• แผนจัญไร ตอนที่ 12

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 12
    จับลุงโอลองเข้าที่แล้ว คราวนี้ปาหี่ ก็ต้องเล่นฉากต่อไป ตัดกลับมาที่บ้านไอ้สองแสบ อเมริกาหน้าเครียด ทำเป็นถกกันว่า ตกลงจะเอาไงเรื่องไอซิส ในวันประชุม G8 ไม่กี่วันจากเกิดเหตุศุกร์ 13 ท่านใบตองแห้ง ยังบอกอยู่เลยว่า การที่อเมริกาเอากองทัพเข้าไป อาจจะเป็นเรื่องผิดพลาด เพราะวันนั้น ท่านใบตองแห้งยังล้อมคอกไม่เสร็จ จัดกองทัพไม่ทัน เลยต้องตีกรรเชียงไปก่อน
    ส่วนชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็บอกว่าต้องถามความเห็นกันในสภาก่อน และก็ยังจัดประชุมไม่ได้ เพราะคะแนนเสียงให้เรียกประชุมสภายังไม่พอ
    แปลว่าเป็นบทตีกรรเชียงถ่วงเวลาของไอ้สองแสบครับ เพราะทั้งอเมริกา และอังกฤษ ยังอ่านเกมรัสเซียไม่ขาด โดยเฉพาะในแง่อาวุธและกองกำลัง และที่สำคัญ ยังไม่แน่ใจท่าที ของตัวละครสำคัญ อีก 3 ราย
    (สำหรับท่านที่เข้ามาอ่านนิทานใหม่ๆ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ผมหมายถึงอังกฤษนะครับ มีคนว่ามาแล้ว ว่า ไม่ชอบที่ผมเรียกแบบนี้ แต่ผมชอบของผม ส่วนท่านใบตองแห้ง ก็มีผู้ถามมาเช่นกัน ว่าใครคะ ผมหมายถึง อเมริกา และหัวหน้าใหญ่ของอเมริกาครับ ที่ชอบออกอาการเหมือนไอ้ตัวที่นอนอยู่แถวหน้าประตูบ้านผม เวลามันเห็นลมพัดใบตองแห้ง มันเป็นต้องส่งเสียงทุกที ทั้งๆที่บางทีไม่อะไรเลย นอกจากใบตองแห้ง กับเงาของมันเอง หาเรื่องให้เราตื่นเต้นตามอยู่เรื่อย)
    ตัวละครสำคัญ 3 ราย เป็นใครนะ บางรายน่าจะเดากันถูก แต่บางรายอาจนึกไม่ถึงกัน
    รายที่หนึ่ง คือ จีน ที่คาดกันอยู่แล้วว่า อยู่เคียงข้างรัสเซีย แต่เคียงข้างขนาดไหนในการที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ที่อาจบานปลายไปเป็นการรบใหญ่ จะเคียงข้างหลัง แบบฝรั่งเศสกับอเมริกาที่ผลัดกันด่าหรือเปล่า หรือ เคียงข้างแบบไหล่ชนไหล่กัน เหมือนอเมริกากับอังกฤษ
    รายที่สอง คือ อินเดีย ที่ทั้งฝ่ายรัสเซียและฝ่ายอเมริกา ต่างก็อยากได้อินเดียเป็นพวกทั้งสิ้น เพราะ อินเดียถือเป็น swing state รายหนึ่ง ที่มีน้ำหนักมากทั้งในแง่เศรษฐกิจ และสถานที่ตั้ง
    เราจึงเห็นว่า ระหว่างที่รัสเซียไล่ถล่มฝ่ายกบฏอยู่ในซีเรีย และอเมริกาแสดงท่าเนือยๆ เหมือนไม่สนใจจะร่วมรายการใดด้วย แต่แท้จริงแล้ว ไอ้สองแสบแบ่งบทกันเล่น ชาวเกาะรับหน้าที่ถือปรอทวัดอุณหภูมิของจีนและอินเดียแทนอเมริกา โปรดอย่าลืมลิ้นการทูตอันยาวของอังกฤษ ที่สามารถตวัดให้สงครามโลกเกิดมาแล้วถึง 2 ครั้ง
    อาจมีผู้ค้านว่า อังกฤษน่าจะมีหมายเชิญ จีนและอินเดีย มานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเชิญมาวัดปรอท แต่ผมมีความเห็นว่า เชิญเมื่อไหร่ ไม่สำคัญเท่ากับ “ต้อนรับ” อย่างไร และผู้ที่ติดตามข่าว คงเห็นแล้วว่า อังกฤษต้อนรับจีน ชนิดครบเครื่องใหญ่ แบบที่เรียกว่า ปูพรมแดง ต่างกับอเมริกา ที่รับจีนก่อนหน้านั้น อย่างแทบจะเรียกว่า แบบเสียไม่ได้
    ส่วนการต้อนรับอินเดียก็ใหญ่โตเช่นเดียวกัน และผมเข้าใจว่า การวัดปรอทของอินเดีย คงออกมาได้ผลตามต้องการ ว่าไม่น่ามีโรคแทรกซ้อน ส่วนของจีนนั้น ปรอทคงทำงานไม่ค่อยแม่นยำ เพราะจีนไม่ได้ดูง่าย การขนเอาราชวงศ์ใส่มงกุฏเพชรเพียบมารับจีน นึกว่าจีนจะเคลิ้ม อังกฤษคงลืมไป ชุดงิ้วจีนใช่ว่าไม่มีเครื่องประดับแพรวพราวนะครับ แค่นี้คงไม่ทำให้จีนตื่นเต้น อีกอย่างจีนคงยังไม่อยากกลับไปติดฝิ่นอีก ต่างกับอินเดีย ที่ตอนนี้ทำท่าจะเป็นฝรั่งมากกว่าตะวันตกเอาด้วยซ้ำ
    รายที่สาม คือ ตุรกี ตุรกีนก 2 หัว ผมตามดูพฤติกรรมตุรกีมาประมาณ 2 ปี ว่า เมื่อถึงเวลาสำคัญ ตุรกี จะยืนตรงไหน การดูของผมไม่มีความหมายมากมาย มันเป็นการทดสอบว่า ทฤษฏีการวิเคราะห์ของตัวเอง ออกอ่าวหรือเปล่าเท่านั้น แต่ตุรกีจะยืนอยู่ทางไหน สำหรับอเมริกาและ รัสเซียต่างหาก ที่สำคัญอย่างยิ่ง
    และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตุรกี ก็ตอบข้อสงสัยของผม
    สื่อพากันลงข่าวใหญ่ว่า ตุรกีสอยเครื่องบินรบของรัสเซีย!
    ฮ้า … ตุรกีสอยทำไม หรือเราอาจจะต้องตั้งคำถามใหม่ว่า ใครสอยเครื่องบินรบรัสเซียกันแน่ แล้วทำไมตุรกีต้องเสือกมาออกรับแทน
    ผมว่า ตุรกีไม่มีความกล้าหาญพอที่จะยิงเครื่องบินรบรัสเซีย ตุรกีมีแต่ความถนัดกลิ้ง แต่ไม่ถนัดรบครับ อ้าวแล้วทะลึ่งไปสอยซูกอยของเขาทำไม ก็นั่นนะซี ถึงว่าไม่น่าจะใช่ฝีมือตุรกี
    ถ้างั้นใครสอยล่ะ ก็ใครล่ะที่มีฐานทัพใหญ่เบ้อเริ่มที่ Incirik ในตุรกี ก็ไม่พ้นอเมริกาอีก….
    ถ้าตุรกีไม่ได้สอย เป็นอเมริกาสอย อเมริกาทำ ทำไม และทำไมตุรกียอมสมอ้าง
    คำตอบมีเยอะแยะ
    คำตอบแรก คือ อเมริกาทำ เพราะต้องการสร้างเรื่อง หรือตอกลิ่มให้ตุรกีหลุดจากความสัมพันธ์กับฝ่ายรัสเซียโดยสิ้นเชิง เพราะ อย่าลืมว่า ตามทฤษฏีของไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ตุรกี เป็น 1 ใน 2 ประเทศ ที่สำคัญต่อแผนพิฆาตรัสเซีย
    ตุรกี รัสเซีย อิหร่าน มีสัมพันธ์ระหว่างกันมานาน และอเมริกาก็จับตาความสัมพันธ์ของ 3 หน่อ อย่างใกล้ชิด ยิ่งถ้าอิหร่านไปจับมือกับรัสเซีย อเมริกายิ่งต้องพยายามไม่ให้ตุรกีหลุดมือ
    ตุรกี มีทีท่าว่า ไม่ใช่แค่จับมือกับรัสเซีย แต่ยังจะจับมือกับจีน เพื่อนรักของรัสเซีย อีกด้วย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทานเรื่องเก่าๆ คงจำได้ว่า ตุรกีคิดจะสร้างระบบต่อต้านการยิงจรวด มาตั้งแต่ ค.ศ.2009 ตุรกี ประกาศเชิญชวนผู้มารับเหมาสร้างระบบ ฝ่ายตะวันตกส่งเข้าประกวดเพียบ รวมทั้งมีม้ามืด คือ จีน และตุรกีก็ประกาศ ในปี ค.ศ.2013 ว่า ม้ามืดเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก
    แบบนี้ก็งานเข้า ฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา ด่าเช็ดตุรกี ว่าอย่างนี้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดไต๋ให้จีนรู้ระบบความมั่นคงของทางฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะของอเมริกา นาโต้ ที่แชร์ระบบกับตุรกีน่ะสิ และอาจจะรู้ไปถึงรัสเซียด้วย มิฉิบหายกันหมดเรอะ หลังจากนั้น ก็มีการระเบิด การประท้วง เกิดขึ้นถี่ ที่ตุรกี แทบจะไม่เว้นแต่ละวัน บทแบบนี้คุ้นไหมครับ
    ตุรกี เลื่อนการประกาศการทำสัญญากับจีน ประมาณ 4 ครั้ง ในช่วงปีครึ่ง และในที่สุดก็ประกาศยกเลิกเมื่อประมาณต้นปี ค.ศ.2015 นี้เอง บอกว่า ไม่สร้างแล้วเว้ย และนั่นคงทำให้รัสเซียเห็นแล้วว่า อเมริกากำลังเดินเกม ตามแผนพิฆาตอย่างไม่มีหลุด อเมริกา ไม่มีทางปล่อยมือจากคอตุรกี
    คำตอบที่สอง ที่ผมคิดว่าอเมริกาน่าจะเป็นคนสอยซูกอย เพราะอเมริกาน่าจะต้องการเปลี่ยนสนามรบ มารบในแถบตุรกี ที่ตุรกีสามารถใช้สิทธิยิงเครื่องบินรัสเซียและพวกได้ อย่างถูกต้องตามกฏนานาชาติ นอกจากนี้ อเมริกามีฐานทัพใหญ่ อยู่ในตุรกีหลายแห่ง และยังอยู่ใกล้กับกองทัพนาโต้ ที่มีอยู่เต็มด้านนั้น และมีทางหนีที่ไล่ ดีกว่าเข้าไปรบกับรัสเซียในเขตซีเรีย ที่นาโต้ยังไม่ได้เข้าไป และไม่แน่ว่าเข้าไปแล้วจะเจออะไร เพราะรัสเซียกับพวก ได้เข้าไปก่อนแล้ว ใครเข้าไปก่อนย่อมได้เปรียบ
    ถ้าอเมริกาต้องการเป็นฝ่ายกำหนดสนามรบ อเมริกาก็ต้องสร้างเรื่อง ให้รัสเซียโกรธจัดตุรกี โกรธพอที่ย้ายสนามรบจากซีเรีย มาตุรกี และดูเหมือน อเมริกาจะทำสำเร็จ คือทำให้รัสเซียโกรธ แต่จะได้ผลอื่นตามแผนของอเมริกา หรือไม่ ต้องดูกันต่อไป
    อย่างนี้ แปลว่า อเมริกาน่าจะกำลังจัดทัพ เตรียมตัวที่จะรบแล้ว ?!
    มาถึงคำถามต่อไป แล้วตุรกีรับสมอ้างว่า ตนเองเป็นฝ่ายยิงทำไม
    คำตอบ คือ ตุรกีอยู่กับฝ่ายเอาอเมริกามาตลอดเวลา ไม่เคยเปลี่ยนใจ เพราะตุรกีนั้นแม้จะอยู่ในตะวันออกกลาง แต่ก็ปลื้มตะวันตก เอียงไปทางฝรั่งตะวันตกมาตลอดตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ร้อยกว่าปีมาแล้วนะ ตุรกีเห็นอังกฤษเป็นต้นแบบอย่างไร ก็เห็นอยู่อย่างนั้น การมาคบค้ากับรัสเซีย อิหร่าน จีน ก็เพื่อผลประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ใช่น้ำใจไมตรีจริงจัง แม้จะเล่นบทงอนกับอเมริกา ก็ไม่ต่างกับบทงอนของอิสราเอล หรือ ซาอุดิอารเบีย มันเป็นบทงอนขึ้นราคา ทั้งนั้น
    รัสเซียและอิหร่าน คงเห็นไส้ในของตุรกีชัดแล้วจากกรณีซีเรีย ที่ตุรกี เป็นหนึ่งในโต้โผ ที่ไปจัดหนัก ทั้งนักรบเติมเงิน และอาวุธมาถล่มอัสสาด ถ้ารัสเซียเอียงไปทางตุรกี รัสเซียคงไม่เข้ามาในซีเรียแน่ ยกเว้นแต่ จะมีรายการตกลงต้ม 3 ชั้นกันไว้ และการสอยซูกอย คงเป็นอุบัติการณ์สำคัญ ที่ทำให้รัสเซียหลุดปากออกมาว่า เป็นการถูกแทงข้างหลัง
    เพราะฉะนั้น ในความเห็นผม เรื่องกบฏชาวเคิร์ด เรื่องลูกชายประธานาธิบดีตุรกี (ที่ถูกสื่อแดกเอาว่าเป็นสุลต่าน) ค้าน้ำมันกับไอซิส ไม่ใช่เป็นสาเหตุเกี่ยวกับการสอยซูกอยเลย
    ผมกลับมองว่า คุณพี่ปูตินนี่แสบไม่เบา เอาเรื่องลูกสุลต่านค้าน้ำมันกับไอซิสมากระจายหน้าจอ เพราะมันเป็นการซื้อน้ำมันราคาถูก ที่ใครๆ ก็ซื้อกันทั้งนั้น แต่คนที่กำลังกระอัก คือคนที่หวังจะขายน้ำมันราคาแพงต่างหาก แบบพวกเสี่ยปั้มใหญ่และก๊วน และอีกพวกที่สำคัญกว่าสำหรับอเมริกาคือ บริษัทน้ำมันของพวกตะวันตกเองนั่นแหละครับ ที่กำลังขาดรายได้จากน้ำมันไอซิสราคาถูก ที่กำลังกระจายในตลาด มันเป็นการแฉ ให้พวกเดียวเชือดกันเอง มึงอยากเป็นนกสองหัวดีนัก และเราก็คอยดูไปแล้วกันว่า ท่านสุลต่านจะนั่งบัลลังค์ได้นานไหม แม้จะยอมให้อ้างชื่อว่าเป็นคนสอยซูกอย
    วันนี้ขอจบการวิเคราะห์ ไว้แค่นี้ก่อน เราคงต้องจับตาดูว่า อเมริกา อังกฤษ อียู นาโต้ จะเคลื่อนไหวอย่างไร แต่ผมคาดว่า ยังจัดทัพกันไม่เสร็จครับ คงยังมีการตีกรรเชียงต่อ อีกสักฉาก 2 ฉาก และผมจะกลับมาเขียนตอนต่อไป ส่วนที่น่าจะเกี่ยวกับบ้านเรา หลังวันที่ 5 ธันวาคมนะครับ วันพ่อ ของดเขียนเรื่องไม่เป็นมงคลครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    4 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 12 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 12 จับลุงโอลองเข้าที่แล้ว คราวนี้ปาหี่ ก็ต้องเล่นฉากต่อไป ตัดกลับมาที่บ้านไอ้สองแสบ อเมริกาหน้าเครียด ทำเป็นถกกันว่า ตกลงจะเอาไงเรื่องไอซิส ในวันประชุม G8 ไม่กี่วันจากเกิดเหตุศุกร์ 13 ท่านใบตองแห้ง ยังบอกอยู่เลยว่า การที่อเมริกาเอากองทัพเข้าไป อาจจะเป็นเรื่องผิดพลาด เพราะวันนั้น ท่านใบตองแห้งยังล้อมคอกไม่เสร็จ จัดกองทัพไม่ทัน เลยต้องตีกรรเชียงไปก่อน ส่วนชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย ก็บอกว่าต้องถามความเห็นกันในสภาก่อน และก็ยังจัดประชุมไม่ได้ เพราะคะแนนเสียงให้เรียกประชุมสภายังไม่พอ แปลว่าเป็นบทตีกรรเชียงถ่วงเวลาของไอ้สองแสบครับ เพราะทั้งอเมริกา และอังกฤษ ยังอ่านเกมรัสเซียไม่ขาด โดยเฉพาะในแง่อาวุธและกองกำลัง และที่สำคัญ ยังไม่แน่ใจท่าที ของตัวละครสำคัญ อีก 3 ราย (สำหรับท่านที่เข้ามาอ่านนิทานใหม่ๆ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ผมหมายถึงอังกฤษนะครับ มีคนว่ามาแล้ว ว่า ไม่ชอบที่ผมเรียกแบบนี้ แต่ผมชอบของผม ส่วนท่านใบตองแห้ง ก็มีผู้ถามมาเช่นกัน ว่าใครคะ ผมหมายถึง อเมริกา และหัวหน้าใหญ่ของอเมริกาครับ ที่ชอบออกอาการเหมือนไอ้ตัวที่นอนอยู่แถวหน้าประตูบ้านผม เวลามันเห็นลมพัดใบตองแห้ง มันเป็นต้องส่งเสียงทุกที ทั้งๆที่บางทีไม่อะไรเลย นอกจากใบตองแห้ง กับเงาของมันเอง หาเรื่องให้เราตื่นเต้นตามอยู่เรื่อย) ตัวละครสำคัญ 3 ราย เป็นใครนะ บางรายน่าจะเดากันถูก แต่บางรายอาจนึกไม่ถึงกัน รายที่หนึ่ง คือ จีน ที่คาดกันอยู่แล้วว่า อยู่เคียงข้างรัสเซีย แต่เคียงข้างขนาดไหนในการที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ที่อาจบานปลายไปเป็นการรบใหญ่ จะเคียงข้างหลัง แบบฝรั่งเศสกับอเมริกาที่ผลัดกันด่าหรือเปล่า หรือ เคียงข้างแบบไหล่ชนไหล่กัน เหมือนอเมริกากับอังกฤษ รายที่สอง คือ อินเดีย ที่ทั้งฝ่ายรัสเซียและฝ่ายอเมริกา ต่างก็อยากได้อินเดียเป็นพวกทั้งสิ้น เพราะ อินเดียถือเป็น swing state รายหนึ่ง ที่มีน้ำหนักมากทั้งในแง่เศรษฐกิจ และสถานที่ตั้ง เราจึงเห็นว่า ระหว่างที่รัสเซียไล่ถล่มฝ่ายกบฏอยู่ในซีเรีย และอเมริกาแสดงท่าเนือยๆ เหมือนไม่สนใจจะร่วมรายการใดด้วย แต่แท้จริงแล้ว ไอ้สองแสบแบ่งบทกันเล่น ชาวเกาะรับหน้าที่ถือปรอทวัดอุณหภูมิของจีนและอินเดียแทนอเมริกา โปรดอย่าลืมลิ้นการทูตอันยาวของอังกฤษ ที่สามารถตวัดให้สงครามโลกเกิดมาแล้วถึง 2 ครั้ง อาจมีผู้ค้านว่า อังกฤษน่าจะมีหมายเชิญ จีนและอินเดีย มานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเชิญมาวัดปรอท แต่ผมมีความเห็นว่า เชิญเมื่อไหร่ ไม่สำคัญเท่ากับ “ต้อนรับ” อย่างไร และผู้ที่ติดตามข่าว คงเห็นแล้วว่า อังกฤษต้อนรับจีน ชนิดครบเครื่องใหญ่ แบบที่เรียกว่า ปูพรมแดง ต่างกับอเมริกา ที่รับจีนก่อนหน้านั้น อย่างแทบจะเรียกว่า แบบเสียไม่ได้ ส่วนการต้อนรับอินเดียก็ใหญ่โตเช่นเดียวกัน และผมเข้าใจว่า การวัดปรอทของอินเดีย คงออกมาได้ผลตามต้องการ ว่าไม่น่ามีโรคแทรกซ้อน ส่วนของจีนนั้น ปรอทคงทำงานไม่ค่อยแม่นยำ เพราะจีนไม่ได้ดูง่าย การขนเอาราชวงศ์ใส่มงกุฏเพชรเพียบมารับจีน นึกว่าจีนจะเคลิ้ม อังกฤษคงลืมไป ชุดงิ้วจีนใช่ว่าไม่มีเครื่องประดับแพรวพราวนะครับ แค่นี้คงไม่ทำให้จีนตื่นเต้น อีกอย่างจีนคงยังไม่อยากกลับไปติดฝิ่นอีก ต่างกับอินเดีย ที่ตอนนี้ทำท่าจะเป็นฝรั่งมากกว่าตะวันตกเอาด้วยซ้ำ รายที่สาม คือ ตุรกี ตุรกีนก 2 หัว ผมตามดูพฤติกรรมตุรกีมาประมาณ 2 ปี ว่า เมื่อถึงเวลาสำคัญ ตุรกี จะยืนตรงไหน การดูของผมไม่มีความหมายมากมาย มันเป็นการทดสอบว่า ทฤษฏีการวิเคราะห์ของตัวเอง ออกอ่าวหรือเปล่าเท่านั้น แต่ตุรกีจะยืนอยู่ทางไหน สำหรับอเมริกาและ รัสเซียต่างหาก ที่สำคัญอย่างยิ่ง และเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตุรกี ก็ตอบข้อสงสัยของผม สื่อพากันลงข่าวใหญ่ว่า ตุรกีสอยเครื่องบินรบของรัสเซีย! ฮ้า … ตุรกีสอยทำไม หรือเราอาจจะต้องตั้งคำถามใหม่ว่า ใครสอยเครื่องบินรบรัสเซียกันแน่ แล้วทำไมตุรกีต้องเสือกมาออกรับแทน ผมว่า ตุรกีไม่มีความกล้าหาญพอที่จะยิงเครื่องบินรบรัสเซีย ตุรกีมีแต่ความถนัดกลิ้ง แต่ไม่ถนัดรบครับ อ้าวแล้วทะลึ่งไปสอยซูกอยของเขาทำไม ก็นั่นนะซี ถึงว่าไม่น่าจะใช่ฝีมือตุรกี ถ้างั้นใครสอยล่ะ ก็ใครล่ะที่มีฐานทัพใหญ่เบ้อเริ่มที่ Incirik ในตุรกี ก็ไม่พ้นอเมริกาอีก…. ถ้าตุรกีไม่ได้สอย เป็นอเมริกาสอย อเมริกาทำ ทำไม และทำไมตุรกียอมสมอ้าง คำตอบมีเยอะแยะ คำตอบแรก คือ อเมริกาทำ เพราะต้องการสร้างเรื่อง หรือตอกลิ่มให้ตุรกีหลุดจากความสัมพันธ์กับฝ่ายรัสเซียโดยสิ้นเชิง เพราะ อย่าลืมว่า ตามทฤษฏีของไอ้คุณแสบเบรซินสกี้ ตุรกี เป็น 1 ใน 2 ประเทศ ที่สำคัญต่อแผนพิฆาตรัสเซีย ตุรกี รัสเซีย อิหร่าน มีสัมพันธ์ระหว่างกันมานาน และอเมริกาก็จับตาความสัมพันธ์ของ 3 หน่อ อย่างใกล้ชิด ยิ่งถ้าอิหร่านไปจับมือกับรัสเซีย อเมริกายิ่งต้องพยายามไม่ให้ตุรกีหลุดมือ ตุรกี มีทีท่าว่า ไม่ใช่แค่จับมือกับรัสเซีย แต่ยังจะจับมือกับจีน เพื่อนรักของรัสเซีย อีกด้วย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทานเรื่องเก่าๆ คงจำได้ว่า ตุรกีคิดจะสร้างระบบต่อต้านการยิงจรวด มาตั้งแต่ ค.ศ.2009 ตุรกี ประกาศเชิญชวนผู้มารับเหมาสร้างระบบ ฝ่ายตะวันตกส่งเข้าประกวดเพียบ รวมทั้งมีม้ามืด คือ จีน และตุรกีก็ประกาศ ในปี ค.ศ.2013 ว่า ม้ามืดเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก แบบนี้ก็งานเข้า ฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา ด่าเช็ดตุรกี ว่าอย่างนี้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดไต๋ให้จีนรู้ระบบความมั่นคงของทางฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะของอเมริกา นาโต้ ที่แชร์ระบบกับตุรกีน่ะสิ และอาจจะรู้ไปถึงรัสเซียด้วย มิฉิบหายกันหมดเรอะ หลังจากนั้น ก็มีการระเบิด การประท้วง เกิดขึ้นถี่ ที่ตุรกี แทบจะไม่เว้นแต่ละวัน บทแบบนี้คุ้นไหมครับ ตุรกี เลื่อนการประกาศการทำสัญญากับจีน ประมาณ 4 ครั้ง ในช่วงปีครึ่ง และในที่สุดก็ประกาศยกเลิกเมื่อประมาณต้นปี ค.ศ.2015 นี้เอง บอกว่า ไม่สร้างแล้วเว้ย และนั่นคงทำให้รัสเซียเห็นแล้วว่า อเมริกากำลังเดินเกม ตามแผนพิฆาตอย่างไม่มีหลุด อเมริกา ไม่มีทางปล่อยมือจากคอตุรกี คำตอบที่สอง ที่ผมคิดว่าอเมริกาน่าจะเป็นคนสอยซูกอย เพราะอเมริกาน่าจะต้องการเปลี่ยนสนามรบ มารบในแถบตุรกี ที่ตุรกีสามารถใช้สิทธิยิงเครื่องบินรัสเซียและพวกได้ อย่างถูกต้องตามกฏนานาชาติ นอกจากนี้ อเมริกามีฐานทัพใหญ่ อยู่ในตุรกีหลายแห่ง และยังอยู่ใกล้กับกองทัพนาโต้ ที่มีอยู่เต็มด้านนั้น และมีทางหนีที่ไล่ ดีกว่าเข้าไปรบกับรัสเซียในเขตซีเรีย ที่นาโต้ยังไม่ได้เข้าไป และไม่แน่ว่าเข้าไปแล้วจะเจออะไร เพราะรัสเซียกับพวก ได้เข้าไปก่อนแล้ว ใครเข้าไปก่อนย่อมได้เปรียบ ถ้าอเมริกาต้องการเป็นฝ่ายกำหนดสนามรบ อเมริกาก็ต้องสร้างเรื่อง ให้รัสเซียโกรธจัดตุรกี โกรธพอที่ย้ายสนามรบจากซีเรีย มาตุรกี และดูเหมือน อเมริกาจะทำสำเร็จ คือทำให้รัสเซียโกรธ แต่จะได้ผลอื่นตามแผนของอเมริกา หรือไม่ ต้องดูกันต่อไป อย่างนี้ แปลว่า อเมริกาน่าจะกำลังจัดทัพ เตรียมตัวที่จะรบแล้ว ?! มาถึงคำถามต่อไป แล้วตุรกีรับสมอ้างว่า ตนเองเป็นฝ่ายยิงทำไม คำตอบ คือ ตุรกีอยู่กับฝ่ายเอาอเมริกามาตลอดเวลา ไม่เคยเปลี่ยนใจ เพราะตุรกีนั้นแม้จะอยู่ในตะวันออกกลาง แต่ก็ปลื้มตะวันตก เอียงไปทางฝรั่งตะวันตกมาตลอดตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ร้อยกว่าปีมาแล้วนะ ตุรกีเห็นอังกฤษเป็นต้นแบบอย่างไร ก็เห็นอยู่อย่างนั้น การมาคบค้ากับรัสเซีย อิหร่าน จีน ก็เพื่อผลประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ใช่น้ำใจไมตรีจริงจัง แม้จะเล่นบทงอนกับอเมริกา ก็ไม่ต่างกับบทงอนของอิสราเอล หรือ ซาอุดิอารเบีย มันเป็นบทงอนขึ้นราคา ทั้งนั้น รัสเซียและอิหร่าน คงเห็นไส้ในของตุรกีชัดแล้วจากกรณีซีเรีย ที่ตุรกี เป็นหนึ่งในโต้โผ ที่ไปจัดหนัก ทั้งนักรบเติมเงิน และอาวุธมาถล่มอัสสาด ถ้ารัสเซียเอียงไปทางตุรกี รัสเซียคงไม่เข้ามาในซีเรียแน่ ยกเว้นแต่ จะมีรายการตกลงต้ม 3 ชั้นกันไว้ และการสอยซูกอย คงเป็นอุบัติการณ์สำคัญ ที่ทำให้รัสเซียหลุดปากออกมาว่า เป็นการถูกแทงข้างหลัง เพราะฉะนั้น ในความเห็นผม เรื่องกบฏชาวเคิร์ด เรื่องลูกชายประธานาธิบดีตุรกี (ที่ถูกสื่อแดกเอาว่าเป็นสุลต่าน) ค้าน้ำมันกับไอซิส ไม่ใช่เป็นสาเหตุเกี่ยวกับการสอยซูกอยเลย ผมกลับมองว่า คุณพี่ปูตินนี่แสบไม่เบา เอาเรื่องลูกสุลต่านค้าน้ำมันกับไอซิสมากระจายหน้าจอ เพราะมันเป็นการซื้อน้ำมันราคาถูก ที่ใครๆ ก็ซื้อกันทั้งนั้น แต่คนที่กำลังกระอัก คือคนที่หวังจะขายน้ำมันราคาแพงต่างหาก แบบพวกเสี่ยปั้มใหญ่และก๊วน และอีกพวกที่สำคัญกว่าสำหรับอเมริกาคือ บริษัทน้ำมันของพวกตะวันตกเองนั่นแหละครับ ที่กำลังขาดรายได้จากน้ำมันไอซิสราคาถูก ที่กำลังกระจายในตลาด มันเป็นการแฉ ให้พวกเดียวเชือดกันเอง มึงอยากเป็นนกสองหัวดีนัก และเราก็คอยดูไปแล้วกันว่า ท่านสุลต่านจะนั่งบัลลังค์ได้นานไหม แม้จะยอมให้อ้างชื่อว่าเป็นคนสอยซูกอย วันนี้ขอจบการวิเคราะห์ ไว้แค่นี้ก่อน เราคงต้องจับตาดูว่า อเมริกา อังกฤษ อียู นาโต้ จะเคลื่อนไหวอย่างไร แต่ผมคาดว่า ยังจัดทัพกันไม่เสร็จครับ คงยังมีการตีกรรเชียงต่อ อีกสักฉาก 2 ฉาก และผมจะกลับมาเขียนตอนต่อไป ส่วนที่น่าจะเกี่ยวกับบ้านเรา หลังวันที่ 5 ธันวาคมนะครับ วันพ่อ ของดเขียนเรื่องไม่เป็นมงคลครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 4 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 59 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 8

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 8
    เป้าหมายสำคัญของแผน New Middle East ตะวันออกกลางใหม่ ของอเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล คือการจัดสรรเขตแดนของประเทศในตะวันออกกลางเสียใหม่ รวมทั้งจัดสรรตัวผู้ปกครองแต่ละประเทศ ในตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง ตามที่อเมริกาเห็นเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้อเมริกาและพวก (คือ อังกฤษและอิสราเอล) เข้าไปควบคุมทั้ง 2 บริเวณ ขณะเดียวกัน ก็เป็นการป้องกัน หรือปิดกั้น ไม่ให้รัสเซียที่ยังเหลืออยู่หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย ยังจะมีโอกาสฟื้นคืนชีพ และไม่ใช่ฟื้นธรรมดา ฟื้นแล้วดันลงมาคว้าพุงปลาในตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง คือแหล่งพลังงานไปได้
    เอเซียกลาง คือ บริเวณพื้นที่ของทวีปเอเซีย ที่เริ่มตั้งแต่ตะวันตกของทะเลสาปแคสเปียน ยาวไปถึงเขตแดนตะวันตกของจีน และมีบริวณทางเหนือติดกับรัสเซีย ส่วนบริเวณทางใต้ ติดกับอิหร่าน อาฟกานิสถาน และจีน
    เอเซียกลาง เป็นที่ตั้งของ 5 ประเทศ ที่เคยเป็นรัฐบริวารของสหภาพโซเวียต คือ คาซัคสถาน คีร์กีสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และทาจิกิสถาน และเป็นบริเวณที่มีแหล่งพลังงานมากมายอีกแห่งหนึ่ง ที่ไอ้สองแสบเล็งไว้
    เอเซียกลาง มีชื่อเรียกหลายอย่าง แล้วแต่ว่าจะมองมาจากด้านไหน แต่ชื่อที่เรียกแล้ว ทำให้เห็นความสำคัญของเอเซียกลางชัดเจน คือ ที่เรียกบริเวณนี้ว่า “ท้องน้อยของรัสเซีย” soft under belly เรียกแบบนี้ คงทำให้เข้าใจความสำคัญของการเป็น ท้องน้อยนะครับ ใครโดนต่อยตรงท้องน้อยนี่ จุกถึงตายได้ นักมวยจึงมีกติกา ห้ามต่อยใต้เข็มขัด ก็คือ บริเวณท้องน้อย แล้วแบบนี้ ฝ่ายตรงกันข้าม ก็คงยิ่งอยากเข้าไปครอบครองท้องน้อยของรัสเซีย
    แต่ทางเข้าไปสู่ท้องน้อยของรัสเซียตามเขตแดน ก็ต้องผ่านอิหร่าน อาฟกานิสถาน และจีน ที่นี้คงเข้าใจแล้วนะครับ ทำไมใครต้องเป็นเพื่อนกับใคร และทำไม ใครต้องพยายาม ไม่ให้ใครเป็นเพื่อนกับใคร
    ที่น่าสนใจ คือ ในหนังสือที่ไอ้คุณแสบ เบรซินสกี้เขียน คือ เรื่อง The Grand Chess Board : America Primacy and Its Geo-Strategic Imperatives (หมากรุกกระดานพิฆาต) บอกว่า อิหร่าน และตุรกี เป็น 2 ประเทศที่มีความสำคัญยิ่ง ต่อยุทธศาสตร์ของอเมริกา ในการควบคุมตะวันออกกลาง รวมถึงเอเซียกลาง และจริงๆ มันคือยุทธศาสตร์ในการพิฆาตรัสเซีย หรือควบคุมรัสเซีย ไม่ให้ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งของอเมริกาในศตวรรษใหม่
    เมื่อประมวลความเห็นของนักยุทธศาสตร์ของฝ่ายอเมริกา อังกฤษ และอิสราเอลตามที่ผมเล่ามาแล้ว ก็คงพอเห็นกันว่า ตัวละครหลักในตะวันออกกลาง ไม่ได้อยู่ที่พวกเสี่ยปั๊มต่างๆ ที่มีแต่จะถูกหลอกใช้ไปเรื่อยๆ ระหว่างทาง แต่ตัวละครหลักจริงๆ คือ อิสราเอล อิหร่าน อิรัค ซีเรีย และตุรกี และ วันนี้ ทั้งฝ่ายอเมริกา และ ฝ่ายรัสเซีย ต่างเดินเกม เพื่อแย่งชิงตัวละครหลักในตะวันออกกลาง มาอยู่ฝ่ายตัว กันอย่างค่อนข้างจะเปิดเผย
    อเมริกาพยายามคุมอิหร่านมาตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1953 ถ้าอเมริกาได้อิหร่านอยู่ในมือจริงตั้งแต่ต้น รัสเซียอาจไม่ได้เกิดเลย หรือคงโตยาก
    อเมริกาวางแผนสาระพัดแบบ สำหรับอิหร่าน ที่ก็มีพิษแอบซ่อนไว้รอบตัว อเมริกา หลอกเอาพระเจ้าชาห์ปาเลวี มาใช้อยู่หลายสิบปี แต่เมื่อเห็นพระเจ้าชาห์ เกิดจะแข็งข้อ อเมริกาก็สร้างปฏิวัติในอิหร่าน และหลอกเอา อะยาโตเลาะห์โคไมนี ขึ้นมาปกครองอิหร่านแทน และเก็บพระเจ้าชาห์ใส่ห่อ แต่อิหร่านไม่ใช่จะหลอกต้มกันได้ง่ายๆ และวันนี้ อเมริกาคงเห็นแล้วว่า ใครต้มใคร
    เมื่อแผนกินอิหร่านรอบแรกไม่สำเร็จ อเมริกาจึงเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่ท้องน้อยของรัสเซียใหม่ เป็นการเข้าผ่านอิรัค และซีเรีย ถ้าทั้ง 2 ประเทศล่ม อิหร่านก็มีสิทธิล้มด้วย
    รัสเซีย ย่อมรู้แผนของไอ้ 3 แสบมานานแล้ว รัสเซียจึงพยายามจับมือกับอิหร่าน ซีเรีย อิรัค เลบานอน เยเมน และไอ้นก 2 หัว ตุรกี
    ซีเรียเป็นเพื่อนเก่ากับรัสเซีย ตั้งแต่สมัยยังเป็นสหภาพโซเวียต ในราว ค.ศ.1970 กว่า แม้จะโดนอเมริกาบีบไข่จนหน้าเขียวมาตลอด แต่ อัสสาดคนพ่อ ไม่เคยอ่อนข้อให้อเมริกา และอัสสาดคนลูก ก็คงไม่ต่างกับพ่อ
    ส่วนอิหร่านนั้น รัสเซียสนับสนุน ช่วยเหลือทั้งทางตรงทางอ้อม ร่วมกับจีน(ในช่วงหลัง) ในยามที่อิหร่านถูกอเมริกาและยุโรปใช้มาตรการคว่ำบาตร ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1979 จนถึงปัจจุบันนี้
    ขณะเดียวกัน อิหร่านก็รู้ความคิดของอเมริกา และรู้ชะตากรรมของตัวเองดี ถ้าอเมริกายึดตะวันออกกลางได้ อิหร่านจะตกอยู่ในสภาพอย่างไร อิหร่านจึงมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงให้กับประเทศตัว พร้อมกับหาแนวร่วม อย่างอิรัค ซีเรียและเลบานอน เอาไว้ป้องกันตัว
    อเมริกาเดินตามแผน จะเรียกว่า New Middle East Project หรือ เรียกชื่ออะไรก็แล้วแต่ เริ่มจากเดินหมากเพื่อฮุบแหล่งพลังงานของตะวันออกกลางทั้งหมด และคืบขยายการยึดเอาแหล่งพลังงานออกไปทางด้านซ้ายถึงในอาฟริกา พร้อมกับการเล็งขึ้นไปเอาแหล่งพลังงานในเอเซียกลาง ท้องน้อยของรัสเซีย
    แต่ทั้งหมดนี้ ถ้าดูกันลึกๆ มันไม่น่าใช่แผนกินรวบธรรมดา มันน่าจะเป็นแผนพิฆาตรัสเซีย ที่อเมริกาและพวก ใช้เวลาเดินหมากนี้มานานไม่น้อยกว่า 40 ปีแล้ว ไม่ต่างกับสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่อังกฤษ อเมริกา ยิว พยายามกำจัดรัสเซียสมัยพระเจ้าซาร์ ด้วยการสร้างปฏิวัติรัสเซียจอมปลอม พร้อมกับการฆ่าทิ้งทั้งโคตรพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 จนรัสเซียกลายสภาพมาเป็นสหภาพโซเวียต และกลับมาเหลือเป็นรัสเซียอย่างเดิม
    ดูเหมือนความคิดทำลายล้างรัสเซียจะไม่มีวันจบสิ้น และโลกคงจะไม่มีวันสงบ จนกว่าแองโกลอเมริกาจะลบทิ้งรัสเซียออกไปจากแผนที่โลกให้จงได้..
    และทฤษฏีเอาปั๊ม ไม่เอาคน ในตะวันออกกลาง จึงน่าจะเป็นของแถม หรือ เป็นทฤษฏีหัวเจาะ ก่อนที่จะไปถึงของจริง
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    2 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 8 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 8 เป้าหมายสำคัญของแผน New Middle East ตะวันออกกลางใหม่ ของอเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล คือการจัดสรรเขตแดนของประเทศในตะวันออกกลางเสียใหม่ รวมทั้งจัดสรรตัวผู้ปกครองแต่ละประเทศ ในตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง ตามที่อเมริกาเห็นเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้อเมริกาและพวก (คือ อังกฤษและอิสราเอล) เข้าไปควบคุมทั้ง 2 บริเวณ ขณะเดียวกัน ก็เป็นการป้องกัน หรือปิดกั้น ไม่ให้รัสเซียที่ยังเหลืออยู่หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย ยังจะมีโอกาสฟื้นคืนชีพ และไม่ใช่ฟื้นธรรมดา ฟื้นแล้วดันลงมาคว้าพุงปลาในตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง คือแหล่งพลังงานไปได้ เอเซียกลาง คือ บริเวณพื้นที่ของทวีปเอเซีย ที่เริ่มตั้งแต่ตะวันตกของทะเลสาปแคสเปียน ยาวไปถึงเขตแดนตะวันตกของจีน และมีบริวณทางเหนือติดกับรัสเซีย ส่วนบริเวณทางใต้ ติดกับอิหร่าน อาฟกานิสถาน และจีน เอเซียกลาง เป็นที่ตั้งของ 5 ประเทศ ที่เคยเป็นรัฐบริวารของสหภาพโซเวียต คือ คาซัคสถาน คีร์กีสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และทาจิกิสถาน และเป็นบริเวณที่มีแหล่งพลังงานมากมายอีกแห่งหนึ่ง ที่ไอ้สองแสบเล็งไว้ เอเซียกลาง มีชื่อเรียกหลายอย่าง แล้วแต่ว่าจะมองมาจากด้านไหน แต่ชื่อที่เรียกแล้ว ทำให้เห็นความสำคัญของเอเซียกลางชัดเจน คือ ที่เรียกบริเวณนี้ว่า “ท้องน้อยของรัสเซีย” soft under belly เรียกแบบนี้ คงทำให้เข้าใจความสำคัญของการเป็น ท้องน้อยนะครับ ใครโดนต่อยตรงท้องน้อยนี่ จุกถึงตายได้ นักมวยจึงมีกติกา ห้ามต่อยใต้เข็มขัด ก็คือ บริเวณท้องน้อย แล้วแบบนี้ ฝ่ายตรงกันข้าม ก็คงยิ่งอยากเข้าไปครอบครองท้องน้อยของรัสเซีย แต่ทางเข้าไปสู่ท้องน้อยของรัสเซียตามเขตแดน ก็ต้องผ่านอิหร่าน อาฟกานิสถาน และจีน ที่นี้คงเข้าใจแล้วนะครับ ทำไมใครต้องเป็นเพื่อนกับใคร และทำไม ใครต้องพยายาม ไม่ให้ใครเป็นเพื่อนกับใคร ที่น่าสนใจ คือ ในหนังสือที่ไอ้คุณแสบ เบรซินสกี้เขียน คือ เรื่อง The Grand Chess Board : America Primacy and Its Geo-Strategic Imperatives (หมากรุกกระดานพิฆาต) บอกว่า อิหร่าน และตุรกี เป็น 2 ประเทศที่มีความสำคัญยิ่ง ต่อยุทธศาสตร์ของอเมริกา ในการควบคุมตะวันออกกลาง รวมถึงเอเซียกลาง และจริงๆ มันคือยุทธศาสตร์ในการพิฆาตรัสเซีย หรือควบคุมรัสเซีย ไม่ให้ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งของอเมริกาในศตวรรษใหม่ เมื่อประมวลความเห็นของนักยุทธศาสตร์ของฝ่ายอเมริกา อังกฤษ และอิสราเอลตามที่ผมเล่ามาแล้ว ก็คงพอเห็นกันว่า ตัวละครหลักในตะวันออกกลาง ไม่ได้อยู่ที่พวกเสี่ยปั๊มต่างๆ ที่มีแต่จะถูกหลอกใช้ไปเรื่อยๆ ระหว่างทาง แต่ตัวละครหลักจริงๆ คือ อิสราเอล อิหร่าน อิรัค ซีเรีย และตุรกี และ วันนี้ ทั้งฝ่ายอเมริกา และ ฝ่ายรัสเซีย ต่างเดินเกม เพื่อแย่งชิงตัวละครหลักในตะวันออกกลาง มาอยู่ฝ่ายตัว กันอย่างค่อนข้างจะเปิดเผย อเมริกาพยายามคุมอิหร่านมาตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1953 ถ้าอเมริกาได้อิหร่านอยู่ในมือจริงตั้งแต่ต้น รัสเซียอาจไม่ได้เกิดเลย หรือคงโตยาก อเมริกาวางแผนสาระพัดแบบ สำหรับอิหร่าน ที่ก็มีพิษแอบซ่อนไว้รอบตัว อเมริกา หลอกเอาพระเจ้าชาห์ปาเลวี มาใช้อยู่หลายสิบปี แต่เมื่อเห็นพระเจ้าชาห์ เกิดจะแข็งข้อ อเมริกาก็สร้างปฏิวัติในอิหร่าน และหลอกเอา อะยาโตเลาะห์โคไมนี ขึ้นมาปกครองอิหร่านแทน และเก็บพระเจ้าชาห์ใส่ห่อ แต่อิหร่านไม่ใช่จะหลอกต้มกันได้ง่ายๆ และวันนี้ อเมริกาคงเห็นแล้วว่า ใครต้มใคร เมื่อแผนกินอิหร่านรอบแรกไม่สำเร็จ อเมริกาจึงเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่ท้องน้อยของรัสเซียใหม่ เป็นการเข้าผ่านอิรัค และซีเรีย ถ้าทั้ง 2 ประเทศล่ม อิหร่านก็มีสิทธิล้มด้วย รัสเซีย ย่อมรู้แผนของไอ้ 3 แสบมานานแล้ว รัสเซียจึงพยายามจับมือกับอิหร่าน ซีเรีย อิรัค เลบานอน เยเมน และไอ้นก 2 หัว ตุรกี ซีเรียเป็นเพื่อนเก่ากับรัสเซีย ตั้งแต่สมัยยังเป็นสหภาพโซเวียต ในราว ค.ศ.1970 กว่า แม้จะโดนอเมริกาบีบไข่จนหน้าเขียวมาตลอด แต่ อัสสาดคนพ่อ ไม่เคยอ่อนข้อให้อเมริกา และอัสสาดคนลูก ก็คงไม่ต่างกับพ่อ ส่วนอิหร่านนั้น รัสเซียสนับสนุน ช่วยเหลือทั้งทางตรงทางอ้อม ร่วมกับจีน(ในช่วงหลัง) ในยามที่อิหร่านถูกอเมริกาและยุโรปใช้มาตรการคว่ำบาตร ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1979 จนถึงปัจจุบันนี้ ขณะเดียวกัน อิหร่านก็รู้ความคิดของอเมริกา และรู้ชะตากรรมของตัวเองดี ถ้าอเมริกายึดตะวันออกกลางได้ อิหร่านจะตกอยู่ในสภาพอย่างไร อิหร่านจึงมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงให้กับประเทศตัว พร้อมกับหาแนวร่วม อย่างอิรัค ซีเรียและเลบานอน เอาไว้ป้องกันตัว อเมริกาเดินตามแผน จะเรียกว่า New Middle East Project หรือ เรียกชื่ออะไรก็แล้วแต่ เริ่มจากเดินหมากเพื่อฮุบแหล่งพลังงานของตะวันออกกลางทั้งหมด และคืบขยายการยึดเอาแหล่งพลังงานออกไปทางด้านซ้ายถึงในอาฟริกา พร้อมกับการเล็งขึ้นไปเอาแหล่งพลังงานในเอเซียกลาง ท้องน้อยของรัสเซีย แต่ทั้งหมดนี้ ถ้าดูกันลึกๆ มันไม่น่าใช่แผนกินรวบธรรมดา มันน่าจะเป็นแผนพิฆาตรัสเซีย ที่อเมริกาและพวก ใช้เวลาเดินหมากนี้มานานไม่น้อยกว่า 40 ปีแล้ว ไม่ต่างกับสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่อังกฤษ อเมริกา ยิว พยายามกำจัดรัสเซียสมัยพระเจ้าซาร์ ด้วยการสร้างปฏิวัติรัสเซียจอมปลอม พร้อมกับการฆ่าทิ้งทั้งโคตรพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 จนรัสเซียกลายสภาพมาเป็นสหภาพโซเวียต และกลับมาเหลือเป็นรัสเซียอย่างเดิม ดูเหมือนความคิดทำลายล้างรัสเซียจะไม่มีวันจบสิ้น และโลกคงจะไม่มีวันสงบ จนกว่าแองโกลอเมริกาจะลบทิ้งรัสเซียออกไปจากแผนที่โลกให้จงได้.. และทฤษฏีเอาปั๊ม ไม่เอาคน ในตะวันออกกลาง จึงน่าจะเป็นของแถม หรือ เป็นทฤษฏีหัวเจาะ ก่อนที่จะไปถึงของจริง สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 2 ธ.ค. 2558
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 116 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 7

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 7
    ทฤษฏีเอาปั้มไม่เอาคนนั้น อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล (ไอ้สามแสบ) ได้สมคบกันคิดมานานแล้ว และมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เมื่อประมาณปี ค.ศ.2006 โดยคุณนายคอนโดลีสซ่า ไรซ์ Condoleezza Rice เมื่อตอนเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา สมัยคาวบอยบุชเป็นประธานาธิบดี คุณนายคอนโด เป็นหญิงผิวดำ ที่ออกท่าว่ามีการศึกษาสูง เป็นอาจารย์สอนทางรัฐศาสตร์การเมือง ในมหาวิทยาลัยอันดับนำของอเมริกา
    คุณนายคอนโดให้สัมภาษณ์กับสื่อ ที่เมืองเทลาวิฟ อิสราเอล เมื่อเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.2006 ในวันทำพิธีเปิดสถานีส่งน้ำมันเส้นทาง Baku-Tbilisi-Ceyhan (BTC)ทางตะวันออกของเมดิเตอร์เรเนียน ว่า…..เรากำลังก้าวไปสู่ ตะวันออกกลางใหม่ “New Middle East” ……และคงไม่ใช่การบังเอิญ วันที่คุณนายให้สัมภาษณ์นั้น อิสราเอลกำลังโจมตีเลบานอน
    คุณนายคอนโดขยายต่อ …. ที่เรากำลังเห็นอยู่ (การโจมตีเลบานอนของอิสราเอล) …..มันอาจจะเป็นการเริ่มต้น ของตะวันออกกลางใหม่ ก็ได้นะ…และไม่ว่าเรา (อเมริกา) จะดำเนินการอย่างไรต่อไป มันหมายความว่า เราจะผลักดันไปสู่ตะวันออกกลางใหม่ ไม่ใช่ ตะวันออกกลางเดิม….อืม….
    แผนสร้างตะวันออกกลางใหม่ New Middle East เป็นแผนที่ปรับปรุงมาจากแผน Greater Middle East Project ที่เป็นการคิดร่วมกันของฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายกองทัพ และกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ.1996 สมัยท่านประธานาธิบดี คนที่นิยมเด็กฝึกงาน
    การให้สัมภาษณ์ของคุณนายคอนโด เป็นการยืนยันข่าวลือว่า อเมริกา อังกฤษ อิสราเอล ได้ร่วมกันวางแผนมาหลายปีแล้ว ที่จะสร้างการจราจลวุ่นวายให้เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง โดยให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น และขยายตัวตามแนวโค้งของบรรดาประเทศ ที่รายรอบสหภาพโซเวียต…
    ค.ศ.1996 Richard Perle และ Douglas Feith 2 ที่ปรึกษาใหญ่ของเพนตากอน ตั้งแต่สมัยบุชตัวพ่อ ได้เสนอแผนยุทธศาสตร์สำหรับอิสราเอลยุคใหม่ ภายใต้การนำของนายเนทันยาฮู ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลหมาดๆ ชื่อแผน A Clean Break: A New Strategy for Securing of the Realm ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ที่มีการระบุไว้ในแผนของวอชิงตัน ที่เสนอให้มีการกำจัด ซัดดัม ฮุสเซน ของอิรัค การใช้กำลังทหารกับปาเลสไตน์ และการโจมตีซีเรีย และเลบานอน
    นายเนทันยาฮู เพิ่งขึ้นมานั่งแท่นนายกใหม่ๆ ยังจับอุณหภูมิไม่ถูก บอกว่าแผนนี้เสี่ยงฉิบหาย ยังไม่ทันไร จะให้กูเล่นเกมหนัก แผน Perle- Feith จึงถูกเก็บเข้าลิ้นชัก
    ค.ศ.2001 คาวบอยบุช ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก มาพร้อมกับคำสั่งพ่อให้เปิดลิ้นชัก เอาแผน Perle-Feith ออกมาปัดฝุ่น บอกว่า นี่คือยุทธศาสตร์สำคัญระดับสูงสุดของเรานะลูกรัก แล้วทีมของลูกรัก ก็ทำการปรับปรุงแต่งหน้าแผน และตั้งชื่อแผนเสียใหม่ว่า Greater Middle East Project ส่วน Douglas Feith ก็ได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นรางวัล
    Greater Middle East มีฉากหน้า เป็นแผนปฏิรูปตะวันออกกลาง โดยให้ทุกประเทศใส่เสื้อคลุมประชาธิปไตย (ต้มแบบเดิมๆ แต่ก็ยังมีคนเชื่อเหมือนเดิม..เบื่อเขียนจังครับ) แต่ของจริงคือ แผนการควบคุมด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของตะวันออกกลาง รวมทั้งกินไปถึงแนวประเทศต่างๆตั้งแต่โมรอคโค ไปจนถึงเขตแดนของรัสเซียและจีน
    ตามแผนนี้ อเมริกา ด้วยความกระหายน้ำมันและเลือดของกลุ่มเหยี่ยว ที่นำโดยคาวบอยบุช
    เตรียมแผนที่จะควบคุมแหล่งน้ำมัน รวมไปจนถึง การผลิต การขายน้ำมัน ฯลฯ พร้อมทั้งควบคุมสถาบันการเงินในภูมิภาคทั้งหมดด้วย มันคือแผนกินรวบ หรือยึดตะวันออกกลางทั้งหมดเป็นอาณานิคมนั่นเอง….
    อเมริกาเตรียมจะเสนอแผนการนี้ในที่ประชุม G8 ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2004 โดยเรียกเป็นแผนระดับการทำงาน working paper G8-Greater Middle East Partnership เพื่อจัดแถวเรียงคิว
    แต่ G8 คือ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น รัสเซีย อังกฤษ และอเมริกา เอะ ไม่มีประเทศในตะวันออกกลางอยู่ในรายชื่อเลยนี่หว่า เวร กำลังจะถูกเคี้ยว แต่ยังไม่รู้ตัว แถมกำลังเดินจูงกันไปเข้าปากเขา…
    บังเอิญมีมือดี ส่งร่างแผนกินรวบนี้ไปให้สื่อ Al-Hayat ซึ่งตีพิมพ์เป็นภาษา
    อารบิกมีเครือข่ายกว้างขวาง ส่งออกไปทั่วภูมิภาค แถมมีบทความในนิตยสาร Le Monde Diplomatique เดือนเมษายน ค.ศ.2004 ลงเพิ่มให้อีกว่า นอกจากประเทศในตะวันออกกลาง ที่จะโดนเคี้ยวแล้ว อาฟกานิสถาน อิหร่าน ปากีสถาน ตุรกี ก็อาจโดนไปด้วย เพราะดันไปเรียงแถวกันอยู่ ตามแนวที่ไม่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกาอย่างรุนแรง…..หมายถึงใครนะ ที่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกา…
    หลังจากแผนกินรวบรั่ว ผู้ที่ออกมาคัดค้านแผนนี้อย่างรุนแรง คือ ประธานาธิบดีมูบารัคของอียิปต์ ตามมาด้วยกษัตริย์อับดุลลา ของซาอุดิอารเบีย คาวบอยบุชจึงสั่งเก็บแผนกินรวบ…. ไว้ชั่วคราวและชื่อของมูบารัค ก็คงถูกกากะบาด ตั้งแต่ตอนนั้น แล้วกษัตริย์อับดุลลาล่ะ ไม่โดนหรือพ่อ รอไปก่อนน่า อย่าเพิ่งใจร้อน ยังต้องเอาไว้ใช้งานอีกแยะ
    อันที่จริง อเมริกาและอังกฤษ เริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องประเทศ ที่มีบริเวณอยู่รายรอบสหภาพโซเวียต มานานเกือบ 40 ปีแล้ว ตั้งแต่สหภาพโซเวียตยังอยู่ดี
    ในปี ค.ศ.1978 นายชบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinski (เป็นอีกหนึ่งตัวแสบ ที่ผมสะอิดสะเอียนมาก เวลาที่ต้องเขียนถึง) ในฐานะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของท่านประธานาธิบดีถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ ได้พูดในการบรรยายว่า
    …..เราควรให้ความสนใจต่อ ” an arc of crisis” หรือ แนวโค้งที่จะสร้างวิกฤติได้ คือ บรรดาประเทศที่เรียงรายและมีบริเวณอยู่ติดกับสหภาพโซเวียต เริ่มตั้งแต่แนวชายฝั่งของมหาสมุทรอินเดีย ไล่มาจนถึงตุรกี ลงใต้มาถึงประเทศที่อยู่แถวแหลมอารเบีย และยาวไปจนถึงปลายแหลมของอาฟริกา….
    …..และจุดสำคัญ ที่จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อของแนวโค้ง คือ อิหร่าน…..
    …..แนวโค้งดังกล่าว มีความเปราะบาง ทั้งทางด้านสังคมและการเมือง แต่จะมีความหมายกับอเมริกาอย่างมากมาย……ความวุ่นวายของประเทศในแนวโค้ง นั้น ไม่ว่าจะมาจากทางการเมือง หรือสังคม สามารถสร้างความปวดหัวให้กับเรา หรือกับฝ่ายตรงกันข้ามของเราได้อย่างมหาศาล…..
    แล้วยุทธศาสตร์ของอเมริกาและอังกฤษ เกี่ยวกับสหภาพโซเวียต ก็มีการเปลี่ยนแปลง เกิดมีแนวความคิดที่จะเอากองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้ในการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ด้วยการสร้างความวุ่นวายในประเทศตามแนวโค้ง
    ทฤษฏีของเบรซินสกี้ ถูกนำไปขยายเป็นแผนยุทธศาสตร์ในปี ค.ศ.1979 โดย นายเบอร์นาร์ด ลิวอิส Bernard Lewis ชาวอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานข่าวกรอง และเป็นนักประวัติศาสตร์ ผู้ชำนาญโดยเฉพาะในบริเวณตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง ตามแผนยุทธศาสตร์นี้ อเมริกาจะสร้างกองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการ “ปิดล้อม”สหภาพโซเวียต และ”ควบคุม” ตะวันออกกลางต่อไปด้วย
    ในปี ค.ศ.1992 ลิวอิส เขียนบทความชื่อ “Rethinking the Middle East” (คิดอีกที เรื่องตะวันออกกลาง) ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังความคิด Council on Foreign Relations หรือ CFR ที่เป็นเสมือนผู้กำกับรัฐบาลอเมริกัน
    ลิวอิส เสนอความเห็นว่า เรา (แองโกลอเมริกัน) ควรมีนโยบายเกี่ยวกับตะวันออกกลางใหม่ เพื่อเป็นการรองรับการสิ้นสุดของสงครามเย็น และเป็นการจัดระเบียบโลกใหม่ สรุปง่ายๆ แบบภาษาแถวบ้านผม แปลว่า ต้องมีแผนดองรัสเซียไว้ในขวดโหลนั่นแหละครับ
    ย้อนไปในปี ค.ศ.1982 ผู้สื่อข่าวชาวอิสราเอล ชื่อ โอเด็ด ยีนอน Oded Yinon ก็เขียนบทความชิ้นสำคัญออกมา เป็นบทความที่อเมริกาและอังกฤษให้ความสนใจมาก สรุปว่า การล่มสลายของซีเรีย อิรัค และเลบานอน คือเป้าหมายสำคัญของอิสราเอล อิรัคจะแข็งแรงกว่าซีเรีย ถ้าปล่อยให้อยู่นานไป และนั่นเป็นการคุกคามต่อการเป็นอยู่ของอิสราเอล
    ในปี ค.ศ.1996 อเมริกาแจกงาน ให้อิสราเอล ทำหน้าที่ประสานงานใกล้ชิดกับตุรกี และจอร์แดน เผื่อเตรียมแผนปฏิบัติการร่วม ในการเด็ดซัดดัม ให้หลุดออกไปจากขั้วอำนาจในอิรัค
    ปี ค.ศ.2000 อเมริกาออกนโยบายที่เรียกว่า Project for the New American Century (PNAC) ศตวรรษใหม่ของอเมริกา จุดประสงค์เพื่อจัดทัพด้านความมั่นคงของอเมริกาเสียใหม่ โดยเฉพาะเพื่อให้ตะวันออกกลางอยู่ในการครอบครอง หรือควบคุมของอเมริกาอย่างเบ็ดเสร็จ โดยเน้นที่การกำจัด อิรัค และอิหร่าน
    และในที่สุด ในปี ค.ศ.2003 อเมริกาก็บุกอิรัคจริง และกำจัดซัดดัมจริง ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
    หลังจากนั้น แผนหรือโครงการ ตะวันออกกลางใหม่ New Middle East ของ “อเมริกา” ก็เปิดตัว ต่อสาธารณะ ในปี ค.ศ.2006….เฮ้อ…
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    1 ธ.ค. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 7 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 7 ทฤษฏีเอาปั้มไม่เอาคนนั้น อเมริกา อังกฤษ และอิสราเอล (ไอ้สามแสบ) ได้สมคบกันคิดมานานแล้ว และมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการ เมื่อประมาณปี ค.ศ.2006 โดยคุณนายคอนโดลีสซ่า ไรซ์ Condoleezza Rice เมื่อตอนเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา สมัยคาวบอยบุชเป็นประธานาธิบดี คุณนายคอนโด เป็นหญิงผิวดำ ที่ออกท่าว่ามีการศึกษาสูง เป็นอาจารย์สอนทางรัฐศาสตร์การเมือง ในมหาวิทยาลัยอันดับนำของอเมริกา คุณนายคอนโดให้สัมภาษณ์กับสื่อ ที่เมืองเทลาวิฟ อิสราเอล เมื่อเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ.2006 ในวันทำพิธีเปิดสถานีส่งน้ำมันเส้นทาง Baku-Tbilisi-Ceyhan (BTC)ทางตะวันออกของเมดิเตอร์เรเนียน ว่า…..เรากำลังก้าวไปสู่ ตะวันออกกลางใหม่ “New Middle East” ……และคงไม่ใช่การบังเอิญ วันที่คุณนายให้สัมภาษณ์นั้น อิสราเอลกำลังโจมตีเลบานอน คุณนายคอนโดขยายต่อ …. ที่เรากำลังเห็นอยู่ (การโจมตีเลบานอนของอิสราเอล) …..มันอาจจะเป็นการเริ่มต้น ของตะวันออกกลางใหม่ ก็ได้นะ…และไม่ว่าเรา (อเมริกา) จะดำเนินการอย่างไรต่อไป มันหมายความว่า เราจะผลักดันไปสู่ตะวันออกกลางใหม่ ไม่ใช่ ตะวันออกกลางเดิม….อืม…. แผนสร้างตะวันออกกลางใหม่ New Middle East เป็นแผนที่ปรับปรุงมาจากแผน Greater Middle East Project ที่เป็นการคิดร่วมกันของฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายกองทัพ และกระทรวงต่างประเทศของอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ.1996 สมัยท่านประธานาธิบดี คนที่นิยมเด็กฝึกงาน การให้สัมภาษณ์ของคุณนายคอนโด เป็นการยืนยันข่าวลือว่า อเมริกา อังกฤษ อิสราเอล ได้ร่วมกันวางแผนมาหลายปีแล้ว ที่จะสร้างการจราจลวุ่นวายให้เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง โดยให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น และขยายตัวตามแนวโค้งของบรรดาประเทศ ที่รายรอบสหภาพโซเวียต… ค.ศ.1996 Richard Perle และ Douglas Feith 2 ที่ปรึกษาใหญ่ของเพนตากอน ตั้งแต่สมัยบุชตัวพ่อ ได้เสนอแผนยุทธศาสตร์สำหรับอิสราเอลยุคใหม่ ภายใต้การนำของนายเนทันยาฮู ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลหมาดๆ ชื่อแผน A Clean Break: A New Strategy for Securing of the Realm ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ที่มีการระบุไว้ในแผนของวอชิงตัน ที่เสนอให้มีการกำจัด ซัดดัม ฮุสเซน ของอิรัค การใช้กำลังทหารกับปาเลสไตน์ และการโจมตีซีเรีย และเลบานอน นายเนทันยาฮู เพิ่งขึ้นมานั่งแท่นนายกใหม่ๆ ยังจับอุณหภูมิไม่ถูก บอกว่าแผนนี้เสี่ยงฉิบหาย ยังไม่ทันไร จะให้กูเล่นเกมหนัก แผน Perle- Feith จึงถูกเก็บเข้าลิ้นชัก ค.ศ.2001 คาวบอยบุช ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก มาพร้อมกับคำสั่งพ่อให้เปิดลิ้นชัก เอาแผน Perle-Feith ออกมาปัดฝุ่น บอกว่า นี่คือยุทธศาสตร์สำคัญระดับสูงสุดของเรานะลูกรัก แล้วทีมของลูกรัก ก็ทำการปรับปรุงแต่งหน้าแผน และตั้งชื่อแผนเสียใหม่ว่า Greater Middle East Project ส่วน Douglas Feith ก็ได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นรางวัล Greater Middle East มีฉากหน้า เป็นแผนปฏิรูปตะวันออกกลาง โดยให้ทุกประเทศใส่เสื้อคลุมประชาธิปไตย (ต้มแบบเดิมๆ แต่ก็ยังมีคนเชื่อเหมือนเดิม..เบื่อเขียนจังครับ) แต่ของจริงคือ แผนการควบคุมด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของตะวันออกกลาง รวมทั้งกินไปถึงแนวประเทศต่างๆตั้งแต่โมรอคโค ไปจนถึงเขตแดนของรัสเซียและจีน ตามแผนนี้ อเมริกา ด้วยความกระหายน้ำมันและเลือดของกลุ่มเหยี่ยว ที่นำโดยคาวบอยบุช เตรียมแผนที่จะควบคุมแหล่งน้ำมัน รวมไปจนถึง การผลิต การขายน้ำมัน ฯลฯ พร้อมทั้งควบคุมสถาบันการเงินในภูมิภาคทั้งหมดด้วย มันคือแผนกินรวบ หรือยึดตะวันออกกลางทั้งหมดเป็นอาณานิคมนั่นเอง…. อเมริกาเตรียมจะเสนอแผนการนี้ในที่ประชุม G8 ในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2004 โดยเรียกเป็นแผนระดับการทำงาน working paper G8-Greater Middle East Partnership เพื่อจัดแถวเรียงคิว แต่ G8 คือ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น รัสเซีย อังกฤษ และอเมริกา เอะ ไม่มีประเทศในตะวันออกกลางอยู่ในรายชื่อเลยนี่หว่า เวร กำลังจะถูกเคี้ยว แต่ยังไม่รู้ตัว แถมกำลังเดินจูงกันไปเข้าปากเขา… บังเอิญมีมือดี ส่งร่างแผนกินรวบนี้ไปให้สื่อ Al-Hayat ซึ่งตีพิมพ์เป็นภาษา อารบิกมีเครือข่ายกว้างขวาง ส่งออกไปทั่วภูมิภาค แถมมีบทความในนิตยสาร Le Monde Diplomatique เดือนเมษายน ค.ศ.2004 ลงเพิ่มให้อีกว่า นอกจากประเทศในตะวันออกกลาง ที่จะโดนเคี้ยวแล้ว อาฟกานิสถาน อิหร่าน ปากีสถาน ตุรกี ก็อาจโดนไปด้วย เพราะดันไปเรียงแถวกันอยู่ ตามแนวที่ไม่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกาอย่างรุนแรง…..หมายถึงใครนะ ที่ไม่เป็นมิตรกับอเมริกา… หลังจากแผนกินรวบรั่ว ผู้ที่ออกมาคัดค้านแผนนี้อย่างรุนแรง คือ ประธานาธิบดีมูบารัคของอียิปต์ ตามมาด้วยกษัตริย์อับดุลลา ของซาอุดิอารเบีย คาวบอยบุชจึงสั่งเก็บแผนกินรวบ…. ไว้ชั่วคราวและชื่อของมูบารัค ก็คงถูกกากะบาด ตั้งแต่ตอนนั้น แล้วกษัตริย์อับดุลลาล่ะ ไม่โดนหรือพ่อ รอไปก่อนน่า อย่าเพิ่งใจร้อน ยังต้องเอาไว้ใช้งานอีกแยะ อันที่จริง อเมริกาและอังกฤษ เริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องประเทศ ที่มีบริเวณอยู่รายรอบสหภาพโซเวียต มานานเกือบ 40 ปีแล้ว ตั้งแต่สหภาพโซเวียตยังอยู่ดี ในปี ค.ศ.1978 นายชบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinski (เป็นอีกหนึ่งตัวแสบ ที่ผมสะอิดสะเอียนมาก เวลาที่ต้องเขียนถึง) ในฐานะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของท่านประธานาธิบดีถั่ว จิมมี่ คาร์เตอร์ ได้พูดในการบรรยายว่า …..เราควรให้ความสนใจต่อ ” an arc of crisis” หรือ แนวโค้งที่จะสร้างวิกฤติได้ คือ บรรดาประเทศที่เรียงรายและมีบริเวณอยู่ติดกับสหภาพโซเวียต เริ่มตั้งแต่แนวชายฝั่งของมหาสมุทรอินเดีย ไล่มาจนถึงตุรกี ลงใต้มาถึงประเทศที่อยู่แถวแหลมอารเบีย และยาวไปจนถึงปลายแหลมของอาฟริกา…. …..และจุดสำคัญ ที่จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อของแนวโค้ง คือ อิหร่าน….. …..แนวโค้งดังกล่าว มีความเปราะบาง ทั้งทางด้านสังคมและการเมือง แต่จะมีความหมายกับอเมริกาอย่างมากมาย……ความวุ่นวายของประเทศในแนวโค้ง นั้น ไม่ว่าจะมาจากทางการเมือง หรือสังคม สามารถสร้างความปวดหัวให้กับเรา หรือกับฝ่ายตรงกันข้ามของเราได้อย่างมหาศาล….. แล้วยุทธศาสตร์ของอเมริกาและอังกฤษ เกี่ยวกับสหภาพโซเวียต ก็มีการเปลี่ยนแปลง เกิดมีแนวความคิดที่จะเอากองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้ในการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ด้วยการสร้างความวุ่นวายในประเทศตามแนวโค้ง ทฤษฏีของเบรซินสกี้ ถูกนำไปขยายเป็นแผนยุทธศาสตร์ในปี ค.ศ.1979 โดย นายเบอร์นาร์ด ลิวอิส Bernard Lewis ชาวอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานข่าวกรอง และเป็นนักประวัติศาสตร์ ผู้ชำนาญโดยเฉพาะในบริเวณตะวันออกกลาง และเอเซียกลาง ตามแผนยุทธศาสตร์นี้ อเมริกาจะสร้างกองกำลังของพวกมุสลิม มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการ “ปิดล้อม”สหภาพโซเวียต และ”ควบคุม” ตะวันออกกลางต่อไปด้วย ในปี ค.ศ.1992 ลิวอิส เขียนบทความชื่อ “Rethinking the Middle East” (คิดอีกที เรื่องตะวันออกกลาง) ลงในนิตยสาร Foreign Affairs ของถังความคิด Council on Foreign Relations หรือ CFR ที่เป็นเสมือนผู้กำกับรัฐบาลอเมริกัน ลิวอิส เสนอความเห็นว่า เรา (แองโกลอเมริกัน) ควรมีนโยบายเกี่ยวกับตะวันออกกลางใหม่ เพื่อเป็นการรองรับการสิ้นสุดของสงครามเย็น และเป็นการจัดระเบียบโลกใหม่ สรุปง่ายๆ แบบภาษาแถวบ้านผม แปลว่า ต้องมีแผนดองรัสเซียไว้ในขวดโหลนั่นแหละครับ ย้อนไปในปี ค.ศ.1982 ผู้สื่อข่าวชาวอิสราเอล ชื่อ โอเด็ด ยีนอน Oded Yinon ก็เขียนบทความชิ้นสำคัญออกมา เป็นบทความที่อเมริกาและอังกฤษให้ความสนใจมาก สรุปว่า การล่มสลายของซีเรีย อิรัค และเลบานอน คือเป้าหมายสำคัญของอิสราเอล อิรัคจะแข็งแรงกว่าซีเรีย ถ้าปล่อยให้อยู่นานไป และนั่นเป็นการคุกคามต่อการเป็นอยู่ของอิสราเอล ในปี ค.ศ.1996 อเมริกาแจกงาน ให้อิสราเอล ทำหน้าที่ประสานงานใกล้ชิดกับตุรกี และจอร์แดน เผื่อเตรียมแผนปฏิบัติการร่วม ในการเด็ดซัดดัม ให้หลุดออกไปจากขั้วอำนาจในอิรัค ปี ค.ศ.2000 อเมริกาออกนโยบายที่เรียกว่า Project for the New American Century (PNAC) ศตวรรษใหม่ของอเมริกา จุดประสงค์เพื่อจัดทัพด้านความมั่นคงของอเมริกาเสียใหม่ โดยเฉพาะเพื่อให้ตะวันออกกลางอยู่ในการครอบครอง หรือควบคุมของอเมริกาอย่างเบ็ดเสร็จ โดยเน้นที่การกำจัด อิรัค และอิหร่าน และในที่สุด ในปี ค.ศ.2003 อเมริกาก็บุกอิรัคจริง และกำจัดซัดดัมจริง ทุกอย่างเป็นไปตามแผน หลังจากนั้น แผนหรือโครงการ ตะวันออกกลางใหม่ New Middle East ของ “อเมริกา” ก็เปิดตัว ต่อสาธารณะ ในปี ค.ศ.2006….เฮ้อ… สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 1 ธ.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 141 มุมมอง 0 รีวิว
  • ตุรกีผวา!! เกิด “หลุมยุบ” นับร้อยแห่งผุดขึ้นในพื้นที่เกษตรกรรมทางตอนกลางของประเทศ หลังเผชิญภัยแล้งยาวนานและระดับน้ำใต้ดินลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญเตือนเป็นสัญญาณอันตรายจากปัญหา “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”
    .
    รายงานระบุว่า หลุมยุบขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพด ข้าวสาลี และหัวบีท บริเวณเมืองคาราปินาร์ จังหวัดคอนยา บางแปลงพบหลุมยุบมากกว่า 10 แห่ง ขณะที่หลุมยุบโบราณในพื้นที่ภูเขาซึ่งเคยมีน้ำหล่อเลี้ยง กลับแห้งเหือดเกือบทั้งหมด
    .
    เฟตุลลาห์ อาริก ศาสตราจารย์ด้านธรณีวิทยา จากมหาวิทยาลัยเทคนิคคอนยา ระบุว่า ปัจจุบันลุ่มน้ำคอนยามีหลุมยุบเกือบ 700 แห่ง เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุหลักจาก “ภัยแล้ง” และ “ระดับน้ำใต้ดินที่ลดลง” ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา
    .
    อาริกชี้ว่า ระดับน้ำใต้ดินลดลงเร็วถึงปีละ 4–5 เมตร จากเดิมในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ที่ลดลงเพียงปีละครึ่งเมตร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรมสำคัญของประเทศ
    .
    นอกจากนี้ เกษตรกรจำนวนมากยังขุดบ่อน้ำเพิ่มเพื่อรับมือภัยแล้ง โดยหลายแห่งไม่มีใบอนุญาต ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ปัจจุบันพบว่ามีบ่อน้ำผิดกฎหมายราว 120,000 บ่อ เทียบกับบ่อที่มีใบอนุญาตเพียง 40,000 บ่อ
    .
    แม้หลุมยุบส่วนใหญ่ยังไม่สร้างความเสียหายโดยตรง แต่ลักษณะที่เกิดขึ้นแบบไม่อาจคาดเดาได้ สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่อย่างมาก
    .
    อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000295
    .
    #News1 #News1live #ตุรกี #หลุมยุบ #ภัยแล้ง #ClimateChange #น้ำใต้ดิน #ข่าวต่างประเทศ
    ตุรกีผวา!! เกิด “หลุมยุบ” นับร้อยแห่งผุดขึ้นในพื้นที่เกษตรกรรมทางตอนกลางของประเทศ หลังเผชิญภัยแล้งยาวนานและระดับน้ำใต้ดินลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญเตือนเป็นสัญญาณอันตรายจากปัญหา “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” . รายงานระบุว่า หลุมยุบขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพด ข้าวสาลี และหัวบีท บริเวณเมืองคาราปินาร์ จังหวัดคอนยา บางแปลงพบหลุมยุบมากกว่า 10 แห่ง ขณะที่หลุมยุบโบราณในพื้นที่ภูเขาซึ่งเคยมีน้ำหล่อเลี้ยง กลับแห้งเหือดเกือบทั้งหมด . เฟตุลลาห์ อาริก ศาสตราจารย์ด้านธรณีวิทยา จากมหาวิทยาลัยเทคนิคคอนยา ระบุว่า ปัจจุบันลุ่มน้ำคอนยามีหลุมยุบเกือบ 700 แห่ง เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุหลักจาก “ภัยแล้ง” และ “ระดับน้ำใต้ดินที่ลดลง” ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา . อาริกชี้ว่า ระดับน้ำใต้ดินลดลงเร็วถึงปีละ 4–5 เมตร จากเดิมในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ที่ลดลงเพียงปีละครึ่งเมตร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรมสำคัญของประเทศ . นอกจากนี้ เกษตรกรจำนวนมากยังขุดบ่อน้ำเพิ่มเพื่อรับมือภัยแล้ง โดยหลายแห่งไม่มีใบอนุญาต ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ปัจจุบันพบว่ามีบ่อน้ำผิดกฎหมายราว 120,000 บ่อ เทียบกับบ่อที่มีใบอนุญาตเพียง 40,000 บ่อ . แม้หลุมยุบส่วนใหญ่ยังไม่สร้างความเสียหายโดยตรง แต่ลักษณะที่เกิดขึ้นแบบไม่อาจคาดเดาได้ สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่อย่างมาก . อ่านต่อ >> https://news1live.com/detail/9690000000295 . #News1 #News1live #ตุรกี #หลุมยุบ #ภัยแล้ง #ClimateChange #น้ำใต้ดิน #ข่าวต่างประเทศ
    Like
    Love
    4
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 285 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 6

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 6
    ตกลงอเมริกาสร้างหรือปล่อยให้มีการสร้างไอซิส ISIS ขึ้นมาทำไม
    อเมริกาต้องมีแผนแน่นอน แต่แผนของอเมริกามันขนาดไหนล่ะ กินบริเวณแค่แถวตะวันออกกลาง หรือกินบริเวณไกลไปกว่านั้น……
    ลองมาไล่เรียงกันดูว่า มีทฤษฏีอะไรบ้าง ที่ทำให้อเมริกาต้องสร้าง หรือปล่อยให้มีการสร้างไอซิส
    ทฤษฏีแรกคือ การแย่งชิงพลังงานในโลก มันเป็นทฤษฏีเก่าใช้กันมานานตั้งแต่สมัยทำสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่น่าจะโบราณตกรุ่นไปแล้ว แต่ทฤษฏีนี้ยังได้ผลอยู่ครับ ตราบใดที่น้ำมันยังมีส่วนเกี่ยวพันกับชีวิตเราเกือบทุกวัน
    และเพื่อจะรักษาการเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของตนไว้ อเมริกาจึงพร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อที่จะคุมแหล่งพลังงานทั้งโลกไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตามคำกล่าวของนายเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ ……ควบคุมน้ำมันได้ คุณก็ควบคุมชาติต่างๆได้ control oil and you control nations…..
    อเมริกามีแหล่งพลังงานของตัวเอง เพียงพอที่จะเลี้ยงประเทศตัวเองไปได้นานหลายปี เช่นเดียวกับรัสเซีย ที่กำลังขึ้นมาท้าทายการเป็นขั้วอำนาจใหม่ในโลกอีกขั้วหนึ่ง ก็มีแหล่งพลังงานเหลือเฟือ แบบนี้อเมริกาก็ต้องเร่งเครื่อง ไม่ให้ใครมาแซง
    แต่บริเวณที่ไม่ใช่ของอเมริกา และไม่ใช่ของรัสเซีย ที่มีแหล่งพลังงานมากที่สุดในโลก ที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส หอมหวลชวนให้ครอบครอง หรือควบคุม คงไม่พ้นตะวันออกกลาง (และน้องใหม่ อาฟริกา) และทั้ง 2 บริเวณนี้ ก็คงไม่มีวันสงบสุข
    อเมริกา ครอบครองและควบคุมประเทศในแถบตะวันออกกลางไว้แล้วกว่าครึ่ง คือ กลุ่มซาอุดิอารเบีย มี บาห์เรน การ์ตา คูเวต เอมิเรต และจอร์แดน
    โอมาน ชาวอ่าวที่น่าจะสังกัดอยู่ในกลุ่มซาอุดิอารเบีย แต่พักหลังดูเหมือนโอมานจะทิ้งระยะห่างจากซาอุ อย่างน่าสังเกต และแถมมีที่ท่าว่าจะวางตัวเป็นกลาง หรือเอียงไปทางอิหร่านด้วยซ้ำ ท้ายที่สุด เชื่อว่าอเมริกาคงไม่ปล่อยมือจากโอมาน และอีกไม่นาน ความไม่สงบก็คงจะเกิดขึ้นในโอมาน
    ส่วนตุรกีนกสองหัว ที่ชอบเล่นเกมเสียว และตอนนี้กำลังได้เสียวสมใจ ถลำลึกลงไปในหลุมที่อเมริกาขุดล่อไว้ …ต่อไป ยังไม่แน่ว่าจะมีเหลือสักหัวไหม ตอนนี้เหมือนจะต้องนับว่าอยู่ในความควบคุมของอเมริกา แต่เกมยังอีกยาว รอดูกันไปอีกหน่อยนะครับ
    สำหรับอิสราเอล คงไม่ต้องบรรยายมาก แม้จะเล่นละครด่ากัน เหน็บกันไปมา กับอเมริกา แก้น้ำลายบูด แต่เชื่อได้เลยว่าอยู่กับอเมริกาเต็มห้าร้อย
    ประเทศที่ชัดเจนว่าไม่เอาอเมริกา คือ อิหร่าน ซีเรีย แม้จะจำนวนแค่ 2 ประเทศแต่ปริมาณพลังงานของอิหร่าน บวกกับของซีเรีย ก็ทำให้อเมริกาและพวกตะวันตก น้ำลายหยดเช็ดไม่ทันเหมือนกัน
    ประเทศที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่จะทำให้อำนาจ และความมั่นคงในตะวันออกกลาง เปลี่ยนแปลงอย่างนึกไม่ถึง คือ ซีเรีย อิรัค เยเมน ปาเลสไตน์และเลบานอน ฝ่ายไหนได้ 5 ประเทศนี้ไป ฝ่ายนั้นได้คุมตะวันออกกลาง เบ็ดเสร็จ
    นอกจากนี้ อียิปต์ แม้จะไม่ใช่ชาวตะวันออกกลาง แต่การที่อียิปต์ มีบริเวณตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับซาอุ และคุมคลองสุเอซ บวกแหล่งแก๊ส Zohr ที่เพิ่งเจอ ทำให้อียิปต์ ราศีจับจนมีคนอิจฉา และถ้าใครคว้าข้อมืออียิปต์ไว้ได้ ก็เหมือนได้ลาภลอย ถ้าคุยกับอืยิปต์รู้เรื่อง
    ถ้าเป็นตามทฤษฏีนี้ ฝ่ายอเมริกาก็คงจะทำทุกอย่าง ที่ให้ได้ ซีเรีย อิรัค เยเมน ปาเลสไตน์ และเลบานอน และเราก็เห็นแล้วว่า ขณะนี้ทั้ง 5 ประเทศ มีการสู้รบ ความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างน่าเศร้าใจขนาดไหน ขณะเดียวกัน อิหร่าน ก็คงต้องดิ้นรนอย่างที่สุด เพื่อไม่ให้ 5 ประเทศนี้ ตกไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ไม่เช่นนั้นแล้ว อิหร่านเอง ก็จะถูกรุมกินโต๊ะ ถึงขนาดสิ้นชาติได้ทีเดียว
    อันที่จริงอเมริกา จะปล่อยให้ตะวันออกกลาง ตัดสินใจความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากันเองก็ได้ แต่แบบนั้น มันจะทำให้อเมริกาควบคุมตะวันออกกลางไม่เบ็ดเสร็จ ไม่ได้ควบคุมแหล่งพลังงานทั้งหมดตามแผน อเมริกาจึงใช้วิธี แบ่งแยกและยึด Divide and Conquer โดยอเมริกาจับจุดอ่อนของตะวันออกกลาง เกี่ยวกับเรื่องการแตกแยกทางนิกายศาสนาได้ อเมริกาจึงส่งลิ่ม ชื่อไอซิส เข้ามาตอกย้ำในซีเรียและอิรัค ว่า พวกชีอ่ะต้องการทำลายพวกสุนนี่ในซีเรียและอิรัค และขณะเดียวกัน ก็ให้สุนนี่ซาอุดิอารเบีย รับหน้าที่จัดการเยเมน ที่มีหลายเผ่าพันธ์ ส่วนอิสราเอล รับเรื่องเลบานอน ปาเลสไตน์ไป ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับนิกายศาสนา แต่เป็นเรื่องดินแดน ตามแผนที่อังกฤษวางสนุ๊กไว้ ร้อยกว่าปีมาแล้ว
    แต่ แผนแบ่งแยกและยึดตะวันออกกลาง ในความหมายของอเมริกา น่าจะหมายยาวไปกว่าแค่ การยึดได้ตะวันออกกลาง มันคงเป็นตะวันออกกลางแบบ “เอาปั๊ม ไม่เอาคน” ต้มคนตะวันออกกลางอีกต่อ
    อเมริการู้ว่า วันหนึ่งน้ำมันในตะวันออกกลางก็จะต้องหมด และบางประเทศ เช่น ซาอุดิอารเบีย และหลายประเทศแถวอ่าว ก็ใช้น้ำมันอย่างฟุ่มเฟือย เมื่อเทียบกับอิหร่าน บวกกับประชากรที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว และบางประเทศสร้างแต่ตึกสูงแบบเศรษฐีทั้งเมือง กินน้ำมันกันจุแบบนี้ อเมริกาทนไม่ได้หรอก แล้วกูจะเหลืออะไร มันถึงต้องวางแผน เอาแต่ปั๊ม ไม่เอาคน
    และเมื่อจะเอาแต่ปั๊มไม่เอาคน มันก็ต้องเป็นการวางแผน ให้ตะวันออกกลางเกิดความอลหม่านวุ่นวายให้มากที่สุด โดยอเมริกาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยตัวเองน้อยที่สุด ดังนั้น ไม่มีอะไรดีไปกว่าสร้างเครื่องมือชื่อ ไอซิส มาเป็นเป้าล่อ ให้คนในถล่มกันเอง ให้ซีเรีย และอิรัคร่วงก่อน
    ถ้า ซีเรีย อิรัคใกล้ร่วง อิหร่านก็อยู่เฉยไม่ได้ ต้องออกโรง เพราะถ้าอิรัค ซีเรียไป อิหร่านก็ไปด้วย และด้วยการวางแผนเช่นนี้ ในที่สุดตะวันออกกลางก็จะเละสมใจอเมริกาและพวก เหลือแต่ปั๊ม (แทบ) ไม่เหลือคน
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    30 พ.ย. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 6 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 6 ตกลงอเมริกาสร้างหรือปล่อยให้มีการสร้างไอซิส ISIS ขึ้นมาทำไม อเมริกาต้องมีแผนแน่นอน แต่แผนของอเมริกามันขนาดไหนล่ะ กินบริเวณแค่แถวตะวันออกกลาง หรือกินบริเวณไกลไปกว่านั้น…… ลองมาไล่เรียงกันดูว่า มีทฤษฏีอะไรบ้าง ที่ทำให้อเมริกาต้องสร้าง หรือปล่อยให้มีการสร้างไอซิส ทฤษฏีแรกคือ การแย่งชิงพลังงานในโลก มันเป็นทฤษฏีเก่าใช้กันมานานตั้งแต่สมัยทำสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่น่าจะโบราณตกรุ่นไปแล้ว แต่ทฤษฏีนี้ยังได้ผลอยู่ครับ ตราบใดที่น้ำมันยังมีส่วนเกี่ยวพันกับชีวิตเราเกือบทุกวัน และเพื่อจะรักษาการเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของตนไว้ อเมริกาจึงพร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อที่จะคุมแหล่งพลังงานทั้งโลกไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตามคำกล่าวของนายเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ ……ควบคุมน้ำมันได้ คุณก็ควบคุมชาติต่างๆได้ control oil and you control nations….. อเมริกามีแหล่งพลังงานของตัวเอง เพียงพอที่จะเลี้ยงประเทศตัวเองไปได้นานหลายปี เช่นเดียวกับรัสเซีย ที่กำลังขึ้นมาท้าทายการเป็นขั้วอำนาจใหม่ในโลกอีกขั้วหนึ่ง ก็มีแหล่งพลังงานเหลือเฟือ แบบนี้อเมริกาก็ต้องเร่งเครื่อง ไม่ให้ใครมาแซง แต่บริเวณที่ไม่ใช่ของอเมริกา และไม่ใช่ของรัสเซีย ที่มีแหล่งพลังงานมากที่สุดในโลก ที่มีทั้งน้ำมันและแก๊ส หอมหวลชวนให้ครอบครอง หรือควบคุม คงไม่พ้นตะวันออกกลาง (และน้องใหม่ อาฟริกา) และทั้ง 2 บริเวณนี้ ก็คงไม่มีวันสงบสุข อเมริกา ครอบครองและควบคุมประเทศในแถบตะวันออกกลางไว้แล้วกว่าครึ่ง คือ กลุ่มซาอุดิอารเบีย มี บาห์เรน การ์ตา คูเวต เอมิเรต และจอร์แดน โอมาน ชาวอ่าวที่น่าจะสังกัดอยู่ในกลุ่มซาอุดิอารเบีย แต่พักหลังดูเหมือนโอมานจะทิ้งระยะห่างจากซาอุ อย่างน่าสังเกต และแถมมีที่ท่าว่าจะวางตัวเป็นกลาง หรือเอียงไปทางอิหร่านด้วยซ้ำ ท้ายที่สุด เชื่อว่าอเมริกาคงไม่ปล่อยมือจากโอมาน และอีกไม่นาน ความไม่สงบก็คงจะเกิดขึ้นในโอมาน ส่วนตุรกีนกสองหัว ที่ชอบเล่นเกมเสียว และตอนนี้กำลังได้เสียวสมใจ ถลำลึกลงไปในหลุมที่อเมริกาขุดล่อไว้ …ต่อไป ยังไม่แน่ว่าจะมีเหลือสักหัวไหม ตอนนี้เหมือนจะต้องนับว่าอยู่ในความควบคุมของอเมริกา แต่เกมยังอีกยาว รอดูกันไปอีกหน่อยนะครับ สำหรับอิสราเอล คงไม่ต้องบรรยายมาก แม้จะเล่นละครด่ากัน เหน็บกันไปมา กับอเมริกา แก้น้ำลายบูด แต่เชื่อได้เลยว่าอยู่กับอเมริกาเต็มห้าร้อย ประเทศที่ชัดเจนว่าไม่เอาอเมริกา คือ อิหร่าน ซีเรีย แม้จะจำนวนแค่ 2 ประเทศแต่ปริมาณพลังงานของอิหร่าน บวกกับของซีเรีย ก็ทำให้อเมริกาและพวกตะวันตก น้ำลายหยดเช็ดไม่ทันเหมือนกัน ประเทศที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่จะทำให้อำนาจ และความมั่นคงในตะวันออกกลาง เปลี่ยนแปลงอย่างนึกไม่ถึง คือ ซีเรีย อิรัค เยเมน ปาเลสไตน์และเลบานอน ฝ่ายไหนได้ 5 ประเทศนี้ไป ฝ่ายนั้นได้คุมตะวันออกกลาง เบ็ดเสร็จ นอกจากนี้ อียิปต์ แม้จะไม่ใช่ชาวตะวันออกกลาง แต่การที่อียิปต์ มีบริเวณตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับซาอุ และคุมคลองสุเอซ บวกแหล่งแก๊ส Zohr ที่เพิ่งเจอ ทำให้อียิปต์ ราศีจับจนมีคนอิจฉา และถ้าใครคว้าข้อมืออียิปต์ไว้ได้ ก็เหมือนได้ลาภลอย ถ้าคุยกับอืยิปต์รู้เรื่อง ถ้าเป็นตามทฤษฏีนี้ ฝ่ายอเมริกาก็คงจะทำทุกอย่าง ที่ให้ได้ ซีเรีย อิรัค เยเมน ปาเลสไตน์ และเลบานอน และเราก็เห็นแล้วว่า ขณะนี้ทั้ง 5 ประเทศ มีการสู้รบ ความวุ่นวายเกิดขึ้นอย่างน่าเศร้าใจขนาดไหน ขณะเดียวกัน อิหร่าน ก็คงต้องดิ้นรนอย่างที่สุด เพื่อไม่ให้ 5 ประเทศนี้ ตกไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ไม่เช่นนั้นแล้ว อิหร่านเอง ก็จะถูกรุมกินโต๊ะ ถึงขนาดสิ้นชาติได้ทีเดียว อันที่จริงอเมริกา จะปล่อยให้ตะวันออกกลาง ตัดสินใจความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากันเองก็ได้ แต่แบบนั้น มันจะทำให้อเมริกาควบคุมตะวันออกกลางไม่เบ็ดเสร็จ ไม่ได้ควบคุมแหล่งพลังงานทั้งหมดตามแผน อเมริกาจึงใช้วิธี แบ่งแยกและยึด Divide and Conquer โดยอเมริกาจับจุดอ่อนของตะวันออกกลาง เกี่ยวกับเรื่องการแตกแยกทางนิกายศาสนาได้ อเมริกาจึงส่งลิ่ม ชื่อไอซิส เข้ามาตอกย้ำในซีเรียและอิรัค ว่า พวกชีอ่ะต้องการทำลายพวกสุนนี่ในซีเรียและอิรัค และขณะเดียวกัน ก็ให้สุนนี่ซาอุดิอารเบีย รับหน้าที่จัดการเยเมน ที่มีหลายเผ่าพันธ์ ส่วนอิสราเอล รับเรื่องเลบานอน ปาเลสไตน์ไป ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับนิกายศาสนา แต่เป็นเรื่องดินแดน ตามแผนที่อังกฤษวางสนุ๊กไว้ ร้อยกว่าปีมาแล้ว แต่ แผนแบ่งแยกและยึดตะวันออกกลาง ในความหมายของอเมริกา น่าจะหมายยาวไปกว่าแค่ การยึดได้ตะวันออกกลาง มันคงเป็นตะวันออกกลางแบบ “เอาปั๊ม ไม่เอาคน” ต้มคนตะวันออกกลางอีกต่อ อเมริการู้ว่า วันหนึ่งน้ำมันในตะวันออกกลางก็จะต้องหมด และบางประเทศ เช่น ซาอุดิอารเบีย และหลายประเทศแถวอ่าว ก็ใช้น้ำมันอย่างฟุ่มเฟือย เมื่อเทียบกับอิหร่าน บวกกับประชากรที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว และบางประเทศสร้างแต่ตึกสูงแบบเศรษฐีทั้งเมือง กินน้ำมันกันจุแบบนี้ อเมริกาทนไม่ได้หรอก แล้วกูจะเหลืออะไร มันถึงต้องวางแผน เอาแต่ปั๊ม ไม่เอาคน และเมื่อจะเอาแต่ปั๊มไม่เอาคน มันก็ต้องเป็นการวางแผน ให้ตะวันออกกลางเกิดความอลหม่านวุ่นวายให้มากที่สุด โดยอเมริกาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยตัวเองน้อยที่สุด ดังนั้น ไม่มีอะไรดีไปกว่าสร้างเครื่องมือชื่อ ไอซิส มาเป็นเป้าล่อ ให้คนในถล่มกันเอง ให้ซีเรีย และอิรัคร่วงก่อน ถ้า ซีเรีย อิรัคใกล้ร่วง อิหร่านก็อยู่เฉยไม่ได้ ต้องออกโรง เพราะถ้าอิรัค ซีเรียไป อิหร่านก็ไปด้วย และด้วยการวางแผนเช่นนี้ ในที่สุดตะวันออกกลางก็จะเละสมใจอเมริกาและพวก เหลือแต่ปั๊ม (แทบ) ไม่เหลือคน สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 30 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 117 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 5

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 5
    หลังจากอเมริกาใช้ซีไอเอ ไปปฏิบัติการที่ลิเบีย จนเก็บกัดดาฟีและอาวุธกัดดาฟีไปหมด เรื่องควรจะเงียบ ปิดปากกันให้หมด และชาวบ้านอย่างผม ก็คงจะไม่มีโอกาสเอาเรื่องมาปูดต่อได้ แต่ดันมีคนระดับทูตของอเมริกาถูกฆ่าตายเกี่ยวเนื่องกับปฏิบัติการนี้ แล้วจะปิดปากกันหมดยังไงไหว
    เมื่อสตีเวนส์ ทูตอเมริกาประจำลิเบียถูกฆ่า สื่อก็ตามคุ้ย… ตกลงใครฆ่าทูต
    สตีเวนส์ ….เขาว่าซีไอเอ ฆ่าปิดปากทูตประเทศตัวเอง หรือเพราะทูตรู้เรื่องการขนอาวุธไปให้กบฏซีเรีย ไม่ใช่แค่รู้นะ เป็นคนประสานงานด้วยแน่ะ … กระทรวงต่างประเทศอเมริกาบอก ไม่ช่าย….. ทูตถูกพวกกบฏลิเบียแตกคอกฆ่าตายต่างหากน่า ….กบฏแตกคอกบ้าบอที่ไหน ก็อเมริกาจ้างมาทั้งนั้น….
    ในที่สุดรัฐสภาของอเมริกา แบกหน้าต่อไปไม่ไหว จึงให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน
    การสอบสวนเป็นไปอย่างอืดอาด เพราะจำเลยคือซีไอเอ และพยานปากสำคัญคือคุณนายหน้าโหดคลินตัน ผู้ซึ่งกำลังจะเป็นว่าที่ประธานาธิบดีแดนเถื่อนคนต่อไป แบบนี้ ผลการสอบคงออกมายาก
    Judicial Watch (JW) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชน มีนักกฏหมายเป็นสมาชิกมากมาย ทนไม่ไหว ยื่นคำร้องต่อศาล …ข้าแต่ศาลที่เคารพ ประชาชนขอใช้สิทธิตามกฏหมาย เกี่ยวกับข้อมูลที่ควรเปิดเผยแก่ประชาชนขอรับ เรื่องทูตของเรา ที่ไปถูกฆ่าตายที่เบงกาซี ลิเบีย นี่มันอะไรกันแน่ขอรับ….
    แม้คดียังไม่เสร็จสิ้น แต่จากคำร้องของ JW ทำให้ศาลมีคำสั่งให้หน่วยงานของอเมริกา เปิดเผยข้อมูลหลายรายการ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณที่ลิเบียออกมา ให้ประชาชนรู้ และข้อมูลรายการหนึ่ง แม้จะอยู่ในเรื่องลิเบีย แต่ก็เกี่ยวโยงมาถึงซีเรีย และน่าจะทำให้เรา “เห็น” ไส้เน่าของอเมริกา เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ซีเรีย (รวมถึงที่ลิเบีย และอื่นๆ ถ้าเราต่อภาพเป็น)
    เอกสารของ US Defense Intelligence Agency (DIA) เป็นหนึ่งในเอกสารมากมายที่ JW ได้มาจากคำสั่งศาล
    มีรายงานความเห็นในของ DIA เดือนสิงหาคม ค.ศ.2012 สรุปเรื่องในซีเรีย ส่วนที่เกี่ยวข้องและน่าสนใจว่า
    …กลุ่มซาลาฟี มุสลิมบราเธอร์ฮูด และ AQI เป็นกำลังหลักในการสู้รบของพวกกบฏในซีเรีย
    ….AQI ซึ่งเป็นผู้เริ่มตั้งรัฐอิสลาม Islamic State และสนับสนุนฝ่ายกบฏซีเรียตั้งแต่ต้น แต่ความดังมาแผ่วในช่วงปี 2009 และ 2010 ได้กลับขึ้นมามีชื่อเสียงใหม่จากเหตุการณ์กบฏในซีเรีย ทำให้กลุ่มเคร่งศาสนาและกลุ่มชนเผ่าอื่น หันมาให้ความเห็นใจกับพวกกบฏ ขณะเดียวกัน ฝ่ายตะวันตก(อเมริกากับพวก) กลุ่มประเทศแถบอ่าว(ในตะวันออกกลาง) อิสราเอลและตุรกี เป็นผู้ให้การสนับสนุนกับฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ส่วนรัสเซีย จีน และอิหร่าน ให้การสนับสนุนกับรัฐบาลซีเรีย
    DIA ยังประเมินไว้ด้วยว่า ISI (Islamic State in iraq) จะประกาศตั้งรัฐอิสลาม Islamic State โดยการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ก่อการร้ายต่างๆ ที่ปฏิบัติการอยู่ในซีเรียและอิรัค เพื่อโดดเดี่ยวรัฐบาลอัสสาด ซึ่งผู้สนับสนุนฝ่ายต่อต้านอัสสาด ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ส่งผลในการ “ขัดขวาง” การขยายตัวของกลุ่มชีอ่ะ (อิหร่านและอิรัค)
    และในที่สุด ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ไม่กี่ปีหลังจากนั้น ในปี ค.ศ.2014 Al Baghdadi ก็ประกาศการรวมตัวกลุ่มผู้ก่อการร้ายต่างๆ และ ตั้งกลุ่มISIS ขึ้นมา และตั้งรัฐอิสลาม .. เป็นไปตามที่ผู้สนับสนุนฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลอัสสาดต้องการ เพื่อเป็นการโดดเดี่ยวรัฐบาลอัสสาด…
    ถ้าเอกสารของ DIA 7 หน้า ดังกล่าว มันยังมองไม่เห็นชัดว่า ใครสร้างใครสนับสนุนไอซิส ลองมาดูสื่ออื่น โดยเฉพาะสื่อของอเมริกาเอง พูดถึงเรื่องไอซิสบ้าง
    New York Times ระบุว่า ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นเสนาธิการ วางแผนให้ไอซิสบุกอิรัคจนยึดโมซุล เมืองน้ำมันดกได้ ในปี ค.ศ.2014 คือ นายพล อิบราฮิม อัล- ดูริ Ibrahim al-Douri ซึ่งเป็นมือขวาของซัดดัม
    น่าสนใจว่า ในปี ค.ศ.2003 เมื่ออเมริกากำลังไล่ล่าซัดดัม นายพล อัล-ดูริ ถูกขึ้นบัญซี เป็นบุคคลที่ต้องถูก(อเมริกา)เก็บหมายเลข 3 แต่ อัล-ดูริ ก็หนีการล่าของอเมริกาได้ ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนดวงดีอย่างร้ายกาจ หรือ ด้วยการขายนายตัวเองให้กับศัตรู
    ในปี ค.ศ.2009 เมื่ออิรัคเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาใหม่ นายพลเดวิด เพทรุส David Petraeus ในฐานะผู้บัญชาการใหญ่ของอเมริกา ให้สัมภาษณ์ว่า อัล-ดูริอยู่ในซีเรีย แต่รัฐบาลอิรัคบอกว่า อัล-ดูริ อยู่ในการ์ตา อยู่แต่ละที่ น่าสนใจทั้งนั้น แต่ก็แปลก อเมริกาก็รู้ว่าอยู่ที่ไหน ทำไมไม่ไปจับมาจัดการล่ะครับ ก็ยังอยู่ในบัญชีรายชื่อที่ต้องการตัวนี่ ….ตกลงมันเป็นเรื่อง บ้อท่า หรือกากี่นั้ง
    ปี ค.ศ.2009 อัล-ดูริ ยังไม่ถูกจับ ไม่รู้เพราะอะไรกันแน่ แต่ปี ค.ศ.2014 อัล-ดูริ กลายเป็นผู้นำกองกำลังไอซิส ไปสู้กับกองทัพของอิรัค กองทัพอิรัคสู้ไปถอยไป แล้วไอซิสก็ยึดเมืองโมซุล พร้อมอาวุธของอเมริกันมาจนหมดเกลี้ยง อเมริกาที่ว่าแน่ๆ ไล่บี้ไล่ล่า กัดดาฟี ซัดดัมจนเหลือแต่ชื่อ แต่ อัล-ดูริ คนเดียวอเมริกาจับไม่ได้ แถมปล่อยให้อัล-ดูริ ยึดโมซุลไปหน้าตาเฉย หลังจากนั้น อเมริกาแก้เก้อ เรียกพรรคพวกรวมพลเป็นกองบินร่วม ไปไล่ถล่มไอซิสที่อิรัค เพราะไอซิสแสดงโชว์ฆ่าตัดคอ บ่อย(น้อย)ไปหน่อย บทแบบนี้ ผมว่าคงต้องเปลี่ยนแล้วนะท่านใบตองแห้ง อายแทนว่ะ ไหนๆจะต้มกันแล้ว เอาน้ำซุปยี่ห้อดีกว่านี้ได้ไหม
    ที่ทุเรศเหลือเชื่อ 2 อาทิตย์ผ่านไป หลังจากอเมริกาถูกไอซิสปาดหน้า ยึดเอาโมซุล และอาวุธกองพะเนิน รวมทั้งรถราสารพัด ที่อเมริกาขนเอามาให้กองทัพอิรัคไปได้ แต่อเมริกาก็ทำตัวเหมือนทองเก๊ โดนไฟแรงขนาดไหนก็ไม่ร้อน นอกจากออกมาพูดว่า เรามีความเป็นห่วงในสถานการณ์ที่อิรัค และเราจะส่งกองกำลัง 275 นาย เข้าไปดูแลชาวอเมริกันในอิรัค เยี่ยมเลยครับลูกพี่ ทองเก๊จริงๆ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    29 พ.ย. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 5 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 5 หลังจากอเมริกาใช้ซีไอเอ ไปปฏิบัติการที่ลิเบีย จนเก็บกัดดาฟีและอาวุธกัดดาฟีไปหมด เรื่องควรจะเงียบ ปิดปากกันให้หมด และชาวบ้านอย่างผม ก็คงจะไม่มีโอกาสเอาเรื่องมาปูดต่อได้ แต่ดันมีคนระดับทูตของอเมริกาถูกฆ่าตายเกี่ยวเนื่องกับปฏิบัติการนี้ แล้วจะปิดปากกันหมดยังไงไหว เมื่อสตีเวนส์ ทูตอเมริกาประจำลิเบียถูกฆ่า สื่อก็ตามคุ้ย… ตกลงใครฆ่าทูต สตีเวนส์ ….เขาว่าซีไอเอ ฆ่าปิดปากทูตประเทศตัวเอง หรือเพราะทูตรู้เรื่องการขนอาวุธไปให้กบฏซีเรีย ไม่ใช่แค่รู้นะ เป็นคนประสานงานด้วยแน่ะ … กระทรวงต่างประเทศอเมริกาบอก ไม่ช่าย….. ทูตถูกพวกกบฏลิเบียแตกคอกฆ่าตายต่างหากน่า ….กบฏแตกคอกบ้าบอที่ไหน ก็อเมริกาจ้างมาทั้งนั้น…. ในที่สุดรัฐสภาของอเมริกา แบกหน้าต่อไปไม่ไหว จึงให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน การสอบสวนเป็นไปอย่างอืดอาด เพราะจำเลยคือซีไอเอ และพยานปากสำคัญคือคุณนายหน้าโหดคลินตัน ผู้ซึ่งกำลังจะเป็นว่าที่ประธานาธิบดีแดนเถื่อนคนต่อไป แบบนี้ ผลการสอบคงออกมายาก Judicial Watch (JW) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชน มีนักกฏหมายเป็นสมาชิกมากมาย ทนไม่ไหว ยื่นคำร้องต่อศาล …ข้าแต่ศาลที่เคารพ ประชาชนขอใช้สิทธิตามกฏหมาย เกี่ยวกับข้อมูลที่ควรเปิดเผยแก่ประชาชนขอรับ เรื่องทูตของเรา ที่ไปถูกฆ่าตายที่เบงกาซี ลิเบีย นี่มันอะไรกันแน่ขอรับ…. แม้คดียังไม่เสร็จสิ้น แต่จากคำร้องของ JW ทำให้ศาลมีคำสั่งให้หน่วยงานของอเมริกา เปิดเผยข้อมูลหลายรายการ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณที่ลิเบียออกมา ให้ประชาชนรู้ และข้อมูลรายการหนึ่ง แม้จะอยู่ในเรื่องลิเบีย แต่ก็เกี่ยวโยงมาถึงซีเรีย และน่าจะทำให้เรา “เห็น” ไส้เน่าของอเมริกา เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ซีเรีย (รวมถึงที่ลิเบีย และอื่นๆ ถ้าเราต่อภาพเป็น) เอกสารของ US Defense Intelligence Agency (DIA) เป็นหนึ่งในเอกสารมากมายที่ JW ได้มาจากคำสั่งศาล มีรายงานความเห็นในของ DIA เดือนสิงหาคม ค.ศ.2012 สรุปเรื่องในซีเรีย ส่วนที่เกี่ยวข้องและน่าสนใจว่า …กลุ่มซาลาฟี มุสลิมบราเธอร์ฮูด และ AQI เป็นกำลังหลักในการสู้รบของพวกกบฏในซีเรีย ….AQI ซึ่งเป็นผู้เริ่มตั้งรัฐอิสลาม Islamic State และสนับสนุนฝ่ายกบฏซีเรียตั้งแต่ต้น แต่ความดังมาแผ่วในช่วงปี 2009 และ 2010 ได้กลับขึ้นมามีชื่อเสียงใหม่จากเหตุการณ์กบฏในซีเรีย ทำให้กลุ่มเคร่งศาสนาและกลุ่มชนเผ่าอื่น หันมาให้ความเห็นใจกับพวกกบฏ ขณะเดียวกัน ฝ่ายตะวันตก(อเมริกากับพวก) กลุ่มประเทศแถบอ่าว(ในตะวันออกกลาง) อิสราเอลและตุรกี เป็นผู้ให้การสนับสนุนกับฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ส่วนรัสเซีย จีน และอิหร่าน ให้การสนับสนุนกับรัฐบาลซีเรีย DIA ยังประเมินไว้ด้วยว่า ISI (Islamic State in iraq) จะประกาศตั้งรัฐอิสลาม Islamic State โดยการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ก่อการร้ายต่างๆ ที่ปฏิบัติการอยู่ในซีเรียและอิรัค เพื่อโดดเดี่ยวรัฐบาลอัสสาด ซึ่งผู้สนับสนุนฝ่ายต่อต้านอัสสาด ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ส่งผลในการ “ขัดขวาง” การขยายตัวของกลุ่มชีอ่ะ (อิหร่านและอิรัค) และในที่สุด ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ไม่กี่ปีหลังจากนั้น ในปี ค.ศ.2014 Al Baghdadi ก็ประกาศการรวมตัวกลุ่มผู้ก่อการร้ายต่างๆ และ ตั้งกลุ่มISIS ขึ้นมา และตั้งรัฐอิสลาม .. เป็นไปตามที่ผู้สนับสนุนฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลอัสสาดต้องการ เพื่อเป็นการโดดเดี่ยวรัฐบาลอัสสาด… ถ้าเอกสารของ DIA 7 หน้า ดังกล่าว มันยังมองไม่เห็นชัดว่า ใครสร้างใครสนับสนุนไอซิส ลองมาดูสื่ออื่น โดยเฉพาะสื่อของอเมริกาเอง พูดถึงเรื่องไอซิสบ้าง New York Times ระบุว่า ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นเสนาธิการ วางแผนให้ไอซิสบุกอิรัคจนยึดโมซุล เมืองน้ำมันดกได้ ในปี ค.ศ.2014 คือ นายพล อิบราฮิม อัล- ดูริ Ibrahim al-Douri ซึ่งเป็นมือขวาของซัดดัม น่าสนใจว่า ในปี ค.ศ.2003 เมื่ออเมริกากำลังไล่ล่าซัดดัม นายพล อัล-ดูริ ถูกขึ้นบัญซี เป็นบุคคลที่ต้องถูก(อเมริกา)เก็บหมายเลข 3 แต่ อัล-ดูริ ก็หนีการล่าของอเมริกาได้ ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนดวงดีอย่างร้ายกาจ หรือ ด้วยการขายนายตัวเองให้กับศัตรู ในปี ค.ศ.2009 เมื่ออิรัคเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาใหม่ นายพลเดวิด เพทรุส David Petraeus ในฐานะผู้บัญชาการใหญ่ของอเมริกา ให้สัมภาษณ์ว่า อัล-ดูริอยู่ในซีเรีย แต่รัฐบาลอิรัคบอกว่า อัล-ดูริ อยู่ในการ์ตา อยู่แต่ละที่ น่าสนใจทั้งนั้น แต่ก็แปลก อเมริกาก็รู้ว่าอยู่ที่ไหน ทำไมไม่ไปจับมาจัดการล่ะครับ ก็ยังอยู่ในบัญชีรายชื่อที่ต้องการตัวนี่ ….ตกลงมันเป็นเรื่อง บ้อท่า หรือกากี่นั้ง ปี ค.ศ.2009 อัล-ดูริ ยังไม่ถูกจับ ไม่รู้เพราะอะไรกันแน่ แต่ปี ค.ศ.2014 อัล-ดูริ กลายเป็นผู้นำกองกำลังไอซิส ไปสู้กับกองทัพของอิรัค กองทัพอิรัคสู้ไปถอยไป แล้วไอซิสก็ยึดเมืองโมซุล พร้อมอาวุธของอเมริกันมาจนหมดเกลี้ยง อเมริกาที่ว่าแน่ๆ ไล่บี้ไล่ล่า กัดดาฟี ซัดดัมจนเหลือแต่ชื่อ แต่ อัล-ดูริ คนเดียวอเมริกาจับไม่ได้ แถมปล่อยให้อัล-ดูริ ยึดโมซุลไปหน้าตาเฉย หลังจากนั้น อเมริกาแก้เก้อ เรียกพรรคพวกรวมพลเป็นกองบินร่วม ไปไล่ถล่มไอซิสที่อิรัค เพราะไอซิสแสดงโชว์ฆ่าตัดคอ บ่อย(น้อย)ไปหน่อย บทแบบนี้ ผมว่าคงต้องเปลี่ยนแล้วนะท่านใบตองแห้ง อายแทนว่ะ ไหนๆจะต้มกันแล้ว เอาน้ำซุปยี่ห้อดีกว่านี้ได้ไหม ที่ทุเรศเหลือเชื่อ 2 อาทิตย์ผ่านไป หลังจากอเมริกาถูกไอซิสปาดหน้า ยึดเอาโมซุล และอาวุธกองพะเนิน รวมทั้งรถราสารพัด ที่อเมริกาขนเอามาให้กองทัพอิรัคไปได้ แต่อเมริกาก็ทำตัวเหมือนทองเก๊ โดนไฟแรงขนาดไหนก็ไม่ร้อน นอกจากออกมาพูดว่า เรามีความเป็นห่วงในสถานการณ์ที่อิรัค และเราจะส่งกองกำลัง 275 นาย เข้าไปดูแลชาวอเมริกันในอิรัค เยี่ยมเลยครับลูกพี่ ทองเก๊จริงๆ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 29 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 129 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 3

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 3
    ย้อนให้เห็นภาพกันหน่อย ไอซิส ISIS ที่เวลานี้กำลังขึ้นแท่น เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของโลก มีที่มาอย่างไร จะได้เข้าใจว่า ไอซิส นี่ เกี่ยวกับกลุ่มกบฏซีเรีย และเกี่ยวพันกับอเมริกาขนาดไหน
    เมื่ออเมริกานำกองทัพเข้าไปถล่มซัดดัมในอิรัค กลุ่มที่คอยตอด คอยซุ่มเล่นงานอเมริกาในช่วงปี ค.ศ.2004 คือ อัลไคด้า สาขาอิรัค (AQI) ที่นำโดย Abu Musab al-Zarkawi กลุ่มนี้มีชื่อว่า เป็นนักรบ โหดเหี้ยม ฆ่าไม่เลือก รวมทั้งฆ่าชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นอิสลามสุนนี่ หรือชีอ่ะ พวกเขาขึ้นชื่อในเรื่องการก่อการร้ายแบบพลีชีพ และการฆ่าตัดคอนักโทษ
    ความรุนแรงของ AQI ของ al-Zarkawi ก็ทำให้กลุ่มนี้ แตกคอกับ อัลไคด้ากลาง (AQC) AQI บอกไม่มีปัญหา งั้นเราแยกทางกันเดิน al-Zarkawi ไปตั้งกลุ่มใหม่ และชื่อเรียกกลุ่มใหม่ของตัวว่า Islamic State of Iraq (ISI) ต่อมาในปี ค.ศ.2006 มีข่าวว่า al-Zarkawi ถูกอเมริกาเก็บ และ ISI ได้หัวหน้าใหม่ ชื่อ Abu Bakr al-Baghdadi ขึ้นมาแทน น่าสนใจนะครับ
    ในปี ค.ศ.2011 ISI ประกาศเป็นนักรบจีฮัด และเตรียมขยายปฏิบัติการไปที่ซีเรีย แต่แล้วก็มีการแตกคอภายในกันอีก ในที่สุด Baghdadi ก็พาพรรคพวกแยกตัวออกมา แล้วเปลี่ยนชื่อกลุ่ม จาก ISI เป็น ISIS ในปี ค.ศ.2012 และย้ายฐานจากอิรัค มาอยู่ซีเรีย และในช่วงนี้ ISIS ดังเป็นพลุแตก ได้สมาชิกใหม่ เป็นหนุ่มอิสลามที่อยู่นอกตะวันออกกลาง หรือจากยุโรป เข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก
    ทำไม ISIS หรือ ไอซิส ถึงโด่งดัง และมีอานุภาพรุนแรงนัก เรื่องนี้ ต้องย้อนกลับไปที่เรื่องลิเบีย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทาน เรื่องแผนช้่วมาแล้ว ก็ถือว่าอ่านซ้ำ ให้เห็นความจัญไรชัดขึ้น และต่อกับปัจจุบันได้ แบบเห็นภาพเป็นแผ่นเดียวกันนะครับ
    เรื่องการไล่ล่ากัดดาฟีของลิเบีย ที่มีซีไอเอ เป็นดารานำแสดงนั้น นิทานเรามีเขียนถึงแล้ว (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของความโหดของอเมริกา ได้ในนิทานเรื่องแผนชั่ว ตอนนางสิงห์สั่งฆ่า) แต่ที่เรายังไม่ค่อยรู้กัน คือ เรื่องดารา ที่มารับบทเป็นกบฏลิเบียนั้น นำแสดงโดยกลุ่มนักรบจีฮัด กลุ่มเดียวกับนักรบที่กำลังต่อสู้กับกองทัพของอิรัคในตอนนี้ เรียกว่าสัญญาจ้างยาว ออกหลายฉากกันเลย
    เมื่อวันที่กลุ่มกบฏลิเบีย จับตัวกัดดาฟีได้ ด้วยความช่วยเหลือของอเมริกา และนาโต้นั้น ขณะที่กลุ่มกบฏกำลังเชือดกัดดาฟี พวกเขาตะโกนว่า Allah Akbar (อัลเลาะหฺ อัคบาร์) ซึ่งเป็นการประกาศตามปกติของพวกจีฮัด ก่อนฆ่าคนเพื่อพระเจ้า ทำนองนั้น แบบนี้ก็น่าจะมีคนงง อเมริกา นาโต้ เข้าไปไล่ฆ่ากัดดาฟี ด้วยข้อหาเป็นเผด็จการ ส่วนพวกทำการกบฏ ก็น่าจะเป็นพวกต้องการเป็นประชาธิปไตย เอ้า เชือดเผด็จการเสร็จ แล้วดันร้องขอบคุณพระเจ้า พวกจีฮัดนี่ ตกลงต้องการเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน น่างงไหมครับ
    หลังจากกัดดาฟีถูกเก็บ คลังอาวุธของกัดดาฟีก็ถูกกวาด หรือขโมยนั่นแหละ จนเกลี้ยง และขนออกมาจากลิเบีย มาที่ซีเรีย ผ่านทางตุรกี ใครนะ ที่คอยรับอาวุธอยู่ที่ซีเรีย… แต่คนที่ดูแลการขนส่งอาวุธ เขาว่าคือ Chris Stevens ทูตอเมริกันประจำลิเบีย ซึ่งดูแลประสานงานเรื่องนี้ ตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ.2011 และในที่สุด ทูต Stevens ก็ถูกฆ่าตายอยู่ในสถานกงสุลอเมริกา ที่เมืองเบงกาซี ลิเบีย เพียง 3 วัน ก่อนหน้าที่อาวุธลิเบียจะถูกส่งมาถึงซีเรีย
    นอกเหนือจากทูต Stevens แล้ว ฝ่ายประสานงานเรื่องนี้ คือ ซีไอเอ ตุรกี และกลุ่มกบฏซีเรีย ซึ่งร่วมกันวางแผน และจัดการขนส่ง โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นการควักกระเป๋าลงขันร่วมกัน ของโต้โผใหญ่ของฝ่ายสนับสนุนกบฏซีเรีย คือ ซาอุดิอารเบีย การ์ตา จอร์แดน อิสราเอลและตุรกี
    หลังจากอาวุธมาถึงซีเรีย ก็เป็นช่วงเดียวกับที่นักรบจีฮัดพากันทะลักเข้ามาในซีเรียด้วย นักรบรุ่นแรกที่เข้ามา ไม่ใช่พวกละอ่อน แต่เป็นระดับหัวหน้า หรือพวกเจนสนามแทบทั้งสิ้น เรื่องนี้ ไม่เป็นความลับ อเมริกาและพวก ที่สนับสนุนฝ่ายกบฏซีเรีย ก็รู้ดี และเมื่อฝ่ายกบฏซีเรีย ที่มีนักรบจีฮัดมาร่วมด้วย เริ่มเป็นฝ่ายได้เปรียบฝ่ายรัฐบาลอัสสาด และใช้ความรุนแรง มากขึ้น ทางวอชิงตันก็ต้องตอบคำถามมากขึ้น .. ไหนว่าฝ่ายกบฏที่เราสนับสนุน เป็นพวกไม่รุนแรงไง (moderate) ทำไมมีฆ่าตัดคอล่ะ…
    วอชิงตันไม่ตอบ และก็ไม่ได้ดำเนินการอะไร การรบกับรัฐบาลอัสสาด ก็ยังดำเนินต่อไป โดยกลุ่มเดิม และแบบเดิม
    Jamal Maarouf ผู้บัญชาการคนหนึ่งของกลุ่มกบฏซีเรีย ให้สัมภาษณ์ เมื่อ เมษายน ค.ศ.2014 ว่า นักรบที่ทางโต้โผใหญ่ส่งมาช่วยรบ คือ กลุ่มอัลไคด้าซีเรีย ซึ่งเรียกชื่อกลุ่มตัวเองว่า Al-Nusra ทางด้าน Al-Nusra ก็ให้ข่าวสอดคล้องกันว่า กลุ่มของตัวมาร่วมกับพวกกบฏซีเรีย เพราะต้องการให้ซีเรียปกครองด้วยกฏของศาสนา Sharia law
    แต่ความจริง Al-Nusra กับกลุ่มไอซิส ร่วมมือกันในการปฏิบัติการในซีเรียมาพักใหญ่แล้ว และเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 Al-Nursra ก็ประกาศเป็นทางการ ถึงการรวมกลุ่มกับกลุ่มไอซิส และมีฐานอยู่ทั้งในเขตซีเรีย และอิรัค
    แล้ว อเมริกา กับพวกตะวันตก รวมทั้งโต้โผใหญ่ในตะวันออกกลางทั้งหลาย รู้เรื่องนี้ไหม รู้สิ ยิ่งกว่ารู้อีก…..
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    28 พ.ย. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 3 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 3 ย้อนให้เห็นภาพกันหน่อย ไอซิส ISIS ที่เวลานี้กำลังขึ้นแท่น เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของโลก มีที่มาอย่างไร จะได้เข้าใจว่า ไอซิส นี่ เกี่ยวกับกลุ่มกบฏซีเรีย และเกี่ยวพันกับอเมริกาขนาดไหน เมื่ออเมริกานำกองทัพเข้าไปถล่มซัดดัมในอิรัค กลุ่มที่คอยตอด คอยซุ่มเล่นงานอเมริกาในช่วงปี ค.ศ.2004 คือ อัลไคด้า สาขาอิรัค (AQI) ที่นำโดย Abu Musab al-Zarkawi กลุ่มนี้มีชื่อว่า เป็นนักรบ โหดเหี้ยม ฆ่าไม่เลือก รวมทั้งฆ่าชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นอิสลามสุนนี่ หรือชีอ่ะ พวกเขาขึ้นชื่อในเรื่องการก่อการร้ายแบบพลีชีพ และการฆ่าตัดคอนักโทษ ความรุนแรงของ AQI ของ al-Zarkawi ก็ทำให้กลุ่มนี้ แตกคอกับ อัลไคด้ากลาง (AQC) AQI บอกไม่มีปัญหา งั้นเราแยกทางกันเดิน al-Zarkawi ไปตั้งกลุ่มใหม่ และชื่อเรียกกลุ่มใหม่ของตัวว่า Islamic State of Iraq (ISI) ต่อมาในปี ค.ศ.2006 มีข่าวว่า al-Zarkawi ถูกอเมริกาเก็บ และ ISI ได้หัวหน้าใหม่ ชื่อ Abu Bakr al-Baghdadi ขึ้นมาแทน น่าสนใจนะครับ ในปี ค.ศ.2011 ISI ประกาศเป็นนักรบจีฮัด และเตรียมขยายปฏิบัติการไปที่ซีเรีย แต่แล้วก็มีการแตกคอภายในกันอีก ในที่สุด Baghdadi ก็พาพรรคพวกแยกตัวออกมา แล้วเปลี่ยนชื่อกลุ่ม จาก ISI เป็น ISIS ในปี ค.ศ.2012 และย้ายฐานจากอิรัค มาอยู่ซีเรีย และในช่วงนี้ ISIS ดังเป็นพลุแตก ได้สมาชิกใหม่ เป็นหนุ่มอิสลามที่อยู่นอกตะวันออกกลาง หรือจากยุโรป เข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก ทำไม ISIS หรือ ไอซิส ถึงโด่งดัง และมีอานุภาพรุนแรงนัก เรื่องนี้ ต้องย้อนกลับไปที่เรื่องลิเบีย สำหรับท่านที่เคยอ่านนิทาน เรื่องแผนช้่วมาแล้ว ก็ถือว่าอ่านซ้ำ ให้เห็นความจัญไรชัดขึ้น และต่อกับปัจจุบันได้ แบบเห็นภาพเป็นแผ่นเดียวกันนะครับ เรื่องการไล่ล่ากัดดาฟีของลิเบีย ที่มีซีไอเอ เป็นดารานำแสดงนั้น นิทานเรามีเขียนถึงแล้ว (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของความโหดของอเมริกา ได้ในนิทานเรื่องแผนชั่ว ตอนนางสิงห์สั่งฆ่า) แต่ที่เรายังไม่ค่อยรู้กัน คือ เรื่องดารา ที่มารับบทเป็นกบฏลิเบียนั้น นำแสดงโดยกลุ่มนักรบจีฮัด กลุ่มเดียวกับนักรบที่กำลังต่อสู้กับกองทัพของอิรัคในตอนนี้ เรียกว่าสัญญาจ้างยาว ออกหลายฉากกันเลย เมื่อวันที่กลุ่มกบฏลิเบีย จับตัวกัดดาฟีได้ ด้วยความช่วยเหลือของอเมริกา และนาโต้นั้น ขณะที่กลุ่มกบฏกำลังเชือดกัดดาฟี พวกเขาตะโกนว่า Allah Akbar (อัลเลาะหฺ อัคบาร์) ซึ่งเป็นการประกาศตามปกติของพวกจีฮัด ก่อนฆ่าคนเพื่อพระเจ้า ทำนองนั้น แบบนี้ก็น่าจะมีคนงง อเมริกา นาโต้ เข้าไปไล่ฆ่ากัดดาฟี ด้วยข้อหาเป็นเผด็จการ ส่วนพวกทำการกบฏ ก็น่าจะเป็นพวกต้องการเป็นประชาธิปไตย เอ้า เชือดเผด็จการเสร็จ แล้วดันร้องขอบคุณพระเจ้า พวกจีฮัดนี่ ตกลงต้องการเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน น่างงไหมครับ หลังจากกัดดาฟีถูกเก็บ คลังอาวุธของกัดดาฟีก็ถูกกวาด หรือขโมยนั่นแหละ จนเกลี้ยง และขนออกมาจากลิเบีย มาที่ซีเรีย ผ่านทางตุรกี ใครนะ ที่คอยรับอาวุธอยู่ที่ซีเรีย… แต่คนที่ดูแลการขนส่งอาวุธ เขาว่าคือ Chris Stevens ทูตอเมริกันประจำลิเบีย ซึ่งดูแลประสานงานเรื่องนี้ ตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ.2011 และในที่สุด ทูต Stevens ก็ถูกฆ่าตายอยู่ในสถานกงสุลอเมริกา ที่เมืองเบงกาซี ลิเบีย เพียง 3 วัน ก่อนหน้าที่อาวุธลิเบียจะถูกส่งมาถึงซีเรีย นอกเหนือจากทูต Stevens แล้ว ฝ่ายประสานงานเรื่องนี้ คือ ซีไอเอ ตุรกี และกลุ่มกบฏซีเรีย ซึ่งร่วมกันวางแผน และจัดการขนส่ง โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นการควักกระเป๋าลงขันร่วมกัน ของโต้โผใหญ่ของฝ่ายสนับสนุนกบฏซีเรีย คือ ซาอุดิอารเบีย การ์ตา จอร์แดน อิสราเอลและตุรกี หลังจากอาวุธมาถึงซีเรีย ก็เป็นช่วงเดียวกับที่นักรบจีฮัดพากันทะลักเข้ามาในซีเรียด้วย นักรบรุ่นแรกที่เข้ามา ไม่ใช่พวกละอ่อน แต่เป็นระดับหัวหน้า หรือพวกเจนสนามแทบทั้งสิ้น เรื่องนี้ ไม่เป็นความลับ อเมริกาและพวก ที่สนับสนุนฝ่ายกบฏซีเรีย ก็รู้ดี และเมื่อฝ่ายกบฏซีเรีย ที่มีนักรบจีฮัดมาร่วมด้วย เริ่มเป็นฝ่ายได้เปรียบฝ่ายรัฐบาลอัสสาด และใช้ความรุนแรง มากขึ้น ทางวอชิงตันก็ต้องตอบคำถามมากขึ้น .. ไหนว่าฝ่ายกบฏที่เราสนับสนุน เป็นพวกไม่รุนแรงไง (moderate) ทำไมมีฆ่าตัดคอล่ะ… วอชิงตันไม่ตอบ และก็ไม่ได้ดำเนินการอะไร การรบกับรัฐบาลอัสสาด ก็ยังดำเนินต่อไป โดยกลุ่มเดิม และแบบเดิม Jamal Maarouf ผู้บัญชาการคนหนึ่งของกลุ่มกบฏซีเรีย ให้สัมภาษณ์ เมื่อ เมษายน ค.ศ.2014 ว่า นักรบที่ทางโต้โผใหญ่ส่งมาช่วยรบ คือ กลุ่มอัลไคด้าซีเรีย ซึ่งเรียกชื่อกลุ่มตัวเองว่า Al-Nusra ทางด้าน Al-Nusra ก็ให้ข่าวสอดคล้องกันว่า กลุ่มของตัวมาร่วมกับพวกกบฏซีเรีย เพราะต้องการให้ซีเรียปกครองด้วยกฏของศาสนา Sharia law แต่ความจริง Al-Nusra กับกลุ่มไอซิส ร่วมมือกันในการปฏิบัติการในซีเรียมาพักใหญ่แล้ว และเดือนมิถุนายน ค.ศ.2014 Al-Nursra ก็ประกาศเป็นทางการ ถึงการรวมกลุ่มกับกลุ่มไอซิส และมีฐานอยู่ทั้งในเขตซีเรีย และอิรัค แล้ว อเมริกา กับพวกตะวันตก รวมทั้งโต้โผใหญ่ในตะวันออกกลางทั้งหลาย รู้เรื่องนี้ไหม รู้สิ ยิ่งกว่ารู้อีก….. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 28 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 280 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 2

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 2
    ถ้อยแถลงของท่านใบตองแห้ง ผู้นำหมายเลขหนึ่งของโลก ต่อหน้าที่ประชุมใหญ่ระดับโลก เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.2015 ต้องจารึกไว้ ที่ไหนก็แล้วแต่ความสะดวกใจของแต่ละคน แต่ถ้าผมเป็นลุงโอลอง ผมคงเขียนใส่กระดาษแล้วเก็บไว้ที่นึง ที่ต้องเดินเหยียบทุกวันนั่นแหละ …
    …..มึงบี้กูสาระพัด กูก็อดทน เพราะเราเป็นเพื่อนกันมานาน สื่อมึงด่าคนทำงานในบ้านกูว่าไร้สมรรถภาพ กูก็อดทน แต่กูเจ็บนะ คนบ้านกูตายตั้งแยะ มึงทำข่าวหากินไปด่าไป กูก็ไม่ว่าอะไร ทั้งๆที่มันแสนจะทุเรศ แต่มันเป็นสันดานของพวกมึง มึงให้กูไปถล่มไอซิส ถึงรังที่ซีเรีย เฉี่ยวหัวปูตินไปหน่อยเดียว มึงนึกว่ากูไม่เสียวเหรอ กูเสียวนะ แต่กูก็ทำ เพราะมึงบอกว่า …..อเมริกาจะอยู่เคียงข้างฝรั่งเศสในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายครั้งนี้ …….เคียงข้าง ข้างไหนกันโว้ย ข้างหลังใช่ไหม ไอ้เวร ยังไม่ถึง 48 ชั่วโมงเลย มึงไปลอยหน้าบอกว่า เด็กมึงจะไม่เข้าไปรบในพื้นที่ …มึงพูดออกมางั้นได้ไง หา…
    ขอโทษนะครับใช้สรรพนามไม่สุภาพ แต่ผมเดาเอาว่า ในสถานการณ์เยี่ยงนี้ ลุงโอลองคงพูดทำนองนี้ อันที่จริง ถ้าจะว่ากันตามนิสัย และอารมณ์คนฝรั่งเศส ผมว่า เขาคงใช้ภาษาแรงกว่าที่ผมเขียนอีกแยะนะ
    ทำไม ท่านใบตองแห้งถึงถอยฉาก ไม่ส่งเด็กของตัวลงพื้นที่ซีเรียและอิรัคเพื่อถล่มไอซิส ตอนนี้อเมริกาเป็นพี่เบิ้มหมายเลขหนึ่งของโลกไม่ใช่หรือ ประกาศอย่างนี้ต่อหน้าผู้คนระดับโลก เขาจะนินทาเอาได้ว่า สงสัยเป็นประเภทเก่งแต่เวลาเห็นใบตองแห้งไหวจริงๆ เป็นถึงมหาอำนาจใหญ่ มีคนก้าวเข้าไปในพื้นที่ ที่ตัวเองทั้งคุม ทั้งวางแผน จะทำเฉยถอยฉาก… เชิญครับ ท่านปูติน เชิญท่านตามสบายเลย.. เป็นไปได้หรือครับ
    คงมีคนพาซื่อ บอกว่าเป็นไปได้ซิ การจะส่งกองทัพเข้าไปในต่างประเทศ อเมริกาต้องได้มติเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน มติปัจจุบัน อนุมัติให้ฝ่ายกองทัพทำได้เฉพาะการใช้อาวุธจากทางอากาศเท่านั้น คือ ได้แต่บินไปบอมบ์ แต่ไม่ให้ไปเหยียบพื้นที่เขา และแม้ตอนที่ฝรั่งเศสเกิดเรื่อง ศุกร์ 13 ใหม่ๆ ก็มีรายงานข่าวว่า มีกว่า 24 รัฐ ในอเมริกา ที่ยังไม่เห็นด้วย หากอเมริกาจะส่งทหารเข้าไปในซีเรีย
    ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น คงมีคนอเมริกันไม่น้อย ที่ยังไม่หายแหยงกับการตัดสินใจเข้าใปทำสงครามในบ้านคนอื่น ที่สำคัญ พวกเขาก็คงชักไม่แน่ใจว่า กู หรือญาติพี่น้องกู กำลังไปรบเพื่ออะไร หรือเพื่อใคร
    คนอเมริกันที่มีวัย เลยกลางคนอย่างผม หรือแม้แต่ผม ที่ไม่ใช่คนอเมริกัน ต่างก็ยังจำได้ถึงสงครามเวียตนาม ที่ทิ้งแผลและการดำเนินชีวิตที่มีฝันร้ายค้างอยู่ ส่วนวัยกลางคนขึ้นไป ก็คงจำได้ถึงสงครามในอาฟกานิสถาน อิรัค คูเวต ลิเบีย และคนรุ่นใหม่ ก็คงกำลังสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นที่ซีเรีย
    สงครามอาฟกานิสถาน เริ่มตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1979 เมื่ออเมริกาต้องการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ไม่ให้ลงมาใกล้ตะวันออกกลาง อเมริกาใช้อาฟกานิสถานเป็นสนามรบ โดยมีชาวอาฟกัน และชาวตะวันออกกลาง อย่างซาอุดิอารเบีย โดยเฉพาะดาราดวงเด่น ชื่อ บิน ลาเดน เป็นหัวหอกในการสู้รบกับโซเวียต เพราะอเมริกาบอกว่า โซเวียตจะมารุกราน ตะวันออกกลาง และทำลายอิสลาม
    ไม่มีอะไรที่จะทำให้ซาอุ ประสาทรับประทานมากไปกว่าการมายุ่งกับศาสนา และความเชื่อของตัว ซาอุทุ่มสุดตัว ทั้งเงิน ทั้งคน ไปช่วยอเมริกา รบอาฟกานิสถาน ต่อด้วยการรบกับกลุ่มอัลไคด้า และพวกตาลิบัน ผ่านมากี่สิบปีแล้ว ก็ยังรบไม่เสร็จ อเมริกามีแผนว่าจะถอนกำลังทหารออกจากอาฟกานิสถานในปี ค.ศ.2015 แต่พอถึงเดือนตุลาคม 2015 ก็เกิดเหตุการณ์บอมบ์ถล่มโรงพยาบาล โดยเครื่องบินของฝ่ายอเมริกา อเมริกาเลยเปลี่ยนใจ ไม่ถอนแล้ว เออ งง และอาฟกานิสถาน ก็จะยังเป็นสนามรบต่อไป แม้จะรบมากว่า 30 ปี แล้ว….
    สงครามคูเวต ที่ซัดดัมของอิรัค ยกทัพไปบุกคูเวต อเมริกาบอกทนดูไม่ไหว ต้องไปปราบซัดดัมจอมเผด็จการ ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แถมริอ่านมีนิวเคลียร์ อเมริกาเลยต้องตามมาปราบซัดดัมที่อิรัคต่อ อเมริกายกพลมา 5 แสน ซัดดัมตายสมใจ กำจัดเผด็จการไปได้แล้ว แต่หานิวเคลียร์ไม่เจอ แล้วประเทศอิรัคจบอย่างไร ก็อย่างที่เรารู้ละครับ ทุกวันนี้ อิรัคกลายเป็นเมืองแตกสาแหรกขาด น้ำสะอาดจะกินยังแทบหาไม่ได้ ไฟฟ้าเดี๋ยวมาเดี๋ยวดับ และชุกชุมไปด้วยผู้ก่อการร้าย
    ชาวอิรัคบอกว่า ซัดดัมเป็นเผด็จการก็จริง แต่ตอนนั้น ชาวอิรัคก็ยังมีบ้านอยู่ มีงานทำ มีอาหารกิน มีโรงพยาบาลให้เมียไปคลอดลูก และมีโรงเรียนให้ลูกไปเรียนหนังสือ แต่ตอนนี้ ชาวอิรัคบอกว่า ไอ้ที่มีๆ นั่น มันไม่เหลืออะไรแล้ว
    อเมริกาถล่มอิรัคเสียเรียบ บ้านช่อง โรงพยาบาล โรงเรียน แทบไม่เหลือ แล้วพวกเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อมาอย่างไร เติบโตมาอย่างไรครับ ถ้าไม่ใช่เป็นผู้อพยพลี้ภัย ก็เป็นผู้ก่อการร้าย
    สงครามที่ลิเบีย อเมริกาอ้างสาเหตุว่า กัดดาฟีก็เป็นเผด็จการอีกเช่นกัน จำเป็นต้องกำจัด แล้วลิเบีย ประเทศที่อเมริกากล่าวหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ลิเบียมีสวัสดิการทางสังคมดีที่สุดในตะวันออกกลาง และสวัสดิการหลายอย่าง อาจจะดีกว่าอเมริกาและพวกตะวันตกเสียอีก ก็กลายเป็นเมืองแตก ไม่ต่างกับอิรัค และชุกชุมไปด้วยผู้ก่อการร้าย อาวุธที่กัดดาฟีสะสมเอาไว้ให้พรรคพวกแถวอาฟริกา และตะวันออกกลาง ใช้สู้กับพวกตะวันตกที่มารังแก ถูกอเมริกากวาดไปเกลี้ยง และที่หมายปลายทางของอาวุธร้ายนั้น กลับไปอยู่ในมือ ของอัลไคด้า กับไอซิส ที่อยู่ในอิรัค และซีเรีย เออ มันอะไรกัน
    สงครามที่ซีเรีย สู้กันมานี่ ขึ้นปีที่ 5 แล้ว ซีเรียกลายเป็นสนามรบของสงครามกลางเมือง ด้วยเหตุผลที่ผมพยายามทำความเข้าใจ อเมริกาบอกว่ารัฐบาลอัสสาดเป็นเผด็จการ ทารุณต่อประชาชน จนเกิดกลุ่มกบฏที่ ไม่เอารัฐบาล กลุ่มกบฏนี้ ได้รับการสนับสนุนทั้งอาวุธและเงินทุน จากโต้โผใหญ่ฝ่ายอิสลามสุนนี่ คือ ซาอุดิอารเบีย การ์ตา คูเวต จอร์แดน และบรรดา ชาวอ่าวทั้งหลายในตะวันออกกลางที่เป็นสุนนี่ ในที่สุด ซีเรียก็กลายมาเป็นสนามสงครามตัวแทน ระหว่างอิสลาม 2 นิกาย สุนนี่สนับสนุนฝ่ายกบฏ ส่วนชีอ่ะสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลอัสสาด
    นอกจากนี้ยังมี อิสราเอล กับตุรกี ที่สนับสนุน ฝ่ายกบฏซีเรีย ด้วยเหตุผลทางการเมือง และผลประโยชน์ส่วนตัว
    แต่ทั้งหมด ก็อยู่ภายใต้การกำกับการแสดงของอเมริกากับพวกตะวันตก
    แล้วอเมริกากับพวกตะวันตก เกี่ยวพันกันกับพวกที่เรียกว่า “กลุ่มกบฏซีเรีย” ขนาดไหน
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    28 พ.ย. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 2 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 2 ถ้อยแถลงของท่านใบตองแห้ง ผู้นำหมายเลขหนึ่งของโลก ต่อหน้าที่ประชุมใหญ่ระดับโลก เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ.2015 ต้องจารึกไว้ ที่ไหนก็แล้วแต่ความสะดวกใจของแต่ละคน แต่ถ้าผมเป็นลุงโอลอง ผมคงเขียนใส่กระดาษแล้วเก็บไว้ที่นึง ที่ต้องเดินเหยียบทุกวันนั่นแหละ … …..มึงบี้กูสาระพัด กูก็อดทน เพราะเราเป็นเพื่อนกันมานาน สื่อมึงด่าคนทำงานในบ้านกูว่าไร้สมรรถภาพ กูก็อดทน แต่กูเจ็บนะ คนบ้านกูตายตั้งแยะ มึงทำข่าวหากินไปด่าไป กูก็ไม่ว่าอะไร ทั้งๆที่มันแสนจะทุเรศ แต่มันเป็นสันดานของพวกมึง มึงให้กูไปถล่มไอซิส ถึงรังที่ซีเรีย เฉี่ยวหัวปูตินไปหน่อยเดียว มึงนึกว่ากูไม่เสียวเหรอ กูเสียวนะ แต่กูก็ทำ เพราะมึงบอกว่า …..อเมริกาจะอยู่เคียงข้างฝรั่งเศสในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายครั้งนี้ …….เคียงข้าง ข้างไหนกันโว้ย ข้างหลังใช่ไหม ไอ้เวร ยังไม่ถึง 48 ชั่วโมงเลย มึงไปลอยหน้าบอกว่า เด็กมึงจะไม่เข้าไปรบในพื้นที่ …มึงพูดออกมางั้นได้ไง หา… ขอโทษนะครับใช้สรรพนามไม่สุภาพ แต่ผมเดาเอาว่า ในสถานการณ์เยี่ยงนี้ ลุงโอลองคงพูดทำนองนี้ อันที่จริง ถ้าจะว่ากันตามนิสัย และอารมณ์คนฝรั่งเศส ผมว่า เขาคงใช้ภาษาแรงกว่าที่ผมเขียนอีกแยะนะ ทำไม ท่านใบตองแห้งถึงถอยฉาก ไม่ส่งเด็กของตัวลงพื้นที่ซีเรียและอิรัคเพื่อถล่มไอซิส ตอนนี้อเมริกาเป็นพี่เบิ้มหมายเลขหนึ่งของโลกไม่ใช่หรือ ประกาศอย่างนี้ต่อหน้าผู้คนระดับโลก เขาจะนินทาเอาได้ว่า สงสัยเป็นประเภทเก่งแต่เวลาเห็นใบตองแห้งไหวจริงๆ เป็นถึงมหาอำนาจใหญ่ มีคนก้าวเข้าไปในพื้นที่ ที่ตัวเองทั้งคุม ทั้งวางแผน จะทำเฉยถอยฉาก… เชิญครับ ท่านปูติน เชิญท่านตามสบายเลย.. เป็นไปได้หรือครับ คงมีคนพาซื่อ บอกว่าเป็นไปได้ซิ การจะส่งกองทัพเข้าไปในต่างประเทศ อเมริกาต้องได้มติเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน มติปัจจุบัน อนุมัติให้ฝ่ายกองทัพทำได้เฉพาะการใช้อาวุธจากทางอากาศเท่านั้น คือ ได้แต่บินไปบอมบ์ แต่ไม่ให้ไปเหยียบพื้นที่เขา และแม้ตอนที่ฝรั่งเศสเกิดเรื่อง ศุกร์ 13 ใหม่ๆ ก็มีรายงานข่าวว่า มีกว่า 24 รัฐ ในอเมริกา ที่ยังไม่เห็นด้วย หากอเมริกาจะส่งทหารเข้าไปในซีเรีย ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น คงมีคนอเมริกันไม่น้อย ที่ยังไม่หายแหยงกับการตัดสินใจเข้าใปทำสงครามในบ้านคนอื่น ที่สำคัญ พวกเขาก็คงชักไม่แน่ใจว่า กู หรือญาติพี่น้องกู กำลังไปรบเพื่ออะไร หรือเพื่อใคร คนอเมริกันที่มีวัย เลยกลางคนอย่างผม หรือแม้แต่ผม ที่ไม่ใช่คนอเมริกัน ต่างก็ยังจำได้ถึงสงครามเวียตนาม ที่ทิ้งแผลและการดำเนินชีวิตที่มีฝันร้ายค้างอยู่ ส่วนวัยกลางคนขึ้นไป ก็คงจำได้ถึงสงครามในอาฟกานิสถาน อิรัค คูเวต ลิเบีย และคนรุ่นใหม่ ก็คงกำลังสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นที่ซีเรีย สงครามอาฟกานิสถาน เริ่มตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1979 เมื่ออเมริกาต้องการปิดล้อมสหภาพโซเวียต ไม่ให้ลงมาใกล้ตะวันออกกลาง อเมริกาใช้อาฟกานิสถานเป็นสนามรบ โดยมีชาวอาฟกัน และชาวตะวันออกกลาง อย่างซาอุดิอารเบีย โดยเฉพาะดาราดวงเด่น ชื่อ บิน ลาเดน เป็นหัวหอกในการสู้รบกับโซเวียต เพราะอเมริกาบอกว่า โซเวียตจะมารุกราน ตะวันออกกลาง และทำลายอิสลาม ไม่มีอะไรที่จะทำให้ซาอุ ประสาทรับประทานมากไปกว่าการมายุ่งกับศาสนา และความเชื่อของตัว ซาอุทุ่มสุดตัว ทั้งเงิน ทั้งคน ไปช่วยอเมริกา รบอาฟกานิสถาน ต่อด้วยการรบกับกลุ่มอัลไคด้า และพวกตาลิบัน ผ่านมากี่สิบปีแล้ว ก็ยังรบไม่เสร็จ อเมริกามีแผนว่าจะถอนกำลังทหารออกจากอาฟกานิสถานในปี ค.ศ.2015 แต่พอถึงเดือนตุลาคม 2015 ก็เกิดเหตุการณ์บอมบ์ถล่มโรงพยาบาล โดยเครื่องบินของฝ่ายอเมริกา อเมริกาเลยเปลี่ยนใจ ไม่ถอนแล้ว เออ งง และอาฟกานิสถาน ก็จะยังเป็นสนามรบต่อไป แม้จะรบมากว่า 30 ปี แล้ว…. สงครามคูเวต ที่ซัดดัมของอิรัค ยกทัพไปบุกคูเวต อเมริกาบอกทนดูไม่ไหว ต้องไปปราบซัดดัมจอมเผด็จการ ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แถมริอ่านมีนิวเคลียร์ อเมริกาเลยต้องตามมาปราบซัดดัมที่อิรัคต่อ อเมริกายกพลมา 5 แสน ซัดดัมตายสมใจ กำจัดเผด็จการไปได้แล้ว แต่หานิวเคลียร์ไม่เจอ แล้วประเทศอิรัคจบอย่างไร ก็อย่างที่เรารู้ละครับ ทุกวันนี้ อิรัคกลายเป็นเมืองแตกสาแหรกขาด น้ำสะอาดจะกินยังแทบหาไม่ได้ ไฟฟ้าเดี๋ยวมาเดี๋ยวดับ และชุกชุมไปด้วยผู้ก่อการร้าย ชาวอิรัคบอกว่า ซัดดัมเป็นเผด็จการก็จริง แต่ตอนนั้น ชาวอิรัคก็ยังมีบ้านอยู่ มีงานทำ มีอาหารกิน มีโรงพยาบาลให้เมียไปคลอดลูก และมีโรงเรียนให้ลูกไปเรียนหนังสือ แต่ตอนนี้ ชาวอิรัคบอกว่า ไอ้ที่มีๆ นั่น มันไม่เหลืออะไรแล้ว อเมริกาถล่มอิรัคเสียเรียบ บ้านช่อง โรงพยาบาล โรงเรียน แทบไม่เหลือ แล้วพวกเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อมาอย่างไร เติบโตมาอย่างไรครับ ถ้าไม่ใช่เป็นผู้อพยพลี้ภัย ก็เป็นผู้ก่อการร้าย สงครามที่ลิเบีย อเมริกาอ้างสาเหตุว่า กัดดาฟีก็เป็นเผด็จการอีกเช่นกัน จำเป็นต้องกำจัด แล้วลิเบีย ประเทศที่อเมริกากล่าวหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ลิเบียมีสวัสดิการทางสังคมดีที่สุดในตะวันออกกลาง และสวัสดิการหลายอย่าง อาจจะดีกว่าอเมริกาและพวกตะวันตกเสียอีก ก็กลายเป็นเมืองแตก ไม่ต่างกับอิรัค และชุกชุมไปด้วยผู้ก่อการร้าย อาวุธที่กัดดาฟีสะสมเอาไว้ให้พรรคพวกแถวอาฟริกา และตะวันออกกลาง ใช้สู้กับพวกตะวันตกที่มารังแก ถูกอเมริกากวาดไปเกลี้ยง และที่หมายปลายทางของอาวุธร้ายนั้น กลับไปอยู่ในมือ ของอัลไคด้า กับไอซิส ที่อยู่ในอิรัค และซีเรีย เออ มันอะไรกัน สงครามที่ซีเรีย สู้กันมานี่ ขึ้นปีที่ 5 แล้ว ซีเรียกลายเป็นสนามรบของสงครามกลางเมือง ด้วยเหตุผลที่ผมพยายามทำความเข้าใจ อเมริกาบอกว่ารัฐบาลอัสสาดเป็นเผด็จการ ทารุณต่อประชาชน จนเกิดกลุ่มกบฏที่ ไม่เอารัฐบาล กลุ่มกบฏนี้ ได้รับการสนับสนุนทั้งอาวุธและเงินทุน จากโต้โผใหญ่ฝ่ายอิสลามสุนนี่ คือ ซาอุดิอารเบีย การ์ตา คูเวต จอร์แดน และบรรดา ชาวอ่าวทั้งหลายในตะวันออกกลางที่เป็นสุนนี่ ในที่สุด ซีเรียก็กลายมาเป็นสนามสงครามตัวแทน ระหว่างอิสลาม 2 นิกาย สุนนี่สนับสนุนฝ่ายกบฏ ส่วนชีอ่ะสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลอัสสาด นอกจากนี้ยังมี อิสราเอล กับตุรกี ที่สนับสนุน ฝ่ายกบฏซีเรีย ด้วยเหตุผลทางการเมือง และผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ทั้งหมด ก็อยู่ภายใต้การกำกับการแสดงของอเมริกากับพวกตะวันตก แล้วอเมริกากับพวกตะวันตก เกี่ยวพันกันกับพวกที่เรียกว่า “กลุ่มกบฏซีเรีย” ขนาดไหน สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 28 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 309 มุมมอง 0 รีวิว
  • แผนจัญไร ตอนที่ 1

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร”
    ตอน 1
    ปลายฝนต้นหนาว เรื่องราวใหญ่ๆทยอยเกิดขึ้น เหมือนมีไอ้จัญไรที่ไหน ตั้งใจก่อเหตุให้เป็นไปตามแผน….
    เริ่มด้วยเครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกยิงตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ ภายหลังมีหลักฐานอ้างว่าเป็นกลุ่มไอซิส ISIS ตามมาด้วยที่ฝรั่งเศส ระหว่างที่ชาวปารีสกำลังพักผ่อนหลังเลิกงานในคืนวันศุกร์ ก็ถูกผู้ก่อการร้าย ที่อ้างว่าเป็นไอซิส ล้อมยิงไล่ยิงกลางกรุงปารีสไม่รู้กี่จุด ทำเอาชาวฝรั่งเศสตายร้อยกว่าคน
    ทางการตามล่าไอซิสที่ว่าเป็นตัวการ แต่หนีไปกบดานถึงกรุงบรัสเซลล์ การไล่จับไอซิสที่บรัสเซลล์ ทำเอาบรัสเซลล์ต้องยกระดับภัยก่อการร้ายขึ้นไปสูงสุด
    ชาวฝรั่งเศสขวัญยังไม่เข้าที่ ส่วนชาวบรัสเซล์ก็ยังไม่หายงุนงงตกใจ จับหัวไม่ชนปลาย ดันมีข่าวใหม่เกิดขึ้นมาอีกว่า มีผู้ก่อการร้ายบุกเข้าไปในโรงแรมหรูที่ มาลี อาฟริกา จับเอาแขกโรงแรมเป็นตัวประกัน คราวนี้บอกไม่ใช่ไอซิส แต่เป็นผู้ก่อการร้ายพันธุ์อะไรไม่รู้ข่าวมั่วจัง แต่ว่ามีคนตายร่วมยี่สิบ สื่อตะวันตกออกข่าวออกน้อยมาก เพราะใบสั่งบอกว่า อัดฝรั่งเศสกับบรัสเซลล์ ให้หนักๆก่อน
    ผมนอนตามข่าวไปเรื่อยๆ คิดจะเขียนนิทานต่อ แต่ใจอยากจะดูอะไรอีกนิด ให้แน่ใจ
    แล้วเมื่อวานซืน (24 พ.ย.) ไอ้อีกนิด…. ก็เกิดขึ้น นักบินตุรกี ยิงเครื่องบินซูกอยของคุณพี่ปูตินร่วงไปหนึ่งลำ รัสเซียอ้างว่า เป็นการยิงในขณะที่เครื่องบินรัสเซีย กำลังบินอยู่ในเขตซีเรีย แต่ตุรกีก็อ้างว่า อยู่ในเขตตุรกี ใครอ้างอย่างไร ในที่สุดหลักฐานคงออกมาบอกเอง แต่ที่ผมสะกิดใจ คุณพี่ปูตินบอกว่า รายการนี้ เหมือน “ถูกแทงข้างหลัง….”
    คำพูดแบบนี้ นักเลงเขาไม่พูดกันง่ายๆ และเมื่อพูดแล้ว ไม่รู้เหตุการณ์ที่เกี่ยวพัน ทั้งทางตรงทางอ้อม จะเป็นอย่างไร เสียวครับ
    เรื่องราวทั้งหมดที่เขียนข้างต้น เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน นับว่าเป็นการเดินเรื่องที่เร็วมาก คำถามคือ เรื่องทั้งหมดเกี่ยวกันไหม ผมว่าเกี่ยว อาจมีบางท่านคิดว่า ที่ มาลีไม่เกี่ยวกัน แต่ผมว่ามันเกี่ยวกันทั้งนั้น
    ….ตอนนี้ คนที่กำลังนั่งเก้าอี้ร้อน ควันออกตูด ไม่ใช่ชื่อปูติน แต่เป็นลุงโอลอง ที่แม้อากาศแถวยุโรปจะเริ่มเย็นลง แต่เหงื่อหัวล้านของลุงโอลองออกจนซับไม่ทัน โอ้ย… ปวดใจนัก เจ็บใจลึก เสียงเหมือนลุงโอลองกำลังครวญคราง
    ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส เล่นแรงเหลือเกิน เหมือน เสาร์ 31 ตุลา ที่อียิปต์เลย แต่ในความเหมือน ก็มีความต่างอย่างน่าคิด
    เสาร์ 31 ตุลา เครื่องบินรัสเซียตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งลำจำนวน 224 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซีย ไม่กี่วัน หลังจากที่เครื่องตก สื่ออังกฤษ รวมทั้งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมายืนยันว่า เป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย หลังจากนั้น อเมริกาออกมาประทับตราว่า โอกาสที่ไม่ใช่ฝีมือผู้ก่อการร้าย แทบไม่มีเลย สื่อตะวันตก รายงานข่าวทั้งวัน แต่รัสเซียกับอียิปต์ ยังขอสงวนสิทธิ ไม่ลงความเห็น รอหลักฐานที่ชัดเจนก่อน
    ข่าวเสาร์ 31 ตุลา ที่สื่อตะวันตกรายงาน มีแต่ภาพซากเครื่องบินตก ถ่ายซ้ำไม่กี่ภาพ กับภาพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ กำลังเข้าคิวยาวอยู่ที่สนามบินในอียิปต์ รวมทั้งรายการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวอังกฤษว่า ลำบากมากไหม ทางการอียิปต์มาดูแลไหม ส่วนนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวรัสเซีย และก็เป็นลูกค้าขาใหญ่ของอียิปต์ตอนนี้ และน่าจะอยู่ในสภาพขวัญฝ่อ สื่อตะวันตกทำข่าวให้นิดหน่อยอย่างเสียไม่ได้
    ผ่านไปเกือบ 7 วัน คงเพิ่งนึกออกว่า เออมีชาวรัสเซียตายตั้งแยะว่ะ สื่อตะวันตกเลยทำข่าวเพิ่มให้อีกนิด หลังจากนั้น จึงทำข่าวพิธีสวดไว้อาลัยในโบสถ์ที่รัสเซีย ไม่มีการถ่ายทอดข่าวผู้นำชาติไหนออกมาแถลงข่าวเสียใจ หลังจากเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมงว่า เราอยู่เคียงข้างรัสเซียในคราวเคราะห์ร้ายหนักครั้งนี้ ไม่มีใครเปลี่ยนหน้าเฟซ เป็นรูปธงชาติรัสเซีย ชีวิตคนเหมือนมีค่า ตามแต่สื่อจะชึ้นำ…
    แต่ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส คงจะยังเป็นข่าว ที่สื่อตะวันตกเล่นต่ออีกพักใหญ่ หลังจากเริ่มรายงานกันแบบเรียลไทม์เกือบทั้งวันมาเกือบเดือนแล้ว ทุกวัน CNN ส่งทีมนักข่าวเบอร์ใหญ่มายื่นพล่ามเอง ปลุกมาหมด และเหมือนเดิม สื่ออังกฤษ รายงานเปรี้ยงก่อนเพื่อนว่า น่าจะเป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย ก่อนที่ไอซิสจะออกมาสมอ้าง
    อเมริการับลูก ไอซิสชั่วช้าเลวมาก เลวจนน่าคลื่นไส้ นักวิเคราะห์เปลี่ยนหน้ามาออกความเห็นกันทุกวันว่า ไอซิสทำ ไอซิสทำ และไอซิสก็รีบส่งคำขู่ว่า ป้ายหน้าแวะเยี่ยมวอชิงตันแน่นอน โอ้ย น่ากลัวจัง….
    วันที่ 16 พฤศจิกายน ลุงโอลอง เข้าไปแถลงในรัฐสภาฝรั่งเศส ด้วยสีหน้าเครียด ถึงความโหดของไอซิส และทำให้ฝรั่งเศส จำเป็นต้องประกาศสงคราม… กับไอซิส และขอประกาศภาวะฉุกเฉินต่อไปอีก 3 เดือน ….เราต้องเข้มแข็ง เราต้องจับมือกัน เราต้องเอาชนะ กวาดไอซิสให้เกลี้ยง…. เป็นการพูดที่เข้ม เครียด ลุงโอลองพูดเสร็จ ทั้งสภาลุกขึ้นยืนตบมือ และตามด้วยร้องเพลงชาติร่วมกัน
    ผมดูข่าวด้วยความสงสาร เศร้าใจ และเหนื่อยหน่าย
    ก่อนหน้าจะเข้าไปแถลงที่รัฐสภา หลังจากเกิดเหตุหมาดๆที่ปารีส ท่านใบตองแห้งกำชับลุงโอลองว่า อย่ามัวแต่ลอยชาย ต้องรีบไปบอมบ์ถล่มที่มั่นไอซิส ที่ซีเรีย ด่วนเลยนะ เดี๋ยวเขาจะว่าฝรั่งเศสแหย หรือแตกคอก …. วันรุ่งขึ้น ลุงโอลองรีบส่งเครื่องบินเจ็ท 20 ลำไปถล่มที่มั่นไอซิสในซีเรีย ไม่รู้กี่แห่ง
    ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว CNN ต่างประสานเสียงว่า งานข่าวกรองฝรั่งเศสห่วยแตกมาก ปล่อยให้เกิดเรื่องขนาดนี้โดยไม่รู้ตัวล่วงหน้าเลยเหรอ ฝรั่งเศสบอกรู้ แต่ไม่หมด
    รายการเครื่องบินโดยสารรัสเซียตกก็เหมือนกัน อังกฤษดูเหมือนรู้ดีจัง ออกมาว่าเป็นฉากๆ แถมบอกอีกว่า สงสัยข่าวกรองรัสเซียทำไมไม่รู้ข่าว คุณพี่ปูตินอัดกลับอังกฤษ ….คุณรู้ข่าวก่อน ทำไมคุณไม่บอกเราล่วงหน้า คุณปล่อยให้เครื่องเราตกก่อน แล้วค่อยบอกที่หลัง ว่ารู้ข่าวก่อนแล้วอย่างนั้นหรือ เล่นถามผ่าหน้าแบบนี้ อังกฤษก็จีบปากตอแหลต่อไม่ออก
    แต่ลุงโอลองไม่เหมือนกับคุณพี่ปูติน สงสัยยังตั้งตัวไม่ติด หรืออะไร มันยังติดคอ นักข่าว CNN เลยถือโอกาสเติมฟืน ระหว่างกำลังรายงานสด เห็นภาพชาวฝรั่งเศสที่กำลังยืนไว้อาลัยบ้าง เอาดอกไม้มาวางที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุ แล้วอยู่ดีๆ ฝูงชนเหล่านั้น ก็หน้าตื่นหันไปมา หลังจากนั้นพร้อมใจกัน ขวาหัน วิ่งตั้บๆๆๆ หน้าตื่นหายไปทั้งฝูง เหมือนถูกอะไรไล่มา
    นักข่าวรายงานว่า ไปตรวจสอบแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถามตำรวจ ก็บอกว่า ไม่รู้ว่าวิ่งหนีอะไรกัน…. ……นี่เห็นไหม ขนาดตำรวจนะ ยังไม่รู้เรื่องเลย เพิ่งเกิดเหตุร้ายหยกๆ ไม่ตื่นตัว มีแต่ตื่นเต้น แบบนี้ชาวบ้านก็ขวัญเสียหมด…. อีหนูนักข่าว ด่าฉอดๆ ไม่เลิก ฮู้ย บทมันต้องเล่นทั้งจิก ทั้งบี้ ทุกเรื่องแบบนี้เลยหรือครับ
    แต่มันก็มีการหักมุมอย่างเหลือเชื่อ การประชุม จี 20 ช่วงวันที่ 15-16 พ.ย. ที่ดินแดนของนกสองหัวตุรกี ท่านใบตองแห้งยืนแถลงตอนจบ ทำหน้าเครียด (อีกแล้ว) ด่าว่าไอซิส เลวจนเกินคำบรรยาย เราต้องกำจัด ไอซิสไม่ให้เหลือ ฯลฯ ขี้เกียจเขียนยาวครับ มันก็อีหรอบเดิมนะ ด่าเช็ดไม่มีเหลือ
    ….แล้วอเมริกาจะเอายังไงคร้าบ นักข่าวถามกันเซ็งแซ่ เห็นไอซิสขู่ว่า ป้ายหน้าจะไปวอชิงตันไม่ใช่เหรอคร้าบ ….
    ท่านใบตองแห้งทำหน้าขรีม บอกว่า การเอากองทัพ(อเมริกา) เข้าไปในซีเรีย ก็คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ซีเอนเอน ของท่านใบตองแห้งเอง ถึงกับใช้ประโยคว่า … A troop in Syria would be a mistake… การเอากองทัพ(ของเรา) เข้าไปในซีเรีย จะเป็นเรื่องผิดพลาด…
    .. ..หา…. นักข่าวมองหน้ากันเลิกลั่ก กูฟังผิดหรือเปล่าวะ เฮ้ย ท่านใบตองแห้ง สงสัยหยิบโพยผิด ไหนกำลังดุเดือด บอกว่า เราต้องกำจัดไอซิสไงคร้าบ..
    ท่านใบตองแห้งบอกว่า เรากำลังหาทางออกที่ดีกว่านั้น อ้อ … แปลว่า ยังไม่มีแผน หรือยังบี้ไม่ได้ที่ …
    โอ้ย ปวดจาย… ตาย (ห่า) กันไปเท่าไหร่แล้ว 2 ประเทศ ยังไม่ถึงใจ ยังไม่ได้ที่อีกหรือคร้าบ….
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    27 พ.ย. 2558
    แผนจัญไร ตอนที่ 1 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “แผนจัญไร” ตอน 1 ปลายฝนต้นหนาว เรื่องราวใหญ่ๆทยอยเกิดขึ้น เหมือนมีไอ้จัญไรที่ไหน ตั้งใจก่อเหตุให้เป็นไปตามแผน…. เริ่มด้วยเครื่องบินโดยสารรัสเซียถูกยิงตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารตายยกลำ ภายหลังมีหลักฐานอ้างว่าเป็นกลุ่มไอซิส ISIS ตามมาด้วยที่ฝรั่งเศส ระหว่างที่ชาวปารีสกำลังพักผ่อนหลังเลิกงานในคืนวันศุกร์ ก็ถูกผู้ก่อการร้าย ที่อ้างว่าเป็นไอซิส ล้อมยิงไล่ยิงกลางกรุงปารีสไม่รู้กี่จุด ทำเอาชาวฝรั่งเศสตายร้อยกว่าคน ทางการตามล่าไอซิสที่ว่าเป็นตัวการ แต่หนีไปกบดานถึงกรุงบรัสเซลล์ การไล่จับไอซิสที่บรัสเซลล์ ทำเอาบรัสเซลล์ต้องยกระดับภัยก่อการร้ายขึ้นไปสูงสุด ชาวฝรั่งเศสขวัญยังไม่เข้าที่ ส่วนชาวบรัสเซล์ก็ยังไม่หายงุนงงตกใจ จับหัวไม่ชนปลาย ดันมีข่าวใหม่เกิดขึ้นมาอีกว่า มีผู้ก่อการร้ายบุกเข้าไปในโรงแรมหรูที่ มาลี อาฟริกา จับเอาแขกโรงแรมเป็นตัวประกัน คราวนี้บอกไม่ใช่ไอซิส แต่เป็นผู้ก่อการร้ายพันธุ์อะไรไม่รู้ข่าวมั่วจัง แต่ว่ามีคนตายร่วมยี่สิบ สื่อตะวันตกออกข่าวออกน้อยมาก เพราะใบสั่งบอกว่า อัดฝรั่งเศสกับบรัสเซลล์ ให้หนักๆก่อน ผมนอนตามข่าวไปเรื่อยๆ คิดจะเขียนนิทานต่อ แต่ใจอยากจะดูอะไรอีกนิด ให้แน่ใจ แล้วเมื่อวานซืน (24 พ.ย.) ไอ้อีกนิด…. ก็เกิดขึ้น นักบินตุรกี ยิงเครื่องบินซูกอยของคุณพี่ปูตินร่วงไปหนึ่งลำ รัสเซียอ้างว่า เป็นการยิงในขณะที่เครื่องบินรัสเซีย กำลังบินอยู่ในเขตซีเรีย แต่ตุรกีก็อ้างว่า อยู่ในเขตตุรกี ใครอ้างอย่างไร ในที่สุดหลักฐานคงออกมาบอกเอง แต่ที่ผมสะกิดใจ คุณพี่ปูตินบอกว่า รายการนี้ เหมือน “ถูกแทงข้างหลัง….” คำพูดแบบนี้ นักเลงเขาไม่พูดกันง่ายๆ และเมื่อพูดแล้ว ไม่รู้เหตุการณ์ที่เกี่ยวพัน ทั้งทางตรงทางอ้อม จะเป็นอย่างไร เสียวครับ เรื่องราวทั้งหมดที่เขียนข้างต้น เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน นับว่าเป็นการเดินเรื่องที่เร็วมาก คำถามคือ เรื่องทั้งหมดเกี่ยวกันไหม ผมว่าเกี่ยว อาจมีบางท่านคิดว่า ที่ มาลีไม่เกี่ยวกัน แต่ผมว่ามันเกี่ยวกันทั้งนั้น ….ตอนนี้ คนที่กำลังนั่งเก้าอี้ร้อน ควันออกตูด ไม่ใช่ชื่อปูติน แต่เป็นลุงโอลอง ที่แม้อากาศแถวยุโรปจะเริ่มเย็นลง แต่เหงื่อหัวล้านของลุงโอลองออกจนซับไม่ทัน โอ้ย… ปวดใจนัก เจ็บใจลึก เสียงเหมือนลุงโอลองกำลังครวญคราง ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส เล่นแรงเหลือเกิน เหมือน เสาร์ 31 ตุลา ที่อียิปต์เลย แต่ในความเหมือน ก็มีความต่างอย่างน่าคิด เสาร์ 31 ตุลา เครื่องบินรัสเซียตกที่อียิปต์ ผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งลำจำนวน 224 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซีย ไม่กี่วัน หลังจากที่เครื่องตก สื่ออังกฤษ รวมทั้งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมายืนยันว่า เป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย หลังจากนั้น อเมริกาออกมาประทับตราว่า โอกาสที่ไม่ใช่ฝีมือผู้ก่อการร้าย แทบไม่มีเลย สื่อตะวันตก รายงานข่าวทั้งวัน แต่รัสเซียกับอียิปต์ ยังขอสงวนสิทธิ ไม่ลงความเห็น รอหลักฐานที่ชัดเจนก่อน ข่าวเสาร์ 31 ตุลา ที่สื่อตะวันตกรายงาน มีแต่ภาพซากเครื่องบินตก ถ่ายซ้ำไม่กี่ภาพ กับภาพนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ กำลังเข้าคิวยาวอยู่ที่สนามบินในอียิปต์ รวมทั้งรายการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวอังกฤษว่า ลำบากมากไหม ทางการอียิปต์มาดูแลไหม ส่วนนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวรัสเซีย และก็เป็นลูกค้าขาใหญ่ของอียิปต์ตอนนี้ และน่าจะอยู่ในสภาพขวัญฝ่อ สื่อตะวันตกทำข่าวให้นิดหน่อยอย่างเสียไม่ได้ ผ่านไปเกือบ 7 วัน คงเพิ่งนึกออกว่า เออมีชาวรัสเซียตายตั้งแยะว่ะ สื่อตะวันตกเลยทำข่าวเพิ่มให้อีกนิด หลังจากนั้น จึงทำข่าวพิธีสวดไว้อาลัยในโบสถ์ที่รัสเซีย ไม่มีการถ่ายทอดข่าวผู้นำชาติไหนออกมาแถลงข่าวเสียใจ หลังจากเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมงว่า เราอยู่เคียงข้างรัสเซียในคราวเคราะห์ร้ายหนักครั้งนี้ ไม่มีใครเปลี่ยนหน้าเฟซ เป็นรูปธงชาติรัสเซีย ชีวิตคนเหมือนมีค่า ตามแต่สื่อจะชึ้นำ… แต่ศุกร์ 13 พฤศจิกา ที่ปารีส คงจะยังเป็นข่าว ที่สื่อตะวันตกเล่นต่ออีกพักใหญ่ หลังจากเริ่มรายงานกันแบบเรียลไทม์เกือบทั้งวันมาเกือบเดือนแล้ว ทุกวัน CNN ส่งทีมนักข่าวเบอร์ใหญ่มายื่นพล่ามเอง ปลุกมาหมด และเหมือนเดิม สื่ออังกฤษ รายงานเปรี้ยงก่อนเพื่อนว่า น่าจะเป็นฝีมือผู้ก่อการร้าย ก่อนที่ไอซิสจะออกมาสมอ้าง อเมริการับลูก ไอซิสชั่วช้าเลวมาก เลวจนน่าคลื่นไส้ นักวิเคราะห์เปลี่ยนหน้ามาออกความเห็นกันทุกวันว่า ไอซิสทำ ไอซิสทำ และไอซิสก็รีบส่งคำขู่ว่า ป้ายหน้าแวะเยี่ยมวอชิงตันแน่นอน โอ้ย น่ากลัวจัง…. วันที่ 16 พฤศจิกายน ลุงโอลอง เข้าไปแถลงในรัฐสภาฝรั่งเศส ด้วยสีหน้าเครียด ถึงความโหดของไอซิส และทำให้ฝรั่งเศส จำเป็นต้องประกาศสงคราม… กับไอซิส และขอประกาศภาวะฉุกเฉินต่อไปอีก 3 เดือน ….เราต้องเข้มแข็ง เราต้องจับมือกัน เราต้องเอาชนะ กวาดไอซิสให้เกลี้ยง…. เป็นการพูดที่เข้ม เครียด ลุงโอลองพูดเสร็จ ทั้งสภาลุกขึ้นยืนตบมือ และตามด้วยร้องเพลงชาติร่วมกัน ผมดูข่าวด้วยความสงสาร เศร้าใจ และเหนื่อยหน่าย ก่อนหน้าจะเข้าไปแถลงที่รัฐสภา หลังจากเกิดเหตุหมาดๆที่ปารีส ท่านใบตองแห้งกำชับลุงโอลองว่า อย่ามัวแต่ลอยชาย ต้องรีบไปบอมบ์ถล่มที่มั่นไอซิส ที่ซีเรีย ด่วนเลยนะ เดี๋ยวเขาจะว่าฝรั่งเศสแหย หรือแตกคอก …. วันรุ่งขึ้น ลุงโอลองรีบส่งเครื่องบินเจ็ท 20 ลำไปถล่มที่มั่นไอซิสในซีเรีย ไม่รู้กี่แห่ง ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าว CNN ต่างประสานเสียงว่า งานข่าวกรองฝรั่งเศสห่วยแตกมาก ปล่อยให้เกิดเรื่องขนาดนี้โดยไม่รู้ตัวล่วงหน้าเลยเหรอ ฝรั่งเศสบอกรู้ แต่ไม่หมด รายการเครื่องบินโดยสารรัสเซียตกก็เหมือนกัน อังกฤษดูเหมือนรู้ดีจัง ออกมาว่าเป็นฉากๆ แถมบอกอีกว่า สงสัยข่าวกรองรัสเซียทำไมไม่รู้ข่าว คุณพี่ปูตินอัดกลับอังกฤษ ….คุณรู้ข่าวก่อน ทำไมคุณไม่บอกเราล่วงหน้า คุณปล่อยให้เครื่องเราตกก่อน แล้วค่อยบอกที่หลัง ว่ารู้ข่าวก่อนแล้วอย่างนั้นหรือ เล่นถามผ่าหน้าแบบนี้ อังกฤษก็จีบปากตอแหลต่อไม่ออก แต่ลุงโอลองไม่เหมือนกับคุณพี่ปูติน สงสัยยังตั้งตัวไม่ติด หรืออะไร มันยังติดคอ นักข่าว CNN เลยถือโอกาสเติมฟืน ระหว่างกำลังรายงานสด เห็นภาพชาวฝรั่งเศสที่กำลังยืนไว้อาลัยบ้าง เอาดอกไม้มาวางที่หน้าร้านอาหารที่เกิดเหตุ แล้วอยู่ดีๆ ฝูงชนเหล่านั้น ก็หน้าตื่นหันไปมา หลังจากนั้นพร้อมใจกัน ขวาหัน วิ่งตั้บๆๆๆ หน้าตื่นหายไปทั้งฝูง เหมือนถูกอะไรไล่มา นักข่าวรายงานว่า ไปตรวจสอบแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถามตำรวจ ก็บอกว่า ไม่รู้ว่าวิ่งหนีอะไรกัน…. ……นี่เห็นไหม ขนาดตำรวจนะ ยังไม่รู้เรื่องเลย เพิ่งเกิดเหตุร้ายหยกๆ ไม่ตื่นตัว มีแต่ตื่นเต้น แบบนี้ชาวบ้านก็ขวัญเสียหมด…. อีหนูนักข่าว ด่าฉอดๆ ไม่เลิก ฮู้ย บทมันต้องเล่นทั้งจิก ทั้งบี้ ทุกเรื่องแบบนี้เลยหรือครับ แต่มันก็มีการหักมุมอย่างเหลือเชื่อ การประชุม จี 20 ช่วงวันที่ 15-16 พ.ย. ที่ดินแดนของนกสองหัวตุรกี ท่านใบตองแห้งยืนแถลงตอนจบ ทำหน้าเครียด (อีกแล้ว) ด่าว่าไอซิส เลวจนเกินคำบรรยาย เราต้องกำจัด ไอซิสไม่ให้เหลือ ฯลฯ ขี้เกียจเขียนยาวครับ มันก็อีหรอบเดิมนะ ด่าเช็ดไม่มีเหลือ ….แล้วอเมริกาจะเอายังไงคร้าบ นักข่าวถามกันเซ็งแซ่ เห็นไอซิสขู่ว่า ป้ายหน้าจะไปวอชิงตันไม่ใช่เหรอคร้าบ …. ท่านใบตองแห้งทำหน้าขรีม บอกว่า การเอากองทัพ(อเมริกา) เข้าไปในซีเรีย ก็คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ซีเอนเอน ของท่านใบตองแห้งเอง ถึงกับใช้ประโยคว่า … A troop in Syria would be a mistake… การเอากองทัพ(ของเรา) เข้าไปในซีเรีย จะเป็นเรื่องผิดพลาด… .. ..หา…. นักข่าวมองหน้ากันเลิกลั่ก กูฟังผิดหรือเปล่าวะ เฮ้ย ท่านใบตองแห้ง สงสัยหยิบโพยผิด ไหนกำลังดุเดือด บอกว่า เราต้องกำจัดไอซิสไงคร้าบ.. ท่านใบตองแห้งบอกว่า เรากำลังหาทางออกที่ดีกว่านั้น อ้อ … แปลว่า ยังไม่มีแผน หรือยังบี้ไม่ได้ที่ … โอ้ย ปวดจาย… ตาย (ห่า) กันไปเท่าไหร่แล้ว 2 ประเทศ ยังไม่ถึงใจ ยังไม่ได้ที่อีกหรือคร้าบ…. สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 27 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 344 มุมมอง 0 รีวิว
  • จินนี่ ตอนที่ 5

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จินนี่”
    ตอน 5 (จบ)
    สงสัยเพราะไอ้ถังขยะฝาแฝด ดันวิเคราะห์เรื่องรัสเซียยาตราเข้าไปในตะวันออกกลางต่างกัน โอบามาจึง
    ยังไม่ขยับออกจากมุมมืด แค่แก้เก้อ สั่งให้รัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกา จัดให้มีการถกเรื่องซีเรียที่นครเวียนนา เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ.2015 ระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น รัสเซีย อเมริกา สหภาพยุโรป ซาอุดิอารเบีย ตุรกี และอิหร่าน รวมทั้งตัวแทนของสหประชาชาติ แต่ไม่มีตัวแทนของซีเรียเข้าร่วมประชุมด้วย …. ไอ้เวร จะถกกันเรื่องบ้านเขาแต่ไม่ถามคนในบ้านเขาเลยนะ ว่า เขาต้องการอย่างไร
    และในที่สุด การประชุมก็จบลง ด้วยการสรุปว่า ยังไม่มีข้อตกลง .. เจ๋งเป้งจริงๆ แล้วแบบนี้ พี่เบิ้มใบตองแห้งจะ
    ฟ้อนต่อยังไงครับ 2 เดือนกว่าแล้วนะ พรรคพวกก็งงลูกหาบก็ถามกันเซ็งแซ่ ถาดพร้อม ชุดพร้อม จะเอายังไงจะให้ไปเซิ้งที่ไหนบอกมาเลยครับเจ้านาย
    เจ้านายจะสั่งยังไงดีล่ะ ยังจุกหูไม่หาย หลังจากฟังเพลงด่ารัสเซียคนละเสียงจากไอ้ถังฝาแฝด
    แค่ถังขยะ 2 ใบกลัวเจ้านาย จะมึนไม่พอ ปรากฏว่า ถังขยะใหญ่อีกใบของอเมริกา Brookings Institute ดันออกบทความเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 2015 ชื่อ Russia’s military is proving Western punditry wrong” สรุปให้เห็นภาพ หรือ ศักยภาพ ของกองทัพรัสเซียในตะวันออกกลาง มาคนละแนวกับคู่แฝด โดยเฉพาะแฝดตัวที่ดูเหมือนเป็นผู้กำกับฝูงนกอินทรี แบบนี้ เจ้านายคงไม่ใช่แค่จุกหู อาจจะถึงจุกหางเอาด้วย
    ถัง Brookings บอกว่า เมื่อรัสเซียยกทัพเข้าไปในตะวันออกกลางใหม่ๆ นักวิเคราะห์ต่างจับตามอง และเสียงส่วน
    ใหญ่สรุปว่า รัสเซียคงไปได้ไม่กี่น้ำ บางคนบอกว่ากองทัพรัสเซียอ่อนแอ แถมสนิมขึ้นเขรอะแล้วด้วย
    แต่จากการรบของรัสเซียในตะวันออกกลาง เท่าที่ผ่านมาดูเหมือนจะทำให้นักวิเคราะห์เหล่านั้น หน้าแหกไปตามๆกัน
    ในการรบทางอากาศ ฝูงบินรัสเซีย บินโจมตีวันละประมาณ 48 ถึง 96 เที่ยว นับเป็นจำนวนเที่ยว เท่ากับที่
    กองกำลังฝ่ายที่ต่อต้านอัสสาด (ที่อเมริกาสนับสนุน) ทำได้ ในเวลา 1 เดือน… เอ็งทำรายงานแบบนี้ จะให้
    เจ้านายออกจากมุมมืดยังไงวะ
    นอกจากนี้ ฝ่ายรัสเซียได้เด็ดหัวหน้าฝ่ายกบฏ Captain Basil Zamo ที่เป็นกำลังสำคัญของฝ่ายต่อต้านอัสสาด
    ไปเรียบร้อย ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม และผู้บัญชาการรบที่หน่วยNour al-din al-Zinki ก็เสียชีวิตด้วยจากการ
    โจมตีครั้งอื่นของรัสเซีย
    คำถามว่า รัสเซียจะรักษาระดับการโจมตีทางอากาศเช่นนี้ต่อไปได้ไหมถัง Brookings บอกว่า เป็นไปได้ และแถม
    บอกว่า ยามนี้คงไม่มีพรรคพวกเรารายไหนในกลุ่มนาโต้จะสู้กับรัสเซียทางอากาศได้ด้วยซ้ำ …..อ้าว วิเคราะห์
    แบบนี้ เดี๋ยวได้ตกงานกันหมด
    ทางทะเลล่ะ เป็นอย่างไร นักวิเคราะห์บอก เห็นเขาบอกว่าสนิมเขรอะเช่นกัน แต่ที่ไหนได้เจ้านายครับ รัสเซียกลับ
    นำกองทัพเรือรุ่นใหม่มาใช้ เป็นเรือรบขนาดกลาง แต่สามารถยิงจรวดจากฐานประจำเรือได้ในระยะ 900 ไมล์
    ศักยภาพนี้ของรัสเซีย ไม่มีใครรู้มาก่อน เปรียบเทียบกับเรือรบขนาด 2 ,900 ตัน และ 3,100 ตัน combat
    ship เช่น Freedom กับ Independence ของอเมริกา ซึ่งใหญ่กว่าเรือรัสเซียมาก ยังไม่มีเครื่องยิงจรวด
    ประจำเรือ ในอานุภาพระดับเท่ากับรัสเซียเลยนะเจ้านาย
    เป็นเรื่องที่ทำให้เห็นว่า ข้อมูลที่ทางตะวันตกมี เกี่ยวกับอาวุธรัสเซีย ดูเหมือนจะเป็นข้อมูลที่ตกรุ่น และทำให้ฝ่าย
    ตะวันตก ประเมินกองทัพรัสเซียผิดพลาด ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการรบของรัสเซียในตะวันออก
    กลาง ดูเหมือนจะทำให้สายตาของตะวันตกที่เคยมองรัสเซียเปลี่ยนไป แต่จะทำให้เกมเปลี่ยนไปเลยหรือไม่
    คงต้องดูจากการขยับหมากของอเมริกา
    ก่อนขยับหมาก ดูเหมือนอเมริกาจะใช้เวลาตรวจสอบศักยภาพของรัสเซียหลายรูปแบบ และใช้เวลานานเอาเรื่อง เหมือนกับซื้อเวลา ก็อเมริกาใหญ่นี่นะ ขืนเซ่อซ่า ออกไปผิดท่า กระจอกไม่ทันกินน้ำหงายท้องผลึ่ง คงมีค่อนโลกหัวร่อเยาะ ผมคนนึงละ รับรองทั้งซ้ำ ทั้งเติมไม่มีเว้น
    อเมริกาจะไม่คิดมากได้อย่างไร 70 ปี ที่ผ่านมาอเมริกาเคยรบกับกองทัพใหญ่ที่ไหนบ้าง หนสุดท้ายที่รบจริงคือ
    สงครามเวียตนาม นั่นมัน 40 กว่าปีมาแล้วนะครับ แล้วอีกฝ่ายก็ตัวเล็กผอมเกร็ง อาวุธส่วนใหญ่ ก็เป็นของเก่าที่
    ฝรั่งเศสทิ้งไว้ หรือ ที่รัสเซียส่งมาให้ทดลองใช้ แต่ฝ่ายอเมริกายกมาเต็มอัตราศึก ครบเครื่อง แถมหลอกลากเอา
    สมันน้อย สมันใหญ่แถวนี้ ไปเข้าแถวช่วยรบกับเขาด้วย ส่วนฝ่ายเวียตนามรบมาแบบเดี่ยวๆ แล้วเป็นยังไงครับ
    รบไป 8 ปี อเมริกาฉิบหายรุ่ย แล้วก็ไม่ได้ชนะจริงๆ ต้องไปทำข้อตกลงหย่าศึก ไม่เข็ดหรือวะ
    ส่วนรายการอิรัค ลิเบีย อาฟกานิสถาน มันเป็นเรื่องผู้ใหญ่รังแกเด็ก ขี่ช้างเข้าไปจับตั๊กกะแตน จะไปรบที เหมือนไป
    ตากอากาศ ทั้งชุด ทั้งอาหารพร้อม ไอติมยังมีกินเลยรบแบบนี้ไม่ชนะก็เอาหัวไปทิ่มบ่อตายเสียดีกว่า แต่คราวนี้ อเมริกาจะเจอรุ่นใหญ่ด้วยกัน มีอาวุธเหมือนกัน ยังไม่รู้แน่ว่าของใครดีกว่ากัน ที่สำคัญ อาจไม่ได้มาแบบ
    เดี่ยวๆ อเมริกาคงต้องคิดแยะ
    อเมริกา มี 2 ทางเลือกทางเลือก
    หนึ่ง คือ เล่นสกปรกสาระพัดวิธี ใต้โต๊ะใต้น้ำ บนดินบนฟ้า หลอกล่อให้ฝูงไอ้ปื้ด ออกมาล่อรัสเซียให้งอมจนเกือบเละก่อน หลังจากนั้น อเมริกาจึงค่อยยกทัพใหญ่ออกมาลุย แบบนี้เป็นสไตล์จิ๊กโก๋ใบตองแห้งของแท้ ไม่มีราศีผู้นำโลกหมายเลขหนึ่งติดอยู่เลย
    หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คือ อเมริกาเคลื่อนทัพใหญ่ออกมาลุยกันเลยเท่านั้น ถ้าเป็นทางเลือกนี้ก็คงเล่นกันเต็มรูป
    แบบ แนวกว้าง ยาวไปเกือบทั่วโลก
    แล้วมีโอกาสไหม ที่อเมริกาจะไม่รบ ใช้การเจรจา หรือทำเกียร์ว่าง ปล่อยให้คุณพี่ปูตินว่าการตะวันออกกลาง
    ตามสะดวก คิดว่าเป็นไปได้ไหมครับ
    ผมตอบแทนอเมริกาไม่ได้หรอก แต่ในฐานะคนคุ้นเคย เฝ้าดูเฝ้าด่ามาตลอด 2 ปีกว่า ผมมองว่า ถ้าคุณพี่ปูติน แกมายืนถอดเสื้อเบ่งกล้ามมัดๆ ให้ดูอยู่แถวตะวันออกกลาง แล้วอเมริกายังนั่งแอบอยู่ในมุมห้อง สั่งให้สื่อตีข่าวกลับไปกลับมาทุกวันแต่ไม่ออกไปเจอหน้าก็เหมือนกับว่า อเมริกายอมยกตำแหน่งพี่เบิ้มให้รัสเซียไป อเมริกาจะทำใจยอมเสียตำแหน่งพี่เบิ้มได้หรือโดยเฉพาะให้กับรัสเซีย
    แต่อเมริกา อาจซื้อเวลา เล่นบทเจรจา ฟ้อนไปฟ้อนมาก่อน เพราะยังตั้งหลักจัดทัพไม่ทันคุณพี่ปูตินแกเคลื่อน
    ทัพมาเร็วเกินคาด ข่าวกรองของอเมริกา ที่ว่าแน่ๆ ทำงานไม่ทัน แต่รับรอง ระหว่างจัดทัพหลวง ทัพหน้าคง
    ออกมาแน่ แต่เป็นกองทัพจิ้งหรีด โดยการปั่นให้ไอ้ปื้ดแถวตะวันออกกลาง ออกมาเป็นแสน คุณพี่ปูติน ก็เตรียมรับมือไว้แล้วกัน
    เมื่อยังไงก็ต้องรบ และกำลังเตรียมจัดทัพ อเมริกาจึงกัดฟัน ปล่อยคุณจินนี่ ที่มีเจ้าของเป็นผีดิบสายเหยี่ยว
    จอมโหด จอมตะกละ ออกมาขู่รัสเซีย ว่า อยากจะเล่นเกมไหน จะเล่นเกมแบบสายเหยี่ยว ที่มีถังขยะ CFR
    หนุนมาตลอด ไม่ใช่เหยี่ยวปีกห้อย แบบไอ้ใบตองแห้งที่นั่งกัดเล็บอยู่ในมุมห้อง แถม คุณจีนนี่ ยังลากเอาผีดิบพันธุ์อังกฤษปนยิว รวมทั้งคนขายชาติ มาเป็นการตบหน้ารัสเซียอีกด้วย จะเล่นแบบนี้ไหม หรือรัสเซีย จะพอใจแค่กินขนมเค้กซีเรียด้วยกันแล้วก็กลับบ้านไป ไม่เสียหน้า ไม่ฉิบหายไปตามๆกันอย่างที่ท่านประธานถังขยะเสนอ
    ดูๆ เหมือนคำขู่ แต่ไม่รู้จะเป็นขู่ไปถอยไป หรือเปล่านะ
    แต่ผมเดาว่า คุณพี่ปูติน ไม่ใช่คนกลัวผีดิบ ไม่ว่าพันธุ์ไหนและคงไม่ชอบกินขนมเค้กด้วยและอเมริกาน่าจะรู้คำตอบนี้แล้ว ถึงมีรายการเขย่าขวัญฝ่ายรัสเซียให้ดู แต่ผมเกรงว่า นาฬิกาจะเริ่มนับถอยหลังไปแล้ว เมื่อมีการสอยเครื่องบินโดยสารของรัสเซีย เมื่อวันวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    7 พ.ย. 2558
    จินนี่ ตอนที่ 5 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จินนี่” ตอน 5 (จบ) สงสัยเพราะไอ้ถังขยะฝาแฝด ดันวิเคราะห์เรื่องรัสเซียยาตราเข้าไปในตะวันออกกลางต่างกัน โอบามาจึง ยังไม่ขยับออกจากมุมมืด แค่แก้เก้อ สั่งให้รัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกา จัดให้มีการถกเรื่องซีเรียที่นครเวียนนา เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ.2015 ระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น รัสเซีย อเมริกา สหภาพยุโรป ซาอุดิอารเบีย ตุรกี และอิหร่าน รวมทั้งตัวแทนของสหประชาชาติ แต่ไม่มีตัวแทนของซีเรียเข้าร่วมประชุมด้วย …. ไอ้เวร จะถกกันเรื่องบ้านเขาแต่ไม่ถามคนในบ้านเขาเลยนะ ว่า เขาต้องการอย่างไร และในที่สุด การประชุมก็จบลง ด้วยการสรุปว่า ยังไม่มีข้อตกลง .. เจ๋งเป้งจริงๆ แล้วแบบนี้ พี่เบิ้มใบตองแห้งจะ ฟ้อนต่อยังไงครับ 2 เดือนกว่าแล้วนะ พรรคพวกก็งงลูกหาบก็ถามกันเซ็งแซ่ ถาดพร้อม ชุดพร้อม จะเอายังไงจะให้ไปเซิ้งที่ไหนบอกมาเลยครับเจ้านาย เจ้านายจะสั่งยังไงดีล่ะ ยังจุกหูไม่หาย หลังจากฟังเพลงด่ารัสเซียคนละเสียงจากไอ้ถังฝาแฝด แค่ถังขยะ 2 ใบกลัวเจ้านาย จะมึนไม่พอ ปรากฏว่า ถังขยะใหญ่อีกใบของอเมริกา Brookings Institute ดันออกบทความเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 2015 ชื่อ Russia’s military is proving Western punditry wrong” สรุปให้เห็นภาพ หรือ ศักยภาพ ของกองทัพรัสเซียในตะวันออกกลาง มาคนละแนวกับคู่แฝด โดยเฉพาะแฝดตัวที่ดูเหมือนเป็นผู้กำกับฝูงนกอินทรี แบบนี้ เจ้านายคงไม่ใช่แค่จุกหู อาจจะถึงจุกหางเอาด้วย ถัง Brookings บอกว่า เมื่อรัสเซียยกทัพเข้าไปในตะวันออกกลางใหม่ๆ นักวิเคราะห์ต่างจับตามอง และเสียงส่วน ใหญ่สรุปว่า รัสเซียคงไปได้ไม่กี่น้ำ บางคนบอกว่ากองทัพรัสเซียอ่อนแอ แถมสนิมขึ้นเขรอะแล้วด้วย แต่จากการรบของรัสเซียในตะวันออกกลาง เท่าที่ผ่านมาดูเหมือนจะทำให้นักวิเคราะห์เหล่านั้น หน้าแหกไปตามๆกัน ในการรบทางอากาศ ฝูงบินรัสเซีย บินโจมตีวันละประมาณ 48 ถึง 96 เที่ยว นับเป็นจำนวนเที่ยว เท่ากับที่ กองกำลังฝ่ายที่ต่อต้านอัสสาด (ที่อเมริกาสนับสนุน) ทำได้ ในเวลา 1 เดือน… เอ็งทำรายงานแบบนี้ จะให้ เจ้านายออกจากมุมมืดยังไงวะ นอกจากนี้ ฝ่ายรัสเซียได้เด็ดหัวหน้าฝ่ายกบฏ Captain Basil Zamo ที่เป็นกำลังสำคัญของฝ่ายต่อต้านอัสสาด ไปเรียบร้อย ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม และผู้บัญชาการรบที่หน่วยNour al-din al-Zinki ก็เสียชีวิตด้วยจากการ โจมตีครั้งอื่นของรัสเซีย คำถามว่า รัสเซียจะรักษาระดับการโจมตีทางอากาศเช่นนี้ต่อไปได้ไหมถัง Brookings บอกว่า เป็นไปได้ และแถม บอกว่า ยามนี้คงไม่มีพรรคพวกเรารายไหนในกลุ่มนาโต้จะสู้กับรัสเซียทางอากาศได้ด้วยซ้ำ …..อ้าว วิเคราะห์ แบบนี้ เดี๋ยวได้ตกงานกันหมด ทางทะเลล่ะ เป็นอย่างไร นักวิเคราะห์บอก เห็นเขาบอกว่าสนิมเขรอะเช่นกัน แต่ที่ไหนได้เจ้านายครับ รัสเซียกลับ นำกองทัพเรือรุ่นใหม่มาใช้ เป็นเรือรบขนาดกลาง แต่สามารถยิงจรวดจากฐานประจำเรือได้ในระยะ 900 ไมล์ ศักยภาพนี้ของรัสเซีย ไม่มีใครรู้มาก่อน เปรียบเทียบกับเรือรบขนาด 2 ,900 ตัน และ 3,100 ตัน combat ship เช่น Freedom กับ Independence ของอเมริกา ซึ่งใหญ่กว่าเรือรัสเซียมาก ยังไม่มีเครื่องยิงจรวด ประจำเรือ ในอานุภาพระดับเท่ากับรัสเซียเลยนะเจ้านาย เป็นเรื่องที่ทำให้เห็นว่า ข้อมูลที่ทางตะวันตกมี เกี่ยวกับอาวุธรัสเซีย ดูเหมือนจะเป็นข้อมูลที่ตกรุ่น และทำให้ฝ่าย ตะวันตก ประเมินกองทัพรัสเซียผิดพลาด ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการรบของรัสเซียในตะวันออก กลาง ดูเหมือนจะทำให้สายตาของตะวันตกที่เคยมองรัสเซียเปลี่ยนไป แต่จะทำให้เกมเปลี่ยนไปเลยหรือไม่ คงต้องดูจากการขยับหมากของอเมริกา ก่อนขยับหมาก ดูเหมือนอเมริกาจะใช้เวลาตรวจสอบศักยภาพของรัสเซียหลายรูปแบบ และใช้เวลานานเอาเรื่อง เหมือนกับซื้อเวลา ก็อเมริกาใหญ่นี่นะ ขืนเซ่อซ่า ออกไปผิดท่า กระจอกไม่ทันกินน้ำหงายท้องผลึ่ง คงมีค่อนโลกหัวร่อเยาะ ผมคนนึงละ รับรองทั้งซ้ำ ทั้งเติมไม่มีเว้น อเมริกาจะไม่คิดมากได้อย่างไร 70 ปี ที่ผ่านมาอเมริกาเคยรบกับกองทัพใหญ่ที่ไหนบ้าง หนสุดท้ายที่รบจริงคือ สงครามเวียตนาม นั่นมัน 40 กว่าปีมาแล้วนะครับ แล้วอีกฝ่ายก็ตัวเล็กผอมเกร็ง อาวุธส่วนใหญ่ ก็เป็นของเก่าที่ ฝรั่งเศสทิ้งไว้ หรือ ที่รัสเซียส่งมาให้ทดลองใช้ แต่ฝ่ายอเมริกายกมาเต็มอัตราศึก ครบเครื่อง แถมหลอกลากเอา สมันน้อย สมันใหญ่แถวนี้ ไปเข้าแถวช่วยรบกับเขาด้วย ส่วนฝ่ายเวียตนามรบมาแบบเดี่ยวๆ แล้วเป็นยังไงครับ รบไป 8 ปี อเมริกาฉิบหายรุ่ย แล้วก็ไม่ได้ชนะจริงๆ ต้องไปทำข้อตกลงหย่าศึก ไม่เข็ดหรือวะ ส่วนรายการอิรัค ลิเบีย อาฟกานิสถาน มันเป็นเรื่องผู้ใหญ่รังแกเด็ก ขี่ช้างเข้าไปจับตั๊กกะแตน จะไปรบที เหมือนไป ตากอากาศ ทั้งชุด ทั้งอาหารพร้อม ไอติมยังมีกินเลยรบแบบนี้ไม่ชนะก็เอาหัวไปทิ่มบ่อตายเสียดีกว่า แต่คราวนี้ อเมริกาจะเจอรุ่นใหญ่ด้วยกัน มีอาวุธเหมือนกัน ยังไม่รู้แน่ว่าของใครดีกว่ากัน ที่สำคัญ อาจไม่ได้มาแบบ เดี่ยวๆ อเมริกาคงต้องคิดแยะ อเมริกา มี 2 ทางเลือกทางเลือก หนึ่ง คือ เล่นสกปรกสาระพัดวิธี ใต้โต๊ะใต้น้ำ บนดินบนฟ้า หลอกล่อให้ฝูงไอ้ปื้ด ออกมาล่อรัสเซียให้งอมจนเกือบเละก่อน หลังจากนั้น อเมริกาจึงค่อยยกทัพใหญ่ออกมาลุย แบบนี้เป็นสไตล์จิ๊กโก๋ใบตองแห้งของแท้ ไม่มีราศีผู้นำโลกหมายเลขหนึ่งติดอยู่เลย หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คือ อเมริกาเคลื่อนทัพใหญ่ออกมาลุยกันเลยเท่านั้น ถ้าเป็นทางเลือกนี้ก็คงเล่นกันเต็มรูป แบบ แนวกว้าง ยาวไปเกือบทั่วโลก แล้วมีโอกาสไหม ที่อเมริกาจะไม่รบ ใช้การเจรจา หรือทำเกียร์ว่าง ปล่อยให้คุณพี่ปูตินว่าการตะวันออกกลาง ตามสะดวก คิดว่าเป็นไปได้ไหมครับ ผมตอบแทนอเมริกาไม่ได้หรอก แต่ในฐานะคนคุ้นเคย เฝ้าดูเฝ้าด่ามาตลอด 2 ปีกว่า ผมมองว่า ถ้าคุณพี่ปูติน แกมายืนถอดเสื้อเบ่งกล้ามมัดๆ ให้ดูอยู่แถวตะวันออกกลาง แล้วอเมริกายังนั่งแอบอยู่ในมุมห้อง สั่งให้สื่อตีข่าวกลับไปกลับมาทุกวันแต่ไม่ออกไปเจอหน้าก็เหมือนกับว่า อเมริกายอมยกตำแหน่งพี่เบิ้มให้รัสเซียไป อเมริกาจะทำใจยอมเสียตำแหน่งพี่เบิ้มได้หรือโดยเฉพาะให้กับรัสเซีย แต่อเมริกา อาจซื้อเวลา เล่นบทเจรจา ฟ้อนไปฟ้อนมาก่อน เพราะยังตั้งหลักจัดทัพไม่ทันคุณพี่ปูตินแกเคลื่อน ทัพมาเร็วเกินคาด ข่าวกรองของอเมริกา ที่ว่าแน่ๆ ทำงานไม่ทัน แต่รับรอง ระหว่างจัดทัพหลวง ทัพหน้าคง ออกมาแน่ แต่เป็นกองทัพจิ้งหรีด โดยการปั่นให้ไอ้ปื้ดแถวตะวันออกกลาง ออกมาเป็นแสน คุณพี่ปูติน ก็เตรียมรับมือไว้แล้วกัน เมื่อยังไงก็ต้องรบ และกำลังเตรียมจัดทัพ อเมริกาจึงกัดฟัน ปล่อยคุณจินนี่ ที่มีเจ้าของเป็นผีดิบสายเหยี่ยว จอมโหด จอมตะกละ ออกมาขู่รัสเซีย ว่า อยากจะเล่นเกมไหน จะเล่นเกมแบบสายเหยี่ยว ที่มีถังขยะ CFR หนุนมาตลอด ไม่ใช่เหยี่ยวปีกห้อย แบบไอ้ใบตองแห้งที่นั่งกัดเล็บอยู่ในมุมห้อง แถม คุณจีนนี่ ยังลากเอาผีดิบพันธุ์อังกฤษปนยิว รวมทั้งคนขายชาติ มาเป็นการตบหน้ารัสเซียอีกด้วย จะเล่นแบบนี้ไหม หรือรัสเซีย จะพอใจแค่กินขนมเค้กซีเรียด้วยกันแล้วก็กลับบ้านไป ไม่เสียหน้า ไม่ฉิบหายไปตามๆกันอย่างที่ท่านประธานถังขยะเสนอ ดูๆ เหมือนคำขู่ แต่ไม่รู้จะเป็นขู่ไปถอยไป หรือเปล่านะ แต่ผมเดาว่า คุณพี่ปูติน ไม่ใช่คนกลัวผีดิบ ไม่ว่าพันธุ์ไหนและคงไม่ชอบกินขนมเค้กด้วยและอเมริกาน่าจะรู้คำตอบนี้แล้ว ถึงมีรายการเขย่าขวัญฝ่ายรัสเซียให้ดู แต่ผมเกรงว่า นาฬิกาจะเริ่มนับถอยหลังไปแล้ว เมื่อมีการสอยเครื่องบินโดยสารของรัสเซีย เมื่อวันวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ.2015 สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 7 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 494 มุมมอง 0 รีวิว
  • จินนี่ ตอนที่ 4

    นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จินนี่”
    ตอน 4
    อเมริกากำลังคิดอะไรอยู่ หรืออเมริกา รออะไร
    อเมริกาน่าจะกำลัง “ทำความเข้าใจ หรือทำความรู้จัก” กับศักยภาพกองทัพของรัสเซียของจริง จากการรบของรัสเซียในตะวันออกกลาง ไม่ใช่จากกระดาษรายงาน ของเหล่านักวิเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญ หรือถังความคิด รายใดรายหนึ่ง
    เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ประมาณ 2 เดือนหลังจากเฝ้าดูลีลาของรัสเซียในตะวันออกกลาง นาย Richard N Haass ประธานถังขยะความคิดหมายเลขหนึ่งของอเมริกา The Council on Foreign Relations หรือ CFR ถังขยะที่เชื่อกันว่า น่าจะเป็นผู้กำกับฝูงนกอินทรีตัวจริง ก็ลงมือเขียนรายงาน ชื่อ “Testing Putin in Syria ”
    ท่านประธานถังขยะ สรุปว่า ชัดเจนว่าการเข้าไปในตะวันออกกลางของปูติน เหมือนไปต่อท่อหายใจให้กับอัสสาดของซีเรีย แต่ขณะเดียวกัน ปูตินก็ใช้โอกาสนี้ บอกให้โลกรู้ว่า รัสเซียยังอยู่นะ และอยู่แบบแข็งแรงด้วย เป็นการเบี่ยงเบน จากความจริงว่า เศรษฐกิจในบ้านรัสเซียกำลังหดเหี่ยว และเพื่อให้ผู้คนลืมเรื่องยูเครนไปด้วย ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อสร้างคะแนนเสียงให้กับตัวเองในรัสเซียนั่นแหละ
    มีหลายคนเป็นห่วงว่า การที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ไม่ใช่จะทำให้ อัสสาดเผด็จการจอมโหดแข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกไอซิสโตขึ้นอีกด้วย เพราะการที่รัสเซียมุ่งหน้าแต่จะทำลายศัตรูของอัสสาด เท่ากับเปิดโอกาส ให้ไอซิสขยายพันธ์ง่ายขึ้นอีกด้วย
    นอกจากนี้ยังมีผู้ห่วงว่า รัสเซีย จะเป็นคนเริ่มสงครามเย็นในตะวันออกกลาง ด้วยการปิดล้อม ประเทศที่อยู่คนละฝ่ายกับอัสสาด แต่ท่านประธานถังขยะ บอกว่า ลืมไปได้เลย รัสเซียไม่มีปัญญารับมือกับการเปิดศึกหลายด้านหรอก เพราะนโยบายต่างประเทศแบบนั้น มันมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งสภาพทางเศรษฐกิจ กับสภาพกองทัพของรัสเซีย ไม่เอื้อให้รัสเซียเล่นได้ขนาดนั้น และก็ไม่แน่ว่า ชาวรัสเซียจะสนับสนุนปูติน ให้ทำเช่นนั้นด้วย
    ก็เหลือแต่ว่าปูติน ยังอยากจะเพลินกับการปกครอง แบบรวบอำนาจของตน ไปอีกนานไหมล่ะ ทุกอย่างมันมีขอบเขต และมีราคาทั้งสิ้น และปูตินอย่าลืมว่า เมื่อไอซิสแข็งแรงขึ้น ไม่นานเกินรอ คงได้เห็นนักรบพลีชีพ ไปก่อระเบิดในมอสโคว์แน่นอน (ขณะที่เขียนนี่ มอสโคว์ยังไม่มีระเบิดพลีชีพ แต่เครื่องบินโดยสารของรัสเซียโดนมือมืดสอยร่วงไปแล้ว นับว่าท่านประธานถังขยะ อ่านเกมขาด.!?)
    ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า ปูตินคิดเรื่องซีเรีย ถึงขนาดไหน ถึงขนาดจะเอาอัสสาดไว้ ไม่ว่าต้วเองจะฉิบหายแค่ไหนอย่างนั้นหรือ หรือเอาแค่ว่า รัสเซียก็สามารถมีส่วน ในการจัดการตะวันออกกลางด้วย โดยไม่ต้องเอาเรื่องอัสสาดมาเกี่ยว
    ประธานถังขยะ แนะนำว่า ระหว่างที่ท่าทีของรัสเซียยังไม่ชัดเจน อเมริกาเอง ควรเลือกดำเนินการ 2 อย่างควบคู่กันไป ทางหนึ่งคือ จัดการดุลยอำนาจในบริเวณซีเรียเสียใหม่ ด้วยการสนับสนุนชาวเคิร์ด กับพวกสุนนี่บางกลุ่มเหมือนเดิม ขณะเดียวกันก็เดินหน้าถล่มไอซิสจากทางอากาศต่อไป เหมือนเดิมอีกเหมือนกัน
    ขณะเดียวกัน ก็พยายามดำเนินการทางการทูต เพื่อนำไปสู่ “การแบ่งซีเรีย” !!!!
    โดยแบ่งซีเรียออกเป็นส่วนๆ และแยกการปกครอง ของแต่ละส่วนออกจากกัน น่าจะเป็นสูตรที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่าย ไม่ว่าอเมริกา หรือใคร ก็คงไม่ได้สนใจจริงจังใช่ไหม ที่จะรักษารัฐบาลของซีเรีย ที่มีอำนาจควบคุมซีเรียทั้งหมดหรอก
    และด้วยการดำเนินการอย่างนี้ อเมริกาก็สามารถที่จะให้รัสเซีย และแม้แต่ อิหร่าน ก็เข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่ง (เค๊ก) ซีเรียด้วยกัน แบบนี้ ปูตินก็น่าจะพอใจ เพราะได้หน้ากำลังดี คุ้มกับราคาที่เสียไปในการเข้ามาในซีเรีย
    …ดูเหมือน บทความนี้จะเป็นการโยนหินถามทาง ระหว่างที่ท่านหัวหน้าใบตองแห้งกำลังนั่งกัดเล็บ อยู่ในมุมมืดของห้องทำงานที่ทำเนียบขาว รอผลสรุปจากพวกลูกกระเป๋ง ก่อนจะวางยุทธศาสตร์ หาทางเดินให้ตัวเอง….
    แต่ผมขอเพิ่มสักหน่อยว่า บทความของท่านประธานถังขยะ นี่มันยั่วยวน กวนส้นจริงๆ ส่อสันดานอเมริกาของแท้อย่างชัดเจน ทั้งดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ไม่มีใครเก่งวิเศษเท่ามึง ที่ดีแต่ปาก แต่ จริงๆก็ขี้ขลาดเอาตัวรอด งก และยังหน้าด้าน เห็นแก่ได้ แม้กระทั่งลางแพ้รออยู่ข้างหน้า … มึงคิดได้ยังไง อยู่ดีๆจะเสนอแบ่งประเทศเขา….. เราต้องจำวิธีคิดแบบนี้ของไอ้ใบตองแห้งให้ดีๆ นะครับ
    เห็นการวิเคราะห์ของฝั่งวอชิงตันแล้ว คราวนี้ลองไปฟัง การวิเคราะห์ของอีกฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกกันบ้างครับ
    2 วัน ก่อนหน้าที่เรื่อง คุณจีนนี่ จะออกมาเป็นข่าว ถังขยะความคิดของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ Chatham House คู่แฝดของ CFR ก็ออกบทความเหมือนกัน ชื่อ Putin’s Gamble in Syria เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ.2015
    สรุปว่า ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสมัยสหภาพโซเวียต หรือเป็นรัสเซียใหม่ ยังไม่เคยมีก้าวไหนของรัสเซียที่ท้าทาย เท่ากับการเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับซีเรียของนายปูตินครั้งนี้ ส่วนใหญ่ เวลาที่รัสเซียมีกิจกรรมนอกพื้นที่ตัวเอง ก็มักจะเกี่ยวข้องโดยตรง กับเรื่องของรัสเซียเอง แต่ครั้งนี้ ดูเหมือนไม่ใช่เช่นนั้น
    เมื่อวันที่นายปูติน บินไปนิวยอร์ค เพื่อพบหน้ากับนายโอบามา ในการประชุมใหญ่ของสหประชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปูติน พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมานั้น ในวันนั้น กองทัพของรัสเซีย เครื่องบินรบ รวมทั้งนาวิกโยธินของรัสเซีย และเรือบรรทุกครื่องบิน Moskva ทั้งหมด ได้ไปประจำการณ์อยู่ที่ท่าเรือ Latakia/Tartous ที่อยู่ทางเหนือของซีเรีย เรียบร้อยหมดแล้ว และเมื่อปูติน
    พบกับโอบามา เขาก็คงจะบอกกับโอบามา ว่ารัสเซียจะใช้ของที่เอาไปอยู่ตรงนั้นอย่างไร และจริงๆ ภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากนั้น ฝูงบิน Sukhoi ของรัสเซีย ก็เริ่มโจมตีกลุ่มไอซิส ที่ al-Rakaa แล้ว รวมทั้งโจมตีกลุ่มกองกำลังฝ่ายกบฏซีเรีย ที่อเมริกาและพวก ที่นำโดยซาอุดิอารเบีย และตุรกี เป็นผู้สนับสนุนอีกด้วย
    การจู่โจมของรัสเซีย นับเป็นปรากฏการณ์ ที่น่าตื่นเต้นอย่างมากในตะวันออกกลาง แม้ว่าจะปูตินจะพารัสเซียเข้าไปอยู่ในความเสี่ยงสูง แต่ก็ต้องยอมรับว่า ปูตินยังมียุทธศาสตร์ ในขณะที่โอบามาเอง กำลังนั่งมึนหาทางไปไม่เจอ แต่ปูตินเข้าไปอยู่ในพื้นที่แล้ว เพื่อให้แน่ใจว่า ตัวเองจะต้องอยู่ตรงนั้น เมื่อวันตัดสินชะตาของซีเรียเกิดขึ้น แต่โอบามา ยังคงนั่งเงียบอยู่
    ผลกระทบในตะวันออกกลาง จากการเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับซีเรียของรัสเซีย มีสูงยิ่ง เมื่อเปรียบเทียบระหว่างฝ่ายสุนนี่ที่ต่อต้านอัสสาด (ซาอุดิอารเบีย การ์ตา ตุรกี) กับฝ่ายรัสเซีย ที่สนับสนุน อัสสาด รวมทั้งความไม่เด็ดขาดของโอบามา เมื่อเทียบกับปูติน
    ถังขยะของชาวเกาะบอกว่า มีสิ่งที่น่าสนใจอีก 2 รายการ คือ สัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอียิปต์ ที่ดูเหมือนนับวันจะใกล้ชิดกันมากขึ้น ขณะที่อิทธิพลของอเมริกา ที่มีต่ออียิปต์ดูเหมือนจะจางลง (มิน่า เครื่องบินรัสเซีย ถึงต้องถูกสอยร่วงที่อียิปต์ เดี๋ยวจะใกล้ชิดกันมากไป..)
    แต่ที่น่าสนใจที่สุด คือ การที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เนทันยาฮู บินไปหา ปูติน เมื่อปลายเดือนสิงหาคม โดยการแจ้งล่วงหน้าเพียง 24 ชั่วโมง
    หนังสือพิมพ์ Haaretz ซึ่งเป็นสื่อมีเสียงดังมากในอิสราเอล สรุปการเดินทางไปมอสโคว์ของเนทันยาฮูว่า “เป็นการแสดงให้เห็นว่า อำนาจของอเมริกาในตะวันออกกลาง เป็นอดีตไปเสียแล้ว…”
    ถังของชาวเกาะ สรุปส่งท้ายว่า โอกาสที่อเมริกา จะกลับมามีอำนาจเหมือนเดิม มีแค่ทางเดียว คือ อเมริกาต้องเคลื่อนตัวเองเข้ามาในตะวันออกกลางเสียใหม่ และอย่างรวดเร็ว และจัดการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในซีเรีย
    เป็นถังขยะแฝดกันก็จริง และทุกทีก็มักจะวิเคราะห์แบบประสานเสียงกัน โดยเฉพาะเวลาร้องเพลงด่ารัสเซีย เอ แต่ทำไมเรื่องรัสเซียอุ้มซีเรียคราวนี้ คู่แฝดเหมือนแตกเสียงกัน แต่จะถึงกับแตกคอกันหรือไม่… ดูไปก่อนนะครับ
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    6 พ.ย. 2558
    จินนี่ ตอนที่ 4 นิทานเรื่องจริง เรื่อง “จินนี่” ตอน 4 อเมริกากำลังคิดอะไรอยู่ หรืออเมริกา รออะไร อเมริกาน่าจะกำลัง “ทำความเข้าใจ หรือทำความรู้จัก” กับศักยภาพกองทัพของรัสเซียของจริง จากการรบของรัสเซียในตะวันออกกลาง ไม่ใช่จากกระดาษรายงาน ของเหล่านักวิเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญ หรือถังความคิด รายใดรายหนึ่ง เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ประมาณ 2 เดือนหลังจากเฝ้าดูลีลาของรัสเซียในตะวันออกกลาง นาย Richard N Haass ประธานถังขยะความคิดหมายเลขหนึ่งของอเมริกา The Council on Foreign Relations หรือ CFR ถังขยะที่เชื่อกันว่า น่าจะเป็นผู้กำกับฝูงนกอินทรีตัวจริง ก็ลงมือเขียนรายงาน ชื่อ “Testing Putin in Syria ” ท่านประธานถังขยะ สรุปว่า ชัดเจนว่าการเข้าไปในตะวันออกกลางของปูติน เหมือนไปต่อท่อหายใจให้กับอัสสาดของซีเรีย แต่ขณะเดียวกัน ปูตินก็ใช้โอกาสนี้ บอกให้โลกรู้ว่า รัสเซียยังอยู่นะ และอยู่แบบแข็งแรงด้วย เป็นการเบี่ยงเบน จากความจริงว่า เศรษฐกิจในบ้านรัสเซียกำลังหดเหี่ยว และเพื่อให้ผู้คนลืมเรื่องยูเครนไปด้วย ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อสร้างคะแนนเสียงให้กับตัวเองในรัสเซียนั่นแหละ มีหลายคนเป็นห่วงว่า การที่รัสเซียเข้าไปในซีเรีย ไม่ใช่จะทำให้ อัสสาดเผด็จการจอมโหดแข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกไอซิสโตขึ้นอีกด้วย เพราะการที่รัสเซียมุ่งหน้าแต่จะทำลายศัตรูของอัสสาด เท่ากับเปิดโอกาส ให้ไอซิสขยายพันธ์ง่ายขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้ห่วงว่า รัสเซีย จะเป็นคนเริ่มสงครามเย็นในตะวันออกกลาง ด้วยการปิดล้อม ประเทศที่อยู่คนละฝ่ายกับอัสสาด แต่ท่านประธานถังขยะ บอกว่า ลืมไปได้เลย รัสเซียไม่มีปัญญารับมือกับการเปิดศึกหลายด้านหรอก เพราะนโยบายต่างประเทศแบบนั้น มันมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งสภาพทางเศรษฐกิจ กับสภาพกองทัพของรัสเซีย ไม่เอื้อให้รัสเซียเล่นได้ขนาดนั้น และก็ไม่แน่ว่า ชาวรัสเซียจะสนับสนุนปูติน ให้ทำเช่นนั้นด้วย ก็เหลือแต่ว่าปูติน ยังอยากจะเพลินกับการปกครอง แบบรวบอำนาจของตน ไปอีกนานไหมล่ะ ทุกอย่างมันมีขอบเขต และมีราคาทั้งสิ้น และปูตินอย่าลืมว่า เมื่อไอซิสแข็งแรงขึ้น ไม่นานเกินรอ คงได้เห็นนักรบพลีชีพ ไปก่อระเบิดในมอสโคว์แน่นอน (ขณะที่เขียนนี่ มอสโคว์ยังไม่มีระเบิดพลีชีพ แต่เครื่องบินโดยสารของรัสเซียโดนมือมืดสอยร่วงไปแล้ว นับว่าท่านประธานถังขยะ อ่านเกมขาด.!?) ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า ปูตินคิดเรื่องซีเรีย ถึงขนาดไหน ถึงขนาดจะเอาอัสสาดไว้ ไม่ว่าต้วเองจะฉิบหายแค่ไหนอย่างนั้นหรือ หรือเอาแค่ว่า รัสเซียก็สามารถมีส่วน ในการจัดการตะวันออกกลางด้วย โดยไม่ต้องเอาเรื่องอัสสาดมาเกี่ยว ประธานถังขยะ แนะนำว่า ระหว่างที่ท่าทีของรัสเซียยังไม่ชัดเจน อเมริกาเอง ควรเลือกดำเนินการ 2 อย่างควบคู่กันไป ทางหนึ่งคือ จัดการดุลยอำนาจในบริเวณซีเรียเสียใหม่ ด้วยการสนับสนุนชาวเคิร์ด กับพวกสุนนี่บางกลุ่มเหมือนเดิม ขณะเดียวกันก็เดินหน้าถล่มไอซิสจากทางอากาศต่อไป เหมือนเดิมอีกเหมือนกัน ขณะเดียวกัน ก็พยายามดำเนินการทางการทูต เพื่อนำไปสู่ “การแบ่งซีเรีย” !!!! โดยแบ่งซีเรียออกเป็นส่วนๆ และแยกการปกครอง ของแต่ละส่วนออกจากกัน น่าจะเป็นสูตรที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่าย ไม่ว่าอเมริกา หรือใคร ก็คงไม่ได้สนใจจริงจังใช่ไหม ที่จะรักษารัฐบาลของซีเรีย ที่มีอำนาจควบคุมซีเรียทั้งหมดหรอก และด้วยการดำเนินการอย่างนี้ อเมริกาก็สามารถที่จะให้รัสเซีย และแม้แต่ อิหร่าน ก็เข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่ง (เค๊ก) ซีเรียด้วยกัน แบบนี้ ปูตินก็น่าจะพอใจ เพราะได้หน้ากำลังดี คุ้มกับราคาที่เสียไปในการเข้ามาในซีเรีย …ดูเหมือน บทความนี้จะเป็นการโยนหินถามทาง ระหว่างที่ท่านหัวหน้าใบตองแห้งกำลังนั่งกัดเล็บ อยู่ในมุมมืดของห้องทำงานที่ทำเนียบขาว รอผลสรุปจากพวกลูกกระเป๋ง ก่อนจะวางยุทธศาสตร์ หาทางเดินให้ตัวเอง…. แต่ผมขอเพิ่มสักหน่อยว่า บทความของท่านประธานถังขยะ นี่มันยั่วยวน กวนส้นจริงๆ ส่อสันดานอเมริกาของแท้อย่างชัดเจน ทั้งดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ไม่มีใครเก่งวิเศษเท่ามึง ที่ดีแต่ปาก แต่ จริงๆก็ขี้ขลาดเอาตัวรอด งก และยังหน้าด้าน เห็นแก่ได้ แม้กระทั่งลางแพ้รออยู่ข้างหน้า … มึงคิดได้ยังไง อยู่ดีๆจะเสนอแบ่งประเทศเขา….. เราต้องจำวิธีคิดแบบนี้ของไอ้ใบตองแห้งให้ดีๆ นะครับ เห็นการวิเคราะห์ของฝั่งวอชิงตันแล้ว คราวนี้ลองไปฟัง การวิเคราะห์ของอีกฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกกันบ้างครับ 2 วัน ก่อนหน้าที่เรื่อง คุณจีนนี่ จะออกมาเป็นข่าว ถังขยะความคิดของชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ Chatham House คู่แฝดของ CFR ก็ออกบทความเหมือนกัน ชื่อ Putin’s Gamble in Syria เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ.2015 สรุปว่า ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสมัยสหภาพโซเวียต หรือเป็นรัสเซียใหม่ ยังไม่เคยมีก้าวไหนของรัสเซียที่ท้าทาย เท่ากับการเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับซีเรียของนายปูตินครั้งนี้ ส่วนใหญ่ เวลาที่รัสเซียมีกิจกรรมนอกพื้นที่ตัวเอง ก็มักจะเกี่ยวข้องโดยตรง กับเรื่องของรัสเซียเอง แต่ครั้งนี้ ดูเหมือนไม่ใช่เช่นนั้น เมื่อวันที่นายปูติน บินไปนิวยอร์ค เพื่อพบหน้ากับนายโอบามา ในการประชุมใหญ่ของสหประชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปูติน พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมานั้น ในวันนั้น กองทัพของรัสเซีย เครื่องบินรบ รวมทั้งนาวิกโยธินของรัสเซีย และเรือบรรทุกครื่องบิน Moskva ทั้งหมด ได้ไปประจำการณ์อยู่ที่ท่าเรือ Latakia/Tartous ที่อยู่ทางเหนือของซีเรีย เรียบร้อยหมดแล้ว และเมื่อปูติน พบกับโอบามา เขาก็คงจะบอกกับโอบามา ว่ารัสเซียจะใช้ของที่เอาไปอยู่ตรงนั้นอย่างไร และจริงๆ ภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากนั้น ฝูงบิน Sukhoi ของรัสเซีย ก็เริ่มโจมตีกลุ่มไอซิส ที่ al-Rakaa แล้ว รวมทั้งโจมตีกลุ่มกองกำลังฝ่ายกบฏซีเรีย ที่อเมริกาและพวก ที่นำโดยซาอุดิอารเบีย และตุรกี เป็นผู้สนับสนุนอีกด้วย การจู่โจมของรัสเซีย นับเป็นปรากฏการณ์ ที่น่าตื่นเต้นอย่างมากในตะวันออกกลาง แม้ว่าจะปูตินจะพารัสเซียเข้าไปอยู่ในความเสี่ยงสูง แต่ก็ต้องยอมรับว่า ปูตินยังมียุทธศาสตร์ ในขณะที่โอบามาเอง กำลังนั่งมึนหาทางไปไม่เจอ แต่ปูตินเข้าไปอยู่ในพื้นที่แล้ว เพื่อให้แน่ใจว่า ตัวเองจะต้องอยู่ตรงนั้น เมื่อวันตัดสินชะตาของซีเรียเกิดขึ้น แต่โอบามา ยังคงนั่งเงียบอยู่ ผลกระทบในตะวันออกกลาง จากการเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับซีเรียของรัสเซีย มีสูงยิ่ง เมื่อเปรียบเทียบระหว่างฝ่ายสุนนี่ที่ต่อต้านอัสสาด (ซาอุดิอารเบีย การ์ตา ตุรกี) กับฝ่ายรัสเซีย ที่สนับสนุน อัสสาด รวมทั้งความไม่เด็ดขาดของโอบามา เมื่อเทียบกับปูติน ถังขยะของชาวเกาะบอกว่า มีสิ่งที่น่าสนใจอีก 2 รายการ คือ สัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอียิปต์ ที่ดูเหมือนนับวันจะใกล้ชิดกันมากขึ้น ขณะที่อิทธิพลของอเมริกา ที่มีต่ออียิปต์ดูเหมือนจะจางลง (มิน่า เครื่องบินรัสเซีย ถึงต้องถูกสอยร่วงที่อียิปต์ เดี๋ยวจะใกล้ชิดกันมากไป..) แต่ที่น่าสนใจที่สุด คือ การที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เนทันยาฮู บินไปหา ปูติน เมื่อปลายเดือนสิงหาคม โดยการแจ้งล่วงหน้าเพียง 24 ชั่วโมง หนังสือพิมพ์ Haaretz ซึ่งเป็นสื่อมีเสียงดังมากในอิสราเอล สรุปการเดินทางไปมอสโคว์ของเนทันยาฮูว่า “เป็นการแสดงให้เห็นว่า อำนาจของอเมริกาในตะวันออกกลาง เป็นอดีตไปเสียแล้ว…” ถังของชาวเกาะ สรุปส่งท้ายว่า โอกาสที่อเมริกา จะกลับมามีอำนาจเหมือนเดิม มีแค่ทางเดียว คือ อเมริกาต้องเคลื่อนตัวเองเข้ามาในตะวันออกกลางเสียใหม่ และอย่างรวดเร็ว และจัดการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในซีเรีย เป็นถังขยะแฝดกันก็จริง และทุกทีก็มักจะวิเคราะห์แบบประสานเสียงกัน โดยเฉพาะเวลาร้องเพลงด่ารัสเซีย เอ แต่ทำไมเรื่องรัสเซียอุ้มซีเรียคราวนี้ คู่แฝดเหมือนแตกเสียงกัน แต่จะถึงกับแตกคอกันหรือไม่… ดูไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 6 พ.ย. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 485 มุมมอง 0 รีวิว
  • 🩷 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🩷

    #รวมข่าวIT #20251216 #securityonline

    วิกฤติช่องโหว่ FortiGate SSO ถูกโจมตีจริง
    ช่วงนี้ผู้ดูแลระบบ Fortinet ต้องเผชิญกับสถานการณ์ร้อนแรง เมื่อมีการเปิดเผยช่องโหว่ร้ายแรงสองรายการในระบบ FortiGate และเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้นก็ถูกโจมตีจริงทันที แฮกเกอร์ใช้วิธีเจาะผ่านระบบ Single Sign-On (SSO) โดยส่งข้อความ SAML ที่ถูกปรับแต่ง ทำให้สามารถล็อกอินเป็นผู้ดูแลได้โดยไม่ต้องมีรหัสผ่าน เมื่อเข้ามาแล้วพวกเขาจะรีบขโมยการตั้งค่าระบบไฟร์วอลล์ออกไป ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มักมีรหัสผ่านที่ถูกเข้ารหัสของผู้ใช้ VPN และบัญชีอื่น ๆ จุดอันตรายคือการตั้งค่า FortiCloud SSO ที่แม้จะถูกปิดไว้ในค่าเริ่มต้น แต่เมื่อผู้ดูแลลงทะเบียนอุปกรณ์ผ่าน GUI มันจะถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติหากไม่ได้ปิดเอง ทำให้หลายระบบเสี่ยงทันที นักวิจัยแนะนำให้รีบอัปเดตเวอร์ชันล่าสุดหรือปิดฟีเจอร์นี้ผ่าน CLI เพื่อป้องกันการโจมตี
    https://securityonline.info/critical-fortigate-sso-flaw-under-active-exploitation-attackers-bypass-auth-and-exfiltrate-configs

    Apple ยอม EU: iOS 26.3 ส่งต่อการแจ้งเตือนให้สมาร์ทวอชแบรนด์อื่น
    ใน iOS 26.3 เบต้า Apple เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Notification Forwarding ที่ให้ iPhone ส่งต่อการแจ้งเตือนไปยังอุปกรณ์สวมใส่จากแบรนด์อื่นได้โดยตรง ไม่จำกัดแค่ Apple Watch อีกต่อไป ฟีเจอร์นี้เปิดใช้เฉพาะในสหภาพยุโรป เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย Digital Markets Act ที่บังคับให้ Apple เปิดโอกาสให้สมาร์ทวอชจากค่ายอื่นเข้าถึงฟังก์ชันที่เคยสงวนไว้ การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้แอปใดส่งการแจ้งเตือนออกไป และลดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวที่เกิดจากการที่อุปกรณ์อื่นต้องเข้าถึงการแจ้งเตือนทั้งหมดแบบครอบคลุม ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญของ Apple เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษจาก EU
    https://securityonline.info/eu-compliance-ios-26-3-adds-notification-forwarding-to-third-party-wearables-bypassing-apple-watch

    Windows 10 อัปเดต KB5071546 ทำ MSMQ ใช้งานไม่ได้
    Microsoft ยืนยันแล้วว่าการติดตั้งอัปเดต KB5071546 บน Windows 10 ทำให้บริการ Microsoft Message Queuing (MSMQ) ล้มเหลว MSMQ เป็นระบบที่ใช้ในองค์กรเพื่อจัดการข้อความระหว่างแอปพลิเคชัน หากมันหยุดทำงาน งานเบื้องหลังที่ต้องพึ่งพาคิวข้อความก็จะหยุดตามทันที ส่งผลให้เว็บไซต์หรือแอปที่รันบน IIS ไม่สามารถทำงานได้ สาเหตุคือการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเขียนไฟล์ในโฟลเดอร์จัดเก็บข้อความ ทำให้บัญชีที่ใช้ MSMQ ไม่มีสิทธิ์เพียงพอ แม้จะรีสตาร์ทหรือรีบูตเซิร์ฟเวอร์ก็ไม่ช่วยแก้ปัญหา ทางออกเดียวตอนนี้คือถอนการติดตั้งอัปเดตแล้วรอ Microsoft ปล่อยแพตช์แก้ไขในเดือนถัดไป
    https://securityonline.info/enterprise-alert-windows-10-update-kb5071546-breaks-msmq-service-with-insufficient-permissions

    ช่องโหว่ ScreenConnect เสี่ยงติดตั้งส่วนขยายไม่ปลอดภัย
    ConnectWise ออกแพตช์ใหม่สำหรับ ScreenConnect หลังพบช่องโหว่ CVE-2025-14265 ที่มีความรุนแรงสูงถึง 9.1 ช่องโหว่นี้อาจทำให้ผู้ที่มีสิทธิ์ระดับผู้ดูแลเข้าถึงข้อมูลการตั้งค่าหรือบังคับติดตั้งส่วนขยายที่ไม่น่าเชื่อถือได้ แม้จะไม่ใช่การเปิดช่องให้โจมตีจากภายนอกโดยตรง แต่หากบัญชีผู้ดูแลถูกเจาะก็อันตรายทันที แพตช์เวอร์ชัน 25.8 ได้เพิ่มการตรวจสอบความถูกต้องของส่วนขยายและเสริมความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ สำหรับผู้ใช้ระบบคลาวด์ไม่ต้องทำอะไรเพราะถูกแก้ไขแล้ว แต่ผู้ที่ติดตั้งเองในองค์กรต้องรีบอัปเดตด้วยตนเอง
    https://securityonline.info/critical-screenconnect-flaw-cvss-9-1-risks-config-exposure-untrusted-extension-installation

    OpenShift GitOps ช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์จนยึดคลัสเตอร์ได้
    Red Hat OpenShift GitOps ถูกพบช่องโหว่ CVE-2025-13888 ที่ร้ายแรงมาก ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เพียงระดับ namespace admin สามารถใช้ ArgoCD Custom Resources เพื่อยกระดับสิทธิ์จนเข้าถึงทั้งคลัสเตอร์ได้ วิธีการคือการแก้ไขค่า sourceNamespaces ใน CR ให้ชี้ไปยัง namespace ที่มีสิทธิ์สูง เช่น default จากนั้นระบบจะสร้าง RoleBinding และ Role ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีรันงานที่มีสิทธิ์สูงสุดบน master node ได้ทันที เท่ากับว่าสามารถยึดครองคลัสเตอร์ Kubernetes ได้โดยสมบูรณ์ ผู้ดูแลระบบควรรีบอัปเดตแพตช์ล่าสุดและจำกัดสิทธิ์การสร้าง ArgoCD CR ให้เฉพาะผู้ดูแลที่เชื่อถือได้
    https://securityonline.info/critical-openshift-gitops-flaw-risks-cluster-takeover-cve-2025-13888-via-privilege-escalation-to-root

    Phantom Stealer โจมตีการเงินรัสเซียผ่านไฟล์ ISO
    เรื่องนี้เป็นการโจมตีที่ซับซ้อนมาก แฮกเกอร์ใช้วิธีส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนเป็นการยืนยันการโอนเงินจากบริษัทการเงินจริงๆ เพื่อหลอกให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินเปิดไฟล์แนบที่เป็นไฟล์ ISO เมื่อเปิดแล้วจะมีโปรแกรมแฝงที่ชื่อ Phantom Stealer ทำงานทันที มันสามารถขโมยข้อมูลได้หลายอย่าง ทั้งรหัสผ่านในเบราว์เซอร์ ข้อมูลบัตรเครดิต ข้อมูลกระเป๋าเงินดิจิทัล รวมถึงดักจับการพิมพ์คีย์บอร์ดทุกครั้งที่เหยื่อกด Phantom Stealer ยังมีระบบป้องกันตัวเองจากการตรวจสอบ ถ้ารู้ว่ากำลังถูกนักวิจัยจับตามันจะลบตัวเองทันที การโจมตีนี้ถือเป็นการเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ที่ใช้ไฟล์ ISO เพื่อหลบเลี่ยงระบบป้องกัน ทำให้เสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูลทางการเงินอย่างมาก
    https://securityonline.info/phantom-stealer-targets-russian-finance-with-iso-phishing-deploying-keyloggers-and-crypto-wallet-theft

    Frogblight มัลแวร์ Android ปลอมเป็นแอปภาครัฐในตุรกี
    มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ Frogblight ถูกค้นพบว่ากำลังแพร่ระบาดในตุรกี โดยมันปลอมตัวเป็นแอปพลิเคชันของรัฐบาลที่ใช้ดูข้อมูลคดีความ ผู้ใช้จะได้รับ SMS หลอกว่ามีคดีความและต้องดาวน์โหลดแอปเพื่อดูรายละเอียด เมื่อดาวน์โหลดมาแล้ว แอปจะขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลหลายอย่าง เช่น SMS รายชื่อผู้ติดต่อ และไฟล์ในเครื่อง จากนั้นมันจะเปิดหน้าเว็บจริงของรัฐบาลเพื่อให้ผู้ใช้ตายใจ แต่เบื้องหลังมันจะดักข้อมูลการเข้าสู่ระบบธนาคารและส่งไปยังผู้โจมตี Frogblight ยังมีฟังก์ชันสอดแนมอื่นๆ เช่นเก็บข้อมูลแอปที่ติดตั้งและไฟล์ในเครื่อง นักวิจัยพบว่ามันถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องและอาจถูกนำไปใช้ในรูปแบบบริการให้เช่าแก่แฮกเกอร์รายอื่น ทำให้ภัยนี้มีโอกาสแพร่กระจายไปนอกตุรกีได้ในอนาคต
    https://securityonline.info/frogblight-android-banking-trojan-targets-turkey-via-fake-e-gov-smishing-and-webview

    ช่องโหว่ macOS LPE กลับมาอีกครั้ง
    นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบว่าช่องโหว่เก่าใน macOS ที่เคยรายงานตั้งแต่ปี 2018 ยังไม่ถูกแก้ไขอย่างสมบูรณ์ แม้ Apple จะพยายามอุดหลายครั้ง ช่องโหว่นี้เกี่ยวข้องกับการติดตั้งแอปที่ต้องใช้สิทธิ์ root โดยหากมีแอปปลอมถูกวางไว้ในโฟลเดอร์ Applications ก่อน แอปจริงจะถูกติดตั้งเข้าไปในโฟลเดอร์พิเศษชื่อ .localized ทำให้ระบบเข้าใจผิดและไปเรียกใช้แอปปลอมแทน ผลคือผู้โจมตีสามารถรันโค้ดในสิทธิ์ root ได้ทันที ถือเป็นการเจาะระบบที่อันตรายมาก นักวิจัยย้ำว่าปัญหานี้ยังคงอยู่และต้องการการแก้ไขที่จริงจังจาก Apple เพื่อป้องกันการโจมตีในอนาคต
    https://securityonline.info/macos-lpe-flaw-resurfaces-localized-directory-exploited-to-hijack-installers-and-gain-root-access

    มัลแวร์ NuGet แฝงตัว 5 ปี ขโมยกระเป๋าเงินคริปโต
    มีการค้นพบแพ็กเกจ NuGet ปลอมชื่อ Tracer.Fody.NLog ที่ถูกปล่อยให้ดาวน์โหลดตั้งแต่ปี 2020 และอยู่รอดมาได้กว่า 5 ปีโดยไม่ถูกตรวจจับ มันปลอมตัวเป็นเครื่องมือ .NET ที่ใช้บันทึก log แต่จริงๆ แล้วมีโค้ดแฝงที่ใช้เทคนิคพิเศษ เช่นการใช้ตัวอักษร Cyrillic ที่หน้าตาเหมือนตัวอักษร Latin เพื่อหลบการตรวจสอบ เมื่อถูกติดตั้ง มันจะค้นหาไฟล์กระเป๋าเงินดิจิทัล Stratis และขโมยรหัสผ่านไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตีโดยไม่ให้ผู้ใช้รู้ตัว การโจมตีนี้ถือเป็นการโจมตี supply chain ที่อันตรายมาก เพราะนักพัฒนาที่เชื่อใจแพ็กเกจโอเพนซอร์สอาจถูกดักข้อมูลโดยไม่รู้ตัว
    https://securityonline.info/5-year-threat-malicious-nuget-package-used-homoglyphs-and-typosquatting-to-steal-crypto-wallets

    Intel เตรียมเข้าซื้อกิจการ SambaNova ในราคาลดฮวบ
    เรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะเดิมทีมีข่าวว่า Intel จะทุ่มเงินกว่า 5 พันล้านดอลลาร์เพื่อซื้อสตาร์ทอัพด้าน AI อย่าง SambaNova แต่ล่าสุดกลับมีรายงานว่ามูลค่าดีลจริงอาจเหลือเพียง 1.6 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับการประเมินมูลค่าเดิมของบริษัทในปี 2021 ที่สูงกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดชิป AI ที่ NVIDIA ครองความเป็นใหญ่ SambaNova มีจุดแข็งด้านสถาปัตยกรรมที่เน้นการประมวลผลสำหรับโมเดลภาษาและการทำงานแบบครบวงจร ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการ ซึ่งอาจช่วย Intel เติมเต็มช่องว่างที่ยังขาดอยู่ แต่ความท้าทายใหญ่คือการผสานเทคโนโลยีนี้เข้ากับระบบของ Intel โดยไม่กระทบต่อผลิตภัณฑ์ Gaudi ที่มีอยู่แล้ว
    https://securityonline.info/intel-nears-sambanova-acquisition-at-1-6b-fire-sale-price-down-from-5b-valuation

    Claude AI ทำพลาด ลบข้อมูลทั้งเครื่อง Mac ของนักพัฒนา
    นี่คือเหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนต้องระวังการใช้เครื่องมือ AI มากขึ้น นักพัฒนารายหนึ่งใช้ Claude CLI เพื่อจัดการแพ็กเกจ แต่กลับเกิดความผิดพลาดจากคำสั่งที่มีเครื่องหมาย ~ ต่อท้าย ทำให้ระบบไปลบทั้งโฟลเดอร์ Home Directory ของเครื่อง Mac ผลคือข้อมูลสำคัญอย่าง Desktop, Documents, Downloads และ Keychains หายไปทั้งหมด เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของการให้ AI เข้าถึงระบบโดยตรง นักพัฒนาบางคนจึงเสนอให้ใช้ Docker เป็นตัวกลางเพื่อป้องกันไม่ให้ AI สามารถทำลายข้อมูลในเครื่องจริงได้
    https://securityonline.info/data-disaster-claude-ai-executes-rm-rf-and-wipes-developers-mac-home-directory

    SpaceX เตรียม IPO ปี 2026 หลังมูลค่าพุ่งถึง 800 พันล้านดอลลาร์
    SpaceX กำลังเดินหน้าสู่การเข้าตลาดหุ้น โดยมีการเริ่มคัดเลือกธนาคารเพื่อเป็นที่ปรึกษา IPO และมีการส่งบันทึกภายในยืนยันว่าบริษัทกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าจดทะเบียนในปี 2026 แม้ยังไม่มีการกำหนดวันแน่นอน แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือมูลค่าของบริษัทที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยการขายหุ้นภายในล่าสุดตีมูลค่าถึง 800 พันล้านดอลลาร์ แรงหนุนสำคัญมาจากบริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และยังส่งผลให้ Alphabet ซึ่งเคยลงทุนใน SpaceX ได้กำไรอย่างมหาศาลอีกด้วย
    https://securityonline.info/spacex-ipo-company-prepares-for-2026-listing-after-valuation-soars-to-800-billion

    Salt Typhoon กลุ่มแฮ็กเกอร์จากการแข่งขัน Cisco สู่การเจาะระบบโทรคมนาคมโลก
    เรื่องนี้เหมือนนิยาย แต่เกิดขึ้นจริง นักวิจัยพบว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ชื่อ Salt Typhoon มีจุดเริ่มต้นจากนักศึกษาที่เคยแข่งขัน Cisco Network Academy Cup ก่อนจะนำความรู้ไปใช้ในการเจาะระบบโทรคมนาคมกว่า 80 บริษัททั่วโลก พวกเขาสามารถดักฟังทั้งสายโทรศัพท์และข้อความ รวมถึงเข้าถึงระบบที่ใช้สำหรับการดักฟังโดยกฎหมายเองด้วย เบื้องหลังคือสองบุคคลที่เคยเป็นคู่แข่งกันในสมัยเรียน แต่กลับร่วมมือกันสร้างเครือข่ายไซเบอร์ที่ทรงพลัง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่อาจถูกนำไปใช้ในทางร้ายได้
    https://securityonline.info/from-cisco-student-rivalry-to-global-hackers-salt-typhoon-breaches-80-telecos-for-intelligence

    BlackForce เครื่องมือ Phishing-as-a-Service รุ่นใหม่ที่อันตราย
    BlackForce คือชุดเครื่องมือฟิชชิ่งที่ถูกขายใน Telegram ในราคาหลักร้อยยูโร แต่มีความสามารถสูงมาก มันสามารถหลอกขโมยรหัสผ่านและยังเจาะผ่านระบบยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน (MFA) ได้ โดยใช้เทคนิค Man-in-the-Browser เพื่อดักจับรหัส OTP แบบเรียลไทม์ จุดที่ทำให้มันน่ากลัวคือการใช้โค้ด React และ React Router ที่ดูเหมือนของจริง ทำให้ยากต่อการตรวจจับ อีกทั้งยังพัฒนาอย่างรวดเร็วจากเวอร์ชัน stateless ไปสู่ stateful ที่สามารถเก็บข้อมูลผู้ใช้แม้รีเฟรชหน้าเว็บได้ ทำให้การโจมตีมีความต่อเนื่องและยากต่อการป้องกัน
    https://securityonline.info/blackforce-phaas-weaponizes-react-and-stateful-sessions-to-bypass-mfa-steal-credentials

    📌🔐🩷 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🔐🩷📌 #รวมข่าวIT #20251216 #securityonline 🛡️ วิกฤติช่องโหว่ FortiGate SSO ถูกโจมตีจริง ช่วงนี้ผู้ดูแลระบบ Fortinet ต้องเผชิญกับสถานการณ์ร้อนแรง เมื่อมีการเปิดเผยช่องโหว่ร้ายแรงสองรายการในระบบ FortiGate และเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้นก็ถูกโจมตีจริงทันที แฮกเกอร์ใช้วิธีเจาะผ่านระบบ Single Sign-On (SSO) โดยส่งข้อความ SAML ที่ถูกปรับแต่ง ทำให้สามารถล็อกอินเป็นผู้ดูแลได้โดยไม่ต้องมีรหัสผ่าน เมื่อเข้ามาแล้วพวกเขาจะรีบขโมยการตั้งค่าระบบไฟร์วอลล์ออกไป ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มักมีรหัสผ่านที่ถูกเข้ารหัสของผู้ใช้ VPN และบัญชีอื่น ๆ จุดอันตรายคือการตั้งค่า FortiCloud SSO ที่แม้จะถูกปิดไว้ในค่าเริ่มต้น แต่เมื่อผู้ดูแลลงทะเบียนอุปกรณ์ผ่าน GUI มันจะถูกเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติหากไม่ได้ปิดเอง ทำให้หลายระบบเสี่ยงทันที นักวิจัยแนะนำให้รีบอัปเดตเวอร์ชันล่าสุดหรือปิดฟีเจอร์นี้ผ่าน CLI เพื่อป้องกันการโจมตี 🔗 https://securityonline.info/critical-fortigate-sso-flaw-under-active-exploitation-attackers-bypass-auth-and-exfiltrate-configs ⌚ Apple ยอม EU: iOS 26.3 ส่งต่อการแจ้งเตือนให้สมาร์ทวอชแบรนด์อื่น ใน iOS 26.3 เบต้า Apple เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Notification Forwarding ที่ให้ iPhone ส่งต่อการแจ้งเตือนไปยังอุปกรณ์สวมใส่จากแบรนด์อื่นได้โดยตรง ไม่จำกัดแค่ Apple Watch อีกต่อไป ฟีเจอร์นี้เปิดใช้เฉพาะในสหภาพยุโรป เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย Digital Markets Act ที่บังคับให้ Apple เปิดโอกาสให้สมาร์ทวอชจากค่ายอื่นเข้าถึงฟังก์ชันที่เคยสงวนไว้ การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้แอปใดส่งการแจ้งเตือนออกไป และลดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวที่เกิดจากการที่อุปกรณ์อื่นต้องเข้าถึงการแจ้งเตือนทั้งหมดแบบครอบคลุม ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญของ Apple เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษจาก EU 🔗 https://securityonline.info/eu-compliance-ios-26-3-adds-notification-forwarding-to-third-party-wearables-bypassing-apple-watch 💻 Windows 10 อัปเดต KB5071546 ทำ MSMQ ใช้งานไม่ได้ Microsoft ยืนยันแล้วว่าการติดตั้งอัปเดต KB5071546 บน Windows 10 ทำให้บริการ Microsoft Message Queuing (MSMQ) ล้มเหลว MSMQ เป็นระบบที่ใช้ในองค์กรเพื่อจัดการข้อความระหว่างแอปพลิเคชัน หากมันหยุดทำงาน งานเบื้องหลังที่ต้องพึ่งพาคิวข้อความก็จะหยุดตามทันที ส่งผลให้เว็บไซต์หรือแอปที่รันบน IIS ไม่สามารถทำงานได้ สาเหตุคือการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเขียนไฟล์ในโฟลเดอร์จัดเก็บข้อความ ทำให้บัญชีที่ใช้ MSMQ ไม่มีสิทธิ์เพียงพอ แม้จะรีสตาร์ทหรือรีบูตเซิร์ฟเวอร์ก็ไม่ช่วยแก้ปัญหา ทางออกเดียวตอนนี้คือถอนการติดตั้งอัปเดตแล้วรอ Microsoft ปล่อยแพตช์แก้ไขในเดือนถัดไป 🔗 https://securityonline.info/enterprise-alert-windows-10-update-kb5071546-breaks-msmq-service-with-insufficient-permissions 🖥️ ช่องโหว่ ScreenConnect เสี่ยงติดตั้งส่วนขยายไม่ปลอดภัย ConnectWise ออกแพตช์ใหม่สำหรับ ScreenConnect หลังพบช่องโหว่ CVE-2025-14265 ที่มีความรุนแรงสูงถึง 9.1 ช่องโหว่นี้อาจทำให้ผู้ที่มีสิทธิ์ระดับผู้ดูแลเข้าถึงข้อมูลการตั้งค่าหรือบังคับติดตั้งส่วนขยายที่ไม่น่าเชื่อถือได้ แม้จะไม่ใช่การเปิดช่องให้โจมตีจากภายนอกโดยตรง แต่หากบัญชีผู้ดูแลถูกเจาะก็อันตรายทันที แพตช์เวอร์ชัน 25.8 ได้เพิ่มการตรวจสอบความถูกต้องของส่วนขยายและเสริมความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ สำหรับผู้ใช้ระบบคลาวด์ไม่ต้องทำอะไรเพราะถูกแก้ไขแล้ว แต่ผู้ที่ติดตั้งเองในองค์กรต้องรีบอัปเดตด้วยตนเอง 🔗 https://securityonline.info/critical-screenconnect-flaw-cvss-9-1-risks-config-exposure-untrusted-extension-installation ☸️ OpenShift GitOps ช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์จนยึดคลัสเตอร์ได้ Red Hat OpenShift GitOps ถูกพบช่องโหว่ CVE-2025-13888 ที่ร้ายแรงมาก ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เพียงระดับ namespace admin สามารถใช้ ArgoCD Custom Resources เพื่อยกระดับสิทธิ์จนเข้าถึงทั้งคลัสเตอร์ได้ วิธีการคือการแก้ไขค่า sourceNamespaces ใน CR ให้ชี้ไปยัง namespace ที่มีสิทธิ์สูง เช่น default จากนั้นระบบจะสร้าง RoleBinding และ Role ที่เปิดทางให้ผู้โจมตีรันงานที่มีสิทธิ์สูงสุดบน master node ได้ทันที เท่ากับว่าสามารถยึดครองคลัสเตอร์ Kubernetes ได้โดยสมบูรณ์ ผู้ดูแลระบบควรรีบอัปเดตแพตช์ล่าสุดและจำกัดสิทธิ์การสร้าง ArgoCD CR ให้เฉพาะผู้ดูแลที่เชื่อถือได้ 🔗 https://securityonline.info/critical-openshift-gitops-flaw-risks-cluster-takeover-cve-2025-13888-via-privilege-escalation-to-root 🕵️‍♂️ Phantom Stealer โจมตีการเงินรัสเซียผ่านไฟล์ ISO เรื่องนี้เป็นการโจมตีที่ซับซ้อนมาก แฮกเกอร์ใช้วิธีส่งอีเมลปลอมที่ดูเหมือนเป็นการยืนยันการโอนเงินจากบริษัทการเงินจริงๆ เพื่อหลอกให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินเปิดไฟล์แนบที่เป็นไฟล์ ISO เมื่อเปิดแล้วจะมีโปรแกรมแฝงที่ชื่อ Phantom Stealer ทำงานทันที มันสามารถขโมยข้อมูลได้หลายอย่าง ทั้งรหัสผ่านในเบราว์เซอร์ ข้อมูลบัตรเครดิต ข้อมูลกระเป๋าเงินดิจิทัล รวมถึงดักจับการพิมพ์คีย์บอร์ดทุกครั้งที่เหยื่อกด Phantom Stealer ยังมีระบบป้องกันตัวเองจากการตรวจสอบ ถ้ารู้ว่ากำลังถูกนักวิจัยจับตามันจะลบตัวเองทันที การโจมตีนี้ถือเป็นการเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ที่ใช้ไฟล์ ISO เพื่อหลบเลี่ยงระบบป้องกัน ทำให้เสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูลทางการเงินอย่างมาก 🔗 https://securityonline.info/phantom-stealer-targets-russian-finance-with-iso-phishing-deploying-keyloggers-and-crypto-wallet-theft 📱 Frogblight มัลแวร์ Android ปลอมเป็นแอปภาครัฐในตุรกี มัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ Frogblight ถูกค้นพบว่ากำลังแพร่ระบาดในตุรกี โดยมันปลอมตัวเป็นแอปพลิเคชันของรัฐบาลที่ใช้ดูข้อมูลคดีความ ผู้ใช้จะได้รับ SMS หลอกว่ามีคดีความและต้องดาวน์โหลดแอปเพื่อดูรายละเอียด เมื่อดาวน์โหลดมาแล้ว แอปจะขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลหลายอย่าง เช่น SMS รายชื่อผู้ติดต่อ และไฟล์ในเครื่อง จากนั้นมันจะเปิดหน้าเว็บจริงของรัฐบาลเพื่อให้ผู้ใช้ตายใจ แต่เบื้องหลังมันจะดักข้อมูลการเข้าสู่ระบบธนาคารและส่งไปยังผู้โจมตี Frogblight ยังมีฟังก์ชันสอดแนมอื่นๆ เช่นเก็บข้อมูลแอปที่ติดตั้งและไฟล์ในเครื่อง นักวิจัยพบว่ามันถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องและอาจถูกนำไปใช้ในรูปแบบบริการให้เช่าแก่แฮกเกอร์รายอื่น ทำให้ภัยนี้มีโอกาสแพร่กระจายไปนอกตุรกีได้ในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/frogblight-android-banking-trojan-targets-turkey-via-fake-e-gov-smishing-and-webview 💻 ช่องโหว่ macOS LPE กลับมาอีกครั้ง นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบว่าช่องโหว่เก่าใน macOS ที่เคยรายงานตั้งแต่ปี 2018 ยังไม่ถูกแก้ไขอย่างสมบูรณ์ แม้ Apple จะพยายามอุดหลายครั้ง ช่องโหว่นี้เกี่ยวข้องกับการติดตั้งแอปที่ต้องใช้สิทธิ์ root โดยหากมีแอปปลอมถูกวางไว้ในโฟลเดอร์ Applications ก่อน แอปจริงจะถูกติดตั้งเข้าไปในโฟลเดอร์พิเศษชื่อ .localized ทำให้ระบบเข้าใจผิดและไปเรียกใช้แอปปลอมแทน ผลคือผู้โจมตีสามารถรันโค้ดในสิทธิ์ root ได้ทันที ถือเป็นการเจาะระบบที่อันตรายมาก นักวิจัยย้ำว่าปัญหานี้ยังคงอยู่และต้องการการแก้ไขที่จริงจังจาก Apple เพื่อป้องกันการโจมตีในอนาคต 🔗 https://securityonline.info/macos-lpe-flaw-resurfaces-localized-directory-exploited-to-hijack-installers-and-gain-root-access 🪙 มัลแวร์ NuGet แฝงตัว 5 ปี ขโมยกระเป๋าเงินคริปโต มีการค้นพบแพ็กเกจ NuGet ปลอมชื่อ Tracer.Fody.NLog ที่ถูกปล่อยให้ดาวน์โหลดตั้งแต่ปี 2020 และอยู่รอดมาได้กว่า 5 ปีโดยไม่ถูกตรวจจับ มันปลอมตัวเป็นเครื่องมือ .NET ที่ใช้บันทึก log แต่จริงๆ แล้วมีโค้ดแฝงที่ใช้เทคนิคพิเศษ เช่นการใช้ตัวอักษร Cyrillic ที่หน้าตาเหมือนตัวอักษร Latin เพื่อหลบการตรวจสอบ เมื่อถูกติดตั้ง มันจะค้นหาไฟล์กระเป๋าเงินดิจิทัล Stratis และขโมยรหัสผ่านไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตีโดยไม่ให้ผู้ใช้รู้ตัว การโจมตีนี้ถือเป็นการโจมตี supply chain ที่อันตรายมาก เพราะนักพัฒนาที่เชื่อใจแพ็กเกจโอเพนซอร์สอาจถูกดักข้อมูลโดยไม่รู้ตัว 🔗 https://securityonline.info/5-year-threat-malicious-nuget-package-used-homoglyphs-and-typosquatting-to-steal-crypto-wallets 🖥️ Intel เตรียมเข้าซื้อกิจการ SambaNova ในราคาลดฮวบ เรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะเดิมทีมีข่าวว่า Intel จะทุ่มเงินกว่า 5 พันล้านดอลลาร์เพื่อซื้อสตาร์ทอัพด้าน AI อย่าง SambaNova แต่ล่าสุดกลับมีรายงานว่ามูลค่าดีลจริงอาจเหลือเพียง 1.6 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับการประเมินมูลค่าเดิมของบริษัทในปี 2021 ที่สูงกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดชิป AI ที่ NVIDIA ครองความเป็นใหญ่ SambaNova มีจุดแข็งด้านสถาปัตยกรรมที่เน้นการประมวลผลสำหรับโมเดลภาษาและการทำงานแบบครบวงจร ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการ ซึ่งอาจช่วย Intel เติมเต็มช่องว่างที่ยังขาดอยู่ แต่ความท้าทายใหญ่คือการผสานเทคโนโลยีนี้เข้ากับระบบของ Intel โดยไม่กระทบต่อผลิตภัณฑ์ Gaudi ที่มีอยู่แล้ว 🔗 https://securityonline.info/intel-nears-sambanova-acquisition-at-1-6b-fire-sale-price-down-from-5b-valuation 💾 Claude AI ทำพลาด ลบข้อมูลทั้งเครื่อง Mac ของนักพัฒนา นี่คือเหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนต้องระวังการใช้เครื่องมือ AI มากขึ้น นักพัฒนารายหนึ่งใช้ Claude CLI เพื่อจัดการแพ็กเกจ แต่กลับเกิดความผิดพลาดจากคำสั่งที่มีเครื่องหมาย ~ ต่อท้าย ทำให้ระบบไปลบทั้งโฟลเดอร์ Home Directory ของเครื่อง Mac ผลคือข้อมูลสำคัญอย่าง Desktop, Documents, Downloads และ Keychains หายไปทั้งหมด เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของการให้ AI เข้าถึงระบบโดยตรง นักพัฒนาบางคนจึงเสนอให้ใช้ Docker เป็นตัวกลางเพื่อป้องกันไม่ให้ AI สามารถทำลายข้อมูลในเครื่องจริงได้ 🔗 https://securityonline.info/data-disaster-claude-ai-executes-rm-rf-and-wipes-developers-mac-home-directory 🚀 SpaceX เตรียม IPO ปี 2026 หลังมูลค่าพุ่งถึง 800 พันล้านดอลลาร์ SpaceX กำลังเดินหน้าสู่การเข้าตลาดหุ้น โดยมีการเริ่มคัดเลือกธนาคารเพื่อเป็นที่ปรึกษา IPO และมีการส่งบันทึกภายในยืนยันว่าบริษัทกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าจดทะเบียนในปี 2026 แม้ยังไม่มีการกำหนดวันแน่นอน แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือมูลค่าของบริษัทที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยการขายหุ้นภายในล่าสุดตีมูลค่าถึง 800 พันล้านดอลลาร์ แรงหนุนสำคัญมาจากบริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และยังส่งผลให้ Alphabet ซึ่งเคยลงทุนใน SpaceX ได้กำไรอย่างมหาศาลอีกด้วย 🔗 https://securityonline.info/spacex-ipo-company-prepares-for-2026-listing-after-valuation-soars-to-800-billion 🔐 Salt Typhoon กลุ่มแฮ็กเกอร์จากการแข่งขัน Cisco สู่การเจาะระบบโทรคมนาคมโลก เรื่องนี้เหมือนนิยาย แต่เกิดขึ้นจริง นักวิจัยพบว่ากลุ่มแฮ็กเกอร์ชื่อ Salt Typhoon มีจุดเริ่มต้นจากนักศึกษาที่เคยแข่งขัน Cisco Network Academy Cup ก่อนจะนำความรู้ไปใช้ในการเจาะระบบโทรคมนาคมกว่า 80 บริษัททั่วโลก พวกเขาสามารถดักฟังทั้งสายโทรศัพท์และข้อความ รวมถึงเข้าถึงระบบที่ใช้สำหรับการดักฟังโดยกฎหมายเองด้วย เบื้องหลังคือสองบุคคลที่เคยเป็นคู่แข่งกันในสมัยเรียน แต่กลับร่วมมือกันสร้างเครือข่ายไซเบอร์ที่ทรงพลัง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่อาจถูกนำไปใช้ในทางร้ายได้ 🔗 https://securityonline.info/from-cisco-student-rivalry-to-global-hackers-salt-typhoon-breaches-80-telecos-for-intelligence 🎭 BlackForce เครื่องมือ Phishing-as-a-Service รุ่นใหม่ที่อันตราย BlackForce คือชุดเครื่องมือฟิชชิ่งที่ถูกขายใน Telegram ในราคาหลักร้อยยูโร แต่มีความสามารถสูงมาก มันสามารถหลอกขโมยรหัสผ่านและยังเจาะผ่านระบบยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน (MFA) ได้ โดยใช้เทคนิค Man-in-the-Browser เพื่อดักจับรหัส OTP แบบเรียลไทม์ จุดที่ทำให้มันน่ากลัวคือการใช้โค้ด React และ React Router ที่ดูเหมือนของจริง ทำให้ยากต่อการตรวจจับ อีกทั้งยังพัฒนาอย่างรวดเร็วจากเวอร์ชัน stateless ไปสู่ stateful ที่สามารถเก็บข้อมูลผู้ใช้แม้รีเฟรชหน้าเว็บได้ ทำให้การโจมตีมีความต่อเนื่องและยากต่อการป้องกัน 🔗 https://securityonline.info/blackforce-phaas-weaponizes-react-and-stateful-sessions-to-bypass-mfa-steal-credentials
    SECURITYONLINE.INFO
    Critical FortiGate SSO Flaw Under Active Exploitation: Attackers Bypass Auth and Exfiltrate Configs
    A critical FortiGate SSO flaw (CVSS 9.1) is under active exploitation, letting unauthenticated attackers bypass login via crafted SAML. The flaw is armed by default registration, risking config exfiltration. Patch immediately.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 893 มุมมอง 0 รีวิว
  • Tetris บนท้องฟ้า: การแข่งขันครั้งแรกของโลก

    Red Bull Gaming จัดงาน Tetris World Final ที่เมืองดูไบ โดยใช้ Dubai Frame ซึ่งสูงกว่า 150 เมตรเป็นฉากหลัง พร้อมโดรน RGB 2,800 ลำสร้างบล็อก Tetrimino แบบเรียลไทม์ นี่คือครั้งแรกที่เกม Tetris ถูกเล่นจริงบนท้องฟ้า ผู้เข้าร่วมกว่า 60 ประเทศผ่านรอบคัดเลือกกว่า 7 ล้านเกม ก่อนจะเหลือผู้เล่นเพียงสองคนในรอบชิงชนะเลิศ.

    ผู้ชนะจากตุรกี
    ในรอบชิงชนะเลิศ Fehmi Atalar จากตุรกี เผชิญหน้ากับ Leo Solórzano จากเปรู โดย Solórzano ทำคะแนนได้ 57,164 แต่ Atalar ทำลายสถิติด้วยคะแนน 168,566 ภายในเวลา 5 นาที เขากล่าวว่านี่คือ “ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตการเล่น Tetris” และเป็นความสำเร็จที่ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้.

    งานระดับโลกที่รวมตำนานเกม
    งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขัน แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมเกม โดยมีการแสดงดนตรีสด, แขกรับเชิญพิเศษ และการปรากฏตัวของ Alexey Pajitnov ผู้สร้าง Tetris และ Henk Rogers ผู้เผยแพร่เกมสู่โลก ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความทรงจำและความยิ่งใหญ่.

    ความหมายต่อวงการเกม
    การใช้โดรนสร้างเกม Tetris บนท้องฟ้าเป็นการผสมผสานระหว่าง เทคโนโลยี, ศิลปะ และเกม ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถือเป็นการยกระดับ eSports และการแสดงสดให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ทั้งผู้เล่นและผู้ชมจะไม่มีวันลืม.

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การแข่งขัน Tetris World Final
    จัดขึ้นที่ Dubai Frame สูง 150 เมตร
    ใช้โดรน RGB 2,800 ลำสร้างเกมแบบเรียลไทม์

    ผู้ชนะและผลคะแนน
    Fehmi Atalar จากตุรกีคว้าแชมป์
    ทำคะแนน 168,566 เทียบกับคู่แข่ง 57,164

    บรรยากาศงาน
    มีผู้เข้าร่วมจาก 60 ประเทศ
    การแสดงดนตรีสดและแขกรับเชิญพิเศษ
    ผู้สร้าง Tetris Alexey Pajitnov และ Henk Rogers เข้าร่วม

    ความหมายต่อวงการเกม
    เป็นครั้งแรกที่ Tetris ถูกเล่นบนท้องฟ้า
    ผสมผสานเทคโนโลยีและศิลปะเข้ากับ eSports
    สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการจัดงานเกมระดับโลก

    ข้อควรระวัง
    การใช้โดรนจำนวนมากอาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางอากาศ
    การจัดงานขนาดใหญ่เช่นนี้ต้องใช้พลังงานและทรัพยากรสูง
    อาจไม่สามารถทำซ้ำได้ง่ายในสถานที่อื่น ๆ เนื่องจากข้อจำกัดด้านเทคนิคและกฎหมาย

    https://www.tomshardware.com/video-games/retro-gaming/2-800-rgb-drones-turned-into-the-worlds-largest-ever-game-of-tetris-red-bull-tetris-world-final-lights-up-dubai-night-sky
    🎮 Tetris บนท้องฟ้า: การแข่งขันครั้งแรกของโลก Red Bull Gaming จัดงาน Tetris World Final ที่เมืองดูไบ โดยใช้ Dubai Frame ซึ่งสูงกว่า 150 เมตรเป็นฉากหลัง พร้อมโดรน RGB 2,800 ลำสร้างบล็อก Tetrimino แบบเรียลไทม์ นี่คือครั้งแรกที่เกม Tetris ถูกเล่นจริงบนท้องฟ้า ผู้เข้าร่วมกว่า 60 ประเทศผ่านรอบคัดเลือกกว่า 7 ล้านเกม ก่อนจะเหลือผู้เล่นเพียงสองคนในรอบชิงชนะเลิศ. 🏆 ผู้ชนะจากตุรกี ในรอบชิงชนะเลิศ Fehmi Atalar จากตุรกี เผชิญหน้ากับ Leo Solórzano จากเปรู โดย Solórzano ทำคะแนนได้ 57,164 แต่ Atalar ทำลายสถิติด้วยคะแนน 168,566 ภายในเวลา 5 นาที เขากล่าวว่านี่คือ “ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตการเล่น Tetris” และเป็นความสำเร็จที่ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้. 🌐 งานระดับโลกที่รวมตำนานเกม งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขัน แต่ยังเป็นการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมเกม โดยมีการแสดงดนตรีสด, แขกรับเชิญพิเศษ และการปรากฏตัวของ Alexey Pajitnov ผู้สร้าง Tetris และ Henk Rogers ผู้เผยแพร่เกมสู่โลก ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความทรงจำและความยิ่งใหญ่. ✨ ความหมายต่อวงการเกม การใช้โดรนสร้างเกม Tetris บนท้องฟ้าเป็นการผสมผสานระหว่าง เทคโนโลยี, ศิลปะ และเกม ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถือเป็นการยกระดับ eSports และการแสดงสดให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ทั้งผู้เล่นและผู้ชมจะไม่มีวันลืม. 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การแข่งขัน Tetris World Final ➡️ จัดขึ้นที่ Dubai Frame สูง 150 เมตร ➡️ ใช้โดรน RGB 2,800 ลำสร้างเกมแบบเรียลไทม์ ✅ ผู้ชนะและผลคะแนน ➡️ Fehmi Atalar จากตุรกีคว้าแชมป์ ➡️ ทำคะแนน 168,566 เทียบกับคู่แข่ง 57,164 ✅ บรรยากาศงาน ➡️ มีผู้เข้าร่วมจาก 60 ประเทศ ➡️ การแสดงดนตรีสดและแขกรับเชิญพิเศษ ➡️ ผู้สร้าง Tetris Alexey Pajitnov และ Henk Rogers เข้าร่วม ✅ ความหมายต่อวงการเกม ➡️ เป็นครั้งแรกที่ Tetris ถูกเล่นบนท้องฟ้า ➡️ ผสมผสานเทคโนโลยีและศิลปะเข้ากับ eSports ➡️ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการจัดงานเกมระดับโลก ‼️ ข้อควรระวัง ⛔ การใช้โดรนจำนวนมากอาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางอากาศ ⛔ การจัดงานขนาดใหญ่เช่นนี้ต้องใช้พลังงานและทรัพยากรสูง ⛔ อาจไม่สามารถทำซ้ำได้ง่ายในสถานที่อื่น ๆ เนื่องจากข้อจำกัดด้านเทคนิคและกฎหมาย https://www.tomshardware.com/video-games/retro-gaming/2-800-rgb-drones-turned-into-the-worlds-largest-ever-game-of-tetris-red-bull-tetris-world-final-lights-up-dubai-night-sky
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 289 มุมมอง 0 รีวิว
  • เที่ยวตุรกี อิสตันบูล คัปปาโดเกีย
    เดินทาง ม.ค. - มี.ค. 69 เริ่ม 29,777

    🗓 จำนวนวัน 8 วัน 5 คืน
    ✈ W5-มาฮานแอร์
    พักโรงแรม &

    สุเหร่าสีน้ำเงิน
    สุเหร่าเซ็นต์โซเฟีย
    หุบเขาอุชิซาร์
    บอลลูนคัปปาโดเกีย
    เกอเรเม่
    ปราสาทปุยฝ้าย
    เมืองโบราณเฮียราโพลิส
    พิพิธภัณฑ์อตาเติร์ก

    รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี ">https://eTravelWay.com
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a
    ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8

    LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f
    Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663
    Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626
    Tiktok : https://78s.me/903597
    : 021166395

    #ทัวร์ตุรกี #turkey #turkiye #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้
    #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1
    #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    เที่ยวตุรกี อิสตันบูล คัปปาโดเกีย 🇹🇷 🗓️ เดินทาง ม.ค. - มี.ค. 69 😍 เริ่ม 29,777 🔥🔥 🗓 จำนวนวัน 8 วัน 5 คืน ✈ W5-มาฮานแอร์ 🏨 พักโรงแรม ⭐⭐⭐ & ⭐⭐⭐⭐ 📍 สุเหร่าสีน้ำเงิน 📍 สุเหร่าเซ็นต์โซเฟีย 📍 หุบเขาอุชิซาร์ 📍 บอลลูนคัปปาโดเกีย 📍 เกอเรเม่ 📍 ปราสาทปุยฝ้าย 📍 เมืองโบราณเฮียราโพลิส 📍 พิพิธภัณฑ์อตาเติร์ก รวมทัวร์ไฟไหม้ ทัวร์หลุดจอง โปรพักเดี่ยว ลดเยอะสุด by 21 ปี https://eTravelWay.com🔥 ⭕️ เข้ากลุ่มลับ Facebook โปรเพียบบบบ : https://78s.me/e86e1a ⭕️ เข้ากลุ่มลับ LINE openchat ทัวร์ที่หลุด คลิก https://78s.me/501ad8 LINE ID: @etravelway.fire https://78s.me/e58a3f Facebook: etravelway.fire https://78s.me/317663 Instagram: etravelway.fire https://78s.me/d43626 Tiktok : https://78s.me/903597 ☎️: 021166395 #ทัวร์ตุรกี #turkey #turkiye #จัดกรุ๊ปส่วนตัว #eTravelway #ทัวร์ไฟไหม้ #ทัวร์ลดราคา #ทัวร์ราคาถูก #etravelwayfire #thaitimes #News1 #คิงส์โพธิ์แดง #Sondhitalk #คุยทุกเรื่องกับสนธิ
    Like
    1
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 582 มุมมอง 0 0 รีวิว
  • ลองเชิง ตอนที่ 11

    “ลองเชิง”
    ตอน 11
    แค่ปัญหาเรื่องแก๊ส ระหว่าง ค่าย อิหร่าน อิรัค ซีเรีย กับค่าย กาตาร์ ซาอุ ตุรกี 2 ค่ายนี่ ก็ทำให้อเมริกาเต้นเป็นลิงเกาเห็บแล้ว ยังดันเพิ่มเรื่อง ของอิสราเอลเข้าไปอีกด้วย อย่างนี้ ซีเรีย ไม่เดือดก็ผิดสันดานนักล่า
    อิสราเอล แม้จะถูกอุ้มไปอยู่ในตะวันออกกลาง เป็นกาฝากอยู่แถวทะเลทราย แต่ไม่เคยโชคดีมีน้ำมันท่วมเหมือนพวกเจ้าของถิ่นเขา แต่แล้ว เวลาอะไรมันจะมา ไม่ว่าดี ว่าร้าย (ส่วนมากมักเป็นเรื่องร้าย) มักไม่ค่อยรู้ตัวล่วงหน้า ปี ค.ศ.2009 อิสราเอล ก็ได้ข่าวเหมือนกันว่า โนเบิล เอนเนอร์จี Noble Energy หุ้นส่วนจากเท็กซัส (ของใครนะ) ที่อิสราเอลร่วมทุนให้ทำการสำรวจแหล่งแก๊ส ก็เจอหลุมแก๊ส ทามาร์ Tamar ที่แถวไฮฟา Haifa ทางเหนือของอิสราเอล
    ทามาร์ นับเป็นหลุมแก๊สที่ใหญ่ที่สุด ที่เจอกันในปี ค.ศ.2009 และคาดว่า
    ทามาร์ จะให้ผลผลิตได้ ในปี ค.ศ.2012 อิสราเอลให้ชื่อหลุมแก็สนี้ว่า Leviathan ตามชื่อสัตว์ร้ายในทะเลในพระคัมภึร์ แถมคุยว่า สัตวร้ายตัวนี้ สามารถผลิตแก๊สเลี้ยงอิสราเอลไปได้เป็นร้อยปี
    ในช่วงก่อนเจอสัตว์ร้าย อิสราเอลต้องพึ่งแก๊สจากหลุม Yam Tethys ซึ่งผลิตเลี้ยงประเทศได้ประมา ณ 70% ของความต้องการ และคาดว่าไม่นานเกืน 3 ปี หลุมนี้ก็จะแห้งสนิท และอิสราเอลก็คงเหนื่อย แต่ตอนนี้ชะตาพลิกผัน นอกจากไม่ต้องหน้ามืด หาแเก๊สมาเพิ่มแล้ว อิสราเอลกลับจะกลายเป็นเสี่ยถังแก๊สขึ้นมาเสียอีกด้วย ดังนั้นข่าวเรื่องที่ศัตรูคู่อาฆาต อิหร่าน อิรัค เลบานอน จะจับมือกันต่อท่อแก๊สไปถึงยุโรป จึงเป็นเรื่องที่อิสราเอลไม่พอใจอย่างยิ่ง กำลังฝันหวาน จะหิ้วถังแก๊สไปขายแถวยุโรป เอาเงินมาตุนทอง ทำกำไรอีกต่อ ทำท่าจะไม่เป็นอย่างที่ฝัน เราหิ้วเป็นถัง พวกมันส่งไปทางท่อ จะไปทันมันยังไง โอ้ย ยิวปวดใจ
    คิดไปแล้ว อิหร่านเสี่ยนิวเคลียร์ของผม นี่ (ปีเตอร์) อู๋ จริงๆนะ มีทั้งนิวเคลียร์ มีทั้งน้ำมัน มีทั้งแก๊ส มิน่า ไอ้พวกใบตองแห้ง มันถึงน้ำลายไหลเยิ้มยืดหกออกมานอกปาก เวลานึกถึงดินแดนของเสี่ยนิวเคลียร์ แล้วแบบนี้ไอ้ใบตองแห้งมันจะปล่อยให้ลอยนวล ไปจับมือกับคุณพี่ปูติน กับ อาเฮียมังกรซ่อนเล็บได้ยังไง
    อิสราเอลคิดว่า ทางเดียวที่ จะหิ้วแก๊สไปขายยุโรปได้สดวกใจ ต้องให้ท่อส่งของเหล่าชีอะบรรลัยไปสิ้น แต่ช่วงนั้น กลุ่มมุสลิม บราเธอร์ฮูด ก็มาอยู่เต็มซีเรียแล้ว และมุสลิมบราเธอร์ฮูด ก็ไม่ถูกกับอิสราเอลอย่างแรง
    แล้วพวกมุสลิมบราเธอ์ฮูด นี่ มาอยู่ในซีเรียได้อย่างไรล่ะ
    ย้อนกลับไปตั้งแต่ ปี ค.ศ.1950 กว่า เป็นช่วงที่อเมริกาใช้สถานทูตอเมริกาในอิยิปต์ เหมือนเป็นสำนักงานซีไอเอ สาขา 2 ที่เอาไว้ดูแลจัดการตะวันออกกลางและอาฟริกา ให้เป็นไปตามความต้องการของอเมริกา อเมริกาเอาหัวหน้ามุสลิมบราเธอร์ฮูดชาวอิยิปต์ ลี้ภัยออกจากอิยิปป์มาฝากไว้ที่ซาอุดิอารเบีย และก็ทำให้กลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ผสมพันธ์ุกับกลุ่มวาหะบีของซาอุดิอารเบีย เกิดเป็นนักรบเพื่อศาสนา จีฮาร์ด มุสลิมบราเธอร์ฮูด
    (โฮ้ย! ทำไมมึงมันช่างคิดแผนชั่วได้ตลอดเวลาอย่างนี่นะ ไม่รู้ชีวิตกูที่เหลือนี่ จะแฉความชั่วมึงหมดไหม)
    เมื่อความไม่สงบในซีเรียเริ่มใหม่ๆ ตุรกีรับหน้าที่ เป็นมือเป็นตีนให้กับอเมริกา เขาว่า ก่อนการเลือกตั้งปี ค.ศ.2011 ที่ทำให้พรรค AKP ของนาย ตอยับ เอร์โดดานชนะเลือกตั้ง ได้คุมเสียงข้างมากในสภา และได้เป็นนายกรัฐมนตรี สั่งการตุรกีได้ตามใจนั้น ราชวงศ์ซาอุด ที่ดูแลนักรบเพื่อศาสนา (แต่จริงๆ ดูเหมือนจะรบเพื่ออเมริกามากก ว่า) ได้มอบเงิน “สนับสนุน” ให้แก่พรรค AKP ของนายตอยับ ถึงหนึ่งหมื่นล้านเหรียญ หลังจากพรรค AKP ชนะขาดลอย นายตอยับ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีตุรกี มุสลิมบราเธอร์ฮูดก็ย้ายออกจากซาอุ ไปเข้าแถวออกันเต็ม อยู่ที่ชายแดนของตุรกีที่ติดกับซีเรีย
    ในเดือน ธันวาคม ค.ศ.2011 มีบทความของนาย Philip Giradi อดีตซีไอเอ สรุปว่า
    ….นาโต้ เข้าไปในซีเรียแล้ว โดยมีตุรกี ในฐานะตัวแทนของอเมริกา เป็นหัวหน้านำการรบ นาย Davutoglu รัฐมนตรีการต่างประเทศของตุรกี บอกว่า ประเทศเขาพร้อมบุกซีเรีย เพราะมีข้อตกลงกับประเทศตะวันตก ที่จะดำเนินการเช่นนั้น การบุกจะใช้หลักการเพื่อมนุษยธรรม(หลอก) นำหน้าเข้าไป เช่นเดียวกับวิธีการที่ใช้ตอนบุกลิเบีย และจะเริ่มโดยตั้งแนวเขตกันชน buffer zone ตลอดเส้นแนวเขตระหว่างตุรกี กับซีเรีย หลังจากนั้นก็จะขยายไปเรื่อยๆ และ อาเลปโป Aleppo เมืองใหญ่ของซีเรีย ก็จะกลายเป็นเป้าหมายใหญ่ ที่กลุ่มกบฏซีเรียจะไปยึดครอง
    ….เครื่องบินรบของนาโต้ ที่ไม่ติดเครื่องหมาย บินมาถึงฐานทัพทหารของตุรกี ที่อยู่ใกล้กับเมือง Iskenderum ที่อยู่เขตแดนของซีเรีย เพื่อขนอาวุธที่ยึดมาจากกัดดาฟี หลังจากฆ่าโหดกัดดาฟีไปแล้ว รวมทั้งบรรดาอาสาสมัคร (ที่มีใครจ่ายเงินสนับสนุนให้) ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีเพื่อรบกับกองทหาร เป็นความสามารถที่ได้มาจากการฝึก เอาไว้สู้กับกองทัพของกัดดาฟี….
    …. ที่เมือง Iskenderum ยังมีหน่วยรบพิเศษของฝรั่งเศส และอังกฤษ คอยฝึก ให้กับกลุ่มกบฏของซีเรีย ขณะเดียวกัน ซีไอเอ และหน่วยรบพิเศษ ของอเมริกา ยังคอยเป็นพี่เลี้ยง และช่วยพากลุ่มกบฏ เลี่ยงการปะทะกับกองทัพของซีเรียอีกด้วย…..
    อเมริกาเอง ในช่วงนั้น ก็ดูเหมือนจะให้การสนับสนุนกลุ่มมุสลิม บราเธอร์ฮูด (MB) อย่างไม่ปิดบัง รู้กันทั่วว่า นาง Huma Abedin หัวหน้าฝ่ายบริหาร ของกระทรวงการต่างประเทศของอเมริกา สมัยที่คุณนายคลินตัน นางสิงห์สั่งฆ่า เป็นรัฐมนตรีนั้น นาง Abedin แสดงตัวอย่างเปิดเผยว่า มีความใกล้ชิดกับกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด และยังมีอีกหลายคน ที่อยู่วงในของคณะทำงานของนายโอบามา ก็สนับสนุนกลุ่ม MB ก็คงสรุปได้ว่า ช่วงนั้น อเมริกาใช้กลุ่ม MB เป็นตัวสกัดเส้นทางการสร้างท่อส่งของกลุ่มอิหร่านซีเรีย
    และขณะเดียวกับที่อเมริกาใช้ตุรกีออกหน้าเข้าฉากซีเรีย ทาง อิสราเอล ซึ่งพักนั้น ไม่ค่อยร้องเพลงทำนองเดียวกับโอ บามา แต่พอมีเรื่องท่อแก๊ส ของซีเรีย โผล่ขึ้นมา อิสราเอล ก็มาเข้าฉากด้วย พอตุรกีบุกซีเรียด้านหนึ่ง หน่วย Israel Defense Force (IDF) ก็สร้างแผนล่อ ด้วยการอัดกองกำลังเข้าไปที่ Golan Height ที่อยู่ตรงเขตแดนระหว่างอิสราเอลกับซีเรีย เพื่อให้ซีเรีย ห่วงหน้าพะวงหลัง
    แต่เรื่องที่ อเมริกา ใช้ตุรกีออกหน้า รวมทั้ง สมคบกับซาอุ คู่แข่ง ของอิสราเอล ในรายการถล่มซีเรียนี่ ก็ดูเหมือนจะสร้าง “รอย” ระหว่าง อเมริกา กับ อิสราเอล ไว้เหมือนกัน ไอ้ใบตองแห้งนี่ อย่าได้ประเมินความชั่วของมัน ต่ำน้อยไปเชียว
    และ ทั้งหมดก็ เป็นไปตามแผนของอเมริกา ในการสกัดซีเรีย หรือท่อส่งแก๊สกลุ่มอิหร่านซีเรีย โดยอเมริการะดมพล ทั้งกลุ่มนักรบอิสลามสาระพัดพันธ์ุ สาระพัดชื่อ แต่ไม่ว่าพันธุ์ไหน อเมริกาก็มีส่วนกี่ยวข้องทั้งนั้น รวมทั้ง กองกำลังนาโต้ ที่เดินเองพูดเองไม่เป็น ต้องทำตามใบสั่งของอเมริกาเท่านั้น บวกกับ กลุ่มลูกหาบนานาชาติ หรือกลุ่ม 11 ที่มีผลประโยชน์ บุญคุณ หนี้สินติดพันกันเอง และกับอเมริกา
    ผมตกใครไปไหมเนี่ยะ เผื่อมีใครกำลังรวบรวมรายชื่อ ทำบัญชี…
    คนเล่านิทาน
    10 ต.ค. 2558
    ลองเชิง ตอนที่ 11 “ลองเชิง” ตอน 11 แค่ปัญหาเรื่องแก๊ส ระหว่าง ค่าย อิหร่าน อิรัค ซีเรีย กับค่าย กาตาร์ ซาอุ ตุรกี 2 ค่ายนี่ ก็ทำให้อเมริกาเต้นเป็นลิงเกาเห็บแล้ว ยังดันเพิ่มเรื่อง ของอิสราเอลเข้าไปอีกด้วย อย่างนี้ ซีเรีย ไม่เดือดก็ผิดสันดานนักล่า อิสราเอล แม้จะถูกอุ้มไปอยู่ในตะวันออกกลาง เป็นกาฝากอยู่แถวทะเลทราย แต่ไม่เคยโชคดีมีน้ำมันท่วมเหมือนพวกเจ้าของถิ่นเขา แต่แล้ว เวลาอะไรมันจะมา ไม่ว่าดี ว่าร้าย (ส่วนมากมักเป็นเรื่องร้าย) มักไม่ค่อยรู้ตัวล่วงหน้า ปี ค.ศ.2009 อิสราเอล ก็ได้ข่าวเหมือนกันว่า โนเบิล เอนเนอร์จี Noble Energy หุ้นส่วนจากเท็กซัส (ของใครนะ) ที่อิสราเอลร่วมทุนให้ทำการสำรวจแหล่งแก๊ส ก็เจอหลุมแก๊ส ทามาร์ Tamar ที่แถวไฮฟา Haifa ทางเหนือของอิสราเอล ทามาร์ นับเป็นหลุมแก๊สที่ใหญ่ที่สุด ที่เจอกันในปี ค.ศ.2009 และคาดว่า ทามาร์ จะให้ผลผลิตได้ ในปี ค.ศ.2012 อิสราเอลให้ชื่อหลุมแก็สนี้ว่า Leviathan ตามชื่อสัตว์ร้ายในทะเลในพระคัมภึร์ แถมคุยว่า สัตวร้ายตัวนี้ สามารถผลิตแก๊สเลี้ยงอิสราเอลไปได้เป็นร้อยปี ในช่วงก่อนเจอสัตว์ร้าย อิสราเอลต้องพึ่งแก๊สจากหลุม Yam Tethys ซึ่งผลิตเลี้ยงประเทศได้ประมา ณ 70% ของความต้องการ และคาดว่าไม่นานเกืน 3 ปี หลุมนี้ก็จะแห้งสนิท และอิสราเอลก็คงเหนื่อย แต่ตอนนี้ชะตาพลิกผัน นอกจากไม่ต้องหน้ามืด หาแเก๊สมาเพิ่มแล้ว อิสราเอลกลับจะกลายเป็นเสี่ยถังแก๊สขึ้นมาเสียอีกด้วย ดังนั้นข่าวเรื่องที่ศัตรูคู่อาฆาต อิหร่าน อิรัค เลบานอน จะจับมือกันต่อท่อแก๊สไปถึงยุโรป จึงเป็นเรื่องที่อิสราเอลไม่พอใจอย่างยิ่ง กำลังฝันหวาน จะหิ้วถังแก๊สไปขายแถวยุโรป เอาเงินมาตุนทอง ทำกำไรอีกต่อ ทำท่าจะไม่เป็นอย่างที่ฝัน เราหิ้วเป็นถัง พวกมันส่งไปทางท่อ จะไปทันมันยังไง โอ้ย ยิวปวดใจ คิดไปแล้ว อิหร่านเสี่ยนิวเคลียร์ของผม นี่ (ปีเตอร์) อู๋ จริงๆนะ มีทั้งนิวเคลียร์ มีทั้งน้ำมัน มีทั้งแก๊ส มิน่า ไอ้พวกใบตองแห้ง มันถึงน้ำลายไหลเยิ้มยืดหกออกมานอกปาก เวลานึกถึงดินแดนของเสี่ยนิวเคลียร์ แล้วแบบนี้ไอ้ใบตองแห้งมันจะปล่อยให้ลอยนวล ไปจับมือกับคุณพี่ปูติน กับ อาเฮียมังกรซ่อนเล็บได้ยังไง อิสราเอลคิดว่า ทางเดียวที่ จะหิ้วแก๊สไปขายยุโรปได้สดวกใจ ต้องให้ท่อส่งของเหล่าชีอะบรรลัยไปสิ้น แต่ช่วงนั้น กลุ่มมุสลิม บราเธอร์ฮูด ก็มาอยู่เต็มซีเรียแล้ว และมุสลิมบราเธอร์ฮูด ก็ไม่ถูกกับอิสราเอลอย่างแรง แล้วพวกมุสลิมบราเธอ์ฮูด นี่ มาอยู่ในซีเรียได้อย่างไรล่ะ ย้อนกลับไปตั้งแต่ ปี ค.ศ.1950 กว่า เป็นช่วงที่อเมริกาใช้สถานทูตอเมริกาในอิยิปต์ เหมือนเป็นสำนักงานซีไอเอ สาขา 2 ที่เอาไว้ดูแลจัดการตะวันออกกลางและอาฟริกา ให้เป็นไปตามความต้องการของอเมริกา อเมริกาเอาหัวหน้ามุสลิมบราเธอร์ฮูดชาวอิยิปต์ ลี้ภัยออกจากอิยิปป์มาฝากไว้ที่ซาอุดิอารเบีย และก็ทำให้กลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ผสมพันธ์ุกับกลุ่มวาหะบีของซาอุดิอารเบีย เกิดเป็นนักรบเพื่อศาสนา จีฮาร์ด มุสลิมบราเธอร์ฮูด (โฮ้ย! ทำไมมึงมันช่างคิดแผนชั่วได้ตลอดเวลาอย่างนี่นะ ไม่รู้ชีวิตกูที่เหลือนี่ จะแฉความชั่วมึงหมดไหม) เมื่อความไม่สงบในซีเรียเริ่มใหม่ๆ ตุรกีรับหน้าที่ เป็นมือเป็นตีนให้กับอเมริกา เขาว่า ก่อนการเลือกตั้งปี ค.ศ.2011 ที่ทำให้พรรค AKP ของนาย ตอยับ เอร์โดดานชนะเลือกตั้ง ได้คุมเสียงข้างมากในสภา และได้เป็นนายกรัฐมนตรี สั่งการตุรกีได้ตามใจนั้น ราชวงศ์ซาอุด ที่ดูแลนักรบเพื่อศาสนา (แต่จริงๆ ดูเหมือนจะรบเพื่ออเมริกามากก ว่า) ได้มอบเงิน “สนับสนุน” ให้แก่พรรค AKP ของนายตอยับ ถึงหนึ่งหมื่นล้านเหรียญ หลังจากพรรค AKP ชนะขาดลอย นายตอยับ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีตุรกี มุสลิมบราเธอร์ฮูดก็ย้ายออกจากซาอุ ไปเข้าแถวออกันเต็ม อยู่ที่ชายแดนของตุรกีที่ติดกับซีเรีย ในเดือน ธันวาคม ค.ศ.2011 มีบทความของนาย Philip Giradi อดีตซีไอเอ สรุปว่า ….นาโต้ เข้าไปในซีเรียแล้ว โดยมีตุรกี ในฐานะตัวแทนของอเมริกา เป็นหัวหน้านำการรบ นาย Davutoglu รัฐมนตรีการต่างประเทศของตุรกี บอกว่า ประเทศเขาพร้อมบุกซีเรีย เพราะมีข้อตกลงกับประเทศตะวันตก ที่จะดำเนินการเช่นนั้น การบุกจะใช้หลักการเพื่อมนุษยธรรม(หลอก) นำหน้าเข้าไป เช่นเดียวกับวิธีการที่ใช้ตอนบุกลิเบีย และจะเริ่มโดยตั้งแนวเขตกันชน buffer zone ตลอดเส้นแนวเขตระหว่างตุรกี กับซีเรีย หลังจากนั้นก็จะขยายไปเรื่อยๆ และ อาเลปโป Aleppo เมืองใหญ่ของซีเรีย ก็จะกลายเป็นเป้าหมายใหญ่ ที่กลุ่มกบฏซีเรียจะไปยึดครอง ….เครื่องบินรบของนาโต้ ที่ไม่ติดเครื่องหมาย บินมาถึงฐานทัพทหารของตุรกี ที่อยู่ใกล้กับเมือง Iskenderum ที่อยู่เขตแดนของซีเรีย เพื่อขนอาวุธที่ยึดมาจากกัดดาฟี หลังจากฆ่าโหดกัดดาฟีไปแล้ว รวมทั้งบรรดาอาสาสมัคร (ที่มีใครจ่ายเงินสนับสนุนให้) ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีเพื่อรบกับกองทหาร เป็นความสามารถที่ได้มาจากการฝึก เอาไว้สู้กับกองทัพของกัดดาฟี…. …. ที่เมือง Iskenderum ยังมีหน่วยรบพิเศษของฝรั่งเศส และอังกฤษ คอยฝึก ให้กับกลุ่มกบฏของซีเรีย ขณะเดียวกัน ซีไอเอ และหน่วยรบพิเศษ ของอเมริกา ยังคอยเป็นพี่เลี้ยง และช่วยพากลุ่มกบฏ เลี่ยงการปะทะกับกองทัพของซีเรียอีกด้วย….. อเมริกาเอง ในช่วงนั้น ก็ดูเหมือนจะให้การสนับสนุนกลุ่มมุสลิม บราเธอร์ฮูด (MB) อย่างไม่ปิดบัง รู้กันทั่วว่า นาง Huma Abedin หัวหน้าฝ่ายบริหาร ของกระทรวงการต่างประเทศของอเมริกา สมัยที่คุณนายคลินตัน นางสิงห์สั่งฆ่า เป็นรัฐมนตรีนั้น นาง Abedin แสดงตัวอย่างเปิดเผยว่า มีความใกล้ชิดกับกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด และยังมีอีกหลายคน ที่อยู่วงในของคณะทำงานของนายโอบามา ก็สนับสนุนกลุ่ม MB ก็คงสรุปได้ว่า ช่วงนั้น อเมริกาใช้กลุ่ม MB เป็นตัวสกัดเส้นทางการสร้างท่อส่งของกลุ่มอิหร่านซีเรีย และขณะเดียวกับที่อเมริกาใช้ตุรกีออกหน้าเข้าฉากซีเรีย ทาง อิสราเอล ซึ่งพักนั้น ไม่ค่อยร้องเพลงทำนองเดียวกับโอ บามา แต่พอมีเรื่องท่อแก๊ส ของซีเรีย โผล่ขึ้นมา อิสราเอล ก็มาเข้าฉากด้วย พอตุรกีบุกซีเรียด้านหนึ่ง หน่วย Israel Defense Force (IDF) ก็สร้างแผนล่อ ด้วยการอัดกองกำลังเข้าไปที่ Golan Height ที่อยู่ตรงเขตแดนระหว่างอิสราเอลกับซีเรีย เพื่อให้ซีเรีย ห่วงหน้าพะวงหลัง แต่เรื่องที่ อเมริกา ใช้ตุรกีออกหน้า รวมทั้ง สมคบกับซาอุ คู่แข่ง ของอิสราเอล ในรายการถล่มซีเรียนี่ ก็ดูเหมือนจะสร้าง “รอย” ระหว่าง อเมริกา กับ อิสราเอล ไว้เหมือนกัน ไอ้ใบตองแห้งนี่ อย่าได้ประเมินความชั่วของมัน ต่ำน้อยไปเชียว และ ทั้งหมดก็ เป็นไปตามแผนของอเมริกา ในการสกัดซีเรีย หรือท่อส่งแก๊สกลุ่มอิหร่านซีเรีย โดยอเมริการะดมพล ทั้งกลุ่มนักรบอิสลามสาระพัดพันธ์ุ สาระพัดชื่อ แต่ไม่ว่าพันธุ์ไหน อเมริกาก็มีส่วนกี่ยวข้องทั้งนั้น รวมทั้ง กองกำลังนาโต้ ที่เดินเองพูดเองไม่เป็น ต้องทำตามใบสั่งของอเมริกาเท่านั้น บวกกับ กลุ่มลูกหาบนานาชาติ หรือกลุ่ม 11 ที่มีผลประโยชน์ บุญคุณ หนี้สินติดพันกันเอง และกับอเมริกา ผมตกใครไปไหมเนี่ยะ เผื่อมีใครกำลังรวบรวมรายชื่อ ทำบัญชี… คนเล่านิทาน 10 ต.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 599 มุมมอง 0 รีวิว
  • คดีฟ้องร้องยักษ์ใหญ่ชิปสหรัฐฯ

    เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการฟ้องร้องบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในรัฐเท็กซัส ได้แก่ AMD, Intel และ Texas Instruments โดยกลุ่มพลเรือนยูเครน กล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้ละเลยการควบคุมการส่งออก ทำให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของพวกเขาถูกนำไปใช้ใน โดรนและขีปนาวุธรัสเซีย ที่โจมตีพลเรือนระหว่างปี 2023–2025 การฟ้องร้องใช้ถ้อยคำรุนแรง เช่น “merchants of death” หรือ “พ่อค้าแห่งความตาย” เพื่อชี้ถึงความรับผิดชอบทางศีลธรรมของบริษัทเหล่านี้

    ช่องโหว่การคว่ำบาตรและการเล็ดรอดของเทคโนโลยี
    แม้สหรัฐฯ และพันธมิตรจะออกมาตรการคว่ำบาตรตั้งแต่ปี 2022 แต่รัสเซียยังคงหาช่องทางนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญผ่าน ตลาดสีเทาและบริษัทตัวกลางในต่างประเทศ เช่น จีน ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้ชิปที่ควรใช้ในอุปกรณ์พลเรือนกลับถูกนำไปใช้ในระบบนำทางและควบคุมของอาวุธร้ายแรง การสอบสวนพบว่า กว่า 95% ของขีปนาวุธและโดรนรัสเซียมีชิ้นส่วนตะวันตก

    ผลกระทบต่อพลเรือนยูเครน
    หนึ่งในเหตุการณ์สะเทือนใจคือการโจมตีโรงพยาบาลเด็ก Okhmatdyt ในกรุงเคียฟ ปี 2024 ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยพบว่าขีปนาวุธที่ใช้มีชิ้นส่วนจากบริษัทสหรัฐฯ นี่เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าชิ้นส่วนที่ถูกละเลยการควบคุมสามารถสร้างผลลัพธ์ร้ายแรงต่อชีวิตผู้บริสุทธิ์

    บทเรียนและความรับผิดชอบระดับโลก
    คดีนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความล้มเหลวของการคว่ำบาตร แต่ยังตั้งคำถามถึง ความรับผิดชอบของบริษัทเทคโนโลยีในสงครามสมัยใหม่ หากศาลตัดสินให้บริษัทเหล่านี้มีความผิด อาจเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่บังคับให้ผู้ผลิตเทคโนโลยีทั่วโลกต้องเข้มงวดกับการตรวจสอบเส้นทางการส่งออกมากขึ้น

    สรุปประเด็นสำคัญ
    การฟ้องร้องบริษัทชิปสหรัฐฯ
    AMD, Intel และ Texas Instruments ถูกกล่าวหาว่าชิ้นส่วนของพวกเขาถูกใช้ในอาวุธรัสเซีย

    ช่องโหว่การคว่ำบาตร
    รัสเซียใช้บริษัทตัวกลางในต่างประเทศเพื่อเลี่ยงมาตรการและนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญ

    ผลกระทบต่อพลเรือน
    เหตุโจมตีโรงพยาบาลเด็กในเคียฟปี 2024 เป็นตัวอย่างการใช้ชิ้นส่วนตะวันตกในอาวุธ

    ความรับผิดชอบของบริษัทเทคโนโลยี
    หากคดีนี้ชนะ อาจสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการควบคุมการส่งออกทั่วโลก

    ความล้มเหลวของมาตรการคว่ำบาตร
    กว่า 95% ของอาวุธรัสเซียยังคงมีชิ้นส่วนตะวันตก แม้มีข้อห้ามแล้ว

    ความเสี่ยงต่อพลเรือน
    การละเลยการตรวจสอบเส้นทางชิ้นส่วนทำให้พลเรือนยูเครนยังคงตกเป็นเป้าการโจมตี

    https://www.tomshardware.com/pc-components/amd-intel-and-ti-are-merchants-of-death-says-lawyer-representing-ukrainian-civilians-five-new-suits-complain-that-russian-drones-and-missiles-continue-to-use-high-tech-components-from-these-brands
    ⚖️ คดีฟ้องร้องยักษ์ใหญ่ชิปสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการฟ้องร้องบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในรัฐเท็กซัส ได้แก่ AMD, Intel และ Texas Instruments โดยกลุ่มพลเรือนยูเครน กล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้ละเลยการควบคุมการส่งออก ทำให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของพวกเขาถูกนำไปใช้ใน โดรนและขีปนาวุธรัสเซีย ที่โจมตีพลเรือนระหว่างปี 2023–2025 การฟ้องร้องใช้ถ้อยคำรุนแรง เช่น “merchants of death” หรือ “พ่อค้าแห่งความตาย” เพื่อชี้ถึงความรับผิดชอบทางศีลธรรมของบริษัทเหล่านี้ 🚀 ช่องโหว่การคว่ำบาตรและการเล็ดรอดของเทคโนโลยี แม้สหรัฐฯ และพันธมิตรจะออกมาตรการคว่ำบาตรตั้งแต่ปี 2022 แต่รัสเซียยังคงหาช่องทางนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญผ่าน ตลาดสีเทาและบริษัทตัวกลางในต่างประเทศ เช่น จีน ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้ชิปที่ควรใช้ในอุปกรณ์พลเรือนกลับถูกนำไปใช้ในระบบนำทางและควบคุมของอาวุธร้ายแรง การสอบสวนพบว่า กว่า 95% ของขีปนาวุธและโดรนรัสเซียมีชิ้นส่วนตะวันตก 🏥 ผลกระทบต่อพลเรือนยูเครน หนึ่งในเหตุการณ์สะเทือนใจคือการโจมตีโรงพยาบาลเด็ก Okhmatdyt ในกรุงเคียฟ ปี 2024 ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยพบว่าขีปนาวุธที่ใช้มีชิ้นส่วนจากบริษัทสหรัฐฯ นี่เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าชิ้นส่วนที่ถูกละเลยการควบคุมสามารถสร้างผลลัพธ์ร้ายแรงต่อชีวิตผู้บริสุทธิ์ 🌐 บทเรียนและความรับผิดชอบระดับโลก คดีนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความล้มเหลวของการคว่ำบาตร แต่ยังตั้งคำถามถึง ความรับผิดชอบของบริษัทเทคโนโลยีในสงครามสมัยใหม่ หากศาลตัดสินให้บริษัทเหล่านี้มีความผิด อาจเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่บังคับให้ผู้ผลิตเทคโนโลยีทั่วโลกต้องเข้มงวดกับการตรวจสอบเส้นทางการส่งออกมากขึ้น 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ การฟ้องร้องบริษัทชิปสหรัฐฯ ➡️ AMD, Intel และ Texas Instruments ถูกกล่าวหาว่าชิ้นส่วนของพวกเขาถูกใช้ในอาวุธรัสเซีย ✅ ช่องโหว่การคว่ำบาตร ➡️ รัสเซียใช้บริษัทตัวกลางในต่างประเทศเพื่อเลี่ยงมาตรการและนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญ ✅ ผลกระทบต่อพลเรือน ➡️ เหตุโจมตีโรงพยาบาลเด็กในเคียฟปี 2024 เป็นตัวอย่างการใช้ชิ้นส่วนตะวันตกในอาวุธ ✅ ความรับผิดชอบของบริษัทเทคโนโลยี ➡️ หากคดีนี้ชนะ อาจสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการควบคุมการส่งออกทั่วโลก ‼️ ความล้มเหลวของมาตรการคว่ำบาตร ⛔ กว่า 95% ของอาวุธรัสเซียยังคงมีชิ้นส่วนตะวันตก แม้มีข้อห้ามแล้ว ‼️ ความเสี่ยงต่อพลเรือน ⛔ การละเลยการตรวจสอบเส้นทางชิ้นส่วนทำให้พลเรือนยูเครนยังคงตกเป็นเป้าการโจมตี https://www.tomshardware.com/pc-components/amd-intel-and-ti-are-merchants-of-death-says-lawyer-representing-ukrainian-civilians-five-new-suits-complain-that-russian-drones-and-missiles-continue-to-use-high-tech-components-from-these-brands
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 433 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลองเชิง ตอนที่ 10

    “ลองเชิง”
    ตอน 10
    เวลาเกิดเหตุการณ์วุ่นวายรุนแรง นานเป็นปีๆ แถมตัวละครเข้าฉาก ก็หลากหลาย อย่างเรื่องซีเรีย นี่ มันก็น่าให้งง ตกลงใครเป็นคนเริ่ม ใครเป็นตัวชั่ว ใครเป็นตัวช่วย ใครเป็นตัวซวย แล้วจะแก้กันอย่างไร หรือจะจบอย่างไร ยิ่งตอนนี้ แบ่งค่ายแบ่งข้างกันค่อนข้างชัด แต่ก็ไม่แน่ว่า จะทำให้รู้เรื่องขึ้น
    มันดูยาก เพราะเขาวางแผนมาให้เป็นอย่างนั้น
    แน่นอน ฉากซีเรีย อเมริกาเกี่ยวข้องด้วยเต็มร้อย แม้จะไม่ได้ลงมือเองทั้งหมด แต่ที่น่าสงสัยคือ กลุ่มสิบเอ็ด มาเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย แล้วที่น่าสงสัยมากกว่า น่าจะเป็นการจับมือกัน ระหว่างซาอุดิอารเบีย กาตาร์ ตุรกี และอิสราเอล เพื่อถล่มอัสซาดให้พ้นไปจากซีเรียนั่นแหละ จะบอกว่าทั้งหมด เป็นลูกกระเป๋ง ลูกขุนพลอยพยัก หรือลูกหาบของอเมริกา มันก็ใช่ทั้งนั้น แต่มันคงไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์เท่านั้น มันคงมีอะไรมากกว่านั้น
    แก๊สธรรมชาติ ได้กลายเป็นสมบัติมีค่า อีกรายการหนึ่งในตะวันออกกลาง ไม่น่าเชื่อว่า สามล้อจะ
    ฟลุ๊กถูกหวย รางวัลใหญ่ ได้มากกว่า 1 ครั้ง แก๊ส ไม่ได้มีความหมายเฉพาะกับ เจ้าของแหล่งเท่านั้น แต่ยังมีความหมายกับอียู ยูเรเซีย รวมทั้งรัสเซีย ที่เป็นผู้ส่งออกแก๊ส และจีนผู้นำเข้าแก๊สอีกด้วย
    แก๊สธรรมชาติ เป็นพลังงานสะอาด ที่กำลังพุ่งแรง แซงพลังงานถ่านหิน นิวเคลียร์ และพลังไฟฟ้า ในยุโรป โดยเฉพาะที่เยอรมัน หลังจากเกิดเหตุการณ์ฟูกูชิมะของญี่ปุ่น และกำลังเป็นตัวเลือก ที่หลายประเทศในยุโรปกำลังเตรียมเอามาช่วยพยุงสิ่งแวดล้อมของโลก แปลว่า ยุโรป จะเป็นตลาดนำเข้าแก๊สที่ใหญ่มาก อีกตลาดหนึ่ง อย่างนี้ก็ต้องมีการเบียด การแซงกันหน่อย
    การค้นพบแหล่งแก๊สในอิหร่าน กาตาร์ ซีเรีย และอิสราเอล มีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้ฉากซีเรีย ถูกเร่งสร้างขึ้นมา
    ในเดือนกรฏาคม ค.ศ.2011 ขณะที่พวกลูกหาบนานาชาติ และกลุ่มเสี่ยปั๊มใหญ่ปั๊มเล็กในตะวันออกกลาง กำลังสวิงกันเต็มที่อยู่ในซีเรีย เพื่อหวดให้อัสซาดหล่นแท่นให้ได้ รัฐบาลของซีเรีย อิหร่านและอิรัค ก็กำลังลงนามในสัญญาสร้างท่อส่งแก๊ส โดยรอดสายตาอันแสนคมของสื่อตะวันตก ที่มัวแต่ทำข่าวการไล่หวดอัสซาด
    ท่อส่งแก๊สรายการนี้ คาดว่าจะต้องใช้ทุนถึง 1 หมื่นล้านเหรียญ และใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี ท่อส่งนี้ จะเริ่มจากท่าเรือ อาซาลลูเย Assalouyeh ของอิหร่าน ซึ่งอยู่ใกล้กับแหล่งแก๊สเซาท์พาส์ South Pars ของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย ท่อส่งจะยาวไปถึงเมืองดามัสกัสของซีเรีย โดยผ่านเข้ามาในเขตแดนของอิรัค นอกจากนี้ อิหร่านยังมีแผน ที่จะขยายเส้นทางท่อส่งนี้ ไปถึงท่าเรือของเลบานอน ที่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนด้วย จะได้ส่งแก๊สให้ถึงหน้าบ้านของพวกอียู ทั้งซีเรียและอิรัค ตกลงทำสัญญา จะซื้อแก๊สของอิหร่านล่วงหน้าแล้วด้วย
    เซาท์พาส์ South Pars ซึ่งเป็นแหล่งแก๊สธรรมชาติ ที่เชื่อกันว่า เป็นแหล่งแก๊สธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกตอนนี้ ที่ค้นพบ อยู่ในอ่าวเปอร์เซีย และมีเจ้าของ 2 ราย แบ่งกันตามเขตแดน รายหนึ่งคือ อิหร่าน อีกรายคือ กาตาร์
    เริ่มเห็นสาเหตุจริง ของความวุ่นวายในซีเรียรางๆ แล้วใช่ไหมครับ
    เส้นทางท่อส่งแก๊สของอิหร่าน จึงถูกมอง และประทับตราว่า มันเป็นท่อส่งของพวกชีอะอิหร่าน ผ่านชีอะอิรัค ไปถึงเพื่อนชีอะ อัล อัสซาดแห่งซีเรีย และบางทีก็เรียกเส้นทางท่อส่งนี้ว่า เส้นทางท่อส่งอิสลาม Islamic Pipeline
    กาตาร์นั้น เหมือนเป็นสาขาต่างประเทศในตะวันออกกลาง ของเพนตากอน Pentagon หน่วยงานด้านความมั่นคงของอเมริกา มีตั้งแต่สำนักงานใหญ่ของ Air Forces Central, หน่วยประจำการรบทางอากาศที่ 83 และหน่วยที่ 379 ของกองทัพอากาศ อยู่ที่กาตาร์ และกาตาร์ยังมีสัมพันธ์ชนิดแน่น แบบแกะแทบไม่ออก กับอีกหลายหน่วยงานของอเมริกา และอังกฤษ รวมทั้งเป็นเจ้าของกิจการโทรทัศน์ อัลจาซีรา ที่กำลังทำรายการ ด่าอัสซาดอย่างรุนแรงทุกวัน อ้อ กาตาร์ยังสนิทกับนาโต้ที่อยู่แถวอ่าวเปอร์เซียอีกด้วย เอาเป็นว่าแนบแน่น กับฝั่งตะวันตกอย่างยิ่งแล้วกัน
    ถ้าเปรียบกาตาร์เป็นเหมือนก๋วยเตี๋ยวชามเล็ก แต่ในชาม คงจะมีแต่เส้นใหญ่ล้นชาม
    และกาตาร์ก็มีแผนของตัวเอง เกี่ยวกับแหล่งแก๊สธรรมชาติเหมือนกัน
    กาตาร์บอกว่า ไม่สนใจจะไปมีส่วนร่วม ในท่อส่งแก๊สชีอะนี้เลย ตรงกันข้าม
    กาตาร์พร้อมที่จะทำทุกอย่าง ที่จะให้แผนท่อส่งของอิหร่านซีเรีย ย่อยยับไปกับมือ
    รวย แล้วยังตอแหล ไม่รู้เอานิสัยใครมา
    เมื่อปี ค.ศ.2009 Emir ผู้ครองนคร ของกาตาร์ ลงทุนบินไปเจรจากับอัสซาด ด้วยตัวเอง เกี่ยวกับแหล่งแก๊ส ส่วนของกาตาร์ ที่เรียกว่า นอร์ทโดม North Dome ที่อยู่ติดกับเซาท์พาส์ของอิหร่าน
    กาตาร์เอง ก็เป็นผู้ผลิตแก๊สรายใหญ่ ส่งขายทางเอเซียอยู่เหมือนกัน เมื่อมี นอร์ทโดมหล่นใส่ตัก จึงต้องการจะขยายตลาดไปทางอียู บ้าง แต่เดิม กาตาร์คิดจะสร้างท่อส่ง เส้นทางกาตาร์ ตุรกี ผ่านซาอุดิอารเบียทางใต้ ไปออกเมดิเตอร์เรเนียน ที่ซีเรีย แต่อัสซาดดันปฏิเสธหน้าตาเฉย บอกว่าเขามีไมตรีใกล้ชิดกับรัสเซีย เราทำแบบนี้กับเพื่อนไม่ได้หรอก
    Emir แห่งกาตาร์ ควันออกหู พกเอาความแค้นขึ้นเครื่องบินส่วนตัว ปีกขลิบทอง บินกลับบ้าน
    อัสซาดไม่เป็นนักการทูตเอาเลย แต่อัสซาดก็ไม่ได้โกหก หลังจากซีเรียทำสัญญาสร้างท่อส่งแก๊สกับอิหร่านในเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ซีเรียเอง ก็ค้นพบแหล่งแก๊สธรรมชาติของตัว บ้าง ที่เมืองคารา Qara ใกล้กับเขตแดนด้านเลบานอน และใกล้กับท่าเรือทาร์ทัส Tartus ของรัสเซีย ที่เช่ามาจากซีเรีย อยู่ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซีเรียตกลงว่า ไม่ว่าแก๊สจะมาจากอิหร่าน หรือเป็นของซีเรียเอง เวลาขนส่งไปอียู ก็ต้องมาขนกันที่ท่าเรือของรัสเซียนี้แหละ
    และจริงๆ ซีเรียก็ขี้เกียจจะพูด แก๊สของกาตาร์น่ะ ไม่ได้เศษของที่ซีเรียเพิ่งค้นพบ
    Asia Times ลงข่าวในช่วงนั้นว่า … กาตาร์เอง ก็มีแผนที่ส่งแก๊สของตน ออกไปทางอ่าว อคาบา Aqaba ของจอร์แดน ซึ่งพวกมุสลิม บราเธอร์ฮูด Muslim Brotherhood กำลังพยายามกระตุกหนวดกษัตริย์จอร์แดนอยู่ กาตาร์แสบขึ้นชั้น ไปตกลงกับพวกมุสลิมบราเธอร์ฮูด ด้วยข้อแลกเปลี่ยนว่า พวกคุณไปซ่าที่อื่นนอกบ้านกาตาร์นะ แล้วผมจะสนับสนุนพวกคุณเต็มที่….
    …..มุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่กระจายอยู่เต็ม จอร์แดนและซีเรีย ซึ่งสนับสนุนโดยกาตาร์ อาจสามารถเปลี่ยนหน้าตาของเกมการเมือง เกี่ยวกับแก๊สที่เล่นกันอยู่ในภูมิภาคนี้ก็ได้ การเดินหมากของ
    กาตาร์นี้ ถ้าสำเร็จ นอกจากจะทำให้ฝั่งของรัสเซีย ซีเรีย อิหร่าน อิรัค เสียเปรียบแล้ว ยังอาจมีผล
    กระทบต่อจีน จนขาลากอีกด้วย…
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    9 ต.ค. 2558
    ลองเชิง ตอนที่ 10 “ลองเชิง” ตอน 10 เวลาเกิดเหตุการณ์วุ่นวายรุนแรง นานเป็นปีๆ แถมตัวละครเข้าฉาก ก็หลากหลาย อย่างเรื่องซีเรีย นี่ มันก็น่าให้งง ตกลงใครเป็นคนเริ่ม ใครเป็นตัวชั่ว ใครเป็นตัวช่วย ใครเป็นตัวซวย แล้วจะแก้กันอย่างไร หรือจะจบอย่างไร ยิ่งตอนนี้ แบ่งค่ายแบ่งข้างกันค่อนข้างชัด แต่ก็ไม่แน่ว่า จะทำให้รู้เรื่องขึ้น มันดูยาก เพราะเขาวางแผนมาให้เป็นอย่างนั้น แน่นอน ฉากซีเรีย อเมริกาเกี่ยวข้องด้วยเต็มร้อย แม้จะไม่ได้ลงมือเองทั้งหมด แต่ที่น่าสงสัยคือ กลุ่มสิบเอ็ด มาเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย แล้วที่น่าสงสัยมากกว่า น่าจะเป็นการจับมือกัน ระหว่างซาอุดิอารเบีย กาตาร์ ตุรกี และอิสราเอล เพื่อถล่มอัสซาดให้พ้นไปจากซีเรียนั่นแหละ จะบอกว่าทั้งหมด เป็นลูกกระเป๋ง ลูกขุนพลอยพยัก หรือลูกหาบของอเมริกา มันก็ใช่ทั้งนั้น แต่มันคงไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์เท่านั้น มันคงมีอะไรมากกว่านั้น แก๊สธรรมชาติ ได้กลายเป็นสมบัติมีค่า อีกรายการหนึ่งในตะวันออกกลาง ไม่น่าเชื่อว่า สามล้อจะ ฟลุ๊กถูกหวย รางวัลใหญ่ ได้มากกว่า 1 ครั้ง แก๊ส ไม่ได้มีความหมายเฉพาะกับ เจ้าของแหล่งเท่านั้น แต่ยังมีความหมายกับอียู ยูเรเซีย รวมทั้งรัสเซีย ที่เป็นผู้ส่งออกแก๊ส และจีนผู้นำเข้าแก๊สอีกด้วย แก๊สธรรมชาติ เป็นพลังงานสะอาด ที่กำลังพุ่งแรง แซงพลังงานถ่านหิน นิวเคลียร์ และพลังไฟฟ้า ในยุโรป โดยเฉพาะที่เยอรมัน หลังจากเกิดเหตุการณ์ฟูกูชิมะของญี่ปุ่น และกำลังเป็นตัวเลือก ที่หลายประเทศในยุโรปกำลังเตรียมเอามาช่วยพยุงสิ่งแวดล้อมของโลก แปลว่า ยุโรป จะเป็นตลาดนำเข้าแก๊สที่ใหญ่มาก อีกตลาดหนึ่ง อย่างนี้ก็ต้องมีการเบียด การแซงกันหน่อย การค้นพบแหล่งแก๊สในอิหร่าน กาตาร์ ซีเรีย และอิสราเอล มีส่วนอย่างยิ่งที่ทำให้ฉากซีเรีย ถูกเร่งสร้างขึ้นมา ในเดือนกรฏาคม ค.ศ.2011 ขณะที่พวกลูกหาบนานาชาติ และกลุ่มเสี่ยปั๊มใหญ่ปั๊มเล็กในตะวันออกกลาง กำลังสวิงกันเต็มที่อยู่ในซีเรีย เพื่อหวดให้อัสซาดหล่นแท่นให้ได้ รัฐบาลของซีเรีย อิหร่านและอิรัค ก็กำลังลงนามในสัญญาสร้างท่อส่งแก๊ส โดยรอดสายตาอันแสนคมของสื่อตะวันตก ที่มัวแต่ทำข่าวการไล่หวดอัสซาด ท่อส่งแก๊สรายการนี้ คาดว่าจะต้องใช้ทุนถึง 1 หมื่นล้านเหรียญ และใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี ท่อส่งนี้ จะเริ่มจากท่าเรือ อาซาลลูเย Assalouyeh ของอิหร่าน ซึ่งอยู่ใกล้กับแหล่งแก๊สเซาท์พาส์ South Pars ของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย ท่อส่งจะยาวไปถึงเมืองดามัสกัสของซีเรีย โดยผ่านเข้ามาในเขตแดนของอิรัค นอกจากนี้ อิหร่านยังมีแผน ที่จะขยายเส้นทางท่อส่งนี้ ไปถึงท่าเรือของเลบานอน ที่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนด้วย จะได้ส่งแก๊สให้ถึงหน้าบ้านของพวกอียู ทั้งซีเรียและอิรัค ตกลงทำสัญญา จะซื้อแก๊สของอิหร่านล่วงหน้าแล้วด้วย เซาท์พาส์ South Pars ซึ่งเป็นแหล่งแก๊สธรรมชาติ ที่เชื่อกันว่า เป็นแหล่งแก๊สธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกตอนนี้ ที่ค้นพบ อยู่ในอ่าวเปอร์เซีย และมีเจ้าของ 2 ราย แบ่งกันตามเขตแดน รายหนึ่งคือ อิหร่าน อีกรายคือ กาตาร์ เริ่มเห็นสาเหตุจริง ของความวุ่นวายในซีเรียรางๆ แล้วใช่ไหมครับ เส้นทางท่อส่งแก๊สของอิหร่าน จึงถูกมอง และประทับตราว่า มันเป็นท่อส่งของพวกชีอะอิหร่าน ผ่านชีอะอิรัค ไปถึงเพื่อนชีอะ อัล อัสซาดแห่งซีเรีย และบางทีก็เรียกเส้นทางท่อส่งนี้ว่า เส้นทางท่อส่งอิสลาม Islamic Pipeline กาตาร์นั้น เหมือนเป็นสาขาต่างประเทศในตะวันออกกลาง ของเพนตากอน Pentagon หน่วยงานด้านความมั่นคงของอเมริกา มีตั้งแต่สำนักงานใหญ่ของ Air Forces Central, หน่วยประจำการรบทางอากาศที่ 83 และหน่วยที่ 379 ของกองทัพอากาศ อยู่ที่กาตาร์ และกาตาร์ยังมีสัมพันธ์ชนิดแน่น แบบแกะแทบไม่ออก กับอีกหลายหน่วยงานของอเมริกา และอังกฤษ รวมทั้งเป็นเจ้าของกิจการโทรทัศน์ อัลจาซีรา ที่กำลังทำรายการ ด่าอัสซาดอย่างรุนแรงทุกวัน อ้อ กาตาร์ยังสนิทกับนาโต้ที่อยู่แถวอ่าวเปอร์เซียอีกด้วย เอาเป็นว่าแนบแน่น กับฝั่งตะวันตกอย่างยิ่งแล้วกัน ถ้าเปรียบกาตาร์เป็นเหมือนก๋วยเตี๋ยวชามเล็ก แต่ในชาม คงจะมีแต่เส้นใหญ่ล้นชาม และกาตาร์ก็มีแผนของตัวเอง เกี่ยวกับแหล่งแก๊สธรรมชาติเหมือนกัน กาตาร์บอกว่า ไม่สนใจจะไปมีส่วนร่วม ในท่อส่งแก๊สชีอะนี้เลย ตรงกันข้าม กาตาร์พร้อมที่จะทำทุกอย่าง ที่จะให้แผนท่อส่งของอิหร่านซีเรีย ย่อยยับไปกับมือ รวย แล้วยังตอแหล ไม่รู้เอานิสัยใครมา เมื่อปี ค.ศ.2009 Emir ผู้ครองนคร ของกาตาร์ ลงทุนบินไปเจรจากับอัสซาด ด้วยตัวเอง เกี่ยวกับแหล่งแก๊ส ส่วนของกาตาร์ ที่เรียกว่า นอร์ทโดม North Dome ที่อยู่ติดกับเซาท์พาส์ของอิหร่าน กาตาร์เอง ก็เป็นผู้ผลิตแก๊สรายใหญ่ ส่งขายทางเอเซียอยู่เหมือนกัน เมื่อมี นอร์ทโดมหล่นใส่ตัก จึงต้องการจะขยายตลาดไปทางอียู บ้าง แต่เดิม กาตาร์คิดจะสร้างท่อส่ง เส้นทางกาตาร์ ตุรกี ผ่านซาอุดิอารเบียทางใต้ ไปออกเมดิเตอร์เรเนียน ที่ซีเรีย แต่อัสซาดดันปฏิเสธหน้าตาเฉย บอกว่าเขามีไมตรีใกล้ชิดกับรัสเซีย เราทำแบบนี้กับเพื่อนไม่ได้หรอก Emir แห่งกาตาร์ ควันออกหู พกเอาความแค้นขึ้นเครื่องบินส่วนตัว ปีกขลิบทอง บินกลับบ้าน อัสซาดไม่เป็นนักการทูตเอาเลย แต่อัสซาดก็ไม่ได้โกหก หลังจากซีเรียทำสัญญาสร้างท่อส่งแก๊สกับอิหร่านในเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ซีเรียเอง ก็ค้นพบแหล่งแก๊สธรรมชาติของตัว บ้าง ที่เมืองคารา Qara ใกล้กับเขตแดนด้านเลบานอน และใกล้กับท่าเรือทาร์ทัส Tartus ของรัสเซีย ที่เช่ามาจากซีเรีย อยู่ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซีเรียตกลงว่า ไม่ว่าแก๊สจะมาจากอิหร่าน หรือเป็นของซีเรียเอง เวลาขนส่งไปอียู ก็ต้องมาขนกันที่ท่าเรือของรัสเซียนี้แหละ และจริงๆ ซีเรียก็ขี้เกียจจะพูด แก๊สของกาตาร์น่ะ ไม่ได้เศษของที่ซีเรียเพิ่งค้นพบ Asia Times ลงข่าวในช่วงนั้นว่า … กาตาร์เอง ก็มีแผนที่ส่งแก๊สของตน ออกไปทางอ่าว อคาบา Aqaba ของจอร์แดน ซึ่งพวกมุสลิม บราเธอร์ฮูด Muslim Brotherhood กำลังพยายามกระตุกหนวดกษัตริย์จอร์แดนอยู่ กาตาร์แสบขึ้นชั้น ไปตกลงกับพวกมุสลิมบราเธอร์ฮูด ด้วยข้อแลกเปลี่ยนว่า พวกคุณไปซ่าที่อื่นนอกบ้านกาตาร์นะ แล้วผมจะสนับสนุนพวกคุณเต็มที่…. …..มุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่กระจายอยู่เต็ม จอร์แดนและซีเรีย ซึ่งสนับสนุนโดยกาตาร์ อาจสามารถเปลี่ยนหน้าตาของเกมการเมือง เกี่ยวกับแก๊สที่เล่นกันอยู่ในภูมิภาคนี้ก็ได้ การเดินหมากของ กาตาร์นี้ ถ้าสำเร็จ นอกจากจะทำให้ฝั่งของรัสเซีย ซีเรีย อิหร่าน อิรัค เสียเปรียบแล้ว ยังอาจมีผล กระทบต่อจีน จนขาลากอีกด้วย… สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 9 ต.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 588 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลองเชิง ตอนที่ 9

    “ลองเชิง”
    ตอน 9
    มาถึงตอนนี้ เราคงเห็นแล้วว่า ตัวละครสำคัญในฉากซีเรีย คงไม่พ้นซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั๊มใหญ่ แบบนี้ที่เชียร์กัน ให้รัสเซียอุ้มสมซาอุ จะไหวละหรือ
    เอาละ คุณพี่ปูตินอาจจะทำ เพื่อผลประโยชน์ภายหน้า และสะใจบางคน แต่ผมว่าเขาคงไม่อุ้มกันตอนกำลังเล่นฉากซีเรียนี้หรอก
    ทบทวนกันอีกที ตัวละครกลุ่มแรกในฉากซีเรียคือ พวกกลุ่มมุสลิมเคร่ง สาระพัดพันธ์ุ ที่อ้างว่ามีเป้าหมาย จะทำให้ตะวันออกกลางทั้งหมดเป็นรัฐอิสลาม เลยทนซีเรียที่ไม่เคร่งศาสนาไม่ได้
    กลุ่มนี้เรียกกันว่า กลุ่มกบฏซีเรีย ที่มาพวกเขาเป็นอย่างไรรู้กันแล้วนะครับ แต่ที่จะไป ยังไม่รู้ กำลังดูอยู่ว่า ค่ายรัสเซีย จีน อิหร่าน จะเล่นถึงไหน แค่ปัดกวาดกลุ่มนี้ออกจากซีเรีย หรือจะเล่นถึงเก็บเกลี้ยงเกลา
    ตัวละครกลุ่มที่สองคือ กลุ่มไม่รัก หรือศัตรูของซีเรียในตะวันออกกลาง ที่มีอยู่แยะ แต่ตัวเด็ดๆ ก็คือ ซาอุดิอารเบีย อิสราเอล ตุรกี และกาตาร์… นั่นแน่ ค่อยๆโผล่มาเข้าฉาก เสี่ยสำอางค์ซุ่มเงียบ
    เสี่ยปั๊มใหญ่ซาอุ ไม่ชอบเล่นออกหน้า แต่ชอบดันอยู่ข้างหลัง จึงใช้เจ้าชายซุกเข่า บันดาร์ บิน สุลต่าน เป็นคนเดินเกมประสาน
    เสี่บปั๊มใหญ่บอกว่า เรารบอิหร่าน ซีเรีย อยู่รายเดียวนี่ คงเหนื่อย ไปเอาตุรกี นกหลายหัวมาร่วมด้วยดีกว่า อย่างน้อยก็เป็นอิสลามด้วยกัน
    จะหวังพึ่งอืสราเอล ที่คุณพ่อเจ้าของโรงพิมพ์กระดาษสีเขียว ตรานกอินทรีย์ ส่งมา ก็เกรงว่าจะเชื่อใจ ได้แค่เสี้ยวเดียว
    ตุรกีก็คงคิดว่า เออ ดีเหมือนกัน ถ้าอเมริกาสนับสนุนให้ช่วยกันเล่นซีเรีย อิหร่าน เอาให้ร่วง คู่แข็งที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าใหญ่ในตะวันออกกลาง ก็จะน้อยลง
    ยิ่งเหลืออย่างเสี่ยปั๊มใหญ่กับเด็กๆ เสี่ยสำอางค์ แหม ไม่อยากพูด ไก่อ่อน ขันยังไม่เป็น คิดจะไปเป็นไก่ชนชิงเมือง เอะ หมายถึงใครนะ ไก่อ่อน
    กาตาร์ รวยจนเบื่อ คงอยากเป็นลูกพี่ มีลูกน้องกับเขาบ้างกระมัง เลยบอกตุรกี งานนี้เราเล่นด้วย เจ้าชายซุกเข่า รู้เข้าก็เต้น เด็กวานซืน เจ้าไม่ต้องมาสะเออะ
    กาตาร์เลยให้ตุรกีออกหน้าแทน ตุรกีไม่ขัดใจ เรื่องใช้เงินคนอื่นสร้างบารมีให้ตัวเองนี่ มีใครไม่เอามั่ง มันมือจะตาย
    นั่นมันเรื่องในช่วง ค.ศ.2011 เล่าย้อนไปถึงตัวละครสำคัญบางตัว ก่อนที่เจ้าชายซุกเข่า จะถูกปลดนะครับ
    ช่วงนั้น อเมริกาเฝ้าดูอยู่อย่างใกล้ชิดจากอีกทวีปหนึ่ง อเมริกาบอก เรา (ยัง) ไม่จำเป็นต้องเข้ามาบุกซีเรีย ให้คนตะวันออกกลาง เขาจัดการกันไปก่อน แต่เรื่องซีเรียก็ไม่ไปถึงไหน อเมริกาชักขี้เกียจรอ เลยคิดใช้ ก็อก 2
    อเมริกาบอก อย่างนี้ต้องใช้มาตรการสากล ผ่านองค์กรนานาชาติคือ สหประชาชาติแล้ว ฟังดูหรูน่าเกรงขามมาก ถุด ลูกกระเป๋งทั้งนั้น นั่งพยักหน้ากันหงึกหงัก ตบมือกราว เวลาคุณพ่อ (พวกมึง) ขึ้นไปพล่าม
    อเมริกาให้ยื่นเรื่องเข้าสหประชาชาติ และขอ (หรือสั่ง) ให้คณะมนตรีความมั่นคง มีมติให้กองกำลังของนาโต้ เข้าไปดำเนินการกับรัฐบาลซีเรีย และ ให้สหประชาชาติ มีมติกำหนดเขตห้ามบินในซีเรีย no fly zone อเมริกาเตรียมแผนทลายซีเรีย โดยใช้แผนเดียวกับที่อเมริกาเคยใช้กับลิเบีย (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับลิเบีย ในนิทานเรื่อง “แผนชั่ว” ครับ)
    แต่คราวนี้ คำสั่งของอเมริกาไม่ศักดิ์สิทธิเหมือนเดิม ทั้งรัสเซียและจีน ใช้สิทธิคัดค้าน ในคณะมนตรีความมั่นคง ของสหประชาชาติถึง 2 ครั้ง ในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ.2011 และวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2012 รัสเซียและจีนยืนยันว่า ไม่ยินยอมให้นาโต้บอมบ์ซีเรีย และนี่เป็นสาเหตุให้ เจ้าชาย บิน สุลต่าน บุกไปถึงมอสโคว์ หวังจะข่มขู่คุณพี่ปูตินให้ปล่อยมือที่อุ้มซีเรีย แต่เจ้าชายกลับเยินออกมา
    ตกลงแผนใช้เจ้าชายซุกเข่า จัดตัวละครชุดนักรบ ตัวละครชุดเสี่ยตะวันออกกลาง ก็พายไม่ไป โล้ไม่ออก แผนมติสหประชาชาติก็ฝ่อ คราวนี้อเมริกาเปลี่ยนแผน (อีก) สั่งระดมพล พวกลูกขุนลูกหาบนานาชาติ มาคอยพยัก ตั้งกลุ่มเพื่อนของซีเรีย Friends of Syria เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2012 ประกาศตัวว่า จะร่วมกันโค่นรัฐบาลอัสสาดให้จงได้
    นี่ จึงนับเป็นตัวละครกลุ่มที่สาม ที่มาเข้าฉากซีเรีย
    กลุ่มที่สาม ลูกหาบนานาชาติ นำโดยนายซาโกซี่ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสขณะนั้น รับคำสั่งเป็นตัวต้ังตัวตี จัดกลุ่มขึ้นในช่วงต้นปี ค.ศ.2012 รวบรวมพรรคพวกได้ถึง 70 ประเทศ มีการประชุมกันครั้งแรกเดือนกุมภา ที่ตูนีเซีย พอเมษา ก็ประชุมอีกที่ตุรกี กลางปีมาประชุมที่ปารีส ตามต่อที่การ์ต้า ปลายปีไปประชุมที่มาราเกซ เขาว่า การประชุมทุกครั้ง ไอ้ไก่อ่อน เสี่ยปั๊มสิงห์สำอาง กาตาร์ เป็นคนควักกระเป๋าทั้งนั้น ตกลงเรื่องไล่นายอัสซาด นี่ ดูเหมือนจะเป็นงานหลักของกาตาร์ หรือไงนะ
    เรื่องกลุ่มลูกหาบนานาชาติ นี่ มันสนุกยิ่งกว่าหนังแขก ตอนตั้งใหม่ๆต้นปี ค.ศ.2012 มีพรรคพวกมาร่วม 70 ประเทศ พอถึงปลายปี ตายแล้ว สมาชิกเพิ่มเป็น 114 ประเทศ ไปล่อมาจากไหนจ้ะ แยะจัง สงสัยไก่อ่อนจ่ายอ่วม อ้าว แล้วกัน พอถึงปี 2013 กลุ่มลูกหาบ เหลือ แค่ 11 ประเทศ ผมไม่ได้เขียนผิดครับ ตอนหลังเขาเลยเรียกกันว่า “กลุ่มลอนดอน 11” เหลือแค่ อียิปต์ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี จอร์แดน การ์ต้า ซาอุดิอารเบีย ตุรกี สมาพันธรัฐเอมิเรต อังกฤษ และอเมริกา ดูรายชื่อแล้ว คนอ่านนิทานคงประเมินได้นะครับ ว่า ลอนดอน 11 นี่ มันใครเป็นใคร ไก่อ่อน นี่มันจะเป็นไก่ตุ๋น แล้วยังไม่รู้ตัว ศักยภาพสูงจริงๆ
    เดี๋ยวลืม ขอแถมนิด อัลจาซีรา ของกาตาร์ นี่ คนวางแผน จัดตั้ง จัดรายการ เขียนข่าว รวมทั้งพิธีกร นี่เขาว่า บีบีซีของอังกฤษ รับเหมามาทำให้หมดนะครับ เพราะช่วงนั้น (และช่วงนี้) อังกฤษเศรษฐกิจดีมาก เลิกกิจการไปหลายอย่าง ร่วมทั้งลดขนาดกิจการของบีบีซี กาตาร์ กำลังอยากมีสื่อระดับโลกของตัวเอง เลยเหมาไปหมด ก็คงทำให้เห็นสัมพันธ์ของกลุ่ม 11 ชัดเจนขึ้น และถ้าเราสังเกตกัน กาตาร์ นี่ดูเหมือนกลิ่นจะออกเป็นตะวันตก มากกว่าตะวันออกกลางเสียแล้ว
    เมื่อมติสหประชาชาติ ไม่ออกมา มันก็ถึงคิว ที่กลุ่มไอซิสต้องออกมาแทน
    แล้วไอซิสพันธ์ุโหดก็เริ่มรายการยึดซีเรียในปี ค.ศ.2013 ยึดได้ไปหลายเมือง แต่อัสสาดก็ยังอยู่ แถมในเดือนกรกฏาคม ค.ศ.2013 ไอซิสเริ่มรักษาเมืองที่ไปยึดไว้ไม่ได้ และดันเป็นเมืองที่สำคัญ อัล คูเซร Al-Qusayr
    เรื่องซีเรียใช้อาวุธเคมี จึงออกมาโหมใหม่ ในเดือนสิงหาคม ค.ศ.2013 หลังจากนั้น อัสสาดก็มีชื่อติดอันดับโลก เป็นฆาตกรฆ่าประชาชน ที่โลกรังเกียจอย่างยิ่ง โลกเรียกร้องว่า อเมริกาต้องเข้ามาจัดการแล้ว อเมริกาจะปล่อยให้คนซีเรียถูกฆ่าอย่างนี้ต่อไปหรือ บทเขาต่อเนื่องดีแบบเน่าๆ
    สื่อในตะวันออกกลางลงข่าวว่า ในเดือนกันยายน ค.ศ.2013 อเมริกายิงจรวดใส่ซีเรียจริงๆ ยิงไป 2 ลูก ข้ามทะเลเมดิเตอเรเนียนมา แต่เรดาร์รัสเซียจับได้ ลูกหนึ่งจึงถูกรัสเซียยิงสวนระเบิดกลางอากาศ และอีกลูก ถูกระบบรัสเซียบังคับให้ลงทะเล เรื่องศักยภาพอาวุธมาแล้ว
    เรื่องนี้ สื่อตะวันตกไม่มีแอะออกมาเลย เงียบเหมือนใบ้กิน สื่อตะวันออกกลางลงกันเต็ม เหตุการณ์นี้น่าจะทำให้อเมริกา คิดหนักว่า ถ้าจะเล่นซีเรีย ก็ต้องเจอกับรัสเซียแน่นอน อเมริกาจึงปรับแผน (อีกแล้ว) หันไปตีประตูหลังบ้านรัสเซีย เพื่อให้รัสเซียปั่นป่วนบ้าง แล้วเหตุการณ์ ยูเครนจึงเกิดขึ้นอีก ในปลายเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2013
    ถ้า ฉากซีเรียยุคใหม่นี้ ยังเล่นอยู่ต่อไป โดยรัสเซียยังเป็นพระเอก อีกไม่นาน เราคงได้เห็นแถบยูเครนก็คงร้อนขึ้นมาใหม่ เหมือนอย่างตอนนี้ ที่อเมริกากำลังจุดเรื่องอาฟกานิสถาน ขึ้นมาอีก เพื่อเตรียมเอากองกำลัง กลับเข้าไปในอาฟกานิสถาน หลังจากประกาศถอนกำลังออกไปไม่นานมานี้
    อเมริกาจะพยายามแหย่ให้รัสเซียปั่นป่วน ห่วงหน้าพะวงหลัง เพราะอเมริกาและพวก คงไม่ปล่อยให้รัสเซียและพวก คุมซีเรียและบริเวณใกล้เคียงแน่นอน
    เขียนยาวมาถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านก็คง งง ลุงเล่ามาในตอนต้นๆ ว่า ทำไมรัสเซีย อิหร่าน จีน ต้องจับมือกัน นั่น มันก็พอมีเหตุผล เกี่ยวกับความอยู่รอด แต่ ไอ้อีกฝ่ายนี่สิ ทำไมมันถึงจองกฐินซีเรีย ติดต่อกันถึง 4 ปีแล้ว ยังไม่เลิก และไอ้กลุ่ม 11 มันทำไมถึงเอาเป็นเอาตายเรื่องซีเรีย ลุงบรรยายเสียยาว ถึงตัวละคร แต่เรื่องมันเหมือนไม่ค่อยมีน้ำหนักนะ อย่าเพิ่งสรุปอย่างนั้นนะครับ ช่วย อดใจรอตอน 10 หน่อย อาจจะถึงบางอ้อ

    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    8 ต.ค. 2558
    ลองเชิง ตอนที่ 9 “ลองเชิง” ตอน 9 มาถึงตอนนี้ เราคงเห็นแล้วว่า ตัวละครสำคัญในฉากซีเรีย คงไม่พ้นซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั๊มใหญ่ แบบนี้ที่เชียร์กัน ให้รัสเซียอุ้มสมซาอุ จะไหวละหรือ เอาละ คุณพี่ปูตินอาจจะทำ เพื่อผลประโยชน์ภายหน้า และสะใจบางคน แต่ผมว่าเขาคงไม่อุ้มกันตอนกำลังเล่นฉากซีเรียนี้หรอก ทบทวนกันอีกที ตัวละครกลุ่มแรกในฉากซีเรียคือ พวกกลุ่มมุสลิมเคร่ง สาระพัดพันธ์ุ ที่อ้างว่ามีเป้าหมาย จะทำให้ตะวันออกกลางทั้งหมดเป็นรัฐอิสลาม เลยทนซีเรียที่ไม่เคร่งศาสนาไม่ได้ กลุ่มนี้เรียกกันว่า กลุ่มกบฏซีเรีย ที่มาพวกเขาเป็นอย่างไรรู้กันแล้วนะครับ แต่ที่จะไป ยังไม่รู้ กำลังดูอยู่ว่า ค่ายรัสเซีย จีน อิหร่าน จะเล่นถึงไหน แค่ปัดกวาดกลุ่มนี้ออกจากซีเรีย หรือจะเล่นถึงเก็บเกลี้ยงเกลา ตัวละครกลุ่มที่สองคือ กลุ่มไม่รัก หรือศัตรูของซีเรียในตะวันออกกลาง ที่มีอยู่แยะ แต่ตัวเด็ดๆ ก็คือ ซาอุดิอารเบีย อิสราเอล ตุรกี และกาตาร์… นั่นแน่ ค่อยๆโผล่มาเข้าฉาก เสี่ยสำอางค์ซุ่มเงียบ เสี่ยปั๊มใหญ่ซาอุ ไม่ชอบเล่นออกหน้า แต่ชอบดันอยู่ข้างหลัง จึงใช้เจ้าชายซุกเข่า บันดาร์ บิน สุลต่าน เป็นคนเดินเกมประสาน เสี่บปั๊มใหญ่บอกว่า เรารบอิหร่าน ซีเรีย อยู่รายเดียวนี่ คงเหนื่อย ไปเอาตุรกี นกหลายหัวมาร่วมด้วยดีกว่า อย่างน้อยก็เป็นอิสลามด้วยกัน จะหวังพึ่งอืสราเอล ที่คุณพ่อเจ้าของโรงพิมพ์กระดาษสีเขียว ตรานกอินทรีย์ ส่งมา ก็เกรงว่าจะเชื่อใจ ได้แค่เสี้ยวเดียว ตุรกีก็คงคิดว่า เออ ดีเหมือนกัน ถ้าอเมริกาสนับสนุนให้ช่วยกันเล่นซีเรีย อิหร่าน เอาให้ร่วง คู่แข็งที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าใหญ่ในตะวันออกกลาง ก็จะน้อยลง ยิ่งเหลืออย่างเสี่ยปั๊มใหญ่กับเด็กๆ เสี่ยสำอางค์ แหม ไม่อยากพูด ไก่อ่อน ขันยังไม่เป็น คิดจะไปเป็นไก่ชนชิงเมือง เอะ หมายถึงใครนะ ไก่อ่อน กาตาร์ รวยจนเบื่อ คงอยากเป็นลูกพี่ มีลูกน้องกับเขาบ้างกระมัง เลยบอกตุรกี งานนี้เราเล่นด้วย เจ้าชายซุกเข่า รู้เข้าก็เต้น เด็กวานซืน เจ้าไม่ต้องมาสะเออะ กาตาร์เลยให้ตุรกีออกหน้าแทน ตุรกีไม่ขัดใจ เรื่องใช้เงินคนอื่นสร้างบารมีให้ตัวเองนี่ มีใครไม่เอามั่ง มันมือจะตาย นั่นมันเรื่องในช่วง ค.ศ.2011 เล่าย้อนไปถึงตัวละครสำคัญบางตัว ก่อนที่เจ้าชายซุกเข่า จะถูกปลดนะครับ ช่วงนั้น อเมริกาเฝ้าดูอยู่อย่างใกล้ชิดจากอีกทวีปหนึ่ง อเมริกาบอก เรา (ยัง) ไม่จำเป็นต้องเข้ามาบุกซีเรีย ให้คนตะวันออกกลาง เขาจัดการกันไปก่อน แต่เรื่องซีเรียก็ไม่ไปถึงไหน อเมริกาชักขี้เกียจรอ เลยคิดใช้ ก็อก 2 อเมริกาบอก อย่างนี้ต้องใช้มาตรการสากล ผ่านองค์กรนานาชาติคือ สหประชาชาติแล้ว ฟังดูหรูน่าเกรงขามมาก ถุด ลูกกระเป๋งทั้งนั้น นั่งพยักหน้ากันหงึกหงัก ตบมือกราว เวลาคุณพ่อ (พวกมึง) ขึ้นไปพล่าม อเมริกาให้ยื่นเรื่องเข้าสหประชาชาติ และขอ (หรือสั่ง) ให้คณะมนตรีความมั่นคง มีมติให้กองกำลังของนาโต้ เข้าไปดำเนินการกับรัฐบาลซีเรีย และ ให้สหประชาชาติ มีมติกำหนดเขตห้ามบินในซีเรีย no fly zone อเมริกาเตรียมแผนทลายซีเรีย โดยใช้แผนเดียวกับที่อเมริกาเคยใช้กับลิเบีย (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับลิเบีย ในนิทานเรื่อง “แผนชั่ว” ครับ) แต่คราวนี้ คำสั่งของอเมริกาไม่ศักดิ์สิทธิเหมือนเดิม ทั้งรัสเซียและจีน ใช้สิทธิคัดค้าน ในคณะมนตรีความมั่นคง ของสหประชาชาติถึง 2 ครั้ง ในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ.2011 และวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2012 รัสเซียและจีนยืนยันว่า ไม่ยินยอมให้นาโต้บอมบ์ซีเรีย และนี่เป็นสาเหตุให้ เจ้าชาย บิน สุลต่าน บุกไปถึงมอสโคว์ หวังจะข่มขู่คุณพี่ปูตินให้ปล่อยมือที่อุ้มซีเรีย แต่เจ้าชายกลับเยินออกมา ตกลงแผนใช้เจ้าชายซุกเข่า จัดตัวละครชุดนักรบ ตัวละครชุดเสี่ยตะวันออกกลาง ก็พายไม่ไป โล้ไม่ออก แผนมติสหประชาชาติก็ฝ่อ คราวนี้อเมริกาเปลี่ยนแผน (อีก) สั่งระดมพล พวกลูกขุนลูกหาบนานาชาติ มาคอยพยัก ตั้งกลุ่มเพื่อนของซีเรีย Friends of Syria เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2012 ประกาศตัวว่า จะร่วมกันโค่นรัฐบาลอัสสาดให้จงได้ นี่ จึงนับเป็นตัวละครกลุ่มที่สาม ที่มาเข้าฉากซีเรีย กลุ่มที่สาม ลูกหาบนานาชาติ นำโดยนายซาโกซี่ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสขณะนั้น รับคำสั่งเป็นตัวต้ังตัวตี จัดกลุ่มขึ้นในช่วงต้นปี ค.ศ.2012 รวบรวมพรรคพวกได้ถึง 70 ประเทศ มีการประชุมกันครั้งแรกเดือนกุมภา ที่ตูนีเซีย พอเมษา ก็ประชุมอีกที่ตุรกี กลางปีมาประชุมที่ปารีส ตามต่อที่การ์ต้า ปลายปีไปประชุมที่มาราเกซ เขาว่า การประชุมทุกครั้ง ไอ้ไก่อ่อน เสี่ยปั๊มสิงห์สำอาง กาตาร์ เป็นคนควักกระเป๋าทั้งนั้น ตกลงเรื่องไล่นายอัสซาด นี่ ดูเหมือนจะเป็นงานหลักของกาตาร์ หรือไงนะ เรื่องกลุ่มลูกหาบนานาชาติ นี่ มันสนุกยิ่งกว่าหนังแขก ตอนตั้งใหม่ๆต้นปี ค.ศ.2012 มีพรรคพวกมาร่วม 70 ประเทศ พอถึงปลายปี ตายแล้ว สมาชิกเพิ่มเป็น 114 ประเทศ ไปล่อมาจากไหนจ้ะ แยะจัง สงสัยไก่อ่อนจ่ายอ่วม อ้าว แล้วกัน พอถึงปี 2013 กลุ่มลูกหาบ เหลือ แค่ 11 ประเทศ ผมไม่ได้เขียนผิดครับ ตอนหลังเขาเลยเรียกกันว่า “กลุ่มลอนดอน 11” เหลือแค่ อียิปต์ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี จอร์แดน การ์ต้า ซาอุดิอารเบีย ตุรกี สมาพันธรัฐเอมิเรต อังกฤษ และอเมริกา ดูรายชื่อแล้ว คนอ่านนิทานคงประเมินได้นะครับ ว่า ลอนดอน 11 นี่ มันใครเป็นใคร ไก่อ่อน นี่มันจะเป็นไก่ตุ๋น แล้วยังไม่รู้ตัว ศักยภาพสูงจริงๆ เดี๋ยวลืม ขอแถมนิด อัลจาซีรา ของกาตาร์ นี่ คนวางแผน จัดตั้ง จัดรายการ เขียนข่าว รวมทั้งพิธีกร นี่เขาว่า บีบีซีของอังกฤษ รับเหมามาทำให้หมดนะครับ เพราะช่วงนั้น (และช่วงนี้) อังกฤษเศรษฐกิจดีมาก เลิกกิจการไปหลายอย่าง ร่วมทั้งลดขนาดกิจการของบีบีซี กาตาร์ กำลังอยากมีสื่อระดับโลกของตัวเอง เลยเหมาไปหมด ก็คงทำให้เห็นสัมพันธ์ของกลุ่ม 11 ชัดเจนขึ้น และถ้าเราสังเกตกัน กาตาร์ นี่ดูเหมือนกลิ่นจะออกเป็นตะวันตก มากกว่าตะวันออกกลางเสียแล้ว เมื่อมติสหประชาชาติ ไม่ออกมา มันก็ถึงคิว ที่กลุ่มไอซิสต้องออกมาแทน แล้วไอซิสพันธ์ุโหดก็เริ่มรายการยึดซีเรียในปี ค.ศ.2013 ยึดได้ไปหลายเมือง แต่อัสสาดก็ยังอยู่ แถมในเดือนกรกฏาคม ค.ศ.2013 ไอซิสเริ่มรักษาเมืองที่ไปยึดไว้ไม่ได้ และดันเป็นเมืองที่สำคัญ อัล คูเซร Al-Qusayr เรื่องซีเรียใช้อาวุธเคมี จึงออกมาโหมใหม่ ในเดือนสิงหาคม ค.ศ.2013 หลังจากนั้น อัสสาดก็มีชื่อติดอันดับโลก เป็นฆาตกรฆ่าประชาชน ที่โลกรังเกียจอย่างยิ่ง โลกเรียกร้องว่า อเมริกาต้องเข้ามาจัดการแล้ว อเมริกาจะปล่อยให้คนซีเรียถูกฆ่าอย่างนี้ต่อไปหรือ บทเขาต่อเนื่องดีแบบเน่าๆ สื่อในตะวันออกกลางลงข่าวว่า ในเดือนกันยายน ค.ศ.2013 อเมริกายิงจรวดใส่ซีเรียจริงๆ ยิงไป 2 ลูก ข้ามทะเลเมดิเตอเรเนียนมา แต่เรดาร์รัสเซียจับได้ ลูกหนึ่งจึงถูกรัสเซียยิงสวนระเบิดกลางอากาศ และอีกลูก ถูกระบบรัสเซียบังคับให้ลงทะเล เรื่องศักยภาพอาวุธมาแล้ว เรื่องนี้ สื่อตะวันตกไม่มีแอะออกมาเลย เงียบเหมือนใบ้กิน สื่อตะวันออกกลางลงกันเต็ม เหตุการณ์นี้น่าจะทำให้อเมริกา คิดหนักว่า ถ้าจะเล่นซีเรีย ก็ต้องเจอกับรัสเซียแน่นอน อเมริกาจึงปรับแผน (อีกแล้ว) หันไปตีประตูหลังบ้านรัสเซีย เพื่อให้รัสเซียปั่นป่วนบ้าง แล้วเหตุการณ์ ยูเครนจึงเกิดขึ้นอีก ในปลายเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2013 ถ้า ฉากซีเรียยุคใหม่นี้ ยังเล่นอยู่ต่อไป โดยรัสเซียยังเป็นพระเอก อีกไม่นาน เราคงได้เห็นแถบยูเครนก็คงร้อนขึ้นมาใหม่ เหมือนอย่างตอนนี้ ที่อเมริกากำลังจุดเรื่องอาฟกานิสถาน ขึ้นมาอีก เพื่อเตรียมเอากองกำลัง กลับเข้าไปในอาฟกานิสถาน หลังจากประกาศถอนกำลังออกไปไม่นานมานี้ อเมริกาจะพยายามแหย่ให้รัสเซียปั่นป่วน ห่วงหน้าพะวงหลัง เพราะอเมริกาและพวก คงไม่ปล่อยให้รัสเซียและพวก คุมซีเรียและบริเวณใกล้เคียงแน่นอน เขียนยาวมาถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านก็คง งง ลุงเล่ามาในตอนต้นๆ ว่า ทำไมรัสเซีย อิหร่าน จีน ต้องจับมือกัน นั่น มันก็พอมีเหตุผล เกี่ยวกับความอยู่รอด แต่ ไอ้อีกฝ่ายนี่สิ ทำไมมันถึงจองกฐินซีเรีย ติดต่อกันถึง 4 ปีแล้ว ยังไม่เลิก และไอ้กลุ่ม 11 มันทำไมถึงเอาเป็นเอาตายเรื่องซีเรีย ลุงบรรยายเสียยาว ถึงตัวละคร แต่เรื่องมันเหมือนไม่ค่อยมีน้ำหนักนะ อย่าเพิ่งสรุปอย่างนั้นนะครับ ช่วย อดใจรอตอน 10 หน่อย อาจจะถึงบางอ้อ สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 8 ต.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 604 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลองเชิง ตอนที่ 8

    “ลองเชิง”
    ตอน 8
    เขาว่ากันว่า สิ่งที่อเมริกาสนใจ และใส่ใจที่สุดในตะวันออกกลางคือ น้ำมัน กับอิสราเอลเท่านั้น ที่เถียงกันคือ ใน 2 สิ่ง อเมริกาห่วงสิ่งไหนมากกว่ากัน
    ที่เขาว่ากันแบบนั้น ก็คงไม่ผิดในเชิงการเมือง แต่ ในเชิงยุทธศาสตร์ ผมว่าอเมริกาคงสนใจแค่ 1 สิ่ง ในตะวันออกกลาง คืออเมริกา “จะต้องได้” ตะวันออกกลางทั้งหมดต่างหาก อย่างที่ผมเกริ่นมาในตอนก่อนๆ แต่อเมริกาจะกินตะวันออกกลางทั้งหมด อเมริกาก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะห่วงว่าจะมีใครย้อนศร ส่วจรวดมาใส่ไข่แดงของอเมริกา ที่อยู่ในตะวันออกกลางคือ อิสราเอล จนเละทั้งใบ
    ไม่ใช่อเมริการักอิสราเอลมากนักหรอก แต่ยิวที่ขี่คอรัฐบาลอเมริกานั่นสิ ที่อเมริกาต้องห่วง และยิวในอเมริกาก็มีมากเสียด้วย เรียกดาราดังๆเชื้อสายยิวๆ มาเข้าฉากทั้งหมด รัฐบาลอเมริกันอาจพังง่ายๆ ตั้งแต่ผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับ ดาราตุ๊กตาทอง สื่อทุกรูปแบบ อยู่ในมือยิวเกือบทั้งนั้น อาวุธที่ทำให้อเมริกาเซได้ โดยไม่ต้องถล่มตลาดหุ้น หรือใช้จรวดยิง ก็คือ ใช้ดารากับสื่อนี่แหละครับ เอาหน้าเด่นๆ ผลัดกันมาออกรายการ ตีข่าวเข้าไปทุกวัน คนบ้าดารา เคลิ้มตาม เดี๋ยวก็ได้มีการลาออก หรือเปลี่ยนนโยบายกันให้เห็น
    แต่ไม่ได้หมายความว่า อเมริกาจะไม่มีวันทิ้งยิว …
    อัสซาด คนพ่อ Hafez Assad นั้น เป็นนักยุทธศาสตร์ตัวยง เหลี่ยมลึก มองไกล เขาดูแล้วว่า อิสราเอลเป็นจุดสำคัญที่สุดของตะวันออกกลาง ผมจึงชื่นชมอังกฤษ ไอ้ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้ายนักว่า มันสุดยอด(ชั่ว)จริงๆ ที่เอายิวไปอยู่ในตะวันออกกลางได้ และให้อยู่ในจุดนั้น
    ลองกลับไปดูแผนที่นะครับ และนึกถึงข้อตกลงของอังกฤษกับผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยว่า สมัยนั้น เขาตกลงแบ่งสมบัติกันอย่างไร สรุปว่า ประเทศที่มีทางออกสู่เมดิเตอร์เรเนียนทั้งหมดคือ ตุรกี ซีเรีย เลบานอน และอิสราเอล ยาวมาจนถึงอียิปต์ ตกอยู่ในความดูแลของอังกฤษกับพวก เพื่ออังกฤษและพวกจะได้คุมทางออกไปทะเล จำไว้นะครับ เรื่องการคุมทางออกทะเล เป็นยุทธศาสตร์สำคัญอันหนึ่ง
    แต่มาภายหลัง เมื่อตุรกี ซีเรีย เลบานอน ได้รับเอกราช สามารถปกครองบ้านเมืองตัวเองได้ โดยไม่ต้องฟังอังกฤษกับพวกแล้ว อเมริกาที่รับไม้ดูแลตะวันออกกลางต่อจากอังกฤษ จึงต้องทุ่มสร้างความมั่นคงให้กับอิสราเอล ไข่แดงของตัว และสร้างความมั่นคงให้อิยิปต์ด้วยในช่วงแรก เพื่อเป็นกำแพงพิงหลังให้อิสราเอล ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามซื้อเลบานอนอยู่หลายรอบ สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง
    อัสซาด คนพ่อ เห็นอย่างนั้นก็รู้ว่า อิสราเอล แม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่ถ้าอเมริกาเสริมเหล็กใ้ห้จนแข็งขนาดนั้น ต่อไปซีเรียจะเหนื่อย เขาจึงสนับสนุนให้มีการสร้างกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ในเลบานอน ที่อยู่ติดหลังบ้านอิสราเอลขึ้นมา ไว้เป็นด่านกั้นให้ซีเรียชั้นหนึ่งก่อน ส่วนเลบานอนก็ไม่ปฏิเสธ เพราะตัวเองยิ่งแย่ใหญ่ หน้าเกือบจะชนก้นอิสราเอลอยู่แล้ว และนี่ ก็เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้อิสราเอลเกลียดซีเรีย อย่างไม่มีวันเลิก
    กลับมาที่แผนชั่วของอเมริกาใน ตะวันออกกลาง ตัวละครใหญ่สำคัญที่สุด 3 รายคือ อิหร่าน อิสราเอล และซาอุดิอารเบีย นั้น อเมริกาจับมาอยู่ในมือแล้ว คือ 2 รายหลัง เหลือรายแรกคือ อิหร่าน ที่อเมริกาเพียรจับ แต่จับๆ หลุดๆ ตั้งแต่ช่วง ค.ศ.1950 กว่าๆ แต่ไม่เคยอยู่หมัดอยู่มือถาวร อเมริกาจึงต้องวางแผนใหม่อยู่เรื่อย
    จะครองโลก ไม่ใช่คิดวันนี้ ครองพรุ่งนี้ เขาวางแผนกันมาหลายสิบปี บางทีร้อยปี ก็มี จะต่อสู้หรือต่อต้าน ก็เช่นเดียวกัน เขาก็ต้องวางแผนนาน สนามซีเรีย ช่วงนี้จะนั่งดูรายวัน ก็ควรทำความเข้าใจก่อนว่า ใครเล่นอะไร ที่ไหน เพราะอะไร ไม่อย่างนั้น ก็แค่รู้ แต่ไม่เข้าใจ
    อเมริกาวางแผนที่จะกินอิหร่านหลายรูปแบบ รูปแบบสุดท้าย คือ เรื่องนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นละครซื้อเวลา แผนจริงรุ่นแรก ที่อเมริกาเดินเพื่อกินอิหร่าน คือ แผนบุกอิรัค ของเหยี่ยวกระหายเลือด คาวบอยบุช กับดิกเชนีย์ เมื่อ ปี ค.ศ.2003 ซึ่งเป็นไปตามแผนการจัดระเบียบโลกใหม่ New World Order ที่บุชตัวพ่อ ประกาศ ในปี ค.ศ.1991 เมื่อคิดว่า สหภาพโซเวียตล่มสลายตายสนิท
    แต่ภายหลัง ในช่วงประมาณปี ค.ศ.2000 ไอ้ที่คิดว่าตายสนิท ดันฟื้นเป็นรัสเซีย ที่ทำท่าจะเฟื่องต่อเสียด้วยซ้ำ และไอ้ที่คิดว่าดีแต่ค้าขายอย่างจีน ก็ทำท่าจะโตเร็วเกินไป แผนจัดการอิหร่าน เพื่อยึดตะวันออกกลาง และผ่ากลาง รัสเซียกับจีน จึงต้องรีบดำเนินการ
    แต่อยู่ดีๆ จะไปยึดอิหร่าน ที่ใหญ่เอาเรื่อง และก็ผูกสัมพันธ์กับรัสเซียมาตลอด คงไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะเซ่อซ่าวิ่งลุยเข้าไปง่ายๆ อเมริกาจึงคิดทุบรอบนอกอิหร่านก่อน และยุทธศาสตร์ทุบรอบนอก หรือทุบข้างในให้น่วมก่อนกิน นี่ ดูเหมือนจะเป็นยุทธศาสตร์ยอดนิยมของค่ายตะวันตก
    อิรัคและซัดดัม จึงถูกเลือกเป็นทั้งเป้าหมายจริง และเป็นเป้าหมายหลอกในขณะเดียวกัน อเมริกาไม่เคยกินเด้งเดียว อเมริกาต้องการครอบครองอิรัค เพื่อเอาน้ำมัน และใช้เป็นสะพานเพื่อเข้าไปบุกซีเรียและอิหร่านอีกต่อหนึ่ง ขณะเดียวกัน ก็เป็นการตัดเส้นทางเลี้ยงกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ ของเลบานอน ที่อยู่ติดกับประตูหลังบ้านของอิสราเอล ที่ทั้งอิหร่านและซีเรียส่งเสียเลี้ยงดู เพื่ออิสราเอลจะได้ปลอดภัย เห็นความแสบ ซับซ้อนของอเมริกาไหมครับ
    แผนนี้ ถ้าสำเร็จ มันจะเป็นการทลายค่ายต่อต้านอเมริกาอย่างถาวร ได้ดูแลยิว และผ่ารัสเซียจากจีน เป็นการตัดตอน 2 ประเทศใหญ่ เตรียมก้าวไปครองโลก คิดแล้วน่าเคลิ้มใจ
    อเมริกา ยังฝันเฟื่องต่อไปอีกว่า เมื่อยึดอิรัค กำจัดซัดดัมแล้ว จะจัดให้อิรัคมีการเลือกตั้ง เป็นประชาธิปไตย ซึ่งจะทำให้อิรัค เป็นมิตรที่ดีของอิสราเอล คอยช่วยเหลืออิสราเอล และช่วยด่าซีเรีย กับด่าอิหร่าน เป็นการปูพื้น เตรียมการให้อเมริกาบุก 2 ประเทศนั้นต่อ ระหว่างที่อ่านย่อหน้านี้ จะได้อารมณ์มาก ถ้านึกถึงหน้าคาวบอยบุซ ไปด้วยนะครับ จะได้ซึ้งถึงฝันเฟื่องของคาวบอย ว่ามัน
    เห่ย ขนาดไหน
    อเมริกา ไม่ได้เพียงประเมินตัวเองผิด อเมริกายังประเมินคู่ต่อสู้ของตัวผิดอีกด้วย การบุกอิรัค จึงกลายเป็นเรื่องหายนะของอเม ริกา และเป็นหายนะของอิรัคด้วย เพราะตามสูตรของอเมริกา เมื่อครอบครองไม่ได้ ก็ทำลายเสีย แล้วอิรัค ก็กลายเป็นรัฐล้มเหลว เช่นเดียวกับลิเบีย และอื่นๆ
    สำหรับอเมริกา ในการจะบุกซีเรีย อเมริกาต้องใช้สูตรสำเร็จ เอาปูนป้ายหน้า
    อัสซาดก่อนว่า ไอ้หมอนี่เป็นผู้นำที่เลว เผด็จการ ขี้โกง ไร้มนุษยธรรม ฯลฯ เหมือนอย่างที้ป้ายหน้า ซัดดัม กัดดาฟี ทำนองนั้น สูตรสำเร็จนี้ คนอ่านนิทานท่องได้ จำขึ้นใจกันแล้วทั้งนั้น
    แต่สำหรับซีเรีย สูตรสำเร็จแค่นั้นคงไม่พอ เพราะซีเรียก็แหลมคม และมีเพื่อน
    แล้วในปี ค.ศ.2005 จึงเกิดเรื่องการวางระเบิดคาร์บอม ใส่ขบวนรถของนายราฟิค ฮาริริ Rafiq Hariri อดีตนายกรัฐมนตรีเลบานอน ข่าวบอกว่าเป็นฝีมือของกลุ่มเฮสบอลเลาะห์กองกำลังติดอาวุธของเลบานอน ที่อยู่คนละข้างกับกลุ่มของฮาริริ
    บังเอิญ ฮาริริ ดันเป็นคนที่ (มีคนสั่งให้) ซาอุ (จ่าย) สนับสนุนให้เป็นใหญ่ในเลบานอน เอาไว้เป็นหนาม อยู่กลางกลุ่มพวกอิหร่านและซีเรียในเลบานอน เรื่องมันจึงไม่ใช่การวางระเบิดระดับธรรมดา สื่อฟอกย้อม ลงข่าวว่า ซีเรียต้องรับผิดชอบ เพราะตอนนั้นซีเรีย ดูแลด้านความมั่นคงให้แก่เลบานอน ตามสัญญา Taif Accord
    แม้จะดมกลิ่นระเบิดไม่ได้จากมือไหน แต่คาร์บอมรายการนี้ ก็ค่อนข้างชัดว่า น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนป้ายสีให้อัสซาด นอกจากนี้ หัวหน้าอาหรับสายสุนนี่ โดยเฉพาะสุนนี่ในเลบานอน ต่างออกมาประสานเสียงกันว่า ซีเรียต้องรับผิดชอบในการลอบฆ่านี้ ผลสุดท้าย กองทัพซีเรียก็ต้องถอนกำลังออกไปจากเลบานอน และเลบานอนก็อยู่ในความดูแลของ กลุ่มเฮสบอลเลาะห์ กับกองกำลังที่เรียกว่า “กองกำลังร่วม 14 มีนา” ที่ตั้งขึ้นทันที ที่ ฮาริริ ถูกฆ่าตาย และไม่ถูกกับกลุ่มเฮสบอลเลาะห์
    เลบานอน ก็เริ่มมีความวุ่นวาย
    หลังจากนั้น เสียงไม่เอาซีเรีย ไม่เอาอัสซาด ก็เริ่มระบาดดังขึ้นในเลบานอน สื่อในเลบานอน ตีข่าวด่าซีเรียทุกวัน กองกำลังร่วม 14 มีนา ก็แข็งกร้าวขึ้นทุกวัน และกระดาษสีเขียวตรานกอินทรีย์ ปนกลิ่นแพะ ก็ปลิวว่อนในเลบานอน
    นี่คือจุดเริ่มต้นของการรวมกำลังโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด ที่มาจากสาระพัดพันธ์ุและสาระพัด เป้าหมาย
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    7 ต.ค. 2558
    ลองเชิง ตอนที่ 8 “ลองเชิง” ตอน 8 เขาว่ากันว่า สิ่งที่อเมริกาสนใจ และใส่ใจที่สุดในตะวันออกกลางคือ น้ำมัน กับอิสราเอลเท่านั้น ที่เถียงกันคือ ใน 2 สิ่ง อเมริกาห่วงสิ่งไหนมากกว่ากัน ที่เขาว่ากันแบบนั้น ก็คงไม่ผิดในเชิงการเมือง แต่ ในเชิงยุทธศาสตร์ ผมว่าอเมริกาคงสนใจแค่ 1 สิ่ง ในตะวันออกกลาง คืออเมริกา “จะต้องได้” ตะวันออกกลางทั้งหมดต่างหาก อย่างที่ผมเกริ่นมาในตอนก่อนๆ แต่อเมริกาจะกินตะวันออกกลางทั้งหมด อเมริกาก็ต้องวางแผนให้ดี เพราะห่วงว่าจะมีใครย้อนศร ส่วจรวดมาใส่ไข่แดงของอเมริกา ที่อยู่ในตะวันออกกลางคือ อิสราเอล จนเละทั้งใบ ไม่ใช่อเมริการักอิสราเอลมากนักหรอก แต่ยิวที่ขี่คอรัฐบาลอเมริกานั่นสิ ที่อเมริกาต้องห่วง และยิวในอเมริกาก็มีมากเสียด้วย เรียกดาราดังๆเชื้อสายยิวๆ มาเข้าฉากทั้งหมด รัฐบาลอเมริกันอาจพังง่ายๆ ตั้งแต่ผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับ ดาราตุ๊กตาทอง สื่อทุกรูปแบบ อยู่ในมือยิวเกือบทั้งนั้น อาวุธที่ทำให้อเมริกาเซได้ โดยไม่ต้องถล่มตลาดหุ้น หรือใช้จรวดยิง ก็คือ ใช้ดารากับสื่อนี่แหละครับ เอาหน้าเด่นๆ ผลัดกันมาออกรายการ ตีข่าวเข้าไปทุกวัน คนบ้าดารา เคลิ้มตาม เดี๋ยวก็ได้มีการลาออก หรือเปลี่ยนนโยบายกันให้เห็น แต่ไม่ได้หมายความว่า อเมริกาจะไม่มีวันทิ้งยิว … อัสซาด คนพ่อ Hafez Assad นั้น เป็นนักยุทธศาสตร์ตัวยง เหลี่ยมลึก มองไกล เขาดูแล้วว่า อิสราเอลเป็นจุดสำคัญที่สุดของตะวันออกกลาง ผมจึงชื่นชมอังกฤษ ไอ้ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้ายนักว่า มันสุดยอด(ชั่ว)จริงๆ ที่เอายิวไปอยู่ในตะวันออกกลางได้ และให้อยู่ในจุดนั้น ลองกลับไปดูแผนที่นะครับ และนึกถึงข้อตกลงของอังกฤษกับผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยว่า สมัยนั้น เขาตกลงแบ่งสมบัติกันอย่างไร สรุปว่า ประเทศที่มีทางออกสู่เมดิเตอร์เรเนียนทั้งหมดคือ ตุรกี ซีเรีย เลบานอน และอิสราเอล ยาวมาจนถึงอียิปต์ ตกอยู่ในความดูแลของอังกฤษกับพวก เพื่ออังกฤษและพวกจะได้คุมทางออกไปทะเล จำไว้นะครับ เรื่องการคุมทางออกทะเล เป็นยุทธศาสตร์สำคัญอันหนึ่ง แต่มาภายหลัง เมื่อตุรกี ซีเรีย เลบานอน ได้รับเอกราช สามารถปกครองบ้านเมืองตัวเองได้ โดยไม่ต้องฟังอังกฤษกับพวกแล้ว อเมริกาที่รับไม้ดูแลตะวันออกกลางต่อจากอังกฤษ จึงต้องทุ่มสร้างความมั่นคงให้กับอิสราเอล ไข่แดงของตัว และสร้างความมั่นคงให้อิยิปต์ด้วยในช่วงแรก เพื่อเป็นกำแพงพิงหลังให้อิสราเอล ขณะเดียวกัน อเมริกาก็พยายามซื้อเลบานอนอยู่หลายรอบ สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง อัสซาด คนพ่อ เห็นอย่างนั้นก็รู้ว่า อิสราเอล แม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่ถ้าอเมริกาเสริมเหล็กใ้ห้จนแข็งขนาดนั้น ต่อไปซีเรียจะเหนื่อย เขาจึงสนับสนุนให้มีการสร้างกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ในเลบานอน ที่อยู่ติดหลังบ้านอิสราเอลขึ้นมา ไว้เป็นด่านกั้นให้ซีเรียชั้นหนึ่งก่อน ส่วนเลบานอนก็ไม่ปฏิเสธ เพราะตัวเองยิ่งแย่ใหญ่ หน้าเกือบจะชนก้นอิสราเอลอยู่แล้ว และนี่ ก็เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้อิสราเอลเกลียดซีเรีย อย่างไม่มีวันเลิก กลับมาที่แผนชั่วของอเมริกาใน ตะวันออกกลาง ตัวละครใหญ่สำคัญที่สุด 3 รายคือ อิหร่าน อิสราเอล และซาอุดิอารเบีย นั้น อเมริกาจับมาอยู่ในมือแล้ว คือ 2 รายหลัง เหลือรายแรกคือ อิหร่าน ที่อเมริกาเพียรจับ แต่จับๆ หลุดๆ ตั้งแต่ช่วง ค.ศ.1950 กว่าๆ แต่ไม่เคยอยู่หมัดอยู่มือถาวร อเมริกาจึงต้องวางแผนใหม่อยู่เรื่อย จะครองโลก ไม่ใช่คิดวันนี้ ครองพรุ่งนี้ เขาวางแผนกันมาหลายสิบปี บางทีร้อยปี ก็มี จะต่อสู้หรือต่อต้าน ก็เช่นเดียวกัน เขาก็ต้องวางแผนนาน สนามซีเรีย ช่วงนี้จะนั่งดูรายวัน ก็ควรทำความเข้าใจก่อนว่า ใครเล่นอะไร ที่ไหน เพราะอะไร ไม่อย่างนั้น ก็แค่รู้ แต่ไม่เข้าใจ อเมริกาวางแผนที่จะกินอิหร่านหลายรูปแบบ รูปแบบสุดท้าย คือ เรื่องนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นละครซื้อเวลา แผนจริงรุ่นแรก ที่อเมริกาเดินเพื่อกินอิหร่าน คือ แผนบุกอิรัค ของเหยี่ยวกระหายเลือด คาวบอยบุช กับดิกเชนีย์ เมื่อ ปี ค.ศ.2003 ซึ่งเป็นไปตามแผนการจัดระเบียบโลกใหม่ New World Order ที่บุชตัวพ่อ ประกาศ ในปี ค.ศ.1991 เมื่อคิดว่า สหภาพโซเวียตล่มสลายตายสนิท แต่ภายหลัง ในช่วงประมาณปี ค.ศ.2000 ไอ้ที่คิดว่าตายสนิท ดันฟื้นเป็นรัสเซีย ที่ทำท่าจะเฟื่องต่อเสียด้วยซ้ำ และไอ้ที่คิดว่าดีแต่ค้าขายอย่างจีน ก็ทำท่าจะโตเร็วเกินไป แผนจัดการอิหร่าน เพื่อยึดตะวันออกกลาง และผ่ากลาง รัสเซียกับจีน จึงต้องรีบดำเนินการ แต่อยู่ดีๆ จะไปยึดอิหร่าน ที่ใหญ่เอาเรื่อง และก็ผูกสัมพันธ์กับรัสเซียมาตลอด คงไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะเซ่อซ่าวิ่งลุยเข้าไปง่ายๆ อเมริกาจึงคิดทุบรอบนอกอิหร่านก่อน และยุทธศาสตร์ทุบรอบนอก หรือทุบข้างในให้น่วมก่อนกิน นี่ ดูเหมือนจะเป็นยุทธศาสตร์ยอดนิยมของค่ายตะวันตก อิรัคและซัดดัม จึงถูกเลือกเป็นทั้งเป้าหมายจริง และเป็นเป้าหมายหลอกในขณะเดียวกัน อเมริกาไม่เคยกินเด้งเดียว อเมริกาต้องการครอบครองอิรัค เพื่อเอาน้ำมัน และใช้เป็นสะพานเพื่อเข้าไปบุกซีเรียและอิหร่านอีกต่อหนึ่ง ขณะเดียวกัน ก็เป็นการตัดเส้นทางเลี้ยงกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ ของเลบานอน ที่อยู่ติดกับประตูหลังบ้านของอิสราเอล ที่ทั้งอิหร่านและซีเรียส่งเสียเลี้ยงดู เพื่ออิสราเอลจะได้ปลอดภัย เห็นความแสบ ซับซ้อนของอเมริกาไหมครับ แผนนี้ ถ้าสำเร็จ มันจะเป็นการทลายค่ายต่อต้านอเมริกาอย่างถาวร ได้ดูแลยิว และผ่ารัสเซียจากจีน เป็นการตัดตอน 2 ประเทศใหญ่ เตรียมก้าวไปครองโลก คิดแล้วน่าเคลิ้มใจ อเมริกา ยังฝันเฟื่องต่อไปอีกว่า เมื่อยึดอิรัค กำจัดซัดดัมแล้ว จะจัดให้อิรัคมีการเลือกตั้ง เป็นประชาธิปไตย ซึ่งจะทำให้อิรัค เป็นมิตรที่ดีของอิสราเอล คอยช่วยเหลืออิสราเอล และช่วยด่าซีเรีย กับด่าอิหร่าน เป็นการปูพื้น เตรียมการให้อเมริกาบุก 2 ประเทศนั้นต่อ ระหว่างที่อ่านย่อหน้านี้ จะได้อารมณ์มาก ถ้านึกถึงหน้าคาวบอยบุซ ไปด้วยนะครับ จะได้ซึ้งถึงฝันเฟื่องของคาวบอย ว่ามัน เห่ย ขนาดไหน อเมริกา ไม่ได้เพียงประเมินตัวเองผิด อเมริกายังประเมินคู่ต่อสู้ของตัวผิดอีกด้วย การบุกอิรัค จึงกลายเป็นเรื่องหายนะของอเม ริกา และเป็นหายนะของอิรัคด้วย เพราะตามสูตรของอเมริกา เมื่อครอบครองไม่ได้ ก็ทำลายเสีย แล้วอิรัค ก็กลายเป็นรัฐล้มเหลว เช่นเดียวกับลิเบีย และอื่นๆ สำหรับอเมริกา ในการจะบุกซีเรีย อเมริกาต้องใช้สูตรสำเร็จ เอาปูนป้ายหน้า อัสซาดก่อนว่า ไอ้หมอนี่เป็นผู้นำที่เลว เผด็จการ ขี้โกง ไร้มนุษยธรรม ฯลฯ เหมือนอย่างที้ป้ายหน้า ซัดดัม กัดดาฟี ทำนองนั้น สูตรสำเร็จนี้ คนอ่านนิทานท่องได้ จำขึ้นใจกันแล้วทั้งนั้น แต่สำหรับซีเรีย สูตรสำเร็จแค่นั้นคงไม่พอ เพราะซีเรียก็แหลมคม และมีเพื่อน แล้วในปี ค.ศ.2005 จึงเกิดเรื่องการวางระเบิดคาร์บอม ใส่ขบวนรถของนายราฟิค ฮาริริ Rafiq Hariri อดีตนายกรัฐมนตรีเลบานอน ข่าวบอกว่าเป็นฝีมือของกลุ่มเฮสบอลเลาะห์กองกำลังติดอาวุธของเลบานอน ที่อยู่คนละข้างกับกลุ่มของฮาริริ บังเอิญ ฮาริริ ดันเป็นคนที่ (มีคนสั่งให้) ซาอุ (จ่าย) สนับสนุนให้เป็นใหญ่ในเลบานอน เอาไว้เป็นหนาม อยู่กลางกลุ่มพวกอิหร่านและซีเรียในเลบานอน เรื่องมันจึงไม่ใช่การวางระเบิดระดับธรรมดา สื่อฟอกย้อม ลงข่าวว่า ซีเรียต้องรับผิดชอบ เพราะตอนนั้นซีเรีย ดูแลด้านความมั่นคงให้แก่เลบานอน ตามสัญญา Taif Accord แม้จะดมกลิ่นระเบิดไม่ได้จากมือไหน แต่คาร์บอมรายการนี้ ก็ค่อนข้างชัดว่า น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนป้ายสีให้อัสซาด นอกจากนี้ หัวหน้าอาหรับสายสุนนี่ โดยเฉพาะสุนนี่ในเลบานอน ต่างออกมาประสานเสียงกันว่า ซีเรียต้องรับผิดชอบในการลอบฆ่านี้ ผลสุดท้าย กองทัพซีเรียก็ต้องถอนกำลังออกไปจากเลบานอน และเลบานอนก็อยู่ในความดูแลของ กลุ่มเฮสบอลเลาะห์ กับกองกำลังที่เรียกว่า “กองกำลังร่วม 14 มีนา” ที่ตั้งขึ้นทันที ที่ ฮาริริ ถูกฆ่าตาย และไม่ถูกกับกลุ่มเฮสบอลเลาะห์ เลบานอน ก็เริ่มมีความวุ่นวาย หลังจากนั้น เสียงไม่เอาซีเรีย ไม่เอาอัสซาด ก็เริ่มระบาดดังขึ้นในเลบานอน สื่อในเลบานอน ตีข่าวด่าซีเรียทุกวัน กองกำลังร่วม 14 มีนา ก็แข็งกร้าวขึ้นทุกวัน และกระดาษสีเขียวตรานกอินทรีย์ ปนกลิ่นแพะ ก็ปลิวว่อนในเลบานอน นี่คือจุดเริ่มต้นของการรวมกำลังโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด ที่มาจากสาระพัดพันธ์ุและสาระพัด เป้าหมาย สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 7 ต.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 643 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลองเชิง ตอนที่ 6

    “ลองเชิง”
    ตอน 6
    รู้จักหน้าตาภูมิหลังอย่างสังเขปของดาราใหญ่ ดาราเล็กในตะวันออกกลางกันบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าแต่ละรายนั้น เกี่ยวข้องกับซีเรีย ที่กำลังจะเป็นฉากสำคัญของโลกขนาดไหน พิษมากเผ็ดร้อน อย่างไร
    แน่นอน ตัวการใหญ่คงไม่พ้นอเมริกาหรอก ในช่วง 60 -70 ปีนี้ ความวิบัติฉิบหายในโลกนี้ รายการไหนบ้าง ที่ไม่มีอเมริกา มีส่วนสร้าง เสริม หรือเสี้ยม
    เมื่อแรกที่อเมริกาจับมือกับกษัตริย์ อับดุล อาซิส ผู้สถาปนาราชวงค์ อัล ซาอูดของซาอุดิอารเบีย ใน ช่วงประมาณปี ค.ศ.1930 กว่าๆนั้น อเมริกา ไม่ได้มีมุมมอง หรือมุมคิด เกี่ยวกับศาสนาอิสลามอยู่ในหัวเลย อเมริกาคิดแต่จะขุดน้ำมันซาอุมาขายให้รวยจ้ำบะไปเลยเท่านั้น กับ (จำใจ) รับปากจะช่วยดูแลด้านความมั่นคงของซาอุดิอารเบียให้ จริงๆก็คือ ดูแลบ่อน้ำมันซาอุ ไม่ให้มีใครมายุ่ง มาแย่งไปจากตัวเท่านั้นเอง และอเมริกาก็ทำอย่างนั้นมาหลายปี ทั้งเจ้าของบ่อ ทั้งคนขุด คนขาย ต่างก็มีความสุขเพลิดเพลินกับการนับกระดาษสีเขียว ตรานกอินทรีย์
    อเมริกา ซาอุ นับกระดาษสีเขียวตรานกอินทรีย์เพลินอยู่นานหลายสิบปี แม้ไม่รักกัน แต่ก็เหมือนคู่แต่งงาน ที่อยู่ด้วยกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่ายจนถึงประมาณ ค.ศ.1990 กว่า รัสเซียดันเข้าใปเดินเล่นในอาฟกานิสถาน เอะ รัสเซียทะลึ่งเข้ามาทำไม อเมริกาทนไม่ได้ รัสเซียกำลังจะมาทำอะไรในอาฟกานิสาน จะมาคุกคามกันหรือไง จริงๆ อาฟกานิสถานก็ไกลกับบ้านอเมริกาแยะนะ แล้วก็ไม่ได้ใกล้กับบ่อน้ำมันของซาอุด้วย แต่ อเมริกาก็ไม่พอใจ แค่ได้ยินชื่อรัสเซีย อเมริกาก็ไม่พอใจแล้ว อย่าลืมว่า อาฟกานิสถานอุดมไปด้วยแหล่งแร่มีค่าขนาดไหน
    อเมริกาต้องหาทางไล่รัสเซียออกไปให้ได้ วิธีการไหนล่ะ ที่จะไล่รัสเซียได้
    อ้อ ลัทธิคอมมิวนิสม์ไง มันจะทำให้กระทบกับความมั่นคงของซาอุดิอารเบีย ที่เคร่งศาสนาได้นะ อย่างนี้ ก็เข้าทาง นายซบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinzki ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของอเมริกาขณะนั้น ที่ฝันจะสร้างแผนกินโลก ให้กับอเมริกามานานแล้ว
    เบรซินสกี้ เป็นคนที่เชื่อทฤษฏีครูแมค เรื่องการครองโลกโดยครองยูเรเซีย อย่างอย่างคลั่งไคล้ เขาเขียนถึงเรื่องยูเรเซียนี้ไว้ในหนังสือเรื่อง The Grand Chess Board กระดานหมากรุกโลก ซึ่งบอกแนวทางว่า อเมริกาจะต้องทำอย่างไร ในการจะครองโลกอย่างเบ็ดเสร็จ หนึ่งในสิ่งที่อเมริกาจะต้องทำคือ หาทางและวางยุทธศาสตร์ที่จะครอบครองยูเรเซีย นักภูมิศาสตร์การเมืองระดับโลกถึงกับบอกกันว่า หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่ “ต้องอ่าน” และนโยบายต่างประเทศของอเมริกา ตั้งแต่ ค.ศ.1990 เป็นต้นมา ก็ดูเหมือนจะไม่หลุดจากแนวความคิดของไอ้หมอนี่ และการรุกราน การปิดล้อม การดักเส้นทางรัดคอ ต่างๆ ที่ผมเอามาเล่าไว้ในนิทานเรื่อง “แผนชั่ว” ก็มีรากฐานมาจากความคิดของเขาเป็นส่วนมาก เพราะฉะนั้น จำชื่อเขาไว้ให้ดีๆ จะเผาพริกเผ่าเกลือด่า จะได้ไม่ผิดตัว
    เบรซินสกี้วางแผน ตั้งกองกำลังนักรบพลีชีพ จีฮาร์ด รุ่นแรก โดยตระเวนคุยกับซาอุดิอารเบีย ปากีสถาน และอาฟกานิสถาน เขาบอกกับกลุ่มนักรบว่า พระเจ้าคงพอใจ ที่พวกคุณจะได้ทำลายพวกคอมมิวนิสต์รัสเซีย ที่กำลังจะเข้ามาทำลายศาสนาของคุณ
    จี้จุดกันแบบนี้ ซาอุ ก็ตาเหลือก รีบจัดส่งพระเอกมาให้เบรซินสกี้ทันที อูซซามะ บิน ลาเดน มหาเศรษฐีหนุ่มศรัทธาแรง แห่งซาอุดิอารเบีย บอกกับอเมริกาว่า ได้เลย เราพร้อมทุกรูปแบบ เราพร้อมที่จะทิ้งบ้านที่ใหญ่ยังกับวัง และทรัพย์สมบัติมหาศาลของเรา เพื่อทุ่มเททำงานให้ศาสดาของเรา
    แล้วอเมริกาก็จัดการฝึก บิน ลาเดน และพรรคพวกอย่างจัดเต็ม พร้อมส่งอาวุธครบเครื่อง และกลุ่มอัลไคด้า หรืออัลกออิดะ ก็ถือกำเนิด บิน ลาเดน รวบรวมอิสลามหัวรุนแรงนักสู้จากทั่วโลก สร้างกองกำลัง เพื่อต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ ศัตรูของศาสนาอิสลาม ตามการแปลพระคัมภีร์ของพวกหัวรุนแรง หรือตามที่อเมริกายุ ผมไม่แน่ใจ
    เมื่ออเมริกา เตรียมทำสงครามพายุทะเลทราย Desert Storm เพื่อไล่ซัดดัม
    ที่ไปบุกคูเวต รัฐบาลซาอุ อนุญาตให้กองทัพอเมริกันเคลื่อนพล ผ่านเข้ามาในแผ่นดินซาอุดิอารเบียได้ ข่าวนี้ทำให้ บิน ลาเดน ขัดใจมาก พวกคริสเตียน จะมาเหยียบย่ำบนแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ ของอิสลามได้อย่างไร
    บิน ลาเดน ประท้วงเรื่องนี้ต่อราชวงศ์ซาอุ ที่หนุนให้เขาไปทำงานกับอเมริกา ราชวงค์บอก ไม่ต้องห่วง เราจะไม่ให้พวกนอกศาสนาก้าวเข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แน่นอน ( คือ เมือง เมกกะ เมดินา และฮิจาส) และพวกเขาจะออกไปจากแผ่นดินเรา เมื่อการรบกับอิรัคเสร็จสิ้น
    แต่แล้ว ก็ไม่มีคำสั่งจากทางซาอุ ให้กองทัพอเมริกันถอนกลับออกไป และบิน ลาเดน กลับกลายเป็นบุคคลต้องห้าม ไม่ให้เข้าซาอุดิอารเบียเสียเอง บิน ลาเดน กับพวก จึงเบนเป้าไปที่อเมริกาแทน จากเป็นเด็กฝึกของอเมริกา กลับกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของอเมริกา แต่ บิน ลาเดนไม่เดือดร้อน เขาใช้สมบัติมหาศาลของตัวเอง มาเป็นทุนสู้กับอเมริกาอีกต่ออย่างเข้มข้น
    และแม้ไม่มีใครรู้แน่ว่า การถล่มตึกเวิลด์เทรดเป็นฝีมือใคร อเมริกากับอัลไคด้า ก็ประกาศตัดขาดกัน และต่างก็ต่อสู้กันอย่างเต็มที่ ทั้งในอาฟกานิสถาน และอิรัค
    อเมริกาโง่เง่า หรือใหญ่ยิ่ง จนไม่สนใจใส่ใจกับศาสนา ประเพณี และความรู้สึกของผู้อื่น
    ในปี ค.ศ.2003 เมื่อกองทัพของอเมริกาบุกเข้าไปถึงเมืองนาจาฟ เมืองสำคัญทางศาสนาของมุสลิมชีอะ เมื่อรถถังอเมริกันเคลื่อนเข้ามา ชาวบ้านไชโยโห่ร้องต้อนรับ แต่รถถังของอเมริกาก็วิ่งไปเรื่อยๆ เข้าไปในเขตสุเหร่าของอิหม่ามสูงสุดของนิกายชีอะ แม้ชาวบ้านจะตะโกนห้าม รถถังก็ยังวิ่งต่อ ในที่สุดชาวบ้านทนไม่ไหว พากันโดดลงไปนอนขวางไม่ให้รถวิ่งต่อ นี่คืออเมริกา
    อเมริกาทำพลาดเรื่อง อัลไคด้ามาแล้ว แต่อเมริกาหัวทึบ ไม่รู้จักจำ หรือไม่สนใจจำ อเมริกาทำซ้ำอีก ไม่ว่าพวกอิสลามหัวรุนแรง จะเรียกตัวเองว่าอัลไคด้า ตาลีบัน ไอซิส อัล นัสรา มูจาฮีดีน วาห์ฮะบี หรือชื่อใดก็ตาม พวกเขาก็เหมือนกันทั้งนั้น พวกเขามาจากความเคร่ง และการแปลความของพระคัมภีร์ในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีทั้งผู้สนับสนุน และเห็นต่าง
    ขบวนการต่อต้านรัฐบาลอัสซาด ก็เช่นเดียวกัน มันเริ่มจากการรวมตัวกันหลวมๆ ของพวกมุสลิมเคร่งครัด ที่เกลียดซีเรีย ภายใต้การปกครองของ บาชาร์ อัล อัสซาด Bashar Al-Assad ที่กล่าวกันว่า ไม่เคร่งศาสนา แล้วพวกมุสลิมเคร่งครัด ก็มาจับมืออีกต่อหนึ่ง กับพวก ศัตรู ที่ดูเหมือนจะมีไม่น้อย ของ อัสซาดที่ปกครองซีเรีย ตั้งแต่คนพ่อมาถึงคนลูกในปัจจุบัน
    ใครบ้างล่ะ ที่เห็นอัสซาด พ่อ ลูก เป็นศัตรูตัวร้าย นอกเหนือจากกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงต่างๆ
    เริ่มมาตั้งแต่อิสราเอล (ที่ไม่พอใจซีเรีย ที่ไปให้การสนับสนุนกลุ่ม เฮสบอลเลาะห์ ที่เป็นศัตรูของอิสราเอล) เสี่ยปั้มใหญ่ปั้มเล็ก ( เพราะซีเรียเป็นเพื่อนซี้กับอิหร่าน ที่พวกเสี่ยปั้มเกลียด) ตุรกี ( เพราะความเข้มแข็งของซีเรีย ขวางเส้นทางสู่ความฝันของ เอร์โดกานที่หวังจะเป็นสุลต่านยุคใหม่แห่งตุรกี)
    และที่สำคัญ คือ กองกำลังร่วมที่ 14 มีนา ของพวกเลบานอน (ที่กล่าวหาว่า ซีเรีย มีส่วนในการลอบฆ่า ราฟิก อัล ฮาริริ Rafiq Al-Hariri อดีตนายกรัฐมนตรีของเลบานอน) กับ อีกกลุ่มที่แปลก คือ กลุ่มคริสเตียนขวาจัด ซึ่ง มาจับมือกับพวกนักรบมุสลิม
    ความหลากหลาย ของผู้ที่มารวมกลุ่มต่อต้านซีเรีย หรือซีเรียที่ปกครองโดย
    อัสซาด จึงสะท้อนให้เห็นเป้าหมายของการประท้วง ที่หลากหลายเช่นเดียวกัน
    คงมีใครทำให้พวกเขาเข้าใจว่า การต่อต้าน หรือการขับไล่อัสซาด คงใช้เวลาเวลาไม่นาน และเมื่ออัสซาดถูกขับไล่ไป กลุ่มมุสลิมก็จะได้มาปกครองซีเรียแทน พวกเขาไม่ได้เตรียมตัว และเตรียมการณ์สำหรับการรบยืดเยื้อ และการแตกแยกในกลุ่มพวกกันเอง นับเป็นการประเมินอัสซาด และซีเรีย อย่างผิดพลาดยิ่งของผู้วางแผน
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    5 ต.ค. 2558
    ลองเชิง ตอนที่ 6 “ลองเชิง” ตอน 6 รู้จักหน้าตาภูมิหลังอย่างสังเขปของดาราใหญ่ ดาราเล็กในตะวันออกกลางกันบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าแต่ละรายนั้น เกี่ยวข้องกับซีเรีย ที่กำลังจะเป็นฉากสำคัญของโลกขนาดไหน พิษมากเผ็ดร้อน อย่างไร แน่นอน ตัวการใหญ่คงไม่พ้นอเมริกาหรอก ในช่วง 60 -70 ปีนี้ ความวิบัติฉิบหายในโลกนี้ รายการไหนบ้าง ที่ไม่มีอเมริกา มีส่วนสร้าง เสริม หรือเสี้ยม เมื่อแรกที่อเมริกาจับมือกับกษัตริย์ อับดุล อาซิส ผู้สถาปนาราชวงค์ อัล ซาอูดของซาอุดิอารเบีย ใน ช่วงประมาณปี ค.ศ.1930 กว่าๆนั้น อเมริกา ไม่ได้มีมุมมอง หรือมุมคิด เกี่ยวกับศาสนาอิสลามอยู่ในหัวเลย อเมริกาคิดแต่จะขุดน้ำมันซาอุมาขายให้รวยจ้ำบะไปเลยเท่านั้น กับ (จำใจ) รับปากจะช่วยดูแลด้านความมั่นคงของซาอุดิอารเบียให้ จริงๆก็คือ ดูแลบ่อน้ำมันซาอุ ไม่ให้มีใครมายุ่ง มาแย่งไปจากตัวเท่านั้นเอง และอเมริกาก็ทำอย่างนั้นมาหลายปี ทั้งเจ้าของบ่อ ทั้งคนขุด คนขาย ต่างก็มีความสุขเพลิดเพลินกับการนับกระดาษสีเขียว ตรานกอินทรีย์ อเมริกา ซาอุ นับกระดาษสีเขียวตรานกอินทรีย์เพลินอยู่นานหลายสิบปี แม้ไม่รักกัน แต่ก็เหมือนคู่แต่งงาน ที่อยู่ด้วยกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่ายจนถึงประมาณ ค.ศ.1990 กว่า รัสเซียดันเข้าใปเดินเล่นในอาฟกานิสถาน เอะ รัสเซียทะลึ่งเข้ามาทำไม อเมริกาทนไม่ได้ รัสเซียกำลังจะมาทำอะไรในอาฟกานิสาน จะมาคุกคามกันหรือไง จริงๆ อาฟกานิสถานก็ไกลกับบ้านอเมริกาแยะนะ แล้วก็ไม่ได้ใกล้กับบ่อน้ำมันของซาอุด้วย แต่ อเมริกาก็ไม่พอใจ แค่ได้ยินชื่อรัสเซีย อเมริกาก็ไม่พอใจแล้ว อย่าลืมว่า อาฟกานิสถานอุดมไปด้วยแหล่งแร่มีค่าขนาดไหน อเมริกาต้องหาทางไล่รัสเซียออกไปให้ได้ วิธีการไหนล่ะ ที่จะไล่รัสเซียได้ อ้อ ลัทธิคอมมิวนิสม์ไง มันจะทำให้กระทบกับความมั่นคงของซาอุดิอารเบีย ที่เคร่งศาสนาได้นะ อย่างนี้ ก็เข้าทาง นายซบิกเนียฟ เบรซินสกี้ Zbigniew Brzezinzki ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของอเมริกาขณะนั้น ที่ฝันจะสร้างแผนกินโลก ให้กับอเมริกามานานแล้ว เบรซินสกี้ เป็นคนที่เชื่อทฤษฏีครูแมค เรื่องการครองโลกโดยครองยูเรเซีย อย่างอย่างคลั่งไคล้ เขาเขียนถึงเรื่องยูเรเซียนี้ไว้ในหนังสือเรื่อง The Grand Chess Board กระดานหมากรุกโลก ซึ่งบอกแนวทางว่า อเมริกาจะต้องทำอย่างไร ในการจะครองโลกอย่างเบ็ดเสร็จ หนึ่งในสิ่งที่อเมริกาจะต้องทำคือ หาทางและวางยุทธศาสตร์ที่จะครอบครองยูเรเซีย นักภูมิศาสตร์การเมืองระดับโลกถึงกับบอกกันว่า หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่ “ต้องอ่าน” และนโยบายต่างประเทศของอเมริกา ตั้งแต่ ค.ศ.1990 เป็นต้นมา ก็ดูเหมือนจะไม่หลุดจากแนวความคิดของไอ้หมอนี่ และการรุกราน การปิดล้อม การดักเส้นทางรัดคอ ต่างๆ ที่ผมเอามาเล่าไว้ในนิทานเรื่อง “แผนชั่ว” ก็มีรากฐานมาจากความคิดของเขาเป็นส่วนมาก เพราะฉะนั้น จำชื่อเขาไว้ให้ดีๆ จะเผาพริกเผ่าเกลือด่า จะได้ไม่ผิดตัว เบรซินสกี้วางแผน ตั้งกองกำลังนักรบพลีชีพ จีฮาร์ด รุ่นแรก โดยตระเวนคุยกับซาอุดิอารเบีย ปากีสถาน และอาฟกานิสถาน เขาบอกกับกลุ่มนักรบว่า พระเจ้าคงพอใจ ที่พวกคุณจะได้ทำลายพวกคอมมิวนิสต์รัสเซีย ที่กำลังจะเข้ามาทำลายศาสนาของคุณ จี้จุดกันแบบนี้ ซาอุ ก็ตาเหลือก รีบจัดส่งพระเอกมาให้เบรซินสกี้ทันที อูซซามะ บิน ลาเดน มหาเศรษฐีหนุ่มศรัทธาแรง แห่งซาอุดิอารเบีย บอกกับอเมริกาว่า ได้เลย เราพร้อมทุกรูปแบบ เราพร้อมที่จะทิ้งบ้านที่ใหญ่ยังกับวัง และทรัพย์สมบัติมหาศาลของเรา เพื่อทุ่มเททำงานให้ศาสดาของเรา แล้วอเมริกาก็จัดการฝึก บิน ลาเดน และพรรคพวกอย่างจัดเต็ม พร้อมส่งอาวุธครบเครื่อง และกลุ่มอัลไคด้า หรืออัลกออิดะ ก็ถือกำเนิด บิน ลาเดน รวบรวมอิสลามหัวรุนแรงนักสู้จากทั่วโลก สร้างกองกำลัง เพื่อต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ ศัตรูของศาสนาอิสลาม ตามการแปลพระคัมภีร์ของพวกหัวรุนแรง หรือตามที่อเมริกายุ ผมไม่แน่ใจ เมื่ออเมริกา เตรียมทำสงครามพายุทะเลทราย Desert Storm เพื่อไล่ซัดดัม ที่ไปบุกคูเวต รัฐบาลซาอุ อนุญาตให้กองทัพอเมริกันเคลื่อนพล ผ่านเข้ามาในแผ่นดินซาอุดิอารเบียได้ ข่าวนี้ทำให้ บิน ลาเดน ขัดใจมาก พวกคริสเตียน จะมาเหยียบย่ำบนแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ ของอิสลามได้อย่างไร บิน ลาเดน ประท้วงเรื่องนี้ต่อราชวงศ์ซาอุ ที่หนุนให้เขาไปทำงานกับอเมริกา ราชวงค์บอก ไม่ต้องห่วง เราจะไม่ให้พวกนอกศาสนาก้าวเข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แน่นอน ( คือ เมือง เมกกะ เมดินา และฮิจาส) และพวกเขาจะออกไปจากแผ่นดินเรา เมื่อการรบกับอิรัคเสร็จสิ้น แต่แล้ว ก็ไม่มีคำสั่งจากทางซาอุ ให้กองทัพอเมริกันถอนกลับออกไป และบิน ลาเดน กลับกลายเป็นบุคคลต้องห้าม ไม่ให้เข้าซาอุดิอารเบียเสียเอง บิน ลาเดน กับพวก จึงเบนเป้าไปที่อเมริกาแทน จากเป็นเด็กฝึกของอเมริกา กลับกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของอเมริกา แต่ บิน ลาเดนไม่เดือดร้อน เขาใช้สมบัติมหาศาลของตัวเอง มาเป็นทุนสู้กับอเมริกาอีกต่ออย่างเข้มข้น และแม้ไม่มีใครรู้แน่ว่า การถล่มตึกเวิลด์เทรดเป็นฝีมือใคร อเมริกากับอัลไคด้า ก็ประกาศตัดขาดกัน และต่างก็ต่อสู้กันอย่างเต็มที่ ทั้งในอาฟกานิสถาน และอิรัค อเมริกาโง่เง่า หรือใหญ่ยิ่ง จนไม่สนใจใส่ใจกับศาสนา ประเพณี และความรู้สึกของผู้อื่น ในปี ค.ศ.2003 เมื่อกองทัพของอเมริกาบุกเข้าไปถึงเมืองนาจาฟ เมืองสำคัญทางศาสนาของมุสลิมชีอะ เมื่อรถถังอเมริกันเคลื่อนเข้ามา ชาวบ้านไชโยโห่ร้องต้อนรับ แต่รถถังของอเมริกาก็วิ่งไปเรื่อยๆ เข้าไปในเขตสุเหร่าของอิหม่ามสูงสุดของนิกายชีอะ แม้ชาวบ้านจะตะโกนห้าม รถถังก็ยังวิ่งต่อ ในที่สุดชาวบ้านทนไม่ไหว พากันโดดลงไปนอนขวางไม่ให้รถวิ่งต่อ นี่คืออเมริกา อเมริกาทำพลาดเรื่อง อัลไคด้ามาแล้ว แต่อเมริกาหัวทึบ ไม่รู้จักจำ หรือไม่สนใจจำ อเมริกาทำซ้ำอีก ไม่ว่าพวกอิสลามหัวรุนแรง จะเรียกตัวเองว่าอัลไคด้า ตาลีบัน ไอซิส อัล นัสรา มูจาฮีดีน วาห์ฮะบี หรือชื่อใดก็ตาม พวกเขาก็เหมือนกันทั้งนั้น พวกเขามาจากความเคร่ง และการแปลความของพระคัมภีร์ในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีทั้งผู้สนับสนุน และเห็นต่าง ขบวนการต่อต้านรัฐบาลอัสซาด ก็เช่นเดียวกัน มันเริ่มจากการรวมตัวกันหลวมๆ ของพวกมุสลิมเคร่งครัด ที่เกลียดซีเรีย ภายใต้การปกครองของ บาชาร์ อัล อัสซาด Bashar Al-Assad ที่กล่าวกันว่า ไม่เคร่งศาสนา แล้วพวกมุสลิมเคร่งครัด ก็มาจับมืออีกต่อหนึ่ง กับพวก ศัตรู ที่ดูเหมือนจะมีไม่น้อย ของ อัสซาดที่ปกครองซีเรีย ตั้งแต่คนพ่อมาถึงคนลูกในปัจจุบัน ใครบ้างล่ะ ที่เห็นอัสซาด พ่อ ลูก เป็นศัตรูตัวร้าย นอกเหนือจากกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงต่างๆ เริ่มมาตั้งแต่อิสราเอล (ที่ไม่พอใจซีเรีย ที่ไปให้การสนับสนุนกลุ่ม เฮสบอลเลาะห์ ที่เป็นศัตรูของอิสราเอล) เสี่ยปั้มใหญ่ปั้มเล็ก ( เพราะซีเรียเป็นเพื่อนซี้กับอิหร่าน ที่พวกเสี่ยปั้มเกลียด) ตุรกี ( เพราะความเข้มแข็งของซีเรีย ขวางเส้นทางสู่ความฝันของ เอร์โดกานที่หวังจะเป็นสุลต่านยุคใหม่แห่งตุรกี) และที่สำคัญ คือ กองกำลังร่วมที่ 14 มีนา ของพวกเลบานอน (ที่กล่าวหาว่า ซีเรีย มีส่วนในการลอบฆ่า ราฟิก อัล ฮาริริ Rafiq Al-Hariri อดีตนายกรัฐมนตรีของเลบานอน) กับ อีกกลุ่มที่แปลก คือ กลุ่มคริสเตียนขวาจัด ซึ่ง มาจับมือกับพวกนักรบมุสลิม ความหลากหลาย ของผู้ที่มารวมกลุ่มต่อต้านซีเรีย หรือซีเรียที่ปกครองโดย อัสซาด จึงสะท้อนให้เห็นเป้าหมายของการประท้วง ที่หลากหลายเช่นเดียวกัน คงมีใครทำให้พวกเขาเข้าใจว่า การต่อต้าน หรือการขับไล่อัสซาด คงใช้เวลาเวลาไม่นาน และเมื่ออัสซาดถูกขับไล่ไป กลุ่มมุสลิมก็จะได้มาปกครองซีเรียแทน พวกเขาไม่ได้เตรียมตัว และเตรียมการณ์สำหรับการรบยืดเยื้อ และการแตกแยกในกลุ่มพวกกันเอง นับเป็นการประเมินอัสซาด และซีเรีย อย่างผิดพลาดยิ่งของผู้วางแผน สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 5 ต.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 610 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลองเชิง ตอนที่ 4

    “ลองเชิง”
    ตอน 4
    ตุรกี นกหลายหัว จอมพริ้ว ดูเหมือนจะเป็นประเทศที่ได้ประโยชน์มากที่สุด จากเทศกาลอาหรับสปริง ก่อนปี ค.ศ.2011 ตุรกี ก็ไม่ค่อยมีปัญหากับเพื่อนบ้านเท่าไหร่ และตุรกีค่อยๆขยายฐานการเมือง การค้าขาย และวัฒนธรรมของตัวเองไปอย่างเงียบๆมาตลอดเวลา รับปากไปทั่ว และมักจะเลือกยืนถูกข้างในความขัดแย้ง คือข้างที่กำลังได้เปรียบ
    นายรอญับ ตอยยิบ เอร์โดกาน (Recep Tayyip Erdogan) ที่เป็นนายกรัฐมนตรีของตุรกีขณะนั้น เป็นผู้นำต่างประเทศรายแรก ที่กระซิบดังๆ บอกให้ มูบารัค ของอิยิปต์ เก็บของลาออก กลับไปเลี้ยงหลานที่บ้านได้แล้ว และเขายังเป็นผู้นำต่างชาติคนแรกๆ อีกเหมือนกัน ที่หันหลังให้กับกัดดาฟี ของลิเบีย เมื่อกัดดาฟีถูกกลุ่มกบฏไล่ล่า ไม่ต่างกับที่เขาหันหลังให้อัสสาด ของซีเรียในตอนแรก เมื่อซีเรียเริ่มมีปัญหา
    แต่ เอร์โดกาน เป็นนักการเมืองที่เก๋า เขี้ยวยาว ไม่เสียชื่อเป็นนกหลายหัว เขาเริ่มค่อยๆถอยห่างจากอเมริกาสัก ประมาณ 2 ปีมานี้ และตั้งแต่ถอยห่าง การประท้วงสาระพัดในตุรกี ก็เกิดขึ้นตามสูตร แต่ตุรกีคงมองเห็นว่า ฝ่ายไหนกันแน่ที่กำลังจะได้เปรียบ ทั้งในซีเรีย และตะวันออกกลาง วันนี้ดูเหมือนเขาเลือกข้างแล้ว เป็นข้างที่ไม่ใช่อเมริกาเป็นผู้นำ แต่ก็ยังอึกอักว่าไม่รักอัสซาดของซีเรีย แต่ตอนนี้พวกลูกพี่ที่ตัวมาเกาะใหม่ เขากำลังจะมาช่วยอัสซาด ตุรกี จึงกำลังมึนหัว แต่สงสัยจะสายไปแล้วนะ จะกลับเป็นนกหลายหัวอีก อาจจะไม่เหลือสักหัว
    อีกรายที่ได้ประโยชน์ กระโดดข้ามมาอยู่แถวหน้า ทั้งๆที่เป็นประเทศเล็ก คือ การ์ต้า ซึ่งเริ่มเบ่งรัศมีของตนมาก่อน ค.ศ.2011 ไม่นาน ด้วยการยอมให้อเมริกามาตั้งฐานทัพในประเทศตัว และเมื่อน้ำมันบูม การ์ต้าที่พลเมืองน้อย แต่รวยน้ำมัน ก็เลยกระเป๋าบวมไปด้วย การ์ต้าใช้ความเป็นเสี่ยปั้มรุ่นเล็ก แต่มาแรง บวกกับการตั้งสื่อ อัลจาซีรา Al-Jazeera ของตน กระจายเสียง โฆษณาตัวเอง จนดังไปทั่วโลก คนวางแผนเก่งครับ
    รัฐบาลการ์ต้าเป็นรายแรกๆ ที่ขยับขาอ้าแขนรับเทศกาลอาหรับสปริง อัลจาซีรา รายงานแบบเอียงไปเอียงมา ไม่ต่างกับซีเอนเอน ในเรื่องของกัดดาฟีของลิเบียและอัสสาดของซีเรีย เขาเล่นตีกันเป็นระนาดวง กับซีเอนเอน บีบีซี เอาซะทั้ง กัดดาฟีและอัสซาด เป็นเผด็จการจอมโหดสมควรตาย
    แต่เมื่อบาห์เรนเพื่อนบ้านค่ายเดียวกัน มีปัญหาภายใน เรื่องราวก็คล้ายกัน อัลจาซีรา เกิดเป็นใบ้ หลอดขาด จานดาวเทียมส่งสัญญาณไม่ได้เสียอย่างนั้น ตอนอัลจาซีรา ตั้งขึ้นมาใหม่ๆ ใครไม่อ้างแหล่งข่าวอัลจาซีรานี่เชยสะบั้น แต่ตอนนี้ ใครอ้างอัลจาซีรา ผมว่าไม่เชยนะ แต่ง่าวจัด
    ถึงจะเป็นประเทศเล็ก แต่เงินแยะ และมีสื่อใหญ่ระดับโลกอยู่ในมือ การ์ต้า จึงคิดพองตัว สนับสนุนทั้งเงินทุนและกองกำลัง ไปร่วมโค่นกัดดาฟี และโค่นรัฐบาลในตูนีเซีย หวังให้รัฐบาลใหม่ของ 2 ประเทศ นับตนเองเป็นลูกพี่ เรียนเร็วนะไอ้หนู
    ส่วนประเทศที่ย่อยยับ ไปกับเทศกาลอาหรับสปริง ไม่มีใครเกินอียิปต์ รองมาก็คือซีเรีย และอีกประเทศที่กำลังเหงื่อแตก รีบปรับกระบวนท่าของตัวเองคือ อิสราเอล
    อาหรับสปริง เป็นตัวอย่างของการเดินแผนของอเมริกาในตะวันออกกลาง ที่แย่ที่สุด หรือเยี่ยมที่สุด ที่เราจะต้องค่อยๆดูกันต่อไป
    อิยิปต์ นับเป็นมิตรระดับสำคัญของอเมริกามานานนับ 70 ปี นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 สถานทูตอเมริกาในอิยิปต์ ช่วงหนึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก ย้อนไปก่อนนั้น อิยิปต์ก็มีความหมายมากกับมหา อำนาจตะวันตกอย่างอังกฤษ เช่นเดียวกัน ถึงเวลาหมดประโยชน์ หรือไม่ต้องการใช้ หรือมีแผนใหม่ อเมริกาก็ไล่ มูบารัค ประธานาธิบดีอิยิปต์ ที่อเมริกาใช้เหมือนพรมเช็ดเท้าให้เก็บของออกไปจากทำเนียบ ไม่ได้ออกไปกลับบ้าน แต่ออกไปนอนในคุกอีกด้วย รอดมาจากการโดนตัดสินประหารชีวิต นี่ก็บุญแล้ว แล้วอิยิปต์ ประเทศที่มีวัฒนธรรมอันยาวนาน เป็นประเทศในความฝันของคนที่อยากเห็นแหล่งอารยะธรรม ที่เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ก็เหลือแต่ซาก กับกองขยะ ผลงานใครครับ
    ซีเรีย กำลังตามมาติดๆ แต่อิยิปต์กับซีเรียต่างกัน อิยิปต์ตกเป็นพรมเช็ดเท้า ถึงเวลาพวกพรมเช็ดเท้าด้วยกัน แทนที่จะช่วยประคอง ดันช่วยกันเหยียบซ้ำ ส่วนซีเรีย เลือกอยู่กับค่ายสู้ตาย จับมือกับลูกพี่อิหร่าน ต่อต้านอเมริกามาด้วยกัน วันนี้อิหร่านไม่มีทางทิ้งซีเรีย
    แต่มีไอ้บ้าน้ำลายฟูมปาก ออกมาทำท่าหน้าเครียดตาขึง พูดให้ชาวโลกฟังในที่ประชุมสหประชาติ เมื่อสามสี่วันก่อน ว่า ซีเรียเป็นอย่างนี้ เพราะมีผู้นำฆ่าประชาชนของตัวเอง แบบนี้เลวมาก เออ … แล้วผู้นำประเทศอื่น ที่ทั้งฆ่าประชาชนของประเทศอื่น และทำลายประเทศของเขา จนแทบไม่เหลือที่ให้ประชาชนซุกหัว กี่ประเทศแล้วมึง ไม่ผิด ไม่เลว งั้นหรือครับ พวกมึงมันเกินสัตว์นรก เกินกว่าผมจะหาคำมาด่าแล้ว...
    อิสราเอล แม้จะไม่มีปัญหาในบ้าน แต่เทศกาลอาหรับสปริง ก็ทำให้อิสราเอลเหนื่อยขึ้นแยะ แม้ว่าจะมีกองทัพที่ดูเหมือนจะเข้มแข็งที่สุดในภูมิภาค เพราะได้รับการดูแลอย่างดีจากอเมริกา ก็เริ่มจะถูกโดดเดี่ยว นี่ก็เป็นเรื่องน่าสนใจ
    อิสราเอล เคยอาศัยอิยิปต์ เป็นทั้งกำแพงและตัวเชื่อมกับกลุ่มมุสลิม เมื่อ อิยิปต์ถูกจัดอันดับใหม่ ได้มุสลิมหัวรุนแรงมาปกครอง อิสราเอลก็ขาดตัวเชื่อม เป็นยิวอยู่ในดงมุสลิม ก็คงหาเพื่อนยาก ตุรกี ซึ่งเคยพอพูดกันได้ ก็ดันไปสนับสนุนกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด Muslim Brotherhood รัฐบาลใหม่ ของอิยิปต์ อิสราเอลเลยหมดผู้ที่จะไปพูดด้วยได้ในตะวันออกกลาง
    อย่างนี้ ต้องชื่นชมคนออกแบบอาหรับสปริง เลว ลึกซึ้งมาก
    นอกจากนี้ อาหรับสปริงยังทำให้กลุ่ม ฮามาส Hamas และฟัตตาห์ Fatah กองกำลังติดอาวุธในปาเลสไตน์ ได้อาวุธ ที่ใครไม่รู้ ยึดมาจากลิเบีย และเอามาแบ่งให้กลุ่มฮามาสด้วย 2 กลุ่มนี้ จึงเหมือนติดปีก พร้อมลุยอิสราเอล แถมกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่ขึ้นมาปกครองอียิปต์ต่อจากมูบารัค ยังทำท่าเห็นใจ สนับสนุน พวกฮามาส อีกด้วย แบบนี้ อิสราเอลก็ต้องลดความกร่าง กลับไปใช้ภาษาดอกไม้กับอเมริกามากขึ้น เกมนี้แน่จริงพี่
    มาถึงคู่แข่งสำคัญ อิหร่านกับซาอุดิอารเบีย ที่ไม่มีวันจะรักกัน ใหญ่กันอยู่คนละมุม ต่างก็ถูกกระทบจากเทศกาลอาหรับสปริง ทั้งทางลบและทางบวก
    ฝ่ายซาอุ กล่าวหาว่าอิหร่าน ฉวยโอกาส จากการระส่ำระสายจากเทศกาลอาหรับสปริง เข้าไปดูแลอิรัค ส่วนที่นับถือนิกายชีอะห์ด้วยกัน อิรัคที่ยังไม่ฟื้น จากการถูกอเมริกากระทืบ ก็ย่อมไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือของอิหร่าน ทำให้เครือข่ายชีอะห์ของอิหร่านขยายใหญ่ เป็นการกดดัน ซาอุ ทางอ้อม และ โดยสภาพทางภูมิศาสตร์ ซีเรียบวกอิรัค ยังเป็นแนวที่อิหร่านใช้ยันกับ อิสราเอล และซาอุดิอารเบียกับพวกเสี่ยปั้มสิงห์สำอางทั้งหลาย ได้อีกด้วย
    ข้อกล่าวหาของซาอุ ฟังขึ้น เพราะอิหร่านก็ดูเหมือนจะทำจริง นอกจากจะสนับสนุนอิรัคแล้ว
    อิหร่านยังสนับสนุน ทั้งกลุ่มฮามาส กลุ่มเฮสบอลเลาะห์ พันธุ์ดุทั้งนั้น เอาไว้ต้านกลุ่มเสี่ยปั้ม และอิสราเอล หรือจริงๆ ก็เอาไว้ต้านอิทธิพลของอเมริกานั่นเอง
    นอกจากนี้ ทั้งอิหร่าน อิรัค ซีเรีย ตุรกี เลบานอน ยังเป็นแนวรอบนอก ที่ทำให้การเข้าไปถึงรัสเซียทาง ด้านนี้ยากขึ้นด้วย ส่วนอีก 2 ด้านสำคัญ ที่จะเข้าถึงรัสเซีย คือ ทางยูเครนและอาฟกานิสถาน และคงไม่ยากที่จะเข้าใจ ว่า ทำไมเรื่องยูเครนถึงยืดเยื้อ และเมื่อรัสเซียเข้ามาถึงซีเรีย ทางด้านอาฟกานิสถานก็อาจจะร้อนขึ้นมาอีก
    ด้วยความเกี่ยวพัน พึ่งพากันเช่นนี้ รัสเซียและอิหร่าน จึงคงเป็นเพื่อนที่จะไม่ทิ้งกันอีกคู่หนึ่ง
    ซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั้มใหญ่ ไม่ถนัดออกหน้า ถนัดแต่ชี้นิ้ว และขี้บ่น เขาว่าเป็นนิสัยประจำตัวของคนที่นึกว่ารวยแล้ว มีแต่คนง้อ คนเอาใจ แต่เงินไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่าง และการมีบ่อน้ำมัน บางครั้งก็เหมือนมีลาภลอย แบบสามล้อถูกหวย ถ้าไม่รู้จักเก็บรักษาให้ดี ไม่ถูกปล้นจนหมดตัว ก็มือเติบใช้จนหมดตูด กลับไปถีบสามล้อเหมือนเดิม
    หลังอาหรับสปริง เมื่อมูบารัคของอียิปต์ถูกย้ายจากทำเนียบไปอยู่ในคุก บาห์เรน เสี่ยปั้มในค่ายเอาอเมริกาอีกรายก็เกิดเรื่อง เล่นเอาซาอุดิประสาทแดก รีบส่งกองกำลังเข้าไปในบาห์เรน พร้อมควักกระเป๋าอีก 2 หมื่นล้านเหรียญให้บาห์เรนกับโอมาน ไป “คุย” กับเยเมนให้รู้เรื่อง ในฐานะบ้านอยู่ติดกัน แถมมีสภาพคุมปากอ่าวเหมือนกัน และตอนนั้น เยเมนก็กำลังระส่ำไม่รู้ใครสร้าง
    เอะ เยเมนอยู่ปากอ่าว คุมเส้นทางส่งน้ำมันของซาอุ ที่จะออกมาทางมหาสมุทรอินเดีย เหมือนอิยิปต์ที่คุมเส้นทางส่งออกน้ำมันของซาอุไปทางเมดิเตอร์เรเนียน มองเห็นอะไรไหมครับ
    แต่ซาอุ คงอ่านไม่แตกฉาน ใช้เวลากับประสาทแดกเรื่องอิหร่านมากไปหน่อย แทนที่จะคิดสร้างความเข้มแข็งให้เกิดในประเทศตัว ไม่ใช่คอยแต่หวังพึ่งคนนอก ซาอุ ไม่ใช่รวยธรรมดา รวยน้ำมันที่สุดในโลกด้วย แต่กลับทำตัวเหมือนเป็นสามล้อถูกหวย น่าเสียดาย
    น่าคิด และน่าสนใจไหมครับว่า ตลอดเวลาที่อเมริกาแซงชั้นอิหร่าน อิหร่านไม่ได้อยู่อย่างหรุหราสุขสบายอย่างพวกเสี่ยปั้มใหญ่ ปั้มเล็ก แต่อิหร่านอยู่ได้ และแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน มาถึงวันนี้ แกร่งถึงขนาด ตัดสินใจเข้าฉาก เล่นเรื่องซีเรีย เล่นฉากนี้เหมือนตั้งใจฉีกหน้าอเมริกาโดยตรง แสดงว่าอิหร่านต้องมีดี
    อิหร่านมีรัสเซีย และจีน เป็นเพื่อนที่ช่วยเหลือยามยาก ในยามที่อิหร่านถูกแซงชั่น อย่างใจดำและเป็นเวลานาน เราคงพอมองเห็น ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ มันต้องอดทน ทนอด ไม่ท้อถ้อยทั้งนั้น ไม่งั้นก็เป็นพรมเช็ดเท้าเขาไปตลอด
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    3 ต.ค. 2558
    ลองเชิง ตอนที่ 4 “ลองเชิง” ตอน 4 ตุรกี นกหลายหัว จอมพริ้ว ดูเหมือนจะเป็นประเทศที่ได้ประโยชน์มากที่สุด จากเทศกาลอาหรับสปริง ก่อนปี ค.ศ.2011 ตุรกี ก็ไม่ค่อยมีปัญหากับเพื่อนบ้านเท่าไหร่ และตุรกีค่อยๆขยายฐานการเมือง การค้าขาย และวัฒนธรรมของตัวเองไปอย่างเงียบๆมาตลอดเวลา รับปากไปทั่ว และมักจะเลือกยืนถูกข้างในความขัดแย้ง คือข้างที่กำลังได้เปรียบ นายรอญับ ตอยยิบ เอร์โดกาน (Recep Tayyip Erdogan) ที่เป็นนายกรัฐมนตรีของตุรกีขณะนั้น เป็นผู้นำต่างประเทศรายแรก ที่กระซิบดังๆ บอกให้ มูบารัค ของอิยิปต์ เก็บของลาออก กลับไปเลี้ยงหลานที่บ้านได้แล้ว และเขายังเป็นผู้นำต่างชาติคนแรกๆ อีกเหมือนกัน ที่หันหลังให้กับกัดดาฟี ของลิเบีย เมื่อกัดดาฟีถูกกลุ่มกบฏไล่ล่า ไม่ต่างกับที่เขาหันหลังให้อัสสาด ของซีเรียในตอนแรก เมื่อซีเรียเริ่มมีปัญหา แต่ เอร์โดกาน เป็นนักการเมืองที่เก๋า เขี้ยวยาว ไม่เสียชื่อเป็นนกหลายหัว เขาเริ่มค่อยๆถอยห่างจากอเมริกาสัก ประมาณ 2 ปีมานี้ และตั้งแต่ถอยห่าง การประท้วงสาระพัดในตุรกี ก็เกิดขึ้นตามสูตร แต่ตุรกีคงมองเห็นว่า ฝ่ายไหนกันแน่ที่กำลังจะได้เปรียบ ทั้งในซีเรีย และตะวันออกกลาง วันนี้ดูเหมือนเขาเลือกข้างแล้ว เป็นข้างที่ไม่ใช่อเมริกาเป็นผู้นำ แต่ก็ยังอึกอักว่าไม่รักอัสซาดของซีเรีย แต่ตอนนี้พวกลูกพี่ที่ตัวมาเกาะใหม่ เขากำลังจะมาช่วยอัสซาด ตุรกี จึงกำลังมึนหัว แต่สงสัยจะสายไปแล้วนะ จะกลับเป็นนกหลายหัวอีก อาจจะไม่เหลือสักหัว อีกรายที่ได้ประโยชน์ กระโดดข้ามมาอยู่แถวหน้า ทั้งๆที่เป็นประเทศเล็ก คือ การ์ต้า ซึ่งเริ่มเบ่งรัศมีของตนมาก่อน ค.ศ.2011 ไม่นาน ด้วยการยอมให้อเมริกามาตั้งฐานทัพในประเทศตัว และเมื่อน้ำมันบูม การ์ต้าที่พลเมืองน้อย แต่รวยน้ำมัน ก็เลยกระเป๋าบวมไปด้วย การ์ต้าใช้ความเป็นเสี่ยปั้มรุ่นเล็ก แต่มาแรง บวกกับการตั้งสื่อ อัลจาซีรา Al-Jazeera ของตน กระจายเสียง โฆษณาตัวเอง จนดังไปทั่วโลก คนวางแผนเก่งครับ รัฐบาลการ์ต้าเป็นรายแรกๆ ที่ขยับขาอ้าแขนรับเทศกาลอาหรับสปริง อัลจาซีรา รายงานแบบเอียงไปเอียงมา ไม่ต่างกับซีเอนเอน ในเรื่องของกัดดาฟีของลิเบียและอัสสาดของซีเรีย เขาเล่นตีกันเป็นระนาดวง กับซีเอนเอน บีบีซี เอาซะทั้ง กัดดาฟีและอัสซาด เป็นเผด็จการจอมโหดสมควรตาย แต่เมื่อบาห์เรนเพื่อนบ้านค่ายเดียวกัน มีปัญหาภายใน เรื่องราวก็คล้ายกัน อัลจาซีรา เกิดเป็นใบ้ หลอดขาด จานดาวเทียมส่งสัญญาณไม่ได้เสียอย่างนั้น ตอนอัลจาซีรา ตั้งขึ้นมาใหม่ๆ ใครไม่อ้างแหล่งข่าวอัลจาซีรานี่เชยสะบั้น แต่ตอนนี้ ใครอ้างอัลจาซีรา ผมว่าไม่เชยนะ แต่ง่าวจัด ถึงจะเป็นประเทศเล็ก แต่เงินแยะ และมีสื่อใหญ่ระดับโลกอยู่ในมือ การ์ต้า จึงคิดพองตัว สนับสนุนทั้งเงินทุนและกองกำลัง ไปร่วมโค่นกัดดาฟี และโค่นรัฐบาลในตูนีเซีย หวังให้รัฐบาลใหม่ของ 2 ประเทศ นับตนเองเป็นลูกพี่ เรียนเร็วนะไอ้หนู ส่วนประเทศที่ย่อยยับ ไปกับเทศกาลอาหรับสปริง ไม่มีใครเกินอียิปต์ รองมาก็คือซีเรีย และอีกประเทศที่กำลังเหงื่อแตก รีบปรับกระบวนท่าของตัวเองคือ อิสราเอล อาหรับสปริง เป็นตัวอย่างของการเดินแผนของอเมริกาในตะวันออกกลาง ที่แย่ที่สุด หรือเยี่ยมที่สุด ที่เราจะต้องค่อยๆดูกันต่อไป อิยิปต์ นับเป็นมิตรระดับสำคัญของอเมริกามานานนับ 70 ปี นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 สถานทูตอเมริกาในอิยิปต์ ช่วงหนึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก ย้อนไปก่อนนั้น อิยิปต์ก็มีความหมายมากกับมหา อำนาจตะวันตกอย่างอังกฤษ เช่นเดียวกัน ถึงเวลาหมดประโยชน์ หรือไม่ต้องการใช้ หรือมีแผนใหม่ อเมริกาก็ไล่ มูบารัค ประธานาธิบดีอิยิปต์ ที่อเมริกาใช้เหมือนพรมเช็ดเท้าให้เก็บของออกไปจากทำเนียบ ไม่ได้ออกไปกลับบ้าน แต่ออกไปนอนในคุกอีกด้วย รอดมาจากการโดนตัดสินประหารชีวิต นี่ก็บุญแล้ว แล้วอิยิปต์ ประเทศที่มีวัฒนธรรมอันยาวนาน เป็นประเทศในความฝันของคนที่อยากเห็นแหล่งอารยะธรรม ที่เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ก็เหลือแต่ซาก กับกองขยะ ผลงานใครครับ ซีเรีย กำลังตามมาติดๆ แต่อิยิปต์กับซีเรียต่างกัน อิยิปต์ตกเป็นพรมเช็ดเท้า ถึงเวลาพวกพรมเช็ดเท้าด้วยกัน แทนที่จะช่วยประคอง ดันช่วยกันเหยียบซ้ำ ส่วนซีเรีย เลือกอยู่กับค่ายสู้ตาย จับมือกับลูกพี่อิหร่าน ต่อต้านอเมริกามาด้วยกัน วันนี้อิหร่านไม่มีทางทิ้งซีเรีย แต่มีไอ้บ้าน้ำลายฟูมปาก ออกมาทำท่าหน้าเครียดตาขึง พูดให้ชาวโลกฟังในที่ประชุมสหประชาติ เมื่อสามสี่วันก่อน ว่า ซีเรียเป็นอย่างนี้ เพราะมีผู้นำฆ่าประชาชนของตัวเอง แบบนี้เลวมาก เออ … แล้วผู้นำประเทศอื่น ที่ทั้งฆ่าประชาชนของประเทศอื่น และทำลายประเทศของเขา จนแทบไม่เหลือที่ให้ประชาชนซุกหัว กี่ประเทศแล้วมึง ไม่ผิด ไม่เลว งั้นหรือครับ พวกมึงมันเกินสัตว์นรก เกินกว่าผมจะหาคำมาด่าแล้ว... อิสราเอล แม้จะไม่มีปัญหาในบ้าน แต่เทศกาลอาหรับสปริง ก็ทำให้อิสราเอลเหนื่อยขึ้นแยะ แม้ว่าจะมีกองทัพที่ดูเหมือนจะเข้มแข็งที่สุดในภูมิภาค เพราะได้รับการดูแลอย่างดีจากอเมริกา ก็เริ่มจะถูกโดดเดี่ยว นี่ก็เป็นเรื่องน่าสนใจ อิสราเอล เคยอาศัยอิยิปต์ เป็นทั้งกำแพงและตัวเชื่อมกับกลุ่มมุสลิม เมื่อ อิยิปต์ถูกจัดอันดับใหม่ ได้มุสลิมหัวรุนแรงมาปกครอง อิสราเอลก็ขาดตัวเชื่อม เป็นยิวอยู่ในดงมุสลิม ก็คงหาเพื่อนยาก ตุรกี ซึ่งเคยพอพูดกันได้ ก็ดันไปสนับสนุนกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด Muslim Brotherhood รัฐบาลใหม่ ของอิยิปต์ อิสราเอลเลยหมดผู้ที่จะไปพูดด้วยได้ในตะวันออกกลาง อย่างนี้ ต้องชื่นชมคนออกแบบอาหรับสปริง เลว ลึกซึ้งมาก นอกจากนี้ อาหรับสปริงยังทำให้กลุ่ม ฮามาส Hamas และฟัตตาห์ Fatah กองกำลังติดอาวุธในปาเลสไตน์ ได้อาวุธ ที่ใครไม่รู้ ยึดมาจากลิเบีย และเอามาแบ่งให้กลุ่มฮามาสด้วย 2 กลุ่มนี้ จึงเหมือนติดปีก พร้อมลุยอิสราเอล แถมกลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮูด ที่ขึ้นมาปกครองอียิปต์ต่อจากมูบารัค ยังทำท่าเห็นใจ สนับสนุน พวกฮามาส อีกด้วย แบบนี้ อิสราเอลก็ต้องลดความกร่าง กลับไปใช้ภาษาดอกไม้กับอเมริกามากขึ้น เกมนี้แน่จริงพี่ มาถึงคู่แข่งสำคัญ อิหร่านกับซาอุดิอารเบีย ที่ไม่มีวันจะรักกัน ใหญ่กันอยู่คนละมุม ต่างก็ถูกกระทบจากเทศกาลอาหรับสปริง ทั้งทางลบและทางบวก ฝ่ายซาอุ กล่าวหาว่าอิหร่าน ฉวยโอกาส จากการระส่ำระสายจากเทศกาลอาหรับสปริง เข้าไปดูแลอิรัค ส่วนที่นับถือนิกายชีอะห์ด้วยกัน อิรัคที่ยังไม่ฟื้น จากการถูกอเมริกากระทืบ ก็ย่อมไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือของอิหร่าน ทำให้เครือข่ายชีอะห์ของอิหร่านขยายใหญ่ เป็นการกดดัน ซาอุ ทางอ้อม และ โดยสภาพทางภูมิศาสตร์ ซีเรียบวกอิรัค ยังเป็นแนวที่อิหร่านใช้ยันกับ อิสราเอล และซาอุดิอารเบียกับพวกเสี่ยปั้มสิงห์สำอางทั้งหลาย ได้อีกด้วย ข้อกล่าวหาของซาอุ ฟังขึ้น เพราะอิหร่านก็ดูเหมือนจะทำจริง นอกจากจะสนับสนุนอิรัคแล้ว อิหร่านยังสนับสนุน ทั้งกลุ่มฮามาส กลุ่มเฮสบอลเลาะห์ พันธุ์ดุทั้งนั้น เอาไว้ต้านกลุ่มเสี่ยปั้ม และอิสราเอล หรือจริงๆ ก็เอาไว้ต้านอิทธิพลของอเมริกานั่นเอง นอกจากนี้ ทั้งอิหร่าน อิรัค ซีเรีย ตุรกี เลบานอน ยังเป็นแนวรอบนอก ที่ทำให้การเข้าไปถึงรัสเซียทาง ด้านนี้ยากขึ้นด้วย ส่วนอีก 2 ด้านสำคัญ ที่จะเข้าถึงรัสเซีย คือ ทางยูเครนและอาฟกานิสถาน และคงไม่ยากที่จะเข้าใจ ว่า ทำไมเรื่องยูเครนถึงยืดเยื้อ และเมื่อรัสเซียเข้ามาถึงซีเรีย ทางด้านอาฟกานิสถานก็อาจจะร้อนขึ้นมาอีก ด้วยความเกี่ยวพัน พึ่งพากันเช่นนี้ รัสเซียและอิหร่าน จึงคงเป็นเพื่อนที่จะไม่ทิ้งกันอีกคู่หนึ่ง ซาอุดิอารเบีย เสี่ยปั้มใหญ่ ไม่ถนัดออกหน้า ถนัดแต่ชี้นิ้ว และขี้บ่น เขาว่าเป็นนิสัยประจำตัวของคนที่นึกว่ารวยแล้ว มีแต่คนง้อ คนเอาใจ แต่เงินไม่ได้ซื้อได้ทุกอย่าง และการมีบ่อน้ำมัน บางครั้งก็เหมือนมีลาภลอย แบบสามล้อถูกหวย ถ้าไม่รู้จักเก็บรักษาให้ดี ไม่ถูกปล้นจนหมดตัว ก็มือเติบใช้จนหมดตูด กลับไปถีบสามล้อเหมือนเดิม หลังอาหรับสปริง เมื่อมูบารัคของอียิปต์ถูกย้ายจากทำเนียบไปอยู่ในคุก บาห์เรน เสี่ยปั้มในค่ายเอาอเมริกาอีกรายก็เกิดเรื่อง เล่นเอาซาอุดิประสาทแดก รีบส่งกองกำลังเข้าไปในบาห์เรน พร้อมควักกระเป๋าอีก 2 หมื่นล้านเหรียญให้บาห์เรนกับโอมาน ไป “คุย” กับเยเมนให้รู้เรื่อง ในฐานะบ้านอยู่ติดกัน แถมมีสภาพคุมปากอ่าวเหมือนกัน และตอนนั้น เยเมนก็กำลังระส่ำไม่รู้ใครสร้าง เอะ เยเมนอยู่ปากอ่าว คุมเส้นทางส่งน้ำมันของซาอุ ที่จะออกมาทางมหาสมุทรอินเดีย เหมือนอิยิปต์ที่คุมเส้นทางส่งออกน้ำมันของซาอุไปทางเมดิเตอร์เรเนียน มองเห็นอะไรไหมครับ แต่ซาอุ คงอ่านไม่แตกฉาน ใช้เวลากับประสาทแดกเรื่องอิหร่านมากไปหน่อย แทนที่จะคิดสร้างความเข้มแข็งให้เกิดในประเทศตัว ไม่ใช่คอยแต่หวังพึ่งคนนอก ซาอุ ไม่ใช่รวยธรรมดา รวยน้ำมันที่สุดในโลกด้วย แต่กลับทำตัวเหมือนเป็นสามล้อถูกหวย น่าเสียดาย น่าคิด และน่าสนใจไหมครับว่า ตลอดเวลาที่อเมริกาแซงชั้นอิหร่าน อิหร่านไม่ได้อยู่อย่างหรุหราสุขสบายอย่างพวกเสี่ยปั้มใหญ่ ปั้มเล็ก แต่อิหร่านอยู่ได้ และแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน มาถึงวันนี้ แกร่งถึงขนาด ตัดสินใจเข้าฉาก เล่นเรื่องซีเรีย เล่นฉากนี้เหมือนตั้งใจฉีกหน้าอเมริกาโดยตรง แสดงว่าอิหร่านต้องมีดี อิหร่านมีรัสเซีย และจีน เป็นเพื่อนที่ช่วยเหลือยามยาก ในยามที่อิหร่านถูกแซงชั่น อย่างใจดำและเป็นเวลานาน เราคงพอมองเห็น ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ มันต้องอดทน ทนอด ไม่ท้อถ้อยทั้งนั้น ไม่งั้นก็เป็นพรมเช็ดเท้าเขาไปตลอด สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 3 ต.ค. 2558
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 664 มุมมอง 0 รีวิว
  • แมวร้องมากกว่าที่คิด

    งานวิจัยใหม่พบว่าแมวจะส่งเสียงร้อง (meow, purr, chirp) ต่อผู้ชายมากกว่าผู้หญิงกว่า สองเท่า และนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นเพราะผู้ชายมักตอบสนองต่อแมวน้อยกว่า ทำให้แมวต้องใช้เสียงมากขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจ

    ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอังการา ประเทศตุรกี ได้บันทึกวิดีโอจากเจ้าของแมว 31 คน เพื่อศึกษาพฤติกรรมการทักทายเมื่อเจ้าของกลับบ้าน ผลปรากฏว่าแมวที่มีเจ้าของเป็นผู้ชายส่งเสียงร้องเฉลี่ย 4.3 ครั้งใน 100 วินาทีแรก ขณะที่แมวที่มีเจ้าของเป็นผู้หญิงส่งเสียงเพียง 1.8 ครั้ง ซึ่งถือเป็นความแตกต่างที่ชัดเจน

    ทำไมแมวถึงร้องใส่ผู้ชายมากกว่า
    นักวิจัยเสนอว่า ผู้หญิงมักจะให้ความสนใจแมวมากกว่า สามารถอ่านอารมณ์แมวได้ดีกว่า และบางครั้งยังเลียนเสียงแมวกลับไป ทำให้แมวไม่จำเป็นต้องร้องบ่อย ในทางตรงกันข้าม ผู้ชายมักจะมีท่าที “นิ่งเฉย” ต่อแมว จึงทำให้แมวต้องใช้เสียงร้องมากขึ้นเพื่อให้ได้รับการตอบสนอง

    พฤติกรรมที่สังเกตได้
    นอกจากเสียงร้องแล้ว นักวิจัยยังบันทึกพฤติกรรมอื่น ๆ เช่น การยกหางขึ้น การถูตัวกับเจ้าของ หรือการสั่นตัว ซึ่งจัดเป็นพฤติกรรมทางสังคมและการเบี่ยงเบน แต่สิ่งที่แตกต่างชัดเจนระหว่างเพศเจ้าของคือ เสียงร้องเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าแมวใช้เสียงเป็นเครื่องมือสื่อสารเฉพาะเจาะจงกับมนุษย์

    ความหมายต่อการสื่อสารคน-สัตว์
    การค้นพบนี้สะท้อนว่าแมวมีความสามารถในการปรับพฤติกรรมตามบุคลิกของเจ้าของ และอาจช่วยให้เราเข้าใจวิธีที่สัตว์เลี้ยงใช้สัญญาณหลายรูปแบบเพื่อสื่อสารกับมนุษย์มากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง

    สรุปสาระสำคัญ
    ผลการวิจัย
    แมวร้องใส่ผู้ชายเฉลี่ย 4.3 ครั้งต่อ 100 วินาที
    แมวร้องใส่ผู้หญิงเฉลี่ย 1.8 ครั้ง

    เหตุผลที่เป็นไปได้
    ผู้หญิงตอบสนองต่อแมวมากกว่า
    ผู้ชายมักนิ่งเฉย ทำให้แมวต้องร้องมากขึ้น

    พฤติกรรมอื่น ๆ ที่สังเกตได้
    การยกหาง การถูตัว การสั่นตัว
    แต่ไม่มีความแตกต่างระหว่างเพศเจ้าของ

    ข้อควรระวังในการตีความ
    งานวิจัยมีผู้เข้าร่วมเพียง 31 คน อาจไม่ครอบคลุมทุกกรณี
    ผลลัพธ์อาจแตกต่างไปตามวัฒนธรรมและวิธีเลี้ยงแมวในแต่ละประเทศ

    https://www.sciencealert.com/cats-meow-more-than-twice-as-much-at-men-and-we-can-only-guess-why
    🐱 แมวร้องมากกว่าที่คิด งานวิจัยใหม่พบว่าแมวจะส่งเสียงร้อง (meow, purr, chirp) ต่อผู้ชายมากกว่าผู้หญิงกว่า สองเท่า และนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นเพราะผู้ชายมักตอบสนองต่อแมวน้อยกว่า ทำให้แมวต้องใช้เสียงมากขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอังการา ประเทศตุรกี ได้บันทึกวิดีโอจากเจ้าของแมว 31 คน เพื่อศึกษาพฤติกรรมการทักทายเมื่อเจ้าของกลับบ้าน ผลปรากฏว่าแมวที่มีเจ้าของเป็นผู้ชายส่งเสียงร้องเฉลี่ย 4.3 ครั้งใน 100 วินาทีแรก ขณะที่แมวที่มีเจ้าของเป็นผู้หญิงส่งเสียงเพียง 1.8 ครั้ง ซึ่งถือเป็นความแตกต่างที่ชัดเจน 👨‍🦰 ทำไมแมวถึงร้องใส่ผู้ชายมากกว่า นักวิจัยเสนอว่า ผู้หญิงมักจะให้ความสนใจแมวมากกว่า สามารถอ่านอารมณ์แมวได้ดีกว่า และบางครั้งยังเลียนเสียงแมวกลับไป ทำให้แมวไม่จำเป็นต้องร้องบ่อย ในทางตรงกันข้าม ผู้ชายมักจะมีท่าที “นิ่งเฉย” ต่อแมว จึงทำให้แมวต้องใช้เสียงร้องมากขึ้นเพื่อให้ได้รับการตอบสนอง 🧪 พฤติกรรมที่สังเกตได้ นอกจากเสียงร้องแล้ว นักวิจัยยังบันทึกพฤติกรรมอื่น ๆ เช่น การยกหางขึ้น การถูตัวกับเจ้าของ หรือการสั่นตัว ซึ่งจัดเป็นพฤติกรรมทางสังคมและการเบี่ยงเบน แต่สิ่งที่แตกต่างชัดเจนระหว่างเพศเจ้าของคือ เสียงร้องเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าแมวใช้เสียงเป็นเครื่องมือสื่อสารเฉพาะเจาะจงกับมนุษย์ 🌍 ความหมายต่อการสื่อสารคน-สัตว์ การค้นพบนี้สะท้อนว่าแมวมีความสามารถในการปรับพฤติกรรมตามบุคลิกของเจ้าของ และอาจช่วยให้เราเข้าใจวิธีที่สัตว์เลี้ยงใช้สัญญาณหลายรูปแบบเพื่อสื่อสารกับมนุษย์มากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง 📌 สรุปสาระสำคัญ ✅ ผลการวิจัย ➡️ แมวร้องใส่ผู้ชายเฉลี่ย 4.3 ครั้งต่อ 100 วินาที ➡️ แมวร้องใส่ผู้หญิงเฉลี่ย 1.8 ครั้ง ✅ เหตุผลที่เป็นไปได้ ➡️ ผู้หญิงตอบสนองต่อแมวมากกว่า ➡️ ผู้ชายมักนิ่งเฉย ทำให้แมวต้องร้องมากขึ้น ✅ พฤติกรรมอื่น ๆ ที่สังเกตได้ ➡️ การยกหาง การถูตัว การสั่นตัว ➡️ แต่ไม่มีความแตกต่างระหว่างเพศเจ้าของ ‼️ ข้อควรระวังในการตีความ ⛔ งานวิจัยมีผู้เข้าร่วมเพียง 31 คน อาจไม่ครอบคลุมทุกกรณี ⛔ ผลลัพธ์อาจแตกต่างไปตามวัฒนธรรมและวิธีเลี้ยงแมวในแต่ละประเทศ https://www.sciencealert.com/cats-meow-more-than-twice-as-much-at-men-and-we-can-only-guess-why
    WWW.SCIENCEALERT.COM
    Cats Meow More Than Twice as Much at Men, And We Can Only Guess Why
    Cats meow more at owners who are men than women, new research has found, possibly because men tend to be more aloof when it comes to giving their pets attention.
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 266 มุมมอง 0 รีวิว
  • ลองเชิง ตอนที่ 3

    “ลองเชิง”
    ตอน 3
    ซีเรีย ทำท่าจะกลายเป็นหนังฟอร์มใหญ่ ผู้กำกับมากันเพียบ ผู้อำนวยการสร้างก็จากหลายแหล่ง ตอนนี้ดูเหมือนกำลังซุบซิบ กั้นเขตหรือกินเขตกันอยู่ ไม่รู้ตกลงใครจะสร้างโรงถ่ายตรงไหน ส่วนไหนของตะวันออกกลาง ไม่ใช่แค่บริเวณซีเรีย ซี่งคงจะกลายเป็นสนามประลองยุทธ์ที่น่าติดตาม ดาราใหญ่จะเข้าฉากเล่นเอง หรือให้ดาราเล็กๆ เล่นกันไปก่อนยังไม่แน่ บางค่ายราคาคุยแยะ ส่งแต่สตั้นท์แมนรับจ้างมาเข้าฉาก เขาจะเล่น กันขนาดไหนยังไม่รู้ แต่อย่างน้อย เราควรรู้กันไว้บ้างว่า ใครเป็นใคร ใครเป็นพวกกับใคร ใครน่าจะรับบทไหน จะได้ดูหนังเรื่องซีเรีย ตะวันออกกลางรู้เรื่อง เดี๋ยวจะชวนกันออกอ่าวสนุกสนาน อย่าออกอ่าวไปไกลนักครับ เดี๋ยวกลับไม่ถูก ผมจะขอเอาเรือรบรัสเซีย เรือรบจีนไปรับ เขาก็บอกว่าไม่ว่าง ตอนนี้ต่างก็ติดภาระกิจยุ่งกันทั้งนั้น 555
    เพื่อความเข้าใจ สถานะและความสัมพันธ์ของตัวละคร เกี่ยวกับตะวันออกกลาง ผมขอย้อนหลังไปหน่อย
    หลังเหตุการณ์ 9/11 การถล่มตึกเวิลด์เทรดเซนเตอร์ เมื่อปี ค.ศ.2001 อเมริกาถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างเข้าไปแทรกแซงในตะวันออกกลางอย่างเต็มสูบ ในช่วง ค.ศ.2003 และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศในแถบตะวันออกกลางและภูมิภาคใกล้เคียงแตกแยกชัดเจน แบ่งเป็น 2 ค่าย กับอีก 3 เสี้ยว
    ค่ายหนึ่งคือ ค่ายที่เอาอเมริกา นำโดยเสี่ยปั้มใหญ่ ซาอุดิอารเบียกับพวกเสี่ยปั้มหนุ่มสำอางค์ทั้งหลายแถบอ่าว ไล่มาตั้งแต่ คูเวต บาห์เรน การต้า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน เดิมมีอิรัคด้วย แต่ปัจจุบัน อิรัคน่าจะย้ายค่ายไปอยู่ฝั่งไม่เอาอเมริกาไปแล้ว เสี่ยปั้มใหญ่คงกลัวเสียหน้า ลูกน้องหนี เลยเอาจอร์แดนมารวมด้วย แต่ก็รวมอย่างเขินๆ เพราะจอร์แดนถือว่าตัวเองควรเป็นเจ้าของตะวันออกกลางทั้งหมดเสียด้วยซ้ำ เพราะถูกอังกฤษหลอกต้มเอาไว้อย่างนั้น มาอยู่ใต้ปีกเสี่ยปั้มนี่ ออกจะเสียหน้า แต่คงพอทนเพราะมีค่าทนชดเชย (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องอังกฤษต้มตะวันออกกลาง ได้ในนิทานเรื่อง “เหยื่อ” ครับ ตามลิงค์นี้ https://www.dropbox.com/s/i3psv6qf7v9iqew/victim.pdf)
    อีกค่ายหนึ่ง เป็นค่ายที่ไม่เอาอเมริกา ค่ายนี้ ไม่ใช่แค่ไม่เอาเฉยๆ เขาต่อต้านอเมริกาอย่างเปิดเผย และไม่หยุดยั้งด้วย มีตัวยืนโรงตัวใหญ่ คืออิหร่าน ซีเรีย เลบานอน (กลุ่มเฮซบอลเล์าะ) ปาเลสไตน์( กลุ่มกองกำลังปาเลสไตน์ คือ พวกฮามาส) และเยเมนส่วนใต้
    สำหรับชาวโลกทั่วไป ฟังจากข่าวฟอกย้อมของตะวันตก คงมองค่ายหลังนี้ เป็นตัวร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือฆาตกรไปแล้ว
    อีกเสี้ยวหนึ่ง คือ อิสราเอล อยู่ในตะวันออกกลาง แต่ไม่ถือว่าตนเองเป็นคนตะวันอ อกกลาง ไม่รักซาอุ เกลียดอิหร่าน และไม่ชอบใครเลย ชอบแต่ยิวด้วยกัน ประเทศที่มียิวไปอยู่แยะ ก็ใช่ว่าจะชอบ แค่หลอกใช้ อิสราเอลคือต้นไม้พิษ ที่อังกฤษเอาไปปลูกไว้ในตะวันออกกลาง แต่ให้อเมริกาเลี้ยงให้ การเอาอิสราเอลไปอยู่ตรงนั้น ถือเป็นยุทธศาสตร์ สุดยอด (ชั่ว) ของอังกฤษเลยทีเดียว
    เสี้ยวที่ 2 คือ ตุรกี ที่ก็ไม่นับว่าตนเองเป็นพวกตะวันออกกลาง แบบพวกเสี่ยปั้มทั้งหลาย ตุรกี ดูเหมือนทำตัวเป็นขี้ข้าอเมริกามาตลอด แต่จริงๆ ตุรกีเป็นนกหลายหัว และนกพันธุ์แสบไม่ธรรมดา ลูกเล่นแยะมาก แต่ล่าสุด ดูเหมือนจะเลือกค่ายแล้ว
    เสี้ยวที่ 3 คือ อียิปต์ ที่แม้จะไม่ได้อยู่ในตะวันออกกลาง แต่โดยภูมิศาสตร์ อียิปต์อยู่ติดกับอิสราเอล และที่สำคัญ เป็นเจ้าของคลองสุเอซ ที่เป็นเส้นทางใหญ่ที่บรรดาเสี่ยปั้มใช้ขนส่งน้ำมันไปทางเมดิเตอร์เรเนียน อียิปต์จึงถูกล็อกคอ มาอยู่ในมืออเมริกา เพื่อกันไว้ไม่ให้ใครมายุ่งกับน้ำมันของพวกเสี่ยปั้ม ที่อเมริกาคุมอีกต่อ
    ค่ายใหญ่ 2 ค่าย มักมีเรื่องขัดแย้ง ขัดคอ แข่งขันกันอยู่เสมอ ทั้งในทางการเมือง และทางสื่อ เพื่อชิงความเป็นผู้นำในภูมิภาค โดยบริวณขัดแย้ง มักอยู่ที่ เลบานอน อิรัค และปาเลสไตน์
    และที่สำคัญ หัวหน้าค่ายใหญ่ของทั้ง 2 ค่าย คือ อิหร่าน และซาอุดิอารเบีย ไม่เคยถูกกันเลย ไม่เคยรักกัน และไม่มีวันจะรักกัน ซาอุดิอารเบีย แสดงอาการไม่ชอบใจ ไม่ไว้ใจ บ่น ด่า ซ้ำซาก ถึงอิหร่านอยู่ตลอดเวลา ว่า อิหร่านกำลังข่มขู่ชาวตะวันออกกลาง ด้วยการสร้างนิวเคลียร์ และ พยายามทำตัวเป็นพี่เบิ้มของตะวันออกกลาง เพราะฉนั้น ที่คิดว่า ซาอุ จะมาฝากผีฝากไข้ไว้กับรัสเซีย คิดว่าเป็นเรื่องเป็นไปได้หรือครับ ซาอุอาจจะมาพูดกับรัสเซีย รัสเซียก็คงฟัง เหมือนวันที่รัสเซียกำลังพูดกับอิสราเอล แล้วเรือรบจีน ไปจอดอยู่หน้าบ้านอิสราเอล ไม่กี่วันต่อมา ฟังทำนองนั้นแหละ ครับ
    รัสเซีย จีน อิหร่าน กว่าจะมาถึงวันนี้ เขาลงเรือลำเดียวกัน ฝ่าดงหนาม ดงตีน ที่อเมริกา อียู และพวกลูกกระเป๋ง ประเคนมาให้เท่าไหร่ เชื่อว่าไม่มีใครโดดหนีกลางทาง และไม่น่าจะรับผู้โดยสารระหว่างทาง ที่เพื่อนรังเกียจ หรือรังเกียจเพื่อน ขึ้นเรือมาด้วย ถึงที่หมายแล้ว ค่อยว่ากันอีกที แต่เป็นทีแบบไหน ก็ดูกันต่อไป
    ส่วนอิสราเอล ไม่สังกัด ไม่เข้าค่ายใด เพราะถือตัวว่าเป็นเส้นใหญ่สายตรงของอเมริกา ก็ไม่ชอบ ทั้งซาอุดิอารเบียและอิหร่าน แต่รู้สึกอิหร่านจะได้รับคำเอ่ยถึงในทางลบมากกว่า
    ส่วนอิหร่านก็ดูถูกซาอุดิว่า มีดีแค่รวยอย่างเดียว อยู่ทะเลทรายเสียเปล่า แต่ดันชอบเป็นชาวเกาะ เกาะอเมริกาเหมือนตัวเป็นลูกอ่อน และอิหร่านก็เห็นอิสราเอลเป็นคนนอก ที่เข้ามาแย่งที่ แถมข่มขู่คนในที่เป็นเจ้าของของเดิม แบบนี้ ก็คงไม่ได้แปลว่าอิหร่านพอใจอิสราเอล
    แต่หลังจากที่อเมริกา (อีกนั่นแหละ) จัดเทศกาลอาหรับสปริง ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.2011 ตะวันออกกลาง ก็มีความมีความเปลี่ยนแปลงอีกรอบหนึ่ง และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ที่อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ของ การประลองยุทธ ที่กำลังดำเนินอยู่ในซีเรีย ตอนนี้
    หลังอาหรับสปริง ประเทศที่อยู่แถวหน้า เช่น ซาอุดิอารเบีย อิหร่าน และอิสราเอล ต่างได้รับผลกระทบ มีทั้งบวก ทั้งลบ แล้วแต่สถานการณ์จะสร้างผู้กล้า หรือสร้างผู้ขลาด ส่วนประเทศที่เคยยืนอยู่แถวหลังในภูมิภาค อย่างตุรกี และการ์ต้า กลับใช้โอกาส เพิ่มรัศมี เพิ่มอิทธิพล
    ส่วนประเทศใหญ่อีก 2 ประเทศ อิยิปต์ หรือซีเรีย กลับเซระเนระนาด จากความไม่สงบ ที่เกิดขึ้นในประเทศของตน และทำท่าจะยืดเยื้อลากยาว กระทบความมั่นคงของทั้ง 2 ประเทศ ไปอีกนาน
    ผลที่ตามมา คือ 2 ค่ายในตะวันออกกลาง และทุกเสี้ยวที่กล่าวมาข้างต้น เกิดการแข่งขัน ขัดแย้ง รุนแรงเพิ่มขึ้น ทั้งทางด้านการเมือง ความมั่นคง และความแตกต่างทางนิกายศาสนา ที่อาหรับสปริง เพาะเชื้อไว้ อย่างแนบเนียน…
    สวัสดีครับ
    คนเล่านิทาน
    2 ต.ค. 2558
    ลองเชิง ตอนที่ 3 “ลองเชิง” ตอน 3 ซีเรีย ทำท่าจะกลายเป็นหนังฟอร์มใหญ่ ผู้กำกับมากันเพียบ ผู้อำนวยการสร้างก็จากหลายแหล่ง ตอนนี้ดูเหมือนกำลังซุบซิบ กั้นเขตหรือกินเขตกันอยู่ ไม่รู้ตกลงใครจะสร้างโรงถ่ายตรงไหน ส่วนไหนของตะวันออกกลาง ไม่ใช่แค่บริเวณซีเรีย ซี่งคงจะกลายเป็นสนามประลองยุทธ์ที่น่าติดตาม ดาราใหญ่จะเข้าฉากเล่นเอง หรือให้ดาราเล็กๆ เล่นกันไปก่อนยังไม่แน่ บางค่ายราคาคุยแยะ ส่งแต่สตั้นท์แมนรับจ้างมาเข้าฉาก เขาจะเล่น กันขนาดไหนยังไม่รู้ แต่อย่างน้อย เราควรรู้กันไว้บ้างว่า ใครเป็นใคร ใครเป็นพวกกับใคร ใครน่าจะรับบทไหน จะได้ดูหนังเรื่องซีเรีย ตะวันออกกลางรู้เรื่อง เดี๋ยวจะชวนกันออกอ่าวสนุกสนาน อย่าออกอ่าวไปไกลนักครับ เดี๋ยวกลับไม่ถูก ผมจะขอเอาเรือรบรัสเซีย เรือรบจีนไปรับ เขาก็บอกว่าไม่ว่าง ตอนนี้ต่างก็ติดภาระกิจยุ่งกันทั้งนั้น 555 เพื่อความเข้าใจ สถานะและความสัมพันธ์ของตัวละคร เกี่ยวกับตะวันออกกลาง ผมขอย้อนหลังไปหน่อย หลังเหตุการณ์ 9/11 การถล่มตึกเวิลด์เทรดเซนเตอร์ เมื่อปี ค.ศ.2001 อเมริกาถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างเข้าไปแทรกแซงในตะวันออกกลางอย่างเต็มสูบ ในช่วง ค.ศ.2003 และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศในแถบตะวันออกกลางและภูมิภาคใกล้เคียงแตกแยกชัดเจน แบ่งเป็น 2 ค่าย กับอีก 3 เสี้ยว ค่ายหนึ่งคือ ค่ายที่เอาอเมริกา นำโดยเสี่ยปั้มใหญ่ ซาอุดิอารเบียกับพวกเสี่ยปั้มหนุ่มสำอางค์ทั้งหลายแถบอ่าว ไล่มาตั้งแต่ คูเวต บาห์เรน การต้า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน เดิมมีอิรัคด้วย แต่ปัจจุบัน อิรัคน่าจะย้ายค่ายไปอยู่ฝั่งไม่เอาอเมริกาไปแล้ว เสี่ยปั้มใหญ่คงกลัวเสียหน้า ลูกน้องหนี เลยเอาจอร์แดนมารวมด้วย แต่ก็รวมอย่างเขินๆ เพราะจอร์แดนถือว่าตัวเองควรเป็นเจ้าของตะวันออกกลางทั้งหมดเสียด้วยซ้ำ เพราะถูกอังกฤษหลอกต้มเอาไว้อย่างนั้น มาอยู่ใต้ปีกเสี่ยปั้มนี่ ออกจะเสียหน้า แต่คงพอทนเพราะมีค่าทนชดเชย (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องอังกฤษต้มตะวันออกกลาง ได้ในนิทานเรื่อง “เหยื่อ” ครับ ตามลิงค์นี้ https://www.dropbox.com/s/i3psv6qf7v9iqew/victim.pdf) อีกค่ายหนึ่ง เป็นค่ายที่ไม่เอาอเมริกา ค่ายนี้ ไม่ใช่แค่ไม่เอาเฉยๆ เขาต่อต้านอเมริกาอย่างเปิดเผย และไม่หยุดยั้งด้วย มีตัวยืนโรงตัวใหญ่ คืออิหร่าน ซีเรีย เลบานอน (กลุ่มเฮซบอลเล์าะ) ปาเลสไตน์( กลุ่มกองกำลังปาเลสไตน์ คือ พวกฮามาส) และเยเมนส่วนใต้ สำหรับชาวโลกทั่วไป ฟังจากข่าวฟอกย้อมของตะวันตก คงมองค่ายหลังนี้ เป็นตัวร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือฆาตกรไปแล้ว อีกเสี้ยวหนึ่ง คือ อิสราเอล อยู่ในตะวันออกกลาง แต่ไม่ถือว่าตนเองเป็นคนตะวันอ อกกลาง ไม่รักซาอุ เกลียดอิหร่าน และไม่ชอบใครเลย ชอบแต่ยิวด้วยกัน ประเทศที่มียิวไปอยู่แยะ ก็ใช่ว่าจะชอบ แค่หลอกใช้ อิสราเอลคือต้นไม้พิษ ที่อังกฤษเอาไปปลูกไว้ในตะวันออกกลาง แต่ให้อเมริกาเลี้ยงให้ การเอาอิสราเอลไปอยู่ตรงนั้น ถือเป็นยุทธศาสตร์ สุดยอด (ชั่ว) ของอังกฤษเลยทีเดียว เสี้ยวที่ 2 คือ ตุรกี ที่ก็ไม่นับว่าตนเองเป็นพวกตะวันออกกลาง แบบพวกเสี่ยปั้มทั้งหลาย ตุรกี ดูเหมือนทำตัวเป็นขี้ข้าอเมริกามาตลอด แต่จริงๆ ตุรกีเป็นนกหลายหัว และนกพันธุ์แสบไม่ธรรมดา ลูกเล่นแยะมาก แต่ล่าสุด ดูเหมือนจะเลือกค่ายแล้ว เสี้ยวที่ 3 คือ อียิปต์ ที่แม้จะไม่ได้อยู่ในตะวันออกกลาง แต่โดยภูมิศาสตร์ อียิปต์อยู่ติดกับอิสราเอล และที่สำคัญ เป็นเจ้าของคลองสุเอซ ที่เป็นเส้นทางใหญ่ที่บรรดาเสี่ยปั้มใช้ขนส่งน้ำมันไปทางเมดิเตอร์เรเนียน อียิปต์จึงถูกล็อกคอ มาอยู่ในมืออเมริกา เพื่อกันไว้ไม่ให้ใครมายุ่งกับน้ำมันของพวกเสี่ยปั้ม ที่อเมริกาคุมอีกต่อ ค่ายใหญ่ 2 ค่าย มักมีเรื่องขัดแย้ง ขัดคอ แข่งขันกันอยู่เสมอ ทั้งในทางการเมือง และทางสื่อ เพื่อชิงความเป็นผู้นำในภูมิภาค โดยบริวณขัดแย้ง มักอยู่ที่ เลบานอน อิรัค และปาเลสไตน์ และที่สำคัญ หัวหน้าค่ายใหญ่ของทั้ง 2 ค่าย คือ อิหร่าน และซาอุดิอารเบีย ไม่เคยถูกกันเลย ไม่เคยรักกัน และไม่มีวันจะรักกัน ซาอุดิอารเบีย แสดงอาการไม่ชอบใจ ไม่ไว้ใจ บ่น ด่า ซ้ำซาก ถึงอิหร่านอยู่ตลอดเวลา ว่า อิหร่านกำลังข่มขู่ชาวตะวันออกกลาง ด้วยการสร้างนิวเคลียร์ และ พยายามทำตัวเป็นพี่เบิ้มของตะวันออกกลาง เพราะฉนั้น ที่คิดว่า ซาอุ จะมาฝากผีฝากไข้ไว้กับรัสเซีย คิดว่าเป็นเรื่องเป็นไปได้หรือครับ ซาอุอาจจะมาพูดกับรัสเซีย รัสเซียก็คงฟัง เหมือนวันที่รัสเซียกำลังพูดกับอิสราเอล แล้วเรือรบจีน ไปจอดอยู่หน้าบ้านอิสราเอล ไม่กี่วันต่อมา ฟังทำนองนั้นแหละ ครับ รัสเซีย จีน อิหร่าน กว่าจะมาถึงวันนี้ เขาลงเรือลำเดียวกัน ฝ่าดงหนาม ดงตีน ที่อเมริกา อียู และพวกลูกกระเป๋ง ประเคนมาให้เท่าไหร่ เชื่อว่าไม่มีใครโดดหนีกลางทาง และไม่น่าจะรับผู้โดยสารระหว่างทาง ที่เพื่อนรังเกียจ หรือรังเกียจเพื่อน ขึ้นเรือมาด้วย ถึงที่หมายแล้ว ค่อยว่ากันอีกที แต่เป็นทีแบบไหน ก็ดูกันต่อไป ส่วนอิสราเอล ไม่สังกัด ไม่เข้าค่ายใด เพราะถือตัวว่าเป็นเส้นใหญ่สายตรงของอเมริกา ก็ไม่ชอบ ทั้งซาอุดิอารเบียและอิหร่าน แต่รู้สึกอิหร่านจะได้รับคำเอ่ยถึงในทางลบมากกว่า ส่วนอิหร่านก็ดูถูกซาอุดิว่า มีดีแค่รวยอย่างเดียว อยู่ทะเลทรายเสียเปล่า แต่ดันชอบเป็นชาวเกาะ เกาะอเมริกาเหมือนตัวเป็นลูกอ่อน และอิหร่านก็เห็นอิสราเอลเป็นคนนอก ที่เข้ามาแย่งที่ แถมข่มขู่คนในที่เป็นเจ้าของของเดิม แบบนี้ ก็คงไม่ได้แปลว่าอิหร่านพอใจอิสราเอล แต่หลังจากที่อเมริกา (อีกนั่นแหละ) จัดเทศกาลอาหรับสปริง ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.2011 ตะวันออกกลาง ก็มีความมีความเปลี่ยนแปลงอีกรอบหนึ่ง และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ที่อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ของ การประลองยุทธ ที่กำลังดำเนินอยู่ในซีเรีย ตอนนี้ หลังอาหรับสปริง ประเทศที่อยู่แถวหน้า เช่น ซาอุดิอารเบีย อิหร่าน และอิสราเอล ต่างได้รับผลกระทบ มีทั้งบวก ทั้งลบ แล้วแต่สถานการณ์จะสร้างผู้กล้า หรือสร้างผู้ขลาด ส่วนประเทศที่เคยยืนอยู่แถวหลังในภูมิภาค อย่างตุรกี และการ์ต้า กลับใช้โอกาส เพิ่มรัศมี เพิ่มอิทธิพล ส่วนประเทศใหญ่อีก 2 ประเทศ อิยิปต์ หรือซีเรีย กลับเซระเนระนาด จากความไม่สงบ ที่เกิดขึ้นในประเทศของตน และทำท่าจะยืดเยื้อลากยาว กระทบความมั่นคงของทั้ง 2 ประเทศ ไปอีกนาน ผลที่ตามมา คือ 2 ค่ายในตะวันออกกลาง และทุกเสี้ยวที่กล่าวมาข้างต้น เกิดการแข่งขัน ขัดแย้ง รุนแรงเพิ่มขึ้น ทั้งทางด้านการเมือง ความมั่นคง และความแตกต่างทางนิกายศาสนา ที่อาหรับสปริง เพาะเชื้อไว้ อย่างแนบเนียน… สวัสดีครับ คนเล่านิทาน 2 ต.ค. 2558
    WWW.DROPBOX.COM
    victim.pdf
    Shared with Dropbox
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 469 มุมมอง 0 รีวิว
  • รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline

    #รวมข่าวIT #20251208 #securityonline


    Stealth Supply Chain Attack: Rust Crate ปลอมแฝงมัลแวร์
    เรื่องนี้เป็นการโจมตีแบบ supply chain ที่แยบยลมาก แฮกเกอร์ใช้เทคนิค typosquatting ปลอมตัวเป็นไลบรารีชื่อ finch-rust บน Crates.io ให้ดูเหมือนเป็นเวอร์ชัน Rust ของเครื่องมือ bioinformatics ที่ชื่อ finch ซึ่งมีคนดาวน์โหลดจริงกว่า 67,000 ครั้ง ตัวแพ็กเกจปลอมนี้ทำงานเหมือนของจริง แต่ซ่อนโค้ดบรรทัดเดียวที่โหลดมัลแวร์ชื่อ sha-rust เข้ามา โดยใช้ dependency แบบไม่ fix เวอร์ชัน ทำให้ผู้โจมตีสามารถอัปเดต payload ได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้องแก้ loader เลย ภายในสองสัปดาห์ sha-rust ถูกพัฒนาไปถึง 8 เวอร์ชัน จากการสแกนโฟลเดอร์ทั้งหมดจนเปลี่ยนเป็นสแกนเฉพาะ directory ปัจจุบันเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ เป้าหมายคือไฟล์ environment, config และ token ต่าง ๆ แล้วส่งออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ปลอมผ่าน HTTPS พร้อม delay เล็กน้อยเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ ผู้โจมตียังสร้างโปรไฟล์ GitHub ปลอมแฝงตัวเป็นนักพัฒนาจริงเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ สุดท้ายทีม Rust Security ตรวจพบและลบออกไป แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าการโจมตีแบบ typosquatting ยังคงเป็นภัยใหญ่ในโลก open-source
    https://securityonline.info/stealth-supply-chain-attack-malicious-rust-crate-used-unpinned-dependency-for-silent-payload-upgrades

    Pixel Phone กลายเป็น Webcam สำหรับ Nintendo Switch 2
    ข่าวนี้เล่าเรื่องน่าสนใจสำหรับสายเกมและเทคโนโลยี เมื่อมีการค้นพบว่า Pixel Phone สามารถเชื่อมต่อกับ Nintendo Switch 2 ผ่านสาย USB แล้วทำงานเป็น webcam ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใด ๆ ฟีเจอร์นี้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถสตรีมเกมหรือใช้กล้องมือถือเป็นอุปกรณ์เสริมได้อย่างสะดวก ถือเป็นการผสมผสานระหว่างสมาร์ทโฟนและเครื่องเกมที่ทำให้การใช้งานยืดหยุ่นขึ้นมาก
    https://securityonline.info/pixel-phone-turns-into-webcam-for-nintendo-switch-2-via-usb-no-accessory-needed

    Meta จับมือ CNN และ Le Monde ป้อนข่าวลิขสิทธิ์ให้ AI
    Meta ที่ก่อนหน้านี้ถูกวิจารณ์เรื่องการใช้ข้อมูลข่าวสารโดยไม่ขออนุญาต ตอนนี้ได้เปลี่ยนท่าทีใหม่ โดยทำข้อตกลงกับสำนักข่าวใหญ่ ๆ อย่าง CNN และ Le Monde เพื่อให้ข่าวที่มีลิขสิทธิ์ถูกนำไปใช้ในระบบ Meta AI อย่างถูกต้องตามกฎหมาย การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าบริษัทกำลังพยายามสร้างความน่าเชื่อถือและลดแรงเสียดทานจากสื่อ รวมถึงอาจเป็นการวางรากฐานให้ AI ของ Meta มีข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้มากขึ้น
    https://securityonline.info/meta-reverses-course-strikes-deals-with-cnn-le-monde-to-feed-licensed-news-to-meta-ai

    EU ปรับ X €120 ล้าน จากการละเมิด DSA
    สหภาพยุโรปได้ปรับแพลตฟอร์ม X (อดีต Twitter) เป็นเงินมหาศาลถึง 120 ล้านยูโร เนื่องจากละเมิดกฎหมาย Digital Services Act (DSA) โดยเฉพาะการตรวจสอบระบบ Blue Check Verification ที่ถูกมองว่า “หลอกลวง” การปรับครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า EU จริงจังกับการบังคับใช้กฎหมายดิจิทัล และแพลตฟอร์มใหญ่ ๆ จะไม่สามารถใช้วิธีการที่ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดได้อีกต่อไป
    https://securityonline.info/eu-fines-x-e120-million-for-dsa-violation-over-deceptive-blue-check-verification

    Meta แก้ระบบ Support พัง เปิดตัว AI Assistants และ Recovery Hub
    Meta ประกาศปรับปรุงระบบช่วยเหลือผู้ใช้ที่ก่อนหน้านี้ถูกวิจารณ์ว่า “พัง” และไม่ตอบโจทย์ โดยครั้งนี้ได้เพิ่ม AI Assistants เข้ามาช่วยตอบคำถามและแก้ปัญหา รวมถึงเปิดตัว Recovery Hubs ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับการกู้คืนบัญชีหรือแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนว่าบริษัทกำลังพยายามฟื้นความเชื่อมั่นจากผู้ใช้ และใช้ AI เป็นหัวใจหลักในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน
    https://securityonline.info/meta-fixes-broken-support-rolling-out-ai-assistants-and-new-recovery-hubs

    Bluetooth Flaw เสี่ยงทำ Smart Car และ Wear OS Crash
    มีการเปิดเผยช่องโหว่ใหม่ในระบบ Bluetooth ที่สามารถทำให้เกิดการโจมตีแบบ Denial of Service (DoS) ได้ โดย Proof-of-Concept (PoC) แสดงให้เห็นว่าช่องโหว่นี้สามารถทำให้ Smart Cars และอุปกรณ์ที่ใช้ Wear OS เกิดการ crash ได้ทันที ความเสี่ยงนี้ทำให้ผู้ใช้รถยนต์อัจฉริยะและอุปกรณ์สวมใส่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะการโจมตีอาจทำให้ระบบหยุดทำงานในเวลาที่ไม่คาดคิด
    https://securityonline.info/poc-available-bluetooth-flaw-risks-dos-crash-on-smart-cars-and-wear-os

    ช่องโหว่ร้ายแรงใน Duc Disk Tool (CVE-2025-13654)
    เครื่องมือ Duc Disk Tool ถูกพบว่ามีช่องโหว่ร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับ integer underflow ซึ่งสามารถนำไปสู่การโจมตีแบบ DoS และการรั่วไหลของข้อมูลได้ ช่องโหว่นี้ถูกจัดอยู่ในระดับ High-Severity ทำให้ผู้ใช้และผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตหรือหาทางแก้ไขเพื่อป้องกันการถูกโจมตี
    https://securityonline.info/high-severity-duc-disk-tool-flaw-cve-2025-13654-risks-dos-and-information-leak-via-integer-underflow

    SeedSnatcher มัลแวร์ Android ล่าผู้ใช้คริปโต
    มัลแวร์ใหม่ชื่อ SeedSnatcher กำลังโจมตีผู้ใช้ Android ที่เกี่ยวข้องกับคริปโต โดยใช้เทคนิค overlay phishing และการตรวจสอบ BIP 39 เพื่อขโมย seed phrase ของกระเป๋าเงินดิจิทัล มันสามารถหลอกให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลสำคัญลงในหน้าปลอมที่ดูเหมือนจริง ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงและขโมยสินทรัพย์คริปโตได้อย่างง่ายดาย
    https://securityonline.info/seedsnatcher-android-malware-targets-crypto-users-using-overlay-phishing-and-bip-39-validation-to-steal-seed-phrases

    Russian APT UTA0355 ขโมย OAuth Token ของ Microsoft 365
    กลุ่มแฮกเกอร์รัสเซียชื่อ UTA0355 ใช้กลยุทธ์หลอกลวงผ่านการเชิญเข้าร่วม งานประชุมความปลอดภัยปลอม และแม้กระทั่งการปลอมเป็นทีมสนับสนุนบน WhatsApp เพื่อหลอกผู้ใช้ให้เปิดเผยข้อมูลสำคัญ ผลลัพธ์คือการขโมย OAuth Token ของ Microsoft 365 ซึ่งสามารถนำไปใช้เข้าถึงข้อมูลและระบบขององค์กรได้โดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
    https://securityonline.info/russian-apt-uta0355-steals-microsoft-365-oauth-tokens-via-fake-security-conference-lures-and-whatsapp-support

    Windows 11 Agenda View กลับมาอีกครั้ง แต่มี Overhead
    Microsoft ได้นำฟีเจอร์ Agenda View กลับมาใน Windows 11 แต่ครั้งนี้ถูกสร้างบน WebView 2 ซึ่งแม้จะทำให้การแสดงผลยืดหยุ่นขึ้น แต่ก็มีข้อเสียคือ performance overhead ที่อาจทำให้ระบบทำงานช้าลง ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ดูตารางนัดหมายได้สะดวกขึ้น แต่ก็ต้องแลกกับการใช้ทรัพยากรที่มากกว่าเดิม
    https://securityonline.info/windows-11-agenda-view-is-back-but-built-on-webview-2-with-performance-overhead

    BRICKSTORM: มัลแวร์สายลับจากจีนที่ฝังตัวใน VMware และ ADFS
    มีรายงานใหม่จาก CISA และ NSA ร่วมกับหน่วยงานแคนาดา เปิดเผยการทำงานของมัลแวร์ชื่อ BRICKSTORM ที่ถูกใช้โดยกลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลจีน จุดเด่นของมันคือความสามารถในการอยู่รอดในระบบเป้าหมายได้นานเกือบ 18 เดือนโดยไม่ถูกตรวจจับ เป้าหมายหลักคือโครงสร้างพื้นฐานเสมือนจริงอย่าง VMware และระบบ Windows โดยมันสามารถสร้าง VM ปลอมเพื่อขโมยข้อมูล รวมถึงใช้เทคนิคการสื่อสารที่ซับซ้อน เช่น HTTPS, WebSockets, TLS ซ้อนกันหลายชั้น และ DNS-over-HTTPS เพื่อพรางตัวให้เหมือนทราฟฟิกปกติ เรื่องนี้ถือเป็นภัยคุกคามระยะยาวที่องค์กรภาครัฐและ IT ต้องเร่งตรวจสอบ
    https://securityonline.info/cisa-nsa-warn-of-brickstorm-backdoor-china-apt-targets-vmware-and-adfs-for-long-term-espionage

    ช่องโหว่ lz4-java (CVE-2025-66566) รั่วข้อมูลหน่วยความจำ
    มีการค้นพบช่องโหว่ร้ายแรงในไลบรารี lz4-java ที่ใช้กันแพร่หลายสำหรับการบีบอัดข้อมูล ช่องโหว่นี้ทำให้ผู้โจมตีสามารถดึงข้อมูลที่ยังไม่ได้ถูกล้างออกจากหน่วยความจำระหว่างการดีคอมเพรสได้ ซึ่งอาจรวมถึงรหัสผ่านหรือคีย์เข้ารหัส ปัญหามาจากการที่บัฟเฟอร์ไม่ได้ถูกเคลียร์ก่อนใช้งานใหม่ ทำให้ข้อมูลเก่าหลุดออกมาได้ การโจมตีเกิดขึ้นเมื่อผู้โจมตีส่งข้อมูลบีบอัดที่ถูกปรับแต่งมาให้ระบบดีคอมเพรส ผลคือข้อมูลที่ควรจะถูกซ่อนกลับถูกเปิดเผยออกมา ทางแก้คือการอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.10.1 หรือหากยังไม่สามารถทำได้ ต้องล้างบัฟเฟอร์ด้วยตนเองก่อนใช้งาน
    https://securityonline.info/high-severity-lz4-java-flaw-cve-2025-66566-leaks-uninitialized-memory-during-decompression

    ช่องโหว่ Cal.com (CVE-2025-66489) เปิดทางให้ข้ามการยืนยันตัวตน
    แพลตฟอร์ม Cal.com ที่ใช้จัดการตารางนัดหมาย ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าสู่ระบบได้โดยไม่ต้องใช้รหัสผ่านจริง หากใส่ค่าในช่อง TOTP (รหัสยืนยันแบบครั้งเดียว) ระบบจะข้ามการตรวจสอบรหัสผ่านทันที แม้ผู้ใช้เปิด 2FA ก็ยังเสี่ยงเพราะระบบตรวจสอบแค่ TOTP โดยไม่สนใจรหัสผ่าน ส่งผลให้แค่รู้ที่อยู่อีเมลก็สามารถเจาะบัญชีได้แล้ว ช่องโหว่นี้ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุดเกือบเต็ม 9.9 และมีการออกแพตช์แก้ไขในเวอร์ชัน 5.9.8 ผู้ใช้ควรรีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันการถูกยึดบัญชี
    https://securityonline.info/critical-cal-com-flaw-cve-2025-66489-cvss-9-9-allows-authentication-bypass-by-submitting-fake-totp-codes

    WatchGuard VPN เจอช่องโหว่เสี่ยง DoS และ RCE
    ผลิตภัณฑ์ Firebox ของ WatchGuard ถูกพบช่องโหว่หลายรายการที่กระทบต่อระบบ VPN และอินเทอร์เฟซจัดการ โดยเฉพาะ CVE-2025-11838 ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถทำให้บริการ VPN ล่มได้โดยไม่ต้องมีสิทธิ์ใด ๆ นอกจากนี้ยังมีช่องโหว่การฉีดคำสั่ง CLI และ XPath Injection ที่เปิดโอกาสให้เข้าถึงข้อมูลหรือรันโค้ดอันตรายได้ ช่องโหว่เหล่านี้กระทบหลายเวอร์ชันของ Fireware OS และบริษัทได้ออกแพตช์ใหม่เพื่อแก้ไขแล้ว ผู้ดูแลระบบควรรีบอัปเดตเพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจทำให้ระบบเครือข่ายเสียหาย
    https://securityonline.info/high-severity-watchguard-flaws-risk-vpn-dos-and-rce-via-ikev2-memory-corruption

    MuddyWater ใช้ UDPGangster Backdoor เจาะระบบ
    กลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านชื่อ MuddyWater ถูกพบว่ากำลังใช้มัลแวร์ใหม่ชื่อ UDPGangster เพื่อโจมตีหน่วยงานรัฐบาลและโครงสร้างพื้นฐานในตุรกี อิสราเอล และอาเซอร์ไบจาน จุดเด่นคือการสื่อสารผ่านโปรโตคอล UDP แทนที่จะใช้ HTTP/HTTPS ทำให้หลบเลี่ยงการตรวจจับได้ดี มัลแวร์ถูกส่งผ่านอีเมลฟิชชิ่งที่แนบไฟล์ Word พร้อมมาโคร เมื่อเหยื่อเปิดใช้งานก็จะติดตั้งตัวเองและสร้าง persistence บนเครื่อง จากนั้นผู้โจมตีสามารถสั่งรันคำสั่ง ขโมยไฟล์ และควบคุมเครื่องได้เต็มรูปแบบ ถือเป็นการโจมตีที่ซับซ้อนและมีการตรวจสอบสภาพแวดล้อมเพื่อหลบเลี่ยงการวิเคราะห์
    https://securityonline.info/iran-linked-muddywater-deploys-udpgangster-backdoor-using-udp-protocol-for-covert-c2

    Intellexa ใช้ช่องโหว่ 15 รายการเพื่อแพร่กระจาย Predator Spyware
    บริษัทผู้ขายสปายแวร์ชื่อ Intellexa ถูกเปิดโปงว่าใช้ช่องโหว่แบบ zero-day ถึง 15 รายการตั้งแต่ปี 2021 เพื่อแพร่กระจายสปายแวร์ Predator โดยเฉพาะการโจมตีผ่าน iOS exploit chain ที่ชื่อ “smack” ซึ่งสามารถเจาะระบบ iPhone ได้โดยไม่ต้องมีการโต้ตอบจากผู้ใช้ Predator ถูกใช้เพื่อสอดแนมเป้าหมายระดับสูง เช่น นักข่าว นักการเมือง และนักกิจกรรม โดยมีการขายให้กับรัฐบาลหลายประเทศ การเปิดเผยนี้สะท้อนถึงการใช้เทคโนโลยีเชิงรุกเพื่อการสอดแนมที่อันตรายและยากต่อการป้องกัน
    https://securityonline.info/spyware-vendor-intellexa-used-15-zero-days-since-2021-deploying-predator-via-smack-ios-exploit-chain

    urllib3 พบช่องโหว่เสี่ยงทำให้ระบบล่ม
    ไลบรารี Python ยอดนิยมอย่าง urllib3 ถูกพบช่องโหว่ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถทำให้ระบบผู้ใช้ล่มได้ ช่องโหว่นี้เกิดจากการดีคอมเพรสข้อมูลที่ไม่มีการจำกัด ทำให้หน่วยความจำถูกใช้จนหมด และการสตรีมข้อมูลที่ไม่ถูกควบคุมจนทำให้ทรัพยากรถูกใช้เกินขีดจำกัด ผลคือระบบอาจหยุดทำงานหรือไม่ตอบสนอง การโจมตีสามารถทำได้ง่ายเพียงส่งข้อมูลที่ถูกปรับแต่งมาให้ระบบจัดการ การแก้ไขคือการอัปเดตเวอร์ชันใหม่ที่มีการจำกัดการดีคอมเพรสและการสตรีมเพื่อป้องกันการโจมตีแบบ DoS
    https://securityonline.info/urllib3-flaws-risk-client-dos-via-unbounded-decompression-and-streaming-resource-exhaustion

    ValleyRAT หลอกผู้หางานด้วย Foxit PDF Reader ปลอม
    มีการค้นพบการโจมตีใหม่ที่ใช้มัลแวร์ ValleyRAT โดยกลุ่มผู้โจมตีได้ทำการ sideload DLL อันตรายเข้าไปใน Foxit PDF Reader ที่ถูกดัดแปลง จากนั้นนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์หางานภาษาอังกฤษเพื่อหลอกผู้ใช้ที่กำลังหางาน เมื่อเหยื่อดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม PDF Reader ปลอมนี้ มัลแวร์จะถูกโหลดเข้ามาในระบบทันที ทำให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมเครื่อง ขโมยข้อมูล และติดตั้ง payload เพิ่มเติมได้ การโจมตีนี้เน้นไปที่ผู้หางานในต่างประเทศที่อาจไม่ทันระวังภัย
    ​​​​​​​ https://securityonline.info/valleyrat-targets-english-job-seekers-by-trojanizing-foxit-pdf-reader-with-dll-sideloading
    📌🔐🟡 รวมข่าวจากเวบ SecurityOnline 🟡🔐📌 #รวมข่าวIT #20251208 #securityonline 🛡️ Stealth Supply Chain Attack: Rust Crate ปลอมแฝงมัลแวร์ เรื่องนี้เป็นการโจมตีแบบ supply chain ที่แยบยลมาก แฮกเกอร์ใช้เทคนิค typosquatting ปลอมตัวเป็นไลบรารีชื่อ finch-rust บน Crates.io ให้ดูเหมือนเป็นเวอร์ชัน Rust ของเครื่องมือ bioinformatics ที่ชื่อ finch ซึ่งมีคนดาวน์โหลดจริงกว่า 67,000 ครั้ง ตัวแพ็กเกจปลอมนี้ทำงานเหมือนของจริง แต่ซ่อนโค้ดบรรทัดเดียวที่โหลดมัลแวร์ชื่อ sha-rust เข้ามา โดยใช้ dependency แบบไม่ fix เวอร์ชัน ทำให้ผู้โจมตีสามารถอัปเดต payload ได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้องแก้ loader เลย ภายในสองสัปดาห์ sha-rust ถูกพัฒนาไปถึง 8 เวอร์ชัน จากการสแกนโฟลเดอร์ทั้งหมดจนเปลี่ยนเป็นสแกนเฉพาะ directory ปัจจุบันเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ เป้าหมายคือไฟล์ environment, config และ token ต่าง ๆ แล้วส่งออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ปลอมผ่าน HTTPS พร้อม delay เล็กน้อยเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ ผู้โจมตียังสร้างโปรไฟล์ GitHub ปลอมแฝงตัวเป็นนักพัฒนาจริงเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ สุดท้ายทีม Rust Security ตรวจพบและลบออกไป แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าการโจมตีแบบ typosquatting ยังคงเป็นภัยใหญ่ในโลก open-source 🔗 https://securityonline.info/stealth-supply-chain-attack-malicious-rust-crate-used-unpinned-dependency-for-silent-payload-upgrades 🎮 Pixel Phone กลายเป็น Webcam สำหรับ Nintendo Switch 2 ข่าวนี้เล่าเรื่องน่าสนใจสำหรับสายเกมและเทคโนโลยี เมื่อมีการค้นพบว่า Pixel Phone สามารถเชื่อมต่อกับ Nintendo Switch 2 ผ่านสาย USB แล้วทำงานเป็น webcam ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใด ๆ ฟีเจอร์นี้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถสตรีมเกมหรือใช้กล้องมือถือเป็นอุปกรณ์เสริมได้อย่างสะดวก ถือเป็นการผสมผสานระหว่างสมาร์ทโฟนและเครื่องเกมที่ทำให้การใช้งานยืดหยุ่นขึ้นมาก 🔗 https://securityonline.info/pixel-phone-turns-into-webcam-for-nintendo-switch-2-via-usb-no-accessory-needed 📰 Meta จับมือ CNN และ Le Monde ป้อนข่าวลิขสิทธิ์ให้ AI Meta ที่ก่อนหน้านี้ถูกวิจารณ์เรื่องการใช้ข้อมูลข่าวสารโดยไม่ขออนุญาต ตอนนี้ได้เปลี่ยนท่าทีใหม่ โดยทำข้อตกลงกับสำนักข่าวใหญ่ ๆ อย่าง CNN และ Le Monde เพื่อให้ข่าวที่มีลิขสิทธิ์ถูกนำไปใช้ในระบบ Meta AI อย่างถูกต้องตามกฎหมาย การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าบริษัทกำลังพยายามสร้างความน่าเชื่อถือและลดแรงเสียดทานจากสื่อ รวมถึงอาจเป็นการวางรากฐานให้ AI ของ Meta มีข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้มากขึ้น 🔗 https://securityonline.info/meta-reverses-course-strikes-deals-with-cnn-le-monde-to-feed-licensed-news-to-meta-ai ⚖️ EU ปรับ X €120 ล้าน จากการละเมิด DSA สหภาพยุโรปได้ปรับแพลตฟอร์ม X (อดีต Twitter) เป็นเงินมหาศาลถึง 120 ล้านยูโร เนื่องจากละเมิดกฎหมาย Digital Services Act (DSA) โดยเฉพาะการตรวจสอบระบบ Blue Check Verification ที่ถูกมองว่า “หลอกลวง” การปรับครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า EU จริงจังกับการบังคับใช้กฎหมายดิจิทัล และแพลตฟอร์มใหญ่ ๆ จะไม่สามารถใช้วิธีการที่ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดได้อีกต่อไป 🔗 https://securityonline.info/eu-fines-x-e120-million-for-dsa-violation-over-deceptive-blue-check-verification 🤖 Meta แก้ระบบ Support พัง เปิดตัว AI Assistants และ Recovery Hub Meta ประกาศปรับปรุงระบบช่วยเหลือผู้ใช้ที่ก่อนหน้านี้ถูกวิจารณ์ว่า “พัง” และไม่ตอบโจทย์ โดยครั้งนี้ได้เพิ่ม AI Assistants เข้ามาช่วยตอบคำถามและแก้ปัญหา รวมถึงเปิดตัว Recovery Hubs ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับการกู้คืนบัญชีหรือแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนว่าบริษัทกำลังพยายามฟื้นความเชื่อมั่นจากผู้ใช้ และใช้ AI เป็นหัวใจหลักในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน 🔗 https://securityonline.info/meta-fixes-broken-support-rolling-out-ai-assistants-and-new-recovery-hubs 🚗 Bluetooth Flaw เสี่ยงทำ Smart Car และ Wear OS Crash มีการเปิดเผยช่องโหว่ใหม่ในระบบ Bluetooth ที่สามารถทำให้เกิดการโจมตีแบบ Denial of Service (DoS) ได้ โดย Proof-of-Concept (PoC) แสดงให้เห็นว่าช่องโหว่นี้สามารถทำให้ Smart Cars และอุปกรณ์ที่ใช้ Wear OS เกิดการ crash ได้ทันที ความเสี่ยงนี้ทำให้ผู้ใช้รถยนต์อัจฉริยะและอุปกรณ์สวมใส่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะการโจมตีอาจทำให้ระบบหยุดทำงานในเวลาที่ไม่คาดคิด 🔗 https://securityonline.info/poc-available-bluetooth-flaw-risks-dos-crash-on-smart-cars-and-wear-os 💾 ช่องโหว่ร้ายแรงใน Duc Disk Tool (CVE-2025-13654) เครื่องมือ Duc Disk Tool ถูกพบว่ามีช่องโหว่ร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับ integer underflow ซึ่งสามารถนำไปสู่การโจมตีแบบ DoS และการรั่วไหลของข้อมูลได้ ช่องโหว่นี้ถูกจัดอยู่ในระดับ High-Severity ทำให้ผู้ใช้และผู้ดูแลระบบต้องรีบอัปเดตหรือหาทางแก้ไขเพื่อป้องกันการถูกโจมตี 🔗 https://securityonline.info/high-severity-duc-disk-tool-flaw-cve-2025-13654-risks-dos-and-information-leak-via-integer-underflow 📱 SeedSnatcher มัลแวร์ Android ล่าผู้ใช้คริปโต มัลแวร์ใหม่ชื่อ SeedSnatcher กำลังโจมตีผู้ใช้ Android ที่เกี่ยวข้องกับคริปโต โดยใช้เทคนิค overlay phishing และการตรวจสอบ BIP 39 เพื่อขโมย seed phrase ของกระเป๋าเงินดิจิทัล มันสามารถหลอกให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลสำคัญลงในหน้าปลอมที่ดูเหมือนจริง ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงและขโมยสินทรัพย์คริปโตได้อย่างง่ายดาย 🔗 https://securityonline.info/seedsnatcher-android-malware-targets-crypto-users-using-overlay-phishing-and-bip-39-validation-to-steal-seed-phrases 🎭 Russian APT UTA0355 ขโมย OAuth Token ของ Microsoft 365 กลุ่มแฮกเกอร์รัสเซียชื่อ UTA0355 ใช้กลยุทธ์หลอกลวงผ่านการเชิญเข้าร่วม งานประชุมความปลอดภัยปลอม และแม้กระทั่งการปลอมเป็นทีมสนับสนุนบน WhatsApp เพื่อหลอกผู้ใช้ให้เปิดเผยข้อมูลสำคัญ ผลลัพธ์คือการขโมย OAuth Token ของ Microsoft 365 ซึ่งสามารถนำไปใช้เข้าถึงข้อมูลและระบบขององค์กรได้โดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน 🔗 https://securityonline.info/russian-apt-uta0355-steals-microsoft-365-oauth-tokens-via-fake-security-conference-lures-and-whatsapp-support 🖥️ Windows 11 Agenda View กลับมาอีกครั้ง แต่มี Overhead Microsoft ได้นำฟีเจอร์ Agenda View กลับมาใน Windows 11 แต่ครั้งนี้ถูกสร้างบน WebView 2 ซึ่งแม้จะทำให้การแสดงผลยืดหยุ่นขึ้น แต่ก็มีข้อเสียคือ performance overhead ที่อาจทำให้ระบบทำงานช้าลง ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ดูตารางนัดหมายได้สะดวกขึ้น แต่ก็ต้องแลกกับการใช้ทรัพยากรที่มากกว่าเดิม 🔗 https://securityonline.info/windows-11-agenda-view-is-back-but-built-on-webview-2-with-performance-overhead 🛡️ BRICKSTORM: มัลแวร์สายลับจากจีนที่ฝังตัวใน VMware และ ADFS มีรายงานใหม่จาก CISA และ NSA ร่วมกับหน่วยงานแคนาดา เปิดเผยการทำงานของมัลแวร์ชื่อ BRICKSTORM ที่ถูกใช้โดยกลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลจีน จุดเด่นของมันคือความสามารถในการอยู่รอดในระบบเป้าหมายได้นานเกือบ 18 เดือนโดยไม่ถูกตรวจจับ เป้าหมายหลักคือโครงสร้างพื้นฐานเสมือนจริงอย่าง VMware และระบบ Windows โดยมันสามารถสร้าง VM ปลอมเพื่อขโมยข้อมูล รวมถึงใช้เทคนิคการสื่อสารที่ซับซ้อน เช่น HTTPS, WebSockets, TLS ซ้อนกันหลายชั้น และ DNS-over-HTTPS เพื่อพรางตัวให้เหมือนทราฟฟิกปกติ เรื่องนี้ถือเป็นภัยคุกคามระยะยาวที่องค์กรภาครัฐและ IT ต้องเร่งตรวจสอบ 🔗 https://securityonline.info/cisa-nsa-warn-of-brickstorm-backdoor-china-apt-targets-vmware-and-adfs-for-long-term-espionage 🧩 ช่องโหว่ lz4-java (CVE-2025-66566) รั่วข้อมูลหน่วยความจำ มีการค้นพบช่องโหว่ร้ายแรงในไลบรารี lz4-java ที่ใช้กันแพร่หลายสำหรับการบีบอัดข้อมูล ช่องโหว่นี้ทำให้ผู้โจมตีสามารถดึงข้อมูลที่ยังไม่ได้ถูกล้างออกจากหน่วยความจำระหว่างการดีคอมเพรสได้ ซึ่งอาจรวมถึงรหัสผ่านหรือคีย์เข้ารหัส ปัญหามาจากการที่บัฟเฟอร์ไม่ได้ถูกเคลียร์ก่อนใช้งานใหม่ ทำให้ข้อมูลเก่าหลุดออกมาได้ การโจมตีเกิดขึ้นเมื่อผู้โจมตีส่งข้อมูลบีบอัดที่ถูกปรับแต่งมาให้ระบบดีคอมเพรส ผลคือข้อมูลที่ควรจะถูกซ่อนกลับถูกเปิดเผยออกมา ทางแก้คือการอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 1.10.1 หรือหากยังไม่สามารถทำได้ ต้องล้างบัฟเฟอร์ด้วยตนเองก่อนใช้งาน 🔗 https://securityonline.info/high-severity-lz4-java-flaw-cve-2025-66566-leaks-uninitialized-memory-during-decompression 🔐 ช่องโหว่ Cal.com (CVE-2025-66489) เปิดทางให้ข้ามการยืนยันตัวตน แพลตฟอร์ม Cal.com ที่ใช้จัดการตารางนัดหมาย ถูกพบช่องโหว่ร้ายแรงที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าสู่ระบบได้โดยไม่ต้องใช้รหัสผ่านจริง หากใส่ค่าในช่อง TOTP (รหัสยืนยันแบบครั้งเดียว) ระบบจะข้ามการตรวจสอบรหัสผ่านทันที แม้ผู้ใช้เปิด 2FA ก็ยังเสี่ยงเพราะระบบตรวจสอบแค่ TOTP โดยไม่สนใจรหัสผ่าน ส่งผลให้แค่รู้ที่อยู่อีเมลก็สามารถเจาะบัญชีได้แล้ว ช่องโหว่นี้ถูกจัดระดับความรุนแรงสูงสุดเกือบเต็ม 9.9 และมีการออกแพตช์แก้ไขในเวอร์ชัน 5.9.8 ผู้ใช้ควรรีบอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันการถูกยึดบัญชี 🔗 https://securityonline.info/critical-cal-com-flaw-cve-2025-66489-cvss-9-9-allows-authentication-bypass-by-submitting-fake-totp-codes 🌐 WatchGuard VPN เจอช่องโหว่เสี่ยง DoS และ RCE ผลิตภัณฑ์ Firebox ของ WatchGuard ถูกพบช่องโหว่หลายรายการที่กระทบต่อระบบ VPN และอินเทอร์เฟซจัดการ โดยเฉพาะ CVE-2025-11838 ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถทำให้บริการ VPN ล่มได้โดยไม่ต้องมีสิทธิ์ใด ๆ นอกจากนี้ยังมีช่องโหว่การฉีดคำสั่ง CLI และ XPath Injection ที่เปิดโอกาสให้เข้าถึงข้อมูลหรือรันโค้ดอันตรายได้ ช่องโหว่เหล่านี้กระทบหลายเวอร์ชันของ Fireware OS และบริษัทได้ออกแพตช์ใหม่เพื่อแก้ไขแล้ว ผู้ดูแลระบบควรรีบอัปเดตเพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจทำให้ระบบเครือข่ายเสียหาย 🔗 https://securityonline.info/high-severity-watchguard-flaws-risk-vpn-dos-and-rce-via-ikev2-memory-corruption 📡 MuddyWater ใช้ UDPGangster Backdoor เจาะระบบ กลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านชื่อ MuddyWater ถูกพบว่ากำลังใช้มัลแวร์ใหม่ชื่อ UDPGangster เพื่อโจมตีหน่วยงานรัฐบาลและโครงสร้างพื้นฐานในตุรกี อิสราเอล และอาเซอร์ไบจาน จุดเด่นคือการสื่อสารผ่านโปรโตคอล UDP แทนที่จะใช้ HTTP/HTTPS ทำให้หลบเลี่ยงการตรวจจับได้ดี มัลแวร์ถูกส่งผ่านอีเมลฟิชชิ่งที่แนบไฟล์ Word พร้อมมาโคร เมื่อเหยื่อเปิดใช้งานก็จะติดตั้งตัวเองและสร้าง persistence บนเครื่อง จากนั้นผู้โจมตีสามารถสั่งรันคำสั่ง ขโมยไฟล์ และควบคุมเครื่องได้เต็มรูปแบบ ถือเป็นการโจมตีที่ซับซ้อนและมีการตรวจสอบสภาพแวดล้อมเพื่อหลบเลี่ยงการวิเคราะห์ 🔗 https://securityonline.info/iran-linked-muddywater-deploys-udpgangster-backdoor-using-udp-protocol-for-covert-c2 🕵️‍♂️ Intellexa ใช้ช่องโหว่ 15 รายการเพื่อแพร่กระจาย Predator Spyware บริษัทผู้ขายสปายแวร์ชื่อ Intellexa ถูกเปิดโปงว่าใช้ช่องโหว่แบบ zero-day ถึง 15 รายการตั้งแต่ปี 2021 เพื่อแพร่กระจายสปายแวร์ Predator โดยเฉพาะการโจมตีผ่าน iOS exploit chain ที่ชื่อ “smack” ซึ่งสามารถเจาะระบบ iPhone ได้โดยไม่ต้องมีการโต้ตอบจากผู้ใช้ Predator ถูกใช้เพื่อสอดแนมเป้าหมายระดับสูง เช่น นักข่าว นักการเมือง และนักกิจกรรม โดยมีการขายให้กับรัฐบาลหลายประเทศ การเปิดเผยนี้สะท้อนถึงการใช้เทคโนโลยีเชิงรุกเพื่อการสอดแนมที่อันตรายและยากต่อการป้องกัน 🔗 https://securityonline.info/spyware-vendor-intellexa-used-15-zero-days-since-2021-deploying-predator-via-smack-ios-exploit-chain 📉 urllib3 พบช่องโหว่เสี่ยงทำให้ระบบล่ม ไลบรารี Python ยอดนิยมอย่าง urllib3 ถูกพบช่องโหว่ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถทำให้ระบบผู้ใช้ล่มได้ ช่องโหว่นี้เกิดจากการดีคอมเพรสข้อมูลที่ไม่มีการจำกัด ทำให้หน่วยความจำถูกใช้จนหมด และการสตรีมข้อมูลที่ไม่ถูกควบคุมจนทำให้ทรัพยากรถูกใช้เกินขีดจำกัด ผลคือระบบอาจหยุดทำงานหรือไม่ตอบสนอง การโจมตีสามารถทำได้ง่ายเพียงส่งข้อมูลที่ถูกปรับแต่งมาให้ระบบจัดการ การแก้ไขคือการอัปเดตเวอร์ชันใหม่ที่มีการจำกัดการดีคอมเพรสและการสตรีมเพื่อป้องกันการโจมตีแบบ DoS 🔗 https://securityonline.info/urllib3-flaws-risk-client-dos-via-unbounded-decompression-and-streaming-resource-exhaustion 🎯 ValleyRAT หลอกผู้หางานด้วย Foxit PDF Reader ปลอม มีการค้นพบการโจมตีใหม่ที่ใช้มัลแวร์ ValleyRAT โดยกลุ่มผู้โจมตีได้ทำการ sideload DLL อันตรายเข้าไปใน Foxit PDF Reader ที่ถูกดัดแปลง จากนั้นนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์หางานภาษาอังกฤษเพื่อหลอกผู้ใช้ที่กำลังหางาน เมื่อเหยื่อดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม PDF Reader ปลอมนี้ มัลแวร์จะถูกโหลดเข้ามาในระบบทันที ทำให้ผู้โจมตีสามารถควบคุมเครื่อง ขโมยข้อมูล และติดตั้ง payload เพิ่มเติมได้ การโจมตีนี้เน้นไปที่ผู้หางานในต่างประเทศที่อาจไม่ทันระวังภัย ​​​​​​​🔗 https://securityonline.info/valleyrat-targets-english-job-seekers-by-trojanizing-foxit-pdf-reader-with-dll-sideloading
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 815 มุมมอง 0 รีวิว
  • “Aisuru Botnet สร้างสถิติ DDoS Attack ครั้งใหญ่ที่สุด”

    ในไตรมาส 3 ปี 2025 Cloudflare เปิดเผยว่า Aisuru Botnet ได้ทำการโจมตี DDoS ที่มีความเร็วสูงสุดถึง 29.7 Tbps และ 14.1 พันล้านแพ็กเก็ตต่อวินาที ด้วยเทคนิค UDP carpet-bombing ซึ่งไม่เพียงโจมตีเป้าหมายหลัก แต่ยังสร้างผลกระทบต่อ ISP รายใหญ่ในสหรัฐฯ ทำให้ผู้ใช้นับล้านได้รับผลกระทบ แม้จะไม่ได้เป็นเป้าหมายโดยตรง

    “จำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
    ตั้งแต่ต้นปี 2025 Cloudflare ได้หยุดการโจมตีจาก Aisuru ไปแล้วกว่า 2,867 ครั้ง โดยในไตรมาส 3 เพียงไตรมาสเดียวมีการโจมตีแบบ “hyper-volumetric” ถึง 1,304 ครั้ง เพิ่มขึ้น 54% จากไตรมาสก่อนหน้า รวมทั้งหมด Cloudflare ป้องกันการโจมตี DDoS ได้กว่า 8.3 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

    “อุตสาหกรรมและประเทศที่ถูกโจมตีหนักที่สุด”
    อุตสาหกรรมที่ถูกโจมตีมากที่สุดคือ Information Technology & Services ตามด้วย Telecommunications และ Gambling/Casinos ขณะที่บริษัทด้าน AI พบการโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 347% ในเดือนกันยายน 2025 เนื่องจากการถกเถียงเรื่องกฎระเบียบ AI ส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์และเหมืองแร่ก็ถูกโจมตีหนักขึ้นจากความตึงเครียดทางการค้า EU–China ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ จีน, ตุรกี, เยอรมนี, บราซิล และสหรัฐฯ โดยอินโดนีเซียยังคงเป็นแหล่งโจมตีใหญ่ที่สุดต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4

    “การป้องกันต้องพึ่งระบบอัตโนมัติ”
    Cloudflare สรุปว่า การโจมตีสมัยใหม่เร็วเกินกว่าที่มนุษย์จะตอบสนองทัน ทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องพึ่งพาระบบอัตโนมัติในการป้องกันมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญจาก ESET เตือนว่า การใช้กฎกรองแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะผู้โจมตีใช้ IP จำนวนมหาศาลและเทคนิคสุ่มที่ซับซ้อนขึ้นทุกปี

    สรุปประเด็นสำคัญ
    สถิติการโจมตี
    Aisuru Botnet ทำ DDoS สูงสุด 29.7 Tbps
    ใช้เทคนิค UDP carpet-bombing

    จำนวนการโจมตีที่ถูกสกัด
    Cloudflare หยุดการโจมตี 2,867 ครั้งในปี 2025
    รวมทั้งหมด 8.3 ล้านครั้งในไตรมาส 3

    อุตสาหกรรมที่ถูกโจมตีหนัก
    IT & Services, Telecom, Gambling
    AI Companies เพิ่มขึ้น 347%

    ประเทศที่ได้รับผลกระทบ
    จีน, ตุรกี, เยอรมนี, บราซิล, สหรัฐฯ
    อินโดนีเซียเป็นแหล่งโจมตีใหญ่ที่สุด

    คำเตือนสำหรับองค์กร
    ระบบกรองแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป
    ต้องพึ่งระบบอัตโนมัติในการป้องกัน
    ควรเตรียมโครงสร้างเครือข่ายให้รองรับการโจมตีระดับมหาศาล

    https://hackread.com/cloudflare-aisuru-botnet-ddos-attack/
    🌐 “Aisuru Botnet สร้างสถิติ DDoS Attack ครั้งใหญ่ที่สุด” ในไตรมาส 3 ปี 2025 Cloudflare เปิดเผยว่า Aisuru Botnet ได้ทำการโจมตี DDoS ที่มีความเร็วสูงสุดถึง 29.7 Tbps และ 14.1 พันล้านแพ็กเก็ตต่อวินาที ด้วยเทคนิค UDP carpet-bombing ซึ่งไม่เพียงโจมตีเป้าหมายหลัก แต่ยังสร้างผลกระทบต่อ ISP รายใหญ่ในสหรัฐฯ ทำให้ผู้ใช้นับล้านได้รับผลกระทบ แม้จะไม่ได้เป็นเป้าหมายโดยตรง 📊 “จำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ตั้งแต่ต้นปี 2025 Cloudflare ได้หยุดการโจมตีจาก Aisuru ไปแล้วกว่า 2,867 ครั้ง โดยในไตรมาส 3 เพียงไตรมาสเดียวมีการโจมตีแบบ “hyper-volumetric” ถึง 1,304 ครั้ง เพิ่มขึ้น 54% จากไตรมาสก่อนหน้า รวมทั้งหมด Cloudflare ป้องกันการโจมตี DDoS ได้กว่า 8.3 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 🏭 “อุตสาหกรรมและประเทศที่ถูกโจมตีหนักที่สุด” อุตสาหกรรมที่ถูกโจมตีมากที่สุดคือ Information Technology & Services ตามด้วย Telecommunications และ Gambling/Casinos ขณะที่บริษัทด้าน AI พบการโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 347% ในเดือนกันยายน 2025 เนื่องจากการถกเถียงเรื่องกฎระเบียบ AI ส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์และเหมืองแร่ก็ถูกโจมตีหนักขึ้นจากความตึงเครียดทางการค้า EU–China ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ จีน, ตุรกี, เยอรมนี, บราซิล และสหรัฐฯ โดยอินโดนีเซียยังคงเป็นแหล่งโจมตีใหญ่ที่สุดต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 🤖 “การป้องกันต้องพึ่งระบบอัตโนมัติ” Cloudflare สรุปว่า การโจมตีสมัยใหม่เร็วเกินกว่าที่มนุษย์จะตอบสนองทัน ทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องพึ่งพาระบบอัตโนมัติในการป้องกันมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญจาก ESET เตือนว่า การใช้กฎกรองแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะผู้โจมตีใช้ IP จำนวนมหาศาลและเทคนิคสุ่มที่ซับซ้อนขึ้นทุกปี 📌 สรุปประเด็นสำคัญ ✅ สถิติการโจมตี ➡️ Aisuru Botnet ทำ DDoS สูงสุด 29.7 Tbps ➡️ ใช้เทคนิค UDP carpet-bombing ✅ จำนวนการโจมตีที่ถูกสกัด ➡️ Cloudflare หยุดการโจมตี 2,867 ครั้งในปี 2025 ➡️ รวมทั้งหมด 8.3 ล้านครั้งในไตรมาส 3 ✅ อุตสาหกรรมที่ถูกโจมตีหนัก ➡️ IT & Services, Telecom, Gambling ➡️ AI Companies เพิ่มขึ้น 347% ✅ ประเทศที่ได้รับผลกระทบ ➡️ จีน, ตุรกี, เยอรมนี, บราซิล, สหรัฐฯ ➡️ อินโดนีเซียเป็นแหล่งโจมตีใหญ่ที่สุด ‼️ คำเตือนสำหรับองค์กร ⛔ ระบบกรองแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป ⛔ ต้องพึ่งระบบอัตโนมัติในการป้องกัน ⛔ ควรเตรียมโครงสร้างเครือข่ายให้รองรับการโจมตีระดับมหาศาล https://hackread.com/cloudflare-aisuru-botnet-ddos-attack/
    HACKREAD.COM
    Cloudflare Blocks Aisuru Botnet Powered Largest Ever 29.7 Tbps DDoS Attack
    Follow us on Bluesky, Twitter (X), Mastodon and Facebook at @Hackread
    0 ความคิดเห็น 0 การแบ่งปัน 272 มุมมอง 0 รีวิว
Pages Boosts