• หมากรุก ตอนที่ 10

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก”
    ตอน 10 (จบ)
    สรุปว่า ยุทธศาสตร์ของอเมริกาคือ ยุทธศาสตร์เพื่อการ “ครองโลกแต่ผู้เดียว” ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมา
    ส่วนยุทธศาสตร์ของรัสเซีย น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “รัสเซียแกร่งกล้า” ที่สร้างบ้านเมืองให้แข็งแกร่งขึ้นมาใหม่ได้ และพร้อมแล้วที่จะบอกกับอเมริกาว่า “พอได้แล้วนะ” อเมริกาไม่ได้เป็นผู้กำหนดชะตาของทุกประเทศในโลกนี้อีกแล้ว การก้าวเข้าไปในซีเรีย และตะวันออกกลางของรัสเซีย มันแปลได้อย่างนั้น
    และยุทธศาสตร์ของจีน น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “จีนยิ่งใหญ่” หรือประเภทมังกรทะยานฟ้า เรื่องปิดล้อมจีนจบแล้ว อย่าได้คิดเชียวว่า จะมีใครมาปิด มาล้อมจีนได้อีก ไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ หรือกำลังทหาร ไม่มีทางแล้ว
    และตามยุทธศาสตร์ของทั้ง 3 ผู้ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานเช่นเดียวกัน 3 เรื่อง เพื่อจะเดินหน้าตามแผนของตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือ
    – มีอาวุธที่สุดยอด
    – มีกองกำลังที่ยิ่งใหญ่
    – ได้ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ
    เรื่องอาวุธ ผมไม่ขอวิเคราะห์ ใครมีอาวุธสุดยอดกว่าใคร เชื่อว่าไม่มีใครรู้จริงทั้งหมด นอกจากจะอยู่วงในสุดของแต่ละประเทศ และจะรู้จริงก็ตอนลงมือโซ้ยกันนั่นแหละครับ
    ส่วนยุทธศาสตร์ในการใช้อาวุธ จะใช้รูปแบบขนาด ระยะยิง จากฐานใดบ้าง มันคือแผนการรบ คนที่จะรู้แผนการรบจริงคือ ผู้บัญชาการรบ ผมเป็นแค่คนเล่านิทาน ไม่บังอาจไปวิจารณ์ฝ่ายใด คงบอกได้แต่ว่า ถ้าอเมริกาต้องเจอ รัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และปากีสถาน พร้อมกัน ผมว่า อเมริกาคงคิดหนัก นาโตถึงยังเป็นใบ้ และญี่ปุ่น ที่คิดจะแบกถาดให้อเมริกา วันนี้ น่าจะยังใช้เวลาหาถาดอีกนาน
    เรื่องกองกำลังของอเมริกา ต้องนับรวมทั้ง ทหารจริง ทหารรับจ้าง ทั้งของตัวเอง และของลูกหาบ ที่ครอบคลุม และแอบซ่อนอยู่ตามฐานทัพทั่วโลก และตอนนี้ คงต้องนับรวมเครือข่ายของผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินเข้าไปด้วย แปลว่า อเมริกาน่าจะมีแยะจริงๆ
    แต่ผมก็ยังเชื่อว่า อเมริกา เดี่ยวๆ ไม่มีกำลังพลมากกว่า รัสเซียเดี่ยว หรือจีนเดี่ยวอยู่แล้ว ยิ่งกำลังพลรัสเซียบวกจีน อเมริกายิ่งไม่มีทางเทียบ อเมริกาจึงต้องเช็คชื่อ เรียกลูกหาบมาเกือบทั้งโลก อย่างที่อเมริกากำลังดำเนินการอยู่
    คุณพี่ปูติน เดินหมากรุกเข้าไปในซีเรีย นี่จะเต็ม 3 เดือนแล้วนะครับ อเมริกายังเล่นหมากหลบ หมากเลี่ยง หมากเขก แต่ยังไม่ออกหมากรุกกลับ เข้าใจว่า คงยังเล่นหมากเก็บ “นับหัว” เอาเข้าคอกให้ครบเสียก่อน
    ส่วนเรื่องครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เล่านิทานมา 2 ปีกว่า มาจนถึงเรื่องนี้ ตอนนี้ คิดว่าอเมริกาพูดได้เต็มปากหรือไม่ว่า ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ของโลกไว้ได้แล้ว
    มันก็ย้อนกลับมาที่เดิมว่า ยุทธศาสตร์ที่แต่ละฝ่ายใช้ และการเดินหมากตามยุทธศาสตร์ได้ผลอย่างไร การเดินหมากแบบลุยกินดะไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่า จะทำให้ชนะเสมอไป ขณะเดียวกัน การเดินหมาก ที่เหมือนขยับไม่กี่ตา แต่ขยับอีกที ก็รุกฆาตแล้ว ก็อาจเกิดขึ้นได้เหมือนกัน
    ตลอดเวลา 70 ปีที่ผ่านมา อเมริกาเดินหมาก เหมือนกินดะได้ไปเกือบทั่วโลกแล้ว แต่การเดินหมากช่วงหลังของอเมริกา ดันสะดุดหัวแม่ตีนตัวเอง หัวทิ่มอย่างไม่น่าเชื่อ จากกระดาษซับไพรม์ใบบางๆ ที่ทำให้ตอนนี้อเมริกายังกระเป๋าฉีก ตูดขาด แต่อเมริกาสร้างเรื่องอื่นขึ้นมากลบ สื่อก็ช่วยพาเลี้ยว ชาวบ้านก็เลยลืม
    ปี ค.ศ.2007 เมื่ออเมริกาเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ จากเรื่องซับไพรม์ subprime ที่บริษัทเงินทุนจอมตะกละของอเมริกา เอาเอกสารลูกหนี้เงินกู้ซื้อบ้าน ไปขายลดต่ออีกหลายทอด จนไหม้เกรียม ลูกหนี้คนเดียว มีเจ้าหนี้ยืนเรียงคิวคอย พอเศรษฐกิจไม่ดี ลูกหนี้เจ็ง ไม่มีเงินผ่อนส่ง ไอ้พวกที่ซื้อไว้เป็นทอดๆ เรียงคิวคอย ก็ม่อยกะรอก ล้มตามกันเป็นพรวน และทำให้เศรษฐกิจอเมริกาสะอึกพรวด นักการเงินแก้ปัญหาหนี้เสียของบริษัทการเงิน ด้วยการเอาเงินรัฐมาอุ้มบริษัทการเงินเป็นจำนวนมหาศาล ตามสูตรสำเร็จ หลังจากนั้น ก็ลามไปกันใหญ่ และวันนี้อเมริกาก็มีหนี้กองโต ต้องลดงบ ตัดงบ ที่รวมไปถึงงบทางกองทัพด้วย
    สรุปสั้นๆ ว่า อเมริกาตูดขาดมาเกือบสิบปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังขาดอยู่ แต่ยังต้องทำหน้าใหญ่เอาไว้ แต่พินิจให้ดีๆ เถิดครับ หน้า พณ.ใบตองแห้ง กับ พณ.กลาโหม เวลาแถลงอะไรเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ที่ต้องยกกองกำลังเข้าไปที่ไหน ทำหน้าเหมือนกับกินข้าวบูดมันเน่ามาทั้งนั้น แถมถ้าจำเป็นต้องส่งกำลังไปเพื่อรักษาหน้า ก็เป็นหลักร้อย ส่วนอาวุธ ส่วนใหญ่ก็เป็นโดรน ไม่มีคนขับ อเมริกาถึงยืนยันว่า no boots on the ground อยู่ตลอดเวลาได้แต่คอยชี้นิ้วสั่ง โอลอง เอ็งไปซิ แคมารอน เอ็งด้วย เอะ แล้วอเมริกาหายไปไหน แค่ส่งไปที่ละร้อย สองร้อยคน แถวซีเรีย อีรัค ขายหน้าพี่เบิ้มหมด
    แต่ถึงอย่างนั้น เป็นประเทศมหาอำนาจมา 70 ปี สั่งซ้ายหันขวาหัน ให้มาเลียมือเลียตีนได้หมด แค่ตูดขาดไม่ถึง 10 ปี หมากเด็ด หายหมด หมากรุก ไม่มี อย่างนั้นหรือครับ แบบนี้จะแปลว่าอะไร
    แปลว่า อเมริกาซ่อนหมากเด็ด เตรียมไว้รุกฆาต หรือแปลว่าอเมริการบไม่เป็น หรือไม่มีปัญญายกทัพมารบแล้ว…
    น่าสังเกตว่า อเมริกาอาจจะถนัดแต่การรบแบบปฏิบัติการ หรือรบแบบกองโจรไปปล้นประเทศที่ไม่ทางสู้มากกว่า หรือไม่ก็ใช้ทหารรับจ้าง ที่เรียกเสียหรูว่า contractor หรือ security advisor เป็นผู้ไป “ดำเนินการ” ไม่ใช่การรบจริง เต็มรูปแบบทางกำลังทหาร
    ตลอดเวลาประมาณ 70 ที่ผ่านมา มีเพียง 2,3 ครั้งเท่านั้น ที่เป็นการรบจริง คือ ในสงครามเกาหลี และสงครามเวียตนามเท่านั้น นั่นมันก็กว่า 50 ปีมาแล้ว นอกนั้น มันเป็นการปฏิบัติการโดยพวกทหารรับจ้าง กับทหารนอกระบบ ที่เรียกว่า “stay behind” เครือข่ายหลังฉาก หรือเครือข่ายที่ซ่อนเร้นเกือบทั้งสิ้น แม้ในสมัยสงครามอิรัค อเมริกาก็ใช้ทหารรับจ้างมาก พอๆกับทหารในกองทัพ ถึงได้งบบานฉิบหายไป ส่วนนาโต้เอง ก็ไม่ได้มีกองกำลังทหารจริงทั้งหมด ใช้เครือข่าย stay behind กับ contractor มากเช่นเดียวกัน
    แต่ระหว่างเกือบ 10 ที่เศรษฐกิจอเมริกาสะอึก ฝั่งรัสเซียจีน แม้จะไม่ได้ฉลุย แต่ก็น่าจะมีอะไรดี ไม่งั้นรัสเซียคงไม่หาญกล้ายกพลเข้าไปที่ซีเรีย และการยกพลของรัสเซียครั้งนี้ คุณพี่ปูตินเล่นยกมาเป็นกองทัพ ทั้งบกเรืออากาศ มีเรือรบ มีเครื่องบิน มีรถถัง ทหารราบจำนวนแสน
    แล้วอเมริกาเดินหมากยังไงครับ ตอนนี้เป็นหมากพูด หรือหมากพ่น อย่าเป็นหมากเผ่นก็แล้วกัน
    เมื่อไม่นานมานี่ พณ. ใบตองแห้ง ออกมาพูดเองว่า ไอซิสแผ่วแล้วนะ พื้นที่ที่ยึดไปในอิรัคเหลือน้อยแล้ว ที่ซีเรียก็เช่นเดียวกัน หายไปแยะ ก็ใช่ซิ รัสเซียถล่มเสียราบ กองกำลังร่วมของอเมริกา เข้าไป 4 ปีกว่า ไอซิสมีแต่งอกเพิ่ม รัสเซียมาไม่ถึง 3 เดือน ไอซิสมุดรูหนีออกไปทางลิเบียหมด แต่ พณ.ใบตอง แห้งยังออกมาพูดเอาคะแนน แถมขู่พวกตัวหัวหน้าไอซิสอีกว่า you are next ต่อไปคือพวกเอ็ง ….เป็นการขู่ผ่านสื่อออกทีวี ….เห็นสันดานใบตองแห้งชัดจริงๆ
    ตกลงถึงวันนี้ ผมยังไม่เห็นหมากเด็ด หมากรุก อะไรที่จะทำให้ผมเชื่อว่า อเมริกาเป็นนักยุทธศาสตร์ทางด้านการรบ เอาละ มันยังไม่ถึงเวลารบจริง เพราะฉะนั้นตอนนี้ ต้องดูการเดินหมาก “เตรียมรบ” มากกว่า ว่าของใครล้ำลึกเด็ดขาดกว่ากัน คือดูตัวหมาก ที่แต่ละฝ่าย เลือกเอามาเดิน เลือกกิน หรือเลือกทิ้ง
    ตามทฤษฏีของไอ้แสบเบรสินสกี้ หมากตัวสำคัญในตะวันออกกลาง มี 2 ตัว คือ อิหร่าน กับตุรกี วันนี้เราเห็นชัดว่า อิหร่าน เปิดเผยว่าอยู่ขั้วรัสเซียจีน แผนบีบด้วยนิวเคลียร์ บีบอิหร่านไม่สำเร็จ
    ในตะวันออกกลางจึงเหลือตุรกี ที่เป็นหมากให้ดูว่า รัสเซียเสียตุรกี หรือรัสเซียถีบตุรกีทิ้ง และถ้าอเมริกาเลือกตุรกีมาเป็นหมากฝ่ายตัว เป็นเรื่องดี หรือ ซวยของอเมริกา
    ถัดมาเป็นหมาก แถวมหาสมุทรอินเดีย ใกล้บ้านเราเข้ามาหน่อย
    ปากีสถาน ก็เป็นหมากที่น่าสนใจตามดูเช่นเดียวกัน ว่า ปากีสถานทิ้งอเมริกา หรืออเมริกาทิ้งปากีสถาน และมาเลือกอินเดีย เพราะหมาก 2 ตัวนี้ คงจะอยู่ข้างเดียวกันยาก แม้ตอนนี้จะมีความพยายาม แต่นั่นแหละ แขกเป็นนักเล่นกล ไม่รู้ว่าอเมริกาจะรู้จักตำนานนี้ไหม
    อเมริกา จะเลือกเดินหมากอินเดียเพราะอะไร และอเมริกาได้ หรืออเมริกาเสีย ในการเสียปากีสถาน และ (ยังไม่แน่ว่าจะ) ได้ อินเดีย
    ช่วงนี้ดูหมาก 3 ตัวนี้ไว้เท่านั้นแหละครับ ตุรกี ปากีสถาน อืนเดีย การเดินหมาก 3 ตัวนี้ จะทำให้เห็นว่า ยุทธศาตร์ฝ่ายไหน ลึกซึ้ง และฝ่ายใด กำลังเดินหมาก รุก……
    หลังปีใหม่ ค่อยมาอ่านนิทานต่อนะครับ
    ระหว่างข้ามปี ใช้ชีวิตสบายๆ สวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ทำกุศล ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้เกิดสวัสดิมงคลแก่บ้านเมือง ตัวเองและครอบครัว และโชคดีตลอดปีใหม่ นะครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    31 ธ.ค. 2558
    หมากรุก ตอนที่ 10 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “หมากรุก” ตอน 10 (จบ) สรุปว่า ยุทธศาสตร์ของอเมริกาคือ ยุทธศาสตร์เพื่อการ “ครองโลกแต่ผู้เดียว” ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ส่วนยุทธศาสตร์ของรัสเซีย น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “รัสเซียแกร่งกล้า” ที่สร้างบ้านเมืองให้แข็งแกร่งขึ้นมาใหม่ได้ และพร้อมแล้วที่จะบอกกับอเมริกาว่า “พอได้แล้วนะ” อเมริกาไม่ได้เป็นผู้กำหนดชะตาของทุกประเทศในโลกนี้อีกแล้ว การก้าวเข้าไปในซีเรีย และตะวันออกกลางของรัสเซีย มันแปลได้อย่างนั้น และยุทธศาสตร์ของจีน น่าจะเป็นยุทธศาสตร์ “จีนยิ่งใหญ่” หรือประเภทมังกรทะยานฟ้า เรื่องปิดล้อมจีนจบแล้ว อย่าได้คิดเชียวว่า จะมีใครมาปิด มาล้อมจีนได้อีก ไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ หรือกำลังทหาร ไม่มีทางแล้ว และตามยุทธศาสตร์ของทั้ง 3 ผู้ยิ่งใหญ่ อย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานเช่นเดียวกัน 3 เรื่อง เพื่อจะเดินหน้าตามแผนของตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือ – มีอาวุธที่สุดยอด – มีกองกำลังที่ยิ่งใหญ่ – ได้ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เรื่องอาวุธ ผมไม่ขอวิเคราะห์ ใครมีอาวุธสุดยอดกว่าใคร เชื่อว่าไม่มีใครรู้จริงทั้งหมด นอกจากจะอยู่วงในสุดของแต่ละประเทศ และจะรู้จริงก็ตอนลงมือโซ้ยกันนั่นแหละครับ ส่วนยุทธศาสตร์ในการใช้อาวุธ จะใช้รูปแบบขนาด ระยะยิง จากฐานใดบ้าง มันคือแผนการรบ คนที่จะรู้แผนการรบจริงคือ ผู้บัญชาการรบ ผมเป็นแค่คนเล่านิทาน ไม่บังอาจไปวิจารณ์ฝ่ายใด คงบอกได้แต่ว่า ถ้าอเมริกาต้องเจอ รัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และปากีสถาน พร้อมกัน ผมว่า อเมริกาคงคิดหนัก นาโตถึงยังเป็นใบ้ และญี่ปุ่น ที่คิดจะแบกถาดให้อเมริกา วันนี้ น่าจะยังใช้เวลาหาถาดอีกนาน เรื่องกองกำลังของอเมริกา ต้องนับรวมทั้ง ทหารจริง ทหารรับจ้าง ทั้งของตัวเอง และของลูกหาบ ที่ครอบคลุม และแอบซ่อนอยู่ตามฐานทัพทั่วโลก และตอนนี้ คงต้องนับรวมเครือข่ายของผู้ก่อการร้าย หรือนักรบเติมเงินเข้าไปด้วย แปลว่า อเมริกาน่าจะมีแยะจริงๆ แต่ผมก็ยังเชื่อว่า อเมริกา เดี่ยวๆ ไม่มีกำลังพลมากกว่า รัสเซียเดี่ยว หรือจีนเดี่ยวอยู่แล้ว ยิ่งกำลังพลรัสเซียบวกจีน อเมริกายิ่งไม่มีทางเทียบ อเมริกาจึงต้องเช็คชื่อ เรียกลูกหาบมาเกือบทั้งโลก อย่างที่อเมริกากำลังดำเนินการอยู่ คุณพี่ปูติน เดินหมากรุกเข้าไปในซีเรีย นี่จะเต็ม 3 เดือนแล้วนะครับ อเมริกายังเล่นหมากหลบ หมากเลี่ยง หมากเขก แต่ยังไม่ออกหมากรุกกลับ เข้าใจว่า คงยังเล่นหมากเก็บ “นับหัว” เอาเข้าคอกให้ครบเสียก่อน ส่วนเรื่องครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ไว้ในมือ เล่านิทานมา 2 ปีกว่า มาจนถึงเรื่องนี้ ตอนนี้ คิดว่าอเมริกาพูดได้เต็มปากหรือไม่ว่า ครอบครองแหล่งพลังงานส่วนใหญ่ของโลกไว้ได้แล้ว มันก็ย้อนกลับมาที่เดิมว่า ยุทธศาสตร์ที่แต่ละฝ่ายใช้ และการเดินหมากตามยุทธศาสตร์ได้ผลอย่างไร การเดินหมากแบบลุยกินดะไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่า จะทำให้ชนะเสมอไป ขณะเดียวกัน การเดินหมาก ที่เหมือนขยับไม่กี่ตา แต่ขยับอีกที ก็รุกฆาตแล้ว ก็อาจเกิดขึ้นได้เหมือนกัน ตลอดเวลา 70 ปีที่ผ่านมา อเมริกาเดินหมาก เหมือนกินดะได้ไปเกือบทั่วโลกแล้ว แต่การเดินหมากช่วงหลังของอเมริกา ดันสะดุดหัวแม่ตีนตัวเอง หัวทิ่มอย่างไม่น่าเชื่อ จากกระดาษซับไพรม์ใบบางๆ ที่ทำให้ตอนนี้อเมริกายังกระเป๋าฉีก ตูดขาด แต่อเมริกาสร้างเรื่องอื่นขึ้นมากลบ สื่อก็ช่วยพาเลี้ยว ชาวบ้านก็เลยลืม ปี ค.ศ.2007 เมื่ออเมริกาเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ จากเรื่องซับไพรม์ subprime ที่บริษัทเงินทุนจอมตะกละของอเมริกา เอาเอกสารลูกหนี้เงินกู้ซื้อบ้าน ไปขายลดต่ออีกหลายทอด จนไหม้เกรียม ลูกหนี้คนเดียว มีเจ้าหนี้ยืนเรียงคิวคอย พอเศรษฐกิจไม่ดี ลูกหนี้เจ็ง ไม่มีเงินผ่อนส่ง ไอ้พวกที่ซื้อไว้เป็นทอดๆ เรียงคิวคอย ก็ม่อยกะรอก ล้มตามกันเป็นพรวน และทำให้เศรษฐกิจอเมริกาสะอึกพรวด นักการเงินแก้ปัญหาหนี้เสียของบริษัทการเงิน ด้วยการเอาเงินรัฐมาอุ้มบริษัทการเงินเป็นจำนวนมหาศาล ตามสูตรสำเร็จ หลังจากนั้น ก็ลามไปกันใหญ่ และวันนี้อเมริกาก็มีหนี้กองโต ต้องลดงบ ตัดงบ ที่รวมไปถึงงบทางกองทัพด้วย สรุปสั้นๆ ว่า อเมริกาตูดขาดมาเกือบสิบปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังขาดอยู่ แต่ยังต้องทำหน้าใหญ่เอาไว้ แต่พินิจให้ดีๆ เถิดครับ หน้า พณ.ใบตองแห้ง กับ พณ.กลาโหม เวลาแถลงอะไรเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคง ที่ต้องยกกองกำลังเข้าไปที่ไหน ทำหน้าเหมือนกับกินข้าวบูดมันเน่ามาทั้งนั้น แถมถ้าจำเป็นต้องส่งกำลังไปเพื่อรักษาหน้า ก็เป็นหลักร้อย ส่วนอาวุธ ส่วนใหญ่ก็เป็นโดรน ไม่มีคนขับ อเมริกาถึงยืนยันว่า no boots on the ground อยู่ตลอดเวลาได้แต่คอยชี้นิ้วสั่ง โอลอง เอ็งไปซิ แคมารอน เอ็งด้วย เอะ แล้วอเมริกาหายไปไหน แค่ส่งไปที่ละร้อย สองร้อยคน แถวซีเรีย อีรัค ขายหน้าพี่เบิ้มหมด แต่ถึงอย่างนั้น เป็นประเทศมหาอำนาจมา 70 ปี สั่งซ้ายหันขวาหัน ให้มาเลียมือเลียตีนได้หมด แค่ตูดขาดไม่ถึง 10 ปี หมากเด็ด หายหมด หมากรุก ไม่มี อย่างนั้นหรือครับ แบบนี้จะแปลว่าอะไร แปลว่า อเมริกาซ่อนหมากเด็ด เตรียมไว้รุกฆาต หรือแปลว่าอเมริการบไม่เป็น หรือไม่มีปัญญายกทัพมารบแล้ว… น่าสังเกตว่า อเมริกาอาจจะถนัดแต่การรบแบบปฏิบัติการ หรือรบแบบกองโจรไปปล้นประเทศที่ไม่ทางสู้มากกว่า หรือไม่ก็ใช้ทหารรับจ้าง ที่เรียกเสียหรูว่า contractor หรือ security advisor เป็นผู้ไป “ดำเนินการ” ไม่ใช่การรบจริง เต็มรูปแบบทางกำลังทหาร ตลอดเวลาประมาณ 70 ที่ผ่านมา มีเพียง 2,3 ครั้งเท่านั้น ที่เป็นการรบจริง คือ ในสงครามเกาหลี และสงครามเวียตนามเท่านั้น นั่นมันก็กว่า 50 ปีมาแล้ว นอกนั้น มันเป็นการปฏิบัติการโดยพวกทหารรับจ้าง กับทหารนอกระบบ ที่เรียกว่า “stay behind” เครือข่ายหลังฉาก หรือเครือข่ายที่ซ่อนเร้นเกือบทั้งสิ้น แม้ในสมัยสงครามอิรัค อเมริกาก็ใช้ทหารรับจ้างมาก พอๆกับทหารในกองทัพ ถึงได้งบบานฉิบหายไป ส่วนนาโต้เอง ก็ไม่ได้มีกองกำลังทหารจริงทั้งหมด ใช้เครือข่าย stay behind กับ contractor มากเช่นเดียวกัน แต่ระหว่างเกือบ 10 ที่เศรษฐกิจอเมริกาสะอึก ฝั่งรัสเซียจีน แม้จะไม่ได้ฉลุย แต่ก็น่าจะมีอะไรดี ไม่งั้นรัสเซียคงไม่หาญกล้ายกพลเข้าไปที่ซีเรีย และการยกพลของรัสเซียครั้งนี้ คุณพี่ปูตินเล่นยกมาเป็นกองทัพ ทั้งบกเรืออากาศ มีเรือรบ มีเครื่องบิน มีรถถัง ทหารราบจำนวนแสน แล้วอเมริกาเดินหมากยังไงครับ ตอนนี้เป็นหมากพูด หรือหมากพ่น อย่าเป็นหมากเผ่นก็แล้วกัน เมื่อไม่นานมานี่ พณ. ใบตองแห้ง ออกมาพูดเองว่า ไอซิสแผ่วแล้วนะ พื้นที่ที่ยึดไปในอิรัคเหลือน้อยแล้ว ที่ซีเรียก็เช่นเดียวกัน หายไปแยะ ก็ใช่ซิ รัสเซียถล่มเสียราบ กองกำลังร่วมของอเมริกา เข้าไป 4 ปีกว่า ไอซิสมีแต่งอกเพิ่ม รัสเซียมาไม่ถึง 3 เดือน ไอซิสมุดรูหนีออกไปทางลิเบียหมด แต่ พณ.ใบตอง แห้งยังออกมาพูดเอาคะแนน แถมขู่พวกตัวหัวหน้าไอซิสอีกว่า you are next ต่อไปคือพวกเอ็ง ….เป็นการขู่ผ่านสื่อออกทีวี ….เห็นสันดานใบตองแห้งชัดจริงๆ ตกลงถึงวันนี้ ผมยังไม่เห็นหมากเด็ด หมากรุก อะไรที่จะทำให้ผมเชื่อว่า อเมริกาเป็นนักยุทธศาสตร์ทางด้านการรบ เอาละ มันยังไม่ถึงเวลารบจริง เพราะฉะนั้นตอนนี้ ต้องดูการเดินหมาก “เตรียมรบ” มากกว่า ว่าของใครล้ำลึกเด็ดขาดกว่ากัน คือดูตัวหมาก ที่แต่ละฝ่าย เลือกเอามาเดิน เลือกกิน หรือเลือกทิ้ง ตามทฤษฏีของไอ้แสบเบรสินสกี้ หมากตัวสำคัญในตะวันออกกลาง มี 2 ตัว คือ อิหร่าน กับตุรกี วันนี้เราเห็นชัดว่า อิหร่าน เปิดเผยว่าอยู่ขั้วรัสเซียจีน แผนบีบด้วยนิวเคลียร์ บีบอิหร่านไม่สำเร็จ ในตะวันออกกลางจึงเหลือตุรกี ที่เป็นหมากให้ดูว่า รัสเซียเสียตุรกี หรือรัสเซียถีบตุรกีทิ้ง และถ้าอเมริกาเลือกตุรกีมาเป็นหมากฝ่ายตัว เป็นเรื่องดี หรือ ซวยของอเมริกา ถัดมาเป็นหมาก แถวมหาสมุทรอินเดีย ใกล้บ้านเราเข้ามาหน่อย ปากีสถาน ก็เป็นหมากที่น่าสนใจตามดูเช่นเดียวกัน ว่า ปากีสถานทิ้งอเมริกา หรืออเมริกาทิ้งปากีสถาน และมาเลือกอินเดีย เพราะหมาก 2 ตัวนี้ คงจะอยู่ข้างเดียวกันยาก แม้ตอนนี้จะมีความพยายาม แต่นั่นแหละ แขกเป็นนักเล่นกล ไม่รู้ว่าอเมริกาจะรู้จักตำนานนี้ไหม อเมริกา จะเลือกเดินหมากอินเดียเพราะอะไร และอเมริกาได้ หรืออเมริกาเสีย ในการเสียปากีสถาน และ (ยังไม่แน่ว่าจะ) ได้ อินเดีย ช่วงนี้ดูหมาก 3 ตัวนี้ไว้เท่านั้นแหละครับ ตุรกี ปากีสถาน อืนเดีย การเดินหมาก 3 ตัวนี้ จะทำให้เห็นว่า ยุทธศาตร์ฝ่ายไหน ลึกซึ้ง และฝ่ายใด กำลังเดินหมาก รุก…… หลังปีใหม่ ค่อยมาอ่านนิทานต่อนะครับ ระหว่างข้ามปี ใช้ชีวิตสบายๆ สวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญ ทำกุศล ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้เกิดสวัสดิมงคลแก่บ้านเมือง ตัวเองและครอบครัว และโชคดีตลอดปีใหม่ นะครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 31 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 69 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260109 #TechRadar

    Skullcandy เปิดตัวหูฟัง AI รุ่นใหม่ แต่มีข้อจำกัดสำคัญ
    Skullcandy เปิดตัวหูฟังที่ผสานระบบ AI เพื่อช่วยผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่แม้จะมีความสามารถล้ำสมัย ฟีเจอร์บางอย่างกลับถูกจำกัดไว้เฉพาะบางรุ่นหรือบางบริการ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานจริงอาจไม่สมบูรณ์เท่าที่คาดหวัง อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ที่ต้องการยกระดับหูฟังราคาจับต้องได้ให้มีความฉลาดขึ้นกว่าเดิม
    https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/skullcandys-new-earbuds-put-ai-in-your-ears-but-theres-a-catch

    ChatGPT Health พื้นที่ใหม่สำหรับคำถามสุขภาพที่เชื่อมข้อมูลสุขภาพของคุณได้
    OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับคำถามด้านสุขภาพ โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพส่วนตัว เช่น Apple Health หรือบันทึกการรักษา เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงกับบริบทของตัวเองมากขึ้น แม้จะมีความสามารถสูง แต่ OpenAI ย้ำชัดว่าเครื่องมือนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่แพทย์ และเน้นความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก พร้อมระบบป้องกันหลายชั้นเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpt-health-is-a-new-space-for-medical-questions-that-works-with-your-health-data-but-openai-insists-its-not-designed-to-replace-your-doctor

    พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ที่เปิดทางให้รันคำสั่งบนระบบได้
    มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน n8n แพลตฟอร์มอัตโนมัติงานแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แก้ไข workflow สามารถรันคำสั่งบนระบบจริงได้โดยตรง ทำให้เสี่ยงต่อการถูกฝังมัลแวร์ ขโมยข้อมูล หรือยึดระบบทั้งหมด โดยปัญหานี้ถูกแก้ไขแล้วในเวอร์ชันล่าสุด และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีหรือใช้วิธีป้องกันชั่วคราวตามคำแนะนำ
    https://www.techradar.com/pro/security/a-critical-n8n-flaw-has-been-discovered-heres-how-to-stay-safe

    AVA โฮโลแกรม AI ขนาดจิ๋วจาก Razer พร้อมเป็นทั้งโค้ชอีสปอร์ตและผู้ช่วยชีวิตประจำวัน
    Razer เปิดตัว Project AVA รุ่นอัปเกรด ซึ่งเป็นโฮโลแกรม AI ขนาดเล็กที่สามารถพูดคุย มองหน้าคุณ ติดตามสายตา และช่วยทั้งการเล่นเกม การจัดตารางงาน ไปจนถึงงานเอกสารต่าง ๆ ด้วยบุคลิกและอวาตาร์ที่เลือกได้หลายแบบ แม้จะล้ำสมัยและให้ความรู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวจริง ๆ แต่ก็มีข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้ต้องพิจารณา แม้ Razer จะยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดถูกประมวลผลภายในเครื่อง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/meet-the-tiny-ai-hologram-ready-to-be-your-esports-coach-and-life-planner

    AI ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการปลดพนักงาน?
    หลายองค์กรเริ่มโยนความผิดให้ AI ว่าเป็นสาเหตุของการปลดพนักงาน ทั้งที่ความจริงอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์ธุรกิจมากกว่า ทำให้เกิดคำถามว่า AI เป็นผู้ร้ายตัวจริงหรือเพียงข้ออ้างที่สะดวกสำหรับผู้บริหารในการลดคน
    https://www.techradar.com/pro/could-ai-be-a-scapegoat-in-layoffs

    NordPass เพิ่มระบบยืนยันตัวตน TOTP ในตัว
    NordPass เปิดตัวฟีเจอร์ TOTP Authenticator ที่รวมอยู่ในแอปโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแอปหลายตัวอีกต่อไป พร้อมรองรับการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์และการซิงก์ระหว่างอุปกรณ์ ช่วยให้การล็อกอินปลอดภัยและสะดวกขึ้นอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/nordpass-adds-built-in-totp-authenticator-for-personal-accounts

    บั๊กใหม่ใน Classic Outlook ทำให้อ่านอีเมลเข้ารหัสไม่ได้
    ผู้ใช้ Classic Outlook พบปัญหาหลังอัปเดตล่าสุด ทำให้ไม่สามารถเปิดอีเมลแบบ Encrypt Only ได้ โดย Microsoft แนะนำวิธีแก้ชั่วคราว เช่น เปลี่ยนวิธีเข้ารหัสผ่านเมนู Options หรือย้อนเวอร์ชัน Outlook ลงไปก่อน ส่งผลให้หลายองค์กรต้องหาทางรับมือระหว่างรอแพตช์แก้ไข
    https://www.techradar.com/pro/security/use-classic-outlook-this-microsoft-bug-might-stop-you-from-opening-encrypted-emails

    Gmail เพิ่มชุดฟีเจอร์ AI ใหม่เพื่อช่วยงานออฟฟิศ
    Google เปิดตัวฟีเจอร์ AI ชุดใหญ่ใน Gmail เช่น AI Inbox ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของอีเมล, AI Overviews ที่สรุปข้อมูลจากข้อความจำนวนมาก และระบบช่วยเขียนอีเมลเวอร์ชันใหม่ที่ฉลาดขึ้น ทำให้การจัดการอีเมลที่เคยยุ่งยากกลายเป็นงานที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด
    https://www.techradar.com/pro/gmail-is-getting-a-whole-host-of-ai-updates-to-try-and-solve-your-most-irritating-workplace-tasks

    Fujifilm เปิดตัวกล้อง Instax สไตล์ Super 8 สุดแหวกแนว
    Fujifilm Instax Mini Evo Cinema กลายเป็นกล้อง Instax ที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยดีไซน์ย้อนยุคแบบ Super 8 พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอที่แปลงเป็น QR Code ให้พิมพ์ออกมาได้ รวมถึงปุ่ม Eras Dial ที่เลือกโทนภาพตามยุคต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1930–2020 ทำให้เป็นกล้องที่ผสมความสนุกและความคลาสสิกได้อย่างลงตัว
    https://www.techradar.com/cameras/instant-cameras/fujifilms-new-super-8-style-video-camera-is-the-weirdest-instax-ever-but-it-could-also-be-the-most-fun

    Microsoft อาจเปิดตัว “Xbox PC แบบ OEM” ภายในปีนี้
    กระแสข่าวลือที่ถูกมองว่าน่าเชื่อถือชี้ว่า Microsoft เตรียมขยายจักรวาล Xbox ด้วยการเปิดตัวเครื่องเล่นเกมรูปแบบใหม่ที่เป็น “Xbox PC แบบ OEM” ซึ่งอาจเป็นการผสานประสบการณ์คอนโซลเข้ากับความยืดหยุ่นของพีซี เพื่อดึงดูดทั้งนักเล่นเกมและผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ โดยคาดว่าจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Xbox แข่งขันในตลาดเกมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
    https://www.techradar.com/gaming/xbox/microsoft-could-reveal-its-oem-xbox-pc-this-year-according-to-credible-rumors

    AI Factory: โครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อขับเคลื่อน AI ระดับองค์กร
    องค์กรทั่วโลกกำลังเร่งนำ AI มาใช้ แต่ความซับซ้อนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และความปลอดภัยทำให้เกิดความท้าทายอย่างมาก แนวคิด “AI Factory” จึงถูกเสนอเป็นสถาปัตยกรรมแบบครบวงจรที่รวม GPU, Kubernetes, ระบบความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมโมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยาย AI ได้อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และควบคุมได้มากขึ้น
    https://www.techradar.com/pro/ai-factories-are-the-foundation-for-enterprise-scale-ai

    Google ลดรอบการปล่อยซอร์สโค้ด Android เหลือปีละ 2 ครั้ง
    Google เตรียมปรับรูปแบบการปล่อยซอร์สโค้ด Android Open Source Project (AOSP) จากเดิมปีละ 4 ครั้ง เหลือเพียง 2 ครั้งในไตรมาส 2 และ 4 โดยให้เหตุผลว่าการลดความถี่จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม แม้ระบบปฏิบัติการจะยังอัปเดตตามปกติทุกไตรมาสก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีของ Android
    https://www.techradar.com/pro/google-set-to-reduce-the-android-source-code-releases-to-just-twice-a-year

    SMEs ต้องเร่งรับมือ “Data Sovereignty” เมื่อข้อมูลข้ามพรมแดนถูกจับตาเข้มงวด
    ธุรกิจขนาดกลางและเล็กในสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลข้ามประเทศ หลังมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและเกิดเหตุการณ์อย่าง AWS ล่มที่ส่งผลกระทบต่อบริการสำคัญ ทำให้ SMEs ต้องให้ความสำคัญกับการรู้ว่า “ข้อมูลอยู่ที่ไหน” และเลือกผู้ให้บริการที่โปร่งใส มีระบบสำรอง และรองรับข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล
    https://www.techradar.com/pro/your-datas-where-exactly-smes-and-data-sovereignty

    อุตสาหกรรม VPN เผชิญปีแห่งความท้าทาย: AI, การยืนยันอายุ และการเซ็นเซอร์
    ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ VPN เมื่อผู้ให้บริการต้องรับมือกับภัยคุกคามจาก AI เช่น การหลอกลวงด้วย LLM การบังคับใช้กฎหมายยืนยันอายุที่เสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล และการเพิ่มขึ้นของการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ผู้ให้บริการรายใหญ่จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือป้องกันสแกม การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม และระบบต่อต้านการปิดกั้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปี 2026 ที่การแข่งขันจะเข้มข้นยิ่งขึ้น
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/ai-age-verification-and-censorship-how-the-vpn-industry-tackled-2025s-biggest-issues-and-what-it-plans-to-do-next

    “External Brain” เวียร์เอเบิลยุคใหม่มาแรงในงาน CES 2026
    กระแสใหม่ของวงการเวียร์เอเบิลกำลังเปลี่ยนจากสายรัดข้อมือฟิตเนสไปสู่ “สมองเสริมภายนอก” ที่ช่วยประมวลผลและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อทำงานด้าน AI แบบเรียลไทม์ โดยอุปกรณ์รุ่นใหม่เน้นความเบา เรียบง่าย และใช้งานจริงได้มากขึ้น เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแสดงข้อมูลผ่านจอขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในแว่น ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูตลอดเวลา ถือเป็นทิศทางใหม่ที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นกับเทคโนโลยีได้ลงตัว
    https://www.techradar.com/health-fitness/smartwatches/forget-fitness-trackers-external-brains-are-the-hot-new-wearables-at-ces-this-year

    แว่น Even Realities G2 — มินิมอลแต่ทรงพลัง
    แว่นอัจฉริยะ Even Realities G2 โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเบาเหมือนแว่นทั่วไป แต่ซ่อนจอ waveform สีเขียวคมชัดไว้ในเลนส์ สามารถแสดงข้อมูลแบบ HUD เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแจ้งเตือน โดยอาศัยพลังประมวลผลจากสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ทำให้ตัวแว่นไม่เทอะทะและแบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้น พร้อมระบบควบคุมผ่านเซนเซอร์สัมผัสหลังขาแว่น ถือเป็นตัวอย่างของเวียร์เอเบิลที่เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง
    https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/i-tried-even-realities-g2-display-smart-glasses-and-now-i-cant-stop-thinking-about-their-minimalist-approach

    SwitchBot MindClip — คลิปติดปกเสื้อที่บันทึกทุกบทสนทนา
    SwitchBot เปิดตัว MindClip อุปกรณ์ขนาดเล็กติดปกเสื้อที่สามารถบันทึกเสียงทุกการสนทนาและจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลส่วนตัว พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยสรุปเนื้อหาและค้นหาบทสนทนาที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว แม้จะมีประโยชน์ในงานประชุมหรือคนที่หลงลืมง่าย แต่ก็สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวเพราะสามารถใช้บันทึกบทสนทนาในชีวิตประจำวันได้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดคำถามว่าความสะดวกสบายควรแลกกับความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน
    https://www.techradar.com/home/smart-home/switchbots-new-gadget-clips-to-your-collar-and-records-your-conversations-so-youll-never-have-to-pay-attention-ever-again

    Cisco อุดช่องโหว่ ISE หลังพบโค้ดโจมตีถูกเผยแพร่
    Cisco ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ระดับกลางในระบบ Identity Services Engine (ISE) ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แอดมินสามารถอ่านไฟล์สำคัญในระบบผ่านการอัปโหลดไฟล์ XML ที่ออกแบบมาเฉพาะ แม้ยังไม่พบการโจมตีจริง แต่มีโค้ด PoC เผยแพร่แล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่ใช้ ISE เป็นระบบควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายหลักขององค์กร
    https://www.techradar.com/pro/security/vulnerability-in-identity-service-engine-with-exploit-code-patched-by-cisco

    สหรัฐถอนตัวจากองค์กรอินเทอร์เน็ตเสรี 66 แห่ง
    รัฐบาลสหรัฐประกาศถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่ง รวมถึงกลุ่มด้านสิทธิอินเทอร์เน็ตอย่าง Freedom Online Coalition และ Global Forum on Cyber Expertise โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ การถอนตัวครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านสิทธิดิจิทัลและความมั่นคงไซเบอร์ทั่วโลก เพราะสหรัฐเป็นผู้สนับสนุนหลักของหลายโครงการ ทำให้อนาคตของความร่วมมือด้านอินเทอร์เน็ตเสรีต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/us-withdraws-from-internet-freedom-bodies-it-deems-wasteful-ineffective-and-harmful

    EU พิจารณาดีล Google ซื้อกิจการ Wiz
    หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาดีลที่ Google ต้องการเข้าซื้อ Wiz ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดคลาวด์และความปลอดภัยดิจิทัล หากดีลผ่านอาจทำให้ Google ขยายอิทธิพลด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการความปลอดภัยได้มากขึ้น แต่ก็เสี่ยงต่อข้อกังวลเรื่องการผูกขาดในระยะยาว
    https://www.techradar.com/pro/eu-antitrust-regulators-to-decide-on-googles-wiz-acquisition

    Honda–Sony เผยโฉม SUV รุ่นใหม่ แต่คู่แข่งจีนวิ่งนำไปไกลแล้ว
    Honda และ Sony ใช้เวที CES 2026 เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Afeela ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นและรองรับฟีเจอร์ความบันเทิงอย่างการเล่น PlayStation 5 ในรถ แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึก แต่รถรุ่นนี้ถูกวางแผนเปิดตัวในปี 2028 ทว่าในขณะที่ทั้งสองบริษัทยังอยู่ในขั้นพัฒนา ค่ายรถจีนกลับเดินหน้าไปไกลกว่า ทั้งด้านราคา ระยะทางวิ่ง และความพร้อมของสินค้าในตลาด
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/honda-and-sony-just-teased-a-second-suv-at-ces-2026-but-their-chinese-rivals-are-already-racing-ahead

    รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมใช้ AI ช่วยจัดการสายด่วนสวัสดิการ
    กระทรวง DWP ของสหราชอาณาจักรประกาศโครงการระยะ 4–6 ปีเพื่อใช้ระบบ AI ช่วยคัดแยกและนำทางสายโทรศัพท์เกี่ยวกับสวัสดิการ โดยหวังลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการ หลังจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นกว่า 2.4 ล้านคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบใหม่นี้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด
    https://www.techradar.com/pro/uk-government-department-to-use-ai-in-benefits-claims

    อัปเดตใหญ่ Windows 11 26H1 จะมีเฉพาะบนแล็ปท็อป Snapdragon X2
    อัปเดต Windows 11 รุ่น 26H1 ถูกยืนยันว่าจะปล่อยเฉพาะสำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ชิป Snapdragon X2 โดยเป็นการปรับปรุงระบบภายในเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ใด ๆ แม้จะเป็นการอัปเดตเชิงเทคนิค แต่ก็มีความกังวลว่าการเปลี่ยนแพลตฟอร์มอาจทำให้เกิดบั๊กเหมือนที่เคยเกิดในรุ่นก่อนหน้า
    https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11s-next-major-update-is-only-coming-to-a-few-laptops-but-that-could-be-a-blessing-in-disguise

    Xbox Developer Direct 2026 เตรียมเผยเกมใหม่เพียบ
    Xbox ประกาศจัดงาน Developer Direct 2026 ในวันที่ 22 มกราคมนี้ โดยจะเผยตัวอย่างใหม่ของ Fable และ Forza Horizon 6 รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมของ Beast of Reincarnation จาก Game Freak งานนี้ถือเป็นการเปิดศักราชเกมปี 2026 ที่แฟน ๆ รอคอย พร้อมโชว์เกมเพลย์และรายละเอียดจากทีมพัฒนาโดยตรง
    https://www.techradar.com/gaming/gaming-industry/xbox-confirms-developer-direct-2026-showcase-for-later-this-month-here-are-the-games-to-expect

    ข้อมูลส่วนตัวกว่า 700,000 รายถูกหน่วยงานรัฐอิลลินอยส์ทำรั่วไหล
    เหตุการณ์ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนกว่าเจ็ดแสนรายถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานรัฐในอิลลินอยส์สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เพราะข้อมูลที่หลุดอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาโครงสร้างระบบความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐที่ยังมีช่องโหว่และต้องเร่งปรับปรุงเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/security/personal-data-on-over-700-000-exposed-by-illinois-government-agency

    iPhone 4 กลับมาฮิตอีกครั้งในฐานะ “กล้องดิจิทัลเรโทร” แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย
    กระแสเรโทรทำให้ iPhone 4 กลายเป็นกล้องดิจิทัลยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นและสายคอนเทนต์ที่ชอบภาพโทนเก่า แม้คุณภาพจะสู้มือถือยุคใหม่ไม่ได้ แต่เสน่ห์ของภาพดิบ ๆ ทำให้มันกลับมาฮิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเพราะเครื่องไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยมานาน ผู้ใช้จึงต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัวและควรใช้แบบออฟไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านไซเบอร์
    https://www.techradar.com/phones/iphone/the-iphone-4-is-the-classic-camera-phone-that-retro-lovers-can-t-get-enough-of-but-don-t-skip-these-essential-security-tips (techradar.com in Bing)

    กล้องติดรถ Vantrue รุ่นใหม่มาพร้อมกล้องความร้อนแบบ Predator มองเห็นกลางคืนได้เหนือชั้น
    Vantrue เปิดตัว Pilot 2 กล้องติดรถที่รวมกล้องหน้า–หลัง พร้อมกล้องถ่ายภาพความร้อนที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นคน สัตว์ หรือสิ่งกีดขวางในสภาพแสงน้อยหรือหมอกหนาได้อย่างชัดเจนราวกับโหมดมองความร้อนในภาพยนตร์ Predator โดยระบบยังแจ้งเตือนอันตรายล่วงหน้าและรองรับ CarPlay/Android Auto ทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ยกระดับความปลอดภัยของรถรุ่นเก่าได้อย่างมาก
    https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/vantrue-unveils-worlds-first-dash-cam-with-thermal-imaging-for-predator-style-night-vision-on-the-move

    แฮ็กเกอร์จีน Salt Typhoon เจาะอีเมลเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐอีกครั้ง
    กลุ่มแฮ็กเกอร์รัฐหนุนจากจีน Salt Typhoon ถูกพบว่าลอบเข้าถึงอีเมลของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมาธิการสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ทั้งด้านจีน ความมั่นคง และกองทัพ แม้ยังไม่ชัดว่าการเข้าถึงลึกแค่ไหน แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงด้านไซเบอร์ระหว่างประเทศที่ทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดตามเดิม
    https://www.techradar.com/pro/security/congressional-staff-emails-hacked-as-part-of-salt-typhoon-campaign

    AMD Ryzen AI Halo ท้าชน Nvidia DGX Spark ด้วยพลังประมวลผล AI ในเครื่องเดียว
    AMD ประกาศเปิดตัว Ryzen AI Halo คอมพิวเตอร์สำหรับงาน AI โดยเฉพาะในปี 2026 มาพร้อมซีพียู 16 คอร์, NPU ในตัว, แรมสูงสุด 128GB และรองรับ ROCm เต็มรูปแบบ ทำให้สามารถรันโมเดล AI ขนาดใหญ่แบบโลคัลได้โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ถือเป็นคู่แข่งตรงของ Nvidia DGX Spark ที่ครองตลาดอยู่ก่อนแล้ว และเป็นก้าวสำคัญของ AMD ในการเข้าสู่ตลาด AI ระดับองค์กร
    https://www.techradar.com/pro/amd-will-launch-its-first-pc-in-2026-and-it-will-compete-with-a-very-familiar-brand-ryzen-ai-halo-will-go-head-to-head-against-nvidias-dgx-spark-mini-pc

    AI กับอนาคตดนตรี: will.i.am มองว่า TikTok อันตรายกว่า AI
    will.i.am พูดถึงมุมมองต่อดนตรียุคใหม่ว่าแม้ AI จะสร้างเพลงได้ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ต้องมีมนุษย์อยู่เบื้องหลัง ต่างจาก TikTok ที่เขามองว่าเป็นภัยต่อวงการมากกว่าเพราะเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพดนตรีจนศิลปินต้องปรับตัวอย่างหนัก พร้อมเล่าถึงการร่วมงานกับ LG เพื่อปรับแต่งเสียงลำโพงให้ตอบโจทย์ผู้ฟังยุคใหม่ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงในทุกอุปกรณ์
    https://www.techradar.com/audio/ai-generated-music-is-awesome-somebodys-still-generating-it-when-the-machines-doing-it-on-its-own-talk-to-me-will-i-am-tells-me-how-he-tunes-lgs-new-speakers-and-why-tiktok-rather-than-ai-is-the-big-danger-to-music

    Amazon ใช้ AI ช้อปแทนลูกค้า จนร้านค้ารายย่อยเดือด
    Amazon ทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ให้ AI ไปสั่งซื้อสินค้าจากเว็บร้านค้าต่าง ๆ แทนผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้ผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก เพราะสินค้าถูกนำไปแสดงบน Amazon โดยไม่ได้รับอนุญาต แถมบางครั้งยังเป็นสินค้าที่หมดสต็อกหรือไม่เคยตั้งใจขายตรง ทำให้ร้านค้าต้องรับมือกับออเดอร์ที่ไม่คาดคิดและข้อมูลผิดพลาดที่เกิดจากระบบ AI ของ Amazon เอง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/amazons-ai-is-shopping-on-your-behalf-where-its-not-supposed-to-and-retailers-arent-happy

    CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ตัวจิ๋วที่รวม SSD NVMe และชาร์จแรงสูง
    Satechi เปิดตัว CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ที่รวมพอร์ตความเร็วสูง, ช่องใส่ SSD NVMe สูงสุด 8TB, การชาร์จสูงสุด 140W และรองรับจอ 6K คู่บน Mac หรือสูงถึง 8K หลายจอบน Windows แม้จะไม่มีพอร์ตวิดีโอเฉพาะ แต่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานบนโต๊ะที่เล็กแต่ทรงพลังสำหรับผู้ใช้ทั้ง Mac และ Windows
    https://www.techradar.com/pro/satechi-unveils-thunderbolt-5-docking-station-that-doubles-as-external-ssd-shame-it-doesnt-take-hdds-and-why-doesnt-it-have-video-outputs-anyway

    Infinity Cube: ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในกล่องแก้ว 14 ฟุต
    Odinn เปิดตัว Infinity Cube แนวคิดใหม่ของศูนย์ข้อมูลที่ย่อส่วนลงในกล่องแก้วขนาด 14 ฟุต รองรับซีพียู AMD EPYC สูงสุด 56 ตัว, GPU Nvidia B200 ถึง 224 ตัว, RAM 86TB และ NVMe 27.5PB พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในตัว จุดเด่นคือความหนาแน่นสูงและดีไซน์สวยงาม แต่ยังมีคำถามเรื่องการใช้งานจริง การบำรุงรักษา และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิม
    https://www.techradar.com/pro/nvidia-partner-wants-to-beautify-data-centers-with-the-infinity-cube-concept-plans-to-cram-86tb-ddr5-and-224-b200-gpu-in-a-liquid-cooled-14ft-cube

    ราคาหน่วยความจำ DDR5 อาจพุ่งแตะ $500 ในปี 2026
    นักวิเคราะห์เตือนว่าราคา DRAM โดยเฉพาะ DDR5 อาจพุ่งขึ้นกว่า 60% ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพราะผู้ผลิตหันไปให้ความสำคัญกับหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์และงาน AI มากขึ้น ทำให้ตลาดผู้ใช้ทั่วไปขาดแคลน ตัวอย่างเช่นโมดูล 32GB ที่ปัจจุบันราคา $325 อาจทะลุ $500 ได้ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปีนี้
    ​​​​​​​ https://www.techradar.com/pro/2026-could-well-be-the-year-of-the-usd500-32gb-ddr5-memory-module-experts-predict-ddr-will-go-up-by-60-percent-in-q1-2026-alone
    📌📡🔵 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🔵📡📌 #รวมข่าวIT #20260109 #TechRadar 🎧 Skullcandy เปิดตัวหูฟัง AI รุ่นใหม่ แต่มีข้อจำกัดสำคัญ Skullcandy เปิดตัวหูฟังที่ผสานระบบ AI เพื่อช่วยผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่แม้จะมีความสามารถล้ำสมัย ฟีเจอร์บางอย่างกลับถูกจำกัดไว้เฉพาะบางรุ่นหรือบางบริการ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานจริงอาจไม่สมบูรณ์เท่าที่คาดหวัง อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ที่ต้องการยกระดับหูฟังราคาจับต้องได้ให้มีความฉลาดขึ้นกว่าเดิม 🔗 https://www.techradar.com/audio/earbuds-airpods/skullcandys-new-earbuds-put-ai-in-your-ears-but-theres-a-catch 🏥 ChatGPT Health พื้นที่ใหม่สำหรับคำถามสุขภาพที่เชื่อมข้อมูลสุขภาพของคุณได้ OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับคำถามด้านสุขภาพ โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพส่วนตัว เช่น Apple Health หรือบันทึกการรักษา เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงกับบริบทของตัวเองมากขึ้น แม้จะมีความสามารถสูง แต่ OpenAI ย้ำชัดว่าเครื่องมือนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่แพทย์ และเน้นความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก พร้อมระบบป้องกันหลายชั้นเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/chatgpt/chatgpt-health-is-a-new-space-for-medical-questions-that-works-with-your-health-data-but-openai-insists-its-not-designed-to-replace-your-doctor 🔐 พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ที่เปิดทางให้รันคำสั่งบนระบบได้ มีการค้นพบช่องโหว่ระดับวิกฤตใน n8n แพลตฟอร์มอัตโนมัติงานแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แก้ไข workflow สามารถรันคำสั่งบนระบบจริงได้โดยตรง ทำให้เสี่ยงต่อการถูกฝังมัลแวร์ ขโมยข้อมูล หรือยึดระบบทั้งหมด โดยปัญหานี้ถูกแก้ไขแล้วในเวอร์ชันล่าสุด และผู้ใช้ควรอัปเดตทันทีหรือใช้วิธีป้องกันชั่วคราวตามคำแนะนำ 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/a-critical-n8n-flaw-has-been-discovered-heres-how-to-stay-safe 🌟 AVA โฮโลแกรม AI ขนาดจิ๋วจาก Razer พร้อมเป็นทั้งโค้ชอีสปอร์ตและผู้ช่วยชีวิตประจำวัน Razer เปิดตัว Project AVA รุ่นอัปเกรด ซึ่งเป็นโฮโลแกรม AI ขนาดเล็กที่สามารถพูดคุย มองหน้าคุณ ติดตามสายตา และช่วยทั้งการเล่นเกม การจัดตารางงาน ไปจนถึงงานเอกสารต่าง ๆ ด้วยบุคลิกและอวาตาร์ที่เลือกได้หลายแบบ แม้จะล้ำสมัยและให้ความรู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวจริง ๆ แต่ก็มีข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้ต้องพิจารณา แม้ Razer จะยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดถูกประมวลผลภายในเครื่อง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/meet-the-tiny-ai-hologram-ready-to-be-your-esports-coach-and-life-planner 🤖 AI ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการปลดพนักงาน? หลายองค์กรเริ่มโยนความผิดให้ AI ว่าเป็นสาเหตุของการปลดพนักงาน ทั้งที่ความจริงอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารต้นทุนและกลยุทธ์ธุรกิจมากกว่า ทำให้เกิดคำถามว่า AI เป็นผู้ร้ายตัวจริงหรือเพียงข้ออ้างที่สะดวกสำหรับผู้บริหารในการลดคน 🔗 https://www.techradar.com/pro/could-ai-be-a-scapegoat-in-layoffs 🔐 NordPass เพิ่มระบบยืนยันตัวตน TOTP ในตัว NordPass เปิดตัวฟีเจอร์ TOTP Authenticator ที่รวมอยู่ในแอปโดยตรง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแอปหลายตัวอีกต่อไป พร้อมรองรับการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์และการซิงก์ระหว่างอุปกรณ์ ช่วยให้การล็อกอินปลอดภัยและสะดวกขึ้นอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/nordpass-adds-built-in-totp-authenticator-for-personal-accounts 📧 บั๊กใหม่ใน Classic Outlook ทำให้อ่านอีเมลเข้ารหัสไม่ได้ ผู้ใช้ Classic Outlook พบปัญหาหลังอัปเดตล่าสุด ทำให้ไม่สามารถเปิดอีเมลแบบ Encrypt Only ได้ โดย Microsoft แนะนำวิธีแก้ชั่วคราว เช่น เปลี่ยนวิธีเข้ารหัสผ่านเมนู Options หรือย้อนเวอร์ชัน Outlook ลงไปก่อน ส่งผลให้หลายองค์กรต้องหาทางรับมือระหว่างรอแพตช์แก้ไข 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/use-classic-outlook-this-microsoft-bug-might-stop-you-from-opening-encrypted-emails ✉️ Gmail เพิ่มชุดฟีเจอร์ AI ใหม่เพื่อช่วยงานออฟฟิศ Google เปิดตัวฟีเจอร์ AI ชุดใหญ่ใน Gmail เช่น AI Inbox ที่ช่วยจัดลำดับความสำคัญของอีเมล, AI Overviews ที่สรุปข้อมูลจากข้อความจำนวนมาก และระบบช่วยเขียนอีเมลเวอร์ชันใหม่ที่ฉลาดขึ้น ทำให้การจัดการอีเมลที่เคยยุ่งยากกลายเป็นงานที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด 🔗 https://www.techradar.com/pro/gmail-is-getting-a-whole-host-of-ai-updates-to-try-and-solve-your-most-irritating-workplace-tasks 📹 Fujifilm เปิดตัวกล้อง Instax สไตล์ Super 8 สุดแหวกแนว Fujifilm Instax Mini Evo Cinema กลายเป็นกล้อง Instax ที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยดีไซน์ย้อนยุคแบบ Super 8 พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอที่แปลงเป็น QR Code ให้พิมพ์ออกมาได้ รวมถึงปุ่ม Eras Dial ที่เลือกโทนภาพตามยุคต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1930–2020 ทำให้เป็นกล้องที่ผสมความสนุกและความคลาสสิกได้อย่างลงตัว 🔗 https://www.techradar.com/cameras/instant-cameras/fujifilms-new-super-8-style-video-camera-is-the-weirdest-instax-ever-but-it-could-also-be-the-most-fun 🎮 Microsoft อาจเปิดตัว “Xbox PC แบบ OEM” ภายในปีนี้ กระแสข่าวลือที่ถูกมองว่าน่าเชื่อถือชี้ว่า Microsoft เตรียมขยายจักรวาล Xbox ด้วยการเปิดตัวเครื่องเล่นเกมรูปแบบใหม่ที่เป็น “Xbox PC แบบ OEM” ซึ่งอาจเป็นการผสานประสบการณ์คอนโซลเข้ากับความยืดหยุ่นของพีซี เพื่อดึงดูดทั้งนักเล่นเกมและผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ โดยคาดว่าจะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Xbox แข่งขันในตลาดเกมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 🔗 https://www.techradar.com/gaming/xbox/microsoft-could-reveal-its-oem-xbox-pc-this-year-according-to-credible-rumors 🏭 AI Factory: โครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อขับเคลื่อน AI ระดับองค์กร องค์กรทั่วโลกกำลังเร่งนำ AI มาใช้ แต่ความซับซ้อนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และความปลอดภัยทำให้เกิดความท้าทายอย่างมาก แนวคิด “AI Factory” จึงถูกเสนอเป็นสถาปัตยกรรมแบบครบวงจรที่รวม GPU, Kubernetes, ระบบความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมโมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยาย AI ได้อย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และควบคุมได้มากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/pro/ai-factories-are-the-foundation-for-enterprise-scale-ai 🤖 Google ลดรอบการปล่อยซอร์สโค้ด Android เหลือปีละ 2 ครั้ง Google เตรียมปรับรูปแบบการปล่อยซอร์สโค้ด Android Open Source Project (AOSP) จากเดิมปีละ 4 ครั้ง เหลือเพียง 2 ครั้งในไตรมาส 2 และ 4 โดยให้เหตุผลว่าการลดความถี่จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม แม้ระบบปฏิบัติการจะยังอัปเดตตามปกติทุกไตรมาสก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีของ Android 🔗 https://www.techradar.com/pro/google-set-to-reduce-the-android-source-code-releases-to-just-twice-a-year 🌍 SMEs ต้องเร่งรับมือ “Data Sovereignty” เมื่อข้อมูลข้ามพรมแดนถูกจับตาเข้มงวด ธุรกิจขนาดกลางและเล็กในสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลข้ามประเทศ หลังมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและเกิดเหตุการณ์อย่าง AWS ล่มที่ส่งผลกระทบต่อบริการสำคัญ ทำให้ SMEs ต้องให้ความสำคัญกับการรู้ว่า “ข้อมูลอยู่ที่ไหน” และเลือกผู้ให้บริการที่โปร่งใส มีระบบสำรอง และรองรับข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล 🔗 https://www.techradar.com/pro/your-datas-where-exactly-smes-and-data-sovereignty 🔐 อุตสาหกรรม VPN เผชิญปีแห่งความท้าทาย: AI, การยืนยันอายุ และการเซ็นเซอร์ ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ VPN เมื่อผู้ให้บริการต้องรับมือกับภัยคุกคามจาก AI เช่น การหลอกลวงด้วย LLM การบังคับใช้กฎหมายยืนยันอายุที่เสี่ยงต่อข้อมูลส่วนบุคคล และการเพิ่มขึ้นของการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ผู้ให้บริการรายใหญ่จึงเร่งพัฒนาเครื่องมือป้องกันสแกม การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม และระบบต่อต้านการปิดกั้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปี 2026 ที่การแข่งขันจะเข้มข้นยิ่งขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-services/ai-age-verification-and-censorship-how-the-vpn-industry-tackled-2025s-biggest-issues-and-what-it-plans-to-do-next 🧠✨ “External Brain” เวียร์เอเบิลยุคใหม่มาแรงในงาน CES 2026 กระแสใหม่ของวงการเวียร์เอเบิลกำลังเปลี่ยนจากสายรัดข้อมือฟิตเนสไปสู่ “สมองเสริมภายนอก” ที่ช่วยประมวลผลและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อทำงานด้าน AI แบบเรียลไทม์ โดยอุปกรณ์รุ่นใหม่เน้นความเบา เรียบง่าย และใช้งานจริงได้มากขึ้น เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแสดงข้อมูลผ่านจอขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในแว่น ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูตลอดเวลา ถือเป็นทิศทางใหม่ที่ผสมผสานความเป็นแฟชั่นกับเทคโนโลยีได้ลงตัว 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/smartwatches/forget-fitness-trackers-external-brains-are-the-hot-new-wearables-at-ces-this-year 👓💡 แว่น Even Realities G2 — มินิมอลแต่ทรงพลัง แว่นอัจฉริยะ Even Realities G2 โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเบาเหมือนแว่นทั่วไป แต่ซ่อนจอ waveform สีเขียวคมชัดไว้ในเลนส์ สามารถแสดงข้อมูลแบบ HUD เช่น การแปลภาษา การนำทาง และการแจ้งเตือน โดยอาศัยพลังประมวลผลจากสมาร์ทโฟนเป็นหลัก ทำให้ตัวแว่นไม่เทอะทะและแบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้น พร้อมระบบควบคุมผ่านเซนเซอร์สัมผัสหลังขาแว่น ถือเป็นตัวอย่างของเวียร์เอเบิลที่เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง 🔗 https://www.techradar.com/computing/virtual-reality-augmented-reality/i-tried-even-realities-g2-display-smart-glasses-and-now-i-cant-stop-thinking-about-their-minimalist-approach 🎙️🤖 SwitchBot MindClip — คลิปติดปกเสื้อที่บันทึกทุกบทสนทนา SwitchBot เปิดตัว MindClip อุปกรณ์ขนาดเล็กติดปกเสื้อที่สามารถบันทึกเสียงทุกการสนทนาและจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลส่วนตัว พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยสรุปเนื้อหาและค้นหาบทสนทนาที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว แม้จะมีประโยชน์ในงานประชุมหรือคนที่หลงลืมง่าย แต่ก็สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวเพราะสามารถใช้บันทึกบทสนทนาในชีวิตประจำวันได้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดคำถามว่าความสะดวกสบายควรแลกกับความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/switchbots-new-gadget-clips-to-your-collar-and-records-your-conversations-so-youll-never-have-to-pay-attention-ever-again 🔐⚠️ Cisco อุดช่องโหว่ ISE หลังพบโค้ดโจมตีถูกเผยแพร่ Cisco ออกแพตช์แก้ไขช่องโหว่ระดับกลางในระบบ Identity Services Engine (ISE) ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์แอดมินสามารถอ่านไฟล์สำคัญในระบบผ่านการอัปโหลดไฟล์ XML ที่ออกแบบมาเฉพาะ แม้ยังไม่พบการโจมตีจริง แต่มีโค้ด PoC เผยแพร่แล้ว ทำให้ผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่ใช้ ISE เป็นระบบควบคุมการเข้าถึงเครือข่ายหลักขององค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/vulnerability-in-identity-service-engine-with-exploit-code-patched-by-cisco 🌐🇺🇸 สหรัฐถอนตัวจากองค์กรอินเทอร์เน็ตเสรี 66 แห่ง รัฐบาลสหรัฐประกาศถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่ง รวมถึงกลุ่มด้านสิทธิอินเทอร์เน็ตอย่าง Freedom Online Coalition และ Global Forum on Cyber Expertise โดยให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ การถอนตัวครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านสิทธิดิจิทัลและความมั่นคงไซเบอร์ทั่วโลก เพราะสหรัฐเป็นผู้สนับสนุนหลักของหลายโครงการ ทำให้อนาคตของความร่วมมือด้านอินเทอร์เน็ตเสรีต้องจับตาอย่างใกล้ชิด 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/us-withdraws-from-internet-freedom-bodies-it-deems-wasteful-ineffective-and-harmful 🏛️ EU พิจารณาดีล Google ซื้อกิจการ Wiz หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาดีลที่ Google ต้องการเข้าซื้อ Wiz ซึ่งเป็นบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดคลาวด์และความปลอดภัยดิจิทัล หากดีลผ่านอาจทำให้ Google ขยายอิทธิพลด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการความปลอดภัยได้มากขึ้น แต่ก็เสี่ยงต่อข้อกังวลเรื่องการผูกขาดในระยะยาว 🔗 https://www.techradar.com/pro/eu-antitrust-regulators-to-decide-on-googles-wiz-acquisition 🚗⚡ Honda–Sony เผยโฉม SUV รุ่นใหม่ แต่คู่แข่งจีนวิ่งนำไปไกลแล้ว Honda และ Sony ใช้เวที CES 2026 เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Afeela ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นและรองรับฟีเจอร์ความบันเทิงอย่างการเล่น PlayStation 5 ในรถ แม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึก แต่รถรุ่นนี้ถูกวางแผนเปิดตัวในปี 2028 ทว่าในขณะที่ทั้งสองบริษัทยังอยู่ในขั้นพัฒนา ค่ายรถจีนกลับเดินหน้าไปไกลกว่า ทั้งด้านราคา ระยะทางวิ่ง และความพร้อมของสินค้าในตลาด 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/honda-and-sony-just-teased-a-second-suv-at-ces-2026-but-their-chinese-rivals-are-already-racing-ahead 🤖📞 รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมใช้ AI ช่วยจัดการสายด่วนสวัสดิการ กระทรวง DWP ของสหราชอาณาจักรประกาศโครงการระยะ 4–6 ปีเพื่อใช้ระบบ AI ช่วยคัดแยกและนำทางสายโทรศัพท์เกี่ยวกับสวัสดิการ โดยหวังลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการ หลังจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นกว่า 2.4 ล้านคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ระบบใหม่นี้ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด 🔗 https://www.techradar.com/pro/uk-government-department-to-use-ai-in-benefits-claims 💻⚙️ อัปเดตใหญ่ Windows 11 26H1 จะมีเฉพาะบนแล็ปท็อป Snapdragon X2 อัปเดต Windows 11 รุ่น 26H1 ถูกยืนยันว่าจะปล่อยเฉพาะสำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ชิป Snapdragon X2 โดยเป็นการปรับปรุงระบบภายในเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมใหม่ ไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ใด ๆ แม้จะเป็นการอัปเดตเชิงเทคนิค แต่ก็มีความกังวลว่าการเปลี่ยนแพลตฟอร์มอาจทำให้เกิดบั๊กเหมือนที่เคยเกิดในรุ่นก่อนหน้า 🔗 https://www.techradar.com/computing/windows/windows-11s-next-major-update-is-only-coming-to-a-few-laptops-but-that-could-be-a-blessing-in-disguise 🎮✨ Xbox Developer Direct 2026 เตรียมเผยเกมใหม่เพียบ Xbox ประกาศจัดงาน Developer Direct 2026 ในวันที่ 22 มกราคมนี้ โดยจะเผยตัวอย่างใหม่ของ Fable และ Forza Horizon 6 รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมของ Beast of Reincarnation จาก Game Freak งานนี้ถือเป็นการเปิดศักราชเกมปี 2026 ที่แฟน ๆ รอคอย พร้อมโชว์เกมเพลย์และรายละเอียดจากทีมพัฒนาโดยตรง 🔗 https://www.techradar.com/gaming/gaming-industry/xbox-confirms-developer-direct-2026-showcase-for-later-this-month-here-are-the-games-to-expect 🛡️ ข้อมูลส่วนตัวกว่า 700,000 รายถูกหน่วยงานรัฐอิลลินอยส์ทำรั่วไหล เหตุการณ์ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนกว่าเจ็ดแสนรายถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานรัฐในอิลลินอยส์สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่างหนัก เพราะข้อมูลที่หลุดอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาโครงสร้างระบบความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐที่ยังมีช่องโหว่และต้องเร่งปรับปรุงเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/personal-data-on-over-700-000-exposed-by-illinois-government-agency 📸 iPhone 4 กลับมาฮิตอีกครั้งในฐานะ “กล้องดิจิทัลเรโทร” แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย กระแสเรโทรทำให้ iPhone 4 กลายเป็นกล้องดิจิทัลยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นและสายคอนเทนต์ที่ชอบภาพโทนเก่า แม้คุณภาพจะสู้มือถือยุคใหม่ไม่ได้ แต่เสน่ห์ของภาพดิบ ๆ ทำให้มันกลับมาฮิตอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเพราะเครื่องไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยมานาน ผู้ใช้จึงต้องระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัวและควรใช้แบบออฟไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านไซเบอร์ 🔗 https://www.techradar.com/phones/iphone/the-iphone-4-is-the-classic-camera-phone-that-retro-lovers-can-t-get-enough-of-but-don-t-skip-these-essential-security-tips (techradar.com in Bing) 🚗🌙 กล้องติดรถ Vantrue รุ่นใหม่มาพร้อมกล้องความร้อนแบบ Predator มองเห็นกลางคืนได้เหนือชั้น Vantrue เปิดตัว Pilot 2 กล้องติดรถที่รวมกล้องหน้า–หลัง พร้อมกล้องถ่ายภาพความร้อนที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นคน สัตว์ หรือสิ่งกีดขวางในสภาพแสงน้อยหรือหมอกหนาได้อย่างชัดเจนราวกับโหมดมองความร้อนในภาพยนตร์ Predator โดยระบบยังแจ้งเตือนอันตรายล่วงหน้าและรองรับ CarPlay/Android Auto ทำให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ยกระดับความปลอดภัยของรถรุ่นเก่าได้อย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/vehicle-tech/hybrid-electric-vehicles/vantrue-unveils-worlds-first-dash-cam-with-thermal-imaging-for-predator-style-night-vision-on-the-move 🕵️‍♂️💻 แฮ็กเกอร์จีน Salt Typhoon เจาะอีเมลเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐอีกครั้ง กลุ่มแฮ็กเกอร์รัฐหนุนจากจีน Salt Typhoon ถูกพบว่าลอบเข้าถึงอีเมลของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมาธิการสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ทั้งด้านจีน ความมั่นคง และกองทัพ แม้ยังไม่ชัดว่าการเข้าถึงลึกแค่ไหน แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงด้านไซเบอร์ระหว่างประเทศที่ทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดตามเดิม 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/congressional-staff-emails-hacked-as-part-of-salt-typhoon-campaign 🤖⚡ AMD Ryzen AI Halo ท้าชน Nvidia DGX Spark ด้วยพลังประมวลผล AI ในเครื่องเดียว AMD ประกาศเปิดตัว Ryzen AI Halo คอมพิวเตอร์สำหรับงาน AI โดยเฉพาะในปี 2026 มาพร้อมซีพียู 16 คอร์, NPU ในตัว, แรมสูงสุด 128GB และรองรับ ROCm เต็มรูปแบบ ทำให้สามารถรันโมเดล AI ขนาดใหญ่แบบโลคัลได้โดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ ถือเป็นคู่แข่งตรงของ Nvidia DGX Spark ที่ครองตลาดอยู่ก่อนแล้ว และเป็นก้าวสำคัญของ AMD ในการเข้าสู่ตลาด AI ระดับองค์กร 🔗 https://www.techradar.com/pro/amd-will-launch-its-first-pc-in-2026-and-it-will-compete-with-a-very-familiar-brand-ryzen-ai-halo-will-go-head-to-head-against-nvidias-dgx-spark-mini-pc 🎵 AI กับอนาคตดนตรี: will.i.am มองว่า TikTok อันตรายกว่า AI will.i.am พูดถึงมุมมองต่อดนตรียุคใหม่ว่าแม้ AI จะสร้างเพลงได้ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นเพียง “เครื่องมือ” ที่ต้องมีมนุษย์อยู่เบื้องหลัง ต่างจาก TikTok ที่เขามองว่าเป็นภัยต่อวงการมากกว่าเพราะเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพดนตรีจนศิลปินต้องปรับตัวอย่างหนัก พร้อมเล่าถึงการร่วมงานกับ LG เพื่อปรับแต่งเสียงลำโพงให้ตอบโจทย์ผู้ฟังยุคใหม่ที่ต้องการคุณภาพเสียงสูงในทุกอุปกรณ์ 🔗 https://www.techradar.com/audio/ai-generated-music-is-awesome-somebodys-still-generating-it-when-the-machines-doing-it-on-its-own-talk-to-me-will-i-am-tells-me-how-he-tunes-lgs-new-speakers-and-why-tiktok-rather-than-ai-is-the-big-danger-to-music 🛒 Amazon ใช้ AI ช้อปแทนลูกค้า จนร้านค้ารายย่อยเดือด Amazon ทดลองฟีเจอร์ Buy for Me ที่ให้ AI ไปสั่งซื้อสินค้าจากเว็บร้านค้าต่าง ๆ แทนผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แต่กลับสร้างความไม่พอใจให้ผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก เพราะสินค้าถูกนำไปแสดงบน Amazon โดยไม่ได้รับอนุญาต แถมบางครั้งยังเป็นสินค้าที่หมดสต็อกหรือไม่เคยตั้งใจขายตรง ทำให้ร้านค้าต้องรับมือกับออเดอร์ที่ไม่คาดคิดและข้อมูลผิดพลาดที่เกิดจากระบบ AI ของ Amazon เอง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/amazons-ai-is-shopping-on-your-behalf-where-its-not-supposed-to-and-retailers-arent-happy 💻 CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ตัวจิ๋วที่รวม SSD NVMe และชาร์จแรงสูง Satechi เปิดตัว CubeDock ฮับ Thunderbolt 5 ที่รวมพอร์ตความเร็วสูง, ช่องใส่ SSD NVMe สูงสุด 8TB, การชาร์จสูงสุด 140W และรองรับจอ 6K คู่บน Mac หรือสูงถึง 8K หลายจอบน Windows แม้จะไม่มีพอร์ตวิดีโอเฉพาะ แต่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานบนโต๊ะที่เล็กแต่ทรงพลังสำหรับผู้ใช้ทั้ง Mac และ Windows 🔗 https://www.techradar.com/pro/satechi-unveils-thunderbolt-5-docking-station-that-doubles-as-external-ssd-shame-it-doesnt-take-hdds-and-why-doesnt-it-have-video-outputs-anyway 🧊 Infinity Cube: ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในกล่องแก้ว 14 ฟุต Odinn เปิดตัว Infinity Cube แนวคิดใหม่ของศูนย์ข้อมูลที่ย่อส่วนลงในกล่องแก้วขนาด 14 ฟุต รองรับซีพียู AMD EPYC สูงสุด 56 ตัว, GPU Nvidia B200 ถึง 224 ตัว, RAM 86TB และ NVMe 27.5PB พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวในตัว จุดเด่นคือความหนาแน่นสูงและดีไซน์สวยงาม แต่ยังมีคำถามเรื่องการใช้งานจริง การบำรุงรักษา และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดิม 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidia-partner-wants-to-beautify-data-centers-with-the-infinity-cube-concept-plans-to-cram-86tb-ddr5-and-224-b200-gpu-in-a-liquid-cooled-14ft-cube 💾 ราคาหน่วยความจำ DDR5 อาจพุ่งแตะ $500 ในปี 2026 นักวิเคราะห์เตือนว่าราคา DRAM โดยเฉพาะ DDR5 อาจพุ่งขึ้นกว่า 60% ในไตรมาสแรกของปี 2026 เพราะผู้ผลิตหันไปให้ความสำคัญกับหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์และงาน AI มากขึ้น ทำให้ตลาดผู้ใช้ทั่วไปขาดแคลน ตัวอย่างเช่นโมดูล 32GB ที่ปัจจุบันราคา $325 อาจทะลุ $500 ได้ ส่งผลให้ต้นทุนประกอบพีซีสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปีนี้ ​​​​​​​🔗 https://www.techradar.com/pro/2026-could-well-be-the-year-of-the-usd500-32gb-ddr5-memory-module-experts-predict-ddr-will-go-up-by-60-percent-in-q1-2026-alone
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 189 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260109 #securityonline

    Microsoft Defender บล็อกสคริปต์ MAS อย่างไม่ตั้งใจ
    ข่าวนี้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ Microsoft Defender ตรวจจับและบล็อกสคริปต์ MAS ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผู้ใช้จำนวนมากใช้ในการจัดการระบบ Windows แต่กลับถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามในระหว่างการต่อสู้กับมัลแวร์ ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี และสร้างคำถามถึงความแม่นยำของระบบป้องกันภัยไซเบอร์ของ Microsoft ว่าควรแยกแยะเครื่องมือที่ถูกใช้จริงในชุมชนอย่างไร
    https://securityonline.info/collateral-damage-microsoft-defender-blocks-official-mas-script-in-malware-war

    AI แพทย์? OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health
    เรื่องนี้พูดถึงการเปิดตัว ChatGPT Health ของ OpenAI ซึ่งออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อกับข้อมูลเวชระเบียนของผู้ใช้ ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้ง่ายขึ้นและรับคำอธิบายที่เข้าใจง่ายจาก AI แม้จะมีศักยภาพสูง แต่ก็มีคำถามด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
    https://securityonline.info/the-ai-physician-openai-launches-chatgpt-health-to-sync-your-medical-records

    Apple Card เตรียมย้ายจาก Goldman Sachs ไป JPMorgan
    ข่าวนี้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Apple Card ที่เตรียมยุติความร่วมมือกับ Goldman Sachs และย้ายไปสู่ JPMorgan Chase ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่สะท้อนถึงกลยุทธ์ใหม่ของ Apple ในการสร้างความมั่นคงและขยายบริการทางการเงินของตนเอง โดยมีมูลค่าการย้ายระบบสูงถึง 20 พันล้านดอลลาร์
    https://securityonline.info/the-20b-handover-apple-card-dumps-goldman-sachs-for-jpmorgan-chase

    ช่องโหว่ร้ายแรงใน Trend Micro ถูกเผยแพร่ Exploit สู่สาธารณะ
    เรื่องนี้เกี่ยวกับช่องโหว่ระดับวิกฤตในผลิตภัณฑ์ของ Trend Micro ที่มีการปล่อยโค้ดโจมตี (public exploit) ออกสู่สาธารณะ ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถใช้ช่องโหว่นี้เข้าถึงระบบในระดับสูงได้ทันที ส่งผลให้ผู้ดูแลระบบทั่วโลกต้องเร่งอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันการถูกโจมตี
    https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-trend-micro-flaw-grants-system-access

    มัลแวร์ GuLoader ระบาดผ่านรายงานประสิทธิภาพปลอม
    มีรายงานว่ามีการแพร่กระจายของมัลแวร์ที่อาศัยไฟล์รายงานประสิทธิภาพปลอมเป็นตัวล่อให้เหยื่อเปิดไฟล์ ก่อนจะดาวน์โหลดเพย์โหลดอันตรายเข้าสู่ระบบ ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบมากขึ้น โดยผู้ไม่หวังดีใช้เทคนิคทางสังคมหลอกล่อให้เชื่อว่าเป็นไฟล์งานจริง ส่งผลให้หลายระบบถูกแทรกซึมโดยไม่รู้ตัว
    https://securityonline.info/guloader-malware-rides-wave-of-fake-performance-reports

    ช่องโหว่ Undertow กระทบระบบ Java เสี่ยงถูกเจาะจากพื้นฐาน
    มีการเปิดเผยช่องโหว่ระดับรากฐานใน Undertow ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบ Java หลายตัว ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้ช่องโหว่นี้เข้าควบคุมหรือรันคำสั่งไม่พึงประสงค์ได้ หากผู้ดูแลระบบไม่อัปเดตแพตช์อย่างทันท่วงที อาจเกิดความเสียหายต่อบริการที่พึ่งพา Java จำนวนมาก
    https://securityonline.info/the-9-6-crack-in-javas-foundation-critical-undertow-flaw-cve-2025-12543

    NodeCordRAT มัลแวร์แฝงในแพ็กเกจ npm ลอบขโมยคริปโตผ่าน Discord
    มีการค้นพบโทรจันที่ซ่อนตัวอยู่ในแพ็กเกจ npm ปลอม โดยออกแบบมาเพื่อดักข้อมูลและขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านช่องทาง Discord ทำให้ผู้พัฒนาที่ติดตั้งแพ็กเกจจากแหล่งไม่น่าเชื่อถือเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลสำคัญและกระเป๋าคริปโตโดยไม่รู้ตัว
    https://securityonline.info/nodecordrat-the-trojan-hiding-in-npm-to-steal-crypto-via-discord

    ช่องโหว่ Foomuuri เปิดช่องให้ผู้ใช้ท้องถิ่นยกระดับสิทธิ์ควบคุมระบบ
    มีการพบช่องโหว่ในระบบไฟร์วอลล์ Foomuuri ที่อาจเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ท้องถิ่นสามารถยกระดับสิทธิ์จนเข้าควบคุมระบบได้เต็มรูปแบบ หากองค์กรยังใช้เวอร์ชันที่มีช่องโหว่โดยไม่อัปเดต อาจเสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากภายในหรือผู้ใช้ที่ไม่หวังดีในเครือข่าย
    https://securityonline.info/wide-open-firewall-critical-foomuuri-flaws-let-local-users-take-control

    Google Gemini แซง ChatGPT ขึ้นเกิน 20% ส่วนแบ่งตลาด
    กระแส AI กำลังเปลี่ยนทิศอย่างเห็นได้ชัดเมื่อ Google Gemini พุ่งแรงจนส่วนแบ่งตลาดทะลุ 20% ขณะที่ ChatGPT เริ่มชะลอตัวลง สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดของวงการ AI ซึ่งกำลังเร่งพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งด้านความสามารถ ความเร็ว และการผสานเข้ากับบริการต่าง ๆ ทำให้ผู้ใช้งานทั่วโลกเริ่มหันมามองตัวเลือกใหม่ ๆ มากขึ้น
    https://securityonline.info/the-gemini-surge-google-eclipses-20-market-share-as-chatgpts-grip-slips

    LockBit 5.0 ยังคงครองความน่ากลัวในโลก Ransomware
    แม้หลายประเทศจะร่วมมือกันปราบปราม แต่ LockBit 5.0 ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่ม ransomware ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยยังคงโจมตีองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาเวอร์ชันใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นทำให้การรับมือยิ่งท้าทาย และเป็นสัญญาณเตือนว่าภัยไซเบอร์กำลังยกระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
    https://securityonline.info/lockbit-5-0-sustains-global-ransomware-dominance

    Dell ปรับกลยุทธ์ใหม่ หลังผู้บริโภคไม่อินกับคำว่า “AI-first”
    Dell เริ่มทบทวนกลยุทธ์ด้าน AI หลังพบว่าผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับคำว่า “AI-first” อย่างที่อุตสาหกรรมคาดหวัง การเปลี่ยนทิศครั้งนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังต้องการสิ่งที่จับต้องได้จริงมากกว่าคำโฆษณา ทำให้บริษัทต้องหาวิธีนำเสนอ AI ที่มีคุณค่าและตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น
    https://securityonline.info/the-great-ai-rethink-dell-ditches-ai-first-hype-as-consumers-stay-indifferent

    Bluetooth Broken: ช่องโหว่ใน Apache NimBLE เปิดทางสวมรอยและดักฟัง
    รายงานนี้กล่าวถึงช่องโหว่ร้ายแรงใน Apache NimBLE ซึ่งเป็นสแตก Bluetooth Low Energy (BLE) ที่ถูกใช้ในอุปกรณ์ IoT จำนวนมาก ตั้งแต่สมาร์ทล็อก อุปกรณ์สวมใส่ ไปจนถึงเซนเซอร์อุตสาหกรรม ช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถสวมรอยอุปกรณ์ (spoofing) หรือดักฟังข้อมูลที่ส่งผ่าน Bluetooth ได้ โดยอาศัยจุดอ่อนในขั้นตอนการจับคู่และตรวจสอบตัวตนของอุปกรณ์ ทำให้ข้อมูลที่ควรปลอดภัย เช่น คำสั่งควบคุมหรือข้อมูลเซนเซอร์ อาจถูกดัดแปลงหรือขโมยได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ผลิตเร่งอัปเดตเฟิร์มแวร์และตรวจสอบการใช้งาน NimBLE เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบเพื่อป้องกันความเสี่ยงในระบบ IoT
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/bluetooth-broken-apache-nimble-flaws-enable-spoofing-eavesdropping/
    📌🔐🔵 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🔵🔐📌 #รวมข่าวIT #20260109 #securityonline 🛡️ Microsoft Defender บล็อกสคริปต์ MAS อย่างไม่ตั้งใจ ข่าวนี้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ Microsoft Defender ตรวจจับและบล็อกสคริปต์ MAS ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผู้ใช้จำนวนมากใช้ในการจัดการระบบ Windows แต่กลับถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามในระหว่างการต่อสู้กับมัลแวร์ ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี และสร้างคำถามถึงความแม่นยำของระบบป้องกันภัยไซเบอร์ของ Microsoft ว่าควรแยกแยะเครื่องมือที่ถูกใช้จริงในชุมชนอย่างไร 🔗 https://securityonline.info/collateral-damage-microsoft-defender-blocks-official-mas-script-in-malware-war 🧑‍⚕️ AI แพทย์? OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health เรื่องนี้พูดถึงการเปิดตัว ChatGPT Health ของ OpenAI ซึ่งออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อกับข้อมูลเวชระเบียนของผู้ใช้ ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้ง่ายขึ้นและรับคำอธิบายที่เข้าใจง่ายจาก AI แม้จะมีศักยภาพสูง แต่ก็มีคำถามด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด 🔗 https://securityonline.info/the-ai-physician-openai-launches-chatgpt-health-to-sync-your-medical-records 💳 Apple Card เตรียมย้ายจาก Goldman Sachs ไป JPMorgan ข่าวนี้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Apple Card ที่เตรียมยุติความร่วมมือกับ Goldman Sachs และย้ายไปสู่ JPMorgan Chase ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่สะท้อนถึงกลยุทธ์ใหม่ของ Apple ในการสร้างความมั่นคงและขยายบริการทางการเงินของตนเอง โดยมีมูลค่าการย้ายระบบสูงถึง 20 พันล้านดอลลาร์ 🔗 https://securityonline.info/the-20b-handover-apple-card-dumps-goldman-sachs-for-jpmorgan-chase 🚨 ช่องโหว่ร้ายแรงใน Trend Micro ถูกเผยแพร่ Exploit สู่สาธารณะ เรื่องนี้เกี่ยวกับช่องโหว่ระดับวิกฤตในผลิตภัณฑ์ของ Trend Micro ที่มีการปล่อยโค้ดโจมตี (public exploit) ออกสู่สาธารณะ ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถใช้ช่องโหว่นี้เข้าถึงระบบในระดับสูงได้ทันที ส่งผลให้ผู้ดูแลระบบทั่วโลกต้องเร่งอัปเดตแพตช์เพื่อป้องกันการถูกโจมตี 🔗 https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-trend-micro-flaw-grants-system-access 🐛 มัลแวร์ GuLoader ระบาดผ่านรายงานประสิทธิภาพปลอม มีรายงานว่ามีการแพร่กระจายของมัลแวร์ที่อาศัยไฟล์รายงานประสิทธิภาพปลอมเป็นตัวล่อให้เหยื่อเปิดไฟล์ ก่อนจะดาวน์โหลดเพย์โหลดอันตรายเข้าสู่ระบบ ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรเสี่ยงต่อการถูกเจาะระบบมากขึ้น โดยผู้ไม่หวังดีใช้เทคนิคทางสังคมหลอกล่อให้เชื่อว่าเป็นไฟล์งานจริง ส่งผลให้หลายระบบถูกแทรกซึมโดยไม่รู้ตัว 🔗 https://securityonline.info/guloader-malware-rides-wave-of-fake-performance-reports ☕ ช่องโหว่ Undertow กระทบระบบ Java เสี่ยงถูกเจาะจากพื้นฐาน มีการเปิดเผยช่องโหว่ระดับรากฐานใน Undertow ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบ Java หลายตัว ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้ช่องโหว่นี้เข้าควบคุมหรือรันคำสั่งไม่พึงประสงค์ได้ หากผู้ดูแลระบบไม่อัปเดตแพตช์อย่างทันท่วงที อาจเกิดความเสียหายต่อบริการที่พึ่งพา Java จำนวนมาก 🔗 https://securityonline.info/the-9-6-crack-in-javas-foundation-critical-undertow-flaw-cve-2025-12543 🎭 NodeCordRAT มัลแวร์แฝงในแพ็กเกจ npm ลอบขโมยคริปโตผ่าน Discord มีการค้นพบโทรจันที่ซ่อนตัวอยู่ในแพ็กเกจ npm ปลอม โดยออกแบบมาเพื่อดักข้อมูลและขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านช่องทาง Discord ทำให้ผู้พัฒนาที่ติดตั้งแพ็กเกจจากแหล่งไม่น่าเชื่อถือเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลสำคัญและกระเป๋าคริปโตโดยไม่รู้ตัว 🔗 https://securityonline.info/nodecordrat-the-trojan-hiding-in-npm-to-steal-crypto-via-discord 🔥 ช่องโหว่ Foomuuri เปิดช่องให้ผู้ใช้ท้องถิ่นยกระดับสิทธิ์ควบคุมระบบ มีการพบช่องโหว่ในระบบไฟร์วอลล์ Foomuuri ที่อาจเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ท้องถิ่นสามารถยกระดับสิทธิ์จนเข้าควบคุมระบบได้เต็มรูปแบบ หากองค์กรยังใช้เวอร์ชันที่มีช่องโหว่โดยไม่อัปเดต อาจเสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากภายในหรือผู้ใช้ที่ไม่หวังดีในเครือข่าย 🔗 https://securityonline.info/wide-open-firewall-critical-foomuuri-flaws-let-local-users-take-control 🌐 Google Gemini แซง ChatGPT ขึ้นเกิน 20% ส่วนแบ่งตลาด กระแส AI กำลังเปลี่ยนทิศอย่างเห็นได้ชัดเมื่อ Google Gemini พุ่งแรงจนส่วนแบ่งตลาดทะลุ 20% ขณะที่ ChatGPT เริ่มชะลอตัวลง สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดของวงการ AI ซึ่งกำลังเร่งพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งด้านความสามารถ ความเร็ว และการผสานเข้ากับบริการต่าง ๆ ทำให้ผู้ใช้งานทั่วโลกเริ่มหันมามองตัวเลือกใหม่ ๆ มากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/the-gemini-surge-google-eclipses-20-market-share-as-chatgpts-grip-slips 🛡️ LockBit 5.0 ยังคงครองความน่ากลัวในโลก Ransomware แม้หลายประเทศจะร่วมมือกันปราบปราม แต่ LockBit 5.0 ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่ม ransomware ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก โดยยังคงโจมตีองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาเวอร์ชันใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นทำให้การรับมือยิ่งท้าทาย และเป็นสัญญาณเตือนว่าภัยไซเบอร์กำลังยกระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ 🔗 https://securityonline.info/lockbit-5-0-sustains-global-ransomware-dominance 🤖 Dell ปรับกลยุทธ์ใหม่ หลังผู้บริโภคไม่อินกับคำว่า “AI-first” Dell เริ่มทบทวนกลยุทธ์ด้าน AI หลังพบว่าผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับคำว่า “AI-first” อย่างที่อุตสาหกรรมคาดหวัง การเปลี่ยนทิศครั้งนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังต้องการสิ่งที่จับต้องได้จริงมากกว่าคำโฆษณา ทำให้บริษัทต้องหาวิธีนำเสนอ AI ที่มีคุณค่าและตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/the-great-ai-rethink-dell-ditches-ai-first-hype-as-consumers-stay-indifferent 🔵 Bluetooth Broken: ช่องโหว่ใน Apache NimBLE เปิดทางสวมรอยและดักฟัง รายงานนี้กล่าวถึงช่องโหว่ร้ายแรงใน Apache NimBLE ซึ่งเป็นสแตก Bluetooth Low Energy (BLE) ที่ถูกใช้ในอุปกรณ์ IoT จำนวนมาก ตั้งแต่สมาร์ทล็อก อุปกรณ์สวมใส่ ไปจนถึงเซนเซอร์อุตสาหกรรม ช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถสวมรอยอุปกรณ์ (spoofing) หรือดักฟังข้อมูลที่ส่งผ่าน Bluetooth ได้ โดยอาศัยจุดอ่อนในขั้นตอนการจับคู่และตรวจสอบตัวตนของอุปกรณ์ ทำให้ข้อมูลที่ควรปลอดภัย เช่น คำสั่งควบคุมหรือข้อมูลเซนเซอร์ อาจถูกดัดแปลงหรือขโมยได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ผลิตเร่งอัปเดตเฟิร์มแวร์และตรวจสอบการใช้งาน NimBLE เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบเพื่อป้องกันความเสี่ยงในระบบ IoT ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/bluetooth-broken-apache-nimble-flaws-enable-spoofing-eavesdropping/
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 84 มุมมอง 0 รีวิว
  • MSI เปิดตัว MEG X870E Unify‑X Max — เมนบอร์ด AM5 ที่ปลดล็อกพลัง Ryzen ได้เต็มศักยภาพ

    MSI ได้เปิดตัวเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์รุ่นใหม่ MEG X870E Unify‑X Max ซึ่งออกแบบมาเพื่อการโอเวอร์คล็อก Ryzen บนแพลตฟอร์ม AM5 อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมนบอร์ดรุ่นนี้มาพร้อมภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับซีพียู Ryzen รุ่นใหม่ ทำให้สามารถดันความเร็วได้สูงขึ้นอย่างเสถียร โดยเฉพาะกับซีพียูระดับท็อปที่ต้องการพลังงานมากขึ้น

    ดีไซน์ของ Unify‑X Max ยังคงเอกลักษณ์แบบ “ดำล้วน ไม่มี RGB” ที่เน้นความเรียบหรูและประสิทธิภาพเป็นหลัก พร้อมสล็อตแรมแบบ 2 DIMM ที่ช่วยให้การโอเวอร์คล็อกแรมทำได้ง่ายและนิ่งกว่าเมนบอร์ด 4 สล็อต ซึ่งเป็นแนวทางที่เมนบอร์ดระดับ OC นิยมใช้กันในช่วงหลัง นอกจากนี้ยังรองรับ PCIe 5.0 ทั้งในส่วนของการ์ดจอและ SSD ทำให้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในทุกด้าน

    MSI ยังเพิ่มฟีเจอร์สำหรับนักโอเวอร์คล็อก เช่น ปุ่มควบคุมบนบอร์ด, การอ่านโค้ดดีบัก, และระบบเสริมความเสถียรของไฟฟ้า ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ละเอียดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมมากมาย เมนบอร์ดนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง เช่น USB4 และ Wi‑Fi 7 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของปีนี้

    โดยรวมแล้ว MEG X870E Unify‑X Max เป็นเมนบอร์ดที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ระดับจริงจัง ทั้งเกมเมอร์ระดับสูง นักโอเวอร์คล็อก และผู้ที่ต้องการสร้างเครื่อง Ryzen ที่แรงที่สุดเท่าที่แพลตฟอร์ม AM5 จะทำได้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เมนบอร์ด MSI MEG X870E Unify‑X Max เปิดตัว
    เน้นโอเวอร์คล็อก Ryzen บน AM5
    ภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนเฉพาะทาง

    ดีไซน์แบบ 2 DIMM เพื่อโอเวอร์คล็อกแรม
    ช่วยให้เสถียรและดันบัสได้สูงกว่า
    เหมาะกับผู้ใช้สาย OC ระดับจริงจัง

    รองรับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด
    PCIe 5.0 สำหรับ GPU และ SSD
    มาพร้อม USB4 และ Wi‑Fi 7

    ความท้าทายของเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์
    ราคาสูงกว่ารุ่นทั่วไป
    ต้องใช้ซีพียูและแรมคุณภาพสูงเพื่อดึงศักยภาพเต็มที่

    ความเสี่ยงสำหรับผู้เริ่มต้น
    ฟีเจอร์ OC อาจซับซ้อนเกินจำเป็น
    ต้องมีความรู้ด้านการปรับแต่งระบบพอสมควร

    https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/msi-unlocks-the-full-power-of-amd-cpus-with-new-meg-x870e-unify-x-max-motherboard-premium-ryzen-overclocking-comes-to-am5
    ⚡ MSI เปิดตัว MEG X870E Unify‑X Max — เมนบอร์ด AM5 ที่ปลดล็อกพลัง Ryzen ได้เต็มศักยภาพ MSI ได้เปิดตัวเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์รุ่นใหม่ MEG X870E Unify‑X Max ซึ่งออกแบบมาเพื่อการโอเวอร์คล็อก Ryzen บนแพลตฟอร์ม AM5 อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมนบอร์ดรุ่นนี้มาพร้อมภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับซีพียู Ryzen รุ่นใหม่ ทำให้สามารถดันความเร็วได้สูงขึ้นอย่างเสถียร โดยเฉพาะกับซีพียูระดับท็อปที่ต้องการพลังงานมากขึ้น ดีไซน์ของ Unify‑X Max ยังคงเอกลักษณ์แบบ “ดำล้วน ไม่มี RGB” ที่เน้นความเรียบหรูและประสิทธิภาพเป็นหลัก พร้อมสล็อตแรมแบบ 2 DIMM ที่ช่วยให้การโอเวอร์คล็อกแรมทำได้ง่ายและนิ่งกว่าเมนบอร์ด 4 สล็อต ซึ่งเป็นแนวทางที่เมนบอร์ดระดับ OC นิยมใช้กันในช่วงหลัง นอกจากนี้ยังรองรับ PCIe 5.0 ทั้งในส่วนของการ์ดจอและ SSD ทำให้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดในทุกด้าน MSI ยังเพิ่มฟีเจอร์สำหรับนักโอเวอร์คล็อก เช่น ปุ่มควบคุมบนบอร์ด, การอ่านโค้ดดีบัก, และระบบเสริมความเสถียรของไฟฟ้า ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ละเอียดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมมากมาย เมนบอร์ดนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง เช่น USB4 และ Wi‑Fi 7 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของปีนี้ โดยรวมแล้ว MEG X870E Unify‑X Max เป็นเมนบอร์ดที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ระดับจริงจัง ทั้งเกมเมอร์ระดับสูง นักโอเวอร์คล็อก และผู้ที่ต้องการสร้างเครื่อง Ryzen ที่แรงที่สุดเท่าที่แพลตฟอร์ม AM5 จะทำได้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เมนบอร์ด MSI MEG X870E Unify‑X Max เปิดตัว ➡️ เน้นโอเวอร์คล็อก Ryzen บน AM5 ➡️ ภาคจ่ายไฟระดับสูงและระบบระบายความร้อนเฉพาะทาง ✅ ดีไซน์แบบ 2 DIMM เพื่อโอเวอร์คล็อกแรม ➡️ ช่วยให้เสถียรและดันบัสได้สูงกว่า ➡️ เหมาะกับผู้ใช้สาย OC ระดับจริงจัง ✅ รองรับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ➡️ PCIe 5.0 สำหรับ GPU และ SSD ➡️ มาพร้อม USB4 และ Wi‑Fi 7 ‼️ ความท้าทายของเมนบอร์ดระดับไฮเอนด์ ⛔ ราคาสูงกว่ารุ่นทั่วไป ⛔ ต้องใช้ซีพียูและแรมคุณภาพสูงเพื่อดึงศักยภาพเต็มที่ ‼️ ความเสี่ยงสำหรับผู้เริ่มต้น ⛔ ฟีเจอร์ OC อาจซับซ้อนเกินจำเป็น ⛔ ต้องมีความรู้ด้านการปรับแต่งระบบพอสมควร https://www.tomshardware.com/pc-components/motherboards/msi-unlocks-the-full-power-of-amd-cpus-with-new-meg-x870e-unify-x-max-motherboard-premium-ryzen-overclocking-comes-to-am5
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 50 มุมมอง 0 รีวิว
  • หลักฐานชัด 10 อดีต สส.เอี่ยวทุนเทา! : [THE MESSAGE]

    นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผยกรณีจะเปิดเผยชื่อ 10 อดีต สส. และผู้สมัคร สส. ที่เกี่ยวข้องกับทุนสีเทา ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบมีมากกว่าหนึ่งพรรค พบหลักฐานและเส้นทางการเงิน และยังจะมีทยอยออกมาอีก ยืนยัน ไม่ใช่เป็นการตัดเกมคู่แข่งทางการเมือง ส่วนจะเชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ มาให้ข้อมูลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ รมว.ยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)
    หลักฐานชัด 10 อดีต สส.เอี่ยวทุนเทา! : [THE MESSAGE] นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผยกรณีจะเปิดเผยชื่อ 10 อดีต สส. และผู้สมัคร สส. ที่เกี่ยวข้องกับทุนสีเทา ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบมีมากกว่าหนึ่งพรรค พบหลักฐานและเส้นทางการเงิน และยังจะมีทยอยออกมาอีก ยืนยัน ไม่ใช่เป็นการตัดเกมคู่แข่งทางการเมือง ส่วนจะเชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ มาให้ข้อมูลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ รมว.ยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 106 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • AMD ส่งสัญญาณ Ryzen 9 9950X3D2 — ชิป X3D รุ่นใหม่ยังคงหลุดต่อเนื่อง แม้ไม่เปิดตัวในงาน CES

    กระแสข่าวเกี่ยวกับ AMD Ryzen 9 9950X3D2 ยังคงร้อนแรง แม้ AMD จะไม่เปิดตัวชิป X3D รุ่นใหม่ในงาน CES ปีนี้ แต่ข้อมูลจากผู้ผลิตพีซีในจีนและภาพโปรโมตจาก Alienware ทำให้ข่าวลือยิ่งทวีความน่าสนใจ ชิปนี้คาดว่าจะเป็นตัวท็อปของตระกูล Ryzen 9000 ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen 5 พร้อมเทคโนโลยี 3D V‑Cache รุ่นปรับปรุง ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของ AMD ในตลาดเกมมิ่งระดับสูง

    รายงานหลายแหล่งระบุว่า AMD อาจกำลังทดสอบชิปนี้ภายใน และเตรียมเปิดตัวในช่วงกลางปี โดยเน้นประสิทธิภาพด้านเกมที่สูงขึ้นอย่างมากจากการเพิ่มแคช L3 แบบ 3D ซึ่งช่วยเพิ่มเฟรมเรตในเกมที่พึ่งพาแคชเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม Alienware Area‑51 รุ่นใหม่อาจไม่ได้ใช้ชิปนี้จริง แม้จะมีภาพโปรโมตที่ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น

    นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า AMD อาจปรับปรุงระบบจัดการความร้อนและการใช้พลังงานของ X3D รุ่นใหม่ เพื่อแก้ข้อจำกัดของรุ่นก่อนที่มีอุณหภูมิสูงและโอเวอร์คล็อกได้จำกัด หากเป็นจริง Ryzen 9 9950X3D2 อาจกลายเป็นชิปที่ทรงพลังที่สุดสำหรับเกมเมอร์และครีเอเตอร์ในตลาดเดสก์ท็อประดับไฮเอนด์ในปีนี้

    โดยรวมแล้ว การหลุดของข้อมูลครั้งนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังจับตามอง AMD อย่างใกล้ชิด เพราะซีรีส์ X3D เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อเสียงให้ AMD ในด้านประสิทธิภาพเกมอย่างมาก และการมาของ Zen 5 X3D อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการแข่งขันกับ Intel ในปีนี้

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Ryzen 9 9950X3D2 มีข้อมูลหลุดต่อเนื่อง
    แม้ไม่เปิดตัวในงาน CES แต่ข่าวยังแรง
    คาดว่าเป็นรุ่นท็อปของ Zen 5 พร้อม 3D V‑Cache

    Alienware China ทำให้ข่าวยิ่งถูกพูดถึง
    มีภาพโปรโมตที่สื่อถึงการใช้ชิป X3D
    แต่ Area‑51 รุ่นใหม่อาจไม่ได้ใช้ชิปนี้จริง

    คาดว่าประสิทธิภาพเกมจะเพิ่มขึ้นมาก
    3D V‑Cache รุ่นใหม่ช่วยเพิ่มเฟรมเรต
    อาจมีการปรับปรุงระบบความร้อนและพลังงาน

    ยังไม่มีการยืนยันจาก AMD
    วันเปิดตัวและสเปกจริงยังไม่ประกาศ
    ข้อมูลที่หลุดอาจไม่ตรงกับรุ่นขายจริง

    ความเสี่ยงด้านความคาดหวังของผู้ใช้
    ผู้ใช้บางรายอาจเข้าใจผิดจากภาพโปรโมต
    ตลาดอาจเกิดการเก็งกำลังก่อนเปิดตัวจริง


    https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/amds-heavily-rumored-ryzen-9-9950x3d-continues-to-leak-despite-ces-no-show-alienware-china-teases-the-chip-for-its-area-51-desktop
    🔥 AMD ส่งสัญญาณ Ryzen 9 9950X3D2 — ชิป X3D รุ่นใหม่ยังคงหลุดต่อเนื่อง แม้ไม่เปิดตัวในงาน CES กระแสข่าวเกี่ยวกับ AMD Ryzen 9 9950X3D2 ยังคงร้อนแรง แม้ AMD จะไม่เปิดตัวชิป X3D รุ่นใหม่ในงาน CES ปีนี้ แต่ข้อมูลจากผู้ผลิตพีซีในจีนและภาพโปรโมตจาก Alienware ทำให้ข่าวลือยิ่งทวีความน่าสนใจ ชิปนี้คาดว่าจะเป็นตัวท็อปของตระกูล Ryzen 9000 ที่ใช้สถาปัตยกรรม Zen 5 พร้อมเทคโนโลยี 3D V‑Cache รุ่นปรับปรุง ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของ AMD ในตลาดเกมมิ่งระดับสูง รายงานหลายแหล่งระบุว่า AMD อาจกำลังทดสอบชิปนี้ภายใน และเตรียมเปิดตัวในช่วงกลางปี โดยเน้นประสิทธิภาพด้านเกมที่สูงขึ้นอย่างมากจากการเพิ่มแคช L3 แบบ 3D ซึ่งช่วยเพิ่มเฟรมเรตในเกมที่พึ่งพาแคชเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม Alienware Area‑51 รุ่นใหม่อาจไม่ได้ใช้ชิปนี้จริง แม้จะมีภาพโปรโมตที่ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า AMD อาจปรับปรุงระบบจัดการความร้อนและการใช้พลังงานของ X3D รุ่นใหม่ เพื่อแก้ข้อจำกัดของรุ่นก่อนที่มีอุณหภูมิสูงและโอเวอร์คล็อกได้จำกัด หากเป็นจริง Ryzen 9 9950X3D2 อาจกลายเป็นชิปที่ทรงพลังที่สุดสำหรับเกมเมอร์และครีเอเตอร์ในตลาดเดสก์ท็อประดับไฮเอนด์ในปีนี้ โดยรวมแล้ว การหลุดของข้อมูลครั้งนี้สะท้อนว่าตลาดกำลังจับตามอง AMD อย่างใกล้ชิด เพราะซีรีส์ X3D เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อเสียงให้ AMD ในด้านประสิทธิภาพเกมอย่างมาก และการมาของ Zen 5 X3D อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการแข่งขันกับ Intel ในปีนี้ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Ryzen 9 9950X3D2 มีข้อมูลหลุดต่อเนื่อง ➡️ แม้ไม่เปิดตัวในงาน CES แต่ข่าวยังแรง ➡️ คาดว่าเป็นรุ่นท็อปของ Zen 5 พร้อม 3D V‑Cache ✅ Alienware China ทำให้ข่าวยิ่งถูกพูดถึง ➡️ มีภาพโปรโมตที่สื่อถึงการใช้ชิป X3D ➡️ แต่ Area‑51 รุ่นใหม่อาจไม่ได้ใช้ชิปนี้จริง ✅ คาดว่าประสิทธิภาพเกมจะเพิ่มขึ้นมาก ➡️ 3D V‑Cache รุ่นใหม่ช่วยเพิ่มเฟรมเรต ➡️ อาจมีการปรับปรุงระบบความร้อนและพลังงาน ‼️ ยังไม่มีการยืนยันจาก AMD ⛔ วันเปิดตัวและสเปกจริงยังไม่ประกาศ ⛔ ข้อมูลที่หลุดอาจไม่ตรงกับรุ่นขายจริง ‼️ ความเสี่ยงด้านความคาดหวังของผู้ใช้ ⛔ ผู้ใช้บางรายอาจเข้าใจผิดจากภาพโปรโมต ⛔ ตลาดอาจเกิดการเก็งกำลังก่อนเปิดตัวจริง https://www.tomshardware.com/pc-components/cpus/amds-heavily-rumored-ryzen-9-9950x3d-continues-to-leak-despite-ces-no-show-alienware-china-teases-the-chip-for-its-area-51-desktop
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 53 มุมมอง 0 รีวิว
  • Samsung จับมือ Intel เปิดตัว “SmartPower HDR” เทคโนโลยีลดพลังงานจอ OLED บนโน้ตบุ๊ก Panther Lake

    Samsung และ Intel ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ชื่อ SmartPower HDR ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้จอ OLED บนโน้ตบุ๊กประหยัดพลังงานได้มากขึ้น โดยเฉพาะในรุ่นที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel Panther Lake ที่จะเปิดตัวในอนาคต เทคโนโลยีนี้เน้นการควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 22% โดยไม่ลดความสว่างของหน้าจอ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ OLED มักเผชิญในโหมด HDR

    ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดโน้ตบุ๊กกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “ประสิทธิภาพต้องมาคู่กับความประหยัดพลังงาน” โดยเฉพาะในอุปกรณ์พกพาที่ผู้ใช้ต้องการอายุแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังต้องการคุณภาพภาพระดับสูงจากจอ OLED ที่มีคอนทราสต์และสีสันเหนือกว่า LCD แบบดั้งเดิม

    SmartPower HDR ใช้วิธีการปรับแรงดันไฟให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ที่แสดงบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ ทำให้ลดการสูญเสียพลังงานที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะในฉากที่มีความสว่างสูงหรือมีการเปลี่ยนแปลงของแสงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีนี้ยังช่วยลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากการทำงานของจอ OLED ซึ่งส่งผลดีต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระยะยาว

    ในภาพรวม เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมในอนาคต โดยเฉพาะรุ่นที่เน้นการใช้งานด้านสื่อ, งานสร้างคอนเทนต์ และการใช้งานนอกสถานที่ ที่ต้องการทั้งคุณภาพภาพสูงและการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Samsung และ Intel พัฒนา SmartPower HDR
    ลดพลังงานจอ OLED ได้สูงสุด 22%
    ใช้การควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก

    ออกแบบมาสำหรับแพลตฟอร์ม Panther Lake
    เน้นโน้ตบุ๊กยุคใหม่ที่ต้องการประสิทธิภาพและความประหยัด
    ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่โดยไม่ลดความสว่าง

    เทคโนโลยีช่วยลดความร้อนและยืดอายุจอ
    ปรับแรงดันตามคอนเทนต์แบบเรียลไทม์
    ลดการสูญเสียพลังงานในฉาก HDR

    ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น
    ต้องพึ่งพาการรองรับจากผู้ผลิตจอ OLED รายอื่น
    อาจทำให้ต้นทุนโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมสูงขึ้น

    ผลกระทบต่อผู้ใช้และตลาด
    ผู้ใช้ต้องรอการทดสอบจริงเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ
    ตลาดโน้ตบุ๊กอาจเกิดการแบ่งระดับชัดเจนระหว่างรุ่นที่รองรับและไม่รองรับ

    https://www.tomshardware.com/laptops/samsung-and-intel-co-develop-smartpower-hdr-for-panther-lake-oled-laptops-with-up-to-22-percent-power-savings-dynamic-voltage-control-lowers-power-without-sacrificing-panel-brightness
    💡 Samsung จับมือ Intel เปิดตัว “SmartPower HDR” เทคโนโลยีลดพลังงานจอ OLED บนโน้ตบุ๊ก Panther Lake Samsung และ Intel ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ชื่อ SmartPower HDR ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้จอ OLED บนโน้ตบุ๊กประหยัดพลังงานได้มากขึ้น โดยเฉพาะในรุ่นที่ใช้แพลตฟอร์ม Intel Panther Lake ที่จะเปิดตัวในอนาคต เทคโนโลยีนี้เน้นการควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 22% โดยไม่ลดความสว่างของหน้าจอ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ OLED มักเผชิญในโหมด HDR ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดโน้ตบุ๊กกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “ประสิทธิภาพต้องมาคู่กับความประหยัดพลังงาน” โดยเฉพาะในอุปกรณ์พกพาที่ผู้ใช้ต้องการอายุแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังต้องการคุณภาพภาพระดับสูงจากจอ OLED ที่มีคอนทราสต์และสีสันเหนือกว่า LCD แบบดั้งเดิม SmartPower HDR ใช้วิธีการปรับแรงดันไฟให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ที่แสดงบนหน้าจอแบบเรียลไทม์ ทำให้ลดการสูญเสียพลังงานที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะในฉากที่มีความสว่างสูงหรือมีการเปลี่ยนแปลงของแสงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีนี้ยังช่วยลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากการทำงานของจอ OLED ซึ่งส่งผลดีต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระยะยาว ในภาพรวม เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมในอนาคต โดยเฉพาะรุ่นที่เน้นการใช้งานด้านสื่อ, งานสร้างคอนเทนต์ และการใช้งานนอกสถานที่ ที่ต้องการทั้งคุณภาพภาพสูงและการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Samsung และ Intel พัฒนา SmartPower HDR ➡️ ลดพลังงานจอ OLED ได้สูงสุด 22% ➡️ ใช้การควบคุมแรงดันไฟแบบไดนามิก ✅ ออกแบบมาสำหรับแพลตฟอร์ม Panther Lake ➡️ เน้นโน้ตบุ๊กยุคใหม่ที่ต้องการประสิทธิภาพและความประหยัด ➡️ ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่โดยไม่ลดความสว่าง ✅ เทคโนโลยีช่วยลดความร้อนและยืดอายุจอ ➡️ ปรับแรงดันตามคอนเทนต์แบบเรียลไทม์ ➡️ ลดการสูญเสียพลังงานในฉาก HDR ‼️ ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น ⛔ ต้องพึ่งพาการรองรับจากผู้ผลิตจอ OLED รายอื่น ⛔ อาจทำให้ต้นทุนโน้ตบุ๊กระดับพรีเมียมสูงขึ้น ‼️ ผลกระทบต่อผู้ใช้และตลาด ⛔ ผู้ใช้ต้องรอการทดสอบจริงเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ ⛔ ตลาดโน้ตบุ๊กอาจเกิดการแบ่งระดับชัดเจนระหว่างรุ่นที่รองรับและไม่รองรับ https://www.tomshardware.com/laptops/samsung-and-intel-co-develop-smartpower-hdr-for-panther-lake-oled-laptops-with-up-to-22-percent-power-savings-dynamic-voltage-control-lowers-power-without-sacrificing-panel-brightness
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 53 มุมมอง 0 รีวิว
  • ร้านอิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นประกาศ “รับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ” หลังตลาดขาดแคลนฮาร์ดแวร์หนัก

    วิกฤตขาดแคลนฮาร์ดแวร์ในญี่ปุ่นยังคงรุนแรงต่อเนื่อง จนร้านอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ในย่าน อากิฮาบาระ (Akihabara) ต้องออกมาประกาศรับซื้อคอมพิวเตอร์เก่าทุกสภาพแบบ “ยกมาขายได้หมด” เพื่อเติมสต็อกที่หายากขึ้นเรื่อยๆ ร้านค้าระบุว่าความต้องการของตลาดยังสูง แต่ซัพพลายจากผู้ผลิตกลับลดลง ทำให้เครื่องมือสองกลายเป็นแหล่งสำคัญในการหมุนเวียนสินค้า

    สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดชิ้นส่วนอย่าง GPU, CPU และเมนบอร์ด ที่ได้รับผลกระทบจากทั้งความต้องการด้าน AI, การผลิตที่ล่าช้า และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า ตลาดมือสองอาจกลายเป็น “ตัวช่วยหลัก” ของผู้ใช้ทั่วไปในช่วงปีนี้ เพราะราคาของฮาร์ดแวร์ใหม่ยังไม่มีแนวโน้มลดลงเร็วๆ นี้

    นอกจากนี้ การที่ร้านค้าต้องออกมารับซื้อคอมทุกสภาพยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในญี่ปุ่น ที่เริ่มหันมาใช้คอมพิวเตอร์มือสองมากขึ้น เนื่องจากราคาคอมใหม่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้ใช้จำนวนมากก็เริ่มอัปเกรดเฉพาะบางชิ้นส่วนแทนการซื้อเครื่องใหม่ทั้งชุด ทำให้ตลาดมือสองมีความคึกคักเป็นพิเศษ

    ในภาพรวม วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดคอมพิวเตอร์ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” ที่ผู้ผลิตต้องปรับตัว ทั้งในด้านการผลิต การจัดสรรสินค้า และการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI และงานประมวลผลขั้นสูง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ร้านอิเล็กทรอนิกส์ในอากิฮาบาระประกาศรับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ
    เกิดจากการขาดแคลนฮาร์ดแวร์อย่างหนักในตลาดญี่ปุ่น
    ต้องการเพิ่มสต็อกเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้

    ตลาดมือสองในญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว
    ผู้ใช้หันมาซื้อคอมมือสองเพราะราคาคอมใหม่สูงขึ้น
    การอัปเกรดเฉพาะชิ้นส่วนทำให้ตลาดมือสองคึกคัก

    ความต้องการฮาร์ดแวร์เพิ่มขึ้นจากงานด้าน AI และประมวลผล
    GPU และ CPU เป็นสินค้าที่ขาดแคลนมากที่สุด
    ผู้ผลิตยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทัน

    ความเสี่ยงจากการซื้อคอมมือสอง
    อาจเจออุปกรณ์เสื่อมสภาพหรือมีปัญหาแฝง
    ประกันและการรับประกันคุณภาพอาจไม่ครอบคลุม

    ราคาฮาร์ดแวร์อาจยังคงสูงต่อเนื่อง
    ส่งผลให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนเพิ่ม
    อาจกระทบตลาดเกมเมอร์และผู้ทำงานด้านกราฟิกโดยตรง

    https://www.tomshardware.com/desktops/pc-building/major-japanese-electronics-store-begs-customers-for-their-old-pcs-as-hardware-drought-continues-we-pretty-much-buy-any-pc-pleads-the-akihabara-outlet
    🖥️ ร้านอิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นประกาศ “รับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ” หลังตลาดขาดแคลนฮาร์ดแวร์หนัก วิกฤตขาดแคลนฮาร์ดแวร์ในญี่ปุ่นยังคงรุนแรงต่อเนื่อง จนร้านอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ในย่าน อากิฮาบาระ (Akihabara) ต้องออกมาประกาศรับซื้อคอมพิวเตอร์เก่าทุกสภาพแบบ “ยกมาขายได้หมด” เพื่อเติมสต็อกที่หายากขึ้นเรื่อยๆ ร้านค้าระบุว่าความต้องการของตลาดยังสูง แต่ซัพพลายจากผู้ผลิตกลับลดลง ทำให้เครื่องมือสองกลายเป็นแหล่งสำคัญในการหมุนเวียนสินค้า สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดชิ้นส่วนอย่าง GPU, CPU และเมนบอร์ด ที่ได้รับผลกระทบจากทั้งความต้องการด้าน AI, การผลิตที่ล่าช้า และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่า ตลาดมือสองอาจกลายเป็น “ตัวช่วยหลัก” ของผู้ใช้ทั่วไปในช่วงปีนี้ เพราะราคาของฮาร์ดแวร์ใหม่ยังไม่มีแนวโน้มลดลงเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ การที่ร้านค้าต้องออกมารับซื้อคอมทุกสภาพยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในญี่ปุ่น ที่เริ่มหันมาใช้คอมพิวเตอร์มือสองมากขึ้น เนื่องจากราคาคอมใหม่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้ใช้จำนวนมากก็เริ่มอัปเกรดเฉพาะบางชิ้นส่วนแทนการซื้อเครื่องใหม่ทั้งชุด ทำให้ตลาดมือสองมีความคึกคักเป็นพิเศษ ในภาพรวม วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดคอมพิวเตอร์ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” ที่ผู้ผลิตต้องปรับตัว ทั้งในด้านการผลิต การจัดสรรสินค้า และการตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI และงานประมวลผลขั้นสูง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ร้านอิเล็กทรอนิกส์ในอากิฮาบาระประกาศรับซื้อคอมเก่าทุกสภาพ ➡️ เกิดจากการขาดแคลนฮาร์ดแวร์อย่างหนักในตลาดญี่ปุ่น ➡️ ต้องการเพิ่มสต็อกเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้ ✅ ตลาดมือสองในญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว ➡️ ผู้ใช้หันมาซื้อคอมมือสองเพราะราคาคอมใหม่สูงขึ้น ➡️ การอัปเกรดเฉพาะชิ้นส่วนทำให้ตลาดมือสองคึกคัก ✅ ความต้องการฮาร์ดแวร์เพิ่มขึ้นจากงานด้าน AI และประมวลผล ➡️ GPU และ CPU เป็นสินค้าที่ขาดแคลนมากที่สุด ➡️ ผู้ผลิตยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทัน ‼️ ความเสี่ยงจากการซื้อคอมมือสอง ⛔ อาจเจออุปกรณ์เสื่อมสภาพหรือมีปัญหาแฝง ⛔ ประกันและการรับประกันคุณภาพอาจไม่ครอบคลุม ‼️ ราคาฮาร์ดแวร์อาจยังคงสูงต่อเนื่อง ⛔ ส่งผลให้ผู้ใช้ทั่วไปต้องแบกรับต้นทุนเพิ่ม ⛔ อาจกระทบตลาดเกมเมอร์และผู้ทำงานด้านกราฟิกโดยตรง https://www.tomshardware.com/desktops/pc-building/major-japanese-electronics-store-begs-customers-for-their-old-pcs-as-hardware-drought-continues-we-pretty-much-buy-any-pc-pleads-the-akihabara-outlet
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 49 มุมมอง 0 รีวิว
  • จากโลกไซไฟสู่ท้องถนนจริง: เอ็กโซสเกเลตันกำลังกลายเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

    เทคโนโลยีเอ็กโซสเกเลตันที่เคยถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ไซไฟขนาดใหญ่และใช้งานเฉพาะทาง กำลังเปลี่ยนโฉมสู่การเป็นอุปกรณ์ผู้บริโภคที่เบา ฉลาด และเข้าถึงได้มากขึ้น ผู้ผลิตหลายรายหวังให้มันกลายเป็นสินค้า mass market เหมือนสมาร์ตวอทช์ โดยเจาะกลุ่มตั้งแต่นักเดินป่าไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการคงความคล่องตัวไว้ อุปกรณ์เหล่านี้ถูกโชว์อย่างโดดเด่นในงาน CES ที่ลาสเวกัส พร้อมให้ผู้เข้าชมทดลองใช้งานจริง ทั้งแบบช่วยขา ช่วยเข่า หรือเสริมแรงหลัง — บางรุ่นทำได้ครบทั้งหมดในเครื่องเดียว

    เมื่อเทียบกับ Hardiman รุ่นดั้งเดิมในยุค 1960s ที่มีขนาดใหญ่เทอะทะเหมือนหุ่นยนต์ Transformers รุ่นใหม่ในปัจจุบันมีน้ำหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่) และออกแบบให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง หลังจากถูกใช้ในอุตสาหกรรมและการแพทย์มานานกว่า 20 ปี เทคโนโลยีนี้กำลังหลุดพ้นจากการเป็นสินค้านิชเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป ด้วยราคาที่ลดลงและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น

    สตาร์ทอัปหลายรายนำเสนอเอ็กโซสเกเลตันราคาประมาณ 1,000 ดอลลาร์ พร้อมเซนเซอร์และระบบ AI ที่ปรับแรงช่วยตามสภาพพื้นผิวและจังหวะการเดิน บางรุ่น เช่นของ Dnsys ยังรองรับการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 27 กม./ชม. ซึ่งเร็วกว่าคนส่วนใหญ่ วิสัยทัศน์ของผู้ผลิต — ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีน — คือการทำให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจ ไม่เขินอาย และมองอุปกรณ์นี้เหมือนแว่นหรือสมาร์ตวอทช์ในอนาคต

    แม้จะมีความกังวลว่าเอ็กโซสเกเลตันอาจทำให้ผู้ใช้ “ออกแรงน้อยลง” แต่ผู้ทดลองใช้งานจริงกลับพบว่ามันช่วยเสริมแรงโดยไม่แย่งการทำงานของร่างกาย หากช่วยให้คนออกไปเดินมากขึ้น ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ผู้ผลิตยังย้ำว่าผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้ด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นอุปกรณ์พยุงเดิน เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้แพร่หลายมากขึ้น ความรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์ก็จะค่อยๆ หายไป

    สรุปประเด็นสำคัญ
    เทรนด์เอ็กโซสเกเลตันกำลังเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค
    น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย และราคาลดลง
    ใช้ AI ปรับแรงช่วยตามสภาพการเดิน

    การใช้งานและกลุ่มเป้าหมาย
    นักเดินป่า ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการเสริมแรงขณะเดิน
    บางรุ่นรองรับการวิ่งเร็วถึง 27 กม./ชม.

    ประเด็นที่ต้องระวัง
    ผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้เอง ไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยพยุง
    อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าอุปกรณ์ “ทำงานแทน” ผู้ใช้

    ความท้าทายด้านสังคมและการยอมรับ
    ผู้ใช้บางคนยังรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์
    ต้องสร้างความเข้าใจว่าอุปกรณ์ช่วยเสริม ไม่ได้ลดประโยชน์ของการออกกำลังกาย

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/from-sci-fi-to-sidewalk-exoskeletons-go-mainstream
    🤖🚶‍♂️ จากโลกไซไฟสู่ท้องถนนจริง: เอ็กโซสเกเลตันกำลังกลายเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เทคโนโลยีเอ็กโซสเกเลตันที่เคยถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ไซไฟขนาดใหญ่และใช้งานเฉพาะทาง กำลังเปลี่ยนโฉมสู่การเป็นอุปกรณ์ผู้บริโภคที่เบา ฉลาด และเข้าถึงได้มากขึ้น ผู้ผลิตหลายรายหวังให้มันกลายเป็นสินค้า mass market เหมือนสมาร์ตวอทช์ โดยเจาะกลุ่มตั้งแต่นักเดินป่าไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการคงความคล่องตัวไว้ อุปกรณ์เหล่านี้ถูกโชว์อย่างโดดเด่นในงาน CES ที่ลาสเวกัส พร้อมให้ผู้เข้าชมทดลองใช้งานจริง ทั้งแบบช่วยขา ช่วยเข่า หรือเสริมแรงหลัง — บางรุ่นทำได้ครบทั้งหมดในเครื่องเดียว เมื่อเทียบกับ Hardiman รุ่นดั้งเดิมในยุค 1960s ที่มีขนาดใหญ่เทอะทะเหมือนหุ่นยนต์ Transformers รุ่นใหม่ในปัจจุบันมีน้ำหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่) และออกแบบให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง หลังจากถูกใช้ในอุตสาหกรรมและการแพทย์มานานกว่า 20 ปี เทคโนโลยีนี้กำลังหลุดพ้นจากการเป็นสินค้านิชเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป ด้วยราคาที่ลดลงและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น สตาร์ทอัปหลายรายนำเสนอเอ็กโซสเกเลตันราคาประมาณ 1,000 ดอลลาร์ พร้อมเซนเซอร์และระบบ AI ที่ปรับแรงช่วยตามสภาพพื้นผิวและจังหวะการเดิน บางรุ่น เช่นของ Dnsys ยังรองรับการวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 27 กม./ชม. ซึ่งเร็วกว่าคนส่วนใหญ่ วิสัยทัศน์ของผู้ผลิต — ส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีน — คือการทำให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจ ไม่เขินอาย และมองอุปกรณ์นี้เหมือนแว่นหรือสมาร์ตวอทช์ในอนาคต แม้จะมีความกังวลว่าเอ็กโซสเกเลตันอาจทำให้ผู้ใช้ “ออกแรงน้อยลง” แต่ผู้ทดลองใช้งานจริงกลับพบว่ามันช่วยเสริมแรงโดยไม่แย่งการทำงานของร่างกาย หากช่วยให้คนออกไปเดินมากขึ้น ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ผู้ผลิตยังย้ำว่าผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้ด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นอุปกรณ์พยุงเดิน เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้แพร่หลายมากขึ้น ความรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์ก็จะค่อยๆ หายไป 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ เทรนด์เอ็กโซสเกเลตันกำลังเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค ➡️ น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย และราคาลดลง ➡️ ใช้ AI ปรับแรงช่วยตามสภาพการเดิน ✅ การใช้งานและกลุ่มเป้าหมาย ➡️ นักเดินป่า ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการเสริมแรงขณะเดิน ➡️ บางรุ่นรองรับการวิ่งเร็วถึง 27 กม./ชม. ‼️ ประเด็นที่ต้องระวัง ⛔ ผู้ใช้ต้องเดินและทรงตัวได้เอง ไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยพยุง ⛔ อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าอุปกรณ์ “ทำงานแทน” ผู้ใช้ ‼️ ความท้าทายด้านสังคมและการยอมรับ ⛔ ผู้ใช้บางคนยังรู้สึกอายหรือกลัวดูเหมือนหุ่นยนต์ ⛔ ต้องสร้างความเข้าใจว่าอุปกรณ์ช่วยเสริม ไม่ได้ลดประโยชน์ของการออกกำลังกาย https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/from-sci-fi-to-sidewalk-exoskeletons-go-mainstream
    WWW.THESTAR.COM.MY
    From sci-fi to sidewalk: exoskeletons go mainstream
    Exoskeletons are shedding their bulky, sci-fi image to become lightweight, AI-powered consumer devices that manufacturers hope will become as commonplace as smartwatches, targeting everyone from hikers to seniors seeking to stay active.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 59 มุมมอง 0 รีวิว
  • DeepSeek เตรียมออกเวอร์ชันเฉพาะอิตาลี หลังถูกสอบสวนเรื่อง “AI Hallucination”

    บริษัทปัญญาประดิษฐ์สัญชาติจีน DeepSeek ตกลงปรับปรุงบริการและเปิดตัวเวอร์ชันเฉพาะประเทศอิตาลี หลังถูกหน่วยงานกำกับดูแลด้านการแข่งขันของอิตาลี (AGCM) สอบสวนยาวนานหลายเดือนเกี่ยวกับปัญหา “hallucinations” หรือการที่ AI สร้างข้อมูลผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ หน่วยงานระบุว่า DeepSeek ไม่ได้เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับความเสี่ยงนี้ จึงต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้โปร่งใสและเข้าใจง่ายขึ้น

    AGCM ประกาศยุติการสอบสวนหลัง DeepSeek ยอมรับชุดข้อผูกพันหลายประการ รวมถึงการทำให้คำเตือนเรื่อง hallucination ชัดเจนขึ้น และการลดอัตราการเกิด hallucination ผ่านการปรับปรุงเชิงเทคนิค ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลชื่นชมว่าเป็น “ความพยายามที่น่ายกย่อง” แม้บริษัทจะย้ำว่าปรากฏการณ์นี้เป็นปัญหาระดับโลกที่ไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมดก็ตาม

    การปรับตัวของ DeepSeek เกิดขึ้นในช่วงที่อิตาลีเข้มงวดกับบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ Meta และ Google ก็ถูกลงโทษด้านการแข่งขันและความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ DeepSeek ยังเคยถูกถอดออกจาก App Store ในอิตาลีเมื่อปีที่ผ่านมา หลังหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Garante) ตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลของบริษัท

    DeepSeek ยังต้องส่งรายงานความคืบหน้าให้ AGCM ภายใน 120 วัน และอาจถูกปรับสูงสุดถึง €10 ล้าน หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมด ขณะเดียวกันยังมีคำถามค้างคาเกี่ยวกับว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย Digital Services Act (DSA) ของสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องเผชิญการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นอีกระดับ

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่ DeepSeek ตกลงทำตามข้อกำหนดของอิตาลี
    เปิดตัว chatbot เวอร์ชันเฉพาะอิตาลี
    เพิ่มคำเตือนเรื่อง hallucination ให้ชัดเจนและเป็นภาษาอิตาลี
    ปรับปรุงโมเดลเพื่อลดอัตรา hallucination

    เหตุผลที่ถูกสอบสวน
    ไม่เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับข้อมูลผิดพลาดของ AI
    ข้อมูลคำเตือนเดิมมีเฉพาะภาษาอังกฤษและจีน

    ความเสี่ยงและข้อควรระวัง
    หากไม่ทำตามข้อกำหนด อาจถูกปรับสูงสุด €10 ล้าน
    ปัญหา hallucination ยังไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมด

    ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน
    ยังไม่แน่ชัดว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย DSA หรือไม่
    หากถูกจัดเป็น “search engine” อาจต้องเผชิญกฎเข้มงวดจากสหภาพยุโรป

    https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/deepseek-to-customise-namesake-chatbot-for-italian-users-following-probe
    🇮🇹🤖 DeepSeek เตรียมออกเวอร์ชันเฉพาะอิตาลี หลังถูกสอบสวนเรื่อง “AI Hallucination” บริษัทปัญญาประดิษฐ์สัญชาติจีน DeepSeek ตกลงปรับปรุงบริการและเปิดตัวเวอร์ชันเฉพาะประเทศอิตาลี หลังถูกหน่วยงานกำกับดูแลด้านการแข่งขันของอิตาลี (AGCM) สอบสวนยาวนานหลายเดือนเกี่ยวกับปัญหา “hallucinations” หรือการที่ AI สร้างข้อมูลผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ หน่วยงานระบุว่า DeepSeek ไม่ได้เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับความเสี่ยงนี้ จึงต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้โปร่งใสและเข้าใจง่ายขึ้น AGCM ประกาศยุติการสอบสวนหลัง DeepSeek ยอมรับชุดข้อผูกพันหลายประการ รวมถึงการทำให้คำเตือนเรื่อง hallucination ชัดเจนขึ้น และการลดอัตราการเกิด hallucination ผ่านการปรับปรุงเชิงเทคนิค ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลชื่นชมว่าเป็น “ความพยายามที่น่ายกย่อง” แม้บริษัทจะย้ำว่าปรากฏการณ์นี้เป็นปัญหาระดับโลกที่ไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมดก็ตาม การปรับตัวของ DeepSeek เกิดขึ้นในช่วงที่อิตาลีเข้มงวดกับบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ Meta และ Google ก็ถูกลงโทษด้านการแข่งขันและความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ DeepSeek ยังเคยถูกถอดออกจาก App Store ในอิตาลีเมื่อปีที่ผ่านมา หลังหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Garante) ตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลของบริษัท DeepSeek ยังต้องส่งรายงานความคืบหน้าให้ AGCM ภายใน 120 วัน และอาจถูกปรับสูงสุดถึง €10 ล้าน หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมด ขณะเดียวกันยังมีคำถามค้างคาเกี่ยวกับว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย Digital Services Act (DSA) ของสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องเผชิญการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นอีกระดับ 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่ DeepSeek ตกลงทำตามข้อกำหนดของอิตาลี ➡️ เปิดตัว chatbot เวอร์ชันเฉพาะอิตาลี ➡️ เพิ่มคำเตือนเรื่อง hallucination ให้ชัดเจนและเป็นภาษาอิตาลี ➡️ ปรับปรุงโมเดลเพื่อลดอัตรา hallucination ✅ เหตุผลที่ถูกสอบสวน ➡️ ไม่เตือนผู้ใช้อิตาลีอย่างเพียงพอเกี่ยวกับข้อมูลผิดพลาดของ AI ➡️ ข้อมูลคำเตือนเดิมมีเฉพาะภาษาอังกฤษและจีน ‼️ ความเสี่ยงและข้อควรระวัง ⛔ หากไม่ทำตามข้อกำหนด อาจถูกปรับสูงสุด €10 ล้าน ⛔ ปัญหา hallucination ยังไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมด ‼️ ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน ⛔ ยังไม่แน่ชัดว่า DeepSeek จะถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมาย DSA หรือไม่ ⛔ หากถูกจัดเป็น “search engine” อาจต้องเผชิญกฎเข้มงวดจากสหภาพยุโรป https://www.thestar.com.my/tech/tech-news/2026/01/09/deepseek-to-customise-namesake-chatbot-for-italian-users-following-probe
    WWW.THESTAR.COM.MY
    DeepSeek to customise namesake chatbot for Italian users following probe
    The firm agrees to a package of commitments, including tackling AI model 'hallucination' issues, with the Italian Competition Authority.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 66 มุมมอง 0 รีวิว
  • พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ระดับ CVSS 10.0 — ผู้ใช้ถูกเตือนให้อัปเดตด่วนเพื่อป้องกันการยึดระบบเต็มรูปแบบ

    วงการความปลอดภัยไซเบอร์กำลังจับตาช่องโหว่ใหม่ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติยอดนิยมอย่าง n8n หลังบริษัท Upwind เปิดเผยรายละเอียดของ CVE‑2026‑21877 ซึ่งถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 10.0 ช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีบัญชีผู้ใช้สามารถรันโค้ดอันตรายบนเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที ส่งผลให้สามารถยึดระบบทั้งหมดได้แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงสำหรับองค์กรที่ใช้ n8n เชื่อมต่อข้อมูลและระบบภายในจำนวนมาก

    สาเหตุของปัญหาเกิดจาก arbitrary file write หรือการที่ระบบอนุญาตให้ผู้ใช้เขียนไฟล์ไปยังตำแหน่งที่ไม่ควรเข้าถึงได้ เนื่องจาก n8n ไม่ได้ตรวจสอบ “ข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ” อย่างเข้มงวดก่อนประมวลผล เมื่อผู้โจมตีมีบัญชีผู้ใช้แล้ว พวกเขาสามารถบังคับให้ระบบรันโค้ดที่แอบแฝงอยู่ได้ทันที ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลภายใน ระบบฐานข้อมูล หรือข้อมูลลับขององค์กร

    สิ่งที่น่ากังวลคือช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อเวอร์ชันจำนวนมาก ตั้งแต่ 0.123.0 ไปจนถึง 1.121.3 ไม่ว่าจะใช้งานแบบ self‑hosted หรือ cloud-managed ก็มีความเสี่ยงเหมือนกันทั้งหมด แม้ตอนนี้ยังไม่มีรายงานการโจมตีจริง แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า “อย่ารอให้เกิดขึ้นก่อน” เพราะ n8n เป็นระบบที่เชื่อมต่อข้อมูลหลายส่วนเข้าด้วยกัน ทำให้การถูกยึดระบบเพียงจุดเดียวอาจลุกลามไปทั่วทั้งองค์กรได้อย่างรวดเร็ว

    คำแนะนำเร่งด่วนคือให้อัปเดตเป็น เวอร์ชัน 1.121.3 หรือสูงกว่า ทันที พร้อมปิดการใช้งาน Git node หากไม่จำเป็น และจำกัดสิทธิ์การแก้ไข workflow เฉพาะผู้ดูแลระบบระดับสูงเท่านั้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีในอนาคต

    สรุปประเด็นสำคัญ
    รายละเอียดช่องโหว่ CVE‑2026‑21877
    เป็นช่องโหว่ authenticated remote code execution
    ความรุนแรงระดับ CVSS 10.0 สูงสุดเท่าที่มี

    สาเหตุของปัญหา
    เกิดจาก arbitrary file write ที่ตรวจสอบ input ไม่เพียงพอ
    ผู้โจมตีที่มีบัญชีสามารถรันโค้ดอันตรายได้ทันที

    ความเสี่ยงที่องค์กรต้องระวัง
    อาจถูกยึดระบบทั้งหมดผ่าน n8n service
    เสี่ยงต่อข้อมูลภายใน, credentials, และระบบเชื่อมต่ออื่นๆ

    วิธีป้องกันเร่งด่วน
    ต้องอัปเดตเป็น 1.121.3+ ทันที
    ปิด Git node และจำกัดสิทธิ์ workflow เฉพาะ admin ระดับสูง

    https://hackread.com/n8n-users-patch-full-system-takeover-vulnerability/
    🚨 พบช่องโหว่ร้ายแรงใน n8n ระดับ CVSS 10.0 — ผู้ใช้ถูกเตือนให้อัปเดตด่วนเพื่อป้องกันการยึดระบบเต็มรูปแบบ วงการความปลอดภัยไซเบอร์กำลังจับตาช่องโหว่ใหม่ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติยอดนิยมอย่าง n8n หลังบริษัท Upwind เปิดเผยรายละเอียดของ CVE‑2026‑21877 ซึ่งถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 10.0 ช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่มีบัญชีผู้ใช้สามารถรันโค้ดอันตรายบนเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที ส่งผลให้สามารถยึดระบบทั้งหมดได้แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงสำหรับองค์กรที่ใช้ n8n เชื่อมต่อข้อมูลและระบบภายในจำนวนมาก สาเหตุของปัญหาเกิดจาก arbitrary file write หรือการที่ระบบอนุญาตให้ผู้ใช้เขียนไฟล์ไปยังตำแหน่งที่ไม่ควรเข้าถึงได้ เนื่องจาก n8n ไม่ได้ตรวจสอบ “ข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ” อย่างเข้มงวดก่อนประมวลผล เมื่อผู้โจมตีมีบัญชีผู้ใช้แล้ว พวกเขาสามารถบังคับให้ระบบรันโค้ดที่แอบแฝงอยู่ได้ทันที ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลภายใน ระบบฐานข้อมูล หรือข้อมูลลับขององค์กร สิ่งที่น่ากังวลคือช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อเวอร์ชันจำนวนมาก ตั้งแต่ 0.123.0 ไปจนถึง 1.121.3 ไม่ว่าจะใช้งานแบบ self‑hosted หรือ cloud-managed ก็มีความเสี่ยงเหมือนกันทั้งหมด แม้ตอนนี้ยังไม่มีรายงานการโจมตีจริง แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า “อย่ารอให้เกิดขึ้นก่อน” เพราะ n8n เป็นระบบที่เชื่อมต่อข้อมูลหลายส่วนเข้าด้วยกัน ทำให้การถูกยึดระบบเพียงจุดเดียวอาจลุกลามไปทั่วทั้งองค์กรได้อย่างรวดเร็ว คำแนะนำเร่งด่วนคือให้อัปเดตเป็น เวอร์ชัน 1.121.3 หรือสูงกว่า ทันที พร้อมปิดการใช้งาน Git node หากไม่จำเป็น และจำกัดสิทธิ์การแก้ไข workflow เฉพาะผู้ดูแลระบบระดับสูงเท่านั้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีในอนาคต 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ รายละเอียดช่องโหว่ CVE‑2026‑21877 ➡️ เป็นช่องโหว่ authenticated remote code execution ➡️ ความรุนแรงระดับ CVSS 10.0 สูงสุดเท่าที่มี ✅ สาเหตุของปัญหา ➡️ เกิดจาก arbitrary file write ที่ตรวจสอบ input ไม่เพียงพอ ➡️ ผู้โจมตีที่มีบัญชีสามารถรันโค้ดอันตรายได้ทันที ‼️ ความเสี่ยงที่องค์กรต้องระวัง ⛔ อาจถูกยึดระบบทั้งหมดผ่าน n8n service ⛔ เสี่ยงต่อข้อมูลภายใน, credentials, และระบบเชื่อมต่ออื่นๆ ‼️ วิธีป้องกันเร่งด่วน ⛔ ต้องอัปเดตเป็น 1.121.3+ ทันที ⛔ ปิด Git node และจำกัดสิทธิ์ workflow เฉพาะ admin ระดับสูง https://hackread.com/n8n-users-patch-full-system-takeover-vulnerability/
    HACKREAD.COM
    n8n Users Urged to Patch CVSS 10.0 Full System Takeover Vulnerability
    Follow us on Bluesky, Twitter (X), Mastodon and Facebook at @Hackread
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 54 มุมมอง 0 รีวิว
  • Dell ทำเซอร์ไพรส์ CES 2026 — งานแถลงข่าวที่ “ไม่พูดเรื่อง AI” จนกลายเป็นไฮไลต์ของงาน

    ท่ามกลางกระแส AI ที่ถาโถมทุกงานแถลงข่าวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Dell กลับเลือกเดินเกมสวนกระแสในงาน CES 2026 ด้วยการจัดบรีฟที่แทบไม่พูดถึง AI เลย ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้สื่ออย่าง PC Gamer ถึงขั้นบอกว่านี่คือ “งานบรีฟที่ไม่ AI ที่ดีที่สุดในรอบ 5 ปี” เพราะทุกบริษัทในช่วงหลังต่างพยายามยัดคำว่า AI ลงในทุกผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม

    Jeff Clarke ผู้บริหารระดับสูงของ Dell เปิดงานด้วยการพูดถึงภาพรวมอุตสาหกรรม เช่น ปัญหาภาษี การเปลี่ยนผ่าน Windows 10 → 11 และภาวะขาดแคลนหน่วยความจำในปี 2026 ก่อนจะกล่าวถึง “คำสัญญาของ AI ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง” เพียงเล็กน้อย จากนั้นก็เข้าสู่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น XPS รุ่นล่าสุด, Alienware รุ่นบางเฉียบ, รุ่นเริ่มต้นราคาย่อมเยา และเดสก์ท็อป Area‑51 เวอร์ชันใหม่ โดยทั้งหมดเน้น “ประสบการณ์ผู้ใช้” มากกว่า AI-first

    สิ่งที่น่าสนใจคือ Dell ยอมรับตรงๆ ว่า ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อคอมเพราะ AI และหลายครั้ง AI ทำให้ผู้ใช้ “สับสนมากกว่าช่วย” แม้ผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกชิ้นจะมี NPU อยู่แล้วก็ตาม นี่สะท้อนว่าบริษัทเริ่มเข้าใจว่าการตลาดแบบ AI-first ไม่ได้ตอบโจทย์ผู้ใช้ทั่วไป และอาจสร้างความคาดหวังเกินจริงมากกว่าให้ประโยชน์จริงๆ

    การที่แบรนด์ใหญ่ระดับ Dell/Alienware เลือกลดโทน AI-first ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจในอุตสาหกรรม เพราะในขณะที่หลายบริษัทท่วมตลาดด้วยคำว่า AI Dell กลับเลือกโฟกัสที่คุณภาพผลิตภัณฑ์จริงๆ ซึ่งอาจเป็นทิศทางใหม่ที่ผู้บริโภคต้องการมากกว่าในยุคที่คำว่า AI กลายเป็น buzzword ที่ถูกใช้จนเกินพอดี

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่ Dell ทำในงาน CES 2026
    จัดบรีฟที่แทบไม่พูดถึง AI เลย
    เปิดตัว XPS รุ่นใหม่, Alienware หลายรุ่น และ Area‑51 เวอร์ชันล่าสุด

    เหตุผลที่ Dell ลดโทน AI-first
    ผู้บริโภคไม่ได้ตัดสินใจซื้อเพราะ AI
    AI ทำให้ผู้ใช้สับสนมากกว่าช่วยในหลายกรณี

    ความเสี่ยงและข้อควรระวังในกระแส AI
    การตลาดแบบ AI-first อาจสร้างความคาดหวังเกินจริง
    ผู้ใช้บางกลุ่มอาจเข้าใจผิดว่าผลิตภัณฑ์ “ต้องมี AI” ถึงจะดี

    ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
    บริษัทอื่นอาจยังคงยัด AI ลงทุกผลิตภัณฑ์ ทำให้ตลาดสับสน
    หากไม่สื่อสารให้ดี ผู้ใช้จะไม่เข้าใจว่า AI มีประโยชน์จริงตรงไหน

    https://www.pcgamer.com/hardware/dells-ces-2026-chat-was-the-most-pleasingly-un-ai-briefing-ive-had-in-maybe-5-years/
    💻 Dell ทำเซอร์ไพรส์ CES 2026 — งานแถลงข่าวที่ “ไม่พูดเรื่อง AI” จนกลายเป็นไฮไลต์ของงาน ท่ามกลางกระแส AI ที่ถาโถมทุกงานแถลงข่าวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Dell กลับเลือกเดินเกมสวนกระแสในงาน CES 2026 ด้วยการจัดบรีฟที่แทบไม่พูดถึง AI เลย ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้สื่ออย่าง PC Gamer ถึงขั้นบอกว่านี่คือ “งานบรีฟที่ไม่ AI ที่ดีที่สุดในรอบ 5 ปี” เพราะทุกบริษัทในช่วงหลังต่างพยายามยัดคำว่า AI ลงในทุกผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม Jeff Clarke ผู้บริหารระดับสูงของ Dell เปิดงานด้วยการพูดถึงภาพรวมอุตสาหกรรม เช่น ปัญหาภาษี การเปลี่ยนผ่าน Windows 10 → 11 และภาวะขาดแคลนหน่วยความจำในปี 2026 ก่อนจะกล่าวถึง “คำสัญญาของ AI ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง” เพียงเล็กน้อย จากนั้นก็เข้าสู่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น XPS รุ่นล่าสุด, Alienware รุ่นบางเฉียบ, รุ่นเริ่มต้นราคาย่อมเยา และเดสก์ท็อป Area‑51 เวอร์ชันใหม่ โดยทั้งหมดเน้น “ประสบการณ์ผู้ใช้” มากกว่า AI-first สิ่งที่น่าสนใจคือ Dell ยอมรับตรงๆ ว่า ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อคอมเพราะ AI และหลายครั้ง AI ทำให้ผู้ใช้ “สับสนมากกว่าช่วย” แม้ผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกชิ้นจะมี NPU อยู่แล้วก็ตาม นี่สะท้อนว่าบริษัทเริ่มเข้าใจว่าการตลาดแบบ AI-first ไม่ได้ตอบโจทย์ผู้ใช้ทั่วไป และอาจสร้างความคาดหวังเกินจริงมากกว่าให้ประโยชน์จริงๆ การที่แบรนด์ใหญ่ระดับ Dell/Alienware เลือกลดโทน AI-first ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจในอุตสาหกรรม เพราะในขณะที่หลายบริษัทท่วมตลาดด้วยคำว่า AI Dell กลับเลือกโฟกัสที่คุณภาพผลิตภัณฑ์จริงๆ ซึ่งอาจเป็นทิศทางใหม่ที่ผู้บริโภคต้องการมากกว่าในยุคที่คำว่า AI กลายเป็น buzzword ที่ถูกใช้จนเกินพอดี 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่ Dell ทำในงาน CES 2026 ➡️ จัดบรีฟที่แทบไม่พูดถึง AI เลย ➡️ เปิดตัว XPS รุ่นใหม่, Alienware หลายรุ่น และ Area‑51 เวอร์ชันล่าสุด ✅ เหตุผลที่ Dell ลดโทน AI-first ➡️ ผู้บริโภคไม่ได้ตัดสินใจซื้อเพราะ AI ➡️ AI ทำให้ผู้ใช้สับสนมากกว่าช่วยในหลายกรณี ‼️ ความเสี่ยงและข้อควรระวังในกระแส AI ⛔ การตลาดแบบ AI-first อาจสร้างความคาดหวังเกินจริง ⛔ ผู้ใช้บางกลุ่มอาจเข้าใจผิดว่าผลิตภัณฑ์ “ต้องมี AI” ถึงจะดี ‼️ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม ⛔ บริษัทอื่นอาจยังคงยัด AI ลงทุกผลิตภัณฑ์ ทำให้ตลาดสับสน ⛔ หากไม่สื่อสารให้ดี ผู้ใช้จะไม่เข้าใจว่า AI มีประโยชน์จริงตรงไหน https://www.pcgamer.com/hardware/dells-ces-2026-chat-was-the-most-pleasingly-un-ai-briefing-ive-had-in-maybe-5-years/
    WWW.PCGAMER.COM
    Dell seems to be the first to realise we don't actually care about AI PCs
    "What we've learned over the course of this year, from a consumer perspective, is they're not buying based on AI."
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 56 มุมมอง 0 รีวิว
  • The financial reports of a power company : Part 2
    Date : 9 January 2026

    ## 3. Capital projects that do not yet generate commensurate benefits

    - Several major infrastructure and system projects recognised as assets in 2022–2023 do not appear to yield clearly observable incremental revenues or cost savings in the 2023–2024 results.
    - These assets continue to be carried at cost without impairment charges, despite technology changes and regulatory developments that could affect expected cash flows and utilisation.

    **Audit concerns**

    - Whether management has performed robust impairment testing (under TFRS) for projects with delays, cost overruns, or under‑utilisation.
    - Whether the business cases, IRR/NPV assumptions and demand forecasts used to justify capitalisation remain valid under current economic and policy conditions.

    ***

    ## 4. Trade receivables and allowance for doubtful accounts / ECL

    - Trade and other receivables remain high and increase in some years, while the allowance for doubtful accounts and expected credit loss (ECL) does not increase in proportion to the exposure and macro‑economic conditions.
    - Disclosures on aging profiles, major customers, and high‑risk groups are limited, making it difficult to assess the true credit quality of the receivables portfolio.

    **Audit concerns**

    - Whether the ECL model parameters (PD, LGD, forward‑looking overlays) are sufficiently conservative and reflect the impact of customer support schemes, payment moratoriums, or economic slowdown.
    - Whether management judgement has been used to keep impairment charges low in order to support reported profit.

    To be continued—————————————————————————————————————————————————
    #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    The financial reports of a power company : Part 2 Date : 9 January 2026 ## 3. Capital projects that do not yet generate commensurate benefits - Several major infrastructure and system projects recognised as assets in 2022–2023 do not appear to yield clearly observable incremental revenues or cost savings in the 2023–2024 results. - These assets continue to be carried at cost without impairment charges, despite technology changes and regulatory developments that could affect expected cash flows and utilisation. **Audit concerns** - Whether management has performed robust impairment testing (under TFRS) for projects with delays, cost overruns, or under‑utilisation. - Whether the business cases, IRR/NPV assumptions and demand forecasts used to justify capitalisation remain valid under current economic and policy conditions. *** ## 4. Trade receivables and allowance for doubtful accounts / ECL - Trade and other receivables remain high and increase in some years, while the allowance for doubtful accounts and expected credit loss (ECL) does not increase in proportion to the exposure and macro‑economic conditions. - Disclosures on aging profiles, major customers, and high‑risk groups are limited, making it difficult to assess the true credit quality of the receivables portfolio. **Audit concerns** - Whether the ECL model parameters (PD, LGD, forward‑looking overlays) are sufficiently conservative and reflect the impact of customer support schemes, payment moratoriums, or economic slowdown. - Whether management judgement has been used to keep impairment charges low in order to support reported profit. To be continued————————————————————————————————————————————————— #FinancialAudit #PowerCompany #Thaitimes #ManagerOnline #News1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 77 มุมมอง 0 รีวิว
  • How Have You Been Saying These 15 Mispronounced International City Names?

    Have you been overcome with wanderlust lately? If you’re antsy to travel or are already planning a trip to a faraway locale, you might want to take a moment to consider the name of your destination. It’s possible that you may not even know how to pronounce the name of this city! As it turns out, even the most well-known cities around the globe can cause a serious pronunciation predicament. To help out, we’ve collected a list of 15 cities from around the world that often cause trouble for traveling tongues.

    Note: Many place names have very old names, and their pronunciation has changed over the years or there may be more than one acceptable way to say a place’s name. Place names are also very personal to the people who live in or are from these places, so it’s nice to make an effort to respect how locals pronounce them. In this list, we’ve sided with the locals, so that you’ll have no problems fitting in when you’re on the road.

    We are using the term “prevailing local pronunciation” to account for the fact not all locals may pronounce a place name the same way. We are using the term “common popular pronunciations” (instead of “mispronunciations”) for the prevalent pronunciations that are heard outside of a local area.

    1. Phuket, Thailand
    Common popular pronunciation: A vulgar English phrase
    Prevailing local pronunciation: [ poo–ket ]

    Let’s correct this one right away! The name of Phuket comes from the Malay word bukit, meaning “hill.”

    2. Melbourne, Australia
    Common popular pronunciation: [ mel-born ] Prevailing local pronunciation: [ mel-bern ] OR [ mel-bin ] (Australians)

    This Australian city was named by Queen Victoria of Great Britain after her good friend, Prime Minister William Lamb, 2nd Viscount Melbourne.

    3. Beijing, China
    Common popular pronunciation: [ bey–zhing ] Prevailing local pronunciation: [ bey–jing ]

    The name Beijing means “Northern Capital.” It was given this name by the Ming emperor during the 1400s when the capital was officially declared this northern city. The old capital was named Nanjing, meaning “Southern Capital.”

    4. Montreal, Canada
    Common popular pronunciation: [ mawn-tree-awl ] Prevailing local pronunciation: [ mawn-re-awl ] (the T is silent in French)

    According to one popular theory, Montreal was named by French explorer Jacques Cartier. Cartier gave the name mont Royal to the mountain sitting near the location of the future city. Over time, a variation of this name would be used to refer to the city itself.

    Visiting Canada, eh? Then add these Canadian regionalisms to your lingo.

    5. Versailles, France
    Common popular pronunciation: [ ver-sails ] Prevailing local pronunciation: [ ver-sahy ]

    The French town of Versailles is best known for the beautiful Palace of Versailles, a national landmark that was once home to the French kings.

    6. Nice, France
    Common popular pronunciation: [ nahys ] Prevailing local pronunciation: [ nees ]

    Founded by the ancient Greeks, it is thought that Nice’s name comes from the Greek word nikē, meaning “victory.”

    7. Seoul, Korea
    Common popular pronunciation: [ see-ohl ] Prevailing local pronunciation: [ sohl ]

    Seoul is the capital of South Korea, and the name actually means “capital” in Korean.

    Ride the Korean Wave by learning some helpful Korean vocabulary.

    8. Greenwich, England
    Common popular pronunciation: [ green-wich ] Prevailing local pronunciation: [ gren-ich ]

    As you might expect, the English town of Greenwich, shares its name with Greenwich Mean Time (GMT). The Royal Observatory is located there, and the prime meridian line passes right through Greenwich.

    9. Edinburgh, Scotland
    Common popular pronunciations: [ ed-n-burg ], [ ed-n-bur-oh ] Prevailing local pronunciation: [ ed-n-bur-uh ] OR [ ed-n-bruh ] (British)

    Edinburgh is the capital of Scotland. Edinburgh’s name is said to come from Din Eidyn (“Fort Eidyn”), the name given the area in a poem dating back to the 6th century. According to another popular theory, the name originates from Old English and means “Edwin’s Fort.” Edwin is thought to refer to King Edwin of Northumbria, even though King Edwin never lived in the area.

    10. Budapest, Hungary
    Common popular pronunciation: [ buh-duh-pest ] Prevailing local pronunciation: [ boo-duh–pest ] OR [ boo-do-pesht ] (Hungarian)

    The origin of Budapest’s name is simple enough: it comes from the names of the cities Buda and Pest who, along with the city Óbuda, united to become a single city. However, where Buda and Pest got their names is unknown.

    11. Tijuana, Mexico
    Common popular pronunciation: [ tee-uh–wah-nuh ] Prevailing local pronunciation: [ tee-hwah-nah ]

    There are lots of theories as to where Tijuana’s name came from. A popular theory says that the city was named for an actual woman called “Tía Juana (Aunt Juana)” who was a legendary cook.

    12. Ibiza, Spain
    Common popular pronunciation: [ ih-bee-zuh ] Prevailing local pronunciation: [ ee-vee-thah, ee-vee-sa ]

    This popular Spanish island has a long history and has had many different names. Way back in the 7th century BCE, the Carthiginians named a town on the island Ibosim. It is commonly said that the English name Ibiza was derived from the Arabic name Yabisa/Yabisah used by the Moors.

    13. Moscow, Russia
    Common popular pronunciation: [ mos-kou ] Prevailing local pronunciation: [ mos-koh ]

    We know that the city of Moscow got its name from the Moskva river. But where did the river get its name from? While nobody knows for sure, a popular theory is that the river’s name derives from the Finno-Urgic language.

    14. Tokyo, Japan
    Common popular pronunciation: [ toh-kee-oh ] Prevailing local pronunciation: [ taw-kyaw ]

    The name Tokyo literally translates to “Eastern Capital.” Originally known as Edo when it was the capital of the Tokugawa Shogunate, the city was renamed Tokyo after it became the new capital of Japan during the Meiji Restoration.

    15. Buenos Aires, Argentina
    Common popular pronunciations: [ bwey-nuhs ahyuhr-iz ], [ boh-nuhs ahyuhr-iz ] Prevailing local pronunciation: [ bwe-naws ahy-res ]

    The city of Buenos Aires was named by Spanish explorer Pedro de Mendoza. The name translates to “fair winds” or “good airs.” Originally, the small port city had the much longer name of Puerto de Nuestra Señora Santa María del Buen Aire.

    © 2026 AAKKHRA & Co. สงวนลิขสิทธิ์
    How Have You Been Saying These 15 Mispronounced International City Names? Have you been overcome with wanderlust lately? If you’re antsy to travel or are already planning a trip to a faraway locale, you might want to take a moment to consider the name of your destination. It’s possible that you may not even know how to pronounce the name of this city! As it turns out, even the most well-known cities around the globe can cause a serious pronunciation predicament. To help out, we’ve collected a list of 15 cities from around the world that often cause trouble for traveling tongues. Note: Many place names have very old names, and their pronunciation has changed over the years or there may be more than one acceptable way to say a place’s name. Place names are also very personal to the people who live in or are from these places, so it’s nice to make an effort to respect how locals pronounce them. In this list, we’ve sided with the locals, so that you’ll have no problems fitting in when you’re on the road. We are using the term “prevailing local pronunciation” to account for the fact not all locals may pronounce a place name the same way. We are using the term “common popular pronunciations” (instead of “mispronunciations”) for the prevalent pronunciations that are heard outside of a local area. 1. Phuket, Thailand Common popular pronunciation: A vulgar English phrase Prevailing local pronunciation: [ poo–ket ] Let’s correct this one right away! The name of Phuket comes from the Malay word bukit, meaning “hill.” 2. Melbourne, Australia Common popular pronunciation: [ mel-born ] Prevailing local pronunciation: [ mel-bern ] OR [ mel-bin ] (Australians) This Australian city was named by Queen Victoria of Great Britain after her good friend, Prime Minister William Lamb, 2nd Viscount Melbourne. 3. Beijing, China Common popular pronunciation: [ bey–zhing ] Prevailing local pronunciation: [ bey–jing ] The name Beijing means “Northern Capital.” It was given this name by the Ming emperor during the 1400s when the capital was officially declared this northern city. The old capital was named Nanjing, meaning “Southern Capital.” 4. Montreal, Canada Common popular pronunciation: [ mawn-tree-awl ] Prevailing local pronunciation: [ mawn-re-awl ] (the T is silent in French) According to one popular theory, Montreal was named by French explorer Jacques Cartier. Cartier gave the name mont Royal to the mountain sitting near the location of the future city. Over time, a variation of this name would be used to refer to the city itself. Visiting Canada, eh? Then add these Canadian regionalisms to your lingo. 5. Versailles, France Common popular pronunciation: [ ver-sails ] Prevailing local pronunciation: [ ver-sahy ] The French town of Versailles is best known for the beautiful Palace of Versailles, a national landmark that was once home to the French kings. 6. Nice, France Common popular pronunciation: [ nahys ] Prevailing local pronunciation: [ nees ] Founded by the ancient Greeks, it is thought that Nice’s name comes from the Greek word nikē, meaning “victory.” 7. Seoul, Korea Common popular pronunciation: [ see-ohl ] Prevailing local pronunciation: [ sohl ] Seoul is the capital of South Korea, and the name actually means “capital” in Korean. Ride the Korean Wave by learning some helpful Korean vocabulary. 8. Greenwich, England Common popular pronunciation: [ green-wich ] Prevailing local pronunciation: [ gren-ich ] As you might expect, the English town of Greenwich, shares its name with Greenwich Mean Time (GMT). The Royal Observatory is located there, and the prime meridian line passes right through Greenwich. 9. Edinburgh, Scotland Common popular pronunciations: [ ed-n-burg ], [ ed-n-bur-oh ] Prevailing local pronunciation: [ ed-n-bur-uh ] OR [ ed-n-bruh ] (British) Edinburgh is the capital of Scotland. Edinburgh’s name is said to come from Din Eidyn (“Fort Eidyn”), the name given the area in a poem dating back to the 6th century. According to another popular theory, the name originates from Old English and means “Edwin’s Fort.” Edwin is thought to refer to King Edwin of Northumbria, even though King Edwin never lived in the area. 10. Budapest, Hungary Common popular pronunciation: [ buh-duh-pest ] Prevailing local pronunciation: [ boo-duh–pest ] OR [ boo-do-pesht ] (Hungarian) The origin of Budapest’s name is simple enough: it comes from the names of the cities Buda and Pest who, along with the city Óbuda, united to become a single city. However, where Buda and Pest got their names is unknown. 11. Tijuana, Mexico Common popular pronunciation: [ tee-uh–wah-nuh ] Prevailing local pronunciation: [ tee-hwah-nah ] There are lots of theories as to where Tijuana’s name came from. A popular theory says that the city was named for an actual woman called “Tía Juana (Aunt Juana)” who was a legendary cook. 12. Ibiza, Spain Common popular pronunciation: [ ih-bee-zuh ] Prevailing local pronunciation: [ ee-vee-thah, ee-vee-sa ] This popular Spanish island has a long history and has had many different names. Way back in the 7th century BCE, the Carthiginians named a town on the island Ibosim. It is commonly said that the English name Ibiza was derived from the Arabic name Yabisa/Yabisah used by the Moors. 13. Moscow, Russia Common popular pronunciation: [ mos-kou ] Prevailing local pronunciation: [ mos-koh ] We know that the city of Moscow got its name from the Moskva river. But where did the river get its name from? While nobody knows for sure, a popular theory is that the river’s name derives from the Finno-Urgic language. 14. Tokyo, Japan Common popular pronunciation: [ toh-kee-oh ] Prevailing local pronunciation: [ taw-kyaw ] The name Tokyo literally translates to “Eastern Capital.” Originally known as Edo when it was the capital of the Tokugawa Shogunate, the city was renamed Tokyo after it became the new capital of Japan during the Meiji Restoration. 15. Buenos Aires, Argentina Common popular pronunciations: [ bwey-nuhs ahyuhr-iz ], [ boh-nuhs ahyuhr-iz ] Prevailing local pronunciation: [ bwe-naws ahy-res ] The city of Buenos Aires was named by Spanish explorer Pedro de Mendoza. The name translates to “fair winds” or “good airs.” Originally, the small port city had the much longer name of Puerto de Nuestra Señora Santa María del Buen Aire. © 2026 AAKKHRA & Co. สงวนลิขสิทธิ์
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 99 มุมมอง 0 รีวิว
  • ออกกำลังกายแค่ 10 นาที จุดสัญญาณต้านมะเร็งในร่างกายได้จริง

    งานวิจัยใหม่ที่ถูกเผยแพร่ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า การออกกำลังกายแบบหนักเพียง 10 นาที สามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพในเลือดที่ช่วย ชะลอการเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ได้ทันที นักวิจัยพบว่าหลังจากการปั่นจักรยานอย่างเข้มข้น ร่างกายจะปล่อยโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA และลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายารักษาแบบใหม่ในอนาคต

    การทดลองนี้ทำกับอาสาสมัครอายุ 50–78 ปีที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่าเฉลี่ย หลังออกกำลังกาย นักวิจัยนำซีรั่มเลือดไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ และพบการเปลี่ยนแปลงของยีนและสัญญาณการซ่อมแซม DNA ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะเป็นเพียงการทดลองในระดับเซลล์ แต่ผลลัพธ์นี้ถือว่าน่าตื่นเต้นมาก

    สิ่งที่โดดเด่นคือ สัญญาณต้านมะเร็งเกิดขึ้นแม้จะออกกำลังกายเพียงครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน ทำให้แนวคิด “ออกกำลังกายสั้นแต่หนัก” (vigorous short bursts) กลายเป็นประเด็นที่วงการแพทย์เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น เพราะอาจช่วยให้คนทั่วไปเข้าถึงประโยชน์ด้านสุขภาพได้ง่ายกว่าเดิม

    อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่านี่เป็นเพียงก้าวแรก ผลลัพธ์ยังไม่ได้พิสูจน์ในมนุษย์จริง และยังต้องศึกษาระยะยาวเพิ่มเติม แต่ก็เพียงพอที่จะย้ำว่า แม้แค่ 10 นาทีต่อวันก็อาจช่วยปกป้องสุขภาพได้มากกว่าที่คิด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สิ่งที่งานวิจัยพบ
    ออกกำลังกายหนัก 10 นาที กระตุ้นโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA
    ลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง
    ซีรั่มหลังออกกำลังกายมีผลชะลอเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ

    ความหมายต่อสุขภาพของเรา
    แม้ออกกำลังกายสั้น ๆ ก็ให้ผลดีต่อร่างกาย
    อาจนำไปสู่การพัฒนายาเลียนแบบผลของการออกกำลังกายในอนาคต
    ช่วยย้ำความสำคัญของการเคลื่อนไหวร่างกายทุกวัน

    ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง
    การทดลองทำในระดับเซลล์ ไม่ใช่ในมนุษย์จริง
    ยังไม่รู้ผลระยะยาวของการออกกำลังกายแบบสั้นแต่หนัก
    ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้เป็นแนวทางรักษา

    https://www.sciencealert.com/10-minute-bursts-of-exercise-can-trigger-anti-cancer-signals-in-the-body
    🚴‍♂️✨ ออกกำลังกายแค่ 10 นาที จุดสัญญาณต้านมะเร็งในร่างกายได้จริง งานวิจัยใหม่ที่ถูกเผยแพร่ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า การออกกำลังกายแบบหนักเพียง 10 นาที สามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพในเลือดที่ช่วย ชะลอการเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ได้ทันที นักวิจัยพบว่าหลังจากการปั่นจักรยานอย่างเข้มข้น ร่างกายจะปล่อยโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA และลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายารักษาแบบใหม่ในอนาคต การทดลองนี้ทำกับอาสาสมัครอายุ 50–78 ปีที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่าเฉลี่ย หลังออกกำลังกาย นักวิจัยนำซีรั่มเลือดไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ และพบการเปลี่ยนแปลงของยีนและสัญญาณการซ่อมแซม DNA ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะเป็นเพียงการทดลองในระดับเซลล์ แต่ผลลัพธ์นี้ถือว่าน่าตื่นเต้นมาก สิ่งที่โดดเด่นคือ สัญญาณต้านมะเร็งเกิดขึ้นแม้จะออกกำลังกายเพียงครั้งเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน ทำให้แนวคิด “ออกกำลังกายสั้นแต่หนัก” (vigorous short bursts) กลายเป็นประเด็นที่วงการแพทย์เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น เพราะอาจช่วยให้คนทั่วไปเข้าถึงประโยชน์ด้านสุขภาพได้ง่ายกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่านี่เป็นเพียงก้าวแรก ผลลัพธ์ยังไม่ได้พิสูจน์ในมนุษย์จริง และยังต้องศึกษาระยะยาวเพิ่มเติม แต่ก็เพียงพอที่จะย้ำว่า แม้แค่ 10 นาทีต่อวันก็อาจช่วยปกป้องสุขภาพได้มากกว่าที่คิด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สิ่งที่งานวิจัยพบ ➡️ ออกกำลังกายหนัก 10 นาที กระตุ้นโมเลกุลที่ช่วยซ่อมแซม DNA ➡️ ลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของมะเร็ง ➡️ ซีรั่มหลังออกกำลังกายมีผลชะลอเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในห้องแล็บ ✅ ความหมายต่อสุขภาพของเรา ➡️ แม้ออกกำลังกายสั้น ๆ ก็ให้ผลดีต่อร่างกาย ➡️ อาจนำไปสู่การพัฒนายาเลียนแบบผลของการออกกำลังกายในอนาคต ➡️ ช่วยย้ำความสำคัญของการเคลื่อนไหวร่างกายทุกวัน ‼️ ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง ⛔ การทดลองทำในระดับเซลล์ ไม่ใช่ในมนุษย์จริง ⛔ ยังไม่รู้ผลระยะยาวของการออกกำลังกายแบบสั้นแต่หนัก ⛔ ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้เป็นแนวทางรักษา https://www.sciencealert.com/10-minute-bursts-of-exercise-can-trigger-anti-cancer-signals-in-the-body
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    10-Minute Bursts of Exercise Can Trigger Anti-Cancer Signals in The Body
    Evidence suggests regular exercise can help tackle cancer, and a new study finds that cancer-fighting biological changes can be triggered in the body after just 10 minutes of intense cycling.
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 118 มุมมอง 0 รีวิว
  • นักวิทยาศาสตร์สังเคราะห์สารต้านมะเร็งจากเชื้อราที่หายไปนานกว่า 55 ปีสำเร็จ

    การค้นพบครั้งสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อทีมนักวิจัยจาก MIT และ Harvard Medical School สามารถสังเคราะห์ verticillin A—สารประกอบจากเชื้อราที่ถูกค้นพบตั้งแต่กว่า 50 ปีก่อน—ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สารชนิดนี้เคยถูกมองว่าเป็น “เพชรในตม” ของวงการแพทย์ เพราะมีศักยภาพสูงในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง แต่ปัญหาคือมันพบในธรรมชาติน้อยมากและมีโครงสร้างที่ซับซ้อนจนไม่สามารถผลิตในห้องแล็บได้ จนกระทั่งวันนี้ที่เทคโนโลยีทางเคมีได้พัฒนาไปอีกขั้น

    นักวิจัยเปิดเผยว่า verticillin A มีโครงสร้างเป็นโมเลกุลแบบไดเมอร์ที่ประกอบด้วยสองส่วนเหมือนกันอย่างสมบูรณ์ ทำให้การสังเคราะห์ต้องอาศัยความแม่นยำสูงมาก ทั้งลำดับการเชื่อมพันธะและการปกป้องพันธะที่เปราะบางระหว่างกระบวนการ ทีมงานต้องปรับลำดับขั้นตอนใหม่ทั้งหมดจนได้กระบวนการ 16 ขั้นตอนที่สามารถสร้างโครงสร้าง 3 มิติของสารนี้ได้อย่างถูกต้อง

    เมื่อได้สารสังเคราะห์แล้ว นักวิจัยได้นำไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งชนิด Diffuse Midline Glioma (DMG) ซึ่งเป็นมะเร็งสมองที่รุนแรงในเด็ก ผลลัพธ์พบว่าสารนี้และอนุพันธ์ที่ออกแบบเพิ่มเติมสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้จริง และยังทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนที่ต้องการภายในเซลล์อีกด้วย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายาใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต

    ความสำเร็จครั้งนี้ยังเปิดประตูให้วงการแพทย์สามารถออกแบบอนุพันธ์ของ verticillin A เพื่อศึกษาฤทธิ์เชิงลึกมากขึ้น รวมถึงอาจนำไปสู่การค้นพบยาต้านมะเร็งรูปแบบใหม่ที่มีความจำเพาะและปลอดภัยกว่าเดิม นักวิจัยย้ำว่าสารจากธรรมชาติยังคงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของการค้นพบยาใหม่ และการสังเคราะห์สำเร็จครั้งนี้จะช่วยให้การวิจัยก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
    สังเคราะห์สาร verticillin A สำเร็จเป็นครั้งแรกหลังค้นพบมากว่า 50 ปี
    แก้ปัญหาโครงสร้างซับซ้อนและความไม่เสถียรของสารได้
    กระบวนการสังเคราะห์ 16 ขั้นตอนช่วยสร้างโครงสร้าง 3 มิติได้อย่างแม่นยำ

    ศักยภาพด้านการรักษามะเร็ง
    ทดสอบกับเซลล์มะเร็งสมอง DMG แล้วพบว่าสามารถทำลายเซลล์ได้
    สารทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนภายในเซลล์
    เปิดโอกาสพัฒนาอนุพันธ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา

    ประเด็นที่ยังต้องระวังและศึกษาต่อ
    ผลการทดลองยังอยู่ในระดับเซลล์ในห้องแล็บ ไม่ใช่การทดลองในมนุษย์
    ความปลอดภัยและผลข้างเคียงยังต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอน
    การพัฒนายาใหม่ต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมากก่อนนำมาใช้จริง

    https://www.sciencealert.com/potential-anti-cancer-fungal-compound-finally-synthesized-after-55-years
    🧪✨ นักวิทยาศาสตร์สังเคราะห์สารต้านมะเร็งจากเชื้อราที่หายไปนานกว่า 55 ปีสำเร็จ การค้นพบครั้งสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อทีมนักวิจัยจาก MIT และ Harvard Medical School สามารถสังเคราะห์ verticillin A—สารประกอบจากเชื้อราที่ถูกค้นพบตั้งแต่กว่า 50 ปีก่อน—ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สารชนิดนี้เคยถูกมองว่าเป็น “เพชรในตม” ของวงการแพทย์ เพราะมีศักยภาพสูงในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง แต่ปัญหาคือมันพบในธรรมชาติน้อยมากและมีโครงสร้างที่ซับซ้อนจนไม่สามารถผลิตในห้องแล็บได้ จนกระทั่งวันนี้ที่เทคโนโลยีทางเคมีได้พัฒนาไปอีกขั้น นักวิจัยเปิดเผยว่า verticillin A มีโครงสร้างเป็นโมเลกุลแบบไดเมอร์ที่ประกอบด้วยสองส่วนเหมือนกันอย่างสมบูรณ์ ทำให้การสังเคราะห์ต้องอาศัยความแม่นยำสูงมาก ทั้งลำดับการเชื่อมพันธะและการปกป้องพันธะที่เปราะบางระหว่างกระบวนการ ทีมงานต้องปรับลำดับขั้นตอนใหม่ทั้งหมดจนได้กระบวนการ 16 ขั้นตอนที่สามารถสร้างโครงสร้าง 3 มิติของสารนี้ได้อย่างถูกต้อง เมื่อได้สารสังเคราะห์แล้ว นักวิจัยได้นำไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งชนิด Diffuse Midline Glioma (DMG) ซึ่งเป็นมะเร็งสมองที่รุนแรงในเด็ก ผลลัพธ์พบว่าสารนี้และอนุพันธ์ที่ออกแบบเพิ่มเติมสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้จริง และยังทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนที่ต้องการภายในเซลล์อีกด้วย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่การพัฒนายาใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต ความสำเร็จครั้งนี้ยังเปิดประตูให้วงการแพทย์สามารถออกแบบอนุพันธ์ของ verticillin A เพื่อศึกษาฤทธิ์เชิงลึกมากขึ้น รวมถึงอาจนำไปสู่การค้นพบยาต้านมะเร็งรูปแบบใหม่ที่มีความจำเพาะและปลอดภัยกว่าเดิม นักวิจัยย้ำว่าสารจากธรรมชาติยังคงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของการค้นพบยาใหม่ และการสังเคราะห์สำเร็จครั้งนี้จะช่วยให้การวิจัยก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ➡️ สังเคราะห์สาร verticillin A สำเร็จเป็นครั้งแรกหลังค้นพบมากว่า 50 ปี ➡️ แก้ปัญหาโครงสร้างซับซ้อนและความไม่เสถียรของสารได้ ➡️ กระบวนการสังเคราะห์ 16 ขั้นตอนช่วยสร้างโครงสร้าง 3 มิติได้อย่างแม่นยำ ✅ ศักยภาพด้านการรักษามะเร็ง ➡️ ทดสอบกับเซลล์มะเร็งสมอง DMG แล้วพบว่าสามารถทำลายเซลล์ได้ ➡️ สารทำงานตรงเป้าหมายโปรตีนภายในเซลล์ ➡️ เปิดโอกาสพัฒนาอนุพันธ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ‼️ ประเด็นที่ยังต้องระวังและศึกษาต่อ ⛔ ผลการทดลองยังอยู่ในระดับเซลล์ในห้องแล็บ ไม่ใช่การทดลองในมนุษย์ ⛔ ความปลอดภัยและผลข้างเคียงยังต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอน ⛔ การพัฒนายาใหม่ต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมากก่อนนำมาใช้จริง https://www.sciencealert.com/potential-anti-cancer-fungal-compound-finally-synthesized-after-55-years
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Potential Anti-Cancer Fungal Compound Finally Synthesized After 55 Years
    The fungal compound verticillin A, discovered more than 50 years ago, has long been regarded for its potential cancer-fighting capabilities.
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 126 มุมมอง 0 รีวิว
  • Cloud‑9: วัตถุลึกลับที่อาจเป็น “โครงกระดูกดาร์กแมทเทอร์” ของกาแล็กซีที่ล้มเหลว

    วัตถุชื่อ Cloud‑9 ถูกค้นพบใกล้กาแล็กซี M94 ห่างจากโลกประมาณ 14.3 ล้านปีแสง และกำลังกลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่แข็งแกร่งที่สุดว่าเป็น “กาแล็กซีที่ไม่เคยเกิดดาว” เลยแม้แต่ดวงเดียว วัตถุนี้ประกอบด้วยก๊าซไฮโดรเจนเป็นหลักและมีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมากห่อหุ้มอยู่ แต่กลับไม่มีแสงดาวใด ๆ ทำให้มันแทบมองไม่เห็นในช่วงคลื่นส่วนใหญ่ของจักรวาล

    นักดาราศาสตร์พบว่า Cloud‑9 มีมวลก๊าซประมาณหนึ่งล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และต้องมีดาร์กแมทเทอร์มากถึงห้าพันล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์เพื่อคงสภาพก้อนก๊าซนี้ไว้โดยไม่แตกกระจาย ที่สำคัญคือมันไม่หมุน และไม่มีสัญญาณของดาวฤกษ์แม้แต่ดวงเดียว ซึ่งทำให้มันเข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC—ก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาร์กแมทเทอร์ยึดไว้ แต่ยังไม่ถึงจุดเริ่มก่อดาว

    การค้นพบนี้สำคัญมากเพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า RELHIC คือ “ชิ้นส่วนดั้งเดิม” ของกระบวนการสร้างกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล แต่ที่ผ่านมาไม่เคยพบตัวอย่างที่ชัดเจนเลย เนื่องจากส่วนใหญ่สูญเสียก๊าซไปตามกาลเวลา หรือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น Cloud‑9 จึงเป็นเหมือนหน้าต่างที่เปิดให้เราเห็นโครงสร้างดาร์กแมทเทอร์ที่ยังไม่เคยก่อกำเนิดดาวมาก่อนอย่างแท้จริง

    หาก Cloud‑9 สามารถสะสมก๊าซได้มากขึ้นในอนาคต มันอาจกลายเป็นกาแล็กซีเต็มรูปแบบ แต่ในตอนนี้มันคือซากโครงสร้างที่หยุดพัฒนา—หลักฐานหายากที่ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจว่า “กาแล็กซีเกิดขึ้นได้อย่างไร” และบทบาทของดาร์กแมทเทอร์ในจักรวาลมีความสำคัญเพียงใด

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากข่าว
    Cloud‑9 อยู่ห่างจากโลก 14.3 ล้านปีแสงใกล้กาแล็กซี M94
    เป็นก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่มีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมาก แต่ไม่มีดาวเลย
    มีมวลก๊าซประมาณ 1 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และดาร์กแมทเทอร์ราว 5 พันล้านเท่า
    เข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ยังไม่ถึงขั้นก่อดาว
    การค้นพบนี้ช่วยยืนยันแบบจำลองการก่อตัวกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล

    ประเด็นที่ควรระวังหรือข้อจำกัด
    การยืนยันว่าเป็น RELHIC 100% ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
    วัตถุประเภทนี้อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น
    การศึกษาดาร์กแมทเทอร์ยังมีข้อจำกัดเพราะตรวจจับได้ยากมาก
    อาจมีวัตถุคล้ายกันที่ยังไม่ถูกค้นพบ ทำให้ภาพรวมของจักรวาลยังไม่สมบูรณ์

    https://www.sciencealert.com/mysterious-cloud-9-may-be-the-dark-matter-bones-of-a-failed-galaxy
    🌌 Cloud‑9: วัตถุลึกลับที่อาจเป็น “โครงกระดูกดาร์กแมทเทอร์” ของกาแล็กซีที่ล้มเหลว วัตถุชื่อ Cloud‑9 ถูกค้นพบใกล้กาแล็กซี M94 ห่างจากโลกประมาณ 14.3 ล้านปีแสง และกำลังกลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่แข็งแกร่งที่สุดว่าเป็น “กาแล็กซีที่ไม่เคยเกิดดาว” เลยแม้แต่ดวงเดียว วัตถุนี้ประกอบด้วยก๊าซไฮโดรเจนเป็นหลักและมีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมากห่อหุ้มอยู่ แต่กลับไม่มีแสงดาวใด ๆ ทำให้มันแทบมองไม่เห็นในช่วงคลื่นส่วนใหญ่ของจักรวาล นักดาราศาสตร์พบว่า Cloud‑9 มีมวลก๊าซประมาณหนึ่งล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และต้องมีดาร์กแมทเทอร์มากถึงห้าพันล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์เพื่อคงสภาพก้อนก๊าซนี้ไว้โดยไม่แตกกระจาย ที่สำคัญคือมันไม่หมุน และไม่มีสัญญาณของดาวฤกษ์แม้แต่ดวงเดียว ซึ่งทำให้มันเข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC—ก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาร์กแมทเทอร์ยึดไว้ แต่ยังไม่ถึงจุดเริ่มก่อดาว การค้นพบนี้สำคัญมากเพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า RELHIC คือ “ชิ้นส่วนดั้งเดิม” ของกระบวนการสร้างกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล แต่ที่ผ่านมาไม่เคยพบตัวอย่างที่ชัดเจนเลย เนื่องจากส่วนใหญ่สูญเสียก๊าซไปตามกาลเวลา หรือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น Cloud‑9 จึงเป็นเหมือนหน้าต่างที่เปิดให้เราเห็นโครงสร้างดาร์กแมทเทอร์ที่ยังไม่เคยก่อกำเนิดดาวมาก่อนอย่างแท้จริง หาก Cloud‑9 สามารถสะสมก๊าซได้มากขึ้นในอนาคต มันอาจกลายเป็นกาแล็กซีเต็มรูปแบบ แต่ในตอนนี้มันคือซากโครงสร้างที่หยุดพัฒนา—หลักฐานหายากที่ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจว่า “กาแล็กซีเกิดขึ้นได้อย่างไร” และบทบาทของดาร์กแมทเทอร์ในจักรวาลมีความสำคัญเพียงใด 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากข่าว ➡️ Cloud‑9 อยู่ห่างจากโลก 14.3 ล้านปีแสงใกล้กาแล็กซี M94 ➡️ เป็นก้อนก๊าซไฮโดรเจนที่มีดาร์กแมทเทอร์จำนวนมาก แต่ไม่มีดาวเลย ➡️ มีมวลก๊าซประมาณ 1 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และดาร์กแมทเทอร์ราว 5 พันล้านเท่า ➡️ เข้าข่ายวัตถุประเภท RELHIC ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ยังไม่ถึงขั้นก่อดาว ➡️ การค้นพบนี้ช่วยยืนยันแบบจำลองการก่อตัวกาแล็กซีในยุคแรกของจักรวาล ‼️ ประเด็นที่ควรระวังหรือข้อจำกัด ⛔ การยืนยันว่าเป็น RELHIC 100% ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ⛔ วัตถุประเภทนี้อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเศษซากของกาแล็กซีอื่น ⛔ การศึกษาดาร์กแมทเทอร์ยังมีข้อจำกัดเพราะตรวจจับได้ยากมาก ⛔ อาจมีวัตถุคล้ายกันที่ยังไม่ถูกค้นพบ ทำให้ภาพรวมของจักรวาลยังไม่สมบูรณ์ https://www.sciencealert.com/mysterious-cloud-9-may-be-the-dark-matter-bones-of-a-failed-galaxy
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Mysterious 'Cloud-9' May Be The Dark-Matter Bones of a Failed Galaxy
    An object spotted in deep space is the strongest candidate yet for a galaxy arrested during early development.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 96 มุมมอง 0 รีวิว
  • ☕️ คาเฟอีนในเลือดอาจมีผลต่อไขมันในร่างกายและความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 – งานวิจัยใหม่ชี้ชัด

    งานวิจัยจากหลายสถาบันในยุโรปเผยให้เห็นความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือด ปริมาณไขมันในร่างกาย และความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรมของคนเกือบ 10,000 คนเพื่อวิเคราะห์ว่า “คนที่สลายคาเฟอีนช้ากว่า” มักมีระดับคาเฟอีนในเลือดสูงกว่า และมีแนวโน้มที่จะมีค่า BMI ต่ำลง ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของเบาหวานได้ด้วย งานวิจัยนี้ยังชี้ว่าครึ่งหนึ่งของผลป้องกันเบาหวานอาจเกิดจากการที่คาเฟอีนช่วยลดไขมันในร่างกายโดยตรง

    นักวิจัยอธิบายว่ากลไกที่เป็นไปได้คือคาเฟอีนช่วยเพิ่มกระบวนการ thermogenesis หรือการสร้างความร้อนในร่างกาย รวมถึงเพิ่มการเผาผลาญไขมัน (fat oxidation) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อระบบเมตาบอลิซึมโดยรวม แม้ผลลัพธ์จะสอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้า แต่ก็ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความสัมพันธ์เชิงสาเหตุอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนในปริมาณสูง

    อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ไม่ได้พบความเชื่อมโยงระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ภาพรวมของผลกระทบคาเฟอีนต่อสุขภาพชัดเจนขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าคาเฟอีนก็มีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง เช่น ความกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ หรือผลต่อความดันโลหิตในบางคน

    ในอนาคต นักวิจัยเสนอว่าการใช้เครื่องดื่มคาเฟอีนแบบไม่มีแคลอรี่อาจเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยลดความเสี่ยงโรคอ้วนและเบาหวาน แต่จำเป็นต้องมีการทดลองแบบควบคุมเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของแนวทางนี้อย่างแท้จริง

    สรุปประเด็นสำคัญ
    ข้อมูลจากงานวิจัย
    ระดับคาเฟอีนในเลือดสูงสัมพันธ์กับ BMI และไขมันในร่างกายที่ต่ำลง
    ความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลงเมื่อระดับคาเฟอีนสูงขึ้น โดยครึ่งหนึ่งของผลเกิดจากการลดไขมันในร่างกาย
    คาเฟอีนอาจเพิ่ม thermogenesis และ fat oxidation ซึ่งช่วยระบบเผาผลาญ
    ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น หัวใจล้มเหลวหรือโรคหลอดเลือดสมอง

    คำเตือนและข้อควรระวัง
    คาเฟอีนมีผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือความดันสูงในบางคน
    งานวิจัยแบบ Mendelian randomization ยังมีข้อจำกัด และอาจมีปัจจัยอื่นที่ยังไม่ได้วิเคราะห์
    ผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนยังไม่ชัดเจน จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
    ไม่ควรเพิ่มปริมาณคาเฟอีนเองโดยไม่พิจารณาสุขภาพส่วนบุคคลหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

    https://www.sciencealert.com/caffeine-in-your-blood-might-affect-body-fat-and-diabetes-risk-study-shows
    ☕️ คาเฟอีนในเลือดอาจมีผลต่อไขมันในร่างกายและความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 – งานวิจัยใหม่ชี้ชัด งานวิจัยจากหลายสถาบันในยุโรปเผยให้เห็นความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือด ปริมาณไขมันในร่างกาย และความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรมของคนเกือบ 10,000 คนเพื่อวิเคราะห์ว่า “คนที่สลายคาเฟอีนช้ากว่า” มักมีระดับคาเฟอีนในเลือดสูงกว่า และมีแนวโน้มที่จะมีค่า BMI ต่ำลง ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงของเบาหวานได้ด้วย งานวิจัยนี้ยังชี้ว่าครึ่งหนึ่งของผลป้องกันเบาหวานอาจเกิดจากการที่คาเฟอีนช่วยลดไขมันในร่างกายโดยตรง นักวิจัยอธิบายว่ากลไกที่เป็นไปได้คือคาเฟอีนช่วยเพิ่มกระบวนการ thermogenesis หรือการสร้างความร้อนในร่างกาย รวมถึงเพิ่มการเผาผลาญไขมัน (fat oxidation) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อระบบเมตาบอลิซึมโดยรวม แม้ผลลัพธ์จะสอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้า แต่ก็ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความสัมพันธ์เชิงสาเหตุอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนในปริมาณสูง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ไม่ได้พบความเชื่อมโยงระหว่างระดับคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ภาพรวมของผลกระทบคาเฟอีนต่อสุขภาพชัดเจนขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าคาเฟอีนก็มีผลข้างเคียงที่ต้องระวัง เช่น ความกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ หรือผลต่อความดันโลหิตในบางคน ในอนาคต นักวิจัยเสนอว่าการใช้เครื่องดื่มคาเฟอีนแบบไม่มีแคลอรี่อาจเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยลดความเสี่ยงโรคอ้วนและเบาหวาน แต่จำเป็นต้องมีการทดลองแบบควบคุมเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของแนวทางนี้อย่างแท้จริง 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ ข้อมูลจากงานวิจัย ➡️ ระดับคาเฟอีนในเลือดสูงสัมพันธ์กับ BMI และไขมันในร่างกายที่ต่ำลง ➡️ ความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลงเมื่อระดับคาเฟอีนสูงขึ้น โดยครึ่งหนึ่งของผลเกิดจากการลดไขมันในร่างกาย ➡️ คาเฟอีนอาจเพิ่ม thermogenesis และ fat oxidation ซึ่งช่วยระบบเผาผลาญ ➡️ ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างคาเฟอีนในเลือดกับโรคหัวใจ เช่น หัวใจล้มเหลวหรือโรคหลอดเลือดสมอง ‼️ คำเตือนและข้อควรระวัง ⛔ คาเฟอีนมีผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือความดันสูงในบางคน ⛔ งานวิจัยแบบ Mendelian randomization ยังมีข้อจำกัด และอาจมีปัจจัยอื่นที่ยังไม่ได้วิเคราะห์ ⛔ ผลในระยะยาวของการบริโภคคาเฟอีนยังไม่ชัดเจน จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม ⛔ ไม่ควรเพิ่มปริมาณคาเฟอีนเองโดยไม่พิจารณาสุขภาพส่วนบุคคลหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ https://www.sciencealert.com/caffeine-in-your-blood-might-affect-body-fat-and-diabetes-risk-study-shows
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Caffeine in Your Blood Might Affect Body Fat And Diabetes Risk, Study Shows
    The levels of caffeine in your blood could affect the amount of body fat you carry, a factor that in turn could determine your risk of developing type 2 diabetes and cardiovascular diseases.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 96 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ TechRadar

    #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar

    อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025
    บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network

    TV ที่ดีที่สุดในปี 2025
    ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี
    https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy

    Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง
    Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม
    https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag

    Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet
    รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
    https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon

    Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่
    Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง
    https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts

    กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว
    เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges

    อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง”
    รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต
    https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains

    Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft”
    นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น
    https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters

    เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks
    นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่
    https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe

    พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล
    นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที
    https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution

    AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต”
    องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
    https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal

    องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน
    รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก
    https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month

    ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime
    หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง
    https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one

    นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้
    นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94%
    https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results

    ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก
    รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม
    https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties

    ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต
    ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้
    https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise

    Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน
    ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่
    https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators

    Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก
    Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง
    https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect

    แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร
    แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง
    https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know

    โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน
    UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027
    https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china

    Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด
    Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades

    LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ
    Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้
    https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing

    Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง
    Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง
    https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good

    Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro
    Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน
    https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro

    Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban
    Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง
    https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    📌📡🟠 รวมข่าวจากเวบ TechRadar 🟠📡📌 #รวมข่าวIT #20260108 #TechRadar 📡 อุปกรณ์ เพิ่ม/ขยายสัญญาณ Wifi ที่ดีที่สุดในปี 2025 บทความนี้อธิบายภาพรวมตลาด Wi‑Fi extender ปี 2025 ที่แม้จะมีรุ่นใหม่ออกมาน้อยลงเพราะผู้ผลิตหันไปโฟกัสระบบ Mesh Wi‑Fi แต่ก็ยังมีตัวเลือกคุณภาพสูงอย่าง TP‑Link RE700X, RE605X และ Netgear Nighthawk AX8 ซึ่งโดดเด่นด้านความเร็ว ความครอบคลุม และความง่ายในการติดตั้ง เหมาะสำหรับบ้านที่ยังมีจุดอับสัญญาณหรือไม่ต้องการเปลี่ยนเราเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยบทความยังให้คำแนะนำการเลือกซื้อและเปรียบเทียบกับระบบ Mesh เพื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/wi-fi-broadband/the-best-wi-fi-extenders-in-2025-top-devices-for-boosting-your-wifi-network 📺 TV ที่ดีที่สุดในปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญด้านการคาลิเบรตทีวีได้จัดอันดับทีวีที่ดีที่สุดในปี 2025 ตั้งแต่รุ่นคุ้มค่าไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น LG C5, Roku Plus Series, Hisense U8QG, TCL QM6K และ Samsung S95F โดยเน้นคุณภาพภาพ ความสว่าง ความแม่นยำสี ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ และความคุ้มค่าต่อราคา ทำให้ผู้อ่านสามารถเลือกทีวีที่เหมาะกับงบและการใช้งานได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นทุกปี 🔗 https://www.techradar.com/televisions/im-a-trained-tv-calibrator-and-here-are-the-best-tvs-you-can-buy 🎮 Lenovo Legion Go 2 (SteamOS) เปิดตัวพร้อมราคาแรง Lenovo เปิดตัว Legion Go 2 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS อย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 แต่กลับถูกวิจารณ์หนักเรื่องราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม โดยเริ่มต้นที่ $1,119 แม้จะใช้สเปกแรงอย่าง Ryzen Z2 / Z2 Extreme และ RAM สูงสุด 32GB แต่ราคาที่แตะระดับเกิน $1,000 ทำให้หลายคนมองว่าไม่คุ้มเมื่อเทียบกับเครื่องพกพาอื่นในตลาด แม้การหันมาใช้ SteamOS จะเป็นก้าวที่ดีสำหรับผู้ใช้สายเกมพกพาก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/computing/gaming-pcs/i-love-that-lenovo-has-finally-chosen-steamos-for-the-legion-go-2-but-its-kidding-itself-with-that-price-tag 📱 Kentucky เปิดตัว Digital ID บน iPhone และเตรียมเข้า Apple Wallet รัฐ Kentucky เปิดตัวแอป Digital ID ที่ให้ประชาชนเก็บบัตรประจำตัว เช่น ใบขับขี่ ไว้ในมือถือ พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ และเตรียมรองรับ Apple Wallet, Google Wallet และ Samsung Wallet ในช่วงซัมเมอร์ 2026 แม้จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ผู้ใช้ยังต้องพกบัตรจริงในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ 🔗 https://www.techradar.com/phones/kentucky-just-launched-digital-id-on-iphones-and-its-coming-to-apple-wallet-soon 🎧 Klipsch และ Onkyo ฉลอง 80 ปี ด้วยหูฟังและลำโพงรุ่นใหม่ Klipsch และ Onkyo เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ฉลองครบรอบ 80 ปี นำโดย Klipsch Atlas Series หูฟังแบบ over‑ear รุ่นใหม่ครั้งแรกในรอบทศวรรษ ทั้งรุ่น HP‑1, HP‑2 และ HP‑3 ที่เน้นคุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพงและซาวด์บาร์รุ่นใหม่ รวมถึงโปรเจกต์ลับอย่าง “Project Apollo” ที่มุ่งยกระดับดีไซน์และคุณภาพเสียงสำหรับผู้ฟังระดับจริงจัง 🔗 https://www.techradar.com/audio/headphones/klipsch-and-onkyo-celebrate-80-years-of-audio-with-the-first-klipsch-headphones-in-a-decade-plus-some-cool-new-concepts 🛡️ กฎหมายคุ้มครองเยาวชนเวอร์จิเนียจุดชนวนดีเบตเรื่องความเป็นส่วนตัว เวอร์จิเนียเริ่มบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มโซเชียลจำกัดเวลาการใช้งานและการเก็บข้อมูลของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งปิดฟีดแบบเสพติดอย่างการเลื่อนแบบไม่รู้จบ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวออกมาโต้แย้งว่ากฎหมายนี้อาจบังคับให้ทุกคนต้องยืนยันตัวตนและทำลายการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่ระบุตัวตน ขณะที่คดีฟ้องร้องจาก NetChoice กำลังดำเนินอยู่ แต่กฎหมายก็มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าใช้งานโซเชียลในรัฐนี้ 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/new-virginia-teen-safety-law-sparks-privacy-debate-and-fresh-legal-challenges 🇬🇧💻 อังกฤษทุ่มงบ £210 ล้านแก้วิกฤตไซเบอร์ หลังยอมรับเสี่ยง “วิกฤติขั้นสูง” รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศแผน Cyber Action Plan พร้อมงบ £210 ล้าน หลังยอมรับว่านโยบายไซเบอร์ก่อนหน้านี้ล้มเหลวและไม่สามารถทำให้หน่วยงานรัฐปลอดภัยภายในปี 2030 ได้ โดยปัญหาหลักคือระบบไอทีเก่า การขาดมาตรฐานบังคับ และการโจมตีจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เหตุ NHS และ British Library ถูกแรนซัมแวร์ รัฐบาลเตรียมตั้งหน่วย Cyber Unit ใหม่และอาจถือผู้บริหารระดับสูงรับผิดชอบโดยตรงต่อเหตุไซเบอร์ในอนาคต 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/uk-government-pledges-gbp210m-to-new-cyber-action-plan-admitting-critically-high-cyber-risk-remains 🐧💥 Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ใหม่ที่ตั้งใจ “เป็น Windows แบบไร้ Microsoft” นักพัฒนาญี่ปุ่นเปิดตัวแนวคิด Loss32 ดิสโทรลินุกซ์ที่ตั้งใจให้เดสก์ท็อปทั้งหมดเป็น Win32 รันผ่าน WINE เพื่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลด .exe แล้วใช้งานได้เหมือน Windows จริง แต่ทำงานบนแกน Linux แนวคิดนี้หวังแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของ ReactOS และอาจเป็นอีกแรงผลักดันให้ผู้ใช้หนีจาก Windows 11 ที่ถูกวิจารณ์หนัก แม้ยังอยู่ในขั้นต้นและต้องแก้ปัญหาความเสถียรอีกมาก แต่ก็เป็นสัญญาณว่ากระแส “เบื่อ Microslop” กำลังผลักผู้ใช้ไปหาลินุกซ์มากขึ้น 🔗 https://www.techradar.com/computing/software/sick-of-microslop-new-linux-distro-could-win-over-windows-11-haters 👟🇯🇵 เทรนด์เดินแบบญี่ปุ่นกำลังมา พร้อมรองเท้าเดินประสิทธิภาพสูงจาก Clarks นักเขียนทดลองเปลี่ยนจากการวิ่งมาเป็น “Japanese Walking” หรือการเดินแบบอินเทอร์วัล พร้อมรองเท้า Clarks Pace ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินโดยเฉพาะ ทั้งโฟมสองชั้น แคปซูลช่วยส่งแรง และดีไซน์รองรับการก้าวเดิน แม้รองเท้าจะให้ความรู้สึกสบายและช่วยเร่งจังหวะได้ดี แต่ยังมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะบนพื้นเปียก และราคาที่สูงเมื่อเทียบกับรองเท้าวิ่งที่ใช้งานได้อเนกประสงค์กว่า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือไม่ 🔗 https://www.techradar.com/health-fitness/i-swapped-running-for-the-japanese-walking-workout-complete-with-a-purpose-built-high-performance-walking-shoe 🔓⚠️ พบช่องโหว่ร้ายแรงในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่า เสี่ยงถูกยึดระบบจากระยะไกล นักวิจัยพบช่องโหว่ CVE-2026-0625 ในเราเตอร์ D-Link รุ่นเก่าหลายรุ่นที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถสั่งรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และมีหลักฐานว่าถูกโจมตีจริงตั้งแต่ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากถูกเจาะ ระบบเครือข่ายทั้งหมดอาจถูกควบคุม ขโมยข้อมูล หรือถูกใช้เป็นบอตเน็ต จึงแนะนำให้ผู้ใช้รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทันที 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-critical-severity-flaw-in-d-link-dsl-gateway-devices-could-allow-for-remote-code-execution 🚀 AI กำลังเปลี่ยนเป้าหมายจาก “ประสิทธิภาพ” สู่ “การเติบโต” องค์กรทั่วโลกกว่า 77% หันมาใช้ AI เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนการลดต้นทุน โดยผู้บริหารจำนวนมากคาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า และกว่า 50% แต่งตั้ง Chief AI Officer เพื่อเร่งกลยุทธ์ด้าน AI แม้ผู้บริโภคยังมีความกังวล แต่ข้อมูลชี้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยสร้างรายได้ใหม่จาก AI แล้ว ทำให้ภาพรวมสะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/growth-not-efficiency-is-the-new-ai-goal 🔐 องค์กรพบการละเมิดนโยบายข้อมูลจาก GenAI กว่า 200 ครั้งต่อเดือน รายงานใหม่เผยว่าองค์กรกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “Shadow AI” อย่างหนัก เมื่อพนักงานใช้แอป AI ส่วนตัวโดยไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลเพิ่มขึ้นเท่าตัว และมีเหตุการณ์ละเมิดนโยบายเฉลี่ย 223 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การใช้งาน GenAI เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปีเดียว สร้างความท้าทายด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลอย่างมาก 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/average-organization-now-reporting-over-200-genai-related-data-policy-violations-each-month 💵 ชาวสหรัฐฯ อาจได้รับเงินคืนสูงสุด $52 จากคดี Amazon Prime หลัง Amazon ถูกปรับ 2.5 พันล้านดอลลาร์จากการสมัครสมาชิก Prime โดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จำนวนมากจะได้รับเงินคืนอัตโนมัติ แต่หากยังไม่ได้รับ สามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 180 วัน โดยต้องตรวจสอบอีเมลหรือจดหมายแจ้งสิทธิ์ ทั้งนี้ FTC เตือนว่า “จะไม่มีการเรียกเก็บเงินใด ๆ” ในกระบวนการคืนเงิน เพื่อป้องกันการหลอกลวง 🔗 https://www.techradar.com/tech/heres-how-to-claim-a-refund-up-to-usd52-from-amazon-for-its-prime-settlement-and-how-to-check-if-youre-eligible-for-one 🧪 นักวิจัยคิดวิธี “วางยาข้อมูล” เพื่อทำให้ AI ที่ขโมยข้อมูลใช้ไม่ได้ นักวิจัยจากจีนและสิงคโปร์พัฒนาเทคนิค AURA ที่จงใจใส่ข้อมูลผิดใน knowledge graph เพื่อให้ AI ที่ขโมยข้อมูลไปเกิดอาการหลอนและตอบผิด โดยผู้ที่มี “กุญแจลับ” เท่านั้นจึงจะได้คำตอบที่ถูกต้อง วิธีนี้ช่วยปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาในระบบ GraphRAG ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 94% 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/researchers-poison-their-own-data-when-stolen-by-an-ai-to-ruin-results 🌐 ปากีสถานเริ่มบล็อก VPN ที่ไม่ได้ลงทะเบียน กระทบผู้ใช้จำนวนมาก รัฐบาลปากีสถานเริ่มจำกัดการใช้งาน VPN ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ส่งผลให้บริการดังอย่าง Proton VPN ถูกบล็อกตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดียที่ถูกปิดกั้น การบล็อกครั้งนี้จึงกระทบเสรีภาพทางดิจิทัลอย่างหนัก แม้ผู้ให้บริการบางรายยังหาวิธีหลบการบล็อกผ่านโปรโตคอลพิเศษอยู่ก็ตาม 🔗 https://www.techradar.com/vpn/vpn-privacy-security/pakistan-begins-blocking-unregistered-vpn-apps-and-this-popular-service-is-among-the-casualties 💸 ราคาหน่วยความจำพุ่งแรงเหมือนคริปโต ราคาของ RAM โดยเฉพาะ DDR4 และ DDR5 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากช่วงเสถียรยาวนาน โดย DDR4 หลายรุ่นขยับจากระดับร้อยเหรียญไปแตะหลักหลายร้อยในเวลาไม่กี่เดือน เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับความต้องการของบริษัทด้าน AI มากกว่าผู้บริโภคทั่วไป ทำให้การประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่หรืออัปเกรดต้องใช้งบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจทำให้ RAM กลายเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในระบบในอนาคตอันใกล้ 🔗 https://www.techradar.com/pro/is-ram-the-new-bitcoin-ddr4-memory-prices-are-rising-so-fast-some-tracker-graphs-are-running-out-of-space-and-i-fear-2026-could-well-see-a-10x-price-rise ⚖️ Meta ซื้อ Manus เจอแรงสั่นสะเทือนจากจีน ดีลที่ Meta เตรียมเข้าซื้อบริษัท AI อย่าง Manus มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์กำลังถูกจับตาอย่างหนักจากหน่วยงานจีน เนื่องจากกังวลว่าการย้ายบริษัทจากจีนไปสิงคโปร์อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้ดีลล่าช้าหรือถูกระงับ ขณะเดียวกัน Manus จะยังคงดำเนินงานแยกอิสระ แต่ Meta จะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้าน AI ของ Manus เพื่อเร่งพัฒนา AI agents รุ่นใหม่ 🔗 https://www.techradar.com/pro/metas-usd2b-manus-acquisition-sparks-concerns-from-chinese-regulators ⚡ Razer เปิดตัวเวิร์กสเตชัน AI และตัวเร่งความแรงภายนอก Razer ขยายบทบาทจากแบรนด์เกมมิ่งสู่ฮาร์ดแวร์ AI เต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Forge AI Dev Workstation สำหรับงานเทรนโมเดลและประมวลผล AI แบบออน-พรีมิส พร้อมอุปกรณ์ External AI Accelerator ที่ร่วมพัฒนากับ Tenstorrent เพื่อเพิ่มพลังประมวลผลให้โน้ตบุ๊กผ่าน Thunderbolt รองรับการต่อพ่วงหลายตัวเพื่อสร้างคลัสเตอร์ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับนักพัฒนา AI ที่ต้องการพลังประมวลผลแบบพกพาและควบคุมข้อมูลได้เอง 🔗 https://www.techradar.com/pro/razer-joins-ai-bandwagon-with-external-ai-accelerator-backed-by-iconic-amd-chip-architect 📧 แคมเปญฟิชชิงปลอมเป็นอีเมลภายในองค์กร แฮกเกอร์กำลังใช้ช่องโหว่การตั้งค่าอีเมลของหลายองค์กรเพื่อส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนส่งมาจากภายในบริษัท ทำให้หลอกเหยื่อให้กรอกข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น โดยอาศัยการตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC ที่ไม่เข้มงวด รวมถึงใช้ชุดเครื่องมือฟิชชิงอย่าง Tycoon2FA เพื่อสร้างอีเมลปลอมในธีม HR, เอกสารแชร์ หรือแจ้งเตือนรหัสผ่าน ซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีและโจมตีแบบ BEC ต่อเนื่องในวงกว้าง 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/this-phishing-campaign-spoofs-internal-messages-heres-what-we-know 🔍 โครงการ Cyber Trust Mark สะเทือน หลังผู้ดูแลถอนตัวเพราะโยงจีน UL Solutions ผู้ทำหน้าที่เป็น Lead Administrator ของโครงการ US Cyber Trust Mark ได้ถอนตัวออกจากบทบาทหลังถูกตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับบริษัทร่วมทุนในจีน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐ โครงการนี้มีเป้าหมายรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์ IoT ทั่วประเทศ แต่การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ FCC ต้องเร่งหาผู้ดูแลรายใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้อย่างราบรื่นก่อนเส้นตายปี 2027 🔗 https://www.techradar.com/pro/security/firm-overseeing-fccs-cyber-trust-mark-program-withdraws-over-ties-to-china 📺 Google TV อัปเกรด Gemini ให้ฉลาดขึ้นแบบก้าวกระโดด Google เปิดตัว Gemini เวอร์ชันใหม่บน Google TV ที่ทำให้ทีวูกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ทั้งตอบคำถามพร้อมภาพและวิดีโอ ปรับภาพ–เสียงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้บอกปัญหา ค้นรูปจาก Google Photos ได้ทันที รวมถึงสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI ผ่าน Nano Banana และ Google Veo ทำให้ทีวูกลายเป็นศูนย์กลาง AI ในบ้านที่เข้าใจการใช้งานของผู้ชมมากขึ้นอย่างชัดเจน 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/google-tv-gets-a-gemini-glow-up-with-a-ton-of-new-upgrades 🤖 LawnBot ปีนเขาได้! Mammotion LUBA 3 AWD โชว์พลังสุดล้ำ Mammotion เปิดตัว LUBA 3 AWD หุ่นยนต์ตัดหญ้ารุ่นใหม่ที่ CES 2026 พร้อมระบบนำทาง Tri-Fusion ที่แม่นยำระดับ ±1 ซม. ใช้ LiDAR + RTK + AI Vision ทำแผนที่สวนแบบ 3D และหลบสิ่งกีดขวางได้ถึง 300 รายการ แถมปีนเนินชัน 80% ได้สบาย พร้อมพลังมอเตอร์แรง แบตอึด และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ทำให้เป็นหนึ่งใน lawnbot ที่ทรงพลังที่สุดในตลาดตอนนี้ 🔗 https://www.techradar.com/home/smart-home/i-just-watched-mammotions-new-flagship-lawnbot-scale-an-astroturf-mountain-and-it-was-mesmerizing 🧹 Roborock เปิดตัวระบบถูพื้นแบบใหม่ Saros 20 Sonic ที่ถูได้ถึงขอบจริง Roborock เผยโฉม Saros 20 Sonic หุ่นยนต์ดูด–ถูที่ใช้แผ่นถูแบบ D‑shape ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถ “ดีดออกด้านข้าง” เพื่อถูถึงขอบผนังได้จริง พร้อมแรงกดสูง การสั่น 4,000 ครั้งต่อนาที และระบบปรับน้ำ–แรงสั่นแยกอิสระ รวมถึงฐาน RockDock ที่ล้างด้วยน้ำร้อน 100°C และเป่าแห้งอัตโนมัติ ทำให้การดูแลพื้นบ้านสะอาดล้ำลึกแบบไม่ต้องลงมือเอง 🔗 https://www.techradar.com/home/robot-vacuums/roborock-just-introduced-an-innovative-new-robot-vac-mopping-system-and-it-looks-seriously-good ⚡ Nvidia อัปเดต DGX Spark ให้เป็นตัวเร่ง AI ภายนอกสำหรับ MacBook Pro Nvidia เตรียมปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ให้ DGX Spark เพื่อให้ทำงานเป็น external AI accelerator สำหรับ MacBook Pro ช่วยประมวลผลงาน AI หนัก ๆ ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมรองรับเฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สอย่าง PyTorch, vLLM, llama.cpp และโมเดลจากหลายค่าย รวมถึงเพิ่ม playbook สำหรับตั้งค่าระบบแบบสำเร็จรูป ทำให้ Spark กลายเป็นโหนด AI อเนกประสงค์สำหรับงานท้องถิ่นและเวิร์กสเตชัน 🔗 https://www.techradar.com/pro/nvidia-quietly-launches-free-software-update-for-its-ai-mini-pc-which-turns-it-into-an-external-ai-accelerator-for-apples-macbook-pro 🕶️ Rokid เปิดตัวแว่น AI แบบไร้จอ เบา ถูก และท้าชน Meta Ray‑Ban Rokid เปิดตัว AI Glasses Style แว่นอัจฉริยะไร้หน้าจอที่เน้นสั่งงานด้วยเสียง ใช้ ChatGPT‑5 เป็นสมองหลัก น้ำหนักเพียง 38.5 กรัม ถ่ายภาพ–วิดีโอ 4K ได้ผ่านคำสั่งเสียง ใช้ได้ยาว 12 ชั่วโมง และมีเคสชาร์จเสริม จุดเด่นคือราคาถูกกว่า Meta Ray‑Ban ถึง 80 ดอลลาร์ และมุ่งสู่ยุคใหม่ของอุปกรณ์ AI แบบ screenless ที่ช่วยให้ผู้ใช้พึ่งพามือถือให้น้อยลง 🔗 https://www.techradar.com/ai-platforms-assistants/rokids-new-ai-glasses-are-lighter-cheaper-and-ready-to-challenge-metas-ray-bans
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 283 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20260108 #securityonline

    GitLab ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงหลายรายการ
    GitLab ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับสูงหลายรายการ ทั้งช่องโหว่ XSS ที่สามารถฝังสคริปต์อันตรายใน Markdown, ช่องโหว่ Web IDE ที่ทำให้ผู้โจมตีรันโค้ดในเบราว์เซอร์เหยื่อได้เพียงแค่ล่อให้เปิดเว็บเพจที่สร้างขึ้นพิเศษ และช่องโหว่ใน Duo Workflows ที่เปิดทางให้เข้าถึงการตั้งค่า AI โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงปัญหาระดับกลางอื่น ๆ เช่น การแก้ไขการตั้งค่า AI ผ่าน GraphQL, การโจมตี DoS ระหว่างนำเข้าโปรเจกต์ และการลบ runner ของโปรเจกต์อื่นได้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดความเสี่ยงทั้งหมดนี้
    https://securityonline.info/gitlab-patch-high-severity-xss-ai-flaws-expose-user-data

    CrazyHunter แรนซัมแวร์สุดโหดไล่ล่าองค์กรสาธารณสุข
    CrazyHunter แรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนามาจาก Prince ransomware กำลังสร้างความเสียหายหนักในภาคสาธารณสุข โดยเฉพาะในไต้หวัน ด้วยเทคนิคเจาะระบบผ่านรหัสผ่านอ่อนแอ ใช้ SharpGPOAbuse กระจายตัวทั่วเครือข่าย และใช้ไดรเวอร์ BYOVD เพื่อปิดการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัส ก่อนเข้ารหัสไฟล์แบบเร็วด้วยวิธี partial encryption พร้อมข่มขู่เหยื่อผ่านช่องทาง Telegram และเว็บไซต์รั่วไหลข้อมูล กลุ่มผู้โจมตีประกาศชัดว่าต้องการความ “โลภแบบ REvil” ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขต้องเร่งเสริมมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน
    https://securityonline.info/crazyhunter-the-ruthless-ransomware-stalking-healthcare

    พบช่องโหว่ Auth Bypass ร้ายแรงใน TLP เครื่องมือจัดการพลังงานบน Linux
    นักวิจัยจาก SUSE พบช่องโหว่ร้ายแรงใน TLP เวอร์ชัน 1.9.0 ซึ่งมี daemon ใหม่ที่รันด้วยสิทธิ์ root แต่เกิดข้อผิดพลาดในกลไกตรวจสอบสิทธิ์ของ Polkit ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งงาน daemon ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน นอกจากนี้ยังพบปัญหา DoS จากการสร้าง profile hold ได้ไม่จำกัดจำนวน และการจัดการ cookie ที่ไม่ปลอดภัย ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์ในเวอร์ชัน 1.9.1 เพื่อแก้ไขทั้งหมดแล้ว ผู้ใช้ Linux ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง
    https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility

    GoBruteforcer กลับมาอีกครั้ง พร้อมบอทเน็ต 50,000 เซิร์ฟเวอร์จากโค้ดตัวอย่างที่ AI สร้าง
    GoBruteforcer เวอร์ชันใหม่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยอาศัยช่องโหว่จาก “โค้ดตัวอย่างที่ AI สร้างให้ผู้ใช้” ซึ่งมักมีค่า default อ่อนแอ ทำให้ผู้โจมตีสามารถ brute-force บริการยอดนิยมอย่าง MySQL, FTP และ phpMyAdmin ได้ง่ายขึ้น นักวิจัยพบว่ามีเซิร์ฟเวอร์กว่า 50,000 เครื่องเสี่ยงถูกโจมตี และกลุ่มผู้โจมตียังมุ่งเป้าไปที่ฐานข้อมูลของโปรเจกต์คริปโตเพื่อขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวมัลแวร์ถูกพัฒนาให้ซ่อนตัวเก่งขึ้น ใช้ชื่อ process ปลอม และหลีกเลี่ยง IP ของ DoD และคลาวด์ใหญ่ ๆ เพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับ
    https://securityonline.info/gobruteforcer-returns-how-ai-code-snippets-fueled-a-50000-server-botnet

    ความจริงเบื้องหลังเหตุ BGP Leak ของเวเนซุเอลา: ความผิดพลาดหรือปฏิบัติการลับ?
    เหตุการณ์ BGP leak ของผู้ให้บริการรัฐ CANTV ในเวเนซุเอลาเกิดขึ้นก่อนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จนทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าเป็นการดักข้อมูลโดยเจตนา แต่การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของ Cloudflare ชี้ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเพียง “ความผิดพลาดทางเทคนิค” จากการตั้งค่าที่ผิดพลาด เช่น การ prepend เส้นทางซ้ำหลายครั้งและการรั่วไหลของเส้นทางที่เกิดขึ้นบ่อยตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบการโจมตีจริง อีกทั้ง CANTV เป็นผู้ให้บริการ upstream อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องทำ BGP hijack เพื่อเข้าถึงข้อมูล เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ยังเปราะบาง และเน้นย้ำความสำคัญของมาตรฐานใหม่อย่าง ASPA และการบังคับใช้ OTC เพื่อป้องกันการรั่วไหลของเส้นทางในอนาคต
    https://securityonline.info/spy-games-or-glitch-the-truth-behind-venezuelas-bgp-leak/

    ไต้หวันเผชิญการโจมตีไซเบอร์กว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันจากจีน
    รายงานล่าสุดของสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าจีนเพิ่มระดับปฏิบัติการไซเบอร์อย่างเป็นระบบ โดยพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเฉลี่ยวันละกว่า 2.63 ล้านครั้งในปี 2025 โดยเฉพาะภาคพลังงานที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 1,000% พร้อมความเชื่อมโยงกับการซ้อมรบของกองทัพจีนและเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญ ขณะที่กลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับรัฐหลายกลุ่มถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ซับซ้อนและประสานกันอย่างเป็นระบบ
    https://securityonline.info/taiwan-faces-2-6-million-cyberattacks-daily-from-china

    ช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ไร้สาย H3C เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดสิทธิ์ Root
    พบการตั้งค่าที่ผิดพลาดในอุปกรณ์ควบคุมเครือข่ายไร้สายของ H3C ทำให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์ผ่าน FTP แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน และไฟล์เหล่านั้นถูกกำหนดสิทธิ์เป็น root โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้เต็มรูปแบบ ช่องโหว่นี้ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 9.8 และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบเฟิร์มแวร์และรอแพตช์แก้ไขจากผู้ผลิต
    https://securityonline.info/cve-2025-60262-critical-misconfiguration-in-h3c-wireless-gear-hands-control-to-hackers

    “Ghost Tap” มัลแวร์ Android รุ่นใหม่ เปลี่ยนมือถือเป็นเครื่องรูดเงินเงียบ ๆ
    รายงานจาก Group-IB เปิดเผยตลาดมืดที่กำลังเติบโตของมัลแวร์ NFC บน Android ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์ทำธุรกรรม tap-to-pay จากระยะไกลได้ โดยใช้แอปสองตัวทำงานร่วมกันเพื่อจำลองบัตรของเหยื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถรูดเงินได้แม้บัตรจะอยู่กับเจ้าของ ขบวนการนี้มีทั้งผู้พัฒนาเครื่องมือ ผู้ขาย POS ผิดกฎหมาย และเครือข่ายอาชญากรที่ทำงานข้ามประเทศ พร้อมพบความเสียหายแล้วหลายแสนดอลลาร์
    https://securityonline.info/ghost-tap-rising-new-wave-of-android-malware-turns-phones-into-digital-pickpockets

    🛜 ช่องโหว่ Trendnet CVE-2025-15471 เปิดทางยึดอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเดียว
    นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ขยายสัญญาณ Wi-Fi ของ Trendnet ที่เปิดให้ผู้โจมตีส่งคำสั่งผ่าน HTTP เพียงครั้งเดียวก็สามารถรันโค้ดในระดับ root ได้ทันที เนื่องจากระบบ backend รับคำสั่ง shell โดยตรงโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเปิด backdoor ดักข้อมูล หรือใช้เป็นฐานโจมตีภายในเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้ปิดการเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตจนกว่าจะมีแพตช์ออกมา
    https://securityonline.info/one-request-to-rule-them-all-critical-trendnet-flaw-cve-2025-15471-allows-total-takeover

    ช่องโหว่ร้ายแรง n8n เปิดทางแฮ็กยึดเซิร์ฟเวอร์กว่า 100,000 เครื่อง
    รายงานใหม่เผยช่องโหว่ระดับวิกฤต CVE‑2026‑21858 ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติ n8n ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน โดยอาศัยจุดอ่อนของการประมวลผล Content-Type ทำให้สามารถอ่านไฟล์ภายในระบบและขยายผลสู่การยึดสิทธิ์แอดมินเต็มรูปแบบ ซึ่งเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญอย่าง API keys, ฐานข้อมูลลูกค้า และ workflow ขององค์กรจำนวนมากทั่วโลก ผู้ดูแลระบบถูกเตือนให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.0 ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่
    https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-n8n-flaw-cve-2026-21858-exposes-100k-servers

    CISA เตือนด่วน: ช่องโหว่ HPE OneView ระดับ 10/10 และบั๊ก PowerPoint ปี 2009 ฟื้นคืนชีพ
    CISA เพิ่มสองช่องโหว่ใหม่เข้าสู่ KEV Catalog ได้แก่ CVE‑2025‑37164 ใน HPE OneView ที่เปิดให้ผู้โจมตีรันโค้ดระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และช่องโหว่เก่าปี 2009 ใน PowerPoint ที่กลับมาถูกใช้โจมตีอีกครั้ง หน่วยงานรัฐสหรัฐถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขภายใน 28 ม.ค. 2026 เพื่อป้องกันการถูกยึดระบบ โดย HPE ได้ออกแพตช์เร่งด่วนแล้วแต่ต้องติดตั้งซ้ำหลังอัปเกรดบางเวอร์ชัน
    https://securityonline.info/cisa-kev-alert-hpes-maximum-cvss-score-flaw-and-a-zombie-powerpoint-bug

    Lenovo เปิดตัว “Qira” และโรงงานคลาวด์ AI ยักษ์ใหญ่ใน CES 2026
    Lenovo ประกาศยุทธศาสตร์ Hybrid AI พร้อมเปิดตัว “Qira” ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลที่ทำงานข้ามอุปกรณ์ และจับมือ NVIDIA เปิดตัว AI Cloud Gigafactory ที่สามารถติดตั้งศูนย์ประมวลผลระดับกิกะวัตต์ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ พร้อมโชว์นวัตกรรมล้ำสมัย เช่น ThinkPad Rollable XD, AI Glasses และระบบ AI สำหรับ F1 และ FIFA ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สู่ผู้ให้บริการโซลูชัน AI เต็มรูปแบบ
    https://securityonline.info/agentic-evolution-lenovo-unveils-qira-and-ai-cloud-gigafactories-at-ces-2026

    Arm ประกาศยุค “Physical AI” และแพลตฟอร์ม AI‑Defined ที่ CES 2026
    Arm ชูวิสัยทัศน์ใหม่ที่ AI จะฝังอยู่ในทุกอุปกรณ์ ตั้งแต่รถยนต์อัตโนมัติ หุ่นยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่ โดยเน้นพลังของ Physical AI และ Edge AI ที่ทำงานแบบเรียลไทม์และประหยัดพลังงาน พร้อมเผยว่าชิป Arm ถูกใช้ในระบบขับขี่อัตโนมัติของ Rivian, Tesla AI5 และแพลตฟอร์ม NVIDIA Thor รวมถึงการเติบโตของ Windows on Arm ที่รองรับอุปกรณ์กว่า 100 รุ่นในปีนี้ สะท้อนบทบาทของ Arm ในการเป็นแกนกลางของยุค AI ทุกหนแห่ง
    https://securityonline.info/the-ubiquitous-brain-arm-unveils-the-era-of-physical-ai-and-ai-defined-platforms

    Logitech แก้ปัญหาใหญ่: ใบรับรองหมดอายุทำให้เมาส์บน Mac ใช้งานไม่ได้
    ผู้ใช้ macOS จำนวนมากพบว่า Logi Options+ และ G HUB หยุดทำงานเพราะใบรับรองนักพัฒนา Apple หมดอายุ ทำให้ระบบบล็อกกระบวนการเบื้องหลังทั้งหมด ส่งผลให้การตั้งค่าปุ่มและโปรไฟล์ใช้งานไม่ได้ Logitech ได้ออกอัปเดตพร้อมใบรับรองใหม่แล้ว โดยผู้ใช้ต้องติดตั้งทับ (ห้ามลบโปรแกรมเดิม) เพื่อกู้คืนการตั้งค่าทั้งหมด ส่วนผู้ใช้ Windows ไม่ได้รับผลกระทบ
    https://securityonline.info/the-logitech-fix-how-to-restore-your-broken-mac-mouse-settings-jan-2026

    Gmail ยุติระบบ Unified Inbox และปิดฟีเจอร์ Gmailify ในปี 2026
    กูเกิลประกาศยุติการดึงอีเมลจากบัญชีภายนอกผ่าน POP3 และยกเลิกฟีเจอร์ Gmailify ทำให้ผู้ใช้ที่เคยรวมหลายบัญชีไว้ในกล่องจดหมายเดียวต้องปรับตัว โดยอาจต้องตั้งระบบ Forward อีเมลจากผู้ให้บริการอื่นแทน แม้ยังสามารถเพิ่มบัญชีภายนอกผ่าน IMAP ได้ แต่จะไม่รวมอยู่ใน Inbox หลักอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยและการลดภาระระบบเดิมของกูเกิล
    https://securityonline.info/the-end-of-the-unified-inbox-gmail-kills-pop3-fetching-and-gmailify-in-2026

    Android ปิดประตูความโปร่งใส: Google หยุดปล่อยโค้ด AOSP รายไตรมาสในปี 2026
    Google เตรียมเปลี่ยนรอบการปล่อยซอร์สโค้ด AOSP จากทุกไตรมาสเป็นปีละสองครั้ง ทำให้โค้ดจาก Q1 และ Q3 จะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าจะรวมเข้ารุ่น Q2 และ Q4 ส่งผลให้ชุมชน Custom ROM เช่น LineageOS ต้องรอแพตช์ใหม่ล่าช้า 3 เดือน แม้ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบ แต่ความโปร่งใสของระบบ Android จะลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่แพตช์ความปลอดภัยรายเดือนยังคงปล่อยตามปกติ
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/android-behind-closed-doors-google-ends-quarterly-aosp-code-drops-in-2026

    📌🔐🟠 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟠🔐📌 #รวมข่าวIT #20260108 #securityonline 🛡️ GitLab ออกแพตช์อุดช่องโหว่ร้ายแรงหลายรายการ GitLab ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยครั้งใหญ่เพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับสูงหลายรายการ ทั้งช่องโหว่ XSS ที่สามารถฝังสคริปต์อันตรายใน Markdown, ช่องโหว่ Web IDE ที่ทำให้ผู้โจมตีรันโค้ดในเบราว์เซอร์เหยื่อได้เพียงแค่ล่อให้เปิดเว็บเพจที่สร้างขึ้นพิเศษ และช่องโหว่ใน Duo Workflows ที่เปิดทางให้เข้าถึงการตั้งค่า AI โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงปัญหาระดับกลางอื่น ๆ เช่น การแก้ไขการตั้งค่า AI ผ่าน GraphQL, การโจมตี DoS ระหว่างนำเข้าโปรเจกต์ และการลบ runner ของโปรเจกต์อื่นได้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดทันทีเพื่อปิดความเสี่ยงทั้งหมดนี้ 🔗 https://securityonline.info/gitlab-patch-high-severity-xss-ai-flaws-expose-user-data 💉 CrazyHunter แรนซัมแวร์สุดโหดไล่ล่าองค์กรสาธารณสุข CrazyHunter แรนซัมแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนามาจาก Prince ransomware กำลังสร้างความเสียหายหนักในภาคสาธารณสุข โดยเฉพาะในไต้หวัน ด้วยเทคนิคเจาะระบบผ่านรหัสผ่านอ่อนแอ ใช้ SharpGPOAbuse กระจายตัวทั่วเครือข่าย และใช้ไดรเวอร์ BYOVD เพื่อปิดการทำงานของโปรแกรมป้องกันไวรัส ก่อนเข้ารหัสไฟล์แบบเร็วด้วยวิธี partial encryption พร้อมข่มขู่เหยื่อผ่านช่องทาง Telegram และเว็บไซต์รั่วไหลข้อมูล กลุ่มผู้โจมตีประกาศชัดว่าต้องการความ “โลภแบบ REvil” ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขต้องเร่งเสริมมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน 🔗 https://securityonline.info/crazyhunter-the-ruthless-ransomware-stalking-healthcare 🔋 พบช่องโหว่ Auth Bypass ร้ายแรงใน TLP เครื่องมือจัดการพลังงานบน Linux นักวิจัยจาก SUSE พบช่องโหว่ร้ายแรงใน TLP เวอร์ชัน 1.9.0 ซึ่งมี daemon ใหม่ที่รันด้วยสิทธิ์ root แต่เกิดข้อผิดพลาดในกลไกตรวจสอบสิทธิ์ของ Polkit ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสั่งงาน daemon ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน นอกจากนี้ยังพบปัญหา DoS จากการสร้าง profile hold ได้ไม่จำกัดจำนวน และการจัดการ cookie ที่ไม่ปลอดภัย ทีมพัฒนาได้ออกแพตช์ในเวอร์ชัน 1.9.1 เพื่อแก้ไขทั้งหมดแล้ว ผู้ใช้ Linux ควรอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-67859-critical-auth-bypass-discovered-in-popular-linux-battery-utility 🤖 GoBruteforcer กลับมาอีกครั้ง พร้อมบอทเน็ต 50,000 เซิร์ฟเวอร์จากโค้ดตัวอย่างที่ AI สร้าง GoBruteforcer เวอร์ชันใหม่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยอาศัยช่องโหว่จาก “โค้ดตัวอย่างที่ AI สร้างให้ผู้ใช้” ซึ่งมักมีค่า default อ่อนแอ ทำให้ผู้โจมตีสามารถ brute-force บริการยอดนิยมอย่าง MySQL, FTP และ phpMyAdmin ได้ง่ายขึ้น นักวิจัยพบว่ามีเซิร์ฟเวอร์กว่า 50,000 เครื่องเสี่ยงถูกโจมตี และกลุ่มผู้โจมตียังมุ่งเป้าไปที่ฐานข้อมูลของโปรเจกต์คริปโตเพื่อขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวมัลแวร์ถูกพัฒนาให้ซ่อนตัวเก่งขึ้น ใช้ชื่อ process ปลอม และหลีกเลี่ยง IP ของ DoD และคลาวด์ใหญ่ ๆ เพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับ 🔗 https://securityonline.info/gobruteforcer-returns-how-ai-code-snippets-fueled-a-50000-server-botnet 🌐 ความจริงเบื้องหลังเหตุ BGP Leak ของเวเนซุเอลา: ความผิดพลาดหรือปฏิบัติการลับ? เหตุการณ์ BGP leak ของผู้ให้บริการรัฐ CANTV ในเวเนซุเอลาเกิดขึ้นก่อนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ จนทำให้หลายฝ่ายสงสัยว่าเป็นการดักข้อมูลโดยเจตนา แต่การวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของ Cloudflare ชี้ว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเพียง “ความผิดพลาดทางเทคนิค” จากการตั้งค่าที่ผิดพลาด เช่น การ prepend เส้นทางซ้ำหลายครั้งและการรั่วไหลของเส้นทางที่เกิดขึ้นบ่อยตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งไม่สอดคล้องกับรูปแบบการโจมตีจริง อีกทั้ง CANTV เป็นผู้ให้บริการ upstream อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องทำ BGP hijack เพื่อเข้าถึงข้อมูล เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่ยังเปราะบาง และเน้นย้ำความสำคัญของมาตรฐานใหม่อย่าง ASPA และการบังคับใช้ OTC เพื่อป้องกันการรั่วไหลของเส้นทางในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/spy-games-or-glitch-the-truth-behind-venezuelas-bgp-leak/ 🇨🇳 ไต้หวันเผชิญการโจมตีไซเบอร์กว่า 2.6 ล้านครั้งต่อวันจากจีน รายงานล่าสุดของสำนักความมั่นคงแห่งชาติไต้หวันเผยว่าจีนเพิ่มระดับปฏิบัติการไซเบอร์อย่างเป็นระบบ โดยพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเฉลี่ยวันละกว่า 2.63 ล้านครั้งในปี 2025 โดยเฉพาะภาคพลังงานที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 1,000% พร้อมความเชื่อมโยงกับการซ้อมรบของกองทัพจีนและเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญ ขณะที่กลุ่มแฮ็กเกอร์ระดับรัฐหลายกลุ่มถูกระบุว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ซับซ้อนและประสานกันอย่างเป็นระบบ 🔗 https://securityonline.info/taiwan-faces-2-6-million-cyberattacks-daily-from-china 📡 ช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ไร้สาย H3C เปิดทางแฮ็กเกอร์ยึดสิทธิ์ Root พบการตั้งค่าที่ผิดพลาดในอุปกรณ์ควบคุมเครือข่ายไร้สายของ H3C ทำให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์ผ่าน FTP แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน และไฟล์เหล่านั้นถูกกำหนดสิทธิ์เป็น root โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ได้เต็มรูปแบบ ช่องโหว่นี้ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 9.8 และแนะนำให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบเฟิร์มแวร์และรอแพตช์แก้ไขจากผู้ผลิต 🔗 https://securityonline.info/cve-2025-60262-critical-misconfiguration-in-h3c-wireless-gear-hands-control-to-hackers 📱 “Ghost Tap” มัลแวร์ Android รุ่นใหม่ เปลี่ยนมือถือเป็นเครื่องรูดเงินเงียบ ๆ รายงานจาก Group-IB เปิดเผยตลาดมืดที่กำลังเติบโตของมัลแวร์ NFC บน Android ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์ทำธุรกรรม tap-to-pay จากระยะไกลได้ โดยใช้แอปสองตัวทำงานร่วมกันเพื่อจำลองบัตรของเหยื่อผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถรูดเงินได้แม้บัตรจะอยู่กับเจ้าของ ขบวนการนี้มีทั้งผู้พัฒนาเครื่องมือ ผู้ขาย POS ผิดกฎหมาย และเครือข่ายอาชญากรที่ทำงานข้ามประเทศ พร้อมพบความเสียหายแล้วหลายแสนดอลลาร์ 🔗 https://securityonline.info/ghost-tap-rising-new-wave-of-android-malware-turns-phones-into-digital-pickpockets 🛜 ช่องโหว่ Trendnet CVE-2025-15471 เปิดทางยึดอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเดียว นักวิจัยพบช่องโหว่ร้ายแรงในอุปกรณ์ขยายสัญญาณ Wi-Fi ของ Trendnet ที่เปิดให้ผู้โจมตีส่งคำสั่งผ่าน HTTP เพียงครั้งเดียวก็สามารถรันโค้ดในระดับ root ได้ทันที เนื่องจากระบบ backend รับคำสั่ง shell โดยตรงโดยไม่ตรวจสอบสิทธิ์ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเปิด backdoor ดักข้อมูล หรือใช้เป็นฐานโจมตีภายในเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย ผู้ใช้ถูกแนะนำให้ปิดการเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตจนกว่าจะมีแพตช์ออกมา 🔗 https://securityonline.info/one-request-to-rule-them-all-critical-trendnet-flaw-cve-2025-15471-allows-total-takeover 🛡️ ช่องโหว่ร้ายแรง n8n เปิดทางแฮ็กยึดเซิร์ฟเวอร์กว่า 100,000 เครื่อง รายงานใหม่เผยช่องโหว่ระดับวิกฤต CVE‑2026‑21858 ในแพลตฟอร์มอัตโนมัติ n8n ที่เปิดโอกาสให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้แบบไม่ต้องยืนยันตัวตน โดยอาศัยจุดอ่อนของการประมวลผล Content-Type ทำให้สามารถอ่านไฟล์ภายในระบบและขยายผลสู่การยึดสิทธิ์แอดมินเต็มรูปแบบ ซึ่งเสี่ยงต่อข้อมูลสำคัญอย่าง API keys, ฐานข้อมูลลูกค้า และ workflow ขององค์กรจำนวนมากทั่วโลก ผู้ดูแลระบบถูกเตือนให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.121.0 ทันทีเพื่อปิดช่องโหว่ 🔗 https://securityonline.info/public-exploit-released-critical-n8n-flaw-cve-2026-21858-exposes-100k-servers 🚨 CISA เตือนด่วน: ช่องโหว่ HPE OneView ระดับ 10/10 และบั๊ก PowerPoint ปี 2009 ฟื้นคืนชีพ CISA เพิ่มสองช่องโหว่ใหม่เข้าสู่ KEV Catalog ได้แก่ CVE‑2025‑37164 ใน HPE OneView ที่เปิดให้ผู้โจมตีรันโค้ดระยะไกลได้โดยไม่ต้องล็อกอิน และช่องโหว่เก่าปี 2009 ใน PowerPoint ที่กลับมาถูกใช้โจมตีอีกครั้ง หน่วยงานรัฐสหรัฐถูกกำหนดเส้นตายให้แก้ไขภายใน 28 ม.ค. 2026 เพื่อป้องกันการถูกยึดระบบ โดย HPE ได้ออกแพตช์เร่งด่วนแล้วแต่ต้องติดตั้งซ้ำหลังอัปเกรดบางเวอร์ชัน 🔗 https://securityonline.info/cisa-kev-alert-hpes-maximum-cvss-score-flaw-and-a-zombie-powerpoint-bug 🤖 Lenovo เปิดตัว “Qira” และโรงงานคลาวด์ AI ยักษ์ใหญ่ใน CES 2026 Lenovo ประกาศยุทธศาสตร์ Hybrid AI พร้อมเปิดตัว “Qira” ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลที่ทำงานข้ามอุปกรณ์ และจับมือ NVIDIA เปิดตัว AI Cloud Gigafactory ที่สามารถติดตั้งศูนย์ประมวลผลระดับกิกะวัตต์ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ พร้อมโชว์นวัตกรรมล้ำสมัย เช่น ThinkPad Rollable XD, AI Glasses และระบบ AI สำหรับ F1 และ FIFA ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สู่ผู้ให้บริการโซลูชัน AI เต็มรูปแบบ 🔗 https://securityonline.info/agentic-evolution-lenovo-unveils-qira-and-ai-cloud-gigafactories-at-ces-2026 🧠 Arm ประกาศยุค “Physical AI” และแพลตฟอร์ม AI‑Defined ที่ CES 2026 Arm ชูวิสัยทัศน์ใหม่ที่ AI จะฝังอยู่ในทุกอุปกรณ์ ตั้งแต่รถยนต์อัตโนมัติ หุ่นยนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่ โดยเน้นพลังของ Physical AI และ Edge AI ที่ทำงานแบบเรียลไทม์และประหยัดพลังงาน พร้อมเผยว่าชิป Arm ถูกใช้ในระบบขับขี่อัตโนมัติของ Rivian, Tesla AI5 และแพลตฟอร์ม NVIDIA Thor รวมถึงการเติบโตของ Windows on Arm ที่รองรับอุปกรณ์กว่า 100 รุ่นในปีนี้ สะท้อนบทบาทของ Arm ในการเป็นแกนกลางของยุค AI ทุกหนแห่ง 🔗 https://securityonline.info/the-ubiquitous-brain-arm-unveils-the-era-of-physical-ai-and-ai-defined-platforms 🖱️ Logitech แก้ปัญหาใหญ่: ใบรับรองหมดอายุทำให้เมาส์บน Mac ใช้งานไม่ได้ ผู้ใช้ macOS จำนวนมากพบว่า Logi Options+ และ G HUB หยุดทำงานเพราะใบรับรองนักพัฒนา Apple หมดอายุ ทำให้ระบบบล็อกกระบวนการเบื้องหลังทั้งหมด ส่งผลให้การตั้งค่าปุ่มและโปรไฟล์ใช้งานไม่ได้ Logitech ได้ออกอัปเดตพร้อมใบรับรองใหม่แล้ว โดยผู้ใช้ต้องติดตั้งทับ (ห้ามลบโปรแกรมเดิม) เพื่อกู้คืนการตั้งค่าทั้งหมด ส่วนผู้ใช้ Windows ไม่ได้รับผลกระทบ 🔗 https://securityonline.info/the-logitech-fix-how-to-restore-your-broken-mac-mouse-settings-jan-2026 📮 Gmail ยุติระบบ Unified Inbox และปิดฟีเจอร์ Gmailify ในปี 2026 กูเกิลประกาศยุติการดึงอีเมลจากบัญชีภายนอกผ่าน POP3 และยกเลิกฟีเจอร์ Gmailify ทำให้ผู้ใช้ที่เคยรวมหลายบัญชีไว้ในกล่องจดหมายเดียวต้องปรับตัว โดยอาจต้องตั้งระบบ Forward อีเมลจากผู้ให้บริการอื่นแทน แม้ยังสามารถเพิ่มบัญชีภายนอกผ่าน IMAP ได้ แต่จะไม่รวมอยู่ใน Inbox หลักอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นความปลอดภัยและการลดภาระระบบเดิมของกูเกิล 🔗 https://securityonline.info/the-end-of-the-unified-inbox-gmail-kills-pop3-fetching-and-gmailify-in-2026 🤖 Android ปิดประตูความโปร่งใส: Google หยุดปล่อยโค้ด AOSP รายไตรมาสในปี 2026 Google เตรียมเปลี่ยนรอบการปล่อยซอร์สโค้ด AOSP จากทุกไตรมาสเป็นปีละสองครั้ง ทำให้โค้ดจาก Q1 และ Q3 จะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าจะรวมเข้ารุ่น Q2 และ Q4 ส่งผลให้ชุมชน Custom ROM เช่น LineageOS ต้องรอแพตช์ใหม่ล่าช้า 3 เดือน แม้ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบ แต่ความโปร่งใสของระบบ Android จะลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่แพตช์ความปลอดภัยรายเดือนยังคงปล่อยตามปกติ ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/android-behind-closed-doors-google-ends-quarterly-aosp-code-drops-in-2026
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 268 มุมมอง 0 รีวิว
  • AMD สวนกลับ Intel: “ไม่แฟร์จะเอา Arc B390 มาเทียบกับ Strix Halo” — ชี้อยู่คนละระดับทั้งด้านกราฟิกและตลาดเป้าหมาย

    Rahul Tikoo ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ให้สัมภาษณ์กับ Tom’s Hardware โดยยืนยันว่า AMD “ไม่หวั่น” ต่อการเปิดตัว Panther Lake ของ Intel แม้จะมาพร้อม iGPU ตัวแรง Arc B390 ก็ตาม เขาระบุชัดว่า Strix Halo (Ryzen AI Max) ถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มผู้ใช้ระดับโปรและครีเอเตอร์ที่ต้องการพลังกราฟิกสูง ในขณะที่ Panther Lake เน้นตลาดโน้ตบุ๊กทั่วไป ทำให้การนำทั้งสองมาเทียบกัน “ไม่ใช่การต่อสู้ที่ยุติธรรม”

    Tikoo ยังชี้ว่า Intel เลือกเปรียบเทียบ Panther Lake กับ Ryzen AI รุ่นกลางเท่านั้น และ “หลีกเลี่ยง” การเทียบกับ Strix Halo โดยตรง ซึ่งสะท้อนว่าผลลัพธ์อาจไม่เข้าทาง Intel มากนัก นอกจากนี้เขายังแอบบอกใบ้ว่าราคา Panther Lake จะ “ไม่สวยงาม” และอาจสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้ ทำให้ Strix Halo อาจกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าในหลายตลาด

    ในด้านสเปก Intel Panther Lake ถือเป็นแพลตฟอร์มโน้ตบุ๊กที่ทรงพลังที่สุดของ Intel ในตอนนี้ ใช้กระบวนการผลิต 18A พร้อมคอร์ Cougar Cove และ Darkmount รวมถึง iGPU Xe3 B390 ที่ Intel อ้างว่าให้ประสิทธิภาพใกล้เคียง RTX 4050 Laptop GPU ที่กำลังไฟ 60W แต่ใช้พลังงานเพียง 45W เท่านั้น และสามารถทำได้ถึง 80 FPS ใน Cyberpunk 2077 ที่ 1080p High + XeSS Balanced ตามการทดสอบของ Tom’s Hardware เอง

    อย่างไรก็ตาม AMD ยืนยันว่าตนมี “สองไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ดีกว่า” คือ Strix Halo สำหรับผู้ใช้ระดับสูง และ Ryzen AI รุ่นปกติสำหรับตลาดแมส ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเลือกได้ตามความต้องการจริง ไม่ใช่ชิปที่พยายามทำทุกอย่างแต่ไม่โดดเด่นในด้านใดด้านหนึ่ง Tikoo เชื่อว่าผู้ใช้จะเลือกจากงานที่ทำ ไม่ใช่ตัวเลขสเปกเพียงอย่างเดียว

    สรุปประเด็นสำคัญ
    AMD ระบุว่าไม่ควรนำ Arc B390 มาเทียบกับ Strix Halo
    เพราะทั้งสองถูกออกแบบมาเพื่อคนละตลาดและระดับประสิทธิภาพ

    Intel ไม่ได้เปรียบเทียบ Panther Lake กับ Strix Halo ในสไลด์ของตน
    เลือกเทียบกับ Ryzen AI รุ่นกลางเท่านั้น

    Intel Panther Lake ใช้กระบวนการผลิต 18A พร้อม iGPU Xe3 B390
    ทำเฟรมเรตได้ถึง 80 FPS ใน Cyberpunk 2077 ที่ 1080p High + XeSS Balanced

    AMD ชี้ว่าตนมีไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ครบกว่า
    Strix Halo สำหรับโปร/ครีเอเตอร์ และ Ryzen AI สำหรับผู้ใช้ทั่วไป

    ราคา Panther Lake อาจสูงกว่าที่คาด
    ผู้บริหาร AMD บอกใบ้ว่า “ไม่สวยงาม”

    iGPU แม้แรงขึ้นมาก แต่ยังไม่แทนที่ dGPU ระดับกลางได้เต็มที่
    โดยเฉพาะงาน AAA หรือเรนเดอร์หนัก

    การเปรียบเทียบจากสไลด์ของผู้ผลิตอาจมีอคติ
    ควรรอดูผลทดสอบจริงจากหลายสำนัก

    Strix Halo อาจมีราคาสูงเช่นกัน
    ทำให้โน้ตบุ๊กที่ใช้ชิปนี้อยู่ในกลุ่มพรีเมียม

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/amd-is-unphased-by-panther-lakes-big-integrated-gpu-its-not-even-a-fair-fight-to-compare-the-arc-b390-to-strix-halo-amd-exec-claims
    🔥🎮 AMD สวนกลับ Intel: “ไม่แฟร์จะเอา Arc B390 มาเทียบกับ Strix Halo” — ชี้อยู่คนละระดับทั้งด้านกราฟิกและตลาดเป้าหมาย Rahul Tikoo ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ให้สัมภาษณ์กับ Tom’s Hardware โดยยืนยันว่า AMD “ไม่หวั่น” ต่อการเปิดตัว Panther Lake ของ Intel แม้จะมาพร้อม iGPU ตัวแรง Arc B390 ก็ตาม เขาระบุชัดว่า Strix Halo (Ryzen AI Max) ถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มผู้ใช้ระดับโปรและครีเอเตอร์ที่ต้องการพลังกราฟิกสูง ในขณะที่ Panther Lake เน้นตลาดโน้ตบุ๊กทั่วไป ทำให้การนำทั้งสองมาเทียบกัน “ไม่ใช่การต่อสู้ที่ยุติธรรม” Tikoo ยังชี้ว่า Intel เลือกเปรียบเทียบ Panther Lake กับ Ryzen AI รุ่นกลางเท่านั้น และ “หลีกเลี่ยง” การเทียบกับ Strix Halo โดยตรง ซึ่งสะท้อนว่าผลลัพธ์อาจไม่เข้าทาง Intel มากนัก นอกจากนี้เขายังแอบบอกใบ้ว่าราคา Panther Lake จะ “ไม่สวยงาม” และอาจสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้ ทำให้ Strix Halo อาจกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าในหลายตลาด ในด้านสเปก Intel Panther Lake ถือเป็นแพลตฟอร์มโน้ตบุ๊กที่ทรงพลังที่สุดของ Intel ในตอนนี้ ใช้กระบวนการผลิต 18A พร้อมคอร์ Cougar Cove และ Darkmount รวมถึง iGPU Xe3 B390 ที่ Intel อ้างว่าให้ประสิทธิภาพใกล้เคียง RTX 4050 Laptop GPU ที่กำลังไฟ 60W แต่ใช้พลังงานเพียง 45W เท่านั้น และสามารถทำได้ถึง 80 FPS ใน Cyberpunk 2077 ที่ 1080p High + XeSS Balanced ตามการทดสอบของ Tom’s Hardware เอง อย่างไรก็ตาม AMD ยืนยันว่าตนมี “สองไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ดีกว่า” คือ Strix Halo สำหรับผู้ใช้ระดับสูง และ Ryzen AI รุ่นปกติสำหรับตลาดแมส ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเลือกได้ตามความต้องการจริง ไม่ใช่ชิปที่พยายามทำทุกอย่างแต่ไม่โดดเด่นในด้านใดด้านหนึ่ง Tikoo เชื่อว่าผู้ใช้จะเลือกจากงานที่ทำ ไม่ใช่ตัวเลขสเปกเพียงอย่างเดียว 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ AMD ระบุว่าไม่ควรนำ Arc B390 มาเทียบกับ Strix Halo ➡️ เพราะทั้งสองถูกออกแบบมาเพื่อคนละตลาดและระดับประสิทธิภาพ ✅ Intel ไม่ได้เปรียบเทียบ Panther Lake กับ Strix Halo ในสไลด์ของตน ➡️ เลือกเทียบกับ Ryzen AI รุ่นกลางเท่านั้น ✅ Intel Panther Lake ใช้กระบวนการผลิต 18A พร้อม iGPU Xe3 B390 ➡️ ทำเฟรมเรตได้ถึง 80 FPS ใน Cyberpunk 2077 ที่ 1080p High + XeSS Balanced ✅ AMD ชี้ว่าตนมีไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ครบกว่า ➡️ Strix Halo สำหรับโปร/ครีเอเตอร์ และ Ryzen AI สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ‼️ ราคา Panther Lake อาจสูงกว่าที่คาด ⛔ ผู้บริหาร AMD บอกใบ้ว่า “ไม่สวยงาม” ‼️ iGPU แม้แรงขึ้นมาก แต่ยังไม่แทนที่ dGPU ระดับกลางได้เต็มที่ ⛔ โดยเฉพาะงาน AAA หรือเรนเดอร์หนัก ‼️ การเปรียบเทียบจากสไลด์ของผู้ผลิตอาจมีอคติ ⛔ ควรรอดูผลทดสอบจริงจากหลายสำนัก ‼️ Strix Halo อาจมีราคาสูงเช่นกัน ⛔ ทำให้โน้ตบุ๊กที่ใช้ชิปนี้อยู่ในกลุ่มพรีเมียม https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/amd-is-unphased-by-panther-lakes-big-integrated-gpu-its-not-even-a-fair-fight-to-compare-the-arc-b390-to-strix-halo-amd-exec-claims
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 91 มุมมอง 0 รีวิว
  • Frore Systems โชว์ AirJet & LiquidJet ของจริง — คูลลิ่งจิ๋วพลังโหดที่อาจเปลี่ยนอนาคตโน้ตบุ๊กและ AI Server

    Frore Systems นำเทคโนโลยีระบายความร้อนรุ่นใหม่ AirJet และ LiquidJet มาโชว์แบบ “ตัวเป็น ๆ” ในงาน CES โดยชูจุดเด่นว่าให้ประสิทธิภาพสูงกว่าโซลูชันเดิมหลายเท่าในขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด AirJet Mini G2 ซึ่งเป็นโมดูลพื้นฐาน ใช้แผ่นสั่นความถี่สูงเพื่อสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด ทำให้ทำงานเงียบมากและแทบไม่ต้องบำรุงรักษา เหมาะกับอุปกรณ์พกพาอย่าง ultrabook, mini‑PC และ embedded system ที่ต้องการคูลลิ่งระดับ 45W แต่พื้นที่จำกัด

    หนึ่งในเดโมที่โดดเด่นคือ AirJet Pak 5C ซึ่งใช้ AirJet Mini G2 จำนวน 5 ตัว สามารถระบายความร้อนให้ Nvidia Jetson Orin NX Super (40W TDP) ได้อย่างสบาย ทั้งที่ตัวคูลเลอร์หนักเพียง 300 กรัมและมีขนาดใกล้เคียงฮาร์ดดิสก์ 2.5 นิ้ว แต่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าฮีตซิงก์อลูมิเนียมหนัก 2 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีเดโมบน Galaxy Book 5 Pro 14 นิ้ว ที่เปลี่ยนจากระบบพัดลมคู่แบบเดิมเป็น AirJet 4 ตัว ทำให้ได้ TDP สูงขึ้น (24W จากเดิม 20W) และเสียงรบกวนลดลงเหลือเพียง 27 dBA พร้อมประสิทธิภาพ Cinebench ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

    สำหรับงานระดับเซิร์ฟเวอร์ Frore นำ LiquidJet ซึ่งเป็น cold plate แบบไมโครแชนแนล 3D มาโชว์ โดยออกแบบให้เส้นทางน้ำสั้นลงและแรงดันต่ำกว่าโซลูชันทั่วไป ทำให้รองรับความร้อนระดับสูงมาก เช่น Nvidia Rubin 2 SoC ที่ปล่อยความร้อนถึง 1950W แต่ LiquidJet สามารถคุมอุณหภูมิไว้ที่ 65–70°C ได้อย่างน่าทึ่ง รวมถึง ASIC 1200W ที่ยังคงเย็นเพียง 70–75°C แม้น้ำเข้าจะอุ่นถึง 34.5°C ก็ตาม

    เดโมสุดท้ายคือ GPU 600W ที่ปกติร้อนถึง 105°C แต่เมื่อใช้ LiquidJet รุ่นออกแบบพิเศษกลับสามารถคงอุณหภูมิไว้ที่ 95°C ได้อย่างเสถียร แสดงให้เห็นว่า Frore สามารถออกแบบ cold plate ให้ตรงกับ hotspot ของชิปแต่ละรุ่นได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีนี้จึงถูกจับตามองอย่างมากในตลาด AI server ที่ต้องการคูลลิ่งประสิทธิภาพสูงเพื่อควบคุมต้นทุนพลังงานและเพิ่ม ROI

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Frore Systems โชว์ AirJet และ LiquidJet รุ่นผลิตจริงในงาน CES
    AirJet Mini G2 ใช้แผ่นสั่นสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด เงียบและไร้ฝุ่น

    AirJet Pak 5C ระบายความร้อน Jetson Orin NX Super (40W) ได้ด้วยน้ำหนักเพียง 300 กรัม
    ประสิทธิภาพเทียบฮีตซิงก์ 2 กิโลกรัม

    Galaxy Book 5 Pro ใช้ AirJet 4 ตัว ได้ TDP สูงขึ้นและเสียงลดลงเหลือ 27 dBA
    ประสิทธิภาพ Cinebench ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    LiquidJet รองรับความร้อนระดับ 1200–1950W สำหรับ AI server
    Rubin 2 SoC ถูกคุมไว้ที่ 65–70°C แม้โหลดสูงมาก

    GPU 600W ถูกลดอุณหภูมิจาก 105°C เหลือ 95°C ด้วย LiquidJet
    Cold plate ถูกออกแบบตรง hotspot ของชิปแต่ละรุ่น

    AirJet ยังเหมาะกับอุปกรณ์ TDP ต่ำ–กลางเท่านั้น
    ไม่เหมาะกับซีพียูเดสก์ท็อประดับสูง

    LiquidJet ต้องใช้ระบบน้ำเฉพาะทางและอาจมีต้นทุนสูง
    เหมาะกับศูนย์ข้อมูลมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป

    เทคโนโลยีใหม่อาจต้องรอการยอมรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์
    การนำไปใช้จริงอาจใช้เวลาหลายปี

    การออกแบบ cold plate เฉพาะรุ่นอาจเพิ่มต้นทุนการผลิต
    ไม่เหมาะกับตลาดที่ต้องการต้นทุนต่ำ

    https://www.tomshardware.com/pc-components/liquid-cooling/frore-systems-liquidjet-and-airjet-pak-cooling-systems-in-the-flesh-live-demo-with-production-hardware-display-impressive-cooling-capacity
    🧊🚀 Frore Systems โชว์ AirJet & LiquidJet ของจริง — คูลลิ่งจิ๋วพลังโหดที่อาจเปลี่ยนอนาคตโน้ตบุ๊กและ AI Server Frore Systems นำเทคโนโลยีระบายความร้อนรุ่นใหม่ AirJet และ LiquidJet มาโชว์แบบ “ตัวเป็น ๆ” ในงาน CES โดยชูจุดเด่นว่าให้ประสิทธิภาพสูงกว่าโซลูชันเดิมหลายเท่าในขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด AirJet Mini G2 ซึ่งเป็นโมดูลพื้นฐาน ใช้แผ่นสั่นความถี่สูงเพื่อสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด ทำให้ทำงานเงียบมากและแทบไม่ต้องบำรุงรักษา เหมาะกับอุปกรณ์พกพาอย่าง ultrabook, mini‑PC และ embedded system ที่ต้องการคูลลิ่งระดับ 45W แต่พื้นที่จำกัด หนึ่งในเดโมที่โดดเด่นคือ AirJet Pak 5C ซึ่งใช้ AirJet Mini G2 จำนวน 5 ตัว สามารถระบายความร้อนให้ Nvidia Jetson Orin NX Super (40W TDP) ได้อย่างสบาย ทั้งที่ตัวคูลเลอร์หนักเพียง 300 กรัมและมีขนาดใกล้เคียงฮาร์ดดิสก์ 2.5 นิ้ว แต่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าฮีตซิงก์อลูมิเนียมหนัก 2 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีเดโมบน Galaxy Book 5 Pro 14 นิ้ว ที่เปลี่ยนจากระบบพัดลมคู่แบบเดิมเป็น AirJet 4 ตัว ทำให้ได้ TDP สูงขึ้น (24W จากเดิม 20W) และเสียงรบกวนลดลงเหลือเพียง 27 dBA พร้อมประสิทธิภาพ Cinebench ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับงานระดับเซิร์ฟเวอร์ Frore นำ LiquidJet ซึ่งเป็น cold plate แบบไมโครแชนแนล 3D มาโชว์ โดยออกแบบให้เส้นทางน้ำสั้นลงและแรงดันต่ำกว่าโซลูชันทั่วไป ทำให้รองรับความร้อนระดับสูงมาก เช่น Nvidia Rubin 2 SoC ที่ปล่อยความร้อนถึง 1950W แต่ LiquidJet สามารถคุมอุณหภูมิไว้ที่ 65–70°C ได้อย่างน่าทึ่ง รวมถึง ASIC 1200W ที่ยังคงเย็นเพียง 70–75°C แม้น้ำเข้าจะอุ่นถึง 34.5°C ก็ตาม เดโมสุดท้ายคือ GPU 600W ที่ปกติร้อนถึง 105°C แต่เมื่อใช้ LiquidJet รุ่นออกแบบพิเศษกลับสามารถคงอุณหภูมิไว้ที่ 95°C ได้อย่างเสถียร แสดงให้เห็นว่า Frore สามารถออกแบบ cold plate ให้ตรงกับ hotspot ของชิปแต่ละรุ่นได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีนี้จึงถูกจับตามองอย่างมากในตลาด AI server ที่ต้องการคูลลิ่งประสิทธิภาพสูงเพื่อควบคุมต้นทุนพลังงานและเพิ่ม ROI 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Frore Systems โชว์ AirJet และ LiquidJet รุ่นผลิตจริงในงาน CES ➡️ AirJet Mini G2 ใช้แผ่นสั่นสร้างแรงลมแบบไร้ใบพัด เงียบและไร้ฝุ่น ✅ AirJet Pak 5C ระบายความร้อน Jetson Orin NX Super (40W) ได้ด้วยน้ำหนักเพียง 300 กรัม ➡️ ประสิทธิภาพเทียบฮีตซิงก์ 2 กิโลกรัม ✅ Galaxy Book 5 Pro ใช้ AirJet 4 ตัว ได้ TDP สูงขึ้นและเสียงลดลงเหลือ 27 dBA ➡️ ประสิทธิภาพ Cinebench ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ✅ LiquidJet รองรับความร้อนระดับ 1200–1950W สำหรับ AI server ➡️ Rubin 2 SoC ถูกคุมไว้ที่ 65–70°C แม้โหลดสูงมาก ✅ GPU 600W ถูกลดอุณหภูมิจาก 105°C เหลือ 95°C ด้วย LiquidJet ➡️ Cold plate ถูกออกแบบตรง hotspot ของชิปแต่ละรุ่น ‼️ AirJet ยังเหมาะกับอุปกรณ์ TDP ต่ำ–กลางเท่านั้น ⛔ ไม่เหมาะกับซีพียูเดสก์ท็อประดับสูง ‼️ LiquidJet ต้องใช้ระบบน้ำเฉพาะทางและอาจมีต้นทุนสูง ⛔ เหมาะกับศูนย์ข้อมูลมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป ‼️ เทคโนโลยีใหม่อาจต้องรอการยอมรับจากผู้ผลิตอุปกรณ์ ⛔ การนำไปใช้จริงอาจใช้เวลาหลายปี ‼️ การออกแบบ cold plate เฉพาะรุ่นอาจเพิ่มต้นทุนการผลิต ⛔ ไม่เหมาะกับตลาดที่ต้องการต้นทุนต่ำ https://www.tomshardware.com/pc-components/liquid-cooling/frore-systems-liquidjet-and-airjet-pak-cooling-systems-in-the-flesh-live-demo-with-production-hardware-display-impressive-cooling-capacity
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 114 มุมมอง 0 รีวิว
  • Nvidia อาจเลื่อนเปิดตัว RTX 60 Series ไปปี 2027 — ใช้สถาปัตยกรรม Rubin แบบเดียวกับชิปศูนย์ข้อมูล

    รายงานล่าสุดจาก Tom’s Hardware ระบุว่า Nvidia อาจเลื่อนเปิดตัวการ์ดจอ GeForce RTX 60 Series ไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2027 โดยมีข้อมูลจากนักปล่อยข่าวชื่อดัง kopite7kimi ที่อ้างว่า Nvidia จะนำสถาปัตยกรรม Rubin ซึ่งเดิมออกแบบมาสำหรับศูนย์ข้อมูล มาใช้กับการ์ดจอเกมมิ่งรุ่นถัดไปด้วย การตัดสินใจนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะปกติ Nvidia มักแยกสถาปัตยกรรมระหว่างตลาดเกมมิ่งและตลาดดาต้าเซ็นเตอร์

    Rubin ถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ระดับสูง เช่น Vera Rubin NVL72 AI Supercomputer และ Rubin CPX accelerator ซึ่งมีประสิทธิภาพด้าน AI สูงกว่า Blackwell ถึง 5 เท่า ในงานประมวลผล NVFP4 แม้ตัวเลขนี้จะไม่ได้สะท้อนประสิทธิภาพเกมโดยตรง แต่ก็ชี้ว่าการ์ดจอเกมมิ่งรุ่นใหม่จะเน้นงาน AI มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ DLSS รุ่นถัดไปที่ต้องการพลังประมวลผล AI สูงขึ้นเรื่อย ๆ

    ข้อมูลจาก Rubin CPX ยังเผยว่าหากนำสเปกไปใช้กับการ์ดจอเกมมิ่ง เช่น RTX 6090 อาจได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 30% แม้ยังไม่รวมการเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาหรือการปรับปรุงสถาปัตยกรรมเพิ่มเติม นอกจากนี้ Rubin ยังถูกผลิตบนกระบวนการ TSMC 3nm class ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์และลดความร้อนลงเมื่อเทียบกับ Blackwell ที่ยังใช้โหนดเดียวกับ Ada Lovelace

    บทความยังระบุว่า Nvidia กำลังเผชิญปัญหาซัพพลายเชน โดยเฉพาะ DRAM ทำให้ RTX 50 Super Series อาจถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ขณะเดียวกัน Jensen Huang ก็ยอมรับว่าบริษัทอาจต้องนำการ์ดรุ่นเก่ากลับมาขายเพื่อแก้ปัญหาขาดตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความตึงตัวของตลาด GPU ในยุคที่ AI ต้องการการ์ดจอจำนวนมหาศาล

    สรุปประเด็นสำคัญ
    RTX 60 Series อาจเปิดตัวครึ่งหลังปี 2027
    ข้อมูลจาก leaker ชื่อดัง kopite7kimi

    ใช้สถาปัตยกรรม Rubin แบบเดียวกับชิปดาต้าเซ็นเตอร์
    Rubin ถูกใช้ใน Vera Rubin NVL72 และ Rubin CPX

    Rubin อาจให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 30% หากนำมาใช้กับ RTX 6090
    ยังไม่รวมการเพิ่ม clock หรือการปรับสถาปัตยกรรมเพิ่มเติม

    ผลิตบนกระบวนการ TSMC 3nm class
    คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์อย่างมาก

    Nvidia เน้น AI มากขึ้นในยุคใหม่ของการ์ดจอ
    DLSS รุ่นถัดไปต้องการพลัง AI สูงขึ้นเรื่อย ๆ

    การเลื่อนเปิดตัวอาจทำให้ตลาดเกมมิ่งขาดความคืบหน้า
    ผู้ใช้ที่รออัปเกรดอาจต้องรออีกหลายปี

    Rubin ถูกออกแบบเพื่อดาต้าเซ็นเตอร์ อาจไม่เหมาะกับเกม 100%
    ต้องรอดูว่าการปรับแต่งสำหรับเกมจะทำได้ดีแค่ไหน

    ปัญหา DRAM shortage อาจกระทบการผลิต GPU หลายรุ่น
    รวมถึง RTX 50 Super ที่อาจถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป

    การพึ่งพา AI มากขึ้นอาจทำให้ประสิทธิภาพเกมแบบ rasterization ไม่เพิ่มมากนัก
    ผู้ใช้ที่ไม่ใช้ DLSS อาจไม่ได้เห็นการกระโดดของเฟรมเรตมากเท่าที่หวัง

    https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidias-next-gen-rtx-60-series-might-not-debut-until-the-second-half-of-2027-says-leaker-rumor-claims-rubin-architecture-will-power-future-consumer-gpus
    ⚡🟩 Nvidia อาจเลื่อนเปิดตัว RTX 60 Series ไปปี 2027 — ใช้สถาปัตยกรรม Rubin แบบเดียวกับชิปศูนย์ข้อมูล รายงานล่าสุดจาก Tom’s Hardware ระบุว่า Nvidia อาจเลื่อนเปิดตัวการ์ดจอ GeForce RTX 60 Series ไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2027 โดยมีข้อมูลจากนักปล่อยข่าวชื่อดัง kopite7kimi ที่อ้างว่า Nvidia จะนำสถาปัตยกรรม Rubin ซึ่งเดิมออกแบบมาสำหรับศูนย์ข้อมูล มาใช้กับการ์ดจอเกมมิ่งรุ่นถัดไปด้วย การตัดสินใจนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะปกติ Nvidia มักแยกสถาปัตยกรรมระหว่างตลาดเกมมิ่งและตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ Rubin ถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ระดับสูง เช่น Vera Rubin NVL72 AI Supercomputer และ Rubin CPX accelerator ซึ่งมีประสิทธิภาพด้าน AI สูงกว่า Blackwell ถึง 5 เท่า ในงานประมวลผล NVFP4 แม้ตัวเลขนี้จะไม่ได้สะท้อนประสิทธิภาพเกมโดยตรง แต่ก็ชี้ว่าการ์ดจอเกมมิ่งรุ่นใหม่จะเน้นงาน AI มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ DLSS รุ่นถัดไปที่ต้องการพลังประมวลผล AI สูงขึ้นเรื่อย ๆ ข้อมูลจาก Rubin CPX ยังเผยว่าหากนำสเปกไปใช้กับการ์ดจอเกมมิ่ง เช่น RTX 6090 อาจได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 30% แม้ยังไม่รวมการเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาหรือการปรับปรุงสถาปัตยกรรมเพิ่มเติม นอกจากนี้ Rubin ยังถูกผลิตบนกระบวนการ TSMC 3nm class ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์และลดความร้อนลงเมื่อเทียบกับ Blackwell ที่ยังใช้โหนดเดียวกับ Ada Lovelace บทความยังระบุว่า Nvidia กำลังเผชิญปัญหาซัพพลายเชน โดยเฉพาะ DRAM ทำให้ RTX 50 Super Series อาจถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ขณะเดียวกัน Jensen Huang ก็ยอมรับว่าบริษัทอาจต้องนำการ์ดรุ่นเก่ากลับมาขายเพื่อแก้ปัญหาขาดตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความตึงตัวของตลาด GPU ในยุคที่ AI ต้องการการ์ดจอจำนวนมหาศาล 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ RTX 60 Series อาจเปิดตัวครึ่งหลังปี 2027 ➡️ ข้อมูลจาก leaker ชื่อดัง kopite7kimi ✅ ใช้สถาปัตยกรรม Rubin แบบเดียวกับชิปดาต้าเซ็นเตอร์ ➡️ Rubin ถูกใช้ใน Vera Rubin NVL72 และ Rubin CPX ✅ Rubin อาจให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นราว 30% หากนำมาใช้กับ RTX 6090 ➡️ ยังไม่รวมการเพิ่ม clock หรือการปรับสถาปัตยกรรมเพิ่มเติม ✅ ผลิตบนกระบวนการ TSMC 3nm class ➡️ คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์อย่างมาก ✅ Nvidia เน้น AI มากขึ้นในยุคใหม่ของการ์ดจอ ➡️ DLSS รุ่นถัดไปต้องการพลัง AI สูงขึ้นเรื่อย ๆ ‼️ การเลื่อนเปิดตัวอาจทำให้ตลาดเกมมิ่งขาดความคืบหน้า ⛔ ผู้ใช้ที่รออัปเกรดอาจต้องรออีกหลายปี ‼️ Rubin ถูกออกแบบเพื่อดาต้าเซ็นเตอร์ อาจไม่เหมาะกับเกม 100% ⛔ ต้องรอดูว่าการปรับแต่งสำหรับเกมจะทำได้ดีแค่ไหน ‼️ ปัญหา DRAM shortage อาจกระทบการผลิต GPU หลายรุ่น ⛔ รวมถึง RTX 50 Super ที่อาจถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ‼️ การพึ่งพา AI มากขึ้นอาจทำให้ประสิทธิภาพเกมแบบ rasterization ไม่เพิ่มมากนัก ⛔ ผู้ใช้ที่ไม่ใช้ DLSS อาจไม่ได้เห็นการกระโดดของเฟรมเรตมากเท่าที่หวัง https://www.tomshardware.com/pc-components/gpus/nvidias-next-gen-rtx-60-series-might-not-debut-until-the-second-half-of-2027-says-leaker-rumor-claims-rubin-architecture-will-power-future-consumer-gpus
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 117 มุมมอง 0 รีวิว
  • Elon Musk ลั่น! จะสร้างโรงงานผลิตชิป 2nm ที่ “สูบซิการ์–กินเบอร์เกอร์ได้” ชี้อุตสาหกรรมทำคลีนรูมผิดทาง

    Elon Musk จุดประเด็นร้อนในวงการเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง หลังให้สัมภาษณ์ว่าอุตสาหกรรม “ทำคลีนรูมผิดวิธี” และประกาศว่าหาก Tesla สร้างโรงงานผลิตชิป 2nm ของตัวเองสำเร็จ เขาจะสามารถ “กินชีสเบอร์เกอร์และสูบซิการ์ในโรงงานได้” โดยไม่กระทบต่อเวเฟอร์ เพราะเขาเชื่อว่าทางออกคือการ “แยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมทั้งหมด” แทนที่จะทำให้ทั้งห้องสะอาดระดับ ISO Class 1–3 ตามมาตรฐานปัจจุบัน

    คำพูดนี้สร้างเสียงวิจารณ์ทันที เพราะคลีนรูมระดับสูงเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตชิปขั้นสูง เช่น EUV lithography ที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่มีอนุภาคไม่เกิน 10 ชิ้นต่ออากาศหนึ่งลูกบาศก์เมตร แม้เพียง “ลมหายใจมนุษย์” ก็สร้างอนุภาคมากกว่าหลายล้านเท่า ซึ่งอาจทำลายกระจก EUV หรือทำให้เกิดความเสียหายต่อกระบวนการผลิตได้ Musk จึงถูกตั้งคำถามว่ามีความเข้าใจเชิงเทคนิคเพียงพอหรือไม่

    แม้ Musk จะยืนยันว่าการแยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมภายนอกเป็นทางออก แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการทำเช่นนั้นต้องใช้ระบบปิดที่ซับซ้อนมาก และยังไม่สามารถทดแทนคลีนรูมระดับสูงได้ทั้งหมด นอกจากนี้ การกินหรือสูบบุหรี่ในพื้นที่โรงงานยังผิดกฎความปลอดภัยพื้นฐานของอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสารเคมีไวไฟและระบบระบายอากาศด้วย

    บทความยังระบุว่า Musk เคยวิจารณ์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หลายครั้ง ทั้งเรื่องการสร้างโรงงานล่าช้าและกำลังการผลิตไม่พอสำหรับความต้องการของ xAI แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการสร้างโรงงานผลิตชิประดับ 2nm เป็นงานที่ซับซ้อนมหาศาล และไม่น่าเป็นไปได้ที่ Tesla จะทำได้ในเร็ววัน แม้ Musk จะมั่นใจในวิสัยทัศน์ของตัวเองก็ตาม

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Musk ระบุว่าอุตสาหกรรมทำคลีนรูมผิดวิธี
    เชื่อว่าควรแยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมแทนการทำห้องให้สะอาดทั้งห้อง

    Musk อ้างว่าโรงงาน 2nm ของ Tesla จะสะอาดพอให้เขากินเบอร์เกอร์และสูบซิการ์ได้
    เป็นคำพูดที่สร้างกระแสวิจารณ์อย่างหนัก

    คลีนรูมระดับ ISO Class 1–3 มีความเข้มงวดสูงมาก
    ลมหายใจมนุษย์ยังสร้างอนุภาคมากเกินกว่าจะยอมรับได้

    Musk เคยวิจารณ์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หลายครั้ง
    โดยเฉพาะเรื่องกำลังผลิตที่ไม่พอต่อความต้องการของ xAI

    แนวคิด “กิน–สูบในโรงงานชิป” ขัดกับหลักความปลอดภัยและมาตรฐานอุตสาหกรรม
    เสี่ยงต่อการปนเปื้อนและอุบัติเหตุจากสารเคมี

    การแยกเวเฟอร์แบบปิดสนิทอาจไม่สามารถแทนที่คลีนรูมระดับสูงได้
    ระบบดังกล่าวซับซ้อนและยังไม่มีการใช้งานจริงในระดับ 2nm

    การสร้างโรงงานผลิตชิปขั้นสูงต้องใช้เงินและเทคโนโลยีมหาศาล
    Tesla ยังไม่มีประสบการณ์ตรงด้านนี้

    คำพูดของ Musk อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกระบวนการผลิตชิป
    อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีมาตรฐานที่เข้มงวดมากกว่าที่หลายคนคิด

    https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/elon-musk-wants-to-build-a-dirty-fab-that-you-can-smoke-and-eat-cheeseburgers-in-bets-that-tesla-will-turn-the-concept-of-cleanrooms-upside-down
    🏭🚬 Elon Musk ลั่น! จะสร้างโรงงานผลิตชิป 2nm ที่ “สูบซิการ์–กินเบอร์เกอร์ได้” ชี้อุตสาหกรรมทำคลีนรูมผิดทาง Elon Musk จุดประเด็นร้อนในวงการเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง หลังให้สัมภาษณ์ว่าอุตสาหกรรม “ทำคลีนรูมผิดวิธี” และประกาศว่าหาก Tesla สร้างโรงงานผลิตชิป 2nm ของตัวเองสำเร็จ เขาจะสามารถ “กินชีสเบอร์เกอร์และสูบซิการ์ในโรงงานได้” โดยไม่กระทบต่อเวเฟอร์ เพราะเขาเชื่อว่าทางออกคือการ “แยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมทั้งหมด” แทนที่จะทำให้ทั้งห้องสะอาดระดับ ISO Class 1–3 ตามมาตรฐานปัจจุบัน คำพูดนี้สร้างเสียงวิจารณ์ทันที เพราะคลีนรูมระดับสูงเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตชิปขั้นสูง เช่น EUV lithography ที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่มีอนุภาคไม่เกิน 10 ชิ้นต่ออากาศหนึ่งลูกบาศก์เมตร แม้เพียง “ลมหายใจมนุษย์” ก็สร้างอนุภาคมากกว่าหลายล้านเท่า ซึ่งอาจทำลายกระจก EUV หรือทำให้เกิดความเสียหายต่อกระบวนการผลิตได้ Musk จึงถูกตั้งคำถามว่ามีความเข้าใจเชิงเทคนิคเพียงพอหรือไม่ แม้ Musk จะยืนยันว่าการแยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมภายนอกเป็นทางออก แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการทำเช่นนั้นต้องใช้ระบบปิดที่ซับซ้อนมาก และยังไม่สามารถทดแทนคลีนรูมระดับสูงได้ทั้งหมด นอกจากนี้ การกินหรือสูบบุหรี่ในพื้นที่โรงงานยังผิดกฎความปลอดภัยพื้นฐานของอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสารเคมีไวไฟและระบบระบายอากาศด้วย บทความยังระบุว่า Musk เคยวิจารณ์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หลายครั้ง ทั้งเรื่องการสร้างโรงงานล่าช้าและกำลังการผลิตไม่พอสำหรับความต้องการของ xAI แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการสร้างโรงงานผลิตชิประดับ 2nm เป็นงานที่ซับซ้อนมหาศาล และไม่น่าเป็นไปได้ที่ Tesla จะทำได้ในเร็ววัน แม้ Musk จะมั่นใจในวิสัยทัศน์ของตัวเองก็ตาม 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Musk ระบุว่าอุตสาหกรรมทำคลีนรูมผิดวิธี ➡️ เชื่อว่าควรแยกเวเฟอร์ออกจากสภาพแวดล้อมแทนการทำห้องให้สะอาดทั้งห้อง ✅ Musk อ้างว่าโรงงาน 2nm ของ Tesla จะสะอาดพอให้เขากินเบอร์เกอร์และสูบซิการ์ได้ ➡️ เป็นคำพูดที่สร้างกระแสวิจารณ์อย่างหนัก ✅ คลีนรูมระดับ ISO Class 1–3 มีความเข้มงวดสูงมาก ➡️ ลมหายใจมนุษย์ยังสร้างอนุภาคมากเกินกว่าจะยอมรับได้ ✅ Musk เคยวิจารณ์อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หลายครั้ง ➡️ โดยเฉพาะเรื่องกำลังผลิตที่ไม่พอต่อความต้องการของ xAI ‼️ แนวคิด “กิน–สูบในโรงงานชิป” ขัดกับหลักความปลอดภัยและมาตรฐานอุตสาหกรรม ⛔ เสี่ยงต่อการปนเปื้อนและอุบัติเหตุจากสารเคมี ‼️ การแยกเวเฟอร์แบบปิดสนิทอาจไม่สามารถแทนที่คลีนรูมระดับสูงได้ ⛔ ระบบดังกล่าวซับซ้อนและยังไม่มีการใช้งานจริงในระดับ 2nm ‼️ การสร้างโรงงานผลิตชิปขั้นสูงต้องใช้เงินและเทคโนโลยีมหาศาล ⛔ Tesla ยังไม่มีประสบการณ์ตรงด้านนี้ ‼️ คำพูดของ Musk อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกระบวนการผลิตชิป ⛔ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีมาตรฐานที่เข้มงวดมากกว่าที่หลายคนคิด https://www.tomshardware.com/tech-industry/semiconductors/elon-musk-wants-to-build-a-dirty-fab-that-you-can-smoke-and-eat-cheeseburgers-in-bets-that-tesla-will-turn-the-concept-of-cleanrooms-upside-down
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 113 มุมมอง 0 รีวิว
  • Fedora 44 เตรียมเป็นดิสโทรแรกที่ใช้ Plasma Login Manager แทน SDDM

    Fedora 44 กำลังจะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลก KDE โดยประกาศว่าจะเป็นดิสโทรแรกที่นำ Plasma Login Manager (PLM) มาใช้เป็นตัวล็อกอินหลักแทน SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการมาถึงของ KDE Plasma 6.6 และการยุติการรองรับ X11 ใน Plasma 6.8 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า KDE กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Wayland อย่างเต็มตัว

    PLM ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับอนาคตของเดสก์ท็อป Linux แม้โครงการจะยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab แต่ทีม KDE ยืนยันว่ารุ่นที่จะปล่อยพร้อม Plasma 6.6 นั้นพร้อมใช้งานจริงแล้ว และ Fedora ก็มั่นใจพอที่จะนำมาใช้เป็นค่าเริ่มต้น

    อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ที่เคยติดตั้ง ธีม SDDM แบบ custom จะได้รับผลกระทบ เพราะ PLM ยังไม่รองรับธีมแบบเดิม หากต้องการใช้ธีมเหล่านั้นต่อ ผู้ใช้จำเป็นต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl และติดตั้งแพ็กเกจที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง

    Fedora ยังเปิดให้ผู้ใช้ทดสอบ PLM ได้แล้วบน Rawhide โดยติดตั้งแพ็กเกจ plasma-login-manager และเปิดใช้งานบริการ plasmalogin.service แต่ผู้เขียนบทความระบุว่าการทดสอบบน VM ยังมีปัญหาอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับฟีเจอร์ใหม่ระดับระบบแสดงผล

    สรุปประเด็นสำคัญ
    Fedora 44 จะใช้ Plasma Login Manager (PLM) เป็นตัวล็อกอินเริ่มต้น
    แทนที่ SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี

    PLM จะมาพร้อม KDE Plasma 6.6
    รองรับ HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader

    KDE Plasma 6.8 จะเลิกสนับสนุน X11
    Wayland จะเป็น session หลักอย่างเป็นทางการ

    Fedora เปิดให้ทดสอบ PLM บน Rawhide แล้ว
    ติดตั้งด้วย sudo dnf install plasma-login-manager kcm-plasmalogin

    คำเตือน / ความเสี่ยง
    ผู้ใช้ที่มี custom SDDM theme จะใช้งานต่อไม่ได้บน PLM
    ต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl

    PLM ยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab
    อาจมีบั๊กหรือปัญหาบน VM และฮาร์ดแวร์บางรุ่น

    การเปลี่ยนผ่านสู่ Wayland อาจทำให้แอปบางตัวมีปัญหา
    โดยเฉพาะแอปเก่าที่พึ่งพา X11

    https://itsfoss.com/news/fedora-44-plasma-login-manager/
    📰 💻 Fedora 44 เตรียมเป็นดิสโทรแรกที่ใช้ Plasma Login Manager แทน SDDM Fedora 44 กำลังจะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลก KDE โดยประกาศว่าจะเป็นดิสโทรแรกที่นำ Plasma Login Manager (PLM) มาใช้เป็นตัวล็อกอินหลักแทน SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการมาถึงของ KDE Plasma 6.6 และการยุติการรองรับ X11 ใน Plasma 6.8 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า KDE กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Wayland อย่างเต็มตัว PLM ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับอนาคตของเดสก์ท็อป Linux แม้โครงการจะยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab แต่ทีม KDE ยืนยันว่ารุ่นที่จะปล่อยพร้อม Plasma 6.6 นั้นพร้อมใช้งานจริงแล้ว และ Fedora ก็มั่นใจพอที่จะนำมาใช้เป็นค่าเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ที่เคยติดตั้ง ธีม SDDM แบบ custom จะได้รับผลกระทบ เพราะ PLM ยังไม่รองรับธีมแบบเดิม หากต้องการใช้ธีมเหล่านั้นต่อ ผู้ใช้จำเป็นต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl และติดตั้งแพ็กเกจที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง Fedora ยังเปิดให้ผู้ใช้ทดสอบ PLM ได้แล้วบน Rawhide โดยติดตั้งแพ็กเกจ plasma-login-manager และเปิดใช้งานบริการ plasmalogin.service แต่ผู้เขียนบทความระบุว่าการทดสอบบน VM ยังมีปัญหาอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับฟีเจอร์ใหม่ระดับระบบแสดงผล 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ Fedora 44 จะใช้ Plasma Login Manager (PLM) เป็นตัวล็อกอินเริ่มต้น ➡️ แทนที่ SDDM ที่ใช้งานมานานหลายปี ✅ PLM จะมาพร้อม KDE Plasma 6.6 ➡️ รองรับ HDR, multi‑monitor, virtual keyboard และ screen reader ✅ KDE Plasma 6.8 จะเลิกสนับสนุน X11 ➡️ Wayland จะเป็น session หลักอย่างเป็นทางการ ✅ Fedora เปิดให้ทดสอบ PLM บน Rawhide แล้ว ➡️ ติดตั้งด้วย sudo dnf install plasma-login-manager kcm-plasmalogin คำเตือน / ความเสี่ยง ‼️ ผู้ใช้ที่มี custom SDDM theme จะใช้งานต่อไม่ได้บน PLM ⛔ ต้องสลับกลับไปใช้ SDDM ด้วยคำสั่ง systemctl ‼️ PLM ยังถูกระบุว่า “prototype” ใน GitLab ⛔ อาจมีบั๊กหรือปัญหาบน VM และฮาร์ดแวร์บางรุ่น ‼️ การเปลี่ยนผ่านสู่ Wayland อาจทำให้แอปบางตัวมีปัญหา ⛔ โดยเฉพาะแอปเก่าที่พึ่งพา X11 https://itsfoss.com/news/fedora-44-plasma-login-manager/
    ITSFOSS.COM
    Fedora 44 Will Be the First Distro to Adopt KDE's Plasma Login Manager
    The move replaces SDDM but means giving up on custom login themes.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 69 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts