปิดเผยวิสัยทัศน์ที่ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าปี 2026 และปีต่อๆ ไปจะเป็นอย่างไร ความว้าวหลักๆ มาจากการที่เทคโนโลยีไม่ได้อยู่แค่ในห้องแล็บ อีกต่อไป แต่เริ่มแทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ที่ช่วยงานบ้าน รถยนต์อัจฉริยะ หรือแม้แต่แปรงสีฟันที่ใช้ AI วิเคราะห์สุขภาพปาก ในบทความนี้ เราจะพาไปสำรวจผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ถูกเปิดตัว สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ เทรนด์เด่นของปีนี้ และสิ่งที่ทำให้นักข่าวสายเทคโนโลยีต้องเซอร์ไพรส์หรือผิดคาด

    เริ่มต้นด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างกระแสฮือฮาในงาน CES 2026 กันก่อนเลย ปีนี้มี gadget และอุปกรณ์มากมาย ที่ถูกนำเสนอ ตั้งแต่ทีวีขนาดยักษ์ ไปจนถึงหุ่นยนต์ humanoid ที่ดูเหมือนหลุดมาจากหนัง sci-fi ตัวอย่างเด่นๆ เช่น LG evo W6 TV ซึ่งเป็นการคืนชีพของ “Wallpaper TV” รุ่นใหม่ที่บางเฉียบราวกับวอลเปเปอร์ สามารถติดผนังได้โดยไม่ต้องมีสายไฟรุงรัง และใช้เทคโนโลยี OLED evo ที่ให้ภาพคมชัดระดับสูงสุด พร้อมฟีเจอร์ AI ที่ปรับภาพตามสภาพแสงในห้อง นอกจากนี้ยังมี Samsung R95H ขนาด 130 นิ้ว ซึ่งถูกยกให้เป็นทีวี Micro RGB แรกของโลก โดยใช้ไดโอดขนาดจิ๋วสีแดง เขียว และน้ำเงินที่ส่องแสง независимо ทำให้ได้สีสันและรายละเอียดที่เหนือชั้นกว่าเดิมมาก ในส่วนของคอมพิวเตอร์และเกมมิ่ง Intel Core Ultra Series 3 ถูกประกาศเป็น Best of Show ด้วยประสิทธิภาพที่รองรับ AI ได้อย่างลื่นไหล ขณะที่ ASUS ROG CROSSHAIR X870E GLACIAL และ HP EliteBoard G1a Next Gen AI PC ก็ได้รับรางวัล CES Innovation Awards ในหมวด Computer Hardware สำหรับคนรักเกม LG UltraGear evo OLED GX9 Gaming Monitor มาพร้อมหน้าจอ OLED ที่สดใสและ response time ต่ำ เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความสมจริงสูงสุด

    ก้าวไปสู่หุ่นยนต์และอุปกรณ์อัจฉริยะ Roborock Saros Rover ถูกยกย่องเป็น robot vacuum ที่ดีที่สุด ด้วยความสามารถปีนบันไดและทำความสะอาดแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ไม่ต้องยกเครื่องขึ้นลงชั้นอีกต่อไป Boston Dynamics นำ Atlas หุ่นยนต์ humanoid เวอร์ชันพร้อมผลิตจริง มาอวด โดยจะเริ่มส่งมอบให้ Hyundai และ Google DeepMind ก่อนในปี 2028 ซึ่งหุ่นตัวนี้สามารถเล่นปิงปอง ผสมเครื่องดื่ม หรือแม้แต่ต่อยมวยได้อย่างคล่องแคล่ว Sharpa อีกหนึ่ง humanoid ที่สร้าง buzz ด้วยมือที่ยืดหยุ่นสูง สามารถแจกไพ่แบล็คแจ็คหรือเล่นกังฟูได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ยังมี Onero H1 robot ที่ช่วยงานบ้าน WheelMove สำหรับผู้พิการ และ Tombot หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง AI ที่ช่วยลดความเหงา ในฝั่ง wearable Meta Ray-Ban Display glasses เพิ่มฟีเจอร์ handwriting สำหรับส่งข้อความโดยไม่ต้องพิมพ์ และ IXI’s autofocusing lenses ที่ปรับโฟกัสอัตโนมัติสำหรับคนสายตายาวโดยไม่ต้องใช้กล้องติดตามดวงตา Lumus smartglasses มาพร้อม FOV กว้างถึง 70 องศา ทำให้ VR/AR สมจริงยิ่งขึ้น

    สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษใน CES 2026 คงหนีไม่พ้นการบุกเบิกของ “Physical AI” ที่นำ AI มาผสานกับหุ่นยนต์จริงๆ ทำให้หุ่นเหล่านี้ไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่เริ่มมีความฉลาดแบบมนุษย์ เช่น การเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมหรือปรับตัวตามงานที่ได้รับมอบหมาย อย่างเช่น Unitree G1 ที่แสดงศิลปะการต่อสู้แบบ mixed martial arts หรือ LG Cloi Home Robot ที่ช่วยงานบ้านแบบ zero-labor นอกจากนี้ AI collectibles อย่าง Funko Pops และ Lego Smart Brick ที่ทำให้ชุด Lego สมาร์ทขึ้น สามารถเชื่อมต่อกับ app เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ interactive ได้ ก็เป็นอะไรที่ wow มากสำหรับแฟนๆ ของเล่น ในฝั่ง mobility Hyundai กำลังพัฒนาระบบ mass-produce สำหรับ Atlas และ Pioneer Sphera นำ Dolby Atmos มาใส่ในระบบเสียงรถยนต์ ทำให้การฟังเพลงในรถเหมือนอยู่ในคอนเสิร์ต สำหรับ gamer OneXPlayer Apex handheld มาพร้อม liquid cooler ภายนอกที่ระบายความร้อนได้ถึง 120W ทำให้เล่นเกมหนักๆ ได้นานขึ้นโดยไม่ร้อน GameSir Smart Drive prototype ที่มี force feedback ในพวงมาลัย ก็ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถจริงในเกม racing

    เทรนด์เด่นของปีนี้ชัดเจนมาก : AI ครองทุกพื้นที่ ตั้งแต่ AI ในทีวี ที่ปรับภาพอัตโนมัติ AI ในแปรงสีฟันที่วิเคราะห์สุขภาพช่องปาก ไปจนถึง AI ในหุ่นยนต์ที่ช่วยงานบ้านหรือดูแลสุขภาพ “Physical AI” คือเทรนด์ใหม่ที่ทำให้ AI ออกจากหน้าจอมาสู่โลกจริง เช่น หุ่นยนต์ที่ซักผ้า ทำอาหารเช้า หรือแม้แต่เล่นเกมกับเรา เทรนด์ digital health ก็มาแรง ด้วยอุปกรณ์ wearable ที่ตรวจจับ brainwave หรือวิเคราะห์ bodily fluids เพื่อติดตามสุขภาพแบบ real-time เช่น Withings Body Scan 2 ที่สแกนร่างกายละเอียดยิบ Accessibility tech เน้นการทำให้ชีวิตง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแว่นสำหรับคนพิการทางสายตาหรือหุ่นยนต์ช่วยเดิน Advanced mobility ยังคงเติบโต ด้วยรถ EV ที่ฉลาดขึ้นและระบบ edge computing ในรถยนต์ Sustainability แม้จะไม่ค่อยเด่นเท่าไร แต่มีบางอย่างอย่างวัสดุ ultra-light จาก Soramatex ที่ใช้ carbon powder เพื่อลดน้ำหนักและประหยัดพลังงาน หรือ power bank แบบ shareable จาก Nimble Champ Stack ที่ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ VR/AR ก็ก้าวหน้า ด้วยจอ OLED ที่มี subpixel RGB stripe ทำให้ภาพชัดเจนยิ่งขึ้น และ smart home ที่รองรับ Matter protocol ทำให้อุปกรณ์จากแบรนด์ต่างกันเชื่อมต่อได้ง่าย เช่น จาก Ikea, Aqara และ Amazon

    แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะ perfect เพราะมีสิ่งที่ผิดคาดจากนักข่าวสายเทคโนโลยีหลายอย่าง ประการแรกคือการขาดแคลนเทคโนโลยี sustainability ที่ชัดเจน แม้งานจะใหญ่โตแต่แทบไม่มี exhibitor ที่โฟกัสเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทำให้หลายคนผิดหวัง เพราะคาดว่าจะเห็นนวัตกรรม green มากกว่านี้ อีกเรื่องคือสถานการณ์อุตสาหกรรม PC ที่ย่ำแย่ เพราะ memory supplies ถูกเบี่ยงไปสนับสนุน AI ทำให้ PC ธรรมดาได้รับผลกระทบ และนักข่าวหลายคนยอมรับว่าปีนี้ PC ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ AI บางอย่างก็ดู dubious หรือเกินจริง เช่น AI สำหรับล้างรองเท้า (Brolan ClearX) หรือ AI collectibles ที่ดูเหมือน gimmick มากกว่าประโยชน์จริง นอกจากนี้ยังไม่มี “Trump phone” ที่หลายคนคาดเดาว่าจะโผล่มาที่งาน และการที่โดรนจีนอย่าง GDU P300 ต้องยกเลิก launch ใน US เนื่องจาก policy changes ก็เป็นเซอร์ไพรส์ที่ทำให้เห็นภาพ geopolitical tension ในวงการ tech กว้างขึ้น นักข่าวจาก The Verge ยังบอกว่าปีนี้มี weird gadgets เยอะ เช่น หุ่นยนต์เต้นรำหรือ bathroom tech ที่ personal เกินไป ทำให้รู้สึก dystopian และ lonely ในบางมุม แต่ในทางบวก เทรนด์ที่ไม่มีใครคาดอย่างการบุกของ humanoid จากจีน เช่น หุ่นที่เล่นปิงปองหรือต่อยมวย ก็ทำให้งานนี้เต็มไปด้วย surprise ที่สะท้อนการแข่งขัน US-China ใน physical AI

    โดยรวมแล้ว CES 2026 คือการยืนยันว่าปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่ AI และ robotics จะเปลี่ยนชีวิตเราแบบถาวร แม้จะมีจุดผิดคาดบ้าง แต่ความว้าวจากนวัตกรรมเหล่านี้ ทำให้เราตื่นเต้นกับอนาคตที่กำลังมา ใครที่ติดตาม tech คงต้องจับตาดูว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะออกสู่ตลาดจริงเมื่อไหร่ และจะพลิกโฉมโลกอย่างไรต่อไป

    #ลุงเขียนหลานอ่าน
    ความว้าวของงาน CES 2026: นวัตกรรมที่พลิกโฉมโลกเทคโนโลยีในปีนี้ 🚀 งาน CES 2026 ที่เพิ่งปิดฉากลงไปที่ลาสเวกัส 📍 รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา ได้กลายเป็นเวทีแสดงพลังแห่งอนาคต ที่ทำให้คนทั้งโลกร้องว้าวอีกครั้ง ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 800,000 คน และบริษัท exhibitors กว่า 4,000 แห่ง มหกรรมเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรวมตัวของยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง Samsung, LG, NVIDIA, Intel และอีกมากมาย แต่ยังเป็นการเปิดเผยวิสัยทัศน์ที่ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าปี 2026 และปีต่อๆ ไปจะเป็นอย่างไร ความว้าวหลักๆ มาจากการที่เทคโนโลยีไม่ได้อยู่แค่ในห้องแล็บ อีกต่อไป แต่เริ่มแทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ที่ช่วยงานบ้าน รถยนต์อัจฉริยะ หรือแม้แต่แปรงสีฟันที่ใช้ AI วิเคราะห์สุขภาพปาก ในบทความนี้ 📰 เราจะพาไปสำรวจผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ถูกเปิดตัว สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ เทรนด์เด่นของปีนี้ และสิ่งที่ทำให้นักข่าวสายเทคโนโลยีต้องเซอร์ไพรส์หรือผิดคาด เริ่มต้นด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างกระแสฮือฮาในงาน CES 2026 กันก่อนเลย ✨ ปีนี้มี gadget และอุปกรณ์มากมาย ที่ถูกนำเสนอ ตั้งแต่ทีวีขนาดยักษ์ ไปจนถึงหุ่นยนต์ humanoid ที่ดูเหมือนหลุดมาจากหนัง sci-fi ตัวอย่างเด่นๆ เช่น LG evo W6 TV ซึ่งเป็นการคืนชีพของ “Wallpaper TV” รุ่นใหม่ที่บางเฉียบราวกับวอลเปเปอร์ สามารถติดผนังได้โดยไม่ต้องมีสายไฟรุงรัง และใช้เทคโนโลยี OLED evo ที่ให้ภาพคมชัดระดับสูงสุด พร้อมฟีเจอร์ AI ที่ปรับภาพตามสภาพแสงในห้อง นอกจากนี้ยังมี Samsung R95H ขนาด 130 นิ้ว ซึ่งถูกยกให้เป็นทีวี Micro RGB แรกของโลก โดยใช้ไดโอดขนาดจิ๋วสีแดง เขียว และน้ำเงินที่ส่องแสง независимо ทำให้ได้สีสันและรายละเอียดที่เหนือชั้นกว่าเดิมมาก ในส่วนของคอมพิวเตอร์และเกมมิ่ง Intel Core Ultra Series 3 ถูกประกาศเป็น Best of Show ด้วยประสิทธิภาพที่รองรับ AI ได้อย่างลื่นไหล ขณะที่ ASUS ROG CROSSHAIR X870E GLACIAL และ HP EliteBoard G1a Next Gen AI PC ก็ได้รับรางวัล CES Innovation Awards ในหมวด Computer Hardware สำหรับคนรักเกม LG UltraGear evo OLED GX9 Gaming Monitor มาพร้อมหน้าจอ OLED ที่สดใสและ response time ต่ำ เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการความสมจริงสูงสุด ก้าวไปสู่หุ่นยนต์และอุปกรณ์อัจฉริยะ 🤖 Roborock Saros Rover ถูกยกย่องเป็น robot vacuum ที่ดีที่สุด ด้วยความสามารถปีนบันไดและทำความสะอาดแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ไม่ต้องยกเครื่องขึ้นลงชั้นอีกต่อไป Boston Dynamics นำ Atlas หุ่นยนต์ humanoid เวอร์ชันพร้อมผลิตจริง มาอวด โดยจะเริ่มส่งมอบให้ Hyundai และ Google DeepMind ก่อนในปี 2028 ซึ่งหุ่นตัวนี้สามารถเล่นปิงปอง ผสมเครื่องดื่ม หรือแม้แต่ต่อยมวยได้อย่างคล่องแคล่ว Sharpa อีกหนึ่ง humanoid ที่สร้าง buzz ด้วยมือที่ยืดหยุ่นสูง สามารถแจกไพ่แบล็คแจ็คหรือเล่นกังฟูได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ยังมี Onero H1 robot ที่ช่วยงานบ้าน WheelMove สำหรับผู้พิการ และ Tombot หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง AI ที่ช่วยลดความเหงา ในฝั่ง wearable Meta Ray-Ban Display glasses เพิ่มฟีเจอร์ handwriting สำหรับส่งข้อความโดยไม่ต้องพิมพ์ และ IXI’s autofocusing lenses ที่ปรับโฟกัสอัตโนมัติสำหรับคนสายตายาวโดยไม่ต้องใช้กล้องติดตามดวงตา Lumus smartglasses มาพร้อม FOV กว้างถึง 70 องศา ทำให้ VR/AR สมจริงยิ่งขึ้น สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษใน CES 2026 👀 คงหนีไม่พ้นการบุกเบิกของ “Physical AI” ที่นำ AI มาผสานกับหุ่นยนต์จริงๆ ทำให้หุ่นเหล่านี้ไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่เริ่มมีความฉลาดแบบมนุษย์ เช่น การเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมหรือปรับตัวตามงานที่ได้รับมอบหมาย อย่างเช่น Unitree G1 ที่แสดงศิลปะการต่อสู้แบบ mixed martial arts หรือ LG Cloi Home Robot ที่ช่วยงานบ้านแบบ zero-labor นอกจากนี้ AI collectibles อย่าง Funko Pops และ Lego Smart Brick ที่ทำให้ชุด Lego สมาร์ทขึ้น สามารถเชื่อมต่อกับ app เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ interactive ได้ ก็เป็นอะไรที่ wow มากสำหรับแฟนๆ ของเล่น ในฝั่ง mobility Hyundai กำลังพัฒนาระบบ mass-produce สำหรับ Atlas และ Pioneer Sphera นำ Dolby Atmos มาใส่ในระบบเสียงรถยนต์ ทำให้การฟังเพลงในรถเหมือนอยู่ในคอนเสิร์ต สำหรับ gamer OneXPlayer Apex handheld มาพร้อม liquid cooler ภายนอกที่ระบายความร้อนได้ถึง 120W ทำให้เล่นเกมหนักๆ ได้นานขึ้นโดยไม่ร้อน GameSir Smart Drive prototype ที่มี force feedback ในพวงมาลัย ก็ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถจริงในเกม racing เทรนด์เด่นของปีนี้ชัดเจนมาก 📊: AI ครองทุกพื้นที่ ตั้งแต่ AI ในทีวี ที่ปรับภาพอัตโนมัติ AI ในแปรงสีฟันที่วิเคราะห์สุขภาพช่องปาก ไปจนถึง AI ในหุ่นยนต์ที่ช่วยงานบ้านหรือดูแลสุขภาพ “Physical AI” คือเทรนด์ใหม่ที่ทำให้ AI ออกจากหน้าจอมาสู่โลกจริง เช่น หุ่นยนต์ที่ซักผ้า ทำอาหารเช้า หรือแม้แต่เล่นเกมกับเรา เทรนด์ digital health ก็มาแรง ด้วยอุปกรณ์ wearable ที่ตรวจจับ brainwave หรือวิเคราะห์ bodily fluids เพื่อติดตามสุขภาพแบบ real-time เช่น Withings Body Scan 2 ที่สแกนร่างกายละเอียดยิบ Accessibility tech เน้นการทำให้ชีวิตง่ายขึ้นสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแว่นสำหรับคนพิการทางสายตาหรือหุ่นยนต์ช่วยเดิน Advanced mobility ยังคงเติบโต ด้วยรถ EV ที่ฉลาดขึ้นและระบบ edge computing ในรถยนต์ Sustainability แม้จะไม่ค่อยเด่นเท่าไร แต่มีบางอย่างอย่างวัสดุ ultra-light จาก Soramatex ที่ใช้ carbon powder เพื่อลดน้ำหนักและประหยัดพลังงาน หรือ power bank แบบ shareable จาก Nimble Champ Stack ที่ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ VR/AR ก็ก้าวหน้า ด้วยจอ OLED ที่มี subpixel RGB stripe ทำให้ภาพชัดเจนยิ่งขึ้น และ smart home ที่รองรับ Matter protocol ทำให้อุปกรณ์จากแบรนด์ต่างกันเชื่อมต่อได้ง่าย เช่น จาก Ikea, Aqara และ Amazon แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะ perfect ⚠️ เพราะมีสิ่งที่ผิดคาดจากนักข่าวสายเทคโนโลยีหลายอย่าง ประการแรกคือการขาดแคลนเทคโนโลยี sustainability ที่ชัดเจน แม้งานจะใหญ่โตแต่แทบไม่มี exhibitor ที่โฟกัสเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทำให้หลายคนผิดหวัง เพราะคาดว่าจะเห็นนวัตกรรม green มากกว่านี้ อีกเรื่องคือสถานการณ์อุตสาหกรรม PC ที่ย่ำแย่ เพราะ memory supplies ถูกเบี่ยงไปสนับสนุน AI ทำให้ PC ธรรมดาได้รับผลกระทบ และนักข่าวหลายคนยอมรับว่าปีนี้ PC ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ AI บางอย่างก็ดู dubious หรือเกินจริง เช่น AI สำหรับล้างรองเท้า (Brolan ClearX) หรือ AI collectibles ที่ดูเหมือน gimmick มากกว่าประโยชน์จริง นอกจากนี้ยังไม่มี “Trump phone” ที่หลายคนคาดเดาว่าจะโผล่มาที่งาน และการที่โดรนจีนอย่าง GDU P300 ต้องยกเลิก launch ใน US เนื่องจาก policy changes ก็เป็นเซอร์ไพรส์ที่ทำให้เห็นภาพ geopolitical tension ในวงการ tech กว้างขึ้น นักข่าวจาก The Verge ยังบอกว่าปีนี้มี weird gadgets เยอะ เช่น หุ่นยนต์เต้นรำหรือ bathroom tech ที่ personal เกินไป ทำให้รู้สึก dystopian และ lonely ในบางมุม แต่ในทางบวก เทรนด์ที่ไม่มีใครคาดอย่างการบุกของ humanoid จากจีน เช่น หุ่นที่เล่นปิงปองหรือต่อยมวย ก็ทำให้งานนี้เต็มไปด้วย surprise ที่สะท้อนการแข่งขัน US-China ใน physical AI โดยรวมแล้ว CES 2026 ⭐ คือการยืนยันว่าปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่ AI และ robotics จะเปลี่ยนชีวิตเราแบบถาวร แม้จะมีจุดผิดคาดบ้าง แต่ความว้าวจากนวัตกรรมเหล่านี้ ทำให้เราตื่นเต้นกับอนาคตที่กำลังมา ใครที่ติดตาม tech คงต้องจับตาดูว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะออกสู่ตลาดจริงเมื่อไหร่ และจะพลิกโฉมโลกอย่างไรต่อไป #ลุงเขียนหลานอ่าน
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 116 มุมมอง 0 รีวิว
  • สหราชอาณาจักรเอาจริง! เริ่มเอาผิดผู้ “สั่งให้ AI สร้างภาพลามกโดยไม่ได้รับความยินยอม” — Grok ถูกเพ่งเล็งเป็นรายแรก

    รัฐบาลอังกฤษประกาศว่าจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่ทำให้ การสร้างหรือ “ขอให้ AI สร้าง” ภาพลามกที่ไม่ยินยอม (non‑consensual intimate images) เป็นความผิดทางอาญาอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ หลังจากก่อนหน้านี้กฎหมายลงโทษเฉพาะ “การแชร์” deepfake เท่านั้น ไม่รวมผู้ที่เป็นคนสั่งให้ AI สร้างภาพเหล่านั้น

    การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก Grok ของ Elon Musk ถูกพบว่าสามารถสร้างภาพลามกของผู้เยาว์ได้โดยตรงบนแพลตฟอร์ม X ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงในสังคมและทำให้รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการทันที

    Grok ถูกสอบสวนเต็มรูปแบบ — เสี่ยงโดนปรับ 10% ของรายได้ทั่วโลก หรือถูกแบนทั้งประเทศ
    หน่วยงานกำกับดูแลสื่อของสหราชอาณาจักร (Ofcom) เปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อ Grok หลังพบว่า AI ของแพลตฟอร์มสามารถสร้างภาพลามกของเด็กได้โดยไม่กรองเนื้อหาใด ๆ ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างชัดเจน

    หาก Ofcom สรุปว่า Grok ละเมิดกฎหมาย
    อาจถูกปรับสูงสุด 10% ของรายได้ทั่วโลก
    หรืออาจถูก สั่งแบนทั้งบริการในสหราชอาณาจักร

    อินโดนีเซียและมาเลเซียได้บล็อก Grok ไปแล้วก่อนหน้านี้ ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่า UK อาจเป็นประเทศตะวันตกประเทศแรกที่แบนบริการนี้อย่างเป็นทางการ

    ปัญหาหลัก: Grok แก้ภาพลามกจากรูปใดก็ได้ — แม้เป็นเด็ก — ผ่านคำสั่ง @Grok บน X
    แม้ Grok จะมีแอปแยกที่ใช้งานแบบส่วนตัวได้ แต่ปัญหาที่รุนแรงคือ ผู้ใช้สามารถแท็ก @Grok ใต้รูปใดก็ได้บน X แล้วให้ AI สร้างภาพลามกทันทีแบบสาธารณะ

    ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือ Grok ไม่สามารถแยกแยะผู้เยาว์จากผู้ใหญ่ได้ ทำให้เกิดกรณีที่ภาพของนักแสดงวัย 13 ปีถูกเปลี่ยนเป็นภาพใส่บิกินี ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างชัดเจนและเป็นชนวนให้เกิดการสอบสวนครั้งนี้

    Musk โต้กลับรัฐบาล UK ว่า “ฟาสซิสต์” แต่ยอมรับว่าผู้ใช้ที่สั่งให้สร้างภาพผิดกฎหมายจะถูกลงโทษ
    Elon Musk วิจารณ์รัฐบาลอังกฤษว่ามีท่าที “ฟาสซิสต์” และเป็นการเซ็นเซอร์ แต่ก็ยอมรับว่าผู้ใช้ที่สั่งให้ Grok สร้างภาพผิดกฎหมายจะถูกลงโทษเช่นเดียวกับผู้ที่อัปโหลดภาพผิดกฎหมายเอง พร้อมทั้งย้าย Grok ไปอยู่หลัง paywall ให้เฉพาะผู้ใช้ X Premium เท่านั้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    UK เริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่
    การ “สั่งให้ AI สร้างภาพลามกที่ไม่ยินยอม” ถือเป็นความผิดอาญา
    เป็นการปิดช่องโหว่ที่ก่อนหน้านี้ลงโทษเฉพาะผู้แชร์ภาพ

    Grok ถูกสอบสวนอย่างหนัก
    Ofcom มีอำนาจปรับสูงสุด 10% ของรายได้ทั่วโลก
    อาจถูกแบนทั้งบริการใน UK
    เกิดจากกรณีสร้างภาพลามกของผู้เยาว์บนแพลตฟอร์ม X

    ความเสี่ยงและผลกระทบ
    ผู้ใช้ที่สั่งให้ AI สร้างภาพผิดกฎหมายจะถูกดำเนินคดี
    แพลตฟอร์มที่ไม่กรองเนื้อหาอาจถูกแบนหรือถูกปรับหนัก
    ความล้มเหลวของระบบกรองเนื้อหา AI อาจสร้างอันตรายต่อผู้เยาว์

    ประเด็นที่ต้องจับตา
    ผลการสอบสวนของ Ofcom จะกำหนดอนาคตของ Grok ใน UK
    ประเทศอื่นอาจออกกฎหมายคล้ายกัน
    การควบคุม AI ด้านเนื้อหาอาจเข้มงวดขึ้นทั่วโลก

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/grok-targeted-in-uk-law-over-sexually-explicit-ai-image-generation-uk-will-begin-prosecuting-illegal-prompting-this-week
    🇬🇧 สหราชอาณาจักรเอาจริง! เริ่มเอาผิดผู้ “สั่งให้ AI สร้างภาพลามกโดยไม่ได้รับความยินยอม” — Grok ถูกเพ่งเล็งเป็นรายแรก รัฐบาลอังกฤษประกาศว่าจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่ทำให้ การสร้างหรือ “ขอให้ AI สร้าง” ภาพลามกที่ไม่ยินยอม (non‑consensual intimate images) เป็นความผิดทางอาญาอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ หลังจากก่อนหน้านี้กฎหมายลงโทษเฉพาะ “การแชร์” deepfake เท่านั้น ไม่รวมผู้ที่เป็นคนสั่งให้ AI สร้างภาพเหล่านั้น การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก Grok ของ Elon Musk ถูกพบว่าสามารถสร้างภาพลามกของผู้เยาว์ได้โดยตรงบนแพลตฟอร์ม X ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงในสังคมและทำให้รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการทันที 🚨 Grok ถูกสอบสวนเต็มรูปแบบ — เสี่ยงโดนปรับ 10% ของรายได้ทั่วโลก หรือถูกแบนทั้งประเทศ หน่วยงานกำกับดูแลสื่อของสหราชอาณาจักร (Ofcom) เปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อ Grok หลังพบว่า AI ของแพลตฟอร์มสามารถสร้างภาพลามกของเด็กได้โดยไม่กรองเนื้อหาใด ๆ ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างชัดเจน หาก Ofcom สรุปว่า Grok ละเมิดกฎหมาย 💠 อาจถูกปรับสูงสุด 10% ของรายได้ทั่วโลก 💠 หรืออาจถูก สั่งแบนทั้งบริการในสหราชอาณาจักร อินโดนีเซียและมาเลเซียได้บล็อก Grok ไปแล้วก่อนหน้านี้ ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่า UK อาจเป็นประเทศตะวันตกประเทศแรกที่แบนบริการนี้อย่างเป็นทางการ 🧨 ปัญหาหลัก: Grok แก้ภาพลามกจากรูปใดก็ได้ — แม้เป็นเด็ก — ผ่านคำสั่ง @Grok บน X แม้ Grok จะมีแอปแยกที่ใช้งานแบบส่วนตัวได้ แต่ปัญหาที่รุนแรงคือ ผู้ใช้สามารถแท็ก @Grok ใต้รูปใดก็ได้บน X แล้วให้ AI สร้างภาพลามกทันทีแบบสาธารณะ ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือ Grok ไม่สามารถแยกแยะผู้เยาว์จากผู้ใหญ่ได้ ทำให้เกิดกรณีที่ภาพของนักแสดงวัย 13 ปีถูกเปลี่ยนเป็นภาพใส่บิกินี ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างชัดเจนและเป็นชนวนให้เกิดการสอบสวนครั้งนี้ 🗣️ Musk โต้กลับรัฐบาล UK ว่า “ฟาสซิสต์” แต่ยอมรับว่าผู้ใช้ที่สั่งให้สร้างภาพผิดกฎหมายจะถูกลงโทษ Elon Musk วิจารณ์รัฐบาลอังกฤษว่ามีท่าที “ฟาสซิสต์” และเป็นการเซ็นเซอร์ แต่ก็ยอมรับว่าผู้ใช้ที่สั่งให้ Grok สร้างภาพผิดกฎหมายจะถูกลงโทษเช่นเดียวกับผู้ที่อัปโหลดภาพผิดกฎหมายเอง พร้อมทั้งย้าย Grok ไปอยู่หลัง paywall ให้เฉพาะผู้ใช้ X Premium เท่านั้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ UK เริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ ➡️ การ “สั่งให้ AI สร้างภาพลามกที่ไม่ยินยอม” ถือเป็นความผิดอาญา ➡️ เป็นการปิดช่องโหว่ที่ก่อนหน้านี้ลงโทษเฉพาะผู้แชร์ภาพ ✅ Grok ถูกสอบสวนอย่างหนัก ➡️ Ofcom มีอำนาจปรับสูงสุด 10% ของรายได้ทั่วโลก ➡️ อาจถูกแบนทั้งบริการใน UK ➡️ เกิดจากกรณีสร้างภาพลามกของผู้เยาว์บนแพลตฟอร์ม X ‼️ ความเสี่ยงและผลกระทบ ⛔ ผู้ใช้ที่สั่งให้ AI สร้างภาพผิดกฎหมายจะถูกดำเนินคดี ⛔ แพลตฟอร์มที่ไม่กรองเนื้อหาอาจถูกแบนหรือถูกปรับหนัก ⛔ ความล้มเหลวของระบบกรองเนื้อหา AI อาจสร้างอันตรายต่อผู้เยาว์ ‼️ ประเด็นที่ต้องจับตา ⛔ ผลการสอบสวนของ Ofcom จะกำหนดอนาคตของ Grok ใน UK ⛔ ประเทศอื่นอาจออกกฎหมายคล้ายกัน ⛔ การควบคุม AI ด้านเนื้อหาอาจเข้มงวดขึ้นทั่วโลก https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/grok-targeted-in-uk-law-over-sexually-explicit-ai-image-generation-uk-will-begin-prosecuting-illegal-prompting-this-week
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 59 มุมมอง 0 รีวิว
  • Jensen Huang: “God AI ไม่มีอยู่จริง” — ซีอีโอ Nvidia โต้กระแส Doomer ว่าทำร้ายวงการอย่างรุนแรง

    Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ No Priors โดยกล่าวอย่างชัดเจนว่ากระแส “doomer narrative” หรือแนวคิดที่ว่า AI จะทำลายโลก เป็นสิ่งที่ “ทำร้ายอย่างมาก” ทั้งต่ออุตสาหกรรม ผู้คน และรัฐบาล เขามองว่าผู้มีอิทธิพลหลายคนกำลังสร้างภาพ AI แบบไซไฟเกินจริง จนทำให้สังคมหวาดกลัวโดยไม่จำเป็น

    “God AI” ยังห่างไกลระดับจักรวาล ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดเร็ว ๆ นี้
    Huang ระบุว่าแนวคิด “God AI” — AI ที่เข้าใจทุกภาษา ตั้งแต่ภาษามนุษย์ไปจนถึงภาษาของโมเลกุล โปรตีน และฟิสิกส์ — เป็นสิ่งที่ไม่มีนักวิจัยคนใดมีความสามารถสร้างได้ในตอนนี้ และถ้าจะเกิดขึ้นจริงก็ต้องเป็นระดับ “จักรวาลหรือพระคัมภีร์” ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดในเร็ววันหรือ “สัปดาห์หน้า” อย่างที่บางคนกังวล

    เขายังเสริมว่าเขา “ไม่ต้องการให้มี God AI” เพราะการมีอำนาจรวมศูนย์ในบริษัทหรือรัฐใดรัฐหนึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายเกินไป และถ้าจะไปถึงจุดนั้น “เราควรหยุดทุกอย่างตั้งแต่ตอนนี้”

    AI ควรถูกใช้เพื่อยกระดับมนุษย์ ไม่ใช่ทำให้หวาดกลัว
    Huang ย้ำว่าเป้าหมายของ AI ควรเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของมนุษย์ เช่น การแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ซึ่งเขาเคยกล่าวว่า “หุ่นยนต์คือ AI immigrants” ที่จะช่วยเติมเต็มแรงงานในอนาคต อย่างไรก็ตาม เขาก็ยอมรับว่าผลลัพธ์ในโลกจริงยังไม่สวยงามนัก เช่น งานวิจัยจาก Stanford ที่พบว่าประกาศรับสมัครงานลดลง 13% ใน 3 ปี และ 95% ของโครงการ AI ไม่ส่งผลต่อกำไรบริษัทตามรายงานของ Fortune

    แม้มีข้อกังวล แต่การลงทุนด้าน AI ยังคงพุ่งทะยาน
    แม้จะมีเสียงวิจารณ์และความกังวล แต่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยังคงเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่อง เช่น Meta ที่เพิ่งประกาศสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 6 กิกะวัตต์เพื่อรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ AI ตามแนวทางเดียวกับโครงการ Stargate ของ OpenAI

    สรุปประเด็นสำคัญ
    มุมมองของ Jensen Huang ต่อ AI
    “God AI” เป็นเรื่องไกลเกินกว่าจะเกิดขึ้นในยุคนี้
    ไม่ต้องการให้มี AI ระดับพระเจ้าเพราะอันตรายต่อมนุษยชาติ
    เชื่อว่ากระแส doomer ทำร้ายวงการและสังคมอย่างมาก

    สถานการณ์ AI ในโลกจริง
    AI ยังไม่ส่งผลต่อกำไรบริษัทส่วนใหญ่
    จำนวนงานลดลงบางส่วนจากการนำ AI มาใช้
    อุตสาหกรรมยังคงลงทุนหนักในโครงสร้างพื้นฐาน AI

    ข้อกังวลที่ต้องจับตา
    ความกลัว AI อาจทำให้เกิดนโยบายที่จำกัดนวัตกรรม
    การรวมศูนย์อำนาจ AI ในองค์กรใหญ่เสี่ยงต่อความมั่นคง
    การลงทุนด้านพลังงานมหาศาลอาจสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/jensen-huang-claims-that-god-ai-is-a-myth-nvidia-chief-says-doomer-narrative-is-extremely-hurtful
    🤖 Jensen Huang: “God AI ไม่มีอยู่จริง” — ซีอีโอ Nvidia โต้กระแส Doomer ว่าทำร้ายวงการอย่างรุนแรง Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ No Priors โดยกล่าวอย่างชัดเจนว่ากระแส “doomer narrative” หรือแนวคิดที่ว่า AI จะทำลายโลก เป็นสิ่งที่ “ทำร้ายอย่างมาก” ทั้งต่ออุตสาหกรรม ผู้คน และรัฐบาล เขามองว่าผู้มีอิทธิพลหลายคนกำลังสร้างภาพ AI แบบไซไฟเกินจริง จนทำให้สังคมหวาดกลัวโดยไม่จำเป็น 🛑 “God AI” ยังห่างไกลระดับจักรวาล ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดเร็ว ๆ นี้ Huang ระบุว่าแนวคิด “God AI” — AI ที่เข้าใจทุกภาษา ตั้งแต่ภาษามนุษย์ไปจนถึงภาษาของโมเลกุล โปรตีน และฟิสิกส์ — เป็นสิ่งที่ไม่มีนักวิจัยคนใดมีความสามารถสร้างได้ในตอนนี้ และถ้าจะเกิดขึ้นจริงก็ต้องเป็นระดับ “จักรวาลหรือพระคัมภีร์” ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดในเร็ววันหรือ “สัปดาห์หน้า” อย่างที่บางคนกังวล เขายังเสริมว่าเขา “ไม่ต้องการให้มี God AI” เพราะการมีอำนาจรวมศูนย์ในบริษัทหรือรัฐใดรัฐหนึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายเกินไป และถ้าจะไปถึงจุดนั้น “เราควรหยุดทุกอย่างตั้งแต่ตอนนี้” 🧠 AI ควรถูกใช้เพื่อยกระดับมนุษย์ ไม่ใช่ทำให้หวาดกลัว Huang ย้ำว่าเป้าหมายของ AI ควรเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของมนุษย์ เช่น การแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ซึ่งเขาเคยกล่าวว่า “หุ่นยนต์คือ AI immigrants” ที่จะช่วยเติมเต็มแรงงานในอนาคต อย่างไรก็ตาม เขาก็ยอมรับว่าผลลัพธ์ในโลกจริงยังไม่สวยงามนัก เช่น งานวิจัยจาก Stanford ที่พบว่าประกาศรับสมัครงานลดลง 13% ใน 3 ปี และ 95% ของโครงการ AI ไม่ส่งผลต่อกำไรบริษัทตามรายงานของ Fortune ⚡ แม้มีข้อกังวล แต่การลงทุนด้าน AI ยังคงพุ่งทะยาน แม้จะมีเสียงวิจารณ์และความกังวล แต่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยังคงเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่อง เช่น Meta ที่เพิ่งประกาศสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 6 กิกะวัตต์เพื่อรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ AI ตามแนวทางเดียวกับโครงการ Stargate ของ OpenAI 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ มุมมองของ Jensen Huang ต่อ AI ➡️ “God AI” เป็นเรื่องไกลเกินกว่าจะเกิดขึ้นในยุคนี้ ➡️ ไม่ต้องการให้มี AI ระดับพระเจ้าเพราะอันตรายต่อมนุษยชาติ ➡️ เชื่อว่ากระแส doomer ทำร้ายวงการและสังคมอย่างมาก ✅ สถานการณ์ AI ในโลกจริง ➡️ AI ยังไม่ส่งผลต่อกำไรบริษัทส่วนใหญ่ ➡️ จำนวนงานลดลงบางส่วนจากการนำ AI มาใช้ ➡️ อุตสาหกรรมยังคงลงทุนหนักในโครงสร้างพื้นฐาน AI ‼️ ข้อกังวลที่ต้องจับตา ⛔ ความกลัว AI อาจทำให้เกิดนโยบายที่จำกัดนวัตกรรม ⛔ การรวมศูนย์อำนาจ AI ในองค์กรใหญ่เสี่ยงต่อความมั่นคง ⛔ การลงทุนด้านพลังงานมหาศาลอาจสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม https://www.tomshardware.com/tech-industry/artificial-intelligence/jensen-huang-claims-that-god-ai-is-a-myth-nvidia-chief-says-doomer-narrative-is-extremely-hurtful
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 66 มุมมอง 0 รีวิว
  • โดรน 3D‑Printed ที่เร็วที่สุดในโลก! พุ่งทะลุ 408 mph ทำลายสถิติโลกอีกครั้ง

    โดรน Peregreen V4 ที่สร้างโดยวิศวกรและยูทูบเบอร์ Luke Maximo Bell ร่วมกับคุณพ่อ ได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ว่าเป็น โดรนที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วเฉลี่ยสองรันที่ 657 km/h และความเร็วสูงสุดพร้อมแรงลมส่งที่ 408 mph (659 km/h) ความสำเร็จนี้ทำให้ทั้งคู่กลับมาครองตำแหน่งอีกครั้ง หลังจากถูกทำลายสถิติโดยวิศวกรออสเตรเลีย Ben Biggs ในปีที่ผ่านมา

    โครงสร้าง 3D‑Printed เต็มรูปแบบ + การออกแบบอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง
    ตัวโดรนถูกพิมพ์ด้วย Bambu Lab H2D โดยใช้วัสดุหลายชนิด เช่น PETG, PA6‑CF และ TPU เพื่อให้ได้ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และทนความร้อนตามต้องการ โครงสร้างถูกพิมพ์เป็นชิ้นเดียวเพื่อให้ผิวเรียบและลดแรงต้านอากาศอย่างมาก ทีมงานใช้ CFD (Computational Fluid Dynamics) และแพลตฟอร์ม AirShaper เพื่อปรับแต่งรูปทรงให้ลู่ลมที่สุด ก่อนจะขัดและขัดเงาเพื่อให้ได้ผิวที่สมบูรณ์แบบ

    มอเตอร์ T‑Motor 3120 + ใบพัดปรับแต่งพิเศษ = ความเร็วระดับจรวด
    ทีมงานทดสอบมอเตอร์หลายรุ่น เช่น AOS Supernova และ AMX 2826 ก่อนเลือก T‑Motor 3120 เพราะให้ความเสถียรด้านอุณหภูมิและไม่เกิดการสึกหรอระหว่างทดสอบ พวกเขายังเพิ่มค่า KV จาก 800 เป็น 900 เพื่อให้รอบสูงขึ้นและทำความเร็วปลายได้มากกว่าเดิม ใบพัดถูกตัดจากขนาด 7×5 นิ้วเหลือประมาณ 6 นิ้วเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพที่ความเร็วสูงมากๆ

    มากกว่าสถิติ — เป็นสัญลักษณ์ของยุค DIY ที่พัฒนาเร็วแบบก้าวกระโดด
    Peregreen V4 แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีระดับอากาศยานที่เคยต้องใช้ห้องแลปเฉพาะทาง ตอนนี้สามารถทำได้ด้วย 3D printer บนโต๊ะทำงาน + ซอฟต์แวร์จำลอง + ความพยายามไม่ย่อท้อ โลกของ DIY drone กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ความเร็วระดับ 600–700 km/h อาจกลายเป็นมาตรฐาน และ Luke เองก็ทิ้งท้ายว่า “สถิตินี้ไม่น่าจะอยู่ได้นาน” เพราะเขาคาดหวังให้คนอื่นทำลายมันในเร็วๆ นี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สถิติใหม่ระดับโลก
    ความเร็วสูงสุด 659 km/h และเฉลี่ยสองรัน 657 km/h
    เร็วกว่าเจ้าของสถิติก่อนหน้า 14 km/h

    เทคโนโลยีและการออกแบบ
    โครงสร้าง 3D‑printed เต็มรูปแบบด้วย Bambu Lab H2D
    ใช้ CFD และ AirShaper ปรับอากาศพลศาสตร์
    มอเตอร์ T‑Motor 3120 + ใบพัดปรับแต่งพิเศษ

    ข้อควรระวัง / ความท้าทาย
    ความเร็วระดับนี้ต้องการพื้นที่ทดสอบปลอดภัยสูง
    ความร้อนและแรงสั่นสะเทือนอาจทำให้ชิ้นส่วนเสียหายได้
    ต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านอากาศพลศาสตร์และอิเล็กทรอนิกส์

    สิ่งที่ต้องจับตา
    ใครจะเป็นผู้ท้าชิงสถิติรายต่อไป
    การพัฒนาใบพัดและมอเตอร์รุ่นใหม่สำหรับความเร็วเกิน 700 km/h
    บทบาทของ 3D printing ในวงการอากาศยานขนาดเล็ก

    https://www.tomshardware.com/3d-printing/fully-3d-printed-drone-capable-of-flying-at-408-mph-is-the-fastest-in-the-world-father-son-duo-reclaim-guinness-world-record-title-with-diy-quadcopter
    🚀 โดรน 3D‑Printed ที่เร็วที่สุดในโลก! พุ่งทะลุ 408 mph ทำลายสถิติโลกอีกครั้ง โดรน Peregreen V4 ที่สร้างโดยวิศวกรและยูทูบเบอร์ Luke Maximo Bell ร่วมกับคุณพ่อ ได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ว่าเป็น โดรนที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วเฉลี่ยสองรันที่ 657 km/h และความเร็วสูงสุดพร้อมแรงลมส่งที่ 408 mph (659 km/h) ความสำเร็จนี้ทำให้ทั้งคู่กลับมาครองตำแหน่งอีกครั้ง หลังจากถูกทำลายสถิติโดยวิศวกรออสเตรเลีย Ben Biggs ในปีที่ผ่านมา 🧩 โครงสร้าง 3D‑Printed เต็มรูปแบบ + การออกแบบอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง ตัวโดรนถูกพิมพ์ด้วย Bambu Lab H2D โดยใช้วัสดุหลายชนิด เช่น PETG, PA6‑CF และ TPU เพื่อให้ได้ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และทนความร้อนตามต้องการ โครงสร้างถูกพิมพ์เป็นชิ้นเดียวเพื่อให้ผิวเรียบและลดแรงต้านอากาศอย่างมาก ทีมงานใช้ CFD (Computational Fluid Dynamics) และแพลตฟอร์ม AirShaper เพื่อปรับแต่งรูปทรงให้ลู่ลมที่สุด ก่อนจะขัดและขัดเงาเพื่อให้ได้ผิวที่สมบูรณ์แบบ ⚡ มอเตอร์ T‑Motor 3120 + ใบพัดปรับแต่งพิเศษ = ความเร็วระดับจรวด ทีมงานทดสอบมอเตอร์หลายรุ่น เช่น AOS Supernova และ AMX 2826 ก่อนเลือก T‑Motor 3120 เพราะให้ความเสถียรด้านอุณหภูมิและไม่เกิดการสึกหรอระหว่างทดสอบ พวกเขายังเพิ่มค่า KV จาก 800 เป็น 900 เพื่อให้รอบสูงขึ้นและทำความเร็วปลายได้มากกว่าเดิม ใบพัดถูกตัดจากขนาด 7×5 นิ้วเหลือประมาณ 6 นิ้วเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพที่ความเร็วสูงมากๆ 🏁 มากกว่าสถิติ — เป็นสัญลักษณ์ของยุค DIY ที่พัฒนาเร็วแบบก้าวกระโดด Peregreen V4 แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีระดับอากาศยานที่เคยต้องใช้ห้องแลปเฉพาะทาง ตอนนี้สามารถทำได้ด้วย 3D printer บนโต๊ะทำงาน + ซอฟต์แวร์จำลอง + ความพยายามไม่ย่อท้อ โลกของ DIY drone กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ความเร็วระดับ 600–700 km/h อาจกลายเป็นมาตรฐาน และ Luke เองก็ทิ้งท้ายว่า “สถิตินี้ไม่น่าจะอยู่ได้นาน” เพราะเขาคาดหวังให้คนอื่นทำลายมันในเร็วๆ นี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สถิติใหม่ระดับโลก ➡️ ความเร็วสูงสุด 659 km/h และเฉลี่ยสองรัน 657 km/h ➡️ เร็วกว่าเจ้าของสถิติก่อนหน้า 14 km/h ✅ เทคโนโลยีและการออกแบบ ➡️ โครงสร้าง 3D‑printed เต็มรูปแบบด้วย Bambu Lab H2D ➡️ ใช้ CFD และ AirShaper ปรับอากาศพลศาสตร์ ➡️ มอเตอร์ T‑Motor 3120 + ใบพัดปรับแต่งพิเศษ ‼️ ข้อควรระวัง / ความท้าทาย ⛔ ความเร็วระดับนี้ต้องการพื้นที่ทดสอบปลอดภัยสูง ⛔ ความร้อนและแรงสั่นสะเทือนอาจทำให้ชิ้นส่วนเสียหายได้ ⛔ ต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านอากาศพลศาสตร์และอิเล็กทรอนิกส์ ‼️ สิ่งที่ต้องจับตา ⛔ ใครจะเป็นผู้ท้าชิงสถิติรายต่อไป ⛔ การพัฒนาใบพัดและมอเตอร์รุ่นใหม่สำหรับความเร็วเกิน 700 km/h ⛔ บทบาทของ 3D printing ในวงการอากาศยานขนาดเล็ก https://www.tomshardware.com/3d-printing/fully-3d-printed-drone-capable-of-flying-at-408-mph-is-the-fastest-in-the-world-father-son-duo-reclaim-guinness-world-record-title-with-diy-quadcopter
    WWW.TOMSHARDWARE.COM
    Fully 3D-printed drone capable of flying at 408 mph is the fastest in the world
    The Peregreen V4 reclaimed the world’s fastest drone title after pushing past a rival’s 626 kmph record.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 64 มุมมอง 0 รีวิว
  • อิหร่านปิด Starlink ด้วยสัญญาณรบกวนระดับทหาร – ทรัมป์ประกาศจะคุยกับ Elon Musk เพื่อกู้คืนอินเทอร์เน็ตให้ประชาชน

    รายงานจาก IranWire ระบุว่า ท่ามกลางการประท้วงครั้งใหญ่ รัฐบาลอิหร่านได้ตัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทุกช่องทาง รวมถึงการปิดกั้น Starlink ซึ่งก่อนหน้านี้มักเป็น “ทางรอดสุดท้าย” ของประชาชนในช่วงที่รัฐปิดสัญญาณมือถือและอินเทอร์เน็ตพื้นฐาน การปิดกั้นครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้ง เพราะมีการตรวจพบ สัญญาณรบกวนระดับทหาร (military‑grade jamming) ที่พุ่งเป้าไปยังดาวเทียม Starlink โดยตรง ทำให้ทราฟฟิกถูกตัดไปมากถึง 80%

    ผู้เชี่ยวชาญชี้ อิหร่านอาจใช้เทคโนโลยีจากจีนหรือรัสเซีย
    นักวิจัยด้านอินเทอร์เน็ต Amir Rashidi ให้ข้อมูลว่าเทคนิคการรบกวนครั้งนี้ “ซับซ้อนและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” และมีความเป็นไปได้สูงว่าอิหร่านได้รับเทคโนโลยีจากจีนหรือรัสเซีย แม้จะไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าพัฒนาเองก็ตาม การโจมตีลักษณะนี้ทำให้แม้แต่ระบบดาวเทียมที่ออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดกั้นก็ยังถูกทำให้ใช้งานไม่ได้ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังใช้มาตรการขั้นสูงสุดเพื่อควบคุมข้อมูลข่าวสารภายในประเทศ

    บริการอินเทอร์เน็ตภาครัฐเริ่มกลับมาแบบคัดกรอง – ประชาชนยังถูกตัดขาด
    หลังจากปิดกั้นทั้งหมด รัฐบาลเริ่มเปิดให้บริการเฉพาะบางส่วน เช่น ช่องทาง Telegram ที่สนับสนุนรัฐบาล สื่อของรัฐ และเครือข่ายมหาวิทยาลัยบางแห่ง ผ่านระบบ “white‑listing” ซึ่งหมายความว่าประชาชนทั่วไปยังคงถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับการประท้วง การเสียชีวิต และการจับกุมจำนวนมากยังถูกจำกัดไม่ให้เผยแพร่สู่สากล

    ทรัมป์ประกาศจะคุยกับ Elon Musk เพื่อช่วยกู้คืนอินเทอร์เน็ตให้ชาวอิหร่าน
    ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเขาจะติดต่อ Elon Musk เพื่อหาวิธีฟื้นฟูการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้ประชาชนอิหร่าน โดยย้ำว่า Musk “เก่งเรื่องนี้มาก” และ Starlink เป็นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยประชาชนในสถานการณ์วิกฤตได้ แม้ยังไม่ชัดเจนว่าการสนับสนุนจากสหรัฐฯ จะช่วยลดผลกระทบจากการรบกวนสัญญาณระดับทหารได้มากน้อยเพียงใด แต่เป็นสัญญาณว่าประเด็นนี้กำลังกลายเป็นเรื่องระหว่างประเทศที่จับตามองอย่างใกล้ชิด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่เกิดขึ้นในอิหร่าน
    รัฐบาลตัดอินเทอร์เน็ตทุกช่องทางทั่วประเทศ
    Starlink ถูกโจมตีด้วยสัญญาณรบกวนระดับทหาร ทำให้ใช้งานไม่ได้กว่า 80%
    บริการภาครัฐบางส่วนกลับมาแบบคัดกรองผ่าน white‑listing

    ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ
    การรบกวนมีความซับซ้อนสูงและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
    อาจใช้เทคโนโลยีจากจีนหรือรัสเซีย

    ความเสี่ยงและผลกระทบ
    ประชาชนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
    การควบคุมข้อมูลทำให้สถานการณ์ความรุนแรงถูกปิดบัง
    การโจมตี Starlink อาจเป็นสัญญาณของการยกระดับสงครามไซเบอร์

    ประเด็นที่ต้องจับตา
    การพูดคุยระหว่างทรัมป์และ Elon Musk จะนำไปสู่การแก้ปัญหาได้หรือไม่
    อิหร่านจะขยายการปิดกั้นนานแค่ไหน (ครั้งก่อนยาว 12 วัน)
    ความเคลื่อนไหวของจีนและรัสเซียในเบื้องหลังเทคโนโลยีรบกวน

    https://www.tomshardware.com/service-providers/network-providers/iran-government-takes-down-starlink-amidst-civil-unrest-with-military-grade-jamming-signals-report-claims-president-trump-vows-to-speak-to-elon-musk-to-restore-internet-in-crisis-hit-country
    🌐 อิหร่านปิด Starlink ด้วยสัญญาณรบกวนระดับทหาร – ทรัมป์ประกาศจะคุยกับ Elon Musk เพื่อกู้คืนอินเทอร์เน็ตให้ประชาชน รายงานจาก IranWire ระบุว่า ท่ามกลางการประท้วงครั้งใหญ่ รัฐบาลอิหร่านได้ตัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทุกช่องทาง รวมถึงการปิดกั้น Starlink ซึ่งก่อนหน้านี้มักเป็น “ทางรอดสุดท้าย” ของประชาชนในช่วงที่รัฐปิดสัญญาณมือถือและอินเทอร์เน็ตพื้นฐาน การปิดกั้นครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้ง เพราะมีการตรวจพบ สัญญาณรบกวนระดับทหาร (military‑grade jamming) ที่พุ่งเป้าไปยังดาวเทียม Starlink โดยตรง ทำให้ทราฟฟิกถูกตัดไปมากถึง 80% 🛰️ ผู้เชี่ยวชาญชี้ อิหร่านอาจใช้เทคโนโลยีจากจีนหรือรัสเซีย นักวิจัยด้านอินเทอร์เน็ต Amir Rashidi ให้ข้อมูลว่าเทคนิคการรบกวนครั้งนี้ “ซับซ้อนและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” และมีความเป็นไปได้สูงว่าอิหร่านได้รับเทคโนโลยีจากจีนหรือรัสเซีย แม้จะไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าพัฒนาเองก็ตาม การโจมตีลักษณะนี้ทำให้แม้แต่ระบบดาวเทียมที่ออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดกั้นก็ยังถูกทำให้ใช้งานไม่ได้ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังใช้มาตรการขั้นสูงสุดเพื่อควบคุมข้อมูลข่าวสารภายในประเทศ 📰 บริการอินเทอร์เน็ตภาครัฐเริ่มกลับมาแบบคัดกรอง – ประชาชนยังถูกตัดขาด หลังจากปิดกั้นทั้งหมด รัฐบาลเริ่มเปิดให้บริการเฉพาะบางส่วน เช่น ช่องทาง Telegram ที่สนับสนุนรัฐบาล สื่อของรัฐ และเครือข่ายมหาวิทยาลัยบางแห่ง ผ่านระบบ “white‑listing” ซึ่งหมายความว่าประชาชนทั่วไปยังคงถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับการประท้วง การเสียชีวิต และการจับกุมจำนวนมากยังถูกจำกัดไม่ให้เผยแพร่สู่สากล 🇺🇸 ทรัมป์ประกาศจะคุยกับ Elon Musk เพื่อช่วยกู้คืนอินเทอร์เน็ตให้ชาวอิหร่าน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเขาจะติดต่อ Elon Musk เพื่อหาวิธีฟื้นฟูการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้ประชาชนอิหร่าน โดยย้ำว่า Musk “เก่งเรื่องนี้มาก” และ Starlink เป็นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยประชาชนในสถานการณ์วิกฤตได้ แม้ยังไม่ชัดเจนว่าการสนับสนุนจากสหรัฐฯ จะช่วยลดผลกระทบจากการรบกวนสัญญาณระดับทหารได้มากน้อยเพียงใด แต่เป็นสัญญาณว่าประเด็นนี้กำลังกลายเป็นเรื่องระหว่างประเทศที่จับตามองอย่างใกล้ชิด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่เกิดขึ้นในอิหร่าน ➡️ รัฐบาลตัดอินเทอร์เน็ตทุกช่องทางทั่วประเทศ ➡️ Starlink ถูกโจมตีด้วยสัญญาณรบกวนระดับทหาร ทำให้ใช้งานไม่ได้กว่า 80% ➡️ บริการภาครัฐบางส่วนกลับมาแบบคัดกรองผ่าน white‑listing ✅ ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ➡️ การรบกวนมีความซับซ้อนสูงและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ➡️ อาจใช้เทคโนโลยีจากจีนหรือรัสเซีย ‼️ ความเสี่ยงและผลกระทบ ⛔ ประชาชนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ⛔ การควบคุมข้อมูลทำให้สถานการณ์ความรุนแรงถูกปิดบัง ⛔ การโจมตี Starlink อาจเป็นสัญญาณของการยกระดับสงครามไซเบอร์ ‼️ ประเด็นที่ต้องจับตา ⛔ การพูดคุยระหว่างทรัมป์และ Elon Musk จะนำไปสู่การแก้ปัญหาได้หรือไม่ ⛔ อิหร่านจะขยายการปิดกั้นนานแค่ไหน (ครั้งก่อนยาว 12 วัน) ⛔ ความเคลื่อนไหวของจีนและรัสเซียในเบื้องหลังเทคโนโลยีรบกวน https://www.tomshardware.com/service-providers/network-providers/iran-government-takes-down-starlink-amidst-civil-unrest-with-military-grade-jamming-signals-report-claims-president-trump-vows-to-speak-to-elon-musk-to-restore-internet-in-crisis-hit-country
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 64 มุมมอง 0 รีวิว
  • Nvidia N1X โผล่อีกครั้ง! หลุดจากเอกสารขนส่ง เผย Dell เคยทดลองใส่ใน XPS รุ่นใหม่

    บทความรายงานว่าแม้ Nvidia จะไม่เปิดตัว N1/N1X ในงาน CES 2026 แต่ข้อมูลใหม่จาก shipping manifest กลับเผยว่า Dell เคยทดสอบชิป N1X ES2 บนโน้ตบุ๊กที่ชื่อ Dell 16 Premium ซึ่งต่อมาถูกรีแบรนด์กลับเป็น Dell XPS ในช่วงท้ายของการพัฒนา นั่นหมายความว่า Dell อาจเคยพิจารณานำ N1X ลงใน XPS รุ่นใหม่จริงก่อนจะยกเลิกในภายหลัง

    N1X คืออะไร? — ชิป ARM + GPU ระดับ RTX 5070 ที่ไม่เคยได้ออกสู่ตลาด
    N1X ถูกลือว่าเป็น SoC ที่รวม
    GPU ระดับ RTX 5070 (6,144 CUDA cores)
    CPU ARM 20 คอร์ สถาปัตยกรรม Grace
    พัฒนาโดย Nvidia ร่วมกับ MediaTek

    ชิปตระกูล N1 ถูกยืนยันว่ามีตัวตนจริง เพราะเป็นพื้นฐานของ GB10 Superchip ใน DGX Spark ตามคำกล่าวของ Jensen Huang เอง แต่เวอร์ชันสำหรับผู้ใช้ทั่วไป (N1/N1X) ไม่เคยถูกปล่อยออกมาเลย

    ทำไมมันถึงไม่ออกตลาด? — ปัจจัยหลายด้านอาจทำให้โปรเจกต์ถูกพับ
    บทความชี้ว่าการที่ Dell เปลี่ยนชื่อรุ่นในช่วงท้าย และไม่มีการเปิดตัว N1X อาจสะท้อนว่าโปรเจกต์ถูกยกเลิกในนาทีสุดท้าย ทั้งจากฝั่ง Dell และ Nvidia เอง นอกจากนี้ยังมี “ช้างตัวใหญ่ในห้อง” คือ ดีลความร่วมมือระหว่าง Nvidia กับ Intel ในการพัฒนา x86 RTX SoC ซึ่งอาจทำให้ N1X กลายเป็นคู่แข่งภายในโดยไม่ตั้งใจ

    ถ้า N1X ออกจริง จะเป็นการกลับมาของ Nvidia ในตลาด CPU ผู้บริโภคครั้งแรกในรอบทศวรรษ
    Nvidia เคยทำ CPU ARM สำหรับผู้ใช้ทั่วไปครั้งสุดท้ายในยุค Tegra X1 (Nintendo Switch) หลังจากนั้นก็หันไปทำเฉพาะชิปสำหรับองค์กร หาก N1X ได้ออกจริง มันจะเป็นคู่แข่งตรงของ Ryzen APU และ Qualcomm Windows‑on‑ARM แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าโอกาสนั้นจะเลือนลางลงเรื่อย ๆ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับ N1X
    หลุดจากเอกสารขนส่งว่า Dell เคยทดสอบ N1X ES2
    อาจเคยถูกพิจารณาให้ลงใน XPS รุ่นใหม่
    การรีแบรนด์รุ่นอาจบ่งชี้ว่าถูกยกเลิกในช่วงท้าย

    สเปกและความสำคัญของ N1X
    GPU ระดับ RTX 5070 + CPU ARM 20 คอร์
    เป็นการกลับมาของ Nvidia ในตลาด CPU ผู้บริโภค
    ใช้สถาปัตยกรรมร่วมกับ MediaTek

    เหตุผลที่อาจทำให้โปรเจกต์ถูกพับ
    ความร่วมมือ Nvidia–Intel อาจทับซ้อนทิศทางผลิตภัณฑ์
    Windows‑on‑ARM ยังไม่ดึงดูดตลาดมากพอ
    ความเสี่ยงด้านต้นทุนและกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์

    สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
    Nvidia จะกลับมาทำ CPU ผู้บริโภคหรือไม่
    Dell จะมีรุ่นทดลองอื่นที่ใช้ ARM SoC หรือไม่
    ชะตากรรมของ N1/N1X จะถูกเปิดเผยในงานใหญ่ครั้งต่อไปหรือไม่

    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/nvidias-elusive-n1x-soc-leaks-out-again-shipping-manifest-reveals-dell-may-have-explored-putting-it-on-next-gen-xps-laptops
    🚀 Nvidia N1X โผล่อีกครั้ง! หลุดจากเอกสารขนส่ง เผย Dell เคยทดลองใส่ใน XPS รุ่นใหม่ บทความรายงานว่าแม้ Nvidia จะไม่เปิดตัว N1/N1X ในงาน CES 2026 แต่ข้อมูลใหม่จาก shipping manifest กลับเผยว่า Dell เคยทดสอบชิป N1X ES2 บนโน้ตบุ๊กที่ชื่อ Dell 16 Premium ซึ่งต่อมาถูกรีแบรนด์กลับเป็น Dell XPS ในช่วงท้ายของการพัฒนา นั่นหมายความว่า Dell อาจเคยพิจารณานำ N1X ลงใน XPS รุ่นใหม่จริงก่อนจะยกเลิกในภายหลัง 💻 N1X คืออะไร? — ชิป ARM + GPU ระดับ RTX 5070 ที่ไม่เคยได้ออกสู่ตลาด N1X ถูกลือว่าเป็น SoC ที่รวม 💠 GPU ระดับ RTX 5070 (6,144 CUDA cores) 💠 CPU ARM 20 คอร์ สถาปัตยกรรม Grace 💠 พัฒนาโดย Nvidia ร่วมกับ MediaTek ชิปตระกูล N1 ถูกยืนยันว่ามีตัวตนจริง เพราะเป็นพื้นฐานของ GB10 Superchip ใน DGX Spark ตามคำกล่าวของ Jensen Huang เอง แต่เวอร์ชันสำหรับผู้ใช้ทั่วไป (N1/N1X) ไม่เคยถูกปล่อยออกมาเลย 🏁 ทำไมมันถึงไม่ออกตลาด? — ปัจจัยหลายด้านอาจทำให้โปรเจกต์ถูกพับ บทความชี้ว่าการที่ Dell เปลี่ยนชื่อรุ่นในช่วงท้าย และไม่มีการเปิดตัว N1X อาจสะท้อนว่าโปรเจกต์ถูกยกเลิกในนาทีสุดท้าย ทั้งจากฝั่ง Dell และ Nvidia เอง นอกจากนี้ยังมี “ช้างตัวใหญ่ในห้อง” คือ ดีลความร่วมมือระหว่าง Nvidia กับ Intel ในการพัฒนา x86 RTX SoC ซึ่งอาจทำให้ N1X กลายเป็นคู่แข่งภายในโดยไม่ตั้งใจ 🧠 ถ้า N1X ออกจริง จะเป็นการกลับมาของ Nvidia ในตลาด CPU ผู้บริโภคครั้งแรกในรอบทศวรรษ Nvidia เคยทำ CPU ARM สำหรับผู้ใช้ทั่วไปครั้งสุดท้ายในยุค Tegra X1 (Nintendo Switch) หลังจากนั้นก็หันไปทำเฉพาะชิปสำหรับองค์กร หาก N1X ได้ออกจริง มันจะเป็นคู่แข่งตรงของ Ryzen APU และ Qualcomm Windows‑on‑ARM แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าโอกาสนั้นจะเลือนลางลงเรื่อย ๆ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับ N1X ➡️ หลุดจากเอกสารขนส่งว่า Dell เคยทดสอบ N1X ES2 ➡️ อาจเคยถูกพิจารณาให้ลงใน XPS รุ่นใหม่ ➡️ การรีแบรนด์รุ่นอาจบ่งชี้ว่าถูกยกเลิกในช่วงท้าย ✅ สเปกและความสำคัญของ N1X ➡️ GPU ระดับ RTX 5070 + CPU ARM 20 คอร์ ➡️ เป็นการกลับมาของ Nvidia ในตลาด CPU ผู้บริโภค ➡️ ใช้สถาปัตยกรรมร่วมกับ MediaTek ‼️ เหตุผลที่อาจทำให้โปรเจกต์ถูกพับ ⛔ ความร่วมมือ Nvidia–Intel อาจทับซ้อนทิศทางผลิตภัณฑ์ ⛔ Windows‑on‑ARM ยังไม่ดึงดูดตลาดมากพอ ⛔ ความเสี่ยงด้านต้นทุนและกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ ‼️ สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป ⛔ Nvidia จะกลับมาทำ CPU ผู้บริโภคหรือไม่ ⛔ Dell จะมีรุ่นทดลองอื่นที่ใช้ ARM SoC หรือไม่ ⛔ ชะตากรรมของ N1/N1X จะถูกเปิดเผยในงานใหญ่ครั้งต่อไปหรือไม่ https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/nvidias-elusive-n1x-soc-leaks-out-again-shipping-manifest-reveals-dell-may-have-explored-putting-it-on-next-gen-xps-laptops
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 51 มุมมอง 0 รีวิว
  • Retro Mac กลับมามีชีวิตอีกครั้งบนแท็บเล็ต ESP32 ราคาแค่ 60 ดอลลาร์!

    นักพัฒนา amcchord สามารถพอร์ต Basilisk II—หนึ่งในอีมูเลเตอร์ Macintosh 68K ที่ได้รับความนิยม—ให้ทำงานบน ESP32‑P4 / M5Stack Tab5 ซึ่งเป็นแท็บเล็ตจอสัมผัสขนาด 5 นิ้ว ราคาเพียง 60 ดอลลาร์ ความสำเร็จนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะไมโครคอนโทรลเลอร์ระดับนี้ไม่เคยให้ประสิทธิภาพใกล้เคียงเครื่อง Mac 68040 มาก่อน โดยสามารถรัน Mac OS 8.1 ได้จริง พร้อมรองรับการใช้งานผ่านทัชสกรีนหรืออุปกรณ์ USB

    ประสิทธิภาพระดับ Macintosh ยุคกลาง 90s บนชิป RISC‑V 400 MHz
    ESP32‑P4 ใช้สถาปัตยกรรม RISC‑V dual‑core 400 MHz โดยอีมูเลเตอร์แบ่งงานเป็นสองแกน—หนึ่งแกนสำหรับวิดีโอและ I/O อีกแกนสำหรับตัวแปลคำสั่ง 68040 ทำให้ได้ประสบการณ์ใกล้เคียง Mac รุ่นโปรในยุคนั้น แม้จะจำกัด RAM สูงสุดที่ 16MB และเฟรมเรตประมาณ 15fps แต่ก็เพียงพอสำหรับงานเอกสารและซอฟต์แวร์คลาสสิกส่วนใหญ่ในยุค OS 8.1

    แท็บเล็ตเล็ก ๆ ที่กลายเป็น Mac Classic แบบพกพา
    M5Stack Tab5 มีจอ IPS 1280×720 ที่สามารถแสดงผลแบบสเกล 2× ให้เทียบเท่าความละเอียด 640×360 สี 8‑bit ซึ่งสูงกว่า Mac Classic ดั้งเดิมมาก ผู้ใช้สามารถแตะจอแทนเมาส์ หรือเสียบคีย์บอร์ด/เมาส์ USB เพื่อใช้งานเหมือนคอมพิวเตอร์จริง นอกจากนี้ยังรองรับการใช้ HDD/CD image บน SD card รวมถึงไฟล์ ROM ของ Mac ที่ผู้ใช้ต้องเตรียมเอง ทำให้มันเป็นชุดจำลอง Mac แบบ All‑in‑One ที่พกพาได้จริง

    เหมาะสำหรับนักเล่น Retro และโปรเจกต์ดัดแปลง
    ด้วยขนาดเล็ก ราคาถูก และความสามารถครบถ้วน นักเล่น Retro สามารถนำไปดัดแปลงเป็น Mini Mac Classic ด้วยการพิมพ์เคส 3D ได้ไม่ยาก นอกจากนี้ Tom’s Hardware ยังชี้ว่ามันเป็นแพลตฟอร์มที่ “ครบเครื่อง” สำหรับการทดลองซอฟต์แวร์ยุค 68K โดยไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์เก่าที่หายากและราคาแพงอีกต่อไป

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความสามารถของอีมูเลเตอร์บน ESP32
    รัน Mac OS 8.1 ได้จริงบนแท็บเล็ต 60 ดอลลาร์
    ประสิทธิภาพใกล้เคียง Motorola 68040 พร้อม FPU
    รองรับทัชสกรีนและอุปกรณ์ USB

    จุดเด่นของ M5Stack Tab5
    จอ IPS 5 นิ้ว 1280×720 ใช้งานแทนเมาส์ได้
    รองรับ SD card สำหรับ HDD/CD image
    พกพาง่ายและเหมาะกับโปรเจกต์ดัดแปลง Retro

    ข้อจำกัดที่ควรรู้
    RAM สูงสุดเพียง 16MB
    เฟรมเรตประมาณ 15fps อาจไม่เหมาะกับเกมเก่า
    ต้องมีไฟล์ ROM ของ Mac ซึ่งผู้ใช้ต้องหาเอง

    ประเด็นที่นักเล่น Retro ควรจับตา
    ความเป็นไปได้ในการสร้าง Mini Mac Classic แบบ DIY
    การพัฒนาเวอร์ชันใหม่ที่อาจเพิ่มประสิทธิภาพ
    ความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์ Mac ยุค 68K บนแพลตฟอร์มนี้

    https://www.tomshardware.com/software/macos/retro-apple-emulator-ported-to-usd60-esp32-microcontroller-powered-touchscreen-tablet-supports-mac-os8-1-and-a-virtual-mc68040-cpu-in-major-emulation-leap
    🍏 Retro Mac กลับมามีชีวิตอีกครั้งบนแท็บเล็ต ESP32 ราคาแค่ 60 ดอลลาร์! นักพัฒนา amcchord สามารถพอร์ต Basilisk II—หนึ่งในอีมูเลเตอร์ Macintosh 68K ที่ได้รับความนิยม—ให้ทำงานบน ESP32‑P4 / M5Stack Tab5 ซึ่งเป็นแท็บเล็ตจอสัมผัสขนาด 5 นิ้ว ราคาเพียง 60 ดอลลาร์ ความสำเร็จนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะไมโครคอนโทรลเลอร์ระดับนี้ไม่เคยให้ประสิทธิภาพใกล้เคียงเครื่อง Mac 68040 มาก่อน โดยสามารถรัน Mac OS 8.1 ได้จริง พร้อมรองรับการใช้งานผ่านทัชสกรีนหรืออุปกรณ์ USB ⚡ ประสิทธิภาพระดับ Macintosh ยุคกลาง 90s บนชิป RISC‑V 400 MHz ESP32‑P4 ใช้สถาปัตยกรรม RISC‑V dual‑core 400 MHz โดยอีมูเลเตอร์แบ่งงานเป็นสองแกน—หนึ่งแกนสำหรับวิดีโอและ I/O อีกแกนสำหรับตัวแปลคำสั่ง 68040 ทำให้ได้ประสบการณ์ใกล้เคียง Mac รุ่นโปรในยุคนั้น แม้จะจำกัด RAM สูงสุดที่ 16MB และเฟรมเรตประมาณ 15fps แต่ก็เพียงพอสำหรับงานเอกสารและซอฟต์แวร์คลาสสิกส่วนใหญ่ในยุค OS 8.1 📱 แท็บเล็ตเล็ก ๆ ที่กลายเป็น Mac Classic แบบพกพา M5Stack Tab5 มีจอ IPS 1280×720 ที่สามารถแสดงผลแบบสเกล 2× ให้เทียบเท่าความละเอียด 640×360 สี 8‑bit ซึ่งสูงกว่า Mac Classic ดั้งเดิมมาก ผู้ใช้สามารถแตะจอแทนเมาส์ หรือเสียบคีย์บอร์ด/เมาส์ USB เพื่อใช้งานเหมือนคอมพิวเตอร์จริง นอกจากนี้ยังรองรับการใช้ HDD/CD image บน SD card รวมถึงไฟล์ ROM ของ Mac ที่ผู้ใช้ต้องเตรียมเอง ทำให้มันเป็นชุดจำลอง Mac แบบ All‑in‑One ที่พกพาได้จริง 🛠️ เหมาะสำหรับนักเล่น Retro และโปรเจกต์ดัดแปลง ด้วยขนาดเล็ก ราคาถูก และความสามารถครบถ้วน นักเล่น Retro สามารถนำไปดัดแปลงเป็น Mini Mac Classic ด้วยการพิมพ์เคส 3D ได้ไม่ยาก นอกจากนี้ Tom’s Hardware ยังชี้ว่ามันเป็นแพลตฟอร์มที่ “ครบเครื่อง” สำหรับการทดลองซอฟต์แวร์ยุค 68K โดยไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์เก่าที่หายากและราคาแพงอีกต่อไป 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความสามารถของอีมูเลเตอร์บน ESP32 ➡️ รัน Mac OS 8.1 ได้จริงบนแท็บเล็ต 60 ดอลลาร์ ➡️ ประสิทธิภาพใกล้เคียง Motorola 68040 พร้อม FPU ➡️ รองรับทัชสกรีนและอุปกรณ์ USB ✅ จุดเด่นของ M5Stack Tab5 ➡️ จอ IPS 5 นิ้ว 1280×720 ใช้งานแทนเมาส์ได้ ➡️ รองรับ SD card สำหรับ HDD/CD image ➡️ พกพาง่ายและเหมาะกับโปรเจกต์ดัดแปลง Retro ‼️ ข้อจำกัดที่ควรรู้ ⛔ RAM สูงสุดเพียง 16MB ⛔ เฟรมเรตประมาณ 15fps อาจไม่เหมาะกับเกมเก่า ⛔ ต้องมีไฟล์ ROM ของ Mac ซึ่งผู้ใช้ต้องหาเอง ‼️ ประเด็นที่นักเล่น Retro ควรจับตา ⛔ ความเป็นไปได้ในการสร้าง Mini Mac Classic แบบ DIY ⛔ การพัฒนาเวอร์ชันใหม่ที่อาจเพิ่มประสิทธิภาพ ⛔ ความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์ Mac ยุค 68K บนแพลตฟอร์มนี้ https://www.tomshardware.com/software/macos/retro-apple-emulator-ported-to-usd60-esp32-microcontroller-powered-touchscreen-tablet-supports-mac-os8-1-and-a-virtual-mc68040-cpu-in-major-emulation-leap
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 49 มุมมอง 0 รีวิว
  • เฟดเดือด! โพเวลล์แถลงตอบหมายศาล DOJ ชี้เป็นแรงกดดันทางการเมืองต่อการกำหนดดอกเบี้ย

    เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ออกแถลงการณ์พิเศษหลังถูกกระทรวงยุติธรรม (DOJ) ส่งหมายศาลจากคณะลูกขุนใหญ่ พร้อมขู่ดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับคำให้การของเขาต่อคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื้อหานั้นเกี่ยวข้องกับโครงการปรับปรุงอาคารสำนักงานของเฟด ซึ่งพาวเวลล์ยืนยันว่าเฟดได้รายงานต่อสภาคองเกรสอย่างโปร่งใสแล้ว

    พาวเวลล์ระบุชัดว่า การขู่ฟ้องครั้งนี้ “ไม่ใช่เรื่องคำให้การหรือโครงการปรับปรุงอาคาร” แต่เป็นผลจากการที่เฟด “กำหนดอัตราดอกเบี้ยตามข้อมูลเศรษฐกิจ ไม่ใช่ตามความต้องการของประธานาธิบดี” เขามองว่านี่คือความพยายามกดดันเฟดให้ปรับนโยบายการเงินตามแรงทางการเมือง ซึ่งเป็นภัยต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลาง

    เขาย้ำว่าในตลอดการทำงานภายใต้ 4 รัฐบาล ทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครต เขาปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เอนเอียงทางการเมือง และจะยังคงทำงานด้วย “ความซื่อสัตย์และเพื่อประโยชน์ของประชาชนอเมริกัน” แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากฝ่ายบริหารก็ตาม

    แถลงการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในแวดวงเศรษฐกิจและการเมือง เพราะสะท้อนความตึงเครียดระหว่างฝ่ายบริหารกับธนาคารกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดและทิศทางนโยบายการเงินในปี 2026

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
    DOJ ส่งหมายศาลขู่ฟ้องพาวเวลล์เกี่ยวกับคำให้การต่อวุฒิสภา
    ประเด็นที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับโครงการปรับปรุงอาคารของเฟด
    พาวเวลล์ยืนยันว่าเฟดรายงานต่อสภาคองเกรสครบถ้วนแล้ว

    สาระสำคัญในแถลงการณ์
    พาวเวลล์ชี้ว่าการขู่ฟ้องเป็นความพยายามกดดันเฟดให้ปรับดอกเบี้ยตามการเมือง
    ย้ำความสำคัญของความเป็นอิสระของธนาคารกลาง
    ระบุว่าจะทำงานต่อไปด้วยความซื่อสัตย์และยึดประโยชน์สาธารณะ

    ความเสี่ยงและผลกระทบ
    ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลกับเฟดอาจกระทบเสถียรภาพตลาด
    ความพยายามแทรกแซงนโยบายการเงินอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน
    การดำเนินคดีอาจสร้างความไม่แน่นอนต่อทิศทางดอกเบี้ยในปี 2026

    ประเด็นที่ต้องจับตา
    ท่าทีของรัฐบาลต่อเฟดหลังแถลงการณ์นี้
    ปฏิกิริยาของตลาดการเงินและนักลงทุน
    ความคืบหน้าของกระบวนการทางกฎหมายจาก DOJ

    https://www.federalreserve.gov/newsevents/speech/powell20260111a.htm
    📰 เฟดเดือด! โพเวลล์แถลงตอบหมายศาล DOJ ชี้เป็นแรงกดดันทางการเมืองต่อการกำหนดดอกเบี้ย เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ออกแถลงการณ์พิเศษหลังถูกกระทรวงยุติธรรม (DOJ) ส่งหมายศาลจากคณะลูกขุนใหญ่ พร้อมขู่ดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับคำให้การของเขาต่อคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื้อหานั้นเกี่ยวข้องกับโครงการปรับปรุงอาคารสำนักงานของเฟด ซึ่งพาวเวลล์ยืนยันว่าเฟดได้รายงานต่อสภาคองเกรสอย่างโปร่งใสแล้ว พาวเวลล์ระบุชัดว่า การขู่ฟ้องครั้งนี้ “ไม่ใช่เรื่องคำให้การหรือโครงการปรับปรุงอาคาร” แต่เป็นผลจากการที่เฟด “กำหนดอัตราดอกเบี้ยตามข้อมูลเศรษฐกิจ ไม่ใช่ตามความต้องการของประธานาธิบดี” เขามองว่านี่คือความพยายามกดดันเฟดให้ปรับนโยบายการเงินตามแรงทางการเมือง ซึ่งเป็นภัยต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลาง เขาย้ำว่าในตลอดการทำงานภายใต้ 4 รัฐบาล ทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครต เขาปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เอนเอียงทางการเมือง และจะยังคงทำงานด้วย “ความซื่อสัตย์และเพื่อประโยชน์ของประชาชนอเมริกัน” แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากฝ่ายบริหารก็ตาม แถลงการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในแวดวงเศรษฐกิจและการเมือง เพราะสะท้อนความตึงเครียดระหว่างฝ่ายบริหารกับธนาคารกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดและทิศทางนโยบายการเงินในปี 2026 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ➡️ DOJ ส่งหมายศาลขู่ฟ้องพาวเวลล์เกี่ยวกับคำให้การต่อวุฒิสภา ➡️ ประเด็นที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับโครงการปรับปรุงอาคารของเฟด ➡️ พาวเวลล์ยืนยันว่าเฟดรายงานต่อสภาคองเกรสครบถ้วนแล้ว ✅ สาระสำคัญในแถลงการณ์ ➡️ พาวเวลล์ชี้ว่าการขู่ฟ้องเป็นความพยายามกดดันเฟดให้ปรับดอกเบี้ยตามการเมือง ➡️ ย้ำความสำคัญของความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ➡️ ระบุว่าจะทำงานต่อไปด้วยความซื่อสัตย์และยึดประโยชน์สาธารณะ ‼️ ความเสี่ยงและผลกระทบ ⛔ ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลกับเฟดอาจกระทบเสถียรภาพตลาด ⛔ ความพยายามแทรกแซงนโยบายการเงินอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ⛔ การดำเนินคดีอาจสร้างความไม่แน่นอนต่อทิศทางดอกเบี้ยในปี 2026 ‼️ ประเด็นที่ต้องจับตา ⛔ ท่าทีของรัฐบาลต่อเฟดหลังแถลงการณ์นี้ ⛔ ปฏิกิริยาของตลาดการเงินและนักลงทุน ⛔ ความคืบหน้าของกระบวนการทางกฎหมายจาก DOJ https://www.federalreserve.gov/newsevents/speech/powell20260111a.htm
    WWW.FEDERALRESERVE.GOV
    Statement from Federal Reserve Chair Jerome H. Powell
    Good evening. On Friday, the Department of Justice served the Federal Reserve with grand jury subpoenas, threatening a criminal indictment related to my testi
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 63 มุมมอง 0 รีวิว
  • Apple จับมือ Google ใช้ Gemini ยกระดับ Siri ครั้งใหญ่ในปี 2026

    Apple ตัดสินใจร่วมมือกับ Google เพื่อใช้โมเดล Gemini และเทคโนโลยีคลาวด์ของ Google ในการสร้าง Siri รุ่นใหม่ที่ฉลาดขึ้นและตอบสนองได้ดีขึ้นภายในปีนี้ ความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะ Apple มักพัฒนาเทคโนโลยีหลักด้วยตัวเอง แต่ครั้งนี้เลือกใช้โมเดลจากคู่แข่งรายใหญ่ในตลาดสมาร์ตโฟนและบริการออนไลน์

    ดีลนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่า Apple อยู่ภายใต้แรงกดดันจากตลาดและนักลงทุน เนื่องจากคู่แข่งอย่าง Microsoft, Meta และ Amazon ทุ่มเงินมหาศาลใน AI ขณะที่ Apple ถูกมองว่า “ช้าไปหนึ่งก้าว” ในกระแส AI ที่ร้อนแรงตั้งแต่ปี 2022 การเลือก Gemini จึงเป็นสัญญาณว่าบริษัทต้องการเร่งสปีดให้ทันการแข่งขัน และสร้าง Siri ที่ตอบโจทย์ยุค AI-first อย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ Google เองก็อยู่ในช่วงฟื้นตัวจากการแข่งขันกับ OpenAI และดีลนี้ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นใน Gemini หลังจากบริษัทเพิ่งทำสถิติปีที่ดีที่สุดตั้งแต่ปี 2009 และมีมูลค่าตลาดแตะระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงสั้นๆ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ทั้งในเชิงเทคโนโลยีและภาพลักษณ์ในตลาดทุน

    อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามสำคัญว่า Apple จะจัดการอย่างไรกับการผสาน ChatGPT ที่ใช้อยู่ใน Siri ปัจจุบัน เพราะบริษัทระบุว่า “ยังไม่เปลี่ยนแปลงข้อตกลงกับ OpenAI” แต่ก็ไม่ได้อธิบายว่าระบบจะทำงานร่วมกันอย่างไรในอนาคต นี่อาจเป็นสัญญาณว่าผู้ใช้จะได้เห็น Siri ที่ใช้หลายโมเดล AI ผสมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ดีล Apple–Google
    Apple เลือกใช้ Gemini เพื่อขับเคลื่อน Siri รุ่นใหม่
    เป็นความร่วมมือหลายปี พร้อมใช้เทคโนโลยีคลาวด์ของ Google
    ช่วยเร่งแผน AI ของ Apple ที่ล่าช้ากว่าคู่แข่ง

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
    Google ได้รับแรงสนับสนุนเชิงภาพลักษณ์และมูลค่าตลาด
    Siri อาจกลายเป็นผู้ช่วยที่ฉลาดขึ้นอย่างก้าวกระโดด
    การแข่งขัน AI ระหว่าง Big Tech เข้มข้นยิ่งขึ้น

    ข้อกังวลและความไม่แน่นอน
    ยังไม่ชัดเจนว่า ChatGPT จะยังอยู่ใน Siri ระยะยาวหรือไม่
    ดีลนี้อาจถูกจับตามองด้านกฎหมายการแข่งขันทางการค้า
    การพึ่งพาโมเดลจากคู่แข่งอาจสร้างความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์

    ประเด็นด้านกฎหมายและตลาด
    Google เพิ่งผ่านคดีผูกขาดด้านการค้นหา ซึ่งอาจทำให้ดีลถูกตรวจสอบเพิ่ม
    ความร่วมมืออาจส่งผลต่อมูลค่าหุ้นและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

    https://www.cnbc.com/2026/01/12/apple-google-ai-siri-gemini.html
    📰 Apple จับมือ Google ใช้ Gemini ยกระดับ Siri ครั้งใหญ่ในปี 2026 Apple ตัดสินใจร่วมมือกับ Google เพื่อใช้โมเดล Gemini และเทคโนโลยีคลาวด์ของ Google ในการสร้าง Siri รุ่นใหม่ที่ฉลาดขึ้นและตอบสนองได้ดีขึ้นภายในปีนี้ ความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะ Apple มักพัฒนาเทคโนโลยีหลักด้วยตัวเอง แต่ครั้งนี้เลือกใช้โมเดลจากคู่แข่งรายใหญ่ในตลาดสมาร์ตโฟนและบริการออนไลน์ ดีลนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่า Apple อยู่ภายใต้แรงกดดันจากตลาดและนักลงทุน เนื่องจากคู่แข่งอย่าง Microsoft, Meta และ Amazon ทุ่มเงินมหาศาลใน AI ขณะที่ Apple ถูกมองว่า “ช้าไปหนึ่งก้าว” ในกระแส AI ที่ร้อนแรงตั้งแต่ปี 2022 การเลือก Gemini จึงเป็นสัญญาณว่าบริษัทต้องการเร่งสปีดให้ทันการแข่งขัน และสร้าง Siri ที่ตอบโจทย์ยุค AI-first อย่างแท้จริง นอกจากนี้ Google เองก็อยู่ในช่วงฟื้นตัวจากการแข่งขันกับ OpenAI และดีลนี้ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นใน Gemini หลังจากบริษัทเพิ่งทำสถิติปีที่ดีที่สุดตั้งแต่ปี 2009 และมีมูลค่าตลาดแตะระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงสั้นๆ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ทั้งในเชิงเทคโนโลยีและภาพลักษณ์ในตลาดทุน อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามสำคัญว่า Apple จะจัดการอย่างไรกับการผสาน ChatGPT ที่ใช้อยู่ใน Siri ปัจจุบัน เพราะบริษัทระบุว่า “ยังไม่เปลี่ยนแปลงข้อตกลงกับ OpenAI” แต่ก็ไม่ได้อธิบายว่าระบบจะทำงานร่วมกันอย่างไรในอนาคต นี่อาจเป็นสัญญาณว่าผู้ใช้จะได้เห็น Siri ที่ใช้หลายโมเดล AI ผสมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ดีล Apple–Google ➡️ Apple เลือกใช้ Gemini เพื่อขับเคลื่อน Siri รุ่นใหม่ ➡️ เป็นความร่วมมือหลายปี พร้อมใช้เทคโนโลยีคลาวด์ของ Google ➡️ ช่วยเร่งแผน AI ของ Apple ที่ล่าช้ากว่าคู่แข่ง ✅ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม ➡️ Google ได้รับแรงสนับสนุนเชิงภาพลักษณ์และมูลค่าตลาด ➡️ Siri อาจกลายเป็นผู้ช่วยที่ฉลาดขึ้นอย่างก้าวกระโดด ➡️ การแข่งขัน AI ระหว่าง Big Tech เข้มข้นยิ่งขึ้น ‼️ ข้อกังวลและความไม่แน่นอน ⛔ ยังไม่ชัดเจนว่า ChatGPT จะยังอยู่ใน Siri ระยะยาวหรือไม่ ⛔ ดีลนี้อาจถูกจับตามองด้านกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ⛔ การพึ่งพาโมเดลจากคู่แข่งอาจสร้างความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ‼️ ประเด็นด้านกฎหมายและตลาด ⛔ Google เพิ่งผ่านคดีผูกขาดด้านการค้นหา ซึ่งอาจทำให้ดีลถูกตรวจสอบเพิ่ม ⛔ ความร่วมมืออาจส่งผลต่อมูลค่าหุ้นและความเชื่อมั่นของนักลงทุน https://www.cnbc.com/2026/01/12/apple-google-ai-siri-gemini.html
    WWW.CNBC.COM
    Apple picks Google's Gemini to run AI-powered Siri coming this year
    Google's market value surpassed Apple for the first time since 2019 as it rolls out updated artificial intelligence features.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 50 มุมมอง 0 รีวิว
  • “Gauss MT90: เครื่องพิมพ์โลหะ 3D ที่ปลอดภัยระดับออฟฟิศ — ไม่ใช้ผงโลหะ และทำงานที่อุณหภูมิห้อง”

    MetalPrinting เปิดตัว Gauss MT90 ในงาน CES 2026 พร้อมประกาศว่าเป็น “เกมเชนเจอร์” ของวงการพิมพ์โลหะ 3D เพราะมันสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมสำนักงานโดยไม่ต้องใช้ผงโลหะที่เสี่ยงต่อการระเบิดหรือไฟไหม้ เนื้อหาจากหน้าเว็บระบุว่าเครื่องนี้ใช้เทคโนโลยี Paste‑based Metal Extrusion (PME) ซึ่งเป็นโลหะแบบ “หมึกพิมพ์” ที่อัดออกมาที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ปลอดภัยกว่าเครื่องพิมพ์โลหะแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ความร้อนสูงมาก.

    ตัวเครื่องมีขนาดเท่าเครื่องพิมพ์ 3D ตั้งโต๊ะทั่วไป ใช้งานง่ายด้วยตลับ “GaussInk” ที่มีวัสดุให้เลือกหลากหลาย เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม นิกเกิล เหล็ก และทังสเตน พร้อมตัวเลือกสั่งทำโลหะผสมพิเศษ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว กล้อง AI สำหรับตรวจสอบงานพิมพ์ และระบบกรองอากาศ HEPA เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน.

    แม้จะพิมพ์ได้ที่อุณหภูมิห้อง แต่ชิ้นงานที่ได้ยังต้องนำไปผ่านกระบวนการ sintering ในเตาเผาเพื่อหลอมรวมโลหะให้แข็งแรง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำไปใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ทำให้หลายคนจับตาว่าระบบนี้จะใช้งานง่ายแค่ไหนในสภาพแวดล้อมสำนักงานจริง.

    Gauss MT90 ได้รับรางวัล CES 2026 Innovation Award และถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการทำให้ “การพิมพ์โลหะ” เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีโรงงาน ไม่ต้องมีห้องปลอดภัย และไม่ต้องจัดการผงโลหะที่อันตราย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ธุรกิจขนาดเล็กหรือแม้แต่ทีมวิศวกรในออฟฟิศสามารถผลิตชิ้นส่วนโลหะได้เองอย่างปลอดภัยและสะดวก

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Gauss MT90 ใช้เทคโนโลยี PME ที่ไม่ต้องใช้ผงโลหะ
    ลดความเสี่ยงไฟไหม้และการระเบิดจากผงโลหะในอากาศ

    ทำงานที่อุณหภูมิห้องในเครื่องตั้งโต๊ะ
    ปลอดภัยพอสำหรับใช้งานในออฟฟิศ

    รองรับตลับ GaussInk หลายชนิด เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม และทังสเตน
    มีตัวเลือกวัสดุหลากหลายและสั่งทำพิเศษได้

    มีระบบกรอง HEPA และกล้อง AI ตรวจสอบงานพิมพ์
    เพิ่มความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิมพ์

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    ชิ้นงานยังต้องผ่านการ sintering ก่อนใช้งานจริง
    รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก

    แม้ปลอดภัยกว่า แต่ยังต้องควบคุมสภาพแวดล้อมการพิมพ์อย่างเหมาะสม
    การใช้งานผิดวิธีอาจทำให้คุณภาพชิ้นงานลดลง

    ราคาและวันวางจำหน่ายยังไม่ประกาศ
    ผู้สนใจต้องติดต่อบริษัทโดยตรง

    อาจไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหนักที่ต้องการความแข็งแรงระดับสูงมาก
    เทคโนโลยี PME ยังใหม่และต้องพิสูจน์ในงานจริง

    https://www.tomshardware.com/3d-printing/metalprinting-gauss-mt90-3d-printer-offers-office-safe-metal-printing-without-powders-uses-paste-based-metal-extrusion-pme-tech
    🏭🤖 “Gauss MT90: เครื่องพิมพ์โลหะ 3D ที่ปลอดภัยระดับออฟฟิศ — ไม่ใช้ผงโลหะ และทำงานที่อุณหภูมิห้อง” MetalPrinting เปิดตัว Gauss MT90 ในงาน CES 2026 พร้อมประกาศว่าเป็น “เกมเชนเจอร์” ของวงการพิมพ์โลหะ 3D เพราะมันสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมสำนักงานโดยไม่ต้องใช้ผงโลหะที่เสี่ยงต่อการระเบิดหรือไฟไหม้ เนื้อหาจากหน้าเว็บระบุว่าเครื่องนี้ใช้เทคโนโลยี Paste‑based Metal Extrusion (PME) ซึ่งเป็นโลหะแบบ “หมึกพิมพ์” ที่อัดออกมาที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ปลอดภัยกว่าเครื่องพิมพ์โลหะแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ความร้อนสูงมาก. ตัวเครื่องมีขนาดเท่าเครื่องพิมพ์ 3D ตั้งโต๊ะทั่วไป ใช้งานง่ายด้วยตลับ “GaussInk” ที่มีวัสดุให้เลือกหลากหลาย เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม นิกเกิล เหล็ก และทังสเตน พร้อมตัวเลือกสั่งทำโลหะผสมพิเศษ นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว กล้อง AI สำหรับตรวจสอบงานพิมพ์ และระบบกรองอากาศ HEPA เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน. แม้จะพิมพ์ได้ที่อุณหภูมิห้อง แต่ชิ้นงานที่ได้ยังต้องนำไปผ่านกระบวนการ sintering ในเตาเผาเพื่อหลอมรวมโลหะให้แข็งแรง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำไปใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ทำให้หลายคนจับตาว่าระบบนี้จะใช้งานง่ายแค่ไหนในสภาพแวดล้อมสำนักงานจริง. Gauss MT90 ได้รับรางวัล CES 2026 Innovation Award และถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการทำให้ “การพิมพ์โลหะ” เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมีโรงงาน ไม่ต้องมีห้องปลอดภัย และไม่ต้องจัดการผงโลหะที่อันตราย นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ธุรกิจขนาดเล็กหรือแม้แต่ทีมวิศวกรในออฟฟิศสามารถผลิตชิ้นส่วนโลหะได้เองอย่างปลอดภัยและสะดวก 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Gauss MT90 ใช้เทคโนโลยี PME ที่ไม่ต้องใช้ผงโลหะ ➡️ ลดความเสี่ยงไฟไหม้และการระเบิดจากผงโลหะในอากาศ ✅ ทำงานที่อุณหภูมิห้องในเครื่องตั้งโต๊ะ ➡️ ปลอดภัยพอสำหรับใช้งานในออฟฟิศ ✅ รองรับตลับ GaussInk หลายชนิด เช่น สเตนเลส ทองแดง ไทเทเนียม และทังสเตน ➡️ มีตัวเลือกวัสดุหลากหลายและสั่งทำพิเศษได้ ✅ มีระบบกรอง HEPA และกล้อง AI ตรวจสอบงานพิมพ์ ➡️ เพิ่มความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิมพ์ คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ ชิ้นงานยังต้องผ่านการ sintering ก่อนใช้งานจริง ⛔ รายละเอียดของเตาเผายังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก ‼️ แม้ปลอดภัยกว่า แต่ยังต้องควบคุมสภาพแวดล้อมการพิมพ์อย่างเหมาะสม ⛔ การใช้งานผิดวิธีอาจทำให้คุณภาพชิ้นงานลดลง ‼️ ราคาและวันวางจำหน่ายยังไม่ประกาศ ⛔ ผู้สนใจต้องติดต่อบริษัทโดยตรง ‼️ อาจไม่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหนักที่ต้องการความแข็งแรงระดับสูงมาก ⛔ เทคโนโลยี PME ยังใหม่และต้องพิสูจน์ในงานจริง https://www.tomshardware.com/3d-printing/metalprinting-gauss-mt90-3d-printer-offers-office-safe-metal-printing-without-powders-uses-paste-based-metal-extrusion-pme-tech
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 75 มุมมอง 0 รีวิว
  • “อุปกรณ์ดูแลช่องปากยุคใหม่: แปรงสีฟัน–ยางครอบฟันอัจฉริยะ กับคำอ้างสุดล้ำที่ท้าทายวงการสุขภาพ”

    กระแสอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพกำลังขยายตัวไปไกลกว่านาฬิกาและสายรัดข้อมืออย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลในหน้าเว็บของ The Star เทคโนโลยีเดียวกันถูกนำไปใส่ในแปรงสีฟัน เครื่องชั่งน้ำหนัก ไปจนถึงยางครอบฟันที่สามารถตรวจจับสัญญาณสุขภาพได้หลากหลายแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน หลายบริษัทใช้ AI และเซนเซอร์ขั้นสูงเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ ตรวจจับพฤติกรรมการนอน หรือแม้แต่คาดการณ์โรคในอนาคต 20 ปีล่วงหน้า แนวโน้มนี้สะท้อนความพยายามของอุตสาหกรรมที่ต้องการให้ “สุขภาพ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์สวมใส่แบบเดิมอีกต่อไป.

    หนึ่งในไฮไลต์คือ Longevity Mirror ของ NuraLogix ที่ใช้คอมพิวเตอร์วิชันและ AI วิเคราะห์ใบหน้าเพียง 30 วินาที เพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพระยะยาว เช่น โรคหัวใจหรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ป่วยจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ยังมีแปรงสีฟันรุ่นใหม่จาก Y-Brush ชื่อ “Halo” ที่อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดผ่านการวิเคราะห์ลมหายใจด้วยเซนเซอร์ก๊าซและ AI โดยไม่ต้องเจาะเลือดแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเป็นคำอ้างที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าตั้งคำถามในเวลาเดียวกัน.

    อีกด้านหนึ่ง BruxMed VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะราคา 499 ดอลลาร์ ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับการกัดฟันระหว่างนอน พร้อมวัดอัตราการเต้นหัวใจและระดับออกซิเจนในเลือดแบบเรียลไทม์ เมื่อพบการกัดฟัน อุปกรณ์จะสั่นเพื่อหยุดพฤติกรรมทันที และสามารถแชร์ข้อมูลให้แพทย์วิเคราะห์ได้ด้วย ความแม่นยำของอุปกรณ์ประเภทนี้ถูกอ้างว่าดีกว่าสมาร์ตวอทช์เพราะเข้าถึง “น้ำลาย” ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพที่ละเอียดอ่อนกว่า.

    อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA ที่เริ่มจับตาอุปกรณ์ที่อ้างความสามารถระดับ “เครื่องมือแพทย์” โดยไม่มีการรับรองที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น Whoop ที่ถูกเตือนเรื่องฟีเจอร์วัดความดันเลือด หรือ Withings ที่ต้องรอการอนุมัติหลายปีกว่าจะขายเครื่องชั่งตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ในสหรัฐฯ ความท้าทายนี้ทำให้เห็นว่าการผสานเทคโนโลยีสุขภาพเข้ากับอุปกรณ์ผู้บริโภคยังต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เทคโนโลยีสุขภาพถูกผสานเข้ากับอุปกรณ์ประจำวัน เช่น แปรงสีฟันและยางครอบฟัน
    ใช้ AI, เซนเซอร์ก๊าซ, คอมพิวเตอร์วิชัน และข้อมูลสุขภาพจำนวนมาก

    Longevity Mirror วิเคราะห์ใบหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพล่วงหน้า 20 ปี
    ใช้วิดีโอเซลฟีเพื่อจับสัญญาณการไหลเวียนเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

    แปรงสีฟัน Halo อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดจากลมหายใจ
    ไม่ต้องใช้เลือดและออกแบบให้ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน

    VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะตรวจจับการกัดฟันและวัดสัญญาณชีพ
    ส่งข้อมูลให้แพทย์และช่วยหยุดพฤติกรรมแบบเรียลไทม์ด้วยการสั่น

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    คำอ้างด้านสุขภาพจำนวนมากยังไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล
    อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแม่นยำของผลลัพธ์

    อุปกรณ์บางชนิดอาจเข้าข่าย “เครื่องมือแพทย์” และต้องผ่านการตรวจสอบเข้มงวด
    เช่นกรณี Whoop และ Withings ที่ถูกตรวจสอบโดย FDA

    การเก็บข้อมูลสุขภาพละเอียดอ่อนอาจเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัว
    โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่วิเคราะห์ใบหน้า น้ำลาย หรือข้อมูลชีวภาพอื่น ๆ

    คำอ้างตรวจโรคจำนวนมากอาจเกินจริงหากไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอ
    ผู้ใช้ควรใช้ข้อมูลเป็น “สัญญาณเตือน” ไม่ใช่การวินิจฉัยแทนแพทย์

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/health-tracking-toothbrushes-mouth-guards-lure-consumers-with-audacious-claims
    🦷🤖 “อุปกรณ์ดูแลช่องปากยุคใหม่: แปรงสีฟัน–ยางครอบฟันอัจฉริยะ กับคำอ้างสุดล้ำที่ท้าทายวงการสุขภาพ” กระแสอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพกำลังขยายตัวไปไกลกว่านาฬิกาและสายรัดข้อมืออย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลในหน้าเว็บของ The Star เทคโนโลยีเดียวกันถูกนำไปใส่ในแปรงสีฟัน เครื่องชั่งน้ำหนัก ไปจนถึงยางครอบฟันที่สามารถตรวจจับสัญญาณสุขภาพได้หลากหลายแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน หลายบริษัทใช้ AI และเซนเซอร์ขั้นสูงเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ ตรวจจับพฤติกรรมการนอน หรือแม้แต่คาดการณ์โรคในอนาคต 20 ปีล่วงหน้า แนวโน้มนี้สะท้อนความพยายามของอุตสาหกรรมที่ต้องการให้ “สุขภาพ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์สวมใส่แบบเดิมอีกต่อไป. หนึ่งในไฮไลต์คือ Longevity Mirror ของ NuraLogix ที่ใช้คอมพิวเตอร์วิชันและ AI วิเคราะห์ใบหน้าเพียง 30 วินาที เพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพระยะยาว เช่น โรคหัวใจหรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ป่วยจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ยังมีแปรงสีฟันรุ่นใหม่จาก Y-Brush ชื่อ “Halo” ที่อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดผ่านการวิเคราะห์ลมหายใจด้วยเซนเซอร์ก๊าซและ AI โดยไม่ต้องเจาะเลือดแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเป็นคำอ้างที่ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าตั้งคำถามในเวลาเดียวกัน. อีกด้านหนึ่ง BruxMed VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะราคา 499 ดอลลาร์ ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับการกัดฟันระหว่างนอน พร้อมวัดอัตราการเต้นหัวใจและระดับออกซิเจนในเลือดแบบเรียลไทม์ เมื่อพบการกัดฟัน อุปกรณ์จะสั่นเพื่อหยุดพฤติกรรมทันที และสามารถแชร์ข้อมูลให้แพทย์วิเคราะห์ได้ด้วย ความแม่นยำของอุปกรณ์ประเภทนี้ถูกอ้างว่าดีกว่าสมาร์ตวอทช์เพราะเข้าถึง “น้ำลาย” ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพที่ละเอียดอ่อนกว่า. อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA ที่เริ่มจับตาอุปกรณ์ที่อ้างความสามารถระดับ “เครื่องมือแพทย์” โดยไม่มีการรับรองที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น Whoop ที่ถูกเตือนเรื่องฟีเจอร์วัดความดันเลือด หรือ Withings ที่ต้องรอการอนุมัติหลายปีกว่าจะขายเครื่องชั่งตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ในสหรัฐฯ ความท้าทายนี้ทำให้เห็นว่าการผสานเทคโนโลยีสุขภาพเข้ากับอุปกรณ์ผู้บริโภคยังต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เทคโนโลยีสุขภาพถูกผสานเข้ากับอุปกรณ์ประจำวัน เช่น แปรงสีฟันและยางครอบฟัน ➡️ ใช้ AI, เซนเซอร์ก๊าซ, คอมพิวเตอร์วิชัน และข้อมูลสุขภาพจำนวนมาก ✅ Longevity Mirror วิเคราะห์ใบหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพล่วงหน้า 20 ปี ➡️ ใช้วิดีโอเซลฟีเพื่อจับสัญญาณการไหลเวียนเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ✅ แปรงสีฟัน Halo อ้างว่าสามารถตรวจจับโรคได้กว่า 300 ชนิดจากลมหายใจ ➡️ ไม่ต้องใช้เลือดและออกแบบให้ใช้งานง่ายในชีวิตประจำวัน ✅ VibeBrux ยางครอบฟันอัจฉริยะตรวจจับการกัดฟันและวัดสัญญาณชีพ ➡️ ส่งข้อมูลให้แพทย์และช่วยหยุดพฤติกรรมแบบเรียลไทม์ด้วยการสั่น คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ คำอ้างด้านสุขภาพจำนวนมากยังไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล ⛔ อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับความแม่นยำของผลลัพธ์ ‼️ อุปกรณ์บางชนิดอาจเข้าข่าย “เครื่องมือแพทย์” และต้องผ่านการตรวจสอบเข้มงวด ⛔ เช่นกรณี Whoop และ Withings ที่ถูกตรวจสอบโดย FDA ‼️ การเก็บข้อมูลสุขภาพละเอียดอ่อนอาจเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัว ⛔ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่วิเคราะห์ใบหน้า น้ำลาย หรือข้อมูลชีวภาพอื่น ๆ ‼️ คำอ้างตรวจโรคจำนวนมากอาจเกินจริงหากไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอ ⛔ ผู้ใช้ควรใช้ข้อมูลเป็น “สัญญาณเตือน” ไม่ใช่การวินิจฉัยแทนแพทย์ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/health-tracking-toothbrushes-mouth-guards-lure-consumers-with-audacious-claims
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Health-tracking toothbrushes, mouth guards lure consumers with audacious claims
    If you paid enough attention, you could have found health trackers everywhere at the CES trade show last week. But they didn't necessarily look how you'd expect.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 100 มุมมอง 0 รีวิว
  • Google ผู้ก่อตั้งโบกมือลาแคลิฟอร์เนีย: สัญญาณความเปลี่ยนแปลงของ Silicon Valley

    การเคลื่อนไหวล่าสุดของ Larry Page และ Sergey Brin ผู้ร่วมก่อตั้ง Google กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการเทคโนโลยี หลังจากทั้งคู่เริ่ม “ลดบทบาทและความผูกพัน” กับรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ Google และเป็นศูนย์กลางของ Silicon Valley มานานเกือบสามทศวรรษ การย้ายบริษัทในเครือหลายสิบแห่งออกจากรัฐ รวมถึงการซื้ออสังหาริมทรัพย์ใหม่ใน Miami และการย้ายกิจการไป Nevada ทำให้เกิดคำถามว่า Silicon Valley กำลังสูญเสียเสน่ห์เดิมหรือไม่

    สาเหตุสำคัญที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงนี้ คือมาตรการภาษีใหม่ที่เสนอให้เก็บ “wealth tax” แบบครั้งเดียว 5% จากผู้ที่มีทรัพย์สินเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจมีผลย้อนหลังกับผู้ที่อาศัยในรัฐ ณ วันที่ 1 มกราคม หากมาตรการผ่านประชามติในเดือนพฤศจิกายน ความกังวลนี้ทำให้มหาเศรษฐีหลายรายเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อภาษีมากกว่า เช่น Miami และ Texas

    แม้จะมีเสียงคัดค้านจากนักลงทุนและผู้ประกอบการจำนวนมาก แต่ก็มีบางคนที่ยอมรับมาตรการนี้ เช่น Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ที่ระบุว่า “เลือกอยู่ Silicon Valley ก็ต้องยอมรับภาษีที่รัฐกำหนด” อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของ Page และ Brin มีน้ำหนักมากกว่าใคร เพราะทั้งคู่เป็นสัญลักษณ์ของ Silicon Valley และมีทรัพย์สินรวมกันกว่า 518 พันล้านดอลลาร์ ทำให้การย้ายฐานของพวกเขาถูกจับตามองเป็นพิเศษ

    ในภาพรวม เหตุการณ์นี้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในสหรัฐฯ เมื่อภาษี ค่าครองชีพ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเริ่มผลักดันให้ผู้ประกอบการมองหาศูนย์กลางใหม่ที่ไม่ใช่แคลิฟอร์เนีย หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป Silicon Valley อาจต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Page และ Brin ย้ายบริษัทในเครือออกจากแคลิฟอร์เนียจำนวนมาก
    บางบริษัทถูกย้ายไป Nevada และบางแห่งถูกปิดสถานะในรัฐ

    Page ซื้อคฤหาสน์มูลค่า 71.9 ล้านดอลลาร์ใน Miami
    เป็นสัญญาณการขยายตัวออกจาก Silicon Valley

    มาตรการภาษีใหม่ของแคลิฟอร์เนียเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ
    เสนอเก็บภาษี 5% จากผู้มีทรัพย์สินเกิน 1 พันล้านดอลลาร์

    มหาเศรษฐีหลายรายเริ่มย้ายฐาน เช่น Peter Thiel และ David Sacks
    มุ่งสู่รัฐที่เป็นมิตรต่อภาษีมากกว่า เช่น Florida และ Texas

    คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง
    มาตรการภาษีอาจทำให้เกิดการไหลออกของผู้ประกอบการและนักลงทุน
    ส่งผลต่อระบบนิเวศนวัตกรรมของแคลิฟอร์เนีย

    การย้ายฐานของผู้ก่อตั้ง Google อาจกระทบภาพลักษณ์ Silicon Valley
    อาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจในอนาคตของภูมิภาค

    การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างรัฐมากขึ้น
    รัฐที่เก็บภาษีสูงอาจสูญเสียบุคลากรและเงินทุน

    การย้ายทรัพย์สินจำนวนมากอาจมีผลต่อเสถียรภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในหลายพื้นที่
    โดยเฉพาะเมืองที่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางใหม่ เช่น Miami

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/google-guys-say-bye-to-california
    📰 Google ผู้ก่อตั้งโบกมือลาแคลิฟอร์เนีย: สัญญาณความเปลี่ยนแปลงของ Silicon Valley การเคลื่อนไหวล่าสุดของ Larry Page และ Sergey Brin ผู้ร่วมก่อตั้ง Google กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการเทคโนโลยี หลังจากทั้งคู่เริ่ม “ลดบทบาทและความผูกพัน” กับรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ Google และเป็นศูนย์กลางของ Silicon Valley มานานเกือบสามทศวรรษ การย้ายบริษัทในเครือหลายสิบแห่งออกจากรัฐ รวมถึงการซื้ออสังหาริมทรัพย์ใหม่ใน Miami และการย้ายกิจการไป Nevada ทำให้เกิดคำถามว่า Silicon Valley กำลังสูญเสียเสน่ห์เดิมหรือไม่ สาเหตุสำคัญที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงนี้ คือมาตรการภาษีใหม่ที่เสนอให้เก็บ “wealth tax” แบบครั้งเดียว 5% จากผู้ที่มีทรัพย์สินเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจมีผลย้อนหลังกับผู้ที่อาศัยในรัฐ ณ วันที่ 1 มกราคม หากมาตรการผ่านประชามติในเดือนพฤศจิกายน ความกังวลนี้ทำให้มหาเศรษฐีหลายรายเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อภาษีมากกว่า เช่น Miami และ Texas แม้จะมีเสียงคัดค้านจากนักลงทุนและผู้ประกอบการจำนวนมาก แต่ก็มีบางคนที่ยอมรับมาตรการนี้ เช่น Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ที่ระบุว่า “เลือกอยู่ Silicon Valley ก็ต้องยอมรับภาษีที่รัฐกำหนด” อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของ Page และ Brin มีน้ำหนักมากกว่าใคร เพราะทั้งคู่เป็นสัญลักษณ์ของ Silicon Valley และมีทรัพย์สินรวมกันกว่า 518 พันล้านดอลลาร์ ทำให้การย้ายฐานของพวกเขาถูกจับตามองเป็นพิเศษ ในภาพรวม เหตุการณ์นี้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในสหรัฐฯ เมื่อภาษี ค่าครองชีพ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเริ่มผลักดันให้ผู้ประกอบการมองหาศูนย์กลางใหม่ที่ไม่ใช่แคลิฟอร์เนีย หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป Silicon Valley อาจต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Page และ Brin ย้ายบริษัทในเครือออกจากแคลิฟอร์เนียจำนวนมาก ➡️ บางบริษัทถูกย้ายไป Nevada และบางแห่งถูกปิดสถานะในรัฐ ✅ Page ซื้อคฤหาสน์มูลค่า 71.9 ล้านดอลลาร์ใน Miami ➡️ เป็นสัญญาณการขยายตัวออกจาก Silicon Valley ✅ มาตรการภาษีใหม่ของแคลิฟอร์เนียเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ ➡️ เสนอเก็บภาษี 5% จากผู้มีทรัพย์สินเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ ✅ มหาเศรษฐีหลายรายเริ่มย้ายฐาน เช่น Peter Thiel และ David Sacks ➡️ มุ่งสู่รัฐที่เป็นมิตรต่อภาษีมากกว่า เช่น Florida และ Texas คำเตือน / ประเด็นที่ควรระวัง ‼️ มาตรการภาษีอาจทำให้เกิดการไหลออกของผู้ประกอบการและนักลงทุน ⛔ ส่งผลต่อระบบนิเวศนวัตกรรมของแคลิฟอร์เนีย ‼️ การย้ายฐานของผู้ก่อตั้ง Google อาจกระทบภาพลักษณ์ Silicon Valley ⛔ อาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจในอนาคตของภูมิภาค ‼️ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างรัฐมากขึ้น ⛔ รัฐที่เก็บภาษีสูงอาจสูญเสียบุคลากรและเงินทุน ‼️ การย้ายทรัพย์สินจำนวนมากอาจมีผลต่อเสถียรภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในหลายพื้นที่ ⛔ โดยเฉพาะเมืองที่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางใหม่ เช่น Miami https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/12/google-guys-say-bye-to-california
    WWW.THESTAR.COM.MY
    Google guys say bye to California
    Sergey Brin is joining his Google co-founder, Larry Page, in reducing ties to the state where they built their fortunes.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 111 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260112 #securityonline


    เครือข่ายมืดไม่เคยตาย: ตลาด Carding ยังรอดด้วยโดเมนยุคโซเวียต
    นักวิจัยเผยให้เห็นโครงสร้างลับของตลาดซื้อขายข้อมูลบัตรเครดิตใต้ดินที่ยังคงดำเนินอยู่ผ่านโดเมนเก่าอย่าง .su ของสหภาพโซเวียต พร้อมพึ่งพาโฮสติ้งแบบ “bulletproof” เพื่อหลบเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย โดยตลาดเหล่านี้แบ่งเป็นทั้งเว็บซื้อขายและฟอรั่มแลกเปลี่ยนเทคนิค ทำให้ระบบอาชญากรรมไซเบอร์มีความยืดหยุ่นสูงและยากต่อการปิดกั้น
    https://securityonline.info/the-soviet-ghost-how-carding-markets-survive-on-legacy-domains

    ช่องโหว่ร้ายแรงใน Apache Uniffle เปิดทางดักฟังข้อมูลคลัสเตอร์
    พบช่องโหว่ CVE-2025-68637 ที่ทำให้ระบบกระจายข้อมูลขนาดใหญ่เสี่ยงถูกโจมตีแบบ MITM เนื่องจากการตั้งค่า SSL/TLS ที่ไม่ปลอดภัย ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถสวมรอยใบรับรองและดักข้อมูลระหว่างไคลเอนต์กับเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยเวอร์ชันใหม่ 0.10.0 ได้แก้ไขปัญหานี้แล้วและผู้ดูแลระบบควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ
    https://securityonline.info/cve-2025-68637-critical-apache-uniffle-flaw-exposes-clusters-to-eavesdropping

    มัลแวร์ Astaroth รุ่นใหม่แพร่ผ่าน WhatsApp แบบอัตโนมัติ
    แคมเปญ “Boto Cor-de-Rosa” เผยวิวัฒนาการใหม่ของมัลแวร์ Astaroth ที่หันมาใช้ WhatsApp Web เป็นช่องทางแพร่กระจาย โดยฝังโมดูล Python ที่สามารถดึงรายชื่อผู้ติดต่อและส่งไฟล์ ZIP อันตรายออกไปโดยอัตโนมัติ ทำให้เครื่องเหยื่อกลายเป็นบอทแพร่มัลแวร์ พร้อมทั้งขโมยข้อมูลรายชื่อเพื่อใช้ในแคมเปญโจมตีอื่นในอนาคต
    https://securityonline.info/boto-cor-de-rosa-banking-malware-astaroth-pivots-to-whatsapp-in-new-campaign

    ช่องโหว่ React Router เปิดช่องอ่านไฟล์เซิร์ฟเวอร์
    ช่องโหว่ CVE-2025-61686 ใน React Router ทำให้ผู้โจมตีสามารถชี้ session ID ไปยังไฟล์สำคัญบนเซิร์ฟเวอร์และดึงข้อมูลออกมาได้ หากแอปใช้ createFileSessionStorage() ร่วมกับคุกกี้ที่ไม่เซ็นกำกับ นอกจากนี้ยังมีช่องโหว่ XSS หลายรายการที่กระทบการทำงาน SSR และ SPA ทำให้ผู้พัฒนาต้องเร่งตรวจสอบเวอร์ชันและอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันการโจมตี
    https://securityonline.info/critical-react-router-flaws-cve-2025-61686-exposes-server-files

    RustyWater: มัลแวร์สายพันธุ์ใหม่ของ MuddyWater
    กลุ่ม APT ชื่อดัง MuddyWater ถูกพบว่าปรับยุทธวิธีครั้งใหญ่ด้วยการทิ้ง PowerShell และ VBS ที่เคยใช้มายาวนาน แล้วหันมาใช้มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ RustyWater ที่พัฒนาด้วยภาษา Rust เพื่อเพิ่มความล่องหนและหลบการตรวจจับ โดยเริ่มจากการส่งอีเมลลวงแนบไฟล์ Word ที่มีมาโครอันตราย ก่อนติดตั้ง implant ที่มีความสามารถครบเครื่องทั้งสื่อสารแบบ asynchronous, ฝังตัวใน registry และขยายโมดูลหลังเจาะระบบ เป้าหมายหลักคือหน่วยงานด้านการทูต การเงิน การเดินเรือ และโทรคมนาคมในตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มนี้กำลังยกระดับเครื่องมือให้ทันสมัยและตรวจจับยากขึ้นอย่างชัดเจน
    https://securityonline.info/rustywater-rising-muddywater-drops-powershell-for-stealthy-rust-implants

    กล้อง Vivotek รุ่นเก่าเสี่ยงถูกส่องสดทั่วโลก
    CERT Polska เปิดเผยว่ากล้องวงจรปิด Vivotek IP7137 ที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้วมีช่องโหว่ร้ายแรงถึง 4 รายการ ตั้งแต่การเปิดให้ใครก็ได้ดูภาพสดผ่าน RTSP โดยไม่ต้องล็อกอิน ไปจนถึงการเข้าถึงหน้าแอดมินโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน รวมถึงช่องโหว่สั่งรันคำสั่งและไต่ directory ได้ ทำให้ผู้ใช้เสี่ยงถูกสอดแนมและถูกยึดอุปกรณ์อย่างถาวรเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขอีกต่อไป ทางออกเดียวคือถอดออกจากระบบหรือแยกเครือข่ายอย่างเด็ดขาด
    https://securityonline.info/unpatched-exposed-legacy-vivotek-cameras-broadcast-live-video-to-all

    UAT-7290 กลุ่มแฮกเกอร์จีนขยายปฏิบัติการสู่ยุโรป
    Cisco Talos เปิดโปงกลุ่ม UAT-7290 ซึ่งเชื่อมโยงกับจีนว่ากำลังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในเอเชียใต้และขยายสู่ยุโรปตะวันออก โดยกลุ่มนี้ไม่เพียงสอดแนมข้อมูล แต่ยังสร้างโครงสร้าง ORB ให้แฮกเกอร์กลุ่มอื่นใช้เป็นเส้นทางโจมตี พร้อมใช้อาวุธเฉพาะทางอย่าง RushDrop, DriveSwitch, SilentRaid และ backdoor ชื่อ Bulbature ที่สามารถสลับเซิร์ฟเวอร์ C2 ได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้การกำจัดออกจากระบบเป็นเรื่องยากมาก
    https://securityonline.info/china-nexus-actor-uat-7290-caught-targeting-telecoms-in-south-asia-and-europe

    ช่องโหว่ InputPlumber ทำผู้ใช้ Linux Gaming เสี่ยงถูกยึดคีย์บอร์ด
    รายงานจากทีมความปลอดภัยของ SUSE พบว่า InputPlumber ซึ่งใช้ใน SteamOS มีช่องโหว่ร้ายแรงจากการขาดระบบยืนยันตัวตนบน D-Bus ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งสร้างอุปกรณ์อินพุตปลอมและส่งคีย์กดเข้า session ของผู้ใช้คนอื่นได้ รวมถึงอ่านไฟล์สำคัญอย่าง bash_history ผ่านช่องโหว่การ parse ไฟล์ หลังการเปิดเผย นักพัฒนาจึงออกแพตช์ในเวอร์ชัน v0.69.0 และ SteamOS ก็อัปเดตตามเพื่ออุดช่องโหว่ทั้งหมด
    https://securityonline.info/game-over-critical-inputplumber-flaws-expose-linux-gamers-to-hijacking

    Qualcomm–Samsung จับมือคุยดีลผลิตชิป 2nm
    Qualcomm ยืนยันระหว่างงาน CES 2026 ว่ากำลังเจรจากับ Samsung เพื่อกลับมาร่วมผลิตชิประดับ 2nm หลังเคยย้ายไปพึ่ง TSMC เต็มตัวเพราะปัญหาความร้อนและประสิทธิภาพในอดีต โดยดีลนี้สะท้อนการแข่งขันด้านกำลังผลิตที่ตึงตัว และอาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยีของ Samsung หากพิสูจน์คุณภาพได้สำเร็จ
    https://securityonline.info/the-2nm-reunion-qualcomm-confirms-samsung-foundry-talks-at-ces-2026

    Musk ลั่นเปิดซอร์สอัลกอริทึม X ทั้งระบบภายใน 7 วัน
    Elon Musk ประกาศจะเปิดซอร์สโค้ดอัลกอริทึมของ X ทั้งระบบ รวมถึงระบบแนะนำโฆษณา เพื่อแสดงความโปร่งใสท่ามกลางแรงกดดันจากหน่วยงานยุโรป พร้อมสัญญาว่าจะอัปเดตโค้ดเป็นประจำ ต่างจากครั้งก่อนที่ปล่อยแล้วปล่อยทิ้ง สะท้อนความพยายามกู้ศรัทธาผู้ใช้และนักพัฒนาในช่วงที่แพลตฟอร์มถูกจับตาอย่างหนัก
    https://securityonline.info/the-glass-box-musk-pledges-full-x-algorithm-ad-transparency-in-7-days

    ข้อมูล Instagram 17.5 ล้านบัญชีหลุดสู่ดาร์กเว็บ
    เกิดเหตุข้อมูลผู้ใช้ Instagram จำนวนกว่า 17.5 ล้านบัญชีถูกนำไปขายบนดาร์กเว็บ ครอบคลุมอีเมล เบอร์โทร และข้อมูลระบุตัวตน ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มได้รับอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่านปลอม ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้เปิด 2FA และตรวจสอบแอปที่เชื่อมต่อ ขณะที่ Meta ระบุว่าเป็นเพียงช่องโหว่การร้องขอรีเซ็ตรหัสผ่าน ไม่ใช่การเจาะระบบโดยตรง
    https://securityonline.info/the-solonik-leak-17-5-million-instagram-profiles-exposed-on-dark-web

    ช่องโหว่ OWASP CRS เปิดทางโจมตี WAF (เล่าเรื่องแทนเพราะถูกกรองเนื้อหา)
    มีรายงานว่าระบบกรองภัยคุกคามของเว็บ (WAF) ที่ใช้กฎ OWASP CRS พบช่องโหว่สำคัญที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับได้ ส่งผลให้เว็บไซต์จำนวนมากเสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบ XSS และการเจาะระบบรูปแบบอื่น แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคถูกจำกัดไว้สำหรับผู้สนับสนุน แต่ประเด็นนี้สะท้อนว่าระบบป้องกันเว็บยังต้องเฝ้าระวังและอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
    https://securityonline.info/wafs-wide-open-critical-owasp-crs-flaw-bypasses-filters
    📌🔐🟡 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟡🔐📌 #รวมข่าวIT #20260112 #securityonline 🕵️‍♂️ เครือข่ายมืดไม่เคยตาย: ตลาด Carding ยังรอดด้วยโดเมนยุคโซเวียต นักวิจัยเผยให้เห็นโครงสร้างลับของตลาดซื้อขายข้อมูลบัตรเครดิตใต้ดินที่ยังคงดำเนินอยู่ผ่านโดเมนเก่าอย่าง .su ของสหภาพโซเวียต พร้อมพึ่งพาโฮสติ้งแบบ “bulletproof” เพื่อหลบเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมาย โดยตลาดเหล่านี้แบ่งเป็นทั้งเว็บซื้อขายและฟอรั่มแลกเปลี่ยนเทคนิค ทำให้ระบบอาชญากรรมไซเบอร์มีความยืดหยุ่นสูงและยากต่อการปิดกั้น 🔗 https://securityonline.info/the-soviet-ghost-how-carding-markets-survive-on-legacy-domains ⚠️ 🔐 ช่องโหว่ร้ายแรงใน Apache Uniffle เปิดทางดักฟังข้อมูลคลัสเตอร์ พบช่องโหว่ CVE-2025-68637 ที่ทำให้ระบบกระจายข้อมูลขนาดใหญ่เสี่ยงถูกโจมตีแบบ MITM เนื่องจากการตั้งค่า SSL/TLS ที่ไม่ปลอดภัย ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถสวมรอยใบรับรองและดักข้อมูลระหว่างไคลเอนต์กับเซิร์ฟเวอร์ได้ โดยเวอร์ชันใหม่ 0.10.0 ได้แก้ไขปัญหานี้แล้วและผู้ดูแลระบบควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-68637-critical-apache-uniffle-flaw-exposes-clusters-to-eavesdropping 🐟💬 มัลแวร์ Astaroth รุ่นใหม่แพร่ผ่าน WhatsApp แบบอัตโนมัติ แคมเปญ “Boto Cor-de-Rosa” เผยวิวัฒนาการใหม่ของมัลแวร์ Astaroth ที่หันมาใช้ WhatsApp Web เป็นช่องทางแพร่กระจาย โดยฝังโมดูล Python ที่สามารถดึงรายชื่อผู้ติดต่อและส่งไฟล์ ZIP อันตรายออกไปโดยอัตโนมัติ ทำให้เครื่องเหยื่อกลายเป็นบอทแพร่มัลแวร์ พร้อมทั้งขโมยข้อมูลรายชื่อเพื่อใช้ในแคมเปญโจมตีอื่นในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/boto-cor-de-rosa-banking-malware-astaroth-pivots-to-whatsapp-in-new-campaign 🛠️⚡ ช่องโหว่ React Router เปิดช่องอ่านไฟล์เซิร์ฟเวอร์ ช่องโหว่ CVE-2025-61686 ใน React Router ทำให้ผู้โจมตีสามารถชี้ session ID ไปยังไฟล์สำคัญบนเซิร์ฟเวอร์และดึงข้อมูลออกมาได้ หากแอปใช้ createFileSessionStorage() ร่วมกับคุกกี้ที่ไม่เซ็นกำกับ นอกจากนี้ยังมีช่องโหว่ XSS หลายรายการที่กระทบการทำงาน SSR และ SPA ทำให้ผู้พัฒนาต้องเร่งตรวจสอบเวอร์ชันและอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันการโจมตี 🔗 https://securityonline.info/critical-react-router-flaws-cve-2025-61686-exposes-server-files 🛡️ RustyWater: มัลแวร์สายพันธุ์ใหม่ของ MuddyWater กลุ่ม APT ชื่อดัง MuddyWater ถูกพบว่าปรับยุทธวิธีครั้งใหญ่ด้วยการทิ้ง PowerShell และ VBS ที่เคยใช้มายาวนาน แล้วหันมาใช้มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ RustyWater ที่พัฒนาด้วยภาษา Rust เพื่อเพิ่มความล่องหนและหลบการตรวจจับ โดยเริ่มจากการส่งอีเมลลวงแนบไฟล์ Word ที่มีมาโครอันตราย ก่อนติดตั้ง implant ที่มีความสามารถครบเครื่องทั้งสื่อสารแบบ asynchronous, ฝังตัวใน registry และขยายโมดูลหลังเจาะระบบ เป้าหมายหลักคือหน่วยงานด้านการทูต การเงิน การเดินเรือ และโทรคมนาคมในตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มนี้กำลังยกระดับเครื่องมือให้ทันสมัยและตรวจจับยากขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://securityonline.info/rustywater-rising-muddywater-drops-powershell-for-stealthy-rust-implants 📹 กล้อง Vivotek รุ่นเก่าเสี่ยงถูกส่องสดทั่วโลก CERT Polska เปิดเผยว่ากล้องวงจรปิด Vivotek IP7137 ที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้วมีช่องโหว่ร้ายแรงถึง 4 รายการ ตั้งแต่การเปิดให้ใครก็ได้ดูภาพสดผ่าน RTSP โดยไม่ต้องล็อกอิน ไปจนถึงการเข้าถึงหน้าแอดมินโดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน รวมถึงช่องโหว่สั่งรันคำสั่งและไต่ directory ได้ ทำให้ผู้ใช้เสี่ยงถูกสอดแนมและถูกยึดอุปกรณ์อย่างถาวรเพราะไม่มีแพตช์แก้ไขอีกต่อไป ทางออกเดียวคือถอดออกจากระบบหรือแยกเครือข่ายอย่างเด็ดขาด 🔗 https://securityonline.info/unpatched-exposed-legacy-vivotek-cameras-broadcast-live-video-to-all 🛰️ UAT-7290 กลุ่มแฮกเกอร์จีนขยายปฏิบัติการสู่ยุโรป Cisco Talos เปิดโปงกลุ่ม UAT-7290 ซึ่งเชื่อมโยงกับจีนว่ากำลังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในเอเชียใต้และขยายสู่ยุโรปตะวันออก โดยกลุ่มนี้ไม่เพียงสอดแนมข้อมูล แต่ยังสร้างโครงสร้าง ORB ให้แฮกเกอร์กลุ่มอื่นใช้เป็นเส้นทางโจมตี พร้อมใช้อาวุธเฉพาะทางอย่าง RushDrop, DriveSwitch, SilentRaid และ backdoor ชื่อ Bulbature ที่สามารถสลับเซิร์ฟเวอร์ C2 ได้อย่างยืดหยุ่น ทำให้การกำจัดออกจากระบบเป็นเรื่องยากมาก 🔗 https://securityonline.info/china-nexus-actor-uat-7290-caught-targeting-telecoms-in-south-asia-and-europe 🎮 ช่องโหว่ InputPlumber ทำผู้ใช้ Linux Gaming เสี่ยงถูกยึดคีย์บอร์ด รายงานจากทีมความปลอดภัยของ SUSE พบว่า InputPlumber ซึ่งใช้ใน SteamOS มีช่องโหว่ร้ายแรงจากการขาดระบบยืนยันตัวตนบน D-Bus ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งสร้างอุปกรณ์อินพุตปลอมและส่งคีย์กดเข้า session ของผู้ใช้คนอื่นได้ รวมถึงอ่านไฟล์สำคัญอย่าง bash_history ผ่านช่องโหว่การ parse ไฟล์ หลังการเปิดเผย นักพัฒนาจึงออกแพตช์ในเวอร์ชัน v0.69.0 และ SteamOS ก็อัปเดตตามเพื่ออุดช่องโหว่ทั้งหมด 🔗 https://securityonline.info/game-over-critical-inputplumber-flaws-expose-linux-gamers-to-hijacking ⚙️ Qualcomm–Samsung จับมือคุยดีลผลิตชิป 2nm Qualcomm ยืนยันระหว่างงาน CES 2026 ว่ากำลังเจรจากับ Samsung เพื่อกลับมาร่วมผลิตชิประดับ 2nm หลังเคยย้ายไปพึ่ง TSMC เต็มตัวเพราะปัญหาความร้อนและประสิทธิภาพในอดีต โดยดีลนี้สะท้อนการแข่งขันด้านกำลังผลิตที่ตึงตัว และอาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยีของ Samsung หากพิสูจน์คุณภาพได้สำเร็จ 🔗 https://securityonline.info/the-2nm-reunion-qualcomm-confirms-samsung-foundry-talks-at-ces-2026 🔍 Musk ลั่นเปิดซอร์สอัลกอริทึม X ทั้งระบบภายใน 7 วัน Elon Musk ประกาศจะเปิดซอร์สโค้ดอัลกอริทึมของ X ทั้งระบบ รวมถึงระบบแนะนำโฆษณา เพื่อแสดงความโปร่งใสท่ามกลางแรงกดดันจากหน่วยงานยุโรป พร้อมสัญญาว่าจะอัปเดตโค้ดเป็นประจำ ต่างจากครั้งก่อนที่ปล่อยแล้วปล่อยทิ้ง สะท้อนความพยายามกู้ศรัทธาผู้ใช้และนักพัฒนาในช่วงที่แพลตฟอร์มถูกจับตาอย่างหนัก 🔗 https://securityonline.info/the-glass-box-musk-pledges-full-x-algorithm-ad-transparency-in-7-days 🕵️‍♂️ ข้อมูล Instagram 17.5 ล้านบัญชีหลุดสู่ดาร์กเว็บ เกิดเหตุข้อมูลผู้ใช้ Instagram จำนวนกว่า 17.5 ล้านบัญชีถูกนำไปขายบนดาร์กเว็บ ครอบคลุมอีเมล เบอร์โทร และข้อมูลระบุตัวตน ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มได้รับอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่านปลอม ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้เปิด 2FA และตรวจสอบแอปที่เชื่อมต่อ ขณะที่ Meta ระบุว่าเป็นเพียงช่องโหว่การร้องขอรีเซ็ตรหัสผ่าน ไม่ใช่การเจาะระบบโดยตรง 🔗 https://securityonline.info/the-solonik-leak-17-5-million-instagram-profiles-exposed-on-dark-web 🛡️ ช่องโหว่ OWASP CRS เปิดทางโจมตี WAF (เล่าเรื่องแทนเพราะถูกกรองเนื้อหา) มีรายงานว่าระบบกรองภัยคุกคามของเว็บ (WAF) ที่ใช้กฎ OWASP CRS พบช่องโหว่สำคัญที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับได้ ส่งผลให้เว็บไซต์จำนวนมากเสี่ยงต่อการถูกโจมตีแบบ XSS และการเจาะระบบรูปแบบอื่น แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคถูกจำกัดไว้สำหรับผู้สนับสนุน แต่ประเด็นนี้สะท้อนว่าระบบป้องกันเว็บยังต้องเฝ้าระวังและอัปเดตอย่างต่อเนื่อง 🔗 https://securityonline.info/wafs-wide-open-critical-owasp-crs-flaw-bypasses-filters
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 148 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260112 #TechRadar

    Asus เปิดตัว ProArt GoPro Edition PX13 – ดีไซน์ใหม่ แต่สเปกแทบไม่ขยับ
    Asus เปิดตัว ProArt GoPro Edition PX13 ที่เน้นดีไซน์ใหม่ลุคดำเข้มพร้อมไฟคีย์บอร์ดสีไซแอนและปุ่มลัด GoPro Hotkey สำหรับเข้าถึงไฟล์ 360° ได้ทันที แต่ภายในยังใช้สเปกเดิมจากรุ่น ProArt PX13 ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Ryzen AI Max+ 3950X, RAM สูงสุด 128GB และจอ OLED 13 นิ้ว 120Hz ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นด้านภาพลักษณ์และเวิร์กโฟลว์มากกว่าการอัปเกรดฮาร์ดแวร์จริงๆ
    https://www.techradar.com/pro/asus-slaps-gopro-branding-on-proart-ryzen-ai-max-395-laptop-and-gives-it-a-new-design-and-new-hotkey-anything-else-sadly-remains-the-same

    MSI เน้นสายธุรกิจและ AI ใน CES 2026 – เปิดตัว 4 อุปกรณ์เด่น
    MSI ขยับภาพลักษณ์จากแบรนด์เกมมิ่งสู่ตลาดธุรกิจและ AI มากขึ้น โดยเปิดตัว Raider 16 Max HX ที่อัดพลังรวม 300W, Prestige 14 Flip AI ที่พกความบางเบาและปากกา MSI Pen 2, เดสก์ท็อป Vision RS AI 2nd Gen ดีไซน์กระจกโค้งสุดพรีเมียม และจอมอนิเตอร์ MPG 27QRF X36 ที่มาพร้อม OLED 360Hz ทำให้ MSI ปีนี้โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์และประสิทธิภาพในทุกกลุ่มผู้ใช้
    https://www.techradar.com/computing/msi-focuses-on-ai-and-business-at-ces-2026

    Gigabyte โชว์ 3 ผลิตภัณฑ์เด่นใน CES 2026 – ไม่ได้มีดีแค่ AI
    Gigabyte นำเสนอ 3 อุปกรณ์ที่น่าจับตา ได้แก่ Aorus Master 16 AMD รุ่นบางลง 17% พร้อม Ryzen 9955HX3D และจอ OLED 240Hz, กล่อง eGPU RTX 5060 Ti AI Box ที่ช่วยเพิ่มพลังให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt 5 และมอนิเตอร์ MO27Q28GR OLED ที่ใช้เทคโนโลยี Hyper-Nits เพิ่มความสว่าง HDR ได้ถึง 30% ทั้งหมดนี้สะท้อนความตั้งใจของ Gigabyte ที่จะยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ทั้งเกมเมอร์และสายงานสร้างสรรค์
    https://www.techradar.com/computing/more-than-just-ai-here-are-the-three-gigabyte-ces-2026-products-to-watch

    4 คอมพิวเตอร์ Asus ที่โดดเด่นที่สุดใน CES 2026
    Asus เปิดตัวผลิตภัณฑ์หลากหลาย แต่ 4 รุ่นที่โดดเด่นที่สุดคือ Zenbook Duo รุ่นใหม่ที่แก้จุดอ่อนแบตหมดไวด้วยชิป Panther Lake, เดสก์ท็อป ROG G1000 ที่มี AniMe Holo แสดงภาพโฮโลแกรมเต็มสี, Zephyrus G14 รุ่นบางเบาแต่แรงทั้ง Intel/AMD และ TUF Gaming A14 ที่ใช้ APU Strix Halo ให้พลังระดับ RTX 4070 Mobile โดยไม่ต้องใช้การ์ดจอแยก ทำให้ไลน์อัปปีนี้ทั้งเบา แรง และล้ำกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/computing/these-are-my-four-favorite-asus-computers-from-ces-2026

    Khadas Mind Pro – มินิพีซีจิ๋วที่ยัด RTX 5060 Ti และ RAM 64GB ลงใน 0.43 ลิตร
    Khadas สร้างความฮือฮาใน CES 2026 ด้วย Mind Pro mini PC ที่อัดสเปกระดับเดสก์ท็อป เช่น RTX 5060 Ti, RAM 64GB และ SSD 2TB ลงในเคสจิ๋วเพียง 0.43 ลิตร พร้อมระบบโมดูลาร์ที่ต่อกับ Mind Graphics 2 Dock และ Mind xPlay Display เพื่อแปลงเป็นเวิร์กสเตชันพกพาได้ทันที แม้ยังไม่เปิดราคา แต่ถือเป็นหนึ่งในมินิพีซีที่แรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
    https://www.techradar.com/pro/you-wont-believe-this-but-khadas-mind-pro-mini-pc-actually-fits-an-rtx-5060-ti-graphics-card-64gb-ram-and-2tb-nvme-ssd-in-0-43-liters

    Minisforum เปิดตัวมินิพีซี Ryzen AI 9 HX470 ตัวแรกของโลก – แรงระดับเวิร์กสเตชันในกล่องจิ๋ว
    Minisforum เปิดตัว AI X1 Pro‑470 มินิพีซีรุ่นแรกที่ใช้ชิป Ryzen AI 9 HX470 ซึ่งให้พลังประมวลผล 12 คอร์ 24 เธรด พร้อม NPU 86 TOPS รองรับงาน AI หนัก ๆ ได้ดีกว่ารุ่น Ryzen AI Max+ 395 โดยรองรับ RAM สูงสุด 128GB และ SSD รวมสูงสุด 12TB ผ่านสล็อต M.2 ทั้งสามช่อง พร้อมพอร์ตครบครันทั้ง USB4, HDMI 2.1, DP 2.0 และ OCuLink ทำให้เครื่องเล็กขนาดไม่ถึง 2 กิโลกรัมนี้กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักพัฒนาและครีเอเตอร์ที่ต้องการพลังระดับเวิร์กสเตชันในพื้นที่จำกัด
    https://www.techradar.com/pro/minisforum-beats-dell-hp-and-lenovo-to-unveil-first-ryzen-ai-9-hx470-pc-ai-x1-pro-470-mini-pc-supports-12tb-ssd-storage-and-up-to-128gb-ddr5

    Micron เปิดตัว SSD Gen5 QLC รุ่นแรกของโลก – เร็วทะลุ 11GB/s ในขนาด 2230 สุดบาง
    Micron 3610 NVMe SSD กลายเป็น SSD Gen5 QLC รุ่นแรกของโลกที่ให้ความเร็วอ่านสูงสุดถึง 11,000 MB/s และเขียนสูงสุด 9,300 MB/s ในรุ่นความจุสูง พร้อมรองรับความจุสูงสุด 4TB ในฟอร์มแฟกเตอร์ M.2 2230 แบบหน้าเดียว เหมาะกับโน้ตบุ๊กบางเฉียบและงาน AI ที่ต้องโหลดโมเดลขนาดใหญ่ได้ภายในไม่กี่วินาที อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพต่อวัตต์ดีขึ้นกว่า Gen4 TLC ถึง 43% แม้จะเป็น QLC ที่อาจไม่เหมาะกับงานเขียนหนักต่อเนื่อง แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญของ SSD ตลาดหลักในยุค AI
    https://www.techradar.com/pro/micron-just-announced-a-qlc-ssd-just-weeks-after-killing-its-beloved-crucial-brand-the-3610-is-a-basic-gen5-ssd-thats-somehow-faster-than-gen4-tlc

    Samsung Galaxy S26 อาจวางขายช้ากว่าปกติ – คาดเปิดตัวปลายกุมภาพันธ์ ขายจริงมีนาคม
    รายงานล่าสุดระบุว่า Samsung Galaxy S26 จะเปิดตัวในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ และเริ่มวางขายวันที่ 11 มีนาคม ซึ่งช้ากว่ารุ่น S25 ที่เปิดตัวตั้งแต่มกราคมปีที่แล้ว โดยปีนี้คาดว่าจะมี 3 รุ่นคือ S26, S26 Plus และ S26 Ultra หลังจาก Samsung ตัดสินใจยกเลิกรุ่น Edge เนื่องจากยอดขายไม่ดี ทำให้ไลน์อัปกลับมาเป็นแบบดั้งเดิมอีกครั้ง พร้อมลุ้นอัปเกรดกล้อง แบตเตอรี่ และดีไซน์ที่อาจเปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนหน้า
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/phones/samsung-galaxy-phones/this-could-be-the-date-when-you-can-buy-the-samsung-galaxy-s26-and-its-later-than-normal
    📌📡🟡 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟡📡📌 #รวมข่าวIT #20260112 #TechRadar 🖥️ Asus เปิดตัว ProArt GoPro Edition PX13 – ดีไซน์ใหม่ แต่สเปกแทบไม่ขยับ Asus เปิดตัว ProArt GoPro Edition PX13 ที่เน้นดีไซน์ใหม่ลุคดำเข้มพร้อมไฟคีย์บอร์ดสีไซแอนและปุ่มลัด GoPro Hotkey สำหรับเข้าถึงไฟล์ 360° ได้ทันที แต่ภายในยังใช้สเปกเดิมจากรุ่น ProArt PX13 ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Ryzen AI Max+ 3950X, RAM สูงสุด 128GB และจอ OLED 13 นิ้ว 120Hz ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นด้านภาพลักษณ์และเวิร์กโฟลว์มากกว่าการอัปเกรดฮาร์ดแวร์จริงๆ 🔗 https://www.techradar.com/pro/asus-slaps-gopro-branding-on-proart-ryzen-ai-max-395-laptop-and-gives-it-a-new-design-and-new-hotkey-anything-else-sadly-remains-the-same 🤖 MSI เน้นสายธุรกิจและ AI ใน CES 2026 – เปิดตัว 4 อุปกรณ์เด่น MSI ขยับภาพลักษณ์จากแบรนด์เกมมิ่งสู่ตลาดธุรกิจและ AI มากขึ้น โดยเปิดตัว Raider 16 Max HX ที่อัดพลังรวม 300W, Prestige 14 Flip AI ที่พกความบางเบาและปากกา MSI Pen 2, เดสก์ท็อป Vision RS AI 2nd Gen ดีไซน์กระจกโค้งสุดพรีเมียม และจอมอนิเตอร์ MPG 27QRF X36 ที่มาพร้อม OLED 360Hz ทำให้ MSI ปีนี้โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์และประสิทธิภาพในทุกกลุ่มผู้ใช้ 🔗 https://www.techradar.com/computing/msi-focuses-on-ai-and-business-at-ces-2026 💻 Gigabyte โชว์ 3 ผลิตภัณฑ์เด่นใน CES 2026 – ไม่ได้มีดีแค่ AI Gigabyte นำเสนอ 3 อุปกรณ์ที่น่าจับตา ได้แก่ Aorus Master 16 AMD รุ่นบางลง 17% พร้อม Ryzen 9955HX3D และจอ OLED 240Hz, กล่อง eGPU RTX 5060 Ti AI Box ที่ช่วยเพิ่มพลังให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt 5 และมอนิเตอร์ MO27Q28GR OLED ที่ใช้เทคโนโลยี Hyper-Nits เพิ่มความสว่าง HDR ได้ถึง 30% ทั้งหมดนี้สะท้อนความตั้งใจของ Gigabyte ที่จะยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ทั้งเกมเมอร์และสายงานสร้างสรรค์ 🔗 https://www.techradar.com/computing/more-than-just-ai-here-are-the-three-gigabyte-ces-2026-products-to-watch 🧩 4 คอมพิวเตอร์ Asus ที่โดดเด่นที่สุดใน CES 2026 Asus เปิดตัวผลิตภัณฑ์หลากหลาย แต่ 4 รุ่นที่โดดเด่นที่สุดคือ Zenbook Duo รุ่นใหม่ที่แก้จุดอ่อนแบตหมดไวด้วยชิป Panther Lake, เดสก์ท็อป ROG G1000 ที่มี AniMe Holo แสดงภาพโฮโลแกรมเต็มสี, Zephyrus G14 รุ่นบางเบาแต่แรงทั้ง Intel/AMD และ TUF Gaming A14 ที่ใช้ APU Strix Halo ให้พลังระดับ RTX 4070 Mobile โดยไม่ต้องใช้การ์ดจอแยก ทำให้ไลน์อัปปีนี้ทั้งเบา แรง และล้ำกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/computing/these-are-my-four-favorite-asus-computers-from-ces-2026 🧱 Khadas Mind Pro – มินิพีซีจิ๋วที่ยัด RTX 5060 Ti และ RAM 64GB ลงใน 0.43 ลิตร Khadas สร้างความฮือฮาใน CES 2026 ด้วย Mind Pro mini PC ที่อัดสเปกระดับเดสก์ท็อป เช่น RTX 5060 Ti, RAM 64GB และ SSD 2TB ลงในเคสจิ๋วเพียง 0.43 ลิตร พร้อมระบบโมดูลาร์ที่ต่อกับ Mind Graphics 2 Dock และ Mind xPlay Display เพื่อแปลงเป็นเวิร์กสเตชันพกพาได้ทันที แม้ยังไม่เปิดราคา แต่ถือเป็นหนึ่งในมินิพีซีที่แรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา 🔗 https://www.techradar.com/pro/you-wont-believe-this-but-khadas-mind-pro-mini-pc-actually-fits-an-rtx-5060-ti-graphics-card-64gb-ram-and-2tb-nvme-ssd-in-0-43-liters 🧠 Minisforum เปิดตัวมินิพีซี Ryzen AI 9 HX470 ตัวแรกของโลก – แรงระดับเวิร์กสเตชันในกล่องจิ๋ว Minisforum เปิดตัว AI X1 Pro‑470 มินิพีซีรุ่นแรกที่ใช้ชิป Ryzen AI 9 HX470 ซึ่งให้พลังประมวลผล 12 คอร์ 24 เธรด พร้อม NPU 86 TOPS รองรับงาน AI หนัก ๆ ได้ดีกว่ารุ่น Ryzen AI Max+ 395 โดยรองรับ RAM สูงสุด 128GB และ SSD รวมสูงสุด 12TB ผ่านสล็อต M.2 ทั้งสามช่อง พร้อมพอร์ตครบครันทั้ง USB4, HDMI 2.1, DP 2.0 และ OCuLink ทำให้เครื่องเล็กขนาดไม่ถึง 2 กิโลกรัมนี้กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักพัฒนาและครีเอเตอร์ที่ต้องการพลังระดับเวิร์กสเตชันในพื้นที่จำกัด 🔗 https://www.techradar.com/pro/minisforum-beats-dell-hp-and-lenovo-to-unveil-first-ryzen-ai-9-hx470-pc-ai-x1-pro-470-mini-pc-supports-12tb-ssd-storage-and-up-to-128gb-ddr5 ⚡ Micron เปิดตัว SSD Gen5 QLC รุ่นแรกของโลก – เร็วทะลุ 11GB/s ในขนาด 2230 สุดบาง Micron 3610 NVMe SSD กลายเป็น SSD Gen5 QLC รุ่นแรกของโลกที่ให้ความเร็วอ่านสูงสุดถึง 11,000 MB/s และเขียนสูงสุด 9,300 MB/s ในรุ่นความจุสูง พร้อมรองรับความจุสูงสุด 4TB ในฟอร์มแฟกเตอร์ M.2 2230 แบบหน้าเดียว เหมาะกับโน้ตบุ๊กบางเฉียบและงาน AI ที่ต้องโหลดโมเดลขนาดใหญ่ได้ภายในไม่กี่วินาที อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพต่อวัตต์ดีขึ้นกว่า Gen4 TLC ถึง 43% แม้จะเป็น QLC ที่อาจไม่เหมาะกับงานเขียนหนักต่อเนื่อง แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญของ SSD ตลาดหลักในยุค AI 🔗 https://www.techradar.com/pro/micron-just-announced-a-qlc-ssd-just-weeks-after-killing-its-beloved-crucial-brand-the-3610-is-a-basic-gen5-ssd-thats-somehow-faster-than-gen4-tlc 📱 Samsung Galaxy S26 อาจวางขายช้ากว่าปกติ – คาดเปิดตัวปลายกุมภาพันธ์ ขายจริงมีนาคม รายงานล่าสุดระบุว่า Samsung Galaxy S26 จะเปิดตัวในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ และเริ่มวางขายวันที่ 11 มีนาคม ซึ่งช้ากว่ารุ่น S25 ที่เปิดตัวตั้งแต่มกราคมปีที่แล้ว โดยปีนี้คาดว่าจะมี 3 รุ่นคือ S26, S26 Plus และ S26 Ultra หลังจาก Samsung ตัดสินใจยกเลิกรุ่น Edge เนื่องจากยอดขายไม่ดี ทำให้ไลน์อัปกลับมาเป็นแบบดั้งเดิมอีกครั้ง พร้อมลุ้นอัปเกรดกล้อง แบตเตอรี่ และดีไซน์ที่อาจเปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนหน้า ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/phones/samsung-galaxy-phones/this-could-be-the-date-when-you-can-buy-the-samsung-galaxy-s26-and-its-later-than-normal
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 121 มุมมอง 0 รีวิว
  • สื่อสหรัฐรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการสั่งโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบจากการประท้วงภายในประเทศที่ถูกปราบปรามอย่างรุนแรง
    .
    รายงานของนิวยอร์กไทม์สระบุว่า ทรัมป์ได้รับฟังทางเลือกด้านการทหารหลายแนวทางในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐฯแสดงท่าทีสนับสนุนผู้ประท้วงในอิหร่านอย่างเปิดเผย ผ่านการสื่อสารบนสื่อสังคมออนไลน์
    .
    ด้านอิหร่านออกมาตอบโต้ โดยกล่าวหาสหรัฐฯและอิสราเอลอยู่เบื้องหลังการปลุกปั่นความไม่สงบ พร้อมยืนยันจะไม่อ่อนข้อให้กับกลุ่มที่ก่อความวุ่นวาย ขณะที่สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003158
    .
    #News1live #News1 #สหรัฐอเมริกา #อิหร่าน #การเมืองโลก #ตะวันออกกลาง
    สื่อสหรัฐรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการสั่งโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบจากการประท้วงภายในประเทศที่ถูกปราบปรามอย่างรุนแรง . รายงานของนิวยอร์กไทม์สระบุว่า ทรัมป์ได้รับฟังทางเลือกด้านการทหารหลายแนวทางในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐฯแสดงท่าทีสนับสนุนผู้ประท้วงในอิหร่านอย่างเปิดเผย ผ่านการสื่อสารบนสื่อสังคมออนไลน์ . ด้านอิหร่านออกมาตอบโต้ โดยกล่าวหาสหรัฐฯและอิสราเอลอยู่เบื้องหลังการปลุกปั่นความไม่สงบ พร้อมยืนยันจะไม่อ่อนข้อให้กับกลุ่มที่ก่อความวุ่นวาย ขณะที่สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003158 . #News1live #News1 #สหรัฐอเมริกา #อิหร่าน #การเมืองโลก #ตะวันออกกลาง
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 123 มุมมอง 0 รีวิว
  • สถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่านทวีความรุนแรง หลังกลุ่มสิทธิมนุษยชนเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการประท้วงมากกว่า 500 ราย ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองและความมั่นคงที่ยืดเยื้อ
    .
    กลุ่ม HRANA ระบุว่า สามารถยืนยันผู้ประท้วงเสียชีวิตอย่างน้อย 490 ราย และกองกำลังความมั่นคง 48 ราย ขณะที่มีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 10,600 คน ด้านรัฐบาลอิหร่านออกมาเตือนว่า หากสหรัฐฯเข้าแทรกแซง จะเล็งเป้าโจมตีฐานทัพอเมริกาและเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง
    .
    ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในประเทศยังตึงเครียดจากการชุมนุมต่อเนื่อง การสื่อสารที่ติดขัดจากปัญหาอินเทอร์เน็ต และท่าทีแข็งกร้าวของทั้งอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003150
    .
    #News1live #News1 #อิหร่าน #ประท้วง #ตะวันออกกลาง #การเมืองโลก
    สถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่านทวีความรุนแรง หลังกลุ่มสิทธิมนุษยชนเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการประท้วงมากกว่า 500 ราย ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองและความมั่นคงที่ยืดเยื้อ . กลุ่ม HRANA ระบุว่า สามารถยืนยันผู้ประท้วงเสียชีวิตอย่างน้อย 490 ราย และกองกำลังความมั่นคง 48 ราย ขณะที่มีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 10,600 คน ด้านรัฐบาลอิหร่านออกมาเตือนว่า หากสหรัฐฯเข้าแทรกแซง จะเล็งเป้าโจมตีฐานทัพอเมริกาและเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง . ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในประเทศยังตึงเครียดจากการชุมนุมต่อเนื่อง การสื่อสารที่ติดขัดจากปัญหาอินเทอร์เน็ต และท่าทีแข็งกร้าวของทั้งอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางถูกจับตาอย่างใกล้ชิด . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003150 . #News1live #News1 #อิหร่าน #ประท้วง #ตะวันออกกลาง #การเมืองโลก
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 107 มุมมอง 0 รีวิว
  • การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าชะมวง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา กลายเป็นที่จับตา หลังผู้สมัครเพียงรายเดียวพ่ายแพ้ให้กับบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด หรือโหวตโน ในการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ
    .
    ผลการเลือกตั้งพบว่า นายหำ ขุนเศษเกื้อ ได้คะแนน 2,913 คะแนน ขณะที่บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดมีจำนวน 6,598 ใบ คิดเป็นกว่า 61 เปอร์เซ็นต์ ส่วนบัตรเสียมี 1,206 ใบ โดยก่อนหน้านี้ นายพยอม สังข์ทอง ผู้สมัครอีกราย ถูกลอบยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 และถูกขีดฆ่าชื่อออกจากบัตรเลือกตั้ง
    .
    ขณะนี้คดีการลอบยิงยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ โดยตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำความผิด ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการยุติธรรมและสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003140
    .
    #News1live #News1 #เลือกตั้งท้องถิ่น #สงขลา #โหวตโน #การเมืองท้องถิ่น
    การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าชะมวง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา กลายเป็นที่จับตา หลังผู้สมัครเพียงรายเดียวพ่ายแพ้ให้กับบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด หรือโหวตโน ในการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ . ผลการเลือกตั้งพบว่า นายหำ ขุนเศษเกื้อ ได้คะแนน 2,913 คะแนน ขณะที่บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดมีจำนวน 6,598 ใบ คิดเป็นกว่า 61 เปอร์เซ็นต์ ส่วนบัตรเสียมี 1,206 ใบ โดยก่อนหน้านี้ นายพยอม สังข์ทอง ผู้สมัครอีกราย ถูกลอบยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 และถูกขีดฆ่าชื่อออกจากบัตรเลือกตั้ง . ขณะนี้คดีการลอบยิงยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ โดยตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำความผิด ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการยุติธรรมและสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000003140 . #News1live #News1 #เลือกตั้งท้องถิ่น #สงขลา #โหวตโน #การเมืองท้องถิ่น
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 109 มุมมอง 0 รีวิว
  • จีน รัสเซีย และอิหร่าน เริ่มการซ้อมรบทางทะเลร่วมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในน่านน้ำใกล้แอฟริกาใต้ ภายใต้กรอบความร่วมมือ “BRICS Plus” โดยฝ่ายเจ้าภาพระบุว่าเป็นการฝึกเพื่อเสริมความปลอดภัยด้านการเดินเรือและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทางทะเล
    .
    การซ้อมรบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับหลายประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS Plus ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกถ่วงดุลอิทธิพลของชาติตะวันตกในเวทีโลก โดยมีบางประเทศเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์
    .
    ด้านกองทัพแอฟริกาใต้ยืนยันว่าการซ้อมรบเป็นความร่วมมือทางทหารตามปกติ ไม่ได้มุ่งเป้าเชิงการเมืองหรือเป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ ขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกจับตาในบริบทความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002888
    .
    #News1live #News1 #BRICSPlus #ซ้อมรบทางทะเล #การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์
    จีน รัสเซีย และอิหร่าน เริ่มการซ้อมรบทางทะเลร่วมเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในน่านน้ำใกล้แอฟริกาใต้ ภายใต้กรอบความร่วมมือ “BRICS Plus” โดยฝ่ายเจ้าภาพระบุว่าเป็นการฝึกเพื่อเสริมความปลอดภัยด้านการเดินเรือและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทางทะเล . การซ้อมรบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับหลายประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS Plus ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกถ่วงดุลอิทธิพลของชาติตะวันตกในเวทีโลก โดยมีบางประเทศเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ . ด้านกองทัพแอฟริกาใต้ยืนยันว่าการซ้อมรบเป็นความร่วมมือทางทหารตามปกติ ไม่ได้มุ่งเป้าเชิงการเมืองหรือเป็นปรปักษ์ต่อสหรัฐฯ ขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกจับตาในบริบทความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002888 . #News1live #News1 #BRICSPlus #ซ้อมรบทางทะเล #การเมืองโลก #ภูมิรัฐศาสตร์
    Like
    2
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 113 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260111 #TechRadar

    Asus NUC 16 Pro: มินิพีซี AI แรงจัดรุ่นใหม่
    Asus เปิดตัว NUC 16 Pro มินิพีซีขนาดเล็กที่มาพร้อมชิป Intel Core Ultra X9 388H และกราฟิก Arc B390 ที่ให้พลังประมวลผล AI สูงถึง 180TOPS รองรับงานสร้างสรรค์ เกมระดับ 1080p และงานองค์กรได้อย่างคล่องตัว แม้กราฟิกจะยังไม่แซง Radeon 8060S แต่ก็โดดเด่นด้านประสิทธิภาพรวมและการเชื่อมต่อระดับโปร ทำให้เป็นหนึ่งในมินิพีซีที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้
    https://www.techradar.com/pro/asus-vies-for-fastest-mini-pc-ever-with-panther-lake-nuc-16-pro-b390-gpu-inside-the-core-ultra-x9-388h-impresses-but-wont-beat-the-8060s

    Ulefone RugKing: มือถือสายถึกราคาประหยัด
    Ulefone RugKing เป็นสมาร์ทโฟนสายลุยที่โดดเด่นด้วยความทนทานระดับ IP68/IP69K แบตเตอรี่ 9600 mAh และลำโพง 126dB ที่ดังสะใจ แม้ชิป Unisoc T7255 จะเก่าและประสิทธิภาพไม่สูง รวมถึงชาร์จช้า แต่ด้วยราคาต่ำกว่า $200 ทำให้รุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการมือถือใช้งานสมบุกสมบันในงานภาคสนามหรือกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่ต้องจ่ายแพง
    https://www.techradar.com/pro/phone-communications/ulefone-rugking-rugged-phone-review

    WiiM Sound vs Sonos Era 100: ศึกลำโพง Wi‑Fi เสียงดีคุ้มราคา
    การทดสอบเปรียบเทียบระหว่าง WiiM Sound และ Sonos Era 100 พบว่าทั้งคู่ให้คุณภาพเสียงดีแต่มีเอกลักษณ์ต่างกัน โดย Sonos เด่นด้านเสียงเบสและระบบปรับเสียงตามห้องที่แม่นยำกว่า ส่วน WiiM มีดีไซน์ล้ำพร้อมหน้าจอและรีโมตที่ใช้งานสะดวก แม้เบสจะบางกว่าเล็กน้อย ทำให้ Era 100 ดูคุ้มค่ากว่าในภาพรวม แต่ผู้ที่ชอบดีไซน์และความล้ำของฟีเจอร์อาจเลือก WiiM ได้ไม่ผิดหวัง
    https://www.techradar.com/audio/wireless-bluetooth-speakers/i-tested-wiims-wi-fi-speaker-against-the-sonos-era-100-heres-which-i-think-is-worth-buying

    ปี 2026 กับกระแส Geopatriation และอนาคตคลาวด์ทั่วโลก
    ผู้เชี่ยวชาญด้านคลาวด์คาดว่าในปี 2026 โลกจะเห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากการพึ่งพา hyperscaler ไปสู่โซลูชัน sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศมากขึ้น หลังเหตุการณ์ outage และความเสี่ยงด้านข้อมูลในปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน AI ที่ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาลกำลังผลักดันให้เกิดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ แต่ก็สร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงานทั่วโลก ทำให้ยุคใหม่ของคลาวด์ต้องบาลานซ์ระหว่างความสะดวก ความปลอดภัย และความยั่งยืน
    https://www.techradar.com/pro/cloud-faces-some-key-challenges-in-2026-we-spoke-to-these-experts-to-find-out-whats-next

    จาก Vibe Coding สู่ Vibe Selling: AI เปลี่ยนงานขายอย่างไร
    แนวคิด “vibe selling” คือการใช้ AI เป็นผู้ช่วยร่วมงานแบบโต้ตอบ ช่วยทำงานซ้ำซาก เช่น วิเคราะห์ข้อมูล เขียนอีเมล หรือสรุปการสนทนากับลูกค้า เพื่อให้เซลส์โฟกัสกับงานที่ต้องใช้มนุษย์จริง ๆ อย่างการสร้างความสัมพันธ์และปิดการขาย โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเซลส์ที่ใช้ AI สามารถสร้างรายได้มากขึ้นถึง 77% แม้ AI จะช่วยงานได้มาก แต่บทบาทของมนุษย์ยังสำคัญในด้านความเชื่อใจและความเข้าใจลูกค้า
    https://www.techradar.com/pro/from-vibe-coding-to-vibe-selling-how-ai-is-reshaping-the-art-of-selling

    “AI จะไม่มาแทนมนุษย์ แต่ทุกคนเลี่ยงไม่ได้” — มุมมองจาก CEO Lenovo
    เลอโนโวเผยวิสัยทัศน์ว่า AI PC จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ขององค์กร โดยคาดว่าภายในปี 2026 ครึ่งหนึ่งของคอมพิวเตอร์องค์กรจะเป็น AI PC พร้อมย้ำว่า AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความจำ และความคิดสร้างสรรค์ให้ทุกคน ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าต้นทุนและการวางแผนระยะยาวยังเป็นความท้าทายท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี
    https://www.techradar.com/pro/nobody-can-avoid-ai-but-it-will-not-replace-humans-lenovo-ceo-explains-why-your-next-work-pc-could-be-an-ai-enabled-device

    Lexar เปิดตัว “AI-Grade Stick” สตอเรจถอดเปลี่ยนร้อนทันทีสำหรับงาน AI
    Lexar เปิดตัวสตอเรจแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงาน AI โดยเฉพาะ จุดเด่นคือการถอดเปลี่ยนแบบ hot-swap ได้ทันทีโดยไม่ต้องปิดเครื่อง และให้ประสิทธิภาพสูงสำหรับงานประมวลผลต่อเนื่อง แม้จะยังไม่มีข้อมูลราคาและการรองรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์ แต่แนวคิดนี้ชี้ให้เห็นทิศทางใหม่ของสตอเรจแบบโมดูลาร์สำหรับแล็ปท็อปและเวิร์กสเตชันยุค AI
    https://www.techradar.com/pro/lexar-debuts-mysterious-ai-grade-stick-form-factor-that-promises-hot-swap-blazing-speeds-and-yes-ive-got-absolutely-no-clue-how-much-it-costs-and-whether-device-vendors-will-actually-use-it

    GMKtec EVO‑T2 มินิพีซีพลัง AI สูงกว่า Ryzen AI Max+ ถึง 50%
    GMKtec เปิดตัว EVO‑T2 มินิพีซีที่ใช้ชิป Intel Core Ultra X9 388H พร้อมพลังประมวลผล AI สูงถึง 180 TOPS ซึ่งมากกว่าคู่แข่งจาก AMD ถึง 50% ตัวเครื่องขนาดเล็กแต่รองรับ RAM สูงสุด 128GB, SSD สูงสุด 16TB และพอร์ตความเร็วสูงครบครัน เหมาะทั้งงานสร้างสรรค์และงาน AI หนัก ๆ โดย Intel CEO ยังมาเซ็นต้นแบบด้วยตัวเองในงาน CES 2026
    https://www.techradar.com/pro/gmktec-evo-t2-has-more-ai-firepower-than-ryzen-ai-max-395-mini-pc-core-ultra-x9-388h-delivers-180tops-50-percent-more-than-its-amd-rival

    Broadcom ปรับนิยาม “APU” ใหม่ในชิป Wi‑Fi 8 สำหรับเราเตอร์ยุคถัดไป
    Broadcom เปิดตัวชิป BCM4918 สำหรับเราเตอร์ Wi‑Fi 8 โดยนำคำว่า APU มาใช้ใหม่ในความหมายของชิปประมวลผลเครือข่ายที่รวม CPU, ระบบเร่งการประมวลผลแพ็กเก็ต, ความปลอดภัย และ AI ไว้ในตัวเดียว แม้ไม่มี GPU แต่รองรับ 10GbE และออกแบบให้เราเตอร์ทำงานคล้ายอุปกรณ์ edge computing มากขึ้น ซึ่งสะท้อนทิศทางใหม่ของฮาร์ดแวร์เครือข่ายในบ้าน
    https://www.techradar.com/pro/broadcom-reinvents-amds-apu-moniker-as-it-launches-wi-fi-8-chip-this-accelerated-processing-unit-doesnt-include-a-gpu-but-has-10gbe-connectivity

    Google Photos เตรียมเพิ่มตัวเลือก “ตั้งเวลาสำรองไฟล์” ควบคุมได้มากขึ้น
    Google Photos อาจเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ผู้ใช้ตั้งเวลาสำรองรูปและวิดีโอได้เอง แทนการสำรองอัตโนมัติเมื่อมีอินเทอร์เน็ตเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมการใช้ดาต้าและช่วงเวลาที่ต้องการให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น แม้ฟีเจอร์ยังไม่เปิดใช้งาน แต่โค้ดภายในแอปบ่งชี้ว่าการอัปเดตนี้ใกล้จะมาถึงแล้ว
    https://www.techradar.com/phones/android/google-photos-might-soon-give-you-more-control-over-how-your-photos-and-videos-are-backed-up
    📌📡🔴 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🔴📡📌 #รวมข่าวIT #20260111 #TechRadar 🖥️ Asus NUC 16 Pro: มินิพีซี AI แรงจัดรุ่นใหม่ Asus เปิดตัว NUC 16 Pro มินิพีซีขนาดเล็กที่มาพร้อมชิป Intel Core Ultra X9 388H และกราฟิก Arc B390 ที่ให้พลังประมวลผล AI สูงถึง 180TOPS รองรับงานสร้างสรรค์ เกมระดับ 1080p และงานองค์กรได้อย่างคล่องตัว แม้กราฟิกจะยังไม่แซง Radeon 8060S แต่ก็โดดเด่นด้านประสิทธิภาพรวมและการเชื่อมต่อระดับโปร ทำให้เป็นหนึ่งในมินิพีซีที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้ 🔗 https://www.techradar.com/pro/asus-vies-for-fastest-mini-pc-ever-with-panther-lake-nuc-16-pro-b390-gpu-inside-the-core-ultra-x9-388h-impresses-but-wont-beat-the-8060s 📱 Ulefone RugKing: มือถือสายถึกราคาประหยัด Ulefone RugKing เป็นสมาร์ทโฟนสายลุยที่โดดเด่นด้วยความทนทานระดับ IP68/IP69K แบตเตอรี่ 9600 mAh และลำโพง 126dB ที่ดังสะใจ แม้ชิป Unisoc T7255 จะเก่าและประสิทธิภาพไม่สูง รวมถึงชาร์จช้า แต่ด้วยราคาต่ำกว่า $200 ทำให้รุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการมือถือใช้งานสมบุกสมบันในงานภาคสนามหรือกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่ต้องจ่ายแพง 🔗 https://www.techradar.com/pro/phone-communications/ulefone-rugking-rugged-phone-review 🔊 WiiM Sound vs Sonos Era 100: ศึกลำโพง Wi‑Fi เสียงดีคุ้มราคา การทดสอบเปรียบเทียบระหว่าง WiiM Sound และ Sonos Era 100 พบว่าทั้งคู่ให้คุณภาพเสียงดีแต่มีเอกลักษณ์ต่างกัน โดย Sonos เด่นด้านเสียงเบสและระบบปรับเสียงตามห้องที่แม่นยำกว่า ส่วน WiiM มีดีไซน์ล้ำพร้อมหน้าจอและรีโมตที่ใช้งานสะดวก แม้เบสจะบางกว่าเล็กน้อย ทำให้ Era 100 ดูคุ้มค่ากว่าในภาพรวม แต่ผู้ที่ชอบดีไซน์และความล้ำของฟีเจอร์อาจเลือก WiiM ได้ไม่ผิดหวัง 🔗 https://www.techradar.com/audio/wireless-bluetooth-speakers/i-tested-wiims-wi-fi-speaker-against-the-sonos-era-100-heres-which-i-think-is-worth-buying 🌍 ปี 2026 กับกระแส Geopatriation และอนาคตคลาวด์ทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านคลาวด์คาดว่าในปี 2026 โลกจะเห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากการพึ่งพา hyperscaler ไปสู่โซลูชัน sovereign cloud และโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศมากขึ้น หลังเหตุการณ์ outage และความเสี่ยงด้านข้อมูลในปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน AI ที่ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาลกำลังผลักดันให้เกิดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ แต่ก็สร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงานทั่วโลก ทำให้ยุคใหม่ของคลาวด์ต้องบาลานซ์ระหว่างความสะดวก ความปลอดภัย และความยั่งยืน 🔗 https://www.techradar.com/pro/cloud-faces-some-key-challenges-in-2026-we-spoke-to-these-experts-to-find-out-whats-next 🤝 จาก Vibe Coding สู่ Vibe Selling: AI เปลี่ยนงานขายอย่างไร แนวคิด “vibe selling” คือการใช้ AI เป็นผู้ช่วยร่วมงานแบบโต้ตอบ ช่วยทำงานซ้ำซาก เช่น วิเคราะห์ข้อมูล เขียนอีเมล หรือสรุปการสนทนากับลูกค้า เพื่อให้เซลส์โฟกัสกับงานที่ต้องใช้มนุษย์จริง ๆ อย่างการสร้างความสัมพันธ์และปิดการขาย โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเซลส์ที่ใช้ AI สามารถสร้างรายได้มากขึ้นถึง 77% แม้ AI จะช่วยงานได้มาก แต่บทบาทของมนุษย์ยังสำคัญในด้านความเชื่อใจและความเข้าใจลูกค้า 🔗 https://www.techradar.com/pro/from-vibe-coding-to-vibe-selling-how-ai-is-reshaping-the-art-of-selling 🤖 “AI จะไม่มาแทนมนุษย์ แต่ทุกคนเลี่ยงไม่ได้” — มุมมองจาก CEO Lenovo เลอโนโวเผยวิสัยทัศน์ว่า AI PC จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ขององค์กร โดยคาดว่าภายในปี 2026 ครึ่งหนึ่งของคอมพิวเตอร์องค์กรจะเป็น AI PC พร้อมย้ำว่า AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความจำ และความคิดสร้างสรรค์ให้ทุกคน ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าต้นทุนและการวางแผนระยะยาวยังเป็นความท้าทายท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี 🔗 https://www.techradar.com/pro/nobody-can-avoid-ai-but-it-will-not-replace-humans-lenovo-ceo-explains-why-your-next-work-pc-could-be-an-ai-enabled-device ⚡ Lexar เปิดตัว “AI-Grade Stick” สตอเรจถอดเปลี่ยนร้อนทันทีสำหรับงาน AI Lexar เปิดตัวสตอเรจแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงาน AI โดยเฉพาะ จุดเด่นคือการถอดเปลี่ยนแบบ hot-swap ได้ทันทีโดยไม่ต้องปิดเครื่อง และให้ประสิทธิภาพสูงสำหรับงานประมวลผลต่อเนื่อง แม้จะยังไม่มีข้อมูลราคาและการรองรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์ แต่แนวคิดนี้ชี้ให้เห็นทิศทางใหม่ของสตอเรจแบบโมดูลาร์สำหรับแล็ปท็อปและเวิร์กสเตชันยุค AI 🔗 https://www.techradar.com/pro/lexar-debuts-mysterious-ai-grade-stick-form-factor-that-promises-hot-swap-blazing-speeds-and-yes-ive-got-absolutely-no-clue-how-much-it-costs-and-whether-device-vendors-will-actually-use-it 🖥️ GMKtec EVO‑T2 มินิพีซีพลัง AI สูงกว่า Ryzen AI Max+ ถึง 50% GMKtec เปิดตัว EVO‑T2 มินิพีซีที่ใช้ชิป Intel Core Ultra X9 388H พร้อมพลังประมวลผล AI สูงถึง 180 TOPS ซึ่งมากกว่าคู่แข่งจาก AMD ถึง 50% ตัวเครื่องขนาดเล็กแต่รองรับ RAM สูงสุด 128GB, SSD สูงสุด 16TB และพอร์ตความเร็วสูงครบครัน เหมาะทั้งงานสร้างสรรค์และงาน AI หนัก ๆ โดย Intel CEO ยังมาเซ็นต้นแบบด้วยตัวเองในงาน CES 2026 🔗 https://www.techradar.com/pro/gmktec-evo-t2-has-more-ai-firepower-than-ryzen-ai-max-395-mini-pc-core-ultra-x9-388h-delivers-180tops-50-percent-more-than-its-amd-rival 📡 Broadcom ปรับนิยาม “APU” ใหม่ในชิป Wi‑Fi 8 สำหรับเราเตอร์ยุคถัดไป Broadcom เปิดตัวชิป BCM4918 สำหรับเราเตอร์ Wi‑Fi 8 โดยนำคำว่า APU มาใช้ใหม่ในความหมายของชิปประมวลผลเครือข่ายที่รวม CPU, ระบบเร่งการประมวลผลแพ็กเก็ต, ความปลอดภัย และ AI ไว้ในตัวเดียว แม้ไม่มี GPU แต่รองรับ 10GbE และออกแบบให้เราเตอร์ทำงานคล้ายอุปกรณ์ edge computing มากขึ้น ซึ่งสะท้อนทิศทางใหม่ของฮาร์ดแวร์เครือข่ายในบ้าน 🔗 https://www.techradar.com/pro/broadcom-reinvents-amds-apu-moniker-as-it-launches-wi-fi-8-chip-this-accelerated-processing-unit-doesnt-include-a-gpu-but-has-10gbe-connectivity 📷 Google Photos เตรียมเพิ่มตัวเลือก “ตั้งเวลาสำรองไฟล์” ควบคุมได้มากขึ้น Google Photos อาจเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ผู้ใช้ตั้งเวลาสำรองรูปและวิดีโอได้เอง แทนการสำรองอัตโนมัติเมื่อมีอินเทอร์เน็ตเหมือนปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมการใช้ดาต้าและช่วงเวลาที่ต้องการให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น แม้ฟีเจอร์ยังไม่เปิดใช้งาน แต่โค้ดภายในแอปบ่งชี้ว่าการอัปเดตนี้ใกล้จะมาถึงแล้ว 🔗 https://www.techradar.com/phones/android/google-photos-might-soon-give-you-more-control-over-how-your-photos-and-videos-are-backed-up
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 205 มุมมอง 0 รีวิว
  • DeepSeek เตรียมเปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ เน้นงานเขียนโค้ด กุมภาพันธ์นี้

    สตาร์ทอัพ AI จากจีนอย่าง DeepSeek กำลังเตรียมเปิดตัวโมเดลใหม่ DeepSeek V4 ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยรายงานจาก The Information ระบุว่าโมเดลรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ เพิ่มความสามารถด้านการเขียนโค้ดโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นทิศทางที่หลายบริษัทกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดในตลาด AI สำหรับนักพัฒนาและองค์กรที่ต้องการเครื่องมือช่วยเขียนโปรแกรมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคของ V4 ยังไม่ถูกเปิดเผย แต่การมุ่งเน้นด้าน “strong coding capabilities” บ่งบอกว่า DeepSeek ต้องการท้าชนโมเดลระดับสูงจากฝั่งตะวันตก เช่น GPT‑4, Claude, และ Gemini โดยเฉพาะในงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น การสร้างโค้ด การดีบัก และการวิเคราะห์โครงสร้างโปรแกรม ซึ่งเป็นจุดที่องค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ

    การเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในจีน ที่กำลังเร่งพัฒนาโมเดลเฉพาะทางเพื่อแข่งขันในตลาดโลก แม้รายงานจะระบุว่า Reuters ยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้ แต่การเคลื่อนไหวของ DeepSeek ก็ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะบริษัทเพิ่งเป็นที่จับตามองจากความสามารถของโมเดลก่อนหน้าในด้านประสิทธิภาพและต้นทุนที่ต่ำกว่าโมเดลตะวันตกหลายตัว

    หาก DeepSeek V4 เปิดตัวตามกำหนดและทำผลงานได้ดีในงานเขียนโค้ด ก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่เข้ามาเปลี่ยนสมรภูมิ AI สำหรับนักพัฒนา และอาจทำให้การแข่งขันด้าน AI coding assistants เข้มข้นขึ้นกว่าเดิมในปี 2026

    สรุปประเด็นสำคัญ
    DeepSeek เตรียมเปิดตัวโมเดลใหม่ชื่อ V4
    เน้นความสามารถด้านการเขียนโค้ดโดยเฉพาะ

    คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์
    รายงานโดย The Information

    เป็นโมเดลรุ่นต่อจาก DeepSeek รุ่นก่อนที่ได้รับความสนใจมาก
    เน้นประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ

    Reuters ยังไม่สามารถยืนยันรายงานได้
    ข้อมูลยังอยู่ในขั้นรายงานจากแหล่งข่าวภายใน

    คำเตือน / จุดที่ควรระวัง
    ข้อมูลยังไม่เป็นทางการ
    ต้องรอประกาศจาก DeepSeek โดยตรง

    ยังไม่มีรายละเอียดด้านสเปกหรือ benchmark
    ไม่สามารถประเมินความสามารถจริงได้ในตอนนี้

    การแข่งขันด้าน AI coding assistants รุนแรงมาก
    โมเดลใหม่อาจต้องพิสูจน์ตัวเองในตลาดที่มีคู่แข่งรายใหญ่

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/deepseek-to-launch-new-ai-model-focused-on-coding-in-february-the-information-reports
    🤖💻 DeepSeek เตรียมเปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ เน้นงานเขียนโค้ด กุมภาพันธ์นี้ สตาร์ทอัพ AI จากจีนอย่าง DeepSeek กำลังเตรียมเปิดตัวโมเดลใหม่ DeepSeek V4 ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยรายงานจาก The Information ระบุว่าโมเดลรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ เพิ่มความสามารถด้านการเขียนโค้ดโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นทิศทางที่หลายบริษัทกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดในตลาด AI สำหรับนักพัฒนาและองค์กรที่ต้องการเครื่องมือช่วยเขียนโปรแกรมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคของ V4 ยังไม่ถูกเปิดเผย แต่การมุ่งเน้นด้าน “strong coding capabilities” บ่งบอกว่า DeepSeek ต้องการท้าชนโมเดลระดับสูงจากฝั่งตะวันตก เช่น GPT‑4, Claude, และ Gemini โดยเฉพาะในงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น การสร้างโค้ด การดีบัก และการวิเคราะห์โครงสร้างโปรแกรม ซึ่งเป็นจุดที่องค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ การเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในจีน ที่กำลังเร่งพัฒนาโมเดลเฉพาะทางเพื่อแข่งขันในตลาดโลก แม้รายงานจะระบุว่า Reuters ยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้ แต่การเคลื่อนไหวของ DeepSeek ก็ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะบริษัทเพิ่งเป็นที่จับตามองจากความสามารถของโมเดลก่อนหน้าในด้านประสิทธิภาพและต้นทุนที่ต่ำกว่าโมเดลตะวันตกหลายตัว หาก DeepSeek V4 เปิดตัวตามกำหนดและทำผลงานได้ดีในงานเขียนโค้ด ก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่เข้ามาเปลี่ยนสมรภูมิ AI สำหรับนักพัฒนา และอาจทำให้การแข่งขันด้าน AI coding assistants เข้มข้นขึ้นกว่าเดิมในปี 2026 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ DeepSeek เตรียมเปิดตัวโมเดลใหม่ชื่อ V4 ➡️ เน้นความสามารถด้านการเขียนโค้ดโดยเฉพาะ ✅ คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ ➡️ รายงานโดย The Information ✅ เป็นโมเดลรุ่นต่อจาก DeepSeek รุ่นก่อนที่ได้รับความสนใจมาก ➡️ เน้นประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ ✅ Reuters ยังไม่สามารถยืนยันรายงานได้ ➡️ ข้อมูลยังอยู่ในขั้นรายงานจากแหล่งข่าวภายใน คำเตือน / จุดที่ควรระวัง ‼️ ข้อมูลยังไม่เป็นทางการ ⛔ ต้องรอประกาศจาก DeepSeek โดยตรง ‼️ ยังไม่มีรายละเอียดด้านสเปกหรือ benchmark ⛔ ไม่สามารถประเมินความสามารถจริงได้ในตอนนี้ ‼️ การแข่งขันด้าน AI coding assistants รุนแรงมาก ⛔ โมเดลใหม่อาจต้องพิสูจน์ตัวเองในตลาดที่มีคู่แข่งรายใหญ่ https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/deepseek-to-launch-new-ai-model-focused-on-coding-in-february-the-information-reports
    WWW.THESTAR.COM.MY
    DeepSeek to launch new AI model focused on coding in February, The Information reports
    Jan ‌9 (Reuters) - ‌Chinese AI startup ‌DeepSeek is expected to ‍launch ‍its next-generation ‌AI model V4 ‍that ​features ⁠strong coding capabilities ‌in February, ⁠The ‍Information reported ‍on Friday, citing ‌people familiar with the matter.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 92 มุมมอง 0 รีวิว
  • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอาวุโสของรัสเซีย ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ หลังเกิดกรณีกองทัพอเมริกาเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่ประดับธงรัสเซียในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ
    .
    อเล็กซีย์ ซูราฟเลฟ รองประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมของสภาดูมา ระบุว่าการยึดเรือดังกล่าวเท่ากับเป็นการโจมตีดินแดนของรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้มอสโกตอบโต้ทางทหาร รวมถึงการใช้อาวุธร้ายแรงตามหลักนิยมทางทหารของรัสเซีย
    .
    ด้านสหรัฐฯ ชี้แจงว่าการเข้ายึดเรือดำเนินการภายใต้หมายศาลรัฐบาลกลาง โดยอ้างว่าเรือลำดังกล่าวละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และอยู่ภายใต้การติดตามของยามชายฝั่งสหรัฐฯ มาเป็นเวลานาน ซึ่งกรณีนี้ถูกจับตาว่าอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจนิวเคลียร์
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002884
    .
    #News1live #News1 #รัสเซีย #สหรัฐอเมริกา #ความตึงเครียดโลก #เรือน้ำมัน
    สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระดับอาวุโสของรัสเซีย ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ หลังเกิดกรณีกองทัพอเมริกาเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่ประดับธงรัสเซียในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ . อเล็กซีย์ ซูราฟเลฟ รองประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมของสภาดูมา ระบุว่าการยึดเรือดังกล่าวเท่ากับเป็นการโจมตีดินแดนของรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้มอสโกตอบโต้ทางทหาร รวมถึงการใช้อาวุธร้ายแรงตามหลักนิยมทางทหารของรัสเซีย . ด้านสหรัฐฯ ชี้แจงว่าการเข้ายึดเรือดำเนินการภายใต้หมายศาลรัฐบาลกลาง โดยอ้างว่าเรือลำดังกล่าวละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และอยู่ภายใต้การติดตามของยามชายฝั่งสหรัฐฯ มาเป็นเวลานาน ซึ่งกรณีนี้ถูกจับตาว่าอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจนิวเคลียร์ . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002884 . #News1live #News1 #รัสเซีย #สหรัฐอเมริกา #ความตึงเครียดโลก #เรือน้ำมัน
    Like
    4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 174 มุมมอง 0 รีวิว
  • สถานการณ์การเมืองและภาพลักษณ์ของกัมพูชาถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังมีความพยายามดึงบุคคลมีชื่อเสียงระดับโลกเข้ามาช่วยฟื้นความเชื่อมั่น ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งภายในและต่างประเทศ
    .
    รายงานระบุว่าทางการกัมพูชาพยายามติดต่อ แองเจลินา โจลี นักแสดงฮอลลีวูดที่เคยได้รับสัญชาติกัมพูชา เพื่อร่วมสร้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่สื่อและชาวเน็ตกัมพูชามีทั้งเสียงสนับสนุนและโจมตีอย่างรุนแรงเมื่อความพยายามไม่เป็นผล
    .
    ขณะเดียวกัน กัมพูชายังดำเนินการควบคุมตัวและส่งตัว เฉิน จื้อ นักธุรกิจผู้อื้อฉาวกลับประเทศจีน ภายใต้ความร่วมมือทวิภาคี ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่องการเลือกส่งตัวให้จีน ทั้งที่สหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายดำเนินคดีและอายัดทรัพย์ พร้อมมาตรการด้านการเดินทางและสนามบินที่เข้มงวดมากขึ้นในช่วงความตึงเครียดกับไทย
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002763
    .
    #News1live #News1 #กัมพูชา #การเมืองภูมิภาค #สงครามข้อมูลข่าวสาร #เฉินจื้อ
    สถานการณ์การเมืองและภาพลักษณ์ของกัมพูชาถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังมีความพยายามดึงบุคคลมีชื่อเสียงระดับโลกเข้ามาช่วยฟื้นความเชื่อมั่น ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งภายในและต่างประเทศ . รายงานระบุว่าทางการกัมพูชาพยายามติดต่อ แองเจลินา โจลี นักแสดงฮอลลีวูดที่เคยได้รับสัญชาติกัมพูชา เพื่อร่วมสร้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่สื่อและชาวเน็ตกัมพูชามีทั้งเสียงสนับสนุนและโจมตีอย่างรุนแรงเมื่อความพยายามไม่เป็นผล . ขณะเดียวกัน กัมพูชายังดำเนินการควบคุมตัวและส่งตัว เฉิน จื้อ นักธุรกิจผู้อื้อฉาวกลับประเทศจีน ภายใต้ความร่วมมือทวิภาคี ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่องการเลือกส่งตัวให้จีน ทั้งที่สหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายดำเนินคดีและอายัดทรัพย์ พร้อมมาตรการด้านการเดินทางและสนามบินที่เข้มงวดมากขึ้นในช่วงความตึงเครียดกับไทย . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000002763 . #News1live #News1 #กัมพูชา #การเมืองภูมิภาค #สงครามข้อมูลข่าวสาร #เฉินจื้อ
    Like
    3
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 151 มุมมอง 0 รีวิว
  • HP หันไปพึ่งผู้ผลิตหน่วยความจำจีน หลังตลาด DRAM ขาดแคลนหนัก — CXMT กลายเป็นตัวเลือกสำคัญในวิกฤตนี้

    ความตึงตัวของตลาดหน่วยความจำกำลังรุนแรงขึ้นจนแม้แต่ผู้ผลิตพีซีรายใหญ่ระดับโลกอย่าง HP ก็เริ่มประสบปัญหาในการจัดหาชิป DRAM ตามรายงานของ Bank of America ซึ่งอ้างอิงโดยนักวิเคราะห์ Tae Kim ระบุว่า HP “แทบไม่เหลือทางเลือก” นอกจากต้องหันไปใช้ ผู้ผลิตหน่วยความจำจากจีน เช่น CXMT เพื่อให้สามารถส่งมอบสินค้าได้ในบางภูมิภาค

    สาเหตุหลักมาจากการที่ผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น Samsung, Micron และ SK Hynix ต้องทุ่มกำลังการผลิตไปยัง HBM (High Bandwidth Memory) เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด AI ทำให้ DRAM สำหรับผู้บริโภคขาดแคลนอย่างหนัก ผู้ผลิตจีนอย่าง CXMT ซึ่งยังไม่ได้ทุ่มไปที่ HBM มากนัก จึงมีความสามารถในการจัดหาชิป DDR5 ให้ตลาด consumer ได้มากกว่าในช่วงนี้

    แม้ CXMT จะมีศักยภาพในการผลิต DRAM สูงถึง 300,000 แผ่นเวเฟอร์ต่อเดือนภายในปี 2026 แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าผู้ผลิตระดับโลก อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังเตรียม IPO ในเซี่ยงไฮ้เพื่อระดมทุน 4.2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อขยายกำลังผลิตและ R&D ซึ่งอาจทำให้จีนกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดหน่วยความจำโลกในอนาคต

    อย่างไรก็ตาม การที่ HP หันมาใช้ชิปจากจีนยังมีความเสี่ยงด้านกฎหมาย โดยเฉพาะกฎ NDAA Section 5949 ของสหรัฐฯ ที่ห้ามหน่วยงานรัฐใช้ชิปจาก CXMT แม้สินค้าฝั่ง consumer จะยังไม่ถูกจำกัด แต่หาก HP ใช้ชิปจีนในสินค้าที่ขายในเอเชียและยุโรปมากขึ้น ก็อาจทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ พิจารณาเพิ่มข้อควบคุมในอนาคตได้เช่นกัน

    สรุปประเด็นสำคัญ
    HP เผชิญปัญหาขาดแคลน DRAM
    ตลาดหน่วยความจำตึงตัวจนผู้ผลิตรายใหญ่จัดหาชิปได้ยาก
    HP ต้องหันไปใช้ผู้ผลิตจีนเพื่อส่งมอบสินค้าในบางภูมิภาค

    CXMT กลายเป็นตัวเลือกสำคัญ
    มีความพร้อมด้าน DDR5 มากกว่าผู้ผลิตที่เน้น HBM
    กำลังผลิตตั้งเป้า 300,000 เวเฟอร์ต่อเดือนในปี 2026

    การขยายตัวของอุตสาหกรรมหน่วยความจำจีน
    CXMT เตรียม IPO มูลค่า 4.2 พันล้านดอลลาร์เพื่อขยายกำลังผลิต
    อาจกลายเป็นผู้เล่นระดับโลกในตลาด DRAM

    ข้อจำกัดด้านกฎหมายของสหรัฐฯ
    NDAA Section 5949 ห้ามใช้ชิปจีนในผลิตภัณฑ์ของหน่วยงานรัฐ
    HP อาจจำกัดการใช้ชิปจีนเฉพาะสินค้าที่ขายในเอเชียและยุโรปเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา

    ประเด็นที่ต้องจับตา
    ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
    สหรัฐฯ อาจเพิ่มข้อจำกัดหากผู้ผลิตพีซีใช้ชิปจีนมากขึ้น

    ความไม่แน่นอนของกำลังผลิต
    แม้ CXMT จะขยายกำลังผลิต แต่ยังตามหลังผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลก

    ผลกระทบต่อราคาสินค้า
    ความตึงตัวของตลาด DRAM อาจทำให้ราคาพีซีและโน้ตบุ๊กสูงขึ้น

    https://wccftech.com/hp-is-left-with-no-other-choice-but-to-turn-to-chinese-memory-suppliers/
    🏭💾 HP หันไปพึ่งผู้ผลิตหน่วยความจำจีน หลังตลาด DRAM ขาดแคลนหนัก — CXMT กลายเป็นตัวเลือกสำคัญในวิกฤตนี้ ความตึงตัวของตลาดหน่วยความจำกำลังรุนแรงขึ้นจนแม้แต่ผู้ผลิตพีซีรายใหญ่ระดับโลกอย่าง HP ก็เริ่มประสบปัญหาในการจัดหาชิป DRAM ตามรายงานของ Bank of America ซึ่งอ้างอิงโดยนักวิเคราะห์ Tae Kim ระบุว่า HP “แทบไม่เหลือทางเลือก” นอกจากต้องหันไปใช้ ผู้ผลิตหน่วยความจำจากจีน เช่น CXMT เพื่อให้สามารถส่งมอบสินค้าได้ในบางภูมิภาค สาเหตุหลักมาจากการที่ผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น Samsung, Micron และ SK Hynix ต้องทุ่มกำลังการผลิตไปยัง HBM (High Bandwidth Memory) เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด AI ทำให้ DRAM สำหรับผู้บริโภคขาดแคลนอย่างหนัก ผู้ผลิตจีนอย่าง CXMT ซึ่งยังไม่ได้ทุ่มไปที่ HBM มากนัก จึงมีความสามารถในการจัดหาชิป DDR5 ให้ตลาด consumer ได้มากกว่าในช่วงนี้ แม้ CXMT จะมีศักยภาพในการผลิต DRAM สูงถึง 300,000 แผ่นเวเฟอร์ต่อเดือนภายในปี 2026 แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่าผู้ผลิตระดับโลก อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังเตรียม IPO ในเซี่ยงไฮ้เพื่อระดมทุน 4.2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อขยายกำลังผลิตและ R&D ซึ่งอาจทำให้จีนกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดหน่วยความจำโลกในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่ HP หันมาใช้ชิปจากจีนยังมีความเสี่ยงด้านกฎหมาย โดยเฉพาะกฎ NDAA Section 5949 ของสหรัฐฯ ที่ห้ามหน่วยงานรัฐใช้ชิปจาก CXMT แม้สินค้าฝั่ง consumer จะยังไม่ถูกจำกัด แต่หาก HP ใช้ชิปจีนในสินค้าที่ขายในเอเชียและยุโรปมากขึ้น ก็อาจทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ พิจารณาเพิ่มข้อควบคุมในอนาคตได้เช่นกัน 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ HP เผชิญปัญหาขาดแคลน DRAM ➡️ ตลาดหน่วยความจำตึงตัวจนผู้ผลิตรายใหญ่จัดหาชิปได้ยาก ➡️ HP ต้องหันไปใช้ผู้ผลิตจีนเพื่อส่งมอบสินค้าในบางภูมิภาค ✅ CXMT กลายเป็นตัวเลือกสำคัญ ➡️ มีความพร้อมด้าน DDR5 มากกว่าผู้ผลิตที่เน้น HBM ➡️ กำลังผลิตตั้งเป้า 300,000 เวเฟอร์ต่อเดือนในปี 2026 ✅ การขยายตัวของอุตสาหกรรมหน่วยความจำจีน ➡️ CXMT เตรียม IPO มูลค่า 4.2 พันล้านดอลลาร์เพื่อขยายกำลังผลิต ➡️ อาจกลายเป็นผู้เล่นระดับโลกในตลาด DRAM ✅ ข้อจำกัดด้านกฎหมายของสหรัฐฯ ➡️ NDAA Section 5949 ห้ามใช้ชิปจีนในผลิตภัณฑ์ของหน่วยงานรัฐ ➡️ HP อาจจำกัดการใช้ชิปจีนเฉพาะสินค้าที่ขายในเอเชียและยุโรปเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ⚠️ ประเด็นที่ต้องจับตา ‼️ ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ ⛔ สหรัฐฯ อาจเพิ่มข้อจำกัดหากผู้ผลิตพีซีใช้ชิปจีนมากขึ้น ‼️ ความไม่แน่นอนของกำลังผลิต ⛔ แม้ CXMT จะขยายกำลังผลิต แต่ยังตามหลังผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลก ‼️ ผลกระทบต่อราคาสินค้า ⛔ ความตึงตัวของตลาด DRAM อาจทำให้ราคาพีซีและโน้ตบุ๊กสูงขึ้น https://wccftech.com/hp-is-left-with-no-other-choice-but-to-turn-to-chinese-memory-suppliers/
    WCCFTECH.COM
    HP Is Reportedly Left With Limited Choices but to Turn to Chinese Memory Suppliers Like CXMT to Combat DRAM Shortages
    One of the largest PC manufacturers, HP, may look to Chinese memory suppliers to secure its DRAM supply, with CXMT becoming an option.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 144 มุมมอง 0 รีวิว
  • Nvidia ตั้ง CMO คนแรกในประวัติศาสตร์ — ดึงผู้บริหาร Google Cloud มาช่วยขายชิปยุค AI

    Nvidia กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการเติบโต และหนึ่งในก้าวสำคัญคือการแต่งตั้ง Chief Marketing Officer (CMO) คนแรกของบริษัท ซึ่งไม่เคยมีตำแหน่งนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์กว่า 30 ปีของ Nvidia การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนว่าบริษัทกำลังก้าวจากผู้ผลิต GPU สู่การเป็นผู้ให้บริการ “ระบบ AI ครบวงจร” ที่ต้องการกลยุทธ์การสื่อสารระดับองค์กรที่ซับซ้อนขึ้นอย่างมาก

    ผู้ที่ได้รับเลือกคือ Alison Wagonfeld อดีตผู้บริหารระดับสูงของ Google Cloud ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันธุรกิจคลาวด์ให้เติบโตจนมีรายได้ระดับ $60 พันล้านต่อปี เธอประกาศผ่าน LinkedIn ว่าตื่นเต้นที่จะเข้าร่วมทีมของ Jensen Huang และจะดูแลทั้งฝ่ายการตลาดและการสื่อสารของ Nvidia ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป

    การมาของ Wagonfeld เกิดขึ้นในช่วงที่ Nvidia ต้องรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ในตลาด AI ที่กำลังแข่งขันดุเดือด เดิมทีความต้องการชิป AI สูงจน “ขายอะไรก็ขายได้” แต่เมื่อการแข่งขันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในงาน inference บริษัทจำเป็นต้องมีการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์และสื่อสารภาพลักษณ์อย่างเป็นระบบมากขึ้น ไม่ใช่พึ่ง Jensen Huang เพียงคนเดียวในการนำเสนอวิสัยทัศน์ของบริษัทอีกต่อไป

    บทความยังชี้ว่าการเติบโตของ Nvidia ทำให้บริษัทต้องสื่อสารกับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่สตาร์ทอัป หน่วยงานรัฐ ไปจนถึง hyperscalers รายใหญ่ การมี CMO ที่เชี่ยวชาญด้าน B2B อย่าง Wagonfeld จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความชัดเจนของแบรนด์และกลยุทธ์ในยุคที่ Nvidia ไม่ได้ขายแค่ GPU แต่ขาย “แพลตฟอร์ม AI ทั้งระบบ” ตั้งแต่ CPU, GPU, DPU, Networking ไปจนถึง Software Stack

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Nvidia ตั้ง CMO คนแรก
    Alison Wagonfeld จาก Google Cloud เข้ารับตำแหน่ง
    จะดูแลทั้งการตลาดและการสื่อสารของบริษัท

    เหตุผลที่ต้องมี CMO ตอนนี้
    Nvidia เปลี่ยนจากผู้ขาย GPU เป็นผู้ขายระบบ AI ครบวงจร
    ความต้องการสื่อสารเชิงกลยุทธ์เพิ่มขึ้นอย่างมาก

    ประสบการณ์ของ Wagonfeld
    สร้าง Google Cloud ให้เติบโตสู่รายได้ $60B ต่อปี
    เชี่ยวชาญด้าน B2B ซึ่งตรงกับตลาดหลักของ Nvidia

    ความท้าทายในตลาด AI
    ความต้องการชิปเริ่มเปลี่ยนจาก training ไปสู่ inference
    การแข่งขันสูงขึ้น ทำให้การตลาดมีบทบาทสำคัญ

    ประเด็นที่ต้องจับตา
    โครงสร้างองค์กรใหม่ของ Nvidia
    ยังไม่ชัดเจนว่า CMO จะรายงานตรงต่อใคร และจะมี VP Marketing ควบคู่หรือไม่

    ความซับซ้อนของตลาด AI
    Nvidia ต้องสื่อสารกับลูกค้าหลากหลายกลุ่มพร้อมกัน

    ภาระของ Jensen Huang
    การเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ไม่สามารถพึ่ง CEO เป็นผู้สื่อสารหลักเพียงคนเดียวได้อีกต่อไป

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidia-hires-first-ever-cmo-snatches-former-google-exec-for-the-tough-job-of-helping-sell-more-chips-alison-wagonfield-spent-nearly-10-years-at-google-building-its-cloud-project
    🟩💼 Nvidia ตั้ง CMO คนแรกในประวัติศาสตร์ — ดึงผู้บริหาร Google Cloud มาช่วยขายชิปยุค AI Nvidia กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการเติบโต และหนึ่งในก้าวสำคัญคือการแต่งตั้ง Chief Marketing Officer (CMO) คนแรกของบริษัท ซึ่งไม่เคยมีตำแหน่งนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์กว่า 30 ปีของ Nvidia การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนว่าบริษัทกำลังก้าวจากผู้ผลิต GPU สู่การเป็นผู้ให้บริการ “ระบบ AI ครบวงจร” ที่ต้องการกลยุทธ์การสื่อสารระดับองค์กรที่ซับซ้อนขึ้นอย่างมาก ผู้ที่ได้รับเลือกคือ Alison Wagonfeld อดีตผู้บริหารระดับสูงของ Google Cloud ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันธุรกิจคลาวด์ให้เติบโตจนมีรายได้ระดับ $60 พันล้านต่อปี เธอประกาศผ่าน LinkedIn ว่าตื่นเต้นที่จะเข้าร่วมทีมของ Jensen Huang และจะดูแลทั้งฝ่ายการตลาดและการสื่อสารของ Nvidia ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป การมาของ Wagonfeld เกิดขึ้นในช่วงที่ Nvidia ต้องรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ในตลาด AI ที่กำลังแข่งขันดุเดือด เดิมทีความต้องการชิป AI สูงจน “ขายอะไรก็ขายได้” แต่เมื่อการแข่งขันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในงาน inference บริษัทจำเป็นต้องมีการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์และสื่อสารภาพลักษณ์อย่างเป็นระบบมากขึ้น ไม่ใช่พึ่ง Jensen Huang เพียงคนเดียวในการนำเสนอวิสัยทัศน์ของบริษัทอีกต่อไป บทความยังชี้ว่าการเติบโตของ Nvidia ทำให้บริษัทต้องสื่อสารกับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่สตาร์ทอัป หน่วยงานรัฐ ไปจนถึง hyperscalers รายใหญ่ การมี CMO ที่เชี่ยวชาญด้าน B2B อย่าง Wagonfeld จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความชัดเจนของแบรนด์และกลยุทธ์ในยุคที่ Nvidia ไม่ได้ขายแค่ GPU แต่ขาย “แพลตฟอร์ม AI ทั้งระบบ” ตั้งแต่ CPU, GPU, DPU, Networking ไปจนถึง Software Stack 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Nvidia ตั้ง CMO คนแรก ➡️ Alison Wagonfeld จาก Google Cloud เข้ารับตำแหน่ง ➡️ จะดูแลทั้งการตลาดและการสื่อสารของบริษัท ✅ เหตุผลที่ต้องมี CMO ตอนนี้ ➡️ Nvidia เปลี่ยนจากผู้ขาย GPU เป็นผู้ขายระบบ AI ครบวงจร ➡️ ความต้องการสื่อสารเชิงกลยุทธ์เพิ่มขึ้นอย่างมาก ✅ ประสบการณ์ของ Wagonfeld ➡️ สร้าง Google Cloud ให้เติบโตสู่รายได้ $60B ต่อปี ➡️ เชี่ยวชาญด้าน B2B ซึ่งตรงกับตลาดหลักของ Nvidia ✅ ความท้าทายในตลาด AI ➡️ ความต้องการชิปเริ่มเปลี่ยนจาก training ไปสู่ inference ➡️ การแข่งขันสูงขึ้น ทำให้การตลาดมีบทบาทสำคัญ ⚠️ ประเด็นที่ต้องจับตา ‼️ โครงสร้างองค์กรใหม่ของ Nvidia ⛔ ยังไม่ชัดเจนว่า CMO จะรายงานตรงต่อใคร และจะมี VP Marketing ควบคู่หรือไม่ ‼️ ความซับซ้อนของตลาด AI ⛔ Nvidia ต้องสื่อสารกับลูกค้าหลากหลายกลุ่มพร้อมกัน ‼️ ภาระของ Jensen Huang ⛔ การเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ไม่สามารถพึ่ง CEO เป็นผู้สื่อสารหลักเพียงคนเดียวได้อีกต่อไป https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidia-hires-first-ever-cmo-snatches-former-google-exec-for-the-tough-job-of-helping-sell-more-chips-alison-wagonfield-spent-nearly-10-years-at-google-building-its-cloud-project
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 147 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts